ขอให้โลกนี้ไม่มีความรัก
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ขอให้โลกนี้ไม่มีความรัก  (อ่าน 146 ครั้ง)

ออฟไลน์ KIKYO

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 4
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฎ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฎข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฎข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม
Share This Topic To FaceBook

ออฟไลน์ KIKYO

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 4
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: ขอให้โลกนี้ไม่มีความรัก
«ตอบ #1 เมื่อ30-04-2020 02:16:28 »





Intro






23.05 น.




ผมยกข้อมือขึ้นมามองเข็มนาฬิกาที่ตอนนี้บอกเวลา 23.05 น.




“ ห้าทุ่มห้านาที “ ผมพูดบอกเวลากับตัวเอง พลางถอนหายใจ




ใกล้จะเที่ยงคืนเต็มที แต่ผมก็ยังเดินล่องลอยปล่อยอารมณ์ไปกับบรรยากาศของวันลอยกระทง ที่มหาวิทยาลัยของผมจัดขึ้นทุกปีตรงสระน้ำหน้ามหาวิทยาลัย ซึ่งตอนนี้คนเบาบางลงไปพอสมควรเพราะมันค่อนข้างดึกมากแล้ว พ่อค้าแม่ค้าต่างก็ทยอยกันเก็บร้านกลับบ้านหลังจากกอบโกยกำไรจากการขายของมาตั้งแต่ช่วงบ่าย




ตอนนี้ก็คงเหลือแค่ผมที่ยังเดินเตร็ดเตร่อยู่ในงาน เพียงเพราะผมไม่มีที่ไป ไม่รู้ว่าจะไปไหนดี ไม่ใช่ว่าผมไม่มีบ้านอยู่หรือไม่มีที่พักอาศัย ความเป็นจริงคือผมอยู่หอ แต่ช่วงเวลานี้ผมไม่อยากกลับหอที่สุด เพราะผมรู้ดีว่าถ้าหากผมกลับหอไป ผมจะต้องอยู่คนเดียว และต้องคิดฟุ้งซ่านอย่างแน่นอน




ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะว่าผม ‘ อกหัก ‘ ใช่และผมอกหักในวันนี้ วันลอยกระทง !!





_______________________________________________________________________________________________________



“ เฮ้ย ฟื้น วันนี้เรียนเสร็จมึงจะไปงานลอยกระทงตรงสระหน้า ม กับพวกกูป่ะ ? “ ไอ้ชิง หรือชื่อจริงของมันคือ ‘ต้าชิง’ เพื่อนสนิทของผมตั้งแต่เรียนมัธยมปลายถามขึ้น ขณะที่พวกเรากำลังเดินลงจากตึกเรียนและกำลังจะไปกินข้าวที่โรงอาหารกลางของมหาวิทยาลัย




“ มึงจะไปเหรอ มีใครไปบ้างวะ “  ผมหันไปถามมัน




“ ก็ตอนนี้มีกู ไอ้หมิง ไอ้แทน ไอ้กันต์  “ ชิงตอบพลางโบ้ยหน้าไปหา แทน และ กันต์ ที่เดินอยู่ข้างๆ




ใช่แล้วครับนี่คือกลุ่มเพื่อนๆของผมเอง แต่ก่อนอื่นขอแนะนำตัวผมเองก่อนนะครับ ผมชื่อ ‘นายฟ้าฟื้น เล่าวิริยะโสภณ’ หรือที่เพื่อนๆของผมเรียกว่า ‘ฟื้น’ นั่นแหละครับ ตอนนี้ผมเป็นนิสิตชั้นปีที่ 1 ของภาควิชาไฟแนนซ์ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยดังแห่งหนึ่งกลางกรุงเทพมหานครครับ และเพื่อนของผมที่กำลังเดินตามกันมาอยู่ตอนนี้ก็มี ‘ไอ้ชิง’ หรือ ‘ต้าชิง’ ที่ผมได้บอกข้อมูลของมันไปแล้วบ้างก่อนหน้านี้ว่ามันเป็นเพื่อนที่เรียนห้องเดียวกับผมมาตั้งแต่ ม.ปลาย และมันยังตามมาเรียนที่เดียวกันกับผมอีกในรั้วมหาวิทยาลัย
และอีกสองคนคือ ’แทน’ หรือ ‘แทนกาย’ และ ‘กันต์’ หรือ ‘กันตวิน’ เพื่อนใหม่ของผมสองคนที่อยู่กลุ่มเดียวกันตอนกิจกรรมรับน้องและบังเอิญที่มันสองคนก็เรียนภาควิชาเดียวกันกับผมและไอ้ชิง เปิดเทอมมาเราสี่คนเลยเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันโดยปริยาย และอีกหนึ่งคนที่ถูกกล่าวถึงแต่ไม่ได้อยู่ตรงนี้ก็คือ ‘หมิง’ หรือ ‘ต้าหมิง’ แฝดพี่ของไอ้ชิง ใช่แล้วครับ ไอ้หมิงและไอ้ชิงมันเป็นพี่น้องฝาแฝดกัน มันก็เรียนห้องเดียวกับผมมาตั้งแต่ ม.ปลาย เหมือนไอ้ชิงแต่พอเข้ามหาวิทยาลัยไอ้หมิงมันก็เลือกที่จะสอบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์แทนครับ แต่ก็ยังดีหน่อยที่ยังอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน




“ หมิงมันจะไปด้วยเหรอวะ กูนึกว่ามันจะไปลอยกระทงกับเพื่อนคณะวิศวฯของมันซะอีก “ ผมถามชิงอย่างสงสัย




“ เออ มันบอกกูว่าถ้าเรียนเสร็จก็ให้โทรบอกแล้วไปหามันที่ตึกวิศวฯ “ ชิงพูด




“ เออ กูไม่มั่นใจว่ะ เพราะวันนี้กูก็นัดไอซ์ไปลอยกระทงไว้เหมือนกัน “ ผมบอกมัน ไอ้ชิงหันขวับมาทันที




“ กับไอซ์อีกแล้วเหรอวะ กูถามจริงๆนะไอ้ฟื้น มึงกับไอซ์นี่สรุปเป็นอะไรกัน “ ไอ้ชิงมันมองผมด้วยสายตาที่คาดคั้น




“ กูก็ไม่รู้ว่ะ กูไม่รู้ว่าตอนนี้สถานะของกูกับไอซ์คืออะไร “ ผมตอบมันไปเสียงแผ่ว




ครับ  และ ’ไอซ์’ ที่พวกผมสองคนกำลังพูดถึงคือหญิงสาวสุดสวยและแสนจะน่ารัก เพื่อนในภาคคนที่ผมแอบชอบเค้ามาตั้งแต่งานรับน้องของคณะ
ซึ่งหลังจากเปิดเทอมผมก็ได้เข้าไปทำความรู้จักกับเธอหรือเรียกง่ายๆว่าจีบก็ได้ครับ เหมือนเธอเองก็จะชอบผมเหมือนกันแต่ไม่รู้ทำไมเธอไม่ยอมเลื่อนสถานะผมจากเพื่อนไปเป็นแฟนสักทีทั้งๆที่ผมก็จีบเธอมาหลายเดือนแล้ว




“ อะไรวะ กูเห็นมึงไปเทียวรับเทียวส่งไอซ์เกือบทุกวัน ไอซ์เองก็ดูจะชอบมึง แต่ทำไมเค้าไม่ตกลงคบกับมึงสักทีวะ “ ไอ้ชิงคิ้วขมวด




“ หรือเค้ากั๊กมึงวะ “ กันต์พูดขึ้นมา




“ เฮ้ยมึง พูดให้มันดีๆหน่อย ไอซ์เค้าเสียหายนะเว้ย “ ผมท้วงมันไป กันต์ยกมือขึ้นประมาณว่าขอโทษๆ




“ แต่กูก็คิดเหมือนกับไอ้กันต์นะ กูว่าไอซ์กั๊กมึงไว้แน่เลยว่ะ อารมณ์แบบ ชอบแต่ไม่ได้อยากคบ เอาไว้คุยเรื่อยๆ เป็นเพื่อนที่ดีตลอดไป อะไรประมาณนี้ “ ไอ้ชิงพูดขึ้นพร้อมหันไปพยักหน้ากับไอ้กันต์




“ พวกมึงแม่ง ให้กำลังใจกูสัส พวกมึงคอยดู วันนี้แหละกูจะขอไอซ์เป็นแฟน “ ผมพูดอย่างหนักแน่น




“ กูจะคอยดู “ ไอ้ชิงกับไอ้กันต์พูดขึ้นมาพร้อมกันเสียงดังลั่น แทนที่เดินอยู่เงียบๆ หันมองแล้วส่ายหัวยิ้มๆ




ผมได้แต่มองอาฆาตพวกมันแล้วหยิบโทรศัพท์พิมพ์ข้อความกดส่งไปหาไอซ์ย้ำเรื่องที่นัดกันจะไปลอยกระทงคืนนี้




FAHFUEN : ’ ไอซ์ เลิกเรียนแล้วเจอกันที่ใต้คณะนะครับ ‘










หลังจากที่ผมเรียนเสร็จผมก็รีบตรงไปที่ใต้คณะเพื่อรอไอซ์ไปลอยกระทงด้วยกัน
แต่เมื่อผมถึงใต้คณะแล้ว เธอกลับไลน์มาบอกว่าเธอขอกลับหอไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนแล้วค่อยเจอกันที่ทางเข้างานตอน 1 ทุ่ม
ผมเห็นดังนั้นจึงรีบกลับหอเพื่อไปอาบน้ำแต่งหล่อด้วยเหมือนกัน ก็แหงละครับ วันนี้ถือเป็นการออกเดทของผมกับไอซ์ก็ว่าได้ และวันนี้ผมก็มีแผนที่จะขอไอซ์เป็นแฟนหลังจากลอยกระทงเสร็จ แค่คิดมันก็ทำให้ผมหุบยิ้มไม่ได้แล้วครับ
ผมเดินอมยิ้มกับความคิดตัวเองตั้งแต่ใน ม จนถึงหอ ใครต่อใครเห็นก็คงคิดว่าผมเสียสติไปแล้วแน่ๆ ก็คนมันมีความสุขนี่หว่า ทำไงได้




จนถึงเวลาที่ไอซ์นัดไว้ ผมก็มารอยังสถานที่นัดหมายก่อนเวลานัดประมาณ 15 นาที แหม เอาหน่อยครับ เดททั้งทีจะมาสายก็พังหมด




ทางเข้างานลอยกระทงตอนนี้คนเยอะมากครับ อย่างว่าแหละครับวันศุกร์เทศกาลแบบนี้ หลังเลิกงานผู้คนก็หลั่งไหลกันมาเที่ยวชมงานกันมืดฟ้ามัวดิน ยิ่งมีสถานีรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายที่เพิ่งเปิดใช้บริการใหม่หน้ามหาวิทยาลัยผมด้วยแล้ว ปีนี้คนเลยมางานกันเยอะมากครับ แทบจะไม่มีที่ให้หยุดยืนรอเลย




ผมที่ซึ่งเพิ่งมาถึง ก็พยายามมองหาที่โล่งว่างๆเพื่อไปยืนคอยไอซ์ท่ามกลางผู้คนมากมายตอนนี้ และนั่นเองผมก็เห็นที่ว่างๆที่นึง ผมจึงตัดสินใจเดินตัดฝ่าฝูงชนเพื่อไปยังเป้าหมายนั้น




แต่เมื่อผมใกล้จะเดินไปถึงกลับมีแรงๆหนึ่งเดินชนตัวผมเข้าอย่างจัง จนผมเซเกือบล้มลงไปกับพื้น
พอผมตั้งหลักได้เลยหันกลับไปมองคนที่เดินมาชนผม




“ ขอโทษครับ “  ถึงผมจะโดนชนจนเกือบกระเด็นแต่ด้วยสัญชาติญาณผมจึงกล่าวขอโทษออกไปก่อน




พอเงยหน้าไปมองคนที่เดินมาชนผมก็พบเข้ากับผู้ชายที่มีใบหน้าเรียบนิ่ง ไม่แสดงออกถึงอารมณ์ความรู้สึกใดๆ แม่งทำไมหน้าตามันหล่อเอาการขนาดนี้วะ แต่ทำไมคุ้นๆหน้าคนๆนี้จังเลย เหมือนเคยเห็นที่ไหน ยังไม่ทันที่ผมจะนึกออก เจ้าของใบหน้านั้นก็หันมามองผมแว๊บหนึ่งก่อนจะเดินต่อไปโดยไม่มีการกล่าวประโยคใดๆออกมา




“ อะไรวะ เดินชนคนอื่นเขาแท้ๆ ขอโทษสักคำก็ไม่มี “ ผมพึมพำ แต่ไม่ทันได้ใส่ใจกับผู้ชายที่เดินชนผม ไม่นานไอซ์ก็โทรเข้ามา ผมรีบรับโดยทันที




“ ครับไอซ์ ฟื้นรออยู่ตรงทางเข้างานเลยครับ “ ผมกรอกสายลงไปทันที




“ อยู่ไหนอ่ะฟื้น ไอซ์มองไม่เห็นฟื้นเลยอ่ะ “ เสียงใสตอบมา




ผมได้ยินดังนั้นจึงเงยหน้าจากพื้นแล้วหันไปมองรอบๆ เพื่อหาคู่เดทสุดสวยของผม และด้วยความสูงของผมหรือออร่าความสวยของไอซ์ก็ไม่ทราบได้ ทำให้ผมมองเห็นเธอโดยไม่ยาก




“ ฟื้นเห็นไอซ์แล้วครับ ยืนรอตรงนั้นนะ เดี๋ยวฟื้นเดินไปหา “ ผมพูดพร้อมกดวางสาย แล้วเดินฝ่าฝูงชนเพื่อไปหาเธอ




“ ไอซ์ “ ผมเรียกเธอ ทำให้เธอที่กำลังหันซ้ายหันขวาอยู่หันหลังกลับมาหาผมที่ยืนอยู่ด้านหลังของเธอ




“ ฟื้น รอนานไหม ขอโทษทีคนมันเยอะมากเลยอ่ะ กว่าไอซ์จะเดินมาถึง สายเลย “ เธอพูดขอโทษผมเพราะเธอมาสายกว่าเวลาที่นัดผมไว้ ผมก้มมองดูนาฬิกา ตอนนี้เวลา 19.05 น.




“ ไม่เป็นไรครับไอซ์ 5 นาทีเองไม่ถือว่าสายครับ “ ผมยิ้มตอบเธอ วันนี้เธอมาในชุดที่น่ารักมากครับ มันทำให้ผมลืมเรื่องทุกอย่างที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ไปหมดเลย




“ ไอซ์กินอะไรมาหรือยังครับ “ ผมเอ่ยถามเธอ




 “ ไอซ์กินรองท้องมานิดหน่อยแล้ว แต่ว่าจะมาเดินหาของกินในงานด้วย ฟื้นล่ะกินอะไรมาหรือยัง “  เธอตอบพร้อมทั้งถามผมอีกที




“ ยังเลยครับ “ ผมตอบเธอยิ้มๆ ละสายตาจากเธอไม่ได้จริงๆ อยากจะบอกเธอไปว่า แค่เห็นไอซ์น่ารักแบบนี้ก็อิ่มใจมากแล้วครับ ฮิ้ววว




“ โอเค งั้นเดี๋ยวเราค่อยเข้าไปหาอะไรกินข้างในงานกัน แต่เดี๋ยวฟื้นเดินไปที่ลานจอดรถเป็นเพื่อนไอซ์ก่อนสิ “ เธอหันมามองผม




“ ลานจอดรถ ? ไอซ์จะไปที่ลานจอดรถทำไมครับ “ ผมทำหน้างงกับคำขอของไอซ์




“ คือไอซ์นัดคนคนนึงมาเที่ยวงานด้วยอ่ะ เมื่อกี้เค้าโทรมาบอกว่าขับรถมาถึงแล้ว ตอนนี้อยู่ที่ลานจอดรถเข้างานไม่ถูก “ เธอพูดพร้อมยกโทรศัพท์ขึ้นมากดดูหน้าจอ ผมได้แต่ทำหน้างงพร้อมทั้งคิดในใจ ‘อ้าวผมกับไอซ์เราไม่ได้มาเที่ยวงานกันสองคนเหรอ’
 แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยอมพาไอซ์เดินไปยังลานจอดรถที่อยู่ห่างออกจากงานพอสมควร




ระหว่างทางเดินไปลานจอดรถผมก็ได้แต่คิดในหัวว่าไอซ์นัดใครมาเดินงานลอยกระทงด้วยกันคืนนี้ อาจจะเป็นเพื่อนของเธอ ที่เธอนัดมาด้วยเพื่อช่วยจะดูพฤติกรรมของผมหรือเปล่า ไม่ได้การละ คืนนี้ผมต้องเป็นสุภาพบุรุษเต็มขั้นซะแล้วจะได้ผ่านด่านเพื่อนของไอซ์




เดินมาไม่นานก็มาถึงลานจอดรถที่ตอนนี้เต็มไปด้วยรถมากมายหลากหลายยี่ห้อที่จอดเรียงรายกันอยู่ ไอซ์กดโทรหาเพื่อนของเธอพลางชะโงกหาว่าเพื่อนของเธออยู่ไหน







“ ไอซ์เห็นรถแล้วค่ะ เดี๋ยวเดินไปหา “ เธอกดวางสาย แล้วเดินไปที่รถ BMW สีขาวคันหนึ่ง ที่มีผู้ชายคนหนึ่งยืนพิงประตูรถฝั่งคนขับก้มลงมองหน้าจอมือถืออยู่




“ ต๊ะ “ ไอซ์เรียกผู้ชายคนนั้น พร้อมรีบเดินเข้าไปหา ทำไมผมรู้สึกแปลกๆกับสถานการณ์นี้ก็ไม่รู้ ตาขวาผมกระตุกตลอดตั้งแต่เดินมาละ




ผู้ชายที่ชื่อต๊ะเงยหน้าจากหน้าจอมือถือขึ้นมาแล้ว เมื่อมองเห็นไอซ์เขาก็ส่งยิ้มให้ไอซ์แล้วก็เอามือไปลูบหัวของเธอ




ผมรู้สึกงงขึ้นมาทันทีกับการกระทำดังกล่าว




“ คนเยอะมากเลย กว่าจะหาที่จอดรถได้ “ ผู้ชายคนนั้นบอกกับไอซ์ แล้วหันหน้ามามองผมที่ยืนอยู่ เชิงสงสัยว่าผมเป็นใคร




“ เอ้อต๊ะ นี่ฟื้นเพื่อนที่คณะของไอซ์ที่ไอซ์เคยเล่าให้ฟัง ฟื้นนี่ต๊ะ 'แฟนไอซ์'  “ เธอพูดแนะนำเราสองคนให้รู้จักกัน




แต่สติของผมตอนนั้นคือหลุดไปแล้ว ผู้ชายตรงหน้านี้คือ ‘แฟน’ ของไอซ์เหรอ นี่มันอะไรกัน ผมไม่เข้าใจ ไอซ์ไปมีแฟนตอนไหน แล้วผมเป็นอะไร หรือที่ผ่านมาผมคิดไปเองคนเดียวว่าผมกับไอซ์อยู่ในสถานะคุยกันอยู่ ความคิดของผมมันตีกันยุ่งเหยิงไปหมด




“ สวัสดีครับ “ ผู้ชายคนนั้นยิ้มแล้วพูดทักทายผม




“ สะ..สวัสดีครับ “ ผมพูดตะกุกตะกักเสียงสั่นพร้อมหลบสายตา เพราะยังตั้งสติไม่ได้




“ ฟื้น เป็นอะไรหรือเปล่า ? “ ไอซ์คงเห็นสีหน้าของผมที่เปลี่ยนไป เลยเดินเข้ามาหาผม




“ ปะ...เปล่าครับไอซ์ ฟื้นไม่ได้เป็นอะไร “ ผมฝืนตอบเธอไป ทั้งที่ในใจของผมตอนนี้ประมวลผลได้แล้วว่า ความสัมพันธ์ของผมกับไอซ์คงมีเพียงแค่ผมที่คิดไปเอง




“ สงสัยฟื้นคงจะหิวแล้วแน่เลย หน้าซีดขนาดนี้ งั้นเราไปหาของกินในงานกันดีกว่า ป่ะ “ เธอว่าแล้วก็เดินเข้าไปมาลากแขนผมพร้อมทั้งมืออีกข้างของเธอก็ไปกุมอยู่กับมือของต๊ะ ‘แฟนหนุ่ม’ ของเธอ












ตลอดเวลาที่เดินอยู่ในงาน ผมกลายเป็นส่วนเกินที่เดินตามหลังไอซ์และต๊ะ ที่ตอนนี้ทั้งคู่เดินงานกันอย่างสนุกสนาน ไอซ์ดูตื่นตาตื่นใจกับบรรยากาศและร้านค้าต่างๆ เธอหันไปยิ้มและหยอกล้อกับแฟนของเธออยู่ตลอด แต่ก็หันมาเช็คสารทุกข์สุขดิบของผมบ้างเป็นระยะ
เธอคงเห็นผมเงียบผิดปกติเลยพยายามชวนผมไปเดินดูนู่นนี่ ผมก็ได้แต่เออออแล้วก็ยิ้มๆให้เธอไป




เราสามคนเดินเที่ยวงานอยู่พักใหญ่ๆ จนไอซ์พูดขึ้นว่าอยากไปลอยกระทงแล้ว
จากนั้นก็พากันเดินไปที่ริมสระที่เป็นสถานที่ลอยกระทง แต่ด้วยทั้งหมดไม่มีใครเตรียมกระทงกันมาเพราะกะว่าจะมาซื้อกันในงาน เลยต้องเดินไปซื้อกระทงกันก่อน


แต่ผมที่ไม่สามารถเห็นภาพที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ ภาพที่ผมวาดไว้ว่าผมจะได้ลอยกระทงอันเดียวกันกับไอซ์และจะขอเธอเป็นแฟน แต่บัดนี้มันต้องเปลี่ยนเป็นภาพที่ไอซ์ไปลอยกระทงกับแฟนของเธอ ส่วนผมต้องเป็นส่วนเกิน ลอยกระทงของผมโง่ๆคนเดียว ผมไม่สามารถทนเห็นภาพนั้นได้ คิดได้แบบนั้น ระหว่างทางที่เดินไปซื้อกระทง ผมเลยบอกกับไอซ์ว่าขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนเดี๋ยวมา จากนั้นผมเลยรีบปลีกตัวออกมาให้ไกลจากงานมากที่สุด ผมเดินอย่างไร้จุดหมาย ในหัวตอนนี้มีแค่เรื่องไอซ์คิดวนไปวนมาเท่านั้น ผมปลีกตัวออกมานานเท่าไหร่แล้วไม่รู้ จนไอซ์โทรเข้ามาถามว่าผมอยู่ที่ไหน ผมเลยโกหกเธอออกไปว่าตอนนี้ผมเดินมาเจอเพื่อน ไอซ์ไม่ต้องรอ ไปลอยกระทงก่อนได้เลย
หลังจากนั้นผมจึงพาร่างที่ไร้สติสัมปชัญญะของผมมานั่งสงบสติอารมณ์อยู่ที่ใต้คณะของผมเอง ซึ่งมันก็ห่างจากบริเวณงานพอสมควร
ผมนั่งนิ่งๆอยู่อย่างนั้นนานเท่าไหร่ก็ไม่ทราบได้ จนไอซ์โทรเข้ามาหาผมอีกครั้งแล้วบอกว่าเธอได้กลับห้องไปแล้วนะ โดยมีแฟนของเธอขับรถไปส่ง เธอถามว่าผมอยู่ไหน ผมก็โกหกไปอีกว่าเพิ่งแยกจากกลุ่มเพื่อนและกำลังจะกลับหอเหมือนกัน ไอซ์ก็บอกให้ผมกลับหอดีๆ และบอกทิ้งท้ายว่าขอบคุณมากที่วันนี้ไปเดินงานลอยกระทงด้วยกันแล้ววางสายไป




หลังจากวางสายจากไอซ์ ผมทำได้แค่ถอนหายใจยาวๆหนึ่งที มองทอดออกไปเบื้องหน้าอย่างไร้จุดโฟกัส สายตาเหม่อลอย นี่ผมอกหักใช่ไหม อาการอกหักมันเป็นแบบนี้ใช่ไหม น้ำตาไม่ไหล แต่ทำไมมันโคตรเจ็บเลยวะ หน่วงจนก้าวขาไม่ออก ผมอยากจะนั่งอยู่ที่ใต้คณะไปจนเช้า แต่ก็ต้องพาตัวเองย้ายออกมาเพราะลุงยามที่คณะเดินมาไล่บอกว่าจะปิดตึกแล้ว




ตอนนี้ผมจึงเลือกที่จะเดินกลับเข้าไปในงานอีกครั้ง ไปเดินหาสติหน่อยเผื่อมันตกอยู่ตรงไหนสักแห่งในงาน




ผมยกข้อมือขึ้นมามองเข็มนาฬิกาที่ตอนนี้บอกเวลา 23.05 น.




“ ห้าทุ่มห้านาที “ ผมพูดบอกเวลากับตัวเอง พลางถอนหายใจ




ใกล้จะเที่ยงคืนเต็มที แต่ผมก็ยังเดินล่องลอยปล่อยอารมณ์ไปกับบรรยากาศของวันลอยกระทง




หันไปมองสระน้ำที่จัดไว้สำหรับลอยกระทง ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยแสงเทียนวิบวับจากกระทงนับพันสะท้อนผิวน้ำในสระอย่างสวยงาม
ในสระนั่นต้องมีกระทงของไอซ์กับแฟนของเธออย่างแน่นอน พอคิดแบบนั้นผมจึงรีบเดินหนีออกจากสระที่ใช้ลอยกระทงไปให้ไกล






ตอนนี้ดึกมากแล้วแทบจะไม่เหลือคนเดินเที่ยวงานแล้ว ที่เหลืออยู่ก็คงจะเป็นพวกพ่อค้าแม่ค้าที่มาเปิดร้านและนิสิตส่วนหนึ่งที่มหาวิทยาลัยอนุญาตให้เปิดบูธขายของในงานได้เช่นกัน กำลังเก็บข้าวของเตรียมจะกลับไปพักผ่อนหลังจากขายของเหนื่อยมาทั้งวัน




ผมเดินเตร็ดเตร่มาเรื่อยๆจนมาถึงโซนที่นิสิตเปิดร้านขายของ ได้ยินเสียงหัวเราะเฮฮาจากนิสิตหลายคนที่หยอกล้อและเล่นกันอย่างสนุกสนาน

‘ทำไมวันลอยกระทงของคนอื่นเขาดูมีความสุขกันจังนะ’ ผมได้แต่คิดตัดพ้อกับตัวเอง




“ ฟื้น “ ผมเดินผ่านบูธของนิสิตไปเรื่อยๆจนได้ยินเสียงๆหนึ่งเรียกชื่อผม มันดึงให้ผมหลุดออกจากภวังค์




ผมเงยหน้าจากพื้นแล้วหันกลับไปมอง ปรากฎเจ้าของเสียงเมื่อกี้ก็คือ ‘ปริม’ เพื่อนคณะเดียวกันกับผมแต่เรียนอยู่ต่างภาควิชา ปริมเรียนอยู่ภาควิชาการบัญชี ผมรู้จักกับเธอจากการทำโครงการ OpenHouse เมื่อกลางเทอมที่ผ่านมา ได้ทำงานฝ่ายเดียวกันเลยค่อนข้างสนิทกันพอสมควร เธอเป็นผู้หญิงที่น่ารักมาก นอกจากหน้าตาจะน่ารักมากแล้ว นิสัยเธอก็ดีมากๆอีกต่างหาก




ผมเดินเข้าไปหาปริม ยิ้มอ่อนๆให้เธอไป




“ อ้าว ไงปริม มาเปิดบูธเหมือนกันเหรอ “ ผมถามเธอไป ผมก็เพิ่งรู้ว่าเธอและเพื่อนมาเปิดบูธขายของเหมือนกัน เพราะก่อนหน้านี้ผมไม่ได้เดินมาโซนนี้เลย




“ ใช่ๆ นี่ก็เพิ่งปิดร้าน กำลังจะเก็บของกลับแล้ว “ ปริมยิ้มแล้วตอบผม พลางมือก็หยิบจับของบนโต๊ะเก็บใส่ลัง




“ อ้าวเหรอ แล้วปริมขายอะไรอ่ะ ยังเหลือให้เราอุดหนุนมั้ย อยากเป็นลูกค้าคนสุดท้ายของร้าน “ ผมพูดหยอกล้อเธอไป




“ ขายถังหูลู่ เนี่ยพอดีเลยเหลือสองไม้ งั้นเราให้ฟื้นละกัน “ ปริมว่าพลางหยิบถังหูลู่สตอว์เบอร์รี่ที่เหลืออยู่สองไม้ใส่แก้วแล้วยื่นให้ผม




“ น่ากินจัง สองไม้นี้เท่าไหร่ปริม “ ผมว่าพร้อมทั้งจะหยิบกระเป๋าเงินขึ้นมาจ่าย




“ ไม่ต้องจ่ายฟื้น ปริมให้ฟรีๆ “ เธอว่าพลางยกมือขึ้นมาห้าม




“ ได้ที่ไหนอ่ะปริม ของซื้อของขาย “ ผมว่าแล้วหยิบแบงค์ร้อยขึ้นมากำลังจะยัดใส่มือปริม




“ ไม่เอาฟื้น ปริมไม่รับ “  ปริมพูดเสียงจริงจัง




“ ปริม “ ผมแกล้งใช้เสียงขรึม




“ ฟื้น “ เธอรู้ทันเลยย้อนผมกลับ




เราสองคนนิ่ง ยืนจ้องตากันแบบนั้นครู่หนึ่ง ไม่มีใครยอมใครจนปริมเหมือนจะคิดอะไรออก แล้วชิงพูดขึ้นมาว่า




“ งั้นเอางี้ ฟื้นจ่ายปริมโดยการพาเพื่อนปริมไปลอยกระทงที่สระ โอเคมั้ย ? “ ปริมพูดขึ้นแล้วโบ้ยหน้าไปมองเพื่อนของปริม
ที่กำลังนั่งอยู่หลังร้าน




ผมมองตามไปก็พบกับ ผู้ชายคนหนึ่งที่หน้าตาคุ้นมากๆกำลังนั่งก้มหน้ากดโทรศัพท์อยู่บนถังน้ำแข็ง ข้างตัวนั้นมีกระทงอันเล็กๆอันหนึ่งตั้งอยู่




ใช่แล้ว ผู้ชายคนที่เดินชนผมที่หน้างานนั่นเอง มันเป็นเพื่อนของปริมนี่เองถึงว่าผมถึงคุ้นหน้ามัน




“ ไอ้โซ่มันกวนจะไปลอยกระทงตั้งแต่มันมาถึงละ แต่พวกปริมยุ่งมาก ลูกค้าเข้ามาไม่ขาดเลย ไม่มีเวลาพามันไปลอยสักที พอบอกให้มันไปลอยเองคนเดียวมันก็ไม่ไป บอกว่าอยากมีเพื่อนไปลอยด้วย แต่ตอนนี้ปริมกับเพื่อนคนอื่นก็ยังไม่ว่างเลย ปิดร้านเสร็จก็ต้องรีบเก็บบูธเพราะเดี๋ยวมหาลัยจะมาเช็คแล้ว “ ปริมอธิบายยาว




“ กว่าปริมจะเก็บของเสร็จโซ่มันไม่ได้ลอยแน่ๆ ฟื้นพามันไปลอยหน่อยนะ “  ปริมหันมาบอกผม




“ มันจะดีเหรอปริม ฟื้นไม่รู้จักเพื่อนปริมอ่ะ “ ผมบอกเธอไป




“ ไม่เป็นไรหรอกฟื้น เพื่อนปริมมันไม่กัดหรอก หน่านะพามันไปลอยแป๊ปเดียว เดินไปใกล้ๆนี่เอง โซ่!!  ไอ้โซ่!! “ เธอรวบรัดตัดบทพร้อมหันไปตะโกนเรียกผู้ชายคนนั้นคนที่เดินชนผม




‘โซ่’ เงยหน้าจากมือถือขึ้นมามองทางที่ผมและปริมยืนอยู่




“ โซ่ มึงอยากไปลอยกระทงใช่ป่ะ ? “ ปริมถามมัน
โซ่พยักหน้าเบาๆ แต่ก็ยังไม่เข้าใจกับคำถามของปริม




“ พวกกูคงพามึงไปลอยไม่ได้แล้ว เพราะเก็บร้านไม่ทัน แต่กูจะให้เพื่อนกูพามึงไปลอย มึงจะไปไหม “ ปริมบอกมันพร้อมหันมามองผม




โซ่มองเลยปริมมามองผมครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบาๆแล้วลุกขึ้นยืน ยัดโทรศัพท์เก็บใส่กระเป๋ากางเกงแล้วหยิบกระทงข้างตัวเดินออกมาหาผมที่หน้าร้าน




“ งั้นปริมฝากเพื่อนปริมด้วยนะฟื้น ขอบคุณมากนะ “ ปริมยิ้มอย่างพอใจราวกับสลัดภาระที่ตามติดมานานได้แล้ว




ผมได้แต่อ้ำอึ้งแต่ก็ต้องยอมพาเพื่อนปริมไปลอยกระทงตรงสระหน้า ม




ระหว่างทาง ไม่มีบทสนทนาใดๆระหว่างผมกับไอ้โซ่เลย เป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างชวนอึดอัดพอสมควร ก็แหงล่ะ คนไม่รู้จักกันจะให้คุยอะไรกันละครับ




ผมเดินนำจนมาถึงท่าน้ำริมสระที่ใช้ลอยกระทง ตอนนี้ไม่มีใครมาลอยกระทงแล้ว ไอ้โซ่น่าจะเป็นคนที่ลอยกระทงคนสุดท้ายในค่ำคืนนี้




ผมหยุดรอมันตรงริมสระ ปล่อยให้มันเดินลงไปที่ท่าน้ำคนเดียว
จะว่าไปปีนี้ผมก็ยังไม่ได้ลอยกระทงเลยเพราะมาเจอเรื่องของไอซ์ซะก่อน แต่ถึงตอนนี้คงไม่ทันแล้วดึกขนาดนี้ร้านขายกระทงคงปิดไปหมดแล้ว




ผมยืนคิดเรื่อยเปื่อยพลางสายตาก็ดันไปสบเข้ากับสายตาของไอ้โซ่ ที่ตอนนี้ในมือมันมีกระทงที่จุดธูปและเทียนเรียบร้อยแล้ว แต่มันยังไม่ลอยสักที




มันพยักหน้าเรียกผมให้เดินลงไปหามันที่ท่าน้ำ ผมเข้าใจในทันทีว่ามันจะให้ผมไปลอยกระทงกับมันด้วย แต่เรื่องอะไรผมจะไปลอยกระทงกับมัน ลอยกับคนแปลกหน้ามันไม่แปลกไปหน่อยเหรอ ผมเลยปฎิเสธมันไป




“ มึงลอยเลยๆ กูไม่ลอย “ ผมบอกมัน




มันจิ๊ปากแล้วเดินขึ้นจากท่าน้ำมาคว้ามือผมลากให้เดินลงไปลอยกับมัน




‘อะไรของมึงวะไอ้บ้านี่’ ผมด่ามันในใจ แต่ก็เดินตามมันลงมาดีๆ




‘เอาวะวันนี้เจอเรื่องแย่ๆมาเยอะแล้ว ลอยกระทงให้เอาสิ่งแย่ๆออกไปสักหน่อยก็คงจะดี’ ผมคิดในใจ




ผมจับกระทงอีกด้านนึงยกขึ้นเหนือหัวแล้วอธิษฐานโดยกระทงอีกด้านก็มีไอ้โซ่ที่กำลังทำเช่นเดียวกันกับผม
เออเว้ย ไม่เคยคิดไม่เคยฝันมาก่อนว่าชีวิตนี้จะได้มาลอยกระทงอันเดียวกันกับคนแปลกหน้า แถมยังเป็นผู้ชายอีก แปลกไปกันใหญ่ แต่เอาเถอะไม่ได้เสียหายอะไร




‘ วันนี้เป็นวันลอยกระทงที่แสนจะขมขื่นที่สุดในชีวิต 19 ปีของผม ผมอยากจะขอให้ความเศร้าที่ผมเจอมาในวันนี้ลอยไปกับกระทงอันนี้
และขอให้หลังจากนี้ผมจะไม่ต้องเจ็บปวดจากเรื่องที่ผมเจอมาวันนี้อีก... ’




นั่นคือคำอธิษฐานของผม




จากนั้นผมกับไอ้โซ่ก็ช่วยกันประคองกระทงให้วางลงบนผิวน้ำอย่างเบามือ และกวักน้ำให้มันลอยออกไปยังสระน้ำเบื้องหน้า




ผมลุกขึ้นยืนมองกระทงที่ผมเพิ่งลอยออกไป ห่างจากท่าเรื่อยๆ



แปลกแต่จริง ผมรู้สึกว่าความเจ็บปวดที่ผมเจอมาในวันนี้มันได้ลอยออกไปกับกระทงบ้างแล้ว ผมรู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อย แต่ก็ยังหน่วงในความรู้สึกอยู่




ไอ้โซ่ลุกขึ้นยืนแล้วหันมามองหน้าผมนิ่ง




ผมขมวดคิ้วงง มันจะจ้องหน้าผมทำไม




“ มึงชื่อฟื้นใช่ไหม “ มันถามผมเสียงนิ่ง อยากรู้จักกูนี่เองโด่ว ไม่เห็นต้องเก๊กเลยไอ้หล่อ




“ ใช่ มึงก็ชื่อโซ่ใช่ป่ะ “ ผมตอบพร้อมย้อนถามมันบ้าง




มันพยักหน้าเบาๆ




“ ลอยกระทงเสร็จแล้ว กลับกันเหอะ “ ผมบอกมัน กำลังจะหันหลังก้าวขึ้นจากท่า แต่ไอ้โซ่ก็คว้ามือผมไว้ซะก่อน
ผมหันไปมองมันด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจอีกครั้ง ‘อะไรของมันอีกวะ’ คิดในใจ ส่งสายตาเชิงคำถามไปให้มัน




“ เมื่อกี้มึงอธิษฐานว่าอะไร “ มันจ้องมองมาในตาของผม




ผมงงไปกันใหญ่เลย ไอ้นี่มันเพี้ยนป่ะวะ




“  ของแบบนี้ใครเขาบอกกัน บอกไปมันก็ไม่เป็นจริงอ่ะดิ “ ผมบอกมันพร้อมจะปลดมือมันออก แต่มันยิ่งจับมือผมแน่นขึ้น
พร้อมมองผมด้วยสายตาที่ต้องการคำตอบอย่างไม่ลดละ ผมเหนื่อยกับมันเต็มที ไม่รู้ว่ามันต้องการอะไรจากผมกันแน่ ตอนนี้ผมรู้สึกอยากจะรีบกลับไปพักผ่อนเพราะวันนี้ผมเหนื่อยมามาก ทำไมต้องมาเจอกับคนกวนตีนแบบมันอีกเนี่ย




“ ถ้ากูบอกมึงจะปล่อยกูใช่มั้ย “ ผมบอกมัน มันพยักหน้า




“ เออ เมื่อกี้กูอธิษฐานว่า ... “ ผมเว้นช่องไฟไปนิดนึง

























“ …..ขอให้โลกนี้ไม่มีความรัก..... “












เทพีเพ็ญแสง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-06-2020 03:39:02 โดย KIKYO »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1796
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0
Re: ขอให้โลกนี้ไม่มีความรัก
«ตอบ #2 เมื่อ01-05-2020 03:03:00 »

 :pig4:
 :3123:

ออฟไลน์ KIKYO

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 4
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: ขอให้โลกนี้ไม่มีความรัก
«ตอบ #3 เมื่อ08-06-2020 04:36:48 »

ตอนที่  1









หลังจากคืนวันลอยกระทง ผมก็ต้องพยายามใช้ชีวิตให้เป็นปกติที่สุด เพราะเมื่อวันจันทร์มาถึง ผมก็ยังคงต้องเข้าเรียนเซคเดียวกันกับไอซ์อีกหลายวิชาในเทอมนี้ สิ่งที่ผมทำได้ก็คือ พยายามไม่สนใจเธอ ไม่มองหาเธอ แต่มันก็ค่อนข้างยากเหลือเกินสำหรับผม




“ ไม่เป็นไรหน่ามึง แค่คนที่เขาไม่ได้รักเราเอง มึงอย่าไปใส่ใจอะไรเขามากเลย ปล่อยเขาไปเถอะ “ ชิงพูดปลอบผมพร้อมเอาแขนมากอดคอผมทันทีหลังจากที่ผมเล่าเรื่องในคืนวันลอยกระทงให้พวกมันฟัง




“ เออ จริงของไอชิงมัน อกหักได้ ก็ต้องมีคนที่ชอบใหม่ได้เว้ย “ กันต์เสริมทัพ




“ หน้าตามึงหล่อเหลา แถมโปรไฟล์ดีขนาดนี้ เดินไปเก๊กหล่อหน้าคณะแป๊ปเดียว สาวก็ติดมึงตรึมละไอ้ฟื้น “  ชิงพูดพร้อมเอามามาจับหน้าผมหันซ้ายหันขวา




“ จริงมึง “ ไอ้กันต์ก็ยังคงทำหน้าที่ลูกคู่ต่อไปอย่างไม่บกพร่อง





ก็จริงอย่างที่ไอ้ต้าชิงมันพูดแหละครับ พวกผมสี่คน ได้ฉายาว่า ‘Big4’ แห่งภาคไฟแนนซ์เลยนะครับ เพราะด้วยรูปร่างหน้าตาของแต่ละคนที่เรียกได้ว่าดีเกินมาตรฐานมาค่อนข้างมาก แถมเรื่องการเรียนก็ระดับท็อปของเกือบทุกเซค ดูได้จากคะแนนการสอบกลางภาคที่ผ่านมาของพวกผมสี่คน ที่ดีพอๆกับหน้าตาเลยทีเดียว พูดไปก็หาว่าอวยพวกเดียวกันเอง แต่ผมพูดความจริงครับ อิอิ
ดูอย่างไอ้ชิงนะครับ เห็นมันพูดมากแบบนี้ มันเป็นถึง Freshy Boy หรือเรียกง่ายๆว่าเดือนของคณะเลยนะครับ ส่วนผม ไอ้กันต์แล้วก็ไอ้แทนตอนแรกก็ถูกทาบทามให้ลงประกวดเดือนด้วยเหมือนกัน แต่พวกผม 3 คนทะเล้นไม่สู้ไอ้ชิงมันครับ ตำแหน่งเดือนคณะเลยตกลงที่มันอย่างไม่ต้องสงสัย




“ เอางี้ งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้เรียนเสร็จ พวกกูจะพามึงไปกินเหล้าย้อมใจดีป่ะ ถือว่าเลี้ยงส่งให้เธอกับเขาได้รักกันนานๆ~ โอ๊ย !! “
หลังจากไม่ทันจบประโยคดี มันก็โดนไอ้แทนตบหัวเข้าให้หนึ่งที ชิงถึงกับร้องเสียงหลง




“ มึงก็ยังจะเล่นไม่หยุด เพื่อนมึงเศร้าอยู่ไม่เห็นเหรอวะ “ แทนพูดดุไอ้ชิง




“ รู้ไง กูก็พยายามทำให้มันอารมณ์ดีอยู่นี่ไง โด่ว “ มันพูดแล้วเป่าแก้มงอน คงคิดว่าน่ารักมากมั้ง ไอ้ชิงเอ้ย 555555555
แต่นั้นก็ทำให้ผมหลุดขำกับท่าทางของแก๊งค์เพื่อนผมได้บ้าง เห้อ เวลากูเศร้าพวกมึงก็คอยมานั่งปลอบ โคตรรักพวกมึงเลยว่ะ




“ แล้วสรุปพรุ่งนี้จะไปป่ะ กูอยากแดกเหล้า แหะๆ “  ไอ้กันต์พูดขึ้นมาอีกทีพร้อมทำลิ้นห้อยเหมือนหมาหิวน้ำ




แทนหันมามองผม เชิงถามว่าผมอยากไปไหม




“ ไปก็ไป “ ผมพูดจบ ไอ้ชิงกับไอ้กันต์กระโดดเข้ามารุมทึ้งผมทันที อาการลิงโลดดีใจที่ได้ไปกินเหล้าออกทันทีเลยนะพวกมึง




“ โอเคงั้นเดี๋ยวกูโทรชวนไอ้หมิงด้วย เผื่อมันอยากไป “ ชิงพูดจบก็ยกหูขึ้นยิงสายตรงไปหาหมิงทันที











“ ไอ้หมิงมันไปด้วย แต่มันขอพาเพื่อนมันไปอีกสองสามคนนะ “ หลังจากวางสายจากหมิง ชิงมันก็หันมาบอกทุกคน




“ เออ “  แทนตอบ




“ งั้นเดี๋ยวกูจองร้านเลย ร้านไหนดี ‘ประโยคบอกเหล้า’ ละกันเนอะ สาวแจ่ม “ คราวนี้ไอ้กันต์ครับ มันหยิบมือถือขึ้นมาแล้วกดส่งข้อความจองที่ไปยังเพจของร้านทันที




“ เรียบร้อย กูจองไปละ 7 ที่ ชื่อคุณกันตวิน “ มันหันมายิ้มแล้วยื่นหน้าจอมือถือให้พวกผมดู




“ ทำดีมากมึง แสนรู้จริงๆ “ ไอ้ชิงพูดแล้วเอามือไปเกาคางไอ้กันต์ ไอ้กันต์ก็ทำท่าแลบลิ้นรับบทเป็นหมาทันที
ผมได้แต่หัวเราะกับท่าทีของพวกมัน หน้าตาก็ดีแต่ปัญญาอ่อนได้โล่กันจริงๆ




“ เออแล้ววันนี้มึงไปไหนต่อป่ะ “ แทนหันมาถามผม




“ กูเหรอ เดี๋ยวเลิกเรียนกูว่าจะไปดูหนังหน่อยว่ะ หนังที่กูอยากดูมันเข้าตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วกูยังไม่ได้ดูเลย “ ผมตอบมันไป




“ ไปกับใครวะ “ แทนถามอีก




“ คนเดียวดิ จังหวะนี้มึงจะให้กูไปกับใครอีก “ ผมหันไปตอบมันแบบตัดพ้อ




“ เออ กูขอโทษ กูลืมว่ามึงเพิ่งอกหัก “ แทนพูดพร้อมเอามือมาขยี้หัวผมเล่น




“ แล้วมึงถามทำไม มึงจะไปดูหนังกับกูเหรอไง “ ผมถามมันต่อ




“ เหอะ กูไม่ชอบดูหนังในโรง แต่เดี๋ยวกูไปกับมึงด้วย กูมีของต้องซื้อ “ มันบอกผม




“ เออ งั้นไปเลยป่ะ นี่ก็สี่โมงกว่าละ กูจะดูหนังรอบทุ่มครึ่ง ก่อนหนังเข้าจะได้ไปเดินซื้อของเป็นเพื่อนมึงก่อน “ ผมเสนอ




“ ไปเลยก็ได้ แล้วมึงจะไปไง “ มันเงยหน้ามองผมที่ตอนนี้ลุกขึ้นยืนเก็บสัมภาระพร้อมแล้ว




“ เดี๋ยวเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าตรงประตูพหลฯ “ ผมบอกมัน มันก็กำลังลุกขึ้นเก็บสัมภาระตามผมมา




“ ไอ้กันต์ไอ้ชิง เดี๋ยวกูกับไอ้แทนจะไปห้าง พวกมึงจะไปด้วยกันป่ะ “ ผมหันไปถามอีกสองตัวที่กำลังเพิ่งกดเริ่มเล่นเกมส์ในมือถือ




“ วันนี้กูต้องกลับบ้านว่ะ วันเกิดม่า “ ไอ้ชิงพูดขณะที่สายตาก็จ้องมองแต่เกมส์ในมือถือ วันเกิดอาม่ารับบทเป็นเด็กดีรีบกลับบ้านเลยนะมึง




“ กูก็ไม่ว่ะ กูมีนัดกับสาว “ ไอ้กันต์พูดขึ้นต่อจากชิง แต่สายตามันก็จ้องอยู่ที่หน้าจอมือถือเหมือนกับไอ้ชิงเป๊ะ กูคงสำคัญน้อยกว่าเกมส์ของพวกมึงสินะ จริงๆเลยพวกมึงเนี่ย




“ เออ งั้นกูไปละ เจอกันพรุ่งนี้มึง “ ผมบอกลาพวกมัน




“ เออ เจอกันพรุ่งนี้ค้าบบบบ “ ไอ้กันต์โบกมือลาผมแต่ตามันก็ยังโฟกัสอยู่กับเกมส์ของมันอยู่ดี




จากนั้นผมกับแทนก็เดินออกจากคณะเพื่อไปขึ้นรถไฟฟ้าซึ่งค่อนข้างห่างจากคณะผมพอสมควร แต่ก็ไม่ไกลมาก เดินไปคุยไปแป๊ปเดียวก็ถึง




“ แล้วมึงจะไปซื้ออะไรวะ “ ผมถามแทนขณะที่กำลังเดินอยู่




“ น้องสาวกูฝากซื้อขนมกลับบ้านอ่ะ และกูก็กะจะไปดูร้องเท้าด้วย เห็นในเพจเมื่อวานมันบอกว่าลดอยู่ “ แทนบอก




“ พี่ชายที่แสนดีว่ะ “ ผมแซวมันยิ้มๆ มันยักคิ้วกวนให้ผมหนึ่งทีรับคำชม














ตอนนี้ผมกับแทนก็เดินทางมาถึงห้างใหญ่ชื่อดังที่ตั้งอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยของผมเรียบร้อยแล้ว




“ มึง กูหิวว่ะ “ ทันทีที่ผมเหยียบเท้าเข้ามาในห้าง พลันสายตาผมก็หันไปเห็นร้านอาหารต่างๆนาๆมากมายเรียงรายอยู่เบื้องหน้า มันทำให้เซลล์กระเพาะอาหารของผมหลั่งเกรลิน ฮอร์โมนแห่งความหิวออกมาทันที




“ มึงอยากกินไร “ แทนมันหันมาถามผม ผมนิ่ง ใช้ความคิดไปครู่หนึ่ง




“ กูอยากกินราเมงว่ะ แต่กูว่าเดี๋ยวเราเดินซื้อของของมึงให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยไปกิน “ ผมเสนอมความคิด




“ ดีเหมือนกัน งั้นอันดับแรกไปซื้อรองเท้ากับกูก่อนแล้วค่อยไปซื้อขนมของน้องกู เสร็จแล้วเดี๋ยวกูพามึงไปกินราเมง “ แทนบอกแล้วลากผมเดินขึ้นบันไดเลื่อนไปยังร้านรองเท้า







ผมกับมันเดินเลือกซื้อของกันอยู่สักพักใหญ่ ความจริงของที่ไอ้แทนต้องซื้อ มันซื้อเสร็จตั้งแต่ 10 นาทีแรกแล้วแหละครับ แต่เราสองคนก็เดินดูนู่นดูนี่นิดหน่อยกระตุ้นต่อมกิเลสให้ทำงานเล่นๆ รู้ตัวอีกทีท้องผมก็ร้องเตือนด้วยความหิว




“ มึง กูหิวแล้วว่ะ “ ผมหันไปบอกมันพร้อมเอามือทั้งสองข้างกุมท้องที่กำลังร้องอยู่




“ งั้นเราไปกินราเมงกันเลยดีกว่า ป่ะ “ แทนยิ้ม แล้วลากผมให้เดินตรงไปที่ร้านราเมงที่ผมอยากกิน




“ สวัสดีค่ะ กี่ท่านคะ “ เมื่อเดินมาถึงหน้าร้าน พนักงานสาวคนสวยก็เดินมาต้อนรับในทันที




“ สองที่ครับ “ แทนตอบเธอไป




“ สองที่นะคะ เชิญด้านในเลยค่ะ “ พนักงานเดินนำผมสองคนมาที่โต๊ะที่อยู่เกือบด้านในสุดของร้าน
หลังจากได้ที่นั่งเรียบร้อยแล้วพวกผมก็สั่งเมนูที่ต้องการ พนักงานยืนจดออเดอร์ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม ผมแอบเห็นว่าเจ้าหล่อนแอบมองไอ้แทนอยู่ด้วย 555555555






ระหว่างที่รออาหารมาเสิร์ฟผมก็เล่นมือถือเรื่อยเปื่อย แต่อยู่ๆก็มีสายเรียกเข้าจากไอ้ชิงโทรเข้ามา




“ ว่าไงมึง “ ผมกรอกเสียงลงไป




“ เฮ้ยไอฟื้น มึงอยู่กับไอ้แทนใช่ป่ะ “ ต้าชิงยิงคำถามมา ผมช้อนสายตามองแทนนิดหน่อยก่อนจะตอบกลับมันไป




“ เออ กูอยู่กับมัน มึงโทรมามีไร “ แทนเงยหน้าขึ้นจากจอมือถือ เมื่อได้ยินว่าตนเองถูกกล่าวถึงในบทสนทนา




“ เมื่อกี้กูนั่งอยู่ใต้คณะ แล้วบังเอิญพี่ปี 3 เค้าเอาประกาศรายชื่อคนที่ผ่านการคัดเลือกไปค่ายพัฒน์ฯมาติดที่บอร์ดพอดี “ ต้าชิงร่าย




 “ รายชื่อค่ายพัฒน์ฯออกแล้วเหรอวะ “ ผมที่ได้ยินก็ตาลุกวาวตื่นเต้นทันที เพราะค่ายพัฒน์ฯที่กำลังพูดถึงอยู่นี้คือ ค่ายอาสาพัฒนาชนบทของคณะนั่นเอง มันเป็นค่ายที่จะนำนิสิตตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 จนถึงปี 4 ไปทำกิจกรรมพัฒนาหมู่บ้านในชนบทที่อยู่ห่างไกลเป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 13 วัน โดยจะไปตอนปิดภาคเรียนที่ 1 นี้ครับ
ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นที่หมู่บ้านเล็กๆบนเขาแห่งหนึ่งในจังหวัดลำปาง
ค่ายนี้เป็นค่ายที่ผมค่อนข้างอยากไปมาก เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมคิดไว้ก่อนเข้ามาใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยว่า ผมต้องได้ไปค่ายอาสาพัฒนาชนบทสักครั้ง และเมื่อตอนที่เปิดรับสมัครผมก็ไม่รอช้าลากเพื่อนตัวดีของผมทั้งสามคนไปลงชื่อสมัครตอบคำถามทันที
ค่ายนี้มันต้องสมัครแล้วก็ตอบคำถามครับ คำถามก็จะเกี่ยวกับทัศนคติต่างๆในการไปทำกิจกรรมค่ายอาสา จากนั้นพี่ๆ staff ค่ายพัฒน์ฯ ก็จะเอาคำตอบไปตรวจเพื่อคัดเลือกผู้ที่ผ่านเข้ารอบอีกครั้งที่ต้องทำแบบนี้เพราะในแต่ละปีจะมีคนสมัครไปค่ายพัฒน์ฯค่อนข้างเยอะ แต่ไม่สามารถรับทั้งหมดได้ จึงต้องใช้วิธีตอบคำถามคัดเลือกผู้สมัครแทน




“ เออดิ กูถ่ายรูปส่งไปให้ดูในไลน์กลุ่มละ กู มึง แล้วก็ไอ้แทนติดค่ายพัฒน์ฯ “ ต้าชิงบอก




“ จริงดิ “ ผมพูดอย่างดีใจ




“ เออ ไม่เชื่อก็เปิดรูปดู “ ผมรีบกดมือถือเข้า Line เพื่อดูรูปยืนยันอีกที




ผมไล่อ่านรายชื่อจนไปเจอกับชื่อของผมจริงๆ




‘ นายฟ้าฟื้น เล่าวิริยะโสภณ ( ฟื้น ) ไฟแนนซ์ #1 ‘




“ เออ กูติดจริงด้วยว่ะ “  ผมอุทานออกมาอีกครั้งด้วยความดีใจ




“ ก็กูเพิ่งบอกว่ามึงติด อะไรของมึง “ เสียงไอ้ชิงตอนนี้คือคงหงุดหงิดผมหน่อยๆละ 555555555




“ อ้าว แล้วไอ้กันต์ล่ะ มันไม่ติดเหรอวะ “ ผมนึกขึ้นได้เมื่อกี้ไอ้ชิงมันบอกว่า มีผม มัน แล้วก็ไอ้แทน ติด แล้วไอ้กันต์เพื่อนในกลุ่มผมอีกคนละ ไม่ติดค่ายครั้งนี้งั้นหรือ คิดได้ดังนั้นผมจึงถามไอ้ชิง




“  มันจะเอาอะไรมาติด ก็มันไม่ได้สมัคร “ ประโยคที่ไอ้ชิงพูด ทำเอาผมคิ้วขมวด




“ ก็เหี้ยละ ก็ตอนสมัคร มึง กู ไอ้กันต์ ไอ้แทนก็สมัครพร้อมกัน มันจะไม่สมัครได้ไง กูยังเห็นมันนั่งเขียนตอบคำถามอยู่เลย “ ผมเถียงไอ้ชิง




“ มันเขียนจริง แต่มันไม่ได้ส่งกระดาษคำตอบให้พี่เขาเว้ย ไอ้กันต์มันไม่อยากไปค่าย “ ต้าชิงอธิบาย




“ อ่าว แล้วมันจะเดินไปกรอกชื่อสมัครแล้วเอาใบตอบคำถามทำไมวะ “ ผมก็ยังไม่เข้าใจไอ้กันต์อยู่ดี




“ ก็มันเห็นพวกเราสามคนสมัคร มันไม่มีไรทำ ก็เลยรับใบตอบคำถามมาตอบเล่นๆ แต่ก็ไม่ได้ส่ง “ ต้าชิงอธิบายอีกครั้งให้ผมกระจ่างในความเกรียนของไอ้กันต์




“ อ๋าาา แม่งตัวแสบจริงๆเชี่ยกันต์ “ ไอ้กันตวิน มึงนี่มันกวนตีนจริงๆ ผมด่ามันในใจ พลางนึกเสียดายที่ไม่ได้ไปค่ายด้วยกันครบกลุ่ม




“ เออ ว่าแต่มึงกับไอ้แทนเถอะ ติดแล้วจะไปมั้ยค่ายพัฒน์ฯอ่ะ “ ผมเงยหน้าขึ้นมามองหน้าไอ้แทน




“ ไอ้ชิงมันถามว่า มึงกับกูจะยืนยันสิทธิ์ไปค่ายพัฒน์ฯมั้ย “ ผมถามไอ้แทนในสิ่งที่ไอ้ชิงฝากมาถาม




“ มึงอยากไปจริงๆป่ะล่ะ “ แทนมันย้อนถามผมกลับ




“ อยากดิ “ ผมตอบกลับไป




“ ถ้ามึงอยากไป กูก็ไป “ แทนตอบยิ้มๆ แล้วก้มหน้ากลับไปไถมือถือต่อ




“ กูไปๆ ไอ้แทนก็ไป “ ผมบอกไอ้ชิง




“ เออก็ดี ถ้ามึงสองคนไปกูก็จะไปด้วย แล้วเนี่ยพี่เค้าให้จ่ายตังค์ยืนยันสิทธิ์คนละ 300 พวกมึงจะให้กูจ่ายให้ก่อนเปล่า ?  “ มันเสนอ




“ เอองั้นมึงจ่ายให้กูกับไอ้แทนเลย เดี๋ยวกูโอนให้ “ มึงเสนอกูก็สนองครับเพื่อนชิง




“ เค “ รวยจริงเว้ยเพื่อนกู




“ แล้วปี 1 ภาควิชาเรามีใครติดบ้างวะ “ คงไม่ได้มีแค่พวกผมสามคนแน่นอนที่ติดค่ายครั้งนี้




“ ไฟแนนซ์ปี 1 ติด 10 คน นอกจากพวกเราก็มีกลุ่มไอ้เต้แล้วก็กลุ่มของอีหมวยทั้งกลุ่ม กูส่งรูปให้มึงดูแล้วหนิไอ้ฟื้น “ ไอ้ชิงพูด แล้วเหมือนมันนึกขึ้นได้ว่าส่งรายชื่อทั้งหมดมาให้ผมดูแล้ว ก็เลยเอ็ดผมไปหนึ่งทีเบาๆ ก็ผมขี้เกียจไล่ดูนี่นา ชื่อมันไม่เรียงนี่หว่า 55555555




“ กลุ่มหมวยทั้งกลุ่มเลยเหรอวะ “ ผมได้ยินก็เหมือนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้




“  เออ กลุ่มอีหมวยทั้งกลุ่ม รวมถึงไอซ์ด้วย กูลืมบอกมึง “ นั่นไง ผมว่าแล้ว




“ รู้งี้แล้วยังอยากไปอยู่หรือเปล่า ไม่ไปก็ได้นะ มึงไม่ไปกูก็ไม่ไป พวกกูไม่ซีเรียส “ ไอ้ชิงเหมือนรู้ว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่ เลยบอกผมมาแบบนั้น




“ ไปดิ ไอซ์ไปแล้วเกี่ยวอะไรกับกูวะ ไม่ได้เป็นอะไรกันอยู่แล้ว “ ผมพยายามพูดให้ปกติ แต่ยิ่งพูดยิ่งจุก แม่ง ไอ้แทนที่ได้ยินที่ผมพูดชื่อไอซ์เลยเงยหน้าขึ้นมามองผมอีกครั้ง




“ มึงแน่ใจนะ ไม่ใช่พอไปจริงๆแล้วมึงอึดอัดจนงอแงจะกลับบ้านนะเว้ย “ พูดเหมือนกูเป็นเด็ก 5 ขวบเลยนะมึง




“ เออ กูแน่ใจ กูโตแล้ว กูแยกแยะได้ป่ะวะ “ ผมบอกมันไป




“ เค ถ้ามึงว่างั้นกูก็ตามมึงอ่ะ แค่นี้แหละมึง กูต้องกลับไปฉลองวันเกิดม่าละ เจอกันพรุ่งนี้ “ มันตัดบท




“ เคๆ ขอบใจมากมึง “ ผมวางสายจากไอ้ชิงก็จังหวะเดียวกับที่พนักงานนำอาหารมาเสิร์ฟพอดี
ผมกับไอ้แทนจึงรีบจัดการกับราเมงที่อยู่ตรงหน้าด้วยความหิวโหย


















“ มึงจะดูหนังเรื่องอะไร “ แทนถามเมื่อเราทั้งสองคนเดินขึ้นมาหยุดยืนอยู่หน้าตู้ซื้อตั๋วอัตโนมัติ บนชั้นโรงหนังของห้าง
หลังจากทานข้าวเสร็จแทนมันก็อาสาเดินขึ้นมาซื้อตั๋วหนังเป็นเพื่อนผม ก่อนจะกลับ




“ กูว่าจะดูเรื่องนี้ว่ะ “ ผมชี้ไปที่หน้าจอทัชสกรีน ที่ตอนนี้กำลังแสดงโปสเตอร์ของหนังรักเรื่องนึงอยู่ ใช่แล้วครับ ผมมาดูหนังรัก




“ เรื่องนี้มันหนังรักไม่ใช่เหรอวะ “ แทนขมวดคิ้วแล้วหันมามองหน้าผม




“ เออดิ ทำไมวะ “ ผมรู้ว่ามันกำลังคิดอะไรอยู่




“ มึงเพิ่งอกหักมาแล้วมึงยังจะมาดูหนังรัก แล้วมาดูคนเดียวอีกเนี่ยนะ “ นั่นไง ทำไมผมซื้อหวยไม่ถูกบ้างวะ




“ เอ๋า ก็กูอยากดูมาตั้งนานแล้ว อยากดูก่อนที่กูจะเฮิร์ทอีก ไม่เห็นเกี่ยวเลย “




“ แล้วเวลามึงดู มึงจะไม่แสลงใจเหรอวะ “ ถามได้ดี




“ ก็อาจจะมีบ้างแหละ แต่ช่างแม่งถือซะว่าอินกับหนังมากขึ้นละกัน 5555555 “ ผมหัวเราะยิ้มแป้นแล้นใส่มัน




“ มึงนี่พิลึกคนว่ะ “ แทนพูดแล้วหลุดยิ้มขำ




ผมกดจิ้มเข้าไปในรอบที่ผมจะดู ตอนนี้ที่นั่งก็ค่อนข้างเต็มหมดแล้วโดยเฉพาะแถวบนๆ ผมจึงไล่ดูที่นั่งแถวกลางๆปรากฎว่ายังมีที่นั่งเหลืออยู่อีกไม่กี่ที่เท่านั้น ผมจึงกดไปตรงที่นั่งริมสุดฝั่งซ้าย โดยเว้นว่างไว้หนึ่งที่กับคนที่นั่งฝั่งขวามือของผมที่ดูเหมือนเขาก็น่าจะนั่งคนเดียวเหมือนกัน ผมไม่อยากนั่งใกล้เขาและเดาว่าเขาก็คงไม่อยากนั่งใกล้คนแปลกหน้าแบบผมเหมือนกัน 5555555555




หลังจากได้ตั๋วแล้ว ผมจึงบอกลากับแทน แล้วก็เดินขึ้นโรงหนังทันทีเพราะใกล้เวลาหนังฉายแล้ว
ปกติเวลาผมมาดูหนังคนเดียวผมจะชอบนั่งริมสุดของแถวครับ มันสะดวกดี เพราะผมจะชอบเข้าโรงตอนใกล้ๆโฆษณาจบ จะได้ไม่ต้องเดินแทรกรบกวนคนที่เขาเข้าไปก่อน  ซึ่งตอนนี้ก็เหมือนกันเหลืออีก 5 นาทีโฆษณาจะจบ ผมจึงตัดสินใจไปเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยและปิดมือถือทันที
สงสัยละสิว่าผมรู้ได้ยังไงว่าโฆษณาจะจบตอนไหน อย่างที่บอกครับผมดูหนังบ่อยผมเลยรู้ธรรมชาติและกลไกของการฉายหนังของโรงหนังที่นี่ เช่นสมมุติว่าถ้าเวลาบนตั๋วมันบอกว่าหนังฉาย 1 ทุ่มให้คุณบวกเข้าไปเลย 20 นาที นั่นจะเป็นเวลาโฆษณาทั้งหมดก่อนหนังจะฉาย แสดงว่าหนังมันจะฉายจริงๆ ตอน 1 ทุ่ม 20 นาที และนั่นทำให้ผมเข้าโรงหนังไปตอนที่หนังกำลังเริ่มฉายพอดีทุกครั้ง เป็นไงละครับ ผมล่ะภูมิใจกับความสามารถนี้จริงๆ 55555555555




หนังจากเข้าห้องน้ำเสร็จเรียบร้อยผมจึงเดินเข้าไปในโรงหนังทันที พอไปถึงแถวที่ผมนั่งผมสังเกตุว่าที่นั่งด้านขวามือผม อีก 3 ที่ก็ยังไม่มีสิ่งมีชีวิตใดจับจอง ตอนผมกดตั๋วผมจำได้ว่ามีคนนั่งถัดจากขวามือผมไป 1 คนนี่หว่า แต่ผมก็ไม่ได้สนใจ เพราะหนังมันกำลังเริ่มฉายพอดี




หลังจากหนังฉายไปได้ประมาณ 10 นาที ผมก็รู้สึกได้ว่ามีเงาของคน มายืนอยู่ตรงทางเดินข้างๆกับเก้าอี้ที่ผมนั่งอยู่ ผมละสายจอจากหนังแล้วหันไปมองเงานั้น ปรากฎร่างของผู้ชายคนหนึ่งที่มือข้างนึงของเขาถือกล่องป๊อปคอร์นส่วนมืออีกข้างถือแก้วน้ำกำลังยืนมองผมอยู่
แสงจากหน้าจอภาพยนต์สะท้อนและฉายสาดไปบนหน้าเขา ทำให้ผมเห็นหน้าเขาได้อย่างชัดเจน




‘ ไอ้โซ่ ‘ ใช่แล้วครับ ผู้ชายคนนี้ก็คือไอ้โซ่นั่นเอง คนที่ปริมไหว้วานผมให้พาไปลอยกระทงเมื่อคืนก่อนนั่นแหละครับ




มันก็ดูจะแปลกใจเหมือนกันที่เห็นผม ไม่มีบทสนทนาทักทายใดๆระหว่างผมกับมัน ผมทำแค่เพียงยิ้มเบาๆส่งให้มันไป
ผมเดาว่ามันคงจะเป็นคนที่นั่งถัดไปจากผมหนึ่งที่นั่งนั่นแหละครับ ผมจึงเหวี่ยงขาหลบเพื่อจะให้มันเดินเข้าไปยังที่นั่งของมันได้ มันก็เดินเข้าไปยังที่นั่งของมัน ในขณะที่มันกำลังจะหย่อนตัวนั่ง อยู่ๆมันก็ลุกขึ้นอีกครั้งแล้วเปลี่ยนมานั่งตรงเก้าอี้ติดผมแทน




ผมหันไปมองหน้ามันงงๆ สารภาพว่าตกใจนิดหน่อยอยู่ๆก็เด้งตัวมานั่งติดกันหน้าตาเฉย
มันที่ตอนนี้ตาก็จ้องมองแต่จอภาพยนต์ มือหยิบป๊อบคอร์นเข้าปาก ไม่แม้แต่จะหันมามองผม ผมจึงเลือกที่จะไม่สนใจมันแล้วหันไปดูหนังต่อ




สักพักนึง มันก็ยื่นป๊อปคอร์นมาตรงหน้าผม 




“ อะไร “ ผมหันไปกระซิบถามมันเบาๆ




“ กินได้นะ “ มันพูด เออกูรู้มึงยื่นมาหน้ากูขนาดนี้ มึงคงไม่ฝากกูเอาไปทิ้งหรอก




“ ไม่เป็นไร ขอบคุณมาก “ ผมตอบกลับไป




“ กูกินไม่หมด ช่วยกูกินหน่อย “ มันยังไม่ชักมือกลับไป




“ ไม่เป็นไรมึง กูไม่กินป๊อปคอร์น “ ผมยังคงปฎิเสธมันไป แล้วก็ผลักกล่องป๊อปคอร์นที่มันถืออยู่กลับไป




แต่จู่ๆมันก็กลับยัดกล่องป๊อปคอร์นลงมาบนตักผมซะดื้อๆ ผมหันไปมองมันอย่างหงุดหงิด แต่มันก็ลอยหน้าลอยตาดูหนังไปไม่สนใจผม
ผมที่ตอนนี้ก็เริ่มเกรงใจคนอื่นๆในโรงหนัง จึงขี้เกียจที่จะต่อล้อต่อเถียงกับมัน เลยเลือกที่จะถือป๊อปคอร์นเอาไว้ แล้วดูหนังต่อ
แต่ด้วยความเคยชินที่เวลาดูหนังแล้วมีป๊อปคอร์นในมือ ผมเลยลืมตัวหยิบกินไปเรื่อยๆ ไอ้โซ่หันมาเห็นมันเลยหลุดยิ้มออกมา แล้วก็ยื่นแก้วน้ำมาให้ผม ผมก็รับมาอย่างง่ายดาย ช่างแม่งแล้วครับ เออดี กูกำลังคอแห้ง




สรุปว่าตอนนี้ทั้งป๊อปคอร์นทั้งน้ำอยู่ที่ผมทั้งหมดและมันยื่นมือมาหยิบป๊อปคอร์นจากตักผมผลัดกับเอี้ยวตัวมาดูดน้ำจากแก้วตลอดทั้งเรื่อง






จนหนังจบผมกับมันก็เดินออมาจากโรงพร้อมกัน




“ ปกติมึงมาดูหนังคนเดียวเหรอ “ อยู่ๆมันก็ถามขึ้น




“ อืม กูชอบดูหนังคนเดียว “ ผมตอบมันไป




“ เหมือนกูเลย “ มันพูดขึ้นมาเบาๆ เหมือนพูดลอยๆ ผมได้ยินจึงหันไปมองมันงงๆ




“ แล้วมึงกลับไง “ มันเปลี่ยนเรื่อง ยิงคำถามมาให้ผมขณะที่ตอนนี้เราทั้งคู่กำลังเดินออกจากห้าง




“ เดี๋ยวกูขึ้น BTS ไปลงสถานีตรงหน้ามหาลัย แล้วค่อยเดินกลับหอ “ ผมบอกมัน




“ กูเอารถมา กลับกับกูไหม “ มันเสนอ




“ แล้วบ้านมึงไปทางไหน “ ถ้าบ้านมันไปทางเดียวกันกับหอผมก็ดี ผมจะได้รบกวนกลับกับมัน




มันยิ้มแล้วก็ยกมือชี้ขึ้นไปข้างหน้า ผมมองตามแขนมันไป ภาพข้างหน้าปรากฎว่ามันชี้ไปที่คอนโดสูงแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับห้างที่เรามาดูหนังพอดี




“ มึงอยู่คอนโดนั้นเหรอ “ ผมที่เข้าใจตั้งแต่ที่มันชี้แล้ว แต่ก็ถามเพื่อให้มันตอบและยืนยันความคิดของผมอีกครั้ง




มันพยักหน้า




‘ แสดงว่าฐานะมันคงจะดีพอสมควรเลยนะ จึงมีห้องอยู่ที่คอนโดนั่นได้ ‘ ผมคิดในใจ




“ งั้นไม่เป็นไรหรอกมึง กูกลับ BTS สะดวกกว่า มึงไปส่งกูเดี๋ยวมึงก็ต้องขับกลับมาอีก กูเกรงใจ “ เห็นดังนั้นผมจึงปฎิเสธมันไป




“ เอางั้นเหรอ “




“ อืม งั้นกูไปก่อนนะ ไว้เจอกันมึง “ ผมบอกลามันแล้วรีบเดินขึ้นไปบนสถานีรถไฟฟ้า








ระหว่างที่กำลังรอรถไฟอยู่ที่ชานชาลา ผมจึงหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋า แล้วเปิดเครื่อง
มีแจ้งเตือน missed call จากชื่อที่ผมเมมไว้ในเครื่อง ‘ FIFAH ‘ 11 missed calls




ผมจึงรีบกดโทรกลับไปทันที




" ฮัลโหล " รอไม่นานปลายสายก็รับ ผมรีบเอ่ยทัก




" ฟื้น ไปไหนมาวะ โทรไปเป็นสิบสาย ไม่รับ " นั่นไง รับถึงก็บ่นเลย ใช่แล้วครับ ไอ้ 'ไฟฟ้า' น้องชายแท้ๆของผมนั่นเองที่โทรมา




" เออ โทษที มาดูหนังเลยปิดเครื่อง แล้วโทรมาหลายสายมีอะไร "  ผมอธิบายแล้วถามกลับ




" จะถามว่า ฟื้นปิดเทอมตอนสิ้นเดือนธันวาคมใช่ไหม "




" ใช่ ทำไม " ผมสอบภาคต้นเสร็จตอนกลางๆเดือนธันวาคมครับ แล้วเปิดเทอมอีกทีช่วงกลางเดือนมกราคม




"  ม๊าให้มาบอกว่า กลับบ้านปิดเทอมนี้ ฟื้นไม่ต้องลงมาหาดใหญ่ ให้บินไปลงที่ปีนังเลย " ไฟฟ้าพูด ผมขมวดคิ้วทันที




" ทำไมต้องไปลงที่ปีนัง "  ผมสังสัย




" ก็ไปเยี่ยมอาม่าน่ะสิ ไม่ได้ไปเยี่ยมอาม่ามาเกือบสองปีแล้ว ปีนี้ม๊าเลยแพลนว่าจะไป ”




" อ๋อ  " พอดีกับที่รถไฟฟ้ามาจอดเทียบชานชาลา ผมรีบเดินเข้าไปในตัวรถทันที




“ แล้วน่านอ่ะ น่านจะไปด้วยป่ะ “ ‘น่าน’ที่ผมกล่าวถึงก็คือ ‘น่านฟ้า’ พี่ชายแท้ๆของผมอีกคนครับ




“ โทรไปบอกแล้ว น่านก็จะไปด้วย “ ไฟฟ้าตอบ




ผมได้บอกไปหรือยังครับว่าผมอันที่จริงผมมีพี่และน้องที่เป็นสายเลือดเดียวกันกับผมอีกสองคน โดยมีผมเป็นลูกคนกลาง
พี่ของผมชื่อ ‘น่าน’ หรือ ‘นายน่านฟ้า เล่าวิริยะโสภณ’ ซึ่งเป็นพี่คนโตของบ้านและมีอายุห่างจากผมแค่ 1 ปี ตอนนี้น่านมันเป็นนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่
และน้องชายของผมก็คือ ‘ไฟฟ้า’ หรือ ‘นายไฟฟ้า เล่าวิริยะโสภณ’ เป็นน้องคนเล็กสุดของบ้าน ตอนนี้ไฟฟ้ามันเรียนอยู่ ม.5 โรงเรียนชื่อดังที่สุดในอำเภอหาดใหญ่ครับ

บ้านผมจริงๆแล้วอยู่ที่อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลาครับ แม่ของผมเป็นชาวไทยแต่มีเชื้อสายจีน แต่งงานกับพ่อผมที่เป็นคนไทยเหมือนกันแต่พ่อผมมีเชื้อสายเปอรานากันจากฝั่งปีนังครับ

ตอนน่านมันกำลังจะขึ้น ม.4 มันบินมาสอบเข้าโรงเรียในกรุงเทพฯครับ หลังจากนั้น 1 ปีผมก็ตามมันมาเรียนมัธยมปลายที่นี่ด้วยเลย




“ โอเคๆ ฝากบอกม๊าด้วยว่าคิดถึง “ ผมฝากความคิดถึงไป




“ เค แค่นี้แหละ “ จากนั้นน้องผมมันก็กดวางสายทันที แล้วก็เดินทางกลับหอ













ออฟไลน์ KIKYO

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 4
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: ขอให้โลกนี้ไม่มีความรัก
«ตอบ #4 เมื่อ08-06-2020 04:37:44 »

ตอนที่ 1 (ต่อ)




เช้าวันต่อมาผมก็ไปเรียนตามปกติครับ วันนี้ผมมีเรียนทั้งวันตั้งแต่เช้าจนสี่โมงเย็น หนักพอสมควร
เดินขึ้นมาใต้คณะก็เห็นว่าไอ้กันต์นั่งอยู่คนเดียว ไอ้ชิงกับไอ้แทนคงยังไม่มา




“ ฟื้น มึงทำการบ้านวิชากฎหมายธุรกิจเสร็จยังวะ “ พอเห็นหน้าผมปุ๊ปก็ทวงถามถึงการบ้านทันที




“ เสร็จแล้ว ถามทำไม อย่าบอกนะว่ามึงยังไม่ได้ทำ “ ผมหรี่ตามองมัน




“ กูทำแล้ว แต่วิเคราะห์ฎีกาข้อสุดท้ายกูไม่มั่นใจว่ะ ขอดูของมึงหน่อย “ มันทำหน้าอ้อนให้ผมสงสาร





ผมเปิดกระเป๋าแล้วหยิบการบ้านวิชากฎหมายธุรกิจส่งให้มันไป มันฉีกยิ้มกว้าง รีบคว้าไปเปิดดูอย่างไว




“ เยส กูตอบเหมือนมึง สบายใจละ “ มันบอกอย่างดีใจแล้วส่งการบ้านคืนให้ผม




“ ตอบเหมือนกูก็ใช่ว่ากูจะตอบถูกป่ะวะ “ มึงก็มั่นใจในกูเกินไปไอ้กันต์




“ ถ้าท็อปเซควิชากฎหมายอย่างมึงตอบไม่ถูก ทั้งเซคก็ไม่มีใครตอบถูกแล้ว “ มันยกคะแนนสอบของผมมาอ้าง ใช่แล้วครับสอบกลางภาคที่ผ่านมาผมได้ท็อปเซคของวิชานี้




ผมได้แต่ส่ายหัวยิ้มๆ จากนั้นไม่นานไอ้แทนกับไอ้กันต์ก็เดินขึ้นมาที่ใต้คณะ พอถึงเวลาเรียนพวกผมก็ขึ้นไปเรียนกันครับ









พอถึงช่วงบ่าย พวกผมก็ต้องเดินไปเข้าเรียนวิชากฎหมายธุรกิจกันที่อาคารเรียนรวมครับ เพราะเป็นวิชาที่ต้องเรียนรวมกับภาควิชาอื่นๆในคณะ เป็นเซคที่ใหญ่พอสมควร จึงต้องมาใช้ห้องเลคเชอร์ที่อาคารเรียนรวม
เข้าไปนั่งรอไม่นานอาจารย์ก็เดินเข้ามาครับ




“ สวัสดีค่ะนิสิตทุกคน สบายดีกันไหม “ อาจารย์เข้ามาถึงก็ทักทายนิสิตอย่างเป็นกันเอง หลังจากนั้นก็บอกให้ส่งการบ้านที่สั่งไว้เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว กลุ่มผมก็ให้ไอ้แทนรวบรวมไปส่งให้ครับ




“ เอาล่ะ ส่งกันครบเนอะ มีใครยังไม่ส่งไหม โอเคครบเนอะ “ อาจารย์พูดเองตอบเองทุกประโยค เรียกเสียงหัวเราะได้จากนิสิตเป็นอย่างดี




“ เป็นไง การบ้านที่อาจารย์ให้ไปยากไหมนิสิต “ อาจารย์ถามนิสิตที่นั่งเรียนกันอยู่ในห้องหลังจากส่งงานกันครบทุกคน




“ ยากครับจารย์ “ ไอ้ชิงตะโกนออกไป เสียงไม่ดังมาก จนอาจารย์หันมามองแล้วยิ้มกริ่ม




“ ถ้ายากอาจารย์ก็จะถือว่าได้ให้นิสิตฝึกคิดวิเคราะห์แล้วกันเนอะ 555555 “  อาจารย์ตอบอย่างอารมณ์ดี




“ ต่อไปอาจารย์จะเฉลยการบ้านนะ เผื่อมีพวกเราบางคนผิดหรือยังไม่เข้าใจ อืม เอาของใครดี อาจารย์สุ่มตรวจละกัน “ อาจารย์พูดขึ้นแล้วหยิบเอกสารชุดหนึ่งออกมาจากกองการบ้าน




“ อ่ะ เอาของคนนี้ละกัน “ ว่าแล้วอาจารย์ก็เอาการบ้านแผ่นนั้นฉายขึ้นจอ




“ ของมึงว่ะไอ้ฟื้น “ ไอ้กันต์หันมากระซิบบอก




‘ มือดีจังเลยครับอาจารย์หยิบได้ของผมเนี่ย ‘ ผมคิดในใจ จากนั้นอาจารย์ก็ตรวจไปพร้อมสอนไปเรื่อยๆจนหมด




“ โห คนนี้ทำการบ้านถูกหมดเลย ไหนชื่ออะไรดูหน่อยซิ “ อาจารย์พูดแล้วพลิกหน้ากระดาษมาดูชื่อ




“ นายฟ้าฟื้น เล่าวิริยะโสภณ ภาควิชาไฟแนนซ์  ไหนคนไหนยกมือขึ้นให้อาจารย์ดูหน่อย” เอาแล้วไงจารย์ จารย์เล่นผมแล้วไง




“ คนนี้ค้าบบบบบ “ ไอ้ชิงครับ มันจับมือผมแล้วยกขึ้นทันที ผมรีบชักมือลงแล้วทำท่าจะเบิร์ดกะโหลกมันไปหนึ่งที แต่อาจารย์ห้ามไว้ก่อน




“ นิสิตอย่าทำร้ายร่างกายกันค่ะ แหมไม่เห็นต้องอายเลย ทำได้ดีก็ยืดอกภูมิใจหน่อยเร็ว เอ๊ะ อาจารย์คุ้นๆว่าเราใช่ไหมที่ได้ Top sec ตอนสอบมิดเทอม ” อาจารย์พูด




“ ใช่แล้วครับจารย์ เพื่อนผมเองค้าบบบบบ “ ไอ้ชิงมันตะโกนบอกอาจารย์อีกครั้ง ไอ้ต้าชิงไอ้ตัวดี มึงเอาอีกแล้ว




“ นั่นไงอาจารย์ว่าแล้ว เอ้านิสิต ปรบมือให้เพื่อนเราหน่อยเร็ว “ สิ้นเสียงอาจารย์พูดก็มีเสียงปรบมือดังไปทั่วทั้งห้องสโลป สายตานับร้อยจากคนทั้งห้องมองมาที่ผมเป็นตาเดียว ผมนี่อายจนแทบอยากจะมุดตัวลงไปอยู่ใต้โต๊ะ









ตอนจบคลาส พอออกมาจากห้องเรียนผมก็โบกหัวเพื่อนรักผมไปหนึ่งทีเน้นๆ

“ โอ้ย !! เชี่ยฟื้น มึงตบหัวกูทำไมเนี่ย “ ต้าชิงร้องโอดโอยพร้อมเอามือขึ้นลูบหัวป้อยๆ




“ มึงอ่ะตัวดีไอ้ชิง แม่ง แกล้งกู “ ผมด่ามันไป




“ เอ้า ก็อาจารย์เค้าถามหามึง มึงนั่งอยู่ข้างกู กูก็บอกอาจารย์เค้าดิ กูผิดตรงไหน “ ดู ดูมัน แถไม่เลิก




“  มึงนี่มันน่าโดนอีกสักที “ ผมพูดพร้อมง้างมือจะโบกมันอีกรอบ มันเห็นเลยรีบวิ่งไปหลบหลังไอ้แทน




“ ป๊าแทน ช่วยน้องชิงด้วย ไอ้ฟื้นมันจะทำร้ายร่างกายน้องชิง “ ออดอ้อนออเซาะ การแสดงนะมึง ผมเห็นแบบนั้นแล้วยิ่งคันไม้คันมือไปกันใหญ่ วิ่งกระโจนเข้าไปหามันทันที




“ ว๊ากกกกก ป๊าแทนช่วยน้องชิงด้วยยยยยย “  ต้าชิงแหกปากร้องดังไปทั่วทั้งตึก




“ มึงสองตัวพอเลย ทะเลาะกันเป็นเด็กไปได้ “ แทนสุดจะเหลือทน จับพวกผมสองตัวแยกกันทันที




“ อย่าเผลอนะมึง “ ผมชี้หน้าคาดโทษไอ้ชิงไว้ มันลอยหน้าลอยตาแถมยังแลบลิ้นใส่ผมอีก




“ พวกมึงสองตัวหยุดกัดกันแล้วไปหาข้าวแดกจะได้ไหม กูหิวจะตายแล้วเนี่ย “ กันต์บ่น แล้วลากแขนผมเดินรุดๆไปกับมัน







หลังจากนั้นพวกผมสี่คนก็พากันเดินออกจากอาคารเรียนรวมไปหาข้าวเย็นกินกัน







“ เฮ้ยพวกมึงอย่าลืมนะเว้ย คืนนี้ 3 ทุ่มเจอกันที่ ‘ประโยคบอกเหล้า’ เดี๋ยวกูไปเอาโต๊ะเอง “ กันตวินพูดขึ้นหลังจากที่พวกเรากินข้าวเย็นเสร็จและกำลังจะแยกย้ายกันกลับบ้าน
















จนเวลา 3 ทุ่ม 20 นาที




ผมที่กำลังเดินไปร้านที่นัดหมายกับแก๊งค์เพื่อนไว้ ในระหว่างทางที่เดินไปที่ร้าน เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือของผมก็ดังขึ้น




“ Rrrrrrrr  Rrrrrrrr “ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใครโทรมา




“ ว่าไงมึง “ ผมกรอกสายลงไป




“ ไอ้ฟื้น มึงอยู่ไหนแล้ว พวกกูนัดมึงไว้กี่โมง “ ไอ้ชิงเริ่มสวด




“ เออ กูกำลังเดินไป ใกล้ถึงละ ตอนนี้มีใครไปถึงแล้วบ้าง “ ผมถามมันกลับ




“ เค้ามากันครบทุกคนละ เหลือแต่คุณชายมึงนี่แหละครับ ช้าอยู่คนเดียว “




“ เรื่องแดกเหล้านี่พวกมึงตรงเวลากันจังนะสัส “ ผมด่ามัน




“ มันแน่อยู่แล้ว เออ รีบมา บอกการ์ดว่าโต๊ะชื่อกันตวิน เดี๋ยวเขานำมึงมาที่โต๊ะเอง มาช้าได้แดกน้อยแต่หารเท่านะมึง “




“  เออ เค ใกล้ถึงละอีก 5 นาที “  จากนั้นผมก็วางสายจากไอ้ชิง แล้วก็เดินมุ่งหน้าไปที่ร้านต่อ




หลายคนคงสงสัยใช่ไหมล่ะครับว่าทำไมนิสิตปี 1 ที่อายุยังไม่ 20 อย่างพวกผมถึงสามารถเข้าร้านเหล้าได้
ของแบบนี้มันมีทุกที่ครับที่หละหลวมและไม่เข้มงวดกับอายุ  ‘ประโยคบอกเหล้า’ ก็เป็นหนึ่งในร้านเหล่านั้น นิสิตปี 1 มหาลัยผมส่วนใหญ่จึงเลือกมากันที่ร้านนี้ หลายครั้งที่พ่อลง( เด็กมหาลัยผมเรียกตำรวจว่าพ่อนะครับ ) พวกที่อายุไม่ถึง 20 ก็จะพากันหนีออกทางหลังร้าน พวกผมก็เคยหนีพ่อมาแล้วครับ 55555555




ใช้เวลาไม่นานผมก็มาถึงหน้าร้าน แต่ในขณะที่กำลังจะเดินเข้าไปผมก็พบกับคนคนนึงเข้าเสียก่อน




“ เอ้า ปริม “ ผมทักปริม ใช่ครับผมบังเอิญเจอปริมอยู่หน้าร้านพอดี พอเธอหันมาเห็นผมก็ทำท่าตกใจเล็กน้อยแต่ก็เปลี่ยนเป็นสีหน้ายิ้มดีใจแทน




“ เอ้า ฟื้น มาเที่ยวร้านนี้ด้วยเหรอ “ ปริมถามผม




“ ใช่ ฟื้นนัดกับเพื่อนไว้อ่ะ “ ผมบอกเธอ




“ ปริมก็นัดเพื่อนไว้เหมือนกัน มาเลี้ยงฉลองทำกำไรขายของงานวันลอยกระทงหน่ะ “ เธอตอบอย่างอารมณ์ดี




“ ได้กำไรเยอะเลยอ่ะดิแบบนี้ “ ผมแซวเธอ




“ ก็นิดนึงนะจ๊ะ “ เธอเล่นหูเล่นตา




“ งั้นเข้าไปข้างในพร้อมกันเลยมั้ย  “ เธอถามผม ผมยิ้มแล้วก็พยักหน้า ผายมือให้เธอเดินนำผมเข้าไป




เราสองคนเดินเข้าร้านมาโดยมีการ์ดเดินนำผมและปริมมาที่โต๊ะ
ซึ่งบังเอิญมากที่โต๊ะของผมและโต๊ะของปริมเป็นโต๊ะที่อยู่ติดกันพอดี




“  เอ้า โต๊ะเราสองคนติดกันอีก มันจะบังเอิญเกินไปแล้วนะฟื้น 5555555 “ ปริมหัวเราะร่า ผมหันไปสังเกตโต๊ะปริมมีเพื่อนปริมนั่งอยู่แล้ว 5 คน เป็นผู้หญิงสามคน ผู้ชายสองคนรวมถึงไอ้โซ่ด้วย




“ มาแล้วเหรอไอ้ฟื้น “ ไปถึงโต๊ะไอ้ชิงก็ทักทันที




“ เออ “ ผมตอบ มองไปทั้งโต๊ะตอนนี้ก็มี 6 คนนั่งอยู่แล้ว มีไอ้ชิง ไอ้กันต์ ไอ้แทน ไอ้หมิง และอีกสองคนที่ผมไม่คุ้นหน้าแต่ก็เดาได้ไม่ยากว่าน่าจะเป็นเพื่อนของต้าหมิงมัน ซึ่งรวมผมตอนนี้ก็ 7 คนพอดี




“ แล้วนั่นใครวะ “ กันตวินมองเลยไปที่ปริมแล้วหันมาถามผม




“ นี่ปริม เพื่อนกูเอง อยู่บัญชี ปริมนี่เพื่อนฟื้นเองสามคนนี้อยู่ไฟแนนซ์ส่วนอีกสามคนอยู่วิศวฯ “ ผมแนะนำปริมให้เพื่อนผมรู้จัก




“ สวัสดีค้าบ “ ไอ้กันต์ครับ เสียงหวานเลยนะมึง




“ สวัสดีค่ะ ปริมพอคุ้นๆหน้าเพื่อนฟื้นอยู่บ้างแล้วหล่ะ Big4 ของไฟแนนซ์ ใช่ป่ะ “ เธอยิ้มให้กันตวินแล้วหันมาถามผม




“ อื้ม “ ผมได้แต่ยิ้มๆ




“ แล้วนี่ปริมนั่งโต๊ะ ข้างๆนี่เหรอครับ “  ไอ้กันต์ยังชวนปริมคุยไม่หยุด




“ ใช่ค่ะ “ ปริมยิ้มตอบ




“ ถ้าไม่รังเกียจ ปริมสนใจจะรวมโต๊ะกับพวกเรามั้ยครับ “ กันตวินเสนอ นั่นแน่ไอ้กันต์ กูรู้นะมึง




“ งั้นเดี๋ยวปริมขอถามเพื่อนแป๊ปนะคะ  “ เธอยิ้มแล้วหันไปถามความคิดเห็นจากเพื่อนๆของเธอ




“ ได้ค่ะ เพื่อนปริมโอเค “ ปริมตอบตกลง และหลังจากนั้นก็เกิดการเฮโลยกโต๊ะมาติดกันรวมเป็นโต๊ะเดียว
แล้วก็มีการแนะนำตัวทำความรู้จักกันรอบโต๊ะ โดยผมนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างปริมและไอ้แทน ตรงข้ามของผมก็คือไอ้โซ่นั่นเองครับ
ผมได้รู้จักเพื่อนของปริมคือ ขวัญ มายด์ พีช เวฟ แล้วก็ไอ้โซ่ ครับ ส่วนเพื่อนต้าหมิงอีกสองคนรู้ชื่อทีหลังว่าชื่อ เต้ กับ กล ครับ อยู่วิศวฯเหมือนกับไอ้หมิง




หลังจากรวมโต๊ะเสร็จสรรพก็ได้ที่กันเลยล่ะครับทีนี้ ทุกคนดูสนุกสนานพูดคุยกันเฮฮาเหมือนรู้จักกันมาหลายปี แอลกอฮอล์นี่มันสร้างมิตรภาพได้จริงๆแหละครับ เว้นแต่มีคนนึงที่ดูจะนิ่งผิดปกติ ไม่ค่อยคุยกับใคร มานั่งนิ่งๆเป็นเจ้าที่เฝ้าร้านเฉยๆ จะใครซะอีกหล่ะครับ ก็ไอ้โซ่ไอ้หล่อเจ้าเดิมหน่ะสิครับ ตั้งแต่รวมโต๊ะกันมันพูดน้อยมากครับ แถมยังนั่งเก๊กหน้าหล่อหยิบแก้วเหล้าขึ้นมาจิบเบาๆแล้ววาง เห็นแล้วหมั่นไส้กับไอ้อาการสงวนท่าสงวนทีของมันจริงๆ ไม่ใช่อะไรครับ มันหล่อเกินหน้าเกินตาไป




“  เอ้าๆ ทุกคนครับ นอกจากวันนี้จะมาเลี้ยงฉลองที่ร้านของปริมและเพื่อนๆทำกำไรแล้ว วันนี้พวกเราก็มาฉลองย้อมใจเนื่องในโอกาสที่ไอ้ฟื้นเพื่อนรักของผมมันอกหักครับ ขอให้ทุกคนดื่มย้อมใจเพื่อมันหน่อยค้าบบบบ เอ้าชนนนนนนนน “ อยู่ดีๆไอ้ชิงก็ลุกขึ้นมาชูแก้วเหล้าแล้วก็สาธยายเรื่องน่าอายของผม พอมันพูดจบทุกคนก็มองมาที่ผมแล้วก็ชูแก้วขึ้นมาชน พร้อมทั้งดื่มกันหมดแก้ว




ผมล่ะอยากจะโบกหัวมันอีกสักครั้งแต่ดูจากทรงตอนนี้ต้าชิงมันคงเมามากแล้ว ผมทำได้แค่ถอนหายใจแล้วยกแก้วผมเข้าปาก
แต่สายตาผมดันไปสบเข้ากับคนที่นั่งตรงข้ามผม ใช่แล้วครับไอ้โซ่มันนั่งมองผมอยู่ เรียกว่านั่งจ้องได้เลยดีกว่าครับ
ผมที่มีอาการกึ่มจากแอลกอฮอล์บวกกับสงสัยว่ามันมองผมทำไม เลยโน้มตัวข้ามโต๊ะไปหามัน




“ มึงมองอะไรวะ “ ผมถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูก็รู้ว่าเมา




“ มึงอกหัก ? “ มันถามเสียงเรียบๆ




“ เออ กูอกหักแล้วมันทำไมวะ “ ผมหงุดหงิด ผมแอบเห็นมันอมยิ้ม แต่ผมน่าจะเมาจนตาฝาดไปเอง




“ มึงเมาแล้ว “ มันพูดเสียงเบา




คุยกับมันไปก็คงไม่ได้ความผมเลยกลับมายกหมดแก้วต่อ









เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ที่ผมยกแก้วแบบไม่ยั้ง ความจริงผมคอแข็งนะครับแต่วันนี้ผมก็ดื่มไปเยอะเหมือนกัน เลยเมาเซๆบ้าง




“ ฟื้น พอแล้ว มึงแดกเยอะไปแล้วไหม เมาแล้วเนี่ย “ แทนคว้ามือผมที่กำลังจะยกแก้วขึ้นมาดื่ม ห้ามไว้




“ อื้ออออ ขอแก้วนี้หมดนะ “ ผมต่อรอง มองหน้าแทนด้วยสายตาที่เยิ้มเต็มที




“ พูดแล้วนะ “ แทนปล่อยมือให้ผมดื่มต่อ




และหลังจากหมดแก้วนั้น ผมก็ฟุบไปซบไอ้แทนทันที รู้สึกมึนและง่วงมากๆ อีกทั้งครั้งนี้ผมคงดื่มเยอะไปหน่อยเลยมีอาการร้อนหน้าอกแทรกขึ้นมาด้วย




“ ฟื้น ฟื้น มึงไหวไหม “ แทนเขย่าเรียกผมเบาๆ




“ อืออออ กูโอเค แต่กูขอซบมึงหน่อย กูมึนหัว “ ผมตอบมันยานคาง มันก็เอามือมาลูบหัวผมจนผมเคลิ้มเกือบจะหลับไปตรงนั้น








จนถึงเวลาร้านปิด




“ เฮ้ย ไอ้แทน มึงจะพาไอ้ฟื้นกลับหอเหรอวะ ? “ ต้าหมิงถามขึ้นมา ตอนนี้จากสภาพแล้ว เหลือไอ้หมิงกับไอ้แทนรอดชีวิตกันอยู่สองคน




“ เออ คงงั้นว่ะ “ แทนตอบ




“ แล้วใครจะช่วยกูแบกศพไอ้พวกนี้กลับวะ กูแบกคนเดียวไม่ไหวนะเว้ย “ ต้าหมิงแย้งขึ้น




“ แต่กูทิ้งไอ้ฟื้นไว้ตรงนี้ไม่ได้ “ แทนพูด




“ แล้วมึงจะเอาไง รถกูขนพวกแม่งไปไม่หมดหรอกนะ แถมหอไอ้ฟื้นมันก็อยู่คนละทางกับพวกกู คนละทางกับบ้านมึงด้วย “ ต้าหมิงพูด




แทนนิ่งเงียบใช้ความคิดไปชั่วครู่
จนปริมที่ยืนฟังอยู่เอ่ยออกมา เธอไม่ได้เมา ไม่แม้แต่จะมีอาการเมา เพราะเธอดื่มไปแค่นิดเดียว




“ เอางี้ไหม เดี๋ยวให้ฟื้นไปกับปริมเดี๋ยวปริมไปส่งเอง โซ่เพื่อนปริมเอารถมา โซ่ต้องไปส่งปริมที่หออยู่แล้ว อีกอย่างหอฟื้นอยู่เลยหอปริมไปนิดนึงเอง “ ปริมเสนอ




แทนกายมองหน้าปริมสลับกับหน้าต้าหมิง ดูท่าว่าจะไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้




“ งั้นแทนฝากฟื้นด้วยนะครับปริม “ แทนพูด ปริมพยักหน้ายิ้ม




“ ห้องไอ้ฟื้นมันอยู่ชั้น 9 นะ ห้อง 915 หอ The Residence เปิดเข้าไปได้เลยมันไม่เคยล็อคห้อง “ แทนพูดแล้วเปิดกระเป๋าผมหยิบกุญแจห้องและคีย์การ์ดส่งให้ปริม




“ ได้เลยแทน ไม่ต้องเป็นห่วง โซ่มาช่วยแทนแบกฟื้นไปที่รถหน่อย “ ปริมยิ้มให้แทนแล้วหันไปเรียกโซ่ให้มาช่วยพยุง












ผมรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนโดนแอร์เย็นๆเป่าเข้าตรงหน้า ผมพยายามลืมตามองไปรอบๆ เห็นว่าตอนนี้ผมกำลังนั่งอยู่บนรถ หันไปทางคนขับเห็นไอ้โซ่ กำลังขับรถอยู่




“ รู้สึกตัวแล้วเหรอฟื้น “ ผมได้ยินเสียงทักมาจากด้านหลัง จึงหันไปมอง เป็นเสียงปริมนั่นเอง




“ อื้อออ ปริม ฟื้นร้อนหน้าอกอ่ะ สงสัยจะดื่มเยอะไปหน่อย “ ผมพูดพลางยกมือลูบหน้าอกตลอดเวลา มันร้อนมากครับ ร้อนจนอยู่เฉยๆไม่ได้ ผมพลิกตัวไปมาพลางลูบหน้าอกแรงขึ้น




“  ฟื้น ไหวเปล่า ดื่มน้ำก่อนมั้ย “ ปริมพูด แล้วเปิดขวดน้ำส่งมาให้ผม ผมรับมาแล้วดื่มอย่างช้าๆ แต่มันก็ไม่ได้ช่วยทุเลาอาการได้มากนัก




“ ดีขึ้นมั้ย “ ปริมถาม ผมส่ายหน้า




“ ไปหาหมอมั้ย “ ปริมเสนอ




“ ไม่เป็นไรปริม เดี๋ยวมันก็หายเอง ฟื้นเป็นบ่อยเวลาดื่มเยอะ “ ผมบอกเธอไป




“ เหรอ แน่ใจนะว่าไม่เป็นอะไร “ เธอถามย้ำด้วยความเป็นห่วง




 “ ครับ “ ผมทำได้แค่เอามือลูบหน้าอกแรงๆวนๆไปเรื่อยๆ




จนไอ้โซ่ขับมาถึงหอผม ปริมและโซ่ช่วยพยุงผมแบกขึ้นไปส่งยังห้องนอน
หลังจากถึงห้อง ผมทิ้งตัวลงบนเตียงแล้วหลับไปเลย




















“ Rrrrrrrrrr   Rrrrrrrrrr “




เสียงนาฬิกาปลุกให้ผมตื่นจากภวังค์




ผมงัวเงียหรี่ตาพยายามปรับให้เข้ากับแสงของดวงอาทิตย์ที่สาดเข้ามาในห้อง
หยิบมือถือขึ้นมาดูเวลา




12.35 น.




“ เชี่ยยยยยย “ ผมสบถกับตัวเองเสียงดัง เพราะผมสายแล้ว ผมมีเรียนบ่ายโมงตรง แถมเป็นวิชาที่เช็คชื่ออีก รู้ตัวดังนั้นผมจึงรีบเด้งตัวขึ้นแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำทันที











13.10 น.




ผมทิ้งตัวนั่งลงหอบแฮกเป็นหมาหอบแดดข้างไอ้แทน เพราะวิ่งมาตั้งแต่หอจนถึงห้องเรียนเพื่อให้ทันอาจารย์เช็คชื่อ และโชคยังเข้าข้างผมที่ตอนนี้เลยเวลาเรียนมาสิบกว่านาทีแล้วแต่อาจารย์ยังไม่มา




“ ตื่นสายเหรอมึง เมื่อคืนหนักไปหน่อยใช่ไหม “ แทนถามผมทันทีที่ผมหย่อนตัวลงบนเก้าอี้ข้างๆมัน พลางเลื่อนซองยาแก้แฮงค์และขวดน้ำเปล่ามาตรงหน้าผม




“ ขอบคุณมึง เออดิ แม่ง เกือบไปแล้วมั้ยอ่ะ “ ผมรับยาแก้แฮงค์มาแกะกิน แล้วบ่น




“ ก็มึงอยากดื่มเยอะเอง ช่วยไม่ได้ “ มันหันมามองผมยิ้มๆ




“ ก็จริงว่ะ เมื่อคืนกูร้อนหน้าอกทั้งคืนเลย แล้วไอ้กันต์กับไอ้แทนยังไม่มาเหรอวะ “ ผมพูดแล้วเอามือลูบๆบริเวณอก ที่ตอนนี้อาการร้อนวูบวาบจากการดื่มแอลกอฮอล์เมื่อคืนได้หายไปแล้ว




“ ไม่มา ตายคู่ “ แทนตอบส่ายหัวหันมามองผม แล้วอยู่ๆมันก็ขมวดคิ้ว




“ ฟื้น วันนี้มึงไม่ใส่สร้อยคอมาเหรอวะ “ มันถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ




“ หืม กูเคยถอดที่ไหน “ ผมพูดโดยสัญชาตญาณแล้วจึงค่อยก้มลงไปมองคอตัวเอง





“ เฮ้ย สร้อยกูหายไปไหนวะ “ ผมอุทานขึ้น !!!!!












เทพีเพ็ญแสง

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด