ตัวจริง…ของเธอ : Chapter 4 (13/05/2019)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ตัวจริง…ของเธอ : Chapter 4 (13/05/2019)  (อ่าน 411 ครั้ง)

ออฟไลน์ everlastingly

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฎ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฎข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฎข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม
Share This Topic To FaceBook
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-05-2019 18:16:21 โดย everlastingly »

ออฟไลน์ everlastingly

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
Re: ตัวจริง…ของเธอ : Introduction (15/04/2019)
«ตอบ #1 เมื่อ15-04-2019 22:49:32 »

คำแนะนำจากคนเขียน


นิยายเรื่องนี้เป็นเนื้อหาที่แต่งขึ้นมาจากจินตนาการของผู้เขียน
จึงแนะนำ คนอ่านไม่ต้องอินในตัวละคร หรือพยายามสืบหาความจริงใดๆ
ทั้งจากตัวละคร สถานที่ต่างๆ หรือบทเนื้อหาต่างๆ ที่ทำให้คนอ่านเกิดความสงสัย


คนเขียนแค่ขอพื้นที่ในการเขียน สร้างผลงาน และกำลังใจจากคนอ่านก็พอแล้ว
หวังว่าคนอ่านทุกๆ คนจะมีความสุขกับเรื่องนี้นะ



:pig4: :pig4: :pig4:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-04-2019 22:56:58 โดย everlastingly »

ออฟไลน์ everlastingly

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
Re: ตัวจริง…ของเธอ : Chapter 1 (15/04/2019)
«ตอบ #2 เมื่อ15-04-2019 22:55:07 »

Chapter 1

เรื่องที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ อยากจะให้ทุกคนได้ลองเปิดใจอ่านและร่วมแบ่งปันประสบการณ์กัน เรื่องราวที่คนอ่านจะสัมผัสจะเต็มไปด้วยความสุข ความทุกข์ ความน่ารัก ความเอาใจใส่และความเฉยชาปะปนกันไป

ถึงแม้ตอนนี้ความรู้สึกของคนเขียนเกือบทั้งหมดจะ “ทุกข์” มากกว่า แต่ในใจก็พยายามโหยหาในสิ่งที่ทำให้มีความสุขจากความทรงจำเก่าๆ ที่เคยมีร่วมกัน เพื่อมาแบ่งเบาความทุกข์ ความอัดอั้นภายในใจ แม้ว่าในใจอยากจะพูดคุย เพื่อเคลียร์ปัญหาทุกๆ อย่างด้วยกัน

แต่ก็ไม่สามารถจะทำได้ตามใจปรารถนา เพราะเหตุช่องว่างของระยะทาง เวลา หรือบางทีอาจจะมาจาก “ตัวคน” มากกว่า มากกว่าการที่เราจะไปโทษดาวโทษเดือน หรือผมต่างหากที่กำลัง “ฝืน” ทั้งๆ ที่รับรู้อยู่เต็มอกว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในช่วงที่ผ่านมา

และคำว่า “ฝืน”…น่าจะเป็นคำอธิบายที่เหมาะสมที่สุดแล้วในช่วงเวลานี้

ระหว่างผมและสกาย รุ่นน้องที่อายุน้อยกว่าผมสามปี เราเริ่มรู้จักกันในฐานะรุ่นพี่รุ่นน้องสถาบันเดียวกัน แต่เรียนต่างคณะกัน จากเหตุของโชคชะตา หรือไม่รู้ว่าบุญกรรมที่เคยสร้างร่วมกันไว้หรือเปล่า ที่นำพาให้ผมและน้องเขามารู้จักกันได้

หากย้อนกลับไปครั้งแรกที่เจอกัน ตอนนั้นผมเป็นนักศึกษาแพทย์ชั้นคลินิกปีแรกครับ ชั้นปี 4 เป็นช่วงปีที่การเรียนหนักเอามากๆ ก.ไก่ ล้านตัว เพราะชีวิตต้องปรับตัว รู้จักรับผิดชอบตัวเองมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว ทั้งการเรียน การอ่านหนังสือ การแบ่งเวลาและคนไข้

ส่วนสกายก็เพิ่งเข้าเป็นน้องใหม่เฟรชเมนเอง ย้อนกลับไปคิดดูก็ตลกดี เหมือนผมเป็นโคแก่กินหญ้าอ่อน 555 และที่สำคัญใครจะไปคาดคิด และตัวผมเองก็เช่นกัน ตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยมายังไม่เคยมีแฟนกับเขาเลย แต่ที่ไหนได้มามีแฟนตอนปี 4 เมื่อเพื่อนๆ ที่สนิทและพี่รหัสในคณะทราบก็แซวผมกันยกใหญ่ ทั้งเรื่องกินเด็ก และการมาได้แฟนในชั้นคลินิกที่แทบจะไม่มีเวลาว่างให้ตัวเองเลยด้วยซ้ำไป

หากนับเวลาดูแล้ว นับตั้งแต่ที่ผมและสกายตกลงใจคบกันในฐานะแฟน จนถึงปัจจุบันก็นานร่วม 4 ปีแล้วครับ ผมเพิ่งเรียนจบไป และเริ่มทำงานปีแรกเป็นแพทย์ใช้ทุนที่โรงพยาบาลอำเภอแห่งหนึ่ง ในจังหวัดทางภาคอิสาน ส่วนสกายตอนนี้ก็เรียนวิศวะเข้าสู่ชั้นปีสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใจกลางเมืองหลวงครับ ซึ่งผมเองก็จบจากสถาบันนี้เช่นกัน ช่วงกลางๆ ปีก็เตรียมยื่นใบลา เพื่อไปรับพระราชทานปริญญาบัตรแล้ว

แต่ความรักก็ไม่ได้ด้วยสวยหวานเสมอไป นี้ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกนะครับที่ผมและสกายมีปัญหาทะเลาะกัน เรื่องราวก็เหมือนแฟนคู่อื่นๆ งอนง้อกันไปมา แต่ครั้งนี้มันแตกต่างกันจากทุกๆ ครั้งไป เมื่อความรักมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่คนสองคน ความชัดเจนก็ไม่มี คำอธิบายคำชี้แจ้งก็ไม่มี

ถ้าถามว่าเรายังรักกันไหม สำหรับผมบอกได้แค่ว่า “ยังรักเหมือนเดิม” แต่สิ่งที่ลดลงคงเป็นความเชื่อใจไว้ใจ แต่สำหรับอีกฝ่าย ผมไม่แน่ใจและไม่รู้อะไรเลย หรือบางทีความรักที่มีให้กันมันอาจจะยังไม่มากพอ สุดท้ายจึงมีคนอื่นๆ เข้ามา

แต่คำว่า “คนอื่นๆ” อาจจะถูกใช้กับผมเองก็ได้ เพราะยอมรับว่าตอนนี้สับสนและไม่รู้เรื่องราวความเป็นจริงที่เกิดขึ้นเลย จะมีเพียงคำบอกเล่าจากปากของน้องรหัส และเพื่อนๆ ในรุ่นที่สมัครเป็นอาจารย์ต่อที่คณะ แต่ที่สะเทือนความรู้สึกที่สุดคงเป็นคำถามจากมาม๊าของสกายที่โทรมาถามไถ่ผมเมื่อสามวันที่แล้วด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงว่า


“ผมกับสกายยังคงเป็นแฟนกันอยู่ไหม ตอนนี้”


ในเมื่อทุกๆ อย่างไม่มีอะไรชัดเจน และผมก็ยังคงหวังและยังรักอยู่ คำว่า “ฝืน” ที่ผมใช้แทนคำอธิบายสถานการณ์ทุกๆ อย่างในตอนนี้ คงเหมาะที่สุดแล้ว ถึงแม้หลายครั้งจะเจอกับคำถามห่วงใยจากคนรอบข้าง “ทำไมต้องฝืน” แต่ขณะเดียวกัน คนเรามักนำมาใช้เหตุผลมากมายหลายอย่างเหลือเกินมาประกอบ


เพื่อรั้ง…

เพื่อรอ…

เพื่อประคอง…

เพื่อให้วันวานที่ผ่านอะไรต่างๆ มาด้วยกัน ไม่สูญเปล่า…


และความห่วงใยจากคนรอบข้างที่ผมต้องขอบคุณพวกเขาเหล่านั้นอยู่เสมอ เมื่อรู้ถึงความฝืนที่ผมต้องพบเจอในทุกๆ วันนี้


“พี่จะฝืนเพื่อ…?”

“แกจะฝืนเพื่ออะไร…?”

“น้องจะฝืนเพื่ออะไร…?”

หรือแม้แต่ “หมอจะฝืนไปทำไมกัน…?”


ถึงแม้พวกเขาจะถามและแสดงถึงความไม่เข้าใจ แต่ทุกคนก็ห่วงใยและให้กำลังใจผมอยู่เสมอไม่ว่าจะอยู่ใกล้อยู่ไกล และหน้าที่จรรยาบรรณที่ผมต้องรับผิดชอบ ก็มีส่วนช่วยให้จิตใจเข้มแข็งมากขึ้น


“งานคืองาน เรื่องส่วนตัวคือเรื่องส่วนตัว”


เพราะถ้าจิตใจผมวุ่นวาย ไม่มีสมาธิ นั้นหมายถึงชีวิตของคนๆ หนึ่งที่อยู่ตรงหน้าของผม เหมือนเป็นคนจิตใจแข็งแกร่งเกือบจะกลายเป็นหมอที่ไม่มีหัวใจ ไม่รู้สึกรู้สาอะไร


แต่เพราะเหตุทั้งหมดมาจากคนไข้ไม่ใช่เหรอ?


ที่ทำให้คนเป็นหมออย่างผมต้องมาวุ่นวายใจ พร้อมที่จะใจแตกสลายได้อยู่เสมอ บางครั้งก็อยากจะร้องไห้ต่อหน้าคนไข้ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยในช่วงแรกๆ ที่ผมต้องมารับรู้การเปลี่ยนแปลงระหว่างผมกับสกาย

แต่รอยยิ้มจากคนไข้ตรงหน้าก็เป็นเหมือนกำลังใจสำคัญให้ฮึบก้อนน้ำตาเหล่าไหลย้อนกลับเข้าไป

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-05-2019 12:52:13 โดย everlastingly »

ออฟไลน์ warin

  • รถไฟขบวนนั้น ได้แล่นผ่านไปแล้ว
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2048
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
    • -
Re: ตัวจริง…ของเธอ : Chapter 1 (15/04/2019)
«ตอบ #3 เมื่อ16-04-2019 08:08:31 »

ติดตามจ้า

ออฟไลน์ everlastingly

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
Re: ตัวจริง…ของเธอ : Chapter 2 (4/05/2019)
«ตอบ #4 เมื่อ04-05-2019 13:30:36 »

Chapter 2


ย้อนกลับไปในช่วงชีวิตที่ยังเป็นนักศึกษาแพทย์ชั้นปี 4 ของมหาวิทยาลัยรัฐบาลแห่งหนึ่ง


มันเป็นช่วงเวลาที่สำคัญและท้าทายหลังจากได้เรียนภาคทฤษฎีและปฏิบัติการมากมายหลายแขนงวิชาตั้งแต่ปี 1 ถึงปี 3 และผ่านการสอบ NL 1 หรือใบประกอบโรคศิลป์รอบแรกมาแล้ว

ก็ถึงเวลาที่จะได้ใช้ความรู้ที่ได้สั่งสมเบื้องต้น มาปรับใช้ในการเรียนรู้ชั้นคลินิกกับคนไข้จริง ซึ่งแน่นอนว่าการเรียนวันแรกก็ทำให้ผมแทบจะสลบ หอบลากสังขารตัวเองกลับหอแทบจะไม่ไหวแล้ว แม้จะเป็นแค่ช่วงเพิ่งจะเปิดเทอมก็ตาม ส่วนคณะอื่นๆ จะอยู่ในช่วงของการเรียนซัมเมอร์

พอย้อนกลับมามองช่วงชีวิตในตอนนั้น ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ผมมีเวลาว่างมากขนาดนั้นเลยเหรอ?

ที่มีโอกาสได้มาพบเจอกับไอ้เด็กเฟรชชี่วิศวะปี 1 อย่าง "สกาย"



ถ้าจะให้เล่าย้อนความในอดีต คงต้องใช้คำว่า "ความบังเอิญ" มากกว่า เพราะหลังจากเปิดเทอมปี 4 ของผมไปสักระยะหนึ่ง ก็จะเป็นช่วงกิจกรรมรับน้องก่อนเปิดเทอมของเด็กปี 1 ซึ่งหน้าที่เด็กแพทย์ปี 4 อย่างพวกผมที่ได้รับมอบหมายมาจากทางคณะอีกที คือ หน่วยปฐมพยาบาลร่วมกับคณะสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ โดยถือเป็นการเก็บชั่วโมงกิจกรรมและฝึกภาคปฏิบัติไปในตัว

ซึ่งกิจกรรมพวกนี้เองที่ทำให้ผมได้เจอกับ "สกาย" เพราะไอ้เด็กวิศวะปี 1 ที่มีส่วนสูงกว่าผมมาก มันดันเป็นลมในกิจกรรมรับน้องวันหนึ่งของมหาวิทยาลัยที่พาเด็กเฟรชชี่เดินทางไกล จากยิมสนามกีฬาไปยังหอประชุมขนาดใหญ่ของมหาวิทยาลัย ประกอบกับวันนั้นแดดก็ร้อนมากๆ และมันเองก็ไม่ได้กินข้าวเช้ามาด้วย

เป็นผลให้หน่วยปฐมพยาบาลต้องแบกมันจากแถวที่กำลังเดินมุ่งหน้าไปยังอีกฝากของมหาลัย มายังรถหน่วยพยาบาล พร้อมกับเพื่อนมันอีกหนึ่งคนที่ช่วยประคองมันมาที่รถพยาบาล

แล้วหน้าที่ที่ต้องดูแลมันต่อก็เป็นพี่หมอผู้หญิงปี 6 สองคนที่ประจำการที่หน่วยรถพยาบาลร่วมกับเด็กปี 4 อย่างผม การดูแลก็ไม่มีอะไรมาก เพราะสกายมันยังมีสติบ้างอยู่ แต่หน้า ลำคอและอกของมันแดงมากๆ เลยในตอนนี้

พวกผมเลยช่วยทำการพัดวีและให้ดมแอมโมเนียตามข้อควรปฏิบัติ และนอนรอดูอาการก่อนที่จะตัดสินใจส่งตัวมันคืนให้ทางหน่วยงานนักศึกษากลางที่จัดกิจกรรมนี้หรือเปล่า

พอสกายมันได้สติและอาการดีขึ้น พี่หมอปี 6 ก็ซักประวัติสาเหตุของมันเบื้องต้น จนสืบรู้ว่ามันยังไม่ได้กินข้าวเช้า ไอ้เราก็ไม่อยากเป็นหมอใจร้าย เลยเอื้อมตัวไปหยิบขนมปังจากร้านสะดวกซื้อที่ซื้อมาสำรองไว้ตอนเช้า ก่อนมาร่วมกิจกรรมนี้ให้ไอ้คนป่วยตัวยาวที่นอนพักอยู่บนเตียงของรถพยาบาล


"อ่ะ พี่ให้เรากิน จะได้มีเรี่ยวมีแรงบ้าง"

"โห้ นี้กระเป๋าโดเรมอนเหรอเรา มีขนมปังติดกระเป๋าด้วย" เสียงจากพี่หมอเอ่ยถามผมขึ้นมา

"ซื้อติดกระเป๋าไว้เมื่อเช้า เผื่อหิวนะครับ" ผมเลยตอบกลับพลางยิ้มอ่อนๆ ให้


ส่วนไอ้ตัวยาวที่เป็นลมตอนนี้ก็เอื้อมมือมาหยิบขนมปังแล้วแกะกินแล้วครับ โดยที่มีผมนั่งเฝ้ามันอยู่คนเดียว ถ้าไม่นับรวมพี่เจ้าหน้าที่ขับรถที่ตอนนี้นั่งเล่นมือถืออยู่ใต้ต้นไม้ด้านนอกรถพยาบาล ส่วนพี่หมอปี 6 อีกสองคนก็เดินเข้าไปในหอประชุมใหญ่ เพื่อไปทำหน้าที่หน่วยปฐมพยาบาลต่อด้านใน โดยทิ้งและกำชับให้ผมดูแลผู้ป่วยต่อ


"ถ้าอาการดีขึ้นและยังไหวก็ค่อยพาน้องเฟรชชี่เข้าไปร่วมกิจกรรมต่อนะ พวกพี่สองคนฝากด้วย"

"ครับ"


หลังจากที่ไอ้เด็กปี 1 มันกินขนมปังและทานน้ำแล้ว มันก็นอนเอนตัวพิงกับเตียงที่ตอนนี้ผมปรับให้มันทำมุมขึ้นมา ส่วนอาการแสดงของมันตอนนี้ก็ดีขึ้นกว่าแรกค่อนข้างเยอะแล้ว แต่ก็ยังคงมีใบหน้า ลำคอและอกที่ยังแดงอยู่ แต่ระหว่างที่สำรวจอาการของมันไป ก็อดแอบคิดในใจไม่ได้ ว่า


"เด็กปี 1 อะไรว่ะ กล้ามแขนกล้ามอกแน่นขนาดนี้ หมั่นไส้นิดๆ"


เพราะหุ่นรูปร่างของผม เดิมทีก็ผอมๆ ไม่มีกล้ามเนื้ออะไรเลย แต่พอเรียนหนักขึ้นเรื่อยๆ กลับกลายเป็นเริ่มมีพุงแล้วนิดๆ เพราะกิจวัตรประจำวันจากการเรียน การขึ้นคลินิกและช่วงเวลาที่ได้ทานข้าว ส่วนใหญ่ร้อยละ 90 จะได้กินแค่ข้าวเช้าและข้าวเที่ยง เป็นผลทำให้น้ำหนักเริ่มเพิ่มขึ้น และเริ่มมีพุงแล้ว จะหาเวลาไปออกกำลังกายนี้ฝันไปได้เลย เพราะถ้ามีว่างขึ้นมา นั้นคือเวลาพักผ่อนที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษาแพทย์ในชั้นคลินิกแล้ว

สักพักก็สังเกตเห็นว่าไอ้เด็กคนนี้เริ่มหลับแล้ว มันคงเพลียและเหนื่อยจากกิจกรรมด้วยมั้ง เพราะที่มหาวิทยาลัยของผม นอกจากจะมีกิจกรรมรับน้องที่ส่วนกลางจัดขึ้นแล้ว ในช่วงเวลาเดียวกันก็จะกิจกรรมรับน้องของแต่ละคณะร่วมด้วยอาจจะเป็นตอนเย็นของวันที่มีกิจกรรมของส่วนกลาง หรือช่วงกลางวันของวันที่ไม่มีกิจกรรมจากส่วนกลาง คณะแพทย์ของผมเองก็จัดแบบนี้เช่นกัน

แต่สังเกตจากป้ายชื่อของเด็กปี 1 ที่ห้อยคอของมันไว้ที่ทำโดยรุ่นพี่แต่ละคณะ ก็ไม่น่าแปลกใจหรอกครับที่เด็กวิศวะจะรับน้องหนักมากกว่าคณะอื่น และพลอยมีผลให้สภาพร่างกายของไอ้เด็กปี 1 ตรงหน้าผมหมดแรงหมดสภาพในวันที่แดดร้อนเช่นนี้

พอไม่มีอะไรให้ทำ และเมื่อได้รับหน้าที่ให้เฝ้าไอ้เด็กที่นอนหลับอยู่ตรงหน้านี้ ก็เลยหยิบมือถือขึ้นมาปัดเล่นไ อัพเดตคุยโซเชียลไปเรื่อยเปื่อย แต่สักพักก็เริ่มรู้สึกหนักๆ ที่หนังตา แล้วสติก็ค่อยๆ เลือนหายไป รู้สึกได้ว่าศีรษะได้เอนไปพิงขอบผนังของรถพยาบาล จนในที่สุดวันนั้นจากที่นั่งเฝ้าคนป่วย ก็กลายเป็นนอนหลับนิทราไปโดยไม่รู้ตัว พอนึกย้อนไปก็รู้สึกผิดที่เป็นแพทย์ฝึกหัดที่ใช้ไม่ได้เลย แอบหลับในหน้าที่ 555

แต่วันนั้น ถ้าจำได้ไม่ผิดเพี้ยน คือ จำได้ว่าตัวเองต้องตื่นเช้ากว่าปกติ ประมาณ ตี 4-5 ได้

เพราะต้องมารายงานตัวและรับฟังการแจกแจงงานที่คณะก่อน ก่อนที่จะออกมาทำหน้าที่หน่วยปฐมพยาบาลในกิจกรรมรับน้อง ที่ก็เริ่มงานตั้งแต่ไก่โห่ 6 โมงเช้าเช่นกัน

และจริงๆ ผมก็ไม่ได้ลงทำหน้าที่พวกนี้ทุกๆ วันที่มีกิจกรรมนะครับ จะสลับกันภายในรุ่น ถ้าจำไม่ผิดได้ลงกันคนละ 2 ครั้งเอง แต่ความบังเอิญก็ทำให้ “สกาย” มาเป็นลมแดดในวันที่ผมลงหน่วยปฐมพยาบาล

และนั้นก็เป็นวันแรกที่ผมได้เจอหน้าไอ้เด็กปี 1 คนนี้

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-05-2019 23:19:40 โดย everlastingly »

ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1088
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +326/-0
Re: ตัวจริง…ของเธอ : Chapter 2 (4/05/2019)
«ตอบ #5 เมื่อ07-05-2019 16:35:42 »

+1 o13 :katai2-1: ขอบคุณมากครับ :pig4:

ออฟไลน์ everlastingly

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
Re: ตัวจริง…ของเธอ : Chapter 3 (12/05/2019)
«ตอบ #6 เมื่อ12-05-2019 16:33:55 »

Chapter 3


หลังจากเหตุการณ์วันนั้น อากาศที่ร้อนอบอ้าวได้ช่วยปลุกให้ผมตื่นจากการงีบหลับ ร้อนจนผมไม่สามารถที่จะข่มตานอนหลับต่อไปได้ แต่พอตั้งสติจากอาการงัวเงีย ก็ต้องรู้สึกตกใจนิดๆ กับความว่างเปล่าของเตียงผู้ป่วยตรงหน้า

แสดงว่า ไอ้เด็กวิศวะปี 1 คงเดินกลับไปเข้าร่วมกิจกรรมเหมือนเดิมแล้วล่ะมั้ง


“อ้าว หมอ ตื่นแล้วเหรอครับ”

“เอ่ออ…ครับ”


คำตอบจากผมที่ตอบกลับคำถามของพี่คนขับรถพยาบาล หลังจากที่เดินลงจากรถ เพื่อหนีอากาศร้อนและออกมายืดเส้นยืดสาย ทำให้ผมรู้สึกเขินอาย อยากหลบหน้าพี่คนขับรถวิ่งหนีกลับตึกคณะตอนนี้เลย แต่ก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่พี่ๆ หมอปี 6 กำลังเดินกลับออกมาจากหอประชุมกลาง มุ่งตรงมาที่รถพยาบาล

อันเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าภารกิจในการทำหน้าที่หน่วยปฐมพยาบาลวันนี้ คงเสร็จสิ้นแล้ว


 ///————————///—————————///—————————///


หลังจากผ่านพ้นกิจกรรมรับน้องก่อนเปิดเทอมของมหาลัยไปได้สักพัก ช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่พวกผมต้องสอบเพื่อประเมินการเรียนสำหรับบล็อคนี้ ถึงแม้ปี 4จะขึ้นคลินิกแล้วก็ตามแต่ พวกผมยังมีวิชาเลทเชอร์ที่ยังต้องเรียนและสอบด้วย

แต่สิ่งที่น่ายินดีคงเป็นการได้พักผ่อน 1 สัปดาห์เต็มๆ หลังการสอบในวันพรุ่งนี้ผ่านพ้นไป แล้วจะได้กลับมาพบเจอเพื่อนๆ อาจารย์ และคนไข้อีกครั้ง พร้อมกับการเปิดเทอมอย่างทางการของมหาวิทยาลัย ที่มีประกาศไว้เฉพาะเด็กปี 1 เท่านั้นแหล่ะครับ เพราะคณะอื่นๆ ล้วนแต่เปิดเทอม เริ่มการเรียนการสอนก่อนทั้งนั้น โดยเฉพาะในชั้นปีสูงๆ

ในคืนก่อนสอบ ตอนนี้กลุ่มของผมจะนัดเพื่อติวข้อสอบกันเป็นประจำ ประกอบด้วย หมิว เฟย์ เคเบิ้ล และโดนัท (สำหรับผม ขอสงวนชื่อและแทนตัวเองว่า “ผม” ล่ะกัน) มีทั้งหมด 5 คน หญิง 2 และชาย 3 คน เป็นระเบียบแบบแผนไปแล้วครับ เพื่อช่วยกันทบทวน หรือเน้นในเนื้อหาบางส่วนที่อาจจะตกหล่นไป แต่ก่อนหน้านี้คือทุกคนต้องอ่านมาจบ พร้อมที่จะสอบแล้ว แต่บางกรณี บางบทที่อ่านไม่ทันก็มาเก็บรายละเอียด นั่งฟังนั่งติวด้วยกันในคืนก่อนสอบ


///————————///—————————///—————————///


และแล้ววันนี้ที่รอคอย เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการเรียนภาคคลินิกของบล็อคนี้แล้วครับ แต่วันสุดท้ายก็คือ “การสอบ” ประเมินผลการเรียน ฉะนั้นเช้านี้พวกผมเลยมาเตรียมตัวกันที่บริเวณหน้าห้องสอบกันแต่เช้าหน่อย

เมื่อเข็มนาฬิกาเดินผ่านครบ 3 ชั่วโมง

เสียงเตือนอย่างศักดิ์สิทธิ์ก็ถูกเปล่งออกมาจากบริเวณด้านหน้าของห้องสอบของนักศึกษาแพทย์ชั้นปี 4


“หมดเวลาแล้วค่ะ นักศึกษา วางปากกาและเดินออกจากห้องสอบได้เลยค่ะ”


การสอบครั้งนี้แทบจะเรียกได้ว่าโหดมหาประลัยเลยก็ว่าได้ เพราะแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ของจำนวนนักศึกษานั่งสอบกันครบสามชั่วโมง จะมีเพียงแค่ 4-5 คน จากทั้งหมด 150 ชีวิตที่ส่งข้อสอบออกจากห้องก่อนหมดเวลา

แต่การสอบก็ผ่านพ้นไปแล้ว นับบัดนี้ได้เข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนแล้ว บางคนก็อยู่ที่มหาวิทยาลัยต่อ บางคนก็อาศัยช่วงนี้ไปเที่ยวหรือกลับบ้านพักผ่อน แต่สำหรับตัวผมเองก็เลือกที่จะกลับบ้าน เพราะบ้านของผมอยู่ที่จังหวัดใหญ่ใจกลางภาคอิสาน สามารถนั่งเครื่องบินจากเมืองหลวงไปลงได้โดยตรง

และนั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมเลือกที่จะกลับมาเป็นแพทย์ใช้ทุนที่จังหวัดบ้านเกิด โดยบ้านของผมอยู่ในเขตอำเภอเมือง แต่โรงพยาบาลที่ผมประจำอยู่ในปัจจุบัน อยู่ในเขตอำเภอที่ห่างออกไปเกือบ 100 กิโลเมตร เรียกว่าเป็นอำเภอเขตติดกับจังหวัดข้างๆ เลยก็ว่าได้ แต่ในตัวอำเภอค่อนข้างจะใหญ่และเจริญมากเลยทีเดียว

แม้จะอยากไปพักผ่อนกลับบ้านแล้ว แต่ผมและเพื่อนๆ ไม่ได้เดินทางกลับวันนี้กันหรอกครับ 555

เพราะไฮไลท์ของวันนี้ คือ การนัดกินเลี้ยงปิดบล็อคกับบรรดาเพื่อนๆ ทั้งในและนอกกลุ่ม คุยชวนกันไว้ในไลน์เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยนัดกันไว้ที่ร้านแถวๆ มหาลัย ซึ่งเป็นร้านนั่งชิล สั่งอาหารฟังเพลงธรรมดา ไม่มีแอลกอฮอล์ใดๆ ไม่งั้นคงได้น็อคดาวน์กันแน่ๆ เพราะสภาพแต่ละคน คือ นับชั่วโมงการนอนได้เลย ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา

หลังจากเสียงบอกหมดเวลาจบลง ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับหอพักหรือกลับบ้าน เพื่อนัดเจอกันอีกทีในช่วงประมาณหกโมงเย็นที่ร้านนั่งชิลนั้น แต่ในขณะที่ผมกับเพื่อนๆ ส่วนหนึ่งเลือกจะไปกินอาหารเที่ยงที่โรงอาหารกลางก่อนแยกย้ายกันกลับหอ ก็ได้บังเอิญเจอกับเพื่อนของผมคนหนึ่งครับ รู้จักกับมันได้เพราะเคยเป็นรูมเมทหอในด้วยกันตอนปี 1 ผมและมันเลยสนิทกันพอสมควร ส่วนตอนนี้มันเรียนวิศวะปี 3 แต่ในความเป็นจริง มันควรจะเรียนอยู่ปี 4 แต่บังเอิญว่ามันเป้อหนึ่งวิชา เลยต้องมาลงเรียนซ้ำในวิชานี้กำลังต่อแถวซื้อข้าวเช่นเดียวกันกับผม


“เห้ย! พอร์ช มากินข้าวไกลจังว่ะ”

“เป็นไงบ้าง สบายดีไหมว่ะ”

“มึง! คำถามนั้นกูควรถามมึงไหมว่ะ 555”

“ตึกโรงพยาบาลอยู่ฝากนู้นแท้ๆ ส่วนตึกคณะกูก็เดินข้ามมา 2-3 ตึกก็ถึงที่นี้แล้ว”


พอฟังมันพูด ก็ เอ๊ะ!…เอ่อออ ว่ะ ไอ้พอร์ชมันพูดถูก 5555 ผมเลยหัวเราะกลบเกลื่อนไป


“เอ่อ มึงกูว่าจะถามอะไรสักอย่างนานแล้ว”
   
“รอกูแป๊ป”

แล้วมันก็หยิบมือถือออกมาปัดๆ อะไรสักอย่าง ท่ามกลางบรรยากาศผู้คนที่กำลังพลุกพล่านในโรงอาหารและความสงสัยของผมในคำถามของมัน


“นี้ๆๆ รูปนี้กูจะถามว่า ใช่มึงหรือเปล่า”
   
“รูปอะไรว่ะ”

ผมก็หยิบมือถือของมันออกมาดูด้วยความสงสัย ตอนนี้ภาพที่ปรากฏในแอพพลิเคชั่นชื่อดังที่เอาไว้ลงรูปและวิดีโอสตอรี่ เพื่ออัพเดตชีวิตของแต่ละคน ปรากฏ รูปของผมที่ใส่เสื้อกาวน์นอนหลับหัวพิงกระจกของรถพยาบาลอยู่ พร้อมกับแคปชั่นใต้รูป

   
“น่าสงสารพี่เขานะครับ ดูแลคนไข้อย่างผมจนหลับไปเลย”

   
เอ่อ…นี้มันอะไรกันว่ะ ไม่ปล่อยให้ความสงสัยของผมได้ทำงาน มือก็ปัดไปดูหน้าโปรไฟล์ของไอ้คนที่กล้าแอบถ่ายรูปของผม แล้วลงโซเชี่ยลทันที นี้ๆ มัน ไอ้…ไอ้

   
“นี้มันไอ้เด็กวิศวะที่เป็นลมวันนั้นนิ!!!”
   
“อ้าววววววว…นี้ไม่ใช่รูปมึงหรือยังไง?”
   
“ตลกล่ะ ไอ้พอร์ช -_-“
   
“กูล้อเล่นน่า”
   
“แล้วมึงเอาให้กูดูทำไมว่ะ กูไม่เข้าใจ”

“แต่ที่รู้ๆ คือ น้องคณะมึงมันกล้าดียังไง มาแอบถ่ายรูปคนอื่นไปลงโซเชี่ยล โดยที่กูยังไม่อนุญาตเลย ดีนะที่รูปกูไม่น่าเกลียดเท่าไร”


คือตอนนั้น ผมโมโหไอ้สกายมากๆ เลยครับ

คือ “ผมเป็นรุ่นพี่และมันเป็นรุ่นน้อง” ที่สำคัญ “เราไม่ได้รู้จักหรือสนิทกันเลยสักนิด”

นอกจากวันนั้น ที่ผมมีน้ำใจช่วยเหลืออาการเป็นลมของมัน และแบ่งขนมให้กิน เราก็ไม่เคยได้เจอหรือคุยกันอีกเลยนะ แถมยังมาแอบถ่ายผมในอิริยาบทที่ไม่ควรลงสื่อเลยสักนิด

“ภาพลักษณ์หมอที่หลับในหน้าที่” พร้อมกับแคปชั่นกวนเบื้องล่างใต้รูปภาพของมันอีก
   
ท้ายที่สุด สำหรับมื้อเที่ยงในวันนั้น ผมเลยเอาความโมโหไปลงที่ “ไอ้พอร์ช” พี่คณะของมันแทน ด้วยการให้มันเลี้ยงข้าวเที่ยงและน้ำปั่นผม ช่วยประหยัดเงินค่าอาหารไปอีกหนึ่งมื้อ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-05-2019 23:33:02 โดย everlastingly »

ออฟไลน์ everlastingly

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
Re: ตัวจริง…ของเธอ : Chapter 4 (13/05/2019)
«ตอบ #7 เมื่อ13-05-2019 18:18:00 »

Chapter 4


   17.30 น. ตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือของผมบ่งบอกเวลาใกล้ถึงช่วงนัดการกินฉลองปิดบล็อคนี้ ก่อนจะเดินทางกลับบ้านต่อในวันพรุ่งนี้ ผมสำรวจเสื้อผ้าหน้าของตัวเองอีกสักนิดก็เตรียมตัวลงไปด้านล่างหอพัก เพื่อเดินทางไปรถไฟฟ้าต่อไป สมัยเรียนมหาลัยผมพักอยู่หอพักรอบๆ ชานเมืองหน่อยครับ เพราะราคาจะประหยัดหน่อย แต่จะไปหนักที่ค่าเดินทางซะส่วนใหญ่แทน

   ร้านนั่งชิลก็อยู่ใกล้ๆ มหาลัยนั้นแหล่ะครับ ใช้เวลาเดินทางก็ร่วมเกือบครึ่งชั่วโมงพอดี แต่ไม่ใช่ผมคนแรกหรอกครับที่มาถึงร้าน เพราะเจอเพื่อนๆ อีกกลุ่มหนึ่งมาถึงที่ร้านแล้วเรียบร้อย พวกผมก็สั่งอาหารไว้รอเพื่อนๆ ที่กำลังทะยอยกันมาเรื่อยๆ สรุปยอดรวมในการฉลองปิดบล็อควันนั้นก็ 10 กว่าคนได้ เรียกว่า เป็นกลุ่มเด็กแพทย์ปี 4 กลุ่มใหญ่ในร้านเลยทีเดียว

   แต่ระหว่างที่ทานอาหาร สังสรรรค์พูดคุยกันไปเรื่อยๆ ก็มีประเด็นที่ตามมาหลอกหลอนผมอีกแล้วครับ เพราะประโยคคำถามจากเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งที่ตะโกนถามผมขึ้นมาจากอีกฟากหนึ่งของโต๊ะอาหาร ซึ่งชวนทำให้ผมต้องสตั้นไปหลายวินาทีเลย กับคำถามประกอบสื่อโซเชี่ยล

   คือ “รูปผม” ที่โดนแอบถ่ายโดยสกายนั้นแหล่ะครับ ที่ไอ้พอร์ชเอาให้ดูตอนเที่ยง แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมเห็นรูปตัวเองในสื่อโซเชี่ยลพื้นที่ส่วนตัวของคนที่ไม่รู้จักกัน แต่ก็ยังทำให้รู้สึกตกใจอยู่เฟมือนเดิม ที่เพื่อนในรุ่นของผมรู้จักไอจีของ “สกาย” ได้ยังไง แต่จะว่าไปแล้วรูปนั้นก็ถูกอัพลงโซเชี่ยลนานมาแล้วสองสัปดาห์ได้ ผมจึงถามในสิ่งที่สงสัย แล้วก็ได้รู้อะไรมากมายจากเพื่อนคนนี้ ท่ามกลางการตั้งใจฟังยิ่งกว่าเลทเชอร์ของเพื่อนๆ ทั้งหมดที่นั่งร่วมโต๊ะเดียวกัน


   “แกไปอยู่ไหนมาเนี้ยะ ถึงไม่รู้จักน้องสกาย”

   “เดือนวิศวะปีนี้เลยนะเว้ย ดูจำนวนคนติดตามดิ นึกว่าเน็ตไอดอล 555”

   “จริงๆ ฉันงงกับคำถามของแกมากกว่านะ ตามความเข้าใจกับท่าทางของแกดูสวนทางกันมาก”


   เพื่อนในโต๊ะเริ่มพยักหน้าแล้วหันความสนใจมาที่ผมหมดแล้วครับ แล้วเพื่อนผู้หญิงอีกคนที่สนิทกับคนแรกก็ถามผมขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งๆ ที่คำถามแรกยังไม่ได้รับคำตอบใดๆ เลย


   “คือฉันตกใจมากที่เห็นรูปแกวันนั้น ตั้งใจจะถามหลายทีแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาส”

    “เพราะฉันก็แอบปลื้มน้องเขาหน่อยๆ ในไอจี 555 น้องเขาหล่อดี”

   “แต่อาจต้องกินแห้วแทน ตอนเห็นรูปแก แล้วคอมเม้นต์ในไอจีเยอะแยะมาก”

   “ถามว่าแกเป็นใครบ้าง หรือไม่ก็แอบกรี๊ดว่าแกต้องเป็นคนพิเศษของน้องเขา”

   “เอ่อ…ให้เราพูดตามตรงเลยนะ คือ เราไม่รู้ไอ้เด็กนั้นเลย นอกจากวันนั้นที่ได้ปฐมพยาบาลมันไป”


   ผมก็เล่าเหตุการณ์ทุกอย่างในวันนั้นให้เพื่อนๆ ในกลุ่มได้ฟัง รวมทั้งความโมโหของผมตอนที่เห็นภาพนี้ครั้งแรก แล้วผมก็ไม่สนใจหรอกครับว่า “ไอ้สกาย” จะดังหรือป๊อปปูลาร์มากแค่ไหน แต่เหมือนยิ่งพูดยิ่งไปกระตุ้นต่อมความคลั่งไคล้ของเพื่อนผมที่มีเบาๆ หน่อย ด้วยการปกป้องไอ้เด็กนั้นเต็มที่ เหมือนแฟนคลับวงเกาหลีคนหนึ่ง แต่บรรยากาศก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะของเพื่อนๆ ในกลุ่ม แถมปิดท้ายด้วยการแซวผม


   “อย่าให้ฉันรู้นะว่า แกได้น้องสกายไปครอง”

   “ฉันไม่ยอมนะแก ฉันเอฟซีน้อง ในฐานะติ่งจะปกป้องให้ถึงที่สุด”


   ผมได้ยิ้มหัวเราะตอบกลับคำพูดของเพื่อนผู้หญิงครับ เพราะเป็นไปได้หรอกครับ แต่สุดท้ายความแน่นอน ก็คือความไม่แน่นอน เดี๋ยวผมจะเล่าให้ความทรงจำในการได้บังเอิญเจอกันบ่อยๆ และการได้มาคบเป็นแฟนกันให้ทุกๆ คนได้ฟังในตอนต่อไปนะครับ


ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 728
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: ตัวจริง…ของเธอ : Chapter 4 (13/05/2019)
«ตอบ #8 เมื่อ15-05-2019 11:50:15 »

 :pig4:
 :3123:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด