โควิด เป็นใจ ❤︎ [3 บัวลอยน้ำขิง] 2-07-2020
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: โควิด เป็นใจ ❤︎ [3 บัวลอยน้ำขิง] 2-07-2020  (อ่าน 178 ครั้ง)

ออฟไลน์ patchbaobao

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 5
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17



เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

โควิด เป็นใจ

 

"กินร้อน"

"แหงอยู่แล้ว"

"ช้อนกู"

"จ้ะ ช้อนใครช้อนมัน"

"อย่าจูบกู"

"..."

"ไม่งั้นกูเอาตาย"

"......ตายก็ยอม"

 

โควิด ทำให้คนแพนิค

โควิด ทำให้คนถังแตก

โควิด ทำให้คนกินแกลบ

และ

โควิด ทำให้.....คนมีความรัก

 

***สถานที่ เหตุการณ์ ตัวละคร ไม่มีอยู่จริง โปรดใช้วิจารณ์ญาณในการรับชม

เป็นหน้าใหม่ในเล้าเป็ด ยังไงก็ฝากนิยายด้วยนะคะ
[/size]
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-07-2020 21:50:38 โดย patchbaobao »

ออฟไลน์ patchbaobao

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 5
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
โควิด เป็นใจ 00

กินร้อน ช้อนกู อย่าจูบกู ไม่งั้นกูเอาตาย

_________________________________________________________________



วันที่ 1



“เจ๊ๆๆๆ คิดดีแล้วเหรอ ที่พรุ่งนี้จะไม่ขายข้าวให้ผม”

“โว๊ะ แล้วเอ็งจะเอาอะไรกับข้านักหนา ไปบอกรัฐบาลนู่นให้ประกาศเปิดร้านอาหาร”

“แต่เจ๊เป็นร้านรถเข็นนะ แค่เปิดมาผัดกับข้าวให้เด็กตาดำๆ”

“ไม่เอาโว้ย ข้าไม่อยากโดนจับเข้าตาราง”

“แต่ยำไข่เจ๊โส่ยอร่อยที่สุดในมอแล้วนะครับ!!”

“เอ็งชอบอาหารร้านข้าหรือชอบที่ข้ายอมให้เอ็งค้างค่าข้าวกันแน่ ห๊ะ ไอ้ข้าว!?”



รู้ทันไอ้ข้าวหำโตจริงๆ ยิ้มยิงฟันขาวพราวสเน่ห์ส่งให้เจ๊โส่ยคนงามผัวสอง ที่ย่นหน้าเหี่ยวๆ ยับยิ่งกว่าหนังหมูสามชั้นพูดแล้วหิวชิบหาย เสียดายร้านลุงเป็ดปิดหนีโควิดไปแล้วเมื่อวาน



“จะว่าไปค่าข้าว....”

“วันนี้สวยผิดปกตินะเจ๊ เปลี่ยนรองพื้นเหรอ”

“อุ๊ยตาย เอ็งดูออกด้วยเหรอ” มั่วถูกเฉยเลยเว้ย

“พอดีหลานส่งรองพื้นมาให้ใช้ ของดี๊ดี” ดีจริงๆ ที่เปลี่ยนเรื่องทัน

“ดีกว่าแป้งตรางูที่ข้าทาเป็นประจำเยอะแยะ ถึงว่าออกมาจากซอยคนทักว่าสวยไม่ขาดปาก ฮุๆ”

“ไม่ทาเจ๊ก็สวยอยู่แล้ว เชื่อตาผมดิ มองคนไม่เคยผิด”

“ปากหวานทุกที เวลาจะเบี้ยวค่าข้าวข้า”

“ปล่อยนกปล่อยปลาก็ไม่เท่าทำบุญกับเพื่อนมนุษย์นะครับ” ถึงจะเกิดมาหน้าตาดี แต่ไอ้ผมมันจน จากบ้านนอกมาเรียน กทม.ได้ 2 ปี เงินที่บ้านส่งมาให้รวมกันยังไม่พอแดก ตรงข้ามกับชื่อข้าวที่แม่ตั้งให้เพราะอยากให้มีข้าวแดกทุกมื้อ

เสียงตะหลิวโขกกระทะดังโครมครามโชยควันอาหารอาทำผมสำลักค่อกแค่ก ทำเอาลุงวินแถวนั้นพากันหันหน้าหนีพรึ่บพั่บ ไอ้ห่า กูไม่ได้เป็นโควิด!

“เออๆ รีบๆ เอาข้าวเอ็งไป ข้าจะรีบปิดร้านแล้ว”

“20นะป้า ขาดตัว ไม่ต้องเอาเศษหรอก มันหนักกระเป๋า”

“ค่าข้าวยังจะต่อ วุ้ย”

“แถมไข่ให้ฟองนึงสิ ถ้ารักกันจริง” ทำเสียงหล่อโปรยสเน่ห์ที่สามารถตกดาวได้หลายคณะใส่เจ๊โส่ย อาศัยจังหวะยัดแบงค์20ใส่หญิงแก่ที่กำลังทำหน้าเคลิบเคลิ้ม แล้วเนียนฉกไข่สดมาอีกใบไม่ฟังเสียงด่าไล่หลัง แม่สอนว่าน้ำใจเป็นคุณสมบัติของผู้ดี



ซื้อข้าวได้ไข่อีกสองฟอง รอดตายกูไปอีกสองวัน ตีไข่ให้ฟูผสมน้ำเยอะๆ เอาไปทอดน่าจะบานพอประทังชีวิตอัปรีย์ของไอ้ข้าวได้

ฮัมเพลงแล้วเดินเข้าหอด้วยท่าทางกระริกกระรี้ หยิบมือถือขึ้นมาเช็คไลน์อีกที เผื่อมีนัดตี้ได้ไปแดกเหล้าฟรี

“ฉันจะพาเธอลอย...โอวเย....”



“เฮ้ย!”



โครม!



ลอยจริง ทั้งไข่และข้าวกู เอ้า ขอเพลง



ลอย...ล่องไปในอวกาศ...



จะมีแต่เธอ มีแต่เธอ แต่ไม่ต้องกลัว...



“อ๊ากกกกกกก ไข่กรูวววววววว” เละคาเป้า หล่นแหมะไปกองพื้นรวมกับข้าวที่เทกระจัดกระจายเหมือนหัวใจไอ้ข้าว ตายอย่างอนาถ ใครตาย...กูนี่เอง

“แมร่งเอ๊ย!! เดินภาษาอะไรวะ!?”

“โทษที ไม่ทันมอง”

ไอ้หน้ากากเขียว กูไม่รู้หรอกว่ามึงเป็นใคร แต่ท่าทางไม่แยแสกวนตีนแบบนี้ มาไฟต์กับกูซักตั้งไหม มาสิๆ

“ขอโทษแล้วมันหายไหมครับ?”

“ไม่”

“มึงเห็นไหมว่าทำข้าวของคนอื่นเสียหาย”

พยักหน้า

“แต่ผมไม่ได้ตั้งใจ คราวหน้าคราวหลังคุณเองก็ควรจะเดินดูทางด้วย ไม่ใช่เอาแต่จ้องมือถือแล้วเต้นท่าพิสดาร”

หืม นี่กูอินขนาดเต้นเลยเชียว?

“มีอะไรอีกไหมครับ ผมจะรีบไปธุระต่อ”

ธุระของใครไม่สำคัญกว่าปากท้องของกูหรอก คว้าข้อมือคนร้ายแล้วลากมาวางตรงเป้า ตำแหน่งซึ่งได้รับความเสียหาย “แล้วไข่ของกูมึงจะรับผิดชอบยังไง”

“เชี่ย! สกปรก!”

ในขณะที่อีกฝ่ายดีดดิ้น ชักมือออกราวโดนของร้อน คว้าเจลแอลกอฮอลมาบีบใส่มือ ถูแล้วถูอีกประหนึ่งตัวกูมีเชื้อโควิด ทำแบบนี้มันเสียเซลฟ์นะครับ คุณ...



“น่าน! จะไปยังวะ อีก 10 นาทีซุ้มจะเปิดแล้วนะเว้ย”



อ๋อ น่าน... ไม่รู้รีบร้อนอะไรนักหนา วิ่งผ่านกูไปไม่ว่า แต่เสือกเหยียบซากข้าวอันมีค่าของกูซ้ำอีก



“เฮ้ย! ทำแบบนี้เสียมารยาทนะโว้ย!”

“ก็บอกว่าอย่าจับไงวะ”

มันสะบัดออกแต่ผมเร็วกว่า คว้าข้อมือขาวๆ นั่นไว้มั่น บังคับให้อีกฝ่ายหันมาประจันหน้า ทว่ามือมันติดบังเอิญเกี่ยวหน้ากากอนามัยหลุดตามมาด้วย

“อ๊ากกกกกกกก หน้ากาก!! เชื้อโรค!! โควิด!!”

ท่าทางลนลานแม่งตลกฉิบหาย ปากกระจับตะโกนเกรี้ยวกราด เข้ากับจมูกเชิดรั้นรับดวงตาคมคาย หน้าของมันแดงระเรื่อด้วยอากาศบ้านเราที่โคตรอบอ้าว ที่สำคัญ...



หน้าตา....น่ารักใช้ได้



“โทษที พอดีไม่ได้ตั้งใจ”

“...มึงรู้ไหมว่าหน้ากากอนามัยช่วงนี้หายาก” เปลี่ยนสรรพนาม ไม่สุภาพแล้วเหรอ

“อ่ะ คืนให้”

“ไม่เอาแล้ว สกปรก”

“หายาก ก็อย่าเรื่องมากสิครับ”

คู่กรณีเบ้ปาก หยิบหน้ากากอีกอันขึ้นมาสวม โธ่ มาทำตีโพยตีพาย ที่แท้มึงก็มีสำรอง เฮ้ย! เดี๋ยว อย่าเพิ่งไป แล้วค่าข้าวค่าไข่กูล่ะ!? จะรับผิดชอบยังไงงงงงง!!?

คับแค้นใจไม่รู้จะระบายออกมายังไง อย่าให้เจออีกนะ เดี๋ยวไอ้ข้าวจะเอาคืนจนร้องไม่ออก ได้แต่คิดแล้วแยกเขี้ยวใส่ไอ้ด่างที่ครางหงิงๆ คล้ายจะเยาะเย้ย โดยที่ไม่รู้เลยว่าการพบกันครั้งนั้นเป็นแค่น้ำจิ้ม...



น้ำจิ้มซีฟู้ด



พูดแล้วหิวเลย แม่ง


---------------------------------------------------------------------


ออฟไลน์ patchbaobao

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 5
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: โควิด เป็นใจ ❤︎ [1 น้ำผึ้ง] 30-06-2020
«ตอบ #2 เมื่อ30-06-2020 21:43:54 »

โควิด เป็นใจ 01

กินร้อน ช้อนกู อย่าจูบกู ไม่งั้นกูเอาตาย

____________________________________________________



วันที่ 3



หิว...

ผมหิวมาก

หลายมื้อแล้วที่อยู่อย่างอดอยาก..... อาศัยความหน้าด้านหน้าทนเดินเวียนเคาะหน้าห้องคนที่รู้จัก โชคดีที่ไอ้ข้าวเป็นคนดังของมหาลัย ไปที่ไหนก็มีแต่คนต้อนรับขับไล่



“มึงเลิกมาแดกข้าวห้องกูซักทีได้ไหมวะ”

“องไอ้อ้าย (คงไม่ได้) แจ่บๆ”

“ทุเรสชิบหาย จะปล่อยให้ตายอย่างหมาหน้าห้องกูก็ไม่ได้”

“แจ่บๆๆๆ” กูแสดงความขอบคุณด้วยเสียงเคี้ยวอย่างเมามันส์ ขอบตาปริ่มน้ำหาใช่ความซาบซึ้งแต่กูเผ็ด เทพริกไทยเยอะเกิ๊น “...ในบรรดาเพื่อนทั้งหมดทั้งมวลที่กูมี มึงนี่แหละเดอะเบสเฟรนด์ ชาตรีผู้น่ารัก”

“ควาย นั่นมันชื่อพ่อกู”

อ่าวเหรอ กูไม่ขอโทษหรอกนะ ปากไม่ว่างซดน้ำแกงอยู่ “ซู้ดดดดดดดด”

ลูกชายของนายชาตรีเบ้ปาก มันชื่อไอ้มิกซ์...เพื่อนเก่าเพื่อนแก่ ปัจจุบันมันเป็นมือกลองในวงเหี้ยไรซักอย่าง จำชื่อไม่ได้ จำได้แค่ว่าแม่งดังน้อยที่สุดในวง

“นินทาไรกู”

“แนะนำตัวให้มึงอยู่”

“แนะเหี้ยไร มึงเพี้ยนใหญ่แล้วข้าว”

เรารู้จักกันตั้งแต่สมัยที่ผมยังไม่หยุดฉี่รดที่นอน แค่กระพริบตากูก็อ่านความคิดมึงได้ประหนึ่งมีญาณทิพย์ กรอกตามองบนแบบนี้คงกำลังค่อนขอดผมอยู่ในใจ แต่ใครสน กูถือคติหน้าด้านอายอด หรรมไม่หดก็อย่าหยุดซอย

“เอาจริง โควิดแม่งพรากทุกอย่างไปจากชีวิตกู”

“ยังไง?”

ยังจะถาม

“ร้านปิด งานไม่มี เงินไม่มา ก๊งเหล้าไม่ได้ สาวก็ไม่มีให้สอย”

“แล้วน้องเปิ้ล ที่บอกว่าสวยและรวยมาก?”

“ติดโควิด นอนกักตัวอยู่ที่บ้าน กูเลยบอกเลิกไปแล้ว”

“เหตุผลมึงง่อยมาก”

“โธ่ ฟังให้จบก่อนสิวะ” เห็นหน้าหม้อแบบนี้เวลาคบใครผมก็คบทีละคน เปลี่ยนแฟนบ้างเป็นสีสันชีวิต แต่แท้จริงไอ้ข้าวนั้นกำลังตามหาคนที่ใช่ ซดบะหมี่อึกสุดท้ายแล้วทำการแจกแจง

“งานนี้กูไม่ผิด กูแค่บอกไปว่าห่างกันซักพัก แต่น้องเขาไม่ยอมหาว่ากูชวนทะเลาะ ถ้าอยากดีกันต้องมาเยี่ยม”

“ห่า ไปเยี่ยมก็ติดกันพอดี”

“เออดิ ถึงสวยเอ๊กเซ็กส์แตกขนาดไหน ก็ไม่กล้าเสี่ยงว่ะ เกิดติดขึ้นมากูนอนตายสถานเดียว เพราะไม่มีปัญญาจ่ายค่ายา” ชีวิตมันอาภัพ ไปลงทะเบียนขอเงิน 5,000 กูยังไม่ติด ครั้นจะโทรไปเรียกร้องเจ้าหน้าที่เงินค่าโทรก็เสือกหมด

“ไหนกูจะต้องต่อสู้กับค่าไฟอีก ชีวิตคนขาดแอร์ไม่ได้มึงก็รู้ กูเลยต้องหนีมาพึ่งใบบุญคนน่ารักอย่างมึงไงจ้ะ”

“กลับบ้านนอกไปซะ”

“ไม่มีเงินไง อย่าไล่พี่ข้าวเลยนะจ้ะ คนดี” คนดีตีมือผมดังเพี้ยะ แยกเขี้ยวจัดการฉกมาม่ากระป๋องไปจากมือ แม่งกูอุตส่าห์พ่นคำหวานหลอกล่อ สุดท้ายก็โดนอีกฝ่ายรู้ทัน สมแล้วที่รู้จักกันมาตั้งนานนม

“นี่เป็นกล่องสุดท้าย! กูต้องเก็บไว้แดกพรุ่งนี้!!”

“แต่กูหิว...ข้าวเย็นยังเติมกระเพาะไม่เต็ม เห็นทีเช้าพรุ่งนี้ไส้กูคงโดนน้ำย่อยกัดจนขาดสะบั้น....” ไอ้มิกซ์พยักหน้ารับรู้แต่ไม่ใส่ใจ มือแกะมาม่าอีกซอง...ไหนมึงบอกจะเก็บไว้แดกพรุ่งนี้?

“ไปลานเกียร์พรุ่งนี้ดิ”

“ไปทำไมวะ? ไกลสรัด” คณะห่างจากหอกูเป็นลี้ และที่สำคัญคือมีแต่ตัวผู้ ไม่น่าดึงดูดใจไอ้ข้าวเลยซักนิด



“แต่เขามีจิตอาสา แจกข้าวฟรีทุกวัน”



!!!



เท่านั้นแหละครับ ตาวาวยิ่งกว่าได้ทอง แทบถีบจักรยานออกไปตอนนี้เสียให้ได้ ติดอยู่ตรงที่ว่าโรงทานแม่งคงไม่แจกข้าวจนถึงตีสอง



“เห็นว่าแจกข้าวแค่มื้อเช้า คนต่อแถวเยอะสรัด พรุ่งนี้มึงลองไปดูดิ”





วันที่ 4



วิศวะแดนคนเถื่อน ไม่เคยฮอตเท่าวันนี้มาก่อน...

หันไปทางไหนก็มีแต่คน ลูกเล็กเด็กแดงไปจนถึงหัวล้านหนังเหี่ยว ล้นทะลักออกมาจากลานเกียร์ ถ้ามีพัดสีกับนกหวีดอีกนิดกูจะนึกว่าแม่งก่อม๊อปประท้วง

“เข้าแถวหน่อยค่ะ รักษาระยะห่างด้วยนะคะๆ”

“social distance น่ะ รู้จักไหมครับ!!?”

“เอ้า! แถวตรง! เป็นระเบียบหน่อย เดี๋ยวไม่แจกข้าวนะแสรด”

มึงจะว๊ากน้องเพื่อ?

“พี่สิทธิ์ นี่งานบุญนะคะ ไม่ใช่งานรับน้อง รบกวนช่วย...”

“ช่วยมาตักข้าวหน่อยโว้ย ตรงนี้ขาดคน”

วุ่นวายฉิบหาย...แต่ก็เอาเถอะ ไม่ได้เดือดร้อนอะไรผมอยู่แล้ว ขอแค่ได้กินฟรี แถวยาวไปถึงดาวพลูโตไอ้ข้าวก็ทนได้

ล้อเล่นหรอกครับ...

แท้จริงแล้วไส้ผมจะขาดอยู่รอมร่อ ใจแทบขาดกว่าแถวจะร่นขึ้นไปด้านหน้า ขยับก้าวขาทีไรในใจกูร้องไชโยทุกที



“ขอวัดไข้หน่อยนะคะ”



ปิ๊ป



วัดได้อุณหภูมิเท่าไหร่ไม่รู้ แต่หุ่นคนวัดน่าเจี๊ยะ อดไม่ได้ที่จะทำสายตากรุ้มกริ่ม ใช้แค่ตาก็เต๊าะสาวได้ ไม่เชื่อเดี๋ยวพี่ข้าวแสดงให้ดู

“ไม่มีไข้นะคะ”

“ไม่มีไข้ แล้วมีแฟนยังครับ”

“อ่อ........มีแล้วค่ะ” ว่าจบก็สะกิดพี่ล่ำข้างตัวให้ดู เห็นหุ่นนักสู้แล้วกูไม่สู้ กลัวจะไม่มีฟันให้เคี้ยวข้าววันนี้

วัดไข้เสร็จเดินต่ออีกนิดจะเห็นซุ้มแจกเสบียงตั้งอยู่ไม่ไกลนัก อากาศอบอ้าวแต่เหล่าจิตอาสายังทำงานแข็งขัน วิ่งตักข้าวส่งน้ำกันจ้าละหวั่นจนผมเป็นปลื้ม น้ำใจพวกคุณจะไม่สูญเปล่า เพราะต่อจากนี้ไอ้ข้าวจะมาฝากท้องที่นี่ทุกๆ วัน

“ขออีกกล่องได้ไหมครับ”

“ไม่ได้ครับ”

“แต่ผมกินเยอะนะครับ”

ผู้ชายคนนั้นเงยหน้ามองผม มันย่นคิ้วติดรำคาญ ประมาณว่ามึงจะแดกอะไรนักหนา ไอ้หน้ากากเขียว...เดี๋ยวนะ ทำไมคุ้นๆ หน้าพิกล



ตามองตา สายตาก็จ้องมองกัน รู้สึกเสียวซ่านหัวใจ...



“......อ”

“ไอ้หน้าหมา?!”

พ่อคุณสิครับ กูใส่หน้ากากลายหมา ไม่ใช่หน้าเป็นหมา แม้ใบหน้าด้านล่างจะถูกบดบังด้วยแมสแต่ไม่อาจปกปิดความหล่อของผมได้มิด อย่าให้กูเปิดหน้าโชว์เชียว เดี๋ยวจะเคลิ้มจนน้ำลายหก

“อย่าพูดจาหมาๆ สิ ไอ้หน้ากากเขียว ไข่เจียววันนั้นที่มึงเหยียบ กูยังไม่ได้คิดค่าเสียหายเลยนะครับ”

“ก็ขอโทษไปแล้วไง” หน้ากากเขียวกระเพื่อมเมื่อคนใส่ถอนหายใจติดรำคาญ ใส่ซ้อนตั้งสองชั้น มันจะหายใจออกได้ยังไงวะ

“......จะเอายังไงก็ว่ามา”

หึหึ เสร็จกู “ให้ข้าวกูเพิ่มอีกกล่องสิ”

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้ อยากกินก็ต้องไปต่อแถวใหม่เอา เห็นไหมว่าป้ายก็เขียนบอกตัวเท่าควาย”

อย่าเน้นคำว่าควาย เดี๋ยวกูคิดลึก

“ป้ายไหนเน้อ?”

“ตรงโน้น”

“ไหน?” ตีหน้าเซ่อแต่มือเลื่อนกล่องข้าวอย่างแนบเนียน อีกนิดจะลงถุงผ้าอยู่แล้วเชียว ถ้าไม่ติดที่ว่าโดนมือขาวๆ นั่นยื้อไว้ทัน

“ตรงหน้ามึงไง” ไอ้หน้ากากเขียวตบโต๊ะ...นี่ผมต้องใช้สรรพนามปัญญาอ่อนนี้แทนตัวมันอีกนานแค่ไหน เออ แต่กูก็ไม่ได้อยากรู้ชื่อมึงหรอก มันตีป้ายประชาสัมพันธ์หน้าโต๊ะเสียยกใหญ่ จนข้อความเขียนตัวเท่าฝาบ้านเริ่มเอียงทีละนิดๆ ...ทีละนิด



โครม!



“เฮ้ยยยย!”



ขาโต๊ะหัก โต๊ะพับล้มตึง เทกล่องข้าวน้อยระเนระนาด ทำหัวใจพี่ตกไปอยู่ใต้ตีน บริเวณโดยรอบส่งเสียงโหวกเหวก โดยเฉพาะคนแจกข้าว...

“ข้าว!! ข้าวๆๆๆ”

เออ ชื่อกูเอง

“มา เดี๋ยวช่วย” ช่วยเก็บใส่เป้ตัวเอง

“ไม่ต้องเลย ไอ้หัวขโมย”

“หัวขโมยที่ไหนจะหล่อเฟี้ยวขนาดนี้ครับ”

คนไทยไม่ทิ้งกัน ถึงโดนด่าก็ยังหน้าด้านช่วยเก็บ...เก็บใส่เป้อีกกล่อง ถือว่าโชคดีที่ฝากล่องปิดสนิท อาหารเลยไม่หกออกมาด้านนอก

“เฮ้ย เกิดอะไรขึ้นวะ”



มาอีกแล้วตัวละครใหม่ มึงเป็นใคร ไหนขอกูดูหน้าหน่อยซิ



“ไหงโต๊ะสภาพเป็นงี้วะ น่าน”

“ขาโต๊ะมันพับอ่ะพี่ สงสัยล๊อคแม่งไม่ค่อยดี”

ย่นหน้าผาก ระลึกความทรงจำจากสมองส่วนฮิปโปแคมปัสที่เล็กเท่าเม็ดถั่ว เสี้ยวหน้าฝรั่งกับทรงผมเดธล๊อคแสกกบาล ผิดกับน้ำเสียงหล่อๆ ประหนึ่งผู้ประกาศข่าวไทย ผมนึกออกแล้ว...

“หวัดดีครับพี่ภู”

“อ้าว ไอ้ข้าว มาไงวะเนี่ย”

แกชื่อภูผา ประธานบ้านรับน้องเมื่อปีก่อน จัดว่าเป็นเยาวชนตัวอย่าง โจษจันทั้งในเรื่องดีและเรื่องเลว แผ่นหนังโป๊ที่พี่เอาไปประมูลเมื่อเดือนก่อน คุณภาพอย่างห่วยเลย ขอบอก

“ถีบจักรยานบวกเดินอีกนิด”

“เออ ไหนๆ มึงก็มาแล้ว ช่วยอยู่เฝ้าซุ้มแปปดิ เดี๋ยวกูเรียกคนไปขนโต๊ะตัวใหม่มาก่อน”

“เดี๋ยวผมไปขนเองก็ได้”

“มึงอยู่แจกข้าวไปแหละน่าน ฝากจัดการแถวด้านหลังด้วย” สั่งเสียเสร็จสรรพก็วิ่งหายต๋อมไปกับฝูงชน ปล่อยให้คนข้างตัวผมตื่นตระหนกกับเหล่ามนุษย์ยายผู้หิวโหย ที่เริ่มเอะอะเมื่อการแจกจ่ายเป็นไปอย่างล่าช้า

“ใจเย็นๆ ครับ อย่าแซงคิวกัน” เสียงเบาเหมือนหมาตด ไม่ได้ดั่งใจพี่ข้าวเลย

“ต่อคิวดิคร้าบบบ! เอ้า ลุงคนนั้นอย่าแซงคิว!!!” ปากกูดังยิ่งกว่าโทรโข่ง ได้อานิสงค์จากการช่วยแม่ตะโกนขายแตงโมตั้งแต่เด็ก “ช้าโว้ยยย ช้าๆ หน่อย ได้กินกันทุกคนนนน”

โบกไม้โบกมือเหมือนตำรวจจราจรยามเช้า ทำไปทำมากูกลายมาเป็นคนแจกข้าวได้ไง งงใจตัวเอง ส่วนไอ้หน้ากากเขียว...เดี๋ยวก่อน มันมีชื่อแล้วนี่หว่า ชื่ออะไรว้า...

“นาย นนท์ น้ำ โน้ต...” เนียนๆ ไป



“น่าน”



อ่ออออ



“ส่วนกูชื่อข้า...”

“ไม่ได้อยากรู้”



“ข้าว นะครับ ชื่อบ้านๆ แต่ความหมายล้ำลึก”



ไอ้น่านมันทำหน้าประมาณว่า ใครถามมึง แต่กูไม่สนครับ พราวลี่ทูพรีเซนต์สรรพคุณโดดเด่นของชื่อตัวเอง ทำคนฟังถอนหายใจดังพรืด คิ้วเรียวของมันขมวดเล็กๆ กดรูปตาสองชั้นให้หรี่ลง เข้ากับสันจมูกโด่งภายใต้แมสสีเขียว ครึ่งหน้าส่วนบนดูดีได้รูป ถึงจะดีสู้กูไม่ได้ก็เถอะ

“เรียนวิศวะ?”

“เออ”

“ไม่เข้าเลย”

“ไม่ใช่เรื่องที่มึงจะมาวิจารณ์”

“กูแค่แสดงความคิดเห็น ก็พูดไปตามเนื้อผ้า” มันเตี้ยกว่าผมไม่กี่เซนต์ แต่หน้าแม่งมีความมุ้งมิ้งแอบแฝง ไม่บอกคงเดาไม่ออกว่าเป็นส่วนหนึ่งของคณะคนเถื่อน

“แล้วอยู่ปีไหน”

“ถามไรเยอะแยะ”

ปกติกูก็ไม่ใช่คนขี้เสือกหรอก แต่บังเอิญอยากรู้เรื่องของมึงไงจ้ะ “จะได้เปลี่ยนสรรพนามตามลำดับอาวุโสไงครับ ถามแค่ชั้นปี ไม่ได้ถามอายุ มึงไม่ต้องกลัวหรอกว่าจะถูกขุดคุ้ยประวัติ”

“พูดมากฉิบ”

“เอ้า บอกมา ตกลงอยู่ปีไรจ้ะ”

“3”

“เฮ้ย ปีเดียวกันเว้ย”

ยังไม่ทันพูดต่อท้องก็ร้องโครกครากเป็นรอบที่ 22 เอาจริงผมไม่ได้นับหรอก แค่คาดคะเนเอาจากเวลาและเหตุการณ์ ว่าแต่ไอ้พี่ภูเถอะ แม่งเทกูแล้วมั้ง “พี่มึงไปช้าเนอะ ไปเอาโต๊ะถึงสุโขทัยเลยหรือไงวะ”

“ถามกู กูจะรู้ไหม” น่านยักไหล่หยิบไอโฟนรุ่นล่าสุดออกมาจิ้มเล่น ตัดกลับมาที่กูซึ่งยังผ่อนไอโฟนห้าไม่หมด

คนเริ่มน้อยลงตามจำนวนกล่องข้าวที่ยังไม่มีเจ้าของ ผมเลยอาศัยเวลาว่างแง้มเปิดกล่องข้าวในเป้เพื่อสูดกลิ่นประทังความหิว อื้อหือ หอมไข่เจียวทำกูใจหวิว อยากจะปลิวกลับไปกระซวกข้าวที่ห้อง

“มึง...กลับก่อนก็ได้นะ”



อุ้ย พูดเหมือนรู้ใจ



“คนเริ่มไม่เยอะแล้วด้วย เดี๋ยวกูจัดการต่อเอง”

“ยืนคนเดียว ปล่าวเปลี่ยวนะจ้ะ”

“ไม่ใช่เด็กอนุบาล” ไอ้หน้ากากเขียวสลัดมือไล่ ไม่รู้ทำไมกูดันยึกยักทำฟอร์มจะอยู่ต่อ ส่วนตัวผมไม่ใช่คนดี ถ้ากับไอ้น่านทำไมกูทิ้งมันไม่ลง

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวกูช่วย เหลือข้าวอีกไม่กี่กล่อง พอแจกหมดเดี๋ยวกูก็กลับ”



ฟ้าคคค พูดอะไรของมึงไอ้ข้าว เหลืออีกตั้งสิบกล่องเชียวนะ



“แต่กูเกรงใจ”

“ไม่เอานะเกรงใจ ไม่ดีหรอกเกรงใจ ไม่เอานะเกรงใจ” พี่โดมปกรณ์ก็มา กูนี่แฟนพันธุ์แท้เพลงรุ่นพ่อ ท่าโหนรถเมล์ในตำนาน ถ้ามีแรงเต้นกูเต้นโชว์ไปนานแล้ว

“ฮึ...”

มีคนขำด้วยเว้ย

ผมยิ้มเผล่ส่วนไอ้ตัวขาวหันหนี แม้ไม่เห็นปากแต่ตาสวยๆ ของมันโค้งขึ้น ลูกแก้วสีดำแพรวพราวเป็นประกาย หวานเหมือนหยดน้ำผึ้ง



ยิ้มแรกของวัน สดใสฉิบหาย...



ยิ้มวิเศษ...ระงับความหิวของไอ้ข้าวได้เฉย



-------------------------------------------------------------------------------------


อุววววว 

ไม่มีอะไรจะคอมเม้น แค่จะบอกว่า 

ออกตัวแรงนะไอ้ข้าววววว


ออนไลน์ P_atist

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 5
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: โควิด เป็นใจ ❤︎ [2 ไก่ทอด] 30-06-2020
«ตอบ #3 เมื่อ30-06-2020 21:50:21 »

 :o8:
รอออออ

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5076
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +189/-19
Re: โควิด เป็นใจ ❤︎ [2 ไก่ทอด] 30-06-2020
«ตอบ #4 เมื่อ30-06-2020 22:54:59 »

 :katai2-1:

ออฟไลน์ patchbaobao

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 5
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: โควิด เป็นใจ ❤︎ [2 ไก่ทอด] 30-06-2020
«ตอบ #5 เมื่อ01-07-2020 17:24:35 »

โควิด เป็นใจ 02

กินร้อน ช้อนกู อย่าจูบกู ไม่งั้นมึงตาย

______________________________________________________



วันที่ 7



โรงทานที่ลานเกียร์ แจกข้าวฟรีตลอดสองเดือน ของคาว ของหวาน น้ำจิ้ม น้ำเปล่ามีครบครันแล้วแต่จะเลือกสรร เลือกหมดก็ได้ไม่เสียตังค์ ใจบุญสรัดๆ ใครเป็นพ่องานไอ้ข้าวขออวยพรให้ได้ดิบได้ดี

“มึงมาอีกแล้วเหรอวะ”

“ผมก็มาทุกวันแหละ พี่ไม่เห็นเอง” มาฝากท้องที่นี่ทุกเช้า ฝากท้องที่ไม่ใช่ฝากครรภ์นะโว้ย หมายถึงฝากข้าวลงกระเพาะให้น้ำย่อยละลายเล่น

“แต่เสียดายว่ะ น่าจะมีมื้อดึก”

“น้อยๆ หน่อยมึง” ไอ้พี่ภูปราม เหน็บโทรโข่งกับกางเกงเลแล้วปาดเหงื่อ วันนี้อากาศร้อนผิดปกติ ไอ้ข้าวเลยใส่แค่กางเกงเจเจกับเสื้อแขนกุด โชว์กล้ามแขนแน่นๆ ที่สาวๆ ชอบเอาหัวมาหนุนต่างหมอน

“จัดแค่มื้อเช้าคณบดีคณะกูก็แทบจะกินแกลบอยู่แล้ว”

อยากให้คณะตัวเองมีบ้างจังวะ มื้อเย็นก็ได้ สลับกันไปให้คนกินอุ่นใจ

“แล้วเป็นไงบ้างวะ อาหาร...เด็ดไหม”

“สุดยอดดดเลยพี่ ทั้งข้าวทั้งคน”

“คน...คนไหนวะ” ไอ้พี่ภูทำตาวิบวับ เรื่องเสือกขอให้บอก ผมเลยชี้ไปยังเป้าหมาย สาวสวยหุ่นสะบึมคนวัดไข้กูเมื่อวาน แต่สายตาเจ้ากรรมดันเหล่มองไอ้หน้ากากเขียวที่ยืนแจกข้าวโดยไม่รู้ตัว

“อ๋อ น้องอบเชย”

ชื่ออย่างไทย แต่ไซต์อย่างฝรั่ง

“แต่มีแฟนแล้วนะเว้ย”

เออ รู้ เป็นไอ้กล้ามปู หุ่นนักสู้

“มึงอย่าคิดเชียว พี่มันเป็นถึงเฮดว๊าก ฆ่าได้ฆ่า อย่าคิดแหยม”

“แล้วไอ้น่าน...”

“เกี่ยวไรกับไอ้น่าน?”

ไอ้สรัด อย่าทำสายตาจับผิดดิ กูไม่น่าหลุดปากเล้ย

“แหม ก็ตอนแรกผมคิดว่าไอ้น่านเป็นแฟนน้องอบเชยไง เห็นชอบเดินมาคุยกันหนุงหนิงที่ซุ้มบ่อยๆ” แถโคตรเนียน แถมหลอกถามได้อีก ฉลาดคุ้มข้าวที่แดกเป็นกะละมังจริงๆ

“ส่องตลอด สนใจสิท่า”

“ก็น้องเขาสวย”

“ไม่ใช่แฟนกัน เป็นแค่พี่รหัส ส่วนไอ้น่านกูไม่รู้ว่ะ พอดีไม่ค่อยสนิท แต่แม่งหน้าตาดีไง คงจะเลือกเยอะ”

“ผมก็หน้าตาดี แต่ไม่เห็นเลือก” ยักคิ้วหลิ่วตา พี่มันกรอกตามองบน สงสัยทนมองความหล่อของผมต่อไปไม่ไหว

“เปลี่ยนเมียบ่อยกว่าเปลี่ยนกางเกงใน แบบมึงเรียกว่าไม่เลือก?”

“แหม ก็เพื่อสิ่งที่ดีที่สุดไงครับ”

“.......”

“มีแฟนก็เหมือนแดกข้าว ความรักก็เหมือนเครื่องปรุง เผ็ดเกินก็ไม่ดี จืดไปก็ไม่ใช่ รสชาติไม่ถูกปากแดกนานไปก็พาลเบื่อ ต้องเปลี่ยนบ้างอะไรบ้างให้เป็นสีสันชีวิต”

ไอ้พี่ภูถอนหายใจ ส่ายหน้าจนท่อนเดธล๊อคของมันเด้งไปเด้งมา “แสดงว่ามึงยังไม่เคยเจอ อาหารฟ้าประทาน”

“คือ?”



“ถึงไม่ถูกปาก แต่ถ้าได้แดกแล้ว จะขาดไม่ได้”



ขนาดนั้นเชียว?





วันที่ 8



อากาศว่าฮอตแล้ว คนยิ่งฮอตกว่า

ไม่ใช่ผมหรอก ผมมันคนคูล หมายถึงไอ้น่านโน่นแน่ะ

ปกติแถวรับข้าวจะแบ่งเป็นหลายแถวเพื่อความสะดวกรวดเร็ว ต่อแถวไหนได้ข้าวได้น้ำเท่ากันต่างแค่ประสบการณ์ ไอ้พวกหน้าหม้อรู้ดี ถ้าเป็นแถวของดาวคณะก็จะได้เต๊าะสาวเบาๆ หากบังเอิญเป็นแถวพวกหน้าโหดก็จะกดดันหน่อยๆ แต่ถ้าเป็น...

“น้องน่านคะ เหนื่อยไหม”

“หนูซื้อน้ำหวานมาฝากพี่น่านนะคะ กันคอแห้ง”

“หนูน่าน วันนี้กับข้าวเผ็ดหรือเปล่าจ้ะ”

โว๊ะ ฮอตจริงๆ

ไอ้หน้ากากเขียวยืนตัวขาวแผ่ออร่าความกระจ่างใส ท่ามกลางสาวน้อยสาวใหญ่ที่รายล้อม จนกูชักไม่แน่ใจว่าเป็นงานโรงทานหรืองานไฮทัชดารา

“มาทำไมอีกวะ”

“มาขอข้าวไงครับ”

ขมวดคิ้วอีกล้ะ ทุกครั้งที่กูยักคิ้วให้ รำคาญความหล่อสินะ เข้าใจครับ เข้าใจ

“แดกอะไรเยอะแยะ เมื่อเช้าก็เอาไปแล้วรอบนึงไม่ใช่เหรอ”

“อุ้ย จำกันได้ด้วยเหรอ” จำไม่ได้สิแปลก นี่ใคร ไอ้ข้าวขาประจำเอง มาทุกวันไม่เคยขาด แถมมาอย่างต่ำวันละสองหน มาทุกครั้งก็ต่อแถวเดิม เพราะมันใกล้ลาานจอดจักรยานที่สุด บังเอิญจริงจริ๊ง เชื่อหน่อยเถอะ

“หน้าแบบมึงมีคนเดียวบนโลก”

“หน้าตาดีอ่ะดิ๊”

“เหอะ หน้าด้าน”

แน่ะ เดี๋ยวนี้มีต่อปากต่อคำ แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้กูพูดคนเดียวเป็นต่อยหอยเหมือนอาทิตย์ที่แล้ว

“แดกมื้อนึงสองกล่อง เดี๋ยวกระเพาะก็ครากหรอก”

“เป็นห่วงก็บอก”

คนฟังกรอกตามองบน ยัดกล่องข้าวใส่มือผมแล้วพยักเพยิดเป็นเชิงไล่ ฝ่ามือเราแตะกันโดยไม่ได้ตั้งใจ ครั้งก่อนผมอาจจะไม่ทันสังเกตต้องกราบขออภัย แต่ว่าตอนนี้อยากถามคุณมึงซักนิด ว่าที่บ้านใช้ครีมทาผิวยี่ห้ออะไรครับ มือถึงได้เนียนนุ่มขนาดนี้





วันที่ 11



วันนี้ไอ้หน้ากากเขียว...ไม่สิ ต้องเรียกใหม่ว่าไอ้หน้ากากฟ้า เปลี่ยนสีหน้ากากได้เข้ากับชุดเอี๊ยมของมึงดี

“จ้องห่าอะไร รีบหยิบแล้วรีบไปได้แล้ว”

“เปลี่ยนหน้ากากเปลี่ยนบรรยากาศเหรอ” วันนี้ไอ้ข้าวก็เปลี่ยนจากลายหมาเป็นลายเสือเหมือนกันนะ

เปลี่ยนพร้อมกันแบบนี้สงสัยจะใจตรงกัน...

“เปล่า หน้ากากหมด”

“โธ่ ก็ไม่บอก จะได้เอามาเผื่อ.....” เห็นตะกละตะกลามแบบนี้ แต่แท้จริงเป็นคนน้ำใจงามนะครับ “ที่หอกูมีเยอะเลย อยากได้ลายอะไรล่ะ แมวป่าไหม หรือว่ามิกกี้เมาส์...”

“กูไม่ใช้หน้ากากผ้า”

“หน้ากากผ้าไม่ดีตรงไหน ซักได้ ใช้ซ้ำได้ กรองฝุ่นและมลพิษ แถมมีหลายลายให้เลือกสรร 7วันก็7ลาย ใส่สบายไม่จำเจ” ขายเก่งขนาดนี้ สนใจจ้างข้าวไปเป็นอินฟลูเอนเซอร์ไหมครับ คิดไม่แพง เพราะกำลังร้อนเงิน

“มันไม่กรองเชื้อโรค ยิ่งพูดมากอย่างมึงระวังจะได้แดกโควิดแทนแดกข้าว”

“โควิดก็กลัว แต่กลัวไม่ได้คุยกับมึงมากกว่า”

ฮิ้วววว

“ประสาท”

เพราะห่างหายจากการคุยกับคนไปนาน พบจึงค้นพบความหรรษาจากการเต๊าะไอ้น่านเล่นทุกเช้า เวลาที่ไอ้หน้ากากเขียว...เอ้ย ฟ้าไม่พอใจ ตาของมันเบิกขึ้นเป็นทรงกลม น่าเอ็นดูฉิบหาย

“เขินเหรอจ้ะ น่านน้อย”

“น้อยพ่อง!”

“วันนี้กับข้าวมีอะไรบ้าง”

“ถามทำไม ใส่อะไรไปมึงก็แดกได้อยู่ดี”

ผมยักไหล่ “วัยกำลังเจริญพันธุ์”

หมดเวลาต่อปากต่อคำ เพราะอีป้าข้างหลังเริ่มเคาะไม้เท้าเร่งเร้า ขัดจังหวะไอ้ข้าวฉิบหาย คุณเข้าใจไหมครับ อารมณ์เหมือนมางานแจกลายเซ็นดารา แล้วโดนผู้จัดการไล่ลงจากเวทีเพราะหมดเวลา

อืม...ถึงไอ้ข้าวจะอยากแดกข้าวเร็วๆ แต่ก็อยากยืดเวลาที่เราคุยกันให้นานกว่านี้หน่อยนะ



“ไอ้ข้าว!”

ใครเรียกกู อ๋อ ไอ้พี่ภู กวักมือเรียกทำไมวะ คนกำลังจ้วงข้าวเพลินๆ วันนี้เป็นกระเพราไก่ของโปรด...จริงๆ โปรดทุกอย่างแหละครับที่กินได้และยังไม่ขึ้นรา

“จะกลับยังวะ”

“อีกซักพัก ขอกูฟาดข้าวกล่องนี้ก่อน จะได้มีแรงถีบจักรยานกลับหอ” เคี้ยวแจ่บๆ แล้วยกยิ้วโป้ง แสดงให้เฮดสต๊าฟรู้ว่าอาหารถูกปากมากมาย จึงเป็นเหตุผลให้กูมาเหยียบถิ่นมึงทุกวัน

“สนใจไปเอาข้าวเพิ่มในครัวไหม พอดีวันนี้ของเหลือเยอะ กำลังหาคนมาสูบออก”

นี่พี่เห็นผมเป็นหลุมดำหรือขยะอวกาศวะ?

แต่ก็ไม่ปฏิเสธครับ เดินกระริกกระรี้ตามก้นพี่มันไปถึงโรงครัว หน้าตาดูดีกว่าที่คณะไอ้ข้าวมากโข ดูไม่กว้างขวางแต่ข้าวของครบครัน ที่สำคัญคือไก่ทอดกระจาดใหญ่ช่างล่อตาล่อใจผมเหลือเกิน

“ใส่กล่องกลับบ้านได้นะ” พี่ภูผาส่งกล่องเปล่าให้กูที่ยิ้มรับด้วยอารมณ์ลั้ลลา แทบจะก้มลงไปหมอบกราบเบญจางค์ประดิษฐ์ด้วยความซาบซึ้ง

“หูยย ขอบคุณครับพี่ ขอให้ชีวิตเจริญๆ เมียดีลีลาเด็ด เงินทองกองเต็มบ้าน แก่แล้วหนังไม่เหี่ยวเยี่ยวไม่เล็ด”

“เออๆ ขอบใจ”

“ขอกระดูกด้วยได้ไหมพี่ จะเอาไปให้ด่างที่หอ”

“หอมึงเลี้ยงสัตว์ได้เหรอวะ”

“หมาของยาม ใจบุญป้ะล่ะ”

พี่มันพยักหน้าระหว่างเขียนเอกสารอะไรไม่รู้ ไอ้ข้าวไม่มีอารมณ์เสือกเพราะง่วนอยู่กับการกวาดไก่ลงกล่องที่สอง ครุ่นคิดอยู่นานว่าจะแดกส่วนไหนก่อนหลัง แต่สมาธิก็แตกพล่านด้วยเสียงเอะอะแถวประตู

“ข้างนอก คนไม่มีแล้วเหรอ”

“ค่ะพี่ เหลือเข้าแถวอยู่ซุ้มเดียว แจงกับพี่น่านเลยว่าจะมาพักกินข้าว”

หูกูผึ่งทันทีที่ได้ยินชื่อไอ้น่าน เลยรีบเงยหน้าขึ้นมองไอ้ตัวขาวที่กำลังยัดของใส่ชั้นวาง มันปาดเหงื่อที่ไหลซ่กแล้วหันกลับมาสบตาผมด้วยความบังเอิญ กูเลยสบโอกาสส่งวิ๊งไปทีจนอีกฝ่ายรีบเมินหน้าหนี แหม เขินเหรอจ้ะคนดี

“เอ๊ะ นี่พี่ข้าวมาขโมยข้าวถึงในครัวเลยเหรอคะ”

“น้องแจงอย่ามองพี่ข้าวในแง่ร้ายสิจ้ะ” อีเฮดจิตอาสามึงก็อธิบายสิจ้ะ อย่าปล่อยให้ภาพลักษณ์กูเสื่อมเสียถึงวงศ์ตระกูล

“พี่เป็นคนชวนมันมาเองแหละ วันนี้ของมันเหลือเห็นแล้วเสียดาย”

“บริจาควัดแทนสิครับ”

“ให้พระฉันท์ไก่มากไม่ดีนะ เดี๋ยวพระเป็นเก๊า เผื่อแผ่ให้กูดีกว่า ได้ทั้งบุญและได้ทั้งใจ” ยิ้มหวานแต่ลืมไปว่ามันมองไม่เห็น รำคาญหน้ากากผ้าชิบหาย นอกจากอึดอัดแล้วยังกลบหน้าตาเกรดพรีเมี่ยมของกูอีก

“เออ ไหนๆ มึงก็มาแล้ว มาแดกข้าวกับพวกกูด้วยเลยดิ”

“จะดีเหรอวะพี่” ปากถามไปงั้น แต่ก้นกูนี่ย้ายไปนั่งที่เก้าอี้เรียบร้อย “ผมแอบเกรงใจเบาๆ”

“นี่ขนาดเบาๆ มึงยังกวาดไก่ลงกล่องขนาดนี้ เอ้า ไอ้น่านมึงจะไปไหน มานั่งกินด้วยกันดิ” ไอ้พี่ภูพยักหน้าเรียกไอ้ตัวขาว พลางชำเลืองมองกูด้วยสายตามีเลศนัย หรี่ตาแบบนี้มึงไปรู้ไปได้ยินอะไรมา!?

“นั่งข้างไอ้ข้าวเลย ที่ยังว่างอยู่”





หน้าตาของไอ้น่านไม่จัดว่าหล่อหรือน่ารัก แต่มีสเน่ห์ดึงดูดสายตาคนมองได้อย่างหน้าประหลาด หน้ากากฟ้าถูกร่นลงเผยปากเล็กๆ และแก้มขาวๆ ที่เคี้ยวข้าวจนบวมตุ่ย เห็นแล้วมือกูอยู่ไม่สุขอยากจิ้มซักที ถ้าไม่ติดว่ามีเฟสชีลด์กั้นไว้

“ไม่กินแตงกวา?”

“ยุ่ง”

“ไม่กินกูขอ”

“อย่าจับ! ล้างมือยังวะ มีแต่เชื้อโรคอ่ะ ตัวมึง” คนบ่นตีมือผมดังเพี้ยะ มันไม่เจ็บซักนิด แค่แสบๆ คันๆ ไม่ใช่ที่มือด้วยนะ แต่เป็น.....

ที่ใจ.....

อุวววว จะอ้วกว่ะ

“พี่น่านเป็นคนแพนิคค่ะ ช่วงนี้เลยอ่อนไหวเป็นพิเศษ” ผมพยักหน้าเข้าใจ ไม่ใช่แค่แพนิค ท่าจะเป็นโรควิตกจริตด้วยนะนั่น

“ว่าแต่ มากินข้าวเช้าที่นี่ทุกวัน พี่ข้าวไม่เบื่อบ้างหรือคะ?”

“ไม่เบื่อหรอกจ้ะ” สามารถตอบได้ทันที กินข้าวที่นี่อิ่มพี ทั้งอาหารท้องและอาหารตา “พี่ข้าวชอบกินข้าวนอกบ้าน อยู่ในหอมันอุดอู้อยู่แล้วไม่เบิกบานใจ”

“ไอ้ข้าวมันจนน่ะ ไม่มีตังค์ซื้อข้าวแดก น้ำยังต้องไปแดกน้ำก๊อกเลย”

“ไอ้พี่ภู” ผมรีบปราม มึงจะเผากูแบบนี้ไม่ได้นะโว้ย มันเสียเครดิต “ช่วงนี้กูแค่ช็อตเฉยๆ เพราะงานพาร์ทไทม์ที่ทำโดนเบี้ยวค่าจ้าง”

“โถ น่าสงสาร”

“ไม่ไปทำพาร์ทไทม์ที่โรงบาลวะ มึงเรียนแพทย์ไม่ใช่เหรอ”

ฮือฮากันทั้งวง ไอ้สองคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวพากันทำท่าตกใจ ทำไมหน้ากูดูโง่ขนาดนั้นเชียว แต่ขอโทษทีที่ต้องทำให้ทุกคนผิดหวัง

“โรงพยาบาลตอนนี้ก็ไม่ใช่สถานที่น่าเหยียบหรอก อีกอย่างคือ...กูเรียนทันตะครับพี่” เป็นหมอฟันน่ะ ยูโน๊ว ไม่ได้เรียนเพราะอยากฟันคนไข้แต่อย่างใด ที่เรียนเพราะกูมีปมกับฟันคุดตอนเด็ก

“โหยย แจงไม่ยักรู้เลยนะ ว่าพี่ข้าวจะมาสายนี้”

“ทำไมครับ หล่อๆ อย่างพี่ คิดว่าเรียนพวกนิเทศ สินกำไรงี้เหรอ”

“หลงตัวเองว่ะ” มนุษย์ที่เคี้ยวข้าวอยู่เงียบๆ แทรกขึ้น ไอ้น่านเฟสชีลด์กรอกตามองบน เบ้ปากจนกูอยากจะหยิกเสียให้เข็ด

“หรืออยากให้หลงมึงแทนล่ะจ้ะ”

“เหี้ย ขนลุก!”

ขนลุกจริงหรือว่าแอ๊บ แต่เห็นรีแอคชั่นดีดดิ้นแล้วยิ่งยั่วให้อยากแกล้งเข้าไปใหญ่ ไอ้น่านยู่หน้าเหมือนกระดาษทิชชู่ที่กูใช้ซ้ำสองรอบ คิ้วเรียวขมวดติดกันเป็นแพ คนอะไร...ทำหน้าบูดเหมือนขี้ก็ยังน่ามอง



คนอะไร...



แต่กูนี่สิ เป็นอะไร๊!?



-----------------------------------------------------------------------

ออนไลน์ P_atist

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 5
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: โควิด เป็นใจ ❤︎ [2 ไก่ทอด] 30-06-2020
«ตอบ #6 เมื่อ02-07-2020 06:41:18 »

 o13

ออฟไลน์ patchbaobao

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 5
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
โควิด เป็นใจ 03

กินร้อน ช้อนกู อย่าจูบกู ไม่งั้นกูเอาตาย

_____________________________________________



วันที่ 12



ปกติไอ้ข้าวเป็นคนจำหน้าคนอื่นไม่เก่ง...แต่ไม่รู้ทำไมพออีกฝ่ายเป็นไอ้น่านน้อย แม้มีแมสสีเขียวบดบังกูก็ยังจำได้แม่นยำ

ไอ้มิกซ์มักชอบพร่ำเพ้อว่า หน้าตาในสเปคของแต่ละคนมี golden ratio ในสัดส่วนที่ต่างกัน ดังนั้นไม่ว่ามึงหันไปทางไหน มึงก็จะเห็นเขาเป็นแลนด์มาร์กในสายตามึงเสมอ



“พี่ข้าว วันนี้อุณหภูมิร่างกายสูงกว่าทุกวันนะคะ” น้องอบเชยยิ้มตาเชื่อม พร้อมโชว์หน้าปัดดิจิตัลให้ผมดู ดูดิ มาสม่ำเสมอจนคนวัดไข้จำอุณหภูมิประจำตัวได้เลย อย่างเฟี้ยว

“ก็ใจพี่ข้าวร้อน อยากมาเจอหน้าน้องเร็วๆ ไงครับ”

“อย่าเสียเวลาหยอดเชยเลย มาวันนึงหลายรอบเล็งใครไว้นะ บอกมา”

เล็งอาหารไง ปัจจัย 4

“เล็งเรานี่แหละ”

สาวเจ้าส่ายหน้าไม่หลงกล สะบัดหน้าทีเรือนผมกระจายปลิวมาแตะจมูก กลิ่นชมพูฟุ้งตลบอบอวล ไม่แน่ใจว่าแพนทีนหรือซันซิล

“แหม ถ้าเล็งเชยจริง พี่ข้าวก็ต้องรุกกว่านี้สิคะ เมื่อวานตอนขนของไม่เห็นมาช่วยกันเลย ไปช่วยแต่...”

“พี่ไม่กล้าแหยมน่ะสิ แฟนเราเฝ้าอย่างกับไข่ในหิน”

“ช่วยแต่พี่น่าน.......”

“.....”

“จีบยากนะคะคนนี้”

“อุ้ย แฟนเรามาพอดี พี่ไปก่อนดีกว่าเนอะ” ให้มันได้อย่างนี้สิ ไอ้ข้าว ยอมรับว่ากูชอบเต๊าะไอ้น่านเล่น เพราะปฏิกิริยาตอบโต้มันน่าสนใจ ส่วนที่สาระแนเข้าไปช่วยยกของเมื่อวานเพราะกล่องมันใหญ่ กลัวจะล้มหน้าทิ่ม ทำไปด้วยความสงสารล้วนๆ ไม่มีเจตนาอื่นผสม

ไม่เชื่อเหรอครับ?



“วันนี้ตาคล้ำนะ”

“นอนดึก”

“ทำไรอ่ะ?”

เสือก...สายตาของไอ้น่านสื่อแบบนั้น แต่กูไม่หยุดหรอกนะ จนกว่าจะได้คำตอบ “เล่นไพ่? เล่นเกมส์? เล่นกล้าม? เล่นเฟส? หรือ......เล่นว่าว?”

นั่นมันกูล้วนๆ

“เสื่อม”

“ตรงไหน อย่าคิดลึกสิน้องน่าน”

“ใครน้องมึง อายุเท่ากันเหอะ”

“ถูก แต่กูชอบเรียกน้องกับคนที่กูเอ็นดู”

กริบ

ตามองกันแล้วกูก็กระพริบมันปริบๆ ไอ้น้องน่านสตั๊นไปสองวิ หน้ากากเขียวขยับเหมือนเตรียมอ้าปากพูด แต่สุดท้ายกลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา ถามว่ามันเขินผมเหรอ เอาจริงๆ กูก็แอบคิด จนกระทั่ง...

ขวดน้ำหนักๆ ปลิวมาเขกกบาลเต็มรัก

“เขินได้แต่ไม่ต้องเกรี้ยวกราด”

“เขินพ่อมึงสิ!”

อย่าเล่นพ่อ เดี๋ยวก็ให้พ่อมาขอซะเลย

“ตกลงทำไรนอนดึก?”

“ดูซีรี่ย์...” ไอ้น่านถอนหายใจ มือทึ้งหัวติดไม่สบอารมณ์ “ทำไมกูต้องมาคอยตอบคำถามคนอย่างมึงด้วยวะเนี่ย”

“คนอย่างกูมันทำไมเหรอจ้ะ?”

“กวนตีน...พูดมาก หน้าด้าน น่ารำคาญ ขี้ขโมย ขี้หม้อ ขี้เสือก ตะกละตะกลาม”

โห มาเป็นชุด

“ด่าแล้วยังยิ้ม เป็นโรคจิตเหรอ”

อ้าว กูยิ้มอยู่เหรอ เพิ่งจะรู้ตัวนะเนี้ย

มือปิดปาก บีบกราบให้มันหุบลง แล้วแสร้งตีหน้าตาย “มั่วแล้ว กูยิ้มตอนไหน ขี้มโนเหมือนกันนะเรา”

“ขี้เกียจเถียงกับมึงแล้ว จะไปไหนก็ไป”

ไล่ไปเถอะ ถ้าไม่มีกันแล้วจะเหงา

เก็บขวดน้ำของแถมแล้วเดินจากไป ไม่วายหันกลับไปมองไอ้ตัวขาวรอบที่สิบ ไอ้น่านซึ่งมองอยู่ก่อนแล้วชูนิ้วกลางให้เป็นการตอบโต้ แต่กลับทำหัวใจกูฟูขึ้นอย่างน่าประหลาด

“โอเคครับ พรุ่งนี้เจอกัน”





วันที่ 15



“อะแฮ่ม”

“.........”

“อะแฮ่ม อะแฮ้ม อะแฮ๊มมมม”

“ตีนติดคอเหรอ”

“เปล่าจ่ะ”

“เป็นอะไร? จักรยานคว่ำเหรอ เลยกระทบกระเทือนไปถึงสมอง?”

“ขอบคุณในความเป็นห่วง แต่กูสบายดี” แค่อยากให้เธอเงยหน้าขึ้นมองกันซักหน่อย เห็นเอาแต่ก้มหน้าก้มตาแจกข้าว เดี๋ยวก็หน้ามืดกันพอดี

“หอมเครื่องแกงว่ะ วันนี้เป็นขนมจีนแกงเขียวหวานใช่ไหม”

“เป็นหมาเหรอ ทำไมจมูกดี”

“พอดีที่บ้านขายข้าวแกง เลยได้กลิ่นจนชิน”

“อร่อยไหม?” เลิ่กคิ้วแบบนี้ สนใจเรื่องของกูล่ะซี้

“โคตรๆ อร่อยจนเชฟมิชลินยังต้องร้องขอชีวิต”

“เว่อร์”

“พูดจริ๊ง เดี๋ยวพาไปชิมที่เชียงราย”

“กูไม่ไปหรอก ไกลจะตาย” ไอ้หน้ากากเขียวแพคกล่องข้าวใส่ถุงส่งให้คิวด้านหลังผมอย่างคล่องแคล่ว มันคงเอือมระอาเบื่อจะไล่เลยปล่อยให้ไอ้ข้าวแตกแถวออกมายืนพล่ามในโซนวีไอพี แต่กูกลัวจะดูไม่ดี เลยเนียนเป็นสตาร์ฟคอยหยิบน้ำส่งให้ผู้มาเยือนเป็นระยะ

“แล้วบ้านมึงอยูู่ไหน ไม่ได้เป็นคนเหนือเหรอ”

“มึงเอาอะไรมาพูด? กูคนกรุงเทพ”

“ก็เห็นชื่อน่าน เลยคิดว่ามาจากจังหวัดน่าน”

“ถ้ากูเป็นคนน่าน แล้วทำไมแม่มึงไม่ตั้งชื่อมึงว่า ไอ้เชียงราย”

“มันซ้ำกับคนในซอยไง แม่กูเลยเปลี่ยนใหม่เป็นชื่อ ข้าว อย่างสวยหรู” ยักคิ้วยักไหล่ยักแม่งทุกส่วน เป็นการแสดงความคูลในตัว ไม่ได้เป็นชักกะตุกหรือพากินสันแต่อย่างใด

“แล้วจะยืนดิ้นอยู่ตรงนี้อีกนานไหม กูปวดหัว”

“ไม่ต้องไล่ เดี๋ยวกูกลับมาหาใหม่รอบสอง”

ตอนนี้ขอตัวไปซัดข้าวก่อน



มาแล้วครับ กูกลับมาแล้ว มื้อเดิม แถวเดิม แต่คนแจกข้าวหน้าไม่เดิม ทำผมหุบยิ้มทันพลันตรงข้ามกับไอ้พี่ภูที่ทำหน้าแป้นแล้น

“แดกเหมือนสูบ กระเพาะมึงเป็นหลุมดำเหรอ”

โรงทานไม่มีข้อห้าม หากมีผู้ประสงค์จะกลับมาเอาข้าวเพิ่มอีกรอบ เพียงแต่คนธรรมดาเขาไม่ค่อยอยากเสียเวลาต่อแถวใหม่กันไงครับ ถ้าไม่ได้อดอยากปากแห้งจริง หรือมีจุดประสงค์แอบแฝง

“เอ้า มองๆ”

“...”

“หาข้าวหรือหาใคร”

“หาข้าวดิครับ น่ากินขนาดนี้”

“ตอแหล”

“อ้าว ด่ากูทำไม”

ไอ้พี่ภูหรี่ตาจับผิด ทำผมเสียวสันหลังตงิด สายตาแม่งอย่างกับกล้องอินฟาเรดแสกนทีมองกูออกเสียทะลุปรุโปร่ง “กูใช้ให้ไอ้น่านไปเอาของในครัว”

“เหรอ”

“แต่ไปชั่วโมงแล้ว ยังไงวานมึงไปตามมันที”

“ขี้เกียจว่ะ” ปากบอกแบบนั้น แต่ขานำหน้าไปยังห้องครัวเสียแล้ว หักซ้ายสองครั้ง เลี้ยวขวาอีกที ซิกแซกไปตามระเบียง กว่าจะเจอห้องครัวทางแม่งลึกลับชิบหาย สงสัยกลัวว่าจะมีคนแอบเข้าไปขโมยเสบียง

ตุบ!

“โอ๊ย อะไรวะเนี่ย”

น้ำเสียงที่คุ้นเคย ทำให้ผมรีบสาวเท้ายาวเข้าไปหาคนด้านใน ไอ้น่านคนเดิม เพิ่มเติมคือท่าทีฉุนเฉียว ในสภาพที่นอนแหมะอยู่กับพื้น “มึง.......ทำอะไรอยู่วะ แกล้งตายเหรอ”

“มึงมาได้ไง?”

“พี่ภูให้กูมาตาม บ่นว่ามึงหายหัวไปนาน สงสัยตกส้วมตายห่าไปแล้ว” อันหลังผมแต่งเองเพื่อความบันเทิง

“มึงมั่วแล้ว พี่เขาเพิ่งใช้ให้กูมาเอาของเมื่อกี้เอง”

สรัดภู พี่หลอกผม

เข้าไปช่วยพยุงคนที่ลูบคางป้อยๆ แต่กลับโดนสะบัดตัวออก ทำให้คนเจ็บเสียหลักล้มจ้ำเบ้าอีกครั้ง กูไม่รู้ควรจะสงสารหรือสมน้ำหน้ามึงดี

“ล้างมือก่อน ค่อยมาโดนตัวกู”

อู้หู้ อย่างกับว่ากูต้องล้างมือก่อนกินข้าว ยังไงอย่างงั้น เรื่องมากชิบหาย แต่ถามว่าทำไหม.....

“เจลแอลกอฮอลล์อยู่บนโต๊ะ”

“จ้ะ”

“ไม่ต้องกดเยอะนะ เดี๋ยวของหมด ช่วงนี้ยิ่งขาดตลาด”

“จ้ะๆ” กดเจลพอดีคำออกมาทาถูให้คนสั่งดูชัดๆ จนมันพยักหน้าพอใจอนุญาตให้ผมดึงมือมันลุกขึ้น ไม่ใช่บุพการีกูแท้ๆ แต่ทำไมกูฟังคำสั่งของมึงจังวะ

“แล้วทำไมไปนอนแบบนั้น?”

“กูปีนไปเอาของ แต่เก้าอี้ขาไม่ดี” ไม่ดีจริงครับ ตายในหน้าที่แยกออกเป็นส่วนๆ “มึงอาจจะตัวหนักเกิน”

“กูแค่ดวงไม่ดี”

“แล้วจะเอาอะไร ไหนบอกพี่ข้าว จะได้ปีนไปหยิบให้”

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวกูหยิบเอง มึงแค่ช่วยจับเก้าอี้ให้กูก็พอ”

“เก้าอี้ไม่มั่นคง ไม่อุ่นใจเท่าอ้อมแขนกู ให้กูอุ้มมึงแทนดีไหม” ว่าแล้วก็เบ่งกล้ามอวด แม้ไม่ใหญ่เท่าลูกโลก แต่ขนาดกำลังดีดีต่อใจ ส่วนไอ้น่านส่ายหน้าเป็นพันวัล เป็นหนึ่งในหมื่นที่ปฏิเสธความหวังดีของผมไม่ใยดี

“ไม่เล่น”

“จริงจัง”

“ไปเอาเก้าอี้มา”

“.......ก็ดั้ย”



มือจับเก้าอี้มั่น เงยมองคนด้านบนในมุมสูง ความขาวก็กระแทกลูกกะตาผมอย่างจัง ไอ้น่านใส่กางเกงขาสั้นสายทหารที่ไม่ได้มีแม้แต่ความเซ็กซี่ แต่เสือกเย้ายวนกูด้วยต้นขาอ่อนนวลเนียน

โยกซ้ายก็เอียงซ้าย โยกขวาก็เอียงขวา อย่าทำจมูกฟืดฟาดดิวะ กูตัวเอกของเรื่องนะโว้ย ไม่ใช่คนโรคจิต!

“ขนน้อยเนอะ”

“เชี่ย!”

ไอ้คนที่เหยียบอยู่บนเก้าอี้ดิ้น “ใจเย็นก่อนเว้ย เดี๋ยวก็ร่วงลงมาอีกรอบหรอก”

“มึงส่องเหี้ยไรวะ ไอ้โรคจิต”

“กูหมายถึงขนขา แต่มึงเหอะ หมายถึงขนอะไร” มือจับชายกางเกงแบบนี้แปลว่าไม่ได้ใส่ชั้นในมาใช่ไหม เหมือนไอ้ข้าวเลย “วางใจได้ กูไม่มองขนลับมึงหรอก...”

“...”

“เพราะมองแล้ว แต่มองไม่เห็น”

“ไอ้สรัด!”

เกือบโดนเท้ายันหน้าแต่เอี้ยวตัวหลบทัน ส่งผลให้เก้าอี้โคลงเคลง ไอ้น่านที่อยู่ด้านบนเสียการทรงตัวร้องลั่น ร่วงลงมาใส่แขนผมที่อ้ารับได้ทันท่วงที อื้อหือ กูนึกว่าเทวดาหล่นลงมาจากฟ้า



โครม!



ก้นกระแทกพื้นดังปั่ก แต่ประสาทความเจ็บไม่ทำงาน เพราะโดนประสาทรับรู้กลิ่นกดทับไว้ แม่งเอ๊ย ใช้ครีมอาบน้ำยี่ห้ออะไรวะ หอมชื่นใจยิ่งกว่าเอาน้ำหอมที่บรรดาแฟนเก่ากูใช้มารวมกันเสียอีก

ไอ้น่านดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดผมอย่างน่าเอ็นดู ก่อนจะหมุนตัวเข้ามาประจันหน้าในจังหวะที่แมสเขียวหลุดออก เผยใบหน้าให้ผมเห็นอีกครั้งในระยะประชิด ฉากนี้แม่งพีคมากครับ อย่างกับกูหลุดเข้าไปอยู่ในหนังรักโรแมนติก



“ป...ปล่อยกู!”

ปากอิ่มอ้าพะงาบกับแววตาตื่นตระหนก มีแรงดึงดูดทำให้คนมองต้องมนต์ กับจุดสีน้ำตาลเล็กๆ ที่ผมเพิ่งสังเกตว่ามันเป็นรูปอะไรบนปลายจมูกมนขาว ขาวเหมือนแก้มนวลที่เนียนเสียยิ่งกว่าตูดเด็ก เนียนจนทำกูเคลิ้ม

อารมณ์แม่งได้ ฟีลมา เพลงก็มา มาแม่งให้หมด...

เอ้า...ใกล้เกินกว่าที่จะพูดคำบรรยายออกไ...

โป๊ก...

“จะยื่นหน้ามาเข้ามาซากอะไรวะ!”

ผมร้องโอดโอยแล้วถูหน้าผากอันหล่อเหลา ปล่อยให้ผู้กระทำอุกอาจลุกขึ้นหยิบแมสอันใหม่ในกล่องมาสวม ร้อนรนเหมือนเชื้อโควิดกำลังจะเข้าปอด

“ก็หน้ามึงเนียน เลยอยากรู้ว่าถ้าใกล้กว่านี้จะเห็นรูขุมขนไหม”

“แต่มึงอ่ะหน้าหม้อ!”



ไม่ชอบคนโวยวายนะ แต่สำหรับมึงไม่น่ารำคาญเลยซักนิด



“แล้วได้ของยัง? กูต้องจับเก้าอี้ให้มึงใหม่ไหม?”

ไอ้ตัวขาวชูของในกล่องแทนคำตอบ วิทยุสื่อสารสามเครื่องแลกกับอุบัติเหตุกระจุ๋มกระจิ๋ม งานนี้กำไรไอ้ข้าวเห็นๆ

“ไปได้แล้ว! มาทางไหนก็ไสหัวกลับไปทางนั้นเลย”

“กูไม่ยักรู้นะ ว่ามึงมีไฝ”

“อย่าเฉไฉดิ”



“ไฝน่ารักดี” จิ้มปลายจมูกตัวเองบ่งบอกตำแหน่ง ในระหว่างที่ไอ้หน้ากากเขียวกัดฟันกระฟัดกระเฟียด ตรงข้ามกับผมที่ยิ้มตาเชื่อม หวานยิ่งกว่าบัวลอยน้ำขิง



“ไฝ...รูปหัวใจซะด้วย”

--------------------------------------------------------------------------

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5076
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +189/-19

ออฟไลน์ mab

  • ชื่อ mab ไม่ได้ชื่อ map
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 798
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +72/-0
ไอ้ข้าวเอ็งจะจีบเขาแต่ก็กวนประสาทเขาเหลือเกินนะ เล่นซะน่านมันด่ากลบเกลื่อนเพราะเขิล  :m20:

สนุกมากๆ เลย รอตอนต่อไปนะคะ  :mew1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ lemonyyy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 4
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
กวนทุกครั้งที่เจอหน้า ไม่หวั่นไหวให้มันรู้ไป
 :hao3:

ออนไลน์ P_atist

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 5
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด