-จบแล้ว-[จีนโบราณ] >>>>> 密友 ปรมาจารย์ลัทธิเมีย <<<<< บทส่งท้าย [6/9/64] หน้า 6
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: -จบแล้ว-[จีนโบราณ] >>>>> 密友 ปรมาจารย์ลัทธิเมีย <<<<< บทส่งท้าย [6/9/64] หน้า 6  (อ่าน 55079 ครั้ง)

ออฟไลน์ Austin

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 15
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
เดาต่อไม่ถูกเลย สนุกมากและลุ้นมาก ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ LoveBlueSky2203

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-2
    • ข้ามพิภพ
บทที่ 41


โรงเตี๊ยมที่พักของหยางเย่ถิงมิได้ไกลจากหอการแสดงมากนัก ข้าออกปากสั่งสุราอาหารกับเสี่ยวเอ้อร์ให้ไปส่งยังห้องพักตามความตั้งใจที่จะเลี้ยงขอบคุณ ห้องพักหยางเยวี่ยนอยู่ติดริมฝั่งน้ำชั้นสอง มองเห็นวิวทิวทัศน์นครฉางอันยามค่ำคืนได้ไกลสุดลูกหูลูกตา ห่างออกไปไม่ไกลทางทิศตะวันออกปรากฏเห็นหออวี้หงหยวนยืนสูงตระหง่านท่ามกลางหมู่อาคารบ้านเรือนตกต้องแสงโคมไฟอันตระการตา

ข้าดำเนินออกมายังระเบียงห้องแล้วเรียกหาสุราเทียนจื่อซาน หยางเย่ถิงทำทีส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า

“แท้จริงแล้วข้ามิได้นำติดตัวมาจากเฉินชิงหลุน”

ข้าหัวเราะในอุบายเชิญชวนให้ดื่มด่ำสุราแล้วเย้าว่า “คุณชายรองผู้นี้มีอุปนิสัยออกอุบายลวงผู้อื่นมาดื่มสุรา ทว่าหามีสุราไม่ เช่นนั้นเห็นทีข้าคงต้องขอตัวลา”

หยางเย่ถิงออกปาก “ช้าก่อน”

ข้ามิได้คิดจะกลับจริงดังคำพูดก็หมุนตัวคืนสู่ระเบียงแล้วทำหน้าไม่ชอบใจเล็กน้อย กายนี้เหมาะสมกับการแสดงอาการไม่พึงใจตามประสาสตรีได้ หากข้ากระทำตอนอยู่ในร่างบุรุษเห็นควรที่จะต้องคิดหน้าคิดหลังให้ถี่ถ้วนกว่านี้มาก

“ดีที่ข้าสั่งสุราไว้กับเสี่ยวเอ้อร์ มิเช่นนั้นเห็นควรที่จะต้องกลับหออวี้หงหยวนเป็นแน่” ข้ากลบเกลื่อนให้หยางเย่ถิงแต่โดยดี เมื่อเห็นอีกฝ่ายมีท่าทีอับจนหนทางแก้ต่าง

“ข้ามิได้มีเจตนาหลอกลวงเจ้า” หยางเย่ถิงกล่าวขอโทษ

“นับแต่จำความได้ เจ้าเคยโกหกสักครั้งบ้างหรือไม่ หยางเยวี่ยน” ข้าถามตามประสาอยากรู้

หยางเย่ถิงสั่นหน้าซ้ำ ข้าไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง ในใต้หล้านี้ยังมีบุรุษหนุ่มที่พูดแต่ความจริงหลงเหลืออยู่อีกหรือ นี่ข้าพบสิ่งของล้ำค่าเข้าแล้วหรืออย่างไรกัน ข้าจึงหัวเราะปกปิดใบหน้าสำนึกผิดแล้วว่า

“ข้ามิได้ถือโทษโกรธเจ้า เอาเป็นว่าหากมิได้ดื่มสุราเทียนจื่อซานในวันนี้ วันหน้าหากข้าแวะไปเยี่ยมเยือนสำนักคมเบญจมาศ เจ้าอย่าลืมนำออกมาแต่งโต๊ะต้อนรับข้าก็แล้วกัน”

หยางเย่ถิงมิได้ตอบรับหรือปฏิเสธ อีกฝ่ายได้แต่ยืนมองข้าอยู่เนิ่นนาน กระทั่งเสี่ยวเอ้อร์นำสุราอาหารเข้ามาส่ง เมื่อแต่งโต๊ะเป็นอันดีแล้วจึงขอลาจากไป ข้ารินสุราให้ตนเองและหยางเยวี่ยน ยกดื่มชมทิวทัศน์นอกระเบียง สายลมพัดเย็นสบายปลอดโปร่ง ทว่าจิตใจภายในของข้าว้าวุ่นหลายประการ

“ครั้งแรกข้าปะแม่นางเตียวหง ก็นึกรู้ได้ทันทีว่านางมีทีท่าชอบพอเจ้าอยู่ ไม่แปลกใจที่เจ้ากับนางจะได้แต่งงานครองชีวิตร่วมกัน ข้าขอยกสุราจอกนี้เพื่อร่วมยินดีกับบ่าวสาว เหตุเพราะข้าเองคงมิได้ไปร่วมแสดงความยินดี อย่างไรเสียสำนักคมเบญจมาศแห่งเทียนซานคงคิดจัดงานเป็นการภายใน จึงมิได้เชื้อเชิญชาวยุทธ์ผู้ใดเป็นการเอิกเกริก”

“...”

ดูเหมือนหยางเย่ถิงมิได้นำปากมา จึงได้แต่ใช้ดวงตามองสบข้าเท่านั้น

เจ้าของห้องประเภทไหนกัน ยามเมื่อเชื้อเชิญแขกมาร่วมเสพสุรา กลับปล่อยให้แขกพูดพร่ำอยู่เพียงผู้เดียวไม่คิดตอบโต้ ข้าเพิ่งเคยเจอกับตนเอง แต่คิดอีกทีคุณชายรองตระกูลหยางผู้นี้พูดน้อยเป็นทุนเดิม ข้าเองต่างหากที่ใช้ลมปากมากเกินพอดี

ข้าไม่เสียใจที่เข้าพบฉีป้ายหวังตีสนิทสืบข่าวคราว ถึงแม้นไม่สำเร็จดังหวังแต่ก็พอล่วงรู้ว่า ในงานแข่งขันโปโลต้อนรับราชทูตจากต่างแดนนั้นจะต้องมีการส่งทหารตรวจหาผงราคะไฟทั่วทั้งนครฉางอันเป็นการใหญ่ นั่นคือสิ่งเดียวที่ข้าพอจะเดาออก หากข้าตกลงใจเข้าร่วมแข่งขันโปโลก็หมายความว่าหออวี้หงหยวนจะถูกละเว้นไม่ถูกตรวจค้น ข้าควรจะตอบตกลงแล้วใช้เส้นสายสืบหาแผนการอื่นให้ทันก่อนวันงาน เมื่อวางแผนการรัดกุมดีแล้วจึงรู้สึกเบาใจลงส่วนหนึ่ง

“เจ้ากังวลเรื่องงานแข่งขันโปโลหรือ” หยางเย่ถิงตั้งคำถาม

“ข้าคิดดีแล้วว่าจะตอบตกลง” ข้าตอบ

หยางเย่ถิงไม่กล่าวสิ่งใด แต่พูดมาคำหนึ่งว่า “ฉีป้ายพูดเป็นนัยระหว่างเจ้าซักซ้อมการแสดงว่า อีกสามวันนับจากนี้ เมื่อเงาเมฆบดบังจันทรา กลีบดอกเบญจมาศร่วงโรยเหี่ยวเฉา แสงโคมแดงย่อมเจิดจ้าสว่างไสว

ข้าวางจอกสุราลงกระแทกโต๊ะด้วยอารมณ์โกรธ “ฟังผิวเผินดูเหมือนกลอนบทหนึ่ง แต่ฉีป้ายคงต้องการสื่อสารถ้อยคำนี้ต่อเหล่าชาวยุทธ์ทั้งปวงถึงเหตุการณ์อีกสามวันเบื้องหน้าว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น”

“ข้าควรยกเลิกพิธีแต่งงานเพื่อเตรียมพร้อมรับมือพรรคมาร” หยางเย่ถิงพูดตามความรู้สึกตนเอง

ข้าสั่นหน้า “ไม่จำเป็น ฤกษ์พิธีมงคลไม่ได้หากันง่าย ๆ เรื่องรับมือพรรคมารเจ้าอย่าได้เป็นกังวล ข้าจะซ้อนกลพวกมันให้ย่อยยับไปกับตา”

“เจ้า...”

“วางใจข้าเถิด คุณชายรอง” ข้าใช้มือตบบ่าอีกฝ่ายให้คลายกังวล “ว่าแต่ในอีกสามวันข้างหน้า เสียนหย่งเฉิงนัดหมายดวลสุรากับเจ้า เรื่องนี้ต่างหากที่น่าสนุกกว่า คืนนี้ข้าจะเป็นคู่ซ้อมให้เจ้าเอง”

“หากเจ้ายินยอมร่วมแข่งขันโปโล จิ้งจอกเงินก็คงไม่มีเหตุต้องบุกเข้ามาตรวจค้นอวี้หงหยวนอีก” หยางเย่ถิงคัดค้าน แต่ก็รับจอกสุราที่ข้ารินให้มาถือไว้ในมือก่อนจะยกดื่ม

“ข้าไม่อาจวางใจฉีป้ายได้ ขันทีเจ้าเล่ห์นั่นอาจลักลอบส่งกองกำลังเข้าตรวจค้นอวี้หงหยวนระหว่างที่ข้าแข่งขันโปโลอยู่ก็ย่อมจะเป็นได้ใครจะรู้ ด้านหออวี้หงหยวนจึงจำเป็นต้องฝากฝังเจ้าคอยรับมือเสียนหย่งเฉิงอีกชั้นหนึ่ง เช่นนั้นเรามาลองซ้อมร่ำสุรากันเถิด ยินว่าจิ้งจอกเงินหวังแก้มือดวลสุราคราวก่อนมากนัก เจ้าต้องระมัดระวังตัวให้มาก หยางเยวี่ยน”

หยางเย่ถิงมองต่ำแล้วยิ้มเล็กน้อย พลางว่า

“คออ่อน”

“เจ้าหมายถึงเสียนหย่งเฉิงหรือ” ข้าถามกลับ

“เจ้าต่างหาก หยวนฟง” หยางเย่ถิงโต้กลับทันที

นับว่าคำพูดนี้หลู่ชื่อเสียงกิตติศัพท์ข้าอย่างใหญ่หลวง ข้าหยวนหลงซานไม่เคยถูกกล่าวหาว่าคออ่อน ด้วยเหตุว่าข้าประกอบกิจการหอนางโลมบังหน้าส่วนหนึ่ง ย่อมจำเป็นต้องร่ำสุราต่อแขกคนสำคัญมากหน้าหลายตา หรือยามพบปะยอดฝีมือในฐานะประมุขพรรคเสี้ยวจันทราก็จำเป็นต้องเสพสุราอยู่บ่อยครั้ง มีหรือที่ข้าจะยินยอมมึนเมาด้วยการดื่มเพียงไม่กี่จอก ข้าฝึกฝนการเหล่านี้เป็นอย่างนี้ หากนำสุรากว่าสิบไหมาวางอยู่เบื้องหน้า ก็มิอาจทำสติข้าเลอะเลือนได้

“คุณชายรองดูถูกข้าเกินไปแล้ว รู้หรือไม่ ประมุขพรรคเสี้ยวจันทรามิเคยดวลสุราแพ้ผู้ใด” ข้าบรรยายสรรพคุณตนเองโดยไม่หมกเม็ด

หยางเย่ถิงยกคิ้วขวาท้าทายคำพูดข้าแล้วยกจอกสุราขึ้นดื่ม กล่าวว่า

“เพียงสุราไม่กี่จอกใบหน้าของเจ้าก็ปรากฏเลือดฝาดเช่นนี้ ยังนับว่าปกติดีอยู่หรือ”

ครั้นหยางเย่ถิงท้วงติงเช่นนั้น ข้าก็เร่งหันไปทางกระจกเงาซึ่งตั้งอยู่มุมห้อง ใบหน้าสตรีของหยวนอวี้ฟ่านมิได้ปรากฏสีสันด้วยเครื่องประทินโฉมเพียงอย่างเดียว ซ้ำยังขึ้นสีแดงระเรื่อทั้งสองข้างแก้มสำแดงอาการของฤทธิ์สุราอย่างเห็นเด่นชัด ไยจึงเป็นเช่นนี้

ข้าไม่เคยส่องกระจกขณะร่ำสุราในร่างหยวนอวี้ฟ่านมาก่อน แม้นสติประจำตัวยังมิได้ถูกฤทธิ์สุราครอบครอง แต่ใบหน้าข้าสำแดงว่าริเริ่มมึนเมาสมคำพูดหยางเย่ถิงทุกประการ

ด้วยเหตุนี้กระมังยามข้าร่ำสุราต้อนรับแขก เหล่าบุรุษเหล่านั้นจึงรินสุราให้ข้าดื่มบ่อยครั้ง ด้วยหวังว่าข้าคงคออ่อน ทว่าสุดท้ายคนที่ถูกฤทธิ์สุราครอบงำจนไม่ได้สติก็คือพวกเขาทั้งปวง ในเมื่อหยางเย่ถิงคะเนว่าข้าคออ่อนเช่นเดียวกับทุกคนที่พบเห็น ไยข้าจะมิลองเล่นสนุกดูสักคราว

ข้าทำทีเอนกายกับขอบระเบียงแล้วใช้สองแขนเท้าใบหน้าแสร้งจดจ้องผู้คนใช้ชีวิตในยามค่ำคืน หยางเย่ถิงพอเห็นข้าเงียบเสียงลงไปเช่นนั้นก็ขยับเข้ามาใกล้ กล่าวว่า

“เจ้าเมาแล้วหรือ”

ข้าใช้ผ้าคล้องแขนซับใบหน้า หันมาพูดตอบว่า “เห็นจะเป็นเช่นนั้น ข้าเริ่มร้อนและมีเหงื่อออก ข้าคิดมาตลอดว่าตนเองร่ำสุราไม่เคยแพ้ใคร พอดื่มสู้กับเจ้าไม่ทันไรกลับมีอาการเป็นไปดังนี้ได้ นับว่าข้าเป็นคนคออ่อนจริงดังว่า”

หยางเย่ถิงพูดเป็นห่วงเป็นใย “เช่นนั้นเจ้าควรมานั่งพักภายใน เกิดพลาดพลั้งล้มลงจะอันตราย”

ไม่เพียงออกคำสั่งด้วยคำพูด หนำซ้ำยังคว้ามือข้าหวังจะพยุงไปนั่งลงยังที่อันสมควร ข้าขืนตัวแล้วตอบว่า

“ขอบใจเจ้ามาก อาเยวี่ยน” พอข้าเรียกเขาด้วยคำนี้ อีกฝ่ายก็ยืนเฉยทันที “ข้าอดที่จะกลับมาคิดไม่ได้ว่า ไฉนยุทธภพจึงไม่สมานฉันท์ รวมใจเป็นหนึ่ง ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย เพื่อสยบมารร้ายให้สิ้นปฐพี หากกระบี่แห่งพรรคคมเบญจมาศยินยอมรับข้าในฐานะผู้นำฝ่ายธรรมะ ไม่คอยทิ่มแทงหรือหันหลังให้พรรคเสี้ยวจันทรา เจ้าคิดว่าพวกเราจะปราบปรามพรรคมารได้ง่ายดายกว่านี้หรือไม่”

“บิดาข้ามิได้มีเจตนาเช่นนั้น” หยางเย่ถิงแก้ต่างเสียงเบา

“บิดาเจ้าต้องการเป็นพรรคอันดับหนึ่งในยุทธภพ ไม่เช่นนั้นพรรคคมเบญจมาศคงส่งยอดฝีมือมาร่วมต่อสู้พรรคมารโคมแดงมากกว่านี้” ข้าพูดเสียงแผ่วเบาแต่แทงใจคุณชายรองตระกูลหยางเข้าอย่างจัง

หยางเย่ถิงนิ่งเงียบ

“เจ้าเมาแล้วจริง ๆ” หยางเย่ถิงกล่าว

“ข้าควรจะเมา” ข้ายอมรับ แต่สติปัญญาข้ายังคงปกติดี

“เจ้าพักผ่อนเถิด” คุณชายรองตระกูลหยางพูดต่อ

“หยางอันฉือยอมรับในประโยชน์ของสายเลือดตระกูลหยวนเพียงประการเดียวคืออำนาจพิทักษ์เฉินชิงหลุน เจ้าคิดว่าข้ามองไม่ออกหรือ หยางเย่ถิง” ข้าคงเมาและโกรธอยู่ในที เมื่อหยางเย่ถิงไม่ตอบ ข้าจึงกลับไปรินสุราที่โต๊ะแล้วดื่มติดต่อกันสามสี่จอก เช็ดคราบสุรามุมปากด้วยผ้าคล้องแขน

หยางเย่ถิงพูดว่า “ข้าขอโทษ”

จู่ ๆ น้ำตาที่ข้าไม่ควรหลั่งลงต่อหน้าบุรุษคนไหนในใต้หล้ากลับหยดลงอาบแก้มต่อหน้าต่อตาหยางเย่ถิง

“เจ้า...” พอหยางเย่ถิงเห็นข้าร้องไห้ อีกฝ่ายก็ประสงค์ขยับเข้ามาปลอบ

“อย่าเข้ามา คุณชายรอง” ข้าปฏิเสธ “ข้าเหนื่อย...”

“ประมุขพรรคเสี้ยวจันทราคือผู้นำยุทธภพฝ่ายธรรมะ ไม่ว่าผู้ใดจะปฏิบัติกับเจ้าเป็นอื่น แต่จงรู้ไว้ว่ายอดฝีมืออีกจำนวนมากชื่นชมและเชื่อใจเจ้า”

“ภาระหน้าที่ข้าคือผดุงความยุติธรรมในใต้หล้า และนั่นมิใช่กิจธุระที่ง่ายเลย” ข้ายิ้มให้กับตนเอง ครั้นรู้สึกว่าบรรยากาศการสนทนาเปิดเผยความในใจมากเกินควร ก็ได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อน

“ข้าไม่อยากกลับเทียนซาน”

หยางเย่ถิงกล่าวขึ้นมาท่ามกลางความเงียบสงัด

ข้าเงยหน้าเพื่อจดจ้องมองอีกฝ่าย

“เจ้าเมาแล้วใช่หรือไม่” ข้าถามกลับพร้อมกลั้วเสียงหัวเราะ

หยางเย่ถิงพยักหน้าลง แล้วตอบว่า

“ข้าคงแพ้เจ้า”

“วันหน้าเราต้องมาดวลสุรากันอีกครั้ง เจ้าคิดเห็นเป็นประการใด” ข้าซักกลับ

“ข้ายินดี” หยางเย่ถิงนั่งลงบนขอบเตียง พร้อมปลดกระบี่ลมพัดพันสายวางไว้ข้างตัว


*****************************

พูดคุย

เจ็บจี้ดๆกันอยู่น้าาา ทั้งคู่อะ
เศร้า T-T

เดาต่อไม่ถูกเลย สนุกมากและลุ้นมาก ขอบคุณครับ
ดีใจที่คุณชอบครับ ^^



ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7593
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +181/-8
ปากแข็งทั้งคู่ ตีปากซะ

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2175
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-1

ออฟไลน์ Austin

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 15
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ต้องจิ้ม :oo1: :oo1: :z13:กันอีกสักครั้งสองครั้ง จะได้รู้ใจกันสักที  :hao7:

ออฟไลน์ LoveBlueSky2203

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-2
    • ข้ามพิภพ
บทที่ 42


ต่อรุ่งเช้าหยวนหลงซานกลับคืนร่างบุรุษ ขณะเดินเข้าสู่หออวี้หงหยวน ยอดฝีมือพรรคเสี้ยวจันทราซึ่งปลอมตัวเป็นบ่าวรับใช้หน้าประตูก็เร่งเข้ามารายงานว่า นางเกาเถียนรอพบอยู่ ณ ห้องรับรอง มารดาของข้าประกอบมีอุปนิสัยไม่ยุ่งเกี่ยวกับกิจการภายในพรรคเสี้ยวจันทรา รวมทั้งกิจการบังหน้าอย่างเช่นหอนางโลมเสมอกัน ท่านยกอำนาจทั้งปวงให้แก่ข้าเป็นผู้ตัดสินใจเด็ดขาด ฮูหยินหยวนวางตัวในฐานะมารดานายใหญ่แห่งอวี้หงหยวนอย่างสมศักดิ์ศรี ไม่เคยกระทำสิ่งใดให้ผู้คนติฉินนินทาว่าก้าวก่ายหรือบงการลับหลังข้าแต่อย่างใด เรือนพักรับรองด้านหลังหออวี้หงหยวนติดริมฝั่งน้ำจึงเป็นสถานที่พักผ่อนตามประสาสตรีหม้าย ยากนักที่จะปรากฏกายให้ผู้คนพบเห็น

นับแต่เกิดเรื่องหนก่อน คราวข้าถูกคมเกาทัณฑ์จนต้องหลบไปพักรักษาตัว ณ สำนักเฉินชิงหลุน กระทั่งหวนกลับมาอวี้หงหยวนอีกครั้ง ยังมิได้เข้าพบมารดาถามหาทุกข์สุขเช่นเคย ข้าจึงไม่แปลกใจที่นางเกาเถียนจะรอพบหน้าอยู่ในห้องรับรองแต่อย่างใด

“คำนับ ท่านแม่” ข้าผสานมือทำกิริยาคารวะ

นางเกาเถียนยกน้ำชาขึ้นดื่มแล้วกล่าวว่า “กิจการหอนางโลมเป็นเสมือนโรงงิ้วโรงใหญ่ เปิดทำการแสดงเอาไว้บังหน้าเพื่อให้พรรคเสี้ยวจันทราพิทักษ์เมืองหลวงมาตั้งแต่ครั้งอดีต ไม่เคยปรากฏว่าจะมีผู้คนหรือชาวยุทธภพคนไหนระแคะระคาย บัดนี้เจ้านำคนพรรคคมเบญจมาศเข้ามา เสมือนหนึ่งเปิดประตูเชื้อเชิญโจรป่าให้เข้าบ้านเช่นนี้ ได้คิดไตร่ตรองดีแล้วหรือ”

มารดาของข้าย่อมจะหูไวตาไว เรื่องข้าพาหยางเย่ถิงและคนพรรคคมเบญจมาศเข้านอกออกในอวี้หงหยวนคงไม่อาจรอดพ้นสายตาของนางเกาเถียนไปได้

“ขออภัยเถิด แม่ท่าน ข้าพเจ้าเห็นว่าการต่อกรกับพรรคมารเพียงลำพังตัวคนเดียวนั้นเกินกำลังความสามารถนัก จึงชักชวนพรรคคมเบญจมาศเข้าร่วมสู้ศึก อีกประการหนึ่ง พรรคคมเบญจมาศไม่เคยยอมรับฐานะผู้นำฝ่ายธรรมะของข้าพเจ้านับตั้งแต่สิ้นบิดา ยามนี้ส่งคนเข้ามาช่วยเหลือ นับว่าเป็นสัญญาณอันดีที่พรรคทั้งสองจะหันมาปรองดองกัน”

“พวกเจ้าที่เหลือออกไปก่อน” นางเกาเถียนออกคำสั่งให้สาวใช้และผู้ติดตามข้าออกจากห้องรับรอง

ครั้นสิ้นคนนอกแล้ว นางเกาเถียนจึงลดน้ำเสียงลง พลางเรียกนามข้า

“อาซาน... ลุกนั่งให้เป็นปรกติเถิด” นางเกาเถียนเชื้อเชิญบุตรตนเอง แล้วว่า “กิจการภายในพรรคเสี้ยวจันทราหรือหอนางโลมนี้ มารดาปล่อยวางให้เจ้าดูแลสืบต่อจากบิดามิคิดแทรกแซง ทว่าเรื่องราวภายในครอบครัว แม่ย่อมไม่อาจนิ่งเฉยดูดาย บัดนี้มีหนังสือส่งมาถึงมือมารดาว่า หยางซุนกวาน คุณชายใหญ่แห่งพรรคคมเบญจมาศ หมายประสงค์เกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกับสกุลหยวนแห่งอวี้หงหยวน จะให้แม่สงบใจอยู่นั้นไม่อาจละวางได้”

นางเกาเถียนวางจดหมายฉบับนั้นลงเบื้องหน้าข้า ภายใต้ตัวอักษรถูกประทับตราลวดลายดอกเบญจมาศชัดเจน

“เรียนแม่ท่าน ข้าพเจ้าพอจะทราบข่าวอยู่บ้าง และคิดจะนำความเข้าปรึกษาอยู่” ข้าชี้แจงตามสัตย์จริง

“เดิมทีสกุลหยวนเรามีเพียงบุตรชายสืบสกุลเพียงคนเดียวคือเจ้า ครั้นเจ้าต้องคำสาปเป็นชายสลับหญิง นับว่ามารดาได้บุตรสาวเพิ่มมาอีกผู้หนึ่ง จากนั้นเจ้าคิดใช้อุบายปล่อยข่าวลือว่ามีน้องสาวผู้เลอโฉมเพื่อซ่อนเร้นร่างคำสาป ผู้คนต่างก็แจ้งแก่ใจว่า นายใหญ่แห่งอวี้หงหยวนคนปัจจุบันยังมีน้องสาวสืบสายเลือดอยู่อีกผู้หนึ่ง กิตติศัพท์นี้คงล่วงรู้ไปทั่วนครฉางอันตามประกาศหาคู่ล้างคำสาป กระทั่งยินไปถึงหูประมุขพรรคคมเบญจมาศเช่นเดียวกัน”

“แม่ท่านโปรดอภัย ประมุขพรรคคมเบญจมาศล่วงรู้แล้วว่าข้าพเจ้าต้องคำสาปชายสลับหญิง” ข้าผสานมือคำนับอีกครั้ง

นางเกาเถียนก็เอาฝ่ามือทาบอกแล้วร้องตกอกตกใจมาคำหนึ่ง เร่งซักว่า “เช่นนั้นหยางอันฉือประสงค์ได้เจ้าเป็นคู่ครองหยางซุนกวานไม่ผิดตัวแน่หรือ”

“เป็นเช่นนั้น แม่ท่าน” ข้าพยักหน้ารับ แล้วกล่าวเสริมว่า “เบื้องลึกแล้วพรรคคมเบญจมาศประสงค์เกี่ยวดองสายเลือดตระกูลหยวนเพื่อฟื้นฟูสำนักเฉินชิงหลุนเท่านั้น”

“แม่เคยได้ยินว่าเป็นสำนักฝึกวิชาเลื่องชื่อเมื่อครั้งอดีต หากแต่เจ้าย่อมปฏิเสธได้หรือมิใช่ เฉินชิงหลุนล่มสลายไปแล้ว ไม่มีเหตุจะต้องพลิกฟื้นขึ้นมาอีก” นางเกาเถียนตอกย้ำความในใจของข้า

“แม่ท่าน ข้าพเจ้าติดค้างบุญคุณพรรคคมเบญจมาศคราวพลาดพลั้งต้องคมเกาทัณฑ์จนต้องหลบไปพักรักษาตัว ณ สำนักเฉินชิงหลุน โบราณว่า บุญคุณต้องทดแทน หนี้แค้นต้องชำระ ข้าพเจ้าอยู่ในฐานะประมุขพรรคเสี้ยวจันทรา มิอาจหลับหูหลับตาลืมผู้มีพระคุณได้ หยางอันฉือส่งหนังสือมาเช่นนี้ไม่ต่างจากต้องการให้ข้าพเจ้าตอบแทนบุญคุณ”

ราวกับมีสายฟ้าผ่าลง ณ ที่ใดที่หนึ่ง นางเกาเถียนหยิบผ้าเช็ดหน้าสีอ่อนขึ้นมาถือไว้แน่น กล่าวว่า

“เรื่องนั้นแม่ย่อมเห็นดีเห็นงามอยู่ แต่หยางอันฉือมีบุตรชายอยู่สองคน คนหนึ่งคือหยางซุนกวาน อีกคนนั้นแม่ได้ยินสาวใช้โจษขานว่ารูปงามไม่แพ้กัน”

ครั้นนางเกาเถียนเห็นแววตาหม่นหมองปรากฏเพียงวูบเดียวในดวงตาบุตรชายก็เหมือนหนึ่งหัวใจสลาย จึงกล่าวว่า

“เรื่องราวในยุทธภพเสมือนหนึ่งภาพวาดภาพหนึ่ง คุณค่าของภาพวาดนั้นมิใช่เพราะจิตรกรวาดด้วยฝีมืองดงามหาใดเปรียบ ทว่าเป็นเรื่องราวภายในรูปวาดนั้นต่างหากเล่า อาซาน”

“ข้าพเจ้าต้องการเห็นยุทธภพสงบสุข สิ่งใดที่จะใช้ปูทางเพื่อจุดมุ่งหมายนั้นได้ ข้าพเจ้าย่อมไม่คิดรีรอ” ข้าตอบมารดาด้วยคำมั่นสัญญา

นางเกาเถียนได้แต่พยักหน้ารับเพียงเท่านั้น


ตกเวลาสาย เจิ้งอู๋จิน พร้อมทั้งหยางซุนกวาน และผู้ติดตามจากพรรคคมเบญจมาศก็เข้ามาขอพบข้าและมารดา นางเกาเถียนออกมาต้อนรับขับสู้เสมือนหนึ่งมิได้ล่วงรู้ความใดมาก่อน ครั้นเจิ้งอู๋จินจิบน้ำชาตามธรรมเนียมแล้วจึงออกปากสู่ขอตัวข้าให้แก่คุณชายใหญ่แห่งพรรคคมเบญจมาศ ไร้วี่แววของหยางเย่ถิงแต่อย่างใด ตลอดเวลานั้นข้าได้แต่ภาวนาให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเจรจาความรวบรัดโดยเร็ว เมื่อสิ้นสุดการสนทนาแล้วข้าจึงขอตัวลาออกไปทันที อ้างว่าต้องไปจับตาดูเส้นทางขึ้นเขาจงหนาน เกรงว่าพรรคมารจะหวนกลับมาชิงผงราคะไฟคืนจากถ้ำสำนึกตน

ทว่าข้ากลับแวะพักยังโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งนอกเมืองฉางอันก่อนถึงภูเขาจงหนาน เส้นทางขึ้นเขาจงหนานข้ามอบหมายให้หลี่ปิงหวนและหวังเป่าเหอเป็นผู้ดูแล อีกทั้งยังมีบิดาของหลี่ปิงหวนคือปรมาจารย์หลี่ฉางตงอีกผู้หนึ่ง ข้าย่อมจะวางใจพวกเขาได้

ข้าสั่งสุราแล้วนั่งดื่มโดยมิได้สนใจผู้ใด ครั้นดื่มจอกแล้วจอกเล่าจนกระทั่งนับมิได้ด้วยนิ้วทั้งสองมือ ก็ปรากฏแขกมิได้รับเชิญผู้หนึ่ง ถือวิสาสะนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับข้า พอข้าเงยหน้าจากจอกสุราก็หมายจะต่อว่าเรื่องมารยาท กลับถูกใบหน้ารูปงามของหยางเย่ถิงสะกดให้กลืนคำตอบโต้ลงไปพร้อมสุรารสชาติแย่

หยางเย่ถิงมิได้พูดคำใดก็รินสุราลงจอกแล้วยกดื่มเช่นเดียวกัน ข้าไม่คิดทักทายก็รินสุราให้ตนเองแล้วยกดื่มอีกครั้ง จนกระทั่งหยางเย่ถิงหมดความอดทนหรือทนเห็นสารรูปมึนเมาของข้ามิได้ก็ไม่อาจรู้ เจ้าตัวจึงยอมเปิดปาก

“พอเถอะ”

“คุณชายรองมีสิทธิ์ใดมาห้ามปรามข้ามิทราบ ปากนี้เป็นของข้า ข้าหยวนหลงซานจะดื่มสุราจนหมดร้านนี้ ใครผู้ใดก็ห้ามมิได้” ข้ายักคิ้วให้อีกฝ่ายอย่างถือดี

“ฉีป้ายจะจัดการแสดงชุมนุมนางคณิกาประจำปีในคืนนี้ เจ้าพักผ่อนก่อนเถิด” หยางเย่ถิงยังคงทำหน้าดุสืบต่อไป

“ข้าไม่รู้... อ๋อ ข้ารู้ ข้ารู้”

“รู้แล้วไยจึงดื่มสุรามากมายเช่นนี้” หยางเย่ถิงยังไม่หยุดต่อว่า ข้าประสงค์ลองใจคุณชายรองตระกูลหยางว่าจะคิดทำการสิ่งใดก็แสร้งขัดขืนดื่มต่อไปเสมือนมิได้ยินคำเตือน

เมื่อเห็นว่าหยางเย่ถิงไม่อาจลงมือขัดขวางการดื่มสุราได้ ข้าจึงทำตามแผนเดิมต่อไป การแวะดื่มสุราหนนี้ข้านัดแนะยอดฝีมือลือชื่อผู้หนึ่งผ่านนางกิมง้อ เจ้าของร้านขายเครื่องประทินโฉมแห่งเมืองฉางอัน ในอดีตท่านผู้นี้เคยเป็นมือขวาของบิดาข้า ทว่าต่อมากลับถอนตัวจากพรรคเสี้ยวจันทราแล้วกลับคืนบ้านเกิด ข้าสืบประวัติมาจากปรมาจารย์เฉียนคง พบว่ามีวรยุทธสูงส่ง หาผู้ใดเปรียบได้ยาก วิชา เพลงพิณสยบนภา คือเคล็ดลับวิชาของยอดฝีมือท่านนี้

“ยอดฝีมือท่านนั้น ข้าขอยกสุราคำนับ ข้าเห็นท่านจดจ้องมองข้าหลายครั้งหลายหนแล้ว ไม่ทราบว่ามีธุระกับข้าหยวนหลงซานเช่นนั้นหรือ”

สตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งแต่งกายมิดชิดด้วยชุดสีขาว มีผีผาเครื่องหนึ่งวางอยู่ข้างตัว ครั้นถูกทักทายเช่นนั้นก็ลุกขึ้นพร้อมเครื่องดนตรีแล้วเดินออกไปจากโรงเตี๊ยมทันที

หยางเย่ถิงไม่ทราบเจตนาข้าก็ต่อว่าตามประสาผู้เคร่งครัดในมารยาท ข้าพอใจในคำตำหนิของหยางเยวี่ยนแล้ว จึงเดินโซซัดโซเซตามแม่นางผู้นั้นไป หยางเย่ถิงจำใจต้องเป็นผู้จ่ายค่าสุราให้ข้า ก่อนจะเร่งติดตามไปห้ามปราม เกรงว่าจะมีเรื่องปะทะฝีมือต่อกัน

สตรีผู้นั้นเดินออกห่างจากถนน กระทั่งร้างไร้ผู้คนสมคะเนแล้วจึงหยุดฝีเท้า ข้าใช้ลมปราณขับฤทธิ์สุราจนสิ้นแล้วก็หยัดกายยืนให้มั่นคงอย่างคนปกติ ยอดฝีมือท่านนั้นก็หันมามองสบตา

หยางเย่ถิงตามมาทันแล้วกำลังจะออกปากขออภัยก็ถูกข้าทำกิริยาชันเข่าแล้วก้มคำนับ

“ข้าหยวนหลงซานขอคำนับยอดฝีมือ อู๋ชิงเยียน”

“ไม่เสียงแรงที่ประมุขคนก่อนสั่งสอนฝึกปรือ ลุกขึ้นเถิดคุณชายหยวน” อู๋ชิงเยียนเชื้อเชิญ “ท่านส่งข่าวบอกว่ามีธุระร้อนเกี่ยวพันกับความเป็นตายของพรรคเสี้ยวจันทรา เรื่องราวเป็นมาประการใดจงเร่งแจ้ง ข้าพเจ้าจะได้คิดหาหนทางช่วยอีกแรงหนึ่ง”

“ผู้อาวุโสอู๋ ข้าพเจ้าไม่เคยคิดว่าท่านจะรับเป็นธุระ ท่านตัดขาดจากพรรคเสี้ยวจันทราแล้ว การจะหวนคืนกลับสู่ยุทธภพนั้นช่างเป็นเรื่องลำบากใจสำหรับข้าพเจ้าเช่นกัน”

“ประมุขหยวนอย่าได้เกรงใจ ประมุขหยวนเหวินหยวนมีพระคุณต่อข้าพเจ้ามากเพียงใด ชาตินี้ไม่อาจทดแทนได้หมดสิ้นจงเร่งแจ้งธุระมาเถิด”

หยางเย่ถิงเมื่อเห็นว่าสตรีวัยกลางคนเป็นอดีตผู้อาวุโสของพรรคเสี้ยวจันทราก็ยืนนิ่งไม่กล่าวคำใด

“ข้าพเจ้าหมายใจจะให้ผู้อาวุโสอู๋ปลอมตัวเป็นคณะดนตรีหลวง เพื่อเข้าไปสืบข่าวคราวภายในราชสำนัก ข้าพเจ้าหวั่นเกรงว่าศัตรูคนสำคัญของยุทธภพกำลังแฝงตัวอยู่ในวังหลวง ประจวบกับคืนนี้ที่งานชุมนุมนางคณิกา เจ้าภาพผู้ดูแลเป็นฉีกงกง ทั้งคณะดนตรีที่นำมาประกอบการแสดงก็ถูกพามาจากวังหลวงทั้งสิ้น ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสอู๋จะรับเป็นธุระได้หรือไม่”

อู๋ชิงเยียนพยักหน้าโดยทันที หยวนหลงซานก็ก้มหัวคำนับอย่างสำนึกบุญคุณ


พูดคุย

ปากแข็งทั้งคู่ ตีปากซะ
นั่นจิ น่าตีนัก

:pig4:
 o13
ขอบคุณขอรับ

ต้องจิ้ม :oo1: :oo1: :z13:กันอีกสักครั้งสองครั้ง จะได้รู้ใจกันสักที  :hao7:
ฮั่นแน่ รอดูๆ ขอรับ อิอิ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-03-2021 14:53:09 โดย LoveBlueSky2203 »

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7593
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +181/-8
อยากอ่านต่อแล้ววว

ออฟไลน์ LoveBlueSky2203

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-2
    • ข้ามพิภพ
บทที่ 43

ดอกเบญจมาศของฉีกงกง (1)



เวลาพลบค่ำ บรรยากาศหน้าหอการแสดงเนืองแน่นไปด้วยเหล่าบุรุษจำนวนมาก ทั้งมีฐานะปานกลางจนกระทั่งชนชั้นสูง ด้วยงานแสดงนางคณิกาหนนี้ ฉีป้ายออกกฎต้อนรับเฉพาะแขกผู้มีอันจะกินเท่านั้น หยวนอวี้ฟ่านก้าวลงจากรถม้าพร้อมอุ้มจิ้งจอกน้อยเหลียงจินไว้ในอ้อมแขน ติดตามด้วยหลี่เม่ย เนี่ยหวัง สองนางคณิกาปลอมคนสนิท รั้งท้ายด้วยสาวใช้วัยกลางคนอีกผู้หนึ่งคือ อู๋ชิงเหยียน อดีตยอดฝีมือของพรรคเสี้ยวจันทรา ตกแต่งกายดั่งหนึ่งหัวหน้าคนรับใช้ ถือผีผาหุ้มห่อผ้าไว้เป็นอย่างดี ภายในซุกซ่อนกระบี่ไว้จำนวนสามเล่ม


ครั้นประดาเหล่าบุรุษต่างเห็นหยวนอวี้ฟ่านพร้อมบริวาร ก็ร้องเรียกนามและโจษขานกันปากต่อปากว่าหออวี้หงหยวนยินยอมส่งนางคณิกาชั้นเอก ดาวเด่นประจำหอนางโลมอันดับหนึ่งเข้าร่วมการแสดงคืนนี้ด้วย ต่างก็สรรเสริญนายใหญ่แห่งอวี้หงหยวนคือหยวนหลงซานไม่ขาดปากว่ามีความใจกว้าง ไม่คิดเล็กคิดน้อย เห็นความสุขของชาวฉางอันเป็นที่ตั้ง มิได้ซุกซ่อนดอกโบตั๋นอันงดงามไว้ภายในหออวี้หงหยวนดั่งเช่นที่เคยปฏิบัติมา


ข้าแสร้งยกพัดปิดบังใบหน้า หวังซุกซ่อนกิริยาเหนียมอาย ทว่าภายในอับจนคำพูด ข้าควรจะดีใจใช่หรือไม่ที่ผู้คนสรรเสริญความใจกว้างของข้าหยวนหลงซานเช่นนี้ เอาเถิด นับว่าเป็นเรื่องดี ชื่อเสียงข้าในฐานะนายใหญ่ของหอนางโลมอันดับหนึ่ง เดิมทีมีแต่ความน่ายำเกรง จิตใจคับแคบ ดูแลกิจการไม่ไว้หน้าผู้ใด สืบไปวันหน้าผู้คนคงจะเพิ่มเติมอุปนิสัยใจคอกว้างขวางต่อท้ายอีกประโยคหนึ่ง


ในหมู่บุรุษทั้งหลายข้าเห็นคุณชายรองสกุลหยางปะปนอยู่ในคราบชายหนุ่มเจ้าสำราญ แต่งกายด้วยชุดสีม่วงเย็บปักอย่างดี


เดิมทีแผนการของข้าในคืนนี้คือลักลอบให้ผู้อาวุโสอู๋ชิงเหยียนเข้าไปอยู่ในคณะดนตรีหลวง ต่อมาในภายหลังเมื่อหยางเย่ถิงแจ้งแผนการในใจข้า จึงแย้งว่า ไยมิสู้สร้างสถานการณ์ให้ฉีป้ายคายความลับทั้งปวงเองว่า ประมุขพรรคมาร คือผู้ใดในวังหลวง


อู๋ชิงเหยียนถามกลับว่า “จะต้องใช้กลอุบายใด ขันทีเฒ่าจึงจะยอมพูดความจริง”


หยางเย่ถิงคำนับอู๋ชิงเหยียนตอบว่า “ข้าน้อยจะยอมปรนนิบัติฉีป้ายบนเตียงในคืนนี้”


ข้าร้องปฏิเสธทันที


ผู้อาวุโสอู๋มองเห็นท่าทีประมุขพรรคเสี้ยวจันทราคนปัจจุบันก็ลอบยิ้มในใจแล้วกล่าวถามต่อไปว่า “คุณชายรองมั่นใจหรือว่าจะได้คำตอบมาแลกกับการปรนนิบัติหนนี้”


“ข้าคิดว่าได้” หยางเย่ถิงตอบอย่างมั่นใจ


เจ้าคุณชายรองนั่นเอาความถือดีมาจากไหนว่าแผนการของตนจะประสบผลสำเร็จยิ่งกว่าแผนการของข้า ครั้งก่อนข้าอุตส่าห์ส่งเขาพร้อมจิ้งจอกน้อยเหลียงจินไปซื้อใจฉีป้าย สุดท้ายอีกฝ่ายไม่เพียงไม่เห็นหัวข้า หนำซ้ำยังส่งคำขู่มาสำทับอีก หากข้าไม่เข้าร่วมแข่งขันโปโล โอกาสที่หออวี้หงหยวนจะถูกตรวจค้นหาผงราคะไฟก็ไม่อาจรอดพ้นไปได้


“ข้าคิดว่าไม่ได้ผล” หยวนหลงซานคัดค้านหัวชนฝา


“ข้าพเจ้าเห็นว่ามิผิดแต่ประการใด เบื้องต้นให้ดำเนินการตามแผนเดิมของประมุขท่าน อีกด้านหนึ่งก็ให้คุณชายรองล้วงความลับไปพร้อม ๆ กัน ข้าพเจ้ามองว่าเห็นประโยชน์มากกว่ามาก หากฉีป้ายมิยอมคายชื่อประมุขพรรคมาร ข้าพเจ้าก็จะลักลอบเข้าวังหลวงไปพร้อมกับคณะดนตรีตามแผนเดิม” อู๋ชิงเหยียนปิดประตูใส่หน้าข้าอย่างไม่อาจโต้แย้งได้


สุดท้ายข้าก็จำใจให้หยางเย่ถิงต้องไปเปลืองตัวแล้วทำเรื่องอย่างว่าเพื่อแลกกับชื่อประมุขพรรคมาร คนหัวดื้อรั้นเช่นนั้น ข้าก็ไม่อยากจะสนทนาด้วยอีก ข้าจึงเบือนหน้าออกจากกลุ่มชนเพื่อเข้าสู่หอการแสดง


หลายวันก่อนหยางเย่ถิงได้กลับไปสืบข่าวสารจากร้านค้าเครื่องประทินโฉมของนางกิมฮูหยินอีกครั้ง ตั้งใจจะสอบถามลักษณะเฉพาะของเหลียงเซียวฟาง และความหมายของผ้าปักลวดลายดอกเบญจมาศเคียงข้างจันทรา กลับพบเบาะแสน่าสงสัยบางประการจากปากกิมฮูหยินที่ว่า


“ฉีกงกงผู้รับอุปการะแม่นางเหลียงนั้น เดิมทีเป็นชาวยุทธ์จากสำนักเฉินชิงหลุนในอดีต ต่อมาภายหลังผิดหวังในความรักจึงถวายตัวเป็นขันที”


หยางเย่ถิงซักว่า “ไม่ทราบว่ากิมฮูหยินพอจะทราบเรื่องราวเป็นมาโดยละเอียดหรือไม่”


กิมฮูหยินยิ้มแล้วพยักหน้ารับ


หลังจากแจ้งอุบายเรื่องปรนนิบัติบนเตียงให้หยวนหลงซานทราบแล้ว หยางเย่ถิงจึงกลับสู่ที่พัก ประดาคนจากสำนักพรรคคมเบญจมาศล้วนอาศัยโรงเตี๊ยมเทียนซาน ตั้งอยู่แถบประตูเมืองด้านทิศเหนือเป็นที่พักอาศัยยามเข้ามาทำธุระภายในเมืองฉางอัน เขาสอบถามเสี่ยวเอ้อร์พร้อมป้ายหยกประจำพรรค พบว่าเจิ้งอู๋จินที่ปรึกษาพรรคคมเบญจมาศเพิ่งกลับมาจากด้านนอก พักอยู่ห้องในสุดของปีกตะวันตก จึงเร่งเข้าไปหา


หยางเย่ถิงคำนับและรินน้ำชาให้เจิ้งอู๋จิน ที่ปรึกษาพรรคคมเบญจมาศยกดื่มพร้อมส่ายหน้าด้วยความอาลัย


“ข้าพเจ้าเสียดายนัก หยวนอวี้ฟ่านหรือแท้จริงแล้วคือประมุขพรรคเสี้ยวจันทรา หยวนหลงซานผู้นี้ ไม่อาจปฏิเสธไมตรีสู่ขอจากพรรคคมเบญจมาศได้ ประการหนึ่งเพื่อผนึกกำลังกำจัดพรรคมาร ประการสอง...เอ่อ อันที่จริงเรื่องราว ณ สำนักเฉินชิงหลุนหนนั้น คุณชายรองต่างหากคือผู้ที่ประมุขท่านวางหมากไว้ ทว่าการกลับกลายเป็นเช่นนี้ ข้าพเจ้าก็รู้สึกเสียดายไม่น้อย”


หยางเย่ถิงมิได้พูดโต้ตอบ คอยจนอีกฝ่ายไม่เจรจาแล้ว จึงพูดธุระแต่โดยไวว่า


“เจิ้งอู๋จินท่านยังจดจำชื่อของคนผู้หนึ่งได้อยู่หรือไม่”


เจิ้งอู๋จินขมวดคิ้ว ครั้นหยางเย่ถิงเอ่ยนาม ที่ปรึกษาพรรคคมเบญจมาศก็คลายหัวคิ้ว พร้อมรอยยิ้มบางเบา




เจิ้งอู๋จินนับเป็นบุรุษรูปงาม แม้อายุอานามจะส่งผลให้ความหล่อเหลาเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาบ้างแล้วก็ตาม ทว่าชื่อเสียงในอดีตเรื่องความปราดเปรื่องเรืองปัญญาทั้งบุ๋นและบู๊ เสริมส่งกิตติศัพท์ให้ทั้งสตรีและบุรุษทั่วทั้งยุทธภพต่างยกย่องสรรเสริญ มิหนำซ้ำเจิ้งอู๋จินยังครองตนเป็นโสด ไร้บุตรและภรรยา สาเหตุแท้จริงที่คนผู้นี้ไม่ประสงค์มีครอบครัวนั้นเกินกว่าผู้ใดจะกล้าซักถาม


หยางเย่ถิงพาเจิ้งอู๋จินมายังหอการแสดงด้วย ประหนึ่งบุรุษเจ้าสำราญอีกผู้หนึ่ง


ครั้นฉีกงกงออกต้อนรับราชทูตเปอร์เซียให้ลุกนั่งเพื่อชมการแสดงอันลือลั่นของประดานางคณิกาแห่งฉางอันแล้ว จึงออกมาพักยังห้องรับรอง หยางเย่ถิงอาศัยจังหวะนั้นขอเข้าพบ พอฉีกงกงแจ้งว่าเป็นผู้ใดก็ออกต้อนรับขับสู้


“คุณชายหยาง” ฉีกงกงร้องทักทาย


“คำนับฉีกงกง ข้าพเจ้าเสียมารยาทนักที่มารบกวนท่านในยามนี้ ทว่ามีเรื่องร้อนอยู่ประการหนึ่ง ไม่ทราบว่าฉีกงกงจะเมตตาช่วยเหลือได้หรือไม่” หยางเย่ถิงตีสีหน้าทุกข์ร้อนให้สมจริงดังว่า


“คุณชายหยางไม่ต่างจากสหายร่วมเสพสุราของข้าพเจ้าเช่นเดียวกัน วันก่อนเราทั้งสองต่างนับถือวางใจต่อกันแล้ว การอันคุณชายหยางร้องขอ แม้นมิใช่การชิงเดือนยิงตะวันแล้ว ข้าพเจ้าคงจะรับเป็นธุระได้” ฉีกงกงกล่าว แววตาสำรวจรูปลักษณ์หยางเย่ถิงผู้งามสง่าอย่างพึงพอใจ แต่สงวนไว้ไม่ประเจิดประเจ้อมากนัก


“หากจะนับว่าเป็นธุระของข้าพเจ้านั้น ยังไม่อาจฟันธงได้ ทว่ามีคนผู้หนึ่งไหว้วานข้าพเจ้ามาอีกต่อหนึ่ง หวังจะเข้าพบฉีกงกงเป็นการส่วนตัว บัดนี้คนผู้นั้นรอคอยฉีกงกงอยู่ ณ ศาลากลางน้ำติดกับหอการแสดงทิศเหนือ”


“คนผู้หนึ่ง? ใครหรือ คุณชายหยาง” ฉีกงกงบังเกิดใบหน้าฉงนสนเท่ห์


หยางเย่ถิงยิ้ม พลางตอบว่า “คนผู้นั้นแจ้งนามฝากมาว่า เจิ้งอู๋จิน ขอรับ”


สีหน้าและแววตาของฉีกงกงไม่อาจปกปิดอาการกำเริบสั่นไหวจากอารมณ์ภายในไว้ได้ เพียงแค่นั้นหยางเย่ถิงก็ล่วงรู้ว่า ตนเองได้ทำการสำเร็จไปขั้นหนึ่งแล้ว เช่นนี้แล้วหยวนหลงซานคงตบรางวัลให้ตนไม่มากก็น้อยหากบรรลุผลสำเร็จเป็นแน่


“หากแผนการของเจ้าสำเร็จ ข้าจะยอมยกเลิกการสู่ขอของหยางซุนกวาน และ...” หยวนหลงซานทำสีหน้าเหมือนโดนขัดใจ ก่อนจะพูดด้วยกิริยาหลับหูหลับตาต่อไปว่า “หากประมุขพรรคคมเบญจมาศประสงค์ให้ หยางและหยวนรวมใจเป็นหนึ่ง จริงดังว่าแล้ว คนผู้ข้าปรารถนา...มีเพียงคุณชายรองสกุลหยางเท่านั้น”


************

พูดคุย

ขออภัยจอมยุทธ์ทุกท่านที่ให้รอคอยนะเจ้าคะ นักเขียนกลับมาแล้ว ^^

นับจากนี้แต่ละตอนจะมีชื่อตอนกำกับไว้ โดยนักเขียนจะย้อนกลับไปแก้ไขให้ครบในภายหลังนะเจ้าคะ



อยากอ่านต่อแล้ววว
มาต่อแล้วท่านจอมยุทธ์  :katai4:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-05-2021 13:32:34 โดย LoveBlueSky2203 »

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7593
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +181/-8
มีแต่คนเหลี่ยมจัดดด

ออฟไลน์ goldentime

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 159
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
เรื่องนี้สนุกมาก  ลุ้นทุกฉากทุกตอน พระกับนาย ทำไมปากแข็งยิ่งกว่าหินกันทั้งคู่ ระวังจะเจ็บปวดหัวใจกันทั้งคู่ แต่ยังดีที่นายเอกรู้จักต่อรองกับฝั่งบ้านพระเอก ไม่งั้นอดได้พระเอกจริง ชอบลุคพระเอกมากเลย แบยว่าเป็นทุกอย่างเพื่อเธอจริงๆ มาต่อไวๆนะคะ  :mew1: นักเขียนก็สู้ๆนะคะ  ดูแลตัวเองให้ดีนะคะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ LoveBlueSky2203

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-2
    • ข้ามพิภพ
บทที่ 44
ดอกเบญจมาศของฉีกงกง (2)



   ในอดีตฉีป้ายผู้นี้มีฉายากล่าวขานทั่วทั้งยุทธภพว่า บุปผาพิษ เหตุที่มาแห่งสมญานามนี้เกิดจากยามต่อสู้นั้น พลิ้วไหวดุจดอกไม้ยามต้องสายลม ดุดันดุจคมเขี้ยวอสรพิษ ไม่ผิดที่ผู้คนจะเกรงขามยอดฝีมือผู้นี้ ภายหลังเมื่อผิดหวังจากความรักจึงหันหลังให้ยุทธภพ ชื่อเสียงของบุปผาพิษจึงเงียบหายไปตามกาลเวลา

   แม้นตัดขาดจากยุทธภพ ทว่าฉีป้ายมิได้ละเลิกฝึกปรือวรยุทธ์ หนำซ้ำจะยิ่งก้าวล้ำไปกว่าเดิมยามได้เสพผงราคะไฟ บัดนี้ฝีมือวิทยายุทธ์จึงบรรลุขั้นสูงสุดอย่างง่ายดาย สมคำประมุขพรรคมารกล่าวไว้ หากฝึกวิชาร่วมกับเสพผงราคะไฟ ย่อมจะนำไปสู่เส้นชัยอันสูงสุด

   บุรุษวัยกลางคนสวมชุดสีเหลืองประจำพรรคคมเบญจมาศโดยมิคิดปิดบังอำพราง ยืนนิ่งสงบอยู่ภายในศาลาริมสระน้ำ ฉีป้ายกำชับบริวารมิให้ติดตามมา ครั้นก้าวเท้าเข้าสู่เขตศาลาแปดเหลี่ยม เจิ้งอู๋จินก็หันมองสบตาผู้มาเยือนพร้อมรอยยิ้มบางเบา

   ฉีป้ายสะอึกหยุดนิ่งไปชั่วขณะหนึ่ง ใบหน้าเรียบเฉยมิได้ยินดียินร้ายในรอยยิ้มของแขกเบื้องหน้า พลางเอ่ยว่า

   “ยินว่า ท่าน ประสงค์พบข้าพเจ้า มิทราบว่ามีกิจสำคัญสิ่งใดหรือ ข้าพเจ้ามีธุระติดพันอยู่คือรับรองเป็นเจ้าภาพจัดการแสดงนางคณิกา ท่านจงเร่งว่ามาเถิด”

   เจิ้งอู๋จินวาดรอยยิ้มกว้างขึ้น แล้วผายมือเชื้อเชิญฉีป้ายให้นั่งลง ยกกาบรรจุสุรารินใส่จอก ก่อนจะยื่นให้อีกฝ่าย ฉีป้ายแม้นมิอยากนั่งสนทนาก็จำเป็นต้องนั่งอย่างเสียมิได้ ที่ปรึกษาพรรคคมเบญจมาศยกจอกสุราเป็นกิริยาร่วมดื่ม ฉีป้ายก็จำใจยกตามดื่มร่วมกัน ครั้นวางจอกลง เจิ้งอู๋จินจึงกล่าวว่า

   “ศิษย์พี่ท่าน สุขสบายดีหรือ”

   ฉีป้ายมิได้ตระเตรียมใจมาเพื่อได้ยินสรรพนามขานชื่อตัวเช่นนั้น ก็เหมือนถูกทำลายวรยุทธ์ด้วยคำพูดประโยคเดียว เมื่อเห็นกิริยาศิษย์พี่ร่วมสำนักคมเบญจมาศไม่อาจกลั่นคำพูดออกมาได้ก็กล่าวสืบต่อไปว่า

   “นับแต่ศิษย์พี่ก้าวออกมาจากพรรคคมเบญจมาศ ข้าพเจ้ามิได้ปะหน้าท่านสักครั้งคราว อีกทั้งไม่ทราบข่าวสารความเคลื่อนไหว ว่าท่านจะเป็นตายร้ายดีประการใด”

   ฉีป้ายเหมือนหนึ่งถูกคำเจรจาของคู่สนทนาปิดปากไว้ เอาแต่จดจ้องพิจารณาใบหน้าเจิ้งอู๋จินราวกับต้องอาคม ต่อถูกซักถามสารทุกข์สุกดิบก็เหมือนหนึ่งได้สติคืนกลับ จึงกระแอมมิให้ขายหน้าแล้วว่า

   “ข้าพเจ้าสุขสบายดี”

   เจิ้งอู๋จินยิ้มรับ แล้วหยิบเครื่องประดับหยกสีขาวแกะสลักเป็นรูปดอกเบญจมาศเคียงจันทรา ห้อยด้วยพู่สีเหลืองอ่อนเข้ากับชุดเครื่องแบบของพรรคคมเบญจมาศขึ้นมาวางบนโต๊ะ ครั้นฉีป้ายเห็นสิ่งของนั้นก็ราวกับไม่อาจครองสติไว้ได้ รีบเร่งปัดความว่า

   “หากท่านมิได้มีความสำคัญอื่นใดแล้ว ข้าพเจ้าขอตัวลา”

   เจิ้งอู๋จินอาศัยคำพูดฉุดรั้งฉีกงกงไว้ “ไยศิษย์พี่จำเครื่องประดับนี้ได้แล้วจึงขอตัวหลบหน้าด้วยเล่า เหตุอันข้าพเจ้ามาขอพบท่านก็เพื่อที่จะถามว่า ศิษย์พี่ท่านมอบของสิ่งนี้ให้ข้าพเจ้าด้วยเหตุใด ยามข้าพเจ้าซักถามหนก่อนในครั้งอดีต ท่านก็มิได้ตอบคำ หากเราสองยังเคารพนับถือต่อกันในฐานะศิษย์พี่และศิษย์น้องแล้ว หนนี้วานท่านโปรดแจ้งคำตอบด้วยเถิด”

   เบื้องหลังฉีป้ายนั้นสั่นสะท้านชั่วขณะ พร้อมกับบังเกิดเสียงหัวเราะปนขมขื่น เจิ้งอู๋จินไม่แจ้งว่า ไยฉีป้ายจึ่งมีอาการเช่นนี้ก็ซักกลับว่า

   “คำข้าพเจ้ามีส่วนระคายอารมณ์ขันท่านหรือ ศิษย์พี่”

   ฉีป้ายหันตัวกลับมาพร้อมกับเสียงหัวเราะสูงต่ำ ทว่าดวงตาเจ็บช้ำสุดประมาณ “ศิษย์น้องถามเช่นนี้ ประสงค์ให้ข้าพเจ้าสำลักความตายหรือ”

   เจิ้งอู๋จินฟังฉีป้ายกล่าวคำตายเช่นนั้น ทั้งที่แจ้งอยู่กับอกว่าคำตอบนั้นคือข้อความใด แต่หมายจะแจ้งคำจากเจ้าตัวเองก็ยังยืนยันสีหน้าและแววตามั่นคงเดิม ทว่าฉีป้ายมิได้คลายคำตอบ กลับเล่าความแต่หนหลังให้อีกฝ่ายฟังโดยมิได้อำพราง

   “นับแต่ข้าพเจ้าออกจากสำนักคมเบญจมาศ ตั้งใจตัดขาดจากยุทธภพมุ่งสู่ทางธรรมบวชเป็นหลวงจีน หมายล้างคาวเลือดซึ่งติดมือและคมกระบี่ออกจากกายใจ มิใช่เพื่อล้างบาปอันก่อกรรมทำเข็ญแก่ศัตรูเท่านั้น แต่ยังล้างอายที่ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติต่อศิษย์น้องเสมอกัน” ฉีป้ายอธิบายด้วยท่วงทีวางเฉย แต่เปี่ยมด้วยแววตาจริงใจ

   “ท่านทำสิ่งใดผิดต่อข้าพเจ้าหรือ” เจิ้งอู๋จินย้อนถาม

   ฉีป้ายก็พยักหน้ารับเอาไว้ เล่าสืบต่อไปว่า “ข้าพเจ้าผิดที่คิดมิซื่อกับท่าน เพียงเท่านั้นยังมิพอ ยังคิดทำลายชื่อเสียงท่านด้วยการกระทำเสื่อมเสีย มอบสิ่งของที่ไม่ควรจะมีบุรุษใดมอบต่อบุรุษให้เป็นเครื่องระคายตาท่าน อีกทั้งยังพลั้งมือทำลายศิษย์น้องหญิงคู่หมายท่านจนกระทั่งสิ้นชีพ ความผิดติดตัวข้าพเจ้ามีลำดับมาเช่นนี้ คงไขคำตอบท่านได้ไม่มากก็น้อย”

   “ศิษย์พี่ท่านตอบมิตรงคำถาม ข้อพลั้งมือทำลายศิษย์น้องหญิงนั้นถูกพิสูจน์แล้วว่า ท่านมิได้มีเจตนา แม่นางถงเป็นสตรีใจร้อน ฟังความไม่ถนัดก็มุ่งตรงไปหาเรื่องท่าน ท่านออกต้านด้วยกระบวนยุทธ์ชั้นต้น ทำแต่เพียงปัดออก นางนั้นเลือดร้อนก็พลาดตกหน้าผาไปเอง พยานร่วมที่มีกว่าหลายสิบคน ต่างยืนยันในข้อนี้ได้ ข้าพเจ้าก็ย่อมเข้าใจอยู่ แต่ท่านอ้างว่าได้คิดทำลายชื่อเสียงข้าพเจ้าด้วยการมอบป้ายหยกชิ้นนี้นั้น ข้าพเจ้าไม่อาจเข้าใจ”

   ฉีป้ายพิจารณาป้ายหยกลายดอกเบญจมาศเคียงจันทราชั่วขณะหนึ่งแล้วขยับเดินหยิบกาสุรารินใส่จอก พลางกล่าวว่า

   “ข้าพเจ้าคงทำผิดไว้มหันต์ เส้นทางชีวิตจึงมิได้ขีดไว้ให้อยู่สงบสุขในบั้นปลายชีวิต หลังจากคิดออกบวชก็มิได้ราบรื่นอย่างตั้งใจหวัง ใกล้อารามแห่งนั้นมีขบวนเสด็จของสมเด็จพระจักรพรรดิต้าถังอยู่ เผอิญหัวหน้าขันทีได้แวะเข้านมัสการพระพุทธรูป บังเกิดต้องชะตาข้าพเจ้าอย่างหาเหตุมิได้ จึงชักชวนเข้าสู่วังหลังเป็นขันที”

   ฉีป้ายหัวเราะมาคำหนึ่ง กล่าวต่อไปว่า

   “ข้าพเจ้าคงผิดที่ทำของสิ่งนี้ขึ้นมาแล้วมอบให้ท่าน จนเป็นชนวนเหตุให้เกิดความวุ่นวายภายในพรรคคมเบญจมาศ ข้อนี้ก็นับว่าใหญ่หลวงอยู่ ครั้นเจิ้งอู๋จินท่านนำของสิ่งนี้มาตอกย้ำข้าพเจ้าในคืนนี้อีก ก่อให้ข้าพเจ้าได้ไตร่ตรองทบทวนซ้ำ จนกระทั่งหลงลืมว่า ทุกวันนี้ตนเองก่อกรรมทำเข็ญไว้มากเท่าใดแล้วก็สุดละอาย มือขาวสะอาดที่ท่านเห็นนี้ตลบอบอวลด้วยกลิ่นคาวเลือด ข้าพเจ้าถลำลึกเข้าสู่วังวนแห่งความชั่วร้ายมานานเกินควรนัก ชั้นแรกตั้งใจแก้ไขความรู้สึกผิดในใจจึ่งคิดทำชั่วเพื่อกลบล้างเรื่องในอดีต อีกทั้งแลเห็นความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นในยุทธภพมามากนัก คนดีไม่เคยได้สิ่งใดตอบแทนความดี คนชั่วก็มิได้ผลชั่วคืนสนอง เช่นนี้แล้วฝ่ายอธรรมกับธรรมะ ฝั่งไหนคู่ควรกับคนดีคนชั่วมากกว่ากันแน่ ไม่อาจมีคำตอบแน่ชัด” ฉีป้ายจับตามองเจิ้งอู๋จิน ไม่คิดให้อีกฝ่ายเอ่ยปาก ก็กล่าวต่อไปว่า

“เจิ้งอู๋จินมาพบข้าพเจ้าในคืนนี้ต้องการสิ่งใดกันแน่หรือ”

ที่ปรึกษาพรรคคมเบญจมาศไม่อาจปกปิดธุระที่ต้องการได้ ก็เผยความโดยซื่อต่อศิษย์พี่ว่า

“ชื่อเสียงเรียงนามของประมุขพรรคมาร”

ฉีป้ายจับจอกสุราโดยเกลี่ยนิ้วรอบขอบจนวนครบหนึ่งรอบ ก่อนจะเงยหน้าจับจ้องเจิ้งอู๋จิน

“ข้าพเจ้าขอโทษท่าน ทั้งกรรมในอดีตและปัจจุบัน แต่จงล่วงรู้ไว้เถิด ข้าพเจ้ามิได้มีเจตนาทำลายชื่อเสียงท่านโดยการมอบป้ายหยกนี้ นอกกว่าความปรารถนาดีต่อกันเท่านั้น ขอตัวลา”

ยามเมื่อฉีกงกงยกจอกสุราขึ้นดื่มโดยเร็วนั้น เจิ้งอู๋จินมิได้ทันระมัดระวังว่าอีกฝ่ายจะคิดปลิดชีพตนเอง กระทั่งปรากฏโลหิตไหลย้อนออกมาจากปากฉีป้าย ที่ปรึกษาพรรคคมเบญจมาศก็สอดแขนเข้ารับร่างไว้มิให้ทรุดลงกับพื้น

“ศิษย์พี่ ไยท่านถึงทำเช่นนี้” เจิ้งอู๋จินร้องเรียกฉีป้าย “ยาถอนพิษอยู่ที่ใดเร่งบอกข้า”

ฉีป้ายมิได้อาลัยแก่ชีวิต เอื้อมมืออันสั่นเทาค่อยจับใบหน้าเจิ้งอู๋จินแล้วกล่าวว่า

“ข้าชอบสุนัขจิ้งจอกสีขาวตัวนั้นที่ศิษย์น้อง...มอบให้ ไม่มีวันเสื่อมคลาย หลังจากข้าพเจ้าหนีออกจาก...สำนัก ท่านยังเลี้ยงดูแทนข้าพเจ้าหรือไม่”

“มัน...ตรอมใจตายหลังจากนั้นอีกเจ็ดวันต่อมา” หยดน้ำตาของเจิ้งอู๋จินหยดกระทบลงใบหน้าฉีกงกง

ฉีป้ายปิดเปลือกตาระงับความเจ็บปวดของพิษร้าย บัดนี้ฉายา บุปผาพิษ ต้องมาตายเพราะพิษบุปผาอันตนเองได้ลงมือปรุงไว้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ คาดคะเนว่าวันใดวันหนึ่งเหตุการณ์นี้ต้องมาถึงและนำออกมาใช้งาน ยามได้ยินชื่อศิษย์น้องร่วมสำนักในอดีตขอเข้าพบก็ล่วงรู้ชะตาชีวิตตนเองดี ประมุขพรรคมารย่อมไม่ไว้วางใจตนเองหลังจากนี้จึงคิดจบชีวิตเสีย โดยกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะสิ้นลมหายใจในอ้อมกอดเจิ้งอู๋จินว่า

“เซียว...เสียนเฟย”


********************

พูดคุย

มีแต่คนเหลี่ยมจัดดด
ยุทธภพกว้างใหญ่ คนมีหลากประเภท เจอคนดีก็ดีไป เจอคนชั่วก็ซวยไปครับ 55+

เรื่องนี้สนุกมาก  ลุ้นทุกฉากทุกตอน พระกับนาย ทำไมปากแข็งยิ่งกว่าหินกันทั้งคู่ ระวังจะเจ็บปวดหัวใจกันทั้งคู่ แต่ยังดีที่นายเอกรู้จักต่อรองกับฝั่งบ้านพระเอก ไม่งั้นอดได้พระเอกจริง ชอบลุคพระเอกมากเลย แบยว่าเป็นทุกอย่างเพื่อเธอจริงๆ มาต่อไวๆนะคะ  :mew1: นักเขียนก็สู้ๆนะคะ  ดูแลตัวเองให้ดีนะคะ
ขอบคุณที่คุณชอบครับ พอดีติดธุระนิดหน่อยเลยไม่ได้มีเวลามาเขียนต่อ เรื่องราวเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว จะรีบมาต่อนะครับ  :katai4:

   

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7593
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +181/-8
เห้ออออ!! จบชีวิตง่ายๆเลยอ่อ่

ออฟไลน์ LoveBlueSky2203

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-2
    • ข้ามพิภพ
บทที่ 45
แวะจิบน้ำชา


เป็นอันชัดแจ้งแล้วว่า เหลียงเซียวฟาง พี่สาวของเหลียงจินที่ฉีป้ายรับไปอุปการะเลี้ยงดูนั้น เบื้องหน้าครองตำแหน่งพระสนมเซียวเสียนเฟย ทว่าเบื้องหลังคือประมุขพรรคมารแน่แท้ เพราะแลกคำตอบพร้อมชีวิตของฉีป้ายเป็นหลักฐานสำคัญ ขันทีผู้นี้คงล่วงรู้ชะตากรรมตนเองดีหากเผยความลับ ฝ่ายหนึ่งคือคนที่ใฝ่รักมาแต่อดีต ส่วนฟากหนึ่งคือประมุขพรรคมารผู้บงการชีวิตในภายหลัง เมื่อฉีป้ายเผชิญหน้ากับสองทางเลือกสำคัญ เขาจึงเลือกความหลังแล้วทรยศประมุขพรรคมาร

เจิ้งอู๋จินนำความนี้บอกหยางเย่ถิงโดยตลอด ทั้งถือโอกาสเป็นผู้ฝังศพอดีตศิษย์พี่ร่วมสำนักเป็นการทดแทนคุณ

พอข้าทราบจากปากหยางเย่ถิง จึงตรงดิ่งกลับอวี้หงหยวนทันทีหลังการแสดงปิดฉากลง

ประดายอดฝีมือพรรคเสี้ยวจันทรา ซึ่งต่างออกรับรองแขกอยู่ก็จำต้องเร่งใช้ผงราคะไฟมอมเมาแขก แล้วเข้ามายังห้องโถงสำหรับการประชุมของพรรค ข้าในร่างหยวนอวี้ฟ่านจำเป็นต้องแจ้งใจความสำคัญ และแผนการต่อจากนี้ให้ทุกผู้คนได้รับรู้

“งานแข่งขันโปโลในอีกสองวันนับจากนี้ จะเป็นวันที่ฝ่ายธรรมะเราจะปราบปรามมารร้ายให้สิ้นซาก”

“ประมุขท่านมีอุบายประการใดหรือ ขอรับ” ยอดฝีมือในร่างหญิงคณิกาเลอโฉมผู้หนึ่งซักถาม

“ระหว่างงานแข่งขันโปโล ทหารหลวงจะบุกเข้าทำการตรวจค้นหอนางโลมทุกแห่งทั่วนครฉางอันตามคำขู่ของฉีป้าย บัดนี้ขันทีผู้นั้นสิ้นชีพแล้ว ข้อตกลงระหว่างข้ากับพรรคมารที่ว่าจะรอดพ้นจากการตรวจค้นอวี้หงหยวนเพื่อสืบหาผงราคะไฟก็เป็นอันตกไป เช่นนั้นพระสนมเสียเซียนเฟยหรือประมุขพรรคมารคงบัญชาการค้นหาโดยไม่มีการละเว้น จุดมุ่งหมายของการบุกค้นนี้นอกจากจะจับแพะให้รับบาปแล้ว ยังเป็นละครงิ้วฉากหนึ่ง ซึ่งเบื้องหลังอันจริงแท้แล้วนั้น หากข้าคาดไว้มิผิด คงเป็นการบุกชิงผงราคะจำนวนมหาศาลจากถ้ำสำนึกตนเป็นแน่”

หลังข้าแจกแจงที่มาที่ไปแล้วสิ้นก็บังเกิดสีหน้าวิตกกังวล ผสมเสียงพึมพำดังไปทั่วห้อง

“ประมุขท่านมีแผนการโต้ตอบพรรคมารโคมแดงเช่นไรหรือ” ปรมาจารย์เฉียนคงผู้เฒ่าตั้งคำถาม

“คารวะอาจารย์เฉียนคง ข้ากะเกณฑ์ไว้ว่า ควรคัดสรรยอดฝีมือจำนวนหนึ่งตรึงกำลังไว้อวี้หงหยวน เพื่อออกรับเสียนหย่งเฉิง หัวหน้ามือปราบจากสำนักศาลยุติธรรม ส่วนยอดฝีมือที่เหลือติดตามข้าไปยังถ้ำสำนึกตน” ข้ากล่าว

“ประมุขท่านคิดตรองได้ถูกต้อง มาตรว่าประมุขพรรคมารคือเซียวเสียนเฟยออกโรงชิงผงราคะไฟด้วยตัวเองย่อมเป็นการดี หากว่าไม่เป็นไปดังประมุขหยวนท่านคาดคะเน เห็นจะจับกุมสังหารตัวการไม่ถนัดมือ ฉะนั้นข้าพเจ้าเห็นควรนำตัวเหลียวตงออกจากที่คุมขังเป็นเหยื่อล่อประมุขพรรคมารอีกชั้นหนึ่ง” ปรมาจารย์เฉียนคงกล่าวชี้แนะ

ข้าคิดตรองแล้วก็เห็นตามด้วย จึงกล่าวต่อไปว่า

“ข้าขอมอบให้อาจารย์หลี่ฉางตงเป็นผู้กุมตัวเหลียวตงไปยังถ้ำสำนึกตน ตอนนี้ผู้อาวุโสอู๋ชิงเหยียนปลอมตัวเข้าไปเป็นนักดนตรีหลวงแล้ว ความเคลื่อนไหวภายในพระราชวังหลวงคงไม่พ้นสายตายอดฝีมือท่านนั้นไปได้ แผนการประมุขพรรคมารนอกกว่าป้ายสีหอนางโลมว่าค้าผงราคะไฟแล้วนั้น จุดมุ่งหมายสำคัญคือการบุกชิงผงราคะไฟคืน”

“เรียนถามประมุข กำลังฝ่ายเราเพียงผู้เดียวเห็นจะไม่อาจออกรับพรรคมารซึ่งบัดนี้ฝึกปรือวรยุทธ์สูงส่งด้วยผงราคะไฟได้ มิทราบว่ายอดฝีมือจากพรรคคมเบญจมาศจะยื่นมือเข้าช่วยในการนี้ด้วยหรือไม่ ขอรับ” ยอดฝีมือท่านหนึ่งถาม

หยางเย่ถิงยืนอยู่ในห้องโถงนั้นด้วย จึงทำกิริยาคารวะ กล่าวแทนข้าว่า

“พรรคคมเบญจมาศประกาศทั่วยุทธภพว่าจะผดุงความยุติธรรม คืนความสงบสุขให้ใต้หล้า มีหรือที่จะอยู่นิ่งเฉยดูดาย ข้าพเจ้าให้คำมั่นแด่ยอดฝีมือพรรคเสี้ยวจันทราทุกท่านว่า พรรคคมเบญจมาศจะร่วมมือในการนี้ด้วย”

ข้าพยักหน้าเป็นกิริยาขอบน้ำใจให้แก่หยางเย่ถิงแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึมชัดเจน

“ยุทธการปลดโคมแดงครานี้สำคัญนัก มาตรว่าฝ่ายเราเสียทีแล้วคงไม่อาจหักเอาความเหิมเกริมของพรรคมารให้สูญสิ้นได้ ต่อไปภายภาคหน้าลูกหลานของเราคงลำบาก ดำรงชีพอยู่ในกลียุคไม่พ้นแน่ พรรคเสี้ยวจันทราและพรรคคมเบญจมาศจะปราบมารร้ายได้หรือไม่ มิใช่เพื่อแผ่นดินต้าถังเท่านั้น แต่จะสร้างความสงบสุขให้แก่ยุทธภพไปอีกนานแสนนาน”

สิ้นคำพูดของข้า เสียงสตรีแห่งหอคณิกาอวี้หงหยวนก็โห่ร้องยินดีเอาฤกษ์เอาชัย

พอรุ่งสาง เมื่อกำชับสั่งการจนแล้วสิ้นแล้ว ข้ากับหยางเย่ถิงในร่างบุรุษก็เร่งรุดไปยังถ้ำสำนึกตน กะเกณฑ์วางผู้คนไว้ประจำหนทางขึ้นเขาจงหนานในจุดสำคัญ โดยเฉพาะยิ่งถ้ำสำนึกตน หลี่ปิงหวนกลับมารายงานว่า บัดนี้ปรมาจารย์หลี่ฉางตงนำเหลียวตงออกมาจากที่คุมขังแล้ว และกำลังนำตัวมาเป็นเหยื่อล่อประมุขพรรคมาร

“เรียนประมุข มีจดหมายจากผู้อาวุโสอู๋ชิงเหยียน ขอรับ”

ข้าคลี่จดหมายออก เนื้อหาใจความแจ้งว่า มีความเคลื่อนไหวในวังหลวงอย่างผิดสังเกตเมื่อทราบข่าวการเสียชีวิตของฉีกงกง พระสนมเซียวเสียนเฟยมิได้เสด็จออกตำหนักเมื่อทราบว่าขันทีคนสนิทสิ้นชีพ บางคนได้แต่เดาอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าว่า ฉีป้ายถูกวางยาพิษ ขณะออกต้อนรับราชทูตเปอร์เซีย แม้กระทั่งศพก็ยังหาไม่เจอ ทำให้วังหลังปั่นปวนพอสมควร เพราะฉีป้ายคงเป็นบุคคลผู้มีอิทธิพลไม่ใช่น้อย ข้อความตอนท้าย ผู้อาวุโสอู๋กำชับว่า จะจับตาเฝ้าเซียวเสียนเฟยไว้ไม่ให้คลาดสายตา หากนางปีศาจจิ้งจอกผู้นั้นมีความเคลื่อนไหวประการใด จะเร่งส่งนกพิราบมารายงานทันที

ข้าส่งจดหมายให้หยางเย่ถิงอ่านซ้ำ สักครู่หนึ่งเขาจึงเอ่ยขึ้นว่า

“เจ้าตั้งใจแหวกหญ้าให้งูตื่น”

ข้ายิ้มมุมปาก “หยางเย่ถิงนะ หยางเย่ถิง ไฉนจึงเดาใจข้าได้เหมือนคนใช้ใจร่วมกันเช่นนี้”

หลี่ปิงหวนสำลักอากาศโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย ก่อนข้าจะพยักหน้าให้เขาไปปฏิบัติหน้าที่ต่อ

“ชั้นแรก ข้าหวังให้เจิ้งอู๋จินสอบถามเพียงตัวตนประมุขพรรคมารเท่านั้น มิคิดเป็นอื่น ครั้นฉีป้ายยอมตายเซ่นคำตอบเช่นนี้ อันที่จริงข้าจะปกปิดข่าวการตายก็ย่อมได้ ทว่าอุบายแหวกหญ้าให้งูตื่นนั่นแล้วสะกิดใจข้าอยู่ ข้าจึงให้ผู้คนป่าวประกาศการตายของฉีป้ายไปทั่วทั้งฉางอัน”

“เป็นเช่นนี้แล้ว เซียวเสียนเฟยมิระวังตัวมากกว่าเดิมหรือ” หยางเย่ถิงยังสงสัยในแผนการข้า “เรื่องบุกชิงผงราคะไฟนั้นอาจมิได้เป็นไปตามแผนการของเจ้าก็เป็นได้”

ข้าหัวเราะอารมณ์ดี แล้วว่า “ข้าเผยแผนการชัดเจนเช่นนี้ เซียวเสียนเฟยย่อมเห็นจนทะลุปรุโปร่ง เหมือนจอมยุทธลือชื่อท้าดวลตัวต่อตัว หากข้าประมาณน้ำใจประมุขพรรคมารมิผิด คนผู้นั้นจะต้องมาตามนัดไม่บิดพลิ้วแน่”

“ศักดิ์ศรี” หยางเย่ถิงพูดมาคำหนึ่ง

“ถูกต้อง คำคำนี้ แม้นกินไม่ได้ แต่ก็มิใช่จะให้ผู้ใดหลู่เกียรติได้โดยง่าย ข้าเชื้อเชิญประมุขพรรคมารโดยซื่อตรงเช่นนี้ หากอีกฝ่ายปฏิเสธไม่เผยตัว ผู้คนทั่วทั้งยุทธภพคงสิ้นไร้ความเกรงกลัว”

หยางเย่ถิงพยักหน้า

“เจ้ามีอะไรท้วงติงอีกหรือไม่ คุณชายรองสกุลหยาง”

หยางเย่ถิงมองสบตาข้า

“สมเป็นประมุขพรรคเสี้ยวจันทรา”

“อะไรนะ” นี่ข้าหูฝาด เริ่มแก่ชราแล้วหรืออย่างไร ทำไมถึงได้ยินคำชมเชยจากปากหยางเย่ถิง

“ชื่อเสียงพรรคเสี้ยวจันทราในอดีต นับว่าคู่เคียงกับพรรคคมเบญจมาศไม่เคยตกเป็นรองให้แก่ฝ่ายใด ฉะนั้นการอันพรรคเสี้ยวจันทราประกาศตัวเป็นผู้นำฝ่ายยุทธภพในยุคที่เจ้าขึ้นมาเป็นประมุข จึงสร้างความไม่พอใจให้แก่พวกเราชาวพรรคคมเบญจมาศเป็นอย่างมาก” หยางเย่ถิงกล่าวเป็นถ้อยความยืดยาว “บิดาข้าไม่เพียงไม่รับรองฐานะเจ้า ยังปฏิเสธจะให้ความช่วยเหลือปราบปรามเหล่าอธรรม ต่อมาชื่อเสียงเจ้ากลับโด่งดังขึ้น เป็นต้นคดีร้านยาหลิวจินเถา เจ้าเปิดโปงว่าชาดอกเบญจมาศมิได้มีส่วนกับพรรคคมเบญจมาศ มิหนำยังกระชากหน้ากากพ่อค้าและขุนนางกังฉินอีกจำนวนมากให้ได้รับโทษในการค้าของเถื่อน ปราบทุกข์เข็ญให้แก่ชาวบ้านตาดำ ๆ จนนับไม่ถ้วน เรื่องราวเหล่านี้ย่อมไม่อาจรอดพ้นสายตาของพรรคคมเบญจมาศไปได้”

“เจ้าก็พูดเกินไป ข้ามิได้ทำสิ่งใดมากมายขนาดนั้น” ข้าเกาหลังคออย่างเก้อเขิน โบกมือปฏิเสธ

“เจ้าสืบค้นเส้นทางการค้าผงราคะไฟ จวนกระทั่งค้นพบแหล่งเก็บซ่อนขุมกำลังของพรรคมารได้เช่นนี้ นับว่าเป็นผลงานชิ้นโบแดง ชาวยุทธภพย่อมสรรเสริญไม่ขาดปาก สติปัญญาเจ้าเหมาะสมกับผู้นำยุทธภพเช่นนี้ แม้แต่บิดาข้ายังฝากคำชมเชยมาถึงเจ้า”

“อะไรนะ หยางอันฉือน่ะรึ ชมเชยข้า” ประสาทการได้ยินของข้าคงเสื่อมถอยหนักขึ้นเรื่อย ๆ แต่รอยยิ้มของหยางเย่ถิงกลับกว้างขึ้น ๆ

“ข้านำคำพูดเจ้าแจ้งบิดาแล้ว ท่านก็เห็นชอบด้วย” หยางเย่ถิงเริ่มใช้ปลายกระบี่เขี่ยเศษใบไม้บนพื้น

“คำพูดข้า? เรื่องใดหรือ” ข้าถามกลับรวดเร็ว

“เปลี่ยนตัวเจ้าบ่าว”

ครั้นหยางเย่ถิงกล่าวมาเพียงสั้น ๆ เท่านั้น ข้าก็รู้แจ้ง

“ไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาพูดตอนนี้” ข้าตัดความ กำลังเดินไปตามทางลงเขา

“เช่นนั้นต้องพูดตอนไหน”

ข้าไม่อาจหันหน้าไปสบตาคุณชายรองสกุลหยางได้ในขณะนี้ จึงร้องตอบไปว่า

“พูดตอนแวะจิบน้ำชาที่โรงเตี๊ยมเชิงเขา จะเหมาะกว่า”



*******************

พูดคุย


เห้ออออ!! จบชีวิตง่ายๆเลยอ่อ่
น่าสงสารเช่นกันครับ



ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2175
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-1

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0

ออฟไลน์ LoveBlueSky2203

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-2
    • ข้ามพิภพ
บทที่ 46
ประมุขพรรคมาร



ครั้นตระเตรียมแผนการไว้เป็นอันดีแล้ว วันปราบปรามเหล่าพรรคมารก็มาถึง ภายในนครฉางอัน ราษฎรกว่าครึ่งหนึ่งต่างรวมตัวชมการแข่งขันโปโล ณ สนามแข่งขันใจกลางเมือง ผู้อาวุโสอู๋ชิงเหยียนรายงานว่า พระสนมเซียวเสียนเฟยมิได้ตามเสร็จพระจักรพรรดิต้าถังเข้าทอดพระเนตรการแข่งขันต่อหน้าราชทูตเปอร์เซีย จึงเป็นอันแน่ชัดว่า ประมุขพรรคมารจะอาศัยช่วงเวลาที่ทุกผู้คนให้ความสนใจ กระทำการช่วงชิงผงราคะไฟกลับคืน

ข้าสั่งกำชับยอดฝีมือทุกฝ่ายประจำตามจุดที่ได้วางอุบายไว้ ทางหออวี้หงหยวน ข้าจึงมอบหมายให้อาจารย์เฉียนคงผู้เฒ่า และหยางซุนกวานแห่งพรรคคมเบญจมาศคอยต้อนรับเสียนหย่งเฉิง ซึ่งข้าคาดเดาไว้ว่าจะต้องนำมือปราบบุกค้นหาผงราคะไฟเป็นแน่ ส่วนตัวข้ากับหยางเย่ถิงไปคอยอยู่ ณ ถ้ำสำนึกตน

ข้าอุ้มเหลียงจินไว้ ก่อนจะปล่อยให้เจ้าจิ้งจอกน้อยลงพื้นแล้ววิ่งเล่นตามประสา บรรยากาศวันนี้มืดครึ้มด้วยกลุ่มเมฆา ให้ความรู้สึกหวั่นใจในเหตุบางประการ สักครู่หนึ่งเจิ้งอู๋จินที่ปรึกษาฝ่ายพรรคคมเบญจมาศก็มาถึง

“ข้าพเจ้ามีเรื่องรายงานคุณชายรองและประมุขหยวน”

“เชิญ” หยางเย่ถิงกล่าว

“ประตูทางเข้าสำนักโคมแดง ณ ผาไม้แดงเปิดออกสมคำประมุขหยวน บัดนี้ประดาเหล่ายอดฝีมือพรรคโคมแดงต่างซ่องสุมผู้คนตระเตรียมออกชิงผงราคะไฟ ไม่ผิดแน่”

“ขอบน้ำใจ เจิ้งอู๋จิน ท่านจงแจ้งสัญญาณให้ขบวนเกวียนบรรทุกผงราคะไฟปลอมออกเดินทางได้ทันที กำลังพรรคมารโคมแดงส่วนหนึ่งจะถูกดึงให้ติดตามขบวนเกวียนไปเพื่อทอนกำลังศัตรู” ข้ากล่าว

“ขอรับ ประมุขหยวน” เจิ้งอู๋จินใช้วิชาตัวเบาจากไปทำการทันที

หยางเย่ถิงสบตาข้า ประหนึ่งต้องการเอ่ยถ้อยคำบางอย่าง แต่ก็ไม่ได้กล่าวคำใด

หลังจากข้าประกาศวันโค่นล้มประมุขพรรคมารแน่ถนัดแล้ว บรรดาพรรคในยุทธภพที่ฝักใฝ่คุณธรรม มิได้เห็นดีเห็นงามต่อการใช้ผงราคะไฟในการช่วยฝึกวิชายุทธ์ ต่างก็ส่งหนังสือพร้อมยอดฝีมือเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ข้าจึงมั่นใจว่ายุทธการปลดโคมแดงครั้งนี้ ฝ่ายอธรรมจะต้องสิ้นชื่อลือชาเป็นแน่

“เจ้ามีความในใจสิ่งใดจะพูดกับข้าหรือไม่ หยางเยวี่ยน”

“หยวนฟง” หยางเย่ถิงทำเพียงแค่เอ่ยนามข้า “เจ้ามิได้โดดเดี่ยวอีกต่อไป”

“ก่อนหน้าข้าคิดผิด แต่เมื่อเหตุการณ์ผ่านมาถึงขั้นนี้ และบรรดาพรรคฝ่ายธรรมะก็หันมาร่วมมือกับข้าแล้ว คำเจ้าว่ามิได้โดดเดี่ยวนั้น ข้าจะถือว่าเป็นคำปลอบใจ” ข้าตอบ ขณะมองดูจิ้งจอกน้อยเหลียงจิน กระโดดออกมาจากพุ่มไม้ หลังจากไปทำธุระส่วนตนมา

“เซียวเสียนเฟยคงบรรลุวรยุทธ์ขั้นสูงสุด เจ้าเองก็อย่าประมาท” หยางเย่ถิงชี้แนะ

ข้าพยักหน้ารับ นอกจากการเป็นจิ้งจอกเก้าหางแล้ว นางปีศาจคงบรรลุวรยุทธ์วิชาขั้นสูงด้วยผงราคะไฟไม่ผิดจากนี้ แต่ข้าครอบครองพัดพรายเพลิง อาวุธวิเศษของบรรพชนตระกูลหยวน อีกทั้งวิชายุทธ์ของข้าหลังจากกลับมาจากเฉินชิงหลุนก็ก้าวล้ำจนถึงขึ้นแปด อีกเพียงขั้นเดียววิชาพัดเสี้ยวจันทราก็จะบรรลุสำเร็จผล ในอีกไม่กี่ชั่วยามนี้เราคงจะได้รู้แจ้งกันว่า ระหว่างประมุขพรรคเสี้ยวจันทราและประมุขพรรคมาร ฝ่ายใดจะหายไปจากยุทธภพ

“ข้ายังรักษาสิ่งนี้ไว้กับตัวไม่ห่างกาย” หยางเย่ถิงนำของบางอย่างออกมาให้ข้าดู

สิ่งนั้นคือปิ่นปักผมดอกเบญจมาศสีทอง

“ข้า...”

“หากฝ่ายเราสามารถเอาชนะพรรคมารโคมแดงได้ เจ้าอย่าลืมสัญญาที่ให้ไว้ ณ เฉินชิงหลุน”

“ขอให้คุณชายรองรักษาตัวให้สบายดีก่อน จึงค่อยคิดการออกรบ ทั้งนี้นางได้มอบสิ่งของสำคัญคือปิ่นปักผมดอกเบญจมาศมาให้ท่าน เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันเจตนาและคำขอร้อง หากคุณชายรองไม่คิดรับไว้ก็หมายความว่าปฏิเสธคำร้องขอ ให้ข้าพเจ้านำปิ่นไปคืนโดยทันที แล้วพิธีแต่งงานระหว่างสองตระกูลก็หาจำเป็นต้องมีขึ้นไม่แล้ว แม่นางหยวนและสาวรับใช้จะขอกลับอวี้หงหยวน ไม่หวนกลับมาอีก”

“ไย...เจ้ายังเก็บไว้อยู่อีก ข้าทรยศหลบหนีออกมาก็สุดละอายใจเหลือจะกล่าว ครั้นเจ้านำของสำคัญมาตีซ้ำอีก ชาตินี้ข้าคงรู้สึกผิดไปจนวันตาย” หยวนหลงซานกล่าวเสียงแผ่ว

ฝ่ายหยางเย่ถิงเห็นตัวเป็นต่อก็กล่าวคำสืบต่อไปว่า

“การอันข้าหยางเย่ถิงกล่าวทวงสัญญาซ้ำ ก็เพื่อให้ประมุขหยวนล่วงรู้ว่า หัวอกข้ามิเคยมีสตรีใดครอบครองนอกกว่าประมุขพรรคเสี้ยวจันทราเพียงผู้เดียวเท่านั้น”

ข้าฟังแล้วได้แต่อิ่มใจ หยางและหยวนรวมใจเป็นหนึ่ง ไม่เพียงช่วยเฉินชิงหลุนเท่านั้น ทว่าจะต้องพลิกฟ้าฟื้นปฐพีจากอำนาจพรรคมารในหนนี้ได้เป็นแน่ ข้ายอมรับแล้วว่า คุณชายรองสกุลหยางแห่งเทียนซานผู้นี้คือบุรุษที่ข้าไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป

“เจ้าเป็นบุรุษรู้ใจอันดับหนึ่งของข้า หยางเยวี่ยน เจ้าพกสุราเทียนจื่อซานมาบ้างหรือไม่”

“มี”

หยางเย่ถิงหยิบขวดสุราออกมาจากแขนเสื้อ

“ไยเจ้าถึงพกสุราติดตัวไปไหนมาไหนด้วยเช่นนี้เล่า” ข้าถามอย่างฉงน

“ประการหนึ่งข้าติดค้างเจ้า ว่าจะเลี้ยงสุราเทียนจื่อซาน ประการสองหากตะวันตกดินหรือยามอรุณรุ่ง เจ้าจำเป็นต้องดื่มสุราทุกครั้งเพื่อเปลี่ยนร่าง ข้าจึงนำติดตัวไว้เพื่อสองเหตุผลนี้”

ข้ายิ้มให้คุณชายรองสกุลหยางแล้วเดินเข้าสู่ถ้ำสำนึกตน พลางกล่าวขณะโบกพัดพรายเพลิงไปมาว่า

“เช่นนั้นเชิญคุณชายรองสกุลหยางร่วมเสพสุราเทียนจื่อซาน ระหว่างรอประมุขพรรคมารปรากฏตัวเถิด”

ภายในถ้ำสำนึกตนมีแท่นหินเหมาะแก่การร่ำสุราอยู่ ณ ลานหน้าผา ในจุดที่สูงที่สุดของภูเขาจงหนาน ยามใกล้ตะวันตกดินเช่นนี้แสงสีส้มผสมเงาดำปกคลุมส่วนหุบเหว จนไม่อาจเห็นพื้นดินเบื้องล่างได้ชัดเจน ลมฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่านหน้าผาของถ้ำสำนึกตน จนข้าเริ่มเหน็บหนาวกาย จึงนั่งลงบนแท่นหินริมผา รับขวดสุราเทียนจื่อซานมาจากหยางเย่ถิงแล้วยกดื่ม จิ้งจอกน้อยเหลียงจินวิ่งจนเหนื่อยแล้วเอาหัวมาพาดพักบนตักข้า

“ข้าขอบคุณ แล้วก็ขอโทษเจ้า”

“เจ้ามิได้ทำสิ่งใดผิด”

เมื่อรสสุรานำความหลังแต่ครั้งข้าบาดเจ็บและรักษาตัวอยู่ ณ เฉินชิงหลุนหวนกลับมา ความทรงจำที่ดีที่สุดเกิดขึ้นที่นั่น ข้าไม่จำเป็นต้องครองตนเป็นประมุขพรรคเสี้ยวจันทรา จึงปฏิบัติตัวอย่างอิสระเสรี และได้พบกับคุณชายรองสกุลหยางแห่งพรรคคมเบญจมาศ ผู้เถรตรง ยึดถือกฎเกณฑ์ ไม่เจนกิริยาสตรี ยามข้าแสร้งเปิดเผยเนื้อหนังในร่างหยวนอวี้ฟ่านให้อีกฝ่ายได้ชื่นชม เจ้าตัวก็หน้าแดงซ่านเช่นคนไม่สันทัดเรื่องทางโลก สร้างความขบขันให้ข้าเป็นยิ่งนัก

มิหนำข้ายังออกอุบายหลอกลวงพรรคคมเบญจมาศเพื่อหวังจะอยู่รักษาตัว ณ สระเสี้ยวเบญจมาศ ด้วยการแต่งเรื่องว่ามีพรรคมารโคมแดงทำทีจะบุกเข้าเฉินชิงหลุน

ครั้นข้าพบอาวุธประจำตระกูล คือพัดพรายเพลิง ก็ลงแรงเสียตัวให้หยางเย่ถิงเพื่อหวังครอบครอง

หากคืนนั้นข้าตัดสินใจอยู่แต่งงานกับหยางเย่ถิง ไม่หวนกลับหออวี้หงหยวน เหตุการณ์จะเป็นเช่นไร

พรรคมารโคมแดงคงเถลิงอำนาจปกครองยุทธภพ ฆ่าล้างผู้บริสุทธิ์ไม่เลือกหน้า ข้าคงละอายใจไม่อาจพบหน้าบรรพชนได้เป็นแน่

“เจ้าอย่าได้โทษตนเอง” หยางเย่ถิงกล่าว ราวกับล่วงรู้ความคิดข้า

“เจ้าเคยคิดหรือไม่ หากมิได้อยู่ในฐานะคุณชายรองแห่งพรรคคมเบญจมาศ เจ้าอยากเป็นสิ่งใด” ข้าถาม

หยางเย่ถิงพิจารณาทิวทัศน์โดยรอบ ก่อนจะกล่าวสั้น ๆ เพียงว่า

“พ่อค้า”

“ไฉนจึงอยากเป็นพ่อค้า”

“ได้เดินทางไปทั่วหล้า”

“ตรงกับใจข้าที่อยากท่องไปทั่วหล้า ดื่มสุราสุขสำราญ ขจัดคนพาลช่วยเหลือคนดี” ข้าพยักหน้ายินดี

“ข้าเองก็รู้สึกผิด เหตุการณ์ ณ เฉินชิงหลุนคราวนั้น ข้าปฏิบัติต่อเจ้ามิได้สมฐานะสุภาพชน” หยางเย่ถิงกล่าวบ้าง หลังจากได้ลองลิ้มรสชาติสุราเทียนจื่อซาน “ข้าหมิ่นน้ำใจเจ้าต่าง ๆ นานา”

“หยางเยวี่ยน” ข้าออกนามอีกฝ่ายอย่างเห็นใจ

“หยวนฟง ข้าก็ต้องขอบคุณและขอโทษเจ้าเช่นเดียวกัน”

ข้าหัวเราะมาคำหนึ่ง

“หยางเย่ถิงนะ หยางเย่ถิง เราสองคนผ่านเรื่องราวร่วมกันมากมาย ครั้นเจ้ามอบคำขอบคุณและคำขอโทษคืนกลับ ก็นับว่าเราสองมิได้มีสิ่งใดติดค้างกันอีก จริงหรือไม่”

“เป็นเช่นนั้น” หยางเย่ถิงตอบ

“ข้ามีความสงสัยข้อหนึ่ง บัดนี้เจ้ามิได้ต้องการแม่นางเตียวหงเป็นอนุภรรยาแล้วหรือ” ข้าถาม

หยางเย่ถิงมิได้ตอบในทันที ทว่าเมื่อเจ้านั่นตอบก็เรียกความร้อนแผ่ซ่านบนผิวหน้าข้าได้ทันที

“ทั่วยุทธภพนี้ข้าหาได้ประสงค์สตรีใดเป็นคู่ครองอีก หวังก็เพียงสหายร่วมเป็นร่วมตาย ปราบปรามเหล่าร้าย ช่วยเหลือคนดี ท่องไปทุกที่บนแผ่นดินกว้างใหญ่”

“ข้าดื่มให้เจ้า หยางเยวี่ยน”



ตกยามซวี [1] ท้องฟ้ามืดครึ้มพร้อมมีเงาหมอกจาง ๆ เสียงสุนัขจิ้งจอกเห่าหอนมาตามสายลม ข้าในร่างหยวนอวี้ฟ่านคลี่พัดพรายเพลิงออก เช่นเดียวกับที่หยางเย่ถิงชักกระบี่ลมพัดพันสาย กึ่งกลางโถงถ้ำมีร่างของเหลียวตงคนชั่วถูกพันธนาการไว้ เพื่อเป็นเหยื่อล่อให้ประมุขพรรคมารเร่งปรากฏตัว

เสียงระเบิดดังขึ้นหน้าปากทางเข้าถ้ำ ค่ายกลเสี้ยวจันทราที่ข้าและยอดฝีมือวางไว้ถูกทำลายในพริบตา กลุ่มควันจำนวนมหาศาลฟุ้งกระจาย แล้วเงาร่างหนึ่งจึงค่อย ๆ เผยตัวออกมา

ภายใต้สัดส่วนสะโอดสะอง ประดับอาภรณ์วิจิตรตระการตานั้น มีเงาหางจิ้งจอกทั้งเก้าเผยให้เห็นดั่งภาพลวงตา

“ในที่สุดเราก็ได้พบกันเสียที ประมุขพรรคมาร” ข้าร้องทัก

เสียงหัวเราะของสตรีหวีดสูง สะท้อนดังก้องไปทั่วโถงถ้ำ ทว่าน้ำเสียงโต้ตอบกลับทุ้มต่ำไม่คล้ายชายหรือหญิง

“มินึกว่าเราสองจะได้พบกันอีก แม่นางหยวนอวี้ฟ่าน มิใช่สิ ประมุขพรรคเสี้ยวจันทรา”

“จงเผยตัว” ข้าตะคอกกลับอย่างเก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่

เมื่อเงาหมอกเลือนหาย ฉีป้ายก็ยืนสบตาข้า พร้อมเสียงหัวเราะสูงต่ำ

“เจ้า...”

“เซียวเสียนเฟยคือร่างหุ่นเชิดของข้า ข้ายังมิได้สิ้นชีพแต่อย่างใด และข้าคือประมุขพรรคโคมแดง”





[1] ยามซวี (戌:xū) คือ 19.00 – 20.59 น.


*********************

พูดคุย

:pig4:
 o13
ขอบคุณที่แวะมาให้กำลังใจขอรับ

:pig4: :pig4: :pig4:
ขอขอบคุณเช่นกัน ขอรับ



ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2175
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-1

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7593
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +181/-8
อือหื้อ เกินปายยยยย

ออฟไลน์ LoveBlueSky2203

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-2
    • ข้ามพิภพ
บทที่ 47
วาจาไม่คืนคำ
   

ผาไม้แดงเมื่อสิบปีก่อน

   “ศิษย์พี่” เจิ้งอู๋จินร้องทักบุคคลแต่งกายชุดสีแดงเพลิงสลับดำ ใบหน้านั้นอ่อนเยาว์เสมือนช่วงเวลาสิบปีที่ผ่าน มิได้ทำอันตรายใด ๆ แก่ร่างกายของคนผู้นี้

   “...”

   ที่ปรึกษาพรรคคมเบญจมาศได้รับคำสั่งให้นำยอดฝีมือเข้าตรวจค้นบริเวณผาไม้แดง ตามคำสั่งประมุขหยาง ด้วยเหตุว่าได้ยินข่าวคราวความเคลื่อนไหวจากสายสืบว่า บริเวณผาไม้แดงปรากฏกลุ่มคนแต่งกายคล้ายยอดฝีมือพรรคมารโคมแดงป้วนเปี้ยนอยู่ ครั้นระดมผู้คนซุ่มคอยรอบริเวณผาไม้แดงมิทันครบวันดี ก็ถูกซ้อนแผนจากพรรคมารลอบโจมตี จนบรรดายอดฝีมือจากพรรคคมเบญจมาศถูกสังหารล้มตายเป็นจำนวนมาก

กระทั่งเจิ้งอู๋จินกำลังถูกเด็ดชีพจากฝ่ายศัตรู ก็บังเกิดน้ำเสียงร้องห้ามปรามดังขึ้น เสียงนั้นเคยคุ้นราวกับเป็นผู้ที่สนิทชิดเชื้อ

“ช้าก่อน...เหลียวตง”

“ประมุข”

“ฉีเซียนป้าย” เจิ้งอู๋จินออกนามคนผู้นั้น

“ศิษย์น้อง” ฉีป้ายร้องทักเจิ้งอู๋จิน

“ไยท่านถึง...”

“มีชีวิตอยู่? หรือไยข้าถึงครองฐานะประมุขพรรคโคมแดง? ศิษย์น้องต้องการไต่ถามสิ่งใด” ฉีป้ายแจกแจงคำถาม

“ท่าน...” เจิ้งอู๋จินโกรธจนตัวสั่น ไม่อาจกลั่นถ้อยคำอื่นใดได้

“ข้าน้อยพบของสิ่งนี้ใดตัวมัน” หัวหน้าหน่วยพยัคฆ์ทมิฬหยิบของสิ่งหนึ่งมอบให้ฉีป้าย

คือ ป้ายหยกสลักลายดอกเบญจมาศเคียงจันทรา

ประมุขพรรคมารรับมาถือไว้แล้วพิจารณานิ่งขรึม กล่าวว่า

“เราทั้งสองตกเป็นของกันและกันในคืนเดือนเพ็ญ ขณะศิษย์น้องช่วยถ่ายทอดพลังหยางเพื่อบำบัดสมดุลธาตุในสระเสี้ยวเบญจมาศ ณ เขตสำนักเฉินชิงหลุนเมื่ออดีต คราวนั้นข้ายังจดจำได้ไม่มีวันลืมเลือน ด้วยต้องพิษเก้าสังหาร ประมุขหยางมอบให้ศิษย์น้องเป็นธุระดูแลข้า ทำให้ข้าสลักป้ายหยกชิ้นนี้เป็นดอกเบญจมาศเคียงข้างจันทรา หวังไว้ว่าจะมอบให้เป็นเครื่องเตือนความทรงจำ ต่อมาประมุขหยางหมายมั่นให้ศิษย์น้องผูกไมตรีกับพรรคพันธมิตรด้วยงานมงคล ข้าจึงตัดสินใจหนีออกจากพรรคคมเบญจมาศ ผ่านมาเกือบสิบปีแล้ว ไยศิษย์น้องยังคงเก็บสิ่งนี้ไว้กับตัวอีก”

เจิ้งอู๋จินกล่าวด้วยใบหน้าสงบว่า “ข้าไม่อาจลืมศิษย์พี่ได้”

ฉีป้ายดำเนินเข้าหาที่ปรึกษาพรรคคมเบญจมาศด้วยรอยยิ้มบางเบา แล้วกระซิบให้ได้ยินเพียงสองต่อสองขณะวางป้ายหยกคืนในมือเจิ้งอู๋จินว่า

“รอยดอกเหมยบนกายข้าไม่เคยจางหาย สำแดงว่ากิริยา วาจาไม่คืนคำ ณ สระเสี้ยวเบญจมาศคืนนั้น ผู้ร่วมกระทำยังคงยึดถือไม่เคยบิดพลิ้ว”

ฉีป้ายใช้ฝ่ามือแหวกคอเสื้อของเจิ้งอู๋จินออก ปรากฏรอยดอกเหมยประทับอยู่บนเรือนร่างอย่างชัดเจน

“ข้าพเจ้าจะจงรักและภักดีต่อศิษย์พี่จวนกระทั่งวันตาย” เจิ้งอู๋จินกล่าวด้วยแววตามั่นคง

ฉีเซียนป้ายได้แต่คลี่ปากเป็นรอยยิ้มตอบรับอีกฝ่าย


เงาบุรุษที่ปรากฏตัวเบื้องหลังฉีป้ายนั้น มองเพียงปราดเดียวข้าก็จดจำได้ทันที รูปลักษณ์อย่างสุภาพชน สูงโปร่ง พร้อมใบหน้าเปี่ยมภูมิความรู้ ถูกปั้นแต่งหลอกล่อตบตาข้า รวมถึงทุกผู้คนในพรรคคมเบญจมาศ คือ เจิ้งอู๋จิน

“พวกเจ้า...” ข้าออกเสียงเรียกสรรพนามทั้งสองคนอย่างโกรธแค้น แต่หยางเย่ถิงทำแต่เพียงขมวดคิ้วสนเท่ห์เท่านั้น

“ศิษย์พี่ บัดนี้ข้าพเจ้าสั่งกองกำลังพรรคโคมแดงสังหารมือปราบสำนักศาลยุติธรรม อีกทั้งสมาชิกพรรคเสี้ยวจันทราและพรรคร่วมจนสิ้นโดยรอบอาณาบริเวณแล้ว ยอดฝีมือพรรคโคมแดงทั้งปวงซุ่มคอยคำสั่งอยู่นอกถ้ำสำนึกตนเป็นที่เรียบร้อย”

“ดียิ่ง ศิษย์น้อง เช่นนั้นประมุขหยวนจงยอมส่งตัวหัวหน้าหน่วยพยัคฆ์ทมิฬมาให้ข้าแต่โดยดีเถิด” ฉีป้ายออกคำสั่ง

“เจิ้งอู๋จิน” หยางเย่ถิงออกนามไส้ศึกของพรรคโคมแดง อีกฝ่ายได้แต่ตีหน้าเฉยชา

“คุณชายรอง” เจิ้งอู๋จินทำกิริยาคำนับ

“จุดเริ่มต้นของแผนการทั้งหมดคือคดีฆาตกรรมนางคณิกา จางจื่อเซียว ใช่หรือไม่” หยางเย่ถิงถาม

“คุณชายรองสติปัญญาเฉียบแหลม” เจิ้งอู๋จินคำนับซ้ำ ฉีป้ายยังยืนนิ่งปล่อยให้คนข้างกายอธิบายสืบต่อไป “ข้าพเจ้าเล็งเห็นว่า นอกกว่าพรรคโคมแดงที่ใช้ผงราคะไฟแล้ว ยังปรากฏพบหออวี้หงหยวนกระทำการซื้อขายผงราคะไฟจำนวนมากอย่างผิดสังเกต เหลียวตงส่งรายงานนี้ต่อประมุขฉี ทำให้ประมุขบังเกิดระแคะระคายสงสัย เหตุใดหอคณิกาอันดับหนึ่งแห่งนั้นจึงใช้ผงราคะไฟ แม้นมิได้ฝึกวิทยายุทธ์ เดิมทีกิจการผงราคะไฟนั้นผูกขาดโดยพรรคโคมแดง ต่อมาภายหลังจึงอาศัยพ่อค้าคนกลางเป็นผู้ดำเนินการอีกชั้นหนึ่ง เป็นต้น เสียงจงกิม ประมุขประสงค์สืบหาความจริงเบื้องหลังหออวี้หงหยวนจึงลงมือฆ่านางคณิกาลือชื่อนางนั้น เพื่อหวังล่อเสือออกจากถ้ำ จากนั้นข้าพเจ้าจึงได้เป็นผู้ส่งหนังสือให้คนของอวี้หงหยวนและสำนักศาลยุติธรรมมาพบกัน ปรากฏว่า น้องสาวของนายใหญ่แห่งอวี้หงหยวนออกมาตามนัดด้วยตนเอง กิตติศัพท์ที่ว่า แม่นางหยวนผู้น้องมิเคยทอดกายออกจากอวี้หงหยวนมาก่อน ผิดไปจากประมุขฉีคาดคะเน ประมุขคาดการณ์ไว้ว่า หยวนหลงซานคือยอดฝีมือคนสำคัญของยุทธภพ จึงจำต้องออกมาตามสืบหาความจริงเพื่อผดุงความยุติธรรม เหตุการณ์นั้นจึงจบลงโดยมิได้ความคืบหน้า ต่อมาร้านยาหลิวจินเถาคิดเลิกค้าผงราคะไฟกับพรรคโคมแดง ข้าพเจ้าจึงออกความเห็นให้ฆ่าล้างเพื่อปิดปาก โดยโยนความผิดให้ชาดอกเบญจมาศแห่งพรรคคมเบญจมาศเป็นแพะรับบาป”

ครั้นเจิ้งอู๋จินเล่ามาถึงเหตุการณ์นี้ ข้าจึงสังเกตเห็นคมกระบี่ของหยางเย่ถิงส่องประกายขึ้นทันที

“เจิ้งอู๋จินท่านคงมีความแค้นกับพรรคคมเบญจมาศมาก ถึงได้โยนความผิดโดยไตร่ตรองมาอย่างดี” ข้าจี้ซ้ำคำพูดเจิ้งอู๋จิน อีกฝ่ายทำแต่เพียงหัวเราะ

“ประมุขหยวนย่อมแจ้งอยู่ว่า ข้าพเจ้าภักดีต่อประมุขฉีเซียนป้าย การงานนอกกว่าพรรคโคมแดงแล้วนั้น ข้าพเจ้ามิได้ใส่ใจ”

“คนทรยศ” ข้าสบถอย่างเจ็บแค้นแทนคนของพรรคคมเบญจมาศ

“เสียงจงกิมเป็นคนละโมบ ปกปิดบัญชีค้าขาย นำส่งเงินให้พรรคโคมแดงไม่ถูกต้อง ประมุขจึงคิดสังหาร เมื่อลงมือสำเร็จแล้วข้าพเจ้าได้ตรวจพบบัญชีรายชื่อผู้ซื้อผงราคะไฟ ปรากฏมีชื่อนายใหญ่แห่งอวี้หงหยวนซ้ำอีก จึงได้คิดวางแผนล่อเสือออกจากถ้ำซ้ำสอง กระนั้นก็ยังปรากฏเป็นแม่นางหยวนอวี้ฟ่านเป็นผู้บุกเข้าชิงหลักฐาน ณ สำนักพิสูจน์อักษร หาใช่หยวนหลงซานไม่ แต่ก็คลายข้อสงสัยประการหนึ่ง คนของหออวี้หงหยวนย่อมมีวิชายุทธ์ติดตัวเป็นแน่ เมื่อคุณชายใหญ่แห่งพรรคคมเบญจมาศออกคำสั่งช่วยเหลือเหล่าสตรีจากอวี้หงหยวน ข้าจึงแนะให้นำตัวกลับสำนักเฉินชิงหลุน เพื่อลอบสังเกตและสืบหาความลับทั้งหมด จนกระทั่งพบว่า หยวนอวี้ฟ่านแท้จริงแล้วคือหยวนหลงซานที่ต้องคำสาปชายสลับหญิง”

“จากนั้น...เจิ้งอู๋จินท่านวางแผนประการใด” ข้าต้อนเอาความจริง

“ข้าพเจ้าจึงสืบหาสายเลือดวงศ์ตระกูลหยวนแห่งอวี้หงหยวน ปรากฏว่ามีความเกี่ยวพันกับหยวนอู่ชิง ศิษย์เอกในตำนานของสำนักเฉินชิงหลุน ท่านมีสายเลือดยอดฝีมืออันดับหนึ่งในยุทธภพเช่นนี้ ข้าพเจ้าต้องยอมรับว่าตนเองมีตาหามีแววไม่ อุบายให้ท่านผูกสัมพันธ์กับตระกูลหยางเพื่อ หยางและหยวนรวมใจเป็นหนึ่ง นั้น ก็เพราะข้าพเจ้ารื้อฟื้นให้ประมุขหยางจดจำขึ้นอีกครั้ง จุดมุ่งหมายประการเดียวคือ...”

“อาวุธวิเศษในมือข้าทั้งสอง” หยางเย่ถิงต่อความให้จบ

ข้าสงสัยมาสักพักแล้วว่ากระบี่ประจำกายของหยางเย่ถิงช่างคุ้นตา ที่แท้คือ กระบี่ลมพัดพันสาย ของหยางจ้าวหลานในถ้ำมังกรศักดิ์สิทธิ์แห่งเฉินชิงหลุน ส่วนพัดสีทองที่ข้าถืออยู่คือ พัดพรายเพลิง อาวุธวิเศษของหยวนอู่ชิง

ฉีป้ายหัวเราะเสียงดังสนั่นสะท้อนก้องไปทั่วโถงถ้ำสำนึกตน เช่นเดียวกับแววตาขบขันของเหลียวตงที่ถูกมัดมือมัดเท้าปิดปากไว้อยู่

“คุณชายรองท่านสงสัยข้าพเจ้าตั้งแต่เมื่อใดหรือ” เจิ้งอู๋จินถามหยางเย่ถิง

“วันที่ข้าไปร้องขอให้ท่านเข้าเกลี้ยกล่อมฉีป้ายเพื่อให้บอกชื่อประมุขพรรคมาร”

“ข้าพเจ้าปรากฏพิรุธสิ่งใด” เจิ้งอู๋จินทัก

“ข้าสังเกตเห็นป้ายหยกลายดอกเบญจมาศเคียงจันทราที่ท่านห้อยไว้กับเข็มขัด เป็นลวดลายพิมพ์เดียวกับที่เหลียงเซียวฟางซึ่งขณะนั้นคงถูกทำให้เป็นหุ่นเชิดแล้ว นางปักลวดลายนี้บนผ้าเช็ดหน้าเช่นเดียวกัน” หยางเย่ถิงเฉลยที่มา

“เฉียบแหลมนัก” ฉีป้ายยกย่อง “ข้าทำลายเหลียงเซียวฟางเพื่อช่วงชิงพลังปิศาจจิ้งจอกเก้าหาง แล้วส่งร่างหุ่นเชิดเข้าสู่วังหลังเพื่อง่ายต่อการเล่นละครตบตาผู้คนทั้งปวง กว่าข้าจะล่วงรู้ฐานะแท้จริงของอวี้หงหยวน ข้าก็สูญเสียแหล่งเก็บสะสมผงราคะไฟไปเสียแล้ว ข้าด้อยปัญญา มองมิเห็นว่าภายในนครฉางอันมีสำนักพรรคเสี้ยวจันทราดำรงอยู่”

“เช่นนั้นคืนนี้...”

“เสียนหย่งเฉิงจะตรวจพบผงราคะไฟจำนวนมหาศาลในคุกใต้ดินของอวี้หงหยวน ข้าให้คนลักลอบใส่ไว้ในกระสอบบรรจุข้าวสารแล้วส่งปะปนไปก่อนหน้านี้สามวันที่ผ่านมา ทุกคนในอวี้หงหยวนจะต้องถูกจับกุม และเจ้า...หยวนหลงซาน จะต้องตายด้วยวิชามารเก้าหาง ณ ถ้ำสำนึกตนแห่งนี้” ฉีป้ายหัวเราะซ้ำ แล้วถามกลับว่า “เจ้าพร้อมจะตายหรือยัง”

“ฝันไปเสียเถอะ” ข้าคลี่พัดพรายเพลิงออก

กระบี่ลมพัดพันสายพุ่งพ้นจากฝัก ออกรับวิชากระบี่ของเจิ้งอู๋จิน ข้าเห็นหยางเย่ถิงสกัดด้วยกระบี่ประจำตระกูลแล้ว จึงใช้วิชาตัวเบาเหยียบยืนอยู่เหนือชะง่อนหิน พร้อมกับสาดเปลวไฟนกกระเรียนด้วยวิชาพัดพรายเพลิงใส่ประมุขพรรคมาร คนชั่วทั้งคู่หลบหลีกได้พร้อมกับทิ้งร่องรอยหมอกควันไว้

เสียงหัวเราะของฉีป้ายผสานกับเสียงงึมงำของเหลียวตง

ข้าไร้กำลังหนุนหลงเหลืออยู่ ด้วยไม่รู้ชะตากรรมว่า หลี่ปิงหวนและหวังเป่าเหอยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ข้ามอบหมายให้สหายทั้งสองซุ่มคอยสัญญาณอยู่ด้านนอกถ้ำสำนึกตน หากเป็นไปตามคำเจิ้งอู๋จินกล่าว ยอดฝีมือพรรคเสี้ยวจันทราทั้งหมดคงถูกสังหารสิ้น
ความแค้นหนุนเนื่องในใจข้าจนเจ็บปวดทั้งใจและกาย หากราตรีนี้ข้าไม่อาจปราบประมุขพรรคมารได้ ข้าหวังว่าพรรคฝ่ายธรรมะจะผนึกกำลังขจัดศัตรูชั่วช้านี้ให้สิ้นซากแทนข้าได้ดุจเดียวกัน

ระหว่างที่ฉีป้ายสำแดงอิทธิฤทธิ์อำนาจปิศาจจิ้งจอกนั้น ผมอันดกดำก็แปรเปลี่ยนเป็นขาวราวเกล็ดหิมะ ข้าประมือกับฉีป้ายได้กว่าสิบหกกระบวนท่า อีกฝ่ายก็หาได้เปิดช่องให้เพลี่ยงพล้ำไม่ วิชาพัดพรายเพลิงของข้ากลายเป็นโครงกระดาษเล่มหนึ่ง ดูไร้พิษสง ไม่อาจทำอันตรายอีกฝ่ายได้สมความตั้งใจ

หยางเย่ถิงออกรับเจิ้งอู๋จินอยู่ในถ้ำสำนึกตก ส่วนข้าทะยานออกมายังลานหน้าผา

ในระหว่างที่ข้าสะบัดพัดด้วยกระบวนท่าลมสลาตัน ฉีป้ายวาดฝ่ามือรวดเร็วปัดอาวุธพัดกระเด็นออกจากมือข้าอย่างรวดเร็ว

“ตายซะเถอะ” ฉีป้ายตะคอกอย่างดุดัน

เสียงฝีเท้าของจิ้งจอกลำตัวขนาดใหญ่ขนสีขาว ดวงตาเหลือบแดง โถมใส่เบื้องหลังฉีป้ายจนอีกฝ่ายไถลตัวจนเกือบตกหน้าผาโดยมันใช้ฝ่ามือยึดขอบหินไว้ได้ จิ้งจอกเหลียงจินที่ขยายตัวใหญ่ขึ้นส่งเสียงหอนดังไปทั่วหน้าผา

ข้าเรียกพัดพรายเพลิงกลับมา ฉีป้ายทะยานกายขึ้นมาด้วยวิชาตัวเบา

“หากข้าได้ปราณพลังของจิ้งจอกห้าหางอีกตน จะไม่มีผู้ใดในยุทธภพสยบข้าได้”

“ฝันเฟื่อง” ข้าซัดพัดพรายเพลิงใส่ประมุขพรรคมาร ฉีป้ายขยับถอยจนเกือบตกหน้าผา

เหลียงจินคำรามกึกก้อง

“เจ้าต่างหากเล่า ฝันเฟื่อง” ฉีป้ายใช้วิชาสลับตำแหน่งกับข้า ก่อนจะซัดฝ่ามือวิชามารเก้าหางซัดใส่กลางอกข้าเต็มแรง จนพัดพรายเพลิงกระเด็นหลุดออกจากมือ

ร่างของข้าจึงตกจากหน้าผาถ้ำสำนึกตนสู่หุบเหวเบื้องล่าง โดยมีเสียงร้องของเหลียงจินดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย


***********************

พูดคุย

:pig4:
 o13
:pig4: :pig4:

อือหื้อ เกินปายยยยย
ตัวร้ายออกโรง :call:

ออฟไลน์ LoveBlueSky2203

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-2
    • ข้ามพิภพ
อ้างถึง
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17



เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม


รัชศกเจินกวนปีที่สี่ แห่งราชวงศ์ถัง บ้านเมืองรุ่งเรืองการค้ารุ่งโรจน์ ยังมีสำนักหอชำเราบุรุษเลื่องชื่ออยู่แห่งหนึ่ง นอกกว่าสตรีโฉมงามบำบัดกามแขกบุรุษแล้ว ยังปรากฏมีเหล่าชายหนุ่มรับสนองราคะ สถานที่นั้นมีนามว่า "อวี้หงหยวน" หัวหน้าสำนักผู้นั้น ปรากฏกิตติศัพท์ว่าแม้แต่องค์ชายก็ไม่สามารถเข้าพบได้โดยง่าย เหตุว่าเจ้าสำนักรูปงามผู้นี้ มีฉากหลังอันลึกลับ ซึ่งทั้งยุทธภพต่างรู้จักยำเกรงในฐานะประมุขพรรคเสี้ยวจันทราอันยิ่งใหญ่


นิยายเรื่องนี้อาศัยเพียงฉากหลังเป็นเหตุการณ์สมัยราชวงศ์ถัง นอกกว่านั้นเกิดจากจินตนาการของผู้เขียน โดยหาได้มีเจตนาพาดพิงอ้างอิงถึงบุคคล สถานที่ เหตุการณ์ หรือวรรณกรรมใดๆไม่ ทุกสิ่งล้วนสมมติประกอบขึ้นเพื่ออรรถรสในการอ่านเท่านั้น


สารบัญ

บทนำ บทที่ 1 บทที่ 2 บทที่ 3 บทที่ 4
บทที่ 5 บทที่ 6 บทที่ 7 บทที่ 8 บทที่ 9 บทที่ 10
บทที่ 11 บทที่ 12 บทที่ 13 บทที่ 14 บทที่ 15
บทที่ 16 บทที่ 17
บทที่ 18 บทที่ 19 บทที่ 20 บทที่ 21
บทที่ 22
บทที่ 23
บทที่ 24 บทที่ 25 บทที่ 26 บทที่ 27
บทที่ 28 บทที่ 29
บทที่ 30 บทที่ 31 บทที่ 32
บทที่ 33 บทที่ 34 บทที่ 35 บทที่ 36
บทที่ 37 บทที่ 38
บทที่ 39 บทที่ 40 บทที่ 41
บทที่ 42 บทที่ 43 บทที่ 44 บทที่ 45 บทที่ 46 บทที่ 47NEW!

คำชี้แจงเจ้าค่ะ :pig2:
"เราจะอัพตอนใหม่ ทุก ๆ 5 - 7 วันนะ (ถ้านานกว่านั้นแปลว่าติดงาน) นักอ่านจะได้ไม่อารมณ์เสียเวลาเข้ามาดูแล้วทำไมยังไม่อัพตอนใหม่เสียที ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับไฟในการเขียนของเราด้วย บางวันเขียนได้ห้าบรรทัด บางวันเขียนจบตอนเพียงไม่กี่ชั่วโมง เข้าใจตามนี้นะเจ้าคะ"

CONTACT ME / ติดต่อนักเขียน
FB : เธียรศกร
Twitter : @khamphiphob

ผลงานที่ผ่านมา
ข้ามพิภพ
มาตะวัน
คืนฤดูร้อนที่ยาวนาน

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ LoveBlueSky2203

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-2
    • ข้ามพิภพ
บทส่งท้าย
   

   ข่าวคราวการตายของหยวนหลงซาน ประมุขพรรคเสี้ยวจันทรา จุดเพลิงในใจของเหล่าจอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะทุกผู้คน จนกระทั่งหยางอันฉือรับรู้ข่าวการทรยศหักหลังของเจิ้งอู๋จิน ก็บังเกิดความละอายใจสุดจะกล่าว จึงตัดสินใจเป็นผู้นำกำลังพลฝ่ายพรรคคมเบญจมาศและอีกสิบห้าพรรคฝ่ายธรรมะ บุกไปยังผาไม้แดง ขณะนั้นกองกำลังฝ่ายพรรคมารระส่ำระสายอยู่แล้ว จากการลักลอบโจมตีของยอดฝีมือพรรคเสี้ยวจันทราที่เหลืออยู่ อีกทั้งเสียนหย่งเฉิง หัวหน้ามือปราบสำนักศาลยุติธรรมก็กะเกณฑ์ไพร่พลทหารมาช่วยอีกแรงหนึ่ง

   ในคืนตรวจค้นสืบหาผงราคะไฟนั้น เสียนหย่งเฉิงตัดสินใจมิได้เข้าตรวจค้นหออวี้หงหยวน เมื่อทราบว่าหยวนหลงซานนำผู้คนไปดักคอยประมุขพรรคมาร ณ ถ้ำสำนึกตนก็เร่งให้มือปราบและทหารหลวงติดตามไปในทันที ทว่าก็มาช้าเกินการณ์ หยวนอวี้ฟ่านหรือแท้จริงแล้วคือหยวนหลงซานถูกฝ่ามือมารเก้าหางทำลายชีวิตจนร่างตกหน้าผา หายสาบสูญไปพร้อมกับสุนัขจิ้งจอกน้อย

   หลังจากนั้นฉีป้ายได้ช่วยเหลือเหลียวตงกลับสำนักโคมแดง โดยมีหยางเย่ถิงออกอาวุธไล่ตามไม่ลดละ ขณะใช้วิชาตัวเบาหลบหนี เจิ้งอู๋จินพลาดท่าเสียทีเพลงกระบี่ลมพัดพันสาย จึงสิ้นชีพตายก่อนจะถึงทางเข้าสำนักโคมแดง ฉีป้ายโกรธจนควบคุมสติไม่อยู่ จนใช้พลังปราณของจิ้งจอกเก้าหางฆ่าล้างผู้คนไม่เลือกหน้า ส่งผลให้ประตูและกลไกทางเข้าสู่สำนักโคมแดงพังพินาศ เปิดโอกาสให้หยางอันฉือที่นำกองทัพยอดฝีมือไล่กวดขันตามมา บุกเข้าสู่สำนักโคมแดงได้สำเร็จ

   เลือดไหลนองไปทั่วทั้งสำนักพรรคมาร ฝ่ายเหลียวตงหัวหน้าหน่วยพยัคฆ์ทมิฬก็ถูกฆ่าตายโดยง่ายเช่นกัน ฉีป้ายหัวใจสลายจนไม่อาจควบคุมพลังในมือได้ เมื่อสหายคู่ใจคือ เจิ้งอู๋จิน ต้องมีอันสิ้นชีพ เมื่อวาระสุดท้ายมาถึงฉีป้ายจึงถูกคมกระบี่ลมพัดพันสายของหยางเย่ถิงทำลายจนสิ้นซาก พรรคมารโคมแดงก็มีอันล่มสลายหายไปจากยุทธภพ


   สิบเก้าปีผ่านไป

   เกล็ดหิมะร่วงหล่นตั้งแต่รุ่งสาง ปกคลุมทุกสรรพสิ่งให้ขาวโพลนกระจ่างใส ท้องฟ้ามืดครึ้ม มีเพียงสายลมพัดละอองหมอกกระจายปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ

   “ข้าพเจ้าขอตัวลา” เสียนหย่งเฉิงวางจอกสุราลง ก่อนจะลุกขึ้นจับดาบลุกขึ้นยืน

   หยางเย่ถิงลุกยืนส่งแขก

   “อีกประการหนึ่ง ไยคุณชายรองหยางยังพำนักอยู่อวี้หงหยวน ยังคิดรอหยวนหลงซานอยู่หรือ” เสียนหย่งเฉิงไต่ถาม บัดนี้ฉายา จิ้งจอกเงิน ได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นถึงขุนนางขั้นเก้า ควบคุมดูแลกิจการสำนักศาลยุติธรรมทั้งปวง

   “เป็นเช่นนั้น” หยางเย่ถิงกล่าวสั้น ๆ

   “สิบเก้าปีผ่านไปแล้ว แม้แต่ซากศพหรือข่าวคราวก็ไม่ปรากฏพบเห็น คุณชายรองช่างน่านับถือนัก” เสียนหย่งเฉิงผสานมือคำนับ

   หลังการหายตัวไปของหยวนหลงซาน กิจการหอนางโลมอวี้หงหยวนก็ถูกปิดตัวลง บรรดายอดฝีมือพรรคเสี้ยวจันทราที่เหลือต่างเห็นพ้องต้องกันว่า ควรเปิดเป็นโรงเตี๊ยมเพื่อสืบสานเจตนาประมุขหยวนผู้สาบสูญ ให้พวกตนได้มีที่ทางทำมาหากิน เนื่องจากต้องคำสาปชายสลับหญิง เมื่อบรรดาผู้อาวุโสพรรคเสี้ยวจันทราต่างเห็นดีเห็นงามด้วย หอคณิกาอวี้หงหยวนจึงกลายเป็นอดีตนับตั้งแต่นั้น

   ฝ่ายพรรคเสี้ยวจันทรามิได้แต่งตั้งประมุขคนใหม่ เพียงแต่ให้ปรมาจารย์หลี่ฉางตงรับรักษาการณ์ไว้เพียงเท่านั้น หลี่ปิงหวนและหวังเป่าเหอรอดตายจากการบุกโจมตีของพรรคมารมาได้ แต่ก็ใช้เวลารักษาตัวกว่าสามเดือนจึงจะหายเป็นปกติ เมื่อแจ้งว่าหยวนหลงซานหายสาบสูญไป ก็มิได้ท้อถอย หากมิได้รับใช้กิจการงานโรงเตี๊ยมก็จะท่องไปทั่วหล้า ออกตามหาประมุขหยวน

   ส่วนกิจการโรงเตี๊ยมอวี้หงหยวน หยางเย่ถิงขออาสาเป็นนายใหญ่ดูแลกิจการมิให้ขาดตกบกพร่อง หยางอันฉือมองเห็นเจตนาของบุตรชายคนรองชัดเจนเช่นนั้นก็มิได้ห้ามปราม แม่นางเตียวหงได้แต่งงานกับหยางซุนกวาน เชื่อมสัมพันธ์ระหว่างสำนักเมฆากับสำนักคมเบญจมาศให้แน่นแฟ้นขึ้น หลังยุทธการปลดโคมแดง พรรคคมเบญจมาศจึงกลายเป็นผู้นำฝ่ายธรรมะในที่สุด

   “เช้านี้ลมพันรุนแรงนัก คุณชายรองจงถนอมร่างกาย ข้าพเจ้าขอตัวลา”

   เสียนหย่งเฉิงดำเนินออกจากศาลากลางสระน้ำแข็งหน้าหออวี้หงหยวน เดินผ่านประตูออกไป

   ขณะนั้นหยางเย่ถิงสดับยินเสียงพิณผีผาล่องลอยมากลับสายลม บรรเลงบทเพลงลมพัดพันสาย ปรากฏแสงสีเงินรอบกระบี่ของหยางเย่ถิงเป็นอัศจรรย์ เขาหันซ้ายแลขวา กระทั่งมองเห็นกลุ่มคนยืนอยู่บนหลังคาฝั่งตรงข้าม อันปกคลุมไว้ด้วยหิมะ ขณะเมฆหมอกจากหาย สิ่งมีชีวิตคล้ายสุนัขจิ้งจอกก็กระโดดทะยานมายังศาลาแปดเหลี่ยม หยางเย่ถิงจดจำได้ทันทีว่าคือ จิ้งจอกน้อยเหลียงจิน ทว่าสิบเก้าปีผ่านไปกลับตัวใหญ่ขึ้นอย่างชัดเจน เหลียงจินย่างเท้าเข้าหาหยางเย่ถิง แล้วค่อยใช้คมเขี้ยวหยอกเย้ากับชายชุดสีเหลืองอ่อน

   สักพักหนึ่งกลุ่มคนบนหลังคาบ้านฝั่งตรงข้าม ก็ใช้วิชาตัวเบาทะยานมายืนอยู่เบื้องหน้าคุณชายรองสกุลหยาง

   เจ้าหนุ่มผู้หนึ่งใบหน้าอ่อนเยาว์พุ่งเข้าหาเหลียงจินแล้วกล่าวว่า

   “เจ้าเลิกซนได้แล้ว เหลียงจิน”

   หยางเย่ถิงพิจารณาเด็กหนุ่มแล้วละสายตามองบุรุษผู้อีกผู้หนึ่ง ซึ่งยืนกอดอกพร้อมกับขยับพัดสีทองไปมาอยู่ด้านหลัง

   “หยวนฟง”

   “ไม่เจอกันนานเลยนะ หยางเยวี่ยน” หยวนหลงซานร้องทัก

   “เจ้า...”

   “ข้าได้ไต้ซือเฉิงจิ้งช่วยชีวิตจากวิชามารเก้าหาง โชคดีที่เหลียงจินกระโดดตามข้าลงมา จึงคาบร่างข้าไว้ได้ก่อนจะตกถึงพื้นจนร่างแหลกเหลว เหลียงจินยอมสละชีวิตอมตะเพื่อชุบชีวิตข้า ข้าต้องใช้เวลากว่าสิบเก้าปีเพื่อฟื้นฟูวิทยายุทธ์” หยวนหลงซานอธิบายความเป็นไปทั้งหมด

   “แล้วเจ้าหนุ่มผู้นี้” หยางเย่ถิงถามกลับ แววตาริเริ่มสงสัย

   “ข้ามีนามว่า หยางหยาง” ใบหน้าหล่อเหลาตอบกลับ หยวนหลงซานเดินเข้ามาตบบ่าหยางหยาง

   “เจ้าว่า ‘เขา’ หน้าตาเหมือนใคร” หยวนหลงซานถาม

   ชั้นแรกหยางเย่ถิงดีใจจนมิได้สังเกตให้ถนัดตา ครั้นพิจารณาโดยละเอียดกลับพบว่า...

   “ข้าเองก็เคยสงสัย เหตุไฉนเมื่อข้าได้มีสัมพันธ์กับบุรุษที่เกิดในราศีมังกรตกฟากยามเฉินแล้ว คำสาปชายสลับหญิงไยมิคลายไป ก็เพราะว่าเจ้าเด็กคนนี้เป็นเหตุทั้งสิ้น” หยวนหลงซานกล่าวแล้วยิ้มยียวน

   “ท่านพ่อ คนผู้นี้หรือคือพ่ออีกคนของข้า” หยางหยางถามหยวนหลงซาน

   “ถูกแล้ว” หยวนหลงซานพยักหน้ายืนยัน

   “คารวะ ท่านพ่อ” หยางหยางผสานมือคำนับ

   หยางเย่ถิงก็คะเนเรื่องราวทั้งหมดได้สิ้น พลางกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า

   “ยินดีต้อนรับเจ้าทั้งสองกลับสู่อวี้หงหยวน”

   “เจ้าคิดถึงข้าหรือไม่ หยางเยวี่ยน” หยวนหลงซานเอาพัดพรายเพลิงเคาะไหล่หยางเย่ถิงเป็นเชิงหยอกล้อ

   ส่วนหยางหยางทำท่าจะอ้วกแล้วรีบต้อนเหลียงจินออกไปเดินเล่น

   “ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน”

   “สมเป็นคุณชายรองสกุลหยาง พูดน้อยต่อยหนัก” หยวนหลงซานหัวเราะขบขัน ดังสะท้อนไปทั่วตรอกซอกซอยละแวกนั้น ท่ามกลางฤดูเหมันต์ ณ นครฉางอัน อาณาจักรต้าถังอันยิ่งใหญ่

- จบแล้วขอรับ จอมยุทธ์ทุกท่าน แล้วพบกันใหม่ -
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-09-2021 12:37:44 โดย LoveBlueSky2203 »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2175
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-1

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7593
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +181/-8
อยากให้มี อะนิเมะ เลยย น่าจะสนุกนะ

ออฟไลน์ TonyPat

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 170
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
สนุกมากกกกกกกกก เป๋นนิยายไม่กี่เรื่องที่ต้องอ่านแบบบ หยุดไม่ได้
และไม่อยากให้จบ
ขอบคุณมากๆนะคับ   :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ psyche

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 98
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
สนุก เนื้อเรื่องแปลกใหม่

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด