**ศรศิลป์จะกินกัน** อัพเดท!! [22/04/62]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: **ศรศิลป์จะกินกัน** อัพเดท!! [22/04/62]  (อ่าน 1637 ครั้ง)

ออฟไลน์ pundinpundin2535

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 26
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-1
Re: **ศรศิลป์จะกินกัน** อัพเดท!! [8/04/62]
«ตอบ #30 เมื่อ08-04-2019 11:29:11 »

ศรศิลป์จะกินกัน EP 3/2



“ที่ที่เราจะไปนี่ไกลหรือเปล่าแมง”

“ที่จริงก็ไม่ไกลหรอก แต่รถติดแบบนี้ก็เหมือนไกลหน่อย”

“แมง พี่ถามจริงตอนนี้ไม่มีแฟนจริงๆเหรอ”

แมงมุมเหล่ตามองคนข้างๆ จะมาอยากรู้อะไรเรื่องส่วนตัวคนอื่นล่ะเนี่ย “ก็เคยมี แต่ตอนนี้เลิกแล้ว”

“ทำไมถึงเลิกล่ะ”

“ผมคงไม่ดีพอสำหรับใครมั้ง” น้ำเสียงแมงมุมดูเศร้าจนจับอาการได้

“อย่าดูถูกตัวเองสิแมง ทุกคนล้วนแล้วแต่มีคุณค่าในตัวเองทั้งนั้น การที่เราเลิกกับใครสักคนไม่ใช่ว่าเพราะเราไม่มีค่า เพียงแต่ความรักมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะมีหลายองค์ประกอบรวมกันอยู่ หากพลาดตรงจุดใดจุดหนึ่งที่สำคัญมันก็อาจเป็นรอยร้าวของความสัมพันธ์ได้”

“แหม…พี่อ้อยพี่ฉอดมาเองเลยนะ”

“พี่อ้อย พี่ฉอดคือใคร”

“กูรูความรักมั้ง บอกไปพี่ก็ไม่รู้หรอก ว่าแต่พี่เถอะมีแฟนหรือยัง”

“ก็เคยมีแหละแต่ตอนนี้ไม่มี” ซันเดย์หันมองแมงมุม “แต่คิดว่าน่าจะมีเร็วๆนี้แหละ”

แมงมุมเหลือบไปมองพอดีก็ทำเอาขนลุกวาบกับสายตาจริงจังที่มองมา ถึงขนาดต้องรีบหันมองถนนเพราะรู้สึกว่าดวงตาคู่นั้นมันมีอิทธิพลทำให้เขาหัวใจเต้นแรงประหลาด

กว่าจะถึงสวนจตุจักรก็ใช้เวลาเกือบชั่วโมงครึ่ง ทั้งที่ก็ไม่ได้ไกลมากนัก แต่ช่วงเย็นรถติดยาวพรืด รถจึงต้องเปลี่ยนจากการวิ่งมาเป็นการคืบการคลานเอา พอถึงแมงมุมยังไม่ได้ไปยังร้านที่แม่สั่งไว้ แต่เขาเดินไปยังโซนสัตว์เลี้ยงที่ชื่นชอบ ทุกครั้งที่มาสวนจตุจักรก็จะแวะมาที่โซนนี้เป็นประจำ ชอบมาดูสุนัขสายพันธุ์ต่างๆ เคยใฝ่ฝันเอาไว้ว่าจะซื้อไปเลี้ยงสักตัวสองตัว แต่ก็โดนคุณนายดวงดาวปรามไว้ว่า ถ้ายังมีเวลาไม่มากพอที่จะดูแลหนึ่งชีวิตให้ได้ดีที่สุดก็อย่าพึ่งรับเขามาเลี้ยง ไม่เช่นนั้นมันก็ไม่ต่างจากการทรมาน เพราะสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงทุกประเภทล้วนแล้วแต่ต้องการความรักความห่วงใยจากเจ้าของทั้งสิ้น

“บรู๊ววว บรู๊วววว”

“เอ้า อยู่ดีๆมาหอนทำไมล่ะ นี่คนไม่ใช่ผีจะมาหอนทำไม” แมงมุมพึมพำกับน้องหมาหลายตัวที่กำลังโก่งคอเห่าหอนกันยกใหญ่

“ชอบสุนัขเหรอแมง” ซันเดย์ถามขึ้นหลังจากสังเกตท่าทีของเด็กหนุ่มที่ดูสนใจเป็นพิเศษ

“ใช่ครับ เคยขอแม่จะเลี้ยงด้วย แต่แม่บอกว่าถ้าไม่มีเวลามากพอก็อย่าพึ่งเอาไปเลี้ยงเลย ผมก็เลยต้องรอให้เรียนจบก่อน”

“แล้วชอบสุนัขพันธุ์ไหน”

“ที่จริงผมก็ชอบทุกพันธุ์นะ แต่ถ้าเอาที่ชอบที่สุดก็พันธุ์ปอมเปอร์เรเนียน ขนมันยาว ตัวเล็กๆน่ารักดี”

ซันเดย์ยิ้ม สังเกตท่าทางของแมงมุมเวลาพูดถึงสัตว์เลี้ยง แววตาดูใสซื่อ ไร้เดียงสา และอ่อนโยนมาก ไม่ดูกะล่อนเหมือนบุคลิกปกติทั่วๆไป

“แมง ที่นี่มีงูขายด้วยเหรอ”

“ครับ มีเยอะนะ ไปดูเปล่า”

“ไม่เป็นไรดีกว่า ไปดูของที่คุณน้าฝากมาเอาเถอะ”

แมงมุมพาซันเดย์เดินไปยังร้านที่มารดาบอก หลังจากทางร้านรับทราบก็ให้เด็กขนของที่เหลือไปขึ้นรถของแมงมุม แต่เจ้าตัวก็ยังไม่ทันได้กลับในทันที ไหนๆก็มาแล้ว ก็เลยพาซันเดย์เดินเที่ยวรอบๆตลาดก่อนเสียหน่อย

 “แมงคุณตานั่งทำอะไร”

“นั่งขอเงิน”

ซันเดย์หันมองชายชราด้วยแววตาเห็นใจ มนุษย์เรานี่เป็นคนเหมือนกันแต่ทำไมถึงถูกสร้างมาให้สุขสบายและลำบากไม่เท่ากัน บางคนรวยล้นฟ้า บางคนแทบไม่มีกิน แต่จะว่าคนบนฟ้าแปลกแล้ว คนบนดินบางคนก็แปลกกว่าที่ชอบคิดว่าคนที่รวยกว่ามีคุณค่ามากกว่ากว่าคนที่ยากจน ทั้งๆที่ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มันก็เท่าเทียมกัน

แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้นะ ว่าสังคมบางส่วนในปัจจุบันยกยอมูลค่าของกระดาษแผ่นหนึ่ง มากกว่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จึงมีคำกล่าวจากใครหลายคนในเชิงเสียดสีดังเข้าหูเรื่อยๆ

เสียงกระซิบของคนมีตังค์ มันดังกว่ากว่าเสียงตะโกนของคนจน

เสียงตะโกนของคนจน ก็ไม่ดังเท่าเสียงผายลมของคนรวย

ซันเดย์เดินไปนั่งลงต่อหน้าคุณตา หยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาเปิดหาอะไรบางอย่าง ก่อนจะหยิบแบงค์พันที่มีในกระเป๋าใส่มือให้ชายชรา

“คุณตาเอาไว้ซื้อข้าวของจำเป็นนะครับ”

แมงมุมที่ยืนมองอยู่ เลิกคิ้วสูงกับจำนวนเงินที่ซันเดย์ยื่นให้ชายชรา จึงรีบเดินไปนั่งลงข้างๆแล้วกระซิบเบาๆ “พี่ ทำไมให้เยอะขนาดนั้น ปกติเขาให้สิบบาท ยี่สิบบาท มากสุดก็ร้อยสองร้อยเอง”

ไม่ใช่ว่าแมงมุมเป็นคนแล้งน้ำใจ แต่ด้วยสมัยนี้มิจฉาชีพมันเยอะ เคยเจอมากับตัวคนที่มาขอทานพิการเดินไม่ได้ แต่พอตอนเย็นเดินคล่องกว่าเขาอีก และที่สำคัญการทำบุญแบบนี้มันก็เหมือนดาบสองคม ช่วยคนที่ลำบากจริงๆก็ถือว่าดีไป แต่ถ้าไปเจอแก๊งลักเด็กที่จับเด็กหรือคนแก่มาขอทาน มันก็เหมือนซ้ำเติมพวกเขาและเหมือนเป็นการสนับสนนุทางอ้อมให้มีแบบนี้เกิดขึ้นอีก แมงมุมไม่เคยขัดถ้าจะมีใครจะทำบุญในรูปแบบนี้ เพราะการให้สวยงามเสมอ แต่ก็ต้องดูให้ดี และให้พอประมาณไม่เดือดร้อนตัวเอง

“ไม่เยอะหรอกแมง ห้าพันเอง ถ้าคุณตามีก็คงไม่มานั่งแบบนี้”

“ขอบใจนะพ่อหนุ่ม ขอให้เจริญๆนะลูก”

ซันเดย์ยิ้มรับ ก่อนบอกลาชายชราแล้วพากันเดินกลับไปที่ลานจอดรถ แมงมุมต้องรีบอธิบายถึงการช่วยเหลือรูปแบบนี้ให้ซันเดย์สังเกตและระมัดระวังมากขึ้น

“โอ๊ะ ขอโทษครับ” แมงมุมรีบขอโทษขอโพยเมื่อชนใครสักคนเข้า แต่พอมองชัดๆก็ทำให้ชายหนุ่มผงะไปพักหนึ่ง เมื่อคนที่เขาเดินชน คือ พิมพ์ปวีณ์ อดีตคนรักนั่นเอง “ขอโทษอีกครั้งนะพิมพ์”

“ไม่เป็นไร มันเป็นอุบัติเหตุ”

“ถ้าเป็นไรเราขอตัวนะ”

แมงมุมยิ้มน้อยๆ แม้จะเลิกกันมานาน แต่ก็ยังไม่อาจจะสนิทใจได้ เพราะวีรกรรมของอดีตคนรักที่ทำไว้นั้นไม่น้อยเลย ทั้งนอกใจ ทั้งหมายจะจับเพื่อนสนิทในแก๊งของเขาอย่างไม่ละอาย

“เดี๋ยวสิแมง” แมงมุมที่กำลังก้าวเดินไปชะงัก “สบายดีนะ”

“อือ ก็สบายดี”

“แล้วนี่มาทำอะไรเหรอ”

“มาเอาของให้แม่น่ะ”

“อ๋อ แล้วนี่แมงมากับใครเหรอ ทำไมพิมพ์ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน”

แมงมุมเหลือบตามองหนุ่มลูกครึ่งที่ยืนข้างๆ “ลูกชายเพื่อนแม่เราน่ะ”

“อ๋อ สวัสดีค่ะ เราชื่อพิมพ์นะ แล้วตัวเองชื่ออะไร”

“พี่ชื่อซันเดย์ครับ”

“พี่? อายุมากกว่าแมงเหรอคะ”

“ใช่ครับ”

“พิมพ์นึกว่ารุ่นเดียวกันซะอีก หน้าเด็กจัง” พิมพ์ปวีณ์ยิ้มอาย

“ขอตัวนะพิมพ์ พอดีรีบ พี่ซันจะอยู่คุยกับเธอต่อก็ได้นะครับ แต่ต้องนั่งแท็กซี่กลับเอง” บอกเพียงเท่านั้นก็สาวเท้าเดินจากไปทันที ส่วนซันเดย์หันไปยิ้มลาหญิงสาว ก่อนรีบเดินตามแมงมุมไป


กลับมาถึงบ้านเกือบสองทุ่ม สองหนุ่มหาอะไรทานที่สวนจตุจักรเรียบร้อยแล้ว โดยไม่ลืมโทรมาบอกทางฝั่งดวงดาวจะได้ไม่ต้องรอ หลังจากช่วยกันขนของลงจากรถ แมงมุมก็ขึ้นห้องทันที ส่วนซันเดย์เข้าไปดื่มน้ำในครัว ตอนเดินออกมาก็เห็นดวงดาวกำลังเช็คของอยู่ จึงเดินเข้าไปทักเผื่อท่านจะมีอะไรให้ช่วย

“คุณน้าจะยกขึ้นไปไว้บนห้องพระเลยไหมครับ เดี๋ยวผมยกไปให้เลย”

“เอาไว้ก่อนก็ได้ซันเดย์ ดึกแล้วไปพักผ่อนเถอะ”

“ครับ เออ คุณน้า ต่อจากนี้ไม่ต้องเรียกผมว่าซันเดย์แล้วนะครับ”

ดวงดาวขมวดคิ้ว “ไม่ให้น้าเรียกซันเดย์แล้วจะให้เรียกอะไร”

“แมงมุมตั้งชื่อภาษาไทยให้ผมแล้วครับ เพราะด้วย ความหมายดีด้วย”

“แมงมุมตั้งชื่อให้” ตอนนี้เธอลุ้นกว่าตอนลุ้นหวยรางวัลที่หนึ่งซะอีก “ชื่ออะไรซันเดย์”

“จู๋ ยืนยง ครับ”

“จู๋ ยืนยง!” ดวงดาวกัดฟันกรอด ไอ้ลูกพ่อแม่ไม่สั่งสอน มันไปเรียนตั้งชื่อมาจากสำนักไหน

“ใช่ครับ แมงบอกว่า จู๋แปลว่าสิ่งสำคัญ ยืนยง แปลว่ามั่นคงยาวนาน ชื่อเพราะความหมายดี ผมชอบมากเลย เดี๋ยวขึ้นห้องผมตั้งใจจะโทรไปบอกคุณแม่ด้วย”

“อย่าโทรนะซัน!” ดวงดาวยิ้มแหยๆ “โดนน้องแกล้งยังไม่รู้ตัวอีก ชื่อจู๋น่ะมันไม่ได้หมายถึงสิ่งสำคัญนะลูก แต่มันหมายถึง เอ่อ…” ต้องมาพูดอะไรแบบนี้กับเพศตรงข้าม แม้จะเป็นลูกเป็นหลานมันก็กระดากปากยังไงไม่รู้ จึงเลือกใช้วิธีชี้นิ้วไปที่เป้าของซันเดย์แทน “หมายถึงเนี่ย”

“กางเกงเหรอครับ”

“ไม่ใช่ซันเดย์ หมายถึงอยู่ข้างในกางเกง”

ซันเดย์ก้มมองต่ำ “กางเกงใน”

โอ๊ย! นี่มึงซื่อหรือมึงโง่ ถ้าเป็นแมงมุมคงตะโกนประโยคนี้ใส่หน้าไปแล้ว “อวัยวะเพศชายจ้ะ เข้าใจนะลูก” จบ! “แมงมุมนี่ชักเอาใหญ่แล้ว ขนาดน้าเตือนไปแล้วนะอย่าเล่นพิเรนทร์แบบนี้อีก ก็ไม่ยอมฟัง สงสัยต้องสังคายนาอีกรอบ”

“อย่าไปว่าน้องเลยครับคุณน้า แมงไม่ผิดหรอก เพราะผมเป็นคนบอกน้องเองว่าอยากได้ชื่อแปลกๆที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน แล้วผมก็ชอบชื่อนี้มากด้วย”

“ชอบชื่อจู๋ แต่มันไม่มีใครตั้งชื่อแบบนี้นะซันเดย์”

“ครับ ผมชอบ”

ทำไมซันเดย์ถึงจะไม่ชอบล่ะ ในเมื่อชื่อนี้เป็นชื่อที่แมงมุมตั้งให้ ที่สำคัญมันมีความหมายมากๆด้วย ที่แมงมุมบอกว่าจู๋หมายถึงสิ่งสำคัญมันก็ไม่ผิด เพราะจู๋ถ้าหมายถึงอวัยวะเพศชาย มันคือสิ่งสำคัญของผู้ชายทุกคน รวมทั้งของแมงมุมด้วย
ผมยินดีที่จะเป็นพี่จู๋ของน้องแมง

ตัดภาพมาที่บันไดบ้าน แมงมุมที่ยืนหน้าเครียดตั้งแต่เดินลงมาได้ยินซันเดย์บอกแม่เรื่องชื่อภาษาไทย ค่อยๆมีรอยยิ้มบางๆเกิดขึ้น นอกจากที่ซันเดย์จะไม่โกรธที่โดนหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยังปกป้องไม่ให้เขาโดนแม่ด่าอีกด้วย  ความจริงนั้นซันเดย์ไม่ได้เป็นคนขอให้เขาตั้งชื่อแปลกๆ เหมือนที่หนุ่มลูกครึ่งพึ่งบอกแม่ไป เพื่อที่จะไม่ให้แม่มาสังคายนาครั้งที่สองกับเขาอีก

“ขอบคุณครับ พี่จู๋ของแมง” แมงมุมยิ้มไม่รู้ตัว กระทั่งสติค่อยๆกลับมารอยยิ้มก็ค่อยๆหุบหาย “มึงพูดอะไรเนี่ยแมง จู๋ก็จู๋เขาสิ มาจู๋ของแมงได้ไง ท่าจะบ้าแล้วไอ้นี่” แมงมุมส่ายหัวอีกครั้ง แล้วเดินกลับขึ้นห้องไป ก่อนที่จะมีใครเดินขึ้นมาเจอว่าเขาแอบฟังอยู่



ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1081
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
Re: **ศรศิลป์จะกินกัน** อัพเดท!! [8/04/62]
«ตอบ #31 เมื่อ08-04-2019 13:14:11 »

 :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ yodrak

  • ชื่อ mab ไม่ได้ชื่อ map
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 504
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
Re: **ศรศิลป์จะกินกัน** อัพเดท!! [8/04/62]
«ตอบ #32 เมื่อ08-04-2019 16:33:07 »

 :m20:  :m20:

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5213
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
Re: **ศรศิลป์จะกินกัน** อัพเดท!! [8/04/62]
«ตอบ #33 เมื่อ09-04-2019 22:54:18 »

เพี้ยงงงงง ขอให้ติดชื่อพี่เขาไปแนะนำเพื่อน ๆ ด้วยนะ  :hao3:

ออฟไลน์ pundinpundin2535

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 26
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-1
ศรศิลป์จะกินกัน EP 3/3

เช้าวันใหม่หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ แมงมุมก็ลงมาชั้นล่างเตรียมรับประทานอาหารเช้า วันนี้มีเรียนบ่ายจึงไม่ได้เร่งรีบแต่อย่างใด ตอนแรกตั้งใจจะนอนตื่นสายๆด้วยซ้ำ แต่กลัวโดนคุณนายแม่สังคายนาด่าตั้งแต่เช้าตรู่ เลยจำใจต้องลุกขึ้นมา


“ลงมาพอดีเลยแมง ช่วยพี่ซันยกอาหารไปตั้งโต๊ะหน่อย วันนี้อรเธอไม่ค่อยสบายแม่เลยให้พักอยู่ในห้อง”


“ครับผม เดี๋ยวลูกผู้น่ารักจัดให้” แมงมุมรับคำ แล้วเดินไปยืนข้างๆซันเดย์ที่กำลังวุ่นกับการยกถ้วยแกงไปตั้งโต๊ะที่ห้องอาหาร


“อรุณสวัสดิ์ครับ”


แมงมุมหันมองคนทักทายแวบหนึ่ง “ตื่นเช้าจังเลยนะครับ”


“ปกติพี่ก็ไม่ใช่คนตื่นเช้าเท่าไหร่หรอก แต่ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่ต้องตื่นเช้าทุกวัน”


“ทำไมต้องตื่นเช้าล่ะครับ กลัวแม่ผมว่าเหรอ”


“เปล่า ที่ตื่นเช้าเพราะจะได้มีเวลาเห็นหน้าแมงนานๆไง”


เพล้ง!


ถ้วยใส่ต้มจืดที่อยู่ในมือของแมงมุมหล่นลงพื้นแตกกระจาย ดวงดาวอุทานตกใจก่อนหันมาเอ็ดลูกชาย “แมงมุม ทำถ้วยแตกอีกแล้วใช่ไหม ถือดีๆหน่อยสิลูก”


“ไม่ใช่แมงหรอกครับคุณน้า ผมเป็นคนทำตกเอง ขอโทษทีนะครับที่ไม่ระมัดระวัง เดี๋ยวผมรีบเก็บให้ แมงอย่าเดินมาตรงนี้นะเดี๋ยวเศษกระเบื้องบาดเท้า”


ซันเดย์รีบออกรับแทนน้อง แล้วเดินไปหยิบไม้กวาดกับที่ตักขยะมาเก็บเศษอาหารและกระเบื้อง ส่วนแมงมุมหันมองคนออกรับแทนด้วยความรู้สึกสับสน


“ผมช่วยเก็บพี่” อย่างน้อยเขาก็มีน้ำใจออกรับแทน แถมยังเก็บเศษอาหาร เศษกระเบื้องให้อีกต่างหาก ถ้าจะอยู่เฉยๆก็ดูจะแล้งน้ำใจไปหน่อย


“เขินมือไม้อ่อนเลยเหรอ”


“เขินอะไรพี่”


“ก็เขินที่พี่พูดไปเมื่อกี้ไง”


“มั่ว ผมไม่ได้เขินซะหน่อย ที่ทำถ้วยตกเพราะมันลื่นต่างหาก”


“ครับ ลื่นก็ลื่น” ซันเดย์อมยิ้ม แต่ไม่ได้แซวต่อ แมงมุมก็รีบเก็บเศษถ้วยแล้วยกอาหารที่เหลือไปตั้งโต๊ะ


ติ๊งหน่อง! ติ๊งหน่อง!


กำลังจะรับประทานอาหารมื้อเช้ากันหลังตั้งโต๊ะเสร็จ เสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้น แมงมุมถูกแม่วานให้ไปดูก็อิดออดเล็กน้อย เพราะขี้เกียจเดิน จนซันเดย์อาสาไปแทน


“ทีหลังไม่เอาแล้วนะแมงมุม ให้พี่เขาไปแทนแบบนี้ได้ไง”


“โธ่แม่ ก็ให้พี่เขาทำงานบ้างก็ได้มั้งครับ อยู่ก็อยู่ฟรี กินก็กินฟรี แม่ไม่เคยได้ยินคำโบราณเขาว่าไว้เหรอ อยู่บ้านท่านอย่านั่งดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น”


ดวงดาวกำลังจะแย้งลูกชาย หากก็ต้องยุติเอาไว้ก่อน เมื่อซันเดย์เดินกลับเข้ามาในห้องอาหาร พร้อมกับใครสักคนรูปร่างคุ้นตาเดินตามมาด้วย แมงมุมหันมองแล้วต้องผงะเล็กน้อย เพราะไม่คิดว่าจะเจอคนคนนี้ภายใต้ชายคาหลังนี้อีกแล้ว


“แมงเพื่อนมาหา”


“สวัสดีค่ะคุณน้า”


“สวัสดีจ้ะ” แม้แต่ดวงดาวเองก็ดูแปลกใจกับการก้าวเข้ามาที่นี่อีกครั้งของพิมพ์ปวีณ์ เพราะนับตั้งแต่เธอเลิกกับแมงมุมไป ก็ไม่เคยเห็นเธอโผล่มาที่บ้านอีกเลย


“พิมพ์ไปต่างจังหวัดมาน่ะค่ะ เลยแวะเอาขนมมาฝาก ช่วงนี้ไม่ได้แวะมาเยี่ยมคุณน้าเลย สบายดีนะคะ”


“สบายดีจ้ะ เชิญนั่งก่อนสิ”


“ขอบคุณค่ะ” พิมพ์ปวีณ์เดินไปนั่งลงข้างๆซันเดย์ ฝั่งตรงข้ามกับอดีตคนรัก “ทานข้าวกันอยู่เหรอคะ พิมพ์มารบกวนหรือเปล่า”


“ไม่หรอกจ้ะ พิมพ์ทานมาหรือยัง ถ้ายัง ทานด้วยกันสิ”


“ยังไม่ได้ทานเลยค่ะ งั้นพิมพ์ขอฝากท้องหน่อยนะคะ”


“ยินดีจ้ะ แมงไปหยิบจานมาเพิ่มหน่อยไป”


“ไม่เป็นไรค่ะคุณน้า เดี๋ยวพิมพ์ไปหยิบเองดีกว่า พี่ซันคะ พาพิมพ์ไปหน่อยได้ไหม ไม่ได้มาที่นี่นานแล้ว จำไม่ค่อยได้ว่าครัวอยู่ตรงไหน”


“งั้น เดี๋ยวพี่ไปหยิบให้ดีกว่า น้องพิมพ์รออยู่นี่ก็ได้”


“ไม่ดีหรอกค่ะ พิมพ์เกรงใจ พิมพ์ไปด้วยดีกว่า ถ้ามาครั้งหน้าพิมพ์จะได้ไม่ต้องรบกวนพี่ซันอีก ไปค่ะ คุณน้าคะขออนุญาตเข้าในครัวนะคะ”


ดวงดาวพยักหน้า รอกระทั่งพิมพ์ปวีณ์เดินหายเข้าไปในครัว จึงหันไปหาลูกชาย “ถ้าแมงจะศัลยกรรมจมูกตอนนี้ คงไม่ต้องฉีดยาชาเพิ่มนะแม่ว่า เพราะตอนนี้ดูจะหน้าชาไปแล้ว ตาละห้อยเลยลูกชายฉัน”


“ชาอะไรล่ะแม่ ผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับพิมพ์แล้วแม่ก็รู้ แต่ที่ผมมองตาม เพราะตระหนกตกใจกับสิ่งที่เธอทำต่างหาก ไม่เกรงใจผม ก็น่าจะเกรงใจแม่บ้าง” แมงมุมส่ายหน้าระอา “แต่จริงๆผมก็ไม่ควรตกใจเนอะ เพราะมากกว่านี้เธอก็ทำมาแล้ว เลิกกับผมเพราะจะไปจับเพื่อนผมก็ยังกล้าทำ แล้วทำไมถ้าเธอจะสนใจพี่ซันที่รู้จักกับแฟนเก่าอย่างผมจะทำไม่ได้”


“ถ้าแมงไม่สนใจแล้ว เธอจะทำอะไรก็ปล่อยไปเถอะลูก แม่เชื่อนะว่าซันเดย์ฉลาดพอที่จะมองคนออกว่าใครเป็นยังไง ก็คงจะมีแค่ลูกแม่แหละที่ฉลาดน้อยมองผู้หญิงไม่ค่อยออก”


“จริงครับผมเห็นด้วย ลูกแม่นี่มันโง่ ดะ เดี๋ยวๆนะ ลูกแม่ ก็มีผมคนเดียว แม่ด่าผมเหรอ”


ดวงดาวหัวเราะ “ไม่ได้ด่าแค่สะกิดเบาๆด้วยคำพูด”


“โห สะกิดเบาๆที่ไหนล่ะ หน้าผมชากว่าตอนถูกบอกเลิกอีก”


“ล้อเล่นค่ะลูกชาย กลัวเครียดเรื่องแฟนเก่า เชื่อแม่นะ อะไรที่มันผ่านมาแล้วก็เลือกเก็บไว้ในความทรงจำเฉพาะเรื่องมันดีๆ ส่วนเรื่องไหนที่มันไม่ดีก็ปล่อยไปเถอะ”


“ผมก็ไม่ได้อะไรกับเธอแล้วนะครับแม่ คนอย่างแมงมุมไม่ฟูมฟายเรื่องความรักนานหรอก เพราะลูกชายคนนี้หล่อเลือกได้”


“ค่ะ เลือกได้มาก… ถึงกอดคำว่าโสดจนถึงทุกวันนี้ไง”


“ที่โสดเพราะผมตั้งใจโสดเหอะแม่ โสดแบบหยิ่งๆให้ผู้หญิงเจ็บใจเล่น”


“ฉันอยากเอาซ่อมจิ้มตาจัง หมั่นไส้ความมั่นหน้ามาก”


แมงมุมอมยิ้ม ยักไหล่เบาๆประมาณว่ายืนยันสิ่งที่เขาพูดไปนั้น เรื่องจริงไม่ใช่การหลงตัวเอง




   “พี่ซันย้ายมาอยู่ที่นี่เลยเหรอคะ”


“ใช่ครับ เดี๋ยวพี่หยิบจานให้นะ”


“ขอบคุณค่ะ เอ๊ะ แล้วเมื่อก่อนพี่ซันอยู่ที่ไหนเหรอคะ ทำไมพิมพ์ไม่เคยเจอพี่ซันเลย คือเมื่อก่อนพิมพ์มาที่นี่บ่อยๆค่ะเพราะเป็นเพื่อนกับแมง แต่พักหลังๆมาพิมพ์เรียนหนักก็เลยไม่ค่อยได้แวะมา”


“เมื่อก่อนพี่อยู่อเมริกาครับ พึ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไม่กี่วัน…พี่ว่าเรารีบออกไปกันดีกว่าเดี๋ยวคุณน้ากับแมงจะรอนาน”


“ค่ะ อุ๊ย!” พิมพ์ปวีณ์แสร้งสะดุดขาตัวเองล้มเอนตัวไปหาซันเดย์ ฝ่ายชายจึงอ้าแขนรับทำให้ร่างบอบบางพิงอยู่แผงอกของชายหนุ่มพอดี


“ได้หรือยังพี่ซะ…” แมงมุมชะงักกับภาพตรงหน้า ดวงตาดูขุ่นมัวขึ้นทันที “ขอโทษที่เข้ามารบกวนครับ ไม่คิดว่าจะ ‘กอด’ กันอยู่”


“ไม่ใช่แบบนั้นนะแมง คือน้องพิมพ์เธอ…”


“แม่รอทานข้าวอยู่ครับ ถ้ากอดกันเสร็จแล้วก็ตามออกไปล่ะกัน หรือถ้าจะไม่ออกไปผมจะได้บอกแม่ให้” แมงมุมแทรกขึ้นไม่ปล่อยให้ซันเดย์อธิบาย แล้วหมุนตัวกลับเดินออกไปทันที


บรรยากาศที่โต๊ะอาหารอึมครึมขึ้นมากกว่าปกติ แมงมุมนั่งกินข้าวเงียบกริบไม่ยอมพูดจา แม้ซันเดย์จะชวนคุยหลายครั้ง ฝ่ายพิมพ์ปวีณ์ก็ทำหน้าที่เป็นแขกที่ดี ชวนซันเดย์คุยนั่นคุยนี่ไม่ขาด


“แมง ลองทานอันนี้ดู อร่อยนะ” เมื่อแมงมุมไม่ยอมคุยด้วย ซันเดย์ก็ตักอาหารให้แทน


“ผมไม่ชอบครับ เลี่ยน!”


“เลี่ยนตรงไหนแมง พิมพ์ลองชิมดูอร่อยมากๆเลยนะ”


“เลี่ยนตรงเนี่ย” แมงมุมจงใจชี้หน้าพิมพ์ปวีณ์ ทำเอาทุกคนตกใจไปตามๆกัน ก่อนที่นิ้วที่ชี้ไปจะถูกหักงอลงตรงจานอาหารที่ซันเดย์พึ่งตักให้เมื่อครู่ “จานเนี่ยรสชาติมันเลี่ยน”


“เหรอ แต่พิมพ์ว่ามันอร่อยดีนะ สงสัยจะไม่ถูกปากแมง แต่ถูกปากพิมพ์ ถ้างั้นพี่ซันตักให้พิมพ์ดีกว่านะคะ จะได้ไม่เสียของ”


“อะไรๆก็คงจะถูกปากพิมพ์ไปหมดนั่นแหละ เพราะดูแล้วพิมพ์น่าจะ ‘กินง่าย อยู่ง่าย’ ใช่ไหมครับ”


พิมพ์ปวีณ์ขบฟันแน่น “พี่ซันตักให้พิมพ์หน่อยสิคะ พิมพ์ตักไม่ถึง”


เพล้ง!


เสียงแมงมุมจงใจวางช้อนลงกระทบจาน “ผมอิ่มแล้ว ขอตัวนะครับ”


“ดีเลยค่ะ พิมพ์มีเรื่องจะคุยกับแมงพอดี”


แมงมุมหงุดหงิดในใจ แต่ไม่รู้ว่าสาเหตุมาจากแฟนเก่าหรืออีตาซันเดย์กันแน่ เขาลุกเดินไปที่สวนหน้าบ้านโดยมีพิมพ์ปวีณ์ตามไปติดๆ


“มีอะไรจะคุยกับผมเหรอ”


“ที่แมงแสดงพฤติกรรมแบบนั้นที่โต๊ะอาหาร เรารู้นะว่าเพราะอะไร”


แมงมุมหรี่ตาแคบ หัวใจเต้นแรงขึ้นมาทันที


“แมงหึงเราใช่ไหม”


เหมือนความกังวลที่พุ่งสูงตกลงมาอย่างรวดเร็ว เมื่อสิ่งที่พิมพ์ปวีณ์บอกไม่ใช่สิ่งที่เขากลัวเลยแม้แต่น้อย


“หึงพิมพ์?”


“ใช่ เราดูออกนะว่าแมงยังรักเราอยู่ ยังลืมเราไม่ได้ แต่พิมพ์ขอพูดตรงๆนะ ไม่อยากให้แมงคาดหวัง จะได้ไม่ผิดหวังอีก เรื่องของเราสองคนมันจบไปหลายปีแล้ว มันไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ เพราะพิมพ์ไม่ได้รักแมงแล้ว เข้าใจใช่ไหม”


แมงมุมหัวเราะเบาๆ


“หัวเราะทำไมแมง”


แมงมุมไม่ตอบแต่กลับล้วงมือหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูจากกระเป๋ากางเกง ขึ้นมากดอะไรบางอย่าง ก่อนจะส่งให้พิมพ์ปวีณ์


“อะไร เปิด GPS ให้พิมพ์ดูทำไม”


“ก็ให้พิมพ์ดูไว้หาทางออก ต่อไปจะได้ไม่หลงตัวเองอีก”


“แมงมุม!” พิมพ์ปวีณ์กัดฟันกรอด โกรธที่ถูกตอกกลับมาอย่างนั้น


“เราชื่อแมงมุม ไม่ได้ชื่อกระบือ ที่จะหลงงมงายกับผู้หญิงที่หาความจริงใจไม่ได้อย่างพิมพ์ พิมพ์คิดว่าการที่เลิกกับเรา เพื่อหวังจะไปคบกับเพื่อนของเราที่รวยกว่า แต่พอเขาไม่เล่นด้วย พิมพ์ก็แวะมาหาเพื่อนสนิทของเราอีกคน มันเป็นเรื่องเล็กๆเหมือนมดกัด ที่เจ็บเพียงนิดแล้วหายงั้นเหรอ ถ้าพิมพ์นอกใจไปคบกับคนอื่นที่เราไม่รู้จัก เราอาจจะไม่จำฝังใจเท่ากับที่พิมพ์ตั้งใจจะไปคบกับเพื่อนสนิทของเรา ความรักมากมายที่เคยมีให้พิมพ์ เราเคยบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอว่ามันไม่เหลือแม้แต่ซาก ที่ผ่านมามีครั้งไหนบ้างที่เราเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพิมพ์ มีแต่พิมพ์เองนั่นแหละที่มายุ่งกับเราก่อน ไม่สิ เอาจริงๆพิมพ์ก็ไม่ได้มายุ่งกับเราซะทีเดียวหรอก พิมพ์น่าจะอยากยุ่งกับคนรอบๆตัวเราเสียมากกว่า”


พิมพ์ปวีณ์พยายามสะกดกลั้นความโกรธเอาไว้ในส่วนลึก เพราะมีเป้าหมายที่สำคัญกว่าโดยแมงมุมจะต้องช่วยเหลือด้วย


“ก็ดีที่แมงมองออก พิมพ์จะได้ไม่ต้องลำบากใจ ไม่ต้องอ้อมค้อม พิมพ์พูดตรงๆเลยนะ ไหนๆแมงก็ยืนยันแล้วว่าไม่ได้ชอบเราแล้ว ถ้างั้นช่วยเชียร์พิมพ์ให้พี่ซันหน่อยสิ”


“เชียร์พิมพ์ให้พี่ซัน?”


“อือ คือเราชอบพี่ซัน”


‘บอกแฟนเก่าให้ช่วยจีบผู้ชายคนใหม่ แม่งใจเด็ดว่ะ’ แมงมุมคิดในใจ


“นะแมง ช่วยพิมพ์หน่อย พิมพ์สัญญาเลยว่าถ้าแมงช่วยให้พี่ซันชอบพิมพ์ได้สำเร็จ พิมพ์จะไม่ลืมบุญคุณครั้งนี้เลย แมงอยากได้อะไร พิมพ์จะช่วยทุกอย่าง”


“เรื่องการจีบผู้ชาย เราคงจะไม่ ‘ถนัด’ เท่าพิมพ์หรอกนะ” แมงมุมยิ้มมุมปาก “พิมพ์เป็นผู้หญิงน่าจะรู้วิธีจีบผู้ชายมากกว่าเรา ถูกไหม”


“มันก็ใช่ แต่ถ้าแมงช่วยเชียร์ มันก็ยิ่งจะมีลุ้นไม่ใช่เหรอ เพราะแมงกับพี่ซันสนิทกัน”


“ใจจริงเราก็อยากช่วยนะ เราเองก็สงสารเหมือนกัน”


“ถ้าแมงสงสารเราก็ช่วยหน่อยสิ นะคะแมง ช่วยพิมพ์หน่อย”


“เปล่า เราไม่ได้สงสารพิมพ์ สงสารพี่ซันต่างหากถ้าเราช่วยให้เขาได้คบกับพิมพ์ ปล่อยให้พี่เขาไปเจอ ‘สิ่งที่ดีกว่านี้’ เถอะนะ
ขอตัวนะครับ” แมงมุมยิ้มหวาน ก่อนหมุนตัวกลับเข้าบ้าน ไม่ได้ใส่ใจแฟนเก่าที่ยืนกำมือแน่นด้วยความโกรธ


“แมงมุม คิดว่าฉันจะง้อเหรอ ถ้าฉันอยากได้ ฉันต้องได้ คนนี้ฉันจะไม่ยอมพลาดอีกหรอก”

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1081
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
 :pig4: :pig4: :mew1:

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5213
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
ถ้าเราชื่อ "ดวงดาว" นะ จะทำแบบนี้กับแฟนเก่าลูกเรา  :z6:

ออฟไลน์ pundinpundin2535

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 26
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-1
ศรศิลป์จะกินกัน EP 4/1


“พิมพ์กลับไปแล้วเหรอแมง”

“ยังครับอยู่หน้าบ้าน อยากออกไปหาเธอก็ไปได้นะ น่าจะรอพี่อยู่เหมือนกัน” แมงมุมเหล่ตามองซันเดย์แวบเดียว ก่อนจะเดินขึ้นห้องไป

ทิ้งตัวลงบนเตียงนอนด้วยความหนักอึ้งในหัว อาการขุ่นมัวที่เกิดขึ้นตอนนี้เป็นเพราะอะไร แมงมุมยังคงหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้
“เป็นอะไรของแกวะแมง แกไม่พอใจใครกันแน่ ไม่พอใจพิมพ์ หรือพี่ซันวะ”

เอี๊ยด…

เสียงประตูเปิดออก ทำให้แมงมุมต้องหันกลับไปมอง ก็เห็นซันเดย์กำลังเดินเข้ามาในห้องนอน “เข้าห้องคนอื่นทำไมไม่รู้จักเคาะประตูก่อน”

“ก็ถ้าพี่เคาะ พี่ก็คงไม่ได้เข้ามา” ซันเดย์เดินไปยืนตรงหน้าคนนั่งบนเตียง “เป็นอะไรครับ”


“ผมไม่ได้เป็นอะไร”

ซันเดย์ก้มหน้าลงขยับเข้าไปใกล้ ใช้นิ้วชี้จิ้มลงตรงหน้าผากของคนตัวเล็กกว่าเบาๆ “ปากบอกว่าไม่ แต่สีหน้าบอกว่าเป็น”

แมงมุมร้อนผ่าวที่สองแก้ม รีบปัดมือเขาออก แล้วขยับตัวหนีนิดหน่อย “ก็บอกว่าไม่ได้เป็นอะไร อย่าคาดเดาคนอื่นมั่วซั่วสิพี่”

ซันเดย์อมยิ้ม “คุณน้าบอกว่าน้องพิมพ์เป็นแฟนเก่าของแมง”

“ใช่ครับแฟนเก่าผม แต่เดี๋ยวน่าจะเป็นแฟนใหม่พี่ละมั้ง”

“แฟนใหม่พี่?...ทำไมแมงถึงคิดแบบนั้น”

“นี่พี่มองไม่ออกเหรอว่าเธอทอดสะพานยาวเหยียดมาหาพี่ซะขนาดนั้น แล้วดูอาการพี่ก็น่าจะสนใจเธอเหมือนกันใช่ไหม สานสัมพันธ์กันเร็วเนอะ รู้จักกันแป๊บเดียวกอดกันกลมเชียว”

“ถ้าหมายถึงเหตุการณ์ในห้องครัว นั่นไม่ใช่การกอดนะแมง พิมพ์ก็แค่ลื่นแล้วก็ล้มมาหาพี่ ก็เลยรับไว้เท่านั้นเอง ไม่ใช่อย่างที่แมงคิด”

“เหมือนละครเป๊ะ”

“ที่แมงมึนตึงกับพี่ เพราะคิดว่าพี่จะไปจีบแฟนเก่าของแมงใช่ไหม แมงหึงพิมพ์เหรอ”

“ทำไมผมจะต้องหึงพิมพ์ ในเมื่อผมกับเธอเลิกกันมาตั้งหลายปีแล้ว”

ซันเดย์ขยับตัวนั่งตรงหน้าคนที่นั่งบนเตียง ขยับเข้าไปตรงช่องว่างระหว่างขานั้นพอดี แมงมุมตกใจแต่ก็ทำอะไรไม่ถูก นอกจากนั่งนิ่งมองอยู่อย่างนั้น

ซันเดย์แหงนหน้าขึ้นมองคนที่นั่งสูงกว่ายิ้มๆ “ถ้าไม่ได้หึงพิมพ์ งั้นก็แสดงว่า…หึงพี่น่ะสิ”

คราวนี้แมงมุมอึ้งมากกว่าการที่เขามานั่งแทรกกลางระหว่างขาทั้งสองเสียอีก เพราะไม่คิดว่าอีกคนจะจี้มาด้วยความคิดแบบนี้ ไม่รู้ว่าจี้ถูกหรือจี้ผิด แต่ที่แน่ๆมันทำให้แมงมุมลุกลี้ลุกลนทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว

“เรื่องอะไรผมจะต้องไปหึงพี่ล่ะ ไม่ได้เป็นแฟนกับพี่ซะหน่อย แล้วที่สำคัญเราสองคนก็เป็นผู้ชายเหมือนกันด้วย ผู้ชายด้วยกันที่ไหนเขาหึงกันเล่า”

“ไม่เห็นเป็นไร ถ้าแมงจะหึงพี่ พี่ก็อนุญาตให้หึงได้ แล้วพี่ก็ดีใจมากด้วย”

ยัง ยังไม่หยุดอีก แมงมุมร้อนหน้า ร้อนตา ร้อนไปทั้งตัวนั่นแหละ โอ๊ย สายตา รอยยิ้มมุมปากทำไมมันกระชากใจจังวะ ไม่อยากคิดว่าตัวเองจะเขินกับคำพูด สายตา ท่าทาง ของผู้ชายตรงหน้าเลยจริงๆ

“เลิกเล่นได้แล้ว ถอยไป ผมปวดขี้”

 ยื่นมือหมายจะผลักไหล่คนที่นั่งอยู่ต่ำกว่าให้ขยับออก แต่ซันเดย์กลับเอียงไหล่หลบ ทำให้คนอยู่ด้านบนเสียหลักล้มคะมำลงมาทับซันเดย์ ปากประกบปากกันอย่างเหมาะเจาะ

เวร! จังหวะละครน้ำเน่าไปอีก….

แมงมุมเบิกตากว้างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหัน แตกต่างจากคนที่ถูกจูบอยู่ด้านล่าง ดวงตาทอประกายแถมขยับริมฝีปากยิ้มอีกต่างหาก

“แมงลูก ไปช่วย แม่ มะ ว้าย! จะ จูบ จูบกัน พุทธโธ ธัมโม สังโฆ”

ดวงดาวยกมือขึ้นปิดตา ส่วนแมงมุมทั้งตกใจที่ปากประกบกับซันเดย์ ไหนจะตกใจกับจังหวะนรกแม่เข้ามาเห็นพอดีอีก


ทั้งแมงมุม ทั้งซันเดย์ ถูกดวงดาวตามไปพบที่ห้องนั่งเล่น แต่ในความรู้สึกของแมงมุมมันคล้ายห้องเชือดเสียมากกว่า เวลานี้นอกจากการนั่งก้มหน้า ก็ไม่มีอิริยาบถไหนเหมาะสมไปมากกว่านี้แล้ว แตกต่างจากซันเดย์ที่ดูสบายๆไม่กังวลอะไรเลยสักนิด
“คุณน้า เรียกเราสองคนมาทำไมเหรอครับ” ซันเดย์เปิดประเด็น หลังจากนั่งเงียบกันอยู่นานหลายนาที

“เอ่อ น้าเรียกพวกเรามา เออ นั่นสิ เรียกมาทำไมวะ”

ซันเดย์อมยิ้มน้อยๆ “คุณน้ามีอะไรจะพูดกับพวกผม พูดได้เลยนะครับ”

แมงมุมหันขวับมองคนข้างๆอย่างขัดใจ ก็แม่เขาอุตส่าห์แกล้งลืมไปแล้ว จะขยี้ให้ท่านพูดทำไมเนี่ย

“คือน้าก็เป็นคุณแม่มือใหม่ เฮ๊ย! ไม่ใช่สิ ลูกเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ไม่ใช่คุณแม่มือใหม่ หมายถึงคุณแม่สมัยใหม่ ใช่ๆ หมายถึงอันนี้แหละ น้าเป็นแม่สมัยใหม่ไม่ได้แอนตี้หรอกนะถ้าผู้ชาย เออ จะรักจะชอบกับผู้ชาย แต่ตอนนี้แมงมุมยังเรียนอยู่ น้าอยากให้ทั้งคู่ระมัดระวังหน่อย เดี๋ยวถ้าพลาดมาท้องในวัยเรียนจะยุ่ง บ้าเหรอ แมงเป็นผู้ชาย ซันก็เป็นผู้ชายจะท้องได้ไงเนอะ น้านี่ก็ตลกจัง แฮะๆ คือน้าหมายถึงถ้าจะรักจะชอบกัน แล้วแบบว่ามีอารมณ์เรื่องอย่างว่าขึ้นมา ก็อยากให้เราสองคนป้องกันหน่อย ใส่ถุงยางหน่อยนะลูก  อย่างน้อยก็ป้องกันโรค แล้วคนที่โดน เอ่อ น้าหมายถึงคนที่เป็นตัวนางจะได้ไม่เจ็บมาก เพราะถุงยางอนามัยมันมีสารล่อลื่นด้วย”

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 426
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
เอ่อ..คุนแม่ขา
ทำถูกทุกข้อ แหะๆ 55
 :katai2-1:
 o13

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5213
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
ที่แค่อุบัติเหตุทำให้บังเอิญจุ๊บกัน คุณดวงดาวยังแนะนำจะจนเห็นภาพในอนาคตเลย บังเอิญบ่อย ๆ นะ เด็ก ๆ  :katai2-1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: **ศรศิลป์จะกินกัน** อัพเดท!! [15/04/62]
« ตอบ #39 เมื่อ: 15-04-2019 22:30:23 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3079
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +49/-0
 :laugh:


 :L2: :pig4: :L2:


 o13

ออฟไลน์ pundinpundin2535

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 26
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-1
ศรศิลป์จะกินกัน EP 4/2



“โอ๊ยแม่…” ถ้ายกเท้าขึ้นก่ายหน้าผากได้แมงมุมคงทำไปแล้ว


“เจ็บเหรอลูก โอดโอยเสียงดังเชียว นั่นไงแม่คิดไว้แล้วเชียวว่าแมงต้องเล่นเป็นตัวนางแน่ๆตัวเล็กกว่าเขา ซันเดย์ลูกครึ่งซะด้วย มาตรฐานใหญ่กว่าคนไทยแท้ๆอีก คงเจ็บจนจุกเลยลูกชายฉัน ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวแม่จะไปซื้อยา…”


“หยุดเลยแม่ หยุดมโนไปไกล คิดอะไรของแม่เนี่ย” แมงมุมรีบเบรกก่อนที่มารดาจะเพ้อหนักกว่านี้ “ผมกับพี่ซันไม่ได้มีอะไรกันอย่างที่แม่คิดหรอกนะ”


“แต่แม่เห็นเราสองคนจูบปากกัน แมงลูกไม่ต้องกลัวว่าแม่จะรับไม่ได้หรอกนะ ถึงแม้จะผิดหวังนิดหน่อย แต่แม่ก็ทำใจยอมรับได้”


“ไม่ต้องทำใจยอมรับอะไรทั้งนั้นน่ะแม่ เราสองคนไม่ได้มีอะไรจริงๆ ภาพที่แม่เห็นมันเป็นอุบัติเหตุ ผมล้มลงมาทับพี่ซัน ปากก็เลยประกบปากกันก็แค่นั้น”


“ฉากในละครไทยชัดๆ แมงจำมาจากเรื่องไหนลูก บอกแม่ที”


“ละคงละครอะไรอีกแม่ ผมพูดเรื่องจริงนะ”


“แมงพูดเรื่องจริงครับคุณน้า ภาพที่คุณน้าเห็นมันเป็นอุบัติเหตุ ไม่ได้เป็นอย่างที่คุณน้าคิด ตอนนี้ผมกับแมงเราเป็นแค่พี่น้องกัน ไม่ได้แอบคบกันหรอกครับ”


“จริงเหรอ ไม่หลอกน้านะ”


อ้าว ทีซันเดย์พูดนิดเดียวกลับเชื่อซะงั้น ทีลูกตัวเองบรรยายมาสามหน้ากระดาษเอสี่กลับไม่เชื่อ


“จริงๆครับคุณน้า”


“เฮ้อ…” ดวงดาวถอนหายใจยาว “โล่งอก นึกว่าจะต้องเสียเงินค่าวิกให้ลูกชายตัวเองซะแล้ว”


“จะซื้อมาทำไมแม่ ผมไม่ได้เป็นหวัดคัดจมูกซะหน่อย ไม่ต้องซื้อวิกมาฝาก”


“วิกผมค่ะ ไม่ใช่วิกเอาไว้ดมเวลาหายใจไม่ออก กวนอวัยวะเบื้องล่างแม่อีกแล้วนะ”


“ทีแม่ล่ะ แหม…คิดไปได้ว่าผมเป็นเกย์ ดูกล้ามผมหน่อยสิเนี่ย”


“อีพวกกล้ามใหญ่ๆนี่แหละตัวดีเลย”


“โธ่แม่ มันก็ไม่ใช่ทุกคนซะหน่อย”


“เออๆ ไม่เป็นก็ดีแล้ว งั้นโน้นเลย ไปล้างจานให้แม่ที พอดีแม่ติดธุระด่วน”


“ธุระอะไรแม่ วันนี้แม่ไม่มีงานที่ไหนไม่ใช่เหรอ”


“มีสิ ไลฟ์สดไงคะ นี่แม่ไม่ได้ไลฟ์สดตั้งหลายวันแล้วนะ แฟนคลับคงคิดถึงแม่แย่”


“โธ่แม่ มีสาระมากๆ”


“ทำใจหน่อยนะลูกชาย มีแม่เป็นเน็ตไอดอลก็แบบนี้แหละ”


แมงมุมหัวเราะพลางส่ายหน้าเบาๆ เอากับเขาสิ ตามอารมณ์แม่ไม่ทันเลยจริงๆ



วันหยุดทั้งที สมาชิกแก๊งหนีตามหอยนัดรวมตัวกันที่ร้านอาหารเจ้าประจำในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ด้วยมีหลายๆเรื่องที่จะต้องปรึกษาหารือ ทั้งเรื่องรายงาน เรื่องการเตรียมตัวฝึกงานในเดือนหน้าด้วย


“ถึงแล้ว ไม่ลงเหรอพี่” แมงมุมหันไปถามซันเดย์ด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ เพราะอีกคนขอติดตามมาด้วย


ซันเดย์หันไปยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไร ลงจากรถเดินตามแมงมุมเข้าไปในห้าง วันหยุดผู้คนมาจับจ่ายใช้สอยค่อนข้างหนาตากว่าวันปกติ


“ทำไมคนเยอะจัง”


“เขาก็มาซื้อของ มาเที่ยว เหมือนเรานี่แหละ แล้ววันนี้ก็วันหยุดด้วย ครอบครัวก็พากันมาเที่ยวกันเยอะ”


“เหมือนครอบครัวเราเลยเนอะ”


แมงมุมเหล่ตามองคนขี้ตู่ “เดี๋ยวๆใครครอบครัวเรา”


“ก็พี่กับแมงไง ครอบครัวเดียวกัน ตอนนี้พี่ก็อยู่ที่บ้านแมง ก็ต้องเป็นครอบครัวเดียวกันไม่ใช่เหรอ”


“ถามผมหรือยังว่าอยากเป็นครอบครัวเดียวกันกับพี่หรือเปล่า”


“สำหรับแมงพี่ไม่รู้นะ แต่สำหรับพี่อยากเป็นครอบครัวเดียวกันกับแมงมาก”


ซันเดย์ยิ้มจ้องมองหน้าอีกคน เป็นจังหวะเดียวกับแมงมุมแหงนหน้าขึ้นมองพอดี จึงทำให้ดวงตาผสานกันโดยบังเอิญ แล้วในความรู้สึกของทั้งคู่ก็เหมือนว่าคนมากมายที่เดินผ่านไปผ่านมาค่อยๆหายไปทีละคนสองคน


ประหนึ่งว่าโลกนี้มีแค่เราสองคน


ซันเดย์ยิ้มบาง แมงมุมยิ้มตาม


“ตามองตา สายตาก็จ้องมองกันรู้สึกเสียวซ่านหัวใจ เห็นปุ๊บให้เกิดรัก เห็นปั๊บให้เกิดหลง ฉันจึงเข้าโค้งเธอทันใด” เสียงเพลงจากใครสักคนดังแทรกขึ้น ทำให้แมงมุมได้สติอีกครั้ง หน้าตาก็เลิ่กลั่กเพราะความเผลอไผล หันมองเจ้าของเสียงเพลงเพี้ยนไม่ใช่ใครที่ไหน ก็เป็นป๊อกเก้าเพื่อนสนิทหนึ่งในสมาชิกแก๊งหนีตามหอยนั่นเอง


“นั่นแน่…อย่าบอกนะว่ากูตกข่าวอะไรไป มึงเปลี่ยนสายแล้วเหรอวะแมง บุรุษรูปงามผู้นั้นคือใคร จงบอกข้า ณ บัดนี้”


“ข้าจะบอกเจ้า ณ บัดนี้ ด้วยส้นตีนของข้า มึงหยุดมโนเดี๋ยวนี้ไอ้ป๊อกเก้า” น่าจะย้ายไปอยู่ชมรมมโนศาสตร์กับแม่ของเขาได้เลยนะเนี่ย


“มโนอะไรฮ่ะ ก็กูเห็นมึงกับเขาคนนี้ยืนสบตาปิ๊งๆกันอยู่ แม่งคิดว่าห้างสรรพสินค้าเป็นวิมานส่วนตัวหรือไง”


“สบตาพ่อมึงสิ”


“ตามไปสิ บนสวรรค์โน้น พ่อกูตายตั้งนานแล้วนะแมง”


“เดี๋ยวมึงจะได้ตายตามพ่อมึง ถ้ายังไม่หยุดพล่าม”


“แหม…เดี๋ยวนี้เกรี้ยวกราดจังเลยนะเพื่อน ๆไม่เอาน่ากูแค่ล้อเล่น ว่าแต่ผู้ชายที่หล่อกว่ามึงเนี่ย ใครวะ”


“ก็พี่ซันเดย์ ลูกเพื่อนแม่กูที่เคยเล่าให้ฟังไง”


“อ้าวเหรอ ทำไมหน้าเด็กจังวะ กูนึกว่าอายุเท่าเรา สวัสดีครับพี่”


ซันเดย์ยิ้ม แล้วยกมือรับไหว้ “สวัสดีครับ เมื่อกี้พี่ได้ยินว่าแมงเคยพูดถึงพี่ด้วยเหรอ”


“ใช่ครับพี่ซัน มันเล่าให้ผมฟังบ่อยมาก มันบอกว่าพี่หล่อ พี่เท่ ตรงสเปคของมันมากเลย แล้วมันก็ชะ โอ๊ย!” ยังไม่ทันที่จะใส่สีตีไข่ไปมากกว่านั้นก็โดนมะเหงกของเพื่อนลงศีรษะไปสองดอก


“หยุดพล่าม แล้วพี่ก็ไม่ต้องไปเชื่อมันนะพี่ซัน ผมไม่ได้พูดเหมือนที่มันสตอแน่ๆ แค่เล่าให้มันฟังว่ามีลูกชายเพื่อนแม่มาอยู่ด้วยก็แค่นั้น”


“ครับ แค่แมงพูดถึงพี่ พี่ก็ดีใจแล้วล่ะ”


“ว้าย! แบบนี้เรียกว่าหยอดไหมวะตะเอง” ป๊อกเก้าทำท่าทะเล้นใส่แมงมุม ก่อนจะรีบขยับตัวหนีเพราะกลัวจะโดนมะเหงกอีกรอบ


“จะไปร้านได้ยัง ป่านนี้ไอ้ดิน ไอ้น้ำ ไอ้อัณณ์รอจนเหงือกแห้งแล้วมั้ง”


ก่อนที่จะโดนแซวมากกว่านี้ แมงมุมก็รีบชิ่งไปยังร้านนัดหมายทันที เป็นไปตามคาดเพื่อนสนิทครบแก๊งมารออยู่ก่อนแล้ว


“พวกมึงกูมีคนแนะนำ นี่พี่…” ป๊อกเก้าทำหน้าที่เพื่อนที่ดี ในการนำเสนอให้เพื่อนๆรู้จักซันเดย์ แต่ถูกแมงมุมยื่นนิ้วเข้าปากเสียก่อน “แวะ ไอ้แมง มือเค็มชะมัด”


“ไม่เค็มได้ไงกูพึ่งใช้มือล้างตูดมา”


“ยี้ ไอ้สกปรก”


เพื่อนๆหัวเราะร่ากับสีหน้าของป๊อกเก้า “พวกมึง นี่พี่ซันเดย์ ลูกชายเพื่อนแม่กู”


ทุกคนพากันยกมือไหว้คนที่มีอายุมากกว่า “ได้เจอกันสักทีนะครับ คนที่จะทำให้แมงมุมเป็นฆาตกร”


“เป็นฆาตกร? ยังไงเหรอครับ”


“หยุดเลยไอ้น้ำ ไม่มีอะไรหรอกพี่ซัน พวกมันก็พูดไปเรื่อย” อสรพิษทุกตัวเลยเพื่อนกู พูดอะไรให้ฟังนิดหน่อย เอามาขยี้ครบจบทุกวรรคตอน “เลิกสนใจเรื่องพี่ซันแล้วมาพูดธุระของเรา สรุปว่ามีใครได้รับจดหมายตอบรับฝึกงานมาหรือยัง กูได้ยินเพื่อนๆคนอื่นเขาได้รับกันหมดแล้วนะมึง ทำไมเหลือแต่แก๊งเราเนี่ยยังไม่มีสักบริษัทเลย”


“กำลังส่งมา พรุ่งนี้น่าจะถึง บริษัทที่เราหมายตาตอบรับพวกเราทุกคน”


เพื่อนๆต่างหันมองปั้นดินเป็นเป้าหมายเดียวกัน ก่อนที่แมงมุมจะถามขึ้น “แล้วมึงรู้ได้ไงดิน”


“ไม่รู้ได้ไง ก็ช่องทีวีที่เราสมัครฝึกงานไป เป็นของครอบครัวเพื่อนสนิทอัณณ์”


“อ้าว แล้วทำไมมึงพึ่งบอกว่าบริษัทที่เรายื่นขอฝึกงานเป็นบริษัทเพื่อนผัวมึง ปล่อยให้พวกกูลุ้นอยู่ตั้งนาน”


ปั้นดินยักไหล่ เอนตัวไปพิงไกล่อัณณพคนรักที่คบกันมาหลายปีแล้ว เป็นอีกคู่ที่เปิดตัวว่าคบกันอย่างไม่อายใคร แถมยังเป็นคู่ที่มีแฟนคลับเป็นจำนวนมาก เพราะรูปร่างหน้าตาของทั้งสองคนนั้นหล่อระดับดาราเลยทีเดียว


“แล้วกระต่ายน้อยกลอยใจมึงไปไหนล่ะน้ำ ไม่พามาด้วย”


“ติดทำรายงานว่ะ”


 น้ำเงี้ยวก็เป็นอีกคนที่คบกับผู้ชายเหมือนกัน แต่กว่าจะรักกันได้ก็ทรหดไม่น้อยเลย เพราะต้องใช้เวลานานมาก กว่าที่น้ำเงี้ยวจะยอมรับว่าตัวเองชอบผู้ชายเหมือนกัน ที่ร้ายไปกว่านั้นต้นกล้าคนรักของเขา ตอนแรกก็ตั้งใจมาจีบปั้นดินเพื่อนของเขาด้วยซ้ำ แต่ตอนนั้นปั้นดินรักกับอัณณพไปแล้ว ต้นกล้าจึงกินแห้ว ก่อนจะมาปลูกต้นรักกับน้ำเงี้ยวทีหลัง


“ขออนุญาตเสิร์ฟอาหารค่ะ”


การสนทนาของหนุ่มๆยุติถูกเบรกด้วยอาหารที่ยกมาเสิร์ฟ อัณณพยังคงทำหน้าที่เป็นคนรักที่ดีในการดูแลปั้นดินเหมือนวันแรกที่คบกัน ไม่ได้หมดโปรโมชั่นเหมือนที่ใครหลายๆคู่รู้สึก เมื่อคบกันไปนานๆ


ตัดภาพมาที่ซันเดย์ก็ยังคงทำหน้าเป็นลูกชายเพื่อนแม่ที่ดูแลลูกชายท่านอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เรียกว่าคู่รักอย่างอัณณพ ปั้นดินตักอะไรให้กัน ซันเดย์ก็ไม่ยอมน้อยหน้าตักอาหารใส่จานให้แมงมุม จนป๊อกเก้าเริ่มสะกิดเพื่อนๆให้จับสังเกต


“ตักมาให้ผมเยอะขนาดนี้ จะกินหมดไหมเนี่ย”


“พี่เชื่อว่าแมงทานหมดแน่นอน”


“หาว่าผมตะกละเหรอพี่”


“เปล่าซะหน่อย เพราะพี่รู้ว่าแมงกำลังหิวต่างหาก”


“ฮัดเช่ย! ฮัดเช่ย! ฮัดเช่ย! อยากรู้จังเลยว่าเขาเห็นกูไหม หรือเป็นอากาศไปแล้วหรือไร ชะ ชะ ช่า หรือเป็นอากาศไปแล้วหรือไร เขามองเห็นฉันไหม ฉันอยากรู้จังเลย” ป๊อกเก้าฮึมฮัมเพลงขึ้นอย่างอดไม่ได้ แมงมุมเหล่ตามองชี้หน้าอย่างคาดโทษ


“แดกไปอย่าหอน”


“ก็กูอิจฉาตาร้อนนี่หว่า ไอ้ดินก็มีอัณณ์ตักข้าวให้ หันมาฝั่งนี้มึงก็มีพี่ซันเดย์ตักข้าวให้ ก็คงจะมีแต่กูกับไอน้ำสองคนนี่แหละ ที่ไม่มีคนคอยดูแล น้ำ งั้นเรามาตักข้าวให้กันและกันไหม”


“ไม่อ่ะ กูกลัวติดโรคพิษสุนัขบ้า”


“อ้าวไอ้นี่ หาว่ากูเป็นหมาอีก ไม่เล่นกับกูเลย”


   เพื่อนๆต่างอมยิ้มส่ายหน้าให้กับความกวนบาทาของป๊อกเก้า ซึ่งเอาจริงๆเลเวลความกวนอวัยวะเบื้องล่างนั้นยังแพ้แมงมุมอยู่มาก แต่พักหลังๆนับตั้งแต่ซันเดย์มาอยู่ด้วย ดูแมงมุมจะเบาๆลงไปโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำ


   ติ๊ด! ติ๊ด!


   เสียงข้อความโทรศัพท์มือถือของซันเดย์ดังขึ้น เจ้าของเครื่องหยิบขึ้นมาเปิดอ่าน พลันสีหน้าผ่อนคลายก็แปรเปลี่ยนไป


   ‘อย่าหลงลืมหน้าที่ตัวเอง’


   นั่นเป็นข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ


   “แมง พี่ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”



   “ไปถูกไหมพี่ ให้ผมพาไปไหม” แมงมุมแสดงน้ำใจเพราะซันเดย์ไม่เคยมาที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้มาก่อน


   “ไม่เป็นไร พี่ไปคนเดียวได้ แมงทานข้าวกับเพื่อนๆเถอะ”


   เมื่อเจ้าตัวยืนยันว่าไปเองได้ แมงมุมก็ก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อ แต่ทันทีที่ซันเดย์ลุกเดินออกไป ป๊อกเก้าก็เปิดประเด็นทันที

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3079
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +49/-0
 :laugh:


 :L2: :pig4: :L2:

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5213
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
ขอไลน์คุณดวงดาวหน่อย อยากฟังไลฟ์สด  :katai2-1:

ออฟไลน์ pundinpundin2535

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 26
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-1
ศรศิลป์จะกินกัน EP 4/3



       “บีหนึ่ง คิดเหมือนบีสองไหม”


   “บีหนึ่ง มึงจะคิดมโนอะไรอีก” แมงมุมหันไปแขวะอย่างรู้ทันว่าสิ่งที่ป๊อกเก้าจะพูดถึงต้องไม่พ้นเรื่องของเขากับซันเดย์แน่นอน


   “กูว่าพี่ซันเดย์ชอบมึงแน่นอน”


   “เชี่ยเถอะ กูกับพี่ซันเป็นผู้ชายเหมือนกัน”


   “แล้วไอ้สองคนที่นั่งป้อนข้าวอยู่ตรงหน้ามึงนั่น เป็นผู้หญิงมั้ง” ป๊อกเก้าชี้ไปหาปั้นดินกับอัณณพที่กำลังสวีทกัน อยู่ตรงหน้า “ไอ้น้ำกับไอ้แมงก็เหมือนกัน ผู้ชายทั้งคู่ก็รักกันอยู่ไม่ใช่เหรอเพื่อน”


   “แต่ที่เก้ามันพูดก็มีเค้านะมึง กูว่าพี่ซันมองมึงแปลกๆ สายตามันอ่อนโยนมากกว่ามองพวกกู” น้ำเงี้ยวเริ่มเห็นดีเห็นงามไปกับป๊อกเก้าอีกคน


“ไร้สาระ น่าพวกมึง แดกๆไปไม่ต้องพูดมาก” ปากบอกว่าไร้สาระ หากในใจนั้นกลับเต้นแรงอย่างแปลกประหลาด

-------------------------------------------


         นับตั้งแต่ซันเดย์ก้าวเข้ามาในบ้านและในชีวิตของแมงมุม วิถีชีวิตหลายๆอย่างนั้นดูเปลี่ยนไปมาก จากบ้านที่เงียบเหงามีเพียงเขาและแม่ รวมแม่บ้านอีกคนหนึ่ง มาถึงตอนนี้มีเสียงพูดคุยเพิ่มขึ้น เสียงหัวเราะมากขึ้น บรรยากาศไม่ได้เงียบเหงาเหมือนเมื่อก่อน ที่สำคัญแมงมุมก็อยู่ติดบ้านมากขึ้นด้วย


“แมง วันนี้ไปถวายเพลที่วัดแทนแม่หน่อยนะ แม่เวียนๆหัวยังไงไม่รู้”


“ได้ครับ แล้วแม่กินยาหรือยัง” ปกติถ้าแม่ใช้ แมงมุมจะอืดอาดยืดยาด กว่าจะตอบรับก็ต้องมีต่อล้อต่อเถียงบ้าง แต่คราวนี้ดูแม่จะไม่สบายจึงรีบตอบรับโดยไม่ลังเล


“กินแล้ว แม่ไม่เป็นอะไรมากหรอก ปวดหัวนิดหน่อย นอนพักสักแป๊บก็คงดีขึ้น ส่วนเรื่องอาหารเดี๋ยวอรจะเตรียมใส่ปิ่นโตให้นะ แล้วก็เดี๋ยวให้พี่ซันไปเป็นเพื่อน พี่เขาจะได้ทำบุญด้วย”


แมงมุมรับคำ พอใกล้เวลา ก็พากันเดินทางเผื่อรถติดด้วย ซึ่งแมงมุมคาดการไว้ไม่ผิดเลยสักนิด แถมยังเกินคาดอีกต่างหาก เพราะรถติดยาวเหยียดแทบจะขยับไม่ได้เลย


“ทำไมวันนี้รถติดนานขนาดนี้ นี่ตั้งนานแล้วไม่ขยับเลย”


“ประเทศไทยติดลำดับเรื่องรถติดไม่ใช่เหรอ แมงก็อยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิด ยังไม่ชินอีกเหรอครับ”


“ชินน่ะชินพี่ แต่ถนนเส้นนี้ มันไม่เคยติดหนักขนาดนี้หรอก ผมว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นแน่ๆเลย”


แมงมุมสันนิษฐาน แถมยังแม่นราวตาเห็น เพราะทันทีที่พูดเสียงไซเรนรถโรงพยาบาลก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง แมงมุมหันไปมองข้างถนน ก็เห็นผู้คนที่กำลังเดินไปมาหยุดมองดูกลางถนน ไทยมุงเหล่านั้นคงจะมองดูเหตุการณ์อุบัติเหตุนั่นแหละ


“ผมว่าแล้วไง อุบัติเหตุจริงๆด้วยไซเรนดังใกล้มาแล้ว”


“รถข้างหน้าขยับแล้วแมง”


“ยังไม่ทันที่จะได้มองสำรวจว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นตรงจุดไหนของท้องถนน รถคันข้างหน้าก็เคลื่อนไป แมงมุมจึงต้องขยับตาม ออกมาจากจุดนั้นได้ รถก็ไม่ได้ติดหนักเท่าไหร่นัก


แต่เพราะแช่อยู่บนถนนนานไปหน่อย จึงมาถึงวัดเลยเวลาพระสงฆ์ฉันเพลไปเกือบๆยี่สิบนาที  สองหนุ่มกุลีกุจอช่วยกันหยิบข้าวของลงจากรถ มุ่งตรงไปยังศาลาวัด ทว่าพอผ่านต้นโพธิ์ใหญ่กลับมีเสียงเรียกจากพระสงฆ์รูปหนึ่ง ที่กำลังกวาดเศษใบไม้อยู่บริเวณใต้ร่มโพธิ์


“มาถวายเพลกันเหรอโยม”


สองหนุ่มวางปิ่นโต ข้าวของลง แล้วก้มลงกราบพระท่านนอบน้อม “ใช่ครับหลวงพ่อ แต่รถติดมากก็เลยพึ่งมาถึง ไม่รู้ว่าพระท่านฉันเพลเสร็จหรือยัง”


“เสร็จแล้วละโยม วันนี้พระสงฆ์มีกิจนิมนต์ต่อด้วย เลยฉันเพลไวหน่อย แต่เอาเถอะ ไหนๆ โยมทั้งสองก็ตั้งใจมาถวายเพลแล้ว อาตมาจะรับไว้เอง บุญกุศลจะได้หนุนส่งให้โยมทั้งสองหมดทุกข์หมดโศก ประสบพบเจอแต่สิ่งที่ดีงามในชีวิตทั้งในภพนี้และภพหน้า”


แมงมุมยิ้มได้ อย่างน้อยมาไม่ทันถวายเพล แต่ได้ถวายปิ่นโตสมดั่งตั้งใจก็ได้บุญได้กุศลเหมือนกัน พระท่านรับปิ่นโตและข้าวของที่ญาติโยมเอามาถวาย ก่อนจะให้พรและเทศน์สั่งสอนตามกิจของสงฆ์


“อาตมาอวยพรให้โยมทั้งสองประสบพบเจอแต่ความสุข ความเจริญ ทางข้างหน้าไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไร จงใช้สติในการเผชิญหน้ากับมัน ที่สำคัญอย่าใช้ชีวิตบนความประมาท เพราะเมื่อใดที่ประมาทก็เหมือนชะตาขาดไปแล้วครึ่งหนึ่ง เจริญพร”
สองหนุ่มก้มกราบพระท่านอีกครั้ง ก่อนแมงมุมจะชวนไปทำบุญปล่อยนกปล่อยมา แล้วก็พากันกลับบ้านทันที ด้วยเป็นห่วงมารดาเพราะบ่นปวดศีรษะตั้งแต่เช้า


สองหนุ่มใช้เวลาเดินทางจากวัดมาถึงบ้านไม่นานเท่าตอนไป เพราะสภาพถนนคล่องตัวกว่า อาจจะเป็นเพราะไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเหมือนตอนเช้า ภายในบ้านดูเงียบผิดปกติ จนแมงมุมต้องเหลียวหามารดาและแม่บ้าน แต่ก็ไม่พบ


    “ทำไมบ้านเงียบจัง หรือว่าแม่จะนอนอยู่ข้างบน” แมงมุมรีบขึ้นไปดูบนห้องมารดา เมื่อเช้าท่านบ่นว่าปวดศีรษะอยู่ด้วยจึงอดเป็นห่วงไม่ได้ แต่พอเปิดประตูเข้าไปในห้องกลับไม่เจอท่านเหมือนที่คาดการไว้ นั่นยิ่งทำให้คนเป็นลูกกังวลใจมากขึ้น


     “คุณน้าออกไปธุระข้างนอกหรือเปล่า” ซันเดย์สันนิษฐานเมื่อเห็นสีหน้ากังวลของแมงมุม “ลองโทรหาคุณน้าดูไหม เดี๋ยวพี่โทรให้”


     แมงมุมเห็นด้วย ซันเดย์จึงกดโทรศัพท์หาดวงดาว สนทนาอยู่พักหนึ่งก็วางสาย


     “แม่อยู่ไหนพี่”


   “คุณน้าอยู่โรงพยาบาล ไปเยี่ยมญาติรถเกิดอุบัติเหตุ ท่านบอกให้เราตามไปด้วย”


     “ญาติ ญาติคนไหน” เท่าที่จำได้มารดาไม่มีญาติที่กรุงเทพฯ หากจะมีก็ญาติห่างๆอยู่ต่างจังหวัด หรืออาจจะเป็นคนรู้จัก เพื่อนฝูงของท่านกระมัง


     แมงมุมขับรถมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลตามที่ซันเดย์บอก ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านมากนัก อดคิดไม่ได้ว่าน่าจะเป็นเหตุการณ์เดียวกันกับอุบัติเหตุที่เกิดเมื่อเช้านี้


     “แม่บอกหรือเปล่าครับว่าอยู่ชั้นไหน ห้องไหน” แมงมุมถามขึ้น เมื่อมาถึงโรงพยาบาล


     “อยู่ห้องดับจิต”


     แมงมุมอ้าปากค้าง รู้สึกหวิวๆในใจแปลกๆ “หมายความว่าเขาเสียแล้วเหรอครับ”


    ซันเดย์พยักหน้า ให้แววตาของคนฟังเศร้าลงชัดเจน ยังไม่รู้ว่าคนคนนั้นเป็นใคร แต่การจากไปอย่างไม่มีวันกลับของทุกชีวิต ย่อมนำพาความเศร้าสลดมาให้คนรับรู้ข่าวคราวเสมอ


     แมงมุมเดินนำไปยังห้องดับจิต หลังจากซันเดย์ถามเส้นทางจากนางพยาบาลมาแล้ว ยังไม่ทันจะเดินถึงจุดหมาย เขาก็มองเห็นรถเข็นร่างที่ถูกปกคลุมด้วยผ้าขาว ตั้งแต่หัวจรดเท้ากำลังเข็นออกมา ข้างๆรถเข็นคือมารดาของเขา รวมถึงเพื่อนสนิทแก๊งหนีตามหอย ทั้งปั้นดิน น้ำเงี้ยว และอัณณพ ทุกคนอยู่ในสภาพเดียวกันคือร้องไห้อิดโรย นั่นทำให้แมงมุมประหลาดใจอย่างที่สุด คนที่นอนอยู่บนรถเข็นนั้นเป็นใคร ทำไมถึงทำให้ทั้งแม่ ทั้งเพื่อนสนิทที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นหยดน้ำตาด้วยสภาพอิดโรยขนาดนี้ เป็นเช่นนี้ไม่ได้


    สองเท้าก้าวไวมากขึ้นด้วยใจที่ร้อนรน ในขณะที่บุรุษพยาบาลก็เข็นร่างที่ไร้ลมหายใจตรงมาเช่นกัน


     “แม่ เกิดอะไรขึ้นครับ ใครเป็นอะไร”


     “ฮือ ฮือ…”


     มีเพียงเสียงสะอื้นไห้เท่านั้นแต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา ทั้งมารดาทั้งเพื่อนสนิทไม่มีใครปรายตามองเขาเลยด้วยซ้ำ ทำราวกับว่าไม่มีใครมองเห็นเขาที่ยืนอยู่ตรงนี้ นั่นยิ่งทำให้แมงมุมงุนงงหนักขึ้นไปอีก

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5213
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
ผู้ใดหมดลม  :hao4:

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3079
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +49/-0
 :mew5:



 :L2: :pig4: :L2:

ออฟไลน์ pundinpundin2535

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 26
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-1
ศรศิลป์จะกินกัน ตอนที่ 5/1



     “ดิน น้ำเงี้ยวพวกแกร้องไห้ทำไม ใครเป็นอะไร”


     รถเข็นกำลังจะเคลื่อนผ่านหน้าไป โดยที่ไม่มีใครตอบคำถามแมงมุมเลยแม้แต่คนเดียว แม้เพียงหางตาก็ไม่มีใครหันมามองเขาด้วยซ้ำ


“ทำไมทุกคนเงียบกันหมด ทำเหมือนไม่ได้ยินที่ผมถาม แม่ครับ ดิน น้ำเงี้ยว อัณณ์ ได้ยินที่ถามไหม ใครเป็นอะไร”


     และยังคงเหมือนเดิม ไม่มีเสียงตอบรับใดๆกลับมานอกจากเสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจ


     “นี่มันเกิดอะไรขึ้นทำไมทุกคนทำเหมือนไม่ได้ยินที่ผมถาม พี่ซันลองถาม…” แมงมุมชะงักเมื่อหันมาหาซันเดย์แต่เขาไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว “แล้วไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย”


     การหายไปของซันเดย์ไม่ใช่เรื่องใหญ่ หากเทียบกับปริศนาคาใจ ทำไมไม่มีใครตอบคำถามเขาเลย แมงมุมรีบสาวเท้าวิ่งตามรถเข็นที่กำลังเคลื่อนผ่าน เป็นจังหวะเดียวกันกับสายลมที่ไม่รู้ผ่านมาจากไหน พัดผ้าขาวที่คลุมร่างไร้วิญญาณจนปลิวหลุดออก เท้าที่กำลังก้าวไวๆชะงักกึก เบิกตากว้างมองร่างกายซีดเซียวนอนแข็งทื่อบนรถแข็ง มีสำลีอุดรูจมูกด้วยความตกตะลึง!


      ร่างที่ไร้ลมหายใจบนรถเข็นนั้น คือร่างของเขาเอง!


    “นี่มันอะไรกัน ทำไมเราถึงไปนอนอยู่บนนั้น แล้วเราที่อยู่ตอนนี้ละ”


แมงมุมก้มมองตัวเองสลับกับร่างบนรถเข็น ยกมือขยี้ตาหลายครั้งเพราะคิดว่าตาฝาด หากภาพที่เห็นก็ยังคงเหมือนเดิม

 
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน”


“ฮือ แมงมุม ลูกทำไมทิ้งแม่ไปแบบนี้ แล้วแม่จะอยู่กับใครล่ะลูก” ดวงดาวปล่อยโฮโผกอดร่างที่ไร้วิญญาณอีกครั้ง เมื่อเห็นหน้าลูกชายอีกหนหลังผ้าหลุดออกไป “ตื่นขึ้นมาคุยกับแม่ก่อนสิแมงมุม อึก ได้ยินแม่ไหมลูก”


“คุณน้าครับ คุณน้า ทำใจเถอะนะครับ แมงมุมไปสบายแล้ว ปล่อยให้บุรุษพยาบาลได้ทำหน้าที่ของเขาก่อนนะครับ”
น้ำเงี้ยวที่ดูเหมือนจะเข้มเเข็งพอประคองสติได้ รีบเข้ามาประคองดวงดาวออกจากร่างลูกชาย เพื่อเปิดทางให้บุรุษพยาบาลได้ทำหน้าที่ต่อไป


“นี่เราตายแล้วเหรอ ไม่จริง แม่ผมยังไม่ตาย ผมอยู่ตรงนี้ไง เห็นผมไหมครับ ดิน น้ำเงี้ยว อัณณ์ เห็นกูไหม กูยืนอยู่ตรงนี้ไง กูรู้หรอกว่าพวกมึงมองเห็นกู ได้ยินเสียงกู แต่แกล้งกูเฉยๆใช่ไหม กูไม่ตลกน่ะเว้ย” แมงมุมฝืนยิ้มทั้งๆที่น้ำตาไหลนองหน้า เขารู้ว่าความจริงคืออะไร แต่เพียงพยายามไม่ยอมรับมันเท่านั้น



ประเทศสหรัฐอเมริกา


“อะไรนะ!”


เสียงอุทานตกใจของมารดา ทำให้ลูกชายที่กำลังนั่งตรวจเอกสารอยู่ข้างๆต้องหันมองด้วยความใคร่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขารอจนกระทั่งท่านวางสายจึงถามขึ้น


“มีอะไรหรือเปล่าครับแม่”


“ซัน เกิดเรื่องใหญ่แล้วลูก จำน้องแมงมุมได้ไหม เมื่อกี้ดาวโทรมาบอกแม่ว่าน้องเสียแล้ว”


“เป็นไปได้ไงครับ” ซันเดย์ตกใจกับสิ่งที่รับรู้ไม่น้อย เท่าที่จำได้แมงมุมก็พึ่งจะอายุไม่เท่าไหร่เอง เคยเจอกันตอนสมัยเด็กๆ ทำไมถึงได้เสียเร็วขนาดนี้ “เกิดอะไรขึ้นเหรอครับแม่ น้องเขาป่วยเป็นอะไรถึงเสียกะทันหัน”


“ไม่ได้ป่วยหรอก เสียเพราะประสบอุบัติเหตุรถชนกัน ซันช่วยจองตั๋วเครื่องบินไฟล์ที่บินเร็วที่สุดให้แม่หน่อย แม่จะบินไปเมืองไทย”


“ได้ครับ เดี๋ยวผมไปด้วย”


ติ๊ด! ติ๊ด!  เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง เจ้าของเครื่องรีบกดรับสายเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย


“ฮัลโหล ใช่ค่ะ อะไรนะคะ!” อุทานขึ้นคำรบสองในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน ก่อนที่เธอจะเป็นลมหมดสติไป ท่ามกลางความตกใจของลูกชาย ต้องเรียกแม่บ้านหายาดมยาหม่อง มาปฐมพยาบาลอยู่พักใหญ่ จึงฟื้นคืนสติ พอรู้สึกตัวก็ร้องไห้ฟูมฟาย


“แม่ครับ ใจเย็นก่อนนะครับ บอกผมหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น”


“ซันเดย์ เมื่อกี้เลขาคุณพ่อโทรมาบอกว่าพ่อซันโดนรถชน ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล”


เป็นอีกเรื่องที่ซันเดย์ตกใจพอๆกับข่าวแรก พอตั้งสติได้ ก็รีบพามารดาไปที่โรงพยาบาล เพื่อดูอาการของบิดา ทำให้ไฟล์บินที่จะกลับไปร่วมงานศพที่เมืองไทยต้องเลื่อนไปก่อน



ประเทศไทย


ฟากฝั่งหนึ่งของโรงพยาบาล การเผชิญหน้าของบุรุษทั้งสองได้เริ่มต้นขึ้น ดวงตาของพัทธดนย์แดงกร่ำดั่งศูนย์รวมโลหิต จ้องมองบุรุษร่างใหญ่พอๆกันด้วยแววตาเอาเรื่อง


“นายกำลังล้ำเส้น ทำเกินหน้าที่ รู้ตัวบ้างไหมฟ้าคราม”


“นายก็กำลังละเลยหน้าที่ด้วยความจงใจเช่นกันพัทธดนย์”


“ฉันไม่ได้ละเลย เพียงแต่ยังไม่ถึงเวลาที่ฉันจะจัดการต่างหาก”


“ยังไม่ถึงเวลางั้นเหรอ นายก็รู้ว่ามันเลยกำหนดมานานแค่ไหนแล้ว แต่ก็ยังไม่จัดการเสียที งานที่นายได้รับมานายก็รู้อยู่แก่ใจว่ามันจะเลยกำหนด แม้เพียงเศษเสี้ยววินาทีก็ไม่ได้ แต่นายก็ปล่อยปะละเลยมาจนถึงวันนี้ นานเท่าไหร่แล้ว ลองทบทวนดู”


“แต่หน้าที่นี้มันเป็นหน้าที่ของฉัน นายไม่มีสิทธิ์ฆ่าเขา!”


“จะเป็นนายฆ่า ฉันฆ่า หรือใครฆ่า ผลลัพธ์ที่ได้มันก็ไม่ต่างกันหรอก นายต้องขอบคุณฉันด้วยซ้ำ ที่ฉันลงมือให้โดยที่นายไม่ต้องลงมือเอง และยังไม่ต้องปล่อยระยะเวลาให้เนิ่นนานมากไปกว่านี้ เพราะยิ่งปล่อยให้นานมากเท่าไหร่ ความผิดของนายมันก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น”


“นั่นมันเรื่องของฉัน ไม่ใช่เรื่องของนาย!”


ฟ้าครามแสยะยิ้มมุมปาก “ทุกอย่างย่อมเป็นไปตามกฎแห่งกรรมจำไว้!”

------------------------------------

ศพของแมงมุมถูกตั้งไว้ที่วัดใกล้บ้านไม่สามารถจัดงานศพที่บ้านได้ เพราะเป็นศพผีตายโหง ดวงดาวยังคงอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจ ยังดีที่เพื่อนๆของลูกชายทั้งปั้นดิน น้ำเงี้ยว อัณณพ และป๊อกเก้าที่ตามมาสมทบที หลังหลังจากรู้ข่าว คอยเป็นธุระจัดการเรื่องติดต่อสถานที่กับทางวัดให้


ตกเย็นงานสวดอภิธรรมเริ่มต้นขึ้น บรรดาญาติพี่น้องต่างจังหวัดที่อยู่ไม่ไกลนัก เดินทางมาร่วมงานในคืนแรกได้ทัน รวมถึงเพื่อนๆและคณะอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยก็มาร่วมฟังสวดอภิธรรมในค่ำคืนแรกเช่นกัน


แมงมุมเดินเข้ามาในเขตวัดด้วยใบหน้าที่เศร้าสลด ผู้คนที่ล้วนสวมเสื้อดำเดินขวักไขว่ภายในวัด ถึงตอนนี้ยังไม่อยากเชื่อว่าคนเหล่านั้นมาร่วมฟังสวดอภิธรรมในงานศพตัวเอง


“หรือเราแค่ฝันไป”


 แมงมุมพยายามหยิกตัวเอง หากไร้ความรู้สึกใดๆ ความหวังที่มีเพียงริบหรี่เริ่มดับวูบ เมื่อสองเท้าก้าวเข้าไปใกล้ศาลา รูปภาพรอยยิ้มสดใสตั้งตระหง่านอยู่หน้าโลงศพ ประดับด้วยดอกไม้และหลอดไฟระยิบระยับตรงนั้นคือรูปของเขาแน่นอน เสียงพระสวดระงม กลิ่นธูปคลุ้งฟุ้งเข้าจมูก ผู้คนล้วนสวมเสื้อดำนั่งพนมมือสงบนิ่ง เก้าอี้ยาวด้านหน้าคือมารดาของเขาขนาบข้างด้วยญาติห่างๆ และพ่อแม่ของเพื่อนๆสนิท


เห็นน้ำตาของมารดาที่หลั่งริน ทำให้แมงมุมโศกเศร้าปานจะขาดใจ สองเท้าก้าวเข้าไปตรงหน้ามารดา นั่งลงที่ตรงด้านหน้าปลายเท้าของท่าน เอื้อมมือหมายจะไปกุมมือท่านทว่ากลับคว้าได้แค่อากาศ


อนิจจาเพียงแค่อยากสัมผัสปลายนิ้วมารดา ยังจนปัญญาที่จะทำได้


“แม่ ผมอยู่ตรงนี้แล้วไงครับ แม่มองเห็นผมหรือเปล่า แม่อย่าร้องไห้เลยนะครับ สัญญากับผมนะว่าแม่ต้องเข้มแข็ง แม่ต้องอยู่ให้ได้ ไม่ต้องเสียใจหรอกนะ คิดเสียว่าผมคงทำบุญมาเพียงเท่านี้ ถ้าชาติหน้ามีจริงผมขอเกิดเป็นลูกแม่อีกนะครับ” แมงมุมขยับยืดตัวขึ้นวาดมือกอดมารดา แม้จะไม่ได้รับการสัมผัสเนื้อหนังมังสาใดๆ หากความรู้สึกก็อบอุ่นเหมือนทุกครั้งที่โอบกอด “ผมรักแม่นะครับ”


น้ำตาของวิญญาณหนึ่งดวงหลั่งริน สะอื้นไห้ตัวโยน นึกเสียดายว่าตอนที่ยังมีชีวิตเขาน่าจะกอดท่าน ดูแลท่าน บอกรักท่านให้มากกว่านี้ เพราะเมื่อความตายพรากจากกันไป คุกเข่า อ้อนวอน อยากกอด อยากบอกรักให้ท่านได้ยิน อยากดูแลท่าน ก็ไม่มีทางที่จะทำได้


“แมงมุม!”


“อะไรดิน เป็นอะไร”


“น้ำ กูว่ากูเห็นแมง มันกอดแม่มันอยู่ตรงนั้น”


น้ำเงี้ยวหันมองตามแต่ก็ไม่เจออะไร นอกจากดวงดาวที่นั่งน้ำตาไหลอยู่บนเก้าอี้ตัวยาว “มึงคงตาฝาด ไม่เห็นมีอะไร”


ปั้นดินหันมองอีกครั้ง กลับไม่เจอแมงมุมแล้ว แต่เขาก็ยืนยันว่าเห็นจริงๆไม่ได้ตาฝาดแน่ๆ คงมีอะไรบางอย่างทำให้สื่อถึงกันได้ในช่วงเวลาสั้นๆ ด้วยตอนมีชีวิตอยู่ก็สนิทสนมกันมาก


แมงมุมก้มกราบลงแทบเท้ามารดา นี่คงเป็นการกราบครั้งสุดท้ายก่อนจะจากกันไปตลอดกาล เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าชีวิตหลังความตายจะต้องเป็นไปอย่างไรต่อบ้าง


แมงมุมลุกขึ้นหลังจากกราบลามารดาเสร็จสิ้น เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเพื่อนสนิท สายตาเศร้าจ้องมองเพื่อนๆด้วยความอาลัย
“ดิน ทำไมกูขนลุกวะ” น้ำเงี้ยวกระซิบบอก


“กูก็เหมือนกันว่ะ”


“กูก็ด้วย” ป๊อกเก้าชะโงกหน้าร่วมวงสนทนาอีกคน


“พวกมึง กูขอบใจพวกมึงมากนะที่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของกูมาโดยตลอด ชาตินี้กูคงทำบุญมาน้อยถึงมีโอกาสได้แชร์ช่วงเวลาดีๆกับพวกมึงน้อยเหลือเกิน ถ้าบุญพาวาสนาส่ง ชาติหน้ามีจริงเราคงได้เจอกันอีกนะ กูฝากพวกมึงดูแลแม่แทนกูด้วยนะ กูเป็นห่วงท่านเหลือเกิน”


“ไม่ต้องห่วงนะแมง พวกกูสัญญาว่าจะดูแลคุณน้าแทนมึงเอง” จู่ๆปั้นดินก็พูดขึ้น ทำให้เพื่อนๆต่างหันมองด้วยความสงสัย
“พูดกับใครดิน”


“กูพูดกับไอ้แมง บางทีที่พวกเราขนลุกพร้อมกัน อาจจะเป็นเพราะแมงมันมาหาเราก็ได้ แล้วกูก็เชื่อว่าเรื่องเดียวที่มันห่วง ก็คงเป็นคุณน้า”


แมงมุมยิ้มทั้งน้ำตา แม้สื่อสารกันด้วยความคำพูดไม่ได้ หากความรู้สึก ความรัก ความสนิทสนมที่พวกเขามีให้ซึ่งกันและกัน มันก็ทำให้รับรู้ได้


ในขณะที่แมงมุมยืนนิ่งมองเพื่อนสนิท พลันหูก็แว่วเหมือนได้ยินเสียงระฆัง ทันทีที่หันกลับไปมองก็เห็นเหมือน กลุ่มควันสีขาวลอยฟุ้งเข้ามาใกล้ แล้วก็รู้สึกเหมือนมีมือมากระชากแขนจนหายเข้าไปในกลุ่มควันนั้น แล้วทุกอย่างมืดสนิท นานเท่าไหร่ไม่รู้แสงสว่างจึงปรากฏมองเห็นรอบๆตัว แต่คราวนี้เขาไม่ได้อยู่ในศาลาวัดเหมือนก่อนหน้า ไม่รู้หรอกว่าที่นี่คือที่ไหน แต่มันแลดูวิจิตรงดงาม เหมือนท้องพระโรงในปราสาทราชวังที่เคยเห็นในละครสมัยเด็กๆ


“นี่หลุดมาที่ไหนวะเนี่ย”

ออนไลน์ fc_fic

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2425
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +71/-7
 :katai1: :katai1: :katai1:

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3079
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +49/-0
 :m28:



 :3123: :pig4: :3123:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: **ศรศิลป์จะกินกัน** อัพเดท!! [18/04/62]
« ตอบ #49 เมื่อ: 18-04-2019 21:37:14 »





ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5213
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
อย่าว่าแต่หนูแมงงง คนแก่เองก็งง มันเกิดอิหยังฟ่ะ  :a5:

ออฟไลน์ luzileas

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 94
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
 :a5:มันเกิดอะไรขึ้น  งง งงหนักมาก

ออฟไลน์ pundinpundin2535

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 26
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-1
ศรศิลป์จะกินกัน ตอนที่ 5/2


“นรกภูมิ!” เสียงทรงพลังอำนาจดังสะท้านสะเทือน ก่อนที่จะปรากฏกายบุรุษร่างใหญ่นั่งบนแท่นบัลลังก์ที่เต็มไปด้วยหัวกะโหลก


“นรกเหรอ หมายความว่าผมตกนรกเหรอเนี่ย เป็นไปได้ไงวะ เราทำบาปทำกรรมอะไรไว้ตายแล้วถึงตกนรก แย่งลูกชิ้นหมากิน
ตอนเด็กเหรอ ไม่น่าจะใช่ หรือว่าตบยุงตาย ก็มันมากัดเราก่อนนี่หว่า เอ๊ะหรือว่าไม่ใช่ อาจเป็นเพราะเรา...ชักว่าวบ่อยๆ ใช่ มันต้องใช่แน่ๆ ฆ่าลูกๆไปหลายล้านชีวิต โอ๊ย! พึ่งรู้ว่าชักว่าวก็ต้องตกนรกด้วย”


“เลอะเทอะ!”


แมงมุมสะดุ้ง เมื่อเสียงทรงพลังอำนาจนั้นดังขึ้นอีกครั้ง “ก็ผมโดนรถชนตายนี่ครับ รถชนมันก็ต้องมีคราบเลือดติดเลอะเทอะเสื้อผ้าบ้างแหละ แต่เดี๋ยวผมจะไปเข้าฝันแม่ให้เอาผงซักฟอกยี่ห้อดีๆทำบุญมาให้จะได้ซักเสื้อผ้าที่เลอะเทอะให้กลับมาสะอาดอีกครั้งครับ”


“ข้าไม่ได้หมายถึงเสื้อ ข้าหมายถึงความคิดของเจ้าน่ะมันเลอะเทอะ”


แมงมุมขมวดคิ้วเป็นปม ก่อนจะยิ้มแหยๆ “อ้าวเหรอ ผมก็นึกว่าด่าเรื่องเสื้อผ้าผมมันเลอะเทอะเปรอะเปื้อน”


“ที่นี่เป็นดินแดนนรกภูมิ วิญญาณทุกดวงไม่ว่าจะทำกรรมดีหรือกรรมชั่ว จะต้องมาที่นี่ เพื่อฟังคำพิพากษา หากทำกรรมดีก็จะได้ขึ้นสวรรค์ หากทำกรรมชั่วก็จะได้ลงนรก”


“หมายความว่าคุณคือยมทูตเหรอครับ”


“ข้าคือพญามัจจุราชผู้พิพากษาทุกดวงวิญญาณ”


“น่ากลัวจริงด้วยแฮะ”


“ทำไมข้าถึงไม่ได้กลิ่นความตายจากกายเจ้า สุวาน สุวรรณ ใครเป็นผู้พิพากษาชีวิตวิญญาณดวงนี้”


“ยมทูตพัทธดนย์ครับ”


“ไปตามมาหาข้า”


“ได้ครับ”


สุวานหายไปทันทีที่รับคำสั่งจากเจ้าเหนือชีวิต แมงมุมนิ่งฟังด้วยความสงสัยใคร่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พยายามจับต้นชนปลายในสิ่งที่ได้ยิน หากก็ยังแปลความหมายของคำพูดที่ว่าไม่ได้กลิ่นความตายไม่ได้


เสียงประตูเปิดออก แมงมุมหันกลับไปมอง สองตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ เมื่อผู้ที่กำลังก้าวเข้ามานั้นคือซันเดย์นั่นเอง


“พี่ซัน พี่ก็ตายเหมือนกันเหรอ”


แมงมุมไม่รู้เลยว่าควรจะดีใจ หรือเสียใจกันแน่ที่เห็นซันเดย์ปรากฏกายที่นี่ เพราะนับตั้งแต่ที่เขาหายไปตอนอยู่โรงพยาบาล ก็ได้แต่ภาวนาว่าเขาคงไม่ตายเหมือนอย่างตน วิญญาณคงกลับคืนร่างไปแล้วจึงมองไม่เห็นกันอีก


“ชายผู้นี้ไม่ใช่ซันเดย์” เสียงหนึ่งจากคนที่เดินตามพัทธดนย์มาเอ่ยขึ้น


“ทำไมจะไม่ใช่ ก็เนี่ยพี่ซันเดย์”


“มนุษย์เอ๋ย โดนหลอกตั้งแต่มีชีวิตจนสิ้นชีวิตก็ยังไม่รู้ตัวอีกหรือ”


“โดนหลอก? หมายความว่ายังไง”


“หยุดเดี๋ยวนี้ฟ้าคราม นี่ไม่ใช่เรื่องของนาย”


“พัทธดนย์ นายจะใจร้ายไม่ยอมบอกความจริงแก่เขาจริงๆหรือ อย่างน้อยก่อนที่เขาจะถูกพิพากษาก็น่าจะให้เขารู้ความจริงสักนิดก็ยังดี แต่ไม่เป็นไรถ้านายไม่กล้าพูดความจริง ฉันจะเป็นคนพูดแทน ฟังนะแมงมุม ชายผู้ที่เจ้าเรียกว่าซันเดย์ แท้จริงแล้วเขาชื่อพัทธดนย์ เป็นยมทูตที่จำแลงกายเป็นซันเดย์เพื่อไปดึงวิญญาณเจ้ามาที่นี่ ที่เจ้าตายก็เพราะฝีมือของชายผู้นี้เอง”


แมงมุมงงในช่วงแรก นิ่งคิดจับต้นชนปลายจากคำบอกเล่าของบุรุษรูปงามผู้นั้น จึงเริ่มมองเค้ารางได้บ้าง หากเขาก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องทั้งหมดคือความจริง


“ไม่จริงใช่ไหมพี่ซัน พี่ไม่ใช่ยมทูต พี่ไม่ได้ฆ่าผม”


 ไร้การตอบรับ ผู้ชายที่เขาเรียกว่าซันเดย์ หรือในความเป็นจริงชื่อพัทธดนย์ยืนนิ่ง ใบหน้าเคร่งขรึม หากดวงตานั้นหม่นหมองจ้องมองแมงมุมนิ่ง


“บอกผมสิว่าไม่ใช่เรื่องจริง พี่ไม่ใช่ยมทูต ว่าไงพี่ซัน ตอบผมมาว่าตอนนี้พี่คือดวงวิญญาณเหมือนผม ไม่ใช่ยมทูต”


“แมง พี่ขอโทษ พี่เป็นยมทูต”


ผั๊วะ!


สิ้นเสียงของพัทธดนย์ หมัดของแมงมุมก็เหวี่ยงลงปลายคางยมทูตสุดแรงที่มี หากคนถูกต่อยไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดตรงจุดที่โดนทำร้าย กลับปวดตรงหัวใจกับการต้องเผชิญสายตาตัดพ้อต่อว่าของคนตรงหน้า


“พี่แม่งโครตเลวเลยพี่ซัน ไม่สิ ผมเรียกซันคงไม่ถูก เพราะพี่ซันคงไม่เลวเท่าคุณ...พัทธดนย์!”


“แมงพี่ขอโทษ พี่ไม่ได้อยากทำแบบนี้ แต่เข้าใจพี่ด้วยว่านั่นคือหน้าที่ พี่ไม่ได้อยากฆ่าแมง ไม่ได้อยากกระชากวิญญาณออกจากร่าง รู้หรือเปล่าว่าการที่พี่ต้องทำแบบนั้นพี่เจ็บปวดทรมานแค่ไหน”


“ผมไม่ได้โกรธที่คุณฆ่าผม เพราะนั่นมันคงเป็นหน้าที่ของยมทูต แต่ผมโกรธวิธีการที่คุณทำ คุณจำแลงกายเป็นพี่ซัน หลอกแม่ผม หลอกผม หลอกทุกคนให้เชื่อใจคุณ ก่อนที่จะฆ่าผม ทำแบบนั้นไปทำไม ถ้าหน้าที่ของคุณคือการพาดวงวิญญาณมาลงนรก ทำไมคุณไม่ฆ่าผมเลย ทำไมจะต้องมาหลอกให้ผมรู้สึก…” ถ้อยคำหนึ่งคำถูกกลืนกลับไป ไม่ยอมให้หลุดออกจากปากให้อีกฝ่ายได้ยิน


“ที่พี่ทำแบบนี้ก็เพราะว่าพี่ไม่อยากฆ่าแมง พี่ถึงต้องยื้อเวลาไว้จนกระทั่งถึงวันนี้”


พัทธดนย์ เป็นยมทูตชั้นสูงด้วยบุญบารมีที่สะสมมาหลายภพภูมิ เขาได้รับหน้าที่รับดวงวิญญาณของแมงมุมมารับพิพากษากรรมดี กรรมชั่ว ในนรกภูมิ ตามบัญชีอายุขัยนั้นแมงมุมสิ้นอายุขัยไปนับตั้งแต่ที่พัทดนย์ปรากฏกายบนโลกมนุษย์ หากด้วยเหตุผลบางประการ บวกกับความสงสัยในบางอย่าง ทำให้เขายังไม่ทำการกระชากวิญญาณออกจากร่าง ซึ่งนั่นเป็นการทำผิดกฎของนรกภูมิ หากแต่ถ้ายมทูตมีเหตุผลที่เพียงพอก็อาจจะลบล้างความผิดได้


ทว่าในเรื่องของการจำแลงแปลงกายเป็นมนุษย์ ไม่มีผู้ใดทำเช่นนี้มาก่อน แต่พัทธดนย์กลับเลือกที่จะทำเพื่อจะได้ใกล้ชิดกับแมงมุม ทั้งๆที่รู้ว่าอาจจะได้รับการลงโทษอย่างหนักก็ตาม


แมงมุมยังคงใช้ชีวิตตามปกติ ทั้งๆที่หมดอายุขัย และคงจะเป็นเช่นนี้อีกต่อไป หากฟ้าครามไม่ลงมือฆ่าแมงมุม ด้วยการดลให้รถของแมงมุมเกิดอุบัติเหตุในขณะที่ไปทำบุญที่วัดวันนั้น แมงมุมเสียชีวิตคาที่ แต่เพราะไม่อยากทำให้แมงมุมตกใจและได้มีเวลาทำใจบ้าง พัทธดนย์จึงใช้อำนาจเหนือมนุษย์บดบังไม่ให้รู้ว่า อุบัติเหตุที่แมงมุมเห็นแท้จริงก็คือตัวของเขาเอง


“เจ้ายื้อชีวิตมนุษย์นั่นเท่ากับทำผิดกฎของนรก ซ้ำยังจำแลงแปลงกายเป็นมนุษย์อีก โทษทัณฑ์เจ้าร้ายแรงมาก รู้ตัวใช่ไหมพัทธดนย์!”


“ผมรู้ครับ เรื่องจำแลงแปลงกายของมนุษย์ผมยอมรับผิดอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง แต่เรื่องที่ผมไม่กระชากวิญญาณของมนุษย์ผู้นี้ก็เพราะผมไม่เห็นรัศมีความตายจากตัวของแมงมุมเลย”


“นายมองไม่เห็น หรือตั้งใจปิดตาไม่ให้มองเห็นกันแน่ ก่อนจะไปรับดวงวิญญาณที่โลกมนุษย์ ท่านสุวาน สุวรรณก็ตรวจเช็คบัญชีอายุขัยก่อนอยู่แล้ว มนุษย์ผู้นี้ก็หมดอายุขัยแล้วด้วย ใช่หรือไม่ท่านสุวาน ท่านสุวรรณ”


“ตามบัญชีอายุขัย มนุษย์ผู้นี้สิ้นแล้ว”


“แต่มนุษย์ผู้นี้ไม่มีรัศมีความตาย โดยปกติมนุษย์ผู้ใดถึงกาลดับสูญ รัศมีชีวิตจะหม่นหมอง รัศมีความตายจะเด่นชัด แต่เขาผู้นี้ไม่เป็นเหมือนดวงวิญญาณอื่น หากคิดว่าผมเข้าข้างเขา โปรดท่านจงลองพิจารณาดูเถิดครับพญามัจจุราช”


ผู้เป็นใหญ่แห่งนรก เพ่งมองสำรวจดวงวิญญาณของแมงมุม “ใช่ มนุษย์ผู้นี้ไม่มีรัศมีความตาย”


“เขาอาจจะทำบุญมามาก บุญบารมีเลยบดบังความหม่นหมองเอาไว้ก็ได้นะครับ ท่านก็รู้ว่าบัญชีอายุขัยแม่นยำที่สุด” ฟ้าครามรีบแย้งขึ้นทันที


“ก็มีส่วนเป็นไปได้ สุวาน สุวรรณ เบิกสมุดบัญชีอายุขัยไปให้ข้าทำการตรวจสอบ ส่วนดวงวิญญาณผู้นี้ข้าขอมอบให้ยมทูตพัทธดนย์ดูแลจนกว่าความจริงจะปรากฏ”


“พญามัจจุราช ท่านทำเช่นนี้เหมือนท่านไม่เชื่อสมุดบัญชีอายุขัยนะครับ”


“บังอาจ!” พญามัจจุราชชี้หน้า จนฟ้าครามต้องก้มหมอบด้วยความเกรงกลัว


“ผมขออภัย ผมแค่เพียงห่วงว่าวิญญาณดวงอื่นจะครหาถึงความยุติธรรมของท่านได้”


“ข้ามีอำนาจสูงสุดในการพิพากษากรรมดี กรรมชั่วของทุกดวงวิญญาณ หากข้าไม่ยุติธรรม คงไม่อาจยืนอยู่ในตำแหน่งหน้าที่นี้ได้ ที่ข้ายังไม่พิพากษาดวงวิญญาณของมนุษย์ผู้นี้ก็เพราะต้องการหาความจริง ซึ่งมันใช้เวลาไม่นานหรอก พวกเจ้าออกไปได้”


“ตามพี่มาแมงมุม”


“ไม่ ผมไม่ไปกับคุณ”


“อย่าพึ่งดื้อกับพี่ตอนนี้ได้ไหมแมง หากพญามัจจุราชท่านโกรธ เปลี่ยนใจพิพากษากรรมดี กรรมชั่วของแมง นั่นเท่ากับว่าโอกาสที่จะกลับคืนสู่ร่างหมดลงเลยนะ แมงไม่อยากกลับไปหาน้าดวงดาวเหรอ”


คราวนี้ดวงตาที่ดื้อรั้นวูบไหวลง “หมายความว่ายังไง ผมมีสิทธิ์จะได้กลับไปเป็นมนุษย์อีกครั้งเหรอ”


“ก็มีสิทธิ์ หากแมงยังไม่หมดอายุขัย เอาเป็นว่าตอนนี้ตามพี่ออกไปก่อน รอท่านพญามัจจุราชตรวจสอบสมุดบัญชีอายุขัยเสียก่อน”


เมื่อพอมีหนทาง จะกลับไปสู่อ้อมกอดมารดาอีกครั้ง แมงมุมก็ยอมที่จะเชื่อฟังพัทธดนย์ แม้ลึกๆยังขุ่นเคืองเรื่องที่เขาหลอกลวงอยู่ก็ตาม


แมงมุมเดินตามพัทธดนย์ออกจากห้องพิพากษา ด้านนอกทุกอย่างดูคล้ายโลกมนุษย์ มีบ้านเรือนหลังน้อย หลังใหญ่ปลูกสลับกัน กระทั่งมาถึงบ้านหลังใหญ่ที่สุดในละแวกนั้น พลันประตูบานใหญ่ก็เปิดออกเองอัตโนมัติ


“นี่มันนรกหรือโลกมนุษย์วะ ทำไมมันเหมือนกันเลย ไม่เห็นเป็นเหมือนในหนังในละครที่เคยดู” แมงมุมพึมพำกับตัวเอง


“มนุษย์ เทพ หรือยมทูต ก็ไม่ได้ต่างกันนักหรอก มีบ้านเรือน มีสังคม มีชนชั้นวรรณะเช่นกัน ยมทูตที่มีบุญบารมีสูงก็อยู่บ้านหลังใหญ่ เรียงตามลำดับบารมีที่สะสมมา ต่างจากโลกมนุษย์เพียงเล็กน้อย ตรงที่ที่นี่ไม่มียมทูตยากจนหรือลำบาก เพราะยมทูตทุกตนเมื่อครั้นยังเป็นมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตอื่นได้บำเพ็ญบุญบารมีมาก่อนแล้ว”


“ผมไม่ได้ถามซะหน่อย” แมงมุมขัดขึ้น เพราะยังขุ่นข้องหมองใจอยู่ แต่ก็ยอมรับว่าได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ประสบพบเจอ


“ที่นี่คือบ้านของพี่”


“ก็แสดงว่าคุณคือมหาเศรษฐีของนรกน่ะสิ บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้”


“ทำไมต้องแทนพี่ว่าคุณ เรียกพี่เหมือนเดิมสิแมง”


“ทำไมผมจะต้องเรียก ในเมื่อคุณไม่ใช่พี่ซันเดย์ แล้วเมื่อไหร่จะเลิกหน้าด้านจำแลงแปลงกายเป็นคนอื่นซะที ในเมื่อวันนี้ผมรู้ความจริงแล้วว่าคุณไม่ใช่พี่ซัน ก็กลับร่างตัวเองได้แล้ว” อยากรู้เหมือนกันว่าหน้าตาแท้จริงของยมทูตจอมหลอกลวงคนนี้จะเป็นอย่างไร


“นี่คือร่างจริงของพี่ ไม่ได้จำแลงแปลงกายเหมือนที่ฟ้าครามบอก หากจะมีก็เพียงชื่อเท่านั้นที่พี่แอบอ้างใช้ของคนอื่น”


“หยุดโกหกซะทีเถอะ คุณจะหน้าตาเหมือนพี่ซันได้ไง”


พัทธดนย์ถอนหายใจกับดวงตาดื้อรั้นของคนตรงหน้า ก่อนที่เขาจะตัดสินใจโน้มตัวลงจุมพิตคนตัวเล็กกว่าอย่างรวดเร็ว แมงมุมตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เพียงสัมผัสของริมฝีปากจรดลงก็ทำให้แมงมุมขนลุกซู่ รู้สึกจั๊กจี้จนขนลุก ริมฝีปากคลึงเคล้น แถมปลายลิ้นยังเล็มเลาะไปรอบๆอีกต่างหาก เมื่อได้สติก็รีบผลักคนตัวโตกว่าออกสุดแรง ก่อนจะเงื้อหมัดหมายจะชก หากพัทธดนย์ไวกว่าเอียงตัวหลบ แล้วรวบตัวของแมงมุมกอดเอวไว้แน่น


“ขนาดเป็นวิญญาณยังพยศไม่หายนะแมง”


“แน่จริงก็อย่าใช้พลังอำนาจของยมทูตสิ แบบนี้มันเอาเปรียบกันชัดๆ”


“พี่ไม่ได้ใช้เลย นี่คือแรงเปล่าๆเหมือนที่แมงมีนั่นแหละ จะหยุดพยศแล้วมาคุยกันดีๆได้หรือยัง”


“ผมไม่หยุด คุณเป็นบ้าอะไรมาจูบผม”


“ก็พิสูจน์ให้แมงเห็นไง ว่านี่คือรูปร่างหน้าตาจริงๆของพี่ ไม่ใช่ร่างจำแลงแปลงเป็นคนอื่น”


“แล้วการจูบผม มันเป็นการพิสูจน์ตรงไหน”


“ก็ตรงที่พี่จะไม่มีวันยอมให้คนอื่นได้จูบแมงไง คนที่มีสิทธิ์จูบแมงคือพี่คนเดียวเท่านั้น”


แมงมุมชะงักกึก จู่ๆหัวใจที่เต้นแรงเพราะโดนจูบอยู่แล้ว กลับแรงขึ้นอีกเพราะคำพูดประโยคเมื่อครู่ของพัทธดนย์


“แล้วคุณจะเอาสิทธิ์อะไรมาจูบผม”


“ตอนนี้พี่ยังไม่มีสิทธิ์อะไร แต่พี่ก็จะหวงเอาไว้ก่อน หวงเอาไว้จนกว่าแมงจะมอบสิทธิ์โดยชอบธรรมนั้นให้พี่”

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3079
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +49/-0
 :hao7:

 :L2: :pig4: :L2:

ออนไลน์ fc_fic

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2425
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +71/-7
 :hao3: :hao3: :hao3:
 :hao4: :hao4: :hao4:

ออฟไลน์ pundinpundin2535

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 26
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-1
ศรศิลป์จะกินกัน EP 5/3


“พูดบ้าอะไรของคุณ ปล่อยผมได้แล้ว”

“สัญญาก่อนสิ ว่าจะพูดกันดีๆไม่ใช้อารมณ์ แล้วก็ต้องเลิกเรียกพี่ว่าคุณ ให้เรียกพี่เหมือนเดิม”

“ขอมากไปไหม คุณคิดว่าการกระทำของตัวเองมันคู่ควรกับการได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจอีกครั้งเหรอ คุณพัทธดนย์”

“พี่รู้ว่าพี่ผิด แต่ทุกอย่างมีเหตุมีผล แมงให้โอกาสพี่ได้อธิบายได้ไหม ถ้าแมงไม่ยอมคุยกับพี่ดีๆ พี่ก็จะกอดแมงไว้แบบนี้ ไม่ยอมปล่อย”

ตอนแรกก็เหมือนจะขอร้องอ้อนวอน แต่พอท้ายประโยคมันเป็นการเผด็จการที่เอาแต่ใจชัดๆ แต่นาทีนี้แมงมุมเป็นมวยรอง ดื้อรั้นไปก็เปล่าประโยชน์คงต้องยอมถอยก่อนสักก้าว ถอยมาตั้งหลักไม่ใช่การยอมแพ้

“ก็ได้ ผมจะคุยกับคุณดีๆ”

“เลิกเรียกพี่ว่าคุณ”

“ครับ ผมจะคุยกับพี่ดีๆ พอใจหรือยัง”

พัทธดนย์อมยิ้ม ยอมรักษาสัญญาด้วยการปล่อยให้แมงมุมเป็นอิสระ “เข้าไปคุยกันข้างในบ้านเถอะ”

เจ้าของบ้านเดินนำไปด้านใน ภายในโออ่ากว่าที่คิด ข้าวของใกล้เคียงกับของตกแต่งในโลกมนุษย์ มีโซฟา มีตู้ และอีกหลายอย่าง ต่างกันสักนิดก็ตรงที่ทุกอย่างที่นี่ดูงดงามเป็นประกายชัดเจน

“เอาล่ะ ทีนี้พร้อมจะฟังสิ่งที่พี่จะอธิบายหรือยัง”

“ผมมีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธด้วยเหรอครับ”

“พี่เป็นยมทูตผู้มีหน้าที่นำพาดวงวิญญาณมาสู่นรกภูมิเพื่อพิพากษากรรมดี กรรมชั่ว โดยผู้ที่สิ้นบัญชีอายุขัยคนล่าสุดที่พี่ต้องไปรับวิญญาณก็คือแมง พอพี่ขึ้นไปโลกมนุษย์เจอแมงอีกครั้ง พี่ก็ไม่สัมผัสถึงรัศมีของความตายเหมือนวิญญาณดวงอื่นๆที่เคยรับมา พี่จึงตัดสินใจยังไม่กระชากวิญญาณออกจากร่างทั้งๆที่ถึงวันสิ้นอายุขัยตามที่สมุดบัญชีอายุขัยของนรกระบุไว้ เพื่อพิสูจน์อะไรบางอย่าง ซึ่งสิ่งที่พี่ทำลงไปมันเป็นการทำผิดกฎของนรก เพราะต่อให้แมงยังไม่ถึงที่ตาย เมื่อถึงวันที่ขึ้นบัญชีสิ้นอายุขัย ยมทูตจำเป็นต้องกระชากวิญญาณตามหน้าที่ พาดวงวิญญาณลงสู่นรกภูมิตามระยะเวลาที่กำหนด ส่วนการตัดสินในเรื่องต่างๆเป็นหน้าที่ของพญามัจจุราช”

“พี่พูดเหมือนว่า พี่ไม่เชื่อว่าผมถึงที่ตาย ถึงไม่ยอมดึงวิญญาณผมออกจากร่าง หมายความว่าสมุดบัญชีอะไรนั่นมีการคำนวณอายุขัยผิดพลาดมาแล้วใช่ไหม จึงทำให้พี่ไม่มั่นใจ ผมเคยได้ยินเรื่องคนตายแล้วฟื้น เรื่องนี้มันก็เกิดจากการคำนวณอายุขัยผิดด้วยหรือเปล่า”

“สมุดบัญชีอายุขัยเป็นความจริงเสมอ เรื่องที่มีคนตายแล้วฟื้น เกิดจากการทำงานผิดพลาดของยมทูต ไม่ใช่เพราะความผิดพลาดของสมุดบัญชีอายุขัยหรอก ยมทูตบางท่านเป็นมือใหม่ รับวิญญาณผิดดวง อาจจะด้วยชื่อ นามสกุล บังเอิญเหมือนกัน หรือบางทีวิญญาณลักลอบหนีออกไปกลับคืนสู่ร่าง จึงฟื้นคืนในช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่พอยมทูตตามกลับก็ตายอีกครั้ง แต่ในกรณีของแมงที่พี่ไม่ดึงวิญญาณออกมา ไม่ใช่เพราะพี่ไม่เชื่อในสมุดบัญชีอายุขัย แต่พี่เห็นว่าเรื่องนี้มันผิดปกติ ซึ่งตอนนี้สิ่งที่พี่คิด ท่านพญามัจจุราชก็กำลังตรวจสอบอยู่”

“ถ้าพี่บอกว่าพี่ไม่ได้ดึงวิญญาณผมออกจากร่าง แล้วทำไมผมถึงตาย”

“เพราะฝีมือของยมทูตอื่น ไม่ใช่ฝีมือพี่”

“ยมทูตที่ชื่อฟ้าครามน่ะเหรอ”

พัทธดนย์พยักหน้า แมงมุมจึงซักต่อ “ในเมื่อพี่ไม่ดึงวิญญาณผมออกจากร่าง แล้วทำไมพี่จะต้องจำแลงแปลงกายเป็นพี่ซันด้วย”

“พี่ก็บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอว่านี่คือรูปร่างหน้าตาตัวตนจริงๆของพี่ มันอาจจะบังเอิญไปเหมือนคนที่แมงรู้จัก พี่จึงอ้างแค่เพียงชื่อของผู้ชายคนนั้นเท่านั้นเอง”

“แล้วทำไมพี่ต้องทำแบบนั้นล่ะ”

“แล้วสักวันแมงจะรู้ว่าพี่ทำไปทำไม”

“ผมอยากรู้ตอนนี้” สายตาดื้อรั้นประกายวาววับขึ้นมาอีกครั้ง

“พักผ่อนก่อนเถอะแมง วิญญาณพึ่งออกจากร่าง ใช้พลังงานมาก มันยิ่งอ่อนแอ ตอนนี้เราไม่ใช่มนุษย์แล้วนะ จะซุกซนเหมือนแต่ก่อนไม่ได้แล้ว”

“ไม่ ผมจะไม่พักผ่อนจนกว่าพี่จะบอกว่าทำแบบนั้นทำไม”

“พี่ก็บอกไปแล้ว เมื่อถึงเวลาแมงจะรู้เอง บางอย่างพี่อยากให้แมงสัมผัสเองด้วยความรู้สึก ไม่ต้องรับรู้เพราะคำพูดของพี่”
“ก็ถ้าพี่ไม่พูดผมจะรู้ได้ไง”

“ถ้าน้าดวงดาวไม่เคยพูดว่ารักแมง แมงสามารถรับรู้ได้ไหมว่าท่านรักแมงหรือเปล่า”

“ก็ต้องรู้ได้สิ แม่เป็นแม่ผม ท่านก็ต้องรักผมอยู่แล้ว”

“แล้วแมงรับรู้ได้ไง ในเมื่อคุณน้าไม่ได้สื่อสารด้วยคำพูด”

“ก็รู้จากการกระทำ สายตา ความรู้สึก”

“นั่นแหละ พี่ก็อยากให้แมงรับรู้ความรู้สึกของพี่ เหมือนที่แมงรับรู้ความรู้สึกของแม่เหมือนกัน”

แมงมุมชะงักไปพักหนึ่ง “พี่กำลังจะบอกอะไรผม”

“ใช้ความรู้สึกหาความจริงจากความรู้สึก แล้วแมงจะรู้ แต่ตอนนี้พักผ่อนก่อนเถอะ อย่าใช้พลังงานเยอะ เก็บมันไว้เผื่อมีโอกาสได้ใช้มันกลับคืนร่าง หลับซะแมง”

 นั่นไม่ใช่คำบอกเล่า หากแต่เป็นคำสั่ง แสงสีแดงทอประกายผ่านดวงตาส่งผ่านหาแมงมุม ทำให้คนตัวเล็กกว่าล้มฟุบลงในอ้อมแขนทันที

พัทธดนย์ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อให้วิญญาณที่หลับใหลเอนตัวพิงไหล่ได้ถนัด สอดมือกอดเอวไว้ อดไม่ได้ที่จะก้มลงจุมพิตที่เส้นผมนั้นเบาๆ กลิ่นกายหอมที่คุ้นเคยมันทำให้รู้สึกดีขึ้นอย่างประหลาด

“ไม่ต้องห่วงนะแมง พี่สัญญาว่าพี่จะช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ หากแมงยังไม่สิ้นอายุขัยอย่างที่พี่สงสัย แมงจะต้องได้กลับไปเจอแม่ เจอเพื่อนๆของแมงอีกครั้ง”

---------------------------------

ค่ำคืนที่สองแล้วกับการสวดอภิธรรมในงานศพของแมงมุม แขกเหรื่อต่างพากันทยอยกลับเมื่อกิจกรรมทางศาสนาเสร็จสิ้น บนศาลาเหลือเพียงเพื่อนๆของผู้ตายที่ยังคงอยู่ ส่วนดวงดาวถูกขอร้องกึ่งบังคับจากหนุ่มๆเพื่อนลูกชาย และพ่อแม่ของพวกเขา ให้กลับบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านก่อน แล้วค่อยกลับมาอีกครั้ง

ปั้นดินเดินทอดน่องไปยืนอยู่หน้าโรงศพ ยื่นมือไปแตะโลง ในขณะที่น้ำตาที่สะกดกลั้นไว้หลั่งไหลออกมาเป็นสาย

“แมงมุม ทำไมมึงทิ้งกูไปวะเพื่อน ไม่มีมึงใครจะมาสาระแนเรื่องของกูกับอัณณ์ ไหนมึงบอกจะอยู่สาระแนจนพวกกูจะแก่หงำเหงือก แต่นี่กูยังเรียนไม่จบเลย มึงก็ชิ่งหนีกูไปแล้ว ทำไมมึงใจร้ายจังวะแมง มึงรู้ไหมว่ากู ขะ คิดถึงมึง”

“เข้มแข็งนะครับดิน” อัณณพเดินมาโอบกอดปลอบโยนคนรักไว้แน่น  รับรู้ว่าเขาเสียใจกับการจากไปอย่างกะทันหันของเพื่อนสนิทมากแค่ไหน “เราทุกคนเสียใจเหมือนกัน แต่มันก็จำเป็นที่พวกเราจะต้องเข้มแข็ง เพื่อให้ดวงวิญญาณของแมงมุมหมดห่วง”
“อัณณ์มันพูดถูกนะดิน เราต้องเข้มแข็ง ทั้งเพื่อดวงวิญญาณของแมง ทั้งเพื่อเป็นเสาหลักให้กับคุณน้าแทนไอ้แมง” ปากน้ำเงี้ยวบอกให้เพื่อนเข้มแข็ง หากน้ำเสียงนั้นสั่นเครือ

-------------------------

แมงมุมไม่รู้ว่าตัวเองนั้นหลับไปนานแค่ไหน มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่สัมผัสได้ว่าตัวเองนั้นถูกโอบกอดจากมือของใครบางคน และศีรษะของตนนั้นก็กำลังซบไหล่เขาอยู่ หันชำเลืองเพียงเล็กน้อยจึงได้รู้ว่าเจ้าของมือนั้นคือใคร

อบอุ่นและรู้สึกปลอดภัยนั่นคือความรู้สึกที่เขาสัมผัสได้ จนไม่ยอมขยับออกไปไหน ปล่อยให้วงแขนนั้นโอบกอดรับความอบอุ่น ทั้งๆที่เจ้าตัวยังคงไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรถึงเต็มใจอยู่ภายใต้อ้อมกอดของผู้ชายด้วยกัน

“ตื่นแล้วเหรอครับ”

แมงมุมสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อยมทูตที่เขาคิดว่าหลับอยู่กลับไม่ได้หลับอย่างที่คิด ทำทีจะขยับออก เพราะกลัวว่าเขาจะคิดว่าตื่นนอนแล้วไม่ยอมขยับออก ยอมอยู่ภายใต้อ้อมแขนเช่นนี้ หากแต่ยมทูตรั้งเอวไว้แน่นไม่ยอมปล่อยให้แมงมุมเป็นอิสระ

“ ปล่อยผมสิพี่กอดไว้ทำไมเนี่ย ผมอึดอัด”

“ พี่ก็กอดแมงไว้ตั้งนานแล้ว”

“ ก็ตอนนั้นผมหลับ”

“พญามัจจุราชจะตัดสินคดีของแมงแล้ว”

“หมายความว่าจะรู้แล้วเหรอครับว่าผมตายหรือไม่ตาย” พัทธดนย์พยักหน้ารับ “แล้วพี่รู้ได้ไงว่าพญามัจจุราชรู้แล้ว ก็พี่นอนกับผมอยู่นี่”

“ พญามัจจุราชมีอำนาจ ส่งกระแสจิตถึงเหล่ายมทูตได้ทุกที่ทุกเวลา”

เมื่อรู้ว่าถึงเวลาตัดสินชีวิตว่าจะต้องกลายเป็นผีหรือกลับไปเป็นมนุษย์อีกครั้ง คงปฏิเสธไม่ได้ว่าแมงมุมตื่นเต้นกับสิ่งที่จะได้รับรู้เป็นอย่างมาก หากพญามัจจุราชตัดสินว่าเขายังไม่ถึงที่ตาย คงเป็นของขวัญที่ดีที่สุดของทั้งเขาเองและทุกคนที่เสียใจกับการจากไปบนโลกมนุษย์ แต่หากวันนี้เขาถึงการสิ้นอายุขัยตามสมุดบัญชีอายุขัยจริงๆ ก็คงทำอะไรไม่ได้นอกจากก้มหน้ายอมรับชะตากรรมของตนเองเพราะความตายไม่มีใครหนีพ้น

“แมงสัญญากับพี่ได้ไหม ไม่ว่าการตัดสินของพญามัจจุราชจะออกมาเป็นอย่างไร แมง  จะต้องเข้มแข็ง”

“ผมก็คงทำได้แค่นั้นแหละครับ ไม่มีใครหนีความตายพ้นหรอก”

เห็นแมงมุมเข้มแข็งแบบนี้ พัทธดนย์ก็โล่งใจขึ้นหน่อย เขาพร้อมแล้วที่จะพาดวงวิญญาณดวงนี้ไปฟังคำพิพากษา ว่าแมงมุมสิ้นอายุขัยจริงๆตามสมุดบัญชีอายุขัย หรือมีข้อผิดพลาดอะไรเกิดขึ้น

   พญามัจจุราชปรากฏบนแท่นบัลลังก์พิพากษาอีกครั้ง นาทีแห่งชีวิตแมงมุมไม่ปฏิเสธหรอกว่าเขาตื่นเต้นจนสั่นไปทั้งตัว ยังดีที่พัทธดนย์ยืนอยู่ข้างๆไม่ทิ้งให้ต้องยืนอยู่ตรงนี้เพียงลำพัง

“ข้าได้ทำการตรวจสอบสมุดบัญชีอายุขัยแล้ว พบว่าตามสมุดบัญชีอายุขัย มนุษย์ผู้นี้สิ้นอายุขัยแล้ว”

แมงมุมคอตก ใบหน้าเศร้าสลดหมดความหวัง โอกาสที่จะได้กลับคืนสู่อ้อมกอดมารดาหมดสิ้นลงแล้ว หยดน้ำตาของดวงวิญญาณค่อยๆรินไหล แม้แต่พัทธดนย์ก็เจ็บปวดร้าวไม่ต่างกัน ตัดสินใจยื่นมือไปโอบไหล่ปลอบโยนแมงมุม

“ข้าแต่องค์พญามัจจุราช หากมนุษย์ผู้นี้หมดอายุขัยจริงๆ ทำไมจนถึงบัดนี้ผมถึงไม่เห็นรัศมีแห่งความตายบนวิญญาณของเขาเลย จะว่าเพราะทำบุญกุศลไว้มากจนกลบรัศมีความหม่นหมอง ก็ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะวิญญาณดวงอื่นที่ทำบุญทำกุศลมากกว่าแมงมุม ข้าก็ยังสัมผัสถึงรัศมีของความตายของผู้นั้นได้บ้าง”

“ที่ข้าบอกว่าตามสมุดบัญชีอายุขัย ชายผู้นี้ขึ้นว่าหมดสิ้นอายุขัยไปแล้ว แต่ที่ขึ้นแบบนั้นเพราะมีมือดีแก้ไขวันตายของชายผู้นี้”

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3079
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +49/-0
 :a5:


 :3123: :pig4: :3123:

ออนไลน์ fc_fic

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2425
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +71/-7
 :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5213
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
ใครคือมือดี  :m28:

ออฟไลน์ Destiny

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 100
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
เฮ่ยยย หักมุมเช้ยยย

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด