รักเล่ห์กลลวงตอนที่22 พี่ณุกXซอมพอ เรื่องเดียวที่ผมขอครับแม่นิดาคือซอมพอ
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: รักเล่ห์กลลวงตอนที่22 พี่ณุกXซอมพอ เรื่องเดียวที่ผมขอครับแม่นิดาคือซอมพอ  (อ่าน 2098 ครั้ง)

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
********************
ณุก
     ผมค้อนข้างตกใจมากทั้งๆที่ผมก็ได้ยินมาว่าไอ้ติณ เพื่อนเล่นผมตั้งแต่เด็กและพี่ชายว่าที่คู่หมั้นของผม นั้นมีเลขาคนใหม่ ซึ้งได้ข่าวว่ามาจากทางเหนือแต่ผมไม่คิดว่าจะเป็นซอมพอ เพราะคนตั้งเยอะแยะแต่ทำไมมันดันเลือกรับซอมพอมาทำงานกับมัน และที่สำคัญผมไม่เคยลืมเขาเลยสักนาที ในหัวผมมีเขาตลอดแต่กลับตรีญาดาผมกับรู้สึกวางเปล่าทั้งที่ผู้หญิงคนนี้มีอะไรที่เพียบพร้อมไปเกือบทุกอย่าง  การเจอกันวันนี้ผมให้เขาร้องไห้เสียใจเพราะว่าผมมาเจอเขาในฐานะแฟนของนางสาวไอ้ติณณภพ 

“พี่ณุกครับ “ เด็กหนุ่มที่วิ่งมาหาผมก็คือเด็กที่ผมคุยและพาไปนอนเลยหลังจากนั้น นั้นก็คือปวิน และเขาก็ทำให้ผมต้องปล่อยซอมพอไปกับไอ้เด็กหนุ่มในเครื่องแบบมหาวิทยาลัยนั้น เพราะตามไม่ทัน

      อันที่จริงผมว่าจะหาเรื่องชิ้งจากปวินแต่ดันได้ยินเพื่อนปวินบอกว่าไอ้คนนั้นนะแฟนน้องเขา ผมเลยต้องเขาขึ้นรถมาด้วยพาไปหาที่ระบายและคงต้องให้น้องช่วยอะไรผมสักอย่างแล้ว

“ปวินว่าไง” ผมหันไปถามคนที่นั่งข้างผมคนขับและจับมือผม

“ไอ้คนที่มันขับรถออกไปนั้นมันแฟนเราเหรอ..ปวิน” ผมถามปวิน

“อดีตครับ ผมบอกเลิกมันไปแล้ว”

“ทำไมละ เพราะพี่เหรอ”

“มีส่วน และผมก็ทะเลาะกันบ่อย มันติดเกมส์ ส่วนผมนะชอบเที่ยว” ปวินพูด ผมก็หันไปมอง

“ถ้าเป็นเพราะพี่นะ พี่เคยบอกเราแล้วไงว่าเราแค่สนุกกัน” ผมหันไปบอกปวิน

“แต่ ..พี่รู้จักคนที่นายนั้นเอาขั้นรถไปด้วยนะ”

“ผมไม่สนมันหรอพี่ว่ามันจะเอาใครหน้าไหนขึ้นรถมันไป”

“แต่พี่สน...ช่วยพี่หน่อย คนนั้นเป็น” ผมพูดและปวินหันมามองหน้าผม

“แฟนเพื่อนรักพี่ พี่ว่านายนี้พยายามจะแย้งแฟนของเพื่อนพี่ พี่อยากให้ช่วยหน่อยนะครับ และพี่จะให้รางวัลอย่างงาม” ผมพูดและใช้นิ้วเชยค้างงามๆนั้น

“ตอนนี้พี่ก็ให้ เราไปหาโรงแรม”

“อะไร โรงแรมทำไมไม่ไปบ้านพี่” ผมชักสีหน้าทันที ผมไม่เคยพาใครไปบ้านพี่สักคน แม้กระทั้งครีญาดา ผมนะไปหาครีญาดาที่บ้านเขาเท่านั้น 

“เอี้ยด!” ผมเบรครถกระทันหัน

“โอ้ย! พี่ณุก” ทำให้คนที่นั่ง ตั้งตัวไม่ทัน

“ไปโรงแรมหรือไม่ก็แยกย้ายกันตรงนี้ ว่าไงครับปวิน” ผมถามปวิน เขาหันมามองผม ผมทำสีหน้าดุใส่เขา เขาก็พยักหน้าเบาๆ และผมก็ออกรถ ทำให้รถคันหลังส่งเสียงแครใส่ผมด้วย และผมก็เปิดห้องที่ค้อนข้างหรูเพื่อหาเสพสุขกับปวินจนกระทั้งผมสองคนพากันไปถึงฝั่งฝันและผมก็เตรียมตัว

“อย่าลืมนะครับ ช่วยพี่หน่อย “

“ให้ผมกลับไปหาแฟนผมเหรอ ผมบอกเลิกมันไปแล้วนิ”

“กลับไปแกล้งดีกับมันและคอยเลิกก็ได้ถึงตอนนั้นมันจะเจ็บกว่านี้อีกเชื่อพี่คนดี” ผมพูดและหอมแก้มซะหน่อย ระหว่างที่ผมแต่งตัว นายปวินก็พยักหน้าและลุกขั้นแต่งตัวเช่นกัน

“ว่าแต่เมื่อไหร่พี่ณุกจะมาหาผมอีกอ่ะ “ปวินลุกขึ้นมาและกอดผมจากด้านหลัง

“พี่จะหาโอกาสมาหาเราบ่อยๆนะ” ผมบอกปวิน ผมก็บอกไปอย่างนั้น ผมว่าน่าจะไม่ค่อยได้มาแล้วแหละช่วงนี้ เพราะว่าผมคงต้องคอยกันซอมพอกับไอ้ติณณภพ
*********************************************************************************
ติณณภพ

     ผมเลิกประชุมเสร็จปาเข้าไปเกือบบ่ายสี่โมง เพราะว่าเรามีการปรับเปลี่ยนอะไรหลายๆอย่างในบริษัทและบริษัทเรายังรับงานให้กับเครื่องประดับแบรนด์ชั้นนำอีกด้วย เลยทำให้แผนงานต้องมีการพูดคุยกันนานไปหน่อย ตลอดการประชุมผมแทบจะไม่รู้เรื่องเลยก็เพราะว่าผมเป็นห่วงซอมพอ  ผมก็เลยรีบออกจากบริษัทระหว่างนั้นผมก็พยายามโทรหาซอมพอเช่นกันแต่ ติดต่อไม่ได้เลย ผมเป็นกังวลอย่างมาก ผมเลยไปหาที่คอนโดตอนแรกก็ไม่กล้าขึ้นไปเลย ผมพยายามให้รีเซฟชั่นโทรเข้าที่เบอร์ห้องแต่ไม่มีการตอบรับ ผมร้อนใจเลยขึ้นไปก็ปรากฏว่าไม่เจอซอมพอ นั้นยิ่งทำให้ผมร้อนใจอย่างมาก ผมเดินลงมากกะว่าถ้าติดต่อไม่ได้อีกจะต้องโทรหาน่านฟ้าแน่ๆ ผมโทรหาไอ้ณุกคนที่พาซอมพอไปมันก็ฝากข้อความอีก  ตรีญาดาก็บอกว่าไอ้ณุกยังไม่ไปหาเธอตามที่บอกไว้ด้วย

“ซอมพอ”ผมนั่งอยู่ก็หันไปเห็นซอมพอเดินเข้ามาโดยมีนายไดม่อนที่ประครองซอมพอเข้ามา ผมรีบเข้าไปคว้าร่างซอมพอออกจากนายนั้น

“ซอมพอไปอยู่กับนายได้ยังไง”

“แล้วเกี่ยวอะไรกับลุงอะ” ไดม่อนพูดและมองหน้าผม

“เกี่ยวซิเพราะว่านี้มันแฟนฉัน”ผมพูด ซอมพอเงยหน้ามองผมและนายไดม่อนก็มองหน้าผม ทำท่าจะขำผมด้วย

“แปลกนะ พวกมโนนี้เยอะชะมัดเลยพี่ซอมพอ ไอ้เวรนั้นก็หาว่าเป็นแฟนอีกคน ผมนี้สงสารพี่ซอมพอจริงๆเลยครับ” ไอ้ไดม่อน

“กูไม่ได้มโน ไอ้เด็กสร้างบ้าน และนี้มึงพาซอมพอไปไหนมา ” ผมถามไอ้เด็กที่ยืนมองผมและยังพยายามเข้ามาพยุงซอมพออีก ผมก็ชี้หน้าว่าอย่า

“มันทำอะไรซอมพอครับ ซอมพอถึงเป็นแบบนี้” ผมถามซอมพอม ซอมพอได้แต่ส่ายหัว

“เห็นผมแบบนี้ผมไม่มีทางทำอะไรพี่ซอมพอเด็กขาด ลุง!"

" และลุงก็ช่วยเลิกเรียกผมว่าเด็กสร้างบ้านได้ซะที ผมคือสถาปนิกครับลุง “ ไอ้เด็กนี้มันเถียงผมฉอดๆเลย

“หยุดทะเลาะกันก่อนได้ไหมครับ ผมว่าผมรู้สึกคลื้นไส้อยากจะอาเจียนนะครับ” ซอมพอพูด และทำท่าจะขย้อน

“ซอมพอ”  ผมกับไอ้ไดม่อนร้องเรียกชื่อเขาแลไอ้เด็กนั้นก็จะเข้ามาแต่ผมดันซอมพอให้มาอยู่กับผมประครองเขาไว้ ดังนั้นไอ้ไดม่อนก็หมดสิทธิ์เข้ามาใกล้

“แปะๆ” มีเสียงปรบมือดังมายังผมสามคน

“ปวิน!” ไอ้ไดม่อนมันเรียกชื่อคนที่เดินมาหา ผมนะไม่รู้จักหรอกว่าใคร

“แย้งกันกิน ในที่แจ้งแบบนี้เลยเหรอ ไม่อายคนบางเหรอ” หนุ่มคนนั้นมองผมและซอมพอและไดม่อน หันไปมองรอบๆ เพราะว่าตอนนี้คนเลิกงานกันแล้ว คนที่พักที่คอนโดนี้ก็เริ่มเข้าออกกัน แต่ละคนก็หันมามอง

“เออ..”ซอมพอที่ยืนงง ไม่ต่างจากผม

“ใครวะ “ ผมถามไดม่อน

“เมียมัน ผมนี้นะเมียมัน” ผมถึงบางอ้อทันที ผมหันไปมองหน้ามัน และยิ้มทีทมุมปากก่อนจะสะบัดมือมันออกจากเอวของซอมพอ คือว่ามันหมดสิทธิ์แล้วไง

“แฟนไดม่อนเหรอ” ซอมพอถามไอ้หนุ่มนั้น ดูทำหน้ากะอักกะอวน เมียมาตามทำเป็นพูดไม่ออก

“ใช่ ตอบไปดิ อึ้งทำไมไอ้ไดม่อน กูก็นึกว่ามึงขยัน เห็นกลับห้องพักเร็วอ่านหนังสือหนังหา ที่ไหนได้มาติด “คนที่มาที่หลังพูดและมองซอมพอ ผมนี้จี้ดมา

“ถ้าแฟนคุณก็กรุณา ไปคุยกับแฟนคุณและห้ามมันด้วยว่าอย่ามายุ่งกับแฟนผม “ ผมบอกคนที่มองซอมพอ

“แฟนคุณ ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่าไอ้นี้มัน เป็นชู้ซิ และดูท่าแฟนคุณก็ยอมซิท่า ”  ผมนี้กำหมัดถึงจะแตวแตกมาแบบนี้ผมก็ควรจะทำอะไรสักอย่างแต่ซอมพอจับมือผมไว้ไม่ให้ทำร้ายเขา

“พี่กับไดม่อนเราเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันครับ” ซอมพอพูดขึ้นและหันยิ้มให้คนที่กอดอกและเบ้ปากใส่

“หลอกเด็กเถอะ และก็คงแค่แฟนตัวเองแหละที่จะเชื่อ แต่แม้สับรางไม่เนียนเลยนะ ไปเรียนมากใหม่ดีไหม เพราะถ้าสับรางเนียนจริงๆคงไม่มาตีกันโชว์ชาวบ้านชาวช่องเขาแบบนี้หรอกมั้ง “

“นี้ไอ้นี้ “ ผมเอง

“ไปเลย วิน มึงพูดแบบนี้ได้ไหง กูกับมึงเลิกกันแล้ว”

“ยัง!!”

“ทำไม อ้อหรือว่ารสนิยมมึงชอบเป็นชู้กัน..และนี้มีคนเดียวไม่พออยากได้หลายๆคนหรือไง “ แฟนไอ้ไดม่อนพูดเสียงดังและชี้หน้าซอมพอไปด้วย ผมก็กอดซอมพอไว้

“ไป...ออกไป..วิน” และนายไดม่อนก็ดึงลากแฟนมันไป เหลือไว้แค่ผมกับซอมพอที่ยืนหน้าซีด จนผมตกใจมาก และคนที่เดินผ่าไนปมาก็มอง เพราว่านายคนนั้นนะ เสียงดังทำให้คนที่อยู่ในห้องรับรองนั้นได้ยินกันหมดและพากันซุบซิบกันใหญ่และมองมาที่ซอมพอ

“พี่ติณ พาผมขึ้นห้องทีนะครับ “ ซอมพอบอกผม ผมก็ประครองซอมพอไป ใจก็อยากจะอุ้มไปแต่ผมว่าเขาคงไม่ยอม ผมพาขึ้นไปถึงบนห้องและประคองให้ซอมพอนั่งลง

“เกิดอะไรขึ้นซอมพอ “ ผมคุกเข่าตรงหน้าเขา จับมือซอมพอ ซอมพอน้ำตาไหลพลากและกอดผม ร้องไห้ ซอมพอยังไม่ยอมพูดอะไรผมก็คิดว่าเขาคงยังไม่พร้อม

“แล้วนี้ไอ้ณุกมันไปไหน ทำไมเรามากับนายไดม่อน”

“คือว่าพี่เขาพาผมไปหาหมอมานะครับ “ ซอมพอพูดและพยักเพยอไปที่ถุงยา ผมก็หยิบมาดู มันเป็นคลีนิคอาของไอ้ณุกมันแต่ว่ามันไกลจากที่นี้มาก

“มันพาเราไปถึงทีนี้เลยเหรอ มันทำอะไรเราหรือเปล่า ซอมพอ “ผมถามซอมพอ เขาก็ส่ายหัว

“เขาไม่ได้ทำอะไรผมหรอกครับ และผมก็เจอไดม่อน ผมก็เลยกลับมากับไดม่อน และพี่ณุกเขาก็...”

“หึ”ผมเลิกคิ้วสูง

“ไปพบลูกค้าครับ” ซอมพอพูดด้วยเสียงอ่อยๆ ผมก็มองซอมพอ ผมคิดว่าซอมพอยังมีอะไรที่พูดไม่ได้หรือพูดไม่หมด

“ผมเกรงใจเขานะครับ ผมเลยโทรหาไดม่อน ผมรู้ว่าเขาเรียนแถวนั้น” ซอมพอพูด ผมพยักหน้าถ้าซอมพอพูดมาแบบนี้ผมคงต้องเชื่อ

“พี่ว่าพี่ไม่ควรไว้ใจนายณุกให้อยู่กับเราแล้วละ ต่อไปอยู่ติดกับพี่ไว้นะ เพราะว่า”

“พี่น่านให้พี่ดูแลผม” ซอมพอพูด ผมก็แปลกใจ

“ผมได้ยินพี่คุยกับพี่น่าน และช่วงนี้พี่กับพี่น่านติดต่อกันบ่อยมาก เรื่องผมทั้งนั้นเลยใช่ไหมครับ” ซมอพอพูด ผมก็พยักหน้า

“ทำไมพี่น่านไม่มาหาซอมพอเลย ปกติจะมาทุกอาทิตย์เลย อ่ะพี่ติณ” ซอมพอถามผม ผมสัญญาว่าจะไม่บอกซอมพอว่าเขามีปัญหาที่บ้านเช่นกัน

“มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า พี่บอกผมนะ” ซอมพอพูดแต่ผมนึกถึงที่น่านฟ้าบอกผมห้ามบอกซอมพอเด็กขาด ผมก็ได้แต่ยิ้มและ

“น่านฟ้าคงอยากให้พ่อกับแม่ของซอมพอหยุดพัก น่านก็เลยทำงานแทนเกือบทุกอย่างและช่วงนี้เขาก็ให้พี่นะดูแลเราแทนไปก่อน ไม่ชอบเหรอครับ หรือว่าไม่อยากให้พี่”

“ผมเกรงใจพี่” ซอมพอพูด

“ซอมพอ พี่...”

“ครับ”

“พี่ชอบซอมพอ เป็นแฟนพี่ได้ไหมครับ” ผมกลั้นใจถามซอมพอไป เขาก็มองหน้าผม

“ได้ไหมครับ พี่อยากดูแล พี่คิดว่าพี่พร้อมจะมีใครสักคนเคียงข้างพี่” ผมบอกซอมพอ ผมกุมมือซอมพอไว้

“ครับพี่ติณ ผมก็พร้อมแล้วที่จะเปิดใจให้ใครสักคน” ซอมพอพูดผมนี้อยากจะกระโดดเซย์เยส แต่ทำได้แค่ยิ้มแก้มจะฉีกถึงหู ผมกอดซอมพอแน่นๆ

     ผมนะทำอาหารไทยไม่ค่อยเป็นแต่อาหารฝรั่งนะได้เพราะว่าผมเติบโตมาจากเมืองนอก ดังนั้นผมเลยโทรสั่งอาหารอ่อนๆมาให้ซอมพอเอา และผมก็อยู่ดูแลเขา

“ผมว่าจะเข้านอนเลยอ่ะพี่ติณ”ซอมพอบอกผม ผมเหลือบมองเวลาเพิ่งจะสองทุ่มครึ้งเท่านั้นเอง

“ถ้าอย่างนั้นพี่กลับก่อนแล้วกันนะคับ ซอมพอ ถ้าเป็นเยอะโทรหาพี่ทันทีนะครับ ไม่ต้องกลัวว่าจะดึกเกินไปหรือเปล่า”ผมบอกซอมพอ

“เพราะว่าเราเป็นแฟนกัน” ผมพูดและใช้มือเชยคางซอมพอขึ้น ผมมองริมฝีปากบางเฉียบสีแดงเรือๆ ผมว่าริมฝีปากซอมพอสวยกว่าผู้หญิงหลายๆคนวะอีก ถ้าคนตรงหน้าผมนี้เป็นผู้หญิงก็จะเป็นผู้หญิงที่สวยงามแบบที่ธรรมชาติให้มาทั้งหมด ซึ้งมันหายากมากแล้ว  และมันก็ยากนะที่ผมจะห้ามใจไม่ให้จุมพิศริมฝีปากนั้น ดูซิ สีหน้าเด็กน้อยมองผมตาแป้วแต่ทว่า ใบหน้าไอ้พี่เขยจอมโหดตอนมันกำชับหนักกำชับหนาว่าห้ามทำอะไรทั้งนั้น ผมเลยต้อง

“พี่กลับก่อนนครับคนดี” ผมพูดและทำท่าจะเบนตัวออก แต่สายตาซอมพอที่มองผม ด้วยความแปลกประหลาดใจและผมก็เอนตัวกลับไปใหม่พร้อมกับ

“ฟ๊อด” ที่แก้มใสๆนั้น ไม่นานแก้มนั้นก็แดงระเรื้อขึ้นทันที เขาก็ได้แต่จับแก้มเบาๆ

“พี่ติณ “ผมทำท่าจะลุกขึ้นซอมพอก็เรียกผมไว้

“พี่ติณ ผมขออีกอย่างได้ไหมครับ “ซอมพอทำสีหน้าขอร้องผม

“อย่าบอกว่าผมไปกับพี่ณุกนะครับ เพราะว่าถ้าพี่น่านรู้ว่าผมไปกับตนอื่น พี่น่านจะไม่ไว้ใจผมอีกและพี่น่านนะไว้ใจคนยากมาก นะครับพี่ติณ ผมขอร้อง” ผมหันมามองซอมพอ

“เออ”

“นะครับผมขอร้อง” ซอมพอพูด ผมก็พยักหน้าและซอมพอเอนตัวลง ก่อนที่ผมจะออกจากห้องนอนซอมพอ ผมก็ปิดไฟให้เขา ทำไมนะเด็กน้อยใสสื่อคนนี้ถึงได้เจอแต่เรื่องก็ไม่รู้

“ริงๆๆ” เสียงมือถือผมดังขึ้น น่านฟ้า แต่หน้าจอโชว์ว่าพี่เข้มของผม

“ว่าไงคุณ” ผมถามต้นสาย

“น้องผมละทำไมโทรแล้วเขาไม่รับสายผม” น่านฟ้าทำเสียงเข้มมาแต่ไกล จากเชียงใหม่

“น้องคุณเขา ปวดท้องนะและเขาคงเพิ่งจะชาร์จมือถือด้วย เพราะว่าแบทหมด “ผมแก้ตัวแทนซอมพอ

“ปวดท้อง))))))  น้องผมเป็นไงบ้างคุณ!”เสียงน่านฟ้าที่ถามผมเหมือจะตะโกน ทำเอาผมต้องเอาโทรศัพท์มือถือผมออกไปไกลๆจากหูผมก่อน

“นี้คุณ น้องคุณปวดท้อง ไม่ได้โดนยิ่ง คุณจะตกใจอะไรขนาดนั้นครับ” ผมถามคนสาย

“น้องผมเป็นโรคสำใส้มาตั้งแต่แรกเกิด ดังนั้นเขาจะค้อนข้างเซนซิทีฟกับพวกอาหาร นี้น้องผมไปหาหมอมาหรือเปล่า” น่านฟ้าบอกผม ผมเองก็ไม่ได้คิดถึงขั้นหาหมอด้วยซ้ำตอนที่เขาบอกผม ผมคิดว่าปวดท้องทั่วไปเดี๋ยวก็หาย เหมือนที่ผมเป็น แต่ไอ้ณุกมันกับรีบพาซอมพอไปหาหมอทันที

“หาหมอมาแล้วคุณ ได้ยาทานมาและซอมพอก็บอกว่าดีขึ้นแล้วแต่ง่วงนอนเลยเข้านอนแล้วและนี้ผมก็จะกลับบ้านแล้ว” ผมบอกน่านฟ้า ผมค่อยๆปิดประตูลง และสิ่งที่ทำให้ตกใจ

“Fu**” ทำให้ผมสะบดออกมาทันทีพร้อมเอามือถือปิดที่ลำโพงโทรศัพท์ผม เพราะว่านายไดม่อนมายืนที่หน้าประตู ผมชูนิ้วชี้ว่าให้รอก่อนจะเอ่ยปากถามอะไรผม

“ผมบอกเขาว่ามีอะไรให้โทรหาผมได้ตลอดและผมคิดว่าพรุ่งนี้ผมจะให้เขานอนพักก่อน ผมอาจจะเข้ามาอยู่เป็นเพื่อนเขา ผมอาจจะหอบงานมาทำที่ห้องพักคุณ” ผมบอกน่านฟ้า

“โอเค ถ้ายังไงผมฝากด้วนนะคุณและย้ำ” นั้นไงต้องย้ำผมตลอด

“นี้ผมจำได้ครับว่าคุณบอกห้ามทำอะไรน้องคุณ ย้ำจังเลยคุณ”

“ผมกลัวคุณจะลืม ถ้าอย่างนั้นแค่นี้ก่อนนะคุณ ผมกลัวพ่อกับแม่จะได้ยินและจะเป็นหวงซอมพอ”

“อืม ถ้ามีอะไรคืบหน้าผมจะโทรบอกคุณ”

“ขอบคุณนะ ติณ” และนั้นคือคำพูดก่อนที่น่านฟ้าจะวางสายไป ผมก็อดยิ้มไม่ได้และก็ลืมไปเลยว่าไอ้เด็กน้อยนี้มันยืนรอผมอยู่

“ลุงคุยกับใครอ่ะ “

“ไม่ใช่ธุรของนาย เด็กน้อย” ผมพูด

“ไม่น้อยแล้ว”

“จริง เพราะว่ามีเมียเป็นตัวตนแล้ว ว่าแต่นายจะขึ้นมาทำไมที่ห้องซอมพอ เมียนายนะ มาตามขนาดนั้นแล้ว ไปหาเมียไป” ผมพูดและทำท่าจะเดินออก

“พี่ซอมพอเป็นยังไงบ้างพี่” คราวนี้เสียงมันดูกังวลดูเป็นหวงซอมพอพอสมควร  ผมก็หันมามองหน้าไดม่อน และก็ต้องใจอ่อนกับมัน

“ก็นอนพักแล้ว”ผมตอบไป

“ผมเห็นสีหน้าพี่เขาไม่ค่อยดีตั้งแต่นั่งมาในรถผมแล้ว”

“ไอ้คนที่มันพาพี่เขาไปนะ พี่รู้จักหรือเปล่า และมันก็บอกพี่ซอมพอแฟนมันนะ” ไดม่อนพูด ผมพยักหน้าว่ารู้จัก

“เขาเป็นแฟนของน้องสาวพี่เองแต่เรื่องอะไร เดี๋ยวพี่ไปจัดการเอง ส่วนนายก็ดูแลเมียนายหน่อยนะ” ผมพูดและเดินออกทันทีผมก็จะต้องไปให้ทันเจอไอ้ณุกให้ได้ มันบอกว่าจะไปตรีญาดานิ

“พี่ชนะแล้วใช่ไหม” นายไดม่อนถามผม คำถามนั้นทำให้ผมหยุดชะงักและหันมามองเด็กน้อยที่เหมือนถูกแย้งของรักไป ผมหันกลับมามองนายไดม่อน ยืนเท้าซะเอว ผมเองก็ไม่อยากเป็นผู้ใหญ่ใจร้ายรังแกเด็กหรอกนะ

“ไม่มีใครชนะใครหรอกนะ ไดม่อน เพราะว่าความรักไม่ใช่การแข่งขันว่าใครจะชนะใครจะได้ไป แต่ความรักมันคือการเลือกว่าใครเหมาะสมกับใคร พี่บอกไม่ได้หรอกว่าพี่ชนะไหม ส่วนตัวนาย นายก็ยังมีแฟนอยู่อันนี้มันไม่แฟร์วะ  นายคงเข้าใจที่พี่พูดนะ “ ผมหันมาพูดกับไดม่อนก่อนจะรีบเดินเข้าลิฟท์ไปทันที และผมก็กดสายหาตรีญาดา ถ้าไอ้ณุกไปผมจะให้ตรีญาดารั้งมันไว้ก่อน

“ว่าไงคะพีติณ” ตรีญาดากดรับสายผม แต่น้ำเสียงไม่ค่อยจะดีหนัก

“ไอ้ณุกถึงหรือบ้านยังคะตรี” ผมถามตรีญาดา

“ยังไม่มาเลยค่ะ นี้คุณป้าก็กลับไปแล้ว ตรีโทรหาพี่ณุกไมได้เลยค่ะ พี่ติณ”

“ ทำไมพี่ณุกถึงต้องทำให้ตรีรอเก้อตลอดเลยคะพี่ติณ” ตรีญาดาพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ผมสงสารน้องผมเหลือเกิน


“พี่จะไปหามันที่บ้านนะ ตอนนี้พี่กำลังจะกลับ พี่มาแวะดูซอมพอ เขาอยู่ห้องแล้วและเขาก็แยกกับไอ้ณุกมันนานแล้ว” ผมพูด ผมไม่ได้บอกตรีว่าณุกมันพาซอมพอไปไหนมาเพราะว่านีอาจจะทำให้ตรีมองซอมพอไม่ดี

“ค่ะ แต่อย่าทำอะไรพี่ณุกนะคะพี่ติณ แค่ถามเขาดีดีว่าเขาทำไมไม่เข้ามาหาตรี นะคะ พี่ติณ ตรีขอร้อง” ตรีญาดาพูด

“ตรีรักตรีไม่อยากเสียเขาไป”

“ตรี ถ้ามันอึดอัดมันไม่ความสุขตรีจะทนทำไมคะตรี”

“พี่ไม่เข้าใจหรอก พี่ยังไม่เคยมีความรักสักหน่อยพี่ติณ” ตรีญาดาพูด ผมก็พ่นลมหายใจออกมา ผมเคยแต่ไม่รัก เคยแอบรักไง

“โอเค พี่จะถามมันดีดีให้นะคะ ตอนนี้ตรีก็อยู่กับพ่อกับแม่ เพราะว่าท่านรักและเป็นหวงตรีมาก รวมถึงพี่ด้วยนะตรี”

“เพราะว่าถ้าหลังจากที่เราสองคนแต่งงานกันไปแล้ว เราก็คงไปอยู่กันสองคน ท่านจะยิ่งเหงาเอา เวลาตอนนี้อยู่กับพ่อและแม่ให้มากที่สุดจะดีกว่าค่ะ” ผมบอกน้องสาวของผม

“ค่ะพี่ติณ แค่นี้นะคะ “

“ค่ะตรี” ผมพูดและกดวางสาย  ผมว่ามันต้องกลับบ้านมันแน่ๆ ไอ้ณุก ผมไม่ได้ไปน่านมากแล้วตั้งแต่กลับมาจากนอกและก็ทำแต่งานอย่างเดียวและณุกม้นก็เดินทางบ่อยด้วย แต่นี้ผมต้องไปเพื่อไปสังสอนมันบ้างในฐานะพี่ชายและแฟนซอมพอ
************************ฝากอีกเรื่องนะคะ อาจจะเขียนดราม่าไม่เก่งขอโทษทีนะคะ ********************
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-07-2020 21:25:12 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 577
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-0
เปลี่ยนพระเอกทันไหมคะ ทีมพี่ติณณภพคะ  :mew1:

ออฟไลน์ p_phai

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2443
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-6

ออฟไลน์ psychological

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 291
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
ณุก
หลังจากที่ผมพานายปวินไปปลดปล่อยก็ได้บอกให้เขากลับไปหาแฟนเขาเพื่อที่จะช่วยกันไม่ให้มันเข้ามาตอแยซอมพอ ถือว่าผมคิดถูกที่เก็บเด็กใจแตกคนเอาไว้ ผมก็ขับรถกลับบ้านทันที ไม่ได้กลับมาบ้านเลยคอยแต่จะโทรถามอาการพ่อ ผมขับรถมาถึงหน้าบ้านก็มืดมากแล้วเพราะว่าผมย้อนกลับไปที่คอนโดของผมเพื่อเอาของ และพอมาถึงก็พบว่ามีรถเก๋งคันหรูจอดอยู่ที่หน้าบ้าน ผมจำได้ดีรถไอ้ติณณภพมัน และมันก็ยืนเท่ๆอยู่ด้านนอกตัวบ้านผมด้วย

“อ้าวมาหาถึงที่เลยไม่เข้าไปในบ้านวะติณ” ผมออกจากรถมาและมันก็เดินตรงมาหาผมและ

“ผลั๊ก” มันต่อยผมสะหน้าสะบัดไปและผมก็เซ่ถลาไปตามแรงมัดของผมมัน ผมเจ็บแต่มันก็ยังเยากว่าหมัดไอ้น่านฟ้าเยอะ ผมสะบัดหน้ากลับมาผมเห็นไอ้ติณมันสะบัดมือ มันก็คงคงเจ็บมือมันเช่นกัน

“ฟู่”เสียงติณณภพพ่นลมหายใจออกมายาวๆ แสดงว่ามันพยามจัดการอารมณ์ที่พลุหพล้านนั้น น้อยครั้งมากที่ผมจะเห็นภาพติณมันโกรธขนาดนี้และนี้มันก็คงไปหาซอมพอมาแล้ว

“ มึงพาซอมพอไปไกลขนาดนั้นทำไม มึงคิดจะทำอะไรซอมพอ” ไอ้ติณมันหันมาถามผม ผมลุกขึ้นขึ้น เอามือจับคางผมที่โดนมันต่อย

“หึงแฟน” ผมถามมันกลับ มันยังคงมองหน้าผม

“กูแค่เห็นเขาปวดท้องมากเลยพาไป...” ผมตอบมันไป ผมรู้ว่าซอมพอเป็นอะไรและเขาก็เคยเป็นแบบนี้มาก่อน และอันที่จริงผมกะจะพาซอมพอไปหาที่นั่งทานอาหารกันที่ไหนซักทีเพื่อรื้อฟื้นควาหลังแต่น้องดันวิ่งหนีผมขึ้นรถไปกับไอ้เด็กเวรนั้น

“มึงคิดจะทำอะไรเขา แล้วทำไมมึงไม่พาเขาไปคลีนิกใกล้ๆที่คอนโดของเขาวะ “ ไอ้ติณณภพมันถามผม

“และมันก็คนละทางกับที่มึงบอกกับตรีว่ามึงจะไปคุยงาน มึงโกหกน้องกู” ไอ้ติณภพมันพูด

“กูคิดว่าอากูดีที่สุด และกูก็อยากจะคุยกับอากู ด้วยเรื่องพ่อกู ส่วนเรื่องประชุมนะกูยกเลิกเอง เพราะว่าเห็นน้องเขาท่าไม่ดี” ผมบอกไอ้ติณณภพ แต่จริงๆ ผมอยากพาซอมพอไปหาอะไรทาน พาไปหาที่นั่งแต่ดันมีไอ้เวรที่ไหนไม่รู้ว่าพลากซอมพอไปจากผม

“มึงเจอซอมพอไหม” ผมถามไอ้ติณณภพ

“เจอ เขาไปกับเด็กที่อยู่ที่เดียวกัน “ติณณภพพูด ผมก็พยักหน้า

“ต่อไปมึงอย่ามาใกล้ซอมพออีก เขาเป็นแฟนกู มึงอย่าคิดว่ามึงเป็นแฟนน้องสาวกูแล้วกูจะไม่กล้านะไอ้ณุก” ไอ้ติณณภพพูด ผมก็มองหน้ามัน

“และนี้มึงก็ไม่ไปหาน้องสาวกู ตรีเขาทำกับข้าวรอมึง กี่ครั้งแล้วที่มึงทำให้ตรีเสียใจแบบนี้ เพราะว่าเขาตั้งตารอมึง ณุก! “ ไอ้ติณณภพพูด ผมก็เวรเลยผมลืมไปเลย

“กูมีหลายเรื่องที่ต้องแต่กูจะโทรไปขอโทษเองแล้วกัน”

“แค่นี้เหรอณุก....และนี้มึงเล่นอะไรอยู่ละ ถ้าเล่นกับความรู้สึกน้องกูอยู่ มึงคงรู้ว่ากูก็จะไม่เอามึงไว้ไอ้ณุก ต่อให้มึงเคยเป็นเพื่อนรักกูก็ตาม” ไอ้ติณณภพพูด

“ถ้ามึงไม่ได้รักน้องกู ก็ปล่อยน้องกูไปเจอคนที่ดี “ ติณณภพพูดและมันก็เดินกลับเช้าไปในรถหรูของมันพร้อมกับขับออกไปอย่างไว ผมได้แต่ยืนจับคางตัวเองและหันมามองบรรดาคนใช้ในบ้านที่ยืนมองผมทำสีหน้าตกใจกันหมด ผมก็ควักมือให้เปิดประตูผมจะเอารถเข้าบ้านของผม

“คุณณุกกลับมาแล้วเหรอคะ แต่คุณติณเป็นอะไรคะถึงได้มาอาระวาดกับคุณณุกนะคะ” คนใช้ในบ้านของผมเป็นข้าเก่าแก่ แต่เป็นคนรุ่นลุกแล้ว

“ก็แค่เข้าใจผิด ว่าแต่นี้มันอะไรกันในบ้านนี้” ผมพูดและผมก็มองดูมีถุงอะไรสักอย่างเหมือนถุงอุจารระ

“ก็คนที่มาทวงหนี้นะคะ”

“หนีใคร” ผมถามคนใช้

“คุณ อนุรุทคะ”
“ไอ้เวรเอ้ย  มันอยู่ไหน” ผมถามถึงน้องชายอีกคน บางทีผมก็คิดนะว่ามันใช้น้องผมไหมวะ ถึงได้หาเรื่องให้ผมกับแม่ผมตลอดเวลา ทั้งที่พ่อผมนอนป่วยอยู่ คนใช้ขี้เข้าไปในบ้านผมก็รีบเดินปรึ่เข้าไปทันที  ผมเห็นมันนั่งดื่มวิสกี้และของว่างอย่างสบายใจ

“ปึก” ผมตรงเข้าก็กระฉากคอเสื้อมันขึ้น

“อะไรวะ มึงเป็นอะไรของมึง”

“มึงไปหาเรื่องทำหนี้ที่ไหนมาอีกและไอ้พวกนี้มันมาทำอะไรในบ้านพ่อกู” ผมถามไอ้อณุรุท ผมง้างหมัดอยากจะต่อยมันก็ทำหน้าตกใจที่สุด

“แม่)))))”มันร้องเรียกแม่เสียงหลงทันทีและหลับตาปรี๋

“อุ้ยตายแล้วอะไรกันณุก อย่าทำน้องลูก” แม่นิดารีบวิ่งลงมาและมาจับแขนผมไว้

“แม่ครับ ดูมั้นซิ มันหาเรื่องอีกแล้วครับแม่ นี้มันไปทำหนี้ที่ไหนมาอีกจนคนอะไรมาปาบ้านเราเละเทะไปหมด” ผมหันไปบอกแม่ แม่น้ำตาซึม

“น้องโดนพวกเพื่อนๆโกงนะณุก” แม่พูด ผมหันมามองหน้ามัน นี้คืออารมณ์คนถูกโกงเหรอที่จะนั่งดื่มวิสกี้ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

“แต่แม่ก็พยายามจะหาเงินช่วยน้องเองนะณุกนะ” แม่พูด ผมก็ต้องปล่อยคอเสื้อไอ้น้องชายของผม

“มึงเป็นหนี้เขาเท่าไหร่ “ ผมถามมัน

“ห้าล้านบาท”

“ห้าล้านบาท แต่มึงยังหาเงินเข้าบ้านได้ไม่ถึงบาทเลย “ ผมถามไอ้อนุรุท

“อะไรวะ มึงมีเงินเข้าออกในบัญชี้เกือบร้อยล้านบาทแค่นี้มันไม่กระทบขนหน้าแข้งมึงหรอกมั้ง” ดูมันพูด

“ไอ้..” ผมทำท่าจะต่อยมันแต่มันแอบหลังแม่นิดา

“ตอนนี้น้องจะทำธุรกิจกับเพื่อนนะณุก อันนี้น่าจะได้เงินอยู่”

“มันทำอะไรก็เจ๊งครับแม่” ผมพูด

“นี้ถ้าเราได้หุ้นบริษัทของพ่อคืน น้องคงเข้าไปบริหารมันได้นะณุก “ แม่นิดาพูด ผมก็ถอนหายใจยาวๆ 

“แล้วนี้กลับมาพร้อมหนูตรีญาดาไหม แม่ว่าจะไปหาซะหน่อย “ ผมพยักหน้ากับแม่

“ณุก ไม่เอานะ หนูตรีนะเพียบพร้อมทุกอย่าง ดีกว่าไอ้เด็กใจแตกลูกนางเนื้อนวลตั้งเยอะ ณุกต้องเลือกหนูตรีนะลูกนะ “ แม่นิดาบอกผม

“ใครบ้างวะไม่เอาผู้หญิงไปเอาผู้ชาย”ไอ้อนุรุทมันพูด

“มึงหุบปากและออกไปจัดการทุกอย่างที่หน้าบ้านไม่ใช่ให้คนใช้พ่อกูทำ”ผมบอกมัน และแม่นิดาก็พยักเพยอให้มันออกไป

“ณุก น้องนะรู้เท่าไม่ถึงการนะ ให้อภัยน้องนะณุกนะ  “แม่นิดาบอกผม

“พ่อเป็นยังไงบ้างครับแม่”

“ไม่ค่อยดีแต่ก็ทรงๆและ และนี้แม่ก็คอยไปเดินสายทำบุญนะลูก นี้เพื่อนแม่ว่าจะชวนไปสร้างอุโบส แต่ว่าแม่นจะเอาเงินไปลงทุนกับเพื่อนและมันก็ชิ้งแม่หนีไป แม่เลย”

“โอเคแม่ ผมจะเขียนเช็คให้แม่นะ เอาเท่าไหร่ครับ”

“ไม่มากลูก สิบล้าน” ผมก็พยักหน้าและเดินไปหาที่นั่งผมหยิบเอาสมุดเช็คออกมาและเซนต์เช็คให้แม่ ไปสิบห้าล้านบาท

“แม่ไปให้มันเองนะไอ้รุทนะให้มันไปใช้หนี้เขาซะ” ผมบอกแม่

“แม่จะกำราบตารุทให้มากกว่านี้นะลูกณุก” แม่นิดาบอกผมและกอดผมหอมแก้มผม ผมก็ยิ้มให้แม่

“แม่ได้ยินเพื่อนแม่ที่เชียงใหม่เขาบอกว่า ลูกนางเนื่อนวลมันมาทำงานที่กรุงเทพนะลูกนะ ไอ้เด็กนั้นนะ ชื่ออะไรนะ แม่ลืมตลอดเลย”

“ช่างเขาเถอะแม่ ป่านนี้เขาคงเสียใจพอแล้วครับแม่ ผมขอนะ และผมก็จะแต่งงานกับตรีญาดาแล้วด้วย”ผมบอกแม่นิดา

“แม้แต่ตอนที่แม่เห็นสีหน้ามันอ่ะลูก ที่มันเที่ยวตามหาเรานะ สมน้ำหน้ามัน “ แม่นิดาพูด

“ผมไม่เห็นรู้เลยว่าแม่ไปหาเขาด้วย แม่ไปว่าอะไรเขาอีกไหนแม่บอกว่าแม่จะหยุดแล้วยังไงละครับตั้งแต่ที่ผมขอตอนนั้น เพื่อกลับไปเรียนที่อเมริกานะครับแม่” ผมถามแม่นิดา แม่นิดาหันมามองหน้าผมตกใจพอสมควร

“แม่เหรอ ไม่ได้ว่าเลย ไม่ได้ว่าอะไรเลยคะลูก ก็ณุกบอกว่าแค่นั้นก็พอแล้วแม่ก็หยุด ไม่ได้พูดอะไรสักนิดเลยคะลูก” แม่นิดาบอกผม ผมพยักหน้า

“ผมเหนื่อนอะแม่ผมขอไปพักก่อนนะครับแม่นิดา” ผมพูดและเดินเข้าไปในห้องแต่ผมคิดว่าเข้าไปหาพ่อก่อนจะดีกว่า ถึงพ่อจะนอนอยู่บนเตียงแต่พ่อก็รับรู้ได้ทุกอย่างยกเว้นพูดเท่านั้น

“พ่อผมกลับมาแล้วนะพ่อ” ผมเข้าไปจับมือพ่อผม พ่อหันมามองหน้าผมสีหน้าที่บอกว่าดีใจที่สุด

“ผมกลับมาพร้อมที่จะทวงของพ่อคืนจากเพื่อนของพ่อ” ผมพูด พ่อมองผมพร้อมกับพยายามส่ายหน้า

“ของพ่อผมก็ต้องเอาคืน” ผมบอกพ่อผม

“พ่อทานอะไรหรือยัง” ผมถามพ่อผม และไม่นานป้าละไมแม่ครัวที่อยู่ตั้งแต่ผมเกิดก็ได้เดินถือชุดอาหารมาให้พ่อผม

“คุณท่านคะอาหารเย็นคะ อุ้ยคุณณุก มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ป้านี้คิดถึงเหลือเกินคะ” ป้าละไมตกใจและวางถาดอาหารลงป้าเดินมากอดผม เหมือนคิดถึงผมมาก

“เพิ่งกลับมาครับป้า ป้านี้อาหารของคุณพ่อผมเหรอครับ”

“ค่ะ”

“แล้วในโถนั้นอะไรนะครับ ดำๆ “ผมถามป้าละไม

“อันนี้คุณนิดาบอกว่ายาบำรุงคะ ต้องให้ทานทุกวันค่ะ “ ผมก็มอง อาหารไม่เยอะ และมียาหลังอาหาร และก็มีอันนี้

“ผมว่ามันเยอะเกินไป ไม่ให้พ่อทานดีกว่าครับ ผมว่ายาหลวงก็พอแล้วครับ” ผมบอกป้าละไม

“ไม่ได้หรอกค่ะคุณณุก และคุณนิดานะสั่งหนักสั่งหนาและถ้าป้าลืมหรือไม่ให้ทานท่านจะไล่ป้าอออกค่ะ และป้าจะไปอยู่ที่ไหนละคะ  ป้าอยู่ที่นี้มาตั้งนานเป็นสิบๆ ปี” ป้าละไมพูด

“ไม่หรอกครับ ไม่มี่ใครไล่ใครออกแน่นอนและผมจะบอกแม่นิดาเอง วันนี้ไม่ต้องให้พ่อทานนะครับเอาแค่อาหารและก็ยาหลังอาหารก็พอครับป้า” ผมบอกป้าละไม  ผมก็ปล่อยให้ป้าสะไลป้อนข้าวป้อนน้ำพ่อผม ผมเดินออกจากห้องนอนของพ่อผม ผมน่ะให้เขาทำแบบทีเหมาะสำหรับคนไข้ติดเตียงแบบพ่อผม ที่จริงพ่อผมยังใช้รถเข็นได้แต่ตอนนี้ป้าละไมบอกว่าพ่อผมไม่ยอมลุกนั่งเลย

“นี้แกเห็นไหม รถตู้ที่มารับคุณนิดานะ ที่ว่าจะไปทอดกระฐินผ้าป่าอะไรนั้นนะ แต่ละคนดูแล้วไม่ใช่สายบุญเลยนะ สายการพนันทั้งคัน” ผมได้ยินแม่บ้านที่จัดโต๊ะอาหารให้ผมพูดกัน

“อู้ยย คุณณุก จะให้พี่ตั้งโต๊ะเลยไหมค่ะ อาหารพร้อมแล้วค่ะ”

“แม่ฉันออกไปแล้วเหรอครับ พี่ปลา” ผมถาม

“ออกไปแล้วคะคุณณุก “

“อืมม แล้ว”

“ตามไปติดๆเลยคะ คุณรุทนะคะ” ผมพยักหน้า

“ถ้าอย่างนั้น ไม่ต้องจัดโต๊ะฉันไม่หิว และเอาวิสกี้ไปให้ฉันในห้องทำงานด้วยนะ” ผมบอกคนใช้ในบ้าน

“คุณณุกไม่ทานอะไรสักหน่อยหรือคะ”

“ไม่ ทำตามที่บอก” ผมพูดและกำลังจะเดินหันหลังออก

“คุณณุกคะ “ ผมหันมาตามเสียงชื่อผม

“คุณผู้หญิงยังไม่ได้จ่ายเงินเดือนพวกเราเลยคะ เดือนที่แล้ว”

“พรุ่งนี้ฉันจัดการให้ ทุกคน”

“คุณณุกจะอยู่เลยหรือไปอีกหลายเดือนค่อยกลับมาคะ เพราะว่าถ้าเป็นแบบนั้น พี่ปลาก็ต้องขอลาออกคะ เพราะว่าคุณณุกไม่อยู่คุณท่านไม่ค่อยจ่ายเงินเดือนพวกเราเลยคะ พวกเราะต้องส่งไปให้ทางบ้านคะ นี้พยายาลที่ดูแลก็ไม่มาแล้วคะ “ ผมหันมามองนี้แม่อย่าบอกว่าเอาเงินไปให้น้องชายผมถลุงหมดนะ

“ฉันจะจัดการให้ปลา อย่าพึ่งออกนะ ฉันต้องการคนช่วยดูแลที่นี้ก่อน และเรื่องพยาบาลจะจัดการหาพยาบาลมาใหม่เอง” ผมหันบอกทุกคนและเดินเข้าห้องทำงานทันที ยิ่งหาเงินมากแค่ไหนแม่ก็ยิ่งใช้เยอะขึ้น และผลก็มาจากน้องชายของผม ทำไมบางครั้งผมแอบคิดว่ามันไม่ใช่น้องชายแท้ๆผมหรอก ไอ้รุท

    ผมกลับเข้ามาในห้องทำงานและดูแล้วมีสาระพัดบิลที่วางกองสุมเอาไว้และ นี้ต่อให้ผมทำเงินมากมายแค่ไหน ผมก็ต้องคอยตามจ่ายไม่จบไม่สิ้น รวมถึงหนีที่ไอ้ร้องชายที่ไม่รักดีทำไว้ตลอด ผมนั่งเอนหลังกับพนักผิงเก้าอี้ทำงาน โต๊ะนี้คือโต๊ะทำงานของพ่อผม  ผมรู้สึกว่ามีบางสิ่งในกระเป๋าเสื้อสูทของผม ผมก็จับและหยิบขึ้นมามันเป็นกล่องแหวนที่ไอ้ติณณภพบอกว่านี้คือแหวนหมั้นของผมและตรีญาดา ที่สั่งทำไว้คนละวง ผมเปิดออกดูตอนแรกที่ไอ้ติณให้ผมดู ผมก็ดูแค่ผ่านๆ ไม่ได้สนใจอะไรแต่พอสมพอบอกเขาทำและตอนนี้เขารู้แล้วว่าทำให้ผม มีนยิ่งทำให้ผมรู้สึกเจ็บ ผมหยิบแหวนที่ฝั่งเพ็ชรสามเม็ดเอาไว้ เพ็ชรเม็ดเล็กๆนันแต่ของตรีญาดา เม็ดค้อนข้างใหญ่เม็ดเดียว

“พี่จะไม่สวมมันเพราะว่านายเป็นทำให้แม้ตอนแรกนายจะไม่รู้ว่าทำให้พี่ก็ตาม แต่พี่ก็จะไม่ใช้มันในงานหมั้นเด็ดขาด” ผมพูดและผมก็หยิบแหวนที่เป็นแหวนของผมออกจากกล่องและหันไปหากล่องแหวนที่เป็นแหวนของพ่อผมให้ผมไว้เอาใส่ไว้ด้วยกัน

“ริงๆๆ” มาร์ติน เป็นลูกค้าคนสำคัญของผมที่ทำให้ผมมีรายได้มากมาย และนี้ผมได้ยินมาเขาต้องการบริษัทผลิตเครื่องประดับและใส่แบรนด์เนมของเขาแทน ผมส่งข้อความหาเขาไว้ว่าผมมีเพื่อนคือไอ้ติณ

“สบายดีไหมครับคุณ ปริญญ์”

“สบายดีครับคุณมาร์ติน ผมมีบริษัทแนะนำที่จะรับทำเครื่องประดับให้คุณ”

“จริงซิครับคุณปริญญ์”

“เขาเป็นเพื่อนผม”

“ได้ครับ รบกวนส่งอิเมลหาผมหน่อย”

“ได้ครับผมจะส่งให้เดี๋ยวนี้”

“ครับ เออ คุณปริญญ์ ผมให้เลขาผมโอนเงินไปให้คุณแล้วนะครับ ห้าล้านดออลล่าห์”

“ขอบคุณมากครับคุณมาติน”

“ถ้าบริษัทนี้เขาดิลกับผมและเขารับข้อเสนอผม ผมจะให้เปอร์เซนต์คุณ 10 เปอร์เซนต์คุณปริญญ์”

“ยินดีครับ ถ้ายังไงผมจะรีบส่งอิเมลให้คุณทันที  บายครับคุณมาติน” ผมกดวางสายและ นี้ก็คือแผน นายจะไม่มีเวลาวีทหวานกับซอมพอแน่ๆ เพราะงานนายจะเยอะขึ้นติณณภพ และพี่คงต้องยอมเป็นตัวร้าย เพราะว่าพี่ยังไม่พร้อมจะเสียนายไป และจะไม่ยอมเสียนายไปให้ใครเด็ดขาด
****************************************ฝากด้วยนะคะ กราบงามๆอีกครั้งค่ะ***************


ออฟไลน์ p_phai

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2443
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-6

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
ซอมพอ
       
      ผมตื่นมาเนื่องจากเสียงนาฬิกาปลุกในห้องนอนผมดังขึ้น เมื่อวานผมปวดท้องและมีคนพาผมไปหาหมอ และคนนั้นก็เป็นคนที่เคยทำแบบนี้เมื่อเก้าปีที่ผ่านมา พี่ณุก  ผมยืนมองตัวเองหน้ากระจก ทำไมโลกใบนี้มีนถึงได้แคบมากจนหมุนวนให้เรากับมาเจอกันอีกนะพี่ณุก แต่มาเจอกันในแบบที่ไม่อยากให้เป็นเลย ในฐานะคนรักของคนอื่น

      “ก๊อกๆ” เสียงเคาะประตูห้องของพี่น่านฟ้า ผมรีบเดินออกไปเปิดประตู ผมคิดว่าเป็นพี่ติณภพแน่ๆที่มารับผมไปทำงานแต่ไม่ใช่ คนนั้นเป็นไดม่อน หนุ่มหล่อหน้าใส สวมใส่ชุดนักศึกษามหาวิทยาลัย สวมเสื้อกาวน์ทับ

      “อ้าว!  ไดม่อน มาหาพี่แต่เช้าเลย”ผมฝืนยิ้มกลับไป


      “ผมจะมาขอโทษพี่ซอมพอเรื่องเมื่อวานที่..” ไดม่อนพูดด้วยสีหน้าที่ดูกังวล คงกลัวว่าผมจะโกรธเขามาก

      “แฟนไดม่อนเหรอ ไม่เป็นไรหรอก เป็นใครเห็นแบบนั้นก็ต้องวีนกันบ้างแหละ” ผมพูดขำๆ กับไดม่อน ไดม่อนยังมองผม เหมือนกับว่าเขามีคำพูดมากมาย

      “รอพีแป็ปนะ เรารีบไปมหาวิทยาลัยไหมไดม่อน “ ผมพูดให้เขารอผมก่อน ผมจะหันไปโทรหาพี่ติณ ว่าผมจะให้ไดม่อนไปส่งผมที่ทำงานแทน เพราะว่าผมอยากจะคุยกับเขา

      “ไม่รีบครับพี่ซอมพอ” ไดม่อนบอกผม ผมเห็นเขาไม่เหมือนเดิมแบบนี้แล้วใจไม่ดีเลย ไดม่อนหนุ่มที่ช่างแกล้ง ชอบทำให้ผมหัวเราะ หายไป

      “ฮัลโลครับซอมพอพี่กำลังจะออกจากบ้านครับ” พี่ติณณภพรับสายและรีบบอกผมทันที

      “พี่ติณครับ ผมว่าจะบอกว่าผมจะให้ไดม่อนไปส่งผมทำงานครับ”

      “ทำไมละซอมพอ เมื่อวานแฟนเขา..”

      “พี่ติณ ผมอยากจะคุยกับไดม่อน เรื่องนั้นเหมือนกัน นะครับพี่ติณ” ผมอ้อนขอพีติณ ผมรู้ว่าเขาไม่ไว้ใจไดม่อน

      “นะครับพี่ติณ” ผมพูดขอพี่ติณ เหมือนอ้อนขอพี่น่านฟ้าไม่มีผิดเลยผมตอนนี้

      “ก็ได้ครับ และถ้านายนั้นตุกติกอะไรโทรหาพี่ทันทีนะครับซอมพอ พี่เป็นหวง  พี่ไม่ค่อยไว้ใจนายนั้น“ พี่ติณณภพพูด ทำให้ผมนึกถึงพี่น่านฟ้าขึ้นมาทันที อะไรก็ไม่ไว้ใจ คนนั้น ไม่ไว้ใจคนนี้ นี้มันนิสัยพี่น่านฟ้าชัดๆ นะเนี๊ยะ สงสัยซอมพอจะได้พี่ชายสองคนแน่ๆ  แอบคิดและก็ยิ้มกริ่มอยู่คนเดียว

      “ครับผม “ ผมพูดตอบพี่ติณณภพ ก่อนจะเดินเข้าไปหยิบโทรศัพท์มือถือและสะพายกระเป๋าที่มีพวกเอกสารต่างๆ ผมเดินออกมาและส่งยิ้มให้ไดม่อน  ไดม่อนเขาก็มองผมที่เหมือนเตรียมพร้อมจะไปทำงานแล้ว

      “นายไปส่งพี่ได้ไหมไดม่อน” ผมถามไดม่อน เขาก็ยิ้มขึ้นมาทันที

      “ได้ครับพี่ซอมพอ “ ไดม่อนรีบพยักหน้าอย่างไวและผมก็พยักหน้าตอบ ผมก็จัดการปิดประตู ผมเดินออกมาพร้อมกัน ไดม่อนคอยมองผมตลอดทางเดินจนถึงลิฟท์ และยังวิ่งไปกดลิฟท์รอผมด้วย

      “ทำแบบนี้ให้แฟนไหม” ผมถามไดม่อน

      “ทำซิพี่ซอมพอ แต่ ..เมื่อก่อนนะ…ตอนนี้ติดเกมส์ในมือถือ มันต้องคอยกดเองตลอด  “ นายไดม่อนพูดตอบผมแต่อันหลังนี้ ทำให้ผมส่ายหัวเล็กๆ ไม่นานลิฟท์ก็มาเปิดชั้นที่ที่ผมพักอยู่ ผมเดินเข้าไปด้านในตามมาด้วยไดม่อน ผมเข้ามายืนข้างๆผม

      “ ทำไมวันนี้พี่ให้ผมไปส่งได้ละพี่” ไดม่อนถามผม

      “พี่ว่าเราอยากมีอะไรจะพูดกับพี่ และพี่ก็อยากจะคุยกับเราเช่นกัน พี่ว่าไดม่อนเป็นเด็กน่ารักนะ พี่นี้อยากมีน้องชายหรือน้องสาวมากๆ แต่แม่พี่เขาบอกว่าหลังจากพี่คลอดแล้วสุขภาพแม่ไม่ค่อยดี พ่อเลย ให้มีแค่สองคนพอ”  ผมหันไปบอกนายไดม่อน เขาก็ยิ้มๆให้ผม 

       “ ไดม่อนคบกับแฟนมาได้กี่ปีแล้วครับ” ผมถามไดม่อน ไดม่อนหันมามองหน้าผม

      “ ผมคบกับปวินมาได้ 4 ปีแล้วครับพี่ซอมพอ” ไดม่อนหันมาบอกผม ผมพยักหน้า

      “จริงๆ ผมกับกวินเป็นเพื่อนในกลุ่มกัน ผมก็เพิ่งย้ายมาเรียนตอนม.5 และก็ได้มากลุ่มเดียวกันกับปวิน เมื่อก่อนก็ไม่ขี้วีนขี้เหวียงแบบนี้เลยนะ พี่ซอมพอ” ไดม่อนบอกผม ผมก็ยื่นมือไปแตะที่ไหลเขาเบาๆ

      “และผมก็มาขอเขาเป็นแฟนตอนอยู่ ม.6 ผมคิดอยู่นานตั้งแต่ปิดเทอมใหญ่ก่อนจะขึ้นม.6  เพราะว่าผมก็กลัวว่าวินมันไม่ได้คิดแบบผม ส่วนผมนะรู้ตัวมาได้พักหนึ่งแล้วว่าผมชอบแบบนี้พี่ซอมพอ” ไดม่อนหันมมองผม ผมก็พยักหน้า

      “ แล้วเขาตอบรับนายเป็นแฟนทันทีไหม”  ผมหันไปถาม

      “ตอนแรก็ไม่น่ะ เหมือนเขาสองจิตสองใจยังไงก็ไม่รู้ ผมก็เออ ..ตามตื้อ ..ตื้อ.จนเขาใจอ่อน ก็ปาเข้าไปเกือบจะปิดเทอมภาคเรียนแรก “ ไดม่อนบอกผม ผมแอบเห็นรอยยิ้มของเขา คงนึกถึงวันแรกที่เขาขอแฟนเขาแน่ๆ

      “ ช่วงนั้นผมติดเขามาก และพอดีว่าเราไปเรียนพิเศษที่เดียวกัน ปวินนะ อยู่หอพัก เพราะว่าแม่เขาอยู่ ดูแลรีสอร์ททางใต้ แต่ปวินขอมาเรียนที่นี้ ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงมาเรียนไกลบ้าน อยู่คนเดียว ไม่มีใครที่นี้” ไดม่อนพูด ผมพยักหน้า

      “ เขาคงมีเหตุผลบางอย่างแต่จะว่าไป คบมาสี่ปีเขาไม่เล่าอะไรให้ฟังบ้างเหรอ “ผมถามไดม่อน

      “ทุกเรื่องนะยกเว้นครอบครัวเขา ส่วนผมนะ พ่อแม่ผมรับรู้เรื่องที่ผมกับปวินคบกันเป็นแฟน” ไดม่อนพูด ผมก็เลิกคิ้วมอง คือมันน้อยมากนะที่จะมีพ่อแม่ที่รับรู้และรับได้

      “ แม่ผมนะตอนแรกก็ค้าน ส่วนพ่อนะนิ่งๆ ผมนี้กลัวพ่อมากที่สุดและผมก็ค้านเช่นกันว่าผมรักเขา แต่ปวินนะเป็นคนที่เข้ากับพ่อแม่ผมได้ดีทีเดียว”

      “ พ่อผมนะบอกแม่ว่าผมนะชอบแบบนี้แล้ว เราเป็นพ่อแม่ก็คอยดูห่างและให้คำปรึกษา ถ้าไปกีดกั้น เขากลัวว่าผมจะเตลิดไปไกลและนั้นจะยิ่งแย่  พ่อผมเลี้ยงลูกทันสมัยดีไหมฮะ พี่ซอมพอ “ นายไดม่อนพูด ผมพยักหน้า ตอนนี้ลิฟท์มาจอดที่ชั้นหนึ่งเรียนร้อยแล้ว  ผมเดินตามไดม่อนไปยังลานจอดรถ ของคอนโด  ผมเดินไปที่รถสปอร์ตคันหรู นี้ก็แสดงว่าครอบครัวนายไดม่อนนั่นมีฐานะค้อนข้างดีทีเดียว  ไดม่อนเขาเปิดประตูให้ผมเข้าไปนั่งและนายไดม่อนก็เข้ามาทำหน้าที่คนขับ

      “แล้วเรื่องอะไรที่เขาจะวีนเหวี่ยงนายมากที่สุดละ ไดม่อน” ผมถามไดม่อน เขาหันมามองหน้าผมและทำท่านึก

      “ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่อง ที่ผมนะเป็นคนมนุษย์สัมพันธุ์ดี ขี้เล่นอะไรพวกนี้ อ่ะพี่ซอมพอ เลยจะมีสาวๆเยอะแต่ไม่ได้คิดอะไรนะพี่ซอมพอ ”

      “ อืมม..นายรู้ไหมว่าตอนที่พี่มีแฟนคนแรก พี่ก็เป็นเหมือนกวินเลยนะ พี่มีแฟนคนแรกตอนอยู่ ม.2 “ ผมเล่าให้ไดม่อนฟัง ไดม่อนทำตาโตแบบไม่น่าเชื่อว่าผมจะไวไฟขนาดนั้น

      “ เขาตามจีบพี่นะ พี่เป็นเด็กกิจกรรมและยังเป็นดรัมเมเยอร์โรงเรียนตั้งแต่เข้าม.1 “  ผมหันไปบอกนายไดม่อน เขาก็พยักหน้า

      “เขาขอพีเป็นแฟนทันทีที่ตามจีบพี่ได้หนึ่งเดือน และหลังจากที่พี่รับคำขอเขาเป็นแฟนนะ พี่นี้ขี้วีน เอาแต่ใจ ใครมาใกล้เขาก็วีนใส่ และพี่เขาก็ตามง้อตามเอาใจพี่สาระพัด  เพราะว่าพี่อยากเป็นที่สนใจของเขาแค่คนเดียว แต่..”

      “ พี่ไม่รู้ว่าเพราะความเอาแต่ใจของพี่หรือเปล่า จนวันหนึ่งพี่ทะเลาะกับเขาและเขาก็เดินหันหลังออกและเดินไปขึ้นรถกลับบ้านโดนไม่รอพี่ พี่ก็ยืนงอนเขาอยู่ตรงนั้น “ ผมพูด และนิ่งเหมือนน้ำตาผมจะไหลแต่ผมก็กลืนมันลงไป

      “ และเขาก็หายไปเลย ไม่กลับมาหาพี่จน..พี่เจอเขาอีกนะ ไม่นานมานี้แต่เขามาในฐานะ คนที่จะแต่งงานกับผู้หญิงที่สวยที่สุด” ผมหันไปบอกไดม่อน เขาก็อ้าปากค้าง

      “ แต่เขาก็บอกว่าเขายังรักพี่นะ แต่พี่คงรักเขาไมได้ “ ผมบอกไดม่อน สีหน้าผมดูเหมือนเศร้ามากแต่ผมก็ยังยิ้มให้เขานะ

      “ดังนั้นพี่อยากจะถามเราว่า ที่เราบอกว่าเราชอบพี่นะ พี่เจอเราแค่ไม่กี่วันเอง ทำไมนายเอาความรักที่นายมีตั้ง 4 ปีมาทิ้งและจะมาเริ่มต้น ศูนย์ไหม่กับพี่ละไดม่อน”  ผมหันไปถามไดม่อน ตอนนี้เขานิ่งอึ้ง และทำท่าคิด เหมือนเขาสันสนในใจของเขาเอง

      “ หลังจากเป็นแฟนกันมาจนถึงวันนี้ ล่าสุดนายพาแฟนไปดูหนังเมื่อไหร่ จำได้ไหม” ผมถามไดม่อน

      “ตอนที่คบกันเป็นแฟน เกือบทุกเสาร์อาทิตย์เลย หนังใหม่นี้เข้าแถบไม่ทัน ถ้าไม่มีหนังใหม่ก็ดูหนังเก่า แต่ส่วนใหญ่ผมนะเข้าไปหลับ มีปวินนั่งดูนั่งซึ้งอยู่คนเดียวแหละ ฮาๆ “ พูดและยังมีขำอีกน่ะ ทำไม ส่วนใหญ่เป็นแบบนี้นะ แต่ก็ยังดีที่พาไปดูผมคิดนะเพราะพี่ณุกก็เป็นออกมานี้ไม่ต้องถามเลยว่านั่งเป็นไงไม่รู้เรื่อง

      “  พอเข้ามาวิทยาลัยได้ การปรับตัวการบ้าน รายงานเยอะกว่าเรียนมัธยมเยอะก็แทบจะหาเวลาตรงกันยากขึ้น “

      “ ก็พอขึ้นปีสอง ผมก็เป็นพี่เทคคอยตามดูแลน้องแม้กระทั้งเสาร์อาทิตย์จนผ่านการรับน้องนั้นแหละถึงได้มีเวลาอยู่ด้วยกันแต่ผมก็ต้องอยู่กับเพื่อนผมอีกอ่ะ ปวินเข้ากับเพื่อนๆผมไม่ได้”

      “ และพอปีสาม ผมเป็นว๊ากพี่ เพราะว่าพี่โครหัสของผมเป็นพี่ว๊าก แต่แกดันได้เด็กเนิร์ด มาเป็นเด็กสายรหัสและพี่เขาก็เห็นความกวนของผมและความหล่อ พี่เขาเลยอยากได้มาเป็นพี่ว๊าก” ผมได้ยินแบบนั้นก็หันมามอง ไดม่อนทำนิ้วเครื่องหมายถูกโชว์ผมทันทีเลยนะ

      “เวลาเจอกันยังไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงเลยแต่ละวันอ่ะ” นายไดม่อนพูด ผมหันไปยิ้มให้เขา

      “ และนั้นผมก็ไม่มีเวลาพาไปดูหนัง พอเลิกเรียนมาก็ติดเกมส์แล้ว นัดเพื่อนตีบอทกัน และมาปีนี้ ผมว่าพีคที่สุด ผมขอพ่อของผมว่าอยากได้ลิมโบกีนี้หลังเรียนจบ พ่อบอกว่าต้องได้เกรียตินิยมอันดับ1 ถึง 3  ผมเลยเรียนและอ่านหนังสือหนังขึ้น กลับมาก็เล่นเกมส์ ชดเชยอ่ะพี่  และช่วงนี้ปวินเที่ยวกับเพื่อนบ่อยขึ้น ผมก็เลยทะเลาะกันมากขึ้น “ ไดม่อนพูด ผมก็พยักหน้า

      “ ทำไมไม่พยายามทำให้ทุกวันเป็นเหมือนวันแรกที่ขอเขาเป็นแฟนละ “ ผมพูดกับไดม่อน  เขาก็มองหน้าผม

      “พี่ไม่เชื่อหรอกว่า 4 ปีนะ นายจะหมดรักเขาง่ายๆ  “ ผมพูด อีก ไดม่อนมองหน้าผมและพยักหน้าเบาๆ

      “เท่าที่ฟังมา ตั้งแต่นายและเขาทะเลาะกัน งอนกัน นายยังไม่ได้ง้อเขาเลยด้วยซ้ำใช่ไหม” ผมถามไดม่อนอีก ไดมอนพยักหน้าเบาๆ

      “ กลับไปง้อเขา ก่อนที่จะไม่มีเวลานั้นอีก เหมือนพี่ “ ผมพูด และรถของไดม่อนก็มาจอดที่หน้าบริษัทของพี่ติณณภพ พอดี และผมก็เห็นว่าพี่ติณณภพนะ ยืนกอดอก รอผมอยู่ที่หน้าประตู ดูกังวลและเป็นห่วงสาระพัด

      “ลุงมารอรับแหละ ผมนี้สู้ลุงแกไม่ได้ตรงไหนเนี๊ยะ พี่ซอมพอ” นายไดม่อนถามผม ผมก็ปิดปากขำ

      “ยังไปเรียกพี่ติณเขาว่าลุง เขายังไม่แก่ซักหน่อยนายนิ  “ ผมพูด

      “พี่บอกไม่ได้หรอซอมพอ ว่าทำไม เพราะทุกอย่างมันจะออกมาจากความรู้สึกข้างในนี้..” ผมพูดและชี้ไปที่หน้าอกข้าวซ้ายเขา เขาก็ก้มมองตามผม ผมก็ยิ้มและทำท่าจะเปิดประตูลงไป

      “เอาละ ไปง้อเขาซะ และพี่ขอให้ความรักของนายโชคดีนะ ไดม่อน ส่วนพี่ พี่ยินดีที่จะเป็นพี่ เป็นเพื่อนของนายเสมอ  “ ผมพูดก่อนจะก้าวเท้าลงจากรถ ไดม่อน  ไดม่อนลดกระจกลงและยกมือไหว้พี่ติณณภพที่เดินเข้ามาหาผม

      “หวัดดีครับลุง นี้ลุงมาทำหน้าที่แทนรปภด้วยเหรอครับ งกไปไหมครับลุงที่จะไม่จ้างคนอื่นเขาทำงานเลยนะลุง” ผมสะบัดหน้าไปมองไดม่อน  นี้เขากล้าว่าพี่ติณณภพอีกแล้ว

      “เฮ้ยยย.......ไอ้ ....ไอ้...ไอ้....” พี่ติณกำลังจะชี้หน้าแต่พนักหงานเดินผ่านไปมาและยิ้มทักทายพี่ติณ พี่ติณเลยต้องรักษาภาพลักษณ์ลูกท่านประธานบริษัทว่างั้น

      “ ฝากไว้ก่อนนะ และออกรถได้แล้ว เกะกะ ด้านหน้าบริษัทฉัน เด็ก...สร้างบ้าน!” นั้นพี่ติณพูดและดึงแขนผมเข้าไปบริษัททันที   ผมเดินเข้าไปด้านใน พี่ติณก็มองหน้าผม ผมก็มองหน้าพี่ติณ ขำๆ

      “ยังจะมาขำพี่อีกนะซอมพอ นี้คิดยังไงให้นายนั้นมาส่ง ดูมันเรียกพี่ซิ ลุงตลอดเลย พี่หน้าแก่เหรอครับซอมพอ” พี่ติณณภพพูดทำให้ผมแอบขำไม่ได้  ผมก็เดินเข้าไปในลิฟท์พร้อมกับพี่ติณ

      “ก็ผมอยากจะคุยให้เคลียร์ไงครับ เพราะว่าอย่างน้อย เราจะได้เหลือสิ่งดีดีแกกัน ยังไงก็จะได้เป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันได้ “ ผมบอกพี่ติณ พี่ติณส่ายหัว

      “ พี่หึง และพี่ก็กลัวเด็กนั้นจะแย้งของพี่ไป” พี่ติณพูด ผมเงยหน้ามองพี่ติณ

      “ไม่มีใครแย้งใครไปได้หรอกครับถ้าเขาคนนั้นไม่ได้สมัครใจไปเองพี่ติณ” ผมบอกพี่ติณ

      “แต่พี่ก็ไม่ไว้ใจ..”

      “คิกๆ” ผมก็หลุดหัวเราะออกมาทันที

      “หัวเราะพี่ทำไมอ่ะครับซอมพอ” พี่ติณณภพทำสีหน้าไม่เข้าใจที่ผมหัวเราะเขา

      “พี่นะ จะกลายเป็นพี่น่านอีกคนแล้วนะ เพราะว่าคำว่าพี่ไม่ไว้ใจนี้ พี่น่านพูดตลอดเลย “ ผมพูด พี่ติณก็

      “ฮาๆ พี่ไม่รู้มาก่อนเลยนะครับ ส่งสัยต้องเปลี่ยนใหม่เพราะว่าพีไม่อยากเป็นพี่หน้าโหดแบบพี่น่านฟ้าเรานะ” พี่ ติณณภพพูด

      “พี่ซื้อชาเขียวและขนมมาให้เราด้วยนะ เราไปทานกันดีกว่าครับ “ พี่ติณณภพพูดและจูงมือผมออกจากลิฟท์ ระหว่างนั้น พี่วุ้นก็ยืนรอลิฟท์อยู่เช่นกันกำลังจะเดินเข้า พี่วุ้นก็มองพี่ติณที่ดึงมือผม เขาก็มองผม ผมนี้ไม่กล้าสู้สายตาเขาเลยจริงๆ  ผมเห็นเขากำมือแน่น นี้เขาจะอาฆาตพยาบาทผมอะไรหนักหนานะ แต่แม่ผมบอกไว้ว่าใครไม่ชอบเราให้ผมแผ่เมตตาไปเพื่อเขาจะดีขึ้น

************************************************************************************************************************
ฝากน้องซอมพอไว้ในอ้อมกอดอีกคนนะคะ กราบงามๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-07-2020 12:01:07 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 577
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-0
 :o8:ตอนนี้น่ารักฟุ้งฟริ้งกระดิ่งแมวมากเลย
ใจก็อยากให้ไดม่อนครูพี่ติณน่ะ  :katai5:

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
ตรีญาดา

         วันนี้คุณแม่ของตรีคือคุณตรีนาฏ ได้รับสายจากเพื่อนเก่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ว่าจะมากรุงเพท เพื่อมาเยี่ยมลูกชายเขา ตรีญาดาไม่เคยเจอเขามาก่อน เพราะว่าตรีก็ติดตามพี่ณุกไปเรียนนอก จนจบปริญญาโท แม่บอกตรีญาดาว่าเพื่อนคุณแม่มีรีสอร์ท ติดทะเลทางอันดามันด้วย  ตรีกำลังมองหาสถานที่ถ่ายพรีเว็ดดิ้งพอดีเลย

      “ พ่อว่าที่เจ้าบ่าวของเรานะตื่นหรือยังละแม่ตรี “ แม่ของเธอถามตรีญาดาถึงคู่หมั้นคู่หมาย นั้นก็คือณุก

      “กำลังเตรียมตัวมาค่ะแม่ เพราะว่าพี่ณุกเขา สั่งงานออนไลน์  มันก็จะนอนดึกหน่อยค่ะคุณแม่ “ ตรีญาดาพูดและไม่วายที่จะแก้ตัวให้ณุกทุกครั้ง เพราะไม่อยากให้พ่อแม่เธอมองเขาไม่ดี เพราะตรีญาดารักเขามากจริงๆ   ไม่นานก็เห็นสองแม่ลูก เป็นผู้หญิงที่ดูรุ่นราวคราวเดียวกับแม่ของเธอ เดินมาพร้อมกับหญิงสาวที่ดูเหมือนจะรุ่นราวคราวเดียวกับเธอแต่พอเดินเข้าใกล้ๆ ทำให้เธอได้เห็นถึงความหนาเตอะของเครื่องสำอางค์ที่ถูกพองลบนใบหน้านั้น  ทั้งคู่เดินเฉิดฉายเข้ามาอย่างมั่นใจในความสง่างามมาก จนใครก็ต้องมองเหลียวกันหลังกลับทั้งนั้น ตรีญาดาได้แต่ยิ้มเจื่อนๆกับแม่ของเธอ เธอแปลกใจเหลือเกินว่านี้คือเพื่อนแม่แน่เหรอ

      “ สวัสดีจ๊ะ มารอนานแล้วเหรอ และนี้ลูกสาวเธอเหรอนาฏ น่ารักดีนะเธอ” ตรีได้ยินก็ยกมือไหว้และยิ้มรับ ตรีมองผู้หญิงที่ยืนข้างๆ ที่ชายตามองไปรอบ ๆเนื่องจากคาเฟ่ที่ตนและแม่มานั่งจะติดกับออฟฟิตและส่วนใหญ่เป็นช่าวต่างชาติ แถมยังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ส่งไปให้

      “นิ “ แม่ของน้องเขาก็ตีแขนให้หยุด และหันมายิ้มให้ตรีและแม่ของเธอ 

      “เพิ่งมาถึงนะจ๊ะ วรรณิภาแหละนี้ลูกสาวเหรอคะ สวยจริงๆ สมกับที่บอกว่าเดินสายประกวดได้รางวัลมาทุกงานเลย” คุณแม่ตรีญาดากล่าวชมลูกสาวน้าสิรินาฏบ้าง

      “ ขอบใจจ๊ะ น้องเขาสวยแบบธรรมชาติเลยนะคะ เลยได้รางวัลมาเยอะ” คุณแม่เขาก็ชมลูกสาวเขา แต่มันก็ทำให้ตรีญาดายิ้มและหันมาเหล่ตามองผู้เป็นแม่ คือมีแบบนี้ด้วยเหรอชมลูกตัวเองเหมือนหลงลูกมากกว่า แต่สายตาตรีญาดามองว่าน้องเขาน่าจะทำจมูก ปาก และคางมาแน่ๆ คางนี้แหลมเชียวคงได้อัดซิลิโคนเข้าไปแน่ๆ 

      “ธรรมชาติให้มาซะเหมือนรูปโปรไฟว์ตามคลีนิคความงามเลยนะคะ คุณน้า”

      “ตรี” แม่เธอถึงกับต้องสะกิด

      “นั้น ปวิน ..ทางนี้ลูก” ตรีญาดามองไปยังคนที่สิรินาฏโบกมือให้เดินเข้ามา คนนั้นเป็นชายหนุ่มที่สวมชุดนักศึกษา สวมกางเกงแสล็คเข้ารูป เสื้อเชิ้ตสีขาวรัดรูป จัดแต่งทรงผมได้เนียบและดูดี สวมรองเท้าคัทชูสีดำ เมื่อเดินมาถึงโต๊ะ

      “ฮัด...ฮัด..เช้ยย” ตรีญาดาก็ถึงกับจามทันที เพราะว่ากลิ่นน้ำที่แรงจนแตะจมูกของเธอ

      “ตรี ..” แม่ของเธอถึงกับต้องส่งกระดาษทิชชู้ให้ทันที

      “นั่งซิลูก  นี้ค่ะ ปวินลูกชายคนเดียวของดิฉันคะ เรียนที่กรุงเทพ มหาวิทยาลับ xxx สาขาการเงินการธนาคาร “ คุณวรรณิภาแนะนำลูกชายให้ตรีญาดาและแม่ของเธอ  เธอและแม่ของเธอก็มองรอการยกมือไหว้

      “วิน” แม่ของเขาก็สะกิด เพราะน้องเอาแต่เปิดดูเมนูอาหาร ไม่ใช่เปิดเพราะว่าน้องหิวหนักหนาแต่เปิดดูเพื่อเลี่ยงการสนทนามากกว่า

      “สวัสดีครับ”

      “อู้ยย” ตรีญาดา เพราะว่าน้องเขายกมือขวับขึ้นมาไหว้อย่างเร็วและลดลงอย่างเร็วทันที

      “แฮะๆ” ผู้เป็นแม่ถึงกับหัวเราะและหันไป

         “ โอ้ยย แม่” อยู่ดีดีน้องก็ร้องขึ้นมา และจับที่หัวไหล่ตัวเอง ตรีญาดาหันมาเหล่ตามองแม่ของเธออีกที

      “ น้องเป็นคนเรียบร้อยนะคะ ขี่อายด้วย “ คุณแม่เขาพูด และหันไปจ้องมองชมลูกชายตัวเอง หันมามองแม่ของเธออีกครั้ง

      “เรียบร้อยดีนะคะ จนเหมือน” ตรีญาดากำลังจะหลุดปากชมว่าเหมือนเกย์

      “ผู้ชายแท้ค่ะ ลูกชายนะ ไม่ใช่ที่ใครเขามองกันแน่นอน  แบบว่าเขาดูดีดูเนียบไปหน่อยนะคะ “ คุณแม่เขารีบแก้ให้ทันที

      “ เรามาเข้าเรื่องเลยไหมวรรณิภา พอดีกว่าลูกตรีเขาอยากจะ ไปถ่ายพรีวเว็ดดิ้งนะคะ ที่รีสอร์ทของวรรณิภานะจ๊ะ ตรีเขาชอบมากเลยจ๊ะ” คุณแม่ของตรีเอ่ยขึ้น
 
      “ ได้เลยจ๊ะ ลูกสาวของเพื่อนสนิททั้งที เดี๋ยวให้เปอร์เซนต์จัดหนัก เอาไปเลย 5 เปอร์เซนต์ส่วนลด”

      “ฮะ 5 เปอร์เซนเลยเหรอคะ จะเยอะไปไหมค่ะ”ตรีญาดาพูดออกมาหลังจากที่เธอได้ยินส่วนลดที่สิรินาฏหมอบให้ ก็ถึงกับพูดประชดออกมาทันควันทำเอาแม่ของเธอ ต้องสะกิดและส่ายหัวเบาๆ

      “ แต่ตรีก็ชอบรีสอร์ทคุณน้านะคะ” ตรีญาดาพูด และหันไปมองหนุ่มน้อยที่หยิบแก้วน้ำขึ้นกระดก น้องเขาไม่วายที่จะกรีดนิ้วก้อยออก นั้นมันก็คือลักษณะที่สังเกตุได้ว่าคนนั้นคือเกย์ คนที่ถูกจ้องมองก็หาได้สนใจไหม

      “ ถ้าอย่างนั้นก็จองเลยนะตรีเพราะว่าเห็นเราบอกว่าที่สตูดิโอเขาเคยไปนิค่ะลูก” แม่ของตรีพูด ตรีญาดาก็พยักหน้าว่าได้


      “ปวิน เขียนลายละเอียดลงสมุดนัดแม่ซิลูก “ สิรินาฏหันไปสั่งลูกชายที่สาระวนหาของทานอยู่ ปวินหันมามองผู้เป็นแม่ก่อนจะโบ้ยปากไปทางพี่สาว ว่าให้พี่สาวทำแทน

      “พี่นุช เขียนรายละเอียดให้แม่หน่อยซิ “ สิรินาฏหันไปเรียกและสะกิดลูกสาวที่หันไปมองโต๊ะหนุ่มฝรั่งสีหมึกด้านหลัง ก่อนจะจะดุ้งจากการที่แม่ของเขาสะกิดอย่างแรง

      “อะไรกันนะแม่ นี้ ทำไมแกไม่เชียนให้แม่ฮ่ะ อีวิน”

      “อย่าเรียกน้องอย่างนั้นซิลูก น้องออกจะแมน น้องวินจ๊ะลูกนุช” ตรีญาดาก็ได้แต่ยิ้มเกล้อๆ  และลูกสาวของคุณสิรินาฏก็จดลงสมุด


      “ อันที่จริง ตรีเข้าไปจองออนไลน์เลยก็ได้มั้งคะ”ตรีญาดาเอ่ยขึ้น

      “ไม่เป็นไร อันนี้น้าจะจัดห้องวีไอพีให้เลย เพื่อนน้าทุกคนน่าจัดให้อยู่ดีอยู่สบายว่าแต่ไหนละคะว่าที่เจ้าบ่าวนะคะ อยากเห็น”  คุณวรรณิภาเอ่ยถามถึงแฟนหนุ่มของตรีญาดาทันที เพราะ ณ ตอนนี้ยังไม่เห็น

      “พอดีพี่เขากำลังขับรถมานะคะ “ ตรีญาดาพูด

      “แม่ผมมีรายงานนะแม่  ผมไปก่อนได้ไหมเนี๊ยะ ให้พี่นุชขับรถกลับ นะแม่” หนุ่มที่วรรณิภาบอกว่าแมนเหลือเกินหันไปขวับไปมองพี่สาวและสั่งให้พี่สาวขับรถแทนตน

      “ลูกชาย..ขยันเรียน..จะรีบไปทำรายงานกับเพื่อน ก็ได้ถ้าอย่างนั้นไปเถอะลูก”

      “ครับ งั้น ผมลาละครับ “ นั้นลุกพล้วดและยกมือไหว้ อย่างอ่อนช้อนแต่ก็รู้ว่าไม่ได้เต็มใจไหว้เท่าไหร่และน้องเขาก็เดินออกไปทันที ทิ้งไหว้แค่สายตาที่งง จังเลยของตรีญาดา และตรีญาดาก็หันมาฟังรายละเอียดเกี่ยวกับรีสอร์ที่เธอต้องการจะไปถ่ายรูปพรีเว็ดดิ้ง


      “จะหมั้นกันวันไหนคะ ลูก”

      “วันอาทิตย์นี้ละจ๊ะวรรณิภา”

      “ทำไมไม่บอกล่วงหน้า ฉันจะได้เคลียร์คิวงานก่อน “

      “ไม่มีใครมาเยอะหรอกจ๊ะ แค่คนในครอบครัวเพราะว่าเพื่อนสนิทของตรีก็อยู่ที่อังกฤษกันหมด แต่ว่างานแต่งนี้เชิญแน่นอนนะวรรณิภา”

      “ดีดี ฉันจะได้มา อยากเห็นครอบครัวเธอ ไม่ได้เจอนานมากจะยี่สิบปีได้แล้วมั้ง ตอนนั้นลูกชายเธอก็ไปเรียนนอกซะนิ ว่าแต่ทำไมไม่ชวนมาด้วยนะวันนี้นะ “ วรรณิภาพูดและหันไปมองลูกสาวคนสวยของเขา

      “พ่อติณนะ ไม่ค่อยออกไปไหน เอาแต่งาน”

      “แม้ อะไรกัน เดี๋ยวก็ไม่ได้อุ้มหลานกันพอดี ก่อนฉันกลับใต้ฉันจะแวะเข้าไปดูแหวนนะ อยากจะได้ไปใส่ออกงาน เอาเพชรลงเล็กๆน้อยๆพอ ไม่กี่สิบกะรัด” อันนี้ยิ่งทำให้ตรีญาดาถึงกับสะดุ้ง ขนาดเอาวงเล็กๆไม่มากยังเอาตั้งสิบกะรัต

      “เล็กๆนะคะ สิบกะรัต!”  ตรีญาดาพูดทวนเหมือนเชิงถาม

      “ เล็กค่ะ ปกติคุณแม่ใส่ ยี่สิบสามสิบกะรัตคะ” ลูกสาวพูดยืนยันอีกเสียง แต่เล่นเอาสิรินาฏหันไปเหล่มอง

      “เออ ถ้ายังไง พรุ่งนี้คุยกันอีกทีนะ เพราะว่า ฉันมีนัดร้อยไหมนะ “ ทำเอาตรีญาดากับแม่ของเธอถึงกับสะบัดหน้าไปมองไหนว่าสวยด้วยธรรมชาติไง

      “ แบบว่าแก่แล้ว ทำไว้สักหน่อยจะดีกว่า เพราะว่าออกงานบ่อย จะปล่อยหน้าเหียวและมีตีนกาก็กะไรอยู่ ร้อยนิดๆหน่อยๆ ไม่กี่แสน”  ทำเอาตรีญาดายิ้มๆ และแม่ลูกก็พากันลุกไป มาแค่นี้เหรอและก็ไม่ได้สั่งอะไรทาน ตรีญาดามองไปจนกระทั้งทั้งคูเดินพ้นประตูออกไป

      “ แม่ค่ะ หนูว่าลูกชายเขานะไม่รอด”

      “ไม่รอดอะไรกันตรี”

      “เป็นเกย์หรือไม่ก็กระเทยไปเลยค่ะ คุณแม่เห็นยกมือไหว้เราสองคนไหมคะ ทิ่มพล้วดมาเลย และลุกสาวนี้ก็ หันไปเหล่ฝรั่งโต๊ะข้างหลังจนอยากจะลุกไปหาเขาอยู่แล้ว ส่งสัยจะสาย ฝอค่ะแม่” ตรีญาดาพูด

      “โอ้ยยแม่” ทำเอาแม่ของเธอต้องตีที่หัวไหล่ทันที

      “ปากคอเรานี้นะ แม่ว่าเรานี้น่าจะติดมาจากพ่อว่าที่ลูกเขยมาละซิท่า ไม่น่ารักเลยนะตรีญาดา “ แม่ของตรีญาดาพูดเอ็ดบุตรสาวของเธอ และทั้งคู่ก็เปิดเมนูเพื่อสั่งอาหารรอ ว่าที่เจ้าบ่าวที่ยังมาไม่ถึง
***************************************************************************************************************************
ณุก

  วันนี้ผมตื่นขึ้นมาด้วยเสียงมือถือที่โทรปลุกผมจากตรีญาดา ผมเกือบจะหัวเสีย เพราะว่าผมน่ะ นั่งเช็คงานเพื่อจะปิดยอดและกะว่าจะให้ไอ้มาร์คมันบินไปแทนผมเพื่อดิลงานแทน ก็ผมดันต้องไปเป็นคู่หมั้นแบบจำเป็น ในวันสาร์ที่จะถึงนี้ แต่ก่อนก็เหมือนจะดีใจแต่พอผมมาเจอซอมพอ คิดโคตรซวยเลยที่ได้หมั้นจะดีกว่า

    และตรีญาดาก็โทรมาบอกว่าคุณแม่นัดคนมาคุยเรื่องสถานที่จะไปถ่ายพรีเว็ดดิ้ง เห็นตรีญาดาบอกว่าเป็นเพื่อนกับแม่ของเธอ แต่เธอไม่เคยเจอมาก่อน ผมก็บอกว่าผมเพิ่งจะได้นอนไม่กีชั่วโมงเอง แต่จะพยายามไปให้ทันแล้วกัน

      “ริงงงงงงงงงง” เสียงมือถือผมดังขึ้นขณะทีผมกำลังเดินทางเข้าไปยังคาเฟ่ประจำที่ตรีญาดาชอบมานั่งทาน การตกแต่งสไตล์วินเทจ

      “สวัสดีครับปวิน ว่าไงครับ”ผมกดรับสายปวิน

      “วันนี้พี่ณุกจะมาหาวินไหมอ่ะ เมื่อวานก็ไม่มา และวันก่อนก็บอกจะมาหลังจากที่วินเข้าไปหาไอ้ไดม่อนแล้ว พี่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ตกลงยังไงเนี๊ยะ” ปวินวินเหวียงใส่ผมทันที

      “นี้วิน เธอไม่ใช้เจ้าเข้าเจ้าของพี่เธอไม่มีสิทธิ์จะมาวีนใส่พี่นะ พี่จะไปหาเราก็ต่อเมื่อพี่อยากไป โอเคนะครับ และพี่มาธุระ ไม่ต้องโทรหาพี่จนกว่าพี่จะโทรไปเอง บาย” ผมก็หัวเสียใส่ทันที และกดวางสายแบบหาได้แคร์ไม่ ผมเดินเข้ามาในตัวคาเฟ่ก็เห็นตรีญาดากำลังคุยและหัวเราะหัวใคร่กับว่าทีแม่ยาย

      “นี้ไงพ่อคุณ “ แม่ของตรีญาดาหันมาเจอหน้าผมก็ร้องทันที

      “ ไม่ทันแล้วพี่ณุกเขาไปแล้ว” ตรีญาดาเงยหน้าขึ้นมาพูดต่อว่าผม ผมก็นั่งลง

      “ก็มันไกลจากคอนโดของพี่นี้ค่ะตรี และตรีก็ไม่ได้บอกพี่ล่วงหน้าค่ะ ” ผมพูดและผมก็ลืมไป ว่าครีญาดาไม่เคยรู้เรื่องทีผมมีคอนโด ที่ผมไม่เคยพาใครไปเลยสักนิด เพราะว่าที่นั้นผมเก็บทุกอย่างของซอมพอเอาไว้

      “พี่มีคอนโด?” ตรีญาดาเอ่ยถาม ด้วยสีหน้าที่แปลกใจเป็นอย่างมาก แต่ใช่เพราะว่าผมไม่เคยบอกตรี ผมแอบคิดในใจเวรแล้วผม

      “ไม่ใช่ค่ะ คอนโดไอ้มาร์คค่ะ พอดีพี่เอางานไปเคลียร์กับมาร์คมาและให้มาร์คไปดิลงานแทนพี่ค่ะ พี่จะได้มีเวลากับตรี” ผมพูดแก้ตัวแถบไม่ทันทีเพราะว่า ถ้าตรีรู้จะต้องร้องที่จะไปแน่ๆ

      “เอาละ นั่งทานอะไรกันก่อนแล้วกันนะ จะได้ไปดูชุดที่จะใส่งานหมั้นเราอาทิตย์นี้ ทางร้านเขาซักรีดไว้แล้วและเห็นตรีว่าจะดูชุดให้ซอมพอด้วยใช่ไหมเรา” ผมหันไปมองตรีญาดา เขาไม่เคยบอกผมเรื่องนี้เลยที่จะให้ซอมพอไปงานหมั้นของผมที่จะเกิดขึ้นในวันเสาร์นี้ 

      “ ตรีจะให้ซอมพอถือพานแวนหมั้นค่ะ “ ตรีญาดาหันมาบอกผม

      “เออ.... ตรีไม่เคยบอกพี่เรื่องนี้มาก่อนเลยนะคะ” ผมถามตรี ผมมองหน้าตรี ด้วยความหนักใจปนกังวลใจอย่างมาก

      “ ก็ปกติพีไม่ค่อยใส่เรื่องพวกนี้นี้ค่ะ มันรายละเอียดยิบย่อยด้วย และ พอคุยที่ไรพี่ก็มักจะแล้วแต่ตรี และนี้ตรีเห็นว่าซอมพอคือแฟนของพี่ติณแล้ว” ตรีญาดาพูด ผมหันไปมองทางอื่น ผมจะทนสวมแหวนหมั้น ต่อหน้าซอมพอได้ยังไง 

      “มีอะไรเหรอพ่อณุก  ซอมพอเขาก็เป็นเหมือนคนในครอบครัวทางเราแล้วนะ เธอมีอะไรหรือเปล่า “ ว่าที่แม่ยายถามผม ผมก็หันมามองหน้าท่านและก็ส่ายหัวว่าไม่มี

      “ถ้าอย่างนั้นดูสั่งอาหารเลยนะคะ เพราะว่ากว่าจะไปถึงรถติดค่ะพี่ณุก”ตรีญาดาพูด ผมพยักหน้า และเปิดดูเมนูไปด้วยคิดไปด้วย

      “ พี่เอากาแฟแล้วกันนะคะ ตรี เพราะว่าพี่ทานอาหารเช้ามาแล้วค่ะ “ผมบอกตรีญาดา เธอก็หันไปควักมือเรียกพนักงานมารับออเดอร์และตรีก็สั่งกาแฟให้ผมและอาหารว่าง ไม่นานอาหารก็มาผมก็นั่งทานไปเงียบๆ ปล่อยให้ตรีญาดาคุยกับแม่ของเขาไปเรื่องจิปาถะเกี่ยวกับงานหมั้น  ผมแถบจะไม่มีสวนร่วมอะไรเลยก็เลยได้แต่ฟังอย่างเดียว   

      “ไปกันได้เลยไหมคะพี่ณุก” ตรีญาดาหันมาถามผม ผมก็พยักหน้า

      “ถ้าอย่างนั้นตรีกับพี่ณุกขับรถตามคุณแม่นะคะ เพราะว่าเสร็จแล้วคุณแม่จะได้กลับไปบริษัทก่อน”

      “แล้วเราละตรี” ผมรีบเอ่ยปากถามตรีญาดาทันที

      “ เราต้องเอาขนมไปให้คุณป้ากันค่ะ ท่านอยากเจอพี่ณุกนะคะ และงานนี้ห้ามเบี้ยวเด็ดขาดเพราะว่าคุณป้าของตรีคือแขกสำคัญของงานแต่พี่ยังไม่เคยไปเจอท่านเลยนะคะ เพื่อเชิญท่านด้วยตัวเราเองนะคะพี่ณุก “ ตรีญาดาหันมาบอกผม ผมจะปฏิเสธก็ไม่ได้ว่าที่แม่ยายมองผมอยู่ ผมก็พยักหน้าไปอย่างนั้น อีกเช่นกัน นึกว่าจะได้เข้าไปออฟฟิตและผมจะได้หาเวลากับซอมพอ นี้กลับ อื้ยยยย  และนี้ก็ไม่รู้ว่ากระหนุงหนิงกับไอ้ติณหรือเปล่า ยิ่งคิดยิ่งหึงมาก

      “ค่ะน้องตรี” ผมพูดและพากันเดินออกจากคาเฟ่ ว่าทีแม่ยายหยิบมือถือขึ้นมาโทรหาติณณภพ แต่ผมจะแอบฟังก็ไมได้เพราะว่า ตรีญาดาก็เอาข้อมูลรีสอร์ทมาให้ผมดูอีก ผมก็พยักหน้าอย่างเดียว

      “เอาละ ไปเจอแม่ที่นั้นเลยนะ “ ว่าที่แม่ยายของผมพูดและเดินไปขึ้นรถประจำตำแหน่งท่านประธานบริษัทและผมก็เดินไปเปิดประตูให้ตรีญาดาขึ้นไปนั่ง  ผมก็เข้าไปนั่งทำหน้าที่คนขับรถ

      “หมับ” ตรีญาดาก็กอดแขนผมและเอาหัวมาซบที่ต้นแขนผมทันที  ตรีญาดามองผม และทำท่าจะมาจูบผมด้วยแต่ผม

      “ตรี พี่ขับรถนะคะ “ ผมพูดและปลอดมือตรีญาดาออก

      “ทำไมอะ ที่ที่อังกฤษเรายังทำได้ กฏหมายเคร่งกว่าที่นี้อีกนะ พี่ณุก” ตรีญาดาทำท่าเง้างอนผมทันที

      “ตรี มันดูไม่ดีค่ะ ที่อังกฤษนะ เขาไม่สนใจหรอกว่าจะจูบจะอะไรกัน ประเพณีมันต่างกันค่ะตรี ดูซิคนผ่านไปมากเขาก็จะมองตรีไม่ดีนะคะ “ ผมพูดแก้ตัวไปอย่างนั้นและรีบออกรถทันทีให้ทันรถของว่าที่แม่ยาย 

      ผมยอมรับว่าผมยังไม่เคยมีอะไรกับตรีญาดาเลย ผมเลี่ยงตลอด แถมตรีญาดานะยังเป็นเด็กหัวนอกที่ดูจะไม่ค่อยแคร์เรื่องแบบนี้แต่ผมก็เลี่ยงโดยการบอกตรีญาดาว่าติณณภพมันขอให้ผมรอถึงวันแต่งงาน แต่ใจผมนะไม่อยากจะทำแบบนั้นกับตรีญาดาสักนิด เพราะว่าผมไม่เคยรักเธอ มีแค่คนเดียวที่ผมต้องการ  แต่ผมนั้นผมก็ไม่เคยได้มีโอกาสทำแบบนั้นเลย ติดตัวมารอยู่คนเดียวไอ้พี่หวงน้อง ไอ้น่านฟ้า ถ้าไม่กลัวว่าหมัดมันจะทำให้หน้าผมแหกในตอนนั้นผมคงจะได้ซอมพอแล้ว ยิ่งคิดยิ่งหวงแหน ผมกลัวเหลือเกินกล้วว่าไอ้ติณมันจะชิ้งเอาไปซะก่อนด้วยซ้ำ

      “พี่ณุก ..พี่ณุก ..พี่ณุก ค่ะ  เลยแล้วค่ะพี่ณุก” ผมมัวแต่คิดถึงซอมพอจนขับเลยร้านที่ตรีญาดาติดต่อเรื่องชุดเอาไว้ ผมก็ต้องขับไปวนรถและกลับมาและวนกลับรถอีกครั้ง ไม่นานก็มาจอดที่ตรงหน้าตึกที่ถูกจัดไว้  ด้านหน้าเป็นตู้กระจกที่โชว์ชุดแต่งงาน 

      “พี่ณุก ทำไมช่วงนี้พี่ใจลอยจังคะ” ตรีญาดาถามผมเป็นเชิงต่อว่า

      “ก็พี่นอนน้อย พี่เคลียร์งานก่อนจะงานหมั้นไงคะ และนี้ตรีก็โทรตามพี่ไปนั้นไปนี้ตลอด พอไม่ไปตรีก็งอลพี่  “ ผมพูดบอกในเชิงต่อว่านิดหน่อย

      “ทำไมไม่ให้พี่มาร์คทำแทนละคะ ตรีไม่เห็นพี่มาร์คจะทำอะไรเลย” ตรีญาดาพูด พาดผิงถึงมาร์ค

      “ตรีรู้ได้ยังไงคะ ว่ามาร์คมันไม่ทำอะไร มันมันช่วยพี่และทำงานเหนื่อยพอพอกับพี่” ผมหันไปเอ็ดตรีญาดา ตรีหันมามองหน้าผมตกใจกับสีหน้าของผม

      “ตรีขอโทษคะพี่ณุก ก็ตรีเห็น”

      “เข้าไปดูชุดกันเถอะค่ะ” ผมพูดและก้าวเท้าลงจากรถ

      “ช่วงนี้เป็นอะไรทำไมพี่ณุกเอ็ดตรีบ่อยจังค่ะ “ ตรีญาดาพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ผมหันมามอง เห็นนัยต์ตาดวงน้ำปริมๆไปด้วยน้ำตา  ผมเหลือบมองว่าถ้าแม่ยายมาเห็นก็จะเป็นเรื่องอีก ผมเลยควักผ้าเช็ดหน้าให้ตรีญาดา

      “พี่ขอโทษค่ะตรี ช่วงนี้พี่เครียดๆ เรื่องพ่อ เรื่องงานค่ะและเรื่องงานหมั้น งานแต่งเราอีกนะคะ “

      “พี่ณุก พอเราแต่งงานกันแล้ว พี่มาทำงานที่บริษัทกับครีนะคะ ตรีคุยกับพี่ติณแล้ว พ่อแม่จะได้พักพากันไปเที่ยวซะที พี่จะได้ไม่ต้องเดินทางด้วย “ ตรีญาดาพูด ผมพยักหน้า 

      “ก็นี้ไง พี่ถึงไม่ได้ปล่อยให้มาร์คทำคนเดียวเพราะหลังแต่งงานมาร์คจะดูแลทุกอย่างแทนพี่ และพี่อาจจะยกให้มันไปเลย พี่ได้มากมากพอแล้ว” ผมพูดกับตรีญาดา เธอก็ยิ้มออกมาได้ และปาดน้ำตาทีปริมๆนั้น ผมพากันเดินเข้าไปในร้าน ว่าที่แม่ยาผมมานั่งรอแล้ว ร้านนี้ เป็นร้านที่ลูกพี่ลูกน้องของตรีญาดาแนะนำมาอีกที เป็นล้านดังในย่านลำลูกกา มาซะไกลซะด้วยซิ

      ผมเดินเข้าไปในร้าน และเจ้าจองร้านก็กำลังคุยกับว่าที่แม่ยายผมอยู่ ผมก็นั่งลงที่เก้าอี้ที่เขาจัดไว้ให้แขกที่มานั่งรอ

      “น้องตรี นี้ค่ะชุดที่น้องตรีขอเพิ่มค่ะ คนใส่ตัวเล็กมากเหรอคะ  “ เจ้าของร้านก็หยิบเอาที่เป็นสูทเข้ารูป ดูก็รู้ว่าหุ่นซอมพอแน่ๆ มีเสื้อกั๊กสีครีมและเน็กไท้ที่เข้ากันสีน้ำเงินเข็มลายทางสีขาวตัด

      “และอันนี้ของคุณติณณภพนะคะ แม้ช่างแม็ทกันมากเลยนะคะ ถ้าบอกว่าเป็นคู่แต่งงานละก็พี่บุ้งเชื่อเลยค่ะ” นั้นทำให้ผมถอดแว่นตาเรแบนด์ออกมาวาง มาเป็นเซ็ตคู่รักชัดๆ มันปี้ดเลยครับผม

      “พอดีเลยนะคะและมีสีที่เหมือนกันนี้แค่เช็ตนี้นะคะ ถ้าเอาสีอื่นละพี่บุ่งหาไม่ทันคงต้องไปกันคนละสีค่ะ” นั้นไงในหัวผมปิ้งขึ้นมาทันที


      “สีนี้ไม่สวยเลยคะ ตรี” ผมพูดขึ้นทำให้ทุกคนหันมามองผมกันหมด

      “ทำไมจะไม่สวยคะพี่ณุก  “ ตรีญาดาสะบัดหน้ามามองผมทันที

      “นั้นซิณุก สีนี้ดูสุภาพจะตายไป” ว่าที่แม่ยาอีก

      “ผมว่ามันซี้ดไปครับคุณแม่ ผมชอบสีสัน แล้วไม่มีสีอื่นเหรอครับ คนที่จะถือพานแหวนหมั้นของผมควรจะมีจุดเด่นหน่อยนะครับ “ ผมพูดและทำท่าคิด ผมเดินไป ที่ชุดที่สวมอยุ่ที่หุ่น

      “ผมว่าชุดนี้ครับสำหรับซอมพอ “ ผมเดินไปชี้ชุดที่ออกสีฟ้า  ว่าที่แม่ยายและตรีญาดามองผมกันหดม

      “แต่ว่าตรีอยากให้ซอมพอกับพี่ติณ”

      “พี่เข้าใจค่ะตรีแต่ งานนนี้งานหมั้นเรานะคะตรี และติณก็ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ คนในงานจะ..ซุบซิบเอานะพี่ว่า เพราะว่าใครๆก็ดูออกว่าเป็นอะไรกัน ใส่เป็นเซ็ตคู่รักกันขนาดนี้” ผมหันไปพูดผมเชื่อว่าว่าที่แม่ยายนะมีเครือญาติที่มีหน้าตาทางสังคมคงจะแคร์เรื่องนี้อยู่นะ ตรีญาดาและว่าที่แม่ยายมองหน้ากันและหันมามองหน้าผมอีกที่ยืนทำหน้านิ่งที่สุดเพื่อไม่ให้รู้ว่าผมนะ ทนไม่ได้ที่จะให้ทั้งคู่ใส่เช็ตนี้แน่นอน หัวชนฝาเลย

      “ถ้าอย่างนั้น ชุดคู่นี้เอาไว้งานแต่งน้องตรีดีไหมคะ ออกแนวไปทางเพื่อนเจ้าบ่าวไปเลยค่ะ ” พี่บุ้งพูดเสริมแต่ตรีญาดาหันมามองผมเหมือนกับเขาอุตสาแพลนไว้แล้ว

      “และอีกอย่างนี้มันงานหมั้นเรา แทนที่ทุกคนจะสนใจที่คู่หมั้น ทุกในงานเลยพากันไปให้ความสนใจคู่รักมากกว่าแทน จะดีเหรอคะ” ผมพูดเสริมอีกและเหล่ตามมองตรีญาดาที่ทำท่าคิด


      “ใช่ซิ  ตรีลืมคิดไป พี่ณุกนี้ ขอบคุณนะคะ” นั้นไง ผมจะไม่ยอมให้ใส่สีเดียวกัน ระหว่างติณณภพกับ ซอมพอ

      “แต่ของคุณติณนี้เอาสีเดิมไหมคะ เพราะว่าคุณติณมักจะชอบสูทสีประมาณนั้น สีเทาๆ และน้องที่ว่าจะอุ้มพานเงินพานทอง เอาสีฟ้าอ่อนที่คุณณุกว่าก็ได้ค่ะ มีไซ้พอดีเลยค่ะ แต่สีอื่นพี่ไม่มีไซ้มินิแบบนี้ค่ะ ” นั้นไงทำให้ผมยิ้มได้  แอบเซย์เยสหลับหลัง

      “ก็ตามนั้นก็แล้วกันพ่อเจ้าบ่าวเขาอุตสาออกความคิดเห็น....กว่าจะมาออกเกือบจะแต่งอยู่วันพรุ่งนี้มะรื้นนี้อยู่แล้ว” ว่าที่แม่ยายผม ผมหันไปยิ้มให้ทันทีที่กล่าวชมผม

      ผมก็กลับมานั่งไขว้ห้างรอน้องตรีญาดาที่เข้าไปสวมชุดงานหมั้น ผมก็เช็คหุ้น เช็คงานของผมไปเรื่อยแบบเบื่อๆ  ผมก็กดมือถือผมเล่นไปเรื่อยๆ จนไปถึง อินทราแกรม ของติณณภพ

       “ขอบคุณนะครับที่ให้พี่ดูแลหัวใจดวงน้อยๆ  แค็ปชั่นไม่เกี่ยว รักน่ะ ซอมพอ" ติณณภพมันลงรูป แก้วชาเขียวลาเต้ของโปรดซอมพอและกาแฟนร้อนที่แต่งลายหัวใจ นั้นแหละว่ามันได้หัวใจซอมพอไปแล้วเหรอ...กร๊อด!!! เลยครับผม 

   “ฟั๊ก!” ผมสะบดออกมาดังๆ  อย่างลืมตัว นี้ไอ้ติณมันประกาศผ่านอินทราแกรมเลยหรือว่ามันกับซอมพอ  จังหวะนั้นตรีญาดาเดินออกมาจากห้องลองพอดี พร้อมชุดที่จะสวมใส่ในงานหมั้น

   “อู้ยย” เจ้าของร้าน

    “อกอีแป้นจะแตก”  ว่าที่แม่ยายของผม

     “ อะไรกันพี่ณุก! นี้พี่ว่าชุดตรีเหรอคะ! “ อันนี้ตรีญาดายืนมองผม เหมือนจะควันออกหูหน่อยๆ

       ผมหันหน้ามามองทั้งสามคนที่มองมาทางผมเป็นตาเดียวกัน คุณว่าที่แม่ยายที่ยกมือขึ้นทาบอก และพี่บุ้งเจ้าของร้านก็มองผมอ้าปากค้าง และตรีญาดาที่ยืนทำสีหน้าโกรธผม ผมก็ต้องยกมือขึ้นกุมขมับ 

      “ตรีพี่ขอโทษค่ะ  พี่ไมได้หมายถึงตรีนะคะ  “ ผมพูดบอกตรีญาดาและหันไปมองว่าทีแม่ยายด้วย นั่งกุมขมับ ( นี้ขนาดมาแค่ฟั๊ก นะไม่ได้มาแบบจัดเต็ม ..ฟั๊กยู  ผมแอบคิดในใจ)

      “ขอโทษครับ หุ้นผมตก ผมเลยตกใจนะครับ คุณแม่” ผมพูดขอโทษทันที ผมหันไปกราบขอโทษว่าที่แม่ยายด้วย

      “พ่อคุณไม่ต้องแจกบ่อยหรอกนะฟักแฟงแตงโมอะไรเนี๊ยะ ตาย ตาย ฉันจะเป็นลม” ว่าที่แม่ยายผม

      “ พี่ณุก ตรีบอกแล้วไงว่าเลิกสะบดคำนี้ คุณพ่อคุณแม่ท่านไม่ชอบ ” ตรีญาดาพูดต่อว่าผม  ผมพยักหน้าและเดินถือมือถืออกไปด้านนอก  ผมว่าผมควรจะไปหาซอมพอที่คอนโด แต่ผมยังไม่รู้เลยคอนโดซอมพออยู่ไหน ต้องไปหาพี่ส้มเพื่อขอที่อยู่ของซอมพอ ไอ้ติณกูต่อให้มึงวัน มึงอย่าหวังจะได้ซอมพอ
********************************************************************************************
ฝากไว้อีกเรื่องด้วยนะคะ ถ้าผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ฝากไว้เป็นกำลังใจนักเขียนมือใหม่ด้วยค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-07-2020 20:21:59 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 577
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-0
จะไหึงเขาทำไม ไอ้ณุก :z6: ธีมพี่ติณ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
ติณณภพ X น่านฟ้า  ผมแค่รู้สึกว่าเขารักและหวงน้องเขามากไปไหม หรือผมแค่คิดไปเองจริงๆ

       วันนี้ผมดีใจผมได้โพสลงในอินทราแกรม มีแก้วชาเขียวและกาแฟร้อนที่ตกแต่งลายหัวใจ พร้อมแจ้งสถานะ ขอยคุณที่มอบหน้าที่ให้ผมดูแลหัวใจของคุณ แม้จะแค้ปขั่นไม่เกียวก็ตาม วันนี้ไม่มีอะไรมากผมเลยพาซอมพอมมาเดินเอเชียทริกเล่นตอนยามเย็น ไม่ถึงกับเย็นทีเดียวแต่ผมออกมาจากบริษัทก็เกือบบ่ายสามเข้าไปแล้ว นั่งรถมาอีก เกือบชั่วโมงก็ปาเข้าไปสีโมงกว่าๆ พอดี

   ตืดดดด เสียงมือถือผมมีข้อความเข้า ผมก็เปิดดู เป็นข้อความของน่านฟ้า
   พี่เข้ม- คุณผมจะไปหาซอมพอนะ อย่าบอกน้องผมละ ผมจะเซอไพรส์
   ติณ – คุณอยู่ไหนแล้ว
   พี่เข้ม- ผมเหรออยู่สนามบินแล้ว
เห้อยย ซิครับ ถ้าพี่ชายน้องเขารู้ว่าผมพามาไกลละก็ตายแน่ไอ้ติณเอ่ย
   ติณ-โอเค
ผมตอบไปแค่นั้นและหันไปมองซอมพอที่เอาแต่ถ่ายรูป เรือที่วิ่งผ่านไปที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาตรงหน้าเอเชียทีค

      “ซอมพอ พี่ว่าเราต้องรีบกลับแล้วครับ พี่มีธุรครับซอมพอ” ผมบอกซอมพอไป  ซอมพอหันมามองหน้าผมแบบไม่ค่อยเข้าใจแต่ก็หยุดถ่ายภาพและผมก็รีบเดินกลับไปยังที่ผมจอดรถทันที  พี่เข้มนะพี่เข้มจะมาทำไมไม่บอกผมก่อนสักสี่ห้าชั่วโมงครับ ผมนึกในใจ

      “มีอะไรหรือเปล่าครับพี่ติณ” ซอมพอถามผม

      “ ไม่มีอะไร..มากครับ คือว่าพี่เห็นว่ามันเย็นแล้ว และเดี๋ยว .. พี่น่านโทรมาถามพี่จะตอบคำถามไม่ถูกนะครับ” ผมบอกซอมพอไป ผมนี้เหมือนจะโกหกดีนะ แต่ไม่น่าจะรอด ผมหลบสายตาซอมพอ

      “ก้ได้ครับ พี่นี้กลัวพี่น่านขนาดนี้เลยเหรอครับ” ซอมพอถามผม ผมคิดในใจกลัวมากตั้งแต่ทราบว่าพี่เขาเป็นนักมวยแล้วครับ แต่ใจผมอยากได้ของสูง

      “เกรงใจดีกว่าครับ” ผมพูดตอบและรีบเปิดประตูรถเก๋งคันหรูของผม และซอมพอก็เข้าไปนั่ง ผมก็กดสายโทรออกหาน่านฟ้าก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าระยะเวลาผมกับเขาจะได้ถึงพอพอกัน

   พี่เข้ม----ว่าไงครับคุณติณ
   ติณ---- คุณจะมาเซอไพรส์น้องคุณเหรอครับ
   พี่เข้ม--- ก็ใช่ไง แล้วคุณจะตกใจทำไม ผมเซอไพรส์น้องผมไม่ได้เซอไพรส์คุณ ติณณภพ”

   ติณ--- เออ..ก็ใช่

   พี่เข้ม— คุณแอบพาน้องผมไปไหน

   ติณ— ไม่นี้ครับ ผมไม่ได้พาไปไหนผมแค่ จะพากลับบ้านแล้ว พอดีวันนี้งานเยอะ น้องคุณเลยทำโอ

   พีเข้ม – นี้คุณใช้แรงงานน้องผมงั้นเหรอ

   ติณ---- ไม่ ไม่ ไม่ทุกวันแค่วันนี้ นี้ผมจะพาไปส่งแล้ว

   พี่เข้ม--- โอเคถ้าอย่างนั้นแค่นี้นะคุณผมจะขึ้นรถแล้ว “

   ติณ ---ครับคุณพี่ขา..โหด (อันนี้พูดได้เพราะว่าวางสายไปแล้วและผมจะยืนรออะไรรีบขึ้นไปนั่งทำหน้าที่คนขับทันที ผมารีบขับรถออกจากเอเชียทีค เพื่อจะตรงไปส่งซอมพอที่คอนโดและผมหวังว่าจะทันเพราะว่าดอนเมืองก็ไกลกันอยู่นะ และรถก็ติดพอพอกัน   ไม่นานผมก็ขับมาถึงคอนโดของซอมพอ ผมแค่ภาวนาว่าน่านฟ้าจะยังมาไม่ถึงนะ

    ผมจอดรถไว้ที่สำหรับแขก และผมก็เดินเข้าไปพร้อมๆกับซอมพอ ผมก็เห็นชายหนุ่มร่างสุงโปรง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใคร น่านฟ้า ผมยืนมองเขา แต่ซอมพอซิพอเห็นพี่ชายตัวเองถึงกับวิ่งไปหาอย่างกับเด็กๆ นี้เขาไม่เจอหน้ากันแค่สองอาทิตย์เองนะ ยังคิดถึงกันได้มากขนาดนี้

   “ไงคุณ” น่านฟ้าหันมาถามผม

   “สบายดีครับ “ ผมตอบน่านฟ้า

   “นี้พากันไหนมา” นั้นไงน่านฟ้ามองที่ถุงที่ซอมพอถือมา เป็นพวกของฝาก ที่จะเอาไปฝากคนที่ทำงานและที่โกหกไปก็ไร้ผล

   “เอเชียทีคนะ ที่ตรงแม่น้ำเจ้าพระยา “ ผมตอบน่านฟ้าไป

   “คุณนี้โกหกผมนะ” นั้นไงน่านฟ้าชี้หน้าผมทันที

   “พี่น่านฟ้า” ซอมพอเงยหน้าดุพี่ชาย บุญที่พี่มันฟังน้องบ้าง

   “ที่หลังก็บอกซิว่าพาไปไหนไม่ต้องโกหก “ น้านฟ้าพูด

   “แล้วนี้ทานอะไรกันมาหรือยัง” น่านฟ้าถาม

   “ยังเลย ก็ “ซอมพอทำท่าจะพูดและหันมามองหน้าผม

   “ผมได้ยินว่าคุณจะมาเลยรีบพามาส่งก่อนที่คุณจะทำหน้าที่พี่โหดหวงน้องไง” ผมตอบ

   “ลองมามีน้องแบบซอมพอแล้วคุณจะรู้ ไปครับขึ้นห้องดีกว่าพี่เอาของฝากจากแม่มาเยอะแยะเลย” น่านฟ้าพูดและผมก็ทำท่าหันหลังจะเดินออก

   “ไปไหนละคุณ อยู่ทานอาหารเย็นด้วยกันซิ” น่านฟ้าเอ่ยปากชวนผม ผมก็ชี้ตัวเอง

   “คุณนั้นแหละ “ น่านฟ้าพูด

   “ผม”

   “ทำไมกลัวเหรอ”

   “ก็ผมไม่ทานเผ็ด “ ผมพูดเบาๆ

   “วันก่อนผมแกล้งคุณกับเด็กนั้น เอานะวันนี้ผมทำอาหารรสชาติปกติ และน้องผมก็เหมือนเด็กน้อยมันไม่ทานเผ็ดอยู่แล้ว” น่านฟ้าพูดว่าวันก่อนเขาแกล้งผม

   “ไปนะ ทานด้วยกัน” น่านฟ้าเอ่ยปากชวนผม  ผมก็พยักหน้าและเดินตามเขาสองคนขึ้นไป สายตาผมมองพี่น้องเขาหยอกล้อเล่นกันมันทำให้ผมนึกถึงตรีญาดา ตั้งแต่ไอ้ณุกเข้ามา โมเม้นนี้มันหายไปจากผมโดนสิ้นเชิ้ง ผมมองแล้วก็อิจฉาในความน่ารักของพี่น้องคู่นี้จริงๆ ซอมพอก็ใสซื่อซะเหลือเกิน ส่วนน่านฟ้าก็แข็งแกร่งดุดันจนไม่มีใครกล้าจีบน้องเขาแน่ๆ ที่ผ่านมา แต่จะว่าไปก็มองเหมือนเขาทำหน้าที่เกินพี่ชายไปหน่อยนะ หรือผมคิดมากไป

   “เดี๋ยวซอมพอจัดโต๊ะเองนะ พี่ๆนั่งคุยกันไปก่อน” ทันทีที่เดินเข้ามาในห้อง ซอมพอก็หันมาบอกผมกับน่านฟ้าว่าให้นั่งคุยกันไปเขาจะจัดโต๊ะเอง อันที่จริงก็อยากจะไปช่วยแต่ผมคิดว่านั่งคุยกับน่านฟ้าดีกว่า เอาใจพี่เขยในอนาคตเข้าไว้

   “อะคุณ “ น่านฟ้าเดินไปหยิบเบียร์มาส่งให้ผมหนึ่งขวด ผมก็รับมา เบียร์นะพอได้แต่เหล้านี้ไม่ได้แน่ๆถ้าผมขับรถ บ้านผมห่วงเรื่องภาพพจน์เอามากๆ  ผมหยิบเบียร์ขึ้นมาดื่มและน่านฟ้าก็นั่งลง ผมว่าสีหน้าเขาไม่ค่อยดีแม้จะพยายามกลบเกลื่อน

   “มีปัญหาที่รีสอร์ทเหรอคุณ” ผมถามน่านฟ้า และเขาก็พยักหน้า

   “ ผมมาทำธุระผมว่าจะอยู่สักสองสามวันก่อน เพราะว่าผมเป็นหวงเขาแต่มาเห็นคุณดูแลเขาแบบนี้ผมก็สบายใจนะ”น่านฟ้าพูด

   “ถ้าอย่างนั้น คุณไปงานหมั้นน้องสาวผมด้วยซิ “ ผมเอ่ยปากชวนน่านฟ้าทันที น่านฟ้าหันมามองหน้าผม

   “ซอมพอไม่ได้บอกคุณเหรอครับว่าผมมีน้องสาวและกำลังจะหมั้นกันวันเสาร์นี้”  ผมบอกน่านฟ้า และเขาก็ส่ายหน้าและหันไปมองซอมพอ

   “ก็ได้แต่อย่าบอกซอมพอนะว่าคุณชวนผมนะ ผมจะเซอไพรส์เขา” น่านฟ้าตอบผมและบอกผมไม่ต้องบอกซอมพออีก

   “เออ..ติณ ผมถามหน่อยซิ  ช่วงนี้น้องผมมีปัญหาอะไรไหม เหมือนซึมๆ ยิ่งเวลาคุยโทรศัพท์ดูเหมือนเขาไม่ค่อยตอบผมเท่าไหร่” น่านฟ่าหันมาถามผม

      “ไม่มีนิ เออ จะว่างานก็ไม่เยอะนะ ผมให้เขาทำไม่มาก ช่วงนี้ “ ผมบอกน่านฟ้า
      
      “นี่คุณรีบกลับบ้านไหม ติณ” น่านฟ้าถามผม

      “มีอะไรละ น่าน” ผมถามน่านฟ้ากลับ

      “ผมว่าจะออกไปหาอะไรดื่มซะหน่อย ที่ผับนะ “ น่านฟ้าพูดขึ้น  ผมหันไปมองซอมพอที่ดูซึมๆจริงด้วย จัดโต๊ะไปด้วย ผมเริ่มสังเกตุว่าเขาเหมอลอยบ่อยมากขึ้น ตั้งแต่ในออฟฟิตแล้ว

      “ ได้ซิ “ ผมบอกน่านฟ้า และเขาก็พยักหน้าให้ไปทานอาหารได้แล้ว ผมลุกขึ้นไปก็มองซอมพอที่จัดโต๊ะอาหารได้ดูดี

      “ยิ้มอะไรครับพี่ติณ” ซอมพอถามผม

      “แม่บ้านแม่เรือนแบบนี้แม่พี่รักตายเลย” ผมพูดชม

      “น้องผมนะผู้ชายคุณ  ไม่ใช่แม่บ้าน พูดแบบนี้พ่อผมเตะคุณแน่ “ นั้นคนนี้ชอบขัดผมจริงๆ

      “นายนี้นะ  จัดโต๊ะได้อย่างเดียว ทำอาหารนะ ไม่เคยลุกมาช่วยแม่หรอก “ น่านฟ้าพูด ทำให้คนที่ถูกบ่นถึงกับทำแก้มป่องทันที ผมก็นั่งลงตรงข้ามซอมพอและน่านฟ้าก็นั่งหัวโต๊ะ ผมเห็นซอมพอทานบ้างแต่น้อยมากๆ

      “เป็นอะไรซอมพอ อาหารไม่อร่อยหรือไง นี้น้ำพริกหนุ่มเด็กอนุบาลที่แม่ทำมาให้นายเลยนะ” น่านฟ้าพูด ซอมพอเงยหน้ามองทำแก้มป่องทีถูกหาว่าเป็นเด็กอนุบาล ผมก็แอบขำเล็ก

      “จะฟ้องแม่เนื้อนวล” ซอมพอพูด

      “น้ำพริกอะไรเหมือนไม่ได้ใส่พริก ไม่มีความเผ็ดเลย “ น่านฟ้าพูดและหันมาหยักคิ้วให้ผมจะว่าไป บางมุมนี้เขาก็ดูอบอุ่นพิลึกดีเหมือนกันนะ น่านฟ้า จนมันทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ 

   “พี่น่าน เห็นแม่เนื้อนวลบอกว่าพี่จะแต่งกับพี่คำแก้วแล้วเหรอ เมื่อไหร่อ่ะ ซอมพอจะได้ขอลางานล่วงหน้า “ ผมก็เงยหน้ามองน่านฟ้า เขาทำหน้ากะอักกะอวนใจที่จะพูด

   “ยังไม่ได้หาฤกษ์เลยซอมพอ” น่านฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่งๆ

   “อะไรกัน ตั้งแต่ป้าแนะนำมาก็เข้าไปปีที่ห้าแล้วนะพี่น่านฟ้า “ ซอมพอพูด นี้เขามีแฟนแล้วเหรอผมไม่หยักกะรู้เลย ทำไมผมรู้สึกแปลกๆ 

   “นายก็เห็นว่าพี่ยุ่งและนายก็หนีมาทำงานที่นี้ “

   “ก็ซอมพออยากมีหลานตัวน้อยเร็วๆ “

   “ เออ เอาไว้นายคุยกับแม่เองนะ พี่ไม่ได้เป็นคนไปดูฤกษ์” น่านฟ้าพูด เขาเหลือบมองมาที่ผม

   “ผมไม่หยักกะรู้ว่าคุณจะแต่งงานน่านฟ้า” ผมพูดขึ้น

   “ผมควรจะประกาศไหมละคุณ ไม่เหมือนคุณนิ เที่ยวประกาศทางอินทราแกรมว่าน้องผมยอมให้คุณดูแลหัวใจแล้วนะ” น่านฟ่าพูด ผมก็เบิ่งตาโพลง

   “คุณเห็นอินทราแกรมผมได้ยังไงอ่ะ”

   “มือถือซอมพอไง ผมส่งคำขอเป็นเพื่อนคุณไปแล้วแต่ของผมนะ ไม่ได้อัพเดทอะไรมาจะสามปีแล้ว “ น่านฟ้าพูด ผมก็พยักหน้า เอาไว้ค่อยไปเปิดดูแล้วกันผมก็ไม่ค่อยได้ลงอะไรมาหลายปีแล้ว นี้เพิ่งจะอัพก็วันนี้แหละ 

      “ซอมพอ พี่จะออกไปธุระข้างนอกนะ และเราก็อาบน้ำและเข้านอนเลยไม่ต้องรอพี่นะ” น่านฟ้า บอกซอมพอ ว่าเขาจะออกไปข้างนอก

      “ซอมพอ พรุ่งนี้ไม่ต้องไปทำงาน พี่ให้หยุดหนึ่งวัน เพราะว่าไหนๆ น่านฟ้าก็มาหาเราแล้ว “ ผมพูด และหันไปมองหน้าน่านฟ้า ผมรู้ว่าเขาก็คิดถึงน้องเขามากเช่นกัน ผมเองยังเคยมีโมเม้นแบบนี้เลยตอนที่น้องสาวต้องไปอยู่อังกฤษแต่ เขานะอยู่ใกล้ชิดกับณุกมัน

      “ทำไมละพี่ติณ งานยังค้างตั้งเยอะ” ซอมพอพูด คงเป็นพวงเอกสารและส่งแฟล็กซ์ให้บริษัทที่เขารับทำงานนอก

      “ไม่เป็นไรงานไม่ด่วน อยู่กับน่านฟ้าหรือจะหยุดวันศุกร์ต่อก็ได้นะ เพราะว่างานไม่เยอะแล้วช่วงนี้ ” ผมบอกซอมพอ ผมรู้ว่าเขาเกรงใจผม เพราะยิ่งวุ้นเที่ยวไปพูดกับใครต่อใครว่าเขาได้อภิสิทธิ์เหนือคนอื่นๆ ทั้งที่ก็ไม่ได้มากมายอะไรเลย บางทีผู้หญิงนี้ก็น่ากลัวเกิ้น
      “ทำไมละ นายไม่อยากอยู่กับพี่หรือไง ถ้าอย่างนั้นพี่บินกลับเลยก็ได้นะ” น่านฟ้าพูดทำท่าน้อยใจน้องอีก ผมก็หันไปเหล่มอง คนอย่างนายมีโม้เม้นขี้งอลด้วยเหรอเนี๊ยะ

      “ พี่น่านอ่ะ อย่างอลนะ อยู่ก็ได้ ทำอาหารให้กินด้วยนะ สามมื้อเลย” ผมก็แอบยิ้มเพราะเห็นน่านอ่อนอยากให้น้องง้อนี้มันก็แปลกไปอีกแบบหนึ่งนะ นายนี้ แต่ทำไมผมแอบเขินแทนก็ไม่รู้
      “คุณ ...นี้คุณทานเบียร์ไปกี่ขวดหน้าแดงเชียว” ผมก็สะดุ้ง รีบจับใบหน้าของตัวเอง มันร้อนๆ นะ นี้แค่ขวดเดียวเอง

      “แดงอะไรคุณ “ ผมรีบแก้อายตัวเอง

      “ตกลงพรุ่งนี้หยุดนะครับ พี่จะได้ไม่มารับ “ ผมบอกซอมพอ
            
      “ก็ได้ครับพี่ติณ ขอบคุณครับ”  ซอมพอบอกผม
   
      “ยินดีครับ”ผมพูด ผมก็ลุกขึ้นเพื่อไปช่วยซอมพอเก็บ

      “คุณ ผมเตรียมตัวก่อนนะ เออ คุณขับรถมาใช่ไหม ติณ” น่านฟ้าถามผม

      “ใช่ครับน่าน” ผมตอบ

      “ผมขับรถคุณไปนะ และผมจะนั่งแท๊กซี่กลับ”  น่านฟ้าพูด ผมก็พยักหน้า

      “พี่ไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนนะ ซอมพอ พี่จะออกไปดื่มสักหน่อยกับคุณติณ เราอยู่ได้นะ” น่านฟ้าพูด ซอมพอก็หันไปยิ้มๆกับน่านฟ้า ผมก็หันมามองซอมพอที่กำลังล้างถ้วยล้างจาน ผมว่าซอมพอดูซึมๆไปมาก

      “ซอมพอ มีอะไรหรือเปล่าครับ” ผมถามซอมพอที่ยืนเช็ดจานชามเพื่อเก็บเข้าชั้นให้เรียบร้อย เขายืนเช็ดอยู่แบบนั้นนานมาก ใบเดียว

      “ซอมพอ “ ผมเรียกชื่อเขาแต่เขาก็ยังเช็ดอยู่แบบนั้น

      “ซอมพอ!”

      “อุ้ย”นั้นไงผมรีบช่วยคว้าไว้ไม่อย่างนั้นตกแตกและก็จะบาดมือซอมพอเอา

      “พี่ติณ ” ซอมพอเรียกชื่อผมเบาๆ
      “ซอมพอเป็นอะไรหรือเปล่าครับ พี่เรียกชื่อเราเพราะว่าเราเช็ดจานใบนี้นานแล้วอ่ะ พี่เลย..เรียกเสียงดังไปหน่อย พี่ขอโทษนะครับ” ผมพูดบอกซอมพอ และยืนเอามือเท้าซิ้งล้างจาน ผมหันไปมองซอมพอ

      “พี่รู้สึกซอมพอไม่ค่อยพูด ซอมพออึดอัดเรื่องพี่หรือเปล่าครับ ถ้าใช่พี่จะได้ลดสถานะลง” ผมถามซอมพอ ซอมพอหันมามองหน้าผมตกใจเหมือนกัน

      “ผมจะอึดอัดทำไมละครับพี่ติณ พี่ซิดูแลซอมพอมากจน ซอมพอรู้สึกเกรงใจและรู้สึกดีไปด้วยพร้อมๆกัน” ซอมพอพูด

      “แล้ว..”

      “ผมคงคิดถึงพ่อกับแม่นะครับ ผมรู้สึกเหมือนที่นั้นมีปัญหาอะไรหรือเปล่า และผมควรจะอยู่นั้นเพื่อช่วยพี่น่าน ไม่ใช่ทิ้งให้พี่น่านอยู่คนเดียว  ผมเลยรู้สึก”

      “อยากกลับบ้านเหรอครับ”

      “ก็มีความคิดแบบนั้นแว๊ปหนึ่งนะพี่ติณ แต่ผมก็สนุกกับงานนะพี่ติณ ผมสับสนมั้งครับ” ซอมพอพูดและหันมมองหน้าผม

      “พี่ไม่เคยหยุดไปเที่ยวไหนเลยตั้งแต่พี่มารับหน้าที่ดูแลบริษัท พี่ให้พ่อกับแม่ไปตลอด พี่ว่าปีใหม่ปีนี้พี่จะหยุดยาว เราไปเที่ยวบ้านซอมพอกันไหม” ผมถามซอมพอ ซอมพอหันมามองหน้าผมและยิ้มให้ผม  ผมเปลี่ยนมาเป็นยืนหันหลังผิงซิ้งแทน ผมหันไปมองหน้าซอมพอที่ยิ้มตาหยีให้ผม ช่างน่ารักจนใจผมนี้จะละลายอยู่แล้ว
                                     
        “ จริงนะพี่ติณ”  ซอมพอถามผม

      “จริงครับ” ผมพูด ดูซอมพอยิ้มมีความสุขขึ้น ที่พูดถึงว่าจะได้กลับไปเที่ยวบ้าน

      “แต่พี่หวังว่าพี่จะได้ไปเที่ยวในฐานะแฟนของซอมพอนะครับ พี่อยากมีโมเม้นแบบนั้น เพราะเวลานึกถึงเชียงใหม่ จะนึกถึงคู่รักเสมอ “ ผมพูด ผมยังไม่เคยไปเชียงใหม่เลย พ่อแม่ผมบอกเคยไปสองสามครั้ง ช่วงที่ผมไปอยู่ที่อังกฤษ
      
      “ตอนนี้ก็เป็นแล้วนี้ ถ้าพี่ไม่เปลี่ยนใจไปกับคนอื่นซะก่อนนะ “ ซอมพอหันมาพูดกับผม ผมก็ยิ้ม

      “พี่ไม่เคยขอใครเป็นแฟนพี่มาก่อน ซอมพอคือคนแรกที่พี่กล้าขอ “

      “จริงอ่ะ”

      “จริง! และพี่ขอให้ซอมพอคือคนแรกและคนสุดท้ายของพี่” ผมพูดละกระเทิบเข้าใกล้ซอมพอ สายตาซอมพอมองมาที่ผม มันสื่อสารว่าเขาเหมือนจะคิดแบบที่ผมคิด

      “อะแฮ้ม” และเสียงที่ทำให้ผมต้องกระเทิบออก พี่ชายขาโหด แต่งตังหล่อออกมาแล้ว 

      “พี่ไปเลยก็ได้ผมล้างเสร็จก็จะเข้าห้องอาบน้ำนอนแล้ว พี่สองคนไปกันเถอะครับ” ซอมพอหันมาบอกผมและน่านฟ้า ผมก็พยักหน้า

      “พี่น่านอย่าดื่มเยอะน่ะ “ซอมพอบอกน่านฟ้า เขาก็พยักหน้า และเขาก็สวมรองเท้าคัทชู ที่เขากับกางเกงยีส เขาดูหล่อสไตล์คันทีคาวบอยมาก   ผมก็สวมร้องเท้าและหันไปยิ้มให้กับซอมพอ

      “กู้ดไนท์ครับซอมพอ” ผมหันไปบอกราตรีสวัสกับซอมพอ

      “กู้ดไนท์ครับพี่ติณ “ ซอมพอก็บอกผมกลับเช่นกัน ผมเดินออกมาน่านฟ้าเดินไปพูดอะไรกับซอมพอก่อนจะเดินออกมา และเขาก็แบมือ

      “หึ?” ผมก็มองว่าแบมือทำไม

      “กุลแจรถ ผมขับเอง” น่านฟ้าพูด

      “คุณขับรถในกรุงเทพได้เหรอ”ผมถามน่านฟ้า

      “ผมขับเองเวลาไปติดต่อธุระทั่วกรุงเทพด้วยตัวเองครับ ยกเว้นผมเดินทางมากจากสนามบินและเวลาผมออกไปดื่ม ผมจะไม่ขับเอง “ น่านฟ้าพูด

      “ผมมีรถ ผมจอดไว้ที่ชั้นจอดรถคนทีพักที่คอนโด แต่ผมไม่อยากให้ซอมพอเอาไปขับ ผมไม่ได้ห่วงรถนะ ผมหวงน้องชายผม” น่านฟ้าพูด ผมก็ยืนกุลแจรถให้เขา และเขาก็เดินนำหน้าผมไป  ผมก็เดินตามจะว่าไป น่านฟ้านี้ดูสูงใหญ่กว่าผมอีก หุ่นที่ดูก็รู้ว่าชอบออกกำลังกาย มวนกล้ามเนื้อชัดเจนมาก ผมไม่อยากจะคิดเลยว่ากล้ามท้องจะขนาดไหนและยิ่งเป็นนักมวยด้วยแล้ว เพราะนักมวยเขาต้องเน้นกล้ามท้องเพื่อเอาไว้ต้านหมัดคู่ต่อสู้เวลาโดนชก คิดแล้วผมก็แอบฟินถึงซิกแพคของน่านฟ้า

      “นี้คุณ เดินช้าจัง คุณคิดอะไรกับแผ่นหลังของผมไหมเนี๊ยะ” นั้นทำเอาผมสะดุ้ง

      “ผมจะไปคิดอะไรกับแผ่นหลังของคุณ ก็คุณนะ รีบเดิน ไม่รู้จะรีบไปไหน” นั้นผมก็เลยต้องแถไปเรื่อย จริงๆมองไปคิดไปตั้งแต่หัวจรดปล่ายเท้าแล้วแหละ

      “ถ้าอย่างนั้นก็มาเดินข้างๆผมซิคุณจะได้คุยไปด้วย” น่านฟ้าพูด เหมือนออกคำสั่ง ผมก็เดินไปให้ทันน่านฟ้า

      “ ไปที่ไหนดี” น่านฟ้าถามผม ผมหันไปมอง

      “ไปที่ผับXXXX นี้ก็แล้วกันเพราะว่าใกล้บ้านผม ผมต้องทำงานนะคุณพรุ่งนี้” ผมพูด น่านฟ้ามองหน้าผม

      “ก็ได้นะ ผับนี้ผมไปบ่อยอยู่เวลามาพักที่นี้ เป็นส่วนตัวดี” น่านฟ้าพูด ผมพยักหน้า ผับที่พวกผมไปส่วนใหญ่เป็น ชายรักชายไปกัน แต่ก็มีแมนๆ ไปกันบ้างนะ ผมก็มองน่านฟ้า เขาจะเป็นแบบนั้นเหรอ แต่เขาจะแต่งงานกับผู้หญิงอยู่แล้วนิ หรือว่าเป็นไบ เสือไบเหรอ

      “ เปี๊ยะ!” เสียงดีดนิ้วใส่หน้าผม ทำให้ผมสุดุ้ง

      “คิดอะไรของคุณ ขึ้นรถได้แล้ว นี้รถคุณไม่ใช่เหรอ” น่านฟ้าพูดและขี้ไปที่รถเก๋งยี่ห้อดังราคาสิบล้านของผม เป็นรถคันแรกที่ผมซื้อได้ด้วยตัวเองหลังจากมาบริหารงานที่บริษัทพ่อผม ผมพยักหน้าว่าใช่

      “ ขึ้นซิครับ “ มาออกคำสั่งอีก

      “ขยันสั่งจริงๆ”

      “อะไรนะ” นั้นหูดีอีก

      “ผมว่าคุณขยันครับคุณน่านฟ้า” ผมพูดแค่นั้นและเข้าไปนั่งในรถ น่านฟ้าก็เข้าไปนั่งที่นั่งคนขับแทนผม และทำการสตาร์ทรถ รู้ไปหมดยังกะเป็นเจ้าของรถผมอย่างนั้น นั้นแหละ และน่านฟ้าก็ออกรถไปอย่างเร็ว

      “คุณขับรถแบบนี้ ผมเดาว่าคุณนะต้องชอบแข่งรถ หรือไม่ก็ชอบดู fast and furious มากแน่ เวลาตีโค้งเกรงใจทั้งรถและผมหน่อยครับคุณนักบิด “ ผมพูดถามน่านฟ้า เพราะดูท่าการจับเกียร์การเชนเกียร์ อย่างชำนาญ แต่นี้มันถนนครับไม่ใช่สนามแข็งรถ เล่นเอาผมนี้ต้องเอื่อมมือไปจับที่จับยึด ผมกลัวว่าเข็มขัดนิรภัยอาจจะไม่เพียงพอในความปลอดภับของผม

      “ใช่ผมชอบกีฬาแข่งรถ ผมเคยลงสนามแข่งมาแล้วสองสามสนาม แต่เพราะว่ามันค่อนข้างอันตราย แม่ผมเลยขอให้เลิก และไม่อยากให้ผมลงแข่งอีก “ น่านฟ้าพูด ดูท่าจะแอดเว้นเจอร์อยู่นะนายนี้

      “คุณละ ชอบอะไร” น่านฟ้าถามผม

      “เมื่อก่อนก็ตีกอล์ฟ เพราะว่าพ่อผมชอบชวนไปตีกอล์ฟ” ผมพูด น่านฟ้าหันมามองผม

      “คิดไว้ อยู่แล้วว่าต้องตอบว่าตีกอล์ฟ ดูสะอวดสะองค์อย่างคุณน่ะ มันต้องกีฬานุ่มนิ่ม” ผมหันไปเหล่มองและหันมานั่งกอดอกว่าผมนุ่มนิ่มอีก

    ไม่น่านรถก็มาจอดที่ด้านหน้าของผับ ผับนี้ค้อนข้างจะปิดแบบส่วนตัวเลยจะมีคนมารับรถเข้าไปจอดด้านใน และผมกับน่านฟ้าก็เดินเข้าไปด้านใน

      “ติณ ผมว่าเรานั่งตรงนั้นดีกว่า ส่วนตัวดี ว่าไหมคุณ” น่านฟ้าบอกผม ผมพยักหน้าว่าตามนั้น

      “น่านฟ้า แป๊ปหนึ่งนะแม่ผมโทรมา” ผมบอกน่านฟ้าและรีบเดินไปหาที่เงียบๆสำหรับโทรศัพท์

      “ครับแม่”
      “ติณ อยู่ไหนละเรา หรือว่ายังอยู่กับน้องซอมพอ” แม่ถามผม

      “ผมพาน้องไปส่งแล้วครับ และพอดีพี่ชายเขามาหาก็เลยชวนผมทานอาหาเย็นด้วยเลย” ผมพูดบอกแม่ผม

      “อ้าวเหรอ! ถ้าอย่างนั้นก็ไม่กลับมาทานด้วยกันละซิ และนี้จะกลับหรือยังละ” แม่ถามผม ด้วยน้ำเสียงที่เป็นหวงผม

      “ผมขอมาคุยกับน่านฟ้าและดื่มกันนิดหน่อยครับแม่ แต่ไม่นานเดี๋ยวผมกลับ”ผมบอกกับแม่ของผม

      “โอเค อย่าดื่มเยอะนะเราต้องขับรถกลับบ้านนะติณ” แม่ผมเฝ้าเตือนผมเรื่องนี้ทุกครั้งที่รู้ว่าผมต้องดื่มแต่ผมนะนับครั้งได้ที่จะดื่มจนเมา เพราะผมนะแถบจะไม่มีเพื่อนที่ไทยเลย ผมเลยไม่ค่อยได้ไปดื่มที่ไหนกับใคร ส่วนมากก็จะเป็นไอ้ณุก   

      “ได้ครับถ้ายังไงผมจะโทรหานะครับ ผมใกล้จะกลับ” ผมบอกแม่ผม
   
      “จ๊ะติณ แค่นี้นะลูก” แม่ผมพูดและกดวางสายไปทันที ผมเดินเข้าไปด้านใน ผมเห็นน่านฟ้าวิสกี้มาดื่มรอแล้ว ผมก็มองแก้วของผม

      “ผมว่าคุณไม่น่าจะดื่มวิสกี้ ผมเลยสั่งคอกเทลให้คุณแทน Sex on the beach” น่านฟ้าพูด ผมก็มองหน้าเขาและหันไปควักมือเรียกเด็กของร้านกลับมาใหม่

      “พี่ขอวิสกี้ครับ” ผมสั่งเองเลย

      “แก้วเดียวพอได้และผมแมนๆ สำหรับวิสกี้ ไม่ใช่คอกเทล “ ผมพูด

      “หึๆ” เสียงหัวเราะผมในลำคอ จากคนที่นั่งตรงข้ามผม

      “นี้คุณโกรธผมเหรอ “ น่านฟ้ากระเทิบจากอีกฝั่งข้ามมาเกือบถึงตัวผม ถามผม และมันก็ทำให้ผมต้องถอยหนีออกมาหน่อย

      “ไม่นิ” ผมพูดและไม่น่านเครื่องดื่มวิสกี้ก็มาเสริฟที่โต๊ะ

      “ตอนที่คุณพูดว่าน้องผม เหมือนมีอะไรในใจ ผมไม่เข้าใจ คุณหมายถึงอะไร”  น่านฟ้าถามผม ใช่ผมมักจะโทรคุยกับน่านฟ้าทุกวัน และผมก็เคยพูดเชิงเป็นคำถามว่าซอมพอมีอะไรที่ค้างคาไหม เหมือนคล้ายๆมีปมในอดีตอะไร

      “ผมไม่รู้ ผมขอซอมพอเป็นแฟนก็จริงแต่ผมยังรู้สึกว่าผม ยังเข้าไม่ถึงเขาอยู่ดี น้องคุณมีอะไรที เป็นปมเรื่องความรักไหม หรือว่าเขายัง มีคนที่เขารักอยู่” ผมถามน่านฟ้า สีหน้าน่านฟ้าเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด 

         “ก็น่าจะแฟนเก่า ไอ้นี้มันหายไปโดยไมได้ร่ำลาอะไรซอมพอ แต่ผมว่าเก้าปีมานี้ ซอมพอน่าจะลืมได้ “ น่านฟ้าพูดและกำมือแน่น ผมว่าคนที่โกรธแคนนายคนนั้นมาก คงเป็นน่านฟ้าแล้วแหละ

         “ ดูคุณไม่ชอบ”

         “ผมยอมรับนะ มันเข้ามาแย่งความรักน้องผมไป คุณจะทนได้ไหม” น่านฟ้าพูด ผมก็ถึงกับขมวดคิ้ว ผมมีน้องสาว ตรีญาดา ผมก็รักและทะนุทะนอมมากแต่พอณุกมันเข้ามา ตรีก็ติดมันผมยังไม่เคยหวงเท่านี้เลย

         “ผมรักน้องผมมาก นี้ขนาดว่าผมต้องยอมแต่งงานเพื่อ..” น่านฟ้าพูด ผมหันไปมองหน้าเขา

         “ บ้านผมมีลูกชายสองคน คือผมกับซอมพอ  และพอป้าที่เป็นพี่สาวของแม่ผม เขารู้ว่าซอมพอรักเพศเดียวกัน ป้าก็โกรธมากแต่พ่อกับแม่ผมก็บอกว่า เขารับได้ ลูกเป็นยังไงก็รับได้ “ ผมได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าว่าเข้าใจ

         “ป้าผมก็เลยบอกว่าต้องมีหนึ่งคนที่จะต้องแต่งกับผู้หญิงที่เขาหาให้ เป็นลูกสาวของคนที่ป้าผมรู้จัก ผมก็เลยยอมที่จะแต่ง “ น่านฟ้าพูดและเงียบไป

         “ยังมีแบบนี้อีกเหรอคุณ คลุมถุงชน”

         “ ก็ไม่เชิงนะ ผมก็ทำความรู้จักน้องเขามาได้ 5 ปีแล้ว ผมคิดว่าทางบ้านเขาคงจะให้ผมแต่งเร็วๆ นี้แหละ “ น่านฟ้าพูดและกระดกวิสกี้เพียวๆเข้าปากไป

         “ น้องเขาก็น่ารัก สวยแบบสาวเหนือแท้ๆ “  น่านฟ้าพูด ผมพยักหน้าและยิ้มให้ แต่ทำไมมันรู้สึกแปลกๆ
         
         “และผมก็คงจะมีครอบครัวที่อบอุ่น” น่านฟ้าพูด

         “เออ ..คุณน่านฟ้าผมต้องกลับแล้ว..คือ.. แม่ผมจะเป็นห่วงเอานะครับ ผมขอตัวก่อนนะครับน่าน” ผมกับเป็นฝ่ายขอตัวกลับก่อนทันที

         “ก็ได้คุณ ผมว่านั่งดื่มสักพัก ไม่นานหรอกเดี๋ยวก็กลับ” น่านฟ้าพูด ผมพยักหน้าก่อนจะลุกขึ้นเดินออก ผมเองยังงงตัวเองเลยว่านี้ผมเป็นอะไรไป เหมือนคนที่ทนฟังไม่ได้ ก็แค่เขาจะแต่งงาน จะมีครอบครัวที่อบอุ่นได้ แม้ว่าผู้หญิงคนนั้นเขาไม่ได้เลือกเอง แปลกคนนะน่านฟ้า แต่ผมจะไปคิดว่ามันแปลกทำไม ผมจะไปหงุดหงิดแทนเขาทำไม อ้อ! น่าจะเป็นเพราะว่าเขาคือว่าที่พี่เขยของผมไง
*********************************************************************************
ฝากอีกตอนนะคะ

อยากโหวตอยู่นะ ว่าอยากให้ใครคู่ใครดีนะ
ณุก,ซอมพอ,ตรีญาดา,มาร์ค, ติณณภพ,น่านฟ้า, ไดม่อน,และปวิน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31-07-2020 19:37:01 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ psychological

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 291
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 577
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-0
 :a5: ทีมพี่ติณ ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าพี่นานจะไม่ได้คู่พี่ติษเหรอ :ling3:

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
น่านฟ้า X ซอมพอ เมื่อแอลกอฮอล์มันพุ้งพล้านอยู่สิ่งทีผมกลัวมันก็เกิดขึ้น
       ผมเป็นพี่ชายของซอมพอ ผมชื่อน่านฟ้า หนุ่มเหนือแท้ๆ ลูกชายคนโตของบ้าน ผมอายุห่างจากซอมพอ6 ปี ผมตื่นเต้นมากแค่ไหนที่ได้เห็นว่าแม่ผมมีน้องที่น่ารัก ผมทั้งรักและห่วงน้องชายคนนี้ผมมาก ผมมีเรื่องชกต่อยกับทุกคนที่มารังแกหรือว่ามาแซวน้องผม เพราะว่าซอมพอค้อนข้างตัวเล็กและอาจจะดูนุ่มนิ่มแต่ไม่ได้ตุ้งติ้ง เขาแค่ดู เพราะว่าน้องผมตัวเล็กบอบบาง ก็จะมี่พวกปากดีมาว่าน้องผมเป็นตุ๊ดเป็นแต๋วบ้าง และพวกมันก็จะจบลงที่ปากคอแตกจากหมัดของผมไปตามระเบียบ แต่จริงน้องผมมันไม่ได้เป็นตุ๊ดเป็นแต๋วมันแค่คิดขุตามสไตล์ของซอมพอ

      และล่าสุดที่ผมตะบันหน้าไปก็คือไอ้เวร ไอ้ณุก  อีกคนที่ผมก็ตะบันมันปากแตก คิ้วแตก ก็ภาพที่มันอุ้มซอมพอไปห้องฉุกเฉิน ผมก็ต้องคิดซอว่ามันทำอะไรน้องผมไปแล้ว และนั้นก็ทำให้ผมเจ็บปวดมาก น้องชายที่ผมรักไม่พูดกับผมเกือบเดือนจนกระทั้งไอ้ณุกมันหายหน้าไป ผมนี้สงสารน้องผมใจจะขาด ข้าวปลาแถบจะไม่ยอมทาน และนี้ก็ดูเหมือนน้องผมจะกลับมาเศร้าอีกแล้ว


   “พี่ครับ พี่จะดื่มอีกเหรอครับ ผมเห็นพี่กระดกไปเพียวๆหลายแก้วแล้วนะครับ”  เสียงที่ทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้น มองว่าใครกัน ผมเห็นเหมือนจะมีหลายคน แต่จริงๆแล้วแค่คนเดียว น้องเด็กเสริฟคนนี้ และใช่ครับผมกระดกไปและคิดเรื่องซอมพอไปด้วยมันก็เลยไม่ได้นับ ผมสะบัดหน้าไร้ภาพซ้อนนั้นออก ผมเหลือบมองเวลาที่ดูจะไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่

   “เกือบจะห้าทุ่มแล้วครับพี่” น้องเขาตอบผมแทน

   “งั้นพี่เช็คบิล” ผมบอกน้องที่มาทำงานที่นั้น น้องคนนี้เขาก็คอยมาดูแลเทคแคร์ผมตลอด และเขาก็ทราบดีว่าผมมักจะมาดื่มและมารับเด็กที่ผมจะไปมีอะไรด้วย เด็กเหล่านั้นคือเด็กผู้ชายและผมนะมีความชอบที่แปลก ผมชอบแบบ SM ผมเลยจะหาเด็กๆทั่วไปไม่ได้ ผมต้องหาจากเด็กไซไลน์ และต้องหาเฉพาะที่รับตรงนี้ได้
   แต่ว่าวันนี้ผมไม่มีอารมณ์ที่จะโทรตามใครทั้งนั้น เพราะว่าผมเห็นสีหน้าและแววตาซอมพอที่ดูเศร้าเหงา ผมรู้สึกเจ็บปวดใจ และนี้ผมก็จะต้องแต่งงานกับคำแก้ว เพราะทางบ้านคำแก้วก็ยื่นคำขาดมาแล้วว่าให้ผมแต่งให้ได้ภายใน ปีนี้อีกและยิ่งไม่ควรจะเกินจากเดือนธันวาคมด้วย ผมยังไม่อยากทิ้งหน้าที่พี่ชายไปเป็นหัวหน้าครอบครัวเลยจริงๆ

   “พี่ครับบิลครับ” ผมเหลือบมองกระดาษเล็กที่น้องเขาเอามาให้

   “ พันห้า”ผมหยิบเงินส่งให้น้องคนนั้น

   “พี่ครับแค่พันเดียวครับ” น้องเขาบอกผม ผมก็มองหน้า

   “พี่ให้ติบ พี่เห็นเราดูแลพี่บ่อย ขอบใจนะ  ป๊าป!” ผมพูดและตบไหล่น้องเขาเบาๆก่อนจะลุกเดินไป ผมก็โซเซไปมา

   “พี่ ๆ “ นั้นมีคนเข้ามาประครองผม

   “ไม่เป็นไรน้องพี่ไหว” ผมพูดและทำท่าจะอ๊วก และผมก็หันมามองหน้าคนที่ประครองผม ทำไมรอยยิ้มแบบนี้มันเป็นรอยยิ้มที่ผมคุ้นเคยมาก

   “พี่น่านฟ้า “

   “ซอมพอ “ ผมพูด

   “พี่ครับ  พี่ครับ” ผมสะดุ้งเพราะว่าภาพที่ถูกตัดกลับมามันไม่ใช่ซอมพอ ผมก็ยกมือห้ามว่าผมโอเค ผมลุกขึ้นใหม่แม้จะเซๆแต่ก็พอไหว ผมก็เดินแบบทะลักทุเล พาร่างผมเองออกมา

   “ขอรถแท็กซี่คันหนึ่ง”ผมพูดและยืนเกาะประตู พนักงานด้านหน้าก็เรียกรถแท็กซี่ให้ผมหนึ่งคันและผมก็เดินไปบอกคนขับว่า

   “ไปคอนโดXXXXX ตรงสาธร “  ผมบอกคนขับและพนักงานก็เดินมาเปิดประตุให้ผมเข้าไปนั่ง ผมยังหันไปเจอน้องที่คอยดูแลผม เขายิ้มให้ผม ผมก็โบกมือลา และผมก็นั่ง หมดสภาพในรถแท็กซี่

   “ซอมพอ พี่รักนาย พี่ทนไม่ได้ พี่เห็นนายรักไอ้เวณนั้น พี่ทนไม่ได้ “ ผมพร้ำพูดกับตัวเอง

   “ริงงง” เสียงมือถือผมดังขึ้น ผมก็หยิบขึ้นมาดู ไม่รู้ว่าใครก็กดสายซะก่อน

   “น่านฟ้า”

   “ใครอ่ะ”

   “คุณ! ผมติณยังไงละครับ แล้วนี่คุณดูท่าเมามากแล้ว คุณกลับหรือยัง”

   “กำลังกลับ..ไปหา..น้องซอมพอ..ที่รัก มีไร” ผมถาม

   “คุณ ...ตรูดดด” ผมกดวางสายไปเฉยเลย ผมก็คิดว่าถ้าน้องไม่มีใครมีแต่ผมก็คงจะดีซินะซอมพอ ผมไม่รู้ว่าผมฝันหวานไปนานแค่ไหน

   “คุณครับถึงแล้วครับ” พี่คนขับรถบอกผม ผมก็พยักหน้า และควักเงินจ่ายไปเท่าไหร่ไม่รู้ ช่างมัน ผมก็เดินลงจากรถแบบเป๋ๆ แต่ก็พยายามเดินให้ตรง

   “คุณ คุณ “มีคนมาเรียกผม

   “คุณนั้นเอง เมามาเหรอครับวันนี้” ผมเหลือบมองคนที่พยุงรับผม พนักงานรักษาความปลอดภัยของที่นี้นี้เอง ผมก็ยิ้มให้

   “ผมจำคุณได้ “ เขาพูด

   “ผมช่วยพาคุณขึ้นห้องแล้วกัน” ผมก็พยักหน้าว่าได้และเขาก็พยุงผมเข้าไปในลิฟท์ ผมยืนพิงลิฟท์ไปจนกระทั้ง

   “ถึงแล้วครับคุณ” ชั้นห้องพักของผม ผมก็หยิบการ์ดออกม ผมจำห้องได้ดีอยู่น่ะ

   “ผมไปเองได้พี่ ขอบคุณมาก” ผมพุดและโบกมือให้คนที่พาผมมาส่งยังชั้นที่ผมพักอยู่ ผมเดินเป้ไปเป้มาจนกระทั้งถึงห้องพักผมและผมก็รูดคีย์การ์ดของผม ผมเดินเข้าไปในห้องที่สลัวๆ จากไฟด้านนอกที่ส่องเข้ามา ผมก็ปิดประตูลง และค่อยก้มลงถอดรองเท้าออก ผมไม่เคยดื่มหนักขนาดนี้เลย วันนี้เล่นเพียวๆไปหลายแก้วมาก

“ปึก ..เพล้ง” ผมก็ชนเข้ากับบางสิ่งมันตกลงแตกทันที

“พี่น่าน” เสียงเด็กน้อยของผม และไฟในห้องก็เปิดเพื่อให้ผมได้หันไปมองหน้าเขาได้ชัดเจน ซอมพอ ที่เดินงัวเงียออกมา พร้อมกับชุดน้อยลายน่ารัก และตัวเขาเองก็น่ารักอยู่แล้วด้วย ไม่ต้องใส่อะไรให้บางเซ็กซี่หรอกสำหรับน้องผม

“ซอมพอ ทำไมไม่นอน”

“ก็ผมได้ยิน พี่ทำอะไรตกพื้นนะ พี่น่าน ผมก็เลยตื่นขึ้นมาดู “ ซอมพอพูดและเข้ามาประครองผม เหมือนจะกอดผมมากกว่าเพราะว่าเขาตัวเล็กกว่าผม ผมก้มมองและเอามือหยีหัวน้องตัวเล็กของผม

“พี่น่านไปนั่งก่อนเลย ดูซิเนี๊ยะ ทำแจกันตกแตกจนได้” ซอมพอพูดและค่อยๆประครองผมไปนั่งที่โซฟา ผมก็ทิ้งตัวลงนั่ง จังหวะที่ผมทิ้งตัวลง คนที่กอดประครองผมก็ล้มลงมาพร้อมๆกับผม ผมมองหน้าซอมพอ

“ตัวหนักจะตายไป พี่น่านนี้” ซอมพอต่อว่าผม ผมก็

“หมับ” ผมจับเอวร่างบางๆนั้นไว้ ซอมพอมองหน้าผม ผมก็มองหน้าซอมพอ ผมยกมือขึ้นลูปไล้แก้มเนียนๆนี้ ริมฝีปากที่เล็กบาง ซอมพอปากสวยกว่าสาวๆซะอีก มันสวยจนผม

“พี่น่านนน”  ซอมพอเรียกชื่อผม ขณะที่ผมกำลังรวบเขาเข้ามาเพื่อจะได้จุมพิตนั้น ผมอดใจไม่ได้ และผมก็หยุดความต้องการของผมไม่ได้เช่น

“ปึก” ร่างบางๆที่ผมจับพลิกไปนอนที่โซฟาและผมก็เอาร่างหนาๆขึ้นไปค่อมไว้

“อย่า..อย่า..พี่น่านจะทำอะไรผม”

“พี่รักนาย ..พี่รักนายมาก พี่ไม่อยากให้นาย..กับใคร โดยเฉพาะไอ้ณุก ..อย่าไปจากพี่นะซอมพอ”

“ไม่เอา..ไม่เอา..พี่เป็นพี่ผมนะ ..ปล่อย พี่น่านนนน”

“ฮือๆๆ” ผมก็ก้มลงปากผมก็ซุกไซ้ไปตามซอกคอนั้น มันช่างหอมเหลือเกิน หอมจน อดใจไม่อยู่

“พี่น่านปล่อยผมนะ ไม่งั้นผมจะฟ้องพ่อกับแม่นะพี่น่าน” ผมก็สะดุ้ง ผมหยุดนิ่งและมองสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ ผมตรึงมือซอมพอไว้ ผมกำลังจะทำมิดีมิร้ายน้องชายตัวเองแท้ๆ ซอมพอมองหน้าผมใบหน้าอาบไปด้วยน้ำตาแต่ทะว่าอารมณ์ในกายผมมันพรุ้งพร้านมากจนผมเองก็ระงับมันไม่อยู่

“พี่รักเรามากเหลือเกินซอมพอ พี่อยากเป็นคนเดียวที่จะดูแลนาย ถ้านายยอมพี่จะไม่ยอมแต่งงานพี่จะ...” ผมพร้ำบอกซอมพอ ผมไม่อาจจะบังคับตัวเองได้แล้ว ผมซุกไซ้คนที่นอนดิ้น เขาก็รู้ว่าดิ้นไปก็ไร้ประโยชน์เพราะว่าด้วยร่างทีกำยำกว่า แรงก็เยอะกว่า เขาต่อต้านผมไม่ได้หรอก
**************************************************************************************
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-08-2020 11:25:30 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ p_phai

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2443
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-6

ออนไลน์ Nattie69

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 68
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
“กึก” เสียงมีคนรูดบัตร และประตูก็ถูกเปิดเข้ามา และผมก็รู้สึกว่ามีคนมากระฉากตัวผมออก ร่างผมก็เซถลาไป ผมหันไปมองคนนั้นก็คือ ติณณภพ ผมหันไปมอง คนที่เข้ามาและเขาก็ยืนอึ้งมองผมและหันไปมองซอมพอ

“น่านฟ้า! คุณทำอะไรน้องคุณนะ!”” ติณณภพพูดตะคอกใส่ผม  มันทำให้ผมได้สติ ผมหันไปมองคนทีกอดเข่าร่างกายสั่นเทาอยู่บนโซฟา น้ำตาหนองหน้า นั้นมันน้องชายผมซอมพอ เขามองมาที่ผมอย่างผิดหวัง เขาผิดหวังในตัวผม ผมนี้เจ็บปวดที่สุดที่เห็นสายตาคู่นี้และอาการแบบนี้

“ฮือๆๆ พี่น่าน ทำแบบนี้กับผมทำไม พี่เป็นคนที่ผมไว้ใจที่สุด พี่เป็นพี่ชายผมที่ผมคิดว่าพี่จะปกป้องผมไม่ใช่ทำร้ายผม” ซอมพอพูดและวิ่งเข้าห้องนอนเขาไปทันทื ผมที่ยืนมึนด้วยฤทธิ์ของสุราที่ผมดื่มเข้าไปเพียวๆ

“เย้ยยยยย” ผมตะโกนออกมาและหันไป ผมลุกพล้วดขึ้น ผมเดินวนไปมา นี้ผมทำอะไรลงไป นั้นน้องตัวเองแท้ๆ 

“น่าน” เสียงติณณภพเรียกชื่อผม 

“ปึก ปึก  ปึก ปึก ปึก ปึก “ผมรัวต่อยต่อยกำแพงไปไม่รู้กี่ที

“พอเถอะ น่าน” ติณณภพเข้ามาจับไหล่ผม ให้ผมหยุดต่อย เพราะว่ากำแพงนะ เปลี่ยนจากสีครีมเป็นสีแดง ณ จุดที่ผมต่อยไปแบบซ้ำๆ

“คุณไปดูซอมพอให้ผมที “ ผมบอกติณณภพ ผมหันไปมองหน้าเขา

“ได้โปรด!  ไปดูน้องให้ผมที คุณติณ” ผมบอกติณณภพโดยไม่กล้าหันไปสู้หน้าเขาเหมือนกัน ผมเห็นชุดที่สวมมามันเป็นชุดนอนที่ดูเรียบร้อยมาก  ติณณภพเขาพยักหน้าและเดินไปเคาะประตูห้องนอนซอมพอ

“ซอมพอ พี่เองครับพี่ติณ”

“ขอพี่เข้าไปได้ไหมครับ”  ไม่นานก็ได้ยินเสียงประตูเปิดพร้อมกับเสียงสะอื่นที่ผมได้ยินแล้วเหมือนมีมีดกรีดลงที่กลางอกผม และประตูก็ถูกปิดลง ผมหันไปมองห้องนอนของซอมพอ

“นี้กูทำบ้าอะไรลงไปเนี๊ยะ! ไอ้น่าน! ไอ้เวรร! “ ผมด่าตัวเอง ผมมองมือที่ผมต่อยกำแพงมันแดงไปด้วยเลือด แต่ผมกับไม่รู้สึกเจ็บทีมือผมเลยแต่มันจุกและเจ็บที่หน้าอกข้างซ้ายผมนี้ และผมเองก็คิดว่าผมควรจะไปอยู่ที่อื่น ผมเดินเข้าไปในห้องนอนผมและเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทาง ผมอยู่ที่นี้ไม่ได้ ผมเกือบทำเลวกับน้องชายตัวเอง

“ก๊อกๆ “ ผมหันมามองประตู มีคนมาเคาะห้องผม ผมเดินไปเปิด และคนนั้นก็คือติณณภพ เขามองผมและเสื้อผ้าที่ผมกำลังใส่ลงในกระเป๋าเดินทาง

“คุณจะไปไหน..น่าน” ติณณภพ ถามผม ผมสูดลมหายใจเข้าแรงๆ

“ผมอยู่ไม่ได้ ผมกลัวตัวเองจะทำอีก “

“น่านแล้วคุณจะไปพักทีไหน”

“ผมคงไปหาโรงแรมอยู่ พรุ่งนี้ผมจะบินกลับเลย “ผมพูดและหันมามองหน้าติณณถพ

“ฟู่” เขาก็พ่นลมหายใจออกมายาวๆเช่นกัน และผมก็หยักไหล่ ผมหมายถึงซอมพอ

“ก็เสียใจ แต่ผมว่าเขาจะดีขึ้น หรือไม่ก็อาจจะตกใจด้วย” ติณณภพพูด ผมพยักหน้า

“เอาอย่างนี้ผมมี คอนโด อยู่ห่างจากตรงนี้ ก็ประมาณ 20 นาทีขับรถ ผมซื้อไว้กะว่าจะไปอยู่หลังจากที่น้องสาวผมแต่งงาน เพราะว่าแฟนน้องสาวผมเขาคงแต่งเข้าไปอยู่บ้านผม พ่อแม่ผมขอไว้ไม่อยากให้น้องไปอยู่ที่อื่น” ติณณภพพูดบอกผม ผมหันไปมองหน้าเขา

“เอานะ  ไปอยู่นี้นั้นก่อน หรือถ้าคุณยังไม่พร้อมจะมาอยู่กับซอมพอ คุณก็พักที่นั้นก่อนได้ “ ติณณภพบอกผม ตอนนี้คงต้องตามนั้น

“แล้วนี้คุณ?”

“ผมจะอยู่เป็นเพื่อนซอมพอก่อน แต่ผมจะนอนที่โซฟา คุณไว้ใจผมได้” ติณณภพพูด นาทีนี้ผมคงไม่มานั่งคิดเรื่องไว้ใจหรือไม่ไว้ใจแล้วแหละ

“แต่ก่อนจะไป ให้ผมทำแผลคุณก่อน ดูซิ เลือดไหล่ และยิ่งคุณดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย “ ติณณภพพูดและเดินออกไป เขาคงเห็นว่ามีตูยาประจำบ้านแขวนอยู่ที่ฝาผนัง ด้านนอก และติณณภพก็เดินเข้ามาในห้องผมพร้อมกล่องยาสำหรับทำแผล เขาก็จัดการชี้นิ้วสั่งให้ผมนั่งลง ผมนั่งลงบนเตียงนอนของผม ติณณภพก็จัดการทำแผลที่หลังมือผม เพราะผมได้ปล่อยตะบันต่อยกำแพงไปแบบไม่ยัง

“โอ้ย!” ตอนแรกที่ผมต่อยเสร็จเลือดก็แค่ไหลซิบๆ และผมเองยังไม่รู้สึกเจ็บ หรืออาจจะเป็นเพราว่าผมเจ็บที่ตรงหัวใจผมมากกว่า แต่ตอนนี้เริ่มเจ็บแล้วซิ  ติณณภพเงยหน้ามองผมและยิ้มที่มุมปาก ผมก็มองว่ายิ้มทำไม เยอะเย้ยหรือไง

“ที่เมื่อกี้ถ้าผมไม่ห้ามคุณ คุณก็คงจะต่อยจนกระดูกแตกแน่ๆ “ ติณณภพพูด เมื่อเขาทำแผลผมเสร็จ

“คุณให้ผมไปส่งไหม” ติณณภพถามผม  ผมส่ายหัวว่าไม่ละ ผมก็ก้มลงหยิบกระเป๋าเดินทางและกระเป๋าโน๊ตบุ๊คและผมก็หันไปมองติณณถพ และติณณภพก็ส่งกุลแจและคีย์การ์ดคอนโดของเขาให้ผม

“ขอบคุณนะติณ ผมฝากน้องชายผมด้วยนะ และผมคงไมได้ไปงานหมั้นน้องสาวคุณ “ ผมพูดและเดินออกจากห้องพักทันที ติณณภพ ออกมายืนมองผมจนถึงหน้าประตูห้อง ผมก็เดินออกไปโดยไม่ได้หันหลังกลับไปมอง

   นี่ผมทำร้ายเด็กน้อย น้องชายที่ผมรักได้อย่างไร ถ้าติณณภพไม่เข้ามาห้ามผมคงเตลิดไปไกลถึงขั้นไหน สีหน้าและววตาที่หวาดกลัวผมของซอมพอ ผมเห็นแล้วก็ปวดใจที่สุด ผมกดลิฟท์เพื่อจะลงไปชั้นล่าง ผมยืนเอามือเท้าเหนือปุ่มกดลิฟท์ไปหน่อย ผมได้แค่ถอนหายใจยาวๆ นี่ถ้าพ่อกับแม่รู้ ท่านคงไม่ไว้ใจผมให้ดูแลน้องแน่ๆ  ผมนี้มันเป็นพี่ที่ใช่ไม่ได้ น้องมันรักและไว้ใจผมแต่ผมกลับเป็นฝ่ายทำลายมันเอง

“ตึง” เสียงลิฟท์ เปิดออก ผมก็กำลังจะเดินเข้าไปในลิฟท์ และคนที่ตกใจที่เห็นผมก้าวเข้าไปในนั้นก็คือ ..ไดม่อน ผมเห็นสีหน้าของนายนั้น

“สวัดดีครับพี่น่าน”

“หวัดดีไดม่อน ไปไหนละดึกป่านนี้” ผมถามเขาทั้งๆที่ผมก็ออกเดินทางเหมือนกัน

“ผมจะลงไป ..หาอะไรทานนะพี่ ว่าแต่พี่น่านเถอะ พี่จะไปไหนครับ หรือพี่จะกลับเชียงใหม่ตอนนี้เลย” ไดม่อนถามผม ผมหันไปมอง

“ไปธุระนะ” ผมตอบไปแบบนิ่งๆ ผมปั้นหน้าตัวเองให้นิ่งที่สุด

“อ้อครับ “  ไดม่อนพูดเบาๆ แต่ผมว่าสภาพนายนี้ก็ไม่ได้ต่างไปจากผมนะ ผมหันไปเหล่มองนายไดม่อน

“แล้วเราละ ดูสีหน้าไม่ดี มีไร” ผมหันไปถามไดม่อน

“ไม่มีอะไรอ่ะพี่ แค่..”

“หึ?”

“ผมกำลังจะง้อแฟน แต่มัน.. “

“ง้อไม่สำเร็จ.. ง้อไปกี่ครั้งแล้วละ และที่ง้อคือยังรักเขาหรือว่าไง “ ผมพูดและหันไปเหล่มองเด็กนั้น และถามกลับด้วย

“เพิ่งง้อครับ คือผมอาจจะปล่อยให้มันงอลมานานไปหน่อย “

“หึๆ.. เอานะ ง้อไปจนกว่านายจะคิดว่านายไม่อยากง้อแล้ว ก็พอ” ผมพุดและประตูลิฟท์ก็กดเปิดออก  ผมรีบเดินออก

Wพี่น่านหวัดดีครับพี่” นายไดม่อนยกมือไหว้ผม  ไม่ได้หันไปแต่ยกมือให้ ผมรีบเดินมาด้านหน้า เมื่อกี้ผมมาในสภาพเมาแต่ตอนนี้ผมตื่นได้สติแหละ รปภ.มองหน้าผม ผมยิ้มให้ก่อนจะเดินเข้าไปในด้านในเพื่อนไปเอารถที่ผมจอดไว้ เป็นรถเก๋งคันหรูทีผมซื้อไว้ใช่ที่นี้

****************************************************************************************************************

ซอมพอ
ผมนอนร้องไห้ตัวสั่นเทา เพราะว่าสิ่งผมได้เจอมันเกินคาดไปหมด พี่น่านฟ้าเขากำลังจะปลุกปลั้มผม ซึ้งเป็นน้องชายแท้ๆ คลานตามกันมา ผมไม่รู้ว่าเพราะอาการเมาของพี่น่านฟ้าหรือว่าเพราะเขาคิดแบบนี้กับผมมานานแล้วก็ไม่รู้ และพี่น่านก็พร้ำพูดว่าไม่อยากให้พี่ณุกมาพลากผมไปจากเขา และนั้นทำให้ผมคิดว่าตอนที่พี่ณุกคบกับผมพี่น่านที่คอยกีดกันก็เพราะว่าพี่นายหวงผมไม่ใช่ในฐานะ พี่ชายงั้นรึ 

“ซอมพอ น้ำครับ” พี่ติณณภพเดินเข้ามาหาผม พร้อมกับแก้วน้ำ ผมเงยหน้ามองพี่ติณ พี่เขามาได้ยังไงก็ไม่รู้แต่ดีที่มาทันช่วยผมไว้ ไม่อย่างนั้นตราบาปที่พี่น่านฟ้ามอบให้ผมคงติดตัวติดตาและติดฝั่งลึกจนเป็นแผลในใจผมไปชั่วชีวิต

“ดื่มน้ำซักหน่อยนะครับคนดี” พี่ติณณภพส่งแก้วน้ำมาให้ผม ผมก็รับมาดื่มมันลงไป

“พี่น่านละครับ”  ผมกลั้นใจถามพี่ติณณภพ

“น่านฟ้าเขาเก็บเสื้อผ้าออกไปแล้วครับ พี่ให้เขาไปพักที่คอนโดพี่ก่อน น่านฟ้าเขาเสียใจมากกับสิ่งที่เขาทำลงไป “ พี่ติณพูดบอกผม และพี่ติณก็นั่งลงข้างๆผม ผมค่อยๆดื่มน้ำ

“แต่ว่าพี่น่านเขากำลังจะสร้างตราบาปไว้กับผม”

“มันพูดยากนะ และพี่เชื่อว่าน่านฟ้าจะไม่กล้วทำแบบนั้นกับซอมพออีก พี่เชื่อใจเขา” พี่ติณณภพบอกผม

“พี่จะนอนเฝ้าเราอยู่ด้านนอกนะครับ มีอะไรเรียกพี่ได้ตลอเลย “

“พี่ติณ ผมเกรงใจ “ ซอมพอบอกผม ผมหันไปเอามือขยี่หัวเขาเบาๆ

“นอนเถอะครับ พรุ่งนี้ไม่ต้องไปทำงานและพี่ว่าจะให้คนที่บริษัทเอางานมาให้พี่ทำที่นี้  ดูแลเราด้วย “ พี่ติณณภพบอกผม ผมก็พยักหน้า

“พี่ติณ” ผมเรียกพี่ติณขณะที่พี่ติณกำลังจะลุกขึ้น

“พี่มาทันได้ยังไงอ่ะ” ผมเอ่ยถามพี่ติณณภพ พี่เขาหันมามองหน้าผม

“พี่เริ่มสงสัยตั้งแต่ตอนที่คุยกับน่านฟ้าขณะที่ดื่มแล้ว ดูท่าเขาจะรักเราเกิ้นกว่าพี่น้อง และพี่ก็โทรเช็คน่านเขาอีกที พี่กลัวว่าเขาจะเมามากและก็เป็นอย่างที่พี่คิด พี่คุยกับเขาไม่รู้เรื่องหรอกและเขาก็กดตัดสายพี่ แค่นั้นก็พี่ลุกจากเตียงมาเลย พี่ว่าพี่คงต้องหาข้อรายงานคุณหญิงแม่พี่แน่ๆ พรุ่งนี้  เพราะปกติพี่ไม่ทำแบบนี้กับใครนะถ้าพี่..”

“ไม่รักและห่วงจริงๆ “
“ตอนนี้นอนพักก่อนนะครับ พี่อยู่หน้าห้องนอนเรานิ มีอะไรเรียกพี่ได้ตลอดนะครับคนดี ฟ๊อด” พี่ติณณภพพูดและหอมที่หัวผมเบาๆ ก่อนจะเดินออกไป ผมก็ค่อยๆล้มตัวลงนอนแต่ทะว่าผมไม่กลับตาลง เพราะว่าภาพที่พี่น่านฟ้ากำลังจะปลุกปลั้มผม มันผุดขึ้นมาซ้ำๆ วนไปมา พี่ณุกเคยบอกเตือนผมว่า พี่น่านนะ ไม่ได้หวงผมเช่นน้องชายทั่วไป และผมก็ไม่เคยเชื่อจนกระทั้งวันนี้แหละ ผมเชื่อที่เขาพูดแล้ว พี่ณุก แต่ผมก็ยังรักพี่ชายของผมอยู่ดี
*****************************************************************************************************************
น่านฟ้า

   ผมตื่นมาด้วยอาการค่อยข้างแฮงค์ เพราะว่าเมื่อคืนก็ดื่มหนักและผมก็กลับมาพยายามทำเรื่องระยำที่ผมกลัวไอ้ณุกมันจำทำกับซอมพอตั้งแต่คบกันเป็นแฟน แต่ผมนี้ซิกลับเป็นคนที่จะกระทำซะเอง

“ฮัลโล” เสียงมือผมดังขึ้น

“น่านแม่เองนะ” แม่เนื้อนวล

“ว่าไงครับแม่”  ผมถามแม่ของผม  ผมค่อยๆ ลืมตามองไปรอบ ๆห้องนอนที่ไม่คุ้นเคย จัดตกแต่งแบบเรียบงานแต่ดูหรู ผมก็ลำดับความคิดก่อน อ้อ! ติณณภพให้ผมมาพักที่คอนโดของเขา

“น่าน! “ แม่เรียกผมเสียงดังขึ้นมาอีก

“ครับแม่ ผมเพิ่งตื่นนะครับแม่”

“น่านแม่จะโทรมาบอกว่าก่อนกลับมา อย่าลืมซื้อของขวัญของฝากแม่คำแก้วด้วยนะลูก” แม่บอกผมให้ซื้อของไปฝากคำแก้ว ว่าที่เจ้าสาวของผมไม่ไกล้ไม่ไกลคิดว่าเร็วๆนี้ และผมคงบอกแม่ว่าผมคงต้องพร้อมแล้ว ถ้ามีครอบครัวผมคงทำใจเรื่องซอมพอได้มากกว่านี้

    คำแก้วคือเด็กผู้หญิงที่ป้าผมแนะนำและบังคับให้ผมเลือกแต่งงานกับเธอ เธอก็เป็นเด็กผู้หญิงเรียบง่ายและเรียบร้อย แถมยังไม่ยอมรับความรักจากชายใด คำแก้ว อ่อนกว่าผมห้าปีได้ แก่กว่าซอมพอปีเดียวได้มั้งหรือสองปีนี้แหละ คำแก้วจบแค่ม.6 แค่นั้น

“ครับแม่ ผมจะซื้อ..”

“ไม่ใช่ตุ๊กตาหมีนะน่านฟ้า คำแก้วนะเขาโตเป็นสาวนานแล้วนะ “

“ครับแม่ ผมจะลองดูครับ”

“น้องซอมพอเป็นยังไงบ้างละ แม่โทรไม่เห็นรับสายแม่เลยน่าน” แม่เนื้อนวลบอกแม ผมก็นิ่งเงียบ ผมจะบอกว่าไมได้อยู่บ้านเดียวกัน แต่จะบอกสาเหตุเพราะอะไรกันละ

“สบายดีครับแม่ นี้ซอมพอก็ไปทำงาน” ผมบอกแม่ไป แอบพ่นลมหายใจออกมาด้วยเพราะว่าผมโกหก

“ถ้าอย่างนั้นแค่นี้ก่อนนะ แม่จะไปซื้อกับข้าวมาไว้ทำให้คนงานกิน และน่านจะกลับวันอาทิตย์ตอนเย็นเลยใช่ไหมลูก “  แม่เนื้อนวลถามผม

“ผมว่าจะกลับก่อนนะแม่ ผมลืมไปว่าผมมีธุระด่วนที่นั้นนะครับแม่ “ ผมตอบแม่ไป

“เหรอ! แม่ก็นึกว่าจะอยู่กับน้องก่อน เห็นบ่นคิดถึงน้องนิ “ แม่เนื้อนวลพูด ผมนะอยากอยู่ไม่อยากไปจากน้องเลย แต่ตอนนี้ซอมพอคงกลัวผมน่าดู

“เอาละ แค่นี้ก่อนนะแม่ต้องรีบไป พ่อเขารอยู่  มีอะไรก็มาคุยกันที่บ้านนะลูก” แม่ผมบอกผม ผมว่าแม่ผมคงเดาอะไรได้บ้างแล้ว แม่เนื้อนวลเป็นผู้หญิงที่ค้อนข้างเข้าใจความรู้สึกของผมและซอมพอได้ดี และแม่จะเป็นเหมือนน้ำเย็นคอยรดเมื่อพ่อโมโหใส่ผมสองคนเสมอ นี้คือผู้หญิงคนเดียวที่ผมรู้สึกรักจริงๆ

   ผมเหลือบมองเวลา นี้ก็เกือบจะ 11 โมงเช้าแล้ว ว่าแต่ติณณภพนะทำอะไรอยู่ ยังอยู่กับซอมพอไหมนะ แต่ก่อนอื่นผมต้องเข้าไปจองตั๋วก่อน เพื่อกลับเชียงใหม่วันนี้เลย ผมเข้าไปจองออนไลน์และผมก็เลือกได้ชั้นธุรกิจ ผมได้ไฟท์ บินบ่ายสามโมง ผมเหลือบมองเวลาจะพอมีเวลาเหลือ

ติณณภพ = ว่าไงคุณน่าน
พี่เข้ม(เห็นได้เฉพาะติณณภพ 555) คุณน้องผมเป็นยังไงบ้าง
ติณณพ = ก็ซึมๆแต่ผมก็ว่าเขาแค่เสียใจ เขายังบ่นหาคุณอยู่เลยนะน่าน บ่นแบบว่าเป็นห่วงคุณนะ
ผมได้ยินแบบนี้ยิ่งปวดใจเข้าไปใหญ่
ติณณภพ= ผมเชื่อว่าพี่น้องกันมันโกรธกันได้ไม่นานหรอก ไม่เหมือนคนรักกันถ้าโกรธแล้วอาจจะเกลียดกันไปเลย  คุณน่าน
พี่เข้ม    = ตอนนี้ซอมพอทำอะไรอยู่และคุณละอยู่กับซอมพอไหม
ติณณภพ= ผมอยู่กับซอมพอทั้งวันแหละคุณ ผมให้คนที่บริษัทเอาแฟ้มเอกสารมาให้ผม ผมบอกแม่ผมว่าซอมพอปวดท้อง ผมเลยขอดูแลในฐานะแฟน
พี่เข้ม= ก็คุณเป็นแฟนน้องผมนิ
พี่เข้ม= คุณติณ คุณว่างไหม ออกมาเจอผมหน่อยได้ไหม
ติณณภพ= น่าจะได้นะ เพราะว่าซอมพอคงอยากนอนพักนะ ผมว่าจะออกไปหาซื้ออะไรให้เขาทานอยู่นะ
พี่เข้ม=ถ้าอย่างนั้นเจอกันที่ห้างใกล้ๆกับที่ตอนโดเลยนะคุณ 
ติณณภพ = ได้ซิ น่านฟ้า แล้วเจอกัน

   ผมคุยกับติณณภพและผมก็นัดเจอเขา ผมว่าจะให้เขาช่วยเลือกของขวัญให้คำแก้วซะหน่อย ผมบอกตรงๆว่าผมไม่เคยซื้ออะไรนอกจากแม่จะสั่งแต่ส่วนใหญ่แม่จะซื้อไว้ให้และให้ผมไปให้ แต่นี้ช่วงนี้แม่ไมได้ออกไปไหนเพราะว่าที่ไร่ชากำลังยุ่งและผมกำลังจะทำไร่กาแฟเพิ่มด้วย ผมกำลังบุกเบิกที่เพิ่ม และรีสอร์ทก็เริ่มจะยุ่งในช่วงหน้าหนาว
   ผมรีบแต่งตัวด้วยชุดสบายๆ กางเกงยีนส์เสื้อเชิ้ตพอดีตัวไม่รัดแน่นจนเกินไป สไตล์คันทรีที่ผมชอบผมเดินลงไปชั้นล่าง จะว่าไป ที่คอนโดที่ติณณภพมซื้อไว้ก็น่าอยู่เหมือนกันนะ ดูใหม่และทันสมัย ใกล้กับบีทีเอส ผมเดินลงไปยังลานจอดรถ และผมก็ขับรถออกไปทันที

ติณณภพ = ผมออกจากคอนโดแล้วนะคุณติณ
พี่เข้ม= ผมกำลังจะออกไปเหมือนกัน

ผมอ่านข้อความแค่นั้นก็ ผมก็หันไปขับรถต่อ เพื่อตรงไปยังที่ผมนัดหมายกับติณณภพไว้ ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมผมไว้ใจเขาทั้งที่ผมนะเป็นคนที่ไว้ใจใครยากมากจริงๆ ยิ่งคนที่ใกล้ชิดกับน้องผมด้วยแล้ว ทำให้เพื่อนสนิทซอมพอที่มี ก็มีแค่ไม่กีคนแต่ละคนกลัวผมกันหมดโดยเฉพาะผู้ชาย

   ผมเข้าไปจอดในตัวห้างและเดินออกมารอตรงทางเดินเข้าห้าง  ห้างนี้จะมีทางเดินเข้าทางเดียว เป็นวิลล่าซุปเปอร์มาเก็ตมากกว่าแต่ละมีร้านอาหารด้วย ผมยืนลุ้นระทึกรอติณณภพ และไม่นานผมก็หันไปเป็นติณที่มาพร้อมกับเครื่องแบบบริษัทแต่เขาไม่ได้สวมสูททับมา เขาเดินเอามือล้วงกระเป๋าเข้ามาหาผม

“เป็นไงบ้างคุณ” ติณณภพถามผม

“มือคุณนะ” เขาถามและมองทีมือผม ข้างที่ผมต่อยกำแพงและเขาเป็นคนพันผ้าพันแผลให้ผม

“ไม่เท่าไหร่ละ แล้วน้องผมละเป็นยังไงบ้าง” ผมบอกติณณภพและถามถึงซอมพอทันที

“ก็ต้องใช้เวลาหน่อยนะติณแต่ผมว่าเขาไมได้เกลียดคุณหรอก เชื่อผม”ติณณภพพูด

“และนี้คุณ” ติณถามผม และมองหน้าผม

“ผมอยากให้คุณช่วยอะไรผมหน่อย” ผมเอ่ยปากขอความช่วยเหลือเขา

“ให้ผมช่วย.” ติณณภพ ก้มหน้าถามผม เพราะว่าผมเองก็อายที่ร้องขอความช่วยเหลือเขา

“ใช่ติณ ..คือ แม่ผมให้ผมซื้อของไปฝากคำแก้ว” ผมพูดบอกติณณภพเสียงอ่อยๆ และยิ้มอีกต่างหาก

“คำแก้วที่ว่าเป็นคนที่จะแต่งงานกับคุณงั้นรึ”

“ใช่คุณ”

“แล้งคุณจะซื้ออะไรละ” ติณณภพถามผม

“นี่แหละที่ผม ต้องการให้คุณช่วย”

“นี่คุณ เขาเป็นแฟน เอ้ยเป็นคู่หมั้น เอ๊ะ ผมก็ไม่รุ้ว่าเขาเป็นในฐานะอะไรแต่ก็จะแต่งงานกับคุณ ทำไมคุณมาถามผมละครับ” ติณณภพพูด ผมก็ยกมือขึ้นเกาหัว

“ผมไม่เคยซื้ออะไรให้เขาเลย ล่าสุดก็ตุ๊กตาหมี ที่ผมซื้อให้น้องเขาและน้องก็คงไม่ปลืม” ผมพูดกับติณณภพ เขาทำสีหน้าตกใจที่ได้ยิน

“คุณบอกว่าคุณ ทำความรู้จักน้องมา 5 ปี คุณไม่เคยซื้อะไรให้เขาเลย ล่าสุดตุ๊กตาหมี ขอโทษนะ น้องอายุเท่าไหร่ครับ ยังไม่ยี่สิบเหรอ” ติณณภพถามผม

“น้องแก่กว่าซอมพอ 2 ปีได้” ผมบอก

“สมควรที่น้องจะไม่ปลื้มครับคุณน่าน “ ติณณภพพูด ผมหันมกอดอกมองหน้า

“อุ้ยย ผมคงพูดตรงไป ไม่เข้าหูคุณว่าที่พี่เขยใช่ไหมครับ”

“มาก” ผมพูด

“อะอะ งั้น ลองไปเดินดู พวก นาฬิกา แหวน ต่างหูดูไหมละคุณ ชั้นบนมีร้านจิลเวอรี่ เบาๆ ไม่แพง “ ติณณภพพูด ผมพยักหน้า

“เชิญครับคุณ และคุณนำผมนะ ผมไม่รู้ เพราะปกติผมแทบจะไม่ได้มาเดินแบบนี้เลย” ผมหันไปบอกติณณภพ และเขาก็เดินมาตีคู่เสมอผม ผมแอบหันไปเหล่มองใบหน้านั้น จะว่าไปติณณภพนี้หล่อออกจะเหมือนลูกครึ้งเหมือนกันนะ

“เออ..คุณ ..นั้น..” ผมคงมองเพลินไปเลยไม่ได้ยินที่ติณณภพบอกผม เขาก็หันมาและจะเอ๋! กับสายตาของผมอย่างจัง

“คุณมองผม...ทำไม”

“ก็แค่มอง แปลกใจ คุณลูกครึ้งหรือเปล่า “ ผมถามติณณภพ

“ผมเหรอ ไม่น่ะ แต่มีเชือหางๆแถวนะ “ ติณณภพพูด ผมก็หยักไหล่กลบเกลื่อน และผมก็เดินไปตามที่ติณณภพชี้นิ้วไป ผมไปหยุดที่ร้านเครื่องประดับ

“สวัสดีค่ะ คุณติณณพ มาทำอะไรคะนี้ อย่าบอกนะว่าจะมาอุดหนุนร้านพี่นะคะคุณติณ”  มีผู้หญิงน่าจะแก่ว่าไม่ถึงสิบปีเดินมาทักทายติณณภพ

“ผมพาเพื่อนมาดูเครื่องประดับให้ผู้หญิงนะครับ แบบว่าของขวัญเล็กๆน้อยๆ” ติณณภพบอกไปพร้อมกับหันมาเหล่มองผม ผมก็ทำท่าไม่รู้ไม่ชี้

“ดูเป็นอะไรดีค่ะ แหวน ต่างหู หรือว่า กำไลดีละคะ “ พี่ผู้หญิงคนนั้นถาม

“พี่แนะนำหน่อยครับ “ ติณณภพเอ่ยบอกพี่คนนั้นและเขาก็หันมาส่งยิ้มให้ผม และผายมือให้ผมสองคนเดินเข้าไปด้านในไปยืนที่หน้าเคาเตอร์ พี่เขาก็ไปหยิบพวกต่างหู กำไล และมีถาดแหวนออกมาด้วย ผมก็ชะเง้อมอง ติณณภพก็ชะเง้อหาให้ผมเช่นกัน

“ต่างหูไหมคุณ ดูซิ น่ารักดี แบบหยดน้ำด้วย สวยดีนะคุณ” ติณณภพบอกผม ผมก็ชะโงกไปมองและเพราะว่าถาดนั้นมันอยู่ตรงหน้าติณณภพ มันเลยทำให้ผมเข้าไปใกล้ชิดเขาได้มากจนลมหายใจผมราดรดที่ต้นคอนั้น มันทำให้ผมรู้สึกว่า

“ว่าไง..เออ..อึก” ติณณภพหันมาถามผมและมันก็ยิ่งใกล้ชิดกันมาก ผมรู้สึกได้ว่าริมฝีปากผมมันขยับ

“เออ ..ลองดูกำไลไหมคะ สวย....ดี....” พี่สาวคนนั้นก็หันขวับมพร้อมกับถามและผมสองคนก็ผละออกจากกันทันที

“ผมว่าลองดูกำไลนั้นก็ได้ครับ เล็กๆน่ารักดี” ผมพูดแก้เขิน และพี่เขาก็ส่งมาให้  ผมก็หยิบมาพลิกดู จะสวยไหม ไม่รู้ อันที่จริงควรจะลองสวมดู

“คุณ ขอสวมมือคุณหน่อยซิ”  ติณณภพเบิ่งตามองผมด้วยอาการตกใจ และพี่ผู้หญิงก็มองผมกับติณณภพสลับกันไปมา

“อย่าบอกนะว่าซื้อให้ ..คนนี้นะ” พี่เขาถามชี้ไปที่ติณณภพ

“ไม่ใช่ครับพี่ เขาซื้อให้แฟน ผู้หญิง นี้จะแต่งแล้ว เลยซื้อไปให้เป็นของขวัญ” ติณณภพรีบตอบแก้ไปทันที พี่เขาก็ยิ้มและผมก็พยักหน้าว่าเอามือมา ติณณภพก็หันไปยิ้มๆให้พี่ผู้หญิง ผมก็รีบคว้ามือติณขึ้นมาวางและค่อยๆสวมมันเข้าไป  ผมก็ต้องเงยหน้ามองติณณภพด้วยความสงสัย

“ทำไมคุณมือสวยกว่าคำแก้วอีกอ่ะ “ ผมถามติณณภพ เขาสะบัดหน้ามองหน้าผม ถึงผมจะไม่เคยจับมือคำแก้วแต่ผมก็เห็น และนิ้วที่เรียวยาวของติณณภพนี้ผมว่าสวยกว่าผู้หญิงหลายคนซะด้วยซ้ำ

“พี่ก็คิดเหมือนกันนะคะ น้องติณนี้มือสวยจริงๆ ค่ะ “

“ผมเหรอครับไม่มั้งครับ “ ติณณภพพูดและรีบถอดกำลังไลที่ผมสวมออกทันที และส่งคืนให้ผม

“ถ้าอย่างนั้นผมว่าเอาต่างหูหยดน้ำดีกว่าครับ “ ผมหันไปบอกพี่ผู้หญิงคนขาย และเขาก็พยักหน้า ผมหันเหล่มองติณณภพ เขารีบเอามือแอบผมทันที ผมก็อดที่อมยิ้มไม่ได้

“มือซอมพอก็สวยนะ “ ผมพูดเบาๆ เหมือนกระซิบ

“ผมยอมรับว่าซอมพอมือสวย แต่คุณดันมาบอกว่ามือผมสวยอีก ดูซิ พี่เขาคอยสังเกตุแต่มือผมเลยนะ คุณน่าน” ติณณภพพูด ผมหันมามอง

“ไม่มีใครบอกคุณบ้างเหรอติณ”

“ก็มีแต่ไม่เยอะอ่ะ เพราะว่าผมก็ไม่ได้ไปกางมือโชว์ใครเขานิ มีแต่คุณนี้แหละที่ดันเอามือผมไปลองกำไล “ ติณณภพแอบบ่นว่าผมอีก ผมหันไปจ่ายชำระเงินด้วยบัตรและรับเอาของขวัญของคำแก้วมา

“คุณบินกี่โมงน่าน” ติณณภพถามผม

“ผมบินบ่ายสามโมงนะ “ ผมบอกติณณภพ เขาก็พยักหน้า

“ผมขอบคุณนะที่คุณให้ผมพักที่คอนโดของคุณ “ ผมพูดขอบคุณติณณภพ

“ไม่เป็นไรคุณ แล้วนี่คุณจะมากรุงเทพอีกไหมละ” ติณณภพถามผม

“ผมต้องมาอีก เพราะว่าผมยังไม่เสร็จธุระ ผมต้องรอคุยกับชิปปิ้ง เพราะว่าเครื่องจักรที่ผมใช่ในไร่ชามันไม่มีอะไหล่นะะคุณ “ ผมบอกติณณภพ

“คุณจะพักที่คอนโดผมก่อนหรือจะ”

“ผมคงยังไม่เข้าไปพักที่คอนโดผมนะ ผมคิดว่าซอมพอต้องยังกลัวผมแน่ๆ ผมขอพักที่คอนโดคุณก่อนนะ”ผมบอกติณณภพ

“ถามแบบนี้จะย่องไปหาผมเหรอ” ผมรีบถามติณณภพ เขาหันขวับมาหาผมทันที เพราะเหตุนี้แหละที่ผมกลับรูสึกอย่างแกล้งคนนี้

“ไม่ขำ....นะคุณ และผมจะย่องไปหาคุณทำไมละครับ คุณน่าน ผมย่องไปหาซอมพอดีกว่ามั้ง” ติณณภพพูด

“เอาละ ผมคงต้องไปเตรียมตัวบินกลับแล้ว ผมฝากซอมพอด้วยนะติณ ผมถึงแล้วจะโทรถามถึงน้องผม” ผมบอกติณณภพ ติณหันมามองหน้าผมและพยักหน้า 

“ผมอาจจะโทรหาคุณบ่อยหน่อยนะ คุณคงไม่รำคาญผมนะติณ”

“ผมจะรำคาญคุณทำไมคุณก็โทรถามแต่..เรื่องน้องคุณ” ติณณภพพูดและหันไปมองทางอื่นแก้เขินผมนแน่ๆ

“ผมก็ถามเรื่องของคุณนะ ไม่ใช่ไม่ถาม” ผมพูดและเลิกคิ้วมองติณณภพ

“คุณผมต้องไปหาซื้ออาหารเที่ยงให้ซอมพอด้วย  “ติณณภพบอกผม

“งั้นก็แยกกันตรงนี้นะติณ ..ผมไปนะ” ผมพูดและหันหลังออก ผมหันไปมองเขาที่โบกมือให้ผมก่อนจะเดินไปออกไปอีกทางเช่นกัน แต่ผมยังคงหันมามองเขาเป็นระยะระยะ จนเขาเดินหายไปคงจะขึ้นไปซืออาหารที่น้องผมชอบแน่ๆ ผมควรดีใจใช่ไหมที่น้องผมจะมีคนที่ทำหน้าที่ดูแลเขาได้เหมือนพี่ชายของเขาเอง ผมไม่เคยไว้ใจไอ้ณุกมันดูแลน้องผมได้เท่ากับติณณภพเลยจริงๆ ผมก้มลงมองของขวัญของคำแก้ว ที่ติณณภพเลือกให้ มันคงสวยถูกใจคำแก้วมิใช่น้อย
******************************************************************************
เหมือนมาสปอยด์เลย เขาจะคู่กันไหมนะ และน่านฟ้าจะต้องแต่งงานจะทำยังไงนะ  ฝากไว้ด้วยนะคะ รักคนอ่าน จุ๊บๆ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-08-2020 17:56:55 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 577
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-0
 :hao5: น่านฟ้าจะแต่งงาน  เรารู้สึกว่าเหมือนพี่ติณจะรู้สึกอะไรกับพี่น่านฟ้ายังไงก็ไม่รู้
สงสารซอมพอ  พี่น่านรักซอมพอมากเกิน  :mew6:

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
 :katai4: :katai4: เข้ามาแก้ไข พิมพ์ไปแบบมึนๆไปหน่อย อยากรู้จักว่าจะตรวจสอบคำผิดได้ยังไง มันไม่ขึ้น :mew6:
 :call: :call: :call: :call: :call:

ออฟไลน์ psychological

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 291
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
น่านฟ้า X คำแก้ว
        ผมนั่งเครื่องหนึ่งชั่วโมงก็ถึงเชียงใหม่ ผมบินกลับมาก่อน ทั้งที่ผมบอกแม่กับพ่อผมไว้ว่าผมจะอยู่สักสองสามวัน ผมคิดถึงน้อง แต่สิ่งที่ผมทำกับน้องผมซิ เพราะว่าผมขาดสติ และการไปหาน้องชายผมรอบนี้ ผมเห็นเขาเหมือนจะกลับมาเหมือนตอนที่ไอ้ณุกมันทิ้งน้องผมไป

   ตอนแรกที่ผมรู้ว่าไอ้ณุกมันไปจากน้องผมเอง ผมดีใจนะ เพราะว่าจะได้ไม่มีใครมาแย้งน้องไปจากผม แต่สภาพน้องที่เสียใจอย่างมากมันกลับทำให้ผมนี้ ปวดใจยิ่งกว่าอะไรซะอีกและไหนจะคุณนิดาแม่ไอ้ณุกมันมาด่าน้องผมเสียๆหายๆ และยิ่งผมเห็นสีหน้าพ่อกับแม่ที่เสียใจก็ยิ่งเพิ่มความโกรธแค้นไว้ที่ไอ้ณุกมันหมด เพราะมันตัวเดียว ถ้ามันรู้ว่าแม่มันไม่ชอบน้องผม มันจะมาจีบทำไม มาทำให้น้องผมรักมันทำไม
   แต่ช่างมันเถอะ มันไปแล้วและผมก็ประกาศว่าถ้ามันกลับมาหาซอมพออีกผมจะตะบันหน้ามันให้หนักกว่าตอนที่ผมต่อยมันในโรงพยายาลที่มันอุ้มน้องผมไปหาหมอซะอีก

“ฟู่ “ ผมถอนลมหายใจยาวๆ ออกมาและกดรีโมท ผมเปิดประตูรถโฟว์วิลไดรท์คันโปรดของผม ผมต้องขับขึ้นเขาลงห้วย ชีวิตผมค้อนข้างจะแอดเว้นเจอร์ ผมออกรถเพือจะกลับบ้าน แม่ก็คงแปลกใจตั้งแต่โทรคุยกับผมแล้วถึงได้บอกผมว่า กลับไปคุยกันที่บ้าน พ่อแม่ดูผมออก ผมเคยโดนคาดหัวไว้แล้วว่าห้ามคิดกับซอมพอเกินกว่าทีพี่น้อง เพราะพ่อผมรับไม่ได้ จะมีใครก็ได้แต่ไม่ใช่น้องตัวเอง และนั้นคือการตัดสินที่จะแต่งงานกับคำแก้ว

   ผมเลี้ยวรถเข้าไปที่บ้านของคำแก้วก่อน เอาของฝากไปให้ก่อนแล้วกัน ผมคิดว่าหลังแต่งงานมันก็คงจะดีขึ้น  ผมทำความรู้จักคำแก้วมา 5ปีได้แล้วแต่ ผมไม่เคยรู้สึกพิเศษอะไรกับคำแก้ว แต่ก็ไปตามที่แม่กับพ่อบอกว่าไปทานข้าวบ้าง และมาทานข้าวบ้านคำแก้วตามคำเชิญของพ่อกับแม่คำแก้ว

“คำแก้ว” ผมลงจากรถมา ก็ไม่เห็นมีรถที่บ้านคำแก้วจอด มีแต่รถกะบะที่ที่ใช้ขับไปไร่ ที่บ้านคำแก้วก็ทำไร่ชา แต่ห่างออกไปหน่อย

“คำแก้ว” ผมเรียกชื่อคำแก้วแต่ไม่ได้รับการตอบรับกลับมา  ผมกดโทรหาแม่เนื้อนวลดีกว่าเพื่อว่าจะอยู่ที่บ้าน

“ว่าไงน่าน อยู่ไหนนะเรา” แม่เนื้อนวลถามผม

“ผมอยู่หน้าบ้านคำแก้วนะแม่ ผมว่าจะเอาของฝากมาให้คำแก้วก่อน แต่ดูแล้วน้องคงจะไม่อยู่บ้านนะครับแม่”

“น้องอยู่บ้านนะลูก นี้แม่การเกศกับพ่อประโทนก็อยู่นี้ มาคุยกันเรื่องจะหาฤกษ์แต่งเรากับคำแก้วได้หรือยัง”

“แม่ก็หาเลยแล้วกัน ผมพร้อมแล้วครับแม่”

“แน่ใจนะ ถ้าแม่กับพ่อคุยกันไปแล้วนี้แก้ไขอะไรไม่ได้แล้วนะจะเสียผู้ใหญ่เอา” แม่เนื้อนวลบอกผม

“คุยเลยก็ได้ครับแม่ ผมพร้อมจริงๆ “ ผมพูด

“ถ้าอย่างนั้นก็เอาของไปให้น้องและกลับมาทันก็จะได้คุยไปพร้อมๆกัน”

“ครับแม่ “ ผมกดวางสายไปทันที ผมสูดลมหายใจเข้าปอด ผมว่าผมต้องแต่งงานเพื่อจะได้หนีความรู้สึกหนี ความรู้สึกที่มันเก็บอยู่ในใจผมลึกๆ  ทำไมผมต้องรู้สึกแบบนี้กับซอมพอที่เป็นน้องชายแท้ๆของผมด้วย มันอึดอัดซะเหลือเกิน ผมหยิบมือถือขึ้นมา หน้าจอที่เป็นรูปซอมพอกับผม มันเป็นรูปถ่าย งานวันเกิดปีล่าสุด ผมคิดว่าจะโทรหาแต่ว่าผมจะพูดคำไหนกับซอมพอดีละ ขอโทษ หรือว่า พี่สัญญาจะไม่ทำอีก แต่เขาจะพร้อมที่จะคุยกับผมไหมนั้นซิ 

   แต่ผมก็ต้องหยัดมันลงไปในกระเป๋าหลังกางเกงยีนส์และเดินเข้าไปในบ้านของคำแก้ว ผมเดินไปที่ประตูบ้าน ก่อนเข้าไปในตัวบ้านผมเห็นรองเท้าผ้าใบ นักกีฬา วางอยู่เป็นคู่ มันเป็นร้องเท้าสตัน สำหรับวิ่งออกกำลังกาย หรือจะเป็นของอาประโทน ไม่น่าจะใช้ เพราะยี่ห้อนี้มันเป็นยี่ห้อดังที่ราตาแพง คนแถวนี้ไม่ค่อยจะซื้อของแบรนด์เนมกันเท่าไหร่ จะเป็นของคำแก้ว ไม่น่าใช่แน่นอน ของน้องชายคำแก้ว ไอ้นั้นเพิ่งจะสิบเจ็ดเอง ไม่คิดดีกว่า ผมจับลูกบิดและเปิดประตูเข้าไป ในบ้านที่เงียบมาก

“คำแก้ว” ผมตะโกนเรียกชื่อเธอ

“คำแก้ว!” ผมเรียกชื่อเธออีกครั้งให้ดังขึ้น และผมก็เห็นมีคนชะโงกหน้ามาจากชั้นสองของตัวบ้าน นั้นคือคำแก้วที่ดูรีบร้อน สงสัยจะนอนกลางวัน เอ้ย! แต่นี้มันจะเย็นแล้วนิ
   
   คำแก้วรีบลงมาหาผม พร้อมกับจัดการแต่งตัวเองไปด้วยเสื้อผ้าหน้าผมที่ดูจะยับเยินไปหน่อย ผมก็มองว่าจะรีบอะไรขนาดนั้น  แต่คำแก้วนะสวมใส่ผ้าถุงและเสื้อแบบชาวเหนือ

“พี่น่าน ...มา..ตั้งแต่เมื่อไหร่ ..เหรอ” คำแก้วลงมาถึงก็ถามผมพร้อมกับเหลียวมองซ้ายแลขวา ผมก็มองตามเข่นกัน

“เพิ่งมาถึงนะ และพี่ก็ ...พี่มาคนเดียวนะคำแก้ว”ผมบอกคำแก้ว เพราะผมเข้าใจว่าที่เขามองคงคิดว่าผมมากับพ่อแม่หรือเปล่า

“จ๊ะพี่ฉันเห็นอยู่ ...ว่ามาคนเดียวและมาเงียบมากด้วย เหอะๆๆ” คำแก้วพูดจากแปลกๆ แต่มันก็แปลกมานานแล้วแหละที่ดันมาตกลงจะแต่งงานกับผมที่ไม่ได้รักชอบมาก่อน


“พ่อกับแม่ไม่อยู่หรอก พ่อกับแม่บอกว่าจะไปหาน้าเนื้อนวลนะ คงจะ....”

“แม่บอกพี่แล้ว พี่ก็บอกแม่ว่าพี่พร้อมแล้วให้หาฤกษ์ได้เลย” ผมบอกคำแก้ว ผมก็มองทำไหมผมเผ่ามันดูเหมือนไม่ได้หวี

“อุ้ย ผมยุ่ง...” คำแก้วพูดและเอามือลูบผมตัวเอง 

“คำแก้วจัดห้องนอนอยู่นะ พี่มาหาฉันเหรอ” คำแก้วพูดและถามผม

“พี่เอาของฝากมาให้นะ” ผมยื่นกล่องให้เธอ คำแก้วก็รับไปด้วยความประหลาดใจ และก็เปิดออกดู

“ชอบไหมละ” ผมถามเพราะสีหน้าเธอบอกได้ว่าแปลกประหลาดใจหรือว่าตกใจก็ไม่รู้ได้ และหันมามองหน้าผมพร้อมกับมองของในมือไปด้วยสลับกัน

“พี่ซื้อต่างหูให้ฉันเหรอ” คำแก้วถามผมกลับ

“ทำไมละไม่ชอบเหรอ ถ้าอย่างนั้นพี่พาเราไปเลือกเอาใหม่แล้วกันนะเพราะว่าพี่ก็ไม่รู้ว่าเราชอบอะไรไม่ชอบอะไร” ผมพูดบอกคำแก้ว

“ชอบซิ... แต่ก่อนหน้านี่พี่ชอบซื้อพวกตุ๊กตาให้ฉัน ดีนะที่ไม่ซื้อหม้อข้าวหม้อแกงให้” คำแก้วพูดทำเอาผมสะบัดหน้ามามองและแอบคิดในใจ นี้คำแก้วมันว่าประชดผมหรือเปล่าวะเนี๊ยะ

“เฮอะๆ” มียิ้มอีก

“เออ พีมีธุระพี่กลับก่อนนะ เพราะว่าถ้าไปทันจะได้ไปคุยกับพ่อแม่เราเลย” ผมพูด

“ปึก” เสียงเหมือนคนกระโดด หรือของตก ด้านหลังบ้านคำแก้ว และผมก็กำลังจะหันหลังออกเช่นกัน

“พี่น่าน...” คำแก้วเรียกผมแบบตะโกนมากกว่า ผมหันมามอง

“คำแก้ว พี่อยู่ตรงนี้ไม่ต้องตะโกนก็ได้มั้ง” ผมหันไปบอกคำแก้ว

“พี่อย่าเพิ่งไปนะ พี่รอแป๊ป รอแป๊ปหนึ่ง “คำแก้วบอกผม

“เออ..พี่..”

“นะนะ แต่พี่นั้งนี้นะพี่น่าน ..อย่าไปไหนน่ะ ต้องนั่งตรงนี้นะพี่น่าน ” คำแก้วพูดและดันผมให้ไปนั่งที่เก้าอี้ มันนี้ชักจะแปลกๆ และผมก็นั่งลง ก่อนวิ่งไปคำแก้วก็คอยหันมามองผมเป็นระยะเหมือนกลัวว่าผมจะลุกหายไปไหน  และคำแก้ววิ่งหายเข้าไปพักหนึ่งก็วิ่งออกมาพร้อมกล่อง อะไรสักอย่าง ทำให้ผมมองอย่างประหลาดใจ

“เค้กกล้วยหอมพี่ “ คำแก้วส่งกล่องให้ผม ผมมองผ่านช่องใสๆ มันเป็นเค้ก คัพเค้ก  ผมเงยหน้ามองคำแก้ว

“คำแก้ว พี่ไม่ทานเค้ก” ผมบอกคำแก้ว และผมก็เคยบอกเธอแล้วว่าผมไม่ทานเค้กนะ ดังนั้นผมเลยไม่ค่อยพาเธอไป ตามคาเฟ่เหมือนคู่รักส่วนใหญ่เขาชอบกัน

“คำแก้วรู้ แต่ พี่เอาไปเถอะ เพราว่า ฉันบอกพ่อกับแม่ว่าทำให้พี่ทาน”

“อ้าว แล้วทำไมไม่บอกพ่อกับแม่คำแก้วละว่าพี่ไม่ทานเค้ก”

“ก็ฉัน..เออ..ฉัน..ฉันขอแม่ไปเรียนทำขนมเค้ก และบอกว่าพี่ชอบทานนะ”

“เฮ้ยย” ผมร้องออกมาทันที

“นะพี่นะ ไม่อย่างนั้นพ่อกับแม่ไม่ให้ฉันไปหรอก นะพี่ เอาไปให้เด็กๆกินก็ได้นะ และถามด้วยนะว่าอร่อยไหม” ผมก็ต้องยกมือขึ้นเกาหัวตัวเอง

“อืม เอามา”

“ขอบใจนะพี่นะ”

“พี่กลับนะ”

“เออ..จ๊ะๆ กลับได้เลย กลับได้แล้ว สะดวกแล้ว” คำแก้วพูดผมหันไปมองเหมือนมันคุยกับใคร ผ่านทางหน้าต่าง

“มีอะไรหรือเปล่า”

“ไม่มี พี่รีบไม่ใช่เหรอ ส่งสัยพ่อกับแม่ฉันรอคุยอยู่” คำแก้วบอกผม ผมก็หันไปเหล่มอง แปลกๆนะวันนี้

“ไปละ  “ผมพูดและเดินออกมาจากบ้าน คำแก้วก็ตามผมออกมาส่ง ผมก็มอง เออ ไม่มีรองเท้าคู่นั้น เอ๊ะ! หรือว่าผมตาลายมองอะไรผิดเพี้ยนไปหมด  มีแต่รองเท้าแตะที่วางอยู่ รองเท้าแตะของคำแก้ว สงสัยผมต้องไปนอนพักแล้วแหละ ผมเดินไปขึ้นรถกะบะผมและขับออกมาทันที ระหว่างที่ผมกำลังจะเลี้ยวออก

“เอี้ยด “ ผมก็ต้องเบรค  เพราะว่าผมเจอคู่ชกของผม ที่เป็นชาวต่างชาติ ชื่อเดนิส เขามาจากฝรังเศส กำลังวิ่งผ่านหน้ารถผม ผมก็รีบลดกระจกลงเพื่อทักทาย

“ไฮ นานนน” เขายกมือทักทายผม

“มายเนมอีสน่าน” ผมบอกเดนิส

“โอเค คุณ นานนนน”

“เอาตามที่คุณสะดวกดีกว่า เดนิส คุณสบายดีไหม” ผมก็เก่าหัวแกร๊กๆ บอกเขาไปว่าไม่ต้องเรียกให้ถูกแล้ว เอาที่เขาสะดวกเถอะ

“สบายดี สบายมาก อย่างที่ไม่เคยสบายมาก่อน” ผมพยักหน้าสบายดีจริงๆ

“ ว่าแต่คุณมาทำอะไรที่นี้ เดนิส” เพราะผมคิดว่าเขาน่าจะพักที่ในตัวเมืองมากกว่า แต่ห่างจากตัวเมืองหลายสิบกิโลเลยนะ  ผมถามเป็นภาษาอังกฤษ ผมพูดอังกฤษได้คล่องทีเดียว เพราะว่าผมต้องติดต่อกับชาวต่างชาติ และผมก็เรียกบริหารธุรกิจภาคภาษาอังกฤษทุกวันเสาร์อาทิตย์ อันนี้ปริญญาตรีใบที่3 ของผม

“ไอมาวิ่ง “ เขาบอกผม

“อืมมม “ ผมพยักหน้า

“คุณนานนน ...”ผมก็เกาหัวนิดหน่อย ชื่อผมคงเรียกยากจริงๆ

“คุณนาน..จะไปต่อยมวยไหมคืนนี้ ผมอยาก จะต่อยคุณ” เขาบอกว่าอยากจะต่อยผม ผมถึงกับสะบัดหน้าไปมอง

“เห้ย” ผมร้องออกมาทันที จะมาต่อยผมทำไม ผมชะโงกหัวออกจากรถ

“ไม่ใช่ ไม่ใช่ ผมอยากเป็นคู่ชกกับคุณ ผมชอบคุณ” เขารีบทำมือทำไม้ปฏิเสธ 

“โอ้วชิท” อันนี้มันบอกมันชอบผมอีก

“ไม่ใช่ ผม..ปลื้มคุณ ไม่ได้ชอบคุณแบบสาวๆ คุณไม่ใช่สาวๆ ” เขาพูด ผมพยักหน้าแน่นอนผมไม่ใช่สาวที่คุณควรจะบอกชอบ

“โอเค ..ว่าแต่คืนนี้เหรอ”

“เยส”

“ได้ซิผมจะไปนะเดนิส “ผมตอบรับทันที ผมคิดว่านี้คือทางที่จะทำให้ผมได้ระบาย ไปต่อยมวยโชว์ดีกว่า จะได้เจอคู่ประลองฝีมือดีดี จากต่างประเทศที่ชื่นชอบมวยไทย แต่เดนิสนี้ผมต่อยมันน๊อกเอาไปในห้านาทีแรก นี้มันยังอยากจะต่อยกับผมอีกเหรอ 

“เจอกันน่ะคุณ..นานนน”

“เจอกันเดนิส”

“เดี๋ยววว! ” เขายกมือเรียกผมไว้และหยิบมือถือ ออกมา

“ขอไอถ่ายรูปคู่คุณนานน จะเอาไปลง อินทราแกรม ผมจะท้าคุณต่อยคืนนี้”  นายเดนิสขอถ่ายรูปคู่กับผม ผมก็เลยก้าวลงจากรถ และผมก็เห็นรองเท้าที่เขาใส่ มันเหมือนที่ผมเห็นที่หน้าประตูบ้านคำแก้ว มันเหมือนกันเป๊ะเลย  และคำแก้วที่ยืนโบกไม้โบกมือให้ผมหรือเดนิสวะนี้ แต่ผมก็โบกมือกลับว่าไม่มีอะไร และนายเดนิสอีกคนที่โบกมือกลับไป และผมก็ถ่ายรูปคู่กันในท่ายกำปั้น เหมือนเวลานักมวยทำก่อนขึ้นชก

“ขอบคุณนะคุณนานน เจอกันคืนนี้ ผมพร้อมมาก”

“เจอกัน..ป๊าป!”

“เว้ยยย” ผมก็ต้องร้อง เพราะว่าผมตบไหลเขาแรงไปหน่อยกระเด็นไถลไปไกลเลย

“อู้ยย..... ผมคงวิ่งนานไปหน่อย แรงตก ไปนะครับ”   และนายเดนิสก็ลุกขึ้นมาและออกวิ่งไปอีกทางผมก็ขึ้นรถกะบะเพื่อขับกลับบ้าน

   ผมขับมาจนถึงทางเข้าไร่ชาของผม ซึ้งมันจะผ่านไร่ชาก่อนจะเข้าไปในรีสอร์ทของผม รีสอร์ทผมค้อยข้างจะธรรมชาติมาก และคนที่มาพักส่วนใหญ่จะเน้นมาพักผ่อนกันมากกว่าและไปชิมชาที่พ่อผมเป็นบุกเบิกปลุก ตอนนี้ผมกำลังจะปลูกกาแฟ เพราะผมเห็นว่ากาแฟไทยเริ่มไม่เพียงพอต่อการตลาด ไม่นานก็คงจะเก็บได้ ผมกำลังลงเครื่องจักรเพิ่งด้วย

   ขณะที่ผมกำลังขับรถผ่านผมก็เห็นรถแทกเตอร์จอดอยู่ ผมเห็นคนงานกำลังรุมอยู่คงจะเสียแน่นอน ผมจบวิศวะการบินมาด้วย ผมเคยฝันอยากทำงานเกี่ยวกับเครื่องบินเหมือนพ่อผม แต่ผมไม่ได้ไปเพราะผมต้องดูแลกิจการครอบครัวแทนซอมพอ


“แทรคเตอร์เป็นอะไรครับพี่” ผมเดินไปถามพวกคนงาน 

“คุณนาน ..เครื่องมันสตาร์ทไม่ติดครับ ติดๆดับๆ อยู่พักหนึ่งแล้วครับ”

“โอเค ผมดูเอง”ผมพูดและถลกแขนเสื้อเชิ้ตผมขึ้นมาเหนือข้อศอก ผมก็ก้มลงมองเช็คจากตัวเครื่องที่ถูกเปิดฝาครอบไว้แล้ว  และผมเห็นถึงปัญหาแล้วก็หันไปขอเครื่องมือช่างทันที 

“คุณน่านครับเดี๋ยวพวกผมมานะครับ พวกผมจะไปช่วยสาวๆ ขนตะกร้าที่เก็บใบชาออกมาวางก่อนครับนายและพวกเขาจะได้ไปเตรียมทานอาหารเย็นกันครับนาย” พี่คนงานเขาบอกผม ผมก็พยักหน้าและผมก็จัดการซ้อมเครื่องเอง ระหว่างนั้นก็มีสายเข้า ผมก็กดรับสายผ่านบรูทูธ ผมเลยไม่ได้มองว่าเป็นใครโทรมา 

“สวัดดีครับ ผมน่านฟ้าครับ” ระหว่างที่ผมกำลังถอนน๊อตเครื่องยนต์อยู่

“คุณนี้เวลาพูดเพราะก็น่าฟังดีน่ะน่าน” เสียงนี้นายติณณภพ

“ว่าไงคุณ”

“คุณยุ่งไหม และคุณถึงเชียงใหม่หรือยัง” ติณณภพถามผม

“ก็ไม่ค่อยยุ่งนะ ผมถึงแล้วละคุณ”

“คุณทำอะไรอยู่”

“ผมเหรอ ซ้อมรถแทรคเตอร์อยู่นะ แต่คุยได้ว่ามาซิ”

“คุณซ่อมได้ด้วยเหรอคุณ”

“นี่คุณ ผมจบวิศวะมาก วิศวะการบิน” ผมบอกติณณภพ

“ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยคุณ ว่าคุณจบวิศวะมาด้วยแถมวิศวะการบินอีกต่างหาก”น้ำเสียงที่แปลกใจของนายติณณภพ ทุกครั้งที่เขาเริ่มจะรู้จักผมมากขึ้น

“ ผมเคยฝันอยากเป็นนักบินนะคุณ แต่ ผมเรียนไม่ได้เพราะว่าผมต้องดูแลกิจการครอบครัว”  ติณณภพพูด

“ผมก็ต้องดูแลกิจการครอบครัวเหมือนกัน ผมเลยเลือกที่จะอยู่ที่นี้ แต่ก็ยังดีที่ผมได้เรียนที่ผมชอบ “ ผมบอกติณณภพ

“เราเหมือนกันเนอะแต่คุณได้เรียนที่คุณชอบ แต่ผมเลือกเรียนที่ชอบไม่ได้   “ ติณณภพพูด ผมแอบยิ้มที่มุมปากระหว่างที่ผมซ้อมเครื่อง

“ตืดด”  มือถือสั่นนั้นแปลว่าผมมีสายซ้อน ผมเหลือบผมเหลือบมองมือถือผม คือคำแก้ว

“คุณผมมีสายซ้อนจากคำแก้วนะติณ เออ. คุณรอสายผมแป๊ป..” ผมบอกติณณภพ

“ไม่เป็นไรคุณ คุยกับแฟนคุณเถอะ...ตรูดดดด” อ้าว ก็บอกให้รอแป๊ปหนึ่งรีบวางสายทำไม ผมยังไม่ทันได้ถามถึงซอมพอเลย นายนี่ แปลกคนจริงๆ

“ว่าไงคำแก้ว” ผมถามคำแก้ว
**********************************************************************************
มาลงไว้ครึ้งแรกก่อนนะ พรุ่งนี้มาต่อค่ะ ไม่รู้ว่าที่แต่งมาพอใช่ได้ไหมอ้า..  :katai4:
รักคนอ่านเสมอนะคะ จุ๊บๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-08-2020 20:50:37 โดย Tanthai23 »

ออนไลน์ Nattie69

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 68
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 577
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-0
Oh no! ไม่น่ะพี่น่าน  :katai4:
พี่น่านจะคู่พี่ติณได้ยังไง แอบกลัวถ้าคำแก้วมันท้อง
ละพี่น่านต้องรับผิดชอบแทนละ เพราะพี่น่านกำลังหาทางอออก
เพื่อหยุดรักซอมพอเกินน้องชายตัวเอง หน่วงมาก :z3:

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
“ว่าไงคำแก้ว” ผมถามคำแก้ว

“พี่น่าน พี่จะไปต่อยมวยไหมอะคืนนี้”

“ไปซิ ถามพี่ทำไมละคำแก้ว”

“คือขอฉันไปด้วยได้ไหมอะพี่น่าน”

“เรานี้นะจะไปดูต่อยมวย! “ ผมถามคำแก้วด้วยความประหลาดใจ

“นะพี่นะ ฉันไปด้วย มารับฉันนะ “

“อืมได้ เตรียมตัวแล้วกันพี่จะไปรับประมาณ หกโมงครึ้ง “ ผมพูดบอกคำแก้ว

“จ๊ะพี่ ฉันรอนะ เจอกันจ๊ะพี่น่าน “และคำแก้วก็กดวางสายจากผม ผมก็เหลือบมองมือถือจะโทรกลับหาติณณภพดีไหมนะ แต่ว่าจะหากโมงแล้วนิ ผมควรจะรีบไปเตรียมตัวและต้องไปรับคำแก้วอีก เอาไว้ก่อนแล้วกัน ผมก็จัดการลองสตาร์ทเครื่องยนต์ มันก็กลับมาทำงานได้ปกติ และคนงานผมก็วิ่งกลับมา

“นายเก่งจังครับ พวกผมนี้งมกันอยู่พักใหญ่เลยนาย ลองถอดนั้นถอดนี้ก็แก้กันไม่ได้อยู่เกือบสองชั่วโมงแล้วครับนาย”

“ไม่เป็นไรพี่ คราวหน้า โทรหาผมแล้วกัน  ผมจะได้มาดูเอง  “ผมบอกพวกพี่ๆเขา ที่นี้เราอยู่กับแบบพี่ๆน้องๆ ดูแลกัน

“ก็ผมได้ยินว่านายจะกลับมาวันอาทิตย์โน้นนะครับ “

“เออ..คือ..ผมมีธุระด่วนนะครับ ถ้าอย่างนั้นผมไปก่อนนะครับ” ผมบอกและเดินไปขึ้นรถกะบะผมขับกลับเข้าไปในบ้านผม ซึ้งก็จะห่างจากฟาร์มหน่อย ก็สองสามกิโลได้ ที่ที่คุณตาคุณยายมอบไว้ให้แม่ผมและพ่อผมก็ดูแลแทนให้ มันเยอะมากจริงๆ
 
“คุณน่านกลับมาแล้ว...เย้!” ขณะที่ผมก้าวเท้าลงจากรถ เด็กๆก็วิ่งกรูกันมาหาผม เด็กๆที่นี้เยอะ เพราะว่าลูกจองคนงานและพนักงานในรีสอร์ท และส่วนใหญ่ก็จะกินนอนกันที่นี้เลย เด็กๆนี้มีทุกวัยไปเลย และที่วิ่งมานี้ก็รู้เลยว่าผมต้องซ้อขนมที่สนามบินมาฝาก

“เอาละ ไม่ต้องแย้งกันนี้เอาไปแบ่งกัน คนละห่อสองหอ”ผมเดินไปหยิบถุงใบใหญ่และออกมาส่งให้กาสะลอง เด็กที่อายุเยอะที่สุดน่าจะสิบขวบได้ เพื่อให้ไปแบ่งๆกัน

“อ้าวน่านมาแล้วเหรอลูก แม้เด็กๆพวกมีวนเวียนมาถามแม่ทั้งวัน ว่าคุณน่านมาหรือยัง”

“ เพราะแม่บอกไปว่าน่านจะกลับวันนี้ ก็พากันดีใจใหญ” แม่เนื้อนวลบอกผม ผมยอมรับว่าผมรักเด็กๆที่นี้เหมือนลูกเหมือนหลาน ไปไหนมาไหนจะต้องมีของฝากและแม่ผมนี้เป็นแม่เลี้ยงที่ใจดีที่สุด เพราะว่าบางคนก็ไม่มีใครเลี้ยงลูก งานก็ต้องทำแม่ก็รับมาดูให้ 

“แล้วนี้” ผมถามถึงพ่อแม่คำแก้ว

“กลับไปแล้วจะรีบไปงานกัน งานขาวดำคืนนี้ ว่าแต่เราเถอะ มือไปโดนอะไรมาระน่าน”แม่เนื้อพูดและถามผมพร้อมกับชี้ไปที่มือข้างที่พันผ้ามา

“อุบัติเหตุนิดหน่อยนะครับแม่”ผมโกหกแม่เนื้อนวล แม่เนื้อนวลก็มองผม

“จะทานอะไรละเย็นนี้เรา แต่แม่ก็มีแบ่งกับข้าวไว้ให้เรานะ อยู่ในตู้กับข้าว”

“ผมยังไม่หิวอะแม่ ผมว่าจะออกไปชกมวยวันนี้”

“อ้าวน่านมาแล้วเหรอ “ พ่อผมอีกคนนี้คงกำลังจะออกไปงานขาวดำที่แม่ผมบอกกัน

“ไปกันเถอะแม่ ขับรถไกลและจะได้ไม่ต้องกลับมาดึก เพราะแม่ต้องตื่นมาทำกับข้าวแต่เช้าอีก  “ พ่อผมพูด ผมพยักหน้าให้พ่อกับแม่ แม่ก็มองผม แม่คงเป็นหวงว่าผมือเจ็บยังจะไปต่อยอีก ผมก็เดินขึ้นบ้านเพื่อจะได้เตรียมตัวที่จะออกไปประลอง และนี้คือทางที่ผมจะได้ระบาย

   ผมมองตัวเองที่หน้ากระจก สิ่งที่ผมเห็นในกระจกคือหน้าตาที่ร้องไห้เสียใจกับการกระทำของผม ผมก้มมองมือตัวเองมันไม่เจ็บเท่าใจผมหรอกจริงๆ ผมหันไปหยิบผ้ามาเปลี่ยนพันแผลให้หนาขึ้น

   ผมรีบเปลี่ยนเสือผ้า เพื่อพร้อมจะออก ผมต้องไปก่อนเพราะว่าผมต้องไปรับคำแก้วอีกคน นี้ก็แปลก ปกติผมไม่เคยชวนนะเพราะผมว่าเขาไม่อยากไปดูหรอก แต่นี้คำแก้วเอ่ยปากเอง ก็ได้ หรือเขาอาจจะอยากจะลองไปไหนมาไหนกับผมดูบ้าง ไปในที่ที่ผมชอบบ้าง ก็ดี เพราะไม่นานผมกับเขาก็ต้องแต่งงานกันอยู่แล้ว ผมเหลือบมองมือถืออีกแล้ว ผมก็เลื่อนดู เห็นชื่อซอมพอแต่ผมกลับเลื่อนผ่านมาหยุดที่ ติณณภพ ไม่เอาดีกว่า  ผมเดินลงมาเพื่อจะได้ออกไปรับคำแก้ว เดี๋ยวจะสายเอาด้วย

   “ปื้นนนน” ผมขับรถมาจอดที่หน้าบ้านของคำแก้ว ผมเห็นคำแก้ววิ่งออกมาจากบ้าน และตรงเข้ามาเปิดประตูรถ เพื่อเข้ามานั่งข้างคนขับ ผมมองเขาและยิ้ม แม้แต่งซะสวยเชียวดูดีกว่าตอนที่ผมมาเจอเมื่อตอนเย็นอีก ผมเผ้าหวีเรียบร้อย แต่

   “ฮะ..ฮะ...ฮัดเช้ยยย” ผมก็ต้องจามออกมาเสียงดังสนั่น เพราะว่า กลิ่นน้ำหอมแม่คุณ

“คำแก้ว นี้ใส่น้ำหอมเยอะไปไหมเนี๊ยะ” ผมหันมาถามคำแก้ว

“ทำไมอ่ะ พี่น่าน กลิ่นนี้หอมจะตาย และมาไกลมากด้วยนะ จากฝรั่งเศส” คำแก้วพูด ผมก็หันมามองมายังไงเหรอ

“อ้อ คำแก้ว ..เอออ ซื้อออนไลน์ “

“ซื้อไกลนะ” ผมถามและคำแก้วก็ปิดประตู

“พ่อกับแม่บอกไปงานกับน้าเนื้อนวลและพ่อของพี่นะ” คำแก้วบอกผม ผมก็พยักหน้า ผมก็ออกรถ แต่ขับมาได้สักพักผมก็ต้องเลื่อนกระจกลง

“คำแก้ว พี่เปิดกระจกนะ ไม่อย่างนั้นพี่ขับไม่ได้ กลิ่นน้ำหอมเธอนะ ที่หลังฉีดเบาๆ หรือไม่แค่แตะที่ตรงหลังหู ข้อมืออะไรแบบนี้พ่อ นี้ฉีดทั้งตัวเลยเนี๊ยะ ..อืมม” ผมพูดบ่นคำแก้ว

“ขอโทษนะพี่” คำแก้วพูด และดมกลิ่นตัวเองพร้อมกับเลื่อนเปิดกระจกลงเช่นกัน ผมแอบขำ คำแก้วจริงๆ และผมก็ขับมายังค่ายมวยแต่เขาจัดเวลาทีไว้ด้านนอก มีนักท่องเที่ยวมารอชมกันหลายคน บางก็เซย์ฮัลโลกับผม นักท่องเที่ยวประจำจะรู้จักผมดี ผมนะน๊อกนักท่องเที่ยวที่ซ่าๆมาหลายคนแล้ว และผมก็เข้าไปหารุ่นพี่เคยเป็นนักกีฬาต่อยมวยมาก่อน

“อ้าวไอ้น่าน มึงมาได้ยังไงวะ ไหนมึงบอกว่าอยู่กรุงเทพนี้อาทิตย์นี้” พี่เมืองแมน เป็นเจ้าของค่ายมวยนี้

“ผมเจอเดนิสนะพี่ตอนที่ผมไปหาคำแก้ว เขาไปวิ่งที่นั้น” ผมพูดและคำแก้วก็ยกมือไหว้พวกพี่ๆ

“วันนี้มีเมียมาคุ้มว่ะ สาวๆฝรั่งแถวนั้น คงได้น้ำตาตก” พี่อีกคนแซว พี่เหนือพี่คนนี้เป็นรุ่นพี่ผมและพี่แกเป็นคนสอนเทคนิคเรืองหมัดมวยผมหลายอย่างตอนที่ผมได้เป็นตัวแทนโรงเรียนไปแข่งต่อยมวย

“ว่าแตไอ้เดนิสมันไปวิ่งทำไมที่นั้นวะ มันโคตรไกลเลยนะ มึง เพราะว่ามั้นพักโรงแรมใกล้ๆนี้เอง “ ผมก็ต้องชะงักว่าจริงเหรอ มันไกลมากเลยนะ ต้องขับรถเท่านั้น

“มันคงจะฟิตไว้ต่อยกับผมมั้งพี่” ผมพูดบอกพี่ๆ

“มันยังกล้าอีกเหรอวะ คราวก่อนมันล่วงแค่ยกแรกนะมึง” พี่เหนือพูด

“วันนี้มันก็จะต่อยกับผมนะมันบอก และผมถึงได้มานี่ไงพี่”ผมบอกพี่ๆ  พวกพี่เขาพยักหน้า เพราะว่าที่เขาไม่ได้โทรบอกผมเพราะว่าผมบอกพี่เขาไว้แล้ว่าจะไปทำธุระที่กรุงเทพหลายวัน

“เออ ..มึงมาก็ดี ไอ้พงษ์มันปวดท้อง มันขึ้นชกไม่ได้มึงขึ้นแทนมันหน่อยมีฝรั่งอยากลองของแต่ถ้าเจอมึงนี้มันคงได้ของดีกลับไป “ พี่เมืองแมนเดินมาบอกผม ผมพยักหน้าว่าได้ และพี่เขาก็ชี้ไปที่ฝรั่งที่นั่งอยู่ ผมรับรู้ได้ถึงรัศมี ไอ้นี้มันนักมวยแน่ๆ แต่เอาวะ

“คำแก้วนั่งรอพี่แถวที่ข้างๆเวทีแล้วกัน เพราะว่าพอพี่กลับจะได้ไม่ต้องเดินหา” ผมบอกคำแก้ว คำแก้วก็พยักหน้าและเดินไปหาที่นั่งแทน ผมก็เข้าไปเปลี่ยนชุดและออกมาให้พี่ๆเขาพันมือให้เพื่อขั้นชก

“อ้าว! ไอ้น่าน มือมึงไปโดนอะไรมาวะ นี้มึงยังจะขึ้นชกอีกเหรอวะ” พี่เมืองแมนที่จะพันผ้าให้ผม เขาเห็นมือผม ก็รีบถามผมทันที

“ได้พี่เจ็บนิดเดียว ผมต่อยได้สบาย” ผมบอกพี่เมืองแมน พี่เขาก็พยักหน้าและพี่เมืองแมนก็พันผ้าให้ผมและเอานวมมาสวมหัวให้ผม ผมลุกขึ้นและพี่แมนเมืองแกก็เอาลูกยาวมาใส่ให้ผม

“ดูท่าไอ้นี้ไม่ค่อยธรรมดาแต่มันเด็กๆสำหรับมึงอยู่แล้ว น่าน...ป๊าปๆ” พี่เมืองแมนบอกผมพร้อมกับตบไหล่ผมดังๆ  ผมก็หันไปพยักหน้า

      ผมขึ้นไปบนเวทีก็มีเสียงเชียร์ให้ผมดังลั้น ผมหันไปมองคู่ต่อสู้ เขาก็มองผมและยกมือทักทาย ผมก็เช่นกัน ผมรอให้กำลังขึ้นมาและกรรมการก็ชี้แจ้งกฏกติกาให้ผมสองคนฟังเป็นภาษาอังกฤษ ผมพยักหน้า ผมไปเข้ามุมกก่อนรอกรรมการเรียกอีกที ผมเดินไปที่กลางเวที ผมมองคู่ต่อสู้ แต่ใจผมไม่ได้อยู่ที่คุ่ต่อสู้เลย คุณติณณภพเขาบอกผมว่าซอมพอยังถามหาผมด้วยความเป็นห่วง ใช่ พี่น้องโกรธกันไม่นานเดี๋ยวก็หาย แต่นี้มันเป็นการทำร้ายที่แย่มากหากผมกระทำลงไปจริงๆ เพราะว่าผมคือพี่ชายแท้ๆ

“ปึก” เสียงหมัดถูกปล่อยออกไป ยังคู่ต่อสู้

“พี่น่าน พี่เป็นพี่ที่ผมรัก ผมไว้ใจพี่แต่ไม่ควรมาทำร้ายผมแบบนี้”

“ผลั๊วะ” อันนี้เข้าใบหน้าผมเต็มๆ ผมถึงกับต้องสะบัดหัว และลุกขึ้นมาตั้งหลัก ผมเดินหน้าเข้าไปหาคู่ต่อสู้ต่อ

“น่าน สู้ๆ” เสียงเชียร์ผม

“พี่น่านสู้ พี่น่าน สู้” เสียงที่แทรกเข้ามาในหัวผม เสียงเด็กน้อยที่ติดสอยห้อยตามผมก่อนที่เขาจะไปอยู่กรุงเทพ นั้นคือซอมพอ ชอบมาเชียร์ผม

“พี่น่านสู้ พี่น่านสู้” แต่ทะว่าพอผมหันไปมันกลับว่างเปล่า ไม่มีซอมพอนั่งอยู่

“ผลั๊ก” อันนี้โดนแบบเน้นๆมากและผมก็เหมือนจะเห็นดาวระยิบระยับเต็มไปหมด.........

“ไอ้น่านนนน” แค่นั้นที่ผมได้ยิน และมันก็หายไปพักหนึ่งได้ ไม่รู้เนินนานแค่ไหนที่ผมหมดสติไปเพราะหมัดที่เข้าปลายคางผมแบบเต็มๆ   

“โอ๊ะ...ซี้ด! .” ผมค่อยๆลืมตาขึ้นรู้สึกเจ็บที่ตรงปลายคางที่โดยไปเน้นๆ นี้ผมนอนอยู่ที่เต้นปฐมพยาบาล มีคนเอาอะไรมาให้ผมดม กลิ่นฉุนๆ และผมก็ค่อยกระดกตัวลุกขึ้นนั่ง ทางกลางสายตาของคนในค่ายมวยมองผม นี้เรียกได้ว่าครั้งแรกในชีวิตเลยที่ผมโดนน๊อค แถมยังยกแรกเลยอีกต่างหาก 

“ไอ้น่าน กูว่าแล้ว ดูมึง สภาพไม่เอื้ออำนวยตั้งแต่แรก กูว่าจะทักไม่ให้มึงขึ้นอยู่แล้วเชียว” พี่เมืองแมนพูดขึ้น ผมลุกขึ้นมานั่ง แฟนพี่เมืองแมนชื่อพี่กาสะลอง ก็เอาน้ำมาให้ผมดื่ม

“พอดีผม..นอนน้อยไปหน่อยเมื่อคืนนะพี่”ผมบอก

“แน่ๆ มึงไปแอบอึบๆ สาวที่กรุงเทพหรือเปล่าว่ะ” พี่เหนือรีบถามผม ผมส่ายหัวว่าไม่ได้อึบสาว แต่ส่วนมากจะอึบหนุ่ม ผมบอกในใจ

“พี่แล้วคำแก้วไปไหนละพี่” ผมถาม เพราะว่าผมไม่เห็นคำแก้วมันนั่งที่เก้าอี้สำหรับคนนั้งเชียร์

“เออมันไปไหนวะ”พี่เมืองแมนพูด

“กาสะลองเห็นมันบอกว่าจะไปห้องน้ำ ...อ้าวนั้นไงมาแล้ว” พี่กาสะลองพูด ผมก็มองคำแก้วที่เดินมาจากที่มืดๆ มันรวบผ้าถุงให้ และจัดแต่งเสื้อผ้าแต่พอคำแก้วเข้ามาใกล้ๆ ทุกคนก็ต้องอึ้ง

“คำแก้ว มึงไปห้องน้ำหรือว่ามึงไปทุ่ง ทำไมสภาพมึงถึงได้ ...” พี่เมืองแมน แต่พี่กาสะลองตีแขนไว้

“ไป ...เออ..ไป..น้องน้ำจ๊ะพี่ ..รกเนอะ”

“กูเพิ่งตัดหญ้าไปเมื่อวาน รกบ้าอะไร นี้มึงไปไม่ได้ไปห้องน้ำแล้ว ไปหมุดที่ไหนมา ” พี่เหนือหันไปบอกคำแก้ว

“เอา...คำแก้วพี่จะกลับแล้ว พี่เหนื่อย เออ พี่ๆ ผมกลับก่อนนะพี่ ผมขอโทษนะพี่ที่ทำให้ผิดหวัง “ ผมพูดบอกลาพี่ๆ ในวงการของผม พวกพี่เขาก็โบกมือให้ไม่เป็นไร

“ใครเห็นไอ้เดนิสไหมวะ มันจะขึ้นชกไหม”

“ฉันเห็นอยู่ตรงโน้นแนะพี่” คนที่ตอบก็ทำให้ทุกคนและผมอึ้งอีก นั้นคือคำแก้ว มันขี้ไปทางที่มันเดินมานั้นแหละ

“คือว่าฉันเดินเลยห้องน้ำไปและเห็นพี่เขาตรงโน้นอ่ะ” คำแก้วมันพูด พวกพี่เขาก็มองตามที่คำแก้วมันชี้นิ้วไปและหันกลับมามองคำแก้ว

“มึงเดินหลงไปไกลนะมึงนะคำแก้ว” พี่เหนือพูด

“นั้นไงมาแล้ว ไอ้นี้ จะต่อยไหมมึง” พี่เหนือหันไปถามเป็นภาษาเหนือ ไอ้เดนิสมันก็ทำหน้างง แต่ผมดันคำแก้วออก ผมจะกลับบ้านแล้ว ผมอยากนอนพัก ผมเดินไปที่รถและคำแก้วก็ขึ้นไปนั่งบนรถ ผมก็เหลือบไปมอง

“คำแก้ว ไปทำอะไรมาทำไมผมมันยุ่งเหยิงแบบนี้ละ และนี้ ใบมะขามเอย ดอกหญ้าเอย เรากลับไปสภาพนี้ พ่อแม่เข้าใจพี่ผิดไหมเนี๊ยะ” ผมถามคำแก้ว

“แม้พี่ ไม่มีอะไรหรอก ฉันนะไป..เออ..ห้องน้ำมาและก็เดิน...เรื่อยเปือยชมทุ่งนะพี่”

“คำแก้วไปชมทุ่งตอนมืดๆนี้นะ ที่หลังอย่าไปนะมันอันตราย “ผมบอกคำแก้ว คำแก้วมันก็ยิ้มแหยะๆ

“ไปกลับบ้านพี่จะพาเราไปส่ง”ผมบอกและหันไปคาดเข็มขัดพร้อมสตาร์ทรถจะออก

“แต่ฉันก็ดูพี่นะ พี่เก่งมากเลย น๊อคเอ๊าท์ซะคู่ชกล้มไปเลย ฉันเห็นกับตา”คำแก้วพูด ทำให้ผมหันไปมองหน้า

“คำแก้ว พี่โดนมันน๊อกเอ๊าท์ “ ผมบอกคำแก้ว นั้นแปลกว่าคำแก้วมันไม่ได้นั่งดูผมหรอก

“เหรอพี่..เฮอๆ “  ผมก็ออกรถทันทีและขับพาคำแก้วมาส่งที่บ้าน ผมจอดรถพ่อแม่คำแก้วก็คงเพิ่งจะมาถึง เช่นกันตอนนี้เป็นเวลา 4 ทุ่มพอดีเลย คำแก้วก็ลงจากรถ ผมก็ลงมายกมือไหว้พ่อแม่คำแก้ว

“ไหว้พระเถอะน่าน เป็นไงละ พาน้องไปดูชกมวยมา” แม่ของคำแก้วถามผม ผมก็ยิ้มและพยักหน้า

“เว้ยย!  อีคำแก้ว ทำไมผมมึงถึงได้ยุ่งขนาด มึงไปทำอะไรมา ฮะ” พ่อของคำแก้วถามลูกสาวแต่แม่คำแก้วมองหน้าผมและเขาก็ยิ้ม แม่คำแก้วรีบเดินไปหาลูกสาวและหันมามองผมอีก พร้อมกับยิ้มๆ

“ไม่เป็นไรหรอกพ่อ ผมยุ่งก็หวีได้ ..แม้ ไม่ใช่เล่นๆนะพ่อน่าน เห็นเงียบๆนะพอเวลามาที่บ้าน ถ้าอยู่ต่อหน้าน้าๆ แล้วมันเขินละก็ พากันไปข้างนอกบ่อยๆแล้วกันพ่อคุณ ” ผมก็มองว่าอะไรเหรอครับ และหันมาเหล่มองคำแก้วที่ยืนกระมิดกระเมี้ยน ทำไมมันไม่พูดอะไรบ้างเลยนะคำแก้ว

“ต่อยมวยเมื่อไหร่มาพาน้องไปอีกนะ สงสัยน้องจะชอบ..มวย...ไทย!”

“ออ...ครับ ถ้าอย่างนั้นผมกลับเลยนะครับ ผมมีงานเช้า พี่ไปนะคำแก้ว ” ผมพูดและเดินขึ้นรถ

“ไหว้พี่เขาด้วยซิคำแก้ว...เพี๊ยะ! “ น้าการเกศบอกคำแก้ว แต่คำแก้วยืนนิ่ง น้าการเกศเลย ตบที่หัวเบาๆคำแก้วไปหนึ่งที่ เพื่อให้ไหว้ผม  ผมก็ยิ้มก่อนจะก้าวเท้าขึ้นรถ

“แม้พ่อ ดีซิ เราจะได้มีหลานเร็วๆ ดีจริงๆ ลูกสาวแม่” ที่ผมได้ยิน ผมก็ชะเง้อมองผ่านกระจกหลัง พ่อแม่เขาก็ให้ลูกสาวโบกมือให้ผมใหญ่เลย รีบกลับบ้านดีกว่าจะได้โทรหา..แต่จะโทรหาใครละ ซอมพอเหรอ น้องจะคุยกับผมไหมละ ก็คงต้องติณณภพอีกแล้ว   

   วันนี้แสนจะเหนื่อยมากของผม ผมเหนื่อยล้าหลายเรื่อง เรื่องที่หนักที่สุดคือเรื่องซอมพอ ที่มันกวนใจผมจนผมจะคลั้งอยู่แล้ว  ผมเดินขึ้น ขึ้นไปบนบ้าน พ่อกับแม่คงกลับมาได้สักพักแล้ว ขณะที่ผมกำลังจะเดินผ่านเพื่อขึ้นไปบนบ้านชั้นสอง

“น่าน” เสียงแม่เนื้อนวลเรียกชื่อผม

“อ้าวแม่ ยังไม่นอนเหรอครับ”

“ก็จะนอนแล้วแหละ แม่ลงมาชงชาให้พ่อเรานะ ว่าแต่เราเถอะ ไม่หิวรึ ไม่เห็นทานอะไรเลย” แม่เนื้อนวลถามผม

“ไม่ละครับแม่ ผมเหนื่อย ผมว่าจะเข้านอนเลย” ผมบอกแม่เนื้อนวล

“งั้นไปเถอะน่าน”

“เอ๊ะ! นาน เห็นแม่การเกศบอกว่าเราพาคำแก้วไปดูเราต่อยมวยด้วยเหรอลูก” แม่เนื้อนวลถามผมด้วยน้ำเสียงที่แปลกใจ ผมเองก็ยังแปลกใจเลย

“ใช่ครับแม่ คำแก้วมันขอไปกับน่านอ่ะแม่”

“แปลก เออ น้องคงอยากไปไหนมาไหนกับเรานะ แต่ก็ดี ต่อไปก็ออกงานแทนพ่อกับแม่ได้แล้วมั้ง นี้ไว้ไปงานแทนพ่อแม่วันเผาพ่อกำนันก็แล้วกันนะ พ่อแม่จะได้ไม่ต้องไปเอง”

“ได้ครับแม่”ผมบอกแม่ไป ผมรีบขึ้นห้องนอนและเข้าไปอาบน้ำชำระร่างกายซะก่อน ผมปล่อยให้สายน้ำทีไหลรดกายที่กำยำของผม ผมคิดดีแล้วใช่ไหมที่เลือกจะแต่งงานกับคำแก้วจริงๆ ทั้งที่ผมเองไม่เคยรู้สึกอะไรกับคำแก้วเลย ตลอดเวลา 5 ปีมานี้ มันไม่เคยพัฒนาขึ้นเลยสักนิด แต่ต่อไปผมคงต้องพยายามเป็นรักจริงๆซะแล้วเพราะยังไงก็ต้องแต่งงานกันอยู่ดี

   ผมออกมานั่งอยู่บนเตียง ผมหยิบเอาโน๊ตบุคเครื่องบางเฉียบออมาเปิดดู ผมก็เห็นว่ามีอีเมลเข้า ผมรีบเปิดดู ผมก็เจอตารางการนัดหมายคุยกับบริษัทชิบปิ้งใหม่ที่ผมต้องการนำเขาเครื่องจักรที่ผมต้องใช่ในไร่กาแฟ แต่ว่ามันเป็นวันพุธหน้านี้ และผมก็ต้องไปกรุงเทพด้วยอีกครั้ง  ผมส่งอิเมลตอบตกลงไปทันที ผมหันไปหยิบมือถือผมขึ้นมา ผมเลื่อนมาที่ชื่อซอมพอ แต่ผมก็ต้องชะงักก่อนจะกดโทรออก ผมจะโทรหาเขาได้ยังไงน่าน ผมบอกตัวเองและผมก็ต้องเลื่อนลงไปที่ชื่อของติณณภพ

ติณณภพ=ว่าไงครับน่าน
พี่เข้ม   = นอนหรือยังคุณ
ติณณภพ= กำลังจะนอนครับ เพราะว่าผมเพิ่งจะเคลียร์งานผมเสร็จ ช่วงนี้ค้อนข้างยุ่งนะ
พี่เข้ม= ผมขอโทษนะที่โทรดึกไปหน่อย ตอนแรกผมบอกให้คุณรอสายผมก่อน ตอนที่ผมจะคุยกับคำแก้วนะคุณแต่คุณชิ้งวาง ทำยังกับว่าคุณ...
ผมพูดและทำท่าคิด “.........................”
พี่เข้ม= นี้คุณหึงผมเหรอ?!!!!”
ติณณภพ = นี้คุณน่าน! คุณจะบ้าเหรอ! ผมจะไปหึงคุณทำไม”
ติณณภพ= ผมมีแฟนแล้ว ก็น้องคุณไงแค่นี้จำไม่ได้ ”
พี่เข้ม= จริงเหรอติณ ?
ผมถามติณณภพ ทำไมผมถึงชอบแกล้งเขาก็ไม่รู้ แอบยิ้มอยู่บนเตียง
ติณณภพ = จริงครับคุณน่าน ว่าแต่นี้คุณมีอะไรหรือเปล่าครับ
พี่เข้ม= ผมยังไม่ได้ถามถึงน้องผมเลยนะคุณตอนที่คุณโทรหาผมนะ
ติณณภพ= ซอมพอบอกว่าจะไปทำงานพรุ่งนี้ ตอนแรกผมว่าจะให้หยุดอีกวัน และไปงานหมั้นน้องผมกับผมแต่ว่าเขาบอกว่าเขาเบื่ออยู่ที่ห้องเลยขอไปทำงานดีกว่า
ติณณภพพูด ผมก็พยักหน้า เพราะเขาคงคิดอะไรวุ่นวายไปหมด ถ้าเขาอยู่กับแม่เนื้อนวลแม่คงพาเขาเข้าไปห้องพระด้วยกัน

พี่เข้ม= ผมรู้สึกแย่ นะติณ
ติณณภพ= ที่ผมก็ไม่ควรบอกคุณหรอกนะ ผมก็รู้ว่าคุณรู้สึกยังไง แต่ผมเชื่อว่าซอมพอรักคุณเหมือนเดิมน่าน
พี่เข้ม= ผมจะไปกรุงเทพวันพุธนี้ เพราะว่าบริษัทชิปปิ้งใหม่เขานัดผมไปคุยรายละเอียดการรับจัดหาเครื่องจักรใหม่ ผมจะเอาลงมาที่ไร่กาแฟ
ผมบอกติณณภพ

ติณณภพ=คุณจะมาพักที่คอนโดผมไหม
พี่เข้ม= คงต้องพักที่คอนโดคุณก่อน ผมยังไม่กล้าเข้าไปพักกับซอมพอ ผมกลัวเขาจะไม่สบายใจ
ผมบอกติณณภพ
ติณณภพ= ได้ซิคุณ เออ คุณน่าน ผมต้องเข้านอนแล้ว ผมง่วงมากเลย ผมคุยไปตาจะหลับแล้วเนี๊ยะ
พี่เข้ม= ได้ซิติณ
พี่เข้ม= ก่อนคุณจะวางสาย ผมอยากเห็นชุดนอนคุณอ่ะ
ติณณภพ= เฮ้ย! คุณจะมาอยากเห็นชุดนอนผมทำไม ไม่เซ็กซี่แบบสาวๆหรอกคุณ
พี่เข้ม= ส่งมาเถอะ และผมจะส่งให้ผมดูด้วย
ผมไม่พูดเปล่า ผมรีบเปลี่ยนมาเป็นกดถ่ายภาพแต่ผมยังไม่ได้สวมเสื้อนอนเลย เอาผ้าคลุมหน่อยให้ดูว่าไม่ได้ใส่อะไรแล้วกัน นึกอยากแกล้งนายติณณภพ ผมกดส่งภาพไปทันที รูปมันจะดูเห็นซีกแพ็คแบบชัดเจนมาก และผ้าทีคลุมหมิ่นๆช่วงล่าง เพื่อให้ดูสมจริงว่าผมกำลังนอนแบบไม่ได้ใส่อะไรเลย

ติณณภพ = คุณน่านฟ้า!!
เขาคงได้รับข้อความภาพผมแล้วแหละถึงได้ตกใจขนาดนี้ 
พี่เข้ม=ผมรอรูปคุณอยุ่ติณ ส่งมาซะทีซิ
ติณณภพ =ไม่ผมจะนอนแล้วแค่นี้นะ  น้องก็น่ารักดี แต่ทำไมพี่นี้โคตรหื่นเลย ตรูดดดด”
   ติณณภพบ่นผมทันทีและกดวางสาย แต่มันก็ทำให้ผมอดที่จะหัวเราะเขาไม่ได้
    ผมวางมือถือลงและหันไปหยิบเสื้อยืดตัวเก่าๆ ผมชอบใส่เสื้อเก่าๆเน่าๆ ที่ซอมพอเรียก เพราะว่าซอมพอจะต้องคอยเอาเสื้อผ้าที่แม่ผมพับมาใส่ให้ในตู้เสื้อผม และมักจะบ่นเสมอว่าให้ผมเอาเสื้อตัวใหม่ๆมาใส่ได้แล้ว จะว่าไปก็คิดถึงนายมากเลยนะซอมพอ ตั้งแต่น้องผมไปอยู่กรุงเทพ

“นอนหลับฝันดีครับ” ผมพิมพ์แต่ทะว่ากำลังคิดว่าจะส่งไปที่หมายเลขอะไรดี ผมยังไม่กล้าพอที่จะส่งให้ซอมพอเลยส่งให้ ติณณภพแทน

“ตึง!” เสียงข้อความตอบกลับมาอย่างเร็วมากจากติณณภพ
ติณณภพ =“คุณน่านคุณเลิกแกล้งผมได้ไหม
พี่เข้ม   =  “ปกติผมต้องส่งหาซอมพอทุกคืนนะคุณ”
ติณณภพ = “โอเค งั้นผมส่งไปบอกแทนให้นะน่าน”
ติณณภพ “ฝันดีเช่นกันนะคุณ”
  ผมก็อมยิ้มอีกครั้ง ไม่บ่อยเลยที่ผมจะรู้สึกแบบนี้ ก็มีแต่ซอมพอที่ส่งให้ผมและมันก็ทำให้หัวใจผมนี้ชุ้มชื้นขึ้นมาทุกครั้ง และตอนนี้ก็เช่นกัน  เหมือนเขาคือตัวแทนเหรอ แค่ช่วงนี้หรือเปล่าละน่านฟ้า
*****************************************************************************
ฝากไว้อีกตอนนะคะ รักคนอ่านค่ะ จุ๊บ จุ๊บ ....



ออนไลน์ Nattie69

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 68
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0

ออฟไลน์ psychological

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 291
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
ซอมพอ
   ผมขอให้พี่ติณณภพให้มารับผมไปทำงานทั้งทีพี่ติณบอกให้ผมหยุดอีกวันแต่ผมปฏิเสธ แม้จะเป็นวันศุกร์และพรุ่งนี้ก็จะหยุดแล้วก็ตาม แต่ผมเบี้ยวมาแล้วหนึ่งวันและผมก็ไม่อยากให้คนบางคนแอบเอาผมไปว่า ว่าผมทำงานไม่คุ้ม ปล่อยงานค้างและเขาก็ต้องมานั่งทำให้ผม ทั้งที่ผมหยุดไปแค่สองครั้งเอง แต่ถึงพี่ติณณภพบอกผมอย่าไปสนใจก็ตาม แต่มันก็ทำให้คนอื่นๆมองผมไม่ดี

“ซอมพอ “ พี่ติณณภพ เดินขึ้นมารับผมถึงบนห้อง ผมก็หันไปมองและรีบหยิบกระเป๋า ผมก็แอบคิดถึงคนที่ซื้อให้ผม พี่น่านฟ้า

“ซอมพอหิวไหม พี่ว่าจะชวนไปหาอะไรทานกันก่อนที่คาเฟ่อ่ะ ” พี่ติณณภพบอกกับผม ผมพยักหน้าว่าก็โอเคนะ 

“ริงงงง” เสียงมือถือพี่ติณณภพดังขึ้นที พี่ติณณภพกดรับสายและผมก็ค่อยๆปิดประตูลง พี่ติณคุยสายด้วยสีหน้าตึงเครียด ผมนี้กลัวจะเป็นพี่น่านจัง

“ซอมพอ พี่ขอโทษนะครับ พอดีว่าที่บริษัทพี่เขาจะให้พี่ไปเข้าประชุมด่วน เพราะว่ามีคนสั่งงานเขามาที่บริษัทเราล๊อตใหญ่เลยครับ “ พี่ติณณภพบอกผม คงเป็นเรื่องที่จะพาไปหาอะไรทานที่คาเฟ่แน่ๆ

“พี่ติณ ผมไม่ใช่เด็กน้อยแล้วนะ ผมเข้าใจ เรื่องงานมาก่อนซิครับ “ ผมบอกพี่ติณณภพ พี่เขาก็เอามือหยีหัวผมเบาๆ แต่ผมก็ปล่อยให้เขาทำ แต่ถ้าเป็นพี่น่านฟ้านี้ผมจะบ่นและปัดมือออกทันที เพราะว่าผมของผมจะเสียทรงเอายิ่งเซ็ตยากๆอยู่แต่นี้มันกับทำให้ผมนึกถึง พี่ณุก ซะอย่างนั้น คนที่ผมยอมให้หยีผมโดยที่ผมไม่ยอมปัดมือเขาออก 
ระหว่างที่ผมสองคนเดินคุยกันเรื่องงานหมั้นของตรีญาดา พี่ติณบอกผมว่าตรีญาดาไปหาชุดมาให้ผมใส่ ตอนแรกกะว่าจะให้ใส่สีเดียวกันกับพี่ติณแบบว่าไปเป็นเซ็ตคู่รักแต่ พี่ณุกดันทักว่าดูไม่ดี (แอบอิจฉาละซิ) ผมแอบคิดในใจ  ผมกับพี่ติณเลยได้ใส่คนละสี ผมก็ไม่ได้อะไรอยู่แล้ว

“นี้พี่ไม่เห็นหน้านายจอมกวนไดม่อนเลยนะ มันเป็นอะไรไปเนี๊ยะ”พี่ติณณถพถามผม ผมก็แอบยิ้ม

“รู้ว่านายนั้นชอบกวนพี่แต่ ไม่เจอก็แปลกๆนะ” พี่ติณณภพูดก่อนที่ลิฟท์จะเปิดออกและคนที่อยู่ในลิฟท์ก็คือไดม่อนนั้นเอง

“นี่ไงพี่ติณ” ผมบอกพี่ติณณภพ ผมสองคนเดินเข้าไป ไดม่อนส่งยิ้มให้ผม ดูท่าจะยังง้อแฟนไม่ได้แน่ๆ และหันไปยกมือไหว้พี่ติณณภพ โดยที่ไม่ได้พูดอะไร

“เป็นอะไรไปละ ปวดฟันหรือไง เด็กสร้างบ้าน” พี่ติณณภพหันไปแอบแหย ไดม่อน

“ลุง ผมไม่มีอารมณ์” ยังคงเรียกพี่ติณณภพว่าลุง

“ไม่ได้บอกให้มีอารมณ์ด้วยซักหน่อย “ พี่ติณณภพหันไปเหล่ตามอง

“เป็นอะไร” พี่ติณณภพถามอีก ผมก็ยิ้มให้ หยักไหล่ว่าพี่ติณเขาอุตสาถามด้วยความเป็นห่วง ตอบเขาหน่อย

“แฟนผมวันก่อนอ่ะ ผมอยากง้อแต่ไม่เจอหน้ามั้นมาหลายวันแหละ หนีผมตลอด” ไดม่อนพูด 

“แฟนคนที่ชี้หน้าด่าซอมพอนะเหรอ นี้นาย”

“พี่ติณ ก็ผมเสียดายเวลาอ่ะที่คบกันมา และที่จริงปวินก็ไม่เคยเป็นแบบนี้ไง” ไดม่อนพูด ผมหันมาพยักหน้าให้พี่ติณ ให้เขาพูดให้กำลังใจหน่อยซิ

“ เอานะเดี๋ยวเขาก็หาย หรือไม่ก็บอกไปว่าซอมพอนะแฟนพี่ไม่เชื่อให้มาถามจะได้เข้าใจกัน” ผมพูดบอกไดม่อน เขาก็พยักหน้าเบาๆ

“ผมกำลังจะฝึกงาน พ่อจะส่งผมไปฝึกที่บริษัทพ่อผมสาขาที่มันไม่ได้อยู่ในกรุงเทพไงพี่ และนี้ยังง้อไมได้ พอไปฝึกก็จะยิ่งห่างกันไงพี่” ไดม่อนพูด

“คนเราถ้าจะคู่กันยังไงมันก็คู่กันเชื่อพี่ เหมือนพี่กับซอมพอไง” พี่ติณณภพพูด ผมนี้สะบัดหน้าไปมองพี่ติณและอีกคนที่เหล่ตาหันมามองพี่ติณ

“พี่ติณอ่ะ แทนที่จะให้กำลังใจเขา” ผมแอบกระซิบว่าพี่ติณแต่คงดังไปหน่อย

“ใช่พี่ซอมพอ อันนี้เรียกซ้ำเติม” ไดม่อนพูด และพอดีว่าลิฟท์เปิดออกพอดีเลย

“ถ้าอย่างนั้นพี่ไปทำงานนะไดม่อน มีอะไรก็ปรึกษาพี่ได้นะ พี่ยินดีเสมอ “ ผมหันไปบอกไดม่อน

“ครับพี่ เออ ผมเห็นพี่น่าน เขาดู มีเรื่องอะไรหรือเปล่าอ่ะพี่ เพราะผมเจอพี่เขาและมันก็ดึกมากแล้วนะ “ ไดม่อนพูดผมก็นิ่งอึ้งไปพักหนึ่ง คงเป็นคืนนั้นแน่ๆ ผมหันมามองพี่ติณณภพ

“ไม่มีอะไร พอดีน่านเขามีเรื่องกลับเชียงใหม่ด่วน คนทำงานมันก็แบบนี้แหละ ไว้รอเราทำงานแล้วจะรู้” พี่ติณณภพพูดและแก้ให้ทันที ไดม่อนก็พยักหน้าและเดินออกไปอีกทาง เพราะว่าพี่ติณณภพนะจอดรถไว้ด้านหน้าคอนโด ผมหันมามองพี่ติณณภพแอบขอบคุณ เพราะว่าผมยังงงว่าจะตอบยังไงดีอยู่เลย  ผมสองคนรีบเดินไปขึ้นรถทันที เพราะว่าพี่ติณณภพจะมีประชุม

“ซอมพอ พี่ถามอะไรหน่อยซิ  น่านฟ้าเขาคบกับคำแก้ว แฟนของเขามา 5 ปี นี้เขาไม่เคยซื้อของให้เลยเหรอ เพราะว่าเมื่อวานเขาให้พี่ช่วยไปเลือกของขวัญให้ เขาบอกเขาไม่รู้จะซื้ออะไรให้” พี่ติณณภพถามผม

“เท่าที่ผมเห็นนะ ไม่เคยอ่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นแม่เนื้อนวลซื้อและให้พี่น่านไปให้ในนามพี่น่านฟ้าเอง ผมก็คิดว่าพี่น่านไม่ชอบเลือกซื้อของให้ผุ้หญิงมั้งพี่ติณ” ผมหันไปบอก พี่ติณพยักหน้า

“แล้วน่านฟ้าเขาพาคำแก้วไปดูต่อยมวยบ่อยไหมครับ”

“พี่น่านฟ้าเหรอ ไม่เคยนะ มีแต่ผมนี้แหละที่ไปนั่งดู แต่ก็แอบหลับตาปรี๋ทุกครั้งที่พี่น่านโดนเขาต่อยอ่ะ ผมกลัว” ผมบอกพี่ติณและนี้ทำให้ผมยิ่งคิดถึงพี่น่านขึ้นมาซะอย่างนั้น

“พี่ถามทำไมเหรอ”

“อ้อคือตอนที่พี่โทรรายงานเรื่องเรานะ” พี่ติณณภพพูด ผมหันไปเหล่มอง

“แบบว่าพี่.... พี่เข้มเขาสั่งไว้” พี่ติณณภพพูด แม้เรียกพี่เข้มด้วยนะ

“ฮาๆ” ผมหลุดขำทันทีเลย

“พี่นี้กล้ามากเลยนะที่ตั้งฉายาให้พี่น่านผมนะ” ผมหันไปบอกพี่ติณ พี่ติณเกาหัวแกร็กๆ

“เขาบอกว่าคำแก้วโทรหาเขาระหว่างที่พี่คุย พี่เลยวางสายและเขาก็โทรกลับมาถามเรื่องเราใหม่ เขาบอกว่าคำแก้วจะไปดูเขาต่อยมวยนะ” พี่ติณณภพพูด ผมก็ทำสีหน้าแปลกใจ หรือว่าพี่น่านฟ้ากับคำแก้ว เริ่มจะไปด้วยกันได้แล้ว เพราะที่ผ่านมาผมก็ไม่เห็นทั้งคู่จะมีอะไรเลย ไปทานข้าวก็ต้องแม่บอกให้พาไป ทางผู้ใหญ่บอกบ้าง แต่ไม่เคยมีที่จะตกลงใจแบบว่าอยากไปกันเองอะไรแบบนี้

“แอบยิ้มมีอะไรเหรอครับ” พี่ติณณภพถามผม

“ก็แต่ก่อน พี่น่านฟ้ากับพี่คำแก้วนะ ถ้าไม่มีใครบอกให้ไปด้วยกันก็ไม่เคยไปไหนด้วยกันด้วยตัวเองหรอกครับ อย่างพี่น่านฟ้า แม่เนื้อนวลต้องสั่ง ส่วนพี่คำแก้วก็คงพ่อแม่เขาสั่งเหมือนกัน” ผมพูด พี่ติณณภพ เลิกคิ้วสูงแบบสงสัย

“แต่ถ้าทั้งคู่เริ่มเข้ากันได้ ก็คงจะดี แม่กับพ่อผมอยากอุ้มหลานแย่แล้ว แม่เนื้อนวลนะรักเด็ก แม่ชอบเอาลูกๆคนงานมาเลี้ยงให้นะพี่ติณ”

“พี่น่านก็เหมือนกัน เห็นแบบนี้เด็กติดมาก กลับไปจากกรุงเทพนี้ซื้อขนมไปฝากลูกๆคนงานเยอะแยะเลย พี่น่านฟ้าเขารักเด็ก และถ้าแต่งงานคงมีลูกที่น่ารักแน่นอนเลยอ่ะ” ผมหันไปบอกพี่ติณ แต่พี่ติณเขากับทำสีหน้านิ่ง

“พี่ติณ ไฟแดง))))” ผมก็ร้องออกมาเพราะว่ามันะไฟแดงแล้วพี่ติณยังไม่เตรียมตัวเบรคและมันเป็นสีแยก ออกไปนี้อาจจะโดนชนได้

“เอี้ยด!!!!” พี่ติณก็เบรคกระทันหันแบบเส้นยาแดงผ่าแปดเลยดีกว่า

“ซอมพอ พี่ขอโทษครับ พิ่คิดเรื่องงานนะครับ พี่เลยลืมสังเกตุไฟแดง” พี่ติณขอโทษขอโผยผมใหญ่เลย ผมก็พยักหน้าว่าไม่เป็นอะไร


“ถ้าพี่น่านฟ้าแต่งงานกันคงแต่งแบบล้านนาด้วยนะพี่ติณ”ผมบอกกับพี่ติณ

“พี่ก็อยากเห็นเพราะว่าพี่ไม่เคยเห็นประณีแบบล้านนามาก่อน ยังไงพี่ก็ต้องไป แสดงความยินดีกับน่านฟ้าและคำแก้วแน่ๆ ครับ” พี่ติณณภพพูด ผมก็ยิ้มให้ ผมมองพี่ติณที่มองขณะขับรถ ผมเอื้อมมือไปจับมือพี่ติณทีกุมเกียร์รถยนต์อยู่ พี่ติณณภพหันมามองผม ทำสีหน้าแปลกใจ

“ขอบคุณนะครับพี่ติณ ที่พี่ดูแลผมดีเหมือนพี่ชายแท้ๆผมเลย พี่ทำให้ผมไม่อาจจะโกรธพี่น่านได้อีกด้วยเพราะทุกอย่างที่พี่ทำ มันทำให้ผมควรจะให้อภัยพี่น่านฟ้า” ผมพูดกับพี่ติณณภพ พี่ติณหันมาพยักหน้าเห็นด้วยกับผม และไม่นานรถพี่ติณณภพก็มาถึงที่ทำงาน พี่ติณณภพเข้าไปจอดในที่สำหรับผู้บริหารจอด

“ซอมพอพี่ขึ้นห้องประชุมก่อนนะ “ พี่ติณณภพบอกผม ผมก็พยักหน้า ผมแยกกับพี่ติณณภพและเห็นว่าแม่ของพี่ติณเดินออกมาจากลิฟท์

“อ้าวซอมพอ ไงลูกแล้วพี่ติณละ”

“พิ่ติณเขารีบเข้าห้องประชุมนะครับ แม่” ผมพูด เบาตอนเรียกแม่ แม่พี่ติณเขาอยากให้ผมเรียกเขาว่าแม่

“เออ..ตายแล้วแม่ลืมเลยว่าจะบอกคนให้ไปเอากล่องแหวน เพื่อนแม่ว่าจะมาดู”

“ถ้าอย่างนั้นผมไปเอามาให้ไหมครับแม่ ผมว่าง”

“ดีเลยลูก ขอบใจนะซอมพอ” แม่ของพี่ติณพูดและเพื่อนแม่ก็คงเดินเข้ามาในบริษัทแล้วเห็นแม่รีบเดินไปรับผมก็เดินตรงไปยังห้องที่เก็บพวกสินค้า ผมต้องไปหาพี่ๆการตลาดก่อน
**************************************************
ตรีญาดา 
 
       เช้านี้ตรีญาดามาออกฟฟิตกับคุณแม่และคุณพ่อของเธอ ส่วนพี่ชายติณณภพ บอกว่าขอตัวไปรับแฟนหนุ่มนั้นคือซอมพอ ช่วงนี้ พี่ชายเธอดูมีชีวิตชีวา พ่อแม่และตรีญาดาเห็นแบบนี้แล้วก็อดที่จะขอบคุณซอมพอไม่ได้ เพราะว่าตั้งแต่ซอมพอเข้ามาดูติณไม่ค่อยหมกหมุนกับงานจนเกินไป คอยหาเวลาพาซอมพอไปเที่ยวไหนๆในทุกวันหยุด 
 
“คุณแม่ค่ะ ตรีดีใจนะคะทีเห็นพี่ติณ ดูมีความสุขขึ้น “ ตรีญาดาพูดกับแม่ของเธอ ตรีนาฏก็พยักหน้าเห็นด้วย ดีที่ครอบครัวของติณณภพค้อนข้างเลี้ยงลูกแบบปล่อย ปล่อยในที่นี้คือให้เขาคิดเอาว่าเขาอยากทำอะไร หรือชอบแบบไหน แม้จะไม่ได้ฝรั่งไปทั้งหมด ติณณภพเขาไปอยู่เมืองนอกกับพี่สาวของพ่อเขาตั้งแต่เด็ก แต่ความเป็นไทยติณณภพ ค้อนข้างมากกว่าตรีญาดา
 
“คุณนาฏ คุณบอกว่าเพื่อนของคุณที่ชื่อวรรณิภาจะมาดูแหวนไม่ใช่รึ” พ่อของตรีญาดาหันไปถามแม่ของเธอ 
 
“ใช่ค่ะคุณ เดี๋ยวนาฏโทรให้คนเอาแหวนขึ้นมาให้ไว้ให้สักสอบกว่าวงเขาจะได้เลือก” แม่ของตรีญาดาพูดและเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์เพื่อกดไปหาพยักงานขายที่ดูแลสินค้า 

“นี้คุณฉันลงไปรับเพื่อนก่อนนะคะ “คุณแม่ตรีญาดาหันมาบอกผู้เป็นสามีและเดินออกจากห้องทำงานไป  ตรีญาดาที่เหลือบมองมือถือ ไม่เห็นแฟนหนุ่มโทรหาเธอสักที่ ตรีญาดาเลยตัดสินใจโทรไปเอง


ตรีญาดา        = ``พี่ณุก ถึงไหนแล้วคะ ตรีถึงออกฟิตแล้วค่ะ
P’Nook         =    ``พี่กำลังขับรถไปค่ะ รถติดคะน้องตรี เพราะว่าพี่มาจากบ้านพี่คะ
P’Nook       = แค่นี้ก่อนนะคะ พี่ขับรถอยู่ เพราะถ้าพี่มัวแต่คุยกับตรี พี่คงได้ชนท้ายใครเข้าบ้างและคงไม่ได้ไปออฟฟิตแต่ไปสถานีตำรวจแทน เจอกันคะ”
 
นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่แฟนหนุ่มของเธอตัดบทสนทนาก่อนตลอด แต่ตรีญาดาก็รักณุกมากซะเหลือเกิน 
 
“เป็นอะไรไปละเราตรี” ผู้เป็นพ่อเห็นอาการลูกสาวที่หงอยลง
 
 
“ไม่มีอะไรค่ะคุณพ่อ”
 
“นึกว่างอลอะไรกันอีกกับแฟน “ ผู้เป็นพ่อพูดขึ้น ก่อนจะกลับไปอ่านหนังสือพิมพ์ต่อ ตรีญาดาไม่อยากให้พ่อและแม่ของเธอมองณุกไม่ดี เธอก็เลยพยายามเก็บอาการเสียใจน้อยใจและหันไปยิ้มให้ผู้เป็นพ่อ 
 
“เข้ามาซิ วรรณ” เสียงแม่ของเธอและเพื่อนของแม่เธอเดินเข้ามาด้วยพร้อมกับลูกสาว ที่แต่งตัวด้วยชุดแซก กระโปรงไม่สั่นไม่ยาวคลุมเขา รูปร่างที่อวบแต่ไม่อ้วน หน้าอกที่ถูกดันจนเกือบทะลัก ตรีญาดาหันไปยกมือไหว้ทั้งคู่เพราะยังไงลูกสาวก็แก่กว่าเธอสองสามปีได้ 
 
“คุณจำวรรณได้ไหม” คุณตรีนาฏเอ่ยถามผู้เป็นสามี เขาก็พยักหน้าว่าจำได้
 
“สวัสดีค่ะ ไม่เจอกันนานเลยนะคะ จังดูหนุ่มอยู่เลย เหมือนกับนาฏ นี้ไม่เจอกันเกือบห้าปี ดูสาวเหมือนเดิม” เพื่อนของแม่เอ่ยชมแม่ของตรีญาดา 
 
 
“นั่งซิวรรณ เดี๋ยวเลขาของติณเขาจะเอาแหวนมาให้ดูนะ”แม่ของตรีญาดาพูด
 
 
“ซอมพอมาแล้วเหรอคะ” ตรีญาดาเอ่ยถามผู้เป็นแม่
 
 
“ใช่ลูก ตอนที่แม่เดินไปรับวรรณ แม่เจอซอมพอพอดีเลย เขาเลยอาสาไปเอาให้ “ แม่ของเธอพูด
 
“แล้วพี่ติณละคะ” 
 
“พอดีมีประชุมด่วน มีออเดอร์งานเข้ามาและสั่งเยอะเลย ส่งสัยเราต้องช่วยงานพี่ชายเราแล้วละตรี” แม่ของตรีพูด
 
“โห่!` ตรีกะว่าจะมาช่วยหลังงานแต่ง เพราะว่าตรีอยากไป ครอสเจ้าสาวก่อนนะคะ” ตรีญาดาพูด
 
 
“สนใจเหรอคะ พี่มีคลีนิกประจำค่ะ พี่ผ่านมาหมดค่ะ ไม่ว่าจะ โบท๊อก ไอพีแอล เลเซอร์ ดูดสิว ขัดผิวฉีดฟิลเลอร์ พี่ผ่านมาหมดค่ะแนะนำได้” ลูกสาวที่เพื่อนของแม่บอกว่าสวยด้วยธรรมชาติ เอ่ยขึ้นและนั้นก็ทำให้ผู้เป็นแม่หันขวับมามองเธอทันที 
 
 
“พอดีว่าน้องเขาเป็นพรีเซนเตอร์ของรีสอร์ทนะคะ แน่นอนพวกคลีนิคอะไรพวกนี้ก็เลยเสนอโปรโมชั่น จริงๆ น้องไม่จำเป็นเลย เพราะสวยอยู่แล้ว แต่ถ้าหนูตรีสนใจก็ เอานามบัตรให้หนูตรีไปก็ได้ลูก” นั้นไง ตรีญาดาก็ยิ้มแหยๆ 
 
“ก๊อกๆ “ เสียงเคาะประตู และซอมพอก็ค่อยๆ เปิดประตูเข้ามาพร้อมกล่องเครื่องประดับ 
 
“อ้าวมาแล้ว วรรณเดี๋ยวเธอดูแหวนที่เธอชอบนะ” แม่ของครีญาดาเลยตัดบท การสนทนาเรื่องความงามจะดีกว่า 
 
“นี้ครับ” ซอมพอถือกล่องไม่เล็กไม่ใหญ่มาวางตรงด้านหน้าของแม่เธอและเพื่อนของแม่ 
 
“นี้ใครเหรอนาฏ เห็นเธอบอกจะให้เลขาลูกเธอถือมาไม่ใช่เหรอ” วรรณิภาเอ่ยถามทันทีื ที่เห็นซอมพอ
 
“นี้แหละ เลขาตาติณเขา วรรณ” ตรีนาฏเอ่ยปากบอกเพื่อนของเธอ วรรณิภา หันไปมองซอมพอ ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า
 
 
“อะไรกัน ทำไมเอาเด็กผู้ชายมาเป็นเลขาละเธอ ลูกชายเธอก็หน้าตาดี เดี๋ยวก็เสียภาพลักษณ์หมด และดูเด็กนี้ซิ กะโปโลจัง” เพื่อนของตรีนาฏเอ่ยขึ้น 
 
 
“ตุ๊ดหรือเปล่าคะ” ลูกสาวของวรรณิภาอีกคนที่เอ่ยถาม
 
“ซอมพอเขาเป็นคนเรียบร้อย ทำงานเรียบร้อยมาก เรียบร้อยกว่าผู้หญิงหลายคนทำซะอีกนะวรรณ” แม่ของตรีพูดและซอมพอก็โค้งเพราะจะขอตัวไปทำงานท่ี่ค้างไว้ เนื่องจากเมื่อวานก็ไมไ่ด้มาทำงาน 
 
“ผู้ชายเรียบร้อย ตุ๊ดทั้งหมดแหละค่ะ” นั้นไง ทำเอาตรีญาดาหันไปมองหน้าเพื่อนแม่ของเธอและหันมามองแม่ที่ขยิบตาว่าอย่าเปิด
 
 
“ถ้าซอมพอเรียบร้อยแล้วเป็นตุ๊ด ลูกชายคุณน้าละค่ะ ที่ดูเรียบร้อย เรียบร้อย  กว่าซอมพอซะอีก จะไม่เป็นตุ๊ดเหรอคะ” ตรีญาดาเอ่ยเหมือนประชดประชันกลับเช่นกัน เธอเป็นประเภทตาต่อตาฟันต่อฟัน ทำเอาผู้เป็นพ่อขำ 

“หึๆ” เสียงผู้เป็นพ่อขำ แม้จะไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือพิมพ์ก็ตาม
 
“คุณ” เสียงของตรีนาฏ
 
“หนังสือพิมพ์เขาเขียนพาดหัวข้อไว้ ผมขำนะ”  ผู้เป็นพ่อพูดกลบเกลื่อนเหตุผลที่เขาหลุดหัวเราะออกมาในความปากไวของตรีญาดา

 
“แต่มันดู ต่างกันคะ หนูตรี “ นั้นยังหาเรื่องแถอีก
 
“ต่างกันยังไงเหรอคะ “ ตรีญาดาถามกลับ
 
“ดูนี้ซิ หน้าตานี้ ไปทำอะไรมาหรือเปล่า จมูกละ โด่งเชียว และหน้าเรียวยังกะเหลามา หน้าก็ใสเป๊ะขนาดนี้ คงจนผ่านโบท๊อกมานับไม่ถ้วนซินะ “ 
 
 
“ซอมพอนะเขาเกิดมาหน้าสวยด้วยธรรมชาติค่ะ เพราะว่าเขาไม่ได้ดูหลอกเหมือน..”
 
“ตรีญาดา” แม่ของเธอเรียกชื่อเธอ
 
“ตรีไปเรียกพี่ชายเรามาไป “ แม่ของเธอรีบตัดบท 
 
“วรรณดูแหวนก่อนซิ “ แม่ของตรีญาดาพยายามเปลี่ยนเรื่อง
 
“ก็ได้ค่ะ เออ คุณแม่ค่ะ ตรีว่าจะถามเพื่อนคุณแม่คนไหนนะ ที่เขาว่ารู้จักคลีนิก ตรีว่าจะไปทำศัลยกรรม ..หน้าอกค่ะ” 
 
“พล้วด! “ กาแฟที่พ่อของเธอยกขึ้นดื่มก็กระจายออกมาทันทีที่ได้ยินบุตรสาวบอกว่าจะไปทำหน้าอก  ส่วนแม่ของเธอนี้ยกมือขึ้นทาบอกทันที 
 
 
“จะไปทำหน้าอกเหรอค่ะ นี้เลยค่ะ หมอที่ประตูน้ำค่ะ พี่ไปทำมาค่ะ ดีมาก หน้าอกดูตูม ไม่เจ็บมากเลยนะค่ะ ราตาก็ไม่แพงเพราะว่าคุณแม่พี่ต่อแหลกค่ะ” 
 
 
“ไหนว่าสวยแบบธรรมชาติ นี้ไปทำหน้าอกมาด้วยเหรอคะ” ตรีญาดาเอ่ยถาม ทำเอาผุู้เป็นแม่ที่นั่งๆข้างลูกสาวหันมาเหล่มองลูกสาวจนอยากจะหยิกเธอด้วยเล็บที่ยาวจากการต่อ 
 
 
“ค่ะ ...พี่ทำมาได้ ปีกว่าแล้ว อันนี้ทำครั้งที่ 3 ค่ะ แบบชอบตูมๆ “ เสียงอ่อยๆของเธอ 
 
“ตรีญาดา ไปตามติณพี่ชายเราให้แม่เดี๋ยวนี้!” 
 
“ค่ะ แม่ “ และตรีญาดาก็ลุกขึ้นไปทันที ตรีหันไปมองซอมพอที่นั่งทำงาน เธอรู้ว่าซอมพอได้ยินหมดที่เพื่อนของแม่เธอพูด ตรีญาดารู้สึกเห็นใจซอมพอเหลือเกิน 
********************************************************************************
ขอมาอีกตอนก่อนจะไปนอนนะคะ ตอนหน้าพี่ณุกและซอมพอค่ะ
"“ทำไม ตอนนี้พี่มันเถือน แล้วใครสุภาพ ไอ้ติณละซิ อย่าหวังว่าจะได้สวีทกันเลย พี่จะขวางทุกทางที่พี่จะทำได้ซอมพอ นายจะไปเป็นของคนอื่นไม่ได้ ในเมื่อนายเดินกลับเข้าในเกมส์ของพี่นายก็ต้องเป็นของพี่ “พี่ณุกพูด มันำทำให้ผมเงยหน้ามองพี่ณุก แบบมีคำถามว่าเพื่ออะไรกัน "
แอบมาสปอยด์ไว้นิดหน่อย ถ้าพรุ่งนี้ไม่ติดอะไรจะมาลงต่อนะคะ รักนะ ดูแลสุขภาพด้วยค่ะ จุ๊บ จุ๊บ
 



ออนไลน์ Nattie69

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 68
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
ติณณภพ
 
      วันนี้ผมได้รับข่าวดีจากการตลาดว่ามีลูกค้าจากต่างประเทศต้องการสัั่งเครื่องประดับเพื่อนำไป จัดประมูล และสั่งมาล๊อตใหญ่ซะด้วย ผมเลยต้องเข้าที่ประชุมเพื่อแจกจ่ายงานให้บริษัทที่รับทำให้ผมเช่นกัน และผมควรจะดีใจดีไหมเนี๊๊ยะ เพราะว่ามันอาจจะทำให้ผมมีเวลาพาซอมพอไปไหนต่อไหนน้อยลง 
 
      “พี่ติณ ถ้าอย่างนั้นตรีลงไปรอพี่ณุกก่อนนะคะ และว่าจะไปซื้อกาแฟนด้วยพี่ติณเอาอะไรไหมคะ”ตรีญาดาถามผม
 
      “ พี่เอาเอสเปสโซค่ะ และของซอมพอเอาชาเขียวลาเต้ค่ะ “ ผมหันไปบอกตรีญาดา 
 
      “คุณติณค่ะ คุณมาตินติดต่อมาว่า อาทิตย์หน้าจะเข้ามาพบคุณติณค่ะ” พี่รุ่ง เจ้าหน้าที่ฝ่านการตลอด คนนี้พูดภาษาอังกฤษได้คล่องมาก แม้จะไม่เท่ากับผมที่ไปโตที่อังกฤษก็ตาม แต่ก็ช่วยติดต่อประสานงานได้อย่างดี 
 
      “ได้ครับ รบกวนแจ้งผมเรื่องวันเวลาอีทีนะครับพี่รุ่ง ขอบคุณครับ” ผมพูด ผมคิดว่าเข้่าห้องน้ำก่อนจะดีกว่า 
 
      ผมเลยเดินเข้าห้องน้ำ เป็นทั้งห้องน้ำพนักงานออฟฟิตและแขกที่มาพบ ผมไม่ได้แยกเพราะว่าผมมีแม่บ้านดูแลตลอดเรื่องความสะอาด   
 
ติณณภพ= น่าน ทำอะไรอยู่ 
ผมยกมือถือขึ้นมาส่งข้อความหาน่านฟ้า หลังจากเกิดเรื่องวันก่อนที่น่านฟ้าเกือบจะขมขืนน้องชายที่เขารักมาก เพราะเขาดื่มมาเยอะ หรือว่าเขาห้ามใจตัวเองไม่ได้ผมก็ไม่ทราบ ผมกับน่านฟ้าคุยบ่อยมาก แต่ก็คงเป็นแค่เรื่องซอมพอ 
 
พี่เข้ม(น่านฟ้า)  “ผมกำลังเลี้ยงเด็กอยู่คุณ”
ติณณภพ= คุณนี่นะเลี้ยงเด็ก
พี่เข้ม(น่านฟ้า) = อ้าว! หน้าอย่างผมไม่ได้มีเอาไว้ขู่เด็กอย่างเดียว ผมก็รักเด็กนะคุณ”
พี่เข้ม(น่านฟ้า) = พอดี แม่ของเด็กนะ เขาเอาลูกคนเล็กที่เพิ่งเกิดไปหาหมอนะคุณ ผมเลย เอามาเลี่ยงและทำงานไปด้วย” 
น่านฟ้าบอกผม
ติณณภพ = โอเค ถ้าอย่างนั้นผมไม่กวนแล้วคุณ ผมจะเข้าออฟฟิตผมแล้วเหมือนกัน
 
พี่เข้ม(น่านฟ้า) = ซอมพอเป็นไงบ้างคุณ
 
ติณณภพ = ดีขึ้นมาหน่อย ผมว่าเขาก็คงเข้าใจคุณนะ และเขาก็รักคุณมาก แต่ เขาก็
 
พี่เข้ม(น่านฟ้า) = กลัวผมขึ้นมาแล้วซินะ อันนี้แหละที่ผมกลัว
 
ติณณภพ = เอาน่าคุณ เดี๋ยวเขาก็กลับมาเป็นปกติ ขอแค่คุณอย่าทำอีก เพราะการที่คุณทำแบบนี้ มันทำให้เขาหมดความมั่นใจ หมดความเชื่อใจ กับคนที่เขาคิดว่าจะไม่มีวันทำร้ายเขา เหมือน..ทีคุณเคยบอกผม

ติณณภพ= แต่ผมก็เชื่อว่าคุณไม่ทำอีกแน่นอนน่าน
 
พี่เข้ม(น่านฟ้า) = มีอะไรโทรหาผมด้วยนะ และผมขอโทษอีกครั้งนะติณที่ผมไม่สามารถอยู่ไปงานหมั้นน้องสาวคุณได้
 
ติณณภพ= ไม่เป็นไร ผมลืมบอกคุณไปนะ น้องสาวผมเลือกซอมพอ ถือพานแหวนหมั้น
พี่เข้ม(น่านฟ้า)= อย่าลืมส่งรูปเขาให้ผมดูนะคุณ แค่นี้ก่อนนะคุณผมมีลูกค้า
 ติณณภพ = เอาไว้ค่อยคุยกันน่าน บาย 
 
ผมก็เดินออกมาจากห้องน้ำ เพื่อจะเดินกลับไปยังออฟฟิต ช่วงนี้งานเยอะมากแน่ๆ สงสัยผมต้องขอให้ตรีญาดามาช่วยผมก่อน ตรีบอกผมว่าจะขอพักก่อนเขาเรียนหนักมาก ปริญญาตรีและปริญญาโท  ตรีเป็นคนเก่ง มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เพราะว่าไอ้ณุกมันก็เป็นคนเรียนเก่ง ได้ท๊อปมาตลอดและซูซีกับผมเลย 
 
“แล้วนี้แกจะไปประกาศให้เขารู้ทำไมย๊ะว่าแกไปทำอะไรมาบ้าง “
 
“ก็เขาถามขึ้นมาและหนูก้คิดว่าเพื่อเราจะได้ค่าแนะนำนิค่ะแม่” 
 
“อีโง่ กูอุตสาห์บอกว่ามึงนะสวยไม่ต้องทำ ยังเสือกบอกเขาอีก” 
 
“ดีที่เขาไม่ถามเรื่องที่มึงไปทำ รีแพร์มาด้วยละ มีลูกไม่ได้ดีซักคน เสือกไปเอากับแขกไซ้ฝรั่ง”
 
ผมก็เห็นแม่ลูกที่แต่งตัวดูดี เดินบ่นลูกส่าวออกมาจากออฟฟิตผม หรือว่าลูกค้าของแม่ผมกันนะ ผมก็ยืนมองและส่งยิ้มให้สาวที่เดินชะม้ายแลตามาที่ผม ผมว่าดูท่าจะไม่ค่อยธรรมดา 
 
   “นี้ฟังฉันอยู่ไหม..แหละนี้ ยิ้มให้ใครนะ ยิ้มนี้เลือกหน่อยนะ พยักงานต๊อกกะต่อยก็เสือกก็เสือกไปยิ้มให้เขาอีก” ทำเอาผมหุบยิ้มแทบไม่ทันทัน ผมนี้พนักงานต๊อกกะต่อยเหรอ ผมก็เกาหัวตัวเอง
 
   “แม่ดูเขาหน้าคุ้นๆนะ เหมือนคนที่ยืนถายรูป กับครอบครัวของเพื่อนแม่อ่ะ” ขณะที่แม่ลุกกำลังเดินผ่านลูกสาวเขาก็ทักขึ้นมาว่าผมเป็นหนึ่งในรูปถ่ายครอบครัวในห้องทำงานผม ใช่ครับผมเอง ผมคิดในใจ
 
   “อะไรนะ”นั้นไงหยุดกระทันหัน
 
   “นั้นตาติณใช่ไหมคะ” จำผมได้ทันที ผมก็หันหลังกลับไปและส่งยิ้มให้พร้อมพยักหน้ากลับ
 
   “ลูกคุณนาฏ” 
 
   “ครับผม”
 
   “แม้ .. น้าจำไม่ได้ เพราะไม่ได้เจอกันนาน ตั้งห้าปีเนอะ ดูหล่อขึ้นนะ”นั้นผมดูโปรไฟว์ดีขึ้นทันตาเห็นเลยครับ
 
   “เออ..” ผู้หญิงคนนั้นก็เหลือบมองป้ายห้องน้ำ 
 
   “นี้ห้องน้ำทีสามารถใช้ได้ทั้งแขก  ลูกค้า ไม่ว่าจะวีไอพีหรือไม่วีไอพี และพยักงานออฟฟิตก็ใช้ครับ ส่วนผมลูกผู้บริหารก็ใช้ครับ” ผมพูด ทำเอาแม่ลูกคู่นั้นยิ้มเจื่อนๆ
 
   “ดีค่ะ เออ น้าไปก่อนนะ น้ารีบค่ะ” นั้นรีบทันที คงเข้าใจความหมายที่ผมพูดดี ผมนี่ส่ายหัวให้กับคนประเภทนี้จริงๆ ผมเดินเข้าไปในห้อง ผมก็ได้ยินพ่อผมบ่นทันที อย่างบอกนะว่าที่บ่นคือแม่ลูกคู่นั้น   
 
   “นี้คุณ เพื่อนคุณคนนี้ผมขอนะ อย่าเชิญมางานแต่งยายตรี  เพราะว่าปากแบบนี้ ผมว่าอายคนอื่นเขา ตินั้นตินี้ ไปทั่ว มนุษย์ขี้เหม็น”
 
   “ซอมพออย่าไปถือสาเขาเลยนะลูกนะ”   
 
ผมเดินเข้ามาก็มองพ่อกับแม่ผมสลับกันไปมาและผมก็เดินไปหาซอมพอที่โต๊ะทำงานแสดงว่า 
 
“มีอะไรกันเหรอครับคุณพ่อคุณแม่”
 
“ก็เพื่อนรักแม่เรานะ ดันว่าซอมพอ ว่าเป็นตุ๊ด ทำนั้นทำนี้ “ พ่อผมไม่เคยจะจุกจิกเรื่องแบบนี้ยังบนเลย ผมหันไปมองซอมพอที่ดูก็รู้ว่าฝืนยิ้มให้แม่ของผม นั้นยิ่งทำให้ผมยิ่งเป็ยห่วงเขาหนักขึ้นไปอีก 
 
“แล้วตรีญาดาละติณ” แม่ถามผมถึงน้องสาว
 
“ไปหาเราไม่ใช่เหรอ แม่สั่งให้ไปตามนะ เพราะว่าปากยายตรีนี้ก็เหลือเกิน ไม่รู้ไปติดมาจากตาณุกหรือไง ปากคอเลาะร้ายซะไม่มี

“ลงไปหาไอ้ณุกมันครับแม่ “ ผมบอกแม่ผม แม่ก็พยักหน้า
 
 
“ ก๊อกๆ “เสียงเคาะประตู ตรีญาดาก็เปิดประตูเอาไว้และคนที่ถือกล่องที่มีเครืองดืมมานั้นคือไอ้ณุก 
 
“สวัสดีครับคุณพ่อ คุณแม่ ไงวะคุณติณณภพ” มันหมั่นหน้ามาก และมันก็หันไปมองซอมพอ ตั้งแต่วันที่มันพาซอมพอไป ผมก็ไม่เห็นหน้ามันเข้ามาจนวันนี้
 
“สวัสดีครับคุณแฟนเพื่อนผม” มันหันไปทักซอมพอ ซอมพอเงยหน้าขั้นมองณุก ก่อนจะหันกลับไปทำงานที่หน้าจอทันที 
 
“อันนี้ ของ...น้อง..ซอมพอ” มันส่งชาเขียวให้ซอมพอทันที 
 
“เดี๋ยวนะพี่ณุกรู้ได้ยังไงคะ ตรียังไม่ได้บอกเลยว่าชาเขียวของซอมพอ “ ตรีญาดาเอ่ยขึ้น
 
“เพราะตอนที่ตรีเดินไปสั่งพี่ก็ไม่ได้อยู่กับตรี และตรีก็ยังไมได้อธิบายเลยว่าของใครเป็นของใคร ผมหันไปมองหน้ามัน 
 
“เดาเอา เพราะว่าของตรี น่าจะแก้วนี้ นมอัลมอลด์มิล และอันนี้”
 
“นี้ของนายกาแฟเอสเปสโซ “ณุกมันส่งแก้วกาแฟให้ผม
 
“และอันนี้ของคุณพ่อครับ “ ไอ้ณุกมันพูด 
 
“เดาเก่งนะพ่อคุณ “ แม่ของผมพูด

“แต่ไม่เคยเดาใจตรีถูกสักที” ตรีญาดาพูดและแอบค้อนไอ้ณุก มันหันหยักคิ้วให้ผม ผมรับแก้วกาแฟไป
 
“พี่ติณครับ ผมขอไปส่งแฟกซ์ก่อนนะครับ อันนี้พี่บอกว่าให้ส่งให้บริษัท ที่รับทำแหวนให้เรานะครับ”  ซอมพอบอกผมก่อนจะลุกขึ้น ผมพยักหน้า ผมสังเกตุเห็นว่าไอ้ณุกมันมองซอมพอตลอด 
 
“ติณ เห็นพนักงานบอกว่าเรามีออเดอร์เข้ามาเยอะเหรอลูก งานเยอะด้วยละซิ ถ้าอย่างนั้น แม่ว่าให้ตรีช่วยนะ “ แม่ผมบอกผม
 
“คุณแม่ครับ ผมว่าจะให้เจ้าสาวผมไปทำสวยนะครับ ผมไปซื้อครอส เจ้าสาวมาให้ว่าจะมอบให้ครบรอบที่เป็นแฟนกัน” ไอ้ณุกมันพูด มันเหล่ไปมองซอมพอทีกำลังสาระวนกับการการแยกเอกสารที่จะเอาไปส่งแฟล๊กซ์   
 
“แล้ว” แม่ผมหันไปถาม ณุกก็ส่งเอกสารให้ตรีญาดา 
 
“ทำครบทุกข้้นตอนเลยเหรอคะพี่ณุก แต่..”
 
“เอ๊ะอันนี้มีของคุณแม่ด้วยค่ะ” นั้นไงดูมันเอาใจแม่ผม 
 
“พ่อเขาก็จะไปผ่าเขา เขาปวดเขาไม่อยากรอ” แม่ผมอีกคน
 
“ผมนะมอบหมายงานให้มาร์คเพื่อนผมแล้วครับ ผมเลยกะว่าจะมาช่วยงานติณ และผมจะนัั่งทำงานใกล้ๆ เพื่อนรักของผม” ไอ้ณุกมันพูดและเดินมาหาผม กอดคอผม มองหน้าผม ผมว่ามันมีแผนการอะไรบางอย่างที่ไม่ค่อยจะดีสำหรับผมแน่ๆ ผมกอดอกและหันไปมองหน้าไอ้ณุกมัน 
 
“ผมต้องเรียนงานเยอะด้วยซิ “ ไอ้ณุกมันพูด กับผม 
 
“และตอนนี้ผมก็ได้รับคำเชิญจากลูกของลุงผม ให้ไปเป็นวิทยากรสอนนักศึกษาที่มหาวิทยาลัย ในภาควิชาบริหารธุรกิจทั่วไปแต่ไปในภาคค่ำนะครับ  “ ไอ้ณุกมันพูด ผมยอมรับว่าณุกมันเป็นคนก่ง และตอนนี้ผมได้ข่าวว่ามันกำลังจะได้เป็น CEO คนใหม่ด้วย

“แต่ไม่ต้องห่วง ผมนะจะเข้ามาช่วยติณได้เต็มที่แทนน้องตรีเอง” ผมหันไปมองไอ้ณุกที่มันกอดอกมองผมด้วยสายตาที่บ่งบอกว่ามันกำลังมีแผนอะไรกับผมอยู่  มันโตมากับผม ผมย่อมที่จะดูมันออก ผมพยักหน้าว่าได้ งั้นก็ลองดู
 
 
“ถ้าอย่างนั้นก็ตามนั้นนะ เพราะว่าติณต้องมีคนช่วย ส่วนยายตรีก็ให้เขาไปทำสวยก่อนแต่งก็แล้วกัน เพราะตาณุกก็ซื้อแพ๊กเก็ตมาให้แล้ว และพ่อเขาก็จะได้ไปรักษาเข่าของเขา เขาปวดทุกวันแม่ขี้เกียจฟังคนแก่โอดโอย
“ แม่ของผมพูดตัดสินให้เรียบร้อย 
 
“ขอบคุณนะคะพี่ณุก ฟ๊อด”  ตรีญาดาตรงเข้าไปหอมแก้มณุกทันที
 
“พ่อไปกันเลยไหม จะได้ไปนัดหมอทินกรเขา” แม่หันไปบอกพ่อผม พ่อผมพยักหน้า ผมรู้ว่าพ่อผมเข่าไม่ค่อยดี แต่หวงงาน ถ้าผ่าขึ้นมาก็พักยาว นี้คงจะผ่าก่อนงานแต่งยายตีแน่ๆ แต่ก็หลังงานหมั้น 
 
“พี่ณุก วันนี้ตรีอยากชวนไปดูหนังอ่ะ” 
 
“เออ..”ไอ้ณุกมันทำท่่าจะปฏิเสธย้องผมอีกแล้ว ผมหันไปเหล่มองมัน ช่วงนี้ตรีบอกผมว่ามันปฏิเสธตรีหลายครั้งและบ่อยมากขึ้นด้วย ผมมองเพื่อว่าจะได้ดักทางหาเหตุผลมันได้
 
“เออ..พี่ว่าจะชวนอยู่พอดีเลยค่ะ”แต่มันกลับล่ำทันซะก่อน
 
“จริงอ่ะ ถ้าอย่างนั้น ไปกันเลยนะ และจะได้หาอะไรทานกัน” ตรีญาดาพูด
 
“ติณไปดูกันไหม เรื่องนี้น่าสนุกวะ “ไอ้ณุกมันหันมาถามผม ผมก็เพิ่งพูดไปว่างานเยอะ
 
“กูงานเยอะ พาน้องกูไปเถอะมึง ” ผมหันไปบอกได้ณุกมัน อันที่จริงแต่ก่อนผมจะตามไปดูด้วยบ่อยนะ แต่หลังๆชักเริ่มไม่อยากไป เพราะไปก็เป็น ส่วนเกินแฟนเขาจะจู๋จี๋กัน เพราะว่าผมแค่พี่ชายแฟน
 
“ถ้าอย่างนั้นทำไมตรีไม่ลองชวนซอมพอไปด้วยละค่ะ เพราะว่าดูเหมือนจะซึมๆเนอะ ทำแต่งานเครียดไปหรือเปล่า” ไอ้ณุกมันพูดและมองผม
 
“จริงซิ ตรีว่าจะถามอยู่ดูซอมพอไม่ร่าเริงเลย ถ้าอย่างนั้นตรีชวนซอมพอไปด้วยนะพี่ติณ” 
 
“ก็ลองถามซอมพอดูแล้วกัน”
 
“ตรีพี่มีเรื่องอยากสารภาพนะคะ” ไอ้ณุกมันเดินเข้าไปหาตรีญาดาเพื่ออ้อดอ่อนทันที
 
“มีอะไรคะพี่ณุก “ 
 
“พี่...ทำแหวนหมั้นหาย”
 
“พี่ทำแหวนหมั้นหาย ..เราจะหมั้นกันแล้วนะคะ”
 
“พี่ทำของพี่หายคะ พี่ทำตกที่ไหนก็ไม่รู้พี่หาไม่เจอ เจอแต่ของตรี”ไอ้ณุกมันพูด ผมก็กอดอกมองหน้ามันไอ้นี้เยอะจริงๆ นี้จะให้เลื่อนงานหมั้นหรือไง
 
 
“พี่ณุกอ่ะ แล้วเราจะทำยังไงกันดี”
 
“เออ นี้ไงแหวนเยอะแยะ พี่เลือกสักวงและจ่ายเงินเลยก็ได้ค่ะ ส่วนแหวนแต่งงานเราก็ทำให้อลังการได้นี้ค่ะมีเวลาเหลือเยอะแยะ” ไอ้ณุกมันพูด ผมหันไปมองหน้ามัน และตรีญาดาด้วย
 
“ก็คงต้องตามนั้นคะ” ตรีญาดาพูดขึ้น ก่อนจะหันไปเปิดกล่องแหวนบนโต๊ะทำงานของผม 
 
“ตรีเลือกให้พี่ก่อนนะคะ พี่มีสายเข้า” ณุกมันพูดและหยิบมือถือขึ้นมาดูก่อนจะรีบเดินออกไป  ผมหันมามองน้องสาวผม ผมว่าผมน่าที่จะค้านตั้งแต่ก่อนที่จะรับคำขอเป็นแฟนกับไอ้ณุก แต่ที่ผมไม่ค้านเพราะผมเชื่อว่าไอ้ณุก มันจะรักและดูแลตรีได้ แต่ตอนนี้ผมรู้สึกว่าไอ้ณุกนี้แหละที่จำทำให้น้องสาวของผมเสียใจมากที่สุด 
 

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
ซอมพอ  X พี่ณุก
 ซอมพอ

ณูก

[ซอมพอ]
 
  ผมเดินมาส่งแฟกซ์เอกสารให้กับพี่ติณณภพ ผมเดินมาด้วยหัวใจที่เลื่อนลอย เมื่อเช้าผมตื่นมาทั้งน้ำตา เมื่อวานผมก็ไม่ได้มาทำงานหนึ่งวัน แต่ผมก็ต้องทำให้เป็นปกติที่สุดเพื่อไม่ให้พี่ติณณภพ เป็นหวงผมมากไปกว่านี้  งานก็เยอะ แถมต้องมานั่งดูแลเด็กหง้องแง่งอย่างผมอีก   
 
       ผมได้แต่นอนคิดนั่งคิดทั้งวันถึงเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับพี่น่านฟ้า ที่พี่เขาทำกับผมแบบนั้น นี้ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าพี่น่านคิดกับผมแค่น้องชาย อันที่จริงพี่ณุกเคยเตือนผมแล้วเรื่องนี้ ตอนที่ผมกำลังคบกับพี่ณุก พี่ณุกบอกว่าพี่ณุกดูออกว่าพี่น่านฟ้าไม่ได้คิดกับผมค่าพี่น้อง  ผมเองก็ไม่เชื่อจนเรื่องเกิดขึ้น หรือเขาแค่สับสนระหว่างหวงผมจนไม่อยากให้ใครได้ผมไป แต่ทะว่านั้นมันคือการทำร้ายผมชัดๆเลย และผมก็เสียใจหนักมากเพราะว่าพีน่านคือคนทีรักและเชื่อใจ และไว้ใจ 
 
“หมับ” ขณะที่ผมกำลังจะเดินผ่านห้องน้ำเพื่อจะกลับไปที่ห้องทำงาน ก็มีใครก็ไม่รู้มากระฉากแขนผมและลากผมเข้าไปในห้องน้ำโดยที่ผมยังไม่ทันได้ตั้งตัวพร้อมกับกดล๊อกประตู 
 
“พี่ณุก”  ผมเงยหน้ามองคนนั้น นัั้นคือพี่ณุก
 
“วันก่อนหนีพี่ทำไมซอมพอ” พี่ณุกถามผม เพราะว่าผมหนีเขากลับไปกับไดม่อน และเรื่องต่างๆนานาก็เกิดขึ้น แฟนนายไดม่อนก็มาด่าว่าผมอีก ทำให้ผมเริ่มคิดว่าอะไรๆมันทำไมเข้ามาพร้อมๆกันแบบนี้น่ะ หรือว่าเพราะ ผมเงยหน้ามองคนตรงหน้าอีกครั้ง ผมยืนนิ่ง ไม่พูดอะไร 
 
 
“พี่ถามว่าหนีพี่ทำไม”
 
“ผมไม่ได้หนีผมแค่ ไม่อยากไปกับพี่” ผมพูดและมองหน้าพี่ณุก ผมทำท่าจะเดินออกดีกว่า
 
“หมับ” เขาคว้าต้นแขนผมและจับผมผิงไว้กับกำแพง ผมมองหน้าเขา  และพี่ณุกก็ผลักผมเข้าไปในห้องน้ำพร้อมกับปิดประตู และเขาก็รีบล๊อกประตูห้องน้ำ ผมก็ยืนหลังชนกับผนังห้องน้ำ เพราะว่าห้องนี้เป็นห้องในสุด

“พี่จะทำอะไรผมพี่ณุก พี่ไม่ควรจะทำแบบนี้คุณตรีก็อยู่นี้” ผมถามพี่ณุกด้วยน้ำเสียงที่สั่น พี่ณุกใช้แขนของเขากั้นผมไว้ไม่ให้ผมหนีไปไหนได้ ผมได้แต่กลืนน้ำลายลงคอ ผมมองหน้าเขา สีหน้าที่ดูนิ่ง มันเดาได้ยากเหลือเกิน

“เป็นอะไร ทำไมดูเงียบ ๆ เหมือนมีเรื่องเลย” พี่ณุกถามผม ผมก็สูดลมหายใจเข้ายาวๆก่อนจะกลั้นใจตอบไปว่า

“ไม่มีครับ คุณณุก” ผมพูดตอบ

“ทำไมไม่เรียกพี่เหมือนเดิม” พี่ณุกถามผม  ผมเหลือบตาขึ้นมองเขา

“มันหางเหิน”

“ก็เราไม่มีสถานะอะไรที่ต้องเรียกแบบว่าเราสนิทสนมกันนี้ครับ “ ผมตอบกลับไปพี่ณุก ยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย

“เดี๋ยวนี้เป็นเด็กนิ่งๆไปได้ยังไงนะ แล้วคนที่ชอบวีนพี่ เหวียงพี่นะ เขาไปไหนซะละ “พี่ณุกถามผม ผมก็เหลือบตาขึ้นมองเขาและยิ้มมุมปากเช่นกัน

“กาลเวลามันคงทำให้ผมโตขึ้นมั้งครับ กาลเวลามันก็ทำให้ผมนิ่งด้วย แต่..”

“หึ” พี่ณุก

“กาลเวลามันทำให้ใครบางคนเปลี่ยนไปเช่นกัน จากที่เคยสุภาพ กลับกายเป็นคนเถือนไปได้เหมือนกัน” ผมพูดและมองหน้าพีณุกแบบจริงๆจัง พี่ณุกมองผมแบบจ้องมองแต่แฝงไว้ซึ้งความเจ้าเหล่ อันนี้ผมยอมรับว่าผมไม่เคยเห็นเขาในภาพพจน์แบบนี้มาก่อน พี่ณุกที่สุภาพของผมเขาหายไปแล้วหรือ

“เปลี่ยนดูมั้งไหมละ เพื่อว่าดิบๆเถือนๆจะได้อารมณ์กว่า” พี่ณุกพูดและเขาก็คว้าข้อมือผม แฟ้มเอกสารหลุดลงพื้น พี่ณุกขึงผมไว้กับกำแพง

“อย่านะ ..อย่าทำกับผมแบบนี้นะ พี่ณุก”ผมรีบห้ามแต่ไม่ได้ผล คนที่เคยสุภาพกับผมเมื่อเก้าปีที่แล้วมันหายไปแล้ว เหลือแต่ความเถือน พี่ณุก ไล่บดขยี่ปากผม แม้ว่าผมจะพยายามหันหนีแต่ก็ไม่ได้ผล จนสุดท้ายเจาก็จับใบหน้าผมล๊อกไว้ ผมปล่อยแขนผมเป็นอิสระแต่มันก่อนแรงไปได้ยังไงก็ไม่รู้ผม

“อืมมม...” ปากที่ถูกบีบและมันก็เผยอออกโดยอัติโนมัติ ลิ้นนั้นค่อยสอดเข้าไป พี่ณุกยิ่งบีบแรงขึ้นจนผมรู้สึกเจ็บที่ใบหน้า

“อืมมม” ผมยิ่งพยายามดิ้นรน ไม่นานผมก็ถูกปล่อยให้เป็นอิสระ

“เพียะ!” ฝามือน้อยๆของผมฟาดเข้าที่ใบหน้าหล่อๆนั้น ทำให้ใบหน้าเขาถึงกับสะบัด น้ำตาผมรินไหล ผมไม่ได้เจ็บที่ฝามือแต่ผมกับรู้สึกเจ็บที่ใจผมนี้ ผมไม่เคยคิดจะทำแบบนี้กับเขาเลย พี่ณุกค่อยๆหันหน้ากลับมา เขามองผม


“พี่มันป่าเถื่อนที่สุด” ผมพูดออกมาน้ำตาผมก็ไหล พี่ณุกมองหน้าผม

“ทำไม ตอนนี้พี่มันเถือน แล้วใครสุภาพ ไอ้ติณละซิ อย่าหวังว่าจะได้สวีทกันเลย พี่จะขวางทุกทางที่พี่จะทำได้ซอมพอ นายจะไปเป็นของคนอื่นไม่ได้ ในเมื่อนายเดินกลับเข้ามาในเกมส์ของพี่นายก็ต้องเป็นของพี่ “พี่ณุกพูด มันำทำให้ผมเงยหน้ามองพี่ณุก แบบมีคำถามว่าเพื่ออะไรกัน


“ก๊อกๆ “ เสียงเคาะประตู ผมสะบัดหน้าหันมามองพี่ณุก  พี่ณุกก็มองหน้าผม


“แม่งเอ่ย!  ใครวะ มาขัด” พี่ณุกสะบดออกมาอย่างหัวเสีย


“เรียกแม่บ้านมาที คุณตรีค่ะ วุ้นเห็นจริงๆค่ะ เรียกแม่บ้านมาเปิดเดี๋ยวนี้เลย” ผมก็ต้องกลืนน้ำลายพี่วุ้นแน่ๆ เลยผมตายแน่ๆเลยงานนี้

“แม่นี้ร้ายใช่เล่นนะ เดี๋ยวพี่จัดการเอง” พี่ณุกพูดและเขาก็มองไปรอบและพี่ณุกก็ปีน โถสุขภัณในห้องน้ำ พี่ณุกเขาพยักหน้าให้ผมออกไปก่อน และผมก็เดินออกมายืนด้านนอกห้องน้ำ ผมมองประตูที่กำลังถูกไข ผมยืนปาดน้ำตาให้แห้งที่สุดและผมก็เดินไปเปิดก๊อกน้ำเพื่อล้างหน้าและมือผม ผมจัดทุกอย่างให้เรียบร้อยเสื้อผ้าหน้าผม

“ปึก” ประตูห้องน้ำถูกเปิดออก ผมหันไปมองคนที่เข้ามาคนแรกคือพี่วุ้น


“วุ้นเห็นจริงๆค่ะ วุ้นเห็นซอมพอมันลากแฟนน้องตรีเข้ามาในห้องน้ำนี้ค่ะ” ผมหันไปมอง เห็นทั้งทีทำไมไม่เห็นให้มันถูก ผมนี้ต่างหากที่โดนเขาลากเข้ามา ตรีญาดาเดินเข้ามา  พี่ติณก็ตามเข้ามาและเดินมาหาผมทันที

“เป็นอะไรหรือเปล่าซอมพอ”

“ผมเหรอครับ ไม่นิครับ แล้วมีอะไรกันเหรอครับ” ผมถามและมองหน้าทุกคน

“ก็ฉันเห็นแกลาก...จูง คุณณุกแฟนน้องตรีเข้ามา เอาไปซ้อนไว้ไหน”

“ผมไม่ได้ซ้อนใครนี้ครับ ผมมาเข้าห้องน้ำ ล้างหน้า เพราะว่าผมรู้สึกง่วง” ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่งที่สุด


“ไม่จริง”  พี่วุ้นพูดและไล่เปิดห้องน้ำทุกห้อง ในนี้มีทั้งหมดสามห้องน้ำแต่


“เอออ..เออ.. “ ผมหันไปมองสีหน้าของพี่วุ้นที่ไม่พบอะไรเลย ผมเห็นห้องที่ผมอยู่นั้นมีหน้าต่างกระจกที่เพยอออก ผมว่าพี่ณุกคงปืนออกไป

“ไหนละคะ ที่คุณว่านะคุณวุ้น “ ตรีญาดาเดินมามองจ้องหน้าพี่วุ้นและกอดอก พี่ติณก็แตะที่แขนผมเบาๆ ว่าผมโอเคไหม

“ก็”

“พอค่ะ นี้ถ้าคุณว่างขนาดทีเอาเวลางานที่มีอยู่จนล้นมือมาคอยจับตาจับผิดคนอื่นแบบนี้ ดิฉันคิดว่าคุณก็ไม่ควรจะนั่งทำงานในฐานะอะไรได้หรอกค่ะ กลับไปนั่งอ่านพวกนิตยสาร ข่าวซิบซิบดาราดีกว่าไหมคะคุณวุ้น” ตรีญาดาพูด 

“คุณณุกอยู่นี้ไงคะคุณตรี” แม่บ้านทียืนอยู่ด้านหน้าห้อง และพี่ณุกก็เดินเข้ามาเขาทำหน้าตางวยงง และมองหน้าทุกคน


“มีอะไรกันครับ” พี่ณุกถามขึ้น

“ก็แม่วุ้นนะค่ะเขาบอกว่าซอมพอลากพี่เข้ามาในห้องน้ำ “

“ลากพี่..ลากทำไมครับ “

“คุณวุ้น คุณดูละครหลังข่าวมากไปไหมครับ “

“นี้ติณ นาจะหาคนทำงานที่ตั้งใจเอาเวลางานทำงานดีกว่านั่งจับผิดดีกว่าไหม”

“ก็”

“ยังอีกเหรอยังจะเถียงอีกเหรอคุณวุ้น คุณนะควรจะขอโทษซอมพอซะนะคะ”

“วุ้นพี่ว่า” พี่ติณกำลังจะเอ่ยปากพูด

“ก็ได้ ...กูไม่ทำแล้ว ครอบครัวประหลาด และกูจะคอยดูวันที่มึงต้องเป็นหม้ายขันหมาก กูจะหัวเราะให้” และพี่วุ้นก็เดินสะบัดออกไปทันที นั้นแปลว่าเขาลาออก ผมนี้รู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก ผมหันมามองตัวต้นเหตุที่ทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ ถ้าเขาไม่ลากแขนผมเข้าไปในห้องน้ำและพี่วุ้นไม่มาเห็นเพราะว่าเขาก็ไม่ชอบหน้าผมอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และยิ่งแบบนี้เขาคงอาฆาตพยาบาทผมไปทุกๆชาติภพแน่ๆ  ซวยจริงๆเลยซอมพอ

“ซอมพอ กลับห้องทำงานดีกว่า พี่ว่าจะสอนเราทำเอกสาร” พี่ติณณภพพูดและผมก็พยักหน้า ผมเดินเคียงคู่ไปกับพี่ติณ และพี่ณุกก็เดินคู่มากับตรีญาดาด้านหลังผม

“ซอมพอ ไปดูหนังกันไหม ตรีเห็นซอมพอเศร้าๆนะ “ ตรีญาดาถามผม ผมหันมามองพี่ติณ

“พี่ไปไม่ได้ครับ ซอมพอไปกับตรี..และ..พี่ณุก” พี่ติณณภพพูดแต่ตอนลงชื่อพี่ณุกนี้น้ำเสียงแปลกๆ

“ผมไม่อยากไปดูอ่ะครับ ผมไม่ค่อยชอบดูหนังในโรงหนัง” ผมรีบพูดปฏิเสธทันที

“ผิดศิลนะ โกหกนะ” พี่ณุกพูด ใช่เมื่อก่อนผมชอบอ้อนให้เขาพาผมไปดูหนัง ทั้งที่พี่ณุกบอกว่าดาวน์โหลดและมาดูในคอมพิวเตอร์ที่บ้านดีกว่า ผมก็งอแงต้องไปดูในโรงหนังเท่านั้นและตีโผยตีผายไม่ยอมท่าเดียวจนพี่ณุกต้องพาไปทุกครั้งไป แต่ครั้งนี้ผมกลับปฏิเสธเพราะว่าผมจะไปนั่งในฐานะอะไรคนที่สามของเขาสองคนงั้นหรือ   ผมหันมามองหน้าพี่ณุกและแอบถอนหายใจเบาๆ 

“พี่ณุก ว่าใครเหรอคะ” ตรีญาดาพูดถามพี่ณุก 

“ก็พูดลอยๆ ไม่ได้ว่าใครคะ ตรี” พี่ณุกพูด

“นะพี่ติณ ผมไม่อยาก...” ผมทำหน้าออดอ้อนพี่ติณณภพ

“ไม่ไปก็ไม่ไปครับ อยากอยู่ทำงานกับพี่” พี่ติณถามผม ผมพยักหน้าและยิ้มให้พี่ติณเหมือนเด็กๆ

“อะฮืม..แม้ติณ มีแฟนเด็กก็อย่างนี้นะ ขี้อ้อนเป็นลูกแมวเชียว” พี่ณุกพูดขัดผมสองคนซะอย่างนั้นและหันมามองผม ผมก็เบ้ปากให้ ใช่แต่ก่อนผมก็อ้อนเขาแบบนี้ แต่ตอนนี้ผมต้องอ้อนพี่ติณซิ

“ก็แฟนกัน อ้อนบ้างอะไรบ้าง ที่น้องกูอ้อนมึงกูยังไม่ว่าเลยนะ”พี่ติณหันไปพูดกับพี่ณุกและเปิดประตูเข้าห้องทำงานพอดี

“เออ ..พี่ว่า ...เรา..เอาไว้ดูเรื่องอื่นดีกว่าไหมคะตรี  พี่ไม่ค่อยอยากไปดูวันนี้ และตอนเย็นพี่ว่าจะแวะไปอาพี่หน่อยพี่จะให้พ่อพี่ไปอยู่โรงพยาบาลของอาพี่สักพัก” พี่ณุกพูดขึ้น และมันทำให้ตรีญาดาทำหน้าเศร้าขึ้นมาทันที

“เอานะ พี่จะชดเชยนะคะ และเรื่องนี้ไม่สนุกเลย พี่ชอบหนังแบบ รักสามเศร้าเราสามคน มันสนุกดี” พี่ณุกพูด ก่อนจะหันมามองผมและพี่ติณ พี่ติณยืนเอามือล้วงกระเป๋า เหมือนพี่ติณจะเข้าใจบางอย่างที่พี่ณุกสื่อออกมา ผมขออย่าให้เป็นแบบนั้นเลย  เพราะถ้าพี่ติณรู้ พี่น่านก็จะรู้ แล้วผมก็กลัวว่าพี่น่านจะทำในสิ่งที่ผมไม่อยากให้พี่น่านทำกับพี่ณุก

“ว่าแต่ตรีเลือกแหวนให้พี่หรือยังคะ แทนแหวนวงที่พี่ทำหายไป”พี่ณุกถามตรีญาดา

“เลือกแล้วคะ และอย่าทำหายอีกนะคะ แต่ตรีเสียดายวงนั้นซอมพอทำให้ซะด้วย “ ตรีญาดาพูด ผมก็มองว่าเกิดอะไรขึ้นเหรอ

“พี่ณุกทำแหวนหมั้นที่ซอมพอทำให้หายไปค่ะ “ ตรีญาดาพูด ผมก็แอบคิดว่าถ้าไม่อยากใส่วงที่ผมทำให้ก็น่าจะบอก เพราะถ้าผมรู้ว่าทำให้เขาผมก็จะปฏิเสธเหมือนกัน แอบโมโหลึกๆ

“แหวนแต่งงานให้ซอมพอทำให้ได้ไหมคะพี่ติณ”

“เออ..ผม..”

“ดูก่อนนะตรี ช่วงนี้ซอมพอเขาทำงานเอกสารแทน ถ้าอยากให้คนอื่นทำให้ ก็คงจะเพื่อนซอมพอเขาได้อยู่นะ ที่ชื่อกัสจังนะ เขาเก่งนะ” พี่ติณณภพรีบบอกปฏิเสธแทนผมทันที ผมก็หันไปยิ้มๆ ผมไม่เข้าใจว่าพี่เขาช่วยผมเรื่องนี้ทำไมแต่ผมแอบขอบคุณนะ

“ซอมพอ ตรีลืมบอกไปว่า งานวันหมั้นของตรีกับพี่ณุก ซอมพอถือพานแหวนหมั้นให้ตรีกับพี่ณุกนะ เราสองคนเลือกซอมพอ เพราะว่าซอมพอคือแฟนพี่ชายตรี” ผมสะบัดหน้าไปมองอย่างเร็ว อาการของผมเหมือนโดนค้อนทุบ ให้ผมไปถือพายแหวนหมั้นเขาอย่างนั้นหรือ 

“ตรี ดูท่าซอมพอเขาจะไม่อยากเป็นคนถือพาย พี่ว่าให้คนอื่นก็ได้มั้ง” พี่ณุกรีบพูดขึ้นมาทันที เขามองหน้าผม เหมือนเขาจะมีคำพูดกับผมแต่เขาก็ไม่พูด และหันไปพูดกับตรีญาดาแทน

“ทำไมละคะ ตรีชอบซอมพอ หรือว่าซอมพอ”

“เออ..คือ..ซอมพอไม่รู้จักใครในงานเลยและกลัวว่าจะดูไม่ดี” ผมพูดเบาๆ

“ตรีขอโทษนะที่ไม่ได้ขอก่อน และตอนนี้ตรีก็คงหาไม่ทันแล้วอ่ะ “ ตรีญาดาพูดด้วยสีหน้าที่กังวลใจ เพราะว่างานหมั้นจะวันเสาร์นี้แล้วนั้นคือพรุ่งนี้

“ก็ได้ครับ ผมจะทำให้นะครับตรี” ผมพูดแบบกะอักกะอ่วนใจยังไงบอกไม่ถูก พี่ณุกคอยมองผมตลอด ผมหันมามองพี่ติณณภพแทน เพื่อหลบสายตาเขา

“พรุ่งนี้พี่ไปรับเราแต่เช้าหน่อยแล้วกันนะครับซอมพอ” พี่ติณบอกผม ผมก็พยักหน้า

“ แต่ถึงยังไง เย็นนี้พี่ก็ต้องพาเราไปหาอะไรทานด้วยกันอยู่แล้วเพื่อชดเชยเมื่อเช้าพี่ไม่ได้พาไปทานขนมอร่อยที่คาเฟ่ประจำ” พี่ติณณภพหันมาบอกผม ผมก็ยิ้มตาหยีให้

“เออ งั้น..ไปด้วยกันเลยซิ ไปหาอะไรทานกันตอนเย็น” พี่ณุกพูด ผมหันไปมองพร้อมตรีญาดาและพี่ติณณภพที่ค่อยๆหันมองเช่นกัน

“ทำไมมึงต้องอยากไปไหนมาไหนกับกูสองคนกับซอมพอวะไอ้ณุก” พี่ติณพูดขึ้น ทำให้ตรีญาดาหันมามองและกอดอก

“ไหนพี่ณุกบอกจะไปคุยกับอาไงคะ” ตรีญาดาถามพี่ณุก ผมก็แอบสมน้ำหน้าในใจ

“เออ...พี่ลืมไปค่ะ ว่าพี่ต้องไปหาอา ..” พี่ณุกพูดและมองหน้าผม และผมก็หันมายิ้มให้พี่ติณณภพแบบคนรักกันให้ดู
   
    ผมก็เดินมานั่งที่คอมพิวเตอร์ โดยมีพี่ติณมานั่งข้างๆแบบใกล้ชิด พี่ติณจะสอนผมส่งงานไปบริษัทเป็นโรงงานผลิตของพี่ติณ พี่ติณว่าจะพาผมไปดูอาทิตย์หน้าหลังจากงานหมั้นของตรี เพราะว่าพี่ติณอาจจะออกไปดูงานที่นั้นบ่อยขึ้น

    “น้องซอมพอนี้เก่งนะครับ พี่อธิบายรอบเดียวทำได้เลย” พี่ติณบอกผม ผมก็เงยหน้าขึ้นมอง ใบหน้าพี่ติณณภพนะอยู่ใกล้ชิดกับผมมากจนลมหายใจพี่ติณรดที่ต้นคอผมเบาๆ

   “อะฮึม!” เสียงมีคนกะแอม คนนั้นก็คือพี่ณุกและตรีญาดาที่กำลังดูหนังสือเพื่อเลือกฉากงานแต่งแต่พี่ณุกซิ กับนั่งมองผมกับพี่ติณแทนที่จะช่วยตรีญาดาดู

   “เป็นอะไรเหรอคะพี่ณุก” ตรีญาดาถามพี่ณุก

   “สงสัยพี่จะเป็นหวัดค่ะตรี รู้สึกคันคอ พี่เกรงว่าพรุ่งนี้พี่” พี่ณุกหันไปบอกตรีญาดาที่ละสายตาจากหนังสือนิตยสารเกี่ยวพับการจัดงานแต่ง

   “พี่ณุกนี้ไม่ค่อยดูแลตัวเองเลยนะคะ เดี๋ยวตรีไปเอาน้ำอุ่นมาให้ค่ะ “ ตรีญาดาพูดและลุกขึ้นไป ผมหันมามองพี่ติณณภพ

   “ก๊อกๆ “ เสียงเคาะประตูและถูกเปิดออกจากพี่การตลาด

   “คุณติณคะ เชิญที่ห้องการตลาดแป๊ปหนึ่งได้ไหมคะ พอดีชิ้นงานมีปัญหาค่ะ” ผมเงยหน้ามองพี่ติณ

   “เดี๋ยวพี่มานะซอมพอ “ พี่ติณบอกผม ตอนนี้แหละที่เริ่มทำให้ผมเริ่มกลัว แม้ว่าพี่ณุกจะทำเป็นไม่สนใจแต่สิ่งที่ผมกลัวมากคือ ทุกคนออกไปจากห้องหมดแล้ว ผมก้มหน้าก้มตาคีย์เอกสารของพี่ติณลงคอมพิวเตอร์

   “หมับ” ผมรับรู้ว่ามีคนเดินมาด้านหลังผมและยังโน้มตัวลงมาด้านหลังผม ลำแขนที่เรียวยาววางกระหนาบข้างระหว่างตัวผมและมือเขาก็วางทับบนหลังมือผมที่กำลังคอนโทรนเมาส์คอมพิวเตอร์ ผมไม่ได้สะดุ้งแต่หันไปมองด้วยสายตาที่ไม่ค่อยพอใจในสิ่งที่เขาทำ พี่ณุก

   “ทำไมละ ที่พี่ติณยังทำได้ทำไม พี่ทำบ้างไม่ได้ละซอมพอ “พี่ณุกถามผม

   “ทั้งที่ พี่เคยทำมาก่อนมันอีกนะ ตัวหอมนะ ...ฟื้ด!!” พี่ณุกพูดและไม่พูดเปล่าเขายังสูดดมตัวผม จนผมต้องเบี่ยงตัวหนีแต่ก็หนีไม่ได้เพราะว่าติดแขนอีกข้างพี่ณุกอยู่

   “พี่อย่าทำแบบนี้ได้ไหมพี่ณุก เมื่อสักครู่ พี่ก็เกือบทำให้ผมซวยไปแล้ว “ ผมหันมามองจ้องพี่ณุก

   “แต่พี่ก็ช่วยแก้ให้แล้วนี้ครับ แถมนางก็ไปแล้วด้วย ไม่กลับมารังแกซอมพอของพี่อีก ยังไม่ขอบใจพี่เลยนะครับ..ให้พี่หอมสักทีก็ยังดีนะ เป็นการขอบคุณ”  พี่ณุกพูดและยื่นแก้มมาให้ผมแต่ผมเบนตัวออก

   “ก็เรื่องทั้งหมดมันเกิดจากพี่ไง” ผมหันมาพูดกับพี่ณุก

   “มันเพิ่งเริ่มต้นเองซอมพอ ...พี่มีอีกเยอะ และถ้ายิ่งสวีทกันกับติณโชว์พี่แบบนี้ พี่ก็จะมีมาให้เซอไพรส์บ่อยขึ้น เพราะว่า ....พี่หึง” พี่ณุกก้มลงมาพูดใกล้ชิดกับหูและแก้มผม ใกล้มากจนผมสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆนั้น ทำไมมันทำให้ผมขนรุกพิกล

   “อ้าวตรี” จู่ๆพี่ณุกก็พูดเรียกชื่อตรีญาดา ผมหันขวับไปมองทันทีแต่ไม่มี

   “ฟ๊อด!” เขาหลอกผมและยังไม่พอ เขาก็รีบหอมแก้มผมด้วย ผมถึงกับต้องยกมือขึ้นแตะแก้มตัวเอง และผมก็ง่างมือจะตบ

   “อยากเล่นตบจูบกับพี่เหรอซอมพอ ตบมาพี่จูบ” พี่ณุกพูดและยิ้มให้ผม ผมก็ต้องชะงัก

   “ตบซิ พี่รออยู่” พี่ณุกพูด แต่จังหวะนั้น ประตูกำลังถูกเปิดขึ้น

   “พี่ณุกค่ะชามะนาวค่ะ” ตรีญาดาเดินเข้ามาพร้อมกับแก้วชา และมองมาที่พี่ณุกที่ยืนอยู่ข้างๆผม เขาเปลี่ยนจากโน้มตัวลงมาจนแนบตัวผมกลายเป็นยืนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

   “พอดีซอมพอเขาถามเรื่องคอมพิวเตอร์กับพี่นะคะ พี่เลยมาช่วยดูให้” พี่ณุกพูดและเหลือบมองลงมา

   “ครับตรี” ผมพูดตรีญาดา

   “พี่ณุกค่ะ มาดื่มชามะนาวก่อนค่ะ ดื่มตอนอุ่นๆเลยนะคะ และตรีจะต้องไปทำเล็บอีกและพี่ณุกก็บอกจะไปหาคุณอาด้วยไม่ใช่หรือค่ะ “ ตรีญาดาพูด พี่ณุกก็เดินไปรับแก้วชาจากตรีญาดา และนั่งลงบนโต๊ะทำงาน ผมก็ก้มหน้าก้มตาคีย์ข้อมูลแต่ใจผมนี้มันเต้นรัวๆยังไงก็ไม่รู้

   “ฟ๊อด” เสียงที่รับรู้ได้ว่าเขาหอมมือตรีญาดา มันดังมากจนผมได้ยิน เหมือนกับว่าเขากำลังแกล้งผมด้วย ต่อให้ผมพยายามบอกตัวเองยังไงว่าไม่ให้รู้สึก    

   “อ้อนแบบนี้เอาอะไรอีกละพี่ณุก” ตรีญาดาถามพี่ณุก

   “อ้อนคู่หมั้นคนสวยบ้างไม่ได้เหรอครับ” พี่ณุกพูด

   “จะว่าไปตื่นเต้นจังเลยอ่ะ แต่จะให้ดี เราเลื่อนวันแต่งเข้ามาได้ไหมอ่ะพี่ณุก ตรีอยากให้เป็นเดือนหน้าเลยค่ะ” 

   “พี่ว่าตามฤกษ์ที่ทางผู้ใหญ่หาให้ดีกว่าไหมค่ะ เพราะว่าตรีก็ต้องไปถ่ายพรีเว็ดดิ้ง อีกสามอาทิตย์หลังหมั้น และอีกแค่สามอาทิตย์เองก็จะแต่งงานไม่ใช่เหรอค่ะ ไม่เห็นนานเลย ทำรูปตั้งหน้างานแต่งจะทันหรือเปล่าก็ไม่รู้” พี่ณุกพูด

   “ ซอมพอ” พี่ติณเข้ามาในห้องพอดี ผมหันไปมอง

   “ไปโรงงานกับพี่ไหม”

   “อ้าวไปทำไมอะ” พี่ณุกกับเป็นฝ่ายถามพี่ติณแทนผม

   “กูชวนซอมพอครับไอ้คุณณุก” พี่ติณณภพพูดและผมก็รีบลุก ผมก็ไม่อยากอยู่ตรงนี้เหมือนกัน ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูนที่จะทนได้เช่นกัน ผมลุกขึ้นและเดินไปหาพี่ติณ ผมส่งยิ้มหวานๆให้พี่ติณ

   “ตรีบอกแม่ด้วยนะว่าไม่ต้องรอพี่ทานข้าว พี่จะแวะพาซอมพอไปหาร้านอาหารทานกัน” พี่ติณณภพพูดและผมก็จับแขนพี่ติณณภพ เหมือนการควงแขนมากกว่า และเดินออกจากห้องไปทันที ผมยิ้มให้พี่ติณแต่ใจผมนี้เจ็บเหมือนมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแท่งอยู่แบบนั้น ทำไมไม่เลิกรู้สึกอะไรแบบนี้กับพี่ณุกซะที หยุดได้แล้วเขาจะแต่งงานกันอยู่แล้ว และพรุ่งนี้เขาก็จะหมั้นกันอยู่แล้วด้วยซอมพอ ผมเหลือบมองคนที่จับมือผมไว้ คนนี้ซิที่นายควรจะรู้สึกแต่ผมกับให้ความรู้สึกที่ไม่แตกต่างไปจากพี่น่านฟ้าเลย ผมกลับรู้สึกเหมือนพี่ติณณภพคือพี่ชายผมอีกคนยังไงก็ไม่รู้
****************************************************************************
ตอนหน้าอาจจะมาลงอีกสองสามวันค่ะ ตอนหน้าค้อนข้างดราม่าเพราะว่าซอมพอต้องอยู่ในจุดที่เจ็บปวดที่สุดที่จะต้องทนเห็นผู้ชายที่ตัวเองรักเข้าพิธีหมั้นต่อหน้า ...คนเขียนค่อนข้างกังวลจะสื่อยังไงดีนะให้ออกมาดี  :heaven :katai4:
ดูแลสุขภาพด้วยนะคะคนอ่านทุกคน รักคนอ่านจัง จุ๊บ จุ๊บ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-08-2020 19:43:44 โดย Tanthai23 »

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด