...Found You...ขอบคุณที่เข้ามาอยู่ในชีวิตกัน ((ตอนที่ 3 :: 7/6/63 ))
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ...Found You...ขอบคุณที่เข้ามาอยู่ในชีวิตกัน ((ตอนที่ 3 :: 7/6/63 ))  (อ่าน 98 ครั้ง)

ออฟไลน์ aprilfullday

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 4
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฎ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฎข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฎข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

*****************************************************************************************




Found You

'ขอบคุณนะที่เข้ามาอยู่ในชีวิตกัน'




Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-06-2020 16:30:47 โดย aprilfullday »

ออฟไลน์ aprilfullday

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 4
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
1) I'm Okay // I know you're not





[ GROUP ]

(โอม) กูอยากแดกเหล้าใครจะไปเป็นเพื่อนกูบ้าง

(ฮิม)  แดกอีกแล้วเชี่ย ให้ตับกูได้พักบ้างครับ ว่าแต่ที่ไหนอะ

สัดฮิม


(โอม) ร้านเดิม มีโปร

กูมางานวันเกิดลุง

(ฮิม)  จบเลยครับ จบเลยเชี่ยพิทไม่ว่าง

(โอม) ลุงมึงจะไม่เลิกรางานเลี้ยงเลยไง มาดิมา กูแซ๊ดดดดด

(ฮิม)  เศร้าแซ๊ดห่าไรของมึงอีก

กูไม่ไปนะ

[ GROUP ]


ผมพิมพ์ปิดการต่อประโยค แล้วเลือกจะปิดเสียงและการแจ้งเตือนต่างๆ ไม่งั้นเดี๋ยวเพื่อนคงได้ตื๊อให้ผมไปอีกแน่ๆ เพราะเอาจริงๆตอนนี้ที่นั่งอยู่ก็ไม่ต่างจากร้านเหล้าเท่าไหร่ พ่อผมมางานวันเกิดเพื่อนสนิทซึ่งเราจะมากันแบบนี้ทุกปีสนิทกันตั้งแต่รุ่นพ่อยันรุ่นลูก ซึ่งบ้านก็อยู่ถัดกันไปไม่กี่หลังเลยไม่ต้องเดินทางไกลเท่าไหร่

“นั่งคิดไรวะ” เนย ลูกสาวคนเล็กของบ้านลุงบรรเพื่อนสนิทพ่อผม เดินมาตบบ่าผมพร้อมกับแก้วเหล้าในมือ ถ้าไม่เคยเห็นมันมีแฟนเป็นผู้ชาย ผมคงคิดว่ามันเป็นทอมเพราะการทำตัวห้าวไม่สมหน้าตามัน

“พวกไอ้ฮิมชวนไปแดกเหล้า” เนยเบะปาก ก่อนจะเอาแก้วมาชนกับแก้วของผมที่ตั้งวางไว้บนโต๊ะ

“แฮปปี้เบิดเดย์จ๊ะ” คำพูดติดปากที่เราชอบพูดเวลาชนแก้วกัน

“แฮปพ่อมึงซิ” เนยชูนิ้วกลางส่งให้ผม

“แฮปแล้ว” ก็นึกว่าจะอ้าปากด่าตอบ

“เหล้าหมดยัง” พี่เนส พี่ชายไอ้เนยตะโกนมา

“หมดแล้วววว พี่เนสเอาโทรศัพท์มาให้ด้วย ชาร์จอยู่ตรงนั้นแหละ” มันว่าก่อนจะเทเหล้าที่เหลือก้นขวดใส่แก้วแล้วยกกินแบบเพียวๆ เนยเป็นผู้หญิงที่ชอบกินเหล้าแต่ไม่ชอบอาการหลังเมา มันลดความอ้วน งดของหวาน งดน้ำตาล งดแป้ง งดของมันๆอร่อยๆได้ แต่เสือกงดเหล้าไม่ได้

“ใจเย็น แดกข้าวยังมึงอะ” เนยพยักหน้า

“พี่เพชรไม่มาอ่อ คิดถึงงงง” มันทำหน้างุ้ยใส่ผม

“เฮียกลัวเสียตัว” ผมว่าขำๆ

“แหมมม กลัวเสียตัวแต่ไม่กลัวกูเสียใจ นี่เจ็บไปหมดแล้วเนี่ยหัวใจ ไม่รับรักกูสักที” เนยชอบพี่ผม ชอบแบบจริงจัง พยายามหยอด แกล้ง เคยแบบบอกจริงจังก็แล้ว แต่ก็ได้แค่นั้น พี่ผมมันไม่อยากทำลายความสัมพันธ์ที่ดีของพวกเรา มันอยากให้เราสี่คนรักกันแบบนี้ไปเรื่อยๆอยู่ดูแลกันในฐานะแบบนี้ไปเหมือนรุ่นพ่อรุ่นแม่ของเรา

“ทำไมไม่โทรมาวะ” ไอ้เนยบ่นทันทีที่รับโทรศัพท์มาจากพี่เนส

“รอโทรศัพท์ใคร อันดา?” เนยพยักหน้า

“ใครวะพี่” ผมถามพี่เนส

“เพื่อนสนิทมัน” ไม่ทันไรก็มีคนโทรเข้า

“เชี่ยกี้ ว่าๆ” มันหันมาบอกผมกับพี่เนสก่อนจะรับโทรศัพท์

“ไปกับใคร เออๆ เดี๋ยวรอพ่อกูเป่าเค้กก่อนค่อยไปรับมัน เป็นเหี้ยไรไม่พูดหรอก ชอบเก็บไว้คนเดียว เออๆ” ไอ้เนยวางโทรศัพท์ด้วยความหงุดหงิด พี่เนสยื่นแก้วเหล้าให้มันแต่มันก็โบกมือขอบาย

“ไม่อ่ะ พอละ เดี๋ยวจะไปรับไอ้อันดา มันไปเมาอยู่ร้าน......คนเดียว นอยห่าอะไรไม่เลิกสักที” ผมฟังแล้วสะดุดที่ชื่อร้าน เพราะมันคือร้านเดียวกับที่เพื่อนผมไป

“กูก็นึกว่าพวกมึงทะเลาะกัน ไม่เห็นอันดาเกือบสองอาทิตย์แล้ว” ไอ้เนยส่ายหน้า

“จะว่าอกหักมันก็ยังไม่ได้คบใครเลยนะ หรือว่ามันแอบคบแล้วเนยไม่รู้วะ” ผมกับพี่เนสมองหน้ากันแล้วได้แต่ขำที่มันยังทำหน้าสงสัยหัวฟัดหัวเหวี่ยงให้เพื่อนมัน


[ GROUP ]
(โอม)  กูถึงร้านแล้วใครจะมาก็มา ไม่มาก็ต้องมา

(ฮิม)   เชี่ยไรของมึง อีกสิบนาทีกูถึง

[ GROUP ]




“เนย เพื่อนกูอยู่ร้านเดียวกับเพื่อนมึง ส่งรูปมาให้หน่อย เดี๋ยวให้มันดูไว้ให้” ไอ้เนยพยักหน้ารีบส่งรูปเพื่อนมันเข้ามาในไลน์ผมเร็วไว แล้วดูเมื่อกี้ใครบอกจะไม่กินเหล้า ตอนนี้แก้วที่พี่มันรินเหลือแต่น้ำแข็งแล้ว

“นี่ เพื่อนมึงหรอเนย” ผมมองหน้าคนในรูปที่ดูคุ้นตา

“เพื่อนพ่อกูมั้ง โอ๊ยยยย เจ็บนะพี่เนส”

“ชื่ออันดาใช่มั้ย”



[ GROUP ]

(โอม) พวกมึงต้องไม่เชื่อแน่ๆว่ากูเจอใครที่นี่

[ GROUP ]



ผมมองประโยคที่ไอ้โอมทักมาในแชท ก่อนจะนึกถึงหน้าของคนที่เพิ่งเห็นรูปเมื่อครู่

ใช่ ผมเคยเห็นเพื่อนของเนย แต่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเขาชื่ออันดา

รู้แค่ว่า เขาเป็น…



[ GROUP ]

(โอม)  กิ๊กหนุ่มอาจารย์เว                                                 

(ฮิม) โลกมันช่างกลมจริงๆ

เขาเป็นเพื่อนของเพื่อนกู
ชื่ออันดา
ฝากดูเขาแปปนึง เดี๋ยวกูไป

(ฮิม) เชคโด้วววววว พี่พิทมาเหนือว่ะ เพื่อนของเพื่อน

        อยู่ๆเป็นเพื่อนของเพื่อนเฉย                       

สัดฮิม
กูบอกว่าเพื่อนของเพื่อน
เพื่อนไอ้เนย

(โอม) สัด บังเอิญจริง รีบมาเอ่ยแจ้งแถลงไขให้ไว

[ GROUP ]






“อ้าว ไอ้เนยไปไหนแล้ว” ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์แปปเดียวหายไปแล้ว

“พวกลุงป้าน้าอามาไง” พี่เนสว่าพร้อมชี้ไปทางญาติกลุ่มใหญ่ที่เดินเข้ามา

“แล้วพี่ไม่ไปต้อนรับด้วยอะ”

“กูลูกผู้ชาย ไม่ต้องไปช่วยดูแลอะไรเยอะแยะหรอก” เออดีเว้ย ดูหน้าไอ้เนยรับแขกมาก เห็นแล้วขำ พ่อแม่อยากให้เป็นแม่ศรีเรือน ได้แม่ม้าดีดกะโหลกโลกสะเทือนแทน



[ GROUP ]

(ฮิม) รีบมานะมึง เพื่อนของเพื่อนมึงท่าจะเมาเอาเรื่องอยู่ เมื่อกี้มีคนไปนั่งด้วยยังไม่รู้ตัวเลย


[ GROUP ]




สายเรียกเข้า ...โอม...



“อืม”

‘อืมหน้า มึงจะมาเพราะอยากกินกับพวกกูมั้ยไม่รู้ แต่มึงรีบไปบอกให้เนยมารับเพื่อนมันด่วน เมาจนนั่งไม่อยู่แล้วเนี่ย’ ไอ้โอมแหกปากแข่งกับเสียงเพลง

‘เชี่ย มึงยืนดีดีดิวะ เหี้ยโอมมึงอย่าเพิ่งคุยได้มั้ยมาช่วยกูก่อน หน้าเขาจะจูบกับเป้ากูแล้วเนี่ย’ เสียงไอ้ฮิมลอดเข้ามา ผมรู้เลยว่าตรงนั้นคงจะทุกลักทุเลพอดู

“เออๆ เดี๋ยวกูไปเดี๋ยวนี้แหละ”

“นัดเพื่อนหรอวะ”

“คนชื่ออันดาเพื่อนไอ้เนยอะ” พี่เนสทำหน้าตกใจวางแก้วเหล้าลงรอฟัง

“อันดามันทำไม”

“เมาทิ้งตัวไปแล้ว” ผมมองไปทางไอ้เนยที่กำลังต้อนรับญาติผู้ใหญ่ที่เพิ่งมาถึง

“เดี๋ยวผมจะไปดูให้ก่อน ยังไงให้มันโทรหาผมเอานะพี่ ถ้าให้มันไปตอนนี้เดี๋ยวพ่อแม่พี่จะบ่น” พี่เนสพยักหน้า ก่อนจะหยิบการ์ดในกระเป๋าตังค์ให้ผม

“คีย์การ์ดสำรองคอนโด อันดามันเป็นเมทอยู่กับไอ้เนย ถ้าเมาขนาดนั้นพากลับห้องเลยก็ได้ กุญแจห้องก็ค้นๆเอาในกระเป๋ามันนั่นแหละ” ผมพยักหน้าแล้วหันไปมองไอ้เนยอีกรอบ ชั่งใจอยู่ว่าควรเดินไปบอกมันก่อนดีมั้ย ใจนึงก็กลัวมันจะออกไปด้วยแล้วมีปัญหากับพ่อแม่ อีกใจก็อยากให้มันไปด้วยเพราะจะให้ผมไปดูแลเพื่อนมันก็น่าจะไม่ใช่เรื่องเท่าไหร่

“ไปเหอะ ขืนมึงเดินไปบอกมันตอนนี้นะ มันได้ออกไปกับมึงแล้วแม่จะบ่นอีกว่าเห็นเพื่อนดีกว่าพ่อ อันดามันไม่ดื้อหรอก พามันกลับไปทิ้งไว้ที่ห้องแค่นั้นก็พอ” ผมคิดตามที่พี่เนสพูดแล้วก็เห็นด้วย ก่อนจะเดินไปบอกป๊ากับม๊าแล้วรีบออกจากบ้านงานอย่างเร็วไว เพราะโทรศัพท์ในมือมันสั่นเหลือเกิน




และแล้วผมก็มาถึงที่ ไม่ใช่ที่ร้านที่เพื่อนผมไป แต่เป็นหน้าคอนโด...ของผมเอง

จอดรถเข้าที่ลานจอดเสร็จก็อ่านข้อความที่มันส่งมาว่าจะรออยู่หน้าประตูทางเข้า ยังไม่ทันตอบอะไรสายตาก็เบนไปยังฟุตบาทต่างระดับก่อนไปประตูทางเข้าลอบบี้คอนโด ชายหนุ่มในชุดนักศึกษาสามคนกำลังนั่งพิงกัน และดูคนที่นั่งตรงกลางเหมือนจะเสียสมดุลไปอย่างสมบูรณ์แบบ ถ้าไม่มีคนข้างๆอีกสองคนคอยพยุงคงล้มตัวลงนอนกับพื้นปูนไปแล้ว

“เชี่ยโอม มึงโทรหาเชี่ยพิทดิถึงไหนแล้ว นานสัด แล้วนี่ก็นะมาคนเดียวก็แดกยัดห่าเลย เป็นเพื่อนกูจะตบโหลกให้” ผมได้ยินไอ้ฮิมบ่นเสียงดัง

“เออๆ อ่ะ นั่นไงมานั่นแล้ว” ไอ้โอมสังเกตเห็นผมแล้วรีบลุกขึ้นมาหาผม ไม่ได้สนใจคนที่เอนตัวล้มลงเลย เป็นไอ้ฮิมที่ต้องประคองตัวของคนที่ผมต้องมาดูแลไว้แทน

“กูบอกให้รอที่ร้าน” ไอ้โอมรีบเดินกลับไปช่วยไอ้ฮิมพยุงคนเมาหนัก ผมแตะคีย์การ์ดเปิดประตู กดลิฟท์นำทางพวกมันขึ้นห้อง

“รอที่ร้านห่าไร เพื่อนของเพื่อนมึงแหกปากอยากกลับอยากกลับจนคนเขามองพวกกูเป็นตาเดียว” ไอ้ฮิมพยักหน้าสมทบ ทันทีที่ผมเปิดประตูห้อง ไอ้โอมกับไอ้ฮิมก็รีบลากคนเมาไปนอนที่โซฟาทันที

“อะ” ไอ้โอมยื่นโทรศัพท์ที่สั่นจากสายเรียกเข้าไม่หยุด

“พี่เว....มึงคิดว่านี่คือ...แต่อาจารย์เขาแต่งงานแล้วนะ” ผมไม่อยากคิดว่าเพื่อนของเนยจะแอบนัดกับอาจารย์ หรือยังแอบคุยกันอยู่ทั้งที่อาจารย์แต่งงานแล้ว

“สัดพิท อย่าทำเป็นไม่รู้ จะรับหรือไม่รับ ตอนกูพามันขึ้นแท็กซี่มาคอนโดมึงอะ กูเห็นรถจารย์เลี้ยวเข้าร้านพอดี มันไม่เหมาะเจาะไปหน่อยหรอวะ”

“มึงคิดว่าเขานัดกัน?” ไอ้โอมกอดอกส่ายหน้าส่ายนิ้วทำท่าคูลใส่ผมเหมือนมันคิดอีกอย่างกับที่ผมพูด

“กูคิดว่าจารย์เวแม่งตื๊อเพื่อนของเพื่อนมึง...”

“อันดา เขาชื่ออันดา”

“เออนั่นแหละ เพราะอันดาอันดออะไรนี่อะที่มันอยากออกมาก็เพราะมันบอกว่าต้องไป ต้องกลับเพราะไม่งั้นเขาจะมา” ไอ้โอมหันหน้าเหล่ตามองคนเมาที่หลับอยู่บนโซฟาด้วยความสงสัย

“เออช่างเหอะ เราพอเรื่องเขาไว้แค่นี้ก่อน แต๊งพวกมึงมาก เดี๋ยวกูจะรอไอ้เน....อะไร” ผมหยุดพูดเพราะไอ้โอมเอานิ้วชี้มาปิดที่ริมฝีปากผมไว้

“จุ๊ๆๆ ไหนๆก็มาแล้ว ช่วยขนาดนี้เลี้ยงเหล้าพี่หน่อยซิจ๊ะคนดี” ตอนนี้กูเริ่มไม่อยากเป็นคนดีแล้วหละพอเห็นหน้าตากระแดะของมึงเนี่ยโอม





“ที่มึงบอกว่ามีเรื่องแซดนี่เรื่องอะไร” ฮิมถาม ปากว่าไปแต่มือก็ขยับรินเหล้าใส่แก้วของพวกเราสามคนก่อนจะชงด้วยโซดาน้ำเปล่าตามความชอบของแต่ละคน ผมที่จัดท่าทางคนเมาหลับปุ๋ยอยู่บนโซฟาเรียบร้อยแล้วก็นั่งลงสมทบกัน

“เรื่องเมย์” กูว่าแล้ว อีหรอบเดิม เก่งกับทุกคน ตายให้ผู้หญิงคนเดียว ไอ้โอมเป็นคนที่พิสูจน์ให้ผมเห็นว่าที่เขาว่ากันว่าความรักทำให้คนตาบอดเป็นเรื่องจริง

“มึงนี่ชื่อโอมหรือชื่อเอือมครับเพื่อน สมองนี่เอื่อยเฉื่อยโง่เง่าคิดไม่ทันผู้หญิงเขา...เจ็บเชี่ยโอม!” ไอ้โอมตบหัวไอ้ฮิม ก่อนที่มันจะลากยาวคำด่าแบบนันสต๊อป

“ทำไมอีก” ผมถาม ตายังมองคนเมาที่หลับอยู่บนโซฟาพลิกตัวไปมา

“กูเศร้า กูลืมเขาไม่ได้” ไอ้ฮิมเหมือนจะหงุดหงิดที่ไอ้โอมยังคงพูดถึงเมย์ไม่หยุด ไอ้ฮิมไม่เคยชอบเมย์ โอมกับเมย์เคยเป็นเพื่อนกันแล้วก็ขยับไปเป็นแฟนและตอนนี้ก็ลดสถานะกลับมาเป็นเพื่อน แต่นั่นคงเป็นความต้องการของฝ่ายหญิงแค่คนเดียว

เมย์ หญิงสาวคณะมนุษย์ศาสตร์ที่เป็นที่หมายปองของใครหลายๆคนที่เป็นหนุ่มฮอตของมหาวิทยาลัย เธอตัดสินใจคบกับไอ้โอมด้วยเหตุผลที่ผมและไอ้ฮิมคิดกันเอาเองว่าเธอว่างและไม่มีใคร โปรไฟล์ไอ้โอมเองก็ไม่ธรรมดาควงให้คนอิจฉาได้ แต่กับไอ้โอมมันคิดว่าเขารักมัน

สุดท้ายพอมีผู้ชายคนใหม่เข้ามาจีบเมย์ เธอก็พยายามหาข้ออ้างข้อเสียต่างๆนานา เริ่มต้นจากคำว่า


‘เราเหมาะเป็นเพื่อนกันมากกว่า’      เพราะโอมเป็นคนพูดจาโผงผางไม่ค่อยหวานคะขากับเธอ

‘เวลาของเราไม่ตรงกัน’      ก็เรียนคนละคณะ จะให้เวลาตรงกันตลอดก็ไม่ใช่ ยิ่งเธอมีคนใหม่ เวลาที่ให้ก็ยิ่งน้อยลง

‘โอมขี้หึงเกินไป’      จะไม่ให้หึงได้ยังไง ในเมื่อเพื่อนผมเห็นเธอจับโทรศัพท์ตลอดเวลา

‘ทำไมเอาแต่ใช้เวลากับเพื่อน’         และเพราะเหตุการณ์ทั้งหมด โอมเลยได้แต่เอามาปรับทุกข์กับพวกผมจนกลายเป็นประโยคนี้นั่นแหละ




“มันอาจต้องใช้เวลา” ผมถอนหายใจ


“กูคิดถึงเขา ทำไมเขาไม่คิดถึงกูบ้าง คบกันมาเป็นปีความรักที่ให้ไปมันไม่มีค่าเลยหรอไงวะ!” ไอ้โอมหัวเสีย


“ไม่เคยได้ยินไง เวลาไม่ได้ทำให้รักกันมากขึ้น แต่เวลาทำให้รู้ว่ารักกันรึเปล่าต่างหาก ไอ้เอือมมมมม” ไอ้ฮิมที่เดินกลับมาพร้อมเหล้าขวดที่สองนั่งลงแล้วหันไปพูดใส่หน้าไอ้โอม ผมปล่อยให้ไอ้สองคนนั้นนั่งเถียงกันไป แล้วเดินเข้าไปหยิบผ้าห่มให้คนเมาที่นอนขดตัวอยู่บนโซฟา




เฮ้อ...โลกแม่งกลมชิบหาย




“เขาไม่รักมึงแล้วไอ้ห่าโอม รำคาญ ถ้ายังพร่ำเพ้อไม่หยุดก็ปัดตูดกลับบ้านมึงไปเลย เสียรมณ์แดกเหล้าว่ะ” ท่าทางไอ้ฮิมจะรำคาญเต็มที่แล้ว

“เนี่ยแหละชีวิต..” เสียงพึมพำของคนเมาที่หลับอยู่ คล้ายๆจะละเมอ


หลับแน่เปล่าวะ



ผมก้มหน้าลงไปมองใกล้ๆแล้วก็ต้องตกใจกับลูกตาเชื่อมๆที่ลืมตาขึ้นมามอง


“มีคนบอกไว้ ถ้าลืมไม่ได้ว่ารักเขา ก็จำให้ได้ว่าเขาไม่ได้รัก” พูดจบก็ร้องไห้ออกมา สมกับที่ไอ้เนยเป็นห่วงนักเป็นห่วงหนาจริงๆ

วันนี้ผมถอนหายใจไปกี่รอบแล้ววะ ไม่ชอบเลยจริงๆนะกับความรู้สึกแบบนี้ ที่ต้องมารับรู้ความเสียใจของใครสักคนแต่เราช่วยอะไรเขาไม่ได้

“นอนเหอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เนยมารับ” อดไม่ได้ที่จะเช็ดน้ำตาให้ เขาพยักหน้าแล้วขดตัวในผ้าห่มที่ผมห่มให้ พิจารณาดูจากหน้าตาแล้วเข้าขั้นดูดีมากเลยหล่ะ ทำเอาใครหลายๆคนในคณะผมเหลียวหลังเลย ดูฐานะก็ไม่น่าจะด้อยไปกว่าไอ้เนยเท่าไหร่ ข้าวของเครื่องใช้ที่ติดตัวก็ดูมีราคา มันทำให้ผมสงสัยเหลือเกินว่าเหตุผลอะไรถึงทำให้คนตรงหน้ากับอาจารย์ไม่ได้ไปต่อ

ผมไม่เคยรู้จักเขา เราไม่เคยคุยกัน แต่ผมเห็นเขากับอาจารย์เวย์ไปมาหาสู่กันมาตลอดหลายเดือนแล้วอยู่ๆอาจารย์เวย์ก็ประกาศแต่งงาน ตอนนั้นผมยังสงสัยว่าอาจารย์เวย์ไม่ได้เป็นเกย์หรอกเหรอ แต่เหนือสิ่งอื่นใด  สิ่งที่ผมเห็นมาตลอดหลายเดือนก็พิสูจน์ให้ผมเห็นแล้วว่าสิ่งที่ผมได้ยินไอ้ฮิมพูดมาเป็นความจริง


‘เวลาไม่ได้ทำให้เรารักกันมากขึ้น...แต่เวลาทำให้รู้ว่าเรารักกันรึเปล่า’


ซึ่งจากที่เห็นคงมีแค่คนตรงหน้าที่ดูรักเขาคนนั้นมากกว่าแค่ฝ่ายเดียว





------------------------------------------------------------------------------------------







« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-06-2020 22:56:11 โดย aprilfullday »

ออฟไลน์ aprilfullday

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 4
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
2) It's really nice to meet you // Yeah, same here








“เอาโจ๊ก 3 ถุงครับ ใส่ทุกอย่าง 2 ถุง อีก 1 ถุงใส่แค่หมู่ไข่ไม่ผัก” ป้าเจ้าของร้านส่งยิ้มให้ผม ร้านนี้เป็นร้านโจ๊กที่อยู่ใกล้ๆกับคอนโด และเป็นร้านโจ๊กเจ้าประจำของผมหลังจากคืนหลังดื่ม

“ใส่ใจเก่ง จำเก่ง เพื่อนรักอันดับหนึ่ง” ผมหันไปมองตามเสียงพูด แล้วก็เห็นเนยยืนอยู่ในชุดนักศึกษาเต็มยศพร้อมกระเป๋าใบโตที่ถือมา

“มีเรียนหรอ” เนยพยักหน้าเป็นการตอบ

“แต่หิวมาก เอาหมี่กรอบเพิ่ม 50 ด้วยนะคะ” นี่แหละครับเนย เรื่องกินเรื่องใหญ่

“เพื่อนมึงน่าจะไปเรียนไม่ไหว ยังไม่ฟื้นเลย” ผมหันไปบอกเนยที่ทันทีที่เดินเข้ามาในลิฟท์ก็พิงตัวเหมือนหมดเรี่ยวแรง สงสัยจะแฮงค์จากเมื่อคืนเหมือนกัน ผมไลน์ไปบอกมันเรื่องอันดาตั้งแต่เมื่อคืนตอบมาอีกทีก็เมื่อหกโมงเช้า

“อย่าว่าแต่มันไปไม่ไหวเลย กูเองก็จะตายค่ะ” เนยว่าพลางนวดหัวตัวเองไปด้วย

“นี่ไม่ได้มารับเพื่อนแต่กะจะมานอนกับเพื่อนแน่ๆ” ไอ้เนยชี้นิ้วว่าที่ผมพูดเป็นคำตอบที่ถูกต้อง

“แต่ก่อนกูจะนอน มึงต้องเล่าให้กูฟังก่อนว่าเมื่อคืนมีอะไรเกิดขึ้นกับอีอันดา” มันลุกขึ้นมายืนเท้าเอวยักคิ้วใส่ผม เดี๋ยวก่อน ไอ้คนหมดเรี่ยวแรงเมื่อกี้มันหายไปไหนแล้ววะ









 “สั่งมาทำไมตั้ง 50 ปกติกิน 20 บาทก็จะไม่หมดอยู่แล้ว” ผมบ่นให้เนยที่เปิดถุงหมี่กรอบออกแล้วเทเพียง 1/3 ของถุง ถ้าจะกินแค่นั้นจะสั่งมาทำไมตั้งเยอะ

“อันดามันก็ชอบ” อ่อสั่งเผื่อเพื่อนนี่เอง ไม่รู้กลัวเพื่อนแย่งกินหมดหรือกลัวตัวเองกินหมดจนเพื่อนไม่ได้กิน

“แล้วไม่ชอบผักเหมือนกันด้วยมั้ย” เนยส่ายหน้า

“รายนั้นแดกผักเก่งเหมือนมึงเลยค่ะ แดกทุกอย่าง ไม่มีอะไรที่ไม่ชอบ มีแค่กินกับไม่กิน” ก็ยังดีอย่างน้อยโจ๊กที่ซื้อมาก็น่าจะไม่ทำให้เขาไม่ชอบ แต่ต้องมาลุ้นกันว่าเขาจะกินหรือไม่กินแค่นั้นเอง

“เพื่อนมึงอกหัก” ผมเริ่มต้นบทสนทนาทันที ไม่ปล่อยให้เสียเวลาไปมากกว่านี้ เพราะเงยหน้ามองนาฬิกาแล้วถ้าปล่อยให้สายกว่านี้เพื่อนมันคงตื่นมาก่อนที่จะได้เล่าให้ไอ้เนยฟัง

“กูว่าแล้ววววว ละเมื่อคืนมันพึมพำบ่นๆอะไรบ้างปะ เวลามันเมาแล้วชอบเพ้อ เผื่อมันหลุด” เชื่อแล้วว่าเป็นเพื่อนสนิทกันจริง รู้กระทั่งนิสัยตอนเมา

“มึงรู้จักคนชื่อเวไตย์มั้ย” เนยทำหน้านึก

“ไม่แน่ใจนะกูไม่รู่ชื่อจริงคนเท่าไหร่ เวเนี่ยมีเวเดียวที่กูรู้จักคือพี่เวแฟนญาติของอันดามัน แต่ถ้าไม่ใช่ก็โนบอดี้ละค่ะ” ไอ้เนยว่า ผมเลยเลือกที่จะเปิดรูปให้มันดูเพื่อความมั่นใจ

“คนนี้รึเปล่า” มันพยักหน้า

“ใช่ๆ เพิ่งแต่งงานด้วยนะ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเอง ทำไมอะ มึงรู้จักได้ไง”

“เขาเป็นอาจารย์คณะกู เขากับ...” ผมกำลังจะตอบแต่เหมือนไอ้เนยจะคิดได้ก่อน มันวางช้อนแล้วรีบยกน้ำขึ้นดื่ม ทำหน้าเหมือนมีอะไรติดคอ

“อย่าบอกนะว่า...” พูดไม่ทันจบเนยก็แทรกขึ้นมาก่อน ผมพยักหน้า

“เหี้ยยยยย” ไอ้เนยสบถเสียงดัง ดังมากจนกระทั่ง

“อืม เหี้ยจริงแหละ” ประโยคนี้ไม่ใช่ของผม แต่เป็นของบุคคลที่นอนหลับอยู่ในห้องผม เจ้าตัวเดินสะลึมสะลือมาหยิบน้ำรินลงแก้วเนยแล้วยกขึ้นดื่ม ผมมองคนที่ทำตัวตามสบายเหมือนอยู่ในห้องตัวเอง แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร

“โทษที หิวน้ำ” เขาหันมาบอกผม

“อีอันดา อีดอกอันดา อีเหี้ยอันด...” อันดายกมือขึ้นห้ามปากเนยไว้

“พอก่อน กูปวดหัว” ไม่ได้ปวดหรอก ดูจากอาการแล้วน่าจะหนักหัวมากกว่า ผมเดินไปหยิบเบียร์กระป๋องจากตู้เย็น ก่อนเปิดฝาเรียบร้อยแล้วยื่นให้เขา

“อะ กินให้หมด เดี๋ยวก็จะดีขึ้น” เขามองหน้าผมสลับกับมองกระป๋องเบียร์

“เบียร์เนี่ยนะ” เนยหันมองมองผมด้วยสายตาที่แบบว่าเอาจริงดิ

“ถอนไง ไม่รู้จักหรอ” เขามองหน้าผมก่อนจะยกเบียร์กระป๋องขึ้นกระดกตามที่บอก ไม่รู้นะว่าคนอื่นเป็นมั้ย แต่ถ้าผมแฮงค์แล้วแบบหนักๆหัวเมื่อไหร่ เช้ามาก็ต้องถอนด้วยเบียร์กระป๋องเย็นๆนี่แหละ หัวเบาเลย

“อีอันดา ตกลงเรื่องพี่เวว่าไง เรื่องจริงหรอที่มึงกับพี่เว...” เขามองมาทางผมที มองไปทางเนยที เขาวางกระป๋องเบียร์ลงสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะค่อยๆผ่อนลมหายใจออก แล้วเริ่มตอบคำถามของเนย

“กูเคยคบกับพี่เวจริง แต่เราเลิกกันแล้ว เลิกกันก่อนที่เขาจะแต่งกับเพลงสักพัก” คนถูกซักตอบแบบไม่มองหน้าผมกับเนย เจ้าตัวนั่งจ้องกระป๋องเบียร์แล้วยกขึ้นดื่มอีกที

“เดี๋ยวนะ ก่อนจะแต่งกับพี่เพลง ไม่ได้หมายความว่าก่อนจะคบกับพี่เพลง...ใช่มั้ย” เนยสงสัยในสิ่งเดียวกับที่ผมกำลังสงสัย

“แต่กูคบกับเขาก่อนที่เขาจะคบกับเพลงนะ” เจ้าตัวยืนยันเสียงหนักแน่น

“คบก่อนหรือไม่กูไม่รู้ แต่ที่รู้คือก่อนเขาแต่งงานมึงยังคบซ้อนอยู่ใช่มั้ย” เนยเริ่มหงุดหงิด ผมเข้าใจมันนะ มันคงอยากได้ความมั่นใจว่าเพื่อนมัน มันคงไม่อยากได้ยินว่าเพื่อนมันไปเป็นมือที่สามในความสัมพันธ์แบบนั้น  เพราะในใจลึกๆผมรู้ว่าเนยมันก็เชื่อในตัวเพื่อนมันคนนี้

คนถูกถามหายใจเข้าลึกก่อนตอบออกมา

“กูเลิกกับเขาก่อนที่เขาจะคบกับเพลง พอเขาตัดสินใจว่าเลือกเพลงกูก็ขอให้เราเป็นแค่พี่น้อง แต่แบบก็ยังไปมาหาสู่กันอยู่ กินข้าวกันบ้างแค่นั้น”

“ตอแหล” เนยด่าเพื่อนตัวเองแต่ก็ยิ้มกับคำตอบที่มันคาดหวัง คนถูกด่าทำปากยื่นๆน่าหยิก ทั้งๆที่เรื่องที่คุยก็ดูซีเรียสอยู่ ก่อนจะยกเบียร์กระป๋องขึ้นดื่มอีก

“จริงๆ มีแค่นัดเจอกันบ้างตามประสาพี่น้องถามเรื่องเพลงบ้าง คุยสัพเพเหระ แล้วอีกอย่างกูขอบอกไว้เลยว่ากูไม่เคยมีอะไรกับพี่เว” คนถูกด่ายังคงยืนยันเสียงหนักแน่นอีกครั้ง

“จริงอะ แต่ผมเห็นคุณคั่วกับอาจารย์หลายเดือนอยู่นา” อดเสือกไม่ได้

“ไม่ได้คั่ว คบกันไม่ได้หมายถึงว่าต้องเอากันปะคุณ แล้วที่เจอบ่อยๆก็คือ กินข้าว ดูหนังปกติ คุณอย่าเอาตัวเองเป็นบรรทัดฐานในการวัดค่าของคนอื่นซิ” มาทำตาดุใส่กันอีก

“แล้วตอนนี้อะ เลิกขาดหรือไง หรือมีเยื่อใยตัดไม่ขาด เขาแต่งงานแล้วนะ มึงต้องเลิกยุ่งกับเขาเลยแบบไปกินข้าวกสองคนก็ห้าม ถ้าเขามาปรึกษาอะไรก็เลี่ยงไปเลย ไม่ติดต่อกันเลยดีที่สุด แต่ที่สงสัยเลยนะ มึงปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไงวะอันดา ทำไมไม่บอกกู” เนยว่าจริงจัง

“เลิกแล้วไง ไม่ได้คุยกันนานแล้วก่อนเขาแต่งงานอีกก็เป็นเดือนอยู่” อันนี้ท่าจะจริงเพราะผมไม่เห็นเขา ก่อนที่อาจารย์จะแต่งงงานเกือบเดือนจนพวกผมคิดว่าอาจารย์เลิกกับกิ๊กหนุ่มไปแล้ว

“แปป เชี่ยกี้โทรมา ว่า” เนยเดินไปคุยโทรศัพท์ตรงระเบียง เหลือแค่ผมกับเพื่อนของเนยที่นั่งเงียบๆ

“ไม่ได้ตั้งใจเล่าให้เนยฟัง แต่ก็รู้ใช่มั้ยว่าเนยเป็นคนยังไง” ผมเกริ่นบอกคนที่ยกเบียร์ดื่ม เขาแค่พยักหน้าแล้วยิ้มให้

“เล่าแหละดีแล้ว เราไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงเหมือนกัน ต้องขอบคุณที่เกริ่นนำให้ก่อนด้วยซ้ำ” เขาขำเหมือนมันเป็นเรื่องตลก ทั้งๆที่เมื่อคืนเขาดูเศร้ามากด้วยซ้ำกับเรื่องนี้

“ซื้อโจ๊กมาให้ ถ้าสร่างแล้วก็ไปอาบน้ำแล้วค่อยมากิน หลังดื่มหนักถ้าได้กินอะไรร้อนๆจะรู้สึกดีขึ้น” ผมว่าพลางดันถุงโจ๊กไปข้างหน้าของคนที่กำลังจิบเบียร์ เขามองถุงโจ๊กสลับกับมองหน้าผม

“ขอบคุณ” อือ เวลามองใกล้ๆยิ่งดูดี ไม่แปลกใจเลยทำไมเวลาเดินไปที่คณะถึงได้ดึงดูดสายตาทุกคนได้

“แล้วก็ขอบคุณเรื่องเมื่อคืนด้วย” จะให้บอกว่าไงดี อยู่ๆก็อยากยิ้มออกมาเมื่อเห็นท่าทางของคนตรงหน้า ตลกดี เหมือนจะเขินๆที่จะขอบคุณแต่ก็อยากจะขอบคุณ นึกออกมั้ย คนไม่ได้สนิทกันแต่ดันมาบังเอิญรู้เรื่องในเรื่องที่แม้แต่เพื่อนสนิทเขาก็ไม่รู้

“เฮ้ยมึง รีบไปอาบน้ำไป เชี่ยกี้บอกอาจารย์เลื่อนเป็นสิบเอ็ดโมง”

“วันนี้กูลาได้ปะ จะกลับบ้าน” เนยมองเพื่อนแบบมีเลศนัย

“กลับบ้านจริงๆ แม่กูด่าแล้ว อีกอย่างอยากนอนให้เต็มที่ด้วย ร่างเปลี้ยมาก” เนยพยักหน้าเออออไป

“พิท มึงไปส่งอันดาหน่อยนะ บ้านมันอยู่ใกล้ม.มึง” ผมพยักหน้ารับ เนยส่ง แต่เหมือนคนถูกฝากเหมือนจะไม่เข้าใจ

“ไม่ไว้ใจกู?” คนถามทำหน้าปากยื่นใส่เพื่อนอีกรอบ เอาจริงๆเห็นแล้วอยากดึงปากทิ้งมาก หมันเขี้ยว

“เปล่า แต่ให้เพื่อนกูไปส่งก็ดีกว่านั่งแท็กซี่มั้ยล่ะ อย่าเรื่องมาก กูไปละ แล้วชุดนี่เอาไปด้วยขี้เกียจแบกกลับ” คนถูกบ่นทำปากมุบมิบพูดตามเพื่อนก่อนจะถูกหยิกแก้ม

“ล้อเลียนกู จะต้องโดนนนนนน” หยอกกันเสร็จเนยก็บอกลาฝากฝังเพื่อนกับผมแล้วออกไป เหลือเราแค่สองคนเหมือนเดิม

“คือ...”

“เข้าไปอาบน้ำให้สบายตัวก่อน ผ้าขนหนูกับชุดหยิบเอาในตู้ได้เลย คิดว่าใส่ตัวไหนได้ก็หยิบเอา แล้วออกมากินโจ๊ก เรียบร้อยแล้วเดี๋ยวจะไปส่งบ้าน” เขายังคงมองผม มองอะไรนักหนา ถ้าสายตานั้นเป็นไฟป่านนี้ตัวผมคงไหม้เป็นจุนไปแล้ว

“มึง...พิทใช่ปะ” อ้าวก็นึกว่ารู้ชื่อกันแล้ว ไอ้เนยเรียกอยู่ปาวๆ

“อือ”

“มิน่าเนยถึงหวงนักหนา” หวงหรอ?

“ผมอะนะ” ตลกมันจะมาหวงอะไร

“ผมว่ะ พูดโคตรเพราะอ่ะ โอเคเอางี้ มาแนะนำตัวกันเป็นทางการ กูชื่ออันดา เป็นคนง่ายๆสบายๆ เพราะฉะนั้นไม่ต้องสุภาพมากก็ได้”

“ชื่อพิท ที่เรียกตัวเองว่าผม ไม่ได้เพราะเป็นคนสุภาพ แต่แค่ไม่ใช่คนหยาบคายที่เจอใครครั้งแรกก็จะกูเลย”

“กวนตีน” ก็ไม่รู้ทำไม แต่หน้าตาเขามันน่าแหย่ให้โกรธดีจริง

“เป็นเพื่อนกันแล้วเนอะ” ผมทึกทักเอาเองแต่เขาก็พยักหน้า แล้วเดินจากไปทำธุระส่วนตัว

แปลกนะที่คนเราจะรู้สึกสนิทกันได้ง่ายๆเพียงเพราะแค่เราเปิดใจในเรื่องส่วนตัวให้กันโดยบังเอิญ อาจจะเป็นเพราะผมเป็นเพื่อนของเนย และอาจจะเป็นเพราะเขาเป็นเพื่อนของเนยเหมือนกัน ผมเลยมั่นใจว่าเขาน่าจะเป็นเพื่อนที่ดี









“หอม” ทันทีที่เดินออกมาเขาก็ทำจมูกฟุดฟิดเหมือนน้องหมาได้กลิ่นของอร่อยงั้นแหละ เจ้าตัวมาในชุดเสื้อยืดสีดำของผมกับกางเกงนักศึกษาของเขาเมื่อวานนี้

“เสื้อนี่ไม่หวงนะ ไม่ได้หยิบตัวเก่งมาใช่ปะ” เขาถาม พร้อมเดินมารับถ้วยโจ๊กที่ผมส่งให้

“ที่จริงกางเกงขาสั้นขายาวหัวยืดก็มีนะ” ผมบอกเพราะไม่อยากให้เขาใส่เสื้อผ้าซ้ำกลัวไม่สบายตัว

“ไม่เหม็นหรอกน่า หรือรังเกียจ? ไม่อยากให้นั่งเบาะรถอ่อ กูนั่งแท็กซี่กลับได้นะ” ว่าแต่ผมกวนตีน ตัวเองก็เก่งที่หนึ่งล่ะ นี่เพิ่งรู้จักกันแน่เปล่าวะ

“ไม่เป็นไร บนรถมีพลาสติกรองอยู่”

“ทำไมกวนตีนจังวะ” เดี๋ยว ใครกวนตีนใครก่อน ปากว่าตามองแต่มือนี่ตักโจ๊กเขากินใหญ่เลย

“สนิทกับเนยตั้งแต่ปีหนึ่งเลยหรอ” ทำความรู้จักกันสักหน่อย

“อือ มันจริงใจดี เข้ามาวันแรกก็ด่ากูแรดเลยแหละ” เออว่ะ สมเป็นไอ้เนย

“เนยมันเป็นเพื่อนที่ดี” ผมพยักหน้า อดยิ้มเห็นด้วยไม่ได้ จริงๆเนยเป็นเพื่อนที่ดี ดีมากๆ

“มึงก็เป็นเพื่อนที่ดีของเนยเหมือนกัน” ผมหรอ?

“ในกลุ่มเราจะเรียกมึงว่าพิทเพอร์เฟค ตลกปะ ทุกคนจะอิจฉาเนยหมดเพราะเนยชอบสาธยายความดีของมึงให้คนในกลุ่มฟัง จนกูอดสงสัยไม่ได้ว่าแบบ...มันมีคนที่ดีแบบนั้นจริงหรอวะ”

“ดียังไง มันเอาไปพูดว่าไง” ผมชงกาแฟไปนั่งที่โต๊ะฟังเขาที่กินไปด้วยพูดไปด้วยอย่างออกรสชาติ แล้วเริ่มทำท่าทางประกอบเหมือนประหนึ่งว่าตัวเองเป็นไอ้เนย

“พิทจำทุกอย่างที่กูชอบได้ พิทจำวันสำคัญของกูได้ พิทคือผู้ชายที่แค่มองตากูก็รู้ว่ารู้สึกยังไง พิทเป็นผู้ชายที่พวกมึงต้องอยากได้” เขาลากเสียงยาวคำสุดท้ายพร้อมทำท่าล้อเลียนเนยชี้นิ้วกวาดไปรอบโต๊ะ พอพูดจบก็ขำออกมา

“ขนาดนั้นเลย แต่กูกับเนยเป็นแค่เพื่อนกันนะ เราเป็นเหมือนครอบครัว” เขาพยักหน้า แล้วตักโจ๊กคำสุดท้ายเข้าปาก

“อือ กูรู้”

“แล้วมึงเป็นเพื่อนกับเนยตั้งแต่เด็กๆเลยปะ” ผมพยักหน้าไม่มองเขา มือนึงถือแก้วกาแฟ อีกมือไถโทรศัพท์ และไม่ทันจะไถได้ถึงครึ่งนาทีก็ถูกจับมือที่ถือโทรศัพท์ลงจนผมต้องเงยหน้ามองเขา

คนตรงหน้าทำตาใสแต่ปากคว่ำใส่ผมซะงั้น

“คุยกับกูก็มองหน้ากูด้วย นิสัยเหมือนไอ้เนยไม่ผิด ทำไมต้องให้บอกวะเรื่องแค่นี้ มารยาททางสังคมอะ” มารยาททางสังคมอะไร เอาดีๆ อยากให้คนสนใจก็บอก

“ถามอะไรอย่างได้มั้ย สงสัยมานาน” เขาชะงักทำหน้าหยุดคิดชั่งใจที่จะตอบ แต่ก็เลือกที่จะพยักหน้า

“ทำใจได้แล้วจริงๆหรอ เรื่องอาจารย์เวไตย์น่ะ” ถามเพราะสงสัยจริงๆ ทั้งที่เมื่อคืนเขาดูเสียใจมาก แต่ตอนนี้กลับเหมือนคนที่ไม่มีเรื่องอกหักมาก่อน

“บ้าหรอ ใครจะไปทำใจได้ไวขนาดนั้น” อ้าว

“แล้วทำไมตอนนี้ไม่เศร้าอะ”

“ก็เศร้า แต่จะให้มาร้องห่มร้องไห้มันก็ไม่ใช่มั้ยล่ะ ไม่เคยได้ยินอ่อ ถ้าเราไม่ใช่ เสียใจให้ตายยังไงเขาก็ไม่เลือก” อื้อหือ คม ผมนั่งมองเขาตักโจ๊กคำสุดท้ายในถ้วย ท่าทางคงอร่อยมากจริงๆ

“ขอบคุณมากน๊า” เขายกมือไหว้โจ๊กที่เขาเพิ่งกินไป นานแล้วที่ไม่ได้เห็นการกระทำแบบนี้ ไม่น่าเชื่อว่าสมัยนี้ยังมีคนทำอยู่

“ทำไมไม่ท่องคำพิจารณาอาหารซะด้วยเลยล่ะ”

“ถ้าจำได้จะท่องอยู่” เขาหัวเราะร่า เอนตัวพิงกับพนักเก้าอี้

“ทำไมการมีความรักดีๆมันยากจัง” ทำไมถึงโทษความรักกัน

“ความรักดีๆหาไม่ยากหรอก คนรักที่ดีต่างหากที่หายาก” เขาหันมาพยักหน้าเห็นด้วยกับพูดผม

ในความคิดผม จริงๆแล้วคนรักดีๆไม่ได้หายากหรอก แต่คนเรามักจะหาคนที่ดีอย่างที่เราอยากได้ต่างหากมันเลยหายาก ถ้าเราหาคนที่เข้ากับเราได้ถึงแม้จะมีบางอย่างที่ต่างกันไปแต่ถ้าปรับเข้าหากันได้เข้าใจกันแค่นั้นก็น่าจะโอเค เราก็จะมีทั้งคนรักที่ดีและความรักที่ดีเองนั่นแหละ

“เข้าใจความรักแบบนี้ท่าทางจะมีสาวเยอะ” เขาเท้าคางมองผม

“ไม่เยอะ...แต่ห้องไม่เคยว่าง”

“หูยยยย”

“ไม่ใช่สาวหรอก เพื่อนเมื่อคืนไง มาปรึกษาเหมือนกูเป็นกูรู” เขาพยักหน้าขำๆ

“แล้วกูรูนี่เคยอกหักมั้ย” ผมเลือกที่จะไม่ตอบ

“ไม่ต้องตอบหรอก ไม่ได้อยากรู้แค่แซวเล่น” เขาเงียบลง เราสองคนนั่งกันเหมือนไม่รู้จะทำอะไรต่อ

“งั้นเดี๋ยวหาไรทำไปก่อนนะ ดูทีวีร เล่นเกมส์ คอมใช้ได้นะ วางอยู่บนโต๊ะ เดี๋ยวขอเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจะพาไปส่งบ้าน

“โทรศัพท์เราอยู่ไหนหรอ” ผมหันมองซ้ายขวาจำได้ว่าวางไว้ใกล้ๆกับโซฟา

“อยู่ตรงนั้นอะ ตามสบายนะ” เขาพยักหน้าแล้วเดินไปหยิบโทรศัพท์นั่งเล่นที่โซฟา

อะไรที่เหมือนจะสนิทใจแต่ก็ยังเหมือนมีอะไรบางอย่างกั้นระหว่างเราสองคนไว้ ก็นะใครจะสนิทกันได้ภายในวันสองวัน อันนั้นก็จะแปลกเกินไป แม้กระทั่งผมเองยังเลือกที่จะไม่พูดในบางเรื่องกับเขาก็ไม่แปลกที่เขาไม่อยากล้ำเส้นในเรื่องของผมเกินไปเหมือนกัน




---------------------------------------------------------------------------------


ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1796
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0

ออฟไลน์ aprilfullday

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 4
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0

3)You already forget // I’ll  always remember









สายเรียกเข้า

‘พี่เว’


“โทรมาทำไมนักหนา” ไม่รู้ว่าควรจะบอกยังไงดี ผมคิดว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะ แต่ดูจากท่าทางพี่เวตอนนี้เหมือนเราจะรู้กันคนละเรื่อง ยิ่งผมพยายามตีตัวออกห่างพี่เวมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งอยากจะพยายามเข้าใกล้ผมให้มากกว่าเดิม


‘เรายังเป็นพี่น้องกันได้ใช่มั้ย’


พี่น้องเขาไม่โทรตามโทรถามทุกเวลาแบบนี้มั้ย เฮ้อ


“ถอนหายใจแรงไปมั้ย” พิทที่เดินออกมาในชุดเสื้อยืดกางเกง เอ๋ มันไม่ควรจะเป็นชุดนักศึกษาหรอ ในวันธรรมดาแบบนี้


“อ้าว ไม่ไปเรียนอ่อ” ไอ้พิทมองหน้าผม ก่อนจะชูนาฬิกาข้อมือขึ้นดูแล้วหันมาบอกผม


“ดูเวลาด้วยครับคุณ บ่ายสามโมงแล้ว ถ้าไปเรียนตอนนี้ก็ต้องไปเรียนภาคค่ำแล้วล่ะ” เนี่ย กวนตีนเก่งแบบนี้แหละ เพื่อนสนิทไอ้เนยตัวจริง นิสัยเหมือนกันไม่มีผิด


“ลืมไรมั้ย” จริงด้วยยังไม่ได้เก็บเสื้อในห้องมันเลย


ผมวิ่งเข้ามาในห้องนอนมันอีกที จำได้ว่าพาดเสื้อนักศึกษาไว้กับเก้าอี้ตรงนี้นี่นา เอ๊ะ? หรือไม่ใช่ ใช่ซิ อยู่ไหนแล้วอะทีนี้


“หาอะไร”


“เสื้อนักศึกษาที่พาดไว้ตรงนี้เห็นมั้ยอะ” ถอนหายใจใส่นี่คือ....


“อะ” พิทยื่นถุงกระดาษมาให้ ในนั้นมีเสื้อนักศึกษาที่ตามหาพับแบบเรียบร้อยอยู่ ต่างจากสภาพที่กองไว้บนโซฟาเมื่อกี้เลย


“เห็นกองไว้เมื่อกี้เลยเก็บใส่ถุงให้”


“อือ ขอบคุณมากนะ” มันยักคิ้วให้แล้วเดินนำผมออกจากห้องไปที่ลิฟท์ เมื่อคืนมาไม่ทันได้สังเกต คอนโดมันก็ดูเป็นส่วนตัวดี ชั้นนึงน่าจะมีไม่ถึง 10 ห้องด้วยมั้ง อยู่ย่านใจกลางเมืองแบบนี้ก็คงแพงตามสไตล์ความสะดวกสบาย ว่าแต่ห้องนอนสองห้องนี่อยู่คนเดียวมั้ยนะ


“คอนโดนี่อยู่คนเดียวหรอ” อือ ดี ถามแต่พยักหน้าตอบ


“มีพี่น้องปะ”


“ก็มี พี่ชาย 1 คน แต่เขาทำงานแล้ว มันไม่ชอบอยู่คอนโดอะ มันว่าอึดอัด” ก็จริง นี่ยังไม่ชอบเลย มันรู้สึกต้องใช้อะไรร่วมกับคนแปลกหน้าเยอะๆ แต่ที่อยู่เพราะว่ามันใกล้มหาวิทยาลัย เดินทางสะดวก


“นี่ก็มีพี่สาวนะ พี่ชายหล่อมั้ยอะ จะแนะนำพี่สาวให้รู้จัก” ผมชวนคุยเพื่อไม่ให้บรรยากาศมันเงียบจนเกินไป


“ไม่หวงพี่สาวหรอไง”


“หวงทำไม๊ เดี๋ยวก็ขายไม่ออก อยากเห็นพี่กูปะ สวยนะ หน้าตาดีได้กูทั้งบ้านเลย” ผมเปิดโทรศัพท์ให้มันดูหน้าพี่สาวผม แล้วขำอะไรหน้าตาพี่ผมเหมือนตัวตลกหรอไง


“หน้าเหมือนมึงใส่วิกอะ” อีกแล้ว กวนตีนอีกแล้ว


“ไว้จะพามาให้รู้จัก มึงก็พาพี่มึงมาด้วยนะ เผื่อได้ดองกัน“ ผมยักคิ้วให้มันยังคงนำเสนอพี่สาวตัวเอง การคุยอวดเรื่องพี่สาวเป็นมุกที่เอามาตีสนิทคนได้ง่าย ยิ่งอยู่ในช่วงที่ไม่รู้จะคุยอะไรกันด้วยแล้ว


“แล้วพี่คนไหนหรอที่แต่งงานกับอาจารย์เวย์อะ”ตรง ตรงมาก

 
“ชื่อเพลง ลูกของป้า เขาเป็นพี่กูปีนึง” คำถามจี้จุดที่ไม่ค่อยอยากจะตอบเท่าไหร่ แต่ก็ไม่มีอะไรต้องปิดเพราะมันก็รู้จนเกือบหมดแล้ว


“แล้วเขารู้จักกันได้ยังไงอะ” ก็ยังจะถามอีกนะ ไม่มีคำถามตีสนิทที่ดีกว่านี้หรอไง


“เออๆไม่ตอบไม่เป็นไร ขึ้นรถปะ เดี๋ยวจะพาไปกินไอติมแก้เครียดก่อนกลับบ้าน” แปลก ตอนแรกทำท่าอยากรู้ อยู่ๆทำเหมือนเข้าใจซะอย่างนั้น แต่ก็ดีไม่อยากพูดเหมือนกันแหละ







เราแวะห้างสรรพสินค้าใกล้ๆบ้านผม เวลาแบบนี้คนเยอะนิดหน่อย เราเลือกกินร้านง่ายๆที่เดินถือกินได้ เพราะผมไม่อยากให้เปลืองเวลาเขามาก แค่มาส่งก็ถือว่ารบกวนมากแล้ว


“เดี๋ยวเลี้ยงเองนะ ถือว่าเป็นค่าห้องเมื่อคืนกับค่ามาส่ง” ก็คือตอบแทนบุญคุณความมีน้ำใจซะหน่อย


“แล้วค่าโจ๊กอ่ะ” ผมมองพิทที่วันนี้มันดูจะกวนผมไปทุกประโยค


“แซวน่า อย่าทำหน้าแบบนั้นซิ”


“งั้นเดี๋ยวเติมน้ำมันให้” ผมว่า ทวงจังเงินแค่นั้น


“ล้อเล่น ไม่อยากให้เครียด เอาช็อกโกแลตกับอัลมอนด์ครับ” คืออีกนิดจะเริ่มเครียดและเกลียดด้วยแล้ว


“ผมเอา...” อะไรดีวะ


“สักทีเถอะ”


“ก็เดี๋ยวได้มั้ย ขอคิดก่อน”


“มะม่วง เสาวรส แล้วก็แตงโมครับ” มันมองแบบสงสัย


“มองทำไม น้อยไปหรอ ปกติกินห้าลูกเลยนะ”


“กินผลไม้มั้ยหรือไง” ขอให้เป็นการกวนครั้งสุดท้ายของวันนี้นะ ไม่งั้นมีทุบแน่


“อยากกินไอติม ถ้าอยากกินผลไม้ก็ชวนไปอตก.แล้ว” เออยิ้มให้กูไม่รู้สึกผิดหน่อย


“ถามจริงติดกวนตีนมาจากเนยใช่ปะ” ยังมีหน้าหันมาถามคนอื่น ถามตัวเองก่อนมั้ยล่ะ


“เออจริงๆมึงกลับก่อนเลยก็ได้นะ กูว่าจะซื้อของหน่อยไหนๆก็ได้มาแล้ว เดี๋ยวลงไปเอากระเป๋าเสื้อผ้ากูกันเลย” พิทดึงแขนผมไว้ แล้วทำหน้านิ่งมองผม


“ก็บอกว่าจะไปส่ง อย่าทำแบบนี้” แล้วทำไมต้องทำหน้าซีเรียสด้วยอะ งง


“แบบนี้อะแบบไหน สบายๆมึง อย่าเครียด กูกลับได้ ไม่ต้องห่วง ถ้ากลัวเนยว่าน่ะไม่ต้องกลัวนะ สัญญาว่าจะไม่บอกเนย”


“ก็กูบอกแล้วไงว่าจะไปส่ง” กูก็มาจ้า


“เออๆ เรื่องของมึงแล้วไง กูยังไงก็ได้อยู่แล้ว คนเหนื่อยคือมึงนะจะมาเรียกร้องขอคำขอบคุณทีหลังอย่าหวังว่าจะได้บอกไว้ก่อน” เพื่อนมึงนี่คนดีศรีเมืองจริงๆเนยเอ๊ย ดีจนกูรู้สึกว่าตัวเองแย่เลยเนี่ย ให้เขามาเดินตามกูต้อยๆเนี่ย


“แล้วจะไปซื้ออะไร”


“นม”


“แค่นมเนี่ยนะ” อือ ตอนนี้อ่ะอยากได้แค่นม แต่สักพักไม่แน่


“หยิบรถเข็นให้หน่อย”


“ซื้อแค่นมอย่างเดียวทำไมต้องใช้รถเข็น” ถามมากจัง


“เผื่ออยากได้อย่างอื่นอะ ไม่เคยเป็นหรอที่แบบตอนแรกยังนึกไม่ออกพอเห็นของแล้วถึงนึกได้อะ”


“เยอะ”


“มึงอะเยอะ เยอะกับกูเกินไปแล้ว บ่นมากจริง”  มันขำ


“กลับก่อนได้นะ บอกไปแล้ว” เห็นมั้ย พอกูพูดแบบนี้ก็มาทำหน้านิ่งใส่ให้กูรู้สึกผิดเนี่ย


“โอเค โอเค ไอติมหมดแล้วใช่มั้ย งั้นวานช่วยเข็นรถเข็นหน่อยจะขอบคุณมาก” แล้วผมก็ต้องมาประนีประนอมซะเอง งงมาก


“เอาอันนี้ อันนี้ อันนี้ด้วยดีกว่าใกล้หมดแล้...” ผมชะงักไปเมื่อต้องเจอกับคนที่ยังไม่พร้อมจะเจอ


“อันดา มาได้ไงเนี่ย” เธอทักด้วยความดีใจที่ได้เจอผม แต่ผมกลับไม่ดีใจเลยที่ได้เจอเธอที่นี่


“เพื่อนมาส่ง เลยแวะซื้อของอะ เพลงอะมาทำอะไรแถวนี้”


“มารับแม่ วันนี้แม่มาเอาของกับลุงหมุดอะ” แม่เพลงคือป้าผมเป็นพี่สาวของพ่อซึ่งลุงหมุดที่เธอบอกก็คือพ่อของผมนั่นแหละ เพลงทำท่ายักคิ้วหลิ่วตามองคนข้างตัวผมที่ยืนทำหน้างงอยู่


“มากับใครอะ” ผมกับเพลงเราเคยสนิทกันเมื่อสมัยเด็ๆ แต่พอโตมาเราก็ต่างมีสังคมของตัวเอง เลยห่างกันออกไป แต่เพลงสนิทกับพี่สาวผม อาจเพราะเธอเป็นผู้หญิงเหมือนกันด้วยมั้ง


“เพื่อนอ่ะ เราไปซื้อของต่อก่อนนะ”


“เดี๋ยวดิ ไม่แนะนำเพื่อนหน่อยหรอ” เพลงทำหน้าทะเล้นแต่ผมไม่อยากเล่นด้วยเท่าไหร่ แต่ทำไงอะจะให้ทำตัวไม่ปกติเธอก็จะรู้สึกไม่ดี คำว่าญาติผู้พี่มันค้ำคอ


“นี่พิท พิทนี่เพลงญาติกู” ไม่ใช่ว่าเกลียดเพลงนะ แต่ที่ไม่อยากเจอเพราะรู้อยู่ว่าเพลงมากับใคร ใครคนนั้นที่ผมหนีมาเป็นเดือนๆ แต่มาตกม้าตายแถวบ้านตัวเองเนี่ยให้ตายเหอะ


“อันดา” เสียงคนนี้ ผมไม่ได้ยินใกล้ๆแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ


หายใจเข้าลึกๆ ใจดีสู้เสือเข้าไว้ซิ

 
“สวัสดีครับ” ผมยิ้มพร้อมยกมือไหว้สวัสดีตามมารยาท


“กลับบ้านกับใคร” คำถามนี้ต้องการถามถึงเมื่อคืน หรือว่าวันนี้


“ผมพิทครับ” ผมหันไปมองคนที่ตอบออกมาแทน พิทเลือกที่จะทำเพียงแค่ส่งยิ้มอย่างเป็นมิตรให้ทั้งสองคน ไม่ได้ยกมือไหว้ตามผม ผมไม่ชอบพี่เวในตอนนี้เลย ทำหน้าเป็นหมาหวงก้างให้ได้อะไรขึ้นมาในเวลาที่ไม่สมควรแบบนี้ ไม่เข้าใจ


“เพื่อนหล่องานดีนะแก ขยับฐานะได้นะ เชียร์” เพลงเป็นแบบนี้เสมอ นิสัยดี เอาใจใส่ คอยห่วงใยคนอื่นตลอด


“อย่ามายุ ไปละไว้เจอกันที่บ้าน”


“อือๆ เจอกันที่บ้านนะ ไปกินข้าวที่บ้านด้วยกันนะพิท น้าอรทำอาหารอร่อยอย่างนี้เลย” ผมรู้ที่เพลงชวนเพราะเพลงคิดว่าต้องมีอะไรระหว่างผมกับพิท เพราะน้อยมากที่ผมจะพาผู้ชายมาที่บ้านหรือมีคนมาส่ง


“อรแม่กู” ผมหันไปบอกพิทที่กระซิบถามผมว่าอรคือใคร


“เจอกันที่บ้าน” ผมบอกกับเพลงอีกรอบแต่ไม่หันไปมองอีกคน


“ทำตัวเหมือนคนไม่เคยรักกันเก่งจัง” พิทพูดออกมาทันที่ที่เราผละเดินออกมาจากตรงนั้น


“ถ้าไม่มีปากไว้พูดอะไรดีๆก็เงียบไปเลย” น่ารำคาญ แล้วอะไรเนี่ย คนเยอะน่ารำคาญโว้ย!


“อันดา”


“อันดา เดี๋ยว โทษๆ ไม่ได้จะว่า ขอโทษ” พิทเดินมาขวางหน้าผมแล้วขอโทษ ผมรู้ว่าเขาขอโทษจากใจจริงๆ เขาคงไม่ได้ตั้งใจ และผมเองก็คงลงอารมณ์กับเขามากจนเกินไป 


“ไม่ได้โกรธ แค่หงุดหงิดอะ ขอโทษด้วยเหมือนกัน” ยังไม่ยิ้มอีก นี่คือพูดอะไรกระทบจิตใจไม่ได้เลยว่างั้น หน้านิ่ง หน้าหงอย หน้าซึมตลอด เป็นพิทที่ไม่เพอร์เฟคเอาซะเลยตอนนี้


“จะยืนหน้าซึมอีกนานมั้ย จะไปส่งมั้ยหรือไงให้กูกลับเอง?” เออยิ้มออกก็ค่อยสบายใจหน่อย เดี๋ยวไอ้เนยจะมาหาว่าผมไปแกล้งเพื่อนคนดีที่หนึ่งของมัน









“พี่พู่ครับ มาเอาของลงจากรถหน่อย” มาถึงบ้านในเวลาไม่ถึงสามสิบนาที ถือว่าดีที่รถไม่ติดเท่าไหร่ เพราะไม่งั้นกว่าจะเข้าหมู่บ้านได้ก็ใช้เวลานานพอสมควรเลย


“คุณพ่อคุณแม่ต้องดีใจที่เห็นน้องอันดากลับบ้าน” ขอให้เป็นอย่างนั้นนะพี่พู่นะ พิทช่วยพี่พู่ถือของเข้าบ้าน แปลกที่มันดูจะเข้ากันได้ดีกับทุกคนไปหมด คงเพราะความไม่ถือตัวของมันทำให้ใครๆเข้าถึงง่ายล่ะมั้ง


“น้องเป็นแฟนน้องอันดาหรอคะ” พี่พู่ถามหันไปถามไอ้พิท


“พี่พู่ เรื่องของเจ้านาย” แต่ก่อนแกแซวแบบนี้จะไม่โกรธนะ จะตอบเล่นๆซะด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ต้องเตือนกันหน่อย เล่นไม่ดูเวลาเท่าไหร่เลย


“ดุ” พิทหันมาว่าผม


“ไหวมั้ยล่ะ ดุแบบนี้” ผมว่าพร้อมเอื้อมมือไปหยิกแก้มมันด้วยความหมันไส้ มันหยุดเดินแล้วหันมามองผม


สงสัยจะไม่ชอบให้คนไม่สนิทโดนตัว


“โทษที มันชินอะชอบหยิกแก้มเพื่อน พ่อกับแม่อยู่ไหนอะครับพี่พู่”


“คุณพ่ออยู่ที่ห้องดูหนังค่ะ ส่วนคุณแม่อยู่ในครัวกำลังเตรียมอาหารอยู่” ผมพยักหน้า


“เดี๋ยวพามึงไปไหว้พ่อกับแม่ก่อนแล้วค่อยไปนอนเล่นรอบนห้องกูกัน”


“พอดีแหละ กูยังอิ่มไอติมอยู่เลย” ก็จริง สองลูกที่มันกินไปก็ไม่น้อยนะ ไม่ได้อิ่มท้องหรืออะไรนะ อิ่มเลี่ยน กินเยอะเกิน


“พ่อหวัดดี ทำไรอะ” ผมถามพ่อที่ด้อมๆมองๆรูปครอบครัว


“ดูรูป ลืมไปแล้วว่ามีลูกกี่คน”


“โห นี่อันดาไง อันดาลูกรักพ่อไง”


“อ้าวแล้วนั่นใคร เดี๋ยวนี้พาผู้ชายเข้าบ้านแล้วหรอ” ผมมองหน้าพ่อที่เหมือนจะรู้แล้วว่าผมอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ พ่อเลยกระแอมแก้เก้อไปทีนึง


“พิท เพื่อนดาเอง” อย่ามายิ้มเมื่อกี้ยังทำหน้ารู้สึกผิดที่แซวอยู่เลย เพื่อนก็เพื่อน มีบ้านไหนสนับสนุนให้ลูกมีแฟนเป็นผู้ชายเท่าบ้านนี้บ้างมั้ยเนี่ย กลัวกันจริงๆ กลัวลูกอยู่คนเดียว ทำเหมือนไม่มีพี่ไม่มีน้องงั้นอะ


“แค่เพื่อนครับพ่อ” ผมย้ำ


“สวัสดีครับ” มารยาทงาม ไหว้เก่ง อ้าว แล้วตะกร้าผลไม้นั่นอะไรยังไง


“ไม่ได้เตรียมอะไรมาให้ล่วงหน้า พอดีอันดาพามากะทันหันผมเลยซื้อเป็นผลไม้มาฝากครับ” มันไปซื้อมาตอนไหน ทำไมไม่รู้กับมันเลย เออพิทเพอร์เฟคจริงๆ


“ขอบคุณมากเลย ทีหลังไม่ต้องลำบากหรอกแค่พาดามาส่งบ้านอย่างปลอดภัยพ่อก็ขอบคุณมากแล้ว อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนนะ แม่เขาเข้าครัวอยู่ ไม่เคยเห็นหน้าเห็นตาเพื่อนกันนานแล้วหรอ” ยังอีก ยังจะแย๊บถามอีก


“นั่นเพลงมาพอดี มาช่วยพ่อดูซิว่านี่เพื่อนกันจริงรึเปล่า” มืดหม่นเลยทีนี้


“เพื่อนไม่จริงแน่ๆค่ะลุง” เอากันเข้าไป


“เพื่อนกันจริงๆครับ ผมเป็นเพื่อนสนิทกับเนย เลยสนิทกับอันดาด้วย” พิทตอบแทน แต่เดี๋ยวนะ สนิทเลยหรอ ผมกับมันใช้คำว่าสนิทกันได้แล้วหรอ


“ไปหาแม่กูกัน” ทันทีที่ผมเห็นอีกคนเดินตามเพลงเข้ามาผมก็เลือกจะเดินไปอีกที่


“แม่ ป้าอรหวัดดีครับ” ผมชะโงกหน้าเข้าไปในครัว แม่กับป้าอรส่งยิ้มให้มือก็ปอกหอมไปด้วย


“หือหอมอะ ชิมหน่อย” ผมกำลังจะตักแกงในหม้อชิมแต่แม่รีบหันมาตีผมซะก่อนเลยอด


“พอเลย นี่ลมอะไรหอบกลับบ้านมาล่ะเรา แล้วนี่...”


“สวัสดีครับ ผมพิทเพื่อนอันดาครับ”


“ไม่เจอกันแปปเดียวอันดาโตเป็นหนุ่มเลย” ผมหันไปยิ้มให้ป้าอร


“โตยังไงก็ไว้ใจยังไม่ได้หรอกค่ะ ชอบทำให้พ่อแม่เป็นห่วงอยู่เรื่อย”


“ดาโตแล้วน่าแม่”


“โตแล้วซิ พาแฟนมาบ้านขนาดนี้” อีกแล้ว!!!


“แม่อะ มันก็บอกอยู่ว่าเป็นเพื่อน ยังจะมาแซว เดี๋ยวป้าอรก็เข้าใจผิด”


“ป้าไม่เข้าใจผิดหรอก พิทเขาก็อธิบายอยู่ว่าเป็นเพื่อนน่ะ เนอะลูกเนอะ” ป้าอรหันไปพยักเพยิดกับไอ้พิทที่ยิ้มมองมาที่ผม


“ดาพาพิทไปบนห้องก่อน เดี๋ยวลงมาเอาขนม” พูดจบผมก็ลากไอ้พิทหนีจากสายตาวิบวับของแม่กับป้าอรออกมา


“แม่มึงสวย”


“กูจะฟ้องพ่อ” ไอ้พิทขำใหญ่


“ห้องมึงสมเป็นมึงดี” มันพูดขึ้นทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องผม ห้องผมเป็นห้องที่ไม่มีอะไรมาก โทนสีห้องเป็นแบบขาวเทาสีธรรมดาที่สบายตาดี


“อ้าว กูลืมหยิบกระเป๋าไอ้เนยขึ้นมา”


“เดี๋ยวลงไปเอาให้”


“งั้นมึงไปเอากระเป๋า เดี๋ยวกูไปเอาขนม ขอเปลี่ยนกางเกงก่อน”  ไอ้พิทพยักหน้าแล้วเดินออกไปจากห้อง เสียงเปิดประตูดังขึ้นอีก


“ทำไมขึ้นมาไวจั...พี่เว” ผมหันไปมองทางประตูก่อนจะพบกับคนที่ไม่อยากเจอเดินเข้ามา แปลกดีที่ยังกล้าทำตัวสนิทกันในที่ที่อันตรายที่สุดแบบนี้


“เมื่อคืนไปไหนมา ไปกับใคร” ผมจะเดินออกจากห้องแต่เขาคว้าผมเอาไว้


“พี่เว ปล่อย”


“อันดา”


“พี่เวปล่อย” ผมบอกอีกครั้ง แต่เหมือนเขาจะไม่ฟังเอาซะเลย


“ไปนอนกับมันมาใช่มั้ย” เหอะ คำว่านอนของพี่นี่น้ำเสียงมันดูไม่ใช่แค่นอนธรรมดาเลยนะ


“นอนในที่นี้บอกทีว่าพี่ไม่ได้คิดว่าผมจะทำตัวสำส่อนนอนกับใครก็ได้ ทั้งๆที่ผมไม่เคยนอนกับพี่เลยด้วยซ้ำ”


“อันดา” เขาบีบแขนผมแรง แต่มีหรอที่ผมจะยอมให้เข่าเป็นฝ่ายทำให้ผมเจ็บแค่ฝ่ายเดียว ผมสะบัดแขนออกแล้วผลักเขาที่อก


“บอกให้ปล่อยดีดีแล้วนะ”


“อันดา มีอะไรกันรึเปล่า” พิทที่ขึ้นมาได้ถูกที่ถูกเวลามากเลย


“เปล่า” ไอ้พิทเดินมายืนข้างๆผม


“พี่เวมาถามเรื่องเมื่อคืนเฉยๆ” ดูหน้าก็รู้ถ้าผมพูดความจริงไป ไอ้พิทคงทำให้เป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ ดูมันจะรักความยุติธรรมเอามากๆ


“อือ” มันตอบรับแต่เหมือนมันจะไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่


“ลงไปกินขนมข้างล่างกัน” ผมรับกระเป๋าจากไอ้พิทแล้วโยนไปบนเตียง


“สรุปเมื่อคืนไปนอนกับมันมาจริงๆซินะ” ผมหันไปกำลังจะตอบแต่ก็ไม่ทันคนข้างๆ


“ถ้า ‘มัน’ ของคุณหมายถึงผมล่ะก็นะครับ ผมตอบเลยว่าใช่” กลายเป็นตอนนี้ไอ้พิทดึงมือผมให้รีบเดินออกจากห้องของตัวเองแทน


“หึ ลืมกันไวจังนะ มีใหม่ได้เหมือนคนไม่เคยรักกัน” กล้าดียังไงมาพูดคำนี้กับผม ทั้งที่คนที่ทำแบบนั้นคือเขาแท้ๆ ผมดึงมือพิทให้หยุดเดินแล้วหันไปพูดกับเขาอีกครั้ง เป็นครั้งสุดท้าย


“แล้วคนที่รักกันเขาต้องทำกันยังไงหรอครับ ต้องทิ้งกันไปแต่งงานเพื่อรักษาหน้าตาของครอบครัวงั้นหรอครับ” ไม่อยากจะพูดแต่ต้องพูด ที่ผ่านมามันไม่มีค่าอะไรเลยสักนิด ต่อให้เราเคยรักกันมากแค่ไหน แต่สุดท้ายถ้าเขาเลือกที่จะทิ้งไปก็ชัดเจนแล้วว่าจริงๆแล้วเขาไม่เคยรักเราเลยต่างหาก


“ไปเหอะ” ผมกับพิทเดินออกมาจากห้อง เราเดินลงมาชั้นล่างเห็นพ่อกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ผมเลยเลือกที่จะพามันไปที่สวนแทน


ร้องไห้อีกแล้ว ผมเบื่อตัวเองที่เป็นแบบนี้ ไม่ใช่ว่าผมไม่เคยผ่านความรักมาเลย แต่แค่ผมคาดหวังกับความรักครั้งนี้มากกว่าครั้งไหนๆ ผมเคยคิดว่าเขาจะเลือกผม แต่คำตอบจริงๆกับทำเอาผมไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้เลย


“อาจารย์เขาเก็บความรู้สึกไม่เก่งเลยเนอะ” ผมพยักหน้าเห็นด้วยกับสิ่งที่พิทพูด


ถ้าพี่เวยังเป็นแบบนี้มันยิ่งทำผมให้ไม่อยากเจอ แล้วก็ไม่อยากกลับบ้าน เพราะก็ไม่รู้ว่าเขาจะหาเรื่องมาบ้านอีกเมื่อไหร่ ไปคอนโดยังหลบได้เพราะมีเนย แต่ที่บ้านยังไงก็ต้องเจอกัน แต่ไม่กลับบ้านเลยเหมือนคราวนี้พ่อกับแม่ก็จะบ่นให้อีก


“แต่มึงอะเก่งมาก” หืม ผมหันไปมองพิทงงกับคำชมของเขา


“เก็บความรู้สึกอะนะ เหอะ เก่งกะผีอะไรล่ะ กูอัดอั้นจนอยากจะตะโกนร้องไห้ออกมาดังๆ ทั้งโกรธ ทั้งแค้น ทั้งเจ็บ”


“ไม่ใช่ เก่งของกูคือ เก่งมากที่มึงเลือกทางที่ถูก ก็มึงบอกเองมึงคบกับเขาก่อนเขาคบกับพี่มึง แล้ว พอเขาคบกับพี่มึงมึงก็ขอเลิกกับเขาทันที แถมมึงก็ยังพยายามเลิกติดต่อกับเขาอีก ทั้งๆที่มึงก็ยังรักเขามากแล้วเขาก็ตื๊อมึงอยู่ น้อยนะที่คนเราจะหักดิบกับคนที่รักกันมา”


“กูอยากเก่งพอที่จะลืมเขาได้สักที” มันจะได้ไม่เจ็บอีก


“มึงไม่จำเป็นต้องลืม เหมือนที่มึงพูดกับกูเมื่อคืนไง ถ้าลืมไม่ได้ว่ารักเขาก็จำให้ได้ว่าเขาไม่รัก” มันยิ้มให้ผม ก่อนจะยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้ผม


“จำให้ขึ้นใจ” เขาพูดย้ำอีกครั้ง ผมไม่เข้าใจความหมายในสายตาของเขา แต่มันทำให้ผมรู้สึกได้จริงๆว่าเขาจะอยู่ตรงนี้ต่อให้ไม่มีใครรักผมก็ตาม





-----------------------------------------------------------------

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด