แสนแสบ : ท่าเรือ ท่าจะรัก
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: แสนแสบ : ท่าเรือ ท่าจะรัก  (อ่าน 272 ครั้ง)

ออฟไลน์ sonnetCXVI

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
***************************************************************************************
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฎ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฎข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฎข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

*****************************************************************************************



บทนำ


         วันหนึ่งวัน ในหนึ่งสัปดาห์ ในหนึ่งเดือน ในหนึ่งปี วันไหนเป็นวันที่ดีที่สุด ที่แน่นอนมันไม่ใช่วันเกิดของผม วันเกิดที่เงียบสงบ จะดีหน่อยแม่ก็มักจะลากไปทำบุญและทำอาหารมื้อใหญ่ วันเกิดของผมไม่มีเพื่อนมาหา ไม่มีการเฉลิมฉลอง เค้กชิ้นเล็กๆ ก็คือ บลูเบอรี่ชีสเค้ก ที่ถือเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของร้านกาแฟชื่อดัง ที่ได้มาฟรีพร้อมกับชาต้มใส่น้ำเชื่อมราสเบอรี่สองช็อต จากโปรโมชั่นสมนาคุณลูกค้าบัตรทองในวันเกิด ไม่ใช่ครับวันที่ดีที่สุดไม่ใช่วันเกิดผม สำหรับผมแล้วมันคือวันศุกร์ วันสุดท้ายของสัปดาห์ที่ผ่านไปอย่างน่าเบื่อหน่าย วันที่ผมสามารถพักผ่อนได้จริงๆ

ทุกเช้าวันจันทร์ถึงวันศุกร์ผมเดินทางจากคอนโดฯ ที่ครอบครัวช่วยออกเงินซื้อไว้ตั้งแต่ตอนได้ทุนเรียนในมหาวิทยาลัยย่านบางกะปิ ด้วยเรือด่วนคลองแสนแสบ ไปลงที่ท่าเรือวิทยุเพื่อไปทำงาน งานของผมอยู่ในใจกลางเมืองที่มีสถานฑูตนับสิบแห่ง

ผมทำงานในสถานฑูตที่ดูดีในสายตาของเพื่อน และคนรู้จัก แม้แต่อาจารย์ก็ชื่นชม ซึ่งจริงๆ แล้วผมได้ตำแหน่งนี้มาด้วยความใกล้ชิดกับระบบของเขาเนื่องจากผมเคยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน แถมยังมีชื่ออยู่ในสมาคมศิษย์เก่าของประเทศนั้นอีกด้วย

งานหลักของผมก็คือการเอกสารราชการ ซึ่งอาจจะรวมไปถึงการแปล และการติดต่อประสานงานด้วย แบบเดียวกับในระบบราชการไทยนี่แหละครับ มันคือ งานสารบรรณ งานอาจจะน่าเบื่อแต่เขาจ่ายเงินเดือนผมด้วยเรทสกุลเงินดอลล่าร์ ซึ่งมันทำให้ผมพอเลี้ยงตัวเองอยู่ได้

การเดินทางขากลับ ผมมักจะเดินไปที่ท่าเรือประตูน้ำ ซึ่งเป็นสถานีต้นสาย เมื่อไปลงเรือที่นั่น คนจะไม่แน่น พอมีที่นั่งให้ผมกลับคอนโดฯ โดยไม่ต้องยืนโหนราว


ทุกบ่ายวันศุกร์ก่อนที่จะเดินทางกลับ ผมจะรีโหลดแอพพลิเคชั่นจับคู่ ชาย-ชาย มาไว้ในโทรศัพท์ของผม ก่อนที่จะลบมันไปอีกครั้งในบ่ายวันอาทิตย์ วนเวียนอย่างนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า สัปดาห์แล้ว สัปดาห์เล่า

ผู้ชายสี่คน ทุกคนต่างมีรูปร่างที่ผอมบางน่าทะนุถนอมเหมือนกัน พวกเขาทุกคนน่ารัก พวกเขาทุกคนเป็นของผม และพวกเขาทุกคนยอมทำทุกอย่างที่ผมต้องการ เย็นนี้ผมควรจะนัดไปที่ห้องของใครดี แค่คิดถึงพวกเขาแต่ละคน คิดถึงช่องทางด้านหลังของพวกเขาที่ทำให้ผมได้สุขสม นั่นก็ทำให้ส่วนนั้นของผมตื่นตัวแล้ว

โดยที่ผมไม่เปิดโอกาสให้พวกเขาเรียกร้อง ผมลบช่องทางการสื่อสารเดียวที่เรามีร่วมกัน แอพพลิเคชั่นจับคู่ ชาย-ชาย ลบทิ้งก่อนวันจันทร์ ก่อนจะกลับไปติดต่อพวกเขาอีกครั้งในตอนบ่ายวันศุกร์เพื่อนัดไปมีอะไรกัน สำหรับผมเซ็กส์เป็นสินค้า ส่วนความรักเป็นบริการลูกค้าสัมพันธ์ที่ผมไม่มีให้ใคร

ผมขอแค่คืนวันศุกร์ ให้ผมได้มีความสุขกับชีวิตที่น่าเบื่อหน่ายนี้สักวัน ในหนึ่งสัปดาห์ ในหนึ่งเดือน ในหนึ่งปี



Share This Topic To FaceBook

ออฟไลน์ sonnetCXVI

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: แสนแสบ : ท่าเรือ ท่าจะรัก
«ตอบ #1 เมื่อ04-05-2020 19:23:10 »

บทที่ 1 แสนแสบและคืนวันศุกร์


           หกโมงสี่สิบหน้านาที ผมกำลังเดินตามแถวที่เคลื่อนไปของคนจำนวนมากที่ต่างรีบร้อนแย่งชิงกัน สิ่งที่เขาแย่งกันคือความสะดวกสบายเล็กๆ น้อยๆ หลังจากที่ต่างคนต่างก็ทำงานของตัวเองมาแล้วทั้งวัน ใช่ครับ ที่นั่ง คือสิ่งที่เขาแย่งกัน แม้แต่ผมเองผมก็ยังมองหาที่นั่ง แต่ในใจกลับไม่ได้คิดจะแย่งชิงมันกับใคร เพราะถึงอย่างไร นี่ก็คือเย็นวันศุกร์ วันที่ดีที่สุดของสัปดาห์

ผมก้าวลงในเรือด่วนคลองแสนแสบที่ท่าเรือประตูน้ำ ที่นั่งด้านหน้านั้นเต็มไปด้วยผู้โดยสารแล้ว ซึ่งไม่น่าแปลกใจ เพราะถ้าใครเคยขึ้นเรือด่วนคลองแสนแสนก็คงจะรู้ว่าควันของเครื่องยนต์มีกจะถูกลมตีเข้ามาที่บริเวณด้านท้ายเรือ

เหนื่อยล้าจากการทำงาน และมองเห็นที่นั่งว่างไกลๆ ผมเดินจึงเดินไปด้านหลังเหลือ ที่นั่งเกือบจะติดกับท้ายเรือ เป็นที่นั่งคล้ายม้านั่งสำหรับผู้โดยสารสองคน ด้านในมีผู้ชายคนหนึ่งในเสื้อคลุมสำหรับออกกำลังกายสีดำนั่งอยู่ก่อนแล้ว เขาเงยหน้าขึ้นมามองผมที่กำลังจะนั่งลงข้างๆ เขา

สายตาของเขามองมาที่ใบหน้า และเราสบตากันนานกว่าที่ควรจะเป็นการมองตามมารยาท บางทีคืนวันศุกร์นี้ของผมคงจะไม่น่าเบื่อแล้ว


          ปี้นี้ผมอายุยี่สิบเจ็ดปีแล้ว และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมทำแบบนี้ เมื่อนั่งลงบนม้านั่งของเรือผมก็จงใจนั่งอ้าขามากกว่าปกติจนขาข้างซ้ายของผมสัมผัสกับต้นขาของคนข้างๆ ผมทิ้งแขนซ้าย และมือไปข้างๆ เหมือนคนที่หมดแรงและมันไปสัมผัสกับสันมือของอีกคน

ผมพาดลำคอและท้ายทอยไปกับพนักของที่นั่ง เหมือนคนที่ต้องการพักผ่อน ปล่อยให้สายตามองไปแบบไม่มีเป้าหมาย แม้ว่าหางตาของผมจะรับรู้ถึงสายตาอีกคู่ที่จ้องมองมาบนร่างกายผมด้วยความสงสัยใคร่รู้

เมื่อเรือแล่นผ่านไปสี่สถานี ผมดึงชายเสื้อออกนอกกางเกงเหมือนกับว่าผมทนอึดอัดกับมันมาตลอดทั้งวัน ผมปลดกระดุมเสื้อสองเม็ดบนออกเหมือนกับว่าการเปิดช่วงคอและอกให้ได้สัมผัสกับลมเย็นยามค่ำคืนมากขึ้นจะช่วยให้ผมสบายตัว

และเขาก็ตกหลุมพรางที่ผมขุดไว้ มือขวาของเขาสัมผัสกับมือซ้ายของผมบ่อยกว่าที่ควรจะเป็น บางครั้งมันขยับตามการเคลื่อนไหวบนผิวน้ำของเรือ มันจึงลูบลงมาบนขาอ่อนของผม ผมเหยียดยิ้มที่มุมบางบางๆ เพื่อส่งสัญญาณให้คนข้างๆ “คุณอยากจะทำอะไรก็ทำ” ละไม่นานมืออุ่นของเขาก็วางทับลงบนส่วนนั้นของผมที่มันแข็งตัวรอเขาอยู่แล้ว

ผมเอื้อมมือขวามือข้างที่ถนัดมาลูบมือเขาเบาๆ หนึ่งครั้ง มือของเขาสั่นไหว จากนั้นผมก็รูดซิปกางเกงของตัวเองลง ดึงมือขวากลับไปวางข้างลำตัวตามเดิม “คุณอยากจะสัมผัสผมมากกว่าเดิมก็ได้นะ” และมือของเขาก็สอดเข้ามาในช่องว่างของกางเกง

ท่ามกลางผู้โดยสารคนอื่น ผมปล่อยให้เขาตีหน้านิ่งแต่มือซุกซนก็สำรวจ ทำความคุ้นเคยกับส่วนนั้นของผม เหมือนกับที่ผมเคยปล่อยให้ผู้ชายหน้าตาดีหลายต่อหลายคนได้เคยทำความรู้จักมัน เพราะอีกไม่นานสิ่งแปลกปลอมจากร่างกายของผมนี้จะเข้าไปทำความรู้จักกับส่วนที่ลึกที่สุดในร่างกายของเขา

แม้จะอยู่ในเสื้อคลุมสำหรับเล่นออกกำลังกาย แต่คนข้างๆ ผมนั้นมีสัดส่วนเอวที่สวยงาม แน่นและกระชับ ผมใช้มือข้างซ้ายลูบไล้ลงมาจนถึงก้อนเนื้อด้านหลังของเขา และจินตนาการถึงจุดกึ่งกลางของมัน ส่วนที่ผมปรารถนามากที่สุดในร่างกายของมนุษย์ผู้ชายอีกคนหนึ่ง ผมอยากเห็นมันอ้ากว้างเพื่อผม ผมอยากให้มันดูดกลืนส่วนนั้นของผมจนแน่น ผมอยากปลดปล่อยตัวตนของผมเข้าไปในนั้น

ภาพในจินตนาการของมันทำให้อวัยวะส่วนนั้นของผมแข็งค้างจนรู้สึกปวด และมือของเขาที่บีบจับมันทำให้ผมรู้สึกดีแบบสุดๆ ผมนั่งให้เขาทำไปเรื่อยๆ แม้ว่าเรือจะแล่นผ่านท่าเรือวัดกลางที่ผมต้องขึ้นแล้วก็ตาม ผมไม่แคร์ ขอแค่ได้มีเซ็กส์ในคืนวันศุกร์ก็พอ

“ลงท่าเรือวัดศรีฯ เหรอครับ” ผมกระซิบเสียงเบาใส่หูคนข้างๆ เขาก้มหน้าลงเล็กน้อยแทนการพยักหน้า

เรือด่วนคลองแสนแสบจอดท่าเรือปลายทางที่ท่าน้ำวัดศรีบุญเรือง  ผมลุกขึ้นจากที่นั่ง ไม่ได้ใส่ใจที่จะรูดซิปกางเกงหรือติดกระดุมเสื้อให้เรียบร้อยด้วยซ้ำ เพราะผมไม่อยากให้เขาหยุด แล้วอีกเพียงชั่วอึดใจผู้ชายที่สัมผัสกับส่วนนั้นของผมมาเกือบตลอดทางก็ยืนขึ้นตามมา เขาตัวสูงจนต้องค้อมหัวลงเพื่อไม่ให้มันชนไปกับคานและราวจับ ไหล่ของเขากว้าง เสื้อคลุมสีดำและเงามืดของยามค่ำนั้นหลอกตาผม ที่จริงผมชอบมีเซ็กส์กับคนตัวเล็ก
 

             เมื่อเราขึ้นท่าเรือมา ผมเดินข้ามสะพานกลับมาทางฝั่งบางกะปิ หางตายังคงเห็นร่างสูงนั้นเดินตามมา สองมือของเขาล้วงอยู่ในกระเป๋าเสื้อคลุม เราอยู่กึ่งกลางสะพานข้ามฝากที่หน้าวัด แล้วเขาก็หยุดเดินไปเสียอย่างนั้น ผมหันไปมองเขา “บ้านผมอยู่ฝั่งบางกะปิ จริงๆ แล้วคุณก็ไม่ใช่ สเป็กผมสักเท่าไร และที่สำคัญคือตอนนี้คุณกำลังทำผมหงุดหงิดเพราะผมอยากจะหาที่เพื่อปลดปล่อย” ก่อนที่ผมจะเดินต่อ มือใหญ่ข้างหนึ่งก็จับมือผมเอาไว้ ใบหน้าหล่อเหลาของคนๆ นั้นก้มล้มมากระซิบข้างหูผม

“บ้านผมอยู่เส้นรามคำแหง” ใบหน้าของเขายังดูเรียบเฉยไม่ต่างจากตอนที่เขาขยี้ขยำส่วนนั้นของผมท่ามกลางผู้โดยสารเรืออีกหลายสิบชีวิต

มีบางอย่างที่แปลกประหลาดในสายตาคู่นั้น และด้วยความมั่นคงของมือใหญ่ที่กุมมือของผมไว้ ตอนนี้ผมกำลังเดินตาม เขาเข้าไปในวัด เราเดินผ่านวัด ผ่านซอยที่มีร้านอาหาร มีบ้านเรือนของผู้คน เด็กๆ ลูกของพ่อค้าแม่ค้าหน้าวัด ที่วิ่งเล่นกัน ก่อนที่พ่อแม่เขาจะตะโกนเรียก คนที่เดินสวนมา รถมอเตอร์ไซที่ขับสวนมา แม้จะมีสายตามากมายที่มองมามือใหญ่นั้นยังคงจับมือของผมไว้ “คุณกล้าจูงมือผมเดินผ่านคนเป็นสิบเป็นร้อย” คืนนี้ผมจะไปกับคุณก็แล้วกัน นานเท่าไรแล้วที่ผมไม่ได้เกินจูงมือกับใครแบบนี้

“รามคำแหงหกสิบทับสองครับ” เสียงทุ้มของร่างสูงดังขึ้นเมื่อเขาเปิดประตูก้าวขึ้นรถแท็กซี่ แถมยังกระตุกแขนให้ผมรีบขึ้นรถตามมาด้วย

แม้ระยะทางจะไม่ไกลเท่าไร แต่เพระการจรจรติดขัดกว่าจะถึงคอนโดฯ ของเขาก็ใช้เวลาพักหนึ่ง เขาพาผมขึ้นมาบนห้องของเขา โดยที่เราแทบจะไม่ได้คุยกันด้วยซ้ำ

“ผมชื่อ ปราณ นะครับ คุณชื่ออะไร” เขาหันมาพูดกับผมเมื่อเราอยู่กันสองต่อสองแล้ว

“นาย ครับ” ผมตอบ

“เขิญเลยครับ ตามสบาย” เขาบอกแล้วเขื้อเชิญผมเข้าไปให้ห้องทรงสตูดิโอของเขา

เขาถอดเสื้อคลุม เหลือเพียงเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนส์

“คุณอยากเปลี่ยนเสื้อก่อนมั้ย เดี๋ยวผมหาเสื้อยืดกับกางเกงมาให้” ใช่ครับตอนนี้ผมอึดอัด แต่ผมไม่อยากเปลี่ยนเสื้อผ้า ผมอยากถอดเสื้อผ้าแล้วให้คุณช่วยผมจนเสร็จมากกว่า

โดยที่ไม่ได้รอคำตอบจากผม เจ้าตัวก็เดินเข้าไปที่ส่วนห้องนอนแล้วกลับมาพร้อมกับเสื้อยืดและกางเกงขาสั้น

“ห้องน้ำอยู่ด้านนี้นะครับ” ผมวางสัมภาระของตัวเองแล้วเข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องน้ำ ล้างหน้าทำความสะอาดเล็กน้อยเพื่อให้ตัวเองสดชื่น และเอาละอองน้ำจากคลองแสนแสบออกจากใบหน้า ผมเข้าห้องน้ำไม่นานเท่าไร แต่เมื่อออกมาข้างนอกเจ้าของห้องก็ไม่อยู่แล้ว แต่ก่อนที่ผมจะทันได้ร้อนใจ เขาก็กลับขึ้นมาพร้อมด้วยข้าวกล่องจากร้านสะดวกซื้อหลายกล่อง รวมถึงเครื่อมดื่มต่างๆ ด้วย

เขาจัดการทุกอย่างในระยะเวลาไม่นานทั้งเปิดโทรทัศน์ให้ผมดูเล่นที่โซฟา เดินไปอุ่นข้าวกล่อง และจัดโต๊ะอาหาร

“ดื่มเบียร์มั้ยครับ” เขาเดินเข้ามาพร้อมกับดึงฝากระป๋องเบียร์ในมือดัง ป๊อบ! แล้วยื่นมันมาให้ผม

“...เอ่อ ไม่เป็นไรครับ พอดีผมไม่ค่อยดื่ม” ผมบอกเขา

“คุณไม่ต้องกลัวผมวางยาคุณหรอกนะครับ”

“...”

“นะคุณกินเป็นเพื่อนผมหน่อย พรุ่งนี้ก็ไม่ได้ทำงานนิครับ หรือต้องทำ” เขายังคงดื้อชวนผมดื่มเบียร์ต่อ

“ก็เปล่า...” แล้วผมก็รับเบียร์กระป๋องนั้นมาจากมือเขา เพราะตัวเองก็เริ่มคอแห้งแล้วเหมือนกัน

เรากินข้าวด้วยกัน ดูโทรทัศน์ และพูดคัยกันเล็กๆ น้อยๆ ปราณเหมือนจะเป็นคนที่คุยไม่เก่งสักเท่าไร แต่เขาดื่มเก่งมาก กระป๋องเบียร์เปล่าที่วางอยู่ฝั่งเขานั้นนับได้กว่าหกกระป๋องแล้ว ส่วนผมเองเพิ่งยังอยู่กระป๋องที่สาม แต่ผมก็เริ่มง่วงอยากนอนแล้ว ผมรู้ตัวครับว่าคออ่อนมาแต่ไหนแต่ไร

“คุณ...คุณ” เสียงทุ้มเรียกผมเบาๆ

“เดี๋ยวผมขึ้นแท็กซี่กลับเลย...ดึกแล้ว” ผมตอบเขา

“เฮ้ย ดึกแล้ว คุณนอนที่นี่แหละครับ อยากอาบน้ำมั้ย” เจ้าตัวถามพร้อมกับเริ่มเคลียร์กล่องอาหารเปล่าทิ้ง

ผมเข้าไปอาบน้ำอย่างว่องไว เพราะง่วงและเมา กลัวจะล้มหัวฟาดพื้นห้องน้ำบ้านเขา

“คุณนอนบนเตียงเลยครับ” ไม่พูดเปล่าแถมเขายังพาผมเข้าห้องนอน ซึ่งผมก็ไม่ปฏิเสธครับ ถ้าเลือกได้ใครก็อยากนอนสบายๆ บนเตียงมากกว่านอนบนพื้น หรือโซฟา แล้วอีกอย่างเขาเคยสัมผัสร่างกายผมขนาดนั้นแล้วผมคิดว่าเขาก็คงไม่ได้รังเกียจที่จะมีผมนอนอยู่บนเตียงเดียวกันกับเขา

ผ่านไปนานเท่าไรไม่รู้ ในขณะที่ผมอยู่ในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่น ผมก็รู้สึกถึงสัมผัสจากมือใหญ่บนใบหน้า บนลำตัว ริมฝีปากที่พรมจูบลงมา มือของเขาอยู่แทบทุกที่บนร่างกายผม

“คุณ...ค...คุณ ผมเมา” ผมตอบเขาด้วยเสียงอ่อนแล้วผมก็ผล็อยหลับไป

ออฟไลน์ sonnetCXVI

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: แสนแสบ : ท่าเรือ ท่าจะรัก
«ตอบ #2 เมื่อ04-05-2020 19:34:18 »

บทที่ 2 เช้าวันเสาร์


        ผมตื่นขึ้นมาด้วยความแห้งผากและร้อนในลำคอ ซึ่งมันร้อนลามมาถึงโพรงปากและริมฝีปาก ผมตื่นขึ้นมาบนเตียงนอนของคนอื่น และในห้องของคนอื่น เมื่อขยับร่างกายเล็กน้อยก็รู้สึกถึงความปวดชาตั้งแต่กลางหลังลงไปถึงปลายเท้า เมื่อพยายามชันตัวลุกขึ้นนั่งกล้ามเนื้อช่วงไหล่ และสะบักหลังของผมก็เจ็บปวดเหมือนถูกนาบด้วยเหล็กร้อนลนไฟ

เมื่อพยายามชัดตัวลุกกึ่งนั่งกึ่งนอนได้สำรวจ อีกสิ่งหนึ่งที่ผมเห็น และที่จริงควรจะรู้ตัวตั้งแต่ตื่นนอนแล้วก็คือ ร่างกายของผมนั้นเปลือยเปล่า มีเพียงผ้าห่มที่ผมไม่คุ้นกลิ่นผืนนี้เท่านั้นที่ปกปิดร่างกายของผมไว้

“อ้าวคุณ ทำไมคุณตื่นไว...” เสียงทุ้มที่เหมือนคุ้นเคย เหมือนไม่คุ้นเคยดังมาจากประตูเชื่อมต่อห้องนอนกับห้องน้ำ เจ้าของเสียงนั้นหยุดยืนมองผมจากหน้าประตู ร่างกายของเขาเปลือยท่อนบน ส่วนท่อนล่างก็มีเพียงผ้าขนหนูที่พันรอบเอวเอาไว้ เส้นผมและใบหน้าที่ยังเปียกชื้น เขาเพิ่งจะอาบน้ำมา

เมื่อเห็นใบหน้านั้นความจำบางอย่างก็ค่อยๆ ถูกปะติดปะต่อขึ้นมาในหัวของผม

เมื่อคืนผมเมาจนแทบจะล้มตัวนอนบนโซฟาของเขา แต่เจ้าของห้องยังยืนยันให้ผมอาบน้ำ ผมอาบน้ำลวกๆ ไม่ได้สระผมด้วยซ้ำ เขาให้ผมนอนบนเตียงเขาจนผมเผลอหลับไป

ความทรงจำที่หายไปนั้นกลับมาในรูปแบบของความรู้สึก สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือที่ลูบไล้บนใบหน้า ริมฝีปากที่ถูกเขาจูบ ลิ้นร้อนที่เขาส่งมันล่วงล้ำเข้ามาในโพรงปากของผม

เสื้อผ้าบนร่างกายของผมหลุดหายไปได้อย่างไรไม่รู้ แต่ไม่ช้าคนที่ถอดมันออกก็สัมผัสแทบทุกส่วนบนร่างกายของผม ทั้งบริเวณหน้าอก หลังและไหล่ของผมเจ็บปวดเพราะถูกกัดอย่างแรงและดูดเลียหลายต่อหลายครั้ง

และสุดท้ายความทรงจำที่เลือนลางของความเจ็บปวดจากการสอดใส่ ผมจำอะไรไม่ได้มากแล้วหลังจากนั้นนอกจากแรงกระแทกกระทั้นที่ไม่หยุดหย่อน ความอ่อนเปลี้ยของขาทั้งสองข้าง และร่างกายส่วนอื่นๆ

“...คุณ” เสียงเรียกของเขาปลุกผมให้มาอยู่ในปัจจุบันอีกครั้งหนึ่ง


          ผมลุกขึ้นจากเตียงต้องการจะเข้าห้องน้ำ และกระหายน้ำเหลือเกิน แต่เมื่อเท้าข้างขวาของผมสัมผัสกับพื้นไม้ลามิเนตในห้องนอนของเขา ทุกอย่างมันก็แล่นเข้ามาพร้อมกัน ความจุก และปวดที่ท้องน้อยเหมือนกับผมโดนรุมชกที่น้องน้อยหนักๆ โดยนักมวยหลายสิบคน ความเจ็บที่ร้อนจากอาการอักเสบตามกล้ามเนื้อ สองขาที่แทบไม่มีแรงจะก้าวเดิน และที่ผมทำใจไม่ได้คือ ของเหลวอุ่นร้อนที่ไหลออกมาจากช่องทางของผม ลงมาตามต้นขา บางส่วนของมันใส และบางส่วนมันมีสีเลือด ผมล้มลงตรงพื้นข้างเตียงของเขาก่อนที่ตัวเองจะก้าวขาได้ด้วยซ้ำ

นี่ผมถูกเขาทำจริงๆ ใช่มั้ย นอกจากร่างกายที่เจ็บปวดแล้ว เขายังทำผมจริงๆ ใช่มั้ย ไม่ทันที่ผมจะล้มกระแทกพื้น คนอีกคนที่ผมไม่ได้สนใจก็รีบวิ่งมาเพื่อประคองตัวผมเอาไว้ แล้วยกผมกลับไปนั่งบนเตียง

“คุณเป็นอะไรมั้ย” เสียงนุ่มถามผม ใช่ ผม...ผมถูกคุณเอา จะให้ผมพูดอะไรกับเขา

ด้วยมีช่องว่างที่น่าอึดอัดของการสนทนา มือใหญ่ของเขาเอื้อมมาวางอย่างแผ่วเบาบนหน้าผากของผม แต่ผมรีบปัดมันออกไป มือข้างนี้เคยบีบขยำกล้ามเนื้อผมแบบไม่ทะนุถนอม นิ้วเรียวของมันเบิกช่องทางของผมจนเปิดออก ทำให้ผมส่งเสียงร้องที่น่าอาย

“...คุณ” เขาพูดเสียงเรียบ แม้จะพูดคำๆ เดียวแต่มันฟังดูเป็นประโยคคำถามเสียมากกว่า “คุณ เป็นอะไร”

ผมไม่ตอบ ไม่มองหน้าเขา เอื้อมแขนออกแรงพลักที่อกของคนตรงหน้าให้ถอยห่างเพื่อตัวเองจะได้ลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำอีกครั้ง แต่อกที่มีกล้ามเนื้อแข็งแรงนั้นขยับออกไปเพียงนิดเดียว คงเป็นเพราะร่างกายของผมเองที่ตอนนี้อ่อนแรงลง ผมไม่ได้มองหน้าเขาจนกระทั่งข้อมือของตัวเองถูกมือใหญ่อีกคู่คว้าจับ ให้หยุดพลักเขาออกไป

ผมเงยหน้าขึ้นสบสายตากับเขา และเห็นสายตาที่เป็นประกายแปลกๆ มันมองมายังนัยน์ตาของผมราวกับต้องการจะกลืนกิน

“ไอ้สัดเอ้ย...” นอกจากผมจะตกใจกับสายตานั้นแล้ว คำหยาบที่หลุดมาจากเขาก็ทำให้ผมตกใจเช่นกัน เขาเป็นคนพูดน้อย และไม่เคยพูดคำหยาบกับผม

“...”

“มึงแม่ง...น่ารัก” ไม่ทันสิ้นเสียงแรงบีบที่ข้อมือก็รุนแรงขึ้นจนเหมือนกับเขาต้องการจะบีบข้อมือผมจนแตกหัก เขาโน้มตัวมาหาผม น้ำหนักของร่างกายที่ใหญ่กว่ากดดันให้ผมเอนหลังลงบนเตียง และเขาก็จูบผม

การทวนซ้ำกับความทรงจำเรื่องเมื่อคืนที่ได้เลือนหายไป เขาจูบร้อนแรง และบังคับให้ปากของผมต้องเผยออ้าปล่อยให้ลิ้นของเขาเข้ามาด้านใน มือใหญ่ของเขาละมาบีบจับส่วนต่างๆ ของร่างกายผมที่มันอักเสบจากการกัดของเขาเมื่อคืน

“โอ๊ย” ผมอุทานด้วยความเจ็บแต่ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจ

ผมพยายามพลักตัวเขาออกไปแต่ว่ามันก็ไม่ได้ผล ไม่นานช่องทางที่บวมร้อนก็ถูกอวัยวะส่วนที่แข็งขืนของเขาหยอกล้อและแทรกเข้ามา แม้จะบวมช้ำแต่มันกลับลื่นเพราะน้ำรักของเขาที่ปล่อยทิ้งไว้ภายในตั้งแต่เมื่อคืน แม้ว่าผมจะเจ็บปวด แต่ความยาวทั้งหมดของมันก็ถูกดันเข้ามาจนสุดได้ไม่ยาก

“อ๊ะ...” ผมร้อง หรือนั่นมันคือเสียงคราง และเสียงนี้เหมือนกับเป็นสัญญาณอะไรบางอย่างให้คนที่อยู่ด้านบนผมเริ่มขยับร่างกายเป็นจังหวะ

มือที่เคยจับข้อมือของผมไว้ตอนนี้มันกำลังจับขาสองข้างของผมให้ถ่างกว้างขึ้นอย่างไม่ปราณี ราวกับเขาต้องการจะยัดเยียดมันเข้ามาในตัวผมให้ลึกกว่านี้อีก

ผมไม่กล้ามองหน้าเขา แต่มองไปที่จุดของร่างกายเราที่กำลังเชื่อมต่อกัน ใช่ครับนี่คือความจริงที่ผมต้องยอมรับ ผมถูกเขาเอาแล้ว และกำลังถูกเขาเอาอีกครั้ง เขากำลังย่ำยีผมเหมือนที่ผมเคยทำกับคนอื่นมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการยัดมือของตัวเองลงไปในช่องทางนั้น จับช่องทางส่วนนั้นฉีกแยกออกด้วยสองมือจนคนที่ถูกกระทำต้องหวีดร้องเพื่อขอความกรุณา หรือบางครั้งก็เอาวัตถุที่แข็งและใหญ่ยัดเข้าไปแรงๆ ให้มันบานอ้า

แม้ว่าปราณจะไม่ได้ทำเรื่องสกปรกแบบที่ผมมักจะทำกับคู่นอนเสมอ แต่ส่วนนั้นของมันก็ใหญ่พอแล้วที่จะทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกมันย่ำยี จนน่าอับอาย มันใหญ่กว่าของผมไม่น้อยเลย

“อ๊ะ อ๊ะ...” ผมเริ่มร้องอย่างควบคุมเสียงของตัวเองไม่ได้เมื่อเขากระแทกแรงจนร่างการของผมสั่นไหว

“อ๊า...” ผมหวีดร้องเมื่ออยู่ๆ เขาก็ชักเอาความยาวทั้งหมดนั้นออกจากช่องทางของผมในครั้งเดียว อย่างรุนแรง ความเปียกแฉะที่อยู่ในนั้นก็ไหลตามมาด้วยพร้อมกับเสียงที่น่าเกลียด

ฉับพลันเขาก็จับผมพลิกหน้าลงกับที่นอน แล้วดันมันเข้ามาแรงๆ อีกครั้งความยาวทั้งหมดของมันเข้ามาในตัวผมจนหมดในครั้งเดียว และในท่านี้เองเขาก็เริ่มกระแทกแรงอีก ปากของเขาก็กัดลงบนแผลเก่าของผมบ้าง ดูดเลียผมที่หลังคอบ้าง มันนานเสียจนผมคิดว่าเขาไปเอาเรียวแรงมาจากไหน แต่ผมก็รู้สึกดีมาก แม้ตอนนี้ร่างกายจะเจ็บปวด ในใจจะอับอาย แต่ความต้องการของผมก็ทำให้ส่วนนั้นของตัวเองแข็งขึ้นมาเช่นกัน จนผมต้องเอื้อมมือไปช่วยตัวเอง

เหมือนปราณจะได้รับได้ถึงการขยับแขนของผม เขาปัดมือผมออกแล้วใช้มือข้างหนึ่งของเขาทำให้แทน ความรู้สึกดีแบบที่ตอนเรานั่งบนเรือแสนแสบก็กลับมา แถมยังรู้สึกมากกว่าอีกว่าหลายเท่า

แต่ความรู้สึกดีเหล่านี้ก็หายไปเมื่อเขาหยุดการจังหวะการกระแทกของเขา แล้วเปลี่ยนท่าให้ผมนั่งอยู่บนตัวเขา ใช่ครับท่าเดียวกับที่คู่ขาผมหลายคนต้องเคยทำให้ผม มือของปราณยังคงจับส่วนนั้นของผมอยู่ และเขาจะขยับมันก็ต่อเมื่อผมเคลื่อนไหว เมื่อผมทำให้เขา แม้ตอนนี้มันจะเจ็บและน่าอายสักแค่ไหนผมก็ต้องทำ เพราะความต้องการที่ผมอยากจะปลดปล่อยออกมา หากจะบอกว่าน่าอายแค่ไหน ตอนนี้สายตาของเขามองดูทุกส่วนบนร่างกายผม มองดูผมที่ออกแรงที่มีเหลืออยู่ไม่มากมาใช้สร้างความสุขสมให้กับเขา เสียงของเหลวในช่องทางของผมดังขึ้นและฟังดูน่ารังเกียจมาก ผมคงสะใจถ้าผมเป็นคนทำแบบนี้กับคนอื่น

“อ๊ะ...ปราณ” ผมร้องออกมา แต่ทำไมต้องร้องออกมาเป็นชื่อเขา เมื่อหมดเรี่ยวแรงผมก็ล้มตัวลงนอนทาบทับบนร่างกายที่แข็งแรงไปด้วยกล้ามเนื้อนั้น โดยที่ไม่ได้ถอนส่วนนั้นออกจากตัวผม เขาใช้กำลังผลิกตัวผมลงมาอยู่ด้านล่างในพริบตา แล้วกระแทกอย่างรุนแรง

“อ๊ะ อ๊ะ ปราณ...” ทำไมต้องร้องชื่อเขาออกมาอีกแล้ว ไม่ใช่แค่นั้นสองมือของผมก็ไขว่คว้าสะเปะสะปะจนในที่สุดมันก็ไปกอดรั้งที่คอและไหล่กว้างของเขา เรียวขาของผมก็พันเกี่ยวกับเอวของเขาไว้ เหมือนผมไม่ต้องการให้เขาเอาส่วนนั้นออกไป จนปราณต้องออกแรงฉีกขาผมให้อ้ากว้างอีกครั้ง

“อ่า...ปราณ ผม..ผม” ความสุขสมนั้นใกล้เข้ามาเต็มที

“...ปราณ ปราณ ปราณ” ผมเรียกชื่อเขาแผ่วเบาไม่หยุด และทุกครั้งที่ผมเรียกชื่อเขาเขาก็จะกระแทกเข้ามาลึกขึ้นจนผมแทบขาดใจ

ผมได้ปลดปล่อยความต้องการของตนเองอย่างรุนแรงของเหลวจากร่างกายผมกระเด็นไปทั่ว ไม่รู้ว่าเขาจะโกรธผมมั้ยที่ทำเตียงเขาเปื้อนแต่ผมควบคุมร่างกายของตัวเองไม่ได้จริงๆ และไม่นานกับการโหมกระแทกของเขา ความลื่นร้อนอีกระลอกหนึ่งก็เข้ามาในร่างกายผม ปราณระบายเสียงหายใจยาวดังราวกับเป็นเสียงหอนหรือคำรามของสัตว์ป่า เขาทิ้งมันให้คาอยู่ในร่างกายของผมอย่างนั้น ราวกับต้องการให้ร่างกายผมดูดซับมันไปจนหมด ใบหน้าหล่อเหลากับดวงตาที่ตอนนี้มีประกายสดใส ซุกไซร้ที่ซอกคอของผมอย่างนุ่มนวล

ทำไมมันดีแบบนี้ แม้ผมไม่เคยต้องการ แต่ทำไมเซ็กส์ของเขามันดีแบบนี้ ผมจะกลับไปมีเซ็กส์กับคนอื่นๆ แบบเดิมได้มั้ย แต่อย่างน้อยตอนนี้เซ็กส์ของเขามันดีเหลือเกิน

สักพักเขาก็ถอนตัวออกมา เขามองมาที่ผมร่างกายของคนที่หมดสภาพ และไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะขยับตัว

“อย่าทำหน้าแบบนั้น” ริมฝีปากที่ได้รูปของใบหน้าหล่อเหลาขยับเป็นคำพูด

“ถ้าคุณทำหน้าแบบนี้ถึงคุณจะไม่ไหว ผมก็จะเอาคุณอีก” ไอ้เลวผมไม่ได้ทำหน้าอะไรเลย หน้าปกติ แถมไม่ไหวแล้ว เจ็บมากและหมดแรง

“คุณนอนพักไปก่อนแล้วกัน เดี๋ยวผมหาอะไรมาให้คุณกิน” เขาว่าพลางประคองให้ผมดื่มน้ำเพื่อดับกระหาย และเช็ดคราบของเหลวบนตัวผม จากนั้นจึงประคองผมนอนลงบนเตียงเขาตามเดิมและห่มผ้าให้ผมตามเดิม เหมือนก่อนที่ผมจะตื่นขึ้นมา


เขาใช้เวลาไม่นานก็จัดการทุกอย่างเรียบร้อยสำหรับเราเหมือนเดิม ขาดอย่างเดียวก็คือเสื้อผ้าสำหรับผม

“คุณลุกมานั่งกินข้าวต้มไหวมั้ย...” เขาถามพร้อมกับจัดชามข้าวต้มไว้บนโต๊ะอาหารตัวเล็กในห้องเขา

“...”

“...ผมเอาป้อนไปป้อนคุณบนเตียงก็ได้นะ” เขาเสนอมาอีกเมื่อผมเงียบไป

“ผมว่าจะกลับ” ผมตอบเขาพยายามพยุงตัวเองลุกขึ้นมาอีกครั้ง ระมัดระวังไม่ให้ของเหลวที่เขาปล่อยทิ้งไว้ในร่างกายไหลออกมาเปรอะเปื้อน

ใบหน้าหล่อเหลาส่งสายตาแห่งความสงสัยมาที่ผม แต่ผมไม่รู้จะต้องทำตัวอย่างไร แต่เขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้ผมต้องอับอาย ส่วนลึกในใจผมโกรธเขาอยู่ไม่น้อย

“คุณยังไม่ไหวหรอก...อยู่กับผมก่อนไม่ได้เหรอ” สองประโยคของเขาเมื่อแรกฟังคือการตำหนิและห้ามปราม และต่อมามันก็มีลักษณะของการออดอ้อน

ไม่ทันไรร่างสูงพร้อมชามข้าวต้มก็เดินมาอยู่ตรงหน้าผมแล้ว มีเพียงเหตุผลสองข้อเท่านั้นที่ทำให้ผมยังอยู่ตรงนี้ หนึ่งที่ผมไม่ค่อยแคร์เท่าไรคือร่างกายของผมใต้ผ้าห่มนั้นยังเปลือยเปล่า และสองที่ผมกังวลราวกับโลกจะแตกคือของเหลวที่เขาทิ้งไว้ในร่างกายผมจะไหลออกมา

“ผมกินเองได้” ผมรีบบอกแล้วเอื้อมมือไปที่ชามข้าวต้ม

“มันร้อนครับ ผมถือให้” เขายกชามข้าวต้มหนีออกจากเอื้อมมือของผมด้วยเหตุผลสำหรับคนเป็นง่อย ผมไม่ได้ต้องการให้ใครมาคอยดูแลหรือคอยดูแลใคร ผมต้องการเป็นตัวของตัวเอง

“ผมไม่กินแล้ว เดี๋ยวเลอะเตียงคุณ” ผมตัดบท

“...”

“ผมอยากล้างตัว”

ผมไม่รู้ว่าคนที่ประหยัดคำพูดตรงหน้านี้เป็นคนประเภทไหน หรือต้องการอะไรกันแน่ เพราะอย่างน้อยเขาก็ต้องการทุกอย่างที่เขาอยากได้จากร่างกายของผมหมดแล้ว สองรอบแล้วด้วยซ้ำ แต่เขาไม่สนใจการปฏิเสธของผมเลย เขาทำแม้กระทั่งพยายามป้อนข้าวต้มให้ผมด้วยซ้ำ

“คุณ...กินเถอะ”

ผมยกแขนและมือสองข้างขึ้นมาขยี้ผมด้วยความไม่พอใจ ปล่อยให้ผ้าห่มที่คลุมร่างท่อนบนตกไปกองบนเอว แต่ก็ยอมงับช้อนที่เขายื่นมาให้เข้าปากอยู่ดี ความอุ่นร้อนของอาหารนุ่มๆ ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น

“คุณอย่าทำอย่างนี้...” คนตรงหน้าส่งสายตาโลมเลียไปทั่วร่างกายผม

“ผมบอกคุณแล้วนะ ถ้าคุณยั่วผม ต่อให้คุณไม่ไหวผมก็จะเอาคุณอีก” เขาต้องการจะต่อว่าผมเรื่องอะไรกัน

“เอาเสื้อมาให้ผมใส่สิ” ผมตอบกลับ ไม่ได้สนใจจะกินข้าวต้มแล้ว

“กินข้าวแล้วกินยาก่อนครับ” เขากลับเข้าเรื่องเดิม

“...ไม่หิว ไม่กินแล้ว” แต่มือใหญ่นั้นก็ยังตักข้าวต้มมาให้ผมเหมือนกับไม่สนใจกับคำพูดของผม

“เอาจริงคุณ...ผมดูแลตัวเองได้” ผมบอกกับปราณเสียงเข้ม

“ผมก็ดูแลคุณได้” เขารีบตอบผมกลับมาด้วยเสียงเข้มเช่นกัน

“ผมจะกลับแล้ว” ผมย้ำกับเขาอีกครั้ง ออกแรงพลักตัวเองให้ลุกออกจากเตียงแล้วเดินไปที่ห้องน้ำ ผมใช้สมาธิและแรงกายทั้งหมดที่มีประคองตัวเองให้เดินตัวตรง เกร็งและขมิบด้านหลังกันไม่ให้ของเหลวออกมา

แต่ก่อนที่ผมจะได้จับลูกบิดประตูห้องน้ำผมก็ถูกอีกคนรั้งตัวไว้ ผมสะบัดเขาออกเบาๆ เหมือนไม่ใส่ใจเขา แต่มือใหญ่กลับจู่โจมผมเหมือนเดิม จนผมหมดแรงล่วงลงไปกองกับพื้น คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือคนที่เป็นต้นเหตุทำให้ผมต้องเจ็บตัว แถมเจ็บใจอีกด้วย ในขณะที่เขาดูดีใส่เสื้อและกางเกงที่เข้าชุดกัน แต่ตัวผมกลับเปลือยเปล่า และล้มอยู่บนพื้นห้องด้วยความปวดเมื่อยไปทุกส่วน

“พอแล้ว...คุณอย่าทำผม” ผมบอกเขาด้วยน้ำเสียงหอบ ไร้ห้นทางสู้กับเขาในตอนนี้

“...คุณไม่ไว้ใจผมหรือไง” เขาถามเสียงเรียบมีท่าทีลังเล

“ผมพูดตรงๆ นะปราณเรื่องของเรามันเป็นแค่ วัน-ไนท์ สแตนด์  เท่านั้น คุณไม่จำเป็นต้องมาทำแบบนี้ให้ผม” ผมบ่นให้เขาฟัง ที่จริงผมก็ต้องการอย่างนั้นแต่แรกแล้ว ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนของคืนวันศุกร์

“นาย...คุณมีแฟนแล้วหรือยัง” อยู่ๆ เขาก็ถามเรื่องแฟน

“ยัง…คุณจะถามทำไม”

“ถ้าอย่างนั้นผมจะจีบคุณ เราจะได้เป็นมากกว่านั้น”

“คุณจะมาจีบผมทำไม คุณได้ผมแล้วยังไม่พอใจเหรอ” ผมพูดตัดรำคาญ ความสัมพันธ์แบบชั่วข้ามคืน ก็ควรเป็นความสัมพันธ์แค่ชั่วข้ามคืน

“อะไรที่ผมได้จากคุณ คนอื่นก็อาจจะได้มันไปเหมือนกัน...” เขาตอบกลับมา ผมเหมือนถูกตบหน้าแรงๆ ด้วยผู้ชายที่เป็นคนเปิดซิงผม

“คุณหมายความว่าไงวะ...” ผมโมโหจนแข็งใจยืนเผชิญหน้ากับเขา ผมโกรธมากพอที่จะชกปากเขาด้วยซ้ำ

“...ไม่ ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น...ผมหมายถึง ผมต้องการมากกว่านั้น ผมอยากได้ความรักของคุณ หัวใจของคุณที่ยังไม่ได้ให้ผม” สุดท้ายเขาก็ตอบด้วยน้ำเสียงที่ยอมอ่อนข้อ

“...คุณพูดเรื่องไร้สาระอะไรอยู่ปราณ”

“ที่จริงผมก็คิดจะทำแบบที่คุณว่า วัน-ไนท์ แสตนด์ กับคุณ ผมจะลากคุณเข้าไปเอาในห้องน้ำปั๊มหน้าวัด แล้วก็ทิ้งคุณไว้อย่างนั้นด้วยซ้ำ แต่ตอนเราจับมือกัน เดินจูงกัน คุณไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไง”

ที่จริงผมมีมาตรฐานขั้นต่ำของผม ซึ่งก็คือ ถ้าผมไม่อดอยากปากแห้งในเรื่องอย่างว่าจริงๆ ผมจะไม่ยุ่งกับคนที่ผมไม่ยอมจูงมือด้วยเด็ดขาด เพราะถ้าคนอย่างผมไม่กล้าเดินจูงมือใคร นั่นหมายความว่าไม่ได้พึงใจคนๆ นั้นมากพอที่มจะมีความสัมพันธ์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเพราะหน้าตา กลิ่นปาก กลิ่นตัว หรือพฤติกรรม

ใช่ครับเมื่อคืนผมเต็มใจให้ปราณเขาเดินจูงมือจนมาถึงห้องนี้ ทั้งหน้าตา รูปร่าง และอื่นๆ ที่ผมรู้จักเขาจากการคุยกันตอนกินข้าว เขามีค่าประเมินอยู่เหนือมาตรฐานทั่วไป แบบ above average

“...” คราวนี้กลับเป็นผมเองที่พูดอะไรไม่ออก

“ผมรู้ว่าคุณไม่กล้ายอมรับตรงๆ...ฉะนั้นถ้าคุณยังเงียบอยู่ ผมถือว่าคุณตอบตกลงนะ”

“คุณจะเจ็บเองเปล่าๆ ปราณ...ทั้งหน้าตา ทั้งฐานะคุณ คุณมีสิทธิ์เจอคนอื่นที่ดี ที่เข้ากับคุณได้ดีกว่าผมด้วยซ้ำ”

“ถ้าผมดีจริง ทำไมคนๆ นั้นเป็นคุณไม่ได้...บนเรือนั่นมีคนนั่งอยู่ข้างๆ เรา ข้างหน้า ข้างหลังเป็นสิบคน ทั้งคนที่เดินขึ้นเดินลง แต่ผมก็ยังลวนลามคุณ ผมหยุดตัวเองไม่ได้เมื่อคนๆ นั้นเป็นคุณ ทุกสิ่งทุกอย่างของคุณผมชอบมันมากๆ จริงๆ”

“...” เขาบ้าไปแล้ว

“ผมชอบคุณ คุณชอบผมบ้างไม่ได้เหรอครับ ให้โอกาสผมบ้างไม่ได้เหรอครับ” สุดท้ายเขาถามด้วยเสียงที่น่าสงสาร

“...ตามใจคุณนะปราณ แต่ผมเตือนคุณแล้ว ความรักกับผมมันคือเรื่องที่ไม่จบแบบมีความสุขเท่าไรหรอกนะ” ผมบอกเขา ซึ่งยิ้มหล่อเมื่อได้ยินคำตอบจากผม

“คุณมากินข้าว กินยา ถ้าเย็นนี้คุณดีขึ้นแล้วผมจะไปส่งคุณเอง” แล้วเขาก็พูดด้วยเสียงเรียบ
ผมรีบตรงไปทำความสะอาดตัวเองในห้องน้ำแล้วพันผ้าเช็ดตัวรอบเอวออกมากินข้าวต้มต่อด้วยตัวเอง ไม่ทันไรเขาก็ตามมาวุ่นวายให้เปลี่ยนมาใส่เสื้อยืดกับกางเกงแทนโดยให้เหตุผลว่าผมมีไข้อ่อนๆ ถ้าสวมอะไรที่เปียกชื้นไข้อาจจะหนักขึ้น

“คุณรู้อะไรมั้ยนาย...เวลาคุณโกรธคุณเป็นคนเอาเรื่องจริงๆ” เขาพูดพร้อมกับมีท่าทีขบขันกับพฤติกรรมของผม

“แต่แบบนั้นผมก็ชอบเหมือนกันนะ” สุดท้ายเขาก็จบประโยคด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“...”


         บ่ายวันเสาร์ผมนอนดูเน็ตฟลิกซ์ไปเรื่อยเปื่อยบนเตียวที่ไม่ใช่ของตัวเอง ในห้องที่ไม่ใช่ของตัวเอง ซึ่งเจ้าของห้องนั้นก็นอนตัวยาวอยู่ข้างๆ ผมนี่แหละ ในขณะที่ผมอดไม่ได้ที่จะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเช็คข้อมูลข่าวสารในโซเชียลเน็ตเวริ์ค

“เบอร์โทรฯ ไลน์ เฟสฯ เราจีบกันแล้วเอามาให้ผมให้หมด” เจ้าของห้องพูดเชิงออกคำสั่ง เออออเอาเองทั้งหมด ผมจึงต้องส่งเสียงฮึดฮัดให้เขารู้ว่าผมไม่พอใจ แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้สนใจ เอื้อมมือมาแบอยู่ที่หน้าผมจนผมต้องวางมันลงบนมือใหญ่ข้างนั้น

“ไลน์ ไม่ค่อยอ่านนะ ส่วนใหญ่เป็นไลน์กลุ่มที่ทำงาน กับคอนโดฯ มีแต่เรื่องน่ารำคาญ ถ้าจะแช็ทก็ส่งมาในแอพฯ แชทของโทรศัพท์” ผมบอกเขาเพราะเห็นเขาใช้ โทรศัพท์มือถือยี่ห้อเดียวกันเหมือนกัน

“ต้องแบบนี้สิครับ...” แล้วเขาก็คืนโทรศัพท์มือถือให้ผม แต่ผมก็ไม่ได้สนใจเขาหรือโทรศัพท์มือถืออีก อาจจะเป็นเพราะฤทธิ์ยาแต่ผมรู้สึกง่วงจนเผลอหลับไป

ออนไลน์ nightsza

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2023
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
Re: แสนแสบ : ท่าเรือ ท่าจะรัก
«ตอบ #3 เมื่อ05-05-2020 02:12:53 »

รุกจีบรุนแรงมาก ทำเขาไว้เยอะ

ออฟไลน์ sonnetCXVI

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
บทที่ 3 ชีวิตแบบเดิมเดิม เพิ่มเติมคือตัวอับเฉา


          ไม่ใช่แค่บ่ายวันเสาร์เท่านั้น แต่ด้วยเหตุผลหลายอย่างมาประกอบกัน ไม่ว่าจะเรื่องร่างกายที่ปวดเมื่อย ร่องรอยบนคอและไหล่ ที่สำคัญคือเขาอาสาจะขับรถไปส่งเมื่อผมพร้อม นั่นทำให้ผมต้องค้างกับปราณที่คอนโดฯ ของเขาต่ออีกหนึ่งคืน

“คุณ...ผมยังเจ็บอยู่นะ” ผมบอกคนข้างๆ บนเตียงคิงไซส์ แม้ว่าเขาจะนอนอยู่เฉยๆ แต่สายตาของเขามองมาที่ผมอย่างซุกซน

“โอเคครับ...ผมจะรอจนกว่าคุณจะหายเจ็บก่อน” เขาตอบกลับมาพร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอ ใช่ครับ ตลกมากกก


   เช้าวันอาทิตย์ เราตื่นกันแต่เช้าเหมือนเดิมเพราะด้วยกิจวัตรประจำวันที่ต้องตื่นแต่เช้าตรู่ไปทำงานมาหลายปีนั้น ทำให้ร่างกายผมจดจำเวลาที่มันต้องตื่นเป็นประจำได้ ปราณที่นอนอยู่ข้างๆ ผมก็เช่นกัน แถมเจ้าตัวยังส่งสายตาซุกซนมาสำรวจร่างกายผมแบบเดียวกับเมื่อคืนอีกด้วย

“คุณมองอะไรวะ” ผมบ่นคนข้างๆ ด้วยเสียงไม่พอใจ

“คุณไหวมั้ย” เอิ่ม...แล้วดูมันพูด กวนตีน

“ไปส่งผมเถอะ” ผมบอกตัดบท แล้วลุกเดินไปที่ห้องน้ำ โชคดีที่ร่างกายของผมแข็งแรง แม้จะยังมีอาการเจ็บแต่ผมก็สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

สองคืนที่ผมค้างอยู่กับปราณ ผมต้องใช้ยากสีฟันที่มีรสแปลกๆ และตอนนี้เมื่ออยู่ที่อ่างล้างหน้าผมก็คิดถึงรสเค็มๆ และฟองฟูของยาสีฟันสูตรเกลือผสมฟลูออไรด์

“คุณหิวหรือยัง” เจ้าของห้องถือวิสาสะเดินเข้ามาในห้องน้ำ แถมยังยกที่รองนั่งแล้วควักไอ้นั่นออกมายืนเยี่ยวอย่างไม่เกรงใจผม

“...”

“หิวมั้ย...มองผมฉี่ทำไม” ไอ้ปราณ ไอ้เปรต

“คอนโดฯ คุณมีแต่ข้าวต้มเซเว่นฯ โจ๊กเซเว่นฯ ข้าวหน้าไก่เซเว่นฯ ข้าวผัดปูเซเว่นฯ มะม่วงน้ำปลาหวานเซเว่นฯ...ผมเบื่อแล้ว เดี๋ยวกลับไปหาอะไรกินเองแถวคอนโดฯ” ผมว่า

“...”

“ปราณ...แล้วถ้าคุณจะขี้ คุณรอให้ผมล้างหน้าเสร็จก่อนนะ” แม้จะบอกอย่างนั้น ผมก็รีบกลั้วคออย่างรวดเร็วแล้วออกไปจากห้องน้ำ


ปราณมีรถขับเป็นรถห้าประตูสีเทาดำ แต่ก็ยังเลือกที่จะขึ้นเรือด่วนไปทำงานเพราะเมื่อไรก็ตามที่เขาขับรถไปเขาจะสาย อีกทั้งตึกที่ทำงานเขายังเก็บค่าจอดรถแพงด้วย เขาพาเราขับรถผ่านละแวกเสรีไทย เพื่อเข้าสู่เส้นลาดพร้าว

“คุณจะกินอะไรครับ อะไรจะอร่อยกว่าอกไก่อบสมุนไพรของเซเว่นฯ อีก” เขาถามกวนๆ อีกแล้ว

“ข้าวไก่ย่างถ่านของเซเว่นฯ ไงอร่อยกว่า คุณต้องลองนะ” ผมจึงต้องตอบกวนๆ

“...”

“แต่วันนี้ ไปกินก๋วยเตี๋ยวเป็นหน้าปากซอยคอนโดฯ ผมกัน”

“โอเคครับ”

“แต่เหนื่อยหน่อยนะ...ร้านพี่เขาไม่มีที่จอดรถ ต้องจอดที่คอนโดผมแล้วเดินออกมา” เมื่อได้ฟังเจ้าตัวก็ยักไหล่แต่ไม่ได้พูดอะไร

ใหญ่ กว้าง สวย เงียบสงบ อยู่ตรงวิวสระว่ายน้ำส่วนกลาง มีที่จอดรถเท่าจำนวนห้อง คือสิ่งที่ปราณพูดไม่หยุดเมื่อเขาขอขึ้นมาดูห้องผมก่อนที่เราจะเดินไปกินก๋วยเตี๋ยวกัน  ผมจึงใช้โอกาสนี้มาแปรงฟันและเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วย ระหว่างนั้นร่างสูงก็เดินสำรวจไปทั่วห้องของผม ทั้งห้องนอน ห้องเสื้อผ้า ห้องนอนเล็ก ห้องนั่งเล่นและห้องครัว

“คอนโดฯ คุณซื้อหรือเช่า” เขาถามผมระหว่างที่เราเดินไปร้านก๋วยเตี๋ยวด้วยกัน

“ซื้อครับ”

“แพงมั้ย”

“ตอนแรกแพง แต่ต่อราคาได้อีกหกแสน ผมเลยทำเรื่องกู้ผ่าน”

“ดีเลย ผมเช่าห้องเพราะผ่อนรถ คุณไม่มีรถเพราะผ่อนคอนโดฯ...ถ้าอยู่ด้วยกันเราจะมีทั้งครอบครัว มีบ้านมีรถครบเลยนะ” ทำไมไอ้บ้านี่มันหยอดเก่งจังวะ ผมเริ่มคิดถึงคนที่ไม่ยอมพูด ไม่แสดงออกทางสีหน้า แต่เอื้อมมือมาลวนลามผมไม่หยุดมากกว่า คนๆ เดียวกันที่ผมได้เจอเมื่อคืนวันศุกร์


   ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ด เจ๊เปิ๊ล เปิดร้านกับ เจ๊ตู่ และก็เฮียศักดิ์ เป็นร้านที่ผมมากินเป็นประจำทุกเสาร์-อาทิตย์ โดยร้านจะปิดทุกวันจันทร์ ร้านของเจ๊เปิ๊ลอยู่ในห้องแถวหน้าปากซอย ที่ตรงกับสามแยกพอดี

ผมหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเล่นระหว่างที่เรากำลังนั่งกินก๋วยเตี๋ยว ผมลบแอพพลิเคชั่นจับคู่ ชาย-ชาย เพราะสัปดาห์นี้มันไม่มีประโยชน์กับผมแล้ว การเล่นตลกของความบังเอิญเมื่อคืนวันศุกร์ทำให้ผมไม่มีโอกาสได้นัดใครผ่านแอพฯ อีกจนกระทั่งตอนนี้

“คุยกับใคร” ผมเงยหน้าขึ้นมามองคนที่นั่งกินก๋วยเตี่ยวอยู่ฝั่งตรงข้าม

“เปล่า...ไม่ได้คุย” ผมรีบกลืนน้ำซุปแล้วตอบเขา

“หึหึ ฮ็อทนะคุณ” นี่เขากำลังประชดผมใช่มั้ย

“อือ...”

ปราณไม่ได้ตอบอะไรแต่ยื่นมือที่หน้าผม ผมจึงยื่นโทรศัพท์มือถือวางใส่มือเขาไป

“ลบทิ้งไปแล้วก็ดี”

“ผมโหลดแอพฯ ใหม่ทุกวันศุกร์...ไม่นัดใครวันทำงานมันยุ่งยาก”

“...”

แต่ที่จริงจนกว่าร่องรอยของการถูกกระทำบนร่างกายผมจะหายไป ผมก็คงจะไม่สามารถไปเจอคู่ขาคนไหนได้ เพราะถ้าพวกเขาเห็นรอยเหล่านี้ เขาก็จะรู้ว่าผมสามารถเป็นฝ่ายโดนกระทำได้เหมือนกัน และนั่นจะนำมาแต่เรื่องปวดหัวให้ผมอีกมากมาย


          สุดสัปดาห์ของผมกับไอ้คุณปราณผ่านไป มันเป็นช่วงเวลาที่ผมปล่อยผ่านไปโดยไม่ตั้งคำถามกับตัวเอง แล้วหลังจากนั้นไม่นานทุกอย่างในชีวิตของผมกลับเข้าสู่วิถีทางของมันพร้อมๆ กับเช้าวันจันทร์ ผมมารอเรือด่วนที่ท่าเรือวัดกลางตั้งแต่เช้า ปราณเองก็คงนั่งมากับเรือด่วนสักลำเช่นกัน

และตอนเย็นเมื่อผมเดินทางกลับคอนโดฯ ด้วยเรือด่วนคลองแสนแสบจากท่าเรือประตูน้ำแบบเดิมทุกวัน แต่พักหลังนี้ก่อนที่จะได้ต่อแถวเพื่อลงเรือด่วน ผมมักจะได้ข้อความจากคนๆ หนึ่งที่ขอให้ผมรอเจอกับเขาก่อนขึ้นท่าเรือเสมอ

Prana:
เราแวะกินข้าวมันไก่กันก่อนกลับมั้ยคุณ

Brahmvid:
ข้าวมันไก่อะไร

Prana:
นี่คุณทำงานแถวนี้มากี่ปีแล้วเนี่ย
ทำไมถึงไม่รู้จักร้านข้าวมันไก่เจ้าดังย่านนี้

Brahmvid:
ขี้เกียจ เดี๋ยวถึงบ้านช้า
ไปหาร้านข้าวแถวบ้านดีกว่า

Prana:
ถ้าไปกินข้าวแถวคอนโดฯ คุณแล้วเกิดอยู่ดึกผมค้างที่นั่นเลยนะ

Brahmvid:
ที่ร้านข้าว?

Prana:
คุณกวนตีนเหรอครับ น่ารักดีว่ะ

Brahmvid:
...


          ในยุคกรุงศรีอยุธยาและต้นรัตนโกสินทร์ ช่วงที่การค้ากับจีนกำลังรุ่งเรือง เรือสำเภาเป็นเครื่องมือและพาหนะสำคัญสำหรับการขนส่งสินค้า ส่วนการที่เรือสำเภาเกี่ยวกับเรือด่วนในคลองแสนแสบของผมอย่างไร คงไม่ใช่เรื่องที่ผมคนนี้ถูกโล้สำเภาไปแล้ว แต่เพราะเรือสำเภามีตุ๊กตาถ่วงน้ำหนักเรือที่เรียกว่า ตัวอับเฉา แบบเดียวกับที่ตอนนี้ผมมีตัวอับเฉาขึ้นเรือด่วนไปกับผมในทุกเที่ยวกลับ ไอ้ตัวอับเฉานี่ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คนที่จับผมโล้สำเภานั่นแหละครับ

แทบทุกเย็นที่เรานั่งเรือด่วนคลองแสนแสบกลับบ้านพร้อมกัน เรามักจะนั่งด้วยกันเสมอ หลังจากครั้งแรกที่เราเจอกัน แล้วผมอ่อยปราณ ให้เขาได้สัมผัสกับร่างกายผมทุกส่วนนั้น พักหลังมานี้ที่เรากลับพร้อมกัน เขามักจะวางแขนพาดบนพนักที่นั่งซึ่งก็เหมือนกับเป็นการกอดไหล่ผมไปในตัว บางครั้งก็เป็นการจับมือ


ผมมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนบ่อยครั้ง บางคนที่ผมรู้สึกว่าเขาโอเค หรือคนที่ผมไม่อายที่จะเดินจูงมือเขาไปไหนมาไหน เราก็อาจจะนัดเจอกันอีก ส่วนใหญ่เราก็จะไปกินข้าว ดูหนังด้วยกัน และสุดท้ายก็มักที่จะจบลงด้วยการมีเซ็กส์ด้วยกันอีก

เพราะฉะนั้นสิ่งที่ปราณทำกับผมจึงแปลกออกไป ผมกล้าที่จะให้เขาจูงมือเดินไปไหนมาไหน แต่ความถี่ของการที่เราเจอกันอยู่ด้วยกัน มันดูมากกว่าการนัดเจอ เหมือนกับว่าเป็นเป็นกิจวัตรในชีวิตประจำวันที่เรามีด้วยกัน ไหนจะข้อความที่เราโต้ตอบกัน หรือคุยกันทางโทรศัพท์ที่เขามักจะโทรมาก่อนนอน


          วันศุกร์ วันที่ดีที่สุดในสัปดาห์เวียนกลับมาถึงอีกครั้ง โดยที่ผมไม่ทันจะได้ใช้เย็นวันศุกร์ตามกิจววัตรของตัวเอง ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนจากแอพพลิเคชั่นข้อความก็ดังขึ้น

Prana:
ถึงท่าเรือรึยังครับ เย็นนี้ไปค้างห้องผมนะ
ผมรู้ว่าคุณไหวแล้ว

Brahmvid:
เอิ่มม...วันนี้ไม่ได้หรอก
มีนัดไปฉลองวันเกิดเพื่อนนะ

Prana:
ไปฉลองที่ไหน

Brahmvid:
วันเกิดเขาก็ต้องไปที่บ้านเขาสิ


ผมรู้จักกับเด็บ เพราะเขาเป็นพี่ชายคนละพ่อของไอ้แบ็กเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยผม เด็บเรียนด้านจิตวิทยา ที่เขาตั้งใจเรียนเพื่อช่วยให้ตัวเองเข้าใจชีวิตคนและบทบาทของตัวละครได้ลึกมากขึ้น เนื่องจากใฝ่ฝันจะเป็นนักแสดงอาชีพ

ด้วยความเป็นคนรักครอบครัว เด็บจึงไม่ค่อยออกไปสังสรรค์ข้างนอกเท่าไรนัก ส่วนใหญ่จึงเป็นการชวนเพื่อนสนิทของเขากับไอ้แบ็กไปกินเหล้าที่บ้านกันมากกว่า แม้ตอนนี้เด็บแต่งงานมาได้สี่ปีแล้ว และย้ายมาซื้อบ้านหลังใหม่อยู่กับ มาย ภรรยาของเขา ก็มักจะชวนพวกผมไปกินเหล้าด้วยบ่อยๆ

ในวงเหล้าเราคุยกันทุกอย่างบ่อยครั้งก็เรื่องเซ็กส์ และในฐานะผู้มีประสบการณ์ เด็บกับมายมักจะคุยกับพวกเราเสมอเรื่องข้อดีของความสัมพันธ์แบบชีวิตคู่ ซึ่งแม้ผมก็เห็นด้วย ผมก็ยังไม่เจอ หรือยังไม่ได้พยายามที่จะเริ่มมองหาความสัมพันธ์แบบนั้น

เราเพิ่งคุยกันได้สักชั่วโมงกว่า อาหารเย็นหมดไปพร้อมกับไวน์ที่ผมดื่มไปได้เพียงครึ่งเดียว แต่เจ้าบ้านผู้มีรสนิยมเป็นเลิศในการดื่มไวน์ก็รีบเติมไวน์ให้ผมจนถึงจุดที่กว้างที่สุดของแก้วไวน์... บานา นา บ่านา นา บ่านา นา! (เสียงร้องของมินเนี่ยน ตามทำนองเพลงมาร์ชจักรพรรดิ* )
*Note: Star Wars – The Imperial March (Darth Vader’s theme song)

“...ฮัลโหล ว่าไง” ผมรับสายหลังจากที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

“เป็นไงบ้าง คุณทำอะไรอยู่” น่าขำ เขาถามแบบเดิมอย่างที่เคยโทรมาคุยเมื่อคืนก่อนๆ

“ก็เพิ่งกินข้าวกันเสร็จ อีกสักพักคงเป่าเค้ก” ผมตอบเขา น่าขำเหมือนกัน ทำไมถึงชอบให้เขาโทรมาหา

“...แล้วจะกลับกี่โมงครับ”

“ไม่รู้สิ ก็คงนั่งคุยกับเพื่อนไปเรื่อยๆ นานๆ จะได้เจอกันที”

“...”

“แค่นี้ก่อนนะ เพื่อนยกเค้กมาแล้ว” ผมบอกเขาก่อนที่จะวางสายไป

“เด็กมึงโทรมาเหรอวะ เห็นมึงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่” ไอ้กริชถามผม จนผมต้องหันไปว่ามันเสือก มายเพิ่งยกเค้กวันเกิดของไอ้เด็บมาวางแท้ๆ ยังเสือกเรื่องของผมอยู่ได้ แทนที่จะรีบร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้เพื่อน

เราเพลงวันเกิดให้เด็บ และตัดเค้กแบ่งกันอย่างไม่พิถีพิถัน แล้วบทสนทนาในวงเหล้าก็เริ่มต่อ

“...ไม่เจอมึงพักเดียวไม่เห็นมึงบอกเลยว่ามีเด็กใหม่” ไอ้แบ็กถามผมแปลกๆ ปกติพวกมันมักจะไม่ยุ่งกับการนัดคู่ของผมสักเท่าไร

“เด็ก เดิก อะไรมึง” ผมรีบบอกปัด

“แหม่ๆ เพื่อนกูเริ่มจะมีความรัก โทรหากันทุกคืน”

“...เออ ก็...มันไม่โทรทุกคืนหรอก ส่วนใหญ่มันก็หาเรื่องมาเจอกูได้เกือบทุกวัน”

“น่ารักนะ...ตอนนี้ต้องเจอกันทุกวันเลยสิ” มายที่เดินไปเดินมาในครัวหันหน้ามาถามผม

“ก็ไม่เชิงอ่ะ เหมือนว่ากลับบ้านพร้อมกันมากกว่า” ผมตอบตามความจริง เพราะแทบทุกเย็นผมจะต้องนั่งเรือด่วนกลับมาพร้อมกับปราณเสมอ

“แม่งใครวะ กูอยากรู้...เมื่อก่อนใครตามมึงขนาดนี้ แม่งไล่แห่หมดแล้ว” พวกมันเริ่มคุ้ยประวัติผมสมัยเรียนด้วยกัน ออกมายำอีกแล้ว

“เพิ่งเริ่มเปล่า มึงเลยยังไม่หมดโปรฯ” กริชเพื่อนอีกคนของผมกับไอ้แบ็กแสดงความเห็น

“...”

“มึงก็ลองคบมันเลยไม่ได้เหรอ...โสดอยู่ไม่ได้เสียหายอะไร” เด็บผู้มั่นคงในหลักการรักเดียวใจเดียว ถามผม

“เอาจริง กู...ก็ยังอยากมีเมียอยู่” ผมบอกตามตรง ผมมีอารมณ์ทางเพศกับช่องทางด้านหลังของผู้ชายคนอื่น ก็ชอบดูรูปส่วนนั้นทุกครั้งที่ช่วยตัวเอง

“ยังไงวะ...กูงง” ไอ้กริชถามมาบ้าง

“....ก็ เออ ครั้งนี้กูโดนว่ะ” ผมตอบแบบไม่เต็มใจเปิดเผยเรื่องส่วนตัวเท่าไร

“เฮ้ย” เสียงหลายคนในวงเหล้าอุทานออกมาพร้อมกัน จะตกใจอะไรกัน

“ไหนบอกไม่เคย...” ไอ้แบ็ก ทำหน้าตกใจ

“ก็เออ...ก็เพิ่งโดนไง”

“เออ ไม่ต้องไปบอกใครล่ะ...โตมาจนป่านนี้แล้ว เหมือนเด็กเพิ่งโดนเปิดซิง แม่ง กูเสียเซลฟ์ฉิบหาย” ผมโวยวายให้พวกมันเงียบ

“แล้วทำไมมึงถึงมีอะไรกับมันแบบที่อยากทำไม่ได้ล่ะ พวกมึงก็คุยกันดิ” ใช่ครับเด็บ คนที่เชื่อว่าเรื่องเซ็กส์ควรเป็นความเข้าใจในความต้องการของทั้งสองฝ่ายและตอบสนองอย่างเท่าเทียมกัน เขาเคยบรรยายให้ฟังบ่อยๆ ด้วยซ้ำว่าเขาสอนให้มายทำ ออรัล เซ็กส์ ให้อย่างไร

“มันไม่เหมือนกันว่ะ เหมือนบางอย่างเราก็ไม่อยากทำกับแม่ของลูก...เพื่อนผู้ชายส่วนใหญ่ที่คุยกันเรื่องแอบไปมีกิ๊ก หรือไปนวด ก็เพราะแบบนี้แหละ จะได้ทำอะไรสกปรกๆ ที่ไม่อยากทำกับเมียตัวเอง” กลับเป็นไอ้แบ็กที่แย้งไอ้เด็บแทนผม

“ก็ไอ้นั่นเป็นผัวมันแล้ว มึงจะให้ไอ้นายจับผัวมันทำเมียด้วยเหรอครับ” เอิ่มมม...ตั้งแต่เมื่อไรกันที่เรื่องของผมกับไอ้คุณปราณกลายเป็นประเด็นจริงจังในวงเหล้าไป

“เออว่ะ...เป็นเกย์นี่มันซับซ้อนเนอะ” ไอ้เด็บว่า พลางแขนของมันก็กระชับกอดมาย เมียมันด้วยความรักใคร่

“มึงเลิกพูดเรื่องผัวเมียกับกูเหอะ แค่นึกถึงมันกูยังจุกท้องไม่หายเลย...แม่งจุกท้องอย่างกับโดนชกมา”

“เฮ้ยยย...เล่ามาให้ฟังหน่อย” เอ่อ พวกมึงไปกันใหญ่ละ

แล้วผมก็ต้องนั่งบรรยายให้พวกชายผู้ไม่เคยมีเซ็กส์ทางประตูหลังฟังว่าความรู้สึกจุกท้องหลังจากมีเซ็กส์นั้นมันมีความเป็นมาอย่างไร เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว และพวกมันยังไม่เลิกวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของผมกับคู่ขาคนอื่นๆ และกับปราณ และยิ่งมันพูดกันแต่เรื่องของผมที่ดูเปลี่ยนไปเพราะปราณผมก็ดื่มมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว สี่แก้ว...ห้าแก้ว...หกแก้ว...เจ็ดแก้ว ไวน์ที่ผมดื่มเข้าไป และทุกคำพูดที่ผมอธิบายออกมาให้เพื่อนๆ ฟัง ในสมองของผมก็ยังไม่สามารถเข้าใจตัวเองได้เลย การเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ของตัวเอง ในฐานะฝ่ายที่เป็นผู้กระทำมาทั้งชีวิต มันเสียเซลฟ์จริงๆ ที่ผมถูกทำให้เปลี่ยนไปเป็นผมอีกคนหนึ่ง


ออนไลน์ nightsza

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2023
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
Re: แสนแสบ : ท่าเรือ ท่าจะรัก
«ตอบ #5 เมื่อ12-05-2020 03:35:42 »

ขอให้รู้ใจตัวเองเร็วๆ

ออฟไลน์ sonnetCXVI

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
บทที่ 4  พรุ่งนี้เช้าคุณจะตื่นมาที่ห้องนอนใคร MISS JACKSON* 

*Note: เพลงของวง Panic! At the Disco เป็นบทเพลงซิงเกิ้ลแรกในอัลบั๊ม Too Weird to Live, Too Rare to Die! ปล่อยออกมาเมื่อ วันที่ 13 กรกฎาคม 2013



[ปราณ]
เที่ยงคืน ที่จริงมันดึกกว่าที่ผมจะโทรไปหาเขาแล้ว ดึกกว่าทุกครั้งที่เคยโทรไป แต่เขาไม่ตอบข้อความ ไม่โทรกลับ บางทีผมก็สงสัยตัวเองเหมือนกันว่า ผมทำเรื่องพวกนี้ไปทำไม ทั้งๆ ที่เจ้าตัวก็อาจจะไม่ได้เห็นคุณค่ากับสิ่งที่ผมทำให้สักเท่าไร


เย็นวันศุกร์นี้เมื่อหนึ่งสัปดาห์ที่แล้ว ผมเจอคนๆ หนึ่ง ที่กำลังเดินมานั่งลงข้างๆ ผมในเรือด่วนคลองแสนแสบตอนที่ผมกำลังจะเดินทางกลับบ้าน ใบหน้าที่ได้รูปและหล่อเหลา สีผิวไม่ขาวไม่ดำ ปากเล็กบาง เหมือนกับจมูกที่ปลายเชิดรั้ง ร่างโปรงของเขาแต่งตัวเรียบร้อยดูสะอาดสะอ้าน

ชักช้าเกินกว่าที่ผมจะชักสายตาของตัวเองกลับมา ก็ดันไปเห็นสายตาของเขาที่จ้องมองกลับเหมือนกัน สายตานั้นจ้องมองผมนานกว่าปกติ แววตาที่มีประกายนั้นเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ซุกซน ขัดกับภาพลักษณ์ที่ดูเรียบร้อยสะอาดสะอ้านของเจ้าตัว

เขานั่งลงสบายๆ อ้าขากว้างจนขาของเราสัมผัสกัน ผ่อนคลายร่างกายช่วงบนจนแขนและมือของเขาสัมผัสกับผม ท่าทางที่เชิญชวนให้ผมสัมผัสกับร่างกายของเขา

ตรงกันข้ามกับที่ผมเคยพบมา คนส่วนใหญ่ทั้งชายและหญิงต่างก็ปรารถนาที่จะสัมผัสจับต้องร่างกายผม พลางริมฝีปากนั้นกระตุกยิ้มให้ผมเห็นคนเดียว เชื้อเชิญให้ผมสัมผัสเขามากขึ้นและลึกขึ้น

แต่เมื่อถึงตอนที่เมื่อเรือด่วนเทียบท่าที่ท่าน้ำปลายทาง ร่างโปร่งของเขาก็ยืนขึ้น เหลียวหลังมามองผมแวบเดียวแล้วก็เดินนำหน้าผมออกไปอย่างไม่สนใจใยดี และด้วยความต้องการของผมที่มันสะสมมาตลอดการเดินทาง ตอนนี้ผมจึงเหลือตัวเลือกแค่สองทางคือ ปล่อยให้เขากลับไปตามทางของเขาแล้วผมก็คงช่วยตัวเอง หรือเขาคนนั้นนั่นแหละที่ต้องรับผิดชอบ

ร่างโปร่งนั้นก้าวเดินต่อไม่ไม่หยุด แม้จะเหลียวหลังมามองที่ผมหลายครั้ง ผมเดินตามเขาไปแม้จะเป็นคนละทางกับผม จนเขาเดินขึ้นสะพานข้ามคลองเพื่อไปฝั่งบางกะปิ เป็นครั้งสุดท้ายที่เขาหยุดยืนนิ่งและหันมองมา สายตานั้นเต็มไปด้วยคำถาม คำถามง่ายๆ ตกลงผมต้องการอะไร อยากให้เขาทำอะไร และเขากำลังจะไปแล้ว

เมื่อเห็นสายตาและใบหน้านั้น ผมตัดสินใจเอื้อมมือไปกุมมือของเขา ในตอนกลางคืนที่บริเวณท่าเรือวัดที่ไม่มีคนพลุกพล่านเท่าไร แต่ถึงแม้จะมีคนอยู่ผมก็คงจะตัดสินใจแบบเดียวกัน เขาเป็นคนเริ่ม ผมจะใช้เขาเพื่อจบเรื่องนี้

ห้องน้ำปั๊มหน้าปากซอย ผมจะบังคับคนที่ตัวเล็กกว่าใช้ปากให้ผม หรือเขาจะใช้ส่วนนั้นของเขาก็ได้ ห้องน้ำปั๊มหน้าปากซอยเป็นจุดหมายปลายทางในใจผม ผมยังคงจับมือของเขาอย่างหลวมๆ เดินผ่านวัดออกมา กลัวว่าถ้าผมปล่อยมือแล้วเขาอาจจะหันหลังกลับไป

ผ่านร้านค้าหน้าวัด เด็กน้อยที่กำลังวิ่งไล่กันอยู่ หรือแม้แต่รถที่ขับสวนเรามา คนข้างๆ ผม กลับไม่ได้ปล่อยมือ หรือชักมือกลับ แต่เขากลับกระชับมือผมเบาๆ แล้วเดินไปด้วยกัน

ซ้ายมือข้างหน้าคือปั๊มน้ำมันที่เป็นจุดหมายของผม ผมหันหน้าไปมองคนที่ผมจูงมือมาด้วยอีกครั้ง สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเชื่อใจ ใบหน้าที่ดูหล่อเหลานั้นใสสื่อบริสุทธิ์ ผมจูงเขาเดินไปทางขวามือซึ่งเป็นป้ายจอดรถเมล์ และเรียกแท็กซี่เพื่อพาเขากลับไปที่คอนโดฯ

หลังจากที่เรากลับมาถึงคอนโดฯ หรือจริงๆ อาจจะตั้งแต่ที่เราขึ้นมาจากท่าเรือ ก็ดูเหมือนว่าความสนใจเรื่องนั้นที่เขามีให้ผมก็หายไป ผมชวนไอ้หน้าหล่อที่ชื่อ นาย กินข้าว กินเบียร์ด้วยกัน ซึ่งเจ้าตัวก็ดูจะไม่เต็มใจสักเท่าไร นายเป็นคนตรงไปตรงมา และคออ่อนอย่างไม่น่าเชื่อ

แล้วก็เป็นเพราะแอลกอฮอล์ที่ทำให้คนคออ่อนต้องค้างกับผม และตกเป็นของผม เซ็กส์ที่ดีทำให้ทุกคนรู้สึกดี ผมเองก็เช่นกัน สิ่งที่ต่างไปจากเดิมก็คือ คนที่ผมกำลังมีอะไรด้วยไม่ได้สวย ไม่ได้มีรูปร่างหน้าตาที่ดูน่ารัก อ่อนโยน ร่างกายของเขาที่เปลือยเปล่าต่อหน้าผมเต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลังและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและโครงสร้าง

ผมต้องออกแรงมากกว่าทุกครั้งเพื่อควบคุมร่างกายที่แข็งแรงนี้ จนเผลอกระทำรุนแรงมากกว่าทุกครั้ง เหงื่อกาฬไหลท่วมในห้องที่เย็นฉ่ำ จนเมื่อปลายทางมาถึงมันเป็นทั้งความสุขสม และความยินดีบางอย่างเหมือนการได้เป็นผู้ชนะ

แต่เช้าวันต่อมาเขาก็กลับเป็นคนเดิม แม้ร่างกายที่สวยงามนั้นจะมีร่องรอยและบาดแผลที่ผมทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืน เขาก็ไม่ได้แสดงอาการออดอ้อน ไม่แสดงความอ่อนหวาน ไม่เรียกร้อง หรือแสดงความเหนื่อยอ่อนใดๆ แม้แต่มือของผมที่เอื้อมไปเพื่อแตะหน้าผากดูว่าเขาเป็นไข้หรือไม่ก็ถูกเจ้าของมือเรียวปัดทิ้งอย่างไม่ใยดี

หน้าตาที่ดูเฉยฉา แต่ดูเหมือนเขาจงใจเลี่ยงที่จะสบตากับผมโดยการหลุบสายตาลงต่ำตลอดเวลา ทำให้ผมเห็นแพขนตาที่หนาแน่นได้ชัดขึ้น ความเขินอายถูกซ่อนภายใต้หน้าตาหล่อเหลาจนเกือบสังเกตไม่ออก แต่ไม่ใช่กับคนที่มีประสบการณ์แบบผม ผมเพิ่งรู้สึกว่าคนหล่อก็น่ารักได้

“ไอ้สัดเอ้ย...มึงแม่ง...น่ารัก” ผมบ่นกับตัวเอง เท่าๆ กับการที่ชมคนที่อยู่ตรงหน้า และจากนั้นผมก็ทนไม่ไหวที่จะต้องมีอะไรกับเขาอีกครั้ง

ในขณะที่เจ้าตัวมีสติ แต่ก็ยังครางเสียงหวานเรียกชื่อของผม ไม่เหมือนเมื่อคืนที่มีแต่เสียงครางและเสียงโวยวาย เขาก็มีความสุขกับเซ็กส์ที่ผมมอบให้เหมือนกัน หัวใจของผมพองโตและกระหยิ่มยิ้มย่อง

แล้วก็เหมือนเดิม ถึงเขาจะยอมมีอะไรกับผมอีกครั้ง แต่หลังจากนั้น นายก็พยายามแต่จะกลับบ้านอย่างเดียว เขาไม่สนใจกินข้าว ไม่สนใจกินยา ไม่ว่าผมพยายามจะเอาอกเอาใจเขาอย่างไร

“ผมพูดตรงๆ นะปราณเรื่องของเรามันเป็นแค่ วัน-ไนท์ สแตนด์ เท่านั้น คุณไม่จำเป็นต้องมาทำแบบนี้ให้ผม” หลังจากได้ยินเขาตะคอกออกมา ผมก็พอจะเดาออกว่าคนตรงหน้านั้นเป็นคนแบบไหน คนที่ไม่ต้องการผูกมัด คนหน้าตาดีที่รู้จักจะใช้ประโยชน์จากมันเพื่อหาความสุขให้ตัวเองไปเรื่อยๆ

ตอนนี้ความรู้สึกหลายอย่างของผมตั้งแต่ได้เจอกับนายเมื่อคืน มันต่อสู้กันจนสับสนไปหมด ผู้ชายที่เดินจูงมือผมและพร้อมจะผูกสัมพันธ์ คนที่ซื่อตรงกับความรู้สึก เขาคือคนๆ เดียวกับผู้ชายที่ไม่ยอมให้เกิดความสัมพันธ์อื่นระหว่างเรานอกจากเซ็กส์ แต่ก็คือคนเดียวกันกับเมื่อผมนอนกับเขาแล้วมีความรู้สึกดีที่แปลกใหม่ รวมถึงความอยากจะเอาชนะเขาด้วย ผมจึงเอ่ยปากว่าจะจีบเขา

“คุณจะมาจีบผมทำไม คุณได้ผมแล้วยังไม่พอใจเหรอ” โดยไม่รอช้า นายก็ตอบผมกลับมาด้วยประโยคที่โหดร้ายทันที

สุดท้ายแล้วหลังจากที่เราเถียงกัน ผมก็เป็นฝ่ายชนะ ถึงจะดูเหมือนว่าผมชนะเพราะเขาทนเหนื่อยที่จะเถียงกับผมต่อไปไม่ไหว แต่ผมก็เข้าข้างตัวเองเหมือนที่ผ่านมาเสมอ ไม่ว่าใครก็มักจะหลงสเน่ห์รูปร่างหน้าตาของผมได้ง่ายๆ และสุดท้ายจริงๆ ผมก็ไม่ได้ใส่ใจคำเตือนของเขา ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดมหันต์

“...ตามใจคุณนะปราณ แต่ผมเตือนคุณแล้ว ความรักกับผมมันคือเรื่องที่ไม่จบแบบมีความสุขเท่าไรหรอกนะ”


หลังจากนายตัดสายผมทิ้งเพราะบอกว่าจะร้องเพลงอวยพรให้เพื่อนเป่าเค้กวันเกิด นายก็ไม่อ่าน และไม่ตอบข้อความของผมอีก เหตุผลอื่นนอกจากวันนี้เป็นคืนวันศุกร์ ที่ผมยังไม่หลับนอนเสียที หนึ่งอาจจะเพื่อนั่งดูเน็ตฟลิกซ์ชิลๆ สองก็คงจะเป็นเขาที่ผมอยากจะเจอ

“ฮัลโหล...สวัสดีครับ” เสียงพูดของผู้ชายที่ติดสำเนียงของชาวตะวันตกรับสายโทรศัพท์

“ครับ...นายล่ะครับ” ผมรีบถาม เพราะผมเม็มเบอร์โทรของนายไว้ ไม่ได้โทรผิดแน่นอน

“นายหลับไปแล้วครับ...คุณมีธุระอะไรรึเปล่าครับ” อืมไปไปเหมาหลับอยู่บ้านผู้ชายคนอื่น แบบนี้คุ้นๆ นะ

“...บอกเขาได้หรือเปล่าครับว่าปราณโทรมา” ผมถอนหายใจแล้วบอกคนที่ปลายสาย

“อ่อ...ปราณเหรอครับ ผมเด็บนะ คุณจะมารับนายหรือให้เขานอนบ้านผมก็ได้ครับ”  น้ำเสียงที่ปลายสายเปลี่ยนไปเล็กน้อย คล้ายเป็นมิตรขึ้นเมื่อเขาได้ยินชื่อผม

“เอ่อ...เดี๋ยวผมไปรับเขาก็ได้ครับ” ไม่รู้สาเหตุอะไรที่ทำให้ผมต้องตัดสินใจไปรับนายมากลางดึกอย่างนี้ แต่ผมก็ตัดสินใจไปอย่างรวดเร็ว


ผมรีบแต่งตัวแล้วขับรถไปตามที่อยู่บ้านที่เด็บบอก บ้านของเด็บอยู่แถบถนนนวมินทร์ซึ่งไม่ได้ไกลจากคอนโดฯ ของผมหรือของนายเท่าไร บ้านเดี่ยวสองชั้นที่ไม่ใหญ่มากนัก เด็บ หนุ่มลูกครึ่งที่เป็นเจ้าของบ้านออกมาเปิดประตูให้ผมพร้อมกับทักทาย

ห้องรับแขกกว้างของบ้านเชื่อมต่อกับห้องครัวที่มีโต๊ะกินข้าวตัวใหญ่ บนโซฟาที่หันหน้าเขาหาโทรทัศน์ ผู้ชายอีกสองคนกำลังนั่งคุยกันเรื่อยเปื่อย ส่วนผู้หญิงอีกหนึ่งคนกำลังถือแก้วน้ำมาให้ผม

“นี่เมียผม มาย ส่วนไอ้นี่ ถุง น้องชายผม อีกคนไอ้ตินเพื่อนมันครับ...สองคนนี้เป็นแก๊งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับนาย” เด็บแนะนำสมาชิกในบ้าน ผมมองตามไปเรื่อยๆ จนเห็นที่มุมด้านริมของโซฟาตัวใหญ่นั้นร่างโปร่งที่นอนคุดคู้อยู่ใต้ผ้าห่มผืนบาง

ในขณะเดียวกับที่ผมกำลังสำรวจคนที่เมาหลับอยู่ ผมก็รู้สึกได้ถึงสายตาของสองคนบนโซฟาที่มองมาที่ผม

“...สักแก้วมั้ย” คนชื่อตินถามผม พลางก็ยกมือยกไม้ไปที่มายเพื่อขอแก้วเพิ่ม

“ไม่เป็นไรดีกว่าครับ เดี๋ยวผมต้องขับรถกลับ”

“เอาน่า...สักแก้วหนึ่งไม่เป็นไร หรือจะเอาเบียร์” ตินยังคงชวนผมดื่ม

“มาครับนั่งๆ ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องเกรงใจครับ พวกเราสนิทกัน” จนที่สุดเจ้าบ้านก็เอ่ยปากชวนผมให้นั่งดื่มด้วย

“...อ่ะถุงขยับมาให้คุณปราณเขานั่งข้างนายสิ” มายที่เดินกลับมาพร้อมแก้วและเครื่องดื่มบอกน้องเขยที่นั่งติดกับนายอยู่

“นายไม่เคยพาแฟนมากินเหล้ากับพวกเราเลยนะ นี่ครั้งแรก” เด็บบอกและชวนผมชนแก้ว

“...เอ่อ ครับ จริงๆ เขาก็ไม่ได้พามาครับ ผมมาเอง” ผมตอบพร้อมกับยกเบียร์ขึ้นมาดื่ม จริงๆ นายก็ยังไม่ได้เป็นแฟนผมเหมือนกัน

ผมนั่งดื่ม และคุยกับทุกคนต่อได้สักเกือบชั่วโมง อาจจะยกเว้นไอ้ถุง น้องชายของเด็บที่จะไม่ค่อยพูดกับผม สักพักผมก็รู้สึกถึงสายตาที่มองมา จากตาปรือของคนที่นอนอยู่

“คุณตื่นแล้วเหรอ” ผมก้มลงตัวลงไปกระซิบใกล้ๆ กับคนเมา

“...” นายไม่ได้ตอบแต่เอื้อมมือมาจับผม

“ตื่นแล้วก็ลุกมานั่งคุยกันต่อ ถ้ามึงจะอ้วกก็รีบไปห้องน้ำเลย” ไอ้ถุงหันมาว่าเพื่อนมันที่ยังนอนจับชายเสื้อผมอยู่

“อือออ...” นายเสียงอ้อแอ้

“ปราณเขามารับมึงกลับแล้วครับ มีผัวแล้วจะเที่ยวไปนอนค้างอ้างแรมที่ไหนอีก” ไอ้ตินล้อนายก่อนที่ผมจะได้พูดอะไรกับเขา

“ฮือ....อือ”

“มึงอย่ามาอ้วกให้พวกกูเช็ดอีกนะ ไปห้องน้ำไป ไม่ก็กลับไปเลย”
 
หลังจากโดนไอ้ถุงบ่น นายก็ทำท่าหงุดหงิดแล้ว จนไอ้ถุงก็ต้องพยุงคนเมาพาเดินโซเซเข้าไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำสักพัก หลังจากออกมาจากห้องน้ำนายก็ทำท่าเหมือนว่าอยากกลับบ้านแล้ว ผมจึงขอตัวพานายกลับ

แม้จะใช้เวลาส่วนใหญ่ในวงสนทนาไปกับการบ่น และต่อว่านาย ไอ้ถุงกลับเป็นคนช่วยพยุงนายไปเข้าห้องน้ำและพยุงออกมาส่งที่รถอีกต่างหาก แต่เมื่อเขาไม่ได้สร้างปัญหาอะไรให้วุ่นวาย ผมจึงไม่ได้ใส่ใจกับท่าทีที่ไม่ค่อยเป็นมิตรและออกจะหึงหวงนาย


ตั้งแต่ผมเปิดประตูรถแล้วประคองคนเมาที่กึ่งหลับกึ่งตื่นออกมา ร่างโปร่งนั้นก็ทิ้งน้ำหนักมาบนตัวผม ทั้งมือ ทั้งแขน เกี่ยวพันไปตามไหล่และตัวของผมมากกว่าจะกลัวล้ม

“บรรยากาศแบบนี้คุ้นๆ ดีมั้ยคุณ” ผมแกล้งถามคนที่กำลังคลอเคลียกับผมไม่ห่าง

“อือ...”

นายแทบจะทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงมาบนตัวผมจนกระทั่งผมวางเขาลงบนเตียง คนคออ่อนที่นอนอยู่ตรงหน้าไม่เหม็นกลิ่นเหล้าด้วยซ้ำมีเพียงกลิ่นน้ำหอมที่เหมือนกลิ่นของไม้แห้งซึ่งเจ้าตัวฉีดก่อนไปทำงานทุกวัน ตาปรือส่งยิ้มมาให้ผมเหมือนเป็นการขอบคุณ

“คุณทำตัวน่ารักอีกแล้วนะ”

ผมรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขา และเช็ดตัวให้เขาอย่างเร็วๆ อดชื่นชมร่างกายที่สวยงามนั้นทุกครั้งที่เห็นไม่ได้ ผมจูบเขาเนิ่นนาน เหมือนเพียงแค่เราไม่เจอเจอกันไม่กี่ชั่วโมงผมก็คิดถึงเขาแล้ว

“คืนนี้ผมตาจะปิดแล้ว...ผมติดคุณไว้ก่อนนะ” ผมบอกคนข้างๆ ก่อนที่ผมจะล้มตัวลงนอนข้างๆ เขาและดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างกายของเราทั้งคู่

…Climbing out the back door, didn't leave a mark
No one knows it's you Miss Jackson  Found another victim
But no one's gonna find Miss Jackson, Jackson, Jackson



[9-ไนเนอร์]
แม้จะมีอาการแฮงค์เล็กน้อยหลังจากดื่มไวน์เยอะเกินไปเมื่อคืน ผมก็ยังคงตื่นเช้าแบบเดียวกับที่ผมตื่นขึ้นมาทุกวัน ผมไม่ได้ตื่นขึ้นที่ห้องนอนแขกของบ้านเด็บแบบทุกครั้งที่เราไปกินเหล้ากัน แต่เป็นเตียงในห้องนอนของปราณ ซึ่งเจ้าของห้องตัวโตที่นอนอยู่ข้างๆ ผมนั้นก็เป็นข้อพิสูจน์ เขาตามไปรับผมมาจริงๆ ด้วยปราณที่กำลังหลับสนิทดูน่ารักในแสงอ่อนๆ ของเวลาเช้าตรู่ ผมรีบลุกออกจากเตียงอย่างแผ่วเบา ล้างหน้าและแต่งตัว ออกมาจากห้องนั้นโดยที่ไม่ได้ปลุกเขา

ความวุ่นวายของตลาดยามเช้าที่แยกลำสาสี เสียงผู้คน กลิ่นของถนนเมื่อเรานั่งอยู่บนรถเมล์ร้อน  ตั้งแต่ทำงานนอกจากเรือด่วนแล้วผมจะเลือกนั่งรถเมล์ปรับอากาศกับรถไฟฟ้า การนั่งรถเมล์เล่นเมื่อออกมาจากคอนโดฯ ของปราณจึงเหมือนเป็นการย้อนอดีตตัวเองสมัยที่ยังเป็นนักศึกษา

เนื่องจากการจราจรช่วงเช้าไม่ติดขัด ใช้เวลาเพียงไม่นานผมก็กลับมาถึงที่คอนโดฯ ผมปลดล็อกเบอร์โทรศัพท์ของคนที่ผมมักจะโทรหาเป็นประจำในช่วงสุดสัปดาห์ทั้งสี่เบอร์ ตอนที่กำลังนั่งกินก๋วยเตี๋ยวเป็ดเจ๊เปิ้ลหน้าปากซอย

“อ้าว...พี่นาย” เสียงใสเรียกชื่อผม ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหนึ่งในเจ้าของเบอร์โทรศัพท์ทั้งสี่เบอร์ที่ผมเพิ่งปลดล็อกไป ไนซ์ เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในย่านเดียวกับคอนโดของผม

“อ้าวไนซ์ มากินก๋วยเตี๋ยวแต่เช้าเลยนะครับ...ไนซ์กับเพื่อนจะมานั่งกันก็ได้นะครับ” ผมยิ้มทักทายไนซ์ที่เดินเข้ามาในร้านพร้อมกับเพื่อนอีกสองคน

“ไม่นึกเลยจะมาเจอพี่นายนั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่นี่...คนนี้ ไอ้กิต คนนี้ ไอ้จิ” น้องไนซ์คุยกับผม และก็หันไปคุยกับเพื่อนเบาๆ เพื่อนของเขาทั้งสองคนก็ทักทายผมตามมารยาท แต่ก็ไม่วายที่เพื่อนของเขาจะซุบซิบกันเรื่องของผม ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะชินแล้ว

“ครับ...วันนี้ตื่นเช้านะ” ผมชวนไนซ์คุยต่อ ไนซ์ก็เหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไปครับ เขาไม่ค่อยชอบตื่นเช้า โดยเฉพาะในวันหยุด

“รูมเมทไนซ์จะกลับบ้านครับ เลยตื่นมาส่งมันขึ้นรถ” เขาบอกพลางพยักเพยิดไปที่รูมเมทของเขา แสดงว่าวันนี้ห้องของไนซ์จะว่าง

ในขณะที่พวกเรานั่งกินก๋วยเตี๋ยวผมหันไปหน้าสบสายตาของเด็กหนุ่มที่หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูไปเรื่อยๆ บางครั้งก็ส่งยิ้มให้ จนเจ้าตัวต้องแอบแก้มแดง แถมยังเอื้อมมือมาหยิกขาผมที่ใต้โต๊ะหลายครั้ง ผมไม่ได้ว่าอะไรแต่ก็ช่วยจับมือข้างนั้นของเขามาวางในจุดที่มันควรสัมผัส บนเป้ากางเกงผม ซึ่งสิ่งที่อยู่ข้างในตอนนี้มันแข็งขืนรอการสัมผัสจากคนตรงหน้า เพียงครู่เดียวมือเล็กนั่นก็ลูบไล้มันด้วยความรักเหมือนกับที่เขาทำเมื่อครั้งก่อนไม่ผิด จนผมต้องเอื้อมมือไปลูบแผ่นหลังบางด้วยความทะนุถนอม

เมื่อพวกเรากินมื้อเช้ากันเสร็จเรียบร้อยโดยที่ผมออกเงินเลี้ยงน้องๆ รูมเมทกับเพื่อนของไนซ์ก็เดินข้ามถนนเพื่อรอขึ้นรถไปสถานีขนส่งที่หมอชิต จากนั้นผมจึงพาน้องไนซ์กลับไปที่อพาร์ตเมนต์ใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยของเขา

“ไนซ์มาอาบน้ำพร้อมพี่มั้ยครับ” ผมถามเจ้าของห้องที่เชื้อเชิญผมเข้ามา ไม่เพียงแต่พูดผมค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าของตัวเองแล้วเดินเข้าไปอาบน้ำฝักบัวในห้องน้ำที่ผมเคยมาใช้แล้ว เพียงครู่เดียวร่างผอมบางของไนซ์ก็เดินตามเข้ามาในห้องน้ำ

ไนซ์มีร่างกายแบบที่ผมชอบ เล็กและผอมบาง จนมองเห็นร่องรอยของกระดูกซี่โครงทุกครั้งเมื่อเจ้าตัวยกหรือขยับแขน เช่นเดียวกับเองที่เล็กบางจนสามารถสังเกตเห็นแนวกระดูกเชิงกราน ตำแหน่งที่ผมชอบใช้มือบีบ และรั้งเอาไว้ทุกครั้ง เมื่อผมออกแรงกระแทกร่างบางนี้

ผมถูและล้างร่างกายของไนซ์ทุกส่วนจนหอมสะอาด โดยเฉพาะช่องทางด้านหลังที่มันสร้างความสุขสมให้ผมได้ทุกครั้งเมื่อสัมผัส เมื่อสายน้ำที่ไหลลงมาหยุดลง ก่อนที่เราจะตัวแห้งด้วยซ้ำ ผมก็จูบปากสวยคู่นั้น ไล่ริมฝีปากไปตามลำคอ และส่วนของหน้าอกที่ผอมบางจนเห็นแนวกระดูกไหปลาร้า

ไนซ์คุ้นเคยกับเซ็กส์ของเรา และรู้ว่าผมชอบอะไร หลังจากที่ผมปรนเปรอเขาด้วยรอยจูบมากมาย เขาก็พลิกร่างขึ้นมาอยู่ข้างบน หันหน้าลงไปทางปลายเท้า ก้มหัวลงเพื่อทำ ออรัล เซ็กส์ ให้กับผม นั่นทำให้ส่วนปั้นท้ายของเขาลอยเด่นอยู่ตรงหน้าผม ช่องทางด้านหลังที่ผมเพิ่งทำความสะอาดให้นั้นขยับไปมาราวกับกำลังล่อลวงให้ผมสัมผัสและครอบครอง

ผมใช้ปากจูบช่องทางนั้นอย่างไม่รังเกียจ แต่ยังเป็นความใคร่ ความต้องการด้วยซ้ำ มันอ่อนนุ่มแต่บีบรัดได้อย่างแข็งแรง แถมอุ่นร้อนชุ่มฉ่ำ เสียงครางหวานในก็พลันดังขึ้นเหมือนเจ้าตัวพึงพอใจกับการกระทำของผม หลายอย่างกระตุ้นเร้าให้ผมไม่สามารถทนรอต่อไปไม่ได้ ผมรีบสวมถุงยางอนามัยแล้วดันส่วนที่แข็งขืนจากความต้องการเข้าไปในร่างผอมบางที่ไม่สามารถขยับหนีจากแรงกระแทกไปไหนได้เพราะผมบีบยึดบริเวณกระดูกเชิงกรานบนเอวคอดนั้นไว้แน่น

ผมกอดไนซ์ที่กำลังหอบหายใจ พร้อมๆ กับระบายลมหายใจแรงจากการใช้พลังงานมากมายของร่างกายอยู่ครู่ใหญ่ จากนั้นจึงช่วยเขาเข้าไปชำระล้างร่างกายอีกครั้ง

“พี่กลับก่อนนะครับ ไนซ์” ผมพูดแล้วจูบเบาๆ ลงบนหน้าผากน้อยๆ นั่น เขามองกลับมาด้วยตาปรือที่ดูน่ารักจนผมต้องก้มลงไปจูบเขาอีกครั้ง

“...พี่โทรหาผมบ้างนะ” คนที่นอนห่มผ้าอย่างเป็นสุขบนเตียงอุ่น บอกผมที่กำลังเดินไปเปิดประตูด้วยเสียงแผ่วเบาจากความเหนื่อยล้า

“อือฮึ...” ผมตอบเบาๆ แล้วปิดประตูเดินออกจากอพาร์ตเมนต์ของไนซ์มา พลางคิดว่าคงพอแล้วกระมังสำหรับเรื่องอย่างว่าของสุดสัปดาห์นี้

ผมหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดูนาฬิกา ขณะกำลังกลับคอนโดฯ ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล เก้าโมงสามสิบห้านาที...เขาจะตื่นหรือยังนะ


ผมนั่งฟังข่าวในคอนโดฯ ขนาดหกสิบตารางเมตรของตัวเอง ที่ผมอยู่คนเดียวมานานจนห้องนอนเล็กนั้นแทบจะไม่ได้ทำความสะอาด ต้นไม้เขียวที่ระเบียงก็ไม่เคยได้ตัดแต่งจนดูรก ผมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเหมือนเดิม...เขาจะตื่นหรือยังนะ ติ๊ง!

DEPPER:
เป็นไงบ้าง ตื่นมาแล้วแฮงค์มั้ย

Brahmvid:
ไม่อ่ะ ไม่แฮงค์อยู่แล้วกินไม่เยอะ
เอ่อ แล้วเมื่อวานปราณมันไปที่บ้านมึงได้ไง

DEPPER:
ก็มันโทรมาถามหามึง กูถามว่าจะมารับมึงใช่มั้ย
กูก็เลยบอกให้มันขับรถมารับมึงนี่แหละ

Brahmvid:
เออ ยุ่งเก่งนะพวกมึงนิ

หลังจากที่ถามเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผมพลาดไปจากเด็บ ไม่นานก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น บานา นา บ่านา นา บ่านา นา!

“คุณอยู่ไหน” น้ำเสียงปลายสายมีทั้งความง่วง และความร้อนรนจนดูเหมือนเสียงตะคอก แต่ผมก็ไม่ได้โกรธ

“...ผมกลับมาที่คอนโดฯ แล้ว เมื่อคืนคุณคงเหนื่อยผมไม่อยากรีบปลุกคุณ”

“แต่ทำไมคุณถึงต้องรีบกลับ...” เขาถามกลับมาด้วยน้ำเสียงแบบเดิม

“คุณยังไม่เบื่อผมอีกเหรอไง...ปราณ” ผมตอบเขาด้วยคำถาม

“...”

แม้เขาบอกตั้งแต่แรกแล้วว่าอยากจะจีบผม แต่สำหรับผมแล้วการที่คนๆ หนึ่งจะจีบใคร หรือขอคบกับใครเพื่อสร้างความสัมพันธ์ขึ้น นอกจากความสนุกหรือความสุขสมจากเซ็กส์แล้ว มันต้องมีเหตุผลหรือสาเหตุที่ทำให้เขาเลือกตัดสินใจที่จะผูกมัดตัวเองแบบนั้น

ตัวผมไม่เคยทำให้เซ็กส์ไม่ว่าจะกับใครก็ตามเป็นเรื่องยาก แค่ใช้ร่างกายเพื่อเติมเต็มความต้องการตามธรรมชาติ กับปราณที่เรามีอะไรกันแล้วก็เช่นกัน แต่ผมยังคงคิดไม่ออกว่าคือสาเหตุของเขา ที่อยากจะสานความสัมพันธ์ของเราต่อไปอีก

ความเงียบของปราณอาจจะเป็นคำตอบ เมื่อผมเองยังไม่มีคำตอบ ตัวเขาเองก็อาจจะยังไม่มีคำตอบเช่นกัน

“...ผมจะเบื่อคุณได้ยังไง” เขาถอนใจแล้วก็ตอบกลับมา

“...”

“ผมไปหาคุณที่คอนโดฯ ได้มั้ย” หลังจากที่เขาเงียบไปเขาก็พูดมาอีก

“ถ้าพูดแบบนี้ คุณบอกมาด้วยเลยนะว่าอยากกินอะไร” ผมยิ้มตอบเขา ยิ้มแม้จะไม่มีใครเห็น เหมือนว่าดีใจที่เขาชวนคุยไปเรื่อยๆ

“ถึงคุณไม่เอาของกินมาล่อ ยังไงผมก็ไป”

“โอเคครับ” ผมตอบก่อนจะวางสาย

ถึงตอนนี้เราจะไม่รู้ แต่ถ้าผมและเขาลองให้เวลากับเราต่อไปอีก บางทีเราอาจจะมีคำตอบให้เรื่องนี้ก็ได้

...He-eyy Where will you be waking up tomorrow morning?
He-eyy Out the back door Goddamn But I love her anyway 


ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0
Re: แสนแสบ : ท่าเรือ ท่าจะรัก
«ตอบ #7 เมื่อ15-05-2020 10:43:54 »

 :pig4:
 :3123: :L2: :L1:

ออนไลน์ nightsza

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2023
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
Re: แสนแสบ : ท่าเรือ ท่าจะรัก
«ตอบ #8 เมื่อ15-05-2020 22:28:42 »

ค่อยเป็นค่อยไป

ออฟไลน์ sonnetCXVI

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
บทที่ 5 คน สี่ คน ชัยชนะไม่ต้องขาวสะอาด แค่ชนะก็พอ


ผ่านมาพักใหญ่ที่ชีวิตของผมมีตัวอับเฉาเข้ามาถ่วงน้ำหนัก ก็ถ้าไม่นับกับเรื่องเซ็กส์ที่แปลกไปจากที่ที่เคยทำมาตลอดก็คงจะไม่ได้มีปัญหาอะไรมากมาย ตั้งแต่รักครั้งแรกผมก็ไม่เคยสร้างความสัมพันธ์แบบคนรักแบบยืนยาว เมื่อเห็นว่าสะดวก แถมสนุก ก็เลยยึดถือเอาแค่เรื่องเซ็กส์กับทุกคนเรื่อยมา

ปราณที่ผมตั้งใจจะให้เป็นคู่นอนข้ามคืนอีกคนหนึ่ง กลับกลายเป็นเรื่องที่ไม่คาดฝัน เมื่อเขายืนยัน ดึงดัน จะสร้างความสัมพันธ์แบบยืนยาวให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการส่งข้อความหากัน ตามกลับบ้านพร้อมกัน ชวนกันไปกินข้าวด้วยกันตอนเย็น ขอมานอนค้างที่คอนโดฯ โทรศัพท์หากันก่อนนอน และอีกเรื่องที่ผมไม่เคยทำกับใครคือการมีเซ็กส์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย


วันพุธผมยื่นเรื่องขอลากิจกับที่ทำงานหนึ่งวัน คือวันพรุ่งนี้  ผมมีเรื่องหนึ่งที่ผมควรทำและต้องเตรียมใจให้พร้อมเพื่อทำมัน มันเป็นผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำที่ผิดพลาดของตัวผมเอง ใช่ครับ ผมมีเซ็กส์ และเป็นเซ็กส์ที่ไม่ได้ป้องกัน

หลังจากอาบน้ำเสร็จและกำลังจะเข้านอน ผมไม่ทันที่จะได้หยิบหนังสือมาอ่านเล่นให้ตัวเองง่วง...บานา นา บ่านา นา บ่านา นา! แล้วเสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น

“...คุณไม่ตอบแชทผมตั้งแต่เมื่อคืนแล้วนะ” เสียงที่ดังมาจากปลายสายติดน้ำเสียงตำหนิติเตียน

“พอดีผมมีเรื่องอะไรให้คิดอ่ะ เลยไม่ได้ตอบ”

“คิดเรื่องอะไร...”

“วันพรุ่งนี้ผมจะไปตรวจเลือด...เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเราไม่ได้ป้องกัน” ผมตอบเขาเสียงอ่อน

“...ผมจะมีเซ็กส์กับคุณแค่คนเดียว มีแค่เราสองคนผมจะต้องใช้ถุงยางกับคุณทำไม” เขาถามกลับมาตรงๆ ก่อนที่ผมจะได้พูดอะไรต่อ คิดเองเออเอง

“ไม่ใช่คุณแต่เป็นผม คุณควรระแวงผมสิ”

“เออ ช่างมัน...ถ้าคุณจะไป ผมจะไปด้วย” ตอนแรกน้ำเสียงเหมือนจะหงุดหงิดแต่ทำไมจะต้องไปด้วยกัน น่ารำคาญ

“คุณจะไปทำไม ผมไปคนเดียวได้...ไปตรวจเลือดไม่ได้ไปฝากครรภ์” ผมบ่น คือเขาคิดว่าการที่คนๆ หนึ่งจะตัดสินใจไปตรวจเลือดหลังจากมีพฤติกรรมเสี่ยงเป็นเรื่องปกติธรรมดาพาเพื่อนไปได้หรือไง

“จริงดิ ถ้าคุณจะไปฝากท้องนี่ผมยิ่งต้องไปด้วยเลยนะ ลูกคนแรกทั้งคน”

“ปราณ...คุณสติไม่ดีเหรอ”


ดังนั้นเช้าวันพฤหัสบดี แทนที่ผมจะนั่งรถเมล์ปรับอากาศในตำนานที่วิ่งผ่านหน้าปากซอย คือ รถเมล์ฟาสต์แปด ก็มีรถห้าประตูสีเทาดำคันที่ดูคุ้นเคยมารับผมถึงที่คอนโด

ผมเคยตรวจหาเชื่อ เอช ไอ วี  หลายครั้ง ที่จริงก็คือตรวจทุกปีตามโปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปีที่ที่ทำงานจัดไว้ให้กับพนักงาน แต่ครั้งนี้คือการเดินเข้าไปเพื่อตรวจหาเชื้อด้วยตัวเอง

ผมเลือกมาตรวจเลือดที่คลินิกนิรนามแห่งหนึ่งในโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยเก่า ที่นั่งข้างๆ ผมคือร่างสูงของต้นเหตุที่ทำให้ผมต้องบากหน้ามาเจออาจารย์หมอที่สนิทกัน ซึ่งท่านก็ส่งสายตาติเตียนเล็กน้อยมาให้ เพราะท่านไม่เคยเห็นว่าไม่เคยมีมาก่อนที่ผมจะละเลยหลักปฏิบัติของการป้องกันตัวเองเมื่อมีเพศสัมพันธ์

“ไปทำท่าไหนมาล่ะนาย” อาจารย์หมอแอบกระซิบถามเพื่อมีโอกาส

“...เอ่อ ก็ ครั้งนี้ไม่ได้ทำครับ โดนทำ” ผมตอบแบบอายๆ ทำให้อาจารย์ท่านทำสีหน้าตกใจ

“ห๊ะ คอนเซ็นต์  หรือเปล่า”
*Note: Consent การยินยอม หรือ การให้ความยินยอม บุคลากรแพทย์และสาธารณสุข มักจะติดใช้คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า “คอนเซ็นต์” เนื่องจากหลักจริยธรรมทางการแพทย์นั้นอ้างอิงตามหลักจริยธรรมสากล อันมีหลักความสมัครใจ (voluntary) ของคนไข้ เป็นหลักที่ยึดถือในวิชาชีพ

“คอนเซ็นต์ ครับ คอนเซ็นต์” ผมรีบตอบก่อนที่จะโดนอาจารย์ว่าหรือแนะนำอะไรให้ต้องอายอีก

อาจารย์หมอทำท่าทางรับรู้ จากนั้นท่านก็ชวนคุยเรื่องโครงการวิจัยสุขภาพหนึ่งเดียวในแทบประเทศลุ่มน้ำโขง เฟสที่สอง ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนจากองค์การระหว่างประเทศ นั่นเองคือจุดเริ่มต้นที่ผมได้มีโอกาสทำงานร่วมกับบุคลากรสายแพทย์

“เอ่อ...พาเขามาด้วยเหรอ ดีๆ” อยู่ๆ อาจารย์ก็หยุดคุยเรื่องงานแล้วมากระซิบถึงตัวอับเฉาที่ตามผมมาด้วย ปราณเพิ่งเดินกลับมาจากห้องน้ำพลางสายตาก็มองดูผมกับอาจารย์หมอที่กำลังคุยกันอย่างไม่ลดละ

“ครับ...แหะๆ” ผมได้แต่ยิ้มแก้เก้อตอบอาจารย์ไป

“ดีแล้วที่เขารับผิดชอบ...อ่ะ ผมกลับไปทำงานต่อแล้ว กลัวคุณทวง ฮ่าๆๆ” แล้วผมก็ยกมือไหว้ลาอาจารย์หมอที่เดินกลับเข้าไปในส่วนห้องพัก

หันมาดูด้านตัวต้นเหตุนั้นก็นั่งแบบไม่สนใจใคร ไม่ได้สำนึกเลยสักนิดว่าตั้งแต่เจอกับเขามา เขาทำให้ชีวิตผมแปลกไปจากเดิมอย่างไร วุ่นวายกว่าเดิมอย่างไร ผมต้องเก็บอาการเขินอายเวลาโดนเพื่อนหรือคนรู้จักแซวอย่างไร

แม้ว่าส่วนหนึ่งจากที่ผมได้รู้จักปราณ ผมค่อนข้างเชื่อถือในคำพูดของเขา แต่สำหรับผมการดำเนินชีวิตตามหลักปฏิบัติที่ดีนั้นเป็นสิ่งที่กำหนดการกระทำ ต่อให้เชื่อใจเขาผมก็ต้องตรวจเพราะเป็นหลักปฏิบัติที่ผมควรทำ

“...รู้หรือเปล่า การตรวจหาเชื้อมันไม่ใช่แค่การเจาะเลือดแล้วหมอยื่นกระดาษบอกผลการตรวจนะ ตามมาตรฐานทีมแพทย์จะต้องมีบริการให้คำปรึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมด้านจิตใจของคนไข้ด้วยในกรณีถ้าเกิดผลตรวจออกมาว่าติดเชื้อ...” ที่จริงผมกำลังจะพูดต่อ แต่มันที่นั่งอ้าขากว้าง กางแขนพาดบนพนักแบบไม่เกรงใจใครก็ขัดผมเสียก่อน

“รู้หรือเปล่า...คุณเป็นคนที่ชอบทำเรื่องง่ายๆ ให้มันเป็นขั้นเป็นตอน จนมันซับซ้อนยุ่งยากไปหมด คุณเป็นคนกำหนดเอง ทำเอง แล้วก็หัวหมุนเอง พอมีอะไรไม่เข้าที่เข้าทางอย่างที่คุณอยากได้นิดหน่อยคุณก็หัวร้อน” นี่ไอ้คุณปราณกำลังด่าผมเหรอ

“...”

“ผมชอบนะ ดูคุณทะเลาะกับตัวเองแล้วตลกดี แต่คุณไม่เหนื่อยบ้างเหรอ”

“...”

“การเป็น เฟอร์เฟคชั่นนิสต์  ทำชีวิตมีปัญหานะ” ประโยคนี้ทำให้ผมเถียงเขาไม่ออก เพราะมันเป็นประโยคที่อาจารย์ประธานหลักสูตร บอกผมไว้ตอนที่ผมกำลังทำวิทยานิพนธ์
*Note: Perfectionist คนที่ทีพฤติกรรมหมกมุ่นในความสมบูรณ์แบบ


“คุณพราหมณ์วิช ตันตรริยะ...”

“คุณปราณ คุณาบูชา...”

ผลการตรวจเลือดออกมาเป็นลบ ซึ่งผมก็คิดว่ามันควรจะเป็นอย่างนั้น เพราะก่อนที่จะมาเจอปราณผมป้องกันตัวเองทุกครั้งเวลาที่มีเพศสัมพันธ์เสมอ จนกระทั่งคนตัวสูงข้างๆ ผมพยายามจะชักจูงผมเข้าสู่ วิธีชีวิตแบบผัวเดียวเมียเดียว  แทนที่วิถีชีวิตแบบเดิมของผม

ใช่ครับระบบความสัมพันธ์แบบคู่ผัวเดียวเมียเดียวเป็นเครื่องมือในการควบคุมโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต่างๆ ตั้งแต่ยุคที่ความรู้ทางการแพทย์ปัจจุบันยังไม่เจริญก้าวหน้าอย่างทุกวันนี้
*Note: Monogamy ภาวะการมีสัมพันธ์ทางเพศกับคนๆ เดียว หรือแต่งงานตามกฎหมายหรือตามประเพณี

ผมติดปัญหาอยู่แค่สองอย่าง หนึ่งผมไม่เคยรู้จักการใช้ชีวิตที่มีใครอีกคน อยู่คนเดียวมานาน จนชิน ชอบ ที่จะใช้ชีวิตอยู่แบบนี้ ไม่ต้องรอใครกินข้าว เลือกดูหนังได้ตามใจตัวเอง และสองผมยังสับสนในความคิดอยู่เลยการโดน ติดป้าย  ว่าเป็นเมียใครนี่ผมไม่เคยเจอมาก่อน เคยแต่โดนคนอื่นติดป้ายว่าเป็นตุ๊ด เอ่อแล้วก็ไม่อยากไปติดปัายให้ปราณมันด้วยว่าเป็นผัวผม
*Note: Being labeled จาก Labelling Theory (การตีตราทางสังคม) เป็นทฤษฎีทางสังคมวิทยา


สัปดาห์นี้ผ่านไปอย่างว่องไวเหมือนทุกสัปดาห์ที่ผ่านมา คืนวันศุกร์นี้ ปราณบอกกับผมว่าเขาจะไปกินเหล้ากับเพื่อนๆ ของเขา ซึ่งผมก็ไม่ได้มีเหตุผลที่ต้องปฏิเสธ เป็นเวลามากกว่าหนึ่งเดือนที่เขาเข้ามายึดคืนที่ดีที่สุดของสัปดาห์ คืนวันศุกร์ และรวมถึงเช้าวันเสาร์ของผม ถ้าจะให้พูดแบบไม่เข้าข้างตัวเอง ผมก็ต้องยอมรับว่า ผมก็คงชอบเจาเหมือนกันถึงแม้ว่าเขาจะไม่เหมือนกับทุกคนที่ผมเคยผ่านมา หรือเพราะเขาไม่เหมือน หรือเพราะเขาเป็นคนแรก ข้อนี้ผมยังไม่มีคำตอบให้กับความรู้สึกของตัวเองเหมือนกัน

คืนวันศุกร์แรกในช่วงเวลาอันยาวนานที่ผมอยู่เงียบๆ คนเดียวในห้องนั่งเล่นของคอนโดฯ ที่แม่ของผมบ่นเสมอว่ามันใหญ่เกินไปสำหรับการพักอาศัยอยู่คนเดียว กลายเป็นคืนที่ผมได้ใช้เวลากับตัวเองแบบเดิม

ผมปิดโทรทัศน์แล้วเปิดรายการเรื่องเล่าหลังความตายฟังย้อนหลัง หวังว่าความน่าเบื่อของเรื่องเล่าที่มีรูปแบบซ้ำกันไปมา ลบหลู่-ลองของ กรรมเก่า- กรรมตามสนอง ของดำ-คุณไสย วนกลับมาเป็นเรื่อง ลบหลู่-ลองของ กรรมเก่า-กรรมตามสนอง ของดำ-คุณไสย อีกครั้ง แค่เปลี่ยนฉาก เปลี่ยนคนเล่า  จนมันน่าเบื่อมากกว่าน่ากลัว แต่อย่างไรผมก็ยังไม่ง่วงนอนเสียที

กิจกรรมที่น่าเบื่ออีกย่างที่ช่วงนี้ผมมักต้องทำก่อนนอน คือ การคุยโทรศัพท์กับปราณ หลายคนที่รู้ว่าผมไม่ชอบโทรศัพท์หลังเวลาสามทุ่ม แต่นิสัยชอบยืนกรานและดื้อรั้นเหมือนเด็กของเขา ทำให้สายโทรเข้าของเขากลายเป็นข้อยกเว้นมาได้พักใหญ่แล้ว และใช่แล้ว คืนนี้จะไม่มีสายโทรเข้าของปราณ น่าเบื่อ น่าเบื่อว่ะ โทรมาก็น่าเบื่อ ไม่โทรมาก็ยังน่าเบื่อ

ผมปลดล็อกแอพพลิเคชั่นแช็ท และเบอร์โทรของคู่ขาทั้งสี่คนของตัวเอง และทักคนๆ หนึ่งไป แม้จะรอนานหลายชั่วโมง ท้ายที่สุดเขาก็ยังตอบผมกลับมาเหมือนเดิม รักผมเหรอ หรือชอบผม ผมไม่ได้สนใจ

Brahmvid:
คิดถึงผมบ้างมั้ยครับ
แชมป์อยากเจอผมมั้ยครับ

C H A M P :
...
ครับ อยากเจอ

Brahmvid:
ที่ไหนดีครับ


แชมป์ ซึ่งชื่อจริงของเขานั้นต้องออกเสียงเรียกอย่างไร ผมก็ไม่รู้ ที่จริงอาจจะต้องบอกว่าผมไม่ได้สนใจ ผู้ชายที่สูงแค่ไหล่ของผม จมูกเล็กๆ ปากแดงแม้จะทาแค่ลิปมัน ตัดผมทรงกะลาครอบที่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถบดบังความน่ารักของเจ้าตัวได้ สิ่งที่โดดเล่นในเรือนร่างของเขาสำหรับผมนั้นคือผิวขาวที่เนียนละเอียด ขาวแทบจะเหมือนกับอาบน้ำด้วยน้ำยาฟอกขาว จริงๆ เขาอาจจะแค่อาบน้ำด้วยสบู่ทานาคาก็ได้

ผมเจอแชมป์ครั้งแรกที่สวนจตุจักร สวนสาธารณะขนาดใหญ่กลางกรุงเทพมหานคร เขานั่งมองผมที่กำลังเดินผ่านจากม้านั่งใต้ต้นไม้ร่ม สายตาของเขา และใบหน้าที่มีผิวกระจ่างใสนั้นทำให้ผมต้องเหลียวมองไปสบตาหวาน ผมเดินต่อไปและเดินวนกลับมาที่จุดเดิมอีกครั้ง เขาก็ยังคงมองตามมาที่ผม และเมื่อผมตัดสินใจนั่งลงที่ม้านั่งอีกตัวหนึ่งที่ไม่ไกลจากเขา เด็กหนุ่มชาวเมียนมาร์ ก็เดินเข้ามาหาผม ความสัมพันธ์ของเราก็เริ่มต้นง่ายๆ เลยครับ เมื่อเขาจูงมือผมเดินเข้าไปในสวนสาธารณะที่ลึกเข้าไปอีก

แม้เซ็กส์ที่ไม่มีตัวช่วยในการหล่อลื่นจะทำให้เขาเจ็บปวด แต่กลีบชมพูที่อยู่กึ่งกลางเนินเนื้อสีขาวบริสุทธ์ที่สมมาตรกันทั้งสองข้าง ทำให้ความดำมืดในใจผมตื่นจากการหลับใหล ผมเอ่ยคำหวานที่ไม่มีค่าหว่านล้อมร่างขาวสะอาดที่กำลังหันหลังให้ผม ให้คนน่ารักพยายามผ่อนคลายช่องทางนั้น ให้ผมได้ยัดเยียดความต้องการทั้งหมดเข้าไป ในห้องน้ำที่ต้องจ่ายค่าบำรุงของสวนสาธารณะนั้นเอง

อีกอย่างที่ผมชอบในความสัมพันธ์ระหว่างผมกับแชมป์คือ เขาไม่เคยเรียกร้อง หรือที่จริงแล้วเขาไม่สามารถเรียกร้องได้ต่างหาก ทุกครั้งเขาเจอผมในตอนเช้าก่อนที่ห้างในย่านนั้นเปิด เพราะเขาต้องเฝ้าร้านขายเครื่องหอมให้กับผู้ชายคนไทยที่เลี้ยงเขา

การสวมเขาให้คนอื่นก็ไม่ได้เป็นเรื่องยากอย่างที่คิด ก็แค่เซ็กส์ ความรู้สึกผิดไม่มีด้วยซ้ำถ้าเราไม่ได้ใส่ใจ ใช่ ถ้าเราไม่ได้ใส่ใจ เจ้าของร้านขายเครื่องหอมในห้างใกล้ๆ ผู้ชายที่ให้ที่อยู่ ให้งานทำ และให้เงินกับแชมป์ ผมไม่เคยใส่ใจสักนิดว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร แต่เซ็กส์ที่ผมปรนเปรอให้แชมป์นั้นต้องทำให้คนของเขาสุขสมใจแน่นอน


ผมนั่งรถเมล์สายแปดไปตอนเช้าอย่างสบายๆ ผมนัดเจอกับแชมป์ที่สวนสาธารณะติดกับห้างสรรพสินค้า ที่ๆ เรามีอะไรกันครั้งแรก ครั้งหลังจากนั้นที่ห้องเก็บของในส่วนร้าค้าของห้าง เพราะแชมป์ไม่สะดวกที่จะเดินทางไปไหนไกลๆ แถมไม่กล้าพาผมไปที่ห้องของเขาที่มีคนออกเงินค่าเช่าให้ด้วย ห้องเก็บของก็ได้ครับ ไม่เป็นไร รีบทำรีบกลับ

“นายครับ” เสียงน่ารักที่เป็นสำเนียงแปลกของเขานั้นฟังไม่เคยเบื่อเลยสักครั้ง ใบหน้าขาวที่ต้องแสงอาทิตย์ตอนแปดโมงเช้าชวนให้ลุ่มหลง ผมเอื้อมมือขวาไปจับแก้มขาวเบาๆ และกระซิบทักทาย ให้คนตัวขาวนั้นหน้าแดง

“กินอะไรมารึยังครับ”

“กินแล้ว วันนี้ก็ต้องเปิดร้านครับ”

“ครับๆ”

เสื้อเชริ์ตคอปกที่เข้ารูป กางเกงขายาว คล้ายเครื่องแบบของพนักงานขายของร้านค้าในห้าง เป็นชุดที่ผมเห็นแชมป์สวมมาทุกครั้ง กลิ่นกายที่เจือด้วยกลิ่นของสมุนไพรพื้นบ้านของไทย ทั้งใบมะกรูด ตะไคร้ ขมิ้นชัน และอื่นๆ ที่ผมแยกไม่ออก เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของเจ้าของผิวสีขาวนี้ที่ดึงดูดผมได้ทุกครั้ง

แชมป์กลัวที่จะเดินจับมือผมในที่สาธารณะ แต่ก็กล้าพอที่จะเดินติดๆ กับผม บ่อยครั้งที่ผมตั้งใจปล่อยให้เขาเดินนำหน้า แล้วผมก็เร่งฝีเท้าชนเขาที่ด้านหลัง จงใจให้ส่วนนั้นของเจ้าตัวสัมผัสกับความต้องการที่แข็งขึงของผม ซึ่งผมรู้ว่าแชมป์ก็ชอบ เพราะเมื่อไรก็ตามที่เราผ่านจุดลับตาคน เขาจะเอื้อมมือกลับมาด้านหลัง เพื่อสัมผัสกับของของผม

ครั้งที่สี่แล้ว หรือครั้งที่ห้า ผมลืมไปแล้วว่าผมนัดแชมป์มามีเซ็กส์ด้วยกันเป็นครั้งที่เท่าไรอาจเป็นเพราะความคิดถึงที่เราทั้งสองคนนั้นไม่ได้เจอกันมาสักพักหนึ่งแล้ว ร่างเล็กของแชมป์ประชิดเข้ามามอบจูบที่อ่อนหวานแก่ผม ทั้งสายตาและการกระทำ ผมตอบสนองจูบของเขาด้วยความร้อนแรง แต่ปล่อยร่างกายที่เหลือให้นิ่งเฉย บางครั้งก็ใช่มือลูบไล้ด้านหลังของเขาเหมือนเป็นการหยอกล้อ เขาชอบเอาใจผม เหมือนที่ผมชอบให้เขาเอาใจเวลาที่เรากำลังมีเซ็กส์กัน

เมื่อละจากริมฝีปากของผม ใบหน้านั้นก็เลื่อนไล้ไปตามจุดที่ทำให้รู้สึกดีตามร่างกาย จนท้ายที่สุดมาหยุดอยู่ที่หน้าขา มือเล็กรูดกางเกงในของผมลงไปที่ปลายเท้าอย่างรวดเร็ว แล้วริมฝีปากเล็กก็ค่อยๆ ครอบครองส่วนที่แข็งขืนนั้น

หลังจากที่ผมพึงพอใจกับการกระตุ้นความต้องการ ผมก็ตอบแทนเขาด้วยการกึ่งยกกึ่งผลักเขาให้นอนลงบนกล่องลังกระดาษขนาดใหญ่ และพรมจูบไปที่ช่องทางอ่อนไหวสีชมพูนั้น แม้จะผ่านการใช้งานบ่อยครั้งแต่มันก็ยังดูสดใหม่เป็นสีชมพูหวาน คนที่มีใบหน้าขาวสะอาดตอนนี้นอนมองผมตาปรือด้วยความต้องการที่ถูกกระตุ้นเร้า

ถูกเติมเต็มด้วยความต้องการเช่นกัน ผมลากเขาลงมาบนพื้นห้องเก็บของที่ปูไว้ด้วยลังกระดาษ อย่างไม่สนใจว่าเขาจะเจ็บหรือไม่ รินเจลหล่อลื่นที่ผมแบ่งใส่ขวดเดินทางมาแล้วขยายช่องทางสีชมพูนั้นอย่างเร่งร้อน แชมป์ช่วยผมด้วยการใส่ถุงยางอนามัยให้ผมอย่างเรียบร้อยแถมยังลูบไล้มันด้วยความรักใคร่เบาๆ แต่ผมตอบแทนเขาด้วยความรุนแรง เสียงครวญครางไม่ว่าจะเปล่งออกมาจากความสุขสมหรือความเจ็บปวดก็ตาม มันทำให้ผมรู้สึกดีเพียงอย่างเดียว ผมยกขาและช่วงล่างของเขาให้สูงขึ้น เพื่อให้ตัวเองได้แทรกตัวเข้าไปลึกมากที่สุด  ทั้งความสุขและความเจ็บปวดที่ผมมอบให้เขา ทำให้แชมป์ปัดปายมือไม้อ่อนแรง เรียวขาตกลงมาตามแรงโน้มถ่วงเมื่อเจ้าของมันหมดเรี่ยวแรงที่จะเกร็งกล้ามเนื้อต่อไป


ผมนั่งลงพิงหลังกับลังกระดาษใบใหญ่ เฝ้ามองคนตัวขาวทำความสะอาดตัวเองด้วยทิชชู่เปียกที่เตรียมมา มือก็ค่อยๆ รูดถุงยางอนามัยออกมาห่อเพื่อจะได้นำออกไปทิ้ง แชมป์ดูแลผมอย่างดีด้วยการทำความสะอาดมันให้ จนมันแทบจะแข็งผงาดเต็มที่อีกครั้ง จนเขาต้องเอ่ยปากแซว

“เจลอะไรอ่ะ ทำไมมันลื่นดี เช็ดแล้วไม่เหนียวด้วย” แชมป์ถามผมในขณะที่มือของเขายังคงจับทิชชู่เปียกลูบวนที่บริเวณหัวน้องชายของผม ใช่ครับหลังจากที่ได้ลองใช้เจลหล่อลื่นสัญชาติญี่ปุ่นชนิดนี้ ผมก็ไม่เคยนอกใจมันไปใช้ยี่ห้ออื่นอีก

“อยากใช้ก็มาเจอผมสิ” ผมตอบอย่างเจ้าเลห์ แล้วรั้งท้ายทอยของเขาเข้ามาประกบจูบอย่างดูดดื่มอีกครั้ง

จนกระทั่งร่างกายของเราสองคนสะอาดจากคราบคาวและคราบเหงื่อ คนตัวขาวก็บอกลากับผมอย่างอ่อนโยน

“นาย...กลับไปก่อนนะครับ” เสียงที่อ่อนล้าของแชมป์บอกผม

“...” ผมไม่ตอบอะไรแต่ลึกขึ้นยืน มือก็กลัดกระดุมต่อไปเรื่อยๆ แล้วเปิดประตูห้องเก็บของออกไป

ผมเดินออกจากโซนทางเข้าของพนักงาน ผมเหลียวมองคนรอบข้างที่เดินสวนเข้ามาบ้างเป็นครั้งคราว จนเผอิญเดินชนกับผู้ชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่ง ซึ่งออกจะติดท้วมเล็กน้อย ผมกับเขาขอโทษพร้อมกันด้วยความตกใจ เขามองมาที่ผมวูบหนึ่งก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้างต่อ


ผมรอรถเมล์สายแปดเพื่อกลับคอนโดฯ เหมือนกับขามา พลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู และโทรเข้าไปหาใครคนหนึ่ง หลังฟังเสียงรอสายพักหนึ่งสายก็หลุดไปเพราะไม่มีคนรับ เขาคงกำลังหลับอยู่เพราะเมื่อคืนไปกินเหล้า เมื่อผมได้ข้อสรุปในความคิดของตัวเอง ดังนั้นผมจึงเลือกที่จะส่งข้อความไปหาเขาแทน


Brahmvid:
คุณตื่นหรือยัง
ถ้ายังไม่ตื่นก็ไม่เป็นไร
ผมออกมาเดินออกกำลังกายที่จตุจักร
ตอนนี้กำลังกลับแล้วครับ

Prana:
...

นี่ผมเพิ่งทำอะไรลงไป ผมย้อนคิดว่าทำไมตัวเองถึงโทรศัพท์ไปหาปราณตอนนี้ ซึ่งผมไม่ได้มีความจำเป็นอะไรเลยที่จะต้องรายงานกับเขาว่าผมอยู่ไหน ทำอะไรมาบ้าง แต่เรื่องนี้ผมมีคำตอบที่ชัดเจนอยู่แล้วในใจ ผมไม่ได้โทรศัพท์ไปหาปราณเพราะผมอยากเจอเขา ไม่ใช่เพราะผมอยากทักทายเขาในตอนเช้า ไม่ใช่เพราะว่างหรือเบื่ออีกแล้วเลยอยากหาคนคุยด้วย สิ่งเดียวที่ทำให้ผมโทรหาปราณหลังจากที่ผมเพิ่งมีอะไรกับแชมป์มา เป็นเพียงแค่ความรู้สึกลึกๆ ในใจ ความรู้สึกผิด

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ sonnetCXVI

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
[ปราณ]
ลูกผู้ชายคนหนึ่งศักดิ์ศรีของเขานั้นอยู่ตรงไหน ผมแทบจะไม่เคยเจอปัญหาเรื่องการนอกใจ ผู้หญิงหรือผู้ชายที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ที่เป็น วัน-ไนท์ แสตนด์ ต่างก็อยากจะครอบครองผมในฐานะแฟน หรือ คนรัก หลายคนได้เป็นจนกระทั่งเราทั้งคู่ต่างเบื่อหน่ายกันไป

แต่...แต่ผู้ชายคนล่าสุดที่เข้ามาในชีวิตผม กลายเป็นความท้าทายครั้งใหม่ในชีวิต จากเดิมที่พวกเขาทุกคนต่างพยายามตาม พยายามเอาใจ พยายามเรียกร้อง ให้ผมได้ทุกอย่าง  นายไม่เคยให้มันกับผมเลย เป็นผมที่ต้องพยายาม คำถามที่ผมก็ถามตัวเองอยู่จนกระทั่งตอนนี้ว่าทำไมต้องพยายามเพื่อเขาขนาดนี้ อย่างแรกที่นึกออกคือต้องการจะเอาชนะเขาให้ได้ เขาต้องหลงรักผมเหมือนทุกคนที่ผ่านมา นี่คือศักดิ์ศรี

หนึ่งเดือนกว่าที่ผมเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตส่วนหนึ่งของตัวเองเพียงเพื่อที่จะเอาชนะนาย ซึ่งหมายถึงการที่ผมต้องหาเวลาให้คนๆ หนึ่งมากขึ้น การลดเวลาสังสรรค์กับเพื่อนฝูง แม้แต่การลดเวลาในการเข้ายิมของตัวเอง หนึ่งเดือนกว่าที่ผมเสียไป คนที่เหมือนจะเป็นของผมก็ยังไม่เป็นของผมจริงๆ


คืนวันศุกร์ที่ผมบอกลากับนายหลังจากเรากินข้าวเย็นด้วยกันที่ห้างสรรพสินค้าในย่านบางกะปิ แล้วต่างก็แยกย้ายกัน เพราะเพื่อนของผมได้ชวนไปกินเหล้าหลังจากที่ผมห่างเหินจากวงเหล้ามานาน

“คุณจะให้ผมกลับไปนอนกับคุณที่คอนโดฯ มั้ย” ผมถามผู้ชายคนเดียวของผมในช่วงเดือนกว่าที่ผ่านมานี้

“ไม่เป็นไรครับคุณจะได้สนุกเต็มที่...ผมจะได้ไม่ต้องรอ” ทำไมประโยคที่ว่าผมจะได้ไม่ต้องรอจากเขานั้นฟังแล้วทำให้หงุดหงิดพิกล ในใจผมอยากจะบอกเขาให้ไปค้างที่คอนโดฯ ของผม และนอนรอผมอย่างที่คนเก่าๆ ของผมคงจะทำถ้าผมขอ


ผมขับรถจากคอนโดฯ ไปที่ร้านเหล้าซึ่งได้นัดกับเพื่อนไว้ ร้านเดิมที่เคยไปแล้วหลายครั้ง สังเกตเพื่อนที่ผมาถึงก่อนหลายคนนั่งอยู่บนโต๊ะที่มีทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างๆ และกับแกล้ม

เราสังสรรค์กันไปพักใหญ่ จนกระทั่งไอ้ชินเพื่อนของผม ค่อยๆ สะกิดผมและพยักเพยิดเป็นสัญญาณให้รู้ตัวว่ากำลังมีคนมองผมอย่างหาเรื่อง

“ไอ้ถุง ไอ้ติน...เพื่อนนาย” ผมตอบไอ้ชินสั้นๆ แม้จะไม่พอใจที่ถูกจ้องแบบนี้ บางครั้งก็เห็นมันมองมาทางผมแล้วหันไปพูดอะไรกับเพื่อนในโต๊ะมัน

“แล้วพวกแม่งเป็นเหี้ยไรวะ...มองแบบนี้” ไอ้กันที่เรื่องจะเมาไม่พูดเปล่าแต่ยังยกนิ้วกลางส่งไปทางนั้นด้วยจนเพื่อนคนอื่นต้องรีบช่วยกันดึงแขนในลงมา

ตอนแรกพวกเราเลิกใส่ใจ คิดว่าจะไม่มีใครสังเกตเห็น แต่เมื่อเวลาผ่านไป ไอ้กันเดินเป๋อย่างชัดเจนกลับมาจากห้องน้ำด้านหลังร้านพร้อมกับแผลที่มุมปาก

“กูมึนๆ เลยสู้พวกแม่งไม่ได้ว่ะ” มันบอกแถมหัวเราะทั้งที่เพิ่งโดนชกปากแตกมา

เท่านั้นเองผม ไอ้ชิน กับไอ้แมน ก็ลุกเดินไปที่โต๊ะของพวกไอ้ถุงกับไอ้ติน นอกจากพวกมันสองคนแล้วยังมีเพื่อนคนอื่นนั่งอยู่ด้วยอีกสี่คน ถึงจะหกต่อสามแต่ผมก็คิดว่าอย่างไรพวกผมก็ไม่แพ้

เมื่อเข้าใกล้โต๊ะนั้นผมก็มองอย่างท้าทายไปที่ไอ้ถุง ไอ้ถุง...เพื่อนสนิทของนาย เพื่อนสนิทที่คิดไม่ซื่อของนาย ผมไม่รู้ว่านายเขาจะสังเกตว่าเพื่อนของเขาคนนี้ คิดอะไรหรือเคยทำอะไรเกินเลยกว่าคำว่าเพื่อนไปหรือเปล่า

กว่าสามชั่วโมงที่ผมเคยนั่งดื่มเหล้ากับพวกมันที่บ้านของเด็บในฐานะแฟนของนาย ไอ้ถุงเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่พูดจากับผม เมื่อนายค่อยๆ ตื่นขึ้นมา มันก็ดุด่าเหมือนกับนายเป็นลูกของมัน แต่ภายใต้น้ำเสียงเข้ม หรือคำพูดแรงๆ ทุกการกระทำของมันอ่อนโยน กับนายแค่คนเดียว

สีหน้าท่าทางและการกระทำที่แสดงออกให้เห็นความเป็นปฏิปักษ์อย่างชัดเจน ทำให้ผมและเพื่อนสนิทที่มากินเหล้าด้วยกันต่างก็ไม่พอใจ

“ไง มึงมีเรื่องไรกับกู” ผมบอกไอ้ถุงเมื่อพวกผมเดินไปถึงโต๊ะของมัน

“เฮ้ย พวกมึงสองคนสองคนคุยกันดีๆ ว่ะ...เดี๋ยวเรื่องใหญ่” ไอ้ตินเพื่อนสนิทอีกคนของนายคนที่คุยกับผมตอนไปนั่งกินเกล้าด้วยกัน รีบไกล่เกลี่ยในขณะที่เพื่อนของมันที่เหลือในกลุ่มนั้นตั้งท่าพร้อมที่จะมีเรื่อง

“พวกมึงรุมเพื่อนกู” ไอ้ชินตอบทันที

“แม่งเมาเป็นหมากวนตีนคนไปทั่ว จำได้เหรอวะใครกระทืบมัน” คนที่ผมไม่เคยเจอ เป็นคนพูดอย่างไม่ใส่ใจ

“ทำแล้วไม่รับหน้าตัวเมียว่ะ” ไอ้ชินอาจจะปากแตกก่อนผมก็เป็นได้

“พอเถอะพวกมึง...แก่กันแล้วนะโว๊ย จะมายกพวกตีกันเหรอวะ ไอ้สัด...” ไอ้ตินยังคงรีบไกล่เกลี่ยอีก

“...มาพวกมึงไหนๆ มาแล้วนั่งลงแดกเหล้ากับพวกกูก่อน” ไอ้ตินเจรจาเก่งสมกับจบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมาจริงๆ ครับ มือมันก็รีบส่งสัญญาณให้เพื่อนคนอื่นส่งแก้วมา ขยับตัวจัดแจงให้มีที่ว่างพอสำหรับพวกผม

ไอ้ถุงพยักหน้าให้กับเพื่อนในโต๊ะของมัน ส่งเป็นสัญญาณว่ามันอนุญาตให้ผมและเพื่อนนั่งลงคุยกับมันได้ แม้บรรยากาศจะตึงเครียดก็ตาม ดีแล้วที่คืนนี้นายตัดสินใจไม่ตามผมมา

“กูคุยกับมึงตรงๆ ว่ะไอ้ถุง...มึงควรยอมรับการตัดสินใจของเพื่อนมึง โตๆ กันแล้ว” ผมบอกไอ้ถุงที่ยังมองหน้าผมด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร สายตาแบบเดียวที่มันเคยมองผม

“...”

“มาหาเรื่องกูมันก็ไม่มีประโยชน์ว่ะ...นายไม่เคยชอบมึง” ผมตั้งใจพูดแทงใจดำของมันเรื่องที่มันแอบรักนาย

ผมพูดอย่างท้าทาย เก้าปี ไม่สิ สิบปีต่างหาก เวลาที่ไอ้ถุง ไอ้ติน และนายเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย สิบปีที่มันแอบรักคนของผม สิบปีที่มันทำอะไรไม่ได้นอกจากระบายความหงุดหงิดใส่ทุกคนที่เข้าใกล้นาย

“หึ...มึงจะรู้อะไร” ไอ้ถุงหัวเราะเบาๆ ในลำคอก่อนที่จะตอบผมกลับมา

“แล้วกูต้องรู้อะไร...เมียกู มึงแอบชอบเมียกูกูก็รู้” ผมยังข่มมันต่อไป

“หึ...มึงไม่รู้อะไรหรอก” มันยังหัวเราะในลำคอ เหมือนเหยียดหยามผมไม่เลิก

“เขาไม่รักก็ตัดใจว่ะ ไม่มีน้ำยาเอาเพื่อนเป็นเมียก็อย่าพาล” ไอ้แมน เพื่อนตั้งแต่สมัยมัธยมของผมที่ได้กลับมาเจอกันเมื่อต่างคนต่างเรียนจบมหาวิทยาลัย แมนกับผมมาจากจังหวัดเดียวกัน ภูมิหลังของครอบครัวของเรานั้นคล้ายคลึงกัน ผมรู้ว่ามันต้องหัวเสียเมื่อโดนเหยียดจากคนอย่างไอ้ถุง

“กูบอกพวกมึงให้เอาบุญว่ะ ให้หายโง่...มึงคิดว่าคนอย่างเหี้ยนายน่ะจะหยุดที่มึงเหรอ คิดเหรอว่ามันเลือกมึงจริงๆ ที่มึงได้มันเพราะมันเมา” ไอ้ถุงบอกด้วยนำเสียงนิ่งเหมือนนี่คือการพูดคุยกันเรื่องดินฟ้าอากาศ

“ครั้งแรกมันเมา แต่จากนั้นมันยอมว่ะ” ผมได้ทีจึงพูดข่มมัน ไอ้แมนที่นั่งข้างๆ ก็ช่วยส่งเสียงหัวเราะอย่างสะใจเป็นลูกคู่ จนเจ้าตัวส่งสายตาโกรธแค้นมาให้ ซึ่งผมไม่สนใจเพราะตอนนี้ก็พร้อมที่จะมีเรื่อง

แต่แทนที่จะเถียงกันต่อไอ้ถุงกลับพูดเรื่องของนายออกมาเหมือนคนเพ้อ น้ำเสียงเหมือนกับคนที่กำลังเล่านิทานก่อนนอนให้เด็กฟัง ผมว่ามันต้องเมาแล้ว

“เออ...กูรักเหี้ยนายมาสิบปีแล้ว รักมันแทบจะตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ...หน้ามัน นิสัยมั่นใจของมัน กูรักเวลาที่มันพูดอะไรตรงกับที่ใจกูคิด ไม่มีใครจะเป็นเหมือนมันอีกแล้ว

...สิบปีที่มันเหยียบย่ำความรักของกูซ้ำแล้วซ้ำเล่า สิบปีที่กูเฝ้าอยู่ข้างๆ มัน กูถึงได้รู้ว่ามันไม่เคยรักใคร มันไม่เคยรักใคร ไอ้เหี้ยนายไม่เคยรักใคร คนน่ารัก หน้าตาดีทุกคนที่เข้าหามัน บางคนที่เขามาสารภาพรักกับมัน มันหลอกเอาทุกคนแล้วก็ทิ้ง

...หลายคนตัดใจไม่ได้ แม่งก็มาตามหามันกับพวกกู หลายคนมาร้องไห้ให้พวกกูดู...กู ไอ้ตินต้องปลอบ ต้องด่า เด็กที่มันเอาไปฟันแล้วทิ้งให้คิดได้ให้ตัดใจ ส่วนไอ้เหี้ยนายก็ลอยตัวบอกว่า แค่เซ็กส์ ก็สมยอมกันทั้งสองฝ่าย แล้วต้องรับผิดชอบอะไร สิบปี...ที่กูต้องรับรู้ว่ามีกี่คนที่มันพาไปเอา เรื่องของทุกคนที่มันเล่าให้กูฟังว่ามันทำเหี้ยอะไร สกปรกยังไง ไว้กับเขาบ้าง

...คืนวันศุกร์ที่กูนอนรอมันกลับมา เช้าวันเสาร์ที่กูตื่นขึ้นมาแล้วไม่เคยเจอมัน” อยู่ๆ เรื่องเล่าก็หยุดลงเหมือนเครื่องเสียงที่ถูกกระชากสายไฟออกอย่างฉับพลัน

มือที่หยิบโทรศัพท์มือถืออกกมากดอย่างไม่ใส่ใจ แล้วก็โยนโทรศัพท์เครื่องนั้นมาที่มือผมอย่างแม่นยำ

“มึงคิดว่ามันจะเลิกมั่ว แล้วยอมเป็นเมียอยู่บ้านทำกับข้าวให้มึงรึไง”

หน้าจอของโทรศัพท์มือถือที่ผมยกขึ้นมาดูเป็นรูปของเด็กนักศึกษาคนหนึ่งที่หน้าตาน่ารัก แม้จะใส่ชุดนักศึกษาถูกระเบียบ แต่ก็ยังเห็นเค้าโครงของร่างกายผอมบาง จากนั้นก็เหมือนผมจะได้ยินไอ้ถุงพูดว่า “ยังไม่หมด”

ผมเลื่อนภาพไปอีกเป็นคนตัวเล็กในชุดกาว์นของห้องแล็ป เขามีริมฝีปากรูปกระจับที่รับกับใบหน้าอ่อนหวาน แว่นตาสีดำทรงกลมกรอบหนาเตอะที่เขาใส่อยู่ไม่ได้ทำให้ดูเป็นคนเนริ์ด แว่นตาทำให้เขาดูหล่อพอๆ กับความน่ารักของใบหน้า

อีกรูปคือเด็กหนุ่มใบหน้ากลมรี โครงหน้าดูอ่อนละมุน ตา ปากและจมูกเล็กๆ ของเขานั้นทำให้มองอย่างไรก็ไม่น่าเบื่อ ร่างกายเล็กที่ไม่ผอมจนเกินไป และผิวของเขาขาวกระจ่างใส เหมือนกับคนเหนือ

รูปสุดท้ายเหมือนกับผมกำลังมองไปที่เน็ตไอดอลหรือนักแสดง ทั้งทรงผม รูปหน้า ริมฝีปากบาง จมูก และดวงตาที่อ่อนหวาน ทุกอย่างของคนในรูปนั้นทำให้ผมหลงเสน่ห์ แทบจะอยากจับคนๆ นี้ขึ้นเตียงทันทีหากมีโอกาส

“ไนซ์...วินด์...แชมป์...มิน...นี่ยังไม่รวมพวก วัน-ไนท์ สแตนด์ ที่ไม่ได้อยู่ในคอนแท็กของมัน พวกคนที่มันได้ตอนขึ้นรถไฟฟ้า รถเมล์ ตอนเดินห้าง หรือตอนไปยืนเยี่ยวในห้องน้ำ...หึหึ” ไอ้ถุงให้คำตอบกับท่าทีที่สับสนของผม

“...”

“มึงรู้รึเปล่าว่าตอนนี้มันอยู่ไหน มึงเคยเจอเวลาที่มันหายไปบ้างมั้ย...ยังเชื่ออยู่มั้ยว่ามันเป็นของมึง”

“…”

เสียงหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะในทำนองดูถูกเหยียดหยามดังมาอีกครั้งจากไอ้ถุง ผมนิ่งไปเพราะไม่สามารถรู้ได้เลยว่ามันกำลังหัวเราะเพราะดูถูถผม หรือหัวเราะเพราะสมเพชตัวมันเอง

“กูถามหน่อยแค่มันยอมให้มึงเอา มึงต่างจากกูยังไงวะ...รอมันเบื่อมาจากเด็กมันเท่านั้นแหละ” ไอ้ถุงพูดเหมือนประชดตัวเอง

คำพูดและการกระทำหลายหลายอย่างของนายก็ไหลผ่านเข้ามาในความคิดของผมอีกครั้ง “ไม่ใช่คุณแต่เป็นผม คุณควรระแวงผมสิ” ร่างกายที่เจ้าตัวเปิดเผยผ่อนคลายให้คนที่หน้าตาถูกใจได้สัมผัสแม้จะเพิ่งได้เจอเป็นครั้งแรก

…All is fair This is War  Say your prayer Lock your doors
Sticks and stones Breaking bones  All together all along
*์Note: เพลง Play Dirty โดย Kevin McAllister feat. [SEBELL]


นี่คือเรื่องของศักดิ์ศรี ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายที่ต้องดูแลควบคุมคนของตัวเองไม่ให้กลายเป็นของคนอื่น คืนนี้ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของผมโดนท้าทายโดยผู้ชายคนล่าสุดที่ผมพาเขาขึ้นเตียงนอนไปด้วย และไอ้ถุง มันกำลังประกาศสงคราม สงครามที่ผมจะต้องชนะ ผมจะไม่ยอมเป็นคนขี้แพ้อย่างมัน

“…สุดท้ายนะ พอมันทิ้งหมดทุกคน ไอ้นายมันก็ต้องกลับมาหากูเหมือนเคย มาให้กูทำตัวเป็นเพื่อนที่แสนดี เพื่อนที่แอบรักอย่างเงียบๆ น่าสมเพชต่อไปว่ะ...”

“กูว่ามึงพอเหอะถุง” ไอ้ตินพูดปรามเพื่อนสนิทที่เมาเหล้าของมันหลังจากที่มันคงทนฟังมานาน ท่าทางใจเย็นแถมไม่มีอาการแปลกใจไอ้ตินก็คงรู้มาตั้งนานแล้วว่าไอ้ถุงแอบรักนาย

“มึงคอยดูแล้วกัน” คือคำพูดที่ออกจากปากผม ผมพูดเมื่อใช้มือทั้งสองข้างรั้งคอเสื้อของไอ้ตินเข้ามาใกล้ ก่อนจะออกแรงผลักมันนั่งลงเหมือนเดิม

…If you wanna win  Blood is gonna spill
If you wanna play  We can can all day
But we play, play dirty, play dirty


สี่คน สี่คนเลยเหรอวะ แม้จะนึกถึงศัตรูหัวใจทั้งสี่คน อาจจะรวมไอ้ถุงด้วย แต่ภาพเดียวที่แจ่มชัดในหัวก็คือภาพของคนๆ เดียว ที่เชื่อมโยงผม และคนเหล่านี้เข้าไว้ด้วยกัน คนที่เพิ่งกินข้าวเย็นกับผม คนที่กลับไปโดยไม่คิดจะรอผม

ผมกลับมาที่โต๊ะหลังจากนั้น และเมื่อลาเพื่อนๆ ก็กลับมาที่คอนโดฯ ผมหยิบเบียร์ออกมาจากตู้เย็นอีกหลายกระป๋องเพราะความหงุดหงิด และดื่มจนหลับไป

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0
Re: แสนแสบ : ท่าเรือ ท่าจะรัก
«ตอบ #11 เมื่อ22-05-2020 09:10:23 »

 :pig4:
 :3123:

ออนไลน์ nightsza

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2023
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
Re: แสนแสบ : ท่าเรือ ท่าจะรัก
«ตอบ #12 เมื่อ23-05-2020 03:04:20 »

กว่าจะจูนกันติด ยาวๆไป

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด