(เรื่องสั้น) The Truth Untold...ตอนที่ 3 [08/04/2562]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: (เรื่องสั้น) The Truth Untold...ตอนที่ 3 [08/04/2562]  (อ่าน 239 ครั้ง)

ออฟไลน์ Whalien52

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 5
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-04-2019 18:30:15 โดย Whalien52 »

ออฟไลน์ Whalien52

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 5
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
1.




“ทำไมช่วงนี้ถึงไม่ค่อยมาหาเลยวะ”
เจ้าของร่างโปร่งเอ่ยถามคนที่กำลังเอนกายอยู่บนโซฟาด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อน เขาส่งเบียร์เย็น ๆ ไปให้อย่างที่เคยทำทุกครั้ง แทนที่อีกคนจะรับไปแค่เบียร์ที่เขาหยิบยื่นให้ แต่มือใหญ่กลับดึงข้อมือจนเขาเสียหลักล้มลงไปทับอีกฝ่ายทั้งตัว
ช่วงแขนกว้างโอบรัดเอวเพรียว กดจมูกโด่งลงหอมแก้มเนียนให้ชื่นใจ ก่อนจะผละมาส่งยิ้มให้ “ช่วงนี้งานยุ่ง ๆ น่ะ ขอโทษนะที่ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาให้เลย”
“ทำไมต้องขอโทษด้วย กูก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย” คนที่อยู่ในอ้อมกอดตอบเสียงเรียบ ความจริงตนไม่ได้มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว ก็แค่สงสัยนิดหน่อย...เท่านั้นเอง
พวกเขาทั้งคู่คบกันมาเป็นสิบปี โดยปกติแล้วหมอนี่จะมาหาเขาที่คอนโดอาทิตย์ละสามถึงสี่วัน เป็นอย่างนี้มาตลอดระยะเวลาที่คบกันมา เพราะเขาสองคนไม่ได้อาศัยอยู่ด้วยกัน แต่พักหลังมานี้บางครั้งอีกฝ่ายก็หายหัวไปเป็นอาทิตย์เลย
“ก็กลัวว่าเมียจะงอนนี่นา” ร่างที่สูงใหญ่กว่าบอกน้ำเสียงหวานพร้อมกับรอยยิ้ม เขากอดร่างที่อยู่ในอ้อมแขนให้แน่นขึ้น
“ปล่อยกูได้แล้ว” เจ้าตัวว่าเสียงรำคาญเมื่อถูกเรียกด้วยสรรพนามที่ไม่ชอบนัก มือเรียวดันหน้าอกแน่นของคนด้านใต้เพื่อที่จะลุกขึ้นนั่งให้มันดีกว่านี้ เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะหนัก แม้ว่าตนจะตัวเล็กกว่าแต่น้ำหนักก็ไม่ใช่น้อย ๆ แต่ไอ้หมอนี่ไม่ยอมปล่อยแถมยังรัดเอวเขาแน่นเข้าไปอีก
“ถ้าอยากให้ปล่อยก็พูดจาให้มันดี ๆ กว่านี้หน่อยสิ”
ตนจ้องใบหน้าหล่อที่มีส่วนผสมระหว่างไทยกับเยอรมันที่ตอนนี้กำลังมองมาด้วยแววตาเจ้าเล่ห์แฝงรอยยิ้ม ให้ตายเหอะ...เห็นแบบนี้ทีไรอยากจะทิ่มตามันให้บอดไปเลยจริง ๆ แต่ถ้าไม่ยอมพูดอย่างที่อีกฝ่ายต้องการ แขนที่แข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กนี้ก็คงจะไม่ยอมปล่อยเขาแน่นอน
“เชน...ปล่อยเมได้แล้ว”
เชนมีชื่อเต็มว่าคเชนทร์ ส่วนเขาก็คือเมธิชัยหรือเม
เจ้าของชื่อยิ้มกริ่ม แต่ก็ยังคงไม่พอใจ “ไม่ใช่แบบนี้สักหน่อย”
“อะไรอีกล่ะ” เมธิชัยขมวดคิ้วฉับ ถามเสียงห้วน
“อย่าอารมณ์เสียสิ” เขาคลายอ้อมแขนออก ยกมือขึ้นเกลี่ยผมที่ปิดดวงหน้าน่ารักที่กำลังปั้นปึ่งใส่ตน เห็นแบบนี้ก็ทำเอาอดยิ้มขำไม่ได้
“ก็มึง…” พูดไม่ทันจบประโยคก็ถูกนิ้วชี้ทาบปิดปากไว้เสียก่อน
“ไม่ใช่มึง แต่เป็น...ผัวจ๋าต่างหาก” คเชนทร์กระซิบลงที่ใบหูก่อนจะกดจูบลงแผ่วเบา เรียวลิ้นชอนเข้าไปเพื่อปลุกอารมณ์เปลี่ยวเหงาของคนรัก มือใหญ่ฟอนเฟ้นบั้นท้ายที่มีขนาดเหมาะมือ
“เดี๋ยว!” คนถูกรุกเร้าดิ้นหนี “ไปหื่นมาจากไหนเนี่ย”
“ไม่ได้เจอกันมาทั้งอาทิตย์เลยนะ” ชายหนุ่มที่เริ่มเข้าสู่วัยกลางคนว่า “เชนคิดถึงเมนี่นา”
“ไม่ต้องมาปากหวานเลย” คนที่รออีกฝ่ายมาทั้งอาทิตย์ถลึงตาใส่
“ไหนใครกันที่พูด ‘กูก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย’ ทำไมการกระทำกับคำพูดมันสวนทางกันจังเลยน้า” คเชนทร์ยิ้มล้อ เบี่ยงตัวหลบหมัดของคนรักที่พุ่งตรงมาอย่างแม่นยำ ก่อนจะคว้าข้อมือของอีกฝ่ายแล้วดึงเข้าหาตัวอีกครั้ง
“ปล่อยสิวะ!”
“อย่างอนเลยนะเมียจ๋า~” ชายลูกครึ่งบอกเสียงอ่อนเสียงหวาน
“กูไม่ใช่เมียมึงโว้ย!”
นัยน์ตาสีเขียวมองจ้องใบหน้าที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีแดงของเมธิชัยอย่างขบขันก่อนจะบอก “แล้วที่เอากันมาเป็นสิบปี แบบนี้เรียกว่าอะไรเหรอ”
“ก- ก็เพื่อนไง”
“เพื่อนกันเขาไม่เอากันหรอกนะ” เชนบอกยกยิ้มมุมปาก
คนถูกกอดอ้าปากพะงาบ ๆ ไม่รู้จะโต้เถียงอย่างไรดี เขาเคยเป็นเพื่อนไอ้หมอนี่มาก่อนจริง ๆ นะ แต่มันก็มีจุดเปลี่ยนที่ทำให้พวกเขากลายมาเป็นแฟน และคบกันมาได้นานเป็นสิบปีแบบนี้


เมธิชัยกับอีกฝ่ายรู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 โดยได้ปอมเพื่อนของเขาแนะนำคเชนทร์ให้ได้รู้จักกันอีกที
เริ่มแรกทั้งคู่คบหากันจากการเป็นเพื่อนอยู่สามปี ถึงแม้ว่าจะเป็นเพื่อนกันได้ไม่นาน แต่นิสัยและไลฟ์สไตล์ของทั้งคู่กลับเข้ากันได้ดีมาก คเชนทร์มักจะแวะไปดื่มเบียร์และค้างที่ห้องของอีกฝ่ายอยู่บ่อยครั้งจนกลายเป็นเรื่องปกติ
ความสัมพันธ์ที่เกินกว่าเพื่อนมันเริ่มต้นในตอนที่คเชนทร์ถูกแฟนนอกใจแถมทิ้งไปอย่างไม่ไยดี และเมธิชัยก็คือคนที่เจ้าตัวเลือกที่จะปรับทุกข์ระบายความรู้สึกด้วย
“เม..มึงช่วยตอบให้กูกระจ่างหน่อยได้ไหม ว่ากูไม่ดีตรงไหน เขาถึงได้ทิ้งกูไป”
เมธิชัยเหลือบมองเพื่อนที่เมาจนพูดจาคร่ำครวญวกไปวนมาอยู่แต่ประโยคเดิม ๆ มาเป็นรอบที่ล้านได้แล้วมั้ง เขาที่นั่งดื่มอยู่กับอีกฝ่ายมาหลายชั่วโมงจนตอนนี้ก็เริ่มรู้สึกว่าเมาไม่ต่างกันถอนหายใจหนักอย่างหงุดหงิด เป็นไปได้ก็อยากจะตบหัวมันสักป้าบสองป้าบ เผื่อว่ามันจะได้สติกลับมาแล้วจะได้เวลาแยกย้ายไปหลับไปนอนเสียที
“กูจะพูดรอบสุดท้ายแล้วนะ” เจ้าตัวจับต้นคอเชนให้หันมาทางตนเอง “มึงไม่ต้องไปตามหาเหตุผลอะไร คนที่ไม่ดีไม่ใช่มึง แต่คือคนที่นอกใจและทิ้งมึงไปหาคนอื่นต่างหากที่เลว”
“แต่..”
“ไม่มีแต่เหี้ยอะไรทั้งนั้นแหละ!” เมขึ้นเสียงใส่ “มึงคร่ำครวญอย่างนี้มาเป็นชั่วโมง ต่อให้มึงแดกจนเมาเหมือนหมา มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมาหรอก สุดท้ายมันก็ไม่กลับมาหามึง”
ในขณะที่ถูกเทศนาอยู่นั้น เขาเอาแต่มองเมธิชัยอย่างไม่ละสายตา โดยที่ไม่ได้ฟังในสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังตั้งใจพูดเลยแม้แต่น้อย
ดวงตาโตสีเขียวที่ฉ่ำไปด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จับจ้องใบหน้าของอีกฝ่ายที่ตอนนี้แก้มแดงอย่างกับแก้มเด็กแรกเกิด คิดมาตั้งแต่เจอกันครั้งแรกแล้วว่าเพื่อนคนนี้หน้าตาน่ารักดี ถ้าตนไม่มีแฟนที่คบกันมานานอยู่แล้วก็อยากจะจีบอยู่หรอก คเชนทร์เป็นไบเซ็กซ์ชวล แต่เขาไม่แน่ใจว่าเพื่อนคนนี้มีรสนิยมยังไง เพราะที่ผ่านมาไม่เคยเห็นมันควงใครเลย
“นี่มึงได้ฟังที่กูพูดบ้างไหมเนี่ย!” เมแหวใส่คนที่เหม่อมองหน้าตนเหมือนคนไม่มีสติอยู่นั่น
“ฟังอยู่” คเชนทร์พยักหน้าหงึก ตอบไปอย่างนั้นทั้งที่ความจริงไม่ได้ตั้งใจฟังที่อีกฝ่ายพูดนักหรอก แต่ก็จริงอย่างที่เมมันว่า...คร่ำครวญไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา
“เออ เพราะงั้นมึงก็หาคนใหม่ซะ!” เมบอกพลางตบบ่าเพื่อน
คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ “หาคนใหม่?”
“เออ หาใหม่”
“มันหาได้ง่ายขนาดนั้นเลยหรือไง”
เมธิชัยยกเบียร์ขึ้นจิบ ก่อนจะบอก “มึงก็มองหาสิวะ ตอนนี้มึงมีใครที่กำลังสนใจอยู่บ้างไหมล่ะ”
“ตอนนี้เหรอ” คนถูกถามพึมพำ แหงนหน้าขึ้นอย่างใช้ความคิด ก่อนจะตอบ “นอกจากมึงก็ไม่มีใครแล้วนะ”
“แค่ก ๆๆ” เจ้าตัวที่ถูกเอ่ยถึงสำลักเบียร์ที่กำลังยกขึ้นดื่ม “พะ พูดเหี้ยอะไรของมึงเนี่ย! เมาแล้วก็หุบปากไป!”
“กูไม่ได้เมา” ถึงตอนนี้จะสติไม่เต็มร้อย แต่เขาก็ไม่ได้เมาอย่างที่อีกฝ่ายว่าแน่นอน
“มึงเมา”
“ก็บอกว่า กู ไม่ เมา ถ้ากูเมากูจะคุยกับมึงรู้เรื่องเหรอ”
เมถอนหายใจทิ้งเฮือกใหญ่ เถียงกับมันไปก็ดูท่าจะไม่มีประโยชน์ คนเมาส่วนใหญ่มันก็ไม่เคยยอมรับว่าตัวเองเมาอยู่แล้ว เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
“ดูท่าอาการมึงจะดีขึ้นแล้ว กูไปนอนก่อนดีกว่า”
คเชนทร์มองตามอีกฝ่ายที่เดินเข้าห้องไป เขานั่งดื่มคนเดียวอีกพักใหญ่ ตอนนี้ตนเลิกหาสาเหตุที่ว่าทำไมถึงถูกทิ้งตามที่เมธิชัยบอก
พอได้พูดได้ระบายอะไรหลาย ๆ อย่างออกไปแล้ว อาการมันก็ดีขึ้นอย่างที่เมว่าจริง ๆ แต่เนื่องจากที่ตนคบกับแฟนคนนี้มานาน..ย่อมทำใจไม่ได้เร็วขนาดนั้นอยู่แล้ว
เจ้าตัวดื่มจนเบียร์หมดถึงได้ลุกขึ้นยืนหมายจะไปนอน ร่างกายสูงใหญ่เดินเซไปมาเล็กน้อย ระยะทางจากห้องนั่งเล่นไปห้องนอนไม่ได้ไกลกันมากนัก คเชนทร์เดินชนนั่นชนนี่ไปตลอดทาง
พอเปิดห้องเข้าไปขายาวก็ก้าวไปหยุดที่ข้างเตียง ใบหน้าหล่อเหลาของลูกครึ่งก้มต่ำลงเพื่อดูว่าเมธิชัยหลับจริงหรือเปล่า แต่ก็พบว่ามันนอนหลับไม่รู้เรื่องไปแล้ว เขาได้กลิ่นสบู่จากตัวของอีกฝ่าก็ทำเอาเลือดในกายมันสูบฉีดจนอดใจไม่ไหว จมูกโด่งหอมลงที่ซอกคอขาว
“มึงตัวหอมจัง”
ไม่ใช่ว่าตนไม่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไรกับใคร แต่ตอนนี้คเชนทร์ที่ไม่มีสติพอที่จะแยกแยะว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ เขาขึ้นคร่อมร่างกายที่เล็กกว่า พรมจูบไปตามลำคอเพรียว รวมถึงทำรอยเอาไว้ด้วย ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ไปตามแผ่นอกเรียบและเคล้าคลึงหมายจะปลุกอารมณ์ของคนด้านใต้
เมธิชัยลืมตาตื่นขึ้นด้วยความงุนงงปนตกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของตนเอง เห็นคนตัวโตผมสีน้ำตาลอ่อนขยุกขยิกอยู่บนตัวก็รู้แล้วว่าเป็นใคร
“มึงทำอะไรของมึงห๊ะไอ้เชน!” เมว่าก่อนจะพยายามดันหัวของอีกฝ่ายออกไปให้พ้นตัว แต่เพราะคเชนทร์ตัวใหญ่กว่า แถมบวกกับความเมาแล้วก็ทำให้เขาสู้แรงด้วยยากเหลือเกิน
หนุ่มลูกครึ่งไม่ตอบแต่กลับคว้าข้อมือทั้งสองกดลงกับเตียง ดวงตาสีเขียวมรกตจ้องมองเมธิชัยด้วยแววตาหื่นกระหาย แล้วก้มลงหมายจะจูบริมฝีปากอิ่มได้รูปสวยของคนด้านใต้
“ไม่!” คนตัวเล็กกว่าร้องก่อนจะเบือนหน้าหนี แต่ก็ถูกจูบที่ใบหูเรื่อยลงมาจนลำคออีกจนได้ เขาพยายามดิ้นแล้วแต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อมันกดทั้งแขนและขาของเขาเอาไว้จนดิ้นไม่หลุด
“เชน ไอ้เชนมึง!อย่า!” เมธิชัยพยายามเรียกชื่อของคนที่กำลังไม่ได้สติ
กลัว...ครั้งแรกของเขามันจะต้องไม่ใช่การโดนขมขื่นสิ!!
คเชนทร์ได้ยินเสียง..ที่ทั้งเรียกทั้งด่า แต่ตอนนี้ตนควบคุมตัวเองไม่ได้ มีเพียงแค่ความคิดอยากจะทำ อยากระบายมันออกไป...กับใครสักคน
“เชน...ขอร้องล่ะ” เมธิชัยพูดเสียงแผ่ว น้ำตาคลอหน่วย “ปล่อยกูเถอะ”
“...” คนถูกขอร้องไม่สน พอเห็นว่าอีกฝ่ายเลิกดิ้นแล้ว ก็ตั้งใจอยากจะจูบ
“กูไม่ใช่แพรนะ!!”
คเชนทร์หยุดทันทีที่ได้ยินชื่อแฟนเก่าออกจากปากของคนที่ตนกำลังใช้กำลังบังคับ มือใหญ่ปล่อยข้อมือของเมออก...มันขึ้นรอยแดงจนน่ากลัว
ร่างที่เล็กกว่าพยายามลุกแล้วถดตัวหนีไปนั่งกอดเข่าอยู่ที่หัวเตียง แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“กู…”
คเชนทร์ไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดอะไรก่อนดี ความคิดในหัวของเขาตอนนี้มันตีกันมั่วไปหมด แต่สิ่งหนึ่งที่มันชัดเจนก็คือเรื่องที่เขาอยากได้มัน ถึงแม้ว่าจะเมาแต่เขาก็รู้ว่าคนที่ตนกำลังเล้าโลมเป็นใคร ไม่ได้คิดถึงใครอื่น..หรือคนที่เป็นเจ้าของชื่อที่มันตะโกนออกมาเลย
“กูขอ..โทษ”
เมธิชัยพยายามถอยหนีเมื่อร่างสูงใหญ่ขยับตัวเข้ามาใกล้ ทั้งที่มันก็ไม่มีที่ให้หนีอีกแล้ว ยิ่งเห็นมันเอื้อมมือเข้ามาเขาก็ยิ่งกลัว เชนมันตัวใหญ่กว่าเขาค่อนข้างมาก และนี่เป็นครั้งแรกที่รู้ว่า...ตนไม่มีทางสู้แรงของมันได้เลย
“มึงอย่าทำอะไรกูเลยนะ”
ฝ่ามือใหญ่ประคองใบหน้าของเพื่อนรักขึ้นมา กดจูบลงบนเปลือกตาที่ปิดแน่น “เราลองคบกันดูไหม” คเชนทร์ถามเมื่ออีกฝ่ายมองด้วยสายตาไม่เข้าใจ
“หา?”
“มึงกับกู...เรามาลองคบกันดีไหม”
“มึงเป็นบ้าไปแล้วเหรอ”
“ก็มึงเป็นคนบอกกูเองว่าให้หาคนใหม่”
“แล้วทำไมต้องเป็นกูด้วย”
คเชนทร์ไม่คิดตอบคำถามนั้น เพราะไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไมถึงต้องเป็นมัน “ยังไม่ต้องเป็นแฟนกันก็ได้ ลองคบกัน..ศึกษาเรียนรู้กันไปก่อน”
คเชนทร์ที่ตนรู้จักมาตลอดระยะเวลาสามปี เป็นคนที่พูดจาฉะฉานมั่นใจในตนเอง และมองตาคู่สนทนาตลอดการพูดคุย แต่ครั้งนี้มันกลับหลุบตาลงต่ำและพูดไม่เต็มเสียงนัก เขาไม่อยากไปเป็นตัวแทนของใครในช่วงเวลาที่มันไม่มีใครและเจ็บปวดแบบนี้
เมธิชัยถอนหายใจก่อนจะเอ่ยถาม “งั้นมึงช่วยบอกหน่อยว่าทำไมถึงต้องเป็นกู”
“เอ่อ..”
“ตอบมาเหอะ” เขาบอกเมื่อเห็นมันมีท่าทางลังเล
“มึงนิสัยดี อยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจ แล้ว..กูคิดว่ากับมึง..เราก็เข้ากันได้ดีมาก เลยคิดว่าคงไปด้วยกันได้”
“แค่นี้?”
“แล้วกูก็คิดว่ามึง...น่ารักดี”
เมธิชัยหน้าแดงวาบ “ไอ้ ไอ้...เวรเอ๊ย” ตนไม่รู้จะด่ามันว่าอะไรดี ไอ้ที่บอกว่าน่ารักเนี่ย ยังไม่น่าด่าเท่ากับการที่มันบอกด้วยท่าทีเหนียมอายราวกับสาวน้อยก็ไม่ปาน เห็นแล้วอยากจะตบหัวให้ทิ่ม
“อันที่จริงถ้าไม่ติดว่ากูมีแฟนอยู่ กูคงจีบมึงไปนานแล้ว โอ๊ย!” คเชนทร์ร้องเพราะถูกอีกฝ่ายฟาดหัวเข้าให้ “ตีกูทำไมเนี่ย ถ้าจะเขิน..ก็ไม่เห็นต้องตีกันเลย”
“ไม่ได้เขินโว้ย!”
“ไม่เขินแล้วทำไมหน้าแดง”
“อยากโดนตบกระบาลอีกครั้งใช่ไหม” เจ้าของแก้มแดง ๆ กัดฟันพูด
“ไม่แล้วจ้า” เชนยกมือขึ้นทั้งสองข้างอย่างยอมแพ้ พอเห็นว่าเมก้มหน้าเงียบไป ตนก็ไม่ได้พูดอะไรต่ออีก
ความรู้สึกของเขาในตอนนี้มันตีกันสับสนวุ่นวายไปหมด ที่แปลกคือความเสียใจเมื่อครู่มันหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ หลงเหลือไว้แต่เพียงความเบิกบานใจยามได้แกล้งเมธิชัยที่น่ารัก
“ถามอะไรหน่อยสิ”
“อืม”
“กับผู้ชาย...มึงก็ได้เหรอวะ”
คเชนทร์ยิ้มเมื่อได้ยินคำถามนี้ ลืมไปว่าไม่เคยบอกใครว่าตนเป็นไบ “ได้สิ ก็กูเป็นไบเซ็กซ์ชวลนี่นา”
คนฟังมีสีหน้าตกใจ “ไม่เห็นรู้มาก่อนเลย”
“ก็ไม่ได้อยากให้ใครรู้น่ะสิ”
เพื่อนที่ตัวเล็กกว่าคิดตามในสิ่งที่เพื่อนบอก มันเองก็เป็นลูกชายคนโตของตระกูล พ่อแม่คงไม่ปลื้มนักหรอกถ้ารู้ว่าลูกชายตัวเองคบได้ทั้งชายและหญิง โดยเฉพาะพ่อของมันที่มีหน้ามีตาในสังคม
“แล้วสรุปมึงจะคบกับกูหรือเปล่า” เชนถามเมื่อเห็นว่าอีกคนนิ่งไป เจ้าตัวสะดุ้งก่อนจะหันมามองตนด้วยแววตาสงสัย นี่มันไม่ได้ฟังเขาเลยหรือไงเนี่ย!
“กูถามว่า..สรุปมึงจะคบกับกูไหม”
“เอ่อ…นี่กูก็คบกับมึงอยู่ไม่ใช่เหรอ”
“อย่าเฉไฉ มึงก็รู้ว่ากูหมายถึงคบแบบไหน” ชายหนุ่มลูกครึ่งว่าด้วยน้ำเสียงดุ ๆ เมื่อเมธิชัยดันพูดเล่นขึ้นมาอย่างไม่รู้เวลา
“ให้เวลากูหน่อยไม่ได้เหรอไงเล่า” คนโดนดุร้องใบหน้างอง้ำ
“ได้ กูจะให้เวลามึง” คเชนทร์บอก ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู “5 นาทีพอไหม”
“พ่อมึง” เมด่ากลั้วหัวเราะ “มึงรีบอะไรนักหนา”
“ต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนล่ะ มึงรู้จักกูมา 3 ปีนี่ยังไม่นานพออีกเหรอ” คเชนทร์พูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“มันไม่ใช่อย่างนั้น” ชายหนุ่มในชุดนอนที่หลุดลุ่ยพูดอย่างนิ่มนวลเพื่อให้อีกคนใจเย็นลง
คเชนทร์หลับตาลงถอนหายใจ “มึงลองคิดว่ากูเป็นคนคนหนึ่ง ไม่ต้องยึดติดที่ว่ากูเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงสิ”
“มันไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกนะ” เมยิ้มบาง ชันขาขึ้นมานั่งกอดเข่าเหมือนเดิม “แต่เราเป็นเพื่อนกัน”
“...”
“ถ้าเราคบกัน แล้ววันหนึ่งไปไม่รอดขึ้นมา มันจะทำให้กูเสียเพื่อนที่ดีมาก ๆ ไปคนหนึ่ง...กูไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้นเลย”
“แต่มึงรู้อะไรไหม”
เมธิชัยสบเข้ากับดวงตาโตสีเขียวมรกตเข้าพอดีในตอนที่อีกฝ่ายพูดเปรย และมันก็ทำให้เขารู้สึกใจสั่นอย่างห้ามไม่ได้ เจ้าตัวเงียบเพื่อรอฟังว่าเพื่อนของเขาจะพูดอะไรต่อ
“กูว่าที่ผ่านมาตลอด 3 ปี...กูอาจจะไม่ได้คิดกับมึงแค่เพื่อนเลยแม้สักวันเดียวก็ได้นะ”
คนฟังขมวดคิ้วฉับ แต่พออ้าปากจะด่า คนตรงหน้าก็ยกมือขึ้นปิดปากเขา
“กูหมายถึง..ลึกลงไปในใจแล้ว..กูอาจจะชอบมึงมากเกินเพื่อนไปตั้งนานแล้วก็ได้”
เสียงทุ้มของคเชนทร์ทำให้ใบหน้าของเมธิชัยค่อย ๆ แดงขึ้นมา ก็ใครใช้ให้มันพูดแบบนี้ด้วยน้ำเสียงแบบนี้ล่ะ! ไหนจะดวงตาหวานที่แสดงถึงความจริงจังนั่นอีก
“โอ๊ย!” คเชนทร์ร้องเพราะถูกอีกคนกัดมือ
“เมาแล้วเลอะเถอะไอ้สัด!”
“ก็บอกอยู่ว่ากูไม่ได้เมาขนาดนั้น”
เมธิชัยก้มหน้าเงียบไปช่วงอึดใจ แล้วถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจบอกอะไรบางอย่างกับอีกคน “มึงบอกว่ามึงไม่เคยบอกใครว่าเป็นไบ...กูเองก็ไม่เคยบอกใครเหมือนกัน…” พูดถึงตรงนี้เจ้าตัวก็เงยหน้าขึ้นสบตากับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่ง
“...ไม่เคยบอกใครเหมือนกันว่ากูเป็นเกย์”
เมื่อเขาพูดความลับที่เก็บมาตลอดชีวิตออกไปก็เกิดความเงียบปกคลุมทั้งคู่อีกครั้ง เจ้าตัวกอดขาแล้วก้มหน้าลงซุกเข่าตัวเอง รู้สึกโล่งที่ได้พูดเรื่องนี้ออกไปให้ใครสักคนได้รับรู้
คเชนทร์ขยับเข้าไปใกล้กับคนตรงหน้าให้มากขึ้น ใช้ทั้งสองมือประคองศีรษะของเมให้เงยขึ้นมา ก่อนจะพูดด้วยความตื่นเต้น
“แบบนี้แปลว่ากูก็มีความหวังสิ”
เมธิชัยกัดปาก รู้สึกจุกในอก เขารู้ตัวเองดีว่ามีนิสัยอย่างไร ถ้าก้าวข้ามความเป็นเพื่อนไปเมื่อไหร่ แล้ววันใดวันหนึ่งเกิดเลิกกันขึ้นมา ตนจะไม่สามารถกลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเก่าได้...และเชนก็เป็นเพื่อนที่เขาไม่อยากจะเสียมันไป
“ว่าไง”
ยิ่งคเชนทร์ถามย้ำ ในหัวมันก็ยิ่งสับสนไปหมด นิ้วโป้งทั้งสองข้างของอีกฝ่ายไล้แก้มของเขาไปมา แผ่วเบาจนรู้สึกว่าใจที่ตนคิดว่าแข็งเหมือนหินมันอ่อนยวบไปหมด
เมปัดมือของอีกฝ่ายทิ้งไป “อย่าทำแบบนี้...”
“รังเกียจกูเหรอ”
“ทำไมคิดแบบนั้น”
“มึงปัดมือกูออก”
เจ้าตัวหลุบตาลง “โทษที”
“นี่มึงรังเกียจกูจริง ๆ สินะ” คเชนทร์พูดเสียงแผ่ว
ในบางครั้งความใจร้อนและคิดไปเองเป็นตุเป็นตะของคนตรงหน้าก็ทำให้เมธิชัยหงุดหงิดขึ้นมาอยู่บ่อย ๆ ถึงมันกับเขาจะเข้ากันได้ดี แต่มันก็ต้องมีบางอย่างที่ต่างกันบ้างอยู่แล้ว
“กูไม่ได้รังเกียจมึงสักหน่อย ทำไมเป็นคนชอบคิดเองเออเองแบบนี้วะ!”
“ก็แล้วมึงคิดยังไงกับกู จะเอายังไงกับกูก็บอกมาตรง ๆ เลยสิวะ จะนั่งบื้ออมน้ำลายไปอีกนานแค่ไหน เอาไม่เอา ชอบไม่ชอบก็พูดมาเลย กูจะได้ตัดสินใจ”
เมื่อถูกเมธิชัยขึ้นเสียงใส่ก็ทำเอาคเชนทร์อารมณ์ขึ้นเหมือนกัน พวกเขาทั้งคู่จ้องตากันอย่างไม่ลดราวาศอก
“เพราะชอบมาตลอด กูถึงได้อยากอยู่กันแบบนี้ไปเรื่อย ๆ มึงกับกู..เป็นเพื่อนกันแบบนี้ต่อไปไม่ได้เหรอวะ”
และก็เป็นฝ่ายเมธิชัยที่ทนไม่ไหวก่อน เจ้าตัวกัดฟันพูดทั้งที่ขอบตาแดงก่ำ ทั้งโมโหที่มันว่าเขา ทั้งอายที่ตัวเองพูดว่าชอบมัน ไม่ได้อยากพูดออกไปแบบนี้เลย แต่ถ้าไม่บอกออกไปตรง ๆ ไอ้บ้านี่มันก็จะไม่ยอมท่าเดียวแน่
คเชนทร์ยกยิ้มมุมปาก  “ก็ถ้ามึงชอบกู แล้วทำไมเราจะต้องเป็นเพื่อนกันล่ะ”
“ไอ้เหี้ย!” เขาดิ้นเมื่อมันเข้ามาประชิดตัวอีกครั้ง แต่ก็ต้องหยุดเมื่อคราวนี้มันดึงตนเข้าไปกอดทั้งตัวเลย
“ลองคบกันดูในฐานะอื่นบ้างมันก็ไม่เสียหายอะไรนี่”
“กูอยากเป็นแค่เพื่อนกับมึงต่างหาก”
“แต่กูไม่อยาก” เชนพูดด้วยความเอาแต่ใจ เขาหอมลงบนกลุ่มผมนิ่ม ได้ยินเสียงถอนหายใจจากคนในอ้อมกอดแล้วตนก็หัวเราะในลำคอ
“มึงมันเอาแต่ใจฉิบหายเลย”
“เพิ่งรู้เหรอไง”
“กูเกลียดมึง”
คเชนทร์ยิ้มบาง ยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังของอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน “อะไรของมึงเนี่ย เมื่อกี้ยังบอกว่าชอบกูอยู่เลยแท้ ๆ”
“เกลียดโว้ย”
เจ้าตัวคลายอ้อมกอดพร้อมกับชิงหอมแก้มนิ่ม “เม..คบกับกูนะ”
คนถูกหอมแก้มเบิกตากว้างด้วยความตกใจ จะด่าก็ด่าไม่ออก ได้แต่อ้าปากพะงาบ ๆ อยู่อย่างนั้น จนเมื่อได้สติเขาถึงได้ผละตัวออกจากมัน แต่ก็ยังคงถูกมื่อแกร่งจับต้นแขนอยู่
“ปล่อย”
“ตอบกูมาก่อนสิแล้วจะปล่อย หรือว่ามึงกลัวอะไร..ถึงไม้กล้าคบกับกู”
“เออ!” เมตะคอกใส่หน้าหล่อที่กำลังยิ้มเจ้าเล่ห์ใส่เขา “คบก็คบสิวะ กลัวห่าอะไร”
คเชนทร์หัวเราะลั่นกับความบ้าจี้ของเพื่อนที่กำลังเลื่อนขั้นความสัมพันธ์ขึ้นมาอีกนิดหน่อย ตนออกแรงดึงมันเข้ามากอดแน่นด้วยความยินดี แม้ว่าทุกอย่างมันอาจจะดูเร็วไป แต่เขาก็หวังว่าจะคบกับเมธิชัยไปให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ภายนอกของตนอาจจะดูเจ้าชู้ แต่เมื่อมีแฟนหรือรักใครแล้ว...เขาก็จะคบเป็นคน ๆ ไป ไม่นอกใจอย่างแน่นอน
ส่วนเมธิชัยก็ยังคงตกใจที่ตัวเองโผล่งออกไปแบบนั้น เขาจินตนาการไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าจะอยู่กับอีกฝ่ายแบบนี้ไปได้นานแค่ไหน คนเราบางคนก็เหมาะที่จะเป็นเพื่อนมากกว่าคนรัก แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว...เขาก็จะลองดูแล้วกัน สุดท้ายถ้ามันไปกันไม่รอด เขาก็จะเสียเพื่อนที่ดีคนหนึ่งไป...คิดแล้วก็น่าเสียใจไม่น้อย


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-03-2019 16:59:06 โดย Whalien52 »

ออฟไลน์ Whalien52

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 5
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0


จากวันนั้นก็ผ่านมาสิบปีนิด ๆ แล้ว น่าแปลกที่คบกันมาได้นานขนาดนี้…
“คิดถึงจังเลย~” คเชนทร์กอดเอวเพรียวบางแน่นพร้อมกับซุกหน้าลงถูไถกับแผ่นอกเรียบและสูดกลิ่นกายของเมธิชัยที่แสนคิดถึง
ฝ่ายคนถูกกอดพอเห็นคนรักแสดงอาการเหมือนกับเด็กแบบนี้ก็อดที่จะยิ้มเอ็นดูไม่ได้ ฝ่ามือลูบเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนอย่างแผ่วเบา
“มึงคิดถึงกูบ้างไหม” ชายหนุ่มลูกครึ่งเอ่ยถามอย่างออดอ้อน
“อืม..คิดถึงสิ”
คเชนทร์ขยับตัวนั่ง เขาประคองใบหน้าของคนรักไว้ก่อนจะกดจูบลงบนริมฝีปากของเมธิชัยอย่างอ่อนโยน อีกฝ่ายก็ตอบรับเขาอย่างเคย จากจูบที่อ่อนหวานแปรเปลี่ยนเป็นร้อนแรงตามอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ มือไม้เริ่มลูบไล้ไปตามเรือนร่างของคนรัก เขาพรมจูบไปเรื่อยตั้งแต่ขมับ แก้ม สันกราม ไปจนถึงซอกคอที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเมธิชัย
ดวงตาสีเขียวมรกตสบตาเข้ากับคนรัก “กูรักมึงนะเม”
“อืม” เมธิชัยยิ้มบาง “กูก็รักมึง”
บทรักเริ่มขึ้นเหมือนที่เคยเป็นมาตลอดสิบปี คเชนทร์ยังคงหลงใหลในตัวของคนรักไม่เสื่อมคลาย เมธิชัยน่ารัก อ่อนโยน และใจดี เขามันพวกใจร้อนต่างจากคนรักที่มักจะใจเย็นอยู่เสมอ
เมธิชัยกับเขาเป็นเหมือนกันเหรียญคนละด้าน ที่ถึงแม้จะแตกต่างกัน แต่ก็อยู่ด้วยกันได้ แถมยังเข้ากันได้ดีมากอีกต่างหาก
“สุดยอดเลย...สิบปีแล้วทำไมยังฟิตแบบนี้เนี่ย” คเชนทร์เอ่ยขึ้นเมื่อดันกายเข้าไปในช่องทางร้อนของคนด้านใต้ คำพูดลามกของเขาทำเอาเมธิชัยอยากจะยกขาขึ้นถีบ ถ้าไม่ติดที่ว่าโดนช่วงแขนยาวกดเอาไว้หรอกนะ
“มึง...ไอ้เหี้ย..เอ๊ย” เมธิชัยทำได้เพียงด่าอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่นเพราะว่าถูกร่างกายสูงใหญ่ของคเชนทร์กระแทกอย่างไม่คิดเห็นใจกันบ้างเลย
คนถูกด่ายกยิ้มมุมปากด้วยความพอใจ เขาชอบเวลาที่เมธิชัยด่าแบบนี้ คเชนทร์รู้สึกว่ามันน่ารักดี ฝ่ามือใหญ่วางทาบลงบนหน้าอกและเคล้าคลึงมันด้วยความมันเขี้ยว เรียวนิ้วบีบบี้ติ่งเนื้อชูชันเพื่อนเพิ่มความเสียวให้กับร่างเพรียวข้างใต้
“อย่าบีบ!” เมธิชัยไม่ชอบอะไรแบบนี้ เขาไม่ชอบที่โดนปลุกเร้ามากเกินไป เพราะมันทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าจะเป็นบ้า แต่มันเคยฟังเขาที่ไหนกันล่ะ ยิ่งพูดมันยิ่งบีบ ยิ่งด่ามันยิ่งกระแทก “อะ ไอ้เลว”
“อย่าด่าสามีสิจ๊ะที่รัก” คเชนทร์ก้มลงกระซิบเสียงหวานที่ข้างหู ผ่อนแรงลงหลังจากที่เห็นคนรักน้ำตาไหลก่อนที่จะด่าเขา เมธิชัยตัวเล็กกว่าตนค่อนข้างมาก เห็นแบบนี้เขาก็สงสารอีกฝ่ายที่ต้องรองรับความต้องการของเขาเหมือนกัน
ถ้าเป็นเวลาปกติเมธิชัยคงจะด่าที่มันแทนตัวเองว่าสามีไปแล้ว แต่เพราะวันนี้เซ็กซ์ของคเชนทร์มันหนักหน่วงกว่าปกติที่ทำกัน ซึ่งเป็นเวลานานมากแล้วที่เขากับอีกฝ่ายไม่ได้ทำกันอย่างร้อนแรงขนาดนี้ ทำให้ตอนนี้เขาหมดแรงแม้กระทั่งจะด่าอีกฝ่ายไปเลย
“ทะ ทำไมวันนี้..รุนแรงจัง”
คเชนทร์ยิ้มบางด้วยความเอ็นดูคนรัก เขาก้มลงจูบหน้าผากชื้นเหงื่อของเมธิชัย “กูคิดถึงมึง..มาก ๆ ตอนที่กำลังขับรถมา..ก็คิดไว้แล้วว่าอยากจะฟัดมึงให้หายคิดถึงสักหน่อย”
“ควาย...ฟัดหรือฟัคกันแน่”
“ยังมีอารมณ์พูดเล่นแบบนี้แสดงว่ายังมีแรงเหลือสินะ”
มือใหญ่จับเข้าที่เอวบาง เอวหน้าสวนกายเข้าไป แม้ไม่รุนแรงแต่ก็โดนจุดกระสันเข้าเต็ม ๆ จนเอวของอีกคนกระตุกลอยขึ้นจากที่นอน เมธิชัยหวีดร้องเสียงแหลมตัวสั่นที่เกิดจากความเจ็บและเสียวไปพร้อม ๆ กัน
“เป็นไง..รู้สึกดีไหม”
“ไม่!”
“อ่า…” คเชนทร์พยักหน้า ใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มอย่างใช้ความคิด เขาหยุดขยับกายทันที “งั้นไม่ทำแล้วนะ”
เมธิชัยมองหน้าของคนขี้แกล้งด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำใสคลอหน่วย ทั้งอึดอัดและทรมานกับส่วนใหญ่โตของคเชนทร์ที่มันอยู่ในตัวของเขา ร่างเพรียวบางสะดุ้งเฮือกเมื่อคเชนทร์ทำท่าจะถอนกายออก ขาเรียวยาวยกขึ้นกอดเอวอีกฝ่ายอัตโนมัติ
“อะไร..หืม?” ชายหนุ่มลูกครึ่งถามพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ตนรู้ว่าคนรักจอมปากแข็งคนนี้ทนได้ไม่นานหรอก
“ขะ ขยับ...สิ”
“หา? พูดว่าอะไรน่ะ”
เมธิชัยกัดฟันกรอดอย่างหมั่นไส้ ทำไมมันจะไม่ได้ยินที่เขาพูด หาเรื่องแกล้งกันตลอดเวลาเลยไอ้เวรเอ๊ย “ขยับสิวะ”
“แหม..พูดกับสามีแบบนี้ได้ยังไงกัน”
“แล้วมึงจะให้พูดยังไงห๊า!”
คเชนทร์หัวเราะที่เห็นคนรักน๊อตหลุด ก็บอกแล้วว่าอีกฝ่ายทนไม่ได้นานหรอก เขาโน้มตัวลงกระซิบเป็นประโยคสั้น ๆ ที่ทำเอาเมธิชัยหน้าแดงไปจนถึงใบหูเลย
“กูไม่พูด!”
“ไม่พูดกูก็ไม่ทำ” คเชนทร์ยักไหล่
เมธิชัยทำหน้าจะร้องไห้ เขารู้ว่าไอ้บ้านี่มันพูดจริงทำจริงเสมอ แต่ประโยคที่มันอยากให้ตนพูดมันหยาบโลนเกินไป คเชนทร์เป็นพวกชอบพูดจาลามกเสมอเวลาอยู่บนเตียง เขานั้นฟังได้แต่ไม่ชอบพูดอะไรแบบนี้เอาเสียเลย
“เชน...อย่าให้กูพูดเลยนะ”
คนอยู่ด้านบนยิ้มบางเมื่อเห็นคนรักขอร้องตนแบบนี้ เขาโน้มตัวลงจูบที่หน้าผากชื้นเหงื่อ ยกมือขึ้นเกลี่ยเส้นผมออกจากใบหน้าขาวก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงปลอบโยน “อย่าอายไปเลย เราอยู่กันแค่สองคน ไม่มีใครได้ยินหรอกน่า พูดมาเถอะ...กูอยากได้ยินมึงพูดบ้าง”
เมธิชัยกัดปากอย่างลังเล “อย่าให้กูต้องพูดอีกรอบนะมึง” เขาบอกพร้อมกับยกแขนขึ้นกอดคออีกฝ่ายให้ก้มลงมาแล้วกระซิบเสียงเบา “ผะ ผัวจ๋า...ยะ เอาเมียเถอะนะ”
คเชนทร์ยิ้มกริ่มอย่างพึงพอใจ แม้ว่าอีกคนจะดัดแปลงคำพูดของเขาไปเล็กน้อย แต่แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับคนอย่างเมธิชัยที่เกลียดเรื่องพวกนี้อย่างกับอะไรดี ร่างสูงใหญ่ขยับกายตามที่คนรักต้องการ..หนักหน่วงแต่ไม่รุนแรง
ถึงในใจตนอยากจะทำแรงแค่ไหนก็ตาม แต่ก็ต้องนึกถึงร่างกายของคนรักเสมอ เมธิชัยรูปร่างค่อนข้างผอม อาจจะเพราะด้วยงานเลยทำให้อีกฝ่ายต้องอดหลับอดนอนอยู่บ่อย ๆ เวลาว่างส่วนใหญ่ก็เอาไปนอนหลับเสียหมด แบบนี้เลยทำให้กินน้อยไปโดยปริยาย
“เชน..เชน..”
คนด้านใต้ครวญชื่อของคนรักไม่ขาดปาก แขนเรียวยาวยกขึ้นกอดคนรักแน่นเมื่อคเชนทร์โน้มตัวลงไปหา
“กูรักมึง” เมธิชัยกระซิบ
“รักมึงเหมือนกัน” คเชนทร์หอมแก้มขาวด้วยความรัก 10 ปีที่ผ่านไปเขาไม่เคยรักอีกฝ่ายน้อยลงเลยแม้สักวัน อะไรที่จะปกป้องอีกคนได้..เขายอมทำทุกอย่างเพื่อให้คนรักของเขาปลอดภัย ถึงแม้ว่ามันจะผิด แต่เขาก็ไม่ยอมให้ใครหน้าไหนก็ตามเข้ามาทำให้ชีวิตของเมธิชัยต้องพบเจอกับอันตรายเด็ดขาด
“กูรักมึงมากที่สุดนะเม...ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นขอให้มึงจำเอาไว้นะ ว่ากูรักมึงแค่คนเดียว” คเชนทร์กระซิบบอกในยามที่ปลดปล่อยทุกหยาดหยดเข้าไปในกายของคนรัก
 เพราะบทรักอันร้อนแรงที่ไม่ได้มีกันบ่อยเหมือนสมัยเป็นวัยรุ่นได้พัดพาเอาสติของเมธิชัยเลือนรางไปจนแทบหมด เขาได้ยินในสิ่งที่คเชนทร์บอก..แต่ก็ไม่ได้รู้สึกถึงความผิดปกติในน้ำเสียงนั้นเลย และในไม่ช้าเจ้าตัวก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปด้วยความเหนื่อยอ่อนทันที




/
ฝากติดตามด้วยนะคะ
 :L2: :3123:
Twitter : https://twitter.com/sganda_88
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-03-2019 17:00:09 โดย Whalien52 »

ออฟไลน์ Whalien52

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 5
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
2.




วันนี้เมธิชัยมีนัดเจอกับปอมเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง เนื่องจากว่ามันย้ายไปทำงานอยู่ทางใต้เลยทำให้ไม่ได้เจอกันมาหลายเดือนแล้ว ตอนแรกเขาก็ชวนให้คเชนทร์มาด้วยกันเพราะเห็นว่าวันนี้เป็นวันหยุด แต่มันดันบอกว่ามีธุระกับที่บ้าน เลยทำให้ต้องมาแค่คนเดียว
พวกเขานัดกันที่ร้านอาหารญี่ปุ่น เมื่อเมเดินเข้าร้านไปก็สอดส่ายสายตามองหา และก็เห็นอีกฝ่ายโบกมือเรียก
“โทษที..รถติดว่ะ มึงมานานหรือยัง” เมธิชัยถามพร้อมกับนั่งลง
“ไม่นานหรอก”
“กูมาคนเดียว” บอกเมื่อเห็นมันทำท่ามองหาคนที่ควรจะมากับเขา
“อ๋อ” ปอมพยักหน้า “แล้ว...ช่วงนี้มึงกับไอ้เชนเป็นยังไงบ้าง”
เมยักไหล่ “ก็เหมือนเดิมแหละ”
บทสนทนาของทั้งคู่ชะงักลงเมื่อพนักงานนำเมนูอาหารมาส่งให้ พวกเขาสั่งอาหารที่ชอบกันคนละสองสามอย่าง และเมื่อพนักงานถอยออกไปปอมก็จ้องมองหน้าเมธิชัยก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา
“อะไรของมึงเนี่ย มองหน้ากูแล้วถอนหายใจอะไรขนาดนั้น” เมว่าพลางหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี
“มึงกับมันยังแยกกันอยู่อีกเหรอ”
“ใช่” เมยกน้ำขึ้นดื่มแก้กระหาย
“แล้วไม่คิดอยากจะอยู่ด้วยกันหรือไง”
“อืมม” คนถูกถามหยุดคิด “ก็...ไม่นะ กูสะดวกแบบนี้ด้วย ชีวิตใครชีวิตมัน สองสามวันเจอกันครั้ง เพราะถ้าอยู่ด้วยกันตลอดเวลา หรือเจอกันทุกวัน..กูกับมันอาจจะคบกันไม่ได้นานขนาดนี้ก็ได้”
“อีกอย่าง...ที่บ้านมันดูท่าจะไม่ปลื้มที่ลูกชายเขาเป็นแฟนกับกูด้วยนี่สิ” เมธิชัยบอกพร้อมรอยยิ้มบาง ทำเหมือนกับว่าไม่ได้รู้สึกอะไร..ทั้งที่ในใจของเขานั้นก็รู้สึกเสียใจกับเรื่องนี้มาก แต่ตนก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีเลยทำเป็นไม่สนใจมันดีกว่า
“ไอ้เชนมันบอกมึงแบบนั้นเหรอวะ” ปอมขมวดคิ้วมุ่น
เมส่ายหน้า “กูคบกับมันมาสิบปีแต่ไม่เคยเจอครอบครัวมันเลยแม้แต่ครั้งเดียว มึงว่ามันไม่แปลกเหรอ”
ปอมเงียบไม่ตอบอะไรเรื่องนี้ ก่อนจะถามต่อ “แล้วมึงไม่กลัวมันนอกใจบ้างหรือไง”
พอถูกถามแบบนี้เมธิชัยก็สบตาอีกฝ่ายนิ่ง “กลัวสิ ช่วงนี้มันไม่ค่อยเข้ามาหากูด้วย แต่กูเชื่อใจมันนะ..ก็สิบปีที่ผ่านมามันไม่เคยนอกใจกูเลยสักครั้งนี่ หรืออาจจะมีแต่กูจับไม่ได้ก็ได้นะ” พูดจบเมก็หัวเราะกลบเกลื่อนทำเหมือนไม่มีอะไรออกไป
ปอมกัดกรามแน่น “กินข้าวกัน เดี๋ยวกูพาไปเลี้ยงหนัง” เขาบอก พยายามยิ้มให้เป็นธรรมชาติที่สุด
ทั้งคเชนทร์และเมธิชัยต่างก็เป็นเพื่อนของเขาด้วยกันทั้งคู่ และด้วยความเป็นเพื่อนนี่แหละที่ทำให้ตนต้องมานั่งลำบากใจอยู่แบบนี้ แต่ปอมเชื่อว่าไม่มีความลับบนโลกใบนี้ ถึงเขาไม่พูด...สักวันเรื่องมันจะต้องแดงออกมาแน่นอน


เมื่อกินข้าวเสร็จเมกับปอมก็พากันไปดูหนังตามที่ได้ตกลงกันไว้ ปกติแล้วเมธิชัยไม่ใช่สายดูหนัง เขามักจะทำงานหรือเล่นเกมอยู่ห้องเสียมากกว่า ไม่ค่อยได้ออกมาแบบนี้หรอก
“มึงเลือกเลย กูดูได้หมดแหละ” เจ้าตัวบอกกับปอมที่ยืนดูโปรแกรมหนังแล้วหันมาถามความเห็นเขา
“มึงไม่ชอบแนวไหนล่ะ”
“...” เมหยุดคิด
“หรือชอบแบบไหนก็ได้”
“ไม่มีว่ะ”
“งั้นกูเลือกเอง”
เมธิชัยยิ้มตาหยีให้เพื่อนที่ดูหงุดหงิดนิดหน่อย ก็เขาเลือกไม่ถูกนี่นา ปกติที่ดูหนังก็ได้คเชนทร์เป็นคนเลือกให้ทั้งนั้น
“มึงก็ตามใจคนอื่นมากไป หัดเอาแต่ใจเรียกร้องให้ตัวเองบ้างก็ดีนะ”
เมเอียงคออย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังจะสื่อ “กูก็ไม่ได้ตามใจใครไปทั่วนะ”
ปอมถอนหายใจหนัก ๆ เขาเอาตั๋วหนังตีหน้าผากคนซื่อเบา ๆ “ถ้าจะให้กูพูดตรง ๆ ก็คือ มึงหัดเรียกร้องอะไรจากไอ้เชนบ้างเหอะ ไม่ใช่เอาแต่ตามใจมันแบบนี้”
คนที่ถูกติเตียนหัวเราะแห้ง “มันก็ไม่ขนาดนั้นซะหน่อย”
“ไม่ขนาดนั้นห่าอะไร มันก็ขนาดนั้นน่ะแหละโว้ย!”
“โอเค ๆ” เมยกมือขึ้นทั้งสองข้างอย่างยอมแพ้เมื่อถูกปอมโวยใส่
“เออ ก็แค่นี้”
เมธิชัยเดินตามเพื่อนที่ก้าวขาออกไปเพื่อหาที่นั่งรอ “แต่กูก็ไม่ได้อึดอัดอะไรหรอกนะที่ทำแบบนั้นน่ะ”
“นั่นเป็นเพราะมึงอยู่แบบนี้มานานจนเคยชินไปแล้วไง”
เจ้าตัวเงียบไปเมื่อถูกพูดใส่แบบนี้ เขาไม่ได้โกรธอะไรปอมหรอก มันอาจจะจริงอย่างที่อีกคนว่าก็ได้ เขาอยู่แบบนี้มานาน..จนอาจจะลืมไปแล้วว่าที่จริงตัวเองต้องการอะไรบ้าง
“กูไม่ได้ยุให้ผัวเมียตีกันนะ แค่อยากให้มึงทำเพื่อตัวเองบ้างก็เท่านั้นเอง”
“ขอบใจนะที่นึกถึงกูเสมอ” เมบอกยิ้มบาง
พื้นฐานของเมธิชัยเป็นคนรักสันโดษ เจ้าตัวเป็นนักเขียนเลยทำให้แทบจะไม่ออกจากห้องไปไหนเลย โทรทัศน์ก็แทบจะไม่ดู โซเชียลก็ไม่เล่น การที่จะติดต่อเขาได้ก็มีเพียงโทรศัพท์และอีเมลเท่านั้น
เขามีเพื่อนน้อยมาก ๆ และปอมก็เป็นหนึ่งในคนที่สนิทที่สุด มันถึงกล้าสั่งสอนเขาในหลายเรื่องราวกับเป็นพ่อแม่ที่เลี้ยงดูมาก็ไม่ปาน แต่ตนก็เข้าใจว่าที่เตือนกันก็เพราะเป็นห่วงทั้งนั้น
ถึงแม้ว่าพอทุกคนอายุมากขึ้นเลยทำให้ไม่ได้ติดต่อกันบ่อยนัก แต่เพื่อนก็คือเพื่อน...ยังไงก็ตัดกันไม่ขาดหรอก
“กูอาจจะไม่ได้รู้ทุกเรื่องของพวกมึง แต่นิสัยของมึงเป็นยังไง..กูว่ากูค่อนข้างรู้ดีเลยล่ะ”
เมยิ้มตาใส ทำหน้าเหมือนไม่รู้เรื่องรู้ราว ปอมหมั่นไส้และตบหัวมันไปเบา ๆ แต่หลายที “ไอ้ห่านี่ทำเป็นเล่นตลอด คนเขาอุตส่าห์เป็นห่วง”
“พอแล้ว ๆ” เมจับข้อมือของอีกฝ่ายให้หยุด “กูรู้ว่ามึงเป็นห่วง แต่ตอนนี้กูมีความสุขดี ไม่ต้องห่วงไปหรอกน่า”
“ถ้าวันไหนไอ้เชนมันเหี้ยใส่มึง” ปอมบอกขมวดคิ้วมุ่น “มึงรีบหนีมาหากูเลยนะ”
“ทำไมวันนี้มึงดูจริงจังผิดปกติวะ”
“อะไรมึง..กูเป็นคนจริงจังอยู่แล้วเหอะ” ปอมพยายามกลบเกลื่อนอาการของตัวเอง
“ไม่อ่ะ” เจ้าตัวส่ายหน้า “ร้อยวันพันปีมึงไม่เคยมาเตือนเรื่องของคเชนทร์มันเลย วันนี้มึงทำตัวแปลก ๆ”
“มึงคิดไปเองแล้ว~”
เมธิชัยจ้องปอมที่มีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด มันเองก็เป็นเพื่อนของคเชนทร์เหมือนกัน แล้วทำไมถึงพูดจาแปลก ๆ เหมือนกับว่าคนรักของเขากำลังทำสิ่งที่ไม่ดีอยู่ด้วยล่ะ
“ไป ๆ เขาเรียกเข้าโรงแล้วมึง”
“โรงหนังหรือโรงอะไร”
“ตลกละไอ้สัด” ปอมด่ากลั้วหัวเราะ ก่อนจะลากคอไอ้เพื่อนตัวดีให้เดินไปด้วยกัน
หนังเรื่องนี้ใช้เวลาเกือบสามชั่วโมง แถมยังเป็นหนังที่ค่อนข้างน่าเบื่อสำหรับเมธิชัยอีก เจ้าตัวเลยหลับตั้งแต่เริ่มได้แค่เพียงครึ่งชั่วโมง ปอมที่หันมาอีกทีแล้วเจอเพื่อนหลับก็ทำได้แค่ยิ้มและส่ายหน้าหน่าย แต่ก็เข้าใจว่ามันเองต้องเขียนหนังสือ เวลาว่างเล็ก ๆ น้อย ๆ มันก็เข็นตัวเองมาหาเขาอีก ตนก็เลยปล่อยให้มันหลับไปอย่างนั้น จนหนังจบนั่นแหละถึงได้ปลุก
เมธิชัยหาวปากกว้างในระหว่างที่เดินออกจากโรงหนัง สะบัดคอไล่ความเมื่อยขบ “หนังบ้าอะไรโคตรน่าเบื่อเลย”
ปอมกระตุกยิ้ม “หนังเขาออกจะดี มึงเหนื่อยมากกว่า”
“คงงั้นว่ะ” เมบิดขี้เกียจเล็กน้อย ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูตอนนี้เป็นเวลาเย็นมากแล้ว “มึงหิวยัง”
“นิดหน่อยว่ะ” คนถูกถามลูบท้องตัวเอง
“กูหิวแล้ว ไปหาไรกินกัน”
“ที่ไหน”
“ร้านจันทร์ฉายอะ ไม่ได้ไปมานานแล้ว” เมบอกชื่อร้านที่เขามักจะไปกับคเชนทร์เป็นประจำ แต่พอพักหลังอีกฝ่ายไม่ค่อยได้มาหาก็ไม่ได้ไปเลย
“เออ ไปเจอกันที่นั่นก็แล้วกัน” ปอมบอกเพราะต่างคนต่างเอารถของตัวเองมาก็เลยต้องแยกกันไป


“เชิญครับ วันนี้มากี่ท่านครับ”
“สองที่ครับ” เมธิชัยตอบชายหนุ่มหน้าสวยที่เป็นเจ้าของร้าน
“ที่เดิมนะครับ”
เขาพยักหน้าตอบยิ้มบาง ๆ สาเหตุที่ชอบมาร้านนี้เพราะว่านอกจากอาหารจะอร่อยแล้ว...เจ้าของร้านยังหน้าตาดี มีเสน่ห์ในแบบที่เขาชอบ แต่ใช่ว่าเขาคิดจะนอกใจคเชนทร์หรอกนะ แค่เวลามองแล้วรู้สึกกระชุ่มกระชวยดีก็เท่านั้นเอง
“สักครู่ผมจะให้พนักงานมารับอาหารนะครับ”
“พนักงานคนนี้หน้าตาดีจังวะ” ปอมกระซิบหลังจากที่อีกคนเดินออกไป
“เจ้าของต่างหากล่ะ อันที่จริงคือลูกชายเจ้าของ”
“ก็ว่าอยู่ ท่าทางแบบนี้ไม่น่าจะใช่พนักงานธรรมดา”
“ใช่ปะ” เมยักคิ้ว “กูชอบเขามากเลยเนี่ย”
ปอมชะงัก หันไปมองหน้าเพื่อนด้วยสายตาไม่เข้าใจ “นี่มึงมีผัวแล้วนะ โอ๊ย!” ปอมร้องเพราะโดนอีกฝ่ายตีอย่างแรง
“พูดเหี้ยอะไรของมึง” เมธิชัยว่า เขาไม่ชอบให้ใครมาบอกว่าตนมีผัวแล้ว หรือเป็นเมียคเชนทร์ เพราะถึงเขาจะเป็นฝ่ายรับให้มันก็จริง แต่เขาก็ไม่ใช่ผู้หญิงสักหน่อย
“ก็มึงบอกว่าชอบเขา ทั้ง ๆ ที่มึงเป็นเมี.. เออ! เป็นแฟนกับไอ้เชนเนี่ยนะ” ปอมรีบเปลี่ยนคำเรียกเมื่อถูกเพื่อนรักถลึงตาใส่พร้อมกับชี้หน้า
“ก็ชอบเฉย ๆ ไม่ได้หรือไงล่ะ คนสวยใคร ๆ ก็อยากมอง เจริญหูเจริญตาดีออก”
ปอมหมั่นไส้ที่เห็นเมธิชัยลอยหน้าลอยตาตอบ ดีที่ตอนนี้อยู่ในที่สาธารณะ ไม่อย่างนั้นมันคงโดนเขาถีบไปแล้ว เจ้าตัวส่ายหน้าหน่ายพลางก้มหน้าอ่านเมนูอาหารในมือเมื่อพนักงานมารับอาหาร
“เอาน้ำพริกอ่อง ปลาอินทรีทอดราดน้ำปลา ฉู่ฉี่กุ้งสดครับ” เมธิชัยสั่งรายการโปรดที่ทุกครั้งมาก็ต้องกินเสมอก่อนจะหันไปหาเพื่อน “แล้วมึงกินอะไร”
“แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วมั้ง”
“สั่งเพิ่มเลย อย่ามาแย่งกูกินสิ”
ปอมส่งสายตาเป็นเชิงด่ามันว่าไอ้ขี้งก เขากวาดตามองรายการอาหารในมืออีกรอบ “งั้นขอเป็นปูผัดผงกะหรี่กับไข่เจียวโบราณครับ”
เมื่อพนักงานรับรายการอาหารเดินออกไป ปอมก็หันมาถาม “อาหารเหนือที่นี่อร่อยเหรอ”
“รสชาติดีเลยนะ ถึงจะไม่อร่อยเหมือนที่แม่ทำ แต่ก็ทำให้หายคิดถึงได้” เมธิชัยตอบ เจ้าตัวเป็นคนเชียงใหม่ และน้ำพริกอ่องของที่นี่รสชาติใกล้เคียงกับฝีมือที่แม่ทำเลยทีเดียว “กูถึงชอบมากินที่นี่ไงล่ะ”
ปอมเลิกคิ้วขึ้น “มาเพราะน้ำพริก..หรือมาเพราะอย่างอื่นกันแน่”
“น้ำพริกสิวะ” เมหัวเราะเสียงใส “แค่ชอบมองเฉย ๆ กูไม่ได้คิดอย่างอื่นหรอกน่า”
“เออ กูเชื่อมึง” ปอมว่ายิ้มมุมปาก


กว่าเขาทั้งคู่จะกินไปคุยไปเสร็จ เวลาก็ล่วงเลยไปนานจนฟ้าหมดแสง เมธิชัยเป็นฝ่ายชวนกลับบ้านก่อนเพราะว่าเมื่อคืนเขานอนไปแค่สามชั่วโมง และตอนนี้ก็ง่วงจนแสบตาไปหมดแล้ว
ในระหว่างที่เดินกลับไปที่จอดรถ ปอมเห็นคนคุ้นหน้าที่เดินมาไกล ๆ เขาอยากจะดึงเมธิชัยให้ไปทางอื่นแต่มันก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่ออีกฝ่ายจ้องไปที่คนรักของตัวเองที่เดินมาพร้อมหญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่งตาไม่กะพริบ ในขณะที่คเชนทร์เองก็มองมาทางเขาทั้งคู่ด้วยแววตาตกใจและหน้าถอดสี
ชายหนุ่มทั้งสามคนตกอยู่ในความเงียบพักใหญ่จนหญิงสาวหนึ่งเดียวที่มองไปมองมายกมือขึ้นจับข้อมือของคเชนทร์
“คนรู้จักเหรอคะเชน” หล่อนเอ่ยถามขึ้น
“เอ่อ..” คนถูกถามไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี เขาจ้องมองเมธิชัยที่ยืนมองนิ่ง บอกตามตรงว่าเขาอ่านอารมณ์คนรักในตอนนี้ไม่ออกเลยจริง ๆ
“เพื่อนเหรอ?” เมธิชัยถามเสียงสั่น เมื่อเห็นหญิงสาวที่ยืนเคียงข้างจับข้อมือผู้ชายที่เป็นคนรักของเขาอย่างสนิทสนม
ลางสังหรณ์มันบอกว่าผู้ชายคนที่เป็นแฟนของเขาและหญิงสาวคนนี้ไม่น่าจะใช่เพื่อนกัน แต่เมธิชัยก็หวัง..ว่าจะไม่ใช่แบบนั้น ตอนนี้หัวใจในอกมันเต้นแรงจนเขาควบคุมเสียงและมือไม่ให้สั่นไม่ได้เลย
“คือ..”
“ไม่ใช่เพื่อนหรอกค่ะ เราเป็นสามีภรรยากัน” เมื่อเห็นว่าคเชนทร์ยืนอ้ำอึ้งเธอจึงเป็นฝ่ายตอบเองด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพร้อมกับยกมือข้างซ้ายขึ้นมาโชว์แหวนแต่งงาน
น้ำตาใสไหลลงจากดวงตาสวยที่เบิ่งค้างของเมธิชัยทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น เขารู้สึกเหมือนกับหัวใจมันจะหยุดเต้น ร่างกายมันชา มือเท้าเย็นไปหมด เมื่อคเชนทร์ตั้งท่าจะเดินตรงเข้ามา ขามันก็ก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ
“มึงหยุดเลยไอ้เชน” ปอมบอกพร้อมกับชี้หน้าอีกฝ่ายเมื่อมันทำท่าจะเดินเข้ามา เขายกแขนกอดคอพร้อมกับใช้มือปิดตาของเมธิชัย กระซิบที่ข้างหูเสียงเบา “กลับบ้านกันนะ”
เจ้าตัวลากเพื่อนที่ร้องไห้เงียบ ๆให้ตามมาด้วยกัน มันเดินตามมาแต่โดยดี ปอมพาอีกฝ่ายขึ้นรถของเขาและเลือกที่จะตรงไปที่บ้านของตัวเองแทนที่จะกลับไปห้องที่มีแต่ความทรงจำของมันสองคน...เขาคิดว่านี่อาจจะเป็นทางที่ดีที่สุดที่จะช่วยมันได้แล้วในตอนนี้


เมธิชัยน้ำตาไหลเงียบ ๆ ไปตลอดทางที่อยู่บนรถ ขนาดว่ามาถึงจุดหมายแล้วมันก็ยังไม่หยุด ปอมจับข้อมือบางให้เดินเข้าบ้านของเขาที่อยู่แยกออกมาจากบ้านหลังใหญ่แต่ก็อยู่ในบริเวณรั้วเดียวกัน มันก็เดินตามอย่างว่าง่าย เขาพามันไปส่งบนห้องนอนก่อนจะไปหยิบน้ำที่ห้องครัว
“ไอ้เม” ปอมเรียกคนที่กำลังนั่งอยู่บนเตียงของเขาด้วยท่าทีเหม่อลอย โชคดีที่น้ำตามันหยุดไหลแล้ว และแน่นอนว่าไม่มีสัญญาณตอบรับจากอีกฝ่าย เห็นแบบนี้แล้วเขาก็รู้สึกสงสารเพื่อนอย่างมาก
ปอมเขย่าไหล่เพื่อเรียกสติ มันเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า “มึงจะอาบน้ำก่อนนอนไหม”
เมธิชัยพยักหน้า เดินเข้าห้องน้ำไปก็เจอกับผ้าขนหนูและชุดนอนที่ปอมเตรียมไว้ให้ เขายิ้มกับตัวเองด้วยความรู้สึกดี ที่อย่างน้อยในเวลานี้ก็มีคนอยู่เป็นเพื่อนกัน
เขาเคยเขียนนิยายที่ตัวเอกเสียใจแล้วร้องไห้ตอนที่อาบน้ำ ตอนนั้นก็ไม่เข้าใจอารมณ์นี้หรอกว่ามันเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้เขารู้สึกแล้วว่าทำไม เพราะช่วงที่คนเราอาบน้ำเป็นเวลาที่เราได้อยู่คนเดียวอย่างแท้จริง สามารถร้องไห้ฟูมฟายได้อย่างไม่ต้องอายใคร เพราะจิตเราจะว่างเปล่าทำให้ความคิดความรู้สึกมันจะวิ่งเข้าใส่อย่างไม่รู้ตัว
เมธิชัยร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ใต้สายน้ำจากฝักบัวอย่างหนัก จากที่ก่อนหน้านี้คิดอะไรไม่ออกเพราะสมองมันชาไปหมด ตอนนี้กลับมีแต่คำถามมากมายเข้ามา เขาผิดอะไรหรือพลาดตรงไหนกัน ทำไมคเชนทร์ถึงทำกับเขาแบบนี้
ถ้าจะแต่งงานก็บอกกันตรง ๆ ก็ได้...ไม่เห็นต้องแอบไปทำลับหลังเขาโดยไม่บอกแบบนี้เลย นี่มันเห็นเขาโง่มากหรือไงถึงได้ทำกับเขาอย่างนี้ เขาที่รักเพียงแค่มัน ซื่อสัตย์กับมันเพียงแค่คนเดียว เวลา 10 ปีที่ผ่านมามันไม่มีค่าเลยหรือไง…
“ไอ้เม!”
เจ้าของชื่อได้สติเมื่อถูกเรียกพร้อมกับทุบประตูก่อนจะขานรับ “เออ! ว่าไง”
“นึกว่าตายห่าไปแล้วไอ้เวรเอ๊ย” ปอมส่งเสียงด่าจากด้านนอก
“โทษที เสร็จแล้ว ๆ” เขาเอื้อมมือไปปิดน้ำก่อนจะเช็ดตัวให้แห้งและแต่งตัวด้วยชุดนอนของเจ้าของบ้านให้เรียบร้อย พอเปิดประตูออกมาก็เจอกับปอมที่ยืนเท้าเอวอยู่หน้าห้องพร้อมใบหน้าถมึงทึง
เมธิชัยผวากอดเสื้อผ้าใช้แล้วในมือแน่น “อะ- อะไรของมึง”
“หายไปนานขนาดนี้กูก็นึกว่ามึงคิดสั้นฆ่าตัวตายคาห้องน้ำบ้านกูไปแล้วสิวะ เรียกตั้งนานกว่าจะตอบ มึงทำเอากูหัวใจเกือบวาย”
เมยิ้มแห้ง ๆ “โทษทีนะ”
ปอมที่เห็นดวงตาที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักจนแดงก่ำของเพื่อนรักแล้วก็ทำเอาด่าไม่ลงอีก เขาถอนหายใจหนัก ๆ หนึ่งที “ไปนอนไป ขอกูอาบน้ำก่อน”
เจ้าของดวงตาแดงก่ำนอนบนเตียงของปอมอย่างเรียบร้อย จนป่านนี้แล้วฝ่ายที่ทำเขาร้องไห้ขนาดนี้ก็ยังไม่โทรมา แต่พอคิดดูแล้วถึงเชนโทรมาตนก็คงไม่พร้อมคุยด้วยอยู่ดี เมธิชัยยังต้องคิดหาทางออกของเรื่องนี้ก่อน ความคิดที่จะต้องเลิกกันผุดขึ้นมา แค่นี้ก็ทำเอาน้ำตาที่แห้งไปแล้วกลิ้งลงมาจากหางตาอีกจนได้
ไม่นานนักปอมก็ออกมาจากห้องน้ำ เมธิชัยปาดน้ำตาทิ้งพร้อมกับขยับผ้าห่มขึ้นบังใบหน้า เพราะเขาไม่อยากให้เพื่อนไม่สบายใจกับเรื่องนี้ไปด้วย
“หลับแล้วเหรอ” ปอมถามขณะที่กำลังแต่งตัว
“ยัง”
ปอมไม่ได้พูดหรือถามอะไรต่อ จัดการแต่งตัวให้เรียบร้อย เดินไปปิดไฟในห้องก่อนจะล้มตัวลงนอนข้าง ๆ เมธิชัย
“กูมีเรื่องจะบอกมึง”
“หือ?”
“เรื่องของไอ้เชนน่ะ จริง ๆ กูรู้มาสักพักแล้ว”
“มึง...ไปงานแต่งงานมันมาเหรอ”
“เปล่าหรอก มันแต่งเงียบ ๆ ภายในครอบครัว เพื่อนสักคนยังไม่มีใครรู้เลย แต่ที่กูรู้ก็เพราะบังเอิญไปเจอมันกับ..ผู้หญิงคนนั้น ตอนแรกกูก็สงสัยว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร เพราะถ้าเป็นเพื่อนกูก็ต้องรู้จักด้วยสิ กูเลยโทรไปถามมัน เค้นคอมันอยู่นานมากมันถึงยอมรับว่าแต่งงานแล้ว มันขอร้องกูว่าอย่าบอกมึง เชื่อไหม...มันขอร้องไปด้วยร้องไห้ไปด้วย นี่เป็นครั้งแรกที่กูเห็นมันร้องไห้ขนาดนั้นเลยนะ...กูแม่งทำอะไรไม่ถูกเลย แต่เหตุผลที่มันไม่ให้กูบอกมึงกูไม่รู้นะ..ยังไงมันก็ไม่ยอมบอกเหมือนกัน”
เมธิชัยเงียบไปนาน “แต่อย่างน้อยมึงก็น่าจะเตือน ๆ กูบ้าง”
“กูก็พยายามแล้ว แต่มึงน่ะติดต่อยากแค่ไหนรู้ตัวบ้างหรือเปล่า วันนี้กูพยายามบอกเป็นนัย ๆ หลายรอบแล้วนะ แต่ไม่คิดว่ามึงจะได้รู้เรื่องเร็วขนาดนี้”
“อืม กูเข้าใจ” เขาเข้าใจอย่างที่พูดไปจริง ๆ เรื่องพวกนี้มันพูดยาก ไอ้ครั้นจะให้บอกกันโต้ง ๆ เลยเขาก็คงจะไม่เชื่อมันหรอกถ้าไม่ได้มาเห็นด้วยตาตัวเองแบบนี้ “หึ...กูนี่มันโง่จริง ๆ เลยว่ะ”
“มึงจะโกรธกูก็ได้นะ แต่อย่าด่าตัวเองแบบนี้เลย”
เมขยับตัวตะแคงหันมาเผชิญกับอีกฝ่าย เขาเห็นผ่านความมืดว่ามันเองก็จ้องมองเขาอยู่ก่อนแล้ว “กูจะโกรธมึงทำไม คนที่ผิดไม่ใช่มึงสักหน่อย”
“มึงจะเลิกกับมันไหม” ปอมถามขึ้น
“แบบนี้ยังเรียกว่าคบกันอยู่อีกเหรอ”
“แล้วมึงจะเอายังไงต่อไปวะ”
คนถูกถามถอนหายใจยาว “ยังไม่รู้เลย ขอเวลากูคิดหน่อย”
“ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกกูได้นะ”
เมธิชัยยกมือขึ้นขยี้ผมเพื่อนรัก “ขอบใจมึงมาก วันนี้ถ้าไม่มีมึง...กูก็คงแย่เหมือนกัน”


คืนนั้นกว่าที่ปอมจะหลับก็ดึกมากแล้ว มันเห็นว่าเขาไม่หลับก็พยายามถ่างตาอยู่เป็นเพื่อนจนทนไม่ไหวแล้วนั่นแหละ ตัวเมธิชัยเองก็เพลียไม่น้อย แต่ก็ข่มตาหลับไม่ลงเลย เขาคิดถึงอะไรหลายอย่างที่จะต้องทำต่อไปหลังจากนี้
คิดถึงช่วงเวลาที่ดีในตอนที่ได้อยู่ด้วยกัน เชนมันดีกับเขามากจริง ๆ มากขนาดที่เขาคิดว่าคงไม่มีใครที่จะดีกับเขาได้เท่ากับมันอีกแล้ว แต่...สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นนั้นมันก็คนละส่วนกันกับความดีที่ผ่านมาทั้งหมด ตนเป็นผู้ชาย..คงจะไม่ไปตบตีแย่งชิงคเชนทร์กับผู้หญิงคนนั้นหรอก
ในตอนที่เริ่มต้นคบกันเขาเคยคิดไว้อยู่แล้วว่าความสัมพันธ์นี้มันคงจะไม่ยืนยาว แต่พอมันผ่านพ้นมาถึง 10 ปี...มันก็ทำให้เขาหลงเชื่อว่าพวกเขาทั้งสองคนก็คงจะอยู่กันแบบนี้ไปได้เรื่อย ๆ จนกลายเป็นตาแก่ไปทั้งคู่
แต่ในวันนี้...สุดท้ายแล้วเขาก็หนีความจริงไม่ได้ว่า ผู้ชายก็ต้องคู่กับผู้หญิง คเชนทร์ที่เป็นลูกชายคนโตก็ต้องแต่งงานมีครอบครัวเพื่อที่จะได้มีลูกมาสืบสกุลต่อไป
เมธิชัยไม่ได้มีความรู้สึกโกรธหรือเกลียดคเชนทร์เลยแม้แต่น้อย ตอนนี้มันมีแต่ความเสียใจเพียงเท่านั้น คงต้องใช้เวลาอีกนานกว่ามันจะดีขึ้นได้ เขารักอีกฝ่ายมา 10 ปี การที่จะเลิกรักนั้นจะต้องใช้เวลาอีกเท่าไหร่...ตนก็ไม่รู้เหมือนกัน



/
คเชนทร์..แกตาย!!!  :m31:
สงสารเมธิชัยลูกแม่จังเลย  :z3:
Twitter : https://twitter.com/sganda_88

ออฟไลน์ Whalien52

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 5
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0


3




เช้าวันต่อมาเมธิชัยขอให้ปอมไปช่วยเก็บของออกจากคอนโดที่คเชนทร์ซื้อไว้อยู่ด้วยกัน เขานอนคิดมาทั้งคืนแล้วว่าไม่มีเหตุผลที่ตนจะอยู่ที่นั่นอีกต่อไปแล้ว เมใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มานานหลายปี แต่มีของเพียงไม่กี่อย่างที่เป็นของเขา ส่วนที่อีกฝ่ายซื้อให้ตนไม่คิดจะเอาไปด้วยเลยสักชิ้น

“แล้วมึงจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ” ปอมถาม ช่วงนี้มันมาอยู่กับเขาได้ก็ไม่นาน ถ้าตนกลับไปทำงานทางใต้แล้วมันจะอยู่ยังไง

“กูว่าจะกลับบ้านไปอยู่กับพ่อแม่”

ปอมหันกลับไปมองเพื่อนที่กำลังเก็บหนังสือลงกล่อง รู้สึกใจหายถ้าอีกฝ่ายจะไปอยู่ไกลขนาดนั้น

“เอาจริงเหรอวะ”

“อืม อาจจะสักระยะ...ถ้ากูทำใจได้เมื่อไหร่ก็คงกลับมา”

ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายเหมือนเมื่อคืนแล้ว แต่ในใจตอนนี้มันยังคงปวดหนึบ คิดว่าคงต้องใช้ระยะเวลาทำใจอีกพักใหญ่ ๆ เลยกว่าตนจะดีขึ้น

“มึงโอเคนะ”

เมยิ้มให้ปอม ส่ายหน้าช้า ๆ “ทุกอย่างต้องใช้เวลา กูคบกับมันมาสิบปี คงจะไม่ดีขึ้นเร็ว ๆ นี้หรอก แต่กูจะกลับมาเข้มแข็งให้ได้ไว ๆ นะ”

ปอมตบไหล่เพื่อนรัก “มึงไม่ใช่คนอ่อนแอสักหน่อย”

“เออ ขอบใจ” เมธิชัยว่าก่อนจะเริ่มเก็บของต่อ เขาไม่อยากอยู่ที่นี่นานนัก เพราะมันไม่ดีกับใจเอาเสียเลย

เมธิชัยรู้ว่าตนเองไม่ใช่คนที่เข้มแข็งอะไรนัก เขามันอ่อนแอและขี้ขลาด เพราะอย่างนี้ถึงไม่กล้าแม้แต่จะโทรไปหาคเชนทร์ เพื่อที่จะด่าหรืออะไรก็แล้วแต่ ตนกลัวที่จะได้ยินเสียง กลัวว่าจะถูกบอกเลิก กลัวไปเสียทุกอย่าง

ตอนนี้เมปิดโทรศัพท์ของตัวเองไปแล้ว ไม่รู้หรอกว่าคเชนทร์จะโทรมาหาตนบ้างหรือเปล่า แต่ตอนนี้เขายังไม่พร้อมที่จะคุยกับอีกฝ่ายจริง ๆ

“ขอกูยืมมือถือหน่อยสิ”

ปอมหยิบออกจากกระเป๋าแล้วยื่นให้ด้วยใบหน้างง ๆ

“ของกูแบตหมดไปแล้ว จะยืมโทรหาพี่ก้อยหน่อยน่ะ” เมธิชัยตอบเมื่อเห็นเพื่อนมีสีหน้าอยากรู้

พี่ก้อยคือบรรณาธิการที่คอยดูแลตนอยู่ อันที่จริงเขาควรจะติดต่อไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แต่ตอนนั้นเมธิชัยเองก็ไม่มีสติพอที่จะคิดถึงเรื่องนี้ เจ้าตัวขอโทษขอโพยพี่ก้อยยกใหญ่ บอกว่าเกิดเรื่องนิดหน่อยเลยทำให้ไม่ได้ติดต่อไป แต่ก็หลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงปัญหาส่วนตัวที่เพิ่งเกิดขึ้น และขอให้อีกฝ่ายติดต่อเขาผ่านทางอีเมลแทน

“อันนี้มึงจะเอาไปด้วยไหม” ปอมถามขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนคุยโทรศัพท์เสร็จแล้ว

เมธิชัยมองสิ่งของที่อยู่ในมืออีกคน มันเป็นแหวนที่คเชนทร์ซื้อให้ในวันครบรอบปีที่ห้าที่เขาเก็บเอาไว้ เพราะอีกฝ่ายซื้อวงใหม่ให้ตอนครบรอบสิบปีที่ผ่านพ้นไปไม่นานนัก

เขาหยิบมันขึ้นมาจากมือของปอมก่อนจะบอกว่า “มันคงไม่จำเป็นอีกแล้วล่ะ” พร้อมกับถอดแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้ายออก

“แล้วมึงจะทำยังไงกับมัน”

“ก็ต้องคืนเจ้าของเขาไปก็เท่านั้น”

เมพูดจบก็หมุนตัวเดินเข้าห้องนอนไป เขาวางแหวนสองวงไว้ที่โต๊ะข้างเตียง ในตอนแรกก็คิดอยากจะเขียนข้อความทิ้งเอาไว้ แต่เขายังไม่รู้ว่าควรจะบอกอะไรกับอีกฝ่ายดี

ทั้งความคิดและความรู้สึกของเขาที่มีต่อคเชนทร์มันชาไปหมด และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่มันจะดีขึ้น เมื่อถึงเวลานั้นเขาคงจะเอ่ยคำขอบคุณกับอีกคนที่ดูแลเขาอย่างดีมาตลอดเวลาสิบปีที่ผ่านมานี้ก็ได้

/

ทั้งสองคนใช้เวลาเก็บของไม่นานนักก็พากันออกมา ข้าวของที่เป็นของเมธิชัยส่วนใหญ่จะเป็นพวกหนังสือและเอกสารในการทำงานเสียมาก เสื้อผ้าที่ใส่ก็มีแต่ชุดเดิม ๆ เลยทำให้มีน้อยมาก

“มึงจะไม่บอกอะไรไอ้เชนมันหน่อยเหรอ” ปอมถามในขณะที่กำลังขับรถกลับ “ตอนนี้มันโทรเข้าเบอร์มึงจนสายแทบไหม้แล้วมั้ง”

“กูยังไม่พร้อม”

“เม..มึงอย่าทำให้เรื่องมันคาราคาซังสิวะ ถ้ามึงอยากจะจบก็บอกมันไปเลย”

เมธิชัยสูดหายใจเข้าปอดอย่างยากลำบาก หัวใจมันบีบตัวจนเจ็บไปหมด ทั้งที่ตั้งใจว่าจะไม่ร้องไห้อีกแล้ว แต่สุดท้ายมันก็ทำไมได้

“ขอเวลากูหน่อยนะ ตอนนี้กูยังทำใจไม่ได้จริง ๆ” น้ำตาที่กักเก็บเอาไว้ไหลออกมาอีกครั้งพร้อมกับความในใจที่เก็บเอาไว้ก็พรั่งพรูออกมาไม่หยุด “กูรักมันนะปอม กูรักเชน...กูไม่ได้อยากเลิกกับมัน อยากจะอยู่กับมันไปจนแก่ แต่ตอนนี้...ความฝันนั้นมันพังทลายไม่มีชิ้นดี กูรู้ว่าจะต้องบอกเลิกกับมันให้ชัดเจน แต่กูขอร้อง..ให้เวลากูหน่อยเถอะนะ…”

“กู..ขอโทษ” ปอมรู้สึกเหมือนมีอะไรจุกอยู่ในอก เขาเร่งรัดมันมากเกินไปจนลืมคิดถึงใจของเพื่อนรักว่าตอนนี้มันยังคงเจ็บปวดอยู่ ยิ่งได้ยินเสียงอีกฝ่ายร้องไห้มันก็ยิ่งทำให้ตนรู้สึกเจ็บปวดไปด้วย

เมธิชัยร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายเพื่อนที่นั่งอยู่ด้านข้างเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้มันเหมือนกับว่าพอได้เปิดก๊อกมันก็หยุดไม่ได้แล้ว ยิ่งกลับไปเก็บของในห้องที่มันเคยเป็นรังรักของคเชนทร์กับตน นั่นยิ่งทำให้เขาอาการหนักยิ่งกว่าเมื่อคืนเสียอีก

ปอมที่เพิ่งเคยเห็นเพื่อนร้องไห้หนักแบบนี้ก็ทำตัวไม่ถูก เขาไม่น่าไปพูดแบบนั้นเลย อยากจะตบปากตัวเองชะมัด ตนยกมือขึ้นลูบหัวของเมอย่างเบามือ นี่คงเป็นสิ่งเดียวที่จะทำได้ในตอนนี้ คำปลอบโยนใด ๆ ก็คงจะเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำของเพื่อนเขาไม่ได้...สิ่งเดียวที่จะทำให้หัวใจของมันดีขึ้นก็คือ ‘เวลา’ อย่างที่เมธิชัยบอกเท่านั้นล่ะ

“ระบายกับกูได้ทุกอย่างเลยนะ”

เมปาดน้ำตาทิ้งเท่าไหร่มันก็ไม่หมดสักที “กูรักมัน…”

“อืม กูรู้”

“มันทำแบบนี้กับกูได้ยังไง”

เหมือนเรื่องเมื่อสิบปีที่แล้วมันย้อนกลับมา เหตุการณ์เดียวกับที่แฟนเก่าของคเชนทร์ทิ้งมันไป เขายังจำได้ว่าเคยพูดกับอีกฝ่ายว่าอย่างไร ลึก ๆ ในใจแล้วเขาคิดว่าคเชนทร์มันน่าจะมีเหตุผลอะไรสักอย่าง เพราะเท่าที่รู้จักกันมานานสิบกว่าปีมันไม่ใช่คนที่ทำอะไรโดยไม่มีเหตุผลเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ครั้งสุดท้ายที่มีอะไรกันนั้น ตนยังจำได้ว่าคเชนทร์พูดว่าอะไร ถึงแม้สติมันจะรางเลือนก็ตามที...แต่เขาก็จำได้ทุกคำ
แม้ในเวลานี้มันจะไม่น่าเชื่อแล้วก็ตาม เขาก็ยังคงอยากจะเชื่อมัน…

ถ้าถามว่ามันทำถึงขนาดนี้แล้วทำไมถึงยังคงมีความเชื่อนั้นอยู่ ก็อาจจะเป็นเพราะทั้งคำพูดและน้ำเสียงที่มันใช้บอกในคืนนั้น...มันแปลกกว่าทุกครั้ง พอย้อนกลับไปคิดแล้วหลายเดือนที่ผ่านมามันก็ดูผิดแปลกไปหมดทุกอย่าง

“มันทำกับมึงแบบนี้...มึงยังรักมันลงอีกเหรอ” ปอมย้อนถาม เขาเองตอนนี้ก็ยังรู้สึกโกรธแทนเลย แต่เพราะมันเป็นเรื่องของคนสองคน..เขาก็ไปยุ่งมากไม่ได้

เมธิชัยสูดน้ำมูก “รักสิ” พูดออกมาได้เพียงแค่สองคำสั้น ๆ น้ำตาที่เหมือนจะหายไปก็กลับมาอีกครั้ง

“ร้องออกมาให้พอ วันพรุ่งนี้มึงต้องเข้มแข็งขึ้นนะเม”

เจ้าตัวพยักหน้ารับ ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเป็นสาย เสียงสะอึกสะอื้นดังขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าในชีวิตจะได้ร้องไห้หนักขนาดนี้ ...และก็ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าตนจะรักคเชนทร์ได้มากขนาดนี้

คเชนทร์เป็นแฟนคนแรกของเขา มันเป็นทั้งเพื่อนและคนรัก และเพราะว่าพวกเขาอยู่ด้วยกันมานานเลยทำให้เกิดความเคยชินที่คิดว่าคงจะได้อยู่ด้วยกันไปตลอดจนแก่ นานจน...เขาไม่ได้คิดเอาไว้ว่าจะเลิกกันมาก่อน

ทั้งที่เคยได้ยินมาว่าเกย์อย่างเราไม่ควรจะไปคบกับชายแท้หรือไบเซ็กซ์ชวล แต่ตนกลับไม่เชื่อ แล้วดูสิว่าสุดท้ายมันเป็นอย่างไร…ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรก เขาไม่คบกับมันคงจะดีกว่า

/

หลายวันที่ผ่านมาเมธิชัยอยู่ที่บ้านของปอมในจังหวัดหนึ่งทางภาคใต้ เพราะมันเองทิ้งงานนานไม่ได้ และเขาก็ไม่มีที่จะไป ครั้นจะให้ไปอยู่บ้านของพ่อแม่มันที่กรุงเทพก็เกรงใจท่าน ถึงแม้ว่าบ้านของมันจะสร้างแยกออกมาจากบ้านใหญ่แล้วก็ตาม

เขาเริ่มกลับมาทำงานของตัวเองได้อีกครั้งหลังจากที่ขอลาหยุดกับพี่ก้อยมาสี่ห้าวันเพื่อรักษาสภาพจิตใจของตัวเอง ถึงตอนนี้จะยังไม่ดีขึ้น แต่เขาก็เริ่มทำใจได้มากขึ้นแล้ว

ปอมเล่าให้ฟังว่าคเชนทร์โทรมาหาปอมทันทีที่เห็นว่าตนเก็บของออกจากคอนโดไป เขาฝากมันบอกกับอีกฝ่ายว่าตอนนี้ยังไม่พร้อมที่จะคุยอะไรด้วย ขอเวลาสักหน่อย..แล้วจะติดต่อกลับไปเมื่อพร้อม

วันนี้ปอมพามาตลาดนัดถนนคนเดิน มันบอกว่าเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ไม่อยากให้อุดอู้อยู่แต่ในบ้าน เขาเองไม่ได้รู้สึกอยากไปไหนหรอก แต่เพราะไม่อยากขัดน้ำใจมัน..ก็เลยยอมมาด้วยแต่โดยดี

“มึงอยากกินอะไรไหม”

เมธิชัยส่ายหน้า “ไม่ว่ะ”

“ช่วงนี้มึงกินน้อยไปแล้วนะ” ปอมว่าด้วยความเป็นห่วง ระยะหลังมานี้มันกินน้อยจนตัวเล็กลงไปอีก หน้ามันเล็กจนเท่าฝ่ามือเขาแล้วมั้ง

เจ้าตัวยิ้มแห้ง “ขอโทษที่ทำให้มึงต้องเป็นห่วงนะ”

“รู้ว่ากูห่วงก็ช่วยกินให้มันเยอะ ๆ หน่อยสิ”

“อืม..กูจะพยายาม”

คงเพราะความเครียดที่ผ่านมาเลยทำให้เมธิชัยกินอะไรเข้าไปแล้วรู้สึกพะอืดพะอมอยู่ตลอด พอเป็นแบบนี้แล้วก็ยิ่งทำให้ไม่อยากอาหารเข้าไปใหญ่

เขาทั้งคู่เดินไปเรื่อย ๆ ตามทางมีอาหารมากมายหลายอย่าง พอเห็นว่ามีของโปรดของเขาปอมก็ตรงดิ่งเข้าไปซื้อให้ทันที ในตอนที่เมธิชัยกำลังยืนรออยู่ สายตาก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่าง..

‘รบกวนผู้ใจบุญช่วยรับน้องหมาไปเลี้ยงแทนการซื้อด้วยนะคะ’

ตรงนั้นคือลูกหมาตัวเล็ก ๆ ที่อยู่ในกรง เมธิชัยยืนมองเจ้าลูกหมาลายวัวที่ปีนป่ายซี่กรงทันทีที่เห็นตนเดินเข้าไปใกล้ตาไม่กะพริบ น้องส่งเสียงร้องหงิงน่ารักน่าเอ็นดู เมธิชัยนั่งยอง ๆ เพื่อจะได้มองให้ชัด ๆ

“ว่าไงเจ้าหนู” เขาทักทายพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยน

ลูกหมาลายวัวกระดิกหางให้พร้อมกับยื่นเท้าออกมาหมายจะเขี่ยให้โดนปลายนิ้วของเมธิชัย เขาจำได้ว่าไม่ควรให้ลูกหมาเลียมือเพราะเดี๋ยวเด็กนี่จะติดเชื้อได้ เลยทำได้แค่มองนิ่ง ๆ แล้วยิ้มให้

“พี่สนใจรับน้องไปเลี้ยงไหมคะ”

เมธิชัยเงยหน้าขึ้นมองเมื่อมีคนเอ่ยถาม สงสัยจะเป็นคนที่พาเด็กนี่มาหาบ้าน

“เอ่อ..”

“น้องโดนคนเอาไปปล่อยที่ข้างถนนค่ะ เราเลยจับมาอาบน้ำและตรวจโรคเบื้องต้น ทำวัคซีน แล้วจึงพามาหาบ้าน ตอนนี้เหลืออยู่ตัวเดียวแล้วค่ะ ไม่มีสนใจใครเอาไปเลย”

สิ่งที่เพิ่งได้ยินนั้นทำให้เขารู้สึกแย่ขึ้นมาเพราะสงสารเจ้าหมาตัวนี้โดนทิ้งทั้งที่ยังตัวนิดเดียว

“คือ..” ที่ยังลังเลไม่ใช่เพราะไม่ชอบสัตว์หรอกนะ แต่เป็นเพราะว่าเขายังอาศัยอยู่บ้านของปอมอยู่ เลยไม่อยากเอาภาระไปเพิ่มให้มัน

“ถ้าอยากได้ก็เอาสิ จะมัวอ้ำอึ้งอยู่ทำไม” ปอมบอกเมื่อสังเกตเห็นว่าเพื่อนรักมองเจ้าหมาน้อยตัวนี้มาสักพักแล้ว จนผู้หญิงคนนี้เข้ามาถาม ดูท่าจะอยากได้..แต่มันก็น่าจะเกรงใจเขา

“กูเกรงใจมึง”

“จะเกรงใจทำไม สงสารมันไม่ใช่เหรอ”

เมธิชัยหลุบตาลง เอานิ้วเขี่ยเท้าของลูกหมาที่ยื่นออกมาเบา ๆ ก่อนจะตอบรับ “อืม”

“งั้นผมตกลงรับไปเลี้ยงนะครับ” ปอมตัดสินใจบอกหญิงสาวใจบุญที่ยืนมองเขาสองคนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ขอบคุณที่เมตตาน้องนะคะ เดี๋ยวรบกวนพี่ช่วยกรอกเอกสารให้หน่อยนะคะ เพื่อที่ทางเราจะได้ติดตามเคสได้ค่ะ”

“ได้ครับ” ปอมตอบก่อนจะก้มหน้าลงมองเพื่อนรักที่ยังคงมองเขาอยู่ด้วยดวงตาเบิ่งโต “ลุกได้แล้วโว้ย ไปกรอกเอกสารก่อนพาลูกกลับบ้านก่อนสิคุณพ่อคนใหม่” ปอมว่าก่อนจะเอ่ยแซวกลั้วหัวเราะ

เมธิชัยแอบยิ้มเล็ก ๆ ด้วยความดีใจ ก่อนจะพูดกับเจ้าหมาตัวน้อยที่นั่งกระดิกหางให้ตนอยู่ “เดี๋ยวกลับบ้านด้วยกันนะครับ”

เขาลุกขึ้นไปจัดการกรอกประวัติและทำสัญญารับเลี้ยงสัตว์ให้เรียบร้อย รายละเอียดก็จะมีพวกชื่อและที่อยู่ รวมทั้งเบอร์ติดต่อของเขา และสัญญาที่สำคัญคือให้ติดต่อส่งข่าวความคืบหน้าทุกเดือน และถ้าเกิดมีกรณีที่เลี้ยงไม่ได้แล้วก็ให้ติดต่อไปและทำการส่งน้องหมาคืนก็เท่านั้น

/

“มึงคิดชื่อให้มันหรือยัง”

ปอมถามระหว่างขับรถกลับบ้านหลังจากที่พาสองพ่อลูกไปซื้อของใช้จำเป็นสำหรับสุนัขเรียบร้อย

เมธิชัยกำลังเอียงหน้ามองเจ้าหนูที่หลับคาตักเขาสนิท ฝ่ามือลูบหัวเล็ก ๆ นั่นอย่างเบามือ ก่อนจะตอบ “หนูดี”

“หา?”

“ชื่อว่าหนูดี”

“เออ..น่ารักดี”

“เนอะ”

ปอมเหล่มองเพื่อนรักที่ดูท่าจะหลงเจ้าลูกหมาตัวนี้ในเวลาไม่นาน เขารู้ว่ามันชอบสัตว์ ก่อนหน้ามันยังเคยลากเขาไปคาเฟ่หมา หรือไม่ก็ทำบุญที่มูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการอยู่บ่อย ๆ แต่ที่ไม่เลี้ยงก็เป็นเพราะว่าคเชนทร์ไม่ชอบ

นับจากวันที่เกิดเรื่องมันเพิ่งผ่านมาได้สองอาทิตย์ เมธิชัยใช้ชีวิตเป็นปกติได้แล้ว แต่ยังคงเงียบไม่ค่อยพูดเหมือนที่เคยเป็น แต่วันนี้เป็นวันแรกที่ตนเห็นมันยิ้มได้เยอะขนาดนี้

“หลงลูกแล้วสิมึง”

“..ก็มันน่ารัก” เมธิชัยตอบอมยิ้มน้อย ๆ

“ดีเหมือนกันนะ”

“หืม?” เจ้าตัวไม่เข้าใจกับประโยคนั้นของเพื่อน

“คิด ๆ แล้วก็ดีเหมือนกันที่รับเจ้าหนูนี่มา เวลาที่กูไปทำงานมึงจะได้ไม่เหงา” ปอมบอก

เมส่ายหน้าเล็กน้อย “เหงาบ้าอะไรล่ะ งานการกูก็มีทำ”

ปอมหัวเราะ “เบื่อนักไอ้พวกปากหนัก เห็นทำหน้าหงอยอยู่ได้ทุกวัน”

“ไอ้ควาย หน้ากูก็เป็นแบบนี้อยู่แล้วเปล่าล่ะ”

เมธิชัยที่โดนเพื่อนรักพูดแหย่หัวเราะในลำคอ ไม่ได้คิดโกรธเคืองอะไร เพราะตนรู้ว่าปอมหวังดีด้วย คงอยากให้หายเศร้า อันที่จริงเขาก็ดีขึ้นมากแล้ว ถ้าจะพูดให้เห็นภาพ..ตอนนี้ก็หลงเหลือเพียงแค่รอยช้ำ

และหวังว่ามันจะหายไปในเร็ววัน…

/

“หนูดี” คุณพ่อป้ายแดงอย่างเมธิชัยร้องเรียกเจ้าลูกหมาตัวน้อยที่ตอนนี้ไม่รู้ไปหลบอยู่ตรงไหนของบ้าน “หนูดีมากินข้าวเร็ว”

หนูดีที่รู้จักคำว่ากินข้าวแล้วรีบวิ่งเข้ามาหาอย่างเร็วไว มันยืนกระดิกหาง จ้องหน้าผู้เป็นเจ้านายตาแป๋ว

เมธิชัยนั่งยอง ๆ ก่อนจะออกคำสั่ง “นั่งลง”

หนูดีทำตามอย่างว่าง่าย พร้อมกับยกเท้าหน้าขึ้นสองข้าง รีบสวัสดีโดยไม่ต้องให้บอกซ้ำ เรียกเสียงหัวเราะจากเมธิชัยได้ทันที

“โอเคค่ะ ๆ หิวมากเลยสิเนี่ย” เขาลูบหัวลูกสาวก่อนจะเอ่ยชม “เก่งมาก” แล้ววางชามอาหารให้เจ้าหมาน้ำลายยืดตรงหน้า

หนูดีมาอยู่กับเขาได้สองอาทิตย์แล้ว จากที่ตัวเล็กก็เริ่มโตขึ้นเรื่อย ๆ เมธิชัยมีความสุขที่ได้เห็นพัฒนาการของหนูดีในทุกวัน ราวกับเป็นพ่อลูกกันจริง ๆ หนูดีเป็นหมาขี้อ้อนมาก สอนง่าย รู้ภาษา ไม่ดื้อ แต่ก็ซนตามวัยเป็นธรรมดา

ตั้งแต่มีหนูดีเข้ามา..มันได้สอนให้เมธิชัยได้เข้าใจอะไรหลาย ๆ อย่างของชีวิต ขนาดลูกหมาตัวหนึ่งที่โดนคนใจร้ายทิ้ง แต่ก็ยังสามารถมีชีวิตอย่างมีความสุขได้ โดยที่ไม่เอาอดีตที่เจ็บปวดมาทำให้ชีวิตไม่มีความสุข

เห็นแบบนี้..พอได้สติ เขาก็เริ่มคิดและปล่อยวางอะไรหลายอย่างที่มันติดอยู่ในใจมานานเป็นเดือนได้บ้าง ตอนนี้เขายิ้มได้..หัวเราะได้ และมีความสุขกับชีวิตได้เหมือนเดิม

ไม่ใช่ว่าไม่รักคเชนทร์แล้ว เขายังคงรักอีกฝ่ายเหมือนเดิม เพียงแค่ย้ายความรักครั้งนี้จากหัวใจ..ไปสู่ความทรงจำก็เท่านั้นเอง ยามที่นึกถึงช่วงเวลาดี ๆ ของกันและกันมันก็ทำให้เขายินดีที่ครั้งหนึ่งเราเคยได้รักกัน ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน

คนเรานั้นไม่ช้าก็เร็ว..สักวันหนึ่งก็จะต้องกลายเป็นความทรงจำของกันและกัน เพราะแบบนี้เขาเลยเลือกที่จะจดจำสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างกัน ซึ่งมันมีค่ามากกว่าเรื่องแย่ ๆ ที่เกิดขึ้น

เมธิชัยเชื่อว่าที่คเชนทร์ทำไปมันต้องมีเหตุผล แต่มันผิดตรงที่อีกฝ่ายไม่ทำอะไรให้มันถูกต้อง ถ้ามันบอกกันสักคำ..ตนก็ยอมปล่อยมันไปอยู่แล้ว เพราะถึงแม้ว่าเขามีความตั้งใจที่จะอยากอยู่กับมันไปจนแก่ แต่ก็ไม่เคยคิดจะยึดมันไว้กับตัวเลยสักครั้ง
ก็อย่างที่บอกไป สุดท้ายแล้วยังไงก็ต้องแยกจากกันอยู่ดี ไม่จากเป็นก็จากตาย หลังจากที่คร่ำครวญอยู่กับความเสียใจมาเป็นเดือน พอคิดแบบนี้แล้ว..ก็ทำให้ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย

หลังจากนี้ไป...เขาก็คงใช้ชีวิตอยู่กับหนูดี ลูกสาวของเขาแค่หนึ่งคนกับอีกหนึ่งตัว คเชนทร์จะเป็นคนรักเพียงหนึ่งเดียวที่เขามี ไม่ใช่ว่าเข็ดขยาดกับความรัก แต่เป็นเพราะว่าเขาอายุมากและมันก็ทำให้เหนื่อยที่จะต้องสานสัมพันธ์กับใครอีกต่างหากล่ะ
“อยู่กับพ่อไปนาน ๆ นะคะ” เมธิชัยพูดกับลูกสาวตัวน้อยที่กำลังก้มหน้ากินอาหาร ฝ่ามือบางลูบหัวกลม ๆ ด้วยความรักและเอ็นดู
ชีวิตของเขาในตอนนี้แค่มีหนูดีก็เพียงพอแล้ว…

/

สองสามวันที่ผ่านมานี้เมธิชัยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตั้งท่าว่าจะกดโทรหาคเชนทร์หลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้โทรหาสักที

“มึงเป็นห่าอะไรเนี่ย” ปอมเห็นเพื่อนรักกำโทรศัพท์ซัมซุงฮีโร่อยู่ในมือ เดินไปเดินมาอยู่นานแล้ว เลยเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย

เจ้าตัวมองคนถาม ท่าทีกังวลอย่างเห็นได้ชัด “คือ...กูว่าจะโทรหาคเชนทร์มัน”

“เออ ก็โทรสิ” เขาสนับสนุน พักนี้เมมันอาการดีขึ้นมากแล้ว ทุกอย่างแทบจะเป็นปกติอย่างที่มันเคยเป็น ก่อนหน้านี้เขากลัวว่ามันจะเป็นโรคซึมเศร้าด้วยซ้ำ แต่พอเห็นแบบนี้ปอมก็สบายใจขึ้นเยอะ

“แต่ว่า..กูไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี” เมธิชัยกัมหน้าพูดพลางถอนหายใจ

ปอมวางหนังสือในมือลงกับโซฟา “มึงไม่ต้องคิดอะไรมากหรอก อยากพูดอะไรก็พูดไป จะด่ามันหรือจะแช่งชักหักกระดูกก็เอาเลย”

เมธิชัยปิดปากหัวเราะกับท่าทางที่จริงจังจนดูตลกของปอม “นี่มึงเพื่อนมันจริงหรือเปล่าเนี่ย”

“ก็เพราะเป็นเพื่อนกันน่ะสิ อะไรที่ไม่ดีถึงต้องด่า”

“กูจะโทรไปขอบคุณมัน..”

เมื่อได้ยินดังนั้นปอมก็ขมวดคิ้วแน่น แววตาแสดงถึงความไม่เข้าใจ “ขอบคุณอะไรของมึง”

“อะไรหลาย ๆ อย่างที่มันเคยทำให้กูไง”

คนฟังก็ยังคงไม่เข้าใจอยู่ดี “ขอบคุณที่มันทิ้งมึงน่ะเหรอ”

“ใจเย็น ๆ สิ” เมธิชัยปรามเพื่อนที่ดูท่าจะมีอารมณ์ “กูกับมันคงจะมีวาสนาต่อกันแค่นี้ เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นมันก็คงเป็นแค่เศษกรรมเล็กน้อยที่กูต้องเผชิญ แต่มึงรู้อะไรไหม..สิบปีที่ผ่านมาคเชนทร์มันดีต่อกูมาก..มากขนาดที่มึงคงคิดไม่ถึงว่าผู้ชายอย่างมันจะทำได้เลยนะ”

“...”

“มึงอาจจะไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน แต่ว่าคนเราน่ะ..ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม สักวันหนึ่งก็ต้องแยกจากกันอยู่ดี”

“...”

“ขนาดหนูดีเองยังไม่เคยคิดแค้นคนที่เอานางไปทิ้งที่ข้างถนนเลย”

“ลองมันพูดได้สิ มันอาจจะด่าคนที่ทิ้งมันว่าไอ้เหี้ยก็ได้”

เมธิชัยขำที่ปอมพูดแดกดัน เขารู้ว่ามันโกรธที่คเชนทร์มันทำไมดีกับเขาเอาไว้มาก แต่ตนก็ไม่อยากให้มันสองคนต้องผิดใจกันด้วยเรื่องแบบนี้

“ตอนนี้กูเลือกที่จะจดจำเรื่องราวดี ๆ ที่เคยเกิดขึ้นระหว่างมันกับกู เพียงแค่นี้กูก็สบายใจแล้วล่ะ”

ปอมจ้องหน้าของเมธิชัยที่มีรอยยิ้มประดับอยู่บาง ๆ เขาได้เพื่อนคนเดิมของเขากลับคืนมาแล้ว เมธิชัยคนดีที่หนึ่งของกลุ่ม..ฉายาของมันคือพ่อนางฟ้านางสวรรค์ ไม่น่าเชื่อว่าผ่านร้อนผ่านหนาวมาสามสิบกว่าปีแล้วมันจะยังคงมองโลกที่แสนโสมมนี้ในแง่ดีได้เหมือนเดิม

เจ้าตัวถอนหายใจทิ้งหนัก ๆ ก่อนจะบอก “เออ..งั้นก็ตามใจมึงเหอะ”

“มึงเองก็ไม่ต้องไปโกรธคเชนทร์มันหรอก..คุย ๆ กับมันไปเถอะ มันเป็นคนเพื่อนน้อย ไม่มีมึงไปหนึ่งคน..มันคงเหงาน่าดูเลย”

ปอมถอนหายใจอีกครั้ง “เออ ๆๆ”

“อย่าตอบแบบส่ง ๆ สิวะ สัญญากับกูว่ามึงจะไม่เลิกคบกับมันเพียงแค่เพราะว่ากูกับมันเลิกกัน”

และปอมก็ต้องถอนหายใจอีกครั้ง “เออ กูสัญญา”

เมธิชัยยิ้มแป้นเมื่อได้คำตอบเป็นที่พอใจ เขาขอตัวไปนอนที่ห้องโดยไม่ลืมอุ้มลูกสาวติดมือไปด้วย เจ้าตัวเปิดคอมขึ้นมาเช็กอีเมลตามปกติ แต่วันนี้กลับมีอีเมลที่ไม่มีหัวข้อเข้ามาหนึ่งฉบับ และมันก็ทำให้เขาใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้

...อีเมลจากคเชนทร์…

เขาลังเลอยู่นานว่าจะเปิดดีหรือไม่ เมธิชัยรอให้หัวใจที่เต้นระส่ำอยู่นั้นสงบลงและตั้งสติก่อนที่จะเปิดอ่าน

‘ถึง...เมธิชัยที่น่ารักของกู

...ไม่รู้ว่ากูควรจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี...

เพราะไม่รู้ว่ามึงจะยอมเปิดอ่านอีเมลฉบับนี้หรือเปล่า...มึงอาจจะเกลียดกูไปแล้วก็ได้ สิ่งที่กูทำไว้กับมึง...กูรู้ว่ามันเลวจนไม่น่าให้อภัย มึงคงจะคิดว่าถ้ามันจะเป็นแบบนี้ มึงไม่น่ามาเป็นแฟนกับกูตั้งแต่แรก

กูขอโทษ...รู้ว่าแค่คำขอโทษมันไม่เพียงพอกับการกระทำเลว ๆ ของกู แต่กูก็อยากจะขอโทษมึง ขอโทษที่ทำให้มึงเสียใจ ขอโทษที่ทำให้มึงต้องร้องไห้ ขอโทษที่ทำให้มึงต้องมาเสียเวลาเป็นสิบปีกับคนอย่างกู ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่กูเคยทำไมดีกับมึง ขอโทษที่ชอบเอาแต่ใจ ขอโทษสำหรับทุกเรื่องนะ

สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้...กูไม่มีอะไรจะอธิบายทั้งนั้น

แต่ที่ทำลงไป สาบานได้เลยว่าไม่ใช่เพราะกูไม่รักมึง แต่เพราะว่ารักมากเรื่องมันถึงต้องเป็นแบบนี้ มึงอาจจะไม่เชื่อ...แต่นี่คือสิ่งที่กูอยากขอร้อง ได้โปรดเชื่อในความรักของกูที่มีต่อมึง ยังไงก็ไม่มีใครมาแทนที่มึงในหัวใจของกูได้

ถึงแม้ตอนนี้เราอาจจะต้องอยู่ห่างไกลกันแค่ไหน กูก็จะไม่ลืมมึง ไม่สิ กูไม่มีทางลืมมึงได้หรอก กูรักมึงมากนะเม โลกที่ไม่มีมึงมันโคตรอ้างว้างเลย เหมือนกูอยู่ตัวคนเดียวไม่เหลือใครแล้ว เวลาที่คิดถึงมึงมาก ๆ กูรู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้น มันเจ็บจนอยากจะตายให้ได้

แต่กูยังตายไม่ได้ ยังไงก็ต้องอยู่ให้ได้ เพื่อในอนาคตถ้ามึงหายโกรธกูแล้ว เราจะได้กลับมาเจอกันได้บ้าง ไม่ว่าจะในความสัมพันธ์แบบไหน..กูก็ยังคงอยากจะเจอกับมึง

แม้ว่ามึงจะโกรธจะเกลียดกูมากแค่ไหน...

but...I still want you
I love you so much
หวังว่าสักวันจะได้เจอกันอีกครั้ง...นานแค่ไหนกูก็จะรักมึงคนเดียว’


ความจริงคเชนทร์มันเขียนภาษาไทยไม่ค่อยเก่งนัก บางประโยคถึงได้ดูงง ๆ บางช่วงก็เขียนวกไปวนมา แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม..ทุกสิ่งที่อีกฝ่ายสื่อออกมาผ่านตัวหนังสือ มันกลับกระแทกเข้าที่หัวใจของเมธิชัยอย่างแรง

เขายิ้มออกมาเมื่อมันเริ่มต้นด้วยประโยคเสี่ยว ๆ ที่มันเรียกเขาเป็นประจำอย่าง ‘เมธิชัยที่น่ารักของกู’ เมื่อไล่สายตาอ่านลงไปเรื่อย ๆ ในใจเขามันก็โต้แย้งกับสิ่งที่คเชนทร์เขียน เขาอาจจะเสียใจมาก..แต่ก็ไม่ได้โกรธหรือเกลียดมันเลยแม้สักนิด

เมธิชัยเชื่อในสิ่งที่คเชนทร์บอกอย่างหมดใจ ใครจะว่าเขาโง่ก็ไม่เป็นไร เพราะเขาเชื่อในสิ่งที่คเชนทร์แสดงออกมาตลอด ตนอาจจะไม่ได้รู้จักทุกด้านของอีกฝ่าย แต่ก็คิดว่าความรักที่หมอนั่นให้มามันไม่ใช่สิ่งจอมปลอม มันคือความรักที่ออกมาจากใจจริง ๆ

อีกอย่าง..ถ้าอ่านจับใจความดี ๆ แล้ว จะรู้ว่าสิ่งที่คเชนทร์ทำไปก็เพราะมีเหตุผลอย่างที่เขาคิดเอาไว้ก่อนหน้านี้จริง ๆ เพียงแต่ว่ามันไม่ยอมบอกออกมา ถ้าจะให้เดาก็คิดว่าคงเป็นเรื่องครอบครัวที่อีกฝ่ายไม่เคยบอกเล่าให้เขารับรู้มาก่อนนั่นแหละ

คเชนทร์มันเป็นลูกชายคนโตของตระกูล..ที่ค่อนข้างมีอิทธิพล และนั่นคงไม่ดีนักที่มันจะมาคบกับผู้ชายเหมือนกันอย่างเขา…


เมธิชัยลังเลว่าจะกดตอบอีเมลฉบับนี้ไปดีหรือไม่ เจ้าตัวลุกขึ้นยืนก่อนจะอุ้มหนูดีขึ้นมากอดแนบอกแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม มือเรียวลูบลงที่หัวกลมของลูกสาวเบา ๆ จ้องมองหน้าตาใสซื่อที่น่ารัก

“หนูดีว่าพ่อควรจะทำยังไงดีคะ ควรจะตอบอีเมลของเขาคนนั้นดีไหม” เมธิชัยเอ่ยถามลูกสาวตัวน้อยที่นอนมองเขาตาแป๋ว ลิ้นเล็กเลียจมูกของเขาเบา ๆ ราวกับนี้คือคำตอบที่เขาถามไป

เมธิชัยยิ้มอ่อนโยน ดึงลูกหมาตัวเล็กเข้ามากอดแนบอก เขาเชื่อว่าถ้าหนูดีได้พบกับคนที่ทิ้งมันไป เจ้าตัวเล็กนี่ก็คงจะยังกระดิกหางเข้าไปหาเหมือนกับมันไม่โกรธที่ถูกทิ้งไปอยู่ดี เขาเองก็ไม่ได้โกรธคเชนทร์ แล้วทำไมถึงจะไม่ตอบอีเมลนี้ล่ะ

เขาขยับตัวลุกขึ้นยืน ก่อนจะนั่งลงที่หน้าคอมพิวเตอร์ นิ้วเรียวกดเลือกตอบไป เมธิชัยยิ้มบางในขณะที่พิมพ์ข้อความลงไป หวังเพียงแค่คเชนทร์จะรับรู้ได้ว่าเขารู้สึกอย่างไรเพียงเท่านั้นเอง



TBC...
คนเรานั้นถ้าคิดได้อย่างเมธิชัยชีวิตก็จะมีความสุขมากขึ้นเลยล่ะค่ะ  :L2:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด