เดี๋ยวก็โต : ตอนพิเศษ คุณคนเก่า : 17/04/63
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: เดี๋ยวก็โต : ตอนพิเศษ คุณคนเก่า : 17/04/63  (อ่าน 18288 ครั้ง)

ออฟไลน์ PharS

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 686
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
อิงครัชก็คือคนเสียอาการ ดูออก

ออฟไลน์ kinsang

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 275
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +242/-5

ตอนที่ 9 เมื่อไรน้ำเต้าหูจะถุงละยี่สิบ


            หลังจากถูกอภิชาจู่โจมวันนั้นมือถือผมก็สั่นเช้ากลางวันเย็นหลังเวลาสามอาหาร รวมถึงการบอกราตรีสวัสดิ์ก่อนนอน การกระทำที่ว่ามาดูเหมือนจริงจัง แต่ผมก็ยังไม่เชื่ออยู่ดีว่าอภิชาจะชอบผมขนาดนั้นจริงๆ อาจจะเป็นพวกรักเร็วหน่ายเร็วก็ได้ใครจะรู้

            ผมเองก็อยากลองดู ว่าเด็กอายุสิบเจ็ดจะจริงจังได้สักแค่ไหน

            แต่จะว่าไปการมีอภิชาอยู่ข้างๆ มันก็มีข้อดี ที่ผ่านมาน้องคือยาสำหรับผม และยังคงเป็นอาหารตาที่แค่มองก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมา เป็นพลังแสนมหัศจรรย์ของเด็กหนุ่มเลยก็ว่าได้

           

            Ai : วันนี้ให้ผมไปรับมั้ย

 

            วันนี้เป็นวันศุกร์ วันรถติดแห่งชาติจนอยากซื้อหมอนกับผ้าห่มมานอนที่ทำงาน พอรู้ว่าจะมีคนมารับมันก็ดีใจ แต่ถ้าเป็นสกูปปี้ไอสีชมพูหวานแหววของอภิชาล่ะก็ขอบายดีกว่า อายุยังไม่ถึงสิบแปดมันก็ลำบากแบบนี้ ขับใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลยังไม่ได้เลย

 

            ing.ka.rach : พี่กลับเองดีกว่า

            Ai : งั้นวันนี้แวะมาร้านนะ

            ing.ka.rach : ก็แวะทุกวันนอกจากร้านปิด

            Ai : วันนี้ไปเดินเล่นในสวนกัน

            ing.ka.rach : ครับ พี่ทำงานก่อนนะ

 

            ผมคว่ำหน้ามือถือลงกับโต๊ะเพราะเห็นท่านหัวหน้าเดินมาหา ยิ้มหวานจนเห็นแก้มบุ๋ม ก่อนวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะที่คุณเขาเพิ่งไปชงมาแล้วหยิบมือถือขึ้นมาแทน

            "มีห้องมาแนะนำเป็นของเพื่อนผมเอง สนใจมั้ย"

            ผมหยิบมือถือของตัวเองที่คว่ำหน้าอยู่ขึ้นมาดูเมื่อมันสั่น รายละเอียดห้องที่ท่านหัวหน้าพูดถึงถูกส่งมาให้ อ่านมันในใจพร้อมกับเสียงคนข้างๆ ที่ช่วยอธิบายไปด้วย

            "ห้องใหญ่ ราคาไม่แพงมาก ติดรถไฟฟ้า หาของกินง่าย อิงน่าจะชอบนะ"

            "สนใจครับ"

            "ถ้างั้นพรุ่งนี้อิงว่างมั้ยจะนัดเข้าไปดูห้อง"

            "ว่าง"

            "เดี๋ยวผมเข้าไปรับ"

            "นัดเจอกันแถวๆ นี้ดีกว่าครับจะได้ไม่เสียเวลา"

            "งั้นเจอกันที่นี่สิบเอ็ดครึ่ง ไปกินข้าวก่อนแล้วค่อยไปดูห้อง โอเคมั้ย" จะนัดทำธุระอย่างเดียวเลยไม่ได้ มันต้องมีอะไรแอบแฝงตลอดสิน่าท่านหัวหน้า ปกติก็กินข้าวด้วยกันทุกวันไม่เบื่อหรือยังไง แต่ก็ตอบออกไปว่า...

            "ได้ครับ"

            "เดี๋ยวอิงต้องไปหาคุณสุรกิจใช่มั้ย"

            "ใช่"

            "โชคดี" อวยพรแล้วท่านหัวหน้าก็ถือแก้วกาแฟกลับโต๊ะตัวเองไป เห็นรอยบุ๋มที่แก้มแล้วก็ชักหมั่นไส้ ทำไมเป็นผมตลอดเลยที่ต้องคอยตามพวกผู้ใหญ่ ไม่ยุติธรรมที่สุด

           

            หลับจนเลยป้าย

            ผมเดินงัวเงียลงจากรถตู้ที่จอดป้ายสุดท้ายที่ตลาด หากวันนี้ผมต้องกลับบ้านเลยนั้นไม่นับว่านั่งเลย แต่เพราะมีนัดกับอภิชาเลยต้องเดินย้อนกลับขึ้นไปหา

            กำลังมึนๆ รวมถึงขี้เกียจพิมพ์ผมเลยกดโทรหาแทน ไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้อภิชาเพิ่งไลน์มาถามว่าถึงไหน สุดหล่อคงเล่นมือถืออยู่ถึงได้กดรับสายแทบจะทันที

            "อยู่ตลาด กำลังเดินไป" ผมชิงบอกก่อน ขณะที่กำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ เหมือนร่างกายยังไม่ตื่นดี รอก่อนนะอภิชาอีกเดี๋ยวคงถึง

            [ทำไมไปลงตลาด]

            "หลับเพลินไปหน่อย"

            [เหนื่อยเหรอ ไหวมั้ยครับ]

            อยากตอบกลับไปว่า ‘แค่ได้ยินเสียงเธอก็หายเหนื่อยแล้วครับ’ แต่ผมไม่อยากเต๊าะอภิชาเล่นๆ ให้น้องคิดว่าผมมีใจ ถึงแต่ก่อนจะชอบเต๊าะแค่ในใจก็ตามที

            "ยังงัวเงียนิดหน่อย เดินมาหน้าสวนเลยนะ"

            [ได้ครับ พี่เอาน้ำเต้าหู้มั้ย]

            "ไม่เอาๆ"

            [งั้นไปรอในคาเฟ่นมมั้ย ดูพี่ง่วงๆ น่าจะเดินเล่นไม่ไหวแล้วมั้ง]

            ดูถูกกันมากอภิชา มันก็แค่เดินเล่น เดินเฉยๆ เดินไปเรื่อยๆ ไม่มีทางที่ผมจะเดินไม่ไหว แต่ไหนๆ ก็เสนอมาแล้วงั้นยอมนั่งคาเฟ่ก็ได้

            "งั้นเข้าไปรอในคาเฟ่เลยนะ"

            [ครับผม]

            ครับพงครับผมอะไรล่ะ วางสายแม่งเลย

            หลังจากวางสายผมก็เดินมาถึงคาเฟ่นมพอดี ร้านนี้ตั้งอยู่ข้างสวนฝั่งตลาดเพิ่งเปิดได้ปีกว่า ลูกค้าเข้าออกเรื่อยๆ ซึ่งส่วนมากเป็นนักเรียนนักศึกษา ส่วนผมที่วันนี้ใส่เชิ้ตขาวสแลคดำพอดีก็เนียนๆ เป็นนักศึกษาไปก่อนแล้วกัน

            ยืมใบเมนูจากหน้าเคาน์เตอร์แล้วไปนั่งจองโต๊ะ เลือกของที่อยากกินได้อภิชาก็เข้ามาพอดี

            "พี่เอากล้วยปั่น ปังเนยนม คลุกฝุ่น แล้วก็ปังเย็นกรอบนะ เธอเอาอะไร"

            "กะจะกินเอาอิ่มเลยเหรอ"

            "เห็นมันน่ากิน ราคาไม่แพงด้วย"

            "งั้นเดี๋ยวผมไปสั่งให้" พูดจบอภิชาก็ยกใบเมนูไปสั่งของที่เคาน์เตอร์

            มื้อนี้ผมตั้งใจว่าจะเลี้ยง อภิชาสั่งแค่นมสดเพิ่มอีกแก้ว พยายามยัดเยียดเงินเต็มจำนวนที่สุดหล่อจ่ายไปก่อนแต่โดนปฏิเสธ แถมยังเปิดเครื่องคิดเลขหารให้ลงตัวแบบเป๊ะๆ อีกต่างหาก

            “คนละแปดสิบสามบาทครับ”

            “ก็บอกแล้วไงว่าพี่เลี้ยง”

            “ปกติคบใครผมหารตลอดครับไม่ต้องห่วง”

            “ก็เรายังไม่ได้คบ”

            “คนคุยก็นับครับ”

            “นี่เราเป็นคนคุยกันเหรอ” สารภาพตามตรงว่าสมัยผมไม่มีหรอกคนคุย ชอบกันก็คบจบๆ กันไป หรือเป็นที่ผมเองก็ไม่รู้ที่ไม่เคยมอบสถานะนี้ให้ใคร

            “ถ้าไม่ใช่คนคุย พี่อิงจะเรียกระหว่างเราว่าอะไรล่ะ”

            “พ่อค้ากับลูกค้า” นี่แหละสถานะที่ถูกต้อง

            “โอเคครับ เป็นพ่อค้ากับลูกค้าก็ได้ แต่ยังไงก็หารครึ่งเหมือนเดิม” ปากบอกยอมแพ้แต่ดันขำกับสถานะที่ผมบอกไป น่ามองจนต้องหันหน้าหนีเดี๋ยวสุดหล่อรู้ว่าแอบยิ้มตาม

            จบประเด็นหารค่าอาหารของที่สั่งไว้ก็ทยอยมาเสิร์ฟทีละอย่าง หน้าตาดี รสชาติอร่อย ราคาเป็นมิตร ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยคิดอยากจะเข้าคาเฟ่นี้เลย แต่หลังจากนี้อาจจะชวนเพื่อนชวนน้องแวะมากินบ่อยๆ ก็ได้

            "พรุ่งนี้พี่ว่างมั้ย จะชวนดูหนัง" อภิชาถามก่อนจิ้มขนมปังใส่ปาก

            "ไม่ว่างแล้ว มีนัด"

            คนถามทำหน้าเสียดายอย่างสุดซึ้ง แต่ก็แฝงไปด้วยแววตาอยากรู้ว่าเหตุใดผมถึงได้ไม่ว่าง

            ถ้าอภิชาถามผมก็พร้อมจะตอบ แต่สุดหล่อคงไม่อยากทำตัวเป็นคนจู้จี้ถามซักไซ้ถึงได้ยังเงียบอยู่ เป็นเด็กดีเหมือนกันนะเรา

            "แล้ววันอาทิตย์"

            "อยากนอน" ชีวิตคนทำงานย่อมต้องการวันหยุดเป็นธรรมดา

            "โธ่พี่ วันธรรมดาก็ไม่ค่อยได้เจอ พี่ไม่อยากเจอผมเหรอ"

            ถ้าตอบว่าอยากเจอแต่ขี้เกียจมากกว่าอภิชาจะดีใจมั้ย

            "ถ้าให้เลือกระหว่างนอนกับเธอพี่เลือกนอน"

            "โห พี่อิง"

            "งั้นก็ทำให้พี่อยากเจอมากกว่านี้สิ" บอกแล้วยกกล้วยปั่นขึ้นมาดูด เด็กมันร้ายแค่ไหน ผมก็ร้ายได้เหมือนกัน

            เห็นเพียงรอยยิ้มบางๆ ไร้ซึ่งคำพูด เรานั่งสบตากันคล้ายคนอยากประกาศสงครามมากกว่ามาเดทกันแบบหวานซึ้ง

ว่าแต่ตอนนี้ก็ไม่ได้เรียกว่าเดทซักหน่อย แค่การนัดเจอกันและพูดคุยระหว่างพ่อค้ากับลูกค้าร้านน้ำเต้าหู้เท่านั้น

            "พรุ่งนี้พี่กลับกี่โมง"

            "อาจจะเย็นๆ มั้ง"

            "จะเหนื่อยมั้ยถ้าดูหนังรอบเย็นต่อ ผมรอได้นะ อยากเจอ" แรงไม่หยุดแบบไม่มีอ้อมค้อม

            เห็นสายตาเหมือนหนูแฮมเตอร์แล้วใจอ่อน ไม่เหลือแล้วอภิชาคนขรึมที่ถามแค่คำว่า ‘เอา’ ตอนไปซื้อน้ำเต้าหู้แรกๆ เดี๋ยวนี้แสดงออกได้หลายสีหน้าเหลือเกิน และในเมื่ออ้อนกันขนาดนี้

            "ก็ได้”

            อภิชายิ้มกว้างให้อย่างไม่คิดจะปิดบังเมื่อได้คำตอบที่พอใจ ก้มลงดูดนมเย็นทั้งที่ยังไม่หุบยิ้มก็ได้แต่คิดว่าเออ... เด็กมันก็น่ารักดี น่ารักในอีกมุมที่ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยคิดจะมอง

            “ไอ่”

            “ครับ”

            “จากนี้พี่ว่าจะไปอยู่คอนโดนะ วันธรรมดาคงไม่ได้เจอกัน” พูดถึงเรื่องไม่มีเวลามาเจอกันแล้วผมก็อยากบอกอภิชาไว้หน่อย

            “คอนโดที่ไหน”

            “แถวที่ทำงาน ธุระพรุ่งนี้ก็คือไปดูห้องนี่แหละ เทียวไปเทียวมาไกลๆ มันเหนื่อย วันนั้นก็เมารถแบบจะตาย”

            “พอวันธรรมดาไม่ได้เจอ เสาร์อาทิตย์พี่ก็จะนอนอีกใช่มั้ย” โดนดักเพราะอภิชารู้ทัน ผมไม่ได้คิดจะหลบหน้าแล้วนะ อยากจีบก็ปล่อยให้จีบ แต่ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับความสบายใจของทั้งสองฝ่าย ในเมื่อผมยังรักการพักผ่อนในวันหยุด อภิชาก็ต้องทำให้ผมอยากใช้เวลาในวันหยุดกับตัวเองให้ได้แค่นั้นเอง

            “แต่ถ้าเธอเหนื่อยก็...”

            “ยังไม่ได้พูดเลยครับว่าเหนื่อย พี่ก็ใช้ชีวิตของพี่ไปปกตินั่นแหละ เดี๋ยวผมหาจังหวะยัดตัวเองลงไปในชีวิตของพี่เอง โอเคนะครับ”

            พยักหน้ารับแล้วตอบ ‘โอเคครับ’ อยู่ในใจ พูดได้ดีมากอภิชา ทำเอาผมภูมิใจเหมือนเลี้ยงมากับมือ

            “แล้วพี่ไปดูห้องกับใครอ่ะ ให้ผมไปเป็นเพื่อนมั้ย”

            “ไปกับเพื่อนที่ทำงาน เป็นห้องของเพื่อนของเพื่อนอีกที”

            “อ๋อ”

            เห็นอภิชายิ้มอย่างเข้าใจแล้วผมชักอยากจะแกล้ง อยากรู้นักว่าเด็กอายุสิบเจ็ดจะเข้าใจบางมุมในโลกของผู้ใหญ่ได้มากแค่ไหน ที่ว่าใจกว้าง จะกว้างได้ซักแค่ไหนกันเชียว เพราะในเมื่อคนมันรู้สึกจะให้ทำเป็นเฉยคงไม่ได้

"จำเรื่องคู่นอนที่พี่เคยบอกได้มั้ย"

รอยยิ้มบางๆ ที่ริมฝีปากค่อยๆ จางลง อภิชาพยักหน้ารับ อยู่ๆ ก็ทำหน้านิ่งเหมือนคนไม่สบอารมณ์ขึ้นมา

"พี่ไปกับเขานั่นแหละ"

"แค่ดูห้อง?"

"ใช่"

"ผมถามได้มั้ย พวกพี่เจอกันบ่อยแค่ไหนเหรอ"

"หมายถึงเจอยังไง" ยิ่งเห็นอภิชาทำสีหน้าไม่ชอบใจยิ่งอยากแกล้ง ร้ายใช่เล่นนะตัวผมทำเด็กหึงได้

"ทุกเจอนั่นแหละครับ"

"ทุกวันที่ไปทำงาน เพราะเขาเป็นหัวหน้าพี่"

ได้ฟังคำตอบจากผมอภิชาก็ทำหน้าเครียดเหมือนโลกกำลังจะแตก ผมว่าน้องต้องคิดอะไรแปลกๆ อยู่แน่ๆ เพราะความสัมพันธ์ระหว่างหัวหน้ากับลูกน้องที่มันเกินเลยไปไกลของผมกับคุณภาม ผมรู้ว่ามันไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ดีจากมุมมองในสังคม และรู้ว่าไม่ควรเอามาพูดให้เด็กฟัง

"หัวหน้าเหรอครับ" อภิชาถามย้ำเหมือนต้องการยืนยันให้แน่ใจ

"ใช่ แต่ถึงจะเป็นหัวหน้าก็รุ่นเดียวกันนี่แหละ"

"รุ่นเดียวกัน" จากสีหน้าเครียดๆ ก็เปลี่ยนมาเป็นสงสัย แต่คิ้วยังไม่หายขมวด

"ใช่"

"พูดซะผมนึกว่าพี่มีเสี่ยเลี้ยง" จินตนาการล้ำเลิศจริงๆ อภิชา

"แล้วถ้าเกิดมีจริงๆ"

"ผมจะเอาเงินจากไหนไปสู้ล่ะ"

มองคนตรงหน้าแล้วก็หลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูอย่างอดไม่ได้ มันแปลกนะ แม้ความสัมพันธ์ของเราจะดูก้าวหน้าผมก็ยังว่ามันแปลก กับคนธรรมดาๆ อย่างผม ทำไมถึงทำให้อภิชาชอบได้ขนาดนี้

"พี่ไปกับเขาแค่สองคนจริงๆ เหรอ"

"ทำไม"

"ดูห้องเสร็จแล้วจะไม่ไปต่อที่ไหนกันใช่มั้ย" ถามด้วยหน้าซื่อๆ จนผมหลุดยิ้มออกมาอีกครั้ง

"พี่นัดกับเธอไว้แล้วไง จะให้ไปไหนล่ะ" เพียงคำตอบแค่นี้อภิขาก็ยิ้มกว้าง ไอ้เด็กเอ๊ย

"พี่อิง"

"หืม"

"ถ้าผมขออะไรบางอย่างมันจะดูมากเกินไปมั้ย"

"ลองพูดมาก่อน"

"ถ้าผมขอให้พี่เลิกนอนกับเขาจะได้มั้ยครับ"

แววตาคู่นั้นจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เป็นคำขอที่ยากและไม่มีเหตุผลที่ต้องทำตาม ผมยังไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ เพียงสบตาคนตรงหน้านิ่งๆ เพื่อรอฟังต่อ

"รู้ว่าผมยังไม่มีสิทธิ์ แต่ก็อยากจะขอ"

“ไหนก่อนหน้านี้บอกไม่คิดอะไร” ดูใจกว้างจนผมเองยังนึกแปลกใจ

“ตอนนี้หวงแล้วครับ”

"แห้งเหี่ยวตายกันพอดี" นี่คือหนึ่งเหตุผลหลักที่ผมไม่อยากรับปาก

"งั้นก็เปลี่ยนเป็นผมแทน" คิดไปไกลมากอภิชา นายเด็กอายุสิบเจ็ดแต่สูงเกือบร้อยแปดสิบ นายคิดไปถึงขั้นนั้นได้ยังไง

"ยังไม่อยากติดคุก"

"เวอร์ไปแล้วครับ ใครจะมาจับพี่"

"ยี่สิบเมื่อไรค่อยมาคุยเรื่องนี้กัน"

ไม่มีคำตอบเป็นคำพูด มีเพียงสายตามุ่งมั่นที่ทำให้ผมเริ่มหวั่นใจ นี่อภิชาเอาจริงเหรอ จะรอให้ตัวเองอายุครบยี่สิบตามที่ผมบอกก่อนจริงๆ เหรอถึงจะคิดเรื่องอย่างว่า แบบนี่ถ้าตกลงเป็นแฟนกันผมจะไม่เฉาตายเลยหรือไง

"เปลี่ยนเรื่องเถอะ" ก่อนหัวข้อสนทนาจะเลยอายุของอภิชาไปมากกว่านี้ผมต้องรีบเบรก

ทำไมเด็กต้องบรรลุนิติภาวะตอนอายุยี่สิบด้วย มันช้าไป!

งั้นขอขยับมาเป็นสิบแปดแล้วกัน อีกสามเดือนค่อยมาคุยเรื่องอย่างว่ากันนะอภิชา
 

tbc.


แห้งเหี่ยวกันพอดีเน้อ
ช่วงนี้เราค่อนข้างยุ่ง อาจจะมาช้าหน่อยนะคะ
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน เจอกันตอนหน้าค่า


ออฟไลน์ tasteurr

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 610
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
เข้าใจอิงครัชเลยขนาดเราเป็นแค่คนอ่านยังรู้สึกกระชุ่มกระชวยหัวใจ :impress2:

 :pig4:

ออฟไลน์ แก่ เหี่ยว เคี้ยวยาก

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 155
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3412
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

18 ก็พอแล้วพี่อิง 

แถวต่างจังหวัด 14-15 ก็.....กันแล้ว  ไม่เห็นมีใครถูกจับฐานพรากผู้เยาว์เลย  อิอิ

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5238
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19
 :katai2-1:



ก็ไม่มีใครเห็นนิ ใช่ม๊าาาาาาาา ??

ออฟไลน์ kosmos

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 262
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
น้องหู้ววววค่อยๆเป็น ค่อยๆไปนะ

ออฟไลน์ PharS

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 686
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
 :pig4: อภิชามันร้ายนะคะคุณพี่

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7526
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
พี่อิงจะเป็นอมตะ วะฮ่าฮ่า

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3365
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1975
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
ตอน20ซะดีมั้ง ชอบแกล้งเด็ก

ออฟไลน์ anntonies

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 923
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
น้องอุตส่าห์ขอก็ให้น้องหน่อยน้าอิงครัชชช

ออฟไลน์ songte

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1550
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1
แอบร้ายกันทั้งคู่ละนะ

ออฟไลน์ TheDoungJan

  • ขอบคุณนักเขียนที่คนที่สร้างทุกตัวละครขึ้นมานะคะ(♡˙︶˙♡)
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 736
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
เด็กมันร้ายนะคะหัวหน้า

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7705
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-8

ออฟไลน์ Rumraisin

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 698
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
ก็เด็กเค้าชอบจริงจีบจริงพี่อิงต้องเข้าใจเด็กหน่อยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ  :กอด1: :pig4:

ออฟไลน์ kinsang

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 275
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +242/-5
ตอนที่ 10 สกูปี้ไอก็ได้


                ผมกับคุณภามนัดเจอกันที่บริษัทตอนสิบเอ็ดโมงครึ่ง หิ้วท้องแสนหิวโหยให้คุณเขาพาไปกินมื้อเที่ยงก่อนเข้าไปดูห้องตามที่นัดไว้

                ร้านอาหารที่คุณภามพามาอยู่ไม่ไกลจากคอนโดนัก คุณเขาบอกมาแบบนี้ เป็นร้านสเต็กอยู่ติดถนนใหญ่ แต่ละเมนูหน้าตาน่ากินในราคาที่พอจับต้องได้ แถมมีมุมให้ถ่ายรูปไว้โพสต์ลงโซเชียล เลยถ่ายบรรยากาศร้านลงไอจีสตอรี่ไปหนึ่งรูป แอบถ่ายให้ติดคุณภามมาด้วยนิดหน่อยพร้อมเช็คอิน ให้ลุงปันได้ติดตามสถานการณ์ว่าตอนนี้เพื่อนกำลังทำอะไรอยู่

 

                Ai : ไปดูห้องเป็นไงบ้างครับ

 

                หยิบมือถือที่คว่ำหน้าไว้ขึ้นมาดูเมื่อมันสั่น ใจคิดว่าต้องเป็นลุงปันแน่ๆ ที่ทักมาแต่กลับไม่ใช่

                ผมคว่ำมือถือลงเหมือนเดิมเมื่อเงยขึ้นสบตาคุณภามที่กำลังส่งยิ้มมาให้ เอาไว้จะตอบกลับตอนรู้คำตอบของคำถามแล้วกันนะอภิชา

                "อร่อยมั้ย" เป็นคำถามที่ชวนให้ขมวดคิ้ว แต่คุณกลับยังยิ้มแบบไม่รู้สึกรู้สา

                "ตลกเหรอครับ ทำตัวเหมือนไม่มีเรื่องจะคุย"

                คนตรงหน้าผมยิ้มกว้างกว่าเดิม เผยให้เห็นลักยิ้มอันพราวเสน่ห์ที่ใครต่อใครต่างหลงใหล แต่เล่นมุกแบบนี้ตอนอาหารยังไม่มาเสิร์ฟเนี่ยผมว่าคุณภามคงต้องการเวลาพักผ่อนแน่ๆ ไปพักนะครับไปพัก

                "ก็เห็นอิงทำหน้านิ่งๆ แค่อยากให้ยิ้ม"

                "แต่พอคุณภามถามปุ๊บเครียดเลยนะ"

                "โอเคครับ ไว้จะไปฝึกมาใหม่"

                กำลังจะขัดว่าไม่ต้องลำบากก็ได้แต่อาหารที่สั่งไว้มาเสิร์ฟพอดี ความสนใจของผมเลยพุ่งไปที่สิ่งนั้นแทน ริบอายสเต็กกับผักโขมอบชีส น่ากินจนอยากถ่ายรูปไปอวดลุงปัน

                หยิบมือถือขึ้นมาแจ้งเตือนจากอภิชายังค้างบนหน้าจอ ผมเข้าไอจี กดเพิ่มสตอรี่ หามุมสวยๆ แล้วกดถ่าย แต่มักมีหลายครั้งที่เราย่อมไม่พอใจในครั้งแรก เลยต้องกดเซฟรูปไว้ก่อนเพื่อถ่ายใหม่อีกครั้ง แต่อยู่ๆ หน้าจอมันก็เปลี่ยนเข้าไลน์เสียอย่างนั้น

                ไอ้บ้าเอ๊ย อภิชาทักมาทำไมตอนนี้!

               

                Ai : แวะมาบอกว่าตอนเย็นมากินข้าวกับผมนะ แล้วค่อยดูหนัง

 

                อภิชาต้องเห็นว่ามันขึ้นว่าอ่านแล้วแน่ๆ แต่ผมไม่ได้ตั้งใจไง มันเป็นอุบัติเหตุ ไม่ใช่ว่าไม่อยากตอบนะ แค่ยังไม่ถึงเวลาเฉยๆ มาใส่ใจกับการแชตตอนนี้เดี๋ยวคุณภามก็ทำตัววุ่นวายอีก

                "กินได้แล้วมัวแต่เล่น" นี่ไง คิดยังไม่ทันขาดคำ

                "ครับๆ รู้แล้ว" ผมกดส่งสติ๊กเกอร์กลับไปให้อภิชาแล้วคว่ำมือถือลงบนโต๊ะ ความอยากที่จะถ่ายรูปลงสตอรี่อวดลุงปันก็หมดลงไปด้วย

                มื้ออาหารของเราเป็นไปอย่างเรียบง่ายเช่นทุกครั้ง เราคุยกันเรื่องห้องที่จะไปดูเป็นส่วนใหญ่ ก่อนคุณภามจะลากยาวไปถึงประวัติของเพื่อนผู้เป็นเจ้าของ เห็นว่าเป็นห้องที่ครอบครัวซื้อไว้ให้หลังเรียนจบเพราะอยู่ใกล้ที่ทำงาน แต่สุดท้ายก็เลือกไปเรียนต่อหลังจากทำงานได้สองปีเลยปล่อยว่างไว้

                "ส่วนตอนนี้มันทำงานอยู่สถานทูตไทยที่สิงคโปร์นานๆ จะกลับมาที"

                "แล้วตอนนี้เขาอยู่ไทยเหรอ"

                "เปล่าหรอก มันฝากน้องมันไว้"

                ได้แต่พยักหน้ารับอย่างหมดคำถาม ความจริงจะบอกว่าผมเป็นพวกเฉยชานิดๆ ก็ได้ เป็นคนประเภทห่อเหี่ยวที่นานๆ ครั้งจะมีแรงฮึกอยากทำอะไรสักอย่างขึ้นมาสักที แต่ถ้าหากหมดความสนใจกับอะไรบางอย่างแล้วล่ะก็ ผมจะเฉยชากับมันยิ่งกว่าเดิมหลายล้านเท่า

                สิ้นสุดมื้อเที่ยงเราก็มุ่งหน้าไปหาน้องของเพื่อนของคุณภามที่รออยู่ เธอเป็นผู้หญิงตัวเล็กหน้าตาน่ารัก เห็นว่าเพิ่งเรียนจบเมื่อปีที่แล้ว ได้ทำงานใกล้บ้านเลยไม่ต้องพึ่งคอนโด แต่ก็ได้ข่าวว่ามีคอนโดของตัวเองอยู่อีกที่เหมือนกัน ทำเอาผมรู้สึกอิจฉาครอบครัวนี้ขึ้นมานิดๆ

                ห้องที่ผมจะเช่านั้นอยู่ชั้นแปด กว้างขวางโอ่อ่าดูดีกว่าในรูป เฟอร์นิเจอร์ครบพร้อมอยู่ มีห้องนอนแยกหนึ่งห้อง ระเบียงกว้างเห็นวิวเมือง แถมยังใกล้รถไฟฟ้าของกินรายล้อม โดยรวมแล้วคือดีผมชอบ

                ตกลงเช่าครับ!

                กว่าจะพูดคุยรายละเอียด ทำสัญญาต่างๆ นัดวันย้ายเข้าอยู่เรียบร้อยก็ปาเข้าไปเกือบสี่โมงเย็น ผมเหลือเวลาเดินทางอีกสองชั่วโมงเพื่อไปในทันนัดของอภิชาตอนหกโมง

                "ไปกินข้าวเย็นกันมั้ย" แยกกับน้องสาวของเพื่อนปุ๊บคุณภามก็ถามทันที

                "มีนัดแล้ว"

                "กับปันเหรอ"

                ในวงจรชีวิตผมมีคนสำคัญอยู่ไม่กี่คน หรือเรียกง่ายๆ ว่าเพื่อนน้อยก็ได้ ไม่สิ เพราะตอนนี้เหลือเพื่อนสนิทอยู่คนเดียวงั้นก็เรียกว่าเหลือเพื่อนอยู่คนเดียวไปเลยดีกว่า เพราะฉะนั้นเวลาพูดถึงนัดกับใครสักคน ชื่อลุงปันจะถูกเอ่ยถึงเสมอ แม้นัดครั้งนี้จะไม่ใช่ลุงปันก็ตามแต่ผมก็จะเออออไปก่อน

                "ครับ"

                "ดูหนังกันอีกเหรอ"

                "ครับ"

                "ที่เดิมเหรอ"

                "ครับ"

                "ผมอยากไปเดินเล่นหาซื้อของพอดี งั้นเดี๋ยวไปส่งแล้วกัน" เอาอีกแล้วคุณภามจอมตื๊อ

                "ซื้อแถวๆ นี้ไม่ใกล้กว่าเหรอ"

                "ไปอยากส่ง โอเคนะ"

                ตามตรงเลยนะ ถ้าผมชอบคุณภามในเชิงชู้สาวสักนิดคงเขินตัวม้วนไปแล้วกับประโยคเมื่อกี้ แต่เพราะไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนั้นเลยมีแต่ความหนักใจ จะปฏิเสธยังไงในเมื่ออีกฝ่ายเสนอตัวมาขนาดนี้แล้ว กับคนที่ต้องทำงานด้วยกันทุกวันแถมยังมีความสัมพันธ์ที่เอื้อประโยชน์ต่อกันแบบนี้มันก็พูดยาก

                "แค่ไปส่งนะครับ ถึงแล้วแยกย้าย"

                "ขอไปทักทายปันสักหน่อย"

                "งั้นไม่ต้องไปแล้วครับ"

                หรี่ตามองผมอีก เหตุผลที่ผมไม่อยากบอกว่านัดกับใครเพราะความสัมพันธ์ที่ยังไม่แน่ชัดของผมกับอภิชา ถ้าคุณภามรู้ต้องคัดค้านหัวชนฝาและเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตผมมากกว่าเดิมแน่นอน แต่จริงๆ ผมบอกว่านัดกับน้องชายที่รู้จักก็ได้นี่หว่า ทำไมตอนแรกคิดไม่ได้ โง่จริง

                "จริงๆ ไม่ได้นัดกับปันคนเดียวครับ มีน้องที่รู้จักด้วยอีกคน"

                "อ๋อ ไม่เป็นไรผมไม่ซีเรียส ทำความรู้จักกันไว้ก็ดี" บอกแล้วยิ้มกว้าง

                บอกเลยว่าผมไปต่อไม่ถูก จะปฏิเสธออกไปตรงๆ ก็กลัวอีกฝ่ายเสียน้ำใจ ที่ผ่านมาคุณภามดีกับผมเสมอดีกับผมทุกอย่าง แต่ผมไม่อยากรับน้ำใจที่แฝงความต้องการบางอย่างเอาไว้อีกแล้ว

                “ผมไปเองได้ครับ ถ้าแค่จะไปส่งมันเสียเวลาคุณภามเปล่าๆ”

                “ยังไม่ได้บอกเลยว่าเสียเวลา”

                “คุณดื้อแบบนี้ผมก็ลำบากใจนะ”

                “ก็แค่ยอมให้ผมไปส่งเอง”

                “ไม่เป็นไรจริงๆ ครับ”

"แค่อยากอยู่ด้วยกันอีกนิดก็ไม่ได้เหรอ หรืออิงรำคาญผม"

                "ครับ?" หัวคิ้วผมขมวดเข้าหากันแล้วเอียงคอถามกลับแบบอัตโนมัติ อยู่ๆ ทำไมคุณภามถึงถามแบบนี้ ปกติก็ตื๊อหนักจนผมเผลอหน้างอใส่บ่อยๆ แต่ก็ไม่เคยถูกถามอะไรทำนองนี้เลยสักครั้ง

                "รำคาญผมหรือเปล่า"

                "เปล่า"

                "ผมวุ่นวายมากไปใช่มั้ย"

                "คุณภาม ผมแค่เกรงใจ"

                อยู่ๆ ก็เดดแอร์ขึ้นมาเสียอย่างนั้น ไม่บ่อยที่ผมจะเจอคุณภามโหมดนี้ ต่อให้คิดจริงจังกับความสัมพันธ์มากแค่ไหนก็มักจะถูกพูดใส่ด้วยถ้อยคำที่เหมือนหยอกล้อเล่นกันตลอด ที่ผ่านจึงไม่มีคำว่าจริงจังบัญญัติอยู่ในเรื่องราวระหว่างเรา ถึงแม้ว่ามันอาจจะเป็นความคิดของผมฝ่ายเดียวก็ตาม

                ไม่เคยจริงจังกับความสัมพันธ์อยู่ฝ่ายเดียว

                "เราคุยกันหลายครั้งแล้วนะครับ ผมให้ได้แค่นี้ คุณเองก็ตกลงแล้ว"

                คุณภามไม่พูดอะไร เพียงมองผมด้วยสายตาเหนื่อยล้าเหมือนอย่างทุกครั้ง

                "งั้นหยุดมั้ยครับ ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าสุดท้ายผลเป็นยังไง มัวแต่ไล่ตามอยู่แบบนี้จะเหนื่อยฟรีเปล่าๆ อย่าเสียเวลากับคนอย่างผมอีกเลยครับ”

                “ทำยังไงก็ไม่ใจอ่อนสินะ” เสียงถอนหายใจเบาๆ ดังให้ได้ยิน คุณภามก้มหน้าสักพักก่อนจะยิ้มให้กัน แต่เป็นรอยยิ้มที่ต่างออกไปจากทุกครั้ง

                เป็นรอยยิ้มที่บอกว่า... ยอมแพ้แล้ว

               

 

                ing.ka.rach : ดูห้องเสร็จแล้ว ห้องสวยโอเคเลยตกลงเช่าเรียบร้อย

                ing.ka.rach : ตอนนี้กำลังไปนะ อีกประมาณสี่สิบนาทีน่าจะถึง

 

                หลังจากรถตู้ขับออกจากวินได้สักพักผมก็ไลน์บอกอภิชา มันขึ้นว่าถูกอ่านแล้วทันที สุดหล่อต้องรอผมอยู่แน่ๆ

 

                Ai : เดี๋ยวผมออกเลย

                ing.ka.rach : ไม่ต้องรีบมาเดี๋ยวก็รอนาน ใกล้ๆ เดี๋ยวพี่บอก

                Ai : ไม่เป็นไรครับ

 

                ทำไมดื้อจังเลยล่ะอภิชา

 

                ing.ka.rach : งั้นไปรอหน้าโรงหนังเลยนะ

                Ai : ได้ครับ

                ing.ka.rach : ขับมอไซค์มาใช่มั้ย

                Ai : ใช่ครับ

                ing.ka.rach : ระวังด้วยนะ

                Ai : ครับผม

 

                ครับผมอีก อยากซื้อไปเก็บใส่ลิ้นชักไว้จริงๆ คำนี้ แค่ครับอย่างเดียวก็เกินพอแล้ว

                คุยกันเพียงเท่านี้ผมก็เก็บมือถือก่อนจะเมารถแล้วทำนัดล่ม หยิบหูฟังขึ้นมาเสียบฟังเพลง ความรู้สึกหน่วงๆ ที่ใจยังคงอยู่ นึกไม่ออกเลยว่าหลังจากนี้ระหว่างผมกับคุณภามจะเป็นยังไง กลัวว่าสิ่งที่ผมกลัวที่สุดกำลังจะเกิดขึ้น ถ้าเราอึดอัดใส่กัน ผมคงทนทำงานต่ออย่างสบายใจไม่ได้แน่         

 

                เดินเข้ามาในโซนโรงหนังก็เจออภิชานั่งก้มหน้ากดมือถือรอที่โซฟา ปกติผมเคยเห็นแค่ตอนน้องใส่ชุดนักเรียนหรือไม่ก็เสื้อยืดกางเกงขาสั้นธรรมดา แต่วันนี้แต่งดำทั้งชุด ยิ่งช่วยขับความขาวของสีผิวให้น่ามอง จนผมต้องหยุดมองอยู่ห่างๆ แล้วนึกชมอยู่ในใจว่าเด็กคนนี้เป็นใครทำไมหล่อขนาดนี้

                อ้อ ที่แท้ก็น้องน้ำเต้าหู้สุดหล่อของผมนี่เอง

                หลังจากได้เชยชมอาหารตาจนพอใจผมก็เดินต่อ ยังไม่ทันเดินถึงตัวอภิชาก็เงยขึ้นมองพร้อมรอยยิ้มที่อยากจะพุ่งตัวเอามือไปปิดปาก ไอ้รอยยิ้มน้อยๆ กับตาที่โค้งเป็นสระอินิดๆ แบบนี้ มันโคตรอันตราย

                "ไปซื้อตั๋วกัน" ผมกวักมือเรียกแต่อภิชาดันยกมือมาจับ ตกใจนิดหน่อยเกือบสะบัดมือออกอย่างคนหวงตัว แต่พอลุกขึ้นยืนได้สุดหล่อก็ปล่อยมือออก

                "ไปกันครับ"

                เธอจะจีบพี่แบบไม่ยอมจับมือในที่สาธารณะเหรอ โอเค้

 

                การนัดเจอกันของเราครั้งนี้เป็นไปตามรูปแบบสากลอย่างการกินข้าวดูหนัง ซื้อตั๋วเสร็จแล้วก็เดินลงชั้นใต้ดินของห้าง วนอยู่หนึ่งรอบก่อนตัดสินใจกินบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างราคาสบายกระเป๋า

                เด็กวัยกำลังโตน่ะกินเก่ง ผมนั่งมองอภิชาคีบอันนั้นย่างอันนี้ มองตามแขนสุขภาพดีที่ขยับไปมาเหมือนตอนตักน้ำเต้าหู้ใส่ถุงแล้วมันเพลินตาอย่างบอกไม่ถูก ก่อนหมูชิ้นนึงจะถูกคีบมาไว้ในจานผมเรียกให้หลุดออกวงภวังค์

                "นั่งเหม่ออะไรครับ" พอไล่สายตาขึ้นไปมองหน้าคนพูดก็เจอรอยยิ้มน่ารักๆ ส่งกลับมาให้

                "เปล่า"

                "หรืออิ่มแล้ว"

                "เปล่าอ่ะ มองแขนเธออยู่"

                "แขนผมเนี่ยนะ"

                อภิชาทำหน้างง ส่วนผมก็พยักหน้ารับแบบมึนๆ ไม่บอกเขาทำไมวะนั่น

                "แขนผมมันมีอะไรเหรอ" แล้วสุดหล่อก็พลิกแขนตัวเองดูยกใหญ่

                "แขนดี หมายถึงแขนสุขภาพดีเฉยๆ"

                "อ๋อ อิจฉาเพราะแขนตัวเองลีบอ่ะดิ"

                โอ้โห้อภิชา พูดแบบนี้เดี๋ยวตีปากเลย แขนใครลีบ แขนผมน่ะออกจะนุ่มนิ่มสัดส่วนสมวัยชายวัยยี่สิบเจ็ด แค่ขี้เกียจออกกำลังกายไปหน่อยเลยไม่ค่อยมีกล้ามเนื้อแค่นั้นเอง

                "ขอโทษครับ" แต่ผมยังไม่ทันได้ว่าอะไรสุดหล่อก็ขอโทษออกมาก่อน

                "กลัวพี่โกรธหรือไง"

                "กลัวครับ" แล้วก็สารภาพออกมาด้วยหน้าซื่อๆ ที่ผมคิดว่าซื่อไม่จริง เพราะเธอมันร้ายอภิชา

                "ถ้าเป็นเด็กไม่ดีจะโดน"

                "โดนอะไรครับ" ส่งให้แต่ไม่ต้องตบกลับมาได้ ให้หัวมีแต่มุกสิบแปดบวก แต่อายุเธอยังไม่ถึงไงอภิชา

                "โดนหยิก"

                "น่ารัก" พูดแล้วหัวเราะ เดี๋ยวจะมีเด็กได้โดนหยิกจริงๆ ล่ะผมว่า

                โมโหเพราะเอาชนะอภิชาไม่ได้เลยไปลงกับหมูสามชั้นแทน จะว่าไปการมาร้านปิ้งย่างก็ทำให้ผมค้นพบความสามารถพิเศษของอภิชาอีกอย่าง เพราะนอกจากจะตักน้ำเต้าหู้เก่งแล้ว สุดหล่อยังย่างเนื้อเก่งอีกต่างหาก โตไปน้องต้องเป็นพ่อบ้านที่ดีได้แน่ๆ

 

                ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อนตอนผมดูหนังครั้งแรกกับแฟนคนล่าสุดมันจะมีความรู้สึกเกร็งๆ ขัดเขินกันอยู่นิดหน่อย ต่างกับอภิชาที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูลื่นไหลไปหมด อารมณ์เหมือนพาลูกหลานมาดูหนังก็เลยไม่รู้ว่าจะเขินทำไม

ว่าแต่... แล้วทำไมเธอต้องมาจับมือพี่ด้วยล่ะอภิชา!

                ใจผมกระตุกวูบตอนมือถูกคว้าไปกุมไว้หลังจากเรานั่งประจำที่ พอเหล่มองอภิชาก็สบตากลับ เราไม่ได้ยิ้มให้กันหรือแสดงสีหน้าอะไรมากนัก คล้ายกำลังลองใจกันว่าจะทำยังไงต่อกับสถานการณ์ตอนนี้ ผมจะดึงมือออกมั้ย แล้วอภิชาจะรั้งมือผมไว้หรือเปล่า

                สุดท้ายผมเลือกที่จะลองกระตุกมือเบาๆ แล้วอภิชาก็ยอมปล่อยมันออกอย่างง่ายดาย

                "ยอมง่ายจัง"

                "อะไรนะครับ" เสียงกระซิบถามเบาๆ ดังขึ้นข้างหูจนเผลอผงะหนีออกห่าง อภิชาเอนตัวมาหา ถ้าพลาดขึ้นมาเมื่อกี้จมูกจิ้มแก้มผมได้เลยนะ

                "เปล่า อย่าชวนคุยดิ"

                อภิชาไม่พูดอะไรก่อนกลับไปนั่งตัวตรงเหมือนเดิม เป็นเด็กดีจริงๆ

                ผมเป็นคนไม่ชอบคุยในโรงหนัง แทบจะปิดปากเงียบตลอดสองชั่วโมงที่หนังฉาย เพราะกลัวว่ามันจะรบกวนคนอื่น แต่ถ้าแค่จับมือมันก็ไม่ใช่เรื่องที่รบกวนใคร

                คิดได้ก็ยื่นมือไปให้คนข้างๆ มันตรงๆ นั่นแหละ อ่อยแบบไม่เนียน เพราะขี้เกียจคีพลุคนิ่งขรึมแล้ว

                อภิชาหันมามองก่อนจะอมยิ้ม ส่วนผมน่ะเหรอ เกร็งจนเหน็บแทบกินเพราะกลัวโดนเมิน ถ้าอ่อยขนาดนี้แล้วยังไม่ยอมทำอะไรนะ ผมจะเลิกคุย ไม่กินมันแล้วน้ำเต้าหู้

                แต่ปล่อยให้รอไม่นานนักหรอกมือผมถูกประสานวางไว้บนขาเจ้าเด็กตัวสูง เรานั่งดูหนังกันไปเงียบๆ โดยไม่มีใครพูดอะไร เป็นอีกหนึ่งความรู้สึกที่ชวนให้ใจเต้นที่ผมไม่ได้รู้สึกมานาน

 

                หนังจบก็ได้เวลากลับ เจอกันอีกครั้งกับน้องสกูปี้ไอสีชมพูหวานแหวว บอกตามตรงว่าผมไม่อยากลับด้วยเลย ใจน่ะยืนรอรถตู้อยู่หน้าห้างแล้ว แต่เพราะมีเด็กดื้อไม่ยอมปล่อยมือ เลยปล่อยให้น้องพามาจนถึงลานจอดรถ

                หมวกกันน็อกถูกยื่นให้ ผมรับมาด้วยหน้าแหยๆ ถือมันไว้ไม่ยอมใส่ซักทีอภิชาเลยจัดการใส่ให้เสร็จสรรพ นี่ไม่ได้อ่อยนะ แค่ไม่อยากซ้อนมอเตอร์ไซค์เฉยๆ

                "ขอโทษนะครับที่มีแค่มอไซค์ แต่อยากให้กลับด้วยกัน"

                "อือ" ก็อยากกลับด้วย แต่ไม่อยากกลับมอไซค์

                "อือนี่คือไม่โอเคใช่มั้ย"

                "ก็..."

                "งั้นผมจอดรถทิ้งไว้นี่ก็ได้แล้วเรานั่งรถตู้กลับกัน"

                "เธอขับมอไซค์กลับก็ได้ เดี๋ยวพี่กลับรถตู้”

                “ยุ่งยากไปนะ”

                “ที่บอกจะจอดรถทิ้งไว้ที่นี่ก็ยุ่งยากเหมือนกัน”

                มีเด็กเถียงไม่ออกหนึ่งอัตรา ยกนี้ผมชนะ

                "แต่ใกล้ๆ แค่นี้เองครับ แค่สามไฟแดงก็ถึงแล้ว ผมจะขับระวังๆ สัญญา อนุญาตให้กอดเอวแน่นๆ เลย"

                ไม่ต้องมาหลอกล่อ ไม่ต้องมาทำหน้าอ้อนเลยอภิชา เพราะใจพี่น่ะมันก็ไม่ได้แข็งเท่าไรหรอกนะ

                "นะครับ"

                โอยยยยยยย

                "อื้ออ”

                ก็ได้ กลับสกูปี้ไอก็ได้!

 

tbc.


ปั่นเสร็จค่ะเลยแวะมาอัพ ตอนนี้หมดสต็อกแล้ววววว
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน แล้วเจอกันตอนหน้าค่า

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-02-2020 00:02:49 โดย kinsang »

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3412
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

อิง.....แกจะยั่วยวนน้องไอ่แบบนี้ไม่ได้นะ

ถ้าแกไม่คิดจริงจังแล้วหล่ะก็   สงสารน้องมัน

ออฟไลน์ tasteurr

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 610
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
โง๊ยยยย เขินตัวม้วนไปหมดแล้วค่า
น้องอภิชางานดีงานพรีเมี่ยมจริงๆ

 :pig4:

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3365
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1
ถ้าที่ผ่านมาถ้าคุณภามจริงจังในความสัมพันธ์ ก็แอบน่าสงสารอยู่เหมือนกัน  :hao5:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ TheDoungJan

  • ขอบคุณนักเขียนที่คนที่สร้างทุกตัวละครขึ้นมานะคะ(♡˙︶˙♡)
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 736
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
ใจเหลวแล้วน้องไอ่

ออฟไลน์ แก่ เหี่ยว เคี้ยวยาก

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 155
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
กอดเลย    กอดเลย   กอดเลย

ซ้อนท้าย แล้วกอดเลย

ออฟไลน์ PharS

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 686
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
ยอมเขาหมดนั่นแหละ

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7526
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
ก็นะ คุณภามเก่าไปแล้ว น้องไอ่ใหม่ ๆ สด ๆ กระชุ่มกระชวยกว่าเป็นไหน ๆ
นี่ไม่ได้ตำหนิอิงเลยนะ เพราะถ้าเป็นนี่ มีเด็กมาจีบอย่างนี้ ไม่เล่นตัวซักนาทีเลยจ้า

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4244
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
อภิชาน่ารักจัง หมันเขี้ยว  :hao5:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5238
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19
 :katai2-1:



โถถถถถ พ่อคุณ พ่อขนุนหนัง

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3612
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1975
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
เด็กนี่มันกรุบจริงๆเล้ย

ออฟไลน์ anntonies

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 923
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
คุณภามคงท้อน่าดู

ออฟไลน์ gungchan

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 42
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
น่ารักทั้งพี่ทั้งน้อง :o8:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด