☀————☾ เพื่อนไม่จริง ☽————☀ 3.2 เริ่มเพื่อจบ : 17 เมษา 62
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ☀————☾ เพื่อนไม่จริง ☽————☀ 3.2 เริ่มเพื่อจบ : 17 เมษา 62  (อ่าน 578 ครั้ง)

ออฟไลน์ 9 พฤศจิกา

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 8
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
อ้างถึง
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0
ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17



เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม




———————————————————————————————————————————————————————————


M a t c h i n g
#เพื่อนไม่จริง
" เพื่อนสนิท  มิตรแท้  แต่คิดไม่ซื่อ "
—————
แนวเรื่อง : เบาสมอง / โรแมนติกคอมเมดี้ / สโลว์ไลฟ์


เรื่องราวของเด็กสิบหกในตลาดสดธรรมดาสองคน ระหว่าง ‘เปรม’ กับ ‘ก้อ’
ที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรผิดแปลกไปจากเพื่อนกันทั่วไป
ใช่ มันดูเหมือนว่าจะเป็นอย่างนั้น ถ้าหากว่าไม่มีใครคนใดคนหนึ่งคิดเกินเลยน่ะนะ..
...

สารบัญ
- 00 -


———————————————————————————————————————————————————————————

สวัสดีจ้า เก้าขอแนะนำนิยายนิดนึง เราตั้งใจจะเขียนแนวฟีลกู๊ด
ความสัมพันธ์เรียบง่าย ไม่ม่า (เพราะชูรสเยอะ555)
ครึ่งแรกอาจจะมึนๆ ไปหน่อย ยังไงเก้าก็ขอฝากเอ็นดูน้องเยอะๆ นะทู้กโคน
ถึงน้องจะสิบหกแล้ว แต่หัวใจน้องจะสิบสองตลอดไป 55555




.
.
.

https://youtu.be/uiKEh5q3Pn4
Albert Posis - Everlasting
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-04-2019 19:54:01 โดย 9 พฤศจิกา »

ออฟไลน์ 9 พฤศจิกา

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 8
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
M a t c h i n g
#เพื่อนไม่จริง

 
 
- 01 -
“....ติ๋ม….”

 
“เปรม! ทำไมเอ็งยังไม่กรอกน้ำ!”
 

ก๊องงง
 

เสียงขวดพลาสติกใสเปล่าๆ ขนาดหนึ่งจุดห้าลิตรลอยคว้างมากระแทกหัวเกรียนทุยๆ ที่กำลังก้มกดมือถือที่ถูกจับพลิกเป็นแนวนอนพร้อมกับรัวนิ้วกระแทกบนแป้นอย่างเอาเป็นเอาตาย คนตั้งหน้าตั้งตากดกัดปากลุ้นขณะที่สิ่งหนึ่งที่เขาตั้งใจกำลังใกล้บรรลุเป้าหมายเต็มทีแล้ว  “เดี๋ยวววแม่ ขอแปบนึง”
 

เดี๋ยวลากยาวคำที่เจ็ดของลูกชายคนโตในวัยสิบหกย่างเข้าสิบเจ็ดเรียกน้ำโหคุณแม่วัยสามสิบปลายๆ ได้ไม่ยากเย็นนัก กลับมาจากเขียงเหนื่อยๆ เจองานที่หล่อนโทร.สายตรงมาสั่งให้ทำตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้วๆ จนป่านนี้ ไอ้ตะกร้าใส่ขวดพลาสติกเปล่าก็ยังวางอยู่ที่เดิมไม่ขยับแม้แต่เสี้ยวเซนติเมตร
 

แม้ยามนี้เจ้าของใบหน้าผุดผ่องที่กำลังแสดงอารมณ์ฉุดเฉียวจะมีเครื่องสำอางฉูดฉาดแต่งแต้ม ไฝเม็ดเป้งที่อยู่ตรงมุมปากซ้าย พร้อมทั้งเรือนผมหยิกเกลียวสั้น ด้านหน้าตีกระบังเล็กๆ ทั้งหมดนั่นดันเข้ากันอย่างน่าอัศจรรย์...
 

คนหงุดหงิดในชุดชีฟองสีแดงพลิ้วๆ ตัดกับผิวขาวแบบคนมีเชื้อจีนจางๆ ปิดคลุมทำรูปร่างกึ่งท้วมถอดเอี๊ยมขายของออกมาม้วนตรงปึกเงินก่อนจะปาอัดเข้ากระป๋องสตางค์อย่างเกรี้ยวกราด หันแล้วเอื้อมมือที่สวมกำไรทองหนักเส้นละสี่บาทสองเส้นไปคว้าไม้แขวนเสื้อที่วางอยู่ใกล้ๆ มาบิดให้เข้ามือขณะเดินลงส้นตรงไปหาแผ่นหลังโครงเล็กแห้งที่กำลังก้มใช้สมาธิอยู่อย่างไม่รู้ชะตากรรม
 

...
 

ควับบบ!
 

เด็กชายหลังแอ่นทันทีที่สัมผัสเล็กๆ ทว่าเจ็บลึกจากสิ่งของที่เพิ่งถูกใช้อย่างผิดจุดประสงค์การใช้งานอย่างสิ้นเชิงฟาดลงมากลางหลังราวกับไฟช๊อต มันประสาทรับสัมผัสความเจ็บปวดแล่นแปลบจนคนถูกประเคนไม้แขวนเสื้อลุกยืนพรวดเด้งหนีไม้อย่างเป็นไปตามสัญชาตญาณ “รู้แล้วๆๆๆ ไปแล้วๆๆ”
 

ในที่สุด เด็กชายหัวเกรียน (เพราะตัดผมเกือบสกินเฮด) ในชุดนักเรียนครึ่งล่างยอมสละสิ่งเร้าที่เฝ้าเพียรพยายามอยู่เมื่อครู่พลางเดินล้วงมือเข้าไปในเสื้อลูบแผ่นหลังที่เคยเรียบสนิทแต่บัดนี้มีเส้นนูนปูดเป็นแนวรอยหนึ่งกลางแผ่นหลังไปทำตามประสงค์เสด็จคุณแม่แต่โดยดี
 

ริมฝีปากอิ่มทำปากขมุบขมิบแทบจะตลอดเวลาตั้งแต่หยิบขวดที่ล้างตากที่ไว้ในตระกร้าเอามากรอกน้ำยันยกขวดทั้งหมดเรียงช่องแช่ ระหว่างนั้นก็หยิบทองหยอดจากในตู้เย็นมาหย่อนใส่ปากแก้เซ็ง ตวัดหางตากลมที่เป็นหนึ่งในจุดเด่นบนเครื่องหน้าไปมองแม่บังเกิดเกล้าที่ลงไปนั่งชันเข่าขึ้นข้าง แล้วเริ่มนับเงินจากในเอี๊ยมและกระป๋องตังค์ที่พื้นกลางบ้านขณะที่ปากยังเคี้ยวจนแก้มตุ่ยไปข้างหนึ่งเจือรอยอารมณ์เล็กๆ ตามประสาเด็ก
 

ซักพักใหญ่ๆ เสียงกริ่งหน้าบ้านที่เรียกสายตาคนด้านในทั้งสองให้หันออกไปมองพร้อมกัน ก่อนที่จะตามด้วยเสียงโทรศัพท์บ้าน คนเด็กกว่าราวยี่สิบกว่าปีรีบเดินชิ่งตัดหน้าแบบแซงโค้งพุ่งจากซิงก์ล้างจานปรี่ไปรับโทรศัพท์ก่อน (จะได้ไม่ต้องออกไปเปิดบ้าน...) อีกคนในบ้านจึงต้องละมือจากโรลม้วนผมพลาสติกหลากสีสันขณะกำลังเตรียมผมสำหรับไปงานกินเลี้ยงโต๊ะจีนตอนเย็นที่ท้ายตลาดอย่างช่วยไม่ได้
 

...
...

 
(ที่ด้านหน้าประตูบ้าน ‘ตั้งวงศ์เสถียร’)
 

เสียงเตะขาตั้งลงตามมาด้วยเสียงเดินลากพื้นรองเท้าจากพาหนะคันเก่งที่แฮนด์ทั้งสองข้างเต็มไปด้วยถุงหิ้วที่บรรจุกล่องเรียงกันเป็นตั้งๆ ไปยืนชะเง้อชะแง้เงยมองผ่านขอบประตูรั้วเข้าไปมองในบ้าน ผู้มาเยือนหยิบถุงที่ว่าแล้วเอื้อมมือไปกดกริ่ง แล้วล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทร.เข้าเบอร์บ้านเบอร์เดิมที่เขาคุ้นเคยตั้งแต่จำความได้ต่อสายไปยังคนที่อยู่ด้านในอีกฝั่งของรั้วประตู
 

“ติ๋ม ออกมาเปิดประตูให้หน่อยดิ้”
 

..พร้อมกับกดวางไปในทันทีโดยไม่รอให้อีกฝ่ายตอบรับตามความเคยชิน ก่อนจะยืนรอ ‘ติ๋ม’ มาเปิดประตูให้เช่นทุกที
 

“ช้าโคต.......” ทันทีที่เสียงประตูหน้าบ้านเปิดแกรก คนที่หันกลับไปหยิบถุงที่เหลือจากแฮนด์จักรยานสีน้ำเงินหันคว้างกลับ เสียงบ่นกระปอดกระแปดขาดไปห้วงหนึ่ง
 

เมื่อคนที่ออกมาเปิดประตู กลับเป็นคนที่ชื่อ ‘ติ๋ม’ จริงๆ แต่ทว่าคนละคนกับที่เขาเรียก ...
 

“สวัสดีครับน้าติ๋ม” เสียงที่ว่านั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากเมื่อครู่ พร้อมกับรีบยกมือขึ้นไหว้อย่างมีพิรุธราวกับทำผิดมา
 

...
...
 

อีกด้านหนึ่ง ผู้เป็นเจ้าบ้านเจ้าของชื่อเล่น ‘aka ติ๋ม’ หรือ ‘ติ๋ม จูเนียร์’ ที่กำลังซุ่มมองเหตุการณ์จากหน้าต่างในบ้านระเบิดหัวเราะลมมองเพื่อนตัวดีที่ยืนหน้าซีดอยู่ด้านนอก ก่อนจะโผล่หน้าทะเล้นเดินออกไปตรงประตูที่แม่เพิ่งเปิดทิ้งไว้เมื่อครู่พร้อมกับส่งรอยยิ้มเพื่อนระหว่างเดินผ่านเงาร่มไม้จากบริเวณบ้านที่จัดว่าร่มรื่นที่สุดในย่านนี้


“...อ่ะมาพอดี คุยกันเองนะลูกก้อ” เมื่อหางตาเห็นเงาลูกชายกำลังเดินมา คุณนายจึงส่งไม้ต่อให้รับแขกแทน ถึงกระนั้น น้ำเสียงที่ใช้กับเจ้าของชื่อ ‘ก้อ’ ช่างต่างจากลูกชายแท้ๆ ราวฟ้ากับเหว เนื้อเสียงเจือรอยเอ็นดูอย่างมากชนิดที่ว่าถ้ามีลูกสาวคงจะยกขันหมากไปสู่ขอเองเป็นแน่ เพราะในสายตาเธอ กฤติน หรือก้อ เป็นเด็กดี เรียนก็เก่ง มารยาทก็ดี คำพูดคำจา ความคิด และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งทุกอย่างล้วนดีอย่างหมดจดจนเธออดเอ็นดูราวลูกอีกคนไม่ได้


เพราะด้วยสาเหตุนี้เอง.. กฤตินจึงจะให้รู้น้าติ๋มรู้ไไม่ได้เป็นอันขาด ว่าตนเรียกลูกชายเธอว่าอะไร
 

อืม ...ไม่ได้เป็นอันขาด


“ไหน มีไรมามั่ง” ชะโงกหน้ามองของในมือของก้อเพื่อนรัก ส่องดูว่าภายในมีอะไรในนั้นบ้าง คนถือเห็นว่าอีกฝ่ายสนใจนักจึงยื่นไปให้ถือมันทั้งสองถุงเสียเลย ให้อีกฝ่ายดูเสียให้พอ “เหมือนเดิมแหละ ของร้านเจ๊พลอย”
 

“แล้วมีของเปรมปะ”
 

คนถามก้มมองขนมไทยที่อยู่ด้านในที่เต็มไปด้วยขนมไทยสกุลทองต่างๆ ก่อนจะเงยขึ้นมองคนสูงกว่าเกือบสิบเซนติเมตร
 

“มีอยู่บ้าน ค่อยเอา ไปส่งก่อน” กฤตินสบแววตากลมใสได้ไม่กี่วิก็รีบหันหนีไปคว้าแฮนด์จักรยาน เตะขาตั้งตวัดขาขึ้นคร่อม ยืนรอปวีร์ หรือก็คือเปรม เพื่อนคนเดียวที่คบกันมาตั้งแต่วัยเด็กและจัดได้ว่าสนิทที่สุดในชีวิตของเขาขึ้นมาซ้อน
 

ปวีร์วิ่งปรูดกลับเข้าไปในบ้าน เตะรองเท้าแตะออกเปลี่ยนเป็นรองเท้าคู่ใหม่ที่ใช้ใส่ออกนอกบ้านประจำแถวประตูหน้าบ้าน “แม่! เปรมออกไปตลาดกับก้อนะ!” พร้อมกับแผดเสียงบอกแม่ที่น่าจะอยู่ชั้นสอง เสียงดุดันตอบรับพร้อมกับกำชับให้เขาอย่าลืมไปเก็บแชร์ให้ด้วย
 

 จนน้ำหนักด้านหลังทิ้งลงมาอย่างสม่ำเสมอและนิ่งแล้วจึงเริ่มออกแรงปั่น มุ่งหน้าไปยังตลาด






ตลาดสดในเวลาเกือบห้าโมงเป็นอีกช่วงหนึ่งที่ผู้คนเริ่มพลุกพล่าน เพราะนอกจากเวลาเช้าแล้ว ตลาดใหญ่ๆ ที่ค้าส่งจะวุ่นวายตลอดทั้งวันอยู่เป็นนิตย์ ช่วงใกล้ค่ำจะเป็นตลาดอีกกลุ่มที่เริ่มทยอยกันเข้ามาตั้งร้าน เริ่มเปิดเวลานี้และไปปิดอีกทีตอนเกือบตีสี่ และในช่วงคาบเกี่ยวนั้นตลาดเช้าก็จะเวียนกันมาจัดอีกครั้ง ขายยาวมาถึงช่วงเย็น วนลูปอยู่แบบนี้มานับสิบๆ ปี มีก่อนเด็กบนจักรยานคันสีน้ำเงินทั้งคู่จะเกิดเกินสิบปีด้วยซ้ำ


กฤตินเสียบจักรยานไปจอดหน้าตลาดโรงที่หนึ่ง ที่เป็นลักษณะเหมือนโกดังที่ผนังเปิดโล่งทั้งสี่ด้าน หลังคายกสูงทำให้ด้านในที่มีร้านค้าค่อนข้างแออัดโปร่งและอากาศถ่ายเทมากขึ้น


สภาพอากาศของประเทศเมืองร้อนทำให้พวงแก้มปวีร์ที่วันๆ นอนอยู่แต่ในห้องแอร์ขึ้นสี เเหงื่อเม็ดเล็กๆ เริ่มผุดบนตีนผมเกรียนสั้นขณะที่เดินถือถุงที่บรรจุกล่องขนมเดินตามเพื่อนต้อยๆ


สองร่างที่แม้อายุเท่ากันแต่รูปร่างและความสูงยังห่างชั้นกันอยู่หลายเซนติเมตร เดินลัดเลาะล็อคริมทะลุไปอีกด้านกระทั่งมาหยุดที่หน้าร้านอาหารไทยที่ตั้งอยู่ถัดจากโรงตลาดไม่กี่เมตร กฤตินเดินผลักประตูกระจกเปิดนำเข้าไปก่อนแล้วดิ่งไปยังเค้าท์เตอร์ที่อยู่ด้านในสุด จากนั้นอีกคนที่เริ่มเมื่อยตามหัวไหล่และหน้าเริ่มหงิกจึงค่อยเดินลิ้นห้อยตามเข้าไปในร้าน


ลมจากแอร์ด้านในปะทะหน้าที่ร้านผ่าวทำให้ปวีร์รู้สึกสดชื่นขึ้นนิดหน่อย


‘ค่อยยังยั่ง นึกว่าจะตายตั้งแต่หน้าประตูซะแล้…’


“เปรม!”


คิดในใจยังไม่ทันขาดคำ เสียงใสเหมือนแก้วที่คุ้นหูดังขึ้นทันทีที่เจ้าของชื่อก้าวเข้ามาในร้าน เด็กหนุ่มเงยขึ้นมองหาตัวเจ้าของเสียงที่เขารู้ได้ทันทีว่าเป็นของใคร … เพราะช่วงนี้มีเสียงผู้หญิงไม่กี่เสียงที่เรียกชื่อเขา ก็ถ้าไม่ใช่เสียงเมื่อซักพัก (เสียงเรียกที่ลอยมาพร้อมขวดน้ำ) ก็จะเป็นเสียงเธอคนนี้แหละ


“ทางนี้ๆๆ” มือเล็กขาวชูขึ้นเรียกก่อนจะลุกขึ้นยืนเพราะทราบดีว่าเขาคนนั้นสายตาสั้น


“อ่าว! หยก”


ร่างเจ้าของความสูงร้อยเจ็ดสิบต้นๆ เดินเข้ามาในร้านแล้วตรงเข้าไปหาเด็กสาวที่ยืนยิ้มเผล่อย่างสดใสรอเขาอยู่ที่เดิมตรงมุมหนึ่งของร้าน ร่างสูงสมส่วนเพรียวบาง กับเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนและตรงสลวยถูกตึงรวบเป็นหางม้าที่ด้านหลังลับกับหน้าม้าบางๆ เข้ากรอบหน้า เครื่องหน้ายิ่งหวานน่ามองค่อยปรากฎเด่นชัดขึ้นในสายตา “เรานึกว่าหยกยังซ้อมอยู่ที่โรงเรียน”


เจ้าของใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มตรงหน้าเขา จัดได้ว่าเป็นบุคคลมีคุณภาพและมีชื่อเสียงในโรงเรียนคนหนึ่ง ความน่ารักสะดุดตา ทั้งกริยามารยาท แถมยังเป็นทั้งนักกรีฑาและคนถือป้ายโรงเรียนวันกีฬาสีด้วย ส่งผลให้เธอเปรียบเสมือนดาวเด่นของโรงเรียนเลยก็ว่าได้ อีกทั้งยอดฟอลไอจีที่ได้มาจากความน่ารักและสดใสล้วนๆ ทำให้เธอดังไกลออกมาอีก และทั้งนี้ทั้งนั้น...เธอเป็นแฟนของปวีร์


ก็เพิ่งคบหลังจากจบกีฬาสีเมื่อไม่สองสัปดาห์ที่แล้วนี้เอง … สำหรับเขาเธอก็น่ารักดี วันนั้นที่ได้คุยกันเลยตกลงลองคบดู (แบบมึนๆ) แม้เรื่องที่ตัดสินใจปุบปับคราวนั้นจะทำให้เพื่อนสนิทไม่คุยด้วยไปหลายวันก็ตาม จำได้ว่าเขาง้อแทบตาย แถมยังให้สัญญาอีกด้วยว่าต่อไปจะทำอะไรให้บอกก้อก่อนไม่ว่าเรื่องอะไร อย่างน้อยก็จะได้ช่วยกันคิด


“ก็เพิ่งกลับมานี่แหละ บอกในไลน์แล้วเปรมก็อ่านมั่งสิ เข้าใจม้ายย” เด็กสาวบ่นอุบพลางยกมือเอื้อมมาบีบแก้มเขาแล้วดึงยืดออกตามเสียงที่ลากอย่างหมั่นไส้ ถึงกระนั้น ในน้ำเสียงกลับไร้รอยจริงจังจนแทบเป็นคำหยอก ก่อนใบหน้าเล็กจะยิ้มแป้นจนตาหยีเป็นประกายระยิบอีกครั้ง


“เข้าใจแล้วค้าบบบ” ปวีร์คนมึนรับปากเสียงยานตาม เด็กสาวขยับตัวไปด้านหนึ่งก่อนจะตบที่โซฟาเบาๆ เรียกเขาให้ลงไปนั่งด้วย


“เปรม”


( ต่อด้านล่าง )
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-04-2019 18:31:06 โดย 9 พฤศจิกา »

ออฟไลน์ 9 พฤศจิกา

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 8
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
(ต่อจากด้านบน)



“เปรม”


น้ำเสียงนิ่งห้วนเจือรอยขุ่นเคืองเล็กๆ ดังมาจากด้านในสุดของร้าน แผ่ไอเย็นวาบซาบซ่านจนจับจิตเรียกเจ้าของชื่อเล่นจริงๆ ที่ซึ่งไม่ค่อยได้ยินอีกฝ่ายเรียกบ่อยนักทำเอาเขารีบหันไปสบสายตาเรียบนิ่งของเพื่อนสนิท “เอาขนมมานี่”


เหมือนนึกขึ้นได้ ปวีร์หันไปส่งยิ้มแฮ่ให้แฟนสาวทีหนึ่งก่อนจะรีบซอยเท้าเดินเข้าไปข้างในร้านข้างไหล่หนาของเพื่อนแล้วยกถุงขนมทั้งหมดขึ้นวางบนเค้าท์เตอร์ ท่ามกลางเสียงฮึ่มงึมงำในลำคอของกฤติน ที่มักจะเป็นเฉพาะกับเขาเวลารู้สึกไม่ถูกใจอะไรบางอย่าง





“ทั้งหมดเก้าร้อยสามสิบ อ่ะ ลองนับดูก่อนนะลูก” กฤตินยกมือขึ้นไปรับเงินมาตรวจเช็คก่อนยัดใส่กระเป๋ากางเกงนักเรียนขาสั้นสีดำที่ยังใส่ตัวเดียวกับเมื่อเช้าอยู่ หางตากลับเหลือบมองคนหัวเกรียนที่ยืนอยู่ข้างตัวแล้วอยู่ดีๆ ก็นึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ


แค่นึกย้อนกลับไปก็โคตรหงิดแล้ว มีอย่างที่ไหน ผู้หญิงทักไลน์มาคุยแค่ไม่กี่ชม. ก็ไปตกลงคบกับเขาด้วยเหตุผลที่โคตรซื่อบื้อ


‘ ก็เค้าบอกว่า เค้าจะทำการบ้านให้เปรมด้วยอ่ะ ; - ; ’


แถมยังมีหน้ามาพูดอีกว่า ‘ก็แค่แฟนเอง’ นึกแล้วอดละเหี่ยใจกับเพื่อนวัยสิบหกแต่มองโลกทั้งใบสดใสเหมือนอนุบาลหมีน้อยจริงๆ


เริ่มหงุดหงิดอีกละ -_-


กฤตินเดาะลิ้นอย่างขัดใจ ชักสีหน้าพยายามหลบให้พ้นทุกสายตาเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อสงบอารมณ์ ก่อนจะหันกลับไปยิ้มบางๆ เมื่อหญิงสาวที่ตนเดินผ่านโต๊ะมาแบบไม่ทันสังเกตุ


...เพราะถ้าเห็นก่อน  ...หึ อย่าหวังว่าไอ้ติ๋มจะได้เข้ามาตากแอร์ในร้าน


“เราว่าจะเรียกก้อ แต่เรียกไม่ทัน ฮ่าๆ”


เพราะปกติกฤตินเดินไวอยู่แล้วเขาจึงไม่ได้อะไร ถึงจะเห็นแต่ไม่เรียกก็ไม่อะไรอยู่แล้ว ใครแคร์?


“อ๋อ ฮ่าๆๆ พอดีก้อรีบๆ เลย ต้องกลับไปเอาขนมมาส่งอีกหลายร้านน่ะ แล้วหยกเป็นไงบ้าง วันนี้ทุบสถิติมาอีกรึยังครับ” ก่อนจะคลี่ยิ้มล้อหญิงสาวขณะขยับไปยืนข้างๆ เพื่อนปวีร์ที่ยืนอยู่ก่อนหน้า


กฤตินสบตาคู่หวานตรงหน้าแล้วพูดคุยปกติตามแบบนักมนุษย์สัมพันธ์ดี (มาก) ถามปนแหย่อีกนิดหน่อยพร้อมคลี่ยิ้มที่เป็นเครื่องหมายการค้าของตนอีกทีก่อนจะบอกลาหญิงสาวแล้วหันไปบอกเพื่อนเมื่อรู้สึกสมควรแก่เวลาแล้ว


 “ออกไปรอข้างนอกนะ” คนพูดเลิกคิ้วขึ้นข้าง แววหน้าเจ้าของประโยคฉายความรู้สชัดเจนแบบที่มีแค่คนเดียวเท่านั้นที่ดูออก ปวีร์พยักหน้ารับก่อนจะหันกลับไปหาแฟนสาว


“เอ้อเปรม หยกว่าจะถาม เย็นนี้เปรมว่างมั้ย” หยกหันมาถามเปรมหลังจากที่รวบช้อนวางบนจานเมื่อทานเสร็จแล้ว เงยจ้องรอคำตอบคนที่ยืนเยื้องๆ กับโต๊ะของตนเอง


“ก็….” คนตอบยกมือขึ้นเกาหางคิ้วคิด อือ.. หลังจากเก็บแชร์เสร็จ ไปเอาขนมบ้านก้อ ก็ไม่น่ามีอะไรแล้วละมั้ง “...น่าจะว่างนะ หยกมีอะไรเหรอ”


“หยกว่าจะชวนเปรมไปกินปังเย็นร้านนึง เพิ่งเปิดเมื่อวันอังคารนี่เอง เพื่อนหยกบอกว่าอร่อยมาก หยกเลยมารอชวนเปรมก่อนเผื่อเปรมไปได้” เจ้าของเสียงใส่ยิ้มทั้งปากและตาทุกคำที่พูด เรียกได้ว่ามักจะมีรอยยิ้มติดประดับบนใบหน้าเธอเสมอเลยก็ว่าได้


“อ๋อ…” คนฟังพยักหน้ารับช้าๆ พลางประมวลผลในหัวไปด้วย


“เดี๋ยวหยกเลี้ยงเอง ตอบแทนที่วันกีฬาสีเปรมเอาหัวมารับบอลแทนเรา ฮ่าๆๆ”


ประเด็นคือของฟรีนี่แหละ.. แต่แล้วคำสัญญาที่ให้กับเพื่อนตอนคืนดีกันไว้ก็ลอยเด่นชัดขึ้นในความทรงจำ “แปบนึงนะหยก” ว่าเสร็จก็รีบพุ่งตัวออกไปนอกร้าน






‘ร้อนชิบ’


เสียงสบถในใจเป็นครั้งที่ร้อยหลังจากที่ร่างสูงติดเก้งก้างตามแบบพิมพ์นิยมเด็กมัธยมทั่วไปที่ออกจากร้านมายืนรอข้างนอก หงุดหงิดก็หงุดหงิด


แบบไม่รู้ว่าร้อนที่แดด หรือร้อนที่อะไรกันแน่


ไอเย็นจากในร้านพัดหวือผ่านหลังให้รู้สึกว่ามีใครบางคนเพิ่งออกมานอกร้าน ตามด้วยเสียงเท้าจังหวะเดินที่เคยชินมาตลอดชีวิต


“ก้อๆ หยกชวนเปรมไปกินปังเย็นอ่ะ”


ปวีร์ที่รีบออกมาบอกพ่อ ..เอ่อ เพื่อนที่เป็นนัยอะไรบางอย่าง ตรงๆ คือ ขออนุญาตนั่นล่ะ


“แล้ว?” คิ้วเข้มที่แนวขนเรียงได้รูปยกขึ้นสูงขณะถามกลับ ทำมึนเป็นไม่รู้ว่าประโยคที่ว่าหมายถึงอะไร


“เราต้องไปทำอะไรต่อมั้ย”


“ก็ไม่”


“งั้น..เปรมไปกินปังเย็นกับหยกนะ...”


“ตามใจดิ”


คนฟังนิ่งไปขณะหนึ่งก่อนจะตอบกลับห้วนๆ เชิงว่ารับรู้แล้ว ด้วยสีหน้าเรียบเฉย พร้อมกับหันหลังเตรียมจะเดินกลับแต่เมื่อนึกขึ้นมาได้จึงหันกลับไปบอกเพื่อนตบท้าย


“อ้อ” ดวงหน้าคมหันกลับมาสบตานิ่งคนที่ห่างออกไปสี่ก้าว “ตะโก้บ้านก้อไม่ต้องกินละนะ กินปังเย็นไป”


“...”


“หารถกลับบ้านเองละกัน กลับก่อนละ บาย” ร่างสูงหันกลับยกแขนขึ้นโบกมือลาเตรียมแยกทาง จังหวะเท้าที่ก้าวติดช้ากว่าปกติอย่างที่เจ้าของก็ไม่ทันสังเกตุตัวเอง


!!!!


“เดี๊ยวๆๆๆ” คนที่เห็นท่าจะไม่ดีรีบวิ่งไปคว้าชายเสื้อรั้งเพื่อนไว้ให้หยุดเดินก่อน ร่างสูงชะงักก่อนจะหันกลับมาเหล่เพื่อนสนิทด้วยแววตาเรียบนิ่งที่ดูไม่ปกติเอาเสียเลยในสายตาปวีร์


“อะไรอีก” เรียวคิ้วคู่เดิมเลิกขึ้นอีกครั้งเมื่อถูกมือที่เล็กกว่าคว้าชายเสื้อเอาไว้ จ้องรอว่าคนเรียกรั้งมีอะไรจะพูดอีก


ปวีร์เม้มปากนิ่งสนิทเงยขึ้นมองสบเพื่อนที่ทำคอตั้งแล้วเลือกที่จะมองกดลงมาแทน “...รออยู่นี่แปบนึง”


“รอทำไม?” ร่างสูงทิ้งสะโพกพักขาข้างหนึ่งก่อนจะยกแขนขึ้นมากอดอกเชิงคาดคั้น


คนที่ทำตัวไม่ถูกเมื่อยามถูกกดดันเริ่มเลิ่กลั่ก “เออน่า ก้อรออยู่นี่แปบนึง” ว่าเสร็จก็รีบแจ้นกลับเข้าไปในร้าน หายไปครู่เดียวเท่านั้น เงาร่างหัวเกรียนๆ ก็โผล่ออกมาจากประตูบานเดียวกับที่เพิ่งเข้าไป วิ่งเหยาะๆ กลับมาหาเพื่อนที่ยังยืนรออยู่


“ป่ะ” เสียงนุ่มปนหอบบอกเพื่อนเมื่อตนพร้อมแล้ว


“ไปไหน” เรียกเรียวคิ้วหนาให้เลิกขึ้นอีกรอบ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ถึงแม้ว่าตนจะรู้อยู่แล้วแต่พยายามทำนิ่งเหมือนเดิม แต่ทว่า ความขุ่นใจเมื่อครู่หายเป็นปลิดทิ้งไปแล้วก็ตาม


“กลับบ้านไง”


“กลับบ้าน? ไม่เอาตะโก้แล้ว?” คราวนี้กฤตินจงใจยียวนเพื่อนอย่างเห็นได้ชัด และแน่นอนว่าปวีร์รับรู้ได้ในทันทีว่าเพื่อนสนิทกลับมาเป็นปกติตามเดิมแล้ว “กลับบ้านก้อไปเอาตะโก้”


“อ่าว ไม่ไปกินปังเย็นแล้ว?” แน่นอนว่าคนถามยังเลิกคิ้วอยู่


ปวีร์ส่ายหน้าช้าๆ เป็นคำตอบ ก่อนที่มือหนาของเพื่อนที่อายุราวคราวเดียวกันแต่หนาและใหญ่กว่าจะแปะลงมากลางศีรษะสั้นเกรียนแล้วถูไปมาแรงๆ ราวกับจะใช้ตอผมบนหัวเขาเกาฝ่ามือ


“ติ๋มเอ้ยยย” คนเรียกหลุดยิ้มออกมานิดๆ  เรื่องแค่นี้กลับทำให้เขารู้สึกพอใจขึ้นมานิดหนึ่ง  ก่อนจะได้ยีหัวเพื่อนที่เตี้ยกว่าจนหนำใจ ข้อมือหนาถูกฝ่ามือเล็กกว่ายกปัดมือของตนเองให้พ้นจากหัว


“พอแล้วน่า” ก็ที่ไปตัดผมมาก็เพราะจะให้เพื่อนเลิกยีผมนี่แหละ เตี้ยอยู่แล้วยังโดนยีผม กดหัวเล่นทุกวันจนไม่สูงแล้วเนี่ย -_-


“หึหึหึ”


ราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ อารมณ์ของกฤตินในตอนนี้นอกจากจะเป็นปกติแล้วยังรู้สึกว่าจะดีกว่าเดิมอีกด้วย ร่างสูงที่เดินนำกลับไปที่จักรยานที่จอดอยู่ ยกขึ้นตั้งลำเตรียมคร่อม หันไปเตะขาตั้งขึ้นก่อนจะหันกลับมาสบตาเพื่อนที่ยืนรอซ้อนอยู่


“ติ๋ม”


“...หื้อ?”



“ถ้ายังอยากกินปังเย็นอ่ะ”


“...”


.


.


“..เดี๋ยวพาไปกินเอง”







To Be Continued ...

————————————————————————————————————



Ps. ฝากเอ็นดูน้องเปรม เด็กสิบหกหัวใจสิบสองไว้ในอ้อมในทุกคลหน่อยนะจ้า 5555555+
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-04-2019 13:35:42 โดย 9 พฤศจิกา »

ออฟไลน์ TheDoungJan

  • —☁gtrsrist
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 768
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
แหน๊~~ น้องติ๋มริอาจมีแฟน

ออฟไลน์ 9 พฤศจิกา

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 8
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
M a t c h i n g
#เพื่อนไม่จริง

 
 
- 02 -
“....แฟนเพื่อน….”

 
 
“ติ๋ม!!!”


โอยย ได้ยินกันทั้งโรงเรียนแล้วมั้งว่าแม่เขาชื่ออะไร หึ่ม!


ทันทีที่ปวีร์เดินออกมาจากห้องแนะแนวคาบสุดท้ายเวลาเดิมคือบ่ายสามโมงกว่าๆ ก็ได้ยินเสียงกฤตินดังก้องไปทั่วทั้งโถงทางเดิน ขาที่กำลังจะก้าวไปอีกทางชะงักแล้วหันไปหาต้นกำเนิดเสียงหน้ายู่


และเมื่อคนเรียกวิ่งมาถึงตัว ฝ่ามือหนาก็แปะลงมากลางหัวคนหัวเกรียนแล้วยีสุดแรงด้วยความมันมือ


“โอ้ยยยก้อ พอแล้วน่า ก็ไม่มีนิ่มๆ ละไง ยีทำไมอีกอ่า” คนโดนยียกมือขึ้นปัดป้องพัลวัน สรุปก็คือ ที่เขาลงทุนตัดผมจนสั้นเหลือแค่เซนฯ เดียวบนหัวไม่ได้ช่วยให้เพื่อนเลิกยีผม


แต่กลับยีอย่างเมามันส์กว่าเดิมซะอีก..


จนกระทั่งปวีร์ยกกระเป๋าเป้ขึ้นมาคลุมหัวนั่นแหละ กฤตินถึงได้ลามือ กระนั้นก็ยังหัวเราะแล้วแหย่ต่อไม่เลิก “ติ๋มเอ้ยย”


ล้อซะอยากจะรู้จริงๆ ว่าถ้าแม่เขารู้ว่าเพื่อนก้อล้อชื่อแม่ตนจนกลายเป็นชื่อเขาไปแล้ว แม่จะยังเอ็นดูอยู่มั้ย หึ รักกันนักนิ :/


ทางฝั่งกฤตินที่ยังคงพยายามหาทางแหย่เพื่อนอย่างเพลิดเพลิน และเป็นแบบนี้มาตั้งแต่จำความได้ จนกลายเป็นเรื่องปกติ ทั้งเรียกแหย่ทั้งเล่นผม บีบแก้ม ดึงแล้ว จับต้นคอกดไปข้างหน้า บีบคางจนปากยู่ หรือกระทั่งเรียกเปรมว่า ‘ติ๋ม’ ทุกๆ การกระทำล้วนผ่านวันเวลามานานมากจริงๆ กว่าที่ ‘ก้อ’ บุคคลผู้วางตัวดีพอๆ กับสเปซกับคนรอบข้างจะกล้าเล่นอะไรแบบนี้ด้วย รวมไปถึงแชร์ทั้งของใช้บางอย่าง ไปถึงเรื่องส่วนตัวบางเรื่อง เรียกได้ว่าให้มากกว่าคนทั่วไปประมาณหนึ่งเลย


กฤตินที่นั่งเอนตัวเท้ามือทั้งสองข้างไปด้านหลังอยู่บนอัฒจรรย์ข้างสนามหัวเราะเบาๆ ขณะมองตามร่างสูงร้อยเจ็ดสิบ (ที่คิดเองเออเองว่าสูงร้อยเจ็ดสาม) หัวทุยเกรียนกับเครื่องแบบนักเรียนกางเกงดำที่เสื้อหลุดออกจากกางเกงไปแล้วครึ่งนึงวิ่งดุ๊กๆ ไปซื้อน้ำตามที่เขาสั่ง


..และอีกอย่างที่เพื่อนจะไม่มียังไม่มีทางรู้ จนกว่าเขาจะบอกนั่นก็คือ


‘ติ๋ม’ ที่ตนเรียก หมายถึงคำวิเศษณ์ ไม่ใช่ชื่อแม่แบบที่เพื่อนของตนเข้าใจแต่อย่างใด


แต่ถึงอย่างนั้น ให้เพื่อนมันเข้าใจแบบนั้นไปก็ดีแล้วล่ะ กฤตินยังคงอมยิ้มมองตามเพื่อนไม่วางตา ดูปฏิกิริยาต่างๆ ต่อคนรอบข้างขณะที่ปวีร์กำลังปฏิสัมพันธ์ด้วยแบบนึกเอ็นดู


อาจจะด้วยสังคมรอบข้างที่หล่อหลอม หรือแม้แต่ตัวเขา ไม่ปฏิเสธหรอกนะว่าเขาเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ ‘เปรม เป็น ติ๋ม’ อย่างทุกวันนี้ เพราะถ้าหากเทียบในวัยเดียวกันแล้ว ช่วงอายุสิบหกย่างสิบเจ็ดก็ยังอยู่ในวัยที่คะนองอยู่


การปฏิบัติตัวของเขายิ่งการันตีว่าตน ‘ดีพอ’ บวกกับความเชื่อใจไว้วางใจจากผู้ใหญ่ว่าจะไม่พาลูกหัวแก้วหัวแหวนของเขาไปเสียแน่นอน กฤตินจึงแทบจะกลายเป็นเพื่อนคนเดียวที่แม่ติ๋มยอมรับและอนุญาตให้เปรมไปเที่ยวไหนมาไหนได้อย่างอิสระหรือกระทั่งมานอนค้างด้วยที่บ้านตน


“ดีมากติ๋มน้อย~”


เมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว กฤตินแปะมือลงบนหัวทุยเดิมแล้วโคลงไปมาเบาๆ แล้วผละออกก่อนที่จะโดนผลักทิ้งอีกมาเปิดขวดน้ำเปล่าเย็นขึ้นดื่มขณะที่ดวงตาคมยังจับคงจ้องไปที่คนซื้อมาให้ไม่ละสายตา


ปวีร์ยกแขนเสื้อขึ้นโยกหัวลงไปซับเหงื่อที่ไหล่ ตามด้วยยกหลังมือเช็ดหน้าผากตรงตีนผม คิดไปคิดมาก็ดีแล้วนั่นล่ะที่ตัดสินใจตัดให้สั้นกว่าเดิม อย่างน้อยสกินเฮดก็ยังมีข้อดีอยู่ล่ะนะ


แถมตอนตัดมาก็มีคนชมว่าหล่อขึ้นด้วย ประเด็นตรงนี้


“เปรมค้าบบ”


คนที่เคยชมวิ่งมานู่นแล้ว


ปวีร์ชะเง้อมองร่างเพรียวที่คุ้นตาวิ่งโบกไม้โบกมือมาตั้งแต่ไกล เขายกขึ้นโบกรับ พักเดียวนักกรีฑาสาวก็วิ่งมาถึงตัว เธอหันไปโบกมือให้ก้อรอบสองของวันเพราะทั้งเธอและกฤตินอยู่ห้องเดียวกัน ซึ่งก็คือห้องคิง


ส่วนเค้าน่ะเหรอ.. ห้องไหนที่นักเรียนรวยกันทั้งห้อง ก็ห้องนั้นแหละ..


“วันนี้รอดูหยกซ้อมมั้ยอ่า อยู่มั้ยเจ้าก้อ!” เสียงใสหันถามทั้งแฟนหนุ่มและเพื่อนร่วมห้องที่รู้ดีว่าทั้งคู่เป็นดูโอ้และกลับบ้านด้วยกันทุกวัน


กฤตินเพยิดหน้าไปทางเพื่อนที่ยังยืนอยู่ด้านล่าง ส่งสัญญาณว่าให้ลองถามเจ้าตัวดู


“ดูมั้ยๆ *-*” หยกหันมาอ้อนปวีร์พร้อมกับทำตาลูกหมาน้อยใส่ ชนิดที่ว่าใครมาเห็นก็ต้องยอมสิโรราบให้อย่างแน่นอน


แต่ไม่ใช่กับปวีร์..


คนถูกถามหันไปมองปฏิกริยาเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ด้านบน เพื่อนสนิทยักคิ้วคู่ส่งให้ทีหนึ่ง ราวกับได้รับคำตอบแล้วจึงหันกลับมาบอกคนที่รอฟังอยู่ “ได้แหละ วันนี้แม่เราเก็บแชร์เอง”


ถึงหยกจะไม่ค่อยเข้าใจแฟนหนุ่มของเธอเท่าไหร่ แต่ด้วยความที่เป็นคนไม่คิดอะไรมากอยู่แล้วเลยปล่อยตามเลยอย่างที่ไม่คิดถาม นานๆ ทีจะได้คุยกับเปรม เพราะหลังจากที่ตกลงคบกันแล้วชายหนุ่มก็ไม่ค่อยตอบไลน์เท่าไหร่ อยู่ที่โรงเรียนเธอก็ติดซ้อมทั้งเช้าและเย็น จึงแทบไม่มีจังหวะจะไม่ได้สานสัมพันธ์ หรือพูดคุยอะไรกันเท่าไหร่หลังจากนั้น


สองหนุ่มถูกหนึ่งสาวควงแขนคนละข้างลากมานั่งริมลู่วิ่งตรงพื้นหญ้าในสนามฟุตบอล เงาจากตึกใหญ่ทอดลงมาพอดีจึงทำให้บรรยากาศไม่ร้อนนัก บวกกับลมเย็นๆ ที่โชยมาด้วยแล้วยิ่งอากาศดี ติดแค่ปัญหาเล็กๆ อย่าง หญ้าทิ่มก้นทิ่มต้นขานิดหน่อยเท่านั้นแหละ


เสียงนกหวีด ก่อนที่ร่างเพรียวจะพุ่งตัวไปด้านหน้าสุดแรงเรียกสายตาคนรอบสนามให้จับตาดูหญิงสาวที่อยู่หน้าสุดในไลน์วิ่ง ปวีร์มองตามได้ครู่หนึ่งก่อนจะก้มสนใจหญ้าแพรกสีขาวๆ ที่ขึ้นแซมหญ้าปกติ


เด็ด..และ..เขวี้ยง


“ถามจริง ติ๋มชอบหยกเหรอ”



( ต่อด้านล่าง )
ตอน 2.2 ครึ่งหลัง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-04-2019 13:38:30 โดย 9 พฤศจิกา »

ออฟไลน์ TheDoungJan

  • —☁gtrsrist
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 768
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
เป็นงงกับความสัมพันธ์ของน้องติ๋มกับหยก

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3527
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +126/-4

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 426
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0

ออฟไลน์ 9 พฤศจิกา

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 8
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ตอน 2.1 "....เพื่อนไม่จริง...."
( ต่อจากด้านบน )


“ถามจริง ติ๋มชอบหยกเหรอ”


“หือ” ปวีร์หันไปสบตาเพื่อนที่นั่งเหยียดตัวเอนไปด้านหลังยันพื้นสนามไว้ “ก็..” คนถูกถามกรอกตาประมวลผล “ชอบแหละ” พยักหน้าสมทบคำตอบตัวเองเบาๆ


“ชอบเค้าตรงไหน” กฤตินเอียงหน้านิดๆ ถามด้วยน้ำเสียงโทนปกติ แถมติดจะนุ่มนวลซะด้วยซ้ำไปในความรู้สึกปวีร์


“ก็..” ปวีร์เหลือบตามองบนนึกอีกที “ก็..ใครก็ชมเค้าน่ารักดี เปรมว่าเค้าก็น่ารัก”


“เลยชอบ?”


กฤตินเลิกคิ้วถาม มองหน้าเล็กตรงหน้าพยักขึ้นลงช้าๆ ก่อนจะดันตัวขึ้นมานั่งขัดสมาธิ แล้วเอาข้อศอกตั้งเท้าคางยื่นหน้าไปจ้องปวีร์





“แล้วก้อไม่น่ารักเหรอ”



ถ้าคำถามนี้ คนถูกถามไม่ใช่ปวีร์ แต่อยู่ในสถานะเดียวกัน คงเป็นคำถามที่มองจากหลุมดำเอ็มแปดเจ็ดยังรู้เลยว่ามีนัยยะใดแฝงในคำถาม


แต่นี่คือติ๋มไง


“ก้อก็น่ารัก น่ารักกว่าทุกคนเลย” เสียงนุ่มตอบพร้อมออกท่าทางสมทบคำพูดว่าจริงแค่ไหน “จริงนะ ถ้ามีคนถามเปรมว่าใครน่ารักสุด เปรมก็จะตอบว่าก้ออยู่แล้ว”


สำหรับปวีร์ กฤตินเป็นเหมือนดั่งไอดอล แม้เจ้าตัวจะไม่อยากยอมรับก็เถอะว่าลึกๆ ก็แอบชื่นชมเพื่อนอยู่ไม่น้อยเลย แล้วก็ดีใจมากด้วยที่ได้กฤตินเป็นเพื่อน ถึงจะถูกแกล้งเอาบ่อยๆ ก็เถอะ


“แล้วแฟนสำหรับติ๋มคืออะไร”


จริงๆ แล้วกฤตินอยากจะถามอีกอย่างมากกว่า แต่ดูเหมือนว่าคนตรงหน้าจากที่รู้จักกันมาเกือบทั้งชีวิต จะยังไม่แตกฉานด้วยซ้ำว่าความรักคืออะไร ซึ่งนั่นล่ะที่เป็นประเด็น


“ก็.. คือเพื่อนสนิทผู้หญิงไง” คนหน้าซื่อ (บื้อ) ก็ยังคงตอบเจื้อยแจ้ว “เพื่อนผู้หญิงปกติก็ไม่สนิท ถ้าสนิทก็จะเป็นแฟนไง เค้าก็เรียกกันแบบนี้ ก้อถามเปรมไมอ่ะ ก้อไม่รู้เหรอ -*-”


“....”


อ่าฮะ…คำตอบก็ไม่ต่างไปจากที่เขาคิดเท่าไหร่


“ก็หยกบอกเปรมว่าจะทำการบ้านให้ เพื่อนสนิทกันก็ทำให้กันไม่ใช่เหรอ ชวนกันไปกิน ไปเที่ยวแล้….”


แล้วก็อะไรต่อมิอะไรที่ไม่ใกล้เคียงจากคำว่าแฟนของคนปกติเท่าไหร่ กฤตินฟังแล้วพยักหน้าตามเป็นพักๆ เสียงนิ่มยังคงเล่าต่อเกี่ยวกับมุมมองสถานะแฟนจากความคิดของตัวเอง


สรุปให้เลยสั้นๆ ว่า


แฟนในมุมมองติ๋ม = เพื่อนสนิทที่เป็น ‘เพศหญิง’
และการตกลงคบเป็นแฟน = เริ่มต้นการเป็นเพื่อนสนิทกัน


มุมปากคนที่เท้าคางฟังอย่างตั้งใจยกยิ้มขึ้นขณะที่มองบุคคลที่สดใสเป็นอันดับต้นๆ ในชีวิตเล่าต่อเนื่องเปลี่ยนมาเรื่องสอบวิชาฟิสิกซ์ที่เพิ่งได้คะแนนคาบเส้น เจ้าตัวอวดราวกับได้ท็อปของห้อง จนมือหนาอดยกไปแปะแล้วยีหัวเกรียนของเพื่อนตนไม่ไหว






กว่าหยกจะซ้อมกรีฑาเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบห้าโมงเย็น ปวีร์โบกมือส่งแฟนสาวที่เปิดกระจกรถเก๋งโบกมือตอบจนลับตาจึงถึงเวลาที่สองหนุ่มจะกลับบ้านซักที


“ก้อ ก้อว่าเปรมขอแม่ซื้อมอไซค์ดีมะ”


คนออกแรงปั่นชะงักเท้าเมื่อได้ยินคำถามจากคนที่ซ้อนอยู่ข้างหลัง


“ขี่จักรยานให้แข็งก่อนมั้ย”


“ :< ”


และนั่นคือคำอธิบายสีหน้าของคนด้านหลัง หลังจากที่ได้รับตอบ ริมฝีปากอิ่มทำขมุบขมิบอย่างที่ติดเป็นนิสัยก่อนจะเหลือบตามองอย่างอื่นแบบที่ชอบทำตอนไม่ได้อย่างใจ


แต่ทำได้แปบเดียวเท่านั้นก็ลืมหมดสิ้นเมื่อกฤตินเลี้ยวรถเข้ามาจอดตรงร้านเช่าหนังสือการ์ตูนราวกับรู้ใจ


ยังไม่ทันจะเตะขาตั้งจอดดีๆ ปวีร์พุ่งตัวเข้าไปในร้านหนังสือแล้ว มองชาร์ตรายชื่อการ์ตูนใหม่ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปข้างใน คว้ามันมายกแถวร่วมยี่สิบเล่ม


หนังสือการ์ตูนเป็นอย่างเดียวที่แม่ติ๋มไม่ให้เขาสะสม เพราะมันรกบ้าน แค่กันดั้มที่โชว์อยู่ในตู้กระจกนั่นคือยอมให้ที่สุดแล้ว และแน่นอนว่าเขาน้อมยอมรับข้อเสนอ ร้านเช่าจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด


ร่างสูงโปร่งโดดเด่นเกินเด็กสิบหกเดินตามเข้ามาในร้านมองเพื่อนสนิทที่กำลังยกตั้งหนังสือการ์ตูนมาจ่ายเงิน


“เอาไปไว้บ้านก้อก่อนนะครึ่งนึง เอากลับบ้านหมดนี่แม่ติ๋มตีตูดเขียวแน่”


แววตาลูกหมาบ๊องแบ๊วสบจ้องเพื่อนรักฉายแววแบบที่เขาอ่านออกได้อย่างง่ายดายว่าปวีร์กำลังเรียกเขาว่า ‘พ่อพระ’ อยู่ในใจเป็นแน่


ระหว่างทางที่นั่งจักรยานกลับ ปวีร์เปิดการ์ตูนอ่านไปด้วยโดยที่อีกมือนึงยังจับชายเสื้อนักเรียนที่เนียบกริบตั้งแต่เช้าจรดเย็นของกฤตินเป็นที่ยึดเหนี่ยว


คนขี่ช้ากว่าปกติเหล่หางตาคมมองคนข้างหลังวูบหนึ่ง


“ติ๋ม ไว้ไปอ่านบ้าน”


“....”


ดูเหมือนคนถูกเตือนจะล่องลอยอยู่ในโลกของการ์ตูนในเล่นไปแล้ว แต่ถึงกระนั้น มือหนากว่าคลายจากแฮนด์ไปคว้าข้อมือข้างหนึ่งของคนข้างหลังมาจับเอวเขาเองแทน


“ถ้าจะอ่านก็จับดีๆ”


“อือ”


ร่างข้างหลังครางรับส่งๆ ออกมาเสียงเบา เมื่อจับดีแล้วกฤตินเลยออกแรงถีบเร่งให้ไวขึ้นก่อนตะวันเวลาพลบค่ำจะดับมอด



...


“เอาไว้หมดเลยไม่ได้เหรอ ;-;”


พอถึงเวลาจริงๆ ก็อีหรอบนี้อีกแล้ว กฤตินมองเพื่อนอย่างเอือมๆ และแน่นอนว่าตอบเสียงหนักแน่นย้ำอีกทีว่า “ไม่ได้” ….เป็นรอบที่สี่


“....”


“ไม่ต้องมาทำหน้า เข้าบ้านได้แล้วไป”


ราชรถกฤตินไล่เพื่อนเข้าบ้านขณะที่เขากำลังจะหันจักรยานตีกลับเมื่อมาส่งเรียบร้อยแล้ว ปล่อยปวีร์มองถุงหนังสือที่แฮนด์จักรยานตาละห้อย


กำลังจะออกตัว จู่ๆ ฝีเท้าก็ชะงักเมื่อนึกอะไรออกเลยหันล้อหน้าวนกลับ


“ห้องหกอาจารย์วีณาสั่งรายงานภาษาไทยมั้ย”


“อือ สั่งๆ”


“งั้นไปขอน้าติ๋มมานอนบ้านก้อสิ ทำด้วยกัน”


ติ๋มที่ทำตาละห้อยอยู่เมื่อครู่ เมื่อสมองน้อยๆ เริ่มประมวลผลสำเร็จ ดวงตากลับสนใสเปล่งประกายเหมือนผักใกล้เฉาที่ได้น้ำขึ้นในทันใด


ร่างเล็กกว่ากระเตงกระเป๋าเป้วิ่งปรูดเข้าไปในบ้าน เสียงโช้งเช้ง แว้ดๆ แว่วมากับสายลมอย่างไม่ต้องมีส่วนร่วมหรือจับใจความได้ก็รู้ว่าต้องเป็นแม่กับลูกชายบ้านนี้คุยกันอย่างแน่นอน


ไม่นานปวีร์ที่ออกมาพร้อมกับกระเป๋าเป้อีกใบบนหลังก็โผล่ออกมาจากรั้วบ้าน ในมือถือถุงที่บรรจุชุดนักเรียนของวันพรุ่งนี้มาด้วยเช่นเคย


“ป่ะ ไปบ้านก้อ!”


กฤตินเหล่มองปวีร์ที่กำลังจะขึ้น โยกจักรยานหนีเมื่อคิดจะต่อรองอะไรบางอย่างที่เพิ่งนึกได้


“รับปากก่อนว่าต่อไปจะทำการบ้านเอง”


“...”


“งั้นไปละนะ” ชูถุงการ์ตูนก่อนทำท่าจะออกตัวปั่น


“เดี๋ยวๆๆๆ”


“...?”


“...”


เด็กหนุ่มที่ยืนถือเป้สบตาเพื่อนอย่างช่างใจว่าควรรับปากดีรึไม่ การ์ตูนก็อยากอ่าน แล้วกว่าจะมีคนอาสาทำการบ้านให้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ


เพราะนั่นนับว่าเป็นเรื่องเดอะเบสต์ที่สุดในชีวิตมัธยมปีที่ห้าของปวีร์เลยก็ว่าได้


ฝั่งกฤตินที่ยังยืนรอคำตอบอยู่ที่เดิมสบตาเพื่อนนิ่งๆ เขารู้ว่าติ๋มของเขาเป็นแบบไหน ก็แค่เด็กน้อยที่รักสบาย กับความคิดที่ว่าจบมอหกแล้วจะออกมาขายหมูช่วยแม่ เลยจึงไม่คิดจะขนขวายหรือพยายามในเรื่องเรียนเท่าไหร่


และนั่นเป็นเรื่องหนึ่งที่เขาเองค่อนข้างลำบากใจไม่น้อย เพราะเชื่อว่าน้าติ๋มคงอยากรับปริญญาลูกคนโต (ด้วยชุดไหมที่เริ่มไปดูผ้า เตรียมหาร้านสั่งตัดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วตามสันนิษฐานของเขา) อย่างแน่นอน


ฉะนั้นเรื่องนี้ที่เขากำลังต่อรอง … ไม่ได้มีสิ่งใดซ่อนเร้นแอบแฝงเลย จริง จริง


“ว่าไง”


คนถูกถามอีกด้านเม้มปากแน่นๆ ก่อนจะกลั้นใจตอบ


“อื้อ!!”

“อื้อไร” ถามย้ำอีกทีเพื่อความชัดเจน


“ต่อไปทำการบ้านเองไง ;-;”


อีกคนรู้ว่าเพื่อนเป็นคนรักษาคำพูด ถึงแม้จะรักษาเพราะต้องทำก็เถอะ กฤตินโยกจักรยานกลับเอนไปฝั่งติ๋มเป็นความหมายว่ายอมให้ขึ้นซ้อนแล้ว





ในขณะที่กำลังปั่นกลับบ้านของครอบครัว ‘ปริยาพิพัทธ์’ ที่ซึ่งเป็นร้านขนมไทยไปในตัว คนปั่นเปิดประเด็นคุยหลังจากที่คนข้างหลังไม่พูดอะไรออกมาอีกเลยหลังจากตอนนั้น


“ติ๋ม”

“...หืม”


ฟังแค่นี้ก็รู้แล้วว่าเพื่อนสนิทสิบปีของตนกำลังเป็นยังไง


“เรื่องการบ้าน ก้อสอนติ๋มทุกวิชาอยู่แล้วนี่ อันไหนทำไม่ได้ก็ช่วยกัน แบบนั้นยังไม่พอเหรอ” คนพูดใช้น้ำเสียงให้นิ่มที่สุดเพื่อประนีประนอมเพื่อน


“อีกอย่างมันก็ไม่ได้เยอะเลย เราก็ทำด้วยกันมาตั้งหลายนาน หรือว่าติ๋มไม่อยากทำการบ้านกับก้อแล้ว?”


“อยาก”


ปวีร์ตอบเสียงอ่อน กฤตินเหล่ไปด้านหลังแบบไม่ทันเห็นเจ้าของเสียงหลายวิก่อนจะตวัดสายตากลับมามองตรงไปยังทิศเบื้องหน้า “แล้วทำไมยังซึม”


“เปล่า..” ยังจะมาเปล่าอีก


กฤตินปั่นเงียบๆ อีกพักหนึ่ง พลางคิดหาวิธีดีลกับเพื่อนสนิทอีกครั้ง เพราะทั้งหมดที่เขาบอก ก็เพื่อตัวของปวีร์เองทั้งนั้น


“ก้อเคยแนะนำ ให้เปรมสัญญาอะไรที่ผลออกมาไม่ดีกับเปรมมั้ย เคยเชื่อก้อแล้วเคยพลาดซักครั้งรึเปล่าครับ”


น้ำเสียงจริงจังหนักแน่นอีกระดับพร้อมหางเสียง ยิ่งเรียกเขาด้วยชื่อจริงแล้วยิ่งย้ำให้ปวีร์สัมผัสได้ชัดขึ้นไปอีกว่าอีกนิด กฤตินจะโกรธเขาจริงๆ แล้ว “ไม่เคย…”


“ถ้าไม่ทำการบ้านเอง จะเอาความรู้ที่ไหนไปสอบ ใกล้สอบมาก็ไม่ยอมอ่าน นี่จะสอบปลายภาคอีกไม่กี่อาทิตย์นี้แล้ว จะขึ้นกับก้อมั้ย มอหกอ่ะ”


“ขึ้น ;-;”


“อืม ถ้าฝืนใจมากงั้นก็ไม่ต้อง ลืมๆ สัญญาไป”


“ไม่ ;-; เดี๋ยว”

“เดี๋ยวอะไรครับ”


คนปั่นทำเสียงเข้มใส่ แววตาคมฉายแววเหนื่อยหน่ายนิดๆ ขณะที่มองตรงไปข้างหน้า


มือเล็กกว่าของคนที่ซ้อนท้ายขยับจากเหล็กที่จับตรงก้นมาแปะที่เอวคนขับพร้อมขยุ้มชายเสื้อเพื่อนแบบเผลอตัว


“อือ เข้าใจแล้ว”


“เข้าใจว่า?” แน่นอนว่าคนถามเลิกคิ้วด้วยความเคยชิน


“ทำการบ้านเองดีกับเปรมเอง”


“อือฮึ”


“…”



‘แล้วเข้าใจมั้ยว่าเป็นห่วง’ เขาเลือกที่จะไม่พูด


คนคิดรู้อยู่เต็มอกอยู่แล้ว ว่าจริงๆ แล้วมันอาจจะมากกว่านั้น




To Be Continued ...

————————————————————————————————————



Ps. ช่วงนี้อาจจะราบเรียบยังไม่มีอะไรตื่นเต้นนะจ๊ะ ฟินจางๆ (ถึงจางมาก) ไปก่อน บ่มน้องไว้จนกว่าจะ..... :o8:
เจอกันตอนหน้าจ้า


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-04-2019 13:54:05 โดย 9 พฤศจิกา »

ออฟไลน์ TheDoungJan

  • —☁gtrsrist
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 768
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
อยากพี่เพื่อนแบบก้อสักคน น้องติ๋มตอนนี้หงอยเลยลูก โอ๋เอ๋ เอ็นดูความหมายคำว่าแฟนของน้องติ๋ม

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ 9 พฤศจิกา

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 8
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
M a t c h i n g
#เพื่อนไม่จริง

 
 
- 03 -
“....เริ่มเพื่อจบ….”

 
 
หลังจากนั้นไม่นาน ปวีร์ได้ยุติการเป็นเพื่อนสนิทผู้หญิง หรือเรียกสั้นๆ ว่า ‘แฟน’ กับหยก แล้วลดขั้นมาเป็นเพื่อนธรรมดา


ด้วยเหตุผลว่า ‘ต่อไปนี้จะทำการบ้านเองแล้ว’


บางคนอาจจะคิดว่าหยกจะต้องเสียใจ หรืออาจจะเป็นรู้สึกเสียหน้าจนไม่คุยกับปวีร์อีก แต่ผิดไปถนัด หลังจากนั้นกลุ่มเพื่อนดูโอ้ได้มีเด็กสาวเข้ามาเพิ่มอีกหนึ่ง


ซึ่งที่นี้เลยกลายเป็นกลุ่มที่ครบเครื่องไปด้วยเด็กวิชาการ นักกีฬา และตัวที่ไม่ทำ...อะไรอีกหนึ่ง


.


“หยกจับมือเราไม่ได้แล้วนะ”


“ฮ่าๆๆ”


เสียงใสหัวเราะอย่างเต็มเสียง ย้อนกลับไปในวันนั้น เธอรู้อยู่แล้วและไม่อยากหลอกตัวเอง เพราะก็เห็นๆ กันอยู่ว่าปวีร์ไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษกับเธอแม้แต่น้อย


พอได้รู้จักจริงๆ ถึงได้รู้สึกว่าตัวเองชอบเปรมแบบที่เอ็นดูเหมือนน้องมากกว่ ถึงจะชั้นเดียวกันก็เถอะ


“นี่แหนะ!”


ถึงเปรมจะเอ็ดเอาแบบนั้นแต่มือเล็กก็ยังยื่นไปบีบแก้มด้วยความมันเขี้ยวอยู่ดี


เสียงเดินลากเท้าอันเป็นลักษณะเฉพาะตัวของกฤตินเคลื่อนเข้าใกล้


ตาสดใสเปล่งประกายของเด็กหนุ่มหัวเกรียนหันไปหาทันทีที่รู้ว่าจะมีอะไรติดมากับเพื่อนด้วย


“ปังเย็น!!”


คนตื่นเต้นที่สุดในโต๊ะกำช้อนแน่น และแล้วเวลาเฉลิมฉลองการสอบปลายภาคประจำปีการศึกษาล่าสุดของพวกเขาทั้งสามก็ได้เริ่มต้นขึ้น


“อีกปีเดียวก็ต้องแยกกันแล้วง่ะ ทำไมเพิ่งได้มาสนิทกับเปรมก้อเอาป่านนี้ เห็นหน้ากันมาตั้งหลายปี”


หยกพูดเสียงขึ้นจมูกหน่อยๆ ก่อนจะอ้าปากงับน้ำแข็งที่โรยด้วยผงโอวัลตินกับนมแล้วคำแรก


“ก้อเห็นหยกอยู่กับกลุ่มสาวๆ ตลอดเลยนี่ แก๊งดาวน่ะ”


เด็กสาวนึกถึงแก๊งดาวที่กฤตินหมายถึงแล้วร้องอ้ออย่างนึกเห็นด้วย


ก็จริง.. เพราะอยู่กับกลุ่มผู้หญิงตลอด ผู้ชายในโรงเรียนสหฯ ส่วนมากจะออกแนวเถื่อนนิดๆ ซึ่งเธอไม่ค่อยถูกโฉลกด้วยเท่าไหร่


“คิดไม่ถึงเหมือนกันนะที่ก้อกับเปรมเรียบร้อยกันขนาดนี้”


คนฟังหัวเราะรับขณะตักปังเย็นกับมาร์ชเมลโล่เข้าปาก ปรายตามองไอ้คนที่ตั้งหน้าตั้งตากิน


เออรู้แล้วว่าอยากกินจริงๆ



“กินดีๆ ดิเลอะหมดแล้ว”

“...”

พูดพลางขยับมือเอื้อมไปเช็ดมุมปากเพื่อนสนิทที่กำลังกินจนไม่สนใจอะไร หนึ่งสาวที่นั่งอยู่ด้วยกระพริบตาปริบๆ มองตาม


ปฏิกริยาของปวีร์ดูปกติจนคิดได้ไม่ยากว่ามันคงจะปกติจนเคยชินไปแล้วแน่ๆ




คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง...






ในช่วงปิดเทอมที่ผ่านมา ต่างคนต่างใช้เวลาหมดไปกับเรื่องที่ตัวเองให้ความสนใจ


กฤตินหมกตัวอยู่กับหนังสือทั้งวันเพราะตั้งใจจะสอบชิงทุนเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ คณะที่ชอบ ส่วนปวีร์ใช้เวลาหมดไปกับการนอน เฝ้าแผงแม่ เก็บแชร์และเล่นเกมส์


ถึงแบบนั้นคนนอนทั้งวันก็ยังแบ่งเวลาไปออกกำลังกายบ้างตามคำแนะนำของ หยก (เพื่อนใหม่ที่สนิทปานกลาง) หลังจากที่ไปปรึกษาว่าจะทำยังไงให้สูงกว่านี้


และจากความทุ่มเทพยายาม มันดันได้ผลดีกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก


กลายเป็นว่าปวีร์ชื่นชอบเกือบเสพย์ติดการวิ่งตีบอลกระโดดโด่งหยอดลูกลงห่วงอย่างกระฉับกระเฉงกลางแดดไปเลย


แต่ไม่รู้ช่วงนี้อ้วนขึ้นหรืออะไร เสื้อนักเรียนตัวเดิมที่เคยใส่ตั้งแต่ขึ้นมอสี่ถึงได้ทำให้รู้สึกอึดอัดนัก


คนเคยชินกับเสื้อตัวโคร่งๆ ขยับเอวกางเกงสอดชายเสื้อที่พอดีตัวมากขึ้นจนเข้าด้านใน ชายกางเกงนักเรียนสีดำลอยขึ้นสูงนิดหน่อย ปวีร์มองตัวเองในกระจกอีกทีว่าพร้อมสำหรับการเปิดเทอมรึยัง


...


เปรมไปโรงเรียนกับก้อตามปกติ แต่คราวนี้คนที่มั่นใจในความสูงมาตลอดกลับรู้สึกได้นิดหน่อยว่าไหล่ของเพื่อนเริ่มใกล้เคียงกับตัวเองอีกนิดแล้ว


ใกล้ชิดจนไม่ทันได้สังเกตุถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกายคนที่เดินนำอยู่ เลยกลับมาพิจารณาเพื่อนจากด้านหลังอีกครั้ง


อาจจะเพราะเขาไม่ได้เห็นติ๋มใส่ชุดนักเรียนมานานรึเปล่า กลับมาเห็นอีกทีในคราวนี้กลับรู้สึกว่าเพื่อนติ๋มของเขาเริ่มล่ำขึ้น ช่วงไหล่กว้างจนเสื้อนักเรียนที่ปกติอีกคนจะใส่โคร่งๆ วันนี้กลับเป็นทรงที่พอดีกับร่าง


“ติ๋ม สูงเท่าไหร่ละ”


“ร้อยเจ็ดสาม!”


คนเนื้อเสียงนิ่มตอบอย่างเต็มเสียงและมั่นใจแบบทุกครั้งที่ถูกถามถึงส่วนสูง เพราะเพื่อนสนิทเขาชอบทำหน้าไม่เชื่อทุกครั้งที่ตนบอกว่าสูงเท่านี้



‘...รองเท้าปะวะ’


กฤตินเหล่ลงมาส่องข้างล่าง ยังเป็นรองเท้าคู่เดิม ที่เหยียบทับส้นจนบี้ไปแล้ว


เพื่อเป็นการไม่เสียเวลามัวมาคิดคาดคะเน ก้อลากเพื่อนติ๋มมาที่ห้องพยาบาลทันทีก่อนจะได้เวลาแยกกันไปขึ้นตึกเข้าชั่วโมงโฮมรูมในคาบแรก


และเขาไม่ได้คิดไปเอง


ร้อยเจ็ดสิบหกจุดสาม…...


หัวคิ้วกฤตินกระตุกเมื่อเห็นตัวเลขที่โผล่พ้นมาจากตอผมสั้นเตียนขณะที่อีกคนยืนหันหลังให้แท่นวัดแล้วหันหน้ามาหาเขา


“ได้เท่าไหร่ๆๆ *-*”


เสียงนิ่มถามทันทีพร้อมทำหน้าหมาตื่นเต้นเมื่อกฤตินจรดไม้บรรทัดแปะบนหัวเกรียนของคนที่ยืนบนแท่นวัดความสูงอย่างตื่นเต้น


เพราะครั้งสุดท้ายที่กฤตินวัดให้สมัยขึ้นมอสี่ตนสูงเพียงร้อยเจ็ดสิบเท่านั้น ก่อนจะพยายามวัดด้วยตัวเองอีกครั้งตอนขึ้นมอห้าได้ร้อยเจ็ดสิบสาม แต่บอกยังไงเพื่อนก็ยอมไม่เชื่อ


คราวนี้คงเชื่อได้ซักที!


“เชื่อยังว่าร้อยเจ็ดสามแล้ว!”


ปวีร์มองหน้าเพื่อนที่พยักหน้าเออออตามก่อนจะยิ้มเผล่เช่นเคย



( ต่อด้านล่าง )
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-04-2019 22:06:12 โดย 9 พฤศจิกา »

ออฟไลน์ 9 พฤศจิกา

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 8
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
( ต่อจากด้านบน )





“เมื่อไหร่จะจ้บบบบบ”


เปรมทิ้งดินสอกระแทกลงสมุดที่เปิดกางอยู่ ด้านในมีสรุปเนื้อหาต่างๆ สำหรับเตรียมไปสอบวัดระดับสำหรับสอบเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งคนที่ยืนกรานว่าจะไม่สอบเข้ามหาลัยในกลุ่มนี้มีเขาคนเดียว แต่ต้องตามไปสอบด้วยเพราะ


‘ แม่สั่ง ’


สั้นๆ กระชับ เข้าใจง่าย




ด้วยเหตุผลที่ว่า เผื่อลูกเปลี่ยนใจจะได้มีคะแนนตรงนี้ไว้ ไปสอบให้มียังดีกว่าไม่มีอะไรเลย


แม่ของเขาจะไม่มีทางรู้เรื่องนี้ได้อย่างแน่นอนถ้าลูกรักอีกคนที่เป็นเพื่อนสนิทเขาไม่บอก


กฤตินที่กำลังจดจ้องหนังสืออย่างอย่างตั้งใจเงยหน้าขึ้นมามองเพื่อน


“แค่สอบอีกวันเอง เค้าก็ต้องสอบกันทุกคน อย่าพูดมาก” หันมาพูดเฉือนหนึ่งดอกก่อนจะก้มลงไปอ่านหนังสือต่อ


“โอเค้! ก็ได้” พอโดนดุไปทีนึง นั่นแหละถึงได้รู้ตัว


“ใกล้จบแล้ว เดี๋ยวฮึ้บๆ เอา” ชูหมัดตั้งทีนึงก่อนจะหยิบดินสอที่ปาไปเมื่อครู่ขึ้นมาก้มๆ อ่านสมุดที่ก้อช่วยสรุปให้ต่อ


เหตุที่ปวีร์เลือกไม่เรียนต่อแล้ว ถ้าหากไล่เป็นข้อๆ ก็จะหน้าตาประมาณนี้

1. ไม่ต้องตื่นเช้าไปโรงเรียน
2. ไม่ต้องทำการบ้าน
3. ได้ทำอะไรที่อยากทำ ไม่ต้องไปทนทำอะไรที่ไม่ชอบเอาซะเลย เช่นนั่งฟังอาจารย์สอนในห้อง ไปเจอหน้าคนที่ไม่ชอบหน้า ไม่ต้องสอบ
4. ไม่ต้องฟังแม่บ่นตอนเกรดออก
5. เขาสามารถเล่นเกมส์ได้ทั้งคืน
6. มีเวลาทำงานหาเงินมาซื้อของที่อยากได้
เรียนต่อทำไม จบออกมาก็ต้องมาขายหมูอยู่ดี เริ่มขายตอนนี้เลยไม่ดีกว่าเหรอ
     
และอื่นๆ อีกมากมาย…



กฤตินรู้ ต่อให้เขาโน้มน้าวจนอีกคนยอมไปเรียนต่อ แต่ถ้าหากเจออุปสรรคระหว่างเรียน คนที่ไม่เต็มใจจะเรียนแต่แรกจะรู้สึกยังไง บังคับโคขืนให้กลืนหญ้าไปก็เท่านั้น


เพราะแบบนั้น…


“เรากลับบ้านก่อนดีกว่า ลืมหนังสืออีกเล่มไว้ที่บ้านอ่ะ ติ๋ม ให้หยกไปส่งก่อนนะ ไว้เดี๋ยวแวะไปหา”


ก่อนคนพูดจะหอบรวบหนังสือเก็บใส่กระเป๋า ยกขึ้นสะพานไหล่แล้วเดินออกจากร้านไปแบบไม่หันกลับมามอง ปล่อยให้สายตาคู่หนึ่งมองตามจักรยานคันเดิมที่ซ้อนอยู่เป็นประจำจนลับสายตา


ในช่วงหลังสองเพื่อนสนิทที่เคยตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋กลับมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ทั้งคู่เริ่มห่าง


สิ่งที่ว่านั่นก็คือ ‘อนาคต’


กฤตินมุ่งมั่นและตั้งใจอย่างหนักในการสอบวัดระดับรอบสองเพื่อให้คะแนนถึงเกณฑ์ที่ทางมหาวิทยาลัยและตนเองคาดหวัง


ถึงจะรู้อยู่แล้ว แต่ก็..


“เห้อ”


เพราะแบบนั้น เจ้าของเสียงถอนหายใจถึงได้เฉาแบบนี้


หยกปิดหนังสือนิตยสารดังฉับเมื่อได้ยินเสียงเห้อรอบที่ร้อยของนายปวีร์ที่นั่งทำหน้าหงอยมองพื้นอย่างใจลอยอยู่ตรงข้าม


“เปรมเป็นอะไร” น้ำเสียงใสถามเจือรอยเหนื่อยหน่ายเมื่อเดาอาการคนตรงหน้าไม่ถูก


ก่อนก้อจะแยกกลับบ้านไปยังดีๆ อยู่เลยแท้ๆ


“เปล่าอ่ะ”



“เบื่อเหรอ” หยกเริ่มกล้าถามซอกแซกมากขึ้นหลังจากเริ่มสนิทกับคนตรงหน้า


“อืม...คงงั้นอ่ะ” ยกน้ำปั่นขึ้นดูดอีกทีหลังปล่อยให้มันละลายจนเกือบหมดความเย็นแล้ว


ไม่ต้องสังเกตุก็เห็นว่าอีกฝ่ายคงมีอะไรบางอย่างที่ติดอยู่ในใจ แต่จะยอมพูดออกมามั้ยนั่นอีกเรื่อง


แต่ถ้าให้เธอเดา…






“เปรมคิดมากเรื่องก้อจะไปเรียนต่อกรุงเทพฯ ใช่มั้ย”




คนถูกรู้ทันตวัดตาเหลือบขึ้นสบคนถามก่อนจะเบนสายตาหนีอย่างยังไม่คิดยอมรับ


ถึงเขาจะดี๊ด๊าตอนใกล้จะเรียนจบเพราะอะไร เขารู้ดีอยู่แก่ใจ



แต่ทั้งหมดนั่น


กลับต้องแลกด้วยบางสิ่งที่เขาไม่เคยคิดถึงมันมาก่อน


‘วันที่ต่างคนต่างแยกกันไปใช้ชีวิต’


และไม่คิดว่ามันจะเร็วขนาดนี้


มันหมายถึง อีกไม่กี่เดือน คนที่อยู่ในชีวิตประจำวัน อยู่ด้วยกันในทุกๆ วันจะห่างกันไป


“ก้อบอกหยกว่าเปรมจะไม่ต่อมหาลัย เปรมเอาจริงเหรอ”

“...”


คนถูกถามตอบในใจ เพราะในตอนนี้แทบไม่มีเสียงจะเปล่งออกมาเลยด้วยซ้ำ


หยกมองใบหน้าที่เริ่มคมเข้มขึ้น ดวงตากลมเด่นชัดเต็มไปด้วยรอยกังวล และรู้ด้วยว่าเจ้าตัวคงเผลอแสดงออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ


“หยก…”

“หืม”




“อย่างเรา จะเอาปัญญาที่ไหนไปวิ่งตาม..”

..ก้อ


บางครั้ง...บางครั้งความพยายามน่ะ อาจเป็นเพียงได้แค่นั้น และเขารู้ศักยภาพของตัวเองดี


“เรา..” ทำไม่ได้


ประโยคหลังเปรมเลือกที่จะส่ายหน้าแทนการพูดมันออกมา นึกละอายความไม่เอาไหนของตัวเอง แต่ต้องยอมสิโรราบให้กับความเป็นจริงข้อนั้น


มือเล็กเรียวแปะลงบนบ่าแกร่งพลางลูบปลอบประโลม แทบจะอย่างเดียวที่หยกทำได้ในตอนนี้

“เปรม มันยังไม่สายนะ”

“...”


“เปรมยังไม่ได้ลองกับมันซักตั้งเลย”


นัยน์คนฟังสั่นระริก หลุบจ้องพื้นอย่างเหม่อลอย


“เรารู้ ถ้าเปรมตั้งใจ เปรมทำได้อยู่แล้ว เปรมจำปีที่แล้วได้มั้ย ตอนนั้นน่ะ เรายังตัวเท่ากันอยู่เลย ดูตอนนี้สิ”


ใช่.. จากตอนแรกเขาตัวพอๆ กับหยก เขาพยายามทุกอย่างทั้งโหนบาร์ เล่นกีฬาทุกอย่างที่หยกแนะนำ กินเยอะๆ นอนเร็วๆ กว่าจะพยายามจนสูงร้อยเจ็ดสิบสามได้จริงๆ แบบที่ก้อยอมเชื่อได้ก็หนักไม่น้อยเลย



อันที่จริง ลองดูซักตั้งก็คงไม่เสียหาย ดีกว่าไม่ลองทำอะไรเลย




“อื้ม เราจะลองดู”


.


.


.


.


.


.








ประกาศรายชื่อนักศึกษาที่ผ่านการสอบคัดเลือกรอบแรก
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย xxxx ศูนย์รังสิต


1.กฤติน ปริยาพิพัทธ์
2.รัตน……. ……….
3.กรว……. ……….
4……..….. ……….
5………… ……….
6.

.
.
.







ไม่พบรายชื่อ “ปวีร์ ตั้งวงศ์เสถียร” ในระบบการค้นหา
ขอแสดงความเสียใจด้วย












To Be Continued ... ?

————————————————————————————————————


ออฟไลน์ TheDoungJan

  • —☁gtrsrist
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 768
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ยังมีรอบอื่นนะน้องติ๋ม สู้ต่อไป คณะอื่นยังมี

ออฟไลน์ กฤติกา

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 2
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
เป็นนิยายที่ให้อารมณ์ฟีลกู๊ดมากๆ คิดถึงตัวเองตอนวัยละอ่อน พอก็มองย้อนกลับไปมันก็จะมีความรู้สึกโหยหาเล็กๆ รอตอนต่อไปนะคะ เปรมกับก้อแยกกันแล้ว จะเป็นยังไงต่อ  :mew2: สู้ๆนะคะ

ออฟไลน์ พลอย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 16
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
จะเปรมก้อหรือก้อเปรมล่ะนี่ 555555 สู้นะเปรม ยังมีรอบต่อไปอีก ติดอยู่แล้วเพิ่งรอบแรกเอง

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด