|| Me After You || บทที่๘ ความหวาน (Sweet) ส่วนที่ ๒ อัพ ๑๔ กรกฎา ๖๓
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: || Me After You || บทที่๘ ความหวาน (Sweet) ส่วนที่ ๒ อัพ ๑๔ กรกฎา ๖๓  (อ่าน 8009 ครั้ง)

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1263
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-0
เข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้วเจ้ามอสสสส ถ้าไม่รีบเคลียร์เสียตัวแน่นอน 5555 คุณช้างหางานให้คนอื่นอยู่เรื่อย แดกเสร็จทิ้งเรี่ยราดคนอื่นตามเก็บ ยังคงลามกจกเปรตไม่เปลี่ยนเลย เดี๋ยวจะโดนด่าไม่ใช่น้อย กินได้ทุกที่จริงๆ 5555555 //อาร๊ายยยเขินอ่ะ เขินเฉยเลย >.< สตาร์รู้สึกวามไหมในอกกับพี่ซัน ความรู้สึกนี้เพิ่งเกิดแม้กับน้ามอสยังไม่เคย รู้เลยว่าน้องอ่อนมากในเรื่องความรัก 5555 ยังแยกไม่ออกความรักผูกพันธ์สนิทแบบน้าหลานกับรักแบบผู้ชายคนนึงมันต่างกัน ใจเต้นกับใคร ไม่เป็นตัวเองกับใครก็คนนั้นแหละสตาร์ อิอิ ตลกจะพาเขาไปแกล้งแต่ตัวเองก็กลัวเองซะงั้นอ่ะสตาร์ 555555 ้ร้ายระดับให้หมั่นไส้ไม่ถึงกับร้ายจนให้เกลียด พี่ซันต้องอยู่น้อง แคร์น้องมากกว่านี้สิ เขาจะได้ติด รออ่านคู่นี้นะ ชอบอ่ะ ร้ายๆต้องปราบ 555 ขอบคุณนะคะที่มาต่อยาวเลย อ่านเพลินมาก รอตอนต่อไปเลยค่าจะเกิดไรขึ้นบ้าง เรนจะรอดปลอดภัยดีไหม 5555  :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ kokoro

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1152
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +138/-2
เพิ่งจะดีกันไม่นาน มีเรื่องให้มอสเข้าใจผิดอีกแล้ว
เดี๋ยวก็ไปร้ายใส่น้องเรนอีก

พี่ซันก็ได้แสดงความในใจมากขึ้นแล้วนะ น้องน่าจะรับรู้ได้แล้ว
จะได้ไม่ไปคิดแค้นน้อยใจใส่ผิดคน

ออฟไลน์ bun

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2487
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +260/-5
พี่ซันผู้อบอุ่น หวังว่าจะได้รับสิ่งที่ดีกลับมาส่วนเรนนี่งานเข้าเต็มๆ

ออฟไลน์ psychological

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 304
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-0

ออฟไลน์ sugarcane_aoi

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 239
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
เอาแล้วไงคุณน้องอัย หาเรื่องให้อุศเรนอีกจนได้ มอสก็ชั่งไม่สืบความซะก่อนเล้ย เรนเอ้ยโดนเข้าใจผิดอีกจนได้ ขอบคุณมากค่ะ รอความสนุกตอนต่อไปนะคะ

ออฟไลน์ Artemis

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 491
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +594/-14
แวะมาแจ้งข่าวว่า บทที่๘ จะมาช้านิดนึงนะคะ ขออภัยด้วยค่ะ :mew3:
แล้วเจอกันนะคะ ขอบคุณค่ะ

ออฟไลน์ sugarcane_aoi

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 239
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
แวะมาแจ้งข่าวว่า บทที่๘ จะมาช้านิดนึงนะคะ ขออภัยด้วยค่ะ :mew3:
แล้วเจอกันนะคะ ขอบคุณค่ะ
ช้ายังไงก็รอค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

ออฟไลน์ wutwit

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 271
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-2
มาช้ายังดีกว่าไม่มา แวะมานั่งรอ นอนรอ

ออฟไลน์ anterosz

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 779
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +109/-1

ออฟไลน์ Artemis

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 491
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +594/-14
Me After You บทที่ ๘ ความหวาน (Sweet) ส่วนที่๑


เจ้าซุปตาร์สั่งความเสร็จแล้ว ก็เอามือมาประสานกันหนุนหัวลงนอนบนหมอนนุ่ม ทอดกาย โชว์แผงอกกว้าง ขาวละเอียด เหนือหน้าท้องเป็นลอนลูกน้อยกำลังงามที่เจ้าตัวคงสรรค์สร้างมาแล้วอย่างพอดี ไรขนอ่อนๆสีน้ำตาลไล่เลียงจากสะดือเป็นทางพอมีให้เห็นเหนือขอบผ้าเช็ดตัวสีขาวที่พันไว้หลวมๆ  ไม่ดูรกเกะกะรำคาญตาแต่อย่างใด ข้างๆกันคือวีเชฟ เป็นร่องเด่นเน้นบั้นเอวแกร่ง สะกดสายตาคนมองให้มองได้ไม่วางตา ยิ่งมองเห็นกระเปาะอูมๆ ใต้ผ้าเช็ดตัวด้วยแล้ว ยิ่งอดสร้างจินตนาการผงาดง้ำล้ำลึกมิได้ ความตระหนกตกใจในตอนแรกมลายหายสิ้น มีแต่อาการสั่นสะท้านสะเทือนวาบไปทั้งทรวง
   
นี่มันคือความจริงหรือความฝัน ดาราหนุ่มน้อยที่หลายคนหมายปอง มานอนรออยู่บนเตียง
เขาคนนี้เรียกมาให้นวด ...แต่สายตาที่ส่งนัยมาให้นี้สิ  มันจะนวดแค่อย่างเดียวแน่หรือ ....ไม่มีทาง

‘เราจะทำยังไงดี’ เรนถามตัวเองในใจ ครั้นจะยกมือมาปิดตา ไล่เขาไปใส่เสื้อผ้า ผีบ้านผีเรือนคงด่าให้ว่าดัดจริต มอสมานอนรออย่างนี้ เรียกให้มานวดอย่างนี้ มีแต่นางเอกนิยายโง่ๆเท่านั้นแหละที่จะปฏิเสธ

มอสแค่ ‘ต้องการ’ ตนรู้ และก็รู้ดีว่า ยังไม่ควรคิดไกลถึงขั้นว่าเขาทำเพราะ ‘รัก’
ตนก็แค่กำลังลังเล แต่ถ้าอะไรๆ ที่มันจะเป็นความสุขของมอส ...ตนยอมได้ทุกอย่าง !!

บอกไว้แล้ว ยกไว้แล้วให้เป็นคนสำคัญอีกคน หัวใจก็อยู่กับเขาเสียนานแล้ว เร็วหรือช้าคงมิใช่ปัญหามาถามตัวเองให้เสียเวลา ปัญหาจึงมีแค่ว่า มอสเอาจริงแค่ไหน ฤาจะแค่เหมือนเมื่อคืนใต้ต้นลำพู

“ตกลงจะนวด หรือไม่นวด ยืนนิ่งอยู่นั่นแหละไอ้คุณหนู” เสียงกังวานสะท้านทรวงถามย้ำห้วนๆ ว่าที่หมอนวดก็ถามกลับไป เพื่อความแน่ใจ

“จะให้นวดจริงๆหรือ”

“แล้วจะให้พูดย้ำอีกสักกี่รอบ”

“งั้นก็ได้ แต่บอกไว้ก่อน เรานวดไม่เก่ง”

อุศเรนพูดจบก็เดินมาที่เตียง ทรุดเข่าลงกับพื้น แต่มอสก็บอกให้ขึ้นมาข้างบนจะได้นวดให้ถนัดๆ เรนจึงขึ้นไปนั่งข้างๆ วางมือไว้ที่ต้นขาแกร่งข้างขวาอันมีผ้าเช็ดตัวปกคลุม แล้วเริ่มนวดเบาๆ ไล่เลื่อยขึ้นลงไปมา สายตาก็ประสานไปยังคนจ้องมาตลอด 

“ก็นวดดีนี่ ไหนว่านวดไม่ค่อยเป็น”

“เคยช่วยนวดให้คุณยายเจ้าของบ้านเช่าน่ะ”

“เหรอ งั้นหน้าที่ใหม่ ของนายอีกหน้าที่ คือนวดให้เรา ว่าแต่กดให้แรงลงมาอีกหน่อย เหมือนจะยังไม่ค่อยโดนเส้นนะเนี่ย”  มอสยิ้มอย่างที่เรนเห็นว่าไม่เคยยิ้ม จะว่ามันหวานก็น่าจะใช่ แต่จะว่าไปมันดันเหมือนตัวร้ายกำลังกระหยิ่มในละครมากกว่า รอยยิ้มนั้นมีเพียงชั่วแวบให้เห็น ก่อนจะหายไปพร้อมกับชายผ้าเช็ดตัวที่เลิกออก เผยให้เห็นโคนขาแกร่งกระจ่างตาและปราการสีขาวรำไร

“อ่ะ จะได้ถนัด แล้วขยับขี้นมาสูงอีกนิดได้ไหม”

“ดะ ได้สิ”

เรนแม้จะรู้ว่าอะไรจะต้องเกิด  แม้จะตัดสินใจจะยอมไปแล้วถ้าเขาจะเอาจริงๆ แต่เสียงก็อดสั่นพร่ามิได้  เรื่องนี้ตนจะไม่เริ่มก่อนเด็ดขาด ทว่าในเมื่อมอสเสนอมา ‘เปิดมา’ ตนก็ต้องสนองมอสให้ดังใจ

ว่าแล้วมือน้อยๆ จึงเริ่มวางลงบนต้นขาเปลือยอีกครั้ง กดน้ำหนักเพิ่มไปกว่าเดิม ไล่ขึ้นไปตั้งแต่หัวเข่าจนถึงขาหนีบ จนหลังมือสัมผัสกับความอูมมิหยุดหย่อน มินานความแข็งก็เข้ามาทักทาย พร้อมประจุไฟฟ้าพิสดารอันมองไม่เห็น ราวกับจะช็อตเข้าไปตรงกลางฝ่ามือพุ่งเข้าไปถึงขั้วหัวใจ เมื่อมันเป็นซะอย่างนี้ คาดว่าก็คงนวดต่อได้อีกมินานหรอก มอสคงให้ทำอย่างอื่น ที่เกินเลยหน้าที่ผู้ช่วยผู้จัดการ

ถามว่าเสียใจไหม ก็คงต้องย้อนถามกลับไปว่า ตนมีอะไรต้องเสีย  มอสให้ตนทุกอย่าง ให้มอสคืนไปบ้างจะเป็นไร
ฉะนี้ ถ้าจะเสียก็เสียอย่างเดียว คือครั้งแรก....มันไม่โรแมนติคเอาซะเลย

“ใช้ง่ายแบบนี้ รู้งี้ใช้ไปนานแล้ว”
   
มอสพูดไปก็คิดไปว่าไม่ผิดหวังเลยสักนิด คิดไม่ผิดเลยที่ว่ามันง่าย และมันก็ง่ายจริงๆ เพราะมือของมันขยับสูงขึ้นมาตามสั่งมิเคอะเขิน จนหลังมือของมันโดนเข้ากับลูกกระสุนปืนใหญ่ทั้งสองของเขาเนืองๆ ไอ้คุณหนูนี่ลึกๆแล้วมันก็ซ่อนความอยากภายใต้หน้ากากแห่งความใสซื่อ ได้ไอ้พนักงานรีสอร์ทไปแล้วสามน้ำยังไม่พอ คาดว่ามันคงอยากจะต่ออีกสักน้ำเป็นแน่ คิดถูกแล้วที่ลองใจว่าง่ายหรือไม่ง่าย ความร่านนี่มันไม่เข้าใครออกใครจริงๆ

ทว่าตนจะแค่ลองใจมันแน่หรือ ลองใจประสาอะไร แค่หลังมือมันสัมผัสเข้าเบาๆเอาข้างลำปืนแค่นิดหน่อย ปืนใหญ่ก็ดันผงาดพร้อมรบเสียนี่ นึกถึงตอนเข้าวงการใหม่ๆยังไม่ดัง สไตล์ลิสท์สันดานต่ำแอบแตะอั๋งเล็กๆตอนเปลี่ยนเสื้อผ้าก็ไม่เคยแข็ง หรือคราวนี้จะเป็นเพราะถูกเคล้าถูกคลึงไปมา หรือว่าลึกๆแล้วตนก็เตลิดเหมือนเมื่อวาน แต่จะเพราะอะไรก็ช่างเถอะ สนใจแค่ว่ามันง่ายหรือไม่ง่ายแค่นั้นก็พอ และการลองใจมันก็ยังไม่จบเพียงเท่านี้ มันคือการให้โอกาสในสิ่งที่มันทำผิดพลาดกับพนักงานรีสอร์ท ถ้าท้ายสุดแล้วมันง่ายจริง ความรู้สึกดีๆที่มีให้ จะถูกลดลงไปพร้อมกับสถานะของมันแน่นอน

“เป็นยังไงบ้างมอส”

“ดีขึ้น แต่ถ้าจะให้ดีที่สุด นวดตรงนี้ด้วยสิ”

มอสยักคิ้ว แล้วใช้สายตาตัวเอง มองนำไปยังกระเปาะอวบอูมแข็งๆใต้ภายเช็ดตัวประหนึ่งมีใครเอากล้วยหอมผลเขื่องมายัดไว้  แล้วดูทีท่าว่าอีกฝ่ายจะทำอย่างไร เรนหรุบสายตามองตามอย่างช่วยไม่ได้ คิดในใจว่าในที่สุดมันก็มาถึงจุดนี้ จุดที่มอสปลดผ้าเช็ดตัวจนเห็นปราการสีขาวผ้าบางเนื้อดี ปกปิดลำแข็งๆลำเดียวกับด้ามไม้พายในกางเกงเมื่อวานที่เผลอไปจับเข้าโดยมิได้ตั้งใจ

เมื่อวานจับดูก็ว่าแข็งจนน่าตกใจแล้ว วันนี้เห็นด้วยตา รู้สึกว่ามันน่าจะแกร่งกว่าเมื่อวานหลายเท่า
ถ้าหากมอสใช้ฟาดใช้ฟันขึ้นมา คงสำลักกระอักเลือดเจียนตายเป็นแน่แท้
ความแข็งแกร่งของมันดันซะแทบปราการสีขาวเกือบปริขาด ฤทธิ์ร้ายของมันคงมิต่างอะไรกับงูจงอางตัวที่เห็นเมื่อครู่ และหัวสีชมพูของมันก็กำลังโผล่พ้นขอบ มาขู่ฟ่อๆ มันละเลื่อมไปด้วยน้ำใสๆชะโลมไหลตามธรรมชาติชวนให้ลิ้มลอง สยบลงด้วยลิ้น กินความหวานจนอิ่มเอม

“ มะ มอสสสส” เรนใจเต้นระรัวยิ่งกว่ากลองเพล มือทั้งสองข้างหยุดนวดลงในฉับพลัน ปากสั่นถามย้ำอีกครั้ง  “มะ มอสต้องการเหรอ”

“ลองชิมดูสิ หวานนะ”

แทนคำตอบว่าต้องการหรือมิต้องการ มอสเอามือที่หนุนหัว มากดหัวเรนลง แรงที่ใช้มิได้มากมายอะไรเลย แค่แตะและผลักเบาๆ หัวของเรนก็ก้มต่ำลดลงไปหาลำเขื่องๆง่ายดาย มอสเองยามนี้ก็ใจเต้นระรัวเหมือนกัน ลุ้นอยู่ว่า ถ้าไอ้คุณหนูมันครอบปากลงไปชิมและดูดกลืนความหวานจนอิ่มเอมเมื่อไหร่ เมื่อนั้นสถานะของมันจะต้องถูกลดอย่างช่วยมิได้ในทันที

‘นี่นายจะไม่ขัดขืนบ่ายเบี่ยงเลยเหรอ’

เจ้าซุปตาร์ตะโกนดังก้องในใจ อยากจะตวาดตะคอกถามไปเป็นเสียงนัก แต่แล้วประโยคในใจนี้ก็ต้องหยุดลง เพราะจู่ๆหัวของเรน ก็มิยอมก้มลงไปต่อ กลับแข็งขืน ดึงดัน เงยหน้าขึ้นมา ราวกับมันได้ยินเสียงในใจเขา และพูดด้วยเสียงสั่นพร่าว่า

“มอส เรา.. เราเปลี่ยนใจได้ไหม เรายังไม่พร้อม”

เรนกลืนน้ำลายลงคอตัวเองอย่างๆฝืดๆ ยอมทิ้งความหวานตรงหน้า ยอมกลายเป็นนางเอกนิยายโง่ๆ ใจก็อยากด่าตัวเองนัก ที่เมื่อกี้คิดซะดิบดี แต่ครั้นพอจะต้องทำจริงๆ ด้วยเหตุผลส่วนตัวบางข้อที่มิกล้าบอกออกไป ทำให้กลับกลัว เข้าข่ายดีแต่ปาก มิยอมใช้ปากชิมของหวาน...เรนจะรู้ไหมว่าการเปลี่ยนใจกะทันหัน มิยอมสนองของตัวนี่แหละ ที่ทำให้คนเสนอพึงใจ

“เป็นอะไร ทำไมถึงไม่พร้อม”

มอสถึงจะพึงใจอยู่ แต่ปากก็ขยับถามด้วยอารมณ์ซับซ้อนลมเพลมพัด เอาแน่เอานอนทางความคิดและจิตใจมิได้ คล้ายพระเอกนิยายมีปมจิตประสาทที่วางขายเล่มละยี่สิบห้าบาท  คนอะไรก็ไม่รู้พอเขาจะทำก็ไม่พอใจ ครั้นพอเปลี่ยนใจมิทำให้ ก็แทบจะเป็นฟืนเป็นไฟ

“อิ่มแล้วหรือไงวะ”

“อิ่มอะไร...เรายังไม่เคย” เรนตัดสินใจบอกออกไปในที่สุด

‘ตอแหล แล้วเมื่อกี้ที่ไปอมให้ไอ้แฮ็คส์มาล่ะ มันคืออะไร’ มอสอยากจะตะโกนถามใส่หน้าของคนที่คงกำลังแกล้งทำใสซื่อไปด้วยประโยคนี้นัก แต่แล้วก็หักใจ เปลี่ยนเสียใหม่

“จริงเหรอที่ว่าไม่เคย แล้วเมื่อกี้กับไอ้พนักงานรีสอร์ทที่ชื่อแฮ็คส์ มันคืออะไร”

เจ้าดาราหนุ่มน้อยมันมิพูดเปล่า มันแปลงร่างจากพระเอกใสๆกลายเป็นพระเอกไฟรักอสูร ที่กำลังใช้วงแขนตวัดเอวของเรนเข้าหาตัว แล้วเบี่ยงตัวหนากว่าขึ้นมาทาบทับด้านบน มอสจะรู้ตัวเองไหมว่าความตั้งใจที่จะแค่ลองใจจนได้คำตอบที่พอใจ มันกลับถูกความบ้าบอทางอารมณ์ของตนนี่ บังคับให้ดำเนินต่อจนไม่สมเหตุสมผลเสียเอง

“น้ำละห้าร้อย สามน้ำ พันห้า เอาของเราไปอีกน้ำหนึ่งไหม จะได้เอาไว้เทียบกับของไอ้แฮ็คส์นั่นได้ว่าของใครหวานกว่ากัน ”

“น้ำละห้าร้อยอะไร เราไม่รู้เรื่อง เราแค่เอาเงินไปให้คนชื่อแฮ็คส์ตามที่พี่ช้างบอกเท่านั้น ปล่อยเราก่อนมอส เรายังไม่พร้อม”

“ไม่จริง ไม่เชื่อ ไม่ปล่อย”

ยังมิทันจะมืด มอสก็หน้ามืดซะแล้ว จึงกดร่างเรนหนักกว่าเดิมลงไปกับเตียงอีกครั้ง แล้วขึ้นคร่อมมากดทับยังหน้าอก มือทั้งสองข้างเตรียมรูดขอบชั้นในขาวลงมายังต้นขา ให้กระบอกปืนด้ามเขื่องสมตัวอยู่ในองศาที่จะสอดเข้าปากเรนไประรัวยิงกระสุนได้ดีที่สุด แต่แล้วก็มิทันได้ทำ เพราะอุศเรนใช้แรงทั้งหมดที่มี ผลักเขาออกจนเสียหลักล้มลงไปข้างๆ พอเป็นอิสระได้เท่านั้น ก็รีบผลุดลุกลงจากเตียง มอสด้วยความไว คว้าเรนเอาไว้ แต่คว้าตรงไหนไม่คว้า ดันไปคว้าเอาคอเสื้อ แถมไอ้นิ้วเจ้ากรรมมันดันไปเกี่ยวเอาสร้อยสามกษัตริย์ หลุดดังกึกติดนิ้วมา และนั่นมันก็ทำให้การยื้อยุดฉุดกระชากจบลงไปพร้อมๆกับความกระสันคันอยากและสร้อยที่ตะขอขาดลงนั่นเอง

“โอ๊ยย เจ็บ” เรนร้องขึ้น รีบเอามามาแตะที่คอตัว พอเอามาดูก็เห็นเลือดซิบๆติดมือ  “เลือดออกเลย”

“เฮ้ย จริงเหรอ ขอดูแผลหน่อย” มอสตกใจในสิ่งที่ทำลงไป จะเข้ามาดูแต่เรนก็ผลักออก

“ไม่ต้องเลยมอส ไม่ต้องมายุ่ง สร้อยที่พี่มูนให้ขาดเลยเห็นไหม แล้วนี่เป็นบ้าอะไรของนาย เราบอกยังไม่พร้อมก็ยังไม่พร้อมสิ ไอ้น้ำละห้าร้อยอะไรนั่นเราก็ไม่รู้เรื่อง เรารู้แต่พี่อัยใช้ให้เราเอาเงินห้าร้อยไปให้คนชื่อแฮ็คส์เท่านั้น เราไม่คุยกับนายแล้ว”

เรนโมโหขึ้นเสียง พูดจบก็หันหลังเตรียมมุ่งไปที่ประตู แต่มอสก็กระโดดลงมาคว้าตัวเอาไว้อีกที ทว่าคราวนี้คว้าได้แค่แป๊บเดียวแล้วก็ต้องล้มลงไปกอง เพราะเข่าลูกเล็กๆของไอ้คุณหนูมันกระแทกเข้าให้กลางเป้ากระบอกปืนเข้าอย่างจัง

“นี่แน่ะ”

“โอ๊ยยยยยยยยย”

คราวนี้มอสร้องลั่นขึ้นบ้าง ร่วงลงไปกองนอนจุกตัวงออยู่บนพื้น มือทั้งสองข้างที่เมื่อกี้ใช้ไขว่คว้าไล่ล่า ยามนี้เอามากุมกลางกระบอกปืนไว้แน่น เรนไม่เข้ามาดูเพราะรู้ว่าแค่นี้ คงไม่ตาย หันมามองแค่แว่บเดียว และเปิดประตูเดินออกไป ทิ้งมอสให้อาฆาตไล่หลังไปมาอยู่คนเดียว

“ฝากไว้ก่อนไอ้คุณหนู ...โอ๊ยยยย ห่าเอ๊ย”

ทางด้านเจ้าพระอาทิตย์ดวงน้อยกับเจ้าละอองดาว ยามนี้ยังคงยึดพื้นที่ด้านในศาลาโยคะอยู่กันสองต่อสอง น้ำตาจากดวงดาวมันเหือดหายไปในอ้อมอกของพี่จนหมดแล้ว แต่ก็ยังทิ้งตัวและทิ้งระยะเวลาไว้นานพอดู กว่าจะค่อยๆผละออกมาเอง แต่สำหรับพี่ชายที่รู้มานานแล้วว่าไม่ใช่พี่ชายแท้ๆ กลับมิยอมปล่อย ใช้วงแขนที่แข็งกว่ารัดน้องแล้วจับนั่งลงบนตักอย่างที่ทำเหมือนตอนเด็กๆ

พี่ซันจะรู้ไหมว่าตอนนี้มันไม่ใช่เด็กๆกันแล้ว ...พี่ซันกำลังเป็นหนุ่ม ส่วนน้องก็จะตามมาอีกในไม่ช้า
พี่ซันจับนั่งบนตักมาอย่างนี้ อาการวาบที่เพิ่งหายไป มันกำลังกลับมา

“พี่ซัน ปล่อยได้แล้ว สตาร์นั่งไม่ถนัด”

“ทีนี้ถนัดหรือยัง” ซันขยับตักให้กว้างขึ้น คลายวงแขนออกอีกหน่อย ไม่ยอมปล่อยตามคำขอ

“สตาร์นั่งข้างล่างดีกว่า”

แล้วสตาร์ก็เบี่ยงตัวออกมาเองจนได้ คราวนี้ไม่ปล่อยตัวเหมือนเมื่อกี้ นั่งห่างไปหลายคืบ นั่งกับพื้นหันหน้าเข้าหาพี่ ใช้สายตาสีน้ำตาลมองหน้า ก็เห็นว่าพี่ชาย ยิ้มพรายอารมณ์ดี เห็นแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า ปกติพี่ซันก็หล่ออยู่แล้ว ยิ่งยิ้มจนเห็นลักยิ้มนี่ ยิ่งหล่อเข้าไปใหญ่ ตอนเด็กๆเคยออกปากชมไปหลายครั้ง แต่พอโตขึ้นมา ไม่เคยชมให้เขาได้ยินต่อหน้าเลย ถ้าวันนี้จะชม มันจะเป็นอะไรไหม อย่างน้อยก็ตอบแทนน้ำใจที่ช่วยเหลือให้พ้นจากงูสองตัวเมื่อครู่ แต่ชมตรงๆล่ะคงไม่ ไปอ้อมๆดีกว่าละกัน

“ยังมายิ้มหล่ออยู่ได้” ถึงแม้จะไปอ้อมๆ แต่อาการวาบก็วิ่งขึ้นหน้าได้ตรงๆ พูดเองก็เขินเองหน่อยๆ คนฟังไยจะมิเห็นอาการ และก็คงจะตกอยู่ในลักษณาการความรู้สึกเดียวกัน จึงต่อปากต่อคำมาพร้อมหน้าแดงๆ

“พี่ไม่ยิ้ม พี่ก็หล่อ เพราะพ่อพี่หล่อและแม่พี่ก็สวยมาก”

“พูดอย่างกับเคยเห็น”

“เคยสิ ไม่เคยจะจำได้เหรอว่าหล่อกับสวย”

 “อย่ามาโม้เลยพี่ซัน” สตาร์หยุดเพียงครู่ ค้อนให้ไปหนึ่งขวับ แล้วพูดต่อตามที่รู้ดี “สตาร์รู้นะว่าพี่ซันมาอยู่กับคุณป๊ะคุณมะตอบขวบกว่าๆ จะจำหน้าพ่อแม่ตัวเองได้ยังไง”

“ก็ในฝันไง”

“โฮ้ยยย เลอะเทอะ” น้องชายว่าเข้าให้ แล้วเปลี่ยนไปอีกเรื่อง “ว่าแต่ไอ้แขกสองตัวเมื่อกี้ ทำไมมันดุจัง แล้วไปตั้งชื่อให้มันตั้งแต่เมื่อไหร่” 

“มันก็ชื่อนี้ของมันมาตั้งแต่เกิด มันก็อยู่ของมันเฉยๆ มันเข้าฌานของมันอยู่ นายกับพี่เรนต่างหากไปรุกล้ำที่มัน ไปทำลายสมาธิมัน มันก็โกรธสิ” ซันตอบทีเล่นหรือทีจริงก็มิรู้ รู้แต่ตอนนี้พื้นอารมณ์ดีจริงๆ

“เลอะเทอะ เพ้อเจ้ออีกแล้วพี่ซันนี่ก็ สตาร์ขึ้นบ้านดีกว่า เดี๋ยวคุณป๊ะจับได้ว่าแอบลงมา สตาร์จะซวยอีกรอบ”

สตาร์ผลุดลุกขึ้น เตรียมเดินออกข้างนอก แต่แล้วเจ้าพี่ชายก็กลับรั้งไว้ด้วยมือแข็งแรง ดึงแขนฉุดน้อง ลงมานั่งกอดไว้บนตักกว้างอีกครา ส่งเสียงใสพร้อมลมหายใจอ่อนๆตามมาข้างๆหู มิยอมให้การสนทนาจบลง

“คุยกันก่อนสิ คุยกันกำลังเพลินเลย นานแล้วที่เราสองคนไม่ค่อยได้คุยกันดีๆอย่างนี้ เรื่องคุณป๊ะเดี๋ยวพี่รับผิดชอบเอง สตาร์ดัสท์”

คนฟังไยจะมิเห็นด้วย ใช่สิ นานแล้วที่ไม่ค่อยได้คุยกันดีๆ พี่ซันพูดถูกทุกคำ แต่ก็มีบางคำที่ไม่ชอบใจ  “อย่าเรียกสตาร์ดัสท์ได้ไหม”

“ทำไมล่ะ”

“เพราะมันมีไว้ให้น้ามอสเรียกคนเดียว”

สตาร์ตอบตรงๆตามจริง ด้วยเสียงนิ่งๆ นี่ถ้าลองหันกลับไปมองหน้าซันสักนิด จะเห็นว่าหน้าของพี่ชายหมองลงไปหลายระดับรวดเร็ว และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆเมื่อน้องหันมามอง แล้วลุกออกจากตักพี่อีกครั้ง พี่เองที่ได้ยินได้ฟังดังนั้น ก็คงไม่มีแรงฉุดรั้งอีกต่อไป

พี่ผิดเองสตาร์  ผิดที่สะเออะเรียก ในชื่อที่พี่ไม่ควรเรียก
พี่ควรจะเจียมตัวเจียมใจใช่ไหมว่า ‘พี่ชาย’ ยังไงก็เป็นได้แค่พี่ชาย เท่านั้นเอง 

เจ้าดาวน้อยของบ้าน มองหน้าหล่อเหลาของพี่ชายที่หม่นแสง นอกจากเขาจะยิ้มไม่ออกแล้ว ยังนิ่งเงียบไม่ไหวติงอีกด้วย จนไม่รู้ว่าหัวใจยังเต้นหรือมีลมหายใจอยู่หรือเปล่า เมื่อพี่ชายมิยอมเติมบทสนทนาต่อ ตนก็ทนเงียบอีกสักพัก แล้วตัดสินใจ พูดขึ้นด้วยใจที่เต้นระรัว ซึ่งก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองอีกไม่ได้เหมือนกันว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไร

 “สตาร์อยากได้ยินชื่อใหม่ ชื่อที่พี่ซันจะเอาไว้เรียกสตาร์คนเดียว”

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ใบหน้าที่สลดลงของพี่ชายปลาสนาการสิ้น หวนคืนฟื้นกลับมาสดใสจนกระจ่างตาเกินคำว่ารวดเร็ว ยิ้มกว้างกว่าเดิมมีมาให้เห็นทันทีที่สตาร์พูดจบ ใจดวงน้อยที่เมื่อกี้คล้ายจะหยุดเต้น ก็กลับมาเต้นได้อีกครั้งจนระรัว มิต่างอะไรกับน้องชายเลย

“ละอองดาว” ซันเรียกน้องตามที่ใจคิดอยากจะเรียกมาอีกชื่อ แต่ใจน้องก็ยังคงมิโปรดเฉกเดิม

“มันก็แปลมาจากสตาร์ดัสท์นี่ ไม่เอา”

“งั้นก็เรียกว่า ‘ดาว’ เฉยๆดีไหม ” ซันมิพูดเปล่า ใช้ประกายสายตาสีน้ำตาลอมน้ำผึ้งสำทับคำพูดให้ดูหนักแน่นจริงจัง ขนตาหนาเป็นแพกระพริบแต่ละครั้ง กวาดต้อน หว่านล้อมหัวใจของคนฟังให้โอนอ่อนรับคำจนสมใจ

“สตาร์จะเป็นแค่ดาว....ดาวดวงเดียวที่พี่จะไม่มีวันเติมเอส ให้มีหลายดวง”

“พี่ซัน พูดอะไรก็ไม่รู้”

สตาร์ไม่ใช่เด็กโง่ จะไม่รู้เลยหรือว่าพี่ชายหมายความอย่างไร เพราะรู้แล้ว จึงได้แต่งุบๆงิบๆ ก้มหน้างุดๆ ปล่อยให้สภาวะการเต้นของหัวใจที่เต้นแรงเกินต้านทานดำเนินต่อไปเรื่อยๆ หัวใจยามนี้กำลังสูบฉีดเลือดให้ขึ้นมาจับบนใบหน้าขาวใสมิหยุดหย่อน จนสีแก้มกลายเป็นชมพูระเรื่อเจือแดงอ่อนๆ มิต้องพึ่งบรัชออนของป้าช้างแต่อย่างใด  นี่ใช่ไหมที่เรียกกันว่าเขิน ถ้าใช่ก็คงเขินหนักมาก หนักเสียจนกระทั่งอยากแงะพื้นศาลาโยคะหนี แม้จะก้มหน้าก้มตาซ่อนซะดิบดี พี่ซันก็โน้มตัว สอดหน้าตามมามองยักคิ้วให้ ส่งยิ้มกว้างคลี่กระจาย ไล่ความอึมครึมเรื่องน้ามอสที่มีมาตั้งแต่เช้าให้หายไปได้อย่างน่าอัศจรรย์

สมแล้วที่พี่เป็นพระอาทิตย์  พี่สาดแสงสดใสสว่างจ้าเสียจนกระทั่งยามนี้....มองไม่เห็นน้ามอสเลย
พี่ซันไล่น้ามอสหายไปจากใจชั่วขณะได้อย่างไรตอนไหนกัน ฤามันเริ่มต้นตั้งแต่ตอนซับน้ำตากับอกของพี่เมื่อกี้แล้ว

“พี่ง่วง...ขอพี่หนุนตักหน่อยนะ ดาว”

เสียงพี่ซันขับตามต่อมากังวานยิ่ง อยู่ในท่วงทำนองลูกอ้อน จนดาวของพี่ก็ใจอ่อนอยากจะตามใจ จึงไม่เลื่อนตักหนี แต่แล้วพี่ซันก็กลับหยุดชะงักเสียเอง เพราะเสียงวิ่งแท่ดๆ ดังขึ้นถี่กระชั้นจนถึงหน้าประตูศาลา แล้วเจ้าของฝีเท้าก็โผล่หัวเข้ามาพร้อมตัวพร้อมเสียง ตะโกนลั่นสมชื่อเฉกเคย

“มาอยู่กันที่นี่เอง สกายตามหาซะทั่ว” สกายเดินเข้ามา มิได้สังเกตเลยว่า พี่ชายคนโต ทำหน้าทำตากับการเข้ามาขัดจังหวะของตนอย่างไร

“ตามหาทำไมวะ”

“สกายมีอะไรจะให้ดู” สกายพูดจบ ก็ทรุดลงนั่ง ไม่สนใจในท่าทีหงุดหงิดของพี่ชาย หยิบมือถือขึ้นมาแล้วเปิดรูปๆหนึ่งให้ซันดู อธิบายที่มาว่า “ เมื่อวาน สกายเข้าไปในห้องเก็บของที่บ้านคุณย่ามา สกายเจอรูปนี้ในลังเก็บของ ก็เลยถ่ายมา นี่ไง รูปคุณป๊ะถ่ายคู่กับผู้หญิง ส้วย สวย สงสัยจะเป็นแฟนเก่าคุณป๊ะ”

“โธ่เอ๊ย ก็นึกว่าเรื่องอะไร ก็แค่รูปคุณป๊ะกับแฟนเก่ามันจะอะไรนักหนาวะ” ซันอยากจะตบกระโหลกไอ้เจ้าสกายนัก ที่เข้ามาขัดจังหวะด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง

“ฟังก่อนสิพี่ซัน ตอนแรกก็ไม่อะไรหรอก แต่พอสกายเอาไปถามคุณปู่ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นแฟนเก่าคุณป๊ะเหรอ คุณปู่ก็ทำหน้าตกใจ บอกสกายว่าอย่าไปสนใจ ให้ลบทิ้งไปซะ คุณปู่บอกมาอีกว่าอย่าถามถึงผู้หญิงคนนี้อีก และก็ห้ามไปถามคุณป๊ะกับคุณมะเด็ดขาด แถมตอนเย็นนะก็แอบเห็นคุณย่าให้คนใช้ เอารูปคุณป๊ะกับผู้หญิงคนนี้ไปเผาทิ้งหลังบ้านกองเบ้อเร่อเลย สกายบว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ พี่ซัน”

ซันเริ่มคิดตาม แล้วก็เริ่มเห็นพ้องกับสกาย ส่วนสตาร์พอเอามือถือของสกายมาดู ก็ตาโต ยั้งปากไม่อยู่ หลุดปากมาทันใด

“เฮ้ยยยยย นี่มันคุณอาเกรซที่ร้านขายยานี่นา” สตาร์หลุดปากมาอย่างนี้ แน่นอนว่าพี่ชายทั้งสองย่อมหันมามอง และก็แน่นอนอีกว่า ย่อมประสานเสียงขึ้นมาพร้อมกัน

“เล่ามาเดี๋ยวนี้เลย”

เจ้าดาวน้อยของพี่ๆ กว่าจะรู้ตัวว่าหลุดชื่อใครมาก็สายเสียแล้ว ทั้งๆที่คุณอาเกรซก็เคยย้ำนักย้ำหนาว่าให้ปิดเป็นความลับแล้วเชียว สิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนี้มันก็คงหนีไม่พ้น จำยอมเล่าตั้งต้นจนจบในวันที่หายไปแถวสำเพ็งนั่นเอง

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Artemis

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 491
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +594/-14
ในขณะเดียวกัน อุศเรนที่รอดจากการถูกพระเอกเอาปืนยิงปากมาได้ ก็คิดอะไรไม่ออก กึ่งเดินกึ่งวิ่งหน้าตาตื่น มุ่งหน้าไปหาพี่มูนที่หอนั่ง หวังไปพึ่งบารมี หากเกิดกรณีที่น้องชายของพี่เขาตามมาระราน พี่มูนพอเห็นเข้าก็ร้องทักพลัน

“เรน ไปทำอะไรมา ทำไมผมเผ้ายุ่งเหยิง หน้าตาตื่นขนาดนั้น อย่าบอกพี่นะว่าเจอคุณยายพี่อีก”

“ยิ่งกว่าเจอคุณยายพี่มูนอีกครับ” เรนระบายลมหายใจออกมาได้ โล่งแล้วที่มาอยู่ใกล้ๆพี่เขา พี่มูนมองสำรวจไปทั่วร่าง แล้วถามขึ้นมาอีก ตามที่ตาสะดุด

“แล้วคอทำไมเป็นรอยแดง อ้าวแล้วสร้อยไปไหน”

“เอ่อ คือว่า” เรนไม่รู้จะตอบพี่มูนยังไง แล้วในระหว่างที่หาคำตอบ พระเอกอารมณ์หื่นที่กลับมาใส่เสื้อใส่ผ้าแล้ว ก็เดินตามมาตัวงอๆ แทรกมาตอบให้

“มอสทำขาดเองล่ะครับ”

“ไปทำอีท่าไหนล่ะมอส” คราวนี้ความสนใจพุ่งไปที่น้องชาย

“ยังไม่ได้สักท่าเลยครับ”

“อะไรนะ”

“พูดเล่นน่ะครับ พอดีเล่นกันแรงไปหน่อย มือไปเกี่ยวเข้า ตะขอมันบางเลยขาด เดี๋ยวมอสเอาไปเปลี่ยนตะขอให้ ” น้องชายรวบรัดตัดความ แต่พี่ก็เติมความมาต่อ

“แล้วเป็นอะไรไปอีกล่ะ ถึงได้เดินตัวงอๆ ”

“แค่จุกท้องนิดหน่อยครับพี่มูน เดี๋ยวก็หายแต่คงไม่หายแค้น นี่มอสว่าจะขอออกไปข้างนอกสักหน่อย กลับก็ค่ำๆเลย ไม่ต้องรอทานข้าวนะครับ ”

มอสส่งสายตาไปยังอุศเรนที่นั่งตัวลีบทำหน้าทำตามิถูก ถ้าหากไม่มีพี่มูนอยู่ตรงนี้ เรนคงโดนคว้าคอลากเข้าห้องไปอีกรอบแน่แท้ พี่มูนก็ได้แต่มองสองคนสลับไปสลับมา และด้วยประสบการณ์ที่มากกว่าก็ทำให้พอเดาเหตุการณ์ได้มิยาก เล่นกันแรงอีท่าไหนจนสร้อยขาด ผมเผ้าก็ยุ่งเหยิง เสื้อหรือก็ยับยู่ยี่ แถมเจ้าน้องชายก็ดันใส่เสื้อกลับตะเข็บออกมาเสียอีก จะบอกก็ไม่ทันได้บอก มันดันออกไปเสียก่อน อดคิดไม่ได้อีกรอบเลยว่า เจ้าสองคนนี่ทำให้นึกถึงตัวเองกับเต้ยจริงๆ
 
ครั้นพอเจ้าคนก่อเรื่องมันเดินตัวงอออกไป เรนก็ระบายลมหายใจด้วยความโล่งใจมาอีกรอบ แต่ถึงกระนั้น ก็ยังหวาดหวั่นลึกๆ ที่มอสอาฆาตมาดร้ายไม่หายแค้น ตนคงถูกเอาคืนในเร็ววัน มอสคงไม่ปล่อยให้คั่งให้ค้างไว้เนิ่นนานเป็นแน่ ทว่าถ้าเวลานั้น มันมาถึงจริงๆ ตนจะทำอย่างเมื่อกี้ หรือยอมสนองเขาให้สมใจ ก็ยังมิรู้เลย

“เกือบไปแล้วไอ้เรน จะรอดถึงวันไหนวะนี่” เรนคิดว่าพูดกับตัวเองเบาแล้วเชียว แต่หารู้ไม่ว่าพี่มูนได้ยินเต็มสองหูครบถ้วนกระบวนความทั้งประโยคจนลอบขำ แต่ก่อนที่จะถามอะไรออกไป อีคนก่อเรื่องตัวจริงก็เดินสะบัดพัดจีบยิ้มร่าออกมา

“อ้าวน้องเรน เป็นไงบ้างคะน้อง ที่พี่ให้ทำเรียบร้อยไหม” ช้างที่อาบน้ำแต่งตัว ทำผมทำเผ้าเสียใหม่ ถามขึ้นอย่างอารมณ์ดี

“เรียบร้อยครับ”

“ดีมากค่ะคุณน้อง ไว้ว่างๆ คุณพี่จะพาไปกินด้วย” ช้างหัวเราะคิกคักๆ ทำเป็นคลี่พัดจีบเอามาปิดปาก ดูดัดจริตน่าถีบเสมอมาตั้งแต่สาวยันแก่ “แล้วนี่คุณน้องหน้าตาเป็นอะไรคะ อย่างกับจะโดนใครข่มขืน”

“แล้วหน้าตาช้างล่ะเป็นอะไร ถึงได้อิ่มเอมเปรมปรี อารมณ์ดีอย่างกับถูกหวย แต่เอ หวยก็ยังไม่ออกนี่”  มูนแทรกขัดมาให้ แล้วนังเพื่อนสนิท ก็ตอบรับมาอย่างหน้าชื่นตาบาน

“ใช่ค่ะคุณเพื่อน เพื่อนอัยถูกหวย ....หวยคัวน่ะ”

คำตอบของช้าง พอผวนเข้า เล่นเอาเรนที่ฟังอยู่ตบอกพร้อมพี่มูน ยิ่งพอได้ยินเรื่องราวทั้งหมดจากปากพี่ช้าง ลมก็แทบใส่ในความก๋ากั่นจัญไรที่ทำลงไปได้ไม่อายใคร และเรนก็ปะติดปะต่อเรื่องราวได้แล้วว่า นางพญาคชสารร่านสวาทตนนี้กับไอ้แฮ็คส์เม็ดใหญ่นั่น มันสร้างเรื่องอะไรให้ตน แต่ก็ยังสงสัยนักว่ามอส เข้าใจว่าเป็นตนไปได้อย่างไร

“บัดสีจริงๆเลยช้างนี่ อายุก็เยอะแล้วเพลาๆลงบ้างซะเถอะ” พี่มูนปรามขึ้นอย่างเหนื่อยหน่าย พี่ช้างก็ค้อนขวับสะบัดสะบิ้ง

“ แหม ก็กูไม่มีผัวเป็นตัวเป็นตนเหมือนมึงนี่อีมูน มึงนี่ก็ชอบขัดกูเสียจริงเลย” ช้างกลับมาเสียงแปร๋นดังเดิม “ว่าแต่นี่นะ กูจะบอกอะไรให้ น้องแฮ็คส์น่ะ ถูกใจ๊ ถูกใจกูมาก กระแทกทีถึงคอหอยกูเลยล่ะมึงเอ๊ยยยยย”

“พอเลยไม่ฟังแล้ว เรื่องอัปรีย์พวกนี้ เดี๋ยวเรนมันจะเสียเด็กหมด”

“เด็กอะไรที่ไหนกัน ยี่สิบกว่าแล้วอีนี่ รุ่นเดียวกับน้องมึงแหละ” ช้างตอบลอยหน้าลอยตา แล้วหันไปหาเรน “ นี่ไอ้เรน เจ้ถามจริง โตจนป่านนี้แล้ว มึงเคยโดน เคยอมของใครหรือยัง ถ้ายัง เจ้สอนให้เอาไหม”

เรนไม่คาดคิดว่าจะได้ยินคำถามแบบนี้ ฟังแล้วก็กระดากจะตอบเป็นที่สุด และก็ขัดเขินหน้าแดงอย่างที่สุดเช่นกัน เพราะคำถามของพี่ช้างมันดันคือคำตอบ คือสาเหตุที่บอกมอสไปแล้วแต่มอสมิฟัง พี่ช้างยังถามกระเซ้ากระซี้ระรี้ระริกมาอีก จึงเห็นควรผลุดลุกเลี่ยงหนี ออกตัวสั้นๆขอไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ปล่อยให้อีพี่ช้างหัวเราะร่านไล่หลัง พี่มูนเองก็คงรำคาญเหมือนกัน ลุกหนีเข้าห้องตามติดๆไปอีกคน แล้วบอกเรนว่า

“เกินจะเยียวยาแล้วนังนี่”
   
“ที่สุดของที่สุดแล้วครับพี่มูน”

แล้วทั้งสองก็แยกย้าย เรนเดินตามเฉลียงกลับไปยังห้อง ระหว่างทางก็เจอกับสามพี่น้องที่กำลังเดินกระซิบกระซาบกันขึ้นบ้านมาพอดี สามพี่น้องนี่อย่างกับวางแผนอะไรกันสักอย่าง พอหันมาเห็นเรนก็หยุดซุบซิบเงยหน้ามาเจรจา เจ้าพี่ชายคนโตกับเจ้าพี่ชายคนรองนั้นทักทายตนเป็นปกติ มีแต่น้องชายคนเล็กนี่กระมังที่ยังยืนจ้องหน้าตน เรนจึงเดินเลี่ยงไปด้านข้าง แต่พอเดินผ่านมาได้ มือเล็กๆก็คว้าข้อมือตนหมับ แล้วพูดสั้นๆ ห้วนๆ เหมือนเดิม

“ขอบใจนะ”

เจ้าดาวร้ายของบ้านพูดขึ้นให้ได้ยินท่ามกลางรอยยิ้มของพี่ชายคนโตที่รู้ดีว่าคำขอบใจมีให้กับเรื่องอะไร เรนเองก็ยิ้มให้ตอบกลับไป ถึงแม้อีกฝ่ายจะยังไม่ยิ้มตอบกลับมา แต่ก็พึงใจว่า สัญญาณมิตรภาพ ก่อกำเนิดขึ้นมารำไรแล้ว

เมื่อสามพี่น้องเดินแยกจากไป เรนก็กลับเข้าห้อง นั่งคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่เช้าอยู่เป็นนานสองนาน ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อว่าเช้ามาจากที่เริ่มต้นด้วยความหวานอันน่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดีของวันอยู่แล้วชียว ดันกลับมีความหวาดเสียวสองเหตุการณ์ติดๆตามมาซะได้ ไม่ว่าจะเจองูจริงๆเอย งูในกางเกงของมอสเอย เกือบเอาตัวไม่รอดมาเสียทั้งสิ้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า งูตัวหลังนี่ ถึงแม้มันจะน่าหวั่น ทว่ามันก็ชวนให้เอ็นดูตาติดได้ผิดประหลาด หากก็เพราะความไม่เคยและทำไม่เป็น จึงหักใจไม่ใช้ปากฟูมฟักอย่างที่ควรจะเป็น อีกทั้งยังสังหารมันให้สิ้นฤทธิ์ด้วยแรงเข่าเข้าเป้ากลางลำตัวจนร่วงลงไปกองกับพื้น

แต่เหนือความคิดและความรู้สึกอื่นใดที่พอได้รู้เรื่องราวทั้งหมด คือใจที่เริ่มไม่สบายเพราะมอสกำลังเข้าใจตนผิดอย่างสิ้นเชิง

“มอสจะเป็นไงบ้างก็ไม่รู้ คงเจ็บนะนั่น แถมยังเข้าใจผิดอีกด้วย พี่ช้างนะพี่ช้าง ” เรนเปรยกับตัวเองอย่างนั้น ทั้งๆที่ควรจะโกรธมอสต่อไปมากกว่ากับสิ่งที่เขาทำแต่กลับไม่  “ ส่งไลน์ไปอธิบายดีไหม หรือจะโทรไปดี”

เรนสองจิตสองใจอีกเพียงครู่ แล้วก็ตัดสินใจหยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความไปหาก่อน มินานข้อความก็ถูกเปิดอ่านแต่ไร้การตอบรับกลับมา จึงกดโทรออกต่อสายไปหาเขา หากก็ถูกตัดสาย ท้ายสุดคนปลายทางก็ดันปิดเครื่องไม่ยอมเจรจาไปเสียดื้อๆ

“จะทำยังไงดีกันเนี่ย ไอ้เรนเอ๊ยยยย วันอะไรของเราวะนี่ ไม่อยากให้มอสเข้าใจผิดอย่างนี้เลย ป่านนี้ออกไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้”

นี่ถ้าหากเรนโผล่หน้าออกมามองที่หน้าต่างสักนิด จะเห็นว่าคนที่พยายามจะติดต่อ คนที่มันบอกว่าจะออกไปข้างนอก มันยังไม่ได้ออกไปไหนเลย มันยังนั่งหน้ายุ่งอยู่ที่ศาลาท่าน้ำคนเดียว พร้อมโทรศัพท์ที่เพิ่งปิดเครื่องไปวางไว้ข้างตัว

มอสตอนนี้คงหายจุกแล้ว แต่คงยังไม่หายหงุดหงิดงุ่นง่าน จึงใช้สายตาเหม่อมองระบายอารมณ์ทั้งมวลลงไปกับสายน้ำ ปล่อยให้ลมชายคลองเย็นๆพัดตัว และมิได้รู้ตัวเลยว่าใครเดินเข้ามายังศาลา

“มานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้วะ ไอ้น้องเมีย” เสียงห้าวกังวานของพี่เขยทักขึ้น เล่นเอามอสที่กำลังเหม่อถึงกับสะดุ้ง

“โธ่พี่เต้ย ตกใจหมด”

“ขวัญอ่อนอะไรนักหนาวะ ไอ้เวร”

“ไม่มีอะไรหรอกพี่ คิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะ มอสว่าจะออกไปข้างนอกสักหน่อย แต่เห็นว่าแดดมันยังร้อน ก็เลยเดินมานั่งรับลมตรงนี้ก่อน พี่เต้ยล่ะครับลงมาทำอะไร” น้องเมียที่สีหน้าสีตายังกลัดกลุ้มถามกลับ

 “พี่ลงมาคุยกับหัวหน้าแผนกจัดเลี้ยงน่ะ แล้วนี่เห็นอีช้างป่าจัญไรไหม พี่ล่ะอยากจะถีบยอดอกมันสักที”

“ไม่เห็นครับพี่เต้ย น่าจะอยู่บนบ้านแล้วมั้ง แล้วนี่พี่ช้างไปก่อเรื่องอะไรอีก”

“ก็อีช้างลากน่ะสิ มันดันไปลากพนักงานที่รีสอร์ทพี่ไปแดกที่โรงเก็บเรือเมื่อกี้ หัวหน้าแผนกจัดเลี้ยงเขาฟ้องมา พี่ล่ะอายขายหน้าฉิบหายเพราะเขารู้กันหมดว่ามันเป็นเพื่อนพี่กับพี่มูน แถมไอ้พวกพนักงาน มันยังเอาไปคุยกันในไลน์ให้สนุกปากว่าอีช้างมันแดกไปสามน้ำ น้ำละห้าร้อย” พี่เต้ยเล่าด้วยอารมณ์กึ่งหัวเสียกึ่งระอา ในพฤติกรรมหยำฉ่าของเพื่อนรักเมีย มอสฟังแล้วก็แย้ง เพราะที่ได้เห็นได้ยิน มันไม่ใช่

“เฮ้ยพี่ แต่ที่มอสได้ยินมามันไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ มันเป็นคนอื่น เพราะมอสเห็น... ” มอสเสียใจจนไม่อยากเอ่ยชื่อ เจ็บแปลบนิดๆ ที่ต้องเล่าความฝั่งตนต่อ แต่ก็ต่อได้ไม่จบ เพราะพี่เต้ยเอ่ยบทสรุปมาให้แทน บทสรุปที่ทำให้ใจห่อเหี่ยวกลับมาพองฟูจนคับศาลา

“อีช้างมันจ่ายไปก่อนพันนึง แล้วให้ไอ้น้องเรน เอาไปให้อีกห้าร้อย หัวหน้าแผนกเขาเห็นเขารายงานพี่หมดแล้ว”

“จริงเหรอครับพี่เต้ย” มอสถามขึ้น หน้าตานี่เป็นคนละเรื่องกับเมื่อกี้ทีเดียว

“จริงสิวะ แหม ที่นี้ล่ะยิ้มได้เชียวนะไอ้พระเอก” พี่เต้ยพูดจบก็เขกหัวน้องเมียด้วยความเอ็นดู และก็เหมือนพี่มูนเมียตัวเองนั่นแหละ ที่เห็นมอสแล้วก็เหมือนเห็นตัวเองในอดีตไม่มีผิด  “อย่าบอกพี่นะว่ามานั่งเป็นบ้าเป็นบออยู่คนเดียวตรงนี้นี่คือเข้าใจเขาผิด”

คนฉลาดอย่าพี่เต้ยพูดมาอย่างนี้ มีหรือจะไม่รู้อะไรและดูอะไรไม่ออก เห็นแล้วล่ะเมื่อเช้าที่ลอบยิ้มกับพี่มูน มันคงเสียเวลาชีวิตน่าดูนะ ถ้ามัวแต่มาปฏิเสธความจริงกับคนอื่นที่เขาดูออกตั้งแต่ต้นว่าไม่จริง ไม่ใช่ ฉะนี้จึงยอมรับกับพี่เขย ทว่าก็แอบลดทอนความเป็นจริงลง ไม่งั้นมันจะเหมือนพี่เขยตอนหนุ่มๆไปเสียหมด

 “พี่เต้ยละก็ มันก็นิดหน่อยเองครับ ไม่เหมือนพี่เต้ยกับพี่มูนทะเลาะกันหรอก”

“ไม่นิดหรอกมังไอ้ห่า หน้าตาเมื่อกี้ดูได้ซะที่ไหน” พี่เต้ยหัวเราะร่วน เขกหัวน้องเมียไปอีกที แล้วถามต่อยิ้มๆ “ถามหน่อย มอสแน่ใจแล้วเหรอที่จะเดินบนทางเดียวกันกับพี่”

“มอสเองก็ไม่รู้ว่าแน่ใจหรือเปล่าครับ แต่มอสก็เดินมาได้หลายกิโลแล้ว มันคงเสียความรู้สึกน่าดูถ้าจะต้องเดินกลับไป และมอสก็เพิ่งคิดได้เมื่อเช้าว่า มันหมดสมัยที่พระเอกจะหลอกตัวเองแล้วครับว่า ไม่จริงเราชอบผู้หญิง ไม่ได้ชอบผู้ชาย ในเมื่อใจมันรู้สึก ประโยคนั้นมอสคงเก็บไว้กับซีรีส์วายที่มอสเคยเล่นคงไม่คิดเอามาใช้อีก ตอนนี้มอสอาจจะยังตอบใครชัดไม่ได้ว่ามีใจแค่ไหนกับมัน เพราะมอสกำลังดูๆอยู่ว่ามันเป็นคนที่ใช่จริงหรือเปล่า” มอสตอบพี่เขยหนักแน่นในทุกๆน้ำเสียง พี่เขยเองจึงทั้งภูมิใจและพอใจ

“น้องชายพี่โตขึ้นมากจริงๆ แถมยังเก่งกว่าพี่อีกด้วย ตอนที่พี่อายุเท่ามอส พี่ยังไม่รู้ใจตัวเองเลย ทำให้พี่มูนเขาเสียใจอยู่ก็หลายครั้ง พี่ดีใจที่มอสไม่เดินตามพี่ไปเสียแทบทุกอย่างไม่งั้นคงบ้าคงบอหลงทางอีกนาน  มอสคิดได้ มอสเลือกทางได้แล้ว และถ้าในระหว่างทาง มันเกิดไม่ราบเรียบ พี่กับพี่มูนยินดีให้คำปรึกษา พวกพี่ผ่านกันมาเยอะ... อ้อ และถ้าง้อกันที่นี่ไม่สะดวก จะไปที่ลมสวาทก็ได้นะ พี่ให้ยืม ที่นั่นเงียบดี”

 “คร้าบบบบพี่เขย สุดยอดเลยไอดอลของผม ขอบคุณนะครับ ” มอสยิ้มกว้าง แทบจะกระโดดกอดพี่เขย ผลุดลุกขึ้น  “ งั้นเดี๋ยวมอสไปข้างนอกก่อนนะครับ ถ้าพี่เต้ยจะถีบอีพี่ช้าง มอสขอฝากด้วยหนึ่งทีนะครับ”

“ได้เลย ไอ้น้องเมีย”

“เอาเน้นๆเลยนะพี่ กลางยอดอกอีพี่ช้างเลย”

ว่าแล้วมอสก็พุ่งปราดออกจากศาลา ไม่สนใจแล้วว่าพี่เต้ยจะตะโกนตามหลังมาว่าอะไร  “เฮ้ย เดี๋ยวไอ้มอส ....ไอ้น้องเมีย นายใส่เสื้อกลับตะเข็บโว้ย”

มอสมุ่งหน้าวิ่งไปจนถึงที่รถ เป็นจังหวะเดียวกับที่พี่เปรม พี่แบงค์และผองเพื่อนนักบาสของพี่เต้ยในสมัยเรียนมาถึง จึงหยุดส่งเสียงทักกันลั่น ก่อนจะรีบขับรถออกไปพร้อมภาพในหัวที่วาดไว้เป็นฉากๆ สำหรับไอ้คุณหนูลำพูในคืนนี้ เพียงคนเดียว

ออฟไลน์ Artemis

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 491
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +594/-14
เรนกว่าจะออกมาจากห้องอีกรอบได้ก็ปาเอาไปบ่ายคล้อยแล้ว ออกมามุ่งหน้าเดินไปหอนั่งเฉกเคยเพราะไม่รู้จะไปที่ไหนเมื่อมอสไม่อยู่อย่างนี้สักคน

อาจจะเพราะด้วยวัยเดียวกัน และยกเขาให้เป็นคนสำคัญ ใจมันจึงติดกับเขาไปอย่างบังคับไว้ไม่ได้ เพราะใจที่ติดนี่เอง มันจึงร้อนรน ด้วยตามหาใจตัวเองไม่เจอว่าออกจากบ้านไปอยู่แห่งหนใด ไม่อยากจะคิดเลยว่าหายไปแค่ไม่กี่ชั่วโมงตนยังเป็นขนาดนี้ ถ้าไม่เจอเขาเป็นวันเป็นปีตนจะเป็นขนาดไหน โทร.ไปกี่ครั้งๆ เครื่องก็ปิด นี่ถ้าไม่เข้าใจกันผิด ตนก็คงไม่ต้องมากังวลอย่างนี้หรอก

เจ้าพระสังข์ถอดรูปเดินพลางคิดพลางไปเรื่อย จนมาถึงหอนั่งที่สีหน้าสีตายามมาถึงแต่ละครั้งมันแทบจะไม่เหมือนกันเลยสักครั้งเดียว ครั้งนี้พาหน้าใสๆที่ยิ้มไม่ออกมาด้วย แล้วก็ตกใจนักที่จู่ๆ หอนั่งกว้างๆมีแขกมาเพิ่มละลานตาไปหมด หายไปแว่บเดียวแขกมาเยอะขนาดนี้เลยเหรอ

“เรน...มานี่มารู้จักบรรดาผัวเก่าของเจ้เร็ว เจ้กินมาแล้วทั้งทีม” พี่ช้างร้องเรียกพลางกวักมือเรียกพลาง พอเรนมาถึง ก็แนะนำมาต่ออีกว่า  “ทีมนักบาสผัวพี่สมัยมัธยม และกลุ่มพี่ๆชะนีข้างๆเนี่ย ก็เมียน้อยพี่ทั้งนั้น”

“สวัสดีครับพี่ๆ” เรนยกมือสวัสดีพี่ๆทั้งชายหญิงไปทั่ววง พี่ๆรับไหว้ยิ้มทักทาย มองไปก็คุ้นหน้าคุ้นตาอยู่คนเดียวคือพี่ตำรวจที่เคยเห็นที่สำเพ็ง พี่ตำรวจคนนี้ทำไมคล้ายน้องสกายนักเชียว เมื่อวานก็เพิ่งเอะใจไป วันนี้ยิ่งเห็นอีกรอบก็ยิ่งอดคิดไม่ได้ใหญ่

“ผัวๆขา ผู้ช่วยน้องอัยเองค่ะ ชื่อเรน”

“อย่าไปเชื่อมันครับน้อง อย่างมันแดกได้แค่เยี่ยวพี่เท่านั้น” พี่ตำรวจเป็นต้นเสียงแก้ตัว แล้วหันไปพูดกับอีนังคนอยากอมของหลวง ฟังแล้วน่าชื่นใจเสมอมา “ผัวเหี้ยอะไรของมึงอีช้าง ถีบสักทีดีไหม”

พี่ตำรวจยกเท้าหรา ตามด้วยเสียงสนับสนุนอีกหลายเสียง แต่คงไม่มีใครดังเท่ากับพี่เต้ย ที่ดูยังไงพี่เขาก็ดูเด็กที่สุดในกลุ่ม อย่างกับเป็นรุ่นน้องพี่ๆกลุ่มนี้อย่างไรอย่างนั้น

“กูฝากด้วยสองที ของกูทีหนึ่ง ไอ้มอสทีหนึ่ง อีห่าทำงามหน้านัก ถ้าไม่ติดว่าทำความดีความชอบไว้เยอะจนกลบเรื่องอัปรีย์จัญไรไว้ได้นะ เมื่อกี้กูถีบเองไปแล้ว ลากพนักงานกูไปแดกกลางวันแสกๆ กูอยากให้คุณยายมาหักคอมึงนักเชียว ทำระยำในบ้านกู”

“ว้าย คุณเต้ยอย่าพูดสิคะ น้องอัยกลัว” ทั้งเสียงและท่าทางของพี่ช้างที่กำลังทำประกอบคำพูดอยู่ตอนนี้ มันน่าโดนตีนพี่ๆผู้ชายสักที พี่ช้างสะบัดสะบิ้งไปอีกนิด แล้วถามเรนถึงหัวใจว่า

“เออเรนมาก็ดี แล้วนี่พ่อเจ้าชายของเราไปไหน พี่ๆเขารอกินเหล้าอยู่”

“บอกแค่ว่าจะไปข้างนอกครับ โทร.ไปก็ปิดเครื่อง”

“คงไปหาเพื่อนแหละ เดี๋ยวก็มาง้อ” พี่เต้ยแทรกเข้ามาให้ แถมยังมองมายิ้มๆ เหมือนจะรู้อะไรๆ พี่มูนก็เช่นกันจุ๊ปากตีแขนผัวตัวเอง แล้วก็ลอบยิ้มกันทั้งคู่ คงมีแต่พี่ช้างเท่านั้นแหละที่ยังไม่รู้อะไรเป็นอะไร

“ถ้าติดต่อเขาได้ก็บอกให้รีบกลับแล้วกัน ...เรนเองก็ตามสบายนะ วันนี้พี่คงไม่มีอะไรให้ทำแล้ว ไปหาข้าวหาขนมกินตรงไลน์บุฟเฟ่ต์ตรงเฉลียงซะ แล้วไปนั่งเล่นกับน้องๆตรงนู้นนู่นก็ได้ ”

พี่ช้างเอานิ้วอวบอูมชี้ไปทางเฉลียงด้านข้างที่มีไลน์อาหารตั้งอยู่เต็ม แล้วก็บุ้ยปากไปยังกลุ่มเด็กผู้ชายเกือบสิบคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับสกายและสตาร์ ที่มีซันเป็นหัวหน้ากลุ่มนั่งถอดเสื้อดีดกีต้าร์อยู่ตรงกลาง น้องๆผู้ชายเหล่านี้นั้นก็น่าจะเป็นลูกๆ ของพี่ๆที่มาเพิ่มนั่นแหละ

“ครับพี่ช้าง งั้นเรนขอตัวนะครับ”

เรนรับคำ เดินไปคีบแซนด์วิชชิ้นเล็กมาทานเล่น กำลังมองหาที่นั่ง แล้วใครบางคนที่ไม่คาดคิดว่าเขาจะชวนให้นั่ง ก็พยักหน้าเอ่ยปากชวนขึ้นมา

“นั่งตรงนี้ก็ได้”

สตาร์ยังคงพูดห้วนๆเหมือนเดิม เขยิบที่นั่งข้างๆให้ ไกลจากกลุ่มเด็กผู้ชายมานิดหน่อย เรนก็ตอบรับไมตรีทรุดนั่งลงข้างๆ หากก็ยังมิกล้าชวนคุยต่อเท่าไรนัก เพราะน้องเขาชวนให้นั่งเสร็จก็นิ่งเงียบ ไม่พูดไม่จา ได้แต่ใช้สายตามองไปยังคนดีดกีต้าร์กลางกลุ่มเด็กผู้ชาย

“เห็นแล้วคิดถึงน้ามอส” ในที่สุดสตาร์ก็พูดขึ้นเบาๆให้เรนได้ยิน แล้วส่งประโยคลอยๆ เคล้าเสียงกีต้าร์ของซันตามมาอีก “จะว่าไป พี่ซันตามน้ามอสไปทุกๆสเต็ปเลยนะ ดีดกีต้าร์เก่ง ร้องเพลงเพราะและกำลังจะเข้าวงการ อีกหน่อยก็คงดัง”

เจ้าดาวน้อยพูดถึงตรงนี้ก็หยุดมิพูดอะไรต่อ สายตายังคงมองไปที่ซันอีกเรื่อยๆ ปล่อยภวังค์ให้ล่องลอยอยู่รอบตัว กับภาพความทรงจำในวันวานอันแสนหวานยามที่มีน้าชายดีดกีต้าร์ร้องเพลงให้ฟัง

พี่ซันจะรู้ไหมว่า พี่ทำให้น้องลืมน้ามอสไปชั่วขณะได้ก็จริง... ทว่าพี่ก็กลับทำให้น้องคิดถึงน้ามอสได้ในขณะเดียวกัน

ท่วงทำนองหวานๆ เสียงร้องกังวาน กับกีต้าร์เสียงเสนาะของน้า... มันคงโรยลามิหวนคืน
ฤาจำต้องเปลี่ยนคนเล่นคนร้องใหม่ เผื่อความหวานจะได้กลับมาเติมหัวใจอีกครา 

“สักเพลงไหม ดาว”

จู่ๆเสียงของพี่ซันก็ทำลายภวังค์ขึ้นเชื้อเชิญ สตาร์ยิ้มน้อยๆคิดเพียงครู่ก็พยักหน้าตอบรับ เดินไปที่วงเด็กผู้ชาย เอามือถือพี่สกายมาเปิดหาคอร์ด ขอให้เล่นเพลงที่กำลังโลดแล่นอยู่กลางใจพอดิบพอดี

“เอาเพลงนี้นะพี่ซัน”

“ได้สิ แหม่ นึกว่าจะร้องลูกกรุงเหมือนเคย”

ซันรับคำ ดูคอร์ด แล้วจับปิ๊กกรีดไปบนเส้นสาย ก่อเกิดท่วงทำนองแสนเสนาะฟังสบาย สไตล์บอสซาโนว่า ตามมาด้วยเสียงฮัมตามจังหวะกีต้าร์ของของสตาร์เบาๆ และเพียงเสียงฮัมเสียงใสนี้ดังขึ้นเท่านั้น อุศเรนที่คอยฟัง ก็ทิ้งแซนด์วิชในมือทันที เดินลอยมานั่งฟังราวกับบังคับตัวไม่อยู่ ที่ข้างวง

แล้วฉันก็ได้รู้ว่าเธอนั้นสำคัญมากเพียงไร
ฉันความรู้สึกช้า เพราะว่าตอนนี้เธออยู่แสนไกล


คิดถึงเธอทุกครั้ง ฉันยังคงเสียใจและร้องไห้
ฉันคิดว่าจะไหว แต่เธอรู้ไหม ฉันทำไม่ได้ *


แล้วความไพเราะแห่งเสียงใสก็สะกดให้ทุกเสียงสงบลง ทุกคนหยุดคุยกันหันมามอง ยิ่งพอท่อนแรกท่อนเมื่อกี้ดังขึ้น พวกผู้ใหญ่ถึงกับกรูกันเข้ามา โดยเฉพาะพี่เต้ยกับพี่ที่เป็นตำรวจ ยิ่งเข้ามาใกล้กว่าใคร เอามือถือขึ้นมาอัดคลิปไว้ทั้งภาพทั้งเสียง

ฉันเพิ่งเข้าใจ โลกที่ไม่มีเธอเป็นอย่างนี้
โปรดกลับมา นะคนดี ...เพราะฉันไม่มีเธอไม่ได้


ความหวาน ในใจฉันเหมือนมันต่ำไป
กลับมารักฉันทีได้ไหม ขาดเธอแล้วฉันอยู่ไม่ไหว


คิดถึง....เวลาที่มีเธออยู่ใกล้ กลับมาหาฉันทีได้ไหม
เติมความหวานให้ใจฉันที **


เพียงท่อนสุดท้ายจบลงพร้อมเสียงกีต้าร์ ความเงียบก็จับลงแค่เข็มตก แล้วเสียงกระหึ่มจากเสียงปรบมือก็ดังขึ้น พร้อมเสียงชื่นชมในความไพเราะจากทุกๆคนไม่หยุดหย่อน เรนเองถึงกับเผลอลุกขึ้นยืนปรบมือ ไม่คิดเลยว่าน้องสตาร์จะร้องเพลงได้เพราะมาก กินใจมากได้ถึงขนาดนี้ โตไปนี่เป็นนักร้องอาชีพได้สบายๆ

สตาร์ได้ยินเสียงชื่นชมปรบมือก็เพียงแค่ยิ้มรับน้อยๆขอบคุณ เพราะเพลงที่ถ่ายทอดมาให้ฟังสบายๆได้นี่ จะมีสักกี่คนที่จะเข้าใจความหมายของเพลงที่ใช้สื่อ ครั้นพอเสียงปรบมือซาลงแล้วคนก็แยกย้าย แต่แล้วยิ้มน้อยๆบางๆของสตาร์ก็กลายเป็นกว้างขึ้น เมื่อสายตาหันไปเจอความหวานในวันวาน มายืนยิ้มยืนดูปรบมือลั่นอยู่ตรงมุมหนึ่งของหอนั่ง โดยที่ไม่มีใครทันสังเกตเลย

น้ามอสเดินเข้ามาหาหลานท่ามกลางเสียงฮือฮาของเด็กๆที่ทำผมทำเผ้าเลียนแบบ มอสยิ้มกว้างเฉกเดียวกับสตาร์ อดใจเมินหลานอีกไม่ไหว ขยี้หัวดึงตัวเข้ามากอดแน่นชื่นชม

“ร้องได้เพราะมากๆเลยครับสตาร์ดัสท์  ไว้วันไหนว่างๆ เรามาร้องเพลงอัดคลิปกันนะ”

“วันนี้ก็ว่างนะครับน้ามอส วันนี้เลยไหม” สตาร์ดัสท์ของน้ารีบเสนอมาหน้าบานแฉ่ง ...แต่อนิจจาหน้าก็ต้องหุบลงภายในเสี้ยววินาทีเพราะคำตอบ

“วันนี้น้าติดธุระสำคัญครับ”

มอสขยี้หัวหลานมาอีกครั้งอย่างเอ็นดู ก่อนจะผละออกแล้วเดินไปทำธุระสำคัญโดยที่หลานยังมองตาม ซึ่งธุระสำคัญของน้าที่ว่า มันไม่ได้อยู่ห่างไกลไปจากสตาร์เลย

“ไอ้คุณหนูลำพู ไปคุยกันหน่อย”

เสียงกังวานของน้ามอสที่กำลังพูดกับไอ้พี่เรน สตาร์ได้ยินชัด และก็เห็นชัดเต็มสองตาว่าทั้งคู่เดินออกจากหอนั่ง ก้าวลงไปจากบ้านพร้อมกัน มิได้ใส่ใจคนที่กำลังมองตามเลย

“อยากร้องเพลง หรืออยากร้องไห้” เสียงพี่ซันถามขึ้น ดังอยู่ข้างๆหู ยามนี้น้องรู้ว่าพี่มิได้กวน แต่พี่กำลังให้เลือก อยากจะรู้นักว่าถ้าจะเอาทั้งสองอย่างพี่จะทำอย่างไร

“ทั้งร้องเพลงและร้องไห้ได้ไหมพี่ซัน ....อยู่ดีดีก็อยากร้องไห้ เพลงนี้เคยได้ยินไหม ป้าช้างชอบร้องบ่อยๆ”

“เอาสิ...งั้นพี่ก็จะร้องเพลงนี้ต่อแล้วกัน ป้าช้างก็ชอบร้อง”

“เพลงอะไร” สตาร์หันขวับไปถาม จนเจอกับสายตาสีน้ำตาลอมน้ำผึ้งที่จ้องมาในโทนหวานรออยู่ก่อนแล้ว ตามมาด้วยเสียงกระซิบแผ่วเบา ที่ไม่รู้ว่าเป็นคำถามหรือชื่อเพลงกันจริงๆ

“อยากให้ฉันยืนอยู่ข้างเธอบ้างไหม... ร้องจากใจพี่เลยนะ อยากฟังไหมครับดาว”

***********************************

รบกวนติดตามต่อในบทที่๘ ส่วนที่๒นะคะ มาดูกันว่า ‘ความหวาน’ จะหวานพอจนน้ำตาลขึ้นหรือไม่ หรือความหวานจะลดทอนลงจนแทบจืดสนิทไม่มีรสไม่มีชาติกัน

ขอบพระคุณทุกๆความเห็นมากๆเลยนะคะ ทั้งคุณwutwit  คุณanterosz   คุณOooy  คุณtweetpuen  คุณblove 
คุณkokoro  คุณbun  คุณpsychological  และก็ คุณsugarcane_aoi สำหรับกำลังใจและติดตามกันเสมอมา อ่านแล้วหายเหนื่อย เป็นอีกแรงใจให้เขียนไปยิ้มไปไม่หยุด  :o8:  :man1:

ขออภัยท่านผู้อ่านอีกครั้งด้วยนะคะที่บทนี้มาช้า และก็ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านมากๆเลยค่ะ รักษาสุขภาพกันด้วยเหมือนเคยนะคะ ... แล้วพบกันค่ะ   :pig4:  :mew3:  :กอด1:

อ้างอิง * , ** เพลงความหวาน ของคุณลุลา

ออฟไลน์ yoyothaka

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 19
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
อิ่มใจที่ได้อ่านเหมือนกับทุกๆครั้งนะคะ..ไม่อยากให้เศร้าเลยค่ะ..ติดตามเสมอนะคะ

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1263
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-0
มีคนคอยปลอบข้างๆตลอดแบบนี้ ไม่นานเจ้าดาวก็เฉยๆกับน้ามอสได้แล้วละเนอะ 55 พี่ซันจีบน้องดาวอยู่ป่าวอะ โอ๊ยยยยยแอบเขิน >.< -//- ใจดาวดวงน้อยเต้นระรัวเลย 555 //เออรอดตัวไปนะเรน จะเสียตัวทั้งทีต้องเข้าใจกันดีหน่อยดิ ไปยำอีพี่ช้างโน้นตัวการ ชอบเวลาเต้ยมันด่าอิพี่ช้าง ถึงใจจริงแล้วมันก็ใช่ด้วยนะที่ด่าๆไปอะ มันน่าโดนจริงๆ 555 //เอาแล้วพี่น้อง3คนนี้จะมีภาระกิจร่วมกันยังไงในเรื่องที่สงสัยคาใจ รอลุ้นเลยจะโป๊ะแตกวันไหน เต้ยพูดดีมีสาระก็น่าฟังเว้ย ตอนปรึกษาเรื่องหัวใจกับมอสคือพูดดีมาก  o13 สนุกกกกกกกกกก ขอบคุณนะคะที่มาต่อ รอเสมอค่า รอตอนหน้าเลย จะเกิดไรขึ้นบ้าง  :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ anterosz

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 779
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +109/-1
หวานนนนน หวานมากกกกก ทุกคู่เลย

ชอบมากครับ รอตอนต่อไปครับ

ออฟไลน์ wutwit

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 271
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-2
คู่พี่นี่คงไม่มีปัญหาแล้วมั้ง เหลือแค่พี่สาวอย่างละเวงแล้วแหละ ส่วนคู่เล็กนี่จะยังไงต่อ แถมเรื่องแม่ของเจ้าสองแฝดอีก

ออฟไลน์ sugarcane_aoi

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 239
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
แอบมดขึ้นเพราะความหวานของซัน สตาร์เริ่มเห็นถึงความจริงใจของพี่ซันแล้ว ส่วนอีกคู่ดีนะที่มอสรู้ความจริง ไม่งั้นคงสงสารเรนแย่เลย นางคุณท้าวอัยนี่สร้างเรื่องอยู่เรื่อยๆ ขอบคุณมากค่ะสมกับที่รอคอยค่ะ รออ่านความหวานของมอสกับเรนในตอนต่อไปนะคะ :pig4:

ออฟไลน์ Oooy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 48
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
ขอบคุณนะคะมต่อให้หายคิดถึงแล้วเรนเกือบไปแล้วสินะพี่ช้างนี่ไม่รุ้ตัวเลยว่าทำน้องเดือดร้อนมอสก็ไม่ฟังเรนอธิบายเลยสมน้ำหน้าโดนซัดหน้าเขียวน่าจะให้เรนสอกเข่าให้ใช้การไม่ได้สักทีถอดพี่เต้ยมาเด้ะๆเลยดีนะที่พี่เต้ยเอาความจริงมาบอกจะง้อเรนยังไงรอนะคะส่วนสตาร์หันมามองพี่ซันดีกว่านะเป็นคนที่ถูกรักรักคนที่รักเรามีความสุขกว่าอีกส่วนเกรซนี่สกายกับสตาร์จะรุ้ความจริงในอนาคตไหม

ออฟไลน์ Artemis

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 491
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +594/-14
แวะมาแจ้งข่าวว่าจะมาช้าหน่อยนะคะ ประมาณกลางเดือนหน้า ขออภัยด้วยค่ะ
ขอบพระคุณท่านผู้อ่านมากๆค่ะ  :mew1:

ออฟไลน์ anterosz

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 779
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +109/-1
ผมนี่นับวันรอเลยครับ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Oooy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 48
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
เฝ้ารอทุกเรื่องสุ้ๆนะคะรักษาสุขภาพด้วยค่ะ :L1:

ออฟไลน์ sugarcane_aoi

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 239
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
แวะมาแจ้งข่าวว่าจะมาช้าหน่อยนะคะ ประมาณกลางเดือนหน้า ขออภัยด้วยค่ะ
ขอบพระคุณท่านผู้อ่านมากๆค่ะ  :mew1:
รอค่ะ :mew1:

ออฟไลน์ Caramel Syrup

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 482
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-2

ออฟไลน์ Artemis

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 491
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +594/-14
Me After You บทที่ ๘ ความหวาน (Sweet) ส่วนที่๒


มอสพอลงมาจากบ้านก็เดินนำลิ่วไปที่รถ เรนก็ได้แต่เดินตามหลัง คนนำจะนำไปไหนก็ไป ยังมิพูดมิจาอะไรทั้งสิ้น ใจจริงก็อยากจะพูดออกไปให้สิ้นเรื่องสิ้นราวมันตอนนี้ แต่เพราะมอสยังมิยอมพูด คำพูดที่ตระเตรียมไว้ พอถึงเวลาที่จะต้องพูดจริงๆ กลับพูดมิออก เริ่มต้นไม่ถูก จึงจำต้องเก็บเอาไว้ก่อน ก้าวตามต่อไปเรื่อยๆ ครั้นพอถึงรถ มอสก็เป็นฝ่ายเปิดบทสนทนา
   
“ไปคุยกันข้างนอกดีกว่านะ”

“ที่ไหน”

“เดี๋ยวก็รู้”

เดี๋ยวก็รู้ของมอส ก็คือเดี๋ยวจริงๆ เพราะเขาพาอุศเรนขับรถมาจอดเทียบท่าหน้าบ้านไม้หลังใหญ่สไตล์วินเทจเงียบสงบแห่งหนึ่ง ถัดจากตลาดน้ำอัมพวามาไม่ไกล ใช้เวลาจากบ้านสวนไม่ถึงสิบนาที พอรถจอดสนิทเจ้าซุปตาร์ก็ดับเครื่องรถก้าวนำลงมา เจ้าพระสังข์ถอดรูปเองก็ลงจากรถตามมาติดๆ ใช้สายตาสำรวจมองไปถ้วนทั่ว

บ้านไม้หลังใหญ่หลังนี้ ตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้ร่มครึ้มทะมึนแฝงไปกับความมืดมิด ติดกับแม่น้ำ มีแสงไฟสลัวๆจากโคมรายรอบ หากก็สว่างพอที่จะช่วยขับสีเหลืองนวลให้เด่นเป็นสง่า เห็นชัดถึงลวดลายไม้ฉลุตามชายคา ประณีตอ่อนช้อยของช่างฝีมืองามจับตา กลางคืนยังสวยขนาดนี้ กลางวันจะสวยขนาดไหน

“สวยจัง บ้านใครครับมอส” เรนถามขึ้น

“ไม่ใช่บ้านหรอก เป็นเกสเฮาส์น่ะ ชื่อลมสวาท”

เรนได้ยินคำตอบก็แทบชะงักขาพลัน เพราะคำว่า เกสต์เฮาส์ มันก็หมายความได้ มิต่างอะไรจากโรงแรม นี่มอสจะพาตนมาที่นี่ทำไม มาแค่คุยแน่ๆหรือ ชื่อสถานที่ มันชวนให้คิดไปไกลและทำให้คันหัวใจยิบๆ อย่างช่วยมิได้อีกครา

“ลมสวาท” เจ้าพระสังข์ถอดรูปทวนคำ เริ่มกล้าๆกลัวๆ

“ใช่ลมสวาท พี่เต้ยซื้อให้พี่มูน เป็นของขวัญวันครบรอบเจ็ดปีที่พี่เขาอยู่ด้วยกัน”

“แล้วทำไมปิดทิ้งไว้เฉยๆซะล่ะ ทำไมไม่เปิดให้คนเข้าพัก”

“พี่เต้ยกับพี่มูนเขาอยากเก็บไว้เป็นที่ส่วนตัวของเขาน่ะ บางทีพี่ๆเขาก็มาอยู่ที่นี่กันลำพังสองต่อสอง ตามประสาผัวเมีย ปล่อยไอ้สามแสบให้อยู่กับป้าเมี้ยน” มอสหันมาอธิบายยิ้มๆ พูดพลางไขแม่กุญแจที่มีโซ่เส้นใหญ่คล้องไว้หน้าประตูพลาง  “ เขาสองคนบอกรักกันที่นี่ เจ้าของเก่าเขาอยากจะทุบทิ้ง พี่เต้ยได้โอกาสเลยซื้อเก็บไว้ เพื่อเก็บทุกๆความทรงจำ”

“พี่มูนเป็นคนที่น่าอิจฉาที่สุดในโลกเลย พี่เต้ยเขารักพี่มูนมากเลยเนอะ”

“แน่นอน เพราะกว่าเขาจะได้พี่มูนมา มันกินเวลาไปหลายปีเลยแหละ ว่าแต่นายเถอะไอ้คุณหนู อยากเป็นคนที่น่าอิจฉาที่สุดในโลกเหมือนพี่มูนบ้างไหมล่ะ” มอสหันมายิ้มน้อยๆ ถามหยอดมิเอาคำตอบ แต่คำตอบมันก็มีมาให้เห็นจากสีหน้าแดงระเรื่อของคนฟัง ยิ้มน้อยๆจึงยิ้มได้กว้าง ก่อนจะเปิดประตูเดินนำเข้าไปด้านใน

“อย่ามัวแต่คุยเรื่องคนอื่นอยู่เลย มาคุยเรื่องวันนี้ของเรากันดีกว่า เข้ามาสิ”

เรนพยักหน้ารับคำเดินตามเข้าไป ใช่สิ มอสพูดถูก เรื่องวันนี้ที่เกิดขึ้นของเรา ควรต้องคุยกันได้แล้ว มิฉะนั้นมอสก็คงจะต้องเข้าใจผิดต่อไปเรื่อยๆ ทว่าเจ้าซุปตาร์หน้าหล่อที่หายไปค่อนบ่าย สีหน้าสีตายามนี้ เป็นคนละเรื่องกับตอนที่อยู่ในห้องนอนที่บ้านสวนจริงๆ ใบหน้ากราดเกรี้ยวมิมีให้เห็น มีแต่แย้มพรายกระจ่างใส ล้อแสงไฟอัจกลับสีส้มอมทอง

มอสกลับมาเป็นมอสคนเดิมแล้ว หาใช่ผู้ร้ายในคราบพระเอกผู้ยัดเยียดเอาปืนมายิงปาก
ความสงสัยย่อมบังเกิดว่ามันเกิดอะไรขึ้น ...ฤาเป็นไปได้ไหม ที่มอสจะรู้ความจริงแล้ว

ความจริงที่ตนไม่ได้ลิ้มรส แฮ็คส์เม็ดใหญ่เลยสักคำ

“ไปคุยกันตรงเฉลียงชั้นบนนะ ตรงนั้นวิวสวย”

มอสเดินนำบนผืนพรมสีนวลเหนือไม้กระดานขัดมัน ทิ้งเรนที่ยังลังเลอยู่ในทีแรกว่าจะก้าวตามเข้าไปดีหรือไม่ไว้ด้านหลัง หากนั่นก็เป็นเพียงครู่ เพราะเรนก็ตัดสินใจก้าวขาตามเข้ามาในท้ายที่สุด เดินตามกลิ่นน้ำหอมผู้ชายอ่อนๆ ของมอสขึ้นมาจนถึงชั้นบน พอขึ้นมาถึงก็เห็นประตูกระจกสี ตรงเฉลียงเปิดทิ้งไว้ เผยให้เห็นพระจันทร์ดวงกลมใหญ่ สาดแสงเงินอาบเต็มเฉลียงกว้างที่มีมอสยืนยิ้มรออยู่ก่อนแล้ว

ข้างๆกันตรงมุมเฉลียง คือโต๊ะไม้ใต้แสงโคมเพดานสีทอง กลางโต๊ะคือแจกันดอกไม้ช่อย่อมๆ ล้อมรอบด้วยจานสเต็กและเครื่องเคียง ไวน์แดงชั้นดีพร้อมแก้ววาววับมีประกอบครบองค์

อย่าบอกนะว่าที่หายไปค่อนบ่าย หายไปเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
ถ้าใช่อย่างที่คิด จะหายไปนานกว่านี้ หรือหายไปอีกสักกี่ทีก็จะไม่ว่าอะไรอีกเลย

“มายืนตรงนี้สิ จะได้คุยกันซะที” มอสพูดแล้วพยักหน้าเรียก เรนก็ยังคงเป็นเรน ทำตามคำสั่งมายืนข้างๆ แต่ก่อนที่จะขยับปากพูดอะไร คำสั่งก็มีมาอีกคำสั่ง

“หลับตาด้วย”

อุศเรนอมยิ้มหลับตาลง ยืนนิ่ง ความเงียบเริ่มจับ จนหูทั้งสองข้างได้ยินเสียงลมจากแม่น้ำกับเสียงหัวใจตนเองเต้นระรัว ลุ้นอยู่ว่าเขาคนนี้จะทำอะไรอีก หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมิทำให้บรรยากาศดีๆแบบนี้เสีย บรรยากาศแบบนี้ใช่ไหมที่ถวิลหา ถ้าเป็นไปได้ก็อยากย้อนเวลา ไปกระซิบบอกมอสว่า ตอนนี้แหละที่สมควรเรียกตนมานวด ซึ่งก็มั่นใจว่า จะสนองให้ทุกอย่างได้ดังใจ แม้จะยังไม่เคยก็ตามและจะไม่หยุดกลางคันอีกด้วย

นี่ถ้ามีใครรู้ความรู้สึก รู้ความคิดก็คงด่าให้ว่าแรดเงียบ แต่ถึงจะด่า ก็จะไม่ขอด่าตอบ เพราะมันคือความจริง ...ความจริงที่ตนลึกๆแล้วก็ต้องการ เมื่อตอนบ่ายมอสแข็งคนเดียวซะเมื่อไหร่ เป้ากางเกงตนก็ดันนูนเป็นลำเช่นเดียวกัน แต่ตนเองมิใช่หรอกหรือที่ดันดัดจริตทำเสียเรื่องซะเองด้วยอารมณ์ซับซ้อน และทำเขาจุกจนตัวงอ

แล้วภวังค์คิดกับความเงียบก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงบรรเลงเพลงบัลลาดส์เบาๆ ความสงสัยมลายสิ้นลง เมื่อรอบคอสัมผัสได้ถึงลมหายใจอ่อนๆโลมไล้ พร้อมพันธนาการเส้นเดิมที่ถูกกระชากออกไป หวนกลับมาคล้องคอตนไว้ด้วยมือเจ้าของคนเดิม

“เอาไปซ่อมมาให้ และก็คล้องไว้ให้เหมือนเดิมแล้วนะ” มอสกระซิบลงข้างๆหูอยู่ด้านหลัง ยังรักษาระยะห่างไว้เพียงนิด คงกลัวละมังว่าเรนจะหันมาตีเข่าอีกรอบถ้าเบียดชิดมากเข้าไปกว่าเดิม ส่วนเรนพอลืมตาขึ้นก็พูดขึ้นด้วยสีหน้าแลน้ำเสียงดีใจว่า

“สร้อยสามกษัตริย์พี่มูนนี่นา”

“สร้อยเราต่างหาก” มอสรีบแย้ง และกำชับ “อย่าให้ขาดอีกนะ”

“บอกตัวเองดีกว่าไหม ใครล่ะที่ทำขาด”

“แล้วใครล่ะที่หนี ตั้งใจให้กินน้ำหวานๆดีๆ ก็ไม่ยอม” เจ้าดารารูปงาม เถียงยิ้มๆ “รู้ไหมว่าหลายคนอยากกิน อีพี่ช้างเคยบอกแล้วไม่ใช่หรือว่า a million girls would die for”

“ยกเว้นเรา” เรนคงเกิดมาโกหกใครไม่เก่ง ปากบอกยกเว้น แต่ไฉนลอบกลืนน้ำลายลงคอ สาบานว่าถ้าเสนอมาอีกที คราวนี้ไม่พลาดเด็ดขาด จะดื่มด่ำจนเจ้าของท่อนลำนั่นแหละยอมตาย

“ให้มันจริงเถอะไอ้คุณหนู เรารู้หรอกนะว่านายแอบมองเราอยู่บ่อยๆ เรารู้ว่านายชอบเรา ที่จริงเราก็รู้ตั้งแต่วันที่เราเป็นเด็กรับออเดอร์แล้วล่ะ”

“ไม่จริง มอสรู้ได้ยังไง”

“นี่ไอ้คุณหนู ตอนนี้เราอยู่กันสองต่อสองนะ ไม่มีใครคนอื่นอยู่ที่นี่ เพราะฉะนั้นอย่าโกหกอีกเลย ถ้านายไม่ได้ชอบเรา ถามจริงวันนั้นที่ให้ทิปเรา ทำไมบนแบงค์ร้อยถึงเขียนเบอร์โทร.”

ใช่แล้ว มอสพูดถูกทุกอย่าง เงินที่ให้ทิปมอส มันเขียนเบอร์โทร.ไว้จริง และคนเขียนก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล มันก็คือคนที่กำลังก้มหน้างุดๆ ด้วยความเขินอายอย่างที่สุดอยู่ตรงหน้านี่เอง

นี่มอสคงรู้ตั้งแต่วันที่จำได้ แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้มันน่านัก ...คงหมดความจำเป็นที่จะซ่อนเร้นเรื่องราวอีกต่อไป

“แต่มอสก็ไม่เคยโทร.” เสียงงุบงิบกระเง้ากระงอดมีมาให้มอสได้ยิน

“ทำไมจะไม่โทร. โทร.สิ แต่คนอื่นดันรับสาย เราก็เลยต้องแก้เก้อ ทีหลังจะให้เบอร์หนุ่มๆ ก็ควรให้เบอร์มือถือนะครับไม่ใช่เบอร์บ้าน”

มอสพูดถึงตรงนี้ ก็อดนึกถึงวันนั้นไม่ได้ วันที่ได้เบอร์เดียวกันมาถึงสองครั้ง ครั้งแรกมาจากน้องบนแบงค์ร้อย ครั้งที่สองมาจากพี่บนกระดาษ แต่นั่นคงไม่สำคัญเท่า ตอนยกหูโทร.หา แบงค์ร้อยหรือกระดาษมันอยู่ในมือ

ทว่าถ้าเป็นแบงค์ร้อยก็คงไม่พูดมาหรอกว่า ...แก้เก้อ
แก้เก้อประสาอะไร ...ถึงไปนัดกันดูหนังซะดิบดี แต่ผลสุดท้ายเจ้าหล่อนก็ไม่มา

“ใครรับสาย ...แก้เก้อยังไง” คราวนี้เรนถามรวดเร็ว ความสงสัยทำลายภาพอดีตของมอสสิ้น ...ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามอสเคยโทร.หาตน แล้วมีคนรับสายแทน แถมคนรับก็ไม่เคยบอกด้วย

“ช่างมันเถอะ เรามาคุยเรื่องวันนี้กันนะไม่ใช่เรื่องอดีต” มอสตัดบท ตัดความสงสัย เลี่ยงเดินไปรินไวน์ใส่แก้วบนโต๊ะ แล้วยื่นส่งให้เรนไปหนึ่งแก้ว เปลี่ยนเรื่องไปว่า “ จิบไวน์ไปด้วยคุยไปด้วยดีกว่า กินเป็นหรือเปล่านายน่ะ”

“เป็นสิ ก็แค่จิบๆ” ปากเรนบอกว่าจิบๆ แต่กริยาที่ทำคือกระดกและซดเป็นอึก

“เฮ้ยยยย เดี๋ยวก็เมาหรอกไอ้คุณหนู ไหนว่าจิบไงวะ นี่นายเล่นซดเลย”

“ไม่เมาหรอกน่า ก็แค่น้ำองุ่น” เรนตอบก็แค่น้ำองุ่น ไฉนเลยจะมิร้อนผ่าวไปทั้งหน้า ร้อนวาบไปทั้งตัวยามกลืนลงคอ คงเพราะรสชาติที่ยอดเยี่ยมแน่ๆ จึงทำให้กระดกได้อีกเรื่อยๆ จนหมดแก้วรวดเร็ว และมอสก็รินแก้วที่สองสนองให้ โดยมิต้องร้องขอ แล้วฤทธิ์ร้อนของแอลกอฮอล์ ก็ช่วยให้คำพูดคำจาของเรื่องที่ค้างคาขับออกมาอย่างง่ายดาย

“มอสครับ เรื่องวันนี้ เรื่องคนชื่อแฮ็คส์อะไรนั่น คือเราจะบอกว่า เราไม่ได้มีอะไรกับเขานะ พี่ช้างต่างหากที่มี เราแค่.....” เรนพูดยังมิทันจบ มอสก็ตัดบทอีกครั้ง

“นายไม่ต้องพูดอะไรมากแล้ว”

“อ้าวก็ไหนว่าจะคุยกัน”

“ก็กำลังจะพูดนี่ไงว่าเราจะขอพูดเอง เราเข้าใจผิดไปเอง เรารู้เรื่องหมดแล้วว่านายแค่เป็นคนเอาเงินไปให้ตามคำสั่งอีพี่ช้าง เรารู้แล้วว่านายไม่ได้มีอะไรกับไอ้แฮ็คส์นั่น”

มอสมิพูดเปล่า แต่กลับใช้วงแขนสอดมาจากด้านหลังของเรน ดึงร่างบางกว่ามาตระกองกอดไว้พอหลวมๆ ใช้ความอบอุ่น ทะนุถนอม หล่อเลี้ยงเรนไปทั้งตัว มิได้ใช้ห้ำหั่นอย่างเมื่อตอนบ่าย อุศเรนจะทำกระไรได้ นอกเสียจากทิ้งทั้งตัว ลงไปในอ้อมกอดนั้น ดำดิ่งลึกลงไป จนศีรษะได้พิงผนังหัวใจของมอสที่กำลังเต้นระรัว

“เราเคยบอกนายแล้วว่าเราหวงนาย ก็เพราะความหวงนี่แหละ ที่มันทำให้เราเป็นบ้าเป็นบอ ตอนที่เรายังไม่รู้ความจริง” เจ้าดาราหนุ่มทรุดลงนั่งบนเก้าอี้หวายทั้งๆที่ยังกอดอีกฝ่าย จึงทำให้เรนนั่งบนตักเขาโดยปริยาย

“แล้วทำไมมอสถึงคิดว่าเราทำล่ะ”

“เราได้ยินพนักงานมันคุยกันน่ะ เราเลยพาลคิดว่าเป็นนาย” มอสพูดจบก็วางคางไว้บนไหล่เรน อย่างที่เคยวางในระยะสองสามวันที่ผ่านมา กอดหลวมๆกลายเป็นกระชับแน่นขึ้นและก็เหมือนเคย มอสใช้ลมหายใจอ่อนๆ ก็โลดไล่ไปทั่วซอกคอ “ เราเสียความรู้สึกมากรู้ไหม ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ เราอยากจะบอกนายว่า เรา....”

คนฟังอย่างเรนคงมิต้องตีความอะไรให้มากมาย มอสพูดอย่างนี้ ทำอย่างนี้ จะหลอกตัวเองว่าคิดไปเองว่าเขามีใจก็คงไม่ใช่แล้ว ถ้ายังคงคิดอย่างนั้น บอกตัวเองอย่างนั้น นิยายชีวิตของตน มันก็คงไม่มีทางถึงฉากโรแมนซ์ซะที มันคงเป็นอะไรที่น่ารำคาญอย่างที่สุด แล้วนี่มันจะเป็นไปได้ไหม มันจะเร็วไปไหม ถ้ามอสจะบอกรักตน อย่างที่พี่เต้ยบอกพี่มูน ณ เกสต์เฮาส์แห่งนี้

“เรา เอ่อ เรา....”

“เรา...อะไรเหรอ”

 “เราขอโทษนะไอ้คุณหนู”

“เฮ้อ หมดกัน...โธ่เอ๊ย นึกว่าจะบอกรักเสียอีก” เรนพูดเบาๆ ถอนหายใจ ภวังค์หวานสิ้นลงภายในเสี้ยววินาที

“ว่าอะไรนะ”

“เปล่า ไม่ได้ว่าอะไร..ช่างมันเถอะครับมอส เราไม่ได้โกรธหรอก”

“แล้วถ้าวันนี้เรา ทำสำเร็จเมื่อตอนบ่าย นายจะโกรธเราไหม” มอสถามจริงจัง เบนหน้าออกจากซอกคอของเรน แล้วจิบไวน์ไปจิบใหญ่ จนความร้อนของแอลกอฮอล์แผ่ซ่านไปทั้งร่าง มิต่างอะไรกับเรน ที่ซดจนหมดแก้วที่สอง ทั้งตัวทั้งใจร้อนผ่าว

“โกรธน่ะคงไม่ เพราะเราไม่ใช่ผู้หญิง มันไม่มีอะไรเสียหาย จะเสียก็เสียอย่างเดียวคือเสียใจ เพราะทำไปทั้งๆที่ยังไม่เข้าใจกัน แล้วบรรยากาศตอนนั้น มันก็ไม่โรแมนติคอย่างที่เราเคยนึกเคยฝันอยากให้มันเป็นในครั้งแรกของเรา เราซะอีกที่ต้องถามมอสกลับไปมากกว่า ว่าถ้ามอสทำไปแล้ว มอสเสร็จแล้ว มอสจะเสียใจทีหลังไหม ถ้ามีอะไรกับผู้ชายด้วยกัน” ฤทธิ์ไวน์ที่เพิ่มขึ้นทำให้เรนกล้าพูดอย่างที่รู้สึกนึกคิดมากไปอีกเท่าตัว มิสงวนท่าที มิอายอะไรอีกแล้ว มอสก็เช่นกัน

“ทำไมจะต้องเสียใจ ในเมื่อเราไม่ได้ฝืนใจที่จะทำสักนิดเดียว ถ้าเราจะเสียใจ เราคงเสียใจไปนานแล้วถ้าเป็นเรื่องมีอะไรกับผู้ชาย”

“หมายความว่า...” เรนหันขวับมาทันควัน

“ก็หมายความอย่างที่พูดน่ะแหละ เรื่องมันนานมาแล้ว ครั้งแรกเลยล่ะ ตอนนั้นอยู่มัธยม กำลังเห่อน้ำ ก็แค่โดนอมแค่นั้น” มอสขยายความมาให้ ส่งสายตาวาววับเป็นประกาย มิอายกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้น ที่มิได้ติดใจ แต่เรนกลับติดใจเหลือเกิน

“เขาคนนั้นเป็นใครเหรอมอส ถามได้ไหม”

“ถามเพื่ออะไร” มอสยักคิ้วย้อนถาม

“ก็แค่อยากรู้”

“รู้ไปก็ไม่ได้เกิดประโยชน์ ทีเรายังไม่ถามนายเลยไอ้คุณหนู ว่าถ้าเราทำไปมันจะเป็นครั้งแรกของนายจริงๆหรือเปล่า”

มอสพักริมฝีปากบางไว้บนซอกคอผิวละเอียด ฟอนฟัดช้าๆ โลดไล่ไปจนถึงติ่งหูของเรน ส่งผ่านอานุภาพแห่งการขบกัดสะท้านสะเทือนไปทั่วสรรพางค์ร่างกายแลหัวใจ อุศเรนมิห้ามปราม ขัดขืน ปล่อยทุกอย่างให้ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ท่ามกลางบรรยากาศและเพลงบัลลาดส์เป็นใจ ตาใสๆหลับพริ้มลง มิต่อต้านความร้อนผ่าวของเลือดหนุ่มที่วิ่งลงจากผิวหน้าแดงระเรื่อไปรวมอยู่ตรงกลางเป้ากางเกง

คงมิใช่เรนคนเดียวหรอกนะที่ความแข็งเข้าจับกลางเป้าอีกระลอก มอสเองก็เป็น บั้นท้ายเรนที่นั่งทับอยู่ยืนยันได้ และอดมิได้ที่จะทักทาย ขยับถูขึ้นลงบดขยี้เองเบาๆ

‘เราจะทำให้นาย ลืมไปเลยว่า ครั้งแรกที่โดนอมมันไม่มีความหมาย และจะไม่อยู่ในความทรงจำของนายอีกต่อไป’ เรนคิดในใจบอกตัวเองดังลั่น แล้วลุกขึ้นด้วยความรวดเร็วออกจากตักมอส ลงมาคุกเข่าอยู่ด้านหน้า กริยาอาการอย่างนี้ มอสย่อมรู้ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร

“บรรยากาศแบบนี้ มันโรแมนติคพอไหม สมกับครั้งแรกของนายหรือยัง ไอ้คุณหนู”

“เราไม่สนใจแล้วเรื่องนั้น เราสนใจแค่ว่า เราจะทำยังไงให้ดีพอ ที่ครั้งแรกของเราจะอยู่ในความทรงจำของนาย”

มอสฟังแล้วก็ยิ้มน้อยๆ หัวเราะหน่อยๆ ไม่คิดเลยว่าไอ้ที่พูดไปเมื่อกี้มันจะได้ผล โดนอมครั้งแรกสมัยมัธยมมันไม่มีหรอก มันถูกกุขึ้นมาก็เพื่อสร้างแรงขับแรงเคลื่อนทางอารมณ์อันซับซ้อนซ่อนซึ้งให้แก่ไอ้คุณหนูนี่เท่านั้น  และผลออกมามันก็เป็นที่น่าพอใจเสียเหลือเกิน

ฉะนี้แล้วจึงอ้าขากว้าง ปลดตะขอกางเกง แล้วดึงลงมาคาไว้ที่ต้นขา เผยให้เห็นปราการสีขาวผ้าบางเนื้อดีตัวเดิมที่กำลังจะปริขาด เพราะทานทนความแข็งความแกร่งที่ปกปิดไว้ต่อไปไม่ไหวแล้ว

“ทำให้ได้อย่างที่พูดล่ะไอ้คุณหนู อย่าดีแต่ปาก เราอยากรู้แล้วว่าปากของนายจะทำได้ดีอย่างที่พูดหรือเปล่า”

เรนมิต่อความยาวสาวความยืดให้เสียเวลา หยิบไวน์ทั้งขวดมากระดกไปอีกอึกใหญ่เพิ่มความร้อนแรง ความกล้าไปอีกหลายเท่าตัว เมื่อร้อนได้ที่ จึงใช้มือน้อยๆ เอื้อมไปสาวท่อนลำแข็งแกร่งที่ยังอยู่ใต้ปราการชั้นในขึ้นลงไปมา เป็นการท้าทายปลุกขึ้นให้ผงาดง้ำ หากต้องปล่อยมันให้เป็นอิสระ ยางเยิ้มที่น่าจะหวานสุดแสนหวาน เริ่มซึมเริ่มซับเป็นดวง เห็นได้ชัดแม้จะอยู่บนผ้าขาว และถึงคราวพาร่างร้อนผ่าวเดินเข่าแทรกเข้าไปตรงหว่างขามากกว่าเดิม แม้ร่างจะเริ่มโงนเงนหน่อยๆ อาจจะเป็นเพราะความมึนจากฤทธิ์ไวน์เข้าจับ หากก็แทรกกายเข้าไปประชิดเป้าได้สมใจ

และแล้วริมฝีปากบางก็มิรอช้าก้มลงไประดมจูบตั้งแต่ส่วนหัวที่เริ่มจะโผล่พ้นขอบปราการขาวไปยันโคนแกร่งโดยที่มอสมิต้องออกแรงกดหัวบังคับทิศทางอันใดเหมือนตอนบ่ายอีกเลย

“ควักเอามันออกมาได้แล้ว เรน...นายกำลังทรมานเรา” มอสพูดพลางหลับตาพลางเสียงสั่นพร่า เรนเองก็ตอบด้วยเสียงในโทนเดียวกัน

“อย่าเพิ่งสิมอส ...เราอยากสำรวจจนมั่นใจน่ะว่า ของๆนาย ไม่ได้แตกหักเสียหายจากที่โดนเราตีเข่า”

“แต่การสำรวจแบบนี้ของนาย มันอาจจะทำให้เราแตกเสียก่อน”

เพียงเสียงกระเส่าสิ้น เสียงครางเบาๆของมอสก็ตามต่อ เรนก็หลับตาพริ้มชิมรสหวานจากภายนอกไปเรื่อยๆ จนชั้นในสีขาวของมอสเปียกชุ่ม อีกมินานนี้หรอกคงจะบรรเลงเพลงปากแทนแทนบัลลาดส์ที่เปิดอยู่จนเขาสมใจ ทว่าก่อนที่จะถึงขั้นนั้น จู่ๆตาที่หลับไว้ก็ดันหนาหนัก ปรือขึ้นมาดูเจ้าของเสียงซี้ดซ้าดต่อไปไม่ไหว พยายามอย่างไรก็ปรือไม่ขึ้น แถมหัวทั้งหัวก็เริ่มโงนเงนไม่เป็นทิศเป็นทาง จึงจำต้องเอนพิงพักไว้บนต้นขาของมอส ดำรงไว้แค่มือที่ใช้เคล้าคลึงแต่ช้าลง ช้าลง จนหยุดทำงานในท้ายที่สุด

“อ้าวเฮ้ย ไอ้คุณหนูทำไมไม่ทำต่อ” มอสถามขึ้นแต่ไม่มีเสียงตอบรับ จึงขยับเอื้อมมือช้อนคางเรนขึ้นมาดู ก็เห็นว่าเรนทำงานตรงหน้านี้ต่อไม่ได้แล้ว ลมหายใจอ่อนๆของไอ้เจ้าคนบำเรอ มันมีแต่กลิ่นไวน์

“ไอ้คุณหนูลำพู ตื่นๆ นายจะมาเมาหลับตอนนี้ไม่ได้นะโว้ย ....โธ่ อีกครั้งแล้วเหรอวะนี่”

มอสหัวเสียอย่างช่วยมิได้ ...อีกครั้งแล้วใช่ไหม ที่ไอ้เรนมันทำแข็งเก้อ
มันทำให้ผงาดซะขนาดนี้...แล้วแข็งโป๊กเยี่ยงนี้จะไปลงกับใครกัน

เห็นทีคงต้องกลับบ้าน ไปนอนรีดน้ำหวานออกให้มดกินแทน ...มันน่านัก!!!

ออฟไลน์ Artemis

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 491
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +594/-14
ทางด้านบ้านสวนยามนี้ เงียบลงเหมือนเคยแล้ว เพราะบรรดาเพื่อนนักบาสสมัยเรียนของเต้ย ต่างแยกย้ายพาครอบครัวกลับไปพักที่รีสอร์ทของเขา คงเหลือแค่อดีตหมวดเปรมหรือปัจจุบันคือท่านรองเปรม และนางพญาคชสารคุณท้าวคนสนิทแค่นั้น ที่กำลังนั่งถกเรื่องสำคัญกันกับเจ้าของบ้านอยู่ตรงหอนั่ง ถัดออกไปอีกด้านคือซันและน้องๆที่กำลังนั่งคุยกันอยู่ไกลออกไป หารู้ไม่ว่าผู้ใหญ่กำลังลอบมองตลอดเวลา แต่มิใช่ซันหรอกนะที่ถูกจับจ้อง สกายกับสตาร์ต่างหาก คือจุดสนใจในครั้งนี้

“มูนไม่ยอมเด็ดขาดถ้าเกนหลงจะกลับมาเอาสกายกับสตาร์ไป มูนเลี้ยงของมูนมา มูนก็รักของมูนเสียยิ่งกว่าอะไร รักไม่แพ้ซันเลยสักนิด เกนหลงจะมาทำอย่างนี้ไม่ได้” มูนพูดขึ้นตาแดงๆ ช้างรีบปลอบ

“อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้อีมูน เรายังไม่รู้ว่าจุดประสงค์ของอีนังเกรซว่ามันกลับมาทำไม”

“แต่มึงแน่ใจนะอีช้างว่าเป็นเกนหลงอย่างที่สงสัยกันจริงๆ” เต้ยถามขึ้นเพื่อความแน่ใจ ช้างก็ตอบเป็นการเป็นงาน ซึ่งนานๆจะได้ยินได้เห็นสักที

“แน่เสียยิ่งกว่าแน่อีกค่ะคุณเต้ย ถึงน้องอัยจะทำภารกิจพลาด เดินตกท่อแถวสำเพ็งวันนั้น จนไม่ได้เจอมันจังๆ แต่น้องอัยก็ไม่พลาดที่จะไปถามละแวกบ้านใกล้เรือนเคียงของมันว่ามันกลับมาจริงหรือเปล่า ทุกคนยืนยันว่าเป็นมันกลับมาจริงๆ และก็เห็นมันเดินไปส่งสตาร์ที่ร้านกาแฟจนมอสมารับ อีกอย่างสายของไอ้ท่านรองก็ยืนยันมาแล้วว่า วันรุ่งขึ้นนังเกรซมันปิดบ้านปิดร้านพาพ่อมันขึ้นรถไปไหนก็ไม่รู้ จนวันนี้ยังไม่กลับกันมาเลย”

“จริงอย่างที่อีช้างมันพูดนะไอ้เต้ย เดี๋ยวเสร็จงานทำบุญคุณยายกูจะรีบกลับไปดักดูที่หน้าบ้านเกรซเขาเอง...ว่าแต่สตาร์ไม่พูดอะไรเรื่องนี้เลยหรือ” เปรมทั้งเสริมทั้งถามขึ้น

“ไม่เลยว่ะไอ้ท่านรอง ถามกี่รอบสตาร์ก็ตอบเหมือนเดิมว่า คนชื่อสำอางพามาส่งที่ร้านกาแฟ...นี่กูกับมูนก็ช่วยกันเช็คโทรศัพท์สตาร์ เผื่อเขาจะแอดไลน์หรือโทร.หากันก็ไม่มี”

“มึงอย่าลืมสิวะไอ้เต้ย ว่าเกนหลงไม่ใช่ผู้หญิงโง่ เขาไม่ทำอะไรโจ่งแจ้งหรอก”

“แต่ถึงจะฉลาดแค่ไหน มูนก็เคยขุดรากถอนโคนมาแล้ว” มูนพูดแทรกมาแทนเต้ย ซับน้ำตาปริ่มๆ แล้วเปรยต่อ “ถ้าเขายังคิดว่าเขาฉลาด ก็คงจะได้เห็นดีกันอีกรอบ ”

“แต่เราสังหรณ์ใจแปลกๆนะมูนว่าเกนหลงอาจจะไม่ได้มีเจตนาอย่างที่มูนคิด”

“ทำไมเปรมถึงคิดอย่างนั้น”

“ไม่รู้เหมือนกัน บอกไม่ถูกว่ะมูน ...แต่มูนสบายใจได้เถอะ เราคืออีกคนที่จะไม่ยอมให้เกนหลงทำอย่างที่มูนคิด สกายกับสตาร์จะต้องมีมูนเป็นคุณมะ มีไอ้เต้ยเป็นคุณป๊ะของพวกมันตลอดไป”

“ขอบใจนะไอ้เปรมที่เข้าใจหัวอกกูกับมูน” เต้ยตบไหล่เพื่อนรัก ผู้เป็นเพื่อนแท้และพ่อแท้ๆของสกายกับสตาร์เบาๆ ก่อนจะหันไปกอดปลอบมูนแน่น “ เต้ยจะเตรียมทนายไว้ เผื่อบางทีเราอาจจะต้องใช้กฎหมายเข้าช่วย”

“ก็ดีเหมือนกันค่ะคุณเต้ย” ช้างเห็นด้วย แล้วช่วยพูดให้มูนสบายใจอีกครั้ง “ มึงไม่ต้องกลัวไป กูยังอยู่อีกทั้งคน กูจะไม่ยอมให้ใครมาพรากหลานกูไปเป็นเด็ดขาด”

“เออ พูดถึงเรื่องทนาย แม่กูอยากให้มึงช่วยอีกเรื่องว่ะไอ้หมวด อยากให้มึงช่วยสืบให้หน่อยว่าทนายคนหนึ่งมันหายหัวไปอยู่ไหน”

“ทำไมวะ ไอ้เต้ย ...ทนายคนนั้นมันไปทำอะไรคุณหญิงแม่มึงเหรอ”

“เปล่าเลย ไม่ได้ทำอะไรแม่กูหรอก แต่เดาว่าน่าจะทำกับลูกค้าของแม่กู คืองี้ เอาง่ายๆ ก็พ่อกับแม่ของไอ้น้องเรนเด็กไอ้มอสเขานั่นแหละ ตอนสมัยก่อนเขามาทานอาหารที่โรงแรมกูทุกอาทิตย์เลย แถมมาจัดสัมมนาก็ออกบ่อย จนพอคุ้นเคยกับแม่กู แล้วเขาก็หายไปเลย ได้ข่าวอีกทีก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ไอ้เจ้ามอสมันเล่าให้แม่กูฟังว่า ไอ้น้องเรนกับพี่สาว ไม่เหลือสมบัติติดตัวสักชิ้น เพราะพ่อแม่มันหนี้สินเยอะ ต้องระเห็จไปอยู่บ้านเช่าซอมซ่อ จนมาทำงานกับไอ้มอสนี่แหละ แม่กูก็เลยรู้สึกว่ามันไม่น่าจะเป็นไปได้ เลยอยากให้ช่วยตามหา”

“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง ได้สิวะ ส่งชื่อและนามสกุลมาให้กูเลย เดี๋ยวจัดให้ แต่ขอใช้เวลาหน่อย ช่วงนี้แม่งยุ่งฉิบหาย ” เปรมรับคำ แล้วถามต่อมาว่า “แล้วนี่ไอ้เจ้ามอสมันไปไหนของมันอีกเนี่ย เห็นแว่บๆตอนหัวค่ำ ปล่อยให้กูกินเหล้ากับไอ้เต้ยสองคน มึงรู้ไหมอีผู้จัดการ”

“นั่นน่ะสิไปไหนก็ไม่รู้ ตามอยู่เนี่ย สงสัยจะออกไปข้างนอกกับไอ้เรน” ช้างพูดยังไม่ทันขาดคำ มอสก็พยุงเรนที่ไร้สติ เดินผ่านซุ้มประตูขึ้นบ้านมาพอดี เสียงแปร๋นจึงถามลั่น

“ตายยากดีแท้พ่อพระเอกของฉัน....อ้าว นั่นไอ้เรนมันเป็นอะไรอีกล่ะ”

“จะเป็นอะไร ก็เมาไวน์น่ะสิพี่ น่าเตะชะมัด พูดแล้วก็อารมณ์เสีย มอสพามันไปห้องก่อนนะเดี๋ยวมาคุยด้วยครับ”

มอสยังคงหัวเสีย บอกพี่ช้างเสร็จก็เดินเลี่ยงไปยังห้องพักของเรน ทิ้งสายตาของพี่ๆทั้งสี่ ให้มองตาม แล้วลอบยิ้มให้แก่กันด้วยความเอ็นดูอย่างที่สุด ครั้นเมื่อมอสเดินลับตาไปแล้ว จึงหันกลับมาคุยกันต่อ ด้วยสุ้มเสียงที่มิดังมาก แถมยังมองมาที่กลุ่มของซันเนืองๆอีก จนซันเริ่มสงสัย

“พวกผู้ใหญ่เขาคุยอะไรกัน”

“หวังว่าไม่ใช่เรื่องพวกเราหรอกนะพี่ซัน” สกายสันนิษฐาน อีกทั้งสตาร์ยังเสริม

“สตาร์เพิ่งสังเกตว่าเขามองพวกเรา”

“มองพวกนายสองคนแหละพี่ว่า” ซันสรุปให้ “ เออ แล้วเรื่องที่คุยกันเมื่อตอนบ่าย ไปถึงไหนแล้ว ได้ข้อมูลเพิ่มไหม”

“กำลังจะรายงานพอดีเลยพี่ซันว่าเมื่อตอนเย็นสกายเอารูปไปให้คุณยายเมี้ยนดู คุณยายเมี้ยนตกใจ และก็พูดเหมือนคุณปู่ไม่มีผิดเลย มันต้องมีอะไรแน่ๆพี่ซัน”

“งั้นก็แสดงว่าคุณยายเมี้ยนรู้จักคุณอาเกรซ แต่ไม่ยอมบอก เราต้องหาคนอื่น” สตาร์นิ่งคิดเพียงครู่ แล้วก็นึกได้ “ใช่แล้ว ...น้ามอสไง คุณอาเกรซเคยบอกว่ารู้จักน้ามอสด้วย”

“โธ่แล้วทำไมเพิ่งบอกวะ เดี๋ยวปั๊ด....” สกายเงื้อมือทันใด แต่ก็ต้องชะงักลงด้วยเสียงของซัน

“อ๊ะๆ ไอ้กาย ถ้านายตบหัวน้อง นายโดนตีนพี่แน่”

“อะไรของพี่ซันเนี่ย จู่ๆก็มาปกป้อง ไอ้สตาร์ ตอนก่อนไม่เห็นจะเป็นอย่างนี้เลย” สกายโวย

“ก็นั่นมันตอนก่อนโว้ย ตอนนี้พี่รู้แล้วว่า ...เป็นพี่ต้องรักน้อง” ซันตอบหน้าเฉยๆ แต่น้ำเสียงกลับมิเฉยเลย มันกลับเน้นหนักที่คำว่ารักเป็นพิเศษ ส่วนสายตาก็ส่องประกายราวกับพระอาทิตย์ลูกย่อมๆ จนคนถูกจ้องวาบไปทั้งตัว

“พี่พูดถูกไหมดาว”

“มะ ไม่ ไม่รู้สิ” สตาร์เกิดติดอ่างในฉับพลัน รีบเลี่ยงรีบลุกไปรักษาหน้าที่แดงขึ้นเรื่อยๆอย่างอัศจรรย์

“ อ้าวจะไปไหนล่ะดาว”

“จะไปถามน้ามอสไง” สตาร์ยังไม่กล้าสบตาซันยามตอบกลับ แล้วฉุดแขนสกายขึ้นมาเป็นเพื่อน “ป่ะพี่สกาย ไปถามน้ามอสกันเถอะ น้ามอสกลับมาพอดี จะได้รู้เรื่องกันซะทีว่า ทำไมพวกผู้ใหญ่ถึงไม่อยากให้เรารู้เรื่องคุณอาเกรซ ”

“เดี๋ยวก่อน... แล้วถ้าน้ามอสไม่บอกล่ะ”

“สตาร์มีทางสุดท้าย”

“คืออะไรวะ” พี่ชายทั้งสองถามเป็นเสียงเดียวกัน

“โทร.หาไง...โทร.หาคุณอาเกรซ สตาร์มีเบอร์”

“แต่โทรศัพท์นายโดนคุณป๊ะยึด จะเอาเบอร์จากไหน” สกายแย้งอีก

“คุณอาเกรซจดเบอร์มือถือใส่กระดาษไว้ให้ และก็โชคดีที่สตาร์ยังเก็บไว้อยู่ อย่าเพิ่งถามอะไรอีกเลยน่า ไปกันได้แล้ว เดี๋ยวน้ามอสออกมากินเหล้ากับลุงเปรมกับคุณป๊ะจะหมดโอกาสกันพอดี เร็วๆพี่สกาย”

และแล้วสองพี่น้อง ก็ชวนกันเดินเลี่ยงออกจากหอนั่งไปยังห้องของมอส ครั้นพอถึงยังมิทันเคาะประตู มอสก็เดินออกมาจากห้องข้างๆซึ่งเป็นห้องของอีพี่ช้างและไอ้คุณหนูเรน พอดิบพอดี

“อ้าวน้ามอส สกายกำลังจะเคาะประตูเรียกพอดีเลย เราสองคนมีเรื่องอยากคุยด้วยน่ะครับ”

“เรื่องอะไรเหรอครับ ไอ้สองแสบ” มอสกอดคอหลานทั้งสอง ถามกลับ

“น้ามอสรู้จักผู้หญิงในรูปคนนี้ไหมครับ ...เขาคือใคร”

เจ้าสกายพูดจบ ก็เปิดรูปจากมือถือให้มอสดู และเพียงแค่แว่บแรกที่มอสเห็น มอสก็รู้ว่าเป็นใคร และก็นับว่าไวพอดู ที่รู้แล้วจะทำเป็นไม่รู้ เล่นละครให้หลานดูนอกจอ

“คงเป็นแฟนเก่าคุณป๊ะนายแหละ น้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”

“เอ๊ะ จริงเหรอครับ แต่คุณอา....” สตาร์รีบแย้งไม่ทันระวัง แต่โชคดีที่พูดไม่จบ

“อ้าว น้าชาย นึกว่าจะกลับดึกกว่านี้ซะอีก” ซันเดิมตามมาเข้าแทรกบทสนทนาได้ทันท่วงที ไม่งั้นสตาร์คงหลุดมาทั้งยวง และถ้าสตาร์หลุดมา น้ามอสย่อมรู้ว่าวันที่หายไป สตาร์เจอใคร น้ามอสรู้ คุณป๊ะ คุณมะก็ต้องรู้

“ก็ตอนแรกว่าจะดึกแหละ แต่มีคนทำเสียเรื่อง”

ซันฟังแล้วก็สัมผัสได้ถึงอารมณ์หงุดหงิดของน้าชาย ซึ่งก็น่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับพี่เรน และสังเกตเห็นได้ถึงคิ้วของน้าที่เริ่มขมวดเป็นปมยามสงสัย และถ้าเดาไม่ผิด น้ามอสต้องซักถามสกายกับสตาร์ต่อแน่ๆ ฉะนี้จึงลอบส่งสัญญาณมือให้น้องๆเลี่ยงไป เจ้าสองแฝดเองก็รู้งาน ค่อยๆถอยฉากออกไปยามที่พี่ซัน ดำเนินบทสนทนาต่อ

“เอาน่า น้าชาย อย่าเพิ่งหงุดหงิดไปเลย”

“นายยังเด็กไม่เข้าใจหรอกโว้ยไอ้หลานชาย...อ้าวแล้วไอ้สองแสบจะไปไหน จะถามสักหน่อยว่าไปเอารูปนั้นมาได้ยังไง”

“อย่าไปสนใจพวกมันเลยน้ามอส...และก็ไม่ต้องสนใจเรื่องรูปด้วย เชื่อซันนะครับ” ซันพูดมาธรรมดาๆก็จริง แต่ไฉนคนฟังอย่างมอสกลับรู้สึกว่าเป็นคำสั่ง ...และมีอานุภาพให้ต้องทำตามอย่างน่าแปลกประหลาด

หลานชายคนนี้เอาอีกแล้ว...ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มันให้ทำตามคำสั่ง
สายตาสีน้ำตาลอมน้ำผึ้งอำพันของมันที่จ้องมา ทำให้ปฏิเสธไม่ได้เลยสักครั้งเดียว

“เข้าห้องไปทำธุระเถอะครับน้ามอส รู้สึกว่าค้างอยู่ไม่ใช่เหรอ มัวชักช้าจะไม่เสร็จเอานะ ของอย่างนี้ต้องชักเร็วๆ”

พอสิ้นคำของหลานคนโต มอสก็เข้าห้องมาอย่างงงๆ พอปิดประตูห้องได้ รู้สึกตัวอีกที ก็จำไม่ได้เสียแล้วว่า สกายกับสตาร์มาดักรอตนหน้าห้องด้วยเรื่องอะไร

ด้านเจ้าสองแฝดพอแยกจากน้ามอสมาก็รีบเข้าห้องเช่นกัน ครั้นถามความจากน้าชายไม่ได้ผล สตาร์จึงใช้วิธีสุดท้าย เปิดลิ้นชักหัวเตียงหยิบเบอร์โทร.ที่คุณอาเกรซเขียนไว้ให้ขึ้นมา ใช้มือถือของสกายต่อสายโทร.หาทันใด แล้วเสียงทางปลายสายก็ตอบมาว่า

“ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก”

“เฮ้ออออ น่าจะปิดเครื่อง” สตาร์ถอนหายใจ แล้วลองติดต่ออีกครั้ง ผลก็ออกมาเช่นเดิม จึงส่งมือถือคืนพี่ชาย

“ไว้ค่อยลองอีกทีพรุ่งนี้ดีกว่านะพี่สกาย ป่านนี้คุณอาคงหลับไปแล้ว”

“เออก็ได้ ว่าแต่นายคิดหรือยังสตาร์ ถ้าเขาติดต่อกลับมา เราจะคุยกับเขาว่าอะไร จะถามเขาตรงๆเลยเหรอว่ามีปัญหาอะไรกับคุณป๊ะของเราหรือเปล่า ทำไมคุณปู่ คุณย่าเรา ถึงดูไม่ชอบเขา” สกายถามเข้าท่า

“เออ นั่นสิพี่สกาย ถามไปตรงๆ ก็น่าเกลียด” แล้วสตาร์ก็ทำหน้าครุ่นคิด เช่นเคยแป๊บเดียวก็นึกออก “ อ๋ออออ สตาร์ก็จะเริ่มต้นว่า โทร.มาขอบคุณที่ช่วยสตาร์วันนั้นไง และก็จะถามด้วยว่าอาการป่วยของคุณตาพ่อของคุณอาดีขึ้นหรือยัง จากนั้นค่อยเนียนๆเข้าเรื่อง พี่สกายว่าดีไหม”

“ฟังดูมีเหตุผล นายนี่ก็ฉลาดเหมือนกันนะสตาร์”

“แหงแหละ”

“แต่จะว่าไป คุณอาเกรซของนายก็ดูคล้ายๆนายเลยว่ะไอ้สตาร์” สกายพูดพลางก็ยกเอามือถือมาเปิดดูรูปอีกรอบ แต่น้องคนสุดท้องก็ไม่สนใจ

“เพ้อเจ้อ...สตาร์เหมือนคุณมะต่างหาก ไปอาบน้ำดีกว่า”

ว่าแล้วสตาร์ก็ผละจากพี่ชายคนรอง หยิบผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำ และพอคล้อยหลังสตาร์ไปได้ไม่เกินเสี้ยววินาที หมายเลขที่โทร.ไปเมื่อครู่ก็ติดต่อกลับมา สกายที่กำลังดูรูปเพลินๆอยู่ถึงกับสะดุ้ง ทว่าก็ไม่พลาดหรอกที่จะรับสาย  แล้วเสียงใสดุจระฆังแก้ว ไพเราะกว่าเสียงไหนๆที่เคยได้ยิน ก็ดังระเรื่อออกมา ในขณะที่ทุกๆเสียงรายรอบสงบลงจนได้ยินแค่เสียงหัวใจ

“สวัสดีค่ะ เกนหลงพูดสายค่ะ ไม่ทราบว่าเมื่อกี้ใครติดต่อมาคะ”
*****************************

รบกวนติดตามต่อในบทที่๙ นะคะ

มาทันเดดไลน์ ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกๆท่านที่ยังคงรอคอยนะคะ ขอบคุณทุกๆความคิดเห็น และเป็นกำลังใจให้กันเสมอมา ราตรีสวัสดิ์ค่ะ  :กอด1:  :pig4:
 
Artemis

ออฟไลน์ anterosz

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 779
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +109/-1
เรนเกือบเสร็จมอสแล้วนะเนี่ย

กำลังสนุกเลยครับ สกายกับสคาร์จะรู้รึเปล่าว่าเกรซเป็นใคร ลุ้นมากกก

รอตอนต่อไปครับ :)

ออฟไลน์ Oooy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 48
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
 :mew1: :L1: :really2: น้องเรนเมาไวน์เลยทำให้มอสค้างอีกแล้วฮ่าๆๆสมน้ำหน้ามอส ดีใจจังที่เต้ยให้หมวดสืบคดีของพ่อแม่เรนมันต้องมีเงื่อนงำอะไรแน่ๆเลยแล้วไหนจะเรื่องของเกนหลงอีกจะวุ่นวายอะไรกันมากมายก็ไม่รู้ เกนหลงจะกลับมาทำไมขออย่างเดียวอย่ามาทำให้ครอบครัวนี้ปั่นป่วนอีกเลย รับรองว่ามูนองค์ลงแน่ ส่วนเจ้าซันของเราแผลงฤทธิ์อีกแล้วเล่นเอาน้ามอสงงไปเลย ขอบคุณนะเขียนนะคะรอติดตามตอนต่อไปสนุกมากค่ะรอตลอดเวลา และรออัศวินดาราด้วยนะคะ

ออฟไลน์ Oooy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 48
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
 :mew1: :L1: :really2: น้องเรนเมาไวน์เลยทำให้มอสค้างอีกแล้วฮ่าๆๆสมน้ำหน้ามอส ดีใจจังที่เต้ยให้หมวดสืบคดีของพ่อแม่เรนมันต้องมีเงื่อนงำอะไรแน่ๆเลยแล้วไหนจะเรื่องของเกนหลงอีกจะวุ่นวายอะไรกันมากมายก็ไม่รู้ เกนหลงจะกลับมาทำไมขออย่างเดียวอย่ามาทำให้ครอบครัวนี้ปั่นป่วนอีกเลย รับรองว่ามูนองค์ลงแน่ ส่วนเจ้าซันของเราแผลงฤทธิ์อีกแล้วเล่นเอาน้ามอสงงไปเลย ขอบคุณนะเขียนนะคะรอติดตามตอนต่อไปสนุกมากค่ะรอตลอดเวลา และรออัศวินดาราด้วยนะคะ

ออฟไลน์ sugarcane_aoi

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 239
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
555เอ็นดูคุณหนูเรน เมาไวน์ซะงั้นพระเอกของเราเลยค้างเติ่ง รอติดตามตอนต่อไปค่ะ ขอบคุณมากค่ะ :pig4:

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1263
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-0
ฝั่งลูกๆก็ตามหาความจริง ฝั่งพ่อแม่ก็เตรียมแผนป้องกัน  จะเป็นยังไงละเนี้ย เป็นไงละมอสอยากกุเรื่องอมครั้งแรกขึ้นมาเพื่อหลอกล่อเขา โดนซะเอง ค้างเติ่ง หงุดหงิดเชียว 55555 ขอบคุณนะคะที่มาต่อ  :pig4: :pig4:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด