Too good to be true #พิกุลทูกู๊ด ✿ 29 เซอร์ไพรส์ดี ✿ [20/07/20] p.30
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: Too good to be true #พิกุลทูกู๊ด ✿ 29 เซอร์ไพรส์ดี ✿ [20/07/20] p.30  (อ่าน 66208 ครั้ง)

ออฟไลน์ songte

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1581
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1
 จิ๊บเอ้ย ทันใครเค้าบ้างมั้ยเนี่ยะ

ออฟไลน์ magarons

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1040
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +68/-6
จิ๊บ ตัดหนังยางเราทำไม ใครไม่ขำเราขำมาก ฮืออ
ไม่คิดว่าจะเล่นมุกนี้ ฮ่าๆๆๆๆๆ

ออฟไลน์ nightsza

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2113
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-1
ขอให้คุณแม่หายไวๆนะจ้า

ออฟไลน์ labelle

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3122
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +81/-0
เป็นกำลังใจให้คุณฮันนี่และคุณแม่นะคะ

- - - -
เป็นคนยังไงล่ะ แก้วกมล หวงก็มาก อยากจับก็มาก
อะไรคือดึงลงน้ำแล้วจูบ แหมมม เป็นคนโรแมนติคหรอ

เอ็นดูความร้ายเก่งของนลิน หลอกแก้วกมลไปเจอพ่อแม่จนได้

พิกุลก็ช่างหลอกล่อ จนแก้วกมลเอาหน้ามุดชามได้
ทำเรื่องแปลกให้เป็นเรื่องปกติต้องยอมแก้วกมลคนจิ๊บ

พ่อแม่แก้วกมลไม่ธรรมดาเลยค่ะ น่ารักดี
แล้วเกดมีใครดูแลนะ มีความอยากส่อง


ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7691
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12
กลับมาแล้ว~

ออฟไลน์ Chonlachy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 23
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ฮันนี่กลับมาแล้ว ขอให้คุณแม่หายไวๆนะคับ

ออฟไลน์ เป็ดอนุบาล

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1575
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-2
พิกุลน่ารักเสมอ
ตอนหน้าแก้วกมลจะไปพบพ่อแม่พิกุลแล้ว

ออฟไลน์ why yyy

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4753
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +309/-8
 :pig4: ขอบคุณ :)

ออฟไลน์ ฮันนี่~

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 937
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2642/-15

Special ต้อนรับดี



( :: มัลลิกา ดุจธาวัลย์ :: )

มะลิ คือหญิงสาวที่เรียบร้อยที่สุดตั้งแต่ที่ฉันเคยเจอ เธอพูดเพราะ อ่อนหวาน ชอบดอกไม้และสัตว์ เราสนิทกันเพราะเหตุผลที่แสนประหลาดอย่างการมีชื่อเป็นดอกไม้ชนิดเดียวกัน

มะลิและมัลลิกา

เคยพูดคุยกันเล่นๆ ว่าถ้าหากมีลูกก็คงต้องตั้งชื่อเป็นดอกไม้ขาว

“ชื่อพิกุลเป็นยังไง ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมไม่ว่าจะเป็นตอนที่ยังสดหรือว่าแห้ง พิกุลจะได้มีชีวิตที่ดีอยู่เสมอว่าไม่ว่าจะเผชิญกับอะไร” มะลิว่า

“น่ารักจัง แล้วถ้าหากเป็นผู้ชายล่ะ ลูกชายชื่อเป็นดอกไม้คงไม่ดีเท่าไหร่”

“ไม่ดียังไงจ๊ะ เป็นผู้ชายก็จะได้อ่อนโยนอ่อนหวานเหมือนดอกพิกุล แต่ก็แข็งแรงทนทานเหมือนลำต้นของมัน ถ้ามีน้องก็จะให้ชื่อน้องนลินที่แปลว่าดอกบัว มันมีหลายสีก็จริง แต่ที่บึงหลังบ้านฉันมันเป็นสีขาวสวยเชียว ชื่อนลินจะได้ตื่นรู้เหมือนดอกบัวที่ขึ้นจากโคลนตม นอกจากจะสวยงามก็ยังนำมาทานได้ด้วย สวยทั้งรูปกินก็อร่อย”

“อันนี้ฉันว่ามะลิหิว”

เราต่างก็หัวเราะและแลกเปลี่ยนไอเดียชื่อดอกไม้ขาวสำหรับตั้งชื่อลูก สัญญากันไว้ว่าในอนาคตเราจะพาลูกมาเล่นด้วยกัน เป็นสองครอบครัวดอกไม้ขาว

หลังจากอยู่ด้วยกันตลอดหกปี เมื่อเรียนจบมัธยม ฉันไปเรียนต่างประเทศ ส่วนมะลิเรียนต่อมหาวิทยาลัยในไทย เราขาดการติดต่อกันไปอย่างสิ้นเชิง

ฉันได้เจอมะลิอีกครั้ง วันที่รูปของเธอวางตั้งอยู่ในกรอบ ไม่มีแม้กระทั่งดอกไม้ประดับอย่างที่เธอชื่นชอบ กลิ่นและควันของธูปชวนให้รู้สึกระคายเคือง แต่น้ำตาที่เอ่อคลออยู่ในดวงตาเกิดขึ้นเพราะความเสียใจ ลึกลงไปคือความคิดถึง

เธอยังคงเป็นมะลิที่ยิ้มหวานอยู่ในชุดนักเรียนมัธยมคนเก่าและมันจะไม่มีวันเปลี่ยน

“ไหวไหมคุณ” สามีประคองตัวฉันให้ลุกขึ้น

ฉันยิ้มตอบ เดินไปนั่งยังเก้าอี้ที่วางเรียงรายเพื่อเตรียมฟังพระสวด พลันมองเห็นเด็กผู้ชายตัวน้อยในแว่นอันโตเดินส่งแก้วน้ำดื่มให้แขก เสียงคนซุบซิบกันว่าเด็กคนนั้นน่าสงสารขนาดไหนที่ต้องเสียแม่ไปตั้งแต่ยังเล็ก

“ขอโทษนะคะ มะลิแต่งงานแล้วเหรอ” หันไปถามคนแปลกหน้าที่คงจะรู้เรื่องราวพอควร

“ไม่ได้แต่งหรอกค่ะ โดนผู้ชายหลอกซะหมดเนื้อหมดตัว ต้องทำงานคนเดียวเลี้ยงลูกเล็กตั้งสองคน ซ้ำยังโดนทำร้ายอีก เคราะห์ซ้ำกรรมซัด”

น่าแปลกที่เราเคยรู้ทุกเรื่องราวของคนคนหนึ่ง แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรากลับไม่รู้อะไรเลย ราวกับเป็นเรื่องของคนแปลกหน้า

นั่งฟังเรื่องของมะลิผ่านแขกทั้งหลายที่มาร่วมงาน ทุกคนต่างบอกตรงกันว่าเธอมีชีวิตคู่ที่น่าสงสาร พ่อแม่ของเธอเสียไปก่อนทิ้งมรดกมากมายเอาไว้ และนั่นดึงดูดคนคิดร้ายเข้าไปในชีวิต ฉกฉวยทุกอย่างที่ควรเป็นของเธอ

ความรักก็ด้วย

“ถ้าอย่างนั้นใครดูแลลูกของมะลิ ไม่ใช่พ่อใช่ไหม” สามีถามสิ่งที่ชวนให้กังวล

“ญาติน่ะ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าน้องพ่อหรือน้องแม่”

“เจ้าภาพใช่ไหมคะ”

“ไม่ใช่ คนนั้นต่างหาก”

มองตามนิ้วชี้ไปยังผู้หญิงสูงอายุคนหนึ่งที่กำลังดุเด็กตัวเล็กอีกคน

มีบางอย่างไม่ถูกต้อง

สีหน้า กิริยาท่าทางที่หญิงคนนั้นมีให้เด็กไม่ใช่ความเอ็นดูหรือสงสาร มีเพียงความหงุดหงิดรำคาญ และคนดีๆ ที่ไหนให้เด็กซึ่งเพิ่งสูญเสียแม่คอยรับแขก

อดทนรอจนถึงเวลาเลิกงาน ฉันออกมารอที่รถ มองแขกทุกคนทยอยกลับจนหมดค่อยกลับเข้าไปตามหาพวกเขา

“สองร้อย? เหอะเรียนโรงเรียนดังซะเปล่างกจริง”

“...จะเอาไปเหรอครับ”

เธอกำลังนับเงินในซองที่แขกให้ไว้ เด็กน้อยสองคนยืนจับมือกันแหงนหน้ามอง

“ก็ใช่น่ะสิ คิดว่างานศพเขาจัดกันฟรีเหรอ ค่าโลงที่ใส่แม่แกนั่นน่ะตั้งเท่าไหร่ ไหนจะค่าพระสวด ค่าสถานที่ แล้วอุตส่าห์กระจายข่าวไปที่โรงเรียนเก่า คิดว่าจะได้กำไรเสียอีก เสียเวลาเปล่า ไม่น่าจัดงาน เผาๆ ไปซะก็จบ”

“แต่มันเป็นเงินที่เขาให้แม่”

“ซึ่งต่อไปนี้ฉันต้องดูแลแก เงินทุกบาททุกสตางค์ของมะลิควรจะเป็นของฉัน แต่ไม่เหลืออะไรสักบาท มีก็แต่หนี้ ฉันไม่ส่งพวกแกไปนอนข้างถนนก็บุญเท่าไหร่ จดจำบุญคุณนี้ไว้ให้ดี เรียกใช้อะไรก็ทำไม่ต้องบ่น”

เท่าที่จำได้มะลิเป็นลูกคนเดียว คงจะเป็นญาติที่ไม่ถูกกันหรือไม่ชอบหน้า แต่ถึงอย่างนั้นในเวลาแบบนี้ สิ่งเดียวที่เธอคิดคือเงินอย่างนั้นเหรอ

“ขอโทษนะคะคุณ ดิฉันมัลลิกาเพื่อนสนิทสมัยมัธยมของมะลิ นี่ลูกของเธอเหรอคะ ขอฉันคุยกับพวกเขาหน่อยได้ไหม” ก้าวเข้าไปหา แนะนำตัวตามมารยาทแต่ไม่ได้รับมารยาทกลับมา

“ห้านาที เดี๋ยวฉันต้องกลับบ้าน”

เธอเดินออกไปอีกทาง หยิบเงินแบ่งให้เด็กวัยรุ่นที่คาดว่าจะเป็นลูก ไม่อยากสนใจสักเท่าไหร่จึงย่อตัวลงมองเด็กผู้ชายสองคนแทน

“สวัสดีครับ ชื่ออะไรกัน”

“สวัสดีครับ พิกุลครับ นี่น้องนลิน คุณน้าเป็นเพื่อนกับแม่เหรอ”

ชื่อที่ได้ยินดึงเอาบทสนทนาในความทรงจำให้หวนคืน ทำเอาฉันสะอึก พูดไม่ออกอยู่สักพัก

“น้าขอโทษที่ไม่ได้มาหาให้เร็วกว่านี้” เหลือบมองให้แน่ใจว่าผู้หญิงคนนั้นอยู่ไกลเกินกว่าจะได้ยิน “ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม พิกุลกับนลินอยากให้น้าช่วยอะไรบอกได้เลยนะ ไม่ต้องกลัว”

“นลินอยากเจอแม่” เด็กน้อยตอบ

“แม่เป็นนางฟ้าแล้ว อยู่บนสวรรค์ไม่ต้องทำงานหนัก ไม่ต้องเหนื่อย นลินอยากให้แม่เหนื่อยเหรอ”

“ไม่อยาก แต่นลินคิดถึงแม่ คุณป้าใจร้ายชอบตีนลิน นลินไม่อยากอยู่กับคุณป้า”

พิกุลเบิกตาโต รีบดึงน้องถอยออกไปจากฉัน

“นลินมีพี่กุล พี่กุลจะไม่ให้ป้าตีนลินหรอก”

“ตีพี่กุลก็ไม่ได้ คุณน้า คุณน้าบอกว่าช่วยได้ใช่ไหม บอกให้คุณป้าไปสิ นลินอยู่กับพี่กุลสองคนได้ เราก็อยู่กันสองคนมาตลอด กับพี่แก้ว กับเกด”

“นลิน!” พิกุลรีบดุให้น้องเงียบและหันมายกมือไหว้ฉัน “ขอบคุณที่มางานของแม่นะครับ กุลกับนลินต้องไปแล้ว”

แก้มของเขาบุ๋มลง เป็นรอยยิ้มที่เหมือนแม่ไม่มีผิด ทว่าสิ่งที่เขากำลังเผชิญไม่มีอะไรน่ายิ้ม เขาควรได้ร้องไห้และมีคนกอดปลอบ ควรมีคนอยู่กับเขาและบอกว่าทุกอย่างจะไม่เป็นไร

เพียงแค่รอยยิ้มเดียวทำให้ฉันทะเลาะกับสามีเสียใหญ่โต

“เรามีลูกสาวถึงสี่คน จะไปเอาเด็กมาเพิ่มอีกทำไมสองคน สงสารเห็นใจก็ทำได้ ส่งเงินหรือช่วยเหลือทางอื่นก็พอ ชีวิตคนทั้งคน ไม่ใช่ของเล่นหรือลูกหมาที่คุณแค่เห็นแล้วอยากได้ก็ไปซื้อมาเก็บ”

“ฉันคิดดีแล้วคุณพฤกษ์ พวกเขาไม่ใช่ของเล่นและไม่ใช่ลูกหมา ถ้าคุณไม่เห็นด้วยก็ปล่อยให้ฉันจัดการ ฉันเลี้ยงพวกเขาเองได้”

สามีถอนหายใจ

“ลูกคุณก็คือลูกผม ทนายผมจะจัดการพวกเอกสารให้ ส่วนคุณไปเจรจาเอาเองว่าทางนั้นเขาจะยอมยกเด็กให้เราเลี้ยงไหม แต่เราต้องตกลงกันก่อนว่าเราจะไม่ให้พวกเขามากกว่าหรือน้อยกว่าที่ให้ลูกของเรา ไม่ว่าจะเป็นของเล่น การศึกษา ความสนใจ ถ้ารับพวกเขามาเป็นลูก ก็ต้องได้เท่ากัน จะไม่มีคำว่าลูกเธอ ลูกฉัน”

“ค่ะ”

นั่นเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดในชีวิต

มันอาจเริ่มต้นด้วยความสงสารเห็นใจเด็กตัวน้อยซึ่งไม่มีที่พึ่ง แต่ใช้เวลาเพียงไม่นานทั้งฉัน สามี และสาวๆ ดุจธาวัลย์ต่างก็ตกหลุมรักสองพี่น้อง ด้วยความเป็นเด็กดีของพวกเขา คนหนึ่งเรียบร้อย จริงจัง มักพูดขอบคุณอยู่เสมอ อีกคนช่างออดอ้อน ซนบ้างตามประสา แต่เมื่อพวกเขายิ้ม ลักยิ้มบนแก้มนั้นก็ทำให้เรายิ้มตามได้ทุกครั้ง

วัยเด็กของพวกเขาผ่านไปอย่างรวดเร็ว รู้ตัวอีกทีนลินก็โทรบอกข่าวดี

“ว่าที่แฟนพี่กุลเขาอยากเจอแม่ใหญ่กับพ่อใหญ่”

“น้องแก้วน่ะเหรอ”

“แม่ใหญ่จำชื่อเขาได้ด้วย? นลินนึกว่าพี่กุลเคยพูดถึงแค่ครั้งเดียว”

เพราะพิกุลไม่ค่อยชอบเล่าเรื่องส่วนตัว ฉันจึงจำทุกเรื่องที่เขาพูดได้ดีเป็นพิเศษ

“จะมาเมื่อไหร่ น้องแก้วชอบทานอะไร ให้ป้าปริ่มทำไว้ จริงสิแม่ควรถามพิกุล” ตื่นเต้นขึ้นมาทันที

“อย่าเพิ่งถามพี่กุลเลยครับ พี่แก้วเขาจะมาคนเดียว อยากมาคุยเป็นการส่วนตัว”

แปลก พิกุลไม่ใช่คนที่ปล่อยให้แฟนเดินเข้าบ้านผู้ใหญ่คนเดียวแน่

“ฝีมือเราใช่ไหมนลิน”

“แม่ใหญ่ก็ นลินแค่แกล้งพี่แก้วเขานิดเดียว แม่ใหญ่กับพ่อใหญ่แกล้งๆ ทำเป็นดุสักหน่อย นลินอยากรู้ว่าพี่เขาจะทำยังไง จะสู้เพื่อความรักไหม เขาเป็นคนประเภทที่...นลินไม่เคยเจอ ซื่อเหมือนเด็กทั้งที่โตกว่า ในขณะที่เพื่อนวัยเดียวกับนลินมีแต่ร้ายๆ กันทั้งนั้น”

ส่ายหัวให้กับความคิดของนลิน

“แม่ไม่เล่นด้วยหรอก ยิ่งได้ยินนลินบอกว่าเขาเป็นยังไง แม่ยิ่งต้องต้อนรับเป็นอย่างดี”

“หมดสนุกเลย เข้าเรื่องดีกว่าแม่ใหญ่พ่อใหญ่ว่างวันไหนครับ นลินจะได้ไปบอกพี่แก้วเขา”

“เพื่อน้องแก้ว วันไหนแม่กับพ่อก็พร้อมจะเลื่อนคิวให้หมด วันอาทิตย์นี้เลยเป็นยังไง นลินไปถามของโปรดน้องแก้วเขามาด้วย ห้ามลืมเด็ดขาด”

ดุลูกชายคนเล็กต่ออีกหน่อยและให้เขาได้อ้อนอีกนิดก่อนจะวางสาย


เมื่อวันอาทิตย์เวียนมาถึง ภายในครัวจึงค่อนข้างวุ่นวายกว่าทุกวัน กลิ่นหอมของแกงเผ็ดเป็ดย่าง กุ้งนางทอดกระเทียม หลนปู กระทงทอง ไปจนถึงปลาทูทอดผสมปนเปกันไป ตระเตรียมของหวานไว้ให้พร้อมสรรพ

“ป้าปริ่มจ๊ะน้ำพริกเสร็จรึยัง”

“นี่ค่ะคุณผู้หญิง”

ใช้ช้อนเล็กชิมน้ำพริกกะปิ รสชาติกำลังพอดี

“อร่อยมาก ดูผักต้มด้วยนะระวังจะเละ”

“ดูท่าคุณผู้หญิงจะดีใจมากนะคะ ทำอาหารต้อนรับเสียขนาดนี้ ยังไม่เคยเจอคุณแก้วไม่ใช่เหรอ”

มันก็จริงที่ฉันเคยได้ยินแค่ชื่อของเขา

“คนที่พิกุลรักก็คงจะน่ารักเหมือนพิกุลนั่นแหละจ้ะ คนรักของลูกมาหาทั้งทีต้องดูแลให้ดีหน่อย”

“แขกมาแล้วค่ะคุณผู้หญิง” แม่บ้านคนหนึ่งรุดเข้ามาแจ้ง

วางมือจากเรื่องในครัว ถอดผ้ากันเปื้อนออกฝากป้าปริ่มแม่ครัวประจำบ้านไว้

“ผมดูดีรึยังคุณ”

“หล่อมากค่ะ”

คุณพฤกษ์เลือกเสื้อเชิ้ตตัวโปรดที่พิกุลซื้อให้มาใส่ ทำผมเสียเรียบร้อย เราสองคนเดินไปที่ห้องรับแขกเป็นจังหวะที่มีคนเดินเข้ามา

เด็กหนุ่มตรงหน้าตัวเล็กมากเมื่อเทียบกับพิกุล แต่ก็ถือว่าตัวสูงกว่านลินพอประมาณ ใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวกางเกงขายาวเรียบร้อย หน้าตายังเหมือนเด็กมัธยม ตาใสแจ๋วน่าเอ็นดู จมูกเชิด ปากเชิดอย่างนี้ท่าทางจะดื้อ

“สวัสดีครับ คุณมัลลิกา?” มือที่พนมไว้สั่นเล็กน้อย

ไม่เคยมีใครบอกว่าฉันน่ากลัวมาก่อน ทำไมถึงได้สั่นเป็นลูกนกแบบนี้

“เรียกคุณแม่เถอะจ้ะ น้องแก้วใช่ไหม นลินบอกแม่ว่าหนูอยากคุยกับพวกเรา มานั่งคุยกันทางนี้ดีกว่า”

เชิญแขกที่ประหม่าเป็นอย่างมากให้นั่งลง นึกขำสามีตัวเองที่ประหม่าไม่แพ้กัน

“คุณมัล…”

“คุณแม่จ้ะ” เผลอดุเล็กน้อย

ตอนรับพิกุลกับนลินเข้าบ้านใหม่ๆ ก็ต้องคอยแก้ให้ตลอด

“เอ่อ คุณแม่ครับ ผมแก้วกมล กิตติชวัล” เขาหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเป้ เมื่อสังเกตให้ดีจึงเห็นว่าเป็นพวงมาลัยสองพวง

“มีความรู้สึกดีๆ ให้กับลูกชายของคุณพ่อคุณแม่ วันนี้จึงมาขออนุญาตคบหากับพิกุล โดยขอให้คำมั่นไว้ว่าจะไม่พาออกนอกลู่นอกทาง ไม่ทำให้เสียการเรียนหรือเสียผู้เสียคน จะคบหากันอย่างสร้างสรรค์ สร้างอนาคตที่ดีร่วมกัน”

หันมองหน้าสามีที่อึ้งไม่แพ้กัน

“คบหาที่พูดถึงคือความสัมพันธ์แบบรักใคร่ชอบพออย่างชายหนุ่มหญิงสาว ถึงแม้ว่าเราสองคนจะเป็นเพศเดียวกันก็ตาม ได้โปรดอนุญาตให้พิกุลกับผมได้คบกันด้วยนะครับ”

คำพูดที่ฟังออกว่าตั้งใจท่องมาจากบ้านและอาการพนมมือพร้อมพวงมาลัย จมูกจรดปลายนิ้วโป้ง หลับตาแน่นอย่างกล้าๆ กลัวๆ ชวนให้เอ็นดูกว่าเก่า

ตอนคุณพฤกษ์มาสู่ขอฉันกับพ่อแม่ยังไม่จริงจังขนาดนี้

สบตากับสามี เขาพยักหน้าและยื่นมือรับพวงมาลัยจากมือหนูแก้วมาทั้งสองพวง

“ทำไมไม่ให้คุณพ่อคุณแม่มาด้วย บอกพวกท่านว่าเรียกสินสอดได้เลย บ้าน คอนโด รถ ทองคำ หรือเงินสด”

แทนที่เด็กหนุ่มจะแสดงอาการดีใจกับคำพูดของสามี กลับเป็นอาการตื่นตระหนกหน้าซีดเซียว

“บ้านกิตติชวัลไม่มีสินสอดมากมายหรอกครับ ผมเองก็ยังไม่มีรายได้ ไม่มีบ้าน ไม่มีรถเป็นของตัวเอง เงินในบัญชีมีห้าร้อย ผมเป็นนักศึกษาอยู่ แต่อีกหนึ่งปีจะเรียนจบ เป็นว่าที่ตากล้องอนาคตไกล อาจหาเงินไม่ได้มากเท่าความน่ารักของพิกุล แต่จะขยันมากๆ ไม่ให้พิกุลต้องลำบาก คุณพ่อคุณแม่วางใจได้ครับ”

“ตายจริง”

อาจหาเงินไม่ได้มากเท่าความน่ารักของพิกุล?

พูดประโยคนี้ออกมาเพราะคิดว่าพิกุลน่ารักขนาดไหนกันนะ

“ถ้ายังไม่มั่นใจผมเตรียมนามบัตรมาด้วย มีเว็บไซต์ที่ลงผลงานผมไว้ การเป็นตากล้องอาจดูหลักลอยไม่มั่นคงใช่ไหมครับ แต่คนสมัยนี้ชื่นชอบการถ่ายภาพมาก ไม่ว่าจะวันเกิด วันแต่งงาน วันครบรอบ ต่างก็จ้างตากล้องไปเก็บความทรงจำกันทั้งนั้น ผมแค่ต้องสร้างชื่อและทีมของตัวเอง ทำทั้งงานตามบริษัทและงานทั่วไป ผมทำกราฟมาให้ว่าภายในกี่ปีจะหาเงินได้เท่าไหร่ มันอาจมีคลาดเคลื่อนบ้าง แต่นี่คือเป้าหมายที่ผมตั้งใจทำไว้ เพื่ออนาคตของผมกับพิกุล”

สามีกับฉันหัวเราะพร้อมกัน หนูแก้วชะงักมือที่กำลังชูกระดาษแสดงตัวเลข บนนั้นมีรูปพิกุลที่ตัดแปะไว้อยู่ด้วย

“ผมทำอะไรผิดรึเปล่าครับ”

ไม่ได้คาดหวังว่าจะเจอเด็กน่ารักแบบนี้

“แม่ชอบหนู สินสอดไม่ต้องหามาให้ ทางฝั่งเราจะให้หนูเอง”

“ว่าแต่ทานอะไรมารึยัง ทางเราเตรียมอาหารกลางวันไว้ต้อนรับ ทานด้วยกันนะ” คุณพฤกษ์เอ่ยเมื่อได้ยินเสียงตั้งสำรับที่โต๊ะทานข้าว

“เอ่อ รบกวนด้วยนะครับ” หนูแก้วที่ยังคงงุนงงขานรับ

ให้คนไปเรียกนลินและเหล่าดอกไม้สาวให้มาร่วมโต๊ะ เมื่อมีคนรู้จักหนูแก้วก็ผ่อนคลายลง ฉันแกะเนื้อปลาทูวางลงในจานเขา

“น้ำพริกกับปลาทูของโปรดหนูแก้วใช่ไหมลูก ทานได้เลยไม่ต้องเกรงใจ”

หนูแก้วรีบพนมมือขอบคุณ

ตามปกติเราจะไม่พูดคุยกันตอนทานอาหารเสียเท่าไหร่ แต่เมื่อมีแขกย่อมยกเว้นได้ นลินและสาวๆ ชวนเขาคุย หนูแก้วเริ่มโต้ตอบ จนเมื่อมึงอาหารจบลงก็ได้ค้นพบว่าเขาเป็นเด็กที่พูดเก่งคนหนึ่งเลยทีเดียว

เจื้อยแจ้วน่าเอ็นดู

“แม่จำรูปที่พุดอวดได้ไหม ที่มีพุดกับพิกุล นั่นฝีมือน้องแก้ว” พุดหันมาทางฉัน

“พวกเราชอบมาก ว่าจะถามน้องแก้วเหมือนกันว่าขอเอาไปใช้โปรโมตในเว็บไซต์หลักได้ไหม หรือเอาไปทำรูปใหญ่ประดับในร้าน” สองสาวฝาแฝดแย่งกันพูด

“รูปไหน”

เด็กๆ รีบส่งมือถืออวดรูปให้สามีดู ส่วนฉันจำรูปได้ขึ้นใจ เพราะมักให้เลขาตามรูปถ่ายแบบของพิกุลเสมอ ฉันชอบเซ็ตนี้เป็นพิเศษเพราะได้เห็นพิกุลกับพุด และรอยยิ้มที่มันมากกว่าการถ่ายแบบ

“เก่งนะ” คุณพฤกษ์เอ่ยชมหลังจากดูรูปทั้งหมด “เราไม่ได้ถ่ายรูปด้วยกันมานานแล้วใช่ไหมคุณ ให้แก้วเขาถ่ายให้ดีไหม จะรบกวนรึเปล่า”

“ไม่เลยครับ ผมพกกล้องมาด้วยพอดี”

“งั้นตามพ่อมา ลูกก็อยู่ในบ้านกันนี่แหละ พ่อต้องการความเป็นส่วนตัว อยากถ่ายรูปคู่กับแม่เขา”

ทีแรกฉันไม่เข้าใจว่าสามีกำลังทำอะไร เขาเดินนำไปยังเรือนกระจกหลังบ้าน ด้านในเป็นกระถางดอกมะลิมากมาย และต้นพิกุลต้นใหญ่ตรงกลาง

ระหว่างที่โพสท่าให้หนูแก้วถ่ายรูป คุณพฤกษ์เริ่มเอ่ยปากถาม

“คบกับพิกุลเขาตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ยังไม่ได้คบกันหรอกครับ แต่เราคุยกันแล้วว่ารู้สึกตรงกัน ผมอยากคุยกับผู้ใหญ่ก่อนค่อยขอพิกุลคบ เขาจะได้ตอบตกลงได้อย่างสบายใจ” หนูแก้วก้มหน้าก้มตาปรับกล้องในมือ

“นั่นแหละที่พ่อเป็นห่วง พิกุลมักใส่ใจความรู้สึกคนอื่น ทำให้คนอื่นเสมอ มันคงจะดีถ้ามีคนคอยใส่ใจ คอยทำให้เขาบ้าง เหมือนอย่างที่หนูแก้วกำลังทำอยู่”

“ผมคงรับคำชมนั้นได้ไม่เต็มปาก บางครั้งสิ่งที่ผมทำให้คนอื่นก็เป็นการสร้างปัญหามากกว่าแก้ปัญหา ถึงอย่างนั้นผมก็จะไม่เลิกดูแลพวกเขาและพิกุลหรอกครับ แต่ผมจะพยายามทำให้มันดีขึ้น อยากเท่ให้ได้เหมือนพ่อใหญ่บ้าง”

คุณพฤกษ์หัวเราะเสียงดัง ฉันเองก็อดอมยิ้มไม่ได้

“การที่หนูแก้วช่วยพิกุลเอาไว้โดยไม่กลัวว่าตัวเองจะบาดเจ็บ หรือการเตรียมข้อมูลมากมายมาเพื่อแสดงให้เราเห็นว่าหนูแก้วดูแลพิกุลได้ นั่นเป็นการกระทำที่เท่มาก”

หนูแก้วยิ้มเขิน รีบยกกล้องขึ้นบังหน้าและถ่ายรูปเราแทน

ระหว่างถ่ายรูปเราสองคนก็ผลัดกันเล่าเรื่องของพิกุล บอกกับเขาว่าพิกุลไม่เป็นที่ต้องการของญาติพี่น้อง การรับเขามาเลี้ยงจึงเป็นเรื่องง่าย

“ทีแรกแม่ทะเลาะกับคุณพฤกษ์นะ เขาว่ามีลูกแล้วตั้งสี่คนจะเอาเด็กมาเลี้ยงเพิ่มอีกตั้งสองคนทำไม ญาติก็ไม่ใช่ แต่พอได้เจอพิกุลกับนลินเขาก็เปลี่ยนใจ”

“ทำไมเหรอครับ”

“ก็พิกุลน่ะยังเป็นแค่เด็กน้อยตัวนิดเดียว แต่พนมมือบอกพ่อว่าขอแค่ที่อยู่ที่นอนกับอาหารให้น้องชาย ส่วนตัวเองจะทำงานบ้าน ซักผ้า ทำอาหาร ทำให้หมดทุกอย่าง ไม่ต้องส่งเขาไปโรงเรียนก็ได้ ขอแค่น้องไม่หิว พูดไปตัวสั่นไป คนที่ปฏิเสธได้ลงก็มีแต่คนไม่มีหัวใจเท่านั้นแหละ” คุณพฤกษ์ตอบ

“ทั้งพิกุลและนลินเป็นเด็กน่ารักมาก ไม่เคยร้องขอมีแต่ทำให้ เหมือนของขวัญชิ้นใหญ่ของบ้านดุจธาวัลย์ อีกอย่างรอยยิ้มของทั้งสองคนน่ะไม่ว่าใครเห็นก็ต้องตกหลุมรัก เราทุกคนต่างพยายามที่ทำให้รอยยิ้มนั้นไม่หายไป ที่แม่เล่าให้หนูแก้วฟังไม่ใช่เพราะอยากให้สงสารพิกุล แค่อยากให้เข้าใจว่าถึงพิกุลจะได้รับความรักมากมาย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวัยเด็กมันยังคงตกตะกอนอยู่ข้างใน ทำให้เขาขี้เกรงใจ ขี้กลัว คิดว่าตัวเองไม่สมควรได้รับความรัก รู้ไหมว่าทุกวันนี้ก็ยังพยายามเก็บเงินค่าเล่าเรียน ค่าขนมมาคืนพ่อกับแม่ ทั้งที่เราให้เขาด้วยใจ มองเห็นเป็นลูกชายคนหนึ่ง”

แตะหลังมือของเด็กหนุ่มแผ่วเบา

“แม่เล่าเพราะอยากให้หนูมอบความรักให้พิกุลมากๆ ดูแลความรู้สึกของกันและกัน หนูแก้วทำให้แม่ได้ไหมจ๊ะ”

“ได้อยู่แล้วครับ” เขายิ้มกว้าง หันมองไปรอบตัวอย่างครุ่นคิด “แต่ผมขอยืมสถานที่ของคุณแม่สักหน่อย”

“จะทำอะไรเหรอคะ”

“มอบความรักให้ลูกชายแม่ไงครับ”

หนูแก้วเล่าแผนการที่คิดจะทำให้ฟัง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ออกจากปากเขาทำให้ฉันได้รับรู้ว่าเด็กผู้ชายคนนี้แหละจะเป็นสมาชิกใหม่ที่ดีของตระกูลดุจธาวัลย์

ได้ดอกไม้ขาวเพิ่มเข้ามาในครอบครัวอีกคน

คงต้องหาซื้อต้นแก้วมาปลูกร่วมกับต้นพิกุลเสียแล้ว บ้านคงจะหอมกรุ่นและอบอุ่นน่าดู



( :: จบพาร์ตของมัลลิกา ดุจธาวัลย์ :: )


#พิกุลทูกู๊ด


❀✿❁❀✿❁❀✿❁❀✿❁❀✿


น้องจิ๊บเขาเตรียมตัวมาอย่างดีเชียวน้า
ได้ใจพ่อใหญ่กับแม่ใหญ่ไปหมด ส่วนนลินจะแกล้งเขาก็ไม่สำเร็จ
มีหลายคนเดาว่านลินคู่กับเกดรึเปล่า
ไม่ใช่ค่า แต่มีวางแผนว่าจะมีเรื่องของนลินแยก
ซึ่งเกดจะค่อนข้างเด่นมากเลยทีเดียว
แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเปิดต่อหลังจากพิกุลจบเลยไหม รอลุ้นกันน้า
และขอบคุณมากๆ สำหรับกำลังใจจากทุกคนนะคะ
รอบนี้มาสายหนึ่งวัน ตีกับโน้ตบุ๊คเก่าที่จะพังไม่พังแหล่อยู่
มาอัพให้แล้วว ทนคิดถึงพิกุลกันหน่อย ตอนหน้าจะได้เจอเจ้าลักยิ้มเหมือนเดิมม

ฮันนี่ ~

ออฟไลน์ PHENOMENAL

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 18
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ครอบครัวพิกุลน่ารักมากเลย  :katai2-1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Mitra

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 480
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-2
แก้วน่ารักจังเลยอ่า

ออฟไลน์ เป็ดอนุบาล

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1575
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-2
      เป็นตอนที่มีหลากหลายอารมณ์มาก
ทั้งสงสารพิกุลในวัยเด็กและอมยิ้มไปกับการเตรียมตัวมาขอคบกับพิกุลของแก้วกมลกับพ่อแม่พิกุล

      อ่านพิกุลวัยเด็กทุกทีน้ำตารื้นทุกทีคือมันอินเเละเห็นภาพอ่ะ ดักตีหัวญาติๆพิกุลได้ไหม

ออฟไลน์ nightsza

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2113
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-1
น้องแก้วเท่มากลูกกก

ออฟไลน์ p_phai

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2443
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-6

ออฟไลน์ Ginny Jinny

  • ความเป็นจริงมันวุ่นวาย ก็ขอให้ใจมันสบายๆในความฝัน
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2576
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-4
จิ้บน่ารัก

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7691
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12
แก้วเตรียมตัวมาดี

ออฟไลน์ Chonlachy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 23
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ทำไมเราอ่านแล้วน้ำตาไหลอ่า ฮรื่ออออ

ออฟไลน์ river

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2499
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +223/-3
โอ้ย น่ารักกันจริงๆ

ออฟไลน์ seaz

  • รักอยู่ไหน...ใจเรียกหา
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +381/-9
    • GIFFARINE ORDER สั่งง่าย ส่งฟรี
น้องจิ๊บเตรียมการมาดีหมดทุกอย่าง ยกเว้นเรื่อง ... สินสอด :laugh:

ออนไลน์ bpyt

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1612
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-2
น้องแก้วน่ารัก เจอผู้ใหญ่​กลายเป็นไม่จิ๊บเลย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5370
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-7
จิ๊บสมหวังแล้วเนอะ เหลือแค่วันส่งตัวเท่านั้น  :hao6:

ออฟไลน์ mab

  • ชื่อ mab ไม่ได้ชื่อ map
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 816
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-0
น้องแก้วไม่ทำให้ผิดหวังเลยจริงๆ  :katai2-1: :katai2-1:

ออฟไลน์ O-RA DUNGPRANG

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1992
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +50/-5
น่ารักมีแต่ความน่ารักเต็มไปหมดเลย   :กอด1:

ออฟไลน์ songte

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1581
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1
 ตอนเด็กพิกุลน่าสงสารจริงๆ
แต่ตอนนี้แก้วเท่มากๆๆ ไม่จิ๊บเลยวันนี้ พิกุลมาได้ยินคงปลื้มน่าดู

ออฟไลน์ Monkey D lufy

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1726
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +245/-4
น้องแก้วน่ารัก ส่วนพิกุลตอนเด็กน่าสงสารมากเลย

ออฟไลน์ Ac118

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 768
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-0
จิ๊บรู้กก เลิ่กลั่ก จิ๊บแฉตัวเองเก่งงง555555

พิกุลกับนลิน ตอนเด็กผ่านอะไรหนักหนาสาหัสเกินกว่า ที่เด็กตัวเล็กๆควรจะเจอ
อ่านไปน้ำตาไหลไป มันบีบหัวใจ

//เพิ่งเห็นว่า กลับมาอัพแล้ว คิดถึงค่าา
ยินดีใจด้วยค่ะ เรื่องคุณแม่ ขอให้คุณแม่คุณฮันนี่แข็งแรง มีสุขภาพที่ดีนะคะ

ออฟไลน์ fahdekkom

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 275
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
จิ๊บเอ๊ย มีเงินในบัญชีเยอะกว่าเราอีก 555555
แค่นี้แม่ใหญ่กับพ่อใหญ่ก็ตกหลุมรักแลัว

ออฟไลน์ ฮันนี่~

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 937
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2642/-15

29
เซอร์ไพรส์ดี



( :: พิกุล :: )

ถ้าเทียบปาร์ตี้ที่แก้วกมลจัด กับปาร์ตี้ที่ผมเคยไปมา ก็ต้องบอกว่าต่างกันราวฟ้ากับเหว ไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เสียงเพลงไม่ดังจนคุยกันไม่รู้เรื่อง ไม่มีกลิ่นบุหรี่ที่ลอยฟุ้งในอากาศ ไม่มีคนมีเซ็กส์กันในห้องน้ำ บนโซฟา หรือในสระว่ายน้ำ

เป็นใครก็คงบอกว่านี่ไม่นับเป็นปาร์ตี้และมันไม่สนุก

แต่สิ่งที่ทิ้งรสชาติขมขื่นไว้ในใจของผม ถูกแก้วกมลลบล้างออกไปจนหมด

แค่ได้เห็นเขาเต้นท่าทางตลกๆ ไปรอบสระก็ทำให้ผมชอบใจ ลองเต้นตามบ้างแม้ว่าจะเขินอาย

สุดท้ายความสนุกก็เข้ามาแทนที่ความทรงจำไม่ดีเกี่ยวกับปาร์ตี้ครั้งเก่า ผมไม่ต้องสนใจว่าคนรอบตัวจะคิดยังไง ไม่ต้องพยายามเข้าหาหรือหนีจากใคร แม้ว่าจะเจอคนแปลกหน้าอยู่บ้างแต่พวกเขาทำเพียงเต้นไปด้วยกัน

ช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงทำให้ใจพองโต

เมื่อมันจบลงจึงเผลอใจหายเล็กน้อย

“ขอบคุณที่มาร่วมปาร์ตี้กันน้า กลับดีๆ ครับ” แก้วกมลโบกไม้โบกมือส่งแขกออกทางประตูหน้า

“เพิ่งสี่ทุ่มเท่านั้นเอง ทำไมพี่แก้วรีบจบงาน ปกติปาร์ตี้เขาอยู่ถึงดึกไม่ก็จนฟ้าสว่างด้วยซ้ำ” นลินเอ่ยถาม

“ไปปาร์ตี้ที่ไหนมา เป็นเด็กเป็นเล็กนะ มึงดูน้องมึงยังไงพิกุล” แก้วกมลยกนิ้วชี้ขึ้นดุ

“กุลห้ามอะไรนลินไม่ได้หรอก ต่อให้ขังไว้ถ้านลินอยากไปไหนเขาก็หาทางไปจนได้ สู้อนุญาตและให้เขายอมบอกว่าจะไปไหนทำอะไรกับใครด้วยตัวเองจะดีกว่า”

น้องชายผมเป็นเด็กดื้อเงียบ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ คงเหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไป ในขณะที่ผมโตมาแบบเด็กขี้กลัว จึงค่อนข้างแตกต่างจากน้อง

“นลินยังไม่ได้คำตอบเลย เกิดมาไม่เคยเจอปาร์ตี้เด็กน้อยเริ่มงานหกโมงครึ่ง เลิกสี่ทุ่ม”

“ในงานมีเด็กน้อยอย่างพวกนายไง ทำตัวให้มันใสๆ สมวัยหน่อย อีกอย่างเวลากลางคืนเป็นเวลาของครอบครัว ไปอาบน้ำซะเด็กน้อยทั้งหลาย แล้วลงมาเจอกันที่ข้างสระ มึงไหวไหมพิกุล เลยเวลานอนแล้ว แต่กูยังมี after party เอ๊ะ หรือต้องเรียกว่า after after party”

แก้วกมลมักยื่นมือมาลูบหัว จับแก้ม ไม่ก็เขี่ยต่างหูบนหูผมเวลาที่ไม่รู้ตัวอยู่บ่อยครั้ง ตอนนี้ก็เช่นกัน ผมชอบมากจึงพยายามเป็นอย่างยิ่งที่จะยืนเฉย ไม่ทักหรือทำอะไรให้เขารู้สึกตัว ไม่อย่างนั้นนกน้อยขี้เขินจะหดมือหนีและโวยวายทันที

“ง่วงนิดหน่อยแต่ทนได้ครับ”

หรือว่าที่เขาไล่แขกกลับบ้านเร็วเพราะเป็นห่วงเวลาผมจะฝืนอดหลับอดนอน

วิธีใส่ใจในแบบของแก้วกมลมักเป็นการกระทำไม่ใช่คำพูด ถ้าหากไม่สนใจก็คงไม่รู้ เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร

“งั้นไปอาบน้ำก่อนเถอะ เดี๋ยวกูเก็บกวาดขยะให้ก่อน”

“พวกพี่ไปพักได้เลยครับ เดี๋ยวผมกับแฟนจัดการเก็บทั้งหมดให้เอง บริการหลังการขาย เผื่อพี่ติดใจครั้งหน้าจ้างผมอีกนะคร้าบ” ผู้ชายที่ใส่กางเกงลายกล้วยตะโกนมาจากทางซุ้มน้ำ คนที่แก้วกมลจ้างมานั่นเอง

“รบกวนด้วยครับ ไปอาบน้ำกันเถอะแก้วกมล” รีบดันหลังคนใกล้ตัวให้กลับเข้าไปในตัวบ้าน

บ้านหลังนี้มีห้องอาบน้ำสองห้อง นลินจึงพาเกดไปใช้ห้องหนึ่ง ส่วนผมพาแก้วกมลไปใช้อีกห้องหนึ่ง เมื่อเขาก้าวเท้าเข้าไปในห้องน้ำ ผมก็ก้าวตามทันที หันหลังปิดประตูล็อกให้เรียบร้อยกันนกตกใจบินหนี

ถึงอย่างนั้นเมื่อนกหันมาเห็นผมก็ตกใจจนสะดุ้งโหยง

“มึงเข้ามาทำไมเนี่ย!”

“เราเพ้นท์ตัวกันวันนี้ ล้างเองกลัวแก้วกมลจะขัดแรง กุลมาช่วยล้าง” ชี้ไปยังลวดลายตามตัว

“มึงไม่ต้องมาเนียน ลงล้างอะไรไม่ทราบ! กูไม่ใช่เด็กสามขวบ อาบน้ำเองได้ กูรู้นะว่าคิดอะไรอยู่”

“กุลคิดอะไรครับ”

“มึงคิดไม่ดี! เนี่ยมึงยิ้ม!”

จะไม่ยิ้มได้ยังไง เขาเริ่มร้องจิ๊บอีกแล้วนี่นา

“ถูหลังคนเดียวไม่สะอาดเดี๋ยวสิวขึ้นหลัง กุลเป็นห่วง”

เขาเริ่มลังเล ผมจึงยกสองมือขึ้นเหนือหัว

“จะไม่แตะโดนแม้แต่ปลายนิ้วครับ ใช้แค่ฟองน้ำเท่านั้น ขัดให้เสร็จกุลก็จะไปรอข้างนอก”

ไม่ใช่ว่าไม่อยากสัมผัส แต่แก้วกมลนั้นแตกตื่นแล้วอันตราย มันไม่คุ้มเสี่ยง เกิดเขาลื่นล้มในห้องน้ำจะยุ่ง แต่ก็พูดได้ไม่เต็มปากว่าไม่ได้หวังผล

อยากให้เขาชินกับการที่เราใกล้กัน ชินกับสัมผัสของผม ไม่วิ่งหนีหรือเขินจนกรี๊ด ทีละเล็กทีละน้อยก็ยังดี

“อาบพร้อมกันก็ได้ ยังไงก็ใส่ชุดว่ายน้ำกันอยู่แล้ว มัวแต่รอกูเดี๋ยวไม่สบาย”

เกร็งปากอย่างหนักเมื่อเขาพูดแบบนั้น อยากจะยิ้มกว้างๆ จนเจ็บแก้ม แต่เดี๋ยวเขาเปลี่ยนใจ

เราก้าวเข้าไปใต้ฝักบัว ไหล่ชนกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ แก้วกมลแก้มแดงแจ๋ ทำทีเป็นพูดจ้อเรื่องนั้นเรื่องนี้ไม่หยุด สายตาหลุบมองท้องผมบ้าง ต่ำกว่านั้นบ้าง แล้วก็ตีแก้มตัวเองบ่นพึมพำว่าห้ามใจแตก

แทบอดใจไม่ไหวอยากดึงมากอด มาหอมให้ร้องจิ๊บ

“หันหลังสิครับ กุลถูหลังให้”

“ว่าแต่มึงให้นลินวาดอะไรข้างหลัง จนจบงานแล้วกูยังไม่รู้เลย ลืมดูหลังมึงด้วย” เขาพยายามเอี้ยวคอมองหลังตัวเอง แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะเห็น

“เขียนว่า I’m JIB. ครับ”

“มึงแกล้งกูเหรอ! แค่นี้คนก็เรียกกูว่าจิ๊บกันเกือบทั้งมหา’ลัย กูเกือบลืมแล้วว่ากูชื่ออะไร”

“กุลอยากให้ทุกคนเรียกจิ๊บ น่ารักน่าเอ็นดู ส่วนชื่อของแก้วกมลเก็บไว้ให้ครอบครัวเรียกไงครับ”

แก้วกมลชะงัก ผมเคยบอกแล้วว่าเขาไม่ใช่คนหัวช้า และไม่ได้โง่ เพียงแต่ก่อนหน้านี้เขาไม่ทันได้คิดว่าผมกำลังจีบจึงตามไม่ทัน พอเขารู้ตัวก็เข้าใจทุกคำที่ผมต้องการสื่อ

ผมอยากเป็นครอบครัวของเขา

“แล้วหลังมึงละ I’m PIKUL?”

ผมส่ายหน้า หันหลังให้เขาได้เห็นด้วยตาตัวเอง

“If lost return to JIB. อะไร ถ้าหายให้ไปคืนจิ๊บ?”

“เวลาของหายก็ต้องส่งคืนเจ้าของไงครับ กุลได้ไอเดียมาจากเสื้อคู่รักที่เคยเห็นผ่านตา ถ้าซื้อมาให้ใส่คนเขินเก่งแถวนี้คงอาละวาดไม่ยอมใส่แน่ อีกอย่างกุลไม่ชอบเป็นเป้าสายตา เขียนในงานปาร์ตี้แบบนี้เหมาะแล้ว”

“เมื่อกี้มึงว่าอะไรนะ ถูหลัง ใช่ ถูหลัง เอ้า ขัดแรงๆ เลยน้อง พี่สะสมขี้ไคลรอคนมาถูหลังนานยี่สิบปี น้องได้รับสิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้!” ตีมึนรีบหันหลังให้ผม ผิวปากเสียงแหลมสูงเหมือนเสียงนก

จีบแค่นี้ก่อนก็ได้ ผมหัวเราะ ยอมหยุดพูดและช่วยเขาถูหลัง

เราอาบน้ำกันได้อย่างรอดปลอดภัยเพราะแก้วกมลทั้งผิวปากทั้งร้องเพลงการ์ตูน ไม่ให้มีความโรแมนติกหรืออีโรติกได้ผ่านเข้ามาแม้สักวินาทีเดียว

เก่งจริงๆ

หลังจากอาบน้ำเรียบร้อย ผมทาครีม ทาโลชั่นเตรียมตัวเข้านอน แก้วกมลก็ขอออกจากห้องไปเกือบครึ่งชั่วโมง ผมเริ่มร้อนใจวิ่งลงมาตามหาด้านล่าง พลันแสงสว่างส่องเข้ามาจากทางสระว่ายน้ำ

ก้าวเท้าออกไปเห็นแผ่นหลังเล็กและเสื้อนอนลายลูกนกสีเหลืองกำลังแหงนหน้ามองจอโปรเจคเตอร์ที่แขวนไว้กับพุ่มไม้

“มาพอดีเลย ดูหนังกัน”

แก้วกมลหันหน้ากลับมาหา ชี้ชวนให้ผมลงไปนอนในแพยางอันใหญ่สุด จากนั้นเขาก็ตามมานอนด้วย ซบหัวลงมาบนอก ตาที่มองจอใสแจ๋วไม่มีวี่แววของคนเขิน

กลายเป็นผมที่หัวใจกำลังเต้นแรงเพราะไม่เคยถูกอ้อน

“จำได้ไหม มึงเคยบอกว่ากูเหมือนสติช มึงว่ากูเป็นสัตว์ประหลาด”

ละสายตาจากแก้วกมลไปยังสัตว์จากต่างดาวตัวสีน้ำเงินกับเด็กหญิงตัวน้อย การ์ตูนโปรดที่เคยดูในวัยเด็ก จำเรื่องราวได้เพียงเลือนลาง แต่เมื่อนั่งดูไปจนจบก็จำได้ว่าทำไมถึงคิดว่าแก้วกมลเป็นสติช

“ลีโล่อยู่กับพี่สาวแค่สองคน เหมือนกุลกับนลิน วันหนึ่งก็เจอคนที่เข้ามาป่วน คนที่ไม่กลัวอะไรและช่างแสนซน แสนดื้อ เหมือนมาจากดาวคนละดวง พูดกันคนละภาษา ทำให้กลัวในทีแรก แต่ทำให้รักทีหลัง ทำให้ยิ้มได้ ทำให้อยากอยู่ด้วยกันตลอด ทำให้รู้จักคำว่าครอบครัวมากขึ้น นั่นคือความหมายของสติชสำหรับกุล”

“โม้เปล่า เป็นแค่เด็กน้อยจะคิดอะไรขนาดนั้น อย่ามาพูดเอาใจกูเพราะตอนนี้หลงกูม๊ากมาก กูไม่ได้โกรธไม่ได้งอน ไม่ต้องปากหวาน”

“ครับๆ ตามที่แก้วกมลพูดทุกอย่าง กุลไม่เถียง ไม่ต้องเขิน ไม่ต้องหนีไปไหน อยู่ให้กุลกอดก่อน” กอดเขาเอาไว้แน่นเพราะเริ่มยุกยิกจนแพยางอาจพลิกคว่ำ

“ไม่ให้กอดแล้วหมดเวลา! จะนอน!”

“ไปกอดต่อบนห้องก็ได้ครับ”

“!!!”

สุดท้ายก็ต้องเปียกปอนกันอีกรอบเพราะเขาทำแพยางพลิกคว่ำ

เมื่อไหร่จะยอมให้ผมกอดได้ดีๆ กันหนอ


หลังจบงานปาร์ตี้ก็เข้าสู่ช่วงปิดเทอมของเด็กมหา’ลัย ผมไม่ลงเรียนช่วงนี้เพราะต้องการรับงานถ่ายแบบได้อย่างเต็มที่ ส่วนแก้วกมลยุ่งอยู่กับการเตรียมตัวฝึกงาน

เรื่องราวที่ต้องหนักใจทั้งหลายผ่านพ้นไป ทำให้ผมไม่มีเรื่องให้โฟกัสนอกจากแก้วกมล

เริ่มอยากเอ่ยปากขอเลื่อนขั้น อยากตอบคำถามจากคนอื่นที่ว่า “มีแฟนหรือยัง” ได้เต็มปากสักที

“มีแฟนแล้ว แฟนน่ารักเท่ายอดเขาเอเวอเรสต์”

ซ้อมตอบคนเดียวจนเบื่อ

ยังไม่ทันได้วางแผนทำอะไร พ่อใหญ่ก็โทรมาบอกให้ผมไปหา จะมีการจัดงานเลี้ยงส่วนตัวที่บ้าน ให้ผมหาชุดสีขาว ไม่ต้องเป็นทางการมากมีแต่คนกันเอง แค่แต่งตัวทำผมหล่อๆ

เป็นโอกาสดีที่ผมจะได้คุยกับพ่อใหญ่แม่ใหญ่

“ใส่ตัวนี้สิครับ รับรองคนเห็นต้องเป็นลม”

“ใคร”

ปกตินลินไม่เคยเข้าห้องมาช่วยผมเลือกเสื้อผ้า วันนี้กลับตั้งอกตั้งใจ

“พ่อใหญ่กับแม่ใหญ่ไงครับ”

“นลิน มีความลับอะไรรึเปล่า”

“ไม่มี เอางี้พี่เลือกชุดที่พี่ชอบที่สุดแล้วกัน นลินเลือกให้ก็คงไม่ดีเท่าพี่เลือก”

เสื้อผ้าที่นลินใส่อยู่เป็นชุดสูทขาวกางเกงสามส่วน ไหนว่างานไม่เป็นทางการ นลินเคยเอาสูทออกมาใส่เสียที่ไหน

ผมมองเสื้อผ้าในตู้อย่างลังเล หยิบเอาเชิ้ตขาวลายลูกไม้มาใส่ คอด้านบนเป็นระบายเล็กน้อย มีโบสีครีมขนาดเล็กให้ผูกที่คอ ปลายแขนเป็นระบายคล้ายดอกไม้ เห็นแล้วคิดถึงดอกมะลิที่บ้านแม่ใหญ่ จากนั้นหยิบกางเกงลูกฟูกสีครีมมาสวม เช็กความเรียบร้อยอีกครั้งว่าสุภาพดีค่อยหยิบกุญแจรถ

“พร้อมรึยังนลิน”

“อยากถามพี่กุลมากกว่า แต่ว่าพร้อมครับ”

ทำตัวน่าสงสัย

ผมขับรถพาน้องกลับบ้าน เมื่อลงจากรถยิ่งต้องแปลกใจหนักกว่าเก่าเมื่อบรรดาพี่สาวทั้งสี่อยู่ในชุดกระโปรงสีขาวสวยงามเกินกว่าจะเป็นการจัดงานเล็กๆ ที่บ้าน พ่อใหญ่กับแม่ใหญ่เองก็เลือกชุดผ้าไทยสีขาวซึ่งเป็นชุดสำหรับออกงานมงคล

“สวัสดีครับพ่อใหญ่ แม่ใหญ่”

“มาทางนี้สิลูก มีเรื่องอยากคุยด้วยเยอะเลย พิกุลไม่ค่อยกลับบ้าน เรียนหนักเหรอ” พ่อใหญ่พาผมเข้าบ้าน ไถ่ถามเรื่องทั่วไปอยู่นานเกือบชั่วโมง ได้ยินเสียงวุ่นวายด้านนอกคล้ายมีคนอยู่หลายคน

“ตกลงวันนี้จัดงานอะไรกันเหรอครับ”

“งานของพิกุล”

“กุล?”

แม่ใหญ่เดินเข้ามาพอดี “ทุกอย่างพร้อมแล้ว ไปกันเถอะ”

พ่อกับแม่พาผมออกมาที่สวนด้านหลัง เมื่อประตูของเรือนกระจกเปิดออก เสียงอันทรงพลังที่ผมคุ้นเคยดีก็ดังมา

“ยินดีต้อนรับเข้าสู่งานประกาศรางวัล The perfect man awards! ผมแก้วกมล รับหน้าที่เป็นพิธีกรในวันนี้”

แก้วกมลยืนอยู่ใต้ต้นพิกุลกลางเรือนกระจก ใส่ชุดสูทสีขาว ปกคอแทนที่จะเป็นโบหรือเนกไทกลับเป็นดอกแก้วดอกใหญ่ ที่มือแทนที่จะเป็นไมโครโฟนกลับเป็นช่อดอกมะลิ

ผมหันมองรอบตัวอย่างงุนงง พี่สาวทั้งสี่ของผมนั่งอยู่ที่เก้าอี้ซึ่งคลุมผ้าขาว มีดอกไม้ขาวตามชื่อห้อยไว้ที่ด้านหลัง แม่ใหญ่พ่อใหญ่ และพ่อแม่ของแก้วกมลนั่งที่เก้าอี้ยาวคู่กันคนละฝั่ง เกดกับนลินก็อยู่ด้วย เก้าอี้หนึ่งตัวที่ว่างมีดอกพิกุลห้อยเอาไว้ เป็นที่ตรงกลางด้านหน้าของแก้วกมล

ที่ของผม

“รางวัลแรกคือ Best son! ผู้ที่ตั้งใจเรียนเป็นอย่างดี ไม่เคยทำให้พ่อใหญ่แม่ใหญ่ต้องหนักใจแม้สักครั้ง กิริยามารยาทอ่อนหวาน” โทนเสียงและจังหวะการพูดเหมือนกับในงานประกาศรางวัลที่ผมเคยดู เสียงของแก้วกมลยังคงน่าฟังเหมือนเคย ผมนั่งลงที่เก้าอี้ ยิ้มออกมาอย่างควบคุมไม่ได้

“ผู้ชนะคือ พิกุล ดุจธาวัลย์! ยินดีด้วยครับ เชิญคุณพ่อพฤกษ์ขึ้นมอบรางวัล”

พ่อใหญ่เองก็เล่นไปกับเขาด้วย มีประกาศนียบัตรใส่กรอบไม้เขียนด้วยลายมือที่ผมจำได้ว่าเป็นของพ่อใหญ่ เมื่อออกไปรับพี่ปุ๋ยก็วิ่งมาถ่ายรูปพร้อมกล้องตัวใหญ่

อยากถามแก้วกมลว่ากำลังทำอะไร แต่เห็นทุกคนพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ ผมจึงยอมตามน้ำ

เขายังคงประกาศรางวัลไปเรื่อย ซึ่งมีแต่ผมเป็นผู้ชนะ คนมอบรางวัลเปลี่ยนเป็นแม่ใหญ่ พี่สาวทั้งสี่ จนถึงนลิน ต่อไปคงเป็นรางวัลจากแก้วกมล

หันไปมองหน้าเขาอย่างรอคอย

“ก่อนประกาศรางวัลสุดท้าย พักชมการแสดงสักครู่ครับ”

การแสดง?

 เสียงเปียโนดังแว่วมา ท่วงทำนองสดใสไม่คุ้นเคย นลินเดินไปยังอิเล็กโทนสีขาวที่ผมไม่ได้สังเกตว่ามันตั้งอยู่

แก้วกมลกำลังร้องเพลง เเมื่อสบตากันริมฝีปากของเขาแย้มยิ้มทะเล้น

“ฉันไม่เคยจะเศร้าในเวลาที่เธออยู่กับฉัน

ฉันก็แค่อยากเมารักอยู่กับเธอทุกวัน

ยิ้มกันแบบนี้ตลอดไปได้ไหม

ชีวิตมีครั้งเดียวอยากทำให้สดใส”

เสียงของเขาดังชัดเจน มันก้องกังวานอยู่ในเรือนกระจกโดยไม่ต้องใช้ตัวช่วยใด พลันผมได้ยินเสียงนกร้อง เมื่อแหงนหน้าก็พบนกน้อยทั้งห้าอยู่บนกิ่งต้นพิกุล พวกเขามีโบสีขาวอันเล็กที่คอ กำลังส่งเสียงราวกับช่วยแก้วกมลร้องเพลง

“น้องพิกุล ...เป็นคนนิสัยดี๊

ถ้าจับใครอยากจับเธอเป็นคู่กรณี

I'm so happy อธิษฐานทุกวันขอเป็นคนสำคัญได้มั้ย”

ละสายจากนกตัวเล็กมายังนกที่น่ารักกว่า

“กุลจะมองแก้วคนเดียวมั้ยนะ เจอใครๆ กุลจะชมมั้ยนะ”

เนื้อหาในเพลงทำให้ผมส่ายหน้าตอบ แก้วกมลทำหน้าดื้อใส่ผมก่อนจะร้องท่อนต่อไป

“จริงดิ เอายังไงดี เชื่อดีรึเปล่า”

ผมหัวเราะ พยักหน้าเพื่อยืนยันอีกครั้ง

“กุล so cute เวลากุลยิ้ม คนอะไรน่ารักซะจริง

อยากได้กุลมาแนบแอบอิงใกล้ๆ ”

เสียงเปียโนหยุดลงกะทันหัน แก้วกมลหยิบผ้าปิดตาออกมาจากกระเป๋ากางเกง คาดมันลงบนหัว ปิดตาตัวเองไป ผมจึงเห็นเพียงริมฝีปากและจมูกของเขา

เขาสูดหายใจเข้าก่อนร้องเพลงอีกครั้งพร้อมเสียงเปียโนที่เล่นได้ตรงจังหวะเหมือนซ้อมกันมาเป็นอย่างดี

“ไม่เคยมีใครน่ารักเท่ากับเธอ เจอกี่ครั้งก็ยังละเมอ

ยอมให้เธอได้ทุกอย่าง ให้ฉันรักได้เปล่า”

แก้มของเขาแดงแจ๋ เสียงร้องสั่นและเบาลงเล็กน้อย ที่ปิดตาเพราะว่าเขินผมอย่างนั้นเหรอ และเพลงนี้ใครควรเป็นคนร้องกันแน่

“ใครจะน่ารักเท่ากับเธอ หาให้ตายก็หาไม่เจอ

อยากขอเธอแค่สักอย่าง ให้ฉันรักได้เปล่า”

ทนนั่งอย่างเดียวไม่ได้ ผมเดินไปตรงหน้าเขา ในจังหวะที่แก้วกมลร้องทวนท่อนเดิมอีกครั้งแต่เปลี่ยนเนื้อ

“อยากขอกุลแค่สักอย่าง เป็นแฟนกันได้เปล่า”

เสียงดนตรีหยุดลง แม้กระทั่งเสียงนกร้องก็หยุดด้วย เรือนกระจกเงียบงัน

หนึ่งวินาที

สองวินาที

แก้วกมลยุกยิก แอบเปิดผ้าออกดูจนได้ พอเห็นผมเขาก็รีบปิดตาเหมือนเดิม

“เงียบทำไมเล่า! เป็นหรือไม่เป็น!”

เขินแล้วเกรี้ยวกราด

ที่ผมเงียบไม่ใช่เพราะต้องการแกล้งหรือเล่นตัว ผมรอวันนี้มานานแสนนาน ถึงอย่างนั้นก็อยากย้ำอีกครั้งให้แน่ใจ

“แน่ใจแล้วเหรอครับว่าเป็นกุล กุลไม่ใช่ผู้ชายที่สมบูรณ์แบบ ถึงแม้ว่ากุลจะอยากเป็นแค่ไหน”

แก้วกมลสูดหายใจเข้าลึก

“กูรู้ว่ากูทำให้มึงเสียใจหลายต่อหลายครั้ง เหมือนพวกคำคมตามเน็ตที่บอกว่าคำพูดก็เหมือนกระสุน กูพูดไปแล้วกูเอามันกลับมาไม่ได้ มึงอาจจะรักษาแผลจนหาย แต่ไม่ใช่ว่าตอนที่โดนยิงมึงไม่เจ็บ กูพูดถูกไหม”

ผมพยักหน้า พลันนึกได้ว่าแก้วกมลใส่ผ้าปิดตาอยู่จึงตอบรับ

“ครับ”

“กูไม่เคยอยากให้มึงเป็นคนที่สมบูรณ์แบบ กู... กูเอ็นดูมึงมากตอนที่มึงเป็นเด็กน้อยขี้มูกยืด กูอยากให้มึงยังเป็นเจ้าแว่นที่คอยจับชายเสื้อกู หลบหลังกูเวลาเจอคนไม่รู้จัก ตอนที่มึงหายไปกูก็ใจหายมากแล้ว พอมึงกลับมากลายเป็นคนละคนกูยิ่งใจหายไปกันใหญ่ นอกจากกูจะเผลอคิดว่ามึงมาแก้แค้น ก็ยังทำให้กูคิดว่ากูไม่จำเป็นสำหรับมึงอีก มึงเก่งแล้ว ไม่ต้องมีพี่แก้วช่วย คงเหมือนกับเด็กหวงของเล่น กูไม่ชอบและไม่อยากให้มึงมีคนอื่น โลกทั้งใบของมึงเคยมีแค่กูกับนลิน หรือไอ้เกด ความเห็นแก่ตัวมันครอบงำจนไม่ได้คิดว่าสิ่งที่ทำแต่ละอย่างจะทำให้มึงรู้สึกยังไง”

นั่นไม่ใช่คำตอบที่ผมคิดว่าจะได้รับ นึกว่าเขาจะแค่บอกรักไม่ก็จิ๊บเสียงดังโวยวายเหมือนเคย

“กุลไม่ใช่คนตลก”

“นั่นไง มึงฝังใจจริงด้วย”

“แค่อยากเป็นคนแบบที่แก้วกมลชอบ พอเป็นไม่ได้ก็เศร้า” ได้โอกาสอ้อนเสียหน่อย เพียงแค่ทำเสียงเศร้าแก้วกมลก็รีบแกะผ้าปิดตาออก เข้ามาประคองแก้มผม โอ๋ยกใหญ่

“มึงมีทุกข้อแล้ว แต่กูไม่มีสักข้อ งั้นกูตลกให้มึงเอง เป็นไง เราสองคนบวกกันก็สมบูรณ์แบบ!”

อย่างแก้วกมลนับเป็นข้อไม่ได้หรอก นาทีหนึ่งแสนจะน่ารัก อีกนาทีแสนดื้อ

“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรต้องถามอีก” ผมส่งยิ้มให้ ใจเต้นรัว ได้พูดคำที่อยากพูดสักที

“สวัสดีครับ แฟน”

เหลือบมองริมฝีปากเขา ส่งสัญญาณว่าผมต้องการอะไร

“!!!”

รู้สึกตัวอีกทีหน้าผากของผมก็เจ็บแปล๊บ แก้วกมลกระโดดเอาหัวโขกผม จากนั้นก็วิ่งไปกอดต้นพิกุลไว้

“ทำอะไรครับ กอดแต่พิกุลนั้น จะไม่กอดพิกุลนี้เหรอ”

“กอดไปแล้ว!” เขาตะโกนตอบโดยไม่ยอมเอาหน้าออกจากต้นไม้

“อยากจูบแฟน มาให้จูบหน่อย โอ๊ะ อย่าครับ เดี๋ยวเป็นแผล”

สอดมือไปขวางระหว่างหน้าผากเขากับเปลือกของต้นไม้ได้ทันในจังหวะที่แก้วกมลเตรียมจะเอาหัวโขกต้นพิกุล

“มึงใจเย็นก่อน! อย่าวู่วาม! เลื่อนขั้นได้ไม่ถึงนาทีมึงจะมาขออะไร๊”

คนที่ควรใจเย็นก็มีอยู่คนเดียว ยังไม่รู้ตัวอีก

“อะแฮ่ม ยังมีสักขีพยานอีกมากมายครับพี่กุล” นลินเดินมากระซิบเตือน

ไม่น่าเชื่อว่าแก้วกมลทำให้ผมลืมไปได้สนิทใจว่ามีผู้ใหญ่กำลังดูและฟังสิ่งที่ผมพูดอยู่ ผมรีบหันไปไหว้พวกเขาเป็นเชิงขอโทษ

“เด็กวัยรุ่นก็แบบนี้ ตกอยู่ในภวังค์รักจนลืมทุกอย่าง ดูสิคุณ พิกุลของเราเป็นหนุ่มแล้ว” แม่ใหญ่ยิ้มหวาน

“กลับมาที่รางวัลสุดท้าย รางวัลใหญ่ที่สุดในค่ำคืนนี้!”

ยังกลางวันแดดร้อนเปรี้ยงอยู่เลย แต่ไม่อยากขัดใจแฟนจึงยอมถอยกลับมานั่งที่เก้าอี้

“รางวัล Best couple ที่สุดแสนจะหล่อ สุดแสนจะเฟี้ยวฟ้าว สุดจะดีเลิศ ไร้ที่ติ ไร้เทียมทาน เป็นหนึ่งในยุทธภพ รางวัลนี้เป็นของ พิกุลและแก้วกมลครับ!”

คราวนี้ผมกลับสะดุ้งเพราะแก้วกมลพุ่งตัวมาคุกเข่าที่หน้าเก้าอี้ แบมือขออะไรสักอย่าง พอผมงงเขาก็คว้ามือไปวางบนมือเขา สวมแหวนลงบนนิ้วนางข้างซ้าย

“แหวนดอกไม้?”

เป็นแหวนเงินมีดอกพิกุลอยู่ในเรซิ่น มันยังขาวบริสุทธิ์น่ามอง

“ไม่ได้ทำเองหรอก ลองแล้วมันเละ อันนี้นลินช่วย”

“ขอกุลแต่งงานเหรอครับ”

“ขอเป็นแฟน!”

“เป็นแล้ว แต่งเลย ตกลง I do.”

แก้วกมลอ้าปากค้าง ผมดึงตัวเขาให้ลุกยืน อดใจไม่ไหวต้องหอมแก้มไปหนึ่งที

“พิกุล! ทำอะไรอายพ่อแม่พี่น้องบ้าง!”

“คนแต่งงานกันแล้ว หอมแก้มกันไม่เห็นเป็นไร”

“ยังไม่ได้แต่ง!”

“พ่อแม่มากันพร้อมหน้า แขกเหรื่อ ตากล้อง แหวน กุลว่าใช่นะ แต่งแล้วต้องไปไหนต่อ เข้าหอรึเปล่า”

“พิกุล!” เสียงเขาแหลมสูงขึ้นอีกหลายระดับ “รถพยาบาล กู้ภัย! สายด่วน! ออกซิเจน! โอ๊ะ ไม่ทันแล้ว กูว่ากูกำลังจะไปพบปู่ มายืนกวักมือเรียกหยอยๆ ตรงนั้น แต่กูยังไปไม่ได้ กูเพิ่งมีแฟนยังไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง กูต้องสู้ มึงว่าดอกพิกุลนี่มีบนสวรรค์ไหม กูว่ามีนะ เห็นปู่ถือดอกพิกุล”

แกล้งหน่อยเดียวเครื่องรวนเสียแล้ว

“เราเตรียมอาหารเอาไว้ที่ครัว หนูกุลพาแก้วไปทานก่อนที่ลูกแม่จะทำอะไรให้ต้องขายหน้าเถอะ แก้ว! ดึงสติ!” แม่บุษหันไปดุลูกเล็กน้อย แก้วกมลรีบเข้าไปกอดแขนแม่

“แม่จ๋า หนูกลับไปเป็นเด็กน้อยได้ไหม ดาเมจนี้มันรุนแรงไป หนูว่าหนูไม่ไหว”

น่ารักเกินไปไหมแก้วกมล แบบนี้ผมเองก็พาลจะไม่ไหวไปด้วย

ทุกคนกลับเข้าไปในบ้าน โต๊ะอาหารขนาดสิบสองคนที่มักมีแค่ครอบครัวเราวันนี้มีคนนั่งเต็มพอดิบพอดี

“งานวันนี้เป็นไอเดียหนูแก้วเขาทั้งหมดนะ” พ่อใหญ่เอ่ยระหว่างที่อาหารเสิร์ฟลงบนโต๊ะ

“รางวัลแต่ละอย่างที่ให้กุล น้องแก้วเขาให้เราเป็นคนคิดเองคนละหนึ่งรางวัล มันคือสิ่งที่เราอยากให้กุลรับรู้ สิ่งที่น้องแก้วเขาให้กุลรู้” พี่พุดเสริม

ลูกชายดีเด่น เด็กดีประจำบ้าน น้องชายอันดับหนึ่ง พี่ชายที่แสนดี และชื่อรางวัลมากมายเหล่านั้นฉายซ้ำในหัว ทีแรกคิดว่ามันเป็นเพียงการเล่นสนุกของแก้วกมล ซึ่งไม่ใช่เลย

“อะไร ซึ้งใจใช่ไหมล่ะ”

รางวัลที่แก้วกมลให้ผมคือ Best couple รางวัลคู่ ใส่ตัวเองเข้ามาด้วยแบบนี้ยิ่งทำให้ผมยิ่งหลงเขาไปกันใหญ่

ไม่ได้การ ผมต้องเดินหน้าบ้าง

หลังจากรวมทานอาหารและถ่ายรูปกันเสร็จเรียบร้อย พ่อสนและแม่บุษขอตัวกลับก่อน เป็นโอกาสให้ได้พูดคุยกับพวกเขาตามลำพัง

“พ่อสนกับแม่บุษอนุญาตให้แก้วกมลคบกับกุลใช่ไหมครับ”

ผู้ใหญ่ทั้งสองพยักหน้า

“กุลขออนุญาตรับตัวแก้วกมลไปอยู่กับกุลได้ไหม กุลเองก็อยากใช้ชีวิตแบบที่ได้เห็นหน้าแก้วกมลเป็นคนแรกตอนตื่นเหมือนอย่างที่พ่อสนกับแม่บุษหรือพ่อใหญ่กับแม่ใหญ่เป็น”

“อันนี้ก็อยู่ที่แก้วเขาจะเลือก” พ่อสนตอบ

“แต่ถ้ารับไปอยู่ด้วยกัน พิกุลก็ไม่มาทานข้าวที่บ้านเราน่ะสิ แม่เหงาแย่เลย”

“กุลจะพาแก้วกมลไปหาทุกวันเสาร์อาทิตย์ดีไหมครับ กุลไม่เคยอยากเอาแต่ใจแบบนี้มาก่อน คงเป็นเพราะลูกพ่อสนกับแม่บุษ ทำให้กุลไม่อยากอยู่ห่างจากเขาจริงๆ”

พวกเขามองหน้ากันไม่นานนักก็ยิ้มให้ผม

“พ่อรู้ กุลไม่เคยขออะไร ทำอย่างที่อยากทำเถอะ แค่มาหากันบ้างก็พอ”

ได้รับคำอนุญาตจากผู้ใหญ่ ก็เหลือแค่แก้วกมล

ผมไม่ใช่คนที่ชอบจับนกใส่กรง ดังนั้นคงต้องหาวิธีให้นกเข้าไปในกรงด้วยความเต็มใจ นกขี้ตกใจแบบแก้วกมลยิ่งยากเป็นพิเศษ

รักเขามากจะทำอะไรได้นอกจากอดทนและรอคอย ต้องมีสักวันที่แก้วกมลไม่เจ็บตัวเวลาเขิน ไม่อย่างนั้นคงได้แค่หอมแก้มกันไปจนผมกลายเป็นคุณตา

ฟ้าคงไม่ใจร้ายกับผมมากหรอกใช่ไหม ผมเป็นเด็กดีนะ

( :: จบพาร์ตของพิกุล :: )

#พิกุลทูกู๊ด

❀✿❁❀✿❁❀✿❁❀✿❁❀✿

อีกสองสามตอนก่อนจบก็จะเป็นความป่วง ความมึน ความล่กของจิ๊บเขาล่ะ
เป็นแฟนพิกุลไม่ง่ายหรอกน้าาา
เอาใจช่วยพิกุลกันด้วยนะคะ จะเหนื่อยแค่ไหนเนี่ย

ฮันนี่ ~

ออฟไลน์ Chonlachy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 23
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
โอ้ยยยยยยย! เขิลลลลลลมากกกกกกกก
ทกทกบัทเแวไลไทับอมฟิหฝเลอมฟทำใดงแหทกนย

ออฟไลน์ เป็ดอนุบาล

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1575
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-2
น่ารักที่สุดดด
ในที่สุดเค้าก็เป็นแฟนกันเเล้ว
แก้วกมลกับพิกุลสมกันที่สุดค่อยเติมเต็มกันและกัน

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด