[จีนโบราณ] >>>>>>> 密友 ปรมาจารย์ลัทธิเมีย <<<<<<< บทที่ 43 [5/05/64] หน้า 6
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: [จีนโบราณ] >>>>>>> 密友 ปรมาจารย์ลัทธิเมีย <<<<<<< บทที่ 43 [5/05/64] หน้า 6  (อ่าน 35270 ครั้ง)

ออฟไลน์ LoveBlueSky2203

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 177
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +71/-2
    • ข้ามพิภพ
อ้างถึง
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17



เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม


รัชศกเจินกวนปีที่สี่ แห่งราชวงศ์ถัง บ้านเมืองรุ่งเรืองการค้ารุ่งโรจน์ ยังมีสำนักหอชำเราบุรุษเลื่องชื่ออยู่แห่งหนึ่ง นอกกว่าสตรีโฉมงามบำบัดกามแขกบุรุษแล้ว ยังปรากฏมีเหล่าชายหนุ่มรับสนองราคะ สถานที่นั้นมีนามว่า "อวี้หงหยวน" หัวหน้าสำนักผู้นั้น ปรากฏกิตติศัพท์ว่าแม้แต่องค์ชายก็ไม่สามารถเข้าพบได้โดยง่าย เหตุว่าเจ้าสำนักรูปงามผู้นี้ มีฉากหลังอันลึกลับ ซึ่งทั้งยุทธภพต่างรู้จักยำเกรงในฐานะประมุขพรรคเสี้ยวจันทราอันยิ่งใหญ่


นิยายเรื่องนี้อาศัยเพียงฉากหลังเป็นเหตุการณ์สมัยราชวงศ์ถัง นอกกว่านั้นเกิดจากจินตนาการของผู้เขียน โดยหาได้มีเจตนาพาดพิงอ้างอิงถึงบุคคล สถานที่ เหตุการณ์ หรือวรรณกรรมใดๆไม่ ทุกสิ่งล้วนสมมติประกอบขึ้นเพื่ออรรถรสในการอ่านเท่านั้น


สารบัญ

บทนำ บทที่ 1 บทที่ 2 บทที่ 3 บทที่ 4
บทที่ 5 บทที่ 6 บทที่ 7 บทที่ 8 บทที่ 9 บทที่ 10
บทที่ 11 บทที่ 12 บทที่ 13 บทที่ 14 บทที่ 15
บทที่ 16 บทที่ 17
บทที่ 18 บทที่ 19 บทที่ 20 บทที่ 21
บทที่ 22
บทที่ 23
บทที่ 24 บทที่ 25 บทที่ 26 บทที่ 27
บทที่ 28 บทที่ 29
บทที่ 30 บทที่ 31 บทที่ 32
บทที่ 33 บทที่ 34 บทที่ 35 บทที่ 36
บทที่ 37 บทที่ 38
บทที่ 39 บทที่ 40 บทที่ 41
บทที่ 42 บทที่ 43NEW!

คำชี้แจงเจ้าค่ะ :pig2:
"เราจะอัพตอนใหม่ ทุก ๆ 5 - 7 วันนะ (ถ้านานกว่านั้นแปลว่าติดงาน) นักอ่านจะได้ไม่อารมณ์เสียเวลาเข้ามาดูแล้วทำไมยังไม่อัพตอนใหม่เสียที ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับไฟในการเขียนของเราด้วย บางวันเขียนได้ห้าบรรทัด บางวันเขียนจบตอนเพียงไม่กี่ชั่วโมง เข้าใจตามนี้นะเจ้าคะ ปล. เรื่องนี้วางโครงเรื่องไว้คร่าว ๆ น่าจะมีประมาณ 70 - 80 บทเจ้าค่ะ"

CONTACT ME / ติดต่อนักเขียน
FB : เธียรศกร
Twitter : @khamphiphob

ผลงานที่ผ่านมา
ข้ามพิภพ
มาตะวัน
คืนฤดูร้อนที่ยาวนาน

Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-05-2021 14:00:15 โดย LoveBlueSky2203 »

ออฟไลน์ LoveBlueSky2203

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 177
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +71/-2
    • ข้ามพิภพ
บทนำ



ข้ามีนามว่า หยวนหลงซาน ประกอบอาชีพในฐานะผู้ดูแลหอโคมเขียว ‘อวี้หงหยวน’ อันลือชื่อแห่งนครฉางอัน ซึ่งถือกรรมสิทธิ์อันชอบธรรมตกทอดมาตามลำดับมรดกของวงศ์ตระกูลหยวน เบื้องหน้าข้าต้องสวมบทบาทเป็นนายใหญ่แห่งสำนักอวี้หงหยวนตามภาระหน้าที่ ทว่ายามราตรีเคลื่อนผ่านพ้น จันทราโปรยปรายปกวาดเหนือเมฆา ข้าจำต้องดำรงฐานะสำคัญยิ่งในยุทธภพต่อจากบิดาผู้ล่วงลับ ประมุขพรรคเสี้ยวจันทรา

ทว่าชะตากลับเล่นตลก เมื่อวันหนึ่งข้าเผอิญนำเหล่าปรมาจารย์ทั้งปวงออกปราบปรามภูตผีปีศาจที่อาละวาดออกรังแกชาวบ้าน แต่เพราะเหน็ดเหนื่อยกระหายน้ำจึงด่วนได้ใจเร็วไม่ทันระวังให้จงหนัก พากันวักน้ำในลำธารภูเขาเตาปูนดื่มดับกระหาย คำสาปแห่งปีศาจ ณ ขุนเขานั้นร่ายอาคมไว้ว่า

กลางวันดื่มสุราเป็นชายชาติบุรุษ ราตรีเร่งรุดเคลื่อนผ่านจงเป็นหญิง

นับแต่นั้นข้าและเหล่าปรมาจารย์ทั้งปวงจึงดำรงร่างเป็นชายสลับหญิงตลอดมา ต่างคนต่างสู้พยายามค้นหากลวิธีแก้ไข แต่ก็หาได้เยียวยาข้าแลผู้ฝึกยุทธ์ทั้งปวงให้หายขาดจากอำนาจคำสาปไม่ 


กระทั่งราตรีหนึ่งมีนักพรตผู้ทรงภูมิเข้ามาพึ่งพาดื่มน้ำชาดับกระหายยังหออวี้หงหยวน

เหล่าปรมาจารย์ผู้ถูกคำสาปต่างอาศัยร่างสตรีทำงานหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องมายาวนาน ครั้นเข้าปรนนิบัตินักพรตผู้เฒ่า ดวงตาแลวิชายุทธ์อันแกร่งกล้าก็สัมผัสถึงอำนาจคำสาปอันสิงอยู่ในตัวเหล่าสตรีเลิศโฉมได้สิ้น จึงว่า

“ข้าพเจ้าเป็นอาคันตุกะมาเยือนนครฉางอันคราวนี้ มีกิจธุระสำคัญถวายแด่องค์พระจักรพรรดิ ด้วยนิมิตเห็นหมู่ดาวเปล่งแสงกลางท้องนภาปรากฏเป็นกลุ่มน่าอัศจรรย์ จึ่งใช้ภูมิวิชาคำนวณแล้วเห็นว่า แผ่นดินต้าถังจะได้ขุนพลมากฝีมือไว้รับใช้แผ่นดินอันประมาณกลุ่มดาวนั้นเป็นแน่ ครั้นดั้นด้นเดินทางจากชนบท กระทั่งเหยียบพักอาศัยดื่มน้ำชาจากโรงคณิกาลือชื่อ จึงประจักษ์ตำตาว่า ในหมู่ดวงดาวอันเป็นมงคลนั้นเห็นจะปรากฏรวมไว้ ณ สถานที่แห่งนี้ไม่ผิดจากคะเน”

ประดาผู้ฝึกยุทธจึงนำคำนักพรตมาแจ้งแก่หยวนหลงซานโดยละเอียดถี่ถ้วน พอไต่ตรองพิเคราะห์เห็นว่าหรือคนผู้นี้จะมีวิธีแก้ไข จึงแล่นออกมาต้อนรับในสภาพสาวงามเจ้าของโรงคณิกา

“ข้าน้อยยินว่า นักพรตท่านกล่าวข้อความสำคัญถึงขุนพลรับใช้แผ่นดินต้าถัง ยั้งอยู่อาศัยหออวี้หงหยวน หญิงรับใช้แจ้งคำท่านกล่าวทุกประการ จักผิดหรือถูกประการใดเจ้าคะ”
 
“ข้าพเจ้ากล่าวตามจริงดังว่า” นักพรตผู้เฒ่าพยักรับ

หยวนหลงซานจึงยินดีหาใดเปรียบเร่งทรุดกายลงคำนับ ทั้งเล่าความเป็นมาแต่หนหลังซึ่งถูกคำสาปประทับติดตัวมาช้านาน

นักพรตผู้เฒ่าฟังความทั้งสิ้นแล้วนิ่งตรึกตรองอยู่ แล้วจึงถามว่า

“หนทางแก้ล้างคำสาปมิได้ยากแต่อย่างใด”

“ท่านโปรดแจ้งทางสว่างไสวแก้ไขด้วยเถิด ข้า หยวนหลงซาน จะไม่ลืมบุญคุณ”

“ท่านประกอบสัมมาอาชีพบังหน้าเช่นหอชำเราบุรุษนี้เหมาะควรนัก ก็ทางแก้นั้นมิพ้นไปจากกิจอันเหล่าท่านกระทำอยู่ทุกค่ำคืน”

หยวนหลงซานมิแจ้งเนื้อความโดยจริงแท้ก็ซักเอาคำอธิบาย

“คือเป็นนางโลมปรนนิบัติบุรุษหนุ่มที่มีดวงชะตาราศีตรงกับท่าน ยามใดท่านปฏิบัติกามกิจร่วมคนผู้ดวงชะตาผูกกันไว้เหนียวแน่นก็จะสิ้นคำสาปไปเอง”

“ข้าน้อยขอถามจะรู้ได้ประการใดว่า บุรุษผู้นั้นมีชะตาเสมอด้วยเรา” หยวนหลงซานเร่งซัก

“ก็ทุกวันนี้บรรดาท่านปฏิบัติทำไปดั่งสายน้ำตกลงกลางหินผา หาได้รับความรื่นรมย์สมราคะไม่ ทว่าเมื่อใดประกอบกิจดังว่าจนกระทั่งหัวอกปริ่มพองนั่นแล้วจงเร่งซักเอาชะตาตกฟากแลราศีกับคนผู้นั้นทันที และหากถูกคนแล้วก็จะคลายคำสาปไปเอง”


หยวนหลงซานจึงตอบแทนน้ำใจนักพรตผู้มีคุณ อันแนะสติปัญญาพ้นหนทางแก้ โดยเลี้ยงดูปูเสื่อให้อิ่มหนำสำราญโดยมิได้ขาดตกบกพร่อง

หากหนทางแก้ไขเป็นลำดับดังนี้ มีหรือข้าหยวนหลงซานจะไม่ลองกระทำ แต่จะให้ลดตัวลงมารับแขกเองก็กระไรอยู่ ข้าผู้ได้ชื่อว่าเป็นประมุขพรรคเสี้ยวจันทราก็อับอายแทบแทรกแผ่นดินหนีอยู่แล้ว ในข้อซึ่งถูกสาปเป็นชายสลับหญิง นี่จะต้องลงมาเปลืองตัวกับชายมากหน้าหลายตาเพื่อล้างคำสาปอีกหรือ

ช่างน่าบัดซบยิ่งนัก

หากทว่าสำเร็จสมคำนักพรตกล่าวชี้แนะจริง ไม่ลองเข้าถ้ำเสือจะได้ลูกเสือหรือ ข้ายังมิได้มีลูกเมียพันธะใดๆย่อมไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง

“รับแขก”

ซุ้มป้ายประกาศหน้าหออวี้หงหยวนแปะหรา อาสารับสมัครชายหนุ่มผู้มีราศีมังกร ซึ่งเป็นช่วงเวลาเกิดของหยวนหลงซาน หรือในแผ่นประกาศจำต้องใช้ชื่อปลอมเป็นน้องหญิงว่า หยวนอวี้ฟ่าน เพื่อร่วมหอลงโรงโดยอ้างเหตุผลว่า นครฉางอันเจริญรุ่งเรืองเพียงนี้ น้องสาวของเจ้าของหออวี้หงหยวน จึงตอบแทนบรรดาคนผู้โชคดีให้มีความรื่นรมย์ยิ่งขึ้นเทียบอาศัยอยู่บนสรวงสวรรค์ดุจเง็กเซียนฮ่องเต้



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-06-2020 09:17:17 โดย LoveBlueSky2203 »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1943
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3562
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3190
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
เนื้อเรื่องน่าสนใจ ติดตามจ้า

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7727
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-8
มาลองตามด้วยคน

ออฟไลน์ Ac118

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +106/-0
ช่างน่าติดตามยิ่งนัก  :katai2-1:

ออฟไลน์ lovenine

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 265
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1
เอานำจากลำธารเตาปูนมาไห่ข้า 1 ถังบัดเดี้ยวนี้ ข้าอยากต้องคำสาป ที่ว่านั้น ในทันที ^^ ไม่ถอนคำสาปด้วย 5555

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3495
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-4

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7623
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
แล้วถ้าทอมอย่างข้า ดื่มน้ำในลำธารต้องคำสาป .........  :hao3:
กลางวันเป็นหญิง  กลางคืนจะเป็นชายปะ .......   :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
ข้าจะดั้นด้น หาทางไปดื่มน้ำนั้น  สุดยอดดดดดดดด  :z3: :z3: :z3:
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ JanTi

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0

ออฟไลน์ net. net_n2537

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 310
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0

ออฟไลน์ LoveBlueSky2203

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 177
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +71/-2
    • ข้ามพิภพ
บทที่ 1



หนังสือประกาศรับอาสาสมัครผู้เข้าคัดสรรชายหนุ่มเพื่อเสวยสุขด้วยหยวนอวี้ฟ่าน และหญิงงามแห่งหออวี้หงหยวน แพร่สะพัดไปทั่วนครฉางอันประดุจเปลวไฟลามทุ่ง ทุกโรงเตี้ยมและบ้านเรือนร้านค้าต่างเคยได้ยินกิตติศัพท์ว่า หยวนอวี้ฟ่านผู้นี้เป็นน้องสาวเจ้าสำนักอวี้หงหยวน งดงามเลอโฉมประดุจดอกโบตั๋นแรกแย้ม ชายชาวฉางอันต่างหาโอกาสได้สบเห็นอวี้ฟ่านสักคราวครั้งเป็นบุญตา
 
ทว่าสตรีวัยแรกสาวผู้นั้นมิเคยย่างกรายจากหอโคมแดงเก้าชั้นเพื่อลงมาเดินท่ามกลางท้องถนนสักครั้งหนึ่งก็หาเคยปะไม่ ว่ากันว่าอวี้ฟ่านมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ชายใดได้สัมผัสเพียงกลิ่นก็จะมีกำลังวังชาขึ้นทันตาเห็น นับประสาอะไรหากได้ร่วมหอเริงสวาทด้วย มิเปลี่ยนจากชายวัยชราเป็นวัยหนุ่มเลยหรือ

ไม่เพียงแต่หยวนอวี้ฟ่านเท่านั้น ประดานางคณิกาชั้นเอกซึ่งยากนักจะลดตัวลงมาปรนเปรอบรรดาแขกหนุ่มๆไม่เลือกหน้าสักคราวครั้งนอกจากแขกข้าราชการคนสำคัญ ก็ปรากฏรายชื่อยาวเป็นหางว่าวต่อจากอวี้ฟ่าน หนุ่มชาวฉางอันผู้โชคดีไม่ต่ำกว่าร้อยคนจักได้มีโอกาสเชยชมหญิงงามโดยถ้วนหน้าอย่างพร้อมเพรียง

แต่ก็มีกฎเกณฑ์กำหนดคุณสมบัติช่วงเวลาเกิดและดวงชะตาราศีกำกับไว้แน่วแน่ หากบุรุษใดไม่ตรงคุณสมบัติของหญิงนางนั้นก็มีอันตกไป

แม้แต่บุรุษหนุ่มรูปงามแห่งหออวี้หงหยวนที่ลือกันว่ายากจะลดตัวมารับแขกธรรมดาสามัญ ก็ปรากฏรายนามต่อท้ายราวกับบัญชีรายชื่อถวายตัวแด่องค์จักรพรรดิ

โต๊ะรับรองซึ่งเดิมทีคราคร่ำด้วยชายเสเพลจำนวนมากอยู่แล้วก็เนื่องแน่นขนัดยิ่งกว่าเก่า ราวกับมีเทศกาลสำคัญประจำเมือง



ห่างจากหออวี้หงหยวนไปทางทิศบูรพามีท่าเรือสำหรับขนถ่ายสินค้าอยู่นอกประตูเมืองฉางอัน หยวนหลงซานพักม้าไว้ด้านหน้าตึกทำการค้าหลังหนึ่ง ก่อนจะก้าวเท้าถือพัดจีนไขว้มือทั้งสองไว้เบื้องหลัง ประหนึ่งพ่อค้าคนกลางเที่ยวเลือกชมสินค้าจากแดนไกลนำไปค้าขายหากำไรต่อ

แท้จริงแล้ว ข้าหยวนหลงซานมีธุระสำคัญต่อเถ้าแก่ผู้ค้าสำเภารายใหญ่ แม้นมิได้ส่งหนังสือนัดแนะมาก่อนล่วง ทว่าก็คาดเดาได้ยามทอดสายตาจากหอโคมแดงลงมาเห็นเรือสำเภาจำนวนมากทอดสมอเทียบท่าอยู่เต็มท้องคุ้งหน้าเมือง จึงเดาได้ไม่ยากว่าเถ้าแก่ผู้นั้นมิพ้นหมกมุ่นทำบัญชีค้าขายอยู่เป็นแน่

“นายน้อยผู้นี้ประสงค์สิ่งของใดหรือเจ้าคะ”

ข้าพยักหน้าให้หญิงรับใช้ก่อนจะกระซิบบอกความต้องการ นางนั้นอายสะเทิ้นก่อนจะเร่งไปตามนายเสียงจงกิม พ่อค้าสำเภารายใหญ่แห่งนครฉางอันออกมาพบ

ฝ่ายเสียงจงกิมต่อสดับคำสาวใช้ว่ามีแขกแห่งหออวี้หงหยวนมาขอพบ เดิมทีคร่ำเคร่งดีดลูกคิดคำนวณรายได้พะวงค่าใช้จ่ายอีกทั้งภาษีที่ต้องชำระให้ทางการ ครั้นได้ยินว่ามีคนจากสำนักหอโคมแดงมาหา จับความได้แต่ถ้อยคำว่าโคมแดงใจก็ตกไปอยู่ที่ฝ่าเท้า ต่อสาวใช้เสริมเติมว่าเป็นคนจากหอคณิกาอันดับหนึ่ง ความหวาดเกรงสิงใจอยู่ยามสดับชื่อ ‘โคมแดง’ ก็มลายหายไปสิ้น

ข้ารอเสียงจงกิมไม่นาน ชายร่างอ้วนท้วมก็ออกมา ต่างคำนับต่อกันเป็นอันดีแล้ว เสียงจงกิมจึงขับสาวรับใช้ออกไปแล้วพาข้ามาสนทนาอีกห้องหนึ่ง

“เชิญคุณชายหลงซานจิบน้ำชาเสียก่อนเถิด”

ข้ารับจอกน้ำชาแล้วยกดื่มตามมารยาทแล้วจึงกล่าวธุระในทันที

“ท่านเสียงได้สิ่งของซึ่งข้าฝากฝังไปหรือไม่”

พ่อค้าใหญ่แห่งมหานครฉางอันลูบเคราแล้วอมยิ้มก่อนจะยกยอสรรพคุณแห่งตัวว่า หากมีผู้ใดไหว้วานแล้วมีหรือจะมิได้ของนำมาสู่มือคนว่าจ้าง ข้าขี้ครานฟังจึงตัดความเร่งเอาสาระสำคัญ

“ผงราคะไฟจากแดนอาทิตย์อุทัย มีสรรพคุณชั้นยอดประหนึ่งโอสถสวรรค์”

ข้าทราบฤทธิ์ของผงชนิดนี้ดีอยู่แล้วจึงทวงถามของจากนายเสียง พร้อมทั้งนำถุงบรรจุเงินหลายสิบตำลึงออกมาวางกองไว้เบื้องหน้า

“หากเป็นของแท้แล้วย่อมให้สรรพคุณเช่นเจ้าว่า ข้าจะสั่งเพิ่มอีกในทันที”

“คุณชายหลงซานท่าน จงนำเงินจำนวนนี้คืนไปก่อนเถิด หากมิบังเกิดผลดั่งสรรพคุณแห่งยานี้ ข้าน้อยยินดีไม่รับเงินทองแต่อย่างใด”

ข้ายิ้มพึงใจในความใจกว้างของพ่อค้าสำเภา ก่อนเสียงจงกิมจะหยิบห่อกระดาษมัดเชือกไว้ทั้งสี่ด้านจากชายเสื้อส่งมาให้ข้า จากนั้นจึงคำนับร่ำลาแล้วจากมา

เดิมผงราคะไฟนี้มีใช้กันอย่างลับๆในเมืองหลวงเฉพาะยิ่งบรรดาหอนางโลม เหตุว่าหากผสมในสุราเพียงน้อยนิด คนผู้ดื่มจะเกิดนิมิตก่อกำหนัดร่วมรักได้ด้วยตัวเอง ราวกับมีหญิงสาวนอนทอดร่างสนองราคะอยู่ เหล่ายอดฝีมือพรรคเสี้ยวจันทราซึ่งโดนคำสาปปีศาจ ต่างใช้ผงชนิดนี้มาเนิ่นนานคราวต้องออกต้อนรับแขกข้าราชสำนักยศศักดิ์สูงภายใต้เรือนร่างสตรี จำต้องมีสิ่งของชนิดนี้ไว้ใช้เอาตัวรอด ทว่ามีข้อจำกัดอยู่ที่ว่าออกฤทธิ์ได้เพียงไม่นานจนบางคราวไม่อาจลวงแขกให้หลงเชื่อได้ว่ามีการร่วมประเวณี

ต่อมาได้ข่าวว่าเมืองเกาะอาทิตย์อุทัยมีผงราคะไฟลักษณะพิเศษ ออกฤทธิ์เกินกว่าหนึ่งก้านธูป หนำซ้ำไม่มีผลข้างเคียงดังผงราคะไฟแบบเก่า กล่าวคือ ยามสิ้นสุดระยะสรรพคุณเพียงดื่มสุราซ้ำอีกหนึ่งจอกก็จะถูกขับออกในทันที ไม่มีหลงเหลือตกข้างจนผู้เสพยาขนานนี้จับพิรุธสงสัยได้แต่อย่างใด

ทว่าในยุทธภพ ผงราคะไฟมีประโยชน์สำคัญยิ่งแก่ชาวยุทธ์จำนวนมากที่ยังไร้คู่ครองร่วมเรียงเคียงหมอน เหตุว่ายอดฝีมือผู้ครองตัวเป็นโสดเมื่อฝึกวิทยายุทธ์แล้วธาตุทั้งสี่ในร่างกายจะปั่นป่วน หากมิได้คู่รักร่วมแบ่งปันบำบัดจะถูกอำนาจมารเข้าแทรกได้ง่าย ต่อเมื่อได้ลิ้มลองผงราคะไฟแบบเก่า ถึงแม้นจะออกฤทธิ์ได้ไม่ถึงหนึ่งก้านธูปก็ช่วยปรับธาตุทั้งสี่ในกายให้สมดุล โดยมิต้องพึงพาหอคณิกาแต่อย่างใด

ว่ากันว่าหากผู้ฝึกยุทธ์คนใดไม่มีความยับยั้งช่างใจ คิดแต่อาศัยผงราคะไฟควบคุมธาตุทั้งสี่อยู่เป็นนิตย์ ผลร้ายจะเกิดขึ้นตามมา จนเปิดช่องให้ความชั่วร้ายอาศัยจังหวะร่วมนิมิตราคะเข้าแทรกแซงได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องร่วมรักกับมนุษย์ด้วยกันสักหนึ่งหนต่อเดือน

ผลของการใช้ผงราคะอย่างสม่ำเสมอนี้ทำให้เกิดพรรค ‘โคมแดง’ ขึ้นมา ประมุขพรรคโคมแดงชักจูงเหล่ายอดฝีมือว่า การแบ่งปันธาตุทั้งสี่จะทำให้การฝึกวิทยายุทธ์มิอาจก้าวล้ำไปกว่าที่เป็นอยู่ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการเข้าสู่ด้านปีศาจอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ จำนวนสมาชิกพรรคมารโคมแดงริเริ่มเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างน่าหวาดหวั่นในช่วงสองถึงสามปีที่ผ่านมา
 
ข้าหยวนหลงซาน ประมุขพรรคเสี้ยวจันทราผู้นำฝ่ายธรรมะ มิได้นิ่งนอนใจในการสืบเสาะความเคลื่อนไหวของเหล่าปรมาจารย์ลัทธิมารทั้งหลายนั้น พวกมันอาศัยเคล็ดลับวิชามารสร้างภูตผีสัตว์ประหลาดออกอาละวาดทำร้ายชาวบ้านผู้บริสุทธิ์หลายต่อหลายครั้ง เพื่อสร้างสิทธิอันชอบธรรมในการคุ้มครองดูแล แลกกับทรัพย์สินมีค่าอีกทั้งข้าวปลาอาหาร ชาวบ้านแถบชนบทไม่มีทางหลีกเลี่ยงก็ยอมตกอยู่ใต้อาณัติของพรรรคโคมแดงอย่างเสียมิได้
 
เมื่อไม่นานนี้สายสืบแจ้งข่าวแก่ข้าว่า พรรคโคมแดงเริ่มออกอาละวาดแผ่อิทธิพลจากเทือกเขาทางเหนือลงมาใกล้เมืองหลวงมากขึ้นทุกขณะ จุดประสงค์ของพวกลัทธิมารชั่วช้าคงคิดยึดครองนครฉางอันให้ตกอยู่ใต้อำนาจมืดไม่ผิดแน่
 
แต่หากข้ายังมีชีวิตอยู่ พรรคเสี้ยวจันทราจะทำทุกวิถีทางสกัดกั้นมิให้ความชั่วร้ายคิดอุบายยึดครองแผ่นดินต้าถัง ดังที่พวกมันประสงค์ได้

ส่วนพรรคเล็กพรรคน้อยเมื่อเห็นว่าพรรคโคมแดงเริ่มมีอำนาจมากขึ้นในยุทธภพ ต่างก็พากันไปสวามิภักดิ์อยู่ใต้พรรคมาร เหลือเพียงพรรค ‘คมเบญจมาศ’ แห่งเขาเทียนซานที่ประกาศต่อกรพรรคโคมแดงอย่างกล้าหาญ ข้าเคยส่งเทียบเชิญหวังผูกมิตรแด่ประมุขพรรคคมเบญจมาศแต่อีกฝ่ายกลับปฏิเสธ ตอบกลับมาเพียงว่า ในยุทธภพไม่มีศัตรูหรือมิตรแท้ถาวร วันหนึ่งท่านและข้าอาจอยู่คนละฝั่งอุดมการณ์ก็เป็นได้
 
ช่างยโสโอหังเหลือเกิน

ข้าอุตส่าห์หยิบยื่นไมตรีก่อนแต่ไม่นึกว่าพรรคขนาดกลางเช่นนั้นยังมีหน้ากล้าปฏิเสธคำเชิญ อวดดีนัก

ช่างเถิด ก็ตอนนี้บ้านเมืองยังสงบสุขดีอยู่ อีกทั้งข้ายังจับตาพวกพรรคโคมแดงไว้แน่วแน่ หากมันเคลื่อนไหวเมื่อใดคงไม่รอดพ้นสายสืบพรรคเสี้ยวจันทราไปได้ แต่ปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขคือตัวข้าและเหล่าปรมาจารย์ในพรรคทุกคน จำเป็นต้องถอนคำสาป ชายสลับหญิง ออกเสียก่อน

ทันทีที่มีประกาศรับสมัครชายหนุ่มผู้มีดวงชะตาราศีเกิดตามกำหนด หออวี้หงหยวนก็ราวกับมีงานเลี้ยงฉลองประจำปีเลยทีเดียว ก่อนข้าออกมาได้ข่าวว่ามีผู้ลงชื่อหวังร่วมรักข้าไม่ต่ำกว่าสิบคน ข้าต้องสั่งกำชับให้พนักงานตรวจตราหลักฐานคนผู้เข้าชื่อโดยละเอียด เพราะว่าข้าต้องเปลืองตัวกับชายแปลกหน้าจริงๆ โดยไม่สามารถใช้ผงราคะไฟได้อีกต่อไป
 
ระหว่างข้าขี่ม้าเลียบถนนผ่านหน้าโรงเตี้ยมหลังหนึ่ง พบเถ้าแก่และเสี่ยวเอ้อต่างยื้อยุดฉุดกระชากสตรีนางหนึ่งอยู่ มีชาวบ้านต่างมุงดูตะโกนด่าทอโหวกๆ
 
“แม่นางผู้นี้ขโมยสุราของร้านข้า โดยหาได้จ่ายเบี้ยตำลึงเป็นค่าของไม่ จำข้ามีสิทธิ์จะเรียกเจ้าพนักงานมากุมตัวส่งศาลไต่สวนความผิดตามกฎหมายบ้านเมือง” เถ้าแก่โพทะนาความผิดของหญิงงามผู้นั้น ทว่าจำเลยทำแต่เพียงนิ่งเฉยอยู่ แต่ในมือยังถือขวดสุราไว้แน่นหนาเป็นหลักฐานคามือ ครั้นแม่นางคนงามทอดสายตาสบมองข้า หญิงสาวก็ร้องตะโกนชี้มือมายังข้าทันทีว่า

“นายใหญ่อวี้หงหยวน ไยรับข้าไว้ทำงานแล้วจึงไม่เร่งมานำตัวไปเล่า”

ข้าหันซ้ายแลขวา ไม่เห็นว่าจะมีผู้ใดเหมาะสมกับตำแหน่งนายใหญ่แห่งอวี้หงหยวนนอกจากข้าเท่านั้นก็ตะลึงนิ่งคิดบนหลังม้าอยู่ ฝ่ายเถ้าแก่ต่อเห็นว่าเป็นหยวนหลงซานแห่งสำนักอวี้หงหยวนยืนม้าอยู่หลังกลุ่มชุมนุมชนก็เร่งออกมาคำนับ เสี่ยวเอ้อกุมตัวแม่นางผู้นั้นตามติดมา

“คารวะ นายท่านหลงซาน”

ข้าค้อมศีรษะรับคำนับ แล้วเถ้าแก่โรงเตี้ยมจึงกล่าวต่อไปในทันทีว่า

“แม่นางผู้นี้กล่าวว่าเป็นคนของคุณชายหยวน ไม่ทราบจริงเท็จประการใด หากจริงแล้วเมตตานายท่านโปรดชำระค่าสุราให้แก่ข้าน้อยตามจำนวนเงินด้วยเถิด”

ใบหน้าสตรีผู้นี้งามดั่งเสี้ยวจันทราในคืนฟ้ากระจ่าง แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าราคาพื้น ไม่นึกว่าจะเป็นขโมยขโจร หนำซ้ำยังกล่าวเท็จลวงว่าเป็นคนของหออวี้หงหยวนอีกเล่า นางโจรผู้นี้เห็นทีจะต้องถูกนำตัวไปส่งศาลเพื่อไต่สวนความผิดให้หลาบจำ ประกอบกับพิเคราะห์ดูจากลักษณะไม่มีกลิ่นอายปีศาจ แต่ก็พูดได้ไม่เต็มปากว่าไร้วิทยายุทธ์ หากข้าไม่รับคำสมอ้างตามเจ้าตัวร้องแจ้ง เกิดอาศัยวิชาหลบหนีไป ก็จะเป็นภัยต่อบ้านเมือง เมื่อคิดได้ดังนั้นข้าจึงพยักหน้ารับคำเถ้าแก่แล้วว่า

   
“แม่นางผู้นี้ ข้าเพิ่งรับตัวไว้ใช้ทำงาน กะว่าหากทำธุระเสร็จแล้วจะหวนกลับมาพาตัวสู่หออวี้หงหยวน มินึกว่าจะก่อเรื่องสั่งสุราร้านเถ้าแก่ท่านดื่มโดยไม่มีเงินชำระ อภัยเถิด นี่คือค่าสุรา โปรดรับไว้ด้วยเถิด”

   
เมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างคลี่คลายแล้ว ผู้คนซึ่งชุมนุมกันอยู่ก็พากันเดินหนีตีจาก
   
“ไม่ทราบว่าแม่นางมีชื่อเสียงนามว่ากระไร” ข้าสอบถามด้วยเครื่องหน้าปกติมิให้เป็นพิรุธ
   
“ข้าพเจ้ามีนามว่า หยางกุ้ยเฟย”
   
“แม่นางหยางเชิญนั่งร่วมม้าข้าเถิด หากพ้นจากบริเวณที่เกิดเหตุแล้วข้าค่อยปล่อยตัวท่านลงมิให้เป็นที่ผิดสังเกต” ข้าล่อหลอกนางขึ้นนั่งร่วมอานม้า หวังพาไปส่งหน้าประตูศาล
   
หยางกุ้ยเฟยยกเหล้าขึ้นดื่มจนหมดแล้วโยนขวดลงพื้น ก่อนจะจับมือข้าโหนตัวขึ้นนั่งบนอานม้าเบื้องหน้า
   
แล้วนางจึงกระซิบพอให้ได้ยินกันสองต่อสองว่า
   
“ข้าพเจ้ากุเรื่องว่าเป็นคนของสำนักอวี้หงหยวนมิใช่พูดจาส่งเดช หากท่านมิรังเกียจอีกทั้งมีความเมตตาสมฐานะแล้วก็จงรับข้าไว้ทำงานด้วยเถิด ข้าตัวคนเดียว ส่วนครอบครัวถูกพวกพรรคมารโคมแดงสังหารจนสิ้นไม่หลงเหลือญาติมิตร แผ่นดินต้าถังมองจากภายนอกสงบสุขรุ่งเรือง ทว่าเนื้อแท้ภายในชาวบ้านตาดำๆเดือดร้อนจากอำนาจมืดจนไม่อาจต้านทานได้”
   
ข้าตัวสั่นด้วยความแค้น ยามได้ยินว่าพรรคโคมแดงก่อกรรมทำเข็ญต่อสตรีผู้นี้อย่างไร ฐานะแท้จริงของข้าเกิดมาเพื่อผดุงความยุติธรรมให้ใต้หล้าสงบสุข ข้าต้องเรียกประชุมสมาชิคพรรคเสี้ยวจันทราโดยเร็วที่สุด เพื่อกระจายกำลังปราบปรามและสืบหาแผนการความชั่วช้าของพรรคโคมแดงก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป
   

**************************

พูดคุย

:pig4:
 :katai2-1:
ขอบคุณครับ

:mc4:


 :3123: :pig4: :3123:
ขอบคุณมากๆครับ

เนื้อเรื่องน่าสนใจ ติดตามจ้า
หวังว่าคุณจะเป็นกำลังใจติดตามเรื่องนี้ต่อไปเรื่อยๆนะครับ

มาลองตามด้วยคน
ดีใจที่คุณชอบเรื่องนี้ครับ

ช่างน่าติดตามยิ่งนัก  :katai2-1:
ขอบคุณท่านยอดฝีมือยิ่งนัก อิอิ

เอานำจากลำธารเตาปูนมาไห่ข้า 1 ถังบัดเดี้ยวนี้ ข้าอยากต้องคำสาป ที่ว่านั้น ในทันที ^^ ไม่ถอนคำสาปด้วย 5555
555+ สงสัยน้ำลำธารเตาปูนจะขายดีก็ตอนนี้แหละ อิอิ

:mew1: :mew1:
ขอบคุณขอรับ

แล้วถ้าทอมอย่างข้า ดื่มน้ำในลำธารต้องคำสาป .........  :hao3:
กลางวันเป็นหญิง  กลางคืนจะเป็นชายปะ .......   :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
ข้าจะดั้นด้น หาทางไปดื่มน้ำนั้น  สุดยอดดดดดดดด  :z3: :z3: :z3:
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:
โอ้โห อาจจะเป็นอย่างที่คุณว่าครับ 555+ คำสาปลำน้ำนี้จะเปลี่ยนสภาพร่างกายภายนอกจากเดิมเป็นอีกแบบหนึ่ง ซะด้วย น่าขบคิดต่อยอดยิ่งนัก ขอบคุณขอรับ

น่าติดตาม o13
ขอบคุณขอรับ นายท่าน

:pig2:
ขอบคุณขอรับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-06-2020 17:30:33 โดย LoveBlueSky2203 »

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3562
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3190
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
เมื่อไหร่จะเปิดตัวพระเอกน้ออออ

ออฟไลน์ Ac118

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +106/-0
นางผู้นี้เป็นใครกัน?
ข้ารอพระเอกเปิดตัว หาใช่เจ้าไม่  :katai5:

ออฟไลน์ LoveBlueSky2203

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 177
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +71/-2
    • ข้ามพิภพ
บทที่ 2



ยามอาทิตย์อัสดง ข้าจำต้องดื่มสุราหนึ่งจอกเพื่อที่จะต้องกลายร่างเป็นสตรี หยวน-หลงซาน-ฟง บุรุษหนุ่มเจ้าสำราญแห่งหออวี้หงหยวนอันลือชื่อถูกคำสาปร้าย
 
กลางวันเป็นชาย กลางคืนกลายเป็นหญิง

ข้าเคยคิดท้าทายอำนาจปีศาจไม่ยินยอมดื่มสุรายามราตรีเคลื่อนผ่าน ผลปรากฏว่า ข้ากลายเป็นหญิงครึ่งบนชายครึ่งล่างช่างน่าอนาถสังเวชนัก นับแต่นั้นก็หาได้มียอดฝีมือปรมาจารย์ท่านใดไม่เตรียมสุราไว้ใกล้ตัวยามใกล้ตะวันชิงพลบ ข้าเองก็เช่นเดียวกัน

เสียงรัวเคาะประตูดังขึ้น ข้าตกแต่งตนเองด้วยอาภรณ์สตรีเป็นอันดี เขียนสีดอกไม้โลหะรูปดอกเหมยกลางหว่างคิ้วแล้วจึงเปิดประตูออกต้อนรับ หญิงรับใช้หรืออีกนัยหนึ่งก็คือผู้มีวิชายุทธ์นาม เหลียงไถจิน ทำหน้าตาตื่นบ่งว่ามีธุระร้อน

“เหลียงจิน เจ้ามีธุระอันใด”

“เรียนประมุข...”

ข้ากระแอมเตือนสติอีกฝ่าย แต่ก็พอจะให้อภัยได้ด้วยมิได้อยู่ต่อหน้าคนนอก เหลียงไถจินทำหน้าสำนึกผิดก่อนจะเร่งคำนับ ตอบด้วยน้ำเสียงใสของสตรีว่า

“เรียนนายหญิง มีมือปราบแห่งสำนักศาลยุติธรรมมาขอพบคุณชายหยวนฟงเจ้าค่ะ”

“บอกไปว่าไม่อยู่” ข้าหันหลังกลับ เหลียงจินก็ยื้อชายเสื้อข้าไว้

“หัวหน้ามือปราบท่านนี้ยืนกรานว่าจะขอพบให้ได้ ข้าน้อยบอกว่าคุณชายหยวนไม่อยู่ก็ไม่เชื่อขอรับ”

ข้าแสลงหูสำนวนวาจาหญิงสลับชายของเหลียงจิน จึงทำแต่เพียงหูทวนลมเสีย เนื้อแท้แล้วหนุ่มเจ้าสำอางผู้นี้เติบโตมาด้วยกายบุรุษเพศ ทั้งวาจาและกิริยาจึงไม่อาจจะแสร้งเป็นหญิงได้ตลอด

ทว่าเหลียงจินผู้นี้ตอนเป็นบุรุษก็นับว่างามในหมู่บุรุษอยู่พอตัว ครั้นถูกคำสาปร้ายเปลี่ยนเพศกลับกลายเป็นหญิงในชั่วราตรี เจ้าหนุ่มเหลียงไถจินก็เจิดจรัสภายใต้เครื่องประทินโฉมแลรูปร่างอย่างสตรีเป็นที่ลือชาในบรรดาแขกหนุ่มๆจำนวนมาก ติดอันดับหญิงคณิกาชั้นเอกเป็นที่กล่าวขวัญว่างามดุจนางล่มเมืองในตำนาน

“ไยเหลียงจินเจ้ามิใช้ทักษะมารยาสตรีเกลี้ยกล่อมมอมสุรามือปราบท่านนั้นโดยปรกติธรรมเนียมปฏิบัติ หากว่ามีผู้ใดถามหาข้าเล่า” ข้ายื่นมือตบบ่าเจ้าหนุ่มสำอางในคราบสตรีล่มเมือง
 
“เสียนหย่งเฉิงผู้นี้เป็นนายกองมือปราบสำนักศาลยุติธรรม ปรากฏกิตติศัพท์ว่าเถรตรง ไม่ไว้หน้าผู้ใด เพียงแต่มารยาหญิงจอมปลอมจากข้าพเจ้ามีหรือจะทัดทานอำนาจแลอุปนิสัยใจคอนายกองผู้นั้นได้ หากสำเร็จแล้วข้าเหลียงไถจินคงมิตากหน้ามาพึ่งประมุขท่านในยามนี้เป็นแน่”

ข้าเคยได้ยินลักษณะชื่อเสียงของนายกองมีชื่อผู้นี้อยู่พอประมาณ คราวเกิดคดีปริศนาคดีหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ในเมืองฉางอัน เรื่องราวเริ่มต้นจากร้านขายยาหลิวจินเถา เถ้าแก่หลิวเจ้าของร้านและครอบครัว ประกอบด้วยภรรยาและบุตรอีกสองคนถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม

เดิมทีร้านหลิวจินเถานี้ข้าติดต่อค้าขายผงราคะไฟเป็นกิจวัตร ทั้งเป็นยาชนิดต้องห้ามและหากถูกจับกุมได้จากทางการจะต้องโทษหนักหนาอยู่ ทว่าเถ้าแก่หลิวมีเส้นสายในราชสำนัก รู้จักคบค้าติดสินบนใต้โต๊ะแก่บรรดาเสนาบดีคนใหญ่คนโตอยู่หลายท่าน เรื่องที่ร้านขายยาหลิวจินเถาค้าของผิดกฎหมายบ้านเมืองไม่มีทางที่จะถูกเปิดโปงได้ ข้าสืบรู้เบื้องหลังการติดสินบนนี้จึงวางใจที่จะค้าขายกับเถ้าแก่หลิวโดยไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังว่าภัยจะย้อนกลับมาถึงตัว

กระทั่งเมื่อกลางเดือนก่อน ผงราคะไฟแต่เดิมเสริมฤทธิ์ลวงแขกได้ชั่วระยะหนึ่งก้านธูปก็ปรากฏว่าหย่อนสรรพคุณลง ร่นระยะเวลาคงเหลือเพียงไม่นาน จนบางคราวมิอาจลวงแขกผู้มาใช้บริการยังหออวี้หงหยวนได้ว่าเกิดการร่วมสวาท ข้าเห็นผิดสังเกตจึงรุดหน้าไปหาเถ้าแก่หลิว ตั้งใจจะต่อว่าคุณภาพสินค้ามิได้ตรงตามที่ได้ตกลงค้าขายกันไว้ ระหว่างข้าหุนหันเดินผ่านประตูร้านเข้าไปยังห้องจ่ายยา ปรากฏมีกลุ่มคนชุดดำคลุมผ้าปิดศีรษะและใบหน้าไว้เหลือเพียงดวงตากำลังสอบเค้นเถ้าแก่หลิวอยู่

“คุณชายหยวนช่วยข้าพเจ้าด้วย” เจ้าของร้านหลิวจินเถาร้องตะโกนลั่น

หมู่คนชุดดำคะเนด้วยสายตาไม่เกินกว่าห้าคน ต่างหันดวงตามามองข้าทันควัน ก่อนพวกมันจะสาดผงควันสีแดงอาศัยอำพรางตัวหลบหนีไปในทันที ครั้นประกายกลุ่มควันสีแดงจางหาย จึงเห็นว่าภรรยาและบุตรชายทั้งสองของนายหลิวถูกมัดมือมัดเท้าอยู่ตรงมุมห้อง ข้าเร่งเข้าไปปลดเชือกพันธนาการออกทั้งหมดก่อนจะซักไซ้เถ้าแก่หลิว

“ไยเถ้าแก่หลิวจึงถูกคนพรรคโคมแดงจู่โจมเช่นนี้”

คำว่า พรรคโคมแดง ประดุจคมกระบี่จ่ออยู่ที่คอหอยเถ้าแก่ร้านขายยาลือชื่อ เหงื่อเกาะพราวตามใบหน้าและไรหนวดเคราก่อนจะตอบเสียงสั่นเทาว่า

“กะ ก่อนหน้านี้ข้าพเจ้าถูกพรรคโคมแดงเตือนเรื่องค้าของผิดกฎหมาย คือ ผงราคะไฟ ทั้งสั่งห้ามจำหน่าย อีกทั้งยังยื่นคำขาดถึงฆาตตายหากมิปฏิบัติตามคำ ก็ผลกำไรร้านขายยานี้มีจากผงราคะไฟรั้งอยู่เป็นอันดับต้น สมุนไพรอื่นก็หาได้ทำกำไรได้เทียบเท่าไม่ดังนี้ ข้าพเจ้าจะหยุดค้าขายตามคำสั่งประมุขพรรคโคมแดงได้ล่ะหรือ พอขัดขืนฝืนคำ เหล่าพรรคมารก็ส่งสาส์นเป็นลายลักษณ์อักษรว่า

ผงราคะไฟเป็นเสี้ยนหนามต่อชาวยุทธ์ทั้งปวง หากไม่กำจัดทิ้งให้สิ้นแผ่นดินต้าถัง คงไม่อาจพบหนทางสว่างแห่งการฝึกยุทธ์ชั้นยอด กระนั้นข้าประมุขพรรคโคมแดงผู้ชิงชังผงพิษดังกล่าว ขอใช้สิทธิอันชอบธรรมกำจัดผู้คิดเป็นปฏิปักษ์กับพวกข้าเสีย เหมือนหนึ่งทำคุณให้ชาวยุทธภพทั้งปวง หากเตือนสองซ้ำสามซ้ำแล้วยังเพิกเฉย อย่าหาว่าข้าพเจ้าใจร้ายเป็นอันขาด

ต้นสายปลายเหตุเป็นมาดั่งนี้ เชิญคุณชายหยวนช่วยดำริตริตรองช่วยข้าพเจ้าด้วยเถิด จักคิดการแก้ไขประการใด ก็แหละผงราคะไฟนั้นลูกค้ารายใหญ่ในฉางอันคงมิพ้นหออวี้หงหยวน หากมีอันต้องเลิกล้มกิจการ หมู่ท่านจักคิดการหาซื้อจากที่ใดได้เล่า”

“ขอสอบถามเถ้าแก่หลิว กระนั้นท่านติดต่อแหล่งผลิตผงราคะไฟมาจากที่ใดหรือ วานบอกเป็นภูมิรู้แก่ข้าด้วยเถิด” ข้าลองหยั่งเชิงถาม หากโชคเข้าข้างก็จะได้ชี้แนะให้อีกฝ่ายเลิกล้มการค้าผงชนิดนี้เพื่อความปลอดภัยเสีย ส่วนต้นตอแหล่งผลิตนั้นหากทราบแล้วจักได้ดั้นด้นไปติดต่อด้วยตนเอง มิจำเป็นต้องผ่านพ่อค้าคนกลางอีก

“อภัยเถิดคุณชาย ข้าน้อยมิอาจเผยแหล่งที่มาได้”

เมื่อหนทางแก้ถูกปิดตายเสียแล้ว ข้าจึงวิงวอนร้องขอให้เถ้าแก่หลิวเลิกค้าขายผงราคะไฟ ส่วนเรื่องที่ข้าจักหาผงชนิดนี้มาจากไหนนั้น ในเมืองหลวงนี้คงมีผู้ค้ารายย่อยที่ทำการค้าอยู่บ้าง แม้นมิใหญ่โตเท่าร้านเถ้าแก่หลิวก็พอจะแก้ขัดไปได้ก่อน

ข้าจากมาโดยคิดว่าทั้งประพฤติการณ์และจดหมายคำขู่คงก่อผลให้เถ้าแก่หลิวเกรงกลัวพรรคโคมแดงอยู่มากประมาณ จึงไม่ได้ติดต่อค้าขายกับร้านยาหลิวจินเถาอีก หวังโดยลมๆแล้งๆว่าเถ้าแก่หลิวคงเลิกค้าของอันตรายอันเป็นภัยมาสู่ครอบครัวนั้นตามธรรมดา แต่แท้จริงแล้วนั้นเถ้าแก่หลิวยังคงดำเนินกิจการผงราคะไฟต่อโดยหาได้หวาดเกรงภัยจากพรรคโคมแดงไม่

กระทั่งเช้าวันที่สามนับแต่เหตุการณ์ซึ่งข้าเข้าไปพบปะพวกพรรคโคมแดง ณ ร้านหลิวจินเถา ก็ปรากฏเหตุฆาตกรรมขึ้นในร้านยานั้นเป็นที่กล่าวขวัญสั่นสะเทือนทั่วนครฉางอัน

ข้าไม่สมควรดำรงฐานะประมุขพรรคเสี้ยวจันทรา

หากข้าเฉลียวใจอย่างที่ประมุขพรรคสูงสุด ตำแหน่งฉากหลังซึ่งครอบครองอยู่ มิใช่ในฐานะฉากหน้าผู้ดูแลหออวี้หงหยวนเพียงเท่านั้น คุณสมบัติซึ่งเหล่าปรมาจารย์ทั้งปวงต่างสนับสนุนข้าขึ้นสู่ประมุขพรรคเสี้ยวจันทราในยามบิดาข้าต้องมีอันเป็นไป ทิ้งภาระอันหนักหนาและใหญ่หลวงไว้ให้แก่ข้าผู้บุตรชายเพียงคนเดียวสืบทอดต่อ สั่นคลอนจิตสำนึกข้าอย่างใหญ่หลวง ไม่เพียงข้าจะไม่คิดแผนป้องกันโดยส่งยอดฝีมือไปคุ้มกันครอบครัวนายหลิวอย่างควรจะต้องปฏิบัติ

ข้ากลับเพิกเฉย คิดโดยตื้นเขินว่าเถ้าแก่หลิวคงเกรงภัยและเลิกล้มกิจการผงราคะไฟไปเอง บทเรียนนี้สอนข้าในฐานะประมุขพรรคเสี้ยวจันทราอย่างไม่มีวันลืมเลือน

เสียนหย่งเฉิงรับหน้าที่ดูแลคดีฆาตกรรมร้านยาหลิวจินเถา นายกองผู้นั้นสืบเสาะหลักฐานจนกระทั่งพบว่า เหยื่อทั้งสี่ตายด้วยยาพิษชนิดร้ายแรง ชั้นต้นอาจไม่หลงเหลือให้ตรวจสอบ ทว่าเมื่อชันสูตรศพกลับพบยาอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งในยุทธภพเรียกขานว่า ผงราคะไฟ สรรพคุณนั้นเป็นที่รู้กันอยู่ทั่วไปดี ทว่าหากผสมผงราคะไฟเข้ากับชาดอกเบญจมาศซึ่งพบอยู่ในกาน้ำชา ณ ที่เกิดเหตุในสัดส่วนถูกต้องตามตำรับ คุณวิเศษแต่เดิมมีมากในกามคุณเพียงใดก็จะกลายเป็นยาพิษทำลายผู้ดื่มสนองกลับอย่างชนิดว่ารุนแรงพอกัน

ชาเบญจมาศลือชื่อว่าเป็นของดีแห่งเทือกเขาเทียนซาน ที่ตั้งสำนักพรรค คมเบญจมาศ ชื่อพรรคคมเบญจมาศถูกนำมาโยงไยเข้ากับคดีร้านยาหลิวจินเถาอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ กลายเป็นชื่อเสียด่างพร้อย แม้นมิอาจหาหลักฐานมายันได้ว่าไม่ใช่ฝีมือของคนพรรคคมเบญจมาศก็ตามที

การไขคดีครั้งนั้นสร้างชื่อเสียงแก่เสียนหย่งเฉิงจนเลื่อนขั้นในหน้าที่การงานอย่างยิ่งยวด เช่นเดียวกับของสองสิ่งคือ ผงราคะไฟและชาดอกเบญจมาศเป็นสินค้าต้องห้ามอย่างเด็ดขาดในเมืองหลวง


ยามข้าในฐานะน้องสาวปลอมของหยวนหลงซาน นามว่า หยวนอวี้ฟ่าน ลงมาต้อนรับนายกองเสียนหย่งเฉิงยังห้องรับรอง แม้นในใจจะชิงชังมือปราบผู้นี้มีเป็นทุนเดิมเท่าใดก็จำต้องปกปิดไว้ด้วยใบหน้าอย่างสตรี

“ข้าน้อย หยวนอวี้ฟ่าน ขอคารวะ มือปราบเสียน”

เสียนหย่งเฉิงเป็นบุรุษกำยำ หน้าตาหล่อเหลา เหมาะจะวิ่ง(ราว)ตามจับโจรผู้ร้าย อีกทั้งใบหน้าเหมือนกับโมโหโทโสอยู่ตลอดเวลานั้นกลับกลายเป็นอาวุธใช้สู้คนร้ายอีกชนิดหนึ่ง ข้าทำได้แต่เพียงยิ้มแย้มแสร้งประจบสอพลอก่อนจะคิดทบทวนหาวิธีไล่เสียนเฉินกลับไปโดยเร็ว พอรินสุราให้อีกฝ่ายแล้วจึงสอบถามธุระตามธรรมเนียมว่า

“มิทราบว่านายกองเสียนประสงค์พบพี่ชายข้าพเจ้าด้วยเหตุอันใดหรือ เสียดายนักที่หยวนฟงพี่ท่านมีธุระนอกนครฉางอันจึงมิอาจมาต้อนรับท่านเสียนได้”

เสียนหย่งเฉิงมาพร้อมมือปราบคนสนิทสองคนที่หน้าตาถมึงทึงพอกัน ไม่แม้แต่จะรับน้ำใจยกสุราดื่ม ก่อนจะโต้ตอบด้วยเสียงทุ้มว่า

“แม้นมิได้พบหยวนหลงซานในคืนนี้ ข้าพเจ้าก็จะไม่ไปไหน จะรอจนกว่าคนผู้นั้นกลับมาให้จงได้” ใบหน้าเอาจริงเอาจังบ่งบอกว่ามือปราบท่านนี้คิดจริงทำจริงตามที่พูด

“เช่นนั้นข้าพเจ้าขอแนะนำหญิงงามไว้คอยปรนนิบัติมือปราบท่านระหว่างรอพี่ชายข้าพเจ้า”

“ไม่จำเป็น แม่นางปล่อยข้าไว้แต่เพียงลำพังเถิด” เสียนหย่งเฉิงชิงตัดคำพูดไม่ไว้หน้าผู้ใด

“หออวี้หงหยวนมีธรรมเนียมว่าจำต้องปรนนิบัติแขกผู้มาเยือนไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ฉะนั้นคำหัวหน้ามือปราบท่านที่ว่าปล่อยไว้เพียงลำพังนั้น ข้าพเจ้าหยวนอวี้ฟ่านผู้น้องมิอาจทนหลับหูหลับตาปฏิบัติตามได้ จินเหนียง” ข้าพยักหน้าให้เหลียงไถจินเข้ามาใกล้แล้วว่า “จงรับหน้าที่ดูแลท่านเสียนอย่าให้ขาดตกบกพร่อง”

“เจ้าค่ะ” เหลียงไถจิน หรือ ชื่อในร่างสตรีว่า จินเหนียง รับคำโดยทันที
 
เสียนหย่งเฉิงทำหน้าไม่พอใจ ครั้นเห็นหยวนอวี้ฟ่านลุกขึ้นคำนับจะละจาก จึงพูดขึ้นว่า

“หากข้าพเจ้าประสงค์จะได้สตรีใดในหออวี้หงหยวนไว้ปรนนิบัติหว่างรอนายใหญ่หยวนหลงซาน คนผู้นั้นที่ข้าพเจ้าหมายตาไว้คงมิพ้นคนตระกูลหยวนผู้น้องไปได้”

 ข้าแทบสะดุดชายชุดของตัวก่อนจะแสร้งหัวเราะกลบเกลื่อน พลางว่า

“ข้าพเจ้ามีธุระด้วยเหตุว่ามีนัดดูตัวชายหนุ่มผู้มีราศีแลดวงชะตาตกฟากเสมอตน ฉะนั้นหญิงงามอื่นแห่งอวี้หงหยวน เป็นต้น จินเหนียง คงแทนตัวข้าพเจ้าได้พอกัน”

เสียนหย่งเฉิงหัวเราะมาคำหนึ่งก่อนจะเร่งสำทับเอาว่า

“หากธุระท่านเป็นเรื่องดั่งว่า ฉะนั้นข้าพเจ้านี้เกิดในราศีมังกรตกฟากยามเฉิน1 ตามประกาศซึ่งว่าพ้องดวงชะตาหยวนผู้น้องดั่งนี้ วานท่านดูตัวข้าพเจ้าเป็นคนแรกเถิดว่าเหมาะสมเพียงใด หรือขาดตกคุณสมบัติที่ใดหรือไม่”

ข้าไม่นึกว่ามือปราบเสียนจะต้องลักษณะเช่นว่าก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ

ประจวบกับภายนอกห้องมีเสียงเอะอะอึกทึกแว่วมา ข้าสั่งบ่าวรับใช้ให้เปิดประตูออก ณ ลานโถงชั้นหนึ่งซึ่งดาษดื่นด้วยแขกจำนวนมากพากันร่ำสุราอยู่นั้น ปรากฏบุรุษชุดสีเหลืองอ่อนจำนวนสามคนเจรจากับเสี่ยวเอ้อถามหาสตรีนามว่า หยางกุ้ยเฟย ครั้นเสี่ยวเอ้อมิคุ้นชื่อดั่งว่าด้วยข้ายังมิได้บรรจุนางผู้นั้นในบัญชีก็ปฏิเสธไปว่าไม่มี

เจ้าคนผู้มีลักษณะทรวดทรงสูง นัยน์ตาไม่เป็นมิตร กวาดมองบรรดาแขกเหรื่อซึ่งต่างร่ำสุราอย่างออกรสอยู่อย่างไม่ชอบใจ การปรากฏตัวของข้าสร้างเสียงฮือฮาทันควัน แต่ข้ามิอาจหยุดยั้งฝีเท้าไว้ได้ ก็เพราะเครื่องหมายบนผ้าคาดศีรษะของเจ้าหนุ่มทั้งสามนั้นบ่งชัดว่าคือดอกเบญจมาศ สัญลักษณ์พรรคคมเบญจมาศ

“ออกไป” ข้าชี้นิ้วใส่คนของพรรคคมเบญจมาศอย่างลืมตัว

เจ้าหนุ่มผู้มีใบหน้าตึงตวัดสายตามองข้า ขมวดคิ้วแล้วพูดชัดถ้อยชัดคำว่า

“เจ้าคือหยวนอวี้ฟ่านหรือมิใช่”

ข้าเพิ่งสำนึกได้ว่าตนครองรูปโฉมภายนอกอย่างไรก็หันเหลียวมองบรรยากาศรอบตัว เหลียงไถจินทำหน้าเหมือนถ่ายไม่ออก ข้ายกพัดคลี่บังโฉม แล้วพูดต่อว่า

“สำนักอวี้หงหยวนไม่ต้อนรับคนของพรรคคมเบญจมาศ เชิญพวกท่านทั้งสามออกไปเถิด”

ยอดฝีมือหนุ่มสองคนผู้อยู่เบื้องหลังกระซิบบอกเจ้าหน้านิ่งว่า

“คุณชายใหญ่ ข้าน้อยเห็นว่าควรกลับก่อนเถิดขอรับ”

เจ้า ‘คุณชายใหญ่’ ยังคงจ้องหน้าข้าไม่วางตา ก่อนจะเหลือบมองเสียนหย่งเฉิงในชุดมือปราบสำนักศาลยุติธรรมที่ออกมาดูว่าเกิดเหตุวิวาทประการใด คุณชายใหญ่แห่งพรรคคมเบญจมาศมีทีท่าสงบลงก่อนจะสวมรอยกลบเกลื่อนว่า

“ข้ามาเหยียบหออวี้หงหยวนก็เพราะได้ยินว่า หยวนอวี้ฟ่านประสงค์ได้ชายหนุ่มผู้เกิดในราศีมังกรตกฟากเวลาเฉินเป็นคู่ครอง ก็ข้านี้มีคุณสมบัติตกต้องทุกประการจึงดั้นด้นมาหมายจะได้เมียไปเป็นมารดาของบุตรข้าพเจ้า มิทราบว่า แม่นางหยวนตัดสินใจเลือกผู้ใดไว้ในใจแล้วหรือยัง”



1ยามเฉิน : เวลา 07.00 -08.59 น.



*************************************

พูดคุย

:L2: :pig4: :L2:
ขอบคุณขอรับ

เมื่อไหร่จะเปิดตัวพระเอกน้ออออ
ตอนที่สองนี่แหละครับ เปิดตัวพระเอกและพระรองพร้อมกันเลย ขอรับ

นางผู้นี้เป็นใครกัน?
ข้ารอพระเอกเปิดตัว หาใช่เจ้าไม่  :katai5:
มาแล้วครับพระเอกของเรา พร้อมเปิดตัวแล้วในบทที่สอง อิอิ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-06-2020 17:45:05 โดย LoveBlueSky2203 »

ออฟไลน์ lovenine

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 265
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1
รอตอนต่อไป ขอบคุณ ^^

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3190
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
มาซะพร้อมกันเลยนะ~

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3562
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0
สำนวนแจ่มมากครับ....ออกแนว ((((น.นพรัตน์))))เลยขอรับ...


 :3123: :pig4: :3123:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ bun

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2446
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +260/-5
มาพร้อมกัน 2 คน แต่ยังคงไม่ถูกชะตา ใช่ไหม

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7727
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-8

ออฟไลน์ LoveBlueSky2203

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 177
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +71/-2
    • ข้ามพิภพ
บทที่ 3



พรรคคมเบญจมาศเดิมทีเป็นสำนักปรมาจารย์ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด หากแต่สถานการณ์คับขันเมื่อพรรคมารโคมแดงถือกำเนิด ยุทธจักรซึ่งเงียบสงบมาช้านานก็มีอันสั่นคลอน ก่อเป็นฝ่ายธรรมะและอธรรมอย่างชัดเจน ประมุขพรรคคมเบญจมาศไม่อาจทนเห็นผู้ใช้วิชามารทำลายความสงบสุขของแผ่นดินได้ ก็ประกาศกร้าวจะโค่นล้มพรรคโคมแดงและพรรคร่วมให้มลายสิ้นไปจากยุทธภพ
 
โดยมีแรงหนุนจากคดีฆาตกรรมร้านยาหลิวจินเถาเป็นตัวผลักดันอีกชั้นหนึ่ง เมื่อชื่อเสียงพรรคถูกดึงมาเหยียบย่ำหนำซ้ำเกี่ยวโยงการกระทำชั่วอย่างที่ผู้คนทั้งหลายฝังใจไปแล้วว่า การตายของครอบครัวหลิวนั้นมีชาดอกเบญจมาศเป็นหลักฐานสำคัญที่พรรคคมเบญจมาศไม่อาจปัดราคีมัวหมองออกจากตัวได้ ทั้งที่รู้แน่แก่ใจว่าแท้จริงแล้วคือฝีมือของพรรคมารร้ายป้ายสีพวกตน

แม้นเสียนหย่งเฉิงจะไม่อาจเอาผิดได้ว่าชาดอกเบญจมาศผสมผงราคะไฟเป็นฝีมือจากพรรคคมเบญจมาศ แต่ก็สร้างผลงานไขคดีจนถูกเลื่อนขั้นสู่มือปราบขั้นสูงสุดอย่างสมน้ำสมเนื้อ ข้อนี้เองที่ไม่ว่าคนของพรรคคมเบญจมาศผู้ใดยามเห็นหรือสดับยินบุคคลชื่อรองหย่งเฉิงแซ่เสียน ย่อมไม่ถูกชะตานับแต่แรกเห็น

ข้าไม่แปลกใจ เมื่อสังเกตเห็นแววตาขุ่นแค้นจากคุณชายใหญ่แห่งพรรคคมเบญจมาศปรากฏขึ้นชั่วขณะหนึ่งยามเขาทอดทัศนาเสียนหย่งเฉิง บัดนี้ข้าเชิญแขกไม่ได้รับเชิญทั้งหมดออกมายังศาลากลางน้ำหน้าหออวี้หงหยวน ตั้งใจจะขับไล่ไม่ไว้หน้าแต่ก็จนใจต้องรับรอง

“คุณชายซุนกวาน”

ผู้ติดตามเรียกเจ้านายตนซ้ำเหมือนเตือนสติ ฝ่ายซุนกวานแห่งพรรคคมเบญจมาศละสายตาจากมือปราบเสียนแล้วกลับมาจ้องหน้าข้าตามเดิม ซุนกวานผู้นี้มีไหล่กว้าง สูงสง่า ใบหน้าดูอารมณ์เสียอยู่ตลอดเวลา แต่ทว่ามิอาจลดทอนความรูปงามของเชื้อสายสกุลหยาง ตระกูลใหญ่ผู้ดูแลสำนักคมเบญจมาศแห่งเขาเทียนซาน

“คุณชายหยางปรากฏตัวบัดนี้เหมาะควรนัก” เสียนหย่งเฉิงทักทายชอบกลอยู่
   
ข้ามิอาจปกปิดความสงสัยไว้ได้ตามนิสัยเดิมในร่างบุรุษก็ซักเอาความแทนปากซุนกวานแห่งเทียนซาน
   
“ไยมือปราบเสียนจึงกล่าวราวกับว่า เหตุที่มาพบปะพี่ชายข้าพเจ้านั้นเกี่ยวข้องทั้งคนของสำนักอวี้หงหยวนและพรรคคมเบญจมาศกระนั้นเล่า”
   
“ข้าพเจ้าขอคารวะไหวพริบและความเฉลียวของแม่นางหยวน คำท่านซักว่าเหตุอันข้าหมายพบตัวพี่ชายท่าน คือเหตุผลเดียวกับต้องการพบคุณชายหยางแห่งเทียนซานร่วมจุดมุ่งหมายเดียวกันนั้นถูกต้องทุกประการ” เสียนหย่งเฉิงเล่นหูเล่นตาใส่ข้า จนข้าจำต้องหลบตาด้วยขนบนกายลุกชันทั่วเรือนร่าง
   
“พรรคคมเบญจมาศไม่มีกิจธุระปะปังต่อสำนักศาลยุติธรรม หากประสงค์เข้าพบบิดาข้าพเจ้าควรขับม้ามุ่งสู่เขาเทียนซานเถิด บัดนี้ข้าประสงค์พบตัวนายใหญ่แห่งอวี้หงหยวน” หยางเว่ยสื่อถ้อยความท้ายมอบกับข้าโดยตรง
   
“เสียเวลาแล้ว คุณชายหยาง” เสียนเฉินกล่าวดักคอ สายตาหยางเว่ยดุจดั่งพยัคฆ์ถูกเกาทัณฑ์ ข้อคิดแค้นแต่หนหลังซึ่งนายกองเสียนก่อเป็นตราบาปหยาบช้าต่อพรรคคมเบญจมาศไว้ก็ประดังผ่านสะท้อนแววตาโดยตลอด
   
เสียนหย่งเฉิงมิใช่คนหวาดเกรงคนเพียงแค่ถูกมองด้วยสายตามาดร้าย นับแต่เข้ารับราชการจะเกรงกลัวสิ่งใดในคราวต้องออกปฏิบัติหน้าที่นั้นไม่เคยมี อาศัยยึดกฎหมายบ้านเมืองเป็นหลักในการทำงานยิ่งชีพ เพียงแต่แววตาชังน้ำหน้าตนเท่านี้หรือจะทำให้ถอยหนี ไม่มีทาง
   
“บัดนี้หลงซานพี่ท่านมิได้พำนักอยู่ ณ อวี้หงหยวน”
   
ข้าพยายามเข้าขวางเหตุวิวาทด้วยถ้อยความจริง ครั้นซุนกวานทราบเหตุผลซึ่งมือปราบเสียนกล่าวเย้ยแล้วจึงผละตัวออกห่าง ดูด้วยตาก็รู้ว่าเสียนหย่งเฉิงเป็นต้นตอก่อให้เหล่าคนพรรคคมเบญจมาศมิอาจทนยืนฝืนเจรจาต่อไปได้ เขาจึงยอมเปิดปากทิ้งท้ายว่า
   
“ป้ายประกาศรับสมัครคู่ครองนั้นจริงเท็จประการใด หากจริงตามถ้อยอักษรแล้วไซร้ หยางซุนกวานแห่งเทือกเขาเทียนซานก็หมายใจจะเข้าชื่อไว้ ตั้งใจจะพบตัวพี่ชายท่านถือโอกาสเข้าคารวะ ทว่าเมื่อหลงซานพี่ชายท่านมิได้อยู่ เช่นนั้นฝากเอกสารยืนยันคุณสมบัติข้าไว้ด้วยเถิด”
   
จินเหนียงพุ่งตัวมารับม้วนสาส์นกับมือซุนกวานทันทีราวกับล่วงรู้หัวอกข้า ข้าทำได้แต่แสร้งยิ้มประหนึ่งยินดีหาใดเปรียบก่อนจะขอตัวลา เมื่อข้าขับไล่ไสส่งคนพรรคคมเบญจมาศออกไปสมความคิดได้แล้วก็ไม่มีเหตุจะต้องยืนอยู่ในที่โล่งแจ้งให้เป็นที่จับตามองเนิ่นนานไป จึงหมายใจจะกลับคืนห้อง ทว่าคำพูดของหย่งเฉิงฉุดฝีเท้าทั้งข้าแลซุนกวานให้หยุดนิ่งทันควัน
   
“เกิดคดีฆาตกรรมขึ้น ณ ตึกทำการค้าของพ่อค้าสำเภารายใหญ่แห่งฉางอัน นามว่า เสียงจงกิม”
   
ข้าจำชื่อแซ่นายเสียงได้ชัดเต็มสองหู ก่อนหย่งเฉิงจะเร่งสำทับว่า
   
“ในที่เกิดเหตุมีกาน้ำชาดอกเบญจมาศแห่งเทือกเขาเทียนซานวางอยู่ อีกทั้งพยานยังบอกว่า คนสุดท้ายซึ่งนายเสียงพบปะด้วยคือนายใหญ่แห่งอวี้หงหยวน หยวนหลงซาน”
   
ข้าหมุนตัวกลับมาจ้องหน้าเสียนหย่งเฉิงเช่นเดียวกับหยางซุนกวาน เขายังมิคิดยับยั้งคำพูดเมื่อเห็นใบหน้าซีดเผือดของข้าและคุณชายหยาง
   
“ผลชันสูตรศพพบว่า สาเหตุการตายของนายเสียงผู้นี้คือเกิดจากฤทธิ์ชาดอกเบญจมาศผสมผงราคะไฟ เช่นเดียวกับคดีร้านยาหลิวจินเถา หากซุนกวานท่านจะปัดว่าไม่เกี่ยวข้องกับพรรคคมเบญจมาศหลักฐานก็ชี้ชัดอยู่แล้วว่า ชาดอกเบญจมาศเป็นสินค้าจากสำนักแห่งเขาเทียนซาน ทั้งของสองสิ่งล้วนเป็นสินค้าต้องห้ามในเมืองหลวง ความผิดหนนี้พรรคคมเบญจมาศเห็นทีจะเอาตัวรอดได้ยากเต็มที”
   
หยางซุนกวานมิได้โกรธแค้นเต้นไปตามคำพูดของเสียนหย่งเฉิง ผิดต่างจากเมื่อแรกพบโดยสิ้นเชิง ราวกับซุนกวานได้สติและยึดถือว่าตัวมิได้ผิดจึงยิ้มก่อนจะพูดว่า
   
“ข้ารับว่าชาดอกเบญจมาศเป็นสินค้าจากเขาเทียนซานจริง ทั้งนี้ผู้คนล้วนรู้แน่แก่อก ต่อมาทางการประกาศห้ามค้าขายในเมืองหลวงโดยตรากฎหมายชัดเจนเช่นนี้ หากเจ้าพนักงานกวดขันตรวจตรา ไหนเลยชาจากเทือกเขาเทียนซานจะเล็ดรอดมาอยู่ในกาน้ำชาของนายเสียงจงกิมได้” ซุนกวานซัดกลับด้วยถ้อยวาจา แล้วขยี้ซ้ำลงในจุดสำคัญดุจเดียวกับความคิดข้าว่า
   
“ส่วนสำคัญในคดีนี้มิใช่ชาดอกเบญจมาศ ทว่าคือผงราคะไฟ ในเมื่อผงนี้เป็นของต้องห้ามมาช้านานก่อนชาดอกเบญจมาศด้วยซ้ำ ไยจึงยังคงมีแพร่หลายในเมืองหลวงเช่นนี้ หากไม่มีขุนนางกังฉินคิดส่งเสริมหากำไรจากเงินใต้โต๊ะแล้ว คดีหลิวจินเถาและคดีค้าสำเภาเสียงจงกิมคงไม่เกิดขึ้น”
   
ข้าเพิ่งเห็นว่าคนของพรรคคมเบญจมาศพูดเข้าหูก็วันนี้จึงพยักหน้าเห็นชอบด้วย ข้าหยวนหลงซานไม่เคยเห็นชอบเหตุข้าราชสำนักมีการโกงกินทุจริต หากแต่สถานการณ์ต้องคำสาปทำให้ข้าและคนในพรรคเสี้ยวจันทราต้องหันไปพึ่งพาผงราคะไฟมาชั่วระยะหนึ่งเพื่อเอาตัวรอดในการทำมาหากิน แต่ภายในจิตสำนึกแท้จริง ข้ามิได้ยินดีด้วยเลยกับการใช้ผงชนิดนี้ กระทั่งมาเกิดคดีฆาตกรรมเกี่ยวเนื่องถึงสองคดี จนบัดนี้โทษทัณฑ์ลุกลามมาถึงตัวข้าในทันทีเหมือนเงาตามตัว
   
“หากท่านเป็นข้าราชการปราดเปรื่องสมฉายา จิ้งจอกเงินแห่งสำนักศาลยุติธรรม ย่อมจะเคยได้ยินว่าในยุทธภพนี้มีพรรคมารหนึ่ง นามว่า พรรคโคมแดง” ซุนกวานอาศัยช่วงเวลาหย่งเฉิงเงียบงันจนมุมรุกไล่ด้วยคำพูดต่อไปว่า “เหล่าผู้มีวิชายุทธ์ในพรรคโคมแดงอาศัยผงราคะไฟบำบัดธาตุทั้งสี่อยู่เป็นนิจ ฉะนั้นผงราคะไฟจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งของพรรคมาร หากท่านจะกล่าวหาว่าชาเบญจมาศเป็นความผิดของพรรคคมเบญจมาศ เช่นนั้นเพื่อความยุติธรรม มือปราบเสียนคงจำจะต้องส่งคนไปสืบความของผงราคะไฟยังพรรคโคมแดงด้วยเสมอกัน”
   
จู่ๆข้าก็นึกถึงถ้อยคำของเถ้าแก่หลิวผู้ล่วงลับเคยกล่าว หลังจากข้าเผอิญเข้าไปพบคนของพรรคโคมแดงบุกรุก ซึ่งว่า พรรคโคมแดงสั่งห้ามค้าขายผงราคะไฟและต้องการขจัดให้สิ้นไปจากแผ่นดินต้าถัง ถ้อยความนี้ล้วนขัดแย้งกันชอบกลอยู่ เพราะโดยรูปการณ์แล้วพรรคโคมแดงนั่นแหละจะต้องถนอมผงราคะไฟไว้ราวกับทิพยโอสถสวรรค์
   
ข้าในร่างสตรีจึงมิอาจยับยั้งความสงสัยไว้ได้จึงเร่งซักว่า
   
“อภัยเถิด มือปราบเสียน ข้าพเจ้าขอซักถามแก้ข้อสงสัย เผอิญข้าน้อยเคยได้ยินชาวบ้านแถวร้านยาหลิวจินเถาพูดว่า เคยมีคนของพรรคโคมแดงเข้านอกออกในร้านยาลื่อชื่อในอดีตนั้นอยู่เป็นประจำ มิทราบมือปราบเสียนท่านทราบเรื่องราวนี้หรือไม่”
   
ราวกับคำพูดข้าจี้เข้าไปในใจกลางหัวใจของจิ้งจอกเงินแห่งสำนักศาลยุติธรรม เขาถอนหายใจบ่งว่าเป็นกังวล
   
“ข้าตามสืบดังคำแม่นางหยวนทักท้วง ทว่าหลักฐานที่จะสืบไปถึงพรรคโคมแดงราวกับถูกตัดตอนไม่ให้สาวไปถึงตัวการได้ คดีร้านยาหลิวจินเถาจึงพบแต่เพียงสาเหตุการตาย ทว่ามิอาจสืบหาผู้ลงมือทำผิดได้”
   
“เจ้ายังดำรงตนเป็นมือปราบได้อย่างไร เสียนหย่งเฉิง” ซุนกวานกล่าวถ้อยคำเห็นได้ชัดว่ามีความเจ็บแค้นใจเป็นมูลเดิม “ทั้งยังยอมรับเลื่อนขั้นตำแหน่ง มินึกว่าเสียนหย่งเฉิงผู้นี้จะเห็นแก่ลาภยศสรรเสริญ เพียงแต่ไขคดีพบสาเหตุความตายมิได้ตัวคนร้ายก็รับสนองปูนบำเหน็จความชอบ หนำซ้ำยังกล่าววาจาให้ร้ายพรรคคมเบญจมาศซ้ำอีก กระบี่จิ้งจอกเงินพระราชทานนั้นช่างน่าภาคภูมิใจเหลือเกิน”
   
หากข้าเป็นหย่งเฉิงคงชักกระบี่เงินเข้าประลองฝีมืออีกฝ่ายไปแล้ว ทว่าหย่งเฉิงเหมือนกับแจ้งอยู่ในอกดีว่า คำพูดหยางซุนกวานล้วนแล้วแต่เป็นความจริงทั้งสิ้น เขาทำแต่เพียงพยักหน้าให้ผู้ช่วยมือปราบเป็นสัญญาณก่อนจะหันมาสั่งข้าว่า
   
“หากคุณชายหยวนกลับมาเมื่อใด วานแม่นางอวี้ฟ่านบอกให้ไปพบข้าพเจ้ายังสำนักศาลยุติธรรมโดยเร่งด่วน”
   
ข้ารับคำ แต่ในใจกำลังวางแผนเอาตัวรอดจากคดีนี้อยู่
   
“คุณชายหยางจงวางใจ สำนักศาลยุติธรรมมิได้เพิกเฉยตามหาคนร้ายในคดีก่อนเพื่อล้างมลทินแก่พรรคคมเบญจมาศ แต่พรรคคมเบญจมาศจำจะต้องให้ความร่วมมือในการไขคดีมากกว่านี้มิใช่ปิดประตูไม่ให้เข้าพบเช่นเก่าก่อน ส่วนพรรคโคมแดงนั้นหากข้าพเจ้าสืบหาสำนักหลักแหล่งของพรรคมารได้แล้วจะปฏิบัติตามคำแนะของท่านแน่ อย่าเป็นกังวล”
   
“สมุดบัญชีเจ้าค่ะ”
   
อยู่ๆเหลียงไถจินก็โผล่คำพูดขัดคอกลางวงสนทนา ข้าเหลียวมองอย่างไม่ชอบใจ
   
“คุณหนูจะต้องบอกเสมียนให้ลงชื่อคุณชายหยางในสมุดบัญชีรายนามผู้ตกต้องดวงชะตาราศี เมื่อมีผู้มาขอเข้าชื่อ” จินเหนียงทำทีขยิบตาพลาง พูดจาเรื่อยเปื่อยไปพลาง จนข้าจำต้องยกพัดบังใบหน้าครึ่งล่างเพื่อถามอีกฝ่ายว่าต้องการจะสื่อสารสิ่งใด
   
“รายชื่อเจ้าค่ะ คุณหนูหยวน” เหลียงจินเริ่มทำหน้าเป็นพิรุธ กระทั่งมือปราบเสียนหัวเราะมาคำหนึ่งแล้วว่า
   
“อวี้ฟ่านท่านมีสาวรับใช้ซึ่งเป็นการงานดีนัก ก็คุณชายใหญ่แห่งคมเบญจมาศสำแดงเอกสารหลักฐานว่ามีคุณสมบัติตกต้องตามซึ่งแม่นางประสงค์แล้ว เพื่อความถูกต้องเหมาะสมจะต้องลงรายชื่อผู้ติดต่อไว้อย่างไรเล่า หากข้ากลับถึงจวนแล้วจะส่งหนังสือยืนยันดวงชะตาเป็นลายลักษณ์อักษรตามมาเช่นเดียวกัน วานเหลียงจินท่านช่วยเป็นธุระกำกับลงรายชื่อข้าลงในสมุดบัญชีด้วย”
   
เจ้าปวดท้องหรือ
   
ข้าขยับปากเป็นคำดังกล่าวเพื่อถามสาวรับใช้ แล้วระหว่างนั้นก็ตระหนักในสาระสำคัญของเหลียงจินทันที ข้อที่ว่า...สมุดบัญชี
   
“รบกวนถามมือปราบเสียน เหตุใดท่านจึงปลงใจตามพยานซึ่งซัดทอดว่า พี่ชายข้าพเจ้าเข้าพบนายเสียงผู้ตายเป็นคนสุดท้ายเล่า”
   
เสียนหย่งเฉิงหัวเราะซ้ำ ทำให้หยางซุนกวานเริ่มกลับไปทำหน้าตึงตามเดิม
   
“สมุดบัญชีการค้าของนายเสียงระบุชัดว่า ลูกค้าซึ่งมารับสินค้าเป็นคนสุดท้ายคือชื่อพี่ชายท่าน”
   
“เรียนถามมือปราบเสียน แล้วสมุดบัญชีเล่มนั้นระบุรายละเอียดสินค้าหรือไม่เจ้าคะ” หัวใจข้าเต้นโครมราวกับจะทะลุทรวงอกสตรีออกมาเสียให้ได้
   
“รายละเอียดเลอะเลือนนักด้วยหมึกถูกน้ำชาดอกเบญจมาศผสมผงราคะไฟซึ่งหกเลอะเทอะเปรอะเปื้อน ข้ากำลังเร่งให้เจ้าพนักงานพิสูจน์อักษรถอดความ ไม่ช้านานคงทราบเนื้อหาของคนผู้ติดต่อนายเสียงผู้ตายทั้งหมด”
   
ข้าพยักหน้าเป็นเชิงขอบใจเหลียงจิน ไม่มีวิธีอื่นอีกแล้วนอกจากข้าจะต้องพาร่างสตรีเหาะทะยานไปชิงสมุดของนายเสียงจงกิม ณ สำนักพิสูจน์อักษรมาให้ได้ก่อนที่ความจริงทั้งหมดจะถูกเปิดเผย
   

***************************

พูดคุย

รอตอนต่อไป ขอบคุณ ^^
มาแล้วขอรับตอนใหม่ๆ

มาซะพร้อมกันเลยนะ~
เลือกคนไหนดี อิอิ

สำนวนแจ่มมากครับ....ออกแนว ((((น.นพรัตน์))))เลยขอรับ...


 :3123: :pig4: :3123:
ดีใจมากๆครับ เป็นกำลังใจในการเขียนตอนถัดไปได้อย่างดียิ่งเลย ขอรับ

มาพร้อมกัน 2 คน แต่ยังคงไม่ถูกชะตา ใช่ไหม
เอ...หรือจะไม่ใช่สองคนนี้ดี คนเขียนเริ่มลังเลเหมือนคนอ่าน 555+

อื้อหือออ
อ่าฮ้าาา


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-06-2020 18:04:34 โดย LoveBlueSky2203 »

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3562
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3190
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
งานนี้ต้องเหาะอีกแล้ว  555

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7727
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-8

ออฟไลน์ LoveBlueSky2203

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 177
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +71/-2
    • ข้ามพิภพ
บทที่ 4




ฝ่ายบรรดายอดฝีมือพรรคเสี้ยวจันทราในร่างคำสาป พอทราบข่าวปากต่อปากว่าประมุขหยวนจะอาศัยร่างสตรีไปทำการลอบชิงสมุดบัญชีของนายเสียงจงกิมจากสำนักพิสูจน์อักษรภายในราตรีนี้ก็ประหวั่นวิตก ต่างวางมือปรนนิบัติแขกโดยเร่งใช้ผงราคะไฟมอมเมาคนผู้ตนรับใช้อยู่ ก่อนผละออกมาเข้าพบเจ้าสำนัก
 
ข้าหยวนหลงซานรับฟังคำร้องขอของสมาชิกพรรคด้วยท่าทีสงบ ทว่ากำหนดจุดมุ่งหมายในใจไว้แน่วแน่ก็ทำได้แต่เพียงแบ่งรับแบ่งสู้ บอกแก่เหล่ายอดฝีมือในร่างนางคณิกาทั้งหลายว่า จำเป็นจะต้องชิงสมุดบัญชีซึ่งเป็นหลักฐานชี้นำความผิดมายังตัวข้าภายในค่ำคืนนี้ให้จงได้ มาตรว่าเจ้าพนักงานสามารถถอดอักขระเลอะเลือนออกได้แล้ว ข้าผู้เข้าพบนายเสียงผู้ตายเป็นคนสุดท้ายและถูกบันทึกว่าติดต่อค้าขายผงราคะไฟซ้ำอีก คงไม่พ้นไปจากข้อหาฆ่าคนตาย

ในที่นั้นนอกกว่าบรรดาสตรีปลอมทั้งหลายแล้วยังปรากฏมีผู้เฒ่าชราอยู่อีกหนึ่ง หนวดเคราแลผมขาวราวกับละอองหิมะ บ่งบอกอายุมากกว่าชนทั้งปวง ครั้นสดับยินเสียงวิงวอนอื้ออึงก็กล่าวทัดทาน

“คำวินิจฉัยของประมุขย่อมเป็นที่สิ้นสุด หากพวกเจ้าทั้งหลายยังคิดยำเกรงแลนับถือในปัญญาผู้นำพรรคเสี้ยวจันทราแล้ว ก็จงยอมถอยคนละก้าว”

“คารวะอาจารย์เฉียนคง” ข้าคำนับในความกรุณาของปรมาจารย์ผู้อาวุโส

“การฉกชิงสมุดบัญชีอันเป็นหลักฐานสืบสาวมาถึงตัวประมุขหยวนนั้น ข้าเล็งเห็นประโยชน์มากกว่าโทษ สองในสามส่วน ประการแรกสำนักพิสูจน์อักษรมีเหล่าผู้ชำนาญการฝีมือเยี่ยมคัดสรรว่าดีเยี่ยมมารับราชการจากทั่วทั้งแผ่นดิน อักขระใดเลอะเลือนหรือยากจะพิสูจน์ได้ ไม่เคยปรากฏว่าสำนักมีชื่อนี้ไร้ข้อผิดพลาด ย่อมไขเนื้อความฉบับสมบูรณ์ได้ทุกคราวครั้ง ประการสองชื่อประมุขหยวนจะถูกนำไปเกี่ยวโยงกับคดีอาญาหาได้ไม่ หากถูกสำนักศาลยุติธรรมสืบค้นประวัติเบื้องหลัง นอกกว่าฉากหน้าซึ่งดำรงตำแหน่งนายใหญ่แห่งอวี้หงหยวนจะถูกตีแผ่อื้อฉาว เรื่องราวฉากหลังแท้จริงในฐานะประมุขพรรคเสี้ยวจันทราคงจะต้องถูกสืบสาวดุจเดียวกัน

ทว่าประการสุดท้ายอันพวกเจ้าประหวั่น คือร่างประมุขในกายอิสตรีต้องคำสาปนี้หรือมิใช่ เกรงจะเป็นอุปสรรคเข้าทำการได้ไม่เต็มฝีมือ จึงเร่งเข้ามาทัดทานประมุขหยวนโดยพร้อมหน้าพร้อมตา”

“ขอรับ เป็นจริงเช่นนั้น” นางคณิกาผู้หนึ่งเปล่งเสียงรับรอง ทว่าแสดงท่วงทีคำนับดังเช่นบุรุษ

อาจารย์เฉียนคงลูบหนวดเคราอยู่ชั่วครู่ นิ่งตรึกตรองอยู่ ข้าเห็นว่ามิอาจปล่อยเวลาให้เนิ่นนานล่าช้าก็กล่าวตัดความ

“กายสตรีนี้มิได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใดในการใช้วิทยายุทธ์ ข้าขอรับปากพวกท่านให้เบาใจ เคล็ดวิชาใดซึ่งข้าเคยใช้ได้ผลในร่างบุรุษ ล้วนแล้วแต่ใช้ได้ดีในร่างหญิงหามีปัญหาไม่ ข้าจะขอเหลียงไถจิน หลี่ปิงหวน และหวังเป่าเหอ ร่วมช่วยในการนี้ นอกกว่านั้นเชิญพวกท่านกลับไปรับใช้แขกตามเดิมอย่าให้เป็นพิรุธเถิด”

เหล่านางคณิกาปลอมทั้งหลายจำนวนมากกว่าห้าสิบคนซึ่งต้องคำสาปเหมือนประมุขต่างยังคงทำหน้าวิตกกังวล หากจะออกปากคัดค้าน ปรมาจารย์เฉียนคงก็รับรองอยู่ว่าเป็นเรื่องสำคัญจำเป็นจะต้องชิงหลักฐานคืนมาให้จงได้ เพื่อรักษาความปลอดภัย ชื่อเสียง และฐานะแท้จริงของประมุขพรรค ต่างก็จำใจคำนับและล่าถอยจนหมด หลงเหลือเพียง เหลียงไถจิน หลี่ปิงหวน และหวังเป่าเหอ เท่านั้น

“พวกเจ้าทั้งสามจงตระเตรียมอาวุธให้พร้อม ตกแต่งกายด้วยผ้าดำอำพรางใบหน้าอย่าให้ผู้ใดจดจำได้ แล้วรอคอยข้าอยู่ข้างประตูกำแพงด้านหลัง”

“รับทราบ ประมุข” นางโลมใบหน้างดงามทั้งสามกล่าววาจาชัดถ้อยชัดคำอย่างบุรุษ แล้วผละจากไป

เมื่อปราศจากผู้อื่นยืนอยู่ร่วมห้อง เฉียนคงผู้เฒ่าจึงกล่าวโดยมิได้ปิดบังอำพรางว่า

“ประมุขท่านย่อมทราบดี เรือนร่างสตรีพลิ้วบางอ้อนแอ้น จะแข็งแกร่งแคล่วคล่องว่องไวหนักแน่นดั่งเช่นบุรุษนั้นมิได้ โอกาสพลาดพลั้งเสียทีจึงมีอยู่มากโข ฉะนั้นจงอย่าประมาทเป็นอันขาด”

“ขอบคุณอาจารย์ที่สั่งสอน ศิษย์จะจดจำไว้ให้แน่วแน่” ข้าโน้มตัวลงคำนับเฉียนคงผู้เฒ่าซ้ำ

“อีกประการหนึ่งพึงระวัง สำนักพิสูจน์อักษรตั้งอยู่ในเขตของสำนักศาลยุติธรรม มีเวรยามเข้มงวดกวดขันแน่นหนา ไม่ต่างไปจากคุกหลวง ลู่ทางใดที่จะเป็นช่องให้ผู้ร้ายเข้านอกออกในได้นั้นมีหรือทางการจะไม่สร้างกลไกไว้รับมือ ประมุขท่านจงระวังอีกเช่นกัน”

ข้ารับคำ

ใบหน้าอันปรากฏริ้วรอยชราภาพเดิมทีน่าเกรงขามยามต้องอยู่ต่อหน้าเหล่ายอดฝีมือ ครั้นพออยู่กันเพียงระหว่างศิษย์อาจารย์จึงไม่คิดปิดบังความวิตกกังวลไว้ได้ ข้าเห็นแววตาห่วงใยแล้วจึงกล่าวคำมั่นให้ปรมาจารย์คลายใจ

“เคล็ดวิชาใดซึ่งศิษย์ได้เล่าเรียนมาจากอาจารย์มีหรือจะไม่ฝึกปรือ หนำซ้ำยังจำขึ้นใจทั้งยามตื่นและยามนิทรา”

“วิชา พัดเสี้ยวจันทรา ซึ่งข้าพเจ้าได้สั่งสอนประมุขท่านนับแต่ขึ้นรับตำแหน่ง เดิมทีมิอาจก้าวหน้าไปกว่าขั้นหนึ่ง บัดนี้ก้าวล้ำชนิดก้าวกระโดดจวนเจียนจะสำเร็จวิชาแล้ว จึงคลายทุกข์ในใจข้าพเจ้าลงส่วนหนึ่ง”

“ศิษย์ได้รับคำสั่งสอนจากอาจารย์เป็นอย่างดี วิชาพัดเสี้ยวจันทราจึงรุดหน้าถึงเพียงนี้” ข้ารวบพัดกระดาษสีทองซึ่งถืออยู่ ตั้งใจจะทรุดเข่าลงคำนับก็ถูกฝ่ามืออาจารย์เฉียนคงรั้งตัวไว้

“หาใช่คำสอนของข้าพเจ้าไม่ ประมุขท่านย่อมทราบดีว่าการบรรลุเกิดขึ้นด้วยเหตุผลใด”

“ข้า...”

“การซึ่งประมุขหยวนต้องคำสาปชายสลับหญิงนี้ต่างหาก มีส่วนช่วยให้การฝึกวิชาพัดเสี้ยวจันทรารุดหน้าอย่างมิอาจมีประมุขพรรคเสี้ยวจันทราผู้ใดในอดีตกระทำได้ถึงขั้นนี้ นับว่าเป็นข้อยินดีและข้อเสียใจในคราวเดียวกัน” ฉีเฉียนคงขยับอาวุธพัดกระดาษสีขาวของตนกางออก ก่อนจะสะบัดเพียงเล็กน้อย ลมวายุลึกลับก็โถมใส่หยวนหลงซาน

ข้าคลี่อาวุธพัดสีทองออกรับ ลมปริศนาจึงสงบ ข้าวของเครื่องใช้รวมถึงผ้าม่านต่างๆร่วงหล่นเสียหายเพียงเล็กน้อย หากข้าไม่ใช้วิชาพัดเสี้ยวจันทราออกรับ ของใช้ส่วนตัวในห้องคงเสียหายมากกว่านี้

“ไม่นึกว่าประมุขท่านจะออกรับลมสลาตันด้วยเพียงคลี่พัดออกแค่หนึ่งในสี่แต่เท่านั้น ประจักษ์แจ้งว่าวิชาพัดเสี้ยวจันทราใกล้สำเร็จในมิช้า ล้วนมีที่มาจากคำสาปจากลำน้ำเตาปูนทั้งสิ้น”

“ศิษย์ไม่ขอปฏิเสธ นับแต่ถูกคำสาปปีศาจ วิชาพัดเสี้ยวจันทราซึ่งเดิมทีเพียงแต่ร่ายรำก็ไม่เคยบังเกิดอิทธิฤทธิ์ใดๆ กลับสร้างมหันตภัยและทำลายศัตรูได้อย่างชนิดรุนแรงตกต้องตามคัมภีร์บัญญัติไว้ทั้งสิ้น”

“คำข้าพเจ้าซึ่งว่าเป็นข้อดีนั้นล้วนเห็นแจ้งกันอยู่ ทว่าข้อเสียคือกายสตรีต้องคำสาป ประมุขท่านเองมิได้ยินดี หนำซ้ำยังเที่ยวหากลวิธีมาถอนคำสาปอยู่ตลอดเวลา กระทั่งปรากฏมีนักพรตผู้หนึ่งชี้หนทางแก้ไข และประมุขท่านก็เร่งปฏิบัติตามโดยว่องไวนั้น ข้าพเจ้าขอถามความในใจ ท่านยินดีจะถอนคำสาปร้ายออกจากตัวแลกกับการสำเร็จวิชาพัดเสี้ยวจันทราหรือ”

ข้ารู้แจ้งแก่ใจอยู่ว่า วิชาพัดเสี้ยวจันทราแข็งแกร่งเพียงนี้ได้ล้วนมาจากธาตุทั้งสี่ในกายหญิงและชายเกื้อหนุนสอดประสานกันอยู่ ข้าไม่จำเป็นต้องร่วมสวาทกับผู้ใดเพื่อรักษาสมดุลธาตุยามต้องฝึกวิชา และไม่จำเป็นต้องใช้ผงราคะไฟใดๆอีกเช่นกัน

ชั้นแรกโดยมิได้คิดหน้าคิดหลัง หากข้าต้องเลือกของสำคัญสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้กับตัวแล้ว ข้าขอเลือกถอนคำสาป จึงประกาศรับสมัครชายหนุ่มผู้ตกฟากตามราศีเสมอกันเข้าร่วมพิธี จนกระทั่งค่ำคืนนี้ยามได้ยินคำอาจารย์เฉียนคงกล่าวด้วยใบหน้าวิตกกังวลว่า

“ยามนี้พรรคมารเหิมเกริมนัก ทั้งออกอาละวาดสร้างปีศาจทำร้ายชาวบ้าน ในข้อนี้บรรดาเหล่ายอดฝีมือพรรคเสี้ยวจันทราย่อมจะปราบปรามได้ไม่เกินกำลัง ทว่าภัยใหญ่หลวงยิ่งกว่าส่งสัญญาณตำตาอันเฒ่าชรา มิพ้นว่าพวกมันกำลังลักลอบคุกคามเมืองหลวง เริ่มต้นด้วยการล้างสังหารครอบครัวร้านขายยาและฆ่าพ่อค้าสำเภา โดยใช้เล่ห์เพทุบายป้ายสีให้พรรคคมเบญจมาศเกิดผิดใจกับทางการ กระทั่งแผนร้ายยังมุ่งหมายดึงประมุขท่านเข้าร่วมเป็นแพะรับบาปแทนอีก” เฉียนคงผู้เฒ่าถอนหายใจหนักหน่วง

“มีก็แต่เคล็ดลับวิชาพัดเสี้ยวจันทราซึ่งเป็นที่ยกย่องว่ามีพลังอำนาจสูงส่ง ผู้ใดฝึกปรือจนสำเร็จแล้วย่อมจะใช้ปราบปรามมารร้ายและทรราชย์ของแผ่นดินให้สิ้นซากลงได้ ประมุขหยวนท่านไม่ต่างจากเสาหลักฝ่ายคุณธรรม เมื่อบ้านเมืองเดือดร้อนถึงเพียงนี้จะคิดเอาแต่การข้างตัวเองนั้นสมควรอยู่หรือ”

“ศิษย์มิบังอาจ”

เดิมทีข้าห่วงแต่จะแก้คำสาปออกจากตัว คิดตัดใจละทิ้งวิชาพัดเสี้ยวจันทราโดยมิได้ไตร่ตรองให้ลึกซึ้ง ต่อมาถูกคำอาจารย์ชี้แนะคุณและโทษ จิตใจจึงสับสนปนเป ไม่อาจตัดสินใจให้เด็ดขาดลงว่าจะเอาข้างใดได้ถนัด

“ขณะนี้มิใช่เวลาประมุขท่านจำจะต้องออกปากตัดสินใจ มาตรว่าใช้ความคิดตริตรองให้หนักแล้วจงตอบคำข้าพเจ้าในภายหลัง ทว่ากิจธุระสำคัญคือการชิงสมุดบัญชีจากสำนักพิสูจน์อักษร”

“ขอรับ”



ข้าผลัดผ้าเป็นชุดรัดกุมสีดำ คาดผ้าปิดบังใบหน้าเพียงครึ่งส่วน พบเหลียงไถจิน หลี่ปิงหวน และหวังเป่าเหอ คอยอยู่ตรงบริเวณประตูรั้วด้านหลังหออวี้หงหยวน พอพวกเขาทั้งสามเห็นข้าก็ออกมาจากเงามืด

“ประมุข”

“เตรียมสุรามาหรือไม่” ข้าถามหลี่ปิงหวน เจ้าหนุ่มเจ้าสำราญในคราบนางคณิกาทรวงอกสวยอมยิ้มเอียงอายก่อนจะรับว่าเตรียมมาพร้อมสรรพ

“ขอรับ มีเพียงพอสำหรับพวกเราทั้งสี่คน คนละหนึ่งจอก”

“เจ้าเตรียมจอกมาด้วยหรือ” เหลียงจินถามอย่างสงสัย ปิงหวนพยักหน้าซ้ำยิ้มกวนอารมณ์อีกฝ่าย

“เรียนถามประมุข ไยเราจะต้องตระเตรียมสุราติดตัวไปด้วย การชิงสมุดบัญชีนายเสียงคงเสร็จสิ้นก่อนฟ้าสาง ข้าน้อยคิดว่าจะเป็นภาระเสียเปล่าๆ ขอรับ หากปิงหวนทำขวดหรือจอกสุราหล่นระหว่างทางมิเรียกทหารมารวบตัวพวกเราหรือ” เหลียงจินพูดแย้งตามความคิดเห็นตัวเอง

“เจ้าสบประมาทฝีมือข้าหรือ เหลียงจิน” ปิงหวนถามกลับหน้าตาโมโห

“เอาล่ะๆ เลิกทุ่มเถียง” ข้าออกปากห้ามทัพ “เตรียมไว้ก่อน ข้าไม่รู้ว่าการชิงสมุดบัญชีนายเสียงจะสำเร็จลุล่วงหรือมีอุปสรรคขัดขวางไม่คาดฝัน ฉะนั้นหากจวนตัวใกล้ฟ้าสางแล้วยังไม่สำเร็จ พวกเราทั้งหมดจำเป็นจะต้องดื่มสุราเพื่อกลับคืนร่างบุรุษ อีกอย่างปิงหวนขึ้นชื่อลือชาว่าเป็นหญิงคณิกาละเล่นการแสดงรินสุราโลดโผนผู้หนึ่ง บรรดาแขกต่างตื่นตะลึง ออกปากชมว่าหามีหญิงใดในฉางอันที่จะร่ายรำพร้อมกับถือขวดสุราไปด้วยได้โดยไม่หกแม้แต่หยดเดียว อย่าลืมสิ เหลียงจิน”

ปิงหวนยืดอกดูภูมิใจไม่น้อย

“เรียนประมุข เวลานี้ย่างใกล้ยามจื่อ* ข้าน้อยสืบทราบมาว่า สำนักพิสูจน์อักษรจะมีการผลัดเปลี่ยนเวรยาม เหมาะนักที่จะอาศัยจังหวะลักลอบเข้าไปโดยไม่มีใครผิดสังเกต” หวังเป่าเหอรีบกล่าวแนะ

ข้าพยักหน้ารับทราบ ก่อนจะแตะเท้าเหนือพื้นดินนิดเดียวเพื่อเหาะเหินขึ้นสู่บนอากาศ อาศัยหลังคาบ้านเรือนเป็นเส้นทางทะยานสู่จุดหมาย มือขวาถือกระบี่ มือซ้ายถือพัดสีทองอาวุธคู่กายติดตัวมาด้วย


สำนักพิสูจน์อักษรตั้งอยู่ทิศเหนือของอาณาเขตสำนักศาลยุติธรรม โดยมีกำแพงล้อมรอบทั้งสี่ด้าน เวรยามตรวจตราหนาแน่น ครั้นถึงยามจื่อ เสียงกลองผลัดเปลี่ยนจึงดังขึ้น ข้าอาศัยเงายอดไม้กำบังกาย ระหว่างข้าและผู้ติดตามทั้งสามย่ามใจ ไม่คิดหน้าคิดหลัง ตั้งใจแต่จะทะลวงผ่านเข้าไปในสำนักพิสูจน์อักษรให้ได้ในช่วงสบโอกาส ประจวบกับทั้งหน้าประตูทางเข้าร้างไร้เวรยาม พอเหยียบย่างใช้เหลี่ยมเงาอำพราง ระหว่างเหลียงจินตรวจตรากลไกประตู จู่ๆบานประตูก็เปิดออกเองโดยรวดเร็ว ลูกดอกเกาทัณฑ์พุ่งแฉลบไหล่ซ้ายของข้าสร้างความเจ็บปวด

เหลียงจินรีบคว้าตัวข้าไว้ ภายในปรากฏมีเสียนหย่งเฉิงและมือปราบสามคนยืนคอยอยู่แล้ว

“ไม่นึกว่าแผนล่อเสือออกจากถ้ำจะได้ผล” จิ้งจอกเงินแห่งศาลยุติธรรมชักกระบี่ออกจากฝัก ข้ากุมแผลบนไหล่ซ้าย รู้สึกได้ถึงพิษแผล หลี่ปิงหวนและหวังเป่าเหอชักคมกระบี่ออกป้องกันข้า

“เรื่องสมุดบัญชีปลอมซึ่งข้าฝากคำลวงแม่นางหยวนอวี้ฟ่านไปถึงท่านจริงๆด้วย หยวนหลงซาน”

เจ็บใจนัก ข้าไม่น่าเสียรู้กลกระจอกของไอ้จิ้งจอกเงินผู้นี้เลย ขณะข้าพยักหน้าให้เหลียงจินเป็นสัญญาณถอยหนี ลูกเกาทัณฑ์ก็พุ่งตามมาอีก ดีที่ปิงหวนกับเป่าเหอใช้คมกระบี่ปัดป้องได้ทันควัน

เสียงฝีเท้าทหารมากกว่าหนึ่งกรมกองวิ่งผ่านประตูรั้วเขตสำนักพิสูจน์อักษรเข้ามาพร้อมอาวุธ กระจายตัวล้อมอาณาเขตนี้ไว้ ฝ่ายซ่องสุมซุ่มซ่อนอยู่บนหลังคาก็ขึ้นสายเกาทัณฑ์รอรับคำสั่งจากเสียนหย่งเฉิง

“ยอมมอบตัวเสียเถิด คุณชายหยวน”

ข้าจะไม่ยอมเป็นหนูให้แมวเก้าหางอย่างเจ้าจับได้เด็ดขาด

จู่ๆบังเกิดกลุ่มควันสีเหลืองระเบิดฟุ้งกระจายตลบอบอวลไปทั่ว ลูกเกาทัณฑ์แล่นออกหมายหาเหยื่อ ดอกหนึ่งปักเข้าต้นขาของเหลียงจินจนหลุดคำร้อง

“หยุดยิง”

ข้าได้ยินเสียนหย่งเฉิงออกคำสั่ง

ระหว่างนั้นกลุ่มคนอีกพวกอาศัยหมอกสีเหลืองเข้ามาลักพาตัวพวกข้าออกไปจากสถานการณ์คับขัน เหลียงจินถูกคว้าไปเช่นเดียวกับปิงหวนและเป่าเหอ ส่วนคนที่ช่วยข้าแม้นเห็นเพียงแค่ดวงตาเฉยชา ทว่าผ้าคาดศีรษะบ่งชัดเป็นตราสัญลักษณ์พรรคคมเบญจมาศ เขาพึมพำใส่หน้าข้าว่า

“น่าเบื่อ”



*ยามจื่อ : เวลา 23.00-24.59 น.


*********************************

พูดคุย

:L2: :pig4: :L2:
ขอบคุณขอรับ

งานนี้ต้องเหาะอีกแล้ว  555
งานเหาะก็มา อิอิ

ไหวมั้ยแม่
แม่ไหวอยู่ ขอรับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-03-2020 08:30:38 โดย LoveBlueSky2203 »

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3562
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7727
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-8
เอ้าๆ ยังไงสิ ไมจู่ๆมาช่วยอะ

ออฟไลน์ LoveBlueSky2203

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 177
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +71/-2
    • ข้ามพิภพ
บทที่ 5



“นายหญิง”

ข้าสดับคำร้องดังแว่วมาแต่ไกล ทว่าบาดแผลเกาทัณฑ์ออกฤทธิ์ประดุจเปลวไฟเผาร่าง

อยู่เหมือนตาย ตายเหมือนอยู่
 
พิษจิ้งจอกเงิน  จำไม่ผิดพิษร้ายนี้คิดค้นขึ้นโดยคนผู้ออกคำสั่งยิงเกาทัณฑ์ทำร้ายข้า นามว่า เสียนหย่งเฉิง หัวหน้ามือปราบแห่งสำนักศาลยุติธรรมผู้นั้น

ข้าคืนสติกลับมาจากดินแดนเวิ้งว้าง ใบหน้าสตรีของหลี่ปิงหวนร้อนรนออกนามข้า ภายในห้องเรือนรับรองที่ใดสักแห่งยังมีหมู่คนสวมชุดสีเหลืองอ่อนร่วมอยู่ ข้าหายใจรวยริน จำต้องแสร้งออกชื่อสตรีถามหาเหลียงไถจิน

“จินเหนียงเล่า หลี่เม่ย” ปิงหวนพยักหน้ารับคำ ก่อนจะคืนสีหน้ามิให้ร้อนรนดังเช่นตอนแรก

“จินเหนียงถูกพิษจิ้งจอกเงินดุจเดียวกับนายหญิง ทว่าถูกจุดสำคัญจึงอาการหนักกว่าท่าน เนี่ยหวังกดจุดมิให้พิษแผ่ซ่านอยู่ นายหญิงจงวางใจเจ้าค่ะ”

ข้าจะไม่ให้อภัยเสียนหย่งเฉิงเป็นอันขาด หรือแท้จริงแล้วคนที่ข้าไม่ควรให้อภัย คือข้าหยวนหลงซานเสียมากกว่าผู้ใด ข้ามิได้คิดไตร่ตรองถี่ถ้วนโดยละเอียด อาศัยความมุทะลุหุนหันพลันแล่นตกเข้าไปในหลุมพรางของหย่งเฉิงอย่างคนไร้สติปัญญา หนำซ้ำยังพาสหายร่วมพรรคต้องมาตกอยู่ในอันตรายเช่นนี้ ตำแหน่งประมุขพรรคเสี้ยวจันทราซึ่งข้าได้มานั้นคงเป็นเพราะสืบทอดต่อจากบิดา หาใช่ได้มาเพราะฝีมือไม่ เช่นคำครหาจากพรรคอื่นว่ากล่าวนินทา

ธาตุในกายข้าปั่นป่วนยิ่งกว่าตอนฝึกวิชา ยาแก้พิษคงไม่พ้นอยู่ในมือเสียนหย่งเฉิง ข้าหวั่นเพียงประการเดียวคืออาการของเหลียงจินซึ่งบัดนี้ส่งเสียงคร่ำครวญรวดร้าวนัก

“ข้า...ไม่สมควร...เป็น...”

“คุณชายรอง ข้าน้อยเห็นควรเปิดสระเสี้ยวเบญจมาศเพื่อทุเลาพิษแม่นางทั้งสอง” คนของพรรคคมเบญจมาศผู้หนึ่งออกความเห็น ดวงตาข้าเริ่มพร่าเลือน แลเห็นบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งดำเนินเข้ามาใกล้ข้าและปิงหวน

“เร่งดำเนินการ” คุณชายรองสั่งการเสียงขรึม

น้ำเสียงเดียวกับผู้ที่ช่วยเหลือข้าออกมาจากวงล้อมทหารหลวง

“ไม่จำเป็น” ข้าใช้เรี่ยวแรงที่เหลืออยู่เปล่งวาจาคัดค้าน

บุญคุณต้องทดแทน หนี้แค้นต้องชำระ

ข้าไม่ประสงค์ตกอยู่ใต้บุญคุณผู้ใด เฉพาะยิ่งคนของพรรคคมเบญจมาศ ส่วนหนี้แค้นสำหรับเสียนหย่งเฉิงข้าจะต้องชำระเอาคืนแน่ในภายหลัง

“บัดนี้แม่นางหยวนถูกพิษจิ้งจอกเงิน หากประวิงเวลาให้เนิ่นนานออกไปไม่ถอนออกหรือหาวิธีแก้ไข ข้าน้อยไม่เห็นผลลัพธ์เป็นอื่นนอกจากความตายเท่านั้น” ผู้มีวิชายุทธ์พรรคคมเบญจมาศคนเดิมที่เสนอทางแก้ตอบกลับ

“หลี่เม่ย จงส่งคนกลับไปชิงยาถอนพิษ...”

“สิ้นคิด” เจ้าคุณชายรองสำนักคมเบญจมาศกล่าวเยือกเย็นดูแคลน

“เจ้า...” ข้าพยายามดันร่างสตรีลุกนั่ง หมายจะพิจารณาใบหน้าคนผู้โต้ตอบข้าอย่างไร้มารยาทให้ชัดถนัดตา ทว่าพิษจิ้งจอกเงินกลับสำแดงเดชรุนแรงขึ้น อยู่เหมือนตาย ตายเหมือนอยู่ 

“เช่นนั้นจงปล่อยข้าตายซะ”

“โง่เขลา” เสียงคุณชายรองคนเดิมตะคอกกลับ

“ข้าน้อยมีนามว่า เจิ้งอู๋จิน ตำแหน่งที่ปรึกษาพรรคคมเบญจมาศ” ข้าเห็นหน้าตาบุรุษหนุ่มวัยกลางคนชัดเจนขึ้น เพราะเจิ้งอู๋จินทรุดเข่าอยู่ข้างเตียง “แม่นางหยวนยังมิเคยต้องยาพิษขนานนี้ แรกต้นจะสลบไม่ได้สติเหมือนคนตาย ต่อมาชั่วระยะเวลา 1 เค่อ* จะฟื้นคืนกลับมีชีวิตทว่าเจ็บปวดดุจตายเสมอกัน หลังจากนั้นอีก 1 เค่อจะสลบไม่ได้สติอีกครั้ง วนเวียนเป็นดั่งนี้กระทั่งครบหนึ่งชั่วยามก็จะ...”

“นายหญิง ข้าน้อยเห็นควรเยียวยารักษาตามวิธีของพรรคคมเบญจมาศก่อนเถิด เหตุว่าการณ์จวนตัวนัก อีกทั้งหนทางจะกลับไปชิงยาถอนพิษ ไม่ต่างจากเข้าถ้ำเสือสองซ้ำ กำลังป้องกันคงหนาแน่นยิ่งกว่าเดิมเป็นร้อยเท่าพันทวี” ปิงหวนพยายามเกลี้ยกล่อมข้า สรรพคุณของยาพิษจิ้งจองเงิน ข้าเคยได้ยินเถ้าแก่หลิวผู้ล่วงลับบรรยายให้ฟังอยู่ครั้งหนึ่งซึ่งไม่ต่างไปจากเจิ้งอู๋จินกล่าว

“อีกทั้งสถานที่นี้เรียกขานว่า เฉินชิงหลุน เป็นเรือนรับรองกลางหุบเขาห่างไกลผู้คนของสำนักคมเบญจมาศ ตั้งอยู่ทางเหนือเมืองฉางอันระยะกว่าร้อยลี้ ไม่มีทางที่จะกลับไปชิงยาถอนพิษได้ทันการณ์เป็นแน่” เจิ้งอู๋จินชี้แนะตามตรง “หมู่ข้าใช้วิชากระเรียนเหินหาวจึงหลบหนีออกมาได้รวดเร็ว หากไม่เป็นการรบกวนแล้ววานอวี้ฟ่านท่านรักษาตัวให้หายดีเสียก่อนเถิด”

ข้าทำประหนึ่งมิได้ฟังคำทัดทานก็พยุงกายลุกจากเตียง คิดอาศัยเวลาเพียง 1 เค่อให้เป็นประโยชน์ จึงสั่งการหลี่ปิงหวนทันควัน
“หลี่เม่ยจงเร่งพาข้าและทุกคนกลับอวี้หงหยวน ไยเจ้าจึงปล่อยให้คนนอกลักพาข้ามาไกลถึงเพียงนี้ แล้วพัดทองของข้าอยู่ที่ใด”

ความเงียบปิดปากหลี่ปิงหวนราวกับฝ่ามือ ข้าไม่เห็นอาวุธประจำตระกูลอยู่ในมือซ้าย หลงเหลือเพียงกระบี่คู่กาย อีกทั้งบริเวณโดยรอบก็หาปรากฏว่ามีพัดทองไม่ก็เร่งซักถามซ้ำ นางคณิกาหลี่เม่ยทำแต่เพียงสั่นหน้า ข้าฉุนโกรธอย่างมิอาจระงับความคับข้องไว้ก็ตวาดเอาโดยมิได้เกรงว่าจะมีคนนอกได้ยินสงสัย

“ข้าถามว่าพัดทองประจำตัวข้าอยู่ที่ใด ไยมิเร่งแจ้ง”

คนผู้ยื่นเศษซากพัดทองมาให้คือคุณชายรองตระกูลหยางแห่งเทียนซาน บัดนี้ข้าเห็นใบหน้ารูปงามทว่าสุขุมเยือกเย็นอย่างชัดแจ้ง เมื่อพิษจิ้งจอกเงินผ่อนแรงกำเริบ ก่อนที่ข้าจะกลับมาสำลักเป็นเลือดเปรอะเปื้อนมุมปาก

“ลูกเกาทัณฑ์ซึ่งสาดส่งรุกไล่ นอกจากเคลือบพิษจิ้งจอกเงินแล้วยังชุบเปลวไฟตั้งใจล้างผลาญ หยวนอวี้ฟ่านท่านหมดสติ พัดประจำตัวจึงพลัดหลุดจากมือประจวบกับลูกเกาทัณฑ์เพลิงพุ่งตามมา คุณชายรองหยางทำได้เพียงคว้าเศษซากได้เพียงครึ่งส่วนอันมอดไหม้แต่เท่านั้น” คำเจิ้งอู๋จินเหมือนเร่งยาพิษให้ออกฤทธิ์เร็วกว่าเวลาหนึ่งเค่อ

ข้าประหนึ่งคนไร้สติ อาวุธพัดประจำตระกูลต้องมีอันสูญสลายเพราะความประมาทเลินเล่อเป็นเหตุ ข้าจะมีหน้าไปพบบรรพชนได้เช่นไร ศักดิ์ศรีวงศ์ตระกูลหยวนถูกทำลายลงด้วยน้ำมือข้า ของสำคัญล้ำค่าสูงสุดข้ายังมิอาจรักษาไว้ได้ อยู่ไปก็คงอับอายฟ้าดินให้ผู้คนติฉินนินทา คิดได้เช่นนั้นข้าก็กลับทรุดลงบนเตียงหวังให้พิษจิ้งจอกเงินพรากข้าสู่ความตาย

ฝ่ายหลี่ปิงหวนครั้นเห็นแววตาและหัวอกประมุขพรรคแน่ชัดว่าคิดทำการใด ก็เร่งร้องวอนขอให้เจิ้งอู๋จินช่วยพานายหญิงไปสู่สระเสี้ยวเบญจมาศโดยพลัน
 
“หุบปาก” ข้าออกคำสั่งชัดเจน

โลกนี้ไม่เหลือสิ่งใดให้ข้าสู้ทนมีชีวิตอยู่ได้อีก ผู้อาวุโสและสมาชิกพรรคทั้งปวง หากล่วงรู้ว่าข้าทำสิ่งผิดพลาดใดลงไปด้วยความเขลาและเยาว์วัย หนำซ้ำอาวุธพัดทองประจำตระกูลต้องถูกทำลายเช่นนี้คงเสื่อมความเคารพนับถือ ข้าคงไม่มีหน้าปกครองพรรคเสี้ยวจันทราได้อย่างองอาจอีก ตายเสียดีกว่าอยู่

“ท่านเป็นเพียงสตรี ไยจึงคิดการใหญ่ได้ถึงเพียงนี้” เจิ้งอู๋จินซักกลับรวดเร็ว

“ข้ามิใช่...”

จู่ๆ เจ้าคุณชายรองตระกูลหยางก็พุ่งเข้ามาคว้าเอวช้อนร่างข้าไว้ด้วยสองแขน ก่อนจะใช้วิชายุทธ์เปิดบานประตูห้องรับรอง เหาะเหินทะยานล่องขึ้นสู่อากาศ ข้าดิ้นรนเต็มกำลัง ทว่าอีกฝ่ายทำแต่เพียงใช้สายตาเยือกเย็นบอกให้ข้าหยุดทำกิริยาสะบัดสะบิ้ง เขาขยับกระบี่ในมือเพียงเล็กน้อย รูปรอยค่ายกลก็เปิดออก เบื้องล่างเป็นสระน้ำสะท้อนแสงจันทร์ใสกระจ่าง แวดล้อมด้วยดงดอกเบญจมาศสีเหลืองอ่อน คุณชายรองหยางโยนข้าลงกลางสระน้ำ แม้นไม่ลึกแต่ระยะร่างกายตกกระทบผืนน้ำก็เจ็บไม่น้อย หลังจากหายอาการสำลักน้ำในสระหน้าดำหน้าแดงแล้ว ข้าจึงตะโกนด่าไอ้คนถ่อยที่ยืนอยู่ริมขอบสระโดยมิได้รู้สำนึกถูกผิดในการกระทำเมื่อครู่

“ข้าเจ็บนะ”

“ข้ารู้”

“รู้แล้วไยจึงคิดทำ” ข้าถามกลับรวดเร็ว

“พูดมาก”

คุณชายรองแห่งพรรคคมเบญจมาศผู้นี้ดูภายนอกองอาจรูปงาม มินึกว่าจะมีสติปัญญาเท่าเม็ดถั่วเขียว คงเจรจาว่ากล่าวได้นิดเดียวไม่เกินสองคำ น่าสงสาร

“ข้ารู้ว่าเจ้าคิดด่าข้าในใจ”

ข้าตกตะลึงในคำพูดประโยคยืดยาวของอีกฝ่ายก็ตัดข้อสงสัยเดิมออก อีกฝ่ายจึงกล่าวเสริมว่า

“บัดนี้ครบเวลา 1 เค่อแล้ว และท่านมิได้สิ้นสติตามฤทธิ์แห่งพิษจิ้งจอกเงิน ชี้ให้เห็นว่าน้ำในสระเสี้ยวเบญจมาศสามารถทุเลาอาการได้”

ข้าเพิ่งรู้สึกตัวว่าอาการร้อนดั่งมีธาตุไฟเข้าแทรกทุเลาลงจริงดังว่า แล้วจึงนึกห่วงเหลียงไถจินตามมาก็เร่งถามหา เจ้าคุณชายรองตอบกลับด้วยใบหน้าอย่างไม่รู้สึกรู้สาสิ่งใดๆในโลกหล้า

“หญิงรับใช้ของท่านถูกนำตัวไปสู่สระเสี้ยวเบญจมาศอีกสระหนึ่ง”

ข้าผ่อนลมหายใจดั่งคลายห่วง
 
“แล้วข้าจะต้องอยู่ในน้ำไปอีกนานเท่าใด”

“จนกว่าจะครบเวลา 1 เค่อ สลับขึ้นบกลงน้ำไปจนกว่าจะครบ 7 วัน”

“หนึ่งชั่วยามกระมัง เจ้าพูดผิดหรือเปล่า” ข้าพยายามแก้คำว่า 7 วันอันรับมิได้นั้น

“เจ็ดวันคือเจ็ดวัน”

“เจ็ดก็เจ็ด” ข้าลุกขึ้นจากผืนน้ำเพื่อชี้หน้าให้อีกฝ่ายสงบปาก กระทั่งคุณชายรองตระกูลหยางแห่งเทียนซานต้องรีบหมุนตัวหันหลังให้ข้าอย่างรวดเร็ว

“เจ้าเป็นสตรี ไยจึงไร้ยางอายถึงเพียงนี้”

ข้าหลงลืมว่าตนเองยังครองรูปโฉมเป็นสตรีไปชั่วขณะ จึงเร่งหย่อนกายลงใต้ผืนน้ำ ข้าได้ยินเสียงหลี่ปิงหวนร้องเรียกชื่อข้าแว่วๆมาตามทางเดินหินก็คลายกังวล หวั่นเกรงความลับจะถูกเปิดเผยหากต้องให้เจ้าคนผู้นี้ยืนเฝ้า ก็คิดอุบายไล่ไปให้พ้นทางว่า

“ข้าพเจ้ากำเนิดในตระกูลหยวนแห่งสำนักอวี้หงหยวน ผู้คนในฉางอันล้วนล่วงรู้ดีว่าสถานที่นั้นเป็นหอคณิกาอันดับหนึ่ง สตรีภายใต้สำนักนั้นย่อมมิเกรงกลัวบุรุษใดๆในใต้หล้า แม้นแต่เพียงเผยสัดส่วนใต้อาภรณ์เพียงเท่านี้มีหรือจะล้างอายบนใบหน้าข้าพเจ้าได้ เช่นนั้นหากคุณชายรองหยางมีใจทัศนาเรือนร่างข้าพเจ้าแล้วก็จงยืนดูเถิดอย่าได้เกรงใจ ข้ามิได้ขวยอายดั่งสตรีทั่วไปแม้แต่น้อย”

ยังมิทันสิ้นคำแสร้งเชื้อเชิญ คุณชายรองหยางก็จ้ำพรวดถือกระบี่เหาะเหินหายลับไปในทันที ประจวบกับที่หลี่ปิงหวนมาถึงยังขอบสระพอดี

“ไยเจ้ามิใช้วิทยายุทธ์ตามข้ามา ปิงหวน”

“เรียนประมุข นอกจากข้าน้อยจำต้องปกปิดฐานะตัวตนเดิมแล้ว อาณาเขตเฉินชิงหลุนมีอาคมป้องกันรอบด้าน การจะสำแดงวิชาเหาะเหินเดินอากาศนั้นมิอาจทำได้”

ข้าพยักหน้าเข้าใจ

“ถึงอย่างไรสระน้ำนี้ก็ช่วยรักษาพิษบาดแผลได้จริง ประมุขท่านจงรักษาตัวให้หายดีก่อนเถิดในชั่วระยะเวลาเจ็ดวันนี้ ส่วนเรื่องว่าหากถึงยามอรุณรุ่งแล้วจะแก้ไขประการใดดีนั้น ข้าหลี่ปิงหวนจะลองใช้สติปัญญาคิดแผนการตบตาพรรคคมเบญจมาศ มิให้ฐานะแท้จริงของตัวประมุขท่านเปิดเผยเด็ดขาด”

บัดนี้สติปัญญาข้าอับจนนัก ทั้งต้องมาสูญเสียอาวุธสำคัญประจำตระกูล ทั้งต้องระวังรักษาความลับแห่งคำสาปชายสลับหญิง เจ็ดวันนี้จะหลอกใช้คนพรรคคมเบญจมาศประการใดดีจึงจะปกปิดความลับทั้งปวงได้

“เรียนประมุข”

หลี่ปิงหวนอมยิ้มมีเลศนัย ข้าขมวดคิ้วก่อนถามกลับ หญิงคณิการ่างปลอมจึงพูดเล่นหูเล่นตาว่า

“คุณชายรองตระกูลหยางแห่งเทียนซานผู้นั้น ข้าน้อยได้ยินเจิ้งอู๋จินออกนามว่า หยางเย่ถิง ขอรับ”

ข้ามิได้อยากรู้แต่ประการใด แต่รู้ไว้ก็คงไม่เสียหาย




*1 เค่อ ประมาณ 15 นาที

*******************************************

:3123: :pig4: :3123:
ขอบคุณขอรับ

เอ้าๆ ยังไงสิ ไมจู่ๆมาช่วยอะ
นั่นสิ ทำไมถึงมาช่วยน้า ตอนที่ 5 ก็ยังไม่เฉลยซะด้วย ติดตามต่อไปขอรับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-03-2020 08:43:11 โดย LoveBlueSky2203 »

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด