✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 73 || P.22 ||10.07.2020 ✤
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 73 || P.22 ||10.07.2020 ✤  (อ่าน 23810 ครั้ง)

ออฟไลน์ ป้าหมีโคตรขี้เกียจ

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
ตอนแรกก็ไม่คิดอะไร แต่พอ talk ท้ายตอนนี้ก็เริ่ม เอ๊ะ..นิดนึง ขอเดาบัดเดอร์ข้าวฟ่างว่าเป็นตะวัน ว้อยเช่อไอติมพิมพ์หรูหราอย่างนามบัตร ตะวันแน่ๆ ส่วน2ครั้งแรกน่าจะเพราะนิสัยรวย ไหนๆก็ไหนๆแล้วเทคให้ลูกกระต่ายบ้าง (โมเม้นท์ไม่มีขอชงเองนิดนึงนะคะ) ส่วนตัวร้ายน่ะ ดีแล้วที่หักห้ามใจไว้ได้ทัน อย่าให้มันเกินงามนัก  :katai4:

ข้าวฟ่างก็มี fan girl กับเค้าด้วย อยากเห็นข้าวฟ่างเล่นบาสจัง (☆▽☆)

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2319
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-6
แหมเฮียคะ กลัวน้องโดนตกด้วยของกินแล้วจะปันใจ เลยจะขุนน้องให้อิ่มของตัวเองก่อนเหรอจ๊ะ  แถมมีขนลุกใจสั่นหวั่นไหวแค่โดนน้องลูบต้นขาอีก น่าเห็นใจเฮียจริงๆ   o18

เด็กๆ เล่นบัดดี้ ดูน่าสนุกจังเลย  :katai2-1:

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1140
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-0
นึกภาพตามแต่ละคนใส่สเต็ปเต้นไก่ย่างเต็มที ถ้านั่งดูอยู่ตรงนั้นคือเราขำลืมตายเลย 555555 กองเชียร์ดี ทีมดีก็ชนะอะนะ คิคิ ไปรอชิงเหรียญกันต่อเลย //เกมส์บัดดี้สนุกไปกับเด็กๆเล่นเลย แอบเดากันไปมาก็ไม่รู้จะใช่ที่ตัวเองคิดหรือเปล่า แต่แผนการจะขัดขวางบัดเดอร์ไจ๋ของเฮียคุนดูร้ายกาจไม่เบา จะขุนให้อิ่มแล้วตัวเองจะไปกินแทน ฮอลลลล 5555 เฮียคุนร้ายเงียบนะ แต่ปอนี่จะขัดขวางบัดเดอร์ข้าวฟ่างร้ายแบบแสดงออก คือพอๆกัน 5555 หลอกเทคกันไปมาพอถึงวันเฉลย คงมีเงิบมีฮากันไปอะนะ //ตอนไจ๋อาสานวดให้นี่แบบ  :-[ เกือบทำเฮียตบะแตกอีกแล้ว ยุบหนอทนหนอ 5555555 โอ๊ยยอ่านละขำเด็กๆแต่ละคน ขอบคุณนะคะที่มาต่อ รอตอนหน้าเลยจ้า จะเป็นยังไงกันบ้างทั้งกีฬาสี vs เกมส์บัดดี้เดอร์ พักผ่อนให้เพียงพอ อย่านอนดึกนะคะ  :กอด1: :pig4:  :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ mab

  • ชื่อ mab ไม่ได้ชื่อ map
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 808
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +75/-0
ไจ๋ๆ จะเทคแคร์เฮียคุนด้วยการนวดแบบนี้ไม่ได้นะ เกิดเฮียคุนอดใจไม่ไหวแล้วผิดผีขึ้นมาต้องแต่งงานตั้งแต่ ม.1 จะเรียนไม่จบเอานาาาาา หยอกๆ  555

อ่านตอนนี้ละนึกเอ็นดูไจ๋ที่อิจฉาพีเฉยและข้าวฟ่างอ่ะ อยากจะเป็น 1 ใน 2 คนนั้นแต่อด ดีใจที่ข้าวฟ่างเสียสละให้ น้องรีบดูแลเฮียคุนใหญ่เลย  :mew1:

เราขอเดาว่าบัดดี้ของข้าวฟ่างคือตะวัน  :hao6: อยากให้ปออิจฉาตะวันเพิ่มขึ้นอีก 340 เท่า 5555

ออฟไลน์ piakunaa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 137
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0
มาอวยลูกตะวัน​ ข้อหาหมั่นไส้พ่อใหญ่ค่ะ​ 555​ แต่ใดไคือเราอ่านแล้วเขินตรงที่ไจ๋เอี้ยวตัวไปหาพ่อใหญ่ตอนเชียร์​กีฬาค่ะ​ งื้ออออออออ​ ละมุนจังเลยค่ะ​ ทำไมตอนเราเรียนไม่มีโมเม้นท์แบบนี้บ้าง​ โอ๊ะ​ ลืมไปว่าไม่เคยมีแฟน​

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1809
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0
 :3123:
 :pig4:

ออฟไลน์ Malimaru

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +285/-4
    • facebook
- 70 -


“ปะมึง” คุนเอ่ยชวนตะวันที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดพร้อมเล่นกีฬา

“ต้องกินจริงๆ ใช่ไหมวะ” อดีตหัวหน้าห้องทำหน้าหวั่นใจ เขาเหลือบมองใบหน้าเรียบเฉยของเพื่อนที่เดินเคียงไหล่ด้วยความลังเล อีกไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงให้หลัง ทั้งคู่จะต้องลงสนามแล้ว กระนั้น อุปสรรคที่กั้นกลางระหว่างพวกเขากับเหรียญทองบาสเกตบอลกลับไม่ใช่ทีมคู่แข่ง หากแต่เป็นโควตาไอศกรีมฟรีของขวัญชีวินต่างหาก

เมื่อเช้าข้าวฟ่างบอกกับพวกเขาว่า ‘ไหนๆ ตะวันก็โดดเรียนคาบชุมนุมเป็นกรณีพิเศษแล้ว พวกเรามาเลี้ยงฉลองเรียกขวัญและกำลังใจให้กับนักกีฬาก่อนลงแข่งนัดชิงชนะเลิศกันดีกว่า’ ไม่เท่านั้น เจ้าตัวยังใจป้ำ ออกหน้าแสดงน้ำใจด้วยการใช้บัตรแลกไอศกรีมที่บัดเดอร์มอบให้มายืนยันความตั้งใจอีกต่างหาก ครั้นพอตะวันแย้งว่าควรยกยอดไปใช้บัตรวันหลัง เนื่องจากเย็นวันนี้ เขากับคุนจะต้องแข่งบาสนัดชิงเหรียญทอง ขวัญชีวินกลับส่ายหัวแล้วให้เหตุผลว่า ไม่ชอบความรู้สึกสงสัย อยากพิสูจน์ให้รู้กันไปว่าบัตรเบ่งใช้งานได้จริง หรือที่แท้หล่อนกำลังโดนบัดเดอร์ปั่นหัวอยู่กันแน่

“ถ้ามึงกลัวไม่ไหว ก็อย่ากินเยอะ” แม้จะต้องลงแข่งบาสด้วยกันกับตะวันวาด แต่คุนกลับไม่เข้าถือหาง เข้าข้างอีกฝ่ายด้วยคิดแค่เพียงว่า ถ้าลูกกระต่ายได้กินไอศกรีม เจ้าตัวจะอารมณ์ดี

“กูไม่ได้กลัวไม่ไหว แค่ต้องรีบกินรีบพัก ไม่งั้นจุกตายห่า”

ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวหัวเราะร่วนพลางพยักหน้าอย่างเข้าใจ “ไม่เป็นไร มีกันตั้งห้าคน ช่วยๆ กันกินคงไม่จุกมากหรอกมั้ง”

“อืม” ตะวันวาดคิดเห็นไม่ต่างกันจึงครางรับในลำคอก่อนเอ่ยถามคู่สนทนาด้วยน้ำเสียงสบายๆ “เออ แล้วนี่มึงได้อะไรจากบัดเดอร์ยังวะ”

“ยังเลยว่ะ” คุนไม่ได้รับสิ่งของใดๆ จากคนที่ดูแลเขาเลย แต่แทนที่จะตัดพ้อโชคชะตาแข่งกับปอ เด็กชายกลับไม่ถือสาเก็บมาเป็นอารมณ์ เขารู้ว่าเพื่อนบางคนไม่พร้อมจะเล่นบัดดี้เหมือนกับคนส่วนใหญ่ในห้อง บัดเดอร์ของเขาอาจจะเป็นเพื่อนเหล่านั้นก็ได้ “แล้วมึงอะ”

“กูก็ยังว่ะ” อดีตหัวหน้าห้องยักไหล่พลางหัวเราะอย่างปลงตก นอกจากข้าวฟ่างกับไจ๋แล้ว เขากับสมาชิกอีกสองคนที่เหลือ ล้วนแล้วแต่ไม่เคยได้รับสิ่งของแทนใจจากใครทั้งสิ้น ช่างเถอะ ถึงอย่างไร เขาก็ไม่ใช่คนเดียวที่ต้องแบกรับชะตากรรมบัดเดอร์ไม่เหลียวแลเสียหน่อย

“บัดดี้มึงนี่ใครวะ”

“หืม?” ตะวันวาดตวัดสายตามองหน้าคู่สนทนาด้วยความประหลาดใจ เมื่อกี้เพิ่งคุยเรื่องอื่นอยู่แท้ๆ ใครกันจะคิดว่า อยู่ดีๆ อีกฝ่ายจะโยนคำถามแจ็กพ็อตใส่กันโต้งๆ

แววตาจริงใจของเพื่อนรุ่นพี่ทำให้เด็กชายลังเลใจจนเผลอตัว ใคร่ครวญและชั่งน้ำหนักในใจว่าตนควรเปิดเผยความลับคับอกดีหรือไม่ แต่ก่อนที่เขาจะเปิดปาก คนข้างตัวกลับตบบ่ากันเบาๆ พร้อมกับตัดบทรวดเร็ว “เดี๋ยวกูไปช่วยไจ๋ก่อน”

อดีตหัวหน้าห้องมองตามเงาของทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวที่วิ่งหน้าตั้ง ตรงเข้าไปยังตู้กดน้ำใกล้กับทางเข้าโรงอาหารด้วยความไวแสง ร่างคุ้นตาของไจ๋ที่กำลังยืนกดน้ำเย็นใส่กระติกคือคำตอบของคำถามมากมายที่ว่ายวนอยู่ในสมอง จากนั้นภาพเพื่อนรุ่นพี่ที่ชิงหิ้วกระติกน้ำเข้าไปในโรงอาหารโดยมีไจ๋เดินตามต้อยๆ ก็ทำเอาคนมองส่ายหัวพลางอมยิ้มกับตัวเองอย่างอ่อนใจ...

เฮ้อ ใจคอคุนมันจะไม่ปล่อยไจ๋ให้ทำอะไรเองเลยหรือไง

เด็กชายพ่นลมหายใจยาวพลางปัดคำถามดังกล่าวทิ้งไปจากใจ ชั่วครู่ให้หลัง เขาก็วิ่งเหยาะๆ ตามเพื่อนทั้งสองเข้าไปในโรงอาหารพลางคิดหาวิธีที่จะเทคแคร์บัดดี้ตัวเองให้ดียิ่งกว่าเดิม

“พวกมึงฟังอะไรกันวะ” ตะวันวาดมองหน้าคุนสลับกับไจ๋อย่างงุนงง

ทั้งที่คลาดกันเพียงไม่นาน แต่ทันทีที่ทั้งคู่สบโอกาสใช้เวลาว่างด้วยกันตามลำพังทีไร คุนเป็นต้องหยิบซีดีวอล์กแมนขึ้นมาแบ่งหูฟังข้างหนึ่งกับไจ๋ แล้วนั่งฟังเพลงไปพร้อมๆ กันเสมอ จากที่ไม่เคยติดใจสงสัย แต่พอเห็นไจ๋โยกหัวเบาๆ ไปทางซ้ายทีขวาที จู่ๆ เด็กชายก็เกิดอยากรู้อยากเห็นเรื่องชาวบ้านขึ้นมาตงิดๆ

“พาราด็อกซ์” คนโตกว่าเห็นตะวันทำหน้างงเลยถอดหูฟังส่งให้ “อะ มึงลองฟังดู”

อดีตหัวหน้าห้องค้อมตัวลงมาแล้วเสียบหูฟัง จากนั้นไม่นาน ใบหน้าราบเรียบของเด็กชายก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นยุ่งเหยิง หัวคิ้วทั้งสองข้างกระเถิบร่นเข้าหากัน ดวงตาตวัดมองใบหน้าของทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวสลับกับไจ๋ไม่หยุดคล้ายกำลังมองหาความผิดปกติของทั้งคู่ ที่สุดแล้ว ตะวันวาดก็ทรุดตัวลงนั่งข้างไจ๋ด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ เพราะไม่อยากให้หูฟังหลุดออกจากหูของตัวเองและเพื่อนอีกคน

“มึงชอบเพลงแบบนี้เหรอวะ” ขณะถอดหูฟังส่งคืนให้เจ้าของ ตะวันวาดก็จ้องหน้าเพื่อนรุ่นพี่ด้วยความไม่เข้าใจกึ่งๆ รับไม่ได้ เพลงร็อกจังหวะร้อนแรงแถมคนร้องก็ตะเบ็งเสียงว้ากแข่งกับเสียงกลองดังล้งเล้ง ซ้ำร้ายเนื้อเพลงยังเร่งรัวคล้ายกับบ่นพร่ำ สิ่งที่เขาเพิ่งฟังไปทั้งหมดนั้นไม่ใกล้เคียงกับความไพเราะเลยสักนิด

คุนหัวเราะร่วนด้วยเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำถามเมื่อครู่เป็นอย่างดี เด็กชายกดปิดเพลงแล้วรับหูฟังอีกข้างมาจากมือไจ๋ จากนั้นจึงเก็บเครื่องเล่นซีดีใส่ลงในกระเป๋าเป้พลางย้อนถาม “แล้วมึงชอบเพลงแบบไหน”

“กูชอบโฟร์มด”

“โฟร์มด? โฟร์มดไหนวะ” ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวขมวดคิ้ว หรี่ตามองคู่สนทนาคล้ายกับอีกฝ่ายพูดจาภาษาต่างดาว

“ก็โฟร์มดที่ร้องเพลงเลิฟเลิฟไง... โรคหัวใจกำเริบ เลิฟ ละ ละ เลิฟ เลิฟ เลิฟ ดูสิมันกำเริบ เลิฟ ละ ละ เลิฟ ยู” ร้องไปร้องมาก็ไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากเพื่อนอีกสองคนเสียที อดีตหัวหน้าห้องจึงเขม้นมองทั้งคู่อยู่ชั่วอึดใจ นัยน์ตาว่างเปล่าของคุนกับไจ๋ชวนให้คนมองอ้าปากค้าง ก่อนจะทำหน้าแตกตื่นราวกับเจอสัตว์ประหลาดโผล่ออกมาจากมิติคู่ขนาน “มึงไม่เคยฟังเหรอ เพลงเขาออกจะดัง”

“หึ! ไม่เคยอะ”

“งั้นเพลงนี้อะ... เปลี่ยนกันไหมให้เธอเป็นคนถูกทิ้ง มาเป็นผู้หญิงที่ต้องไม่มี ไม่เหลือใคร”

“กูไม่รู้จักอะ” คนพูดส่ายหัวอย่างจนใจ หนังสือเพลงที่น้าชายซื้อมาให้ ไม่มีเพลงของศิลปินที่เพื่อนนำเสนอ เขาเลยไม่ได้สนใจขวนขวายหาซีดีมาฟัง ดังนั้นต่อให้ตะวันวาดลงทุนร้องเพลงจนครบทุกอัลบั้ม คุนก็ไม่รู้จักอยู่ดี

ไจ๋เห็นทั้งคู่ผลัดกันทำหน้าประหลาดใจระคนสิ้นหวังในรสนิยมการฟังเพลงของอีกฝ่ายแล้วก็แอบขำอยู่คนเดียว แม้ว่าท่าทางทึ่มทื่อของเพื่อนข้างบ้านจะน่าท้อใจ ตะวันกลับยังคงมุ่งมั่น เพียรแนะนำให้เฮียคุนรู้จักกับโฟร์มดให้จงได้ ล่าสุด อดีตหัวหน้าห้องถึงขั้นลงทุนนำเสนอบทเพลงใหม่พร้อมกับท่าเต้นประกอบที่ทำให้เขากลั้นขำจนเกือบเสียอาการ

“เพลงนี้มึงต้องเคยได้ยิน... หายใจเข้าก็เฮ้อเธอ หายใจออกก็เฮ้อเธอ เป็นอะไรมากไหมใจลอยแบบนี้”

“ไอติมมาแล้ว กินกันเถอะ” ขวัญชีวินยิ้มกว้างพลางวางถ้วยไอศกรีมถ้วยใหญ่กว่าปกติสองถ้วยลงตรงหน้าเพื่อน ส่วนปอที่เดินถือไอศกรีมอีกถ้วยหนึ่งตามมาด้านหลังก็หย่อนตัวลงนั่งพร้อมกับถอนหายใจอย่างหนักอก

คุนเม้มปากกลั้นยิ้มเมื่อเห็นสังเกตเห็นสีหน้าเสียเส้นของตะวันวาด เด็กชายรับช้อนพลาสติกคันหนึ่งจากมือข้าวฟ่างพลางเอ่ย “สรุปบัตรนั่นมันใช้ได้จริงๆ ใช่ปะ”

“ใช้ได้สิ ไม่งั้นคนขายคงไม่ให้ไอติมเรามาฟรีๆ หรอก” เด็กหญิงแจกช้อนคันที่เหลือแก่เพื่อนด้วยสีหน้ายินดี ฝ่ายปอนั้นกลับทำหน้าหงิกคล้ายกับมีเรื่องอัดอั้นตันใจอยากระบาย แต่จำเป็นต้องไว้หน้าข้าวฟ่าง เลยได้แต่ถอนหายใจฟืดฟาดพร้อมกับเลื่อนถ้วยไอศกรีมที่ตัวเองถือมาไปตรงหน้าเพื่อนรุ่นพี่

ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวเลิกคิ้วมองเพื่อนรุ่นน้อง ต่อเมื่ออีกฝ่ายพยักหน้าเชิงเชื้อเชิญ เด็กชายจึงจำใจตักไอศกรีมในถ้วยข้างหน้าตัวเองทั้งที่รู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่ตนต้องกินไอศกรีมร่วมถ้วยกับอีกฝ่าย

“ตะวันชอบกินไอติมกาแฟใช่ปะ กินด้วยกันนะ” ขวัญชีวินยังคลี่ยิ้มไม่หุบ

ไม่เพียงแต่ได้กินไอศกรีมฟรี เมื่อครู่นี้ คุณป้าเจ้าของร้านยังเปิดกล่องไอศกรีมรสพิเศษกล่องใหม่ให้หล่อนได้ประเดิมโดยเฉพาะอีกด้วย เด็กหญิงหันไปคุยกับไจ๋พร้อมกับวางถ้วยที่มีแต่ไอศกรีมช็อกโกแลตชิปราดซอสช็อกโกแลตไปวางตรงหน้าเจ้าตัวโดยเฉพาะ “อะนี่ ของไจ๋”

“เอาไว้ตรงนี้เหอะ กินด้วยกัน” ไจ๋เลื่อนถ้วยไอศกรีมไปตรงกลางโต๊ะ เด็กชายกวาดตามองเพื่อนทั้งสี่ด้วยความเกรงใจ จากท่าทีของข้าวฟ่าง ดูเหมือนว่า เขาจะเป็นคนเดียวที่ได้กินไอศกรีมสองลูก ในขณะที่เพื่อนคนอื่นต้องแบ่งไอศกรีมกันคนละครึ่ง ซึ่งนั่นไม่ดีเลย

ขวัญชีวินเลื่อนถ้วยไอศกรีมกลับไปวางหน้าไจ๋พลางเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ “ไจ๋กินเถอะ เดี๋ยวถ้าใครอยากกินก็ให้ตักแบ่งไป”

“กินเหอะ ไม่ต้องเกรงใจหรอก อีกเดี๋ยวพวกเราก็ต้องแข่งแล้ว ขืนกินเยอะไปคงจุกตายพอดี” ตะวันวาดช่วยสำทับทันควัน

ไจ๋สบตากับเพื่อนทุกคนแต่กลับไม่มีใครโต้แย้ง เด็กชายคลี่ยิ้มอย่างขวยเขินพลางยอมรับส่วนแบ่งไอศกรีมที่เยอะกว่าใครมาจนได้ กระนั้น ลึกๆ แล้วเขากลับเอ่ยขอโทษบัดเดอร์ของข้าวฟ่างในใจอยู่นานสองนาน...

ไจ๋ขอโทษบัดเดอร์ข้าวฟ่างด้วยนะ แต่ถ้าไจ๋ไม่รีบกิน เดี๋ยวพี่ไอศกรีมจะเสียใจจนเหลวละลายไม่เป็นทรงไปเสียก่อน

“เมื่อกี้พวกมึงคุยอะไรกันวะ” ปอยังคงหงุดหงิดกับบัดเดอร์ของข้าวฟ่างไม่คลาย เด็กชายเลยเบนความสนใจไปที่สีหน้ากับท่าทางสุดประหลาดของเพื่อนทั้งสามคนที่ตนเห็นเมื่อครู่

“มึงรู้จักโฟร์มดปะปอ” ตะวันวาดเปิดประเด็นอย่างกระตือรือร้น

เจ้าของชื่อเลิกคิ้วมองเจ้าของคำถามอย่างงงๆ “รู้จัก ทำไมวะ”

“มึงชอบโฟร์มดปะ”

“อือ ก็น่ารักดีอะ มีคนไม่ชอบโฟร์มดด้วยเหรอวะ”

อดีตหัวหน้าห้องถอนหายใจกับคำตอบที่ได้ยิน “กูไม่ได้ถามถึงหน้าตาเขา กูอยากรู้ว่ามึงชอบเพลงเขาไหม”

“หึ! ไม่อะ” ปอส่ายหัว “กูฟังเขาร้องเพลงไม่รู้เรื่อง ฟังทีไรนึกว่ายุงมาบินอยู่ข้างหูทุกที”

คุนขำพรืดเพราะเผลอนึกถึงตอนที่ตะวันร้องเพลงให้เขากับไจ๋ฟัง รายนั้นร้องเพลงเสียงเหมือนวัวหิวหญ้าก็ไม่ปาน

“ข้าวฟ่าง เธอชอบโฟร์มดปะ” ตะวันวาดยังไม่ยอมแพ้

ขวัญชีวินเพิ่งตักไอศกรีมเข้าปากไปหมาดๆ เลยได้แต่พยักหน้าหงึกหงัก ทว่าทันทีที่กลืนไอศกรีมเสร็จสรรพ หล่อนก็รีบออกความเห็นด้วยน้ำเสียงมีชีวิตชีวา “ชอบ พี่เราก็ชอบ ทำไมเหรอ”

“เปล่า ไม่มีอะไรหรอก” เนื่องจากข้าวฟ่างยังคงจับจ้องตนไม่วางตาคล้ายกับรอคำอธิบายเพิ่มเติม อดีตหัวหน้าห้องเลยไม่คิดขัดใจหล่อน “คุนมันไม่รู้จักโฟร์มดทั้งที่เขาดังจะตายเนอะ”

“อ๋อ อืม” ขวัญชีวินมองเพื่อนรุ่นพี่สลับกับตะวันวาดอย่างสนใจ เท่าที่ดูจากพื้นนิสัยของทั้งสองฝ่าย หล่อนไม่แปลกเลยเมื่อรู้ว่าพี่คุนไม่รู้จักโฟร์มด อย่างไรก็ดี สำหรับเรื่องนี้ เด็กหญิงเลือกที่จะสวมวิญญาญแฟนคลับสนับสนุนอดีตหัวหน้าห้องมากกว่าจะให้ท้ายทายาทร้านก๋วยเตี๋ยว

เมื่อหาแนวร่วมได้ ตะวันวาดก็หันไปเอ่ยกับคุนอย่างฉะฉาน “เดี๋ยวอาทิตย์หน้ากูจะเอาแผ่นโฟร์มดมาให้มึงฟัง”

“กูต้องฟังเหรอ” คนพูดชี้ตัวเองพลางทำหน้าเหลอหลา อดีตหัวหน้าห้องพยักหน้าอย่างขึงขังจนคุนใจอ่อน “ก็ได้ กูฟังโฟร์มดก็ได้ แต่เพื่อความยุติธรรม มึงต้องลองฟังพาราด็อกซ์ด้วย โอเคปะ”

“โอเค!” เมื่อได้เผยแพร่ผลงานของศิลปินผู้เป็นที่รักสมใจ ตะวันวาดก็เปลี่ยนประเด็นสนทนาทันที “เออข้าวฟ่าง แล้วเธอได้ถามคนขายไอติมหรือเปล่าว่าบัดเดอร์เธอเป็นใคร”

เด็กหญิงพยักหน้าหงึกหงัก “ถามแล้ว ป้าคนขายบอกว่าเป็นเด็กผู้หญิง”

“กูว่าเพื่อนกลุ่มโมชัวร์ เผลอๆ ก็อุ๋มนั่นแหละ” ปอยืนยันสมมติฐานดั้งเดิมของตน เพราะตั้งแต่วันแรกของการเล่นบัดดี้ อุ๋มคือคนเดียวที่เอาของมาให้ข้าวฟ่างเสมอ

“ไม่น่าใช่” ข้อสังเกตของคุนทำเอาเพื่อนทั้งสี่เบือนหน้ามองเขาเป็นตาเดียว “กูว่าอุ๋มน่าจะเป็นคนกลางคอยช่วยทุกคนเอาของไปให้บัดดี้ตัวเอง”

“ไม่จริงอะ” ปอยังไม่ปักใจเชื่อเสียทีเดียว

“ไม่เชื่อมึงก็รอดู” คุนเห็นไจ๋กินไอศกรีมไปครึ่งถ้วยแล้ว จึงไม่ต่อความยาวสาวความยืดใดๆ ซ้ำยังไพล่ไปพูดเรื่องสำคัญกับอีกฝ่ายแทน “เดี๋ยวเสร็จนี่แล้วมึงต้องไปซ้อมเชียร์กับพวกพี่ม.สามใช่ปะ”

“เออ กูกับข้าวฟ่างคงไม่ได้ดูมึงเล่นว่ะ เซ็งโคตร” ปอถอนหายใจ ต่อให้ใจนึกอยากไปให้กำลังใจเพื่อนทั้งสองคนที่ขอบสนามสักแค่ไหน แต่อีกไม่กี่วันก็จะถึงงานกีฬาสีแล้ว มือกลองสำรองอย่างเขาคงโดดซ้อมเชียร์อีกไม่ได้ ข้อดีข้อเดียวของการเข้าซ้อมเชียร์ในวันนี้ คือ ระหว่างช่วงพักซ้อม เขาสามารถขึ้นไปนั่งคุยกับขวัญชีวินได้โดยไม่มีใครหน้าไหนเข้ามาขัด

“ไม่เป็นไร มึงไปซ้อมเหอะ”

ไจ๋กลืนน้ำลายพลางมองข้าวฟ่างกับปอตาปริบๆ อันที่จริง เขาจะต้องไปขึ้นสแตนด์เพื่อซ้อมร้องเพลงกับข้าวฟ่าง แต่เพราะอยากเชียร์เฮียคุนชิงเหรียญทอง เด็กชายตั้งใจเลยจะโดดซ้อมร้องเพลงหนึ่งวัน

“งั้นก็รีบกินกันเหอะ เดี๋ยวมึงกับกูต้องไปวอร์มอัปอีก” ตะวันวาดเร่งทันทีที่สังเกตเห็นว่า บรรดาเพื่อนร่วมสถาบันเริ่มทยอยกันมาเดินป้วนเปี้ยนอยู่ในโรงอาหารคล้ายกับแวะมากินของว่างฆ่าเวลา คาดว่าอีกไม่นานทั้งหมดคงไปรวมตัวกันที่สนามบาสแน่ๆ

•✤•✤•✤•

“มาเฮียคุน ไจ๋นวดให้” ไจ๋ปราดเข้าไปหานักกีฬาที่นั่งยืดขาอยู่กับพื้นแล้วค้อมตัวลงนวดไหล่ให้อีกฝ่ายอย่างตั้งอกตั้งใจ วันนี้เขาแทบไม่ได้เทคแคร์เฮียคุนเลย เมื่อสบโอกาส จึงต้องรีบทำคะแนนให้ข้าวฟ่างเสียหน่อย เดี๋ยวเฮียคุนจะน้อยใจบัดเดอร์เสียเปล่าๆ

“ไจ๋”

“หือ?”

“ถ้าเฮียชนะไจ๋จะมีรางวัลให้เฮียไหม”

เด็กชายเลิกคิ้วมองคนที่เอี้ยวคอหันมามองกัน แม้จะเห็นเพียงเสี้ยวหน้าด้านข้างของอีกฝ่าย แต่ดวงตาคู่นั้นบอกกับไจ๋ว่า เฮียคุนคาดหวังกับรางวัลจากไจ๋มากทีเดียว ที่สุดแล้ว เขาจึงโพล่งออกไปอย่างพาซื่อ “ไจ๋ไม่ได้เตรียมของไว้ให้เฮียคุนละ เลยอะ เฮียคุนอยากได้อะระ ไร”

“ถ้าเฮียชนะ เฮียขอบัตรนวดตลอดชีวิตเลยนะ”

“หืม?” ฟังคำขอของเฮียคุนแล้วไจ๋ก็อดแปลกใจระคนงุนงงไม่ได้ “บัตรนวด?”

ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวยิ้มกว้างพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงน่าฟัง “ก็บัตรแบบที่บัดเดอร์ข้าวฟ่างให้ข้าวฟ่างไง แต่เปลี่ยนจากกินไอติมฟรีเป็นนวดตลอดชีวิต โอเคปะ”

แม้คุนจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการนวดคลายเส้น แต่เขาพอจะบอกได้ว่า เพื่อนข้างบ้านไม่ใช่หมอนวดมือฉมัง ว่ากันตามจริง สัมผัสของเจ้าตัวคล้ายคลึงกับการเกาไปเรื่อยมากกว่า แต่เขาชอบเวลาที่ไจ๋มาคอยป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ ดังนั้นเด็กชายจึงอยากได้หลักประกันว่า แม้จะไม่ใช่ช่วงกีฬาสี บริการเกายุกยิกด้วยอุ้งมือนุ่มนิ่มของลูกกระต่ายจะไม่มีวันหมดอายุ

“นะ ไจ๋ให้เฮียเหอะนะ”

ท่าทางเฮียคุนจะอยากได้บัตรนวดมากกว่าเหรียญทองซะอีกนะเนี่ย

คิดได้ดังนั้น เด็กชายเลยคลี่ยิ้มกว้าง ผงกหัวหงึกหงักแล้วรับคำหนักแน่น “ได้! ถ้าเฮียคุนชนะไจ๋จะให้บัตรนวดเฮียคุนหนึ่งใบ”

คนฟังหัวเราะในลำคอโดยไม่ลืมตอกย้ำใจความสำคัญ “ต้องเป็นบัตรนวดแบบไม่มีวันหมดอายุด้วยนะ”

“อื้อ!”

“ไจ๋นวดให้เรามั่งดิ” ตะวันวาดโผล่มาจากที่ไหนก็สุดรู้ ทว่าอยู่ๆ เจ้าตัวก็เดินทะเล่อทะล่าเข้ามาหยุดยืนดูพวกเขาทั้งสองคนอย่างสนอกสนใจ

“มึงมานั่งนี่มา เดี๋ยวกูนวดให้” คุนเสนอไมตรีพลางตบพื้นข้างหน้าตัวเอง

“ไม่เป็นไร” ว่าแล้ว อดีตหัวหน้าห้องก็ยื่นมือทั้งสองข้างไปนวดบ่าให้ไจ๋ทันที จากนั้นจึงปะเหลาะอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงหวานหู “เรานวดให้ไจ๋แล้ว เดี๋ยวตาไจ๋นวดให้เราบ้างนะ”

ไจ๋หัวเราะจนตาปิด “อื้อ ระ รอเดี๋ยวนะ เดี๋ยวระ เรานวดให้”

แม้จะมองไม่เห็นสีหน้าท่าทางของบุคคลที่สาม แต่พอนึกภาพตะวันวาดลูบหัวลูบหางลูกกระต่ายอย่างถือวิสาสะ ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวก็พลันคิ้วกระตุก เขาไม่รู้ว่าควรแก้ไขสถานการณ์นี้อย่างไรดี ทว่าชั่วขณะที่สมองครุ่นคิดอย่างว้าวุ่นอยู่นั้น จู่ๆ เด็กชายก็พลันนึกขึ้นได้ว่า ตนเองยังถือไพ่ตายอยู่หนึ่งใบ เลยโพล่งขึ้นทันควัน “เมื่อกี้มึงยังไม่ได้บอกกูเลย สรุปบัดดี้มึงนี่ใครนะตะวัน”

“เฮอะ! เรื่องอะไรกูจะบอก เขาไม่ให้บอกคนอื่นโว้ย!”

ไจ๋อมยิ้มเมื่อจับสังเกตความรู้สึกไม่ยินยอมในน้ำเสียงของเพื่อนที่ยืนอยู่ด้านหลังตนได้ชัดแจ๋ว ท่าทางตะวันจะจริงจังกับการเล่นบัดดี้มาก กระทั่งกับเฮียคุน ตะวันยังไม่ยอมบอกเลยว่าบัดดี้เป็นใคร

“กูจับได้พีเฉย มึงอะ...” คนเกิดก่อนชิงลักไก่เผยไต๋ก่อนจะเอี้ยวตัว หันไปเลิกคิ้วมองหน้าอดีตหัวหน้าห้องอย่างจริงจัง “...มึงจับได้ใคร”

“กูไปซ้อมชู้ตลูกดีกว่า... ไปล่ะ!” ตะวันวาดฉีกยิ้มยิงฟันพลางโบกมือหย็อยๆ แล้ววิ่งหนีไปทันที

คุนหัวเราะร่วนด้วยความพอใจ ในที่สุดก็ไม่มีใครมายุ่มย่ามกับลูกกระต่ายของเขาแล้ว!

เมื่อได้อยู่ตามลำพังกับไจ๋อีกครั้ง คนเกิดก่อนก็เอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี “ไจ๋รอดูเฮียนะ วันนี้เฮียจะทำลายสถิติให้ได้เลย!”

ตลอดสี่นัดที่ผ่านมา ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวชู้ตสามแต้มได้สิบลูกตามที่รับปากกันไว้ทุกครั้ง กระทั่งนัดที่แข่งกับตัวเต็งอย่างสีฟ้า เฮียคุนก็รักษาสถิติได้อย่างเหนียวแน่น ทว่าการต้องพ่ายแพ้เพราะลูกโทษจากการทำฟาวล์ก็ทำให้สามสิบแต้มที่เฮียคุนทำได้ไม่เพียงพอกับการเป็นแชมป์กลุ่มอยู่ดี วันนี้สีแดงได้ลงแข่งนัดล้างตากับสีฟ้าอีกครั้ง ไจ๋คิดว่าเฮียคุนคงอยากแก้ตัวพร้อมกับช่วงชิงเหรียญทองมาครองให้ได้

ไจ๋อยากให้ความตั้งใจมั่นของอีกฝ่ายสำเร็จทุกครั้ง จึงพยักหน้าพลางรับคำอย่างเชื่อมั่น “อื้อ!”

•✤•✤•✤•

ออฟไลน์ Malimaru

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +285/-4
    • facebook
“เฮียคุน”

“หือ?”

“ใส่เสื้อดีๆ ก่อนไหม” หลังจากทั้งคู่แยกย้ายกันกลับบ้าน ไจ๋ก็วิ่งหน้าตั้งเอากระเป๋าเข้าไปเก็บพร้อมทั้งเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะรีบกลับมาดูอาการเฮียคุน กระนั้นแทนที่พออาบน้ำแล้ว เฮียคุนจะใส่เสื้อดีๆ เจ้าตัวกลับเปลือยอก นั่งห้อยขาทอดสายตามองเหม่ออยู่ตรงริมขอบเตียง ส่วนเสื้อบอลตัวโปรดก็ถูกทิ้งให้นอนเหงาอยู่บนฟูกนอนตามลำพัง

“ใส่เสื้อก่อนนะ” อาคันตุกะเอ่ยพลางหยิบเสื้อบนเตียงมายัดใส่มือข้างหนึ่งของอีกฝ่ายที่ห้อยอยู่ข้างลำตัว รอแล้วรอเล่า เพื่อนข้างบ้านก็ยังไม่ยอมขยับตัวสักที ไจ๋รู้ว่าอีกฝ่ายเหนื่อยมาก แต่ยิ่งเฮียคุนเงียบแบบนี้ เขาก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจจนไม่อาจนิ่งเฉย

“ไจ๋นวดขาให้นะ” ว่าแล้ว เด็กชายก็นวดต้นขาให้เพื่อนข้างบ้านพร้อมกับปลอบใจอีกฝ่ายไปด้วย “ได้ระ เหรียญเงินก็เก่งละ แล้ว อีกอย่าง เฮียคุนก็ชู้ตได้ตั้งเยอะ”

หลังจากทีมวอลเลย์ชายพ่ายแพ้ให้กับสีฟ้าไปเมื่อวันก่อนแถมทีมบาสเกตบอลหญิงเพิ่งชวดอันดับที่สามไปหมาดๆ ความหวังเหรียญทองของทุกคนเลยย้ายมารวมกันที่กีฬาประเภททีมอีกสองชนิด นั่นคือ บาสเกตบอลชายกับตะกร้อ แต่สุดท้ายพวกเขาก็ยังคงปราชัย คว้ามาได้เพียงแค่เหรียญเงินสองเหรียญเท่านั้น

“เฮียไม่ได้คิดมากเรื่องแพ้หรอก”

“ละ แล้วเฮียคิดอะระ ไรอยู่” ในที่สุด เจ้าถิ่นก็ยอมสวมเสื้อแต่กว่าเฮียคุนจะขยับแขนได้สักองคุลี ไจ๋ก็ต้องกลั้นหายใจสลับกับคอยลุ้นให้อีกฝ่ายใส่เสื้อเสร็จก่อนจะเป็นปอดบวม

“เฮียเหนื่อย” ว่าแล้ว ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวก็อ้าแขนทั้งสองข้างพลางยิ้มเซื่องๆ คล้ายกับคนง่วงนอนให้ลูกกระต่าย “กอดหน่อย”

ไจ๋เห็นดังนั้นเลยลุกขึ้นยืน แล้วสืบเท้าก้าวสั้นๆ เข้าไปหาเจ้าถิ่น ทว่ายังไม่ทันหย่อนตัวลงนั่ง เด็กชายก็ถูกเพื่อนข้างบ้านคว้าตัวเข้าไปกอด เลยต้องทิ้งก้นพาดลงบนหน้าขาของอีกฝ่ายอย่างไม่มีทางเลือก ไจ๋ยิ้มพลางลูบหลังเพื่อนข้างบ้านเบาๆ แบบที่หม่าม้าชอบทำเวลาที่พวกเขากอดกัน

คุนก้มหน้าลงซบบ่าพาดลูกกระต่าย หลับตาสูดดมกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาปรับผ้านุ่มเจือกลิ่นแดดบนเสื้อยืดของไจ๋พร้อมทั้งดื่มด่ำบรรยากาศผ่อนคลาย สงบเงียบเป็นครั้งแรกหลังจากจบเกมในสนาม “เฮียนอนเลยได้ไหม”

“งั้นไจ๋กลับบ้านก่อนนะ เฮียคุนจะได้นอน” คนพูดกำลังจะดันตัวลุกขึ้น แต่กลับโดนสวมกอดแน่นยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำอึดใจให้หลังยังมีเสียงกรนดังสนั่นลั่นอยู่ข้างหู ไจ๋รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังแกล้งกันเลยหัวเราะร่วน “เฮียคุนกรนครอกๆ เหมือนหมูละ เลย”

คุนหัวเราะกับซอกคออุ่น ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ไจ๋”

“หือ?” ไจ๋ก้มลง หมายจะจ้องมองใบหน้าคู่สนทนา ติดอยู่เพียงว่า สิ่งเดียวที่เขาเห็นในเวลานี้คือขวัญบนศีรษะของเพื่อนข้างบ้านนี่เอง ในเมื่อไม่อาจมองหน้า เด็กชายจึงเปลี่ยนเป็นตั้งใจรอฟังคำพูดของอีกฝ่ายอย่างจดจ่อแทน

“เฮียยังจะได้บัตรนวดตลอดชีวิตอยู่ไหม”

จริงอยู่ที่ก่อนหน้านี้ทั้งคู่ได้ทำข้อตกลงร่วมกันว่า บัตรนวดคือรางวัลเสริมนอกเหนือไปจากเหรียญทอง ทว่าตลอดทั้งเกม เฮียคุนตั้งใจเล่นมาก ไม่เคยหยุดวิ่งเลยสักนาที ไจ๋รู้ดีว่าใจจริงเพื่อนข้างบ้านไม่ได้อยากพ่ายแพ้ เพราะฉะนั้น ไจ๋ย่อมไม่มีทางใจร้ายกับอีกฝ่ายได้ลงคอ

“อื้อ! ได้ดิ”

“แล้วถ้าพรุ่งนี้บอลชนะล่ะ ไจ๋จะให้รางวัลอะไรเฮีย”

คราวนี้ไจ๋ถึงกับเอนตัวผละห่างเพื่อมองหน้าคนช่างขอให้เต็มตา ต่อเมื่อเห็นอีกฝ่ายยิ้มแต้ซ้ำยังทำหน้าเป็น เด็กชายก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ พรุ่งนี้พวกเขามีแข่งบอลชิงเหรียญทองแดง แต่กระทั่งเกมที่พวกเขาแข่งด้วยกัน เฮียคุนยังจะทวงรางวัลอีกเหรอ “ถ้าพรุ่งนี้ชนะ เฮียคุนก็ต้องให้ระ รางวัลให้ไจ๋ด้วยสิ”

คนเกิดก่อนแสร้งเบ้ปาก แล้วตำหนิอีกฝ่ายอย่างไม่จริงจังนัก “เดี๋ยวนี้หัดงกกับเฮียเหรอ”

“ก็เฮียคุนงกก่อนนี่!” ไจ๋ประท้วงเสียงหลง ทว่าในจังหวะนั้นเอง อยู่ๆ ก็มีเสียงปิดประตูดังสนั่นมาจากข้างนอกห้อง ไจ๋สะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ จากนั้นทั้งคู่ก็หันมองออกไปด้านนอกประตูเป็นตาเดียว

“ประตูห้องพี่กล้ามั้ง” จากระดับความใกล้ของเสียง ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวเดาว่าเสียงปึงปังนั่นน่าจะเป็นฝีมือของน้าชาย ในระหว่างที่ตั้งข้อสันนิษฐานนั้น หางตาคุนก็สังเกตเห็นเพื่อนข้างบ้านชะเง้อคอยืดยาวพลางจับจ้องไปนอกห้องไม่หยุด เจ้าถิ่นเลยยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ ด้วยหวังจะแหย่ให้อีกฝ่ายตกใจเมื่อหันกลับมาเจอกัน ที่ไหนได้...

“โอ๊ย!”

“ซี้ดดดดส์!”

แทนที่คนขี้แกล้งจะสมใจ เขากลับโดนลูกกระต่ายที่เพิ่งหมดความสนใจจากความเคลื่อนไหวนอกห้องสะบัดกระหม่อมใส่โดยไม่ทันรู้ตัว ซึ่งความที่ทั้งคู่ประมาทกันทั้งสองฝ่าย หน้าผากเนียนของไจ๋จึงกระแทกโดนขมับของทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวแบบเต็มเปา

“เฮียคุนยื่นหน้ามาไมเนี่ย อูยย!” ไจ๋สูดปากพลางถูหน้าผากป้อยๆ คุนเองก็เจ็บตัวไม่น้อยหน้า เด็กชายหยีตามองลูกกระต่ายพร้อมเอ่ยเย้าอย่างฉุนๆ

“ไจ๋นั่นแหละ หันมาทำไมไม่ดูเฮีย ซี้ดส์” ความเจ็บปวดอันน่าขันและกลุ่มดาววิ้งวับซึ่งผุดพล่านขึ้นในม่านสายตาแบบฉับพลันทำให้พวกเขาร้องโอดโอยสลับกับหัวเราะลั่นกันอีกพักใหญ่ๆ เลยทีเดียว

•✤•✤•✤•

“โห่ เหนื่อยจะตายชัก แทนที่จะได้นั่งพัก ดูดิ๊ ต้องมาเก็บขยะงกๆ ” ปอบ่นพลางก้มลงเก็บแก้วพลาสติกใกล้กับฝ่าเท้าอย่างไม่มีทางเลือก เด็กชายหยัดตัวขึ้นยืนตรงพลางเหล่มองข้าวฟ่างที่เข้าไปเก็บขยะตรงใต้อัฒจันทร์กับไจ๋ ก่อนจะหันไปมองเพื่อนอีกสองคนซึ่งกำลังเดินก้มๆ เงยๆ เก็บขยะอยู่อย่างขะมักเขม้นเช่นกัน

ภาพเด็กสีอื่นยืนจับกลุ่มกันถ่ายรูปเล่นโดยไม่เดือดเนื้อร้อนใจ ทั้งยังไม่คิดห่วงใยสิ่งแวดล้อมทำให้เด็กชายหงุดหงิดในความเป็นคนดีมีสำนึกเพื่อส่วนรวมของเหล่าสหาย ทว่าหลังจากยืนถลึงตาจ้องเพื่อนร่วมสถาบันคนอื่นๆ ให้กลับตัวกลับใจ หันมาช่วยกันเก็บขยะอยู่พักใหญ่ๆ เด็กชายก็นึกถึงเรื่องดีงามเรื่องหนึ่งได้พอดี เจ้าตัวจึงเดินรี่เข้าไปหาเพื่อนรุ่นพี่พลางเอ่ยอย่างกระตือรือร้น “พี่คุน”

“อะไร”

“ขอยืมกล้องหน่อยดิ” ปอพยักพเยิดไปที่กระเป๋าเป้บนหลังของคู่สนทนา วันนี้ทั้งวัน เพื่อนรุ่นพี่มักจะหยิบกล้องดิจิตอลคู่ใจออกมาเก็บภาพบรรยากาศในงานเป็นระยะๆ ถ้าเขาจะยืมไปทำเรื่องดีงามสักประเดี๋ยว อีกฝ่ายน่าจะไม่ขัดข้อง

“มึงจะเอาไปทำอะไร” ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวหรี่ตามองเพื่อนรุ่นน้องอย่างไม่ไว้ใจ

“เหอะน่า ยืมหน่อย” เด็กชายส่ายหน้า เสตามองไปทางอื่นอย่างมีพิรุธ ให้ตายอย่างไร เขาก็ไม่มีทางยอมแย้มพรายความตั้งใจออกมาง่ายๆ หรอก!

คุนหรี่ตามองคู่สนทนา สีหน้าท่าทางลุกลี้ลุกลนของอีกฝ่ายยิ่งลดทอนความน่าเชื่อถือของเจ้าตัวลดลงอย่างมีนัย “ถ้ามึงไม่บอกว่าจะเอากล้องไปทำอะไร กูก็ไม่ให้”

“โห่” ปอโอดด้วยสีหน้าเหยเก

ทั้งที่ตั้งใจว่าจะไม่ปริปาก แต่ในเมื่อตั้งใจมั่นว่าจะวิ่งไปถ่ายรูปคนคนหนึ่งให้จงได้ (และแน่นอนว่า หากเขาชักช้ากว่านี้สักหน่อย เวลาอาจไม่คอยท่า) หนำซ้ำเจ้าของกล้องยังตั้งท่าจะมุดเข้าไปช่วยเพื่อนอีกสองคนเก็บขยะใต้อัฒจันทร์ ปอก็ปลงตก ยอมเผยความลับทางราชการอย่างไม่มีทางเลือก “กูจะไปถ่ายรูปเชียร์”

กิจกรรมกีฬาสีเพิ่งปิดฉากลงได้ไม่นาน หลังจากประกาศผู้ชนะรางวัลต่างๆ เชียร์ลีดเดอร์ของแต่ละสีก็ยังคงยืนรวมกลุ่มถ่ายรูปกับพวกหลีดด้วยกัน กระนั้น กลับมีบางคนที่ถูกดึงตัวออกมาถ่ายรูปร่วมกับเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ อย่างเช่นโชติกาที่จนบัดนี้ บรรดากองเชียร์สีชมพูก็ยังคงยืนรุมล้อม รอถ่ายรูปคู่กับหล่อนอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง

“มึงจะไปถ่ายรูปเขาทำไม” คนเกิดก่อนอดสงสัยไม่ได้ พวกเขาไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันแล้ว ถ้าอยู่ๆ ปอไปขอเชียร์ถ่ายรูป อีกฝ่ายจะไม่รู้สึกแปลกๆ หรอกหรือ

“เหอะน่า นะ แป๊บเดียว”

จู่ๆ ความคิดที่ไม่น่าเป็นไปได้ประการหนึ่งก็ผุดขึ้นในหัวคุน แต่พอย้อนนึกถึงประวัติด้านความรักอันโชกโชนของปอแล้ว ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวก็พยักหน้าให้อีกฝ่ายอย่างเสียไม่ได้ “มึงมาล้วงเอา อยู่ในกระเป๋ากูเนี่ย”

สิ้นเสียงเพื่อน ปอก็ฉีกยิ้มกว้างพลางวิ่งถลาเข้าไปเปิดซิปกระเป๋าสะพายของเพื่อนรุ่นพี่ เด็กชายโหย่งตัว ล้วงแขนควานหากล้องดิจิตอลในเป้บนแผ่นหลังอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงใจ หนำซ้ำเจ้าตัวยังมีแก่ใจโวยวายเมื่อพบว่า ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวเอาข้าวของมากมายมายัดเอารวมกันไว้เต็มกระเป๋าไปหมด “โห กระเป๋ามึงทำไมรกงี้เนี่ย”

ปอบ่นไม่ขาดปาก ซึ่งในจังหวะนั้นเอง ผ้าขนหนูผืนที่ไจ๋ใช้เช็ดหน้าหลังจากทั้งหมดแข่งวิ่งเสร็จก็ถูกฉวยติดมือเขาขึ้นมาเสียเฉยๆ “ทำไมผ้าไอ้ไจ๋มาอยู่กับมึงวะพี่คุน”

คุนถอนหายใจกับนิสัยสอดรู้สอดเห็นไม่เข้าเรื่องของเพื่อนรุ่นน้อง “จะเอาไหมกล้องอะ”

“เอาดิ...” เด็กชายหัวเราะแหะๆ ก่อนจะรีบควานหากล้องตรงก้นกระเป๋าแล้วคว้าหมับ “...กูไปเดี๋ยวเดียว เดี๋ยวกูรีบเอามาคืน มึงไม่ต้องห่วง” พูดไม่ทันจบประโยค ปอก็ใส่เกียร์หมาวิ่งหน้าตั้งจากไปทางอัฒจันทร์สีชมพูทันที

“ปอมันวิ่งไปไหนอะ” ตะวันวาดเดินหิ้วถุงขยะเข้ามาหาเพื่อนรุ่นพี่พลางเอ่ยด้วยความสงสัย

คุนมองตามกรอบร่างปราดเปรียวของปอแล้วยักไหล่ “มันไปถ่ายรูป”

พอพูดถึงรูปถ่าย อดีตหัวหน้าห้องก็เอ่ยขึ้นอย่างรวดเร็ว “เออมึง กูอยากได้รูปวันนี้ที่มึงถ่ายว่ะ มึงจะไปอัดรูปเมื่อไรอะ”

“มึงจะเอารูปไหน”

“รูปที่มีกูแล้วก็รูปรวมพวกเราทุกรูปเลย” คนพูดเลื่อนปากถุงขยะในมือเข้าไปใกล้คู่สนทนาคล้ายกับเชิญชวนให้เพื่อนกำจัดขยะที่ถืออยู่ในมือ

“เดี๋ยวกูกลับไปดูก่อนว่ามันเยอะไหม ถ้าไม่เยอะมากกูจะอัดมาให้” คุนทิ้งขยะลงถุงดำก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสบตากับตะวันวาด เอ่ยอย่างจริงจัง “แต่ถ้าเยอะ เดี๋ยวกูให้ที่ร้านถ่ายรูปไรท์แผ่นมาให้มึงแล้วกัน” คุนตั้งใจจะไปอัดรูปไจ๋มาทำอัลบั้มให้เจ้าตัวอยู่แล้ว ดังนั้น การจะทำสำเนารูปภาพเพิ่มสักสองสามชุดจึงไม่ยุ่งยากเท่าไร

อดีตหัวหน้าห้องนิ่งคิดนิดหนึ่งก่อนจะพยักหน้า “เออ เอางั้นก็ได้”

“คุยอะไรกันอะ”

“คุยเรื่องอัดรูปที่คุนมันถ่ายวันนี้อะ” ตะวันวาดออกหน้าตอบคำถามของข้าวฟ่างแทนคุน

“อ๋อ” ขวัญชีวินพยักหน้าน้อยๆ หล่อนเพิ่งเดินออกมาจากใต้อัฒจันทร์พร้อมกับไจ๋ หลังจากทั้งคู่ทิ้งขยะในมือและล้วงเศษขยะชิ้นเล็กๆ ในกระเป๋ากางเกงวอร์มออกมาใส่ถุงดำเป็นที่เรียบร้อย เด็กหญิงก็สังเกตเห็นว่า กำลังพลหายไปหนึ่งหน่วยเลยทักขึ้น “อ้าว แล้วปออะ”

“โน่น อยู่โน่น” คนโตกว่าเอ่ยพลางชี้นิ้วให้พวกเพื่อนๆ มองไปทางอัฒจันทร์สีชมพูที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล

ขวัญชีวินเห็นปอยืนถ่ายรูปกับเชียร์ลีดเดอร์สีชมพูแล้วก็แค่นหัวเราะพลางส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจ เพื่อนคนนี้ถ้าไม่บ่นก็ขยันอู้งานเป็นที่สุด หล่อนปัดเรื่องปอทิ้งไปก่อนจะเอ่ยกับตากล้องมือสมัครเล่นด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พี่คุนจะไปอัดรูปให้ตะวันใช่ปะ งั้นช่วยอัดรูปเผื่อเราด้วยดิ เราอยากได้รูปที่เราถ่ายกับพวกเธอทุกคนอะ”

“ได้ แต่ถ้ารูปเยอะเราจะไรท์แผ่นมาให้แทนนะ”

“ขอบใจมาก”

“พวกเธอเก็บขยะตรงใต้สแตนด์หมดยัง ให้เราช่วยปะ” ตะวันวาดเสนอไมตรีอย่างจริงใจ

เด็กหญิงคลี่ยิ้มพลางเอ่ย “ไม่ต้องหรอก เรากับไจ๋เก็บหมดแล้ว”

“งั้นรอเดี๋ยวนะ เดี๋ยวเราไปบอกพวกพี่ก่อนว่าเก็บขยะเสร็จแล้ว” อดีตหัวหน้าห้องเป็นคนคิดไวแต่ทำไวยิ่งกว่า พอพูดจบ เจ้าตัวก็หมุนตัว วิ่งปรู๊ดเข้าไปหาพี่ม.สามที่กำลังเก็บของอยู่อีกมุมหนึ่งของอัฒจันทร์ทันที เมื่อเพื่อนคนหนึ่งคล้อยหลังไป อีกคนหนึ่งก็กึ่งวิ่งกึ่งกระโดดกลับมาพร้อมกับอารมณ์ที่ดีเยี่ยมผิดกับตอนต้องเก็บขยะลิบลับ

“อะ คืน” ปอเอ่ยพลางหย่อนกล้องใส่ลงในกระเป๋าเป้ของเพื่อนรุ่นพี่พร้อมกับบรรยายความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอกออกมาอย่างลืมตัว “เชียร์แม่งโคตรสวยเลยอะ ยิ่งดูใกล้ๆ ก็ยิ่งสวย”

เห็นข้าวฟ่างมองค้อน เด็กชายก็หุบปากฉับจากนั้นจึงเม้มปากแน่นด้วยกลัวหลุดยิ้ม ปออดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่า อีกฝ่ายน่าจะไม่พอใจหลังจากรู้ว่าเขาไปขอถ่ายรูปคู่กับผู้หญิงคนอื่น ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ใบหน้าแป้นแล้นไม่รู้สำนึกของคนกินแรงต่างหากที่ทำให้ขวัญชีวินเกิดโทสะอย่างมหาศาลอยู่ในเวลานี้

“เดี๋ยวพอตะวันกลับมาค่อยไปล้างมือ ล้างมือเสร็จพวกเราก็ไปรอแม่เธอที่หน้าโรงเรียนกัน” คุนไม่สนใจปอ หันไปเอ่ยกับข้าวฟ่างอย่างรวดเร็ว

“ได้” ขวัญชีวินคลี่ยิ้มพลางผงกหัวรับ “ไหนๆ ก็อยู่ว่างๆ แล้ว ถ่ายรูปกันเหอะ”

เจ้าของกล้องเช็ดมือกับชายเสื้อลวกๆ พลางเอ่ยอย่างยินดี “เอาดิ”

ไจ๋เห็นท่าทีกระตือรือร้นของเพื่อนข้างบ้านแล้วก็อมยิ้ม นอกจากซาวด์อะเบาท์แล้ว ช่วงนี้กล้องดิจิตอลตัวเก่าที่ไจ๋คุ้นเคย ก็ถูกเฮียคุนพกพาไปโน่นมานี่ด้วยตลอด ภาพเพื่อนข้างบ้านชาร์จแบ็ตถ่านทุกๆ เย็นกลายเป็นภาพที่เขาเห็นจนชินตา กระนั้น เด็กชายกลับเพิ่งตระหนักเอาวันนี้เองว่า ทั้งซาวด์อะเบาท์กับกล้องถ่ายรูปของเฮียคุนทำให้ช่วงเวลาน่าเบื่อของพวกเขาผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับติดปีกบิน

วันนี้ทั้งวัน หากไม่นับการลงแข่งวิ่งที่ทำให้หัวใจของไจ๋เต้นไม่เป็นส่ำแล้ว การได้พักถ่ายรูปเล่นกับเพื่อนสลับกับฟังเพลงเป็นระยะๆ ช่วยให้การต้องนั่งร้องเพลงเชียร์อยู่บนอัฒจันทร์ตั้งแต่เช้าจรดเย็นไม่ย่ำแย่จนเกินไปนัก

“ไปไจ๋ ถ่ายรูปกัน” ขวัญชีวินเอ่ยพลางดึงมือไจ๋ให้เดินตามกันไปหยุดยืนตรงขอบสนามโดยมีปอเดินตามไปติดๆ ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวล้วงหยิบกล้องดิจิตอลในกระเป๋าเป้ออกมา เด็กชายเปิดหน้ากล้องแล้วยกขึ้นทาบบนใบหน้าพลางเอ่ยพร้อมกับโบกมือไปทางซ้าย “กระเถิบไปทางขวาหน่อย มุมนี้เงามันตกบนหน้า”

เมื่อเพื่อนทั้งสามคนยืนอยู่ในจุดที่แสงเข้าอย่างเหมาะเจาะพอดี ตากล้องก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “เอานะ... หนึ่ง สอ...”

“อย่าเพิ่ง รอกูด้วย!!” ตะวันวาดตะโกนพลางวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาเหล่าสหาย ทั้งหมดเลยหันไปมองอดีตหัวหน้าห้องเป็นตาเดียวก่อนจะกวักมือเรียกเจ้าตัวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“มาเร็ว!”

สิ้นเสียงเชิญชวน ตะวันวาดก็สไลด์ปลายเท้าเข้ามาหยุดยืนในตำแหน่งที่หมายตาอย่างเหมาะเหม็ง ทั้งห้าถ่ายรูปเล่นกันอีกพักใหญ่ จากนั้นจึงแยกย้ายกันกลับบ้านด้วยความสุขและความทรงจำแสนดีเกี่ยวกับกีฬาสีปีแรกที่พวกเขาได้ใช้เวลาอันน่าตื่นเต้นแกมสนุกสนานไปพร้อมๆ กัน


•✤•TBC•✤•
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-06-2020 13:07:57 โดย Malimaru »

ออฟไลน์ Malimaru

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +285/-4
    • facebook
ใครเป็นสาวกกามิกาเซ่รีบแสดงตัวนะคะเพราะมีคนเปิดตัวนำก่อนแล้ว
นี่แอบกังวลนิดหน่อยว่าหากพระเอกนิสัยรวยเปิดเผยรสนิยมในการฟังเพลงแล้วคะแนนของพ่อคุณอาจตกได้
เรียกว่าหน้าตาหล่อเหลาเข้าขั้นพระเอกยังต้องอาย แต่หัวใจกลับสดใสซาบซ่าสถาบันกามิกาเซ่มาก 555

ตัดภาพมาที่จิ้งจอกเด็กกันบ้างดีกว่าค่ะ (เพราะพักหลังๆ นี่เราแทบจะไม่ได้พูดถึงคุนนานแล้วเนอะ 555)
ตอนนี้ถือว่าได้กำไรไปหลายส่วน เพราะต่อให้พ่อคุณจะไม่ได้เหรียญทองในกีฬาที่ตัวเองตั้งความหวังเอาไว้
แต่กลับได้ทั้งกอดทั้งนวดตลอดชีพอีกต่างหาก (ว่าบาป แต่เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ถ้าได้น้วยไจ๋แบบบุฟเฟ่ต์ทุกวัน
แถมยังทำได้ตลอดเวลา ต่อให้หลังจากนี้จะต้องแบกฉายาตัวร้ายไปจนจบเรื่อง คุนคงไม่คิดอะไรมากแล้วล่ะค่ะ 555)

ใครที่เดาผลบัดดี้อยู่ รบกวนอดใจรอการเฉลยในตอนหน้านะคะ
แอบกระซิบนิดนึงค่ะว่ามีคนทายถูกค่ะว่าใครเป็นคนเทคน้องต่ายไจ๋
อย่างไรก็ดี เราต้องขอโทษด้วยที่เราไม่สามารถลงรายละเอียด เล่าถึงทุกๆ กิจกรรมที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด
เนื่องจากหากเล่าทั้งหมด จังหวะในการดำเนินเรื่องน่าจะอืดกว่านี้เยอะเลยค่ะ
ออกตัวก่อนว่า แม้เราตั้งใจเขียนนิยายเรื่องนี้ในแนว slice of life แต่มันมีจุดที่เราวางไว้คร่าวๆ ว่าจะต้องเล่า
เพราะเกี่ยวข้องกับปมของเรื่อง ส่วนเรื่องไหนที่เป็นประเด็นเล็กน้อยที่แม้ว่าอาจจะดูน่าสนใจ ณ ช่วงเวลานั้นๆ
เราคงต้องขอติดเอาไว้ เก็บเอาไปเล่าในตอนพิเศษแทนนะคะ เพราะฉะนั้น หากใครอยากอ่านเนื้อหาตอนไหน
ที่เราไม่ได้เล่าในเนื้อเรื่องหลัก รบกวนจดเอาไว้ก่อน แล้วบอกกับเราอีกทีตอนท้ายเนาะ
ถ้าเราเขียนได้และมีแรงเขียน เราจะเขียนเพิ่มให้ในภายหลังค่ะ ^_^

ใครเล่นทวิตเตอร์ อย่าลืมติดแท็ก #พิษข้างบ้าน ด้วยนะคะ พวกเราจะได้เม้าท์กันนอกรอบยังไงละเนอะ
เจอกันวันศุกร์ค่ะ บอกก่อนเลยว่าตอนหน้าเราจะมาเฉลยบัดดี้
พร้อมกับโชว์ความเทพของพระเอกนิสัยรวยเพิ่มอีกนิดหน่อยด้วยแหละ!
ทางเข้าเพจเรา (กดตรงนี้ได้เลยค่ะ ^^)

•✤•K.Ac118:•✤•
คือเราอ่านเมนต์ของคุณ Ac118  แล้วประทับใจความแม่ยกเฮียคุนมากๆ คุณ Ac118 ยืนหยัดในทีมตัวร้ายอย่างแข็งแกร่งที่สุดในโลกเลยค่ะ น่ารักมากๆ (เฮียคุนหลั่งน้ำตาด้วยความปลื้มปริ่มแท้จริง 555) คือ ต่อให้คนทั้งโลกจะยี้จิ้งจอกเด็กและปรบมือต้อนรับพระเอกนิสัยรวยกันโครมครามแค่ไหน แต่เจเจ้ก็ยังไม่ไหวหวั่น ให้การสนับสนุนพร้อมทั้งอวยตัวร้ายตลอดๆ ตอนที่แล้วก็ชมเฮียเปาะเลยว่าฟอร์มดี สมศักดิ์ศรีพระเอกของเรื่องไม่พอ ยังไม่ติดใจเรื่องที่เฮียคุนวิ่งเข้าไปช่วยน้องต่ายเสียด้วย (จิ้งจอกเด็กบอกว่า ถ้าอยู่ใกล้กว่านี้ รับรองตะวันไม่ได้เสนอหน้ามาแน่ๆ – แม้จะขอบคุณตะวันที่ช่วยน้องไว้ แต่ลึกๆ คือไม่พอใจนะคะ ไม่งั้นหลังจากนั้น เฮียคุนจะปาดหน้าเค้ก รีบตัดบทสนทนาของไจ๋กับตะวันเหรอ) ส่วนที่วิ่งเข้าไปกอดน้องตอนตะวันทำประตูได้นั้น เราก็ไม่เห็นความจำเป็นที่เฮียคุนต้องทำแบบนั้นเลยค่ะ แต่จิ้งจอกเด็กก็ยังจะทำอยู่ดี - ป้าข้างบ้านถึงกับยกมือปิดหน้าเลยค่ะที่ลูกข้างบ้านดีใจเกินกว่าเหตุมาก 555

ส่วนตอนล่าสุดนั้น... เฮ้อ เราหนักใจกับความหวงลูกกระต่ายของเฮียคุนมาก เพราะแค่น้องจะรับของจากบัดเดอร์ เฮียคุนก็ยังไม่ยอม (โถ สงสารเด็กมันนะคะ อย่างนี้แหละค่ะ ใช้ขนมล่อน้องมาตลอด พอมีคนพร้อมจะเปย์น้องโผล่มาเทียบ ก็มักจะอยู่ไม่สุขแบบนี้แหละ แต่เดี๋ยวพอโตกว่านี้อีกหน่อย เฮียคุนจะเปลี่ยนไปใช้ร่างกายดึงดูดเด็กข้างบ้านแทนแล้วค่ะ เพราะมั่นใจว่าของดีที่พ่อให้มานั้นเด็ดดวง 5555)

ถึงเฮียคุนจะไม่ได้โชว์ความเท่ในตอนล่าสุด แต่ความเก่งกาจและออร่าคนดังก็เริ่มจะฉายแสงแล้วค่ะ ไม่อย่างนั้นพวกกองเชียร์ประจำสีไม่มีทางกรี๊ดกร๊าดเฮียคุนขนาดนี้แน่ๆ รอดูกันเลยค่ะว่าไจ๋จะออกอาการยังไงเมื่อรู้ว่าเพื่อนข้างบ้านกลายเป็นคนดังของโรงเรียนไปเสียแล้ว (ถูมือ รออ่านไปพร้อมๆ กับทุกคนแทบไม่ไหวแล้ว ฮี่ๆๆๆ) แต่เรื่องโมเมนต์พระราชทานนี่ต้องปรบมือให้อาเจ้มือขวามาเฟียมากนะคะ เรียกได้ว่า เฮียคุนจะจดจำการเล่นบัดดี้ตอนม.หนึ่งไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่เลยค่ะ ส่วนเหตุผลเหรอคะ พอคุณ Ac118 อ่านตอนล่าสุด (ด้านบน) จบก็จะน่าจะเข้าใจค่ะ เพราะเฮียคุนได้กำไรจากการเทคแคร์ของข้าวฟ่างมากจริงๆ ค่ะ

ส่วนเรื่องที่ว่าตะวันเป็นบัดดี้ของใคร เราเชื่อนะคะว่าทุกๆ คนน่าจะรู้สึกได้รางๆ แหละว่าตะวันเทคแคร์ใคร ซึ่งนั่นจะส่งผลอะไรสักอย่างกับจิ้งจอกเด็กแน่ๆ ค่ะ (แหม่ ไม่ค่อยจะใบ้เลยเนอะ 555) ในส่วนบัดดี้ของปอ (รวมถึงปอเทคแคร์ใครนั้น) เราขออุ๊บอิ๊บไม่เล่าถึงนะคะ เพราะอาจทำให้เนื้อหาไหลออกอ่าวไทยไปก่อนได้ เพราะถ้าล่องเรือออกทะเลจีนใต้แล้ว ทางเรากลัวใจเป็นอย่างยิ่งว่านิยายเรื่องนี้จะไม่จบภายในสองร้อยตอนค่ะ 555

รักคุณ Ac118 มากที่สุด ป้าข้างบ้านดีใจมากๆ ค่ะที่พวกเรายืนหนึ่งด้านการติ่งตัวร้ายไปด้วยกัน 555
ป.ล. ล่มเรือผีตะวันปอไปได้เลยค่ะ เพราะคนเดียวที่ตะวันจะถูกลากเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย (ทั้งที่ไม่ตั้งใจ) คือไจ๋เท่านั้นค่ะ 555 – งานแกล้งจิ้งจอกเด็กก็งี้แหละนะคะ ต้องอาศัยออร่าพระเอกนิสัยรวยมาช่วยผลักดันเรือหลวงให้แล่นฉิวสักหน่อยค่ะ 5555


•✤•K.kong6336:•✤•
คอมเมนต์ของคุณ kong6336 สะท้อนความรักและความเอาใจใส่ต่อพระเอกนิสัยรวยอย่างแท้จริงค่ะ มีการเรียกกันด้วยความเอ็นดูเสียด้วย พอเหลือบไปดูคอมเมนต์ด้านล่างสุดเกี่ยวกับตัวร้ายแล้วเราก็แอบสงสารเฮียคุนเลยค่ะ โธ่ พ่อพระเอกบุญน้อย ทำอะไรก็ดูจะขวางหูขวางตาพ่อยกน้องต่ายไปเสียหมด 555

ไจ๋สนใจที่ตะวันเล่นหมากรุกเป็นมากกว่าค่ะเพราะเพื่อนใหม่คนนี้ไม่ค่อยบอกว่าตัวเองทำอะไรเป็นบ้าง (ซึ่งน่าแปลกที่ตะวัน มีความสามารถพิเศษซุกซ่อนเอาไว้เยอะมากเลยค่ะ ซึ่งกว่าเพื่อนจะรู้ก็เป็นตอนใกล้มือแล้วทั้งสิ้น - ตะวันก็จะแบบ เอ้อ อันนี้ก็ทำเป็นอะแหละ แค่ไม่ชอบอวดใคร – ความเทพทรูของพระเอกนี้ทำเอาลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยวถึงกับทรุดอยู่บ่อยๆ ค่ะ 555)

ช่วงนี้อากาศแปรปรวน เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝน ถ้ายังไง คุณ kong6336 ต้องดูแลตัวเองให้ดีๆ นะคะ ไว้มาคุยกันอีกน้า!


•✤•K. psychological:•✤•
ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์นะคะ ดีใจทุกครั้งที่ได้อ่านคอมเมนต์ของคุณ psychological น้า!! ดูแลตัวเองด้วยนะคะ ช่วงนี้อากาศผันผวนแถมข่าวคราวต่างๆ ก็ชวนให้เครียดและหดหู่ได้มากพอสมควร เพราะฉะนั้นร่างกายที่แข็งแรงกับจิตใจที่เบิกบานจะช่วยให้เราก้าวผ่านทุกๆ ปัญหาไปได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้นค่ะ ไว้มาคุยกันอีกนะค้า ^_^


•✤K.ป้าหมีโคตรขี้เกียจ:•✤•
ป.ล. ใจเราเองก็อยากให้วาร์ปไปตอนโตเหมือนกันค่ะ เพราะอยากเจอไจ๋ตอนโตมากๆ แล้วเช่นกัน (น้องจะเปลี่ยนไปเป็นผู้ใหญ่แบบไหนนั้น เราเองก็ยังไม่รู้เหมือนกันค่ะ เพราะปมภาคเด็กยังไม่คลายเลย 555 – อันนี้ต้องดูบาดแผลจากภาคแรกก่อนค่ะว่า สิ่งที่เกิดขึ้นตอนท้ายภาคจะหล่อหลอมลูกกระต่ายเวอร์ชั่นไหนออกมา)

โห พอได้อ่านประสบการณ์กีฬาสีของคุณป้าหมีโคตรขี้เกียจแล้วเราก็อดนึกถึงตอนเราเรียนมัธยมไม่ได้เลยค่ะ ทางเราเคยทำแต่พู่ค่ะ ปีแรกๆ มันก็ยังไม่ค่อยสวยค่ะ แต่พอรู้ว่ามีตัวช่วย (เพื่อนห้องเราใช้เข็มหมุดช่วยฉีกพู่ค่ะ พู่ออกมาสลวยสวยเก๋ยิ่งกว่าวิกผมอีกค่ะ พลิ้วมาก 555) ส่วนเรื่องลงกีฬา ตอนนั้นเราเองก็ไม่ค่อยลงเหมือนพวกไจ๋หรอกค่ะ คือ ถ้าเลี่ยงได้คือเลี่ยง เพราะโรงเรียนเรา ในแต่ละสีก็มีคนเยอะค่ะ แต่สุดท้าย ก็โดนพวกพี่ๆ ต้อนขึ้นสแตนด์อยู่ดีค่ะ เพราะเป็นเด็กห้องติ๋ม ไม่ค่อยมีปัญหาอะไรกับใครเขา พี่บอกให้ขึ้นสแตนด์ก็ไปขึ้น เพราะกลัวพี่ดุค่ะ หงอมาก บอกเลย 555 แต่พอขึ้นม.ปลาย เราก็ทำกิจกรรมเยอะมากค่ะ อะไรที่ไม่เคยทำตอนม.ต้น เรียกได้ว่ามาชดใช้กรรมกันตอนม.ปลายนี่แหละค่ะ ทั้งคุมพาเหรด คุมแอโรบิค คุมสแตนด์ ทำทุกอย่างมาหมดแบบไม่ต้องยืมแรงคนนอกมาช่วยเลยค่ะ (โรงเรียนมัธยมเราเป็นโรงเรียนหญิงล้วนค่ะ เพราะงั้น งานสากเบือยันเรือรบนี่ผ่านมาหมดแล้วค่ะ 555) – เอาจริงๆ พอได้คุยเรื่องนี้กับใครสักคน ก็รู้สึกสนุกดีนะคะ ความสวยงามของวันวานนี่ทำให้เราในเวอร์ชั่นผู้ใหญ่ชุ่มชื่นหัวใจดีจังเลยค่ะ 555

กลับไปที่เกมฟุตบอลหน่อยค่ะ – เบอร์สิบไม่ได้เป็นตัวละครลับใดๆ ค่ะ (นี่คือยังเขียนไปไม่ถึงกีฬาสีม.สอง เลยยังบอกไม่ได้ว่าจะเจอเบอร์สิบอีกไหม ที่แน่ๆ คือ ต่อให้สีอื่นมีนักกีฬาฝีมือดี แต่สีแดงของไจ๋เองก็จะเก่งและแกร่งขึ้นเช่นกันค่ะ โดยเฉพาะจิ้งจอกเด็กและตะวันที่จะเทพขึ้นจนกลายเป็นสองหนุ่มสุดฮ็อตของโรงเรียนไปเลยค่ะ - ในที่นี้หมายถึงทั้งฟุตบอลและบาสเลยค่ะ) สำหรับกีฬาบาสนี่ เราแบไต๋ให้คุณป้าหมีโคตรขี้เกียจรู้เลยก็ได้ค่ะว่า เฮียคุนจะเป็นมือปืนที่ครบเครื่องแบบที่ทีมโรงเรียนเสียดายค่ะ เพราะเฮียคุนไม่ไปเป็นนักกีฬา ส่วนตะวันจะเก่งด้าน assist ค่ะ เติมเกมดีมากและถนัดเล่นใต้แป้น พอเจอกับคุนก็จะเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย กลายเป็นคู่หูที่ทำคะแนนให้สีแบบล้างผลาญมากๆ ค่ะ (ไม่ต้องบอกก็พอจะเดาได้ใช่ไหมคะว่าเหรียญทองบาสชายปีหน้าจะเป็นของใคร 555)

ตะวันวาดคือพระเอกที่แท้ทรูของเรื่องนี้ค่ะ ทั้งเรื่องที่ยอมสละตัวไปนอนเป็นเบาะรองให้ลูกกระต่ายจนนิ้วซ้นและอีกหลายๆ เรื่องที่จะได้เห็นกันหลังจากนี้ค่ะ (ทางเดียวที่เฮียคุนจะไม่เดือดร้อนใจกับความดีของตะวันวาด นั่นคือ เฮียคุนจะต้องตาบอดและหูหนวกจนมองอะไรไม่เห็นแล้วเท่านั้นค่ะ 555)

ไม่ทราบทอล์กของเราชี้นำให้คุณป้าหมีโคตรขี้เกียจคิดมากไปหรือเปล่าคะ 555 เอาจริงๆ เราว่า เดี๋ยวพออ่านตอนด้านบนจบ คุณป้าหมีโคตรขี้เกียจอาจจะสัมผัสได้แล้วก็ได้ค่ะว่าตะวันเป็นบัดดี้ของใคร ส่วนประเด็นเรื่องที่คุณป้าหมีโคตรขี้เกียจเตือนๆ ตัวร้ายไม่ให้ล้ำเส้นนั้น ดูท่าว่าจะไม่ได้ผลนะคะ เพราะเฮียคุนใส่เกียร์เดินหน้า หาเศษหาเลยลูกกระต่ายอย่างแน่วแน่แล้วค่ะ 555

ต้องขออภัยคุณป้าหมีโคตรขี้เกียจและคนอ่านทุกๆ ท่านที่รอชมความเท่ของข้าวฟ่าวนะคะ กีฬาสีปีนี้ ทุกคนน่าจะยังไม่ได้เห็นฝีไม้ลายมือของข้าวฟ่างค่ะ ปีนี้ข้าวฟ่างจะปล่อยให้พวกหนุ่มๆ อวดฝีมือกันไปก่อนค่ะ (พอดีอีเวนต์ย่อยอย่างการเล่นบัดดี้ก็น่าสนใจมากๆ เลยค่ะเราเลยจะขอเล่าถึงเฉพาะเรื่องที่เป็นไฮไลท์ของช่วงเวลานี้เท่านั้นค่ะ) รักคุณป้าหมีโคตรขี้เกียจมากนะคะ ขอบคุณกำลังใจ คอมเมนต์และทวิตมากๆ เลยค่ะ เราอ่านทุกๆ ความเห็นของคุณป้าหมีโคตรขี้เกียจ จากทุกๆ ช่องทางแล้วก็ยิ้มแก้มแทบแตกตลอดเลยค่ะ ดีใจจริงๆ ค่ะที่เรื่องราวของน้องต่ายนำพาให้เรามาเจอกัน ^_^


•✤K.วายซ่า:•✤•
ที่คุณวายซ่าเมนต์เกี่ยวกับความเทพทรูของเฮียคุนนี่คืออยากให้รออ่านตอนที่จะลงวันศุกร์ที่จะถึงมากเลยค่ะ เพราะพระเอกนิสัยรวยของเราคือขั้นกว่าของเฮียคุนไปอีกไกลโพ้นเลยค่ะ 555 คนอะไรจะเกิดมาเพอร์เฟกโดยไม่ต้องพยายามได้ขนาดนี้ เราว่าหาได้ยากแล้วล่ะค่ะ (และการได้รู้จักตะวันวาดนี่เองที่ทำให้จิ้งจอกเด็กรู้สึกไม่มั่นคงทางใจมากๆ เพราะกลัวลูกกระต่ายจะเทใจให้พ่อคนดีศรีสังคมอย่างตะวันวาดมาก 555) เพราะงั้น คุณวายซ่าไม่ต้องเหนื่อยดูแลประคบประหงมตะวันมากก็ได้ค่ะ เหนื่อยเปล่าๆ (บอกก่อนว่า ประโยคนี้ตัวร้ายหกสิบกว่าตอนฝากเรามาบอกคุณวายซ่าค่ะ อันนี้เราไม่ได้พูดเองนะคะ 555)

ถ้าอ่านๆ ไป จะสังเกตเห็นเลยว่า เฮียคุนจะต้องอดทนอดกลั้นหนักมากค่ะ เพราะนอกจากน้องต่ายจะช่างเอาอกเอาใจแล้ว หุ่นของน้องต่ายตอนม.ต้นคือนุ่มนิ่มน่าบีบมากค่ะ – เอาจริงๆ ไอ้ความหน้าย้วยสามมิติจากมุมเสยนั้น ถือเป็นคุณสมบัติพิเศษของลูกกระต่ายตอนอวบอิ่มเต็มสูบนะคะ ส่วนตอนโตไปแล้ว น้องจะไม่อวบแล้วค่ะ แต่จะเป็นสายเฮลตี้ที่สัดส่วนใต้ร่มผ้าถูกใจเฮียคุนเป็นที่หนึ่งโดยเฉพาะไฟท้ายที่ทั้งแน่น ทั้งกลมกลึงดึ๋งดั๋งแบบที่เผลอเป็นไม่ได้ ต้องแอบมองตามตลอดเวลาน่ะค่ะ (อู๊ย ไม่ต้องห่วงเลยนะคะว่าน้องจะไม่แซ่บตอนโต ลำพังแค่หุ่นน้องก็ทำลูกข้างบ้านท่องยุบหนอพองหนอได้วันละหลายๆ รอบเลยค่ะ 555)

การละเล่นบัดดี้จะจบในตอนหน้า (ที่จะลงวันศุกร์ค่ะ) เพราะงั้นยังมีเวลาให้รอลุ้นกันอีกนิดนึงเนอะ ^_^
รักคุณวายซ่ามากค่ะ อย่าลืมดูแลตัวเองด้วยน้า ถ้าต้องออกไปข้างนอกก็อย่าลืมพกร่มและหน้ากากสำรองไปอีกสักอัน เผื่อจะได้มีเปลี่ยนถ้าเปียกค่ะ ไว้มาเจอกันอีกน้า!


•✤•K.blove:•✤•
ไหนๆ ก็ลงเรื่องกีฬาสีจนจบแล้ว เราขอสปอยล์ย้อนหลังนิดนึงว่า ผลการแข่งขันกีฬาในปีแรกนี้ สีของพวกไจ๋ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไรค่ะ สิ่งเดียวที่ไจ๋และเพื่อนๆ เก็บเกี่ยวมาได้คือความทรงจำที่มีร่วมกันค่ะ เรียกได้ว่าเป็นปีแรกที่ได้ทำกิจกรรมหลายๆ อย่างไปควบคู่กับการเรียน แถมยังได้เล่นบัดดี้ด้วย ทุกอย่างเลยสดใหม่และสนุกมากๆ ส่วนเหรียญทอง นี่รอตอนม.สองนะคะ รับรองว่าเฮียคุนกับตะวันจะพาสีแดงทะยานติดหนึ่งในทีมที่เก็บเหรียญรางวัลมาได้เยอะเป็นอันดับต้นๆ ของโรงเรียนเลยค่ะ ^_^

ตอนพวกเด็กๆ เต้นเพลงไก่ย่างคือสุดทุกคนค่ะ มั่นใจว่าที่คุณ blove บอกว่าน่าจะขำมากๆ นั่นน่าจะเป็นจริงนะคะ เพราะไจ๋นี่คือดาวเต้นตัวจี๊ดเลยค่ะ (ตอนเรียนประถมที่ต้องไปเต้นแอโรบิค ไจ๋คือใส่เต็มมากนะคะ 555) ส่วนการเล่นบัดดี้ของเด็กๆ นี่ เราบอกได้คำเดียวว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้าค่ะ เฮียคุนที่ว่าเจ้าเล่ห์น่าจะเจอคู่ปรับสมน้ำสมเนื้อนะคะ เพราะบัดเดอร์ไจ๋ก็ไม่เบาค่ะ (อดใจรอตอนหน้านะคะ เราจะเฉลยให้รู้กันแล้วค่ะว่าใครที่แอบเทคแคร์ไจ๋อยู่ลับๆ - เอ หรือไม่ลับหว่า 555) ส่วนปอนั้น เฮ้อ... ปล่อยไปค่ะ ต้องให้หัวหกก้นขวิดสักหน่อย ปอจะได้รู้ว่า ควรอยู่เฉยๆ ไม่ต้องเต้นแร้งเต้นกาให้เหนื่อยยังจะดีเสียกว่า เพราะไม่เสียหน้าและไม่เสียฟอร์มด้วย 555

ตอนไจ๋นวดให้เพื่อนข้างบ้านยังมีให้อ่านอีกหนึ่งตอนนะคะ (ตอนล่าสุดที่เพิ่งลงไปนี่แหละค่ะ) แต่ผลพวงจากการนวดที่ต่อยอดไปเป็นการกินเต้าหู้กันในมิติอื่นๆ นั้น งอกเงยมาให้เห็นวี่แววแล้วค่ะ และต่อไป เฮียคุนจะใช้สิทธิของตัวเองอย่างเต็มที่ด้วยค่ะ 555 – ความเจ้าเล่ห์ของพระเอกเรื่องนี้ เรียกได้ว่าจัดเต็มทุกเม็ดค่ะ 5555

เราว่าตอนนี้คุณ blove น่าจะได้รู้ผลลัพธ์ของการแข่งขันกีฬาแล้วเนอะ ส่วนผลของการเล่นบัดดี้ต้องรออ่านตอนหน้าค่ะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจและคอมเมนต์ที่มีให้กันเสมอๆ นะคะ เราดีใจทุกครั้งที่ได้อ่านคอมเมนต์พร้อมทั้งได้ตอบจดหมายน้อยของคุณ blove ค่ะ เราจะดูแลตัวเองให้สมกับความห่วงใยของคุณ blove ที่มอบให้มานะคะ คุณ blove เองก็ต้องดูแลตัวเองดีๆ นะคะ รักนะคะ จุ๊บๆๆๆๆ!


•✤•K.mab:•✤•
งือ ดีใจแทนเฮียคุนจริงๆ ค่ะที่คุณ mab ยืนหยัดเคียงข้างจิ้งจอกเด็ก (แอบยกผ้าเช็ดหน้าซับหัวตาด้วยความปลื้มปริ่ม) เฮียคุนคือคนเก่งฟ้าประทานที่แท้ค่ะ (ถ้าไม่เหลือบไปดูตะวันวาดนะคะ รายนั้นก็เก่งกาจใช่ย่อยเหมือนกัน 555)

ตอนช่วยไจ๋ ตะวันไม่ได้คิดเรื่องจัดระเบียบร่างกายค่ะเพราะเหตุการณ์ค่อนข้างกะทันหัน ตอนล้มเลยมือซ้นไปโดยปริยาย แต่ความที่อยากเล่นบอลต่อ เลยไม่ได้เอามาเป็นประเด็นเพราะไม่อยากเปลี่ยนตัวออกก่อน (ถ้าว่ากันตามจริง ต่อให้แคนรู้ว่าตะวันนิ้วซ้น ก็อาจจะไม่ปล่อยตะวันออกเพราะตะวันเล่นบอลเก่งมากจริงๆ ค่ะ ติดอยู่อย่างเดียวว่าโดนเบอร์สิบปาดหน้าเค้กจนไม่อาจโชว์ความเจ๋งได้เต็มๆ ค่ะ) เพราะฉะนั้น ที่คุณ mab สรุปเกี่ยวกับจำนวนพระเอกในเรื่องนี้ เราว่าใกล้เคียงนะคะ ส่วนที่ยอกว่าปอเป็นตัวร้ายนั้น เราเองก็ไม่ติดเช่นกันค่ะ 555 (ข้าวฟ่างเองก็สนับสนุนแนวความคิดนี้เหมือนกันค่ะ 55)

เอาจริงๆ เรื่องความสำเร็จในการเล่นบาสของเฮียคุนนี่ อ่านจากตอนที่เพิ่งลง เราว่าคุณ mab คงรู้แล้วแหละเนอะว่าผลของความพยายามยังไม่ตอบแทนเฮียคุนเท่าที่เฮียคุนต้องการค่ะ แต่ไจ๋ชดเชยให้เฮียคุนแล้วนะคะ เชื่อได้เลยว่า ต่อให้ไม่ได้เหรียญทอง เฮียคุนก็ยังรู้สึกว่าคุ้มมากอยู่ดี 55

มาที่ตอนล่าสุดกันมั่งเนอะ ^_^ ไจ๋นี่คือไม่รู้เลยค่ะว่าการนวดเฮียแบบนี้เป็นหนทางนำไปสู่การเสียเปรียบแท้ๆ เพราะถ้าคุณ mab ได้อ่านตอนล่าสุดแล้ว คุณ mab ก็น่าจะเดาออกนะคะว่าหลังจากนี้ น้องต่ายคงโดนเฮียคุนกินเต้าหู้เป็นประจำแน่ๆ แถมไปๆ มาๆ แค่นวดยังไม่พอยังโดนอุ๊บอิ๊บกอดเอาเสียอีก – นี่ถ้าประตูห้องพี่กล้าไม่ดังขัดจังหวะ เราล่ะไม่อยากจะคิดเลยว่าการกอดจะไปลงเอยที่อะไร (อิอิ)

เราว่าข้าวฟ่างคือแม่ยกคุนไจ๋ในเรื่องนะคะ 5555 ถือเป็นเทพอุ้มสมให้สองคนนี้จริงๆ เพราะลองว่าเป็นคนอื่น ไม่น่าจะเตะหมู (ไจ๋) เข้าปากหมา (จิ้งจอก) แบบนี้แน่ๆ ยิ่งถ้าเป็นตะวันยิ่งไม่มีทางเลย 5555 ส่วนที่คุณ mab ทายเรื่องบัดเดอร์ของข้าวฟ่าง เราคงต้องรบกวนให้รอดูเฉลยตอนหน้าค่ะ (ซึ่งไม่ว่าใครจะเป็นบัดเดอร์ของข้าวฟ่างก็ตาม ปอก็จะยังเป็นหมาบ้าใส่ตะวันวาดอยู่ดี 5555)

รักคุณ mab มากที่สุดเลยค่ะ รักนายท่านทุกตัวด้วยนะคะ โดยเฉพาะน้องไจ๋ตัวขาวที่กระโดดดึ๋งๆ ไปมาอย่างน่าเอ็นดูเป็นที่สุด (นายท่านลายส้มไข่เต่งเราก็รักมากค่ะ อิอิ)
 

•✤K.แป้ง/Alternative:•✤•
พระเอกเรื่องนี้เรียกได้ว่าเสียเหงื่อเพื่อได้ใจลูกกระต่ายเลยค่ะ เพราะที่ลงทุนเล่นกีฬาอย่างหนักก็เพื่อรำแพนขนอวดว่าที่แฟนในอนาคตแท้ๆ (ล้อเล่นนะคะ เรื่องจริงคือเฮียคุนตั้งใจเล่นกีฬาทุกอย่างจริงๆ นั่นแหละค่ะ แต่เล่นแล้วปังมาก ปังจนกลายเป็นคนดังไปเลย – ซึ่งออร่าคนดังนี่เองที่จะเร่งปฏิกิริยาบางอย่างจนเพื่อนข้างบ้านออกอาการผิดปกติในไม่ช้าค่ะ อิอิ)

ถึงตะวันจะยังไร้คู่ แต่เชื่อเรานะคะ...กว่าคุณแป้งจะได้ใจตะวัน คุณแป้งต้องเดินไปรับบัตรคิวตรงสองคุ้งน้ำเจ้าพระยาข้างหน้าเลยค่ะ เพราะแม่ยกตะวันอื้อซ่ายิ่งกว่าต้นหญ้าในสนามราชมังคลาฯ อีกค่ะ 555 รักคุณแป้งมากนะคะ ดูแลตัวเองดีๆ น้า เรารู้ว่าช่วงนี้คุณแป้งยุ่งๆ แต่อย่าลืมแบ่งเวลาดูแลตัวเองดีๆ น้า จุ๊บๆๆๆๆ


•✤•K.piakunaa:•✤•
ความแอบแต๊ะอั๋งหลานไจ๋ของพ่อใหญ่นั้นเป็นภารกิจหลักเหนือจากการเล่นกีฬาค่ะ 555 (พอพูดแบบนี้แล้วดูเหมือนเฮียคุนเป็นตาแก่หื่นๆ เลยนะคะ 555) ส่วนตะวันนั้น อันนี้เราไม่ต้องถามตะวันเลยค่ะว่าตะวันอยากเป็นพระเอกไหม เพราะตะวันเป็นพระเอกนิสัยรวยของเรื่องนี้ไปแล้วค่ะ 55555

ตอนล่าสุดตะวันแทบไม่ได้ฉายแสงพระเอกเลยค่ะเพราะเฮียคุนปาดหน้าเค้กตลอดๆ 555 แต่นี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพอตะวันเผยรสนิยมในการฟังเพลงแล้ว คุณ piakunaa จะยังชูป้ายไฟเชียร์ตะวันอยู่ไหม (ส่วนตัวเราคิดว่ากามิกาเซ่น่าจะเป็นความชอบเฉพาะกลุ่มอยู่เหมือนกันค่ะ คือ ถ้าไม่ชอบ ไม่สนใจ ก็น่าจะไม่ชอบไปเลย เราเลยแอบกลัวนิดๆ ว่าตะวันจะเสียฐานเสียงสำคัญๆ ไป 555) อย่างไรก็ดี เราเองก็ชอบตอนที่ไจ๋หันไปกระซิบกระซาบคุยกับพ่อใหญ่เหมือนกันค่ะ รู้สึกเป็นความใกล้ชิดแบบที่ทั้งคู่ไม่รู้ตัวดีจังเลยเนอะ ^_^

ป.ล. ตอนเราเล่นบาส เราไม่เคยทำแต้มได้เลยค่ะเพราะพอวิ่งนานๆ แล้วเราเหนื่อยจนชู้ตไม่แม่นไปเลย 555 รักคุณ piakunaa มากนะคะ ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา อย่าลืมดูแลตัวเองดีๆ นะคะ!!


•✤K. narongyut:•✤•
เราชอบในการยืนหนึ่งทีมไจ๋ของคุณ narongyut มากเลยค่ะ ไม่ว่าใครจะทีมตัวร้ายหรือทีมตะวัน แต่คุณ narongyut ก็จะอยู่เคียงข้างน้องต่ายเสมอ แถมยังคอยเป็นห่วงน้องที่ต้องตกเป็นเหยื่อของจิ้งจอกเด็กตลอดๆ เสียอีก คือ คุณ narongyut น่ารักมากๆ เลยค่ะที่คอยเป็นห่วงเป็นใยน้องต่ายตลอดเวลาทั้งๆ ที่เฮียคุนก็มักจะหาโอกาสลวนลามน้องตลอดๆ ขอบคุณสำหรับความเห็นนะคะ ไว้กลับมาคุยกันอีกน้า!!


•✤•K.งงปะ:•✤•
อ่า เราขอยังไม่เฉลยเรื่องบัดดี้ตอนนี้นะคะ รออ่านตอนหน้าเอาเนอะ (เสหลบตา ไม่กล้ามองหน้าคุณงงปะ 555) พอเด็กๆ เริ่มโต โมเมนต์ที่เหล่าแม่ๆ เฝ้ารอกันมาเนิ่นนานก็จะมีให้ได้อ่านกันเรื่อยๆ ค่ะ (นี่ไม่กล้าคิดเลยว่าก่อนจบภาค จะมีคนบ่นกับเราไหมนะว่าอ่านฉากวูบวาบเบื่อแล้ว อยากอ่านฉากธรรมดาๆ บ้าง 555) รักคุณงงปะนะคะ ช่วงนี้ฝนตกวันเว้นวัน ยังไงก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีๆ น้า!!!


•✤•K.AkuanaPink:•✤•
ขอบคุณนะคะที่แวะมาทักทายกัน  :กอด1:

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-06-2020 06:06:36 โดย Malimaru »

ออฟไลน์ narongyut

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 93
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-0
 :mew4: :mew4: :mew4: :mew4: พระเอกตะวันมาในแบบนักสืบ ปอยังไงก็ยังเป็นปออยู่เหมือนเดิมเฮ้อออปอเอ้ย สาวสวยข้าวฟ่างยังเป็นกลางอยู่เสมอครับ แล้ว มาที่ตัวร้ายจิ้งจอกเด็กนี่จะให้น้องต่ายน้อยอยู่ในอ้อมกอดของตัวเองทั้งชีวิตเลยหรือไง แผนสูงขึ้นมากเลยจิ้งจอกเด็ก น้องต่ายน้อยสู้ๆนะครับ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 70 || P.21 ||29.06.2020 ✤
« ตอบ #609 เมื่อ: 29-06-2020 20:37:33 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Ac118

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 754
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-0
พระเอกเรื่องนี้เป็นสาวก กามิกาเซ่ โอ้ยยจิ้งจอกตัวร้ายข้างบ้าน รู้สึกคูลขึ้นมาทันที 555555555

แหมมม เฮียกีฬาไม่ชนะแต่เรื่องเก็บแต้มน้วยเจ้าก้อนกระต่าย นี่ไม่มีพลาดเก็บทุกเม็ด! ออดอ้อนขอกอด (กรอกตามองบนเป็นเลขเก้าไทยแปดแสนตลบ) ตะล่อมให้ลูกกระต่าย มานวดมาเกายุกยิก นัวเนียใกล้ตัวเฮียสำเร็จจนได้! ไม่ธรรดาจริงๆค่ะหัวหน้า สาบานว่ายังไม่รู้ใจตัวเองนะ ทำไปตามสัญชาตญาณ หวงกระต่ายในปกครองล้วนๆ เกือบได้จุ๊บแจ้มไปด้วย อด เจ็บ! สะได! :laugh:
โอ้ยย แล้วเผลอนิดเดียว เพื่อนนิสัยรวยมานวดมาน้วย มาจับกระต่ายของเฮียได้งัย เลิ่กลั่กหาทางเขี่ยตะวันทิ้งแทบไม่ทัน55555
//พระเอกมือไวไม่แพ้ตัวร้าย ตีมือๆ น้วยไจ๋กันเก่งไปแล้ว!

ตะวันบัดดี้ของไจ๋ที่ทายไว้ ใช่แน่ๆ รอเฉลย รอเฮียข้างบ้านปั่วป่วนใจ  //ทีมตัวร้าย ที่พร้อมจะขำกลิ้งเมื่อเฮียแดดิ้นเลิ่กลั่ก  :hao7:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-07-2020 11:46:21 โดย Ac118 »

ออฟไลน์ ป้าหมีโคตรขี้เกียจ

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
เค้าว่ากันว่า คนแก่ชอบพูดถึงอดีต...สงสัยจะจริงนะคะ  :laugh:

สมัยเราม.1 ต้องD2B ดังเป็นพลุแตก เพื่อนผู้หญิงผู้ชายรู้จักหมด แต่พวกผู้ชายก็จะมาแขวะๆนิดนึงว่าพวกผู้หญิงก็แค่กรี๊ดที่เค้าหล่อ แต่ตัวเองน่ะไปหัดเต้นหัดร้องเพลงD2Bอยู่หลังห้อง โด่วววว

อะไรคือการขอให้นวดไปตลอดชีวิต ทำไมร้ายกาจแบบนี้ ไอ้ท่าทีหมดแรงซึมกะทือนั่นละครใช่มั๊ย ละครใช่รึเปล่า หลอกกอดไจ๋แน่ๆ  :angry2: ตัวร้ายก็เป็นตัวร้ายวันยันค่ำ หึ! โมเม้นจะแอบจุ๊บแบบให้ไจ๋หันมาแล้วแก้มชนปาก ปากชนปาก ฝันไปเถอะ!

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1140
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-0
น่ารักกันจริงๆเล้ยเด็กๆกลุ่มนี้ ไปไหนทำอะไรก็ทำด้วยกัน ยกเว้นบางคนจะแอบอู้ ใช่ไหมปอ 555 ฟังเพลงเล่นกีต้าร์แล้วก็มาเล่นกล้องใช่ไหมเฮียคุน เป็นหนุ่มสุดชิคดีแท้ ว่าที่แฟนไจ๋ทำไมเท่ห์งี้อะ แถมเจ้าเล่ห์สุด 555 เวลาเฮียคุนแกล้งนอยล์ๆลูกกระต่ายมีอันต้องปลอบ เวลานี้จะขออะไรให้หมดเพื่อเอาใจ แจกบัตรนวดตลอดชีพไปอี๊ก ว่าที่แฟนเฮียคุนทำไมน่าเอ็นดูงี้อ่ะ 555 งานกีฬาสีก็จบลงไปแล้วพร้อมกับกระชับมิตรภาพระหว่างเพื่อนตลอดการแข่งขัน อีกไม่นานก็จะขึ้นชั้นใหม่แล้ว จะเฝ้าตามดูเด็กๆโต อ่านไปอมยิ้มไปจนปวดแก้ม 5555 ขอบคุณนะคะที่มาต่อ ตอนหน้าจะเป็นยังไงกันบ้าง ได้บัดดี้บัดเดอร์เป็นใครมั้ง อยากรู้แต่ไม่อยากเดา 555 ตอนที่ปอบอกว่าฟังเพลงโฟร์มดแล้วเหมือนยุงบินใกล้หูนี่ ขำกร๊ากเลย รู้สึกว่าตอนนั้นตัวเองก็จะประมาณนี้นะ 5555555 คนชอบก็ชอบ ไม่ชอบก็คือประมาณนั้นแต่ว่าก็รู้จัก ชอบอย่างเสือ ธนพล พลพล หินเหล็กไฟจะไปแบบโทนๆนี้ น่ารักๆคิขุๆนี่ไม่ค่อยฟังเท่าไหร่ 5555 ฝนก็ชอบตกตอนเลิกงาน พกร่มด้วยนะคะ เดี๋ยวเป็นหวัด วันนี้ถูกหวยสามตัวตรงนิดหน่อย อยากเลี้ยงขนมลูกกระต่ายและเพื่อนๆเลย 555  :กอด1: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2319
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-6
อุ๊ต๊ะ....พ่อคุณตะวันวาดชอบโฟร์มด แถมเต้นได้ด้วย แบ้วมากค่ะลูกกกก นึกภาพพ่อพระเอกหล่อรวยมาเต้นคิกขุๆ ไม่ออกเลย   :laugh:

ส่วนพ่อจิ้งจอกตัวร้ายแพ้บาส มานั่งทำหน้าเศร้าไม่ใส่เสื้อ กะอ้อน กะอ่อยเจ้าลูกต่ายล่ะสิ ชริ.  สมน้ำหน้าไม่ได้แอ้มแก้มแต่โดนหน้าผากน้องโขกแทน   :laugh:

ออฟไลน์ mab

  • ชื่อ mab ไม่ได้ชื่อ map
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 808
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +75/-0
ขำตะวันชอบโฟร์มดอ่ะ มันคนละแนวกับพาราด็อกเอามากๆ สมควรละที่เฮียคุนไม่รู้จัก 55555 เป็นเราๆ ก็คงไม่รู้จักเหมือนกัน ​เพราะฟังเพลงแนวเฮียคุนพอดีเลย แล้วเนี่ยมีออกท่าออกทางให้ดูอีก ความที่ได้เป็นพระเอกอันดับสองเลยดูมุ้งมิ้งๆ ไปเลย ชอบเพลงแนวเดียวกับข้าวฟ่างเฉย 55555 :m20:

เวลาเฮียคุนอยู่กับไจ๋ในห้องไม่ได้ล็อคประตูห้องใช่มั้ย? แล้วนี่ไปกอดกันให้น้าเขาเห็นด้วยรึเปล่านะ ระวังเหอะ มากกว่ากอดจะซวยเอา 55555

ปล.จริงๆ อีแม่ลุ้นจนหงอกขึ้นสามร้อยเส้นแล้วเนี่ย ยังไปไม่ไกลกว่ากอดเลย  :o12:

ออฟไลน์ งงปะ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 64
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-0
แหม่แต่ละคน ตอนนี้เฮียคุนก็แอบเนียนอีกแล้ว
แต่ต้องยอมรับเลยตอนนั้นคามิคาเซ่มันมามากจริงๆ ติดหูทุกคน โดยเฉพาะโฟร์มดรุ่นเปิด
ยิ่งดังใหญ่ตอนช่วงที่มี msn ของ เฟย์ฟางแก้ว

ออฟไลน์ piakunaa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 137
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0
เราที่เป็นแฟนเพลงพี่แอ็ด​ คาราบาวกับเสกโลโซ​ เพราะพี่ชายนางชอบเปิดกรอกหูทุกวัน​ 555​ แต่เราเริ่มฟังกามิตอน​ ป.3 ช่วงที่ติดจานดาวเทียม​ T-Pop คือสุดมาก​ เอาจริงเพราะของเมื่อก่อนขายเนื้อหามากกว่าเพลงทุกวันนี้​ เพลงทุกวันนี้บางเพลงขายอะไรก็ไม่รู้​ เนื้อหาเพลงมันได้​ แต่เน้นเซ็กซี่​ เราเป็นคนหนึ่งที่ชอบฟังเพลงเมื่อก่อน​ เพื่อนชอบถามว่าทำไมไม่ฟังเพลงปัจจุบัน​บ้าง​ เราก็ตอบนางไปว่า​ เพลงเมื่อก่อนเนื้อหามันกินใจและมีความหมายดีกว่าเพลงปัจจุบัน​บางเพลงอีก
"ถ้าเฮียชนะ เฮียขอบัตรนวดตลอดชีวิตเลยนะ" เจ้าเล่ห์​เหลือเกินนะคะพ่อใหญ่​ สุดท้ายถึงจะไม่ชนะ​ แต่หลานของเราก็ให้อยู่ดี​ หมั่นไส้เค้านะคะ
เป็น​กำลัง​ใจ​ให้​นักเขียน​นะคะ​ ​สู้​ๆ​นะคะ​นักเขียน​

ออฟไลน์ Malimaru

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +285/-4
    • facebook
- 71 -


“ตะวัน วันนี้มึงทำอะไรวะ”

ปอยังไม่ทันพูดจบประโยค เจ้าของชื่อก็ผละจากกลุ่มเด็กผู้หญิงที่กำลังยืนล้อมวงหน้าเตาอบ เดินมาเกาะเหล็กดัดตรงกรอบหน้าต่างแล้วคลี่ยิ้มกว้าง ก่อนจะไล่สายตามองหน้าเพื่อนทั้งสี่ที่ยืนอยู่ตรงทางเดินด้านนอกด้วยความสงสัย “คาบนี้พวกมึงว่างอีกแล้วเหรอวะ”

ปอยิ้มมุมปากพลางยักคิ้วใส่ “เออ วันนี้ที่ปรึกษาชมรมกูลา”

คนฟังถึงกับพ่นลมหายใจเสียงดัง “โห่ อิจฉาว่ะ วันนี้กูมีอบคุกกี้ตั้งสามอย่าง ไม่รู้จะเสร็จกี่โมง”

ควันหลงจากงานกีฬาสียังไม่ทันจาง เทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองช่วงสิ้นปีก็ก้าวเข้ามารับช่วงต่อ เกือบทุกคนจึงปล่อยตัวปล่อยใจ ดื่มด่ำบรรยากาศรื่นเริงจนดูเอื่อยเฉื่อยอย่างเห็นได้ชัด กระทั่งครูที่ปรึกษาชุมนุมดนตรีสากลยังชิงลาหยุดยาวข้ามปีตั้งแต่เมื่อสองวันก่อน พอเช็กชื่อเสร็จ ครูอีกคนที่มาสอนแทนก็ปล่อยพวกเขาเป็นอิสระทั้งที่เพิ่งเดินเข้าห้องได้ไม่ถึงห้านาที

ไหนๆ คาบนี้ก็ไม่มีเรียน (อีกแล้ว) ทั้งหมดเลยตัดสินใจว่าจะลงมาแอบดูตะวันวาดตอนทำครัวเสียหน่อย หากโชคร้าย โดนอดีตหัวหน้าห้องไล่ตะเพิด ก็ค่อยยกโขยงไปนั่งตรงข้างสนามบาสเพื่อรอพ่อครัวหัวป่าก์ตามไปสมทบเมื่อเลิกคาบชุมนุม ทว่าสิ่งที่กังวลกลับไม่เกิดขึ้น ดูได้จากการที่ตะวันวาดยังคงยืนเท้าแขนลงบนแผงเหล็กดัดริมหน้าต่างแล้วปักหลักคุยกับพวกเขาอย่างหน้าตาเฉย

“งั้นพวกกูไม่กวนแล้ว อบคุกกี้ให้สนุกมึง” คุนรีบตัดบทเพราะสังเกตเห็นว่า บรรดาเพื่อนร่วมชุมนุมของตะวันวาดค่อยๆ ทยอยหันมามองพวกเขาทีละคนสองคน

“เดี๋ยว! พวกมึงอยู่นี่แหละ ไม่ต้องไปไหนหรอก ข้างหลังมีที่นั่ง ไปนั่งรอก่อน” ตะวันวาดเอ่ยเร็วรัวพลางชี้โบ้ชี้เบ้ให้เหล่าสหายเดินอ้อมไปทางด้านหลังของตึกอุตสาหกรรม ทว่าอยู่ๆ เด็กชายก็หันรีหันขวาง มองไปรอบตัวอย่างลับๆ ล่อๆ คล้ายกับเพิ่งสำนึกได้ว่า ตนควรดูลู่ทางให้ดีๆ ก่อนจะตัดสินใจ

“ครูที่ปรึกษาจะไม่ว่าเอาเหรอ” เห็นท่าทางหวาดระแวงของอดีตหัวหน้าห้อง ขวัญชีวินก็พานหวั่นใจตามไปด้วย

เมื่อไม่เห็นเงาครูที่ปรึกษาอยู่ในห้อง ตะวันวาดก็ฉีกยิ้มพลางผงกหัว เอ่ยรับรองแข็งขัน “ไม่ว่าหรอก ครูใจดี”

“นายตะวันวาด!”

พูดไม่ทันขาดคำ เสียงเข้มๆ ของครูก็ดังตามหลังมาทันที ตะวันวาดกับผู้สมรู้ร่วมคิดทั้งสี่สะดุ้งโหยง ไจ๋กลืนน้ำลายพลางจ้องมองเพื่อนที่ต้องรับมือกับครูด้วยความเป็นห่วง อดีตหัวหน้าห้องค่อยๆ เหลียวกลับไปมองยังต้นเสียงอย่างพะวักพะวน ต่อเมื่อเห็นครูกับคนอื่นๆ ในห้องฉีกยิ้มส่งให้ เขาก็รู้สึกเบาใจขึ้นมาก

“มีญาติมาเยี่ยมหรือไง” ครูที่ปรึกษาชุมนุมคหกรรมทำเสียงเข้ม

“ครับ” เด็กชายยิ้มเจื่อน

“บอกญาติที่มาเยี่ยมเธอด้วยนะว่า ถ้าอบคุกกี้ไม่เสร็จ ครูจะไม่ให้เธอกลับบ้าน”

ไจ๋ยืดแผ่นหลัง ยืนตัวตรงทันทีที่เผลอสบตากับคุณครูหัวหน้าหมวดวิชาคหกรรม

“คร้าบ!” เมื่อได้ฟังคำอนุญาตจากปากครูที่ปรึกษา ตะวันวาดก็หันมากระซิบกับบรรดาเพื่อนๆ พลางบุ้ยใบ้บอกทางอย่างรวดเร็ว “ไปนั่งรอก่อน เดี๋ยวเอาคุ้กกี้ให้กิน”

ภาพอดีตหัวหน้าห้องเดินตัวลีบกลับไปรวมกลุ่มกับเพื่อนร่วมชุมนุมทำเอาพวกคุนหลุดหัวเราะอย่างลืมตัว ทั้งสี่เดินอ้อมอาคารสองชั้นสีส้มนวลไปอีกฝั่งตามคำบอกเล่าของเจ้าถิ่น ริมกำแพงรั้วโรงเรียนฝั่งนี้ติดกับวัดตะเคียนเดี่ยว อานิสงส์ของการอยู่ใกล้วัดทำให้บริเวณโดยรอบถูกปกคลุมด้วยเงาไม้ใหญ่ โต๊ะม้าหินพร้อมเก้าอี้ที่ตั้งขนานไปกับผนังของอาคารอุตสาหกรรมจึงทั้งร่มเย็น อีกทั้งยังมีความเป็นส่วนตัวสูง เหมาะแก่การใช้เป็นที่สงบสติอารมณ์ในวันที่รู้สึกย่ำแย่โดยแท้

หากเดินต่อไปจนพ้นมุมอาคารอีกฝั่งจะเป็นทางเดินเชื่อมกับสวนหย่อมด้านข้างโรงอาหาร ดังนั้นตามโต๊ะและม้านั่งบางตัวจึงมีคราบอาหารและน้ำหวานปรากฏอยู่ประปราย

หลังจากสำรวจพื้นที่โดยรอบจนทั่ว ทั้งหมดก็จับจองม้าหินตัวที่ไม่มีคราบสกปรกซึ่งอยู่ในระนาบเดียวกันกับครัวฝั่งที่อดีตหัวหน้าห้องกับพวกเพื่อนๆ พี่ๆ ชมรมกำลังใช้งาน จากมุมนี้ พวกเขาสามารถสอดส่องตะวันวาดได้อย่างชัดเจนโดยไม่มีอุปกรณ์ครัวชนิดไหนๆ วางเกะกะ กีดขวางสายตา

ขณะทั้งสี่นั่งคุยเล่นกันในช่วงที่รอตะวันทำขนม ไจ๋ก็ประจักษ์ถึงน้ำใสใจจริงของอดีตหัวหน้าห้องอย่างชัดเจน เป็นต้นว่า ช่วงที่เจ้าตัวช่วยเพื่อนในกลุ่มทำครัวอยู่นั้น ทันทีที่สังเกตเห็นเด็กผู้หญิงตรงอีกมุมห้องพยายามยกถาดขนาดใหญ่ ตะวันจะรีบวางมือจากงานตรงหน้าแล้วก้าวฉับๆ เข้าไปช่วยหยิบจับแทน

ทั้งที่ดูตัวใหญ่กว่าใครๆ ในห้องเรียน แต่ตอนนวดแป้งหรือกดตัดคุ้กกี้ เพื่อนคนนี้ก็ทำทุกๆ ขั้นตอนได้อย่างนุ่มนวลแถมยังคล่องแคล่วเสียจนไจ๋อดคิดไม่ได้ว่า ตะวันวาดน่าจะเป็นคนที่เกิดมาเพื่อทำทุกๆ อย่างได้อย่างเก่งกาจโดยแท้

“มึงมานั่งนี่ ครูเขาไม่ด่าเอาหรือไง” ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวถามอดีตหัวหน้าห้องที่นั่งกินขนมอยู่บนเก้าอี้ตัวหนึ่งซึ่งเพิ่งถูกลากมาตั้งชิดกับหน้าต่างตรงตำแหน่งเดียวกันกับที่พวกเขาทั้งสี่นั่งอยู่

“ครูไม่ว่าหรอก ตอนนี้อบขนมถาดสุดท้ายอยู่ ยังไงกูก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว”

ก่อนหน้านี้ ตะวันวาดช่วยพี่ๆ เพื่อนๆ เก็บล้างอุปกรณ์ที่ใช้ในการเตรียมอบคุกกี้ไปแล้วรอบหนึ่ง เมื่อพื้นที่ทำขนมกลับสู่สภาพสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบ เด็กชายก็ปลีกตัวมาหาเหล่าสหายพร้อมด้วยคุกกี้ห่อเท่าฝ่ามือที่เจ้าตัวได้รับแบ่งมาจากความสิเน่หาของเพื่อนๆ ร่วมชุมนุมทั้งสองกลุ่ม

“อร่อยปะ” อดีตหัวหน้าห้องถามพลางทอดสายตามองไจ๋กับข้าวฟ่างที่กำลังกินคุ้กกี้ลายหมากรุกกับลายวงล้อกันอย่างเพลิดเพลิน

“อื้อ!” ไจ๋ส่งเสียงงึมงำในลำคอพลางเคี้ยวกร้วมๆ ไม่หยุด เขาเคยกินแต่คุกกี้กล่องแดงจนชิน พอได้ลองกินคุกกี้อบใหม่ที่ยังอุ่นแถมยังมีรสชาติอร่อยเกินห้ามใจ ไจ๋ก็แทบจะหลอมละลายกลายเป็นก้อนแป้งแห่งความสุขภายในชั่วพริบตา

“แต่กินๆ ไปก็รู้สึกว่ารสชาติมันเหมือนกันเลยอะ” ขวัญชีวินตั้งข้อสังเกต

“ก็ต้องเหมือนสิ มันใช้แป้งสูตรเดียวกันนี่นา”

เด็กหญิงเหลือบมองคุกกี้ทั้งสองแบบในห่อกระดาษไขที่อดีตหัวหน้าแอบเอามาแจกจ่ายเมื่อครู่นี้ดีๆ อีกครั้ง จากนั้นจึงพยักหน้าหงึกหงัก “อ๋อ ถึงว่าสิ”

“ไม่ต้องรีบกินนะ ยังมีคุ้กกี้แยมกับมอคค่าอัลมอนด์อีก”

ทั้งที่รู้แก่ใจดีว่า ตะวันวาดเจตนาเอ่ยประโยคเมื่อครู่กับเพื่อนทุกคนแบบรวมๆ แต่สายตาทั้งสี่คู่กลับมองตรงไปที่ไจ๋โดยพร้อมเพรียงกัน เด็กชายที่เพิ่งเอื้อมหยิบคุกกี้ชิ้นใหม่เหลือบมองบรรดาเพื่อนๆ ตาปริบๆ ก่อนจะคลี่ยิ้มอย่างเขินอาย ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวเลยชวนอดีตหัวหน้าห้องคุยเพื่อเบี่ยงความสนใจ ลูกกระต่ายของเขาจะได้กินขนมโดยไม่ประหม่า

“มึงเอาของมาให้พวกกูกินแบบนี้ ไม่กลัวคนอื่นด่าเอาเหรอวะ”

“ไม่ด่าหรอก...” ตะวันวาดส่ายหัวอย่างมั่นใจก่อนจะหันกลับไปกวาดตามองเพื่อนร่วมชุมนุมเร็วๆ รอบหนึ่ง “...พวกกูช่วยกันออกค่าของ พอทำเสร็จ ทุกคนก็ได้ส่วนแบ่งของตัวเอง กูแค่เอาส่วนของกูมาให้พวกมึงกินก่อนก็เท่านั้น”

“แต่เมื่อกี้กูเห็นพี่คนนั้นเดินเอาคุกกี้มาให้มึงนี่หว่า" ปอเถียงสุดใจขาดดิ้น

อดีตหัวหน้าห้องยิ้มอ่อนอย่างจนใจพลางครางรับในลำคอ “อืม ปกติก็แบบนี้แหละ”

ไจ๋กับข้าวฟ่างไม่แปลกใจ เพราะทุกเย็นวันพฤหัสที่มีคาบชุมนุม ตะวันวาดมักจะมีขนมหรือกับข้าวถุงใหญ่ติดมือมาที่สนามด้วยเสมอ ทีแรกไจ๋นึกว่าทุกคนได้รับส่วนแบ่งเท่าๆ กัน แต่หลังจากนั่งดูตะวันทำครัวเพียงชั่วประเดี๋ยวเดียว เด็กชายก็ได้ข้อสรุปว่า อดีตหัวหน้าห้องน่าจะเป็นบุคคลยอดนิยมของเหล่าสมาชิกชุมนุมคหกรรม ทุกคนจึงพร้อมใจกันสละของอร่อยซึ่งเป็นส่วนแบ่งของตัวเอง มอบแทนสินน้ำใจแก่เพื่อนของเขาเป็นประจำ

ส่วนตัว ไจ๋ค่อนข้างชื่นชอบนิสัยใจคอของตะวันไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเพื่อนคนไหนๆ ในกลุ่ม ยิ่งช่วงแข่งกีฬาสีที่ผ่านมา ด้านดีๆ ของอีกฝ่ายก็ยิ่งเด่นชัดมากขึ้นตามลำดับ ขนาดตอนที่เจ้าตัวมือซ้นจนลงแข่งบาสไม่ได้ เพื่อนคนนี้ก็ไม่นิ่งเฉย กลับกัน ตะวันมักจะวิ่งเข้าหางานเป็นประจำ ทั้งอาสาช่วยพวกพี่สวัสดิการซื้อน้ำแข็ง เตรียมน้ำให้นักกีฬา หรือลงหมากรุกแทนนักกีฬาตัวจริงจนคว้าเหรียญทองมาได้ ไม่เท่านั้น ขณะทำหน้าที่ผู้ชมกีฬา อดีตหัวหน้าห้องก็ตั้งใจเชียร์นักกีฬาตัวแทนสีคนอื่นอย่างเต็มที่ ไม่มีแผ่ว

นอกจากจะมีน้ำใจกับคนรอบข้างเป็นนิจแล้ว ตะวันยังเป็นคนโชคดีแบบไม่มีเหตุผลอีกด้วย ทุกครั้งที่ถึงเวรจองโต๊ะในโรงอาหาร เพื่อนคนนี้ก็มักจะได้โต๊ะทันทีโดยแทบไม่ต้องยืนรอ เวลาจะลงแรงทำอะไร ล้วนสำเร็จโดยง่ายแบบที่ใครๆ ต่างนึกอิจฉา ส่วนสาเหตุที่ตะวันเรียนดีนั้น ไจ๋ไม่เถียงเลยว่าส่วนใหญ่คือผลจากสมองอันปราดเปรื่อง ทว่าที่เหลือคือการคาดเดาอันแม่นยำซึ่งช่วยเติมเต็มส่วนที่พร่อง จนเจ้าตัวมักจะติดอันดับท็อปห้องอยู่เนืองๆ

นี่ล่ะมั้ง เหตุผลที่ทำให้ใครหลายคนรู้สึกชื่นชมในตัวตะวันเอามากๆ ซึ่งสำหรับไจ๋แล้ว อดีตหัวหน้าห้องคือสิ่งมีชีวิตสุดอัศจรรย์ ในทุกๆ วันที่พวกเขาได้ใช้เวลาร่วมกันเปิดโอกาสให้ไจ๋พบเจอเรื่องน่าทึ่งมากมายจนนับไม่ถ้วน

“ตะวันๆ มานี่หน่อยดิ” เด็กนักเรียนหญิงสองคนเดินมากวักมือเรียกอดีตหัวหน้าห้องจากที่ไกลๆ

เจ้าของชื่อมองหน้าเพื่อนสลับกับสมาชิกร่วมชุมนุมทั้งสองอย่างหลากใจ จากนั้นจึงหยัดตัวลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปหาพวกรุ่นพี่ด้วยความสงสัยเต็มอก ทั้งสามคุยกันไม่นานก็แยกย้าย ภาพตะวันวาดถือห่อกระดาษหน้าตาคุ้นๆ เดินตรงกลับมาหาทำเอาปอหมั่นไส้จนอดเปรยขึ้นไม่ได้ “โอ้โหคนฮ็อต ได้ขนมมาอีกแล้วเหรอวะ”

อดีตหัวหน้าห้องแค่นยิ้มพลางยักไหล่ก่อนจะยื่นขนมห่อหนึ่งลอดเหล็กดัดไปให้ข้าวฟ่างที่นั่งอยู่ใกล้ตัวที่สุด “ฝากส่งให้คุนมันหน่อยดิ”

ขวัญชีวินเลิกคิ้ว เห็นตะวันพยักหน้าสำทับเลยส่งห่อขนมต่อให้เพื่อนรุ่นพี่ พร้อมกันนั้นเอง อดีตหัวหน้าห้องก็อธิบายถึงที่มาของขนมบรรณาการให้ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวฟัง “พี่เขาฝากมาบอกว่า ถึงปีนี้จะไม่ได้เหรียญทองบาสก็ไม่ต้องเสียใจ ปีหน้าเขาจะคอยเชียร์จนกว่าพวกเราจะได้เหรียญทอง”

พอรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ปอก็หันมาปรายตามองคุนอย่างอิจฉาพลางออกอาวุธใส่อีกฝ่ายอย่างไม่คิดจะไว้หน้ากัน “จิ๊ๆๆๆ ที่แท้คนฮ็อตก็นั่งอยู่ตรงข้ามกูนี่เอง แกะเลยดิพี่คุน เปิดดูเร็วว่าข้างในมีอะไร”

คนเกิดก่อนถอนหายใจด้วยความระอา “จะมีอะไร ก็คุกกี้ที่มึงเพิ่งกินไปเมื่อกี้ไง”

“ไหนเอามาดูดิ๊” ปอไม่เชื่อ เขามั่นใจว่า ด้านในห่อกระดาษ จะต้องมีอะไรพิเศษซ่อนอยู่ อย่างน้อยๆ คนทำคุกกี้ก็น่าจะแนบข้อความแทนใจใส่มาพร้อมกันด้วยสักแผ่นสองแผ่น

เด็กชายเอื้อมมือข้ามโต๊ะม้าหินไปคว้าห่อกระดาษที่วางอยู่ตรงหน้าเพื่อนรุ่นพี่มาแกะอย่างถือวิสาสะ เมื่อแหวกกระดาษไขออก คุกกี้ที่อยู่ด้านในก็เผยโฉม เด็กชายก็สูดปาก ทำตาโตพลางหยิบคุกกี้ที่ดูแตกต่างจากคุกกี้ที่พวกเขาเพิ่งกินไปอย่างสิ้นเชิงขึ้นมาอวดสายตาทุกคน “โอ้โห มีคนให้หัวใจมึงด้วยว่ะพี่คุน!”

คุนเหลือบมองไจ๋ด้วยหางตา เห็นลูกกระต่ายก้มหน้าเหม่อมองคุกกี้วงล้อที่เหลืออยู่ไม่กี่ชิ้นตรงกลางโต๊ะแล้วก็นึกก่นด่านิสัยชักใบให้เรือเสียของปออยู่ในใจ ทว่าก่อนที่ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวจะกำราบคนปากสว่างให้รู้จักสงบเสงี่ยม ตะวันวาดก็เอ่ยแทรกขึ้นอย่างรู้จังหวะ

“เดี๋ยวๆ ใจเย็นมึง พี่เขาไม่ได้คิดมากแบบที่มึงบอกหรอกนะ แต่พิมพ์ที่ครูให้ใช้ทำคุกกี้แยมมันเป็นรูปหัวใจ” ว่าแล้ว อดีตหัวหน้าห้องก็ส่งห่อคุกกี้ของตัวเองให้ข้าวฟ่างพลางเอ่ย “ไม่เชื่อข้าวฟ่างลองแกะของเราดูดิ”

“เธอให้เราแกะเหรอ” ขวัญชีวินไม่แน่ใจเพราะคิดว่าคุกกี้ห่อนี้น่าจะเป็นของกำนัลที่เด็กผู้หญิงกลุ่มนั้นเอามาให้ตะวันวาดโดยเฉพาะ

“อือ แกะเหอะ พวกเธอจะได้ลองกินดู ถ้าชอบ เราจะได้ขอแบ่งมาเยอะหน่อย”

“งั้นเราแกะเลยนะ” เด็กหญิงไม่รีรอ รีบแกะห่อกระดาษไข ก่อนจะพบว่า ด้านในเป็นคุกกี้แยมรูปหัวใจจริงๆ

เมื่อหลักฐานประจักษ์แก่สายตา สมาชิกชุมนุมคหกรรมจึงให้คำอธิบายเพิ่มเติมทันที “ที่รอบนี้พวกกูต้องทำคุกกี้เพราะมันใกล้เทศกาล ครูเขาบอกว่ามันใช้แทนของขวัญได้ พวกผู้ใหญ่ชอบ เด็กก็กินเล่นได้ ไปๆ มาๆ เลยมีคนขอให้ครูสอนทำคุกกี้วันวาเลนไทน์ด้วย ครูเลยสั่งให้พวกกูไปหาซื้อพิมพ์กดคุกกี้รูปหัวใจมานี่แหละ”

ในเมื่ออดีตหัวหน้าห้องร่ายเหตุผลเสียยาวเหยียด คุกกี้รูปหัวใจก็หมดความหมาย ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าปอจะหมดอารมณ์กระเซ้าเย้าแหย่คุนให้เสียอาการสักหน่อย “สงสัยวาเลนไทน์ปีนี้พวกมึงสองคนต้องเอารถกระบะมาขนช็อกโกแลตกลับบ้านแล้วมั้ง”

ไจ๋มองเฮียคุนสลับกับตะวันตาปริบๆ ไม่ใช่แค่เขาหรอกที่สังเกตเห็นว่า หลังจากฤดูกาลกีฬาสีจบลง ทั้งคู่ได้กลายเป็นคนดังในโรงเรียนไปเสียแล้ว แต่แทนที่จะยืดอกอย่างยินดีที่รู้ว่ามีคนชื่นชมเฮียคุนมากมาย ทุกครั้งที่คนอื่นส่งยิ้มให้เฮียคุน หรือตะโกนเรียกชื่อเฮียคุนโดยไม่เผยตัว ไจ๋มักจะอึดอัดขัดใจ พานให้รู้สึกร้อนรนจนอยู่ไม่สุขเสมอ

คงจะจริงอย่างที่ปอว่า วาเลนไทน์ปีนี้ น่าจะมีคนเอาของมาให้เฮียคุนเยอะจนขนกลับบ้านไม่ไหวแน่ๆ

“อย่าเพิ่งไปคิดถึงวาเลนไทน์เลย พรุ่งนี้เหอะ พวกนายเตรียมของยัง” ขวัญชีวินเอ่ยแทรกขึ้น

“เราซื้อแล้ว ทั้งของจับฉลาก ทั้งของให้บัดดี้เลย” ปอยิ้มยิงฟันพลางเชิดหน้าอย่างอวดเบ่ง

“แล้วของให้บัดเดอร์อะ เธอไม่ซื้อเหรอ” เด็กหญิงปรายตามองเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆ อย่างระอา

“เราต้องให้ของบัดเดอร์เราด้วยเหรอ” ปอถามกลับโดยไม่มีท่าทีลังเลใจใดๆ

“เราให้นะ เราอยากขอบคุณเขาที่เทคแคร์เราดีมากๆ ”

ยิ่งข้าวฟ่างปลาบปลื้มกับบัดเดอร์มากเท่าไร ความหงุดหงิดที่ปอถ่ายโอนไปลงกับบัดเดอร์ของตัวเองที่จนป่านนี้ก็ยังไม่เผยตัวก็ยิ่งทบทวีมากขึ้นเท่านั้น “เฮอะ! บัดเดอร์เราเทคแคร์ก็ไม่เทคแคร์ ยังหวังจะได้ของจากเราฟรีๆ อีกเรอะ ฝันไปเหอะ!”

พูดมาถึงตรงนี้ อยู่ๆ ตะวันก็เอ่ยแทรกขึ้นอย่างไม่มีปี่ ไม่มีขลุ่ย “ข้าวฟ่างช่วยหยิบคุกกี้หัวใจในห่อให้ปอชิ้นนึงดิ”

“โอเค” ขวัญชีวินทำตามคำขอแม้จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีแผนการอะไรในใจ ฝ่ายปอก็แอบอมยิ้มกับตัวเองเมื่อคิดเพริดไปไกลหลังจากได้หัวใจจากขวัญชีวิน แต่แล้วความรู้สึกหวามไหวในอกก็ถูกคำพูดของอดีตหัวหน้าห้องทำลายลงในพริบตา

“ปอๆ บัดเดอร์ฝากมาให้”

คนที่เพิ่งได้ของเบิกตากว้าง ทำหน้าตกใจหลังได้ยินประโยคนั้น “มึงเป็นบัดเดอร์กูเหรอตะวัน?!”

“มึงคิดว่าไงอะ” อดีตหัวหน้าห้องอมยิ้มกรุ้มกริ่ม

“มึง มึง มึง... มึงนี่เองที่เป็นคนเทคกู มิน่าล่ะ!” ปอผุดลุกขึ้นพลางชี้หน้าคู่สนทนาอย่างเหลืออด

แทนที่จะเดือดเนื้อร้อนใจ ตะวันวาดเลิกคิ้วทำไก๋ ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้ายียวนกวนประสาท “เปล่า เมื่อกี้กูแค่ล้อมึงเล่น”

“ฮะ?! เมื่อกี้มึงล้อกูเล่นงั้นเหรอ!?!”

ไจ๋อ้าปากหวอพลางมองสีหน้าเหวอจนเสียอาการของปอสลับกับใบหน้ายียวนของตะวันอย่างฉงนสนเท่ห์

“ใจเย็นมึง นั่งก่อน... ที่กูให้คุกกี้มึงเมื่อกี้เพราะกูจะบอกมึงว่า ถึงที่ผ่านมา บัดเดอร์มึงจะไม่ได้เทคแคร์มึงเลย แต่ถ้าพรุ่งนี้เขาเกิดซื้อของมาให้มึงจริงๆ มึงจะไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอวะที่รับของเขาอยู่ฝ่ายเดียว”

“แต่ถ้าพรุ่งนี้บัดเดอร์ไม่เอาของมาให้กู กูไม่ขาดทุนแย่เหรอวะ” ปอทรุดตัวลงนั่งพลางพ่นลมหายใจฮึดฮัด

“ตามใจ มึงไม่ซื้อก็เรื่องของมึง” คนพูดยักไหล่ก่อนจะหันมาหาไจ๋พร้อมกับเอ่ยถามอย่างกระตือรือร้น “ไจ๋ซื้อของให้บัดเดอร์ยัง”

เจ้าของชื่ออมยิ้มพลางพยักหน้าหงึกหงัก “ซื้อละ แล้ว”

“ไจ๋ซื้ออะไรให้บัดเดอร์เหรอ”

สีหน้าตื่นเต้นปนอยากรู้อยากเห็นของอดีตหัวหน้าห้องช่างดูขัดตา ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวเลยเอ่ยขัดขึ้นทันควัน “มึงจะอยากรู้ไปทำไม”

“กูอยากรู้ไม่ได้เหรอไง” ตะวันวาดตอบหน้าตาย เด็กชายแสร้งไม่สนใจคุน หันไปปะเหลาะไจ๋ต่อ “ไจ๋ซื้ออะไรมาเหรอ”

“...เอ่อ...” ไจ๋เหลือบมองคนข้างตัวเพื่อขอความช่วยเหลือแต่อดีตหัวหน้าห้องกลับยื่นข้อเสนอสุดเย้ายวนใจมาให้กันโดยเฉพาะ

“เอางี้ ถ้าไจ๋ยอมบอกเรา เราจะบอกไจ๋ว่าบัดเดอร์ไจ๋เป็นใคร ดีปะ”

“...อ่า...” เงื่อนไขดังกล่าวทำเอาเด็กชายกลอกตามองเพื่อนทุกคนด้วยความลังเล

ถ้ารู้ว่าบัดเดอร์เป็นใคร ไจ๋ก็จะรู้ว่าของที่ตั้งใจเตรียมเอาไว้นั้นเหมาะสมกับอีกฝ่ายหรือเปล่า แน่นอนว่าถ้าไม่ ไจ๋จะได้ซื้อของชิ้นใหม่ให้บัดเดอร์ได้ทันการณ์

“นายตะวันวาด เธอกลัวญาติหายหรือไงถึงต้องไปนั่งเฝ้าน่ะหา?!”

เสียงของครูที่ปรึกษาชุมนุมที่ดังขึ้นอย่างฉับพลันทำเอาเจ้าของชื่อสะดุ้งแรงจนเกือบตกเก้าอี้ “เปล่าคร้าบ!”

“เธอกลับมาทำงานเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

“คร้าบ!”

“ไจ๋” คุนเอ่ยขึ้นทันทีที่อดีตหัวหน้าห้องเดินคล้อยหลังไปรวมกลุ่มกับเพื่อนร่วมชุมนุมคนอื่นๆ

“หือ?” เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นจ้องมองเพื่อนข้างบ้านตาแป๋ว

“ถ้าเย็นนี้ตะวันมันเซ้าซี้เรื่องของขวัญอีก ไจ๋ก็ไม่ต้องสนใจนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็รู้แล้วว่าบัดเดอร์เป็นใคร” ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวรีบให้เหตุผลเนื่องจากรู้ดีว่า ลูกกระต่ายกำลังคิดอะไรอยู่ ทีแรกเขาเองก็สนใจ อยากรู้ว่าบัดเดอร์ของไจ๋เป็นใคร แต่พอรู้ว่าแหล่งข่าวคือตะวันวาด ก็พลันรู้สึกไม่ไว้ใจขึ้นมาเสียดื้อๆ

“ใช่! มึงห้ามบอกมันนะ” ปอร่วมผสมโรงเพราะอดหมั่นไส้อดีตหัวหน้าห้องไม่ได้

สีหน้าบิดเบี้ยวเกรี้ยวกราดของปอทำเอาขวัญชีวินถอนหายใจยาวด้วยความระอา เด็กหญิงหันไปเอ่ยกับไจ๋ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “เราว่าตะวันน่าจะอยากรู้ว่าไจ๋ซื้ออะไรเลยอำไจ๋เรื่องบัดเดอร์อะ”

“เมื่อกี้ตอนมันก็อำกูมึงก็เห็นใช่ไหมไจ๋ ถ้ามึงไม่อยากโชว์โง่ มึงก็ห้ามบอกมันเด็ดขาด!” ปอใส่ไฟพลางชายตามองตามแผ่นหลังของตะวันวาดอย่างโกรธแค้นแสนสาหัส

คุนยื่นมือไปผลักหัวเพื่อนรุ่นน้องแล้วชวนไจ๋กับข้าวฟ่างกินขนมไปพร้อมๆ กับเฝ้าดูอดีตหัวหน้าห้องชดใช้กรรมด้วยการทำคุกกี้ต่อ ในระหว่างนั้น ไจ๋ก็หยิบคุกกี้ขึ้นมากัดเล็มอย่างเนือยๆ โดยไม่รู้สักนิดเลยว่า ความรู้สึกอ่อนล้า หมดเรี่ยวแรงจนพานกินขนมไม่อร่อยที่ตนกำลังเป็นอยู่นี้ มีสาเหตุมาจากอะไรกันแน่

•✤•✤•✤•

ออฟไลน์ Malimaru

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +285/-4
    • facebook
“พรุ่งนี้ต้องไปร้านหรือเปล่า” คุนเอ่ยถามไจ๋ที่กำลังนั่งขัดสมาธิต่อจิ๊กซอว์อยู่บนพื้น

“หึ!” เด็กชายส่ายหัวพลางกวาดสายตามองหาตัวต่อตรงหัวมุมตัวที่สามเพื่อกำหนดทิศทางในการต่อจิ๊กซอว์แต่เนิ่นๆ “พรุ่งนี้ป๊าไปจัดอาหารข้างนอก”

พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ ตามปกติแล้วไจ๋จะต้องไปทำงานที่ร้าน แต่บังเอิญว่าลุงรงค์กับบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ที่รู้จักกันจัดเลี้ยงอาหารบุฟเฟ่ต์เพื่อฉลองปีใหม่และให้กำลังใจแก่ลูกน้องในสังกัด ด้วยเหตุนี้ ป๊าเลยได้ไปจัดซุ้มก๋วยเตี๋ยวในงานเลี้ยง แถมตอนเย็นป๊ากับหม่าม้ายังต้องไปร่วมงานสังสรรค์กับลุงรงค์ต่อ ซึ่งหากวันที่ป๊าไปออกร้านนอกสถานที่ตรงกับวันเสาร์ ไจ๋มักจะได้หยุดอยู่บ้านเป็นกรณีพิเศษ เด็กชายจึงตั้งใจจะอยู่บ้านฉลองวันปีใหม่กับทายาทร้านก๋วยเตี๋ยว ส่วนตอนกลางคืนก็จะนั่งดูละครเป็นเพื่อนอาม่าแล้วค่อยขึ้นมานับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่กับเฮียคุนเหมือนทุกปี

“งั้นพรุ่งนี้เราทำอะไรกันดี ไปเช่าหนังมาดูกันไหม”

ไจ๋เงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้าถิ่นที่เพิ่งหยิบการ์ตูนตั้งหนึ่งลงมาจากชั้นแล้วเดินมานั่งขัดสมาธิข้างๆ กัน เมื่ออีกฝ่ายปักหลักมั่นคงแล้ว เด็กชายจึงเฉลยแผนการในใจ “ไจ๋อยากต่อจิ๊กซอว์ให้เสร็จอะ จะได้เอาไปใส่กรอบ จะได้ไม่หาย”

เมื่อวานโมบอกให้เพื่อนทุกคนเตรียมอาหารมากินบนห้อง เพื่อที่ช่วงพักกลางวัน ทั้งหมดจะได้จับฉลากและเฉลยบัดดี้ไปพร้อมๆ กัน หลังจากเฝ้ารอด้วยใจจดจ่อมากว่าครึ่งชั่วโมง มิคก็ได้รู้ความจริงเสียทีว่า ไจ๋เป็นแอบดูแลมิคอย่างลับๆ ไม่ใช่ข้าวฟ่าง พร้อมกันนั้นเอง เขาก็ต้องแปลกใจเมื่อตะวันเดินออกมาหากัน ก่อนจะบอกว่า ตะวันเป็นบัดดี้ของไจ๋

หลังจบพิธีมอบของขวัญจนกระทั่งเดินกลับเข้ามานั่งที่ เด็กชายเฝ้าเพียรถามตะวันซ้ำๆ อยู่หลายครั้งกว่าจะรู้ว่า อีกฝ่ายไม่เพียงแต่ฝากของผ่านเพื่อนคนอื่นๆ มาให้เท่านั้น เจ้าตัวยังเผื่อแผ่การดูแลไปถึงข้าวฟ่างเพราะอยากเลี้ยงขนมไจ๋ทางอ้อมอีกทอดหนึ่งด้วย

อดีตหัวหน้าห้องบอกกับไจ๋และเพื่อนคนอื่นๆ ว่า บัตรกินไอศกรีมถือเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ ตะวันอยากเลี้ยงไอศกรีมไจ๋มาตั้งแต่เริ่มเล่นบัดดี้ เพราะคิดว่าบัดดี้คงดีใจถ้าได้กินของโปรด แต่พอลองนึกภาพตอนฝากเพื่อนคนอื่นเอาไอศกรีมมาให้ไจ๋ กว่าของจะถึงมือผู้รับ ไอศกรีมคงละลายกลายเป็นน้ำไปเสียก่อน ตะวันคิดหาวิธีอยู่นาน สุดท้ายไอเดียสุดบรรเจิดนี้ก็กลายเป็นบัตรสมนาคุณที่ส่งผ่านอุ๋มมาให้ข้าวฟ่างในท้ายที่สุด

ฟังมาถึงตรงนี้ ปอก็ทำเสียงเขียว เอ่ยถามขึ้นว่า เพราะอะไรตะวันถึงต้องลากข้าวฟ่างเข้าไปเกี่ยวด้วย อดีตหัวหน้าห้องเลยอธิบายว่า เพราะตะวันมั่นใจว่าข้าวฟ่างจะต้องชวนไจ๋ไปกินไอศกรีมด้วยแน่ๆ เลยให้บัตรสมนาคุณกับข้าวฟ่างอย่างไรล่ะ

ยิ่งฟังคำอธิบายของตะวัน ไจ๋ก็ยิ่งสับสนปนสงสัยในตรรกะของเจ้าตัว แต่เมื่อย้อนนึกถึงความเอาใจใส่ที่อีกฝ่ายมอบให้กันอย่างสม่ำเสมอ เด็กชายก็พูดได้เต็มปากว่า ตะวันตั้งใจดูแลเขามากๆ ทั้งยังทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม แนบเนียนเสียจนไม่มีใครจับพิรุธได้ ดังนั้นไจ๋เลยให้คะแนนของขวัญชิ้นสุดท้ายจากบัดเดอร์คนนี้มากเป็นพิเศษ

คุนมองจิ๊กซอว์ห้าร้อยชิ้นที่ไจ๋เพิ่งได้รับจากบัดเดอร์แล้วก็ถอนหายใจอย่างหนักอก

ยิ่งนึกถึงสีหน้าประหลาดใจระคนยินดีของลูกกระต่ายเมื่อรู้ว่า ที่ผ่านมา ตะวันวาดคอยเทคแคร์เจ้าตัวอยู่ลับๆ ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวก็ยิ่งหงุดหงิดงุ่นง่านจนต้องลากตัวอดีตหัวหน้าห้องออกไปซักไซ้ไต่ถามตามลำพังอยู่พักใหญ่ๆ จวบจนแน่ใจว่า เพื่อนใหม่ไม่ได้มีท่าทีแปลกๆ หรือคิดเกินเลยกับเด็กข้างบ้าน เขาจึงจำยอมรามืออย่างไม่ค่อยพอใจนัก

“ไจ๋ชอบจิ๊กซอว์ที่ตะวันให้มากเหรอ”

“อื้อ! ต่อสนุกดีอะ” เด็กชายฉีกยิ้มกว้างพลางผงกหัวป้อยๆ

ที่จริงแล้ว ตะวันซื้อจิ๊กซอว์มาให้ทั้งบัดดี้และบัดเดอร์ของตัวเอง แตกต่างกันที่ลวดลายการ์ตูนของตัวต่อที่อยู่ด้านใน หลังจากไปบ้านปอครั้งนั้น ไจ๋ก็ไม่ได้ต่อจิ๊กซอว์อีกเลย กระทั่งแกะกล่องของขวัญที่ตะวันให้แล้วลองเล่นดู ไจ๋ก็เพิ่งตระหนักรู้ว่า ตนเองชอบเล่นตัวต่อมากทีเดียว ดังนั้นหากไจ๋จะพูดว่า ชอบของที่ตะวันให้มา ก็คงจะไม่ผิดนัก

“...เหรอ...”

“อื้อ!”

ทีแรกคุนตั้งใจว่าจะนอนตีพุงอ่านการ์ตูนเรื่องโปรดฉลองสิ้นปีเสียหน่อย แต่พอรู้ว่าลูกกระต่ายกำลังเห่อของที่บัดเดอร์ให้มาอย่างออกนอกหน้า เด็กชายก็ปรับเปลี่ยนแผนการช่วงวันหยุดยาวใหม่ในทันใด

“...งั้นมา เดี๋ยวเฮียช่วยต่อ จะได้เสร็จเร็วๆ ” ว่าแล้ว เด็กชายก็เอี้ยวตัว วางหนังสือการ์ตูนลงบนเตียงแล้วช่วยลูกกระต่ายจำแนกสีของตัวต่อออกเป็นกลุ่มก้อนชัดเจน

“อื้อ!” เห็นเพื่อนข้างบ้านกุลีกุจอ ไจ๋ก็คลี่ยิ้มหวานอย่างยินดี เมื่อมีรูปต่อเป็นของตัวเอง สมองน้อยๆ ก็ทำงานเร็วจี๋ ที่สุดแล้ว เด็กชายก็นึกขึ้นได้ว่า ข้างร้านอาหารตามสั่งในตลาดที่เฮียคุนชอบแวะไปอุดหนุนนั้นเป็นร้านขายจิ๊กซอว์รวมถึงอุปกรณ์จำเป็นอื่นๆ แบบครบครัน “ต่อเสร็จวันไหน ระ เราไปดูกรอบกันนะ”

ถ้าไจ๋กับเฮียคุนต่อจิ๊กซอว์เสร็จภายในวันนี้พรุ่งนี้ ร้านขายกรอบก็น่าจะยังหยุดยาวช่วงปีใหม่ เอาเป็นว่า เสาร์หน้าหลังเสร็จจากงานที่ร้าน ไจ๋ค่อยชวนเฮียคุนไปดูกรอบก็แล้วกัน

“เอาดิ” คนเกิดก่อนยิ้มแหยพลางเอ่ย “แต่ใส่กรอบแล้วเก็บไว้ที่บ้านเฮียนะ”

“ทำไมอะ” ไจ๋เอียงคอมองคู่สนทนาด้วยความกังขา

“ก็เราสองคนช่วยกันต่อ เฮียก็อยากดูด้วยไง ถ้าไจ๋เอาไปแขวนไว้ที่บ้านแล้วเฮียจะดูยังไงอะ”

พอลองคิดภาพตัวเองที่ต้องยกกรอบรูปขนาดใหญ่ออกมายืนถือนิ่งๆ ให้เพื่อนข้างบ้านดูตรงระเบียงด้านหลังห้องแล้วไจ๋ก็หัวเราะคิก... ถ้าขืนต้องทำแบบนั้นทุกวัน ไจ๋คงเมื่อยแขนตายก่อนแน่ๆ

เด็กชายพยักหน้าหงึกหงักพลางตอบรับคำขอของเฮียคุนในทันใด “ได้ เดี๋ยวพอต่อเสร็จละ แล้วไจ๋จะเอาจิ๊กซอว์ไว้ที่นี่”

เมื่อกำจัดเรื่องกวนใจไปได้หนึ่งอย่าง คุนก็อารมณ์ดีขึ้นพอสมควร แต่นี่ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น...

“เอาของที่จับได้ให้อาม่าดูยัง”

“อื้อ! ไจ๋เอาตุ๊กตาที่ไจ๋มิคให้ให้พี่โพนไปละ แหละ” ไจ๋ยืดอก ยิ้มอวด

จนแล้วจนรอด มิคก็ไม่รู้ว่าไจ๋เป็นบัดเดอร์ ซ้ำยังเข้าใจผิดหลงคิดว่า ข้าวฟ่างคือคนที่คอยดูแลตนเองมาตลอดหลายสัปดาห์ ไจ๋เลยได้รับตุ๊กตาเป็นของขวัญแทนคำขอบคุณจากบัดดี้ของตัวเอง ระหว่างที่เขาเอาของจับฉลากกับของขวัญที่ได้จากบัดดี้และบัดเดอร์ทั้งสามชิ้นมาให้อาม่าดู เด็กชายก็สังเกตเห็นว่าพี่โพนลูบๆ คลำๆ ตุ๊กตาหมีสีชมพูตัวใหญ่ที่มิคซื้อให้แทบไม่ยอมปล่อยมือ ครั้นจะขนของขึ้นไปเก็บ สายตาอาลัยอาวรณ์ของพี่เลี้ยงคนใหม่ก็ทำให้เขาตัดสินใจยกตุ๊กตาให้อีกฝ่ายด้วยความเต็มใจ เพราะขืนเก็บเอาไว้ ไจ๋ก็คงไม่หยิบมันมาเล่นอยู่ดี ส่วนช็อกโกแลตลูกกลมห่อสีทองกล่องโตที่จับฉลากได้ บัดนี้ได้ย้ายไปนอนหนาวอยู่ในตู้เย็นเป็นที่เรียบร้อย

“เฮียก็จะเอาของที่ได้มาไปให้แม่เหมือนกัน”

นอกจากคุนจะไม่กินขนมที่ได้มาจากเทศกาลวันแห่งความรักแล้ว ขวบปีหลังๆ เขามักจะเอาของขวัญที่จับฉลากได้ให้มารดา หลังจากนั้น แม่ก็จะไปซื้อของเล่นกับขนมเพิ่มมาอีกหลายอย่าง ก่อนจะรวบรวมข้าวของทั้งหมดไปร่วมสมทบกองกลางในการจัดงานวันเด็กให้กับบรรดาเด็กๆ ในละแวกบ้านต่อไป

“ใครเอากะละมังมาจับอะเฮียคุน” ไจ๋ถามขึ้นเพราะตอนกลับบ้าน เขาเห็นเพื่อนคนหนึ่งแบกกะละมังสเตนเลสสีเงินใบใหญ่แบบที่ร้านข้าวเหนียวมะม่วงใช้ใส่ข้าวเหนียวมูนออกไปจากห้อง แต่เพราะมัวแต่คุยเล่นกับข้าวฟ่าง จึงไม่ทันรู้ว่าใครเป็นคนต้นคิดเอากะละมังมาจับฉลาก

“ภัทร” ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวถอนหายใจพลางเอ่ยกลั้วหัวเราะ “ตอนแรกมันกับพวกไอ้เต็งตกลงกันว่า แต่ละคนจะเอาขวด ถ้วย ถัง กะละมัง หม้อมาจับฉลาก แต่สุดท้ายพวกไอ้เต็งหักหลัง ปล่อยมันซื้อของตามคอนเซปต์อยู่คนเดียว”

“ฮ่าๆๆๆ” ถึงเรื่องราวเบื้องหลังจะสร้างเสียงหัวเราะให้ไจ๋ได้ชะงัด แต่ลึกๆ แล้ว เขากลับรู้สึกเห็นใจคนที่จับฉลากได้กะละมังเป็นที่สุด ตอนที่จับได้คุกกี้กล่องแดงติดกันสองปี ไจ๋ยังนั่งจ๋อยอยู่ตั้งหลายชั่วโมง เพื่อนที่จับได้กะละมังคงจดจำการจับฉลากในปีนี้ไปจนวันตาย ในทางกลับกัน ต่อไปคงไม่มีใครดีใจถ้าจับได้ของขวัญของภัทรกับพวกเต็งแน่ๆ

“ไจ๋”

“หือ?” เจ้าของชื่อเงยหน้ามองคนข้างตัว

“สมมติถ้าเลือกได้ ไจ๋อยากได้ใครเป็นบัดดี้”

“ไม่ต้องจับฉะละ หลากไง” อะไรบางอย่างในแววตาของคู่สนทนาทำให้เด็กชายเอียงคอมองเพื่อนข้างบ้านด้วยความสงสัยแกมอยากรู้อยากเห็น

คุนพยักหน้าแล้วคลี่ยิ้มอย่างอบอุ่น “อื้อ ไม่ต้องจับฉลาก ถ้าเลือกใครเป็นบัดดี้ก็ได้ ไจ๋อยากได้ใครเป็นบัดดี้"

“...อืม...” ไจ๋มองเห็นความแน่วแน่และคาดหวังในแววตาของอีกฝ่าย จึงใคร่ครวญคำตอบอย่างจริงจังอยู่ครู่หนึ่ง ที่สุดก็นึกออก “...อุ๋มมั้ง"

“ทำไมอะ” แม้จะผิดหวังนิดๆ ที่ไม่ได้ยินชื่อของตัวเองออกจากปากลูกกระต่าย แต่คุนเชื่อว่าไจ๋มีเหตุผล เลยเก็บความไม่พอใจระคนหงุดหงิดเอาไว้ภายใต้สีหน้าเรียบเฉยแล้วตั้งใจรอฟังคำอธิบายของเจ้าตัว

“ไจ๋ว่าอุ๋มน่าสงสารอะ ตัวเองเอาของไปให้คนอื่น แต่กลับไม่ได้ของละ เลยสักชิ้น ถ้าไจ๋เป็นบัดเดอร์อุ๋ม ไจ๋จะเทคแคร์อุ๋มให้ดีๆ อุ๋มจะได้ดีใจ”

หลังจากข้าวฟ่างได้บัตรกินไอศกรีมเพียงไม่กี่วัน ไจ๋ก็รู้ว่า ที่แท้อุ๋มรับจ้างส่งขนมให้บัดดี้ทุกคนในห้องโดยแลกกับค่าส่งสองบาทต่อชิ้น แต่ละวัน อุ๋มตามส่งของให้เพื่อนหลายต่อหลายคน ทว่าเจ้าตัวกลับได้ของจากบัดเดอร์แค่ชิ้นเดียวในตอนท้าย ปอเล่าให้ไจ๋ฟังว่า เพื่อนผู้ชายที่จับได้อุ๋มเป็นบัดดี้ไม่รู้ว่าควรเทคแคร์อุ๋มอย่างไร เลยรอมอบของชิ้นใหญ่ให้ในวันเฉลยบัดดี้ทีเดียว

แม้นั่นจะเป็นเหตุผลที่พอเข้าใจได้ แต่เมื่อมองในมุมของอุ๋มแล้ว ไจ๋ก็รู้สึกโหวงในอกอย่างไรบอกไม่ถูก

“อืม” คนเกิดก่อนครางในลำคอพลางผงกหัวเป็นจังหวะช้าๆ เขาเห็นด้วยกับไจ๋ทั้งยังรู้สึกดีใจที่ลูกกระต่ายเห็นอกเห็นใจเพื่อนคนอื่นๆ ไม่เคยเปลี่ยน

“เฮียคุนอะ”

“ไจ๋...” คุนคลี่ยิ้มละไม ดวงตาทั้งสองจับจ้องใบหน้าขาวผ่องนิ่งนาน  “...เฮียอยากเทคแคร์ไจ๋”

“หือ?” ดวงตากลมโตของไจ๋เบิกกว้างทั้งยังฉายความประหลาดใจเอาไว้อย่างเด่นชัด “ทำไมอะ”

“เฮียไม่อยากเทคแคร์ใคร อยากเทคแคร์ไจ๋คนเดียว”

“...อื้อ...” คำตอบของเพื่อนข้างบ้านทำเอาคนฟังรู้สึกหวานล้ำในอกจนไม่อาจกลั้นยิ้มได้อีกต่อไป จันทร์เสี้ยวสองดวงเลยผุดขึ้นบนใบหน้ากลมเกลี้ยง เมื่อรวมกับริมฝีปากสีแดงสดที่บิดโค้งอย่างน่ามอง สีหน้ายินดีของไจ๋จึงพลอยทำให้คนเฝ้ามองใจเต้นตึกตักโดยไม่ทันรู้ตัว

“แล้วถ้าสมมติว่าเลือกบัดเดอร์ได้ ไจ๋อยากให้ใครเป็นบัดเดอร์ไจ๋”

“เฮียคุนไง” เมื่อยอมรับความจริงออกมาตามตรง รอยยิ้มที่ขโมยหัวใจคู่สนทนาไปเมื่อครู่ก็ยิ่งดูหวานล้ำขึ้นอีกหลายเท่า ไจ๋ไม่รู้ตัวหรอกว่ากำลังทำให้ใครอีกคนรู้สึกฮึกเหิมลำพองแค่ไหน เด็กชายรู้แต่เพียงว่า เขาเขินกับคำตอบนั้นจนต้องชิงเอ่ยถามทำลายความเงียบเสียดื้อๆ “ละ แล้วเฮียคุนอะ”

แม้บรรยากาศระหว่างทั้งคู่จะชื่นมื่นสักเพียงใด แต่ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวกลับพยายามสงบใจ ดำเนินแผนการที่วางไว้ให้แล้วเสร็จ “เฮียอยากให้เราเป็นบัดดี้กันอยู่แค่สองคน ไจ๋เทคแคร์เฮีย เฮียเทคแคร์ไจ๋ ไจ๋ว่าดีไหม”

“อื้อ!” ไจ๋พยักหน้าหงึกหงัก

เดิมที หลังจากโมอธิบายกติกาบัดดี้ให้ทุกๆ คนฟัง ไจ๋แอบภาวนาในใจขอให้ชื่อที่อยู่ด้านในฉลากเป็นชื่อของเฮียคุน แต่เมื่อได้เล่นบัดดี้จริงๆ ไจ๋ก็อดสงสารอุ๋มไม่ได้ เพื่อนข้างบ้านซึ่งครองอันดับหนึ่งอยู่แต่เดิมเลยสูญเสียตำแหน่งไป แต่พอฟังที่เฮียคุนพูดมาจนถึงตอนนี้ ไจ๋ก็เทใจให้คืนให้อีกฝ่ายแบบหมดหน้าตักไปเสียแล้ว...

ถ้าเลือกได้ ไจ๋ก็อยากเป็นบัดดี้กับเฮียคุนแค่สองคนเหมือนกัน

“ถ้างั้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พวกเรามาเป็นบัดดี้กันแค่สองคนแบบนี้ไปเรื่อยๆ ดีไหม” เจ้าถิ่นอมยิ้มพลางลูบหัวเพื่อนข้างบ้านเบาๆ จากนั้นจึงหว่านล้อมเสียงนุ่ม “เฮียดูแลไจ๋คนเดียว ไจ๋ก็ดูแลเฮียคนเดียว ถ้าเฮียเมื่อย ไจ๋ก็นวด ถ้าไจ๋เหนื่อย เฮียก็กอดไจ๋ ตกลงไหม”

“อื้อ!”

“คราวหน้าถ้ามีใครมาขอให้ช่วยเทคเฮียให้ ไจ๋ต้องบอกเฮียนะ”

“ข้าวฟ่างก็ไม่ได้ไง” เด็กชายเอียงคอมองเพื่อนข้างบ้านด้วยความสับสนระคนสงสัย...

ตอนที่เฮียคุนรู้ว่าข้าวฟ่างเป็นบัดเดอร์ เจ้าตัวดูแปลกใจมาก แต่พอข้าวฟ่างเฉลยว่าฝากไจ๋ให้ช่วยคอยเทคแคร์ตัวเอง ทั้งยังถามตบท้ายด้วยว่า เฮียคุนชอบที่ข้าวฟ่างเทคแคร์เฮียคุนไหม เพื่อนข้างบ้านก็หัวเราะเบาๆ พลางส่ายหัวคล้ายกับอ่อนใจจนต้องยอมรับความพ่ายแพ้อย่างเสียไม่ได้

แม้จะไม่รู้ว่าท่าทางแบบนั้นของเฮียคุนสื่อถึงอะไร แต่พอได้ยินเจ้าตัวบอกว่าชอบที่เขาคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ มากที่สุด แถมหลังจากนั้นเฮียคุนยังยิ้มอย่างมีความสุขอยู่ตั้งนานสองนาน ไจ๋ก็รู้ว่าการตัดสินใจช่วยข้าวฟ่างนั้นถูกต้อง ดังนั้นเมื่อเฮียคุนเอ่ยขอกันแบบนี้ ไจ๋ก็ชักจะลังเลใจขึ้นมานิดๆ

ถ้าตอนนั้นไจ๋ไม่แอบงุบงิบแอบดูแลเฮียคุน เฮียคุนคงไม่เซอร์ไพรส์ขนาดนี้ อีกอย่าง ไจ๋ไม่อยากมีความลับกับข้าวฟ่างนี่นา

“ไม่ได้ เราเป็นบัดดี้กันแล้ว ต้องห้ามมีความลับกับอีกฝ่าย” คนพูดเลิกคิ้วมองหน้าคู่สนทนาด้วยสายตาประเมิน จากนั้นจึงทำหน้าเรียบเฉยราวกับไร้ความรู้สึกพลางเอ่ยเสียงห้วน “หรือไจ๋อยากให้เฮียมีความลับกับไจ๋”

ท่าทางห่างเหินนั้นทำให้เด็กชายตระหนักถึงน้ำหนักของอีกฝ่ายในใจตน หากเปรียบเทียบความสำคัญของคนทุกคนที่ไจ๋เคยรู้จัก นอกจากป๊า หม่าม้า และอาม่าแล้ว ไจ๋ย่อมไม่อยากให้เฮียคุนมีความลับกับไจ๋มากกว่าผู้ใดในโลก

“หึ! ไม่เอา” เด็กชายส่ายหัวดิก

“ต่อไปถ้าไจ๋มีเรื่องอะไรในใจ หรือใครมาบอกอะไรกับไจ๋ ไจ๋ต้องบอกเฮียทุกเรื่องนะ”

ค่าที่อารมณ์ยังคงผันผวน ดีร้ายเปปน เด็กชายจึงตกปากรับคำ ทำสัญญากับทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวโดยแทบไม่เสียเวลาใคร่ครวญ “อื้อ!”

น่าเสียดายที่การเล่นบัดดี้ครั้งถัดมา ไม่มีสมาชิกคนใดในกลุ่มจับได้บัดดี้เป็นคนกันเอง จึงไม่มีใครแอบมาขอให้ไจ๋ช่วยเทคแคร์เฮียคุนให้อีก ไม่อย่างนั้นทั้งคู่คงสัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางประการที่ ‘เพื่อน’ ไม่ควรมีให้แก่กันได้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว


•✤•TBC•✤•

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-07-2020 07:25:40 โดย Malimaru »

ออฟไลน์ Malimaru

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +285/-4
    • facebook

ตอนที่แล้วพระเอกนิสัยรวยเปิดเผยรสนิยมในการฟังเพลงจนอาจเป็นเหตุให้แม่ยกหลายคน
ต้องเปลี่ยนมุมมองต่อตะวันเสียใหม่ อย่างไรก็ดี เราไม่ห่วงคะแนนเสียงของพระเอกนิสัยรวยคนนี้นะคะ
เพราะตอนนี้ น้องไจ๋ช่วยสาธยายความน่ารักและเฟรนด์ลี่ของตะวันออกมารัวๆ แบบไม่กลัวเพื่อนข้างบ้านหึงเลยเชียวค่ะ
แต่ใครจะเป็นคนดีก็ดีไปค่ะ จิ้งจอกเด็กไม่แคร์อีกต่อไป เพราะลองว่าได้เป็นบัดดี้ของไจ๋แถมยังทำให้น้องต่ายรับปากว่าจะ
ไม่มีความลับด้วยแล้ว เฮียคุนก็ได้กำไรไปเยอะเลยค่ะ (ดีนะคะที่เฮียเม้งไม่รู้ว่าลูกชายขาดดุลให้เด็กเวรข้างบ้านขนาดไหน
ไม่งั้นตอนโต เฮียเม้งจะต้องเอาคืนว่าที่ลูกเขยแบบจัดหนักแน่ๆ เลยค่ะ 555)

สำหรับใครที่เดาว่าตะวันเป็นบัดเดอร์ของไจ๋ ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ เก่งมากๆ เลย (ปรบมือ! ^_^)
ซึ่งการที่ตะวันเป็นคนคอยเทคแคร์ไจ๋นี่เองที่ทำให้เฮียคุนเริ่มหนาวๆ ร้อนๆ คอยระวังตะวันแล้วค่ะ 555
อย่างไรก็ดี เราต้องขอดับฝันกัปตันเรือผีล่วงหน้านะคะ เพราะตะวันตั้งมั่นกับการเป็นเพื่อนที่ดีของทุกคนเท่านั้นค่ะ
ดังนั้น ต่อให้แม่ๆ จะเข็นยังไง เรือผีลำนี้ก็ไม่มีวันลอยลงน่านน้ำเป็นแน่แท้ค่ะ อิอิ

ตอนหน้าจะมีเหตุการณ์ที่ทำให้เฮียคุนแอบน้อยเนื้อต่ำใจในความเป็นเด็กข้างบ้านของตัวเองค่ะ
และๆๆๆ บอกก่อนว่าพี่ริวจะแวะมาโชว์ตัวให้ใครหลายๆ คนหายคิดถึงค่ะ (แม่ๆ บอกว่าไม่ได้คิดถึงริวเลยจ่ะ 555)
เรามาคอยลุ้นไปพร้อมกันนะคะว่าเฮียคุนจะทำยังไงให้ตัวเองหายน้อยใจค่ะ
อย่างไรก็ดี เราขอรับรองว่าแม่ยกตัวร้ายน่าจะถูกใจมากทีเดียวค่ะ 555

ช่วงนี้ฝนตกถี่ๆ เลยค่ะ ใครที่ต้องออกไปข้างนอก อย่าลืมพกร่มและพกหน้ากากสำรองติดตัวไปด้วยทุกครั้งนะคะ
เผื่อว่าหน้ากากเปียก จะได้มีเปลี่ยนเนอะ แล้วก็... อย่าลืมดูแลสุขภาพทั้งกายและใจให้ดีๆ เด้อ
ร่างกายเป็นพื้นฐานของกิจกรรมทุกๆ อย่างในชีวิตเราเลยค่ะ ดังนั้น ต้องฟูมฟักร่างกายของเราให้ดีๆ นะค้า!!

ใครเล่นทวิตเตอร์ อย่าลืมติดแท็ก #พิษข้างบ้าน ด้วยนะคะ เรารออ่านทวิตของพวกคุณอยู่น้า!!
เจอกันวันจันทร์ค่ะ ตอนหน้าตะวันจะแอบมาบอกค่ะว่าทำไมต้องให้บัตรไอศกรีมกับข้าวฟ่างค่ะ ^_^
ทางเข้าเพจเรา (กดตรงนี้ได้เลยค่ะ ^^)

•✤K. narongyut:•✤•
ถ้าเราจะบอกว่า ตัวร้ายมีแผนจะกอดน้องต่ายเอาไว้ในอ้อมอกไปตลอด คุณ narongyut จะว่ายังไงคะ? 555 นี่คือแผนการครองโลกของเฮียคุนเขาเลยค่ะ (จิ้งจอกเด็กเชื่อว่า หากครอบครองลูกข้างบ้านได้ ความสำเร็จในด้านอื่นๆ จะตามมาเองค่ะ) ตอนนี้พระเอกนิสัยรวยมาทวงบัลลังก์คนดีที่โลกต้องชื่นชม ไม่รู้ว่าจะสมใจคุณ narongyut หรือเปล่านะคะ
ป.ล. ขอให้ช่วงหยุดยาวสามวันนี้เป็นช่วงเวลาที่ดีของคุณ narongyut นะคะ ^_^ ไว้มาคุยกันอีกน้า!


•✤•K.Ac118:•✤•
5555 เอาจริงๆ เราว่ากามิกาเซ่เป็นเพื่อนที่ดีของบรรดาชาวเจ็นวายลามไปจนถึงเจ็นซีเลยนะคะ อันที่จริงจะพูดว่า เหล่าศิลปินกามิกาเซ่เป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมของเด็กวัยรุ่นในเวลาราวๆ สิบปีที่แล้วก็น่าจะไม่ผิดนักค่ะ เพราะงั้น ตะวันน่าจะเป็นคนอินเทรนด์คนนึงทีเดียวค่ะ ^_^ ส่วนเฮียคุนนั้นเขาออกตัวแต่แรกแล้วล่ะว่าจะไปทางสายร็อก ดังนั้น เฮียคุนเลยเป็นน้องใหม่สำหรับกามิกาเซ่มากๆ ค่ะ (แต่ตอนที่เฮียคุนเริ่มฟังกามิกาเซ่ นับเป็นช่วงเวลาตั้งต้นของค่ายนี้พอดีค่ะ และด้วยอิทธิพลของเพื่อนๆ เฮียคุนเลยจะกลายเป็นสาวกหลบในของกามิกาเซ่ไปโดยปริยายค่ะ 555)

เอาจริงๆ การที่เฮียคุนทวงบัตรนวดตลอดชีวิตจากไจ๋นี่บอกอะไรได้อย่างนึงนะคะ นั่นคือ ระหว่างที่เฮียคุนยังวางท่าเป็นคนดีอยู่ได้ทุกวันนี้นั้น เฮียคุนคิดอยู่เรื่องเดียวนั่นแหละค่ะ นั่นคือ จะทำยังไงถึงจะได้น้วยเด็กข้างบ้านได้อย่างชอบธรรม (อันนี้เป็นความต้องการที่เจ้าตัวสะกดเอาไว้ พอกลั้นไม่ไหว แล้วมันออกมารวมกับนิสัยเจ้าเล่ห์ของตัวเอง หวยมันเลยออกในรูปนี้แหละค่ะ 555) สงสารเฮียเม้งนะคะ ลูกชายโดนเด็กเวรข้างบ้านหมายหัวไปเสียแล้ว ถึงตอนนี้เฮียคุนจะยังไม่ได้หนุบหนับไจ๋อย่างใจ แต่หลังจากนี้ เฮียคุนไม่อยู่เฉยแน่ๆ ค่ะ คุณ Ac118 รอคำณวนค่าสินสอดแทนตาเม้งได้เลยค่ะ เพราะเรื่องพวกนี้ ตาเม้งไม่รู้ไม่เห็นทั้งสิ้นค่ะ 555

ส่วนนิสัยมือไวของทั้งพระเอกและตัวร้ายนั้น อันนี้เราว่าต้องยกประโยชน์ให้ตะวันนะคะ เพราะตะวันนี่ไม่ได้คิดกับไจ๋เกินเพื่อน จะมีก็แต่จิ้งจอกเด็กคนเดียวนี่แหละค่ะ ที่คิดกับเขาไปหมดทุกเม็ด เห็นใครเข้าใกล้ไจ๋หน่อย หนวดนี่กระดิกริกๆ เลยค่ะ 555

คุณ Ac118 ทายแม่นมาก สงสัยพวกเราจะต้องชอบดูตัวร้ายดีดดิ้นเหมือนกันแน่ๆ เลยค่ะ 5555 รักคุณ Ac118 มากนะคะ มาให้กอดหน่อยเร้ว!!


•✤K.ป้าหมีโคตรขี้เกียจ:•✤•
โอ๊ยคุณป้าหมีโคตรขี้เกียจขา อ่านประโยคแรกของคุณป้าหมีโคตรขี้เกียจเข้าไปแล้วเราจุกอึ้บเลยค่ะ 555 เพราะทางเราเล่าเรื่องเก่ามาตั้งเจ็ดสิบกว่าตอนแล้ว นี่ถ้าไม่แก่ ก็ไม่รู้ต้องเรียกว่าอะไรแล้วล่ะค่ะ 555

สมัยเราคือพ้นช่วงดีทูบีไปแล้วค่ะ (รุ่นเราคือแรพเตอร์ พี่เจมส์อะไรงี้อะค่ะ 555) แต่เข้าใจความรู้สึกตอนกรี๊ดดีทูบีออกเลย ของรุ่นเรานี่คือ ต่อให้ร้องเพลงแรพเตอร์ได้ทั้งอัลบั้ม หรือเต้นเพลงเกรงใจได้เป๊ะปังแค่ไหน ก็ห้ามแสดงตัวว่าเป็นสาวกอาร์เอสเป็นอันขาดค่ะ ถ้าใครถาม ให้บอกว่าชอบพี่ติ๊นา พี่เจ นูโว หรือถ้าอยากดูเท่ยิ่งไปกว่านั้น ต้องบอกว่าชอบศิลปินเบเกอรี่ พวกพี่บอยด์ พี่นพ โมเดิร์นด็อกอะไรเทือกนี้ค่ะ ไม่งั้นเราจะกลายเป็นผู้มีรสนิยมในการฟังเพลงที่โดดเดี่ยวมากทีเดียวค่ะ 555

ตอนที่แล้ว เฮียคุนไม่ได้วางแผนทำตัวอ่อนแอเพราะตั้งใจจะน้วยน้องต่ายนะคะ เพราะต่อให้ไจ๋ไม่ถาม ยังไงเฮียก็ตั้งใจจะขอกอดน้องอยู่ดีค่ะ 555 (ไอ้เด็กนี่มันร้ายจริงๆ ค่ะ) ส่วนเรื่องจะหอมแก้มน้องทีเผลอนั้น อันนี้เฮียคุนไม่ได้คิดหรือวางแผนในใจค่ะ แค่หวังว่าจะหลอกให้เพื่อนตกใจเฉยๆ (อันนี้ต้องแก้ต่างให้จำเลยจริงๆ ค่ะ เพราะตอนนั้น จำเลยบริสุทธิ์จริงๆ ค่ะ แต่ถ้าอีกหนึ่งปีให้หลังล่ะก็ คุณป้าหมีโคตรขี้เกียจสามารถสงสัยในเจตนาได้เลยค่ะ 555) รักคุณป้าหมีโคตรขี้เกียจมากนะคะ และรักเอเนอร์จี้ในการหมั่นไส้ตัวร้ายของเรื่องที่มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยค่ะ 5555


•✤•K.blove:•✤•
กลุ่มนี้ คนที่อู้เก่งแถมยังบ่นเก่งที่สุดคือปอจริงๆ ค่ะ (ทั้งที่ทำน้อยกว่าคนอื่นแท้ๆ แต่ดันพูดน้ำไหลไฟดับกว่าคนอื่นไปหลายป้ายมาก) ในส่วนของเฮียคุนนั้น เราว่าใจจริง เฮียคุนไม่ได้ตั้งใจจะกลายเป็นคนเท่ห์อะไรนะคะ (เรื่องเล่นดนตรีนี่ไม่ต้องพูดถึงแล้วเนอะ) แต่ที่เฮียคุนเริ่มถ่ายรูปจริงๆ จังๆ เพราะเฮียคุนอยากถ่ายรูปไจ๋เพื่อเอามาทำอัลบั้มวันเกิดให้ไจ๋ค่ะ แต่ช่วงแรกๆ ที่ยกกล้องขึ้นมาถ่ายไจ๋แล้วไม่ถ่ายเพื่อนคนอื่น พวกเพื่อนๆ ก็จะมองคุนด้วยสายตาแปลกๆ คุนเลยตัดปัญหาด้วยการถ่ายรูปเพื่อนไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ (ช่วยไม่ได้จริงๆ ค่ะ เพราะข้าวฟ่าง ปอ กับตะวันเป็นพวกบ้ากล้องค่ะ 555)

มาที่ไจ๋บ้าง ไจ๋เป็นสายเปย์เฮียคุนมาตั้งแต่เริ่มเลยค่ะ เพราะงั้น เวลาเฮียคุนขออะไร ไจ๋พร้อมจะให้เฮียคุนทุกอย่างเลยค่ะ ดังนั้น บัตรนวดตลอดชีวิตนี่คือจิ๊บจ๊อยมากเลยค่ะ น้องต่ายสามารถตัดสินใจให้เฮียคุนได้โดยไม่ลังเลยเลย

ที่คุณ blove บอกว่าอีกไม่นานพวกเด็กๆ จะขึ้นชั้นใหม่ อันนี้อาจจะต้องรอไปอีกหลายตอนเลยค่ะ เพราะพวกเด็กๆ ยังต้องเผชิญกับอีเวนต์สำคัญๆ ในปีหน้าอีกหลายอีเวนต์เลยค่ะ ทั้งวาเลนไทน์ ทั้งปิดเทอม ซึ่งไม่ต้องห่วงนะคะ เฮียคุนเตรียมจัดเต็ม หาเรื่องน้วยไจ๋แบบเนียนๆ ตลอดเลยค่ะ

ดีใจกับคุณ blove ด้วยนะคะที่ถูกหวย เราว่าเงินที่ได้จากหวยนี่ทำให้กระชุ่มกระชวยหัวใจดีจริงๆ นะคะ (ทางเราไม่เคยถูกค่ะ และไม่เล่นด้วย เพราะถูกเจ้ามือหวยกินเงินตลอดค่ะ เพราะงั้น หวยคือศาสตร์ที่เราได้แต่เฝ้ามองคนอื่นเล่นจริงๆ ค่ะ 555) ขอให้งวดหน้าและงวดต่อๆ ไป คุณ blove ประสบความสำเร็จอีกนะคะ ส่วนที่คุณ blove บอกว่าอยากจะเลี้ยงหนมไจ๋ น้องต่ายและเพื่อนๆ น้อมรับน้ำใจนั้นไว้แล้วนะคะ ขอบคุณมากๆ ค่ะที่นึกถึงพวกเด็กๆ เสมอค่ะ ดูแลตัวเองด้วยน้า ไว้เจอกันนะคะ จุ๊บๆๆๆๆ

ป.ล. เราก็ชอบพี่เสือ ธนพลเหมือนกันค่ะ เราว่าเพลงเขาเพราะดีเนอะ ส่วนโฟร์มด เราเคยฟังบ้างค่ะ แต่ว่าไม่ค่อยได้ตาม เลยจะรู้จักเฉพาะเพลงดังๆ ของเขาเท่านั้น ^_^


•✤K.วายซ่า:•✤•
พระเอกนิสัยรวยเป็นแฟนเพลงโฟร์มดตัวจริงเสียงจริงค่ะ และพ่อคุณไม่เขินด้วยเวลาต้องเต้นเพลงโฟร์มดให้เพื่อนดู (เอาจริงๆ หลังจากนั้น ตะวันจะเป็นแกนนำเพื่อนๆ ในการติ่งศิลปินกามิกาเซ่นะคะ เพราะฉะนั้น ไม่ต้องแปลกใจไปหากสุดท้ายเฮียคุนจะแอบร้องเพลงเฟย์ ฟาง แก้ว หรือ เพลงของหวายได้ – ตะวันเผยแพร่คำสอนได้สำเร็จค่ะ บอกเลย 555)

เฮียคุนเหนื่อยจริงค่ะ แต่ลึกๆ ก็มีแผนอ้อนน้องต่ายอยู่ในใจเหมือนกัน ส่วนเรื่องที่ว่าจะแอบหอมแก้มน้องนั้น อันนี้ไม่ได้อยู่ในสารบบของจิ้งจอกเด็กในเวลานั้นแต่อย่างใดค่ะ คิดแค่อย่างเดียวว่าจะหลอกเพื่อนให้ตกใจ ที่ไหนได้ ดันโดนหัวเพื่อนฟาดหน้าเข้าเต็มเปา 555 รักคุณวายซ่ามากนะค้า ช่วงนี้ฝนตกทุกวันเลย คุณวายซ่าต้องดูแลตัวเองให้ดีๆ นะค้า!!


•✤•K.mab:•✤•
ตะวันเป็นพระเอกสายแบ๊วค่ะ การ์ตูน อนิเมะ เพลงกามิกาเซ่ ตะวันเหมาเรียบหมดค่ะ เพราะงั้น ตะวันเลยจะพิเศษกว่าเพื่อนๆ หน่อย (คือ เป็นคนที่มีรสนิยมแตกต่างจากหน้าตาแบบลิบลับเลยค่ะ ที่สำคัญ พ่อคุนไม่เขินด้วยนะคะถ้าต้องบอกใครๆ ว่าตัวเองชอบกามิกาเซ่หรือการ์ตูนมากๆ – บอกได้เลยว่า ตอนโตมา ตะวันก็น่าจะเป็นหนึ่งในแฟนๆ ของบีเอ็นเคค่ะ ^_^)

ตอนนี้ห้องเฮียคุนจะไม่ปิดประตูค่ะ แต่อีกไม่กี่ตอนจะมีเหตุการณ์ให้เฮียคุนปิดประตูห้อง และล็อกห้องทุกครั้งที่อยู่ในห้องค่ะ ซึ่งเหตุที่ว่าเนี่ยก็น่าอายเอามากๆ ด้วย ถ้ายังไง เรามารอลุ้นไปพร้อมๆ กันนะคะ

ป.ล. อ่านคอมเมนต์ทิ้งท้ายของคุณ mab แล้วเราสงสารจับใจเลย ฮืออออ คุณแม่ขา อดใจรอหน่อยนะคะ อีกนานเลยกว่าจิ้งจอกเด็กจะได้น้วยลูกกระต่ายค่ะ – เป็นแม่ยกเรื่องนี้คือการฝึกความอดทนที่แท้ค่ะ เพราะกว่าพระนายจะได้กันนั้น นานรากเลือดจริงๆ ค่ะ เฮ้อ!
 

•✤•K.งงปะ:•✤•
เฮียคุนคือเนียนจริงค่ะ เนียนยิ่งกว่าคุชชั่น ปกปิดอาการดียิ่งกว่าคอนซีลเลอร์ใดๆ ในโลกอีกค่ะ 555 สารภาพตามตรงว่าเราเลยวัยกามิกาเซ่ไปแล้วค่ะ ต้องทำการบ้านเยอะมากกับรสนิยมการฟังเพลงของตะวัน 555 นี่ถ้าทางเราติดขัดด้านข้อมูลตรงนี้ เราอาจจะแวะไปหลังไมค์ถามคุณงงปะบ้างนะคะ หวังว่าจะไม่ถือสากันเนอะ อิอิ รักคุณงงปะมากค่ะ ดูแลตัวเองดีๆ น้า!!


•✤•K.piakunaa:•✤•
ทางเพลงเราเป็นรุ่นเก๋ากึ๊กกว่าคุณ piakunaa มากเลยค่ะ ขออนุญาตไม่เปิดเผยเพลย์ลิสต์นะคะ ไม่งั้นรู้อายุแน่ๆ 555 แต่เราเห็นด้วยเรื่องเนื้อหาเพลงสมัยก่อนนะคะ เราว่าค่อนข้างกินใจมากอยู่ อย่างไรก็ดี ทางเราเองก็ได้ฟังเพลงสมัยใหม่บ้าง แล้วก็พบว่า ศิลปินรุ่นใหม่ๆ เองก็มีเพลงเจ๋งๆ เยอะเช่นกันค่ะ (แต่พอดีเราไม่ค่อยได้ฟังเพลงแล้ว ตอนนี้เลยไม่ค่อยรู้ว่ามีเพลงอะไรเพราะๆ บ้าง หรือจะพูดง่ายๆ ว่า เราไม่รู้จักเพลงที่ฮิตๆ ในช่วงนี้เลยก็ได้ค่ะ 555)

เฮียคุนทำอะไรหวังผลจากไจ๋ตลอดค่ะ ที่สำคัญ เฮียคุนไม่มีทางปล่อยไจ๋ไปห่างตัวเด็ดขาด ดังนั้น ไม่ว่าอะไรก็ตามที่จะช่วยผูกไจ๋ให้อยู่ติดกับตัวเองไปตลอดได้ พ่อคุนทำทั้งนั้นเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับความเห็นและกำลังใจนะคะ คุณ piakunaa เองก็ต้องดูแลสุขภาพร่างกายและใจให้ดีๆ เช่นกันน้า!!

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 71 || P.21 ||03.07.2020 ✤
« ตอบ #619 เมื่อ: 03-07-2020 18:19:18 »





ออฟไลน์ narongyut

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 93
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-0
 o22 o22 o22 o22 :o8: :o8: :o8: ถ้าโลกใบนี้มีคนแบบตะวันอยู่เยอะคงจะมีความสุขมากกว่าที่มีครับ   ส่วนจิ้งจอกเด็ก “เฮียดูแลไจ๋คนเดียว ไจ๋ก็ดูแลเฮียคนเดียว ถ้าเฮียเมื่อย ไจ๋ก็นวด ถ้าไจ๋เหนื่อย เฮียก็กอดไจ๋ ตกลงไหม” บอกกับน้องต่ายน้อย แบบนี้น้องต่ายจะไปไหนรอด เฮ้ออออ น้องต่ายน้อยสู้ๆนะครับ

ออฟไลน์ Ac118

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 754
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-0
จิ้งจอกเด็กจอมเจ้าเล่ห์ คิดจะครองโลกลูกกระต่ายด้วยสิ่งนี้!
“เฮียไม่อยากเทคแคร์ใคร อยากเทคแคร์ไจ๋คนเดียว” อ๊ากกกก เล่นเอาหนูไจ๋ใจเต้น
วิบวับๆ มึนๆเบลอๆถูกมัดมือชก ยอมสัญญากับจิ้งจอก ว่าจะไม่มีความลับกับเฮีย เฮียเมื่อยไจ๋ก็นวดให้เฮีย ไจ๋เหนื่อยเฮียก็กอด โว๊ะ!เฮียมีแต่ได้กับได้ ได้น้วยกระต่ายโดยชอบธรรม สมใจเฮียเลยมั้ยย! //อยากบิดหูเจ้าจิ้งจอกเด็กแทนเฮียเม้งงงง!! :a5:

ตะวันไอเดียดี จนเพื่อนแอบร้อนใจ ลนลาน
ดีจ๊ะดี พ่อพระเอกสิ่งมหัศจรรย์ของหนูไจ๋ อิอิ

 
ส่วนเจ้าปอ ตัวป่วน ตัวฮา ตัวระอาใจของกลุ่ม นี่ถ้าไม่มีเจ้าปอสักคน กลุ่มนี้เงียบสงบไร้สีสันเนี่ย!ความดีของเจ้าปอเลยนะ (ข้าวฟ่าง เหรอออ)5555555

//มาค่ะ มากอดกันนนนน  :กอด1: เทคแคร์จุ๊บๆรอบเตียง คิคิ :mew1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-07-2020 09:37:06 โดย Ac118 »

ออฟไลน์ ป้าหมีโคตรขี้เกียจ

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
อายุก็เป็นแค่ประสบการณ์ชีวิตนะคะ ถ้าใจเราไม่แก่ เราก็จะไม่แก่ค่ะ ฮาาาา

โอ้โห อาจารย์คหกรรมนั่นแม่เรารึเปล่า แม่เราใช่มั๊ยนะ ประโยคแซะว่า ญาติเธอ อย่างนั้นอย่างนี้ นี่เหมือนกันเป๊ะเลย ไม่เคยรู้เลยว่ามีคนแซะแบบนี้ด้วย 555555

แล้วอะไรคือการเป็นบัดดี้-บัดเดอร์กัน2คนคะ หมั่นไส้มากกกกก แล้วมาสะดุดตรง "ถ้าไจ๋เหนื่อยเฮียก็กอดไจ๋" นี่อยากจะแหมไปให้ถึงดาวอังคาร ไจ๋เหนื่อยก็หาขนมมาให้กินซิ มากอดทำไม ฟู้ดเธอราปีน่ะ รู้จักไหม ดูตะวันซิ พ่อพระเอกของพี่ ทำคุ้กกี้แล้วก็มาแบ่งเพื่อนงี้ เป็นคนดีมีน้ำใจ เป็นบัดเดอร์ไจ๋ก็ยังเผื่อแผ่แบ่งปันไปที่ข้าวฟ่าง  :mew1:

ตัวร้ายก็เป็นตัวร้ายวันยันค่ำ ของเทคสุดท้ายที่ไจ๋ได้มาก็จะยึดไว้ที่ห้องตัวเอง ร้ายมากๆ แค่น้องไจ๋ชอบก็ยึดไปแล้ว ถ้ารู้ว่าไจ๋สาธยายความดีของตะวันครึ่งหน้าเอสี่จะอกแตกตายมั๊ย นี่ขนาดยังไม่รู้ใจตัวเองนะ

ออฟไลน์ งงปะ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 64
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-0
ว่าแล้วว่าต้องเป็นตะวัน มีพิรุธสุด
ตอนนี้เฮียคุนขี้หวงอะ กลัวน้องต่ายนอนมองจิ๊กซอของตะวันบ่อยๆอะดิ๊ เลยต้องกันท่าใว้ห้องตัวเองสะ
ร้ายจริงๆ กะไม่เพื่อแผ่เวลาของใจ๋ไปให้ใครเลยไง๊ กะเก็บใว้ให้ตัวเองคนเดียว นี้ขนาดยังเด็กๆกันนะยังขี้หวงขนาดนี้ ถ้าโตนี้อาการมันจะยิ่งขนาดไหน คงตามหวงตามหึงยันหมาแมวอะ
ส่วนซีนนี้ตะวันวาดได้ใจไปเต็มๆ
แอบคิดไปถึงตอนโตขอให้เด็กกลุ่มนี้อยู่ด้วยกันนะ
คอยซัฟพอร์ทน้องต่ายไปยังงี๊ตลอด

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1140
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-0
อาร๊ายยยยยยยเทคแคร์กันสองต่อสองตลอดไป  :o8: แหมมเฮียคุนแม้แต่จิ๊กซอร์ก็ไม่ได้เลยเนอะ ถ้าไม่ใช่จากเฮีย ของคนอื่นห้ามอยู่กับตัวไจ๋เลยสินะ ฮอลลล 5555 แล้วยังหลอกล่อหว่านล้อมไม่ให้มีความลับต่อกันอีก ร้ายจริงๆคนเรา 555 ตลกมากที่เอากะละมังมาจับ เออช่างคิดได้เนาะ ลำบากคนได้เลยแต่ว่าก็แปลกดี ใช้งานได้ดีด้วยนะเสียแต่ตอนหิ้วกลับนี้ดิ อายชาวบ้านชาวช่อง 5555 เวลาเฮียคุนกับไจ๋ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน นี่แบบ  :-[ อะ 555 ต่างก็เป็นตัวของตัวเอง ไจ๋ชอบเห็นอกเห็นใจคนอื่นเป็นมาตั้งแต่รู้จัก น่ารักมากลูกกระต่ายเรา  :katai2-1: ปอก็ยังเป็นปอ วอแวงอแงได้ตลอดจริงๆสินะ โธ่ 555 ข้าวฟ่าง+ตะวันก็ช่างเป็นเพื่อนที่ดีมากๆกัลยาณมิตรเลย  o13 อ่านไปยิ้มไปกับความสดใสเด็กๆ ขอบคุณนะคะที่ขยันแต่งมาอัพให้อ่านสม่ำเสมอและพูดคุยกัน แต่ละตอนก็ยาวดี คำผิดก็น้อย อ่านลื่นไหลดี  o13 o13 น้อยวันฝนตก มากวันอบอ้าว ดูแลตัวเองด้วยนะคะ หาไอศครีมเย็นๆชื่นใจในวันว่างๆทาน (:  :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ mab

  • ชื่อ mab ไม่ได้ชื่อ map
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 808
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +75/-0
ชอบตอนที่ข้าวฟ่างเฉลยว่าเป็นบัดเดอร์ของเฮียคุน แถมถามว่า..เฮียคุนชอบที่ข้าวฟ่างเทคแคร์เฮียคุนไหม ?? เฮียคุนก็หัวเราะพลางอ่อนใจแถมยังยิ้มอย่างมีความสุขอยู่ตั้งนานสองนาน.. มันแสดงถึงความใส่ใจที่ข้าวฟ่างมีให้กับรุ่นพี่คนนี้อย่างจริงใจจริงๆ ช่างสังเกตเพื่อนในกลุ่มจึงได้รู้ว่าเฮียคุนน่ะชอบไจ๋ๆ มีแต่เฮียคุน ไจ๋ และปอละที่ไม่รู้เรื่อง ส่วนตะวันนั้นคงเพิ่งได้เริ่มสังเกตบ้างแล้วว่าเฮียคุนไม่เคยยอมปล่อยให้ไจ๋ทำอะไรด้วยตัวเองเลย แถมตอนที่ตะวันเฉลยว่าเป็นบัดเดอร์ไจ๋ เฮียคุนยังลากตะวันไปคุยกันให้รู้เรื่องอีกว่าไม่ได้คิดอะไรกับไจ๋เกินกว่าเพื่อน นี่เฮียคุน!! นายมีสิทธิ์อะไรมาหึงน้องกับตะวันเล่าฮ้าาา สถานะตัวเองก็แค่คนข้างบ้าน ไม่ใช่แฟนเสียหน่อย แถมมีการหึงไปถึงเรื่องจิ๊กซอว์ว่าต่อเสร็จให้ไปแขวนไว้ที่บ้านตัวเอง เพราะถ้าแขวนไว้บ้านไจ๋เฮียจะไปดูไม่ได้ เจ้าเล่ห์สุดๆ และได้ผลตามที่ตัวเองต้องการตลอด ประทับใจอิแม่คนนี้จริงๆ ลุ้นตลอดเด้อ อยากให้รู้ใจตัวเองซักที  55555

ปล.ไจ๋ๆ ความลับกับเฮียคุนนะปิดไว้บ้างลูก เปิดหมด ความลับก็จะไม่ใช่ความลับอีกต่อไปนะ.. อยากให้เฮียคุนเด๋อด๋าบ้างเวลาไจ๋มีความลับแล้วเฮียคุนจะร้อนรนแค่ไหน อิแม่อยากเห็น 5555

ออฟไลน์ Malimaru

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +285/-4
    • facebook
- 72 -


“ไจ๋!”

เจ้าของชื่อวางถ้วยก๋วยเตี๋ยวลงบนโต๊ะของลูกค้าก่อนจะผินหน้ามองไปยังต้นเสียง เมื่อเห็นใบหน้ายิ้มแย้มของคนคุ้นเคยทั้งสาม เด็กชายก็เดินตัวปลิวออกไปรอต้อนรับกลุ่มคนที่กำลังก้าวเท้าขึ้นสู่ชานยกพื้นด้านหน้าร้านด้วยความกระตือรือร้นระคนยินดี

“ข้าวฟ่าง... ปอ ตะวัน?!” ไจ๋ยิ้มกว้างคล้ายจะอวดฟันทุกซี่ เขาทั้งดีใจและประหลาดใจหลังพบว่าเพื่อนทั้งสามมาหากันถึงถิ่น แต่ถ้าจำไม่ผิด ทุกๆ วันเสาร์ พวกเพื่อนของเขามีเรียนพิเศษไม่ใช่เหรอ?

ขวัญชีวินอ่านสีหน้างุนงงของไจ๋ได้ทะลุปรุโปร่ง หล่อนจึงชิงอธิบายอย่างชัดถ้อยชัดคำ “ตอนบ่ายที่เรียนพิเศษเราจัดงานปีใหม่ เราเลยชวนคนอื่นมาหาไจ๋ด้วยกัน”

“ละ แล้วมากันยังไง”

“พวกกูคงเดินมามั้ง แหม...ไกลขนาดนี้” ปอแค่นเสียงเยาะพลางพ่นลมหายใจ ส่ายหัวใส่ไจ๋อย่างระอา

เด็กหญิงปรายตามองค้อนปอแล้วเอ่ยรวดเร็ว “พวกเรานั่งตุ๊กๆ มา”

ก่อนที่บทสนทนาจะดำเนินต่อ ลูกค้าใหม่กลุ่มใหญ่ก็เดินเข้ามาในร้านพอดิบพอดี เห็นดังนั้น ขวัญชีวินจึงรีบยื่นข้อเสนอด้วยไม่อยากสร้างปัญหาให้เจ้าถิ่น “ไจ๋พาพวกเราไปหาที่นั่งก่อนเถอะ ยืนคุยกันแบบนี้มันขวางทางคนอื่นเขา”

ไจ๋พยักหน้าแล้วหมุนตัว เดินนำกลุ่มเพื่อนเข้าสู่ด้านในตัวร้าน ปอกวาดตามองป้ายเมนูขนาดใหญ่บนผนังพลางเอ่ยถาม “ร้านพ่อมึงมีอะไรอร่อยมั่งวะ”

ไจ๋กำลังจะตอบ ทว่าตะวันวาดกลับโพล่งขึ้นเสียก่อน “พวกเราไปไหว้พ่อแม่ไจ๋กันก่อนเหอะ เรื่องอื่นค่อยว่ากัน”

“ก็ดีเหมือนกัน” ทุกคนเห็นว่ายังพอมีโต๊ะว่าง เลยเดินตามไจ๋ตรงไปทำความรู้จักกับมารดาของเจ้าตัวเป็นลำดับแรก

“หม่าม้า เพื่อนมากินข้าว”

“หวัดดีครับ”

“สวัสดีค่ะ”

สร้อยกำลังปรุงก๋วยเตี๋ยวง่วนอยู่หน้าเตา เมื่อได้ยินเสียงบุตรชายเอ่ยเรียก ซ้ำยังมีเสียงทักทายแปลกหูดังตามมาติดๆ แม่ครัวใหญ่จึงวางมือจากด้ามตะกร้อลวกก๋วยเตี๋ยวแล้วรับไหว้พวกเด็กๆ ด้วยรอยยิ้มชวนมอง “ไจ๋พาเพื่อนไปนั่งก่อนไป”

เห็นมารดากำลังยุ่ง เด็กชายจึงตอบคำผู้ให้กำเนิดอย่างว่องไว “แป๊บนึงนะหม่าม้า ไจ๋พาเพื่อนไปหาป๊าก่อน” พูดจบ ทั้งสี่ก็เดินตรงเข้าไปหาเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ซึ่งกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ตรงโต๊ะเก็บเงินด้านใน

“ป๊า นี่เพื่อนไจ๋"

“สวัสดีครับ”

“สวัสดีค่ะ” ปอ ข้าวฟ่าง และตะวันพร้อมใจกันทำความเคารพบิดาของเพื่อนอย่างนอบน้อม

“สวัสดีๆ ”

เด็กวัยรุ่นทั้งสามตกเป็นเป้าสายตาของเม้งตั้งแต่ทีแรก ยิ่งเมื่อเห็นไจ๋ทำท่าตื่นเต้นก่อนจะปรี่เข้าไปทักทายด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เขาก็พอจะเดาได้ว่า เหล่าอาคันตุกะรุ่นเยาว์น่าจะเป็นเพื่อนที่โรงเรียนของลูกชาย เมื่อสอดส่องดูจนแน่ใจว่ากลุ่มเด็กที่เดินตามหลังเลือดเนื้อเชื้อไขเข้ามาในร้านไม่มีเด็กเหลือขอข้างบ้านรวมอยู่ด้วย เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ก็โอภาปราศรัยกับทั้งสามด้วยความเป็นกันเอง “ชื่ออะไรกันบ้างล่ะนี่”

“ผมชื่อตะวันครับ”

“ข้าวฟ่างค่ะ”

“ผมปอครับ”

“นี่ทุกคนเป็นเพื่อนห้องเดียวกับไจ๋ใช่ไหม” เห็นทั้งสามคนพยักหน้ารับ เม้งก็ผงกหัว คลี่ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะกวาดตามองเด็กแต่ละคนเร็วๆ เห็นทุกคนหน้าตาผิวพรรณดี ดวงตาสดใสทั้งยังฉายแววเฉลียวฉลาดก็อดภูมิใจในตัวเลือดเนื้อเชื้อไขไม่ได้ มันต้องอย่างนี้สิ... เพื่อนพ้องที่ลูกชายเขาควรคบหาจะต้องเป็นแบบนี้ ไม่ใช่แบบไอ้เด็กเวรข้างบ้านนั่น!

“ตอนอยู่โรงเรียน ป๊าฝากดูไจ๋ด้วยนะ ถ้าไจ๋ทำอะไรไม่เหมาะสมก็ว่าก็เตือนได้เลยนะ ป๊าอนุญาต”

“ไม่ต้องห่วงครับ พวกผมจะดูแลไจ๋อย่างดีครับ” ตะวันวาดออกหน้ารับคำแทนเพื่อนคนอื่นๆ ด้วยสีหน้าจริงจัง

ได้ยินดังนั้น เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวก็อมยิ้มชอบใจก่อนจะเสนอไมตรีอย่างใจกว้าง “อยากกินอะไรก็บอกไจ๋นะ มื้อนี้ป๊าเลี้ยงเอง ไม่ต้องเกรงใจ สั่งกันให้เต็มที่เลย”

“ขอบคุณครับ”

“ขอบคุณค่ะ”

“ไจ๋พาเพื่อนไปนั่งไป เสร็จแล้วค่อยกลับมาหาป๊า”

“อื้อ!” เด็กชายพยักหน้าพลางเอื้อมหยิบใบเมนูบนชั้นวางของแล้วเดินนำเพื่อนไปนั่งยังโต๊ะสำหรับลูกค้าที่เพิ่งทำความสะอาดเสร็จ “ดูเมนูก่อนนะ เดี๋ยวระ เรามา” ว่าแล้ว ไจ๋ก็เดินเร็วๆ กลับไปหาบิดาทันที

“วันนี้ไม่ต้องทำงานแล้ว มึงไปนั่งกินข้าวกับเพื่อนมึงเถอะ”

ไจ๋เอียงคอมองพ่ออย่างงุนงง “ไม่ต้องทำงาน? เดี๋ยวไจ๋กลับบ้านได้ละ เลยไง”

“เออ เพื่อนมึงเขาอุตส่าห์มาหาที่ร้านทั้งที มึงก็ไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนมึงเถอะไป”

“หือ?” คนฟังเลิกคิ้วทำหน้าเหลอหลา แต่เมื่อป๊าพยักหน้าเร็วๆ ทั้งยังยิ้มมุมปากอย่างอารมณ์ดี เด็กชายจึงยกสองมือขึ้นประนมกลางอกแล้วก้มหัวไหว้บิดาอย่างนอบน้อม “ขอบคุณครับป๊า”

“เดี๋ยวมึงเดินไปบอกหม่าม้าด้วยว่าให้ทำซุปเปอร์ไปให้เพื่อนมึงกินกันหม้อนึง” พูดมาถึงตรงนี้ คนเป็นพ่อก็เพิ่งนึกเรื่องสำคัญได้ จึงรีบกำชับเพิ่ม “แล้วถ้าเพื่อนมึงกินน้ำร้านโกปี๊ก็บอกเฮียให้ลงบัญชีไว้ก่อน กูจะออกไปจ่ายให้ทีหลัง”

“อื้อ!” ไจ๋พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มกว้าง

หลังจากปลีกตัวไปสั่งอาหารจานหลักให้บรรดาเพื่อนๆ เป็นที่เรียบร้อย เจ้าถิ่นก็เดินวนกลับมารับออร์เดอร์เครื่องดื่ม “เอาน้ำอะระ ไร มีโค้ก สไปรท์ แฟนต้า ชา กาแฟ น้ำเปล่า”

“ร้านไจ๋มีกาแฟด้วยเหรอ” ขวัญชีวินเท้าข้อศอกลงกับโต๊ะพลางยื่นหน้าคุยกับไจ๋ด้วยความสนใจ ช่วงนี้หล่อนเห่อการกินขนม ลูกอม รวมถึงนมรสกาแฟเป็นพิเศษ เมื่อได้ยินว่าร้านก๋วยเตี๋ยวของเพื่อนมีกาแฟให้บริการ เด็กหญิงจึงเก็บอาการตื่นเต้นเอาไว้ไม่อยู่

ไจ๋ส่ายหัวพลางบุ้ยใบ้ไปยังร้านกาแฟโบราณของลุงสมที่อยู่คูหาติดกัน “กาแฟกับชาของระ ร้านข้างๆ ถ้าข้าวฟ่างจะกินเดี๋ยวระ เราจะเดินไปสั่งให้”

เด็กหญิงทำตาวาวพลางผงกหัวยืนยัน “มีโอเลี้ยงไหมอะ ถ้ามีเอาหวานน้อยแก้วนึง”

“โอเค” จบจากข้าวฟ่าง ไจ๋ก็หันไปหาเพื่อนอีกสองคน “ปอกับตะวันเอาอะระ ไร”

“มอคค่าเย็นมีปะ” ปอถามด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ

“เดี๋ยวไปถามให้นะ ถ้ามี เอามอคค่าใช่ไหม”

“เออ ขอหวานๆ นะ”

ฟังมาถึงตรงนี้ เด็กหญิงเพียงคนเดียวของกลุ่มก็เลิกคิ้ว เบิกตาจ้องอีกฝ่ายทันทีเพราะหล่อนจำได้ว่า ปอไม่เคยกินกาแฟ กระทั่งไอศกรีมกาแฟยังไม่กิน แต่ในเมื่อเจ้าตัวว่าอย่างนั้น ขวัญชีวินก็คร้านจะถามไถ่ให้เปลืองน้ำลาย

“ได้ เดี๋ยวสั่งให้” ไจ๋พยักหน้า ทว่าก่อนที่เด็กชายจะหันไปสนทนากับเพื่อนคนสุดท้าย อดีตหัวหน้าห้องก็ผุดลุกขึ้นหยัดยืนเต็มความสูง

“เราไปด้วย จะไปดูว่าสั่งอะไรดี”

“อื้อ!” เจ้าถิ่นพยักหน้าให้ตะวันวาดเดินตามกันไปเยี่ยมเยือนร้านโกปี๊ เด็กชายคลี่ยิ้มให้สมพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ “มีมอคค่าเย็นไหมครับละ ลุงสม”

“มี เอามอคค่าเย็นเหรอ”

“ครับ มอคค่าเย็นหวานๆ กับโอละ เลี้ยงหวานน้อย” ไจ๋เงยหน้ามองเพื่อนตัวสูงที่ยืนอยู่ข้างหัน “ตะวันกินอะระ ไร”

“มีแดงมะนาวโซดาไหมครับลุง”

สมที่บัดนี้ย้ายไปยืนประจำที่ด้านหลังโต๊ะชงกาแฟก้มลงมองลังโซดาตรงชั้นเตี้ยใต้โต๊ะ เมื่อเห็นว่ายังมีโซดาอยู่อีกหลายขวดก็พยักหน้าพลางยิ้มกว้าง “มี เอาแดงมะนาวโซดาใช่ไหมหนู”

“ครับ”

“งั้นรอเดี๋ยวนะ”

“วันนี้พาเพื่อนมากินข้าวที่ร้านเหรอไจ๋” แหวนละสายตาจากกระดานหมาก เงยหน้าขึ้นมองไจ๋ด้วยความเอ็นดู

“ครับ” เจ้าของชื่อยิ้มพลางผงกหัวรับ

ตะวันวาดเอียงคอมองเกมหมากฮอสที่คุณลุงทั้งสองคนเล่นค้างอยู่อย่างสนใจ แหวนเห็นสีหน้าของเด็กชายเลยเอ่ยยิ้มๆ “เล่นเป็นไหมหนู หมากฮอสน่ะ”

“เป็นครับ”

“อยากลองเล่นกับลุงดูหน่อยไหมล่ะ” แหวนเอ่ยชักชวนลอยๆ ก่อนจะหันไปหาเพื่อนสนิทพร้อมกับจัดการรวบรัดแทนตะวันวาดเสร็จสรรพ “ตาสม ข้าเบื่อรอเอ็งแล้ว ตานี้ให้เด็กมันเล่นแทนไปก่อนนะ”

“หน็อย เอ็งเบื่อเล่นกับข้าแล้วทำมาหาข้ออ้าง” เจ้าของร้านกาแฟเอ่ยแซวอย่างอารมณ์ดีก่อนจะพยักพเยิดให้ตะวันวาดรับช่วงต่อจากตนเอง “เอาๆ นั่งเล่นแทนลุงที”

อดีตหัวหน้าห้องเหลือบมองสบตากับไจ๋ เจ้าถิ่นเลยคลี่ยิ้มเต็มหน้าพลางรุนหลังคะยั้นคะยออีกฝ่ายทางอ้อม เมื่อเพื่อนทรุดตัวลงนั่งแทนที่เจ้าของร้านโกปี๊ เด็กชายก็ก้าวไปหยุดยืนดูการแข่งขันระหว่างขาประจำร้านกาแฟกับอดีตหัวหน้าห้องอย่างตั้งอกตั้งใจ

•✤•✤•✤•

“มึงทำอะไรวะ ทำไมไม่ลงไปข้างล่าง” ริวอิจิเอ่ยทักลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยวด้วยรอยยิ้ม เขาเดินอาดๆ เข้าไปหาเจ้าถิ่นที่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง เหนือหน้าตักของเจ้าตัวมีคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปสีน้ำเงินเข้มดูทันสมัยเสียบสายระโยงระยางวางอยู่

“อ้าวเฮ้ยมึง มาไงเนี่ย” คุนวางแผ่นซีดีในมือลงบนหนังสือคู่มือข้างตัวพลางฉีกยิ้มกว้างอย่างยินดีด้วยไม่คิดว่าเพื่อนสนิทจะมาหากันถึงบ้าน เด็กชายผงกหัวเรียกอาคันตุกะให้มานั่งด้วยกันบนเตียง “นั่งก่อนมึง”

หลังจากเอนหลังนั่งเหยียดขาอย่างสบายอารมณ์อยู่ครู่หนึ่ง ริวอิจิก็ชะโงกหน้าดูจอคอมพิวเตอร์บนตักเพื่อนอย่างพินิจพิเคราะห์ หน้าต่างตั้งค่าคอมพิวเตอร์ที่เปิดค้างอยู่ทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ “นี่คอมฯ มึงเหรอ”

“อือ” คุนเอ่ยพลางกดเอนเทอร์ คลิกเปิดโปรแกรมที่เพิ่งบันทึกลงในเครื่องขึ้นดูหน้าจอการใช้งาน

“มึงซื้อมาเมื่อไรเนี่ย”

“ป๊าเพิ่งซื้อให้กูตอนปีใหม่” ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวอมยิ้มพลางนึกถึงคำพูดของบิดาขณะยื่นกล่องคอมพิวเตอร์ส่งให้เขาเมื่อไม่กี่วันก่อน สาเหตุที่ป๊าและแม่ตัดสินใจซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ให้นั่นก็เพราะพวกท่านเชื่อว่า ต่อไปคอมพิวเตอร์จะกลายเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญในการค้นคว้าความรู้เพิ่มเติม เขาจึงควรหัดใช้งานให้คุ้นเคยเสียแต่เนิ่นๆ อย่างไรก็ดี ผู้ให้กำเนิดยังสำทับอีกด้วยว่า หากคิดจะเล่นอินเทอร์เน็ตฆ่าเวลา ก็ขอให้เล่นแต่พอดี อย่าหมกมุ่นกับบรรดาเว็บล่อแหลมจนไม่เป็นอันทำอะไร ไม่อย่างนั้นจะโดนริบคอมฯ คืน

แม้จะดีใจที่พ่อและแม่ไว้ใจ ให้อิสระในการใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต แต่คุนกลับเริ่มสงสัยนิดๆ เสียแล้วว่า ตัวเขาในสายตาบิดาเป็นเช่นไร เพราะเวลาที่ป๊าเปรยถึงเรื่อง ‘พรรค์นั้น’ ก็มักจะพูดด้วยสีหน้ากรุ้มกริ่มราวกับสนับสนุนเขาให้เดินหน้าทำอย่างที่ว่าไปเสียทุกที

“โห ป๊ามึงใจดีว่ะ ถ้าพ่อกูซื้อคอ...” อาคันตุกะยังไม่ทันพูดจบประโยค อยู่ๆ เสียงที่คล้ายกับเสียงสั่นของมือถือก็ดังแทรกขึ้นกลางปล้อง ริวอิจิชะงักงัน ในแววตาของเด็กชายแฝงความแตกตื่นนิดๆ ทว่ายังแสร้งทำท่าคล้ายกับไม่ได้ยิน ต่อเมื่อเสียงสั่นดังขึ้นอีกครั้ง เด็กชายก็ถอนหายใจพลางล้วงหยิบมือถือเครื่องหนึ่งออกมาจากกระเป๋ากางเกง เปิดฝาพับแล้วกรอกน้ำเสียงรำคาญลงไปในสาย “มีอะไร”

คุนไม่อยากทำตัวเสียมารยาท จึงดึงสายตากลับมาวางบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังเปิดหน้าเว็บเบราว์เซอร์ เด็กชายค้นหาลิงก์เพื่อดาวน์โหลดโปรแกรมแช็ตยอดนิยมมาไว้ในเครื่อง เผื่อวันไหนลูกกระต่ายนึกอยากใช้โปรแกรมนี้ขึ้นมา ตนจะได้สนองนโยบายได้อย่างทันท่วงที

ริวอิจิคุยโทรศัพท์เพียงไม่นาน จากนั้นก็หันกลับมานั่งมองคุนลงโปรแกรมในคอมฯ อย่างคล่องแคล่ว ท่าทางเชี่ยวชาญจนมั่นใจของเพื่อนสนิททำเอาเด็กชายรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอย่างไรบอกไม่ถูก แต่ก่อนที่หัวสมองจะคิดฟุ้งซ่านไปไกล คนข้างตัวก็เอ่ยขึ้น

“วันนี้มึงไม่ทำบ้านเหรอวะ” เท่าที่คุนรู้ โดยปกติแล้ว ทุกๆ วันเสาร์ เพื่อนสนิทของเขาจะทำความสะอาดบ้านรวมถึงซักเสื้อผ้าของรอบอาทิตย์ที่ผ่านมา

ริวอิจิหัวเราะเบาๆ พลางเอ่ยคำตอบที่ตนเตรียมมาอย่างดี “เดี๋ยวบ่ายค่อยทำ กูอยากแวะมาหามึงหน่อย”

เจ้าถิ่นเลิกคิ้วมองหน้าคู่สนทนาด้วยความแปลกใจระคนกังวล ที่ผ่านมา ถ้าไม่มีเรื่องกวนใจ อีกฝ่ายไม่เคยมาหาเขาถึงบ้าน หรือจะเผลอไปมีเรื่องมาจริงๆ ?

“มึงมีอะไรหรือเปล่าวะ”

“กูจะมาบอกว่า ถ้ามึงเบื่อๆ ไม่มีอะไรทำ มึงมานั่งเล่นที่บ้านกูได้นะเว้ย” คนพูดก้มหน้าลงเหลือบมองรอยขาดเล็กๆ ของกางเกงยีนตัวเก่งพลางเอ่ย “วันนั้นที่มึงไปบ้านกูเป็นวันเกิดพี่เท็น พวกพี่เขาเห็นว่ามาบ้านกูแล้วทำเสียงดังได้เลยชวนกันมากินหมูทะฉลองวันเกิดให้พี่เท็นที่บ้านกู แค่นั้นแหละ ไม่มีอะไรหรอก”

“อืม” คุนครางรับในลำคอ อันที่จริง หากไม่หยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นมาพูด คาดว่าเขาคงลืมเหตุการณ์วันนั้นไปสนิทใจ ดังนั้น เมื่อรับรู้ได้ว่าคู่สนทนาตั้งใจจะมาขอโทษกันโดยเฉพาะ เด็กชายก็ไม่อยากฟื้นฝอยหาตะเข็บ “น้าวีซื้อมือถือให้มึงแล้วเหรอ”

ริวอิจิปรายตามองคอมพิวเตอร์ใหม่เอี่ยมของเพื่อนสนิทอีกครั้ง ก่อนจะแค่นยิ้มอย่างขมขื่นพร้อมกับส่ายหัว “หึ! พ่อกูซื้อมือถือใหม่เลยเอาเครื่องเก่ามาให้กูใช้”

“เอาเบอร์มึงมาดิ เผื่อมีอะไรกูจะได้โทรไปหา”

ผู้มาเยือนเห็นว่าเพื่อนรักยังคงง่วนอยู่กับคอมพิวเตอร์เลยกระโดดลงจากเตียง เดินไปที่โต๊ะเขียนหนังสือ หยิบเศษกระดาษใกล้มือกับปากกามาเขียนเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองอย่างคล่องแคล่ว เมื่อเขียนเสร็จ เด็กชายก็หันกลับไปเอ่ยกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเร็วรัวพลางชี้นิ้วไปยังแผ่นกระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะ “เบอร์กูอยู่นี่นะ กูกลับก่อนดีกว่า เดี๋ยวตอนอามาส่งข้าวจะไม่เจอ”

ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวเหลือบมองเวลาบนหน้าจอแล้วพับฝาคอมพิวเตอร์ วางโน้ตบุ๊กลงบนเตียงก่อนจะผุดลุกขึ้นยืนทันควัน “เดี๋ยวกูลงไปส่ง”

ริวอิจิโบกมือเชิงปฏิเสธพลางคลี่ยิ้มแล้วจ้องตากับเพื่อนด้วยความเกรงใจ “ไม่ต้องหรอก มึงทำคอมฯ ต่อเหอะ”

“ไม่เป็นไร กูว่าจะไปหาอะไรกินหน่อย” เด็กชายไม่พูดเปล่า เขาเดินไปหยิบพวงกุญแจที่แขวนอยู่ตรงตะขอข้างตู้เสื้อผ้าแล้ววกกลับมาหาเพื่อนสนิท พยักหน้าส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายออกเดิน

“มึงไม่กินข้าวบ้านเหรอ” อาคันตุกะสังเกตเห็นว่าลูกกุญแจในมือเพื่อนเป็นกุญแจรถเลยเอ่ยถามขึ้นระหว่างที่ทั้งคู่เดินตามกันลงบันไดไปยังชั้นล่างของร้านก๋วยเตี๋ยว

เจ้าถิ่นส่ายหัว “เดี๋ยวกูออกไปส่งมึงก่อนแล้วค่อยแวะหาอะไรกินที่ตลาด”

“มึงไม่ต้องไปส่งกูหรอก กูเอารถมา” ริวอิจิเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายๆ

คุนเลิกคิ้วมองเพื่อนที่เคาะปลายเท้าสวมใส่รองเท้าผ้าใบที่ถอดทิ้งไว้ตรงตีนบันไดบ้าน “มึงขี่รถมา?”

“เออ พ่อกูเอารถมอ’ ไซค์เก่าของอามาให้กูขี่ไปโรงเรียน”

การได้รับรู้ข้อมูลใหม่ๆ เกี่ยวกับเพื่อนสนิทในระยะเวลาอันสั้นทำเอาทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวรู้สึกทึ่งและใจหายไปพร้อมๆ กัน ถ้าเป็นเมื่อก่อน เจ้าตัวคงอวดโทรศัพท์มือถือและมอเตอร์ไซค์กับเขา ปอ และไจ๋ตั้งแต่วันแรกที่ได้ใช้งาน น่าเสียดายที่สิ่งเหล่านั้นคงไม่มีวันเกิดขึ้นอีกแล้ว...

ในเมื่อแก้ไขอดีตไม่ได้ ก็มีแต่ต้องเดินหน้าต่อไปเท่านั้น

“เฮียคุน!!” แคร์วิ่งถลามาหาพี่ชายถึงตรงหน้าบันได

คุนค้อมตัวลงอุ้มน้องสาวพลางเอ่ยกับเจ้าตัวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “แคร์สวัสดีพี่ริวหรือยังคะ”

อารยามองเด็กหนุ่มแปลกหน้าอย่างสนใจก่อนจะส่ายหัวแล้วซุกหน้าลงกับต้นคอพี่ชาย เท่านี้ก็เป็นอันรู้กันว่า เจ้าตัวเล็กกำลังเอ่ยปฏิเสธอย่างอ้อมๆ คุนส่ายหัวพลางส่งสายตาขอโทษขอโพยให้เพื่อน เห็นดังนั้น ริวอิจิจึงเอ่ยขึ้นอย่างไม่ถือสา “เมื่อกี้ตอนกูเข้ามา น้องมึงกินข้าวอยู่ กูไม่อยากกวนใครเลยเดินขึ้นไปหามึงเอง”

“อืม ไปกันเหอะ” เจ้าถิ่นพยักหน้ารับรู้ จากนั้นจึงอุ้มน้องสาวเดินนำหน้าเพื่อนออกไปยังส่วนที่เป็นร้านก๋วยเตี๋ยว เด็กชายกวาดตามองไปรอบๆ ร้านอย่างช้าๆ ภาพลูกค้าที่เข้าแวะเวียนกันมาอุดหนุนกิจการของบิดาอย่างไม่ขาดสายทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจในความสำเร็จของครอบครัวอยู่ลึกๆ

“จะกินอะไรกัน”

จังหวะที่คุนกำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่นั้น เสียงของมารดาก็ฉุดรั้งสติให้หวนคืน เด็กชายเห็นแม่เดินตรงเข้ามาหา จึงหยุดยืนคุยกับมารดาอย่างเป็นกิจจะลักษณะ “เดี๋ยวคุนจะออกไปหาอะไรกินข้างนอกครับ”

ทีแรกสุนันท์กำลังประเมินปริมาณสำรับกับข้าวที่ยังเหลืออยู่ว่ามีพอสำหรับเด็กหนุ่มวัยกำลังกินทั้งสองหรือไม่ ทว่าเมื่อได้ยินคำตอบของเลือดเนื้อเชื้อไข หล่อนก็ทอดสายตามองทั้งคู่พลางคลี่ยิ้มด้วยความเอ็นดูระคนภูมิใจ “แล้วนี่จะไปกินข้าวกันแถวไหน” หล่อนไม่รอฟังคำตอบของลูกชาย สุนันท์ยกมือขึ้นตบบ่าคุนเบาๆ พลางบุ้ยใบ้ให้เจ้าตัวเดินไปหยิบเงินในลิ้นชัก “คุนไปหยิบเงินเพิ่มไป จะได้เอาไปกินข้าวกัน”

“ไม่เป็นไรครับน้านัน เดี๋ยวผมกลับไปกินข้าวบ้าน” ริวอิจิคลี่ยิ้มบางพลางค้อมหัวอย่างเกรงใจ

“อ้าว เพิ่งมาถึงเมื่อกี้เองจะกลับแล้วเหรอริว”

เด็กชายพยักหน้า “ครับ ผมจะกลับไปกินข้าวที่บ้าน อาเขาทำกับข้าวรอไว้แล้ว”

“งั้นก็รีบกลับเถอะ เดี๋ยวอาเขาจะรอนาน” สุนันท์ยิ้มกับเพื่อนลูกชาย

“ครับ”

ระหว่างที่ทั้งหมดยืนพูดคุยกันอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์ที่แผดลั่นก็ทำให้เด็กหญิงวัยสามขวบที่ซุกซบอยู่ในวงแขนพี่ชายเริ่มอยู่ไม่สุข อารยาตวัดใบหน้าเล็กๆ ของหล่อนหันไปจับจ้องโทรศัพท์ตรงชั้นข้างฝาผนังตาเป็นมัน “ทอสับร้องแล้วค่า!”

แคร์กำลังตื่นเต้นกับโทรศัพท์เป็นอย่างยิ่ง เมื่อไรก็ตามที่เห็นคนใกล้ตัวใช้โทรศัพท์ เด็กหญิงเป็นต้องวิ่งเข้าไปเกาะแข้งเกาะขา ขอร่วมวงสนทนาด้วยเสมอ เห็นท่าทางกระดี๊กระด๊าของเลือดเนื้อเชื้อไขตัวน้อย สุนันท์ก็คลี่ยิ้มพลางผงกหัวให้ลูกชาย “ไปคุน ไปรับโทรศัพท์ให้แม่ที”

เมื่อลูกชายอุ้มเจ้าตัวเล็กเดินคล้อยหลังจากไป สุนันท์จึงหันกลับมาชักชวนเด็กหนุ่มอีกคนสนทนาพาที “ไม่เจอกันเดี๋ยวเดียว หล่อใหญ่แล้วนะเรา”

ริวอิจิยิ้มเขิน “ครับ”

“ช่วงนี้สบายดีไหมจ๊ะ”

“สบายดีครับ”

“แล้วพ่อล่ะ สบายดีไหม”

“สบายดีครับ” เด็กชายก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มขมขื่น...

พ่อคงจะสบายมากอยู่ล่ะมั้ง ไม่อย่างนั้น ทุกครั้งที่พ่อโทรมาหากัน เขาคงไม่ได้ยินเสียงผู้หญิงคนนั้นดังลอดสายโทรศัพท์คล้ายจงใจเยาะเย้ยกันหรอก

“ถ้าวันไหนริวเหงา ไม่อยากนอนคนเดียว ริวมานอนกับคุนได้นะ ไม่ต้องเกรงใจ คิดซะว่าบ้านนี้เป็นบ้านอีกหลังของริวก็ได้” หญิงสาวลูบบ่าของเด็กชายอย่างอ่อนโยน

“ขอบคุณครับ” ถ้อยคำเชื้อเชิญที่สะท้อนน้ำใสใจจริงกับสัมผัสจากฝ่ามืออบอุ่นเหนือหัวไหล่ทำให้ริวอิจิรู้สึกดีจนนึกอิจฉาคุนอยู่ในใจ แต่เมื่อนึกถึงคำเชื้อเชิญไปร่วมสังสรรค์ของรุ่นพี่ที่เพิ่งโทรศัพท์มาหากันเมื่อสักครู่ เด็กชายก็ปัดความคิดริษยาไม่เข้าท่าทั้งหลายทิ้งไป จากนั้นจึงยกมือไหว้พลางเอ่ยกับแม่เพื่อนอย่างรวบรัด “ผมไปก่อนนะครับ”

“อ้าว ไม่รอคุนก่อนเหรอ” ท่าทีรีบร้อนฉับพลันของเด็กหนุ่มทำเอาสุนันท์เลิกคิ้วมองเจ้าตัวด้วยความประหลาดใจ

“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่อยากให้อารอนาน”

“งั้นก็ไปเถอะจ้ะ ขับรถดีๆ นะ อย่าซิ่ง”

“ครับ” ริวอิจิยกมือไหว้สุนันท์อีกครั้ง จากนั้นก็หมุนตัวก้าวฉับๆ ตรงไปยังหน้าร้าน เด็กชายหยุดไหว้จุ้ยทิ้งท้ายก่อนจะขี่มอเตอร์ไซค์จากไปอย่างรวดเร็ว

•✤•✤•✤•

ออฟไลน์ Malimaru

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +285/-4
    • facebook
“สวัสดีครับ ขอสายคุนหน่อยครับ” ตะวันวาดกรอกเสียงใส่โทรศัพท์มือถือของตัวเองพลางกวาดตามองเพื่อนทั้งสามที่กำลังจับจ้องมองโทรศัพท์ในมือเขาเป็นตาเดียว

“คุนพูดครับ นั่นใครครับ”

“นั่นใครพูดคะ?!”

เสียงของเพื่อนรุ่นพี่เรียกรอยยิ้มของกลุ่มเด็กทั้งสี่ได้โดยพร้อมเพรียง แต่เมื่อเสียงแจ๋วๆ ของเจ้าตัวเล็กลอดผ่านลำโพงตามมาติดๆ ขวัญชีวินก็หันไปฉีกยิ้มกว้างให้ไจ๋ หล่อนเดาว่าเจ้าของเสียงน่าจะเป็นน้องสาวของเพื่อนรุ่นพี่ที่เจ้าตัวเคยพูดถึงอยู่เนืองๆ

“นี่กูเองนะ ตะวัน” อดีตหัวหน้าห้องต่อบทสนทนาทันที

“อ้าว มึงเองเหรอตะวัน...ว่าไง มีอะไรหรือเปล่า”

ปอชะโงกหน้าเข้าหาโทรศัพท์ในมือตะวันวาดแล้วชิงส่งเสียงเรียกร้องความสนใจ “พี่คุน!”

“โหลๆ สองโหลเงียบฉี่!!”

“เดี๋ยวสิคะแคร์ ขอเฮียคุยกับเพื่อนก่อนนะคะ” น้ำเสียงของคนปลายสายฟ้องชัดว่าเจ้าตัวกำลังตกใจ แต่สิ่งที่พวกเขาทั้งสี่ไม่รู้ นั่นคือ ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวกำลังตกใจเสียงปอหรือตกใจน้องสาวของตัวเองกันแน่ “มึงอยู่กับตะวันเหรอวะปอ”

“มึงว่างปะ ออกมากินไอติมกัน” ปอไม่ตอบคำถามทว่ากลับรีบพูดธุระของตัวเองแทน

น้องสาวคนเล็กของปอเพิ่งพ้นวัยช่างเจรจามาไม่นาน เด็กชายจึงพอจะคาดเดาสถานการณ์ของเพื่อนรุ่นพี่ได้กระจ่างแจ้ง อีกทั้งยังเข้าใจหัวอกของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี ลองว่าเสียงของเจ้าตัวเล็กดังชัดเจนแบบนี้ ตีความได้อย่างเดียวเลยว่า เจ้าตัวน่าจะกำลังอุ้มน้องสาวอยู่แหงๆ

“วันนี้พวกมึงไม่เรียนพิเศษกันเหรอวะ”

“จะมาไม่มา ถ้ามึงไม่มา พวกกูสี่คนจะได้ไปกินกันเอง” ปอส่ายหัวพลางถอนหายใจกับความช่างสงสัยของคนปลายสาย

“ไจ๋กับข้าวฟ่างก็อยู่กับพวกมึงเหรอ”

“ก็เออดิวะ สรุปมึงมาปะเนี่ย” ปอเอ่ยอย่างรำคาญ

“เจอกันร้านไอติมใช่ไหม”

“ใช่ เดี๋ยวพวกเราเดินไปรอที่ร้านไอติม” ขวัญชีวินช่วยเสริม ทั้งยังช่วยยืนยันความเข้าใจให้กับทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวด้วยอีกทาง

“โอเค งั้นเดี๋ยวเจอกัน” คนปลายสายเอ่ยเร็วๆ ก่อนที่เสียงของเจ้าตัวเล็กจะแผดเข้ามาในลำโพงพร้อมๆ กับเสียงกระซิบกระซาบของคุนที่ดังงึมงำ ฟังไม่ได้ศัพท์

“โหลๆๆ” เสียงแคร์ “จ๋า!”

ตะวัน ปอ และข้าวฟ่างแลกเปลี่ยนสายตากันอย่างงุนงง มีแต่ไจ๋เท่านั้นที่ฉีกยิ้มพลางเอ่ยรับขึ้นทันที “ครับ ว่าไงครับคนสวยของจ๋า”

“จ๋า!!!”

“น้องแคร์กินข้าวหรือยังครับ”

“กินแล้วค่ะ”

ไจ๋หลุดหัวเราะเมื่อได้ยินเสียงเฮียคุนเกลี้ยกล่อมให้น้องสาวรีบวางหู ไม่ต้องให้ใครบอก เขาก็พอจะนึกภาพออกว่าเฮียคุนคงเมื่อยแขนน่าดู ดังนั้นเด็กชายจึงรีบตัดบทสนทนาเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนข้างบ้านทันที “จ๋าต้องวางแล้ว ไว้เดี๋ยวจ๋าโทรไปหาใหม่นะครับ บ๊ายบายน้องแคร์”

“บ๊ายบาย!” พูดถึงตรงนี้ น้ำเสียงเจื้อยแจ้วที่ลอดผ่านลำโพงก็ถูกแทนที่ด้วยสัญญาณตัดสาย ทั้งสี่มองหน้ากันพลางพยักหน้าส่งสัญญาณเคลื่อนขบวน ระหว่างกินข้าวกลางวันที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ของบ้านไจ๋ ข้าวฟ่างได้ชักชวนเพื่อนๆ ไปถ่ายรูปสติกเกอร์ที่ร้านไอศกรีม พร้อมทั้งยังบอกอีกด้วยว่า หากทุกคนเห็นชอบ หล่อนจะโทรบอกแม่ให้ขับรถมารับตรงหน้าร้านไอศกรีมแทน

ปอไม่มีข้อโต้แย้งกับข้อเสนอของขวัญชีวินเนื่องจากเขาอยากถ่ายสติกเกอร์กับข้าวฟ่างอีกครั้ง มีเพียงตะวันวาดเท่านั้นที่ยังนั่งนิ่ง ไม่ออกความเห็น ทว่าเมื่อเจ้าตัวเห็นไจ๋ทำตาวาวหลังได้ยินคำว่า ‘ไอศกรีม’ อดีตหัวหน้าห้องก็ตกปากรับคำซ้ำยังเสนอตัวว่าจะเลี้ยงไอศกรีมไจ๋อีกด้วย

“มึงยังจะเทคไจ๋มันอีกเหรอวะ เขาเลิกเล่นบัดดี้ไปตั้งแต่ปีก่อนแล้วนะเว้ย” ปอโพล่งขึ้นขณะทั้งหมดเดินหันหลังให้กับแผงเปล่าที่เพิ่งถูกพวกเขาใช้ต่างทำเลคุยโทรศัพท์ไปหมาดๆ เด็กชายรับหน้าที่นำขบวน เขาพาเพื่อนๆ เดินตัดผ่านด้านหลังตลาดตรงไปยังทางออกถนนใหญ่ฝั่งทิศเหนือซึ่งอยู่ตรงข้ามกับร้านไอศกรีมแบบพอดิบพอดี

“กูไม่ได้จะเทคไจ๋ กูแค่อยากจะเลี้ยงไอติมไจ๋ดีๆ สักรอบนึง” ตะวันชี้แจงด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจนปอขมวดคิ้วนิ่วหน้า

“กูถามมึงจริงๆ เหอะ ทำไมตอนนั้นมึงต้องเลี้ยงไอติมข้าวฟ่างด้วยวะ”

หลังจากเฉลยบัดดี้ ปอแอบไปเลียบๆ เคียงๆ ถามเพื่อนผู้หญิงซึ่งเป็นบัดเดอร์ของข้าวฟ่างมาโดยละเอียด เด็กชายจึงได้รู้ว่า บัตรเบ่งกินไอศกรีมฟรีน่าจะเป็นการสวมรอยเลี้ยงข้าวฟ่างเพียงครั้งเดียวของตะวันวาด แม้จะเคยได้ฟังเหตุผลคร่าวๆ ของอดีตหัวหน้าห้องมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่จนแล้วจนรอด ปอก็ยังคลางแคลงใจถึงเจตนาของอีกฝ่ายอยู่ดี...

มีอย่างที่ไหน เป็นบัดดี้ไอ้ไจ๋แท้ๆ แต่เสือกเผื่อแผ่ความปรารถนาดีมาถึงบัดดี้ของคนอื่น?!

ตะวันวาดเหลือบมองหน้าเจ้าของคำถามอยู่ชั่วอึดใจ ต่อเมื่อเห็นปอจ้องกันไม่วางตา เด็กชายจึงยอมเปิดอกเล่าถึงเหตุผลที่แท้จริงด้วยสีหน้าจนแต้ม “มึงไม่เห็นเหรอปอว่าหลังๆ คุนมันชอบแย่งขนมไจ๋กิน ไม่รู้มันเป็นอะไร เห็นของที่กูฝากให้ไจ๋เป็นไม่ได้ ต้องขอกินทุกที กูเลี้ยงบัดดี้กูนะเว้ย ไม่ได้จะเลี้ยงมัน”

เมื่อลองนึกทบทวนดูดีๆ ทุกคนก็พบว่าตะวันวาดพูดความจริง พวกเขาเลยนิ่งฟังเจ้าทุกข์อธิบายตัวเองอย่างสงบเสงี่ยม “กูไม่รู้จะทำยังไง ขนาดลองฝากขนมให้ไจ๋วันละหลายๆ รอบ มันก็ยังเอาไปกินหน้าตาเฉย กูเลยฝากไอติมให้ข้าวฟ่างซะเลย ไจ๋จะได้กินด้วย”

ตามปกติแล้ว ขวัญชีวินมักจะซื้อขนมมาแบ่งกับไจ๋เสมอ ฝ่ายไจ๋เองก็ตอบแทนน้ำใจของอีกฝ่ายด้วยวิธีเดียวกัน ดังนั้นเมื่อหล่อนได้ขนมจากบัดดี้ ทั้งคู่ก็มักจะแบ่งขนมกันกินเป็นประจำ แต่จุดที่น่าสังเกตของเรื่องนี้คือ ทุกครั้งที่ข้าวฟ่างแบ่งขนมที่ได้จากบัดดี้ให้ไจ๋กิน คุนไม่เคยแย่งขนมของข้าวฟ่างเลยแม้แต่ครั้งเดียว ตะวันจึงอาศัยเงื่อนไขนี้เป็นช่องทางส่งไอศกรีมจนถึงมือไจ๋ในที่สุด

ปอพาเพื่อนก้าวขึ้นไปยืนเรียงแถวหน้ากระดานใต้ชายคาตึกแถวหลังหนึ่งเพื่อหลบรถกระบะกับมอเตอร์ไซค์ที่เพิ่งขับเข้ามาในซอยข้างตลาด ระหว่างนั้นเด็กชายก็เอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย “แล้วถ้าข้าวฟ่างไม่เลี้ยงไอติมไจ๋อะ มึงจะทำไง”

“กูก็จะรอให้เฉลยบัดดี้ก่อนแล้วพาไจ๋มากินไอติมแบบวันนี้ยังไงล่ะ” คนพูดอมยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์

“จริงๆ ตะวันให้ระ เราออกค่าไอติมเองก็ได้นะ” ไจ๋เกรงใจตะวัน ไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องจ่ายเงินเลี้ยงขนมตัวเองพร่ำเพรื่อ ลำพังแค่ที่เขาได้รับมาตลอดช่วงเล่นบัดดี้ ก็มากเกินพอแล้ว

“น่า ครั้งนี้ครั้งเดียว ต่อไปไม่เลี้ยงแล้ว”

“วันนี้ให้ตะวันเลี้ยงไปก่อน เดี๋ยวคราวหน้าไจ๋ค่อยเลี้ยงตะวัน ดีปะ” ขวัญชีวินเสนอทางออกที่ทั้งสองฝ่ายน่าจะพึงพอใจ แล้วหล่อนก็ได้รับความยินยอมจากไจ๋ในทันที

“อื้อ!”

“อ้าวเฮ้ย! นั่นพี่คุนนี่หว่า” หลังจากทั้งสี่ก้าวออกมาหยุดยืนรอข้ามถนนได้เพียงอึดใจ ปอก็ชี้นิ้วนำสายตาเพื่อนให้มองตรงไปยังทางเท้าข้างหน้าร้านไอศกรีมซึ่งทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวกำลังยืนกอดอกรอพวกเขาอยู่ตรงนั้น “พี่คุนแม่งต้องรีบซิ่งมาแหงๆ ไม่งั้นไม่มาถึงเร็วแบบนี้หรอก”

ไจ๋ไม่ได้สนใจฟังปอพูดเลยสักนิด เพราะชั่วขณะที่เขาสบสายตากับเพื่อนข้างบ้าน เด็กชายก็บังเกิดความยินดีจนคลี่ยิ้มหวานให้อีกฝ่ายโดยไม่ทันรู้ตัว

•✤•✤•✤•

“ทำไมบ้านกูถึงต้องอยู่ใกล้โรงเรียนคนเดียวด้วยวะ”

ไจ๋อมยิ้มเมื่อได้ยินประโยคเมื่อครู่ดังมาจากคนที่นั่งซ้อนอยู่ด้านหลัง ตั้งแต่แม่ของข้าวฟ่างขับรถมารับข้าวฟ่างกับตะวันที่ร้านไอศกรีม ปอก็บ่นเรื่องบ้านตัวเองไม่หยุดปาก กระทั่งรถมอเตอร์ไซค์ลดความเร็วลงแล้วจอดเทียบข้างทางเท้า เจ้าตัวก็ยังรำพึงรำพันว่าอยากจะย้ายไปอยู่ที่อื่นไม่เลิก

“เอาน่า มึงอยู่ตรงนี้ดีจะตาย เดินแป๊บเดียวก็ถึงโรงเรียนแล้ว แถมร้านเน็ตก็มี อยากเล่นเกมเมื่อไรก็ได้” คุนปลอบใจเพื่อนรุ่นน้องพอเป็นพิธี

“กูรู้หรอกน่า กูแค่บ่นไปงั้นแหละ” ปอถอนหายใจอย่างปลงๆ ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบบ้านของตัวเอง แต่พอเห็นอดีตหัวหน้าห้องก้าวขึ้นรถของแม่ข้าวฟ่างต่อหน้าต่อตาอีกครั้ง เด็กชายก็แทบจะสะกดกลั้นความรู้สึกอิจฉาอีกไม่ไหว

“มึงเดินเข้าบ้านคนเดียวได้ไหม” เห็นเพื่อนรุ่นน้องยังอารมณ์คุกรุ่นไม่คลาย ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวเลยอดห่วงไม่ได้

“พวกมึงไปเหอะ” เจ้าถิ่นโบกมือไล่ด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ “เจอกันวันจันทร์เว้ย”

“เดินดีๆ นะมึง”

เมื่อได้ยินเสียงครางรับเบาๆ จากร่างที่เพิ่งเดินหันหลังให้ คุนก็สบตากับลูกกระต่ายที่เอียงคอมองตัวเองตาแป๋ว เด็กชายยักไหล่ให้เพื่อนข้างบ้านที่นั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์อยู่ด้านหน้าพลางเอ่ยเสียงเรียบเรื่อย “ไป กลับบ้านกัน”

“เดี๋ยวเฮียคุน”

“หือ?” เจ้าของชื่อก้มลงมองไจ๋อย่างแปลกใจ

“ไจ๋ไม่ต้องไปนั่งข้างละ หลังไง” เด็กชายจับต้นแขนเพื่อนพลางบีบเบาๆ คล้ายกับเตือนให้อีกฝ่ายรู้ตัวว่า ตอนนี้พวกเขาอยู่กันตามลำพัง ขามาส่งปอ เฮียคุนจัดแจงให้ไจ๋มานั่งข้างหน้าเพื่อเหลือที่ว่างด้านหลังให้ปอซ้อนท้าย แต่พอปอไม่อยู่ ไจ๋ก็ควรกลับไปนั่งซ้อนข้างหลังสิ

“นั่งนี่แหละ เกาะดีๆ นะเฮียจะซิ่งแล้ว” พูดจบ คนขับก็เร่งเครื่องมอเตอร์ไซค์ นำรถพุ่งไปตีวงแล้วกลับตัวตรงทางเข้าท่าน้ำที่สุดปลายถนนก่อนจะมุ่งหน้ากลับบ้าน

“เฮียคุนละ ลงโปรแกรมคอมฯ เสร็จยัง” ไจ๋ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น ตอนที่ทั้งหมดกินไอศกรีมอยู่ที่ร้าน เพื่อนๆ ได้ซักถามอีกฝ่ายถึงเรื่องนี้บ้างแล้ว แต่เฮียคุนกลับไม่ได้ตอบคำถามแบบเจาะจงนัก

“เสร็จเกือบหมดแล้ว ต่อไปเฮียก็เล่นเอ็มเอสเอ็นกับไจ๋ได้แล้วนะ”

“แต่ไจ๋ยังไม่มีคอมฯ ละ เลยอะ” เด็กชายยู่ปากพลางเหม่อมองทางรถไฟที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบเมตรข้างหน้าอย่างเลื่อนลอย เวลานี้รถน้อย ชั่วขณะที่ทอดสายตามองไกลแล้วไม่เห็นพาหนะคันอื่นๆ สัญจรผ่านไปมา เด็กชายก็อดคิดกับตัวเองไม่ได้ว่า พวกเขาคือเจ้าของถนนที่แท้จริง

“รอไจ๋มีคอมฯ ก่อนแล้วเราค่อยเล่นกันก็ได้”

“อ้อ อืม” ประโยคล่าสุดของเพื่อนข้างบ้านทำให้เด็กชายฉุกคิดเร็วไว...

หรือวันเกิดปีนี้ไจ๋จะขอโน้ตบุ๊กกับป๊าดีนะ

ขณะที่รถมอเตอร์ไซค์วิ่งผ่านรั้วโรงเรียน คนเกิดก่อนก็เปิดประเด็นสนทนากับเพื่อนข้างบ้านด้วยเรื่องคาใจ “ทำไมวันนี้ตะวันถึงเลี้ยงไอติมไจ๋อะ”

“ตะวันบอกว่าอยากละ เลี้ยงไอติมไจ๋ดีๆ สักครั้ง”

“หืม?” ขณะที่พวกเขาทั้งหมดกำลังนับเงินเพื่อจ่ายค่าไอศกรีม คุนพยายามทัดทานอดีตหัวหน้าห้องอยู่หลายครั้ง แต่ที่สุดแล้ว ไจ๋กลับยินยอมให้ตะวันวาดรับผิดชอบค่าไอศกรีมของเจ้าตัวเสียเฉยๆ เขาเลยแทบจะตีหน้านิ่งแล้วเก็บความอัดอั้นตันใจเอาไว้อีกไม่ไหว ดีว่าตอนขับรถมาส่งปอจนถึงตอนนี้ ลูกกระต่ายยอมนั่งนิ่งๆ ปล่อยให้กอดอย่างว่าง่าย ไม่อย่างนั้น คุนคงหงุดหงิดตายไปแล้ว

ไจ๋รู้ว่าน้ำเสียงเมื่อครู่นี้แปลว่า เพื่อนข้างบ้านกำลังรอฟังคำอธิบาย เด็กชายเลยจาระไนเหตุผลทั้งหมดให้อีกฝ่ายฟังอย่างครบถ้วน “วันนี้ปอถามตะวันว่า ทำไมตะวันถึงต้องให้บัตรกินไอติมฟรีกับข้าวฟ่าง ตะวันละ เลยบอกว่า เฮียคุนชอบแย่งขนมที่ฝากมาให้ไจ๋กิน ตะวันละ เลยหาทางให้ขนมไจ๋แบบที่เฮียคุนจะไม่แย่งอะ”

“อ้อ” คนเกิดก่อนครางรับสั้นๆ

ที่สุดเขาก็เข้าใจเสียทีว่าเพราะเหตุใดตะวันถึงทำตัวสปอร์ตไม่เข้าท่า คุนไม่นึกเลยว่า กลยุทธ์กีดกันไจ๋จากบัดเดอร์จะพ่ายแพ้ให้แก่การเทคแคร์อ้อมโลกของเพื่อนใหม่ ยิ่งรู้ถึงแรงจูงใจเบื้องหลังแผนการดังกล่าว ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวก็กำชับตัวเองให้ลอบสังเกตท่าทีของอดีตหัวหน้าห้องที่มีต่อลูกกระต่ายอย่างใกล้ชิดยิ่งกว่าเดิม

“ตอนนั้นเฮียคุนตั้งใจแย่งขนมไจ๋จริงๆ ใช่ไหม”

คนคิดการใหญ่ตกใจกับคำถามจึงเผลอตบเกียร์ผิดจังหวะจนเครื่องยนต์แผดเสียงอุทธรณ์ทั้งยังกระตุกเล็กน้อย เด็กชายรีบผ่อนคันเร่ง ชะลอความเร็วก่อนจะกดปลายเท้าสะกิดเกียร์ ทำความเร็วให้คงที่ตามเดิม จากนั้นจึงยอมรับความผิดอย่างเสียไม่ได้ “อืม”

“ทำไมอะ”

“เฮียไม่อยากให้ไจ๋กินขนมของคนอื่น” ไจ๋เอียงคอมองเพื่อนข้างบ้านอย่างไม่ค่อยเข้าใจ สายตาคู่นั้นเรียกร้องคำอธิบายจนคุนไม่อาจทำนิ่งเฉยได้อีก “เฮียอยากให้ไจ๋กินของที่เฮียซื้อให้คนเดียว”

เมื่อได้ฟังคำตอบของเฮียคุน หัวใจของคนฟังก็พลันอ่อนยวบ ซ้ำยังเกิดความยินดีแกมปลื้มปีติแบบที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ถูก สุดท้ายไจ๋เลยได้แต่นั่งอมยิ้มกับตัวเองพลางทอดสายตามองทางข้างหน้าโดยไม่พูดอะไรอีก

“ไจ๋อยากให้เฮียไปกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านบ้างไหม”

“เฮียจะมาไง?!” คำถามเมื่อครู่ทำเอาไจ๋เอนตัวมองหน้าคู่สนทนาด้วยดวงตาเบิกกว้าง

คุนเห็นอีกฝ่ายขยุกขยิกเลยตวัดแขนซ้ายดึงตัวเด็กข้างบ้านมาพิงชิดอกแล้วตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ชวนฟัง “ถ้าไจ๋อยากให้เฮียไป เฮียก็จะไป” ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวอมยิ้ม “เฮียอยากลองชิมก๋วยเตี๋ยวฝีมือหม่าม้าไจ๋มานานแล้ว” ทั้งที่พูดออกไปแบบนั้น แต่ลึกๆ แล้ว รสมือแม่เพื่อนไม่ได้น่าสนใจมากเท่ากับการได้นั่งดูไจ๋ทำงานใกล้ๆ เลยแม้แต่นิดเดียว

“ไว้วันไหนไจ๋จะบอกให้หม่าม้าห่อก๋วยเตี๋ยวละ แล้วเอากลับมาให้เฮียคุนดีกว่า” เด็กชายเอ่ยพลางคลี่ยิ้มบางอย่างเศร้าๆ

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ไจ๋คงตกปากรับคำ บอกให้เฮียคุนไปหาที่ร้านทันที แต่หลังจากได้เห็นสายตาและท่าทางของป๊ากับหม่าม้าขณะเจอหน้าน้าจุ้ยในวันมอบตัวก่อนเข้าเรียน ไจ๋ก็ประจักษ์ถึงความเกลียดชังที่ครอบครัวเขามีต่อครอบครัวบ้านข้างๆ อย่างชัดเจนจนไม่กล้าเสี่ยงทำตามใจเหมือนเมื่อก่อน...

เกิดป๊าโมโหแล้วสั่งให้ไจ๋ไปเรียนพิเศษที่อื่น หรือถ้าโชคร้าย ป๊าไม่ให้ไจ๋คบกับเฮียคุนอีกต่อไป ไจ๋คงเสียใจตายพอดี

เมื่อได้ฟังถ้อยคำเหล่านั้น คุนก็รู้ถึงความหมายโดยนัยที่เพื่อนข้างบ้านไม่ได้เอื้อนเอ่ย เด็กชายกระชับวงแขนที่พาดอยู่เหนือหน้าท้องนุ่ม เขาดึงตัวไจ๋เข้ามาใกล้กันยิ่งขึ้น จากนั้นจึงค้อมตัว ก้มหน้าลงจนริมฝีปากอยู่ในระดับเดียวกับใบหูของอีกฝ่ายพลางเอ่ยอย่างนุ่มนวล “เฮียเคยเห็นไจ๋ทำงานด้วยนะ”

“จริงอะ?!” ไจ๋ผินหน้ามองคู่สนทนาด้วยความสนเท่ห์แกมตื่นตะลึง

“อื้อ” ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวอมยิ้มพลางยักคิ้วข้างหนึ่งขึ้นเร็วๆ “บางวันที่เฮียออกไปรอไจ๋ เฮียก็ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านร้านไจ๋แล้วค่อยไปจอดหน้าตลาดอะ”

ไจ๋ร้องฮ้าในลำคอพลางมองหน้าเพื่อนข้างบ้านด้วยความดีใจระคนเสียดาย “ทำไมเฮียคุนไม่บอกไจ๋อะว่าจะขี่ระ รถผ่าน ไจ๋จะได้ไประ รอ”

“เฮียกลัวไจ๋ไม่มีสมาธิทำงาน เดี๋ยวไจ๋จะโดนป๊าดุเอา”

ฟังแล้วไจ๋ก็ส่ายหัวดิก “ม่าย ไจ๋ตั้งใจทำงานมากๆ เฮียคุนไม่ต้องห่วง”

“งั้นถ้าวันไหนไจ๋อยากให้เฮียไป ไจ๋บอกเฮียนะ”

“อื้อ!” คนพูดผงกหัวพลางยิ้มกริ่ม “งั้นเฮียคุนมาอาทิตย์หน้าละ เลยได้ไหม”

“อยากให้เฮียขี่รถผ่านหน้าร้านขนาดนั้นเลย”

“อื้อ!” ไจ๋พยักหน้าหงึกหงักด้วยความเร็วยิ่งกว่าตุ๊กตาหัวสปริงหน้ารถเสียอีก อันที่จริง เขาอยากเห็นเฮียคุนทุกอาทิตย์เลย แต่ถ้าป๊าจับได้ ระเบิดคงลงร้านแหงๆ

ท่าทางกับคำพูดของไจ๋ทำเอาคุนรู้สึกหวานล้ำไปทั้งอก เด็กชายอดทนรอจนบังคับรถให้เลี้ยวซ้าย วิ่งเข้าด้านในซอยบ้าน จากนั้นจึงพาดคางลงบนหัวไหล่ข้างหนึ่งของลูกกระต่ายพลางร้องเพลงที่ว่างเบาๆ ก่อนจะอมยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อได้ยินเสียงฮัมเพลงเดียวกันดังสอดประสานมาจากร่างนุ่มนิ่มในวงแขน

•✤•TBC•✤•

ออฟไลน์ Malimaru

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +285/-4
    • facebook
วันนี้ถือฤกษ์วันหยุดชดเชย แวะมาลงนิยายก่อนเวลาปกติไปหลายชั่วโมงเลยค่ะ ^_^
ตอนนี้อาจจะเนื้อหาเบาๆ เนอะ แต่หากมองลึกเข้าไปจริงๆ ก็จะพบว่า
นี่คือผลจากการที่ครอบครัวของไจ๋และคุนไม่ถูกกัน ทำให้คุนไม่สามารถไปหาไจ๋ที่ร้านเหมือนกับเพื่อนคนอื่นค่ะ
จิ้งจอกเด็กเลยแอบน้อยใจอยู่ลึกๆ ไม่ได้ ที่สำคัญ ไจ๋เองก็โตพอจะรู้แล้วว่า
การกระทำบางอย่างคือข้อห้ามที่ไม่ควรริอ่านลองทำเป็นอันขาด
ไม่อย่างนั้น ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นทว่าเปราะบางของตัวเองกับเพื่อนข้างบ้าน
คงมีอันเป็นไปเพราะป๊าไม่ปลื้มเป็นแน่แท้ (ลูกกระต่ายโตจนเริ่มรู้จักการสร้างสมดุลในความสัมพันธ์ รวมถึงรู้จักหลบเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดจากการเผชิญหน้าของทั้งสองบ้านแล้วค่ะ)

ส่วนตอนหน้าเป็นตอนที่ย้ำเตือนให้เรารู้ว่า เหตุผลที่เราตัดสินใจเลือกเขียนนิยายเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนที่ไจ๋กับเพื่อนๆ
เป็นเพียงแค่เด็กประถมตัวน้อยๆ ค่ะ เรียกได้ว่า เป็นหนึ่งในตอนที่มีข้อความบางอย่างที่เราอยากถ่ายทอดผ่านนิยาย
ด้วยหวังอยู่ในใจลึกๆ ว่า นิยายของเราจะเป็นประโยชน์กับคนที่ได้อ่านไม่มากก็น้อยค่ะ หวังว่าทุกคนจะเฝ้าเกาะหน้าจอ
รออ่านตอนต่อไปด้วยกันนะคะ สัญญาเลยค่ะว่า ต่อให้เนื้อหาจะจริงจังแค่ไหน
แต่เมื่ออ่านจบ ทุกคนก็จะยิ้มได้เหมือนเดิมค่ะ ^_^

ใครเล่นทวิตเตอร์ อย่าลืมติดแท็ก #พิษข้างบ้าน ด้วยนะคะ
ขอบคุณสำหรับความเห็น กำลังใจ คำอวยพร โดเนต และทวิตฯ ที่เขียนถึงกันอย่างสม่ำเสมอนะคะ
หากเปรียบนิยายเรื่องนี้เป็นการวิ่ง เรื่องราวของไจ๋กับเพื่อนๆ ย่อมไม่ใช่การวิ่งระยะสั้นที่จะเห็นเส้นชัยในระยะสายตา
หากแต่เป็นการวิ่งมาราธอนที่ยาวนานจนอาจจะทำให้ทุกๆ คนลุ้นกับความสัมพันธ์ของตัวละครหลักจนละเหี่ยใจ
อย่างไรก็ดี ขอได้โปรดรับคำขอบคุณจากใจเรา...
ขอบคุณทุกคนมากๆ ที่ร่วมลงวิ่งมาราธอนกับเรามาโดยตลอดค่ะ เวลาเราเหนื่อยๆ กับการเขียนนิยาย
ทดท้อใจกับการเฝ้านึกถึงคำว่า ‘จบบริบูรณ์’ ที่ยิ่งนาน ก็ยิ่งเหมือนว่ามันจะอยู่ห่างไกลออกไปเรื่อยๆ
เรามักจะกดเข้ามาอ่านถ้อยคำและกำลังใจของพวกคุณที่ฝากเอาไว้ในช่องทางต่างๆ
สิ่งที่คุณมอบให้เราผ่านตัวอักษรและรูปภาพต่างๆ เป็นแรงผลักดันให้เราก้าวต่อไปโดยที่ไม่ถอดใจจากการเขียนไปเสียก่อน
ขอบคุณมากๆ นะคะที่อยู่ด้วยกันมาจนถึงตอนนี้
เจอกันวันศุกร์ค่ะ ตอนหน้าเราจะพาทุกคนไปเที่ยวบ้านพระเอกนิสัยรวยด้วยกันนะคะ ^_^
ทางเข้าเพจเรา (กดตรงนี้ได้เลยค่ะ ^^)

•✤K. narongyut:•✤•
เราเห็นด้วยกับคุณ narongyut ในเรื่องของตะวันวาดนะคะ แต่ไม่รู้ว่าถ้ามีคนแบบตะวันวาดเยอะๆ แล้วเฮียคุนกับปอจะทนไหวไหมนะคะ เพราะพระเอกนิสัยรวยของพวกเรานี่คือศูนย์รวมของความน่าหมั่นไส้ในทุกๆ มิติจริงๆ ค่ะ แหม ขนาดแค่ชวนข้าวฟ่างคุยเฉยๆ หรือแค่เทคแคร์บัดดี้ตามปกติแท้ๆ แต่ไปๆ มาๆ ทั้งปอและจิ้งจอกเด็กกลับไม่ปลื้มเสียอย่างนั้น 5555

น้องต่ายคงไปไหนไม่รอดจริงๆ นั่นแหละค่ะ แล้วดูเฮียคุนสิคะ ยิ่งโต นับวันเขี้ยวเล็บก็ยิ่งยาว แถมยังสรรหาวิธีสารพัดสารพันมาผูกมัดน้องต่ายเอาไว้กับตัวเสียอีก น้องต่ายต้องการกำลังใจจากคุณ narongyut จริงๆ นั่นแหละค่ะ อิอิ สุดท้ายของรอบนี้ เราอยากบอกคุณ narongyut ว่าอย่าลืมดูแลตัวเองให้แข็งแรงแจ่มใสอยู่เสมอนะค้า เราจะได้มาเม้าท์กันอีกยังไงล่ะคะ ^_^


•✤•K.Ac118:•✤•
นับวันเฮียคุนก็ยิ่งร้ายขึ้นทุกทีค่ะ นี่ขนาดยังไม่รู้ใจตัวเองนะคะ ยังหาทางควบคุมน้องต่ายเอาไว้แบบเสร็จสรรพ จัดมาทั้งลูกอ้อน ลูกขู่เลย แล้วแบบนี้ ลูกเฮียเม้งที่วันๆ เอาแต่กินขนมหนุบหนับกับเคี้ยวไอศกรีมตุ้ยๆ จะต่อกรด้วยยังไงไหวล่ะเนอะ (ส่วนตัวคิดว่าต่อให้เจเจ้บิดหูจิ้งจอกเด็กจริงๆ ก็อาจจะไม่ช่วยอะไรก็ได้นะคะ เพราะนิสัยเจ้าเล่ห์จอมแผนการนี่น่าจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงยากมากๆ แล้วความเจ้าเล่ห์ของเฮียคุนนี่แหละค่ะที่จะทำให้พ่อคุณรับมือกับว่าที่พ่อตาได้ในภายหลังค่ะ – เอ ว่าแต่เฮียคุนจะได้งัดข้อกับว่าที่พ่อตาจริงๆ หรือเปล่านะ หรือจะโดนลูกกระต่ายดัดหลังจนเสียเชิงชายไปก่อนน้อออ?)

ตะวันไม่ได้เป็นพวกเจ้าแผนการเหมือนคุนหรอกค่ะ แค่พยายามหาวิธีเลี้ยงดูปูเสื่อบัดดี้ให้ได้เท่านั้นเอง (ซึ่งตอนนี้ก็เป็นที่ประจักษ์แล้วแหละเนอะว่าตะวันลงทุนทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร) แต่ขอบอกใบ้นอกรอบเอาตรงนี้เลยว่า ความนิสัยรวยของตะวันทำให้บัตรไอศกรีมไม่ใช่ของชิ้นเดียวที่ตะวันให้ข้าวฟ่างหรอกค่ะ อันที่จริง ตะวันเลี้ยงข้าวฟ่างเยอะมากเพราะอยากให้เพื่อนๆ ไขว้เขว จับไม่ได้ว่าตัวเองตั้งใจเลี้ยงไจ๋ (เนื้อหาส่วนนี้เราไม่ได้ขยายความนะคะ เพราะมันค่อนข้างปลีกย่อยไปหน่อย เอาเป็นว่าเรารู้กันสองคนเนอะ คุณ Ac118 รู้แล้วก็เหยียบเอาไว้นะคะ ^_^)

ว่าด้วยเรื่องของปอ เรานี่อนุโมทนาสาธุเลยค่ะที่ปลุกปั้นปอขึ้นมาจนวันนี้ รู้สึกเป็นบุญมากที่มีปอในกลุ่มไจ๋ เพราะจริงอย่างที่คุณ Ac118 นั่นแหละค่ะ ถ้าขาดปอไป กลุ่มนี้จะต้องเป็นกลุ่มเด็กดีศรีบางเขย่งไปเลยแน่ๆ วันๆ ถ้าไม่คุยกันเรื่องเรียนกับเรื่องกิน (ของไจ๋) เรื่องเงินๆ ทองๆ (ของข้าวฟ่าง) เรื่องบาสและกีฬา (ของจิ้งจอกเด็ก) ก็ต้องคุยกันเรื่องบ้านเมือง การพัฒนาโรงเรียน หรือเรื่องสังคมสงเคราะห์ (ของตะวัน) แน่ๆ เลยค่ะ ไม่อยากจะนึกเลยว่าถ้านิยายเรื่องนี้ขาดเรื่องชาวบ้าน เรื่องเม้าท์มอยปกิณกะแบบที่ปอชอบทำเป็นประจำ เจเจ้และคนอ่านทั้งหมดอาจจะมุ่งทางธรรมไปก่อนก็ได้ค่ะ 555

รักคุณ Ac118 มากที่สุดเลยค่ะ เราขออนุญาตกอดคุณ Ac118 แบบไม่ปล่อยเลยได้ไหมคะ 5555


•✤K.ป้าหมีโคตรขี้เกียจ:•✤•
เราจะน้อมนำคำชี้แนะของคุณป้าหมีโคตรขี้เกียจมาใช้ค่ะ ถ้าใจเรายังยี่สิบ เราก็จะยังเป็นเด็กสาวไปตลอดกาลเนอะ 555

คุณแม่คุณป้าหมีโคตรขี้เกียจก็เป็นอาจารย์คหกรรมเหรอคะ คุณแม่ของคุณป้าหมีโคตรขี้เกียจจะต้องน่ารักมากๆ แน่ๆ เลยค่ะ เพราะต้นแบบครูที่ปรึกษาชุมนุมคหกรรมของตะวันมีที่มาจากอาจารย์คหกรรมและอาจารย์วิชาเลือกหลายๆ ท่านที่เราเคยพบเจอมาค่ะ คือ ได้ยินมาตลอดเลย แล้วก็รู้สึกว่า เออ ครูเขาพูดแบบนี้น่ารักดีเนอะ (ก่อนเกษียณฯ แม่เราก็เป็นครูประถมค่ะ ตอนที่แม่สอน แม่เราก็พูดแซวเด็กแบบนี้เหมือนกัน ยิ่งตอนเห็นพวกเด็กนักเรียนห้องอื่นมชะโงกหน้า โก่งคอรอดูเด็กที่แม่สอนอยู่ตรงหน้าประตูห้องด้วยแล้ว แต่แทนที่เด็กนักเรียนจะสลด ที่ไหนได้ ทั้งที่นั่งอยู่ในห้อง ทั้งที่อยู่หน้าห้องก็เอาแต่ยิ้มแล้วทำตาใสใส่แม่จนแม่ต้องหยิบไม้เรียวมาฟาดโต๊ะขู่ก่อนนั่นแหละค่ะ ถึงจะเก็บอาการกันได้ อย่างไรก็ดี ความหน้าเป็นของพวกเด็กประถมนี่น่ารักน่าหยิกมากนะคะ เจอแบบนี้ทีไร เราทั้งอ่อนใจและใจอ่อนแทนแม่มาก 555)

เรารักเอเนอร์จี้การแซะตัวร้ายของเรื่องมากๆ ค่ะ รู้สึกว่าไม่มีแผ่วเลยแม้แต่ตอนเดียวค่ะ 555 คุณป้าหมีโคตรขี้เกียจคือถือป้ายไฟสนับสนุนตะวันหนักมากจริงๆ เชื่อมั่นว่า ตะวันวาดจะต้องดีใจมากๆ ที่มีแบ็กอัปแข็งแกร่งเช่นนี้ ในทางกลับกัน เราก็สงสารตัวร้ายของเรื่องนี้เหลือเกินที่ทำอย่างไรก็ไม่มีทางเข้าถึงใจของคุณป้าหมีโคตรขี้เกียจได้เลย – ไกลแค่ไหนคือไม่มีวันถึงที่แท้จริง ถถถถ สงสารตัวร้ายของเรื่องนี้นะคะ 555

รักคุณป้าหมีโคตรขี้เกียจมากนะคะ มาค่ะ มาให้เรากอดทีซิ!!


•✤•K.งงปะ:•✤•
คุณงงปะล่ะก็ ใจคอจะมีใจให้พระเอกนิสัยรวยหนักมากจนไม่เหลือที่ เผื่อใจให้ตัวร้ายมั่งเลยเหรอคะ เฮียคุนคือรับบทหนักมาหลายสิบตอนแล้วน้า แค่เฮียคุนตั้งใจจะครอบครองและควบคุมน้องต่ายเอาไว้ในกำมือแค่นี้ ให้โอกาสตัวร้ายบ้างเถอะนะคะ เราขอร้อง (นี่คือคำพูดขอร้องแล้วจริงๆ ใช่ไหม ทำไมฟังไปฟังมาถึงดูเหมือนการขายจิ้งจอกแบบนี้ล่ะ 555)

ตอนโต พวกเด็กๆ ก็ยังจะซัพพอร์ตกันไปแบบนี้แหละค่ะ แต่บางคนอาจจะไม่ได้อยู่หน้างานด้วยกันเท่านั้น (อย่างเช่นข้าวฟ่างนี่คือจะไปทำงานกรุงเทพฯ เลยค่ะ ไม่ได้กลับมาบางเขย่ง แต่น้องต่ายจะคุยไลน์กับข้าวฟ่าง ไม่ก็โทรศัพท์คุยกันตลอด ส่วนพระเอกนิสัยรวยจะกลับมาเป็นคุณหมอฟันที่บางเขย่งค่ะ ^_^)

ป.ล. เราชอบที่คุณงงปะบอกว่าเฮียคุนจะหวงน้องต่ายยันหมายันแมวเลย 555 เราคิดว่าน่าจะจริงนะคะ เพราะพ่อคุณอาการหนักมากจริงๆ 5555 รักคุณงงปะมากค่ะ ดูแลสุขภาพด้วยน้า!!


•✤•K.blove:•✤•
เฮียคุนคืองัดเอาทุกแผนการมาใช้เพื่อกันคนอื่นๆ ไม่ให้เข้าหาไจ๋แบบเด็ดขาดจริงๆ ค่ะ ขนาดจิ๊กซอว์ที่ตะวันให้น้อง คุนก็ไม่ยอมให้ดูค่ะเพราะเดี๋ยวถ้าปล่อยให้น้องต่ายดูนานๆ น้องอาจจะเผลอนึกถึงตะวัน เห็นทุกวัน เกิดปันใจไปชอบพระเอกนิสัยรวยเข้า ลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยวคงได้น้ำตาตกในเอาน่ะสิคะ ส่วนเรื่องที่ว่า ‘เราเป็นบัดดี้กันแค่สองคน’ นี่ ตอนเราเขียนทีแรกคืออดรู้สึกไม่ได้เลยว่า เหมือนเป็นการขอเป็นแฟนหรือขอแต่งงานเลยค่ะ จิ้งจอกเด็กนี่ร้ายจริงๆ เล้ยยย!

ถึงส่วนตัวแล้วแต่ตะคนจะมีนิสัยต่างๆ กันไป แต่พอมาอยู่รวมกัน ทั้งหมดก็ปรับตัวให้อยู่ร่วมกันอย่างผาสุกได้ และนั่นก็คือสิ่งที่คุณ blove และคุณผู้อ่านทุกคนได้อ่านกันนี่แหละค่ะ ถึงไจ๋อาจจะเป็นเด็กขี้อายเพราะปัญหาในการพูดของตัวเองไปบ้าง แต่น้องก็ปรารถนาดีกับคนอื่นๆ เสมอ ส่วนปอ แม้ว่าจะพูดจาไม่น่ารักบ้าง แต่ก็สร้างสีสันให้เพื่อนได้ดีจริงๆ ตะวันกับข้าวฟ่างเป็นเพื่อนที่ชักจูงเพื่อนให้ไปในทางที่ดีมากๆ ค่ะ ส่วนเฮียคุนก็พร้อมจะสนับสนุนลูกกระต่ายให้มั่นใจในตัวเองมากขึ้น

ขอบคุณสำหรับความห่วงใย กำลังใจและคอมเมนต์ที่ทำให้เรายิ้มได้ทุกครั้งที่ได้อ่านนะคะ เราจะดูแลตัวเองให้ดีๆ เพื่อที่จะได้กลับมาเจอกับคุณ blove และทุกๆ คนได้ตามนัดของเราค่ะ ถ้ามีคำผิดตรงไหนที่อาจหลงหูหลงตาเราไป กระซิบบอกเราได้นะคะ และถ้ามีจุดไหนที่ยังบกพร่อง เราเองก็พร้อมน้อมรับคำวิพากษ์วิจารณ์เสมอค่ะ คุณ blove เองก็ต้องดูแลตัวเองดีๆ นะคะ ไว้มาเจอกันใหม่วันศุกร์นี้น้า!!


•✤•K.mab:•✤•
ถ้าว่ากันตามจริง คนแรกที่สนับสนุนเรื่องคุนกับไจ๋คือข้าวฟ่างนี่แหละค่ะ และข้าวฟ่างอีกเช่นกันที่จะเป็นคนอุ้มสมให้ไจ๋ได้สานสัมพันธ์กับแฟนสมัยมหาลัยทั้งที่ทั้งคู่ไม่ได้เรียนคณะเดียวกันก็ตาม (แฟนไจ๋เป็นสายรหัสของข้าวฟ่าง เป็นพี่คณะบัญชีที่โปรไฟล์ดีมากๆ แถมยังเป็นแฟนฟ้าประทานแบบที่เฮียเม้งยังต้องยอมใจอะค่ะ คิดดู)

ส่วนตะวันเองก็เป็นคนความรู้สึกไวค่ะ ตะวันชื่นชอบไจ๋มากเลยมักจะชอบสังเกตไจ๋เป็นพิเศษไปๆ มาๆ เลยจะสังเกตเห็นความผิดปกติของทั้งคู่ได้เหมือนกันค่ะ (แต่กว่าจะแน่ใจ ตะวันก็จะเผลอแหย่หนวดจิ้งจอกไปหลายรอบเหมือนกันค่ะ 555)

ป.ล. ที่คุณ mab ขอไจ๋ ไจ๋อาจจะยังทำให้คุณ mab ในตอนนี้นะคะ เพราะน้องใสมากจริงๆ แต่ภาคผู้ใหญ่นี่คือมาเต็มค่ะ และจิ้งจอกเด็กนี่แหละค่ะที่ต้องตกที่นั่งลำบากแล้ส – รอหัวเราะทีหลังได้เลยค่ะ รับรองเลยว่าต้องมีตอนที่ได้หัวเราะเพราะความอึดอัดของตัวร้ายกันบ้างแน่ๆ ^_^ รักคุณ mab มากนะคะ จุ๊บๆๆๆๆ


ออฟไลน์ ป้าหมีโคตรขี้เกียจ

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
เรารักวันจันทร์ที่เป็นวันหยุด และรักมากขึ้นเมื่อน้องไจ๋มาเร็ว  :mew1:

แม่เราเป็นพยาบาลค่ะ แต่ที่เหมือนคือคำพูดยิ่งตอนเราโตแม่ยิ่งพูดบ่อยโดยเฉพาะตอนขอไปเที่ยว เธอมีญาติอยู่ต่างจังหวัดหรอไปบ่อยจัง บางทีใช้เป็นสรรพนามแทนใครซักคนที่แม่ไม่อยากเอ่ยชื่อ จะพูดว่า ญาติเธอคนนั้นน่ะ เราฟังแล้วตลกดี เราเข้าใจฟีลเด็กๆเลยเพราะเราคือหนึ่งในเด็กชะเง้อรอเพื่อนหน้าห้อง ไปชะโงกหน้ารอเพื่อนที่เรียนอยู่ถ้ารู้ว่าครูห้องนั้นไม่ดุนี่เล่นเจี๊ยวจ๊าวเสียงดังหน้าห้องระหว่างรอด้วย เหมือนจะทดสอบตะบะเพื่อนจนได้ยินเสียงฟาดไม้เรียวนี่แหละถึงจะเงียบได้  ยิ่งถ้าครูเดินออกมาน้าาาา ถึงจะสงบได้ 5555

ตัดภาพมาที่บางเขย่ง บ้านตัวร้ายที่ชอบน้วยน้องไจ๋นั่นถ้าเราจำไม่ผิดก็ทำกิจการร้านก๊วยเตี๋ยวไม่ใช่หรอ ทำมาเป็นถามว่าไจ๋อยากให้ไปร้านป่าว /เฮียเม้งบอก ลื้อมาเลย อั๊วะเกียมปังตอสับโครงไก่ไว้แล้ว ตอดเล็กตอดน้อยลูกอั๊วะตล๊อดดดด ถ้าตอนขอเล่นบัดดี้กันสองคน คุณน้อยหน่าบอกว่าเหมือนขอเป็นแฟน ตอนนี้คงเหมือนถามไจ๋ว่าพร้อมจะให้ไปเปิดตัวกับที่บ้านรึยัง /ทางเราก็ช่วยเฮียเม้งลับปังตออย่างขันแข็ง ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมไม่ทีมตัวร้าย สำหรับเราตะวันไจ๋ก็เป็นโมเม้นท์ที่เอาไว้แซวเฮียคุน มันหมั่นไส้ เห็นแล้วแบบ อยากจะขอแขวะซักนิดนึง  :laugh: :laugh: :laugh:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-07-2020 19:26:01 โดย ป้าหมีโคตรขี้เกียจ »

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด