แค่พี่แถวบ้านผมเองครับ | 07 ปืนฉีดน้ำพี่แรงนะ [14-04-62]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: แค่พี่แถวบ้านผมเองครับ | 07 ปืนฉีดน้ำพี่แรงนะ [14-04-62]  (อ่าน 1591 ครั้ง)

ออฟไลน์ kaneji

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 10
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย

เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม


********************************************************************************************



#แค่พี่แถวบ้าน

 

ผมว่าต้องมีอะไรผิดปกติเป็นแน่
เพราะตอนเด็กเขาเป็นแค่พี่แถวบ้าน
แต่พอโตมาผมว่าพี่เขาก็น่าจะเป็นมากกว่านั้นนะ


สารบัญ

.

.


เปิดเรื่อง : 25/03/2019

talk

เอาจริงๆเปิดแบบงงๆเพราะผมอยากแต่งแนวฟีลกู๊ดกวนตีนๆอาจปนมาม่านิดๆ

ยังไงก็ขอฝากด้วยนะครับ :) (ผมยังงงๆกับเว็บนี้อยู่เลยฮือ มาถึงก็ลืมใส่กฏขอโทษด้วยครับTT)

#แค่พี่แถวบ้าน
:hao7:
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-04-2019 01:29:42 โดย kaneji »

ออฟไลน์ kaneji

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 10
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
บทนำ





“พี่ภูขี้โกงไม่ยอมปิดตา เลยหาเหนือเจอคนแรก”


“เหนือมั่วแล้ว พี่เพิ่งวิ่งเข้ามาในสวนจะไปจำได้ยังไงว่าเหนืออยู่ตรงไหน”


บทสนทนาของเด็กวัยห้าขวบกับพี่ข้างบ้านวัยเจ็ดขวบกำลังเถียงกันเพราะตกลงกันไม่ได้สักที


“เหนือไม่อยากเป็นคนหา”


เด็กน้อยที่พูดไม่ค่อยชัดทำหน้าตาบูดบึ้ง


“น้ำเหนือ…คนอื่นเขาก็ยอมเป็นกันหลายตาแล้ว เราจะเอาเปรียบไอ้จ้อยกับขนุนหรอ”


ภู หรือ ภูผา เด็กน้อยที่อายุเยอะสุดในระแวกนี้บอกกับน้องข้างบ้าน


“เหนือจะกลับบ้านแล้ว เหนือไม่อยากเล่นแล้ว”


“น้ำเหนือ!”


พูดไม่ทันจบคนตัวเล็กกว่าก็ชิงกลับบ้านไปซะก่อน


“ไว้ค่อยเล่นวันอื่นก็ได้ค่ะพี่ภูผา ขนุนง่วงแย้ว”


ขนุนเด็กสาววัยห้าขวบเท่าน้ำเหนือพูดออกมาอย่างช้าๆ หลักจากนั้นไม่นานทุกคนก็แยกย้ายออกจากสวนผลไม้ของลุงทองที่เป็นสถานที่ทำกิจกรรมเวลาว่างของเด็กแถวนี้เพื่อกลับบ้านของตัวเอง

 

PHUPHA PART

 

วันนี้ก็เป็นเหมือนทุกๆวันที่ผมกับน้องๆแถวบ้านจะไปเล่นกัน นัดกันไว้ว่าจะไปเล่นแถวท้ายหมู่บ้านเพราะเป็นลานกว้าง ถัดออกไปก็เป็นทุ่งนาผืนใหญ่ ผมชอบบรรยากาศบ้านผมมากครับปรอดโปร่งมาก ว่าแล้วก็ไปตามไอ้เหนือซะหน่อย ป่านนี้จะอาบน้ำหรือยังก็ไม่รู้เพราะมันชอบตื่นสาย ยิ่งช่วงนี้ปิดเทอมอีกซะด้วย


“เหนือ”


ผมตะโกนเรียกมันหน้าบ้าน


“.......”
ไม่มีเสียงตอบรับ


“แม่เหนือครับ ผมมาชวนเหนือไปเล่น”


“.......”


วันนี้บ้านดูแปลกๆเหมือนไม่มีคนอยู่ รองเท้าก็ไม่มี


“เจ้าภู มาทำไรหน้าบ้านไอ้เหนือมันล่ะ”


ป้าศรบ้านที่อยู่ตรงข้ามบ้านน้ำเหนือเดินมาถามผม


“มาชวนมันไปเล่นครับป้า”


“อ้าวนี่เอ็งยังไม่รู้หรอว่าไอ้เหนือมันย้ายไปอยู่กรุงเทพฯตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว”


“.......”


“ทำหน้าอะไรของเอ็ง”


นั่นสิ…ตอนนี้ผมกำลังทำหน้าอะไรของผมอยู่ โกรธที่จะไม่มีเพื่อนเล่นด้วย หรือโกรธ


ที่มันไม่บอกลากันสักคำเลย








“สดชื่นที่สุดดด”

หลังจากที่ผมลงจากรถก็สูดอากาศบ้านเกิดที่มาตามเส้นทางแผนที่ที่แม่เขียนมาให้อย่างทุลักทุเล อากาศที่ต่างจังหวัดต่างจากในเมืองกรุงมาก

ถึงแม้ที่เพิ่งสูดเมื่อกี้จะเป็นควันรถหมูปิ้งก็ตามที..

ไม่รอให้เสียเวลารีบไขกุญแจเข้าบ้านจัดการกวาดบ้านถูบ้านยกสัมภาระอันน้อยนิดที่อยู่หลังรถมาจัดแจงให้เรียบร้อย ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จเพราะบ้านผมเป็นบ้านชั้นเดียวหลังเล็กๆเนื่องจากแม่กับผมไม่ได้ร่ำรวยและอาจถึงขั้นจนด้วยซ้ำ แต่พอพ่อมารับไปอยู่ด้วยชีวิตของผมก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว

จะว่าไปก็ร่ายยาวมาซะเยอะ ว่าจะไปเยี่ยมลุงๆป้าๆในระแวกนี้ซะหน่อย 

“ป้าศร!”

จู่ๆป้าศรก็เดินออกมาหน้าบ้านราวกับสั่งได้ทันทีที่ผมเดินออกมา ผมเลยตะโกนเรียกไปสุดเสียง แต่ดูเหมือนป้าศรจะงงๆกับผม

“นี่เอ็งเป็นใคร..แล้วเข้าไปในบ้านไอ้เหนือมันได้ยังไง! เจ้าข้าเอ้ย! มีคนบุกรุกบ้านไอ้เหนือ”

เบิ่ดคำสิเว่า

“ไปกันใหญ่แล้วป้าศร! ผมนี่ไงน้ำเหนือตัวจริงเสียงจริงไม่จ้อจี้ แล้วจะมาปล้นบ้านตัวเองทำไม!”

พูดไปก็หาว่าโกหก ป้าศรแก้เอื้อมมือไปหยิบที่ขูดมะพร้าวข้างเท้ามาพร้อมจะขว้างใส่ผม

“เอ็งอย่ามาโกหกข้าเลยไอ้หน้าหล่อ ”

ในความโชคร้ายก็ยังมีความหล่อเข้ามาเป็นปัญหาสังคมอีก!

“ป้าศรรร…นี่เหนือเอง ลูกแม่ดาว โดนพ่อทิ้งแต่เกิดแต่พอห้าขวบก็ย้ายไปอยู่กรุงเทพฯ มีเพื่อนเล่นในวัยเด็กชื่อไอ้จ้อยไอ้ขนุนและพี่ภูผา”

ได้ผล!

“นี่เอ็งจริงหรอ..เอ็งจะมาอยู่ที่นี่ได้ไง”

“โถ่ป้า…นี่ก็บ้านผมนะ”

ป้าแกวางที่ขูดมะพร้าวแล้วเดินมาบ้านผม

“โตขึ้นเยอะเลยนะเอ็ง พอไปอยู่ในเมืองแล้วขาวเชียว ตอนเด็กยังกับถ่าน”

กลายเป็นว่าป้าศรก็คิดว่าผมเป็นไอ้เหนือง่ายๆทั้งที่เมื่อกี้แทบจะฆ่าผมซะแล้ว

“ตอนนั้นผมห้าขวบเอง ตอนนี้สิบแปดแล้วนะป้า”

“แล้วนี่ย้ายกลับมาถาวรรึไง แม่แกล่ะ”

“เปล่าครับป้า แค่มาพักช่วงปิดเทอมใหญ่เฉยๆน่ะ แม่ผมติดงานเลยมาไม่ได้แต่ฝากแคนตาลูปมาให้ป้าด้วยนะ”


ยืนคุยกับป้าศรได้ไม่นานป้าแกก็ขอตัวไปตลาดหน้าซอยหมู่บ้านเสียก่อน ผมที่ไม่รู้จะไปที่ไหนก็พาตัวเองมาท้ายหมู่บ้านนึกถึงวันเก่าๆ ลมอ่อนพัดโชยมา น้ำตาก็ไกลริน จู่ๆพี่ปาล์มมี่ก็เดินไปร้องเพลงบนคันนาก็ดูจะเพ้อเจ้อไปใหญ่ สายลมที่คุ้นเคยในวัยเด็กกระทบใบหน้าอยู่หลายครั้ง ผมนั่งเล่นบนทางเดินระหว่างคันนามองทิวทัศน์ที่คิดว่าหาดูได้ยากในกรุงเทพฯอยู่นานจนเวลาล่วงเลยจะหกโมงเย็น
กำลังจะลุกจา….ก

แง้นนนนน

“โอ๊ย….”

ไม่ทันที่จะได้ลุกขึ้นยืนมอไซฯคันสีดำที่ดูจะพังแหล่ไม่พังแหล่ก็เฉี่ยวง่ามตูดผมไปทันที


“นี่มันใช่ทางขี่มอไซฯไหมเนี่ย เขาเอาไว้ให้ควายเดินต่างหากเล่า!!”


เจ้าของมอไซฯที่ขับเลยไปข้างหน้าดับเครื่องแล้วหันหน้ามามองผม

“เป็นควายรึไงถึงมาเดิ… น้ำเหนือ”

มันว่าผมว่าเป็นควาย! ทั้งๆที่ความจริงก็เกือบใช่!

“ผมไม่ใช่ควาย แล้วนี่รู้ชื่อผมได้ยังไง”

จากที่จะโกรธก็กลายเป็นงงมากกว่าที่ไอ้หนุ่มหน้าโง่ตัวสูงข้างหน้ารู้จักชื่อผมได้ยังไง ไม่พอยังลงจากมอไซฯเดินมาหาผมอีก

“น้ำเหนือจริงๆใช่ไหม…”

เขาถามชื่อผมซ้ำอีกครั้งด้วยเสียงอ่อนกว่าครั้งแรกแต่สายตาครั้งนี้คือความรู้สึกที่ผมก็เดาไม่ถูกเหมือนกัน

“ตอบผมมาเดี๋ยวนี้เลยว่ารู้ชื่อผมได้ยังไง… หรือคุณเป็นหมอดู!”

หมอดูสมัยนี้มันเก่งมากขึ้นทุกวัน ผมว่าเราห้ามไว้ใจใครง่ายๆ

“...จำพี่ไม่ได้หรอ”

พี่….ตอนที่ผมอยู่ที่นี่ผมมีพี่อยู่ไม่กี่คน พี่ฝนร้านขายของชำแต่นั่นก็เป็นผู้หญิง พี่นายลูกป้าแว๋ว แล้วก็พี่ภูผา….

“พี่ภู”

“…….”

เหมือนกับว่าตอนนี้เราสองคนมองหน้ากันเฉยๆ พระอาทิตย์กำลังลาลับขอบฟ้าเพราะหมดหน้าที่ของมันแล้วในวันนี้
เราทั้งคู่เดดแอร์ด้วยกันประมาณอยู่10วินาทีผมที่เริ่มอึดอัดก็เลยเป็นฝ่ายพูดก่อน

“พี่ภูใช่ไหม หรือพี่นาย…..เหนือไม่รู้หรอก”

“ไปไม่ลากันสักคำ”

“……….”

“กลับมาก็จำกันไม่ได้”

“……….”

“สงสัยคงลืมคนต่างจังหวัดอย่างพี่แล้วสิ”

“…….พี่ภู”

“จำได้แล้วหรอ”

เหมือนผมกับเขากำลังเล่นสงครามประสาทกลางคันนา หยิบไม้ฟืนมาเป็นไมโครโฟนนน..อะไม่ใช่

“ผมไม่เคยลืมพี่”

“งั้นเดาว่าก็คงไม่อยากจำ…เมื่อกี้ยังจำพี่ไม่ได้เลย”

“ผมไปจากที่นี่ตอนอายุแค่5ขวบเอง มันก็เป็นเรื่องปกติที่ผมจะจำใครไม่ได้อยู่แล้วอะ”

“แล้วทำไมไม่กลับมาบ้างล่ะ หรืออยากตัดขาดกับที่นี่เต็มทน กลับมาครั้งนี้ก็คงมาขายบ้านสินะ”

โอ๊ยยยย อิหยังวะ

“พี่เป็นบ้าแล้วหรอ เลิกประชดผมสักทีได้ไหม”

“ไม่จริงรึไง”

“ไม่จริง”

“………”


“ผมไม่มีโอกาสที่จะกลับมาเลยต่างหาก”

“……..”

“พี่รู้ไหม….ตอน10ขวบผมถูกบังคับให้เรียนพิเศษเพราะผมไม่มีพื้นฐานอะไรเลย ทั้งๆที่อยากวิ่งเล่นเหมือนกับเด็กทั่วไป ช่วงที่ย้ายไปใหม่ๆผมร้องไห้อยากจะกลับมาอยู่ที่นี่กับแม่ตามเดิมด้วยซ้ำ”

“แต่แม่ผมบอกว่าถ้าผมอยากเรียนต่อสูงๆไม่อยากทำงานเป็นลูกจ้างแบบแม่ ให้ผมอยู่กับพ่อเพราะพ่อเขามีเงินส่งผมเรียนได้สบาย แต่สุดท้ายพ่อผมก็เสียตอนผมอายุได้11ขวบ”

“……….”

“มรดกทั้งหมดพ่อยกให้ผมและแม่หมดเลย แม่มารู้ทีหลังว่าพ่อเขาป่วยเป็นโรคหัวใจแต่ไม่ยอมบอกใคร กลายเป็นว่าผมต้องตั้งใจเรียนตามที่พ่อขอและอยู่ดูแลแม่”

“คือพี่….ขอโทษ”
 
พี่ภูเอื้อมมือมาลูบหัวของผมที่ไม่ได้สระมาสองวัน

“พี่ภูเอาแต่ว่าผม ไม่ถามผมสักคำเลย”

พูดไปก็มีแต่เสียงอ้อแอ้ออกมาจากลำคอผม สัส สาวน้อยวัยแรกแย้มมากมั้ง!

“เหนือไม่ต้องพูดอะไรแล้ว พี่ขอโทษที่ว่าเหนือ อย่าโกรธพี่เลยนะ”

พี่ภูเอื้อมมืออีกข้างมาจับไหล่ผมพร้อมจะดึงเข้าไปกอดแต่….

“เหี้ย!”

ผมสะดุดก้อนดินเปรอะขี้ควายตรงหน้า ทำให้จมูกผมกระแทกเข้ากับคางพี่เขาเต็มๆ

“โง่ตั้งแต่เด็กจนโต เป็นอะไรไหมเนี่ย”

“เอ็บอะอูก”(เจ็บจมูก)

“ไหนมาดู”

เขาจับมือผมที่ปิดความเจ็บปวดเอาไว้ออกทั้งสองข้างแล้วเป่าเพี้ยงให้2ที

“โห…รู้เลยว่ากินข้าวมันไก่มา”

“กวนตีนหรอ”

ผมไม่ได้ตอบอะไรแต่ทำหน้ายิ้มแป้นแล้นใส่พี่ภูกลบเกลื่อน

“ผมล้อเล่น นี่ก็ทุ่มกว่าแล้วผมว่าไปเหอะพี่ ยุงเยอะแล้วเนี่ย”

“ไปหาอะไรกินกันไหม”

จะว่าไปผมก็แอบหิวเหมือนกัน

“ไปครับๆ”


บ้านพี่ภูอยู่ซอยถัดไปจากบ้านผม แต่ว่าก็สามารถเดินไปหากันได้เพราะแต่ละซอยไม่ไกลกันมาก พื้นเพคนแถวนี้ไม่ใช่คนรวยกันส่วนใหญ่ก็ใช้จักรยานไม่ก็มอไซฯกันเสียมากกว่า ร้านที่พี่ภูพามาขับออกมาไกลจากแถวหมู่บ้านประมาณ5กิโลเมตรซึ่งถือว่าไกลพอควร แถวนี้มี4-5ร้านที่เป็นร้านอาหาร ถ้าอยากได้ตัวเลือกเยอะกว่านี้ก็ต้องขับรถเข้าไปในตัวเมืองอีก10กว่ากิโลเมตร

“เอาหมี่ขาวน้ำใสพิเศษลูกชิ้นครับป้า เหนือเอาไร”

“เอาเหมือนพี่ภู”

คิดไม่ออกครับว่าจะกินอะไรดี เลยใช้มุกเอาเหมือนกันไป ระว่างรอผมก็สำรวจพี่ภูตั้งแต่หัวยันเท้าเพราะพี่เขาเปลี่ยนไปมากๆตอนเด็กๆยังผอมแห้งตัวพอๆกับผมอยู่เลย

“พี่เปลี่ยนไปจากเดิมมากเลย”

“หมายถึงโตขึ้นหรอ”

“อือ…สูงมาก แม่ให้กินเสาไฟฟ้าหรอ”

“โอ๊ย…”
พูดจบพี่เขาก็ดีดติ่งหูผมไปหนึ่งทีพร้อมกับขยับปากเบาๆแบบไม่มีเสียงแต่ผมดูออกว่าด่าผมกวนตีน

“แล้วนี่พี่เรียนอะไรอยู่หรอ”

“พี่เรียนวิศวะอยู่มอใกล้ๆนี่เองอีกเทอมเดียวก็จบแล้ว”

“หมี่ขาวน้ำใสมาแล้วจ้า”

คุยได้ไม่นานก็โดนป้าขายก๋วยเตี๋ยวขัดจังหวะ หลังจากนั้นผมกับพี่ภูก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีกมาก มีแค่เรื่องทั่วๆไปว่าป้าน้อยแม่พี่ภูสบายดีไหม สวนของลุงทองเป็นยังไงบ้าง

“ขี่มอไซฯกลับดีๆนะพี่”

ผมบอกพี่ภูหลังจากเขามาส่งที่หน้าบ้าน

“พูดซะเวอร์ ซอยอยู่แค่นี้”

“แล้วพรุ่งนี้พี่ว่างไหม”

“พรุ่งนี้พี่ว่างเย็นๆ ช่วงนี้พี่ฝึกงานอยู่”

“อ่อ”

“ดูทำหน้าเข้า 4โมงเย็นก็เลิกแล้ว เดี๋ยวพี่มารับไปเที่ยว”

“จริงอะ”
ผมยิ้มหน้าระรื่นออกหน้าออกตามาก แหม่ ก็คนมันตื่นเต้นกะว่าจะชวนไปเที่ยวข้างนอก

“แต่งตัวเท่ๆรอไว้เลย”

ผมไม่รู้ว่าความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไร แต่ผมมีความสุขมากๆเลย
.
.
.
.
ฝากไว้ในอ้อมกอดด้วยนะฮับ;-;ผมจะพยายามลงบ่อยๆเลย
#พี่แถวบ้าน
:sad4:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-03-2019 11:54:08 โดย kaneji »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 728
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: แค่พี่แถวบ้านผมเองครับ [YAOI]
«ตอบ #2 เมื่อ25-03-2019 19:06:59 »

 :pig2:
เป็นกำลังใจให้น๊าาา
 :3123:
 :pig4:

ออฟไลน์ kaneji

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 10
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
บทที่1
 โชว์ให้เด็กมันดูซะหน่อย




“พี่ขับรถยนต์เป็นไหมอะ”

เนื่องจากพี่ภูมีแต่รถมอไซฯ ผมเลยอาสามาใช้รถยนต์ของผมน่าจะดีกว่า

“ได้ดิ”

“จริงหรอ เคยขับรถใครอะ เห็นขี่แต่มอไซฯ”

“รถเราเลยครั้งแรก”

ตายโหง!

“…….”

ผมควรไว้ใจให้พี่ภูขับไหมเนี่ย

“งั้นผมขับเองดีกว่า”

“พี่ล้อเล่นน่า เอากุญแจมาๆ”

สุดท้ายผมก็ต้องยอมให้กุญแจพี่เขาด้วยเหตุผลที่ว่า พี่เป็นเจ้าถิ่นย่อมรู้เส้นทางมากกว่า

“เราจะไปไหนกันอะ”

“เราอยากไปไหนอะ”

“ผมไม่รู้ว่าแถวนี้มีที่ไหนน่าไปบ้างอะ”

“งั้นไปแถวมอพี่”

“มอพี่มีอะไรอะ”

“มีพี่”

“……..”

นิสัยกวนตีนของพี่ภูเริ่มออกมาเรื่อยๆ คู่แข่งคนนี้ไม่ธรรมดา ผมจะต้องลับฝีปากตัวเองให้แกร่งกล้ามากกว่าเดิม!

“เอาดีๆดิพี่”

“พี่เอาไม่ดีหรอ”

ช่วยด้วย!

“ผมไม่คุยด้วยแล้ว ขับรถไปเลย เกิดไปชนใครเข้า ผมยิ่งไม่ไว้ใจพี่อยู่”

คนข้างๆผมไม่ตอบอะไรแค่จับหัวผมโคลงไปมาแล้วตั้งใจขับรถต่อ

ขับมาได้สักพักก็เริ่มเข้าตัวเมืองแล้ว ร้านค้าเริ่มมากขึ้น แต่ผมก็ยังไม่รู้ว่าพี่ภูจะพาผมไปที่ไหน ข้างทางดูรมรื่นมากๆ

“ถึงละ”

“พี่พาผมมาสวนสาธารณะมอเนี่ยนะ”

ตอนแรกผมคิดว่าพี่ภูจะพาไปห้างหรือร้านอะไรสักร้าน

“ไม่ชอบหรอ”

“ชะ….ชอบครับ สนุกไปเลย วู้ว”

“ว่าแล้วต้องชอบ พี่ก็ชอบ”

กูประชดโว้ยยยยยยยยย

“ละพี่พาผมมาทำไมอะ”

พี่ภูไม่ได้ตอบคำถามผมแต่นั่งลงบนม้านั่งข้างหน้าแทน เออดีวุ้ย  แต่ได้มานั่งเล่นในที่แบบนี้ตอนเวลาเกือบๆหกโมงผมว่าก็ไม่เลวนะ อากาศดูสงบ ลมพัดเย็นๆ มอเห็นคนวิ่งผ่านไปมา สบายตาดี

“เราอายุเท่าไรแล้วนะ”

“สิบแปด ทำไมอะ”

“อ่อดีละ แล้วนี่ทำไมแม่ไม่กลับมาด้วย”

“แม่ผมติดงานที่กรุงเทพฯ ผมเลยมาคนเดียวอะ”

“คิดไงถึงมา”

“คิดถึงที่นี่อะ เห็นแม่บอกว่าที่นี่มีแต่คนใจดีแล้วก็เพื่อนตอนเด็กเยอะแยะ  ตอนนั้น5ขวบผมก็เริ่มรู้เรื่องแล้วนะ”

“แล้วคิดถึงพี่ไหม”

“……….”

ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญหรือเปล่าที่ผมกับพี่ภูหันมามองหน้าพร้อมกัน เอาจริงๆผมว่าพี่เขาก็หล่อนะ แต่ไม่ได้ขาวเหมือนคนกรุงเทพฯเพราะที่นี่แดดร้อนมาก พี่ภูก็เลยดูคล้ำไปนิดหน่อย ตัวก็หนากว่าผมมาก แต่ทำไมดูดีจังวะ เห้อ ผมไม่ได้ชอบพี่ภูใช่ไหมเนี่ย ช่างแม่งๆ สะบัดความคิดโง่ๆออกไปก่อน มันอาจเป็นความรู้สึกคิดถึงเพื่อนวัยเด็ก ตอนนี้จะเอาไงกับคำถามข้างหน้าก่อน

“คะ….คิดถึงสิ อะ….เอ่อ คิดถึงทุกคนเลย คิดถึงขนุนกับจ้อยด้วย ยังไม่ได้เจอกันเลยตั้งแต่ผมมา”

“อืม แล้วนี่เหนือจะอยู่ที่นี่นานไหม”

พอพี่เขาเรียกแทนด้วยชื่อผมอีกครั้งทำไมมันรู้สึกแปลกๆจังอะ

“เหนือกะว่าจะอยู่จะถึงใกล้ๆเปิดเรียนน่ะ”

แล้วผมจะเรียกตัวเองว่าเหนือทำไมวะเนี่ย!

“เราจบมอหกแล้วใช่ไหม จะเข้าที่ไหนล่ะ”

“เหนือก็ยังไม่รู้เหมือนกัน รอดูคะแนนก่อน ว่าจะยื่นพวกบริหาร”

“สนใจเรียนที่เดียวกับพี่ไหม”

“เหนือจะเก็บไปเป็นตัวเลือกละกันครับ”

พี่ภูไม่ได้ถามอะไรผมต่อเราเลยเลือกที่จะกลับบ้านกันเลย ตอนแรกว่าจะแวะกินข้าวก่อนแต่แม่พี่ภูพอรู้ว่าผมกลับมาก็ชวนไปกินข้าวที่บ้านด้วยกัน พี่ภูบอกว่าเมื่อวานพูดเรื่องผมไม่หยุดจนนึกว่าผมเป็นลูกอีกคนไปแล้ว

“แม่พี่ดุไหม”

“พี่ดุกว่าอีก”

ผมไม่เห็นพี่ภูจะดุเลยตั้งแต่อยู่มา

“ไหนลองดุ”

“ตอนนี้ยังดุไม่ได้”

อะไรของเขาวะ สงสัยไม่กล้าแกล้งผมเพราะกลัวผมไปฟ้องน้าบัวแม่พี่ภู

“แล้วดุตอนไหน”

“อยากเห็นหรอ”

“อืม เหนืออยากเห็น ตอนเด็กๆพี่ภูก็ไม่เห็นจะดุเหนือเลย”

“ตอนนั้นยังดุไม่ได้ แต่ตอนนี้ดุได้แล้ว”

อะไรของพี่เนี่ย ผมเห็นเขาขำไม่หยุดเลยตั้งแต่พูดเรื่องดุๆ

“พอๆ เหนือจะลงรถละ แม่พี่รอนานแล้ว สรุปไม่ดุนะ”

พี่เขายิ้มให้ผมเป็นคำตอบ พร้อมกับน้าบัวเปิดประตูให้ผมกับพี่ภูเข้าไปข้างใน

“มาแล้วเหรอลูก ดูสิ โตเป็นหนุ่มแล้ว”

น้าบัวจับผมพลิกไปมาราวกับผ้าจนพอใจถึงได้พาเข้าไป บ้านพี่ภูเป็นบ้านสองชั้นหลังเล็กๆ พอเข้ามาก็เห็นพ่อพี่ภูนั่งอยู่บนโต๊ะอาหารแต่ผมจำชื่อพ่อพี่ภูไม่ได้แล้วนี่สิ

“สวัสดีครับน้าบัว สวัสดีครับ….เอ่อ คุณลุง”

“เข้ามาลูกๆ จำลุงไม่ได้แล้วเหรอ”

“เหนือขอโทษจริงๆครับ เหนือพยายามนึกแล้วแต่นึกไม่ออกเลย แฮะๆ ”

“ไม่เป็นไรหรอก ตอนนั้นเรายังเล็กอยู่เลย”

“แล้วนี่อยู่คนเดียวหรอลูก”

น้าบัวหันมาถามผมหลังจากเรานั่งที่โต๊ะอาหารแล้ว

“ครับ แม่ไม่ได้มาด้วย”

“งั้นช่วงที่เราอยู่ที่นี่ย้ายมาอยู่กับเจ้าภูไหม แม่ว่าเราอยู่คนเดียวมันอันตรายนะ”

นี่มันผิดตาดไปแล้ว!ผมนึกว่าแค่มากินข้าว!

“เอ่อ…”

พี่ภูที่เงียบมาตลอดหันมายิ้มให้ผมเป็นนัยๆว่าให้ตอบตกลงไปเถอะ

“พ่อเห็นด้วยนะ เพราะเจ้าภูมันเหงา เห็นคุยกับต้นไม้”

“ไม่ใช่แล้วพ่อ ผมคุยกับนก”

“สรุปว่าตกลงนะลูก”

ยังไม่ทันคิดน้าบัวก็สรุปให้ผมเป็นเรียบร้อย ผมที่ไม่อยากขัดผู้ใหญ่เลยเออออห่อหมกไปตามๆกัน อีกอย่างผมว่าตอนดึกๆแถวบ้านผมก็น่ากลัวเหมือนกัน หลังจากกินข้าวเสร็จพี่ภูอาสาเป็นเพื่อนไปเอาของที่บ้านผมด้วยกัน ตอนแรกพี่มึงอิดออดบอกจะให้ใส่ชุดของตัวเองไปก่อน แต่ผมยืนกรานว่าจะไปเอาของใช้ส่วนตัวให้ได้ พี่ภูเลยยอมมา

“พี่อาบน้ำก่อนไหม”

ผมวางเป้ตัวเองไว้หน้าตู้เสื้อผ้าพี่ภู พร้อมกับสำรวจห้อง ห้องพี่ภูไม่ได้ใหญ่เลย พูดตรงๆก็เล็กมากเลยแหละ ยิ่งมาอยู่กันสองคนอีกยิ่งแคบไปใหญ่ หัวเตียงติดโปสเตอร์นักบอลทีมแมนยูอยู่3แผ่น ข้างๆเตียงมีกีตาร์ตัวเก่าแล้วก็ลูกบอลที่สภาพน่าจะไปเกิดใหม่  โต๊ะเครื่องแป้งมีแค่แป้งตรางูกับโรลออนแค่นั้น น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ไปดิ

“งั้นแปปเดียว พี่อาบไม่นาน”

พูดจบพี่ภูก็ปลดเนคไทถอดเสื้อเชิ้ตสีเข้มออก พร้อมจะถอดกางเกง

“เฮ้ยๆ พี่ไปถอดในห้องน้ำดิ”

“แค่บอกเซอร์เอง กลัวไร”

“มะ…ไม่ได้กลัว แค่ไม่ชิน”

“เดี๋ยวก็ชิน”

“O_O”

ละพี่จะถอดบอกเซอร์ทำไมมมมมมม

“พะ…..พี่ ไหนบอกแค่บอกเซอร์ไง”

“เอาน่า ผู้ชายด้วยกัน”

ฮือออ ภาพด้านหน้าผมมันยิ่งตอกย้ำเจ้าเหนือน้อยระหว่างขาผม พี่ภูหันมายกคิ้วใส่ผมทีนึงพร้อมกับจับเป้าตัวเองไปมาก่อนเดินไปหยิบผ้าขนหนูแล้วเข้าห้องน้ำไป จะอวดว่าของตัวเองใหญ่ว่างั้นเหอะ!

แล้วก็ไม่นานจริงๆ พี่ภูเข้าห้องน้ำไปได้5นาทีก็ออกมาแล้ว

“พี่อาบหรือวิ่งผ่านน้ำเนี่ย”

“อะไร พี่ก็อาบปกติ”

“สะอาดปะเนี่ย”

“สะอาดดิ มาดมดู”

ไม่พูดอย่างเดียวยังกางแขนออกสองข้างรอผมเข้าไปอีก

“ไม่เอาอะ เหนือไปอาบละ”

ผมที่รีบหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำ ไม่วายได้ยินเสียงตามมาว่า ‘ถ้าไม่เชื่อว่าพี่สะอาดก็มาสำรวจพี่ได้’

ตอนนี้ก็เวลาเกือบๆสี่ทุ่มแล้วพี่ภูกำลังนั่งพิมพ์งานบนเตียง ผมที่ไม่รู้จะทำอะไรก็เลยนั่งเล่นROVไปพลางๆ

“ง่วงนอนยัง”

เสียงจากคนตัวโตกว่าบอกมาขณะจ้องโน๊ตบุ๊ค

“ฮึ ยังเลย พี่ภูง่วงยัง”

“ง่วงแล้ว”

“งั้นนอนดิ พรุ่งนี้วันเสาร์นะ ค่อยทำพรุ่งนี้ก็ได้”

“อยากทำให้มันเสร็จๆ พรุ่งนี้จะได้อยู่กับเราทั้งวัน”

“……..”

รู้สึกเหมือนหน้าผมมันร้อนๆกลายเป็นพวกใจง่าย ผมไม่ได้โง่ขนาดไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร แต่ก็ไม่อยากยอมรับมันเท่าไรว่าผมดีใจที่ได้ยินคำนั้นจากปากพี่ภู ความรู้สึกนี้ผมว่าต้องเป็นความรู้สึกพี่น้องแน่เลย ชัวร์ ผมไม่ได้ชอบพี่ภู และพี่ภูก็ไม่ได้ชอบผม และอีกอย่างพวกเราก็เป็นผู้ชายทั้งคู่ พี่ภูก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะเป็นสักหน่อย แต่ผมนี่สิ สับสนตัวเองตั้งแต่ตอนอยู่มัธยมแล้ว แต่ก็ยังไม่อยากยอมรับมันเท่าไร

ให้มันเป็นเรื่องของโชคชะตาละกัน

“แล้วนี่พี่ไม่ไปอยู่กับแฟนบ้างเหรอ”

อยากตบปากตัวเองจังโว้ย นี่ผมพูดอะไรไปเนี่ย พี่เขาก็รู้หมดพอดี

“หืม จู่ๆทำไมถึงพูดถึงแฟนพี่”

“เอ่อ….ผมเห็นพี่แบบว่า น่าจะมีแฟนแน่ๆ เลยแบบถามไปไง”

“จริงรึ”

“จริงสิ”

“แน่นะ”

“แน่สิ”

“ไม่ยั่วนะ”

“ไม่ยั่วสิ”

“คนอวดดี”

“……..”

กวนตีนฉิบหายเลยโว้ย!!

“พี่ยังไม่มีแฟน”

“อ่อ เหนือก็ด้วย”

อะไรของผมเนี่ยยย แล้วจะไปบอกเขาทำไม แต่ผมว่าพี่ภูตามไม่ทันหรอก ผมฉลาดกว่าเขาเสียอีก

“รู้อยู่แล้ว”

“พี่รู้ได้ไงอะ”

“หน้าอย่างเราไม่น่ามี”

“พี่ด่าเหนือเหรอ”
หน็อย ผมไม่อยากอวดว่าตอนมัธยมนี่ผมฮอตมาก น้องมอต้นทักผมกันตรึม แต่ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษผมเลยบอกให้น้องๆตั้งใจเรียนกันเสียก่อน พี่ไม่อยากพรากผู้เยาว์

“เปล่า”

เสียงสูงมาก ถึงแม้จะเป็นเสียงสูงที่ดูต่ำเพราะลูกกระเดือกพี่ก็เถอะ

“แต่หน้าอย่างพี่ก็คงมีผู้หญิงมาจีบเยอะอะดิ”

แล้วทำไมผมยังไม่จบบทสนทนานี้เนี่ย

“จะบอกว่าพี่หล่อว่างั้น”

“มั่วแล้ว เหนือหล่อกว่าพี่อีก”

หลังจากผมพูดจบ พี่ภูก็ทำสีหน้าประมาณว่า เอาจริงดิ ประมาณล้านรอบ

“พูดมากว่ะ เด็กมันพูดมากตอนก่อนนอนเหรอวะ”

ยิ่งพูดต่างคนยิ่งหลุดตัวตนออกมามากยิ่งขึ้น พี่ภูที่ตอนแรกดีใจที่เจอผม น้ำเหนืออย่างงู้นอย่างงี้ ตอนนี้อะไร ขัดผมตลอด

“ผมจะนอนแล้ว เชิญพี่ทำงานไปเลย”

“อ่าวเฮ้ย งอนแล้วเหรอ”

“เหนือไม่ได้งอน คนมันง่วงนอน”

ง่วงกับผีสิ ตานี่ใสแจ๋วเลยสัส

“เสร็จพอดี งั้นพี่ปิดไฟเลยนะ”

“อือ”

พี่ภูลุกไปวางโน๊ตบุ้คบนโต๊ะแล้วถอดเสื้อออก

“เฮ้ย ถอดทำไมอะพี่”

“ร้อน ปกติพี่นอนไม่ใส่เสื้อ ห้องพี่ไม่มีแอร์ บ้านเราที่กรุงเทพฯคงสบายกว่านี้ใช่ไหม โทษทีนะ”

“ไม่เป็นไรครับ เหนือนอนได้”

พี่ภูขยับมานอนอีกฝั่งของเตียง แต่ด้วยขนาดตัวของผู้ชายทั้งสอง ทำให้มันดูเบียดกันไปหน่อย

“อึดอัดไหม”

“ไม่ครับ”
“หมายถึงอยู่กับพี่แล้วอึดอัดบ้างไหม”

“ทำไมถามงี้อะ พี่ภูอึดอัดที่อยู่กับเหนือหรอ”

“เปล่า ตรงกันข้ามเลย”

“…….”

“พี่มีความสุขมากเลย”
.
.
.
.
Talk
มาแล้วครับทุกคนน เห็นคนคอมเม้นท์คนนึงด้วยแหละผมดีใจมาก555
เป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ ผิดตรงไหนผมจะพยายามปรับปรุงนะครับ
#พี่แถวบ้าน #ภูผาน้ำเหนือ


:z3:

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-03-2019 23:25:38 โดย kaneji »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 728
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: แค่พี่แถวบ้านผมเองครับ [YAOI]
«ตอบ #4 เมื่อ26-03-2019 20:24:55 »

โห  คุณแม่เปิดทาง  :katai2-1:
 :z2:
 :pig4:

ออฟไลน์ kaneji

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 10
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
บทที่2
 อ้ายมาสี่คน




      ชีวิตของผมในต่างจังหวัดค่อนข้างไปได้ดี ก่อนจะมาที่นี่แม่ของผมบอกว่าจะอยู่ได้เหรอ เพราะบ้านที่ผมอยู่เป็นบ้านของพ่อซึ่งมีทุกอย่างเพียบพร้อมมากองตรงหน้าแทบจะทุกอย่าง ไหนจะแม่บ้าน คนขับรถ เรียกได้ว่าดูดีเลยทีเดียว ข้อดีของมันคือการที่ผมไม่ต้องเหนื่อยเหมือนคนอื่น แต่ข้อเสียคือทุกคนจะคิดว่าผมทำอะไรเองไม่ได้ ถูกมองว่าเป็นคนฟุ่มเฟือย ผมเลยตัดสินใจกับแม่ขอมาอยู่ที่นี่ อยู่กับตัวเองสงบๆ แต่ก็ต้องยอมรับตรงๆว่าผิดคาดกับที่คิดไว้มาก เพราะชุมชนหมู่บ้านในวัยเด็กของผมค่อนข้างไปในทางฐานะยากจน แต่บางครอบครัวก็เป็นคนฐานะปานกลางเช่นพี่ภู


ชีวิตหนึ่งเดือนของผมที่ผ่านมา ไม่มีอะไรมากนอกจากพี่ภูไปฝึกงาน ตกเย็นก็พากันไปหาอะไรกินแถวในเมือง


แต่สิ่งที่เริ่มแปลกไปสำหรับผมก็คือ…..


หัวใจของผม


ใครมาได้ยินก็คงจะหาว่าใจง่าย


แต่จะรู้ไหมว่าไอ้พี่ภูเนี่ย มันอ่อยเก่งฉิบหายเลยโว้ย


วันดีคืนดีละเมอบอกหนาวขอนอนกอดหน่อยทั้งๆที่ผมเหงื่อแตกได้เป็นลิตร ไอ้ผมก็ใจง่ายยอมให้เขากอดจนถึงเช้า แล้วจะไม่หวั่นไหวได้ยังไง


ความสัมพันธ์ของเราในตอนนี้ก็คือ


Brother zone นั่นแหละครับ


หรือว่าผมจะชอบพี่ภูขึ้นมาจริงๆ หรือว่าแค่หลง สรุปแล้วผมชอบผู้ชายจริงๆใช่ไหม แล้วถ้าที่บ้านผมรู้ขึ้นมาล่ะ แล้วถ้าพี่ภูเขารู้จะรังเกียจผมไหม หรือว่าความสัมพันธ์ของเราสองคนจะต้องตัดขาดกันเลย


เลือกตั้งที่ผ่านมาผมยังไม่เครียดขนาดนี้


ทำยังไงดีๆๆ หรือผมควรบอกพี่ภูไปตรงๆดี


อะ…..นี่ไงพี่ภูโทรมาพอดี

“ว่าไงครับพี่ภู”

(ทำไรอยู่)

“เหนือกำลังรดน้ำต้นไม้หน้าบ้านพี่”

(พี่เหนื่อยมากเลย)

อะไรของเขาวะเนี่ย

“พี่เลิกงงานแล้วไม่ใช่เหรอ”

(อืม กำลังรีบกลับครับ)


นี่ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ผมหวั่นไหวด้วยคำว่าครับของพี่ภู


“อะ…อืมครับพี่ น้าบัวบอกว่าให้ซื้อหลอดไฟมาเปลี่ยนในห้องน้ำด้วย”

(ครับผม)


ตาย ตายไปเลย ใครมาได้ยินก็คงอาการเดียวกับผม อาการนี้มักจะมาช่วงพี่ภูเลิกงานบ่อยๆ


หลังจากที่พี่ภูกลับมาบ้าน เราก็นั่งกินข้าวตามปกติเหมือนกับทุกๆวัน ผมมารู้ทีหลังว่าพ่อพี่ภูชื่อลุงทิด ทีหลังจะได้เรียกถูกซะที
ผมไปหยิบบันไดหลังบ้านเพื่อจะเอามาเปลี่ยนปลอดไฟในห้องน้ำรวม โดยมีพี่ภูเป็นคนเปลี่ยนและผมเป็นคนจับบันไดไว้


“ร้อนอะพี่ รีบๆทำให้เสร็จเถอะ”


“อดทนหน่อยดิ”


“เสร็จยังอะ”


“จะเสร็จแล้ว”


“ใกล้ยัง”


“ใกล้แล้ว”


“เหนือไม่ไหวแล้วนะพี่ มันร้อนมากเลยอะ”


“พี่กำลังเร่งอยู่”


“เหนือกลัวมันแตกอะพี่”


“……………”


“พี่ระวังหน่อยนะ ถ้ามันแตกอย่าให้โดนเหนือ”


“…………..”


“อ้าว เป็นไรอะพี่ภู มองเหนือทำไม”


“ปะ…..เปล่า”


“เหนือร้อนไม่ไหวแล้ว พี่ภูเสร็จแล้วใช่ไหม”


“อะ….อืม พี่เสร็จแล้ว”


“งั้นพี่ไปอาบน้ำก่อนเลย เดี๋ยวเหนือขึ้นไปรอในห้องพี่”


จู่ๆพี่ภูก็รีบยกบันไดไปเก็บแล้วรีบไปอาบน้ำข้างบนอย่างกับเดอะแฟลช


“พี่ภูรีบๆอาบนะ เหนือก็อยากอาบเหมือนกัน”


ผมตะโกนบอกพี่ภูหน้าห้องน้ำ


“อะ…อืม”


“พี่ได้ยินใช่ไหมอะ”


“อ…อืม ได้ยิน”


ผมรู้สึกว่าพี่ภูน้ำเสียงแปลก แต่สักพักพี่เขาก็ออกมา ดูเหมือนรอบนี้จะอาบน้ำนานกว่าปกติอีกด้วย


“พี่ดูหน้าแดงๆนะ”


“ในห้องน้ำมันร้อน”


“เหรอ งั้นเดี๋ยวเหนือจะรีบอาบจะได้ออกมาเล่นด้วย”


“พี่โตแล้ว จะไปเล่นอะไรกับเรา”


“อะไรอะพี่ภูอยู่แค่ปีสี่เอง ยังไม่โตเลย”


“โตแล้วจริงๆ ไม่เชื่อเหรอว่าโต”


“งั้นก็เล่นแบบคนโตสิ ปกติคนโตเขาเล่นอะไรกันอะ”


“……..”


“เอาเป็นว่าเดี๋ยวเหนืออาบน้ำก่อนละกัน”


ผมว่าวันนี้พี่ภูดูแปลกๆไปมาก แต่พี่เขาอาจจะเหนื่อยจากงานก็เป็นได้ ผมควรให้พี่เขาพักผ่อนเยอะๆสินะ



แล้วทำไมพื้นตรงนี้มันลื่นๆเนี่ย




อาบน้ำแต่งตัวเช็ดผมทำอะไรเรียบร้อยผมก็ยังเห็นพี่ภูนั่งจ้องโน๊ตบุ๊คอยุ่เลย


“เหนือว่าพี่นอนได้แล้วมั้งพรุ่งนี้ก็ไปฝึกงานอีก”


“เราง่วงก็นอนก่อนเลย เสาร์อาทิตย์เหนือสนใจไปเที่ยวงานบวชเพื่อนพี่ไหม”


“ที่ไหนครับ”


“อยู่อีกจังหวัดนึงน่ะ ขับรถประมาณสามชั่วโมงก็น่าจะถึงแล้ว”


“ไปยังไงเหรอครับ เอารถเหนือไปไหม”


“ไม่เป็นไร ไปรถเพื่อนพี่ มีเพื่อนพี่อีกสองคนไปด้วย”


“ไปๆ เหนือไปด้วย”


“งั้นคืนนี้นอนได้แล้ว”


“ครับ”



   

   เพื่อนพี่ภูนัดผมกับพี่ภูหน้าคณะวิศวะตอนสิบโมง วันนี้วันเสาร์ก็เลยไม่ค่อยมีคนมากนัก แต่ตอนนี้ผมกับพี่ภูมาถึงก่อนประมาณครึ่งชั่วโมงก็เลยรออยู่ที่โรงอาหารของตัวคณะ เห็นบรรยากาศภายในมอแล้วผมว่าพี่ภูเองก็คงคิดถึงมากแน่ๆ เห็นบอกว่าฝึกงานตั้งแต่เทอมหนึ่ง ก็แสดงว่าพี่ภูแทบไม่ค่อยได้มามอเท่าไรแล้ว


“เฮ้ยไอ้เหี้ยภู”


เสียงจากผู้ชายสองคนที่ตัวพอๆกับพี่ภูเรียกคนข้างตัวผม น่าจะเป็นเพื่อนพี่ภู


“ช้าสัส ทำไรอยู่วะไอ้เหี้ย”


โห กร้าวใจไอ้เหนือสุดๆ ผมเชื่อแล้วว่าวิศวะส่วนใหญ่คงเป็นแบบนี้แน่ๆ ปกติพี่ภูไม่เคยพูดคำหยาบคายกับผมเลย อาจมีหลุดสบถออกมาบ้าง แต่ก็ไม่ค่อยเห็นสักเท่าไร


“ก็ไอ้เหี้ยบอสอะดิปวดขี้ เลยแวะปั๊มก่อน”


“เออน่า ช้านิดหน่อย นั่นน้องมึงเหรอ”


พี่คนที่หน้าตาจิ้มลิ้มหน่อยๆหันมาทางผม


“เออ ที่กูเคยบอกพวกมึงนั่นแหละ”


“พี่ชื่อปันนะครับ ส่วนไอ้เหี้ยนี่ชื่อบอส”


“สัส กูดูเหี้ยไปเลย”


“ก็มึงมันเหี้ย”


“พอไอ้สัส สงสารน้องกูบ้างเถอะ ยืนหน้าโง่แล้วเนี่ย”


อ้าวไอ้พี่เหี้ย


ไหนๆก็สนิทกันแล้ว ผมขอด่าบ้างเถอะ จู่ๆมาว่าผมหน้าโง่ได้ไง ผมโง่กว่าที่พี่คิดอีก หลังๆมานี้ความเกรงใจของพี่ภูกับผมค่อยๆหายไปทีละเล็กน้อยแล้วครับ หลังจากที่ผมชมพี่มันไปได้ไม่นานมานี้ พี่มันก็เริ่มจะกวนตีนผมมากกว่าเดิม


“พี่ภูนั่นแหละหน้าโง่”


“ฮ่าๆๆๆไอ้สัส เสียงน่ารักว่ะ แต่พอด่ามึงแล้วกูชอบฉิบหาย”


พี่ปันดูจะชอบใจมากๆเห็นหัวเราะไม่หยุด สงสัยผมจะได้คนหนุนหลังตอนผมจะด่าพี่ภูแล้ว


“เหนือกล้าด่าพี่แล้วเหรอ มาอยู่กับพวกมันได้แปปเดียวเองนะ พวกมึงทำให้น้องกูต้องแปดเปื้อน”


ประโยคหลังพี่ภูหันไปพูดกับเพื่อนทั้งสองคนที่ดูท่าจะไม่สนใจในคำด่านั้นเท่าไร และดูเหมือนว่าเวลาในตอนนี้ก็สายเกินพอแล้ว ผมกับพี่ๆทั้งสามก็เลยตกลงกันว่าจะรีบขึ้นรถเดินทางไปงานบวชโดยมีพี่บอสเป็นคนขับแต่เจ้าของรถจริงๆเป็นพี่ปัน เจ้าตัวให้เหตุผลว่าอยากหลับพี่บอสเลยต้องจำใจขับให้ ส่วนพี่ภูกับผมก็เลยมานั่งข้างหลังกันสองคน


ระยะทางจากมอไปบ้านของเพื่อนพี่ภูที่เป็นคนบวชก็ไกลพอสมควร ผมก็เริ่มจะง่วงเหมือนกัน


“ง่วงหรอ”


“ครับ”


“นอนตักพี่ก็ได้”


ได้นอนตักพี่ภู! แต่จังหวะนี้ใครจะสนเรื่องอื่นนอกจากเรื่องนอนล่ะครับ ผมเลยถือวิสาสะนอนไปบนตักพี่ภูเลยทันที


“เหี้ยๆๆๆ ไอ้ภูมันร้ายนักไอ้บอส”


เสียงพี่ปันที่นั่งข้างคนขับพูดออกมาเสียงดัง


“เชี่ยปันเบาๆ น้องจะนอน”


บ่ายสองกว่าๆพวกผมทั้งหมดก็มาถึงบ้านพี่รอมที่จะบวชนาค โดยงานจริงๆคือวันพรุ่งนี้ แต่พวกผมมาเตรียมงานก่อน เพราะมีเลี้ยงโต๊ะจีนในเย็นพรุ่งนี้ ทางเข้าหมู่บ้านค่อนข้างจะลำบากพอสมควร แต่พอมาถึงบ้านเจ้าของงานก็ถือว่าพอมีฐานะในระแวกนี้ ที่สำคัญในตอนนี้คือหาที่จอดรถยากมาก พี่บอสแทบจะออกไปเต้นรำหน้าถนน อากาศก็ร้อนทะลุเข้ามาให้รถ


“ข้างหน้าๆไอ้บอส กูว่าแทรกได้”


“แทรกได้บ้านมึง รถมึงฟอร์จูนเนอร์ไอ้สัส”


“เออว่ะกูลืม”


สุดท้ายก็ได้ที่จอดรถเป็นหน้าบ้านของใครก็ไม่รู้แต่เจ้าของบอกว่าให้จอดได้ เพราะวันนี้ก็มีคนอื่นนอกจากพวกเราก็คือพวกเพื่อนพี่ภูมาเยอะมาก


“พี่ภูเพื่อนพี่ภูหมดเลยหรอ”


“ไม่หมดหรอก แต่ก็น่าจะส่วนใหญ่”


“แล้วเพื่อนพี่ดุไหม”


ผมไม่รู้ว่าคำถามผมมันตลกตรงไหน พี่ภูถึงได้ขำไม่หยุด


“ไม่ดุหรอก พี่ดุกว่า”


“ผมก็ว่างั้นแหละ คนอื่นไม่น่าดุเท่าพี่หรอก”


“ใช่ พี่ดุที่สุด”


“ดุไรมึงไอ้ภู”


พี่บอสที่เดินนำข้างหน้าหันมาถามพวกเรา


“น้องมันถามเพื่อนเราดุไหม กูเลยบอกกูดุสุด”


“โถ่ไอ้กระจอก น้องเหนือครับอย่าไปเชื่อไอ้นี่มันมาก พี่ปันดุกว่าอีก โดยเฉพาะบนเตีย…”


“พอไอ้สัสปันกูสงสารน้องไอ้ภู เด็กกำลังโต ต้องมาเสื่อมเพราะมึง”


ผมยังไม่ทันได้ฟังพี่ปันพูดจบ พี่บอสก็เข้ามาแทรกโดยการตบหัวพี่ปันไปหนึ่งที



บรรยากาศภายในบ้านค่อนข้างวุ่นวายนิดหน่อย มีเพื่อนพี่ภูอยู่แทบทุกพื้นที่ เดินไปทางไหนก็ทักกันเกือบหมด คุณแม่ของพี่รอมพาเราสี่คนไปห้องรับรองแขกชั้นสอง ภายในห้องกว้างกว่าที่คิดไว้มาก พวกผมนอนกันสี่คนในห้องนี้ แต่มีเพียงแค่สองเตียง พี่ปันเสนอจะนอนกับผมเอง แต่พี่ภูไม่ยอม บอกว่ากลัวผมถูกพี่ปันละเมอถีบตกเตียง สุดท้ายก็เลยได้มานอนกับพี่ภู


“เขานัดกินข้าวกี่โมงวะพวกมึง”


“หกโมงเย็น”


“อีกตั้งชั่วโมงนึง น้องเหนือหิวข้าวรึยังครับ”


พี่ปันที่นอนเล่นROVพูดกับผมทั้งๆที่ยังเล่นอยู่


“ทำเสียงเล็กทำเหี้ยไรไอ้ปัน กูจะอ้วก เสียงก็ใหญ่ดัดจริตทำเสียงเล็ก”


“ทำไมมึงขัดกูตลอดจังวะไอ้ภู”


“ก็เด็กมันน่ารักอะไอ้ปัน มึงก็เข้าใจไอ้ภูหน่อย”


พี่บอสช่วยเสริมพี่ปันอีกแรง


“พี่บอสบอกว่าผมน่ารักหรอพี่ภู”


อันนี้ผมแอบกระซิบคุยกับพี่ภูแบบเบาๆที่นั่งพิงหัวเตียงอยู่


“ชอบมันรึไง”


“เฮ้ยไม่ใช่ๆ”


จู่ๆก็มากล่าวหาว่าผมชอบพี่บอสได้ไง พี่บอสเขาเป็นผู้ชาย


“นอนเงียบๆไปไม่ต้องพูด”


“T^T”


ผมที่ขี้เกียจเถียงกับพี่ภูเลยลุกจะไปนั่งเล่นROVกับพี่ปันอีกเตียงแทน เบื่อคนแถวนี้


“จะลุกไปไหน”


“ไปเล่นกับเกมกับพี่ปัน”


“มาเลยครับของเหนือของพี่”


“ของกู!”


“……..”


“…….”


“…….”

.
.
.
.
Talk
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะครับ แฮะๆ คือช่วงนี้ผมว่างแล้วมันก็มีไฟในการแต่งเลยจะรีบแต่งตามไฟที่มี กลัวไฟมอดฮ่าๆๆ
นี่เป็นเรื่องแรกของผม อยากให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้ผมและน้องน้ำเหนือรู้ใจตัวเองอย่างแน่นอน
ผิดพลาดตรงไหนก็ขอโทษไว้ล่วงหน้านะค้าบ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-03-2019 11:54:53 โดย kaneji »

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4721
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +179/-19

ออฟไลน์ kaneji

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 10
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
บทที่3
นายภูผาถูกใจสิ่งนี้





BOSS PART

ผมว่านะ ไอ้ภูแม่งชอบน้องน้ำเหนือชัวร์ อย่างเมื่อเย็นมันก็หลุดว่าน้องน้ำเหนือเป็นของมัน

โถ่ไอ้ขี้กากเอ๊ย

ดังนั้นผมกับไอ้ปันก็เลยรวมหัวกันจะทดสอบอะไรนิดๆหน่อยๆ

“นี่ไอ้ภู”

“อะไร”

“น้องเหนือมีแฟนยังวะ”

“ถามทำไม”

ดูๆหน้ามัน อย่างกับส้นตีน

“กูก็แค่อยากรู้เฉยๆ”

“ยังไม่มี”

“เค”

“น้องมันยังเด็ก ต้องเรียนหนังสือ มึงก็อย่าไปยุ่งกับน้องเลย มันเป็นเด็กดี”

“พูดเหี้ยไร กูยังไม่ได้บอกเลยว่าชอบน้อง”

สีหน้าไอ้ภูตอนนี้แม่งพร้อมจะต่อยผมทุกเวลา

“กูก็แค่บอกเฉยๆไง”

“อ่อ แค่บอกเนอะเพื่อนเนอะ”

“กูขึ้นห้องละ”

ดูๆ หนีขึ้นห้องละไอ้กระจั๊ว

END BOSS PART




      หลังจากที่ผมได้ลงไปกินข้าวที่ห้องโถงรวม ประมาณคนได้เกือบๆยี่สิบชีวิต ก็เริ่มรู้จักพี่ๆเพื่อนพี่ภูมากขึ้น ไม่นานก็ขึ้นมาอาบน้ำที่ห้องพักพร้อมกับพี่ปันและพี่บอส ส่วนพี่ภูน่ะขึ้นไปก่อนหน้าผมแล้ว ไม่รู้เป็นอะไร

พอเปิดประตูไปก็เจอพี่ภูยืนแช่อยู่บนพรมเช็ดเท้าเพื่อไม่ให้น้ำจากร่างกายหยดใส่พื้น แม่ง หุ่นก็ดูดี

“อ้าวไอ้ภู อาบน้ำเร็วฉิบหายไม่เปลี่ยนนะมึง เพิ่งขึ้นมาเอง”

อันนี้พี่บอสทักพี่ภู

“ใช่ครับพี่บอส เหนือถามหลายรอบแล้วพี่ภูก็บอกว่าอาบปกติ”

“ โสโครก”

อันนี้พี่ปันพูดครับ  ผมเป็นพี่ภูเอามีดมาแทงตัวเองแล้ว

“แล้วนี่น้องเหนือรู้ได้ยังไงครับเนี่ย”

“เหนืออยู่ที่เดียวกับพี่ภูครับ”

“หมายถึงบ้านเรา หรือบ้านไอ้ภูน่ะเหรอ”

“ครับ ผมนอนกับพี่ภู”

“ไอ้ภูถูกใจสิ่งนี้”

“ถูกใจหน้ามึงสิ”

พี่ภูที่ยืนเงียบๆให้เพื่อนด่าจนทนไม่ไหวเลยต้องสวนกลับทันควัน

   ส่วนพี่บอสขอตัวเข้าไปอาบน้ำต่อ ผมกับพี่ปันเลยมานั่งเล่นROVรอกันสองคน พี่ภูที่ไม่ได้เล่นเกมนี้ก็หน้าหงิกบอกว่าไม่มีใครสนใจ สงสัยใจแก่แล้วแน่ๆเลย ทำตัวเรียกร้องความสนใจตลอดเลยอะ ไม่นานพี่บอสก็ออกมาจากห้องน้ำ

“พี่หล่อไหมครับน้องเหนือ”

พี่บอสที่นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวน้ำหยดติ๋งๆตามพื้นหันมาเก๊กท่าหล่อใส่ผม ผมว่าสามคนนี้ตัวพอๆกันเลยนะ พี่บอสจะหน้ากวนๆหน่อย พี่ปันหน้าตี๋ๆสงสัยเป็นลูกคนจีน

“กูหล่อกว่าอีก”

เสียงพี่ภูที่เงียบมาตั้งนาน จู่ๆก็แทรกพี่บอส

“กูไม่ได้ถามมึงไอ้ควาย”


   
     เช้าวันนี้ผมกับพี่ๆทุกคนต้องตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมตัวไปที่วัด เพราะว่าเราจะมีรำหน้านาคกันนั่นเอง ผมว่าพี่ๆหลายคนน่าจะรอช่วงนี้กันมาก พี่ปันกับพี่บอสใส่ไม่หยุดอย่างไม่ยอมกัน ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าเป็นเพื่อนพี่ภูผมก็นึกว่า แง้นๆมาก่อน ส่วนไอ้พี่ภูนะเหรอ แทบจะยืนนิ่งเป็นก้อนหิน หลังจากนั้นก็จะมีพิธีต่างๆ เช่น ตัดผมนาคแล้วก็เข้าไปในโบสถ์ต่อเพื่อทำพิธี ถึงตรงนี้พวกผมก็หมดหน้าที่กันแล้ว เลยพากันไปช่วยจัดโต๊ะจีนเลี้ยงในตอนเย็น แต่ว่าพวกผมไม่สามารถจะอยู่กินด้วยได้เพราะว่าพรุ่งนี้พี่ๆเขาฝึกงานกัน ตอนนี้ผมกับพี่ๆก็เลยเก็บของเพื่อที่จะกลับบ้าน

“โกๆๆ พวกมึงไม่ลืมอะไรใช่ไหมวะ”

พี่ปันทักพวกผม หลังจากที่พวกเราขนสัมภาระขึ้นรถทั้งหมด ขากลับรอบนี้พี่ภูเป็นคนขับรถ ผมก็เลยได้มานั่งที่นั่งข้างคนขับ  ตอนนี้ก็เวลาเกือบๆบ่ายสองคาดว่าน่าจะถึงมอประมาณห้าโมงกว่าๆ

“ปวดตัวสัสๆ”

“ก็ดูมึงเต้นดิ อย่างกับพยาธิโดนน้ำร้อน”

ประโยคหลังนี้พี่ภูเป็นคนบอกพี่ปันเอง

“ใครจะไปเหมือนมึงละสัส ขยับแค่นิ้ว ยืนแข็งเป็นหินเลยไอ้ห่า ไม่มีลีลาเลย”

“ใช่ไอ้ปันกูเห็นด้วย แม่งไม่มีเสต็ปเลย ถ้ามันมีแฟนกูละสงสารแฟนมันเหลือเกิน นอนกับท่อนไม้”

พี่บอสพูดจบพี่ภูก็หันมามองผม สงสัยจะให้ผมช่วยสินะ หรือจริงๆแล้วพี่ภูจะเป็นพวกนกเขาไม่ขัน ในฐานะที่เป็นผู้ชายเหมือนกันผมเข้าใจหัวอกพี่ภูนะ คงเป็นเรื่องที่ลำบากใจมากแน่ๆ

“พี่บอสพี่ปันอย่าว่าพี่ภูเลย เหนือสงสารพี่ภู”

“อ้าวทำไมน้องเหนือต้องปกป้องไอ้กระจอกนี่ด้วย”

“พวกมึงสงสารตัวเองเถอะที่ยังไม่มีแฟน”

พี่ภูตอกกลับเอาซะหน้าสั่น

“พูดเหมือนมึงมีอะไอ้ภู”

“เฮ้ยไอ้ปันมึงก็พูดไป แฟนเขาก็แถวๆนี้”

แถวๆนี้….หรือว่าจริงๆแล้วพี่ภูแอบชอบคนที่งานบวช


ความรักเกิดขึ้นได้ทุกที่


แต่ผมหวงพี่ภูไม่อยากให้พี่ภูมีแฟน


ในใจผมตอนนี้ก็สับสนว่าตกลงผมหลงหรือรักหรือชอบพี่ภูกันแน่  ระยะเวลาที่ผมมาอยู่ที่นี่ก็แค่เดือนกว่าๆ บางครั้งผมแอบด่าตัวเองบ่อยๆเลยว่าใจง่าย นิดหน่อยก็หวั่นไหวเข้าแล้ว


“พี่ภูชอบคนที่งานบวชใช่ไหมครับ เหนือคิดไว้แล้ว เห็นมีคนสวยๆเยอะเลย”

แล้วผมจะตอกย้ำความเจ็บปวดตัวเองไปทำไมเนี่ย

“ฮ่าๆๆๆ ไอ้เหี้ย”

“สุดว่ะน้องมึง”

พี่ปันกับพี่บอสขำผมไม่หยุดเลย ผมพูดอะไรผิดอะ

“พี่ไม่ได้ชอบใครทั้งนั้นเหนือ เลิกฟังพวกมันได้แล้ว พวกมึงก็เหมือนกันเลิกปั่นหัวไอ้เหนือได้แล้ว มึงก็รู้ว่าเด็กมันโง่”

เหมือนจะปกป้องแต่สุดท้ายก็ว่าผมโง่อีกแล้ว หน็อย อย่าให้ถึงทีผม

“โง่แต่ก็รักปะว้าาา”


   ผมเชื่อแล้วว่าถ้าได้เริ่มคุยกับพี่บอสและพี่ปันเมื่อไรจะหาสาระไม่ได้เลยแหละ ระหว่างทางกลับบ้านผมก็หลับไปหลายตื่นอยู่เหมือนกัน  พี่ภูขับรถเข้ามาในมอบริเวณลานจอดรถเพื่อที่ผมจะได้ขับรถตัวเองกลับบ้านได้เลย ก่อนจากกันพี่ปันกับพี่บอสก็ร่ำลาผมราวกับว่าจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว  แต่ภาพตรงหน้าก็ทำเอาผมซึ้งนะพวกพี่ทั้งสามคนกอดกันเพราะหาเวลาเจอกันยากมากถ้าไม่ใช่มีงานใหญ่ๆ  พี่ปันกับพี่บอสฝึกงานที่เดียวกันในจังหวัดทางภาคเหนือเพราะเป็นบ้านเกิด แต่พี่ภูเลือกที่จะฝึกงานบริษัทใกล้ๆมอ เห็นบอกว่าไม่อยากไปไหนไกลเพราะกลัวไม่มีคนดูแลน้าบัวกับลุงทิด  เห็นแบบนี้ผมก็คิดถึงเพื่อมอปลายขึ้นมาทันที



   ขากลับจากมอไปบ้านพี่ภู ผมเป็นคนขับรถเพราะเห็นว่าพี่ภูขับมาทั้งวันแล้ว แอบเห็นพี่ภูงีบหลับด้วย ก็คงปวดตานั่นแหละครับ ระหว่างทางเราสองคนก็ไม่ได้พูดอะไรกัน จนผมจอดรถที่หน้าบ้านพี่ภูแล้วพี่ภูก็ยังไม่ตื่น

“พี่ภู”

“……”

“พี่ภู”

“……”

ดูเหมือนคนข้างๆผมจะเหนื่อย ผมก็เลยเอื้อมไปปลดล็อคสายเข็มขัดนิรภัยให้ ในใจหวังว่าคงเหมือนฉากในละครที่พี่ภูลืมตาพอดีแล้วสบตากับผม

แต่ไม่ครับ

ไม่ลืมตาไม่พอ

ยังจะมีเสียงกรนอีกด้วยมั้งเนี่ย!!

“พี่ภู! ตื่น!!”

“อืมมม”

เสียงทุ้มฮึมฮัมในลำคออย่างเบาๆ

“ถ้าพี่ง่วงก็ไปนอนในห้อง เหนือจะดับรถแล้ว”

“เดี๋ยวก่อนสิ”

เสียงพี่ภูตอนตื่นนอนทุ้มจนผมแทบจะฟังไม่รู้เรื่องถ้าไม่ตั้งใจฟังให้ดี

“พี่ภูมีอะไร”

“พี่…..”

“……”

“พี่หิวข้าวมากๆเลย เราไปตลาดหน้าหมู่บ้านกันเถอะ”

ที่แท้ก็หิวนี่เอง สมองคงเบลอเพราะคงไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เที่ยง ผมยื่นโดนัทให้ก็ไม่ยอมกินเพราะบอกว่ากลัวง่วงตอนขับรถ

“งั้นเราเก็บของเสร็จก็ขี่มอไซฯพี่ไปก็ได้ นี่ก็จะหกโมงแล้วด้วย”

   พี่ภูอาสาขี่มอไซฯลูกรักของตัวเองพาผมไปตลาด ปกติแล้วตลาดมีแค่วันอาทิตย์กับวันพฤหัสตอนเย็นเท่านั้นช่วงบ่ายสามถึงเกือบๆทุ่มครึ่ง  ตลาดที่ชุมชนที่นี่ไม่ได้ใหญ่มากนัก เป็นตลาดเล็กๆที่ส่วนมากก็จะเป็นคนในพื้นที่มาตั้งแผงกัน

“เหนืออยากกินอะไร”

“ไม่รู้เหมือนกัน  พี่ภูอยากกินอะไรอะ”

“พี่อะไรก็ได้”

“เหนือก็อะไรก็ได้”

“พี่ก็เหมือนกัน”

“……….”

หน็อย นี่ไงที่ผมบอกกวนตีนจริงๆ

“ทำหน้าซะทุเรศ ไปๆ เดินวนก่อนก็ได้”

“ใช่สิใครมันจะไปหล่อเหมือนพี่ล่ะ”

“พี่หล่อมากไหม”

ปริศนาฟ้าแลบในวันนี้ก็คือ พี่ภูหลงตัวเองใช่หรือไม่

“มากกกกกกกก พอใจยัง”

“นายภูผาถูกใจสิ่งนี้”

“นายน้ำเหนือกดโกรธ”

นายภูผากดรัก

“……….”

สงครามประสาทระหว่างผมกับพี่ภูเริ่มไปได้ไม่เท่าไร พี่ภูก็ทำรถอ้อยคว่ำใส่ผมอีกแล้ว

พี่เขาจะรู้บ้างไหมเนี่ย

ว่าผมคิดมากกว่าที่พี่คิดเสียอีก

“พอเลย เหนือจะกดบล็อกพี่แล้ว”

“พี่แกล้งเล่นเอง กินโรตีไหม ร้านนี้พี่ไม่ได้กินนานละ”

ร้านโรตีที่เยื้องไปทางฝั่งซ้ายของมุมตลาดชวนให้ผมนึกถึงตอนเด็กที่เราเคยไปต่อคิวซื้อด้วยกันหลายๆคนกับเพื่อนในหมู่บ้าน

“เขายังขายอยู่อีกหรอ”

“อืม แต่เปลี่ยนคนนะ ลูกเขามาขายต่อจากพ่อ”

นั่นสิ ลืมสังเกตเลย

ไม่รู้ว่าพี่ภูจะนึกถึงตอนเด็กเหมือนผมไหม จริงอยู่ที่บางเหตุการณ์เราอาจจำมันไม่ได้ แต่ผมเชื่อว่าเหตุการณ์ในอดีตที่เราสามารถจำได้แม่น  มันหมายความว่าเรามีความสุขกับมัน…..มาก

แชะ

“พี่ภูแอบถ่ายเหนือเหรอ”

จู่ๆตอนผมเหม่อพี่ภูก็แอบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายหน้าผมตอนกำลังเหวอ

“หน้าโครตเอ๋อ”

“ลบเลยพี่ เหนืออาย”

“อายไร ตลกดี พี่เก็บไว้เนี่ยแหละ”

ประโยคธรรมดาๆ

ที่คนฟังรู้สึกไม่ธรรมดา

“อย่าให้ถึงทีเหนือบ้าง จะถ่ายให้หมดเลย”

“พี่ดังนะ มีค่าตัว เหนือจ่ายไหวหรอ”

“ลืมไปแล้วหรอ”

“ไรวะ เล่นมุกนี้กับคนรวยไม่ได้ พี่ลืมไปเลยว่าเราเป็นใคร”

“งั้นผมขอซื้อพี่”

“พี่ซื้อไม่ได้ด้วยเงินหรอก”

“งั้นต้องเอาอะไรมาแลก”

คนตรงหน้าไม่ได้ตอบผม แต่ย่อตัวลงมาหันแก้มข้างขวามาให้แทนเป็นคำตอบ

“อะ….อะไรของพี่เนี่ย”

“หอมแก้มก่อน”

“ตลกแล้วพี่ เหนือเป็นผู้ชาย”

เหงื่อผมนี่แตกพลั่ก เหมือนมีตัวอะไรไม่รู้เต้นอยู่ในอก

“อะไร  พี่น้องไง คิดมากน่า”

ผมที่คิดมากไปก็เริ่มคิดตาม

“ตอนเด็กๆเหนือก็ชอบกอดพี่ไม่เห็นเป็นไรเลย เร็ว ไหนหอมพี่ให้ชื่นใจหน่อย”

กูอาคเรียลลลลล พี่น้องบ้านมึงหรอไอ้พี่ภู

“เอาจริงดิ”

“จริง เดี๋ยวเลี้ยงเลยมื้อนี้”

เห็นแก่ของกินละกัน ถึงแม้ตัวเองจะรวยกว่าพี่เขาก็เถอะ

ฟอดด

ของกินไม่ใช่ประเด็นหลัก

แต่จริงๆแล้วคงเป็นผมเองมากกว่า

ที่อยากหอมแก้มพี่เขา
.
.
.
.
tbc
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-03-2019 11:55:17 โดย kaneji »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 728
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0

ออฟไลน์ kaneji

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 10
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
บทที่4

เหนือจะไม่คิดไปเองคนเดียว





ตั้งแต่เหตุการณ์ในตลาดวันนั้นทำให้ผมเริ่มมองพี่ภูแปลกไปจากเดิม เพราะป้าศรบ้านตรงข้ามผมดันมาเห็นพอดีเลยถามผมว่า

 

“ทำอะไรของพวกเอ็ง”

“นั่นสิจ๊ะป้า พี่ภูแกล้งเหนือ”

“แกล้งอะไร เห็นเอ็งไปหอมแก้มพี่เขานะ” ใบ้แดก เพราะหลักฐานมัดกุมซะขนาดนั้น ไอ้คนข้างๆผมก็ไม่ยอมพูดอะไรเลย

“ก็…ก็แบบว่า”

“เอ็งเป็นไรกัน”

“เอ่อ…พี่แถวบ้านไงป้า แบบว่าเล่นด้วยกัน เติบโตด้วยกัน เราสร้างความสัมพันธ์แน่นแฟ้น สามัคคีเกื้อกูลต่อกัน”

“ปวดหัวกับเอ็งจริงๆ ข้าไปละ”

 

ไอ้คนสร้างปัญหาให้ผมดันขำไม่หยุดจะเป็นจะตาย  ดีนะผมใช้ความรู้ที่สั่งสมมาเลยเอาตัวรอดได้

 

หรือจริงๆแล้วพี่ภูเองก็ชอบผมอยู่เหมือนกัน เลยหาเรื่องให้ผมหอมแก้ม

 

ไม่มีทางๆๆ นี่ก็ผ่านมาเป็นสัปดาห์ละ คงลืมไปแล้วมั้ง

 

ผมไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองเลย

 

หรือผมคิดมากไปเอง เพราะพี่ภูบอกว่าแค่พี่น้อง

 

นั่นสิก็แค่พี่น้อง พี่ภูคงคิดว่าเราคงสนิทกันมากแน่เลย

 

ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง

 

 

 

 

ปกติแล้ววันหยุดเสาร์อาทิตย์พี่ภูจะไม่ค่อยออกไปไหน ถ้าไม่มีเรื่องด่วนอะไรจริงๆ เพราะวันธรรมดาก็มีแต่

ฝึกงาน

กลับบ้าน

นอน

เป็นผมก็คงทำเหมือนกันอะ

 

“พี่ฝึกงานถึงตอนไหนเหรอ”

 

ผมถามคนที่กำลังนั่งตัดเล็บตีนอยู่บนเตียงนอน  เฮ้อ ผมว่าพี่เขาก็โสโครกแบบที่พี่ปันว่านั่นแหละ

 

“อยากรู้เรื่องของพี่อะดิ้”

 

ผมไม่เคยคิดว่าพี่ชายผู้แสนดีในวัยเด็กโตมาจะหลงตัวเองขนาดนี้เลย

 

“ไม่อยากรู้ละ”

 

“เค”

 

สัด!

 

“พี่ต้องพูดว่า ‘พี่ล้อเล่น บอกก็ได้ครับ’”

 

“อีกประมาณเดือนนึง”

 

“แล้วก็จะว่างหรอ”

 

“ใช่”

 

จะเป็นอิสระแล้วสินะ  จะได้เริ่มใช้ชีวิตวัยทำงานซะแล้ว หนุ่มหล่อวิศวะหน้าใหม่ไฟแรง โสโครก

 

“ผมก็อยู่ที่นี่ได้อีกประมาณเกือบๆสองเดือน”

 

“….”

 

สีหน้าพี่ภูเริ่มเปลี่ยนไปจากเดิมนิดหน่อย คงนึกในใจว่าใครถามแน่ๆ

 

“ไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้เรียนที่ไหนอะ เมื่อวานประกาศคะแนน เหนือว่าเหนือน่าจะติดมอดังในกรุงเทพฯได้นะ ถ้าคะแนนปีนี้ไม่เฟ้อมาก”

 

“…..”

 

“ประกาศผลประมาณเดือนหน้าอะ แต่เหนือยังไม่ได้ยื่นเลย”

 

“แล้วถ้าเราติดมอในกรุงเทพฯจะกลับมาที่นี่บ้างไหม”

 

ความรู้สึกผมหลังจากได้ยินประโยคของพี่ภูสัมผัสได้ว่า เขาน้อยใจ

 

คงเหงาแหละครับ พี่ภูเป็นลูกคนเดียว เพื่อนสนิทก็อยู่จังหวัดอื่น  ผมชักจะสงสารพี่เขาแล้วเนี่ย

 

“กลับสิ แต่อาจจะเป็นช่วงปิดเทอมนะ แต่เหนือก็ไม่รู้หรอก ว่าจะว่างหรือเปล่า ขอให้มันติดก่อนเถอะตอนนี้อะ”

 

“อืม ไปดูหนังไหม”

 

จู่ๆพี่ภูก็เปลี่ยนเรื่องทันที  มาอยู่ที่นี่ผมแทบจะลืมห้างสรรพสินค้าไปเลย  ปกติเข้าออกเป็นว่าเล่นเสียอีก

ยิ่งช่วงมอปลายหลังเลิกเรียนนะ เพื่อนๆก็ชวนกันไปดูหนังร้องคาราโอเกะบ่อยๆ  พอพี่ภูชวนแบบนี้ผมจะพลาดเหรอ

 

“ช่วงนี้มันมีเรื่องอะไรน่าดูอะ”

 

“กัปตันกระสือ”

 

“ชื่อเรื่องแปลกมาก”

 

“เพื่อนพี่บอกสนุกเลยอยากพาเราไป นางเอกน่ารักมาก”

 

นั่นไง! ที่แท้ก็จะไปดูนางเอก  ออกลายแล้วสินะไอ้หนุ่มโสโครก

 

 

 

 

 

ระหว่างทางมาห้างผมก็บอกพี่ภูว่าอยากไปซื้อเสื้อผ้าด้วย  เลยตกลงกันว่าดูหนังเสร็จค่อยไป พี่ภูบอกให้ผมไปนั่งรอหน้าโรงส่วนเขาจะไปซื้อตั๋วกับป๊อปคอร์นให้  ทีแรกผมกะว่าจะออกคนละครึ่ง แต่พี่เขาก็ปฏิเสธแล้วบอกว่าเป็นพี่ต้องเลี้ยงน้อง  ให้มันได้ตลอดเถ้อะ

 

แต่ผมเนี่ยที่ได้ยินคำว่าพี่น้องทีไรอยากจะจับหัวคนพูดโขกกับพื้นทุกที bro zone สุดๆ

 

“พี่ซื้อรสอะไรมา”

 

“ชีสกับหวาน”

 

“โห เลี่ยนแน่”


“อย่างอื่นเลี่ยนกว่านี้อีก”

 

“อะไรอะ”

 

“หมายถึงรสอื่นน่ะ”

 

“พี่ภูชอบพูดอะไรเข้าใจอยากอะ”

 

ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าแต่หลังๆมานี้พี่ภูชอบพูดอะไรที่มันกำกวม แปลไทยเป็นไทยตลอด แต่ผมขี้เกียจจะคิดแล้วเพราะตื่นเต้นกับหนังที่จะถึงมากกว่า

 

 

 

หนังดำเนินไปได้ครึ่งเรื่องผมว่านางเอกมันต้องเป็นกระสือแต่ต้องออกมาปกป้องโลกแน่เลย พี่ภูที่ตั้งใจดูแทบไม่ได้แตะน้ำกับป๊อปคอร์น มีแต่ผมคนเดียวที่หยิบกินไม่หยุด นี่สินะ ความต่างของหุ่นผมกับพี่ภู

 

รู้สึกหนาวมากๆ

 

แต่ถ้าจะมาหวังว่าพี่ภูจะถอดเสื้อแจ๊คเก็ตชั้นนอกให้ผมนี่เลิกคิดไปได้เลย เพราะเจ้าตัวใส่เสื้อยืดแมนยูมาอย่างมั่นใจพร้อมกางเกงยีนส์ตัวเดียวกับเมื่อวาน ดีหน่อยรองเท้าแตะอดิดาสช่วยให้ดูดีขึ้นมาติ๊ดนึง

 

แต่แต่งแค่นี้แม่งก็หล่อแล้วอะ

 

พี่ภูเป็นคนตัวสูง พอได้ใส่เสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ทำให้ช่วงล่างดูยาว เอ่อ ผมหมายถึงขาอะ พอมายืนกับผมที่สูงร้อยเจ็ดสิบต้นๆนี่ผมดูกลายเป็นลูกเลย  แต่ในอนาคตผมอาจสูงเท่าพี่ภูก็ได้ แน่ๆ ชัวร์ๆ คนเราจะต้องเติบโต การพัฒนาจะต้องไม่หยุดเพียงแค่นี้  เอาหล่ะไอ้เจิด เอ็งเป็นกระหังแน่ๆ ผมล่ะสงสารนางเอกจริงๆ ต้องออกไปช่วยปกป้องจักรวาลทั้งๆที่ตัวเองก็บาดเจ็บ

 

 

 

 

 

 

สมมุติว่าผมหยิบเสื้อตัวนี้  พี่ภูก็จะบอกว่าแพง

 

พอเลือกตัวที่ถูกกว่าเดิมก็จะบอกว่า

 

‘พี่ว่ามันไม่จำเป็นขนาดนั้น’

 

“แต่เหนืออยากได้จริงๆ”

 

“เกือบยี่สิบตัวเนี่ยนะ ซื้อไปถมที่หรอ”

 

เออ ผมจะฝังพี่ลงไปด้วยนั่นแหละ!

 

“ก็เผื่อได้ใส่ไง”

 

“พี่รู้ว่าเรามีเงินเยอะ แต่เหนือคิดสิว่ามันจำเป็นไหม เหนือใส่ทันหรอ”

 

ใส่ไม่ทันก็เก็บไว้ก่อนไง ทำไมพี่ภูไม่เข้าใจ

 

“ก็อยากได้นี่”

 

“จะซื้อก็ซื้อ เงินเราหนิ”

 

“…..”

 

“เดี๋ยวพี่ไปรอข้างนอก”

 

“พี่ภูโกรธเหนือหรอ”

 

ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนกำลังจะถูกบอกเลิกเพราะเพียงแค่ผมอยากได้เสื้อผ้าหลายตัว

 

“จะไม่ให้โกรธได้ไง ตัวนึงก็เป็นพันแล้ว เหนือลองคูณไปสิเกือบยี่สิบตัว จะสามหมื่นแล้ว ”

 

“…..”

 

เอ่อะ ปกติผมไม่ค่อยคิดเท่าไร แต่พอพี่ภูมาพูดแบบนี้ก็รู้สึกว่าเสียเงินไปเยอะมากจริงๆ

 

“งั้นเอาแค่สิบตัวก็ได้”

 

“ยังเยอะไป”

 

“เก้า”

 

“เยอะ”

 

“แปด”

 

“เยอะ”

 

“เจ็ด”

 

“เยอะ”

 

“งั้นพี่ภูบอกมาเลยว่าให้เหนือซื้อกี่ตัว”

 

“สามพอ”

 

“ง่ะ  น้อยจังอะ”

 

TTชีวิตผมมันช่างน่าสงสารจริงๆ เจ้าเสื้อผ้าตัวน้อยทั้งหลาย วาสนาเราคงมีกันแค่นี้

 

“ไม่เอาหรอ”

 

“เอาจ้า สามตัวเนาะ”

 

พ่อผมยังไม่ดุขนาดนี้เลย! เชื่อแล้วว่าพี่ภูดุจริง

 

“เหนือซื้อตัวนี้ให้พี่ภู”

 

“ซื้อให้พี่ทำไม”

 

“ก็อยากให้อะ”

 

ดูสีหน้าพี่ภูไม่ค่อยอยากรับเลย แต่ดีที่จ่ายเงินมาแล้วเจ้าตัวก็เลยต้องเอาไป

 

“มันแพงพี่ไม่ค่อยอยากรับเท่าไร”

 

“นานๆทีครับ พี่ภูไม่ต้องคิดมาก เหนืออยากซื้อให้ เท่ดี น่าจะเข้ากับพี่ภู”

 

ผมยืนเลือกอยู่ตั้งนานอะ กะว่าจะซื้อให้โดยไม่บอก ขืนบอกไปก่อนนะ ไม่รับแน่นอน

 

 

 

หลังจากนั้นพี่ภูก็บอกให้ผมกลับบ้านทันทีเลย บอกว่ากลัวผมจะไปผลาญเงินที่ร้านอื่นต่ออีก

 

ตั้งแต่ผมมาอยู่ที่นี่ก็เพิ่งได้ใช้เงินแบบจริงจังๆเองนะ!

 

เพราะปกติแล้วข้าวเช้าข้าวเย็นค่าของกินต่างๆน้าบัวเป็นคนจัดการหมดเลย ผมแทบไม่ได้ใช้เงินตัวเอง พอจะช่วยออกน้าบัวก็บอกให้เราทำตัวเป็นเด็กดีก็พอ

 

หรือจริงๆตอนนี้ผมเป็นเด็กไม่ดี

 

 

 

 

 

ระหว่างทางกลับบ้าน ผมเป็นคนขับเลยเปิดผู้สาวขาเลาะไปหนึ่งบทเพลง พี่ภูที่เงียบมาตลอดเริ่มจะสนใจขึ้นมา

 

“เหนือชอบฟังเพลงแนวนี้หรอ”

 

“ทำไมอะ เหนือว่าเพราะดีออก”

 

“เปล่า พี่แค่สงสัย”

 

 

จู่ๆก็มีคนโทรมาหาพี่ภู ผมแอบเห็นขึ้นเป็นเบอร์โทรไม่ใช่รายชื่อ

 

ด้วยความอยากเผือกเต็มที่ผมเลยทำเป็นลดเสียงเพลงด้วยความเกรงใจ แต่ความจริงคืออยากฟังมากกว่า

 

“โหล”

 

ห้วนสัด ไม่เผื่อใจว่าเป็นคนสำคัญเลยนะพ่อคุณ

 

“ครับ ผมภูผาเอง”

 

“นั่น….ปิ่น?”

 

เชี่ยๆๆ บุคคลปริศนาที่ชื่อว่าปิ่น เดาว่าต้องเป็นผู้หญิงแน่ๆ

 

“มีอะไรหรอ”

 

ทำไมน้ำเสียงห้วนกว่าเดิมอีกวะ แฟนเก่าเหรอ

 

“อืมดีใจด้วย”

 

จากคำพูดขอไปทีแบบนี้ ใช่แฟนเก่าแน่ๆ

 

“วันไหน ช่วงนี้ภูฝึกงานนะ ถ้าปิ่นมาก็บอกภูก่อนละกัน”

 

ทำไมอยู่ๆถึงแทนตัวเองว่าภูแล้วล่ะ แล้วพี่ปิ่นไรนั่นจะมาที่นี่เหรอ  แต่เห็นพี่ภูแล้วผมเองก็ไม่กล้าถาม

 

“ครับ”

 

พี่ภูวางสายจากคนที่ชื่อว่าปิ่น ผมที่ขับรถไปแอบฟังไปก็ไม่ได้ถามเซ้าซี้อะไร เพราะกลัวโดนด่าว่ายุ่งเรื่องของคนอื่น

 

“ปิ่นเป็นแฟนเก่าพี่”

 

“อ่อ” นั่นไงกูว่าแล้ว! ผมนี่คิดไม่ผิดจริงๆ

 

“เขาจะกลับมาที่ไทย”

 

“พี่ปิ่นอยู่เมืองนอกหรอ”

 

“อืม ได้ทุนไปเรียนตอนปี3”

 

“แล้วทำไมถึงเลิกกันอะ”

 

“…..”

 

“แหะๆ ไม่ต้องเล่าก็ได้ เหนือถามไปงั้นแหละน่า”

 

กับผีอะดิ กูอยากรู้โว้ยยยยยยย

 

เมื่อเช้าผมดูดวงในไลน์ เขาบอกว่าให้อยู่กับปัจจุบันเพราะอดีตมันก็แค่ของหวาน

 

“ผมอยากกินฝอยทอง”

 

“อะไรนะ”

 

เหี้ยไม่ใช่ๆๆ

 

“พี่รู้จักป้าคนนึงในหมู่บ้าน แกทำขนมไทยขาย”

 

ไปกันใหญ่แล้วโว้ย

 

“อะ…อ่อ เหนืออยากกินมากๆเลย”

 

ด้วยความโง่ของผมตอนนี้เลยขับรถมาจอดอยู่หน้าบ้านของป้าที่ทำขนมไทยแทน หน้าบ้านมีเบอร์กับชื่อร้านครัวของหวานติดอยู่บนป้ายที่แขวนไว้  พี่ภูตะโกนเรียกไม่นาน คุณป้าก็เดินออกมา

 

“อ้าวไอ้ภู”

 

“หวัดดีครับป้า”

 

ผมยกมือไหว้ตามพี่ภู

 

“แล้วนี่พาใครมาล่ะ”

 

“ไอ้เหนือไงป้า ที่ตอนเด็กๆขี้งอนอะ”

 

อ้าวไอ้พี่เหี้ย ขายข้อมูลผมให้ป้าด้วยเรื่องแย่ๆอีก  ผมเลยกระทุ้งศอกใส่คนข้างๆไปทีนึง

 

“หือ…มันย้ายบ้านไปอยู่กรุงเทพฯตั้งแต่เด็กไม่ใช่เหรอ”

 

“เหนือคิดถึงที่นี่อะ ปิดเทอมพอดี เลยแวะมาเที่ยวสักหน่อย กว่าจะมาถึงก็เกือบหลงทาง”

 

“แล้วนี่แม่เอ็งไม่มาเหรอ ดูสิอายุเท่าไรแล้วเนี่ย น่ารักจังลูก ขาวเชียว ไม่เหมือนไอ้ภู”

 

ผมแอบขำหน้าพี่ภูที่ทำท่าเหมือนจะงับหัวผมตลอดเวลา

 

“เหนืออายุสิบแปดแล้วครับ เพิ่งจบมอหก”

 

 “ดูสิน่ารักจัง  แล้วมาหาป้ามีอะไรหรือเปล่าลูก”

 

หรือจริงๆแล้วผมก็ดูดีใช่ย่อย ป้าชมผมไม่หยุดเลย เห้อไอ้พี่ภู เอ็งมันตกกระป๋องแล้วล่ะ

 

“ไอ้เหนือมันอยากกินฝอยทองอะดิป้า ช่วงนี้ป้าทำอยู่ใช่ไหมครับ”

 

“ทำจ้า เอาเยอะไหมเดี๋ยวป้าแถมให้ด้วยลูก”

 

สุดท้ายผมก็ได้ฝอยทองมาสองกิโลกรัม ตอนแรกผมบอกว่าไม่ต้องแถมให้เยอะขนาดนั้น แต่ป้าก็ยังยืนยันจะให้ๆได้

 

เบาหวาน is coming จ้า

 

 

 

 

 

 

กลับบ้านมาน้าบัวก็เตรียมกับข้าวรอผมกับพี่ภูไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นแกงจืดตำลึง ผัดพริกแกงกุ้ง ไข่เป็ดเจียว แต่ละอย่างดูน่ากินมากๆ หลังจากกินเสร็จผมก็รีบอาบน้ำแต่งตัวก่อนเพราะเหนียวตัวมาทั้งวันแล้ว  ออกมาก็เห็นพี่ภูนอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียงทั้งๆที่ตัวก็สกปรก  บอกกี่ครั้งๆก็ไม่จำเลย   

 

ฉายาโสโครก ไม่ได้มาง่ายๆ

 

“พี่ภู นอนบนเตียงได้ไง ตัวก็สกปรก”

 

คนตัวโตกว่าพอได้ยินก็หันมายิ้มใส่ทีนึงแล้วก็กลับไปเล่นต่อ

 

หน็อย จะกวนตีนเหรอ

 

“ไปอาบน้ำเลย”

 

“ตัวเหนือหอมจัง”

 

คราวนี้เลิกเล่นโทรศัพท์แต่หันมาคุยกับผมแทนแล้ว

 

“พี่ภูก็ไปอาบน้ำดิ จะได้หอมเหมือนเหนือ”

 

“พี่ยังขี้เกียจอาบอยู่เลย เหนือมานั่งใกล้ๆพี่หน่อย นะๆ”

 

อย่าคิดว่าผมมีใจให้พี่ แล้วจะยอมทำตามพี่ง่ายๆนะ

 

และใช่ครับ

 

ผมขยับเข้าไปนั่งข้างพี่ภู

 

อยากจะรูดก้านมะยมมาฟาดตัวเอง

 

“ไหนกอดหน่อยสิ”

 

เห้ยนี่มันผิดคาด จู่ๆพี่ภูก็เด้งตัวจากเตียงมากอดผมจากด้านหลัง

 

“ดะ…เดี๋ยวพี่ภู เป็นไรเนี่ย”

 

“ตัวเหนือหอม”

 

เออ เอาเข้าไป

 

หมายถึงกูเนี่ย!

 

ขัดขืนคืออะไรตับไตไส้พุง

 

นั่งให้เขากอดนิ่งๆอย่างง่ายดาย

 

“แต่ตัวพี่เหม็นอะ ไปอาบน้ำเหอะ”

 

“อยากรู้เรื่องพี่กับปิ่นไหม”

 

เปลี่ยนเรื่องเก่ง รู้หรอก จริงๆขี้เกียจอาบน้ำ ไอ้พี่ภูหน้าโง่ ผมน่ะฉลาดมากนะ

 

“อะ…อยาก”

 

ลมหายใจร้อนที่รดต้นคอผมตอนนี้มันปั่นป่วนไม่ไหวแล้ว  อยากเสือกก็อยาก

 

แต่อาการผมตอนนี้มันก็จะแย่แล้ว

 

“ปิ่นคบกับพี่ตั้งแต่ปีสอง”

 

“….”

 

“พอจะขึ้นปีสาม ปิ่นได้ทุนไปเรียนต่างประเทศ”

 

“….”

 

“พี่ก็ไม่อะไร เพื่ออนาคตที่ดีของเขา แต่พอปิ่นไปอยู่ที่นู่นได้ไม่กี่เดือน”

 

“….”

 

“ปิ่นก็บอกเลิกพี่”

 

ผมกะไว้แล้วเชียว ตอนนี้รู้สึกสงสารพี่ภูมากๆ

 

“เขาบอกว่าเราอยู่ไกลกัน ไม่อยากให้ทรมานทั้งคู่เลยเลิกกันดีกว่า”

 

“….”

 

“พี่บอกว่าพี่รอได้  แต่ปิ่นยืนยันจะเลิกท่าเดียว”

 

“….”

 

“ผ่านไปไม่นานเพื่อนพี่ก็ส่งรูปในเฟสปิ่นให้ดูว่าคบกับแฟนใหม่แล้ว  แถมเขายังบล็อกเฟสพี่อีก”

 

“….”

 

“วันนี้ที่ปิ่นโทรมา แค่จะบอกว่าเขาเรียนจบจะได้กลับมาแล้ว”

 

พี่ปิ่นคงอาจจะคิดถึงพี่ภูแน่ๆ หรือรู้สึกผิดที่บอกเลิก แล้วก็จบด้วยการกลับมาคบกัน…..

 

“เขาชวนพี่ไปถ่ายรูปที่มอด้วยเดือนหน้า เหนือไปกับพี่นะ”

 

“ก็ได้ครับ เดี๋ยวเหนือไปเป็นเพื่อน”

 

ผมต้องไปเห็นภาพบาดตาบาดใจแน่ๆ แต่ก็ตอบตกลงไปแล้ว

 

น้ำเสียงของคนข้างๆผมดูเสียใจกับเหตุการณ์นั้นมากๆ ผมเลยกะว่าจะหันไปดูสีหน้าพี่ภูซะหน่อย เผื่อร้องไห้ขึ้นมาจะได้ปลอบใจทัน

 

ฟอดด

 

แต่แก้มผมดันไปชนกับจมูกพี่ภูเข้าให้

 

ฉากในละครน้ำเน่าเริ่มเข้ามามีบทบาทกับผมอีกแล้ว

 

ตอนนี้ผมกับพี่ภูต่างคนต่างอยู่นิ่งไม่มีใครกล้าขยับ

 

แม้แต่จะหายใจยังไม่กล้าเลย

 

“อะ…เอ่อ เหนือว่าพี่ภูไปอาบน้ำดีกว่าเนอะ แหะๆ”

 

ผมที่เริ่มรู้สึกตัวก่อนเอ่ยทักคนข้างๆ

 

“นั่นสิเนอะ พี่อาบน้ำก่อนดีกว่า”

 

แล้วก็รีบเดินดุ่มๆเข้าไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว

 

เหตุการณ์เมื่อกี้ทำผมใจเต้นอย่างกับมีคนรัวกลองไม่หยุดในอก

 

ไม่ใช่กลองธรรมดา

 

กลองชุดเลยสัด!

 

หรือจริงๆจะมีแค่ผม  ที่เสียอาการอยู่คนเดียว

 

ไม่ได้การ  ผมต้องหาทางพิสูจน์ให้ได้ว่าไม่ได้มีแค่ผมที่คิดไปเองคนเดียว

 

ถึงยังไงก็เถอะ

 

วันนี้ผมคิดว่าพี่ภูอาบน้ำนานผิดปกตินะ

.

.

.

.

Talk

มันยังเรื่อยๆอยู่นะครับเรื่องนี้ สำหรับคอมเม้[/size]นท์ผมเห็นนะ ขอบคุณมากๆเลยนะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-03-2019 11:55:44 โดย kaneji »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ greenapple

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1093
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +48/-5


เรื่องนี้น่ารีกดี ใสใส


 :mew1: :mew1:

ออฟไลน์ kaneji

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 10
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
บทที่5
มันไม่ไหวจริงๆครับ



ไม่รู้ว่ามันเป็นความผิดใคร ระหว่างผม พี่ภู และคุณป้าฝอยทองที่แถมให้มาเยอะมาก เพราะในตอนนี้ของหวานตรงหน้ามันดันเหลือเยอะเกินที่จะกินไหวทั้งหมดได้

ใครไหวไปก่อนเลยค้าบ

สุดท้ายก็ต้องทิ้งเนื่องจากแช่ตู้เย็นมาหลายวันมากกลัวมันจะบูด ผมที่ยืนทำใจหน้าถังขยะตั้งนานว่าจะทิ้งหรือว่าเลือกที่จะยัดเข้าปากเสียตอนนี้ให้มันรู้แล้วรู้รอด คุณภูผาก็เดินมาหยิบไปจากมือผมอย่างไวว่องแล้วโยนทิ้งไปอย่างหน้าตาเฉยพร้อมบอกอีกว่า ‘ทิ้งเสียเถอะเด็กโง่’

ใครจะไปโสโครกเหมือนพี่ล่ะ

ผมกับพี่ภูเราต่างใช้ชีวิตเหมือนเดิมที่ต่างคนต่างคงสถานะพี่น้องเอาไว้ ผมก็ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วฝ่ายนั้นคิดกับผมยังไงกันแน่ บางครั้งก็ทำเหมือนจะชอบผมบางครั้งก็ทำเหมือนเป็นเรื่องปกติ หลายๆคนอาจจะบอกว่าให้บอกไปเลยว่าชอบกัน ถ้าได้มาอยู่จุดเดียวกับผมจะรู้ว่ามันไม่ได้ง่ายกว่าที่คิด หรือจริงๆแล้วผมนี่แหละที่ทำให้มันเป็นเรื่องยากกันแน่

ได้

งั้นผมจะทำให้มันเป็นเรื่องง่ายเอง!


แต่เหนือสิ่งอื่นได้ วันนี้ตอนเช้าผมแอบได้ยินพี่ภูคุยกับพี่ปิ่นทางโทรศัพท์ด้วยแหละ และใจความสำคัญที่ผมสามารถจับได้
ก็คือ เขากลับมาถึงไทยเมื่อวาน และวันนี้ก็จะมาหาพี่ภูเลยทันที

จะไม่ให้ผมร้อนอกร้อนใจได้ยังไง


ดังนั้นผมจึงตัดสินว่าจะออกไปเดินเล่นชายทุ่งที่ท้ายหมู่บ้านน่าจะดีกว่าอยู่ที่บ้านแล้วกระวนกระวายใจอยู่แบบนี้  รอบข้างระหว่างทางผมมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง บ้านบางหลังก็ถูกขาย บางหลังก็ถูกปล่อยร้าง แต่มันก็มีแค่ไม่กี่หลัง  ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสิบเอ็ดโมง พระอาทิตย์เริ่มขยับขึ้นไปอยู่บนหัวทุกที เหงื่อผมนี่แตกพลั่กเต็มหลัง

ภาพตรงหน้าเป็นทุ่งนาผืนใหญ่ทอดไปสุดลูกหูลูกตา ผมเลือกที่จะไปนั่งบนต้นไม้ต้นใหญ่ที่ไม่ได้สูงมากนัก ต้องดูก่อนว่ามีมดแดงไหม ไม่งั้นนะเข้าไปในกางเกงผมมีหวังได้ตายยยย

สายลมเย็นๆพัดสู้กับไอร้อนในเวลาเกือบเที่ยง ผมนั่งเล่นคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย แต่เรื่องส่วนมากก็ยังไม่พ้นเรื่องของพี่ภูอยู่ดี รายนั้นตอนนี้ก็น่าจะอยู่กับพี่ปิ่นแล้วมั้งที่บ้าน 

แล้วถ้าเกิดมีอะไรมากกว่านั้นล่ะ

ไม่มีทางๆ พี่ภูเขาให้เกียรติผู้หญิงจะตาย

แต่  ผู้ชายก็ยังเป็นผู้ชายอยู่วันยันค่ำ  ไหนจะพี่ปิ่นมาถึงบ้านอีก  อะไรๆก็ดูเหมาะเจาะเหลือเกิน

หรือจะมีแค่ผมที่คิดอกุศลต่อคนอื่นแบบนี้อะ 

ยิ่งโตผมยิ่งคิดอะไรแปลกๆขึ้นทุกวันไปแล้วเห้อ  ถ้าเกิดพี่ภูได้รู้ความคิดผมขึ้นมาจริงๆเขาจะทำหน้ายังไงกัน

แต่ผมจะยอมให้พี่ภูอยู่กับพี่ปิ่นสองต่อสองที่บ้านจริงๆเหรอ 

คิดได้ดังนั้นก็กระโดดลงต้นไม้ซะ  ”เหี้ย!”

เกือบหน้าคว่ำไปแล้ว จังหวะที่ผมกระโดดลงมาดันสะดุดขาตัวเอง ไม่งั้นนะมีหวังได้ไปจูบพื้นแหงๆ

“เป็นอะไรรึเปล่าครับ”

บุคคลแปลกใหม่ที่ผมก็ไม่รู้ว่าเป็นใครแต่แต่งชุดราชการซะเต็มทักผมทันทีที่กระโดดลงมา

“อะ…เอ่อ ไม่มีอะไรครับ”

“ผมก็ตกใจนึกว่ามีอะไร”

คนตรงหน้าผมดูยังหนุ่มยังแน่นอยู่เลย ถ้าให้เดาก็คงยี่สิบปลายๆ ถ้าถามว่าหล่อไหมผมบอกเลยว่าพี่ภูเท่กว่า

“แหะๆ ขอโทษด้วยครับ ผมไม่คิดว่าจะมีคนอยู่แถวนี้ในเวลาแบบนี้เลยเผลออุทานไป”

“ไม่เป็นไรครับพี่ไม่ถือ แล้วนี่เราอายุเท่าไรล่ะ”

สรรพนามที่เรียกในตอนแรกว่าผมได้กลายเป็นพี่ไปซะแล้ว ได้พี่น้องเพิ่ม! ยังดีที่หน้าผมยังเด็กอยู่ ไม่เหมือนไอ้พี่ภูหรอก

แล้วนี่ผมจะไปนึกถึงไอ้พี่มันทำไม

“เอ่อ ผมอายุสิบแปดครับ” ผมบอกคนตรงหน้าไป

“พี่ชื่อแทนนะ เป็นปลัดเพิ่งย้ายมาที่นี่ เราล่ะชื่ออะไร”

บันเทิง! ผมก็น่าจะรู้ได้ตั้งแต่ชุดแล้ว

“ผมชื่อเหนือครับ” เขาคงอยากถามความเป็นอยู่ของคนแถวนี้ตามธรรมดาล่ะมั้ง

“เหนือ”

“น้ำเหนืออะครับ แปลว่าน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือ เอ่อ ผมก็ไม่รู้จะแปลทำไมเหมือนกัน”

“ฮ่าๆน่ารักๆ เรียกพี่ว่าพี่แทนก็ได้ แล้วนี่เรามานั่งทำอะไรบนต้นไม้ล่ะ”

พี่แทนคงจะสื่อว่าคนบ้าที่ไหนมานั่งเล่นบนต้นไม้ตอนกลางวันร้อนตับแตกแบบนี้ถ้าไม่ได้บ้า แต่ใช่ครับผมบ้าก็ได้

“อ่อ เหนือมานั่งเล่นเฉยๆครับ พี่แทนล่ะ”

ผมว่าเขาก็ดูคุยสนุกดีนะ หรือว่าจะเป็นนิสัยของปลัดที่จะต้องเข้าหาได้ทุกเพศทุกวัย

“พี่มาสำรวจรอบๆชุมชนดูว่ามีไรที่ควรปรับปรุงบ้างไหมน่ะ”

เต็มที่จริงๆ ผมล่ะภูมิใจแทนคนในพื้นที่ที่ได้ปลัดคนนี้


“เหนือ!!”

น้ำเสียงที่ตะโกนมาจากด้านหลังทำให้ผมต้องหับขวับไปทันที แล้วก็ไม่ผิดคาด เป็นพี่ภูจริงๆอย่างที่คิด พี่แทนที่เห็นผมเจอคนที่รู้จักแล้วก็เลยขอตัวไปสำรวจที่อื่นต่อ แต่ก็ทิ้งท้ายไว้ว่าว่างๆจะมาคุยเล่นด้วย ผมว่าปลัดคนนี้เฟรนลี่มากๆเลยแหละ แต่ไอ้คนที่เพิ่งวิ่งหน้าตั้งมาหาผมเนี่ยสิ เหงื่อผุดเต็มใบหน้า ขนาดนี้แล้วยังหล่อโครตๆแลบลิ้นเป็นหมาเลย

“พี่ปิ่นล่ะ” ผมดันหลุดปากไป เวรเอ้ย ไปถามถึงพี่ปิ่นทำไมเนี่ย

“ทำไมมาที่นี่ไม่บอกพี่ พี่ตกใจแทบแย่”

คนตรงหน้าไม่ได้ตอบคำถามผมแต่เลือกที่จะถามผมคำถามใหม่แทน โล่งอกไป

“เหนือมาเดินเล่นเฉยๆ”

“แล้วเมื่อกี้คุยกับใครพี่เห็นนะ”

“พี่แทน”

“ไอ้ปลัดอะนะ  แล้วไปเรียกมันพี่แทนทำไม” คนตรงหน้าเริ่มคิ้วขมวดเข้าหากัน

“ก็เขาบอกให้เรียก”

“แล้วเหนือจะไปเรียกตามมันทำไม!”

“แล้วพี่ภูจะตะโกนทำไมเนี่ย” ผมสะดุ้งเลยตอนที่พี่ภูพูด เริ่มกลัวแล้วนะเนี่ย

“ก็พี่ไม่ชอบ”

“ไม่ชอบ พี่ไม่ชอบอะไร” ผมก็เริ่มไม่พอใจคนตรงหน้าแล้ว ไม่มีเหตุผลเอาซะเลย

“….กลับบ้าน”

อะไรวะเนี่ย ถ้าเป็นผู้หญิงผมคงนึกว่าวันนั้นของเดือนพี่ภูมา ผมถามอะไรก็ตอบไม่ได้สักอย่าง เลี่ยงคำถามผมหมด

“ไม่กลับ พี่เป็นบ้าอะไร อยู่ๆก็มาตะคอกใส่เหนือ”

“พี่….พี่ขอโทษ พี่ว่าเรากลับบ้านเถอะ”

“คุยกันตรงนี้นี่แหละ ให้มันเคลียร์ๆกันไปเลย”  ผมชักจะไม่เข้าใจพี่ภูแล้วว่าเป็นอะไรกันแน่ตอนนี้

“เหนืออยากคุยเรื่องอะไร”

“พี่โง่เหรอ” ทีเรื่องอื่นน่ะฉลาดนะ

“……”

“พี่ภูชอบผู้หญิงใช่ไหม”

“อืม”

คำตอบนี้ทำเอาผมใจแป้วไปเลย ที่ผ่านมาผมคิดไปเองหรอกเหรอ

“แล้วพี่จะมาทำกับเหนือเกินกว่าพี่น้องทำไม เหนือไม่ได้โง่นะ”

“พี่….พี่สับสนไปหมดแล้วเหนือ พี่ไม่รู้ว่าพี่ชอบเรารึเปล่า”

“อ่อ ก็เลยลงทุนอ่อยเหนือด้วยวิธีต่างๆอะนะ”

“พี่ไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้น บางครั้งพี่ก็หวงเรา แต่พี่ก็ไม่รู้ว่ามันเป็นอาการหวงน้องหรือเปล่า”

เห็นแก่ตัวฉิบหาย

พอได้มาฟังแบบนี้ผมก็รู้สึกจุกไปทั่วทั้งอก 

“แล้วพี่ไม่คิดถึงเหนือบ้างเหรอ ฮึก” จู่ๆน้ำตาผมก็ไหลออกมา อ่อนแอแบบนี้ไงเขาถึงได้หลอกง่ายๆ

“เหนือพี่ขอโทษ”

“เหนือชอบพี่ ฮืออ พี่ได้ยินไหม” ร้องเป็นผีบ้าเลยผม ทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน งั้นผมก็ขอบอกความในใจไปตรงๆให้มันจบๆไปเลย จะได้ไม่ต้องค้างคากันอีก เพราะถึงยังไงเราก็เป็นพี่น้องกันได้

“ห๊ะ….ชอบพี่จริงๆเหรอ”

“เหนือก็ไม่รู้ ฮึก”

“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพี่ชอบเรารึเปล่า  บางครั้งพี่กับสับสนกับตัวเองเหมือนกัน”

ไม่ต้องมาพูดเลยว่าชอบผมพี่ภูกลับกลอกจริงๆอะผมไม่ไว้ใจแล้ว  แต่อย่างน้อยคงไม่ได้มีแค่ผมที่คิดมากอยู่คนเดียว  พี่ภูก็คงเป็นเหมือนกัน

“แต่เหนือจะเลิกชอบพี่แล้ว เหนือคงแค่หลงพี่เฉยๆ”

“ไม่ได้!”

จู่ๆพี่ภูก็ตะโกนเสียงดัง

“แล้วเราจะเป็นแบบนี้ไปตลอดเหรอพี่ภู  เหนืออยากกลับไปคิดกับพี่ภูแค่พี่น้อง แบบนั้นมีความสุขมากกว่า”

ผมพูดจริงๆนะ เพราะตั้งแต่ผมรู้สึกชอบพี่ภู มันทำให้ผมกลัวหลายๆอย่าง คิดมากคิดเล็กคิดน้อย

“แต่พี่อยากเป็นมากกว่านั้น”

“พี่จะเป็นอะไร”

“พี่ชุบแป้งทอด”

แป้งทอดพ่องงงงง

“…..ฮึก  ไอ้พี่เหี้ย”

“เดี๋ยวนี้กล้าด่าพี่แล้วเหรอ”

กูจะด่ามึงมากกว่านี้อีกไอ้พี่ทรพี อุตส่าห์ชอบดันมาบอกว่าสับสน แล้วจู่ๆก็มาชอบกลับ

“เหนือด่าได้มากกว่าที่พี่คิดอีก”

“พี่จะจีบเรา”

ใบ้แดกเหมือนชีวิตนี้เป็นสาวน้อยวัยแรกแย้มเพิ่งเคยโดนจีบ สถานการณ์ตอนนี้ทำเอาผมทำตัวไม่ถูกเลย อยู่ๆพี่ภูบอกจะมาจีบผม แต่ผมบอกว่าจะเลิกชอบพี่ภู ไบโพล่าไปกี่รอบแล้วก็ไม่รู้วันนี้

“เหนือบอกว่าจะเลิกชอบพี่ไง”

“พี่ก็จะจีบเรา”

“เหนืองง พี่จะมาจีบเหนือทำไม เหนือจะเลิกชอบพี่”

“อย่างน้อยก็จะได้รู้ว่าพี่ชอบเรารึเปล่ากันแน่ พี่ก็อยากมั่นใจในตัวเองเหมือนกัน”

“เหนือว่าอย่าเลย เราเป็นพี่น้องเนี่ยแหละ”

ผมว่าคงใช้เวลาไม่นานผมก็น่าจะเลิกชอบพี่ภูแล้วกลับมาเป็นแค่พี่น้องได้  ความสัมพันธ์แบบนี้น่าจะยืนยาวกว่าเห็นๆ
แถมไม่ต้องเสี่ยงด้วย 

“พี่อยากเป็นผัวเรา ได้ยินชัดพอไหม”

“นะ…เหนือ เป็นผู้ชาย”

นี่มันอะไรกันวะเนี่ย ผมแทบจะประสาทแดกตอนพี่ภูพูดประโยคเมื่อกี้  ผมอาจจะเป็นผัวพี่ภูก็ได้นะ

“แล้วยังไง พี่ทำให้เราเป็นเมียพี่ได้ละกัน”

แม่!ช่วยเหนือด้วย สัตเพสัตตา ประโยคที่เหมือนมาจากนิยายน้ำเน่าเริ่มมาหลอกหลอนผมอีกแล้ว โถ่พี่ภูเป็นผู้ชายดีๆจู่ๆก็กลายเป็นเกย์เพราะผมแล้ว รู้สึกไม่ดีเลยครับ

“นะ เหนือ อาจจะเป็นผัวพี่ก็ได้”

เอาสิ้ ผมไม่ยอมหรอกนะ

“หืม ตัวแค่เนี้ย”

พูดไม่พอพี่ภูยังทำมือประกอบว่าผมสูงแค่เอวเขา  มันจะเกินไปแล้ว ผมเลยเอวมาตั้งเยอะและอีกอย่างนะสิ่งนั้นอะ ผมหมายถึงเรื่องอย่างว่าอะมันไม่ส่งผลในแนวราบนี่ ทีนี้ผมก็มีสิทธ์เป็นผัวแล้ว

“ผมยังไม่หายโกรธพี่หรอกนะที่อยู่ๆพี่ก็มาตะคอกใส่ผมเมื่อกี้”  ใครมันจะไปลืม สะดุ้งไปกี่ทีก็ไม่รู้

“แง่ะ พี่ขอโทษครับ พี่โมโหจริงๆพี่ยอมรับ แต่ว่าเรื่องจีบพี่จริงจังนะ”

น้าบัวจะคิดยังไงถ้าเกิดได้รู้ว่าลูกชายคนเดียวของเขาอยากเป็นผัวผม เห้อ

“แล้วพี่ปิ่นล่ะ เห็นบอกว่ามาหาพี่นี่”

“แอบฟังเหรอ” คนตรงหน้าพูดด้วยน้ำเสียงกวนประสาท

“เสียงมันมาตามลม”

“ลมแรงเนาะ คุยในบ้าน”

“โอเค ผมแอบฟัง แล้วยังไงต่อ พี่กับพี่ปิ่นน่ะ” พี่ภูยกยิ้มนิดหน่อยพอได้ชนะผม ฝากไว้ก่อนเถอะ

“ปิ่นมาขอคืนดี แต่พี่บอกว่าพี่ไม่ได้คิดอะไรกับปิ่นแล้ว”

“ให้จริงเถอะ” ทำไมแก้มผมก็ยกขึ้นด้วยเนี่ย

“เรานั่นแหละ พี่เห็นคุยกับปลัดซะหน้าบาน”

“อยู่ไกลขนาดนั้นเห็นได้ไง” แล้วอีกอย่างผมไม่ได้หน้าบานด้วย

“ไม่รู้แหละ  ช่วงที่พี่จีบเราๆห้ามคุยกับผู้ชายคนอื่น”

“งั้นก็คุยกับผู้หญิงได้น่ะสิ”

“พี่จะไปไล่บอกว่าเป็นผัวเราให้หมด”  เกินไปแล้วผู้ชายคนนี้ ผมว่าพี่ภูต้องร้ายกว่าที่ผมคิดแน่ๆ

“พี่ไม่เผื่อใจหน่อยเหรอว่าผมจะเป็นผัวพี่น่ะ” นี่ผมไม่ได้พูดเล่นนะ

“อะๆ ให้เด็กมันคิดเล่นๆก็ได้ เจอของจริงจะหนาว”

“ได้เลย คอยดูละกัน”

“ครับๆพี่รอดู”



กลับมาถึงบ้าน  ลุงทิดพ่อพี่ภูที่อยู่หน้าบ้านเห็นว่าเราสองคนว่างก็เลยชวนกันมาปลูกต้นโหระพาใส่กระถางเพื่อไว้ใช้เก็บกินเวลาจะทำอาหาร แต่ผมไม่ค่อยชอบกลิ่นมันเท่าไรเลย ทำไปได้ไม่นานคนพี่ก็ขอตัวไปอาบน้ำเพราะร้อนจะเป็นจะตาย ส่วนผมที่กำลังสนุกก็ต่ออีกสักพักกะว่าจะขึ้นไปตอนพี่ภูอาบน้ำเสร็จพอดี

“อาบน้ำเสร็จยังพะ…..พี่”

ภาพตรงหน้าแทบทำผมหัวใจวาย

“เอ่อ…พี่  ไม่คิดว่าเราจะขึ้นมาเร็วน่ะ”

พี่ภูที่นอนอยู่บนเตียงนุ่งกางเกงในตัวเดียวคร่อมหมอนข้างอยู่ พูดตามประสาผู้ชายแล้วผมก็พอเดาว่าพี่ภูกำลังทำอะไรอยู่ ฮืออ ผมจะเป็นตากุ้งยิงไหม แล้วจังหวะที่เปิดประตูเข้ามาเนี่ยสิ ลีลานี่ใส่เต็มมาก สไลด์หนอนshow timeeee

“นะ…เหนือไม่รู้ว่าพี่กำลังยุ่งอยู่”

ลบภาพพี่ภูผู้แสนดีออกไปได้เลย ตอนนี้มีแต่ไอ้หนุ่มโสโครกพ่วงด้วยลุงหื่นอารมณ์จัดอีกหนึ่งตำแหน่งใส่ท้าย

“โทษที เดี๋ยวพี่ไปทำในห้องน้ำดีกว่า”

มีการบอกว่าจะไปทำในห้องน้ำด้วยเสียงแหบๆหน้าตาเฉยอีก แง  แล้วหน้าพี่ภูนี่แดงไปถึงหู พัดลมก็ไม่เปิด เหงื่อไหลท่วมตัวอีก ร้อนแรงจนผมกลัวแล้ว

“นะ…เหนือลงไปรอข้างล่างก็ได้พี่ภูตามสบายเลย แหะๆ”

“สนใจช่วยพี่ไหม”

สนใจพ่องงงงง แค่กูเข้ามาผิดเวลาก็พอแล้วโว้ยย

คนตรงหน้าผมดูจะไม่สะทกสะท้านหรืออายเลยแม้แต่นิดเดียว แถมยังยืนคุยกับผมอีก สายตาผมมันไม่ได้โฟกัสที่หน้าพี่ภูเนี่ยสิ

ขนาดใส่กางเกงในยังขนาดนี้

ถอดแล้วจะขนาดไหน

นี่ผมคิดอะไรเนี่ยยยยยยย

ม่ายยยยยยยยยย

อันตรายเกินไปคนตรงหน้า

“เอ้าๆๆ มองไม่หยุดเลยน้า”

“เหนือไม่ได้มองสักหน่อย”

ผมมัวแต่ว่าพี่ภูหื่นจนจริงๆแล้วผมก็ไม่ได้ต่างกับพี่ภูเลยมั้ง  ม่ายยยยย

“มองเลยพี่ไม่ว่าเหนือหรอก มันใหญ่อะเลยแบ่งๆให้ดู”
แบ่งพ่อง!

ผมว่าสิ่งที่เรากำลังคุยกันมันเริ่มเรทขึ้นเรื่อยๆ ควรหยุด

“เหนือไปละ”

รีบปิดประตูแล้วลงบันไดมาก็ไม่วายยังได้ยินเสียงขำจากคนข้างบนอีก ขืนเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกมีหวังผมได้ช็อคตายจริงๆแน่

.
.
.
.
Talk
ช่วงนี้ประกาศคะแนนเข้ามหาลัยฯกัน ผมก็คือหนึ่งในนั้น ตอนนี้ก็เลยวุ่นๆเรื่องระเบียบการมหาลัยฯต่างๆว่าต้องใช้อะไรบ้างแต่ละมอรับเท่าไร หายไปสองวันขอโทษด้วยครับ/บอกใคร5555 พยายามจะมาให้ถี่ครับ

ออฟไลน์ greenapple

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1093
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +48/-5

ออฟไลน์ Tpt

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 4
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

ออฟไลน์ TheDoungJan

  • —☁gtrsrist
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 716
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
อิพี่ภู. กวนตีนสุดๆไปเลย กต.กดขำต่อสิ่งนี้55555555555

ออฟไลน์ เพียงเพื่อน

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 206
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
5555555555555 อ่อยกันไปอ่อยกันมา

ออฟไลน์ kaneji

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 10
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
#แค่พี่แถวบ้าน

บทที่6
งี่เง่าday





ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสรุปแล้วพี่ปิ่นกับพี่ภูตกลงแล้วยังไงกันแน่ หลังจากผ่านเหตุการณ์ที่ผมกับพี่ภูได้เคลียร์กันเรียบร้อย

เรียกว่าเคลียร์กันได้หรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ เพราะสถานะในตอนนี้ดูงง ๆ ไปหมด

 

พี่ปิ่นก็ได้มาหาไอ้คนพี่ได้อีกสามวันให้หลัง

 

มันชักยังไง ๆ

 

ล่าสุดเช้าวันนี้พี่ภูบอกผมว่าจะไปมอเพื่อหาเพื่อน ผมก็ไม่ได้คิดอะไรเลยถ้าไม่ใช่เมื่อวานผมเล่นไอจีแล้วอยู่ๆก็เจอไอจีพี่ภูที่มีผู้ติดตามพันกว่า ไม่เบาจริงๆพ่อหนุ่ม แถมเจ้าตัวไม่ได้ตั้งเป็นไพรเวทด้วย ต่อมเสือกที่อยู่ในจิตวิญญาณได้เริ่มทำงานอีกครั้ง นั่งไล่เลื่อนไปแปปเดียวก็หมดแล้ว ที่ไหนได้ พี่มันโพสต์แค่สิบเอ็ดรูปเอง รูปล่าสุดก็คือถ่ายกับพี่บอสพี่ปันแล้วก็พี่อีกคนที่ไม่รู้ว่าชื่ออะไรตั้งแต่แปดเดือนที่แล้ว  ปีละรูปบ่หนิ  แล้วอะไรก็ไม่รู้ดลใจให้เช้านี้ผมมาส่องพี่ภูอีกรอบที่แปลกไปก็คือพี่ภูอัพสตอรี่ ไม่รอช้านิ้วผมก็กดไปทันทีแบบไม่ต้องคิด

 

“.....” หน้าพี่ปิ่นเป็นสิ่งแรกที่ผมเห็น

 

ใช่ครับ มันเป็นวิดิโอสั้นๆที่พี่ปิ่นเป็นคนถือกล้องหน้าเอาไว้แล้วเดินไปคุยกับเพื่อนรอบ ๆ  เห็นหลังพี่ภูแวบ ๆ กำลังคุยกับเพื่อนบนโต๊ะอยู่ ถ้าคนที่ไม่รู้จักพี่ภูมาเห็นผมว่าเขาก็คงคิดว่าเป็นแฟนพี่ภูแน่ ๆ

 

ทำไมไม่บอกว่าพี่ปิ่นก็มาด้วย

 

ผมน้อยใจ น้อยใจมาก ๆ เลยด้วย ยอมรับตรงนี้เลยก็ได้ว่าชอบพี่ภู ใครจะบอกว่าผมเป็นตุ๊ดเป็นเกย์อะไรผมก็ไม่สนแล้ว ตอนนี้ผมคิดแค่ว่าอยากให้พี่ภูเลิกยุ่งกับพี่ปิ่นสักที แต่มันก็ทำได้แค่คิด เพราะผมไม่กล้าทำอะไรเลยเพราะกลัวพี่ภูว่า  อาการสาวน้อยวัยแรกแย้มมันเริ่มอาการหนักขึ้นทุกวัน หรือจริงๆแล้วมันไม่ได้มีอะไร ผมแค่คิดมากไปเอง ไบโพล่าแดกรอบที่หนึ่งของวันนี้ ผมควรเชื่อใจพี่ภูดูก่อน เค้าบอกว่าไม่ยุ่งก็คือไม่ยุ่ง พี่ปิ่นอาจจะเอาโทรศัพท์พี่ภูมาเล่นตอนทีเผลอก็ได้ 

 

ความสัมพันธ์ของผมกับพี่ภูในตอนนี้ก็คื้อ คนที่ไม่รักดี จะต้องถูกลงโทษ....

 

ยังไม่ทันจะได้คบกันเลย แค่นี้ผมก็คิดมากจนจะบ้าตายแล้ว

 

จู่ ๆ ไอจีสตอรี่อีกอันของพี่ภูก็อัพมาพอดีขณะที่ผมกำลังคิดมากไม่หยุด นิ้วมือที่พร้อมกดจิ้มไปเร็วกว่าความคิดทั้งปวง

 

สตอรี่อันแรกว่าแย่แล้ว

 

อันสองยิ่งกว่าไฟนรกของชาวทวิตเตอร์ที่เล่นมีมพระกันอย่างสนุกสนาน

 

พี่ปิ่นอัพรูปหน้าพี่ภูโดยที่มีมือพี่ปิ่นเองยกนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ทำท่าเก๊กหล่อเสริมให้กับพี่มัน ยิ่งปลุกความหัวร้อนผมได้เป็นอย่างดี เพื่อนกันเขาเล่นกันแบบนี้หรือเปล่าผมก็ไม่แน่ใจ แต่พอเป็นพี่ปิ่นแล้วผมกลับคิดว่าเขาสองคนเหมาะสมกันมากเลย

พี่ปิ่นเองก็ดูน่ารักมาก ๆ ผมนี่กลายเป็นแค่หนอน ไร้ค่า

 

ทำไมจะต้องมีแค่ผมฝ่ายเดียวที่ต้องมาหัวร้อนกับพี่ภูขนาดนี้ จะระบายกับใครก็ไม่ได้เพราะเรื่องนี้มีแค่ผมกับพี่ภูเท่านั้นที่เรารู้กัน  ความคิดที่ไวว่องด้วยสมองอันชาญฉลาดกับตำแหน่งตัวแทนโรงเรียนแข่งขันเพชรยอดมงกุฎเศรษฐศาสตร์ตอนมอปลายอย่างผมแล้ว  จึงนั่งไล่หาไอจีพี่ปันกับพี่บอสอย่างรวดเร็วเนื่องจากพี่ภูมันแท็กพี่ ๆ เขาเอาไว้ทำให้ผมไม่ต้องเหนื่อยเลย

 

คิดได้ดังนั้นก็กดฟอลให้หมดเลยเพื่อนสนิทพี่ภูทั้งสามคน แม่ง อีกคนไม่รู้จักก็จะฟอลด้วย โมโห จะทักไปถามพี่ ๆ ให้เคลียร์ไปเลยว่าสรุปแล้วพี่ภูกับพี่ปิ่นตกลงยังไงกัน

 

 

BOSS_Tnp  เริ่มติดตามคุณ 3วินาทีผ่านมา

 

 

เร็วมาก พี่บอสฟอลกลับผมโครตเร็ว วันนี้วันเสาร์พี่เขาคงไม่ได้ไปฝึกงานเลยมีเวลาเล่นแน่ ๆ

 

 

BOSS_Tnp  :  ฮัลโหลๆ

 

 

ยิ่งไปกว่านั้นพี่เขายังทักผมกลับมาทางไดเร็กไอจีอีก สงสัยคงไม่มีคนเล่นROVกับพี่แกด้วยแน่เลยครับ ไม่มีผมแบกซะอย่าง

 

 

I_Nueaaa  :  หวัดดีครับพี่บอส

BOSS_Tnp  :  พี่ว่าจะฟอลเราไปพอดีเลย เราดันฟอลพี่ก่อน

I_Nueaaa  :  โม้ละ จะบังเอิญไปมั้งครับ

BOSS_Tnp  :  เอ้าจริง ละเอาไอจีพี่มาจากไหนหืม

I_Nueaaa  :  เหนือหาจากไอจีพี่ภู

BOSS_Tnp  :  ฮั่นเนาะ มีส่องไอจีไอ้ภู

I_Nueaaa  :   มันขึ้นมาเองต่างหากครับ

BOSS_Tnp  :  อะเชื่อจ้า

 

กวนตีนโว้ยยยยยยยย

 

กลายเป็นว่าผมกดส่งรูปเท้ากับไม้พายที่อยู่ในหม้อกวนไปให้พี่บอส พี่บอสก็ส่งรูปตัวเองทำหน้ายิ้มกวนตีนมาอีกรอบ ผมที่ยอมไม่ได้เลยส่งหน้าตัวเองยิ้มกวนตีนไปบ้าง สงครามประสาทระหว่างผมกับพี่บอสได้เริ่มต้นแล้ว ไม่หยุดง่ายๆหรอกนะ

 

BOSS_Tnp  :  น่ารักอะ

 

สัด ส่งรูปกวนตีนไปดันบอกน่ารัก หรือจริงๆจะแกล้งชมให้ผมตายใจ

 

I_Nueaaa  :  เหนือรู้น่ามีแต่คนบอกว่าเหนือน่ารัก

BOSS_Tnp  :  ไอ้ภูด้วยเป่าาา

 

ไม่คุยด้วยแล้วโว้ย หรือพี่บอสจะรู้ว่าพี่ภูกับผมเราเป็นมากกว่าพี่น้อง ทำไมอะ ผมกับพี่ภูเราดูมีพิรุธเหรอ ผมว่าผมเนียนนะ เก็บอาการเก่งจะตายชัก

 

คุยกับพี่บอสได้อีกสักพักพี่แกก็ขอตัวไปซื้ออาหารแมวให้เจ้าเขี้ยวกุด พี่เขาบอกครับว่าเพิ่งได้แมวมาใหม่สองเดือนที่แล้วแถมเพิ่งไปดูหนังมาอีกเลยใช้ชื่อนี้ ไม่รู้จะสงสารแมวหรือมังกรก่อนดี คุยกันตั้งนานสรุปใจความสำคัญออกมาได้แล้วก็คือหาสาระอะไรไม่ได้เลยครับ แต่ถือว่าพี่บอสก็ทำให้ผมเลิกคิดมากได้แปปนึง 

 

กลับมาคิดถึงเรื่องไอ้พี่ภูอีกรอบผมก็อยากจะเอาหัวตัวเองจุ่มน้ำแล้วโขกพื้นจนกว่าหัวจะแห้ง

 

ทำไมต้องมาวนลูปเดิมอีกด้วยวะเนี่ย

 

อยากจะบ้า

 

ผมควรทำยังไงดี

 

คิดได้ดังนั้นผมก็เลยขนของใช้พอจำเป็นใส่กระเป๋าเป้ใบเล็กเพื่อกลับมาบ้านของผมที่ผมทิ้งมันมานอนบ้านพี่ภูตั้งนาน  เพราะในห้องพี่ภูที่ว่าแคบแล้ว พอมีของ ๆ ผมเข้าไปเพิ่มอีกแทบจะกลายเป็นห้องของผมมากกว่าพี่มันซะอีก ส่วนบ้านของผมไม่ได้อยู่แปปเดียวฝุ่นก็เริ่มจับของใช้ในบ้านแล้วครับ  แต่จะให้เมินก็ยังไงๆอยู่ เลยจัดการทำความสะอาดบ้านอีกสักรอบ

 

ป้าศรที่อยู่บ้านตรงข้ามก็แกล้งทักว่าโดนไอ้ภูมันทิ้งแล้วเหรอ

 

จะโดนทิ้งได้ไง!

 

ยังไม่เคยคบด้วยกันเลยป้า!

 

ผมก็เลยบอกว่าคิดถึงบ้านอยากนอนบ้านตัวเองบ้าง แต่ความจริงคืองอนพี่มัน ทำไมต้องให้พี่ปิ่นเล่นโทรศัพท์ด้วย ปากก็บอกจะเลิกยุ่งแต่การกระทำไม่เห็นเป็นแบบนั้นเลย หึ เชิญนอนคนเดียวไปเลย ผมจะใช้ชีวิตคนเดียวอยู่แบบลำพัง อ้างว้างแค่ไหนก็จะอดทน ยึดมั่นในเศรษฐกิจพอเพียง

 

ผมน่ะ  ไม่มีพี่ก็อยู่ได้

 

คอยดูเถอะ

 

 

 

ผมบอกน้าบัวกับลุงทิดว่าจะกลับมาอยู่บ้านตัวเองเพราะเกรงใจลุงน้าทั้งสองคนที่มาอาศัยบ้านอยู่ ตอนแรกเขาก็คะยั้นคะยอว่าให้อยู่ต่อ แต่ผมดันดื้อดึงจะกลับไปอยู่บ้านหลังเก่าของตัวเองให้ได้ สุดท้ายก็ยอมให้ผมกลับมาได้ครับ แต่ก็ยังทิ้งท้ายว่าถ้าเหงา ๆ ก็ให้กลับมาอยู่ที่นี่เหมือนเดิม  มื้อเย็นวันนี้ผมได้อานิสงค์จากบ้านป้าศร แกชวนผมไปกินข้าวเย็นด้วยเพราะเห็นอยู่คนเดียว ป้าศรแกอยู่กับลูกสาวหนึ่งคน ลูกเขย แล้วก็หลานสาวกับหลานชายสองคน มื้อเย็นของบ้านนี้เป็นผัดเผ็ดกบ คะน้าหมูกรอบ แล้วก็แกงเลียงกุ้งสด ทั้งหมดนี้ลูกเขยแกเป็นคนทำหมดเลย ผมชักอิจฉาแกแล้วนะเนี่ยได้ลูกเขยดี

 

อยากลองเห็นพี่ภูทำอาหารบ้าง

 

เออะ อยู่ดี ๆ พี่ภูก็เข้ามาในหัว

 

ผมน่ะ ไม่มีพี่ก็อยู่ได้!

 

 

 

 

 

ตอนนี้หนึ่งทุ่มกว่าๆแล้ว หลังจากช่วยล้างจานที่บ้านป้าศรเสร็จผมก็มาอาบน้ำที่บ้านตัวเอง เตรียมตัวจะเข้านอน

 

แต่ตานี่ใสแจ๋วเลย

 

 

รอบางคนโทรมาหา

 

 

ไม่มีความง่วงสักกะติ๊ด  ฆ่าเวลาด้วยการหยิบมือถือขึ้นมาเล่นเฟสเล่นไอจีพอเปิดเน็ตเท่านั้นแหละ ข้อความก็เด้งมาทันที

พี่ปันฟอลโล่กลับผมในไอจีแล้ว ส่วนเพื่อนพี่ภูอีกคนที่ผมไม่ได้รู้จักเขาก็ฟอลโล่ผมกลับด้วย สงสัยจะกดผิดแน่เลย เพราะผมกับพี่เขาไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว  พอเข้ามาในเฟสแล้วก็เจอพี่ปันกับพี่บอสแอดมาด้วย ผมกดรับเสร็จมันก็ขึ้นพี่ภูเป็นเพื่อนที่แนะนำให้รู้จัก หน็อย จะรู้ดีไปแล้วไอ้เฟสบุ๊ค

 

ผมกะว่าจะนอนเลยเพราะไม่รู้จะทำอะไรแล้ว

 

เริ่มอิ่มตัวกับที่นี่แล้วสิ

 

ยังไม่ทันได้นอน เสียงมือถือข้างๆหมอนก็ดังขึ้นซะก่อน

 

 

พี่ภูโทรมา

 

 

“โหลๆๆ”

(เหนือ! เหนืออยู่ไหน!)

“เหนืออยู่บ้านเหนือไง”

(ไปบ้านทำไม หรือไปเอาของเหรอ)

“ป่าว”

(กลับตอนไหน ให้พี่ไปรับไหม)

 

น้ำเสียงคนในสายดูร้อนรนกว่าที่ผมคิด  แบบนี้ผมพอจะเข้าข้างตัวเองได้ไหมนะ

 

“เหนือจะนอนที่นี่”

(…….ทำไมล่ะ เบื่อพี่แล้วเหรอ หรือคิดถึงบ้าน)

“คิดถึงบ้านครับ”

(โกหก เมื่อวานยังบอกอยากนอนกับพี่ตลอดเลย)

 

พอได้มาคุยได้ยินเสียงพี่ภูจริง ๆ กราฟความน้อยใจก็พุ่งขึ้นสูงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่มีทีท่าจะหยุด

 

“เหนืออยากนอนคนเดียว”

(เดี๋ยวพี่ไปหา)

“ดะ…”

 

ไม่ทันได้ตอบ  พี่ภูก็ดันวางสายใส่ผมก่อน แล้วก็ไม่นาน พี่ภูมาถึงหน้าบ้านผมเร็วมาก ตอนแรกที่กะจะใจแข็งไม่ยอมเปิดประตู แต่พอพี่ภูมาถึงหน้าบ้านผมดันรีบวิ่งแจ้นไปเปิดให้อย่างกับเดอะแฟลช กับการเรียนทุ่มเทอย่างนี้ไหมถามก่อน

คนตรงหน้าผมเหงื่อแตกพลั่ก คงวิ่งมาล่ะสิท่า แถมตอนนี้เริ่มมืดแล้วด้วย แสงไฟข้างทางบวกกับเสาไฟฟ้าก็ช่วยอะไรได้ไม่มาก ผมกับพี่ภูเราต่างยืนมองหน้ากันนิ่ง ๆ ทั้งคู่

 

“เหนือโกรธอะไรพี่รึเปล่า”

 

“…..”

 

“พี่ไม่รู้ว่าเหนือเป็นอะไร” น้ำเสียงสั่นๆของพี่ภูแทบจะทำให้ผมหายโกรธพี่ภูตอนนี้ทันที

 

อยู่ ๆ ผมก็เริ่มคิดว่าต้นเหตุทั้งหมดมันมาจากผมงี่เง่าซะเอง คิดมาก คิดเองไปเรื่อย โกรธพี่ภูไม่มีเหตุผลแบบนี้

 

“นะ…เหนือไม่ได้เป็นอะไร มืดแล้วพี่ภูกลับเถอะ เพิ่งกลับมาเองนี่ เหนื่อยแย่”

 

“พี่คงนอนไม่หลับทั้งคืนถ้าเรายังเป็นแบบนี้ บอกพี่ได้ไหมว่าเรื่องอะไร”

 

“คือ….เหนือคิดมากไปเองแหละ เหนือขอโทษครับพี่ภู”

 

“…..”

 

“ฮึก…ทำไมพี่ปิ่นต้องเล่นโทรศัพท์พี่ภูด้วย ฮืออ” ยิ่งกว่าสุพรรหงส์คือผมดันร้องไห้แง ๆ ต่อหน้าพี่ภูด้วยเรื่องโง่ ๆ

 

“หือ”

 

“เหนือไม่ชอบตัวเองที่งี่เง่าเลย ฮึก แบบว่ามันร้องไห้เองด้วย ฮืออออ เหนือขอโทษนะพี่ภู” ผมรู้สึกว่าตัวเองไร้สาระมาก ๆ ที่ทำอะไรไม่คิดให้ดี ๆ

 

“เหนือหมายถึงในไอจีพี่รึเปล่า”

 

“อือ เหนือส่องไอจีพี่” ผมยอมรับแบบหน้าตาย

 

“ ฮั่นเน๊าะ”

 

ไอ้พี่เหี้ย  ยังจะทำเสียงล้อเลียนผมอีก คนกำลังร้องไห้อยู่นะ ไม่พอยังยิ้มขำผมอีก

 

“ขำอะไร เลิกขำเดี๋ยวนี้เลยนะ”

 

“น่ารักจังเรา แอบส่องพี่ด้วย”

 

“เหนือแค่เลื่อนๆแล้วมันเจอหรอก” ก็แย่แล้ว แอบซุ่มหาทั้งชื่อจริง ชื่อเล่น ชื่อหมาแมวทั้งหมู่บ้าน

 

“แต่พี่ส่องเหนือมาเป็นเดือนแล้วนะ ไม่เห็นอัพอะไรเลย”

 

อะไรนะพี่ภูแอบส่องผมมาตลอดเลยเหรอ โหแล้วก็ไม่ฟอลโล่มาด้วยนะ ผมก็ดันเปิดสาธารณะอีก

 

“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลย”

 

“พี่ขอโทษครับ พี่คิดน้อยไปเองที่ให้ปิ่นเล่นโทรศัพท์เพราะคิดว่าเราไม่มีไอจีพี่”

 

“อ้อ งั้นถ้าเหนือหาไอจีพี่ไม่เจอ พี่ก็จะปิดบังไปตลอดใช่ไหม”

 

“เฮ้ยไม่ใช่ๆ พี่กะว่าจะฟอลเราแล้วแต่ยังเขินอยู่”

 

“ข้ออ้างชัดๆ”


“หายโกรธพี่นะ พี่ขอโทษ สัญญาว่าจะไม่ให้ใครเล่นโทรศัพท์อีก ส่วนเรื่องที่เราจะงอนพี่พี่ไม่มองว่ามันไร้สาระเลย พี่กลับมองว่าเราแคร์พี่มากเสียอีก”

 

คำตอบพี่ภูทำเอาผมใจเต้นเป็นจังหวะเพลงงานขึ้นบ้านใหม่

 

“เหนือนึกว่าพี่จะคิดว่าเหนืองี่เง่าแล้ว”


“พี่เข้าใจ มันแสดงให้เห็นว่าเราก็ชอบพี่เหมือนกัน” ทำไมพูดไปพูดมามีแต่ผมที่ดูจะต้องเขินเองซะงั้น

 

“งั้นเหนือก็ขอโทษเหมือนกันครับ เหนือหายโกรธพี่ภูแล้วนะ”

 

“โถ่เด็กดี มาหอมที”

 

ได้จังหวะคนตัวสูงกว่าก็ฉวยโอกาสทันที

 

“ยังไม่ทันตกลงเลย พี่ภูจะถามทำไมเนี่ย” ผมตอบไปแบบหน้าร้อน ๆ คนตรงหน้าก็ดูจะยิ้มไม่หุบเลยด้วยซ้ำ

 

นี่สินะ ความรักทำให้คนตาบอด

 

งั้นเหนือยอมตาบอดก็ได้จ้า

 

“พี่ว่าเรากลับบ้านเราเถอะนะ บ้านพี่น่ะ”

 

“เหนือขี้เกียจกลับแล้ว พี่ภูกลับไปก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยเจอกันก็ได้”

 

ผมพูดไปตามความจริง ไว้พรุ่งนี้ค่อยตกลงกันอีกทีก็ยังได้

 

“ได้ไง แล้วคืนนี้พี่จะนอนกับใคร”

 

“พี่ก็นอนกับหมอนข้างเน่าๆเมียพี่ไปสิ”

 

“อยากเป็นหมอนข้างให้พี่ไหม”

 

“ไม่อะไม่อยากถูกกอด” พี่ภูเป็นคนตัวหนา บางคืนพอโดนกอดนาน ๆ ผมรู้สึกร้อนมากจนต้องขอให้ปล่อย ฝ่ายนั้นก็ชอบอิดออดบอกว่าไม่เห็นร้อนตรงไหนเลย ก็แหงสิ ตัวเองเป็นคนกอดนี่

 

“วันนั้นเราก็เห็นนี่ พี่ไม่ได้แค่กอดหมอนข้างนะ”

 

“…..” ภาพในวันนั้นย้อนเข้ามาในหัวหมด พี่ภูที่คร่อมหมอนข้างอยู่ในท่าสุ่มสี่สุ่มห้า

 

หน้าเน่อผมนี่ร้อนไปหมด

 

อากาศมันร้อน!

 

มุกเดิมๆที่ชอบหาเรื่องมาให้กำลังใจตัวเอง

 

“เอ้าเขิน ๆ สงสัยอยากเป็นหมอนข้าง” พี่ภูพูดทีเล่นทีจริง

 

“เหนือไม่ได้อยากเป็น!”

 

“อยากเป็นแน่ ๆ พี่ดูออก”

 

“ไม่! ทะลึ่งแล้ว ทุเรศมาก เหนือรับไม่ได้” ทำไมพี่ภูถึงได้พูดเรื่องแบบนี้หน้าตาเฉย ถึงแม้ผมจะมีเหมือน ๆ พี่ภูก็เถอะ แต่ยางอายก็ควรมีบ้าง

 

“ถ้ารับไม่ได้  เราจะรุกพี่เหรอหืม” ก็ยังไม่พ้นหัวข้อสิบแปดบวกสักที พี่ภูลามกกว่าที่ผมคิดซะอีก

 

“ชะ…ใช่ พี่ภูกลัวละสิ” ใจดีสู้เสือไว้ไอ้เหนือ ผมให้กำลังใจตัวเอง

 

“กลัวสุด ๆ ไปเลยค้าบบบ” กวนส้นตีนโว้ยยยยยยย ทนไม่ไหวเลยชูนิ้วกลางใส่พี่มันไปหนึ่งที หมดความเคารพเพราะสถานะมันเริ่มเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆแล้ว  แต่ดันที่พี่ภูจะต่อว่าผมดันเอามือมากำรอบนิ้วกลางผมอีก

 

ใครก็ได้ช่วยด้วย!!

 

“พี่เป็นคนแบบนี้เองหรอกเหรอ” ในหัวมีแต่เรื่องอะไรเนี่ย

 

“เหนือคิดไม่ถึงหรอก”

 

“กลับบ้านไปเลย เหนือจะเข้าบ้านแล้ว” ไม่รู้ว่าตัวเองพูดจะเข้าบ้านรอบที่ล้านหรือยัง

 

“ไม่เห็นเข้าสักที” สัด

 

“นี่ไงจะเข้าแล้ว พี่ภูกลับไปได้ละ” ผมทำท่าสะบัดมือไล่ชิ่วๆ

 

“พี่จะนอนนี่”

 

“อะไรนะ”

 

“ไม่ทันแก่ก็หูตึงซะแล้ว” ประสาทจะแดก

 

“ผมแค่อยากมั่นใจในคำตอบเฉยๆ แล้วพี่ยังไม่ได้อาบน้ำเลย แถมชุดก็ไม่มี จะมานอนที่นี่ได้ยังไง”

 

“แก้ผ้านอน” กูจะบ้าตาย

 

“เอาดีๆสิพี่”

 

“พี่เอาไม่ดีเหรอหนู”

 

หนู หนูพ่อง เอาซะผมตัวเล็กนิดเดียว ไม่เขินหรอก ใครจะเขินกับคำพูดแค่นี้กัน หึ่ย

 

“มุกนี้พี่เคยเล่นแล้ว”

 

“เดี๋ยวพี่ใส่ชุดเราก็ได้” ตัวอย่างกับควายจะมาใส่ชุดผม

 

“ดูตัวพี่ด้วย”

 

“งั้นเดี๋ยวพี่ใส่ชุดเดิม” ยังไม่ยอมหลุดจากวงโคจรโสโครกง่ายๆ

 

“ตลกละ”

 

“เอาน่า พี่ว่าเราเข้าบ้านเถอะ ยุงกัดหมดแล้ว” คนตัวโตกว่าเฉไฉแล้วดันตัวผมเข้าบ้าน แรงก็โครตเยอะ ขืนผมต่อต้านพี่มันมีหวังแขนผมได้แหลกคามือแน่

 

สุดท้ายผมก็ต้องจำใจให้พี่มันนอนบ้านผมโดยเบียดกันบนเตียงเล็ก ๆ ที่พอกับบ้านพี่ภู แถมพี่มันยังใส่แค่บอกเซอร์ตัวเดียวดันเป้าอูม ๆ ทุเรศลูกตาอย่างหมดทางเลือก ถ้าไม่ติดว่าเพิ่งเคลียร์กันเมื่อกี้ผมไล่กลับบ้านแล้วนะ แต่แปลก ที่ผมก็ดันมีความสุขที่พี่ภูยอมนอนกับผมที่บ้าน นับวันยิ่งย้อนแย้งในตัวเอง

 

ไอ้ที่บอกว่าผมอยู่โดยไม่มีพี่ภูได้น่ะ ผมว่า

 

ผมอาจจะทำมันไม่ได้แล้ว

 

 

เพราะกราฟความสุขในตอนนี้มันพุ่งกระฉูดทะลุกระดาษไปแล้วล่ะครับ

.

.

.

.

Talk

ช่วงนี้วุ่นๆเรื่องมหาลัยนิดหน่อย ผมขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านจริงๆนะครับ

tbc
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-04-2019 12:21:59 โดย kaneji »

ออฟไลน์ greenapple

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1093
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +48/-5

ออฟไลน์ Tpt

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 4
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
รออยู่น้า :mew1:

ออฟไลน์ Kelvin Degree

  • ถ้าวันนั้นเลือกที่จะเดินออกไป คงไม่เจ็บมาจนถึงทุกวันนี้...
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1560
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-1
มาต่อเร็วๆนะครับ,,,

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ kaneji

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 10
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
บทที่7

ปืนฉีดน้ำพี่แรงนะ





เมื่อวานเป็นวันสุดท้ายที่พี่ภูฝึกงานจบ เห็นบอกว่าช่วงนี้ก็จะวุ่น ๆ เรื่องเอกสารต่าง ๆ เทียวไปเทียวมาที่มหาลัยฯบ่อย ๆ และก็โชคดีที่วันนี้เป็นวันสงกรานต์พอดิบพอดี  พี่ภูชวนผมไปเล่นน้ำที่ถนนข้าวสารเสกในตัวเมือง ชื่อถนนผมไม่คุ้นเลยบอกตรง ๆว่ามีถนนเส้นนี้ในเมืองไทยด้วยเหรอ ผมค่อนข้างตื่นเต้นนิดหน่อยที่ปีนี้เป็นปีแรกที่ได้มาเล่นต่างจังหวัด เพราะที่ผ่านมาผมเล่นแต่ในกรุงเทพฯมาตลอด แถมครั้งนี้ยังได้ไปเล่นกับพี่ภูอีกด้วยก็เลยมีความสุขมากในวันนี้  ช่วงเช้าผมโทรหาแม่เพื่อบอกสวัสดีวันปีใหม่ไทยเนื่องจากไม่ได้อยู่ด้วยกันท่านก็ไม่ว่าอะไร แต่มีแอบบ่นคิดถึงเบา ๆ อยากให้ผมกลับกรุงเทพฯเร็ว ๆ

 

พี่ภูเดินไปบอกน้าบัวว่าจะไปเล่นน้ำกับผม การแต่งตัวของผมเรียบง่ายเลยเสื้อยืดสีครีมกับกางเกงเจเจลายดอกขาสั้น ส่วนไอ้พี่ภูรายนั้นเสื้อกล้ามสีเทากับกางเกงขาสั้นสีดำ

 

ให้เขาอวดหุ่นหน่อย เห็นภูมิใจเหลือเกิ้น

 

“ไปยัง” คนตัวโตกว่าที่เดินออกมาจากหลังบ้านถามผม

 

“ปะ”

 

“เดี๋ยว ทำไมใส่เสื้อขาว” คนตรงหน้าผมคิ้วขมวดเข้าหากัน ยังไม่ทันจะได้ไปก็จะมีเรื่องอีกแล้ว

 

“ไม่ใช่สีขาวครับ สีครีม” ผมว่าพี่ภูไม่เคยเรียนเรื่องโทนสี

 

“มันก็ขาวนั่นแหละ ไปเปลี่ยนเลย ใครเขาใส่เสื้อขาวเล่นน้ำกัน” อะไรวะ ผ้าก็หนาจะตาย ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยอะ อยู่ ๆ จะมาเป็นห่วงผมทำไมก็ไม่รู้

 

“ไม่เอาอะพี่ภู เหนืออยากใส่ตัวนี้”

 

“งั้นก็ไม่ต้องไป” เอาแต่ใจเหลือเกินพ่อคุณ หลัง ๆมานี้พอเริ่มสนิทกันมาก ๆ พี่ภูชอบเอาแต่ใจเหมือนเด็กเลยครับ

 

“ได้ไงอะ”

 

“ไม่ไปก็ได้นะ พี่ขี้เกียจละ”

 

สัดพี่เหี้ย สุดท้ายผมก็ต้องยอมไปเปลี่ยนเป็นเสื้อยืดสีดำแทนถึงจะยอมไป ส่วนปืนฉีดน้ำกับซองกันน้ำพี่ภูมีหลายอันจากของปีที่ผ่าน ๆมา ผมเลยได้โอกาสยืมมาใช้โดยไม่ต้องเสียเงินสักบาท แต่เส้นทางที่ผมกับพี่ภูจะไปช่วงนี้รถเยอะมากและมั่นใจว่าขับรถไปคงไม่มีที่จอดแน่ ๆ เลยอาศัยรถสองแถวหน้าชุมชนเอา  ที่จริงวันนี้มีทำบุญที่วัดด้วยครับแต่ผมกับพี่ภูขี้เกียจจะไปกัน ดีจริง ๆ เป็นที่มาของเหี้ยคู่

 

“สองแถวมันไปถึงในเมืองเลยเหรอพี่ภู” ผมสงสัยเพราะว่าระยะทางมันก็ไกลมากอยู่จากบ้านเข้าตัวเมือง

 

“ไม่ถึงหรอก ต่อวินมอไซฯอีกต่อนึงอีก”

 

“อ่อ”

 

ระหว่างทางรอรถเนี่ยแหละตัวดี รถกระบะควรระวังที่สุดเพราะท้ายกระบะอาจขนถังน้ำ ไม่พอใส่น้ำแข็งอีก ฉีดใส่ทีหนาวจนสบถคำว่าพ่อมึงสิ้นในใจไปเป็นสิบ ๆ รอบ  พอมอง ๆ ไปตามแนวถนนก็มีเด็กที่เล่นหน้าบ้านคอยสาดน้ำอยู่หลายบ้าน ทุกคนพร้อมรบและต่อสู้อย่างเต็มที่ ช่วงนี้คงเป็นช่วงที่น้ำแข็งจะขาดตลาด ผมนี่นึกถึงปีที่แล้วเลย

 

‘น้องครับพี่ไม่เล่นน้า ต้องไปทะ….ทำ.”

 

ตู้มมมมมมมมม

 

 ตู้มเดียว ไม่ให้กูพูดเลย สาดเข้ามาได้ อิ่มมากจ้าอ้าปากพอดี

‘เย่ ๆ ปะแป้งหน่อยนะคับพี่’

เด็กเวร

 

 

ส่วนตอนนี้เหมือนจะมีรถกระบะมาจอดหน้าผมกับพี่ภู ท้ายรถมีผู้ชายวัยรุ่นมอปลายประมาณห้าคนน่าจะได้ ยัดกันไปได้ไง

 

“สวัสดีปีใหม่ครับพี่ๆ  เฮ้ยพวกมึงเอาเลย” เด็กตี๋หัวเกรียนทรงสกินเฮดไม่พูดพร่ำทำเองอะไรเลย มาถึงก็ลงจากรถหันมาพูดกับผมแล้วหันไปบอกเพื่อน ๆ ให้เริ่มสงครามเย็นนะบัดนี้

 

ไม่ทันจะได้ตอบ ทั้งปืนฉีดน้ำ ทั้งขัน อุปกรณ์ครบครันก็ฉีดน้ำประเดประดังเข้ามา น้ำเข้าหน้ากูไอ้เด็กเหี้ย สภาพพี่ภูก็ไม่ต่างอะไรกับผม เอามือบังไม่ให้น้ำเข้าหน้า นี่พวกมึงอย่าเผลอเขวี้ยงขันมาก็แล้วกัน พวกเพื่อน ๆ มันก็กระโดดลงจากรถเอาปืนมาจ่อหน้าผม อะไรจะมันส์ขนาดนั้น! ปืนฉีดน้ำของผมกับพี่ภูแทบไม่มีความหมายเพราะไม่มีโอกาสที่จะได้ยิงเลย  จนได้โอกาสยิงก็ใส่คืนทันที ถึงแม้ที่ยิงไปจะไม่โดนเลยก็ตาม

 

“พี่ครับขอปะแป้งหน่อยนะ” ถามพอเป็นพิธีเด็กตี๋และเพื่อน ๆของมันพากันละเลงแป้งบนหน้าผมกับพี่ภู ไม่พอลามไปตัวแล้ว คืออะไรพอกตัวเหรอ  จนพวกเด็กนั่นพอใจแล้วจึงกลับขึ้นรถไปที่อื่นต่อ ผมกับพี่ภูถึงได้พักหายใจหายคอ

 

“พี่ภูแป้งเข้าตาเหนือ” จู่ ๆ แป้งที่หน้าผากก็ไหลเข้าตาผม แสบตาไปหมดแล้ว ผมพยายามขยี้ตา น้ำในกระบอกปืนก็หมดเพราะสู้กับไอ้เด็กเวรเมื่อกี้

 

“ไหน หยุดขยี้ก่อนเดี๋ยวพี่ดูให้” คนตรงหน้าจับหน้าผมไว้ด้วยมือสองข้างแล้วก้มหน้าลงมาระดับเดียวกับผม

 

“ฮือ แสบตา”

 

“อยู่นิ่ง ๆ ก่อน” คนตัวโตกว่าจับชายเสื้อตัวเองที่ไม่ได้เปรอะแป้งดึงขึ้นมาเช็ดให้คนตรงหน้า เผยให้เห็นหน้าท้องของพี่ภู ไรขนอ่อน ๆ เห็นแล้วชวนจั๊กจี้อะ นี่ผมคิดอะไรเนี่ย

 

“ข้างนี้ด้วยพี่ภู ๆ” ก็เหี้ยแล้ว ผมแสบตาแค่ข้างเดียวแต่หาเรื่องจะดูหน้าท้องพี่ภูเลยต้องตอแหลแบบนี้ ฮือ ตัวผม มารยาขึ้นทุกวัน

 

“ไหน ข้างนี้ด้วยเหรอ” พี่ภูพยายามเช็ดอย่าง…..รุนแรง!! ใช่ครับ รุนแรง!

 

ไม่มีคำว่าเบามือสำหรับผู้ชายคนนี้ ตากูจะบอดไม่ใช่เพราะแป้งแล้วแหละ เพราะพี่มึงเช็ดเนี่ย!

 

“ออกยัง”

 

“ออกแล้วครับ พี่ภูเช็ดแรงอะ” มอบโล่นักแสดงดาวรุ่งยอดเยี่ยมให้ผมด้วย

 

“เหรอ พี่เบามือแล้วนะ”

 

บ้านมึง!!

 

“จ่ะ”

 

“จ่ะ”

 

“กวนตีนเหรอ พี่พูดตามทำไม” ดูทำหน้ายิ้มแป้นแล้นเป็นหมาเลยนะ

 

“สองแถวมาแล้วขึ้น ๆ” หน็อย จะเปลี่ยนเรื่องเหรอ

 

ยังไม่ทันจะได้เถียงอะไรกับพี่มันอีกพี่ภูก็รีบเดินขึ้นรถไปก่อน เนื่องจากสองแถวมีหลายคันมากทำให้คนไม่เยอะมีที่นั่งพอสำหรับเราสองคน แต่พอทางเริ่มเข้าตัวเมืองก็เริ่มมีคนขึ้นเยอะขึ้น ผมกับพี่ภูก็ต้องลุกให้คนแก่และผู้หญิงไปโดยปริยาย ยิ่งใกล้คนยิ่งขึ้นมาเบียดเยอะขึ้น กลายเป็นว่าพี่ภูซ้อนอยู่ข้างหลังผมตอนนี้ เหตุการณ์เหมือนในนิยายแจ่มใสที่ผมเคยอ่าน ผมนี่ทำเนียนพิงอกพี่ภูสบายเลย  โอกาสมาขนาดนี้ใครจะไม่ฮุบเอาไว้

 

“สบายเลยดิพิงพี่เนี่ย” พี่ภูก้มล้มมากระซิบข้างหูผมเนื่องจากคนเยอะมาก ไม่กล้าพูดเสียงดัง

 

 “อะ…อะไร เหนือทำอะไร” โดนจับได้!

 

ไม่พอคนตัวโตกว่ายังเอื้อมมือมารวบเอวผม แถมยังก้มหน้ามาวางคางบนไหล่ผมอีกด้วยท่าทางล่อแหลมกับใจผมแบบนี้ ผมอยากจะบอกเหลือเกินว่าคนบนรถเยอะมาก ๆ แต่ปากเหมือนถูกสาปให้ยืนนิ่งเป็นหินแบบนั้น น้องผู้หญิงที่นั่งฝั่งตรงข้ามหันไปกรี๊ดกับเพื่อนเบา ๆ ไม่เบาแหละจะรู้กันทั้งรถแล้วสัด ส่วนพี่ภูที่ยังไม่ปล่อยผมยังทำอยู่ท่าเดิมไม่สนสี่สนแปด

 

แม่!!!

 

ลูกแม่จะมาเขินผู้ชายแบบนี้ไม่ได้นะครับ!!!

 

หัวใจผมเต้นเป็นจังหวะเร็ว จนผมกลัวว่ามันจะหลุดออกมาจากอก แล้วมาดิ้นอยู่บนสองแถวจังหวะเพลงEDMตื๊ด ๆ ๆ

 

“หืม” คนข้างผมปล่อยลมหายใจร้อน ๆ ใส่คอผมไปหนึ่งที อ่อยเก่งแบบนี้ไงพี่ปิ่นถึงได้ยังชอบพี่แบบนี้ อาการผมตอนนี้เหมือนเป็นไข้จับสั่น หากพี่ภูยังไม่หยุดการกระทำรถอ้อยคว่ำแบบนี้ มีหวังได้เห็นข่าวหน้าหนึ่งเด็กหนุ่มชักตายบนสองแถวเพราะเขินผู้ชายที่ชื่อว่าภูผา

 

“เล่นอะไรของพี่เนี่ย คนยังเยอะอยู่นะ เห็นไหมคนมองแล้ว” ผมกระซิบเบา ๆ ให้แค่พี่ภูได้ยิน ชนิดที่อีกนิดคือโทรจิตกันแล้ว

 

“ชอบไหมพี่กอดแบบนี้”

 

เหี้ย!

 

ขั้นกว่าเขินก็คือ เขินชุบแป้งทอด!!!!!

 

ผมว่าหน้าผมร้อนยิ่งกว่าแดดเมืองไทยก็ตอนนี้แหละ ไม่พอพี่ภูยังเอาจมูกมาคลอเคลียข้าง ๆ แก้มผมอีก

 

ผมอายป้าที่นั่งอยู่ตรงหน้าผมมมมมมม เห็นไหม ป้าเขาจิกเล็บแล้ว คงช็อคที่ต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ ผมขอโทษครับป้า

 

จริง ๆ แล้วผมก็ชอบ!

 

ตาย

 

กูตาย

 

ลงไปนอนตายบนพื้นถนน

 

ใจเหลวหมดแล้วฮือ

 

ไม่ใช่อะไร ทำไมผมใจง่ายแบบนี้ ยืนนิ่งเป็นหินให้อีกฝ่ายกระทำ

 

ผมเสียหาย!

 

“พะ….พี่ภู นะ…เหนือร้อน ออกไปก่อน” ผมกระซิบกระซาบบอกพี่ภูด้วยน้ำเสียงสั่นเครืออย่างเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

สั่นจนนึกว่าลูกคอไมค์ทองคำ  รบกวนครูสลาแต่งเพลงให้ต่ายอรทัยแล้วแต่งให้ผมสักเพลง

 

“ตอบมาก่อนว่าชอบไหมที่พี่กอดแบบนี้” พี่ภูพูดเบา ๆ ข้างหู

 

สองแถวไม่ใช่สถานที่ แต่คือผู้คน! คนเต็มเลยสัด จะมาถามอะไรแบบนี้ตอนนี้ได้ยังไงงงงง

 

ถามบ้าอะไรวะเนี่ย ใครจะไปตอบ

 

“โอ๊ย!”  พี่ภูผละออกจากตัวผมแล้วร้องเบา ๆ แต่ก็ดังพอให้คนรอบ ๆ มอง

 

“สมน้ำหน้า”

 

“เหนือเหยียบเท้าพี่ทำไม แรงด้วย” ดูทำบีบเสียงน่าสงสาร

 

“พี่ภูแกล้งเหนือก่อนนะ”

 

“แกล้งอะไรกัน พี่แค่ถามเฉย ๆ เอง” ใครเขาถามบนสองแถว!

 

“นั่นแหละที่เหนือเรียกว่าแกล้ง”

 

“ไม่ชอบเหรอที่พี่กอด” คนตัวโตกว่าทำหน้าเสียใจ

 

“คือ…”

 

“…..พี่ขอโทษ คราวหลังจะไม่ทำอีก” สถานการณ์พลิก! กลายเป็นผมที่รู้สึกผิดเองซะงั้น ใบหน้าคนตัวโตกว่าหงอยเลย ไม่ได้นะเมื่อกี้ผมยังถือไพ่เหนือกว่าอยู่เลยอะ พี่ภูจะมาสวมรอยบทคนน่าสงสารไปจากผมไม่ได้

 

“มะ…ไม่ใช่ๆ เหนือไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น อะโอเค ชอบ เหนือชอบ” ทำไมผมต้องมาพูดอะไรแบบนี้ด้วย ตอบไปง่าย ๆ แบบนี้เลยเหรอ

 

หงอยได้ไม่ถึงห้าวินาทีพี่ภูก็กลับมายิ้มกว้างอีกครั้ง

 

ตอแหล ดูออก

 

“ชอบเหรอ” ไม่วายยังมีหน้ามาถามอีกรอบนะ เดี๋ยวก่อน ๆ

 

ตอนนี้สองแถวมาสุดสายแล้วพี่ภูดึงมือผมลงจากรถมาแล้วไปจ่ายเงินเรียบร้อยถึงพามายืนคุยหน้าร้านเบเกอรี่ที่ดูนาน ๆ จะมีคนเข้าที ไม่ได้แช่งร้านนะครับ

 

“เหนือชอบให้พี่กอดใช่ไหม” สีหน้าพี่ภูดีใจจนออกนอกหน้ามาก แล้วผมควรตอบยังไงให้ดูดีละเนี่ย บอกว่าใช่ครับเหนือชอบให้พี่ภูกอดมาก ๆเลย มองจากดาวอังคารก็รู้ว่าผมน่ะมันใจง่าย ฮือออ ทำไงดี

 

“พี่ภูเลิกย้ำได้แล้ว เหนือไม่ได้หน้าหนาขนาดนั้น”

 

“ตอนนี้เราเป็นอะไรกัน มากกว่าพี่น้องใช่ไหม” พี่ภูถามผม

 

“อ้าวแล้วมันคืออะไรอะที่มากกว่าพี่น้อง ห้ามตอบพี่น้องชุบแป้งทอด” ดักไว้ก่อนดีกว่าแก้

 

“พี่น้องชุ...โอ้ย พี่ล้อเล่นน่า คนที่รู้ใจเป็นไง ดีไหม”  ดีดหูไปหนึ่งที

 

“ผมไม่รู้เรื่องพี่เลย จะไปรู้ใจพี่ได้ไง” ผมพูดจริง ๆ นะว่าผมแทบไม่รู้เรื่องของพี่ภูเลย ถึงรู้ก็รู้แค่ผิวเผิน  เรื่องพวกนี้พี่บอสกับพี่ปันเองก็น่าจะรู้

 

“งั้นเราก็ศึกษาดูใจกันดีไหม พี่กับเหนือจะได้เข้าใจกันมากขึ้น”

 

“หมายถึงว่าเราคบกันเหรอครับ”

 

ความรู้สึกกลัวเริ่มตีเข้ามาในหัวของผมเรื่อย ๆ หลาย ๆ อย่างทำให้ผมกลัวที่จะคบกับพี่ภู ไม่ว่าจะเรื่องเพศ เรื่องครอบครัวพี่ภู เพื่อนพี่ภู และอีกมากมาย คนรอบข้างเขาจะมองกันยังไง การที่เราทำตามความรู้สึกตัวเองโดยไม่สนสิ่งอื่นมันเป็นความเห็นแก่ตัวอย่างหนึ่ง   เป็นไปไม่ได้ที่คนเรา

 

จะไม่แคร์อะไรเลย

 

การกลับมาบ้านเก่าของผมในวัยเด็กเหนือความคาดหมายหลาย ๆ อย่างมาก และที่ผมรู้สึกเสียใจคือการทำให้พี่ภูมาชอบผู้ชาย

และนั่นก็คือผม ตัวผมเองเริ่มสับสนตั้งแต่มอปลายแล้วแต่ไม่ยอมรับจนกระทั่งจบมอหกถึงได้แน่ใจ ถึงจะกลัว ๆ และลังเลอยู่บ้าง แต่มันก็ทำให้ผมเริ่มเปิดใจ ว่าผมชอบพี่ภูที่เป็นผู้ชาย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลได้ก็ตามแต่ คำว่าชอบก็คือชอบ อนาคตอาจจะน้อยลงหรือมากขึ้นก็ขึ้นอยู่กับคนสองคน แต่ปัญหาตรงหน้าของผมตอนนี้คือไม่รู้ว่าตัวเองคิดดีหรือยัง

 

งง เมื่อกี้อะไรดราม่าเข้าสิงผม

 

“เหนือไม่อยากเป็นแฟนพี่เหรอ”

 

ไม่ทันได้คิดอะไรคำถามที่ผมไม่คิดว่าจะได้เจอและเตรียมคำตอบไว้ก็ดันโปะเข้าที่หน้าเต็ม ถ้าไม่คิดอะไรมากก็คงตอบว่า เหนืออยากคบกับพี่ภู บอกออกไปแบบไม่รีรออะไร แต่อย่างที่บอกไปผมยังไม่มั่นใจอะไรในตัวเองเลย

 

“ก็…อยากนะครับ  แต่ว่าคือพี่ภูชอบเหนือจริง ๆ เหรอ” นี่ก็เป็นอีกปัญหาที่ผมแอบกังวลอยู่เหมือนกัน

 

“ทำไมเราถามพี่แบบนั้นล่ะ หรือพี่ทำอะไรผิดหรือเปล่า” หน้าพี่ภูเริ่มกังวลตามผมแล้ว

 

“แบบไม่รู้สิ เหนือไม่ค่อยอยากเชื่อเท่าไรว่าเราชอบกันจริง ๆ มันดูเร็วเกินไป แล้วแบบเราก็เป็นผู้ชายทั้งคู่” ผมก้มหน้าพูดออกไปไม่กล้ามองหน้าพี่ภู ยอมรับว่าที่พูดออกไปค่อนข้างตรงเกินไปจริง ๆ แต่ไหน ๆ ก็เกริ่นมาเยอะแล้วเลยขอถามไปตรง ๆ น่าจะดีกว่า คนอื่นมาได้ยินที่ผมก็คงจะขัดใจกับความคิดผมว่าจะเล่นตัวอะไรนักหนา ผมก็แค่อยากมั่นใจเพราะผมก็อยากคบกับพี่ภูไปนาน ๆ

 

“เหนืออยากอยู่ใกล้ ๆ พี่ไหม”

 

“อยากสิ”

 

“อยากเจอพี่ทุกวันไหม”

 

“อยากครับ”

 

“ถ้าเราห่างกันจะคิดถึงพี่ไหม”


“อือ คิดถึงมากแน่เลย”

 

“อยากกอดพี่ไหม”

 

“อะ…อยาก”

 

“อยากมีอะไรกับพี่ไหม”

 

ดะ…เดี๋ยว ผมว่าไม่ใช่แล้วคำถามนี้

 

“มะ…ไม่ เหนือหายซึ้งหมดแล้วเพราะคำถามอะไรของพี่ก็ไม่รู้”

 

“แต่พี่อยากมีอะไรกับเรา” สัดพี่มึง

 

ความหงี่ไม่เคยปราณีใครเพื่อนผมเคยบอกไว้  กูเชื่อมึงแล้วไอ้แบงค์

 

“ใครเขาพูดเรื่องแบบนี้กันเล่าพี่ภู”

 

“พี่อยากกอดเหนือ อยากหอมเหนือ อยากอยู่กับเหนือนาน ๆ อยากมีเหนือเป็นของตัวเอง อยากเอาเหนือแรง ๆ”

 

เอาแรงพ่องงงงงงงงงงงงง เหี้ยอยู่วันยันค่ำ ผมจะไปฟ้องน้าบัวว่าลูกน้ามันเกินเยียวยา พูดดี ๆ ได้ไม่กี่นาทีก็วกเข้าเรื่องแบบนี้ได้ตลอด

 

“……”

 

“ประโยคท้ายพี่ล้อเล่น” พี่ภูจับหัวผมโคลงไปมา

 

“ก็ว่าอยู่” พี่ภูคงแกล้งผม

 

“ล้อเล่นไปงั้น จริง ๆ อยากทำ” สัด

 

“พอ ๆ ๆ ๆ เหนือไม่อยากฟังแล้ว” เข้าใจคำว่าสาระ20 น้ำ80ไหมครับ นั่นแหละ

 

“เป็นแฟนกันไหมเหนือ”

 

“…..”

 

เดดแอร์คู่ ผมกับพี่ภูจ้องหน้ากัน ต่างกันตรงที่พี่ภูกำลังรอคำตอบจากผม แต่ผมกำลังใช้ความคิดว่าควรตอบอะไรถึงจะดีที่สุดในสถานการณ์แบบนี้ กราฟความพีคของวันนี้ขึ้นสูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ละคำถามของพี่ภูที่ยิงมาทำเอาผมจะเป็นบ้า

 

“ว่าไง”

 

“….คือ” จะตอบยังไงดี ผมยังไม่พร้อมจริง ๆ

 

“….”


“เหนือว่ายังดีกว่าเนอะ ไว้เหนือแน่ใจมากกว่านี้อีกหน่อยค่อยตอบพี่ภูละกัน”

 

คำตอบผมทำให้หน้าพี่ภูเปลี่ยนไปอย่างเร็ว คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน พี่ภูเอื้อมมือสองข้างมาจับไหล่ผมไว้

 

“ทำไมล่ะ”

 

“เหนือขอมั่นใจกว่านี้นะพี่ภู” ผมพูดจริง ๆ นะ

 

“พี่ถามไปงั้นแหละ รู้หรอกว่าเราคงปฏิเสธพี่อยู่แล้ว”

 

ผมรู้ว่าพี่ภูรู้สึกไม่โอเคที่ผมตอบไปแบบนั้น ถึงปากพี่เขาจะบอกแบบนั้นก็จริง แต่จะให้ผมทำยังไงได้

 

“……”

 

“ไปเล่นน้ำกันเถอะ ไม่ต้องคิดมาก พี่รอได้” คำตอบพี่ภูทำใจผมฟูขึ้นมาทันที หวังว่าพี่ภูจะรอจนผมพร้อมนะครับ

 

 

 

เราสองคนนั่งวินมอไซฯไปลงใกล้ ๆ ถนนข้าวสารเสก เอาจริง ๆจะได้ยินกี่รอบผมก็ไม่ชินกับชื่อถนน ตอนนี้เวลาประมาณสิบเอ็ดโมงคนเริ่มเยอะมากขึ้น มีฝรั่งประปรายอยู่บ้าง แต่ที่ผมไม่เข้าใจคือ พี่ภูมันจะชอบยิงใส่หน้าผู้ชายที่มายิงผมจนตาเขาจะบอดอยู่แล้ว ซึ่งผมก็บอกไปแล้วว่าเขาอยากเล่นน้ำเฉย ๆไม่ได้มาพิศวาสอะไรผม ไม่ใช่ว่าผู้ชายทุกคนบนโลกจะชอบผมซะหน่อย ผู้หญิงก็ไม่เว้นพี่มันแทบจะเดินโอบผมตลอดถนนทั้งเส้น ไม่เข้าใจว่าจะมาเล่นทำไมถ้าเป็นแบบนี้

 

“พี่ภูไม่เหนื่อยบ้างเหรอ ทำหน้าเมือนปวดขี้ตลอด”

 

“เดี๋ยวมีคนมาจีบเราทำไง”

 

“คนที่ควรพูดควรเป็นผมมากกว่า ดูหน้าพี่ด้วย ผู้หญิงมองเยอะแยะแล้ว” เปรียบกับหน้าผมแล้วกลายเป็นขี้ตีนพี่มันเลย แต่พูดไม่ได้เดี๋ยวพี่มันได้ใจ

 

“หึงเหรอ”

 

“เปล่า เหนือแค่อยากให้เล่นแบบสนุก ๆอะ แบบว่าวันนี้เราไม่ต้องสนไรมาก เป็นวันยกเว้นละกัน ไม่ต้องคอยหวงไปมาแบบนี้”

 

“ก็ได้ แต่อย่าให้มันมากนะ” พูดเหมือนคบกันมานาน ทั้ง ๆ ที่เพิ่งเริ่มจีบเองด้วยซ้ำ ไม่พอยังจะมาขอคบแบบสายฟ้าแลบ ผมที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็ต้องบอกปฏิเสธไปโต้ง ๆหน้าร้านเบเกอรี่ที่จะเจ๊ง

 

หรือผมเล่นตัวมากไป

 

ไม่ ๆ ๆ แบบนี้แหละดีแล้ว จะได้กลับไปทบทวนความคิดทั้งคู่

 

“น้องน่ารักจัง พี่ขอฉีดเราได้ไหมครับเนี่ย”

 

วัยรุ่นน่าจะยี่สิบต้น ๆ มาคนเดียวจากไหนไม่รู้เดินมาถามผม เอาล่ะ นี่คือนิยายไทยใช่ไหม ทำไมผมต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย

 

“ครับ? ฉีดได้ ๆ”

 

“งั้นพี่ขอเบอร์เอาไว้ติดต่อหน่อยดีกว่า อยู่แถวนี้ใช่ไหมเอ่ย” อ้าว อะไรวะสรุปไม่ฉีดน้ำใส่ผมแล้วเหรอ

 

“พอ! พี่ไม่อยากเล่นแล้ว กลับเดี๋ยวนี้เหนือ” จู่ ๆพี่ภูที่ยืนอยู่ข้าง ๆก็พูดแทรก ไม่แปลก เพราะจุดประสงค์ของคนมาใหม่ชัดเจนแบบนี้ ผมกะว่าจะบอกปฏิเสธอยู่แล้วแต่พี่ภูดันแย่งพูดซะก่อน

 

“อ้าวเห้ย มึงเป็นใคร” พี่คนมาใหม่ตะโกนใส่หน้าพี่ภู คงคอนเซ็ปต์ตัวร้ายในนิยาย

 

“กูเป็นผัวมัน มึงมีปัญหาอะไร”

 

ผัวพ่องงงงงงงงงงงงงง 

 

“แล้วก็ไม่บอกพี่นะว่ามีผัวแล้ว” ไม่วายพี่เขายังหันมาด่าผมอีก  ส่วนผมกำลังงง ๆว่าควรด่าพี่ภูก่อนหรือปฏิเสธพี่อีกคนก่อนกันแน่

 

“มึงรีบไปไกล ๆตีนกูก่อนเลยก่อนที่กูจะทนไม่ไหว” พี่ภูตะโกนแข่งกับพี่คนเมื่อกี้ เรียกความสนใจจากคนรอบข้างได้พอประมาณ

 

“พี่ภูไปพูดแบบนั้นทำไมอะ”

 

“ไม่มีใครรู้จักเราหรอกในนี้ ทำไม ชอบมันเหรอ พี่พูดเพราะช่วยเหนือนะ พี่หล่อกว่ามันตั้งเยอะ ไม่ต้องเล่นมันแล้วกลับบ้านเล่นแถวบ้านก็พอ ตอนแรกพี่คิดว่าหน้าอย่างเหนือคงไม่มีใครมายุ่งหรอก สงสัยพี่ต้องคิดใหม่”

 

“พี่จะบอกว่าเหนือหน้าเหี้ยเหรอ” ไอ้พี่เวร กล้าดียัง ฮือ

 

“ใช่” สัดพี่ภู

 

“ใช่สิพี่ภูหล่อนี่เลยพูดได้”

 

“ขอบคุณครับ”

 

“เหนือกำลังประชด! แล้วอีกอย่างเราเพิ่งมาถึงเองนะพี่ภู จะรีบกลับไปทำไมอะนั่งรถมาตั้งนาน”

 

“พี่ไม่ชอบให้คนอื่นมายุ่งกับเรา”

 

“เวอร์แล้ว ขนาดนั้นเลยเหรอ เหนือควรดีใจใช่ไหม”

 

“งั้นพี่ไปขอปะแป้งคนอื่น หรือตามไปขอเฟสขอไอจีคนสวย ๆ น่ารัก ๆ เหนือชอบแบบนั้นรึไง”

 

“….ไม่ชอบ” ย้อนแย้งตัวเองเก่งจังวะผม

 

“เข้าใจพี่แล้วใช่ไหม” เหมือนโดนบังคับให้เข้าใจกลาย ๆ

 

“แต่เราเพิ่งมาเองนะพี่”

 

“พี่ว่าเราไปเล่นที่อื่นดีกว่า”

 

“ที่ไหนอะ”

 

“ที่บ้าน”

 

“โหย ไม่เอาอะ”

 

“แต่พี่มีปืนฉีดน้ำอันใหญ่ด้วยนะ ยิงทีมีร้อง แบบว่าสะดุ้ง”

 

“จริงอะ แรงขนาดนั้นเลยเหรอ”

 

“จริง ๆ ยิงได้ไม่อั้น”

 

“น้ำไม่หมดเหรอ”

 

“ไม่หมดครับ เพราะมีที่ผลิต”

 

“ต่อกับก๊อกเหรอ หรือไงอะ อันใหญ่เลยเหรอ ทำไมพี่ไม่เอามาด้วย”

 

“มันอยู่ในห้องพี่ ยิงทีมีจุก ต้องยิงรัว ๆ” ไม่ยักรู้ว่าพี่ภูมีของดีเก็บไว้ที่บ้าน ที่ไม่ยอมเอามาเพราะหวงแน่ ๆ ตอนเด็ก ๆผมก็เป็นครับอาการหวงของเล่น

 

“งั้นกลับไปเหนือขอลองหน่อยนะ”

 

“ลองจริงเหรอ แรก ๆคนเล่นจะเจ็บหน่อยนะ”

 

“อืมเหนืออยากลองอะ  พี่ภูพูดซะเวอร์เลยอะมันจะเจ็บได้ไง เหนืออยากเห็นของจริงแล้วเนี่ย”

 

“สัญญาก่อนว่าจะเล่นมัน”

 

“แน่อยู่แล้ว งั้นกลับเลยก็ได้ เอาปืนฉีดน้ำอันใหญ่ของพี่ภูมายิงด้วยนะ เหนือก็อยากจะรู้ว่ามันจะเจ็บแค่ไหน”

 

“ตอนนี้พี่อยากเล่นมากเลยครับ ปิ้วๆ”

.

.

.

.

Talk

อิพี่หลอกน้อง555555 น้องโง่ ไม่ได้ซื่อ โง่แล้วจังหวะนี้

 

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 728
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
55 เหนือเอ๊ย...
อิพี่ภู วกเข้าเรื่องนี้ตาหลอด
 :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:

ออฟไลน์ Kelvin Degree

  • ถ้าวันนั้นเลือกที่จะเดินออกไป คงไม่เจ็บมาจนถึงทุกวันนี้...
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1560
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-1
สรุปคือ กลับไปเล่นปืนฉีดน้ำที่ห้องหรอ??  555,,,

ออฟไลน์ muiko

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1210
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-3
เหนือออออออ ทำไมหนูไม่ทันพี่มันแบบนี้
 :laugh:

ออฟไลน์ jimmyjimmy

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2242
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-17
เหนือ...จะรอดพี่ภูจอมหื่นมั้ยเนี่ย

ออฟไลน์ Tpt

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 4
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
แง มาต่อเร็ววว อยากรู้ชะตากรรมน้องเหนือเหลือเกิน

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 430
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
มันคือกับดัก

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด