*∞.:ETERNITY:.∞* EP.14 : Big boy. [01/06/2020]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: *∞.:ETERNITY:.∞* EP.14 : Big boy. [01/06/2020]  (อ่าน 5863 ครั้ง)

ออฟไลน์ คุณเจ้

  • Follow your heart, but take the brain with.
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 616
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +252/-8
Re: *∞.:ETERNITY:.∞* EP.13 : Attacking. [100%] [18/05/2020]
«ตอบ #90 เมื่อ18-05-2020 19:49:57 »



Episode 13 (100%)





หลังจากกินอาหารเสร็จแสงแดดก็หายไปหมดแล้ว ผมกับแม่เดินดูของจำพวกหน้ากาก ของฝากที่อยู่ตามร้านริมทางด้วยกันโดยมีนิคเดินตามหลังเป็นบอดี้การ์ด ปกติเมืองเวนิสนั้นสวยงามอยู่แล้ว แต่พอเป็นช่วงเทศกาลหน้ากากจึงมีการประดับประดาไฟมากกว่าปกติ เพิ่มแสงสีและช่วยแต่งแต้มสีสันร่วมไปกับชุดและหน้ากากที่เหล่าผู้คนใส่ออกมาเดินในเมือง


“แม่จำวันผิด วันนี้เลยไม่มีขบวนพาเหรดให้ดูเลย” แม่พึมพำขณะมองเรือกอนโดลาลำหนึ่งที่บรรทุกหญิงสาวสามคนในชุดกระโปรงบานฟูฟ่องและใส่หน้ากากขนนกคนละสีผ่านหน้าเราไป


“แตมว่าตอนนี้ก็เหมือนมีขบวนพาเหรดแล้วนะ” ผมว่าอย่างขำ ๆ เพราะยิ่งพอฟ้ามืดลงเหล่าหญิงชายในชุดยุคศตวรรษสิบแปดสิบเก้าพร้อมหน้ากากหลากหลายแบบก็ยิ่งพากันออกมาเดินเล่นในเมือง


“แตมเอาหน้ากากอีกสักอันมั้ย”


“อันที่มีฝุ่นยังจับอยู่เลย” ผมหันไปมองนิค เห็นเขาหน้านิ่วคิ้วย่นและกำลังมองไปรอบ ๆ เหมือนกำลังหาอะไรสักอย่าง จังหวะที่ผมหันกลับมาก็เดินชนเข้ากับกลุ่มคนที่แต่งตัวจัดเต็มกลุ่มหนึ่งซึ่งมีทั้งชายและหญิงปนเปกัน พวกเขาเดินแหวกแล้วก็เดินบีบเบียดจนผมเข้ามาอยู่กลางวงของพวกเขา ทุกอย่างดูปกติจนกระทั่งพวกนั้นหันมามองผมผ่านรูหน้ากากพร้อมกันเป็นตาเดียวแล้วก็สูดลมหายใจเสียงดังอย่างพร้อมเพรียง


“Oh, the smell of his blood is so good. (โอ้ กลิ่นเลือดของเขาช่างยั่วยวนนัก)” เสียงแหบทุ้มของชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นโดยที่ผมไม่รู้ว่าเป็นคนไหนพูดกันแน่ ผมมองพวกเขาด้วยความเลิ่กลั่ก แม้จะไม่เห็นหน้าทั้งหมดแต่ก็รับรู้ได้ถึงความกระหาย สักพักผมก็สะดุ้งตกใจเมื่อผู้หญิงในชุดคอร์เส็ตสีทองลายดอกไม้กับกระโปรงฟูฟ่องสีขาวและใส่หน้ากากสีเดียวกระโปรงแยกเขี้ยวจนเห็นฟันแหลมยาว


“You can smell it but you can’t eat it. (แกดมได้ แต่แกกินไม่ได้)” เสียงเรียบ ๆ ดังขึ้นแต่เรียกความสนใจของเหล่าแวมไพร์ในชุดคาร์นิเวิลให้หันไปมอง นิคมองพวกนั้นอย่างนิ่งสงบ


“Who the hell—? (แกเป็น…)” เจ๊ผู้หญิงที่แยกเขี้ยวแหลม ๆ ใส่ผมเมื่อครู่ทำท่าจะหาเรื่องนิค แต่สักพักเธอก็หยุดชะงัก รวมทั้งเพื่อน ๆ เธอด้วย ผมหันมองซ้ายมองขวาก็เห็นพวกนั้นค่อย ๆ เดินถอยหลังโดยที่นิคยังคงยืนอยู่ที่เดิม พอหันไปมองก็เห็นว่าดวงตาสีเทาเข้มนั้นวาววับเหมือนกำลังเรืองแสงวูบหนึ่ง ผมอ้าปากค้างด้วยความทึ่ง แต่ก็ไม่ได้ตัวแข็งแบบตอนเห็นเขาเจาะสมองมนุษย์หุ่นยนต์


“Go. (ไปซะ)” นิคว่าเสียงเรียบ ๆ พวกนั้นโก่งคอคล้ายว่าพร้อมจะพุ่งเข้าไปหานิค แต่ในเวลาเดียวกันหลังก็โก่งโค้งคล้ายว่าจะนอบน้อมต่อนิค ผมเดาว่านิคกำลังคุยกับพวกนี้ผ่านความคิด ไม่น่าจะยังถึงขั้นควบคุม เพราะไม่งั้นพวกนี้คงมีท่าทีแปลก ๆ ให้ได้เห็นแล้ว


“We are sorry, sir. (พวกเราขอโทษครับนายท่าน)” เสียงนุ่ม ๆ ของชายคนหนึ่งดังขึ้นก่อนที่พวกเขาจะค่อย ๆ สลายตัวไปพร้อมกันอย่างช้า ๆ ผมหันหลังไปมองก็เห็นว่าเจ๊ชุดคอร์เส็ตสีทองหันมามองผมพักหนึ่งก่อนจะเดินตามเพื่อนไป


“บอกให้ใส่สร้อยมาด้วยก็ไม่ใส่” ผมหันกลับมาหานิคที่มองผมด้วยสายตาเป็นห่วง ใบหน้าเขาติดเครียดนิดหน่อย


“ไม่ จนกว่าเราจะกลับมาหมั้นกัน” ผมทำปากเชิด นิคคลี่ยิ้มขำทั้งที่คิ้วยังย่น ๆ อยู่นั่นแหละ


“อารมณ์รื่นเริงของแวมไพร์สินะ” แม่มองตามหลังลิบ ๆ ของพวกนั้น


“พวกนั้นออกมาหาเหยื่อ…” นิคพ่นลมหายใจเบา ๆ


“…ผมเตือนไปแล้ว แต่ดูท่าว่าไม่น่าจะได้ผล”


“กลุ่มนั้นรู้มั้ยว่าคุณเป็นใคร”


“รู้แค่ว่าฉันเป็นชนชั้นไหน”


“แล้วพวกนั้นชนชั้นอะไร นอร์มอลเหรอ” นิคพยักหน้าแล้วยื่นมือขวามาจูงมือผม โทรศัพท์ของแม่ส่งเสียงร้องตอนที่พวกเราก้าวเดินต่อไปตามทางเดินริมคลอง แม่คุยเป็นภาษาอิตาลีอยู่ประมาณหนึ่งนาทีก่อนจะวางสาย


“น้องแตม แม่ต้องไปหาเพื่อนก่อน”


“ได้ครับแม่ ถ้าพรุ่งนี้แม่ไม่ได้ไปไหนกับเพื่อนเดี๋ยวเรานัดกันอีกนะ” แม่ผมยิ้มกริ่มขณะที่เดินเข้ามาหอมแก้มผมทั้งสองข้าง


“Buonanotte, Nick. (Good night, Nick.)” นิคยิ้มอ่อนพร้อมพยักหน้า คุณโสภิดาเดินจากเราสองคนไปก่อนจะเลี้ยวเข้าไปในตรอกด้านหน้า
   

“กลับโรงแรมเถอะ” ผมมองหน้านิคอย่างข้องใจ แต่ก็เห็นว่าหน้าเขาดูปกติดี
   

“คงไม่เจอพวกเขาแล้วมั้ง แล้วคุณก็อยู่กับผมด้วย”
   

“เธออยากไปไหนต่อ”
   

“ไปจัตุรัสเซนต์มาร์กได้มั้ยครับ” นิคยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา


“จะสองทุ่มแล้ว โบสถ์ปิดแล้วนะ”


“เดินเล่นข้างนอกก็ได้” นิคพยักหน้าแล้วจูงมือผมเดินต่อไป ผมคิดว่าเขายอมให้ไปเพราะมันอยู่ใกล้กับท่าเรือที่เรือของโรงแรมจะมารับเรากลับพอดี
   

อันที่จริงผมเคยไปแล้วละที่นั่นน่ะ คนชอบศิลปะในยุคเก่า ๆ ของยุโรปอย่างผมยังไงก็ต้องมาดู ยิ่งกับมหาวิหารของโรมันคาทอลิกที่กลายมาเป็นต้นแบบศิลปะไบแซนไทแบบนี้ ผมยิ่งต้องมาซึมซับรับความฟินทั้งด้านในและด้านนอกของโบสถ์ และผมเชื่อว่านิคเองก็คงเคยมาแล้ว ดีไม่ดีอยู่ในช่วงที่เขาสร้างโบสถ์นี้ด้วยซ้ำ
   

ผมไม่ได้อยากมาชมความสวยงามหรอก เพราะโบสถ์นี้มาตอนกลางวันจะดีกว่า ผมแค่อยากชวนเขามาเดินทอดน่องเพลิน ๆ และพูดคุยกัน
   

“เอาล่ะ คุณมีอะไรที่ยังไม่ได้เล่าให้ผมฟังอีก” นิคหันมามอง เขาไม่ได้มีท่าทีตกใจหรือผวา แค่มองตามปกติ ผมหยุดเดินตอนถึงหน้าโบสถ์แล้วหันหน้าเข้าหาเขา
   

“ปากคุณบอกว่าอยากแต่งงานกับผม แต่หน้าคุณไม่ได้ชวนคิดไปทางนั้นเลย ยิ่งเทียบกับตอนเราเจอกันครั้งแรกยิ่งเห็นได้ชัด” นิคขบกรามและผ่อนลมหายใจออกมายาว ๆ
   

พรึบ!
   

“Whoah!” เสียงร้องตกใจดังระงมไปทั่วเมื่อจู่ ๆ ไฟทุกดวงในบริเวณโบสถ์และตึกใกล้โบสถ์ดับพร้อมกันจนไร้แสงสว่าง แต่แม้จะมืดยังไงก็ยังสามารถมองเห็นได้ลาง ๆ เพราะได้แสงจันทร์บนท้องฟ้าช่วยส่องลงมา
   

Arrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrr!!!!!!
   

เสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังสนั่นมาจากจุดใดจุดหนึ่ง ผู้คนที่ยังอยู่ในโซนนี้หันมองซ้ายมองขวาด้วยความตกใจ บางคนรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดไฟฉายเพื่อให้แสงสว่าง แต่ไม่นานแสงก็ดับลง ตามมาด้วยเสียงของหล่นลงพื้นกับเสียงแตกละเอียด เกิดเสียงงึมงำไปทั่วบริเวณหน้าโบสถ์ พอใครพยายามเปิดไฟฉายก็จะโดนแบบเดียวกัน


“นะ… โวว!” ผมรู้สึกหัวใจจะวายเมื่อจู่ ๆ แฮร์รี่กับอันเดรียสก็พุ่งตัวเข้ามาอย่างว่องไว เรื่องที่ทั้งสองพุ่งตัวมาตรงนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ที่แปลกคือนิคบอกว่าทริปนี้ไม่มีบอดี้การ์ด แล้วสองคนนั้นก็มาส่งเราแค่ที่สนามบินก่อนจะกลับไป ไม่รู้ว่ามาไฟล์ทไหนของสายการบินอะไร แต่มาถึงแล้วคือซ่อนตัวมิดชิดเชียว


แอว้กกกกกกกกกกกกก!!!


ขนผมลุกซู่เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องแหลมสูง อะไรบางอย่างในตัวสั่นสะเทือนเหมือนกำลังเตือนว่าผมเคยได้ยินเสียงนี้มาก่อน ผมหันไปหานิคด้วยความตื่นกลัวก็เห็นว่านิคกำลังหลับตา แล้วพอเขาลืมตาขึ้นดวงตาสีเทาก็ทอประกายแวววาว จากนั้นผู้คนในบริเวณนี้ก็พากันเดินออกไปจากจัตุรัสพร้อมกันอย่างรวดเร็ว โดยทุกคนมุ่งตรงไปยังจุดที่ไฟยังเปิดอยู่ ผมมองภาพกองทัพคนเกือบร้อยคนเคลื่อนตัวไปทางเดียวกันด้วยความรู้สึกตื่นเต้นปนทึ่ง
   

“Andreas, clear.” อันเดรียสเคลื่อนตัวอย่างว่องไวไปทั่วจัตุรัส เดาว่าคงจัดการกับเรื่องกล้องวงจรปิดเหมือนคราวก่อน นิคก้มลงอุ้มผมขึ้นก่อนจะเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว พอมาถึงสวนสาธารณะใกล้ ๆ กับจัตุรัสเขาก็ปล่อยผมลง ผมยืนโงนเงนด้วยอาการมึนอยู่ครู่หนึ่ง และมีความรู้สึกว่าคลื่นไส้เล็ก ๆ
   

“นายท่าน ผมไปล้างความทรงจำของพวกเขาก่อนนะครับ”
   

“รีบไปรีบมา ตรงนี้ต้องการนาย” แฮร์รี่พยักหน้าก่อนจะเคลื่อนตัวออกไปจากสวน Royal garden อย่างรวดเร็ว
   

“มีอะไรเหรอ” ผมถามหลังจากรู้สึกดีขึ้น นิคมองฝ่าความมืดไปโดยรอบ บรรยากาศรอบตัวเราเงียบสงบ ได้ยินเพียงเสียงเรือแว่ว ๆ จากทะเลสาบ
   

“เสียงผู้หญิงที่กรีดร้อง…”
   

“…เธอไม่น่ารอดแล้ว” ผมอ้าปากค้างด้วยความรู้สึกตกใจ
   

“แวมไพร์ทำร้ายเธอเหรอ” เขากำลังจะหันมาตอบผม แต่ก็หยุดชะงักแล้วเพ่งมองไปยังยอดต้นไม้ในความมืด ผมหันไปมองตามยังไม่ทันถึงวินาที ร่างสีขาวหัวโล้นไร้ใบหน้าก็กระโดดพุ่งตัวมาทางเราสองคน
   

“เหวอออ!” ผมเบิกตากว้างพร้อมกับอาการขนลุกซู่ไปทั้งตัว พอมันใกล้จะเข้ามาถึงตัวนิคมันก็แยกเขี้ยวจนเห็นฟันแหลมคม นิคยื่นมือขวาออกไปคว้าหมับเข้าที่คอของมันแน่น ไอ้ตัวไร้หน้าดีดดิ้นและกรีดร้องเสียงแหลม
   

แอว้กกกกกก!!
   

แล้วนิคก็ทำให้ผมช็อคอีกครั้งเมื่อเขาจ้วงมือซ้ายเข้าไปในปากของมันจากนั้นก็กระชากลิ้นมันออกมาแรง ๆ แบบทีเดียวอยู่หมัด ซึ่งสิ่งที่ตามลิ้นมันออกมาด้วยคือขดอะไรสักอย่างที่คล้ายกับลำไส้มนุษย์ แต่การขดของมันนั้นดูซับซ้อนน้อยกว่า แล้วก็ดูมีขนาดใหญ่กว่าด้วย
   

“อะไรน่ะ”
   

“Vemon.” นิคปล่อยร่างของมันลงพื้น แขนเสื้อกันหนาวของเขาขาดกระจุยกระจาย และบนท่อนแขนก็มีรอยเขี้ยวกรีดเป็นทางยาว แต่พักเดียวแผลนั้นก็สมานเข้าหากันอย่างรวดเร็ว หัวใจผมเต้นถี่รัวจนเหมือนจะทะลุออกมาจากอก ทีแรกผมนึกว่ามันตัวสีขาวล้วน แต่พอดูใกล้ ๆ ถึงเห็นว่าสีของมันผสมระหว่างขาวกับเทาเป็นด่าง ๆ รูปร่างเหมือนคน แต่ไร้หู ไร้ตา มีรูจมูกเล็ก ๆ สองรูอยู่เหนือปาก มือกับเท้ามีขนาดใหญ่ เล็บแหลมดั่งปลายมีด แต่คงแหลมสู้ฟันยาว ๆ ของมันไม่ได้แน่
   


“มะ… มันมาทำไม” ผมเหมือนจะเป็นลมจนต้องเกาะแขนนิคไว้ นิคนิ่งเงียบและยังคงมองไปรอบสวนที่เงียบสงบ ผมหันไปมองตึกในสวนที่ไฟมืดสนิทว่าจะมีใครอยู่หรือเปล่า แต่ผมคิดว่านิคคงสั่งให้คนอพยพออกไปหมดแล้ว
   

แอว้กกกกกกกกกกกกกก!!!
   

เสียงมันกลับมาอีกครั้ง ตัวผมเย็นเฉียบและเริ่มขยับไม่ได้ ผมมองไปด้านหน้าที่เป็นกลุ่มต้นไม้สูงทึบ เสียงเรือหายไป แสงไฟจากเกาะตรงข้ามส่องสว่างวิบวับ และไม่นานนัก ความรู้สึกคล้ายจะเป็นลมล้มพับก็ถาโถมเข้ามา เมื่อเจ้าพวกไร้หน้ากระโดดโผล่ออกมาจากดงต้นไม้เป็นฝูง!
   

“นะ… นิค มัน… มันพาพวกมาด้วย” ถ้าจะบอกว่าหัวใจผมใกล้จะล้มเหลวก็ใกล้เคียงมาก มันเต้นเป็นจังหวะผิดเพี้ยนไปหมด ตัวก็เย็นแข่งกับนิค จนผมคิดว่าผมอาจจะตัวเย็นกว่าแวมไพร์ทุกตนบนโลกนี้แล้ว
   

“คุณเฌอแตมครับ”
   

“โอ้ย” ผมสะดุ้งโหยงเมื่ออันเดรียสโผล่มายืนใกล้ ๆ
   

“นายท่าน” อันเดรียสมองเจ้านายตัวเองด้วยสายตาเคร่งเครียด นิคหันมามองเราสองคนนิ่งพักหนึ่งก่อนจะหันกลับไปมองฝูงปีศาจฟันแหลม มันวิ่งเข้ามาพร้อมกันพร้อมกับส่งเสียงร้องแสบแก้วหู ผมยืนมองกองทัพของมันด้วยความหวาดกลัว เกิดความปั่นป่วนภายในท้องสลับกับอาการขนลุกวูบวาบ
   

“นิค คุณจะทำอะไร” ผมหันไปมองนิคหน้าตื่นเมื่อเห็นเขาก้าวเท้าออกไปข้างหน้า
   

“อยู่กับอันเดรียส” ผมรีบยื่นมือซ้ายไปจับไหล่เขาทันที
   

“อย่าออก…”
   

พลั่ก!
   

ผมเบิกตากว้างตะลึงเมื่อนิคหันไปสะบัดมือซ้ายใส่ไอ้ตัวไร้หน้าจนร่างมันกระเด็นไปกระแทกกับต้นไม้ เขาบิดตัวออกจากมือผมแล้วหันไปเผชิญหน้ากับพวกมัน อันเดรียสดึงผมให้ถอยห่างจากเหตุการณ์ชุลมุน ผมมองภาพนิคกำลังสู้กับพวกนั้นคนเดียวด้วยความกลัวปนช็อค แม้นิคจะเคลื่อนไหวได้รวดเร็วแต่พวกมันก็มีเป็นครึ่งร้อยและกำลังพุ่งเข้ามารุมเขาจากทุกทิศทาง
   

“Fuck!”
   

“นิค!” ผมช็อคตาค้างเมื่อเขาโดนไอ้ตัวนั้นใช้เล็บข่วนกลางหลัง แต่นิคก็หันมาบิดคอมันจนหัก แต่พอเขาหันกลับไปด้านหน้า ไอ้ตัวนั้นอีกตัวก็ฟาดเล็บลงบนหน้าเขา ก่อนที่อีกตัวจะพุ่งเข้ามากัดคอเขา
   

“อันเดรียส ช่วยเขาสิ ช่วยเขา!” ผมบอกอันเดรียสแต่ตาผมจ้องมองภาพนิคกำลังเพลี่ยงพล้ำพวกนั้น น้ำตาผมไหลออกมาด้วยความกลัว และพยายามดิ้นให้หลุดจากอันเดรียสแต่ก็ไม่เป็นผล
   

“นิค!... what?” ผมหยุดดิ้นและอ้าปากค้างเมื่อเห็นควันสีขาวลอยฟุ้งออกมาจากตัวนิค พวกปีศาจไร้หน้ายังคงพุ่งเข้ามารุมเขา อันเดรียสขยับมาบังตัวผมแล้วพาผมก้มลงกับพื้นในจังหวะที่นิคยกมือขวาขึ้นแล้วทุบลง เกิดคลื่นพลังเป็นวงกว้างผลักพวกไร้หน้ากระจัดกระจายไปรอบ ๆ และคลื่นพลังนั้นยังส่งผลให้กระจกตึกแตก ผนังร้าวเป็นบางจุด ต้นไม้หลายต้นหักโค่น รั้วริมน้ำหักงอเป็นแถบ
   

Roarrrrrrrrrrrrrrrrrrr!!!
   

ผมที่อยู่ในอ้อมกอดของอันเดรียสเบิกตากว้างเมื่อได้ยินเสียงคำรามดังสนั่น เป็นเสียงคำรามที่ทรงพลัง ฟังแล้วรู้สึกถึงความมีอำนาจดั่งสิงโตเจ้าป่าคำรามข่มขวัญศัตรู เจ้าพวกไร้หน้าหวีดเสียงร้องแหลมสู้กลับราวกับจะบอกว่าไม่กลัว อันเดรียสลุกออกจากตัวผมพร้อมกับดึงผมลุกขึ้นนั่ง ยังไม่ทันได้หายมึนงงปากผมก็อ้าค้างโดยอัตโนมัติและตามมาด้วยอาการขนลุกซู่ไปทั้งตัวเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
   

นั่นมัน… อะไรน่ะ








เม้าท์เม้าท์เม้าท์กะขุ่นเจ้

ครบแล้นนน

พอดีโน้ตบุ๊กมีปัญหาค่ะ ต่อเน็ตไม่ได้ แล้วก็ใกล้ตาย เลยพาไปฟื้นคืนชีพมา

น้องแตมขนลุกอีกแล้ว ปวดอึ๊บ่อยเหรอลูกกก

พี่นิคเขาเป็นอะไรก็ยังคาใจอยู่ ทำไมดูไม่พร้อมแต่ง ไม่เหมือนตอนแรก เปิดตัวแรงแซงโค้งเว่อร์ 

แล้วคือเป็นเรื่องก่งก๊งมาก คือตอนที่เขียนตอนนี้ ตอนนั้นโควิดยังไม่เริ่มระบาด พออัปตอนนี้แล้วเทียบกับสถานการณ์จริงภายในประเทศอิตาลี ตอมก็รู้สึกแบบ เอ้อ จะไดดีล่ะ ถือว่าเป็นเวนิสทิพย์แล้วกันเนอะ ยังไงแยกออกจากกันน้อ -..-

เจอกันตอนหน้านะคะ

ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่ติดตามเรื่องนี้อยู่นะคะ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ ขอบคุณคนที่คอยเม้นให้ทุกครั้งที่อัป เป็นกำลังใจที่ดีมากจริง ๆ ขอบคุณที่รักพี่นิคกับน้องแตมนะคะ ถ้าคนอ่านแล้วชอบ อ่านแล้วสนุก มีความสุข อยากบอกว่าทางเรารู้สึกดีมาก ๆ นะคะ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-06-2020 15:20:37 โดย คุณเจ้ »

ออฟไลน์ OoniceoO

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1005
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-2
Re: *∞.:Eternal Love:.∞* EP.13 : Attacking. [100%] [18/05/2020]
«ตอบ #91 เมื่อ18-05-2020 20:27:55 »

รออยู่นะครับสู้ๆ สนุกมากเลย

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2061
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
Re: *∞.:Eternal Love:.∞* EP.13 : Attacking. [100%] [18/05/2020]
«ตอบ #92 เมื่อ20-05-2020 02:30:01 »

กี๊ดดดดดดดดด ลุ้นๆๆๆ

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0
Re: *∞.:Eternal Love:.∞* EP.13 : Attacking. [100%] [18/05/2020]
«ตอบ #93 เมื่อ20-05-2020 17:03:16 »

 :pig4:
 :3123:

ออฟไลน์ ตัวยุ่ง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 74
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: *∞.:Eternal Love:.∞* EP.13 : Attacking. [100%] [18/05/2020]
«ตอบ #94 เมื่อ20-05-2020 20:54:42 »

ลุ้นมากกกกค่ะ อยากรู้ตอนต่อไปแล้ว ปีศาจไร้หน้าโผล่มาทำไม / นิคมีเรื่องอะไรในใจถึงมีท่าทียังไม่อยากแต่งกับน้องแตม / ตกลงนี่นิยายรักใช่ไหมคะ 555555 รอตอนหน้านะคะ

ออฟไลน์ o4u0n7

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 221
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
Re: *∞.:Eternal Love:.∞* EP.13 : Attacking. [100%] [18/05/2020]
«ตอบ #95 เมื่อ21-05-2020 13:09:45 »

 :katai1:เป็นการออกทริปร่วมกันที่สุดระทึก ..มากกก

ออฟไลน์ jum1201

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 595
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-5
Re: *∞.:Eternal Love:.∞* EP.13 : Attacking. [100%] [18/05/2020]
«ตอบ #96 เมื่อ22-05-2020 11:09:01 »

 :katai1:สนุกลุ้นทุกตอนเลยพี่นิคจะกลายเป็นตัวอะไรน่า 

ออฟไลน์ MM04

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 13
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: *∞.:Eternal Love:.∞* EP.13 : Attacking. [100%] [18/05/2020]
«ตอบ #97 เมื่อ26-05-2020 18:47:36 »

สนุกมากค่ะ รอเอลูกๆ นิคกับเฌอแตมแล้ว :z3:

ออฟไลน์ คุณเจ้

  • Follow your heart, but take the brain with.
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 616
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +252/-8
Re: *∞.:ETERNITY:.∞* EP.14 : Big boy. [01/06/2020]
«ตอบ #98 เมื่อ01-06-2020 15:27:52 »




Together
Episode 14: Big boy.








ผมนั่งมองสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่โผล่ขึ้นมาท่ามกลางปีศาจไร้หน้าด้วยความมึนงงปนตะลึง หัวใจเต้นตุบ ๆ อย่างเชื่องช้าแต่ทว่าเน้นจังหวะของการเต้น
   

สิ่งมีชีวิตตัวใหม่รูปร่างสูงใหญ่และกำยำ ลำตัวสีขาวเผือกเปล่งประกายยามต้องแสงจันทร์ กรงเล็บทั้งสองข้างคมดั่งใบมีด หรืออาจจะคมยิ่งกว่าใบมีด เพราะเพียง ‘เขา’ ตวัดกรงเล็บลงบนคอของพวกนั้นเพียงครั้งเดียว หัวของมันก็กระเด็นกระดอนหล่นลงพื้น ปีกสองข้างที่โผล่จากกลางแผ่นหลังแม้จะดูบอบบางเพราะว่าโปร่งแสงแต่จริง ๆ แข็งแรงถึงขั้นแค่สะบัดก็ทำเอาพวกนั้นคอหักไปหลายตัว
   

ผึบ! ผึบ!
   

เสียงปีกสะบัดหลายทีติดกันก่อนที่สิ่งมีชีวิตสีขาวเผือกจะลอยขึ้นบนท้องฟ้า พวกไร้หน้ากรีดร้องเสียงแหลมและพยายามกระโดดขึ้นจับเท้าของเจ้าตัวนั้นไว้แต่ก็ทำไม่ได้ เจ้าตัวมีปีกสะบัดปีกอยู่เหนือสนามหญ้าครู่หนึ่งก่อนจะตบปีกค้างคาวเข้าหากันจนเกิดคลื่นพลังอีกรอบ แต่รอบนี้คลื่นพลังทยานไปด้านหน้าอย่างเดียว พัดเอาพวกปีศาจตัวตุ่นปลิวไปกระแทกกับต้นไม้หลายตัว และมีอีกหลายตัวกลิ้งหลุน ๆ อยู่บนพื้น พอพวกมันยืนขึ้นแล้วเหมือนมันตั้งสติได้มันก็คำรามขู่เจ้าตัวสีเผือกอย่างเกรี้ยวกราด อีกฝ่ายคำรามกลับเสียงดังลั่น ผมสะดุ้งกับเสียงอันทรงพลัง
   

“เกิดอะไรขึ้น ทำไมไปนาน” ผมหันมองอันเดรียสที่หันไปพูดกับแฮร์รี่ที่น่าจะเพิ่งมาถึง
   

“ไปหานี่มา” แฮร์รี่ชูถังสีดำทรงสี่เหลี่ยมขึ้น พออันเดรียสพยักหน้าเขาก็พุ่งตัวเข้าไปในดงพวกฟันแหลมอย่างรวดเร็ว จัดการเทของเหลวที่อยู่ในถังใส่ร่างที่ตายแล้วในระหว่างที่เจ้าตัวสีเผือกกำลังใช้กรงเล็บกุดหัวพวกนั้น ผมที่กำลังมองสิ่งมีชีวิตตัวใหม่ด้วยความล่องลอยสะดุ้งเบา ๆ เมื่อเกิดกองไฟขึ้นในลานสนามหญ้า พวกที่ยังไม่ตายกรีดร้องก่อนจะหมุนตัวหนีแล้วพากันกระโดดหายเข้าไปในความมืด ผมมองทุกอย่างที่เกิดขึ้นตาไม่กะพริบ ตัวยังคงเย็นเฉียบจนชาดิกไปทุกส่วน
   

“ยืนไหวมั้ยครับคุณเฌอแตม” ผมพยักหน้าแบบเกร็ง ๆ และพยายามลุกขึ้นยืนตามแรงดึงของอันเดรียส เปลวไฟเผาไหม้ร่างปีศาจที่ตายแล้วเป็นกองใหญ่ แฮร์รี่พุ่งตัวกลับมายืนที่เดิม ผมแหงนหน้าขึ้นมองสิ่งมีชีวิตตัวขาวเผือกด้วยแววตาสั่นระริก
   

นิโคลัส…
   

ร่างนั้นกางปีกอยู่เหนือกองไฟและใต้แสงจันทร์ครู่หนึ่งก่อนที่จะบินลงมายืนตรงหน้าผมช้า ๆ ผมกระเถิบถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพราะรู้สึกเสียววูบกับความสูงตระหง่านของร่างขาวเผือกที่สูงเกินสองร้อยเซ็นติเมตร จังหวะที่ผมเงยหน้าขึ้นมอง ร่างนั้นก็คุกเข่าทั้งสองข้างลงบนพื้น และแม้ว่าจะคุกเข่าแล้วแต่เขาก็ยังสูงตระหง่านอยู่ดี
   

“นิค…” เสียงผมแหบแห้ง เขาก้มใบหน้าที่เปลี่ยนไปลงมาใกล้กับหน้าผม
   

“…Oh.” ผมเผยอริมฝีปากบนขึ้นพร้อมกับอาการสะดุ้งเบา ๆ เมื่อเห็นใบหน้าของเขาชัดเจนขึ้น


ใบหน้าคล้ายค้างคาวแต่ทว่ายังมีเค้าโครงความเป็นคน (แต่ดูไม่ออกแล้วว่าเป็นหน้านิโคลัส) กำลังเอียงมองผมเหมือนว่ากำลังสงสัยอะไรบางอย่าง ทั้งที่จริงควรเป็นผมที่กำลังสงสัยและสับสน


ผมสับสนว่าจะกลัวหรือสนใจเขาดี แต่สุดท้ายก็พบว่าความอยากรู้อยากเห็นนั้นชนะความกลัว ผมมองเขาอย่างสำรวจ สีตาของเขาเข้มขึ้น หางตายกชี้ขึ้นทำให้ดูดุ ใบหูทั้งสองข้างแหลมและยาวเหมือนหูค้างคาว เส้นผมที่เคยยาวสั้นลงแต่ไม่ถึงกับสั้นติดหนังหัว 


แม้ว่าใบหน้าและกรอบตาจะทรงดุจนเกือบน่ากลัว แต่ดวงตาสีเทาอันแสนอ่อนโยนที่กำลังมองผมอยู่นั้นทำให้ผมใจกล้ายื่นมือขวาออกไปวางแบนแก้มซ้ายของเขา นิคในร่างค้างคาวเผือกยักษ์หลับตาพริ้มและส่งเสียงคำรามในลำคอแผ่วเบา
   

“พูดได้มั้ย” ผมถามเสียงเบา นิคเปิดเปลือกตาขึ้นและจ้องมองผมนิ่ง
   

“ถ้าอยู่ในร่างนี้นายท่านจะใช้วิธีสื่อสารผ่านความคิดครับ แต่กับคุณเฌอแตมท่านทำไม่ได้” หัวใจผมเต้นถี่รัว ไม่แน่ใจว่าตัวเองกลัวเขาหรือเปล่า เพราะท่าทางของเขาที่แสดงออกกับผมไม่ได้ต่างจากตอนเขาเป็นนิโคลัสในเวอร์ชั่นปกติ แต่แน่ใจอย่างหนึ่งคือเขาไม่น่าจะจับผมกินหรอก
   

มั้ง…
   

“นายท่านพาคุณเฌอแตมกลับที่พักเถอะครับ ทางนี้เราจะจัดการเอง” อันเดรียสบอกเสียงเรียบ ค้างคาวเผือกยักษ์พยักหน้ากับอันเดรียสและแฮร์รี่ เขามองตาผมพร้อมกับยื่นมือขวาอันใหญ่ออกมาด้านหน้า ผมก้มมองมือที่มีเล็บคมกริบครู่หนึ่งก่อนจะยื่นมือซ้ายไปวางบนนั้น เขาดึงผมเข้าไปยืนชิดติดกับกล้ามเนื้อแข็งแกร่งอันเย็นเฉียบ ก้มคอลงมาให้ผมยกแขนคล้อง จากนั้นนิโคลัสก็โอบสองแขนรอบตัวผมแล้วก็ถีบตัวขึ้นไปบนท้องฟ้า
   

ท้องน้อยผมเสียววูบวาบเมื่อเขาพาบินขึ้นมาเหนือกลุ่มก้อนเมฆ ผมมองบรรยากาศม่านหมอกบนท้องฟ้าด้วยความตื่นตาตื่นใจปนตะลึงที่ตัวเองกำลังลอยอยู่ในระดับความสูงที่เทียบเท่าเครื่องบินหรืออาจจะสูงกว่าก็เป็นได้ ผมครางในลำคอแผ่วเบาตอนที่เราบินผ่านพระจันทร์ดวงโต ยิ่งใกล้กับแสงจันทร์แบบนี้ ลำตัวของนิคในร่างค้างคาวเผือกยักษ์ก็ยิ่งเปล่งแสงเป็นประกายดั่งมีออร่าเป็นเครื่องประดับบนตัว
   

ผึบ! ผั่บ! ผึบ! ผั่บ!
   

เสียงสะบัดปีกกรีดลมดังขึ้นอีกครั้งหลังจากเขาปล่อยให้อยู่นิ่ง ๆ และประคองร่างให้แล่นไปตามสายลมมาได้หลายนาที พอสะบัดเสร็จเขาก็ปล่อยให้ปีกกางโต้ลมเช่นเดิมอีกครั้ง ผมยกหน้าออกจากลำคอของเขาแล้วหันไปมองใบหน้าด้านข้างของพ่อค้างคาวเผือก นิคหันมามองผมนิ่ง เราสบตากันอยู่เนิ่นนานโดยที่ผมไม่ได้ส่งความรู้สึกพิเศษใดออกไปหาเขา ผมเพียงแค่อยากมองว่านี่คือความจริง ไม่ใช่ฝันหรือจินตนาการ
   

“Is this what makes you worry? (นี่หรือเปล่าที่ทำให้คุณดูกังวล)” นิคไม่ตอบแต่หันหน้าไปมองด้านหน้าพร้อมกับยกมือขวากดหัวผมให้ซุกคอเขาตามเดิม แวบแรกผมงงว่าทำทำไม แต่พอรับรู้ได้ว่าเขากำลังลดระดับลงเลยกอดคอเขาแน่นขึ้นและหลับตาเพื่อไม่ให้รู้สึกเสียววูบวาบตรงท้อยน้อย แต่นิคก็พาผมลงจอดบนพื้นได้นิ่มนวล มีความเสียววาบในท้องน้อยนิดหน่อยเท่านั้น เขาคุกเข่าลงบนพื้นแล้วโน้มตัวลงเพื่อให้เท้าผมยืนบนพื้นได้สะดวก ผมดึงสองแขนออกจากลำคอค้างคาวเผือกแล้วหันไปมองรอบ ๆ ก็พบว่าเราอยู่บนชานระเบียงห้องพักที่ติดกับทะเลสาบของเวนิส
   

ผมหันกลับไปมองค้างคาวยักษ์ที่นั่งคุกเข่ามองผมเหมือนกำลังสนใจใคร่รู้ ผมเดินเข้าไปใกล้เขาแล้วยื่นสองมือไปจับแก้มทั้งสองข้าง จับเขาเอียงซ้ายเอียงขวาและมองรายละเอียดบนหน้า
   

“Big bat.” พ่อค้างคาวเผือกตัวยักษ์มองผมอย่างละมุนละไมขัดกับความดุร้ายของกรอบตาและความน่ากลัวของใบหน้า ผมยื่นมือซ้ายไปจับเส้นผมของเขาและพบว่ามันนุ่มลื่นมือแม้ทรงจะดูโต้ลมจนแข็งหยาบกระด้างก็ตาม
   

“Can I sit on your laps? (ผมนั่งตักคุณได้มั้ย)” นิคในร่างค้างคาวยักษ์นั่งลงข้างริมสระน้ำทรงสี่เหลี่ยมแล้วกางแขนออกเป็นการต้อนรับ ผมเดินไปนั่งบนตักด้านขวาแล้วเงยหน้าขึ้นมองเขา ส่วนเขาก็ก้มหน้ามองตอบพร้อมกับโอบแขนขวารอบตัวผมไว้ ผมมองเห็นฟันแหลมหลายซี่โผล่พ้นออกจากปากของเขาแล้วก็ใจกระตุกไปวูบหนึ่ง
   

“Will you eat me? (จะกินผมมั้ย)” เขาคำรามในลำคอเบา ๆ และตามด้วยเสียงฟืดฟาดผ่านรูจมูกทรงค้างคาวราวกับกำลังหงุดหงิดที่ผมถามแบบนี้ นิคก้มหน้าลงมาหา ผมหดคอลงด้วยความหวาดกลัวที่ยังติดอยู่ในใจนิดหน่อย แต่พอเห็นว่าเขาไม่ได้ทำอะไรนอกจากก้มลงมามองผมก็ค่อย ๆ ยืดคอขึ้น และจังหวะนั้นเขาก็กดจมูกลงบนหัวผมอย่างอ่อนโยนก่อนจะผละออกไป ผมแหงนหน้ามองค้างคาวยักษ์พร้อมกับปลดปล่อยความรู้สึกกลัวทั้งหมดออกไปจากใจ เขามองผมด้วยสายตาอ่อนโยนดังเดิม ผมก้มหน้าลงแล้วเอียงแก้มแนบกับแผ่นอกที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและตามด้วยยกมือขวาขึ้นวางบนอกซ้ายตรงตำแหน่งหัวใจของเขา
   

หวังให้เขารับรู้ว่าผมรับเขาได้











   ผมกระสับกระส่ายไปมากับความดำทะมึนที่โอบล้อมรอบตัว พยายามมองหาทางหนีแต่ก็หาไม่เจอเพราะม่านสีดำบดบังทัศนียภาพ ผมมองไปรอบ ๆ ด้วยความหวาดกลัว แล้วไม่นานผมก็เห็นมันอีกครั้ง ร่างสีดำทะมึนยื่นมือออกมาจับแขนผมเข้าไปในหมอกสีดำ ผมก้มลงมองตัวเองเมื่อรู้สึกว่าชุดที่ใส่เปลี่ยนเป็นชุดสีขาวพลิ้วไหว พอเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นว่าร่างสูงทะมึนยกมือที่มีมีดสีเงินขึ้นสูง
   

“เฌอแตม!” เสียงเรียกดังมาจากไกล ๆ
   

จึก!
   

เอือก!
   

“เฌอแตม!” เสียงเรียกดังชัดขึ้นพร้อมกับความเย็นแผ่ไปทั่วใบหน้า
   

ผมทรุดตัวลงบนพื้น เสียงคำรามดังสนั่นมาจากบนท้องฟ้า พอแหงนหน้ามองก็เห็นวัตถุสีขาวขนาดยักษ์พุ่งมาทางผมกับเงาทะมึน
   

ค้างคาวเผือกยักษ์
   

“นิค…”
   

“เฌอแตม!”
   

เฮือก!
   

ความรู้สึกเหมือนคนจมน้ำแล้วมีคนฉุดขึ้นมากลับมาอีกครั้ง หัวใจเจ็บจี๊ดจนต้องกัดฟันแน่น เปลือกตาเบิกกว้างมองเพดานสีขาวฉลุลายทองหรูหราตามขอบด้วยอาการเกร็งไปทั้งตัว 
   

“ได้ยินฉันรึเปล่า เฌอแตม” เสียงอ่อนโยนของนิคดังข้างหู ผมรับรู้ได้ว่ามือของเขาลูบหัวผม อีกมือกุมมือซ้ายที่ผมกุมอกอยู่ ผมผ่อนลมหายใจช้า ๆ เพื่อปรับอาการของตัวเอง หลับตาลงพร้อมกลืนน้ำลายก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งแล้วหันไปมองหน้าเขาที่กำลังมองผมด้วยสายตาเป็นกังวล
   

เขากลับคืนร่างเดิมแล้ว และแววตาของเขายังคงเป็นแววตาห่วงใย ใส่ใจผมเสมอไม่ว่าจะอยู่ในร่างไหน
   

“ผมฝันร้าย…” ผมกระซิบเสียงแหบแห้ง เลยหยุดกระแอมเพื่อเคลียร์ลำคอ
   

“…แต่ในฝันมีค้างคาวเผือกตัวโตมาช่วยผมไว้” นิโคลัสคลี่ยิ้มมุมปากทั้งสองข้างแล้วก้มลงหอมหน้าผากผม
   

“ฉันจะปกป้องเธอทั้งยามตื่นและยามฝัน” ผมอมยิ้มขำทั้งที่หัวใจยังมีอาการเจ็บจี๊ด ๆ
   

“ภาษาโบราณเหมาะกับคุณจริง ๆ…” เขาคลี่ยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิมแต่ก็ไม่ใช่ว่ากว้างจนเห็นฟัน
   

“…สรุปว่าใช่เรื่องนี้หรือเปล่าที่ทำให้คุณดูกังวลไม่เลิก” รอยยิ้มของเขาลดลงทีละนิดจนกลายเป็นใบหน้าเรียบเฉย เขามองตาผมด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
   

“…” และเขาก็ยังเงียบไม่พูดอะไร
   

“นิค” ผมเชื่อว่าเขามีสติอยู่นั่นแหละ ผมแค่เรียกเพื่อย้ำให้เขารู้ว่าเรากำลังคุยกันอยู่
   

“ฉันไม่ต่างจากพวกชนชั้นเวม่อน…” สีหน้าของเขาเคร่งเครียดขึ้น
   

“…ฉันเป็นสัตว์ประหลาดตัวนึง ฉัน ฉันกลัว” แววตาของเขาหวาดกลัวตามปากว่า
   

“กลัวอะไรเหรอ”
   

“กลัวว่าเธอจะไม่รักฉัน…” ผมชะงักไปเสี้ยววิก่อนจะคลี่ยิ้มด้วยความรู้สึกเอ็นดู ยิ่งแววตาและสีหน้าเหมือนเด็กตัวเล็ก ๆ ของเขาก็ยิ่งทำให้รู้สึกเอ็นดู
   

“…แค่ฉันไม่ใช่มนุษย์ ก็แย่มากพอแล้ว แต่ฉันยังเป็นสัตว์ประหลาดอีก” ผมพลิกตัวนอนตะแคงข้างและยกมือขวาขึ้นไปวางไว้บนอกซ้ายอันเปลือยเปล่าของเขา
   

“คุณบอกว่า ไม่ว่าผมจะเป็นใคร อยู่ในร่างไหน แต่คุณก็รักผมเพราะจิตวิญญาณดวงเดิม” เขาพยักหน้า ผมคลี่ยิ้มและลูบปลายนิ้วบนอกเขาเบา ๆ
   

“ผมก็เหมือนกัน…” ผมยื่นหน้าไปจุ๊บปากเขา
   

“…เป็นค้างคาวก็น่ารักดีออก” นิโคลัสขำอ่อนโยน
   

“ฉันเป็นค้างคาวสะอาด ไม่นำเชื้อโรคมาให้แน่นอน” ผมยิ้มกว้างขำขัน นิคเลื่อนมือซ้ายไปบีบก้นขวาผมเบา ๆ เรามองตากัน นิคอมยิ้มกรุ้มกริ่ม ผมเองก็เช่นกัน
   

“I fell in love with the devil, remember that? (ผมตกหลุมรักปีศาจ จำได้มั้ย)” เขาพยักหน้า
   

“But I am a real devil. Not comparison like a poetry or poem. (แต่ฉันเป็นปีศาจจริง ๆ ไม่ใช่การเปรียบเปรยแบบกวีหรือกาพย์กลอนหรอกนะ)”
   

“Hey, it’s just a physical when you transformed. (นี่ มันก็เป็นแค่รูปร่างตอนคุณแปลงร่าง)” ผมบอกเขาเสียงนุ่ม นิคกระตุกยิ้มมุมปากซ้ายอ่อน ๆ ผมเลื่อนมือขวาไปตามตัวของเขา ไล่มือผ่านกล้ามท้องแล้วก็ไปจับสิ่งนั้น
   

“You are still beautiful to me. (คุณยังงดงามสำหรับผม)”
   

“Is it because of my face? A handsome face. (เพราะหน้าของฉันหรือเปล่า หน้าหล่อ ๆ นี่น่ะ)” ผมยิ้มเอ็นดู เขาเลิกคิ้วขึ้นพร้อมมองบนและทำท่าครุ่นคิดพักหนึ่งก่อนกลับมามองผมต่อ


“I did not say that. Most people who know me say it. (ฉันไม่ได้เป็นคนพูดหรอกนะ หลายคนที่รู้จักฉันพูดน่ะ)” ผมยิ้มขำกับการรีบออกตัวของเขา ถึงเขาไม่ออกตัวผมก็เชื่อว่าเขาไม่น่าจะบัญญัติว่าตัวเองคือคนหล่อหรอก


“Yes, it is. And it’s not your fault that your face is handsome. (ใช่ แล้วก็ไม่ใช่ความผิดของคุณนี่ที่หน้าคุณเป็นแบบนี้)”


“Or, is it because of my money? If I have nothing will you think I am beautiful? (หรือเพราะเงินของฉัน ถ้าฉันไม่มีเงิน เธอยังจะคิดว่าฉันสวยงามอยู่หรือเปล่า)” ผมหัวเราะเสียงเบาขณะที่มือขวาก็รูดเจ้าค้างคาวเผือกตัวจ้อยที่โตเต็มที่แล้วขึ้นลงช้า ๆ


“It’s lucky me that you are a billionaire, but it’s not the main point that make me want to marry you. Yeah, it’s one of the reasons. But it’s not my main idea about you. (ผมโชคดีที่คุณเป็นมหาเศรษฐีพันล้าน แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลักที่ทำให้ผมอยากแต่งงานกับคุณ ใช่ มันคือหนึ่งในเหตุผลนั่นแหละ แต่ก็ไม่ใช่ไอเดียหลักที่ผมมีต่อคุณเลย)” นิคคลี่ยิ้มละมุนไม่แพ้สายตา เขาพลิกตัวขึ้นมาอยู่ด้านบน ผมแยกขาออกให้เขาแทรกตัวเข้ามา นิคจับสองมือผมขึ้นเหนือหัวแล้วกดลงบนเตียง


“You want to marry me? (อยากแต่งงานกับฉันเหรอ)” ผมหรี่ตามองรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขา


“We are not engaged yet. (เรายังไม่ได้หมั้นกันเลยนะ)” เขายักคิ้ว ผมทำปากเชิดพร้อมกับยกตัวขึ้นแล้วเอาตรงนั้นของตัวเองไปถูไถกับของเขา


“And I know what you want now. (แล้วฉันก็รู้ว่าตอนนี้เธอต้องการอะไร)” เขาก้มหน้าลงมากัดริมฝีปากล่างของผมแล้วดึงเบา ๆ ลมหายใจผมติดขัด ความรู้สึกอยากยิ่งพุ่งพล่าน


“What? You can’t read my mind. How did you know what I want? (อะไร คุณอ่านใจผมไม่ได้นี่ รู้ได้ยังไงว่าผมต้องการอะไร)” นิคคลี่ยิ้มร้ายกาจ ดวงตาของเขาวิบวับ


“I didn’t read your mind. I read it from your dick, honey. (ฉันไม่ได้อ่านใจเธอเลย ฉันอ่านจากxxxของเธอน่ะที่รัก)” ผมรู้สึกร้อนไปทั้งตัวแม้ว่าตัวนิคจะเย็นแค่ไหน


“Then give it to me. (งั้นก็ให้ผมสิ)” นิโคลัสอ้าปากและแลบลิ้นออกมาเหนือปากของผมพร้อมกับขยับร่างของเขาขึ้นลงช้า ๆ โดยที่สิ่งนั้นของเราทั้งสองคนสัมผัสกันและกันอย่างแนบแน่น ผมพยายามแลบลิ้นออกมาเลียลิ้นเขาแต่เขาก็ยกหน้าหนี ทิ้งให้ผมนอนหอบหายใจผะแผ่ว


“No. (ไม่)” เขาตอบไม่ แต่กลับก้มลงจูบซอกคอผม


“Why? (ทำไม)” ผมถามเสียงแหบพร่า นิคเลื่อนขึ้นมาจูบแก้มแผ่วเบาก่อนจะว่าเสียงกระซิบ


“To guarantee you will not leave me, we have to marry first, and then I will fuck you. (เพื่อการันตีว่าเธอจะไม่ทิ้งฉัน เราต้องแต่งงานกันก่อน แล้วฉันถึงจะเอาเธอ)”


“I don’t even think about it. (ผมไม่แม้แต่จะคิดด้วยซ้ำ)” เขายกหน้าขึ้นมองผมและยิ้มกริ่ม


“I mean, leaving you. Not fuck me. (ผมหมายถึงทิ้งคุณ ไม่ใช่ไม่เอาผมนะ)” นิคคลี่ยิ้มกว้างขึ้นพร้อมกับหัวเราะไร้เสียง ผมกลืนน้ำลายลงคอ


“But you are the one who broke our engagement and left me. (แต่เธอเป็นคนถอนหมั้นแล้วก็ทิ้งฉันไป)” ผมมองหน้าเขาเพื่อเช็กว่าเขาแสดงออกยังไง นิคยังคงยิ้ม แต่เป็นยิ้มซุกซนสนุกสนาน


“Is this revenge? (นี่คือการแก้แค้นงั้นเหรอ)”


“Yes. (ใช่)” ผมหลับตาพร้อมกับพ่นลมหายใจยาว ๆ เพื่อให้ตัวเองรู้สึกร้อนรุ่มน้อยลง นิคก้มลงดูดหัวนมด้านซ้ายผมหนึ่งทีแต่เล่นเอาขนลุกไปทั้งตัว ผมพยายามบิดข้อมือออกจากมือเขาแต่ก็ทำไม่สำเร็จ


“Nick, please. (นิค ได้โปรด)” เขาอ้าปากแล้วยิ้ม และตามด้วยส่ายหัวช้า ๆ เป็นการปฏิเสธ ผมครางในลำคอด้วยความหงุดหงิด


“นิโคลัส… นะ” ผมอ้อนเป็นภาษาไทย เขามองผมนิ่งครู่หนึ่งแล้วก็เลื่อนหน้าขึ้นมาซุกไซ้ซอกคอผมอย่างอ่อนโยน ผมครางรับกับความเสียวที่แล่นพล่านไปทั่วตัว เขาใช้มือซ้ายรวบข้อมือทั้งสองข้างของผม มือขวาเลื่อนลงไปรวบตรงนั้นของเราสองคนเข้ามาชิดกัน จากนั้นก็เริ่มขยับมือขึ้นลงด้วยจังหวะสบาย ๆ ไม่เร่งรีบ


“อื่อ… อืมมม” นิคยกหน้าจากซอกคอขึ้นมาประกบปาก ผมเปิดปากรับลิ้นของอีกฝ่าย ลิ้นของเราสองคนหยอกล้อกันอย่างเชื่องช้าแต่ทว่าเน้นหนัก ผมจิกเท้าลงบนเตียง สองมือประกบกันแน่น หน้าท้องหดลงตามความเสียว สมองพร่าเบลอแต่ยังรับรู้ทุกความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับตัวเอง


เราเกลี่ยลิ้นกันและกัน สลับกับดูดดึงเป็นเวลาเนิ่นนานแบบที่ไม่อาจรู้ได้ว่ามันผ่านไปกี่นาทีแล้ว ความรู้สึกมันวูบวาบ เหมือนกำลังจะตกแล้วก็ถูกดึงขึ้นมา แล้วก็ตกลงไปใหม่แล้วถูกดึงขึ้นมาอีกครั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า


“อา… อะ!” ผมขมวดคิ้วแน่นตอนที่ความเสียวแล่นจากกลีบเนื้อขึ้นมาที่ท่อนเอ็น มันง่ายเหลือเกินที่จะมาถึงจุดนี้เพราะความรู้สึกอยากมันล้นอกไปหมด บวกกับการปลุกเร้าของนิคก็ยิ่งทำให้มันตีขึ้นมาอย่างเร็ว


อันที่จริง แค่มองหน้าเขาผมก็อยากไปถึงจุดสุดยอดแล้ว…


“นิค… อ้า!” ผมปลดปล่อยออกมาเลอะหน้าท้องตัวเอง นิคยังคงขยับมือต่อเนื่อง ผมปรือตามองเขา เห็นว่าเขากำลังมองผม ใบหน้าเขาบิดเบี้ยวเล็กน้อย แล้วสักพักเขาก็ปล่อยตามออกมา ผมอ้าปากหอบหายใจ รู้สึกใจสั่นกับจำนวนน้ำของเขาที่ชุ่มฉ่ำและท่วมท้น


“อุ๊ย… ฮะ ๆ” ผมร้องตกใจสั้น ๆ ก่อนเปลี่ยนเป็นหัวเราะเมื่อมีหยดน้ำพุ่งกระเด็นมาโดนหน้า นิคหัวเราะเสียงทุ้มนุ่มหู เขาปล่อยมือออกจากข้อมือผม ผมยกมือขึ้นจับกรอบหน้าเขาแล้วดึงเขาลงมาจูบ เราคลี่ยิ้มกว้างให้กัน นิคหันซ้ายและขวาสักพักก่อนจะลุกออกจากเตียงไปห้องน้ำ ผมก้มลงมองหนองน้ำสีขาวที่เจิ่งนองอยู่บนหน้าท้องและอกของตัวเองด้วยความรู้สึกตื่นเต้น ผมหันไปมองทางห้องน้ำก็เห็นนิคกลับออกมาพร้อมผ้าขนหนู เจ้าค้างคาวน้อยของเขายังคงพุ่งตรงแข็งแรง


“ยังแข็งอยู่เลย ให้ผมช่วยนะ” เขายิ้มกรุ้มกริ่มในขณะที่คลานเข่าขึ้นมาบนเตียงแล้วล้มตัวลงนอนข้างผม


“ไม่” เขาใช้ผ้าขนหนูเช็ดทำความสะอาดให้ผม ส่วนผมก็ยื่นมือซ้ายไปจับความเป็นชายของเขา


“อยากรู้จังว่าแวมไพร์มีเซ็กซ์ได้ครั้งละกี่รอบเหรอ” เพราะผมสังเกตว่าตรงนั้นของเขาดูพร้อมรบต่อเนื่องมาก


“ขึ้นอยู่กับร่างกาย สุขภาพ และนิสัยแต่ละคน”


“แล้วคุณล่ะ” เขาอมยิ้ม


“ก็ได้หลายครั้ง”


“หลายครั้งนี่เท่าไหร่” เขาสูดลมหายใจเข้าปอดเบา ๆ ทั้งที่ยังคงอมยิ้ม


“ถ้าฉันตอบแล้วเธอห้ามโกรธ…” ผมพยักหน้าอย่างไม่ลังเล เขามองผมอย่างพิจารณาครู่หนึ่งกว่าจะยอมพูดต่อ


“…ฉันเคยมีอะไรกับคู่ขาพร้อมกันสามคน…” ผมเบิกตากว้างด้วยความตะลึง


“…ฉันทำให้พวกเธอเสร็จทุกคน และฉันก็เสร็จสามครั้งภายในหนึ่งชั่วโมง”


“อะโห”


“และแน่นอนว่าเรื่องนี้เกิดก่อนที่ฉันจะเจอดวงวิญญาณของเธอ” เขาพูดเสียงหนักแน่นขณะที่ดึงผ้าขนหนูไปเช็ดทำความสะอาดให้ตัวเองบ้างหลังจากทำให้ผมเสร็จแล้ว


“แล้วหลังจากหนึ่งชั่วโมงนั้นคุณมีอีกมั้ย” เขากลอกตาพร้อมกับทำหน้าว่าไม่อยากพูด แต่สุดท้ายเขาก็พยักหน้า ผมอ้าปากหวอด้วยความทึ่ง


“อึดอะไรขนาดนั้นน่ะ” เขาไหวไหล่ซ้ายและตามด้วยยักคิ้ว


“มันเป็นเซ็กซ์ครั้งแรกของฉันในรอบหนึ่งร้อยปีหลังจากที่เธอจากฉันไป และฉันพยายามตามหาเธอแต่ก็ไม่พบสักที” เขายิ้มเศร้า ผมยกมือขวาขึ้นจับแก้มเขา ส่วนมือซ้ายยังจับอยู่ที่เดิม และมันก็ยังเต็มไม้เต็มมือไม่ได้หดตัวลง


“ผมอยู่นี่แล้วนะ” เขาคลี่ยิ้มละมุนแล้วก้มหน้าลงหอมหน้าผากผม


“ฉันถึงบอกว่าอยากใช้เวลาอยู่กับเธอมากกว่าสิ่งอื่นใด”


“แต่ถ้าสามรอบภายในหนึ่งชั่วโมง ผมว่าผมเข้าโรงพยาบาล” เขาหัวเราะขำขันอารมณ์ดีและยกมือซ้ายขึ้นยีหัวผม


“ฉันจะทะนุถนอมสุดที่รักของฉัน” ผมยู่หน้า


“หูย วันนั้นก็ทำผนังห้องเป็นรูโหว่เลย” เขาหัวเราะปากกว้างจนตาหยี ผมเห็นรอยยิ้มของเขาก็เลยยิ้มกว้างด้วยความรู้สึกอิ่มใจ


“วันนั้นฉันตื่นเต้นไปหน่อย ฮอร์โมนมันพุ่งพล่านน่ะ” นิโคลัสยิ้มกริ่ม มีการขยิบตาด้วย


“อุ๊ย ฮอร์โมนเหรอ คิ ๆ”


“จะแซวว่าฮอร์โมนฉันหมดไปนานแล้วละสิ” ผมหัวเราะไหล่สั่นเพราะนั่นคือสิ่งที่ผมอยากแซว ถึงเขาจะอ่านใจ อ่านความคิดผมไม่ได้ แต่เขาอ่านสีหน้าผมออกแหละ


“แต่คุณก็ยังฟิตปั๋งไง ไม่งั้นกำแพงไม่ทะลุขนาดนั้นหรอก เนอะ” ผมบีบของในมือสามสี่ที ถึงฮอร์โมนจะไม่ว้าวุ่นแล้ว แต่บอกได้เลยว่าเขายังคงสตรอง! ก็ขนาดผ่านมาหลายนาทีแล้วยังแข็ง (แรง) อยู่เลย


“นอนกันเถอะ พรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้า”


“ไม่อยากนอนเลย” ผมพูดเสียงอ้อนและลูบมือขึ้นลงตามความยาวของเจ้าสิ่งนั้น นิโคลัสอมยิ้มก่อนจะจับมือผมออกจากเจ้านั่นแล้วจับผมขึ้นไปนอนทับตัวเขา ผมซบหน้าลงกับเนื้ออกแน่น ๆ นิคหอมกลางกระหม่อมผมหลายทีติดกัน


“พรุ่งนี้ไปไหนเหรอ”


“ไปทักทายพวกราชวงศ์” ผมยกหน้าขึ้นมองเขา นิคพยักหน้ายืนยัน


“ทักทายเขาทำไมอะ” ใบหน้าของนิคนิ่งสงบจนใจผมกระตุกด้วยความรู้สึกหวิว ๆ วูบหนึ่ง


“เพราะพวกนั้นทักทายเรามาก่อน” ฟังไปฟังมาเริ่มเหมือนท้าทายมากกว่าทักทายแฮะ


“ตอนไหน” ผมขมวดคิ้วงง



“เป็นเด็กเป็นเล็ก รีบพักผ่อนสิ” เขาจับหัวผมให้นอนซบอกตามเดิม ผมเหวี่ยงแขนขวาออกไปด้านหลัง ยื่นมือไปจับความเป็นชายของเขาที่ยังแข็งปักมาจ่อที่ทางเข้าด้านหลังของตัวเอง นิคหัวเราะในลำคอและดึงแขนผมกลับมา จากนั้นเขาก็ใช้สองแขนรัดตัวผมไว้ไม่ให้ขยับเขยื้อนได้


“นอนให้สบายใจ ฉันจะปกป้องเธอทั้งยามตื่นและยามนอน”

   





เม้าท์เม้าท์เม้าท์กะขุ่นเจ้

ROARRR!!!

อันนี้เป็นอีกความก่งก๊งตอนเขียนตอนนี้ ช่วงที่เขียนข่าวโควิดว่ามาจากค้างคาวกำลังดัง ตอมก็แบบ... ขำกรุบ 555555

แต่พี่นิคไม่มีเชื้อโรคน้าาา พี่เขาปลอดภัย เป็นค้างคาวแข็งแรงงง ไม่แพร่เชื้อโรคให้ใคร และไม่ใช่สาเหตุของโคโรน่านา ฮ่าาา

ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่ตามอ่านเรื่องนี้อยู่และคอยส่งกำลังใจให้ตอมเห็นเสมอนะคะ เป็นกำลังใจที่ดีต่อคนเขียนในการเขียนมากจริง ๆ ขอบคุณนะคะ

เจอกันตอนหน้าจ้า

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0
Re: *∞.:ETERNITY:.∞* EP.14 : Big boy. [01/06/2020]
«ตอบ #99 เมื่อ01-06-2020 20:38:33 »

 :3123:
 o13

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: *∞.:ETERNITY:.∞* EP.14 : Big boy. [01/06/2020]
« ตอบ #99 เมื่อ: 01-06-2020 20:38:33 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ตัวยุ่ง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 74
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: *∞.:ETERNITY:.∞* EP.14 : Big boy. [01/06/2020]
«ตอบ #100 เมื่อ01-06-2020 20:48:41 »

คุณนิคอึดมากกกก ห่วงน้องแตมเลยค่ะ เจ้าหนูแตมนี่ก็ซนจัง ยั่วพี่เขาตลอดๆๆ

ปล. อยากเห็นรูปสัตว์ประหลาดทุกตัวในเรื่องที่ออกมาจังเลยค่ะ ทั้งพวกตัวร้ายทั้งหลาย แล้วก็คุณนิค big white bat พยายามจินตนาการตามแล้วจริงๆ แต่ถ้ามีภาพประกอบจะแจ่มมากเลยค่า แหะๆๆ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด