✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 61 || P.17 ||29.05.2020 ✤
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 61 || P.17 ||29.05.2020 ✤  (อ่าน 18800 ครั้ง)

ออฟไลน์ Malimaru

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1499
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +281/-4
    • facebook
Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 19 || P.5 ||23.12.2019 ✤
«ตอบ #120 เมื่อ23-12-2019 20:31:47 »


- 19 -


“ไหนดูดิ๊ น้ำตาแห้งยัง โอ๋ๆ ไม่ร้องแล้วน้าหนูปอ” ริวอิจิเชยคางปอ แต่อีกฝ่ายกลับสะบัดหน้าหนีอย่างมีโมโห

“หนูปอพ่อมึงสิ!” ปอถลึงตาใส่แล้วจ้ำอ้าวไปยืนปักหลักข้างไจ๋ ปล่อยให้คุนรับมือกับริวอิจิแทน ถึงอย่างนั้น คนช่างแกล้งกลับไม่สลด

“หึ จะไม่ให้กูเรียกมึงหนูปอได้ไง แค่หมอเขาเอาแอลกอฮอล์ถูแขน มึงก็แหกปากเสียงดังยิ่งกว่าควายถูกเชือด” ริวอิจิคลี่ยิ้มเต็มหน้า ไม่ว่าใครย่อมดูออกว่า เจ้าตัวกำลังสนุกบนความทุกข์ของคนอื่นเป็นอย่างมาก

ได้ยินดังนั้น ปอก็เอนตัวแล้วชะโงกหน้าข้ามไหล่ไจ๋มาตีฝีปากกับคนไกลตัวอย่างอดรนทนไม่ไหว “ก็คนมันกลัวเข็มนี่หว่า!”

“โด่ โตจนหมาเลียตูดไม่ถึง มึงยังจะกลัวเข็มฉีดยาอยู่อีกเหรอวะปอ มึงแม่งอ่อนฉิบหาย!” ริวอิจิส่ายหัวอย่างอ่อนใจ ในขณะที่ปอก็หงุดหงิดเสียจนเผลอกำหมัด สูดลมหายใจเสียงดังฟึดฟัดไม่หยุด

“มึงไม่เคยโดนหมอฉีดยาจนตูดระบม มึงไม่รู้หรอกพี่ริวว่าทำไมกูถึงกลัวเข็ม ตอนนั้นกูเดินไม่ได้ไปสองวันเลยนะเว้ย!” ทั้งที่ตั้งใจจะเอาชนะข้อกล่าวหาด้วยหลักเหตุผล แต่ยิ่งพูด หางเสียงของปอก็ยิ่งอ่อนลงเรื่อยๆ จนริวอิจินึกขัน

“เออ กูไม่รู้! กูรู้แค่อย่างเดียวว่ามึงมันเห่ย!”

“พอเหอะมึง เลิกล้อปอมันได้แล้ว” คุนปรามเพื่อนสนิทไม่ให้พูดจาเลยเถิดจนเกิดผิดใจกันเสียก่อน

“หึ!” ริวอิจิแค่นหัวเราะในลำคอพลางตวัดหางตามองเยาะคนกลัวเข็มทิ้งท้าย เด็กชายยกแก้วพลาสติกในมือขึ้นกระดกเงียบๆ คล้ายกับยอมสงบศึกกลายๆ

ลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยวลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ถึงเพื่อนสนิทจะแสร้งทำเฉไฉไม่รู้ไม่ชี้ อีกทั้งไม่รับผิดชอบการกระทำใดๆ แต่ก็ดูเหมือนว่าพักนี้ ริวอิจิจะทำตัวอยู่กับร่องกับรอย ไม่เที่ยวระรานคนอื่น (โดยเฉพาะไจ๋) อย่างเมื่อช่วงหลายวันก่อน บรรยากาศตึงเครียดจึงพลอยเบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด

พอไม่ได้ยินถ้อยคำค่อนแคะใดๆ คนกลัวเข็มฉีดยาก็สบายใจเสียจนเผลอซดไมโลในแก้วหมดรวดเดียว แต่เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นบรรดาเพื่อนๆ ยังคงละเลียดไมโลเย็นของตัวเองกันถ้วนหน้า เด็กชายก็ตวัดปลายลิ้นเลียคราบไมโลรอบๆ ปากพลางนึกอิจฉาคนอื่นขึ้นมาตงิดๆ “ถ้าไปขอเขาเติมอีกแก้ว เขาจะให้ไหมพี่คุน”

“อยากรู้มึงก็ลองดูดิ” คุนบุ้ยใบ้ไปยังรถคันสีเขียวที่จอดอยู่ท่ามกลางวงล้อมของเหล่านักเรียน แค่เห็นหางแถวของคนที่ยังรอรับแจกไมโล เขาก็อดหวั่นใจแทนปอไม่ได้ แต่ช่างเถอะ ถึงปอจะต้องยืนต่อคิวจนขาแข็ง แต่การได้กินไมโลแสนอร่อยหลังจากเพิ่งโดนฉีดวัคซีนมาหมาดๆ ก็น่าจะช่วยชุบชูจิตใจอันบอบช้ำของเจ้าตัวขึ้นมาได้บ้าง

“งั้นเดี๋ยวกูไปลองต่อแถวดูดีกว่า” ปอซอยเท้า ออกตัววิ่งไปได้อึดใจก่อนจะหันกลับมาแล้วป้องปากตะโกนใส่เพื่อน “พวกมึงอย่าเพิ่งขึ้นห้องนะ รอกูก่อน”

“เออ! มึงจะไปไหนก็เรื่องของมึง!” ริวอิจิออกหน้าตอบโต้กับปอแทนทุกคน พอเห็นปอแยกเขี้ยวยิงฟันก่อนจะผลุบหายเข้าไปในกลุ่มเด็กนักเรียน ริวอิจิหัวเราะร่วนอย่างชอบใจจากนั้นจึงหันมาคุยกับเพื่อนสนิทอีกคนซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ไจ๋ “พรุ่งนี้ไปงานวัดกันมึง”

“วัดกลางน่ะเหรอ”

“เออ ไปกัน” ริวอิจิพยักหน้า “กูอยากกินถังแตก แล้วก็จะไปซื้อข้าวหลามให้ย่าด้วย”

“มึงจะไปกี่โมง”

“สามโมงดีปะ”

“สามโมงเหรอ” คุนกลอกตามองไปรอบๆ พลางนิ่งนึกใคร่ครวญ

“ไปเหอะ กูสงสารปู่ ไม่อยากให้ปู่ลำบากไปคอย”

ลองว่าเพื่อนสนิทพูดมาขนาดนี้ คุนก็พอจะเดาได้ว่า สุดสัปดาห์ที่จะถึง ปู่กับย่าต้องคอยดูแลริวอิจิแทนน้าวีเหมือนเช่นเคย ซึ่งถ้าเขาปฏิเสธ ไม่ไปงานวัดกับอีกฝ่าย คนที่จะเดือดร้อน ต้องพาริวอิจิไปเที่ยวงานวัดย่อมต้องเป็นปู่วัยเจ็ดสิบเก้าของเจ้าตัว

“เดี๋ยวกูถามแม่ก่อนแล้วเย็นนี้กูโทรไปบอก”

“แม่มึงใจดีจะตายห่า เขายอมให้มึงไปอยู่แล้วล่ะน่า ไม่ต้องถามหรอก”

คุนส่ายหัว ขมวดคิ้วทำหน้าตาเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด “ช่วงนี้กูอยากอยู่ช่วยแม่กูก่อน ไว้ถ้าเขาไม่มีอะไรให้ทำแล้วกูค่อยไปได้ไหมวะ”

“งั้นเย็นนี้มึงโทรมาบอกกูแล้วกัน” เพราะรู้ข่าวเรื่องที่แม่ของเพื่อนสนิทกำลังตั้งท้อง ริวอิจิก็ไม่ดื้อดึง ฝืนเอาความต้องการของตัวเองเป็นใหญ่เหมือนทุกที

คุนยิ้มพลางมองหน้าอีกฝ่ายอย่างซาบซึ้งใจ “เออ เดี๋ยวกูโทรไป”

“เขาไม่ให้เติมแล้วอะพี่คุน” ที่สุดปอก็ถือแก้วเปล่าบุบบี้เดินคอตกกลับมาอย่างผู้แพ้ เห็นสีหน้าหม่นหมองของอีกฝ่าย ลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยวก็เอื้อมมือไปตบบ่าเจ้าตัวเบาๆ

“ปีหน้าค่อยกินใหม่แล้วกันปอ”

“เหอะ เรื่องดิ” ปอส่ายหัวดิก เขาไม่เห็นด้วยกับคำพูดปลุกปลอบเมื่อครู่แม้แต่น้อย หนำซ้ำยังชักสีหน้าพลางปรารภอย่างหมายมั่น “เดี๋ยวกลับบ้านไปกูจะให้แม่ชงให้กิน จะได้ไม่ต้องโดนฉีดยาให้เจ็บตัว”

“กลัวเจ็บหรือกลัวเข็มกันแน่จ๊ะหนูปอ”

“ไอ้พี่ริว เดี๋ยวเหอะ!”

ริวอิจิแลบลิ้นปลิ้นตาแล้วหัวเราะเยาะทิ้งท้ายก่อนจะวิ่งหนีคนกลัวเข็มแรงดีซึ่งวิ่งไล่กวดตนอย่างเอาเป็นเอาตาย คุนกับไจ๋หลุดหัวเราะกับภาพตรงหน้า

ไจ๋เห็นท่าทางอกสั่นขวัญผวาของปอตอนโดนคุณหมอฉีดยาแล้วก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ป่านจะกลัวเข็มเหมือนพี่ชายหรือไม่... ถ้าไม่ ก็นับได้ว่าปอยังพอมีโชคอยู่บ้างเนื่องจากเด็กป.สองฉีดยาเสร็จก่อนพวกเขา ไม่อย่างนั้นเจ้าตัวคงโดนทั้งเพื่อนทั้งน้องชายรวมหัวกันล้อเลียนไม่จบไม่สิ้นเป็นแน่

•✤•✤•✤•

“พรุ่งนี้จะไปงานวัดไหม” ลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยวทรุดตัวลงนั่งยองๆ เพื่อเฝ้ามองเด็กข้างบ้านที่ลงทุนนั่งกับพื้นแล้วอุ้มลูกหมาขึ้นมาเล่นบนตัก

ไจ๋เงยหน้าขึ้นมองสบตากับเฮียคุนก่อนจะส่ายหัวดุ๊กดิ๊ก “ไม่รู้อะ ต้องขอป๊าก่อน แต่ไจ๋อยากไปนะ”

“โมะๆๆๆ ไอ้ตัวเล็ก มานี่มะ” คุนตบพื้นเบาๆ พลางส่งเสียงเรียกลูกหมาอีกตัวที่เพิ่งเดินโต๋เต๋ไปกินน้ำสะอาดในถ้วยที่ใครสักคนวางทิ้งไว้ให้กลับมาอยู่ใกล้ๆ พี่น้องของมัน

ก่อนหน้าจะมาปักหลักเล่นลูกหมาที่เพิงเล็กๆ แห่งนี้ ทั้งคุนและไจ๋เที่ยวเดินตามหาลูกหมาไปทั่วสถานีตำรวจ สุดท้ายจึงพบว่า เจ้าก้อนขนวัยตั้งไข่แอบมานอนหลบฝนกันตรงซอกข้างกำแพงด้านหลังที่อยู่ฝั่งเดียวกันกับแฟลตตำรวจ เท่าที่สังเกตสภาพความเป็นอยู่ของลูกหมาทั้งสองตัวมาสักพัก ลังกระดาษใบใหญ่ซึ่งถูกจัดวางตะแคงข้างต่างเพิงหลังน้อย พร้อมด้วยผ้าขนหนูสีมอซอที่ปูแทนเบาะนอน อีกทั้งชามข้าวชามน้ำที่วางอยู่ไม่ไกลบอกให้พวกเขารู้ว่า เจ้าสี่ขาหน้าขนทั้งสองชีวิตได้รับการดูแลดีในระดับหนึ่ง

“เฮียคุนจะไปไหมอะ” ไจ๋เหลือบมองเฮียคุนครู่หนึ่งก่อนก้มลงจับจ้องลูกหมาบนหน้าตักที่กำลังหาวหวอด พอหาวเสร็จ เจ้าลูกหมาก็แลบลิ้นเลียปากแผล็บๆ อย่างน่าเอ็นดู เด็กชายคลี่ยิ้มบางเบา สองมือเกาขนนุ่มนิ่มหลังใบหูที่พับห้อยของลูกหมาอย่างเพลิดเพลินพลางหวนนึกถึงคำอวดอ้างของเพื่อนข้างบ้านที่เอ่ยกับตนเองก่อนหน้านี้...

‘อือ ส้มเหมือนจีวรพระบวชใหม่อะ’

ลูกหมาที่เฮียคุนโฆษณาเสียดิบดีไม่ได้เป็นสีส้มสักหน่อย ไจ๋ว่า ขนนุ่มนิ่มทั่วทั้งตัวของพวกมันดูคล้ายกับสีของชาดำเย็น ไม่ก็อิฐมอญ หรือสีถนนลูกรังอะไรเทือกนั้นต่างหาก

“เดี๋ยวกลับไปถามแม่ก่อน” คุนตอบอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ก่อนจะอมยิ้มกับตัวเองเมื่อลูกหมาตัวที่เขาเรียกเดินอุ้ยอ้ายพาร่างกลมๆ กับพุงกางๆ ของมันตรงเข้ามาหาแล้วทำจมูกฟุดฟิดใส่นิ้วมือเขาอย่างสนอกสนใจ เด็กชายกระดกนิ้วหลบปลายลิ้นของเจ้าตัวเล็กด้วยกลัวมันป่วยหากเผลอเลียมือเขาสุ่มสี่สุ่มห้า “ไม่รู้ต้องช่วยงานที่ร้านหรือเปล่า”

“เฮียต้องช่วยงานที่บ้านด้วยเหรอ”

“เมื่อก่อนก็ไม่ค่อยอะ” เห็นลูกหมาพุงกลมทิ้งตัวนอนกางขาเอ้เต้อยู่ตรงหน้า คุนจึงเอื้อมมือไปเกาใต้คางของเจ้าสี่ขาจนมันเชิดหน้า หลับตาพริ้มอย่างเคลิบเคลิ้มคล้ายกับกำลังฝันดี “แต่ตอนนี้แม่ท้องน้องอยู่ เฮียไม่อยากให้แม่ต้องทำงานหนัก”

ฟังมาถึงตรงนี้ ฝ่ามือเล็กๆ ของไจ๋ซึ่งกำลังลูบไล้ขนสีส้มของเจ้าลูกหมาบนหน้าตักก็หยุดชะงักลงครู่หนึ่ง

ที่ผ่านมา ไจ๋ไม่เคยช่วยป๊าขายของเลยสักครั้ง วันทั้งวัน เขาก็มัวแต่ดูทีวี กินขนม หรือไม่ก็เล่นของเล่นอะไรไปเรื่อยเปื่อย พอได้รู้ว่าเฮียคุนตั้งใจจะช่วยแบ่งเบาภาระแม่ เด็กชายก็อดรู้สึกแย่กับตัวเองไม่ได้

“ไจ๋”

“หืม?” ไจ๋หลุดออกจากภวังค์ทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกของเด็กข้างบ้าน ลูกชายร้านชำเงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนาที่บัดนี้ยืนจังก้าคำหัวตัวเองอยู่

“กลับกันเถอะ ฝนตกแล้ว” คุนผงกหัวชักชวน

“ฝนตกไง?” ไจ๋เลิกคิ้วพลางจ้องมองท้องฟ้าสีเทาสลับกับใบหน้าของเฮียคุนอย่างชั่งใจ

“อือ เพิ่งลงเม็ด” คุนตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง ซ้ำเจ้าตัวยังยื่นฝ่ามือออกไปรองหยาดฝนเล็กๆ ที่เพิ่งร่วงหล่นจากก้อนเมฆสีเทาบนฟ้าเพื่อพิสูจน์คำพูดของตัวเองอีกครั้ง ซึ่งทันทีที่รู้สึกถึงความเปียกชื้น เด็กชายก็พยักหน้าเร่งเพื่อนข้างบ้าน

“แต่...” ไจ๋กลืนคำพูดที่เหลือลงคอแล้วก้มลงมองลูกหมาด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์

“ไว้วันหลังค่อยมาเล่นมันใหม่ก็ได้”

เห็นคุนยื่นมือมาให้ ไจ๋จึงต้องตัดใจปล่อยลูกหมาลงกับพื้น จากนั้นจึงค่อยๆ หยัดตัวลุกขึ้นยืนอย่างเสียไม่ได้ แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะหมุนตัวเดินจากไป ก้อนขนสีส้มกลับพร้อมใจกันโก่งคอร้องหงิงๆ แล้วเดินต้วมเตี้ยมเข้ามาพันแข้งพันขาจนไจ๋ใจอ่อนยวบ “จะทิ้งมันไว้แบบนี้ไง”

“ไจ๋จะเอามันกลับไปเลี้ยงที่บ้านเหรอ”

ลูกชายร้านชำพลันนึกถึงหน้าบิดา แล้วก็พลันตระหนักได้ว่า ป๊าคงไม่ยอม สุดท้ายจึงได้แต่ส่ายหัวอย่างจำใจ

“งั้นก็กลับบ้านกัน” คุนเอ่ยพลางฉุดข้อมือเด็กข้างบ้านให้เดินตาม กระนั้นไจ๋กลับขืนตัวพลางอ้อมแอ้ม

“เฮียคุน... พวกมันจะอยู่ยังไง” ไจ๋ยังคงอิดออด เขาทอดสายตาจ้องมองลูกหมาทั้งสองตัวอย่างอาลัย แต่เพราะฝนลงเม็ดถี่ขึ้นเรื่อยๆ คุนจึงไม่อาจตามใจเพื่อนข้างบ้านเหมือนเคย โชคดีที่จังหวะนั้นเอง มีตำรวจในชุดเครื่องแบบครึ่งท่อนวิ่งตรงเข้ามายังเพิงเล็กๆ ของเจ้าสี่ขาทั้งสองตัวอย่างรวดเร็ว และก่อนที่ทั้งคุนและไจ๋จะทันรู้ตัว ตำรวจนายนั้นก็คว้าลูกหมาทั้งสองตัวขึ้นกอดแนบอก

“ฝนมาแล้ว... ไปเร็วไอ้หนู กลับบ้านกับพ่อนะลูก” คุณตำรวจไม่ได้เอ่ยประโยคเมื่อครู่กับพวกเด็กๆ หนำซ้ำพอเกริ่นนำกับลูกหมาทั้งสองตัวจบ เขายังสับขาวิ่งหายลับไปทางแฟลตตำรวจด้านหลังสถานีโดยไม่แม้แต่จะทักทายคุนกับไจ๋เลยแม้แต่คำเดียว

เมื่อแน่ใจว่าลูกหมาน่าจะปลอดภัยดีแล้ว คุนก็จึงจูงมือไจ๋ให้รีบเดินตามกันกลับบ้านอย่างรวดเร็ว แต่ต่อให้ทั้งคู่จะเร่งฝีเท้าจากเดินกลายเป็นวิ่ง พวกเขาก็ยังพ่ายแพ้ต่อเมฆฝนที่ตั้งเค้ามาเนิ่นนานอยู่ดี

“ตกละ แล้ว!” ห่าฝนที่ซัดกระหน่ำลงมาราวกับท้องฟ้ามีรูรั่วทำเอาไจ๋ต้องหยีตาเพ่งมองทางอย่างทุลักทุเล เด็กชายตะโกนถามคนที่จับมือตนแล้วพาวิ่งอยู่ข้างหน้าพลางเหลียวมองไปรอบๆ ตัว “เฮียคุน เอาไงดี”

“วิ่งเร็ว!” ลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยวฉุดมือเพื่อนให้ยังคงวิ่งฝ่าฝนไปตามทาง แต่ไจ๋กลับขืนตัว หยุดยืนตรงที่เดิม

“หาที่ละ หลบก่อนเหอะ” ไจ๋บุ้ยใบ้ให้คู่สนทนาชำเลืองไปยังกันสาดด้านหน้าร้านรองเท้าที่ทั้งคู่เพิ่งวิ่งผ่าน

“อย่าเลย” คุนปาดหยาดน้ำฝนบนหน้าแล้วแหงนมองฟ้าพลางตัดสินใจรวดเร็ว “ตกหนักแบบนี้ไม่รู้เมื่อไรกว่าจะหยุด ไหนๆ ก็เปียกแล้ว กลับบ้านเลยแล้วกัน”

ไจ๋ไม่โต้แย้งหรือตั้งคำถามอีกต่อไป เด็กชายเพียงแค่ย้ายกระเป๋าเป้ที่อุ้มน้ำฝนจนกลายเป็นภาระมาสะพายไว้ข้างหน้าแล้ววิ่งหน้าตั้งตามเด็กข้างบ้านไปอย่างมะงุมมะงาหราเท่านั้น

พวกเขาย่ำฝีเท้าผ่านวงเวียนมาจนถึงตลาดสดโดยแทบไม่หยุดพัก ฝนตกหนักเกินไป บนถนนจึงแทบไม่มียวดยานสัญจรผ่านไปมา หนำซ้ำบนทางเท้าก็ยังว่างเปล่าไร้ผู้คน ทั้งคู่จึงวิ่งฝ่าฝนมาจนถึงสี่แยกตรงข้ามปากซอยบ้านโดยใช้เวลาไม่นาน ด้วยอานิสงส์ของม่านสายฝนที่ทิ้งตัวลงมาจนมองทางข้างหน้าแทบไม่เห็น ลูกชายร้านชำจึงเผลอย่ามใจ ไม่หยุดยืนเหลียวมองซ้ายขวาก่อนข้ามถนนเหมือนทุกที

“เดี๋ยวไจ๋!” สิ้นเสียง ข้อมือข้างซ้ายของไจ๋ก็ถูกเฮียคุนคว้าไปกุมเอาไว้ แรงฉุดเบาๆ รั้งตัวเขาที่เพิ่งก้าวเท้าลงบนพื้นถนนให้กลับมายืนบนขอบปูนริมทางเท้าในพริบตาเดียว “รอสัญญาณไฟก่อน”

“...อือ...” ไจ๋ครางรับเสียงแผ่ว เขาตกใจมากพอๆ กับที่เฮียคุนตกใจ แต่เพราะได้อีกฝ่ายช่วยเรียกสติเอาไว้ จึงไม่เผลอประมาทจนเกิดอุบัติเหตุ

ชั่วขณะที่เฝ้ารอให้ไฟข้ามถนนสีเขียวปรากฏต่อสายตา ไจ๋ก็ก้มหน้ามองหยาดน้ำฝนร่วงหล่นใส่รองเท้าผ้าใบสีน้ำตาลของตัวเองอย่างสำนึกผิด แต่ยืนนิ่งได้เพียงอึดใจ ภาพความทรงจำขณะย่ำเท้าผ่านแอ่งน้ำขังตรงหน้าตลาดก็ทำเอาเด็กชายวัยเก้าขวบขยับตัวยุกยิกไม่อยู่สุขขึ้นมาอีกหน

ถุงเท้าแฉะหมดแล้ว เผลอเหยียบน้ำอะไรมาบ้างก็ไม่รู้ ไม่ชอบเลย... ทำไงดี
 
“ไป! ไฟแดงแล้ว” สิ้นเสียง คุนก็กระตุกข้อมือดึงไจ๋ให้เดินตามหลังตนเองไปอย่างระมัดระวัง ทว่ากระทั่งทั้งคู่เดินเข้าสู่ซอยบ้านแล้วก็ตามที คนเป็นพี่ก็ยังจับมือไจ๋ไม่ปล่อยเพราะยังนึกพรั่นกับเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่หาย ฝ่ายไจ๋เองก็กอดกระเป๋าสะพายเดินตามเด็กข้างบ้านต้อยๆ โดยไม่พูดอะไร เนื่องจากเจ้าตัวกำลังตั้งสมาธิ หาจังหวะเตะปลายเท้าสูงๆ เพื่อสะบัดไล่น้ำท่วมขังในรองเท้าอย่างแนบเนียนอยู่นั่นเอง

“เฮ้ย ทำไรอะ!”

อยู่ๆ คุนก็ร้องลั่นจนคนเดินข้างๆ ตวัดสายตากลับมามองหน้ากันอย่างเลิ่กลั่ก “หา?!”

น้ำในรองเท้ายังไม่ทันระบายออก แต่เมื่อครู่ ไจ๋ดันเตะน้ำฝนที่ขังอยู่บนพื้นใส่ขาเด็กข้างบ้านเข้าเต็มเปา คุนเหลือบมองหน้าเพื่อนรุ่นน้องอย่างแปลกใจ แต่พอเห็นอีกฝ่ายทำหน้าเอ๋อจ้องมองกันตาใส ลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยวก็กระตุกยิ้มมุมปากส่งคืนให้อย่างเจ้าเล่ห์แสนกล

“เมื่อกี้แกล้งเฮียเหรอ” คนพูดชูนิ้วขึ้นชี้หน้าเพื่อน

“ไจ๋ไม่ได้แกล้งนะ!” ไจ๋ส่ายหัวยืนยันความบริสุทธิ์ แต่ช่วยไม่ได้ที่ฝนดันตกหนักออกเสียขนาดนี้ นอกจากจะมองไม่เห็นสายตาซื่อๆ ของทายาทร้านชำแล้ว คุนยังเข้าใจผิดไปถนัดว่า คู่สนทนากำลังแสร้งทำไก๋เพราะตั้งใจจะก่อกวนกัน

“จริงอะ”

“จริง”

“ไม่เชื่อ” ไม่ทันขาดคำ ลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยวก็เตะน้ำที่ขังอยู่บนพื้นใส่หน้าแข้งไจ๋จนเจ้าตัวสะดุ้งโหยง ความเปียกชื้นที่กระหน่ำซ้ำเติมจนถุงเท้าและรองเท้าเปียกแฉะหมดสภาพทำเอาไจ๋คันยุบยิบไปทั้งใจ เด็กชายลูบหยาดน้ำฝนที่ปกคลุมใบหน้าออกอย่างช้าๆ ก่อนจะถลึงตามองขู่

“เดี๋ยวเหอะ!”

“ก็ไจ๋แกล้งเฮียก่อนอะ” คุนยิ้มยียวนส่งสาสน์ท้าศึกผ่านสายตา ไจ๋กัดปากพลางขึงตาสู้กับทั้งสายฝนและสายตาของคนข้างตัว

เฮียคุนนะเฮียคุน ทำไมไม่ฟังไจ๋เลย... ได้! หาว่าไจ๋แกล้งใช่ไหม
 
“ไม่ได้แกล้ง ไจ๋แค่ทำแบบนี้เอง” ว่าแล้ว ลูกชายร้านชำก็เตะน้ำฝนบนพื้นใส่หน้าแข้งของอีกฝ่ายอย่างจงใจให้สมกับที่โดนกล่าวหาอยู่นานสองนาน

“เฮ้ย ไหนบอกไม่ได้แกล้งไง!”

“ฮ่าๆๆๆ ” พอเห็นเด็กข้างบ้านตั้งท่าจะเอาคืน ไจ๋ก็หัวเราะร่าแล้วตั้งหน้าโกยแน่บ แต่มีหรือที่คุนจะไล่ตามไม่ทัน หลังจากวิ่งกวดกันไปมาเป็นวงกลมอยู่พักใหญ่ ทั้งคู่ก็ผลัดกันเตะน้ำใส่อีกฝ่ายไปจนถึงร้านขายของชำ จากนั้นจึงค่อยแยกย้าย พาร่างเปียกปอนหายเข้าบ้านใครบ้านมันพร้อมด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มกับความสุขที่อัดแน่นไปทั้งใจ

•✤•✤•✤•


ออฟไลน์ Malimaru

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1499
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +281/-4
    • facebook
Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 19 || P.5 ||23.12.2019 ✤
«ตอบ #121 เมื่อ23-12-2019 20:32:10 »

“ไจ๋”

“ไจ๋อยู่ไหม”

“เฮียคุน” เจ้าของชื่อเดินเซื่องๆ ออกจากห้องนอนมาเกาะขอบระเบียงฝั่งใกล้กับจุดที่เพื่อนข้างบ้านยืนรออยู่

“ไม่สบายหายดียัง” คุนกวาดตามองเรือนร่างในชุดนอนที่ห่อด้วยผ้าขนหนูผืนใหญ่อย่างพินิจพิเคราะ เพียงข้ามคืน ไจ๋กลับดูตัวเล็กลงยิ่งกว่าตอนที่เจอกันเมื่อวานเสียอีก

“อือ” ลูกชายร้านชำพยักหน้ารับ แต่ปากแดงๆ บนใบหน้าซีดเผือดนั่นกลับยิ่งชวนให้คู่สนทนานึกเป็นห่วงหนักกว่าเดิม คุนเหยียดแขน ยื่นหลังมือไปแตะหน้าผากเพื่อนข้างบ้านแบบเดียวกับที่มารดาเคยทำยามที่ตัวเขาเป็นหวัด ไอเย็นจากฝ่ามือช่วยให้คนป่วยรู้สึกสบายเนื้อสบายตัวในชั่วพริบตา ไจ๋หลับตาพริ้มพลางยืนนิ่งๆ ให้เด็กข้างบ้านลูบหน้าผากโดยไม่โต้แย้ง “เฮียคุนระ รู้ได้ไงว่าไจ๋ไม่สบาย”

“ตอนบ่ายสามเฮียขอให้พี่กล้าช่วยไปเรียกไจ๋ อยากรู้ว่าจะไปงานวัดด้วยกันรึเปล่า แต่พี่ชื่นบอกว่าไจ๋เป็นไข้ กินยานอนไปตั้งแต่กลางวัน”

“อ๋อ” ไจ๋ครางรับพลางผงกหัวหงึกหงัก อาจเพราะเมื่อวานเพิ่งฉีดยาแถมขากลับบ้านยังตากฝนจนเปียกซ่ก คนที่นานๆ จะป่วยสักครั้งอย่างไจ๋เลยไข้ขึ้นเอาดื้อๆ แต่ที่น่าเจ็บใจคือ เย็นป่านนี้แล้ว หัวไจ๋ยังตื้ออยู่เลยเนี่ย

คุนเลื่อนมือลงแตะแก้มขาวที่ขึ้นสีแดงเรื่อเพราะพิษไข้ “ตัวยังร้อนอยู่เลย กินยาลดไข้หรือยัง”

“อือ” คนป่วยพยักหน้าก่อนจะกลืนน้ำลายด้วยสีหน้าเหยเก “แต่ไจ๋ไม่ชอบ กินละ แล้วปากมันขมๆ อะ”

“ถ้าขมปากก็กินน้ำเยอะๆ สิ จะได้หายไวๆ ” ว่าแล้ว ลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยวก็หยิกแก้มกลมที่อุ่นร้อนเหมือนซาละเปาลูกน้อยอย่างเบามือ

แทนที่จะคล้อยตามคุนเหมือนทุกที คนป่วยกลับย่นจมูก ทำตาขวางใส่จากนั้นจึงตัดพ้ออย่างเอาแต่ใจ “กินน้ำเยอะก็ฉี่บ่อย ไจ๋ขี้เกียจเดินอะ” ต่อให้ต้องกินยาขมๆ หรือต้องนอนยาวทั้งวัน ไจ๋ก็ทำได้ แต่ถ้าต้องกินน้ำเยอะๆ จนต้องลุกไปเข้าห้องน้ำทุกๆ ครึ่งชั่วโมง ไจ๋ไม่เอาด้วยหรอก

“หึ” คุนพ่นลมหายใจพลางแค่นหัวเราะในลำคอ เด็กชายนึกแปลกใจตัวเองอยู่บ้างที่เมื่อเห็นสีหน้าดื้อดึงของอีกฝ่าย แทนที่จะนึกโกรธ เขากลับรู้สึกมันเขี้ยวอย่างไรบอกไม่ถูก...

ป่วยแล้วงอแงใส่เฮียเหรอไจ๋

คิดได้ดังนั้น คุนจึงเอาคืนด้วยการดักคอคนป่วยเสียเลย “ตามใจ แต่ถ้าไม่หาย ก็ไม่ได้ไปงานวัด”

ลูกชายร้านชำเบิกตาโพลงอย่างตกใจก่อนจะเอ่ยเสียงอ่อยด้วยสีหน้าจำยอม “ก็ได้ ไจ๋กินน้ำก็ได้”

“กินน้ำเยอะๆ แล้วก็กินยาด้วย”

“อือ” คนป่วยพยักหน้าเซื่องๆ อยู่สองสามที

“ดีมาก” หลังได้ฟังคำมั่นกับหู คุนก็ลูบหัวไจ๋เบาๆ พลางอมยิ้มอย่างพึงพอใจ “หายแล้วเดี๋ยวเฮียพาไปเที่ยวงานวัด”

ไจ๋ตาลุกวาวหลังได้ยินข้อเสนอของอีกฝ่าย “จริงนะ ถ้าไจ๋หาย เฮียคุนต้องพาไปงานวัดนะ”

“อืม” ลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยวยิ้มมุมปาก ก่อนจะพยักหน้าเอ่ยอย่างขึงขัง “หายเมื่อไรเฮียพาไปเลย”

“งั้นไปพรุ่งนี้ละ เลยได้ไหม” เพื่อเพิ่มอำนาจในการต่อรอง ไจ๋จึงเอื้อมมือไปคว้าแขนอีกข้างของเพื่อนข้างบ้านมาเขย่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า

คุนเลิกคิ้ว หรี่ตามองหน้าคู่สนทนาอย่างท้าทาย “จะหายทันเร้อ”

“หายทันสิ”

“แน่นะ”

“แน่!” ลูกกระต่ายลั่นวาจาด้วยความมุ่งมั่น

“ป๊าจะให้ไปรึเปล่า”

“เดี๋ยวไจ๋ขออาม่าแทนก็ได้”

สีหน้ากระตือรือร้นของไจ๋ทำเอาคนฟังชอบใจจนเผลออมยิ้ม คุนลากปลายนิ้วไล้กรอบหน้าของอีกฝ่ายเบาๆ พลางกำชับซ้ำอีกครั้ง “งั้นก็รีบไปกินยานอนเถอะ จะได้หายเร็วๆ ”

“พรุ่งนี้บ่ายไจ๋จะไประ เรียกนะ”

“อืม” คุนยิ้มก่อนจะค่อยๆ ละฝ่ามือจากผิวหน้าอุ่นๆ ของเพื่อนข้างบ้านอย่างอ้อยอิ่ง “ไป เข้าบ้านได้แล้ว”

“เฮียคุนก็นอนไวๆ นะ จะได้ไม่ป่วย”

คำพูดทิ้งท้ายของคนป่วยเรียกเสียงหัวเราะของคุนได้ชะงัด เด็กชายนึกครึ้มเสียจนเผลอยื่นข้อเสนอเอาใจเด็กข้างบ้านโดยไม่ทันรู้ตัว “ได้เลย เดี๋ยวคืนนี้เฮียนอนเร็วเป็นเพื่อน”

“อื้อ” ไจ๋ฉีกยิ้มจนตาหยี

ภาพเด็กป่วยในโปงผ้าผวยยิ้มแป้นจนแก้มสีชมพูดูตึงเต่งทำเอาคุนอดใจไม่ไหว ต้องเอื้อมมือไปยีหัวทุยๆ นั่นอีกครั้งจนพอใจ จากนั้นจึงไล่เจ้าตัวกลับเข้าไปพักผ่อนตามที่ตกลงกันเอาไว้เมื่อครู่

•✤•TBC•✤•

เราชอบตอนนี้มากเลยค่ะ มีทั้งน้องหมาตัวอ้วนปุ้ก ไมโล แถมยังมีตอนที่เล่นน้ำฝนอีก
ไม่รู้สมัยนี้ เด็กๆ จะยังได้เล่นน้ำฝนกันอยู่อีกไหม
แต่ตอนเราเป็นเด็ก เราชอบเล่นน้ำฝนมาก ยิ่งครั้งไหนฝนตกหนักๆ ก็ยิ่งสนุก
ส่วนไมโลนั้น ถือเป็นของขวัญคริสมาสต์ของเด็กประถมจริงๆ ค่ะ
ไม่รู้คนอื่นเป็นยังไง แต่เวลาเรากิน เราจะต้องไปหามุมสงบแล้วค่อยๆ ละเลียดทีละนิด กลัวมันจะหมด
เพราะที่โรงเรียนเรา เขาไม่เติมแก้วที่สองให้ค่ะ ซึ่งความที่มันมีน้อยนี่แหละที่ทำให้มันยิ่งล้ำค่ามาก
ถ้าใครเคยมีประสบการณ์เหล่านี้ อย่าลืมมาชวนกันคุยบ้างนะคะ
นานๆ จะสบโอกาสได้คุยกันเรื่องความหลังเสียที เราต้องเต็มที่กันหน่อยเนอะ ^_^
 
ถ้าใครเป็นชาวทวิตภพ อย่าลืมติดแท็ก #พิษข้างบ้าน นะคะ เราจะตามไปชวนคุยค่ะ
รักคนอ่านทุกๆ ท่านค่ะเช่นเดิมค่ะ หอมหัว กอดแน่นเท่าไรก็ไม่หายคิดถึงทุกคนจริงๆ น้า
 ทางเข้าเพจเรา (กดตรงนี้ได้เลยค่ะ ^^)


•✤•K.mab:•✤•

น้องไจ๋กลับมาประจำการแล้วค่า คุณ mab สบายใจได้น้า หลังจากนี้ น้องไจ๋ก็จะมาให้เจอทุกวันจันทร์เหมือนเดิมค่ะ
ไม่ต้องห่วงเรื่องพี่ริวนะคะ เฮียคุนจะเหมาหน้าที่บอดี้การ์ด เพื่อน พี่ชายและ ผั... แค่ก! (ยัง!!)
เฮียคุนจะไม่ยอมให้ริวมาไต่ หรือแมลงตัวไหนมาตอมน้องต่ายของเขาแน่ๆ ค่ะ
เพราะฉะนั้น ต่อให้สิบพี่ริวก็ไม่สู้หนึ่งเฮียคุนแน่นอนค่ะ
รักคุณ mab มากขึ้นทุกวันเลยค่ะ จ๊วบๆๆๆๆๆ  ไว้ไปเม้าท์กันอีกนะคะ
(ขอบคุณจริงๆ ค่ะที่คอยพูดถึงกันตลอดทั้งในเล้าและในทวิต
เราดีใจทุกครั้งที่ได้อ่านเมนต์ของคุณ mab นะคะ // กอดแน่น)  :L2:



•✤•K.วายซ่า:•✤•
เรื่องความซื่อใสไว้ใจน้องต่ายได้เลยคับ!!
ส่วนเรื่องแอบป้อน้องของเฮียคุนนั้น แหม ไม่อยากจะเม้าท์เด็กมันเลยนะคะ
แต่คุณวายซ่าดูเอาเถอะค่ะ มาตอนนี้เฮียก็แอบกินเต้าหู้น้องเนียนๆ อีกแล้ว
เฮ้อ ลูกร้านก๋วยเตี๋ยวนี่ไว้ใจไม่ได้จริงๆ สงสัยต้องบอกให้พ่อแม่มาสู่ขอน้องไจ๋ไปดูแลเสียแล้วเนอะ
บ้านไจ๋จะได้ไม่ต้องขาดดุลอยู่ฝ่ายเดียว (เดี๋ยว ใช่เหรอ? 5555)

พวกเรามารอลุ้นกันค่ะ ว่าพฤติกรรมของพี่ริวจะนำไปสู่จุดจบแบบไหน
ไม่ต้องห่วงนะคะ เราจะไม่ปล่อยคุณวายซ่าทิ้งไว้กลางทางตามลำพังเป็นอันขาด (หลิ่วตา)
รักคุณวายซ่ามากที่ซู้ดดดดด!
ป.ล. แอบกินเต้าหู้ – แอบลวนลาม (สำนวนที่พบได้ง่ายในนิยายจีนค่ะ)  :mew1:


•✤•K.Ac118:•✤•
แหม่ คุณ Ac118 ล่ะก็... ทำไมถึงมองทางเด็กมันขาดเร็วนักล่ะคะ
ใจคอไม่คิดจะรอดูลวดลายของลูกจิ้งจอกห่มหนังแกะหน่อยเหรอคะว่าจะล่อลวงน้องด้วยวิธีไหน
อย่าเพิ่งค่ะ อย่าเพิ่งกางใบเรือ อย่าเพิ่งพาย เพราะกัปตันจะคัดท้ายเร่งเครื่องด้วยตัวเอง...
เดินเครื่องเต็มสูบ มุ่งหน้าสู่หลุมกาวอันกว้างใหญ่!!

ตัดภาพไปที่พี่ริว...รายนี้อาการหนักจริงๆ ค่ะ แต่ถึงริวจะทำตัวร้ายกาจในบางครั้ง
แต่กับคนที่ริวให้ความสำคัญ ริวจะใจเย็นและมีเหตุผลมากนะคะ
น่าเสียดายที่เด็กคนนี้เลือกปิดตัวเอง ไม่ยอมรับความช่วยเหลือช้าจากใครๆ
ดังนั้น กว่าจะรู้ตัว ทุกอย่างก็สายเกินแก้ไปเสียแล้ว
(ไม่ต้องห่วงนะคะ ตามที่เราเคยบอกเอาไว้ว่าดราม่าไม่นานมาก
และจะมารวดเดียวแล้วจบ ไม่คาราคาซังค่ะ เพราะงั้น อยู่กับเราไปนานๆ น้า จุ๊บๆๆๆ)

ส่วนน้องไจ๋ เรากลัวว่าถ้าพูดถึงความดีงามของน้องแล้วทุกคนจะเบื่อเสียก่อน
ตอนนี้เลยเผยด้านงอแงของน้องบ้าง เผื่อว่าเหล่าแม่ยกจะเปลี่ยนใจไปถือหางเฮียคุนแทน
(แต่บอกตรงๆ นะคะ เราเองก็ยังเอาตัวออกจากหลุมที่น้องไจ๋ขุดไม่ได้เลยค่ะ
ต่อให้น้องจะดื้อดึงกับเฮียคุนแค่ไหน เราก็พร้อมจะน้วยน้องต่ายต่อไปอย่างจงรักภักดี...งือ น้องต่ายของป้า!)
รักคุณ Ac118 นะคะ ขอบคุณมากๆ เลยที่มอบกำลังใจให้เราทุกช่องทาง
เวลาเราอ่านความเห็นและทวิตของคุณ Ac118 (กับผู้อ่านคนอื่นๆ ) ทีไร เรามีแรงเต็มหลอดทุกทีเลยค่ะ ^_^  :กอด1:


•✤•K. ommanymontra:•✤•
ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านนะคะ หวังว่าจะได้คุยกันอีกน้า  :mew1:


 
•✤•K.kong6336:•✤•
ฮ่าๆๆๆ ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์นะคะ
ถึงคุณ kong6336 จะไม่บอก แต่เราดูออกนะคะว่าคุณเอ็นดูน้องต่ายเอามากๆ (ฮือ...รัก!!)
ไว้ถ้าว่างๆ แวะมาคุยกันอีกน้า รักคุณ kong6336 ค่ะ  :pig4:


•✤K.แป้ง/Alternative:•✤•
นอกจากจะทำให้ทุกๆ คนยิ้มได้แล้ว เรายังหวังที่จะเล่าถึงเรื่องของเด็กหลายๆ คนที่มีพื้นเพผิดกัน
ซึ่งต้นทุนที่ต่างกันนี้ อาจจะเป็นตัวชี้วัดอนาคตของแต่ละคน หรือไม่มีผลเลยก็ได้
ชีวิตริว เราว่า น่าสงสารค่ะ จริงอยู่ เราปฏิเสธไม่ได้ว่าริวพบอุปสรรคหรือเรื่องไม่สมหวังมากกว่าเพื่อนคนอื่นในกลุ่ม
แต่สิ่งที่แย่ยิ่งไปกว่านั้น คือ ริวเลือกที่จะปิดตัวเองจากทุกคน อีกทั้งยังทำหลายๆ อย่างที่กันคนอื่นออกไป
พอมารวมกับเรื่องครอบครัวที่มีน้อยกว่าคนอื่นด้วยแล้ว ริวยิ่งเตลิดไปกันใหญ่เลยค่ะ
ไว้รอดูนะคะ เราจะค่อยๆ เห็นริวแผลงฤทธิ์เป็นระยะๆ

แต่ถึงริวจะร้ายและสร้างเรื่องให้คนรอบข้างบ้าง เราก็จะปลอบขวัญคุณแป้ง (รวมถึงคนอ่านทุกท่าน)
ด้วยความน่าน้วยของน้องต่ายกับผู้ชายวัยเด็กของเขาค่ะ 555
ตัวอย่างก็มีให้ดูแหละเนอะ ไม่งั้นจะมีคนหาเศษหาเลยกับแก้มคนป่วยเหรอะคะ จริงไหม?
รักคุณแป้งที่สุดเลยค่ะ จุ๊บๆๆๆๆๆ  :L2:


•✤•K.KizzllKizz:•✤•
ฮ่าๆๆๆ สงสัยเราจะได้อ่านคำว่า น้องไจ๋น่ารักจากคุณ KizzllKizz ไปอีกนานเลยค่ะ
เพราะน้องน่ารักมากจริงๆ (เฮียคุนพยักหน้ารัวๆ ด้วยอีกเสียง)
ส่วนพี่ริว...เรามารอลุ้นพร้อมกันนะคะ รับรองว่าร้ายแน่ แต่ไม่ต้องกลัวน้า
เพราะคนร้ายตัวจริงยังไม่ออกมาแสดงตัวเลย (จะขู่ทำไมเนี่ย? 555)
รักคุณ KizzllKizz นะคะ มาให้เรากอดหน่อยซิ!!  :mew1:



ออฟไลน์ alternative

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2872
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +283/-3
Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 19 || P.5 ||23.12.2019 ✤
«ตอบ #122 เมื่อ23-12-2019 22:09:31 »

เป็นตอนเบา ๆ ที่ทำเอาใจเต้นหนักหน่วงมาก

ลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยวมันร้ายค่ะหัวหน้า! หลอกแต๊ะอั๋งน้อง ล่อลวงสารพัด

อร๊ายยยยยยยย นุ้งกระต่ายของป้าช้ำไปหมด ฮึ่ย!

เฮีย หมาส้มเท่าจีวรพระนี่เหมือนหมาตกถังสีนะ จินตนาการเฮียจะล้ำเกินไปแล้ว


เราจำรถแจกไมโลไม่ได้แล้ว จำได้แต่ตอนฉีดยา ส่วนเรื่องเล่นน้ำฝนเราก็ชอบมาก ตอนนี้ยิ่งชอบใหญ่ที่ได้ขัดทางเดินรอบบ้านโดยไม่ต้องราดน้ำเอง.....เล่นให้ได้เรื่องเนอะ

ออฟไลน์ mab

  • ชื่อ mab ไม่ได้ชื่อ map
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 772
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-0
Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 19 || P.5 ||23.12.2019 ✤
«ตอบ #123 เมื่อ24-12-2019 01:56:42 »

เฮียคุนลวนลามน้องไจ๋อ่ะ 5555
บ้าน่า นั่นมันเด็กประถมเขาแสดงออกถึงความห่วงใยกัน
เธออะคิดมาก!!!  :hao6:

อ่านถึงตอนนี้แล้วเห็นแต่ความอบอุ่นจากเฮียคุนแผ่รัศมีรอบตัวน้องไจ๋เลย มีแตะหน้าผาก หยิกแก้ม แถมยังจับหัวด้วยความเอ็นดูน้องอีก งือออ อบอุ่นจังเลยแม่จ๋าาาาาา :กอด1:
...​
เด็กกับการเล่นน้ำฝนเป็นของคู่กันเลยละ
เป็นอะไรที่ชอบมากๆ
สมัยเด็กฝนตกทีไรเรากับญาติจะวิ่งปรู๊ดดดดดลงไปเล่นทุกที สนุกจนลืมเรื่องว่าตกดึกญาติเราคนนี้ต้องเข้ารพ.ทุกครั้ง เพราะโรคหอบกำเริบ 55555
ก็ตอนเล่นน้ำฝน ผู้ใหญ่ไม่อยู่บ้านนะสิ ถ้าอยู่คงโดนห้าม   :laugh:

ออฟไลน์ Ac118

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 752
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +65/-0
Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 19 || P.5 ||23.12.2019 ✤
«ตอบ #124 เมื่อ24-12-2019 12:13:42 »

ลูกชายร้านก๊วยเตี๋ยวร้ายมากค่ะหัวหน้า! เผลอเป็นไม่ได้ น้วยหนุบหนับน้องตลอด
เจ้าลูกกระต่ายก็ยืนนึ่ง ให้พี่เขาอังหน้าผาก บีบแก้ม ลูบๆไล้ๆเพลินเลยนะลู๊กก โดนหลอกล่อก็ลืมดื้อ เป็นเด็กดีขึ้นมาทันที  :laugh:
 
//ท่องไว้ๆเด็กเขาแค่ห่วงใยกัน งอแงใส่กัน งอนง้อตามใจกันเอ๊ง! ห้ามคิดเด็ดขาดว่าเฮียคุนอยากกินซาลาเปาน้อย อ๊ากกกกกกกกกก!!!

เป็นซีนเบาๆที่น่ารักมากกกกกกก  มีเจ้าก้อนขนสีส้ม ที่ไม่ใช่สีจีวรพระของเฮียคุนด้วย  :laugh:
เด็กๆชอบมากเล่นน้ำฝนเนี่ย เห็นฝนตกเป็นไม่ได้ ใจมันเรียกร้อง นิดๆหน่อยๆก็เอา แอบไปเล่นจนโดนแม่ด่าเปิง 55555555
ฉีดวัคซีนจำได้ลางๆ แต่ไมโลแจกฟรีอร่อยจำได้แม่น ชอบมากๆ ตอนนั้นจะรู้สึกว่ามันอร่อยมากเป็นพิเศษ ให้แม่ชงหรือชงกินเองยังไง ก็ไม่อร่อยเท่าไมโลแจกฟรี พอโตมาถึงได้รู้ แกคิดไปเองนังเด้กโง่ 555555555 เเต่มันคือความสุขวัยเด็ก ที่คิดถึงที่ไรก็ยิ้มมีความสุขค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-12-2019 14:32:27 โดย Ac118 »

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2300
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +171/-6
Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 19 || P.5 ||23.12.2019 ✤
«ตอบ #125 เมื่อ24-12-2019 22:38:01 »

เด็กกับเข็มฉีดยาไม่ถูกกันเป็นเรื่องปกตินะ  ผช บางคนโตมายังไม่กล้ามองตอนพยาบาลเอาเข็มจิ้มเนื้อเลย 555

ตอนเด็กๆ ก็ได้วิ่งเล่นน้ำฝนกันจนปากม่วงเลยทีเดียว สนุกมากๆ. แต่เด็กสมัยนี้น่าจะไม่ได้เล่นน้ำฝนแล้ว มลพิษเยอะเกิน เด็กก็ป่วยง่าย

เฮียอ่ะพาน้องวิ่งตากฝนจนป่วยเลยไหมล่ะ แถมพอน้องป่วย มาทำเป็นหมั่นเขี้ยวหาว่าน้องมางอแงใส่ แอบลูบหน้าลูบตา บีบแก้มน้องคืออัลไล หือ!!!!  :hao3:

ออฟไลน์ Malimaru

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1499
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +281/-4
    • facebook
Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 20 || P.5 ||30.12.2019 ✤
«ตอบ #126 เมื่อ30-12-2019 15:24:04 »

- 20 -


“อาม่า” สิ้นเสียงเรียก ไจ๋ก็เดินไปเกาะแขนเก้าอี้โยกของอาม่า หญิงชราซึ่งกำลังพักสายตาหลังมื้ออาหารกลางวันเบือนหน้าหันไปปรือตามองหลานชาย

“ว่ายังไง” หยู่ฮวยลูบผมหลายชายเบาๆ อย่างรักใคร่

“ไจ๋ขอไปงานวัดนะ”

“หายดีแล้วเหรอ” คนเป็นย่าเลื่อนฝ่ามือเหี่ยวย่นลงลูบหน้าผากหลานชาย ปลายนิ้วหล่อนบรรจงปัดปลายผมที่ระหน้าผากให้เป๋ไปทางหนึ่งเพื่อที่หน้าผากแคบๆ นั่นจะได้ดูกว้างขึ้นอีกหน่อย

“หายละ แล้ว นี่ไง” เด็กชายไม่พูดเปล่าหากแต่ยังถลกแขนเสื้อเบ่งกล้ามอวดอาม่าเสียยกใหญ่

หยู่ฮวยคลี่ยิ้มอย่างอ่อนใจ ทั้งที่หล่อนดูออกแท้ๆ ว่าหลานชายตั้งใจจะไปงานวัดกับใคร แต่เพราะรู้ดีนี่แหละ หล่อนจึงต้องแสร้งทำไม่รู้ไม่ชี้ “รอไปพร้อมป๊ากับหม่าม้าไหมไจ๋ เดี๋ยวอาม่าบอกให้”

ไจ๋ส่ายหัว “ขอไจ๋ไปก่อนระ รอบนึงได้ไหมม่า”

“แล้วจะไปกับใคร” หญิงชราแกล้งกระแอมไอเบาๆ คล้ายไม่อยากเอื้อนเอ่ยชื่อของเด็กข้างบ้านออกมา แต่หลานชายของหล่อนกลับอาสาทำหน้าที่นั้นอย่างเต็มอกเต็มใจ

“เฮียคุน”

อาม่าประสานสายตากับหลานชายแล้วค้นหาบางสิ่งในแววตาใส่ซื่อคู่นั้น ก่อนจะระบายลมหายใจยาวเหยียด...

น่าเสียดายเหลือเกินที่หล่อนไม่อาจหยั่งรู้อนาคต แต่หากมัวกังวลว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ชีวิตในช่วงบั้นปลายของหล่อนคงสูญสิ้นความปรีดาไปมากโข ที่สำคัญ หลานชายซึ่งกำลังตั้งตารอคำตอบอยู่ตรงหน้าคงพลอยไม่มีความสุขตามไปด้วย

“ห้ามไปกับคนไม่รู้จัก ห้ามเดินไปไหนคนเดียว ห้ามรับของจากคนแปลกหน้าเด็ดขาด เข้าใจไหม”

“อื้อ” ไจ๋ยิ้มหวานพลางพยักหน้าแข็งขัน

ลองว่าอาม่าพูดมาแบบนี้ แปลว่าไจ๋จะได้ไปเที่ยวงานวัดกับเฮียคุนแน่แล้ว

“เที่ยวเสร็จแล้วก็รีบกลับบ้านล่ะ อาม่ารอกินข้าวเย็นอยู่นะ” หยู่ฮวยกำชับพลางกวาดสายตา สำรวจดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้าที่หลานชายสวมใส่ เมื่อเห็นไจ๋แต่งตัวรัดกุมเหมาะกับสภาพร่างกายที่เพิ่งสร่างไข้ หล่อนก็พยักหน้าเบาๆ

“ครับ!”

“มีเงินหรือเปล่า หยิบเงินในเก๊ะไปสิ”

“ไจ๋ระ รักม่าที่สุด!” เด็กชายโผเข้าหอมแก้มอาม่าแล้ววิ่งไปหยิบเงินในเก๊ะแค่พอเป็นพิธี ในกระเป๋ากางเกงวันนี้มีเงินที่แคะออกจากกระปุกหมูบนห้องนอนอยู่เกือบสองร้อยบาท

หลังจากคุยกับเฮียคุนเมื่อวันก่อน ไจ๋ก็บอกตัวเองว่า จะไม่หยิบเศษเหรียญที่ป๊าใช้เป็นเงินทอนไปใช้บ่อยๆ อีกแล้ว จริงอยู่ที่ไจ๋ไม่เคยช่วยป๊าทำงานเลยสักครั้ง แต่ถ้าไม่เอาเงินในเก๊ะไปใช้ ก็พอจะนับได้ว่า ไจ๋กำลังช่วยป๊าเก็บเงินด้วยอีกทาง

“ไปนะม่า” เด็กชายโบกมือหยอยๆ อำลา ต่อเมื่อเห็นอาม่าพยักหน้าให้จึงค่อยซอยเท้าวิ่งออกจากร้านชำแล้วเลี้ยวเข้าบ้านข้างๆ ทันที

“อ้าวไจ๋ มาแล้วเหรอ” สุนันท์ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะเก็บเงินทักขึ้นทันทีที่เห็นหน้าเพื่อนลูกชาย

“สวัสดีครับ” ไจ๋ยกมือไหว้สุนันท์อย่างอ่อนน้อมไม่เปลี่ยนแปลง

“คุนอยู่หลังบ้านแน่ะ เข้ามานั่งรอข้างในสิจ๊ะ”

“ขอบคุณครับ” เด็กชายรับคำแล้วเบี่ยงตัวหลบพนักงานในร้านที่กำลังกวาดพื้น เลี่ยงไปเดินอีกทางก่อนจะไปปักหลัก นั่งลงตรงโต๊ะกินข้าวตัวใหญ่ด้านในสุดของร้านก๋วยเตี๋ยวที่ด้านบนมีพวงเครื่องปรุงหลายสิบพวงวางเรียงรายกันอยู่อย่างแน่นขนัด

“คุนปิดเตาปิดแก๊สแล้วนะแม่”

“ขอบใจนะลูก”

คนที่เพิ่งเดินออกมาจากครัวด้านหลังกำลังจะอ้าปากสนทนากับมารดาต่อ ทว่าเมื่อหางตาเหลือบเห็นไจ๋ ก็หิวถุงน้ำตาลกับพริกเข้ามาทักทายกันถึงโต๊ะ “หายดีแล้วใช่ไหม”

“อื้อ”

“รอแป๊บนะ เฮียจัดโต๊ะก่อน” เจ้าถิ่นวางถุงเครื่องปรุงที่หิ้วติดมือมาลงบนโต๊ะแล้วตั้งท่าจะผละจาก

“มา ไจ๋ช่วย” ไจ๋กำลังจะผุดลุกขึ้น แต่คุนหันกลับมายกมือห้ามปรามเพื่อนด้วยสีหน้าไม่แน่ใจ

“อยากช่วยจริงเหรอ”

“อือ”

“งั้นช่วยเฮียเติมน้ำตาลกับพริกหน่อยได้ไหม”

“เอาดิ” ลูกชายร้านชำรับคำเต็มเสียง

“ไม่ต้องเทเต็มแก้วนะ เอาแค่นี้ก็พอ น้ำตาลก็เหมือนกัน” คุนอธิบายพลางเทพริกป่นลงในแก้วเป็นตัวอย่างด้วยความคล่องแคล่ว แม่นยำ ก่อนจะใช้ช้อนคันเล็กในแก้วเกลี่ยผงพริกให้เรียบเสมอกัน จากนั้นจึงส่งถุงพริกให้เพื่อนพลางสำทับด้วยความห่วงใย “ค่อยๆ เทนะ ระวังหก”

“เฮียคุนไม่ต้องห่วง ไจ๋ทำได้”

ไจ๋ไม่ได้รับคำส่งเดช เด็กชายทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ซ้ำยังมุ่งมั่นจริงจังมากเสียจนไม่ว่าใครก็ต่างสัมผัสถึงความแน่วแน่ของเจ้าตัวได้ชัดเจน จริงอยู่ แม้ไจ๋จะไม่เคยหยิบจับงานบ้านเป็นชิ้นเป็นอัน กระทั่งช่วยขายของก็แทบไม่เคยแตะ แต่เมื่อไรก็ตามที่อาม่าลงมือทำอาหารมื้อพิเศษในช่วงเทศกาล เด็กชายผู้ไม่เคยออกไปเล่นนอกบ้านก็มักจะฝังตัวอยู่ในห้องครัว ช่วยย่าหยิบจับสารพัดเครื่องปรุงรวมถึงเครื่องมือต่างๆ พร้อมกับค่อยๆ เรียนรู้เคล็ดลับในการทำกับข้าวทีละเล็กละน้อย

คุนอมยิ้มเมื่อเห็นเพื่อนข้างบ้านทำงานอย่างตั้งใจ ทว่าเมื่อเด็กชายละสายตาจากไจ๋แล้วพบว่า มารดากำลังจับจ้องมองตนตาไม่กะพริบ เด็กชายก็เกาจมูกพลางฉีกยิ้มให้แม่อย่างเคอะเขินก่อนจะหมุนตัวไปทำหน้าที่ของตนอย่างขยันขันแข็ง

“ไม่เห็นมีใครบอกเฮียเลยว่าร้านเรารับเด็กใหม่” จุ้ยในชุดกีฬาเดินออกมาจากหลังบ้านพร้อมกับเอ่ยแซวลูกชายร้านชำที่บัดนี้กลายเป็นขาประจำของร้านก๋วยเตี๋ยวไปเสียแล้ว

“สวัสดีครับ” ไจ๋วางถุงพริกแล้วยกมือไหว้เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวอย่างสวยงามจนคนรับไหว้กระหยิ่มยิ้มย่อง

“ไหว้พระๆ ” จุ้ยเม้มปากกลั้นยิ้ม

ถึงจะเคยรับไหว้ไจ๋อยู่บ่อยครั้ง แต่เชื่อเถอะว่าจนป่านนี้ ความรู้สึกปลาบปลื้มใจหลังได้เห็นลูกชายบ้านข้างๆ ค้อมหัวแสดงความเคารพตนอย่างมีสัมมาคารวะกลับไม่ลดลงจากครั้งแรกเลยสักนิด ยิ่งเมื่ออีกฝ่ายโผล่มาช่วยงานลูกชายด้วยแล้ว จุ้ยก็ยิ่งรู้สึกว่าภาพตรงหน้านั้นเหนือจริงและยิ่งใหญ่กว่าที่เขาเคยจินตนาการไปไกลโพ้น

ไม่ได้ๆ ขืนปล่อยให้ลูกข้างบ้านมาทำงานให้ฟรีๆ อั๊วคงรู้สึกผิดจนคืนนี้นอนไม่หลับแหงๆ
 
“ไม่ต้องทำหรอกไจ๋ วางไว้ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยเติมก็ได้”

“ไจ๋อยากช่วยครับ” ไจ๋ยืนกรานแข็งขันโดยที่สองมือขยันก็ยังขยับไม่หยุด

“โอเค งั้นก็เต็มที่เลย” แม้จะเจรจาโต้ตอบกับเด็กชายได้ตามปกติ แต่ใครเลยจะรู้ว่าเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวกำลังกลั้นยิ้มจนเมื่อยหน้า

ไอ้หยา! ลูกไอ้เม้งนี่น่าเอ็นดูชะมัดเลยวุ้ย

“รอพี่อาบน้ำแป๊บนะคุน” หาญกล้าที่เพิ่งล้างจานเสร็จชะโงกหน้าออกมาคุยกับลูกชายเจ้าของร้าน ได้ยินดังนั้น เด็กชายก็หันกลับไปตอบคำถามอีกฝ่ายโดยไม่รอช้า

“ได้ครับพี่กล้า”
“พวกลื้อจะไปเดินงานวัดกันเหรอ” จุ้ยเคาะรองเท้าวิ่งกับพื้นเบาๆ จากนั้นจึงทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ภรรยาตรงโต๊ะเก็บเงิน

“ครับป๊า”

“แล้วเดี๋ยวไปกันยังไง”

“พี่กล้าพาไปครับ”

“งั้นเดี๋ยวป๊าทิ้งมอเตอร์ไซค์ไว้แล้วกัน จะได้ไม่ต้องไปรอสองแถว” คนเป็นพ่อชี้นิ้วไปยังมอเตอร์ไซค์ซึ่งระหว่างวันจะถูกเข็นออกไปจอดด้านหน้ารถกระบะของเขาตรงริมกำแพงใต้เงาต้นไม้ฝั่งตรงข้ามบ้าน

“แล้วเฮียจะไปวิ่งยังไง” สุนันท์แทรกขึ้น

“ขับรถไป” เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวยิ้มมุมปากให้ภรรยา “นันออกไปกับเฮียไหม เดี๋ยววิ่งเสร็จเฮียพาไปชอปปิ้งตลาดนัด”

สุนันท์กวาดตามองไปรอบๆ ร้านพลางโบกมือ “อย่าเลยเฮีย เดี๋ยวไม่มีใครอยู่เฝ้าบ้าน”

จุ้ยลูบท้องภรรยาเบาๆ พลางเอ่ยเสียงอ่อนเสียงหวาน “ไปเหอะ พาลูกไปให้กำลังใจเฮียวิ่งหน่อย ช่วงนี้ลมดี ไปนั่งเล่นเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ลูกจะได้แฮปปี้”

“จะดีเหรอเฮีย” แม้ใจหนึ่ง สุนันท์จะอยากออกไปกับสามี แต่อีกใจกลับยังกังวล เพราะถ้าหล่อนไม่คอยอยู่เฝ้าระหว่างที่ลูกจ้างขัดพื้น เกิดใครเลินเล่อกวาดน้ำไปโดนร้านชำเข้า สุดท้ายสองบ้านคงได้ทะเลาะกันอีกแน่ๆ

จุ้ยไม่ตอบคำถาม หากแต่ตะโกนเรียกลูกน้องคู่ใจที่กวาดขยะอยู่ตรงหน้าร้าน “พี่นอม”

“ครับเฮีย”

“เดี๋ยวพวกผมจะออกไปข้างนอก ฝากพี่นอมช่วยดูพวกเด็กๆ เก็บร้านแทนผมหน่อยนะ”

ประนอมเดินถือไม้กวาดกับที่ตักผงเข้ามาคุยใกล้ๆ ก่อนจะพยักหน้ารับคำแข็งขัน “ได้ครับเฮีย เดี๋ยวผมปิดหน้าร้านให้”

“ออกไปกับเฮียนะนัน” จุ้ยหันไปหว่านล้อมภรรยาอีกรอบ คราวนี้สุนันท์พยักหน้าตกลงแต่โดยดี
.
.
.
.
“เกาะแน่นๆ นะคุน” สุนันท์กำชับเลือดเนื้อเชื้อไขเป็นครั้งสุดท้าย ลูกชายหล่อนที่นั่งซ้อนปิดท้ายจึงผงกหัวเบาๆ

“ครับ” พอรับคำแม่เสร็จ คุนก็สะกิดไหล่เพื่อนที่นั่งอยู่ข้างหน้าพลางเอ่ย “วางเท้าบนเท้าเฮียสิไจ๋”

ไจ๋ที่ถูกจัดแจงให้นั่งซ้อนตรงกลางระหว่างคุนกับหาญกล้าก้มหน้าลงมองต่ำ ทันทีที่เห็นฝ่าเท้าของเด็กข้างบ้านเหยียบที่พักเท้าอยู่ เด็กชายก็เกิดลังเลกับข้อเสนอดังกล่าว “ไจ๋ใส่ระ รองเท้านะเฮียคุน”

“ไม่เป็นไร วางมาเถอะ”

“ใช่ วางไปเถอะ เปื้อนนิดเปื้อนหน่อยก็ดีกว่าเท้าเข้าไปติดในซี่ล้อนะไจ๋” หาญกล้าซึ่งรับหน้าที่คนขับออกความเห็นอย่างผู้เชี่ยวชาญโดยมีจุ้ยให้การสนับสนุนด้วยอีกคน

“วางเท้าไปเถอะไจ๋ คุนมันไม่เป็นไรหรอก”

“ครับ” ได้ยินดังนั้น มือใหม่หัดนั่งมอเตอร์ไซค์ก็ไม่ดื้อดึงอีกต่อไป ทันทีที่แน่ใจว่าผู้โดยสารด้านหลังเตรียมตัวพร้อมสรรพ หาญกล้าก็หันไปพยักหน้าให้สุนันท์ทิ้งท้าย เมื่อหูแว่วเสียงลูกพี่ลูกน้องย้ำเตือนให้ตนตั้งใจขับรถเป็นรอบที่สาม ชายหนุ่มก็รีบเร่งเครื่อง บิดมอเตอร์ไซค์พาพวกเด็กๆ หนีเสียงบ่นไปในบัดดล

“นั่งได้ไหม”

เมื่อหูแว่วเสียงของเฮียคุนดังอยู่ใกล้ๆ ไจ๋จึงรีบเบือนหน้าหันกลับไปผงกหัวใส่อีกฝ่ายพร้อมด้วยรอยยิ้มกว้างที่ทำให้ดวงตากลมโตกลายเป็นพระจันทร์เสี้ยวคู่แฝด “นั่งได้”

“เกาะเอวพี่กล้าเอาไว้นะ”

“อื้อ!”

เมื่อได้รับคำเตือนจากผู้มีประสบการณ์ ไจ๋ก็กระชับวงแขน รัดรอบเอวคนขับให้แน่นขึ้นอีกนิด ฝ่ายคุนเองก็อมยิ้มแล้วเฝ้ามองเด็กข้างบ้านด้วยความเอ็นดูไปตลอดทาง

การได้นั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ครั้งนี้ทำให้ไจ๋ตระหนักว่า เขาสามารถไปวัดกลางได้โดยไม่ต้องผ่านหน้าบ้านตัวเอง หนำซ้ำยังไม่ต้องวิ่งผ่านโรงเรียนเหมือนตอนที่ป๊าเคยพาไป แค่ตรงผ่านหน้าบ้านเฮียคุน เลี้ยวเข้าถนนคู่ขนาน อ้อมด้านหลังบ้านพักแพทย์แล้วข้ามทางรถไฟไปอีกเดี๋ยวเดียว ก็จะเจอทางเข้าข้างหลังวัดกลางแล้ว

แม้บางเขย่งจะเป็นชุมชนเล็กๆ แต่จำนวนวัดในพื้นที่กลับมีมากเสียจนนับกันไม่หวาดไม่ไหว วัดที่คนส่วนใหญ่รู้จักเป็นอย่างดีย่อมหนีไม่พ้นวัดตะเคียนเดี่ยว วัดตะเคียนเดี่ยวตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำส่วนอีกด้านเป็นทางรถไฟ ซึ่งชื่อของวัดแห่งนี้ถูกใช้เป็นชื่อของโรงเรียนอนุบาล ประถม (ที่ไจ๋เรียนอยู่) รวมถึงโรงเรียนมัธยมที่อยู่อีกฝั่งถนนอีกด้วย ส่วนวัดกลางที่ตั้งอยู่ใกล้กับโรงพยาบาล เป็นวัดที่มีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่สมชื่อ ถึงอย่างนั้น วัดกลางกลับเป็นขวัญใจของชาวบางเขย่งที่รักความบันเทิง เพราะทุกครั้งที่วัดกลางจัดงานบุญ ผู้จัดงานมักจะจ้างนักร้องลูกทุ่ง หมอลำ ลิเก และลำตัดมาสร้างความสนุกสนาน (รวมถึงสร้างรายได้ให้แก่วัด) แบบครบครันจนงานบุญของวัดอื่นๆ แทบไม่มีใครพูดถึง

“เอ้า หยิบกันคนละขันแล้วเอาหยอดใส่บาตรตรงหน้าพระพุทธรูปข้างหน้าโน่น เสร็จแล้วไปเจอกันตรงโน้นนะ เดี๋ยวพี่จะพาไปไหว้พระ”

“ครับ”

ทันทีที่สั่งความกับพวกเด็กๆ เสร็จ หาญกล้าก็เดินแยกไปหย่อนเงินใส่ตู้ทำบุญแล้วเลือกดอกไม้ธูปเทียนเตรียมรอท่า ไจ๋มองหน้าคุนสลับกับแผ่นหลังของหาญกล้างงๆ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร พอเฮียคุนหยิบขันใส่เหรียญใบหนึ่งแล้วเดินไปต่อท้ายแถวในเต็นท์ข้างหน้า เขาก็ทำตาม และแน่นอนว่าเมื่อเด็กข้างบ้านโปรยเหรียญลงในบาตรใบเล็กที่เรียงรายอยู่ด้านหน้าพระพุทธรูปขนาดเท่าไม้บรรทัดหลากหลายปาง ไจ๋ก็เอาบ้าง แต่ก็ไม่วายสงสัยอยู่ดี

“เฮียคุนหยอดทีกี่ระ เหรียญ”

“แล้วแต่” ลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยวอมยิ้ม “ส่วนใหญ่เฮียจะกะให้พอดีกับจำนวนบาตรอะ”

ไจ๋ชะโงกหน้ามองไปจนสุดแถว เมื่อกะได้แล้วว่ายังมีบาตรวางเรียงรายรอตนอยู่อีกหลายใบ หัวใจดวงน้อยๆ ก็เริ่มไหวหวั่น ทำไงดี ไจ๋ลืมไปแล้วว่าเมื่อกี้หยอดเหรียญไปเยอะไหม แล้วเหรียญที่เหลืออยู่ในขันจะพอหรือเปล่า

กว่าจะไหวตัว รู้แกวว่าควรทำอย่างไร บาตรใบเล็กที่ตั้งอยู่ด้านหน้าพระพุทธรูปปางไสยาสน์ก็ได้เหรียญจากไจ๋ไปน้อยกว่าพระพุทธรูปองค์ก่อนหน้าหลายเท่าจนคนที่เดินอยู่ข้างหน้าอดพูดขึ้นไม่ได้

“แต่พระประจำวันเกิด เฮียจะใส่เยอะหน่อย” คุนเหล่มองไจ๋ เห็นอีกฝ่ายทำหน้างงๆ เลยถามขึ้นเบาๆ “ไจ๋เกิดวันไหน”

“วันพึหัส” ลูกชายร้านชำตอบซื่อๆ

“แล้วรู้ไหมว่าองค์ไหนเป็นพระประจำวันพฤหัส” คุนอมยิ้มเมื่อเห็นเด็กข้างบ้านส่ายหัว เด็กชายจึงบุ้ยใบ้ให้เจ้าตัวมองตามสายตาตนเองไปยังเป้าหมายที่ถูกต้อง “ปางสมาธิ อยู่ข้างหน้านี่แหละ” สิ้นคำ คุนก็หยอดเหรียญลงในบาตรแล้วก้าวเดินต่อไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้าด้วยตั้งใจรอคนที่กำลังมะงุมมะงาหราอยู่ด้านหลัง

“เฮียคุนเกิดวันไหน” ไจ๋นับเหรียญเศษสลึงในขันอย่างตั้งใจ เมื่อนับได้ครบห้าเหรียญจึงค่อยโปรยลงในบาตรอย่างระมัดระวัง

“วันเสาร์” ฟังคำตอบของเฮียคุนแล้วไจ๋ก็ชะโงกหน้ามองหาพระประจำวันของเพื่อนข้างบ้าน แต่ก็จนใจเพราะหาอย่างไรก็ไม่เจอ สีหน้าเหลอหลาของเด็กน้อยทำเอาคุนหลุดยิ้ม “ปางนาคปรก เดี๋ยวพอไจ๋เห็นก็รู้เองแหละว่าองค์ไหน”

“เฮียคุนเกิดวันที่เท่าระ ไร”

“ยี่สิบสามตุลา” คนพูดยิ้มมุมปากก่อนจะพูดล้อเล่นอย่างอารมณ์ดี “เฮียเกิดวันปิยะ เลยชื่ออารยะ”

“ทำไมอะ” ไจ๋เลิกคิ้ว ชะโงกหน้ามองเพื่อนข้างบ้านอย่างตั้งอกตั้งใจ

“ก็ยะ ยะเหมือนกันไง ถ้าไจ๋เกิดวันนี้ ไจ๋ก็น่าจะชื่อตั้งใจยะล่ะมั้ง”

“ระ เหรอ” เด็กชายทำตาโต ซึ่งเมื่อดูจากสีหน้าของเจ้าตัวในตอนนี้ก็พอจะบอกได้ว่า ไจ๋เชื่อสิ่งที่เพิ่งได้ยินไปแล้วเกือบร้อยเปอร์เซนต์

“เฮียล้อเล่น” เพราะสองมือไม่ว่าง คุนจึงพาดแขนขึ้นเหนือกระหม่อมบางๆ ของเพื่อนข้างบ้านก่อนจะใช้ท้องแขนขยี้หัวไจ๋เบาๆ แล้วเอ่ยเสียงอ่อน “อย่าเชื่อนะ”

ไจ๋ย่นจมูกใส่คู่สนทนาหนึ่งทีก่อนที่คำถามข้อใหม่จะผุดขึ้นในหัว “ทำไมพี่กล้าไม่มาทำบุญด้วยกัน”

“พี่กล้าบอกว่าไว้ค่อยทำรอบหน้า”

“พี่กล้าจะมาอีกไง” พอได้ข้อมูลเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ ไจ๋ก็ชักจะใจป้ำ เริ่มไม่นับเหรียญก่อนหย่อนลงในบาตรอีกแล้ว

“ไม่รู้สิ คงงั้นมั้ง” คุนยักไหล่ก่อนเอ่ยเตือนคนเดินตามหลัง “จะถึงพระประจำวันเกิดไจ๋แล้วนะ”

“อื้อ” ไจ๋รับคำพร้อมกับกอบเหรียญขึ้นมากำใหญ่ คุนเห็นสีหน้าท่าทางจริงจังของเด็กข้างบ้านแล้วก็อดขำไม่ได้ ซ้ำยังต้องกลั้นขำหนักไปกันใหญ่หลังจากได้ยินเสียงเหรียญร่วงกราวยาวนานราวกับไร้จุดสิ้นสุด

ไม่นานหลังจากนั้น ทั้งคู่ก็หยอดเหรียญจนครบ อีกทั้งยังเลยไปไหว้พระประธานประจำวัด ปิดท้ายด้วยการไปสอยดาวจนได้หนังสือสวดมนต์ติดมือมาคนละเล่ม เมื่อเสร็จสิ้นกิจการงานบุญ หาญกล้าก็เดินนำพวกเด็กๆ ไปเดินดูซุ้มต่างๆ ตามแต่จะร้องขอ


ออฟไลน์ Malimaru

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1499
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +281/-4
    • facebook
Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 20 || P.5 ||30.12.2019 ✤
«ตอบ #127 เมื่อ30-12-2019 15:24:33 »


“หมดแรงกันหรือยัง” ใบหน้าชื้นเหงื่อกับแก้มแดงแจ๋ของพวกเด็กๆ ทำเอาหาญกล้าคลี่ยิ้มบางอย่างเห็นใจ แม้ระยะนี้ที่บางเขย่งจะยังมีฝนโปรยปราย แต่บ่ายวันนี้อากาศกลับร้อนอบอ้าวแบบที่ต่อให้พวกเขาจะเดินลัดเลาะไปตามร่มเงาของซุ้มทั้งหลาย แต่สุดท้ายก็ยังสู้ไอร้อนที่สะท้อนขึ้นจากพื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าไม่ไหวอยู่ดี ที่สุดแล้ว หาญกล้าจึงพาทั้งคุนและไจ๋มานั่งกินน้ำกินขนมกันที่โป๊ะริมน้ำตรงท้ายวัดเพื่อคลายร้อน

“ยังครับ” คุนตอบเสียงเบาก่อนจะยื่นหน้าไปดูดน้ำตาลสดในถุงที่ไจ๋ถืออยู่ ส่วนไจ๋เองก็หยิบขนมเบื้องไส้หวานในมือเพื่อนข้างบ้านไปเคี้ยวหยับๆ

“พี่กล้ายิงปืนแม่นจัง ยิงเข้าตรงกลางทีเดียวหมดแม็กละ เลย” ตั้งแต่เดินออกจากซุ้มยิงปืนมาจนถึงตรงนี้ ลูกชายร้านชำก็ยังชมหาญกล้าไม่ขาดปาก แม้จะเคยเดินเที่ยวงานวัดมาก่อน แต่ป๊าไม่อนุญาตให้ไจ๋เฉียดเข้าใกล้ซุ้มยิงปืนอัดลมเลยสักครั้ง ซ้ำร้ายตัวไจ๋เองก็กะระยะได้ไม่แม่นยำจึงพานไม่สนใจการละเล่นเหล่านี้ไปโดยปริยาย กระทั่งซุ้มปาลูกโป่ง เด็กชายก็ไม่เคยเหลียวตาแลเลยสักนิด

“ของอย่างนี้หัดบ่อยๆ เดี๋ยวก็เก่งเองแหละ” คนพูดมองหน้าเด็กชายทั้งสองสลับกัน “หิวกันหรือยัง”

“ยังครับ” คุนตอบก่อนจะหันไปหาไจ๋ “ไจ๋หิวไหม”

“หึ” ลูกชายร้านชำส่ายหัวพลางยัดขนมเบื้องที่เหลือเข้าปากคำโตจนครีมไข่ขาวเปื้อนมุมปาก ภาพดังกล่าวทำเอาคนมองยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ กระนั้นคุนกลับไม่ได้ออกปากเตือนน้องเล็กเพราะดูท่าว่า หากขนมเบื้องไม่หมด เจ้าตัวคงไม่หยุดกินง่ายๆ

ไม่เป็นไร ไว้ให้กินเสร็จก่อนแล้วค่อยเช็ดให้ทีเดียว
 
“แล้วเดี๋ยวจะไปเดินไหนกันต่อ” หาญกล้าลองโยนหินถามทางเพื่อจะได้กะเวลาที่จะพาพวกเด็กๆ กลับบ้านได้คร่าวๆ

“ไจ๋อยากไปเล่นชิงช้าสวรรค์หรือม้าหมุนไหม”

ไจ๋กัดปากพลางนิ่งนึกเพียงชั่วอึดใจ จากนั้นจึงเอ่ยพลางหยิบขนมเบื้องที่เฮียคุนถืออยู่มาอีกหนึ่งชิ้น “เฮียคุนไปไหน ไจ๋ก็ไปอันนั้นอะ”

“งั้นไปกินต่อบนชิงช้าสวรรค์แล้วกัน ตอนนี้คนยังไม่เยอะ ไม่ต้องรอคิวนาน” คุนชักมือที่ถือถาดขนมเบื้องเข้าหาตัวก่อนจะหลุดปากหัวเราะพรืดเมื่อเห็นดวงตากลมโตคู่หนึ่งเคลื่อนตามถาดขนมเบื้องคล้ายกับเงา ที่สำคัญ ดูเหมือนว่าเจ้ากระต่ายตัวน้อยจะไม่ทันรู้ตัว เพราะยังพูดตอบเขาแจ้วๆ ทั้งที่ปากกำลังเคี้ยวขนมอยู่ตุ้ยๆ

“อื้อ ก็ได้”
.
.
.
.
“กลัวหรือเปล่า” คุนถามคนที่แม้จะขึ้นมานั่งบนชิงช้าสวรรค์แล้วก็ยังกินขนมไม่หยุดปาก

ไจ๋เหลือบมองหลังคาผ้าใบของซุ้มงานวัดกับผู้คนที่เดินกันขวักไขว่อยู่บนพื้นด้านล่างอยู่อึดใจก่อนจะหันกลับมาส่ายหัวให้เฮียคุนอย่างไม่ยี่หระ “หึ ม่ายกลัว”

ยิ่งเด็กข้างบ้านกินอย่างเอร็ดอร่อย คุนก็ยิ่งดีใจที่ลงทุนซื้อขนมเบื้องมาตั้งสามสิบบาท ขืนซื้อมาน้อยกว่านี้คงไม่พอเลี้ยงลูกกระต่ายช่างกินแน่ๆ

“เฮียคุนกลัวไง?”

“ถ้ากลัวจะชวนเหรอ”

“แฮ่ จริงด้วย” ไจ๋ทำหน้าทะเล้นซ้ำยังยิ้มยิงฟันหลังเพิ่งตวัดลิ้นเลียคราบครีมขนมเบื้องสีขาวตรงมุมปากไปหมาดๆ คุนหัวเราะร่วนกับภาพชวนหัวตรงหน้า แปลกเหลือเกิน ตั้งแต่ก้าวเท้ามุดเข้ากระเช้ามา เขายังไม่อาจละสายตาไปจากใบหน้าอิ่มเอมของเพื่อนข้างบ้านหลังกินของอร่อยได้สักวินาที

“กินไม่หยุดแบบนี้กลับไปจะกินข้าวลงไหมเนี่ย”

“อื้อ!” ลูกชายร้านชำพยักหน้าหงึกหงัก แต่ไม่นานความเร็วในการกินขนมเบื้องก็ตกลงอย่างเห็นได้ชัด

“ไม่กินแล้วเหรอ” คุนมองเด็กข้างบ้านอย่างหวั่นใจ... ทำไมอยู่ๆ ไจ๋ก็ไม่กินขนมแล้วล่ะ

“อิ่มละ แล้ว”

ลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยวเปรยเสียงต่ำพลางหรี่ตามองคู่สนทนาอย่างจับผิด “อิ่มหรือกลัวกลับไปกินข้าวไม่ไหว”

ไจ๋ทำปากจู๋พลางมองเฮียคุนตาปริบๆ “วันไหนไปบ้านเฮีย หม่าม้าชอบบ่นว่าไจ๋กินข้าวน้อย”

คุนหลุดหัวเราะเสียงดัง แต่ถึงจะชอบใจกับคำตอบของไจ๋สักแค่ไหน เด็กชายก็ยังจะแกล้งหยอกเย้าอีกฝ่ายอยู่ดี “งั้นต่อไปเวลาไจ๋มาบ้านเฮีย เฮียจะไม่แบ่งขนมให้กินอีก หม่าม้าไจ๋จะได้ไม่บ่น ดีมะ”

ไจ๋ยู่ปากพลางส่ายหัวไม่ยินยอม “ไม่เอา ขนมที่แม่เฮียทำอะระ หร่อย”

เรื่องอะไร น้านันทำขนมอร่อยจะตาย ขืนต้องนั่งดูเฮียคุนกินอยู่คนเดียว ไจ๋คงต้องตายเพราะความหิวแน่ๆ
 
“แล้วไจ๋จะทำยังไง”

“ไจ๋จะกินน้อยๆ ”

“จริงอะ”

“อื้อ!” ไจ๋พยักหน้าพลางจ้องตากับเฮียคุนอย่างไม่เลี่ยงหลบ

เพื่อขนมของน้านันและเพื่อความสบายใจของหม่าม้า ไจ๋สัญญาว่าไจ๋จะกินน้อยๆ แต่กินบ่อยๆ หน่อยก็แล้วกัน

“แล้วนี่จะกินอีกไหม” คุนชูถุงขนมเบื้องขึ้นตรงหน้าคนที่นั่งตรงข้าม สายตาเป็นประกายบ่งบอกความถูกใจของอีกฝ่ายเรียกรอยยิ้มให้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายหล่อเหลาของเด็กชายในชั่วพริบตาเดียว “หรือจะให้เฮียเอากลับบ้าน”

“กิน!”

สีหน้ากระตือรือร้นกับดวงตาวาววับของไจ๋เรียกเสียงหัวเราะจากคุนได้ชะงัด ซ้ำเจ้าตัวยังอารมณ์ดีเสียจนหยิบขนมเบื้องชิ้นใหม่ป้อนให้ถึงปากเด็กกินขนมเก่งเลยทีเดียว

•✤•TBC•✤•

เห็นไหมคะ เราบอกแล้วว่าถ้าพ้นเรื่องป๊ามาได้
นิยายเรื่องนี้ก็หวานชื่นรื่นรมย์จะตาย ดูอย่างตอนนี้ก็ได้ เด็กผู้ชายเค้าชวนกันไปเดต
ไปทำบุญร่วมชาติ แถมยังมีป้อนขนงขนมกันอีก งุ้ย!
แต่!... ถ้าใครยังไม่ชินกับความมุ้งมิ้งของเฮียคุนกับไจ๋
ขอได้โปรดทำใจรอรับความน่ารักของพวกเด็กๆ ไว้ล่วงหน้าเลยนะคะ
เพราะจนกว่าจะถึงปมดราม่าตรงท้ายภาค
ลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยวจะขยันเติมน้ำตาลให้ลูกกระต่ายรัวๆ
จนทุกคนน่าจะเหม็นความรักไปเลยค่ะ 555
 
สำหรับชาวทวิตภพทั้งหลาย อย่าลืมติดแท็ก #พิษข้างบ้าน เวลาทวิตหวีดนิยายเรื่องนี้นะคะ
เพราะเราจะตามไปชวนคุย ชวนเม้าท์เฮียคุนกันค่ะ
ขอให้ทุกๆ คนได้ส่งท้ายปีอย่างมีความสุข ปลอดภัย ใครที่ต้องเดินทาง ก็ขอให้ถึงที่หมายอย่างสวัสดิภาพ
ได้ใช้เวลากับคนที่รัก ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่นะคะ
ส่วนปีที่จะถึง เราก็ขอให้เป็นอีกปีที่ดี ขอให้ทุกคนร่ำรวยทั้งเงินทอง ความสุข และพละกำลังทางกายใจนะคะ
รักคนอ่านทุกๆ ท่านค่ะเช่นเดิมค่ะ
 ทางเข้าเพจเรา (กดตรงนี้ได้เลยค่ะ ^^)


•✤K.แป้ง/Alternative:•✤•
บ้า! คุณแป้งล่ะก็ คิดมาก! ก็แค่เด็กผู้ชายหยอกล้อกันตามประสาเองค่ะ ไม่ได้มีเจตนาชู้สาวใดๆ เกี่ยวพันเลยค่ะ (หลบตา)
เฮียคุนก็แค่ดีกับน้องมากกว่าคนอื่น ใส่ใจดูแลเป็นห่วงกว่าเพื่อนคนไหน แล้วก็แค่ปล่อยให้น้องคลาดสายตาไม่ได้เท่านั้น
นอกนั้นเฮียคุนก็ทั่วๆ ไป ไม่ได้ทำตัวกินเต้าหู้น้องต่ายอะไร ใดๆ ทั้งสิ้นเลยค่ะ (เหรออออ 555)

เราพักเรื่องเด็กจีบกันไปก่อนนะคะ เพราะจะยังไงหลังจากนี้เราคงได้บ่นเรื่องนี้กันไปอีกนาน 555
ส่วนเรื่องที่คุณแป้งเล่นแล้วได้เรื่องนั้น ดูเหมือนจะเป็นกุศโลบายของเกือบทุกบ้านเลยทีเดียว
แรกๆ เราก็ได้เล่นน้ำฝนเฉยๆ ดีอยู่หรอกค่ะ แต่พอเราร้องขอเล่นน้ำฝนบ่อยๆ พ่อกับแม่ก็มักจะหลอกเราให้ขัดพื้นทุกที
ไอ้เราก็ไม่ทันไหวตัว เล่นน้ำฝนกับขัดพื้นกันสนุกไปเลย 555 เอาเป็นว่าตอนนั้นก็สนุกดีค่ะ ไม่รู้สึกขาดทุนอะไร
ตอนเด็กๆ ก็แบบนี้แหละเนอะ ทำอะไรก็สนุกไปหมดเลย (แต่นึกภาพบ้านคุณแป้งแล้ว เราก็แอบอิจฉานิดๆ เพราะบ้านคุณแป้งสวยมาก ถ้าได้ขัดคงแอบภูมิใจมากๆ เพราะได้ช่วยคุณพ่อคุณแม่ช่วยให้บ้านสวยขึ้นอีกนิด ^_^)
รักคุณแป้งนะคะ จุ๊บๆๆๆๆๆ มามะ มากอดกันเร้ว!!  :กอด1:


•✤•K.mab:•✤•
แหม่ เฮียคุนไม่ได้ตั้งใจหรอกค่ะ แค่เอ็นดูน้องเฉยๆ
อย่างพวกเราที่อ่านๆ กันอยู่นี่ก็เอ็นดูน้องแหละเนอะ ติดอยู่อย่างเดียวว่าไม่ได้อยู่กับน้องต่ายเหมือนเฮียคุนเขา
คนมันเห็นกันอยู่ทุกวัน ถ้าจะมันเขี้ยวจนอยากกอดอยากจูบ... เอ๊ย! อยากจับบ้างก็เป็นธรรมดา
เฮียคุนยังอุ่นได้มากกว่านี้อีกนะคะ รอดูได้เลยค่ะคุณ mab ขา (สาบานเลยว่า อ่านแล้วเบาหวานขึ้นตากันไปเลย)

โห คุณ mab เล่นน้ำฝนจนเป็นหอบเลยเหรอคะ
ตอนเด็กๆ เราก็เป็นหอบค่ะ จำไม่ได้จริงๆ ว่า มีครั้งไหนไหมที่หอบกำเริบเพราะแอบแม่ไปเล่นน้ำฝนมาหรือเปล่า
(ท่าทางเราสองคนจะเหมือนกันเรื่องเล่นน้ำฝนนะคะ บ่อยจนป่วยเป็นประจำแต่ก็ยังซ่าอยู่ดี 5555)
แต่เล่นน้ำฝนนี่สนุกจริงๆ นะคะ อยากให้ท้องฟ้าเดี๋ยวนี้สะอาดเหมือนเมื่อก่อน พวกเราจะได้ออกไปเล่นน้ำฝนกันได้อีก
อย่างไรก็ดี คุณ mab หายดีหรือยังคะ? ยังเป็นหอบอยู่อีกไหม ถ้ายังเป็นอยู่ คุณ mab ต้องดูแลตัวเองให้ดีๆ นะคะ
อย่าพยายามป่วย อย่าเป็นหวัด เพราะหวัดเป็นจุดเริ่มต้นของอาการหอบเลยค่ะ
รักคุณ mab มากนะคะ จุ๊บๆๆๆๆ  :กอด1:


•✤•K.Ac118:•✤•
เราอ่านเมนต์ของคุณ Ac118 แล้วก็ขำแรงมาก 555 รู้เลยว่าต้องพยายามหักห้ามใจสุดๆ ที่จะไม่คิดเป็นอื่น
ก็เข้าใจความยากลำบากแหละนะคะ ก็ใครใช้ให้เด็กทั้งสองคนขยันสร้างโมเมนต์ให้ใจแม่ยกหวั่นไหวบ่อยขนาดนี้ล่ะเนอะ
แถมมาตอนนี้ เฮียคุนก็ยังพาลูกกระต่ายไปเดตหวานๆ กันสองต่อสองเสียอีก (พี่กล้าถึงกับกลอกตามองบน)
อย่างไรก็ดี ขอเรียนให้คุณแม่ยกที่รักทราบว่า หลังจากนี้ เราจะหวานกันจนเบื่อไปเลยค่ะ
เพราะฉะนั้น เตรียมตัวเตรียมใจไว้เลยนะคะ เราเตือนคุณแล้ว 555

ว่าด้วยไมโล เอาจริงๆ เราไม่เคยลองชงกินเองเลยค่ะ เพราะตอนเด็กๆ เราชอบกินโอวัลตินมากกว่า
แล้วเผอิญว่า พอที่บ้านชงไมโลให้กิน รสชาติมันออกมาไม่ตรงปก เราเลยเลิกหวังกับไมโลชงเองไปเลย
เพิ่งกลับมากินอีกทีก็ตอนที่มันเป็นไอติมไมโล มีเกล็ดไมโลให้เคี้ยวด้วย อร่อยมากๆ
ส่วนไมโลชงสูตรรถโรงเรียนนี่ สำหรับเราที่อายุเท่านี้แล้ว คงกินมากๆ แบบตอนเด็กๆ ไม่ได้แล้วค่ะ
เพราะลำพังทุกวันนี้ คนข้างตัวก็บอกเราดุจะแย่แล้ว อย่ากินหวานอีกเลย จะลำบากลูกหลานเปล่าๆ
(เคยได้ยินไหมคะว่า ถ้าหมากินหวานมากๆ แล้วมันจะดุน่ะค่ะ - เราเองค่ะ จุดๆ นี้ 555)
รักนะคะคนดีของเรา อิอิ ^_^  :L2:


•✤•K.วายซ่า:•✤•
คิดถึงตอนที่ได้เล่นน้ำฝนอย่างสบายใจนะคะ อยากให้เด็กสมัยนี้ได้ลองสัมผัสประสบการณ์แบบพวกเราบ้างเนอะ ^_^
คุณวายซ่าล่ะก็ ดักทางเฮียคุนเสียหมดรูปเลย สงสัยหลังจากนี้เราต้องแอบไปกระซิบเฮียคุนเสียแล้วว่าให้หัดกระมิดกระเมี้ยนนิดนึง ไม่งั้นชาวบ้านร้านตลาดจะดูออกหมดว่าเฮียคิดไม่ซื่อกับน้องต่าย 555
ช่วงหยุดยาวคุณวายซ่ายไปไหนหรือเปล่าคะ ถ้าเดินทาง
ก็ขอให้ถึงที่หมายอย่างปลอดภัยและได้เที่ยวอย่างมีความสุขนะคะ
ไว้เจอกันปีหน้าฟ้าใหม่ค่ะ รักคุณวายซ่าที่สุดค่ะ ^_^  :mew1:


 
•✤•✤•✤•


ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3296
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 20 || P.5 ||30.12.2019 ✤
«ตอบ #128 เมื่อ31-12-2019 02:52:38 »

ตามอ่านจนทันแล้ววว  ภาวนาให้ป๊าของใจ๋ เห็นใจลูกสักที

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 368
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 20 || P.5 ||30.12.2019 ✤
«ตอบ #129 เมื่อ31-12-2019 03:42:45 »

โตไปจะยังไงเนี่ย เฮียคุนแลดูหลงน้องซะเหลือเกิน :laugh: o18 ไปไหนไม่รอดแล้วมั่งเนี่ย :hao3:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 20 || P.5 ||30.12.2019 ✤
« ตอบ #129 เมื่อ: 31-12-2019 03:42:45 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ mab

  • ชื่อ mab ไม่ได้ชื่อ map
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 772
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-0
Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 20 || P.5 ||30.12.2019 ✤
«ตอบ #130 เมื่อ01-01-2020 11:25:21 »

เฮียคุนสปอยน้องต่ายมากเลยอ่ะ
ไม่อยากจะนึกถึงตอนโต คงแซ่บ!!  :mew4: 55555

ออฟไลน์ KizzllKizz

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 266
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-1
Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 20 || P.5 ||30.12.2019 ✤
«ตอบ #131 เมื่อ01-01-2020 19:25:40 »

น้องไจ๋น่ารักจังเลยค่ะลูกกก อยากมีน้องไจ๋เป็นของตัวเอง ไม่ยกให้เฮียคุนแล้วได้มั้ยเนี่ย  :hao7:

เฮียคุนเค้าก็เอ็นดูน้องหนักมาก น้องทำอะไรนิดหน่อยก็น่ารักแล้วเนอะ อิ_อิ โตไปเฮียต้องทำงานหนักหน่อยนะ เดี๋ยวเงินไม่พอเลี้ยงน้อง เพราะดูแล้วน้องกินเก่งมากเลย แฮ่  :laugh3:

ออฟไลน์ Ac118

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 752
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +65/-0
Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 20 || P.5 ||30.12.2019 ✤
«ตอบ #132 เมื่อ02-01-2020 15:23:39 »

อารายยยคือการมองน้องไม่วางตา หยุดมองน้องไม่ได้ เก็บทุกรายละเอียดครีมติดมุมปาก ก็เล็งไว้รอเช็ดให้น้องทีเดียว แอร้~มีป้งมีป้อนขนมให้น้อง เจ้าลูกกระต่ายก็กินมุบมิบๆไม่หยุด กะเลี้ยงน้องให้เป็นเจ้าก้อนนู่มม ใช่มั้ยย

/แง๊ บิดตัวม้วนอยู่ใต้ชิงช้าสวรรค์ :-[

สวัสดีปีใหม่ค่าา ขอให้เป็นปีที่ดี มีแต่ความสุข สุขภาพแข็งแรง เฮงๆปังๆ ร่ำรวยเงินทอง การงานรุ่งเรือง โชคดีปีหนูทองนะคะ  :mc4:



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-01-2020 15:29:25 โดย Ac118 »

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2300
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +171/-6
Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 20 || P.5 ||30.12.2019 ✤
«ตอบ #133 เมื่อ05-01-2020 11:54:36 »

แหม.....เดี๋ยวนี้เฮียช่างแกล้งน้องนะ ชอบใจล่ะสิ ทั้งแกล้ง ทั้งเอ็นดู  อะไรคือมองน้องไม่วางตาขนาดน้านคะเฮีย  :hao3:

ไจ่ไจ๋ก็เชื่อเฮียไปซะทุกอย่างเลย นิดหน่อยก็เชื่อ ก็คงน่ารักน่าแกล้งจริงๆ อ่ะนะ  o18

ออฟไลน์ alternative

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2872
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +283/-3
Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 20 || P.5 ||30.12.2019 ✤
«ตอบ #134 เมื่อ05-01-2020 22:51:17 »

สวัสดีปีใหม่จ้าาาาาาาา

ขอให้มะลิ ครอบครัว และผองเพื่อนมีแต่ความสุข ร่างกายแข็งแรง เขียนนิยายลื่นปรู้ดปร๊าด นิยายทุกเรื่องขายดีเป็นเทน้ำเทท่า *กอดแน่นมาก*  :กอด1:


คุณคือรู้ทางไจ๋มาก ล่อลวงน้องด้วยของกินกับของเล่น ส่วนไจ๋ไม่ต้องทำอะไร แค่มองเฮียตรง ๆ แล้วกระพริบตา เฮียก็เหลวเป็นไอติมกลางแดดเดือนเมษา  ชนะเลิศเจ้ากระต่ายน้อยของป้า

ออฟไลน์ Malimaru

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1499
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +281/-4
    • facebook
Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 21 || P.5 ||06.01.2020 ✤
«ตอบ #135 เมื่อ06-01-2020 21:48:30 »

- 21 -


“กลับบ้านไปกูจะเล่นเกมให้ฉ่ำเลย” ริวอิจิถูมือพลางเหม่อมองไปไกลอย่างหมายมั่น

“หึ!” คุนแค่นขำในลำคอ ทั้งที่เมื่อกี้ยังบ่นปวดหัวเพราะทำข้อสอบไม่ได้อยู่แท้ๆ แต่พูดไปพูดมา เจ้าตัวกลับวกเข้าเรื่องเล่นเกมได้หน้าตาเฉย ดูทรงแล้ว เพื่อนสนิทเขาคงจะตั้งความหวังกับช่วงเวลากว่าสามอาทิตย์ที่จะได้หยุดอยู่บ้านไว้มากจริงๆ “มึงอย่าลืมทำการบ้านปิดเทอมนะเว่ย”

ริวอิจิทำหน้าเหยเกพลางถอนหายใจจนไหล่ลู่ ท่าทีกระฉับกระเฉงเมื่อครู่หายวับไปในพริบตาภายหลังจากได้ฟังคำพูดเตือนสติของเพื่อน “โห่ ยังไม่ทันปิดเทอมเลย มึงจะพูดเรื่องการบ้านทำไมวะ” เด็กชายโอดครวญพลางเตะขวดน้ำที่หล่นอยู่บนพื้นลอยละลิ่ว ปลิวไปตกกลางถนน เมื่อเห็นมันถูกล้อของรถกระบะที่เพิ่งวิ่งผ่านไปบดขยี้จนบี้แบน ความรู้สึกอัดอั้นตันใจเมื่อเผลอนึกถึงการบ้านปิดเทอมก็พลันลดทอนลงอย่างน่าอัศจรรย์

“รอบนี้กูไม่ให้ลอกนะ บอกก่อน”

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวกูไปลอกไอ้ปอเอา” ริวอิจิทำหน้าไม่ยี่หระ

ฟังคำเพื่อนแล้วคุนก็แอบชำเลืองมองไปยังลูกกระต่ายที่เดินตามหลังมาอย่างเงียบๆ ทั้งคู่สบสายตากันอยู่เสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะยกมุมปากขึ้นน้อยๆ แล้วก็ส่ายหัว ทำหน้าอ่อนอกอ่อนใจคล้ายจะบอกกับไจ๋ว่า อย่าได้หลงทำตามที่ริวเพิ่งพูดไปเป็นอันขาด เนื่องจากปอเองก็คงเร่งทำการบ้านเอาวันสุดท้ายไม่ต่างกัน

ทว่าทันทีที่เห็นเด็กข้างบ้านคลี่ยิ้มหวาน ซ้ำยังพยักหน้าน้อยๆ คล้ายกับเข้าใจ คุนก็ครึ้มใจจนนึกอยากรีบทำการบ้านปิดเทอมให้เสร็จเสียแต่เนิ่นๆ เพื่อที่เพื่อนอีกสองคนจะได้มีต้นฉบับการบ้านให้ลอกส่งครู

เด็กชายทั้งสามคนเดินตามกันมาถึงทางแยกเข้าตลาด เมื่อนั้น ริวอิจิก็ทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกอะไรได้ เจ้าตัวจึงเอ่ยทิ้งท้ายกับเพื่อนสนิทก่อนจะร่ำลากัน “เออมึง อาทิตย์หน้ากูจะไปกรุงเทพกับพ่อ มึงอยากได้อะไรปะ”

คุนส่ายหัว “ไม่อะ”

“ไม่มีเลยเหรอ” ริวอิจิถามย้ำ สองมือกระชับสายกระเป๋าเป้พลางหรี่ตามองเพื่อน เด็กชายจงใจต่อเวลาให้คุนได้คิดดีๆ อีกรอบ เพราะกรุงเทพฯ ไม่ได้อยู่ใกล้ๆ เกิดอีกฝ่ายนึกอยากได้ของบางอย่างที่ไม่มีขายในบางเขย่ง เขาจะได้บอกให้พ่อหาซื้อให้จากนั้นจึงค่อยหิ้วกลับมาฝากเจ้าตัวในภายหลัง

คุนยักไหล่แล้วตอบคำเสียงเรียบ “ไม่มี”

สีหน้านิ่งสนิทของเพื่อนทำเอาคนหวังดีถอดใจ ริวอิจิเบี่ยงเท้าตั้งท่าจะปลีกตัวไปยังท่ารถสองแถวในตลาด “งั้นกูไปก่อนนะ ไว้กูโทรหา”

“เออ” ลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยวพยักหน้าให้เพื่อนที่ค่อยๆ สืบเท้าเดินถอยหลังจากไป

“เจอกันเปิดเทอมเว่ย!” ริวอิจิโบกมือหย็อยๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปตามทางเข้าตลาด

คุนหยุดมองส่งเพื่อนสนิทจนเจ้าตัวเดินลับสายตา จากนั้นจึงหันไปผงกหัวเรียกเด็กข้างบ้านที่ยืนจ๋องเยื้องไปทางด้านหลังคล้ายกับไม่มีตัวตน ฝ่ายไจ๋ที่เมื่อเห็นสัญญาณของลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยว เด็กชายก็เร่งฝีเท้าขึ้นมาเดินตีเสมอเหมือนทุกวัน ทั้งคู่เดินเคียงกันไปจนถึงสี่แยกปากซอยเข้าบ้าน ทว่าขณะกำลังหยุดรอจังหวะข้ามถนน จู่ๆ ไจ๋ก็เขย่าแขนคุนพลางทำหน้าตื่นเต้น “เฮียคุน”

“หืม?” ลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยวจับจ้องสีหน้าแตกตื่นของลูกกระต่ายด้วยความฉงนใจ

ไม่รู้ไจ๋เป็นอะไร อยู่ดีๆ ก็ทำตาลุกวาวราวกับเห็นของชอบวางอยู่ตรงหน้า

“เซเว่นเปิดแล้ว!” ไจ๋เอ่ยด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นพลางชี้นิ้วนำสายตาเพื่อนข้างบ้านให้มองไปยังอีกฟากถนน

บริเวณพื้นถนนริมทางเท้าตรงปากซอยบ้านของพวกเขา ณ เวลานี้มีทั้งรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์จอดกันแน่นขนัด แถมยังมีผู้คนเดินกันขวักไขว่คล้ายกับไม่กลัวยวดยานที่สัญจรผ่านไปมาเลยแม้แต่น้อย ภาพความคึกคักซึ่งปรากฏอยู่ตรงหน้าบอกกับพวกเขาว่า ชาวบางเขย่งให้การต้อนรับร้านสะดวกซื้อชื่อดังแห่งนี้อย่างล้นหลาม

“ข้ามถนนแล้วไปดูกัน”

“อื้อ” ไจ๋พยักหน้ารับพลางชะเง้อคอมองดูผู้คนฝั่งตรงข้ามอย่างคาดหวัง

วันนี้พวกเขายืนรอไฟแดงไม่นาน เพียงชั่วอึดใจเท่านั้นก็ได้ข้ามถนนแล้ว แต่แทนที่จะเดินตรงเข้าซอยบ้านเหมือนทุกวัน ทั้งคู่กลับสืบเท้าก้าวตามรอยคนกลุ่มใหญ่มุ่งหน้าตรงไปยังจุดที่พลุกพล่านที่สุด ไจ๋จำได้ว่าเมื่อก่อน ตอนที่ตึกแถวตรงหัวมุมยังเป็นร้านข้าวต้ม จะมีรถเก๋งสีแดงเก่าๆ คันหนึ่งจอดแน่นิ่งขวางหน้าร้านคล้ายกับไม่เคยเคลื่อนที่ไปไหน แต่ดูตอนนี้สิ ขนาดทางเท้า พวกเขายังแทบมองไม่เห็น

“โห คนเยอะเนอะ” คุนพยายามเดินช้าๆ เพื่อรอไจ๋ แต่เพราะทุกที่เต็มไปด้วยฝูงชนทุกเพศทุกวัย เด็กชายจึงคว้ามือเพื่อนข้างบ้านมาจับเอาไว้มั่น เสียงโฆษณาโปรโมชันที่ดังลอดลำโพงของรถแห่กระจายเสียงซึ่งจอดเรียกแขกอยู่ตรงหน้าร้านทำให้เด็กชายต้องชะโงกหน้าถามอีกฝ่ายใกล้ๆ “จะเข้าข้างในหรือเปล่า”

ขณะที่คุนหวั่นใจกับจำนวนคนที่ยืนอออยู่ตรงด้านหน้าร้านจนพานกังวลถึงความแออัดยัดเยียดด้านใน ไจ๋กลับพยักหน้าหงึกหงักอย่างนึกสนุก “อื้อ!”

ได้ยินดังนั้น ลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยวจึงจูงมือเพื่อนข้างบ้านเดินอ้อมกลุ่มคนไปเข้าร้านสะดวกซื้อจากอีกฝั่ง เมื่อทั้งคู่ก้าวเท้าเข้าด้านในร้านจึงพบว่า คนที่มาซื้อของจริงๆ มีไม่เยอะเท่าไร ส่วนไทยมุงด้านนอกน่าจะกำลังรอเล่นเกมรับของรางวัลจากบูธพริตตี้ที่ตั้งอยู่ใกล้กับประตูทางเข้าร้านสะดวกซื้อมากกว่า

ร้านสะดวกซื้อที่เพิ่งเปิดใหม่นี้ตกแต่งด้วยสีขาว เคาน์เตอร์จ่ายเงินฝั่งซ้ายมือดูสะอาดสะอ้าน อีกทั้งยังมีตู้ซาละเปากับเตาไส้กรอกหน้าตาทันสมัย ฝั่งขวามือเป็นแถวชั้นเหล็กวางสินค้าซึ่งแบ่งพื้นที่กว่าครึ่งที่เหลือให้ดูเป็นสัดเป็นส่วน คุนจูงมือไจ๋เดินผ่านตู้ไอศกรีมขนาดใหญ่ แผงหนังสือและแผงซีดีริมผนังกระจก ก่อนจะพากันเที่ยวสำรวจข้าวของละลานตาดูแปลกใหม่ ละลานตาซึ่งถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบสวยงามจนครบถ้วนทุกชั้น

เสียงสัญญาณตรงประตูที่ดังไม่ขาดสายช่วยยืนยันว่า การได้เดินดูสินค้าในห้องแอร์เย็นฉ่ำอย่างอิสระ อีกทั้งยังไม่มีใครคอยเดินตามสอดส่องผิดจากประสบการณ์เดิมๆ ที่ได้รับจากร้านชำช่างน่าเพลิดเพลินใจ คุนจึงแทบไม่แปลกใจเลยที่ใครต่อใครต่างพากันมาอุดหนุนร้านสะดวกซื้อแห่งนี้กันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง

“เฮียคุน กินสะละ เลอปี้กันมะ” แม้ไจ๋จะคุ้นเคยกับร้านสะดวกซื้อชื่อดังเป็นอย่างดี ด้วยเมื่อครั้งที่ยังเรียนอยู่ที่โรงเรียนในตัวเมือง หม่าม้ามักจะพาเขากับเจ้ต้องข้ามถนนไปซื้อขนมในเซเว่นกินรองท้องก่อนนั่งรถกลับบ้านอยู่บ่อยๆ แต่พอได้มาเดินเซเว่นกับเฮียคุนเป็นครั้งแรก ของกินที่เคยเห็นชินตาจนกลายเป็นน่าเบื่อ ก็กลับดูน่ากินขึ้นอีกหลายเท่า

“เอาดิ” เมื่อครู่นี้ตอนที่ทั้งคู่เดินผ่านมุมตู้กดน้ำอัดลม คุนจับสังเกตประกายระยิบระยับในแววตาของไจ๋ได้ ดังนั้นเมื่ออีกฝ่ายชักชวน เขาจึงไม่ปฏิเสธ ลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยวพยักพเยิดให้เพื่อนออกตัวนำหน้า ไจ๋จึงเดินไปหยิบแก้วพลาสติกใบใหญ่ที่สุดอย่างเชี่ยวชาญก่อนจะยื่นส่งให้เขาพร้อมรอยยิ้มกว้าง

“เฮียคุนกดดิ”

“ให้เฮียกดเหรอ” ลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยวเลิกคิ้วพลางมองหน้าเพื่อนอย่างแปลกใจ

“อื้อ!” ไจ๋พยักหน้าพลางก้าวเท้าไปยืนรอท่าตรงข้างตู้กดน้ำหวานเกล็ด คุนนึกขำในใจเมื่อเห็นอาการลุ้นจนออกนอกหน้าของลูกกระต่าย กระนั้นเขากลับไม่ต่อคำให้มากความ

เกล็ดน้ำแข็งรสโคล่าไหลผ่านท่อลงมาช้าๆ จากนั้นจึงทิ้งตัวลงแก้วจนเกิดเสียงดังปุ ภาพดังกล่าวทำเอาไจ๋นึกสนุกจนโพล่งขึ้นด้วยน้ำเสียงกลั้วขำ “เหมือนขี้ละ เลยอะเฮียคุน”

ข้อสังเกตที่ว่าทำเอาคนฟังพลอยหัวเราะร่วนตามไปอีกคน แต่หลังจากนั้นไม่นาน เกล็ดน้ำหวานปั่นที่ค่อนข้างเหลวกว่าในทีแรกก็ค่อยๆ ไหลรินออกมาเป็นสายอย่างสม่ำเสมอ คุนเลยอดสัพยอกไม่ได้ “ไหลโจ๊กแบบนี้สงสัยจะท้องเสีย”

“ฮ่าๆๆๆ ” ไจ๋หัวเราะกิ๊กพลางจับแก้วเคาะลงเบาๆ กับถาดรองด้านล่างเพื่ออัดน้ำหวานให้เต็มแน่นทุกอณู

“เฮ้ยๆ วางแก้วเร็ว” คุนร้องอย่างตกใจเมื่อตระหนักว่า เพื่อนข้างบ้านไม่ยอมปล่อยมือจากแก้วเสียที แต่เมื่อเกล็ดน้ำแข็งสีน้ำตาลค่อยๆ พอกพูนพ้นปากแก้ว ไจ๋ก็ยอมรามือ จากนั้นจึงถอยออกมายืนเอาใจช่วยเด็กข้างบ้านตามเดิม

“เพื่อนที่ระ โรงเรียนเก่าไจ๋กดสะละ เลอปี้ได้สูงเท่านี่แน่ะ” ไม่พูดเปล่า ไจ๋ยังยกมือทำท่าประกอบเสียใหญ่โตจนคนฟังตาเป็นประกาย

“เหรอ” คุนรับคำสั้นๆ ทว่าในใจนั้นกลับรู้สึกราวกับเพิ่งโดนท้าทายไปหมาดๆ แต่มือใหม่อย่างเขาคงต้องบ่มเพาะฝีมืออีกนาน เพราะไม่ทันไรเกล็ดน้ำหวานที่เพิ่งตั้งยอดก็ย้อยหยด ไหลล้นลงมาท่วมข้างแก้วเสียแล้ว

ด้วยความเสียดาย เด็กชายจึงยกแก้วขึ้นตวัดลิ้นชิมรสน้ำหวานโดยมีไจ๋คอยแปะมือจัดการสเลอปี้เกเรอีกฝั่งอย่างแข็งขัน ทั้งคู่กดจริง กินจริงอยู่หลายรอบ แต่ทันทีที่ลูกค้าคนอื่นๆ เริ่มมายืนมุงดูตู้กดสเลอปี้ด้วยความสนอกสนใจ ไจ๋ก็เดินนำหน้าคุนไปต่อแถวจ่ายเงิน

“ขนมจีบซาละเปาเพิ่มไหมหนุ่ม” เจ้าของประโยคดังกล่าวเป็นผู้ชายรุ่นราวคราวเดียวกับบิดาของทั้งคู่ ชายแปลกหน้าผู้นั้นคลี่ยิ้มพลางมองพวกเขาด้วยสายตาเป็นมิตร จากนั้นจึงโน้มตัวลงมารับเงินจากมือไจ๋ไปอย่างนุ่มนวล

“ไม่ครับ”

“ไว้มาซื้ออีกนะหนุ่ม”

“ครับ” ไจ๋อมยิ้มน้อยๆ แล้วรับเงินเก็บใส่กระเป๋าโดยไม่ต่อความยาวสาวความยืด จากนั้นจึงหมุนตัว เดินนำคุนไปยังประตูเลื่อนด้านหน้าร้านสะดวกซื้อ ทว่าขณะกำลังจะตบเท้าก้าวออกจากร้าน ทั้งคู่ก็เจอชื่นเดินสวนเข้ามาพอดี

“อ้าวไจ๋”

“พี่ชื่น”

แค่มองตา ชื่นก็รู้ว่าเด็กชายกำลังสงสัยว่าเพราะเหตุใดหล่อนจึงมาที่นี่ คนเป็นพี่เลี้ยงจึงอธิบายเหตุผลสั้นๆ “พี่มาซื้อของ วันนี้เฮียให้พี่มาช่วยจัดของที่ร้านใหม่”

“อ๋อ” แม้จะผงกหัวรับ แต่พอคิดถึงทำเลของร้านใหม่ที่อยู่ห่างจากปากซอยบ้านไปพอสมควร ไจ๋ก็พลันขมวดคิ้วด้วยคิดไม่ตกว่าเพราะเหตุใดที่พี่เลี้ยงถึงเดินมาซื้อของไกลถึงนี่ แต่เพราะชื่นชิงต่อบทสนทนาขึ้นเสียก่อน เด็กชายจึงปัดข้อกังขาทิ้งไปโดยพลัน

“กำลังจะกลับบ้านกันเหรอ” หญิงสาวมองไจ๋สลับกับเด็กชายจากบ้านข้างๆ ทั้งคู่ยังสะพายเป้ติดแผ่นหลัง หล่อนจึงพอจะคาดเดาคำตอบของลูกเจ้านายได้ล่วงหน้า

แน่นอน ไจ๋ย่อมไม่ทำให้พี่เลี้ยงผิดหวัง เด็กชายผงกหัวเบาๆ ก่อนจะฉีกยิ้มยิงฟันอวดทั้งตนเองและเพื่อนข้างบ้านกับพี่เลี้ยงอย่างภาคภูมิใจ “ช่าย”

“เดินกลับบ้านกันดีๆ นะ ระวังรถด้วย”

“อื้อ”

ทันทีที่ไจ๋ส่งเสียงรับคำในลำคอ ชื่นก็บ่ายหน้าเข้าไปมองหาสิ่งของที่เจ้านายสั่งให้ซื้อกลับไปที่ร้าน ฝ่ายไจ๋เองก็เดินตามเฮียคุนออกไปจากร้านสะดวกซื้อ ทว่าหลังจากขาทั้งสองข้างก้าวพ้นชายคาเซเว่นได้เพียงอึดใจ ลูกชายร้านชำก็หยุดยืนมองพี่เลี้ยงทิ้งท้าย ภาพของคนคุ้นเคยขณะกำลังเดินเลือกซื้อของในร้านอื่นที่ไม่ใช่บ้านตัวเองดูช่างแปลกตาเสียจนไจ๋ไม่รู้ว่าจะอธิบายความรู้สึกในเวลานี้อย่างไร

“เป็นอะไรรึเปล่า” เห็นไจ๋จดจ้องมองเข้าไปในร้านสะดวกซื้ออยู่นานสองนาน คุนเลยอดถามขึ้นไม่ได้ คนถูกถามส่ายหัวก่อนจะเบือนหน้ากลับมาสบตากันพร้อมรอยยิ้ม ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวจึงยื่นมือให้เพื่อนข้างบ้านจับพลางเอ่ยชักชวน “ไป กลับบ้านกัน”

“อื้อ” ไจ๋จับมือคุนแล้วไกวเบาๆ ทั้งคู่หลบหลีกกลุ่มคนที่เพิ่งเดินข้ามถนนตรงมายังร้านสะดวกซื้อสาขาแรกประจำบางเขย่งแล้วเลี้ยวขวา ตรงเข้าซอยบ้าน เมื่อภาพความวุ่นวายเมื่อครู่กลายเป็นฉากหลัง คุนก็เปรยขึ้นเบาๆ พร้อมกับส่งแก้วหวานเย็นให้ไจ๋ “ร้านใหม่ของป๊าไจ๋ขายอะไรเหรอ”

“ก๋วยเตี๋ยว”

คำตอบของเด็กข้างบ้านทำเอาลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยวถึงกับสะบัดหน้าหันกลับไปมองคู่สนทนาด้วยสายตาเหลือเชื่อ  “ก๋วยเตี๋ยวเหมือนบ้านเฮียน่ะนะ” แม้จะเคยได้ฟังบิดาเล่าถึงเรื่องเก่าๆ ในอดีต แต่คุนกลับคิดไม่ถึงเลยว่า พ่อแม่ไจ๋จะตั้งแง่ วางตัวเป็นคู่แข่งกับบ้านเขาไม่เลิก

เฮ้อ ทั้งที่มีอย่างอื่นให้ทำตั้งเยอะแยะ แต่สุดท้ายกลับเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวเหมือนกันเสียอีก
 
“อื้อ!” ไจ๋ไม่รู้ว่าเฮียคุนคิดอะไรอยู่ เด็กชายจึงมัวแต่ลิ้มรสหวานเย็นในแก้วอย่างเพลิดเพลินก่อนจะบรรยายถึงที่มาของธุรกิจใหม่ของครอบครัวด้วยน้ำเสียงสบายๆ ไร้ซึ่งอารมณ์แอบแฝงใดๆ ทั้งสิ้น “หม่าม้าทำไก่พะละ โล้อะระ หร่อย ป๊าละ เลยจะขายก๋วยเตี๋ยวไก่ คนอื่นจะได้กินก๋วยเตี๋ยวไก่ฝีมือหม่าม้า”

ถึงจะยังวิตกกังวล แต่สีหน้าไร้เดียงสาของลูกกระต่ายก็ทำเอาคุนเลิกสนใจเรื่องของพวกผู้ใหญ่ชั่วคราว ตอนนี้เขาชักอยากรู้เสียแล้วสิว่าไจ๋คิดยังไงกับกิจการใหม่ของที่บ้านกันแน่...

ไจ๋จะอยากรับช่วง ทำร้านก๋วยเตี๋ยวต่อจากป๊าเหมือนกับเขาไหมนะ?
 
“งั้นต่อไปร้านก๋วยเตี๋ยวก็ต้องเป็นของไจ๋กับพี่อะดิ” เพราะคุ้นเคยกับเส้นทางเดินเท้ากลับบ้านเป็นอย่างดี คุนจึงสืบเท้าไปข้างหน้าโดยไม่ต้องมองพื้นถนน ดังนั้น กรอบสายตาของเด็กชายในเวลานี้จึงมีเพียงเสี้ยวหน้าด้านข้างของเพื่อนข้างบ้านเท่านั้น

“ไม่ระ รู้อะ” ไจ๋อ้อมแอ้มพลางแลบลิ้นเล็มเกล็ดน้ำแข็งสีซีดด้านบนสุดก่อนจะดูดน้ำหวานตามอึกใหญ่จากนั้นจึงส่งแก้วคืนให้เพื่อนข้างบ้าน

หากว่ากันตามจริง ไจ๋ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า เมื่อโตขึ้น ไจ๋อยากทำอาชีพอะไร บางครั้งไจ๋ก็นึกอยากเป็นทหารบก เพราะอยากแต่งเครื่องแบบสีเขียวสุดเท่ เหมือนผู้กองยอดรักที่อาม่ากับพี่แต้วชอบดู แต่หลังจากหัวแตกเมื่อคราวก่อน หัวใจของเด็กชายก็เอนเอียงไปทางคุณหมอมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะถ้าหากป่วยไข้อีกครั้ง คุณหมอไจ๋จะได้หายากินเอง ป๊ากับหม่าม้าจะได้ไม่ต้องไปคอยนอนเฝ้าให้เหนื่อย

“เฮียอยากทำร้านต่อจากป๊านะ” คุนตักเกล็ดน้ำแข็งด้านบนเข้าปากคำใหญ่แล้วเคี้ยวกร้วมๆ เหมือนกับตอนกินข้าวไม่มีผิด

“ระ เหรอ” ไจ๋เบิกตากว้าง เด็กชายจ้องหน้าคู่สนทนาอย่างทึ่งๆ...

โตขึ้น เฮียคุนอยากขายก๋วยเตี๋ยวงั้นเหรอ?
 
“อือ” คุนอมยิ้มกับตัวเอง

สีหน้าเยือกเย็นของเพื่อนข้างบ้านซ้อนทับกับใบหน้าของป๊าตอนที่ยื่นคำขาดกับครูที่โรงเรียนเก่าว่าจะให้ไจ๋ลาออก ความคล้ายคลึงนี้บอกกับไจ๋ว่า เฮียคุนคิดมาดีแล้ว และเฮียคุนคงไม่เปลี่ยนใจไปทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่ร้านก๋วยเตี๋ยวอย่างแน่นอน

แต่เฮียคุน... ไจ๋ว่านะ คนขายก๋วยเตี๋ยวน่ะ ไม่เห็นจะเท่ตรงไหนเลย

“โตขึ้นเฮียอยากขายก๋วยเตี๋ยวไง”
คุนถอนหายใจ ส่ายหัวน้อยๆ แล้วคลี่ยิ้มบางให้คู่สนทนา “จริงๆ ตอนเด็กๆ เฮียอยากเป็นวิศวกร แต่ถ้าโตไปแล้วไม่มีใครทำร้านก๋วยเตี๋ยวต่อ ป๊าคงไม่ยอมเลิกง่ายๆ เฮียไม่อยากให้ป๊าเหนื่อย อยากให้ป๊าสบาย”

ฟังคำของเฮียคุนแล้วไจ๋ก็คิดตามเงียบๆ

ป๊าล่ะ... ป๊าจะเสียใจไหมถ้าพอโตขึ้นแล้วไจ๋กับเจ้ต้องไม่อยากทำร้านก๋วยเตี๋ยวต่อ

“อีกอย่าง เฮียเป็นพี่คนโต เฮียจะปล่อยให้น้องสาวขายก๋วยเตี๋ยวอยู่คนเดียวได้ไง”

“หือ?!...” ไจ๋ทำตาโตพลางจ้องหน้าเฮียคุนตาไม่กะพริบ “...น้องสาว?”

“ใช่” ลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยวยิ้มมุมปากแล้วยักคิ้ว ก่อนจะยื่นแก้วน้ำในมือส่งให้เพื่อนข้างบ้าน “แม่เฮียเพิ่งไปอัลตราซาวด์มา หมอบอกว่าน้องน่าจะเป็นผู้หญิง”

“อ้อ... อืม” เมื่อได้เห็นสีหน้าปลื้มปริ่มของคู่สนทนา เรื่องที่ยังคุยค้างคาก็พลันหมดความน่าสนใจไปในบัดดล ซ้ำภายในใจคนฟังยังรู้สึกแปลกประหลาด คล้ายกับหนาวๆ ร้อนๆ หวิวๆ เหมือนตอนหิวมากๆ และเพราะยังไม่อาจทำความเข้าใจความคิดของตัวเองได้ดีนัก ลูกชายร้านชำจึงไพล่คิดไปว่า เขาน่าจะกำลังอิจฉาน้องสาวเฮียคุนที่จะมีพี่ชายดีแสนดีแถมยังเจ๋งสุดๆ ไปเลย

“ป๊าบอกให้เฮียช่วยคิดชื่อเล่นให้น้อง ไจ๋ว่าน้องเฮียชื่ออะไรดี” คุนเอ่ยพลางกวาดตามองใบหน้าขาวผ่องของเพื่อนข้างบ้านอย่างช้าๆ ราวกับกำลังถอดรหัส สืบหาชื่อของน้องสาวจากดวงตากลมโต พวงแก้มเนียนนุ่ม รวมถึงริมฝีปากสีชมพูของอีกฝ่ายอย่างไรอย่างนั้น

ระหว่างที่คุนกำลังครุ่นคิดเรื่องน้องสาวอย่างคร่ำเคร่ง ไจ๋กลับรู้สึกคับข้องจนไม่กล้าสู้สายตาของเพื่อนข้างบ้าน ลูกชายร้านชำจึงเสมองข้างทางพลางเม้มปากแน่น แต่เพราะรู้ดีว่าเฮียคุนกำลังรอฟังคำตอบ เด็กชายจึงไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายต้องคอยเก้อ “ขอไจ๋ไปคิดก่อนได้ไหม”

สีหน้าคิดหนักของไจ๋เรียกรอยยิ้มของคุนได้อีกครั้ง เขาเข้าใจดีว่าเรื่องสำคัญแบบนี้ จะเร่งกันไม่ได้

“อือ ค่อยๆ คิด เฮียไม่รีบ ยังมีเวลาอีกตั้งหลายเดือน”

อย่างไรก็ดี สิ่งที่คุนใคร่ครวญอย่างเพลิดเพลินในยามนี้หาใช่เรื่องเดียวกันกับที่หัวสมองน้อยๆ ของไจ๋ให้ความสนใจ

“ถ้าไจ๋เป็นน้องเฮียคุนก็ดีสิ” ลูกชายร้านชำแอบพึมพำกับตัวเองหลังตระหนักได้ว่า อีกหน่อยเฮียคุนก็จะมีน้องสาวและตัวเขาก็อาจจะตกอันดับในไม่ช้า ดีไม่ดี อาจต้องกลับไปใช้ชีวิตเดิมๆ แบบที่ไม่มีใครยอมเล่นด้วยอีกก็เป็นได้

“เมื่อกี้ไจ๋พูดอะไรหรือเปล่า”

ลูกชายร้านชำส่ายหัวแล้วรีบเปลี่ยนเรื่อง “เฮียกินอีกสิ” ว่าแล้ว ไจ๋ก็ยื่นแก้วสเลอปี้ส่งให้เพื่อนข้างบ้านก่อนจะแสร้งเงยหน้าขึ้นชมนกชมไม้ไปตามประสา ทว่าชั่วอึดใจที่ลูกกระต่ายผินหน้ามองไปอีกทาง แววตาของคุนก็เข้มขึ้นคล้ายกับได้ยินประโยคเมื่อครู่อย่างชัดเจน

•✤•✤•✤•


ออฟไลน์ Malimaru

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1499
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +281/-4
    • facebook
Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 21 || P.5 ||06.01.2020 ✤
«ตอบ #136 เมื่อ06-01-2020 21:49:01 »

ภาพแรกที่ไจ๋เห็นเมื่อก้าวเท้าเข้าบ้าน คือ ภาพพี่แต้วกำลังนั่งบนเก้าอี้พลาสติกตัวเล็ก ข้างตัวมีถังน้ำสองใบกับผ้าขี้ริ้วผืนเล็กและแปรงขัดพื้น พอเห็นไจ๋ พี่แต้วก็วางแปรงที่ถืออยู่แล้วเงยหน้า ยิ้มให้ครู่หนึ่ง ก่อนจะขัดคราบกระดำกระด่างบนพื้นต่อ

ในที่สุด ร้านที่รับเซ้งของก็เอารถมาขนชั้นเหล็กไปทั้งหมด ตั้งแต่เกิดมา ไจ๋ชินตากับร้านชำของป๊าไม่ต่างกับตอนที่ส่องกระจกแล้วมองเห็นหน้าตัวเอง ดังนั้นเมื่อต้องเห็นพื้นที่ด้านหน้าร้านซึ่งเคยเป็นพื้นที่ค้าขายกลับคืนสู่สภาพดั้งเดิมของมัน เด็กชายจึงอดรู้สึกแปลกแยกไม่ได้

“ไจ๋ เป็นอะไรหรือเปล่า ทำข้อสอบไม่ได้เหรอ” หยู่ฮวยเห็นหลานชายเดินลากขาเข้าบ้านด้วยสีหน้าเหม่อลอย หล่อนจึงวางมือจากงานที่ทำอยู่แล้วถามขึ้นอย่างเป็นห่วงเป็นใย

เสียงของอาม่าดึงไจ๋ออกจากภวังค์ เด็กชายหันไปมองย่า เห็นหล่อนนั่งอยู่บนเก้าอี้ ด้านหน้าเป็นโต๊ะกลมตัวเล็กที่ปกติมักจะพับเก็บไว้ในซอกตรงข้างตู้เก็บของในห้องครัว บนโต๊ะปูกระดาษหนังสือพิมพ์รองใต้ชามสแตนเลสสองใบที่ด้านในมีเม็ดแปะก๊วยใส่ไว้ทั้งคู่ ในมืออาม่าถือไม้จิ้มฟัน แถมตรงหว่างขายังหนีบถังขยะพลาสติกใบย่อมเอาไว้หนึ่งใบ

ทันทีที่สบตากับย่า ไจ๋ก็เดินเซื่องๆ ไปนั่งลงข้างหล่อนอย่างเงียบเชียบ ท่าทางผิดสังเกตของหลานชายทำเอาผู้อาวุโสร้อนรุ่มในใจ “เป็นอะไร ทำไมทำหน้าแบบนั้นฮึ ข้อสอบยากหรือไง”

“ไจ๋ไม่ได้เป็นอะไร” เด็กชายส่ายหัวแกนๆ ก่อนจะเอ่ยทักขึ้นทันทีที่เห็นย่าหยิบเม็ดแปะก๊วยจากชามใบหนึ่งขึ้นมาแล้วเสียบด้วยไม้จิ้มฟันอย่างคล่องแคล่ว “ม่าทำอะไร”

แม้จะยังไม่คลายใจเรื่องหลานชาย แต่ร่างกายของหญิงชรากลับเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องและเป็นธรรมชาติ หยู่ฮวยดีดไส้ในของแปะก๊วยที่ติดอยู่ตรงปลายไม้จิ้มฟันลงถังขยะ จากนั้นจึงวางเม็ดแปะก๊วยไร้ไส้ลงในชามด้านขวามือของตัวเอง “ทำแปะก๊วย พรุ่งนี้ม่าจะต้มหนมอี๋ไหว้พระ”

“ไจ๋ช่วยนะ”

หยู่ฮวยอมยิ้ม ถ้าเป็นทุกทีหล่อนจะต้องบอกให้หลานชายขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยเสียก่อน แต่บรรยากาศอึมครึมรอบตัวไจ๋ในเวลานี้ทำให้หล่อนเพียงพยักหน้าแล้วเอ่ยสั้นๆ “ไปล้างมือก่อนไป”

“อื้อ”

หลังจากหาน้ำ หาขนมให้หลานชายกิน อีกทั้งยังเปิดไฟเพิ่มอีกหนึ่งดวง สองย่าหลานก็สานต่องานตรงหน้าอย่างขยันขันแข็ง หยู่ฮวยอาศัยจังหวะนี้ค่อยๆ ตะล่อมซักถามไจ๋ถึงสาเหตุของสภาพผิดปกติทางอารมณ์ไปทีละประเด็น “ข้อสอบยากไหม ทำได้หรือเปล่า”

“ไม่ยาก ไจ๋ทำได้” ตอบคำถามย่าแล้วไจ๋ก็นิ่งไปพักใหญ่ๆ จวบจนถึงบัดนี้ หัวสมองน้อยๆ ของเด็กชายก็ยังคงครุ่นคิดถึงเรื่องของเฮียคุนกับน้องสาวไม่หยุด สุดท้ายเจ้าตัวจึงหลุดปากเปรยขึ้นเบาๆ “อาม่า”

“ว่าไง”

“ตอนเด็กๆ อาม่าอยากมีน้องไหม”

“อยากสิ ไม่งั้นม่าจะขอให้อาเหล่ากงเก็บอากู๋ไว้ทำไม” คนเป็นย่าฉีกยิ้มกว้างพลางกวาดสายตามองไจ๋อย่างรักใคร่

บ่อยครั้งที่หยู่ฮวยมักจะเล่าถึงเรื่องสนุกๆ ในวัยเยาว์ของตนให้หลานชายฟัง หนึ่งในหัวข้อโปรดย่อมหนีไม่พ้นเรื่องครอบครัวของหล่อนในเวลานั้น หญิงชราไม่เคยเบื่อที่ต้องพูดถึงเรื่องราวในอดีตซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะไม่เพียงแต่จะทำให้ไจ๋รู้จักรากเหง้าของตัวเองดีขึ้นแล้ว การได้นึกย้อนถึงภาพความทรงจำในแต่ละช่วงชีวิต ยังช่วยนำพาความสุขในช่วงเวลานั้นๆ กลับมาสู่ตัวหล่อนด้วยเช่นกัน

“อืม” ไจ๋ครางรับในลำคอ

ไจ๋จำได้ อาม่าเคยเล่าให้เขาฟังว่า อากู๋คือน้องชายคนสุดท้องของอาม่า อากู๋เป็นเด็กตัวแดงๆ ที่อาเหล่ากงเก็บมาจากท้ายตลาด ถึงตอนนั้นที่บ้านอาม่าจะยากจน ซ้ำอาเหล่าม่าเองก็เพิ่งเสียไป แต่ด้วยความสงสารเด็กทารกที่ถูกทอดทิ้งอย่างน่าเวทนา อาม่าจึงกัดฟันช่วยทวดของไจ๋ทำงาน หาเงินเลี้ยงน้องทั้งห้าคนเท่าที่เด็กวัยสิบสองจะทำได้

“พอมีน้องเยอะๆ ละ แล้วอาม่าดีใจระ หรือเปล่า” สีหน้ายิ้มแย้มของอาม่าทำให้ไจ๋นึกถึงใบหน้าของเฮียคุนตอนพูดถึงน้องที่นอนหลับอยู่ในท้องน้านัน ไจ๋ซึ่งเป็นลูกคนเล็กและเป็นน้องชายคนสุดท้องย่อมไม่มีวันเข้าใจความรู้สึกเหล่านั้นได้ดีเท่ากับคนเป็นพี่แน่ๆ

“ดีใจสิ” หญิงชราคลี่ยิ้มบางพลางมองเหม่อ คล้ายกับกำลังเฝ้าดูภาพความทรงจำในอดีตค่อยๆ เคลื่อนผ่านม่านสายตาไปอย่างช้าๆ “ตอนที่พอมีเงิน อาเหล่ากงจะซื้อขนมสาลี่มาให้ทั้งถาด ถ้าต้องกินคนเดียว ม่าว่ามันคงไม่อร่อยเหมือนตอนแย่งกันกินกับพวกน้องๆ หรอก”

“แต่ไจ๋ไม่ชอบให้เจ้ต้องแย่งของไจ๋นี่นา” คนพูดพึมพำขณะก้มหน้าก้มตาจัดการเม็ดแปะก๊วยในมือ เด็กชายกำลังนึกเปรียบเทียบสถานการณ์ของตัวเองกับคนที่เป็นพี่อย่างอาม่าและเฮียคุนอยู่อย่างขะมักเขม้น

เป็นเพราะประโยคเมื่อครู่แท้ๆ ที่ชี้ทางสว่างให้คนเป็นย่า หยู่ฮวยจึงเอ่ยด้วยสีหน้าเข้าอกเข้าใจระคนเอ็นดูคู่สนทนาอยู่หลายส่วน “ตอนเล็กๆ ม่าก็ทะเลาะกับพวกอาอี๊ทุกวันเหมือนไจ๋กับต้องนี่แหละ แต่พอโตแล้วก็ดีกันนะ”

ไจ๋ขมวดคิ้วพลางส่ายหัวดิก “เจ้ต้องเกลียดไจ๋ ไจ๋ไม่อยากมีพี่แบบเจ้ต้อง”

เวลาเจ้ต้องพูดถึงไจ๋ เจ้ต้องไม่เคยทำหน้ามีความสุขเหมือนอาม่าหรือเฮียคุนเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะฉะนั้น ไม่ว่าใครจะพูดอย่างไร ไจ๋ก็ทำใจให้เชื่อไม่ได้หรอกว่าเจ้ต้องดีใจที่มีไจ๋เป็นน้อง

ฟังคำของหลานชายแล้วหยู่ฮวยก็นิ่งไปพักใหญ่... 

หญิงชราบอกไม่ได้ว่า จุดเริ่มต้นของความผิดพลาดนี้เกิดขึ้นเมื่อไร หล่อนรู้แต่เพียงว่า ลูกชายของหล่อนตั้งความหวังกับการมีทายาทสืบสกุลมาตั้งแต่ก่อนแต่งงาน น่าเสียดายที่ต้องจิตคือลูกคนแรกของเม้ง แม้จะปลาบปลื้มใจ แต่บุตรชายของหล่อนกลับไม่อาจรับมือกับความผิดหวังได้ดีนัก

ทว่าต่อมาไม่นาน สร้อยก็ตั้งท้องลูกคนที่สอง นับตั้งแต่วินาทีที่ไจ๋ลืมตาดูโลก เม้งก็ไม่อาจกักเก็บความรู้สึกสมใจเอาไว้ได้อีก ดังนั้นเวลาอยู่กับไจ๋ เม้งจึงมักจะแสดงถึงความสนใจและใส่ใจอย่างชัดเจนยิ่งกว่าตอนที่อยู่กับต้องจิต ยิ่งพอรู้ว่าไจ๋ติดอ่าง เม้งกับสร้อยก็พยายามชดเชยความบกพร่องให้ลูกคนเล็กจนต้องจิตค่อยๆ ต่อต้านน้องชาย นานวันเข้า ความบาดหมางระหว่างทั้งคู่ก็ยิ่งชัดเจน แต่ในเมื่อทุกอย่างดำเนินมาถึงจุดนี้ คนเป็นย่าจึงทำได้เพียงประคับประคองสถานการณ์ รวมถึงป้องกันไม่ให้พวกเด็กๆ เกลียดชังกันจนเข้าหน้ากันไม่ติดเท่านั้น

หยู่ฮวยวางมือจากงานที่กำลังทำ หล่อนลุกขึ้นไปกอดหลานพลางปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เดี๋ยวพอไจ๋โตขึ้น ไจ๋จะรู้ว่าเจ้ต้องไม่เกลียดไจ๋หรอก”

เด็กชายหลับตา ฝังใบหน้าลงบนหน้าท้องของย่าแล้วเอ่ยถามอย่างไม่มั่นใจ “จริงนะม่า”

แม้เสียงของไจ๋จะอู้อี้ ฟังแทบไม่เป็นคำ แต่หางเสียงแผ่วปลายนั้นก็ทำเอาคนฟังรู้สึกเจ็บเสียดไปทั้งอก “จริง อาม่าไม่โกหกไจ๋หรอก”

ฟังแล้ว ไจ๋ก็เอียงหน้า ซบแก้มลงบนพุงย่าแล้วผงกหัวอย่างชืดชา จนถึงตอนนี้ เขาก็ยังไม่เข้าใจตัวเองอีกทั้งยังไม่รู้ว่าควรจะจัดการกับความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอย่างไรดี กระทั่งช่วงก่อนนอนที่ลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยวบ้านข้างๆ มาตะโกนเรียกหากันเพื่อแค่จะพูดจาไม่กี่ประโยคด้วยเท่านั้น ความรู้สึกหดหู่อดสูใจทั้งหลายก็ถูกชำระออกไปจากใจของเด็กชายจนหมดสิ้น

“พรุ่งนี้เฮียจะทำการบ้านปิดเทอม อยากมาทำด้วยกันไหม”

“อยาก!”

“งั้นก็... ฝันดี พรุ่งนี้เจอกัน”

“เจอกัน!”

•✤•TBC•✤•

เย่! ลูกกระต่ายกำลังจะปิดเทอมแล้ว!!
(โห เขียนมาตั้งยี่สิบตอน พวกเด็กๆ ยังอยู่แค่ป.สาม
ไม่อยากจะนึกเลยว่า ตอนที่จิ้งจอกเด็กจับลูกกระต่ายกลืนลงท้องจะเป็นตอนที่เท่าไร 555)
แต่ถึงเรื่องนี้จะดำเนินไปอย่างเชื่องช้า เราขอรับรองว่า น้องไจ๋จะน่ารักยิ่งขึ้นจนเหล่าแม่ยกหัวใจเหลวเป็นน้ำ
ส่วนเฮียคุนก็จะรักน้อง หลงน้องแบบหัวปักหัวปำ แบบโงหัวไม่ขึ้นจนทุกคนพายเรือบาปกันถ้วนหน้าแน่ๆ ค่ะ
ใครที่เล่นทวิตเตอร์ อย่าลืมติดแท็ก #พิษข้างบ้าน เด้อ เราจะไปชวนคุย ^_^
รักคนอ่านทุกๆ ท่านค่ะเช่นเดิมค่ะ
 ทางเข้าเพจเรา (กดตรงนี้ได้เลยค่ะ ^^)


•✤K.Leenboy:•✤•
คิดถึงคุณ Leenboy จังเลยค่ะ สบายดีไหมเอ่ย?
พ่อน้องไจ๋ยังไม่ไฟเขียวง่ายๆ หรอกค่ะ
แหม...ก็นะ จะมีพ่อภรรยาที่ไหนยอมส่งมอบลูกสะใภ้ให้ข้างบ้านง่ายๆ กันล่ะเนอะ
ถ้าช่วงไหนคุณ Leenboy ว่าง อย่าลืมแวะมาทักทายกันบ้างเด้อ ^_^


•✤K.kong6336:•✤•
อ่า เราเองก็ยังไม่รู้แน่ชัดเหมือนกันค่ะว่า พอสองคนนี้โตไปจะเป็นยังไง รู้แค่ว่า ข้อสันนิษฐานของคุณ kong6336
น่าจะแม่นยำเอามากๆ เพราะลำพังตอนนี้ เฮียคุนก็หลงน้องต่ายจนไปไหนไม่รอดแล้วจริงๆ ค่ะ 555


•✤•K.mab:•✤•
อู๊ยยยย คุณ mab ขา รอชมความบันเทิงช่วงเฮียรักเฮียหลงน้องต่ายได้เลยค่ะ
เอาจริงๆ ต่อให้ยังไม่โต แต่ไอ้อาการหลงน้องอย่างรุนแรงของเฮียคุนก็จะค่อยๆ แพลมออกมา
แน่นอนว่าแม่ป้าย่อมจะมีโมเมนต์ ให้ได้พายเรือบาปกันจนเหนื่อยแน่ๆ ค่ะ
ส่วนคำถามที่ว่า ต่อไปจะแซ่บไหม... เราเองก็ยังบอกไม่ได้ค่ะ เพราะทรีตเมนต์ที่เราเขียนล่าสุด พวกเด็กๆ เพิ่งขึ้นป.ห้าเอง
(แง... จุดๆ นี้เรารู้สึกสงสารคนอ่านมาก เพราะไม่รู้ว่าจะเสิร์ฟตอนน้องต่ายถูกขย้ำให้อ่านได้เมื่อไร 555)
อย่างไรก็ดี เราจะพยายามรีบเขียนทรีตเมนต์ของภาคแรกให้เสร็จโดยเร็วที่สุดนะคะ
เผื่อว่าจะได้แอบมาสปอยล์ให้คุณ mab รู้เรื่องก่อนใครเพื่อนไง (ขยิบตา)
รักคุณ mab มากนะค้า จุ๊บๆๆๆๆๆ


•✤K.KizzllKizz:•✤•
เราขอแสดงความเสียใจกับคุณ KizzllKizz ด้วยจริงๆ ค่ะ เพราะเฮียคุนจะไม่มีวันยอมยกน้องไจ๋ให้ใครเป็นอันขาด เพราะงั้น เราคงต้องรบกวนคุณ KizzllKizz ให้ชื่นชมความน่ารักของน้องต่ายอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ ไม่งั้นจิ้งจอกเด็กอาจจะเอาน้องต่ายไปซ่อนไว้กินคนเดียวแน่ๆ

ส่วนเรื่องที่ว่าเฮียคุนต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินเลี้ยงต้อย เอ๊ย! เลี้ยงต่ายนั้น
หลักฐานมันก็พอมีค่ะ ไว้อดใจรออ่านในตอนต่อๆ ไป ก็จะจับไต๋ได้เลยว่า
เฮียคุนเริ่มทำงานตั้งแต่อายุยังน้อยเพราะอยากป้อนอาหารน้องต่ายให้เต็มที่
(อย่างไรก็ดี รบกวนคุณ KizzllKizz อดใจรอหน่อยนะคะ เพราะกว่าเฮียจะเริ่มทำงาน  จะมีเหตุการณ์หวานๆ รอให้อ่านกันอีกเยอะเลยค่ะ)
รักคุณ KizzllKizz นะคะ จุ๊บๆๆๆๆ


•✤•K.Ac118:•✤•
แหม... อ่านเมนต์คุณ Ac118 แล้วเราก็อดห่วงเจเจ้ไม่ได้
ถึงขนาดไปแอบบิดตัวม้วนอยู่ใต้ชิงช้าสวรรค์เลยเหรอคะ ไม่ทราบตอนนี้กลับจากงานวัดมาหรือยังเอ่ย?
แต่พูดก็พูดเถอะค่ะ ไอ้โมเมนต์จิ้งจอกเด็กจ้องจะกินน้องต่ายนี่มันดีจริงๆ นะคะ
และเพราะเรารู้ใจเจเจ้ข้างบ้านเป็นอย่างดี ตอนนี้ เฮียคุนเลยจ้องจะกินน้องอีกแล้วค่ะ – เย่ เรือบาปจงเจริญ!!
แต่ตอนนี้เนื้อหาอาจจะหนักนิดนึง... รอตอนหน้านะคะ รับรองว่ามีโมเมนต์ให้เจเจ้กาวอีกแน่ๆ
ขอบคุณสำหรับคำอวยพรค่ะ เราขอให้ทุกๆ คำอวยพรดีๆ ที่เราได้รับในปีนี้ บังเกิดแก่คุณ Ac118 ร้อยเท่าพันทวีเลยนะคะ


•✤•K.วายซ่า:•✤•
ใช่ค่ะ น้องต่ายน่ารักและน่าแกล้งมากๆ แถมพออยู่ใกล้ๆ ก็ทำให้คนรอบข้างหลงเอาๆ
ดูเฮียคุนเป็นตัวอย่างก็ได้ค่ะ รายนี้หลงน้องจนหาทางออกไม่เจอแล้วค่ะ
รักคุณวายซ่านะคะ จุ๊บๆๆๆๆๆ


•✤K.แป้ง/Alternative:•✤•
สวัสดีปีใหม่ค่า ขอให้คุณแป้งสุขภาพแข็งแรง จิตใจผ่องแผ้วสดใส ร่ำรวยเงินทอง ได้ท่องเที่ยวไปในที่ที่อยากไป และได้พบเจอกัลยาณมิตรรวมถึงคอนเนคชั่นที่ดีเยอะๆๆๆๆๆๆ เลยนะคะ ^_^ (กอดแน่นกว่า - เอาซี่ เกทับเลยไหมล่ะ)
ตอนสองตอนที่แล้วเนื้อหาอาจจะเบาๆ สบายๆ น้องต่ายเลยได้แสดงความน่ารักออกมาล่อลวงแม่ป้าแบบเต็มๆ
มาตอนนี้ขอเบรกอารมณ์หวานแหววด้วยเรื่องพี่ๆ น้องๆ ของทั้งสองบ้านนิดนึง
หวังว่าจะทำให้คุณแป้งและคนอ่านทุกท่านค่อยๆ มองเห็น ปูมหลังของบ้านไจ๋มากขึ้นอีกนิดเนอะ
รักคุณแป้งที่สุดเลยค่ะ จุ๊บๆๆๆๆๆ ^_^


ออฟไลน์ mab

  • ชื่อ mab ไม่ได้ชื่อ map
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 772
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-0
Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 21 || P.5 ||06.01.2020 ✤
«ตอบ #137 เมื่อ06-01-2020 23:06:35 »

อ่านถึงตอนนี้แล้วขำพ่อของไจ๋อยากมีลูกชายไว้สืบสกุล 555555 :ling1:
คุณพ่อคะ!!! โปรดรีบทำใจเสียแต่บัดเดี๋ยวนี้
เพราะคุณพ่อจะได้ลูกเขยค่ะ!! 
เว้นเสียแต่ว่าคุณพ่อให้เจ๊ต้องแต่งงาน
ละถ้ามีลูกก็ให้ใช้นามสกุลทางคุณพ่อแทน  :hao5:

ออฟไลน์ Ac118

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 752
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +65/-0
Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 21 || P.5 ||06.01.2020 ✤
«ตอบ #138 เมื่อ06-01-2020 23:58:13 »

ไจ๋ทำไมไปบอกให้เฮียเขากด(สเลอปี้)ล่ะลู๊กก จะดีเหรอออ ไม่ดีมั้งง :hao5:  /อ๊ากกก หยุดคิดเด่วนี้! วางกาวลงเด่วนี้!! :ling1:


ว่าแต่ป๊าค่ะ! นอกจากป๊าได้ลูกชายสมใจ ป๊าก็จะได้ลูกเขยที่มาจากลูกชายด้วยค่ะ! 555555

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-01-2020 00:17:40 โดย Ac118 »

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3296
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 21 || P.5 ||06.01.2020 ✤
«ตอบ #139 เมื่อ06-01-2020 23:58:42 »

ลูกกระต่ายจะเติบโตเป็นกระต่ายที่สง่างามแน่นอน

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 21 || P.5 ||06.01.2020 ✤
« ตอบ #139 เมื่อ: 06-01-2020 23:58:42 »





ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2300
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +171/-6
Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 21 || P.5 ||06.01.2020 ✤
«ตอบ #140 เมื่อ07-01-2020 08:05:35 »

เฮียรู้สึกไงคะที่น้องไจ๋อยากเป็นน้องเฮีย. ?

เฮียก็รู้สึกเอ็นดูน้องเพราะเห็นเป็นน้อง (น่าฟัด) ชิมิคะ.  :hao3: 

“งั้นต่อไปร้านก๋วยเตี๋ยวก็ต้องเป็นของไจ๋กับพี่อะดิ”  เอิ่ม....นี่คือขอน้องแต่งงานหรือจะแต่งเข้าบ้านน้องคะเฮีย.

ออฟไลน์ KizzllKizz

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 266
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-1
Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 21 || P.5 ||06.01.2020 ✤
«ตอบ #141 เมื่อ08-01-2020 09:02:39 »

เฮียคุนไม่ต้องกลัวเลยค่ะว่าน้องไจ๋จะมาเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวแข่ง เพราะที่ถูกต้องคือน้องจะอยู่เฉยๆแล้วให้หัวหน้าครอบครัว แค่กๆ อย่างเฮียคุนหาเลี้ยงนะคะ

รักน้องมั้ยคะ รักน้องต้องเลี้ยงน้องได้นะคะ แม่ขอแค่นี้

ช่วงนี้น้องไจ๋ก็จะมีความน้อยใจนิดๆ กลัวเฮียคุนจะรักน้องสาวมากกว่า หนูลูกกก น้องก็ส่วนน้อง คนรัก แค่กๆ ก็คนละส่วนกัน เฮียคุนไม่รักน้องน้อยลงหรอก ดูจากความหวานที่เพิ่มขึ้นในแต่ละตอนแล้ว เอิ่ม

 :o10:

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3739
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0
Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 21 || P.5 ||06.01.2020 ✤
«ตอบ #142 เมื่อ08-01-2020 17:16:48 »

 :3123: :pig4: :pig4: :pig4: :3123:


 o13

ออฟไลน์ Malimaru

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1499
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +281/-4
    • facebook
Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 22 || P.5 ||13.01.2020 ✤
«ตอบ #143 เมื่อ13-01-2020 20:46:15 »

- 22 -


“คุน ตื่นเถอะลูก สี่โมงแล้ว...” สุนันท์เขย่าตัวลูกชายพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงรื่นหู ภาพเลือดเนื้อเชื้อไขและเด็กชายตัวน้อยข้างบ้านซึ่งกำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงทำเอาหล่อนนึกเอ็นดูจนกลั้นยิ้มแทบไม่ไหว “...คุน ตื่นเร็ว นอนนานๆ เดี๋ยวจะปวดหัว”

สัมผัสกับน้ำเสียงอ่อนโยนของมารดาปลุกคุนจากนิทรา เด็กชายปรือตาพลางผงกหัวขึ้นมองหน้าผู้ให้กำเนิดด้วยสีหน้ามึนงง “...แม่...”

สุนันท์ยิ้มรับ อารามมันเขี้ยว หล่อนจึงใช้ข้อนิ้วหนีบแก้มของเลือดเนื้อเชื้อไขแล้วบีบเล่นอย่างไม่เป็นจังหวะพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ลุกไปล้างหน้าล้างตาแล้วลงไปข้างล่างไป”

“...อือ...” คุนครางรับในลำคอ หรี่ตามองใบหน้าของแม่ที่ลอยห่างออกไปไม่ไกล เด็กชายบิดขี้เกียจเร็วๆ ก่อนจะหมุนคอเหลียวไปอีกทาง กระทั่งกรอบสายตาจับภาพพร่าเบลอของใบหน้าขาวผ่องของเด็กข้างบ้านซึ่งกำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยวก็ซุกหน้าลงกับที่นอนแล้วลอบอมยิ้มกับตัวเอง

ที่แท้เขาก็เผลอหลับตามไจ๋ไปนี่เอง

สีหน้าง่วงงุนของลูกชายชวนให้คนเป็นแม่อดห่วงไม่ได้ สุนันท์ลูบหัวคุนแล้วเอ่ย “พรุ่งนี้ไปโรงเรียนจะง่วงแบบนี้ไหมเนี่ย”

เด็กชายไม่ตอบคำมารดา เขายังคงนอนหลับตา ดื่มด่ำโมงยามแห่งความสงบสุขสุดแสนสบายระคนเกียจคร้านนิดๆ บนเตียงนอนของตัวเองอย่างเต็มที่ แสงแดดอ่อนๆ ลมพัดเอื่อยๆ กับกลิ่นเย็นๆ ของน้ำในบึงด้านหลังบ้านทำให้จิตใจของเด็กชายปลอดโปร่งกระปรี้กระเปร่า...

พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนแล้วสินะ

“ตื่นหรือยังลูก” สุนันท์หัวเราะเบาๆ หลังจากลูกชายพลิกตัว กลิ้งมานอนหนุนตักหล่อนที่นั่งอยู่ตรงขอบเตียง เด็กชายถูหน้ากับต้นขาแม่แล้วตอบเสียงอู้อี้

“ตื่นแล้วครับ”

“ตื่นแล้วก็ลุก” หญิงสาวไล้ท้องนิ้วลูบท้ายทอยบุตรชายที่เพิ่งถูกปัตตาเลี่ยนกับมีดโกนปาดไถจนให้ผิวสัมผัสคล้ายกับผ้ากำมะหยี่ “ไปเร็ว ปลุกไจ๋ไปล้างหน้าแล้วลงไปข้างล่าง เดี๋ยวแม่ลงไปอุ่นซาละเปาให้”

คุนยังคงนอนหนุนตักแม่อยู่เช่นเดิม หากแต่บัดนี้เจ้าตัวสามารถโต้ตอบกับมารดาได้ตามปกติ ไม่เหลือเค้าง่วงเหงาหาวนอนอย่างเมื่อครู่ “อยากกินมาม่าอะแม่ ยังมีลูกชิ้นเหลือไหมครับ”

“มี ไข่กับกะหล่ำปลีก็มี แม่เก็บไว้ในตู้เย็นแน่ะ” สุนันท์เลื่อนฝ่ามือลากปลายนิ้วไปตามรอยครูดสีแดงที่พาดผ่านใต้คางบุตรชาย ต่อเมื่อแน่ใจว่าเป็นรอยเกา ไม่ใช่แผล หล่อนก็ลูบไล้ร่องรอยนั้นอย่างแผ่วเบาพลางเอ่ย “คุนจะเอาซาละเปาด้วยไหม”

เจ้าของชื่อพลิกตัวนอนหงาย สายตาของเด็กชายจับจ้องใบหน้าเปื้อนยิ้มของมารดาในมุมที่แปลกตาไปจากเดิมอย่างสนอกสนใจ “เดี๋ยวคุนถามไจ๋ก่อนนะครับ”

สุนันท์อมยิ้ม หล่อนพยักหน้า ช้อนฝ่ามือสอดลงใต้ต้นคอลูกชายแล้วตั้งท่าจะขยับตัวลุกขึ้นยืนด้วยความระมัดระวังประสาหญิงตั้งครรภ์ “งั้นแม่ลงไปข้างล่างก่อน รีบปลุกไจ๋แล้วตามลงไปนะ”

“ครับ” คุนว่าพลางกระเถิบตัวหลีกทางให้มารดาอย่างว่าง่าย จวบจนเมื่อมารดาเดินคล้อยหลังออกจากห้องไป เด็กชายก็ตะแคงตัว พลิกกลับไปนอนมองเด็กขี้เซาแล้วก็อมยิ้ม

ปิดเทอมนี้เป็นปิดเทอมแรกที่คุนไม่ต้องใช้เวลาอยู่ที่บ้านตามลำพัง เพราะเด็กข้างบ้านแวะมาเล่นด้วยทุกวัน ไจ๋หัวอ่อน ชอบตามใจคนอื่น ใครชวนทำอะไรก็เอาด้วยเสียทั้งหมด ขนาดเขาชวนทำการบ้านตั้งแต่วันแรกที่ปิดเทอม เจ้าตัวก็ไม่อิดออด ถึงอย่างนั้น กลับมีเพียงเรื่องเดียวที่แม้คุนจะคอยกระตุ้น คอยเคี่ยวเข็ญสักแค่ไหน ไจ๋ก็ยังทำสิ่งนี้ได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยเลยสักครั้ง

คุนกวาดตามองเพื่อนข้างบ้านดีๆ อีกครั้งก่อนจะหลุดขำ เด็กชายค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่งแล้วเอื้อมมือไปหยิบการ์ตูนที่คนกำลังนอนหลับสอดนิ้วคั่นหน้าเอาไว้ เหลือบมองเลขหน้าที่อีกฝ่ายอ่านค้างอยู่ สั่งสมองให้จดจำเลขสามหลักนั้นจนขึ้นใจ จากนั้นจึงวางหนังสือรวมลงในกองแล้วเขย่าตัวเพื่อนเบาๆ

“ไจ๋ ตื่นเถอะ”

ที่ไจ๋เคยบอกว่าตัวเองอ่านหนังสือช้านั้นไม่เกินจริงเลยสักนิด ยิ่งเมื่อได้ใช้เวลาด้วยกันนานวันเข้า เจ้าตัวก็มักจะสาธิตอาการแพ้หนังสืออย่างร้ายกาจให้ประจักษ์แก่สายตาเขานับครั้งไม่ถ้วน

“ไจ๋... ลงไปกินมาม่ากัน” คุนเพิ่มแรงเขย่าขึ้นอีกนิด แต่คนขี้เซาก็ยังไม่รู้ตัว

เปิดหนังสือทีไร ไจ๋เป็นต้องผล็อยหลับคอพับไปเสียทุกครั้ง ซึ่งเมื่อเฝ้าดูอาการมาพักใหญ่ คุนก็ได้ข้อสรุปว่า ไจ๋ไม่เคยเลือกที่รักมักที่ชัง เพราะต่อให้เป็นหนังสือประเภทไหน จะหนังสือเรียน หรือการ์ตูนที่สนุกจนใครต่อใครล้วนวางไม่ลง เจ้าตัวก็ยังสามารถหลับใส่ได้โดยเท่าเทียมเสมอ

“ไจ๋ ตื่นเร็ว เดี๋ยวเฮียทำมาม่าให้กิน” รอบนี้ ไม่เพียงแต่เขย่าตัว หากแต่คุนยังหยิกแก้มขาวนุ่มนิ่มเพิ่มอีกขนาน เมื่อนั้นเจ้ากระต่ายน้อยจึงยอมหักใจจากโลกแห่งความฝันในที่สุด

“...อือ...” ไจ๋ผงกหัวขึ้นแล้วขยี้ตามองคุนอย่างงุนงงก่อนจะเอ่ยคำถามที่ทำเอาอีกฝ่ายหัวเราะพรืดอย่างเสียอาการ “ไจ๋หลับได้ไงอะเฮียคุน”

 
•✤•✤•✤•

“เอาไข่เจียวหรือไข่ดาว”

“ไข่เจียว เอาไม่สุกนะ”

“โอเค” ฟังคำของเพื่อนแล้ว คุนก็หยิบไข่ไก่ที่ตอกรอไว้ในชามใบเล็กขึ้นมาตีด้วยส้อม จากนั้นจึงค่อยๆ โรยไข่ดิบใส่หม้อมาม่าเดือดจัดจากนั้นจึงออกคำสั่งถัดไปทันที “เอาถ้วยมา”

“อะ” ไจ๋เลื่อนถ้วยสองใบที่ด้านในใส่เครื่องปรุงมาม่ามาวางใกล้ๆ มือพ่อครัว เด็กชายจ้องมาม่าหอมกรุ่นที่คุนกำลังยกลงจากเตาด้วยสายตาแวววาววาดหวัง ตอนนี้ไจ๋เริ่มจะคุ้นเคยกับบ้านของคุนมากขึ้น ดังนั้น บรรยากาศชวนประหม่าไม่เข้าที่เข้าทางในช่วงแรกๆ จึงถูกแทนที่ด้วยความผ่อนคลายและรอยยิ้มของคนในบ้านยามเห็นเด็กชายตัวกระจ้อยเดินตามลูกเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวไปทั่วทุกที่เหมือนลูกเป็ดตามแม่

“ยกไปดีๆ เดี๋ยวเฮียเอาช้อนไปให้”

“อื้อ” ไจ๋รับคำแข็งขันก่อนจะประคองถ้วยมาม่าที่จัดเรียงอยู่บนถาดเสิร์ฟก๋วยเตี๋ยวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเดินล่วงหน้าไปรอคุนที่โต๊ะกินข้าว
.
.
.
.
“จัดกระเป๋าหรือยังคุน” หลังจากนั่งดูพวกเด็กๆ กินมาม่ากันอย่างเอร็ดอร่อยมาได้สักพัก สุนันท์ก็เอ่ยถามลูกชายด้วยความเป็นห่วง คุนกำลังเคี้ยวอยู่จึงเพียงพยักหน้ารับคำมารดาอยู่สองสามครั้ง   

“เดี๋ยวคืนนี้นอนเร็วหน่อยแล้วกันนะ” สุนันท์ยิ้มเมื่อเห็นเด็กชายทั้งสองคนพยักหน้าโดยพร้อมเพรียงกัน ก่อนจะรู้จักกับไจ๋ ลูกชายของหล่อนมักจะใช้เวลาช่วงปิดเทอมหมกตัวอยู่ในร้านก๋วยเตี๋ยว คอยช่วยงานจิปาถะในร้านไม่ต่างจากลูกจ้างคนหนึ่ง ถึงสุนันท์จะดีใจที่เลือดเนื้อเชื้อไขขยันขันแข็ง ทั้งยังรู้จักแบ่งเบาภาระของหล่อนกับสามีโดยไม่ต้องจ้ำจี้จ้ำไช แต่ลึกๆ แล้วสุนันท์กลับนึกอยากให้คุนได้เล่น ได้หัวเราะ ได้สนุกสมกับที่เป็นเด็กบ้าง ซึ่งสิ่งเหล่านั้นที่หล่อนเคยวาดหวังเกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมภายหลังจากที่เลือดเนื้อเชื้อไขผูกไมตรีกับลูกชายบ้านข้างๆ จึงไม่แปลกหากสุนันท์จะเอ็นดูไจ๋เอามากๆ

“กินเยอะๆ นะไจ๋ ลูกชิ้นพอหรือเปล่า”

เจ้าของชื่อจิบน้ำหนึ่งอึกแล้วตอบเสียงใส “พอครับ”

“ถ้าไม่พอบอกน้านะ น้าจะไปลวกมาให้อีก”

“ขอบคุณครับ” พอรู้ว่าจะได้กินของชอบแบบไม่อั้น ไจ๋ก็ยกมือขึ้นประนมพลางคลี่ยิ้มหวานให้แม่เพื่อนคล้ายจะประจบเอาใจ สุนันท์หลุดยิ้มพลางกวาดตามองใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กชายอย่างรักใคร่ไม่ปิดบัง

ไจ๋โปรดปรานลูกชิ้นที่สุนันท์ทำถึงขั้นพร่ำเพ้อ ความที่สองบ้านไม่ถูกกัน ไจ๋จึงไม่เคยกินก๋วยเตี๋ยวที่ครอบครัวของคุนทำขายเลยสักครั้ง แต่เมื่อราวๆ ต้นอาทิตย์ก่อน หญิงสาวทำยำลูกชิ้นให้พวกเด็กๆ กินเป็นของว่าง หลังจากนั้นลูกชิ้นก็กลายเป็นเมนูยอดฮิตที่กระทั่งลูกชายของหล่อนยังเรียกร้อง ทั้งที่เมื่อก่อนเจ้าตัวค่อนข้างวางเฉยกับก๋วยเตี๋ยวรวมถึงบรรดาของกินเล่นภายในร้านตามประสาเด็กที่โตมาในร้านก๋วยเตี๋ยวนั่นแหละ

“อยู่กันพร้อมหน้าเลย ทำอะไรกันอยู่” เสียงเอ่ยทักทายกับเสียงเครื่องยนต์รถที่เพิ่งจอดเทียบตรงหน้าร้านเรียกสายตาของทั้งหมดให้เคลื่อนไปมองยังต้นกำเนิดเสียง เมื่อเห็นสายตาทั้งสามคู่จ้องตรงมา จุ้ยในชุดลำลองก็ฉีกยิ้มกว้างพลางเดินตัวปลิวตรงมาสมทบกับครอบครัวที่โต๊ะกินข้าว ปล่อยให้ประนอมกับหาญกล้าทยอยขนข้าวของตรงท้ายรถลงมาทีละนิดละน้อย

ถึงแม้วันอาทิตย์ร้านจะปิด แต่เจ้าของร้านกลับไม่ได้หยุดพักผ่อนตามใจเนื่องจากเครื่องปรุงในสต็อกใกล้จะหมด จุ้ยจึงต้องพาลูกน้องไปตระเวนซื้อข้าวของมาเตรียมไว้ให้พร้อมสรรพสำหรับการค้าขายในอาทิตย์ถัดๆ ไป

“มีอะไรหรือเปล่าเฮีย”

จุ้ยทำหูทวนลมเมินคำถามของภรรยา เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวหันไปคุยกับลูกชายด้วยน้ำเสียงเข้มงวดจริงจัง “คุนเอ้ย ลื้อไปช่วยขนของหน่อย”

สีหน้าเคร่งขรึมของบิดาทำเอาคุนวางตะเกียบลงทันที จากนั้นจึงผุดลุกขึ้นแล้วรีบเดินออกไปหน้าร้านอย่างแข็งขัน แต่พอเห็นของที่อยู่ด้านท้ายกระบะ เด็กชายก็ทำหน้าตื่นเต้นพลางกระโดดตบมือด้วยความยินดีก่อนจะวิ่งหน้าตั้งกลับเข้ามาหาพ่อ “จักรยาน! ป๊าซื้อจักรยานให้คุนเหรอครับ?!”

“ชอบไหม” จุ้ยอมยิ้ม สายตาของชายหนุ่มจ้องมองสีหน้าเบิกบานของลูกชายอย่างพึงพอใจ

คุนพยักหน้ารัวเร็ว “ชอบครับ”

“ชอบก็รักษาให้ดีๆ เวลาขี่ก็ระวัง คอยดูรถด้วย” เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเอ่ยยิ้มๆ หากแต่เมื่อคุนประสานสายตากับพ่อ เด็กชายกลับรับรู้ได้ว่า ในทุกๆ คำพูดเหล่านั้น แฝงความห่วงใยเอาไว้เต็มเปี่ยม

“ครับ” เด็กชายจ้องตากับบิดาโดยไม่เลี่ยงหลบ “คุนลองขี่ดูได้ไหมครับป๊า”

“ลองเลยๆ ถ้ามันมีปัญหา อั๊วจะได้โทรบอกให้ร้านเขามาเปลี่ยนคันใหม่ให้”

พอได้ยินคำอนุญาต คุนก็ปราดเข้าไปชวนลูกกระต่ายที่ยังนั่งเคี้ยวลูกชิ้นตุ้ยๆ อยู่ที่เดิม “ไจ๋ เฮียจะไปขี่จักรยาน ไปกับเฮียไหม”

ไจ๋มองหน้าเพื่อนสลับกับชามมาม่าตรงหน้าแล้วก็ถอนหายใจพลางเอ่ยเสียงอ่อย “ขอไจ๋เก็บจานก่อนได้ไหม”

“กินอิ่มแล้วใช่ไหมจ๊ะ” สุนันท์ถามแทรกขึ้น

ไจ๋พยักหน้าหงึกหงักแล้วฉีกยิ้มมองหล่อนอย่างกระมิดกระเมี้ยน “ครับ”

“งั้นก็ไปเถอะ เดี๋ยวน้าเก็บให้เอง”

“ไปเร็ว! เดี๋ยวเฮียขี่แล้วไจ๋ซ้อนข้างหลัง”

“ขอบคุณครับ” ไจ๋หันมาไหว้สุนันท์ทิ้งท้ายแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามคุนออกไปอย่างร่าเริง

 
•✤•✤•✤•

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-01-2020 07:25:58 โดย Malimaru »

ออฟไลน์ Malimaru

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1499
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +281/-4
    • facebook
Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 22 || P.5 ||13.01.2020 ✤
«ตอบ #144 เมื่อ13-01-2020 20:46:39 »

“ไจ๋อยากไปไหนบอกเฮียนะ เดี๋ยวเฮียพาไป” คุนตะโกนบอกเพื่อนข้างบ้านซึ่งตอนนี้กำลังยืนซ้อนด้านท้ายจักรยานโดยที่สองมือกำลังเกาะหัวไหล่เขาเอาไว้หลวมๆ

ไจ๋ค้อมหัวลงมาคุยใกล้ๆ หูคนขับ “เฮียคุนอยากไปไหน”

คุนนิ่งนึกเพียงอึดใจ จากนั้นภาพของลำน้ำสายเล็กก็ผุดขึ้นในหัว “ไปคลองประปากันป่ะ”

ไจ๋ยิ้มพลางพยักหน้าแรงๆ อยู่หลายที “เอาดิ”

“งั้นก็เกาะแน่นๆ เฮียจะซิ่งแล้ว”

“อื้อ!” สิ้นเสียง ไจ๋ก็กระชับฝ่ามือ เกาะไหล่เฮียคุนแน่นตามคำบอก ถึงไจ๋จะไม่เคยยืนซ้อนจักรยานมาก่อนในชีวิต แต่พอได้ลองซ้อนจักรยานที่เฮียคุนเป็นคนขี่ ได้ยืนพิงหลังของเฮียคุนแล้วแหงนหน้ามองฟ้าในตำแหน่งที่สูงกว่าทุกที ไจ๋ก็ยิ่งรู้สึกดีกับเพื่อนข้างบ้านมากขึ้นอีกหลายเท่า

เฮียคุนเก่งจัง ขี่จักรยานเป็นแถมยังพาไจ๋ซ้อนได้อีกต่างหาก เชื่อเถอะว่า ถ้าโลกนี้มีมาตรวัดความชื่นชอบที่ไจ๋มีต่อเฮียคุนล่ะก็ ความรู้สึกของไจ๋จะต้องทะลุปรอทไปแล้วแน่ๆ

หลังจากคุนปั่นจักรยานผ่านบ้านหมาตรงกลางซอยได้เพียงไม่นาน เด็กชายก็เห็นรถกระบะต่อหลังคาดูคุ้นตาวิ่งสวนทางตรงมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นไม่ถึงอึดใจ รถสีเงินคันนั้นก็วิ่งมาหยุดขวางหน้าทางจักรยานจนลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยวต้องเบรกรถกะทันหัน

“ไจ๋ ขึ้นรถ!” เม้งชะโงกหน้าออกมาจากรถแล้วจ้องหน้าเลือดเนื้อเชื้อไขอย่างเอาเรื่อง

“ป๊า?!” ไจ๋เบิกตามองบิดาอย่างตกใจ

“กูบอกให้ขึ้นรถ ไม่ได้ยินหรือไง!”

เสียงตวาดลั่นซอยของบุพการีบังคับไจ๋ให้ก้าวเท้าลงจากด้านหลังจักรยานแล้วเดินไปขึ้นรถของที่บ้านทั้งที่ฝืนใจ

ทำไมป๊าต้องมาตอนนี้ด้วยก็ไม่รู้ ไจ๋ยังไม่ทันได้ไปขี่จักรยานกับเฮียคุนเลย
 
แม้ภายในจะตัดพ้อบิดาไปต่างๆ นานา แต่เมื่อเหลือบเห็นสีหน้าโกรธเกรี้ยวของป๊าผ่านกระจกมองหลัง ไจ๋ก็นั่งสงบปากสงบคำจนถึงบ้าน จากนั้นจึงลงจากรถ เดินตามป๊ากับหม่าม้าเข้าไปนั่งที่โต๊ะ รอจนพี่สาวลงมาจากชั้นสามแล้วอยู่กันพร้อมหน้า เมื่อนั้นเด็กชายจึงได้รู้ถึงจุดประสงค์ที่ป๊าเรียกตัวกลับบ้านกลางคัน

“อะ เอาไป” เม้งเลื่อนกล่องกระดาษสีขาวขนาดราวๆ พจนานุกรมส่งให้ลูกสาว ทันทีที่ต้องจิตเห็นรูปโทรศัพท์มือถือรุ่นเดียวกับที่บิดาใช้บนหน้ากล่อง เด็กหญิงก็ฉีกยิ้มเต็มหน้า ทำท่าดีใจสุดขีด

“ขอบคุณนะป๊า!!” สิ้นเสียง เด็กหญิงก็คว้ากล่องโทรศัพท์ไปลูบๆ คลำๆ อย่างหวงแหน

“กูให้ที่ร้านใส่ซิมให้แล้ว แต่เป็นแบบเติมเงินนะ” ใบหน้ายินดีของลูกสาวชวนให้คนเป็นพ่อรู้สึกอิ่มเอมใจอยู่ลึก ๆ กระนั้น เม้งกลับไม่ลืมกำชับกำชากติกากับต้องจิตล่วงหน้า “กูจะเติมเงินให้มึงเดือนละสามร้อย ถ้ามึงใช้เกินแล้วอยากเติมเงิน ก็หาเงินเติมเอาเอง ห้ามขอม้าหรืออาม่า เข้าใจไหม”

“เข้าใจ” เด็กหญิงขานรับคำพ่อด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานชวนฟังกว่าทุกทีก่อนจะหยัดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ สายตาเพ่งมองไปไกลถึงห้องตัวเองที่อยู่บนชั้นสามของบ้าน “ต้องขอเอาขึ้นไปลองเล่นบนห้องนะ”

“เดี๋ยว” เม้งโพล่งขึ้นในจังหวะเดียวกันกับที่ต้องจิตกำลังจะออกวิ่ง เด็กหญิงจึงชะงักฝ่าเท้า ตวัดหางตากลับไปมองค้อนพ่ออย่างลืมตัว ยังดีที่ในชั่ววินาทีนั้น หล่อนพลันระลึกขึ้นได้ว่า บิดาเพิ่งซื้อของเล่นใหม่ให้ ต้องจิตจึงกระตุกมุมปากแค่นยิ้มแล้วควบคุมเสียงพูดไม่ให้ฟังแข็งกระด้างจนเกินไปนัก

“อะไรอีกอะป๊า”

“เอาเพจมึงมาด้วย กูจะให้ไอ้ไจ๋มันใช้”

“อะ เอาไปเลย” ว่าแล้ว ต้องจิตก็ล้วงเพจเจอร์สีชมพูของตัวเองที่เพิ่งได้มาเมื่อปีที่แล้ววางลงบนโต๊ะอย่างไร้เยื่อใยก่อนจะเลิกคิ้วมองหน้าพ่อคล้ายกับทนรอจุดสิ้นสุดของบทสนทนาอีกไม่ไหว

“เดี๋ยวลงมาก็เอากล่อง เอาคู่มือลงมาด้วย น้องมันจะได้หัดใช้”

“รู้แล้วน่า” เด็กหญิงตอบรับแกนๆ ก่อนจะซอยเท้าวิ่งขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อหมดธุระกับลูกคนโต เม้งก็เลื่อนเพจเจอร์มาวางตรงหน้าไจ๋แล้วเอ่ยเสียงเข้ม “อะ นี่ของมึง”

ไจ๋มองเพจเจอร์สลับกับหน้าพ่ออย่างงงๆ ...

ทำไมป๊าต้องให้ของของเจ้ต้องกับไจ๋ด้วย?
 
สีหน้าของไจ๋ฟ้องทุกสิ่ง แต่เพราะเม้งมัวแต่กังวลว่าลูกคนเล็กจะน้อยใจที่ไม่ได้มือถือเครื่องใหม่เหมือนพี่สาว เขาจึงมองข้ามไปเสียเฉยๆ ซ้ำร้ายยังรั้น พูดถึงเพียงเรื่องที่ตนสนใจเท่านั้น “ไว้มึงโตกว่านี้ เดี๋ยวกูค่อยซื้อมือถือให้”

“แต่ไจ๋ไม่ได้อยากได้...”

“ก็กูจะให้มึงใช้ มึงมีปัญหารึไง!” เม้งขึ้นเสียงพลางตบโต๊ะอย่างหงุดหงิด การโดนลูกชายปฏิเสธความหวังดีทำให้คนเป็นพ่อกระหวัดนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่...

ภาพลูกชายซ้อนจักรยานเด็กข้างบ้านยังติดตาเขาไม่หาย ตั้งแต่ปิดเทอมเป็นต้นมา ไม่มีวันไหนเลยที่ไจ๋จะอยู่ติดบ้าน แต่เพราะร้านใหม่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน เขากับภรรยาจึงไม่มีเวลาดูแลลูกอย่างใกล้ชิดเหมือนเมื่อก่อน นับวันไจ๋เลยยิ่งดื้อ พูดอะไรไม่เคยฟัง หนำซ้ำยังมองไม่เห็นความผิดปกติของตัวเองเสียอีก

กระนั้น ทันทีที่ฉุกคิดขึ้นได้ว่า หลังจากวันพรุ่งนี้เป็นต้นไป โรงเรียนก็จะเปิดเรียนตามปกติ และแน่นอนว่า ในระหว่างที่เรียนหนังสือ ไจ๋ย่อมไม่มีโอกาสสุงสิงกับไอ้เด็กเหลือขอข้างบ้านได้ตลอดเวลา เม้งก็ค่อยๆ ปรับลมหายใจ ควบคุมอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกติก่อนจะเอ่ยกับลูกชายอย่างใจเย็น

“มึงเอาติดตัวไว้ เวลากูกับม้ามึงมีธุระอะไร มึงจะได้รู้เรื่องกับเขา”

เด็กชายเงยหน้าขึ้นจ้องมองพ่อพลางสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอด จากนั้นจึงยื่นข้อเสนอของตัวเองบ้าง “ไจ๋ขอเปลี่ยนเป็นจักรยานแทนได้ไหมอะป๊า”

ยิ่งฟัง เม้งก็ยิ่งโมโห ยิ่งโมโห เม้งก็ยิ่งนึกถึงสีหน้าเบิกบานของไจ๋ตอนอยู่กับไอ้เด็กข้างบ้านนั่น เพียงเท่านั้น คนเป็นพ่อก็หลงลืมเหตุผลที่แท้จริงของการส่งต่อเพจเจอร์ให้ไจ๋ไปเสียสนิท

ทั้งที่อยากจะปลอบใจลูกชาย ไม่อยากให้น้อยใจเรื่องที่ไม่ได้ของใหม่เหมือนพี่

ทั้งที่ตั้งใจจะบอกกับไจ๋ว่า ต่อไปถ้ามีเพจแล้ว ป๊ากับหม่าม้าจะได้ติดต่อไจ๋ได้สะดวกกว่าเดิม

ทั้งที่หวังดีมากแท้ๆ แต่พอได้ยินว่าลูกชายอยากได้จักรยานเหมือนเด็กข้างบ้าน หลักการและเหตุผลทั้งหลายก็ถูกไฟโทสะกลืนกินจนมอดไหม้ ปลาสนาการไปทั้งหมด

“มึงเพิ่งได้เพจไป มึงยังจะขออะไรอีก!” เจ้าบ้านตวาดลูกชายเสียงดังลั่นจนอาม่าที่ทำกับข้าวอยู่ในครัวถึงกับเดินถือตะหลิวออกมายืนเท้าสะเอวร่วมฟังบทสนทนาครั้งนี้ด้วย

ไจ๋กำลังจะอ้าปากอธิบาย แต่อาม่ากลับส่งเสียงแทรกขึ้นเสียก่อนด้วยไม่อยากให้สองพ่อลูกทะเลาะกันจนไม่เป็นอันกินข้าว “หิวหรือยังไจ๋”

“นั่นสิ หม่าม้าซื้อเกี๊ยวไข่มา อยากกินหรือเปล่า” สร้อยเสริมแม่สามีทันทีที่สบโอกาส

เด็กชายเห็นสีหน้าของแม่กับย่าเลยพยักหน้าเนิบๆ “ก็ได้”

ใช่ว่าที่กินมาจากบ้านคุนจะน้อยเกินไป แต่นับจากวันที่ไปงานวัดกับเฮียคุน ไจ๋ก็ปรับเปลี่ยนแผนการกินมาเป็นกินน้อยๆ แต่บ่อยๆ แทน เพื่อจะได้กินของว่างกับเพื่อนข้างบ้านได้ อีกทั้งเมื่อกลับมาถึงบ้าน เขาก็จะยังสามารถกินข้าวเย็นได้อีกด้วย

“งั้นไจ๋มาช่วยหม่าม้าในครัวหน่อยได้ไหม”

“อื้อ”

 
•✤•✤•✤•

“ไปถึงไหนมาเนี่ย ทำไมกลับมาเร็วจัง” หาญกล้าเอ่ยทักหลานชายที่เดินจูงจักรยานเสือภูเขาคันใหม่เข้ามาจอดเคียงข้างกับมอเตอร์ไซค์คันเก่งของเขาด้วยสีหน้าราบเรียบผิดสังเกต

“ขี่อยู่แถวนี้เองครับ” คุนถอนหายใจเซ็งๆ

ช่วงหลังจากร้านชำปิดตัวลงอย่างถาวร เวลาเดินผ่านบ้านไจ๋ คุนจะไม่สามารถแอบสอดสายตามองเข้าไปข้างในได้อีกแล้ว เนื่องจากประตูเหล็กพับที่เคยเปิดไว้รอต้อนรับลูกค้า บัดนี้กลับถูกปิดงับเอาไว้เกือบทั้งหมด จะเหลือก็แต่ประตูด้านข้างที่เปิดแง้มไว้เล็กน้อย พอให้คนเดินผ่านเท่านั้น เขาจึงหมดโอกาสที่จะสืบดูสถานการณ์ของเพื่อนข้างบ้านไปโดยปริยาย

“แล้วไจ๋ล่ะ”

“กลับบ้านไปแล้วครับ” คุนเตะขาตั้งจักรยานลงกับพื้นแล้วเดินหน้าหุบผ่านน้าชายตรงเข้าไปในบ้าน

“รถมีปัญหาอะไรหรือเปล่า อั๊วจะได้ไปเคลมให้” จุ้ยละสายตาจากภรรยาที่กำลังแยกหมวดหมู่ข้าวของอยู่ที่โต๊ะเอ่ยถามลูกชายซึ่งเพิ่งเดินตัวปลิวผ่านหน้าไปหมาดๆ

เด็กชายหยุดเดินแล้วเอี้ยวตัว หันมาตอบพ่อด้วยสีหน้าเย็นชาผิดปกติ “ไม่มีครับ”

“ไม่มีแล้วทำไมทำหน้าแบบนั้น”

ได้ยินคำที่พ่อทัก คุนจึงฝืนยิ้มแล้วตัดบทอย่างรวดเร็วคล้ายกับไม่อยากให้พ่อกับแม่จับสังเกตอาการขุ่นมัวของตัวเองได้ “เปล่าครับ คุนขึ้นไปจัดกระเป๋าก่อนนะครับ”

หลังจากปลีกตัวขึ้นมาบนห้องนอน คุนก็ออกไปรอไจ๋อยู่ตรงระเบียง เด็กชายยืนรอเพื่อนข้างบ้านอยู่นานสองนาน แต่อีกฝ่ายก็ไม่ขึ้นมาบนห้องเสียที ทั้งที่เป็นห่วง หัวใจเฝ้านึกหวั่นว่าเพื่อนจะโดนทำโทษรุนแรง แต่ต่อให้คาดเดาสภาพการณ์ไปร้อยแปดพันประการ เขากลับทำแค่เพียงอดทนรอจนถึงช่วงก่อนเข้านอนเท่านั้น

“ไจ๋!” ทันทีที่ไฟห้องนอนของไจ๋สว่างโร่ คุนก็รีบเปิดประตูหลังห้องแล้วร้องเรียกเพื่อนข้างบ้าน รอไม่ถึงอึดใจ ประตูติดฝั่งระเบียงของห้องนอนบ้านข้างๆ ก็เปิดอ้า พร้อมกับการมาของเจ้าของห้อง

“เฮียคุน!” ไจ๋ยิ้มให้เพื่อนข้างบ้านจนตาหยี

“เมื่อตอนเย็นมีอะไรหรือเปล่า”

“หึ!” ไจ๋ส่ายหัว หลุบตามองพื้นด้านล่างคล้ายไม่อยากสาธยายถึงเรื่องเมื่อตอนเย็น กระนั้นจู่ๆ เจ้าตัวก็ทำหน้าตื่นเต้นเหมือนเพิ่งนึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นได้สดๆ ร้อนๆ “แป๊บนะเฮียคุน”

สิ้นเสียง ลูกชายร้านชำก็ผลุบหายกลับเข้าไปในห้องนอนก่อนจะวิ่งออกมาพร้อมกับบางอย่างในมือ คุนไม่ต้องเสียเวลาเดาว่าของสิ่งนั้นคืออะไร เนื่องจากอีกฝ่ายตั้งใจเอามันมาอวดกันโดยเฉพาะ “ไจ๋มีเพจละ แล้วนะ” ว่าแล้ว ไจ๋ก็ยื่นเพจเจอร์เครื่องสีชมพูไปตรงหน้าเพื่อนข้างบ้าน คุนเพียงลากสายตาผ่านเครื่องมือสื่อสารทรงสี่เหลี่ยมนั้นเร็วๆ จากนั้นจึงคลี่ยิ้มบางเบาคล้ายไม่ได้ตื่นเต้นไปกับไจ๋ด้วยเลยสักนิด

“เหรอ”

ปฏิกิริยาของเพื่อนรุ่นพี่ทำเอาไจ๋เม้มปาก ใบหน้าขาวผ่องในเวลานี้ดูหมองเศร้าอย่างเห็นได้ชัด...

ไม่เห็นจะอยากได้เพจเลย ทำไมป๊าต้องบังคับไจ๋ด้วยก็ไม่รู้
 
สีหน้าไม่แยแสของเฮียคุนทำเอาไจ๋หลุดปากอธิบายที่มาของเพจเจอร์สีหวานแหววให้อีกฝ่ายฟังอย่างกระท่อนกระแท่น “จริงๆ ไจ๋อยากได้จักรยานมากกว่า แต่ป๊าเพิ่งซื้อมือถือให้เจ้ต้อง ป๊าละ เลยให้ไจ๋เอาเพจเจ้ต้องมาใช้ต่อ”

ยิ่งคู่สนทนาดูเศร้าสร้อย คุนก็ยิ่งทนอยู่เฉยไม่ได้ เด็กชายเอื้อมมือไปโยกหัวเพื่อนข้างบ้านเบาๆ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงชวนฟัง “เอาเบอร์มาดิ”

“หือ?” ไจ๋เงยหน้าขึ้นถลึงตามองคู่สนทนาอย่างงงๆ...

เมื่อกี้เฮียคุนว่าไงนะ?

“เบอร์เพจอะ” คุนอมยิ้ม มือข้างที่จับหัวไจ๋อยู่ออกแรงกดเบาๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอจนเมื่อดูเผินๆ จะคล้ายกับว่าในตอนนี้ ลูกกระต่ายกำลังพยักหน้าให้เขาอย่างตั้งอกตั้งใจ กระนั้นคำพูดของไจ๋กลับสวนทางเนื่องจากเจ้าตัวยังตื่นเต้นกับการแจกเบอร์ให้เพื่อนข้างบ้านเป็นคนแรก

“เฮียอยากได้ไง”

“ไม่อยากได้จะขอเหรอ” ลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยวยักคิ้วพลางกระตุกมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ซ้ำยังเอ่ยเย้าเด็กน้อยทิ้งท้าย “มีเพจแล้วหวงเบอร์หรือไง”

“ม่ายช่าย” ไจ๋ยิ้มเขิน เด็กชายยกมือขึ้นเกาแก้มเบาๆ แล้วสารภาพอย่างจำยอม “ไจ๋ยังจำเบอร์ไม่ได้”

คุนลูบหัวไจ๋พลางสูดลมหายใจอย่างชื่นใจ โชคดีจริงๆ ที่ไจ๋ไม่โดนพ่อดุอย่างที่เขาเฝ้ากังวล “งั้นพรุ่งนี้อย่าลืมบอกเบอร์เฮียล่ะ”

“อื้อ!”

“ไปนอนได้แล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปโรงเรียนสาย”

“เฮียก็เหมือนกันนะ”

“อื้อ” คุนขยี้หัวลูกกระต่ายอีกครั้งแล้วอวยพรด้วยน้ำเสียงร่าเริงผิดกับอาการเซื่องซึมตอนก่อนจะเจอหน้าไจ๋ลิบลับ “ฝันดี”

“ฝันดี”

•✤•TBC•✤•

ตอนที่แล้วเพิ่งจุดพลุฉลองปิดเทอมให้ลูกกระต่ายไปหมาดๆ
ไหงตอนนี้วาร์ปไปเปิดเทอมเสียแล้วล่ะ 555 ขอได้โปรดทำใจกับการกระโดดข้ามเวลานะคะ
เพราะเท่าที่เขียนๆ อยู่ทุกวันนี้ เราเป็นท้อกับการโตยากโตเย็นของพวกเด็กๆ มาก
(ขนาดอัดฉีดอาหารให้น้องต่ายเยอะกว่าใคร น้องต่ายยังไม่ยอมโตเลย แง... /
แต่อีกใจก็อยากให้น้องต่ายยังเป็นเด็กไปเรื่อยๆ เพราะน้องน่าน้วยมาก หงุง!)

มาตอนนี้ น้องไจ๋มีเพจแล้วนะคะ เรามาคอยลุ้นพัฒนาการของน้องไจ๋กับเพื่อนๆ หลังจากนี้กันดีกว่าค่ะ
ไม่รู้เหมือนกันเนอะว่าเพจเจอร์เครื่องน้อยจะนำพาน้องไจ๋ไปพบเจอกับเรื่องราวแบบไหนอีกบ้าง
ถ้ายังไง ให้เกียรติเรา ร่วมเดินทางเพื่อเฝ้าดูพวกเด็กๆ เติบโตไปพร้อมๆ กันนะคะ

สำหรับใครที่เล่นทวิตเตอร์ อย่าลืมติดแท็ก #พิษข้างบ้าน เน้อ
เราชอบอ่านคอมเมนต์ของทุกๆ คนในทุกๆ แพลตฟอร์มเลยค่ะ ^_^
รักคนอ่านทุกๆ คนไม่น้อยลงเลยค่ะ (กระหน่ำโปรยจูบไม่หยุด)
 ทางเข้าเพจเรา (กดตรงนี้ได้เลยค่ะ ^^)


•✤•K.mab:•✤•
ฮ่าๆๆๆๆ คุณ mab ล่ะก็ หัวเราะรอล่วงหน้าเลยเหรอคะ
สงสารป๊านะคะ เลี้ยงลูกชายมาด้วยความมุ่งหวังตั้งใจ สุดท้ายลูกข้างบ้านก็มาคว้าไปกินเสียอย่างนั้น
แต่เดี๋ยวเจ้ต้องจะแต่งงานค่ะ แม้ว่างานแต่งนั้นจะมาช้าจนป๊าใจหายใจคว่ำก็ตามที 555
ส่วนเรื่องจะมีทายาทสืบสกุลไหม เราว่า... มารอลุ้นกันดีกว่าค่ะว่า ป๊าจะทำยังไง
หากรู้ว่าลูกชายสุดที่รักพร้อมมอบกายใจสมัครตนเป็นลูกสะใภ้ของบ้านที่ตัวเองเกลียดแสนเกลียดในที่สุด
รักคุณ mab มากค่ะ มาให้กอดทีเร้ว!!  :L2:


•✤•K.Ac118:•✤•
ก่อนอื่น ขอโปรดได้รับคำขอบคุณจากเรา เนื่องในโอกาสที่คุณ Ac118 ยอมวางถุงกาวโดยละม่อมค่ะ 555
เราเห็นเมนต์คุณ Ac118 แล้วเรากุมอกแล้วถามตัวเองเลยว่า นี่ชั้นพลาดอีกแล้วใช่ไหม
เพราะตอนเขียนนี่ไม่ได้คิดถึงแง่มุมนั้นเลยจริงๆ ค่ะ แต่พอมาลองอ่านอีกรอบด้วยฟิลเตอร์แม่ยกเรือบาป
เราก็แทบทรุด เพราะมันมีโมเมนต์จริงๆ งือ... เรือบาปของเราช่างน่าพายเสียนี่กระไร
สงสัยเหมือนกันนะคะ ว่าต่อไปคุณ Ac118 (และนักอ่านท่านอื่น จะเจอ Easter Egg สำหรับเรือบาปชิปเปอร์อีกหรือเปล่า - แน่นอนว่าถ้ามี เราว่านิยายเรื่องนี้ต้องไม่ใสแบบที่เราตั้งใจไว้แน่ๆ เลยค่ะ 555)

ป.ล. สงสารป๊านะคะ โธ่ แทนที่ลูกชายที่ตั้งความหวังอยากได้อยากมีมาตั้งแต่แต่งงาน จะสร้างหลานสืบสานสกุลให้
ที่ไหนได้ ลูกชายสุดที่รักดันไปสอยลูกเขยข้างบ้านมาให้เฉ้ยยย! - รักคุณ Ac118 มากๆ เลยค่ะ ม๊วฟ!! (จูบแรงสิบทีติด)


•✤K.Leenboy:•✤•
ใช่เลยค่ะคุณ Leenboy ลูกกระต่ายจะต้องเติบโตเป็นกระต่ายที่น่าจับกินอย่างแน่นอน (เดี๋ยว!)
รักคุณ Leenboy นะคะ จุ๊บๆๆๆๆๆ  :mew1:


•✤•K.วายซ่า:•✤•
เฮียไม่อยากได้ไจ๋เป็นน้องค่ะ เฮียอยากได้ไจ๋เป็นเมี... แค่กๆๆๆ
เราว่าตอนนี้เฮียคงยังไม่คิดเรื่องตบแต่งอะไรหรอกนะคะ
ทุกวันนี้ เฮียคิดแค่อย่างเดียวว่าอยากน้วยลูกกระต่ายวันละหลายๆ รอบเท่านั้น
รักคุณวายซ่านะคะ มาค่ะ มาให้เรากอดทีซิ!  :กอด1:


•✤K.KizzllKizz:•✤•
5555 อ่านเมนต์ของคุณ KizzllKizz แล้วเราขำพรืดเลย
คือ น่ารักมากอ่ะ... เดี๋ยวเรามารอลุ้นกันนะคะว่าเฮียคุนต้องเป็นกังวลเพราะร้านก๋วยเตี๋ยวหรือเปล่า
แต่เรื่องต้องเลี้ยงลูกกระต่ายนั้น ไม่ต้องห่วงค่ะ
อีกไม่นาน เฮียก็จะขวนขวายหางาน เก็บเงินเปย์น้องไจ๋แล้วเด้อ
(โห อภิชาตผั.. แค่ก อภิชาตเพื่อนมากๆๆๆ 555)

(คุน: ผมรักลูกกระต่ายครับ ผมขอสัญญาว่าจะดูแลลูกกระต่ายเป็นอย่างดี ขุนให้กินจนแก้มอิ่ม ตบก้นให้นอนหลับ และทำให้น้องมีความสุขทุกวันครับ คุณแม่น้องไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ // คลี่ยิ้มบาง ทำหน้าอวดน้องต่ายในอาณัติ)

ส่วนน้องไจ๋ที่หวั่นใจกับความรักของเฮียคุนที่มีต่อน้องสาวนั้น อันนี้มันก็ต้องมีแหละค่ะ
แต่เดี๋ยวเฮียคุนก็จะทำให้ไจ๋ลืมเรื่องนี้ไปเอง ที่สำคัญ น้องสาวเฮียคุนน่ารักมากๆ ค่ะ ขนาดไจ๋ที่ห่วงและหวงเฮียมากๆ
ไจ๋ยังหลงน้องเฮียคุนเอามากๆ เลยค่ะ - รออีกหน่อย เราจะพาน้องเฮียคุนมาเปิดตัวนะคะ
รักคุณ KizzllKizz มากที่สุดในโลกเลยค่ะ จุ๊บๆๆๆๆๆ  :กอด1:


•✤K.ommanymontra:•✤•
ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์และกำลังใจนะคะ
เราดีใจทุกครั้งที่ได้เห็นคอมเมนต์ของคุณ ommanymontra ค่ะ คิดถึงคุณ ommanymontra นะคะ จุ๊บๆๆๆๆ 
 :L1: :L2: :pig4: :กอด1: :mew1:

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-01-2020 07:25:42 โดย Malimaru »

ออฟไลน์ mab

  • ชื่อ mab ไม่ได้ชื่อ map
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 772
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-0
Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 22 || P.5 ||13.01.2020 ✤
«ตอบ #145 เมื่อ13-01-2020 22:25:41 »

น้องไจ๋ พี่ขอเบอร์เพจเจอร์ด้วยสิ 1188 หรือ 1144 ละ152 หรือ 162 ละ 55555555
เฮียคุนต้องคุยกับคอนเซ็นเตอร์ให้ชัดๆ นะ ระวังเขาฟังผิดจะส่งข้อมูลพลาด อุ้ยยยยย!!! รู้สึกแก่ขึ้นมาเลย  :o8:

คุณพ่อน้องไจ๋เมื่อไหร่จะคุยกับลูกดีๆ บ้างนะ
แต่ถึงพ่อพูดจากระโชกโฮกฮากขนาดนี้แล้วไจ๋ยังเป็นเด็กเรียบร้อยพูดเพราะได้อีก น้องไจ๋น่ารักด้วยสันดาน เอ้ย!! ด้วยนิสัยจริงๆ เลยเฮียคุนถึงได้หลงหัวปักหัวปำแบบนี้ :katai2-1:

ออฟไลน์ KizzllKizz

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 266
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-1
Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 22 || P.5 ||13.01.2020 ✤
«ตอบ #146 เมื่อ13-01-2020 22:28:00 »

อ่านแบบมีฟิลเตอร์ดอกไม้บานในใจอยู่ดีๆ ก็เหมือนมียากำจัดวัชพืชมาฉีดซะงั้นแหละค่ะ เบื่อป๊าน้องไจ๋มาก พูดจาหยาบคายแล้วยังเลี้ยงลูกแบบผิดๆอีก อึดอัดใจเหลือเกินคุณขา  :ling1:

แต่ว่าเฮียคุนน่ะ เฮียคุนเค้ายิ้มบ่อยเหลือเกินนะคะ มีความสุขมากมั้ยเอ่ย 55555555 เดี๋ยวก็ยิ้ม เดี๋ยวก็อมยิ้ม แถมยังมียิ้มเจ้าเล่ห์อีก เหย ใช่ย่อยนะน่ะ อนาคตจะประหนึ่งหมาป่าในคราบหมาบ้านกุ๊งกิ๊งรึเปล่าเอ่ย

จากการตอบกลับของคุณมะลิมารุ ทางนี้เริ่มตะหงิดๆแล้วค่ะว่าร้านก๋วยเตี๋ยวจะมาเป็นประเด็นดราม่ามั้ย  :hao4: แต่ยังไงในอนาคตก็สามารถเกี่ยวดองกันได้ไม่ใช่หรอคะ หืม อย่าทะเลาะกันเลย ถือซะว่ายังไงเดี๋ยวก็เป็นทองแผ่นเดียวกัน แค่กๆแค่กกก (โอย เจ็บคอ) นอกจากนี้นะคะ เรารอน้องสาวเฮียคุนค่ะว่าจะน่ารักแค่ไหน ขนาดคนที่หวงเฮียคุนอย่างไจ๋ยังเอ็นดู แฮะๆ และจะน่ารักมากกกขึ้นไปอีก ถ้ายัยหนูจะเป็นหนึ่งในกามเทพที่ช่วยให้สองคนลงเอยด้วยดี อุอิ

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 368
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 22 || P.5 ||13.01.2020 ✤
«ตอบ #147 เมื่อ13-01-2020 23:19:08 »

อยากมีโมเม้นเพจ แต่เกิดไม่ทัน555555

ออฟไลน์ Ac118

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 752
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +65/-0
Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 22 || P.5 ||13.01.2020 ✤
«ตอบ #148 เมื่อ13-01-2020 23:38:35 »

น่ารักกกไม่ไหวแล้ว ไจ๋ลู๊กไปนอนเป็นก้อนกระต่ายหลับอุตุบนเตียงกับเฮียคุนเพราะแพ้หนังสือ :hao5: โอ้ยย ลู๊กก พอตื่นก็กินตุ้ยๆ

ป๊าตัดยางไจ๋อีกแล้ว! กำลังซ้อนจักรยานได้ฟิล โอ้เย่ โอ้เย่ โอ้วโอ้วเย่! เล้ยย

ลูกชายข้างบ้านเขาจะจีบลูกชายป๊าด้วยเพจที่ป๊ายัดเยียดให้แล้วนะรู้ยัง อ่อ เด่วนี้มีลูบหัว จับแก้มกันตลอด อีกหน่อยก็คงจับลูกกระต่ายหอมหัวแล้วป๊าา  :laugh:

/บีบมือเจ้าลูกจิ้งจอก เรือเจ้จะพายออกมหาสมุทรแล้วลู๊กก  :hao7:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-01-2020 12:29:24 โดย Ac118 »

ออฟไลน์ TonyPat

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 164
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 22 || P.5 ||13.01.2020 ✤
«ตอบ #149 เมื่อ16-01-2020 13:16:15 »

ขอบคุณคับ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด