When I เมื่อผมเข้าไปเกี่ยวกัน UP!!#เพราะรัก
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: When I เมื่อผมเข้าไปเกี่ยวกัน UP!!#เพราะรัก  (อ่าน 1679 ครั้ง)

ออฟไลน์ Beme

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
      ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
      เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
      กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


      ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
      http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

      ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
      http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

      ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

      1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
      การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่
      ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บาง
      คนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ     
      เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

      2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
      หมิ่นประมาท,หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
      หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
      และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
      การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
      ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภาย
      ใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจ
      เป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะ
      ครับเรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้อง
      ไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการ
      พูดคุยนั้นก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์
      หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

      3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายัง
      บอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของ
      เจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

      4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือ
      ติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อ
      เสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

      5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่อง
      แต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่
      จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง
      ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิต
      จริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

      6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบ
      เพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป
      และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หา
      นิยายที่จะอ่านยากไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

      7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

      8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ
      webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

     9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ
     .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

     10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ด
     เรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้อง
     แนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆ
     นั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อน
     ด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

     11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบ
     แล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนัก
     พิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่
     หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

     บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
     นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหก
     เดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

     12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

     13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

     14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

     15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
     (1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
     (2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
     ....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
     - ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง
    (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
     - ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
     - ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์
     ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
     - ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
     - ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

     16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอ
     นิยาย จากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้
     ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรือ
     อะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

     17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วใน
     ห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของ
     ตนเอง นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขาย
     ของเล้าก่อนด้วยนะคะ)ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้
     ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวม เล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มี
     เนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

     18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไข
     โพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไข
     โพสต์แรก และ ต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

     เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
     admin
     thaiboyslove.com.......................................                                                           

     วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฎ ข้อที่ 7
     วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
     วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
     วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฎข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฎข้อ 17



     เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้
     โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

     ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่
     รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม
     
     
#####################################################


     สารบัญ
     แนะนำ
     วันดีดี
     เจอปัญหาต้องวิ่งชน
     ตุ๊กตาหน้ารถ
     ยินดีที่ได้รู้จัก
     ผมไม่ชอบติดใคร
     ได้เรื่องแล้ว
     คำให้การ
     คนข้างๆ
     คำถาม
     จิ๊กซอว์
     เก็บเอาไว้ทำกับคนเป็นแฟน
     เพราะรัก
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-11-2020 22:08:38 โดย Beme »

ออฟไลน์ Beme

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
Re: จาก จดหมาย #ฉบับแนะนำ
«ตอบ #1 เมื่อ03-03-2020 11:55:12 »

แนะนำ



เสียงดนตรีที่คุ้นเคยถูกปล่อยออกมาจากเครื่องมือสื่อสาร เป็นสัญญาณเตือนให้เราเตรียมพร้อมสำหรับการเริ่มต้นวันนี้   มือเรียวถูกใช้เป็นสื่อกลางในการกดปิดสัญญาณ ขณะที่เจ้าตัวไม่แม้แต่จะลืมตาขึ้นมาตรวจสอบความถูกต้อง แต่ก็กดปิดสัญญาณได้อย่างแม่นยำ    หรือไม่นั่นก็อาจจะเป็นการเลื่อนสัญญาณ เพื่อยืดระยะเวลาให้เตรียมความพร้อมเพิ่มอีกนิดหน่อย 



เหล่าต้นไม้  พุ่มไม้ และดอกไม้นานาชนิดโอบล้อมบ้านไม้สองชั้นไว้อย่างแน่นหนาประหนึ่งโอบกอดใครบางคนที่ยังไม่ยอมตื่นจากห้วงนิทรา





ซองสีขาวจำนวนมากถูกบรรจุไว้ในกล่องรับจดหมายซึ่งเป็นธรรมดาของเวลาใกล้สิ้นเดือน





 
แต่มีซองสีขาวซองหนึ่งที่จะเปลี่ยนชีวิตใครบางคนที่ยังไม่ยอมตื่นจากห้วงนิทราไปตลอดกาล





TBC
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-04-2020 11:20:30 โดย Beme »

ออฟไลน์ Beme

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
Re: จาก จดหมาย #ฉบับที่ 1
«ตอบ #2 เมื่อ05-03-2020 14:08:02 »

วันดีดี


สองมือประคองเครื่องมือสื่อสารทรงสี่เหลี่ยม  นิ้วหัวแม่มือถูกใช้เป็นกำลังหลักต่อสู้ในเกมส์ยอดนิยม  ดวงตาเบิกกว้างในทันที   พร้อมกับในจอสี่เหลี่ยมปรากฏชื่อของผู้โทรเข้ามาขัดจังหวะการกอบกู้โลกของเขา 




“ คุณแจง ”




เพียงแค่นี้ปากที่กำลังจะสบถคำหยาบคายออกมาก็ถูกปิดลงทันที  เจ้าของโทรศัพท์เลื่อนตัวขึ้นพิงหัวเตียง แล้วกระแอมไอเล็กน้อยเพื่อปรับโทนเสียงก่อนกดตอบรับ


“ อรุณสวัสดิ์ครับ คุณแจง ” เจ้าของโทรศัพท์ทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่ม  ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงยียวนอย่างกวนคนปลายสายว่า “ ลูกชายสุดหล่อของคุณกำลังพูดสายครับ ”


“ ไม่น่าอรุณแล้วนะครับลูกชาย ตะวันจะตรงหัวอยู่แล้วครับ ” ปลายสายตอบกลับอย่างหยอกเหย้าแฝงความดุด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเล็กน้อย
 

“ คุณแจงมีอะไรให้กระผมรับใช้หรือครับ ” คนเป็นลูกชายรีบตัดบทก่อนเรื่องอรุณไม่อรุณนี้จะวกเข้ามาทำร้ายเจ้าตัวเอง


“ คุณแจงอยากรบกวนให้พี่ฉิน  ไปจัดการพวกกระดาษเจ้าหนี้ประจำสิ้นเดือนทั้งหลายที่อยู่ในกล่องรับจดหมายหน้าบ้าน ”


“  รับทราบครับผม แล้วคุณแจงมีอะไรเป็นของสัมมนาคุณครับ ”


“ มีอาหารโปรดของพี่ฉิน  เป็นมื้อเย็นวันนี้ครับ ”


“ กระดาษทุกใบต้องถูกจัดการไม่ให้เหลือแม้แต่เศษซาก  ให้เป็นที่รำคาญใจคุณแจงครับ ” 

 
“  เจอกันตอนเย็นครับ พี่ฉิน ”


“ เจอกับตอนเย็นครับคุณแจง ”
ปลายสายหัวเราะเล็กน้อยก่อนวางสายไป 




 เจ้าของร่างสูงตัดสินใจขยับร่างลงจากเตียงที่นอนแช่มาเกือบครึ่งวัน  ขยับแขนขาเล็กน้อย ก่อนจัดเก็บเตียงอย่างคล่องแคล่วบ่งบอกว่าเป็นกิจวัตรที่ทำเป็นประจำ   ก่อนย่างกายเข้าห้องน้ำเพื่อธุระส่วนตัว






ไม่นานก็ปรากฏชายร่างสูงสมส่วน หยดน้ำเกาะตามกล้ามเนื้อส่วนอก  ลอนกล้ามเนื้อหน้าท้อง ก่อนจะหายลับเข้าไปในผ้าเช็ดตัวที่ถูกคาดไว้ที่เอวอย่างหมิ่นเหม่ 



เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันสีเขียวยอดนิยมดังขึ้นอย่างต่อเนื่องราวกับมีใครบางคนร้องเรียก  จนคนที่กำลังสวมเสื้อต้องสละมือข้างหนึ่งหยิบมันขึ้นมาดู  ก่อนกดส่งความในใจไปยังบุคคลต้นเรื่อง


“ พ่อมึงตายหรอ วัดไหนกูจะได้ไปถูก ”  หลังจากข้อความถูกอ่าน ก็มีเสียงเรียกเข้าจากเจ้าของบัญชีที่มีชื่อว่า “หนึ่งเดียวในโลกครับผม”



“ ไอ้เหี้ยฉินพ่อกูยังสุขสบายดี ” คนปลายสายตอบกลับทันทีที่มีคนรับสายโดยไม่รอแม้แต่คำทักทาย



“ อ้าวหรอ เห็นมึงรัวมานึกว่ามาแจ้งกำหนดการงานศพ ” คนปลายสายสบถคำหยาบก่อนจะถามประโยคถัดมา



“  วันนี้มึงมาค้างบ้านกูไหม เล่นเกมส์กัน ”


 
“ ไม่ วันนี้กูจะไปทำธุระให้คุณแจง ”



“ ตามนั้น ฝากสวัสดีน้าแจงด้วย ” แล้วคนปลายสายก็กดตัดสายไปโดยไม่ล่ำลากันสักนิด




 
เจ้าของร่างสูงที่ตอนนี้สวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว  ก็ย้ายร่างลงมายังชั้นล่างของบ้านก่อนเดินตรงออกไปยังหน้าบ้านเพื่อเริ่มจัดการกับงานที่ได้รับมอบหมายจากมารดาผู้ให้กำเนิด 
 

กระดาษสีขาว และซองสีขาวมากมาย   ถูกนำเข้ามายังส่วนห้องรับแขกของบ้าน พวกมันถูกวางอย่างไม่ใส่ใจบนโต๊ะ ก่อนที่คนหยิบพวกมันมาจะเริ่มจัดการกับพวกมันอย่างเฉื่อยชา  กว่าจะแล้วเสร็จนาฬิกาก็บอกเวลาบ่ายสามโมง



 รีโมทถูกหยิบขึ้นมา เพื่อกดเปิดโทรทัศน์  เสียงนักประกาศข่าวรายงานข่าวดังอย่างต่อเนื่อง ด้วยน้ำเสียงเรียบ  เหมือนเสียงกล่อม  จนเปลือกตาค่อยๆปิดลง ร่างกายเอนลงบนโซฟาโดยธรรมชาติ





กลิ่นหอมลอยเตะจมูก  จนคนที่กำลังอยู่ในห้วงนิทราต้องยอมเปิดเปลือกตา และเดินตรงปรี่ไปหาสาเหตุของกลิ่นหอมนี้    เจ้าตัวมาหยุดอยู่ที่ห้องครัว หากมองเข้าไปจะพบหญิงวัยกลางคน กำลังก้มเงยๆ อยู่หน้าเตาแก๊ส  ยังไม่ทันได้เอ่ยปากพูดอะไรออกไป  ก็มีเสียงเล็ดลอดออกมาจากปากบางที่เคลือบสีชมพูอ่อน





“ พี่ฉินครับ เดี๋ยวทานมื้อเย็นเสร็จขอคุยด้วยหน่อยนะครับ ”



“ เรื่องอะไรครับคุณแจง ”  คนฟังเริ่มรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่ไม่ค่อยดี



เสียงปิดเตาแก๊สดังขึ้นบ่งบอกว่าอาหารเสร็จแล้ว  คนที่ลงมือทำอาหารก็ได้หันหน้ามาสบตา กับลูกชาย  ตาชั้นเดียวอย่างคนมีเชื้อชาวจีนถูกส่งต่อทางพันธุกรรมอย่างประณีต  เหมือนกันอย่างไม่ต้องถามว่าใครเป็นผู้ให้มา






“ เรื่อง จดหมาย ครับ” คนเป็นต้นแบบตาชั้นเดียวเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวาน






แต่ทว่าคนฟังกลับรู้สึกเหมือนเสียงนั้นหวานปนขมนิดๆ จนต้องกลืนน้ำลายเฮือก ก่อนตอบรับเสียงเบา






“ ครับ ”






TBC.


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-04-2020 11:21:28 โดย Beme »

ออฟไลน์ weedear

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1178
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-4
Re: จาก จดหมาย #ฉบับที่ 1
«ตอบ #3 เมื่อ05-03-2020 14:57:55 »

ตามมมมมมม

ออฟไลน์ Beme

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
Re: จาก จดหมาย #ฉบับที่ 2
«ตอบ #4 เมื่อ07-03-2020 17:46:14 »

เจอปัญหาต้องวิ่งชน



กระดาษสีขาวถูกวางพาดอยู่บนใบหน้า   แขนทั้งสองข้างวางราบอยู่ข้างตัวเหมือนคนไร้ซึ่งเรี่ยวแรง  ร่างกายนอนเหยียดตรงอยู่บนผ้าปูลายซุปเปอร์ฮีโร่ซึ่งดูยังไงก็ไม่เข้ากับคนที่นอนทับมันอยู่ 




 ฟึ่บ!




กระดาษถูกใครบางคนหยิบไป




เผยให้เห็นคิ้วหนาที่พาดเฉียงขึ้นไป ขมวดจนแทบจะชนกัน  ในขณะที่เปลือกตายังคงปิดสนิทบ่งบอกบอกว่าเจ้าของมันยังไม่พร้อมจะเผชิญกับอะไรในตอนนี้


“ทำไมมึงไม่เก็บหลักฐานให้เรียบร้อยละ ถ้ามึงเก็บหลักฐานเรียบร้อยนะป่านนี้มึงก็ไม่ต้องมานอนมานั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนคนท้องผูกแบบนี้หรอก”  คนพูด พูดพร้อมกับสะบัดกระดาษไปมา


“เออ กูรู้แล้วไม่ต้องตอกย้ำ ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ


“เมื่อวานอยู่บ้านทั้งวัน แถมบอกกูซะดิบดีว่า จะไปจัดการธุระให้คุณแจง เสือกไม่เห็นไอ้ที่ควรจะเห็น” คนพูดคนเดิมยังคงพูดต่อเนื่อง ตรงกลางประโยคยังใช้น้ำเสียงล้อเลียนอย่างนึกสนุก


“ ก็กูไม่เห็น ถ้ากูเห็นกูจะเป็นแบบนี้ไหม”


“แล้วทำไมมึงไม่เห็นละ”


“ก็กูไม่เห็นไงไอ้เตี้ย ”


 “แล้วทำไมมึงไม่เห็นละไอ้เหี้ย” เสียงเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้น


เดิมทีคนสองคนที่คนหนึ่งนอนอยู่บนที่นอน  อีกคนนั่งอยู่บนเก้าอี้อีกมุมหนึ่งของห้อง ค่อยๆลุกขึ้นมาจนคนที่ใจร้อนเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง




“มึงไปต่อยกับกูข้างล่างไหม”




“ ไอ้ฉินมึงไม่คิดจะต่อยกูจริงๆใช่ไหม ”


“โทษทีมึง ”  คนใจร้อนถอนหายใจไปหนึ่งทีก่อนทิ้งตัวลงนอนลงที่เดิม


“ ไอ้เหี้ยฉิน คนเหี้ยจริงๆ ห้องก็ห้องกู เตียงก็เตียงกู  ดูดิมึงนอนเอาตูดทับหน้ากัปตันอเมริกาอยู่นะเว้ย แล้วทำไมกูต้องยอมให้มึงนอนบนเตียงกู แล้วกูที่เป็นเจ้าของต้องระหกระเหินมาอยู่มุมห้องนี้วะ ”  อีกคนก็ยังคงสรรหาคำต่างๆมาพูดได้เรื่อยๆ จนคนฟังอยากจะหาอะไรปิดปากมัน




ผมจะทำยังไงดีวะ? 



“ ไอ้หนึ่งกูจะทำยังไงดีวะ ” ผมปาหมอนใบหนึ่งใส่มันเพื่อบอกให้มันหุบปาก ก่อนจะถามขึ้น

 
“ มึงก็รู้ตอนน้าแจงโกรธเป็นยังไง ยอมรับผลกรรมเถอะ กรรมจากความโง่ ของมึงนะ” มันก็ตอบอย่างไม่ลังเลเลย 


“ นั่งๆอยู่มึงเคยโดนเก้าอี้ฟาดหัวแตกไหม ” คนอย่างมันต้องโดนสักทีนะผมว่า ปากนี่แกว่งหาตีนดีนัก


“ จริงๆชื่อของมึงคือตงฉินอันธพาลครองเมืองใช่ไหม ขนาดในถิ่นกูมึงยังไม่เว้น ” มันทำเป็นกอดตัวเอง แล้วพูดเสียงเบา  ไม่ได้น่าสงสารเลยครับ กวนส้นตีนจริงๆ

 
“ นี่กูต้องทำมันจริงๆหรอวะ ” ผมบ่นพึมพำเบาเบา


“ ทำอะไรวะ ” นี่ก็เสือกได้ยินจริงๆ


“ เปิดจอแล้วเล่นเกมส์สักตาไงมึง ”


“ เออ กูว่าความคิดนี้ดี ”  ผมว่ามันรอเวลานี้มานาน ลุกไปเปิดจอเตรียมอุปกรณ์การเล่นเสร็จสับ  มันก็กระโดดมานั่นบนเตียงข้างๆผม เพื่อที่จะได้เล่นอย่างถนัด 




เวลาผ่านไปนานแค่ไหนดูเหมือนจะไม่สำคัญ  คนสองคนยังไม่ลุกจากที่เดิม สายตายังจดจ่อกับเกมส์ข้างหน้าราวกับนั่นคือการกอบกู้ชาติ    ถ้าหากเป็นการกอบกู้ชาติจริง ตอนนี้คงเป็นการกู้ครั้งที่10 เข้าไปแล้ว




แต่ยังไม่ได้ชาติคืนเลย 




และคำว่า เล่นเกมส์สักตา ก็ไม่มีจริง
 


“ เฮ้ย ไอ้หนึ่งกี่โมงแล้ววะ” ผมถามมันขึ้น เมื่อชักรู้สึกเมื่อยตัว เหมือนร่างกายประท้วงว่าใช้ร่างกายหนักเกินไปแล้วนะไอ้สั-


“ มึงไม่มีนาฬิการึไง  ยืมเพื่อนอย่างกูสิ ”


“ แล้วมึงจะต่อปากต่อคำกับกูทำไมนักหนา ก็กูเห็นมึงใส่นาฬิกา ” ไอ้ห่-นี่

“ อ่า    ก็ช่วงประมาณว่าพระอาทิตย์กำลังเดินทางมาเพื่อจะตก    เออๆ กูตอบดีๆแล้ว ประมาณ สี่โมงเย็น”  มันเห็นผมง้างมือ จะหาที่ลงซึ่งมันคาดว่าน่าจะเป็นส่วนหัวของมัน มันถึงได้เลิกเล่น





“ งั้นกูไปล่ะ จะไปทำความดี ” ผมลูบหัวมันไปหนึ่งทีก่อนออกมา





“ ขอให้น้าแจงสับมึงแหลกเป็นชิ้นๆ” มันตะโกนไล่หลังผม





ผมไม่ควรออกมาเวลานี้


ผมลืมสนิทไปเลยว่านี่เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนต่างทยอยกลับบ้านไม่ว่าจะเป็นเด็กนักเรียน หรือ พนังงานต่างๆ 
 
รถที่สัญจรไปมาเริ่มมีการติดขัดเบียดเสียด  ซึ่งผมก็ภาวนาให้ผมไปถึงที่หมายให้ทัน ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง เหยียบเลยพี่





คุณคงคิดว่าผมจะหลุดพ้นจากไฟจราจรนี้แล้วสินะครับ    อันความประเทศแห่งการรถติดนะครับ





ผมได้เป็นคันแรกของไฟจราจรสีแดงรอบนี้   ก็ยังดีที่ผมได้เป็นคันแรก พี่คนขับรถแท็กซี่สบถเบาเบา  เราสบตากันผ่านกระจก  ผมยิ้มให้พี่เขานิดนึง   ผมเข้าใจพี่ครับ







หลังจากผมจ่ายค่าเสียหายสำหรับการเดินทางครั้งนี้   




ณ ตอนนี้ผมก็มายืนอยู่หน้าร้านดอกไม้ร้านหนึ่ง ที่หน้าร้านติดป้าย “ La fleur ”     เป็นร้านดอกไม้ที่ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป  กระจกสีใสรอบเกือบทั้งร้านทำให้มองเห็นเข้าไปถึงข้างใน 



ผมเดินเข้าไปก่อนจะยืนอยู่หน้าประตู  ผมตัดสินใจผลักมันเข้าไปเสียงกระดิ่งดังขึ้น  พร้อมกับมีเสียงทักทายขึ้น “ สวัสดีค่ะร้านลา เฟลอค์  ยินดีให้บริการค่ะ”   โดยที่เจ้าตัวหันหลังดูวุ่นวายกับการทำอะไรบางอย่าง    ผมจึงเดินไปที่เคาท์เตอร์   ยื่นแขนไปจับไหล่คนที่ยังไม่ยอมหันหน้ามาคุยกับผม พร้อมกับพูดเสียงเข้ม




“ มีดอกไม้เท่าไหร่เอามาให้หมด นี่คือการปล้น”




“ โถ่ คุณตงฉินนี่เองนึกว่าใคร ทำเอาคนแก่ตกอกตกใจหมด”


“ ตกใจอะไรละครับ  โจรที่ไหนจะเข้าร้านดอกไม้มาเพื่อปล้นดอกไม้จริงๆ”





“ ก็แหมนะคะ คุณตงฉิน แต่เจอโจรหล่อขนาดนี้ อยากได้อะไรในร้านก็เอาไปเถอะ”






“ ผมจะฟ้องคุณแจง ว่าพี่นิ่มหลงคนหล่อ ” ผมพูดเหย้าพี่นิ่ม  พี่นิ่มเป็นหญิงวัยกลางคนร่างท้วมนิดหน่อย


“ พี่นิ่มจะไม่จัดดอกไม้ให้คุณตงฉิน วันงานแต่งค่ะ” พี่นิ่มพูดพร้อมทำหน้างอนๆ  ผมหัวเราะแล้วยื่นมือไปจับแขนพี่นิ่มเบาๆเป็นการขอโทษ


“ ไม่ต้องเลยค่ะ เก็บเอาไว้จับมือสาวๆเถอะค่ะ ตั้งแต่โตเป็นหนุ่มหล่อนี่ไม่ค่อยเห็นหน้าเลยนะคะ ว่าแต่หล่อขนาดนี้ไม่เห็นเคยพาสาวมาเปิดตัวเลยนะคะ ระวังเธอน้อยใจเอานะ”





“ ก็ไม่มีนี่ครับ เอาไว้มีจะพามาแล้วกันครับ” ผมชะเง้อมองหาคนที่ผมตั้งใจจะมาเจอ





“ คุณแจงหรอคะ  อยู่โรงดอกไม้นะคะ ”


“ ขอบคุณครับ ” ผมยิ้มให้พี่นิ่มแล้วเดินตรงไปหลังร้าน 






โรงดอกไม้ของร้าน   มีดอกไม้หลายชนิดถูก  จัดวางอย่างเหมาะสม เหมือนที่ที่มันอยู่ต้องเป็นมันเท่านั้นที่เป็นเจ้าของ สวยงาม เหมือนถูกคัดเลือกมาแล้วอย่างดี



ลึกไปเกือบสุดทางมีคนที่ผมกำลังตามหาอยู่   ผู้หญิงใส่ชุดผ้ากันเปื้อน กำลังยื่นมือไปหยิบดอกไม้อะไรสักอย่างออกมา


ไม่รู้ว่าผมตัวโตขึ้นหรือแม่ผมตัวเล็กลง  แผ่นหลังที่เคยแบกผมตอนยังเด็กตอนนี้ดูเหมือนจะเท่าขนาดเท่าแค่ฝ่ามือผม
 

ขาทั้งสองข้างนั้นที่ตอนเด็กๆเวลาผมงอแงต้องการประท้วงผมจะเข้าไปเกาะที่ขาแล้วเขย่า  ถ้าผมเข้าไปทำตอนนี้คงตลกน่าดู   


ผมที่เคยสูงแค่เท่าเอวแม่  ตอนนี้เป็นแม่เองที่สูงเท่าไหล่ผม




อยู่ๆผมก็เกิดกลัวขึ้นมาว่าวันหนึ่งคนตรงหน้าจะหายไป ผมค่อยๆเดินเข้าไปแล้วกอดเอาแม่ไว้ทั้งตัว 





“ พี่ฉิน ทำแบบนี้คุณแจงก็ไม่ยกโทษให้หรอกนะ”  แม่ผมเอ่ยเสียงเรียบ


“ ผมรู้ คุณแจงนะใจแข็งจะตาย ”


“ ลมอะไรหอบพี่ฉินมาถึงที่นี่ละครับ ” แม่ผมถอนหายใจอย่างรู้ทัน


“ พี่ฉินมีข้อเสนอ มาเพื่อลดหย่อนโทษครับ ”


“ ลองว่ามา ” แม่ผมหยุดทำทุกอย่าง และหันหน้ามาเผชิญกับผม   ผมคลายแขนแล้ว ถอยออกมา สบตากับแม่ ก่อนเอ่ยคำที่คิดมาแล้วอย่างดี






“ พี่ฉินจะมาช่วยงานที่ร้าน เพื่อสงบสติอารมณ์ จนกว่าจะเปิดเทอมครับ ”







“ ข้อเสนอนี้ คุณแจงเห็นด้วยและตกลงครับ ” แม้ว่าคุณแจงจะพูดเสียงเรียบๆ แต่แววตาคุณแจงเหมือนมีพลุกำลังถูกจุด


“ แล้วนั่นคุณแจงกำลังทำอะไรครับ ” ผมเหลือบไปเห็นข้างหลังมีดอกไม้จำนวนหนึ่งถูกเก็บมา เหมือนเตรียมจะจัดช่อ


“ อันนี้ของลูกค้าคนประจำครับ  กลับบ้านกันเถอะ เสร็จแล้วเรียบร้อย ”  แม่เข้าไปฝากพี่นิ่มปิดร้าน   ผมบอกลาพี่นิ่มนิดหน่อย ก่อนจะเดินออกมาจากร้าน






หลังร้านจะมีที่สำหรับจอดรถจำนวนหนึ่งซึ่งเป็นของส่วนกลาง    รถสปอร์ตยี่ห้อดังคันหนึ่งถูกจอดเด่นตระหง่านอยู่ตรงกลางลานจอดรถ     ถ้าคุณคิดว่ารถคันนี้เป็นของผม




คุณคิดผิด 




คนที่เป็นเจ้าของ โน่นคุณผู้หญิงตัวเล็กๆ เจ้าของร้านดอกไม้ แม่ผมเป็นผู้หญิงที่คลั่งรถสปอร์ตสุดๆ แล้วก็ขัดกับลุคสุดๆ 


“ วันนี้พี่ฉินจะเป็นสารถีเองครับ  ” ผมหันไปบอกคุณแจง  ขณะที่คุณแจงกำลังเดินใกล้เข้ามา


“ ตกลงครับ ”  คุณแจงเอ่ยขึ้น พร้อมหยิบกุญแจรถให้


“ จะขับให้คุณแจงนั่งสบายๆเลยครับ ”  ผมพูดแล้วทำท่าโค้งคำนับหนึ่งที  คุณแจงถึงกับหัวเราะเสียงดังกับท่าทีของผม





ชีวิตของผมไม่ได้ต้องการอะไรมากมายนัก และหนึ่งอย่างในนั้นคือ ผมอยากเห็นรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะของผู้หญิงคนนี้ไปตลอด






TBC.

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน เข้ามาเมนต์ เลยนะงับ   

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-04-2020 11:22:26 โดย Beme »

ออฟไลน์ Beme

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
Re: จาก จดหมาย #ฉบับที่ 3
«ตอบ #5 เมื่อ10-03-2020 17:03:57 »

ตุ๊กตาหน้ารถ





เสียงกระดิ่งดังขึ้นบ่งบอกว่ามีคนเปิดประตูเข้ามา  แต่นี่ยังไม่ใช่เวลาเปิดร้าน และพี่นิ่มก็มาทำงานแล้ว  ชายใส่ชุดดำที่ดูเหมือนจะเป็นชุดเครื่องแบบ  หน้าตาดูไม่เป็นมิตร  เข้ามาทำอะไรในร้านดอกไม้ แบบนี้


“ สวัสดีครับ ร้านลา เฟลอค์  ยินดีให้บริการครับ ”  ผมสมควรได้รับรางวัลพนักงานดีเด่น แม้ว่าจะทำงานได้แค่7วัน


“ มารับดอกไม้ของคุณจิณณพัตครับ ” เสียงพี่แกก็ไม่ได้โหดเหมือนหน้าตาเท่าไหร่


“ รอสักครู่นะครับ ” ผมบอกพี่แก ก่อนผมจะเดินไปหาพี่นิ่มที่หลังร้าน


“ พี่นิ่มครับดอกไม้ของคุณจิณณพัตได้หรือยังครับ ” ผมบอกพี่นิ่มที่ขณะนี้กำลังช่วยคุณแจงจัดดอกไม้อยู่


“ เสร็จแล้วค่ะ ” พี่นิ่มเดินไปหยิบช่อดอกไม้ช่อหนึ่งยื่นให้ผม  ผมไม่รู้ว่ามันคือดอกอะไร แต่คุ้นๆว่ามันเป็นดอกไม้ที่คุณแจงเคยจัดเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว    “ อันนี้ของลูกค้าประจำ ” คงเป็นช่อดอกไม้ที่สวยที่สุดที่ผมเคยเห็นมา  ใครได้เป็นเจ้าของคงมีความสุขไปทั้งวัน


“ นี่ครับ ดอกไม้ของคุณจิณณพัต ”  ผมเผลอมองตามชายชุดดำไป เขาเดินไปยังรถคันหนึ่งเปิดประตูหลังเพื่อยื่นดอกไม้ให้ใครบางคน ใครบางคนที่ผมมองเห็นใบหน้าไม่ชัดอาจจะเพราะฟิล์มกระจกที่ค่อนข้างมืด  แต่ถึงอย่างนั้นผมก็มองเห็นจมูกโด่งเชิดนั้นที่ดูยังไงก็คงเป็นคนดื้อรั้นพอตัว  ก่อนรถจะเคลื่อนตัวผ่านร้านไป


“ คนนี้นะลูกค้าประจำเลยค่ะ มาทุกอาทิตย์ คุณแจงเธอดูเอ็นดูมากด้วยนะคะ ถ้าคุณตงฉินไม่เข้าร้านมาบ่อยๆ ไม่แน่คุณแจงเธออาจจะยกร้านให้คุณคนนี้นะคะ ” พี่นิ่มที่ไม่รู้เดินมาจากหลังร้านเมื่อไหร่เอ่ยขึ้น


“ ถ้างั้นผมก็จะมาเกาะพี่นิ่มกิน ” ผมพูดติดตลกใส่พี่นิ่ม

   
“ ถ้างั้นพี่จะช่วยคุณตงฉินทวงคืนร้านเองค่ะ  แต่ว่าก็ว่าเถอะค่ะ คุณคนนั้นนะหล่อจริงๆนะคะ เห็นว่าเป็นดาราด้วย   ” พี่นิ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังที่ดูจะเกินจริงไปหน่อย


“ ระหว่างผมกับคุณคนนั้นของพี่นิ่มใครหล่อกว่ากันครับ ” ผมถามขึ้นพร้อมกับจ้องหน้าพี่นิ่ม


“ โถ่ คุณตงฉินคำถามนี้พี่ขอตอบว่า อยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน ” แล้วพี่นิ่มก็หัวเราะเสียงดัง


“ แล้วระหว่างจัดดอกไม้ต่อ กับ ใบลาออก คุณพนักงานทั้งสองจะเลือกอะไรคะ ” วงแตกแล้วครับเจ้าของร้านมาเอง


“ โถ่เอ้ย! อยู่นี่เอง ” อยู่ๆพี่นิ่มก็หาของบางอย่างเจอ ก่อนเดินกลับหลังร้านไป  ผมยิ้มกว้างที่สุดในชีวิตให้คุณแจง  แต่คุณแจงไม่สนใจสักนิดแถมยังยกนิ้วชี้หน้าผมก่อนจะเดินหายวับไปหลังร้าน


ผมยังคงยืนมองไปที่ที่รถคันนั้นเคยจอดเมื่อหลายชั่วโมงที่ผ่านมา ไม่รู้ทำไมผมถึงได้รู้สึกคุ้นนักกับคนที่ไม่ยอมลงจากรถ  คนที่นั่งข้างหลังนั่น




เวลาล่วงเลยไปค่อนวัน ผมกับพี่นิ่มกำลังช่วยกันเก็บร้าน  และอีกไม่กี่กระถางผมจะเป็นอิสระแล้ว


“ ถึงเปิดเทอมแล้วก็แวะมาที่ร้านบ่อยๆนะคะ คุณตงฉิน ” พี่นิ่มเอ่ยขึ้นขณะที่ผมยกกระถางสุดท้ายไปเก็บพอดี


“ มาอยู่แล้วครับ ”


“ ปีที่แล้วก็พูดแบบนี้ แต่หายวับไปกับลมเลยนี่คะ” พี่นิ่มแกล้งทำเป็นพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจ ถอนหายใจไป1ครั้ง  ก่อนจะพูดต่อ


“ ไม่มีคุณตงฉิน เหนื่อยกันแน่ๆ ” ปกติที่ร้านจะมีพนักงาน 3 คนรวมพี่นิ่ม แต่อยู่ๆคนนึงก็ลาออก  แล้วอีกคนก็ลาคลอด  คงเป็นจังหวะชีวิต พอผมเสนอมาทำงานที่ร้านคุณแจงเลยตอบตกลงทันที  ป้ายรับสมัครพนักงานก็ติดไว้หน้าร้าน ตามออนไลน์ก็ลงไว้แต่ยังไม่มีใครมาสมัคร 


“ ถ้ายังงั้นก็รีบกลับบ้านไปพักเอาแรงเถอะครับ  ”   ผมบอกลาพี่นิ่มก่อนจะแยกกัน





นักศึกษาส่งเสียงพูดคุยกัน บ้างรู้จักกันมาตั้งแต่มัธยม บ้างเพิ่งรู้จักกัน  เรื่องราวมมากมายพรั่งพรูออกมา ทั้งเรื่องราวที่ผ่านมาแล้ว วัยมัธยมวัยสานฝันที่เคยคิดว่าแสนโหดหิน   เรื่องราวราวที่ผ่านมาแค่เมื่อวาน เรื่องราวของนักศึกษาปี1ที่ค้นพบว่าการอยู่ห่างจากบ้านนั้นไม่ง่ายเลย  หรือเรื่องที่เพิ่งเกิดไม่กี่ชั่วโมง ข่าวบันเทิงมักถูกใส่ใจเกินพอดีเสมอ 


เสียงพูดคุยได้เงียบไปเมื่อมีร่างร่างหนึ่งเดินเข้ามา 


“ หน้าตาดี หล่อแบบที่สาวๆเห็นแล้วต้องกรี๊ด ” ผมคงต้องใช้คำนี้อธิบายความเป็นเขา ผมมองไปที่เขาเหมือนใครหลายคนที่ยังคงมองไปที่เขา  และตลอดระยะเวลากว่า 3 ชั่วโมงนั้น ผมแทบไม่อาจละสายตาไปจากเขาได้เลย  เขาสว่างและเปล่งประกายเกินไป  เป็นความรู้สึกที่แปลกจริงๆ


ผมคงเป็นคนสุดท้ายที่ก้าวออกมาจากห้องเรียน  มีสายเรียกเข้า “ หนึ่ง ” ผมกดรับสายมัน


“ เออ ว่าไง ” ผมเริ่มบทสนทนา


“ ปีหนึ่งคุยกับรุ่นพี่แบบนี้ได้หรอครับ ” มันทำเสียงเข้ม


“ มีเหี้-อะไร” ผมถามเข้าประเด็น


“ มารับประทานอาหารไหมครับคุณตงฉิน ”  กวนตีนจริงๆ


“ ไป  โรงไหน ” ผมถาม


“ ข้างตึกนี่ไง ” เลือกที่ได้ดีกำลังหิว


“ สั่งรอกูด้วย เอากระเพรา ไข่เจียว ” ผมสามารถกินช้างได้สองตัวแล้วนะตอนนี้


“ ครับ คุณตงฉิน ”  กวนส้นตีน



ผมเก็บโทรศัพท์ ก่อนจะรีบเดินไปยังที่จอดรถ  แต่แล้วผมก็เห็นเขา มันจะไม่แปลกใจอะไร  ถ้าคนที่เขาอยู่ด้วยไม่ใช่อาจารย์คนนั้นอีกแล้ว และผมจะไม่ยุ่งสักนิดถ้าพวกเขาไม่ยืนขวางทางออกรถผม


“ ขอโทษนะครับ ขอทางด้วยครับ ” อาจารย์คนนั้นมองหน้าผม  ส่วนอีกคนดูเหมือนจะหายไปแล้วไวยังกับผี ครั้งที่แล้วก็แบบนี้ ครั้งหน้าขอไม่เจอแบบนี้นะ


“ ขอทางด้วยครับ ” ผมย้ำอีกครั้ง จนอาจารย์คนนั้นยอมหลีกทางให้


ขณะที่ผมกำลังขับรถไปโรงอาหาร ผมก็เห็นเขานั่นคนหรือหลอดนีออน สว่างอะไรขนาดนั้น เกิดมาเคยเจอแดดบ้างไหมวะ  อยู่ๆไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ผมจอดรถ แล้วลดหน้าต่างลง อาจจะเป็นเพราะแดดที่ร้อนเกินไป และผมเป็นคนมีจิตใจเมตตา


“ ขอโทษนะครับ  จะไปไหนครับ ” ไอ้เหี้- ผมจะถามแบบนั้นทำไมวะ เขาทำหน้างง แต่ก็ยอมตอบคำถามผม


“ ไปโรงอาหารครับ ”  เหงื่อที่ซึมอยู่รอบกรอบหน้าไม่ได้ทำให้เขาดูดีน้อยลงเลยสักนิด


“ ไปด้วยกันไหมครับ ” ผมคงตื่นเช้าเกินไป   แต่โชคดีที่เขาไม่ยอมให้ผมหน้าแตก ประตูข้างคนขับถูกเปิดออก วันนี้เป็นครั้งในชีวิตผมที่มีตุ๊กตาหน้ารถหล่อขนาดนี้


ระหว่างทางไปโรงอาหารเราก็ไม่ได้บทสนทนาเพิ่มเติม  จนกระทั่งถึงที่หมาย


“ ครั้งหน้าถ้าเจอกันอีก  ขอไม่เจอแบบครั้งนี้กับครั้งที่แล้วอีกนะครับ ” เอาละผมคงตื่นเช้าเกินไปจริงๆนั่นแหละ   เขาไม่ได้ตอบอะไร ประตูถูกเปิดออกพร้อมกับตุ๊กตาหน้ารถของผมที่หายไปในโรงอาหารแล้ว


เสียงนักศึกษาจอแจ  เสียงแม่ค้าร้านอาหารตามสั่งเรียกชื่ออาหารตามสั่งแทนชื่อคนสั่ง เสียงกะทะเสียงตะหลิว  และเสียงไอ้เหี้-หนึ่ง
“ ปีหนึ่ง มาแล้วว่ะ ”ทันทีที่ผมนั่งลงมันก็พูดขึ้นทันที


“ อยากมาเป็นปี1 อีกรอบแบบกูไหมละ ” ผมเลยวางมือบนหัวมันด้วยแรงนิดหน่อย ก่อนตอบ


“ ขอบายนะเพื่อน ว่าแต่น้องปี 1 มีคนน่ารักๆไหม ” มันทำหน้าแหยๆ  ก่อนท้ายประโยคมันจะทำเสียงน่าถีบ



“ มาเรียนกับกูสิ ” ผมยิ้มมุมปากให้มันทีหนึ่ง  ผมเลือกเองก็ต้องรับผลมันให้ได้  ผมนึกถึงวันที่คุณแจงขอคุยด้วยขึ้นมาเลย


 กระดาษสีขาว ถูกดึงออกมาจากซองของมันอย่างไม่เร่งรีบ เหมือนคนดึงออกมานั้นรู้อยู่แล้วว่าข้างในมีอะไร ผมสงสัยว่าจดหมายนั่นคืออะไร ทำไมคุณแจงถึงขอคุยด้วย จนกระทั่งผมเห็นชื่อมหาวิทยาลัยของตัวเอง  “ บรรลัยแล้วกู ” คำนี้ดังขึ้นมาในหัวผมทันที



“ พี่ฉินครับ  ขอคำอธิบายครับ ” คุณแจงยื่นกระดาษนั่นให้ผม โดยที่ตายังจ้องผมไม่หยุด ผมหยิบกระดาษนั้นมาอ่าน อยู่ๆผมก็อยากย้อนกลับไปตอนอ่านหนังสือไม่ได้ 


“ เรื่องการเรียนคุณแจงไว้ใจพี่ฉินเสมอ ไม่เคยว่าถ้าพี่ฉินจะดื้อไปบ้าง แต่นี่มันคืออะไร พี่ฉินไม่ได้เป็นคนขาดความรับผิดชอบ  อธิบายมาครับ ” นี่คงเป็นตอนที่ผมอยากร้องไห้ ไม่ว่าเมื่อไหร่แม่ก็ยังคงเป็นคนที่ไว้ใจผมเสมอ  ผมถึงเปิดใจคุยกับแม่ได้ทุกเรื่อง  หลังจากเล่าให้ฟังทั้งหมด คุณแจงบนนิดหน่อย แล้วบอกกับผมว่า “ เลือกเองก็ต้องรับผลมันให้ได้ ”  กระดาษนั่นยังอยู่ในมือผม กระดาษแจ้งผลการเรียน  รายวิชาที่ผมลงไปเกือบทุกตัวผลของมันผมพอใจมาก แต่มีตัวหนึ่งที่ผมไม่ค่อยพอใจ  F นี่คือผลการเรียนที่ผมไม่ค่อยพอใจ  เรียนอีกปีจะเป็นอะไรไป





 

“ เฮ้ย เป็นอะไรมึง ” ไอ้หนึ่งจับมือผมไว้ ตอนผมเผลอทุบโต๊ะ ผมน่าจะเผากระดาษนั่นไปก่อนที่คุณแจงจะมาเจอ


“ แด- เสร็จยังมึงนะ ไปเรียนได้แล้วสั- ”  มันพยักหน้า ก่อนเราจะเดินไปเก็บจานและออกจากโรงอาหารไป





 มีสายตาคู่หนึ่งที่มองตามหลังคนตัวสูงไปจนลับตา  คนที่เพิ่งเจอกัน คนที่เป็นสารถีจำเป็นให้เขา





TBC.

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-04-2020 11:23:34 โดย Beme »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2023
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-0
Re: จาก จดหมาย #ฉบับที่ 3
«ตอบ #6 เมื่อ11-03-2020 20:57:04 »

 :pig4:
 :3123:

ออฟไลน์ Beme

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
Re: จาก จดหมาย #ฉบับที่ 4
«ตอบ #7 เมื่อ13-03-2020 12:15:28 »

ยินดีที่ได้รู้จัก





“ เฮ้ย!  อะไรวะ” ไอ้หนึ่งที่หลับฟุบไปกับโต๊ะอยู่ถูกฟาดเข้าให้ด้วยชีทเรียน   โดยหนุ่มหล่อดีกรีเดือนคณะ


“ ทำไม ไอ้ตี๋ตัวเตี้ยแบบมึงจะทำไม ”  ผมอยากให้สาวๆ มาเห็นไอ้เดือนคณะที่ตอนนี้ตีกับไอ้หนึ่งเป็นเด็กประถม


“ ขอให้มึงท้องผูก กวนคนจะหลับจะนอน ” มันว่าก่อนจะก้มลงไปฟุบที่เดิม แล้วมันก็โดนโบกอีกทันที


“ ยังจะนอนอีก ”  ไอ้หนึ่งยกนิ้วกลางให้แทนคำพูด ก่อนจะหันมาพูดกับผม


“ เออมึง มึงจะไปช่วยพี่เขาดูน้องหลีดไหม พี่ปีสูงเขาฝากมาถาม”


“ ไม่  ” ผมตอบแบบไม่ต้องคิดเลย


“ มึงจะไม่ไปช่วยพี่เขาดูหน่อยหรอ มึงเคยเป็น มึงน่าจะรู้จังหวะดีที่สุด ” เดือนคณะช่วยโน้มน้าวผม


“ เออเห็นด้วยกับไอ้ต้นคนเหี้-ที่สุด ”  หนึ่งพูดพร้อมพยักหน้า


“ ทีแบบนี้เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลยนะพวกมึง ” ผมมองไอ้ต้นกับไอ้หนึ่งที่ตอนนี้สงบศึกแล้วหันมาช่วยกันโน้มน้าวผม


“ ค่อยตอบก็ได้มึง กว่าเขาจะเริ่มซ้อมอีกเป็นเดือน ” มันยังไม่หยุดที่จะโน้มน้าวผม และที่ผมต้องไปเป็นหลีดนะไม่ได้เต็มใจอะไรเลย  แต่มันเป็นข้อแลกเปลี่ยนระหว่างผมกับไอ้ต้น 

ข้อแลกเปลี่ยนที่ว่าก็คือ รุ่นพี่มาชวนผมไปประกวดเดือน แต่ผมไม่อยากประกวด เลยไปตกลงให้ไอ้ต้นไปแทนซึ่งพี่เขาก็ตกลง  พอรุ่นพี่จะให้ไอ้ต้นไปเป็นหลีด  มันเลยโยนขี้มาให้ผม แล้วผมจะไปปฏิเสธอะไรได้  ตอนแรกหลังจบงานจะเลิกคบเป็นเพื่อนแม่-  จนตอนนี้ยังต้องคบมันอยู่  บางทีเวรกรรมก็มาในรูปแบบเพื่อน


“ เออๆ ช่างเถอะ ว่าแต่มึงนะไอ้ต้น ไปดูน้องๆดาวเดือนมาเป็นไงบ้าง  จริงๆเอาเฉพาะน้องดาวก็พอ ”


ไอ้ต้นยกมุมปากก่อนตอบ

“ ไม่บอก ” แล้วไอ้หนึ่งก็โวยวายอีกรอบ ส่วนผมกับไอ้ต้นมองหน้ากัน เอาเป็นว่ารู้ๆกันอยู่  ถึงจะรู้แต่ผมก็ไม่ใช่คนรักสนุกแต่ไม่ผูกพัน มันไม่ใช่ทางผมว่ะ


“ ไอ้ฉินมึงไม่ช่วยกูเลย มึงมันพวกเดียวกัน ”  ผมยักไหล่ให้ไอ้หนึ่ง  ก่อนจะเห็นอาจารย์เข้ามา


“  ตอนนี้เรียนก่อนอาจารย์มาโน่นแล้ว  อาจารย์แม่ มึงจะท้าทายอำนาจมืดไหมละ ”



ผมเป็นคนจริงจังกับการเรียน  อะไรคือหน้าที่ ผมทำอย่างดีที่สุดเสมอ การเรียนที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งสำหรับผมคือการตั้งใจฟังในห้องเรียน ดังนั้นพวกนี้มันจะไม่ก่อกวนผมเวลาเรียนเป็นอันขาด  และผมจะกลับไปทบทวนทันที  ผมไม่ใช่คนประเภทที่มาอ่านก่อนสอบเพียงหนึ่งอาทิตย์   ผมต้องจัดการเวลาสำหรับทุกอย่างเป็นอย่างดี  ตั้งแต่ไหนเด็กๆผมจะแบ่งเวลาสำหรับการเล่น และการเรียนให้พอดีเสมอ   เพราะสำหรับผมเวลาทุกนาทีเป็นสิ่งมีค่า


“ ท่านอาจารย์ตงฉินขอรับ เทอมนี้กระผมขอฝากตัวด้วยนะขอรับ หลังจากได้ฟังการบรรยายวันนี้แล้วกระผมคิดว่าเราน่าจะอยู่คนละโลกกันนะขอรับ ” ไอ้หนึ่งพูดขึ้นพร้อมโค้งให้ผม ขณะที่ผมกำลังเก็บของลงกระเป๋า


“ ก็แน่อยู่แล้วไอ้ตี๋เตี้ย เมื่อกี้ไอ้ฉินมันอยู่โลกมนุษย์ ส่วนมึงนะไปเข้าเฝ้าพระอินทร์ตั้งแต่ 10 นาทีแรก ” ไอ้ต้นมันไม่พูดเปล่า มันใช้ชีทโบกไอ้หนึ่งด้วย


“ โอ๊ย! มึงนี่กูยิ่งโง่ๆ ก่อนเรียนก็ฟาดหลังเรียนก็ฟาด แล้วมึงพูดงี้มึงรู้เรื่องหรอ ” ไอ้หนึ่งพูดพลางลูบศีรษะตัวเองปอยๆ


“ ถ้าตอนนี้ก็ไม่ ” ไอ้ต้นพูดแล้วยักคิ้ว


“ โถ่ คิดว่าจะแน่  แล้วมึงจะตีหัวกูทำไมนักหนา ” ไอ้หนึ่งที่ตอนนี้ม้วนชีทเรียนไล่ตีไอ้ต้นบ้าง  ไม่ต้องสงสัยนะครับว่าทำไมพ่อเดือนคณะถึงได้กล้าเล่นเป็นเด็กๆ เพราะตอนนี้ทั้งห้องเหลือแค่เราสามคนครับ  ผมว่าสุดท้ายแล้วไม่ว่าเราจะโตสักแค่ไหนกับเพื่อนเราก็ยังเป็นเด็กคนเดิม
 

“ เฮ้ย มึงปิดไฟทำไมวะเนี่ย ” ไอ้หนึ่งโวย


“ มึงไม่กลับบ้านรึไง ” ผมที่ตอนนี้มายืนอยู่ตรงประตูทางออกแล้วพูด


“ สงสัยมันจะรอให้เจ้าแม่ต้นไทรของคณะมาเชิญกลับบ้าน ” ไอ้ต้นที่ตอนนี้ยังคงเล่นวิ่งไล่กับไอ้หนึ่งอยู่พูดขึ้น  ก่อนจะวิ่งออกประตูไป และตามด้วยไอ้หนึ่งที่วิ่งตามไปติดๆ  ผมอดส่ายหน้าให้กับพฤติกรรมพวกมันไม่ได้   


ดวงอาทิตย์ที่ลับขอบฟ้าไปแล้วพักใหญ่  ส่งผลให้แทบทั่วทั้งตึกมืด มีแสงไฟเพียงเล็กน้อยส่องตามทางเดินเท่านั้น  แต่บริเวณโถงของคณะกลับยังมีเสียงกลอง และเสียงนักศึกษาจำนวนหนึ่ง ที่ทำกิจกรรมให้ความสนุกสนานกับน้องๆปี 1  มันทำให้ผมคิดถึงช่วงเวลาของการเป็นน้องปี1 ตื่นเต้นกับชุดใหม่  เพื่อนใหม่ และเส้นทางใหม่ที่เป็นจุดเริ่มต้นของความฝัน   ผมเลือกที่จะเดินเงียบๆไปยังลานจอดรถ


“ อ้าว ไอ้หนึ่งทำไมยืนคนเดียว ไอ้ต้นละ ”


“ ไปแล้ว มันบอกมีนัด ”


“ แล้วมึงนะยังไง ”


“ กูก็รอมึงนี่ไง ” มันเดินมาเกาะแขนผม


“ รอทำไม ”  ผมมองมันด้วยหางตา


“ ก็มึงบอกจะไปส่งกูไง ” น่าถีบจริงๆ  มันกระโดดขึ้นรถผมทันทีที่ผมปลดล็อก


“ มึงไปแด-เตี๋ยว  ร้านป้าแป๋วไหม กูว่ากูหิว อาจารย์นะอาจารย์เวลาปกติไม่ค่อยว่างสอนชอบนัดชดเชยดึกๆ ” มันพูดไปบ่นไป พร้อมลูบท้องเหมือนกับกำลังปลอบกระเพาะ



หลังจากผมไปส่งไอ้หนึ่งเรียบร้อย  รถผมก็กลับเข้าสู่ความสงบสุขอีกครั้ง  โชคดีที่วันนี้รถไม่ค่อยติด ทำให้ผมใช้เวลาไม่นานในการเดินทาง  ก่อนลงจากรถผมก็ไม่ลืมที่จะหยิบถุงบะหมี่ลงไปด้วย ผมไม่ได้ทานที่ร้าน   เพราะผมต้องรีบกลับมาจัดการงานผมนิดหน่อย


ผมคิดว่าคอนโดควรติดไฟที่จอดรถเพิ่มมันค่อนข้างมืดเกินไป  ระหว่างที่ผมกำลังจะก้าวขาเข้าประตู ผมก็เหลือบไปเห็นที่ซอกตึกมีเงาของคนสองคน  ที่คนนึงพยายามจะตีตัวออกห่าง  แต่อีกคนกลับพยายามไล่ตาม  ผมจึงเดินเข้าไปดูใกล้ๆ และก่อนจะถึงผมก็ได้ยิน


“ แค่ตอบตกลงก็ไม่ลำบากแล้ว ” ผู้ชายคนนึงพูดขึ้น พร้อมกับพยายามจับตัวอีกคน


“ ขอโทษนะครับ นี่ไม่ใช่งานที่ผมจะทำ ” ผู้ชายอีกคนตอบ
 

ตรงนั้นคือผู้ชายสองคนที่กำลังตกลงอะไรบางอย่างที่ผมรู้สึกไม่ชอบมาพากลเท่าไหร่

ผมควรจะเดินออกไปหรือจะเดินเข้าไปดี   ถึงจะเป็นผู้ชายแต่เขาก็ไม่ควรถูกคุกคาม  ระหว่างที่ผมกำลังตีกับตัวเอง  ผู้ชายหนึ่งในสองคนนั้นก็เดินออกมาจากซอก 




ทำให้ผมเห็นหน้าเขา  ผมประหลาดใจนิดหน่อยที่เห็นเขาอยู่ที่นี่ 




แต่เวลาไม่ถึงนาทีเขาก็ถูกดึงกลับไป และนั่นทำให้ผมตัดสินใจเดินเข้าไปพร้อมกระชากผู้ชายคนหนึ่งออกมา  ยังไม่ทันที่ผมจะพูดอะไร ผู้ชายคนนั้นก็ยกหมัดให้ผมหนึ่งหมัด  ผมไม่ทำร้ายใครก่อน แน่นอนครับผมไม่ใช่คนที่จะอยู่นิ่งๆถ้าใครมาต่อยผม  ผมจึงสวนหมัดให้ผู้ชายคนนั้นไปหนึ่งหมัด  และอีกหมัด ดูเหมือนหมัดของผมจะทำให้เขามึน


และยังมีอีกคนที่ดูจะมึนๆพอกัน  ผมจึงดึงแขนเขาออกจากซอกตึก  เดินตรงไปที่ลิฟต์   โชคดีที่เรามาทันลิฟต์พอดี   ผมกดชั้นของตัวเองก่อนถามเขา

“ ชั้นไหนครับ ” 


“ ชั้น 8 ครับ ” เสียงเขาดูไม่ค่อยตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่าไหร่  เกิดขึ้นบ่อยหรือไง ว่าแต่ชั้น8หรอ ชั้นเดียวกันนี่   ลิฟต์เปิดออกบ่งบอกว่าถึงชั้นที่กดไว้แล้ว



ผมเดินไปตามทางที่ผมคุ้นเคยเพื่อไปยังห้องผม   อีกคนก็เดินตามผมมาด้วย จนถึงหน้าห้องผมแล้ว เขาก็ยังตามผมมาหรือว่า


“ ห้องอยู่ทางเดียวกันหรอครับ ” ผมหันไปถามเขา  เขาไม่ตอบแต่ก้มลงมองไปที่แขน  ไอ้เหี้-เอ๊ยนี่ผมจับแขนเขาไว้ตั้งแต่ตอนไหนวะเนี่ย
 ผมรีบปล่อยแขนเขาทันที  ก่อนจะผลักประตูเข้ามาในห้อง  และตอนนี้อีกคนก็เข้ามาอยู่ในห้องผมแล้ว มีอะไรหรือเปล่า  ผมจึงหันกลับไปหาเขาไม่ทันจะได้ถามในสิ่งที่คิดไว้เขาก็พูดขึ้น นี่น่าจะเป็นประโยคที่สองของเขาตั้งแต่เราเจอกันวันนี้


“ ไม่เจ็บหรอ ที่โดนต่อยนะ ” เออวะ  ผมโดนต่อยนี่ แม่-เจ็บขึ้นมาเลย ผมยังไม่ทันได้ตอบ เขาก็ถามอีกครั้ง


“ ที่ห้องมีกล่องปฐมพยาบาลไหม ”  โชคดีที่ห้องผมมี คุณแจงซื้อมาไว้เหมือนรู้ว่าจะมีวันนี้ทั้งๆที่ผมไม่ใช่พวกชอบท้าตีท้าต่อย  ผมเดินไปหยิบมาให้บุรุษพยาบาลจำเป็นที่ตอนนี้นั่งอยู่ที่โซฟา 


ทันทีที่ผมวางลงเขาก็เริ่มเปิดกล่อง  แล้วเหมือนจะขยับเข้าใกล้ผมมากขึ้น   มือข้างหนึ่งจับหน้าผมเหมือนไม่ต้องการให้ผมขยับไปไหน   เขาที่ขยับเข้ามาใกล้อีก เหมือนเปิดโอกาสให้ผมได้สำรวจใบหน้าเขา  คิ้วที่เรียงกันอย่างเป็นระเบียบ  ดวงตากลมโตถูกวางอย่างพอดีกับคิ้ว  นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนสวยที่ตอนนี้กำลังจ้องไปที่แผลที่มุมปากผม  จมูกโด่งเชิดอย่างคนรั้นรับกับริมฝีปากอิ่มสีชมพูอย่างคนสุขภาพดีทั้งหมดนี้ถูกวางอย่างเหมาะเจาะบนใบหน้าเนียนไร้สิว ผมย้ำว่าไร้สิว   




หน้าสวยจริงๆ




แต่เขาเป็นผู้ชายก็ต้องเรียกว่าหล่อไหม    เสียงท้องร้องของใครบางคนเรียกสติผมกลับมา      แน่นอนว่าไม่ใช่ผม ถ้าไม่ใช่ผมก็คงเป็นคนตรงหน้าผม ที่ตอนนี้กำลังปิดกล่องปฐมพยาบาล และยังทำหน้านิ่งอยู่


ผมมีบะหมี่ที่ซื้อมานี่
“ กินบะหมี่ไหม พอดีซื้อมาสองถุง ” ผมถามเขา  ปกติผมกินคนเดียวสองถุง แต่ผมว่าวันนี้แบ่งหน่อยคงไม่เป็นไร  ถึงเขาจะค่อนข้างสูงแต่ก็ยังตัวเล็กกว่าผมอยู่ดี  เนื้อที่แทบจะหุ้มกระดูกอยู่แล้วนั่น กินข้าววันละกี่มื้อกัน


“ ไม่เป็นไรครับ ”


“ กินด้วยกัน ”  ผมไม่รอให้เขาปฏิเสธอะไรอีก  ก็เดินไปส่วนครัวแล้วหยิบถ้วยมาสองใบ   วางลงบนโต๊ะอาหาร ก่อนเรียกเขามานั่ง  เขาที่ตอนแรกดูจะปฏิเสธก็ยอมมานั่งตามคำเรียก  อย่างเขาถ้าปล่อยให้กลับไปคงปล่อยให้ท้องร้องจนหลับไปนั่นแหละ
ระหว่างที่ความเงียบกำลังเข้าครอบงำ ทำให้ผมสังเกตเห็นว่า เขาไม่ปรุงอะไรเพิ่มเลย  และไม่กินถั่วงอกด้วย  คือผมชอบถั่วงอกมากตอนสั่งเลยให้ใส่ถั่วงอกเป็นพิเศษ

“ ไม่กินถั่วงอกหรอ ”  ผมถามเขา


“ ก็กินได้ครับ แต่ไม่ค่อยชอบ ”


“ ผมขอนะ”  แล้วผมก็ถือวิสาสะตักถั่วงอกจากถ้วยเขามาให้ตัวเอง  เขาเองก็ช่วยผมตักถั่วงอกอีกแรง  ถ้วยที่เล็กทำให้ตะเกียบชนกัน เรามองหน้ากันเล็กน้อย ก่อนที่ผมจะหัวเราะและนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมเห็นเขายิ้มน้อยๆ  เขาเหมาะกับรอยยิ้มจริงๆ       



“ ผมไม่ขอโทษหรอกนะที่คุณเจ็บ แต่ก็ขอบคุณนะครับ ”  เขาพูดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ   
ก็จริงของเขาผมเข้าไปยุ่งเอง


“ กินเสร็จหรือยัง เดี๋ยวผมล้างให้ ” เขาพูดขึ้นอีกครั้ง พยักหน้า แล้วปล่อยให้เขาจัดการ จนกระทั่งเขาบอกลาผม และกำลังจะกลับผมถึงนึกบางอย่างขึ้นมาได้


“ คุณชื่ออะไรนะครับ ” เขาที่กำลังจะก้าวขาออกไปหันหลังกลับมาแล้วตอบผม


“ เทียนครับ ”  ผมยังยืนอยู่ที่เดิมในขณะที่ตอนนี้ประตูถูกปิดลงแล้ว






ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณเทียน






TBC.


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-04-2020 11:24:11 โดย Beme »

ออฟไลน์ Beme

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0

ผมไม่ชอบติดใคร

      
                  
“  วันนี้อาจารย์ขอจบแค่นี้  อย่าลืมส่งรายชื่อกลุ่มให้อาจารย์ก่อนกลับกันนะคะ  ”  อาจารย์ผู้สอน เตือนในสิ่งที่บอกไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มเรียน


“ จัดกลุ่มตามเลขที่ใช่ไหมคะ ”  ในที่สุดก็มีผู้กล้าในเหล่าปีหนึ่งถามขึ้น  คัดลอกวางเหมือนปีที่แล้วเลยครับ
 
เหล่านักศึกษาทั้งหลายกำลังวุ่นวายกับการหากลุ่มของตัวเอง   โชคดีที่มีคนเรียกช่วงเลขที่ผมพอดี 





และ





ผมไม่แปลกใจเลยทำไมผมกับเทียนถึงได้อยู่กลุ่มเดียวกันก็เราไม่ใช่ปีหนึ่งทั้งคู่ เลขที่เราเลยติดกัน



“ เหลือชื่อนายสองคนนะ ชื่ออะไรกัน ” หนึ่งในกลุ่มพูดขึ้น



“ ตงฉิน  เจริญกิจพาณิชย์ ”  น้องเขาเหมือนจะเพิ่งรู้ว่าผมไม่ใช่ปีหนึ่งก็ตอนที่ผมบอกรหัสนักศึกษา



“ อุ๊ย! ขอโทษนะคะที่เรียกนาย คิดว่าพี่อยู่ปีหนึ่งเหมือนกัน ” 



“ ไม่เป็นไร ก็เราไม่รู้นี่ ” ผมพูดด้วยท่าทีสบายๆเพราะเห็นน้องเขาหน้าเสียไป  พอผมพูดจบสีหน้าน้องเขาค่อยดีขึ้นหน่อย



“ ส่วนชื่อพี่คือพี่เทียน  จิณณพัฒน์  ภิรมย์วัชร ใช่ไหมคะ หนูจำได้ เคยเห็นพี่ใน เพจลมหายใจของชาวเรา  บ่อยๆเมื่อปีที่แล้ว   ส่วนตอนนี้หนูขอรหัสนักศึกษาด้วยค่ะ”  น้องเขาเขียนชื่อเทียนคล่องมือ อย่างกับคัดมาแล้วร้อยจบ  ก่อนจะตามด้วยรหัสนักศึกษาตามคำบอกของเจ้าของชื่อที่แม้แต่ตอนนี้ก็ยังทำหน้านิ่งๆ 



เย็นชาจริงๆ ขนาดผมโดนต่อยตั้งแต่วันนั้น จนแผลผมจางผมยังไม่เห็นเขาถามไถ่ผมสักครั้งใจดำชะมัด ถึงผมจะแส่เองก็เถอะ น่าจะถามสักนิด



“ โอเค  เสร็จแล้วทุกคนกลับได้ ”  นั่นแหละเราถึงได้แยกย้ายกัน 


 ขณะที่ผมกำลังจะลุกออกจากเก้าอี้  ผมก็เห็นน้องในกลุ่มกระซิบกระซาบและมองมาที่ผมเหมือนมีอะไรอยากจะพูดกับผม จนกระทั่งขาของผมกำลังจะก้าวพ้นประตู


“ เอ่อพี่ตงฉินค่ะ ”  ผมถึงได้หยุดแล้วรอว่าน้องที่ชอบเทียนมากๆเขาจะพูดอะไร


“ ….”


“ พอดีพวกเราจะสร้างกลุ่มในไลน์ไว้ติดต่องานกันค่ะ เลยอยากจะขอไอดีไลน์พี่หน่อยนะคะ ”


โถ่! น้องพี่คิดว่าเรื่องอะไร
“ ได้ครับ ” 


“ เอ่อ แล้วก็เหลือของพี่เทียนด้วยค่ะ แต่พวกเราไม่กล้าไปขอ พี่เขาดูดุมากเลยค่ะ  พี่ตงฉินช่วยไปขอให้หน่อยได้ไหมคะ ” เทียนเนี่ยนะดูดุ
   

“ พี่จะลองดูนะ ”


“ ขอบคุณพี่มากเลยค่ะ  พี่ตงฉินลากพี่เทียนเข้ากลุ่มด้วยนะคะ ”    ทันทีที่ผมตอบตกลงน้องเขาก็ทั้งขอบคุณทั้งไหว้กันใหญ่


 แล้วผมจะไปเจอเทียนที่ไหนวะ







รถยนต์ยี่ห้อดังเคลื่อนที่ไปตามถนนเส้นที่คุ้นเคยอย่างไม่รีบร้อน   กระจกด้านข้างของรถสะท้อนให้เห็นรถยนต์อีกคันหากไม่สังเกตก็แค่รถคันหนึ่งที่บังเอิญมีจุดหมายเดียวกัน 




เพียงแต่คนขับรถยนต์ยี่ห้อดังสังเกตเห็น





 หากเขาขับช้า รถอีกคันก็ช้าตาม   หากเขาขับเร็ว รถอีกคันก็พยายามตามให้ทัน  แม้กระทั่งเขาเลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมัน รถอีกคันก็ยังเลี้ยวตาม     ขณะที่เขากำลังเลี้ยวเข้าคอนโด  รถคันนั้นไม่ได้เลยผ่านรถเขาไป แต่หยุดรถห่างจากเขาราวสามช่วงตึก 



รถยนต์ยี่ห้อดังถูกจอดสนิทในที่ของมัน  คนที่ขับมันมาตลอดเส้นทางละมือออกจากพวงมาลัย  แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อเช็กข้อความแจ้งเตือนด้วยความเคยชิน  ก่อนพบว่าไม่มีข้อความแจ้งเตือนใดๆจึงเก็บมันลงกระเป๋ากางเกง




ทันทีที่มันถูกเก็บลงก็มีจดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรือที่เรียกกันอย่างชินปากว่า “เมล์” ฉบับหนึ่งส่งเข้ามายังบัญชีเขาทันที




สองขาของผมที่กำลังจะมุ่งหน้าไปยังห้องก็ชะงักลง  เมื่อพบว่ามีใครบางคนยืนรออยู่หน้าห้อง






เทียน?

เขามาทำอะไร





“ มีอะไรหรือเปล่า  ”  เขายกบางอย่างขึ้น บางอย่างที่เขาติดมือมา  และบางอย่างที่ว่าก็คือ บะหมี่



“ ผมไม่ชอบติดใคร ” 



 อ่อ   ผมเปิดประตูและเป็นฝ่ายนำเขาเข้าห้องอีกครั้ง

“ เข้ามาสิ ”   


เขามาเพื่อกินบะหมี่กับผมจริงๆครับ  เพราะตอนนี้คนถือบะหมี่มานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารพร้อมถ้วยสองใบ และตอนนี้กำลังมองมาที่ผมเหมือนกำลังเรียกผมให้ไปทานบะหมี่ได้แล้ว  ยังไม่ทันที่ผมจะไปนั่งเสียงโทรศัพท์ผมก็แผดเสียงขึ้น “ หนึ่ง ”



“ ให้ทายว่ากูอยู่ไหน ” เสียงมันแทรกขึ้นมาทันทีที่ผมรับสาย



“ อะไรของมึง ” สัญญาณแจ้งเตือนหน้าห้องผมก็ดังขึ้นเป็นคำตอบ


“ ไม่เป็นไร ” ผมไม่ได้บอกไอ้หนึ่ง แต่ผมบอกเทียนที่ตอนนี้ทำท่าเหมือนจะกลับแล้ว



“ มึงอยู่กับใคร ซุกสาวไว้หรอ เปิดประตูๆ ” เสียงไอ้หนึ่งโวยวายลอดลำโพง    จนเทียนนั่งลงที่เดิมผมถึงเปิดประตูให้ไอ้หนึ่งเข้ามา



“ ไหนๆสาวอยู่ไหน ” เสียงมันมาก่อนตัวอีก



“ อ้าว!! เทียน ไอ้ฉิน  ไอ้ฉิน เทียน รู้จักกันด้วยหรอ ” พอมันเห็นว่าเทียนนั่งอยู่ในห้อง  มันก็เอาแต่เรียกชื่อผมสลับกับเทียนอยู่อย่างนั้น   มันเดินตรงไปหาเทียนที่โต๊ะอาหาร  ไม่สนใจจะวางกระเป๋าให้ดีด้วยซ้ำ



“ โอ้โห ไอ้ฉิน นี่ไม่ใช่แค่รู้จักแล้ว มานั่งกินบะหมี่ด้วยกันขนาดนี้ ต้องเรียกว่าสนิทแล้ว  งั้นวันนี้ขอสนิทด้วยนะเทียน  ”  สนิทหรอ   เราคุยกันนับครั้งได้ด้วยซ้ำ 



“ มึงมีบะหมี่หรือไง ”



“ ไม่  แต่กูมีหมูกรอบ ” มันยกมือข้างที่ถือหมูกรอบขึ้น



“  เทียน เราชื่อ หนึ่ง นะ เป็นคนตลกนิดหน่อย แต่หล่อมาก ”  นี่คงเป็นครั้งแรกที่ระหว่างผมกับเทียนไม่มีความเงียบ และเป็นครั้งแรกที่เทียนพูดเยอะขนาดนี้ คงเพราะไอ้หนึ่ง มันค่อยถามนั่นถามนี่พูดไม่หยุด



“ นี่ไอ้หนึ่ง หยุดถาม แล้วให้เทียนกินก่อนไหม ” ผมหันไปปรามไอ้หนึ่งเมื่อเห็นอาหารคนตรงหน้าไม่พร่องลงสักนิดเพราะเอาแต่ตอบคำถามไอ้หนึ่ง  และตั้งใจฟังไอ้หนึ่งพล่ามเกินพอดี   





ตอบคำถามแล้วหยุดกิน อันนี้ผมเข้าใจได้    แต่ตอนฟังนี่ต้องหยุดกินด้วยหรอ หรือเขามีฟังก์ชันการทำงานเดียว





พูดไปก็เท่านั้นแหละครับ ไอ้หนึ่งหยุดพูดได้ไม่เกินสองนาทีมันก็เริ่มพูดอีก   นี่ก็หยุดกินอีกแล้ว พอผมเห็นไอ้หนึ่งวางช้อนลง  กำลังจะไปเปิดตู้เย็นดื่มน้ำ



“ น้ำไม่มี มึงลงไปซื้อหน่อย ”



“ มึงไม่ได้วางแผนไล่กูออกจากห้องใช่ไหม ” 



“ จะกินไหม ”



“โอเคๆ  เทียนเอาอะไรไหม ”




“ ไม่ครับ ”




“ ได้เลย เดี๋ยวซื้อบราวนี่มาฝาก วันนี้ไอ้ฉินมันเลี้ยง ”  มันพูดพร้อมโชว์กระเป๋าตังค์ผมที่อยู่ในมือมัน  หยิบไปเมื่อไหร่วะ  ผมที่ว่าจะด่ามันสักหน่อยแต่เห็นคนตรงหน้ายกมุมปากนิดๆ  ผมก็ไม่คิดจะทำซะอย่างนั้น




“ นี่รีบกิน เดี๋ยวมันขึ้นมาก็ไม่ได้กินพอดี ” ผมบอกเขาทันทีที่ไอ้หนึ่งออกจากห้องไป   ยังทำหน้างงอีก   ผมเลยชี้ไปที่ถ้วยของเขา



เขาละมือจากตะเกียบ  แล้วใช้นิ้วโป้งลูบที่มุมปากผมเบา   



มันเป็นช่วงเวลาสั้นๆที่ผมลืมหายใจไปเลย 



“ เปื้อน ” ถึงเขาจะพูดอย่างนั้นแต่มือเขาก็ไม่ได้หยุดลูบ 



 “ ไม่เจ็บแล้ว ”  ผมไม่รู้อะไรดลใจให้ผมพูดแบบนั้น อาจจะเพราะมือนั้นที่ เหมือนต้องการปลอบประโลมรอยแผลที่มันเคยเกิดขึ้น



เพราะผมพูดแบบนั้นเขาเลยหยุดลูบ แล้วลงน้ำหนักแรงๆที่นิ้วมือนั้น  จนผมร้องออกมา

“ โกหก ” เขาพูดแบบนั้น ก่อนหันไปสนใจอาหารที่อยู่ตรงหน้า





ผมไม่ได้ชอบความรุนแรง  แต่ที่ผมใจเต้นแรง ก็เพราะผมเจ็บมากนั่นแหละ





21.30 น.


เทียนอาสาเป็นคนล้างอีกครั้ง โดยมีไอ้หนึ่งคอยก่อกวน แต่ดูเหมือนคนถูกก่อกวนจะชอบ



หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบ  ไม่ใช่ของผม แต่เป็นของเทียน มันเป็นแจ้งเตือนจากใครบางคนบอกว่าให้เข้าไปดูเมล์ด้วย   นั่นทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่าต้องขอไลน์เทียน


“ ห้องเทียนอยู่ตรงข้ามห้องไอ้ฉินนี่เองหรอ มาทีไรไม่เห็นเคยเจอเทียนเลย ” เสียงไอ้หนึ่งยังคงเจื้อยแจ้ว  นั่นสิ อยู่ตรงข้ามกัน ไม่เห็นเคยเจอเลย ไม่คิดจะบอกกันด้วยซ้ำ 



“ ว่าแต่เทียนมารู้จักกับไอ้ฉินได้ไงหรอ ”  คนที่คว่ำถ้วยใบสุดท้ายลงถาดพอดีหันมามองหน้าผม เป็นเชิงถามว่าให้ตอบเลยไหม



“ พอดีว่ากูจะเลิกคบเพื่อนบางคน เลยต้องหาเพื่อนใหม่ไว้นะ ” ไอ้หนึ่งหันมาแยกเขี้ยวใส่ผมทันที



“ วันนี้วันศุกร์ อยู่ดูหนังด้วยกันสักเรื่องไหมเทียน มีขนมเพียบเลย ” ไอ้หนึ่งที่หันไปสนใจเทียนอีกครั้ง



“ ไม่ละ พรุ่งนี้มีธุระต้องไปทำนะ กลับแล้วนะ ” เทียนตอบไอ้หนึ่ง แล้วหันมาสบตาผม



 “ เอ่อ เทียน ขอไลน์หน่อยสิ เอาไว้ติดต่องานกลุ่มนะ ” ผมบอกเขา



“ อ๋อ ได้สิ ”  ไม่ยากแหะ ผมสแกนบาร์โค้ดจากโทรศัพท์เทียน ก่อนแจ้งเตือนในไลน์ผมจะขึ้นว่ามีการเพิ่มเพื่อน



“ ไว้เจอกันนะ ”  เขาบอกผมหรือเปล่า



“ ไว้เจอกันเทียน ” เสียงไอ้หนึ่งดังมาจากโซฟา มันไปนั่งโซฟาตอนไหน
 


ช่างเถอะ



แต่ตอนนี้เทียนยกฝ่ามือที่เป็นสัญลักษณ์บอกลา พร้อมสบตาผมตรงๆ


อันนี้ผมมั่นใจว่าเทียนบอกผมแน่ๆ  ทำไมรู้สึกเหมือนทำแต้มชนะให้ทีมเลยวะ





“ อะไรยังไง  มีขอไลน์ทำงานกลุ่ม กลุ่มอะไร ทำไมกูไม่รู้ ”



“ ก็กลุ่มในวิชาที่มึงไม่ได้เรียนไง”



“ เทียนก็เรียนอีกรอบแบบมึงหรอ ”



“ อยากรู้เรื่องคนอื่นทำไมนักหนา มึงนี่  ”



“ ด่ากูว่าเสือ- เถอะ”



“ ว่าแต่มึงมาทำไมเนี่ย ”



“ คืออย่างนี้นะตงฉินสุดหล่อ กูคิดถึงมึง เราไม่ได้นอนด้วยกันนานแล้ว คิดถึงความสัมพันธ์ครั้งเก่าของเรา ” ผมตบหัวมันทีนึง  พูดจาสองแง่สองง่ามดีนัก



“ เรื่องของมึงเถอะ จะนอนก็ไปอาบน้ำ ”  ใช่ว่ามันไม่เคยค้างห้องผม 




หลังจากไอ้หนึ่งเข้าห้องน้ำไป ผมถึงได้เปิดดูคนที่เพิ่งแอดไลน์ผมมา  ในโปรไฟล์มีผู้ชายใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนกับกางเกงสแลค  นั่งหันหน้าออกไปนอกหน้าต่าง แสงธรรมชาติที่สาดเข้ามาทำให้คนในรูปดูน่ามอง 



“ โห เทียนแม่-หน้าตาดีสุดๆ ขนาดถ่ายรูปเผลอๆยังดูดีขนาดนี้ พระเจ้าไม่ยุติธรรมกับกูเลย  ”  เออ เพิ่งพูดเข้าหูกูก็ตอนนี้แหละหนึ่ง



“ ขอไลน์เทียนบางดิ ”  พูดไม่ทันขาดคำ



“ เสือ- ” ผมทิ้งมันให้นอนอยู่โซฟา ก่อนจะเดินไปหยิบหมอนอีกใบที่อยู่ในห้องนอนผมมาให้มัน



“ แล้วผ้าห่มกูละ ”




“ มึงตอบกูอีกคำถาม  มึงรู้จักเทียนได้ไง ”






“ ไอ้ฉิน เขารู้กันทั้งมหาลัย ทั้งโลก มีแต่มึงนี่แหละ อย่างน้อยมึงต้องเคยเห็นเขาวันงาน คืนนี้ให้เฟรชชี่  ก็เทียนนะเป็นตัวแทนเดือนคณะ ถึงจะไม่ได้ชนะ แต่ก็มีแมวมองมาชวนเข้าวงการเลยนะเว้ย ”  วงการหรอ  ผมยอมโยนผ้าห่มให้มัน ก่อนจะปิดประตูเข้าห้องนอนไป





TBC.




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-04-2020 11:25:11 โดย Beme »

ออฟไลน์ Beme

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
Re: When I เมื่อผมเข้าไปเกี่ยวกัน
«ตอบ #9 เมื่อ04-04-2020 14:49:30 »



ได้เรื่องแล้ว



ดวงไฟถูกดับลง ความมืดเข้าปกคลุมพื้นที่ เว้นแต่บนเตียงนอนที่มีแสงไฟเล็กๆจากหน้าจอสี่เหลี่ยมส่องไปยังใบหน้าคนที่ถือมัน สายตาจดจ้องไปที่หน้าจอ  ห้องสนทนาของเพื่อนคนใหม่ในแอพลิเคชันสีเขียวยอดนิยม  มีข้อความที่ถูกพิมพ์แล้วลบซ้ำไปซ้ำมาพักใหญ่ ราวกับคนพิมพ์ไม่สามารถเลือกคำที่ตรงใจได้   





ผมเทียนนะครับ





หากจะอธิบายคำว่า ลนลาน  สติกเกอร์หมีสีขาวชูป้าย  ฝันดีนะ ที่ถูกส่งไปโดยที่คนกดส่งไม่ได้ตั้งใจกด คงอธิบายได้ดีที่สุดในสถานการณ์ นี้  คนกดส่งมันไป กดออกจากห้องสนทนาทันทีโดยไม่รอว่าอีกฝ่ายจะตอบหรือไม่  แต่ข้อความแจ้งเตือนที่ดังขึ้น เรียกร้องความสนใจจนต้องเหลือบไปมองที่ห้องสนทนานั้นอีกครั้ง





ฝันดีเช่นกันครับ   




และนั่นแหละ เจ้าของโทรศัพท์ถึงได้วางโทรศัพท์ลงดับดวงไฟดวงสุดท้ายและเริ่มต้นการฝันดี







วันหยุดสุดสัปดาห์ที่ยังไม่ทันได้ทำอะไรก็สิ้นสุดลงอย่างรวดเร็ว   วันจันทร์จึงถูกเลือกให้เป็นวันที่มีคนเกลียดมากที่สุด  สองเท้ามุ่งหน้าไปยังยานพาหนะ   ก่อนจะถึง สายตาเหลือบไปเห็นใครบาง




คนที่ปกติมักทำหน้านิ่ง แต่ตอนนี้หน้านิ่วคิ้วขมวด ขณะที่ต่อสายหาให้สักคน ทั้งยังเดินวนไปวนมาบริเวณรถ  และมองนาฬิกาตลอดเวลา



“ เทียนมีอะไรให้ช่วยไหม ”  ผมเดินเข้าไปถาม   ไม่มีการตอบสนองจากคนข้างหน้า  ผมจึงเดินไปจับแขนเขาให้หยุดเดิน



“ เทียน !  ” เขาถึงได้เงยหน้าขึ้นมามองกันบ้าง



“ ... ”



“  มีอะไรให้ช่วยไหม ”



“ เอ่อ เอ่อ ”



“ รีบไปไหนรึเปล่า ”



“ พอดีต้องรีบไปส่งงาน แต่รถดันเสีย  ”



“ งั้นก็ไปรถผม ”



“ รบกวนหน่อยนะ ”



ตั้งแต่รถเริ่มออกตัวอีกคนก็ยังคงมองนาฬิกาไม่หยุด  ขณะงานที่อยู่ในมือถูกประคองอย่างดียิ่งกว่าเพชรราคาแพง


“ ต้องส่งกี่โมง ” 



“ 8โมงครึ่ง ”  เหลืออีก 15 นาที 



“ ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวก็ถึงแล้ว ”   พอถึงหน้าคณะเขา รถผมยังไม่ทันได้จอดให้สนิทคนข้างๆก็กระโดดลง    เฮ้ย! กระเป๋า




ตอนนี้ผมเหมือนสิ่งแปลกปลอมในที่แห่งนี้สุดๆ  เดินไปทางไหนก็ดูจะหลง  ผมถึงได้ตัดสินใจนั่งลงที่ม้านั่งที่ตั้งอยู่ทางเดิน พร้อมกับกระเป๋าของคนที่วิ่งหน้าตั้งไปส่งงาน



นั่นไง พอเห็นเขาเต็มตาผมถึงสังเกตเหตุว่าเขาดูเหนื่อยล้าแค่ไหน เขาคงสงสัยที่เห็นผมยังอยู่



ผมส่งกระเป๋าคืนเจ้าของ   


“ ไปเรียนต่อไหวไหม ” เขาพยักหน้าทั้งสภาพแบบนั้น ผมกลัวเขาจะเผลอหลับทั้งยืนจริงๆ


เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ผมดัง จนผมต้องหยิบมันขึ้นมาดู

Jaaa เชิญคุณเข้ากลุ่ม  สื่อสาร   ผมกดตอบรับ 



“ วันนี้อาจารย์ของดการเรียนการสอนนะคะ  แต่ตัวแทนของแต่ละกลุ่มรายงานความคืบหน้าของงานกับอาจารย์ด้วยค่ะ อาจารย์ต้องขอโทษจริงๆที่ต้องงดวันนี้อย่างกะทันหัน ”


อาจารย์คงอยากให้คนข้างๆผมพักผ่อน 



“ ไม่ต้องเรียนแล้ว ”  ผมจับแขนคนข้างๆ ก่อนจะนำทางเขาไปยังรถ   




รถยี่ห้อดังแล่นออกไปตามถนนด้วยความคงที่ราวกับคนขับกลัวว่าคนที่นั่งข้างๆจะกระทบกระเทือนหากเปลี่ยนความเร็ว จนกระทั่งถึงที่หมาย



“ เทียน ” ผมเขย่าเขาเบาๆ คนง่วงนอนยอมลืมตา



“...”



“ ถึงแล้วไปนอนในห้องดีๆ ”   หลังจากเขาส่งงานเสร็จผมว่าเขาเหมือนถอดวิญญาณออกจากร่างไปแล้ว ดูตอนนี้สิผมลากเขาเข้ามาในห้องผม เขายังไม่ทักอะไรสักคำ ผมอดคิดไม่ได้จริงๆว่าถ้าตอนนี้ไม่ใช่ผม แล้วถูกปล้นก็คงจะยอมให้เขาหมด   
นั่น! จะไปไหนของเขา



“ เทียน! ไปไหน? ”



“นอน ห้องนอน” เขาชี้ไปยังห้อง และเขาก็เดินเข้าห้องนอนผมไปแล้ว  ผมเดินตามเขาไปทันที ไม่ใช่ว่าจะไปลากเขาออกมาหรอกนะครับ ผมไม่ใจร้ายขนาดนั้น





แค่กลัวจะหลับที่พื้นห้องไม่ใช่เตียง โล่งอกที่เขาไปถึงเตียง   ถ้าคุณเห็นสภาพเทียนคุณต้องอยากซื้อเตียงพกพาให้เขาเลยล่ะ




พอได้นั่งถึงรู้ว่าเหนื่อยโคตร ดูเหมือนแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ผมจะไม่หยุดง่ายๆหากผมไม่ยอมดูมันสักที   


แอพลิเคชันสีเขียวยอดฮิตถูกเปิดขึ้นขึ้นอีกครั้ง มีแจ้งเตือนจำนวนหลายสิบข้อความจากกลุ่มล่าสุด  กลุ่มที่ทำให้ผมต้องไปขอไลน์เทียน จนตอนนี้ผมก็ยังไม่ได้ชวนเทียนเข้ากลุ่ม




ถ้าผมชวนตอนนี้เสียงแจ้งเตือนคงจะก่อกวนคนนอน เอาไว้ก่อนแล้วกัน



หลายสิบข้อความนั้นผมจับใจความได้ว่าให้จับคู่กันทำงาน  แล้วนำข้อมูลของแต่ละคู่มารวมกันอีกที



Jaaa : ตอนนี้กลุ่มเรายังเข้ากลุ่มไม่ครบเลยนะ เราค่อยคุยเรื่องจับคู่ตอนครบไหม

                                                               

                                                                                                              ไม่เป็นไรครับ พี่กับเทียนอยู่ด้วยกันตอนนี้จับคู่ได้เลย

 

Jaaa : งั้นทุกคนจับคู่ได้เลยนะ

ดูเหมือนทุกคนจะคิดไว้แล้ว ข้อความส่งเข้าจนเหลือคนสุดท้ายแล้ว  คือผมเอง กับ เทียน




                                                                                                        คนที่ได้คู่แล้ว ไปลงในโน้ตด้วยนะครับว่าคู่กับใครหน้าที่อะไร     





ร่างสูงเอนตัวนอนลงบนโซฟา เปลือกตาปิดลงเริ่มสู่ห้วงนิทรา  โทรศัพท์ที่เพิ่งปิดไปมีแสงสว่างเปิดขึ้นบ่งบอกว่ามีใครบางคนพยายามติดต่อ 



TON  2 สายที่ไม่ได้รับ



TON: โทรหากูด้วย


 

เสียงร้องโทรศัพท์ ปลุกคนที่หลับบนโซฟาให้ตื่น แต่กลับไม่สะทกสะท้านคนที่นอนให้ห้อง ร่างสูงกดรับโทรศัพท์ทั้งยังนอนอยู่แบบนั้น



“ เออ หนึ่งว่าไง ”       



“ ว่าไงอะไรละ ไม่มีเรียนก็ไม่บอกกู หายหัวไปทั้งไอ้ต้นทั้งมึง จะแกล้งกูใช่ไหม พวกเลว ”   ผมก็เพิ่งรู้พร้อมมันนี่แหละ    ด่าไม่มีช่องไฟให้แทรกเลย



“ มึงโทรมาด่ากูแค่นี้หรอ ” 



“ เออ ไอ้สัด จะไปด่าไอ้ห่าต้นละ แค่นี้แหละ”         

   

ทันที่ที่ผมเห็นข้อความที่ขึ้นแจ้งเตือนไว้  ผมก็ชิงโทรหาไอ้ต้นก่อนไอ้หนึ่งจะโทร  ผมต่อสายไม่นานก็มีคนรับสาย



“ มึงได้เรื่องแล้วใช่ไหม ”   ผมอยากรู้จริงๆว่าใครกันแน่ที่ตามผมวันนั้น



“ มึงนะสิได้เรื่อง มาหากูที่ห้องตอนนี้ ”        ก่อนออกจากห้องผมไม่ลืมแปะโพสอิทไว้ที่ประตูทางออกเผื่อคนที่นอนอยู่ตื่นขึ้นมา   ฝากล็อกห้องด้วยนะ

     



ใช้เวลาไม่ถึง  10 นาที ผมก็มาถึงห้องไอ้ต้น


“ มึงไปเหยียบตีนใครเข้าวะ ” คำถามปะทะหน้าผมทันทีที่เหยียบเข้าห้องมัน



“ เพิ่งเปิดเทอมเองกูจะไปเหยียบตีนใคร ”



“ มึงเผลอไปเอากับเมียใครหรือเปล่า ”



“ กูไม่ใช่มึง ”



“ มึงลองคิดดีๆ ช่วงนี้มีใครแปลกหน้าที่มึงไปยุ่งด้วยไหม ”  เหมือนมีคนปารูปเทียนใส่หน้าผมอย่างแรง



“ มึงรู้ไหมว่ามันเป็นใคร  คนที่ตามกูนะ ”



“ ตอนนี้คนของกูยังไม่ระบุตัวตนไม่ได้  แต่มันต้องเป็นคนที่อยู่ในมหาวิทยาลัยเราแน่ ”  ไอ้ต้นมันหยิบกระซองสีน้ำตาลให้ผม  ข้างในเป็นรูปรถยนต์ที่มีป้ายทะเบียนตามที่ผมบอก ขับไปที่ต่างๆโดยมีรถผมอยู่ข้างหน้า   ผมจะไม่แปลกใจสักนิดถ้ารถคันนี้ตามผมแค่ครั้งเดียว  แต่ไม่ มันมากกว่านั้น 



“ ตอนนี้กูนึกออกอยู่คนเดียว ”



“ ใคร ”



“ คนที่กูมีเรื่องด้วยเมื่อปีที่แล้วไง ”



“ ไม่ยอมจบหรอ เล่นมึงซะขนาดนั้น”



“ คงเห็นว่ากูยอม ”  ตอนนั้นผมอาจจะไม่ทำให้เป็นเรื่องใหญ่  แต่รุกรานชีวิตผมขนาดนี้



“ … ”



“ และถ้าเป็นมันจริงคราวนี้กูไม่จบง่ายๆแน่ ”






1 ปีก่อน



“ ไอ้ฉินมึงจะไปไหน ” 



“ กูจะไปคุยงานกับอาจารย์ ”



“ รีบมาเลยนะมึง เดี๋ยวรอไปแดกพร้อมกัน ” มื้อเย็นวันนี้พวกมันจองตัวผม



ร่างสูง เดินอย่างช้าๆพร้อมส่องดูแต่ละห้องอย่างไม่มั่นใจห้องแล้วห้องเล่า  ตามฉบับเด็กปีหนึ่งที่ยังไม่คุ้นชินกับสถานที่  จนกระทั่ง



โครม!   เสียงวัตถุขนาดใหญ่ร่วงลงสู่พื้นอย่างแรง



ปลายเท้าหันตรงไปยังห้องต้นเหตุโดยอัติโนมัติ




ประตูถูกเปิดออก ที่มาของเสียงนั้นเป็นเก้าอี้ที่ล้มอยู่บนพื้น ข้างๆกันนั้นมีแต่ต้นเหตุที่แท้จริงที่ทำให้นั้นเก้าอี้ล้ม คนหนึ่งกำลังคร่อมอีกคนซุกหน้าลงที่ซอกคอ ของคนข้างล่าง คนที่ถูกคร่อมอยู่แสดงออกชัดเจนว่าไม่สมยอม


 

พลั่ก! พลั่ก! พลั่ก!




คนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ กระชาก! คนที่อยู่ด้านบนออกทันที แล้วปล่อยหมัดใส่ไม่ยั้ง จนคนถูกชกล้มลงไป  ปกติตาทั้งสองข้างนั้นจะส่งสายตาให้ผู้คนด้วยความอบอุ่นตอนนี้ ตาข้างขวาที่บวมถูกปิดด้วยแว่นกรอบสี่เหลี่ยม  ปากคอยยิ้มอย่างใจดีให้ผู้อื่นตอนนี้กลับมีเลือดออก




เหี้ย! เอ้ย! ใครเอามันมาเป็นอาจารย์วะ




“ มึงจำอีกคนได้แล้วใช่ไหม ” ไอ้ต้นถามหาอีกคนที่ผมเกือบลืม




ช่วงเวลานั้นผมลืมใครไปอีกคน จนเสียงเปิดประตูยังไม่ทันได้เห็นหน้าทั้งหมด แต่ไฝใต้ตานั่นเจอกันอีกแค่ครั้งเดียวผมก็จำได้ 



“ เออ กูได้ตัวเขามาแล้ว ”




คงต้องคุยกันหน่อยแล้ว




TBC.

ไรท์เปลี่ยนชื่อนิยายจาก เรื่อง จาก จดหมาย เป็น When I เมื่อผมเข้าไปเกี่ยวกัน

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน  หวังว่าทุกคนจะไปด้วยกันจนถึงตอนจบ
 
ตอนหน้าทุกคนจะได้คุยกับน้องเทียนแล้ว



CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: When I เมื่อผมเข้าไปเกี่ยวกัน
« ตอบ #9 เมื่อ: 04-04-2020 14:49:30 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2023
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-0

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5259
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ nightsza

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2108
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-1
มีเรื่องกับใครกันนะ

ออฟไลน์ Beme

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0


คำให้การ


---- จิณณพัต ----


ห้องนอนสี่เหลี่ยมกว้าง  พื้นที่ตรงกลางห้องเป็นที่ตั้งของเตียงขนาดใหญ่ บนเตียงปรากฏสองร่าง แต่หมอนที่มีอยู่สองใบกลับถูกเบียดกันใช้เพียงหนึ่ง  เปลือกตาคนตัวเล็กถูกเปิดขึ้น  แต่คิ้วเรียวสวยยิ่งขมวดเป็นปมยิ่งกว่าเดิมเมื่อพบว่าสิ่งแรกที่ควรเห็นไม่ใช่เพดานห้องสีขาวอย่างวันอื่นๆ  แต่กลับเป็นผู้ชายตัวโต แถมตอนนี้ยังเผชิญหน้ากันในระยะประชิด



“ มีโปรเจกต์ทีไรเป็นแบบนี้ทุกที ”  คนใต้ผ้าห่มบ่นตัวเอง



“  นอนหลับลึกแบบนี้ทุกครั้งเลยหรอ ”



“ เอ่อ เอ่อ ขอโทษนะที่รบกวน ”  สำหรับทุกๆเรื่องเลย ตั้งแต่เราเจอกันผมต้องรบกวนเขาอยู่เรื่อย

 

“ ไม่เป็นไร ” อีกแล้ว ยิ่งเขาพูดแบบนี้ผมยิ่งรู้สึกไม่ดี



“ ขอบคุณนะที่ให้ยืมที่นอน  น่าจะปลุกผม ”



“ ปลุกแล้ว แต่เทียน ” นั่นสิ ผมน่าจะรู้ตัวเอง ว่าสลบเหมือดแค่ไหนหลังทำงานเสร็จ



“ ยังไงก็ขอโทษอีกทีแล้วกัน ”



“ ไม่ต้องขอโทษหรอก จริงๆมีเรื่องที่เราต้องคุยกันสักที ” เรื่องอะไร หรือว่าเขาจะรู้แล้วหรอ


 
“ ได้สิ แต่ขอไปอาบน้ำก่อนนะ ” รอไปก่อนนะ



หนึ่งอาทิตย์เต็มๆที่ผมไม่ได้เจอตงฉิน  แต่วันนี้ยังไงก็คงได้เจอกัน  ผมเดินเข้าไปในห้องเรียนที่เต็มไปด้วยปีหนึ่ง ทันทีที่ผมก้าวขาเข้าไปแล้วเสียงเงียบลง ผมรู้ทันทีว่าหัวข้อที่พวกเขาสนทนากันเป็นเรื่องของผม 





ฉาวขนาดนั้นใครๆก็คงอยากจะพูดถึง






ผมพยายามชินกับมัน  และที่สำคัญไม่มีเวลาให้คร่ำครวญมากไม่ว่ายังไงชีวิตต้องดำเนินต่อไป



แสงสว่างที่หน้าจอโทรศัพท์ปรากฏขึ้นพร้อมกับข้อความแจ้งเตือน

P’Jen : เทียน เป็นไงบ้าง ช่วงนี้ไม่ได้เจอกันเลย พี่ยุ่งมากๆ เย็นนี้กินข้าวกันหน่อยไหม



นั่นสิ นานแล้วเหมือนกันนะ


                                                                                                                                                                      ได้ครับ





“ เอาล่ะ ถึงแล้วเด็กน้อย ” ทันทีที่เครื่องยนต์จอดเทียบหน้าคอนโด พี่เจนก็เอ่ยเสียงใส



“ ช่วงนี้พี่เจนยังไม่ต้องมาเจอผมอีกนะ  ผมเข้าใจ ” ผมไม่อยากให้เรื่องของผมมันไปกระทบกับน้องคนอื่นๆในสังกัด แค่นี้พี่เจนก็ลำบากเพราะผมจะแย่



“ เทียนพูดแบบนี้พี่รู้สึกไม่ดีนะ ” 



“ ผมอยู่แบบนี้เป็นปกติอยู่แล้ว ก่อนเจอพี่เจน ก่อนเกิดเรื่องผมก็เป็นแบบนี้ ผมชอบอยู่เงียบๆพี่ก็รู้ พี่ไม่ต้องห่วง ”



“ มีแต่เทียนนี่แหละที่ว่าง่าย  ขอบใจนะ ”



“ ผมนี่สิต้องขอบคุณพี่  ถ้าไม่มีพี่ ”



แปะ! พี่เจนตีที่แขนผม


“ ไม่เอา ไม่พูดแล้ว มากอดลาหน่อยเด็กน้อย ”  ขอบคุณพันครั้งก็ไม่พอ ที่นอนทุกวันนี้ก็ของพี่เจน ไหนจะเรื่องอื่นที่พี่เจนเป็นธุระให้ผมอีก





โห ห้องรกขนาดนี้อีกแล้ว  ผมก็อยากเก็บ แต่พอเก็บเดี๋ยวเดียวก็รกอีก  งั้นเอาไว้ก่อนนะ  ขออาบน้ำก่อน


นั่นไงละ!  ตงฉิน เขาไม่ธรรมดาหรอก ผมตามเขาไม่ทันเลย  ผมว่าแล้วทำไมวันนี้เขาไม่ขอคุยเรื่องที่ค้างไว้ ตอนแรกคิดว่าเรื่องนั้นคงไม่สำคัญอะไร
 




แต่ไม่เลย เขารู้ว่าผมต้องไปหาเขา





ผมที่อยู่ในชุดนอนแล้วได้รวบรวมความกล้าทั้งหมดมาอยู่หน้าห้องเขาแล้ว  มือข้างหนึ่งผมกดกริ่ง ส่วนมืออีกข้างกำโทรศัพท์แน่นทั้งที่หน้าจอยังค้างอยู่หน้าเดิมหลังจากมีการเชิญผมเข้ากลุ่ม สื่อสาร และข้อความสุดท้ายจากหัวหน้ากลุ่ม




ตงฉิน: คนที่ทำงานคู่กันใช้กระดาษแผ่นเดียวกันนะ ส่งพรุ่งนี้นะ




ให้ทายว่าผมทำงานคู่กับใคร เขานั่นแหละ 



เขาเหมือนรอการมาของผมเพียงแค่ผมกดกริ่งครั้งเดียวประตูห้องก็เปิดออก  พร้อมกับผู้ชายตัวสูงเกินมาตรฐานชายไทย  ตาชั้นเดียวอย่างเป็นเอกลักษณ์ทั้งสองข้างถูกใช้มองผมทั้งหมด



“ เข้ามาสิ ” นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมเข้าห้องเขาสักหน่อย แต่ครั้งนี้มันแปลกไป ผมเดินตรงไปที่โซฟาและทันทีที่นั่งลง



กระดาษแผ่นหนึ่งถูกดึงออกมาจากแฟ้ม และวางลงตรงหน้าผม

“ รีบทำเถอะจะได้ไปทำอย่างอื่นที่ทำค้างไว้  ”   ใช้เวลาไม่นานเราก็ทำงานเสร็จ  ระหว่างทำเขาไม่ได้เอ่ยเกี่ยวกับ เรื่องอาทิตย์ที่แล้ว ผมคงคิดไปเอง



“ มีอะไรหรือเปล่า ”



“ ทำเรื่องที่ค้างไว้ไง อยากเข้าห้องน้ำก่อนไหมเพราะต้องคุยกันนานเหมือนกัน ” น้ำเสียงใจดีของเขามันไม่สัมพันธ์กันกับการที่เขาเท้าเเขนสองบนพนักพิงโซฟาเหมือนขังผมไว้




“ … ” ผมพยักหน้า  ยังไงก็ขอออกไปจากวงแขนนี้ก่อนแล้วกัน



“ เทียน! ห้องน้ำทางนี้ ” เขาชี้ไปทางห้องนอนที่ผมก็เคยเข้าไปแล้ว



ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเข้าห้องน้ำนานแค่ไหนแล้ว  เอาเลย เป็นไงเป็นกัน จบวันนี้แหละ




อุ๊ย! เขามายืนอะไรหน้าประตูห้อง 


เขาไม่ได้พูดอะไร ผมว่าระหว่างเรามันเริ่มอึดอัดขึ้นมานิดหน่อย เขาย่างก้าวเข้ามาทางผม ทุกก้าวที่เขาเดินมาทางผมคือทุกก้าวที่ผมถอยหลัง  และผมไม่รู้ว่าเขาจะหยุดเดินเข้ามาเมื่อไหร่



เฮ้ย!

ชั่ววินาทีผมรู้สึกเหมือนตกเหว และก้นเหวนี้ไม่ใช่ก้อนหินแข็ง หรือ แอ่งน้ำร้อน แต่เป็นเตียง



“ นั่งคุยดีกว่าไหม ”ผมพยายามทำให้เสียงนิ่งที่สุด



“ ไม่ แบบนี้แหละ เพราะคนแถวนี้จะแอบหนีไปอีก “ แบบนี้ที่ว่าคือ แบบที่คนตัวเล็กกว่าถูกต้อนให้นอนลงบนเตียงนุ่ม โดยคนตัวโตที่ตอนนี้พันธนาการข้อมือคนข้างล่างด้วยมือตัวเอง



“ ว่าแต่คุยท่านี้จะสะดวกหรอ “





“  จะนั่งคุยก็ได้  แต่ถ้าเทียนยังคิดหาทางหนีอีก   เราจะได้คุยกันด้วยท่าที่เเอดวานซ์กว่าท่านี้แน่ ผมพูดจริงนะ ” 





“ งั้นคุยกันเลย ”  ผมโพล่งออกไปทันที



“ จำหนึ่งปีก่อนได้ใช่ไหม “  นี่ไม่ใช่เรื่องที่ผมคิดไว้  แต่เรื่องนี้ผมเป็นต้นเหตุให้เขาลำบากชัดๆ



“ จำได้  “ ทั้งที่อยากลืม





1 ปีก่อน


ห้องเรียนที่เหลือแค่ผมกับอาจารย์ประจำวิชา  นักศึกษาต่างรีบกลับบ้านเพราะเรามีหยุดยาวก่อนเริ่มสอบปลายภาค



“ เทียน คะแนนเธอน้อยมากนะ “



“ ครับ อาจารย์ ผมจะพยายามให้มากกว่านี้ ” ก็วิชานี้เป็นวิชาที่ผมไม่ถนัดสุดๆ



“ ดีมากคนเราต้องมีความพยายาม แต่กรณีเธอ อันนี้อาจารย์ขอพูดตรงๆนะ มันก็ค่อนข้างจะเป็นไปได้ยากที่จะผ่าน แต่ถ้าเธอมีตัวช่วยเธอก็จะผ่านได้ฉลุยเลย ”



“ ต้องทำยังไงครับ ”




“ เธอเป็นคนหน้าตาดีนะเทียน ” ผมว่าบทสนทนามันเริ่มแปลกๆ



“ ยังไงนะครับ ”




“ อย่าทำเป็นไม่รู้เลย อะไรแบบนี้ใครๆก็รู้  แลกมาแลกไปนะ ”



“ อาจารย์ครับพูดมาตรงๆเถอะครับ ” ตอนนี้ผมไม่อยากคิดไปเองแล้ว



“ ร่างกายนะเดี๋ยวก็เน่าเปื่อย เอามาใช้ประโยชน์หน่อยไหม มาทำงานกับอาจารย์ เธอจะได้ทั้งเกรดดีๆ  ถ้าเธอทำตัวดีๆเธอจะได้เงินเยอะเลยนะ  แล้วเธออาจจะมีความสุขกับมันก็ได้ ”








คำพูดของเขาทำให้ผมหมดศรัทธา เขาเคยเป็นอาจารย์ที่ผมคิดว่าเข้าใจนักศึกษาที่สุด ภายนอกเขาใจดี เขาอบอุ่นกับนักศึกษา แต่ภายในนั้นเน่าเฟะจนผมไม่อยากมอง 





“ ไม่ครับผมไม่ชอบใช้ทางลัดแบบนั้น ”




“ คิดดูดีดีนะเทียน ใครๆเขาก็ทำกัน มันไม่แปลกสักหน่อย ” เขาร่ายชื่อนักศึกษาหลายคนให้ผมฟัง บางคนผมคาดไม่ถึงบางคนเป็นมีชื่อเสียงในมหาลัยด้วยซ้ำ ยิ่งเขาพูดด้วยความภูมิใจ ผมยิ่งพะอืดพะอมเหมือนจะอ้วก



“ ผมถามจริงๆเถอะคุณยังมีความเป็นอาจารย์ ไม่สิคุณยังมีความเป็นคนอยู่ไหม ไปก่อนนะครับ ”



“ มึง! อย่ามาลามปามนะ  คิดว่ากูไม่กล้าทำอะไรมึงหรอ ”  เขาถลาเข้ามาจับเเขนผมไว้



“ ทำแบบนี้พี่เจนรู้ไหมครับ    ปล่อยครับ ”   น่ากลัวจริงๆความเป็นคนยังไม่มี   ผมจะต้องบอกพี่เจนเรื่องนี้



คนสองคนสู้กันอยู่พักหนึ่งแต่คนตัวเล็กกว่าแรงน้อยกว่า  ถึงได้เซไปชนโต๊ะ จนล้มลงอย่างแรงทั้งคนทั้งโต๊ะ  ในสถานการณ์ที่ตกเป็นรอง นาทีนั้นคนตัวเล็กหวังว่าจะมีใครสักคนบังเอิญผ่านเข้าที่ตึกนี้ แม้ว่านี่จะเป็นเวลาเลิกเรียนแล้วก็ตาม ใครสักคน คงเป็นตอนนั้น




“ แล้วนายก็เข้ามาพอดี”



“ หลังจากนั้นเทียนได้บอกเรื่องนี้กับใครไหม”



“ พี่เจน เป็นพี่ที่สนิท พี่เจนเป็นคนเข้าไปจัดการเรื่องให้ ” ตอนนั้นพี่เจนบอกว่าให้ผมกลับไปเรียน เรื่องนี้พี่เขาจะจัดการให้เอง



“ ... ”



“ แต่อะไรรู้ไหม เขามาขู่พี่เจนว่าถ้าแจ้งเรื่องนี้กับตำรวจ เขาจะทำลายผม พี่เจนไม่เชื่อ ถึงได้ไปแจ้งเรื่องนี้กับตำรวจ ”



“ ทำไมเรื่องถึงเงียบไป ”



“ ตำรวจบอกว่าหลักฐานไม่เพียงพอจะเอาผิด ”




“เพราะหลักฐานที่ว่ามันเป็นหลานเจ้าของมหาวิทยาลัยใหญ่กว่าสินะ  บัดซบ”  เจ้าของห้องสูดหายใจเข้าเพื่อระงับอารมณ์โกรธ



“ ส่วนเราก็ได้เรียนซ้ำอีกปี  นายก็ด้วย ”



“ เรียกตงฉิน หรือ ฉิน ก็ได้  เราเป็นเพื่อนกันแล้วไม่ใช่หรอ ”



“ ห้ะ อ่อ อืม ” เขาอยากเป็นเพื่อนกับคนแบบผมหรอ



“ จำเอาไว้นะ อย่ารู้สึกผิดเรื่องที่ทำให้เราต้องเรียนอีกปีเลย เพราะ ไม่เคยรู้สึกคิดผิดเลยตั้งแต่ผลักประตูเข้าไป ” ยังเหลือคนแบบนี้บนโลกด้วย



“ อยากรู้เรื่องนี้เฉยๆ หรือว่ามีอะไรหรือเปล่า”



“  บอกแล้วว่าอย่าตกใจนะ ”



เขาหยิบซองสีน้ำตาลออกมาให้ผม ข้างในเต็มไปด้วยรูปภาพ รถสองคัน  คันหนึ่งเป็นของตงฉิน อีกคันเป็นของใครกัน หรือว่าเป็นของอาจารย์คนนั้น แต่จากภาพเขาสะกดรอยตามตงฉิน



“ ตงฉิน นี่เรื่องใหญ่มากนะ”



“ บอกแล้วว่าอย่าตกใจ ”



“ ทำไม”



“ เราก็ยังไม่รู้ทั้งหมดว่าเขาตามเราทำไม แต่ที่มั่นใจเรื่องนี้เราสองคนเกี่ยวแน่”



“ ฉินได้บอกเรื่องนี้กับใครไหม แล้วไปเอาภาพพวกนี้มาจากไหน ” เขามันพวกชอบหาเรื่องใส่ตัวเองแน่ๆ



“ เป็นคนที่ไว้ใจได้”



“ ถึงอย่างนั้น แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เด็กแบบเราจะจัดการได้ ”



“ มันก็คงคิดแบบนั้น เเต่เราต้องทำให้มันคิดผิด ”



“ นี่ไม่ใช่เล่นตำรวจจับโจรนะ " เขานี่มันน่าตีจริงๆ



“ เทียนอยากเล่นตำรวจจับโจรไหมละ ยังไม่ต้องตอบตอนนี้ เอาไปคิดก่อนก็ได้ ”



“...” ผมพูดไม่ออกเลย





“ คืนนี้นอนที่นี่เป็นเพื่อนหน่อยได้ไหม”



“ ...” เขาว่าอะไรนะ


“ ได้ไหมครับ ”



“ ได้สิ ” เขาจะมีอะไรให้ผมตกใจอีกไหม





TBC.


ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน มาเม้น ทุกคนคือกำลังใจของไรท์  และไรท์ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน

ปล.  พี่ตงฉินตอนนี้นอนเป็นเพื่อนไปก่อนนะ

        ส่วนน้องเทียนยังมีเรื่องอะไรที่ยังไม่บอกหรือเปล่านะ





ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5259
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ nightsza

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2108
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-1
ขอให้จับได้คาหนังคาเขาเอาให้ดิ้นไม่หลุดเลย

ออฟไลน์ Beme

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0


“ วันนี้เลิกกี่โมง ”



“ สี่โมงเย็น ”



“ เดี๋ยวไปรับหน้าคณะ ”



“ ฉินกลับก่อนเลย วันนี้เดี๋ยวกลับเองต้องไปดูน้องปีหนึ่งซ้อมหลีด ”   



“ อ่อ โอเค ”





เพราะรถเทียนยังซ่อมไม่เสร็จ  การกลับด้วยกันจึงเป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับผม   และ ถ้าวันนี้ผมต้องกลับคนเดียวมันคงเป็นเรื่องแปลก




“ เออ ไอ้หนึ่งเดี๋ยววันนี้กูไปดูน้องปีหนึ่งกับมึง ”
   


“ จริงหรอ ไหนตอนแรกมึงบอกไม่ไป ”



“ กูไม่ไปก็ได้นะ ”



“ เพื่อนครับ กูพูดเล่น ”




หลังอาคารกีฬา มีลานโล่งกว้าง ที่นี่จึงเหมาะกับการยืดแขนขา ส่งเสียงร้องพร้อมกันของคนจำนวนสิบกว่าคนโดยไม่รบกวนผู้อื่น   ตอนนี้คนเหล่านั้นกำลังทำอย่างที่ผมเคยทำเมื่อปีที่แล้ว ผมรู้ซึ้งเลยล่ะ ถึงความสาหัส ผมเกือบตายหลายรอบกว่าจะจบงาน




 “ น้องตงฉินสุดหล่อของเจ๊ก็มาด้วย ”



“ สวัสดีครับพี่พลอย ” ผมทักทายพี่พลอยผู้เป็นพี่ดูแลกิจกรรมนี้ อีกทั้งยังเป็นพี่รหัสผม



“ สวัสดีเจ๊ ”  ไอ้หนึ่งไหว้แบบขอไปที ก่อนจะเดินเข้าไปร่วมวงสนทนากับคนอื่นที่มันไม่รู้จัก แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนอย่างไอ้หนึ่งหรอกครับ



“ เด็กๆ นี่พี่ตงฉินนะ พี่หลีดปีที่แล้ว พี่เขามาช่วยดูวันนี้  ตั้งใจกันหน่อยนะ ”



“ สวัสดีค่ะ/ครับ ”

เสียงทักทายไม่ได้เข้าหูคนมาใหม่สักนิดเพราะเจ้าตัวมัวแต่มองหาคนที่บอกว่าวันนี้จะมาดู “น้อง”



“ ฉิน ”



“ ตงฉิน ”



“ อ่อ ครับ ”



“ อะไรเนี่ย มัวแต่ใจลอยไปหาใคร ”



“ วันนี้มีพี่ๆมาดูน้องแค่นี้หรอครับ ”



“ ใช่ มีแค่นี้แหละ อ๋อ แล้วก็มี ”



“ พี่พลอยครับ นี่โลชันกันยุงครับ”

ยังไม่ทันที่พี่พลอยจะพูดจบพี่อีกคนที่มาดูน้องก็มาพอดี



“ แล้วก็เทียน ”



“ มีอะไรหรือเปล่าครับ ” คนถูกพูดถึงยังไม่รู้ตัว   



“ พี่รบกวนเทียนแจกให้น้องๆด้วยได้ไหม ”



“ ... ” คนที่ถูกขอร้องพยักหน้าหนึ่งที แล้วเดินเเจกจ่ายให้น้องๆรวมทั้งพี่ๆผู้มาดูแลโดยทั่วกัน จนทุกคนใช้มันหมดแล้ว ผมก็ยังไม่เห็นคนที่อาสาไปซื้อใช้มันกับตัวเอง



“ พี่พลอยครับถ้าไม่มีอะไรแล้ว ขอตัวนะครับ ”



“ ไปเถอะๆ ”



ผมเดินตรงไปยังด้านหลังของแถวเพื่อไปหาอีกคน

“ ขอบ้างดิ ”



“ ว่าไงนะ ”



“ ขอโลชันกันยุงบ้างดิ ยังไม่ได้เลย เมื่อกี้เทียนไม่ได้ให้เรา ”



“ หมดแล้ว ฉินจะเอาไหมเดี๋ยวไปซื้อให้ใกล้ๆเอง ”



 “ เทียนก็ยังไม่ได้ใช่ไหม ถ้างั้นก็ไปซื้อพร้อมกันนี่แหละ ”



“ พี่คะ พี่คนที่แจกโลชันกันยุงเมื่อกี้ ยังมีคนไม่ได้นะคะ ” เสียงห้วนๆที่มาจากน้องคนหนึ่งในแถวตะโกนมาทางผม



“ ครับ เดี๋ยวพี่ไปซื้อเพิ่ม  ”



“ งั้นก็ไปกันเถอะ ” ผมจับแขนเทียนแล้วดึงเขาให้ตามมา   







“ เอาล่ะ เด็กๆทุกคนวันนี้พอแค่นี้  แต่ก่อนแยกย้ายกลับ มีพี่อยากคุยด้วยหน่อย ”



“ พี่ขอให้ทุกคนตั้งใจฟังพี่นะ วันนี้ทุกคนทำดีมากพี่ขอชื่นชม  และทุกคนคงเหนื่อยกับการซ้อมอย่างยาวนานพี่เข้าใจ   แต่  ”  ผมว่าจะมองข้ามไปแล้ว  ถ้าไม่ใช่เพราะก่อนไปร้านสะดวกซื้อ ขณะที่เดินผ่านแล้วเสียงบางอย่างดันลอดเข้าหูผม



“ ก่อนไปซื้อไม่คิดหรือไงถึงได้มาไม่ครบ ยุงกัดจนจะตายอยู่แล้ว ”



“ แต่! การที่น้องใช้น้ำเสียงไม่พอใจ! พูดกับพี่ที่เขาตั้งใจมาดูแลน้อง    พี่ไม่เข้าใจ  ”



“ … ” ไม่รู้ว่าเสียงผมเริ่มดังขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่



“ คำขอบคุณสักคำพี่ก็ไม่ได้ยิน!  น้องคิดว่าพี่เขาเป็นคนรับใช้หรอครับ ” 



“ … ”



“ พี่เขาไม่ได้เป็นคนรับใช้ของน้องนะครับ! ”



“ … ” ผมหวังว่าเสียงผมจะดังมากพอ



“ พี่ขอเตือนด้วยความหวังดี  อย่าทำแบบนี้อีก ”  ผมต้องจบแค่นี้เพราะว่ามีคนส่งสายตาขอร้องมาจากอีกฝั่ง





หลังจากทุกคนแยกย้ายกันกลับ  ผมกับเทียนก็เดินไปที่โรงรถ  แต่แล้วก่อนเราจะได้กลับกันสักที



 “ ดูก็รู้ว่าหมายถึงกู  แต่ที่กูพูดก็เรื่องจริงทั้งนั้น ”  แค่เห็นหน้าผมก็อ๋อแล้ว  ก็เพิ่งบอกไปว่าอย่าทำแบบนี้อีก  เสียงคุยโทรศัพท์ดังขึ้นๆตามระดับอารมณ์   มือข้างหนึ่งก็ควานหากุญแจรถ



“ … ”



“ ก็โง่เองสมควร ” ปากก็เอาแต่พ่นคำพูดแย่ๆ



“ … ”



“ เป็นแค่ดาราปลายแถว ยังไม่ได้เป็นดาราด้วยซ้ำ ” คนข้างๆผมชะงักและหยุดเดินไป 



“ เทียน ”  ผมกระตุกแขนเขา แต่ก็ไม่เป็นผล   ผมจึงยกมือปิดหูเขาไว้ อย่างน้อยก็ช่วยให้เขาได้ยินมันเบาลง



 “ … ”



“ ตอนนั้นคงหวังดังทางลัดเลยเอาตัวเข้าแลก เป็นไงละ ดัง ฉาว สมใจ ”  หรือไม่ได้ยินเลยยิ่งดี คำพูดไม่จริงพวกนั้นนะ



“ … ”



“ พี่คนนั้นก็หล่อดีอยู่หรอก  แต่คงโดนกันไปแล้ว ไม่งั้นไม่ออกตัวแทนกันขนาดนี้หรอก  ” บางทีการศึกษาก็ไม่ได้ยกระดับความคิดให้ทุกคน



“ … ”



เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นและรถเริ่มเคลื่อนที่  จนกระทั่งในโรงรถเหลือเพียงความเงียบ และคนสองคนที่ยังยืนอยู่ที่เดิม  จนคนตัวโตจัดการจับคนตัวเล็กเข้านั่งในรถ 



“ กลับบ้านกันเถอะ ” 







เสียงเตือนเมื่อมีคนกดกริ่ง  ทำให้ประตูห้องตรงข้ามเปิดออก
 


“ ขอนอนด้วยหน่อย ที่ห้องไฟดับ ”   คิดว่าผมโกหกใช่ไหม  ใช่ ผมโกหก



“ … ” คนที่ยอมเปิดประตูให้คนที่บอกว่าไฟดับ  คงมีแต่คนที่ใจไม่ได้อยู่กับตัว  เหมือนกับเจ้าของห้องนี้แหละ



เวลาล่วงเข้าค่อนคืนแล้ว แต่คนข้างๆผมยังขยับตัวพลิกไปมา

“ นอนไม่หลับหรอ ”



“ … ”  เราเล่นเกมจ้องตากันอยู่นาน



“ … ”



“ ฉิน มีคนบอกผมว่า  ไม่ต้องอธิบายทุกเรื่อง ให้ทุกคนฟัง เพราะบางคนเขาก็เลือกที่จะเชื่อในสิ่งที่เขาอยากเชื่อเท่านั้น และ ผมยืนอยู่ตรงนั้นเพื่อยืนยันว่าผมไม่ได้ทำอะไรผิด และผมจะไม่รู้สึกกับคำพูดพวกนั้น ”



“ … ”



“ แต่บางทีถึงคำพูดพวกนั้นมันจะไม่จริง  มันก็ยังทำให้คนฟังเจ็บ ”



“ … ”  ก่อนหน้านี้ความรู้สึกพวกนี้เขาได้ระบายมันให้ใครฟังรึเปล่า หรือเก็บมันไว้คนเดียว



“ ผมพยายามชินกับมัน ผมนึกว่าผมด้านชากับเรื่องนี้ไปแล้วด้วยซ้ำ  ”



“ … ”  ผมอยากกอดเขา กอดทุกความอดทนของเขา กอดทุกความพยายามของเขา  กอดทุกความบอบช้ำที่คนอื่นยัดเยียดมันให้เขา ความบอบช้ำที่เขาไม่สมควรได้รับมันสักนิดเดียว



“ ผมพูดอะไรไปเรื่อยเปื่อย  อย่าถือสานะ ”



“ มานี่มา ” ผมอ้าแขนให้เขาเข้ามา 



“ … ”



“ ตอนเด็กๆเวลาฉินมีเรื่องไม่สบายใจ  แม่กับฉินก็จะนอนกอดกัน แล้วก็คุยกัน  ”



“ … ” เขาค่อยๆเคลื่อนตัวเข้ามา



“ แม่บอกว่าการที่เรากอดกันจะช่วยให้แผลในใจหายเร็วขึ้น ”



“ … ” ผมถือวิสาสะลูบหัวเขาเบาๆ



“ แล้วก็ถ้าเรื่องไปดูน้องซ้อมนะ  ถ้าอึดอัดใจ ไม่ต้องไปแล้วนะ ”



“ … ” พยักหน้าเป็นอันว่าตกลง



“ ถ้าใครมีปัญหา  เดี๋ยวฉินคุยให้  ”



“ นายทำแบบนี้ เพราะสงสารใช่ไหม ” นั่นไง ลูกเจี๊ยบตกใจจนได้



“ ... ”



“ ผมไม่ได้น่าสงสาร และผมก็ไม่อยากให้ใครมาสงสาร ”



“  ชู่ว  ฟังก่อนนะ  ไม่ใช่  ไม่ใช่เพราะสงสาร  ”




ไม่ใช่เพราะสงสาร แต่ผมก็ยังไม่แน่ใจ




TBC.


เทียนเป็นเด็กต้องเข้มแข็ง  เพราะไม่มีใครคอยโอ๋  พอมีคนมาโอ๋ก็จะทำตัวไม่ถูก  ทางเราแนะนำให้เซทับเลย

ปล

คุณผู้อ่านทุกท่านคะ ทางเราขอแจ้งว่ามีคนสับสนทางความรู้สึกค่ะ  เราจะดำเนินการค้นหาโดยเร็ว



ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5259
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19
 :katai2-1:


ยังไม่แน่ใจอีกเหรอออ

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2023
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-0

ออฟไลน์ Beme

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0


เสียงโทรศัพท์ กลายเป็นเสียงปลุกในยามเช้าวันหยุด


“ สวัสดีครับ ”


“ ครับ รบกวนรีบมาเปิดประตูให้กูหน่อยครับ ”


“ เออๆ แป๊ปนึง  ”




ขายาวก้าวลงจากเตียงโดยไม่ทันสังเกต ถึงความผิดปกติของการจัดวางของในห้อง หรือ แม้กระทั่งบนเตียง ฝั่งที่ตนเองนอนทั้งๆที่เวลาปกตินอนฝั่งติดหน้าต่าง ตอนนี้คนที่นอนฝั่งหน้าต่างดันเป็นใครอีกคนที่ยังมุดอยู่ในผ้าห่มและไม่มีท่าทีว่าจะตื่น  ไม่มีอะไรสะกิดใจเขาสักนิดจนกระทั่งเปิดประตู



“ นั่นห้องเทียนไม่ใช่หรอ ”  เสียงไอ้คนที่โทรมาแต่เช้า ช่วยดึงสติ คนที่ไม่ได้นอนห้องตัวเองให้กลับเข้าที่


“ … ” เออวะ นี่มันห้องเทียน


“ มึงไปทำอะไรห้องเทียนแต่เช้า ”


“ … ”  คนที่เพิ่งออกจากห้องคนอื่น  ตรงไปเปิดประตูห้องตัวเองก่อนจะถูกซักจนสะอาดหน้าห้องคนอื่น


“ ห้องเทียน กับ 6 โมง  เช้าขนาดนี้เนี่ยนะ ”


“ เออ แล้วเช้าขนาดนี้ พวกคุณมึงมาทำอะไร ” พวก เป็นการเน้นย้ำว่าคนที่มามีมากกว่าหนึ่งคน


“ ก็พวกกูจะมาชวนมึงไปทาเล๊ ”


“ ทะเล? ”


“ ลุงกูมีงานเลี้ยง กูไม่อยากไปคนเดียว จะไม่ไปก็รู้สึกเป็นหลานทรพี ” ไอ้คนที่มาด้วยอีกคนยอมพูดสักที


“ เห็นไหม  กูบอกแล้วไม่ต้องมาชวนมัน เราไปสองคนก็ได้ ”


“ เออ ไม่ ..”  ยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบประโยค ก็มีแขกมากรดกริ่ง วันนี้ผมแขกเยอะจริง


“ อ้าว สวัสดีตอนเช้านะเทียน ” และใช่ครับคนเปิดประตูไม่ใช่ผม


“ สวัสดีครับ หนึ่ง ”


“ ขอโทษนะที่เสียงดังแต่เช้า มีอะไรรึเปล่า  ” ผมชิงพูดก่อนไอ้หนึ่งมันจะนอกเรื่องกับเทียน


“ อ๋อ เอาโทรศัพท์มาให้ ” คนที่ยังอยู่ในชุดนอนครบถ้วนยื่นเครื่องมือสื่อสารนั่นให้ผม


“ ไม่เจอกันตั้งนาน ไม่ทักกันบ้างเลยนะเทียน ”

 
“ อ่อ   สวัสดีต้น  เอ่อ  สบายดีไหม ”  ผมไม่เห็นรู้ว่าสองคนนี้รู้จักกันเลย


“ ฮ่าๆๆ ยังเหมือนเดิมเลย ”  ไอ้เหี้ยต้นหัวเราะทำไมนักหนา 



ป๊าบ!!  มึงสมควรโดนสักทีไอ้ต้น


“ อย่าแกล้งเทียน ”  กูเห็นด้วยกับมึงเลยหนึ่ง


“ สบายดี แต่คิดถึงเทียนนิดหน่อย ”


“ ต้นก็ยังเหมือนเดิมเลย ”  ผมไม่ยักรู้ว่าสองคนนี้รู้จักกัน


“ พอดีเลยเรากำลังจะไปทะเล ไปด้วยกันไหมขาดสมาชิกอีกหนึ่งคน ”


“ไม่รบกวนหรอก ”


“ ไปด้วยกันสิ” ไอ้หนึ่งเสริมเสียง


“ ไปด้วยกันนะเทียน ”   ผมแค่อยากให้เทียนไปด้วยกัน


“ เอางั้นก็ได้ ”  ในที่สุด


“ ไอ้ฉิน ไหนมึงบอกไม่ไป ”  ไอ้หนึ่งมึงนี่


“ โอเค เป็นอันว่าตกลงนะเทียน อีกสามสิบนาทีเจอกัน ”  ผมเดินไปส่งคนที่ยังอยู่ในชุดนอน








เวลาเหยียบสามทุ่มพวกเราก็เดินทางมาถึงที่พักด้วยความเหนื่อยล้า

ตัวบ้านชั้นเดียวถูกยกให้สูงขึ้นถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายทว่าก็ดูกลมกลืนกับท้องทะเลที่เกยขอบหาดทรายที่ติดลานหน้าที่พัก  ในตัวบ้านมีห้องรับแขกที่ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบและสะอาดอย่างตั้งใจ  ห้องพักสามห้อง  กับสมาชิกทั้งหมดสี่คน


“ เทียนหนึ่งห้อง ส่วนไอ้ฉินไม่นอนร่วมกับคนอื่นเป็นสันดานเอาไปอีกห้อง ”


“  อ่อ  ” เทียนเหลือบมองผม


“ ส่วนมึงกับต้นนอนห้องเดียวกัน ตกลงแล้วก็แยกย้ายกัน ” ผมปิดบทสนทนา ก่อนบางคนจะเผยไต๋จนหมด







ในขณะที่ทุกคนแยกย้ายกันตามคำบอก    ไม่นาน คนบอก ก็มายืนอยู่หน้าห้องคนอื่นซะงั้น


 “ ว่าไงฉิน ”


“ ทำอะไรอยู่ ”


“ ไม่ได้ทำอะไร เข้ามาสิ ”  เตียงนอนเดี่ยวที่วางอยู่กลางห้องนั่นเป็นนิยามของคำว่าห้องนอนได้เป็นอย่างดี

 
“ … ” ไม่มีโซฟา หรือเก้าอี้สักตัว


“ นั่งบนเตียงได้เลย ” ขณะที่คนพูดนั่งบนพื้น   ค่อยๆเก็บเสื้อผ้าเข้าตู้ขนาดพอดีห้อง


“ ไปเดินเล่นกันไหม ”

 
“ ตอนนี้หรอ ” 


“ ไม่หรอก  พรุ่งนี้เช้า ”


“ อือ ”


ถึงแม้ว่าเขาจะตอบคำถามผมแล้วแต่ผมก็ยังไม่อยากจะลุกไปไหน อาจจะเพราะการมองเทียนจากมุมนี้  เส้นผมที่เริ่มยาวระต้นคอขาว และกรอบหน้าที่พระเจ้าจงใจสร้างอย่างประณีต ดวงตาจดจ้องไปยังชิ้นผ้า ประสานกับมือขาวที่จัดวางอย่างอ่อนโยน   


คนมองมองอย่างไม่รู้เบื่อ จากอิริยาบถนั่ง  เปลี่ยนไปเป็นเอนหลัง  จนกระทั่งเปลี่ยนเป็นนอน  แต่สายตาก็ไม่ยอมละไปจาก คนเดิม   ไม่ว่าจะตอนที่คนตัวเล็กยังจัดผ้า ขอตัวไปอาบน้ำ หรือ ตอนนี้ที่ยืนเก้ๆกังๆเหมือนไม่ใช่ห้องตัวเอง


“ เทียน ”

“ อือ ”


“ มานอนนี่ ”


“ … ”  คนตัวเล็กเคลื่อนตัวมาบนเตียงอย่างว่าง่าย


เตียงเดี่ยวที่เล็กเกินไปสำหรับผู้ชายสองคนกลายเป็นข้อดี  คนตัวโตกว่าแอบเร่งเครื่องปรับอากาศ แล้วสอดแขนรองคอคนตัวเล็ก พร้อมดึงร่างให้เข้ามาชิดกัน


“ ห้องมันหนาว ”


“ ลดแอร์สิ ”  ต่อปากต่อคำนะเดี๋ยวนี้


“ ลดไม่ได้  รีโมทหาย ”


“ คนโกหก ”



“ อะไรนะ ”







“ ฉินชอบผมหรอ ” 







“ … ” รอบนี้เสียงดังฟังชัดเลย


“ ถ้าไม่ได้ชอบก็อย่ามาทำให้หวั่นไหว  ฉินเป็นเพื่อนที่ดี ผมไม่อยากเสียเพื่อนนะ ”   ปากแดงๆนี่เริ่มจะพูดจาไม่น่าฟังแล้ว   


คนที่ยังไม่ยอมพูดอะไรก็ยังเงียบอยู่อย่างนั้น  แต่ริมฝีปากกลับเคลื่อนไปทาบปิดริมฝีปากของคนที่พูดไม่หยุด ก่อนจะขยับริมปากเบาๆ ดูดดึงริมฝีปากล่างจนพอใจ จึงย้ายไปริมฝีปากส่วนบนของคนตัวเล็กที่ถูกพลิกให้มาอยู่ใต้ร่างอย่างสมบูรณ์   สลับไปมาจน


“ อื้อ ” คนตัวเล็กร้องครางออกมาอย่างไม่รู้ตัว 


คนตัวโตจึงค่อยๆไล่เลียริมฝีปากบนลงมาล่างอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนถอดริมฝีปากออกจนมีเสียง

 
จุ๊บ!


เบาๆตามมาให้คนตัวเล็กหน้าแดง หูแดงไปกว่าเดิม  อีกทั้งยังปรับการหายใจให้เป็นปกติไม่ได้ จนคนก่อเรื่องขึ้นต้องลูบหลังให้ สักพักทุกอย่างจึงเข้าสู่ภาวะเกือบปกติ




“ ชอบครับ ผมชอบเทียนนะ ”


 
“ … ” กลายเป็นว่าลูกเจี๊ยบหน้าแดงกว่าเดิม



“ เพื่อนกันเขาไม่จูบกันนะครับ ”


“ ... ” กลายเป็นว่าไม่มองหน้าผมแล้วครับ



“ อีกอย่างเสียเพื่อนแต่ได้แฟน ผมว่าคุ้มนะ เอาไหม ”



“ ขอคิดก่อนนะ จะนอนแล้ว ”


“ นอนก่อนเลยเดี๋ยวทำธุระก่อน ” 



หลังจบประโยคคนตัวโตก็เริ่ม ทำธุระที่ว่า รอยคราบน้ำใสๆที่มุมปากคนตัวเล็กถูกริมฝีปากของคนตัวโตซับอย่างแผ่วเบาเรื่อยมาจนกรอบหน้า

 ไล่ไปที่ต้นคออ่อนไหวจนคนตัวเล็กส่งเสียงครางอือในลำคอ  คนตัวโตจูบซับอยู่ตรงนั้นเนิ่นนานอย่างชอบใจ ก่อนจะตัดใจละริมฝีปากออกมา  และเคลื่อนไปที่ใบหูกระซิบคำหวาน


“ ฝันดีครับ ”






ตอนเช้าไม่มีอยู่จริงหรอกครับ  เที่ยงค่อยเป็นเรื่องจริงขึ้นมาหน่อย  เราตัดสินใจไปทานอาหารมื้อแรกของวันที่ห้างสรรพสินค้า ใช่แล้วครับ ที่ห้างครับ เพราะเราต้องไปซื้อชุดเพื่อปาร์ตี้ของลุงไอ้ต้นเย็นนี้


เวลางานเริ่มเป็นเวลาที่เราทั้งสี่ถึงงานพอดี   ทรายหาดกว้างรายล้อมไปด้วยแสงไฟสีส้มสลัว   บ้านริมทะเลหลังใหญ่ถูกจัดไว้เพื่อรับรองแขกอย่างสมเกียรติ 


ที่ระเบียงบ้านมีชายวัยกลางคนหน้าตาใจดี ในชุดเสื้อฮาวาย กับกางเกงลำลองสบายๆ มองตรงมาทางพวกเราและโบกมือทักทายทาย   

ในบ้านหลังใหญ่มากไปด้วยแขกที่ถูกเชิญ  แม้ทุกคนจะอยู่ในชุดที่ดูสบายๆ แต่มูลค่านั้นไม่สบายเท่าไหร่

เราทักทายผู้ใหญ่ตามมารยาทกว่าจะถึงที่คุณอยู่ก็เหนื่อยใช่เล่น


“ สวัสดีครับ ”


“ สวัสดีๆ คนนี้หนึ่ง คนนี้ฉิน แล้วคนนี้ใครเอ่ย ”


“ อ่อ สวัสดีครับ ผมเทียนครับ เป็นเพื่อนตงฉิน ”


“ เพื่อนหรือแฟนเอาให้แน่นะเจ้าฉิน ” 


“ ครับ ”  เอาแน่อยู่แล้ว ผมต่อในใจ


“ อย่าไหว้กันบ่อยนักละ ไม่อยากแก่ ” ลุงพูดติดตลก แต่ก็นั่นแหละแม้จะอยู่ในวัยกลางคนแต่ดูอ่อนกว่าวัยเยอะ


“ คุณลุงไม่แก่สักนิด ”

 
“ เทียนนี่พูดจาเข้าหู  เจอกันวันหลังลุงจะเลี้ยงขนม ”


“ ฮ่าๆๆ ”


“ แบบนี้ผมก็ตกกระป๋องแล้วสิ ” ไอ้ต้นทำเป็นน้อยใจ


“ มึงตกกระป๋องนานละ ” ไอ้หนึ่งแทรก


“ ก็เพราะมึงนั่นแหละ ตอนนี้มึงก็ตกกระป๋องแล้ว ” กลายเป็นว่าไอ้ต้นกับไอ้หนึ่งเถียงกันไม่หยุด


“ หนุ่มๆนี่ดีนะ ตามสบายเถอะ ”


“ ครับ ” ผมตอบรับก่อนที่ลุงจะแยกตัวไป



งานเลี้ยงใหญ่โตแบบนี้มีขึ้นเพื่อสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจทั้งนั้นแหละ 

ผมก็ไม่ค่อยสันทัดเท่าไหร่นัก   ไม่นานพวกเราก็ตัดสินใจหยิบอาหารกับเครื่องดื่มมานั่งที่ริมหาด


“ เทียนรู้จักกับต้นไงหรอ ” ถามได้ดีหนึ่ง


“ ก็พรหมลิขิตไง ” มึงวอนหรอไอ้ห่าต้น


“ จริงๆก็รู้จักกันตอนงานประกวดเฟรชชี่ปีหนึ่ง ” ค่อยดูเป็นความจริง


“ แล้วสนิทกับไอ้ฉินได้ไงหรอ  ”


“ ฉินใจดี ชอบช่วยบ่อยๆเลยสนิทกัน ”


“ สนิทถึงขั้นได้ไปนอนบนเตียงเดียวกันมันเลยนะ มันยังไงนะ ”


“ นอนเตียงกับกูมันทำไม ”


“ ก็กูไม่เคยได้นอนนี่  ”


“ ก็มึงมันสกปรก ” ไอ้หนึ่งนี่แกล้งสนุกที่สุดในกลุ่มแล้ว   



เราคุยกันเรื่อยเปื่อยสักพักก่อนจะไปบอกลาคุณลุง 



เจ้าของรถคันหรูเริ่มต้นการออกเดินทางกลับที่พักด้วยความไม่เร่งรีบ  ห้องโดยสารเงียบ เพราะความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวัน   


รถคันสีดำคันหนึ่งเหยียบด้วยความเร็วสูงตรงปรี่มา ในเวลาดึก  คงไม่แปลกถ้าจะมีการขับด้วยความเร็วสูง
 

ที่แปลกคือรถคันนั้นตรงปรี่ขึ้นมาด้วยความเร็ว 



เบียดรถคันหรูจนเป็นรอยถลอก



แรงกระแทกปลุกสมาชิกในรถ


“ เฮ้ยไรวะ ” ไอ้ต้นเป็นคนแรกที่ถามขึ้นมา


“ กูว่ามันเล่นแล้ววะ ”


“ เหยียบมิดเลยมึง ” กูเหยียบอยู่แล้วเพื่อน


นี่คงเป็นหนึ่งในข้อดีของรถราคาสูงลิ่ว  เพราะไม่นานเราก็ทิ้งช่วงจากรถคันนั้น






ไม่รู้สิ

ผมรู้สึกว่ารถคันนั้นตั้งใจเบียดคันผมให้มาฝังนี้ไม่ใช่เพื่อหวังผลร้ายๆ  ที่กระจกหลังนั่นผมเห็นรถคันนั้นหยุดกะทันหันจนเป็นเหตุให้เกิด

ความวุ่นวายขึ้น   นี่มันอะไรกันแน่




TBC.

มาแล้วว ต้องหาสินสอดแล้วล่ะ ทำบัดสีบัดเถลิงกับลูกเขา

ปล

ไรท์มีเรื่องนิดหน่อย เลยหายไปน๊านน  กลับมาแล้วนะ คิดถึงทุกคนเลย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2023
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-0

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5259
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ nightsza

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2108
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-1
ตั้งสติไว้ๆ

ออฟไลน์ Beme

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0


จิ๊กซอว์



“ ครับลุง ”  เวลาเพียงน้อยนิดที่ไอ้ต้นคุยกับลุงผ่านโทรศัพท์  อีกทั้งน้ำเสียงจริงจัง  ทำผมกังวลใจมากขึ้น


“ ลุงว่าไง ”


“ คนของลุงกูจับตัวมันไว้ได้  ให้เรารีบไปหาลุงเร็วที่สุด ” นั่นเหมือนจะเป็นเรื่องดีๆ


“ งั้นให้เทียนกับไอ้หนึ่งกลับก่อน กูรบกวนขอแรงคนของลุงมึงประกบไปด้วย  ”





 “ ไม่ ” เสียงของคนที่ผมคิดว่าหลับอยู่ดังขึ้น





“ เทียน ”


“ ผมว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวกับผม   ใช่ไหมครับฉิน ” ผมเริ่มไม่อยากให้เขามายุ่งเรื่องนี้แล้วสิ


“ … ”


“ งั้นก็ไปกันทั้งหมดนี้ ”


ใช้เวลาไม่นานไอ้ต้นก็หอบไอ้หนึ่งที่เมาขี้ตาขึ้นมาบนรถ  ก่อนเราจะเริ่มออกเดินทาง...



เส้นทางไม่เหมือนกับตอนไปงานจัดเลี้ยงอย่างสิ้นเชิง ถนนที่คดเคี้ยวขึ้นไปบนเขาราวกับที่นี่ไม่ใช่จังหวัดเดียวกัน สู่พื้นที่ที่บ้านเรือนผู้คนเริ่มน้อยลงๆ


จนเป็นพื้นที่กว้างขนาดใหญ่ ล้อมด้วยรั้วสูงเกินกว่ารั้วบ้านคนธรรมดา  รถคันหรูจอดหน้าประตูรั้วที่ปิดสนิทราวกับไม่มีผู้คน




แผ่นการ์ดสีดำที่มีตัวอักษรไม่กี่ตัวทำให้รั้วเปิดตอนรับเราเข้าพื้นที่ข้างในที่กว้างสุดลูกหูลูกตา



อาคารหลังใหญ่ตั้งหน้าสุดราวกับต้องการบดบังบางสิ่งที่อยู่ด้านหลัง  ทันทีที่รถจอดสนิทเราก็ปรี่ไปหาคุณลุง   ความใจดี และรอยยิ้มถูกส่งมาตลอด


เวลาที่เราทักทายกัน แค่ช่วงสั้นๆเท่านั้นเพราะเรามีสิ่งที่จำเป็นยิ่งกว่า  หนึ่งที่ถูกซื้อด้วยเตียงนอน ทำให้ตอนนี้เหลือเราแค่สี่คน  ส่วนไอ้คนตัวเล็ก


ข้างๆผมนี่ไม่มีอะไรซื้อเขาได้ทั้งนั้น 


“ ครบทุกคนนะ ” น้ำเสียงทีเล่นทีจริงของลุงทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายลงบ้าง


“ ครับ ”




ตึกขนาดใหญ่แห่งนี้ถูกแบ่งสัดส่วนบริเวณอย่างพอดี   ลิฟต์ทึบขนาดใหญ่นำพวกเราลงมายังชั้นใต้ดินของตึก



ติ้ง! เสียงสัญญาณของลิฟต์บอกให้เราเตรียมตัวเองให้พร้อม มือของคนข้างๆที่ผมกุมอยู่ทำให้ผมมั่นใจ


ชายที่อยู่ในชุดดำลุกทำความเคารพอัตโนมัติ  ลุงยกมือขึ้นเป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นไร


“ มันพูดอะไรเพิ่มบ้าง ” น้ำเสียงลุงเย็นเหยียบราวกับคนละคน


“ มันพูดแต่เรื่องเดิมครับ ”


 เราทั้งสี่คนเดินไปหยุดที่กระจกใส   ห่วงเหล็กที่ยึดกับเพดานมีเชือกขนาดใหญ่ลอด  ผ่านลงมายึดข้อเท้าของคนทีเป็นเป้าหมายในวันนี้ของเรา


นานจนพอใจกับการสอบสวน  แค่เห็นหน้ามันก็ทำให้ผมโมโห ยิ่งคำพูดแต่ละคำสมกับเป็นเศษสวะจริงๆ



“ ไอ้หน้าอ่อน มึงเอาของนายกูไป มึงไม่รอดแน่ ”


“ มึงด้วย มึงไม่รอดแน่  จำเอาไว้   แล้วอย่าลืมเข้าฝันไปบอกนายมึงด้วยละ ” ผมทิ้งท้ายก่อนออกมาจากห้องนั้น   คนอย่างผมไม่เคยขู่




“ ฉินเราต้องกลับเดี๋ยวนี้ ”



“ … ”


“ ผมรู้แล้วว่าของนั่นคืออะไร อยู่ที่ไหน ”


ทุกคนหยุดเดินกันโดยฉับพลัน



“ รีบไปเถอะ ” คุณลุงพูดโดยที่ผมไม่ต้องพูดอะไร


“ เออ มึงไปก่อนเลยเดี๋ยวกูลากไอ้หนึ่งกลับเอง ”


“ คุณลุงครับ ขอบคุณมากนะครับ ผมขออนุญาตกลับก่อน”


“ สวัสดีครับ เทียนกลับก่อนนะครับ ”


“ กลับกันดีๆละ”




“ เฮ้ยๆ ตอนขับรถนะปล่อยมือกันก่อนก็ได้นะเพื่อความปลอดภัย ” ไอ้ต้นแหกปากมาแต่ไกล


“ … ” ผมเลยจับมือเทียนแน่นกว่าเดิมแล้วยกขึ้นเหนือหัว


“ ฉิน !! ” คนข้างๆผมตกใจร้องเสียงหลง ก่อนจะใช้ชกแขนผมไปทีนึง

ไอ้ต้นหัวเราะสะใจ  ผมเลยยกนิ้วกลางเป็นการบอกลามัน



เราใช้เวลาไม่นานก็ถึงที่หมาย


และ


ถ้าไอ้ต้นอยู่บนรถด้วยคงอกแตกตาย เพราะตลอดการเดินทางผมไม่ปล่อยมือเทียนเลย 


จนตอนนี้ก็ยัง ถ้าผมไม่ปล่อย ผมอยากรู้ว่าคนข้างๆจะทำยังไง





ดื้อเอาเรื่อง





มือขาวๆนั่นไม่ยอมดึงออกจากฝ่ามือผม ที่จับไว้หลวมๆ และดึงดันที่จะเอาทั้งมือผมมือเขาเข้าไปในกระเป๋าเพื่อหาคีย์การ์ดห้อง 
ผมถึงได้เลิกแกล้งเขาแล้วปล่อยมือ


“ อยู่ไหนนะ อยู่ไหน ”  ตั้งแต่เข้ามาในห้อง คนตัวขาวก็มัวแต่หา ของ ที่ว่านั่น


“ … ”


“ นี่ไง! ฉินเจอแล้ว ” โทรศัพท์สีดำอยู่ในมือเขา และยังเปิดไม่ติด


“ เก่งมากครับ ” คนตัวโตเอามือไปยีหัวอีกคนจนยุ่ง เลยถูกมองค้อนวงใหญ่


“ … ” คนตัวขาวนั่งจ้องเจ้าเครื่องสีดำอยู่นาน จนยกมือยีตาตัวเองที่ปรือ   


“ ไปอาบน้ำ แล้วมานอนเถอะครับ ”




แสงของวันใหม่ส่องได้เพียงไม่นานคนตัวโตก็ตื่นมานอนจ้องหน้าอีกคน 


ลมเล็กๆถูกเป่าลงตรงหน้าผาก แรงลมนั้นไม่อาจทำให้อีกคนตื่นได้ แต่ก็ทำให้คิ้วขมวดได้





คนตัวโตถึงได้เพิ่มระดับ  การปลุก   ริมฝีปากทาบลงบนเปลือกตาของคนยังไม่ตื่นเบาๆ




ทาบทีมือขาวก็ยกขึ้นมาเช็ดที แต่ตาไม่เห็นจะเปิด 





ขี้เซา




  ริมฝีปากถูกทาบลงบนปากนิ่มอีกคนแรงๆ จนเกิดเสียง  แต่คนทำรู้สึกยังไม่พอ ถึงทาบลงไปอีกครั้งก่อนจะงับริมฝีปากล่างอีกคนด้วยความหมั่นเขี้ยว


แต่คงจะแรงไปคนขี้เซาถึงได้ฟาดเข้ามาเต็มแรง  ก่อนจะลุกไปเข้าห้องน้ำ






3 ชั่วโมงได้แล้ว แต่ลูกเจี๊ยบยังไม่มองหน้าผมเลย ถามคำตอบคำ สงสัยจะโกรธ



“ โกรธหรอ ” ผมขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิด


“ … ”





“ งับแรงไปหรอเมื่อเช้า ต่อไปจะทำเบาๆนะ ”  ค้อนวงโคตรใหญ่เลยครับคราวนี้





“ คราวหน้าหรอ ยังจะมีอีกหรอครับ  ” ประโยคแรกของวันไม่ค่อยดีเลย


“ อาจจะมากกว่านี้ก็ได้ ”


“ งั้นถามหน่อยครับ ความสัมพันธ์ระหว่างเราคืออะไรกัน ”  นี่หรือเปล่าที่เรียกว่าเถียงจนหน้าแดง


“ แฟนไงครับ ”


“ … ”






“  เป็นแฟนกันนะครับเทียน ”







“ อือ ” แก้มที่แดงอยู่แล้วยิ่งแดงไปกันใหญ่ น่ารัก



ผมอดยกมือไปลูบแก้มแดงๆนั่นไม่ได้  ดวงตาคู่สวยที่หมู่นี้ผมไม่ค่อยได้มองเข้าไป


เขาว่าดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ 




ผมอยากให้เทียนเห็นว่าผมมีแค่เขาทั้งใจ





เมื่อไหร่ไม่รู้ที่ผมเอาริมฝีปากตัวเองไปหยุดที่จมูกเชิดๆนั่น 


ก่อนจะเลื่อนลงมาทาบที่ริมฝีปากล่างเบาๆอย่างกับกำลังขอโทษ แทรกเรียวลิ้นเข้าไปลัด


เลาะฟันขาว สำรวจภายใน จนลูกเจี๊ยบเริ่มส่งเสียงเพราะหายใจไม่ทัน


“ อือ อื้อ ”


ถึงได้ถอนริมฝีปากออก


แล้วลากไปทาบยังแก้มแดงๆนั่นข้างซ้ายที ข้างขวาที


มือข้างขวาลูบหัวลูบหลังคนหายใจหอบ   





นี่แหละที่โบราณเขาว่า จูบปากแล้วลูบหลัง





ไม่นานมือนั่นก็ย้ายมาลูบริมฝีปากที่เริ่มบวมขึ้นมาหน่อย  เหมือนเยลลี่



เมื่อริมฝีปากเริ่มที่จะประกบกันอีกครั้งก็ยากจะคาดเดาว่ามันจะจบเมื่อไหร่  คงได้แต่โทษเยลลี่






TBC.


จะมีอะไรไหมนะ




ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2023
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-0

ออฟไลน์ Beme

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0


เก็บเอาไว้ทำกับคนเป็นแฟน




----- จิณณพัฒน์ -----


3 อาทิตย์ที่ผ่านมากับการมีแฟน




ทำตัวไม่ถูก




ผมเคยตื่นด้วยเสียงนาฬิกาปลุก

ตอนนี้ผมตื่นด้วยสัมผัสบางเบาจากริมฝีปากของอีกคน  ที่มักจะคลอเคลียในยามเช้า อย่างกับลูกหมา




แต่เป็นลูกหมาตัวโต





มื้อเช้ากับมื้อเที่ยงที่เคยเป็นมื้อทูอินวัน เอ่อ.. ผมหมายถึงรวบเป็นมื้อเที่ยงทีเดียว
 
ตอนนี้แค่เปิดประตูห้องนอนก็มีกลิ่นหอมๆลอยมาเตะจมูก ทำเอาผมน้ำลายไหล   




 
ตู้เสื้อผ้า ที่เคยมีแค่เสื้อผ้าของผม

ตอนนี้เริ่มมีเสื้อของอีกคนแทรกอยู่ด้วย  และไม่ใช่แค่เสื้อผ้า แต่สิ่งของอื่นๆก็เริ่มปะปนอยู่ในทั้งห้องผมและเขา





เวลาไปเรียนผมมักจะไม่รีบร้อน

แต่พอมีลูกหมาตัวโตมานั่งคอยทุกวันทำเอาผมต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองยกใหญ่





ผมเคยไปไหนมาไหนคนเดียวไม่ต้องรอใคร 

แต่พอมีเขามารอกินข้าวพร้อมกัน ทำให้ผมเริ่มที่จะรอเขาบ้าง




ผมว่าบางทีการรอก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร




อย่างเช่นวันนี้






ผมที่เคยเกลียดการรอ ในวันที่ฝนตกแบบวันนี้ผมกลับห่วงใครบางคน ผมภาวนาให้เขามาช้าที่สุด






เสียงฝนกระหน่ำดังขึ้นเรื่อยๆแข่งกับจังหวะเต้นของหัวใจผม





ผมไม่กล้าแม้แต่จะโทรหาเขา เพราะกลัวว่านั่นอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ หน้าจอโทรศัพท์ผมจึงถูกเปิดและปิด ซ้ำไปซ้ำมา



“ เทียน ”

ผมเงยหน้าอัตโนมัติ



“ มาแล้วหรอ”



“ มาแล้ว กลับบ้านกัน” 

ผมจับมือที่คนตัวโตที่ยื่นมาอย่างเคยชิน



“ อือ ”



“ ขอโทษที่ให้รอนาน ”



“ ไม่เป็นไร เพิ่งทำงานเสร็จ”

ผมหัดโกหกด้วย



“ โกหกแน่”

ไม่เนียนด้วยสินะ







ฮัดชิ่ว!

นั่นไง ผมบอกเขาแล้วว่าอย่าตากฝน เดี๋ยวไม่สบาย

เขาก็เอาแต่บอกว่า “ ฉินแข็งแรง ไม่ป่วยหรอก ”



“ … ”



“ อย่ามองแบบนั้น แค่เป็นหวัดเองครับ ”



“ … ” ผมไม่อยากคุยกับคนดื้อเลย



“ ชิมหรือยัง บะหมี่ของโปรดเทียน ต้องกินตอนร้อนๆนะ ”



“ … ”



แบบนี้ผมจะโกรธเขาลงได้ไง  เขาโดนฝนเพราะรีบร้อนไปซื้อมันมาให้ผม แค่เมื่อสองสามวันที่แล้วผมบอกว่าอยากกินมัน




ผมไม่ทันสังเกตว่าเขาเปียกด้วยซ้ำตอนที่มารับผม



“ เทียนครับ มาเช็ดผมให้หน่อยครับ คนป่วยไม่มีแรง ”



“ … ”




ก็... เขาแสนดีขนาดนี้ผมจะปฏิเสธได้ยังไง





ผมยืนเช็ดผมให้ฉินอย่างเบามือ ไม่นานเขาก็รั้งเอวผมให้นั่งลงบนตักเขา

จนผมอดมองเขาด้วยความสงสัยไม่ได้



“ … ”



“ เดี๋ยวเมื่อยขาครับ ”



“ ไม่เมื่อยสักหน่อย ” ผมไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นหรอกนะ

ผมรู้สึกได้ทันทีว่าแขนที่เกาะอยู่เอวผม อยู่ๆก็รัดแน่นขึ้นซะอย่างนั้น




บางทีเขาก็ชอบทำอะไรที่ผม...

 อธิบายไม่ถูก




“ เทียนไม่กินถั่วงอกใช่ไหม ”



“ ใช่แล้ว ” ฉินรู้ว่าผมไม่กินถั่วงอก แต่เขาก็ยังสั่งบะหมี่ที่ใส่ถั่วมาทุกครั้ง



“ ทำไม่ชอบถั่วงอกละ ”

ปากถาม ขณะเดียวกันมือก็ทยอยตักถั่วงอกจากถ้วยของผมอย่างธรรมชาติ



“ อืม... แค่ไม่ชอบกลิ่นถั่วงอกนะ ”

ถึงแม้ถั่วงอกจะมีขนาดเล็ก แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาในการตักถั่วงอกออกจากถ้วยผมเลย



“ มีประสบการณ์ไม่ดีกับถั่วงอกหรือเปล่า ”



“ ไม่นะ ”



ท่ามกลางความเงียบของเรา ตงฉินได้โยนคำถามที่ผมก็สงสัยขึ้นมาในบทสนทนาของเรา

“ รู้ไหมทำไม ฉินถึงซื้อบะหมี่ใส่ถั่วงอก ทั้งๆที่รู้ว่าเทียนไม่กินมัน ”



“ ... ”

ผมส่ายหน้าและเลื่อนสายตาไปวางที่ตาเขา






“  เพราะว่า…  ”






ฉินเลื่อนสายตามาสบเข้ากับตาผม
 
“ … ”






“ ฉินชอบเทียนไงครับ ”







“ … ”

ฉ่า

อยู่ๆผมก็รู้สึกว่า อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นโดยเฉพาะบริเวณผิวหน้า







“ เพราะชอบถึงได้หาเรื่อง จะได้คุยกับเทียนเยอะๆ ”








ถึงตรงนี้ผมก็ไม่กล้าสบตาคนตรงหน้าแล้ว ได้แต่ปล่อยให้ผิวหน้าแดงๆสบกับตาของคนตรงหน้าแทน








ถึงจะมีบ้างที่ผมอธิบายไม่ถูก แต่ผมก็มีความสุขจริงๆที่ได้ใช้เวลากับเขา







เพราะ...

“ เทียนก็ชอบฉินเหมือนกัน ”












........................................................

ภายในห้องชั้นบนสุดของตึกสูง  บนเก้าอี้ราคาแพงถูกนั่งด้วยชายวัยกลางคน ที่มองคนที่อยู่ตรงข้ามด้วยดวงตาแข็งกร้าว ดุร้าย 



“ ขอโทษครับท่าน เราจะรีบจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ”

เพียงแค่สายตาที่มองมา ก็ทำเอาคนที่ถูกมองสั่นกลัว จนละล่ำละลักเอ่ยคำขอโทษ



“ พวกแกไม่เคยทำงานหรือไง ” น้ำเสียงเย็นเหยียบลอดออกมาจากปากผู้เป็นนาย



“ ผมไม่ระวังตัวจริงๆครับ รอบนี้ ”



ตุบ!

ฝ่ามือของผู้เป็นนาย   ตวัดตบลงบนหน้าของผู้เป็นลูกน้องจนล้มลงไปกองบนพื้น

“ แกรู้ไหมว่า  ข้อมูลในโทรศัพท์โกโรโกโสนั่นราคามันกี่สิบล้าน ”



“ ผมจะจัดการทันทีครับ ”



“  แกจะจัดการมันยังไง! ”



“ เอ่อ.. ”
 
คนเป็นลูกน้องที่ไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะเช็ดเลือดที่กลบปากออก  อึกอักเพราะยังไม่ทันได้คิดคำตอบไว้สักนิด




“ ไปเอาสินค้าคืนมา! พร้อมกับโทรศัพท์โกโรโกโสนั่น ”




“ … ”

คนที่เป็นลูกน้องยังคงก้มหน้ารับคำสั่ง




“ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน ถ้าอีก 3 วัน ฉันไม่ได้สิ่งที่ฉันต้องการ ”



ความเงียบเข้าปกคลุมห้องชั่วขณะ

“ … ”







ฝ่ามือของผู้เป็นนาย กระชากผมให้ลูกน้องเงยหน้าขึ้น

“ คงไม่ต้องมีแกบนโลกนี้ ” น้ำเสียงเรียบแต่เยือกเย็นส่งคำพูดชวนขนลุกออกมาเป็นครั้งสุดท้าย






……………………………………..


“ เรื่องนี้ห้ามบอกฉินนะ ”

คนที่นั่งข้างคนขับ เอ่ยขึ้นในท้ายบทสนทนาอย่างขอร้องแกมบังคับ



“ โอ้ยเทียน!  ทำไมต้องผมละ”

คนถูก(บังคับ)ขอร้อง โอดครวญกับคำขอ



“ ก็นายเป็นหนึ่งในคนที่รู้ทุกอย่างดีในเรื่องนี้ ”

เหตุผลที่ปฏิเสธไม่ได้



“ เฮ้อ! คงต้องเป็นแบบนั้นแหละ ”

คนถูกขอร้องตอบรับคำอย่างเลี่ยงไม่ได้



“ ขอบคุณมากๆเลยนะ เรื่องนี้มันเริ่มที่ผม มันก็ต้องจบที่ผม ”

ถึงแม้จะพูดอย่างมั่นใจ  แต่น้ำเสียงที่สั่นเล็กๆนั่นก็แสดงความกลัวอย่างปิดไม่มิด



“ เอาก็เอา ไม่ว่าจะทางไหนก็ตายอยู่แล้วละ”

หมายถึงถ้าไม่ตายทั้งเป็นเพราะรู้สึกผิดกับคนขอร้อง  ก็ตายเพราะตีนไอ้ฉินแน่ๆ



“ ไม่เป็นไรหรอก ฉินใจดีจะตาย ”

พูดออกมาได้นะเทียน


“ เหอะ! มันใจดีกับเทียนคนเดียวนะสิ ”

จบงานนี้ผมต้องตายเพราะตีนไอ้ฉินแน่ๆ








TBC.

ไรท์พูดตรงๆว่า เขียนไปยิ้มไป  จนเขินคนที่เดินผ่านไปผ่านมา

เรามาลุ้นกัน ว่าแผนใครจะสำเร็จ



ปล.  ไรท์ว่าเทียนก็แสบอยู่นะ


ออฟไลน์ Beme

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
เพราะรัก



วันง่ายๆของผมเริ่มต้นด้วยการสูดกลิ่นหอมๆจากผิวแก้มของคนข้างกาย และความชื่นใจจากริมฝีปากนุ่ม



ใบหน้าขาวใสหมดจด   เหมาะกับผมที่สุด…



แต่เพราะช่วงนี้คนตัวเล็กเขาโหมโปรเจคปิดเทอม ทำให้มีรอยคล้ำเล็กน้อยที่ขอบตา ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้ความน่ามองน้อยลง



ไอ้ต้นบอกว่าผมหลงเทียนมาก






ผมว่าผมหลงได้มากกว่านี้อีก







ผมบีบจมูกคนที่หลับปุ๋ยอย่างหมั่นเขี้ยว จนคิ้วสวยขมวดเข้าหากันเล็กน้อย 
มุมปากผมยกขึ้นอัตโนมัติ   



ไฟน้ำเงินจากเชื้อเพลิง กำลังเผาให้น้ำซุปในหม้อเดือด

มีดที่กรีดลงบนผักสีเขียวด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ ทำให้ผักถูกซอยออกมาอย่างสวยงาม

เมื่อน้ำซุปเดือดหมูสับเป็นวัตถุดิบแรกที่ถูกใส่ลงไป  ตามด้วยข้าวสวยร้อนๆ และปิดท้ายด้วยผัก กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วห้อง





“ ไปแปรงฟันก่อนครับเทียน ”




หางตาผมเห็นว่าคนขี้เซามายืนหลับตาดมกลิ่นอยู่สักพักแล้ว

เเต่พอผมเงยหน้ามาชัดๆถึงได้เห็น






ชุดนั่นมันอะไร






เสื้อนักศึกษาตัวใหญ่ของผม

ย้ำ!! ของผม

ไปอยู่บนตัวเทียนได้ยังไง

กระดุมเสื้อผมมีครบทุกเม็ดนะ

แต่สามเม็ดบนนั่น





ที่ไม่ได้ติด





เปิดเปลือยผิวขาวๆ ช่วงคอลงมาอก


เสื้อที่ขนาดใหญ่เกินไปจนลู่ลงไปกองรวมที่เเขนข้างซ้าย
ให้ตาย



ผมไม่เคยเห็นไหปลาร้าใครเซ็กซี่ขนาดนี้


ผมพยายามหยุดสำรวจเทียนด้วยการมองไปทางอื่น


แต่อยู่ๆเขาก็เดินเข้ามา จนผมมองไปที่เขาอีกครั้ง


เหมือนเชือกเส้นสุดท้ายของผมกำลังจะขาด






เสื้อที่ยาวลงมาปิดต้นขาเล็กน้อย






ทุกอย่างก้าวยิ่งเดินยิ่งเปิดเผยผิวขาขาวมากเท่านั้น


ผมเหมือนคนโรคจิตที่แอบมองแฟนตัวเอง





แต่เทียนวันนี้แม่ง





SO DAMN HOT!!!





แก๊ก!


พึ่บ


ผมตัดสินใจดับไฟ  ก่อนทุกอย่างจะมอดไหม้ไปกับเชื้อเพลิงนี้


ทั้งหม้อข้าวต้ม กับความรู้สึกบางที่ถูกปลุกมาอย่างช้าๆ




เทียนยังก้าวมาได้ไม่เท่าไหร่


ผมก็สาวเท้าเข้าไปหา


แล้วรีบยกคนขี้ยั่วตาใสนี่ ไปเข้าห้องน้ำ








สักพักใหญ่เทียนก็ออกมาในชุดที่เป็นของเทียน


ข้าวต้มร้อนๆ สองถ้วยถูกเสิร์ฟมาคู่กัน


“ ฉิน เมื่อคืนเทียนง่วงมาก เลยเผลอไปหยิบชุดฉินมาใส่  ”



ผมว่าจะทำเป็นลืมๆเรื่องเมื่อเช้าไปแล้ว



“ อืม ”  ผมที่ยังติดอยู่กับภาพตอนเช้าตอบ



“ ถือหรือเปล่า ขอโทษนะ ”



“ ไม่เป็นไร ” แต่ถ้าจะใส่อีกก็บอกนะ บอกก่อนผมจะได้ทำใจ












ออด ~  ออด ~ ออด ~



ผมยืนกดปุ่มสัญญาณหน้าห้องเทียนสักพักใหญ่ แต่ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ






นี่มันนานเกินไป





โทรไปก็ไม่มีใครรับสาย หรือ เผลอหลับวะ


ไม่นี่มันไม่ปกติสักนิด




“ มึงอยู่กับเทียนไหม ”



“ ไม่วะ กูอยู่กับไอ้หนึ่ง ”



“ ฮัลโหลๆครับเพื่อนฉิน ”



“ … ” ผมภาวนาให้เทียนเผลอหลับอยู่ในห้อง



“ มีอะไรมึง ”



“ ไม่มีอะไร ”



“ เดี๋ยวอีกสักสองชั่วโมงเทียนก็กลับมาแล้ว ”



“ … ”




แก๊ก!



15 นาที เป็น 15 นาทีที่ยาวนานที่สุดในชีวิตผม  ประตูบานเล็กๆนี่เปิดยากชิบหาย



ผมตรงดิ่งไปห้องนอน





ว่างเปล่า





ห้องนอนว่างเปล่าไร้กายคนที่ผมหวังว่าเขาจะอยู่ที่นี่



ทุกอย่างในห้องเหมือนเดิมเป็นปกติ




ปกติจนเหมือนเขาตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้




นี่มันอะไรวะเนี่ย!



คีย์การ์ดยังวางอยู่ที่เดิม เพราะเทียนไม่มีเรียนทั้งวัน ผมถึงไม่ได้หยิบคีย์การ์ดไป




แต่ทำไมเขาออกจากห้องไม่หยิบคีย์การ์ดนั่นไป





ครืด ครืด ครืด


ในขณะที่ผมกำลังจะเป็นหนูติดจั่น


ข้อความจากเบอร์แปลกได้ส่งตรงมาที่เครื่องผม



เดาไม่ยากเลยว่าใคร



รูปที่ถูกแนบมากับข้อความนั้น ทำให้ผมร้อนใจกว่าเดิม



เทียนที่อยู่ในชุดสูทเนื้อดี ยืนอยู่ข้างๆชายวัยกลางคน มองปราดเดียวก็รู้ว่าผู้ชายคนนั้นไม่ใช่คนธรรมดา  บอดี้การ์ดสองคนที่ประกบซ้ายขวานั่น

ให้คำตอบได้อย่างดี





พวกหมาลอบกัด





“ มึงมาหากูที่ห้องตอนนี้เลย ”


“ มีอะไรวะ ”


“ เทียนโดนลักพาตัววะ ”


“ มึงใจเย็นๆ อาจจะไม่มีอะไรก็ได้ ”


“ ไม่มีเหี้ยอะไร ”


“ เทียนอาจจะไปกับเพื่อน ”


“ พวกเหี้ยนั่นมันส่งรูปเทียนมาขู่กู ”


“  กูว่าแล้วไง พวกสันดานหมา  ”


“  ต้น … ” ปลายสายรับรู้ได้ทันทีถึงความจริงจัง


“ กูจะเล่าทุกอย่างให้มึงฟังเอง ”


“ มึงอยู่ที่ไหน ”



-------------------------------------------------------  50%   -------------------------------------------------
ไรท์มาแล้ว ในที่สุดก็ปิดเทอมแล้ววว




ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1441
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +99/-0
อีรุงตุงนัง  :เฮ้อ: จะรอดไหมเทียน ตามไปเร็วๆนะฉิน ในมือถือนั่นมีไรอ่ะ ของอันตรายแบบนี้ทำไมถึงมาอยู่กับเทียน จัดให้หนักๆเลยนะฉิน  :z6: เป็นความรักที่แบบซึนๆค่อยเป็นค่อยไปแต่ว่าทำเขินมากจ้า 555  :-[ :o8: สนุกๆ มาต่อๆอีกค่ะ รอตอนต่อไปเลย  :pig4: :pig4:

ปล.เว็บนี้ใส่คำหยาบเต็มคำได้นะคะ ช่วงแรกๆเห็นแบบ ไอ้ห่- เหี้- เสือ- แม่- ห่าเหี้ยเสือกแม่ง เต็มๆมาเลยค่ะ มันจะได้สุด 55555

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด