♊ มอคราม เมฆคราม ♊ 03 : เข้าใจถูกแล้ว [100%] 10|05|62! อัพแย้วววว
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ♊ มอคราม เมฆคราม ♊ 03 : เข้าใจถูกแล้ว [100%] 10|05|62! อัพแย้วววว  (อ่าน 761 ครั้ง)

ออฟไลน์ miminari

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 30
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
***************************************************************************************
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

*****************************************************************************************
♊ มอคราม เมฆคราม ♊

 -----------------

#มอครามเมฆคราม


 -----------------

TALK :
สวัสดีค่ะ นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องราวของฝาแฝด
พอดีอยากลองเขียนเรื่องเกี่ยวกับพี่น้องดูบ้าง ><

ฝากมอคราม เมฆครามไว้ด้วยนะคะ <3


 
-สารบัญ-

Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-05-2019 03:11:09 โดย miminari »

ออฟไลน์ miminari

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 30
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
00 : ที่มาของมอคราม เมฆคราม  ♊


มอคราม เมฆคราม ฝาแฝดชายที่ตั้งแต่ตอนเป็นทารก ตอนเด็ก จนตอนนี้อายุ 17 แล้วหน้าตาก็ยังเหมือนกันมากจนแม้แต่พ่อกับแม่ยังพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า มีเรียกผิดบ้าง สลับบ้าง ถ้ามองจากแค่หน้าตา ให้ทั้งสองคนยืนนิ่งๆ เงียบๆ เฉยๆ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสนิทหรือแม้แต่พ่อแม่ที่ใช้ชีวิตด้วยกันมาทั้งชีวิตก็ยังต้องขอเวลาพิจารณาว่าใครเป็นใคร


แต่นั่นมันก็แค่เรื่องรูปร่างหน้าตาภายนอก มอครามและเมฆคราม นอกจากหน้าตาแล้ว เรื่องอื่นๆ ก็เหมือนพี่น้องธรรมดาทั่วไป ไม่ได้เหมือนมากจนแทบเป็นคนๆ เดียวกัน


ตั้งแต่เกิด จนโตอายุ 17 ปี มอคราม เมฆคราม ไม่เคยแยกจากกันนานๆ ทั้งสองคนมักจะอยู่ด้วยกันเสมอๆ เรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน รู้ไส้รู้พุงกันดี ยิ่งกว่าพ่อแม่ที่เลี้ยงดูมา ธรรมดาของพี่น้อง ธรรมดาของคนที่อยู่ด้วยกัน ก็ใช่ว่าทั้งสองคนจะรักกันถึงขนาดไม่มีเรื่องบาดหมางหรือทะเลาะกัน ด้วยนิสัยส่วนตัวที่ค่อนข้างจะต่างก็เป็นต้นเหตุส่วนหนึ่งเหมือนกัน


ส่วนเรื่องชื่อของทั้งสองคนนั้น มอคราม - เมฆคราม เป็นชื่อที่พ่อกับแม่ตั้งให้ เป็นทั้งชื่อจริงและชื่อเล่น มีที่มาจากสีไทยโทน ฝาแฝดทั้งสองคนจริงๆ แล้วไม่ได้มีปัญหากับชื่อตัวเอง เพียงแค่สงสัย แล้วก็รู้สึกลำบากนิดหน่อย เวลาที่มีเพื่อน หรือใครที่เรียกชื่อพวกเขาสั้นๆ พยางค์เดียวว่าคราม ทั้งสองคนต้องหันพร้อมกันทุกทีไป มอครามกับเมฆครามเคยถามแล้ว ว่าทำไมพ่อกับแม่ถึงต้องตั้งชื่อตัวเองให้มีคำว่า ‘คราม’ อยู่ในชื่อด้วย และคำตอบที่ได้มานั้นมันก็มีเหตุผลที่ง่ายแสนง่าย


“พวกลูกเป็นฝาแฝด ต้องอยู่ด้วยกันบ่อยอยู่แล้ว เวลาพ่อเรียกทั้งสองคนจะได้ไม่ต้องเรียกสองชื่อ เรียกแค่ครามก็พอแล้ว” นี่คือคำตอบจากพ่อ


“แล้วเวลาอยากเรียกทีละคนก็เรียกสองพยางค์ไงจ๊ะ” นี่ก็เป็นประโยคต่อมาของแม่


และตั้งแต่รู้คำตอบของคำถาม มอครามและเมฆคราม ก็ไม่เคยให้ใครเรียกชื่อตัวเองพยางค์เดียวโดยใช้พยางค์หลังของชื่ออีกเลย ถ้าจะเรียก ก็ต้องเป็น ‘มอ’ ไม่ก็ ‘เมฆ’ ที่เป็นพยางค์แรกของชื่อ แต่ว่า...


“ไม่ให้เรียกเมฆหรือครามเฉยๆ ให้เรียกเมฆคราม”


เหตุเกิดขึ้นตอนย้ายโรงเรียนขึ้น ม.1 เมฆครามแนะนำตัวกับเพื่อนๆ ในห้องเรียนแบบนั้น เพียงเพราะเหตุผลที่ว่าชื่อเมฆเฉยๆ มันทั้งโหล และไม่เท่ แล้วถ้าจะให้เรียกครามเดี๋ยวจะมาซ้ำกับชื่อของมอครามอีก เพราะงั้นเพื่อนๆ ในห้องเลยเรียกเมฆครามว่าเมฆครามมาตลอด ลามไปจนถึงคุณครูอาจารย์ท่านอื่นๆ ด้วย นอกจากนั้นมอครามก็ยังถูกเรียกด้วยชื่อเต็มๆ ด้วยเหมือนกัน


เรื่องชื่อเรียกของฝาแฝดยังมีอีกประเด็นให้พูดถึง นั่นคือชื่อเวลาที่สองแฝดเรียกกันเอง ส่วนใหญ่ฝาแฝดทั้งสองคนจะไม่เรียกชื่อเต็มๆ ของกันและกัน แล้วก็ไม่เรียกด้วยชื่อพยางค์แรกแต่เป็นพยางค์ที่สอง เหตุผลนั้นง่ายเหมือนที่พ่อแม่ของทั้งสองคนเคยบอกไว้ ก็ในเมื่อรู้ว่าใครเป็นใครกันอยู่แล้ว เรียกแค่ คราม ก็คงไม่มีปัญหา



---------------------------------------



“คราม กูเพิ่งเลิกกับแฟนว่ะ ช่วยปลอบหน่อยดิ”


“สมน้ำหน้า”


“เหี้ยอะไรของมึงวะ กูให้ช่วยปลอบไม่ได้ให้ซ้ำเติม มีพี่น้องอย่างมึงสู้กูไม่มีดีกว่าไหมเนี่ย”


“ทางนั้นก็น้อยๆ หน่อยเหอะคราม นี่พี่นะ คำหยาบอ่ะเบาๆ ลงบ้างเหอะ”


“เรื่องเยอะว่ะคราม พูดแค่นี้ทำเรื่องเยอะประสาทแดกพอดี”


“แม่ไม่ชอบให้พูดคำหยาบ ครามก็รู้ โดยเฉพาะพูดกับพี่”


“เกิดก่อนกูกี่นาทีทำมาพูดว่าเป็นพี่”


“ไม่กี่นาทีก็เกิดก่อนอยู่ดี แล้วถ้าครามจะมาชวนทะเลาะ จะมาบ่นก็ออกไป รำคาญ”


“.......”




TBC+++




ตอนสั้นๆ เกริ่นเรื่องก่อนนะคะ ขอบคุณที่กดเข้ามาอ่านกันค่ะ >< <3
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-04-2019 02:40:59 โดย miminari »

ออฟไลน์ miminari

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 30
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
♊ มอคราม เมฆคราม ♊ 01 : ปลอบ 13|04|62
«ตอบ #2 เมื่อ13-04-2019 16:45:35 »

01 : ปลอบ ♊


ห้องนอนห้องใหญ่บนชั้นสองของบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้หลังนี้เป็นห้องนอนของผมเองครับ แต่ถ้าจะให้พูดให้ถูกจริงๆ แล้วห้องนอนห้องนี้ไม่ใช่แค่ห้องนอนของผมคนเดียว เป็นห้องนอนของ 'พวกผม' ต่างหาก



มอคราม เมฆคราม ลูกชายฝาเเฝดของบ้านวิญญูอนันต์ ผมมอครามครับ เป็นแฝดคนพี่เกิดก่อนเมฆครามแค่ 6 นาที



นอกจากเรื่องที่เราเป็นแฝดที่รูปร่างหน้าตาเหมือนกันมากแล้ว เรื่องอื่นๆ ก็แทบจะไม่มีอะไรเหมือนกันเลย เพราะงั้นผมกับเมฆครามเลยทะเลาะกันอยู่บ่อยๆ



ผมกำลังนอนแห้งเหี่ยวบนเตียงเดี่ยวฝั่งซ้ายของห้อง โดยที่มือจับหนังสือเรียนวิชาหน้าที่พลเมืองเล่มหนึ่งขึ้นอ่านมาได้พักใหญ่จนปวดทั้งเเขนไปหมด แต่สิ่งที่อ่านไปดันไม่เข้าหัวเลย ทั้งๆ ที่ตั้งใจจะจำไปสอบกลางภาคในอาทิตย์หน้าแท้ๆ กลับได้แต่ความง่วงซะจนตาจะปิดมาเเทนซะอย่างนั้น ในระหว่างนั้นเอง จู่ๆ ประตูห้องก็เปิดพรวดพราดเข้ามาอย่างไม่มีมารยาท ไม่ต้องละสายตามอง ไม่ต้องให้เดา ต่อให้วันนี้เเม่กับพ่อไม่บอกผมว่าตัวเองจะกลับดึกเพราะติดงาน ผมก็รู้อยู่ดีว่าคนที่เข้าห้องมาคือใคร



“คราม กูเพิ่งเลิกกับแฟนว่ะ ช่วยปลอบหน่อยดิ”



ผมละสายจากหนังสือเบนมองคนที่หน้าเหมือนผมอย่างกับแกะ สาวเท้าก้าวยาวๆ เดินเข้ามาหาผม แต่มองอีกฝ่ายอยู่ได้เเค่เเวบเดียวผมก็หันกลับมาให้ความสนใจกับหนังสือในมือต่อ แล้วพูดเบาๆ แบบไม่ใส่ใจเนื้อหาจากประโยคที่เมฆครามพูดก่อนหน้า



"สมน้ำหน้า"



พอสิ้นคำที่ผมว่าสั้นๆ หนังสือที่เคยอยู่ในมือก็ถูกมือของคนที่ยืนอยู่ดึงออกไปแล้วโยนลงบนเตียงเดี่ยวฝั่งตรงข้าม ผมกะพริบตามองหนังสือตัวเอง ก่อนจะหันกลับมามองคนตรงหน้าที่อยู่มุมสูงกว่า



“เหี้ยอะไรของมึงวะ กูให้ช่วยปลอบไม่ได้ให้ซ้ำเติม มีพี่น้องอย่างมึงสู้กูไม่มีดีกว่าไหมเนี่ย”



ผมหรี่ตามองเมฆครามที่เริ่มชักสีหน้าใส่ผมด้วยความหัวเสีย ใบหน้าที่เหมือนกับหน้าของผมนั้นแสดงสีหน้าชัดเจนว่าโกรธว่าหงุดหงิด ผิดกับหน้าของผมเองจริงๆ ที่ตอนนี้ถึงเเม้ผมจะไม่ค่อยพอใจเมฆครามเท่าไหร่แต่ก็พยายามเก็บสีหน้าตัวเองอยู่



ผมลุกขึ้นจากนอนเป็นนั่ง แต่ก็ยังต้องเงยหน้ามองเมฆครามที่ยืนอยู่อยู่ดี



“ทางนั้นก็น้อยๆ หน่อยเหอะคราม นี่พี่นะ คำหยาบอ่ะเบาๆ ลงบ้างเหอะ”



ผมเลือกที่พูดประเด็นนี้เพียงเรื่องเดียว ทั้งๆ ที่การกระทำของเมฆครามกับคำพูดนั่นผมก็ไม่ค่อยโอเคเหมือนกัน เข้าห้องมาไม่ยอมเคาะประตู แย่งหนังสือจากมือผมไปโยนทิ้งอีกเตียง ชักสีหน้าใส่ แล้วก็คำพูดคำจา



“เรื่องเยอะว่ะคราม พูดแค่นี้ทำเรื่องเยอะประสาทแดกพอดี"



เห็นไหมครับขนาดผมพูดแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว เมฆครามยังว่าผมเรื่องเยอะเลย



“แม่ไม่ชอบให้พูดคำหยาบ ครามก็รู้ โดยเฉพาะพูดกับพี่”



ผมพูดตามความจริง ครอบครัวผมจริงๆ แล้วไม่ได้เคร่งหรอกครับเรื่องคำหยาบ แค่จะไม่ใช้คำหยาบกันในครอบครัว แล้วก็ห้ามใช้คำหยาบคุยกันให้ได้ยิน ห้ามใช้ต่อหน้าแค่นั้นเอง ถ้านอกเหนือสายตา หรือไม่ได้ใช้ต่อหน้าก็ไม่ได้ห้ามอะไรเป็นพิเศษ แต่ที่ผมพูดเป็นเพราะว่าผมเป็นพี่ไง เป็นคนในครอบครัว เป็นคนในบ้าน ถึงแม้ตอนนี้พ่อกับเเม่จะไม่อยู่ก็ตาม



เมฆครามที่ได้ยินผมพูดเเบบนั้นก็เค้นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ



“เกิดก่อนกูกี่นาทีทำมาพูดว่าเป็นพี่”



เถียงข้างๆ คูๆ ออกมา ทำเอาผมที่พยายามเก็บสีหน้าต้องเลิกคิ้วให้กับเหตุผลของคนที่เป็นน้องชาย



“ไม่กี่นาทีก็เกิดก่อนอยู่ดี แล้วถ้าครามจะมาชวนทะเลาะ จะมาบ่นก็ออกไป รำคาญ”



พูดนิ่งๆ แต่คนที่โดนพูดใส่ถึงกับเงียบ ผมที่เห็นว่าเมฆครามไม่คิดจะเถียงต่อเลยเลิกสนใจ แล้วลุกเดินไปหยิบหนังสือที่น้องโยนไว้ที่อีกเตียง พอจะเอากลับมาอ่านที่เตียงตัวเอง..



"......."



...น้องชายก็เดินสวนผมออกไปจากห้อง ปิดประตูเสียงดังไม่พูดไม่จาอะไรอีก ห้องนอนกลับมาเหลือผมแค่คนเดียวอีกครั้ง ตอนแรกก็คิดว่าคงได้อ่านหนังสือต่อดีๆ สักทีแต่หลังจากพยายามนั่งเพ่งนั่งอ่านอยู่นาน ถึงได้รู้ว่าเนื้อหาที่อ่านไม่ได้เข้าหัวเลย



ในหัวผมตอนนี้คิดถึงแต่เรื่องของเมฆคราม พอได้มาคิดอีกครั้งถึงได้รู้ว่าตัวเองก็ผิดที่พูดจาแบบนั้นใส่น้องไป พูดสมน้ำหน้าไป ทั้งๆ ที่ครามมาขอให้ผมปลอบเพราะเพิ่งเลิกกับแฟน พูดเกินไปที่ไล่น้องออกจากห้อง ทำไม.. ทำไมผมเพิ่งมาคิดได้เอาตอนนี้ น้องคงเสียใจอยากให้ผมปลอบจริงๆ ?



ไม่รอให้ตัวเองได้คิดมากอยู่หรอกครับ ผมวางหนังสือไว้บนเตียง ลุกเดินออกจากห้องลงไปชั้นล่าง ไม่ผิดคาดเท่าไหร่ที่เห็นครามนอนอยู่บนโซฟาหน้าทีวี ผมไม่เห็นสีหน้าน้องถนัดนักเพราะเมฆครามยกเเขนขึ้นมาบังหน้าไว้



เดินไปหยุดอยู่ข้างๆ โซฟา มองน้อง แล้วเรียกเบาๆ



"คราม"



"....."
 


คนถูกเรียกไม่ตอบ ผมถึงได้ต้องทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ คนที่นอนอยู่ แล้วยกมือขึ้นจับแขนที่บังหน้านั้นไว้ ตั้งใจจะดึงให้ละออกจะได้เห็นหน้าน้องชัดๆ แต่คนที่นอนอยู่ก็ออกแรงยื้อ ซ้ำยังขยับตัวเปลี่ยนเป็นนอนตะแคงหันหน้าเข้าพนักโซฟาแล้วหันหลังให้ผมอีก



ผมอยากจะถอนหายใจ แต่กลัวคนที่ดูก็รู้ว่าโกรธได้ยิน เลยเปลี่ยนใจไม่ทำ



"ขอโทษ"



แผ่นหลังคนที่นอนอยู่กระตุกวูบ ผมเลยพูดอีกสักหน่อย



"ขอโทษจริงๆ พี่พูดแรงไป"



ผมกล่าวขอโทษ ในขณะที่มือก็ปล่อยจากแขนที่ยังคงปิดหน้าเอาไว้ของคราม แต่พอผมปล่อย แขนนั่นก็ลดต่ำลง ใบหน้าที่เคยชักสีหน้าใส่ผมตอนที่อยู่ข้างบนนิ่งเรียบ ริมฝีปากเม้มแน่นอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่เมฆครามจะเปิดปากพูดออกมา



"ไม่ได้จะมาชวนทะเลาะ ไม่ได้จะมาบ่นครามด้วย แค่อยากให้ครามปลอบจริงๆ"



ผมมองดวงตาสีน้ำตาลใสรื้นน้ำคู่นั้นที่หันกลับมา เมฆครามไม่ได้ถึงขนาดร้องไห้หรอก แต่ก็เกือบๆ



ผมมองหน้าแล้ว ...คือใจจริงก็อยากหัวเราะนะ เมฆครามเป็นอย่างนี้ตลอดเวลาทะเลาะกันกับผม เป็นฝ่ายเดินหนีก่อน แล้วก็ชอบโกรธ ชอบงอน ทุกครั้งที่ทะเลาะเป็นฝ่ายผมที่ง้อก่อนทั้งนั้น ไหนจะก่อนหน้าตอนทะเลาะชอบทำเป็นเข้มแข็ง ทำเป็นตัวเองเก่ง อีโก้แรง แต่ก็มาจบด้วยสถานการณ์นี้ทุกครั้งไป



“เข้าใจแล้ว ๆ ไม่ร้องนะคราม”



ผมว่าสั้นๆ แล้วยกมือขึ้นวางแปะบนหัว คนเป็นน้องที่นอนอยู่ แน่นอนว่าโดนปัดมือออกตามที่คาดไว้



“ไม่ได้ร้องสักหน่อย”
 


ผมพยักหน้า



อืมๆ ก็เกือบๆ ไง



“แล้วนี่อยากให้ปลอบยังไง กอดปลอบไหม?”



ผมพูดทีเล่นทีจริง ยกมือขึ้นมา อ้าแขนรอให้น้องโผเข้าอ้อมกอด แต่มีหรือที่คนอย่างเมฆครามที่ยอดทำตามที่ผมหยอก ครามยันตัวขึ้นมาลุกขึ้นนั่ง แล้วปัดแขนที่ยกอยู่ในท่าเตรียมกอดออกเป็นการปฏิเสธ



“ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ป่ะ”



“งั้นลูบหัวไหม?”



“ตลกแล้วคราม”



โดยใบหน้าที่เหมือนกับมองหน้าตัวเองเวลาส่องกระจกเข้าขมวดคิ้วใส่ ผมถึงได้เลิกหยอกเล่นแล้วบอกให้เมฆครามระบายมาให้หมด ว่ามีเรื่องอะไรขึ้นเดี๋ยวผมจะรับฟังเอง พอพูดแบบนั้นเท่านั้นล่ะ ความรู้สึกเหมือนต้องฟังเรื่องครามกับแฟน เล่าสามวันแปดวันก็ยังไม่จบ เล่าตั้งแต่รายละเอียดยิบย่อยที่เป็นน้ำๆ ไปเรื่อยๆ กว่าจะจบก็ปาเข้าไปพ่อกับแม่กลับมาแล้ว


“คราม พ่อแม่กลับมาแล้ว”


เสียงพ่อทักขึ้นมา ตามด้วยเสียงเปิดประตูเข้าบ้าน พอได้ยินอย่างนั้นเมฆครามก็หูผึ่ง ลุกจากโซฟา กระโดดกระโจนใส่แม่ที่เข้ามาก่อน เหมือนหมาดีใจที่เจ้าของกลับมาเลย



“แม่--------”



“เมฆคราม? เป็นอะไรเนี่ยลูก”



แม่ถามเหมือนจะยังไม่เข้าใจอะไรเท่าไหร่ แต่มือก็ยังลูบหัวปลอบหมาตัวโตที่อยู่ตั้ง ม.5 แล้วยังทำตัวเหมือนเด็กเล็กๆ อยู่ได้ เมฆครามซุกหน้าลงอ้อนแม่ แล้วพ่อกับแม่ก็หันมามองที่ผมเหมือนอยากจะถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น ผมเลยได้แต่หรี่สายตามองน้อง ที่เมื่อกี้ยังทำตัวเป็นไม่เอา ไม่ให้ผมกอดปลอบ ไม่ให้ลูบหัวอยู่เลย



ทีกับแม่น่ะอ้อนได้



“เมฆครามโดนสาวเทน่ะแม่ ครามฝากพ่อแม่ปลอบต่อทีนะ”



ว่าจบผมก็จะลุกขึ้นยืน แต่เมฆครามละออกจากแม่แล้วหันมาถาม



“จะไปไหน?”



“พอดีจะขึ้นไปอ่านหนังสือ”



ผมมองตอบ ก็เมฆครามดูเหมือนจะไม่เป็นไรแล้ว พ่อแม่ก็กลับมาแล้ว ผมก็ทำหน้าที่รับฟังไปแล้ว ก็คงไม่มีอะไรแล้ว พอคิดอย่างนั้นผมก็หมุนตัวจะเดินขึ้นบันไดเข้าห้อง แต่พ่อเรียกเอาไว้



“มอคราม ไม่มาทานข้าวด้วยกันเหรอลูก พ่อซื้อกับข้าวมาเยอะแยะเลย”



“พอดีครามเพิ่งทานข้าวเย็นไป พ่อไปกินกับแม่กินกับเมฆครามเถอะ”



พ่อก็ไม่ได้ตื๊ออะไร ปล่อยผมขึ้นข้างบนมา อ่านหนังสือจบไปได้สองสามวิชา เมฆครามก็เปิดประตูเข้ามาในห้อง ผมเบนสายตามองน้องชายฝาแฝดที่เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบผ้าเช็ดตัวจะไปอาบน้ำ ดูท่าจะไม่มีอะไรแล้ว แต่ในระหว่างที่กำลังคิดแบบนั้น น้องชายที่วุ่นวายหิ้วผ้าเช็ดตัวอยู่ก็หันมาหา



“ครามอาบด้วยกันไหม?”



ผมชะงัก กะพริบตาหันมองหน้าคนถาม แบบ เมฆครามเอาจริงเหรอ? แต่พอเห็นแววตาคู่นั้นแล้วผมถึงได้รู้ว่าเมฆครามพูดจริงๆ วันนี้มาแปลกจริงๆ ด้วย



“เห็นครามอ่านหนังสือนานแล้ว น่าจะเมื่อย แช่น้ำร้อนไหม ช่วยคลายเส้นได้นะ”



“ทำไมมาแปลก” ผมถามเรียบๆ ในขณะที่เมฆครามยักไหล่ให้



“ก็ว่าจะช่วยนวดให้ ตอบแทนที่ครามอุตส่าห์ฟัง”



อ้อ ที่แท้ก็จะมาทดแทนบุญคุณ ผมพยักหน้ารับน้อง แต่ไม่ได้ยอมเข้าไปอาบน้ำเป็นเพื่อนหรอกนะ บอกให้เมฆครามอาบก่อนเลย เดี๋ยวออกมาแล้วค่อยใช้ให้นวดให้ แล้วเมฆครามก็เข้าไปอาบน้ำสักพัก ผมแอบลืมตามอง น้องที่พออาบเสร็จก็เดินออกมาหยิบชุดนอนไปใส่แล้วมานั่งบนเตียงผม



ผมเลิกอ่านหนังสือแล้ว ตอนนี้แค่เอนหลังพิงหัวเตียงพักสายตาอยู่



“ครามหลับยัง? ให้นวดให้ยัง?”



เสียงที่คุ้นเคยดังเบาๆ อยู่ข้างๆ ผมยังไม่อยากลืมตา เลยส่งเสียงอือแล้วปฏิเสธไปก่อน



“ยัง ขอพักสายตาก่อน ครามเช็ดหัวให้แห้งก่อน” ผมได้กลิ่นแชมพูกลิ่นเดียวกับที่ผมใช้ประจำ เมฆครามนิ่งไปสักพัก เหมือนว่าจะเช็ดผมตามที่ผมบอกจริงๆ และท่ามกลางความเงียบ ที่อยู่ได้ไม่นาน น้องก็เปิดปากพูดขึ้น



“พ่อแม่ถามกูว่าทำไมถึงมีแต่กูที่มีแฟน แล้วทำไมมึงยังไม่เคยมีสักคน”



ผมฟังน้องเงียบๆ คำหยาบมาอีกแล้ว แต่ขี้เกียจจะใส่ใจแล้ว เรื่องแฟนก็เป็นอย่างที่เมฆครามบอก ผมยังไม่เคยมีแฟน ไม่ใช่ว่าไม่มีใครมาจีบ มีคนเข้ามาเรื่อยๆ แต่ผมเลือกที่จะไม่คบกับใครต่างหาก



“แล้วครามตอบพ่อแม่ไปว่าไง?”



ผมยังคงหลับตาคุยกับน้องชาย



“ก็ตอบไปว่ามึงสนใจแต่เรียน ไม่คิดจะหาแฟน”



สมกับเป็นฝาแฝดที่อยู่ด้วยกันมานานครับ เมฆครามเข้าใจดีว่าถ้าผมโดนถามแบบนั้นจะตอบว่าอะไร ก็คงจะเป็นตอบแบบเดียวกันเนี่ยแหละ ตอนแรกคิดว่าจะไม่มีอะไรแล้ว แต่ประโยคต่อมาของน้องชายทำให้ผมต้องลืมตาขึ้นมา มองหน้าคนที่หน้าเหมือนกับตัวเองตรงหน้า



“เมื่อไหร่มึงจะบอกพ่อแม่สักทีวะคราม เรื่องที่มึงชอบผู้ชาย”




“......”



ผมนิ่งเงียบ พูดอะไรไม่ถูก แต่จะปล่อยให้ตัวเองนิ่งอยู่นานแบบนี้ต่อไปไม่ได้



“ครามพูดอะไร?”



“มอครามจะโกหกใครก็โกหกไป แต่อย่าโกหกกูเลย เสียเวลา”




ผม... ไม่เคย ไม่เคยคิดดูถูกเลยว่าถ้าผมโกหกไปแล้ว เมฆครามจะจับไม่ได้ แต่ผมขอได้ไหม ขอแค่เรื่องเดียว...



เรื่องเดียวที่ผมไม่อยากให้ใครรู้เลย โดยเฉพาะกับอีกคนที่เหมือนครึ่งชีวิตของตัวเอง



ตลอดไป...




TBC+

้เรื่องอะไรนะ? XP
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-04-2019 21:48:45 โดย miminari »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 885
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
Re: ♊ มอคราม เมฆคราม ♊ 01 : ปลอบ [13|04|62]
«ตอบ #3 เมื่อ13-04-2019 17:05:31 »

 :pig4:
 :3123:

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2572
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-1
Re: ♊ มอคราม เมฆคราม ♊ 01 : ปลอบ [13|04|62]
«ตอบ #4 เมื่อ13-04-2019 20:24:10 »

 :pig4: :pig4: :pig4:

เจิม...

ออกแนว incest เหรอ?

ออฟไลน์ miminari

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 30
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
♊ มอคราม เมฆคราม ♊ 02 : สงสัย 16|04|62
«ตอบ #5 เมื่อ16-04-2019 03:44:16 »

02 : สงสัย ♊



หลังจากที่ถูกถามแบบนั้น ผมเองในตอนแรกก็ไม่รู้ว่าจะตอบเมฆครามยังไง ถึงแม้จะรู้ๆ อยู่ว่ายังไงก็ไม่จำเป็นต้องโกหกคนอย่างเมฆครามอยู่ดี พวกผมสองคนอยู่ด้วยกันมาทั้งชีวิต ไม่มีเรื่องอะไรที่จำเป็นจะต้องโกหกกัน เรื่องนี้ผมก็ไม่เคยโกหกครามเหมือนกัน แค่ไม่เคยบอกน้องเท่านั้นเอง



“ตกลงว่ายังไง?”



เมฆครามเร่งถามผมที่ยังคงเงียบ คิ้วขมวดเป็นปมจนแทบจะผูกกันเป็นโบ ผมเลยถอนหายใจเฮือกแล้วตอบน้องไป



“พี่ไม่ได้เป็นเกย์”



“มึงจะโกหกทำไม”



ผมส่ายหน้า ผมไม่ได้โกหก



“ไม่ได้โกหก ไม่ได้เป็นเกย์ แต่เป็นไบ”



“ไบเซ็กชวล?”



“อืม พี่ไม่เคยจำกัดว่าคนที่พี่ชอบจะเป็นเพศอะไร”



ผมอธิบายเรียบๆ มองหน้าน้องที่เริ่มคลายกังวลออกมาบ้าง เมฆครามยกมือขึ้นจับผ้าบนหัวเช็ดผมตัวเองต่อ มองผมแล้วใช้ความคิด สักพักคนตรงหน้าก็พูดขึ้นมาอีก แต่คราวนี้ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาที่คุยกันไปก่อนหน้าผมเลยโล่งใจ เมฆครามไม่ได้ถามอะไรต่อแล้ว



“นวดยัง? หันหลังมา”



เหมือนแฝดผมจะอยากรีบๆ นวดให้มันเสร็จๆ ไป ผมก็เลยพยักหน้ารับนิ่งๆ แล้วพลิกตัวนั่งหันหลังให้เมฆคราม แต่อีกฝ่ายจะไม่ได้ต้องการแบบนี้ มือเขาหันมากดไหล่ผมให้นอนลงกับเตียง โอเค นอนก็นอน ผมนอนคว่ำกอดหมอนตัวเอง ปล่อยให้เมฆครามนวดกดไหล่อยู่ด้านหลัง จากที่อ่านหนังสือเมื่อยๆ มาทั้งวัน มีคนมานวดให้ก็สบายสิครับ อืม สบายตัวจนเผลอหลับตาเลย



“อืมมม... ครามกดตรงไหล่เยอะๆ หน่อยนะ เส้นมันตึงๆ”



ได้ทีก็เอาใหญ่ ผมพูดเบาๆ กับคนข้างหลัง ที่เหมือนก็จะรับรู้คำสั่งผม มือที่บีบๆ หนวดๆ เลื่อนจากหลังคอมากดที่ไหล่ย้ำเยอะๆ ตามที่ผมบอก จะว่าไปแล้ว นานแล้วนะที่เมฆครามไม่ได้นวดให้แบบนี้ ปกติเมื่อก่อนก็นวดให้ผมบ้าง ผมนวดให้บ้าง สลับกัน แต่พักนี้ไม่ค่อยได้นวดแล้ว 



บรรยายกาศกลางคืนเงียบสงัด จนผมได้ยินเสียงจิ้งหรีดที่น่าจะอยู่ที่ต้นไม้ในสวนบ้านร้องเลย ผมชอบนะเพราะดี



“คราม”



ผมก็นอนฟังเสียงมันร้องจนกระทั่งคนข้างหลังเรียกชื่อขึ้นมานั่นแหละ ถึงได้มาสนใจเขาแทน 



“หืม?”


“แล้วคนที่ครามชอบตอนนี้ผู้หญิงหรือผู้ชาย?”



วนกลับมาที่เรื่องนี้อีกรอบจนได้ ท่าทางน้องจะติดใจผมเรื่องพวกนี้อยู่



“แล้วครามรู้ได้ไงว่าพี่มีคนที่ชอบอยู่?”



ผมถามลองเชิงคนที่นวดอยู่ข้างหลัง



“รู้ สายตาครามมันฟ้อง”



“เวอร์ป่ะคราม โคตรมั่ว” การที่แค่มองตาแล้วรู้ว่าผมมีคนที่ชอบแล้วนี่โคตรอภินิหารเลยนะครับ แล้วผมไปทำสายตาแสดงออกตอนไหนให้เมฆครามรู้ว่าผมมีคนที่ชอบแล้ว



“งั้นแสดงว่ายังไม่มีเหรอ?”



“มีแล้ว ผู้ชาย..... โอ๊ย---!!”



ผมสะดุ้งตัวพร้อมร้องออกมา แล้วหันไปมองครามคาดโทษ ...ก็เล่นอยู่ดีๆ ก็บีบแรงซะจนผมเจ็บ ส่วนคนบีบแรงทำหน้าเลิ่กลั่กรีบก้มมองตรงที่ตัวเองบีบทันที



“อ... โทษๆ ครามเจ็บเปล่า”



ผมพยักหน้า เจ็บสิถามได้ แรงเมฆครามน้อยๆ ซะที่ไหน เหมือนน้องจะปล่อยมือจากผมแล้ว ผมก็เลยหันกลับมาแบบเต็มตัว แล้วยกมือบอกว่าไม่ต้องแล้ว ผมจะลุกไปอาบน้ำเลย พอลุกจากเตียงจะไปหยิบของไปอาบน้ำ ผมก็รู้สึกได้ว่าสายตาอีกคนที่นั่งอยู่ที่เตียงผมมองตาม ผมก็เลยหันกลับไปมองยักคิ้วถามแบบ เป็นเชิงว่ามีอะไรไหม เท่านั้นแหละ เมฆครามที่เหมือนจะอยากพูดแต่ไม่อยากพูดในที่สุดก็พูดออกมา



“ใคร?”



“ฮะ?”



“ผู้ชายที่ครามบอกว่าชอบอ่ะใคร กูรู้จักไหม? ที่โรงเรียนเหรอ?”



อ๋อ



“พี่ไม่บอก”



“เอ้า!”
 


“ครามจะสนใจทำไม พี่ยังไม่สนใจเลย ปล่อยๆ ไปเหอะ”



ใช่ไหมครับ จะอยากรู้อะไร.. หลังจากนั้นเมฆครามก็ไม่ได้ซักผมต่อ หรืออาจจะอยากถามต่อ แต่ผมไม่อยู่ให้ถาม หนีเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว



----------------



เมื่อวานวันอาทิตย์ ผมออกไปเที่ยวกับแฟนชื่อกิ๊ง รุ่นน้อง ม.4 ที่คบกันมาได้เกือบ 6 เดือนแล้ว ตอนแรกก็คิดว่าอะไรๆ มันก็คงจะเป็นไปได้ด้วยดี ออกไปเที่ยวกันตามประสาแฟน ใครจะไปคิด ว่าจะเจอผู้หญิงหักอกทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เตรียมใจหรือมีเค้าลางอะไรเลย



นัดกันที่หน้าสยาม แล้วก็โดนบอกเลิกที่หน้าสยามนั้นเลย



โคตรงง วินาทีที่โดนบอกเลิกมันชาไปหมดเลย ผมยืนฟังกิ๊งพูดบอกเลิกพร้อมอธิบายเหตุผลได้ประมาณ 3 นาทีมั้ง แล้วก็เดินออกมาเลย เลิกก็เลิก แม่ง....



จากนั้นก็เดินเที่ยวคนเดียวแบบไร้จุดหมาย พอรู้ตัวอีกทีก็ปาไปสามชั่วโมงแล้ว เลยนั่งรถกลับมาบ้าน กว่าจะถึงก็เริ่มเย็นแล้ว บ้านชั้นล่างมืด บ่งบอกว่าไม่มีคนอยู่ ผมไม่ลืม วันนี้พ่อแม่มีทำโอทีกลับดึกกันทั้งคู่ทั้งๆ ที่เป็นวันอาทิตย์ พอเข้าบ้านก็เลยขึ้นบันไดตรงไปหาอีกคน



ผมเปิดประตูเข้าไป มอคราม คนที่หน้าเหมือนผมอย่างกับแกะจนใครก็ตามที่แค่เห็นหน้าเราต้องแยกไม่ออกแน่ๆ คนที่เป็นพี่ชายฝาแฝดของผม นอนอ่านหนังสือไม่สนใจการมาของผม



ตอนแรกก็กะจะไปวอแว ระบายเรื่องแย่ๆ ที่ผมเจอในวันนี้ แต่เหมือนมอครามที่นอกจากจะไม่สนใจ แล้วยังซ้ำเติมอีก ทั้งยังดุผมอีก



'แม่ไม่ชอบให้พูดคำหยาบ ครามก็รู้ โดยเฉพาะพูดกับพี่'



....อะไรวะ



เอะอะอะไรก็อ้างความเป็นพี่ มอครามเวลาแทนตัวเองมันก็ใช้คำว่าพี่ ทั้งๆ ที่ผมไม่เคยเห็นมันเป็นพี่เลย ไม่เคยเรียกว่าพี่ด้วย



ผมมองพวกเราสองคน เท่าเทียมกันมาตลอด มีแต่มันที่คิดว่าตัวเองเป็นพี่อยู่ฝ่ายเดียว



ตี 5 45 นาที ผมลืมตาตื่น ภาพที่เห็นมีเพียงห้องมืดๆ ที่มีแสงลอดผ่านจากไฟนีออนข้างนอกนิดหน่อย เช้ามืดอยู่ผมรู้ ผมตื่นก่อนเวลานาฬิกาปลุกนิดหน่อย แล้วที่ต้องตื่นเร็วอย่างนี้ไม่ใช่อะไร โรงเรียนผมต้องเข้าแถวตอน 7 โมงครึ่ง ซึ่งถ้าตื่นช้ากว่านี้ ผมกับมอครามจะไม่มีเวลาทำอะไรกันทัน



ผมลุกไปอาบน้ำแต่งตัว พอเสร็จแล้วถึงเดินมาปลุกมอคราม เมื่อคืนเราไม่ได้นอนดึกมาก แค่ประมาณเที่ยงคืน แต่ถ้าเทียบกับเวลาตื่น เวลาที่นอนไปก็ยังน้อยอยู่ดี แล้วยิ่งเป็นคนประเภทมอครามด้วยนะ หน้าที่ปลุกมัน นอกจากผมก็ไม่มีใครทำได้แล้วมั้งครับ



“ครามตื่นไปโรงเรียนได้แล้ว”



แน่นอนว่าไม่ง่ายขนาดนั้น แต่เทคนิคไม่ต้องมีเยอะ ปลุกไปจนกว่าจะตื่นก็พอ



“คราม... คราม... ๆ ๆ ”



ทั้งเรียก ทั้งเขย่าตัว ทั้งฉุด เกือบนึกว่าตายห่าไปแล้วทุกรอบที่ปลุก ถ้าไม่ติดที่เรียกครั้งสุดท้ายมีเสียง “อือ” ตอบกลับมาอ่ะนะ กว่าครามจะลากสังขารตัวเอง ไปอาบน้ำ แต่งตัว เดินลงมาจากห้องก็ปาไป 6 โมง 40 กว่าๆ จะ 50 พ่อกับแม่นั่งรออยู่ข้างล่างนานแล้ว พอเสด็จลงมาได้ก็จับยัดใส่รถเลย เป็นงี้ทุกวันจนชิน 



“ครามอะนี่ข้าวเช้า ห้ามลืมทานนะ”



แม่ที่นั่งอยู่เบาะหน้าหันมาหา ส่งขนมปังในถุงสองถุงมาให้ผม ผมรับไว้แล้วพยักหน้า หันมองคนที่นั่งข้างๆ ตัวเอง เออ มอครามมันนั่งสัปหงก หัวจะโขกเบาะหลังพ่ออยู่แล้ว ผมก็เลยจับไหล่มอครามมากดให้เอนตัวลง นอนหนุนตักผมแทน จะได้นอนต่อสบายๆ คือ เช้าๆ อ่ะเป็นศัตรูของมอครามเลย ก็เลยทำได้แค่นี้ ปล่อยมันนอนต่อสักหน่อยบนรถ



ผมแกะขนมปังกิน แต่ก่อนกิน ก็ยื่นไปใกล้ๆ จมูกคนที่หนุนตักอยู่ แล้วถามเบาๆ



“จะกินไหม ถ้ากินก็ลุกมาก่อน”



มือที่เคยวางอยู่บนเบาะดีๆ ดันมือผมออก ก็เป็นอันรู้ว่ายังไม่กิน ผมก็เลยจัดการส่วนของตัวเองไป



7 โมง 20 นาทีก็มาถึงโรงเรียน ผมยกมือไหว้พ่อกับแม่ พร้อมๆ กับ ฝาแฝดตัวเองข้างตัว



“พ่อแม่ไปแล้วนะ ตั้งใจเรียนนะลูก”



“ครับ”



คราวนี้คนตอบเป็นมอคราม เจ้าตัวฟื้นมาได้นิดหน่อยแล้ว พอพ่อขับรถออกไป ผมก็จะเดินเข้าโรงเรียนพร้อมกับมอคราม แล้วก็จะเดินไปที่แถวเลย เพราะใกล้ๆ เวลาเข้าแถวแล้ว



“คราม ขนมปังกินด้วย”



ผมส่งขนมปังอีกถุงที่ยังไม่ได้กินให้คนที่เดินนำอยู่ข้างหน้า มอครามหันกลับมาพยักหน้าแล้วรับไป พอเดินจะถึงแถวพวกผมก็จะแยกกันครับ เพราะครามกับผมอยู่คนละห้องกัน มอครามอยู่ห้อง 6 ผมอยู่ห้อง 1 แถวค่อนข้างจะไกลกันก็เลยต้องแยก แต่วันนี้ก่อนจะแยก ผมเรียกมันเอาไว้ก่อน



“คราม เดี๋ยวก่อน”



คนข้างหน้าหันมาหาผมแล้วพูดเบาๆ



“ว่า?”



“วันนี้กูมีเรื่องอยากจะคุยกับไอ้แซง”



มันเอียงคอ งงๆ เหมือนจะถามว่าผมจะคุยกับไอ้แซงเรื่องอะไร



“เรื่องกูกับแฟน”



มอครามมันร้องอ้อเบาๆ แล้วพยักหน้า จากนั้นผมกับมันก็แยกกันไปเข้าแถวที่ห้อง ต่างตรงที่มอครามเดินไปเข้าแถวที่ห้อง 1 ส่วนผมเดินไปเข้าแถวที่ห้อง 6



เพราะผมกับครามเป็นฝาแฝดกัน เราทั้งคู่อยู่ด้วยกันมาตลอด เพิ่งจะโดนจับแยกกันตอนขึ้น ม.ปลาย แต่เพื่อนของมอครามผมก็สนิท เพื่อนของผมมอครามก็สนิท สลับๆ กันไป ผมกับมอครามเคยสลับตัวกันเข้าแถว รวมถึงเข้าเรียนมาแล้ว ไม่เคยมีปัญหาเรื่องความแตก ถ้าเราจะปิด แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้ปิดเพื่อนอยู่แล้ว ปิดแค่กับอาจารย์ เรื่องเสื้อนักเรียนไม่เป็นไรครับ โรงเรียนผมไม่ปักชื่อบนเสื้ออยู่แล้ว ปักแค่ชื่อย่อโรงเรียนที่อกขวา กับสัญลักษณ์



“มอครามๆ ทางนี้โว้ย”



ระหว่างที่กำลังจะเดินไปนั่ง เสียงๆ หนึ่งก็เรียกให้ผมหันไปหา เจอคนที่ต้องการอยู่พอดี ไอ้แซง เพื่อนแว่น หน้าตากวนส้น แม้จะทำหน้านิ่งๆ ก็สามารถหาเรื่องคนอื่นได้ ตะโกนเรียกผม... ไม่สิ ตะโกนเรียกมอคราม แต่พอดีมันเป็นผม ผมเดินเข้าไปหาไอ้แซงกับผองเพื่อนที่นั่งกันอยู่ตรงนั้น พอถึงที่ก็ทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิรอเข้าแถว



พอนั่งปุ๊บ มันก็อ้าปากถามปั๊บ



“ไงมึง ได้ข่าวว่าไอ้เมฆครามน้องมึงโดนน้องกิ๊งหักอก จริงหรือมั่วชัวร์หรือไม่?”



“ไอ้สัส”



“อุย... มึงเองเหรอไอ้เมฆคราม ทีหลังก็บอกกูเร็วๆ สิ”



มันเกาหน้าแก้เก้อ เกือบแล้วมึง เกือบนินทากูให้กูฟังแล้ว



“แล้วเป็นไงสรุปเรื่องแฟนมึง”


ไอ้แซงถามต่อ ไม่รอใครตัดริบบิ้น พร้อมๆ กับเพื่อนก๊วนไอ้มอครามสามสี่ตัวที่เริ่มอยากเผือกเหมือนกัน ผมก็ไม่ได้อะไร ตั้งใจจะมาเล่าให้มันฟังอยู่แล้ว ก็เลยเปิดประเด็นระบายเรื่องดราม่า จนไอ้ปืนที่นั่งฟังถึงกับกัดผ้าเช็ดหน้าน้ำตาตก ไอ้เดฟด่าน้องกิ๊งแทนผม และไอ้เซี่ยงไฮ้ยกมือตบบ่าปลอบ  เออ ดีๆ กันทั้งนั้นยกเว้นไอ้แซง



“สมน้ำหน้ามึง ฮ่าๆ โง่”



ผมผลักหัวมันไปที ก่อนที่มันจะผงกหัวบอก "โทษทีๆ พอดีเพลิน" 



พอเล่าจบ ก็ได้เวลาเคารพธงชาติพอดี ต่อด้วยสวดมนต์ แผ่เมตตา ต่อด้วยนั่งฟังผอ.พล่ามประจำวันจันทร์ เป็นเวลาที่เหล่านักเรียนใจกล้า ต้องหาวิธีแอบไถโทรศัพท์ให้เนียนที่สุด เพื่อไม่ให้ถูกอาจารย์จับได้



“ไอ้เมฆครามมึงว่าวันนี้ผอ.แกจะพูดเกิน 15 นาทีไหมวะ กูลงพนันว่าเกิน 50 บาท”



ไอ้แซงที่ปากอยู่ไม่สุขเริ่มชวนผมหาอะไรทำแก้เบื่อ ถ้าปกติผมคงจะคุยด้วยแต่ว่า... ไม่ได้โว้ย ตอนนี้ไม่ได้



“เงียบๆ หน่อยแซง เจ๊อยู่ใกล้ๆ ไม่เห็นเหรอ”



ผมกระซิบเสียงเบากับไอ้แซง ไม่ใช่อะไร ครูฝ่ายปกครองที่ขึ้นชื่อว่าเฮี้ยบที่สุดในโรงเรียนยืนอยู่ข้างๆ แถวที่ผมนั่งพอดี ถ้าจับได้ว่าผมเป็นเมฆคราม ไม่ใช่มอครามนี่มีซวย



“เออ... ขอโทษเว้ย มอคราม



มันเปลี่ยนคำเรียกชื่อผมทันที เมื่อเห็นว่า’จารย์แกอยู่ข้างหลังจริงๆ ก็นั่งฟังผอ.พูดกันต่อไป พอเห็นเจ๊แกเดินห่างออกไปตรวจแถวอื่น ผมก็อดไม่ได้ที่จะแอบหยิบโทรศัพท์มือถือมาเนียนเล่นเพราะไอ้แซงหันไปจ้อกับพวกไอ้ปืนเรียบร้อยแล้ว ผมขี้เกียจร่วมด้วย



ระหว่างที่นั่งจิ้มๆ โทรศัพท์ตัวเองอยู่ก็รู้สึกเหมือนมีคนมายืนอยู่ข้างหลัง ผมสะดุ้งเฮือก รีบเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าเสื้อ ทำเนียนว่ากูไม่ได้เล่นอยู่นะ แต่คนข้างหลังที่ยืนอยู่กลับย่อตัวลงมา กระซิบเบาๆ ที่ข้างหู



“พี่เองครับ มอครามตกใจเวอร์เชียว”



เสียงนี้... ผมโคตรคุ้นแต่นึกไม่ออก ก็เลยจะหันไปมองดูว่าใครวะ แต่ที่แน่ๆ เข้าใจผิดคิดว่าผมเป็นมอครามแน่ๆ พอหันไปดูเท่านั้นแหละ



ไอ้เหี้ย ออร่าทิ่มตา... เออ ไม่ใช่สิ หัวใจจะวาย หน้าแม่งใกล้ไปละ



“พี่พฤกษ์...”



คนที่นั่งอยู่ด้านหลัง คือพี่พฤกษ์ประธานนักเรียน... แต่ที่ผมแปลกใจก็คือ ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าครามกับพี่พฤกษ์สนิทกันขนาดเข้ามาคุยกันขนาดนี้ ซึ่งผมต้องเนียนต่อไปว่าตัวเองเป็นมอคราม ไม่งั้นประธานนักเรียนจับได้เดี๋ยวโดนตัดคะแนน กลัวโป๊ะ



“ผมนึกว่าเป็นอาจารย์ตกใจหมดเลย”



“คิดว่าเป็นพี่แล้วมอครามจะรอดเหรอครับ หืม? แอบเล่นโทรศัพท์เด็กไม่ดีนะครับ”



ครับ แต่คนที่เล่นคือกูไง ไม่ใช่มอคราม...   แล้ว... ที่ว่าไม่รอดคือพี่แกจะตัดคะแนนผม ไม่สิ คะแนนครามมันใช่ไหมวะ โอย ขอโทษนะมอคราม ไม่ได้ตั้งใจ แต่ถ้าบอกไปว่าเป็นผม มีหวังทั้งผมทั้งมันโดนตัดมากกว่าคะแนนแอบเล่นโทรศัพท์ในแถวแน่ๆ



“วันนี้โฮมรูมไปหาพี่ที่ห้องกิจการด้วยนะ ทำโทษครับ”



พี่ประธานนักเรียนมันยิ้ม แต่สายตานี่โคตรน่ากลัว เหมือนดุหน้ายิ้ม แต่ถามว่ากลัวไหม ก็ไม่ค่อยนะ เหอๆ



“พี่พฤกษ์...”



ผมครางชื่อพี่มัน... คือในใจนี่อยากให้พี่แกหยวนๆ ไม่อยากให้มอครามโดนทำโทษเพราะผม แต่ว่า..  ก่อนที่พี่พฤกษ์จะลุกไป หน้าพี่เขาโน้มลงมาใกล้ ใกล้ที่หูผม กดเสียงเบามากกว่าเดิมหลายเท่าเหมือนไม่อยากให้ใครได้ยินอีกเลยนอกจากผม เสียงทุ้มแต่นุ่มนวลเหมือนจะอ่อนโยนขึ้นมา



“มาหาพี่นะครับ พี่ไม่ทำโทษมอครามหรอก แต่ต้องเป็นเด็กดีนะ”



แค่ประโยคนี้แล้วพี่พฤกษ์ก็เดินออกไป ทิ้งผมอึ้งๆ อยู่สักพัก  หัวใจเต้นแปลกๆ เหมือนมันบอกเป็นนัยๆ ว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองคนนี้ต้องไม่ธรรมดา ผมหันมองตามพี่มัน แต่พี่ประธานมันก็เดินไปตรวจเเถวอื่นแล้ว



หรือว่า... ที่มอครามพูดเมื่อวาน



‘มีแล้ว ผู้ชาย’



“เชี้ย พี่พฤกษ์โคตรโหด หน้าอย่างกับเทวดา พฤติกรรมโคตรซาตาน...” ไอ้แซงมันบ่นงืมงำ ลับหลังพี่ประธาน เรียกสติผมให้กลับมาอีกครั้ง ผมหันไปทางแซง ดูเหมือนมันไม่ได้มีท่าทีพิรุธ หรือแปลกอะไรที่พี่พฤกษ์เข้ามาคุยกับผม ไม่ใช่มอคราม



ไอ้แซงมันไม่รู้เรื่องสองคนนี้?? หรือมันแกล้งทำเป็นไม่รู้เพราะคำสั่งใคร?



“วันนี้มึงก็กล้าเล่นเนอะ เห็นว่าตัวเองมาแทนไอ้มอครามแล้วจะไม่สนว่าจะถูกตัดคะแนนรึไงวะ?”



“อย่าบอกมัน”



“ฮะ... ?”



“อย่าบอกมันว่าโดนเรียก เดี๋ยวกูเข้าไปเคลียร์เอง”



เรื่องนี้จะถามไอ้แซงไม่ได้ ถ้ามอครามจะปิดผมได้ขนาดนี้ มันต้องบอกไอ้แซงไม่ให้บอก ต้องบอกเพื่อนมันไม่ให้ทำตัวมีพิรุธ ผมเชื่อแซงไม่ได้ มันเป็นคนของคราม ไม่ใช่คนของผม







เออดี ถ้ามึงไม่บอก กูจะหาเองเนี่ยแหละ ผู้ชายที่มึงชอบน่ะคราม




TBC+

สงสัยไว้ก่อน...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-04-2019 21:50:54 โดย miminari »

ออฟไลน์ blanchard

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 366
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-3
Re: ♊ มอคราม เมฆคราม ♊ 02 : สงสัย 16|04|62
«ตอบ #6 เมื่อ16-04-2019 06:10:36 »

ดูท่าแล้วเรื่องน่าจะสนุก


แต่ขอร้องอย่าเป็น Twincest เลยนะ    :m5:

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2572
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-1
Re: ♊ มอคราม เมฆคราม ♊ 02 : สงสัย 16|04|62
«ตอบ #7 เมื่อ16-04-2019 09:26:01 »

 :pig4: :pig4: :pig4:

ต้องมีอะไรในกอไผ่ ระหว่างมอครามกับพี่พฤกษ์แน่ ๆ เชื่อในเซนส์เมฆคราม  อิอิ

ออฟไลน์ miminari

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 30
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
03 : เข้าใจถูกแล้ว ♊ [30%]


ผมเดินถือขนมปังเข้ามาในแถวของห้อง 1 สลับตัวกับเมฆครามตามที่เจ้าตัวต้องการ เรื่องแบบนี้มีบ่อยครับ ผมก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรที่เมฆครามจะอยากทำแบบนี้



ผมทิ้งตัวลงนั่งถัดจากเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งในห้องของเมฆครามรอเข้าแถว ระหว่างนั้นก็ไม่รอช้าหยิบถุงขนมปังในมือตัวเองออกมาแกะ เตรียมจัดการมื้อเช้า



ก็มีเพื่อนเมฆครามทักบ้างทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่ยังไม่มีใครจับสังเกตได้ว่าเป็นผมกัน ผมก็พยักหน้ารับไปเพราะว่ากินขนมปังอยู่ ส่วนเพื่อนสนิทในห้องของครามยังไม่มากันหรอกครับ แก๊งนั้นขึ้นชื่อเรื่องสายกับโดดแถว จะมาอีกทีก็คงจะเข้าคาบโฮมรูมนู่นเลย ผมได้ยินว่าสภานักเรียนหักคะแนนกันจนจะไม่เหลืออะไรให้หักอีกแล้วก็ยังแก้นิสัยพวกนั้นไม่ได้ เลยเปลี่ยนมาทำโทษวิธีอื่นแทน



พวกทำผิดส่วนใหญ่ก็หน้าเดิมๆ กันทั้งนั้นล่ะครับ แต่ก็ไม่ค่อยเป็นเรื่องใหญ่อะไร เพราะไม่ได้ทำผิดร้ายแรง



เช้าๆ เมฆครามคงจะเหงาแย่... อ้อ ไม่สิ



“เมฆคราม’หวัดดี”



คิดถึงก็มาเลยครับ เพื่อนคนเดียวที่เป็นข้อยกเว้นของแก๊ง(ถ้าไม่รวมเมฆครามที่ต้องมาโรงเรียนพร้อมผม) เดินมาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ผมแล้วเอ่ยเสียงทัก ผมที่กำลังงับขนมปังเลยหันหน้ากลับไปหาเจ้าของเสียง



มองหน้าเขานิ่งๆ จนคนถูกมองขมวดคิ้วแล้วเอ่ยออกมา



“อ้าว มอครามเหรอ?”



ผมพยักหน้าหงึกให้ผู้ชนะคนแรกของวัน รีบเคี้ยวขนมปัง พอกลืนเสร็จก็ยกนิ้วโป้งแล้วพูดกับอีกฝ่าย



“สมกับเป็นภัค”



คนถูกชมยิ้มน้อยๆ ให้ผม



“เห็นท่ากินก็รู้แล้วว่าไม่ใช่ไอ้เมฆคราม”



ผมคิดตามแล้วพยักหน้ารับ ท่ากิน... ผมก็ไม่เคยสังเกตหรอกครับว่าท่ากินของพวกผมสองคนมันต่างกันยังไง ต่างกันตรงไหน ผมกับเมฆครามก็แค่กินแบบปกติ แต่กับเพื่อนของเมฆครามคนนี้ไม่ใช่ ภัคเป็นพวกใส่ใจคนอื่นครับ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็จำได้ แถมยังรู้จักพวกผมมาตั้งแต่ ม.ต้น ด้วย ก็ไม่แปลกที่จะเห็นท่าทางของผมแล้วรู้ได้เลยว่าผมไม่ใช่คราม



“มันไปหาพวกแซงเหรอ?”



คงหมายถึงเมฆคราม



“ใช่” ผมพยักหน้า



“เรื่องน้องกิ๊ง?”



โอ้ ภัครู้ทุกอย่างเลยครับ น่าปรบมือให้ ผมพยักหน้าให้คนข้างตัวอีกรอบ



“งั้นที่ว่าเลิกกันก็คงจะจริงสินะ...”



“หือ? ภัคไม่ได้รู้จากครามเหรอ? ครามไม่ได้คุยให้กลุ่มฟังเหรอ”



ผมถาม ภัคส่ายหน้าเบาๆ แล้วตอบเรียบๆ



“ไม่นะ กลุ่มเงียบมาก แต่ที่รู้ข่าวกันคงเพราะเมื่อวานกิ๊งดราม่าลงในไอจี”



ก็มีความเป็นไปได้ที่เมฆครามจะยังไม่ได้เล่าให้ใครฟังเรื่องที่ตัวเองเลิกกับแฟน  เรื่องก็เพิ่งเกิดเมื่อวานด้วย



“น่าจะเลิกกันเมื่อวานนั่นแหละ เพราะเมื่อวานตอนแรกเห็นแต่งตัวหล่อแต่เช้า บอกนัดแฟนไปเที่ยวสยามฯ เย็นกลับมานี่บอกเลิกกับแฟนให้ปลอบหน่อยเลย”



ภัคยกคิ้วสูงมองผม



“แล้วมอครามปลอบมันยังไง”



“ตอนแรกบอกว่า ‘สมน้ำหน้า’ เอ่อ... พูดด้วยอารมณ์ชั่ววูบอะ ครามเริ่มก่อน จากนั้นก็เลย...”



“ทะเลาะกัน?”



“อืม ก็... มีปากเสียงกันนิดหน่อย”



“ถ้าให้เดา ไม่สิ ฟันธงเลยว่ามอครามไปง้อมันก่อน”



ผมยิ้ม พยักหน้าแรงๆ



“ก็ใช่ เพราะมาคิดๆ ดูจริงๆ ก็ผิดที่ไม่สนใจคราม แถมยังพูดแบบนั้นใส่ไปอีก”



“อย่างนี้แหละนะ มึงโอ๋มัน ยอมเมฆครามมันมาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้วนี่”



ภัครู้ดี จำเรื่องสมัยก่อนได้อีก แล้วก็เป็นอย่างที่เขาว่านั่นแหละครับ พอเสร็จจากประโยคนี้ก็ถึงเวลาเข้าแถวพอดี ก็ทำตามขั้นตอนกันไปเคารพธงชาติ สวดมนต์ แผ่เมตตา พอเสร็จก็นั่งลง ฟังผอ.พูดต่อเพราะเป็นวันแรกของการเปิดเรียนในอาทิตย์นี้(วันจันทร์) เป็นจังหวะให้ผมกับภัคได้คุยกันต่อ โดยที่สองหูไม่คิดจะฟังเสียงผอ.ที่ดังออกจากลำโพงกระจายเสียง



“เมื่อวานครามถามถึงเรื่องนั้นด้วย”



“เรื่องนั้น?” ภัคถามทวนประโยคที่ผมพูด ไม่รู้แกล้งทำเป็นไม่รู้ หรือจริงๆ รู้ว่าเป็นเรื่องอะไร แต่ทำเป็นไขสือกันแน่ ผมเลยจำต้องพูดต่อ



“เรื่องคนที่กูชอบ”



ผมตอบ ไม่ต้องแปลกใจที่ใช้คำหยาบ ถึงผมจะไม่ชอบที่เมฆครามใช้คำหยาบกับผม แต่ก็ไม่ได้แปลว่าผมจะไม่ใช้คำหยาบนะครับ กับเพื่อนน่ะพูดได้ ระดับนี้โอเคเลย เอ่อ... กลับเข้าเรื่อง พอภัคได้สิ่งที่ผมตอบ เขาก็ยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง ท้าวคางเอียงคอจ้องผมตาไม่กะพริบ



“มอครามตอบว่ายังไง?”



“ก็ไม่บอก บอกแค่ว่าอย่าสนใจเลย”



“แล้ว...”



เหมือนคนที่ผมพูดด้วยอยากจะพูดอะไรขึ้นมา ผมเลยต้องสนใจฟัง ว่าภัคจะพูดอะไร เสียงคนพูดกดลงให้เบา ให้เพียงเเค่เราสองคนเท่านั้นที่ได้ยิน



“...ทำไมไม่บอกไปล่ะ ว่าจริงๆ คนที่มอครามชอบคือกู



“ภัค”



มองหน้าคนที่กำลังยิ้มมีเสน่ห์ น่ามองสมกับที่อีกฝ่ายมีแฟนคลับในโรงเรียนเยอะ พอๆ กับอีกคน แล้วก็เป็นผมที่สู้สายตาคู่นั้นไม่ไหว เลยต้องเบนสายตาหลบออกมาเอง



“ยิ้มเหมือนพี่พฤกษ์” ผมพึมพำเบาๆ แล้วหันหน้าหนี ไม่อยากสนใจคนที่เอาแต่จ้องผมอยู่นั่น แต่คนนั่งข้างๆ ไม่ได้ห่างไปไกลต้องได้ยินอยู่ดี



ผมเดาว่าภัคคงยังคงไม่เก็บรอยยิ้มนั่นกลับไป ริมฝีปากสีชมพูจางธรรมชาตินั่นพูดต่อ



“ก็ต้องเหมือนสิ พี่น้องกัน”




----30%----


ขอมาสั้นๆ ก่อน ไว้จะมาต่อให้นะคะ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านมากๆ ค่ะ >< <3
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-04-2019 00:41:37 โดย miminari »

ออฟไลน์ พลอย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 49
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
หูย น่าติดตาม เป็นกำลังใจให้นะคะ สงสัยจะต้องมีการสลับตัวบ่อยๆ ดูท่าแล้วพี่พฤกษ์คงไม่รู้ว่ามีฝาแฝด ถึงรู้แต่ก็คงแยกไม่ออก แต่ดูพี่พฤกษ์ชอบมอครามนี่สิ่ ภัคนี่ยังไงชอบมอครามมั้ยพี่ ชอบก็บอกไป 555555

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2572
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

พอตอน ภัคแซวว่า ให้มอครามตอบไปว่าชอบภัคเนี่ย  เดาได้เลยว่า ภัคกับพฤกษ์ต้องเป็นพี่น้องกันแน่ ๆ

ป.ล. มีแววว่า  ทั้งสองครามจะเป็นเคะ  ส่วนเมะของมอคือคือพี่พฤกษ์ ในขณะที่เมะของเมฆครามคือภัค  อิอิ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-05-2019 18:02:28 โดย DrSlump »

ออฟไลน์ miminari

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 30
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
03 : เข้าใจถูกแล้ว ♊ [100%]


----------------------------

ผมเดินออกมาจากลานเข้าแถว แยกย้ายกันเข้าห้องเรียนของตัวเอง เพื่อเริ่มคาบโฮมรูมที่ถูกผอ.พูดกินเวลามามากกว่าครึ่งแล้ว


“ภัคว่าอาจารย์แกจะโฮมรูมไหม?” ผมถามผู้ชายที่เดินอยู่ข้างๆ จุดหมายคือที่เดียวกันครับ ห้องเรียน


“กูว่าไม่หรอกมั้ง ผอ.บ้าน้ำลายพูดเกินเวลามาขนาดนี้”


ความเห็นที่ได้ทำให้ผมเปลี่ยนความคิด ผมหยุดฝีเท้าตัวเอง ภัคหันมามองผมที่จู่ๆ ก็หยุดเดิน ก่อนที่จะเลิกคิ้วขึ้นนิดหน่อยเป็นเชิงถาม


“งั้นกูกลับห้องเลยแล้วกัน”


ผมทิ้งประโยคไว้แล้วหมุนตัวกลับไปอีกทาง ภัคไม่ได้แย้งอะไร ก็แค่โบกมือลา แล้วพยักหน้าตอบรับผมเท่านั้น นี่ก็หมดช่วงเข้าแถวแล้ว ได้เวลากลับห้องกันสักที ผมจะได้เตรียมเรียนคาบแรกด้วย


ก็เดินมาเรื่อยๆ แบบไม่รีบเพราะคิดว่ามีเวลาคาบโฮมรูมอยู่ ห้องพวกผมก็ไม่ได้ห่างกันมากขนาดต้องใช้เวลาเดินขนาดนั้นหรอกครับ ถึงจะอยู่คนละตึกกัน แต่ว่าตึกสองตึกมีทางเชื่อม ถ้าเดินข้ามทางเชื่อม ไม่นานก็ถึง


หยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องตัวเอง ในห้องเรียนมีนักเรียนโหวกเหวกโวยวายอยู่เต็มห้อง เหมือนจะอยู่กันครบครับ แค่คาบโฮมรูมอาจารย์ไม่เข้าเลยโวยวายกันได้ขนาดนี้


ผมเดินเสนอหน้าเข้าไปในห้อง เพื่อนในห้องที่สังเกตเห็นผมก็กะพริบตามองหน้า แต่ไม่ได้พูดหรือเอ่ยทักอะไร ก็ปกติ ผมเป็นเด็กห้องนี้นี่ครับ จะมาปรากฏตัวในห้องก็ไม่แปลกหรอก แต่ถ้าเมฆครามอยู่ก็อีกเรื่อง ถ้าจะมีอีกคนที่หน้าเหมือนผมอยู่ในห้องล่ะก็ จะต้องทักสิ...


ผมมองหาพวกแซงเพื่อนในกลุ่มผม แล้วก็หาไม่ยากนักหรอก แซงหัวเราะเสียงดังลั่นอยู่กับพวกปืนแล้วก็เพื่อนคนอื่นๆ แต่ผมไม่เห็นคนที่ตัวเองกำลังหาอยู่เลย


“มึง?” แซงหันมาหาแล้วชี้หน้าผม ก่อนจะเอียงคอมองเหมือนหมางง


“มอคราม” ผมชี้นิ้วเข้าหาตัวเองแล้วพูดชื่อตัวเองเบาๆ บอกประมาณว่าเนี่ย ผมเอง


“อ๋อ ไอ้มอคราม มานั่งๆ” แซงพยักหน้ารับคำ ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วตบมือลงบนโต๊ะนักเรียนเบาๆ ผมก็เดินเข้าไป ไม่ใช่อะไรหรอกตอนแรกมันนั่งแทนที่ประจำผมอยู่ พอเจ้าของที่มาก็เลยต้องลุกตามระเบียบ


“ครามไปไหน?”


พอนั่งได้ถึงได้เงยหน้าถามเพื่อนที่ยืนอยู่ แซงมันนิ่งเงียบไป ก่อนที่คนตอบคำถามผมมาจะเป็นเดฟที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวข้างๆ


“กลับห้องไปแล้วป่ะ?”


อ๋อ กลับแล้วล่ะมั้ง คงจะสวนกันตอนเดินเปลี่ยนห้อง


“ก็ว่าจะน่าจะเป็นงั้น เห็นแยกออกไปตั้งแต่เลิกแถวแล้ว”


เสียงปืนออกความเห็นอีกคน โดยมีเซี่ยงไฮ้พยักหน้ารับเห็นด้วย แต่คนที่ผมสังเกตได้ว่าแปลกเหมือนจะมีอยู่แค่คนเดียว


“แซง”


“...ฮะ?”


เจ้าของชื่อตอบรับ แต่เหมือนมีอะไรอยากจะพูด ผมจ้องตามัน จนคนถูกจ้องถึงกับเกาแก้ม ในที่สุดก็ยอมพูดออกมา โดยที่ผมทำเพียงแค่จ้องกดดันเฉยๆ


“...คือ ไอ้มอคราม เมฆครามมันบอกไม่ให้กูบอกมึง”


“....”


ผมเงียบรอมันพูดต่อ เพื่อนคนอื่นในกลุ่มก็เงียบด้วย


“มันแอบเล่นโทรศัพท์ในแถว แล้วพี่ประธานแม่งจับได้ พี่แกเข้าใจผิดว่าเป็นมึง เลยเรียกมันไปทำโทษหลังเลิกแถว แล้ว... มันบอกกูว่าจะเคลียร์เอง”


ผมพยายามจับประโยคที่แซงอธิบายมา จับประเด็นสำคัญที่สุดเอาไว้แล้วทวนข้อมูลที่ได้รับด้วยคำถาม


“พี่พฤกษ์ให้เมฆครามไปหา?”


“ก็พี่มันเข้าใจผิดว่าเป็นมึง”


“.....”


ผมเงียบ ไอ้แซงเงียบ เพื่อนคนอื่นก็เงียบ จนคนที่มองซ้าย มองขวา สังเกตสถานการณ์เงียบๆ ไม่ได้พูดอะไรอยู่นานอย่างเซี่ยงไฮ้พูดขึ้นมา


“ก็คงไม่เป็นไรหรอกปะวะ แค่พี่พฤกษ์เรียก"


“ตรงนั้นแหละที่ซวยไงไอ้เหี้ยไฮ้ ไอ้มอครามมันอยากให้ไอ้เมฆครามรู้ที่ไหน”


 จบประโยคนี้ของแซงผมก็ลุกขึ้นทันที เล่นเอาเพื่อนหันมอง


“มึงจะไปไหน?”


“ห้องกิจการ”


ผมตอบปืนไปแค่นั้นแล้วก้าวเร็วๆ ออกจากห้องมา ได้ยินเสียงเพื่อนแว่วๆ ดังไล่หลัง แต่ผมไม่สนใจแล้ว


“ซวยชิบหาย”


....


ผมเดินเร็วจนแทบจะวิ่งไปที่ห้องกิจการ เพราะงั้นผมถึงได้ถึงเร็วกว่าที่ตัวเองคิดล่ะมั้ง หน้าห้องกิจการมีนักเรียนยืนเรียงแถวกันอยู่ คือพอเดาๆ ได้ว่าพวกที่โดนเรียกมาทำโทษ ไม่ก็พวกมาสายนั่นล่ะ อ... ผมเห็นเพื่อนเมฆครามยืนหน้าเซ็งเป็นปลาตายอยู่ตรงนั้นด้วยสองคน พอสองคนนั้นเห็นผม ก็เปลี่ยนจากสีหน้าปลาตายมาเป็นกะพริบตามอง


คือ ผมขี้เกียจอธิบายว่าตัวเองเป็นใครแล้ว


หลังจากกวาดสายตามองหน้าห้องกิจการไม่มีเงาของสองคนที่ตั้งใจจะมาหา ผมเลยผ่านหน้าพี่อัน พี่สภานักเรียนอีกคนที่ยืนคุมแถวอยู่ตรงนั้นเข้าไปในห้องกิจการ


“เดี๋ยวแฝด มาหาพี่ชายเหรอ ตอนนี้อยู่กับพฤกษ์ข้างใน”


โดนพี่อันเรียกไว้ และพี่เขาก็เข้าใจว่าผมเป็นเมฆครามอีกคน ผมพยักหน้ารับพี่อันตามมารยาท แล้วเดินตรงไปที่ประตูห้องกิจการ มันเป็นประตูกระจกขุ่นๆ มองไม่เห็นข้างใน ที่หน้าประตูแปะว่าห้องกิจการนักเรียน ผมถือวิสาสะผลักประตูเข้าไปแบบไม่ได้เคาะประตูก่อน
แต่ภาพที่เห็นตรงหน้า....


“.....”


....ทำให้ผมยืนนิ่งค้างอยู่ระหว่างประตู ใบหน้าของคนสองคนที่ผมคุ้นเคยโน้มเข้าหากัน อยู่ในองศาที่พอดี ดวงตาของคนที่สูงกว่าเบนลงมองคนที่ในมุมที่ต่ำกว่าตัวเอง ถึงจะเห็นจากทางข้างหลังแต่ผมก็รู้ว่าทั้งสองคนกำลังทำอะไรกันอยู่


อาจจะเป็นช่วงเวลาไม่กี่วินาที ที่ผมคิดว่าโคตรนาน และหัวใจตัวเองก็เต้นรัวจนรู้สึกเจ็บ


ผมกัดริมฝีปากไม่ให้ตัวเองเผลอส่งเสียงให้คนทั้งสองคนได้ยิน ในระหว่างที่จะหมุนตัวจากไปแบบเงียบๆ ไม่รู้อะไรดลใจให้พี่พฤกษ์เบนสายตาขึ้นมา


มองตรงมาที่ผม


“คราม...? คราม... เดี๋ยว!!”


พี่พฤกษ์เป็นคนเรียกผมที่ยืนอยู่ตรงนี้ เรียกเหมือนกำลังสับสน แต่ผมไม่ปล่อยให้ตัวเองอยู่นานกว่านี้ เดินหนีออกมาตามที่ตั้งใจ แม้จะได้ยินเสียงเรียกจากรุ่นพี่ดังตามไล่หลัง อะไรไม่รู้ แต่ผมรู้ว่าผมวิ่งออกมา... วิ่งออกมาจากตรงนั้น ผ่านพี่อัน ผ่านนักเรียนคนอื่น


วิ่งออกมาเพราะอยากจะหนี... จากความจริงตรงนั้น
 

----------------


โว้ยยยย ในที่สุดก็เลิกแถวสักที ผมลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจทันทีที่อาจารย์ที่เป็นเวรประจำวันบอกให้ ม.5 ลุกแล้วแยกย้ายเข้าห้อง เอ่อ... ตอนแรกก็ดีใจนะที่เหมือนว่าจะได้เลิกแถวย้ายก้นออกจากพื้นสักทีแต่..


“เหี้ยเอ้ย”


ลืมไปเลยว่าตัวเองทำอะไรเอาไว้ แม่ง.. ผมหันไปมองพวกไอ้แซง


“พวกมึง กูไปก่อนนะ”


“เออๆ” 


โบกมือให้มันเป็นพิธี สับขาก้าวออกมาเดินตรงไปยังห้องกิจการนักเรียนที่ถูกนัดหมายให้ไปเจอ พอถึงหน้าห้องก็เจอพี่ประธานยืนตัวสูง กอดอก วางมาดอยู่ตรงนั้นแหละ ผมไล่ๆ มอง เหมือนจะเป็นแถวพวกโดนทำโทษ เออ  ผมต้องเดินเข้าไปต่อแถวด้วยไหมวะ? แต่ยังไม่ทันคิดมาก ทันทีที่ประธานนักเรียนเห็นผม พี่แกก็กวักมือเรียกให้ผมเข้าไปหา


“อัน เดี๋ยวฝากทำโทษเด็กด้วยนะ”


พี่แกหันไปพูดกับพี่ผู้หญิงที่อยู่สภาด้วยกัน ซึ่งพี่คนนั้นก็พยักหน้ารับ ยกมือทำนิ้วโอเคเป็นคำตอบ พี่พฤกษ์ถึงได้หันหลังเดินไปที่ประตูห้องกิจการ


“มอครามมานี่สิ”


พี่พฤกษ์เรียกผม เข้าไป ก็ทำตามที่พี่แกเรียก ถึงแม้ในใจจะสงสัยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ว่าทำไมต้องทำอะไรลับๆ ล่อๆ กันขนาดนี้วะ งง พอก้าวเข้ามาในห้อง แอร์เย็นเฉียบกับความที่ผมไม่เคยเข้ามาเหยียบที่นี่เลยสักครั้งทำให้ผมเผลอมองซ้ายมองขวาดูว่าไอ้ห้องนี้มันมีอะไรบ้าง ก็ไม่ค่อยมีอะไรหรอก เหมือนห้องทำงานทั่วๆ ไป


“คราม”



ผมสะดุ้งนิดหน่อยเมื่ออยู่ดีๆ พี่พฤกษ์ก็เดินเข้ามาใกล้ในระยะที่ห่างกันประมาณหนึ่งก้าว ใบหน้าหล่อๆ นั่นจะส่งยิ้มให้ผม พร้อมความรู้สึกแปลกๆ บางอย่าง


“วันนี้ครามเป็นอะไร มองนู่นมองนี่ หรือว่ากลัวพี่ทำโทษกันนะ?”


“....”


พอได้ฟังอีกประโยคผมถึงได้รู้ ว่าความรู้สึกแปลกๆ ของผมมันเกิดขึ้นจากอะไร รุ่นพี่ตรงหน้าเรียกผมว่า ‘คราม’ เป็นการเรียกชื่อพยางค์เดียวของพวกผม ซึ่งปกติแล้วทั้งผมและมอครามจะไม่ถูกเรียกด้วยชื่อแค่พยางค์เดียว นอกจากเราสองคนจะเรียกกันเองหรือพ่อแม่เรียกเท่านั้น


“แล้วทำไมวันนี้ครามถึงเล่นโทรศัพท์ในแถวล่ะครับ ปกติทุกวันก็ไม่เห็นเล่น”


เสียงนั้นยังคงดังต่อไปโดยที่ผมไม่คิดจะตอบคำถาม แค่จมอยู่กับความคิดตัวเอง...


การที่ไอ้พี่นี่เรียกครามได้ว่าครามอย่างสนิทปากขนาดนั้น มันชัดเจนขึ้นอีกเรื่อง


“หรือปกติก็แอบเล่น แต่แค่พี่ยังจับตาดูครามไม่มากพอ?”


ประโยคที่ทำเอาผมชะงัก เผลอคิดในใจว่าอะไรของมันวะ ก่อนจะตวัดสายตามองคนตรงหน้า


“พี่พฤกษ์”


ผมเรียกชื่อ เจ้าของชื่อเหมือนจะเริ่มรู้ถึงอะไรแปลก รอยยิ้มเริ่มจางลงแต่ไม่ได้หายไป ยังคงเหลือเป็นยิ้มน้อยๆ สองแขนนั่นยังขึ้นมากอดอก ก่อนที่เขาจะเปิดปาก...


“ไม่ใช่มอครามสินะครับ?”


เออ เพิ่งรู้หรือไง


“ผมเมฆคราม”


“ถ้างั้นก็ดีครับ พี่จะได้หักคะแนนถูกคน”


ประธานนักเรียนหันหลังกลับไป เดินไปหยิบสมุดอะไรสักอย่างบนโต๊ะทำงานขึ้นมาเปิดๆ ความสนอกสนใจที่มีในตัวผมเมื่อกี้หายไปหมดสิ้น จริงๆ แล้วควรพูดว่าพอรู้ว่าผมไม่ใช่มอครามก็เลิกสนใจไปเลย แต่ประเด็นคือเรื่องที่ผมอยากรู้มันยังไม่ได้คำตอบ


“พี่เป็นอะไรกับมอคราม?”


คนถูกถามชะงักนิดหน่อย เขาวางสมุดลงบนโต๊ะ แล้วหันกลับมาหาผม

 
“ต้องตอบด้วยเหรอครับ?”


การตอบคำถามด้วยคำถามที่กวนแบบนั้นบวกด้วยท่าทางนั่นด้วย ทำเอาผมหงุดหงิดขึ้นมา


“ก็เออสิวะ ถ้าจริงใจก็ตอบมาดีๆ”


“หึหึ”


ไม่รู้มีเรื่องอะไรน่าขำ พี่แม่งขำออกมาเบาๆ ก่อนจะมองตอบ ไม่คิดจะตอบคำถามผม ทีนี้ผมถึงได้โมโหหนักกว่าเดิม ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ตัวประธานนักเรียน


“ถ้าแค่มาเล่นๆ ไม่คิดจริงจังจริงๆ กับมอครามล่ะก็....----”


ยังไม่ทันที่ผมพูดจบ ไอ้รุ่นพี่ประธานก็ดันพูดแทรกขึ้นมา เป็นคำพูดที่ทำผมเลือดขึ้นหน้า...


“เหมือนได้เห็นสีหน้ามอครามแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย ฝาแฝดเนี่ยน่าสนใจดีนะครับ

 
“มึง!”


ผมยกมือขึ้นมากระชากคอเสื้อ แล้วดึงคอเสื้อเข้ามาอย่างหาเรื่อง เออ ถ้าต่อยได้ผมต่อยหน้ามันไปแล้ว แต่ตัวเองยังพอมีสติในการคิดอยู่บ้าง ว่าทำแล้วผลที่ได้มันจะออกมาเป็นยังไง ยิ่งอีกฝ่ายเป็นประธานนักเรียน...


โว้ยยย แม่ง มองจากดาวอังคารยังรู้เลยว่ากูโกรธ !


คนที่โดนกระชากคอเสื้ออยู่ตรงหน้าไม่ได้ผลักออก แต่แค่ลดสายตาต่ำลงมองผม เป็นสายตาที่ทำเอาอยากจะต่อยเพิ่มขึ้น 100% 200% 300% แม่งเหยียดกันชัดๆ !


ก่อนจะจมกับความโกรธไปมากกว่านี้ ท่าทีคนที่ผมกระชากคอเสื้ออยู่ก็เปลี่ยนไป พร้อมกับสายตาที่เลื่อนมองเลยผ่านผมไป..


“คราม...? คราม... เดี๋ยว!!”


ประโยคของพี่พฤกษ์ทำให้ผมต้องหันหน้าไปมองตาม แต่เจ้าของชื่อที่คิดว่าอยู่ตรงนั้นกลับไม่อยู่แล้ว ไวกว่าความคิด ตัวเองก็ผลักประธานออกหันหลังวิ่งออกจากห้อง ตามอีกคนที่วิ่งออกไปก่อนหน้า แล้วไม่ลืมทิ้งประโยคดักไล่หลัง


“มึงไม่ต้องตามมา!”


............


มอคราม... มันต้องเห็นแล้วเข้าใจผิดแน่ๆ


ผมเห็นหลังไวๆ วิ่งออกไปถึงได้เร่งฝีเท้าวิ่งตาม ไม่รู้เพราะผมออกแรงวิ่งมากเกินไป หรือเพราะมอครามมันแรงน้อยเกินไปหรือเปล่า แค่แป๊บเดียวผมก็วิ่งถึงตัวแล้วจับต้นแขนดึงมันให้หันกลับมาหา หน้าของคนที่เหมือนกับผมหันมา แต่ดวงตาแข็งทื่อซะจนน่าตกใจ พอๆ กับสีหน้าเรียบเฉยนั่นด้วย


“กูขอโทษที่เป็นกูที่วิ่งมาตามมึงไม่ใช่ไอ้พี่พฤกษ์”


พอผมพูดถึงชื่ออีกคนเท่านั้นแหละ ดวงตามันวาววับเหมือนลูกแก้วเปียกน้ำเลย


“ครามกู....”


“ทำไมถึงทำแบบนั้น”


“เอ่อ... กูแค่โกรธ ก็เลยเผลอ....”


อยากขอโทษ แต่คนที่พยายามดึงหน้าให้นิ่งที่สุดตอนนี้กลับกำลังขมวดคิ้ว ริมฝีปากที่เคยเม้มแน่นคลายออก


“เผลอก็เลยจูบกับพี่พฤกษ์เนี่ยนะ”


“หา?”


...อ... เดี๋ยวนะ ผมว่าไม่ใช่ละ


 “ไม่ต้องมาทำเป็นงง ก็เห็นๆ อยู่ว่าครามกับพี่พฤกษ์....”


“คราม...เดี๋ยว กูว่ามึงใจเย็นก่อนนะ มึงกำลังเข้าใจผิด”


“พี่เข้าใจผิด? เข้าใจผิดอะไร ครามก็อธิบายมาสิ อธิบายให้มันถูก!”


มอครามตะโกนใส่ผม.. ถ้ามันเข้าใจผิดไปในทางนั้น ที่มันโกรธขนาดนี้ก็ยืนยันได้แล้ว ว่าไอ้พี่พฤกษ์สำคัญขนาดไหน เพราะงั้นผมจะต้องรีบแก้ไขข้อเข้าใจผิดนี้ให้เร็วที่สุด ผมจับไหล่คนตรงหน้า เขย่าแรงๆ ให้คนตรงหน้าได้สติ เพื่อพร้อมที่จะฟังผม


“ครามมึงฟังกูดีๆ นะ กู-ไม่-ได้-จูบ-กับ-พี่พฤกษ์”


คนฟังกะพริบตามอง เสียงหือในลำคอนั่นเหมือนต้องการให้ผมย้ำหรือพูดอะไรที่มันเคลียร์กว่านี้ออกมาอีกที


“กูไม่ได้จูบพี่พฤกษ์ เมื่อกี้กูกำลังกระชากคอเสื้อพี่มัน เอ่อ... ถ้ามองจากข้างหลังอาจจะเห็นเป็นแบบนั้นมั้ง แบบที่มึงเห็น...” 


พอได้รับคำอธิบายก็เหมือนจะดีขึ้น มอครามมันสงบลงแล้วค่อยๆ ถามอีกประโยค


“แล้วครามกระชากคอเสื้อพี่เขาทำไม?”


“กู... ถามพี่มันว่าจริงจังกับมึงไหม แต่มันเลี่ยงไม่ยอมตอบสักทีกูก็เลยขึ้น”


“แค่นี้?”


“เออ แค่นี้แหละ กูบอกตามตรงเลยนะคราม กูไม่อยากให้มึงไปยุ่งกับมันเลย ดูยังไงแม่งก็เจ้าชู้อ่ะ ผู้หญิงตามกรี๊ดมันตั้งเยอะอีก ตัวเลือกแม่งเยอะอะ มันอาจจะมาแค่เล่นๆ กับมึงก็ได้ ไม่ชอบเลย----”


“ครามพอก่อน รู้แล้วว่าไม่ชอบ”


กว่าผมจะได้บ่นยาวกว่านี้มอครามก็หยุดเอาไว้ ตอนนี้ใบหน้าของคนตรงหน้าเริ่มมีรอยยิ้มกลับมา หลังจากที่แก้ไขความเข้าใจผิดกันเรียบร้อย มอครามก็ชวนผมกลับไปห้องครับ มันใกล้จะได้เวลาเรียนแล้วเพราะงั้นเรื่องนี้เลยจบ แต่ระหว่างที่กำลังเดินกลับห้อง


“คราม”


“หืม?”


“พี่พฤกษ์เป็นอะไรกับคราม?”


“อืม...”


“ใช่คนที่ครามบอกว่าชอบหรือเปล่า?”


“เอ่อ..”


คนที่เดินข้างๆ ยังคงไม่ตอบคำถามผมเป็นคำตอบจริงๆ สักที ผมขมวดคิ้วแล้วหันไปมองหน้ามอคราม

 
“ครามไปสนิทกับพี่มันตอนไหนวะ? ทำไมกูไม่รู้”


คนถูกถามหันหน้ากลับมามอง แล้วยกนิ้วชี้มาที่ผม คือ ตอนแรกก็ไม่เข้าใจจนกระทั่ง


“สนิทตอนช่วงที่ครามไปอยู่กับแฟน”


สรุปที่ผมไม่รู้เหี้ยอะไรเลยเนี่ย เป็นเพราะตัวเองผมเองใช่ไหม?


TBC+


#แถม

-หลังจากที่มอครามเดินออกจากห้องไปแล้ว-

ปืน : “มึงไปบอกมันทำไม”
แซง : “ไม่บอกเดี๋ยวแม่งไปรู้เองทีหลัง ก็ตายห่าพอดี”
เดฟ : “ก็จริงของมึง”
แซง : “สู้บอกๆ ไปเลยดีกว่า ยังไงกูก็เป็นคนของมอครามมันมากกว่า แง”

---------------------------

#แถม2

"ภัค บอกวิธีแยกมอคราม กับเมฆครามให้พี่หน่อยสิ"

"เมฆครามก็อยู่ห้อง 1 มอครามก็อยู่ห้อง 6 ไง"

"ภัค... มึงกวนตีนกูใช่ไหม?"

"โห่ พี่พฤกษ์กับเพื่อนกับฝูงไม่เคยเห็นพูดกูพูดมึง กับนุ่งกับน้องนี่พูดจังพูดจัง..."

"ภัค"

"เออๆ เรื่องนั้นช่างมันก็ได้ ว่าแต่พี่พฤกษ์เหอะ พี่อยู่กับคนของพี่มาตั้งนาน เจอไอ้เมฆครามไป จะแยกไม่ออกเชียวเหรอว่าคนนั้นไม่ใช่คนที่ตัวเองเคยรู้จัก"

"ก็ตะหงิดใจ แต่พี่ฟันธงไม่ได้ว่าใช่หรือไม่ใช่ อยากได้อะไรที่มันทำให้แยกได้ชัดเจนหน่อย ตำหนิ แผลเป็น หรือไฝอะไรก็ได้"

"ของแบบนั้นไม่มีหรอกพี่พฤกษ์ หรือต่อให้มีคงจะเป็นรอยอยู่ใต้ร่มผ้ามั้ง ถ้าไม่จับพวกมันแก้ผ้าแล้วตรวจดูให้ละเอียดคงไม่เจอ"

"...."

//ดูท่าการแยกสองแฝดลำบากหน่อย(?)แล้วล่ะมั้ง ^^


---------------------------
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ ไว้เจอกันตอนหน้า ! :bye2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-05-2019 12:48:22 โดย miminari »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 885
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2572
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

ยังไงเนี่ย  อิพี่พฤกษ์  คิดจะรวบสองหรา?

ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1048
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +358/-0
+1 o13 :katai2-1: ขอบคุณมากครับ :pig4:

ออฟไลน์ lovejinjunno

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 382
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-1
3Pเลยไหมคะอิพี่พฤกษ์

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด