เล่ห์กลลวง พี่ณุกXซอมพอ ทั้งที่ผิดก็ยังรัก NC 18+
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: เล่ห์กลลวง พี่ณุกXซอมพอ ทั้งที่ผิดก็ยังรัก NC 18+  (อ่าน 3245 ครั้ง)

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 593
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0
สงสารซอมพอ แต่บางที คิดไปคิดมา ณุกนะน่าจะเหมาะกับซอมพอที่สุด

ออฟไลน์ p_phai

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-6

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 156
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-0
ซอมพอ วันที่ผมเจ็บปวดที่สุดที่ต้องเห็นที่ผมรักและผมเคยคิดว่าผมและเขาจะมีวันแบบนี้ด้วยกัน แต่ทะว่าวันนี้กลับไม่ใช่ผม คือคนที่เขาจะสวมแหวนให้
     วันนี้ผมจำใจที่จะต้องตื่นมาแต่เช้าตรู่เพื่อที่จะมาเตรียมตัวเป็นคนถือพานแหวนหมั้นให้กับคู่หมั้นที่สวยและหล่อที่สุดและผมก็แอบได้ยินมาจากคนในงาน  ดูจากรูปที่ตั้งเอาไว้เขาน่าจะถ่ายกันที่ประเทศอังกฤษตอนที่เขาอยู่ด้วยกันที่นั้น  พิธีงานหมั้นถูกจัดขึ้นที่กอล์ฟคลับแห่งหนึ่ง ซึ้งมีห้องจัดเลี้ยงและสำหรับงานหมั้นและงานแต่งงาน
   และงานของตรีญาดาจะเกิดขึ้นในตอนเช้า คือมีเลี้ยงพระเช้า ผมมาถึงก็ถูกพาเข้าไปในห้องแต่งตัวทันที ชุดของผมเป็นสูททันสมัยสีฟ้าอ่อนเข้ากับตัวเล็กๆของผม 

   “น่ารักจังเลยอ่ะน้อง เห็นคุณตรีบอกว่าเป็นคนเหนือเหรอคะ แต่พี่ดูออกค่ะ พี่รู้ ทุกคนรู้ ในที่นี้ก็รู้” พี่คนที่แต่งหน้าให้ผม อันนี้ที่จริงผมบอกไม่เอาแต่พี่เขาขอลงแป้งเบาๆ เพราะว่าต้องถ่ายรูป ผมกก็เลยต้องยอม

   “นี้ จะว่าไปนะ เห็นหน้าคู่หมั้นคุณตรีไหมแก เหมือนคนเหนือเลยอ่ะ ผิวนี้พอพอกับน้องซอมพอเลยแต่จะว่าไป หน้ายังคล้ายๆกันเลย นึกว่าพี่น้องก็ว่าได้ “

   “เป็นพี่น้องกันไหมคะ”พี่คนนั้นก็ถามผม

   “จะบ้าเหรอ เขาเป็นคนภาคกลางคุณว่าที่เจ้าบ่าวนะ  แต่ถ้าจะเหนือก็คงเหนือบ้านแกไปหน่อยละมั้งคะ” พี่คนที่มาทำหน้าที่แต่งหน้า แต่งกายให้ส่วนใหญ่ก็เป็นสาวประเภทสองแต่พี่เขาคุยกันสนุกดี ผมก็เลยคล้ายเครียดไปได้หน่อย

   “พูดถึงก็มาเลยนั้น คนอะไรหล่อไม่บันยะบันยังเลยอะ” ทันทีที่ผมได้ยินพี่เขาพูด ผมก็หันไปมองทางเดียวกับพี่คนที่กำลังเซตผมให้กับผมอยู่ ผมเงยมองคนที่เดินเข้ามาด้วยชุดสูทสีขาว เน็กไท้สีเงินสลับขาว น่าจะเข้ากับชุดไทยสีเงินประยุกต์ของตรีญาดาด้วย

   “คุณตรีเขาเรียกพวกพี่ๆเข้าไปช่วยแต่งตัวหน่อยนะครับเพราะจะได้เวลาถวายอาหารพระแล้วครับ” พี่ณุกบอกพี่ๆทีแต่งตัวให้ผมอยู่ และพี่ๆเขาก็พากันลุกไป ผมก็ทำท่าจะลุกหนีเช่นกัน

   “จะไปไหนละซอมพอ” พี่ณุกเดินมาหาผม ผมเองที่ไม่กล้าจะสู้หน้าเขาเพราะว่าผมกลัวเขาจะทำแบบที่ทำกับผมในห้องน้ำเมื่อวาน และอีกเหตุผมก็คือว่า ว่ามันไปกระตุ๋นความเจ็บปวดในใจผม เพราะว่าผมเคยฝันไว้ ไม่ซิผมพูดกับแม่เนื้อนวลว่าผมจะแต่งงานกับพี่ณุก แม่ยังพูดขำๆเลยว่าแล้วใครจะเป็นเจ้าบ่าวใครจะเป็นเจ้าสาวกัน ผมพูดกับแม่ในตอนที่ความรักของเรายังหวานชื้นอยู่ 

   “หมับ” พี่ณุกเดินมาถึงตัวผมและจับผมหันมาหาเขา เขามองผมด้วยสายตาที่อ่อนโยน อยู่ดีๆผมตรงด้านหน้าผากของผมมันก็หล่นลงมาปกหน้าผากของผมพอดี และพี่ณุกก็ยืนนิ้วมาเพื่อที่จะเขี่ยมันเหมือนที่เคยทำ

   “หมับ”  ผมก็มือไว คว้ามือพี่ณุกเขาไว้ซะก่อน

   “นายชอบให้พี่ทำไม่ใช่เหรอเมื่อก่อนพี่จำได้ “พี่ณุกมองหน้าผมและถามผม

   “ไม่ต้องแล้วครับ ต่อไปนี้ผมจะเขี่ยมันเอง บางอย่างก็แค่เขี่ยมันทิ้งไป มันอาจจะทำให้เราดีขึ้นว่าไหมครับคุณณุก “ ผมพูดกับพี่ณุก  พี่ณุกมองผม สายตาเราประสานกัน ผมไม่รู้ว่าความรู้สึกจะเหมือนกันไหมแต่ตอนนี้ผมโคตรเจ็บที่สุดเท่าที่คนคนหนึ่งจะรู้สึกได้ แค่วันหมั้นผมยังเจ็บได้ถึงเพียงนี้และถ้าวันที่พี่เขาแต่งงานละผมจะยืนอยู่แบบนี้ได้ไหม ผมสังเกตุเห็นพี่ณุกเม้มริมฝีปากเหมือนกับว่าเขากำลังจะ...

   “ซอมพอ!” เสียงพี่ติณณภพเรียกหาผม ทำให้ผมต้องผละออก เรียกว่าดันพี่ณุกออกจะดีกว่าและพยามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา ผมหันไปมองพี่ติณณภพ พี่ติณมองผมและยิ้มให้ผม

   “ดูน่ารักจังครับ ว่าแต่พร้อมหรือยังออกไปใส่บาตรกับพี่” พี่ติณณภพบอกผม ผมพยักหน้าก่อนจะหันมามองพี่ณุก ที่ยืนมองผมและเขาก็เดินแทรกพี่ติณออกไป 

   “ผมดูดีแล้วหรือยังอ่ะพี่ติณ ผมเขินๆ ยังไงก็ไม่รู้” ผมพูดกับพี่ติณ เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกลึกๆที่อยู่ข้างใน

   “หล่อน่ารักที่สุดครับซอมพอ ไปครับ วันนี้พี่ขอพี่เข้มของน้องซอมพอแล้วนะว่าจะขอควงน้องชายออกงานหนึ่งวัน” พี่ติณณภพพูด ผมก็พยักหน้าและพี่ติณก็ยื่นแขนมาให้ผมควงจริงๆ ด้วย ผมนี้ส่ายหัวว่าไม่เอาอ่ะ เขิน

   “เอาน่า นะ “พี่ติณพูด ผมก็เงยหน้ามองจะดีเหรอ

   “สาวๆที่เป็นเพื่อนตรีญาดานี้พากันตาร้อนเลยนะ เพราะว่ามีแต่คนอยากควงแขนพี่...แต่พี่ให้ได้คนเดียว คือซอมพอ” พี่ติณณภพพูดกระซิบที่ข้างหูผม ผมก็ยิ้มให้และก็ควงแขนทันที ผมออกไปก็ไปหาที่นั่ง ตอนนี้ทุกคนก็มานั่งกันหมดแล้ว เหลือแต่ที่นั่งของพระสงฆ์เท่านั้นและที่นั่งคู่หมั้นที่ถูกจัดไว้อย่างสวยงาม ความฝันของผมคือจัดที่บ้านที่อบอุ่นที่สุด จัดงานแบบสไตล์ล้านนา แต่มันคงเป็นแค่ฝัน

   เพราะว่าคนที่ผมฝันเขากำลังเดินออกมาพร้อมกับตรีญาดา  ตรีญาดาเขาดูสวยสง่าที่สุดในชุดไทยประยุกต์สีเงินเข้ากับเน็กไท้ของพี่ณุก เขาเดินควงคู่กันออกมา ทามกลางสายตาญาติพี่น้องของตรีญาดา ผมเหลือบมองไปรอบๆ

   และผมก็พบเจอกับผู้หญิงที่ไปยืนด่าทอผมที่บ้านของผม ผมจำเขาได้ดี คุณนิดา มาด้วยเสื้อผ้าทรงผมแต่คนที่นั่งข้างๆผมไม่เคยเห็นน่าจะเป็นลูกชายอีกคนของคุณนิดา ผมได้แต่นั่งแอบข้างๆพี่ติณ ผมกลัวว่าเขาจะด่าผมอีกแน่ๆ และทุกคนก็จะรู้ ไม่น่ะ ผมต้องไม่เจอเขา ผมจะทำให้งานพี่ณุกมาพังไม่ได้ ทำไมผมไม่คิดถึงตรงนี้ก่อนนะจะได้ปฏิเสธไปว่าไม่ควรมา

   “เป็นอะไรไปครับซอมพอ”

   “คือผมเออ รู้สึกปวดท้อง”

   “ปวดท้องอีกแล้วเหรอครับซอมพอ เป็นมากไหมครับ  “ พี่ติณณภพถามผมด้วยน้ำเสียงที่หวงใย

   “ผมขอเข้าไปนั่งด้านในก่อนได้ไหมครับ ผมว่าอาจจะเป็นเพราะว่าผม ตื่นเต้นเกินไปนะครับพี่ติณ” ผมพูดกับพี่ติณ พี่เขาก็พยักหน้าผมรีบเดินหมุดไปขณะที่ผู้คนเดินถยอยเดินเข้ามาหาที่นั่ง วันนี้แขกเรือไม่มากหนักประมาณ ห้าสิบหกสิบคนเท่านั้น

   “คู่หมั้นคู่นี้เขาสวยหล่อสมกันจริงๆนะเธอ ดูผู้ชายซิ หล่อมาก และลูกสาวคุณนาฏก็สวยซะไม่มี ไม่อยากคิดว่าเวลาทั้งคู่มีลูกจะน่ารักแค่ไหน อิจฉาเลย” ผมได้ยินเสียงผู้คนพูดกันถึงความเหมาะสมของคู่หมั้น ผมหันไปมอง พี่ณุกที่นั่งทำพิธีทางสงฆ์คู่กับตรีญาดา มันช่างเหมาะสมกันเหมือนกิ่งทองใยหยกไม่มีผิดเลย ผมควรจะดีใจได้แล้วซินะ

   ผมเดินออกมายืนอยู่นิ่งๆ และมองพิธีนั้นอยู่ห่างๆ ผมไม่กล้ากลับเข้าไปนั้งอีกจนกระทั้ง มีคนเดินมาสะกิดไหล่ผมเบาๆ ผมหันไปมอง ผมจำเขาได้ดี พี่มาร์ค

   “สวัสดีครับ ซอมพอใช่ไหมครับ”

   “ใช่ครับพี่มาร์ค” ผมบอกเขาผมก็จำชื่อเขาได้

   “ไม่เข้าไปนั่งด้านในเหรอครับ”

   “คือว่าคนเยอะนะครับ ผมแค่.....”

   “รู้สึกอึดอัด หายใจไม่ออก ใช่ไหมครับ “ พี่เขาพูด และขยับมายืนข้างๆผม พี่เขายืนสองมือล้วงกระเป๋ากางเกงแสลคสีเทาเข้ากับสูทสีเทา พี่เขายืนมองคู่รักคู่หมั้นคู่หมายที่เหมาะสมกันทำพิธีอยู่ เขาหันมาเหล่ผมเป็นระยะระยะ

   “ซอมพอวันนี้คุณดูน่ารักมากนะครับ “ พี่มาร์คเขาเอ่ยชมผม ผมก็ยิ้มให้จางๆ  ผมยืนมองจนพิธีสงฆ์เสร็จสิ้นตอนนี้ก็คอืพิธี ถวายภัตราหารแด่พระภิกษุสงฆ์ ผมเห็นคู่หมั้นเขาช่วยกันประเคนแล้วก็อดคิดถึงตัวเองไม่ได้

   “ซอมพอ “ พี่ติณณภพเรียกผมเข้าไป ผมก็ส่ายหัวแต่พี่เขาก็เรียกผมเข้าไปอีก

   “ไปครับ เข้าไปพร้อมพี่ก็ได้ครับ เพราะว่าไอ้คุณณุกมันบอกให้พี่เข้าไปด้วยนะครับ” พี่มาร์คบอกผม ผมก็พยักหน้าและเดินแทรกผู้คนเข้าไปพร้อมกับพี่เขา และเมื่อผมเข้าไปถึงพี่ติณก็หันมาดึงแขนผมเข้าไปใกล้และหันไปหยิบถาดอาหารเพื่อมาถวายพระด้วยกัน ผมกับพี่ติณจับกันคนละฝั้งและนำไปถวายพระ พี่ติณมองผมด้วยสายที่ดูแล้วมันสื่อได้มากมาย ผมก็ยิ้มกลับไปเช่นกัน หลังจากนั้นผมกับพี่ติณก็ถอยหลังมานั้งเพื่อรับศิลรับพรกัน

“เอาละ เดี๋ยวจัดสถานที่เพื่อเข้าสู่พิธีหมั้นเลยนะ” แม่ของพี่ติณหันไปบอกคนที่ทำหน้าที่จัดสถานที่ ระหว่างที่ผมกำลังหันหลังออก พี่ติณก็ดึงแขนผมไว้

“คุณป้าครับ” พี่ติณเรียกป้าของเขา ที่กำลังจะลุกขึ้น หันมาและมองมที่ผม

“นี้ครับ แฟนผมครับคุณป้า”

“นี้เหรอ อุ้ย ตอนแรกก็นึกว่าผู้หญิง น่ารักดีนะ แต่เป็นผู้ชาย”

“เอาเถอะนะคุณ สมัยนี้เขาไม่แบ่งแยกกันแล้วว่าแต่เป็นคนเชียงใหม่เหรอเรา”

“ครับผม” ผมพูดและยกมือไหว้ทั้งสองคน เขาก็ยกมือรับไหว้ผม

“เออ ..ลุงกับป้าไปคุยกับพ่อแม่เราก่อนนะติณ “ป้ากับลุงของพี่ติณพูดและพี่ติณก็ประครองผมให้ลุกขึ้น

“ติณ คุณย่าเรียกนะ” มีคนเรียกพี่ติณ ผมก็พยักหน้าและก็จะเดินออกจริงๆแล้วแต่ก็ต้องมาสะดุด หยุดที่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนขวางผมอยู่  คุณนิดา  ผมตกใจอย่างมากและคุณนิดาก็ตกใจไม่ต่างจากผมเช่นกัน ผมก็คิดน่ะว่าเขาอาจจะจำผมไม่ได้ผมรีบก้มหน้า

“เดี๋ยว! นี้ เราใช่ ซอมพอลูกยายเนื้อนวลหรือเปล่า” เขาเรียกผมไว้ด้วยเสียงที่ค้อนข้างดัง มันทำให้ผมต้องหยุดชะงัก ผมหันไปมองเขา

“แกมันลูกนางเนื้อนวลนี้  ใช่แกจริงๆด้วย นี้แกมาทำอะไรที่นี้ ใครเชิญมาหะ “ คุณนิดาเดินเข้ามาชี้หน้าผม

“หรือว่าแกรู้ข่าวว่าลูกฉันหมั้นหมายกับสาวสวยเลยจะมาแสดงตัวงันหรือ ทำไมลูกฉันทิ้งแกไปแล้วไม่ใช่หรือไง” คุณนิดาก็แผดเสียงดังทำให้คนที่อยู่ในงานแม้จะไม่เยอะก็หันมามองผมด้วยอาการตกใจแพ้กับผมตอนนี้เช่นกัน ผมตกใจจนทำอะไรไม่ถูก 

“ลูกชายฉันไม่เอาแก แกยังจะหน้าด้านตามมาถึงที่นี้อีกเหรอ ไม่มียางอายเอาซะเลยนะ ไอ้เด็กใจแตก”

“ผมไม่ได้ตามมา” ผมเงยหน้าพูด น้ำตาผมเริ่มจะไหล่

“อะไรกันนะ แม่นิดา” แม่ของพี่ติณเดินเข้ามาทันที่

“ก็อีกเด็กใจแตกนี้ซิค่ะ มันแอบชอบตาณุก  มันใจง่าย แต่ลูกณุกนะไม่ได้ชอบมัน มันก็ตามราวีไม่เลิกค่ะ คุณนาฏ ไล่มันออกไปจากงานเลยนะคะ “  เสียงด่าท่อผมดังลั้นไปทั่ว และรอบกายผมก็มีคนล้อมรอบ ทำให้ผมไม่รู้จะวิ่งหนีออกไปทางไหน คุณนิดาก็เอาแต่ด่าๆ ผมอยู่อย่างนั้น ตอนนี้ผมถึงรู้สึกได้ว่าผมอยากวิ่งกลับไปหาพ่อแม่และพี่น่านเหลือเกิน
*********************************************************************************
ฝากไว้อีกเรื่องค่ะ ซอมพอXพี่ณุก พระเอกเรื่องนี้อาจจะขัดตาขัดใจไปหน่อยนะคะ   :katai1: :katai1:
รักคนอ่านค่ะ


ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
บรรยากาศเริ่มมาคุ

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 156
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-0
ซอมพอ

    หลังจากที่ผมโดนคุณนิดาด่าอย่างเกรี้ยวกราด ผมนี้แถบจะวิ่งออกไปเลยก็ว่าได้แต่โชคดีที่พี่ณุกซิเข้ามาลากแม่ของเขาออกไปซะก่อน และแม่พี่ติณก็เข้ามาปลอบใจผม รวมทั้งบรรดาป้าของพี่ติณ พี่ติณณภพที่มองผมด้วยตาที่บ่งบอกว่ามีคำถามมากมายแต่สุดท้ายเขาก็กลับเข้ามาบอกว่าเขาจำคนผิด ผมว่าพี่ณุกคงคุยอะไรกับแม่เขาแน่ๆ  และพี่ติณก็ยืนกุมมือผมไว้ตลอดจน ตอนนี้เขาจัดสถานที่เพื่อให้ญาติผู้ใหญ่และพ่อแม่คู่หมั้นเข้าไปนั่งล้อมรอบ  ผมเห็นสีหน้าและแววตาคุณนิดาที่มองมาที่ผมยิ้มแหยะให้ผมและหันไปส่งยิ้มให้พ่อแม่และป้าของพี่ติณณถภพ

   “ซอมพอ พานแหวนหมั้นครับ” พี่ติณณภพส่งพานมาให้ผม พานที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามและมีแหวนสองวงวางอยู่ตรงกลาง ผมก็รับมาถือ ผมก้มลงมองแหวนคู่นั้นแม้ว่าวงของฝ่ายชายจะไม่ใช่วงที่ผมทำให้แต่มันก็สวยมาก ผมควรจะนั่งรอสวมมันแทนที่จะมาถือพานแบบนี้ใช่ไหม

   “ซอมพอ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” พี่ติณณภพถามผม ผมส่ายหน้าและก็เดินถือพานเข้าไปด้านใน ผมนั่งลงด้านข้างไม่ไกล้ไม่ไกลจากคู่หมั้น ที่นั่งหันหน้าเข้ากัน และมีคนรอถ่ายรูปมากมาย พี่ณุกหันมามองผม ผมก็ได้แต่หันหน้าหนีไปทางอื่น ผมไม่รู้ว่าพิธีเขาทำอะไรบ้างจนกระทั้ง

   “ซอมพอเข้าไปด้านในซิลูก พี่ณุกกับตรีเขารอแหวนอยู่”เขารอแหวนอยู่ ป้าของตรีญาดาสะกิดบอกผม ผมก็ค่อยๆคลานเข่าเข้าไปจนกระทั้งได้นั้งอยุ่ด้านข้างพี่ณุก ผมเงยน้าเจอสายตาคุณนิดาที่มองผมพร้อมกับเบ้ปากให้ผม ผมก็ส่งพานให้พี่ณุก เขาก็เอื้อมมือมารับพานไปวางตรงกลางระหว่างพี่ณุกและตรีญาดา ตรีญาดาส่งยิ้มหวานมาให้ผม  พร้อมกับพูดให้ผมอ่านปากว่า ขอบคุณค่ะ ผมก็ยิ้มกลับและผมก็ถอยกลับออกมา

   และพิธีการก็เริ่มขึ้น ผมนั่งมองด้วยหัวใจที่ปวดร้าวเหลือเกิน พี่ณุกกำลังสวมแหวนหมั้นใส่ไว้ที่นิ้วของตรีญาดาและตรีญาดาก็สวมแหวนหมั้นให้พี่ณุก มือไม้ผมสั่นไปหมด ผมต้องลุกขึ้นและเดินแทรกออกมาด้านนอกแทน พี่ติณต้องทำหน้าที่หลายอย่างเลยไม่ทันเห็นผมเช่นกัน

      “ฮึกๆ” ผมออกมายืนด้านหลัง น้ำตามันกลั้นไว้ไม่ได้จริงๆ  ทั้งที่ผมพยายามฝืนแล้ว จนกระทั้ง มีมือมาสะกิดไหล่ผมเบาๆ ผมหันไปมอง ก็เห็นผ้าเช็ดหน้าใครบางคน สีกรมท่า ส่งมาให้ผม ผมหันไปมอง คนคนนั้นก็คือพี่มาร์ค

      “พี่เข้าใจความรู้สึกซอมพอดีครับ ที่ต้องทนเห็นคนที่ตัวเองรัก เขาไปมีความสุขกับคนที่เขารัก....ได้จริง” พี่มาร์คพูด ก็มองว่าทำไมเขาพูดไทยได้ชัดเจนแบบนี้

      “ณุกมันให้พี่ไปเรียนภาษาไทยครับ แต่บางคำก็ไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่ “ พี่มาร์คพูดแบบขำขำแต่ผมนะขำไม่ออก ผมรับผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นมาซับน้ำตา

      “ความรู้สึกนี้มันแย่มากนะ ว่าไหมครับ “ พี่มาร์คพูด ผมก็หันไปมองเขาแบบไม่เข้าใจ

      “พี่รู้ทุกอย่างระหว่างซอมพอกับณุก” พี่มาร์คพูด ผมก็ต้องตกใจผมหันมามองเขาแบบเต็มๆ

      “พี่ไม่พูดหรอกครับ เพราะว่าคนที่เจ็บปวดมันมีหลายคน ไอ้ณุกก็เพื่อนรักคนเดียวของพี่ และตรีญาดาก็เป็นผู้หญิงที่แสนดี และอีกคนก็ซอมพอ ที่ดันซวยเข้ามาเอี้ยวกับมันอีก “ พี่มาร์คพูด ผมก็มองหน้าพี่เขา

      “ต่อให้หายไปหลายปีแล้วก็ตาม มันก็ยังมีความรู้สึกอยู่..ถูกไหมครับ” พี่มาร์คพูดและหันมาเหล่มองผมก่อนจะหันหน้ากลับ

      “แต่เขาก็ใจร้ายกับผมเหลือเกิน ที่ปล่อยให้ผมไว้แบบนั้น มันค้างคา ถ้ามันจบไปตั้งแต่ตอนนั้นผมอาจจะไม่รูสึกอะไรแบบนี้ก็ได้มั้งครับพี่มาร์ค” ผมพูดและค่อยๆปาดน้ำตาที่ไหลลงมา

      “เมื่อสองปีก่อนพี่กับณุกไปเชียงใหม่นะ” พี่มาร์คพูด ผมสะบัดหน้ามามอง

      “พี่อยากไปเที่ยวเชียงใหม่ ณุกมันก็อาสาพาพี่ไปและนั้นณุกมันก็พาพี่ไปดู รีสอร์ทของพ่อแม่ซอมพอ เพราะว่ามันอยากเจอซอมพอนะ แต่ซอมพอไม่อยู่ ไม่มีใครอยู่ นอกจากพี่ชายซอมพอ”

      “วันนั้นณุกมันก็เกือบโดยพี่ชายเราต่อยนะแต่มีคนมาห้ามไว้ และพี่ชายซอมพอก็ประกาศว่าถ้าไอ้ณุกมันไปอีกเขาจะเล่นไอ้ณุกมันและอาจจะหนักกว่าตอนที่มันบอกกับพี่ว่ามันโดนต่อยเพราะเราแน่ๆ” พี่มาร์คบอกผม ผมก็ตกใจเพราะว่าผมไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนเลย เมื่อสองปีก่อนเหรอ นึกไม่ออกจริงๆ ว่าไปไหน คงจะไปกับแม่เนื้อนวลแน่ๆ

      ตืดดด มือถือพี่มาร์คสั่นและพี่เขาก็หยิบขึ้นมาดู ก่อนจะหยัดมันลงไปในกางเกงแสล็คเข้ากับสูทสีเทาพร้อมเน็คไท้เข้ากันกับชุดพี่ณุก ซึ้งเป็นคู่หมั้น

      “พี่เข้าไปก่อนนะครับ พิธีหมั้นเสร็จแล้วครับ แต่ถ้าซอมพอไม่พร้อมจะเข้าไปพี่ว่ายืนอยู่ตรงนี้สักพักจะดีกว่า จะได้ไม่ต้องปวดใจซ้ำแล้วซ้ำเร้า”

      “พี่เข้าใจดีเพราะว่ามันเป็นภาพที่บาดตาบาดใจแค่ไหน” พี่มาร์คพูดและเดินออกไป ผมก็ยืนถือผ้าเช็ดหน้าที่เขาส่งมาให้ผมซับน้ำตาให้แห้งก่อนจะเดินกลับเข้าไปเหมือนกัน
***********************************************************************************************************
      ณุก
       ผมนั่งทนให้พิธีการนี้จบสิ้นอย่างทุกข์ทรมาร แต่ถ้าไม่มีซอมพออยู่ตรงนี้ผมก็คงไม่คิดอะไรแต่นี้เขาเห็นทุกอย่างพร้อมกับเป็นคนถือพานมาแหวนมาให้ผมอีกด้วย ผมละนับถือใจเขาเลยซอมพอ แต่สายที่เขามองผมก็รับรู้ได้ว่าเจ็บปวดแค่ไหน 

      “พี่ณุกค่ะ ถ่ายรูปอีกก่อนไหมค่ะ” ตรีญาดาบอกผมขณะที่ผมกำลัวหันไปมองแต่ก็หาซอมพอไม่เจอแล้ว และตรีญาดาก็มาสั่งให้ผมอยู่ตรงนี้เพื่อถ่ายถาพกับบรรดาญาติโกโหติกาที่มารอถ่ายรูป และมีพนักงานที่อาวุโสไม่กี่คนที่มาร่วมงานก็ตาม  ผมหันมามองตรีญาดา เขาก็ดูรู้ว่าผมไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว

      “พี่เหนื่อย พี่ตื่นมาแต่เช้าเลยนะตรี เรียกได้ว่ายังไม่ได้นอนเลยก็ว่าได้เพราะว่างานพี่ก็เยอะ งีบหลับไปได้แค่ชั่วโมงเดียวเองนะคะตรี” ผมหันมาพูดกับตรีญาดา ผมอยากจะขึ้นเสียงใสเพราะว่าถ้าตรีญาดารอ้งห่มร้องไห้ขึ้นมาก็จะยิ่งแย่เข้าไปอีก

      “และพี่ก็จะขอคุยกับแม่พี่ก่อนได้ไหมคะ” พอดีผมเห็นแม่ของผมเดินออกไปหาไอ้รุทน้องชายของผม ผมรีบเดินออกมาหาแม่นิดาทันที

      “แม่ครับ” ผมเรียกแม่ผมไว้

      “อ้าวณุก ออกมาทำไม ถ่ายรูปซิเรา”  และทำท่าจะดันผมให้กลับเข้าไป

      “แม่จะไปไหนอ่ะครับ”

      “แม่ว่าจะกลับแล้ว ไม่มีอะไรแล้วนิ นอกจาก กินเลี้ยง บุปเฟ่ ทำไมถึงไม่จัดเลี้ยงโต๊ะจีนหรือให้ห้องอาหารหรูๆมาลงก็ไม่รู้นะณุก..ทำเหมือนคนไม่มีเงิน” แม่นิดาพูดบ่นกับผม

      “ผมกับตรีต้องการแค่นี้แม่ มันจะได้เสร็จไวหน่อย “ผมพูดกับแม่นิดา

      “แม่จะกลับไปบ้านเลยใช่ไหมครับ” ผมถามแม่นิดา

      “ก็คงต้องอย่างนั้นแหละณุก ไหนจะต้องไปดูแลพ่อเราอีกละ” แม่นิดาบอกผม ผมก็พยักหน้า

      “ก็ดีนะแม่ ไม่มีอะไรแล้ว ผมเองก็อยากจะกลับแย่แล้วแม่” ผมบอกแม่นิดา  แต่ผมก็แอบเสียดายที่พ่อผมมาไม่ได้อยู่ดี

      “อะไรกันณุก นี้อย่าทำให้หนูตรีเขาไม่สบายใจไม่ได้นะณุกนะ “ แม่นิดาพูด ผมหันมามอง ผมก้ยพยักหน้าว่าไม่หรอก

      “ก็ดีนะ  ตอนนี้ ไหนบอกว่าจะเขียนเช็คให้แม่ก่อนไงละณุก” แม่พูดและทวงเงินผม ผมหันไปมองไอ้น้องชายที่มันยิ้มแต่มันก็รีบหดหัวทันที

      “เดี๋ยวผมมานะแม่ผมไปหาไอ้เลขาผมก่อน” ผมบอกแม่และก็กดมือถือส่งข้อความหาไอ้มาร์คว่ามัน”อยู่ทีไหนให้ไปเอาสมุดเช็คและเขียนมาให้ผมหน่อย สิบล้านบาท ให้แม่นิดา”  ไอ้มาร์คนี้คือเพื่อนซี้ พนักงานดีเด่นและเป็นเลขาผมที่รู้ใจผมมาก  ผมก็มองไปรอบๆและเห็นตรีญาดากำลังยกมือไหว้บรรดาแขกคนสำคัญและผมก็เดินแทรกตัวออกไป เพื่อหาไอ้เลขาตัวดีของผมด้วย มันอยู่ไหนของมัน และสิ่งที่ผมเห็นคือ มันยืนอยู่กับซอมพอ มันคงได้รับข้อความของผมแล้วซินะ มันเดินกลับเข้ามาด้านใน

      “สมุดเช็คอยู่ในรถครับ..บอส” ไอ้มาร์คบอกผม ผมพยักหน้า

      “เขียนมาให้หน่อยสิบล้านบาท เขียนให้แม่กู แม่จะได้กลับและกูจะได้ไม่ต้องระแวงว่าแม่กูจะไปด่าซอมพอ” ผมบอกไอ้มาร์ค มันก็พยักหน้าก่อนจะเดินออกไป

      “พี่ณุกค่ะ” ตรีญาดาเดินมาตามผมอีกแล้ว

      “พี่ขอทำธุระให้คุณแม่พี่ก่อนได้ไหมคะตรี” ผมพูดโดยไมได้หันหลังไปมองตรีญาดา ผมไม่ชอบคนจู่จี้จุกจิกกับผมมาก  และซอมพอก็เดินเข้ามาพอดี

      “ซอมพอ พี่ติณเรียกหาอยู่นะ พี่ติณว่าจะแนะนำซอมพอกับคุณป้าทุกคนและจะบอกว่าซอมพอคือแฟนของพี่ติณ “ ตรีญาดาพูด ผมหันไปมองซอมพอ ดูเขาเศร้าจนผมนี้ปวดใจ ถ้าไม่ติดตรีญาดาผมจะเข้าไปกอดเขาในทันที

      “ครับตรี ผมจะเข้าไปเดี๋ยวนี้” ซอมพอพูด น้ำเสียงที่ดูเศร้ามากแค่ไหน ผมก็ยิ้งอยากจะเข้าไปกอดซะเหลือเกินแต่ผมก็ทำได้แค่มอง

      “ตรีก็เข้าไปกับซอมพอก่อนนะครับ พี่ขอให้มาร์คทำธุระให้พี่ก่อนพี่จะเข้าไปค่ะ” ผมพูดกับตรีญาดา ตรีญาดาก็พยักหน้าก่อนจะพาซอมพอเข้าไปด้านใน ไอ้มาร์คมันก็เดินกลับมาพร้อมกับเช็คที่เขียนมาเรียบร้อยแล้วมันรู้ว่าผมจะจ่ายให้ใคร ชื่อนี้มันก็เขียนจนหลับตาเขียนได้อยู่แล้ว

      “เอาเข้าไปให้แม่กูหน่อยมาร์ค” ผมพูด

      “มีบุหรีไหม ขอกูมวนหนึ่ง” ผมบอกมันพร้อมกับแบมือ ไอ้มาร์คมองหน้าผม

      “บุหรี!” ผมถามไอ้มาร์ค ผมจะสูบเมื่อผมเครียดมากๆ

      “ทำลายปอดนะครับบอส”

      “เอามา!”ผมขึ้นเสียงและไอ้มาร์คมันก็หยิบขึ้นมาจากกล่องสุดหรุพร้อมกับส่งมาให้ผมคาบไว้และหยิบไฟแช็คขึ้นมาติดปลายบุหรีให้ผม

         ผมก็เดินออกไปยังที่มันออกไปคุยกับซอมพอ ผมยืนสูดและพ่นควันบุหรีเข้าออก ไม่นานไอ้มาร์คมันก็กลับออกมาหาผม และมันก็ยืนข้างๆผม มันรู้ดีว่าผมรู้สึกยังไงตอนนี้

         “กูเห็นมึงออกมาคุยกับซอมพอ มีอะไร”ผมถามไอ้มาร์ค ไปด้วยพ่นควันบุหรีไปด้วย  ผมยืนเอามือประสานกันที่ตรงกำแพงกันมองลงไปเห็นสนามกอล์ฟ

         “ไอเอาผ้าเช็ดหน้าให้เขาวะ ไอเห็นเขาร้องไห้ “ ไอ้มาร์คมันพูด ทำให้ผมรู้สึกปวดใจขึ้นมาทันที ก็ยิ่งอัดบุหรีเข้าไปอีก

         “ไอว่า อันที่จริง ไม่น่าจะเชิญเขามาเลย ต่อให้ห่างกันไปสิบปี แต่ถ้าเขายังไม่ลืมมันก็ยิ่งไปตอกย้ำความเจ็บที่มีให้เจ็บมากขึ้น “ ไอ้มาร์คพูด มันมองไปที่สนามกอล์ฟ

         “ไอก็ไม่อยากเชิญเขามาแต่ เขาดันไปเป็นแฟนไอ้ติณซึ่งเป็นพี่ชายตรีญาดา ยังไงเขาก็ต้องมา” ผมพูด ไอ้มาร์คมันหันมามองหน้าผม

“         “กูไม่รู้ว่าเต็มใจอยากจะเป็นแฟนไอ้ติณจริงๆไหม แต่ที่กูดูกูรู้ว่า..”

         “เขายังรักกูอยู่ และกูก็ยังรักเขาอยู่ “

         “ไม่ซิ ไม่เคยเลิกรักวะด้วยซ้ำ แต่..กูมีความจำเป็นวะมาร์ค กูบอกไม่ได้”ผมพูดและหันมามองหน้าไอ้มาร์ค ที่ดูแล้วมันก็คงหนักใจเหมือนกัน กับสิ่งที่ผมกับตรีญาดา ผมยอมว่าเธอแค่มาเป็นเครื่องมือให้กับผมเท่านั้น

         “แต่ตรีเขาไม่ควรจะ”ไอ้มาร์คกำลังจะพูด

         “กูรู้แต่กูจำเป็นวะ และกูรู้ว่ามึงก็ไม่พ่อใจที่กูทำแบบนี้กับตรี เพราะว่า..” ผมพูดและไอ้มาร์คมันก็มองหน้าผมก่อนจะหันไปทางอื่น

         “ เพราะว่า ..มึงรักตรี “ ผมพูด ไอ้มาร์คมันสะบัดหน้ามามองผม

         “กูดูออกว่ามึงคิดยังไงกับตรี” ผมพูดและมองหน้ามัน

         “ไอคิดยังไงกับตรีมันไม่เท่ากับตรีรักยูหรอกนะ “ ไอ้มาร์คมันพูดนิ่งๆ

         “กูถึงให้มึงดูแลตรี พาตรีไปไหนต่อไหน แทนกูไง”

         “แต่หัวใจไม่มีใครแทนได้ บางทีนั้นนะคือการฆ่าไอชัดๆวะ “ ไอ้มาร์คพูด ผมก็พ่นควันอีกทีก็หมดแล้วบุหรีผม ผมหันไป

         “พอแล้ว ...ต้องเข้าไปถ่ายรูปอีก ตรีคงรอยูแย่แล้ว อย่าทำให้มันแย่ไปกว่านี้เลย ยู” ไอ้มาร์คมันพูด ผมก็หันไปโยนก้นบุหรีทิ้งในถังที่เอาไว้ทิ้งบุหรี

         “ขอกระดาษกับปากกาหน่อยดิ”ผมหันไปถามไอ้มาร์ค มาร์คมันต้องพกสมุดเล่มเล็กไว้จดงานแทนผมตลอด และมาร์คมันก็ส่งมาให้ผม ผมก็เขียนบางอย่างใส่ไว้ในกระดาษนั้นและพับ ผมส่งให้มาร์ค

         “ให้ซอมพอที “

         “What’s for ?”ไอ้มาร์คมันถามผม

      “ในฐานะที่มึงเพื่อนคนเดียวของกู มาร์ค กูขอวะ” ผมพูดก่อนจะจัดแต่งเสื้อสูทให้เข้าที่และผมก็เหลือบมองเวลาตั้งแต่หมั้นมาตอนนี้ก็ปาเข้าไปบ่ายสามโมงแล้วทำไมยังไม่เลิกอีก ผมจำเป็นต้องเดินกลับเข้าไปในงานทำหน้าที่คู่หมั้นอีกครั้ง ตรีญาดาที่ยืนถ่ายรูปซอมพอกับติณณภพ ก็หันมามองผม

      “พี่ณุกมาถ่ายรูปคู่กับพี่ติณและซอมพอเร็ว” ตรีญาดาเรียกผม  ผมก็เดินเข้าไปถ่ายตรงซุมที่เพื่อนๆของตรีญาดาที่อยู่ที่ไทยจัดให้ แต่ละคนผมไม่ค่อยรู้จักซักเท่าไหร่
***************************************************************************************
ฝากไว้อีกตอนค่ะ  o13 :n1:

ออฟไลน์ psychological

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 304
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-0
รักคนแต่ง :กอด1: เป็นกำลังใจให้ครับ :3123: :3123: :3123:

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 593
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0
 :o12: สงสารซอมพอ ทะเลาะกับพี่น่านและยังมาเจอไอ้พี่ณุกอีก

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 156
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-0
ซอมพอ X พี่ณุก

             

             ผมได้แต่ยืนมองทั้งคู่ในวันพิเศษที่สุดและคอยหันมามองแม่พี่ณุกด้วยเช่นกันแบบหวาดระแวง ผมก็กลัวเขาจะเข้ามาด่าทออะไรผมอีกทั้งที่เรื่องมันก็ผ่านมา9ปีแล้ว และยังมาเรียกผมว่าไอ้เด็กใจแตก เหมือนเมื่อเก้าปีที่แล้วอีก ใช่ผมยอมรับว่าเมื่อก่อนผมเหมือนเด็กใจแตกที่มีแฟนหนุ่มตั้งแต่ อยู่มัธยมต้นปีที่ 2 และแฟนผมก็อยู่มัธยมปีที 6 นั้นคือพี่ณุก 

 

            “ซอมพอ” พี่ติณเดินมาเรียกผม ผมกำลังยืนดูแขกที่มาในงาน ส่วนใหญ่ก็เป็นญาติพี่น้องของพี่ติณและตรีญาดาทั้งนั้น ผมก็ไม่รู้จักใครเลย พี่ที่ทำงานก็ไม่ได้ถูกเชิญมา เขาบอกว่างานวันหมั้นเขาเชิญแค่ญาติที่สนิทอย่างเดียว ทุกคนจะถูกเชิญมาในงานวันแต่งงานที่เกิดขึ้นในอีก 6 สัปดาห์ ผมได้ยินมาว่าตรีญาดาจะไปถ่าย พรีเวดดิ้งอีกสองอาทิตย์ที่ไหนสักแห่งผมก็ไม่ทราบ

 

            “พี่ขอโทษนะครับซอมพอ พี่” พี่ติณทำสีหน้าว่าพี่เขารู้สึกผิดที่ปล่อยผมอยู่คนเดียวเพราะว่าผมแทบจะไม่รู้จักใคเลยในงานนอกจากครอบครัวพี่ติณ

 

            “พี่ขอโทษผมทำไมครับ วันนี้เป็นงานของน้องสาวพี่ พี่ก็ต้องยุ่งเป็นธรรมดาครับ ผมโอเคครับพี่ติณ” ผมบกพี่ติณณภพที่ยืนทำหน้าเหมือนเขารู้สึกผิดที่ต้องคอยไปวิ่งเข้าวิ่งออก เพราะว่าญาติทางฝ่ายพ่อแม่พี่เขาเยอะจริงๆ นี้แค่งานหมั้นเล็ก ไม่ได้เชิญใครยังมากันเยอะแบบนี้ ถ้างานแต่งละ ที่เขาต้องเชิญทั้งญาติและเพื่อนๆ และก็ลูกค้าที่ติดต่อกับบริษัทและพนักงานอีกละ ผมไม่อยากจะคิดว่าจะใหญ่โตแค่ไหนกัน

 

            “ติณ..ไปคุยกับคุณธรรณธรก่อนซิลูกเขาเป็นเพื่อนพ่อเรานะ เขามีธุระจะคุยกับลูก” แม่ของพี่ติณเดินมาหาพี่ติณ 

 

            “ซอมพอแม่ขอตัวพี่ติณแป๊ปหนึ่งนะลูก”แม่พี่ติณบอกผม ผมพยักหน้า พี่ติณก็หันมามองผมและก็ต้องเดินกลับเข้าไป  แม่พี่ติณก็ส่งยิ้มให้ผม

 

            “ซอมพอโอเคไหมลูก เออ แม่ว่านี้ไปนั่งแถวคุณป้าของติณซิลูกจะได้คุยกัน เพราะเรานะแฟนติณเขา” แม่ของพี่ติณบอกผม

 

            “นาฏ เพื่อนคุณนะ เขารอคุณอยู่ เห็นว่าจะกลับแล้วนะคุณ” พ่อของพี่ติณก็เข้ามาบอกแม่พี่ติณ แม่พี่ติณก็ส่งยิ้มมาให้ผมก่อนจะเดินตามพ่อของพี่ติณออกไป ผมก็ถอยออกมา ผมว่าผมควรจะกลับได้แล้วมั้ง ดูแล้วก็ไม่มีอะไรแล้วนิ 

 

            “หมับ” มีคนมาจับไหล่ผม ผมหันไปเป็นพี่มาร์คนั้นเอง  วันนี้พี่มาร์คอยู่กันผมกับแม่ของพี่ณุกตลอดงานเลย จนกระทั้งแม่ของพี่ณุกไปแล้ว เพราะว่าผมไม่เห็นเขาในงานแล้วนะตอนนี้  ผมรู้สึกว่ามีบางสิ่งถูกหยัดเข้าในกระเป๋าเสื้อสูทของผม และพี่มาร์คก็เดินออกไป แทรกผู้คนที่เข้ามรอถ่ายรูปกัน   ผมหยิบกระดาษนั้นออกมาคลี่ดู

 

            “พี่ขอคุยธุระด้วยได้ไหมครับ รอพี่ด้านนอกนะครับ 

                                                                        พี่มาร์ค” 


            ผมได้อ่านข้อความของที่อยู่ในกระดาษ ผมก็หันไปหาพี่มาร์คแต่ผมไม่เห็นพี่เขาแล้ว หายไปไหนนะ และข้างนอกนั้น คงเป็นที่ผมออกไปยืนแอบร้องไห้นั้นแน่ๆ ผมก็ชะเง้อมองหาพี่ติณ เขายังคงคุยธุระอยู่ และพี่ณุกก็อยู่ใกล้ๆกับตรีญาดา  ผมเลยเลือกที่จะเดินออกมาตามลำพัง พี่มาร์คมีอะไรจะคุยกับผมนะ แต่ดูแล้วคงเป็นธุระแน่ๆ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นหรอก  ผมอกมายืนที่ตรงระเบียงที่สามารถมองไปเห็นสนามกอล์ฟที่กว้างใหญ่ ตรงส                           นี้เป็นพื้นยกสูง มีขั้นบรรได สีห้าขั้นเพื่อเดินลงไป ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสามโมงแล้ว แปลกวันนี้ท้องฟ้ากลับอึมครึมไม่สดใสทั้งที่เป็นวันดีของพี่ณุกกับตรีญาดาแท้ๆ 

             

            “หมับ” จู่ๆ ก็มีมือมาปิดตาผมไว้จากด้านหลัง   

 

            “พี่มาร์คครับ!  พี่เล่นอะไรของพี่นะครับ”ผมถามคนนั้นออกไป และผมก็จับมือเขาเพื่อจะแกะมือนั้นออกไป และผมก็หันกลับมามอง ผมก็ต้องตกใจคนที่ยืนยิ้มให้ผม เป็นพี่ณุก

 

            “พี่ณุก” 

            “ครับ” พี่ณุกตอบ ยังคงมองผมอยู่ 

            “พี่ออกมาทำไม พี่ไม่ควร..” ผมรีบพูดแต่ใจผมก็อยากจะเจอเขา มันสับสนอยู่ในใจผมไปหมด

            “ร้องไห้ทำไมละ เสียใจเหรอ เสียใจที่คนที่ให้พี่สวมแหวนไม่ใช่ซอมพอเหรอ” พี่ณุกถามผม ผมก็หันหน้าหนี 

            “หมับ”พี่ณุก จับมือผมขึ้นมาว่างพาดไว้ที่ขอบระเบียง ผมก็ขืนแต่พี่ณุกขืนมือจะดึงกลับแต่ก็สู้แรงพี่ณุกไม่ได้ พี่ณุกเขาหยิบเอาปากกาออกมาและวาดรูปอะไรสักอย่างลงที่นิ้งนางข้างซ้ายของผม ไม่นานพี่ณุกก็ปล่อยมือผมเป็นอิสระ ผมก้มมอง มันเป็นรูปแหวน มันทำให้ผมนี้ไม่รู้จะเรียกว่าโมโหหรือว่าอะไรดี 

 

            “ทำบ้าอะไรของพี่เนี๊ยะ” ผมถามพี่ณุก และพี่ณุกก็เอามือข้างซ้ายของเขาขึ้นมา มือเขามีแหวนหมั้นสวมอยู่แล้ว แต่พี่ณุกเลือกที่จะถอดมันออกไป และเขาก็เอาปากกามาวาดรูปแหวนเหมือนที่เขาวาดให้ผมและเขาก็ชูมันให้ผมดู พร้อมกับยืนใบหน้าหล่อๆนั้นเข้ามาใกล้ผม ผมได้แต่มองด้วยสายตาที่บอกไม่ถูกว่าผมควรจะเป็นอารมณ์ไหนดีในตอนนี้ 

 

            “เราหมั้นกันแล้วไง”พี่ณุกพูดและจับผมให้หันหน้าเข้าหาเขาและพี่ณุกก็ 

 

            “อืมมม”เขาจูบผมโดยที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัวเพราะว่าอึ้งอยู่กับแหวนที่เขาวาดไว้ที่นิ้วนางของผมและเขา ผมไม่รู้ว่าเราจูบกันนานแค่ไหน มันเหมือนการจูบหลังจากแต่งงานกันแล้วที่ผมได้ดูในหนังไม่มีผิดเพี้ยนเลย ผมไม่รู้ว่าผมเอามือขึ้นไปประครองใบหน้าพี่ณุกตอนไหน แต่ผมรับรู้ได้ว่ามือพี่ณุกนั้นโอบเอวบางๆของผมเอาไว้หนึ่งมือและอีกมือก็ประครองใบหน้าผมเช่นกัน  แต่พอผมได้สติ ผมไม่ควรจะทำแบบนี้กับเขาเพราะว่าเขาไม่ใช่คนรักของผมแล้วพี่ณุก เขาเป็นของตรีญาดา 

 

            “ไม่..ไม่..พี่...กับ..ผม..เรา..ทำแบบนี้ไมได้ “ผมรีบดันพี่ณุกออกทันที พี่ณุกกับยิ้มและนิ้วเรียวของเขานั้นแตะที่มุมปากตัวเอง ผมก็ยอมรับว่าเป็นรสจูบที่รู้สึกดีอย่างที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน นั้นก็คงเพราะว่าผมยังเด็กเกินไปในตอนนั้นที่ผมจูบกับพี่ณุก วันก่อนก็รุ่นแรงเกินไป แต่วันนี้มันละมุลมาก ไม่ซิ  ผมจะมาคิดแบบนี้ไมได้ 

 

            “กลัวคนมาเห็นเหรอ” พี่ณุกถามผม  ผมเงยหน้าขึ้นมองหน้าเขา ทำไมไม่รู้สึกผิดบ้างเหรอที่มาจูบกับคนทีไม่ใช่คู่หมั้นตัวเองนะ 

 

            “งั้น...ไป..” 

 

            “หมับ” พี่ณุกพูดและขับข้อมือผมทันที เหมือนจะพาผมไปไหนก็ไม่รู้

 

                        “พี่ณุก ...จะ...ไปไหน ..พี่ต้อง..” ผมพูดและชี้ไปด้านในคือเขาต้องอยู่กับตรีญาดาตลอดเวลาซิในงานแบบนี้ซิ

 

                        “ไปเดินเล่นครับ” พี่ณุกบอกผมและจูงมือผมเดินลงไปและพาผมเดินออกไป เลียบไปทางสนามกอล์ฟ ไม่รู้ว่าเดินไปไกลแค่ไหน 

 

                        “พี่ณุก” ผมก็หยุดและพี่ณุกเขาก็หันมามองผม และเดินถอยหลังมามองผม

 

                        “พี่ขอโทษที่ทำให้นายเจ็บ” พี่ณุกพูด ผมก็หันไปมองทางอื่น 

 

                        “ผิดที่ผมเอง พี่ผมไม่ยอมตัดใจตั้งแต่ที่พี่ไปแรกๆ” ผมพูดแต่ไม่ได้มองหน้าคนฟัง

 

                        “หมับ” พี่เขารวมดึงเอวผมเข้าไปแต่ผมขืนตัวเองไม่ยอมให้เขาจูบผม พี่ณุกก็ได้แต่มองผม และ

 

                        “นั่งตรงนี้สักพักได้ไหม พี่ขอนะ”พี่ณุกพูด ผมหันไปมองเป็นเก้าอี้ตัวยาว และพี่ณุกก็ดันผมถอยหลังไปนั่งลงและพี่ณุกก็นั่งลงตามแถมยังเอนลงนอนเพื่อหนุนตักผมอีกด้วย ผมรู้ว่าเมื่อก่อนพี่ชอบทำแบบนี้ ขอบนอนหนุนตักผมและหลับตลอดแต่ตอนนี้เขาไม่ควรทำ 

 

                        “หมับ”พี่ณุกกอดเอวบางของผมไว้และเขาก็เอาหน้าซุกที่หน้าท้องผม แม้จะไม่มีพุงก็ตาม 

 

                        “พี่..”

 

                        “พี่ขออยู่แบบนี้สักสิบนาทีได้ไหมครับซอมพอ พี่ยังไม่ได้นอนเลย พี่เหนื่อย” พี่ณุกพูด ผมก็พยักหน้าเบาๆ ผมดูสีหน้าเขาก็เห็นได้ถึงความเหนื่อยล้า 

 

                        “พี่ณุก” ผมรู้สึกว่าเขาเงียบไปแล้ว ผมก็เลยเรียกชื่อพี่เขาแต่

                        “................” ไม่มีการตอบรับใดๆ เหมือนกับว่าพี่ณุกเขาหลับไปแล้ว 

 

                        “พี่ณุก” ผมเรียกอีกครั้ง

                        “....................” 

 

                        “พี่ดูเหนื่อยมากนะพี่ณุก” ผมพูดตาผมก็มองท้องฟ้าที่อึมครึมของวันนี้ 

 

                        “หมับ” ผมรับรู้ได้ว่ามือพี่ณุกจับที่ข้อมือผมเบาๆ 

 

                        “พี่เหนื่อยมากซอมพอ ..พี่เหนื่อยเพราะว่าพี่พยายามที่จะไม่รักนาย “

 

                        “แต่พี่ทำไม่ได้ พี่รักนายไปแล้วตั้งแต่ที่เชียงใหม่ ...ทุกวันนี้พี่ก็ยัง..รัก” พี่ณุกพูดผมควรจะดีใจหรือเสียใจ เพราะว่าพี่เขาไม่อาจจะกลับมาหาผมได้แล้ว เพราะว่าเขาจะแต่งงานแล้ว

 

                        “แต่พี่จะแต่งงานพี่ณุก พี่ไม่ควรรักคนอื่นนอกจากคู่หมั้นของพี่” ผมพูดแม้ว่าผมจะปวดใจมากแค่ไหนก็ตาม

 

                        “หมับ” มือพี่ณุกจับที่ใบหน้าของผม พี่ณุกขยับลุกโดยใช่ท่อนแขนยันตัวเองขึ้น 

 

                        “พี่จำเป็นต้องแต่งงานซอมพอ พี่ไม่ได้รักตรีญาดาแต่พี่ ...บอกเหตุผลนั้นกับซอมพอไม่ได้ “ พี่ณุกพูด   

 

                        “ไม่ต้องบอกผมหรอกครับพี่ณุก เพราะว่ามันไม่จำเป็นสำหรับผมแล้ว”

 

                        “ซอมพอ...พี่คิดเอาไว้ว่า ถ้าพี่ได้สิ่งที่พี่ต้องการ พี่จะย้ายไปอยู่เชียงใหม่กับซอมพอ ซอมพอรอพี่ได้ไหมครับ” พี่ณุกพูด ผมก็มองหน้าพี่ณุก แค่นี้ผมก็จะกะอักตายอยู่แล้วนะ 

 

                        “พี่จะทำแบบนั้นเพื่ออะไร ถ้าพี่เลือกที่แต่งงานกับตรีญาดา ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรของพี่ พี่ก็ควรจะตัดผมออกไปและไปใช่ชีวิตกับตรีญาดาไม่ใช่ผม “

 

                        “และต่อให้ผมยังรักพี่ผมก็คงทำไม่ได้ถ้าพี่จะทำแบบนั้น นั้นมันคือการทำร้ายผู้หญิงที่รักพี่เลยนะพี่ณุก “ ผมพูด ผมส่ายหัวไม่เห็นด้วย ผมดันพี่ณุก เพื่อจะลุกขึ้น 

 

                        “ผมว่าเรากลับเข้าไปในงานเถอะครับพี่ณุก” ผมพูดโดยไม่ได้หันไปมองหน้าพี่ณุก พี่ณุกลุกขึ้นนั่ง 

 

                        “ถ้าพี่ย้อนเวลากลับไปได้ พี่จะไม่ขอตรีญาดาก่อนที่จะเจอเราซอมพอ “

 

                        “ดังนั้นพี่ก็ควรจะทิ้งเวลาเก่ามันไปซะและอยู่กับปัจจุบันที่พี่เป็น ...ส่วนผมก็คือคนในอดีตของพี่ “ ผมหันไปพูดกับพี่ณุก พี่ณุกเงยหน่าขึ้นมองหน้าผมและพี่เขาก็ลุกขึ้น

 

                        “ถ้าพี่รักผมจริงอย่างที่พี่พูด พี่ควรจะปล่อยผมไปพี่ณุก เพราะว่ามันทรมารผมพี่” ผมหันมาพูดกับพี่ณุก  พี่ณุกยืนเอามือล้วงกระเป๋าก้มหน้าลง

 

                        “พี่..ทำ..ไม่ได้” พี่ณุกพูด 

 

            ขณะนั้นผมสองคนก็ได้ยินเสียงฝีเท้าใครสักคนวิ่งมาทางที่ผมสองคนอยู่ ผมรีบปาดน้ำตาที่เอ่อจนเกือบล้นที่ขอบตาของผม ให้แห้งไปซะก่อน ผมสองคนหันหลังกลับมาดูคนที่วิ่งมาก็คือพี่มาร์ค

 

            “แฮ้กๆ”พีเขาหยุดพักด้วยอาการหอบ เพราะวิ่งมาค่อยข้างไกล 

 

            “What’s going on ?” พี่ณุกร้องถามพี่มาร์คทันที 

 

          “ทุกคนในงานตามหายูกัน เพราะว่า ตรีญาดาดื่มไวน์ไปหลายแก้ว เมาเรียกหาแต่ยู “ พี่มาร์คพูด ผมหันมามองหน้าพี่ณุก ความหมายของผมคือเขาควรจะกลับเข้าไปทำหน้าที่ของเขาซะ 

 

            “ฟั้ก!!!” พี่ณุกสะบดก่อนจะหันไปทางอื่น 

 

            “พี่รีบเข้าไปเถอะ นั้นคือปัจจุบันของพี่ “ ผมพูดกับพี่ณุก

 

            “หมับ” พี่ณุกจับแขนผม พี่มาร์คก็เลิกคิ้วสูงมอง

 

            “พี่เข้าไปก่อน ผมขอละ อย่าทำให้ทุกอย่างมันแย่ลง เพราะคนที่ได้รับผลที่พี่ทำมันมีหลายคน”ผมบอกพี่ณุก  พี่เขาก็

 

            “ฟู่ “ พี่เขาก็พยักหน้าก่อนจะเดินแทรกผมและพี่มาร์ค เพื่อกลับเข้าไปหาคู่หมั้นของเขา ผมได้แต่ยืนมองไปไกล ไม่รู้ว่าแค่ไหน เพราะผมมองไม่เห็นจุดสิ้นสุดของมันสักที 

 

            “ขอบคุณนะครับ น้องซอมพอ น้องนี้ใจหล่อมาก “พี่มาร์คเอ่ยชมผม แต่เอาจริงๆ ใจผมตอนนี้ช้ำมากที่สุด  ทำไมเขายังต้องบอกว่าเขายังรักผมอยู่ บอกผมแบบนี้ทำไม ไม่บอกว่าพี่ไม่รักผมแล้วจะดีกว่าไหม พี่ณุก 

 

            “อยากกลับบ้านไหมครับ พี่ไปส่ง” พี่มาร์คที่เข้ามายืนล้วงกระเป๋าข้างมองผม พี่เขาถามผม ผมหันไปมองพี่มาร์ค

            “พี่เข้าใจความรู้สึกซอมพอ พี่ว่าในจุดนี้ไม่ใช่ที่ซอมพอจะมายืนให้ตัวเองเจ็บปวดเปล่าๆ ยิ่งเห็นยิ่งช้ำใจ กลับไปนอนพักดีกว่าครับ เพราะว่าไอ้ณุกนะมันงานเข้าแล้ว มันคงต้องพาตรีญาดากลับบ้าน” พี่มาร์คพูด ผมพยักหน้า

 

            “ครับพี่ผมอยากออกไปจากตรงนี้แล้ว ผม..”

 

            “ไปเถอะครับพี่ไปส่ง “ พี่มาร์คพูด ผมก็หยิบมือถือขึ้น

 

            “ผมขอส่งข้อความบอกพี่ติณก่อนนะครับพี่มาร์ค “ผมบอกมาร์คและผมก็กดมือถือเพื่อจะส่งข้อความไปให้พี่ติณ ผมรู้ว่าพี่ติณก็คงยุ่งที่จะต้องส่งแขกที่มาในงานอีก ถ้าผมกลับพี่เขาจะได้สบายใจด้วยไม่ต้องมากังวลกับผมอีก 

 

            “พี่ติณครับ ซอมพอจะกลับคอนโดก่อนนะครับ ผมรู้สึกปวดหัว อยากนอนพัก พี่เสร็จงานแล้วผมโทรหานะครับ   

                        ซอมพอ”
ผมส่งข้อความหาพี่ติณเสร็จก็ปิดเครื่องทันที ผมเงยหน้ามองพี่มาร์คทีกำลังก้มหน้าก้มตาพิมพ์ข้อความเช่นกันและจังหวะที่พี่เขาเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นว่าผมมองพี่เขาอยู่

 

                        “พี่รายงานบอสพี่ครับ พี่ณุกนะครับ” 

                        “ว่าพี่จะพาซอมพอไปส่งที่พัก เพราะว่า พี่ว่าซอมพอแบกรับมาหนักมากพอแล้วครับสำหรับวันนี้  และณุกมันก็โอเค มันบอกให้พี่ยืนรอจนกว่าเราจะกลับขึ้นห้อง ดูมันเป็นหวงเรามานะ ซอมพอ” พี่มาร์คพูด ผมก็พยักหน้าแค่นั้น  และพี่มาร์คก็ผายมือให้ผมเดินนำหน้าไป เพื่อจะไปที่ลานจอดรถของคลับ ผมเองควรจะเป็นคนเดินออกไป ทุกคำพูดของพี่มาร์คมันใช่มาก ผมแบกมาทั้งวันแล้ว ผมรู้สึกล้า แต่นี้แค่งานหมั้นนะซอมพอ และถ้าวันงานแต่งละ 

 

            นายจะยืนได้แบบนี้ไหม เพราะว่าอีก 6 สัปดาห์เขาจะแต่งงานกันและนายจะทำใจได้เหรอ ในเมื่อ9ปีที่ผ่านมานายยังทำใจไม่ได้เลย ผมควรจะกลับไปอยู่กับพ่อและแม่เนื้อนวลและพี่น่านจริงๆ ใช่ไหม ทั้งที่ผมคิดว่าสักสองสามปี ผมถึงจะกลับไปช่วยพี่น่านฟ้า แต่นี้ผมคงจะอยู่ไม่ได้ ผมอ่อนแอเกินไปสำหรับโลกใบนี้ถ้าไม่มีพ่อแม่และพี่ชายของผม และผมก็ต้องทิ้งพี่ติณ หัวใจของผมคงทนอยู่ตรงนี้ไม่ได้แน่ และผมก็คงจะทนเห็นเขาไปทุกวันไม่ได้เช่นกัน   ไม่ว่าผมจะเข้าไปอยู่ในชีวิตของเขาสถานะใดก็ตาม แฟนพี่ติณหรือแค่พนักงานในบริษัท ยังไงพี่ณุกก็ตอ้งเข้ามาเป็นหนึ่งในผู้บริหารหลังจากแต่งงานแล้ว  และผมนี่แหละที่กลัวใจตัวเองที่สุด

 ****************************************************************************************
ฝากอีกตอนนะคะ ขอกำลังใจคนแต่งหน่อยนะ อาจจะไม่ค่อยดีที่สุดแต่จะพยายามเน้อ! 
รักคนอ่าน จุ๊บ จุ๊บ  :mew1:
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-08-2020 09:37:16 โดย Tanthai23 »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0

ออฟไลน์ Keane

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 251
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-0

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 156
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-0
พี่ณุก Xตรีญาดา

   ผมจำเป็นต้องเดินกลับเข้าไปในงาน ไอ้มาร์คมันวิ่งไปบอกผม ขณะที่ผมกำลังอยู่กับซอมพอ ผมหนุนตักซอมพอหลับไปได้สิบกว่านาที ผมรู้ว่าผมเหมือนหลุดจากโลกที่วุ่นวายออกไปพักหนึ่ง ผู้คนที่แออัดในงานวันหมั้นแต่ไม่เท่ากับใจผมที่อึดอัดจนอยากจะตะโกนออกไปว่าผมไม่อยากหมั้น ผมอยากยกเลิกเต็มที แต่ผมทำไม่ได้

   “นี่ไงณุก” ผมเดินเข้าไปหาแม่ของตรีญาดา และเพื่อนของตรีที่ประครองตรีอยู่ ดูท่าจะดื่มไปหลายแก้วเลย แต่จะว่าไป ตรีญาดาเขาก็ดื่มประจำอยู่แล้วตอนอยู่ที่อังกฤษ

   “คู่หมั้นเขามาแล้ว..ไปกันเถอะพวกเรา” เพื่อนๆของตรีญาดา กระซิบกันและผมก็เข้าไปจับต้นแขนตรี

   “ตรีค่ะ”ผมเรียกตรี เธอหันหน้ามามองผม แววตาที่ฉ่ำไปเพราะแอลกอลฮอล์จากไวน์แก้วที่เธอถืออยู่ ดูท่าจะเชมเปญด้วยมั้ง ปะปนกันไปหมด 

   “หมับ” ผมรับแก้วไวน์จากมือเธอมาถือไว้

   “พี่ณุก...เราหมั้นกันแล้วนะ ...ขอจูบหน่อย” ตรีญาดา ผมดันหน้าสวยๆของเธอออกและมองเพื่อนๆที่ผมไม่เคยได้เห็นหน้า เขาพากันมองผมยิ้มแหยๆ

   “พี่ว่าเรากลับบ้านกันเลยดีกว่าไหมคะ ตรี” ผมพูดด้วยสีหน้าที่นิ่งๆที่สุด

   “ณุก แม่ว่าเราพาตรีกลับบ้านเลยนะ พ่อกับแม่ก็จะกลับเลยเหมือนกัน นี้จะไปร่ำลาป้าๆเขาก่อน ส่วนเราพาตรีไปขึ้นรถเลยนะ ดูซิเมาแบบนี้ คุณย่าเห็นเขาจะมองไม่ดี ณุก” แม่ของตรีญาดาบอกผม ผมก็ประคับปรคะครองตรีออกไป

   ตืดด เสียงมือถือผมสั่น ผมรีบหยิบขึ้นมา ก็เป็นข้อความจากมาร์ค มันบอกว่าจะพาซอมพอกลับบ้านเอง เพราะดูท่าซอมพอก็หนักพอสมควร ผมยิ่งปวดใจเข้าไปใหญ่แต่ยังไงผมก็แน่ใจได้ว่าไอ้มาร์คไม่ได้คิดอะไรกับซอมพอแน่ๆ ผมเลยส่งข้อความโอเคและสั่งให้มันยืนดูจนกว่าซอมพอจะขึ้นห้องพักไป

   “ไปครับตรี กลับบ้านกันและพี่จะได้ไปพัก พี่เหนื่อยครับ” ผมพูด ผมก็พาตรีออกจากงานทันทีโดยไม่ได้ลาใครทั้งนั้น ผมไม่มีอารมณ์ ผมเห็นไอ้ติณมันเหมือนพยายามโทรหา คงเป็นซอมพอซินะ แอบยิ้มในใจ ฃ

   ผมเดินออกมาแบบทุลักทุเล เพราะว่าอาการเมาของตรีญาดา ผมเลือกที่จะไม่อุ้มเธอเดิน เพราะว่ามันกไกลและผมเองก็ไม่ได้ปลื้มกับการที่เธอกินจนเมแบบนี้ซะด้วยซ้ำ

   “พี่ณุก ..กลับไปบ้านตรีหรือว่าบ้านพี่ดีค่ะ” ตรีญาดาถามผม ผมหันมามองหน้า ผมว่าแล้วว่าไวน์นะไม่น่าจะทำให้เธอเมาหนักแต่เธอก็แสดงเก่งนะ ผมเดินมจนถึงรถเก๋งคันหรูที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของผมเอง ราคาไม่มากสิบล้านต้นๆเอง

   “บ้านตรีค่ะ” ผมตอบเธอไปและพาเธอไปนั่งเบาะหลัง เพราะดูท่าจะยั่วยวนผมตลอดทาง

   “ทำไมไม่ให้ตรีนั่ง..”

   “นั่งตรงนี้แหละค่ะ ถ้าตรีนั่งข้างพี่ตรีจะทำให้พี่โดนใบสั่งค่ะ พี่ไม่อยากเสียเวลาไปโรงพัก “ ผมพูดและผมก็ปิดประตูรถคันหรูของผมลง

   “โวยยยยย” ผมตะโกนออกมาดั้งลั่น เพื่อระบายสิ่งที่อัดอั้นในใจผม สีหน้าของตรีญาดากับสีหน้าของซอมพอมันทำให้ความรู้สึกผมต่างกันโดยสิ้นเชิงและผมก็เดินไปเปิดประตูรถคันหรูและขับออกไปอย่างรวดเร็ว

   “พี่หายไปไหนมาคะพี่ณุก” ตรีญาดาถามผม  ตรีญาดาเปลี่ยนจากชุดไทยเป็นชุดแซกลูกไม้ ดูสวยแต่ผมกลับไม่มีความรู้สึกอะไรกับเธอสักนิด ผมมองตรีญาดาผ่านกระจกมองหลัง

   “แค่..ออก..สูด..อากาศ เพราะว่าพี่อึดอัดค่ะตรี” ผมพูดบอกเธอ

   “อึดอัดเพราะว่าคนเยอะหรือว่าเพราะตรีค่ะพี่ณุก” ตรีญาดาถามผม
   “คนเยอะค่ะ ตอนแรกพี่คิดว่าไม่น่าจะเยอะเท่านี้ ไหนบอกว่าแขกแค่ยี่สิบสามสิบคน นี้ปาเข้าไปห้าสิบกว่าคนได้” ผมพูดบ่นตรีญาดา

   “ก็พอดีตรีไปเจอเพื่อนสมัยเรียนมัธยมค่ะ และเขาก็อยากจะเห็นพี่ณุกกัน ตรีเลยเชิญมาด้วยแต่พี่...”

   “หายไปหลายรอบเลยนะคะ ระหว่างงานเรา” ตรีญาดาพูด

   “ก็ไม่ได้หายไปไหนนี่ค่ะตรี” ผมพูดบอกเธอ ตอนนี้รถกำลังจะเลี้ยวเข้าไปยังบ้านของเธอ 

   “ริงงงง” มือถือผมก็ดังขึ้นทันที เป็นอาหมอของผม น้องชายคนเล็กของพ่อผมนั้นเอง ผมกดรับสายทันที ผมยกชี้บอกตรีว่าผมมีธุระ ทันทีที่เธอจะอ้าปากพูดกับผม

   “สวัสดีครับอา”

   “ณุก อาจะเข้าไปหาพ่อเรานะ เรื่องที่เราคุยกันนะ ว่าจะให้อาเอาพ่อเรามาอยู่ด้วยที่โรงพยาบาบของอา"”อาหมอบอกผม

   “มาวันนี้ไหมครับอา”

   “ได้นะ สักประมาณ 6 โมงเย็นกว่าแล้วกันนะ อาเลิกงานพอดี เจอกันที่บ้านแล้วกัน”

   “ครับอา สวัสดีครับ” ผมพูดและผมก็กดวางสาย 

   “ตรีพี่จะ”

   “พี่จะไปอีกแล้ว พีเป็นแบบนี้ไง ไม่ค่อยอยากจะอยู่กับตรี มาส่งและก็กลับ พี่เห็นตรีเป็นอะไรค่ะพี่ณุก” ตรีญาดาพูด ผมก็หันไปมองเธอ

   “ตรีก็ได้ยินว่าพี่จะต้องไปหาอา อาจะมาหาพ่อพี่วันนี้!” ผมหันไปต่อว่าเธอ

   “มันไม่ใช่แค่วันนี้ มันเป็นแบบนี้ทุกครั้ง!”  ผมหันมาและเอามือกุมขมับ

   “ฮึกๆ “ น้ำตาไหลรินออกมาจากสองแก้มของตรีญาดา

   “ ตรีขึ้นไปนอนพักซะนะ เพราะว่าตรีน่าจะดื่มไปเยอะพอสมควร” ผมพูดเบาๆไม่อยากจะทำให้มันแย่ไปกว่านี้อีก

   “พี่พาตรีขึ้นห้องทีได้ไหมค่ะ อุ้มตรีหน่อย ตีมึนหัวค่ะ” ตรีญาดาพูด ผมก็หันไปมอง แอบถอนหายใจแต่ก็

   “พี่เป้นคู่หมั้นตรีนะคะ พี่ทำให้ตรีไม่ได้เหรอคะ” ผมพยักหน้าเอาวะ และผมก็เดินลงมา คนใช้ก็มายืนรอกัน   ผมเดินมาเปิดประตูรถฝั่งที่ตรีญาดานั่ง ผมก็จำต้องก้มลงไปและอุ้มตรีญาดาออกมาจากรถ คนใช้ก็มองผมกันหมดและแอบอบยิ้มแต่สีหน้าผมนี้บอกได้ว่าจำใจสุดๆ 
   ผมอุ้มเธอขึ้นไปบนบ้านและตรงไปยังห้องนอนของเธอทันที ผมก็อยากจะออกไปจากที่นี้แย่แล้วเหมือนกัน พาเธอมาที่เตียงนอนอันแสนนุ่มและแพง ผมก็วางเธอลง บนเตียงนอน และพร้อมกับจะหันหลังออกเพื่อกลับบ้านผม

   “พี่ณุกค่ะ พี่ณุกช่วยเอาผ้าขนหนูผืนเล็กในห้องน้ำ ชุบน้ำมาให้ตรีหน่อยได้ไหมค่ะ ตรีรู้สึกหน้าร้อนๆยังไงก็ไม่รู้ค่ะ " ตรีญาดาพูด ผมก็ต้องหันมามองเธอ สายตาที่ร้องขอนั้น ตอนนี้ผมถอดเสื้อสูทออกไปแล้ว เหลือไว้แค่เสื้อเชิ้ต ผมก็ปลดเน็กไท ให้หลวมๆผมก็ถลกแขนเสื้อเชิ้ต ผมเดินเข้าไปในห้องน้ำในที่อยู่ห้องนอนของตรีญาดา และเอาผ้าขนหนูชุบน้ำตามที่เธอบอก และผมก็เดินออกมาจากห้องน้ำ แต่สิ่งที่ทำให้ผมต้องโยนผ้าเช็ดหน้าทิ้งมันคือ
   ตรีญาดาที่อยู่บนที่นอน เธอถอนเสื้อผ้าเธอออกเหลือไว้แค่ชุดชั้นใน ดูแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับนางโชว์ นี้เธอคงคิดว่าผมจะกระโจนเข้าใส่เธอ แต่เธอคิดผิด

   “ทำบ้าอะไรนะตรี!!” ผมถามตรีญาดา  ตรีทำสีหน้าตกใจ

   “ผลุบ “ผมหันไปหยิบผ้าห่มและโยนมันไปให้เธอคลุมร่างเธอซะ

   “พี่ณุก ทำไมละคะ เราหมั้นกันแล้วนิ”

   “หมั้นค่ะ ไม่ใช่แต่งงาน จะได้อยากจะ...” ผมอยากจะพูดแต่ผมก็ยังเกรงใจในความน่ารักของเธอ แต่พฤติกรรมนี้ผมไม่แน่ใจว่าเธอต้องการทำแบบนี้ทำไม ทั้งที่เราตกลงกันแล้วว่า รอจนกว่าจะแต่ง

   “ทำไมละค่ะ ตรีไม่เห็นว่ามันจะเสียหายตรงไหน เราเป็นแฟนกัน เพื่อนตรีก็ทำกันแบบนี้ทั้งนั้น มีแฟนก็มีอะไรกับแฟน ไม่ต้องไปรอถึงวันแต่งก็ได้ มันเรื่องปกติไปค่ะ พี่ณุก” ผมก็ต้องเอามือเท้าซะเอวผม

   “แล้วทำไมต้องไปทำตามที่เขาทำกันละตรี!” ผมถามตรีญาดา

   “ทำไม ตรีรอไม่ได้เหรอค่ะ แค่ 6 สัปดาห์ ก็จะแต่งกันแล้ว..ตรี! “ ผมถามตรีญาดา ผมนี้ซิ ควรจะเป็นฝ่ายร้องขอเพราะว่าผมเป็นผู้ชายแต่นี้ดันมาเป็นผู้หญิง

   “พี่ทำเหมือนพี่ไมได้รักตรี พี่มีใครกันแน่ๆ พี่มีใครกันแน่...บอกตรีมาเดี๋ยวนี้นะ พี่ณุก!!!” ตรีญาดาลุกพล้วดขึ้นมและทุบตีผมที่หน้าอก ผมได้แต่ยืนมองเขา

   “พี่ทำเหมือนตรีเป็นอะไรก็ไม่รู้ ไม่มีค่าสำหรับพี่ และนี้ทำไมค่ะ แค่มีอะไรกับตรี ซึ้งมันคือการแสดงความรักแค่นี้พีทำไม่ได้เหรอค่ะพี่ณุก!!”

   “ตรีคิดว่าตัวเองไม่มีค่า ก็ทำให้มันมีค่า ไม่ใช่มาแบ่ให้พี่แบบนี้ ทั้งที่มันยังไม่ถึงเวลา! “ ผมจับไหล่เธอ ผมรู้ว่าเธอเจ็บ  สายผมทีดุดันของผม มองเธอ   นี้ถ้าเธอคือผู้ชายผมคงต่อยเธอไปแล้ว แต่ผมทำไม่ได้

   “และถ้าตรีคิดว่าตรีรอไม่ได้ก็ไม่ต้องรอแค่เราไม่ต้องแต่งกัน และตรีจะไปหาใครที่ทำได้แทนพี่ก็ไปเลยค่ะ “ผมพูดกับเธอ สายตาผมบ่งบอกได้ว่าผมโกรธเธอมากแค่ไหน

   “โอ้ยย” ตรีญาดาร้องออกมาและผมก็ปล่อยเธอให้เป็นอิสระ  ผมหันไปคว้าเสื้อสูทของผม

   “ตรีอย่าคิดว่าหมั้นแล้วพี่จะถอนหมั้นไม่ได้นะคะตรี แต่อย่าทำให้พี่ต้องทำเพราะ พี่หมดความอดทน! “ ผมพูดและเดินออกจาห้องนอนเธอไปทันที โดยไม่หันหลังกลับม

   “อายยยยย”เสียงกรี้ดร้องของตรีญาดา ดังไปลั่นบ้าน จนคนใช้วิ่งกรูกันออกมาที่ห้องรับแขกชั้นล่างและ คนที่วิ่งเข้ามาก็คือแม่ของตรีญาดา เขาคงได้ยินเสียงลูกสาวเขาร้องกรี้ดดังลั้น ผมเดินหน้าตาบอกได้ว่าผมโกรธจนแดงกร่ำไปทั้งใบหน้า  ทั้งที่ผมดื่มไปแค่นิดหน่อยเองนะวันนี้

   “เกิดอะไรขึ้นตาณุก” แม่ของตรีญาดาถามผม ขณะที่ผมเดินลงมถึงชั้นล่าง

   “ผมว่าคุณแม่ควรจะไปถามลูกสาวของคุณแม่ดูครับ”

   “ ผมลาละครับ สวัสดีครับคุณแม่ คุณพ่อ” ผมพูดและยกมือไหว้แม่ของตรียาดา และพ่อของเธอ

   “อะไรกันเนี๊ยะ แค่หมั้นนะคุณ ยังร้อนไปทั้งบ้านแบบนี้” เสียงที่ผมได้ยินก่อนจะเดินออกไป ก็เจอไอ้ติณ มันคงมส่งพ่อกับแม่กลับบ้าน ไอ้ติณมันมองผมด้วยอาการตกใจ

   “มึงไปดูน้องมึง” ผมพูดแค่นั้นและรีบเข้าไปในรถเก๋งของผมและถอยยาวเพื่อจะขับออกไปทันที  ผมไม่รักเธอดังนั้นผมถึงไม่อยากสร้างรอยแผลไว้ที่เธอ อันที่จริงผมก็ไม่คิดแบบนี้หรอก หลังจากทีซอมพอก้าวกลับเข้ามาในเกมส์ของผม ทุกอย่างมันก็เปลี่ยนไปทันที ผมไม่อยากเสียซอมพอไปอีก ส่วนตรีญาดา ผมจะรอให้เราแต่งงานกันและทำข้อตกลงกันแค่นั้น และผมจะจบมันเอง
   Bossy = มึงส่งซอมพอที่คอนโดแล้วใช่ไหมมาร์ค
   Mark =ใช่ มีอะไรเปล่า
   Bossy= ขอที่อยู่หน่อย ชื่อคอนโดก็ได้
   Mark = ทำไม และยูไม่
   Bossy= เดี๋ยวค่อยเล่า วันจันทร์เข้ามาหากูด้วยที่บริษัทตรีญาดา กูจะให้มึงสั่งทำแหวนไปหมั้นสาว” ผมพูดบอกกับไอ้มาร์ค
    Mark = โอเค เดี๋ยวส่งลิงค์ให้นะครับคุณบอส!
   Bossy=Thanks

     ผมกดวางสาย ไม่นานมือถือผมก็มีข้อความลิงค์แผนที่คอนโดของซอมพอ ผมแค่จะขับผ่านไปดูเฉยๆ ทำไมวันนี้ผมเป็นหวงเขามากเหลือเกินนะ ผมเหลือบมองนาฬิกาที่ผมสวมมาในงานวันนี้ เป็นนาฬิกาเรือนสีทอง ที่ตรีญาดาซื้อให้ผมเป็นของขวัญวันครบรอบ แต่ผมไม่เคยจำวันครอบรอบของผมกับตรีญาดาได้เลย ผมกลับจำแต่วันที่ผมกับซอมพอขอเป็นแฟนกันมันต่างกันแค่เดือนเดียวเท่านั้น
   ระหว่างที่ผมกำลังขับรถผ่านคอนโดของซอมพอ ผมก็เห็นซอมพอกำลังยืนเพื่อจะเดินข้ามถนนไปอีกฝัง คงจะไปหาอะไรทาน เพราะว่าฝั่งตรงข้ามจะเป็นซุปเปอร์มาเก็ตที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงนั้นเอง ผมก็หาทีจอดที่เลยทางเข้าไปหน่อย ผมว่าจะชวนเขาไปหาอะไรทานกันดีกว่า แอบยิ้มในใจ  ผมก้าวเท้าลงจากรถและรีบเดินไปหาซอมพอทันที

   “ซอมพอ” ผมเรียกชื่อเขา ซอมพอลงไปยืนที่ริมถนนแล้วและหันมามองหน้าผม  เขาตกใจที่เห็นผมยืนอยู่ แต่จู่ก็มีรถที่ออกตัว และกำลังพุ้งมาหาซอมพอ ผมรีบไม่รอช้ารีบวิ่งไปให้เร็วที่สุด
************************************************************************************
มาให้ค้างกันหน่อยๆ  :ling1: :ling1: ไม่ว่ากันนะ
รักคนอ่านค่ะ  :mew1: :mew1:

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 156
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-0
   “ซอมพอ” ผมเรียกชื่อเขา ซอมพอลงไปยืนที่ริมถนนแล้วและหันมามองหน้าผม  เขาตกใจที่เห็นผมยืนอยู่ แต่จู่ก็มีรถที่ออกตัว และกำลังพุ้งมาหาซอมพอ ผมรีบไม่รอช้ารีบวิ่งไปให้เร็วที่สุด

   “หมับ”ผมกระโดดคว้าตัวซอมพอไว้และ รถคันนั้นเบียงพวกมาลัยออกไปทันที ผมกับซอมพอก็ล้มลงไปที่ฟุตบาทด้วยกันทั้งคู่ ท่ามกลางสายตาคนที่อยู่รอบๆ

   “ตายแล้ว!” มีคนร้องออกมาและพากันมามุงดูผมสองคน ซอมพอที่ตกใจจนพูดอะไรไม่ออก ได้แต่มองผม ผมลุกขึ้นและและรีบสำรวจร่างกายซอมพอ ผมเห็นมีเลือดซึมๆ ทีข้อศอกแค่นั้น

   “เป็นอะไรไหมค่ะ “ มีคนถามผมแต่ผมก็ตาไวพอสมควร ผมเห็นรถคันนั้น เป็นรถเก๋ง ซีวก ไม่มีป้ายทะเบียนติด แต่มีสัญญาลักษณ์หนึ่งติดไว้ ผมว่ามันคุ้นๆ ผมมองซอมพอและหันไปมองคนรอบๆ ดูซีหน้าซอมพอที่ตกใจมากและไหนคนจะมุ้งดูอีก

   “เป็นอะไรไหมซอมพอ พูดกับพี่ซิ”ผมถามซอมพอ  เขาได้แต่ส่ายหัวไปมา

   “น้องไม่เป็นอะไรแล้วครับ ผมสองคนไม่เป็นอะไรจริงๆ ครับ” ผมบอกคนรอบๆและค่อยประครองซอมพอให้ลุกขึ้น เขาก็มองหน้าผม

   “ไปจากตรงนี้ก่อนไหมซอมพอ” ผมกระซิบ และเขาก็พยักหน้า

   “โอ้ยย “ ซอมพอร้องออกมาคงจะตอนจังหวะที่ล้มลงไปเลยทำให้เท้าพลิก ผมก็ประครองเขาพาเขากลับเข้าไปในคอนโด

   “พี่มาได้ไง..พี่ณุก” ซอมพอถามผม

   “คือพี่...ตอนแรกพี่ว่าจะแค่ขับผ่านมาดู และพี่เห็นเรากำลังข้ามถนนไป พี่คิดว่จะชวนไป..ซื้ออะไรทาน” ผมพูดบอกซอมพอ

   “แล้ว..”

   “ขอละ...เลิกถามถึงตรีญาดาสักพักได้ไหม พี่ขอ” ผมพูดกับซอมพอ

   “ว่าแต่เราเถอะ”ผมถามซอมพอกลับ

   “จะไปซื่ออะไรทานหรือไงเรา” ผมถามซอมพอ

   “อืม..แต่ตอนนี้ไม่ไปแล้ว”ซอมพอพูด
   
   “โอ้ยย ..” นั้นไงร้องออกมาทันทีที่เขากำลังจะลุกขึ้น

   “ไปครับพี่พาขึ้นไปห้อง” ผมพูดซอมพอมองหน้าผมด้วยสีหน้ากังวล

   “ไม่ปั้มคนเจ็บหรอกนะ ไปครับ “ ผมพูดและพยุงซอมพอลุกขึ้น เขาก็จับแขนผมและก็กะเพลกไปด้วย ผมเดินพาไปยังลิฟท์และก็มีสาวๆ หนุ่มๆ ที่มองผมสองคน

   “แฟนกันแน่ๆ เลยอ่ะ “

   “แต่หน้าตาเขาเหมือนกันยังกับพี่น้องมากกว่า” มีคนแอบแซวผม และผมกับซอมพอโดนแบบนี้ประจำ ส่วนเด็กน้อยคนนี้มักจะหน้าบูดขึ้นมาทันที ขอบแปลผิดๆว่าหมายถึงพวกนั้นถ้าเห็นว่าเป็นพี่ชายก็จะจีบผมอะไรแบบนี้

   “ไม่หน้าบึ้งแล้วเหรอเหมือนเมื่อก่อน” ผมกระซิบถามซอมพอ เขาก็เงยหน้าขึ้นมามองผม และรีบก้มลงไป ผมก็เอามือหยีหัวเหมือนเช่นทีผมเคยทำถึงแม้ว่ามันจะนานมาแล้วก็ตาม และเมื่อกระตูลิฟท์เปิดออก

   “พี่ณุก ถึงแล้วครับ” ซอมพอบอกผม ผมก็ยื่นแขนให้เขาเกาะเดินออก เพราดูท่าจะเจ็บอยู่นะ ซอมพอกระเพลกเดินออกไปจนถึงห้องพักของเขา ผมเหลือบมอง

   “ห้องพี่น่านครับ แต่พี่น่านเขา”

   “มาที่กรุงเทพบ่อยเหรอ” ผมถามซอมพอขณะที่ผมเปิดประตูเข้าไปและผมก็พาซอมพอไปนั่งที่โซฟาก่อน  ผมลงนั่งยองๆ เพื่อจับดูเท้าของเขา

   “พี่ณุก ..เจ็บ..โอ้ย” ซอมพอร้องเรียกชื่อผมเสียงหลง แต่มันทำให้ผมยิ้ม เหมือนผมกับเขากลับมาเป็นเหมือนเดิม

   “ ไหนให้พี่ดูข้อศอกเราซิ  เลือดซิบเลย” ผมพูดและก็ลุกขึ้นมานั่ง ผมจับดูข้อศอกซอมพอ ที่ผมไม่เป็นอะไรเพราะว่าผมสวมเสื้อสูทเอาไว้แต่ซอมพอมีแค่เสื้อเชิ้ตบางๆ 

   “ซอมพอ ถอดเสื้อออกซิครับพี่จะได้ดูว่าแผลถลอกเยอะไหม และพี่จะได้ทำแผลให้ครับ” ผมพูดบอกซอมพอ คนที่ได้ยินถึงกับทำตาโต แต่มันช่างน่ารักสำหรับผม

   “พี่จะทำแผลให้เรายังไงละซอมพอครับ” ผมถามคนตรงหน้า

   “เรามีตู้ยาไหมครับซอมพอ” ผมถามซอมพอ ซอมพอชี้ไปที่ตู้เล็กๆ และผมก็เดินไปเปิดดู ไม่มีน้ำยาล้างแผลมีแต่เดทตอล ผมคิดว่าน่าจะผสมน้ำมาเช็ดแผลได้อยู่  ผมก็จัดการถอดเสื้อสูทและและพับแขนเสื้อเชิ้ตผมขึ้นไปเหนือข้อศอก ผมปลดนาฬิกาวางไว้บนโต๊ะข้างทีวี

   “เดี๋ยวพี่ออกมาครับ “ผมพูดและหยิบเอาขวดน้ำยาเดทตอลเอาเข้าไปในห้องน้ำ ผมเห็นว่ามีถ้วพาสติกพอจะผสมน้ำยากับน้ำได้ ไม่นานผมก็ออกมาและก็ต้องอมยิ้ม เพราะว่าซอมพอ เปลี่ยนเสื้อเป็นแขนสั้น ทันที นี้เขาอายผมขนาดนั้นเลยเหรอ
 
   “อะไรกัน  กะจะไม่ให้พี่เห็นซะหน่อยเหรอครับ” ผมพูดและนั่งลง

   “ไม่มีทาง” ซอมพอพูดทำแก้มป้อง ผมก็จัดการเช็ดแผลให้เขาด้วยสำลี

   “ซี้ด..โอ้ยย...พี่ณุก!” เสียงซอมพอร้องออกมาเพราะว่าเจ็บและยังมาเรียกชื่อผมเสียงหลง มันน่ารักเหมือนเมื่อก่อนแต่ตอนนี้เขาคงลืมตัว พอนึกได้ก็หดมือที่จะฝาดผม  ผมก็อดที่จะอมยิ้มไมได้ แลผมก็ขยับเข้าไปอีกใกล้ๆ อันที่จริงเด็กคนนี้ขี้เจ็บมากๆ ร้องอ้อนผมตลอดถ้าได้รับบาดเจ็บอะไรเล็กๆน้อยๆ อ้อนผมยิ่งกว่าตรีญาดาเมื่อก่อนซะอีก พอใส่ยาเสร็จผมก็หาพาสเตอมาปิดให้ทันที

   “ให้พี่ดูเท้าหน่อยนะ พี่ว่าจะ”

   “ไม่เป็นไรแล้วพี่ณุก เมื่อกี้มันเจ็บแต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้วครับ” ซอมพอพูดบอกผม ก่อนที่ผมจะก้มลงไปแตะที่เท้าของเขา จังหวะที่ผมเงยหน้ากลับขึ้นมา ผมก็รู้สึกว่าลมหายใจเราสองคนมันรดกันอยู่นะ นั้นแปละว่าเราใกล้ชิดกันมาก เสียงกลืนน้ำลายของซอมพอ ผมก็เพยอปากที่เล็กบางของผมเพื่อจะได้ลิ้มรสริมฝีปากที่สวยเข้ารูปของซอมพอ มันดูเป็นกระจับ สวยกว่าสาวๆหลายคน

   “ก๊อกๆ “เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ทำให้ผมสองคนหันไปมองที่ประตูพร้อมกัน

   “ผมไปดูก่อนนะครับพี่ณุก” ซอมพอพูดและเดินออกไป ผมก็นั่งลงมอง และเมื่อซอมพอส่องไปที่ช่องสำหรับดูว่าใครมาเยือน

   “พี่ณุก ...พีติณ” ซอมพอพูดด้วยน้ำเสียงที่ตกใจมาก ผมเองกับไม่รู้สึกอะไร

   “พี่ณุก! ผมบอกว่าพี่ติณมา!”

   “ก็เปิดให้มันเข้ามาซิครับซอมพอ” ผมบอกซอมพอ

   “ไม่ได้นะ เพราะว่าผมจะไปอธิบายยังไงพี่อยู่บนห้องผมแบบนี้ พี่ณุก และตรีญาดาอีกละ พี่ณุกทำไมชอบหางานให้ผมตลอดเลยนะ ไปไหนดีละ ไปห้องนั้นเลย และผมก็จะหาเรื่องพาพี่ติณไปข้างนอก”  ซอมพอดันผมและพาผมไปห้องหนึ่งซอมพอก็หยิบกุลแจมาไข ก่อนจะดันผมเข้าไปในห้อง และเปิดไฟไว้ให้ผมด้วย

   “พี่ติณ..”

   “พี่ขอโทษนะซอมพอ มีมาเย็นมากเลย หิวหรือยังครับ พี่กลัวว่าเราจะไม่ยอมลงไปหาอะไรทาน และวันนี้พี่แถบจะไม่เห็นว่าเราทานอะไรเลยครับ” น้ำเสียงที่บ่งบอกว่าเขาเป็นห่วงเป็นใยกันขนาดไหน มันทำให้ผมนี้จี้ดมาก หึง หวง มาครบหมด

   “ใช่พี่ ผมหิวมากเลยอ่ะ เราลงไปหาอะไรทานกันนะ วันนี้อยากกินสเต็กอ่ะ ทีพี่พาผมไปประจำนะนะ พี่ติณ” น้ำเสียงที่ออดอ้อนนั้นด้วย

   “ไอ้ติณณณณ” ผมกัดฟัน

   “ได้ครับ ไปครับ” ผมยืนอยู่ในความเงียบ ผมคิดว่าทั้งคู่ออกไปแล้ว ระหว่างที่ผมกำลังจะเดินออก  ผมเห็นเป็นตู้ที่ถูกติดตั้งไว้ในกำแพง ผมก็เลื่อนมันเปิดออก และสิ่งที่ทำให้ผมต้องตกใจเพราะว่าสิ่งที่แขวนอยู่คืออุปกรณ์รักแบบ SM แต่คำถามคือ มันเป็นของใครกัน มีทั้งกุลแจมือ แซ่ และอีกมากมายที่คู่รักเขาจะใช้กันเพื่อสร้างความสุขแบบเจ็บปวด  ผมว่าไม่น่าจะใช้ของซอมพอแน่ๆ หรือว่าน่านฟ้า เพราะว่าซอมพอบอกว่าห้องนี้เป็นห้องของพี่ชายเขานิ  ผมหันไปมองนาฬิกาในมือถือเพราะว่ามือถือผมสั้นจากข้อความของตรีญาดาแต่ผมยังไมได้อ่าน ผมเห็นว่ามันจวนได้เวลาที่อาผมจะไปหาผมแล้วด้วย ผมก็เลยต้องออกจากห้องและล๊อกประตูให้เรียบร้อยเพราะว่าถ้าซอมพอมาเห็น คงตกใจมิใช่น้อย  ผมรีบคว้าเอาเสื้อสูทและรีบออกจากห้องซอมพอทันทีระหว่างที่ผมกำลังเดินลงที่ชั้นหนึ่ง ผมก็เจอเข้ากับลูกค้าที่ผมติดต่อด้วยประจำ เป็นลูกค้าชั้นดีและไว้ใจผมมาก

   “สวัสดีครับคุณ ณุก”

   “สวัสดีครับ คุณเทอศักดิ์ มาทำอะไรครับที่นี้ เพราะว่าท่านนะมีบ้านใหญ่โต”

   “อ้อ ไอ้ลูกชายผมนะ มันชอบห้องแคบๆเลยหนีบ้านใหญ่มานอนที่นี้ครับ อ่ะนั้นไง ไดม่อนมาไหว้พี่เขาเพราะเราต้องติดต่อซื้อของกับพี่เขา” 

   “เห้อย” นั้นไงมันร้องดังเชียว และผมก็จำได้ว่ามันพาซอมพอไปจากผม

   “ลื้อร้องทำไม รู้จักพี่เขามาก่อนหรือไง”

   “เออ..”

   “ไม่ครับ ลูกชายจบหรือยังครับ”ผมเป็นคนตอบแทนทันทีและถามพ่อของนายนี้กลับ

   “ปีหน้าครับ ปีนี้ฝึกงานก่อน ว่าแต่คุณ”

   “ผมมาหา..แฟนครับ ..แฟนผม” ผมพูดและเหล่ตามองไอ้หมอนั้น  วันนั้นมันลากแขนแฟนผมไป

   “แฟนคุณนี้น่าจะสวยน่าดูเ พราะว่าคุณดูหล่อขนาดนี้”

   “แฟนผม น่าตาดีครับ แต่สวยไหม ...น้องไดม่อนรู้ดีมั้งครับ”ผมพูดและหันไปมองนายนั้น เพราะผมหมายถึงซอมพอนั้นเอง

   “พ่อ ไปยังอ่ะแม่รอ “ ไดม่อนมันรีบบอกพ่อมันทันทีและ คุณเทอดศักดิ์ก็หันมาบอกผม

   “ผมไปก่อนนะครับคุณณุก ยังไงรบกวน คุณเลขา หรือคุณมาร์คติดต่อเลขาผมทีนะครับเรื่องสินค้าล๊อตใหม่ ผมจำเป็นจริงๆ ช่วงนี้ของขาด หาไม่ได้เลย ต้องพึ่งคุณแล้ว”

   “ได้ครับผม ผมจะ ติดต่อ ไม่ลองให้ผมติดต่อผ่านลูกชายดูเหรอครับ เพื่อว่าน้องกำลังจะหาประสบการณ์” ผมพูดและไอ้คนที่ยืนหันมามองหน้าผม ระหว่างที่ผมยืนอยู่ ไอ้เด็กนั้นก็หันมายกนิ้วกลางให้ผมลับหลังพ่อมัน

   “ชิบหายแล้วเดี๋ยวไม่ทัน” ผมเหลือบมองเวลา ใกล้จะหกโมงเย็นแล้ว ผมต้องรีบกลับบ้านทันที ผมแอบคิดในใจ ต่อให้มึงก่อนติณณภพ วันนี้แต่จะว่าไป วันนี้ผมก็เริ่มเห็นว่าซอมพอ เริ่มใจอ่อนให้ผมอยู่นะ ริมฝีปากเล็กๆนุ่มนิ่มนันวันนี้ผมได้สัมผัส มันตราตรึงใจมากกว่าจูบกับตรีญาดาเป็นไหน ผมไม่เคยมีอะไรกับเธอแต่ก็ต้องมีจูบกันบ้าง รสชาติมันช่างต่างกันลิปลับ

   “คุณณุกมาแล้วเหรอคะ” คนใช้ในบ้านเดินออกมาหลังจาที่ผมขับรถเข้าไปจอดในบ้าน ผมลงจากรถมาด้วอาการเหนื่อยล้าที่สุด นี้เป็นวันที่ผมอดนอนได้นานมาก

   “คุณณุกจะทานอะไรไหมค่ะ อาหารเย็นนะคะ”

   “คุณแม่ทานหรือยังละ” ผมถามคนใช้ในบ้าน

   “คุณท่านเหรอค่ะ เห็นว่าจะเตรียมตัวออกไปข้างนอกค่ะ “

   “ผมพยักหน้า “

   “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องนะ ผมเหนื่อยอยากจะนอนพักเลย แต่เดี๋ยวรออาผมมาก่อน” ผมบอกคนใช้และกำลังเดินเข้าบ้าน ผมเหลือบไปเห็นรถเก๋งสีดำซีวิค  มันทำให้ผมถอยหลังมามอง และเดินไปรอบๆ มันเหมือนรถที่ทำท่าจะชน มันเหมือนจน ผมต้องกำหมัด และผมก็เจอ สะติกเกอร์ที่มันใช่ในการขับรถเข้าบ่อน และรถคันนี้เป็นของไอ้รุทน้องชายผมเอง

   “คุณรุทอยู่ไหน”ผมหันไปถามคนใช้

   “อยู่ด้านไหนค่ะคุณณุก” พอคนใช้บอกผม ผมเดินปรี่เข้าไปทันที ผมเห็นมันนั่งดื่มเหล้าอีกแล้วและมีขนมกับแก้ม  แต่ผมไม่ได้มานั่งร่วมวงกับมันแน่ๆ

   “ผลัก” ผมต่อยเข้าไปที่หน้ามัน มันถึงกับล่วงลงไปจากโต๊ะ

   “โอ้ยย..เชี้ยอะไรของมึงเนี๊ยะได้ณุก” มันลุกขึ้นมาได้ ผมก็ซ้ำอีกที

   “ผลักๆ” มันก็ลงไปกองอีกที

   “มึงขับรถไปจะชนซอมพอใช่ไหม! “ผมกระฉากคอเสื้อมันและตะคอกถามไอ้รุท ดูจากสีหน้ามันตกใจอย่างมากแสดงว่าใช่แน่ๆ

   “กูถามว่าใช่ไหม ไอ้รุท ไอ้สัด มึงอย่าอยู่เลย  ...ผลักๆ “ ผมชี้หน้ามันและลงไปค่อมมันไว้ ผมก็ตะบันหน้ามันสะบัดไปมาด้วยความโกรธ

   “ตายแล้วนี้ แยกคุณณุกกับคุณรุทเร็ว! “  เสียงแม่นิดาตะโกนเรียกคนใช้ดังมจากชั้นสองของตัวบ้าน

   “คุณณุก พอเถอะค่ะ “ คนใช้เข้ามาดึงลากผมออกจากไอ้รุท

   “มึงทำเชี้ยแบบนั้นทำไม ไอ้รุท” ผมตะคอกเสียงใส่มัน ไอ้รุทมันค่อยๆลุกขึ้นปากนี้เต็มไปด้วยเลือด

   “กู..”

   “มึอย่าบอกว่าไม่ได้ทำ กูจำรถมึงได้และมันคือคันที่จะชน...ซอมพอ!”

   “ แม่ใช้กูทำ! “ รุทมันพูดออกมาและแม่นิดาก็เดินลงมาพอดี จากชั้นสองของตัวบ้าน แม่นิดามองผมและไอ้รุทสลับกันไปมา

   “เกิดอะไรขึ้นนะ ทำไมต่อยกันละ ณุก และ รุท”

   “ มันบอกว่าแม่ใช้ให้มันไปขับรถชนซอมพอ...มันจริงหรือเปล่าครับแม่” ผมหันไปถามแม่ผม สาวตาผมมองแม่นิดา ว่าทำไมแม่ต้องทำให้เขาบาดเจ็บหรืออาจจะถึงตาย ถ้าผมไม่เข้าช่วยเขา  แม่นิดานิ่งไปพักหนึ่ง ผมหันมามองคนใช้รอบๆ

   “พากันออกไปก่อน” ผมหันบอกทุกคน และทุกคนก็เดินออกไป

   “รุท ไปทำแผลซะ” แม่นิดาบอกไอ้รุท และมันก็เดินออกไปจากห้อง ตอนนี้เหลือแค่ผมกับแม่นิดา  ที่ยืนอยู่ตรงนั้น

   “แม่แค่กลัวว่ามันจะมาหาเรื่องให้เรากับหนูตรี แม่หวังดี”

   “แต่ที่แม่ให้ไอ้รุททำมันเกินไปครับแม่ “ ผมพูดกับแม่นิดา

   “มันทำอะไรละ”

   “มันจะชน..ซอมพอแม่”ผมพูด

   “ตายแล้ว แม่แค่สั่งให้ไปต่อว่าเฉยๆนะณุก “ แม่นิดาพูด ผมก็กลืนน้ำลายลงคอไป

   “แม่ผมขอเรื่องซอมพอนะแม่ ..ผมจะแต่งกับตรีญาดาและเมื่อผมได้หุ้นของพ่อคืน ผมจะโอนให้ไอ้รุทมันและแม่ดูแลแทน ผมจะไม่เอาอะไรเลย แต่ผมขอแม่..” ผมพูดขอร้องแม่นิดา สายตาผมสองแม่นิดาแบบอ้อนวอน

   “ผมขอแค่แม่อย่าไปทำอะไรซอมพอเขา ผมขอแค่เรื่องเดียว” ผมพูดกับแม่นิดา

   “นี้เรารักมันเหรอณุก ..ทั้งทีแม่มัน” แม่นิดาพูดถามผม

   “ผมขอโทษครับแม่...”

   “แม่สัญญากับผมซิครับว่าแม่จะไม่ไปยุ่งกับซอมพออีก “

   “ก็ได้ แม่จะไม่ไปยุ่งกับมันอีก..แต่ณุกต้องไม่รักมันนะ และต้องแต่งงานกับตรีญาดาเพื่อหุ้นส่วนของพ่อคืนมาเข้าใจไหมณุก “ แม่นิดาก้มลงพูดกับผม ผมก็พยักหน้าเบาๆ

   “คุณณุกค่ะ คุณบดินทร์มาหาค่ะ” คนใช้เข้ามาบอกผมว่าอาหมอของผมมาแล้ว แม่นิดาถึงกับหน้าถอดสีและหันมามองหน้าผม

   “เขามาทำไมณุก” แม่นิดาตกใจถามผมทันที

   “ผมคุยกับอาหมอว่าจะให้เอาพ่อไปอยู่ที่โรงพยาบาลอาสักพักครับ เพราะว่าผมต้องยุ่งหลายเรื่องและผมก็หาพยาบาลมาดูแลที่บ้านไม่ได้ด้วยนะครับแม่” ผมพูดและคุณอาผมก็เดินเข้ามา คุณอายกมือไหว้แม่นิดาผม ผมก็ยกมือไหว้อา และผมก็พาคุณอาเข้าไปหาพ่อผม ที่นอนติดเตียงอยู่ เพื่ออาผมจะได้พาพ่อผมไปรักษาและมีคนดูแลที่ดีกว่าที่นี้
******************************************************************************
ฝากไว้อีกเรื่องนะคะ พี่ณุกกับซอมพอ
รักคนอ่่านค่ะ จุ๊บ จุ๊บ  :mew1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-08-2020 23:26:30 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 593
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 156
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-0
ติณณภพ
        ก่อนที่พิธีงานหมั้นของตรีญาดาจะเสร็จสิ้น ผมก็ว่าจะโทรหาซอมพอ แต่ว่าผมกลับเห็นข้อความของซอมพอที่บอกผมว่าจะกลับแต่จะกลับกับใครละ ผมก็มองหาไปรอบงานแต่ก็ไม่เจอ และพอผมกดโทรหาก็ติดต่อไม่ได้เลย และพ่อกับแม่บอกว่ายายตรีญาดาเมาอีกและไอ้ณุกก็พาเธอกลับบ้านไป พ่อกับแม่เลยต้องรีบกลับ โดยให้ผมขับรถไปส่งท่านก่อน นี้แค่งานหมั้นนะยังไม่ถึงงานแต่งเลยและถ้าหลังแต่งงานไปแล้วชีวิตรักน้องผมมันจะเป็นยังไงกันแต่ว่าตอนนี้ห้ามไปตรีญาดาก็คงไม่ฟังใคร
 
    และพอผมไปถึงบ้าน ผมก็เห็นไอ้ณุก ไอ้ตัวดีเดินลงมาหน้าตาบอกได้ว่ามันโกรธอะไรน้องผมสักอย่างและมันยังชี้หน้าผมให้ขึ้นไปดูตรีญาดา ใช่ผมวิ่งขึ้นไปอย่างไวเพราะว่าผมรักน้องสาวผมหวงน้องสาวผมมาก แต่สิ่งที่ผมเจอคือตรีญาดาที่นอนร้องไห้ มีผ้าห่มคลุมตัวอยู่ ผมดูจากเสื้อผ้าที่กองที่พื้น

   “นี้ไอ้ณุกมันทำอะไรน้องเหรอแม่” ผมถามแม่ผม

   “ณุกเขาไม่ได้ทำอะไรหรอกติณ แต่..เออ..อย่าให้แม่พูดเลยนะ “แม่ผมพูดและหยุดแค่นั้นส่วนตรีญาดาก็ยังร้องไห้ฟูมฟายไม่เลิก

   “ตรี ที่ณุกเขาพูดมันก็ถูกนะ เรารอได้เราก็รอซิ ทำไมลูกต้องไปโกรธณุกด้วย เขาก็แค่อยากให้เราเก็บรักษามันไว้ให้ถึงวันสำคัญ “

   “เอาเป็นว่าเรานอนพักสักหน่อย และพอใจเย็นแล้วค่อยโทรไปหาพี่ณุกเขานะ “ แม่ผมบอกตรีญาดาแลพยักหน้าผมให้เดินออกมาจากห้อง ผมเองก็ยังงงว่าทำไม พอแม่ผมปิดประตูลง แม่ก็มองผม

   “ตรีเขาต้องการมีอะไรกับณุกก่อนแต่งงาน”

   “อะไรนะแม่!” ผมตกใจที่แม่บอกผมแบบนี้ ผมนี้ต้องเอามือแตะหน้าผากตัวเองในความคิดของตรี

   “น้องคงรักณุกมากเกินไปนะติณ” แม่บอกผม

   “แล้ว..ไอ้ณุก”

   “เขาไม่เห็นด้วยก็เลยเกิดปากเสียงกันขึ้นและณุกก็เดินลงจากบ้านไปเลย ตรีเขาคิดว่าณุกมีคนอื่น” แม่ผมพูด ผมก็พยักหน้าว่าเข้าใจที่แม่พูด

   “แม่ลงไปดูพ่อเราก่อนนะ ติณ” แม่ผมพูดบอกผมและเดินลงไปชั้นล่าง ผมก็ได้แต่ยืนทีหน้าห้องน้องสาวผม ผมเองอยากจะเข้าไปบอกตรีญาดาว่า ถ้าเป็นแบบนี้ผมว่าอย่าแต่งดีกว่าไหม เพราะว่าผมเห็นน้องผมร้องไห้เสียใจมานับครั้งไม่ถ้วน

   “แม่ครับผมขอไปดูซอมพอก่อนนะครับ เพราว่าวันนี้ผมก็ปล่อยเขาอยู่คนเดียวตลอดเลย ทั้งที่เขาไม่รู้จักใครในงานเลยะนะครับแม่ ” ผมพูด แม่ผมพยกัหน้า ผมก็เดินออกจากบ้านผมเพื่อจะไปที่คอนโดของซอมพอ เพราะว่าผมติดต่อเขาไม่ได้ วันนี้ก็ยุ่งเหลือเกินจนผมปลีกตัวมาคุยกับซอมพอนับครั้งได้เลย 
   ผมรีบเดินออกมาขับรถออกจากบ้านทันที  ผมยังไม่ได้ถ่ายรูปคู่กับซอมพอเลยวันนี้  ส่วนรูปคู่กับคู่หมั้นต้องรอให้ทางช่างภาพส่งมาให้ดูแล้วแหละ ผมเลยไม่มีรูปส่งให้น่านฟ้าดูเลยที่นี้  ผมเหลือบมองเวลาก็เกือบจะหกโมงแล้วด้วย ซอมพอทานอะไรหรือยังนะ 

   ทันทีที่ผมมาถึงคอนโดผมก็รีบเดินจั้มขึ้นไปที่ห้องพักซอมพอทันที ผมไมได้กดโทรหาซอมพอก่อนเพราะว่าถ้าเคาะแล้วเขาไม่เปิดผมก็จะโทร

   “ก๊อกๆ” ผมรีบเคาะประตูก่อน สองที และยืนรอสักพัก แต่ว่าเงียบ

   “ก๊อกๆ” ผมรีบเคาะประตูซ้ำอีกแต่คราวนี้ซอมพอเปิดประตูออกมา และส่งยิ้มมาให้ผม ผมก็ยิ้มตอบ

   “ซอมพอ พี่ขอโทษนะครับที่มาเย็นเลย พี่จะมาดูซอมพอ พี่กลัวเราไม่ยอมไปหาซื้ออะไรทาน และตอนที่อยู่ในงานพี่ก็เห็นเราทานน้อยมากๆเลย พี่เป็นห่วง” ผมพูด ซอมพอก็ยิ้มให้ผมและหันไปมองทางด้านหลังอย่าบอกนะว่าน่านฟ้ามานะ

   “พี่ติณ ผมหิวมากเลยนอนนี้นะครับ เราไปหาอะไรทานกันดีกว่า ผมอยากทานสเต็กที่พี่พาผมไปทานวันก่อนนะครับ ผมชอบมากเลย นะครับพี่ติณ” ซอมพอพูด ผมก็แปลกใจแต่น้องคงหิวมา ผมพยักหน้าซอมพอรีบสวมรองเท้าและปิดประตูลง  ผมก็มองด้วยความแปลกใจ แต่ก็รีบพากันเดินลงไป

   “ดูท่าจะหิวมากนะเรานะ หึหึ”ผมพูดและหัวเราะในลำคอ และพากันเดินลงไป ร้านสเต็กนี้เป็นร้านของลูกพี่ลูกน้องของผมเอง เป็นร้านดังที่ใช้เนื้อวัวโคขุนชั้นดี ผมขับรถพาซอมพอมาเกือบสิบนาทีและในทีที่ผมเข้าไปนั่งในร้าน และผมก็เปิดเมนูสั่งอาหารกัน ผมก็สั่งสเต็กแบบไร้มันมาให้พร้อมสลัดผักออแกนิกส์

   “พี่ติณเหนื่อยไหมครับวันนี้” ซอมพอถามผม ผมก็ยิ้มดีใจ

   “พี่หายเหนื่อยแล้วครับ เพราะว่าซอมพอถามพี่นี่แหละครับ”ผมพูดและเอื่อมมือไปแตะแขนซอมพอ ซอมพอก็ยิ้มให้ผมและไม่นานอาหารที่ผมสั่งก็มาเสิรฟ ผมสองคนก็ทานกันไปคุยกันไปจิปาถะ แต่ส่วนใหญ่ผมกับคุยเรื่องของน่านฟ้า ผมรับรู้ได้ว่าซอมพอคงไม่โกรธน่านฟ้าแล้ว ผมก็แอบดีใจแทนน่านฟ้า

   “อิ่มแล้วเหรอครับ ดูตอนแรกพี่ว่าคงได้กินสักสองจานเพราะว่าเราเร่งพี่เหมือนหิวจัดเลย”ผมถามซอมพอ

   “ตอนแรกหิวแต่พอทานเข้าจริงๆ มันทานไม่หมดนะครับพี่ติณ” ซอมพอพูดบอกผมและยิ้มเขินๆ ให้ผม ผมหันไปเรียกพนักงานเช็คบิล และผมสองคนก็หันไปเห็น ไดม่อนที่เดินคู่มากับ คนที่ชี้หน้าด่าซอมพอวันก่อนเพื่อเข้ามาทานร้านนี้เช่นกัน

   “ ไดม่อน “ ผมเองที่เป็นฝ่ายยกมือทักทาย และไดม่อนก็เดินเข้ามาหาผมมากับอีกคน

   “พี่ติณ พี่ซอมพอ หวัดดีครับพี่ มาทานสเต็กกันเหรอครับ”

   “ใช่ ร้านนี้เป็นร้านลูกพี่ลูกน้องของพี่เอง “ ผมพูดและซอมพอก็หันไปยิ้มให้อีกคน

   “วิน ไหว้พี่เขาดิ “

   “สวัสดีครับพี่ซอมพอ กับพี่ติณ” อีกก็ยกมือไหว้แบบเหมือนจะขัดๆเขินๆยังไงก็ไม่รู้ไม่ใช่เขินอาย แต่ผมกับซอมพอก็ยิ้มให้ปกติ

   “ถ้าอย่างนั้นตามสบายเลยนะ พี่จะพาซอมพอกลับคอนโดก่อน ไว้เจอกัน”ผมพูดและเรียกซอมพอลุก ผมเดินออกมาจากบ้านสเต็กพร้อมกัน

   “ พี่ติณซอมพออยากไปซื้อน้ำและนม และก็น้ำผลไม้ก่อนได้ไหมครับ”

   “ได้ซิครับ ตรงนี้มีซุปเปอร์มาเก็ตด้วยครับ” ผมพูดบอกซอมพอและพากันเดินไปก่อนที่จะกลับตอนโด ระหว่างที่ผมสองคนเดินจะเข้าไปในซุปเปอร์ จู่ๆซอมพอก็เดินเกือบจะเสียหลักล้ม ผมเลยรีบคว้าต้นแขนบริเวรข้อศอกของซอมพอไว้ทัน

   “อู้ยยย..ซี้ด” ซอมพอร้องออกมาด้วยความเจ็บ ผมก็ตกใจ

   “ซอมพอเจ็บเหรอครับ “
   “คือเออ ..ซอมพอ..คือ..ลื้นลมนะครับ..ข้อศอกเลยไปไถลที่พื้น ก็เลยถลอกนิดหน่อยนะครับพี่ติณ” ซอมพอพูดและลูบข้อศอกตัวเอง ผมก็จับดู มันมีพลาสเตอติดอยู่ด้วย

   “เจ็บมากไหมครับซอมพอ “ผมพูดและจับที่แขนซอมพอเบาๆ อย่างทะนุทะนอม

   “พี่ติณครับผมว่าเราเข้าไปซื้อของกันก่อนดีกว่านะครับ” ซอมพอพูดกับผมและผมก็พากันเดินเข้าไปด้านใน ซอมพอก็เดินหยิบพวกน้ำและนมและก็น้ำผลไม้ ผมก็ถือตระกร้าให้เพราะว่าซอมพอแขนเจ็บ และพอไปคิดเงินที่เคาเตอร์ พนักงานก็มองผมกับซอมพอและยิ้มๆกัน

   “แฟนกันแน่เลยอ่ะ ถือตระกร้าให้ด้วยอ่ะ ชอบอ่ะแกน่ารัก”

   “ฉันนะสาววาย” พนักงานมองและหันไปคุยกันและยิ้มให้ผมกับซอมพออยู่หลายครั้ง ไม่นานผมสองคนก็เดินออกจากซุปเปอร์มาเก็ตไปด้วยกัน

   “ซอมพอ พรุ่งนี้ ซอมพอ”

   “ผมว่าจะซักผ้า ทำความสะอาดห้องพักนะครับ เพื่อว่า...พี่น่านฟ้าจะมา..เดี๋ยวพี่น่านฟ้าจะบ่นผมเอาและไปฟ้องแม่” ซอมพอพูด ผมก็พยักหน้า ก็จริงซิวันหยุดนิ และผมว่าจะชวนไปทานข้าวที่บ้านคุณย่าด้วยกันพอดี แต่คิดอีกทีเพื่อน้องอยากจะพักบ้าง

   “ได้ครับ งั้น วันจันทร์”

   “พี่จะไปโรงงานไม่ใช่เหรอครับพี่ติณ”

   “เออ ..พี่ลืมเลย..ซอมพอจะให้พี่มารับเราก่อนไหมครับ”

   “พี่ติณนะย้อนไปย้อนมา พี่ไปโรงงานเลยก็ได้ครับและผมจะไปทำงานเอง ผมจะนั่งรถไฟฟ้าไปเองได้นะพี่ติณ”  ซอมพอบอกผม ผมก็พยักหน้า

   “ทำไมทำหน้าแบบนั้นละพี่ติณ”

   “ช่วงนี้พี่ต้องลงไปดูโรงงานบ่อยหน่อยอ่ะซอมพอ พี่...เป็นห่วงเรา” ผมพูดกับซอมพอ ผมรู้สึกไม่ไว้ใจใครบ้างคน ผมหวังว่าผมจะไม่ได้คิดมากไป ระหว่างไอ้ณุก 

   “เดี๋ยวพี่ก็กลับมาจากโรงงานก็เจอซอมพอแล้วนิ พี่ไมได้ไปทั้งวันซะหน่อย” ซอมพอพูด ผมพยักหน้าว่าจริงๆ และผมก็พากันขึ้นรถเพื่อกลับคอนโดของซอมพอ

   “อันที่จริงพี่ไม่น่ามาเลยนะ เพราะว่าพี่ก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เห็นรับแขกในงานคุณตรีญดาตลอดเลยครับ” ซอมพอพูด

   “ซอมพอ ...ซอมพอกลับมากับใครครับ “ ผมนึกขึ้นได้เลยเอ่ยปากถาม

   “ซอมพอ ...รู้สึกปวดหัวและพอดี เพื่อนพี่ณุกเขาว่าจะมาทำธุระแถวๆคอนโดผม ผมก็เลยขอติดรถมาด้วยนะครับ “ซอมพอ พูด ผมก็พยักหน้า ไอ้มาร์คเหรอ แต่ผมก็ยังยิ้มให้ซอมพอ 

   “ซอมพอ พี่ถือขึ้นไปให้นะครับเพราะว่า ซอมพอเจ็บแขน” ผมพูดและช่วยซอมพอถือของขึ้นไปจนถึงห้องของซอมพอ

   “ซอมพอพี่ขอเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ “ ผมพูดบอกกับซอมพอและเดินเข้าห้องน้ำไปทำธุระ และพอผมทำธุระเสร็จก็เดินออกมาผมเดินผ่านทีวีและสิ่งที่ผมเห็นผมต้องหยุดชะงัก มันคือนาฬิกาเรือนสีทอง ผมก็เดินไปหยิบมดู มันคุ้นตาผมมาก มันเหมือนนาฬิกาที่ตรีญาดาให้ผมไปเลือกกับเขาเพื่อซื้อให้เป็นของขวัญวันครบรอบเมื่อปีที่แล้ว  หรืออาจจะแค่เหมือน แต่ว่า ไม่น่าจะใช่ของซอมพอ มันดูใหญ่เกินไป

   “พี่ติณ” ซอมพอหันมาเรียกผมพอดีและเห็นว่าผมถือนาฬิกาอยู่

   “นาฬิกาของพี่ติณหรือเปล่าครับ” ซอมพอถามผม

   “เออ ...ของน่านฟ้าหรือเปล่าซอมพอ”ผมถามซอมพอ

   “ไม่ใช่หรอกครับ พี่น่านฟ้านะชอบแบบ ลุยๆ ดูดีแบบนี้พี่น่านไม่ใส่หรอกครับพี่ติณ” ซอมพอพูด ผมพยักหน้า

   “แต่ผมเหมือนเคยเห็นพี่ใส่อยู่นะ” ซอมพอพูด ผมพยักหน้า เพราะว่าวันนั้นผมก็ซื้อมาด้วยอีกหนึ่งเรือนแต่จะแตกต่างกันรูปหน้าปัดด้านใน  ผมก็คิดว่าใช่แล้วของไอ้ณุก ถ้าอย่างนั้นผมควรจะคุยกับมันแล้วแหละ เพราะว่าไหนจะซอมพอ และตรีญาดาอีก

   “สงสัยพี่จะลืมไว้ครับซอมพอ”

   “ถ้าอย่างนั้นก็เอาไปด้วยแล้วกันนะครับพี่ติณ “

   “ครับผม เออ..พี่กลับก่อนนะครับเพราะว่า พรุ่งนี้ พี่ต้องไปหาคุณย่านะครับ” ผมพูดบอกซอมพอ และเดินออกมาที่ประตู

   “นอนหลับฝันดีนะครับซอมพอ”

   “นอนหลับฝันดีครับพี่ติณ “ซอมพอบอกผม ผมก็เดินลงมาและผมก็หยิบเอานาฬิกาเรือนนั้นออกมาดู ผมพลิกดูยังไงก็ของไอ้ณุกมัน นี้มันขึ้นมาหาซอมพอที่ในห้องเลยเหรอ ทั้งที่วันนี้เป็นงานหมั้นของน้องสาวผม ผมเชื่อว่าซอมพอไม่ทำแบบนั้นเพราะตัวซอมพอเองแน่ๆ  มันต้องมีอะไรซักอย่าง ผมต้องไปคาดคั้นเอากับไอ้ณุก วันจันทร์ ผมเชื่อว่ามันต้องเข้าออฟฟิตแน่ๆ
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ฝากไว้อีกตอนค่ะ พี่ณุกX ซอมพอ รักคนอ่านจุ๊บ จุ๊บ  :mew1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-08-2020 12:19:04 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 156
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-0
ติณณภพ
     ผมตื่นมาแต่เช้า เพราะว่าผมต้องไปที่โรงงานก่อน  ที่ตั้งโรงงานผมออกไปทางปรมณฑลอยู่แถวๆบางปู ผมต้องไปตรวจดูคุณภาพของเครื่องประดับก่อนที่จะถูกส่งมายังบริษัทแม่ คือออฟฟิตของผม  และวันนี้ซอมพอก็บอกว่าเขาจะเดินทางไปทำงานเอง ผมก็อดเป็นห่วงเขาไม่ได้ ผมกลัวว่าไอ้ณุกมันจะไปดักซอมพอเหมือนกันแต่ คนรักกันต้องเชื่อใจกันซิ  ผมเหลือบไปเห็นนาฬิกาของไอ้ณุก วันนี้ผมจะถามมันเรื่องนี้เช่นกัน

   ผมจำได้ดี เรือนนี้ตรีญาดาซื้อให้มัน วันครบรอบและผมเป็นคนเลือกกับตรีญาดาเอง นี้แสดงว่ามันไปห้องซอมพอมา เมื่อวานมันก็ไม่ได้มาทานข้าวที่บ้านคุณย่าของผมทั้งที่ตรีญาดาก็บอกมันแล้วก่อนวันหมั้นว่าหลังงานหมั้นให้ไปหาคุณย่าด้วย  แต่มันบอกตรีญาดดาว่าจะไปธุระด่วนที่ประเทศมาเลเซีย ตรีญาดาทะเลาะกับมันตั้งแต่เย็นวันเสาร์แล้ว เหตุผลผมขอไม่พูดเพราะว่าน้องผมก็ผิด ที่คิดจะทำแบบนั้นกับณุกมันทั้งที่ยังไม่ถึงวันแต่งงาน แม้ว่าตรีจะหัวนอก แต่ผมก็ไม่เห็นด้วยที่เขาจะมีอะไรกันก่อนแต่งงาน ถ้ารอได้ผมอยากให้รอ แต่อีกแง่มุมมองหนี่งของผม คือเหมือนไอ้ณุกมันมีคนอื่นที่ไม่ใช่ตรีญาดาน้องสาวสุดที่รักของผมในหัวใจมัน ผมรับรู้ได้ แต่ตอนนี้ไม่ว่าใครจะค้านตรีญาดายังไงเธอก็ไม่มีฟังอยู่แล้ว แม้กระทั้งพ่อแม่

   “ซอมพอไปทำงานยังไงครับ” ผมส่งข้อความไปถามซอมพอ

   “ซอมพอว่าจะนั่งรถไฟฟ้าไปครับพี่ติณ”

   “เดินทางดีดีนะครับ พี่เสร็จจากโรงงานแล้วพี่จะเข้าที่บริษัทเลยครับ”ผมบอกซอมพอ

   “ได้ครับพี่ติณ ขับรถปลอดภัยนะครับผมเป็นห่วงมาก” ซอมพอบอกผม นี้แหละที่ทำให้ผมอดอมยิ้มไม่ได้ ผมไม่ได้เปิดใจให้ใครมนานแล้ว ลองดูซักทีติณณภพ

   ขอบคุณครับ..ที่รัก”ผมพิมพ์ตอบกลับไปและเดินเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำแต่งตัว ช่วงนี้ผมต้องกระจายงานไปยังหลายบริษัท ผมมีบริษัทที่ทำแหวนเองด้วย มีเตาหลอมและเครื่องจักรตอก ปั้ม  งานล๊อตนี้ค้อนข้างเยอะและเขาก็ต้องการงานเนียบผมเลยต้องคอยไปสอบถามเพื่อว่าจะมีปัญหาอะไรจะได้แก้ไขได้ทันก่อนส่งของ 

   “อ้าวตรีญาดา มาห้องพี่มีอะไรคะ”

   “.............” ตรีญาดายืนหันหลังให้ผมอยู่ ผมถามเธอก็ได้แต่เงียบ

    “เออ วันนี้ณุกไปที่ออฟฟิตไหมตรี พี่ว่าจะ” ผมออกมาจากห้องแต่งตัวก็เห็นตรีญาดาที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของผมในห้องนอน ผมถามตรีญาดา เธอก็นิ่งเงียบ

   “ตรี” ผมเรียกชื่อตรี

   “พี่ติณค่ะ พี่ทำแบบนี้กับตรีตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” ผมก็ต้องทำหน้างง ทำไมตรีญาดาถามผมแปลกๆ

   “เรื่องอะไรค่ะตรี” ผมถามตรีญาดาด้วยความฉงนกับสิ่งที่เธอคำถามของเธอเป็นอย่างมาก

   “ก็นาฬิกาเรือนนี้ พี่ณุกเขา..มันเป็นของพี่ณุกเขาพี่ติณ “ ตรีญาดาพูดและโชว์นาฬิกานั้น สีหน้าตรีญาดาบอกได้ว่าเสียใจและโกรธมันปะปนกัน

   “เออ ตรีพี่...” ผมก็ไม่รู้จะบอกยังไงถ้าผมบอกว่าซอมพอ นี้เรื่องใหญ่แน่ๆ  แต่ผมยังไม่ได้ถามซอมพอว่าเรื่องอะไร ผมว่าจะเอาไปให้ไอ้ณุกมันดูแลให้มันสารภาพมาซะก่อนและผมจะได้บอกให้มันเลิกยุ่งกับซอมพอของผม แต่นีตรีญาดาดันมาเจอซะก่อน ผมก็ลืมล๊อกประตูห้องนอนผมซะด้วย

   “ตรี พี่เจอ” ผมว่าจะบอกว่าห้องซอมพอ ไม่ได้ซิ ดูสีหน้าตรีญาดาผมว่าถ้าบอกไปเรื่องใหญ่แน่ๆ มันเป็นผลพวงมาจากที่ณุกทะเลาะกับตรีเมือวันเสาร์ตอนเย็นและเมื่อวานมันก็หายหัวไม่มาทานข้าวกับป้าผม

   “ในรถครับตรี” ผมพูด

   “พี่โกหก!”

   “ตรี!” ผมเรียกชื่อตรีผมไม่อยากให้ตรี เอ๊ะอะโวยวายตั้งแต่เช้ตรู่แบบนี้แค่เรื่องวันหมั้น ตรีญาดาเมาและยังมาทะเลาะกับณุกอีกพ่อแม่ผมก็กังวลจะแย่อยู่แล้ว

   “หยุดนะ ไม่ต้องมาแตะต้องตรี”  ตรีญาดา

   “ตรีจะมาโกรธพี่ทำไม แค่นาฬิกา..ตรี” ผมถามตรีญาดา

   “ ตรีรู้แล้วว่าทำไม พี่ณุกถึงไม่อยากทำแบบนั้นกับตรี “ ผมก็มองตรีญาดาน้องสาวของผม เพราะว่าผมไม่เข้าใจที่เธอพูด

   “พี่ณุกถึงไม่อยากมีอะไรกับตรี เพราะว่าพี่ใช่ไหมพี่ติณ ทั้งที่เราคบกันมาเกือบ สิบปี มันไม่ใช่เรืองปกติของคนรัก เพราะใครก็ทำกัน ต่อให้ยังไม่ถึงวันแต่งงานก็เถอะ แต่นี้ มันบอกได้ชัดเจนว่า ...”

   “ตรีไปกันใหญ่แล้ว พี่กับไอ้ณุกเราไม่เคย”

   “ตรีเคยแอบเห็นพี่ติณ...กำลังจะหอมแก้มพี่ณุก วันที่พี่ณุกมาค้างที่บ้านก่อนที่ พี่ณุกจะขอตรีเป็นแฟน! “

   “วันนั้นพี่กลับมาจากอังกฤษพร้อมกับพี่ณุก ตรีคิดว่าพี่อาจจะแค่เล่นๆ หยอกเล่นแบบเพื่อนกันแต่ตอนนี้ตรีเห็นอะไรทีชัดเจนแล้ว พี่กับพี่ณุกทำแบบนี้กับตรีได้ยังไง!”

   “ตรี ..” ผมได้แต่นิ่งอึ้ง พูดไม่ออก เพราะว่าที่ตรีพูดว่าผมแอบหอมแก้มไอ้ณุกมันคือเรื่องจริงแต่เรื่องของผมกับไอ้ณุกมันก็มีแค่นั้น ผมแค่แอบชอบมัน

   “ตรี ใช่พี่แอบชอบณุกมัน แต่พอมันขอตรีเป็นแฟน ทุกอย่างก็คือจบตรี พี่กับเขาไม่ได้....”

   “  ถึงยังไงตรีก็คงไว้ใจพี่ไมได้แล้วอีกแล้วพี่ติณ ฮือๆ” 

   “แต่พี่ควรจะรู้ว่า ตรีรักพี่ณุกมากแค่ไหน พี่ติณนะควร จะรู้ดีที่สุด ฮือๆ” ทำเอาผมนี้ต้องยกมือกุมหน้าตัวเอง ตรีญาดาวิ่งออกไปจากห้องนอนผมทันที น้องสาวที่ผมรักและหวงแหนที่สุดตอนนี้มองผมว่าผมคือคนที่จะแย้งคนรักเขาไป ทั้งที่ผมไม่เคยทำซะด้วยซ้ำ ไม่เคยคิดแบบนั้นเลยที่จะแย้ง แต่ผมยอมรับว่าผมเคยแอบชอบณุกมัน ก็เพราะว่าเราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก เล่นมาด้วยกัน แต่พอมันขอน้องผมเป็นแฟน ทุกอย่างก็จบและพอตรีบอกผมว่าเขาจะแต่งงานกันทันทีที่เรียนปริญญาโทจบ ผมก็ได้ไปเลือกซื้อคอนโดเอาไว้แล้ว ผมคิวด่าผมคงจะอยู่ไมได้  และตอนนี้ผมควรจะย้ายออกไปพักที่นั้นซะก่อนในเมื่อน้องสาวบอกว่าเขาไม่ไว้ใจผมแล้ว

**********************************************************************************************************
ซอมพอ
   วันนี้เป็นวันที่ผมต้องมาทำงานเอง เพราะว่าพี่ติณณภพจะออกไปโรงงานไปดูว่ามีปัญหาในไลน์การผลิตหรือไม่ และบางชิ้นงานก็มีปัญหาที่ต้องแก้ไขด่วน  ส่วนผมก็มาถึงออฟฟิต เพื่อทำการส่งแฟกส์เอกสาร ให้พี่ติณ ทั้งที่แต่ก่อนเป็นพี่วุ้นทำแต่พี่เขาลาออกไปแล้วและผมก็ยินดีจะช่วยก่อน เนื่องจากเรายังหาคนมาทำงานแทนไม่ได้นั้นเอง

“ก๊อกๆ” เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ผมเงยหน้าไปก็เจอตรีญาดาน้องสาวของพี่ติณณภพ  ตรีญาดาเข้ามาคนเดียว ผมก็ส่งยิ้มให้เขา

“พี่ติณยังไม่มาเหรอคะ ซอมพอ” ตรีญาดาเอ่ยถามผม 

“ยังครับตรี พี่ติณไปดูโรงงานก่อนนะครับ และซอมพอก็เลยมาทำงานเอง เพราะว่าเอกสารที่รอส่งแฟกซ์ค้อนข้างเยอะครับ ตรี”ผมบอกตรีญาดา

“ซอมพอค่ะ ตรีขอคุยด้วยหน่อยได้ไหมคะ” ตรีญาดาถามผม  ผมรับรู้ได้ว่าน้ำเสียงของเธอไม่ค่อยจะดีหนัก ผมเงยหน้าขึ้นมามอง ตรีญาดา ก็ถอดแว่นกันแดดออก ผมก็เห็นน้ำใสๆไหลออกมา นั้นคือเธอกำลังร้องไห้ ผมดูจากดวงตาที่บอบช้ำแม้จะมีเครื่องสำอางค์ปกปิดก็ตาม ผมก็ต้องตกใจ น้ำตาผู้หญิงนี้ผมแถบจะไม่ค่อยเคยเห็นแต่ผมก็มีความเป็นผู้ชาย ที่เห็นผู้หญิงร้องไห้แล้วมันอดสงสารไม่ได้

“ ตรีครับ” ผมเรียกชื่อเธอและส่งกล่องกระดาษทิชชูให้ ตรีญาดาก็รับไป

“ตรีขอคุยเรื่องพี่ณุกและพี่ตินนะคะ” ตรีญาดาพูด ผมก็สะดุ้งนิดนึง หรือว่าคุณตรีรู้เรื่องที่พี่ณุกไปหาผมที่คอนโดวันเสาร์

“ซอมพออยู่ใกล้ชิดพี่ติณตลอดไหมค่ะช่วงนี้” ตรีญาดาถามผม
 
“ช่วงแรกๆครับแต่ช่วงนี้ไม่ค่อยเพราะว่าพี่ติณต้องออกไปดูงานที่โรงงานบ่อยขึ้นครับ” ผมก็ตอบคุณตรีไป

“ซอมพอเคยเห็นอะไรผิดปกติระหวางพี่ณุกกับพี่ติณไหม..คะ” ตรีญาดาถามผมด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่าเขากำลังจะร้องไห้ ผมก็ตกใจ และหันไปหยิบเอากระดาษทิชชูส่งให้ทันที

“ขอบคุณค่ะซอมพอ”

“คุณตรีเกิดเรื่องอะไรขึ้นครับ “ผมรีบถามตรีญาดา ผมขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้ๆเธอและกุมมือเธอ เห็นผมแบบนี้ ผมนี้แพ้น้ำตาผู้หญิงเอามากๆ 

   “เมื่อวันงานหมั้นนะคะซอมพอ ตรี..ตรี..ฮือๆ..ทะเลาะกับพี่ณุก ..ฮือๆ เพราะว่าตรี ต้องการ ..มีอะไรกับเขาก่อนวันแต่งงาน แต่เขาไม่ เขาต่อว่าตรี และเขาก็ขับรถออกไป และหลังจากนั้นเขาก็ไม่โทรหาตรี และไม่ยอมไปทานข้าวกับป้าของตรีวันอาทิตย์..ฮือๆ”  ผมก็ต้องกลืนน้ำลายลงไป ตอนนั้นเขาไปหาผมและไปช่วยผมที่ไม่ให้โดนรถชนนิ แต่เขาดันทิ้งตรีญาดาไปหาผม ถ้าผมรู้ผมคง ..ไล่เขาตั้งแต่ตอนที่เขาเข้ามาช่วยผมแล้ว 

   “ตรีคิดว่าพี่ณุกกับพี่ติณเขา...ฮือๆ  กำลัง...คบกัน” ผมก็สะดุ้ง เอออ..

   “คุณตรี!  คุณแน่ใจแล้วเหรอครับ!” ผมถามตรีญาดาน้ำเสียงของผมตกใจมาก และตรีญาดาก็หยิบเอานาฬิกาข้อมือเลือนหนึ่งขึ้นมา ผมก็ต้องสะดุ้งรอบที่สอง มันเป็นเรือนเดียวกับที่พี่ติณถือขึ้นมาและผมเองก็บอกไปว่าอาจจะเป็นของพี่ติณ เพราว่ามันไม่ใช่ของผมและพี่น่านฟ้า

   “ตรีพบนาฬิกาเรือนนี้ที่ห้องพี่ติณ  ซึ่งมันเป็นของขวัญที่ตรีซื้อให้พี่ณุกวันครบรอบค่ะซอมพอ”  ผมแทบหยุดหายใจ ผมเริ่มลำดับเหตุการณ์ได้ว่า พี่ณุก จะเดินไปเข้าห้องน้ำ เขากำลังจะผสมน้ำยามเช็ดแผลให้ผม และเขาก็น่าจะถอดนาฬิกาไว้ที่หน้าทีวี และผมดันคิดเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะความที่มันไม่ใช่ของผมและพี่น่านฟ้า ผมเลยบอกกับพี่ติณไปว่าอาจจะเป็นของพี่ติณณภพ แต่ทำไมมันได้ไปทำให้ตรีญาดาคิดว่าพี่ณุกคบพี่ติณละ พี่ติณงานเข้าเพราะผมหรือนี่  แต่ถ้าผมพูดไปว่าพี่ณุกเขามหาผมที่ห้องละ มันจะดีขึ้นหรือแย่ลงกันแน่ แต่ผมก็สงสารพี่ติณที่ต้องมาเป็นแพะรับเรื่องนี้

   “แต่ผมคิดว่า มันอาจจะเป็นการเข้าใจผิดกันก็ได้นะครับตรี และที่สำคัญคุณติณนะเป็นพี่ชายแท้ๆของตรีนะครับ และพี่ชายเขาไม่มีทางทำร้ายน้องหรอกครับ เพราะว่าผมก็มีพี่ชาย แม้...เขา..เออ..”ผมพูดและตรีญาดาก็มองหน้าผม

   “แต่ที่แน่ๆ พี่ชายไม่ทำร้ายน้องแน่ๆ คุณไม่ควรที่จะระแวงหรือแครงใจพี่ชายคุณนะครับตรี” ผมพูดบอกเธอ
   “และมันมีอะไรอีกหลายอย่างที่...ตรีไม่อยากพูดแล้วซอมพอ ..ตรีทนไม่ไหว ทั้งที่ตรีจะแต่งงานแล้วนะซอมพอ ...ฮือๆ  และตรีรักพี่ณุกมาก..ฮือๆ “ ผมเองที่น้ำตามาคลอที่ดวงตาของผมแล้ว มันกับเป็นผมเองที่เจ็บอยู่ตอนนี้

   “แอ๊ด” เสียงประตูถูกเปิดเข้ามาโดย ...พี่มาร์ค พี่มาร์คที่เห็นตรีญาดาร้องไห้ ก็ตกใจมองผมกับตรีญาดาสลับกันไปม

   “เออ ...ไอ้ณุกมันให้พี่มาหานะครับ ..” พี่มาร์คพูด

   “พี่ณุก...ยัง..ไม่มาเลยค่ะ พี่มาร์ค พี่ช่วยโทรถามเขาได้ไหมค่ะว่าเขาอยู่ไหน”  ตรีญาดาพูดโดยไม่ได้หันไปมองพี่มาร์ค พี่มาร์คก็มองผมเหมือนมีคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น ผมก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออกไม่รู้จะบอกยังไงดีเช่นกัน

   “ได้ครับ ...พี่ไปถามให้นะครับ...” พี่มาร์คบอกตรีญาดาและปิดประตูลง ผมก็ได้แต่แตะหลังมือของตรีญาดาเอาไว้ ตรีญาดาก็ปาดน้ำที่แก้มของเธอ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ฝากเรื่องนี้อีกเรื่องนะคะ คนแต่งพยายามมาก ฮาๆ
รักคนอ่านค่ะ  :mew1: :mew1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-08-2020 09:03:54 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 593
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 156
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-0
พี่ณุก
   ผมรีบเดินทางไปบริษัทของติณณภพ ผมกะว่าจะให้ไอ้มาร์คมันขอทำแหวนที่บริษัทของติณณภพ และนี้ผมก็ยังไมได้โทรหาตรีญดาเลย สงสัยต้องจำใจง้ออีกแล้วมั้ง เพื่อ..หุ้นที่ผมต้องเอาคืน ระหว่างที่ผมกำลังจะหันไปล๊อกรถเก๋งคันหรูของผม ก็มีคนเดินปรี่มาหาผมนั้นคือ ไอ้มาร์ค ผมหันไปกะว่าจะ

      “ผลัก” ผมโดนไปหนึ่งหมัดที่ใบหน้าผมแม่จะไม่แรง มันเบาแต่ก็เจ็บ ผมถึงกับสะบัดหน้ากลับมามองไอ้คู่หู ไอ้เลขาของผมว่ามันมาต่อยผมทำไม

      “มึงเป็นบ้าอะไรมาร์ค!!!” ผมยืนมองหน้ามันแต่ดูท่ามันก็จะพยายามระงับความโกรธอยู่เหมือนกัน

      “ยูไปทำอะไร ตรี! “ ผมก็สะดุ้ง หรือว่าเป็นเรื่องที่ตรีขอมีอะไรกับผมก่อนวันแต่งงาน แต่ผมไม่ยอม

      “ไอ้มาร์ค กู... โธ่!โว้ย! “ผมอยากจะอธิบายกับมันแต่ก็

      “มึงรู้ไหมตรีญาดาร้องไห้กับซอมพอข้างบน …ยู!” ไอ้มาร์คมันพูดให้ผมฟัง แต่อีกแว๊ปหนึ่งกับทำให้ผมคิดว่า หรือว่าตรีญาดารู้เรื่องผมกับซอมพอ  และถ้ารู้เรื่องนี้ตรีญาดาคงต้องพยายามกันผมกับซอมพอ

      “หลบ!”ผมพูดและรีบวิ่งออกไป

      “............”  ไอ้มาร์คมันก็ยืนทำหน้างง แต่ผมก็คงต้องปล่อยให้มันงงไปก่อน ผมก็วิ่งผ่าผู้คนและเข้าไปกดลิฟท์  ไม่น่ะ ไม่นะ ถ้ามีเรื่องกับซอมพอ ซอมพอต้องตัดสินใจกลับไปบ้านที่เชียงใหม่แน่ๆ และผมก็จะ ...ยากมากที่จะเจอเขา ไม่น่ะ ไอ้ลิฟท์เวรเอ้ย! และพอลิฟท์เปิดออกผมก็วิ่งเข้าไปในลิฟท์ ผมเห็นไอ้มาร์ควิ่งตามแต่สายตาผมเหลือบไปเห็นไอ้ติณกำลังเดินเข้ามาผมก็รีบกดปิดลิฟท์ไปก่อน   ไอ้มาร์คมันมองหน้าผม

   “เมื่อวันเสาร์ไอทะเลาะกับตรีญาดา “ผมหันไปบอกไอ้มาร์ค มาร์คมันก็หันมามองผมและส่ายหัว
   “เขาต้องการมีอะไรกับกู “
   “ก็มันแปลกตรงไหนวะ เพราะว่า เขา”
   “ก็กูไม่ต้องการ ...เหมือนกับว่าเขาต้องการจะ.....” สาเหตุที่ผมทำไม่ได้เพราะว่าผมไม่ต้องการใช้เวลาทั้งชีวิตกับตรีญาดาแต่ผมต้องการแค่หุ้นผมคืน และพ่อกับแม่เธอก็เป็นเพื่อนรักของพ่อผม แต่เขากลับโก้งหุ้นส่วนพ่อผมได้ร่าวมลงทุนไว้กับเขา ผมจึงจำเป็นต้องมาท้วงมันคืนด้วยวิธีนี้ 
   “มึงทำบ้าอะไรอยู่วะณุก” ไอ้มาร์คมันถามผมในขณะที่ลิฟท์มาถึงชั้นที่ 10 แล้ว ผมก็รีบเดินออกและตรงไปยังห้องทำงานของติณณภพ และรีบเปิดประตุเข้าไป

   “ ตรี” ผมเรียกชื่อตรีที่นั่งหันหลังอยู่ที่โต๊ะของซอมพอ พอตรีหันมา ตรีก็ทำหน้าปกตินะ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตามที่ไอ้มาร์คมันพูด ไอ้มาร์คมันเดินตามผมเข้ามา ผมก็เดินมาหยุดยืนที่กลางห้อง ผมมองซอมพอและตรีญาดาสลับกันไปมา

   “มีอะไรคะพี่ณุก และพี่หายไปไหนมาค่ะ ตั้งแต่..”

   “พี่..เออ. พาคุณพ่อพี่ไปอยู่กับคุณอาค่ะ ก็เลยยุ่งๆเรื่องเอกสารค่ะและพี่ก็บอกตรีแล้วนี่ค่ะว่าพี่ไปมาเลเซียด้วยนะคะ นี้พึ่งจะกลับมาถึงนะคะ“ ผมพูดบอกตรีญาดา
   “ไอ้มาร์คมันบอกว่าตรี ...ร้องไห้..” ผมถามตรีญาดาและหันไปมองไอ้มาร์ค ว่าไหนละ ดูเธอก็ปกติดี

   “ตรีเหรอคะ ไม่ได้ร้องนี้ค่ะ พี่มาร์คเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่าค่ะ และ พี่มาร์คมาทำไหมเหรอค่ะวันนี้ มาถึงบริษัทของ..”

   “แอ๊ด “เสียงประตูเปิดเข้ามโดยติณณภพ  ติณมันก็ทำหน้างง ที่เห็น ผม ไอ้มาร์ค  ตรีญาดาแต่ซอมพอมันคงจะไม่งง มาอยู่ในห้องทำงานของมัน

   “มาแล้วเหรอวะติณ” ผมกับเป็นฝ่ายเปิดการสนทนาก่อน เพราะว่าบรรยากาศในห้องทำไมมันเงียบจนน่าขนรุก ไอ้มาร์คก็ชี้โบ้ชี้เบ้ไปที่ตรีญาดาที่นั่งนิ่งไม่ทักทายไอ้ติณเหมือนเคย  ผมก็หยักไหล่ไม่รู้เกินอะไรขึ้น

   “พี่ติณก็เพิ่งจะมาเหมือนกันเหรอคะ “ ตรีญาดาเอ่ยถามติณณภพ

   “นี่พี่ณุกก็เพิ่งจะมาเหมือนกันค่ะ พี่ติณ”

   “พี่ไปดูโรงงานมาค่ะตรี พี่บอกซอมพอไว้แล้วนี่ค่ะ”ติณณภพพูด

   “แล้ว..นี้มากันพร้อมหน้าเลย  มีอะไรกันเหรอ มึงสองคน” ไอ้ติณณถพมันหันมาถามผมกับไอ้มาร์ค

   “ไอ้มาร์คมันจะสั่งทำแหวน ไม่รู้จะไปขอใครแต่งงาน” ผมพูดและขยิบตาให้ไอ้มาร์คมัน เรียกว่าส่งบทต่อ ให้

   “อ้อครับ ผมกะว่าจะไปเซอไพร์สเขานะครับ ขอสั่งทำไว้หนึ่งวง และบอสผมว่าจะจ่ายให้ด้วยนะครับ” ผมหันไปมองหน้ามันว่าให้มาสั่งทำไม่ได้บอกว่ากูจะจ่าย ทำไมมันไม่บอกว่ามันจะจ่ายเองจะได้ไม่มีใครสงสัย ผมนี้หันไปทำริ้วเฉือดคอมัน

   “มีไซ้ไหมละคะ วัดไซ้มาเลยค่ะ ซอมพอเขาะจะได้ประสานงานให้เนอะใช่ไหมค่ะซอมพอ” ตรีญาดาพูดและผมก็พยักหน้าให้มันต่อบท แอบขยิบตาไปที่ซอมพอ

   “พี่กะว่าจะเซอไพรส์ครับ น้องตรี” ไอ้มาร์คพูดและเดินไปเลียบๆเคียงๆแถวซอมพอและก๋

   “หมับ” มันคว้าเอามือซอมพอมาและ

   “ไซ้นี้เลยครับ ผมดูแล้วเท่ากับนิ้วของซอมพอเลยครับ นิ้วนางนี้เลยครับ “ ไอ้มาร์คมันพูด ผมพยักหน้าว่างานดีมาก

   “ไซ้เดียวกับซอมพอแค่ไซ้นะคะ คงไม่ใช่ว่าพี่ตั้งใจจะจีบซอมพอหรือขอซอมพอ”

   “ซอมพอ.....ที่เป็นแฟนของพี่ติณณภพนะคะ” ตรีญาดาพูดและหันไปมองติณณภพที่ยืนนิ่ง ผมแปลกใจทำไมมันไม่ยิ้มดีใจละวันนี้น้องมันเชียร์ออกมาซะจนผมนี้แอบกำหมัด หึง!

   “ไม่ใช่ครับ ...” ไอ้มาร์ค

   “ถ้าอย่างนั้นก็วัดไซ้นิ้วของซอมพอแล้วกันนะคะ “

   “แล้วพี่ติณละคะ ไหนบอกคุณป้าว่าอาจจะมีข่าวดีพร้อมกับ...ตรี ...และพี่ณุก”ตรีญาดาพูด

   “ครื้ดดดดด” เก้าอี้ที่ซอมพอนั่งถูกดันออกและซอมพอก็ลุกขึ้นพร้อมกับเดินไปหาติณณภพ

   “พี่ติณครับ ซอมพอลืมไปว่า งานชิ้นหนึ่งมีปัญหานะครับ “

   “ที่การตลาดครับพี่ติณ” ผมนี้ออกอาการแอบหึง มีจับแขนกันด้วย ผมว่าตรีญาดามีปัญหากับไอ้ติณณภพแน่ๆ  ผมก้มองซอมพอที่เดินออกจากห้องไปกับไอ้ติณณภพ และตรีญาดาที่ยืนอยู่ ไอ้มาร์คันก็หยักไหล่ก่อนจะเดินออกไปเช่นกัน ในห้องที่มีแค่ผมกับตรีญดาสองคน และบรรยากาศที่เงียบเหมือนไม่มีใครอยู่

   “ตรี ...เกิดอะไรขึ้น” ผมถามตรีญาดา ถึงผมจะไม่รักเธอแต่เธอก็เป็นเหมือนน้องผมมาตั้งแต่ผมได้รู้จักและเป็นเพื่อนเล่นกับไอ้ติณณภพมัน

   “หมับ ...ฮือๆ...พี่ณุก ...พี่ยังรักตรีไหม ...ไม่ซิ เคยรักตรีไหมคะ “

   “เกิดอะไรขึ้นตรี บอกพี่ซิ “ผมถามตรีญาดา เขาก็เงยหน้ามองผมน้ำตาอาบแก้ว ผมก็หยิบเอาผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาให้เธอ

   “นี่เราทะเลาะอะไรกับติณใช่ไหม”

   “ก็ตรี ...ตรีรู้สึกว่า พี่ณุก กับพี่ติณนะคะ พี่มีอะไรกันไหมค่ะ ที่เกินว่าเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็กนะคะ ถ้าใช่บอกตรีเถอะค่ะ “ ผมก็ต้องเลิกคิ้วสูง

   “ตรีเอาอะไรมาพูด พี่กับไอ้ติณนี้นะ เป็นไปไมได้ตรี! “ ผมพูดและเอามือเท้าซะเอว

   “ตรีคิดได้ยังไงเนี๊ยะ!” ผมถามตรีญาดา

   “ก็ตรีเจอสิ่งนี้ในห้องนอนพี่ติณไงค่ะพี่ณุก และมันก็ประติดประต่อกับเรื่องที่พี่ไม่อยากมีอะไรกับตรี ทั้งที่เราคบกันมานาน จูบแรกก็ไม่ได้หวานชื้น เหมือน..ไม่อยากจะจูบและตรียัง...เคยเห็นพี่ติณ...” ผมก็ต้องพ่นลมหายใจออกมา และมองนาฬิกาเรื่อนนั้นดีดี และผมก็นึกขั้นได้ว่าผม ไปถอดไว้ที่ห้อง ซอมพอ ชิบหาย! หรือว่าไอ้ติณมัน รู้

   “พี่คงทำตกไว้นะตรี...นาฬิกานั้นน่ะ และ พี่กับติณไม่ได้มีอะไรเกินกว่าเพื่อนเล่นกัน ตรี “ ผมพูดและมองหน่าเธอ

   “ถ้ามี พี่คงขอมันแต่งงานไม่ใช่ตรี “ ผมพูดและตรีก็มองหน้าผม

   “แต่นี้พี่ขอเธอแต่งงาน ดังนั้นจบนะคะเรื่องนี้ และไปคุยกับไอ้ติณมันดีดี ยังไงมันก็พี่ชายเรา “ ผมพูดบอกตรีญาดา เธอก็ยังยิ้นนิ่ง

   “เอาอย่างนี้นะคะ ตรี พี่จะไปหาพี่กฤษณ์ที่มหาวิทยาลัย ใกล้กับโรงพยาบาลของอาพี่ เพราะว่าพี่จะเป็นอาจารย์สอนให้กับนักศึกษาที่นั้น แต่วันนี้พี่แค่ไปคุยงานก่อน”

   “พี่จะไปส่งตรีที่บ้าน และพรุ่งนี้ก็ไปครอสทำสวยนะคะ จะให้พี่ไปส่งก็ได้นะ พี่ว่าง”ผมพูดเอาใจตรีญาดาหน่อย เพราะว่าถ้างานแต่งผมกับเธอล้มนี้คือหมดเลยหุ้นผมก็ไม่ได้ แต่ว่าตรีญาดา คิดได้ยังไงเรื่องไอ้ติณกับผม มันเป็นไปไม่ได้น่ะ แต่ก็ดี ผมจะได้หมดหวงเรื่องตรีญาดาจะมาระแวงซอมพอแทน   
   ระหว่างที่ตรีญาดากำลังเก็บของอยู่ ผมก็เห็นกระดาษที่ซอมพอเขียนวัดไซ้นิ้วของเขาเอาไว้เพราะว่าไอ้มาร์ค บอกว่าไซ้เดียวกับนิ้วของซอมพอ ผมก็กรอกรายละเอียดไว้ให้ครบหมดและให้หักเงินในบัญชีผมด้วย ทำดีแบบนี้ต้องให้รางวัลมันซะหน่อย ไอ้มาร์ค

    “ตรีค่ะ พี่ขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ เราจะได้ออกไปกันค่ะ” ผมบอกตรีญาดา และเดินออกมาเพื่อไปเข้าห้องน้ำ ผมเดินเข้าไปก็ทำธุระส่วนตัว วันนี้เลยไม่ได้เป็น กขคง ให้ไอ้ติณกับซอมพอเลย เมื่อวานก็ไม่ได้จูบเพราะว่าไอ้ติณมันเข้ามาขวาง เอ๊ะ! นี้มันขึ้นห้องซอมพอบ่อยแค่ไหนวะเนี๊ยะ ไมได้แล้วผมต้องหาวิธีอะไรซักอย่างเพื่อให้ได้ซอมพอ เพราะว่าเขาต้องเป็นของผมคนเดียว

   “ปึก” ผมเปิดประตูห้องน้ำออกมาก็เจอทันที ติณณภพ มันยืนในห้องน้ำและมันก็หันมามองหน้าผม ผมก็เดินไปที่อ่างล้างมือ

   “ทะเลาะกับตรี”ผมถามมัน

   “มึงไปทำอะไรที่ห้องซอมพอ!” มันหันมาชี้หน้าผม

   “ซอมพอไม่ได้บอกเหรอวะ ว่า กูไปทำอะไร” ผมหันมามองหน้ามัน สายตาผมกับไอ้ติณประสานกัน

   “ใช่..เขาบอกว่ามึง”

   “ช่วยชีวิตเขาไว้ไม่ให้โดน ไอ้บ้าที่ไหนก็ไม่รู้ “

   “กูว่าบังเอิญไปวะ แผนมึงใช่ไหม” ไอ้ติณณภพูด

   “ไม่ใช่แผนกู เพราะว่าถ้าใช่ กูไม่ได้แค่นั้น กูจะได้มากกว่านั้น..ติณณภพ!” ผมพูดและมองหน้าไอ้ติณณภพ

   “ติณ...เวทีนี้ไม่ได้มีแค่มึงกับซอมพอ ...มันมีกูด้วย จำไว้” ผมพูดและเดินออกจากห้องน้ำไป ผมได้แต่ยิ้มที่มุมปาก มันแค่เริ่มต้นวะติณณภพ ผมคิดในใจ ระหว่างที่ผมเดินออกมาผมก็เจอซอมพอที่ยืนถือแฟ้มเอกสารอยู่คงรอไอ้ติณณภพละซิท่า

   “ไปอธิบายพี่ติณยังไงละครับซอมพอเรื่องเมื่อวานของเราสองคน” ผมพูดทำให้คนทื่ยืนสะดุ้งเฮือกและหันมามองผม    

   “พี่เลวมาก...พี่เลวจริงๆ..”

   “เลวตรงไหน ก็แค่ลืม..ของ..แต่มันก็ทำให้ไอ้ติณมันรู้ว่าไม่ได้มีแค่มันนะที่อยากได้ซอมพอ” ผมพูดและมองหน้าซอมพอ เขายืนมองผมสายตาเขาบอกผมว่าเขาโกรธมก

   “ผมจะไม่มีวันยอมเป็นเครื่องมือพี่อีก และมันจะไม่มีวันที่พี่จะได้ขึ้นไปบนห้องผมอีกครั้ง พี่ณุก”

   “ทำไมละ ....ซอมพอ”ผมพูด

   “ถ้าพี่ไม่หยุด ผมคงต้อง บอกความจริงกับพี่น่านฟ้า ...ว่าพี่อยู่นี้ และถ้าพี่น่านฟ้ามา ผมก็จะไม่ห้าม”ซอมพอพูด

   “ถ้าพี่จะโดนพี่น่านฟ้าต่อย หรือว่าไม่กลัว” ซอมพอพูดบอกผม ผมก็หันหน้าหนี

   “เอาพี่ชายเรามาขู่พี่เหรอครับซอมพอ” ผมถามซอมพอก่อนจะหันไปเห็นติณณภพมันเดินออกมา


   “พี่บอกแล้วว่านายต้องเป็นของพี่คนเดียว! “ผมกระซิบก่อนจะเดินออกและซอมพอก็รีบแทรกตัวออกไปหาไอ้ติณณภพ และผมก็แค่หันไปมองและเดินตรงไปหา ตรีญาดาทันที  ผมคงต้องทำอะไรสักอย่าง ไม่อย่างนั้น ไอ้ติณณภพมันได้ซอมพอของผมไปแน่ๆ เจ็บใจจริงๆ และนี้ตรีญาดาก็คงตามติดแจแน่ๆ
---------------------------------------------------------------------
ฝากไว้อีกตอนนะคะ ซอมพอXพี่ณุก
รักคนอ่านจุ๊บ จุ๊บ  :mew1: :mew1:

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 5
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 156
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-0
ณุก
      วันนี้ผมไปส่งตรีญาดาไปทำครอสเจ้าสาวและผมก็ว่าจะแวะไปหาลูกพี่ลูกน้องของผมที่เป็นอาจารย์ภาคในคณะบริการธุรกิจ ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึง ส่วนตัวผมนะจบปริญญาโทวิชาเศรษฐศาตร์มา ลูกพี่ลูกน้องผมเลยจะชวนผมไปบรรยายและเป็นอาจารญ์สอนให้นักศึกษาของเขา ผมก็ยินดีนะ ผมยอมรับว่าผมเองเป็นคนที่เรียนเก่ง  ผมเรียนจบปริญญาตรี สองใบขวบ วิศวะและบริหารธุรกิจ และปริญญาโทเศรษฐศาสตร์

      “ณุก พี่ขอบใจนะที่เรามาช่วยพี่  นักศึกษาเขพากันชมว่าเรากันนะว่าเราสอนดีในเทอมก่อนที่เรามาแม้จะแค่ไม่กี่สัปดาห์ก็เถอะและ อันที่จริง นายน่าจะมาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยได้นะ “

      “ผมไม่ค่อยชอบงานที่อยู่นิ่งๆครับพี่ก็รู้” ผมพูดนะหวางที่ผมกำลังเดินออกมา

      “ปวิน มานี้ซิ “ พี่กฤษณ์ก็เรียกนักศึกษาคนหนึ้งให้เข้ามาหา

      “ปวิน เทอมหน้าเราต้องฝึกงานแล้วนิ ได้ทำเรื่องขอไปฝึกหรือยัง” พี่กฤษณ์ถามเด็กคนนั้น ทันทีที่ผมหันมาเจอเขาเข้า ก็ต้องผงะพร้อมกับเด็กนักศึกษาคนนั้น  แต่ผมก็หันไปส่งยิ้มให้เขาแต่อีกคนกลับทำสีหน้าบึ้งตึงแทน

      “ปวิน” พี่กฤษณ์เรียกนายปวิน เขาก็หันมาและยกมือไหว้ผมแบบเสียไม่ได้

      “รู้จักพี่เขาเอาไว้นะ พี่เขาเป็นลูกพี่ลุกน้องของผมและจะมาเป็นอาจารย์สอนพิเศษวิชาเศรษฐศาสตร์ ห้องนายด้วยนิเทอมนี้ แทนอาจารย์อรุณีย์ที่ลาคลอด” พี่กฤษณ์พูด ผมก็เอามือล้วงกระเป๋าและยิ้มให้เขา

      “ครับ”เขาตอบผมแค่นั้น

      “อาจารย์ครับผมมีเรียนอีกวิชานะครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ ยังไงผมจะมาหาอาจารย์อีกทีตอนเย็นครับ หวัดดีครับอาจารญ์ “

      “หวัดดีครับพี่...ณุก” และน้องเขาก็เดินออกไป ผมหันมามองพี่กฤษณ์

      “ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวนะครับเพราะว่าผมต้องไปที่ออฟฟิตก่อน ไปหาเพื่อนผมนะครับ” ผมพูดบอกพี่กฤษณ์และเราก็แยกย้ายกัน ผมรีบเดินตามปวินทันที และนี้ก็คงจะโกรธผมด้วยแน่ๆที่ผมไม่โทรหาเขาเลย ก็ตอนนี้งานผมยุ่งมากและไหนจะคอยกันซอมพออีก แต่ยังไงผมก็ไม่เก็บเด็กนี้ไว้อยู่แล้ว

      “หมับ” ผมจับแขนเขาและปวินก็หยุดเดินก่อนจะหันมามองหน้าผม

      “อะไรอีก” ดูถามเข้าซิ

      “หนีพี่ทำไม โกรธพี่เหรอ” ผมถามปวิน
   
      “กูจะโกรธทำไมมึงบอกกูแค่ของแค่เหงา กูเข้าใจและ...”

      “กูก็เลิกเป็นของแก้เหงาพี่แล้ววะ กูถอย และให้มันจบ” ปวินพูด พร้อมกับสะบัดมือผมให้ปล่อยแขนเขา

      “ก็ดีนะ จบง่ายดี ไม่ต้องลำบากพี่แต่...พี่ว่า..บางทีเราอาจจะ.”

      “ไม่มีทาง กูไม่ใช่คนอย่างนั้น และวันนั้นกูแค่เสียใจแฟนกู ตอนนี้กูกับมาดีกันแล้ว โอเคน่ะ “ ปวินพูด

      “พี่รู้จักแฟนเราวะ” ผมพูดปวินก็หยุดเดินและหันมามองผม

      “พ่อเขาเป็นลูกค้าชั้นดีและเราก็เอื้อกันมานาน “ผมพูดปวินหันมามองผม ผมก็ยิ้มให้และก็เดินออก ผมปล่อยให้ปวินหันมามองผมและรีบหันไปทันที

      ตอนนี้ผมต้องไปหาไอ้มาร์คก่อน วันนี้ตอนที่ผมพาตรีญาดากลับบ้าน เธอก็พยายามค้นหาหลักฐานต่างๆในรถผมน่าดู และผมก็คิดว่า กุลแจคอนโดของผม ผมควรจะเอาไปเก็บไว้ในที่ปลอดภับที่สุด นั้นคือไอ้มาร์คเลขาฯ ของผม

   Mark= What’s up, man?
   Nook= ยูอยู่ที่ออฟฟิตไหม
อันที่จริงออฟฟิตก็อยู่ข้างล่างคอนโดหรูของมันนั้นแหละ ผมเช่าเอาไว้เป็นที่ทำงานของผมกับมาร์คที่ไทย
   Mark =ใช่ ไออยู่ออฟฟิต เพราะว่าไอมีลูกค้ามาคุยเรื่องที่จะให้เราชิปปิ้งเครื่องจักรสำหรับไร่กาแฟ เขามาจากเชียงใหม่ ทำไมเหรอยู
   Nook = ไอจะเข้าไปหายู
   Mark= ไม่เห็นบอกเลยจะเข้าบริษัท ถ้าอย่างนั้นยูจะมาคุยกับลูกค้าเองไหม
   Nook=นัดไว้กี่โมง
   Mark= 3 โมง
   Nook=ยูคุยเลยมาร์ค ไอเพิ่งจะออกไม่ทัน และไอแค่แวะเอาของไปฝากให้เก็บให้หน่อยแค่นั้น และนี้ไอต้องขับรถไปหาตรีญาดาอีก กูเยอะวะ แค่นี้นะ
   ผมบอกไอ้มาร์คและกดวางสาย ผมหันไปเห็นไอ้ไดม่อนมันเดินถือเหมือนจะเป็นของขวัญ น่าจะไปให้แฟน แม้พอกลับมาดีกันก็รักกันดีน่าดูแต่ก็ดีจะได้ไม่มีใครมาขวางผมกับซอมพออีก แต่ตอนนี้ซอมพอคงโกรธผมน่าดูและไม่ยอมเปิดโอกาสให้ผมแน่ๆ ก็ผมดันไปลืมนาฬิกาไว้และไอ้ติณมันก็ดันซวย ทำให้ตรีญาดาคิดและนี้ติณมันคงต้องติดซอมพอไว้ให้มากขึ้นไปอีก เอาวะ หาแผนใหม่ ผมคิดในใจและขับรถออกไปทันที
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ปวิน

   ผมเดินไปคณะด้วยจิตใจเลื่อนลอย เพราะว่าผมโดนกดดันหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ โดยเฉพาะแม่ผม ที่เขาพยายามบอกผมเสมอว่าผมไม่ใช่พวก รักเพศเดียวกัน ให้ผมเป็นผู้ชายแมนๆ ถ้ามันทำได้ง่ายๆ ผมทำไปแล้ว ผมกับไดม่อนคบกันโดยไมได้บอกแม่ผม ส่วนพ่อผมนะไม่สนใจหรอก มีแค่บ้านเล็กบ้านน้อย พูดง่ายๆมีแต่อีกหนูไปทั่ว
   แต่ความซวยของผม ก็วันที่ผมทะเลาะกับไดม่อนมัน ถึงขั้นจะเลิกกัน ผมก็ดันหน้ามืดตามัว ไปเจอไอ้พี่ณุก ดูภายนอกดีเชียวแต่มันบอกว่าผมแค่ของเล่น แล้วจะอยู่เป็นของเล่นมันทำไม ทำไมชีวิตผมถึงได้ซวยแบบนี้นะ และนี้ยังไม่พอ มันเสือกมาเป็นอาจารย์พิเศษอีก วิชานี้ผมก็ต้องลงเรียนด้วย ไม่อย่างนั้นไม่ผ่านอีก

   “ปวิน”ผมหันไปมองไอ้ไดม่อน ที่จริงผมกับมันก็ยังไม่ถึงกับดีกันหรอก ผมหลอกไอ้พี่ณุกมันไป ผมรีบเดินจั้มอ้าว มันถือเหมือนของขวัญมาให้ผมและมันก็วิ่งตามผม จนทัน

   “วิน” ไดม่อน

   “เชี้ยอะไรอีกวะ “ ผมพูดเพราะว่าวันนี้มีเรื่องซวยๆเข้ามาหาผมหลายเรื่องแล้ว

   “หมับ”ไดม่อนมันลากแขนผมออกและผมก็มองหน้าว่าไปไหน มันยังคงลากผมไป ผมเบื่อเลยไม่ได้ขัดขืนแม่งเลยวันนี้

      “อะไรว่ามา” ผมเริ่มหงุดหงิดเลยสะบัดมือให้หลุดและถามไดม่อนไป

      “ทำไม ไอ้พี่ซอมพอมันไม่เอามึงหรือไงถึงได้ “

      “ วิน...เออ..ไดม่อนขอโทษที่..เกือบนอกใจ แต่..วินก็บอกเลิกไดม่อนไปนิ และ..”

      “มันแค่หวันไหว” ไดม่อนพูด ผมยืนกอดอก ผมมองไปรอบๆ นี้มันลากผมมาคุยด้านหลังตึก

      “อันที่จริง มึงกับกูเลิกกันก็สมใจเพื่อนมึงแล้วนะไดม่อน” ผมพูดและหันหลังให้มัน

      “วิน ...กู..ยังรักมึงนะ ..”

      “ไดม่อนยังรักวินนะ เพราะว่าวินคือคนแรกและม่อนคิดว่าคือคนเดียวที่ม่อนจะจีบ “ ไดม่อนพูด ผมไม่กล้าหันกลับไปมองมันเลย

      “แล้วมึงคิดว่ามึงเป็นแฟนที่ดีไหมวะม่อน” ผมพูดเสียงผมสั่น

      “ใช่ม่อนยอมรับ ..ว่าม่อนไม่มีเวลาให้ วิน เพราะว่า..หลายเรื่องอ่ะวิน “ ไดม่อนพูดผมหันไปมองหน้ามัน คนอย่างมันนี้นะ

      “นี้แม่ก็ถามหาวินนะ แม่ยังต่อว่าไดม่อนเลยนะที่ไม่ง้อวินนะ” ไดม่อนพูด ผมนี้โคตรอิจฉามันเลยทีพ่อแม่เขาเข้าใจไม่เหมือนผม

      “เพื่อนไดม่อน เห็นพวกมันแบบนันมันยังว่าม่อนควรจะมาง้อวินเลยนะ”ไดม่อนพูดพร้อมกับเดินเข้ามากอดผมจากด้านหลัง

      “ม่อนมึงรู้ไหมว่า พ่อแม่กูไม่รู้ว่ากูเป็นแบบนี้ กูโคตรอึดอัดเลยวะม่อน “ ผมพูดไปน้ำตาผมก็ไหลไปด้วย

      “ก็วินไม่เคยบอกม่อนนิ”

      “มึงรู้ไหม..เวลากูอยู่กับมึงอ่ะ กูโคตรเป็นตัวของตัวเองวะม่อนแต่หลังๆแม่งกูเหมือนนั่งอยู่คนเดียว กูมีแฟนก็กอยากจะใช้เวลากับแฟนไม่ใช่มึงดูแต่หน้างอ”ผมพูดไปปาดน้ำตาไปด้วย

      “กูต้องเลือกเรียนที่ไกลบ้าน เพราะว่ากูอยากออกมาจากตรงนั้น มอ่น..ฮึกๆๆ” ผมร้องไห้ และไดม่อนมันก็หมุนตัวผมไปกอด

      “อย่าร้องไห้นะ ม่อนขอโทษ”

      “ม่อนกูมีเรื่องจะบอกมึงก่อนทีมึงจะตัดสินใจว่ากูควรจะกลับไปหามึงไหม” ผมพูดและไดม่อนมันก็มองหน้าผม

      “กูนอกกายมึงไปวันที่กูกับมึงทะเลาะกันหนักอ่ะ “ผมพูด ไดม่อนมันมองหน้าผมแบบตกใจ

      “แค่ครั้งเดียว วินขอโทษ ฮือๆ”

      “ช่างมันเถอะ เพราะว่าม่อนก็ผิด แต่ต่อไปเราจะหันมาคุยกันนะวิน เราจะไม่โกรธกันและหายไปกันแบบนี้ มีอะไรคุยกันให้เข้าใจนะวิน “ ไดม่อนพูดผมก็หันไปกอดมัน

      “เย็นนี้ไปทานข้าวกับพ่อกับแม่ไดม่อนนะ พ่อกับแม่เพิ่งกลับมาจากมาเก๊า เขาซื้อของมาฝากเราสองคนด้วย นะวิน” ไดม่อนบอกผม ผมพยักหน้าว่าได้ และก็อดยิ้มไม่ได้ เวลาผมอยู่กับครอบครัวไดม่อน ผมโคตรมีความสุขเลย พ่อแม่ไดม่อนปฏิบัติเหมือนผมคือลูกชายเขาคนหนึ้งจริงๆ  เหลือแต่แม่ผมเท่านั้นที่คอยแต่ห่วงหน้าตาทางสังคม และพ่อผมที่ไม่เคยสนใจมีแต่หาผู้หญิงมาชนเชยความสุขตรงนั้น เวลาผมมีปัญหา ผมเลยไม่รู้จะหันไปกอดใคร
   -------------------------------------------------------------------------------------------------
ณุก
   ผมขับรถมาหาไอ้มาร์คก่อนแบบไม่รีบร้อยหนัก คิดแล้วก็เจ็บใจ ถึงไอ้ติณมันจะเป็นแพะรับบาปไปแต่ว่า ผมก็ถูกมองว่าผมนี้เลวมากในสายตาซอมพอเข้าไปอีก เมื่อวันเสาร์เหมือนจะดีแต่คง เขาคงไม่ยอมเข้าใกล้ผมดีดีแน่  ยิ่งคิดยิ่งแค้นจริงๆ ผมควรจะเป็นพระเอกในใจซอมพอซิ ไม่ใช่ตัวร้ายแบบนี้ นี้ถ้าไม่ติดว่าผมต้องเอาทุกอย่างคืนผมคง บอกมันไปแล้วว่าผมมาก่อนมันอีก

   Nook= คุยเสร็จยัง
   Mark=Just now!
       Nook= กำลังจะเข้าไปวะ ทุกอย่างเรียบร้อยดีนะ
   Mark= Yes, Boss!
   Nook= Well done! Mark.
   และผมก็กดวางสายไปทันที ผมกำลังจะเดินเข้าไปในตัวตึกชั้นล่าง และผมก็ต้องชะงักและรีบหามุมหลบเช่นกันเพราะว่าผมเจอมัน แม้ว่าจะไม่ได้เจอกันนาน ล่าสุดเมื่อสองปีที่แล้วก็ตาม ไอ้น่านฟ้า มันมาทำไมที่นี้ อย่าบอกนะว่ามันคือลูกค้าของผม ผมหยิบแว่นตาขึ้นมาสวมอย่างน้อยก็ปกปิดว่าผมคือใคร ตอนนี้ผมเปลี่ยนทรงผมใหม่มันคงจำผมไม่ได้หรอกผมคิดว่า

   ผมแอบเห็นไอ้น่านฟ้ามันหลบไปแอบคุยโทรศัพท์ ผมก็ไปยืนแอบฟังแบบพอได้ยิน

   “สวัสดีครับ คุณธีย์ ใช่ไหมครับ ผมน่านฟ้า ครับ พอดีว่าผมเพิ่งจะว่างนะครับ ใช่ครับผมอยากได้เด็กที่รับจ๊อบ ครับ รบกวนส่งคนที่เขายอมรับเงื่อนไขผมได้ด้วยนะครับเพราะว่าผมไม่อยากจะบังคับถ้าเขาไม่ชอบ ได้ครับ ครับผม ผมจะไปที่ผับเดิมครับคืนนี้  ครับ ถ้าน้องมาถึงโทรหาผมด้วยนะครับ บายครับ” ผมก็ทำหน้าฉงน เด็กรับจ๊อบ ที่ว่านี้รับจ๊อบอะไร แถมนัดกลางคืนมันแปลก  ทันทีที่น่านฟ้าวางสายมันก็กำลังจะเดินผ่านผมไป ผมรีบหันหลังให้ทันที มันคงไม่ทันได้สังเกตุและเดินออกไปจากตึก ผมก็รีบเดินกลับไปยังออฟฟิต

      “มาร์ค” ผมเรียกชื่อมัน ไอ้มาร์คกันมามอง

      “ลูกค้าชื่ออะไร”

      “เดี๋ยวนะ ตอนแรกเขาติดต่อในนามบริษัท ไร่กาแฟXXXX”

      “เออ..ชื่อ..น่านฟ้า นะตรงนี้ที่เขาเซนต์ชื่อไว้อ่ะ” ผมก็ยิ้มกริ่ม ที่มันไม่รู้ว่าเป็นผมก็เพราะว่าผมใช่ชื่อปริญญ์และมาร์ค ในนามของบริษัท
      “มึงให้เปอร์เซนต์เขาไหมวะ” ผมถามไอ้มาร์ค
      “ขอด่วนมามึงไม่ให้ไม่ใช่เหรอวะ เพราะว่าเราต้องเสียค่าบริการหลายอย่าง” ไอ้มาร์คมันพูด

      “เปลี่ยนใหม่ ให้ไป 5% และโทรถามว่าจะให้เซนต์เอกสารเลย เจอกันที่ไหนคืนนี้ “ ผมบอกไอ้มาร์ค

      “มึงไปกับกูคืนนี้” ผมพูดบอกไอ้มาร์คมันก็พยักหน้าและกดโทรหาน่านฟ้าทันที ผมได้แต่นั่งใช้นิ้วลูบค้างงามๆของผมเอง เพื่อคิดว่าจะ...ใช้ ..ปวิน

      “เดี๋ยวกรูมา” ผมบอกไอ้มาร์คและเดินออไปกดโทรหาปวินทันที ผมมีงานชิ้นสุดท้ายให้เขาทำ
      “ริงงง” ผมโทรหาปวิน วันนี้ปวินทันที อย่างน้อยข้อต่อรองของผมและเขาก็เยอะพอที่เขาจะต้องให้ความร่วมมือกับผมแน่ๆและข้อต่อรองนี้ก็จะกันไม่ให้เขาหักหลังผมอีกด้วย

      “ว่าไงครับพี่ณุก ผมบอกพี่แล้วไม่ใช่เหรอครับว่าผมจะไม่!”

      “ครับพี่ทราบครับน้องปวิน แต่ตอนนี้พี่อยากเจอเรา ออกมาหาพี่หน่อยพี่มีเรื่องให้เราช่วย” ผมบอกปวิน

      “คนอย่างพี่นะจะให้ผมช่วย พี่นะเป็นพวกร้อยเหล่เหลี่ยมแบบนี้ ไม่ต้องถึงกับร้องขอให้ผมช่วยหรอกมั้งครับ “ ปวิน แม้ปากคอเลาะร้ายซะจริงๆ

      “ ปวิน เราก็รู้นิว่าพี่รู้จักกับอาจารย์ภาคที่เราเรียนอยู่นะ อย่าให้พี่ต้องเอาคลิปเด็กสวมชุดนักศึกษากำลัง ..ดูด อันนั้นของพี่ให้เขาดูนะ ได้ข่าวว่านายจะฝึกงานที่ธนาคารไม่ใช่เหรอ “ ผมพูดคนปลายสายคงอึ้งไปเลยซิท่า

      “ไอ้เชี้ย มึงเล่นกับกูแบบนี้เหรอวะ!”

      “พูดไม่เพราะเลยนะครับปวิน คราวนี้จะออกมาหาพี่ได้หรือยังครับ “ผมถามคนปลายสาย

      “ไหนพี่จะรู้จักกับพ่อของแฟนเราอีกละ ตอนนี้เขาต้องให้พี่ช่วยเหลือในเรื่องงานด้วยซิ และถ้าเขาได้เห็นคลิปนายอีกด้วยนะ พี่ไม่อยากคิดแทนนะ” ผมพูด

      “มึงจะให้กูทำอะไร” ปวินถามผม

      “ออกมาหาพี่ก่อน เดี๋ยวพี่บอกที่ตั้งอีกทีแต่ห้ามเบี้ยวนะวันนี้และคืนนี้ แค่นั้น ทุกอย่างจะจบ”ผมพูด

      “ณุก..ที่ผับxxxx” ไอ้มาร์คมันเปิดประตูออกมาและพูดให้ผมอ่านปาก ผมก็พยักหน้าว่าได้ มันคือผับประจำที่ผมไปหาเศษหาเลยเช่นกัน แสดงว่าไอ้น่านฟ้ามันเป็นอย่างที่ผมคิดไว้ไม่มีผิด ผมนี้ดูออกตั้งแต่ที่มันหวงน้องซอมพอเกินกว่าเหตุแล้ว

      “วินไปหาพี่ที่ผับที่เราเจอพี่ครั้งแรกจำได้ไหม”ผมพูดบอกปวิน

      “ทำไมกูจะจำไมได้ กูเจอเทพบุตรแต่สุดท้ายกูเสือกได้ ปีศาจมาแทนไง “ นั้นยังปากดีอีก แต่ก็ช่างเอาไว้ก่อน

      “ พี่จะรอที่นั้นแล้วพี่จะบอกให้ว่าทำงานอะไร ตรูดดดดด” ผมกดวางสายและไม่ลืมส่งคลิปไปให้ทางมือถือ ผมดัดไว้ที่เขากำลังอมของผมอยู่ไม่เห็นหน้าผมหรอกแต่เห็นเต็มๆว่าเขาอมอย่างเมามันมาก คงเพียงพอที่จะทำให้เขาไม่กล้าปฏิเสธงานที่ผมจะเสนอให้

      “พี่ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้นายเป็นของพี่ซอมพอ” ผมพูดและเดินออกไปทางด้านหลัง ผมจอดรถไว้ที่นั้น ผมไม่เห็นน่านฟ้าแล้ว นั้นแสดงว่าเขาออกไปกันเรียบร้อยแล้วซินะผมก็เดินกลับไปที่ออฟฟิตที่ไอ้มาร์คนั่งอยู่และผมก็วางกุลแจคอนโดของผมไว้ มาร์คมันมองหน้าผม มาร์คมันก็ไม่เคยไปที่นั้น

   “มาร์ค กูฝากกุลแจคอนโดกูไว้กับมึง เพราะว่าช่วงนี้ตรีญาดาค้นรถกูน่าดูว่ะ “ ผมพูดแบบหัวเสีย ผมไม่ขอบพฤติกรรมแบบนี้ตรีญาดารู้ดี และทั้งที่เขาไม่เคยทำแต่ก็กลับมาทำซะนี้ พอผมต่อว่าเธอก็ร้องไห้

   “โอเคบอส!”

   “ห้ามให้ตรีเด็ดขาด เข้าใจไหมวะ มาณ์ค!”

   “โอเค โอเค”

   “กูจะกลับไปรับตรีไปส่งที่บ้านและจะมารับมึงไปที่นี้  เตรียมเสื้อผ้าให้กูด้วยวะ อาบน้ำที่ห้องมึงเลย” ผมบอกไอ้มาร์ค ก่อนจะรีบเดินออกไปรับและส่งตรีญาดา อีกอย่างผมมีมาร์คไปด้วย ตรีจะได้ไม่แครงใจว่าผมจะไปไหน เพราะถ้ามีมาร์คนั้นแปละว่ามีงานเข้า
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ฝากไว้อีกตอนนะคะ พี่ณุกXซอมพอ

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 593
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 5
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
 :a5: ไอพีณุกมันจะทำอะไร ตอนนี้แอบสงสาร ปวินน่ะ

ออฟไลน์ psychological

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 304
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-0

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 156
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-0
ติณณภพ

    เมื่อตอนเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา เกิดเรื่องที่ทำให้ผมกลายเป็นแพะรับบาปไปซะเอง ก็เพราะว่าผมดันไปเจอนาฬิกาไอ้ณุกมันในห้องของซอมพอ และซอมพอก็สารภาพว่าเขาไม่ทันได้คิด ว่าเป็นของที่ไอ้ณุกมันจะลืมไว้ และใช่มันไปที่ห้องของซอมพอจริงๆ แต่ซอมพอเขามีเหตุผล เพราะว่ามีคนกำลังจะขับรถชนซอมพอแต่ณุกเข้ามาช่วยซอมพอไว้ได้ทัน และณุกมันก็รีบพาซอมพอขึ้นห้องและทำแผลให้ แต่ว่าผมไปหาเขาพอดี


   ส่วนซอมพอเองก็ไม่อยากให้ผมคิดมากและมีปัญหากับพี่ณุก มันจะดูไม่ดีที่เขาอยู่ในห้องกับไอ้ณุกที่จะแต่งงานกับตรีญาดาสองคน และซอมพอบอกว่าเขาจะระวังเรื่องนี้ให้ไม่ให้เกิดขึ้นอีกแน่นอน
   และผมเองก็ต้องมาพักที่คอนโดแทน เพราะว่าน้องสาวผมประกาศแล้วว่าไม่ไว้ใจผมแล้วนะตอนนี้ แถมไอ้ณุกมันก็บอกผมว่า เวทีรักของซอมพอไม่ได้มีแค่ผมและซอมพอ แต่มันด้วย นี้ซิ มันต้องการอะไรกัน น้องผมก็จะเอาและซอมพออีกหรือไง เหมือนมันพยายามแย้งของรักของผมเลย

      ผมนั่งดื่มอยู่คนเดียวในห้องพักในคอนโด ซึ่งปกติผมไม่ดื่มหรอกนะ แต่วันนี้นึกอยากดื่มขึ้นมาซะอย่างนั้น ผมดื่มไปหลายแก้วอยู่แต่แค่มึนๆ ไม่ได้เมามาก จู่ๆก็มีเสียงเหมือนมีคนแตะบัตรห้องพักของผมและประตูก็ถูกเปิดเข้ามา ผมก็มองคนทีเดินข้ามาพร้อมลากกระเป๋าเดินทางใบเล็กๆและเป้โน๊ตบุ๊ก คนนั้นก็คือ

   “น่าน!” ผมเรียกชื่อเขา ผมลืมไปเลยว่าเขาบอกจะมาวันพุธ

   “ผมลืมไปเลยว่าคุณจะมา” ผมพูดและมองหน้าเขาทีทำสีหน้างง ว่าทำไมผมมาอยู่ที่นี้

   “คุณมาพักทีนี้แล้วเหรอ หรือว่าแกล้งมารอผมกันแน่ๆ ติณ” น่านฟ้าถามผมปนขำผมด้วย

   “ไม่ได้มารอ แต่ผม...เออ..” ผมพูดและเงียบไปทันที  น่านฟ้ามองในมือผมที่ถือแก้ววิสกี้ดื่มค้างอยู่

   “คิดยังไงดื่มเหล้า นี้ดื่มไปเยอะหรือยังคุณ” น่านฟ้าถามผม ผมก็มองในมือผมที่ถือยู่ และส่ายหัวว่าไม่นาน

   “ผมมีปัญหานิดหน่อยนะคุณ” ผมพูดและวางแก้วลง น่านฟ้าพยักหน้าเป็นเชิง

   “คุณจะให้ผมพักที่นี้ไหมละ คุณติณ”

   “ทำไมละ มีตั้งสองห้องนอน คุณก็นอนห้องที่ผมเอาไว้..สำหรับแขกก็ได้นิ “ ผมพูดบอกน่านฟ้า

   “แต่ผมคงกลับดึกหน่อยนะผมจะออกไปคุยและเซนต์เอกสารกับบริษัทชิปปิ้ง บริษัทใหม่ที่ผมเพิ่งจะดีลงานกันวันนี้ “น่านฟ้าพูด ผมก็เลิกคิ้วขึ้นคำถาม ว่ากลางคืนนี้นะ

   “พอดีเขาเปลี่ยนใจเรื่องเปอร์เซนต์ลดให้ผมนะ และผมก็จะออกไป...หาความสุขส่วนตัวนิดหน่อย” นั้นก็ทำให้ผมเลิกคิ้วขึ้นไปอีก

   “เอานะ ว่าแต่คุณ เป็นอะไรดูสีหน้าไม่ค่อยจะดี” น่านฟ้านั่งลงตรงข้ามกับผมและเขาก็รินวิสกี้ใส่แก้วเปล่าที่เขาไปเอามาจากในตู้

   “ผมเออ..”

   “ถ้าไม่สะดวกจะบอกผมก็ไม่เป็นไรติณ” น่านฟ้าบอผม

   “ผมมีเรื่องผิดใจกับน้องสาวผมนะ “ผมพูดบอกน่านฟ้า เขาก็พยักหน้าใช่เขาคงเข้าใจผมดี เพราะว่าเขาเองก็มีเรื่องกับซอมพอน้องชายของเขาอาทิตย์ก่อนเช่นกัน

   “ น้องเรานี้เหมือนกันไหม เอาแต่ใจตัวเองไม่คิดหน้าคิดหลัง” น่านฟ้าพูดและผมก็เงยหน้ามองซอมพอนี้นะ

   “เมื่อก่อนเขาเป็นหนักมากแต่ตอนนี้เบาลงเยอะแล้วนะ” น่านฟ้าพูดและเขาก็กระดกวิสกี้ดื่มเข้าไป

   “ผมผิดใจในสิ่งที่ไม่ควรจะผิดใจอ่ะคุณและผมก็ต้องมาพักที่นี้ “ผมพูดน่านฟ้าเขาก้มองผม แต่ผมเองก็ไม่อยากจะบอกเรื่องไอ้ณุกหรอกมันน่าเกลียดที่ผมเคยคิดแบบนั้นกับมัน

   “อันที่จริงผม คิดว่าจะย้ายออกมาหลังจากเขาแต่งงาน เพราะว่าเขาต้องแต่งเข้าบ้านผม” ผมบอกน่านฟ้า

   “คุณคิดอะไรกับแฟนของน้องคุณหรือไง” น่านฟ้าถามผม ผมก็มองหน้า

   “เขาเคยเป็นเพื่อนรักผม เพื่อนเล่นกันตั้งแต่เด็ก เกิดมาไม่นานก็รู้จักกัน มาเที่ยวมาเล่นที่บ้านของพ่อผมประจำ แต่หลังจากที่เขาขอน้องสาวผมเป็นแฟน ผมไม่ได้สนิทกับเขาอีกนะ แม้ว่าเขาจะไปเรียนเมืองนอกกับผมอีกก็ตาม” ผมพูดบอกน่านฟ้า ระหว่างที่ผมคุยกับน่านฟ้า ผมก็ดื่มไปด้วยตลอด จนกระทั้ง

   “หมับ” เขาเอื้อมมือมาจับแก้ววิสกี้ของผมไม่ให้ผมกระดกเข้าปากไปอีก

   “คุณดื่มมากแล้วติณ พอเถอะ พรุ่งนี้คุณทำงานไหม” น่านฟ้าถามผม

   “ทำซิ ช่วงนี้ผมนะยุ่งมาเลย”ผมพูดน่านฟ้ามองผม

   “ ไหนจะต้องขับรถไปโรงงานอีก และต้องมาไล่ดูตรวจเช็คชิ้นงานให้ตรงกับออเดอร์อีก เอกสารก็ต้องเซนต์ “ผมพูดและมองหน้าน่านฟ้า

   “ถ้าอย่างนั้นก็หยุดดื่มและเข้าไปนอนพักซะ” น่านฟ้าดึงแก้วเหล้าแต่ผมขืนไว้ นี้เขาออกคำสั่งผมเหรอ ไม่ใช่น้องชายนายซักหน่อย แต่เขาไม่ยอมปล่อยแก้วเหล้าคืนให้ผม

   “ผมยังไม่ง่วง ผมขอ” ผมพูด

   “ไม่เอานะติณพอแล้ว และผมก็จะออกไปธุระแล้ว ผมเป็นห่วงว่าคุณจะดื่มจนเยอะเกินไป อย่าทำร้ายตัวเองติณ” น่านฟ้าพูดสายตาเขามองผม มันมีความหมายหลายอย่างเกินกว่าที่ผมจะตาดเดาได้ ผมอยากจะรู้ว่าเขามองคนที่จะแต่งงานด้วยแบบนี้ไหม จนกระทั้ง

   “ผมกำลังทำร้ายตัวเองเหรอ...น่าน”ผมถามเขา สายตาผมจับจ้องใบหน้านั้น

   “อืมมม”
 
   “ติณ” เสียงเรียกชื่อผม แต่ตอนนี้ผมรู้สึกดี แบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

   “ติณ” เสียงเรียกชื่อผมอีกครั้ง

   ติณณภพ” อันนี้มาเต็มๆ ทำให้ผมค่อยๆลืมตา ผมได้สติขึ้นมาทันที ผมกำลังจูบกับน่านฟ้าที่นั่งฝั่งตรงข้ามกัน โต๊ะระหว่างผมกับเขามันเล็กไปทันที่และนี่ผมลุกขึ้นและไปจูบคนฝั่งตรงข้ามตอนไหนครับ

   ผมก็ต้องค่อยๆถอนปากผมออกด้วยอาการตกใจ ฤทธิ์ของสุราหายไปในทันที  ผมเอามือลูบริมฝีปากผมอย่างตกใจ นี้มันจูบแรกของผม ผมควรจะจูบกับซอมพอซิไม่ใช่พี่ชายซอมพอ

   “คุณจูบผม!” ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้ตกใจ

   “คุณโน้มตัวมาจูบผมครับคุณติณ และผมก็เรียกขื่อคุณให้ได้สติหลายรอบแล้วติณ” น่านฟ้าพูดโดยที่เขาก็แอบยิ้มที่มุมปาก

   “แล้วทำไมคุณไม่ห้ามผม” ผมร้องถามน่านฟ้า ด้วยอาการเขินและอาย มันน่าอายมากที่ผมกล้าทำแบบนั้นกับ...พี่ชายซอมพอ

      “บางทีผมก็คิดว่าคุณอาจจะอยู่ในช่วงเรียนรู้... เพราะเท่าที่ผมรู้สึกนะติณ” เขาพูดกับผมหน้าตาเฉย

      “รสจูบมันยังเหมือนคนหัดใหม่”น่านฟ้าพูด และเขาก็ลุกขึ้นพร้อมกับเดินมาหยุดยืนอยู่ฝั่งเดียวกับผม และเขาก็เอาแขนที่กำยำของเขามากั้นผมไว้กับเก้าอี้ที่ผมนั่งอยู่ เขาดันมันออกเพื่อให้ผมได้เผชิญหน้ากับเขาแบบตรงๆ

      “ผมจะสอนให้ ...ว่าจูบจริงๆ นะเป็นแบบไหนติณ คุณจะได้เอาไปใช้ให้ถูกๆ”

      “อืมม...อืมมม......”ไม่รู้เนินนานแค่ไหนแต่มันบอกได้ว่ามันซาบซ้านมากอย่างที่ผมไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน รสจูบที่บอกได้ว่าเขาเชี้ยวชาญและมีประสบการณ์มากกว่าผมเป็นไหนไหน

      “อ้าห์……,”มันทำให้ผมเผลอครางออกมาและลิ้นของคนที่กำลังสอนผมจูบก็รีบดุลเข้าไปในปากผม ทำไมผมไม่ขัดขืนวะ ทำไมผมถึงได้เรียนรู้ไว้กว่า4G แบบนี้วะติณ  ผมสอดลิ้นของผาเข้าไปเช่นกันเหมือนเช่นที่เขาทำกับผม เฮ้ย!! มันต้องไม่ใช่แบบนี้ซิ

      “อืมมม”ผมเริ่มได้สติอีกครั้ง ผมรีบผลักอกเขาซะก่อนที่ผมจะหมดลมหายใจและน่านฟ้าก็ถอนปากเขาออกและมองผม ผมก็ต้องรีบสูดเอาอากาศเข้าปอดตัวเองอย่างไว

      “แบบนี้เขาถึงจะเรียกว่าจูบติณ” น่านฟ้าพูดและยกนิ้วของเขาแตะที่ริมฝีปากตัวเอง

      “ผมว่าคุณเข้าห้องพักเถอะนะ ผมจะไปแล้ว คุณดื่มมากแล้ว และถ้ามากไปกว่านี้ คุณคงได้ขาดสติและ...อาจจะ...” น่านฟ้าพูดสายตาเขาบอกผมได้ชัดเจนว่าผมกับเขาอาจจะได้เสียกันวันนี้ เท่านั้นแหละผมก็รีบดีดตัวลุกขึ้นทันทีและเลิกดื่มเลยครับผม

      “ผมกลับดึกนะติณณภพ ไม่ต้องรอผม” น่านฟ้าบอกผมก่อนจะหันไปลากกระเป๋าเพื่อที่จะเข้าห้องนอนที่ผมให้เขาพัก
 
      “จ้างให้ก็ไม่รอ ผมล๊อกประตูห้องนอนผมอยู่แล้วคุณ” ผมพูดและรีบเข้าห้องนอนผมเองเช่นกัน ที่รีบเพราะว่าอายครับ

      “หึหึ” คนที่ผมบอกกลับหัวเราะในลำคอแบบชอบใจ นี้เขาแกล้งผมอีกแล้วเหรอน่านฟ้า ผมเอานิ้วมือเรียวๆของผมแตะที่ริมฝีปาก ผมไม่เคยจูบใครได้แบบนี้มาก่อนเลย แม้จะพยายามก็ไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนี้เลยจริงๆ หรือนี้เขาเรียกว่ารสจูบของจริงใช่ไหม แต่ทำไมเป็นจูบกับพี่ชายของคนที่นายขอเป็นแฟนละวะติณณภพ
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
น่านฟ้า
   ผมกำลังเดินออกจากห้องติณณภพหลังจากที่ผมได้อาบน้ำแต่งตัวหล่อๆ เพื่อออกไปหาเด็กที่ผมได้นัดเอาไว้ ผมไม่กล้าบอกทางบ้านว่าผมก็เป็น เพราะว่าป้าผมเขาเสียใจกับซอมพอแล้วและซอมพอก็บอกว่าเขาเปลี่ยนตัวเองไม่ได้ ดังนั้นผมก็ต้องไม่ทำแบบนั้นทั้งที่ผมเองก็เปลี่ยนตัวเองไม่ได้เช่นกันและนี้ก็คือเหตุผลที่ผมมากรุงเทพเช่นกัน

    ผมค่อยๆปิดประตูลง เล่นเอาผมค้างมากเลยติณณภพ ผมใช้นิ้วมือผมแตะที่ริมฝีปากนั้น ทำไมมันให้รสชาติที่แปลกใหม่ แม้ว่าผมจะนอนกับเด็กๆมานับไม่ถ้วนแต่ผมจะไม่จูบพวกเขา เพราะว่าเขาจะรู้ดีว่าทำไม แค่มีอะไรกันและทำถามที่ผมได้ตกลงไว้กับเอเจ้นของพวกเขาแค่นั้น อ้อแน่นอนผมไม่ลืมสวมถุงยางนนะครับ และป้องกันตัวเองทุกทางเช่นกัน แม้ว่าเด็กๆจากเอเจ้นคนนี้จะถูกตรวจทุกๆสามเดือนก็ตาม เขาบอกว่าเพื่อความปลอดภัยของลูกค้า และผมก็ลูกค้าชั้นดีเสมอด้วย 

      ผมต้องรีบออกมาซะก่อนที่อารมณ์กรุ่นๆของผมจะอดใจไมไหว เพราะว่าเขาคงเมาและมันสับสนในหัวของเขาด้วย คงมีอะไรหลายอย่างที่เขาต้องใช้ความคิด ผมลงมชั้นล่างและเดินออไปเพื่อเรียกรถแท๊กซี่ ผมจะไม่ขับไปถ้าผมจะต้องดื่ม ไม่ว่าจะดื่มากหรือน้อยก็ตาม ผมกำลังจบรัฐศาสตร์อีกไม่กี่เดือนนี้ ผมเรียนทางไกลกับมหาวิทยาลัยชื่อดังของเชียงใหม่

      “สวัสดีครับพี่น่าน” คนเดิมที่คอยดูแลผม เขาก็ออกมาต้อนรับอีกเช่นเคย ผมก็เตะที่ไหล่ๆเบาๆ

      “พี่นัดคนไว้นะ เขาชื่อมาร์ค” ผมบอกกับไม้

      “อ้อ....โต๊ะตรงโน้นแน่ๆพี่ “ ไม้ชี้ไป ผมก็เดินไปหาคนที่ผมเข้าปคุยด้วยวันนี้ ตอนแรกก็แปลกใจว่าทำไมหน้าฝรั่งแต่พูดไทยได้ชัดเจน ผมเดินเข้าไปก็เห็นเขานั่งอยู่คนเดียว พอเห็นผมเดินเข้าไปก็ลุกขึ้นมาเพื่อเช็คแฮนด์ทักทายตามสไตล์ฝรั่งเขาทำกัน ผมเช็คแฮนด์ตอบเช่นกัน 

      “Hi, Nan, how it going?
      “I’m very good Thank you. How about you?
      “I can’t complain.
      “Can we talk about our business now, Nan?
      “of course we can. Let’s do it.
   และการสนทนาของผมกับเขาก็เริ่มขึ้น แม้จะภาษาไทยบ้างและอังกฤษซะส่วนใหญ่ เพราะว่าเขาบอกว่าภาษาไทยเขาไม่แข็งแรง เขาเรียนได้ไม่กี่ปีเองและการสนทนามของผมก็เป็นไปได้ด้วยดี ผมเหลือบมองข้อความในมือถือ เด็กที่คุณธีย์ส่งมาให้ผมวันนี้ตอนนี้มารอผมในร้านแล้ว
   “ Everything all good, Nan?”
   “Yes, I happy about that. How long you can bring them to my Farm?
   “ I will try before next week, Nan.
   “Thank you so much, Mark.
   “ I gotta go. We keep in touch.
   “Exactly. Have a good night.
   “ Bye Nan.”
   “Bye Mark.
   เมื่อการสนทนาของผมและมาร์คจบลง ผมก็เดินออกและไปหามุมที่ผมจะสามารถโทรหาเด็กที่จะมาให้ความสุขบนเตียงกับผมได้ทั้นที ผมกะว่าแค่สองชั่วโมงน่าจะพอและจะได้กลับไปห้องพัก เพราะว่าผมเองก็กลัวว่าติณณภพจะออกมาดื่มอีก ดูท่านายนี้จะเจอปัญหาหนัก
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ฝากไว้อีกตอนนะคะ เอ๊ะคู่นี้จะมาคู่กันยังไงนะ
รักคนอ่าน จุ๊บ  จุ๊บ

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 593
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด