ผมคือ...ตัวร้าย ตอน : ลอบสังหาร PART 1 [04.01.21] P. 6
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ผมคือ...ตัวร้าย ตอน : ลอบสังหาร PART 1 [04.01.21] P. 6  (อ่าน 7945 ครั้ง)

ออฟไลน์ อนาคี99

  • อยากให้ชีวิตมีปุ่ม SKIP
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 390
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +453/-3
    • อนาคี99เพจ
ลอบสังหาร

PART 1







**นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียนทั้งหมด ดังนั้นไม่สามารถใช้อ้างอิงในหลักความจริงใดๆ ได้นะจ๊ะ**







**********************************************************************







สายหน่อยมังกรก็จัดการพาหงส์กลับรัง ออกจากห้องมาเหล่าบอดี้การ์ดก็มายืนรอรับกันอยู่เต็มหน้าห้องแล้ว รวมถึงธันวาที่ยังคงถูกมานพควบคุมตัวอยู่ บรรยากาศมึนตึงอึมครึมระหว่างคนทั้งคู่ไม่ได้สร้างความแปลกใจให้คนอื่นๆ นักเพราะต่างก็เห็นเป็นเรื่องปกติที่คนทั้งสองคนนี้อยู่แล้ว มีเพียงสิงหาที่เดินเข้ามากระซิบถามธันวาด้วยความเป็นห่วงเท่านั้นว่าเป็นอย่างไรบ้าง เพราะแอบกังวลนิดหน่อยว่าน้องน้อยอาจถูกผู้ควบคุมอย่างมานพทำร้ายร่างกายขณะที่ถูกคุมตัวเมื่อคืน



ธันวาเพียงส่ายหน้าแล้วหาเรื่องเฮฮากลบเกลื่อนตามประสา ซึ่งก็พอดีกันกับที่ดนัยพาบดินทร์เดินออกมาจากห้องพอดี ข้อสนทนาเลยจบไปแค่นั้น



“!!!? ”



ทันทีที่บดินทร์มองมาเจอธันวา หงส์หนุ่มก็รีบดิ่งเข้ามาหาผู้ดูแลคนสนิทแล้วสวมกอดจนเต็มรัก เล่นเอาอึ้งกันไปทั้งกระบวน โดยเฉพาะผู้ถูกกอดอย่างธันวา



“นายเป็นไงบ้าง? ขอโทษนะที่ทำให้นายลำบากอีกแล้ว” น้ำเสียงแสดงความห่วงใยกระซิบพร่าพรายในขณะอ้อมกอดรัดแน่นขึ้น เป็นห่วงแทบแย่แต่พอเห็นว่าสภาพยังสมบูรณ์ดีบดินทร์ก็ทนไม่ไหว ความรู้สึกผิดผสมความโล่งใจจึงทำให้อ้อมแขนยิ่งกระชับแน่นขึ้น



อาการแบบนั้นของเจ้านายทำเอาน้ำตาของธันวาเอ่อท้นจนขอบตาร้อนผ่าว ตื้นตันในความห่วงใยของผู้เป็นนายจนอยากกอดตอบคนตรงหน้านี้เหลือเกินถ้าไม่ติดที่ว่าสายตานายเหนืออีกคนกำลังจ้องเขาราวกับจะควักเครื่องในกันอยู่แล้ว









“นายเป็นไงบ้าง โดนหมอนั่นมันทำอะไรเอาหรือเปล่า? ” บดินทร์ถามขึ้นขณะผละออกมามองสำรวจร่างกายของลูกน้องคนสนิทอย่างพินิจพิจารณา แม้ดูเหมือนคนตัวเล็กตรงหน้าจะไม่ได้ดูมีอะไรบุบสลาย แต่ก็อดกังวลไม่ได้เพราะรู้มาว่าธันวากับหมาบ้าตัวนั้นไม่กินเส้นกันนัก กลัวเหลือเกินว่าฝ่ายนั้นจะฉวยโอกาสทำอะไร



“เอ่อ...คุณดินครับ” ธันวากระซิบเสียงเบา “ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ แต่ปล่อยผมก่อนที่นายท่านจะจับผมหักคอเถอะครับ” คำของลูกน้องเรียกสติให้บดินทร์รับรู้ถึงรังสีอำมหิตที่ส่งตรงมาจากด้านหลัง เมื่อหันกลับไปมองแล้วเจอกับสีหน้าเรียบเฉยของดนัยเข้าคนกอดก็ถึงกับบางอ้อ



บดินทร์ถอนหายใจ ประสบการณ์สอนให้รู้ว่าดนัยไม่ชอบที่เขาให้ความสนิทสนมหรือใกล้ชิดใครจนเกินไป ไม่เว้นหน้าไหนทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นฮัว จื้อหลินหรือแม้แต่ธันวา แต่ก็นั่นแหละ ถึงจะรู้บดินทร์ก็ยังไม่เข้าใจเหตุผลของคนเป็นเจ้าชีวิตนัก จึงยอมปล่อยธันวาออกจากอ้อมกอดด้วยสีหน้าที่แสดงความไม่พอใจเล็กน้อย





“ไปกันเถอะ” ทันทีที่บดินทร์แยกออกจากลูกน้องคนสนิทที่ตอนนี้ช่างเกะกะในสายตาได้ ดนัยก็เข้ามาคว้าไหล่บางของหงส์ของตนไว้แล้วพาเดินออกไปพร้อมกัน ใช้หางตาปรายไปคาดโทษลูกน้องตัวดีครั้งหนึ่งขณะเดินสวนไป พอแค่ให้ฝ่ายนั้นได้น้ำตาตกในใจสั่น







“เกือบตายไม่มีที่ฝังแล้วไหมล่ะกู” ธันวาได้แต่พึมพำกับตัวเอง ก่อนค่อยๆ เดินตามหลังนายใหญ่ทั้งสองไปช้าๆ โดยมีมานพเดินคุมอยู่ด้านหลัง ทั้งยังถูกจ้องมองอย่างไม่วางตาโดยไม่รู้ตัว





เมื่อนายเหนือเดินหน้า เหล่าบอดี้การ์ดก็ทยอยตามอารักขา ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่งเป็นเครื่องจักรกลเหล่านั้นต่างก็คิดกันไปถึงนายใหญ่และหงส์คนใหม่ของพวกตนอย่างพินิจพิจารณาแล้วเห็นพ้องต้องกันโดยไม่ต้องนัดหมาย พวกเขาไม่เคยเห็นนายใหญ่ออกอาการแบบนี้กับคู่คนไหนมาก่อน ทั้งที่พวกเขาต่างก็ประจักษ์ตั้งแต่ต้นแล้วว่าหงส์คนนี้ไม่ได้รับอนุญาตให้ใครหน้าไหนแตะต้องอย่างเด็ดขาด แต่ก็เพิ่งเห็นเต็มสองตาก็หนนี้แหละว่านายท่านเสียอาการกับหงส์คนนี้มากจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นอาการร้อนรนทันทีที่ได้ยินว่าหงส์ออกนอกรังไปกับคนของตระกูลจ้าว จนกระทั่งต้องรีบร้อนออกมาตามตัวกันถึงที่ แล้วไหนจะปฏิกิริยาเมื่อครู่นี้อีกที่แค่หงส์แสดงความห่วงใยกับคนสนิทก็ถึงขั้นทำให้นายเหนือของพวกตนแผ่รังสีอำมหิตได้ถึงขนาดนั้น...



สิงหากับเดชาบอดี้การ์ดรุ่นใหญ่คนสนิทของดนัยถึงกับชำเลืองมองหน้าอย่างรู้กัน



...นี่หรือว่านายท่านผู้เย็นชาของพวกขาจะถูกหงส์คนใหม่ปลูกต้นรักใส่เสียแล้ว?









*************************************************************







‘Sorry The number you have dialed is no longer in service. Please check the number...’





‘Sorry The number you have dialed is no longer in service. Please check the number...’





จากวันนั้นมาเป็นเวลาร่วมเดือนแล้ว ไม่ว่ากี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่บดินทร์พยายามต่อสายไปหาจื้อหลินก็ไม่สามารถติดต่อได้อยู่ตลอด คงเป็นเพราะมือถือของฝ่ายนั้นถูกปิดเครื่องเอาไว้



จะเป็นไรหรือเปล่านะ? บดินทร์ได้แต่คิดวนไปวนมาซ้ำๆ กังวลว่าเพื่อนจะเป็นอันตราย ยิ่งได้ข่าวว่าจ้าวซินกลับมาอยู่ด้วยกับจื้อหลินที่รังแล้วเขาก็ยิ่งเป็นห่วง ถึงแม้ในตอนที่อยู่ที่รังเขาจะทำตัวตามปกติต่อหน้าของดนัย แต่พอมาทำงานที่คาสิโนก็จะหาโอกาสพยายามติดต่อกับจื้อหลินให้ได้อยู่เสมอ







“รู้งี้ขอเบอร์หวางมู่ไว้แต่แรกดีกว่า เป็นห่วงชะมัด” บดินทร์บ่นขณะกดโทรออกหาเบอร์ของคนที่เป็นห่วงอยู่ทุกขณะจิต แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าไม่สามารถติดต่อได้ก็ตาม หงส์หนุ่มทำได้เพียงถอนหายใจแล้วลุกเดินเปลี่ยนมุมจากเก้าอี้นวมส่วนตัวไปยืนมองวิวจากนอกหน้าต่างเพื่อผ่อนคลายสายตาและสมองให้ปลอดโปร่งขึ้น



“ยังจะดันทุรังอยู่อีกนะ ทั้งที่โดนสั่งเอาไว้แล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ให้ติดต่อกับหงส์ฝ่ายนั้นอีกน่ะ”



“!!? ” เสียงหวานเอ่ยจากด้านหลังเล่นเอาบดินทร์สะดุ้งโหยงไปทั้งตัว รีบซ่อนมือถือแล้วหันกลับมาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้



“ไม่ต้องมาทำเมินเลย ฉันเห็นลิ้นไก่นายหมดแล้ว! ” ฮัวพ่นลมหายใจทางจมูกเชิงเหยียดนิดๆ ก่อนพาร่างนวยนาดมานั่นที่ชุดโซฟารับแขกกลางห้อง วางเอกสารชุดหนึ่งลงบนโต๊ะนั้นแล้วจิบนมอุ่นหอมหวานในแก้วใบน้อยในมือ



กิริยาท่าทางของคนที่รู้ทันไปหมดทุกย่างก้าวทำให้บดินทร์ได้แต่กลอกตามองบน ตั้งแต่เหตุการณ์วันนั้นนอกจากที่หงส์จะถูกมังกรสอดส่องและส่งคนประกบแบบเงาตามตัวในรังแล้ว ในที่ทำงานยังมีฮัวคอยนั่งจับผิดไปทุกการเคลื่อนไหวอีก อย่างนี้จะไม่ให้อึดอัดอย่างไรไหว



“เกลียดแดนนี่ไม่ใช่เหรอ? งั้นเธอควรอยู่ฝ่ายฉันสิ ไปช่วยเขาจับตาฉันทำไม? ” บดินทร์บ่นขณะเดินมานั่งลงตรงโซฟาหัวโต๊ะข้างกันกับฮัวแล้วหยิบเอกสารตรงหน้าหญิงสาวขึ้นมาตรวจดู



“ก็ฉันพอใจ” หล่อนตอบเพียงแค่นั้นพร้อมเหยียดยิ้มร้าย



“........” คำตอบแทงใจดำจนท้อ แต่ก็ไม่ได้คิดเคืองขุ่นเพราะเริ่มคุ้นเคยกับนิสัยของสาวเจ้าบ้างแล้วว่าการได้แกล้งเขาเป็นหนึ่งในความสุขของเจ้าหล่อน!





ในใจแม้ขุ่นข้องแต่พอลองเปิดเอกสารที่ฮัวนำมาให้ก็ดึงสติทั้งหมดของเขามาได้ทันที “นี่มัน...”





“คนของไอ้พงศธรทุกคนพร้อมเส้นสาย ฉันสืบมาให้จนครบแล้ว” ฮัวเอ่ยพลางจิบนมอุ่น





“ซินดี้ เฉิน กับ...ทอมมี่ ร็อด หัวหน้าใหญ่คือ โรเบิร์ต? ” บดินทร์ลองไล่เรียงแล้วสะดุดตาสุดกับตัวหัวหน้าใหญ่ที่เส้นโยงไปบรรจบ “คุณโรเบิร์ตฝ่ายโรงแรมอ่ะนะ? ” หงส์หนุ่มเสียงสูงเมื่อนึกถึงความสุภาพและสง่างามอันเป็นภาพลักษณ์ชินตาของคนที่ชื่อโรเบิร์ต ผู้จัดการฝ่ายกิจการโรงแรมผู้ทำงานได้คล่องแคล่วจนน่าชื่นชม





“โดนภาพลักษณ์สุภาพชนหลอกตาเข้าหรือไง? ” ฮัวแซะ





“คนเรามันก็ตัดสินจากภาพลักษณ์เป็นอย่างแรกอยู่แล้ว” บดินทร์ไหวไหล่ ไม่เจ็บปวดกับคำค่อนแคะ มองเอกสารในมือแล้วได้แต่คิด สามคนนี้ล้วนมีฝีมือดี ซินดี้ดูแลสถานที่ไม่เคยบกพร่อง ทอมมี่ก็เป็นหัวหน้าดีลเลอร์ที่เฉลียวฉลาดไว้ใจได้ แถมโรเบิร์ตเองก็วางใจเรื่องการจัดการในโรงแรมได้ละเอียดถี่ถ้วน แม้แต่การคอมเพลนเล็กน้อยของลูกค้ายังไม่เคยกระเด็นเข้าถึงหูอย่างน้อยก็ตั้งแต่ที่เขาเป็นหงส์มา กลับได้ยินเพียงคำชื่นชมคนคนนี้เท่านั้น



...เอาไงดีนะ?



...จะให้ใช้แผนชาวนากับงูเห่าเหมือนตอนฮัว แล้วเก็บไว้เป็นพวกตัวเอง หรือควรกำจัดออกไปเลยเพราะเก็บเอาไว้ก็เป็นหอกข้างแคร่ดีวะ?



บดินทร์ได้แต่ขมวดคิ้วเป็นปม



“จะเอายังไง? ” หลังปล่อยให้บดินทร์ตกผลึกตัวเองได้ครู่หนึ่งฮัวก็ลองยิงคำถาม หล่อนไม่ชี้นำใดๆ เพราะต้องการรู้แนวคิดของหงส์





บดินทร์มองหน้าฮัวนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนโน้มตัวเข้าไปหาแล้วกระซิบ…





“ก็คงต้องลองไม้อ่อนก่อนแหละนะ ถามกันตรงๆ ว่าจะยอมแปรพักตร์หรือเปล่า”





“แล้วไงต่อ? ” ฮัวเลิกคิ้ว





“ก็ลองถามดูว่าอยากได้อะไรตอบแทนไหม? ถ้าให้ได้ฉันก็จะให้” บดินทร์เอ่ยทั้งที่สีหน้ายังคงเครียดขึง เรียวคิ้วขมวดมุ่น





น้ำเสียงนั้นเบาลงในประโยคสุดท้าย “แต่ถ้าให้ไม่ได้...ก็คงต้องทำให้หายไปเท่านั้น”





บดินทร์พูดเพียงแค่นั้นแล้วเงียบไป แต่แค่นั้นก็ทำให้ฮัวเหยียดยิ้มที่มุมปากออกมาได้ ดูเหมือนหล่อนจะพอใจในความคิดของหงส์ใหม่อยู่หลายส่วน แต่บดินทร์ที่ยังทำหน้าขรึมนั้นแตกต่างออกไปเล็กน้อย...








**********************************************************


ต่อด้านล่าง

ออฟไลน์ อนาคี99

  • อยากให้ชีวิตมีปุ่ม SKIP
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 390
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +453/-3
    • อนาคี99เพจ


สามเดือนต่อมา เวลาล่วงผ่านไปตามการเคลื่อนไหวของจักรวาล ไม่มีอะไรที่สามารถอยู่ตรงที่โดยไม่เปลี่ยนแปลง บดินทร์ที่ได้อยู่ในตำแหน่งของหงส์มาระยะหนึ่งก็เก่งกาจสามารถขึ้นมากตามการสอนสั่งแบบประกบติดของฮัว และเหตุผลในการมีอยู่ของเขาเพื่อความมั่นคงในอำนาจของมังกรอย่างดนัยก็เด่นชัดขึ้น เช่นเดียวกับความคับขันบางอย่างที่ดูเหมือนจะงวดเข้ามาเช่นกัน



ด้วยเพราะหลายๆ อย่างไม่ได้ง่ายอย่างที่หงส์คาดหวัง ทุกครั้งที่ลงมือทำสิ่งใดลงไปจึงมักส่งผลกระทบไม่มากก็น้อยอยู่เสมอ การไล่บี้สายของศัตรูในพรรคที่คล้ายการหักล้างถางพงเกินไปจึงทำให้บังเกิดความไม่พอใจต่อผู้ใต้บังคับบัญชาที่ยังคลางแคลงในตัวหงส์คนใหม่อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะหงส์ที่ไม่ได้มีประวัติดีเด่อย่างบดินทร์จึงทำให้เป็นที่ดูแคลนแก่คนบางกลุ่มในคาสิโนอยู่พอสมควร





“ถ้าอยู่กันดีๆ ไม่ได้ก็ไม่ต้องอยู่! ”





หลายครั้งที่บดินทร์ยื่นคำขาดแล้วจัดการพวกแข็งข้อไปหลายคน แต่ดูเหมือนจะยิ่งเติมเชื้อไฟให้ศัตรูมากขึ้นเสียอีก หงส์หนุ่มโมโหจนแทบบ้าที่ถูกผู้ไม่หวังดีท้าทายหลายต่อหลายครั้ง ทั้งที่อาณาจักรนี้เป็นของวิษธรแล้วทำไมเขาจะต้องยอมอ่อนให้ไอ้พวกเหลือบริ้นได้สูบกินผลประโยชน์ด้วย! เขาไม่รู้เหตุผลที่ดนัยยอมปล่อยไอ้พวกนี้ไว้ แต่ไม่ใช่เขาแน่!





การทยอยลดทอนอำนาจของคนที่ไม่ใช่พวกเดียวกันเริ่มเข้มข้นขึ้น ในตอนแรกนั้นบดินทร์ยังมีความลังเลอยู่บ้างแต่เมื่อดนัยยกอำนาจเบ็ดเสร็จให้ หงส์หนุ่มก็พยายามเต็มที่เพื่อพรรค แต่การนั้นกลับยิ่งเรียกอันตรายมาสู่ตนมากยิ่งขึ้น





ในสามเดือนมานี้บดินทร์หอบความเครียดกลับรังทุกวันจนแทบเป็นเรื่องปกติ อย่างตอนนี้แม้ขณะอยู่ในรถหุ้มเกราะมุ่งกลับรังยังไม่อาจหยุดคิดถึงเรื่องหนักอึ้งที่ยังต้องรับมือ โดยเฉพาะเรื่องการยุยงปลุกปั่นเป็นคลื่นใต้น้ำในบ่อนอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ฝั่งคนที่ไม่ชอบหงส์คนใหม่ที่ดูมีอำนาจแค่เปลือกอย่างเขากับฝั่งคนที่ให้ความเคารพเพราะกลัวในอำนาจบารมีของดนัยผู้อยู่เบื้องหลัง สองฝ่ายกระทบกระทั่งบ่อยครั้งแต่หนึ่งในนั้นไม่มีใครเลยที่ให้ความเคารพหงส์ใหม่จากใจ





ระยะเวลาสามเดือนที่ผ่านมาบดินทร์ได้แต่นั่งเคร่งเครียด โดยเฉพาะช่วงนี้ที่ดนัยบินไปคุมงานที่แม็กซิโกนานหลายสัปดาห์ยิ่งทำให้หงส์หนุ่มไร้ที่พึ่งที่ปรึกษา ฮัวเองที่เริ่มท้องโตขึ้นเดินเหินไม่ค่อยสะดวกนั้นเขาก็ไม่อยากใช้งานคนท้องมากขนาดนั้นจึงไม่ได้เรียกตัวมาที่บ่อนอีก แล้วใช้วิธีคอลหาบ้างบางเวลาที่ปัญหามันตึงมือเกินรับไหว กับดนัยที่ตอนนี้กำลังสู้อยู่กับพวกศัตรูเบียดพื้นที่ทั้งภายในและภายนอกพรรคจนเต็มมืออยู่นั้น บดินทร์เองก็ไม่อยากเอาเรื่องในบ่อนที่เป็นความดูแลของตนไปใส่ให้มังกรต้องหนักใจเพิ่มขึ้นไปอีก ในเมื่ออุตส่าห์ได้รับความไว้วางใจก็ไม่อยากทำให้ผิดหวัง





แต่การรับปัญหาเอาไว้คนเดียว เขาในตอนนี้ก็เหมือนจะยังอ่อนแอเกินไปอยู่ พอสมองลองคิดหาทางออกในหัวตอนนี้กลับมีเพียงชื่อเดียวที่อยากพบเจอมาก



‘จื้อหลิน’



คิดอะไรบางอย่างได้ก็รีบออกคำสั่งให้ธันวาหาทางไปสืบความเคลื่อนไหวของมังกรจ้าว หากสบโอกาสเขาก็อยากไปหาเพื่อนดูสักครั้ง คราวก่อนจากกันโดยไม่ดีนัก อย่างน้อยก็อยากพูดคุยบางอย่างด้วย





“คุณดินครับ...ผมว่าถ้าจะไปหาจื้อหลินก็ควรแจ้งให้นายท่านทราบก่อนดีกว่านะครับ” ธันวาทักท้วง เพราะเหตุการณ์คราวก่อนยังทำเขาหลอนไม่หาย





“…………” บดินทร์เงียบไปเพราะส่วนหนึ่งก็เห็นด้วยกับธันวา และเห็นใจอีกฝ่ายด้วยว่าหากเขาทำอะไรผลีผลามอีก คนที่จะโดนทำโทษย่อมไม่พ้นไอ้ลูกน้องคนสนิทที่น่าสงสารคนนี้เป็นแน่ แต่อีกใจก็ดันกลัวว่าดนัยจะไม่อนุญาตแล้วพาลจะเป็นเรื่องหนักใจให้อีกฝ่ายอีก





“อืม...งั้นเอาไว้ก่อนเถอะ” บดินทร์ตัดใจ





“...คุณดิน” แต่พอเป็นแบบนั้นธันวากลับรู้สึกผิดที่ไม่อาจทำตามความต้องการของนายตนได้ บอดี้การ์ดหนุ่มรีบหันไปสบสายตาเจ้านายที่ด้านหลังพลางคิดอยากหาทางช่วย





เห็นแบบนั้นบดินทร์ก็ส่ายหน้าน้อยๆ พร้อมยิ้มบางให้คนสนิท “เออ ไว้ฉันคุยกับดนัยเขาเอง ดื้อไปตอนนี้ก็คงไม่ดีสำหรับเราหรอก ฉันเองก็เข็ดแล้วล่ะ”





“...........” แค่ประโยคเดียวนั้นน้ำตาธันวาก็พาลจะไหลอาบตาแล้ว ‘รอดตายไปอีกหนึ่งวันแล้วไอ้ธัน’





จบบทสนทนาระหว่างนายบ่าวเพียงเท่านั้นแล้วบดินทร์ก็นอนพักเอนกายทิ้งตัวลงกับเบาะนุ่มของคาดิแลคหุ้มเกราะ รถประจำตำแหน่งหงส์ที่ดนัยจัดหาให้เป็นรถประจำตัว เหม่อมองออกไปนอกรถ มองวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่ประดับประดาด้วยหลอดไฟหลากสีสมกับที่เป็นเมืองใหญ่ แสงระยิบระยับพาดผ่านริมแม่น้ำทอดยาวไปจนสุดลูกหูลูกตา งดงามราวภาพฝันเมื่อมองลงจากบนสะพาน





ตึง!!!





“!!!?? ”





จู่ๆ เสียงวัตถุบางอย่างชนเข้ากับตัวรถก็ดังสนั่นหวั่นไหว ตัวรถส่ายไปมาตามแรงปะทะอยู่พริบตาก่อนรีบพุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วที่มากกว่าปกติ





ฉับพลันรถของผู้ไม่หวังดีสองคันก็เข้ามาประกบซ้ายขวาด้วยความเร็วที่น่ากลัวไม่ต่าง!!





บดินทร์แทบจะเกร็งไปทั้งตัวทันทีที่ได้เห็น





นี่อย่าบอกนะว่า!!!?





‘ฉิบหายแล้ว!! ’





“คุณดินหมอบลงก่อนครับ!! เราถูกลอบโจมตี!! ” ธันวากระโจนผลึงเดียวจากเบาะคู่คนขับเข้าไปประกบนายตนที่เบาะหลังเพื่อคุ้มกัน ลูกน้องอีกคนที่เป็นคนขับพยายามเร่งเครื่องขับแทรกไปบนสะพานแมนฮัตตั้นด้วยความเร็วสูงด้วยฝีมือการขับที่ไม่ยิ่งหย่อนกว่าฝั่งศัตรู





ปุ! ปุ! ปุ! ปุ! ปุ!!



เสียงรัวกระสุนใส่กระจกและตัวรถราวกับห่าฝน ธันวารีบกดร่างบดินทร์ให้ต่ำลงเพื่อให้อยู่ในส่วนที่ปลอดภัยที่สุด เสียงกระแทกจนตัวรถเหวี่ยงดังขึ้น ภายนอกรถนั้นมีการต่อสู้กันเกิดขึ้นระหว่างรถบอดี้การ์ดอีกคันที่ตามมาด้านหลังกับรถผู้ร้าย ทำให้ในจังหวะนั้นรถของหงส์ใหม่จึงสามารถสลัดหลุดจากผู้ร้ายได้ คนขับจึงรีบห้อลงจากสะพานเพื่อหาทางหนีที่ปลอดภัยกว่า ทว่าทันทีที่เลี้ยวผ่านคอสะพานมาได้รถของผู้ร้ายที่จอดรออยู่อีกสองคันก็เข้ามาประกบติดทันที!



ธันวารีบโทรขอกำลังเสริม เพราะตอนนี้พวกตนแค่สองคนเริ่มคุมสถานการณ์ไม่อยู่ รถของผู้ร้ายเข้าประกบหน้าหลังบังคับให้รถของหงส์แห่งวิษธรเลี้ยวเข้าถนนแคบอย่างไม่อาจเลี่ยงได้



“แบบนี้แย่แน่ เดี๋ยวผมจะรีบขับเข้าที่ที่จะสามารถพรางสายตาได้สักครู่ แล้วนายรีบพาคุณดินโดดลงจากรถไปเลยนะ แล้วผมจะขับล่อพวกมันไปเอง! ” คนขับเสนอวิธีที่พอจะทำได้อย่างเร่งรีบ



“ไม่ได้นะ!! แบบนั้นนายไม่รอดแน่! ” บดินทร์ร้องห้าม เขายังไม่ชินกับการให้ใครมารับเคราะห์แทน โดยเฉพาะในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้



“ไม่เป็นไรครับคุณดิน ผมรอดได้แน่ ไอ้ธันข้างหน้านั่นเลย! ” บอดี้การ์ดหนุ่มรีบบอกพลางดริปรถหลบเข้าไปในซอกตึกหนึ่ง



“!!!?? ” ไม่ทันให้บดินทร์ได้ตั้งตัวทำอะไร ธันวาก็คว้าทั้งตัวพุ่งลงจากรถกลิ้งหลุนๆ เข้าไปหลบในมุมมืด รอดูเหตุการณ์ต่อด้วยหัวใจที่เต้นระทึก



เพราะทางที่ถูกบังคับให้ขับเข้ามาเป็นตรอกแคบๆ เลียบใต้สะพาน เบื้องหน้าคือแม่น้ำไร้ถนน รถสองคันที่ขับไล่บี้ไปจนถึงสุดทางกำลังระดมยิงใส่ไม่ยั้ง จนกระทั่งรถคันหน้านั้นพุ่งลงแม่น้ำไปต่อหน้า!



“!!!! ” บดินทร์แทบร้องไม่ออก ตื่นตระหนกกับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญจนแน่นหน้าอกไปหมด คนพวกนั้นตั้งใจฆ่าพวกเขาจริงๆ แบบไม่คิดให้เวลาได้ต่อรองเหมือนตอนที่ฮัวเคยทำ พวกมันไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่จะเปิดเผยว่าเป็นคนของใคร หมายเพียงจะคร่าชีวิตของเขาเท่านั้น



“รีบหนีกันก่อนครับคุณดิน! ไม่ต้องห่วงไอ้นุมันหรอกครับ ขับพุ่งลงน้ำแบบนั้นคงเป็นแผนของมันแน่ มันเอาตัวรอดได้แน่นอน! ” ธันวารีบคว้าตัวเจ้านายตนให้รีบตามไปอีกฝั่งโดยใช้ความมืดอำพรางไว้ ได้แต่หวังว่าสิ่งที่คิดไว้จะไม่ผิด ภาพของเพื่อนที่เสียสละตัวเองยังคงติดตรึงอยู่ในสมอง แต่นั่นมันคือหน้าที่ของพวกเขาอยู่แล้ว และตอนนี้เขาต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดนั่นคือการปกป้องเจ้านายของตนไว้ด้วยชีวิต!





สองร่างวิ่งกระหืดกระหอบออกจากมุมตึกนั้น ดูเหมือนว่ารถที่พุ่งลงน้ำไปของพวกเขาจะสามารถถ่วงเวลานักฆ่าพวกนั้นได้ แต่ธันวาไม่อาจรั้งรอทีมเสริมให้เข้ามาช่วย เพราะกลัวว่าพวกมันจะรู้ตัวในไม่ช้า ประสบการณ์สอนเขามาว่าการตาล่าล้างชนิดไม่กลัวกฎหมายของคนพวกนี้คงไม่ใช่แค่ขับตามมาเฉยๆ แน่ หนอนบ่อนไส้คงมี!





“คุณดินถอดชุดคลุมทิ้งไว้ที่นี่เลยครับ ผมว่าบนตัวพวกเราอาจมีเครื่องติดตามตัวติดอยู่” ธันวาเร่งร้อนแจ้งนายทันทีที่คิดขึ้นได้





“แล้วเอาไงต่อ? ” บดินทร์ทำตาม ถอดเสื้อคลุมออกจนเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีดำด้านในตัวเดียว แม้แต่เข็มขัดเขาก็ไม่เก็บเอาไว้ ซึ่งธันวาเองก็ทำเช่นนั้น





“ออกจากตรงนี้ก่อนครับ เดี๋ยวผมหาทางติดต่อพวกกองหนุนอีกที”





บดินทร์พยักหน้ารับไม่อิดออดใดๆ ทำตามที่ธันวาแนะนำทุกคำอย่างเคร่งครัด หงส์หนุ่มเดินตามลูกน้องไปเงียบๆ มือเท้าเย็นไปจนถึงหัว แม้ทำใจเอาไว้บ้างแล้วในสักวันอาจพบเจอเหตุการณ์แบบนี้ แต่พอถึงเวลาจริงกลับสั่นไปทั้งร่างอย่างไม่อาจห้าม เมื่อชีวิตกำลังจะถูกผู้อื่นปลิดทิ้งไปต่อหน้ามันก็ทำใจไม่ได้ขึ้นมา



...ไม่ได้! เขาจะไม่ยอมตายง่ายๆ แบบนี้เด็ดขาด!!



ธันวาค่อยๆ ลอบดูสถานการณ์แล้วรีบพาเจ้านายตนหนีออกจากจุดเกิดเหตุให้ได้เร็วที่สุด หัวใจเขาเต้นรัวเป็นกลองชุด ถึงอย่างนั้นประสบการณ์ของการเป็นบอดี้การ์ดก็ทำให้เขาเยือกเย็นยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ในเมื่อตอนนี้มีเขาเพียงคนเดียวที่สามารถปกป้องบดินทร์ได้ในตอนนี้ ธันวาตั้งใจแน่วแน่ว่าต่อให้ต้องเอาชีวิตเข้าแลกก็ต้องปกป้องหงส์ของตนเอาไว้ให้ได้! ขั้นแรกต้องหาทางออกจากที่เปลี่ยวนี่เพื่อเข้าไปรวมกับฝูงชนให้ได้ก่อน อีกด้านของทางเข้าจะมีถนนคนเดินที่ค่อนข้างจอแจยามค่ำคืนอยู่พวกเขาต้องรีบพาเจ้านายไปที่นั่นให้ได้ แล้วหาทางหาชุดพรางตัวอีกที





เพียงไม่นานธันวาก็พาบดินทร์วิ่งจ้ำไปจนถึงถนนคนเดินในที่สุด แต่ก็ต้องรีบหลบเมื่อขบวนรถของผู้ร้ายยังคงขับวนผ่าน เสียงปืนที่ไล่ล่ากันเมื่อครู่ กับกลุ่มควันบนสะพานเรียกเสียงหวีดหวอของรถตำรวจดังระงม พวกบอดี้การ์ดที่มากับรถอีกคันจะเป็นยังไงกันบ้างทั้งบดินทร์และธันวาก็ได้แต่ห่วงอยู่ลึกๆ





เพราะเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้นจึงทำให้ตรงถนนคนเดินมีตำรวจมาคอยคุ้มกันอยู่ห่างๆ 4 นาย เพราะเป็นมาเฟียครั้นจะให้เดินดุ่ยๆ ไปคุยกับตำรวจก็ใช่ที่ แต่ก็ดีที่อย่างน้อยการมีผู้พิทักษ์สันติราษฎร์คอยเฝ้าในพื้นที่ทำให้พวกผู้ร้ายคงไม่กล้าบุ่มบ่ามเข้ามา บดินทร์และธันวาจึงพอจะมีทางหนีได้ต่อ





“คุณดินไหวไหมครับ? ” ระหว่างเดินกลมกลืนไปกับฝูงชน ธันวาหันไปถามเจ้านายเพื่อยืนยันสภาพของอีกฝ่าย เผื่อสถานการณ์ฉุกละหุก การพรางตัวในฝูงชนนั้นดีก็จริง แต่ก็คล้ายดาบสองคนเพราะทางฝั่งพวกตนก็ไม่อาจสังเกตอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจนเช่นกัน



บดินทร์พยักหน้าแทนคำตอบไม่ได้เอื้อนเอ่ยอื่นใด เพราะสมาธิกำลังจดจ่อกับการระแวดระวังภัยรอบตัวเหมือนสัตว์กินพืชที่กำลังหลบเร้นจากนักล่า วิ่งตามกันไปได้สักครู่ธันวาก็รีบเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงยินดี



“ตรอกหน้านี้ก็ปลอดภัยแล้วครับ ร้านนั้นเป็นพันธมิตรเรา! ”



ความรู้สึกที่เหมือนหินถ่วงของบดินทร์เหมือนจะเบาขึ้นได้ในเมื่อได้ยินว่าจะมีทางรอด เมื่อเห็นจุดหมายอยู่ตรงหน้าทั้งสองจึงไม่รอช้า เร่งฝีเท้าไปให้ถึงจุดปลอดภัยให้เร็วที่สุด!



ทว่า...



“คุณดินระวัง!!! ”



ปุ!!



“!!!?? ” ทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงชั่วเสี้ยววินาที ทั้งร่างเขาถูกธันวาผลักอย่างแรงก่อนที่เสียงหนึ่งที่คล้ายเสียงกระสุนทะลุเนื้อคนจะดังขึ้นในทันทีหลังจากนั้น



ธันวาถูกยิงเข้าที่ต้นขาจนทะลุด้วยคมกระสุนไร้ที่มา โดยเฉพาะในที่ที่พลุกพล่านจอแจยิ่งทำให้หาต้นตอลำบาก ‘สไนเปอร์?? ’ บดินทร์ไม่อาจคิดเป็นอื่น เสียงกรีดร้องที่มาพร้อมเสียงกระถางต้นไม้กับผนังกระจกแตก ทำให้หงส์หนุ่มได้สติว่าการโจมตียังไม่จบ!



ธันวาพยายามใช้ร่างที่เล็กกว่าเบียดบังบดินทร์ไว้ พยุงขาที่เจ็บเจียนขาดใจขึ้นแล้วพาเจ้านายของตนหนี เสียงปืนทำให้ผู้คนหมอบลงและนั่นยิ่งทำให้พวกเขาเด่นชัด



“คุณดินหลบเข้าไปตรงนั้นก่อน ไม่ต้องห่วงผม! ” ธันวารีบผลักบดินทร์เข้าไปในร้านขายเสื้อผ้าตรงหน้า ท่ามกลางเสียงกรีดร้องแตกตื่นของพนักงานผู้หญิงในร้าน



แต่ในวินาทีนั้นบดินทร์ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าการพาธันวาออกจากจุดอันตรายเช่นกัน ไม่ได้คิดเลยว่าชีวิตตนนั้นสำคัญกว่าเพราะมองว่ามันเท่ากันอยู่ตลอด เสียงของแตกดังก้องอยู่รอบตัวพร้อมเสียงกรีดร้องที่ดังระงมไปทั่ว บดินทร์พาธันวาเข้าไปหลบในร้านเสื้อผ้าได้สำเร็จ แต่ห่ากระสุนที่ตามมาก็ทำเอารอบด้านแตกกระจายไปหมด บดินทร์รู้สึกได้ว่าแผ่นหลังเขาน่าจะโดนคมกระจกบาดเข้าให้แล้ว



เพราะเสียเลือดมากเรี่ยวแรงและสติของธันวาจึงค่อนข้างถดถอย แต่ด้วยหน้าที่เขาจึงรีบเอาตัวขึ้นทับหลังบดินทร์ไว้เพื่อปกป้องอย่างสุดกำลังจากอันตรายทั้งปวง ด้วยลมหายใจสุดท้ายนี้!



แต่ดูเหมือนเพียงครู่ต่อมาเสียงอึกทึกด้านนอกก็เงียบไป เสียงหวีดหวอและเจ้าหน้าที่เริ่มใกล้เข้ามา แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังไม่ใช่สถานการณ์ที่วางใจได้ บดินทร์กับธันวาที่ซ่อนตัวอยู่หลังเคาน์เตอร์ก็ได้แต่ลุ้นระทึก หากเจ้าหน้าที่สามารถเข้าควบคุมเหตุการณ์ได้แล้วพวกเขาอาจมีทางรอด แต่ถ้าไม่ ถ้าคนร้ายแฝงตัวในฝูงชนอยู่ก็ไม่มีทางที่พวกเขาจะปลอดภัยจากตรงนี้ จะเอาอย่างไรกันต่อดี!!?



ธันวาพยายามคิดหาวิธีเอาตัวรอดอีกครั้ง ตอนนี้เขาไม่อาจพาบดินทร์ไปที่จุดปลอดภัยและไม่อาจติดต่อกองหนุน สายตาชำเลืองมองโทรศัพท์ในร้าน จะปลอดภัยพอที่จะใช้หรือเปล่า...ขณะใช้ความคิดเสียงฉีกเศษผ้าก็ดังขึ้นมาข้างหู “คุณดิน? ”



“ห้ามเลือดก่อน กดไว้! ” บดินทร์กระซิบเสียงพร่า ลมหายใจดูหอบกระชั้น ช่วยธันวากดแผลได้ไม่เท่าไหร่บดินทร์ก็ทรุดลงไปกองตรงหน้าของลูกน้อง



“คุณดิน!? ” ธันวารีบคว้าร่างเจ้านายได้ทันก่อนร่วงลงพื้น และภาพตรงหน้าก็ทำเอาตกใจยิ่งกว่า



“...เจ็บ...หลังฉันน่าจะโดนกระจกบาด มันเจ็บมาก...” บดินทร์เอ่ยเสียงพร่า บ่นว่าเจ็บที่ไหล่ซ้าย





“!!!?? ” หัวใจของบอดี้การ์ดหนุ่มแทบหลุดจากทรวงอก เพราะแท้จริงแล้วหงส์ของเขาโดนยิง! ธันวาเดาว่าเจ้านายตนคงโดนยิงเข้าตอนที่ฝ่ายนั้นสาดกระสุนรัวมา กระจกที่ถูกยิงแตกทำให้เกิดบาดแผลบนร่างหลายที่จนคิดว่าความเจ็บชาจากคมกระสุนนั้นเป็นเพียงรอยบาดไม่ต่างจากแผลอื่น





เลือดแดงฉานไหลนองไปจนเต็มแผ่นหลังของบดินทร์ที่คล้ายจะสิ้นสติในไม่ช้า ธันวาเองก็เสียเลือดมากจนแทบไม่เหลือเรี่ยวแรง แล้วในช่วงเวลาที่กำลังหน้าสิ่วหน้าขวานนี้…





*

*

*

*

*

*

เจ็บ...



ร้อน...



แผลที่ไหล่...เจ็บมาก...



ราวกับฝันร้ายซ้ำไปซ้ำมา บดินทร์ได้แต่ครางอืออาไม่เป็นภาษาด้วยความหวาดผวาและเจ็บร้าว อะไรบางอย่างที่ให้สัมผัสคล้ายผ้าขนหนูกดซับไปมาบริเวณหน้าผาก สติลางเลือนที่ผ่านมาเหมือนจะเริ่มกระจ่างชัดขึ้นที่ละหน่อย ดวงตาหนักอึ้งพยายามลืมตาตื่น





เพดานห้องลายไม้...



ดวงไฟไม่คุ้นตา...



...ที่ไหนน่ะ?



บดินทร์ได้แต่ใช้สมองสะลึมสะลือเค้นคิด ดวงตาปรอยปรือพยายามโฟกัสหาเศษความทรงจำที่กระจัดกระจาย ทว่าไม่อาจจำได้เลยว่าที่ที่เขาอยู่ตอนนี้คือที่ไหนกันแน่? จำได้ว่าเขาถูกลอบทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ แต่ที่นี่กลับไม่ใช่โรงพยาบาล แต่เป็นห้องใครสักคนที่เขาไม่รู้จัก!!



หรือว่าเขาจะถูกผู้ร้ายจับตัวมา!!



บดินทร์ผวาเฮือก ดวงตาคู่สวยเบิกโพลงด้วยความตกใจ หัวใจที่เต้นแรงในทรวงอกทำให้สติฟื้นคืนเต็มอัตราแล้วทันใดนั้นร่างกายเขาก็ประท้วงขึ้น



“โอ้ย! ” บดินทร์อุทานเมื่อความเจ็บแล่นปราดมาจากแผ่นหลัง





“รู้สึกตัวแล้วเหรอ? ”





“!!!? ”



แม้สถานที่ไม่คุ้น แต่น้ำเสียงนั้นเขาคุ้นเคยมันเป็นอย่างดี แค่คำทักทายสั้นๆ ก็ทำเอาหลังของบดินทร์เย็นวาบ เขาหันไปมองตามต้นเสียงด้วยหัวใจที่เต้นระทึก เพราะร่างกายมันหนักเกินกว่าจะเคลื่อนไหวเขาจึงทำได้แค่ขยับออกห่างจากที่ที่คนคนนั้นอยู่เล็กน้อย แล้วทำได้แค่นอนมองใบหน้าเฉยชาของฝ่ายนั้นอย่างไร้ทางขัดขืน



“ผม...” พูดได้แค่ครึ่งคำ บดินทร์ก็ต้องไอโขลกๆ ออกมาเพราะลำคอยังคงแห้งผาก จนฝ่ายคนที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงลุกขึ้นไปหยิบแก้วน้ำมาให้ถึงที่พร้อมนั่งลงช่วยประคองร่างอ่อนแรงของเขาให้ลุกขึ้นมาจิบน้ำดับกระหายเสียหน่อย



บดินทร์จิบน้ำในแก้วนั้นด้วยน้ำตาคลอหน่วย ทั้งเจ็บทั้งกลัวถาโถม แต่ก็ไม่อาจขัดขืนอ้อมแขนแกร่งนี้



“...ท่านจ้าว...ผมมาอยู่ที่นี่ได้ไง? ” เมื่อลำคอแห้งแล้งถูกปลอบประโลม คำถามหนึ่งจึงถูกเอ่ยออกมา



เมื่อได้ยินคำถามจ้าวซินก็วางร่างของบดินทร์ลงบนที่นอนอย่างเดิมด้วยความอ่อนโยน รอยยิ้มบางประดับขึ้นมาบนใบหน้าชาชืด ทว่าดวงตาดุดันนั้นก็ยังคงน่าเกรงขาม หาได้มีความเมตตาปรานีใด











“ลองเดาดูสิ”








******************************************************



สวัสดีค๊า อนาคีโผล่หัวมาแล้ววว

PART 2 จะมาเร็วๆ นี้ค่ะ ตั้งใจจะเขียนให้จบบท แต่ดันยาว (อีกแล้ว)

เลยขอแบ่งเป็นช่วงๆ นะคะ

เพราะเป็นนิยายน้ำเน่า เนื้อหาจึงเต็มไปด้วยน้ำเจิ่งนอง 555

อนาคีจึงตัดสินใจว่าเนื้อหาต่อจากตอนนี้ไปจะเน้นเนื้อ ตัดน้ำออกทั้งหมด จะได้จบเสียที (ฮึบๆๆ)

จึงขอเรียนแจ้งให้ทราบว่า ดราม่าจะถาโถมแบบไม่เว้นวรรคหลังจากนี้เป็นต้นไปจนถึงไคลแม็กซ์

โปรดเตรียมน้ำไว้จิบระหว่างอ่านนะคะ

ด้วยความปรารถนาดีจากนักเขียนมนุษย์ถ้ำค่ะ 555



รักและคิดถึงเสมอ

อนาคี99

ออฟไลน์ อนาคี99

  • อยากให้ชีวิตมีปุ่ม SKIP
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 390
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +453/-3
    • อนาคี99เพจ
โว้ยยยยยยยอะไรเนี้ย อุกรี๊ดดดด เหนือความคาดหมายมาก  :oo1: :jul1: :pighaun: 555555 อารมณ์มันทั้งเขินทั้งแบบว่า ทำไมจ้าวชินทำแบบเน่ ยังงี้จะมีโอกาสที่จะได้เห็นความสาสมแล้วที่จ้าวชินได้ทำลงไปต่างๆนานากับจื้อหลินหรือป่าว ดูท่าจื้อหลินจะเจ็บแล้วไม่จำ จะกลับมาอยู่ ยิ่งจะหลงไปอีก  :hao4: 555555 แล้วที่บอกว่าตอนนี้ไม่สามารถเชื่อใจจื้อหลินได้เพราะความจริงการตายของรั่วหลินยังไม่กระจ่าง ในวันที่มันกระจ่าง จะสายไปแล้วหรือป่าว (ขอให้เมียหนี ตามไม่เจอ5555555) รั่วหลินตายจริง?? รั่วหลินเลือกเองใช่ไหม?? เพราะอะไร?ทำไม? ยังคาใจต่อไป 55  อะไรคือความผิดบาปที่จื้อหลินแบกรับไว้ หงษ์เงาคนนี้ที่เจอมายังไม่พอใช่ไหม เวลาที่จื้อหลินเล่าถึงความรักและภักดี กับจ้าวชินเล่าถึงความหมางเมินที่มอบให้ ในขณะฟัง https://www.youtube.com/watch?v=_r2AUHpRjms ไปด้วย เรียกน้ำตาไหลพรากๆ บ้าบอ บิ้วเองร้องไห้เอง  :m15: :monkeysad: 55555 ชอบอ่ะชอบความดราม่า หวานๆขมๆ มาต่อให้ตอนนี้ถือเป็นของขวัญปีใหม่เลย ขอบคุณมาก สวัสดีปีใหม่ 2564 ขอให้ผู้แต่งมีแต่ความสุข สุขภาพแข็งแรง เฮงๆเงินทองไหลมาเทมา และแต่งนิยายดีๆให้ได้อ่านกันตลอดทั้งปีนะคะ  :กอด1: :L2: :3123: :L1: :pig4: :pig4: :pig4:

ไม่อยากอ่านให้จบเร็วเลยเพราะมันอยากอ่านต่ออีกทันที 5555555 ไม่ว่าจะนานทีอัพ ยังไงก็รออยู่เสมอนะคะ ชอบมากเรื่องนี้ ดราม่าระดับ10ก็จัดมาแต่ว่าขอจบแบบสุขนิยมพอ 55555 ตั้งหน้าตั้งตารอตอนต่อไปเลยค่ะ  :call: :call:

ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่มีให้กันมาเสมอนะคะ เวลาเห็นคอมเม้นต์ยาวๆแล้วหัวใจพองฟูมากเลยค่ะ
น้องจื้อรักพี่จ้าวมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นทาสรักตลอดไปนะคะ หุหุหุ
PART ต่อไปจะมาเร็วๆนี้ค๊า

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1551
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +120/-0
โอ๊ยยยเดาไม่ถูกเลยท่านจ้าว งงไปหมดแล้วตอนนี้ ทั้งศัตรูทั้งท่านมากันยังไง 555555 โอ้โห้กล้ามาก ลอบสังหารหงส์ แม้แต่เถ้าคงไม่เหลือไว้อาลัยหละพวกมึง! นี่ว่าดินใช้โอกาสนี้เป็นข้ออ้างปราบพวกแข็งข้อได้เลย จัดแม่งหมดทุกกลุ่ม โอ๊ยยธันจะเป็นไรมากไหมเนี้ยโดนยิงขา นพรีบมาดูเร็ว ธันสำออยให้เยอะๆเลยนะ จะดูพวกปากแข็งหน่อยว่าจะยังปากแข็งอยู่อีกไหมถ้าไม่มีเขา 555555 เอ็นดูดินพยายามติดต่อจื้อหลิน ทำไงละถึงจะได้ติดต่อกันละเนี้ย ว่าแต่ท่านจ้าวมายังไงยังเดาไม่ออกนะ 55555 เอาใจช่วยดินกับตำแหน่งหงส์ใหม่ ตอนนี้อาจจะลุ่มๆดอนๆศัตรูภายนอกภายใน คนที่ยังไม่เชื่อใจเชื่อฝีมือเรา แต่เชื่อเลย ถ้ามุ่งมั่นขนาดนี้อีกไม่นานก็เก่ง ผงาดสมฐานะหงส์ได้แน่นอน o13 หายเร็วๆนะทั้งธันและดิน

จะน้ำจะเนื้อจะดราม่าก็ว่ามาเลยค่ะบ่ยั่น เพราะชอบมากนิยายเรื่องนี้ แทบจะรอตอนต่อไปไม่ไหวแล้วค่ะ 555555 ขอบคุณนะคะที่มาต่อ พยายามแต่งและมาอัพให้ได้อ่าน :pig4: :pig4: :pig4: ใครยังไม่อ่านเรื่องนี้ถือว่าพลาดมาก บอกเลย! 5555 อ่านกันนะทุกคน สนุกจริง  :katai2-1:

+1

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด