✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 61 || P.17 ||29.05.2020 ✤
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 61 || P.17 ||29.05.2020 ✤  (อ่าน 18682 ครั้ง)

ออฟไลน์ Malimaru

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1499
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +281/-4
    • facebook
Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 06 || 29.09.2019 ✤
«ตอบ #30 เมื่อ29-09-2019 20:49:37 »



“เย็นนี้กินข้าวกี่โมง” คุนถามขึ้นเมื่อมองเห็นร้านชำอยู่ห่างออกไปอีกไม่ไกล

“ไม่ระ รู้อะ” ไจ๋ส่ายหัวดิก ก่อนจะจับจ้องใบหน้าเพื่อนข้างบ้านพลางลอบถอนหายใจ...

ยังไม่อยากเข้าบ้านเลย อยากเล่นกับเฮียคุนต่ออีกหน่อย

“เดี๋ยวกินข้าวเสร็จมาเล่นกันอีกไหม”

ลูกชายร้านชำฉีกยิ้มกว้างพลางพยักหน้าหงึกหงัก “ก็ได้”

“ไจ๋”

เจ้าของชื่อสะดุ้งเบาๆ เมื่อได้ยินเสียงเรียก พอหันไปยังต้นเสียง ก็เห็นย่ากำลังยืนรอท่าอยู่ตรงประตูด้านข้างร้าน “อาม่า!”

“ไปเล่นถึงไหนมา” หญิงชรากวาดตามองเด็กชายทั้งสองคนหัวจรดเท้า ก่อนจะเลื่อนสายตาไปจับจ้องหลานชายเป็นพิเศษ เมื่อเห็นไจ๋ดูร่าเริงเป็นปกติดี หล่อนก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก

“แถวๆ นี้เอง”

“แล้วนี่หิวหรือยัง”

“ยั...”

“มา กินข้าวกับม่า” หยู่ฮวยไม่รอให้หลานตอบ หล่อนก้าวเร็วๆ ไปคว้ามือหลานชายให้เดินตามกันกลับเข้าบ้านไปทันที

แม้สองขาจะก้าวตามอาม่าไปติดๆ แต่ไจ๋กลับเบือนหน้าหันไปมองเฮียคุนไม่วางตา ฉับพลันที่เห็นอีกฝ่ายพยักหน้าให้ เด็กชายจึงค่อยผินหน้ากลับไปมองทางแต่โดยดี

“ไปเล่นอะไรมาเนี่ย ทำไมมอมเป็นลูกหมาแบบนี้” หญิงชราซักไซ้หลานชายภายหลังจากทั้งคู่เดินเข้ามาในร้านชำได้เพียงอึดใจ

“ไจ๋ไปจับปลามาม่า” ไจ๋มองหน้าอาม่าด้วยสายตาเป็นประกาย เด็กชายฉีกยิ้มกว้างพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใส “จับปลาสนุกมาก”

หยู่ฮวยตกใจจนจับตัวหลานชายหมุนไปมาแล้วสำรวจเนื้อตัวอีกฝ่ายโดยละเอียดอีกครั้ง “ไม่ได้ตกน้ำตกท่าใช่ไหม”

“ไม่ๆ ไจ๋ไม่ได้ละ ลง ไจ๋ช่วยเพื่อนจับปลาใส่ถังเฉยๆ ” ไจ๋หัวเราะร่วนขณะโดนย่าหมุนซ้าย หมุนขวาจนตาเริ่มลาย มองอะไรก็เบลอไปหมด

“เด็กข้างบ้านน่ะเหรอ”

“อื้อ!” ไจ๋พยักหน้ารับแข็งขันก่อนอวดถึงเพื่อนใหม่ให้ย่าฟังอย่างตื่นเต้น “เฮียเขาเป็นเพื่อนที่ระ โรงเรียน อยู่ห้องเดียวกัน”

“เหรอ อยู่ห้องเดียวกันด้วยเหรอ” อาม่าเปรยเนิบๆ ด้วยสีหน้าสงบนิ่ง แม้ภายนอกหล่อนจะเก็บอาการได้เป็นอย่างดี แต่ภาพความสนิทสนมของหลานคนเล็กกับลูกชายข้างบ้านก็ทำให้คนเป็นย่ารู้สึกหนักอึ้งในใจพร้อมๆ กับโล่งอกในเวลาเดียวกัน... ยังดีที่วันนี้ลูกชายหล่อนไม่อยู่บ้าน เพราะถ้าเม้งรู้ว่าไจ๋กับเด็กนั่นเป็นเพื่อนกัน หลานชายหล่อนต้องตกที่นั่งลำบากแน่ๆ

“ช่าย” เพราะไม่รู้ว่าย่าคิดอะไร ไจ๋จึงยืดอกฉีกยิ้มอย่างภูมิอกภูมิใจเสียเหลือเกิน

หยู่ฮวยถอนหายใจพลางลูบหัวหลานชายเบาๆ “ไปๆ รีบไปล้างมือล้างหน้าซะไป ถูมือให้สะอาดๆ นะ” หญิงชรานิ่งไปชั่วอึดใจก่อนจะเปลี่ยนการตัดสินใจทันควัน “ม่าว่าอาบน้ำเลยดีกว่า ไปๆ ขึ้นไปอาบน้ำ”

“ละ ล้างมืออย่างเดียวได้ไหมม่า ระ รอกินข้าวเสร็จก่อนค่อยอาบทีเดียว” ไจ๋ขมวดคิ้วพลางช้อนสายตามองอ้อน แต่คนเป็นย่ากลับไม่ใจอ่อนเหมือนทุกที

“ไม่เอา ไม่ต้องรอแล้ว ไปอาบน้ำเร็วๆ เลย เดี๋ยวจะได้ลงมากินข้าว”

เด็กชายทำปากยื่นหากแต่สุดท้ายก็ยินยอมทำตามคำย่าอย่างว่าง่าย “ก็ได้”
.
.
.
.
ทันทีที่กลับเข้าห้อง ไจ๋ก็ย่องไปแอบส่องดูเด็กข้างบ้านตามปกติวิสัย เมื่อเห็นคุนยืนเท้าแขนกับระเบียงเหม่อมองดูบึงน้ำอยู่ตรงหลังห้องเหมือนเคย เด็กชายก็วิ่งผลุนผลันออกไปทักทายอีกฝ่ายด้วยความกระตือรือร้นราวกับเพิ่งเจอหน้ากันเป็นครั้งแรก “เฮียคุน!”

“โดนอาม่าดุหรือเปล่า” คุนถามพลางเดินมาหยุดยืนตรงริมระเบียงฝั่งที่ติดกับบ้านไจ๋ เด็กชายจ้องมองใบหน้าขาวผ่องเปื้อนยิ้มที่ลอยห่างออกไปในระยะไม่ถึงฟุตแล้วก็เผลอยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว

ไจ๋หุบยิ้มพลางส่ายหัว “ม่าถามเฉยๆ ว่าไปไหนมา พอระ รู้ว่าไปจับปลามาก็ให้ไจ๋ขึ้นมาอาบน้ำเนี่ย”

คุนหัวเราะร่วน “เหมือนกันเลย แม่เฮียก็บอกให้เฮียขึ้นมาอาบน้ำ”

“วันนี้สนุกดีเนอะ” ไจ๋ฉีกยิ้มจนปวดแก้ม ประสบการณ์การออกไปเล่นนอกบ้านครั้งแรกช่างน่าประทับใจ ยิ่งหลังจากได้เห็นเฮียคุนทอดแหจับปลา เด็กชายก็ยิ่งชื่นชมเพื่อนข้างบ้านไปกันใหญ่

เฮียคุนเท่ที่สุด
 
“อือ” เห็นไจ๋ยิ้มกว้าง คุนก็กลั้นยิ้มเอาไว้ไม่ไหว ทำไงได้ ก็วันนี้เขามีความสุขมากจริงๆ นี่นา

“แล้วพรุ่งนี้จะไปละ เล่นที่ไหน”

“ไม่รู้เหมือนกัน ไว้ค่อยคิดอีกที”

“...คุน...”

ขณะที่ทั้งคู่คุยกันอยู่นั้น ก็พลันมีเสียงเรียกหาคุนดังเล็ดลอดออกมาจากด้านในบ้านของเจ้าตัว ลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยวจึงหันมายิ้มให้ไจ๋พลางเอ่ยทิ้งท้ายอย่างนุ่มนวล “พรุ่งนี้บ่ายๆ จะไปเรียก”

“อื้อ พรุ่งนี้กินข้าวเสร็จ ไจ๋จะไปนั่งรอนะ”

“ไปอาบน้ำได้แล้ว เดี๋ยวอาม่ารอ”

“เฮียก็เหมือนกัน” ทั้งคู่ยิ้มให้กันก่อนที่ต่างฝ่ายจะต่างแยกย้ายไปอาบน้ำอย่างรวดเร็ว


 
•✤•TBC•✤•

เผอิญว่าพรุ่งนี้เราติดธุระ เราเลยลัดคิว เอาตอนที่หกมาลงให้ทุกคนอ่านกันก่อนเวลาหนึ่งวัน
ถ้าอ่านแล้วชอบหรือไม่ชอบอย่างไร อย่าลืมเมนต์ทิ้งไว้ให้เราชื่นใจบ้างนะคะ
ส่วนตอนหน้า (ถ้าธุระไม่ติดพัน) เราจะมาเจอกันวันจันทร์หน้าเหมือนเดิมเด้อ
ถ้าใครเล่นทวิตเตอร์ อย่าลืมติดแท็ก #พิษข้างบ้าน นะคะ รักคนอ่านทุกๆ ท่านค่ะ!
ทางเข้าเพจเรา (กดตรงนี้ได้เลยค่ะ ^^)


•✤•K. Leenboy:•✤•
อูย ต้องขอโทษจริงๆ ค่ะที่คงจะ skip ไปไม่ได้ 555
(ยัง ยังมีหน้ามาหัวเราะอีก!)
กว่าพวกเด็กๆ จะโตก็อีกหลายสิบตอนเลย
(สต็อกตอนนี้มียี่สิบกว่าตอน ไจ๋ก็ยังเป็นน้องป.สามอยู่เหมือนเดิม)
ถ้ายังไงรบกวนคุณ Leenboy อดใจรอพวกเด็กๆ โตไปพร้อมๆ กันนะคะ
รักคุณ Leenboy นะคะ มากอดหน่อยเร้ว!


•✤•K. Ac118:•✤•
ไม่อยากจะบอกว่าตอนอ่านเมนต์ของคุณ Ac118 ที่ว่าน้องไจ๋เป็นลูกกระต่ายนี่เรายิ้มเลยค่ะ
เพราะเราเขียนตอนล่าสุด (ที่เพิ่งลงไปด้านบน) เสร็จพอดี และอิมเมจน้องไจ๋ในสายตาเฮียคุนก็เป็นน้องต่ายเหมือนที่คุณ Ac118 ว่าเอาไว้จริงๆ ด้วย (แหม ดูเหมือนเราสองคนจะจิตใจตรงกันนะคะ 555)

ถ้าจะบอกว่าเฮียคุนเอ็นดูไจ๋ ตอนนี้ก็ยังพูดได้ไม่เต็มปากนัก เพราะเฮียคุนน่าจะเป็นโรคแพ้เด็กน้อย
เพราะกับป่าน เฮียคุนก็โอ๋หนักอยู่ แต่เดี๋ยวอีกสักพัก อาการเฮียก็จะออกค่ะว่าเอ็นดูน้องไจ๋มากกว่าใครๆ
ยังไงก็รอติดตามนะคะ เพราะเฮียจะหลุดอาการยอมน้องไจ๋ออกมาเรื่อยๆ
(เรียกว่าแพ้ทางน้องต่ายไจ๋แบบหมดรูปก็ว่าได้)

ป.ล. ว่าด้วยเรื่องแท็ก #พิษข้างบ้าน
เราเขินมากเลยค่ะที่ต้องบอกคุณ Ac118 ว่า นิยายเราเป็นนิยาย exclusive ที่มีกลุ่มผู้อ่านในวงจำกัด
เพราะงั้น อย่าแปลกใจเลยหากจะหาเพื่อนกรี๊ดเรื่องนี้ไม่เจอ เพราะโดยปกติแล้ว คนอ่านส่วนใหญ่จะทวิตฯ ถึงนิยายเราในใจกันทั้งสิ้น 555 แต่ถ้าคุณ Ac118 อยากหวีดแบบส่งเสียง เราก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งค่ะ
ไม่ต้องห่วงหากต้องหวีดลำพัง เพราะยังไงก็จะมีเราคอยไปตามรีทวิตฯ ด้วยเสมอ

สุดท้ายนี้ เราอยากบอกคุณ Ac118 ว่า ขอบคุณจากใจเลยค่ะ ที่ติดตามเรื่องราวของน้องไจ๋ เราดีใจมากๆๆ
(เอาจริงๆ เรากลัวคุณ Ac118 เบื่อที่เราเขียนขอบคุณมากๆ เลยอะค่ะ แต่ถ้ามันมีคำอื่นที่บอกความซาบซึ้งใจได้ เราก็คงจะบอกคำนั้นกับคุณ Ac118 ซ้ำไปซ้ำมาแล้วล่ะค่ะ แง...
ขอบคุณคอมเมนต์ของคุณ Ac118 อีกครั้งนะคะ เราดีใจมากจริงๆ ที่เราโชคดีได้เจอคนอ่านน่ารักๆ อย่างคุณ Ac118 (รวมถึงผู้อ่านทุกท่านด้วยน้า))
รักคุณ Ac118 นะคะ จุ๊บๆๆๆๆๆ กอดหนุบหนับ  :กอด1:


•✤•K. วายซ่า:•✤•
ช่ายเลยค่ะ ช่วงแรกเริ่มความสัมพันธ์ของทั้งสองหนุ่ม
ไจ๋กับเฮียคุนดึงดูดกันด้วยสาเหตุที่คุณวายซ่าสันนิษฐานจริงๆ
แต่หลังๆ นี่แหละค่ะ ที่ความบริสุทธิ์ใจจะกลายเป็นความผูกพันที่มากกว่าคำว่า มิตรภาพ
ถ้ายังไง เรามารอลุ้นไปพร้อมๆ กันนะคะ รักคุณวายซ่าเหมือนเดิมค่ะ


•✤•K. AkuaPink:•✤•
:กอด1: ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ มาค่ะ มากอดกันหน่อยเร้ว!!  :กอด1:


•✤•K. ommanymontra:•✤•
:pig4: ถ้าสะดวกเมื่อไร อย่าลืมแวะเข้ามาคุยกันบ้างนะค้า  :pig4:


•✤•K. JokerGirl:•✤•
เมนต์ของคุณ JokerGirl ทำเราหลุดหัวเราะเลยค่ะ 555
พอเฮียเสียเลือด เฮียก็เกิดความรู้สึกพิเศษกับน้องในชั่วพริบตา
ตอนล่าสุดเฮียเลยต้องพาน้องไปให้เพื่อนๆ ช่วยดูตัว
เผื่อว่าเข้าตา จะได้บอกให้ผู้ใหญ่ที่บ้านไปสู่ขอมาเป็นสะใภ้ในตอนต่อๆ ไป
ถ้าอยากรู้ว่าเนื้อเรื่องหลังจากนี้จะเป็นไปในแนวทางนี้หรือไม่ รบกวนอดใจรออ่านไปพร้อมๆ กันนะคะ
รักคุณ JokerGirl นะค้า ม๊วฟๆๆๆ


•✤•K. แป้ง / Alternative:•✤•
ไม่ๆๆๆๆ คุณแป้งไม่ได้กาว เฮียเสียเลือดแล้วให้ใจน้องจริงๆ
(ถ้าไม่เชื่อ โปรดอ่านเหตุผลจากเมนต์ด้านบนของเราได้เลยค่ะ 555)
ส่วนนิสัยของไจ๋ ถึงจะมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง แต่ถ้าน้องสนใจสิ่งใด
(หรือสนใจใครมากๆ) น้องจะทุ่มเทและทำทุกอย่างโดยไม่กลัวค่ะ
เดี๋ยวพออ่านๆ ไปจะรู้เลยว่าบางทีน้องก็ทำเกินเรื่องไปเหมือนกัน 555
ส่วนเฮียคุนนั้น... นอนมาด้านงานสปอยล์น้อง
เพราะงั้น คุณแป้งโปรดจงมั่นใจได้เลยค่ะว่าเฮียคุนจะไม่ทำให้เหล่าแม่ยกผิดหวังเป็นแน่แท้ (เหรอ?)
ถ้ายังไงเรามารอพิสูจน์ว่าทองแท้อย่างเฮียคุนจะแพ้ไฟ (ว่าที่พ่อตา) หรือเปล่านะคะ
(ยาวไปค่ะ ยาวไป เพราะกว่าจะโตก็อีกหลายสิบตอนเลย)
รักคุณแป้งมากที่สู้ดดดดดดด จ๊วบๆๆๆๆ (กอดหอมวุ่นวาย)



ออฟไลน์ KizzllKizz

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 266
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-1
เด็กๆน่ารักมากเลยค่า น่ารักจนเราไม่อยากให้เจอดราม่าเลย
รออ่านตอนต่อไปนะค้าบ
 o13

ออฟไลน์ alternative

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2872
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +283/-3
ตอนนี้เห็นภาพเด็กบ้านนอกเลย ใช้ชีวิตตามทุ่งตามริมคลองนี่สนุกนะ ฮ่า ๆ ๆ ๆ

เฮียคุนมีความเป็นเลิศด้านการสปอยล์เด็กนี่เอง

กลิ่นมาม่าเริ่มโชยมาวูบ ๆ ฮืออออออ อยากให้แก๊งกระต่ายได้มีความสุขไปนาน ๆ 


ออฟไลน์ Ac118

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 751
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +65/-0
โอ้ยยย เฮียคุนสปอยล์เด็กเก่งงงง
ขำป่านสอนไจ๋ จับปลา เจ้าตัวเล็กมันร้ายยย :laugh:

เฮียแพ้เด็ก อีกหน่อยเฮียจะแพ้น้องไจ๋กระต่ายขาวข้างบ้าน นี่ยังเผลอยิ้มตามน้องตลอด แค่คิดตอนเฮียหลงน้อง ก็ใจบางงงงงแล้วววว :hao5:

ชอบบรรยากาศชนบทชิลๆแบบนี้ วิ่งเล่นจับปลา แบ่งไอติมกัน อ่านแล้วยิ้มมีความสุขมากๆเหมือนเฮียคุนกับน้องไจ๋เลย นี่ต้องแกล้งทำเป็นลืมดราม่าที่มาแน่ๆในอนาคต  ถ้าป๊ารู้  :mew2:

ยิ่งอ่านเม้นตอบยิ่งใจฟู 5555 มีความสุขที่ได้อ่านเช่นกัน แล้วจะไปหวีดค่าาา  :mew1: กอดๆๆๆๆๆ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-09-2019 08:30:07 โดย Ac118 »

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3315
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
สองครอบครัวนี้มีปัญหาอะไรกันนะ  อย่าดราม่าเยอะเด้อ สงสารเด็กๆ

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2298
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +171/-6
เด็กๆ ก็ควรจะได้มีเวลาเล่นกันตามวัยอ่ะนะ  ดีที่น้องไจ๋ไม่กลัวกับการลองทำกิจกรรมอะไรใหม่ๆ นอกบ้าน เฮียก็ดูแลเด็กๆ ดี้ดี ทั้งเด็กข้างบ้าน เด็กน้องเพื่อน   เฮ้อ....ไม่อยากให้พ่อรู้เลย ต้องขังไว้ในบ้าน ห้ามออกมาเล่นด้วยกันอีกแน่ๆ

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3744
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0
 :katai3:


 :L2: :pig4: :L2:

ออฟไลน์ JokerGirl

  • ∀Σ❤∀ΔΣ Forever^^
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +128/-3
น้องไจ๋กระต่ายน้อยของเฮียคุน เฮียใจดีมากเลยแบ่งไอติมให้น้องป่านด้วย ไจ๋เลยได้โอกาสแบ่งยักษ์คู่ให้เฮียบ้าง คิดถึงตอนเด็กๆที่ชอบกินยักษ์คู่เลย :กอด1:

ออฟไลน์ Malimaru

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1499
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +281/-4
    • facebook

- 07 -


“น้ำจับเลี้ยงแก้ว”

“หกบาท” ชื่นส่งเสียงนำหน้าไปก่อน จากนั้นจึงรีบเดินจ้ำอ้าวอ้อมแผงขนมไปเปิดตู้แช่ หยิบน้ำจับเลี้ยงเย็นแก้วหนึ่งยื่นให้ลูกค้าเจ้าประจำ

“ขอบใจจ้ะ” ขณะรับแก้วจากมือเด็กสาว หาญกล้าก็ชะโงกหน้าเข้ากระซิบความเสียชิดใกล้จนแก้มคนฟังขึ้นสีแดงเรื่อ

ชื่นกลั้นยิ้ม ฝืนเก็บงำสีหน้าเคอะเขินก่อนจะหันมาหาไจ๋แล้วกวักมือเรียก “ไจ๋ๆ มานี่หน่อย”

“ว่าไงพี่ชื่น” ไจ๋ก้าวออกไปหาพี่เลี้ยงด้วยสีหน้างุนงง เขาเพิ่งกินข้าวกลางวันเสร็จได้ไม่นาน จึงยังนั่งปักหลักกินขนมหวานหลังมื้ออาหารอยู่ที่โต๊ะกินข้าว

“อะ เรียกมาให้แล้ว มีอะไรก็รีบๆ พูดสิ” เมื่อไจ๋เดินเข้ามาใกล้ ชื่นก็ชักเท้าถอย ยืนเว้นระยะ ทั้งยังเก็บสายตาจากใบหน้าของหาญกล้าจากนั้นจึงแสร้งวางท่าห่างเหินพลางเปรยด้วยน้ำเสียงกระด้างด้วยหวังตบตาเด็กชาย

หาญกล้ารู้แกวจึงเพียงอมยิ้มน้อยๆ ก่อนเบือนหน้าหันไปเอ่ยทักทายเด็กชายด้วยท่าทางเป็นกันเอง “วันนี้มีนัดกับใครหรือเปล่า” คนพูดยิ้มกรุ้มกริ่มพลางกวาดตามองหน้าไจ๋อย่างถี่ถ้วน จริงอยู่ที่ไจ๋ไม่ใช่คนแปลกหน้า ซ้ำเขายังเห็นอีกฝ่ายมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย ทว่านี่กลับเป็นครั้งแรกที่หาญกล้าได้พูดคุยกับลูกชายข้างบ้านโดยไม่ต้องคอยระวังหลัง

ลองให้เจ้าของร้านชำอยู่ประจำการเหมือนทุกทีสิ กระทั่งแค่เดินผ่านหน้าร้าน เขายังแทบจะโดนน้ำร้อนสาดไล่

“หือ นัด... นัดไหน?” ไจ๋เอียงคอ ขมวดคิ้ว เกาคางพลางนิ่งนึก
นัดอะไร ไจ๋ไม่ได้นัดกับแฟนพี่ชื่นเสียหน่อย

เห็นสีหน้าท่าทางของไจ๋ในตอนนี้ หาญกล้าก็อดนึกเอ็นดูไม่ได้
มิน่าล่ะ คุนถึงได้ใจอ่อนยอมคบกับเจ้าหนูนี่...

ก่อนหน้านี้ หาญกล้ายังไม่เอะใจกับท่าทีของหลานชายที่มีต่อเด็กน้อยข้างบ้าน แต่พอคุนรู้ว่าเขาจะออกมาหาชื่น เจ้าตัวดีก็แอบเดินมากระซิบกระซาบ ขอร้องเขาให้ช่วยเรียกไจ๋ให้ด้วย

หาญกล้าอมยิ้มพลางเอ่ยกับเด็กน้อยตรงหน้าอย่างมีเลศนัย “ลืมแล้วเหรอว่ามีคนรออยู่” พูดจบ คนโตกว่าก็บุ้ยใบ้ให้ไจ๋ชะโงกมองไปยังทิศทางที่ตนเพิ่งจากมา

“หือ?” ลูกชายร้านชำส่งเสียงเบาๆ ในลำคอขณะเอี้ยวมองตาม ตรงด้านหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อคูหาติดกัน ไจ๋เห็นคุนยืนนิ่งพลางกวักมือเรียกตนเองอยู่ไหวๆ เด็กชายเลยรีบโบกมือพลางส่งยิ้มให้ก่อนหันมาคุยกับหาญกล้าด้วยน้ำเสียงระรื่น

“ขอบคุณครับ” ไจ๋ยกมือไหว้คนส่งข่าวไวๆ แล้วจึงวิ่งกลับเข้าไปหาอาม่าพร้อมกับตะโกนส่งเสียงนำหน้าไปก่อนตัว “ม่า... ไจ๋ขอออกไปข้างนอกนะ”

“จะไปไหน”

“แถวนี้” แม้จะยังไม่รู้จุดหมายแน่ชัด แต่เพราะไม่อยากให้อาม่าเป็นห่วงพอๆ กับไม่อยากเสียโอกาสที่จะได้ออกไปเที่ยวเล่นกับเฮียคุน เด็กชายจึงตอบคำถามอย่างคลุมเครือ

หยู่ฮวยเม้มปากพลางถอนหายใจ หญิงชราอ่านสีหน้าลังเลคล้ายกำลังปกปิดความผิดของหลานชายออกในชั่วพริบตา ฝ่ามือเหี่ยวย่นของหล่อนบีบที่พักแขนทั้งสองข้างของเก้าอี้โยกจนเส้นเลือดหลังมือปูดโปน กระนั้นแววตาสุกใสเป็นประกายกับรอยยิ้มสว่างไสวบนใบหน้าเล็กเท่าฝ่ามือนั่นกลับมีอิทธิพลต่อจิตใจคนมองเหนือสิ่งอื่นใด

ที่สุดแล้ว คนเป็นย่าก็ใจอ่อน

“ไปกับข้างบ้านเหรอ”

“อือ” ไจ๋ฉีกยิ้มกว้างพลางผงกหัวรับอย่างกระตือรือร้น

หญิงชราขมวดคิ้วก่อนจะเปลี่ยนสีหน้ากลับเป็นราบเรียบตามปกติ หยู่ฮวยเอ่ยตะล่อมหลานชายอย่างใจเย็น “ไม่อยู่ดูทีวีกับม่าเหรอ”

เพราะไม่มีเพื่อนเล่น ไจ๋จึงมักจะใช้เวลาช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เกาะติดอยู่กับย่า ในขณะที่ต้องจิตกลับชอบขึ้นไปดูทีวีบนชั้นสามตามลำพังโดยจะลงมาข้างล่างเฉพาะเวลากินข้าวเท่านั้น แม้หยู่ฮวยจะไม่พอใจกับนิสัยชอบปลีกตัวของหลานสาว แต่การต้องคอยห้ามปรามสงครามแย่งทีวีระหว่างพวกเด็กๆ ไปเสียทุกครั้ง ก็หนักหนาและน่าเหน็ดเหนื่อยเกินทน ทั้งหล่อน และลูกชาย รวมถึงลูกสะใภ้จึงเอาหูไปนาเอาตาไปไร่เสีย

“ไม่เอาอะ ไจ๋อยากออกไปละ เล่นข้างนอก” เด็กชายเอ่ยพลางเขย่าแขนอาม่าเบาๆ

หยู่ฮวยหรุบตามองพื้นพลางถอนหายใจพรู ทว่ากลับไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่า... “รับปากม่าก่อนว่าจะไม่ไปเล่นน้ำ กระโดดกระเดิดอะไรก็ไม่ต้องไปทำกับเขารู้ไหม”

“อือ”

“รีบๆ กลับล่ะ วันนี้ป๊าน่าจะกลับเร็ว”

“ได้” ไจ๋ยิ้มเผล่พลางโผเข้าไปกอดอาม่าแล้วหอมหัวไหล่หล่อนเสียเต็มฟอด เด็กชายฝังหน้าสูดดมกลิ่นหอมประจำตัวย่าขณะออดอ้อนด้วยน้ำเสียงอู้อี้ “ไจ๋ขอตังค์ด้วยนะม่า”

หญิงชราเคาะหัวหลานชายเบาๆ อย่างมันเขี้ยว “เมื่อวานก็เอาไปตั้งเยอะ หมดแล้วเหรอ เดี๋ยวนี้มือเติบใหญ่แล้วนะ”

“โห่ เมื่อวานไจ๋เอาไปไม่กี่บาทเอง” ไจ๋ทำหน้ามู่ทู่ ปากเล็กๆ ยู่ยื่นยับย่นจนคู่สนทนาหลุดยิ้มอย่างอ่อนใจระคนเอ็นดู

“เอาๆ จะเอาเท่าไรก็หยิบไปสิ”

“เย่ ไจ๋ระ รักม่าที่สุด” ว่าแล้วเจ้าตัวก็หอมแก้มอาม่าทิ้งท้ายก่อนจะวิ่งไปหยิบเงินในเก๊ะแล้วกึ่งกระโดดกึ่งวิ่งออกจากร้านชำไปอย่างร่าเริง

•✤•✤•✤•

“ใครที่ยังไม่ออกมา ออกมาได้แล้วนะ คนอื่นโดนกูจับหมดแล้ว”

ขณะซ่อนตัวอยู่ตรงหลังกองไม้ใหญ่ ไจ๋แนบใบหน้าชิดกับแผ่นไม้อัดแล้วมองลอดรูเล็กๆ บนเศษแผ่นไม้อัดด้านหลังกองไม้ซึ่งเจ้าตัวใช้เป็นแหล่งกำบังอย่างอดทน เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาแล้ว แต่พี่ริวมองไม่เห็นหรอกเพราะไจ๋แอบเก่ง

หลังออกจากบ้าน เฮียคุนพาไจ๋ไปนั่งรอปอและป่านตรงโต๊ะม้าหินข้างร้านชำที่พวกเขาซื้อไอศกรีม ทันทีที่ครบองค์ประชุมจึงค่อยยกขโยงกันไปยังโกดังร้างซึ่งอยู่ห่างจากมัสยิดไปอีกไม่ไกล จากเดิมที่เข้าใจว่าวันนี้จะมีกันเพียงสี่คน แต่เมื่อเห็นเงาร่างคุ้นตายืนกอดอกนิ่งรอท่าอยู่ใต้ต้นประดู่ใหญ่ตรงหน้าโกดัง จู่ๆ ไจ๋ก็รู้สึกประหม่าจนหายใจไม่ทั่วท้อง

พี่ริว...

“ถ้าไม่รีบออกมา กูหนีกลับบ้านก่อนจริงๆ นะ...”

ขณะจับจ้องความเคลื่อนไหวด้านนอกแบบไม่วางตา ไจ๋ซึ่งนั่งยองๆ อยู่กับพื้นค่อยๆ ตวัดปลายแขนเก็บขา พยายามหดตัวลงให้เล็กที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ภายในใจก็เฝ้านับถอยหลัง รอให้เงาเจ้าของเสียงก้าวเข้ามาในกรอบการมองเห็นด้วยความระทึก

“...ถ้าออกมาแล้วไม่เจอใคร จะโทษกูไม่ได้นะ”

ไจ๋ยังคงได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่น่าจะเป็นของพี่ริว แต่จนบัดนี้กลับยังไม่เห็นเงาเจ้าของเสียงขู่ผ่านเข้าสู่กรอบสายตา

คนอื่นจะกลับกันแล้วเหรอ

ทั้งที่ตั้งใจว่าจะอดทนรออีกสักหน่อย แต่พอฉุกคิดได้ว่า หากพี่ริวหาทุกคนเจอหมดยกเว้นไจ๋ แล้วเกิดทุกคนหนีกลับบ้านก่อนอย่างที่พี่ริวพูดจริงๆ เด็กชายก็หน้าถอดสี

สถานที่ที่ทั้งหมดใช้เป็นสนามเด็กเล่นในบ่ายวันนี้เดิมทีเคยเป็นโรงไม้ขนาดกลาง โรงเรือนหลังคาสูงที่เหลือเพียงโครงตั้งตระหง่านอยู่ข้างแม่น้ำแม้จะเก่าโทรม แต่เค้ารางของโกดังก็ยังมีให้เห็น ใต้ชายคาผุพังยังคงมีเศษไม้หลากหลายขนาดรวมถึงขยะที่หลงเหลือจากการรื้อถอนกองสุมกระจัดกระจายทั่วไปหมด ไม่มีใครบอกไจ๋หรอกว่าเพราะเหตุใดที่แห่งนี้จึงรกร้างไร้ผู้คน เพราะลำพังแค่ต้องแอบมุดรั้วสังกะสีตรงฝั่งริมน้ำตามพวกเพื่อนๆ เข้ามาเล่นด้านใน ไจ๋ก็ตื่นเต้นเสียจนไม่อยากรู้ปูมหลังใดๆ ทั้งสิ้น ทว่าชั่ววินาทีที่เผลอนึกภาพตัวเองถูกทอดทิ้งไว้เบื้องหลังในโกดังร้าง ความสนุกสนานตื่นเต้นในทีแรกก็พลันจางหาย หลงเหลือเพียงความกระวนกระวายใจจนไม่อาจอยู่เฉย

ไจ๋ค่อยๆ ย่องออกจากที่ซ่อน แล้วตั้งท่าเตรียมวิ่งไปลองแปะพี่ริวดูสักตั้ง แต่ยังไม่ทันออกตัว แขนข้างหนึ่งกลับโดนฉุดเข้าเสียก่อน

“?!?” แม้จะตกใจ แต่ยังดีที่ไจ๋ยกมือขึ้นปิดปากได้ทันการ จึงไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอด เมื่อหันกลับไปมองด้านหลัง เด็กชายก็คลี่ยิ้มกว้างพลางถอนหายใจอย่างโล่งอก

โธ่เอ๊ย นึกว่าใคร...

เป็นเฮียคุนที่มาจับแขนไจ๋เอาไว้นี่เอง
แล้วก็เป็นเฮียคุนอีกเหมือนกันที่กระซิบบอกแผนการอันชาญฉลาดให้ไจ๋ฟัง

“ไจ๋ไปทางนั้น เฮียจะไปทางนี้” เด็กข้างบ้านชี้นิ้วพลางกระซิบนัดแนะรวดเร็ว “เดี๋ยวเฮียล่อไอ้ริวเอง ไจ๋แปะมันให้ได้นะ”

ไจ๋พยักหน้ารับแล้วมองตามแผ่นหลังของเฮียคุนที่วิ่งไปอีกทางก่อนจะเร้นกายตามหลืบมุม เผ่นโผไปหลบยังซอกต่างๆ เพื่อทำตามที่ตกลงกันเอาไว้ หลังจากโยกย้ายทำเลเพียงไม่นาน ไจ๋ที่ซ่อนตัวอยู่ในจุดอับสายตาก็สบโอกาส โผล่ออกไปคว้าหัวไหล่ของพี่ริวที่เพิ่งเดินผ่านหน้าไปได้แบบจั๋งหนับ

“โป้งพี่ระ ริว!”

“โป้งมึงอะ” พี่ริวผลักหัวไหล่ไจ๋คืน แต่ไจ๋ขืนตัวสู้พลางแย้งเสียงดัง

“อะระ ไรอะ ไจ๋โป้งพะ พี่ก่อนนะ”

ยิ่งเห็นอีกฝ่ายถลึงตา เชิดคอ ทำท่าไม่ยอมรับ ทั้งหน้าทั้งหัวไจ๋ก็ยิ่งร้อนเห่อไปกันใหญ่ เด็กชายกระชับฝ่ามือที่จับบ่าเพื่อนรุ่นพี่พลางย้ำกับตัวเองว่า จะอย่างไรก็ห้ามปล่อยมือเป็นอันขาด

เสียงโวยวายของทั้งคู่เรียกสองพี่น้องที่โดนจับก่อนใครเพื่อนให้วิ่งมาสมทบ พอเห็นว่าตนพอมีพรรคพวก ริวอิจิก็เชิดหน้าแล้วโอ่อย่างไม่ยี่หระ “ใครเขาพูดโป้งกัน เขาพูดแปะโว้ย ไม่งั้นเขาไม่เรียกโป้งแปะหรอก ใช่มะไอ้ปอ ป่าน”

สองพี่น้องมองหน้ากันอย่างไม่แน่ใจ เล่นซ่อนหามาตั้งหลายปี ไม่เคยมีใครนึกสงสัยอยากรู้เรื่องเล็กน้อยพวกนี้เลยสักครั้ง พอโดนถามเข้าจังๆ แล้วจะหวังให้พวกเขาตอบว่าอะไรได้ล่ะ

ในเมื่อไม่มีใครเห็นต่าง ริวอิจิก็เหล่ตามองเย้ย ซ้ำยังยิ้มเยาะไจ๋แล้วรีบฉวยโอกาสยกนิ้วโป้งขึ้นพลางตอกย้ำจุดยืน “มึงพูดผิด เพราะงั้นเมื่อกี้ไม่นับ... มึงโดนกูโป้งแล้ว”

ไจ๋กำลังจะอ้าปากเถียง แต่เห็นเฮียคุนวิ่งมาทางด้านหลังของพี่ริวเสียก่อนเลยรีบเม้มปากพลางกลั้นใจรอลุ้น

“แปะริว! มึงแพ้แล้ว มึงหาอีกรอบเลย”

ที่สุดเฮียคุนก็ไม่ทำให้ไจ๋ผิดหวัง

“โธ่โว้ย!”

ลูกชายร้านชำฉีกยิ้มกว้างหลังเพื่อนข้างบ้านเอาชนะพี่ริวได้อย่างสมศักดิ์ศรี

“เย่!”

“พี่ริวแพ้แล้ว!” สองพี่น้องหัวเราะลั่นพลางปรบมือชอบใจ ริวอิจิจึงตวัดใบหน้าหันไปชี้นิ้วด่าทั้งคู่อย่างมีน้ำโห

“พวกมึงสองคนก็ไม่ส่งซิกกูเลยว่าไอ้คุนย่องมา”

“เรื่องไร ถ้าบอก กูก็ต้องเป็นคนหาดิ” ปอยิ้มกริ่ม ตานี้เขาชะล่าใจไปหน่อยเลยโดนริวอิจิตามตัวเจอเป็นคนแรก ถ้าคนอื่นเพลี่ยงพล้ำโดนจับได้ เขาย่อมตกที่นั่งลำบากเพราะต้องรับมือกับทั้งริวอิจิและคุนที่ซ่อนเก่งกว่าใครๆ

“เออ กูหาก็ได้ แต่ตาหน้ามึงไม่รอดแน่ปอ”

“เดี๋ยวก็รู้” ปอยิ้มเย้ยซ้ำยังยักคิ้วท้าทาย

“เออ เดี๋ยวมึงก็รู้” ริวอิจิกัดฟันกรอดพลางชี้หน้าปอ กระนั้นกลับไม่วายเหลือบมองไจ๋ตาขวาง

“มึงนับเลยริว” คุนตัดบทรวดเร็ว ได้ยินดังนั้น ทุกคนจึงตั้งท่าเตรียมพร้อมออกวิ่งกันอย่างมุ่งมั่น ฝ่ายริวอิจิที่ยังอารมณ์ไม่ดีก็โพล่งขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดระคนหมั่นไส้

“ตานี้ตาสุดท้าย ใครแพ้เลี้ยงหนมโว้ย”

“โห่ พี่ริว หนูไม่มีตังค์นะ” ทั้งที่อยู่ในท่าเตรียมพร้อมวิ่ง แต่เด็กป.สองก็ยังมีแก่ใจชักสีหน้า ซ้ำยังบ่นกระปอดกระแปดได้อย่างไม่ติดขัด

“ถ้ามึงแพ้ ไอ้ปอจ่าย”

“ได้” ป่านพยักหน้ารับคำริวแข็งขันจนคนถูกพาดพิงอดใจไม่ไหว

“มึงแม่งทำอะไรไม่เคยปรึกษากูเลยนะป่าน” ว่าแล้ว ปอก็ตบหัวน้องเต็มแรง

“พี่ปอแม่ง!” ป่านถลึงตาใส่พี่ชาย ไม่เท่านั้น เจ้าตัวเล็กยังยกมือขึ้นเท้าเอว แล้วชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างไม่กลัวเกรง “ตบหัวหนูอีกแล้วนะ คอยดูเหอะ หนูจะกลับไปฟ้องแม่”

“กลัวตายแหละ” ปอแสยะยิ้มแล้วแลบลิ้นปลิ้นตาอย่างไม่สลด

“อะๆ นับเร็วมึง” เห็นป่านเต้นเร่าๆ เตรียมออกฤทธิ์ คุนเลยใช้ข้อศอกสะกิดแขนริวแล้วบุ้ยใบ้ให้เพื่อนสนิทรีบช่วยกู้สถานการณ์ ซึ่งริวอิจิก็ไม่อิดออด

“หนึ่ง... สอง...”

ทันทีที่เพื่อนสนิทปิดตาและเริ่มนับเลข คุนก็หันมาพยักหน้าให้ทุกคนก่อนที่ทั้งสี่จะแยกย้ายไปคนละทิศทาง

น่าแปลกเหลือเกินที่ทุกครั้งไจ๋มักจะใจตรงกับเฮียคุน วิ่งไปซ่อนตัวยังทิศทางเดียวกันอยู่ร่ำไป รอบหลังๆ อีกฝ่ายเลยยอมอยู่รั้งท้าย ออกวิ่งทีหลังเพื่อนเสมอ แม้จะเป็นห่วง แต่เฮียคุนซ่อนเก่งแถมยังแปะคนหาได้บ่อยกว่าใคร เขาจึงไม่ทักท้วง หนำซ้ำบางครั้งไจ๋ยังอดคิดไม่ได้ว่า ดีเท่าไรแล้วที่เฮียคุนไม่เคยเล่นแพ้ เพราะขืนให้เฮียคุนเป็นคนหา ทุกคนคงซ่อนตัวลำบากกว่านี้มาก
   .
   .
   .
   .
“เมื่อวานได้ปลาเยอะเลยเหรอวะ” พี่ริวถามพลางเตะกรวดก้อนเล็กลงในแม่น้ำ

ทันทีที่เล่นซ่อนหาตาสุดท้ายเสร็จ ทั้งห้าก็ย้ายทำเลมานั่งเล่นตรงทางเดินเลียบแม่น้ำ แม้ตอนอยู่โรงเรียนเก่า ป๊าจะขับรถพาไจ๋กับเจ้ต้องขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำทุกวัน แต่การได้นั่งริมฝั่งแม่น้ำน้อยแล้วเฝ้าดูเรือหางยาวข้ามฟากลำเล็กแล่นตัดผิวน้ำ พาคนข้ามไปยังโป๊ะตรงชายสวนอีกฟากก็ชวนให้รู้สึกตื่นตาตื่นใจอย่างบอกไม่ถูก

“ใช่พี่ริว เมื่อวานหนูจับไอ้ช่อนได้ตัวเท่านี่” ป่านโอ่พลางชูแขนขึ้นอวด

“โม้แล้วมึง มึงช้อนปลาซิวได้ซักตัวเปล่าเหอะ” ปอขัดน้อง เด็กป.สองเลยชักสีหน้าพลางทำปากขมุบขมิบคล้ายกำลังด่าพี่ชายตัวเองอยู่ในใจ

“เสียดายกูไม่อยู่ เลยไม่ได้เห็นปลาซิวไอ้ป่านเลย” พี่ริวอมยิ้ม ชำเลืองหางตามองล้อ ป่านเลยทำหน้างอ มองค้อนควักเสียยกใหญ่

“โห่ พี่ริวอะ”

ระหว่างที่คนอื่นๆ พูดคุยกัน ไจ๋มักจะเผลอมองคุณลุงบนโป๊ะอยู่เนืองๆ ไจ๋เห็นคุณลุงหอบเบ็ดตกปลายมาหลายคัน จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตาทำอะไรสักอย่างอยู่สักพัก จากนั้นคุณลุงก็ค่อยๆ หย่อนเบ็ดคันแล้วคันเล่าลงในน้ำแล้วเฝ้ารออย่างใจเย็น แต่ยิ่งคุณลุงนั่งนิ่ง เหม่อมองไปไกลๆ อยู่ครั้งละนานๆ ไจ๋ก็เริ่มร้อนใจนึกอยากให้ทุ่นบนสายเบ็ดกระตุกขึ้นมาเสียเอง

“ไม่เป็นไร ไว้วันหลังค่อยไปจับใหม่ก็ได้มึง”

ถึงจะเอาใจช่วยคุณลุงให้ตกปลาได้ไวๆ ทว่าเมื่อไรก็ตามที่ได้ยินเสียงเฮียคุนลอยเข้าหู ไจ๋ก็จะโยนเรื่องคุณลุงกับปลาทิ้งแล้วรีบหันหน้ากลับไปตั้งใจฟัง ตั้งใจจ้องหน้าเพื่อนข้างบ้านอย่างมีสมาธิเสมอ

เฮียคุนฟันสวย พอเฮียคุนยิ้มทีไรไจ๋ก็อดมองไม่ได้ทุกที

“เสาร์หน้าเลยไหมล่ะ”

“ไงก็ได้”

เห็นเฮียคุนยิ้มให้พี่ริว ไจ๋ก็คลี่ยิ้มตามอย่างเลื่อนลอย พร้อมกันนั้น ภายในหัวสมองน้อยๆ ก็ปรากฏภาพเหตุการณ์เมื่อวานฉายซ้ำขึ้นมาอีกครั้ง...

เสาร์หน้าจะได้ไปจับปลาอีกแล้วเหรอ ดีจัง

“หนูหิวอะพี่ปอ” ป่านโพล่งขึ้นพลางลูบท้องตัวเองป้อยๆ ท่าทางจ๋อยๆ ของน้องทำเอาคนเป็นพี่ขมวดคิ้ว

“งั้นก็กลับบ้าน” ปอเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แต่พี่ริวกลับร้องห้ามแถมยังทำหน้าเครียดกว่าปอหลายเท่า

“เฮ่ย กลับไม่ได้ เลี้ยงหนมพวกกูก่อน”

ไจ๋ไม่สงสัยกับคำพูดของพี่ริว เพราะตามที่ทั้งหมดตกลงกันไว้ หากใครเล่นซ่อนหาตาสุดท้ายแพ้ จะต้องเลี้ยงขนมทุกคน ในเมื่อปอแพ้แล้วโดนทวงขนม ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

อยู่ๆ ปอก็ถอนหายใจแล้วทำหน้าเหมือนเหม็นอะไรสักอย่างขึ้นมาดื้อๆ ยิ่งพอพี่ริวแบมือพลางกระดิกนิ้วเร่ง ปอก็ขมวดคิ้วพลางล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วควักแบงค์สีเขียวออกมาโบกใส่หน้าพวกเขาอย่างเหลืออด “อะ ทั้งตัวกูมีอยู่ยี่สิบ พวกมึงจะกินอะไรก็บอกมาเลย”

“โห่ น้อยจังวะ”

“จะกินไหมล่ะ ถ้าไม่กินกูจะได้พาไอ้ป่านกลับบ้าน” ถึงจะโดนพี่ริวเบ้ปากใส่ แต่ปอกลับยกไหล่ ทำท่าไม่ใส่ใจ ที่สำคัญยังมือไว ยัดเงินใส่ในกระเป๋ากางเกงตัวเองเสียอีก

ปอไม่กลัวพี่ริวเลยเหรอ ไจ๋ว่าพี่ริวน่ากลัวออกนะ

“ยี่สิบก็ยี่สิบดิวะ กลัวที่ไหน” พี่ริวพูดพลางหันไปหาป่านกับเฮียคุน “ไปมึง แดกติมกัน” พูดเสร็จ พี่ริวก็หมุนตัวเดินไปที่รถไอศกรีมตัดซึ่งจอดอยู่ไม่ไกลโดยไม่เหลือบมองไจ๋เลยสักครั้ง แต่ไจ๋ไม่คิดมากหรอก เพราะทันทีที่ทุกคนเริ่มขยับตัว เฮียคุนก็หันมาพยักหน้าเรียกไจ๋โดยเฉพาะ

ไจ๋ตอบตกลงผ่านรอยยิ้ม เฮียคุนคงเข้าใจเลยยิ้มอวดฟันสวยส่งให้ไจ๋หนึ่งที

“ไอติม!” ป่านวิ่งแซงหน้าพี่ริวแล้วถลาเข้าไปเกาะรถเข็นขายไอศกรีมตัดก่อนใครเพื่อน จากนั้นไม่นาน พวกเขาทั้งห้าก็ยืนล้อมรถเข็นไอศกรีมพลางสลับกันชะโงกหน้าลงกวาดตามองก้อนไอศกรีมหลากสีที่วางเรียงอยู่ด้านในรถเข็นคันเล็กด้วยความขะมักเขม้นคล้ายกำลังเลือกคำตอบในข้อสอบอย่างไรอย่างนั้น

“ไอติมแท่งเท่าไรอะลุง” พี่ริวถามคนขาย

“แท่งเล็กห้าบาท แท่งใหญ่สิบบาท”

“หนูกินแท่งใหญ่ได้ปะพี่ปอ”

ปอผลักหัวน้องชายเบาๆ “มึงกินแท่งใหญ่คนเดียวแล้วคนอื่นเขาจะกินอะไร”

“มึงก็ซื้อแท่งใหญ่ให้ป่านมันสิ เดี๋ยวกูกับคุนกินแท่งเล็กคนละแท่งก็พอ”

“อ้าว แล้วกูล่ะพี่ริว” ปอแย้งเมื่อข้อเสนอของพี่ริวช่างไม่น่าพิสมัยเอาเสียเลย

ใช่... แล้วไจ๋ล่ะ

“งั้นมึงกับป่านแบ่งกันไหมล่ะ”

“ไม่เอา หนูจะกินคนเดียว” ป่านทำหน้าบึ้งตึง ซ้ำยังกัดริมฝีปากล่างพลางมองปอกับพี่ริวอย่างกินเลือดกินเนื้อ

“ไอ้ป่าน อีกแล้วนะมึงน่ะ” ปอชี้หน้าน้องชายแต่มีหรือที่เด็กป.สองจอมเขมือบจะขยาด

“หนูหิว หนูก็ต้องกินเยอะๆ สิ”

“ไม่ได้ ถ้ามึงกินแท่งใหญ่แล้วคนอื่นจะกินอะไร”

“ก็หนูจะกินแท่งใหญ่อะ... หนูจะกินแท่งใหญ่!”

หลังจากฟังคนอื่นเถียงเรื่องไอศกรีมกันมาพักใหญ่ๆ ไจ๋ซึ่งมัวแต่คิดภาพตามสองพี่น้องจนลืมห่วงตัวเอง ที่สุดก็นึกอะไรดีๆ ออก

“เดี๋ยวออกให้” ลูกชายร้านชำยิ้มพลางกวาดตามองเพื่อนๆ ด้วยความยินดีเป็นที่สุด...

“จะดีเหรอ” ปอเม้มปากพลางมองหน้าไจ๋อย่างไม่แน่ใจ แต่ไจ๋ไม่กังวลเลยสักนิด

“แค่นี้เอง สบายมาก”

ถ้าจำไม่ผิด ดูเหมือนว่าตอนหยิบเงินในเก๊ะออกมาจะมีเหรียญสิบอยู่สี่เหรียญ น่าจะพอค่าไอติมของทุกคนแหละ

แทนที่ปอจะเป็นคนตอบ พี่ริวกลับชิงพูดขึ้นเสียก่อน “ดี งั้นคราวหน้าตามึงเลี้ยงนะปอ”

“เออๆ ” เมื่อได้ข้อสรุป ปอก็รับปากส่งๆ แล้วหันไปเหนี่ยวคอน้องชายเข้ามายืนใกล้ๆ “มึงจะกินอันไหนก็บอกลุงเขา”

ระหว่างที่พวกเพื่อนๆ กำลังเลือกไอศกรีมอยู่นั้น ไจ๋ก็ถูกสายตาของคนข้างตัวเรียกให้หันไปมองกัน เห็นเฮียคุนจ้องมองมา ไจ๋เลยฉีกยิ้มกว้างให้เด็กข้างบ้านอีกครั้ง น่าเสียดายที่ตอนนี้คนอยู่กันเยอะไปหน่อย ไจ๋เลยไม่ได้บอกเฮียคุนเลยว่า ไจ๋ดีใจแค่ไหนที่ได้เลี้ยงเพื่อนใหม่แม้จะต้องใช้เงินจนหมดกระเป๋าเลยก็ตาม
.
.
.
.
ตอนที่ไจ๋กับเฮียคุนเดินมาถึงหน้าร้านก็เจอพี่ชื่นกับแฟน รวมถึงคนงานที่บ้านเฮียคุนอีกหนึ่งคนกำลังยืนคุยเล่นกันอยู่อย่างออกรส ทว่าทันทีที่ทั้งหมดเห็นพวกเขา ไจ๋ก็พลันรู้สึกว่าสายตาทั้งสามคู่กำลังจ้องมองทั้งเขาและเฮียคุนอย่างสนอกสนใจ จากนั้นแฟนพี่ชื่นก็เดินเข้ามาหาเฮียคุนพลางถามด้วยน้ำเสียงสบายๆ

“ไง ไปเล่นถึงไหนกันมา”

“ไปบ้านปอมา”

“แถวสุเหร่าน่ะนะ” แฟนพี่ชื่นขมวดคิ้วพลางจ้องหน้าไจ๋กับเฮียคุนเขม็ง

ถึงจะไม่คุ้นเคยกับแฟนพี่ชื่นสักเท่าไร แต่ขณะที่ฟังคำถามเมื่อครู่ ไจ๋ก็สัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายกำลังเป็นห่วงพวกเขาอยู่มาก

ทำไมล่ะ?

“ครับ” เฮียคุนพยักหน้า

“ไจ๋รีบเข้าบ้านเถอะ อาม่ารอนานแล้ว” พี่ชื่นพูดไม่ทันขาดคำ อาม่าก็เดินออกมาหน้าร้าน พวกผู้ใหญ่เลยฉีกยิ้มเจื่อนๆ กันถ้วนหน้าจนบรรยากาศในตอนนี้พลอยดูแปลกๆ อย่างไรบอกไม่ถูก

“ไจ๋ ยืนทำอะไรอยู่ ทำไมไม่เข้าบ้าน” อาม่าพยักหน้าเรียกไจ๋

“แป๊บนึง” ไจ๋ละสายตาจากอาม่าแล้วหันไปทิ้งท้ายกับเฮียคุนอย่าวรวดเร็ว “เข้าบ้านก่อนนะ”

“ไปเถอะ”

หาญกล้ากับคุนมองส่งไจ๋กับย่าเดินเข้าบ้าน เมื่อสองย่าหลานหายลับเข้าไปในร้านชำ เด็กหนุ่มก็โอบบ่าคุนพลางกำชับด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ไปเล่นแถวสุเหร่าก็ระวังๆ หน่อย คนแถวนั้นมันเถื่อน”

“ครับ”

“เข้าบ้านกันเถอะ ป่านนี้พี่นันทำกับข้าวเสร็จแล้ว”

“ครับ”

•✤•✤•✤•

ออฟไลน์ Malimaru

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1499
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +281/-4
    • facebook

“เฮียคุน” ไจ๋ยิ้มกว้างทันทีที่เห็นเฮียคุนเปิดประตูด้านหลังห้อง 

หลังจากแยกย้ายกับอีกฝ่ายตรงหน้าร้าน ไจ๋ก็รีบวิ่งขึ้นห้องแล้วออกมายืนเกาะขอบระเบียงรอเด็กข้างบ้านอยู่เกือบสิบนาที ทั้งที่เกือบจะถอดใจ หมุนตัวกลับเข้าบ้านหลายครั้ง แต่เพราะลึกๆ เด็กชายเชื่อมั่นว่า อีกฝ่ายจะต้องออกมายืนดูน้ำเหมือนทุกวัน ลูกชายร้านชำจึงไม่ยอมไปอาบน้ำตามที่รับปากอาม่าเสียที

“มีอะไร” เฮียคุนยิ้มพลางเดินมาหยุดพิงระเบียงฝั่งติดกับบ้านไจ๋

ไจ๋ส่ายหัว อมยิ้ม “จะมาบอกว่าพรุ่งนี้เจอกันที่ระ โรงเรียนนะ”

เมื่อกี้ตอนที่อยู่หน้าร้าน ไจ๋ยังไม่ทันได้พูดประโยคนี้ เลยอยากพูดกับเฮียคุนดีๆ สักรอบ

“อือ เจอกัน”

ชั่วขณะที่กำลังจะหมุนตัวเดินกลับเข้าห้อง ไจ๋ก็พลันนึกบางอย่างได้จึงโพล่งขึ้นทันควัน “เฮียคุนชอบออกมายืนหลังห้องเนอะ”

“อือ ชอบมาดูน้ำน่ะ”

“ในน้ำมีอะระ ไร” ไจ๋เอียงคอจับจ้องใบหน้าของคู่สนทนาอย่างตั้งใจเหมือนทุกครั้ง

ดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้นทำเอาคนถูกมองคลี่ยิ้มพอใจ “ไม่มีหรอก แค่ดูแล้วสบายใจดี”

“เฮียไม่สบายใจไง ถึงต้องดูน้ำ”

เฮียคุนหัวเราะ “เปล่า แค่ชอบเฉยๆ เลยอยากดู”

เวลาเราชอบอะไรมากๆ เราจะอยากดูงั้นเหรอ

“เฮียต้องชอบน้ำมากแน่ๆ เห็นออกมาดูทุกวัน”

“รู้ได้ไงว่าเฮียออกมาดูน้ำทุกวัน”

“...ไจ๋...”

เจ้าของชื่อได้ยินเสียงเรียกดังมาจากด้านในห้องเลยสะดุ้งโหยงพลางหันรีหันขวางมองไปรอบตัวอย่างระแวดระวัง “ไปก่อนนะ ป๊ามาละ แล้ว”

“เจอกันพรุ่งนี้ที่โรงเรียน”

“เจอกัน”


 
•✤•TBC•✤•

ใครเคยบอกว่าเจ้ต้องร้าย ขอให้เฝ้าระวังพี่ริวเอาไว้หน่อยนะคะ
เพราะดูทรงจากตอนนี้แล้ว เราอดคิดไม่ได้เลยค่ะว่าน้องไจ๋ได้ประสบพบเจอเจ้ากรรมนายเวรเข้าแล้ว 555
อย่างไรก็ดี พี่ริวก็แค่เด็กคนนึงอะเนอะ เชื่อเราเถอะว่าพี่ริวไม่ร้ายมากหรอกค่ะ
ส่วนดราม่าที่ทุกๆ คนกังวล เราแจ้งก่อนว่ากว่าจะต้องต้มน้ำก็อีกนานค่ะ
ไม่ต้องห่วงน้า ความน่ารักของน้องไจ๋จะประคับประคองให้ทุกคนสู้ไหว
(ยื่นมือส่งให้ทุกคนจับแล้วก้าวผ่านความร้าวรานไปพร้อมๆ กัน 555)

ถ้าใครเล่นทวิตเตอร์ อย่าลืมติดแท็ก #พิษข้างบ้าน นะคะ
ตอนนื้เราเริ่มเห็นทวิตออกเสียงบ้างแล้วค่ะ อ่านทีนี่ยิ้มแก้มเบี้ยวไปเลยอ่า
(แถมยังเวียนเข้าไปอ่านอีกวันละหลายๆ ครั้งด้วย แต่ไม่กล้าชวนคุยมาก เดี๋ยวทุกคนจะรู้ว่าเราบ้า 555)
สุดท้ายนี้อยากบอกว่า เรารักคนอ่านทุกๆ ท่านที่สุดเลยนะค้า!
ทางเข้าเพจเรา (กดตรงนี้ได้เลยค่ะ ^^)


•✤•K.KizzllKizz:•✤•
สวัสดีค่ะคุณ KizzllKizz แง เราเห็นทวิตของคุณ KizzllKizz แล้วน้า
ถึงจะยังเขียนเนื้อหาเอาไว้ไม่มาก แต่เราจะพยายามให้ส่วนของดราม่ากระชับ และสั้นที่สุดค่ะ
จริงๆ เรื่องนี้แบ่งออกเป็นสองภาค คือ ภาคเด็กกับภาคผู้ใหญ่
ซึ่งปมที่เกิดในภาคแรกจะก่อให้เกิดความสัมพันธ์ในภาคสอง เพราะฉะนั้นมันจำเป็นต้องดราม่าพอกรุบกริบค่ะ
(กระซิบนิดนึงว่าเราเขียนดราม่าไม่เก่งค่ะ เลยจะพยายามไม่เข้าโซนนั้นมากนัก – ไม่รู้คำใบ้นี้จะช่วยจรรโลงใจไหมนะคะ
แต่หวังว่าคุณ KizzllKizz จะไม่ทอดทิ้งน้องต่ายไจ๋ไปเสียก่อนเน้อ (ช้อนตามองปริบๆ 555))
ไว้คุยกันอีกนะคะ ไม่ว่าจะทางนี้หรือทางทวิตก็ตาม หวีดได้ตลอดๆ เพราะเราจะตามไปอ่านเสมอค่ะ
รักนะคะ จุ๊บๆๆๆๆ 


•✤•K. แป้ง / Alternative:•✤•
ใช่ๆ เราเองก็ชอบตอนที่ได้ไปต่างจังหวัด ได้เล่นอะไรแบบนี้มากๆ เลยค่ะ
ช่วงเวลาตอนที่พวกเรายังเป็นเด็กน้อย ได้ลองทำอะไรที่ไม่เคยทำนี่มันมหัศจรรย์มากเลยนะคะ
ถึงจะมีเรื่องเปิ่นๆ ปะปน แต่พอย้อนนึกถึงขึ้นมาทีไร ก็อดยิ้มกับตัวเองไม่ได้เลย

เฮียคุนเป็นสายสปอยล์เด็กจริงๆ ค่ะ
เดี๋ยวรอดูนะคะว่ากับน้องไจ๋ เฮียจะไปถึงจุดไหน...
ขนาดกับป่านยังตามใจมาก แล้วกับน้องต่ายน้อยตากลมๆ ล่ะ เฮียจะทนไหวเร้อออ

เรื่องนี้ต้องไปลุ้นดราม่ากันตอนท้ายภาคเลยค่ะ เพราะจะมาแค่ตอนนั้นแหละแล้วค่อยข้ามไปตอนโตอีกที
นี่ยังเขียนไม่ถึงไหนเลย แต่จะพยายามปั่นโครงเรื่องละเอียดให้เสร็จก่อน
หลังจากนั้น เราจะรีบมารายงานจำนวนตอนที่จะมีเนื้อหาดราม่าให้ทราบกันได้ล่วงหน้าทันทีเลยค่ะ
สุดท้ายนี้อยากบอกว่า เรารักคุณแป้งมากที่สุดเลยนะคะ จุ๊บๆๆๆๆ


•✤•K. Ac118:•✤•
เฮียสปอยล์เด็กน้อยเก่งมากค่ะ
จริงๆ ช่วงแรกๆ เฮียจะทำน้อยหน่อยนะคะ แต่เฮียจะทำเรื่อยๆ แบบสม่ำเสมอ
(กระซิบนิดนึงว่า หลังจากตอนสิบกว่าเป็นต้นไป เฮียจะออกอาการสปอยล์ไจ๋หนักขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ)

ความตั้งใจก่อนเขียนนิยายเรื่องนี้คือเราต้องการเขียนถึงเรื่องราวที่เราหลายคนเคยทำตอนยังเป็นเด็กค่ะ
อยากให้เวลาอ่าน ทุกคนได้นึกย้อนไปถึงเรื่องสนุกๆ ที่เราเคยทำสมัยที่เรายังเป็นเด็กน้อย
อยากทำให้ความทรงจำเหล่านั้นกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เพื่อเติมความสุข เพิ่มพลังให้กับคนที่ได้อ่านค่ะ
อย่างไรก็ดี หากเนื้อเรื่องส่วนไหนผิดไปจากประสบการณ์ของคุณ Ac118 ก็ขอให้ถือเสียว่าเป็นการแลกเปลี่ยนความสุขกันและกันนะคะ แต่เราเชื่อมั่นว่า ความทรงจำของน้องไจ๋กับเฮียคุนน่าจะสร้างรอยยิ้มให้คุณ Ac118 ได้มากเลยค่ะ ส่วนตอนที่ดราม่านั้น เชื่อเรานะคะว่ามันคุ้มกันแล้วจริงๆ ^_^

ป.ล. ว่าด้วยเรื่องแท็ก #พิษข้างบ้าน
ตอนนี้เราเจอแท็กนี้แล้ว และขอบคุณคุณ Ac118
(รวมถึงผู้อ่านท่านอื่นๆ ทุกๆ ท่านที่ทวิตถึงน้องไจ๋นะคะ)
เราอ่านวนไปวันหลายๆ รอบแล้วใจฟู มีพลังมากๆ แบบที่ว่า
ถ้าเราสะสางธุระเสร็จเมื่อไร เราจะรีบมาปั่นโครงเรื่องให้เสร็จไวๆ
พอโครงเรื่องเสร็จ ทีนี้เราก็จะพอบอกได้แล้วค่ะว่าเนื้อหาทั้งหมดจะจบเมื่อไร
(ตามแพลนเดิม เราตั้งใจจะลงนิยายเรื่องนี้ทุกวัน วันละตอนค่ะ
เพียงแต่ช่วงนี้เราปิดต้นฉบับนิยายอยู่อีกสองเรื่อง เราเลยลัดคิวเอาตอนที่เขียนจบก่อน
มาทยอยลงให้อ่านเพื่อบรรเทาความคิดถึงผู้อ่านไปพลางๆ –
ถ้าทางคุณ Ac118 ยังว่าง รบกวนอยู่เป็นกำลังใจกันไปเรื่อยๆ นะคะ
เราจะพยายามเล่าเรื่องน้องไจ๋ออกมาให้ได้อ่านอย่างต่อเนื่องที่สุดค่ะ)
รักเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือคำขอบคุณที่มีในใจค่ะ


•✤•K. Leenboy:•✤•
โทนในช่วงแรกนี้จะเน้นเรื่องที่พวกเด็กๆ ทำมากกว่าปัญหาของพวกผู้ใหญ่ค่ะ
เพราะฉะนั้น เนื้อหาส่วนที่เป็นดราม่าจะไม่หนักมาก
ส่วนใหญ่แล้วจะค่อยๆ แทรกปัญหาของคนนั้น คนนี้ทีละนิดๆ ค่ะ
ยังไงเรามาติดตามเรื่องสนุกๆ ของพวกเด็กๆ ไปพร้อมๆ กันนะคะ
รัก K. Leenboy มากๆ ค่ะ จุ๊บๆๆๆๆ


•✤•K. วายซ่า:•✤•
เรื่องที่ว่าป๊าจะรู้ไหมว่าไจ๋ออกไปเล่นกับเฮียคุน เดี๋ยวรอลุ้นกันนะคะ
(ซึ่งคงปิดเอาไว้ได้อีกไม่นาน) แต่น้องไจ๋มีวิธีรับมือแบบไจ๋ๆ ค่ะ
ซึ่งวิธีการของน้องจะเป็นอย่างไรนั้น เรามารอลุ้นไปด้วยกันนะคะคุณวายซ่า จุ๊บๆๆๆๆๆ


•✤•K. ommanymontra:•✤•
ไว้เข้ามาเมาท์กันอีกนะคะ จุ๊บๆๆๆ


•✤•K. JokerGirl:•✤•
เฮียคุนสปอยล์เด็กเก่งมากค่ะ เดี๋ยวไว้รออีกนิดเฮียจะสำแดงอิทธิฤทธิ์ออกมาอย่างน่าดูชมเลยเชียวค่ะ
แต่เฮียคุนจะเน้นหนักกับไจ๋มากหน่อย (ก็คนเขาเอ็นดูกันน่ะเนอะ)


คุณ JokerGirl ชอบกินยักษ์คู่เหรอคะ เราชอบกินสีแดงค่ะเพราะสีส้มเปรี้ยว
ถ้ากินสีส้มเราจะหน้าเบี้ยวไปทั้งแถบเลย 555 – เราเป็นสายชอบกินหวานมากกว่าเปรี้ยวค่ะ ไม่ใช่อะไร
(แต่แหม ยักษ์คู่กลิ่นสละนี่ลิมิเต็ดมากนะคะ ไม่ต้องบอกก็รู้เลยใช่ไหมคะว่าเรารุ่นไหนแล้ว 555)

รักคุณ JokerGirl นะค้า กอดๆๆๆๆ



CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 07 || P.2 ||07.10.2019 ✤
« ตอบ #39 เมื่อ: 07-10-2019 18:31:41 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2298
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +171/-6
น้องไจ๋น่าเอ็นดู แคร์เฮียคุณสุดจิตสุดใจ เฮียคุนเนี่ยโตมาต้องฮอตสุดๆ ดูแลใส่ใจคนรอบข้างไปหมด โดยเฉพาะไจ่ไจ๋

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8656
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
ไจ๋กะเฮียคุณ น่ารักจัง   เมื่อไหร่จะโตอะ

ออฟไลน์ Ac118

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 751
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +65/-0
น้องไจ๋กระต่ายน้อยที่มองแต่เฮียคุน :hao5:
เฮียจะทำไร พูดไร จะจดจ้องตาแป๋ว เคลิ้มตามตลอด โดนพี่ริวเมินน้องก็ไม่สน แคร์เฮียคนเดียว เอ็นดูวว 

พี่ริว ดูไม่ค่อยอยากรับไจ๋เข้ากลุ่ม แถมเป็นเพื่อนสนิทเฮียคุน รู้เรื่องสองบ้านไม่ถูกกัน หรือแค่ไม่ถูกชะตา? อนาคตจะเป็นเสี้ยมไหมมมม 555

ไจ๋มีระบบความคิดที่น่าสนใจ มีความช่างสังเกต สงสัย ตั้งคำถาม และคงมีวิธีแก้ปัญหาในแบบไจ๋ๆ ไม้เด็ดคือ ความสดใสน่าเอ็นดู ที่จะสยบให้ทุกคนยอมน้องงงง

เล่นซ่อนแอบ โป้งแป่ะ ชอบเล่นมากตอนเด็กๆแต่แอบไม่เก่งเหมือนไจ๋ อยากจะอวยน้องงง แต่ที่เคยเล่น คนแอบต้องบอกว่า แป่ะ! จริงๆลู๊ก55555 ดีนะที่มีเฮียคุน  o13

รักคนเขียนค่าาา ❤
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-10-2019 09:43:02 โดย Ac118 »

ออฟไลน์ KizzllKizz

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 266
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-1
ฮืออออ น้องไจ๋น่ารักสุดๆไปเลยค้าบ อ่านไปก็นึกภาพเด็กผู้ชายตัวเล็กๆตาแป๋ว อุแง
เฮียคุนก็ดูท่าจะเอ็นดูน้องเอามาก มีความคอยห่วงอยู่ตลอด

ว่าแต่ริวเป็นอะไรมากมั้ย ทำไมดูเหมือนจะไม่ชอบหน้าไจ๋ หรืออารมณ์เด็กหวงเพื่อนเวลามีเพื่อนใหม่มาเข้ากลุ่ม มีประเด็นสุเหร่าด้วยจ้า มันมีอะไรแถวนั้นหว่า? แต่อ่านเรื่องนี้แล้วนึกถึงบรรยากาศตอนเป็นเด็กๆเลย55555 วิ่งไปรุมรถไอติม

เป็นกำลังใจให้น้า เราจะไม่หวั่นดราม่าค่ะ! อิ๊
 :mew1:

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3744
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0
เขียนได้น่าติดตามมากครับ...


 :L2: :pig4: :L2:

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3315
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
อ่านแล้วนึกถึงตอนเป็นเด็ก  :hao5:

ออฟไลน์ alternative

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2872
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +283/-3
ในฐานะน้องสุดท้อง แล่นซ่อนแอบนี้เราแพ้ตลอดเลยอ้ะ 
อิจฉาไจ๋ที่มีเฮียคุนคอยช่วย ชิส์!

เอาล่ะ วันนี้สายเปย์ถือกำเนิดมาแข่งบารมีกับเฮียคุนแล้ววววว

ใจ๋น้อยสปอยส์เฮีย...เฮีย....เฮีย..... (กรุณาอ่านด้วยเสียงแอ่คโค่รถโฆษณางานวัด)

ออฟไลน์ JokerGirl

  • ∀Σ❤∀ΔΣ Forever^^
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +128/-3
แหมๆๆๆ เค้าทำงานกันเป็นทีมนะจ๊ะ อีกคนล่ออีกคนไปแป่ะ แถมตอนซ่อนยังชอบไปซ่อนที่เดียวกันอีกใจตรงกันไปอีก o18

ออฟไลน์ Malimaru

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1499
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +281/-4
    • facebook

- 08 -


“โอน้อยออก!”

“น้อยออก!”

“พี่ปอเสร็จแน่” เจ้าของชื่อย่นจมูกใส่น้องชายแล้วสะบัดมือเร็วรัวผสมโรงไปตามจังหวะของเพื่อนอีกสองคน

“โอนอยยยย ออก!” สิ้นเสียงขับขานยานคาง เด็กชายทั้งสามที่ยืนล้อมวงอยู่ตรงกลางก็ทิ้งไพ่ที่ตนตัดสินใจเลือก กระนั้นกลับมีเพียงคนเดียวที่สมหวัง

“เย่! กูรอดแล้ว” ริวอิจิกระโดดตัวลอยพลางชูกำปั้นทั้งสองขึ้นเหนือหัว เด็กชายฉีกยิ้มเย้ยหยันไจ๋กับปอแล้วรีบชักเท้า ก้าวถอยไปยืนข้างป่านพร้อมกับชิงออกหน้าสรุปกติกาสุดท้ายก่อนใครเพื่อน “ห้าเป้า ใครแพ้สามครั้งเป็นคนจับนะโว้ย”

ระหว่างนั้น คนดวงจู๋ที่สุดของกลุ่มอย่างไจ๋กับปอก็ประสานสายตา จับจ้องอีกฝ่ายพลางเดาใจกันอยู่พักหนึ่ง แต่ทันทีที่หางตาไจ๋เหลือบไปเห็นภาพพี่ริวเหนี่ยวคอปอเข้าไปกระซิบกระซาบแล้วหัวร่อต่อกระซิกอย่างรู้กัน เขาก็ชักใจแป้ว

“เอายัง?” พี่ริวเลิกคิ้ว ตวัดสายตาขึ้นมองหน้าคู่วัดดวง

ทั้งที่พยายามไม่คิดมาก ซ้ำยังตั้งใจเป่ายิ้งฉุบอย่างเต็มที่ ทว่าทุกครั้งที่ทั้งคู่กำลังจะออกท่าใหม่ พี่ริวมักจะยื่นหน้าแล้วป้องปาก พูดอะไรบางอย่างข้างๆ หูปอคล้ายกับนัดแนะกันเสมอ

การกระทำเล็กน้อยเหล่านั้น บั่นทอนกำลังใจจนที่สุดไจ๋ก็แพ้พ่ายให้แก่ปอแบบหมดรูป

ขี้โกง! พี่ริวกับปอโกงไจ๋!
 
พอปักใจว่าถูกเอาเปรียบ ไจ๋ก็ยิ่งฉุน แต่เพราะจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน เด็กชายจึงได้แต่กัดฟันวิ่งไล่ตามจับเพื่อนอีกสี่คนไปเรื่อยๆ พร้อมกับเรียนรู้อย่างเจ็บช้ำว่า กติกาของการเล่นแปะแข็ง เกมที่พี่ริวภูมิใจนำเสนอ คือ ต่อให้เขาจะวิ่งไล่จับคนอื่นจนต้องยืนค้างท่าทำตัวแข็งเหมือนหุ่นได้ก็ตาม แต่หากมีใครสักคนวิ่งมาแตะตัวคนที่ยืนนิ่งๆ แค่เพียงถากๆ คนคนนั้นก็จะออกวิ่งได้อีกครั้ง ดังนั้น ตลอดช่วงพักกลางวันไจ๋เลยต้องวิ่งเต็มฝีเท้า เที่ยวไล่กวดคนโน้นที คนนี้ทีจนหายใจแทบไม่ทัน

“เหนื่อยฉิบหายเลยโว้ย! ร้อนโคตรโคตร!” ปอกระพือคอเสื้อพลางทิ้งสะโพกกระแทกสีข้างน้องชายที่ครองก๊อกน้ำเหนืออ่างล้างมือหัวหนึ่งอยู่เป็นเวลานาน “เร็วหน่อยดิวะป่าน คนอื่นจะล้างหน้าเห็นไหมเนี่ย”

“พี่ปอก็ไปล้างตรงโน้นดิ” เด็กป.สองบุ้ยใบ้พลางเอ่ยตอบส่งๆ โดยยังคงวักน้ำใส่หน้าอย่างไม่รู้จักจบสิ้น

ปอถอนหายใจพลางเหลือบมองรางก๊อกน้ำยาวที่บัดนี้ใช้ได้ไม่ถึงครึ่ง ซึ่งเกือบทั้งหมดนั้น อยู่ในการครอบครองของน้องชายและเพื่อนอีกสองคนของเขา “ก๊อกมันเสียมึงไม่เห็นไง เร็วๆ เลยเดี๋ยวออดดัง”

“พี่ปอแม่ง!” ป่านกระถดตัวถอยให้แต่ก็ไม่วายวักน้ำสาดใส่พี่ชายไปหนึ่งยก

คนเป็นพี่ผลักหัวน้องแล้วชี้หน้าคาดโทษ “เดี๋ยวมึงจะโดน!”

ชั่วขณะที่สองพี่น้องโก่งคอทะเลาะกันล้งเล้งอยู่นั้น ไจ๋ที่โดนหางเลข ถูกป่านสาดน้ำใส่พร้อมๆ ปอ กลับเพียงค้อมตัว ก้มหน้าวักน้ำล้างหน้าอย่างเงียบเชียบ ไม่ตัดพ้อหรือร้องขอความเป็นธรรม ด้วยจนบัดนี้เด็กชายยังไม่หายเหนื่อย

ขืนร่วมวิวาทด้วยอีกคน ไม่แคล้วคงหมดแรงเสียก่อน

“อยู่นี่เองอารยะ ปาณวัฒน์” เสียงเรียกขานของผู้มาใหม่ดึงดูดความสนใจของกลุ่มเด็กชายได้ชะงัดนัก

“มีอะไรหรือเปล่าครับครู” คุนเพิ่งล้างหน้าเสร็จ เดิมทีเด็กชายตั้งใจว่าจะโฉบไปดูอาการไจ๋ ทว่าเมื่อครูประจำชั้นเดินผ่านมา อีกทั้งยังแวะทักทาย เขาจึงจำใจสาวเท้าก้าวเข้าไปเป็นตัวแทนคุยกับครูประจำชั้นในระหว่างที่ปอยังคงล้างหน้าติดพัน

“เดี๋ยวคาบสุดท้ายที่พวกเพื่อนเธอทำพานกัน เธอสองคนกับโชติกามาหาครูที่ห้องพักครูนะ”

“ครับ”

ไจ๋เงยหน้าขึ้นจากอ่างล้างมือแล้วหรี่ตามองเหตุการณ์อย่างสนใจไม่ต่างจากเพื่อนคนอื่น

“อย่าลืมบอกโชติกาล่ะ”

“ครับ”

“อ้อ แล้วก็บอกหัวหน้าห้องด้วยว่า อย่าลืมจดชื่อคนไม่ช่วยเพื่อนทำพานให้ครูด้วย”

“ได้ครับ”

ลูกชายร้านชำหมุนหัวก๊อกน้ำปิด สะบัดมือไวๆ พลางหักห้ามใจ ไม่ล้วงกระเป๋าหยิบเอาผ้าเช็ดหน้าออกมาใช้ ไจ๋ดึงปกเสื้อขึ้นเช็ดแก้มพลางเลื่อนกรอบสายตามองตามคุณครูประจำชั้นสลับกับเพื่อนข้างบ้าน...

คุณครูมาเรียกเฮียคุนกับปอทำไม

“ไปพวกเธอ เข้าห้องเรียนได้แล้ว”

“ครับ” แม้จะยังติดใจ แต่พอเห็นพวกเพื่อนๆ ยกมือไหว้คุณครู เด็กชายก็รีบทำตาม จากนั้นทั้งหมดจึงค้อมตัวเดินก้มหน้าผ่านคุณครู ก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามกันแล้วจึงแยกย้ายเข้าห้องเรียนไปอย่างรวดเร็ว
.
.
.
.
“ให้ช่วยไหม” ไจ๋เลียบๆ เคียงๆ กับหัวหน้าห้องที่กำลังแบ่งงานให้เพื่อนคนอื่นๆ พรุ่งนี้เป็นวันไหว้ครู นอกจากจะงดการเรียนการสอนในคาบสุดแล้ว คุณครูประจำชั้นยังบอกให้พวกเขาทั้งหมด ระดมสมอง ช่วยกันลงมือประดิษฐ์พานดอกไม้สดกับพานธูปเทียนกันตามอัธยาศัย หน้าที่กระจายงานจึงตกเป็นความรับผิดชอบของหัวหน้าห้อง เด็กใหม่เลยต้องวิ่งมาของานจากอีกฝ่ายถึงที่

“เธอไปช่วยพวกนั้นทำดอกบานไม่รู้โรยก็ได้” หัวหน้าห้องดันกรอบแว่นขึ้นพลางชี้นิ้วนำทาง เมื่อทอดายตามองตาม ไจ๋ก็เห็นสินีนาฎนั่งเด็ดดอกไม้อยู่กับเพื่อนอีกหลายคน เด็กชายจึงผงกหัวรับคำสั่งของหัวหน้าห้องโดยไม่รู้สึกประหม่าเหมือนกับทุกครั้งที่ต้องทำความรู้จักเพื่อนใหม่

“...คือ...”

ไจ๋เอ่ยพลางก้าวเข้าไปหาสินีนาฏที่นั่งสุมหัวพูดคุยกับเพื่อนผู้หญิงกลุ่มใหญ่อย่างสนุกสนาน เด็กชายสะกิดแขนอีกฝ่ายพลางเอ่ยเสียงเบา “มา... ระ เราช่วย”

“เธอเอาเข็มหมุดปักดอกไม้แล้วกัน” ว่าแล้ว สินีนาฏกับเพื่อนผู้หญิงอีกสองสามคนก็กระเถิบเก้าอี้ เผื่อที่ข้างๆ ให้ไจ๋นั่งพลางหยิบอุปกรณ์จำเป็นทั้งหลายส่งให้ จากนั้นจึงหันกลับไปคุยคิกคักกันเหมือนเดิม

เด็กชายกวาดตามองถุงดอกไม้กับกล่องเข็มหมุดในมือพลางแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียงเจี๊ยวจ๊าวข้างตัว ขณะกำลังจะเริ่มทำงาน หูทั้งสองข้างก็พลันได้ยินน้ำเสียงกระแนะกระแหนดังมาจากด้านหลัง

“หวาย ทำพานเป็นด้วยเหรอ”

พี่ริว...

ไจ๋ถอนหายใจ ลำพังแค่ต้องทนฟังพวกผู้หญิงคุยกันไม่หยุด ไจ๋ก็รำคาญจะแย่ ยังจะโดนพี่ริวพูดจาแบบนี้ใส่อีก

ทำไมนะ... ทำไมต้องเจอแบบนี้อีกแล้ว

“มึงเป็นตุ๊ดไง” พี่ริวเลิกคิ้ว อมยิ้ม แล้วปรายตามองหมิ่น

จากแรกที่เพียงรู้สึกหวาดหวั่นยามเห็นสายตาไม่เป็นมิตรของอีกฝ่าย แต่เมื่อต้องพูดคุยกันตามลำพัง ทั้งยังได้ฟังสิ่งที่เจ้าตัวเอื้อนเอ่ย ไจ๋ก็อดนึกถึงเรื่องที่ตนเองเคยเจอตอนอยู่โรงเรียนเก่าไม่ได้ กระนั้นเด็กชายกลับไม่ลืมอธิบายความตั้งใจของตัวเอง

“ครูบอกว่าพานเป็นงานห้อง ทุกคนก็ต้องช่วยกันทำสิ”

“ครูบอกว่าพานเป็นงานห้อง ทุกคนก็ต้องช่วยกันทำสิฮ้า” จีบปากจีบคอพูดเลียนแบบไจ๋ไม่พอ พี่ริวยังทำท่าทางตุ้งติ้ง โบกไม้โบกมือทำสะดิ้งใส่ จากนั้นจึงตวัดหน้าหันไปอีกทางพลางป้องปากตะโกนเรียกพวกเพื่อนๆ ที่ไจ๋เดาว่าน่าจะไม่อยากช่วยทำพานเหมือนๆ กัน “เตะบอลกันโว้ยพวกมึง”

ขณะที่พี่ริวรวบรวมสมัครพรรคพวกแล้วพากันวิ่งไล่เตะลูกปิงปองตรงที่ว่างด้านหลังห้อง ไจ๋ก็อดรู้สึกขุ่นข้องหมองใจไม่ได้ แม้จะรู้จักกันเพียงผิวเผิน แต่ท่าทีไม่เป็นมิตรเมื่อครู่ก็ฟ้องชัดว่า เขาควรรักษาระยะห่างจากอีกฝ่ายมากกว่าควรพุ่งเข้าใส่แล้วตีสนิท กระนั้น ทันทีที่ตระหนักรู้ว่าพี่ริวเป็นเพื่อนสนิทของเฮียคุน การจะเลี่ยง ไม่เผชิญหน้ากันจึงแทบเป็นไปไม่ได้

ถ้าเฮียคุนสนิทกับไจ๋แค่คนเดียวก็คงดี

“เฮ้อ” ลูกชายร้านชำถอนหายใจเสียงดังเสียจนพวกเด็กผู้หญิงที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ยังได้ยิน

“ไม่ต้องไปสนใจพวกนั้นหรอก ทำต่อเถอะ” สินีนาฏทำหน้าเห็นใจด้วยเผลอเข้าใจผิดว่า ไจ๋ไม่พอใจพวกอู้งานหลังห้องเหมือนตน กระนั้นเด็กชายกลับเพียงพยักหน้ารับหงอยๆ พลางค่อยๆ ลงมือทำงานตรงหน้าอย่างเซื่องซึม

•✤•✤•✤•

“เฮียกับปอไปหาครูทำไม” ไจ๋กุมมือรอบสายเป้เหนือไหล่ทั้งสองข้างแล้วถ่วงน้ำหนักลงต่ำ ดึงตัวกระเป๋าที่ถ่วงอยู่ด้านหลังให้กระชับกับหัวไหล่ เด็กชายเดินพลางเหลือบมองเสี้ยวหน้าของคู่สนทนาเงียบๆ

“ไปซ้อมถือพานไหว้ครูน่ะ” เฮียคุนยิ้มพลางตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ ก่อนเดินนำหน้า พาไจ๋ข้ามทางม้าลายตรงวงเวียนแล้วจึงเลี้ยวขวาเลียบไปตามร้านค้าข้างทางอย่างช้าๆ

โอ้โห เฮียคุนได้ถือพานไหว้ครูด้วย

ฟังคำตอบเมื่อครู่แล้ว ไจ๋ก็ยิ่งรู้สึกชื่นชมอีกฝ่ายไปกันใหญ่ เด็กชายจึงไม่อาจหักห้ามใจ ไม่ซอกแซกไต่ถามถึงรายละเอียดในส่วนที่ตัวเองยังไม่รู้ไม่ได้จริงๆ “ถือพานไหว้ครูยากปะ”

“ไม่เท่าไร แค่ทำตามคนข้างหน้าอะ”

เฮียคุนเท่ที่สุดเลย!

ขณะทั้งคู่เดินผ่านตู้แช่ตรงด้านหน้าร้านขายยา ไจ๋ก็นึกขึ้นได้ว่า คนข้างตัวไม่ได้กินตัวดูดมาหลายวัน จึงโพล่งขึ้นเบาๆ  “วันนี้ไม่กินตัวดูดไง”

“อยากกินเหรอ” เฮียคุนเลิกคิ้ว เอี้ยวคอมองหน้าไจ๋

“ไม่ใช่...” ลูกชายร้านชำเม้มปากพลางส่ายหัวแล้วเสมองข้างทาง “วันก่อนเห็นกิน ถึงได้ถามอะ”

สีหน้าหงอยๆ ของคู่สนทนาชวนให้คนมองใจอ่อนยวบ จากแรกที่ไม่ได้นึกอยากกินหวานเย็น เด็กชายกลับยอมเปลี่ยนใจในบัดดล “กินก็ได้ กินเปล่า”

“เอาดิ” ไจ๋พยักหน้าหงึกหงักพลางคลี่ยิ้มกว้าง ยิ่งเมื่อเฮียคุนฉีกยิ้มอวดฟันขาวๆ ให้ดูเต็มๆ ตา ไจ๋ก็อดคิดไม่ได้ว่า การได้เดินกลับบ้านแถมยังได้กินตัวดูดเป็นเพื่อนเฮียคุนนั้นเป็นเรื่องน่ายินดีเสียนี่กระไร

ทันทีที่ตกลงกันได้ ลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยวก็เดินนำเพื่อนข้างบ้านตรงเข้าซอยแรกของตลาดไปยังร้านชำใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล ทั้งคู่คนปราดเข้าไปเกาะขอบตู้แช่ แล้วกวาดสายตามองจนทั่ว ทว่ากลับไม่เห็นตัวดูดเลยสักแท่ง

“วันนี้ไม่มีตัวดูดเหรอครับป้า” คนนำทางเงยหน้าขึ้นจับจ้องเจ้าของร้านอย่างตั้งใจ

“หมดจ้ะ กินไอติมแทนไหมล่ะ วันนี้เพิ่งมาลง มีครบทุกแบบเลยนะ”
“ไม่เป็นไรครับ” คุนยิ้มบางพลางปฏิเสธด้วยท่าทางอ่อนน้อม จากนั้นจึงพาไจ๋เดินกลับเข้าสู่เส้นทางเดินกลับบ้านตามปกติ

“ทำไมเฮียไม่กินไอติมล่ะ” ไจ๋เอื้อมมือคว้าสายเป้ข้างที่แกว่งไกวอย่างอิสระของคนเดินนำหน้าแล้วกระตุกเบาๆ จนเจ้าตัวเลื่อนสายตากลับมามองกัน

“ตังค์ไม่พออะ” เฮียคุนยักไหล่

ได้ยินดังนั้น ไจ๋ก็รั้งสายเป้จนอีกฝ่ายหยุดเดิน เด็กชายบุ้ยใบ้ให้คู่สนทนาหันกลับไปยังร้านชำที่ทั้งคู่เพิ่งเดินจากมา “กินดิ เดี๋ยวออกให้”

คุนขมวดคิ้ว จ้องหน้าไจ๋เขม็ง “ออกให้ทำไม ทำไมต้องเลี้ยงด้วย”

“ก็ถ้าเฮียอยากกินแต่ตังค์ไม่พอ ไจ๋ก็ช่วยซื้อให้ไง”

“รวยนักหรือไงถึงได้ชอบเลี้ยงคนอื่นจัง เมื่อวานก็ทีนึงแล้ว” บัดนี้สายตาของเด็กชายแฝงความไม่พอใจเอาไว้เต็มเปี่ยม แต่เพราะคู่สนทนาเอาแต่ก้มหน้ามองพื้น จึงไม่ทันสังเกตเห็นอาการหงุดหงิดนั้น

“ไจ๋เปล่าระ รวยนะ...”

พูดมาถึงตรงนี้ อยู่ๆ ไจ๋ก็ดันรู้สึกเขินที่ต้องบอกเหตุผลเบื้องหลังข้อเสนอดังกล่าวให้อีกฝ่ายรับรู้ ระหว่างรวบรวมความกล้า ไจ๋สืบเท้าไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ดวงตากลมโตจับจ้องลายอิฐบล็อกบนทางเท้าไม่เคลื่อนคลาย จากนั้นจึงค่อยๆ บรรจงวางฝ่าเท้าลงตรงใจกลางอิฐแต่ละก้อนโดยไม่เหยียบเส้นพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“...ไจ๋แค่อยากให้เฮียคุนกับคนอื่นชอบไจ๋เฉยๆ ” พอเผยความตั้งใจแล้วเสร็จ คนพูดก็ตวัดสายตากลับขึ้นมองหน้าเด็กข้างบ้านอย่างรอความหวัง

เฮียคุนจะเข้าใจไจ๋ไหมนะ

“หือ?” คนฟังเลิกคิ้ว ไจ๋อ่านสายตาแล้วก็รู้ว่าเฮียคุนกำลังสงสัย ไจ๋เลยรีบอธิบายทันควัน

“ตอนอยู่โรงระ เรียนเก่าไจ๋ซื้อขนมให้เพื่อนตลอดอะ”

“หือ ทำไมต้องเลี้ยงคนอื่นด้วย” ฝีเท้าของลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยวหยุดชะงักชั่วคราว เจ้าตัวยืนนิ่งพลางจ้องมองคู่สนทนาคล้ายกำลังค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง

“ก็ถ้าไม่ซื้อให้ เพื่อนจะไม่คุยด้วย”

“คนอื่นไม่คุยกับไจ๋ ถ้าไจ๋ไม่เลี้ยงขนมเหรอ”

“อือ” ไจ๋ผงกหัวรับอย่างจริงจัง

ตอนอยู่โรงเรียนเก่า ถ้าไม่พกเงินไปโรงเรียนวันละมากๆ ไจ๋ก็ต้องบอกให้พี่ชื่นเตรียมขนมที่ร้านใส่กระเป๋าลากไปเยอะหน่อย ไม่อย่างนั้นวันทั้งวันคงไม่มีใครยอมเล่นด้วย เผลอๆ อาจจะโดนแกล้ง ไม่ก็โดนล้อให้ต้องลำบากใจเสียอีก เพราะฉะนั้น การเลี้ยงขนมเพื่อนจึงเป็นเรื่องที่เด็กชายคุ้นเคยเป็นอย่างดี แต่หลังจากย้ายโรงเรียน ก็เพิ่งมีเมื่อวานนี่แหละที่ไจ๋สบโอกาสได้เลี้ยงเพื่อนที่ตัวเองอยากสนิทสนมด้วยเป็นครั้งแรก

คุนกวาดตามองใบหน้าเปื้อนยิ้มของอีกฝ่ายแล้วก็ถอนหายใจ

ที่แท้ก็เป็นเพราะแบบนี้...
ขืนปล่อยอีกฝ่ายให้อยู่ห่างสายตา จะต้องโดนคนอื่นแกล้งเอาแน่ๆ


“อยู่ที่นี่ไม่ต้องเลี้ยงใคร เข้าใจไหม”

“ทำไมอะ”

“ใครอยากกินขนมก็ต้องซื้อเองสิ เงินใครเงินมัน จะเอาเงินที่พ่อแม่ให้มาเลี้ยงคนอื่นแบบนี้ไม่ได้”

“แต่ถ้าไจ๋กินแล้วคนอื่นไม่ได้กิน จะไม่ยิ่งน่าสงสารไปกันใหญ่ไง” พูดไปพูดมา ภาพเหตุการณ์เมื่อหลายวันก่อนก็ย้อนเข้ามาในหัว ไจ๋เลยอดแย้งคนข้างตัวไม่ได้ “วันนั้นเฮียยังให้ไอติมป่านเลยอะ”

“นั่นมันคนละเรื่องกัน อันนั้นให้ แต่อันนี้ออกตังค์ซื้อให้ ยังไงก็ไม่เหมือนกัน”

“มันก็ให้เหมือนกันไม่ใช่ไง” ไจ๋ถามพลางย่ำเท้าตามเด็กข้างบ้านผ่านลานกว้างข้างตลาดซึ่งบัดนี้มีทั้งรถมอเตอร์ไซค์ รวมถึงรถสองแถว และรถเก๋งเวียนเข้ามาจอดกันให้คึกคัก วันนี้เป็นวันที่สิบห้า เจ้าของตลาดจะปิดถนนด้านในโดยรอบเพื่อเปิดพื้นที่ให้คนนอกมาตั้งแผง ค้าขายสินค้าเบ็ดเตล็ดริมสองข้างทางตั้งแต่บ่ายสามโมงจนถึงเที่ยงคืน ดังนั้นเมื่อมองเข้าไปด้านใน ไจ๋จึงเห็นผู้คนเดินวนไปเวียนมา มองหาสินค้าทุกชนิดที่ต้องตาติดมือกลับไปที่บ้านกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง

ถัดจากถนนคนเดินลึกเข้าไปอีกนิดหน่อยจะเป็นตลาดโต้รุ่งที่โดยปกติแล้วจะเปิดให้บริการช่วงหลังหกโมงเย็นเป็นต้นไป ทว่าเมื่อมีโอกาสเพิ่มยอดขาย ร้านอาหารในตลาดโต้รุ่งย่อมต้องปรับตัว รีบเปิดร้านเพื่อรอให้บริการลูกค้าที่มาเดินซื้อของเป็นกรณีพิเศษ

“ไม่เหมือน เฮียให้เป็นครั้งๆ ไม่ได้ออกให้ตลอด อีกอย่าง...”

เสียงของเฮียคุนดึงสายตาไจ๋กลับมายังที่ๆ มันควรอยู่ เด็กชายเม้มปากพลางเอียงคอมองใบหน้าของคู่สนทนาอย่างไม่เข้าใจ แต่พอเห็นอีกฝ่ายขมวดคิ้วแล้วจ้องกันอย่างเอาจริงเอาจัง ไจ๋ก็ตั้งใจรอฟังเฮียคุนมากกว่าเดิม

“...ถ้าไจ๋เลี้ยงพวกนั้นบ่อยๆ อีกหน่อยมันจะเคยตัว ไม่ยอมออกตังค์ ทีนี้ไจ๋ก็ต้องเลี้ยงพวกมันไปเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่พวกมันมีเงินซื้อขนมกินเองได้”

“พวกนั้นมีเงิน?”

คุนยิ้มพลางพยักหน้ายืนยัน “มีสิ”

“จริงอะ” ไจ๋เลิกคิ้ว เบิกตา ทำหน้าเหลอหลาคล้ายยังไม่ปักใจเชื่อ

“อื้อ อย่างปอกับป่าน ที่พวกมันไม่ค่อยมีเงินเพราะเอาเงินไปเล่นเน็ตหมดไง”

“หา?!” ฟังแล้วไจ๋ก็อ้าปากหวอด้วยไม่นึกว่าสองพี่น้องจะทุ่มเทกับการเล่นอินเทอร์เน็ตจนแทบไม่เหลือเงินกินขนม

เท่าที่เขารู้ ค่าอินเทอร์เน็ตตามร้านไม่ใช่ถูกๆ อย่างร้านที่อยู่ตรงข้ามโรงเรียนเก่าก็เก็บค่าบริการชั่วโมงละตั้งหกสิบบาท ด้วยเหตุผลนี้เอง ป๊าเลยยอมซื้อคอมพิวเตอร์ให้เจ้ต้อง เพราะป๊าไม่อยากให้เจ้ต้องออกไปเล่นอินเทอร์เน็ตตามร้าน ไจ๋คิดว่า ถ้าป๊าต้องเสียทั้งค่าหนังสือการ์ตูนและค่าชั่วโมงอินเทอร์เน็ตแพงๆ พร้อมๆ กัน ป๊าคงบ่นเจ้ต้องจนอาม่า หม่าม้าแล้วก็ไจ๋หูหนวกไปเลยแน่ๆ

“ทีหลังไม่ต้องอวดรวยเลี้ยงขนมคนอื่นแล้วนะ” คุนชะโงกหน้าแล้วมองสบตาคู่สนทนาใกล้ๆ เขาหวังให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงความไม่ชอบใจนี้ ต่อไปจะได้ไม่ทำหน้าใหญ่จนโดนเอาเปรียบๆ เสียเปล่าๆ

“ไจ๋ไม่ได้อวดระ รวยเสียหน่อย” พอโดนเฮียคุนทำหน้าดุใส่ ไจ๋ก็เผลอทำปากยื่นแล้วแอบพึมพำกับตัวเองเบาๆ ที่วันก่อนเขาเลี้ยงไอศกรีมคนอื่นเพราะลึกๆ แล้วเด็กชายอยากเลี้ยงขนมเพื่อนข้างบ้านเป็นพิเศษ แต่ถ้าเลี้ยงเฮียคุนแค่คนเดียวแล้วคนอื่นน้อยใจ ก็คงไม่ดีใช่ไหมล่ะ

“พ่อกับแม่ไจ๋จะว่ายังไงถ้ารู้ว่าไจ๋เอาเงินมาซื้อขนมให้คนอื่นกินทุกวันน่ะ” ว่าแล้ว คนนำทางก็เริ่มก้าวเท้าอีกครั้ง ไจ๋กระชับปลายนิ้ว จับสายกระเป๋าเป้ของเฮียคุนอย่างแน่นหนาก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามหลังเจ้าตัวไปติดๆ 

“อือๆ ไม่ทำละ แล้ว” ไจ๋พยักหน้าเร็วรัวพลางสำนึกเสียใจ นี่ถ้ารู้สักนิดว่า พอเลี้ยงคนอื่นแล้วจะโดนเฮียคุนดุ ไจ๋ไม่มีทางเสนอตัวแน่ๆ

“จริงนะ”

“อือ!” คราวนี้ไจ๋รับปากหนักแน่น เพราะเฮียคุนเอาแต่จ้ำอ้าวโดยไม่ยอมหันหน้ากลับมามองกันเลยสักนิด ไจ๋เตะขาสูงขึ้นอีกหน่อยก่อนจะรีบสาวเท้า ก้าวยาวๆ ติดตามเฮียคุนอย่างว่องไว พริบตาเดียวทั้งคู่ก็เดินไปถึงยังสี่แยกตรงปากซอยบ้าน 

เมื่อคนนำทางยืนหยุดรอสัญญาณไฟ ไจ๋ก็แอบกระแซะเข้าไปยืนกระทบไหล่พลางทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แสร้งเสมองนกพิราบที่เกาะอยู่บนกล่องสัญญาณไฟจราจร จังหวะนั้นเอง อีกฝ่ายก็เปรยขึ้นเบาๆ

“ไจ๋”

“หือ?”

“ชอบอ่านการ์ตูนหรือเปล่า”

คำถามของเฮียคุนทำให้ไจ๋นึกถึงการ์ตูนมหาสนุกกับปังปอนด์ที่เขามักจะหยิบติดมือเข้าไปอ่านตอนต้องนั่งทำสมาธิอยู่บนโถส้วมนานๆ เด็กชายอมยิ้มกับตัวเองแล้วจึงพยักหน้าให้คนข้างตัว “อือ ชอบ สนุกดี”

“เคยอ่านเรื่องวิถีผู้พิทักษ์ไหม” พูดจบ เฮียคุนก็ฉีกยิ้มกว้างจนไจ๋เห็นฟันขาวๆ เกือบครบทุกซี่ ซ้ำยังทำตาเป็นประกายวิ้งวับแล้วจ้องมองกันอย่างคาดหวัง

จำได้ว่าครั้งแรกที่เห็นเฮียคุนทำหน้าแบบนี้เป็นตอนที่พวกเขาคุยกันเรื่องเตะบอล มาครั้งนี้ ไจ๋เลยอดตั้งข้อสังเกตไม่ได้ว่า เฮียคุนน่าจะชอบการ์ตูนเรื่องที่ว่าเอามากๆ แต่น่าเสียดายที่ไจ๋กับหนังสือดันไม่สนิทกันเอาเสียเลย

“ไม่เคยอะ สนุกไง?”

บางครั้งที่เห็นเจ้ต้องอ่านการ์ตูนจนแทบไม่หลับไม่นอน ไจ๋ก็นึกอยากอ่านการ์ตูนบ้างเหมือนกัน เสียอย่างเดียว พอกรีดหน้ากระดาษเปิดหนังสือทีไร ไจ๋มักจะง่วงจนสลบก่อนอ่านจบทุกที

“สนุก สนุกมากๆ ” เฮียคุนฉีกยิ้มกว้าง ดวงตาทั้งสองเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าพระอาทิตย์เสียอีก เพราะเฝ้ามองใบหน้าของเฮียคุนอยู่ตลอด ไจ๋จึงจับสังเกตการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยนั่นได้อย่างง่ายดาย เด็กชายจึงยิ่งสนใจการ์ตูนที่อีกฝ่ายพูดถึงมากไปกันใหญ่

“มันเป็นยังไงอะ”

“ก็เป็นเรื่องต่อสู้ ผจญภัย ทำภารกิจอะไรพวกนี้แหละ ตอนนี้ออกมาสี่สิบห้าเล่มแล้ว แต่พระเอกยังไม่ได้เป็นผู้พิทักษ์เลย”

“อ๋อ” ลูกชายร้านชำพยักหน้าเออออ หากในใจกลับนึกหวั่น

ตั้งสี่สิบห้าเล่มเลยเหรอ... เฮียคุนอ่านไหวได้ยังไงกันนะ

“เอางี้ พรุ่งนี้เฮียเอาไปให้ยืมอ่านที่โรงเรียนดีปะ” เมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีแดง คุนก็พยักเพยิดให้จังหวะก่อนจะเดินนำไจ๋ข้ามถนนไปอย่างมั่นอกมั่นใจ

“เอาดิ” ถึงจะกลัวผล็อยหลับก่อนอ่านการ์ตูนจบ แต่สุดท้าย ไจ๋ก็รับคำเต็มเสียง ทีนี้ก็จะได้รู้เสียทีว่า ทำไมเฮียคุนถึงตื่นเต้นกับการ์ตูนเรื่องนี้นัก อีกอย่าง ถ้ากัดฟันอ่านจนทันกัน ต่อไปเขาก็จะมีเรื่องคุยกับเฮียคุนมากกว่าคนอื่น

ทันทีที่คำนวณจนเล็งเห็นกำไร มีหรือที่ไจ๋จะไม่กระตือรือร้น

“เดี๋ยวกลับไป ไจ๋จะไปเรียกตรงละ หลังห้อง เฮียเอาการ์ตูนมาให้ไจ๋ตอนนั้นก็ได้”

“โอเค”


ออฟไลน์ Malimaru

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1499
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +281/-4
    • facebook

“อะ เอาไปสี่เล่มก่อนแล้วกัน” คุนยื่นหนังสือการ์ตูนตั้งหนึ่งส่งให้เพื่อนตัวน้อยตรงอีกฟากระเบียง

“อือ” ลูกชายร้านชำเหลือบมองตัวการ์ตูนบนหน้าปกหนังสือเล่มบนสุดแล้วลอบกลืนน้ำลาย “คืนนี้จะระ รีบอ่านนะ”

“ไม่ต้องรีบหรอก จบเมื่อไรก็ค่อยมาคืน”

“ขอบคุณ”

คุนคลี่ยิ้มทันทีที่เห็นไจ๋กอดหนังสือการ์ตูนสุดที่รักของตนแนบอก ท่าทางทะนุถนอมที่อีกฝ่ายแสดงออกตามธรรมชาติสร้างความพึงพอใจแก่เด็กชายเป็นอันมาก “อ่านให้สนุก”

“อื้อ”

เห็นไจ๋กำลังจะหมุนตัวเดินกลับเข้าบ้าน คุนก็นึกอะไรได้ เด็กชายจึงร้องเรียก “เดี๋ยวไจ๋”

“หือ?” ไจ๋เหลียวมองเพื่อนข้างบ้าน เห็นเจ้าตัวสอดมือข้างหนึ่งล้วงลงในกระเป๋าเสื้อนักเรียนแล้วหยิบบางอย่างออกมาด้วยความระมัดระวัง

“ว่าจะคืนตั้งแต่กลางวัน แต่ก็ลืม” ว่าแล้ว ลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยวก็ยื่นผ้าเช็ดหน้าที่ซักและรีดอย่างพิถีพิถันส่งคืนให้เจ้าของ “ขอบใจนะ”

“ไม่เป็นระ ไร” ไจ๋อมยิ้มพลางรับผ้าเช็ดหน้า

“จริงๆ พกผ้าเช็ดหน้าติดตัวไว้ก็ดีนะ” ไจ๋เลิกคิ้วมองหน้าคนพูดอย่างฉงนใจ ลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยวเลยอธิบายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ถ้าวันก่อนไม่ได้ผ้าเช็ดหน้าไจ๋ กว่าเลือดกำเดาเฮียจะหยุดคงอีกนาน”

“อือ” ไจ๋เม้มปากพลางพยักหน้ารับ

ขนาดเฮียคุนยังบอกเลยว่าพกผ้าเช็ดหน้าแล้วดี ถ้าอย่างนั้นไจ๋ก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าได้แล้วสินะ... ดีจัง คำพูดของเด็กข้างบ้านซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของตัวเองทำเอาไจ๋ดีใจเสียจนลืมฟังเสียงป๊าบ่นเจ้ต้องเรื่องซื้อหนังสือการ์ตูนเล่มใหม่ระหว่างนั่งกินข้าวเย็นไปเลย


•✤•TBC•✤•

มาค่ะ ทุกคน ล้อมวงกันเข้ามาให้กำลังใจน้องไจ๋กันหน่อยเพราะพี่ริวเขาออกตัวแล้ว 555
เพื่อความสบายใจ เราขอรับรองว่าต่อให้น้องไจ๋จะเจอเรื่องไม่น่าพิสมัย แต่เฮียคุยจะคอยเยียวยา
และให้การดูแลน้องเป็นอย่างดีค่ะ เพราะฉะนั้น ต่อให้น้องไจ๋ต้องเผชิญกับทั้งเจ้ต้องและพี่ริว
แต่น้องไจ๋ก็จะยังสดใสน่ารักเป็นน้องต่ายสีขาวขนนุ่มฟูที่ทุกๆ คนเอ็นดูเช่นเดิมค่ะ

ใครเล่นทวิตเตอร์ อย่าลืมติดแท็ก #พิษข้างบ้าน เด้อ
(แม้จำนวนเพื่อนร่วมหวีดอาจจะยังไม่มาก แต่คนเขียนอ่านแล้วดีใจจนน้ำตาไหลพรากเลยนะแม่ 555)
สุดท้ายนี้เราอยากจะย้ำกับทุกๆ คนว่า เรารักทุกคนมากและขอบคุณที่สุดที่คอยติดตามผลงานกันเสมอค่ะ!
ทางเข้าเพจเรา (กดตรงนี้ได้เลยค่ะ ^^)


•✤•K. วายซ่า:•✤•
คุณวายซ่าเดาแม่นมากค่ะ เพราะขนาดยังไม่โต เฮียคุนยังเท่จนไจ่ไจ๋แอบหวีดในใจตลอดๆ
รับรองเลยว่าถ้าพอเฮียคุนโตกว่านี้ น้องไจ๋จะต้องทำใจบ่อยจนเบื่อไปเลยค่ะ
แต่... ถึงเฮียจะฮ็อต แต่เฮียแคร์น้องต่ายคนเดียวนะคะ อิอิ
รักคุณวายซ่าเหมือนเดิมค่ะ จุ๊บๆๆๆๆ  :L2:


•✤•K.iceman555:•✤•
คิดถึงคุณ iceman555 จังเลยค่ะ สบายดีไหมเอ่ย
กว่าทั้งคู่จะโตคงอีกหลายตอนเลยค่ะ
(เท่าที่พอบอกได้ เรามั่นใจว่าเกินสามสิบตอนแน่ๆ ค่ะ - แง ขอโทษนะคะที่เรื่องนี้สโลว์ไลฟ์มาก)
ถ้าไม่รังเกียจ เราขอมอบเทียบเชิญให้คุณ iceman555 มาร่วมติดตามเรื่องราวช้าๆ ของน้องไจ๋กับเฮียคุนไปพร้อมๆ กันนะคะ รับรองว่าจะมีเหตุการณ์น่ารักๆ รอให้คุณ iceman555 ได้อ่านอีกเยอะเลยค่ะ
รักคุณ iceman555 เหมือนเดิมนะค้า!!  :กอด1:


•✤•K. Ac118:•✤•
มาตอนนี้น้องไจ๋เจอความเท่ของเฮียคุนกระแทกใจจนมองใครไม่เท่อีกเลยค่ะ 555
บอกเลยว่าหลังจากนี้ ไจ๋หาทางออกจากเขาวงกตเฮียคุนไม่เจอแล้ว... หลงพี่เค้าเต็มเปาแล้วลูกเอ๋ย

ส่วนพี่ริว... ก่อนอื่นต้องขออภัยแทนริวนิดนึงที่แอบร้ายกับน้อง
ส่วนตัวริว ใช่จะมีชีวิตราบรื่นเหมือนคนอื่นๆ แต่เพราะคิดและตัดสินใจไปตามอารมณ์
การแสดงออกของริวเลยจะสวนทางกับเพื่อนๆ ซ้ำยังสร้างปัญหาให้คนรอบข้างมากหน่อย
ซึ่งในตอนหลังๆ เราจะค่อยๆ เล่าเรื่องของริวให้ทุกๆ คนได้อ่านกันนะคะ
อย่างไรก็ดี ถึงน้องไจ๋จะต้องเจอริวออกฤทธิ์ ทำตัวร้ายใส่
แต่น้องไจ๋จะมีเฮียคุนเป็นแบ็กอัพค่ะ เพราะงั้น ไม่ต้องห่วงนะคะ น้องไจ๋พร้อมสู้
(มีมลูกกระต่ายขาวชูอุ้งเท้าเหนือหัว ทำหน้ามุ่งมั่น 555)

ว่าด้วยเรื่องการเล่นโป้งแปะ ก่อนหน้านี้เราเองก็ไม่มีความรู้ค่ะ
(ตอนจะเขียนถึงค่อยไปหาข้อมูลแล้วก็มานั่งนึกย้อนอดีตกันอีกนานสองนานแน่ะค่ะ -
จำไม่ได้เหมือนกันว่าตอนเด็กๆ เคยเล่นแบบไหน แล้วพูดโป้งหรือแปะ
เพราะเรามักจะโดนหาเจอก่อนเพื่อนตลอด แต่โชคร้ายที่ไม่มีเฮียคุนคอยช่วยเหมือนไจ๋
เราเลยมักจะต้องเป็นคนหาคนอื่นเสมอ... แง อดีตของฉันช่างหงอยเหงา เล่นโป้งแปะก็แพ้เขาร่ำไป 555)

เห็นทวิตของคุณ Ac118 แล้วเราต้องอ่านทวนแต่ละตอนให้ดีๆ เลยค่ะ
ตรงไหนหมิ่นเหม่ต้องรีบแก้ ไม่งั้นเฮียคุนกับน้องไจ๋คงได้รับศีลรับพอร์นกันก่อนวัยอันควร
(พยายามแรงมากที่จะไม่ชี้นำให้คนอ่านคิดลึกจนเกินไปทั้งที่วัยของน้องต่ายกับเฮียยังไม่สุกงอม 555)
รักคุณ Ac118 มากนะคะ จุ๊บๆๆๆๆ  :L2: :pig4:


•✤•K.KizzllKizz:•✤•
น้องไจ๋น่าร้ากเน้ออออออ อิอิ
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเฮียคุนหลงน้องเบอร์ไหน
เดี๋ยวอ่านๆ ไปจะเจอตอนเฮียออกอาการหนักกว่านี้อีกหลายเท่าเลย
 
ส่วนพี่ริว... คนนี้มาแนวร้ายที่ไม่เหมือนเจ้ต้อง
(ตอนนี้ปล่อยริววาดลวดลาย ก่อนที่เจ้ต้องจะมารับไม้ต่อในเร็วๆ นี้ค่ะ 555 - โดนคุณ KizzllKizz มองแรงใส่)
อย่างไรก็ดี ถึงจะเจอคนใจร้าย แต่ขอจงเชื่อมั่นนะคะว่า
น้องไจ๋จะผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้แน่นอน เพราะเฮียคุนจะอยู่เคียงข้าง และเข้าข้างน้องกว่าใครๆ
(ใช่ซี่ ก็เฮียคุนเป็นของไจ๋นี่นา...งื้ออออ!)
รักคุณ KizzllKizz นะคะ เห็นทวิตแล้วเข้าใจหัวอกเลย
ไม่เป็นไรนะคะ ถึงริวจะร้ายแต่เฮียคุนให้ท้ายน้องไจ๋เสมอ 555  :mew1:


•✤•K. ommanymontra:•✤•
ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ ยินดีมากๆ ที่ได้คุยกันค่ะ


•✤•K. Leenboy:•✤•
ตอนเขียนเราก็นึกถึงช่วงเวลาตอนที่ยังเป็นเด็กเหมือนกันค่ะ
พอได้อ่านคอมเมนต์ของคุณ Leenboy เราก็ยิ่งดีใจมากๆ เลยค่ะ
รักคุณ Leenboy นะค้า ม๊วฟฟฟฟ!  :o8:


•✤•K. แป้ง / Alternative:•✤•
ฮ่าๆๆๆ เราก็เล่นซ่อนหาไม่เก่งค่ะ แพ้เขาตลอด แถมตอนหาก็โดนแปะซ้ำซาก
พอใครชวนเล่นซ่อนหา เราจะหน้างอทันที เพราะรู้ชะตากรรม 555
(กอดปลอบนะคะ – หัวอกเดียวกันแท้ๆ 555)

ตอนที่แล้วไจ๋เปย์หนักไป ตอนนี้น้องเลยโดนเฮียดุเลยค่ะ
ตำนานสายเปย์เลยต้องยุติลง ณ บัดนี้ แต่เดี๋ยวคอยดูนะคะว่าใครจะหวนคืนวงการสายเปย์ก่อนกัน
ระหว่างลูกร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อกับลูกร้านก๋วยเตี๋ยวไก่พะโล้ 555
รักคุณแป้งที่สุดเลยค่ะ จุ๊บ ๆๆๆๆๆ  :กอด1:


•✤•K. JokerGirl:•✤•
เนาะๆ ไม่ค่อยจะเป็นทีมกันเท่าไรเลยเนอะคะ เล่นซ่อนแอบก็ช่วยกัน
ตอนไปซ่อนยังซ่อนใกล้ๆ กันอีก (แหม ไม่ค่อยจะเหม็นความรักเลยเนอะ 555)
แต่ปล่อยพวกเด็กๆ ให้รักกันมากหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอกนะคะ
เพราะคนร้ายๆ ในเรื่องนี้ดันมีเยอะเหลือเกิน 555
รักคุณ JokerGirl มากๆๆๆๆ เลยนะค้า จุ๊บๆๆๆๆ  :จุ๊บๆ:


CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 08 || P.2 ||14.10.2019 ✤
« ตอบ #49 เมื่อ: 14-10-2019 19:16:57 »





ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8656
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
สบายดีครับ ดีใจที่ได้อ่านครับ จะอ่านทุกตอนเลยครับ
ริวนี้ชอบแกล้งไจ๋จังเลย สงสัยริวแอบชอบเฮียคุณป่าว เลยอิจฉาที่เฮียคุณมาสนิทกะใจ๋ เพราะไจ๋น่ารักกว่าริว 5555

ออฟไลน์ Ac118

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 751
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +65/-0
พอเฮียรู้ว่าที่ผ่านมาน้องต้องเจอกับอะไร
เฮียก็ปล่อยน้องคาดสายตาไม่ได้อีกแล้ว
เฮียสปอย น้องก็สายเปย์ ง่อววว :-[

ส่วนไจ๋ถึงจะไม่สนิทกับหนังสือ แต่ไจ๋อยากให้เฮียคุนสนิทกับไจ๋คนเดียว ไจ๋จะกัดฟันอ่านการ์ตูน จะได้มีเรื่องคุยกับเฮียมากกว่าคนอื่น ไจ๋จะสู้เพื่อเป็นคนโปรดของเฮีย  :hao5:

โอ้ยยย น้อนนนน สู้ๆนะเจ้าก้อนกระต่าย /น้องอ่ะใสๆ แต่เรามันอดไม่ด๊าย ฟามสุขของคนบาป  :laugh:

ริวจะทดไว้ก่อน ถ้าเกินเหตุไปมากเดี๋ยวค่อยว่ากัน ยังมองว่า แค่ไม่ชอบไจ๋เพราะไม่อยากรับเข้ากลุ่ม คงเป็นเด็กที่ไม่ค่อยเปิดรับใครง่ายๆ ที่แกล้งเพราะเห็นแล้ว มันขัดหูขัดตา แหย่ยังไง ก็ไม่มีทางสู้ได้ ตามประสาเด็กในวัยนั้น อันนี้อยู่ขึ้นครอบครัวและพื้นเพ นิสัยเด็กด้วย
ไจ๋เอง ที่เจอบูลลี่จาก ร.ร. เก่า ก็แก้ปัญหาด้วยการเปย์เพื่อน จนรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องปกติ สงสารน้องมันจุกๆข้างใน
ซึ่งทำให้เห็นว่า เฮียคุนอยู่ในครอบครัวที่ใส่ใจ มีโลกที่เปิดกว้างกว่าน้อง ทำให้มองเห็นความแตกต่างในเด็กทั้งสามคน

โอนอยยยยย ออกกกก! เราไม่เคยแพ้ใครค่ะ55555 รอว่าต่อไปเด็กๆจะชวนกันไปเล่นอะไรกันอีก แต่คิดว่าแก็งนี้คงไม่ชวนกันเล่นหมากเก็บแน่ๆ :hao7:

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-10-2019 18:23:35 โดย Ac118 »

ออฟไลน์ alternative

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2872
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +283/-3
เฮียเบรกสายเปย์มือเก๋าจนหน้าทิ่มเลย โธ่! เพิ่งได้เดบิวต์ก็ต้องออกจากวงการซะแล้ว

แต่ไม่เป็นไร ไจ๋สะสมไว้เปย์เฮียคนเดียวก็ได้

เฮียเท่มากเลยจ้ะ ดูมีความเป็นผู้ใหญ่ กร๊าวใจมาก
นุ้งไจ๋ก็น่าจับปั้นก้อนแล้วกลืนลงท้อง

ดีดเหม่งพี่ริว ร้ายใส่น้อง!

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3744
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0
เขียนได้น่าติดตามมากครับ....

 :3123: :pig4: :3123:

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2298
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +171/-6
คิดถึงเกมที่เล่นกับเพื่อนตอนเด็กๆ เลยค่ะ

น้องไจ๋มุ่งมั่นปักใจกะเฮียมากเลยนะ ก็เฮียอบอุ่น ดูแลเอาใจใส่ แถมยังสอนน้องในสิ่งที่ถูกต้องซะอีก ดูโตกว่าวัยมาก อยากรู้ที่บ้านเฮียเค้าเลี้ยงลูกยังไงเลย  เห็นความแตกต่างของเด็กสองบ้านนี้ชัดเจนมาก

ออฟไลน์ KizzllKizz

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 266
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-1
จริงๆตอนนี้อยากให้ถึงดราม่าเร็วๆนะคะ จะได้ผ่านๆไปสักที แล้วเราก็จะได้เสพความน่ารักแบบจุใจ
 :hao7:

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3315
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
ปัญหาของสองบ้านมันคืออะไรกันแน่

ออฟไลน์ Malimaru

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1499
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +281/-4
    • facebook
- 09 -


“ชื่อตั้งใจใช่ปะ” ระหว่างที่พวกครูกำลังประกาศอะไรบางอย่างผ่านไมโครโฟน อยู่ๆ เพื่อนที่นั่งด้านหน้าก็เอี้ยวตัว เหลียวมามองจ้อง ไจ๋จึงละสายตาจากเด็กข้างบ้านซึ่งแยกไปยืนตั้งแถวพร้อมกับโชติกาตรงบริเวณใกล้กับเวทีแล้วหันหน้ามองคนที่เพิ่งเรียกขานกันอย่างเสียไม่ได้

“อือ”

“เค้าชื่อธีรยุทธนะ จริงๆ เรียกมิคก็ได้ เค้านั่งแถวหน้าตรงใกล้ๆ ประตูอะ”

“อืม” ไจ๋ครางรับพลางพยักหน้าน้อยๆ หลังนึกขึ้นได้ว่า อีกฝ่ายเป็นเพื่อนในห้องที่เหมาพานธูปเทียนไปนั่งทำคนเดียว แต่น่าแปลกเหลือเกิน พานของมิคกลับสวยกว่าพานที่ไจ๋ช่วยพวกผู้หญิงทำตั้งเยอะ

“ตั้งใจย้ายมาจากโรงเรียนไหนอะ” มิคถามแล้วก็ยิ้ม แถมยังทำตาปริบๆ มองจ้องไจ๋จนรู้สึกเขิน

“เซนต์ปอล์วิทยาลัย”

“โอ้โห มาจากเซนต์ปอล์เลยเหรอ” ดวงตาของคู่สนทนาเบิกกว้าง เจ้าตัวยกมือขึ้นเท้าคางโดยวางข้อศอกข้างหนึ่งลงบนต้นขาแล้วยื่นหน้าเข้าใกล้ไจ๋ยิ่งกว่าเดิม “ทำไมย้ายมาเรียนนี่อะ ที่นี่ไม่เห็นจะมีอะไรเลย”

ใครๆ ก็รู้ว่า โรงเรียนวัดตะเคียนเดี่ยวแห่งกิ่งอำเภอบางเขย่งไม่มีทางทาบชื่อเสียงหรือกิตติศัพท์ของเซนต์ปอล์วิทยา สถานศึกษาเอกชนชื่อดังในตัวจังหวัดได้ สีหน้าแตกตื่นระคนสงสัยของมิคจึงสมเหตุสมผลอย่างที่สุด ถึงอย่างนั้น ตั้งแต่ย้ายโรงเรียนมาเกือบสองเดือนกลับไม่เคยมีใครถามคำถามนี้กับไจ๋มาก่อน ในเมื่ออีกฝ่ายดูสนอกสนใจกันอย่างเปิดเผย เด็กชายจึงไม่คิดปกปิดข้อเท็จจริงแต่อย่างใด

“เพื่อนที่โน่นทำเราหัวแตก เย็บห้าเข็ม ป๊าเลยให้ย้ายมานี่”

“จริงเหรอ?!” ยิ่งฟัง มิคก็ยิ่งตื่นตกใจจนเก็บอาการไว้ไม่อยู่ นึกไม่ถึงเลยว่าตัวเขากับเพื่อนใหม่จะเคยประสบเหตุการณ์คล้ายคลึงกันถึงเพียงนี้

“นี่ไง” ว่าแล้ว ไจ๋ก็ก้มหัวลงแล้วแหวกเส้นผมบริเวณเหนือหน้าผากให้อีกฝ่ายดูรอยแผลเป็นที่ยังเห็นเด่นชัด

มิคชะโงกหน้าพลางกวาดตามองหาหลักฐานที่ว่า เมื่อเด็กชายสังเกตเห็นรอยบากซึ่งดูคลับคล้ายคลับคลากับลูกตะขาบตัวเล็กๆ สีชมพูอมแดงบนหนังศีรษะเพื่อนใหม่ เขาก็ถอนหายใจพรู “เค้าก็เคยโดนแกล้งเหมือนกัน ตอนนั้นร้องไห้ทุกวันเลย”

“ระ เหรอ”

มิคพยักหน้าแล้วปั้นยิ้มคล้ายปลอบขวัญทั้งคู่สนทนาและตัวเองไปพร้อมๆ กัน “อือ แต่ตอนนี้ไม่มีใครกล้าแกล้งเค้าแล้วแหละ”

“ทำไมอะ”

“ถ้าใครแกล้งเค้า เค้าจะไปฟ้องพวกพี่ป.หกให้มาจัดการยังไงล่ะ”

“พี่มิคอยู่ป.หกไง?” ไจ๋เอียงคอรอฟังคำตอบของอีกฝ่ายอย่างตั้งอกตั้งใจ

เพื่อนร่วมห้องถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะฉีกยิ้มฝืดๆ แบบที่ไจ๋เองก็บอกไม่ถูกว่า รอยยิ้มนั้นมีความหมายเช่นไร “ไม่ใช่พี่แท้ๆ หรอก เป็นพวกพี่ที่รู้จักกันน่ะ”

“อ๋อ” ลูกชายร้านชำพยักหน้าพลางมองหน้าคู่สนทนาด้วยสายตากึ่งเลื่อมใสกึ่งชื่นชม...

มิคคบกับพวกรุ่นพี่เหมือนไจ๋เลย ถึงว่าสิ มิคถึงได้ดูไม่กลัวใคร แต่มิคเก่งกว่าไจ๋เยอะ เพราะมิคคบกับพี่ป.หก ข้ามรุ่นไปตั้งสามปีแน่ะ

“แล้วมาอยู่นี่มีใครแกล้งอีกหรือเปล่า”

ไจ๋นิ่งนึกพลางทบทวนอยู่ชั่วอึดใจ แต่พอหางตาเหลือบไปเห็นเฮียคุนที่ยืนอยู่ไกลๆ เด็กชายก็ส่ายหัวดิก “ไม่มี”

“พวกพี่ริวไม่ได้แกล้งใช่ไหม”

พอได้ยินชื่อบุคคลที่สามแล้วไจ๋ก็เผลอทำปากยื่นโดยไม่รู้ตัว ถึงอย่างนั้น เด็กชายกลับไม่ได้ถือสาท่าทีไม่เป็นมิตรของพี่ริวแต่อย่างใด

“ไม่ พวกนั้นเพื่อนกัน” ช่างเถอะ ถึงพี่ริวจะทำตัวไม่น่ารักกับไจ๋ แต่ถ้าต้องคบกับพี่ริวแล้วได้เล่นกับเฮียคุนทุกวัน ไจ๋ก็จะอดทนกับพี่ริวให้มากๆ 

มิคพยักหน้าเบาๆ คล้ายกับเห็นดีด้วย “เป็นเพื่อนกับพวกพี่ริวก็ดี รับรองว่าไม่มีใครกล้าแกล้งตั้งใจแน่ๆ ” สิ้นคำ เด็กชายก็แอบถอนสายตาจากคู่สนทนาเพื่อเหล่มองคนที่ถูกพาดพิงซึ่งนั่งอยู่ด้านท้ายแถว เมื่อกรอบสายตาจับภาพใบหน้าเย็นชาของริวอิจิได้ มิคก็รีบหรุบตามองพื้นคล้ายกลัวอีกฝ่ายมองเห็น

“ถ้ามีใครแกล้งบอกเค้าได้นะ เดี๋ยวเค้าให้พี่มาช่วย”

“ขอบใจนะ” ไจ๋ฉีกยิ้มกว้างพลางกวาดตามองใบหน้าของคู่สนทนาด้วยความประทับใจ

มิคนิสัยดีจัง เพิ่งคุยกันได้ไม่กี่คำแต่กลับแสดงน้ำใจไมตรี น่าเสียดายที่ไจ๋เป็นเพื่อนกับเฮียคุนไปแล้ว ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงได้คบหากันเป็นเพื่อนอย่างแน่นอน

“ไม่เป็นไร” มิคยิ้มพลางส่ายหัว “เค้าไม่ชอบให้ใครโดนแกล้งแบบที่เค้าเคยโดนอะ”

ถึงใบหน้ามิคจะยิ้มแย้ม แต่ชั่วขณะหนึ่ง ไจ๋กลับมองเห็นความโศกเศร้าฉายอยู่ภายในดวงตาคู่นั้น เด็กชายจึงอดสงสัยถึงอดีตของอีกฝ่ายไม่ได้ “ทำไมมิคถึงโดนแกล้ง”

“นั่งเงียบๆ ไม่เป็นกันหรือไง อยากออกไปไหว้ครูกลางแดดกันใช่ไหม... ฮะ?”

ไจ๋สะดุ้งเบาๆ เมื่อได้ยินเสียงตวาดดังมาจากด้านหลัง ส่วนมิคเองก็รีบหันกลับไปนั่งก้มหน้า ทำท่าเรียบร้อยเหมือนในทีแรก เจ้าของเสียงคือคุณครูคนหนึ่งที่ไจ๋ไม่รู้จัก คุณครูคนนั้นก้าวเท้ามาหยุดตรงพื้นที่ว่างด้านข้างของทั้งคู่ เด็กชายชำเลืองมองรอยยับบนรองเท้าคัชชูสีดำที่คุณครูสวมใส่พลางลอบกลืนน้ำลาย แล้วจึงเลื่อนสายตากลับมามองฝ่ามือชื้นเหงื่อของตัวเอง ภายในหัวสมองนึกหวั่นจนคิดฟุ้งซ่านไปร้อยแปด

เคราะห์ดีที่นอกจากพวกไจ๋แล้ว บัดนี้ยังมีเด็กนักเรียนคนอื่นๆ แอบสุมหัวคุยพูดกันอยู่อีกมาก คุณครูหน้าดุจึงก้าวฉับๆ ผ่านจุดที่พวกไจ๋นั่งอยู่ไปควบคุมความสงบถึงที่ สุดท้ายจึงไม่มีใครโดนไล่ตะเพิดออกไปนั่งกลางแดดร้อนๆ จริงๆ

“ปาเจรา จริยา โหนติ...”

เสียงร้องแว่วหวานดังกังวานผ่านไมค์ดึงดูดความสนใจของนักเรียนที่นั่งอยู่ในสนามได้เป็นอย่างดี เกือบทั้งหมดเคลื่อนกรอบสายตาย้ายไปกองรวมกันบนร่างซึ่งยืนตรงอยู่ด้านหลังไมโครโฟนเป็นตาเดียว กระทั่งไจ๋เองก็ไม่เว้น แต่พอเขาเห็นหน้าคนนำบทสวดบูชาครูเท่านั้นแหละ เด็กชายก็ประหลาดใจจนเผลออ้าปากค้าง

หา... นั่นปอเหรอ?

ไจ๋เพิ่งรู้ว่า น้ำเสียงหวานหูชวนฟังที่ดังผ่านเครื่องกระจายเสียงในเวลานี้คือเสียงของคนรู้จัก

แม้จะยังทึ่งกับความสามารถของเพื่อนใหม่ แต่ดวงตากลมโตเป็นประกายกลับย้ายจากใบหน้าปอไปหยุดมองเรือนร่างคุ้นตาซึ่งกำลังถือพานพลางขยับตัวตามคนข้างหน้าไปตั้งขบวน เตรียมพร้อมเดินขึ้นบนเวที

ก่อนหน้านี้เฮียคุนก็เท่มากแล้ว แต่พอได้เฝ้ามองเจ้าตัวเดินเด่นอยู่ด้านหน้าแถว ไจ๋ก็อดคิดกับตัวเองไม่ได้ว่า เด็กข้างบ้านเก่งกาจยอดเยี่ยมไม่มีใครเกิน
.
.
.
.
เนื่องจากบ่ายวันนี้มีงานไหว้ครู หลังจบพิธีการทั้งหมด เหล่าครูประจำชั้นจึงพาเด็กนักเรียนทุกชั้นปีมายืนต่อแถวรับนมถุงตรงหน้าโรงอาหารแทนที่จะเป็นด้านหน้าห้องเรียนดังเช่นทุกวัน ทันทีที่ได้รับนมกันคนละถุง พวกเพื่อนห้องไจ๋ต่างเฮละโลกันไปยืนหลบมุมดื่มนมตามแต่สะดวก ส่วนไจ๋ก็เดินตามหลังเฮียคุนไปนั่งตรงชานบันไดขึ้นตึกอย่างว่าง่าย

“พรุ่งนี้กลางวันเตะบอลกับพวกไอ้เข็มปะ” พี่ริวกัดมุมถุงนมจนขาดแล้วถุยซากพลาสติกทิ้งลงกับพื้น ไจ๋ได้แต่มองแล้วก็ถอนหายใจพลางนึกสงสัยกับตัวเอง...

ทำไมพี่ริวถึงไม่ไปเข้าแถวแล้วรอใช้กรรไกรตัดปากถุงดีๆ ถ้าทุกคนทำแบบนี้กันหมด พื้นก็สกปรกแย่สิ

“มันชวนเหรอ” ปอเลิกคิ้วมองหน้าพี่ริวอย่างสนอกสนใจ

“เออ กูเจอมันตอนก่อนไหว้ครู”

“งั้นกูจะให้ไอ้ป่านเตะด้วย มันจะได้เลิกงอแงซะที” คนพูดทำท่าหมายมั่นปั้นมือเสร็จสรรพ
เท่าที่เฮียคุนเคยเล่าให้ฟัง ไจ๋เข้าใจว่าพวกเพื่อนๆ คงไม่ค่อยได้เตะบอลบ่อยนัก พอสบโอกาสจะได้แสดงฝีมือ ปอเลยออกอาการกระตือรือร้นแทนคนเป็นน้องที่โดนคุณครูประจำชั้นต้อนขึ้นห้องเรียนไปพร้อมกันกับเพื่อนร่วมห้องเมื่อสักครู่นี้ 

“แต่พวกไอ้เข็มมันเล่นแรงนะมึง” เฮียคุนแย้งพลางเอียงถุงนมช็อกโกแล็ตในมือ เขย่าเบาๆ ก่อนก้มลงกัดหลอดแล้วดูดอีกครั้ง เห็นดังนั้น ไจ๋เลยเผลอเขย่าถุงนมของตัวเองอย่างลืมตัว

“โห่พี่คุน... ให้มันเล่นเหอะ” ปอก้าวเท้าขึ้นบันไดไปอีกขั้นแล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับเฮียคุนที่ยืนอยู่สูงกว่าอย่างหมายมั่น

[/i]นี่ถ้าป่านรู้ว่า พรุ่งนี้จะได้เตะบอล ป่านจะกระตือรือร้นได้ถึงครึ่งของปอไหมนะ[/i]

เฮียคุนส่ายหัว ทำหน้าไม่มั่นใจ “กูว่าอย่าเลย ให้มันเป็นโกลเหมือนเดิมนั่นแหละ”

“ไอ้ป่านมันร้องไห้แน่ถ้าพรุ่งนี้มันต้องเป็นโกลอะ” ปอเขย่าแขนพี่ใหญ่ประจำกลุ่มซ้ำยังทอดเสียงอ้อนวอนอีกฝ่ายไม่หยุดปาก “เหอะนะพี่คุน ให้มันเตะเหอะ”

เฮียคุนขมวดคิ้วพลางกัดปากก่อนจะถอนหายใจยาว ไจ๋มองหน้าปอสลับกับเด็กข้างบ้านแล้วก็ยิ้ม... เฮียคุนคงห่วงป่าน แต่ไจ๋รู้ว่า จริงๆ แล้วเฮียคุนก็อยากเตะบอลมากเหมือนกัน

ไม่เป็นไร เดี๋ยวไจ๋หาทางช่วยเฮียคุนเอง

ปอฉวยโอกาสตอนเฮียคุนยังไม่โต้ตอบ เบือนหน้าหันมามองไจ๋พลันถามด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “มึงเตะบอลเป็นไหม”

ปอถามได้ถูกจังหวะเป๊ะๆ เลย...

ไจ๋ฉีกยิ้มกว้างพลางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “เป็น”

“พรุ่งนี้เตะบอลกัน”

“โอเค” ไจ๋รับปากเต็มเสียงด้วยนึกยินดีที่ได้ช่วยแก้ปัญหาให้ทั้งปอและเฮียคุนไปพร้อมๆ กัน

•✤•✤•✤•

“ไจ๋”

“หือ?” ไจ๋เอียงคอมองคนข้างตัวขณะทั้งคู่เพิ่งเดินผ่านปากซอยบ้านมาได้ไม่นาน หลังจากคุยเรื่องนัดเตะบอลวันพรุ่งนี้กันมาตลอดทาง ก็เพิ่งมีตอนนี้นี่แหละที่อีกฝ่ายคลี่ยิ้มกว้างอีกทั้งยังทำหน้าคาดหวังยิ่งกว่าครั้งไหนๆ

ทำไมอยู่ๆ เฮียคุนถึงยิ้มแบบนี้ล่ะ?

“อ่านการ์ตูนบ้างยัง”

“ฮื่อ” ไจ๋ยิ้มพลางพยักหน้าหงึกหงัก เขาอดดีใจไม่ได้ที่ตนเองตั้งอกตั้งใจอ่านการ์ตูนของเพื่อนบ้านอย่างเต็มความสามารถแม้จะเผลอสัปหงกบ้างก็ตาม

“อ่านถึงไหนแล้ว ใกล้จบยัง”

จากที่ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันเกือบครบทุกซี่ อยู่ๆ ลูกชายร้านชำก็ทำหน้ามู่ทู่เหมือนเพิ่งฝืนกลืนมะระขมๆ ลงคอ

“ยังเพิ่งละ เล่มหนึ่งอยู่ละ เลย ไจ๋อ่านหนังสือช้า” เด็กชายอ้อมแอ้มพลางเกาหัวเบาๆ

เห็นสีหน้าไจ๋แล้วคุนก็พลันตกใจระคนรู้สึกผิด เขาจึงโบกมือโบกไม้พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “โทษๆ ไม่ได้จะว่า ที่ถามเพราะเฮียอยากรู้ว่าไจ๋จะชอบเหมือนกันหรือเปล่า”

ยิ่งเฮียคุนอมยิ้มจ้องมองกันอย่างเขินๆ ไจ๋ก็ยิ่งรู้สึกยินดีจนเนื้อตัวเบาหวิวแบบที่อีกนิดคงลอยละลิ่วไปตามลม

“ชอบสิ เมื่อคืนไจ๋อ่านถึงสี่ทุ่มแน่ะ” ต่อให้เฮียคุนจะชอบอะไรยากๆ จะสักกี่ร้อยกี่พันอย่าง ไจ๋ก็พร้อมเปิดใจเรียนรู้สิ่งเหล่านั้นด้วยความเต็มใจเสมอ

เฮียคุนทำตาโต สายตาคู่นั้นจับจ้องมองกันอย่างสนอกสนใจ “ถ้างั้นอ่านจบแล้วมาคุยกันนะ เฮียอยากรู้ว่าไจ๋ชอบตัวละครไหน”

“ได้” ไจ๋พยักหน้ารับรองแข็งขัน เห็นเฮียคุนดูมีชีวิตชีวาเวลาพูดถึงการ์ตูน ไจ๋เลยอยากเล่าเรื่องส่วนตัวให้อีกฝ่ายฟังบ้าง “จริงๆ พี่ไจ๋ก็มีการ์ตูนเยอะเหมือนกัน”

“เหรอ เยอะนี่คือกี่เรื่อง” เฮียคุนคงตื่นเต้นมากเลยเอาแต่มองหน้าไจ๋โดยแทบไม่หันไปมองทาง ดีที่ช่วงเวลานี้ภายในซอยไม่ค่อยมีรถ แถมคนก็น้อย ไจ๋เลยไม่ต้องคอยพะวง คอยห่วงเฮียคุนจนไม่เป็นอันพูดจา

“ไม่ระ รู้ แต่เจ้ต้องซื้อการ์ตูนทุกวันจนป๊าด่าอะ”

“โห ยอม” เด็กข้างบ้านยกมือยอมแพ้พลางหัวเราะร่วน “แค่เรื่องนี้เรื่องเดียว เฮียก็เก็บเงินเหนื่อยแล้ว”

“งั้นเดี๋ยวไจ๋เอาการ์ตูนเจ้ต้องไปให้ยืมนะ”

“ไม่ต้องหรอก เฮียไม่อ่านการ์ตูนผู้หญิง”

ไจ๋ส่ายหัวพลางอธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เจ้ต้องไม่อ่านการ์ตูนผู้หญิง”

“จริงดิ”

ลูกชายร้านชำผงกหัวหนักแน่น “ฮื่อ เจ้ต้องชอบอ่านการ์ตูนนักสืบ เดี๋ยวไจ๋เอาไปให้อ่านนะ”

“ขอบใจ”

ทันทีที่กลับถึงบ้านไจ๋ก็ไม่โยกโย้โอ้เอ้ เด็กชายรีบวิ่งหน้าตั้งขึ้นชั้นสามของบ้านด้วยตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องเอาการ์ตูนนักสืบของพี่สาวไปให้เด็กข้างบ้านยืมให้จงได้

ถึงจะมีห้องส่วนตัว แต่ห้องของต้องจิตกับห้องของไจ๋ไม่เคยล็อกประตู เนื่องจากช่วงกลางวัน หม่าม้าจะกำชับพี่เลี้ยงให้ขึ้นไปทำความสะอาดและเก็บกวาดภายในห้องเป็นกิจวัตร ดังนั้นการจะแอบเข้าไปเลือกสรรการ์ตูนสักเรื่องสองเรื่องในห้องนอนพี่สาวจึงหาใช่เรื่องยาก หนำซ้ำหลังเลิกเรียนวันนี้ไจ๋ยังไม่ได้ไปเถลไถลที่ไหน เด็กชายจึงกลับถึงบ้านเร็วกว่าเจ้าของห้องซึ่งต้องรอป๊าไปรับเพราะกลับบ้านเองไม่ได้

ไจ๋ยิ้มกับตัวเองหลังตระหนักถึงความสำเร็จของภารกิจนี้ทั้งที่ยังไม่ได้ลงมือ แต่ภายหลังจากตบเท้าเข้าไปยืนประจันหน้ากับชั้นวางหนังสือซึ่งอัดแน่นไปด้วยหนังสือการ์ตูนสูงเทียมเพดานห้อง เด็กชายก็หัวหมุน ตาลาย สุดท้ายจึงต้องวิ่งออกไปชะโงกหน้าพิงราวบันไดแล้วป้องปากตะโกนเรียกพี่เลี้ยงให้ขึ้นมาช่วยกันอีกแรง

“ไจ๋จะเอาอะไร” ชื่นยืนเกาะขอบประตูห้องนอนของต้องจิตพลางหอบหายใจ เสียงโหวกเหวกเมื่อครู่ของไจ๋ทำเอาอาม่าเป็นกังวลมากเสียจนหล่อนพลอยเดือดร้อน ต้องรีบวิ่งหน้าตั้งขึ้นบันไดมาโดยไม่ได้หยุดพักฝีเท้า

“การ์ตูนนักสืบอยู่ไหนอะพี่ชื่น”

“การ์ตูนนักสืบไหน” แม้จะเห็นการ์ตูนทุกเล่มอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แต่ชื่นไม่เคยนึกอยากอ่านการ์ตูนของต้องจิตเลยสักครั้ง ดังนั้นสำหรับหล่อนแล้ว ไม่ว่าการ์ตูนเรื่องไหนๆ ก็ล้วนแล้วแต่ดูคล้ายคลึงกันไปเสียหมด

ไจ๋กัดปากพลางครุ่นคิดอยู่ชั่วอึดใจ

ถ้าจำไม่ผิด เจ้ต้องมักจะหยิบการ์ตูนเรื่องหนึ่งมาอ่านซ้ำอยู่บ่อยๆ
 
“ที่ปกมันสีดำๆ แดงๆ อะ”

ถ้าไจ๋จำได้ แน่นอนว่าพี่เลี้ยงที่สนิทสนมกับต้องจิตยิ่งกว่าผู้ใดในบ้านย่อมต้องนึกออกเช่นกัน

“อ๋อ...” ว่าแล้ว พี่เลี้ยงก็เดินไปหยิบหนังสือการ์ตูนเรื่องที่ไจ๋ต้องการตรงชั้นหนังสือเล็กๆ ด้านข้างเตียงนอนเอากลับมายื่นให้เด็กชาย “...เรื่องนี้ใช่ไหม”

“ใช่ๆ ” ไจ๋ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ

การ์ตูนเรื่องนี้แหละที่เจ้ต้องชอบอ่าน

“ไจ๋จะอ่านเหรอ” ชื่นถามขึ้นเพราะไม่แน่ใจ หล่อนรู้ซึ้งถึงฤทธิ์เดชของต้องจิตเป็นอย่างดี ยิ่งกับสิ่งของที่เจ้าตัวรักมาก ด้วยแล้ว ต้องจิตไม่มีทางแบ่งสันปันส่วนให้ใครหน้าไหนเป็นอันขาด โดยเฉพาะกับไจ๋ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด

“จะเอาไปให้เพื่อนยืม” ภารกิจมีแนวโน้มสำเร็จอย่างราบรื่น เด็กชายจึงพยักหน้ายืนยันอย่างยินดี

“ไจ๋ขอต้องก่อนไหม”

“ไม่” เด็กชายส่ายหัวพลางเดินเบี่ยงไปยังชั้นหนังสือข้างเตียงพี่สาว “หม่าม้าบอกไจ๋อ่านได้”
ต้องจิตชอบอ่านการ์ตูนมาก เด็กหญิงมักจะใช้เงินส่วนตัวซื้อหาการ์ตูนจนแทบไม่มีเหลือใช้จ่าย กับเรื่องนี้ เม้งพยายามแก้ปัญหาด้วยสารพัดวิธี แต่สุดท้ายต้องจิตก็ยังดึงดันแอบซื้อการ์ตูนอ่านโดยไม่สนใจใคร สร้อยที่ประนีประนอมกับพวกลูกๆ มากกว่าจึงเลือกปลอบประโลมสามีด้วยคำพูดทำนองว่า ‘ไหนๆ ก็ซื้อมาแล้ว สองคนพี่น้องก็แบ่งกันอ่านแล้วกัน จะได้คุ้มเงินหลายพันหลายหมื่นที่ไหลผ่านมือต้องออกไปทีละเล็กละน้อย’

จริงอยู่ว่าแม้ก่อนหน้านี้ ไจ๋จะไม่เคยแตะต้องหนังสือที่พี่สาวครอบครองเลยสักครั้ง แต่เมื่อเด็กชายตั้งใจมั่นว่าจะตอบแทนน้ำใจเพื่อนข้างบ้านให้สมกัน คำพูดของมารดาจึงกลายเป็นยันต์ชั้นดีที่คุ้มครองตัวเขา ซ้ำยังจะช่วยป้องกันความบาดหมางระหว่างสายเลือดได้อีกด้วย

“จะเอาไปหมดทีเดียวเลยไหม”

“อือ” ว่าแล้วไจ๋ก็นั่งยองๆ บนปลายเท้าแล้วค่อยๆ หยิบการ์ตูนออกมาจากชั้นเตี้ยอย่างระมัดระวัง

“มาพี่ช่วย” สิ้นเสียง ชื่นก็หยิบการ์ตูนกว่าสามสิบเล่มในชุดเดียวกันออกมาเรียงเป็นตั้งเดียว จากนั้นจึงสอดฝ่ามือลงด้านใต้สุดของกองแล้วอุ้มหนังสือการ์ตูนทั้งหมดเดินตามไจ๋ออกจากห้องไป ทั้งคู่ก้าวลงบันไดสู่ชั้นสองอย่างราบรื่นไร้อุปสรรค ทว่าก่อนจะถึงห้องนอนไจ๋ คนที่ไม่ควรกลับถึงบ้านในเวลานี้ก็แผดเสียงร้อง คำรามลั่นราวกับฟ้าผ่าดังเปรื่องปร่างอยู่ข้างหู

“ไอ้ไจ๋! นั่นอะไรน่ะ!”

เจ้ต้อง!

“แกแอบขโมยการ์ตูนฉันเหรอ!” ต้องจิตที่สองขายังยืนคาชานพักบันไดชี้นิ้วสั่งพลางมองจ้องน้องชายอย่างกินเลือดกินเนื้อ

ไจ๋ตกใจจนยืนตัวแข็ง เด็กชายส่ายหัวดิกพลางเอ่ยเสียงสั่น “เปล่า ไม่ได้ขโมย”

“โกหก!” เด็กหญิงซอยเท้าขึ้นบันไดอย่างว่องไวโดยยังชี้นิ้วใส่น้องชายไม่เลิกรา “เอากลับไปคืนที่ชั้นเดี๋ยวนี้นะ”

“ไม่ หม่าม้าบอกไจ๋อ่านได้”

“ก็บอกว่าให้เอาไปคืนไง” คนที่เพิ่งก้าวเท้าขึ้นสู่ชั้นสองของบ้านพุ่งเข้าไปผลักคนเป็นน้องทันที ไจ๋ไม่ทันตั้งหลักให้ดีจึงหกล้มก้นจ้ำเบ้า ซ้ำยังเผลอทำหนังสือสิบกว่าเล่มหลุดมือ หล่นกระจายหงายคว่ำอยู่กับพื้น

“เจ้ต้องผลักไจ๋ทำไมเนี่ย!” ไจ๋เงยหน้าขึ้นจับจ้องพี่สาวซึ่งยืนค้ำหัวตัวเองอย่างเหลืออด

ต้องจิตไม่มีแก่ใจอธิบาย หล่อนก้มลงหยิบหนังสือการ์ตูนเล่มหนึ่งขึ้นมารีดรอยยับพลางพึมพำด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด “ดูซิเนี่ย หนังสือยับหมดแล้ว”

“ถ้าเจ้ต้องไม่ผลักไจ๋ หนังสือก็ไม่ยับระ หรอก”

“ไอ้ไจ๋!” ทั้งที่ตัวเองเป็นคนลงมือก่อน แต่พอโดนน้องชี้ชัดความผิดด้วยน้ำเสียงติดๆ ขัดๆ ต้องจิตก็ถึงขีดจำกัด เด็กหญิงเงื้อมือขึ้นสุดแขนแล้วฟาดคู่กรณีด้วยหนังสือเล่มที่ถือติดมือจนไจ๋ซึ่งยังนั่งกองอยู่กับพื้นปัดป้องแทบไม่ทัน

“ว้ายต้อง! ไม่เอา อย่าตีไจ๋!” ชื่นตกใจจนทำอะไรไม่ถูกหล่อนจึงได้แต่ออกปากห้ามปรามต้องจิตเท่านั้น

เสียงดังตุบตับกับเสียงหวีดร้องของพี่เลี้ยงดึงความสนใจของทุกคนในบ้านไปรวมอยู่ที่จุดเดียว กระทั่งเม้งกับสร้อยซึ่งกำลังจะออกไปคุมงานช่างที่ร้านยังเปลี่ยนใจ รีบวิ่งขึ้นมาห้ามศึกสายเลือดในอีกไม่กี่อึดใจให้หลัง

“หยุดเดี๋ยวนี้นะต้อง! บอกว่าหยุดไง!” เสียงห้ามของบิดามาถึงพร้อมๆ กับการระงับเหตุ เม้งคว้ามือลูกสาวแล้วฉุดตัวต้องจิตออกห่างจากไจ๋ เจ้าบ้านพาลูกสาวออกไปหยุดยืนตรงมุมหนึ่ง ฝ่ายสร้อยก็ปราดเข้าไปปลอบขวัญลูกชายที่ยังนั่งจ๋องมองหน้าพ่อสลับกับพี่อยู่บนพื้น

“สร้อยพาไจ๋ไปล้างหน้าแล้วค่อยลงไปคุยกันข้างล่าง”

“ไปไจ๋ ไปล้างหน้ากับม้า”


ออฟไลน์ Malimaru

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1499
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +281/-4
    • facebook
“พวกมึงทะเลาะอะไรกัน” เม้งหันไปมองหน้าต้องจิตอย่างเอาเรื่อง “มึงตีน้องทำไมต้อง”

ลำพังแค่ดูจากของกลางในมือลูกสาวคนโต รวมถึงบางส่วนที่ยังคงกองเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นด้านบน คนเป็นพ่อก็พอเดาสถานการณ์ทั้งหมดได้ แต่เพราะใจเขาอยากฟังความจากปากคู่กรณีทั้งสองมากกว่า ดังนั้น เมื่อทั้งหมดลงมารวมตัวกันตรงโต๊ะกินข้าวด้านล่าง เจ้าของร้านชำจึงเริ่มการซักถามอย่างห้ามใจไม่ไหว ข้างกายเม้งด้านหนึ่งคืออาม่า หญิงชรานั่งโบกพัดใบลานสลับกับนัดยานัตถุ์เป็นพักๆ ส่วนอีกฝั่งเป็นภรรยาที่ยังโอบกอดลูกชายไม่ปล่อย

“ไจ๋มันแอบเข้าไปเอาการ์ตูนต้องมาอ่าน”

“หม่าม้าบอกว่าให้แบ่งกันอ่าน” ไจ๋แทรกขึ้นทันทีอย่างไม่ยอมกัน

“มึงเงียบก่อนได้ไหมไจ๋ เดี๋ยวกูค่อยให้มึงพูดทีหลัง”

แม้จะอยากแก้ต่างให้ตัวเองสักแค่ไหน แต่ไจ๋กลับยอมสงบถ้อยคำโดยดีด้วยสัมผัสได้ถึงความโกรธของบิดา

ถ้าป๊าไม่เหลืออดจริงๆ ป๊าไม่มีทางตะคอกไจ๋แบบนี้หรอก

“ต้อง” เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมองสบตากับพ่ออย่างไม่ครั่นคร้าม สายตาว่างเปล่าไร้ซึ่งความรู้สึกผิดของลูกสาวทำเอาคนเป็นพ่อสะท้อนใจ “แค่ไปเอาการ์ตูนมาอ่านมึงก็ตีมันแล้วเหรอ มันเป็นน้องมึงนะ”

“ก็ใครใช้ให้มันเข้าห้องต้องอะ ป๊าดูดิ มันทำการ์ตูนต้องยับด้วยนะป๊า” ต้องจิตถลึงตาใส่น้องชาย ยิ่งเห็นหนังสือการ์ตูนสุดที่รักในสภาพยู่ยี่ยับเยิน เด็กหญิงก็ยิ่งหงุดหงิดจนแทบทนมองหน้าคู่กรณีอีกไม่ไหว

เม้งถอนหายใจอย่างหนักอก “การ์ตูนยับมึงเลยตีน้อง การ์ตูนมันสำคัญกว่าน้องมึงหรือไง”

ต้องจิตเม้มปากเพราะเถียงไม่ออก ถึงจะหวงการ์ตูนมาก แต่หล่อนรู้ดีว่าครั้งนี้หล่อนทำเกินกว่าเหตุจริงๆ

“มึงอยากให้กูเอาการ์ตูนไปเผาทิ้งไหม พวกมึงจะได้เลิกทะเลาะกันเสียที”

“ไม่เอานะป๊า ห้ามเผา ต้องไม่ยอม ยังไงต้องก็ไม่ให้เผา!” เด็กหญิงตวัดสายตาวาวโรจน์จับจ้องบิดาอย่างไม่ยินยอม

เม้งลอบสบตากับภรรยาคู่ชีวิต พอสร้อยส่ายหน้าให้ เขาก็ถอนหายใจอีกครั้งจากนั้นจึงเลื่อนสายตาไปสอดส่องอาการของลูกอีกคน ภาพลำแขนท่อนเล็กๆ ที่ขึ้นรอยแดงเป็นริ้วๆ เรียกความรู้สึกสงสารที่มีต่อเลือดเนื้อเชื้อไขคนสุดท้องให้ยิ่งเอ่อท้นท่วมใจคนเป็นพ่อในบัดดล

“ไจ๋”

“ครับ?” ไจ๋เงยหน้าขึ้น ประสานสายตากับพ่อ

ดวงแก้วใสเป็นประกายคล้ายผิวน้ำนิ่งที่สะท้อนภาพผืนฟ้ายามราตรีทำให้ดวงหน้าเล็กกระจ้อยดูบริสุทธิ์ผ่องแผ้วเสียจนไม่ว่าใครที่ได้มองล้วนรักใคร่เอ็นดู เม้งไม่ทันรู้สึกตัวเลยว่า น้ำเสียงที่เขาเอื้อนเอ่ยหลังจากนั้นจะฟังรื่นหู ไร้ซึ่งความหยาบกระด้างแบบที่เผลอใช้กับลูกสาวไปเมื่อสักครู่

“มึงจะขนหนังสือไปไหน”

ไจ๋ส่ายหัว “ไจ๋จะเอาไปให้เพื่อนที่ระ โรงเรียนยืมอ่าน”

“แล้วมึงจะเอาหนังสือไปให้คนอื่นยืมทำไม บ้านเขาไม่มีหนังสืออ่านหรือไง” เม้งกวาดตามองใบหน้าลูกชายอย่างพินิจพิเคราะห์... ไอ้ลูกคนนี้นี่ยังไง ตัวแค่นี้หัดทำหน้าใหญ่เสียแล้ว

“ก็เพื่อนให้ไจ๋ยืมการ์ตูนมาอ่านก่อน ไจ๋ละ เลยอยากให้เพื่อนอ่านการ์ตูนของไจ๋มั่ง”

เม้งส่ายหัวอย่างระอา “ถ้าเพื่อนมึงเอาหนังสือไปอ่านแล้วทำเสียหาย มึงจะทำยังไง”

“ไม่เสียระ หรอก เพื่อนไจ๋เป็นคนดี”

“เฮ้อ” เม้งทอดถอนใจพลางทิ้งตัว เอนหลังพิงพนักเก้าอี้

“จริงๆ นะป๊า เพื่อนไจ๋ไม่ทำหนังสือยับแน่ๆ ” ลึกๆ แล้วไจ๋อยากสาธยายความดีงามทั้งหลายของเฮียคุนให้บิดาฟัง แต่เพราะรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร เด็กชายจึงเพียงใช้คำพูดค้ำประกันชื่อเสียงแทนเด็กบ้านข้างๆ ด้วยความมุ่งมั่นเท่านั้น

“พอๆ กูปวดหัว มึงไม่ต้องพูดแล้ว” เจ้าบ้านยกมือขึ้นปรามพลางมองหน้าลูกทั้งสองคนอย่างหนักอก “พวกมึงสองคนจะรักกันเหมือนลูกบ้านอื่นบ้างได้ไหม... เฮ้อ เป็นพี่เป็นน้องกันมาแท้ๆ แต่กัดกันยิ่งกว่าหมา”

ประโยคดังกล่าวทำเอาทั้งต้องจิตและไจ๋ต่างก้มหน้ามองพื้นด้วยไม่กล้าสู้สายตาพ่อกันทั้งคู่ เม้งถอนหายใจซ้ำก่อนจะบ่นอีกรอบ “วันนี้ร้านเริ้นไม่ต้องไปดูกัน”

“ป๊า”

“อะไร”

“ไจ๋เอาการ์ตูนไปให้เพื่อนยืมได้ไหม” แม้จะยังหวั่นกับอารมณ์ของบิดา แต่เพราะเรื่องที่ตนตั้งใจทำยังไม่ได้รับการยินยอม เด็กชายจึงไม่อ้อมค้อม ทำใจดีสู้เสือ ซักไซ้ป๊าดูอีกรอบ

“ไม่ได้! ถ้ามึงอยากให้เพื่อนอ่าน มึงก็พาเพื่อนมาอ่านที่บ้านนี่ มึงจะได้ไม่ต้องขนหนังสือเทียวไปเทียวมาให้หนัก”

เพื่อความผาสุกของบ้านและไม่หักหาญน้ำใจลูกทั้งสองเกินไป การตัดสินใจของเม้งจึงยึดความเหมาะสมและความเป็นไปได้เป็นหลัก ที่ผ่านมาต้องจิตกับตั้งใจต่างไม่เคยพาเพื่อนมาเล่นที่บ้านเลยสักครั้ง โดยเฉพาะรายหลังที่เพิ่งย้ายโรงเรียนใหม่ ดังนั้นเขาย่อมคะเนได้ว่า ปัญหานี้จะได้รับการแก้ไขแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเนื่องจากลูกชายคนเล็กไม่มีทางพาเพื่อนมาอ่านหนังสือการ์ตูนของพี่สาวที่บ้านอย่างแน่นอน

“แต่ป๊...”

“อะไรอะป๊า ไม่เอานะ ต้องไม่ยอม เรื่องอะไรจะให้คนอื่นมาอ่านหนังสือต้อง!” ในที่สุดต้องจิตก็อดทนอีกไม่ไหว จากที่นั่งนิ่ง รับฟังคำบิดามาเนิ่นนาน หล่อนก็ส่งเสียงคัดค้านผสมโรงไปกับน้องชายจนได้

“โว้ย!” เม้งโพล่งอย่างเหลืออดพลางตบโต๊ะเสียงดัง ลองว่าพูดมาจนขนาดนี้แล้ว เขาไม่มีทางปล่อยให้เลือดเนื้อเชื้อไขปลุกปั่นสถานการณ์ซึ่งกำลังสงบให้ผันผวนได้อีก “ถ้าพวกมึงยังเรื่องมาก พรุ่งนี้กูจะให้รถของเก่ามาขนการ์ตูนไปให้หมด”

สิ้นเสียงพ่อ เด็กทั้งสองก็งับคำพูด เก็บกลืนวาจาลงคอ จากนั้นจึงแยกย้ายทางใครทางมัน

แม้เรื่องบาดหมางครั้งนี้จะจบลงแล้วก็ตาม แต่ความรู้สึกชิงชังเหินห่างกลับค่อยๆ รุกรานเข้าสู่หัวใจของทั้งคู่อย่างช้าๆ ซึ่งกว่าทั้งคู่จะเปิดใจให้กันอีกครั้ง สองพี่น้องก็เกือบจะกลายเป็นคนแปลกหน้าของกันและกันไปเสียแล้ว

 
•✤•TBC•✤•

ใครที่เคยโกรธพี่ริวเอาไว้ในตอนที่แล้ว
ย้ายความโกรธกลับมาด่วนๆ เลยค่ะเพราะเจ้ต้องกลับมาทวงบัลลังก์แล้ว 555
ถึงอย่างนั้น อย่าเกลียดเจ้ต้องเลยนะคะ
เพราะถ้าไม่ได้เจ้ต้องช่วยไว้ ไจ๋กับเฮียคุนไม่มีทางสนิทสนมกันแบบแนบแน่นแน่ๆ ค่ะ
(เหรอ? ได้ข่าวว่าตอนนี้เฮียคุนก็หลงน้องจะแย่ 555)

ถ้าใครเล่นทวิตเตอร์ อย่าลืมติดแท็ก #พิษข้างบ้าน นะคะ จะได้เม้าท์มอยกันให้มันส์ไปเลยเนอะ
สุดท้ายนี้ ขอย้ำว่า เรารักคนอ่านทุกๆ คนที่สุดเหมือนเดิมนะค้า!
ทางเข้าเพจเรา (กดตรงนี้ได้เลยค่ะ ^^)

•✤•K.iceman555:•✤•
ดีใจจังที่ทราบว่าคุณ iceman555 สุขกายสบายดี ขอให้แฮปปี้ๆ แบบนี้ไปตลอดนะคะ ถ้าช่วงไหนเหนื่อยๆ ล้าๆ แวะเข้ามาบ่นกับเราได้เด้อ เรายินดีรับฟังเสมอค่ะ จุ๊บๆๆๆ

ส่วนความเฟียซของพี่ริว เราว่าน่าจะไปทางหวงเพื่อนหน่อยๆ นะคะ แต่เดี๋ยวอ่านๆ ไปเราจะทยอยเล่าปูมหลังของริวให้ได้อ่านกันค่ะ ทางนั้นเองก็มีปัญหาไม่น้อย การแสดงออกเลยไม่ค่อยจะนุ่มนวลเหมือนน้องไจ๋แหละเนอะ ^_^
รักคุณ iceman555 เหมือนเดิมนะคะ ไว้มาคุยกันอีกน้า!  :L2:


•✤•K. Ac118:•✤•
5555 คุณ Ac118 ขา อ่านเมนต์ของคุณ Ac118 แล้วเราขำพรวดเลย
(แม่คนบาปของบ่าว เราจะรับ sin รับ porn แล้วก้าวข้ามกองไฟแปดเมตรแห่งกิเลสไปด้วยกันนะคะ 555)
ส่วนพี่ริว เราว่าตอนนี้รอดทุเรียนแล้วค่ะ เพราะเจ้ต้องมาเอง 555
ลองว่าถึงมือเจ้ต้อง ทุกคนย่อมจะสมานฉันท์ พร้อมใจกันโอ๋น้องต่ายไจ๋แน่ๆ
(ขนาดพ่อกับแม่ยังแพ้ทางน้องแบบไม่รู้ตัวเลยเนอะ)
อย่างไรก็ดี ถือน้องไจ๋จะน่ารักขนาดนี้ แต่น้องยังต้องเผชิญวิบากกรรมอีกเยอะค่ะ
เพราะฉะนั้น เหล่าแม่ยกจะต้องคอยอวยน้องรัวๆ นะคะ ไม่งั้นน้องต้องโดนกลั่นแกล้งจนหมดกำลังใจเปย์เด็กผู้ชายข้างบ้านก่อนแน่ๆ (จุดๆ นี้เฮียคุนก็พับแขนเสื้อและพร้อมเข้าข้าง... เข้ากลาง รวมถึงเข้าด้านหลังของน้องแล้ว – เดี๋ยว!)

เราไม่เก่งด้านไหนเลยค่ะ เรียกได้ว่าเป็นตัวแถมที่ไม่ว่าใครก็เกี่ยงกันไม่เอาอะค่ะ จะกระโดดหนังยางก็ต้องให้คนอื่นมากระโดดแก้ให้ เป่ายิงฉุบก็ออกหน้าลุ้นจนชาวบ้านจับไต๋ได้ โอน้อยออกก็ทักษะต่ำต้อยมาก – ส่วนคำถามที่ว่าพวกเด็กๆ จะไปเล่นอะไรกันต่อนั้น...ตอนหน้า ไจ๋จะได้สำแดงฝีเท้าสร้างความประทับใจให้เฮียคุนแล้วค่ะ
คุณ Ac118 อย่าลืมแวะมาเอาใจช่วยน้องต่ายไจ๋ด้วยกันนะคะ จุ๊บๆๆๆๆๆ  :mew1:


•✤•K. แป้ง / Alternative:•✤•
น้องไจ๋น่าสงสารมากค่ะ ออกตัวสายเปย์ได้แค่ตอนเดียวก็ต้องเลี้ยวเข้าบ้านแล้ว 5555
โดนเบรกแรงมาก (แต่ก็งี้แหละ เพราะลองให้เราเป็นเฮีย เรายังอยากเปย์น้องมากกว่าให้น้องเปย์เราเลย –
แหม ก็นะ ขาวๆ นู่มๆ แถมยังน้องๆ ก้อนๆ แบบนี้ ไม่ว่าใครก็แพ้ทางกันทั้งนั้นแหละเนอะ 555)

เฮียนี่ส่อแววหลัวของชาติแต่เด็กเลยนะคะ เอาเป็นว่า คบตอนเด็ก แถมฟรีตอนโตใช้ได้กับเฮียคุนมากๆ
เรามารอลุ้นกันดีกว่าเนอะว่า หลังจากนี้ ความหลัวของเฮียในด้านอื่นๆ จะมีอะไรอีกบ้าง
แต่รับรองเลยว่างานดีแน่ๆ ค่ะ น้องไจ๋คอนเฟิร์ม!!

ป.ล. ภาคนี้ริวร้ายจริงค่ะ (ต้องยกให้นางกับเจ้ต้องเลย 555) เพราะงั้น ดีดเหม่งริวได้นะคะ เราไม่ว่า
รักคุณแป้งที่สุดเลยค่า มาค่ะ มากอดกัน ม๊วฟ!!!!  :กอด1:


•✤•K. ommanymontra:•✤•
ขอบคุณสำหรับความเห็นนะคะ ไว้มาคุยกันอีกน้า ^_^  :กอด1:


•✤•K. วายซ่า:•✤•
ส่วนหนึ่งที่ไจ๋ปักใจกับเฮียคุนมากๆ เพราะพี่สาวค่ะ
ไจ๋เข้ากับต้องไม่ได้เลย ที่สำคัญคือไจ๋ไม่เคยมีเพื่อนมาก่อน เห็นคุนอยู่ข้างบ้านมาตั้งแต่เล็กๆ ก็อยากรู้จักเขามากๆ
พอรู้จักแล้วเห็นเนื้อแท้กันก็ยิ่งชื่นชมและเชื่อฟังคุนมากกว่าใครๆ

การเลี้ยงลูกของทั้งสองบ้านจะค่อยๆ เผยออกมาในแต่ละตอนน่ะค่ะ
เพราะเนื้อเรื่องมันเดินช้า กว่าจะได้อ่านคงต้องรออีกสักพัก แต่เราจะพยายามสอดแทรกเนื้อหาเหล่านี้เอาไว้เรื่อยๆ
ถ้ายังไง รบกวนอดใจรออ่านหน่อยนะคะ รักคุณวายซ่านะคะ จุ๊บๆๆๆๆ  :L1:


•✤•K.KizzllKizz:•✤•
โธ่คุณ KizzllKizz ของบ่าว อ่านเมนท์แล้วสงสาร 555
ขอให้คุณ KizzllKizz อดทนและรักษา สะสมความสุขเอาไว้เยอะๆ ค่ะ
เดี๋ยวจะได้ใช้กันตอนดราม่า (ในช่วงท้ายของภาคนี้แหละค่ะ มาตู้มเดียว ม้วนเดียวจบ)
เพราะงั้น ช่วงนี้ดื่มด่ำกับความสุขให้เต็มที่เลยค่ะ เพราะเราจัดเต็มแน่ๆ เชื่อเรานะคะ จุ๊บๆๆๆๆ :L2:


•✤•K. Leenboy:•✤•
เราจะค่อยๆ เล่าถึงปัญหาให้ฟังนะคะ อดใจรอหน่อยน้า เพราะมาแน่ๆ ค่ะ แต่ว่าอาจจะมาช้าหน่อยเท่านั้นเอง
รัก K. Leenboy มากๆ นะคะ จุ๊บๆๆๆๆ  :กอด1:


ออฟไลน์ BABYBB

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1310
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-1
ที่เด็กมันเกลียดกันเพราะพ่อแม่เลี้ยงลูกไม่เป็นไง

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด