สาปสังวาลย์
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: สาปสังวาลย์  (อ่าน 247 ครั้ง)

ออฟไลน์ cingchamp

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 4
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
สาปสังวาลย์
« เมื่อ19-06-2020 12:16:42 »

ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้



1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย, ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้งสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกเล้าฯ ในเรื่องการเมือง เชื้อชาติ  เผ่าพันธุ์  ศาสนา และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงการตั้งชื่อเรื่องด้วยคำหยาบ คำไม่สุภาพ  ล่อแหลม และชี้เป้าให้เล้าฯ ถูกเพ่งเล็ง จากทางราชการ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม

5.ขอให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6. การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมฯทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.เมื่อนิยายจบแล้วให้แก้ไขหัวกระทู้ต่อท้ายว่าจบแล้ว


เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ
การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม


กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0
 
Share This Topic To FaceBook

ออฟไลน์ cingchamp

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 4
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
Re: สาปสังวาลย์
«ตอบ #1 เมื่อ19-06-2020 21:20:30 »

สาปสังวาลย์

กูจะขอแช่งชักหักกระดูก
กูจะผูกดวงมึงให้ตายโหง
แม้ตัวตายกูจะกลายเป็นผีโพง
ไปสาปส่งให้มึงตายวายชีวี



      สองเท้าจารึกอักษรฝากแม่พระธรณี สองมือพนมไหว้พระกาฬไชยศรีที่จะมาพรากเอาชีวิต สองหูจดจำเสียงเเห่งมรณะ สองตาเพ่งมองไปที่ความว่างเปล่าเพื่อจดจำกรุ่นกลิ่นแห่งความอาฆาต !!!
"ชาตินี้มึงฆ่ากู ชาติหน้ากูจะจองเวรมึงตราบจนสิ้นอาตมัน"



ชาตินี้ลูกบุญน้อยด้อยค่านัก
จึงพิทักษ์ชีวีไว้มิได้
ถึงชาติหน้าจะอาฆาตจองเวรไป
ตราบจนสิ้งอสงไขยชั่วกัปกัลป์



หมายเหตุ

  นิยายเรื่องนี้ เคยวางโครงเรื่องไว้ตั้งแต่สมัยเด็กๆ แล้วก็แต่งขึ้นแบบเด็กๆ ทำให้ไร้ความสวยงามของภาษาไป พอเริ่มมีวุฒิภาวะแล้ว จึงได้จับนิยายเรื่องนี้มาปัดฝุ่นเสียใหม่ วางโครงเรื่องให้มันน่าเชื่อถือกว่าเดิม และปูรากฐานให้มันมั่นคงกว่าเดิม โดยหวังว่า นิยายเรื่องนี้จะเปล่งประกายความงดงามของภาษา และอวดโฉมโครงเรื่องที่สลับซับซ้อนให้แก่ผู้อ่านที่มายลนิยายเรื่องนี้

   สิษย์สินธุ์และขวัญฟ้า เป็นตัวละครที่แรกเริ่มในความทรงจำเมื่อจะขีดเขียนร่างโครงเรื่องของนิยายเรื่องนี้ พวกเขามีตัวตนอยู่ในใจของผู้เขียน และหวังว่าผู้อ่านจะยอมเปิดใจให้พวกเขามีตัวตนอยู่ในใจผู้อ่านด้วย

   สุดท้ายนี้  อดิขอแค่คำติชมให้กำลังใจในช่องความคิดเห็น เพียงเท่านั้นก็ขับเคลื่อนความปราถนาที่จะจรดปลายปากกาขีดเขียนนิยายเรื่องนี้ให้เต็มไปด้วยความละเมียดละไมดั่งน้ำชาในช่วงบ่าย



ออฟไลน์ cingchamp

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 4
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
โอม
สตฺการ อคฺนี
บูชาเพลิง
สตฺการ อรฺณว
บูชาห้วงมหรรพ
สตฺการ วายุ
บูชาลม
สตฺการ ปฺฤถิวี
บูชา แผ่นดิน
อภิวนฺท สตฺการ พฺรหฺมา
กราบนอบน้อมบูชาพระผู้สร้าง
อภิวนฺท สตฺการ วิษฺณุ
กราบนอบน้อมบูชาพระผู้รักษา
อภิวนฺท สตฺการ ศิว
กราบนอบน้อมบูชาพระผู้ทำลาย
อภิวาท ศาสตฺราจารฺย
กราบอาจาร์ย
ศิษฺย สตฺการ โอม
ศิษย์ขอบูชา โอม
      กองเพลิงลุกโชติช่วงท่ามกลางความมืดมิด ไอร้อนระอุสาดแสงสว่างไปทั่วปะรำพิธี เสียงบัณเฑาะว์ดังระรัว เคล้ากับเสียงสายลมที่กำลังพัดอย่างรุนแรงขึ้นทุกเสี้ยววินาที
     กรุ้งกริ้ง กรุ้งกรื้ง เสียงกระพรวนที่มัดไว้ที่ข้อเท้าส่งเสียงทันทีที่เคลื่อนไหว เสียงก้าวเท้าเป็นไปตามจังหวะบัณเฑาะว์ ท่วงท่าดูคลับคล้ายเทวรูปศิวนาฎราชของอินเดีย แต่ทว่าการแต่งกายกลับไม่เหมือนภารตะนาฎยัม เพราะมีสังวาลย์เหลืองอำพันเท่านั้นที่อยู่บนร่างกายท่อนบน
     ผ้าไหมสีแดงเลือดนกที่เป็นจีบหน้านางพริ้วไหวตามจังหวะ เหงื่อที่ไหลตามกล้ามเนื้อเมื่อต้องแสงเพลิงทำให้ดูแวววาวดั่งทอง แม้จะคล้ายนางระบำในพระราชวังแต่ศักดิ์กลับเหนือกว่านั้น เพราะเขาเป็นถึงผู้กระทำอารตีตามขนบอารยันโบราณ
   กรุ่นกลิ่นกำยานโชยมาจากกระถางทองเหลือง สิษย์สินธ์ุยังคงก้าวเท้าไปตามจังหวะรอบกองเพลิงแม้เวลาจะผ่านมานานแล้ว หน้าผากของสิษย์สินธุ์ถูกเจิมด้วยผงสีแดงเป็นรูปร่างสามเหลี่ยมยาวเป็นสัญลักษญ์ว่าเป็นศิษย์ของคณาจารย์กลุ่มหนึ่งในตักศิลา
“สิษย์สินธุ์ เจ้าอยู่ไหน สิษย์สิทธ์ุ” เสียงเรียกของผู้มาใหม่ทำให้พิธีอารตีต้องล่มลง  สิษย์สินธุ์วางบัณเฑาะว์ในมือขวาลงกับพานทองเหลืองเก่าแก่ดุนลายหม้อน้ำที่วางอยู่บนตั่งนอกปะรำพิธี ล่มเป็นลาง คำคณาจารย์โบราณเคยสั่งสอนไว้ หลังวางของทุกอย่างเสร็จแล้ว สิษย์สินธ์ุก็หยิบเอาผ้าฝ้ายขาวผืนบางมาคลุมกล้ามเนื้อที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ ผ้าสีขาว เมื่อโดนกับน้ำ ก็ไม่ต่างอะไรกับการไม่คลุม แต่ทว่า ผ้าผืนนี้เป็นผ้าฝ้าย ยังพอคลุมประทังหนาวได้บาง แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงมีรัศมีแม้จะคลุมผ้าแล้ว คือสังวาลย์ทองสลักเหลืองอำพันที่ประดับไว้บนแผงอก สีมันเปรียบดังตะวันที่ทอแสงยามอรุณรุ่ง
“พี่นิล มีอะไรกลับข้าหรือ” สิษย์สินธุ์ถามผู้ที่เข้ามาขับพิธีอย่างกังวล นิลลุบลเป็นคนสานส์ของพระราชวัง มักมาเพื่อนำพระราชดำรัสของพระยุพราชขวัญฟ้ามาบอกแกเขาเสมอ
นิลลุบลเงียบนิ่ง แผงอกสะท้อนลมหายใจทุกชั่วขณะ หน้าก้มมองตฤณชาติที่ขึ้นในพลาญ
"มีอะไรไม่พูดล่ะพี่นิล" สิษย์สินธุ์เอ่ยขึ้นอย่างเร่งรัด เขาไม่สังเกตเห็นอาการผิดปกติของนิลลุบลแต่อย่างใด พระราชดำรัสของสมเด็จพระยุพราชขวัญฟ้าต้องมาก่อนสิ่งอื่นใดเสมอ สิษย์สินธุ์ยอมทำทุกอย่างเพื่อสนองพระเดชพระคุณของสมเด็จพระยุพราชขวัญฟ้า แม้ต้องแลกด้วยชีวิต!!!
"สมเด็จพระยุพราชให้เอ็งไปรอท่านที่ประตูสุรนาท ท่านจะเสด็จประพาสป่า ไปเตรียมตัวให้ไวเข้า" นิลลุบลกล่าวออกมาอย่างยากเย็น พระราชดำรัสที่ฝากมาได้กล่าวออกไปแล้ว ฉะนั้นจึงไม่รอช้า รีบเดินออกจากปะรำพิธีโดยเร็ว
 
ทรงภูษาแย่งยกกระหนกกระหนาบ      ฉลององค์เข้มคาดคดกริช
ห้อยหน้าปักทองกรองดอกชิด              สังวาลวรรณวิจิตรจำรัสเรือง
ทับทรวงพวงเพชรเม็ดแตง                    ทองกรแก้วแดงประดับเนื่อง
ธำมรงค์รจนาค่าเมือง                             อร่ามเรืองเพชรรัตน์ตรัสไตร
ทรงมงกุฎกรรเจียกจรสุวรรณ               วาวแววแก้วกุดั่นดอกไม้ไหว
ห้อยอุบะบุหงามาลัย                              เหน็บกริชฤทธิไกรแล้วไคลคลา

    เมืองพรหมขงนี้ตรีบูร ประตูมีสี่ประตูสี่ทิศในกำแพงเมืองสองชั้นคือชั้นนอกและชั้นกลาง ส่วนกำแพงเมืองชั้นในที่เป็นส่วนพระราชวังนั้นมีเพียงประตูเดียว ประตูสุรนาทอยู่ที่กำแพงชั้นนอก เป็นหนึ่งในสี่ประตูที่เป็นทางผ่านเข้าเมืองพรหมขง
    พรหมขงนี้เป็นเมืองเล็กๆที่อยู่กลางหุบเขาลำเนาไพร เมืองอยู่คั่นกลางระหว่างเมืองพิศณุโลกย์กับเมืองศรีเทพ โดยรอบเมืองเป็นชาวชนเผ่าจำนวนมาก
  เสียงก๊อบแก๊บของฝีเท้าที่เหยียบลงบนใบไม้แห้งที่ร่วงหล่นอยู่ตามทาง สิษย์สินธุ์เเต่งตัวเยี่ยงสามัญชน สมเด็จพระยุพราชขวัญฟ้าใคร่จะเสด็จประพาสป่าจึงให้เขามารอที่ประตูสุรนาท อีกสักครู่คงจะมีขบวนเสด็จมา สิษย์สินธุ์ยืนรออย่างใจจดใจจ่อ สมเด็จพระยุพราชขวัญฟ้าไม่เคยจะประพาสป่ายามค่ำคืนสักครั้ง ครั้งนี้จึงน่าตื่นเต้นเป็นที่สุด สิษย์สินธ์ุรอจนรอบตัวมืดสนิท มีเพียงดวงดาวที่ทอแสงหยอกล้อสังวาลย์ประดับอำพันเหลืองเป็นประกายเพียงแค่นั้น
  พระจันทร์วันนี้ใยซุกซนนัก หลบซ่อนริ้วเมฆาหลอกตาว่าไร้พระจันทร์ แสงสว่างสว่างน้อยราวกับคืนเดือนมืด มิได้ฉายเด่นดังวันเพ็ญที่ควรจะเป็น
ยามเอ๋ยยามนี้                 ปถพีมืดมัวทั่วสถาน
อากาศเย็นเยือกหนาวคราววิกาล             สงัดปานป่าใหญ่ไร้สำเนียง
มีก็แต่เสียงจิ้งหรีดกระกรีดกริ่ง                เรไรหริ่งร้องขรมระงมเสียง
คอกควายวัวรัวเกราะเปาะแปะเพียง         รู้ว่าเสียงเกราะแว่วแผ่วแผ่วเอย.
   ยามมืดนี้ จิ้งหรีดร้องประสานเสียง ความมืดปกคลุมไปทั่ว จันทร์ยังเร้นเมฆาอยู่ดังเดิม แสงดาวก็พากันหลบลี้หนีไปด้วย สิษย์สินธุ์ยังคงรออยู่เช่นเคย พระยุพราชแห่งพรหมขงยังไม่เสด็จมา  สายลมพัดใบไม้ระบัดอยู่ไหวๆ ไร้สรรพสำเนียงนอกจากเสียงจิ้งหรีดในยามนี้ พลันก็มีเสียงสว่างจากตะเกียงไล่ความมืดมิดให้สิ้นไป ชายหนุ่มสูงใหญ่แต่งกายคล้ายชนเผ่าชาวป่าเดินมาที่หน้าประตูสุรนาท สิษย์สินธุ์สะกิดใจบางอย่าง เขาเดินไปหาชายหนุ่มคนนั้นเพื่อถามไถ่ ว่าเขามาที่นี่เพื่ออะไร ทันใดก็มีกลุ่มคบเพลิงกลุ่มใหญ่มุ่งหน้ามาทางนี้
  พลาดเสียแล้ว สิษย์สินธุ์ คิดอยู่ในใจ ชายคนถือตะเกียงนี้เป็นชายชาวมังคล ที่เป็นอริต่อเมืองเขาอยู่ ดาบข้างกายเป็นตัวชี้ชัด ดาบที่ตีลายกังสดาลลงบนตัวดาบเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นดาบที่ตีขึ้นจากสกุลช่างเมืองมังคล ดาบนี้แหละที่ใช้เข่นฆ่าชาวเมืองพรหมขงให้ล้มตายเป็นจำนวนมาก ดาบนี้แหละที่เป็นอาวุธพรากเจ้าเมืององค์ก่อนไปจากนคร
เสียงฝีเท้าจำนวนมากเข้ามาใกล้ แสงสว่างของคบเพลิงส่องปะทะกรอบหน้าสิษย์สินธุ์
"เร็ว ไปจับตัวไอ้กบฎนั้นมาให้ข้า" เสียงดรุณีเร่งรัดให้พวกทหารที่ถือคบเพลิง ให้พรูไปจับสิษย์สิทธุ์ที่ยืนมึนงงกับเหตุการณ์อยู่  ไร้การถามไถ่โดยสิ้นเชิง สิษย์สินธุ์หันไปมองชายชาวมังคลคนนั้น แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-06-2020 21:26:57 โดย cingchamp »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1818
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0
Re: สาปสังวาลย์
«ตอบ #3 เมื่อ19-06-2020 21:25:32 »

 :pig2:
 o13
ติดตามค่ะ ชอบชื่อตัวละครมากค่ะ

ออฟไลน์ darinsaya

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 651
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-1
Re: สาปสังวาลย์
«ตอบ #4 เมื่อ21-06-2020 12:02:05 »

 :mc4: :mc4: ตัวหนังสือติดกันเกินไปตาลายหมด
 
:mew2: :mew2:เค้าอ่านในโทรศัพท์ค่ะ :mew2: :mew2:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5106
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +190/-19
Re: สาปสังวาลย์
«ตอบ #5 เมื่อ21-06-2020 23:51:33 »

 :katai2-1:

ออฟไลน์ psychological

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 261
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-0
Re: สาปสังวาลย์
«ตอบ #6 เมื่อ22-06-2020 10:17:04 »

 :pig4:

ออฟไลน์ cingchamp

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 4
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
Re: สาปสังวาลย์ ตอนที่๒ ประหาร
«ตอบ #7 เมื่อ27-06-2020 13:55:35 »

บทที่๒ ประหาร
“เร็วสิ ไปจับตัวมันไว้”
เสียงดรุณีนางเดิมเร่งรัด แสงคบเพลิงสาดสะท้อนว่าสิษย์สินธุ์เป็นชายที่กำลังถูกจับอยู่อย่างชัดเจน
กลุ่มชายที่มือข้างหนึ่งถือคบเพลิงและอีกมือข้างหนึ่งถือดาบเป็นอาวุธกำลังคุมตัวสิษย์สินธุ์ไปในพระราชวัง


    พระจันทร์บ้าเพิ่งจะออกจากเมฆามาไม่นานมานี้ แสงจันทร์เพ็ญสาดสะท้อนพระราชวังเป็นสีเงินยวง
ยอดปราสาท หรือแม้กระทั้งเจดีย์ประกายแสงอัญมณีอยู่แวววับ

     ใจไม่อยู่กับตัวเลย สิษย์สินธุ์เอ๋ย
   ดาวที่หลบซ่อนก็พากันหยอกล้อกับม่านนภาที่กำลังมืดดำ มองไปก็ไม่เห็นลู่ทาง
 ทั้งสุดหาสุดค้นจนสุดคิด ก็ยังมองไม่เห็นทางรอดจากภัยครั้งนี้เลย
 สิษย์สินธุ์รำพึงในใจ ปัญหาครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก ด้วยคงโดนคดีลอบพบคนนอกรีต โทษคงโบยเจียนตาย
 หลังของเขาคงจะด่างพร้อยไปด้วยรอยหวายจนไม่กล้ากระทำพิธีอารตีได้อีก
        แต่ยังมี ยังมีผู้หนึ่งที่จะช่วยไขปัญหานี้ได้
คนผู้นั้นคือพระยุพราชขวัญฟ้า พระยุพราชขวัญฟ้าทรงช่วยสิษย์สินธุ์ไว้เสมอ
        พรมที่ปูในวังวันนี้ใยกระด้างนัก ตาถูกผูกไว้แต่ครั้งโดนจับยังไม่ได้แก้ออก
ท่อนแขนถูกนำไปมัดกับหลักหลักหนึ่ง หลักนี้เย็นชืดจนเหมือนมีไว้สำหรับปลิดชีพ สิษย์สินธุ์ใจผวา
เขารู้ดีว่ามันคืออะไร มันคือหลักประหาร!!!
     หลักที่ใช้ตรึงนักโทษที่จะประหาร เขาเคยเห็นคนถูกประหารมานักต่อนัก แต่ไม่คิดว่าจะเป็นตัวเองในวันนี้

        ข้าผิดอะไร! ข้าผิดอะไร! ใยถึงต้องประหัตประหารกันทีเดียว สิษย์สินธุ์ละล่ำละลักถามผู้คนรายรอบตัว เขาไม่รู้ว่ามีใครบ้าง เช่นเดียวกันกับที่เขาไม่รู้ว่าเขาผิดอะไร!!!
   “ข้าผิดอะไร ทำไมถึงต้องประหาร”
    เสียงประกาศก้องเรียกหาความยุติธรรมให้แก่ตนเอง เพียงแค่พบชายแปลกหน้า ทำไมถึงประหารทันทีโดยไม่ต้องไต่สวน
 “เอ็งเป็นกบฏไงเล่า”
เสียงเล็กแหลมของดรุณีนางนั้นเอ่ยขึ้นทันที เพื่อไขความคิดให้กับสิษย์สินธุ์
“ข้าไม่ได้เป็นกบฎ”
“แล้วเอ็งไปลอบพบข้าศึกทำไมที่ประตูเมือง”
   สิษย์สินธุ์คิดอยู่ในความมืด ก่อนจะเปล่งเสียงเฉลยความตอบกลับไป
“พระยุพราช พระยุพราชเรียกข้าให้ไป”
“โกหก”เสียงตวาดจากดรุณีนั้นยุติเสียงถกเถียงที่ดังเซ็งเเซ่รอบตัวเขา
 โกหก โกหกอะไร เรื่องที่เขาพูดออกมาเป็นเรื่องจริงทั้งนั้น สักพักดรุณีนางนั้นก็เฉลยทุกอย่างแก่เขา
“องค์พระยุพราชเสด็จไปสักการะเทวรูปพระอิศวรที่เมืองชากังราว ท่านจะมาเรียกมึงได้ที่ไหน”
   เสียงผู้คนดังกันเซ็งแซ่อีกครั้ง โกหกมดเท็จ คำพวกนี้ถูกวิจารณ์ออกมา สิษย์สินธุ์เหมือนจะรู้แล้ว
     กลิ่นใบตองสดใหม่อยู่ตรงหน้าเขา เลือดกบฎจะต้องไม่ตกกับพื้นธรณี ไม่ฉะนั้นบ้านเมืองจะอัปรีย์จัญไร
เอาใบตองรองไว้ให้หมากิน
ตกดินจะอัปรีย์กาลีอยู่
  ก่อนหน้านี้ สิษย์สินธุ์ยังคงหวัง หวังว่าพระยุพราชจะมาช่วยแก้ไขสถานการณ์ได้
 แต่ในตอนนี้ ความหวังกลับกลายเป็นความแค้น แค้นที่เขายังไม่ทำอะไรผิดเลยก็ต้องประหารกันเพียงนี้
   แค้นที่เขาอุตส่าห์มาเมืองนี้เพื่อกระทำอารตีแต่กลับโดนจาบจ้วงเยี่ยงทาส สิษย์สินธุ์แค้นจนน้ำตาไหล
กูจะขอแช่งชักหักกระดูก
กูจะผูกดวงมึงให้ตายโหง
แม้ตัวตายกูจะกลายเป็นผีโพง
ไปสาปส่งให้มึงตายวายชีวี
     สองเท้าจารึกอักษรฝากแม่พระธรณี สองมือพนมไหว้พระกาฬไชยศรีที่จะมาพรากเอาชีวิต
สองหูจดจำเสียงเเห่งมรณะ สองตาเพ่งมองไปที่ความว่างเปล่าเพื่อจดจำกรุ่นกลิ่นแห่งความอาฆาต !!!
เพชฌฆาตเห็นนิ่งไม่ติงตน
ละลานลนเดินเรียงเข้าเคียงพราหมณ์
แล้วเงื้อดาบง่าง้างย่างขยับ
ฟันฉาดฉับเศียรกลิ้งกลางสนาม
  ของเหลวสีแดงกระจายเต็มใบตองสีเขียว
เพียงฟันลงฉับเดียวก็ไร้สิ้นวิญญาณในร่าง เลือดกระชูดอาบร่างสิษย์สินธุ์
ศีรษะถูกนำมาเสียบไม้ประจานอยู่ข้างๆกัน ดวงตาเหลือกปูดโปด
แลบลิ้นออกมาอย่างน่ากลัว ไร้ซึ่งชีวิตที่จะมากระทำอารตีได้อีก
“ลุศักราช  ปีมะเส็ง ศนิวาร
พระธรณีพิโรธหนัก คำรามสนั่นไหว ผืนดินแยกลงลึกจนเห็นห้วงอเวจี
พอตกค่ำ เมืองพรหมขงก็ถูกสูบลงไปสิ้น ข้าทาสร้องหนีตายกันอลหม่าน
ยอดเจดีย์ปลีปราสาทล้วนถูกสูบลงไปสิ้น เหลือแต่กองอิฐเท่าจอมปลวกนั้นแล”

  คุยกับนักเขียน
ต้องขอออกตัวก่อนเลยว่าอดิเป็นนักเขียนใหม่ในเล้าเป็ด(แต่เป็นนักอ่านเก่าค่ะฮ่าๆ) ก็เลยงงๆกับการจัดหน้านิยายนิดนึง ขนาดกว่าจะรู้วิธีต่อนิยายก็งมหาวิธีไปตั้งเสียครึ่งวัน พอดีเห็นคอมเมนท์ว่าอ่านในโทรศัพท์แล้วตัวหนังสือติดกันเป็นพรืด อ่านไม่สะดวก อดิพยายามแก้ให้แล้วนะคะ ไม่ทราบว่าเป็นอย่างไรบ้าง รบกวนบอกด้วยนะคะ พอดีอดิพิมพ์และลงนิยายเรื่องนี้ในคอมค่ะ
ต่อเรื่องกลอนในเรื่อง บางกลอนอดิแต่งเองค่ะ ถ้าบางกลอนไม่ได้แต่จะอธิบายเชิงอรรถไว้ อย่างเช่น เอาใบตองรองไว้ให้หมากิน ตกดินจะอัปรีย์กาลีอยู่ บทนี้มาจากขุนช้างขุนแผนค่ะ ไม่แน่ใจว่าตอนประหารนางวันทองรึเปล่า เดี๋ยวอดิจะตรวจทานให้อีกทีนะคะ แล้วก็บทนี้
เพชฌฆาตเห็นนิ่งไม่ติงตน
ละลานลนเดินเรียงเข้าเคียงพราหมณ์
แล้วเงื้อดาบง่าง้างย่างขยับ
ฟันฉาดฉับเศียรกลิ้งกลางสนาม
มาจากเรื่องลักษณวงศ์ตอนนางยี่สุ่นหึง แต่งอุบายให้ประหารพราหมณ์เกสรค่ะ นอกนั้นก็เป็นบทกลอนที่อดิแต่งขึ้นใหม่หมดเลย
แล้วเจอกันในตอนหน้านะคะ ตอนนี้คงต้องลาละค่ะ สวัสดีค่ะ
[/color]

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1818
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0
Re: สาปสังวาลย์
«ตอบ #8 เมื่อ27-06-2020 17:45:06 »

 :pig4:
 :3123:

ออฟไลน์ darinsaya

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 651
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-1
Re: สาปสังวาลย์
«ตอบ #9 เมื่อ28-06-2020 20:29:15 »

โอเคขึ้นมาแล้ววววค่ะ รอตอนต่อไปนะคะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: สาปสังวาลย์
« ตอบ #9 เมื่อ: 28-06-2020 20:29:15 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด