[PartTime] บันทึกรัก...ฉบับพาร์ทไทม์ YY [ตอน 10 : ความเชื่อใจ] UP:30/JUN/2020
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: [PartTime] บันทึกรัก...ฉบับพาร์ทไทม์ YY [ตอน 10 : ความเชื่อใจ] UP:30/JUN/2020  (อ่าน 486 ครั้ง)

ออฟไลน์ วาฬออก้า

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 13
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
***************************************************************************************
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17



เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

*****************************************************************************************
 :ruready :ruready :ruready



Partime Job

วันที่ 1 พฤษภาคม 2563
   วันนี้เป็นวันเริ่มทดลองงานเป็นวันแรก ทำไมเราถึงเป็นที่ซวยได้ขนาดนี้
เริ่มงานวันแรกก็เจอตรงกะวันหยุดเลย นี่มันวันแรงงานของเรา ได้แต่คิดและก็ย้ายร่างของตัวเอง ของจากเตียงงง เห้อออออออ.....

   “ชาย ตื่นได้แล้วนะลูก วันนี้เริ่มงานพาร์ทไทม์วันแรกนี่ แม่ทำกับข้าวไว้ให้แล้ว รีบลงมากินเลยนะ!!”
   เสียงเรียกประจำวันที่คุ้นเคย ผมอยากได้ยินในทุกๆเช้า ก่อนออกไปผจญภัยโลกกว้าง

   “คร้าบบบ แม่ ผมกำลังจะลงไปละ โครม.....!!!!”
   ผมรีบตอบแม่ออกไป ก่อนจะรีบวิ่งลงไปข้างล่างโดนไม่ทันดูบันไดทางเดินให้ดีเสียก่อน
ผลคือ.... ลงมานอนกองเอ้งเม้งตรงบันไดขั้นสุดท้าย..

   “ระวังหน่อยสิลูก ช่วงนี้บ้านเรายิ่งลำบาก แม่ไม่เงินมาซ่อมบันไดหรอกนะ”
   แม่แซว พลางยิ้มกับความเด๋อดาของลูกชายคนเดียวสุดที่รัก

   “แม่...”
   ผมได้แต่ยิ้มกับมุกที่แม่เคยเล่นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่มีเบื่อ.. ชอบบรรยากาศแบบนี้จัง
 ถ้าพ่ออยู่ด้วยอีกคนก็คงดีสินะ.... 

   “มากินข้าวด้วยกันเร็ว..เดียวแม่รีบออกไปทำงานอีก วันนี้มีไก่ตุ๋นน้ำใสของโปรดลูกเลยนะ”

   “ครับ จะกินให้อิ่มถึงเย็นไปเลยยย”

   “วันนี้ให้แม่ไปส่งไหม ทำงานวันแรก”

   “ไม่อ่ะครับ วันนี้ว่าจะลองปั่นจักรยานไป ไม่ไกลมาก แม่รีบไปทำงานเถอะ”

   “จ้าคนเก่งอย่าลืมข้าวกล่องบนโต๊ะละ  มีอะไรก็โทรหาแม่นะ”

   “ครับ”
   ผมตอบรับไปอย่างร่าเริง โดยไม่รู้ตัวเลยว่าเหตุการณ์วันนี้มันจะเป็นจุดเริ่มต้นของหายนะในชีวิตผม


   “ ไปละนะครับ ไว้ตอนเย็นเจอกันครับ”

   “ค่อยๆขี่จักรยานนะลูก เมื่อคืนฝนตกถนนน่าจะลื่น”
   ผมควบจักรยานก่อนจะเปิดเพลงโปรดฟังทุกเช้าเป็นประจำ ฮัมเพลง
เบาๆปั่นจักรยานไปที่ทำงาน โดยไม่ฟังคำเตือนของแม่เลย

   “You are my everything Nothing your love won’t bring My life is yours alone
The only love I’ve ever known...≈”


   ซ่า.......


   “เฮ้ยยย!!!!”
   เสียงชายปริศนาดังลอดผ่านหูฟังเข้ามา ผมหันไปหาต้นตอของเสียงนั้น ก่อนที่จะได้พูดขอโทษอะไร
ก็ได้ยินเสียงสวดปนด่า ลอดเข้ามาอยู่เรื่อยๆๆ

   “เชี้ยยยย  ขี่รถภาษาไรว่ะ ทำคนอื่นเข้าเลอะหมด  กูมีงานต่อจะทำยังไงละ เดียวแม่ก็โดนพี่กูบ่นอีก”
   ชายปริศนายังคงบ่นๆๆ ไม่หยุด

   “ขอโทษครับ พอดีเมื่อกี้ผมไม่ได้มองทาง ยังไงเอานี้ไปเช็ดก่อนนะครับ”
   ผมพูดพลางคว้านหาทิชชู่เปียกในกระเป๋า ยื่นส่งให้ชายปริศนา

   “เชี้ยยยยยยยย ... นี่มันสก๊อตไบร์ท คนบ้าไรพกสก๊อตไบร์ทติดตัวกันว่ะ”
   หืมม ผมมองของในมือตัวเอง “เห้ยมันมาได้ไงอ่ะ เมื่อเช้าล้างจานแล้วก็เก็บไว้ในครัวแล้วนี่น้า”

   “อ่ะนี่ครับ เดียวผมเช็ดให้นะครับ” ผมพูดก่อนเช็ดไปที่กระเป๋ากีต้าร์

   “เห้ย อย่ายุ่งนี่ของสำคัญ กู ถ้าพังมาละมึงจะรับผิดชอบยังไง ไม่ต้องยุ่ง”
   ผมเริ่มจะทนกับความเยอะของเค้าไม่ไหวแล้ว

   “ละจะเอายังไงครับ?  ไม่รู้ว่าตอนเด็กๆไปกินกบ กินเขียดมาหรือไง โดนน้ำหน่อยเดียวร้องอยู่นั่น”
   เอาละสิปากพาซวยอีกแล้ว แค่นี้ยังมีเรื่องไม่พออีกหรอ ได้แต่บ่นในใจที่ฟิวขาดไป

   “อ่าว พูดงี้มึงอยากมีเรื่องหรอ”

   “ผมไม่ได้อยากมีเรื่องแต่ ผมก็ขอโทษไปแล้วและพยายามรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว คุณต่างหากที่ หาเรื่องผมอยู่ตลอด ผมรู้ผมผิด ซึ่งผมก็พยายามขอโทษและช่วยในสิ่งที่ผมทำได้อยู่ คุณน่าจะรับฟังเหตุผลผมสักนิดนะครับ”
   ผมพยายามอธิบายรายละเอียดโดยเก็บอารมณ์สุดๆ >*<

   “กูก็ไม่อยากมีเรื่อง แค่ไม่อยากให้ยุ่งกับของสำคัญแค่นั้นแหละ ช่างมันๆ วันนี้กูมีงานต่อ เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ เวลาเดิมมึงค่อยมาเจอกูที่นี้อีกที ละค่อยตกลงกันว่าจะเอาไง กูไปละ กูรีบ!!”

   “เดี๋ยวนะ จะมีพรุ่งนี้อีกหรอ...เป็นไบโพลาร์ไงว่ะ เดียวดีเดียวร้าย บทจะจบก็จบ คนสมัยนี้”
   ผมพูดงึมงำ ก้มดูนาฬิกาตัวเอง สายแล้วนี่หว่า ตายๆๆ พลางเหลือบมองเห็นกระเป๋าสตางค์ตกอยู่ ของใครกัน ขอถือวิสาสะเปิดดูหน่อยนะ ของนายคนนั้นสินะ บัตรประจำตัวประชาชน นายปักษธร  จิตตรีเมธากุล ชื่อเพราะแหะ แต่มายาทไม่ค่อยดี ไว้พรุ่งนี้เจอกันค่อยคืนละกัน..สายแล้ว

   ณ Café Pet’s

   “สวัสดีครับ ขอโทษนะครับ พอดีผมมีปัญหานิดหน่อย เลยมาช้ากว่าเวลานิดหน่อยครับ”
   ผมพูดพร้อมกับยกมือไหว้ขอโทษ อย่างผู้มีมารยาทสุดๆๆ >//<

   “ไม่เป็นไร รีบเข้าไปเปลี่ยนชุดหลังร้านเร็ว เดียวผู้จัดการมาเห็นเข้าจะดุเอา”
   หัวหน้าพนักงานตอบรับ พร้อมกับชี้นิ้วไปทางห้องพักพนักงาน เพื่อให้ผมรีบเข้าไปเปลี่ยนชุด

   “เดี๋ยว!!! พนักงานใหม่หรอ ”
   เสียงพูดแรกขึ้นมา ก่อนที่ผมจะได้เปลี่ยนชุด

   “ครับ พี่กาย พนักงานพาร์ทไทม์คนใหม่ ชื่อชายครับ มาทำงานพิเศษช่วงปิดเทอมครับ น้องเค้าหลงทางครับ
 เลยมาสายนิดหน่อย น้องชาย นี่พี่กายนะสัตวแพทย์และเจ้าของร้านนี้”พี่ดินพูดพลางส่งสายตายิบๆ แก้ตัวให้ผม

   สกาย หรือพี่กาย สัตวแพทย์หนุ่มผู้จัดการร้าน ชายหนุ่มมาดผู้ดี สูง ผิวนวล เป็นที่หมายปองของสาวๆ

   “หลงทาง? ตอนมาสมัครงาน ทำไมไม่หลงล่ะ?” พี่กายถามผม

   “เออ..คือ พอดีเมื่อเช้าผมมีปันหานิดหน่อยระหว่างทางมาครับ เลยสาย ขอโทษด้วยนะครับ จะพยายามปรับปรุงตัว
ให้ดีขึ้นครับ” ผมพูดพร้อมโค้งหัวลงขอโทษ

   “รู้ตัวว่าผิดแล้วยอมรับก็ดีละ รีบไปเปลี่ยนชุดพนักงานเถอะ “ พี่กายตอบพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้ละลายได้ภายใน 2 วินาทีเลยทีเดียวเชียว

   “ครับ” ผมตอบพร้อมวิ่งเข้าห้องแต่งตัวพนักงาน จนไปชนเข้ากับรถเข็นขนมจนหน้าคะมำเข้าไปในกองเค้ก


   โคร้มมม


   ชาย!!! เสียงพี่กายและพี่ดินร้องเรียกพร้อมกับหัวเราะที่เห็นสภาพผม

   “ขอโทษครับ พอดีผมรีบไปหน่อย ยังไงค่าเค้กนี่ หักจากเงินผมเลยก็ได้ครับ ขอโทษจริงๆครับ”ผมโค้งคำนับเป็นร้อยครั้ง ก่อนจะรีบขอโทษไม่ขาดสาย

   “ไม่เป็นไร อันนั้นขนมหมดอายุแล้ว พอดีพี่ให้ดิน เตรียมเอาไปทิ้งแล้วล่ะ ชายอย่าคิดมากเลย ไปล้างหน้าล้างตา เถอะ” พี่กายพูดพลางอมยิ้มเล็กๆ

   “ทิ้ง!! ขนมอร่อยๆแบบนี้ น่าเสียดายนะครับ ถ้างั้นผมขอเอากลับไปทานที่บ้านได้ไหมครับ?”
ผมพูดขอด้วยความเสียดาย
   พี่กายกับพี่ดินมองหน้ากัน เบิกตาโพลง

   “อร่อยขนาดนั้นเลยหรอ” พี่ดินถามผมพลางอมยิ้ม

   “ก็ใช่สิครับ ของอร่อยแบบนี้ ถ้าทิ้งไปก็น่าเสียดาย ให้พนักงานทานน่าจะดีกว่า” ผมพูดพร้อมกับชี้ไปที่คัพเค้กสตอเบอรี่ ถ้วยสีชมพูพลาสเทล

   “ 555 ชาย ขนมพวกนั้นมาจากโซน Bake For Bark นะ ไม่ใช่โซนของ Desert ครับ” พี่กายพยายามอธิบาย

   “ ใช่ Bake For Bark ของน้องหมานะ ไม่ใช่ของคน 555” พ่ดินพูดพูดเสริมพร้อมกับหัวเราะชอบใจ

   “อ่าววว...อายจัง... ผมเผลอพูดออกไปหมดเลย”พูดพูดแก้เขินก้มหน้าก้มตา

   “ไม่เป็นไรหรอกนะ แบบนี้ก็น่ารักดีออก” พี่กายพูดพร้อมกับลูบหัวผม ช้อนคางขึ้นและหยิบทิชชู่มาเช็ดหน้าให้ผม
   มองใกล้ๆแบบนี้พี่กายหล่อจัง ดวงตาตี๋เล็ก จมูกคมได้รูป ริมฝีปากอวบอิ่ม มองแล้วเคลิ้มดีจัง 
>//////< ตึกๆ ตึกๆ ทำไมหัวใจเราเต้นแรง เดี๋ยวนะ!!! ดึงสติแปป กูมาทำงานๆๆ ท่องไว้ๆๆชาย

   “เออ เดียวผมเช็ดเองก็ได้ครับ”ผมพูดพร้อมกับแย่งทิชชู่จากมือพี่กายแล้ววิ่งเข้าห้องพักพนักงานทันที ทำไมเราถึงเป็นแบบนี้นะ เห้อออ ตั้งสติๆๆ ทำงานๆๆ

   “เดียวผมเข้าไปดูน้องเองครับ ผู้จัดการไปห้องตรวจเถอะครับ” พี่ดินพูดพร้อมกับเดินตามผมเข้ามาในห้อง

   แกร๊งงงง เสียงกระดิ่งประตูร้านดังขึ้น


   “เดียวพี่ออกไปดูเอง รีบเปลี่ยนชุดเถอะ” พี่ดินบอกผมก่อนที่จะทิ้งผมแต่งตัวในห้องเปลี่ยนชุดพนักงาน

   “Café Pet’s สวัสดีครับ อ่าว มุน ทำไมวันนี้มาสายล่ะ เมื่อคืนเล่นดึกหรอ”เสียงพี่ดินทักทายอย่างเป็นกันเอง

   “ป่าวพี่ พอดีเมื่อเช้ามีเรื่อง ไอ่บ้าที่ไหนไม่รู้ ขี่รถไม่ดูทาง น้ำกระเด็นเบอะหมดเลย ต้องกลับห้องไปเปลี่ยนชุดใหม่ เออว่าแต่รถจักรยานหน้าร้านรถใครอ่ะพี่ คุ้นๆเหมือนคันที่ทำน้ำสาดใส่ผมเลย” เสียงชายปริศนาตอบกลับพี่ดิน

   “อ่อ พนักงานใหม่อ่ะมาทำที่งานวันแรก ตอนนี้เปลี่ยนชุดในห้อง น่ารักนะ แบบที่นายชอบเลยล่ะ”พี่ดินแซวมุน

   “จริงหรอพี่ ไหนขอไปดูหน้าหน่อย” มุนพูดพร้อมกับเดินเข้ามาให้ห้องแต่งตัวที่ผมกำลังเปลี่ยนชุด

   “นาย!!!” มุนมองมาที่ผมทำหน้าเลิกลั่ก

   “นาย!!” ผมตอบกลับด้วยความตกใจ

........................................
Bon-Hwa


**เพิ่งลองแต่งครั้งแรก มีอะไรแนะนำกันมาได้นะครับ ขอบพระคุณครับ**
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-06-2020 19:21:07 โดย วาฬออก้า »

ออฟไลน์ วาฬออก้า

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 13
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
       


           “นายมันคนเมื่อเช้านี้นิ ที่ทำชุดฉันเลอะ ฉันเลยมาทำงานสายวันนี้” มุนสาธยายเป็นชุดๆ
       
       “ก็ขอโทษแล้วนิครับ ให้อภัยผมเถอะ อ่ะนี้ นายทำตกไว้เมื่อเช้า” ผมพูดพร้อมกับยื่นกระเป๋าสตางค์ที่ผมเก็บได้เมื่อเช้าคืนเจ้าของ

       “นั่นไง ทำเค้าเลอะแล้วยังเป็นขโมยอีก เมื่อเช้าฉันเกือบไม่มีเงินจ่ายค่ารถแท็กซี่ จนต้องเดินมาทำงานก็เพราะนายคนเดียว” มุนยังคงบ่นเป็นชุดใหญ่

       “อ่าวนาย 2 คนรู้จักกันแล้วหรอ?” พี่ดินถามด้วยความสงสัย

       “ป่าวครับ ผมแค่บังเอิญเจอเมื่อเช้า เค้าคงไม่ค่อยอยากรู้จักกับผมหรอกครับ”ผมอธิบายให้พี่ดินฟังพร้อมกับเหน็บแหนมคนข้างๆ หุหุ

       “เห้ย!! อย่าเล่นแบบนี้ ช่วงนี้มันเปลี่ยวใจอยู่ อีกอย่างมุนมันยิ่งแพ้คนชอบประชดแบบนี้อยู่นะ”พี่ดินพูดพร้อมกับทำหน้าตายิ้มกริ่มใส่มุน

       “พี่ดิน !! ผมขอตัวไปเปลี่ยนชุดทำงานก่อนนะ” มุนพูดพร้อมทำหน้าค้อนพี่ดิน
       
       “ละก่ขอบใจนายละกัน ที่เก็บเป๋าตังค์มาให้”มุนพูดพร้อมเดินฉิวไปห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า

       “เอาเถอะๆ ชาย เปลี่ยนชุดเสร็จแล้วก็ออกมาหน้าร้านพี่จะได้เทรนงานให้ หรือจะรอ มุนดี?” พี่ดินพูดเหย้าหยอก

       “ครับ รีบไปเถอะพี่ เดียวลูกค้าเข้ามาก่อน” ผมพูดตัดบทก่อนจะยืดยาวไปกว่านี้

       “พี่จะให้เราประจำอยู่โซน Desert ละกันนะ เพราะโซน Bake for bark รายละเอียดเยอะทั้งพันธุ์หมาที่เหมาะกับขนมแต่ประเภทอีก ค่อยฝึกไปละกันนะ” พี่ดินพูดพร้อมกันพาผมเดินไปที่โซน Desert
       โหหหห  โซนหมาว่าน่ากินแล้ว โซนนี้ยิ่งโครตน่ากินเลย ผมนึกในใจเงียบๆคนเดียว
       “เมนูเด็ดของร้าน คือ Cup Cake Strawberry with fresh cream เป็นเนื้อคัพเค้กนุ่ม กับครีมหวานมัน รสชาติจะหอมมันครีมสด ตัดกับแยมสตอเบอรี่และเนื้อสอเบอรี่ที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว ลงตัวกันที่สุด ถือเป็นขนมเค้กที่ใครมาที่ร้านก็ต้องลองทาน..บลา” พี่ดินไล่อธิบายขนมในร้านแต่ละชิ้น เป็นชุดๆ เห้อน่าเบื่อจริงๆ
       ฝั่ง Bake For Bark ก็มีนายมุนมายืนมองหน้าจ้องตาเขม็ง หาเรื่องกันตลอดเวลาเลยหรือไงคิดถูกคิดผิดเนี้ยมาทำงานร้านนี้ เพื่อนร่วมงานก็ดูจะไม่ค่อยขี้หน้าเราเท่าไร่ เห้ออ ทำไมต้องเป็นเราด้วย จะต้องพยายามเป็นมิตรตีสนิทมุนให้ได้ อย่างน้อยบรรยากาศที่ทำงานจะได้ดีขึ้น

       “ชาย !! ฟังพี่ไหมเนี่ย ใจลอยไปถึงไหนแล้ว” พี่ดินทำเสียงเอ็ด
       
       “ฟังๆ ฟังครับ ขอโทษครับ พอดีผมคิดอะไรเพลินๆนิดหน่อยครับ” ผมพูดพลางยกมือไหว้ขอโทษพี่ดิน
       
       “เอ้า มุน!! มึงจะจ้องหน้าชายมันทำไมหนักหนา มาๆมาสอนมันแทนกูที กูไปทำขนมต่อก่อน” พี่ดินพูดพร้อมกับก้าวขาเข้าห้องอบขนมไป

       “เห้ย!!!   พี่!! ผมสอนคนไม่เป็น...”มุนพยายามตอบปฏิเสธแต่พี่ดินไม่สนใจ

       “มา กูสอนเอง” มุนพูดเสียงแข็ง

       “เดียวก่อนนะ ผมชื่อชายนะ ยังไงผมขอโทษเรื่องเมื่อเช้าอีกครั้งนะครับ ผมว่าเราเริ่มต้นกันไม่ค่อยดีเท่าไร่ ยังไงลืมๆมันไปแล้วเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันนะครับ” ผมพยายามอธิบายและพูดดีๆกับมุนอีกครั้ง

       “อืม กูก็ขอโทษมึงด้วยละกัน พอดีหน้าตามึงคล้ายคนที่กูรู้จักคนนึง เรียกกูว่ามุนละกัน” มุนท่าทีเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆอธิบายเรื่องขนมต่อให้ผมฟัง...

       “มุน นายดูชอบขนมมากเลยอ่ะ ชอบทำขนมมากหรอ เวลานายอธิบายขนมแต่ละชิ้นดูนายมีความสุขมากเลย”ผมถามมุนด้วยความสงสัย
       
       “ป่าว กูชอบเล่นดนตรีมากกว่า ขนมก็แค่งานอดิเรกช่วยพี่ชายทำเป็นครั้งคราวเฉยๆ”มุนอธิบาย

       “อ่อ มิน่าเมื่อเช้านายแบกกีต้าร์มาด้วย นายเล่นดนตรีกลางคืนหรอ ร้านไหนอ่ะ? เพื่อมีโอกาสแวะไปฟัง” ผมทำท่ากระตื้อรือล้นอยากฟังมุนร้องเพลง

       “รอมึงกะกูสนิทมากกว่านี้ละกัน ไม่ต้องไปที่ร้านหรอก ที่บ้านกูก็เล่นให้มึงฟังได้เดียวกูไปโซนนู้นก่อนลูกค้ามา”มุนอธิบายพร้อมกับเดินกลับฝั่ง Bake for bark

       ทำไมต้องสนิท?ถึงจะฟังเพลงได้ ไม่เข้าใจ ได้แต่คิดแล้วก็สงสัย? ผมพึมพำกะตัวเอง

       “ไง เป็นไงมั้ง ชายขายได้สักชิ้นหรือยัง?” พี่ดินถาม

       “แหะๆ ยังเลยครับ มัวแต่เรียนกะมุนอยู่  พี่ดินครับ เคยฟังมุนร้องเพลงไหม? เค้าขี้อายหรอครับ”ผมถามพี่ดินด้วยความสงสัย

       “ป่าวหรอก มุนมันหน้าด้านจะตาย แต่มึงเป็นคนประเภทที่มันแพ้ทางต่างหากล่ะ” พี่มุนพูดเสร็จกะเดินเข้าห้องทำขนมไป

       “เดี๋ยว พี่ดิน แพ้ทางอะไร?” ผมถามพี่ดินตอบกลับด้วยการโบกมือโดยไม่หันมามองสักนิด

       แกร๊งงงง

       “Café Pet’s สวัสดีครับ”ผมพูดต้อนรับลูกค้าโดยยังสงสัยกับคำพูดของพี่ดิน

       “พนักงานใหม่หรอค่ะ หล่อจัง ถ้าเหมา Cup Cake Strawberry  10 ชิ้นจะแถมไลน์คนขายไหมน้า” หญิงสาวอายุไล่เลี่ยกะผมกำลังจะต้อย...ผม

       “อ่อ..คือ ครับ” ผมยิ้มเขินตอบกลับไป

       “เอา คัพเค้กสตอเบอรี่ 2 ชิ้นค่ะ ละก็  Ice Tea Lemonade แก้วนึงค่ะ”

       ซวยแล้ว ไอซ์ที เลม่อนเนดอะไรทำไม่เป็น ผมทำหน้าตาเลิ่กลั่ก ก้มหาสูตรส่วนผสม ชนข้าวของบนเค้าเตอร์ล้มไปหมด

       “ขอโทษนะครับ คุณลูกค้าต้องการเครื่องดื่มอะไรนะครับ” มุนผู้เข้ามาช่วยผมได้ถูกที่ถูกเวลาเป๊ะ!!

       “มึงไปเอาคัพเค้กใส่กล่องให้ลูกค้า กูชงเอง”มุนกระซิบผม พร้อมยิ้มแย้มพูดคุยกะลูกค้าอย่าง

       “นี่ครับ ทั้งหมด 180 บาทครับ”มุนแจ้งรายละเอียดลุกค้า
       
       “นี่ค่ะ แล้วไหนล่ะไลน์น้องคนนั้นอ่ะ” ลูกค้าสาวพูดพลางเหลือบมองผมที่แอบอยู่หลังเค้าเตอร์เค้ก

       “555 คนนั้นเด็กใหม่ผมเองครับ คงให้ไม่ได้ยังไงครับ เป็นไลน์ผมแทนไหมครับ” มุนพูดพร้อมท่าทีเหย้าแหย่ลูกค้า

       “อุ้ย!!!   เด็กน้องมุนก็ไม่บอก เสียดายจุง ยอมน้องมุนคนเดียวเลยนะเนี่ย” ลูกค้าตอบกลับอย่างร่าเริง

       “ 555 ครับ รอผมเบื่อก่อนนะ ไว้โอกาสหน้าเชิญอีกนะครับ”มุนตอบกลับลูกค้า

       “ทำไมนายไปพูดแบบนั้นกะพี่เค้าล่ะ เดียวเข้าใจกันผิดหมด”ผมถามมุน
       
       “หรือมึงจะให้ไลน์เค้า? เจ้เค้ามาที่นี้บ่อย มาทุกทีก็แซวพนักงานใหม่แบบนี้แหละ เดียวมึงก็ชิน อย่าคิดมาก”มุนอธิบาย

       “มาวันเดียวก็กลายเป็นเด็กไอ้มุนเลยนะ ร้ายจริงๆน้องชาย” พี่ดินซึ่งอยู่ดีก็โผล่มาจากไหนไม่รู้แซวผมกับมุน

       “อ่อพอดีมุนเค้าช่วยผมอ่ะครับ ผมยังไม่รู้สูตรเครื่องดื่มของร้าน”ผมอธิบายท่าทางเลิ่กลัก

       “ทุกทีไม่เห็นอยากจะช่วยใครเลยนิ ทำไมวันนี้ใจดีจังครับ น้องมุน”พี่ดินแซวมุน

       “ก็เห็นมันกำลังวุ่น พี่ก็ไม่อยู่ผมก็ต้องช่วยมันอะดิ ถาช้าไปลูกค้าโวยวายไม่ยิ่งเรื่องใหญ่กว่านี้หรอ มึงก็ช่วยกูอธิบายสิว่ามึงทำไม่เป็น เงียบเพื่อ?” มุนพูดพร้อมกับหันมาค้อนผม

       “ฉันแพ้ทางให้เธอทุกที ...โอ้ที่รัก..” พอยู่ดีพี่ดินก็ฮัมเพลงขึ้นมา

       “พี่!!!  ผมไปเฝ้าโซนนู้นล่ะพี่ก็ดูชายมันดีๆละกัน เดียวทำไรพังเป็นเรื่อง ไอ่กายมันจะมาโวยวายอีก”มุนพูดเสียงดังก่อนจะเดินกลับโซน Bake for bark
       
       “แพ้ทางอีกแล้ว พี่ดินครับ แพ้ทางอะไรกันครับ ผมงง” ผมถามด้วยความสงสัยขั้นสุด

       “ลา ลั้ลลล ล้า≈” พี่ดินฮัมเพลงเดินเข้าห้องอบขนมไปอีกแล้ว
       คนหรือเจ้าที่ มาแต่ละที่ไม่เคยได้คำตอบเลย แพ้ทาง....คืออะไร ทำไมแพ้......ผมได้แต่คิดในใจ
    ……………………………………………………………..
    Bon-Hwa

    **เพิ่งลองแต่งครั้งแรก มีอะไรแนะนำกันมาได้นะครับ ขอบพระคุณครับ**[/size][/size][/size][/li]
    [li][/li]
    [/list][/size][/size][/size]
    « แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-05-2020 18:45:36 โดย วาฬออก้า »

    ออฟไลน์ วาฬออก้า

    • เป็ดประถม
    • *
    • กระทู้: 13
    • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0


    3.NOTE.


       “กลับมาล่ะครับ” ผมตะโกนบอกแม่ที่อยู่ในครัว

       “เป็นยังไงบ้างชาย วันที่ทำงานใหม่” แม่ถามผม

       “เหนื่อยมากเลยแม่ ลูกค้าเยอะมาก ขอกอดเติมพลังใจหน่อย” ผมพูดพร้อมกับสวมกอดแม่ที่กำลังหั่นผักจากด้านหลัง
       
       “ขี้อ้อนจังเลย ลูกชายชั้น ขี้อ้อนแบบนี้จะมีสาวๆที่ไหนมาชอบไหมเนี้ย” แม่แซว

       “แม่ก็..” ผมตอบกลับไปแบบยิ้มๆ

       “วันนี้ทำไรกินครับ” ผมถามแม่

       “ต้มจืดผักกาดดอง ของชอบเราไง ไปๆ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าล่ะจะได้ลงมากินข้าว”แม่พูดพร้อมไล่ผมขึ้นห้อง

       “คร้าบบบบ”ผมรับปากเดินขึ้นห้องนอนไป

       เห้อออวันนี้เหนื่อยจัง ขอนอนพักสักงีบละกัน ผมโยนกระเป๋าสะพายลงบนเตียง โดยที่ไม่รู้ว่ากระเป๋าไม่ได้ปิดอยู่  ตึกกก โอ้ยนี่มันวันซวยจริงๆเลย ผมค่อยเก็บของเข้าไปในกระเป๋า ตาชำเลืองไปมองเห็นกระดาษ Post it สีเขียวสะท้อนแสง ผมหยิบมาดูมีข้อความว่า Love at First Sight <3 หา!!! ของใครมาอยู่ในกระเป๋าเราได้ไง ผมนั่งคิดทบทวน ครั้งสุดท้ายผมเก็บกระเป๋าไว้ในตู้ล็อคเกอร์พนักงานนิ ใครมาแกล้งผมกันแน่ ???
       “ชาย ทำอะไรอยู่ ทำไมช้าจัง ไหนแม่ดูสิ” แม่พูดพลางเดินเข้ามาในห้องพร้อมหยิบ กระดาษ Post it ในมือผมออกไปดู
       “แม่ทำไมไม่เคาะห้องก่อน เกิดชายแก้ผ้าอยู่ทำยังไงล่ะ” ผมพูดหยอกแม่

       “แม่เห็นแต่เด็กละ ชินละ ว่าแต่กระดาษนี่ใครให้มาน้า ลูกแม่นี่สเน่ห์แรงจริงๆเลยย ทำงานวันแรกก็มีสาวส่ง โน้ตมาจีบซะล่ะ “แม่แซวผมใหญ่

       “ไม่มีอะไรหรอกแม่ เค้าคงแกล้งกันเล่นแหละ สงสัยส่งผิดคน ไปๆกินข้าวดีกว่า”ผมพูดพร้อมกับหยิบโน้ตคืนวางบนโต๊ะ และลากแม่ลงไปกินข้าว

       แม่คงยังไม่รู้ว่าที่ทำงานผม มีแต่ผู้ชายนะสิครับ จะอธิบายกะแม่ยังไงดี ผมได้แต่คิดในใจทบทวนในใจว่าใครกันที่จะแกล้งผมแบบนี้พี่ดิน พี่กาย หรือไอ่มุน ต้องใช่ไอ่มุนแน่ๆ พรุ่งนี้ต้องไปสืบ

       “กินสิ!! ไหนว่าหิวไง มัวแต่นั่งเขี่ยข้าวเล่น” แม่ตวาดผมที่เห็นผมนั่งใจลอย

       “อ่อ คร้าบบบ คุณแม่สุดสวย นั่งคิดเมนูว่าพรุ่งนี้จะกินอะไรดีน้า ” ผมพูดแก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ

       “ปากหวานจริง แต่ยังไงหน้าที่ล้างจาน ก็ยังเป้นของลูกนะจ๊ะ” แม่พูดพร้อมหัวเราะเบาๆในลำคอ

       ผมนอนดิ้นไปดิ้นมาอยู่บนเตียง ได้แต่สงสัยว่าใครเป็นคนส่งโน้ตนี่มาให้ผมกันแน่ จะไปถามตรงๆก็คงจะไม่ได้คำตอบ ใครกันที่มาเล่นพิเรนทร์แบบนี้ เห้อออ ผมได้คิดทบทวนไปมาจนเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้

       “ชาย!! ชายๆสายแล้วนะลูกวันนี้ทำงานไม่ใช่หรอ” เสียงแม่ตะโกนเรียกจากในครัว

       “คร้าบบบ ตื่นแล้ว ผมงัวเงียลุกขึ้นมาดูนาฬิกาปลุก เวลาขณะนี้ 7.30 น. สายแล้วๆ”ผมบ่นพึมพำวิ่งเข้าห้องน้ำทำธุรส่วนตัว

       เวลา 7.50 น.

       “วันนี้ชายไม่กินนะแม่ สายแล้วเดียวไปหาไรกินที่ทำงาน” ผมรีบวิ่งไปควบจักรยานเตรียมตัวไปทำงาน พร้อมตะโกนบอกแม่

       “เดียวสิชาย อ่ะข้าวกล่อง เอาไว้กินตอนเที่ยงนะลูก รักลูกนะ” แม่ส่งกล่องข้าวพร้อมกับบอกรักผมเหมือนทุกเช้า
       
       “ผมก็รักแม่ครับ”พูดจบ ผมก็หอมแก้มแม่ก่อนไปทำงานเช่นเคย แล้วรีบปั่นจักรยานสุดแรงเกิดเพื่อไปให้ทันเวลาทำงาน

       โคร้มมมมมม!!!!!
       “โอ้ย เจ็บชะมัด แขนถลอกหมดเลย ไอ่บ้าที่ไหนวิ่งมาขว้างกัน คนกำลังรีบ” ผมบ่นพึมพำ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนที่ขวางผม

       “มุน!!! นายมาขวางเราทำไม เราจะรีบไปทำงาน นายก็สายแล้วนะ”ผมถามมุน

       “ก็เมื่อวานสัญญากันไว้นิ ว่าวันนี้จะมาเจอกันที่เดิมอีก แต่วันนี้นายมาสายนะ”มุนพูดอธิบาย

       เคลียร์ไรอีกว่ะ นึกว่าจะจบแล้วซะอีก ผมคิดในใจ

       “มา ลุกไหวไหม”มุนถามพร้อมกับประคองผมขึ้นยืน
       
       “ไหวดิ แต่น่าจะปั่นจักรยานไปไม่ไหวแล้ว แขนถลอก”ผมบอกมุน

       “งั้นเดียวเราขับเอง นายซ้อนไปละกัน”มุนว่าพลางควบรถจักรยานทำท่าให้ผมไปนั่งตรงคนซ้อนแทน
       
       “จะนั่งยังไงล่ะ นายสะพายกีต้าร์อยู่แบบนี้อ่ะ มาเราสะพายให้นายจะได้ขี่รถถนัดด้วย”ผมพูดพร้อมยื่นมือไปรับกระเป๋ากีต้าร์สีดำ มีลายปักชื่อ MILK
       
       “มีคนขี่ให้ซ้อนแบบนี้ก็สบายดีเนอะ”ผมพูดเพื่อทำลายความเงียบ

       “อืม...จะให้ไปรับทุกวันเลยไหมล่ะ” มุนพูด
       
       “เห้ย!!! พูดเล่น ว่าแต่ MILK นี่ชื่อวงนายหรอ เพราะดีนะ” ผมพยายามพูดเปลี่ยนเรื่อง

       “ป่าว ชื่อแฟนเก่า....”มุนบอก หลังจากนั้นเราก็ไม่พูดอะไรกันอีกเลยจนถึงร้าน

       “ว้าววว  เมื่อวานเป็นเด็กพี่มุน วันนี้ถึงขั้นไปรับกันที่บ้านเลยหรอ น้องชาย” พี่ดินแซว

       “ป่าวครับ พอดีผมเกิดปัญหาระหว่างทาง มันเลยมาช่วยผมไว้ ใช่ไหมมุน” ผมพูดพร้อมกับทำท่าทางให้มุนตามน้ำไป

       “อ่อ ใช่ครับ” มุนเคลิ้มอย่างว่าง่าย

       “สายอีกแล้วหรอ? ขยันหลงทางจริงๆนะครับ แบบนี้ผมคงต้องหักค่าแรงที่เข้างานสายนะครับ” พี่กายเดินออกมาสมทบกับพี่ดินพร้อมน้ำเสียงต่อว่าเล็กน้อย

       “ความผิดผมเอง อย่าไปหักเงินมันเลย วันนี้ผมไม่เอาค่าจ้าง”มุนพูดพร้อมกับลากผมเข้าไปในห้องเปลี่ยนชุดทำงานโดยมีพี่ดินเดินตามมาอย่างห่างๆ

       “มึงนี่ก็ ไอ่กายมันแค่แหย่น้องเล่น ทำจริงจังไปได้” พี่ดินพยายามอธิบายให้มุนฟัง

       “พี่ก็รู้ ว่าทำไมผมถึงต้องโมโหแบบนั้น” มุนพูด

       “อ่ออ.......เออ”งั้นกูไปเฝ้าหน้าร้านก่อนนะพี่ดินเปลี่ยนเรื่อง

       สองคนนี้เค้าคุยอะไรกัน ผมไม่เข้าใจ ชอบมีลับลมคมใน รู้เรื่องกันแค่ 2 คน เห็นหัวกูตรงนี้บ้าง
       
       “มึงไม่ต้องไปสนใจพี่กายหรอกนะ เค้าก็เป็นแบบนี้แหละ”มุนพูด

       “อ่อ เอออ จริงๆเราก็ผิดนะ มาสายจริง พี่กายจะโกรธก็ไม่แปลกหรอก”ผมอธิบายให้มุนฟัง

       “มันไม่ใช่เรื่องนั้น นะสิ”มุนพูดก่อนจะเดินออกจากห้องพักพนักงานไป

       “อะไรของมัน”ผมพูดงึมงำ
       
       ช่างเถอะๆ ตอนนี้เราต้องหาให้ได้ก่อนว่าใครเป็นคนเอา Note ใบนั้นมาใส่ในกระเป๋าของเรา คนที่เข้ามาในห้องนี้ได้ก็มีแต่พนักงานของร้าน น่าสงสัยจริงๆ ผมครุ่นคิดก่อนจะเดินออกไป ทำงานหน้าเค้าเตอร์

       “ไง มึง วันนี้กูอยู่เค้าเตอร์เดียวกะมึงนะ พี่ดินแม่งแย่งไปทำฝั่ง Bake For Bark” มุนทักผมที่เดิมใจลอยคิดเรื่องกระดาษโน้ตอยู่

       “อ่อ เออ ดีละ กูทำพวกกาแฟอะไรไม่เป็นมีมึงมาทำด้วยแบบนี้ค่อยสบายใจหน่อย”ผมยิ้มกว้างให้มุน
       
       “เออ อะไรของมึง” มุนตอบกลับพร้อมท่าเขิลที่ผมยิ้มให้

       “ชาย วันนี้ช่วงพักเบรกเข้าไปคุยกะพี่ในห้องหน่อยนะ” พี่กายเดินมาพูดกับผม

       “คุยไรอีกละ ก็บอกแล้วหักของผมไปเลย”มุนอธิบาย

       “ไม่ใช่เรื่องนั้น.. กูมีเรื่องสำคัญจะคุยกะมัน”พี่กายเสียงแข็งใส่มุน

       มุนทำหน้าไม่พอใจเท่าไร่นัก แต่ก็ไม่ได้พูดคุยอะไรต่อจนพี่ชายเดินกลับห้องตรวจไป

       “พี่กายเค้าจะคุยอะไรกับมึงว่ะ”มุนถามผม

       “กูจะไปรู้อะไรล่ะ ยืนอยู่กะมึงตรงนี้เนี้ยะ”

       “ช่างแม่งเหอะ! มีอะไรมึงก็บอกกูละกัน นี้อ่ะเอาไป ถือว่าเป็นคำขอโทษเรื่องเมื่อเช้าล่ะกัน”มุนพูดพร้อมยื่นกีวีสมูทตี้มาให้ผม
       
       “เห้ยรู้ได้ไงอ่ะ  ของโปรดกูเลย น่ารักจังเลยมุนน้อย จุ๊บ!!”ผมพูดพร้อมหยิกแก้มมุน และทำท่าส่งจุ๊บใส่มุน

       “อย่าไปทำแบบนี้กับใครอีกนะ กูไม่ชอบ!”มุนเสียงแข็งพร้อมกับหยีหัวผม ก่อนจะหันหลังเดินเข้าห้องอบขนมไป

       นี่เราสนิทกันเร็วเกินไปไหมว่ะ ผมได้แต่คิดทบวนเรื่องที่ทำแผลให้ผมกับเรื่องที่ผ่านมาเมื่อครู่ ก่อนที่ลูกค้าจะเดินเข้ามาในร้าน



       แกร๊งงงง ง


        “Café Pet’s สวัสดีครับ”

       “Ice Tea Lemonade แก้วนึงค่ะ แล้วก็ Brownie ของน้องหมาชิ้นนึงนะคะ”ลูกค้าสาวคนเมื่อวานเข้ามาพร้อมกับน้องหมา

       “น่ารักจังครับ น้องชื่ออะไรครับ”ผมพูดพร้อมทำท่าทางสนใจน้องหมาพันธุ์มิเนอเจอร์ร่างอ้วนตุ๊บ

       “น้องรถถังค่ะ ถังสมชื่อไหมค่ะ 555 ว่าแต่แฟนไปไหนคะ วันนี้ไม่เห็นเลย”

       “มุนอยู่ในห้องอบขนมครับ เดียวสักพักคงออกมา นั่นไงมาแล้ว”ผมอธิบายพร้อมกับที่มุนเดินออกมาพอดี

       “ครับ มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ”มุนทักทาย

       “พี่เค้าสั่ง Ice Tea Lemonade แบบเมื่อวานทำให้หน่อยสิ”ผมบอกมุน

       “ได้ครับเดียวนั่งรอสักครู่นะครับ” มุนตอบลูกค้าอย่างนอบน้อมก่อนผายมือแนะนำโต๊ะที่ว่างอยู่ให้กับลูกค้า

       “สอนกูหน่อยสิ เพื่อคราวหน้ามึงไม่อยู่กูจะได้รับลูกค้าได้”ผมถามมุนอย่างกระตือรือร้น

       “กูทำเองมึงไปทำอย่างอื่นเถอะ”มุนพูดตัดบทผม

       “โธ่ขี้งก สอนนิดนึงก็ไม่ได้”ผมทำปากเบะใส่มุน

       “ถ้ามึงทำเป็น กูก็ได้ย้ายกลับไปอยู่โซนนู้นอะดิ” มุน

       “ก็ดีแล้วไม่ใช่อ่อ มึงจะได้ไม่เหนื่อย”ผมบอกมุน

       “ตอนนี้กูอยากเหนื่อย อยู่ข้างๆมึงมากกว่า” มุนตอบกลับหน้าตาย

       “.........”ผมได้แต่อึ้งกับคำตอบที่ได้ มันหมายความว่ายังไงกันแน่ หรือมุนคือเจ้าของ NOTE ใบนั้น..

       ...............................................................................................


       


    ...
    Bon-Hwa


    **เพิ่งลองแต่งครั้งแรก มีอะไรแนะนำกันมาได้นะครับ ขอบพระคุณครับ**


    « แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-06-2020 20:44:52 โดย วาฬออก้า »

    ออฟไลน์ วาฬออก้า

    • เป็ดประถม
    • *
    • กระทู้: 13
    • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
    4.คนในอุดมคติของกู
       พักเบรก

       ก๊อกๆ

       “ขออนุญาตเข้าไปนะครับ” ผมส่งเสียงขออนุญาตบอกคนในห้องหลังจากเคาะประตู
       
       “เข้ามาเลย”เสียงพี่กายตอบรับ

       “ที่พี่กายให้ผมเข้ามาหา ตอนพักเบรคอ่ะครับ”

       “อ่อ มานั่งตรงนี้สิ”พี่กายบอกพร้อมกับให้ผมนั่งเก้าอี้ข้างๆตัว

       “ครับ”

       “ไหนพี่ขอดูแผลหน่อย เห็นดินว่ารถล้มมาหรอ พี่ทำแผลให้” พี่กายพูดพร้อมเลิกแขนเสื้อผมขึ้น

       “อ่อ คือเมื่อเช้าผมทำแผลไปแล้วครับ”

       “พี่เป็นหมอนะ ถึงจะหมอหมาก็เหอะ ทำแผลคนได้เนียนกริบ”พี่กายพูดอีกรอบ

       ผมเลยจำใจต้องยอมทำแผล

       “ไหนว่าทำแผลเองไง ติดเทปแบบนี้ ไอ่มุนทำให้ชัวร์”พี่กายถาม

       “หือ พี่รู้ได้ไงครับ” ผมถามด้วยความสงสัย

       “ติดเทปไม่มีศิลปะ แบบนี้มีคนเดียว น้องชายพี่เองนี่แหละ”พี่กายพูดพร้อมกับยิ้ม

       ผมได้แต่นั่งยิ้มแก้เขิล รอพี่กายทำแผลให้เสร็จ

       “เสร็จละ อ่ออีกเรื่องนึงที่พี่เรียกเรามาคุย ว่าจะถามเย็นนี้ว่างไหม พี่ว่าจะจัดเลี้ยงต้อนรับพนักงานใหม่ แล้วพี่ก็มีเรื่องเซอร์ไพรส์ชายด้วย”พี่กายถามผม ด้วยท่าทีมีเลศนัย

       “อ่อ ได้ครับ”ผมตอบกลับไปด้วยความเกรงใจ ทั้งๆที่ปกติต้องกลับไปกินข้าวเย็นที่บ้านกับแม่ทุกวัน

       “งั้นตามนั้นนะ พี่ฝากชวนดินกะมุนด้วยละกัน แล้วช่วงนี้ก็มาเร็วหน่อยนะ พี่จะได้ทำแผลให้ก่อนทำงาน”พี่กายพูดบอกผม


       ฟืดดด เสียงผมเลื่อนประตูบานเลื่อนห้องตรวจ
       
       เห้ย!!!
       เห้ย!!!

       เสียงผมกะมุนดังออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

       “มาทำอะไรหน้าประตู” ผมถามมุน

       “อ่อ กูเดินผ่านมาพอดีเลยจะมาดูว่ามีใครอยู่ในห้องไหม”มุนอธิบาย

       “มาดูว่ามีใครอยู่ หรือมาหาใครกันแน่”พี่กายตอบพร้อมกับเดินมาโอบไหล่ผม

       >//////////<
       เอาไงดีว่ะกู จะมาทะเลาะกันตรงนี้อีกไหม พี่ดินก็ไม่อยู่ เปลี่ยนเรื่องๆ กูต้องเปลี่ยนเรื่อง ผมคิดพึมพำในใจก่อจะพูดออกไปว่า

       “อ่อ ลืมไป มุนคงมาชวนผมไปกินข้าวครับ เมื่อเช้านัดกันไว้พอดีผมห่อข้าวกะต้มจืดผักกาดดองมา มุนบอกอยากลองชิม”ผมแถจนสีข้างถลอก

       “กู!! เออใช่ต้มจืด” มุนตอบพร้อมทำสีหน้างง ก่อนที่ผมจะทำตาขยิบใส่มุน

       “ต้มจืดผักกาดดอง ของโปรดพี่เลยนิ ขอกินด้วยคนสิ”พี่กายพูดขึ้น

       “ครับ ทานด้วยกันเยอะๆอร่อยกว่า”ผมได้แต่ตอบรับที่ฝืนไม่ได้

       “จะกินได้หรอ ปกติพี่กายไม่กินของหมักของดองนิ”มุนพูดด้วยท่าทีประชดประชัน

       “เมื่อก่อนอ่ะใช่ แต่ตอนนี้กูคงอยากลองดูอ่ะมั้ง” พี่กายตอบพร้อมกับหันหน้ามองผมทั้งๆที่ยังโอบไหล่ผมอยู่

       >/////< ใกล้เกินไปแล้วว เอาไงดีว่ะ ผมได้แต่คิดในใจก่อนที่มุนจะกระชากขนผม ออกไป

       “ป่ะกินข้าวกูหิวละ เออใช่ ลืมไปเดียวมึงต้องเอาจักรยานไปซ่อมด้วยนิ ออกไปเลยก็ได้ เดียวค่อยไปหาไรกินข้างนอก จะได้กลับมาทันเวลางานพอดี ขอโทษด้วยนะพี่ไว้คราวหน้าล่ะกัน”มุนสาธยายเป็นชุด

       กูไปบอกมึงตอนไหน ว่าจะไปซ่อมรถไอ่มุน แต่ก็ดีที่ไม่ต้องอึดอัดที่กินข้าว ระหว่างมีสงครามพี่กับน้อง ปวดประสาท

       “ขึ้นดิ จะไปไม่ไป”มุนพูดเสียงดัง

       “มึงจะพากูไปไหน กูไม่ได้บอกว่าจะซ่อมรถสักหน่อย”ผมถามมุน

       “เออ มาเหอะสะพายกีต้าร์ให้กูด้วย”มุนพูดพร้อมกับยื่นกีต้าร์ให้ผม

       กูเจ็บแขนยังจะใช้กูอีกนะมึง ถ้าไม่ติดว่าต้องทำงานด้วยกันกูเลิกคบมึงไปล่ะไอ้มุน ผมได้แต่คิดในใจแล้วนั่งซ้อนท้ายรถมุนไปอยู่ดี

       เอี๊ยดดดด
       
       ในที่สุดก็มาหยุดอยู่ที่หน้าร้านอาหาร Sea Side บรรยากาศเหมือนริมทะเล เป็นพื้นที่เปิดโล่ง ปูพื้นด้วยทรายและตกแต่งด้วยบรรดาพันธุ์ไม้เขตร้อน
       
       “ร้านนี้สวยเนอะ ถ้ามาช่วงเย็นๆน่าจะบรรยากาศดี”ผมบอกมุน
       
       “อืม ตอนเย็นมึงก็มาสิ จะได้ฟังกูร้องเพลง”มุน

       “มึงเล่นร้านนี้หรอ บรรยากาศดีมากเลย ไว้มีโอกาสกูจะมานะ”ผมตอบรับไปตามมารยาท

       “พี่เมฆครับ วันนี้กลางวันมีเมนูไรบ้างอ่ะ” มุนทักทายเจ้าของร้านอย่างเป็นกันเอง

       “ก็เหมือนเดิม มึงจะกินไรล่ะ ละนี่ใครอ่ะ เด็กมึงหรอ”พี่เมฆตอบกลับมุน พร้อมกับมองมาที่ผม

       “ใช่ งั้นเอายำสัปปะรด กับข้าวผัดโป๊ะแตกครับ”มุนตอบกลับ

       “เชี้ย มึงไปบอกเค้าแบบนั้นได้ไง เป็นเพื่อนครับ”ผมอธิบายให้พี่เมฆฟัง

       “ไม่ต้องเขินหรอก มีแต่คนสำคัญเท่านั้นล่ะ ที่ไอ้มุนมันจะพามาร้านพี่อ่ะ”พี่เมฆพูดแซวก่อนจะเดินเข้าครัวไป

       “มึงอย่าทำแบบนี้อีกนะ เดียวคนเข้าใจผิดหมด”ผมพูดพร้อมกับถอดเป้กีต้าร์โยนใส่มุน

       “เออ กูจะพยายามละกัน”

       “ไม่ใช่ พยายามแต่มึงต้องปฏิเสธเลย” ผมพยายามอธิบายให้มุนเข้าใจ

       “ทำไงได้ หน้าตาบุคลิก ทุกอย่างของมึง มันเหมือน คนในอุดมคติของกู”มุนพูดหน้าตาย

       “................”ผมได้แต่เงียบไม่พูดอะไรต่อ หลังจากนั้น เราก็นั่งกินข้าวกันโดยไม่มีใครพูดกันสักคำ จนกลับมาถึงที่ทำงาน

       “เลิกงานแล้ว  เก็บร้านกลับบ้านกันเถอะ” เสียงพี่ดินผู้กระตื้อรือล้นพูด

       “เออใช่ ผมลืมบอกพี่ไปเลย วันนี้พี่กายว่าจะเลี้ยงต้อนรับผมอ่ะครับ”ผมบอกพี่ดิน

       “คืนนี้ยาวไป  ไอ้มุนไปด้วยกันไหม หรือต้องทำงาน”พี่ดินถามมุน

       “คงไม่ได้ไปอ่ะครับ ไม่ได้บอกที่ร้านไว้คงหานักร้องไม่ทัน อีกอย่างเจ้าภาพเค้ายังไม่ชวนผมเลยครับ” มุนพูดก่อนที่จะหันมองผมพร้อมท่าทีน้อยใจเล็กๆ

       “ดี งั้นคืนนี้กูกับไอ้กายจะมอมน้องชายให้สุดเหวี่ยงไปเลย”พี่ดินพูดพร้อมทำท่าแกล้งผม

       “ครับ แต่ปกติผมไม่ค่อยดื่มเท่าไร่นะครับ”ผมตอบกลับพร้อมยิ้มแบบแหย่ๆ

       “ไงพี่ไปก่อนนะ เก็บร้านเสร็จแล้วรีบตามไปนะ”เสียงพี่ตะโกนบอกก่อนเดินออกไปขับรถออกไป

       “แล้วเดียวเราจะไปยังไงล่ะ? ไปกับพี่ไหมวันนี้พี่เอาน้องอ้อดี้มา”พี่ดินพูดขึ้นพร้อมกับชี้ไปที่รถเวสป้าคันสีเหลืองพาสเทลหน้าร้าน
       
       “อ่อ ครับ งั้นผมขอไปเปลี่ยนชุดก่อนนะครับ” ผม

       “ได้ เสร็จแล้วก็รอพี่หน้าร้านนะพี่ขอเก็บครัวอีกนิด”พี่ดินบอกผม

       ทำไมพี่ดินเปลี่ยนชุดนานจังแหะ ผมยิ่งรีบๆไปจากตรงนี้อยู่ ยผมยิ่งไม่ค่อยอยากเจอหน้าไอ้มุนอยู่ตอนนี้

       แกร๊งง งง

       “มึงจะไม่ชวนกูไปด้วยจริงๆใช่ไหม?” มุนเอ่ยปากถามผม ตอนที่เห็นผมยืนอยู่หน้าร้าน

       “......”ผมไม่ตอบโดยแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินก่อนที่มุนจะเดินไป

       “ป่ะ เสียดายไอ้มุนไม่ไป ทะเลาะอะไรกันหรือเปล่า” จะสนุกกว่านี้อีก”พี่ดินพูดกับผม   

       “อ่อ เมื่อกี้เห็นว่าที่ร้านหานักร้องไม่ทัน เลยไปไม่ได้ครับ”ผมได้แต่โกหกพี่ดินไป

       “งั้นไปกันเถอะ”พี่ดินพูดก่อนสตาร์ทรถ

       แต๊กๆ  แต๊กๆ

       “เห้ย!!! ทำไมหักหน้ากันแบบนี้ว่ะ อุตส่าจะมีคนซ้อนครั้งแรก ชายช่วยพี่เข็นรถหน่อยนะ” พี่ดินพูดทำท่าอ้อนวอนผม

       “หา ผมว่าเราเดินไปไหมครับ” ผมพูดประชุดพี่ดิน (ชวนกูไปด้วยแล้วกูยังต้องมาเข็นรถอีก)

       “เอาน่า นิดเดียวเดียวก็สตาร์ทติด น้องออดี้งอแงแบบนี้ทุกทีแหละ เวลามีคนน่ารักมาใกล้ๆ”พี่ดูพูดพร้อมมองหน้าผม

       “ไปๆๆ”ผมบ่นพึมพำพร้อมกับออกแรงเข็นรถสุดแรง

       บรึ๊นๆๆ

       “ติดแล้วๆ มาขึ้นรถชาย”พี่ดินร้องเรียกผมก่อนผมจะซ้อนรถพี่ดิน

       “เออ ว่าแต่ที่พี่พูดเมื่อกี้จริงหรอครับ ที่ว่าไม่เคยมีใครซ้อนรถพี่ดินเลย”ผมถาม

       “ป่าวหรอก ปกติเพื่อพี่ก็ซ้อนบ่อยๆ แต่หมายถึงคนพิเศษต่างหาก”พี่ดินพูดพร้อมหันหลังมามองผม

       “เห้ย พี่มองทางด้วย เล่นไปเรื่อยอะพี่อ่ะ”ผมเปลี่ยนเรื่อง

       “ถึงละร้าน Barafe’ ร้านโปรดไอ้กาย ไม่ได้มานานมาก วันนี้พิเศษสุดๆแน่เลย”พี่ดินพูดบอกผม

       “พิเศษ? แสดงว่าพี่กาย ชอบดื่มหรอครับ”ผมถามพี่ดิน

       “ป่าวหรอก เห็นมาร้านนี้ทีไร ชอบมีเรื่องเซอร์ไพร์สตลอด วันนี้ก็คงมีอะไรสักอย่างแหละถึงมาร้านนี้”พี่ดินอธิบาย

       “เซอร์ไพร์ส อะไรหรอครับ”ผมยิ่งสับสนในคำพูดของพี่ดิน

       “ก็ครั้งสุดท้ายที่มาที่นี้ มันก็เปิดตัวแฟนมันอ่ะ แต่ครั้งนี้พี่ไม่แน่ใจ ไปเหอะเข้าร้าน ถามมากเจ้าหนูจอมไม” พี่ดินพูดก่อนขยี้ผมบนหัวผมจนฟู

       “ครับ”ผมตอบกลับพร้อมเดินตามพี่ดินเข้าไปในร้าน
       
    ...

    Bon-Hwa


    **เพิ่งลองแต่งครั้งแรก มีอะไรแนะนำกันมาได้นะครับ ขอบพระคุณครับ**

    ออฟไลน์ AkuaPink

    • เป็ดDemeter
    • *
    • กระทู้: 1818
    • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0

    ออฟไลน์ วาฬออก้า

    • เป็ดประถม
    • *
    • กระทู้: 13
    • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
    5.Barafe’

       บรรยากาศในร้านค่อนข้างเงียบ มีการจัดที่นั่งแยกเป็นโซนๆ พี่ดินพาผมเดินเข้าส่วนในสุดของร้าน
     เป็นลานโล่งๆ มีบอลลูนตัวอักษรภาษาอังกฤษ SHY’s  เด่นอยู่ตรงกลาง พร้อมกับพี่กายที่นั่งรออยู่

       “ลงทุนจริงนะครับ เงินเยอะหรอมึงอ่ะ”พี่ดินแซวพี่กาย

       “ป่าว ก็เลี้ยงน้องมันทั้งทีไง”พี่กายอธิบาย

       “แล้วทำไมมีแค่ 3 ที่ว่ะ คนอื่นล่ะ”พี่ดินถาม

       “คนอื่นไม่ว่างอ่ะ เห็นว่าติดธุระกัน”พี่กายบอกพี่ดิน

       “เออ ชายมานั่งข้างพี่นี่”พี่ดินบอกผมพร้อมกับขยับเก้าอี้ให้ผมนั่งข้างๆ

       “อะไรของมึง กูจ่าย เจ้าภาพนั่งข้างกูสิ”พี่กายท้วง

       “แล้วแต่ชายมันละกัน” พี่ดินพูด

       “อ่อ ผมนั่งข้างพี่กายก็ได้ครับ”ผมตอบพร้อมเดินไปนั่งตรงข้างพี่กาย

       “กินไรอ่ะเรา สั่งเลยนะ เบียร์หรือเหล้า”พี่กายถาม

       “ผมไม่ค่อยดื่มครับ ขอแค่ Full moon ก็พอ”ผมบอกพี่กาย

       “ไม่แน่จริงนี่หว่า หึหึ รถก็ไม่เอามาพี่ไปส่งเองได้น่า”พี่ดินแซวผม

       ผมได้แต่ยิ้มตอบกลับไป

       “ปล่อยน้องเถอะ”พี่กายเถียงแทนผม

       หลังจากนั้นเราก็ทานอาหารกันสักพัก ผมก็เริ่มดื่มไปได้ 2-3 แก้ว ฟังพี่ๆคุยกันไปเรื่อยๆ

       “ไม่ค่อยพูดเลยนะเรา”พี่กายถามผม

       “ครับ พอดีพูดไม่ค่อยเก่งครับ ว่าแต่ พี่กายกับพี่ดินสนิทกันมากเลยหรอครับ ต่างกับตอนอยู่ในร้านเลย”ผมถาม

       “พี่สนิทกับมันมานานแล้ว รู้จักตั้งแต่เรียนม.ต้น จนเรียนจบมหาลัยแหละ”พี่กายบอก

       “อ่าว พี่ดินก็จบสัตวแพทย์เหมือนกันหรอครับ”

       “ใช่ พี่จะให้มีนมาเป็นสัตวแพทย์ประจำร้านอีกคนก็ไม่ยอม บอกอยากอยู่โซนคาเฟ่มากกว่า
    พี่ก็เลยตามใจมัน เพราะลงทุนมาด้วยกัน”พี่กายอธิบาย

       “อ่อครับ”

       “ซุบซิบไรกันว่ะ งั้นกูไปห้องน้ำก่อนนะ”พี่ดินบอกกับผม

       “ผมไปด้วยครับ”ผมบอกพี่ดิน

       “เดียวค่อยไปพร้อมพี่ ให้มันไปก่อนก็ได้จะได้เปลี่ยนกันเฝ้าโต๊ะ”พี่กายจับมือผมไว้ก่อนผมลุกจากโต๊ะ

       “เออ...ครับ”พี่ดินตอบกลับด้วยท่าทีเมาเล็กน้อย

       “มา ชน...”พี่กายชวนผมดื่ม

       “พอดีผมไม่ค่อยไหวละครับ ปกติไม่ค่อยได้เที่ยวแบบนี้เท่าไร่”ผมอธิบาย

       “ว่าละ หน้าแดงเชียว แต่ก็น่ารักไปอีกแบบนะ” พี่กายพูดพร้อมกับยิกแก้มผมเบาๆ

       “อย่า..ครับ”ผมพยายามขยับหน้าหนี แต่เนื่องจากอาการมึนๆ เลยเสียหลักจะล้มลงจากเก้าอี้

       “ระวังตก!!”พี่กายรีบโอบรั้งผมไว้ก่อนผมจะหล่นจากเก้าอี้
       
       >///////////<

       ทำไมหน้าเราใกล้กันขนาดนี้ พี่กายเอาหน้าเข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆ เห้ย!!! บรรยากาศแบบนี้ เพลงคลอเบาๆ
    พระเอกช่วยนายเอกแบบนี้ ม่ายยยยยยยยย ผมรีบตั้งสติขยับหน้าหนี แล้วประคองตัวเองนั่งเก้าอี้

       “ขอบคุณครับ พอดีผมมึนๆ”ผมอธิบายเปลี่ยนเรื่อง

       “555 พี่ชอบเรานะ!!!น้องมะเขือเทศ”พี่กายหัวเราะในลำคอเบาๆก่อนบอกชอบผม

       “หา เมื่อกี้พี่ว่าพี่ชอบผมหรอ?” ผมถาม

       “อืม”พี่กายตอบสั้นๆ
       
       ผมได้แต่เขินหน้าแดงก่ำ คิดทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหัว หรือเจ้าของกระดาษโน้ตคือพี่กาย ใครคือเจ้าของกระดาษโน้ตกันแน่ ผมพยายามเรียบเรียงเรื่องราวพร้อมกับยกแก้วขึ้นดื่มช้าๆก่อนจะมีเสียงหนึ่งทำให้ตื่นจากความคิด

       ตึก!!! เสียงกระเป๋ากระแทกลงบนโต๊ะ

       “มุน!! ไหนมึงว่าที่ร้านหานักร้องแทนไม่ได้ไง”พี่กายถาม

       “พอดีผมเปลี่ยนใจ ขอพี่เค้าขยับเวลาเร็วขึ้น เลยมาทันได้เห็นอะไรดีๆเมื่อกี้มั้ง”มุนตอบด้วยท่าทางกวน

       “ผมขอไปห้องน้ำก่อนนะ”ผมบอกพร้อมกับรีบลุกออกจากโต๊ะเดินตรงไปที่ห้องน้ำ  ขอหาพื้นที่หายใจก่อนนะ ตอนนี้ผมสับสนไปหมด

       มาถึงห้องน้ำชาย เห็นพี่ดินยืนอยู่โซนสูบบุหรี่ ผมจึงเดินเข้าไปหา

       “สูบ ด้วยหรอครับ ปกติไม่เคยยเห็น”ผมถามพี่ดินโดยไม่ทันตั้งตัว

       “เชี้ย!!!   ตกใจหมด เออ สูบเวลาดื่มนิดหน่อยอ่ะ แก้เครียด มึงก็สูบหรอ”พี่ดินตอบพร้อมยักคิ้วชวนผมสูบ

       “ป่าวครับ ผมแค่มาเข้าห้องน้ำ”ผมบอกพี่ดินพร้อมกับเดินไปนั่งเก้าอี้ที่ว่างอยู่

       พี่ดิน เดินมานั่งข้างๆผม

       “มึงเคยสับสนตัวเองป่าว แบบ งงว่าตอนนี้ตัวเองต้องการทำอะไรแบบนี้”พี่ดินถามผม

       “ก็มีบ้างนะพี่ แต่ส่วนใหญ่เวลาผมสับสนผมจะพยายามลองทำไปทีละอย่าง ถ้าทำอันนี้ได้ก็โอเค ถ้าไม่ก็เลิกคิด
    แล้วไปทำอีกอย่างที่สับสนแทน ลองดูอันไหนเข้ากับเรามากกว่ากัน หรือทางอื่นๆ”ผมตอบพี่ดิน

       “เออ คิดแบบนี้ก็ได้นี่หว่า กูก็เครียดตั้งนาน”พี่ดินทำท่าโล่งใจ

       “อย่าบอกนะ พี่กำลังสับสนว่าจะเป็นหมอหมา หรือ เจ้าของร้านคาเฟ่”ผมถาม

       “ใครบอกมึง เรื่องนั้นกูตัดสินใจแล้ว ที่กูสับสนก็แค่เรื่องมึงต่างหาก”พี่ดินตอบผม

       หืม อะไรอีก อย่าบอกว่าจะมาวันเดียวทั้งหมดนะ ทำไมเสน่ห์แรงแบบนี้นะชาย คิดแล้วก็เขินตัวเอง 555 แต่นี่มันใช้เวลาไหม เปลี่ยนเรื่องๆ หรือเดินหนีดี

       “เออ ผมเข้าห้องน้ำก่อนนะ”ผมตอบเลี่ยงพี่ดินก่อนจะเดินเลี้ยวเข้าห้องน้ำ

       “ชาย! ยังไงถ้ากูแน่ใจกูจะบอกมึงอีกทีนะ”พี่ดินตะโกนบอกผม

       ผมที่ตกใจกับคำพูดของพี่ดินเลยรีบเข้าห้องน้ำแล้วเดินกลับโต๊ะทันทีเห็นพี่กายกับมุน กำลังคุยกันด้วยท่าทีจริงจัง
       
       “ชาย” พี่กายตะโกนเรียกผม

       ผมเดินมาที่โต๊ะ พร้อมรังสีอำมหิต ที่แผ่มาจากมุน ที่ดูจริงจังโมโห มองหน้าผมแล้วยกดื่มอย่างเดียวโดยที่ไม่พูดอะไรกับผมสักคำ

       โอ้ย อึดอัด ขอตัวกลับก่อนตอนนี้คงไม่น่าเกลียดมั้ง ผมตัดสินใจว่าจะขอตัวกลับบ้านก่อนเพื่อเลี่ยงปัญหาดีกว่า

       “พี่กายครับ ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ พอดีแม่โทรตามแล้ว”ผมโกหกพี่กายไป

       “กลับไงละ ไอ้ดินก็ยังไม่มา พี่ไปส่งไหม”พี่ดินถามผม

       “ไม่ต้อง ผมไปส่งมันเอง ทางเดียวกัน”มุนตอบพี่กาย พร้อมกับลากผมออกไป โดยที่ผมไม่ได้พูดสักคำ

       “ขอบคุณนะครับพี่กาย” ผมตอบกลับพี่กายทั้งๆที่โดนลากอยู่

       “ไม่เป็นไรมึง กูเรียกแท๊กซี่กลับเองได้ มึงไปกินกับพี่ต่อเถอะ”ผมบอกมุน

       “กูจะไปส่งก็คือไปส่ง”มุนเสียงแข็ง
       “มึงเป็นอะไร ทำไมวันนี้มึงไม่ชวนกูมาด้วย”มุนเริ่มถามถึงสาเหตุ

       “ก็ วันนี้ตอนที่ไปกินข้าว มึงพูดแปลกๆ กูเลยทำตัวไม่ถูก”ผมอธิบาย

       “กับกู มึงทำตัวไม่ถูก แต่กับพี่ชายกู มึงกลับชอบสินะ”มุนทำท่าหัวเสีย

       “เรื่องอะไร ก็พี่กายเค้าก็ดีกับกู แล้วไม่ทำตัวแปลกแบบมึงด้วย”ผมปฎิเสธเสียงแข็ง

       “มึงอย่าคิดว่ากูไม่ได้ยินที่เค้าบอกชอบมึงนะ”มุนพูด

       “พี่กายเค้าเมาแล้ว เพราะเมาแหละ พรุ่งนี้ก็ลืม”ผมพยายามเลี่ยงๆตอบไป

       “ถ้ากูไม่มาขวาง คงตอบตกลงไปแล้วใช่ไหม”มุนถาม

       “หยุดพูดเรื่องนี้เหอะ ขี้เกียจทะเลาะกับมึง กูกลับก่อนนะ”ผมเลี่ยงตอบคำถาม แล้วโบกรถแท็กซี่ที่เพิ่งส่งผู้โดยสารลงที่หน้าร้านพอดี

       “เดี๋ยว!!” มุนกระชากแขนผมออกจากรถ

       “กูชอบมึงนะ อย่าไปยุ่งกับคนอื่นดิ”มุนกระซิบที่ข้างหูผม พร้อมกับดึงผมเข้าไปจูบ

       ผมพยายามขัดขืนในตอนแรก แต่รสผัสจูบที่อ่อนโยนของมุน มีกลิ่นสาปเหล้านิด คลอกับเสียงเพลงเบาๆที่ลอดออกมาจากร้าน มันยากที่ปฏิเสธจริงๆ ขอใช้เวลาตรงนี้สักพักแล้วกันนะ เห้ย!! ตั้งสติ นี่มันที่สาธารณะ ผมพยายามขัดขืนอีกครั้ง ผลักมุนออก
       “มึงทำไรเนี่ย”ผมพูดเสียงดังพร้อมกับรีบขึ้นรถแท็กซี่ออกไปทันที
    ……………………………………………………………..

    มุน Part

       บรรยากาศที่เป็นใจ แต่สถานการณ์อาจจะไม่ค่อยเหมาะ ผมต้องพยายามสารภาพความจริงออกไปสักที ผมทนไม่ได้จริงๆที่เห็นชายไปอยู่ใกล้กับคนอื่นที่ไม่ใช่ผม ยิ่งพี่ชายผมแท้ผมยิ่งอึดอัด ผมอยากให้เค้าอยู่ใกล้ๆผมมากที่สุด……...(มุน)

       เวลา 18.30 น. 
       ผมมาถึงร้านที่ร้องประจำ ปกติผมเริ่มร้องเพลง 20.00-21.30 น. แต่วันนี้ต่างไป เพราะผมกระวนกระวายใจ อยากไปดูแลชาย ที่งานเลี้ยงพนักงาน แต่ทำไมชายไม่ยอมชวนผม ไม่รู้ผมไปทำไรให้เค้าโกรธ ก็แค่พยายามบอกความรู้สึกของตัวเองให้ชายรับรู้ แต่ชายกลับไม่ชอบที่ผมทำอย่างงั้น ผมไม่รู้จำยังไงให้ชายหายโกรธผม คิดทบทวนแล้วก็หาทางออกไม่ได้ ผมเลยตัดสินใจคุยกับเจ้าของร้านขอเปลี่ยนเวลาเป็น 18.30-19.00 น. แล้วจะเล่นทดแทนให้วันอื่น เพื่อไปดูแลชาย

       19.15 น.
       ผมมาถึงร้าน พยามยามเดินหาว่าชายนั่งอยู่ตรงโซนไหน จนผมเห็น พี่ชายผมกอดกับเค้า ผมนี่แทบบ้า ทำไรไม่ถูก ตัดสินใจเดินเข้าไปขวาง แต่เค้ากลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มองข้ามผมไปเฉยๆ ผมได้แต่คิดทบทวนเรื่องต่างๆในหัว ดื่มๆให้มากที่สุด เพื่อรวบรวมความกล้า เปิดใจคุยกับเค้าไปตรงๆ

       ยิ่งผมพยายามชัดเจนกับเค้า เค้ากลับยิ่งทำเหมือนไม่รับรู้ความรู้สึกผมเลย เอาแต่โมโหใส่ผม ทั้งๆที่ผมอยากได้ยินคำอธิบายจากเค้า ถ้าเค้าบอกว่าชอบพี่ชายผม ผมจะเดินออกไปจากชีวิตเค้าเลย แต่เค้ากลับไม่ชัดเจน ผมคงทำให้ชัดเจนเอง ผมเลยตัดสินใจ บอกชอบ แล้วบรรจงจูบเค้าอย่างแผ่วเบา เพื่อให้เค้ารู้ถึงความรู้สึกของผมที่มีต่อเค้า
    ………………………………………………………………………………

    Bon-Hwa

    **เพิ่งลองแต่งครั้งแรก มีอะไรแนะนำกันมาได้นะครับ ขอบพระคุณครับ**

    ออฟไลน์ วาฬออก้า

    • เป็ดประถม
    • *
    • กระทู้: 13
    • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0

    ออฟไลน์ วาฬออก้า

    • เป็ดประถม
    • *
    • กระทู้: 13
    • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0

    6.ไม่เข้าใจ

       “เช้าแล้วนะลูก ตื่นๆไปทำงาน” แม่ตะโกนเรียกผมเหมือนเช่นทุกวัน แต่วันนี้ผมกลับรู้สึกไม่อยากตื่นไปทำงานเลย
    ยิ่งคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ยิ่งทำให้ผมสับสน พี่กาย มุน ไหนจะพี่ดินอีก โอ้ย ปวดหัวไม่อยากจะไปทำงาน
    ไม่อยากเจอใครเลย

       กริ๊งๆ เสียงอ๊อดหน้าบ้านดังขึ้น

       “ชาย ไปดูหน่อยสิใครมา แม่ทำกับข้าวอยู่”แม่ตะโกนเรียกผม

       “มึงมาทำอะไร” ผมถามมุนที่มาโผล่หน้าบ้านเพราะสาเหตุอะไรก็ไม่รู้

       “ก็ทางผ่านกู กูแวะมารับมึงไปทำงานไง”มุนตอบ

       “กูไปเองได้ ปกติกูไปเองของกูทุกวัน มึงไปเถอะ”ผมตอบปฏิเสธ

       “แต่วันนี้มันไม่ปกติไง เรื่องเมื่อคืน...”มุนพยายามอธิบาย

       “หยุด อย่าพูดเรื่องนี้ เดียวแม่กูได้ยิน มึงไปทำงานเถอะ เดียวกูตามไป”ผมไล่มุนตัดรำคาญ
    จริงๆวันนี้ผมกะจะเบี้ยวงานสักวัน ขอทบทวนอะไรๆก่อนดีกว่า

       “มึงแน่ใจนะ ว่ามึงจะไป ไม่ใช่จะหลบหน้ากูหรอกนะ”มุนตอบเหมือนกับได้ยินความคิดให้หัวผม
       
       “ใครมาน่ะลูก” เสียงแม่เข้ามาขัดจังหวะที่ผมจะไล่มุนอีกรอบ

       “สวัสดีครับ แม่ ผมมุนครับ ทำงานทีเดียวกัน วันนี้ผ่านมาทางนี้เลยกะจะแวะรับชายไปด้วย”มุนพูดท่าทียิ้มแย้ม

       “อ่อจ๊ะ ชายยังไม่ได้อาบน้ำทานข้าวเลย หนูทานยังล่ะ มาทานข้าวที่บ้านด้วยกันก่อนไหม เสร็จพอดีเลย จะได้รอเจ้าชายอาบน้ำด้วย” แม่ต้อนรับด้วยท่าทีเป็นมิตร

       “แม่ พอดีมุนจะรีบไปแล้วอ่ะครับ ต้องไปเปิดร้านวันนี้เวรมุน ป่ะๆ เราไปกินข้าวกันเถอะ บายนะมึงไว้เจอกัน”ผมพูดตัดบทพร้อมกันลากแม่เข้าบ้านปิดประตูโดยที่ไม่รอฟังคำตอบจากมุนเลย

       “ชาย ทำไมทำแบบนั้นล่ะลูก ปกติก็ไม่เห็นเป็นแบบนี้ คนนี้ใครกันแน่?”แม่กอดอกทำท่าสืบสวนผมบนโต๊ะกินข้าว

       “กับข้าววันนี้อร่อยเนอะแม่ เดียวไงชายรีบกินรีบไปแต่งตัวทำงานก่อนนะ” ผมเลี่ยงตอบคำถามแม่พร้อมกับรีบเข้าห้องนอนแต่งตัวไปทำงาน

       “ชาย!!! เย็นนี้เราต้องคุยกันนะ”แม่ตะโกนตามมาจากครัว

       เห้ออ ไม่อยากไปทำงานเลย หลอกแม่ว่าไปทำงานแต่ไปที่อื่นดีไหมนะ ผมรู้สึกอึดอัดใจที่ต้องไปทำงานในวันนี้จริง คิดพึมพำกับตัวเอง
       พอหยุด!!! เลิกคิดเราจะหนีความจริงไม่ได้ ไปทำงานทำตัวเป็นปกติกับทุกคน เราต้องทำได้นะ หนีวันนี้ยังไงพรุ่งนี้ก็ต้องเจอ ไฟท์ติ้ง!! สู้สิวะ ชาย ผมตัดสินใจเลิกคิดเรื่องเมื่อคืน ไปทำงานเหมือนเช่นทุกวัน

       ป้ายรถเมล์

       “ชาย มาช้าเชียวนะมึงกูรอนานละเนี่ย”เสียงคนเดียวกะเมื่อเช้าที่หน้าประตูบ้านทักทายผม

       “มึงจะรอกูทำไม กูบอกกูไปเองได้ไง พูดไม่รู้เรื่องไงว่ะ”ผมทำท่าทีโมโหใส่มุน

       “กูอยากคุยกับมึงอะ คือเรื่องเมื่อคืนกูขอโทษนะ แต่กูรู้สึกกับมึงอย่างที่กูบอกจริงๆ กูก็แค่อยากให้มึงรู้ไว้”

       “อ๋อเรื่องเมื่อคืนใช่ปะ 555 กูเมามากเลยอะ จำอะไรไม่ได้เลย ช่างมันเถอะๆ กูไปทำงานก่อนนะ”ผมตอบปัดมุน ทำเหมือนเมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

       “ก็ได้ ป่ะ ไปทำงานกัน” มุนพูดพร้อมกับยื่นหมวกกันน๊อคสำรองให้ผม

       “วันนี้กูเดินไปเองดีกว่า”ผมปฏิเสธพร้อมกับเดินไปทำงาน

       “ถ้ามึงไม่ไปกับกู กูจะบอกคนอื่นเรื่องเมื่อคืนที่เรา....”มุนทำท่าขู่ผม

       “มึงหยุดเลยนะ”ผมเสียงแข็งใส่มุน

       “ไหนว่ามึงจำอะไรไม่ได้” มุนทำท่าสงสัย

       “อ่อออออออ  สงสัยเมื่อคืนกูเมาละทำอะไรตลกๆไปใช่ป่ะ ใช่ๆกูเมาแล้วรั่วแบบนี้แหละ 55 ป่ะๆไปทำงานกัน”ผมพยายามเฉไฉท่าทีเลิกลั่ก พร้อมกับซ้อนมุนแต่โดยดี

       “เลิกลั่กเก่งนะมึง ไปได้ล่ะ”มุนตอบพร้อมกับสตาร์ทรถ

       “สวัสดีครับ พี่ดิน”ผมทักทายตามปกติ

       “แหม มาด้วยกันอีกละ แบบนี้กูก๊อกหักสิ”พี่ดินทำท่าทีล้อเลียนผม

       “ทำไงได้พี่ ทำใจเถอะนะ”มุนตอบพี่ดินด้วยท่าทีเล่นทีจริง

       “อะไรของมึง ผมแค่ติดรถมันมาอ่ะครับ พอดีทางผ่าน”ผมค้อนใส่มุนแล้วอธิบายกับพี่ดิน

       “ได้ฟังจากปากน้องชายแบบนี้ค่อยใจชื้นหน่อย “พี่ดินแซวผมไม่หยุด

       “ผมไปเปลี่ยนชุดล่ะ  ไว้คุยกันพี่”ผมตอบพร้อมกับเดินเข้าห้องเปลี่ยนชุดพนักงาน

       “เป็นไงมั้งชาย เมื่อคืนเมามากไหม”เสียงพี่กายทักถามผม

       “อ่าวพี่กาย สวัสดีครับ เมื่อคืนเมามากครับจำอะไรไม่ได้เลย ดีนะที่กลับบ้านถูก 555”ผมตอบพี่กาย ที่อยู่ในห้องแต่งตัวพนักงาน


       “เรื่องเมื่อคืน พี่พูดจริงๆนะ ไงพี่ไปทำงานก่อนนะ”พี่กายพูดพร้อมกับเดินมาตบบ่าผมเบาก่อนออกจากห้องแต่งตัวไป

       ผมได้แต่เหวอ ทั้งๆที่พยายามจะลืมเรื่องเมื่อคืน

       “ใจลอยเลยนะมึง รีบเปลี่ยนชุด ไปทำงาน หรือต้องให้กูจูบอีกที”มุนพูดพร้อมกับโอบเอวและทำท่ายียวนผม

       “จูบอะไร พอเหอะกูไม่อยากคิดเรื่องเมื่อคืนละ”ผมตอบพร้อมกับผลักอกมุนไป

       “ไหนมึงว่ามึงจำไม่ได้ไง” มุนทำท่าจับพิรุธผม

       “เออ กูจำได้ แต่อย่าไปพูดถึงมันเลย ทั้งมึงทั้งกูก็เมาทั้งคู่อ่ะ เลิกเล่นแบบนี้สักทีเหอะ”ผมทำท่าขอร้องมุน

       “กูไม่ได้เล่น ถ้ามึงคิดว่ากูทำเพราะเมาหรือทำเล่นๆ แสดงว่ามึงไม่รู้จักกู เดี๋ยวกูจะทำให้มึงรู้เอง”
    มุนเสียงแข็งใส่ผม ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป

       จะโมโหเพื่อ กูแค่อยากให้มึงหยุดพูดเรื่องนี้แกล้งกูสักที แค่นั้นเอง โอ้ยไปทำงานดีกว่า ขี้เกียจคิดละ

       “วันนี้อยู่กะมุนนะ มันมาขอเปลี่ยนพี่อีกละ บอกสับสนเรื่องพันธุ์หมา”พี่ดินบอกผมทันทีที่ผมเดินเข้าไปหา

       “อีกละ ผมอยากให้พี่สอบผมเรื่องทำขนมมากว่า”ผมทำท่าอ้อนพี่ดิน

       “อย่ามาทำแบบนี้กะกูนะมึง อย่าเล่นกับไฟรู้ไว้”พี่ดินพูดก่อนจะยีหัวผมพร้อมกับเดินไปอีกฝั่ง

       “เห้ออ กะจะให้ครูดินสอนสักหน่อย”ผมทำท่าทางกวนพี่ดินอย่างต่อเนื่อง

       “เดี๋ยวเหอะ”พี่ดินทำท่าดุผม แต่ผมกลับรู้สึกว่าตลกยังไงก็ไม่รู้

       “สนุกกันใหญ่เชียว ทำงานได้แล้ว ไอ้มุนไปไหนล่ะ”เสียงพี่กายแทรกกลางบทสนทนาระหว่างผมกับพี่ดิน

       “เปลี่ยนชุดอยู่ครับ สักพักคงมา”ผมตอบพี่กาย

       “มาล่ะ วันนี้ผมเฝ้าเครื่องดื่มเอง”เสียงมุนตอบพี่ดิน

       “ทำไมช่วงนี้มึงเฝ้าฝั่งนี้บ่อย ไหนเมื่อก่อนบ่น คนเยอะเรื่องแยะ อยู่ฝั่งขนมหมาดีกว่าไง”พี่กายถามมุน

       “ก็เมื่อก่อนผมไม่ชอบคนวุ่นวาย แต่ตอนนี้ผมเปลี่ยนใจล่ะ”มุนทำท่ากวนพี่กาย

       “เรื่องของมึงล่ะกัน”พี่กายตอบห้าวๆพร้อมกับเดินไปห้องทำงาน

       “มึงก็ตอบพี่เค้าดีๆไม่เป็นไงว่ะ ชอบกวนเค้าตลอด”ผมบ่นมุน

       “ก็กูแค่อธิบายในแบบของกู ไม่ได้กวนป่าวว่ะ”มุนเถียงผม

       “กูรู้ว่าเค้าเป็นพี่ชายมึง แต่มึงลองคิดนะ ถ้าเค้าไม่ใช่พี่มึง ตอบแบบนี้ไปกูว่ามึงโดนไล่ออกไปละ”ผมพยายามอธิบายให้มุนฟัง

       “เออ กูจะพยายามละกัน ว่าแต่มึงนี่แคร์เค้าจังเลยเนอะ”มุนทำท่าประชดผม

       “กูแค่อยากให้มึงปรับตัวต่างหาก ไม่ได้เกี่ยวไรกับพี่เค้าเลย”ผมค้อนมุน

       “ไม่เกี่ยวก็ดีละ กูอยากให้มึงเกี่ยวกับกูคนเดียวก็พอ ดีใจนะที่มึงอยากให้กูปรับตัวเป็นคนดีขึ้นอ่ะ”
    มุนตอบพร้อมกับจ้องหน้าผม

       “พอๆ ทำงานขอสูตรน้ำหน่อยกูจะท่องจำ”ผมผลักหัวมุนออกพร้อมกับหาสูตรน้ำของร้าน

       “กูนี่ไง สูตรเครื่องดื่ม ทำตัวดีๆกับกูหน่อยละกัน”มุนชี้ที่หัวตัวเองพร้อมทำท่าท่างกวนผม

       “เรื่องของมึง งั้นก็เฝ้าเครื่องไป กูขายเค้กก็ได้”ผมตอบมุนด้วยความละเหี่ยใจ

       “อะไรของมึง ไม่อยากให้กูสอนหรอ”มุนทำท่าอ้อนผม

       “เออ!!” ผมตอบเสียงแข็งใส่มุน ที่กำลังแสดงท่าทีชอบใจที่กวนผมได้

       “กูไปขอพี่ดินสอนเอาก็ได้”ผมทำท่าเดินไปอีกฝั่ง

       มุนกระชากแขนผมไว้ เล่นเอาผมเสียหลักเกือบหัวทิ่มกันเลยทีเดียว

       “กูสอนเอง นี่ อ่านไป กูหวง! ”มุนยื่นสูตรเครื่องดื่มให้ผม พร้อมกับชี้ให้ผมนั่งที่เก้าอี้ข้างๆ

       “อะไรของมึง..กูไม่ได้เป็นอะไรมึงสักหน่อย”ผมพูดกับมุน

       “มึงยังไม่ได้เป็นอะไรกับกูก็จริง แต่ตอนนี้กูนี่แหละที่เป็นกับมึง อย่าไปสนิทกับพี่ดินพี่กายมาก คิดว่ากูไม่รู้ว่าสองคนนั้นคิดอะไรอยู่”มุนเสียงแข็งใส่ผม

       “.....”ผมได้แต่งุนงงกับคำพูดของมุน งงเก่งจริงๆเลยกูเนี่ย

       “ตอนนี้กูก็ทำได้แค่นี้แหละ ถ้ามึงรู้สึกกับกูตอบกลับมาเมื่อไร่ กูจะทำยิ่งกว่านี้อีก” มุนยังร่ายยาวไม่หยุด

       “โอ้ย พอกูมาทำงาน ไม่ได้มาหาแฟนโว้ยยยย ที่นี้ก็พี่น้องกันทั้งนั้นแหละ  เข้าใจกูนะ”ผมพูดพร้อมกับตบบ่ามุนเบาๆ

       “กูไม่เข้าใจ”มุนตอบ

       “กูยังไม่คิดเรื่องใครทั้งนั้นแหละ ขอกูทำงานหาเงินก่อน เปิดเทอมกูก็ไปอยู่แล้ว มาทำงานแค่ 2 เดือนเอง”ผมพยายามอธิบาย

       “กูก็ไม่เข้าใจอยู่ดี ถ้าอยากให้กูเข้าใจ เอาเป็นว่า ตลอดเวลาที่ทำงานที่นี้มึงก็อย่าสนิทกับใครนอกจากกู”มุนยังคงตอบคำถามด้วยยความคิดตัวเองเป็นหลักเช่นเคย

       “เรื่องของมึง กูก็เป็นของกูแบบนี้แหละ ไม่เข้าใจก็แล้วแต่”ผมตอบกวนมุนพร้อมกับลุกไปต้อนรับลูกค้าที่เพิ่งเข้ามาในร้าน

       “กูจะเรียนรู้มึงเอง!!!”มุนตอบตามหลังผมมา

    ..........

    Bon-Hwa

    ออฟไลน์ AkuaPink

    • เป็ดDemeter
    • *
    • กระทู้: 1818
    • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0

    ออฟไลน์ psychological

    • เป็ดเด็กช่าง
    • *
    • กระทู้: 261
    • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-0

    CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

    ประกาศที่สำคัญ


    ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
    https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



    รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
    https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



    สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
    https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






    ออฟไลน์ วาฬออก้า

    • เป็ดประถม
    • *
    • กระทู้: 13
    • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
       7.Notification

              18.30 น.

       “เสร็จงานสักที วันนี้ลูกค้าเยอะ โครตเหนื่อยว่าป่ะ?” ผมถามมุน

       “เฉยๆอ่ะ สงสัยมีมึงอยู่ข้างๆมั้ง เลยมีกำลังใจทำงาน”มุนพูดพร้อมกับลูบหัวผมเบาๆ

       “มากไปมั้ง!!! กูสนิทกับมึง ถึงขั้นลูบหัว ตั้งแต่เมื่อไร่”ผมเสียงแข็งใส่มุน

       “ผิดเอง ยอม!!”มุนตอบผมสั้นๆ

       “ทำไมยอมง่ายจัง แต่แบบนี้ดีล่ะ กูชอบคนว่านอนสอนง่าย”ผมยิ้มกรุ้มกริ่มที่เอาชนะมุนได้

       “สามีที่ดีต้องยอมให้ภรรยาอยู่แล้ว ถึงจะไม่ผิดก็เถอะ”มุนพูดพร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนรีบวิ่งไปเปลี่ยนชุด

       “ไอ้มุน!!” ผมได้แต่โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่มุนพูดแบบนั้น ก่อนเดินตามเข้าไปเปลี่ยนชุด อย่างหัวเสีย
       ผมคงต้องเว้นระยะห่างจากมุนสักหน่อยแล้วสิ ดูท่าทางเราจะสนิทกันเร็วเกินไปหรือเปล่า

       “ชาย คุยกับพี่หน่อยสิ”เสียงพี่กายเรียกผมก่อนที่ผมจะเข้าไปเปลี่ยนชุด

       “ครับ”ผมเดินตามพี่กายไปอย่างว่าง่าย

       “กาย มึงจะไปคุยอะไรกับน้องมันอีก เลิกงานแล้ว ให้น้องกลับบ้านเถอะ สงสารมัน”เสียงพี่ดินบอกพี่กาย

       “กูไม่ได้จะใช้งานน้องสักหน่อย แค่คุยนิดหน่อยเอง”พี่กายอธิบายก่อนจะจูงมือผมเข้าไปในห้องทำงานของพี่กาย

       “เป็นไงวันนี้เหนื่อยไหมพี่ขอดูแผลหน่อยสิ”พี่กายพูดคุยอย่างสุภาพ

       “แผล? อ่อ แผลแห้งดีแล้วครับ คงไม่ต้องทำแผลแล้วล่ะ”ผมพูดพร้อมกับยกแขนให้พี่กายดู

       “ยังไงก็ต้องล้าง เมื่อเช้าพี่ก็ติดงาน เลยไม่ได้ดูแลเลย มาๆพี่ทำแผลให้”พี่กายเลิกแขนเสื้อผมขึ้นก่อนทำแผลอย่างเบามือ

       “ขอบคุณนะครับ พี่กาย”ผมตอบขอบคุณพี่กาย

       “ไม่เป็นไรหรอก ยังไงเราก็เป็นพนักงานในร้านพี่ พี่ต้องดูแลอยู่แล้ว”พี่กายยิ้มเล็กน้อย

       “ดูแลดีขนาดนี้ ผมจะตอบแทนอะไรพี่ได้บ้างไหมเนี่ย”ผมพูดติดตลก

       “ได้สิ แค่ดูแลตัวเองดีๆ อย่าทำให้พี่เป็นห่วงก็พอแล้ว”พี่กายสบตาผมพร้อมกับส่งรอยยิ้มเล็ก

       ทำไมมันฟังดูแปลกๆแหะ เขิลวุ้ย ผมได้แต่ก้มหน้าก้มตามองพี่กายทำแผลโดยไม่มีบทสนทนาใดๆอีก

       “อ่ะ ยาแก้ปวด พี่ซื้อมาให้เรา วถ้ารู้สึกปวดแผลก็กินด้วยนะ”พี่กายยื่นยาแก้ปวดให้ผม

       “ขอบคุณครับ พี่ดูแลผมดีจังเลย เจ้านายใจดีๆแบบนี้หายากมากเลยครับ”ผมยิ้มให้พี่กาย

       “พี่คงเป็นได้แค่เจ้านายสินะ ทั้งๆที่สารภาพไปแล้ว”พี่กายน้ำเสียงเศร้า

       ซวยแล้ว เราพูดไรผิดไปเนี่ย เปลี่ยนเรื่องๆ ต้องชวนคุยเรื่องอื่น

       “อ่อ เมื่อเช้าผมได้ยินพี่ดินพูดว่าพรุ่งนี้พี่กายไม่เข้าร้านหรอครับ”ผมพยายามเปลี่ยนเรื่อง

       “อืม พรุ่งนี้พี่มีธุระนิดหน่อยครับ”พี่กายยังคงทำหน้าตาซึม

       “ยังไงผมจะเฝ้าร้าน ดูแลลูกค้าทุกคนเป็นอย่างดีให้พี่เลยครับ”ผมพยายามทำให้บรรยากาศดีขึ้น

       “อิจฉาลูกค้าจัง”พี่กายตอบพร้อมกับหันหลังไปเก็บอุปกรณ์ทำแผล

       “ลืมเลย พอดีมุนรอผมอยู่ครับ ยังไงผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” เจอแบบนี้ ผมรับมือไม่ไหว ขอหนีก่อนละกัน

       “ครับ กลับบ้านดีๆนะ”พี่กายบอกผม

       ผมรีบเดินออกมาจากห้องทำงานพี่กาย ไปเปลี่ยนชุดแล้วเดินออกจากร้าน

       “ช้าจังครับ รอนานแล้วนะ”มุนทักผมตอนที่ผมกำลังออกจากร้าน

       “ช้า? รอ? ใครใช้ให้มึงรอ กูกลับเองได้”ผมตอบกลับมุน พร้อมท่าทีกวนเล็กน้อย

       “ก็เมื่อเช้ามึงมากับกู ก็ต้องกลับกับกูสิ”มุนเถียงผม

       “เออ งั้นรีบไปเหอะ” ผมรีบคว้าหมวกสำรองมาสวม พร้อมกับกระโดดซ้อนท้ายรถมุน ก่อนที่พี่กายจะเดินออกมาจากร้าน

       “ไปเร็วดิ รีบ!!”ผมเร่งมุน

       “ไวไฟจังเลยแหะ นี่เอามือมา กอดแน่นๆ”มุนพูดพร้อมกับดึงมือผมทั้งสองข้างไปโอบเอวมุนเอาไว้

       “ทะลึ่ง!! ไปได้แล้ว” ผมตวาดมุนพร้อมกับหยิกเข้าที่พุงของมุนไปหนึ่งที

       “โอ้ยดุจังว่ะ ขนาดยังไม่ได้เป็นเมียเลยนะ”มุนทำท่าล้อเลียนผม

       “งั้นกูลง!!!”ผมพูดพร้อมกับทำท่าทีจะลงรถ

       “เฮ้ย ใจร้อนจัง ไปก็ไป”มุนคว้าแขนผมไว้ก่อนจะขับรถออกไปอย่างว่าง่าย

       ตอนนี้ที่ผมรู้สึกคืออยากเตะมุนสักที สาเหตุก็เพราะมันเอามือมารวบแขนผมไว้ให้โอบเอวมุนตลอดข้าง โอ้ย..ขับรถมือเดียวมันอันตราย อยากตบกะโหลกอีกสักที

       “หิวข้าวไหม กูรู้จักร้านอร่อยๆไปกินกัน”มุนถามเชิงบังคับ

       “ไม่ กูรีบกลับบ้าน แม่รอกินข้าว”ผมปฏิเสธมุน

       “ก็ได้”มุนตอบสั้นๆ

       มาแปลกทุกทีมันต้องกวนผม หรือรบเร้าให้ผมไปกับมันมากกว่านี้ดิ แต่ก็ดีล่ะ รีบกลับบ้านดีกว่าหลังจากนั้นเราก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย

       “ถึงล่ะ”มุนบอกผมพร้อมกับจอดมอไซด์หน้าบ้าน

       “ขอบใจนะมึง ไว้พรุ่งนี้เจอกันที่ร้าน”ผมพูดพร้อมกับถอดหมวกกันน๊อคยื่นให้มุน
       
       “เดี๋ยว!! ไม่ชวนกูเข้าบ้านหรอ คนอุตส่าห์มาส่ง ข้าวก็ไม่ได้กิน เสียใจว่ะ”มุนพูดแขวะผม

       “อะไรของมึง แม่กูไม่ได้กับข้าวเผื่อหรอก มึงกลับไปเลยไป กูจะเข้าบ้านล่ะ บาย”ผมพูดตัดบทขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงกับมุน

       “อ่าว มุน มาส่งชายหรอลูก มาๆเข้าบ้านมากินน้ำกินท่าก่อน”เสียงแม่ผมเอ่ยปากชวนมุนเข้าบ้าน

       “ไม่หรอกแม่มุนมีธุระต้องรีบไป”ผมตะโกนบอกแม่

       “ครับ แต่คุณน้าชวนทั้งที่ผมคงต้องแวะพักสักหน่อยล่ะครับ”มุนทำท่าทางล้อเลียนผม

       “มาๆ เข้ามาข้างในก่อนมุน ชายพาเพื่อนเข้าบ้านสิ เด็กคนนี้นี่นะ”แม่ดุผม

       ผมเลยจำเป็นต้องพามุนเข้าบ้านทั้งๆที่อยากจะไล่มันกลับบ้านไปสักที แม่นะแม่

       “ชาย ไปเอาน้ำมาให้เพื่อนสิ ต้องให้บอกทุกทีเลย”แม่ดุผมรอบที่2

       “ครับ”ผมตอบลากเสียงยาว

       “อยู่ทานข้าวด้วยกันไหม วันนี้น้าทำต้มจืดไข่น้ำของโปรดชายเลยนะ”แม่ชวนมุนทานข้าว

       “มุนไม่กินหรอกแม่เดี๋ยวก็ต้องกลับแล้ว รีบไปทำธุระ”ผมพูดขัดแม่

       “อ่อ ตอนแรกผมก็กะว่าจะกลับเลย แต่พอรู้ว่าแม่ทำต้อจืดไข่น้ำ คงต้องฝากท้องด้วยนะครับ”มุนทำหน้าตายียวนผม

       “ได้สิจ๊ะ มาๆทานข้าวกัน ไปชายชวนแม่ตั้งโต๊ะ” แม่พูดพร้อมกับลากผมไปที่ห้องครัว

       “ผมช่วยอีกคนครับคุณน้า”มุนพูดพร้อมกับเดินตามเข้ามาในห้องครัว

       “มุนนี่นอกจากจะหน้าตาดีแล้วยังจะนิสัยดีอีก ใครได้ไปเป็นแฟนคงโชคดี”แม่แซวมุน

       “ผมยังไม่มีแฟนครับ กำลังดูๆอยู่”มุนตอบแม่ผมด้วยท่าทีอ่อนน้อม

       “จริงหรอ ฝากชายด้วยคนสิ ติดแม่จนจะหาแฟนได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ บอกให้ไปเที่ยวกับเพื่อนกับที่ทำงานบ้างก็ไม่ค่อยยอมไป”

       “ก็ชาย เป็นห่วงแม่อยากอยู่กับแม่นี่ครับ”ผมพูดพร้อมกับทำท่าอ้อนแม่

       “ก็เป็นซะแบบเนี่ย แล้วจะมีแฟนเมื่อไร่ล่ะลูก”แม่ยิ้ม

       “ผมดูแลให้เองครับ คุณน้า”มุนตอบแม่ผม

       “ฝากด้วยนะลูก แม่กลัวจะชายหาแฟนไม่ได้”แม่พูดพร้อมกับหันหน้าไปหัวเราะกับมุน

       “แม่...มึงอีกคนกินข้าวได้ล่ะ ไม่งั้นก็กลับบ้านไป”ผมตบกลับแม่พร้อมหันไปค้อนใส่มุน

       “ครับ”มุนตอบลากเสียงยาว

       หลังจากนั้นบนโต๊ะก็มีแต่บทสนทนาระหว่างแม่ผมกับมุนที่ต่างคนต่างคุยเรื่องตัวเองและหัวเราะชอบใจกันเป็นระยะๆ ปล่อยให้ผมนั่งกินข้าวเงียบอยู่คนเดียวจนอิ่ม

       “ผมช่วยล้างครับ คุณน้า”มุนพูดด้วยท่าทีสุภาพ

       “ไม่เป็นไรลูก แม่ฝากขึ้นไปคุยกะชายหน่อย รายนั้นดูท่าจะน้อยใจที่แม่เล่าเรื่องเค้าอยู่”แม่บอกมุน

       “ครับ”มุนพูดเสร็จก็เดินขึ้นมาบนห้องผม

       “แง่มๆ ทำไรอยู่”เสียงมุนเรียกผม

       “มึงเข้ามาห้องกูทำไม ออกไป”ผมออกปากไล่มุน

       “ก็แม่ให้กูขึ้นมาคุยกับมึง เค้ากลัวมึงน้อยใจที่เล่าเรื่องมึงให้กูฟังอ่ะ”มุนอธิบาย

       “เออ ไม่หรอก เรื่องพวกนั้นกูไม่คิดมากหรอก มึงอ่ะ กลับบ้านไปได้ล่ะมั้ง ข้าวก็กินแล้ว น้ำก็กินแล้ว เหลือแค่นอนนี่ละมั้ง”ผมพูดประชดมุน

       “ได้หรอ กูโทรบอกที่บ้านแปป”มุนทำท่าทางยกโทรศัพท์ขึ้นมา
       
       “กูประชด! ไปๆกลับได้ล่ะ กูอยากพักผ่อน”ผมเสียงแข็งใส่มุน พร้อมกับลากมุนลงมาจากห้อง

       “แม่ มุนจะกลับล่ะนะครับ เดียวผมไปส่งมุนก่อนนะ”ผมตะโกนบอกแม่

       “จ้า ขับรถดีนะลูกอย่าขับรถเร็วล่ะ”แม่ตะโกนบอกมุน

        “ครับ คุณน้า ขอบคุณสำหรับข้าวเย็นวันนี้มากๆนะครับ”มุนตอบกลับแม่ผม

       “จ้า ชายไปส่งเพื่อเถอะลูก”

       “ไปๆๆ ผมผลักมุนออกมาจนถึงหน้าประตู ไปได้ล่ะ กูอยากพักวันนี้เหนื่อยมาก”ผมพูดพร้อมแสดงท่าทีเหนื่อยหอบแฮ่กๆ

       “ไปก็ได้ วันหลังจะมาใหม่นะ จัดห้องไว้ด้วยนะ คราวหน้ากูไม่แค่กินข้าวแน่”มุนทำท่าล้อผม

       “กวน..ไปได้ล่ะ เดี๋ยวโบก”ผมทำท่าจะตบหัวมุน

       “ดุจัง รอเป็นเมียกูก่อนเถอะ ฮึ่มมม”มุนทำท่ายียวนผม

       “ใครจะเป็นเมียมึง ไร้สาระ แบร่”ผมทำท่าล้อเลียนมุน

       “เดี๋ยวจะโดนมิใช่น้อย”มุนพูดพร้อมกับอมยิ้มเล็กๆ

       “กลัวตาย!! ไปได้ล่ะ รำคาญว่ะ แบร่” ผมพูดไล่มุนรอบที่ล้านแปดพร้อมกับแลบลิ้นใส่มุน

       “พรุ่งนี้เช้ากูมารับนะ ไปล่ะ”มุนบอกผมพร้อมกับรอยยิ้มก่อนขับรถออกไป

       ใครจะไปกับมึง พรุ่งนี้กูจะหนีไปทำงานแต่เช้าเลยคอยดู

       23.30 น.

       Line (เสียงไลน์ผมดังขึ้น)

       มุน : วันนี้มีความสุขจัง รู้สึกได้ใกล้กันเข้าไปอีกนิดแล้วนะครับ <3
     :กอด1:

        ผม : พิมพ์บ้าไร้มาเนี่ย กูจะนอนแล้วบาย

       ผมพิมพ์ตอบกลับแล้วรีบปิดโทรศัพท์นอนลงทันที แต่ทำไมใจเต้นแรงจังแหะ แปลกจัง แค่มุนพิมพ์ไลน์มาทำไมรารู้สึกแปลกๆนะ เห้ออ เลิกคิดๆข่มตานอน

       Line (เสียงไลน์ผมดังขึ้น)
       อะไรอีกกูจะนอนแล้วนะมุน ผมบ่นพึมพำก่อจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู
       พี่กาย : ฝันดีนะครับ น้องชาย
       ผมได้แต่ดู notification ไม่กล้าแม้กระทั่งเปิดอ่าน ไม่รู้ว่าจะตอบกลับยังไง ผมรีบปิดโทรศัพท์แล้วข่มตานอนทันที

    Bon-Hwa
    .......................................................



     :oo1: :oo1: :oo1:
    :3123:
     :pig4:


     :oo1: :oo1:
    :กอด1:
    « แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-05-2020 13:40:01 โดย วาฬออก้า »

    ออฟไลน์ AkuaPink

    • เป็ดDemeter
    • *
    • กระทู้: 1818
    • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0

    ออฟไลน์ วาฬออก้า

    • เป็ดประถม
    • *
    • กระทู้: 13
    • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
    8.ใจไม่ค่อยดี

       วันนี้ผมตื่นสายกว่าปกติ จากเมื่อคืนที่นอนไม่ค่อยหลับ เพราะนอกจากจะไลน์ของพี่กายที่ผมไม่ได้เปิดอ่าน แล้วยังมีมุนที่ส่งสติ๊กเกอร์มากวนผมทั้งคืน เฮ้อ งัวเงียชะมัดเลย

       “แม่!  วันนี้มีไรกินมั้งครับ”ผมทักทายแม่ด้วยความสดใจ

       “หลายอย่างเลย มาๆกินข้าวกัน มุนเค้ามารอตั้งแต่เช้าแล้ว”แม่บอกผมพร้อมกับชี้ให้ดูมุนที่นั่งรออยู่ตรงโต๊ะกินข้าว

       “มึงมาทำไมเนี่ย”ผมทักมุน

       “ก็มารับไปทำงานด้วยกันไง ที่บอกเมื่อคืน”มุนทำหน้าทะเล้น

       “กูบอกแล้ว ว่ากูไปเองได้ ไม่ต้องมารับ แล้วมากินข้าวเช้าบ้านคนอื่น บ้านตัวเองไม่มีกินหรือไง”ผมพูดเสียงแข็งใส่มุน

       “ชาย!! ทำไมพูดแบบนั้น เพื่อนมารับก็ดีแล้วเราจะได้ไม่ต้องเดินไปทำงานเอง”แม่ตวาดผม

       “ใช่ครับแม่ ผมเองก็คิดว่าดีกว่าเดินไปคนเดียว ถ้าเกิดเจอพวกนักเลงกลางทางขึ้นมาจะทำยังไง อันตรายมากเลยครับ”มุนทำท่าล้อเลียนผม

       “เห็นไหม เพื่อเค้าเป็นห่วง เรายังจะพูดไม่ดีกับเค้าอีก มุนเป็นดีมากเลยนะลูก แม่ฝากมุนดูแลชายด้วยนะ เห็นช่วงนี้มีสาวๆส่งโน้ตมาจีบด้วย แม่ถามว่าเป็นใครก็ไม่ยอมบอก”แม่ตอบกลับผมพร้อมหันไปชมมุนยกใหญ่

       “โน้ต?? อ่อได้ครับ ผมจะดูแลชายอย่างดีเลย”มุนลากเสียงยาว

       “มาลูกมา กินข้าวๆจะได้รีบไปทำงานกัน”แม่

       หลังจากทานข้าวเสร็จมุนก็ลากผมขึ้นรถมาทำงานจนได้ ทั้งๆที่ผมพยายามจะเดินมาทำงานเอง

       “โน้ต?? แม่มึงพูดถึงกระดาษโน้ตอะไรเหรอ เมื่อเช้า”มุนเริ่มบทสนทนาด้วยการถามผม

       “ช่างเหอะ ไม่มีอะไรหรอก”ผมพยายามเปลี่ยนเรื่อง

       “เปลี่ยนเรื่องเก่งนะมึง มีอะไรก็บอกกูแล้วกัน แม่มึงฝากกูดูแลมึงนะ อย่าลืม!!”มุนทำท่าล้อเลียนผม

       “ไร้สาระ”ผมพูดพร้อมกับตะโหลกมุนไปหนึ่งที

       “กูยอมแค่ตอนนี้นะ ถ้ามึงเป็นแฟนกูเมื่อไร่จะเอาคืนทั้งต้นทั้งดอกเลย”มุนยิ้มเจ้าเล่ห์

       “แฟนบ้าไร เพ้อเจ้อ ถ้าไม่หยุดพูดกูจะลงจากรถมึงล่ะนะ”ผมประชดมุนตัดลำคาญ

       “ลงตอนนี้คงยาก เพราะมึงมานั่งในใจกูซะแล้ว”มุนพูดงึมงำ

       “มึงว่าไรนะ”ผมถามเพราะได้ยินไม่ค่อยชัด

       “ช่างเหอะ ถึงร้านแล้วลงไปได้ล่ะ”มุนพูดขณะกำลังจอดมอไซด์

       “ทีแบบนี้ ไล่กูเชียวนะ ไปก็ได้”ผมพูดก่อนเดินเข้าร้าน

       แกร๊งง งง

       “สวัสดีครับ พี่ดิน มาแต่เช้าเลย”ผมทักพี่ดิน

       “ธรรมดา อายุเยอะแล้วนอนไม่ค่อยหลับหรอก”พี่ดินทำท่าละเหี่ยใจ

       “ฮ่าๆ แก่กว่าผมนิดเดียวนะครับ ยังไม่ขนาดนั้นหรอก”ผมแซวพี่ดิน

       “พี่ไม่ดูแก่เกินไปสำหรับชายใช่ไหม พี่นึกว่าพี่แก่เกินไปสำหรับชายซะอีก”พี่ดินทำท่าตื่นเต้น

       “ยังซะก็เป็นพี่ชายที่น่ารักของผมอยู่ดีแหละน่า”ผมยิ้มให้พี่ดิน

       “พี่ชาย? สงสัยคงเป็นได้แค่นั้นสินะ ใครจะไปสู้คนที่ไปรับไปส่งได้ทุกวันล่ะ”พี่ดินทำท่าทางชี้ไปทางมุนท่กำลังเดินเข้าร้านมา

       “บ้า บ้านผมทางผ่าน มุนเลยแวะมารับ ไม่มีอะไรหรอกครับ”ผมปฎิเสธ

       “ไม่ใช่ทางผ่าน แต่กูตั้งใจไปรับมึงต่างหาก”มุนตอบทันทีที่ได้ยินผมพูดจบ

       “รีบเข้ามาจังเลยมึงอ่ะ กูกำลังจะเต๊าะน้องชายเลย ขัดลาภกูจริงๆไอ้มุนเอ้ย”พี่ดินพูดประชดมุน

       “ก็เพราะพี่เป็นแบบนี้ไง ผมถึงต้องรีบเข้ามาขวาง วันนี้ผมเฝ้าโซนเครื่องดื่มนะ”มุนทำท่ายักคิ้วใส่พี่ดิน

       “กูไม่คุยกับมึงแล้ว วันนี้กูไม่แลกเค้าเตอร์นะ กูจะเฝ้าน้องชายเอง จบข่าว”พี่ดินทำท่าบ่ายเบี่ยงใส่มุน

       “เฮ้ยพี่ ผมขออีกวัน...”มุนพูดอ้อนพี่ดินที่เดินหนีเข้าครัวไปโดยไม่ฟังอะไรทั้งสิ้น

       “พูดไรกันว่ะ กูไม่เห็นเข้าใจ”ผมถามมุน

       “คนอื่นเค้ารู้เรื่องกันหมดยกเว้นมึงนั่นแหละ” มุนตอบผมก่อนจะเดินเข้าครัวตามพี่ดินไป

       อะไรกันว่ะ ไม่เข้าใจเลย ไปเปลี่ยนชุดทำงานดีกว่า

       “เดียวนี้มุนไปรับที่บ้านทุกวันเลยหรอ”เสียงพี่กายทักผมทันทีที่เดินเข้าไปในห้องแต่งตัวพนักงาน

       “เฮ้ย ตกใจหมดเลย ขอโทษครับพอดีผมไม่เห็นพี่กาย”ผมสะดุ้งที่กายทักโดยไม่ทันตั้งตัว

       “พี่ถามอ่ะ”พี่กายย้ำอีกรอบ

       “พอดี บ้านผมทางผ่านครับ มุนเลยแวะมารับ ทางเดียวกันไปด้วยกัน ช่วยชาติประหยัดพลังงานครับ”ผมตอบกลับพี่กาย (ปกติก็เดินมันช่วยประหยัดพลังงานยังไงกัน)

       “พี่ก็อยู่บ้านเดียวกับมัน ทางผ่านเหมือนกัน งั้นวันหลังพี่แวะไปรับเรามาทำงานเองนะ”พี่กายเอ่ยปากชวนผมมาทำงานด้วยกัน

       “อ่ออ พอดีแม่ผมก็ต้องออกไปทำงานด้วย ต่อไปนี้เลยจะแวะมาส่งผมที่ทำงานด้วย ยังไงก็ขอบคุณพี่กายนะครับ”ผมปฏิเสธ

       “นี่เป็นเหตุผลที่ไม่อ่านไลน์พี่เมื่อคืนสินะ แต่กลับคุยกับมุนทั้งคืน”พี่กายทำท่าทีน้อยใจ

       “ป่าวครับ พอดีเมื่อคืนผมนอนไวครับเลยยังไม่ได้เช็คโทรศัพท์เลย”ผมอธิบายให้พี่กายฟัง
       
       “ถ้างั้นพรุ่งนี้ 7.30 น. พี่ไปรับเราแล้วกันนะ พี่ไปทำงานก่อน”พี่กายมัดมือชกบังคับให้ผมมาทำงานด้วยก่อนจะเดินออกจากห้องไปก่อนที่มุนจะเดินเข้ามา

       “ไงมึง รอเปลี่ยนชุดพร้อมกูหรอ มาๆเข้ามาในห้องพร้อมกันเลย”เสียงมุนพยายามกวนผม

        “ใครรอมึง กูกกำลังหาของอยู่”ผมตอบปัดมุน

       “หรอ เมื่อกี้พี่กายมาพูดไรกับมึงหรือเปล่า เห็นเดินออกไปตะกี้”มุนถามผม

       “ไม่มีไรหรอก เออพรุ่งนี้แม่กูมาทำธุระแถวนี้ ตอนเช้ามึงไม่ต้องมารับกูนะ”ผมบอกมุนเพื่อตัดปัญหา

       “พิรุธ มึงมีพิรุธ เมื่อเช้าแม่มึงบอกว่าพรุ่งนี้หยุดอยู่บ้าน มึงโกหกกู”มุนทำเสียงแข็ง

       มึงทันไปคุยอะไรกับแม่กูบ้างเนี่ย จะไม่มีพื้นที่ส่วนตัวให้กูเลยหรือไง คุณนายก็เล่นบอกเค้าไปหมดซะทุกเรื่อง แล้วลูกชายจะอยู่ยังไงครับ ผมครุ่นคิดในหัวตัวเอง

       “เออ แม่กูเพิ่งโทรมาบอกตะกี้ บอกว่าเรื่องด่วน”ผมอ้างนู้นนี่นั่นไปเรื่อย

       “เหรอ กูโทรถามแปป”มุนหยิบโทรศัพท์ออกมา

       “มึงมีเบอร์แม่กูได้ไง? เอามานี่”ผมแย่งโทรศัพท์จากมือมุนมาใส่ในกระเป๋า ท่าทางเลิ่กลั่ก

       “นั่นไง พิรุธ กูแค่จะดูว่ามึงโกหกกูหรือเปล่า นี่ชัดเลย ท่าเลิกลั่กนี่”มุนซักไซ้

       “เอาน่ากูเปลี่ยนชุดไปทำงานก่อน ไว้คุยกันๆผมตอบปัดก่อนเดินเข้าห้องน้ำไปเปลี่ยนชุด

       “มึงหลอกกู ไม่ได้หรอก”มุนตะโกนตามเสียงผม


       วันนี้โชคดี ที่พี่ดินไม่ยอมย้ายเค้าเตอร์ทำให้ผมมีโอกาสนั่งทำงานอย่างสบายใจโดยที่ไม่มีมุนมาคอยซักไซ้อยู่ใกล้ๆ(แต่คอยสงสายตาอาฆาตข้ามฝั่งมาเป็นระยะๆ)
       
       “ชาย ทำอะไรเป็นแล้วบ้าง มุนมันสอนทำอะไรไปบ้างแล้ว”พี่ดินถามพร้อมกับเปิดสูตรเครื่องของทางร้าน

       “ยังไม่ค่อยเข้าใจดีเลยครับ พี่ดินสอนผมหน่อยเถอะ มุนมันชอบงุบงิบ”ผมทำท่าอ้อนวอนพี่ดิน

       “อย่าอ้อนแบบนี้ กูใจไม่ดีโว้ย กูยิ่งรู้สึกกับมึงแปลกๆอยู่”พี่ดินพูดงึมงำ

       “ว่าอะไรนะครับ”ผมถาม

       “มาๆ พี่สอนเอง”พี่ดินสอนผมทำเครื่องดื่มหลายอย่าง

       พี่ดินสอนเล่าอธิบายเครื่องดื่มแต่ละตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปทำให้ผมที่หัวช้าเข้าใจได้อย่างง่าย

       “เมนูสุดท้าย อเมริกาโน่ส้ม เริ่มด้วยเอสเปรสโซ 1 ช๊อต น้ำร้อน 4 ออนซ์ ไซรัปรสส้ม 2 ออนซ์ ลองทำดู”พี่ดินบอกพร้อมกับยื่นแก้วมาให้ผม

       “ครับ บดกาแฟ เอสเปรสโซ่ 1 ช๊อต โอ้ยยย!!!!! “น้ำร้อนพุ่งออกมาลวกมือผม

       “เฮ้ยชายเป็นไรไหม พอก่อนๆ ไปทำแผลกันก่อน”พี่ดินลากผมเข้าห้องแต่งตัวพนักงานเพื่อทำแผล

       “เป็นไรมึง มากูช่วยเอง” มุนที่วิ่งข้ามฝั่งมาตั่งแต่ได้ยินผมร้องโอ้ย

       “ไม่เป็นไร มึงไปเฝ้าร้านกูทำแผลเองได้”ผมตอบปัดมุน (กลัวมันซักไซ้อะไรอีก)

       “เดียวกูพาชายไปทำแผลเอง มึงเฝ้าหน้าร้านก่อน”พี่ดินพูดตัดบท

       ห้องแต่งตัวพนักงาน

       “เป็นไงเจ็บแผลไหม”พี่ดินถามขณะที่มือกำลังวุ่นอยู่กับการล้างแผล

       “นิดหน่อยครับ ผมเซ่อซ่าไปหน่อย”ผมยิ้ม

       “อย่าเซ่อซ่าบ่อยล่ะ กูใจไม่ค่อยดี”พี่ดินพูดขณะที่มือกำลังวุ่นอยู่กับการแผลเหมือนเดิม
       
       “ฮ่าๆ แต่ผมก็ดีใจนะ ที่เห็นพี่เป็นห่วงผมซะขนาดนี้ ปกติดูเหมือนไม่ค่อยสนใจใคร ชิวๆไปวัน ผมดีใจมากเลย ขอบคุณมากนะครับพี่ดิน”ผมยิ้มให้กับพี่ดิน

       “โบ๊ะ!!! อย่าทำแบบนี้กูบอกว่ากูยิ่งใจไม่ค่อยดีอยู่ ช่วงนี้กูเปลี่ยวๆอยู่นะ เสร็จแล้ว”พี่ดินตบหัวผมก่อนจะปล่อยมือจากแผลผมที่ทำเสร็จแล้ว

       “โอ้ย ปล่อยแรงไปไหมครับ”ผมร้องเสียงหลง

       “เฮ้ย!! กูขอโทษๆ เจ็บมากไหม”พี่ดินกุมมือผมพร้อมกับทำท่าเป่า เหมือนกับผมเป็นเด็กเล็กๆเลย
       “ฮ่าๆ แกล้งพี่นี่สนุกจัง ผมล้อเล่นครับ”ผมยิ้มอีกรอบ

       “สนุกมากนักไง เดียวกูโบก!!เลย”พี่ดินทำท่าจะตบกะโหลกผมอีกรอบ

       “อย่านะครับ ผมบาดเจ็บอยู่”ผมทำท่าอ้อนพี่ดินอีกครั้ง

       “พอเลยกูไม่เชื่อมึงล่ะ มึงนั่งพักไปก่อนแล้วกันกูไปเฝ้าหน้าร้านก่อน ไหวแล้วค่อยตามมา”พี่ดินตอบก่อนที่จะเดินออกไปหน้าร้าน

       “ขอบคุณนะครับพี่ดิน”ผมตะโกนบอกพี่ดินอีกครั้ง

       พี่ดิน พี่ชายที่แสนดี คนที่ให้ผมรู้สึกสบายใจทุกครั้ง เวลาอยู่ใกล้ๆ บุคลิกภายนอกอาจดูเป็นคนกวนๆ แต่เป็นพี่ชายที่อบอุ่นทุกครั้งที่น้องชายคนนี้มีเรื่องไม่สบายใจ ขอบคุณนะครับพี่ดิน

       ...
    Bon-Hwa

    ออฟไลน์ วาฬออก้า

    • เป็ดประถม
    • *
    • กระทู้: 13
    • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
    9.คนแรก-คนสุดท้าย
       วันนี้หลังเลิกงานผมรีบหนีกลับบ้านก่อน โดยที่ไม่ได้รอมุนมาส่ง เฮ้อ..เย็นนี้เป็นวันที่สบายใจจริงๆเลย ตอนเย็นได้เดินชิว แวะร้านนู้นนี่ตามทางก่อนกลับบ้าน ไม่มีมุนทักไลน์มากวน ช่างน่าสุขขีเสียจริงๆเลย ผมครุ่นคิดหลังจากนอนตีพุงทีเพิ่งทานข้าวเย็นอิ่มๆ

       “เออ พรุ่งนี้นี่หว่า? ต้องบอกมุนอีกรอบว่าไม่ต้องมารับ คนอะไรยิ่งห้ามยิ่งมึน”ผมพูดกับตัวเองก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไลน์หามุนเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง

       Line.. Line…

       เสียงโทรศัพท์ ปริศนาดังมาจากกระเป๋าผม ผมรีบเปิดค้นดูที่มาของเสียง


       เฮ้ย โทรศัพท์ไอ้มุน มันมาอยู่ตั้งแต่ตอนไหนว่ะ แล้วพรุ่งนี้มันจะมาบ้านเราไหม แต่มันคงคิดว่าเราติดธุระจริงๆแหละ ไม่น่ามาหรอกมั้ง ผมได้แต่คิดเข้าข้างตัวเอง หรือเราจะเอาไปคืนมุนดี? แต่บ้านมุนอยู่ไหนก็ไม่รู้จัก ใช่ดิ พี่ดิน ที่พึ่งสุดท้าย ผมรีบกดโทรศัพท์หาพี่ดินถามถึงที่อยู่บ้านมุน

       Plum Court

       ในที่สุดผมก็นั่งแท็กซี่มาถึงอพาร์ทเม้นของมุนจนได้ ทำไงได้ต้องเอาโทรศํพท์มาคืน แล้วก็ต้องย้ำมุนไม่ให้มาบ้านเราพรุ่งนี้เช้านี่น้า ผมปลอบใจตัวเองก่อนที่จะเดินเข้าไปในตึก

       “ติดต่ออะไรค่ะ”เสียงพนักงานต้อนรับถามผมอย่างเป็นมิตร

       “ผมมาหาเพื่อนครับ ห้อง 5103 แพอดีเค้าลืมโทรศัพท์ไว้ผมติดต่อเค้าไม่ได้รบกวนหน่อยครับ”

       “สักครู่นะค่ะ”พนักงานต้อนรับพูดขณะโทรศัพท์ภายในติดต่อมุน

       “เชิญเลยค่ะ ลิฟท์ทางซ้ายมือ ชั้น 5 ห้อง 5103 ออกจากลิฟท์ห้องอยู่ทางฝั่งขวานะค่ะ”พนักงานต้อนรับบอกผมก่อนที่ชี้ลิฟท์ให้ผมดู

       ห้อง 5103

       ก๊อกๆ ๆ
       ผมเคาะประตูเรียกเจ้าของห้องให้เปิดประตู

       ก๊อกๆ ๆ 
       เสียงเคาะประตูตอบกลับมาจากด้านใน

       “อย่ากวนถ้าไม่เปิด กูจะวางทิ้งไว้ตรงนี้แล้วนะ”ผมพูดหน้าประตู

       “บอกรหัสผ่านมาก่อนดิ”มุนยังคงก่อกวนผม

       “เออ กูกลับ!!!”ผมเตรียมหันหลังกลับแต่ไม่ทันไร ก็มีมือมาดึงผมจากด้านหลัง

       “ใจร้อนจัง มาๆเข้ามา”มุนลากผมเข้ามาในห้องมุน
    ห้องมุนโทนสีขาวสะอาดตา ไม่น่าเชื่อว่านักดนตรี ที่ดูไม่ค่อยสนใจอะไรกลับดูแลความสะอาดห้องได้ดีขนาดนี้

       “ก็อยากลีลานัก กูเอาโทรศัพท์มาคืน แล้วก็จะบอกว่าพรุ่งนี้ไม่ต้องไปรับกูนะ แค่นี้แหละกลับละ”ผมส่งโทรศัพท์ให้มุนพร้อมตั้งท่าจะกลับบ้าน

       “เพิ่งมาถึงมานั่งก่อนๆ กูเพิ่งสั่งพิซซ่ามากินเป็นเพื่อนหน่อย”มุนทำท่าอ้อน

       “ก็ได้”ถ้าไม่เป็นแก่พิซซ่านะ ผมกลับไปและ

       “มึงอยู่คนเดียวหรอ?”ผมถามขณะกำลังเคี้ยวพิซซ่าตุ้ยๆ

       “อืม กูไม่ค่อยอยากอยู่บ้านอ่ะ คนเยอะอึดอัด ชอบอยู่คนเดียวมากกว่า”มุนตอบผม

       “กูก็นึกว่ามึงอยู่กับพี่กาย เห็นวันนั้นเค้าบอกอยู่บ้านเดียวกับมึง”ผมถามต่อ

       “เมื่อก่อนอ่ะใช่ แต่กูย้ายออกมาได้ปีกว่าล่ะ ทำงานกลางคืนด้วย กลับบ้านดึกๆเกรงใจคนที่บ้าน”มุนตอบผม

       “อ่อ สรุปเป็นพวกอินดี้ ชอบอยู่คนเดียวเปล่าเปลี่ยวหัวใจละสินะ ทำตัวเป็นพระเอกเกาหลีเลยนะมึง”ผมประชดมุน

       “ก็ไม่รู้ดิ ตอนนั้นอยากอยู่คนเดียวมีพื้นที่ส่วนตัวบ้างอ่ะ แต่ตอนนี้เริ่มเปลี่ยนความคิดแล้วแหละ อยากมีคนมาอยู่ข้างๆสักคน”มุนยิ้ม

       “ไปหลงสาวไหนมาอีก ที่ร้านคงสาวๆเยอะอะดิ มีแฟนระวังเรทติ้งตกนะ”ผมแซวมุน

       “ไม่มีหรอก อีกอย่างเรทติ้งอะไรมีที่ไหนล่ะ กูหมายถึงมึงต่างหาก”มุนตอบผมท่าทีจริงจัง

       “.....”ผมตั้งหน้าตั้งตากินพิซซ่า

       “มึงเป็นคนแรกจริงๆนะที่กูอยากจริงจัง ทำไมมึงถึงชอบเลี่ยงนักอะ มึงไม่ชอบกูก็ไม่เป็นไรนะ แค่ให้โอกาสกูบ้าง”มุนมองหน้าผม

       “.....”ผมตั้งหน้าตั้งตากินพิซซ่าต่อเนื่อง

       “ค่อยๆกินก็ได้กูไม่แย่งมึงหรอก กูก็แค่อยากบอกความรู้สึกให้มึงรู้เฉยๆ”มุนพูดเสียงเรียบ

       ตายแน่กูมาอยู่ห้องเค้า โดยเค้าสารภาพรักแบบนี้ ตามนิยายกูต้องตอบตกลง แล้วก็พร้อมที่จะพลีกาย มอบจูบแรกให้กับเค้า.....บลาๆๆๆ  โอ้ย...หยุด!! เลิกคิดตอนนี้คือเวลาที่ต้องชิ่งแล้วเท่านั้น รีบๆหาเรื่องชิ่งได้แล้ว ผมคิดให้หัว

       แค่กๆ แค่กๆ
       “พิซซ่า ติดคอว่ะมึง ไงกูไปซื้อน้ำเซเว่นก่อนนะ ไว้พรุ่งนี้เจอกันที่ทำงาน” ผมแกล้งไอ ก่อนจะรีบปลีกตัวออกมาจากห้องมุน

       “เดียว ห้องกูก็มีน้ำนะ”เสียงมุนตะโกนตามหลังมา

       “ว่าฉันนั้นรักเธอ .. ก็ปากมันเผลอไป..
    ในเวลาที่สองเราอ่อนไหว...ได้ตัดสินใจพูดคำว่ารัก..ฮ่า..ฮา..
    และฉันไม่รู้ตัว ได้แต่ยอมรับมัน
    เก็บคำบางคำซ่อนไว้ ว่าใจฉัน นั้นรักเธอ
    ฉันเผลอออกไป” เสียงเพลงจากรถแท็กซี่ ที่เปิดฟัง

    “พี่ครับปิดเพลงทีได้ไหมครับ พอดีผมปวดหูนิดหน่อยครับ เพิ่งไปตรวจหูมา”ผมขอให้พี่แท็กซี่ช่วยปิดเพลงหน่อย

    “ได้ครับ”แท็กซี่ตอบ

       “ขอบคุณครับ” ผมพูดขอบคุณหลังจากนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรจนถึงบ้าน

       ทำไมมุนถึงชอบเรา? ผมได้แต่คิดแล้วก็สงสัย นอนมองฝ้าเพดานก็คิดไม่ออก ทำไมมุนถึงรู้สึกแล้วก็กล้าบอกเรานะ? ผมได้แต่คิดว่าทำไมๆ จนผล็อยหลับไป

       07.10 น.
       “เช้าแล้ว ชาย อาบน้ำลงมากินข้าวได้แล้ว”เสียงแม่ตะโกนเรียกจากในครัว
       
       ผมงัวเงียลุกขึ้นมาดูโทรศัพท์ 07.10น. ซวยแล้ว พี่กายจะมาตอน 07.30 น. มาตื่นสายอะไรตอนนี้ หวังว่าไอ้มุนจะเข้าใจแล้วไม่มารับเราแล้วกันนะ ผมคิดก่อนที่จะรีบแต่งตัว

       “แม่วันนี้ชายไม่กินข้าวนะ รีบไปทำงานก่อน”ผมบอกแม่ก่อนจะรีบวิ่งออกไป

       “เดียวสิชาย”เสียงแม่ตะโกนไล่หลังมา

       ทันทีที่ผมเปิดประตูหน้าบ้าน พี่กายกับมุนยืนคุยกันเคร่งเครียดอยู่หน้าประตูบ้าน

       “ชาย”
       “มึง”
       เสียงพี่กายกับมูนประสานเสียงเรียกผมทันทีที่ผมเปิดประตูบ้าน

       ซวยแล้วกูมุนเอ้ย อุส่าห์บอกว่าไม่ต้องมารับ ไม่เข้าใจเลยไงว่ะ ผมครุ่นคิด

       “สวัสดีครับพี่กาย”ผมทักทายพี่กายก่อนหันไปมองหน้ามุน

       “ไปยัง? เดียวไปแวะหาไรกินกัน”พี่กายบอกผม

       “เอออ เดียวผมขอคุยกับมุนแปปนึงนะครับ”ผมตอบกับพี่กายพร้อมกับลากมุนมาคุยส่วนตัว

       “ไหนมึงว่าแม่มึงจะไปส่งไง”มุนปิดฉาก

       “เออ พอดีแม่กูเปลี่ยนใจกะทันหันอ่ะ แล้วพี่กายเค้าไลน์มาว่ามีเรื่องจะคุยกับกูตอนเช้าเลยจะแวะมารับพอดีไง”ผมพยายามอธิบาย

       “กูรู้นะ เรื่องที่มึงหลอกกูว่าแม่จะไปส่ง ตอนแรกกูก็คิดว่ามึงมีเรื่องส่วนตัวอะไรหรือเปล่า แต่กูไม่คิดว่ามึงจะหลอกกูเพราะพี่กาย”มุนมองหน้าผม

       “จริงๆไม่มีอะไรหรอกมึง พี่กายเค้าจะคุยธุระ กูกลัวมึงจะคิดมากเลยไมได้บอกไปไง”ผมอธิบายอีกรอบ โอ้ย ขอร้องเข้าใจทีเถอะมุน

       “ถ้ามึงบอกกูตรงๆตั้งแต่แรก ว่าไม่ชอบกู กูคงจะรู้สึกดีกว่าที่มึงมาทำแบบนี้ กูคิดว่ามึงอาจจะเป็นคนสุดท้ายของกู แต่คงไม่ใช่แล้วล่ะ”มุนพูดตัอพ้อ ก่อนจะเดินไปควบมอไซด์คู่ใจขี่ออกไปโดยไม่หันหลังกลับมามองผมอีกเลย

       “ไปกันเถอะครับพี่กาย”ผมเดินกลับมาขึ้นรถพี่กาย เดียวค่อยไปง้อมุนที่ร้านแล้วกัน

       “อยากกินไรไหม พี่ยังไม่ได้กินข้วเช้าเลย”พี่กายเริ่มบนสนทนาหลังจากที่เงียบกันมาพักใหญ่โดยมีเมดเล่ย์เพลงรักคลอเบาๆ

       “ผมไม่ค่อยทานข้าวเช้าอ่ะครับ พี่กายแวะทานเลยก็ได้ครับ ผมนั่งเป็นเพื่อนได้”ผมยิ้มให้พี่กาย

       “เพื่อนอีกละ งั้นแวะซื้อกาแฟ แปปนึงล่ะกัน”พี่กายเลี้ยวแวะเข้า Drive thru

       “ชายเอาอะไรไหม?”พี่กายถาม
       “ไม่ครับ ขอบคุณครับ”ผมปฏิเสธก่อนที่พี่กายจะหันไปสั่งกาแฟหลังจากนั้นก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีกจนถึงร้าน

       ร้าน Café Pet’s
       
       “ถึงแล้ว เราลงตรงนี้แล้วกันพี่ไปจอดรถก่อน”พี่กายแวะจอดส่งผมลงหน้าร้าน
       
       “ขอบคุณครับ”

       “สวัสดีครับพี่ดิน มุนมาถึงหรือยังครับ?”ผมทักพี่ดิน

       “แหม....มาถึงก็ถามหาแฟนเลยนะ เมื่อกี้แวะเข้ามาบอกว่าวันนี้ลา แล้วก็ออกไปแล้วล่ะ”พี่ดินบอกผม
       “กลับแล้ว?” ผมทวนถามพี่ดินอีกรอบ ด้วยความสงสัย

       “ใช่ พี่ถามว่าทำไมไม่มาพร้อมชายก็ไม่ยอมตอบ เดินออกไปเลย”พี่ดินอธิบายต่อ
       
       “อ่อ ครับ ผมขอไปเปลี่ยนชุดก่อนนะครับ” ผมตอบพี่ดินก่อนเข้าห้องแต่งตัวพนักงาน

       เฮ้อ ไม่ยอมมาทำงนแล้วกูจะง้อมึงยังไงล่ะมุน อย่างน้อยน่าจะรอฟังเหตุผลกันก่อน โอ้ยเครียด!!

    ………………………………………………………………………………..
     Bon-Hwa

    ออฟไลน์ AkuaPink

    • เป็ดDemeter
    • *
    • กระทู้: 1818
    • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0

    ออฟไลน์ วาฬออก้า

    • เป็ดประถม
    • *
    • กระทู้: 13
    • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0

    ออฟไลน์ psychological

    • เป็ดเด็กช่าง
    • *
    • กระทู้: 261
    • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-0

    ออฟไลน์ วาฬออก้า

    • เป็ดประถม
    • *
    • กระทู้: 13
    • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
    10.เมียจ๋า My Wife
       ผ่านมาเกือบสัปดาห์แล้วที่มุนไม่ยอมมาทำงานที่ร้าน ไม่มาเจอหน้าผมเลย โทรไปก็ไม่รับ ไลน์ไปก็ไม่ตอบ
    มีแต่พี่กายที่วนมารับผมไปทำงานและมาส่งกลับบ้านทุกเช้าเย็น ถึงแม้ว่าการนั่งรถ HR-V จะสะดวกกว่าการนั่งรถเวสป้าของมุน
    แต่ถ้าพูดถึงความสบายใจและความเป็นกันเอง ผมกลับรู้สึกดีที่ได้มาทำงานกับมุนทุกวันมากกว่า ผมนั่งครุ่นคิด

       “ชาย เขี่ยข้าวเล่นทำไมลูก กินเร็วเข้าจะได้รีบไปทำงาน ว่าแต่ช่วงนี้มุนไปไหนลูก แม่ไม่เห็นมาบ้านเราเลย มีอะไรกันหรือเปล่า”แม่ถามผม

       “สงสัยช่วงนี้มุนยุ่งอ่ะครับ”

       “ดีแล้ว แม่นึกว่าทะเลาะกัน มุนเป็นคนดีมากเลยนะ เค้าห่วงลูกมากเลยนะ”แม่บอกผม

       “ห่วง? ห่วงยังไงแม่ มันชอบกวนชายจะตาย”ผมทำหน้าสงสัย

       “ก็...ช่างเถอะๆ รีบๆกินสายแล้วนะ”แม่เปลี่ยนเรื่องทันที

       “แม่ มีอะไรปิดบังชายหรือเปล่า”ผมถามแม่ด้วยความสงสัย

       “ก็มุนเค้าขอไม่ให้แม่พูดนิ”

       “แม่..บอกชายมาเหอะ”ผมเซ้าซี้แม่

       “ก็วันนั้น ที่ชายไปกินเลี้ยงพนักงานใหม่ แล้วกลับบ้านดึกๆ ตอนแม่เปิดประตูให้ชายเข้าบ้าน ก็เห็นมุนนี่แหละยืนอยู่หน้าบ้าน”แม่เล่ารายละเอียด

       “หน้าบ้าน? แต่วันนั้นผมกลับแท็กซี่นิ?”ผมพูดแย้ง

       “ก็นั้นแหละ แม่ก็สงสัย พอชายขึ้นห้องแม่เลยเดินออกไปถามเค้าว่ามาหาใคร เค้าก็เล่าว่าเป็นเพื่อนที่ร้าน เห็นชายเมาก็เลยขับรถตามมาดูว่าถึงบ้านจริงไหม กลัวแท็กซี่หลอกไปทำมิดีมิร้าย”แม่เล่ารายละเอียดอย่างต่อเนื่อง

       “แต่แม่เพิ่งเจอมุน ครั้งแรกตอนเช้าของอีกวันนึงไม่ใช่หรอ?”ผมถาม

       “ก็นั้นแหละ มุนเค้าขอแม่ไว้ ว่าเค้าทำให้ชายโกรธอยู่ ไม่ให้แม่เล่าให้ฟังว่าเค้าแอบตามมาที่บ้าน แม่เห็นว่าเค้าเป็นห่วงเราจริงๆ แม่เลยไม่ได้ว่าอะไร แล้วก็เลยฝากเค้าดูแลชายด้วยแหละ”แม่อธิบายอย่างต่อเนื่อง

       “แล้วทำไมแม่ไม่บอกชายล่ะ? ว่าละทำไมดูแม่สนิทกับมุนไวจัง”ผมทำหน้าน้อยใจแม่

       “ก็เค้ารักลูกแม่นิ แม่ก็ดีใจแหละ รักลูกแม่ แม่ก็อยากให้เค้าดูแลเราอ่ะแหละ”แม่ยิ้ม

       “รัก??”ผมย้อนถามแม่

       “คือ...ก็ชายกับมุนทำตัวน่าสงสัยนิ เห็นมุนมาบ้านเรากี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ชายก็เอาแต่ไล่มุน มุนก็ยังจะมาหาชายทุกวัน แม่สงสัย วันนั้นที่ชายตื่นสาย แม่ก็เลยตัดสินใจถามมุนไปตรงๆ ว่ามุนรู้สึกยังไงกับลูกแม่
    มุนก็บอกว่ารู้สึกกับชายมากกว่าเพื่อน แต่ชายไม่ได้คิดอะไรกับเค้า เค้าแค่อยากดูแลชาย ไม่อยากให้แม่ไปดุอะไรชาย ชายไม่เกี่ยว”แม่อธิบาย

       “แม่รู้? แล้วทำไมแม่ไม่กันมุนออกไปล่ะ ลูกแม่เป็นผู้ชายนะ”ผมทำหน้างอลแม่

       “ชาย..แม่ถามจริงๆนะลูก ลูกรู้สึกยังไงกับมุนกันแน่ มุนเค้าชัดเจนกับลูกมากแล้วนะ ลูกอย่าพยายามเอาเรื่องเพศหรืออะไรมาเป็นตัวตัดสินความสัมพันธ์ของลูกเลย ใช้หัวใจสิลูก แม่รับได้เสมอ ไม่ว่าลูกจะเป็นอะไร อย่าเอาคำว่าชายหญิง มายึดติดเลยลูก แม่เลี้ยงลูกมาตั้งแต่เด็ก แม่รู้ว่าลูกต้องการอะไร อย่าหลอกตัวเองเพื่อความสุขของแม่เลยนะ”แม่ยื่นมือมาจับไหล่ผม

       “แม่..รู้ ?”ผมย้อนถามแม่น้ำตาคลอ

       “แม่เป็นแม่นะชาย เรื่องของลูกมีหรอแม่จะไม่รู้ อย่าพยามเป็นคนอื่นเลย เป็นตัวของตัวเองเถอะลูก แม่ยอมรับได้ทุกอย่างที่ลูกเป็น อย่าเปลี่ยนตัวเองเพื่อแม่เลยนะ”แม่ยิ้มพร้อมกับบีบไหล่ให้กำลังใจผม

       “แม่..”ผมกอดแม่ร้องไห้ ความรู้สึกเหมือนยกความหวังของแม่ ที่ผมพยายามแบกมาทั้งชีวิต วางลงไว้ตรงนี้ ที่ตรงตักแม่ ด้วยความเข้าใจและความรักที่เรามีให้กันตลอดมา แต่วันนี้กลับเป็นวันที่ผมรู้สึกว่า
    ตัวผมเองได้ใกล้ชิดแม่ จริงๆสักที หลังจากพยายามเก็บความลับนี้ เพราะกลัวว่ามันจะทำให้แม่ผิดหวัง

       “แม่เข้าใจลูกนะ เรื่องมุน ลูกก็ลองถามใจตัวเองดู ว่ารู้สึกยังไงกันแน่ แม่อยู่ข้างลูกเสมอ”แม่กอดให้กำลังใจผม หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีก

       ตกค่ำผมนอนกลิ้งไปมาบนเตียงคิดเรื่องมุน หลังจากเคลียร์ใจกับแม่เสร็จ สักพักผมตัดสินใจโทรศัพท์ไปหามุน
       “ว่าไง”มุนรับสายด้วยน้ำเสียงเย็นชา

       “เป็นไงมึง เห็นไม่มาทำงานหลายวัน ไม่สบายหรอ”ผมทำใจดีสู้เสือ

        “ช่วงนี้กูไม่ค่อยว่างอ่ะ”มุนตอบเสียงเรียบ

       “อ่อ กูก็นึกว่ามึงตายไปล่ะ ฮ่าๆ”ผมแกล้งพูดติดตลก

       “ยังหรอก ถ้าไม่มีอะไรกูขอตัวก่อนนะ... ตู้ดๆ”มุนตัดสายผม

       ได้จะเล่นแบบนี้ใช่ไหม ง้อก็ไม่ยอมหาย หนีให้ตลอดแล้วกันเดียวมึงเจอกูแน่ ผมบ่นพึมพัมกับตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจไลน์ไปหาพี่ดินเพื่อขอลางาน พรุ่งนี้มึงเจอกูแน่ไอ้มุน


       เวลา 9.30 น.
       
       ห้อง 5103
       
       ก๊อกๆ ๆๆ
       ผมเคาะประตูห้อง

       “ใครว่ะ มาแต่เช้า”เสียงมุนดังลอดประตูออกมาขณะที่กำลังเปิดประตู

       “มึง! มาทำไม”มุนถามผมโดยที่ไม่ฟังคำตอบรีบปิดประตูใส่ผม

       “โอ้ย!!!”ผมให้มือขว้างประตูไว้ไม่ให้มุนปิดประตูได้จนประตูหนีบมือผมเข้าอย่างจัง
       
       “เฮ้ย มึงเป็นไรเปล่า เอามือมาขวางทำไม เข้ามาก็เข้ามา”มุนทำท่าหงุดหงิด

       สภาพห้องมุนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ขวดเหล้าวางระเกะระกะเต็มห้อง รวทั้งที่เขี่ยบุหรี่ที่เต็มไปด้วยบุหรี่ที่สูบแล้วนับสิบซอง

       “มึงปิดใส่กูทำไมล่ะ กินเหล้าหึ่งเลย มึงไม่ไปทำงานแต่เอาเวลามากินเหล้าเนี่ยนะ”ผมตอบกลับ

       “ก็ตอนนี้กูยังไม่อยากเจอหน้ามึงแล้วก็ไม่มีอะไรจะคุยกับมึงด้วย”มุนทำหน้าตาเรียบเฉยๆ

       “มึงจะหนีหน้ากูไปถึงเมื่อไร่”ผมถาม

       “...”มุนไม่ตอบ

       “งั้นถ้ามึงไม่อยากเจอหน้ากู หรือไม่อยากคุยกับกูแล้ว ก็ขอให้ฟังเหตุผลกูหน่อยแล้วกัน แล้วกูจะไม่มาเจอหน้ามึงอีก”ผมพูด

       “มึงควรจะขอโทษกูมากกว่า มาว่ากูแบบนี้นะ ที่กูเป็นแบบนี้ก็เพราะมึงนั่นแหละ”มุนพูดด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
       
       “
       “กูกับพี่กายไม่ได้เป็นอะไรกัน วันนั้นที่กูไม่ให้มึงไปรับ ก็เพราะไม่อยากให้มึงมีปัญหากับพี่กาย กูคิดว่าวันเดียว มึงน่าจะเข้าใจ กูคิดน้อยไปกูขอโทษแล้วกัน”ผมพยายามอธิบาย

       “แล้ว?”มุนถามต่อ

       “ก็คือกู ไม่กล้าปฏิเสธพี่กาย เพราะพี่กายเค้าบอกว่าจะมารับกู ถ้ากูบอกมึงว่าพี่กายมารับมึงก็ไม่ยอมอยู่ดีถูกไหม?”ผมอธิบาย

       “มึงก็บอกกูก่อนสิ กูจะได้ไปบอกไอ้กายเอง”มุนตอบเสียงแข็ง

       “ก็ตอนนั้นกูไม่อยากมีปัญหา กูเป็นแค่พนักงานใหม่ มาทำงานไม่กี่วัน หมดปิดเทอมกูก็ไปแล้ว กูแค่อยากใช้ชีวิตแบบสงบๆ”ผมบอกมุน
       
       “ชีวิตสงบๆของมึงคงไม่มีกูสินะ กูจริงใจกับมึงทุกอย่าง แต่มึงกลับเลือกที่จะโกหกกู กูควรเข้าใจมึงหรอ? ใช้ดิกูมันคงไม่ใช่คนที่มึงต้องการแบบไอ้กายสินะ”มุนพูดประชดประชันพร้อมกับยกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่ม
       
       “มึงฟังกูนะ กูไม่ได้ชอบพี่กาย กูคิดกับเค้าแค่พี่ชายจริงๆ ”ผมตอบกลับมุน

       

       “พี่งั้นหรอ!!!”มุนตะคอกจนผมกลัว “มึงหน้าระรื่นเลยนิ ตอนนั่งรถไปทำงานกับมันอ่ะ”

       “มึงเข้าใจใจกูนะ กูปฏิเสธไม่ได้จริงๆ”แง๊ น่ากลัวชะมัด ตอนนี้มุนจับแขนผมล๊อคติดกับโซฟาจนขยับไม่ได้

       “เข้าใจอะไร ทุกอย่างที่กูเห็นมันตีความเป็นอย่างอื่นได้หรอ มึงบอกกูมาสิ”

       “มึงต้องใจเชื่อใจกูนะ ไม่มีอะไรจริงๆ” ผมแทบจะร้องไห้

       “แล้วอะไรบ้างล่ะที่ทำให้กูเชื่อใจ เคยมีสักครั้งไหมที่มึงตั้งใจจำไปทำงานพร้อมกู กลับบ้านพร้อมกู กูไปหามึงกี่ครั้งก็ไล่กูตลอด เคยมีที่มึงจะเต็มใจไปกับกูสักครั้งแบบที่มึงไปกับไอ้กายมีบ้างไหม!!!”

       “มีดิ” ผมทำใจดีสู้เสือ   

       “หรอ”

       “ตอนนี้ไง”ผมพูดก่อนที่จะโน้มคอมุนลงมาจูบอย่างดูดดื่มทันที
       มุนไม่ได้พูดอะไรแต่กลับจูบตอบกลับมาอย่างร้อนแรง เล่นเอาซะผมเกือบหายใจไม่ออก

       “พอ!!”ผมผลักมุนออก

       “หึหึ”มุนยิ้มกรุ่มกริ้ม

       “อารมณ์ดีแล้วใช่ไหม ทีนี้หายโกรธกูหรือยัง?”

       “ยัง!! จนกว่ามึงจะรับปากว่า ต่อไปนี้ถ้าไอ้กายมายุ่งกับมึง มึงต้องบอกกูเป็นคนแรก อย่าโกหกกูแบบนี้อีก”มุนทำท่าทางจริงจัง

       “เออ แล้วก็เลิกกินเหล้าได้แล้วเก็บห้องด้วย พรุ่งนี้อย่าลืมไปทำงานล่ะ กูกลับล่ะ”

       “เดี๋ยว!!”มุนดึงแขนผมเข้าไปจูบอย่างดูดดื่มอีกครั้ง มันเป็นจูบที่ร้อนแรงมาก จนผมไม่อาจปฏิเสธมัน ยอมให้มุนจูบแต่โดยดี

       “กูรักมึงมากนะ คืนนี้นอนนี่ไหม”มุนทำท่าเจ้าเล่ห์

       “ทะลึ่ง พอเลย! กูกลับล่ะ พรุ่งนี้ไปรับกูเวลาเดิมนะ อย่าสาย แม่กูรอกินข้าว”ผมชวนมุนไปรับที่บ้าน

       “ได้ครับ...เมียจ๋า”มุนทำท่าทะเล้น

       “เมีย บ้าน...”ผมค้อนมุน


       “ว่าแต่วิธีง้อมึงนี่สุดยอดเลยนะ วันหลังกูคงต้องงอนบ่อยๆแล้วสิ”มุนทำท่าทางทะเล้น

       “พอ....กูไม่เล่นแล้วบาย”

       ผมเดินออกจากห้องมุน ลงมาเรียกรถแท็กซี่กลับบ้านด้วยความรู้สึกพิเศษที่เกิดขึ้นในใจ หรือจริงๆแล้วเราจะชอบมุนไปแล้วจริงๆกันนะ ...........



    ...................................................................................

    Bon-Hwa






    :pig4: :pig4:
    ขอบคุณนะครับที่เข้ามาอ่าน :impress3: :impress3: :mew1:

    ออฟไลน์ วาฬออก้า

    • เป็ดประถม
    • *
    • กระทู้: 13
    • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
    10.ความเชื่อใจ
       ช่วงนี้มุนตัวติดผมแจเลย ทั้งไปรับผมที่บ้านเลิกงานก็มาส่งผมแทบไม่มีเวลาส่วนตัวเลย แต่ก็แปลกนะที่ผมกลับไม่รู้สึกลำคาญมุนเหมือนแต่ก่อน กลับรู้สึกแปลกๆถ้าไม่ได้ส่งข้อความหากันก่อนนอน หรือโทรคุยกันจนเช้า แม่ผมยิ่งแล้วใหญ่ ทุกวันนี้แทบจะเห็นมุนเป็นลูกมากกว่าผมอีก  เหลือแค่ชวนย้ายมาอยู่ด้วยกันที่บ้านนี่ล่ะ

       “มึง วันนี้กูขอขี่เองได้ป่ะ”ผมบอกมุนที่มารับผมเช่นทุกวัน

       “ไม่ต้องหรอก หน้าที่มึงคือให้กูดูแล มึงซ้อนกูนั้นล่ะดีแล้ว”มุนตอบกลับผมขณะที่ผมซ้อนอย่างว่าง่าย

       “วันนี้ลางานสักวันไหม อีกแค่เดือนเดียวมึงก็ต้องกลับไปเรียนแล้วอ่ะ”มุนถามผม

       “ลาทำไม ไปทำงานไม่ดีกว่าหรอที่ร้านช่วงนี้ลูกค้ายิ่งเยอะๆอยู่”ผมปฏิเสธมุนไป

       “แต่กูอยากใช้เวลาอยู่กับมึงจริงๆนะ ที่ร้านก็ต้องทำงานไม่มีเวลาหรอก”มุนทำท่าอ้อน

       “พอๆ วันนี้ทำงานก่อนพรุ่งนี้แล้วกันค่อยลา”

       “ได้ครับผม”มุนตอบท่าทางทะเล้นเหมือนเด็กได้ของเล่นก่อนที่จะออกรถ

       แกร๊งงงงง งง ง

       “สวัสดีครับ พี่ดิน วันนี้ดูไม่ค่อยสดชื่นเลยนะ เมื่อคืนนอนดึกหรือเปล่า”ผมทักทายพี่ดินที่กำลังหาวฟอดใหญ่

       “ใช่สิ พี่มันคนหนุ่มโสด ใครจะไปสดชื่นทุกวันได้เหมือนชายกับมุนล่ะ”พี่ดินประชด

       “ช่วยไม่ได้ว่ะพี่ คนมีความรักก็แบบนี้แหละ”มุนทำท่ากวนพี่ดินที่กำลังอึ้งกับคำพูดของมุนอยู่

       “รักบ้าไร พอๆไปเปลี่ยนชุด”ผมลากมุนเข้าห้องแต่งตัว

       “มึง สัญญากับกูก่อนว่าจะไม่พูดแบบนี้อีก รักอะไรล่ะ กูยังไม่ตกลงกับมึงเลย อีกอย่างเรื่องจูบอย่าไปบอกใครด้วย”ผมค้อนมุน

       “มึงจะกลัวไร ก็เรื่องปกติป่ะว่ะ คิดมากหนา”มุนพยายามเดินหนีก่อนที่ผมจะรั้งแขนไว้

       “สัญญา!! “ผมทำเสียงแข็ง

       “เออ”มุนตอบ

       “ก็แค่นี้แหละ มึงสัญญากับกูแล้วนะ”ผมย้ำมุนอีกรอบก่อนเดินไปเปลี่ยนชุด แล้วออกไปทำงาน
       
       “พี่ดิน เป็นไรครับวันนี้ดูแปลกๆไปจริงๆนะ”ผมถามพี่ดินขณะที่มือกำลังง้วนกับการจัดชั้นวางเค้ก

       “มีเรื่องคิดนิดหน่อย”พี่ดินตอบสั้นๆ

       “ถ้ามีไรไม่สายใจบอกผมได้นะ เพื่อจะได้ระบายออกมาได้”ผมยิ้มเชิงให้กำลังใจพี่ดิน

       “ขอบใจนะ ไม่มีอะไรหรอก”พี่ดินตอบ

       วันนี้พี่ดินแปลกไปจริงๆไม่ร่าเริงเหมือนทุกวัน ฟังออเดอร์ลูกค้าผิดๆถูกๆ ชงเครื่องดื่มรสชาติผิดเพี้ยนไปหมดจนลูกค้าโวยวายไปหมด ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่ดินกันแน่ดูผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด

       “พี่ดินครับ ไปพักก่อนก็ได้ เดียวตรงนี้ผมดูเอง”ผมพูดให้พี่ดินพักก่อน

       “ได้ งั้นพี่พักสักแปปนะ”พี่ดินไม่ปฏิเสธ เดินออกหลังร้านไป

       “มุน ฝากดูเค้าเตอร์แปปนะ กูไปดูพี่ดินก่อน แกไม่ค่อยโอเคว่ะ”ผมบอกมุนก่อนที่จะเดินตามพี่ดินออกมา

       พี่ดินยืนพิงกำแพงสูบบุหรี่ “เป็นไงบ้างครับพี่ ไหนพี่บอกสูบบุหรี่แค่เฉพาะเวลาดื่มไง”ผมถาม

       “มีเรื่องเครียดๆอะ”

       “ระบายกับผมได้นะ ผมไม่เอาไปบอกใครหรอก ถ้าพี่จ่ายมากพอ ฮ่าๆๆ”ผมพยายามเล่นมุกแต่พี่ดินไม่ยักขำด้วยแหะ

       “....”
       “งั้นผมไม่กวนพี่ดีกว่า ไงวันนี้ผมกับมุนดูแลร้านเอง พี่กลับไปพักก่อนก็ได้ครับ”ผมบอกพี่ดินก่อนจะเดินเข้าร้าน

       “มุน..เรากับมุนเป็นอะไรกันหรือเปล่า เห็นสนิทกันมากยช่วงนี้”พี่ดินถามผม

       “อ่อ ก็เพื่อนกันแหละครับ วัยใกล้กันเลยสนิทกัน”ผมพยายามตอบเลี่ยงๆ

       “กับพี่เลยเป็นได้แค่พี่สินะ”

       “พี่ดินจะพูดอะไรกันแน่ครับ ผมงง...ไงไว้ค่อยคุยกันนะครับผมเข้าร้านก่อนเมื่อกี้ลูกค้าเยอะ”ผมตอบปัดเพื่อหนีการสนทนากับพี่ดิน

       “เดี๋ยว..พี่ว่าพี่ชอบเราเข้าแล้วว่ะ  พี่รู้สึกหึงชายกับมุนยังไงก็ไม่รู้ บอกไม่ถูก พี่ขอทดสอบอะไรหน่อยนะ”พี่ดินกระชากแขนผมพร้อมกับดันตัวผมชิดกำแพง แล้วพยายามจะก้มลงมาจูบผม

       “ทำไรกันอ่ะ”เสียงมุนดังขึ้นก่อนที่พี่ดินจะจูบผม

       “ผมรีบตั้งสติผลกพี่ดินออก “อ่อพอดีพี่ดินเค้าจะเป็นลมอ่ะกูเลยต้องพยุงเค้า ใช่ไหมครับพี่ดิน”ผมทำท่าให้พี่ดินตามน้ำไป

       “เป็นลม? เห็นกูเป็นควายหรอ?”มุนตะคอกเสียงดัง

       “จริงๆไม่เชื่อถามพี่ดินดิ”ผมทำท่าพยักพเยิด

       “ป่าวหรอก กูชอบน้องเค้า กูแค่จะบอกรักเค้า มึงอะทำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้”พี่ดินตอบ

       >///////////<
    จะมาสเน่ห์แรงอะไรตอนนี้ ไอ่ชายเอ้ย!! กูอยากจะบ้าตาย

       “อ่อ แบบนี้สินะ ถึงไม่ให้บอกคนอื่น เข้าใจล่ะ”มุนตอบกลับผม ก่อนที่จะเดินเข้าร้านไป

       “เดียวสิมุน ทำไมพี่ไปพูดงั้นล่ะ เอาไงล่ะทีนี้ มุนมันโกรธผมใหญ่ล่ะ”ผมค้อนใส่พี่ดินก่อนจะพยายามเดินตามมุนไป

       “เดียว!!!”พี่ดินพยายามรั้งแขนผมไว้

       “พอเหอะพี่”ผมสะบัดแขนพี่ดินออกแล้วเดินเข้าร้านทันที

       “เดี๋ยวดิ มุน คุยกันก่อน”ผมพยายามพูดกับมุนขณะที่มุนกำลังเปลี่ยนชุดพนักงานในห้องแต่งตัว

       “พูดมา”

       “มันไม่มีอะไรเลยมึง กูไม่ได้คิดอะไรกับพี่ดินจริงๆ เค้าแค่สับสนแหละมึง อย่าคิดมากดิ”

       “แล้ว?”
       “ก็ไม่แล้วไงหรอก มึงไม่เชื่อใจกูหรือไง”ผมพยายามอธิบายกับมุน

       “เชื่อใจ? มีอะไรให้กูเชื่อ ไม่ให้กูบอกใครเรื่องเรา เพราะแบบนี้ใช่ไหม ถึงให้กูเงียบ มึงจะได้มีเวลาไปคุยกันคนอื่น พอเถอะกูไม่อยากคุยแล้ว”มุนพูดพร้อมกับเดินหนีออกจากร้านไป

       “เดียวดิ มุน”

       ชักจะไปกันใหญ่แล้ว มุนโกรธผมอีกแล้ว จะมาสเน่ห์อะไรตอนนี้ว่ะไอ่ชาย เรื่องเดิมพึ่งจะจบเรื่องใหม่มาอีกแล้ว ผมจะทำยังไงดี........
    ...

    Bon-Hwa
    « แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-07-2020 03:50:19 โดย วาฬออก้า »

    ออฟไลน์ AkuaPink

    • เป็ดDemeter
    • *
    • กระทู้: 1818
    • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0

    CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






     

    สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


    สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
    สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด