นับสามที่ปลายน้ำ #นับรักกับนับสาม [Glass 3]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: นับสามที่ปลายน้ำ #นับรักกับนับสาม [Glass 3]  (อ่าน 180 ครั้ง)

ออฟไลน์ ภูดลธารา

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 5
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฎ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฎข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฎข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

********************************************************************************************


*TALK*
สวัสดีค่ะ เรียกได้ว่าเป็นเป็ดน้องใหม่ที่พึ่งได้เข้ามาในนี้ แอบเขินๆ นิดหน่อย
ที่จะบอกว่า เปิดเรื่องแรกในเล้านี้ ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ

Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-03-2019 23:14:36 โดย ภูดลธารา »

ออฟไลน์ ภูดลธารา

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 5
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เขาบอกว่าต้องมีเกริ่นนำ

ถ้าให้บอกเครื่องดื่มที่คุณชอบหนึ่งอย่าง
สำหรับคุณคืออะไรหรือครับ...
แล้วเพราะอะไรคุณถึงได้ชอบหรือหลงใหลเครื่องดื่มชนิดนั้นกัน

แต่สำหรับตัวของผม ยอมรับว่าก็หลงใหลในการดื่มชาเป็นพิเศษ ไม่ว่าชานั้นจะเป็น ชาจีน ชาฝรั่ง ชานมไต้หวัน ชาเขียว ชาเขียวน้ำผึ้งมะนาว ชาเขียวมัทซะ ชาเขียวมะลิหรือแม้กระทั่งชานมไทยหรือที่พวกเราอาจจะคุ้นเคยในชื่อ ชานมเย็น ชาส้มหรือชาเย็น เอาเป็นว่าสิ่งที่ผมรู้สำหรับตัวผมในตอนนี้คือ เครื่องดื่มที่เป็นเดอะเบสท์สำหรับผมบนโลกใบนี้คือ ชา ชาคือทุกอย่างในชีวิตของผม แต่ก็นะถึงผมจะบอกว่าชาคือทุกอย่างของชีวิตผม แต่ที่เรียกว่าถูกใจจนมิอาจลืมเลือนได้ บอกเลยว่า ตลอดชีวิตของผมที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีร้านชาเจ้าไหนชงถูกใจตัวผมเลยสักครั้ง รวมไปถึงตัวของผมเองด้วย

แต่ถ้าหากต้องให้ผมแยกประเภทของชาแต่ละแบบที่ผมจะเลือกดื่มรสชาติของมันต้องเป็นยังไง ผมจะมาบอกเล่าให้คุณได้รับรู้สักนิดสักหน่อย เผื่อว่าความชอบชาในแบบของผมมันจะมีคนชอบบ้าง แน่นอนว่าผมก็ไม่ใช่คนขี้งกสูตร เพราะผมชงชาเองไม่ค่อยจะเป็น แต่ผมกับบอกได้ว่า รสชาติแบบไหนที่มันคู่ควรแก่ประสาทการรับรสของผมและเผลอๆ มันอาจจะไปสร้างความรู้สึกรับรสให้แก่คุณด้วยก็ได้

สำหรับชาชนิดแรกที่ต้องพูดถึง คงจะหนีไม่พ้น ชาจีน ชาที่เรียกได้ว่าเป็นเบสิกหรือเป็นจุดเริ่มต้นของใครหลายคนในการดื่มชาและแน่นอนว่ารสชาติแบบที่ตัวของผมโหยหาย คงจะเป็นรสชาติของน้ำชาที่มักต้องมีเสริฟ์ฟรีให้แก่ลูกภายในร้านสุกี้เจ้าดังที่มีสีแดงเป็นสีหลักทางการค้า

แต่หากเป็นชาฝรั่งล่ะ ชาแบบไหนที่ถูกในผมที่สุด ก็คงจะตอบได้เพียงแบบเดียวที่ผมชอบแยกออกมาจากหมวดหมู่ของชาตระกูลผลไม้ อย่างชาเอิร์ลเกรย์หรือแบล็คที ชาสัญชาติอังกฤษ แต่ที่น่าแปลกใจคือ คนอังกฤษนั่นมีความชื่นชอบต่อการดื่มชามากกว่าการดื่มกาแฟเสียอีก เรียกได้ว่า ถ้ามีชากับกาแฟตั้งอยู่คู่กัน ตัวเลือกแรกในใจของพวกเขาคงไม่พ้นชาแน่นอน สำหรับชาวบริซติชทั้งหลายนั้น การดื่มชาก็เป็นที่นิยมชมชอบสำหรับการดื่มกันในช่วงบ่ายของวัน โดยชาที่พวกเขาเลือกสั่งมานั้น อาจจะดื่มเปล่าๆ หรือบางทีก็อาจจะนิยมใส่นมลงไปหรือหากอยากเพิ่มความหวานก็เติมน้ำตาลก้อนตามพร้อมกับแกว่งช้อนชาไปมาให้น้ำตาลละลายก็สามารถยกจิบได้ทันที แต่การดื่มชาอย่างเดียวมันก็ดูจะธรรมดาไป เพราะการได้มีอะไรมาให้รับประทานควบคู่กันไปคงจะเป็นเรื่องที่ดีเสียกว่า ดังนั้น การสั่งชายามบ่ายแบบนี้ก็ควรที่จะสั่งเป็นชุดน้ำชายามบ่าย เรียกได้ว่าของว่างที่ถูกนำมาเสริฟ์นั่น ก็ประกอบไปด้วยขนมหวานและของคาว อย่าง แซนวิส สโคน มาการองและอื่นๆ คละกันมาให้น่าลิ้มลอง เอาเป็นว่าชุดชาแบบนี้ นานๆ ทีคนแบบผมจะสนใจ ความชอบชาของผมสำหรับตัวนี้ เต็มสิบผมให้เจ็ดคงน่าจะพอดี

สำหรับชารู้แบบถัดมาที่เรียกได้ว่ากลายมาเป็นกระแสนิยมของวัยรุ่น วัยทำงานหรือแม้แต่วัยผู้ใหญ่บางคน ที่ตัวชาชนิดนี้ไม่ได้สำคัญเท่ากับเม็ดดำๆ ที่ลอยอยู่ก้นแก้ว มีรสชาติจืด เหนียวนุ่ม ขนาดเท่าลูกแก้วที่เคยใช้เล่นในตอนเด็ก อย่าง ไข่มุกที่ไม่ได้มีสีมุกขาวเหมือนอย่างที่เคยเห็นในสารคดีหรือในหนังต่างๆ ที่เวลามีฉากไปร่วมงานกาล่าดินเนอร์ แต่ก็นะ ถึงสีของมันจะดำขนาดไหน แต่เมื่อถูกนำมาผสมกับชานมไต้หวันเมื่อไหร่ล่ะก็ น่าแปลกเหลือเกินที่มันกับลงตัวจนทำให้คนดื่มสามารถดื่มได้อย่างเพลิดเพลินจนลืมไปว่าบางทีมันไหลลงคอไปแล้วเรียบร้อยอย่างไม่รู้ตัว ชื่อของชาที่เป็นที่ชื่นชอบในตอนนี้ก็คือ ชานมไข่มุกหรือชานมไต้หวัน

แต่แน่นอน เรามีชาที่ถูกมานำเสนอไปก็เกือบจะนานาชาติแล้วนั้น อีกชาที่ขาดไม่ได้และดูจะถูกใจผมไม่ต่างกัน คงจะเป็นชาเขียวและชาเขียวมัทซะ ชาสัญชาติที่ส่งตรงมาจากแดนอาทิตย์อุทัย ที่ ชาวนิปปอนหรือที่คนไทยคุ้นหูกันเป็นอย่างดีนั่นก็คือ ชาวญี่ปุ่น นั่นแสนจะภูมิใจ แต่นี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะสิ่งสำคัญสำหรับผมคือ การที่ชาเขียวมัทซะตัวนี้จะมีรสชาติที่ถูกปากผมได้นั่น มันต้องเริ่มต้นจากคนชงที่จะต้องเรียนรู้ถึงวิธีการชงชาอย่างถูกต้อง บอกเลยว่า หากคนชง ชงชาชนิดนี้ไม่เป็น บอกได้คำเดียวว่า ไม่ขมก็ไร้รสชาติกันไปเลย รวมไปถึงเสน่ห์ความหอมของชาก็จะขาดหายไป แต่พูดไปก็เท่านั้น ราคาของชาชนิดนี้เวลาอยากดื่มดีๆ สักหนึ่งแก้ว ราคาก็สูงลิ่วจนบางทีก็รู้สึกว่าเงินเดือนที่ได้รับมาในแต่ละเดือนก็อาจจะหายเพียงแค่ถอนหายใจและควักแบงก์ออกไปให้กับพนักงาน แต่ก็อย่างว่าแหละนะโทษใครไม่ได้ โทษได้ก็แค่ตัวเองที่อยากจะดื่มเอง ไม่มีใครมาบังคับเสียหน่อย

เอาเป็นว่ายิ่งบ่นไป ก็ยิ่งปวดหัวกับปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ที่บ่นขึ้นมาเพื่อให้มาตีกันเองในสมองอันน้อยนิดของผม แต่ไม่ต้องห่วง ผมเชื่อว่าเรื่องราคาพวกนี้จะหายไปทันตาเห็น ก็หลังจากนี้ที่ผมจะเอ่ยชื่อชาที่เรียกได้ว่า ราคาย่อมเยาแต่กับเป็นเดอะเบสท์ที่สุดสำหรับตัวผม แถมยังเป็นชาที่เกิดขึ้นมาในสัญชาติเดียวกับผมอย่าง ชาดำ ที่ถูกนำไปมิกซ์ส่วนผสมต่างๆ จนออกมาเป็นชาสองรูปแบบที่นิยมไปทั่วประเทศอย่าง ชาดำเย็นและชาเย็น
แต่ก็นะถึงจะบอกว่าเป็นเดอะเบสท์ก็จริง แต่ถ้าต้องบอกว่ารสชาติของแต่ละร้านไม่เคยพอดีกันสักที่ อย่างชาดำเย็นที่ผมมักจะสั่งมาดื่มคู่กับก๋วยเตี๋ยวทุกครั้ง รสชาติไม่หวานก็พาลไปจืดสนิททันที แต่อย่างว่าคนไทยส่วนใหญ่นิยมหวานตามต้นตำรับชาววัง รสชาติของชาส่วนใหญ่จึงออกมาหวานเป็นพิเศษขนาดที่ว่าบางทีก็มาเป็นเกล็ดเลยก็ว่าได้ ส่วนทางด้านของชาเย็น เรียกได้ว่าไม่ต่างกันกับแบบแรก ทั้งที่สิ่งที่ใส่ลงไปในชาก็ไม่มีอะไรมากมายให้ปวดสมอง แต่ทำไมกันหนอถึงได้ไม่มีร้านค้าเจ้าไหนเข้าใจถึงคำว่า...

“เอาชาเย็นหวานมันแก้วนึงครับ...”
“ครับผม รอสักครู่นะครับ” น่าแปลกใจ ไม่เคยพบเจอร้านน้ำชงเข็นขายที่พูดจาไพเราะเสนาะหูขนาดนี้ และอีกอย่าง “25 บาทครับ”

คนขายกับดูดีจนค่อนไปทางน่าหลงใหลเหมาะสมแก่วัยของเขารึเปล่านะ

“เออ... ยี่สิบห้าบาท..” เดี๋ยวนะ จะไม่มีแบงก์ย่อยตอนนี้เลยไม่ได้นะ “เออ สักครู่นะครับ คือ.. ขอหาแบงก์ย่อยก่อน” หาเรื่องใส่ตัว อยากทำตัวหรูแบบวิถีคนมีจะกิน เป็นไงล่ะ ไอ้สาม เอาคนอื่นเขารอกันหมดแล้ว
“คือ ถ้าไม่สะดวกเงินสด อาจจะตลกนิดนึงนะครับ แต่ร้านเรามีสแกนนะครับ”
“อ่า... เยี่ยม งั้นขอสแกนนะครับ” ว่าแล้วก็ไม่รอช้า ล้วงกางเกงไปหยิบเครื่องมือสื่อสารคู่ใจพร้อมกดเข้าแอปพลิเคชันของธนาคารที่โหลดมา บอกเลยว่า รู้สึกขอบคุณเทคโนโลยีที่ทำให้ชีวิตของผมมันดูไฮเทคขึ้นขนาดนี้ “ทั้งหมดยี่สิบห้าบาท...”

ตื๊อดึง!
รับรู้...
เงินออกจากกระเป๋าแล้วเรียบร้อย
สบายใจ...

“นี่ครับ ชาเย็นหวานมันที่คุณสั่ง ขอบคุณที่มาอุดหนุนนะครับ”
“ครับ ขอโทษที่ทำให้เสียเวลาด้วยนะครับ ถ้างั้นผมไปก่อนนะครับ ขอให้รวยๆ นะ”
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-03-2019 21:50:23 โดย ภูดลธารา »

ออฟไลน์ TheDoungJan

  • —☁gtrsrist
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 691
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
เป็นชาเลิฟเวอร์เหมือนเราเลย :katai2-1:

ออฟไลน์ ภูดลธารา

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 5
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ต่อ...

“ครับผม" ก็พึ่งจะรู้สึกว่า การซื้อชาเย็นที่ร้านน้ำชง มันดูน่าอภิรมย์ก็ตอนนี้แหละ
ไหนขอชิมหน่อย อร่อยรึเปล่า
“หืม... หวานมันอย่างที่ต้องการ เหมือนของลุงยศเลยอ่ะ” และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่มีร้านอื่นชงเหมือนร้านลุงยศแล้ว ดีจายยย
.
.
.
“เป็นไรวะ เดินยิ้มแฉ่งเป็นพระอาทิตย์ส่องแสงเลยมึง”
“เป็นคนอารมณ์ดี...!” ได้รับกูโคสแล้วมีความสุข
“ชาเย็นอีกแล้วหรอวะ ไม่เบื่อหรือไงเนี่ย ดูพุงกับเหนียงมึงดิจ ะยานลงพื้นหมดแล้ว” ก็เคยคิดว่าการมีเพื่อนผู้หญิงในกลุ่ม มันคงจะเป็นแบบ น่ารักน่าทะนุถนอมที่สุดในกลุ่ม แต่เปล่าเลย ไม่เลยสักนิด...
“เรื่องของกูมั้ย อีแนท! กูจะดื่มหรือกูจะแดก ก็เรื่องของกูป่าววะ เงินกู มันเป็นสิทธิ์ของกู” ปากด่าขาก้าวไปนั่ง หย่อนตูดลงบนม้าหินที่ประจำของออฟฟิตเรา เห็นนั่งเก้าอี้ม้าหิน ก็อย่าได้จินตนาการว่าพวกผมคือ นักศึกษาแก็งใหญ่ขากร่างท่ามกลางลานคณะนะครับ ถึงใจให้ แต่หน้ามันไม่ได้ไง มันเกินมาไกลไปแล้ว ความจริง ก็คือ พวกผมไม่ใช่นักศึกษาเฟรชชี่ปีหนึ่งอะไรกันหรอกครับ พวกผมมันก็แค่มนุษย์เกลียดงานแต่ชอบเงินเหมือนกัน ดอมดมกลิ่นของมันประหนึ่งเกสรของดอกไม้ และนี่แหละครับ มันเลยเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเราคบกันเป็นเพื่อนที่ทำงานแบบนี้ได้ก็เท่านั้นเอง
“แหม่...! ถ้าไม่ติดว่าเป็นเพื่อนร่วมชะตากรรมด้วยกันนะ กูเลิกคบมึงเป็นเพื่อนไปนานล่ะ”
“มึงก็เลิกดิ รับรองได้ลาออกเหมือนที่เก่าอ่ะ”
“นั่นปากหรอ ขอแม่ตบหน่อยสิ!” อีแนทหรือน้องแนท สาวสายไอทีที่สำหรับคนอื่นก็คงนับว่ามันสวยเหมือนวันแรกที่เราสองคนรู้จักกัน แต่มาวันนี้กูไม่สามารถกลับไปมองมึงอย่างเดิมได้อีกแล้วว่ะ อีเพื่อนเวร!
“ตบมันเลย!” เสียงยุยงแบบนี้ ไม่ต้องหันหน้าให้ปวดคอ แค่ฟังเสียงก็ตรัสรู้ได้ด้วยตัวเองแล้วว่า ไอ้นี่มันคือใคร
“ส้นตีนเหอะ ไอ้บักสีดา!” ไอ้หน้าฝรั่ง แต่ใจไทย พูดไทย เขียนไทย ไร้ภาษาอังกฤษ “ไอ้ฝรั่งขี้นก!”
“อะไรมึง ทำอวดรวย แบงก์ย่อยไม่พก พกแต่แบงก์พันนะมึง! สันดาน”
“มึงไม่เสือกเรื่องของกูได้มั้ยวะ”
“ไม่เสือกไม่ได้ เพราะกูต่อคิวอยู่หลังมึงไง” อ้าวไอ้นี่นิ ต่อหลังกู
“แล้วทำไม มึงไม่ช่วยออกเงินให้กูก่อนวะ เพื่อนจริงป่ะเนี่ย”
“เพื่อนไม่จริง เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อด้วย เอาม่ะ?”
“เอากับหมาซิ”
“บ้า…! กูก็เอาท่านี้กับเมียเป็นประจำอยู่แล้ว” สัด “แล้วมึงอ่ะ กับออมนี่ท่าไหนหรอครับ”
“ไม่เสือกเนาะ”
“สาธุ”
“เจริญพร!”
“ถุย!”
“เชี่ยมากอ่ะ พวกมึง คุยอะไรกัน ไม่เกรงใจหญิงสาวเบาะบางร่างน้อยคนนี้เลย” ขอลองมองบนหน่อยสิ “มองบนไม่เป็นก็อย่าทำค่ะ มันทุเรศ!”
“เออๆ ใครจะดูดีเท่าสาวที่สวยที่สุดในแผนกล่ะ”
“จะไม่ให้แม่งสวยได้ไง แม่งเป็นผู้หญิงคนเดียว”
“เผลอๆ ไม่สวยอย่างเดียวนะ อาจจะหล่อด้วย ฮ่าๆ”
“ไอ้พวกบ้า” นั่น งอนสะบัดตูดเดินหนีเข้าบ้านไปแล้ว ครับ ออฟฟิตของพวกเราเป็นบ้านเช่าครับ อยู่ในซอย บริษัทของเราเปิดขึ้นมาเพราะว่าความคิดของเจ้าของที่นี่ครับ คือ เขาเคยไปทำงานในออฟฟิตในตัวเมืองแล้วมันแบบ เรื่องเยอะ งานเยอะ รถติดก็เยอะ เงินได้เยอะ ก็เสียเยอะไม่ต่างกัน ประเด็นคือ มันเสียเวลาชีวิตด้วย มันก็เลยทำให้พี่เจ้าของเขาตัดสินใจที่จะเปิดบริษัทของตัวเอง โดยเลือกตั้งทุกอย่างขึ้นมาจาก ‘แพสชัน’ ของพี่แกล้วนๆ เลยก็ว่าได้ แบบว่าเป็นบ้านเช่าไม้สีขาวหลังขนาดกลาง มีสวนหย่อม มีที่จอดรถสำหรับสี่คัน มีห้องรับแขก มีห้องครัว มีห้องนอน มีทุกอย่างครับ ยกเว้นสิ่งสำคัญที่คนเราไม่น่าจะลืม นั่นคือ ห้องทำงาน

ผมเลยถามพี่มันไปว่า...
“ทำไมถึงไม่มีห้องทำงานให้ล่ะ” พี่มันก็ยิ้มๆ และตอบกลับมาว่า
“เพราะมีห้องทำงาน เราถึงไม่อยากทำงาน ดังนั้น กูเลยอยากให้ที่นี่เป็นเหมือนบ้านสำหรับพวกมึง มันจะได้ทำให้การทำงานของพวกมึงเป็นเหมือนงานอดิเรก ที่พวกมึงแค่มีเวลากำหนดส่งก็เท่านั้น” แม่ง... โคตรคูล ถึงกูโคตรจะเกลียดแต่ก็รักพี่มันเลยว่ะ แต่ก็อย่างว่าไม่รักไม่ได้ เดี๋ยวมันจะไล่กูออกก่อน ทุกวันนี้เพราะความอินดี้ของบริษัทพี่มันนี่แหละ กูเลยไม่เคยที่จะส่งงานทันสักที แต่ถามว่าสนมั้ย? โน ไม่จำเป็น อยากได้งานดีมีคุณภาพก็ต้องใช้เวลาให้คุ้มกับเงินที่จะได้ด้วย แล้วไอ้พวกลูกค้าประเภทแบบ เขาเรียกว่าอะไรนะะ แบบ...
“อยากได้งานเร็วๆ แต่ขอสองร้อยได้มั้ย คนกันเองน่า”
หน้าแม่มึงดิครับ..!
งานกูง่ายมากมั้ง
กว่าจะเคาะสมองออกมาได้แต่ละที ทำให้เสร็จก็มาขอเปลี่ยน เปลี่ยนจุดเดียว กูไม่ว่าเลย เสือกขอเปลี่ยนแม่งทั้งหมด อีควายยยย
แล้วมึงจะให้กูทำแบบแรกไปเพื่อ!
เพื่ออารายยยยยย
.
.
.
เอาเป็นว่า พวกคุณคงจะเดางานของพวกผมได้นิดนึง ถ้าตัดการด่าออกไป ใช่ บริษัทที่ผมทำงานอยู่ คือบริษัทฟรีแลนซ์ ทำหน้าที่ผลิตสื่อทุกอย่าง ประเภทที่ว่าพิมพ์แม่งทุกอย่างมั่วซัวไปหมด ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ เล็กใหญ่เอาหมด สื่อโฆษณาก็รับ ยิ่งช่วงแรกๆ นะ งานถ่ายวีดีโอ หมื่นนึงพี่มันแม่งก็เสือกรับ คือหลายคนก็คงจะแบบ...
“ตั้งหมื่นนึง เยอะจะตายมึง กูนะทำงานเกือบเดือน ได้เงินหมื่นห้า ขอโทษนะ ใช่แรงงานกูยิ่งกว่าควาย เห็นควายทำงานกูยังรู้สึกว่ามันสบายกว่ากูเลย!”
พวกมึงก็พูดกันได้ ของพวกมึงหมื่นห้าแต่สำหรับมึงคนเดียว แต่กู กูหมื่นหนึ่งสำหรับสิบชีวิต สิบชีวิตที่ต้องดูแลเงินหนึ่งพันให้ผ่านไปได้หนึ่งอาทิตย์ ไม่ซิ ไม่ใช่หนึ่งพันด้วย เพราะพี่มันเล่นหักเงินไปคนละสองร้อยสำหรับค่าน้ำ – ค่าไฟในแต่ละเดือนด้วย...
ไอ้ฉิบหาย...
ทำไมกูถึงไม่ลาออกนะ
กูทนอยู่เพื่ออะไรกัน
อยากลาออก...
“แต่กูออกไม่ได้...”
“เป็นเหี้ยไรวะ อยู่ๆ ก็พูดขึ้นมาคนเดียว”
“กูกำลังนึกถึงอดีตที่ขืนขม อันแสนทรหดกว่าที่จะมีวันนี้ได้”
“อืม... กูจำได้ มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมากเลยเพื่อน” สัมผัสที่บ่าทำน้ำตาของกูซึมเลยว่ะเพื่อน
.
.
.
“ยากมากเปล่า”
“ยากซิถามได้”
“มันจะยากมากกว่านี้นะ ถ้าพวกมึงยังไม่ขยับตีนและสมองอันน้อยนิดของพวกมึงไปทำงานสักทีอ่ะ”
“เอาไงดีวะเพื่อน?”
“นั่งฉลาดอยู่ทำไมวะ ลุกดิ!” ลุกดิครับ เรื่องไรนั่งอยู่ให้โดนด่า แบร่ๆ
“โอ๊ยยยยย จิกหัวกูทำไร ไอ้นับสอง!”
“กูพี่มึงนะ ไอ้นับสาม!”
“ไม่นับถือ ถือว่าเจ๋ากัน” และไอ้นับสองนี่แหละ ว่าที่เจ้าของบริษัทที่สุดแสนจะอินดี้ที่สุดเท่าที่กูเคยรู้จักมาและก็รู้จักมันมานานกว่าใครอื่นในบริษัทนี้ด้วย เพราะมันคือ พี่กูเอง
“กูจะฟ้องแม่”
“เด็กขี้ฟ้อง”
“ฟ้องพ่อ”
“กูขอร้องอย่า ยกมือไหว้ก็ได้เอาเลย”
“แล้วทำปากเก่งนะมึง กลัวพ่อไปได้”
“มึงก็รู้ว่าพ่อเป็นไง ใจดีก็จริง แต่ดุจริงๆ ก็ไม่ใช่เล่นๆ เหอะ” ผมว่าพร้อมกับปัดมือของมันที่จิกหนังหัวผมอยู่ “แล้วนี่มึงออกมาทำไร”
“ก็จะมาซื้อน้ำดื่มนั่นแหละ...” หือ?
“เดี๋ยวกูไปซื้อให้!” พิรุธไปเปล่าวะ แล้วไอ้บักสีดาหนีเข้าบ้านไปล่ะ ไรวะ
“...” หรี่ตามองกูเพื่อ? “คิดจะเลี้ยงต้อยหรอ”
“เลี้ยงต้อยไร ไร้สาระน่า...”
“ไม่ไร้สาระหรอก เพราะกูเห็นนะว่า วันนี้คนขายเปลี่ยนคน ลุงสมยศไม่ได้มาขาย สงสัยว่าจะเป็นลูกแก...” แม่งยิ้มร้ายว่ะ จะทำไรวะ “น่ารักดีเหมือนกันนะ ไหนๆ ก็ไปทำความรู้จักหน่อยดีกว่า”
“ก็... ตามใจดิ กูไม่ได้อะไรอยู่แล้ว”
.
.
.
“เอาเนสเย็นเข้มข้นหนึ่งแก้วครับ...”
“เอาชามะนาวหนึ่งด้วยครับ!”
“อ่อ... ครับ”
“ไอ้สัด ชาเย็นยังคามือ เสือกสั่งชามะนาวอีกนะ” เรื่องไรจะมายืนเฉยๆ กัน เดี๋ยวเขางงหมดว่ามาทำไม “เออน้อง!”
“ครับ?”
“นี่ใช่ร้านของลุงยศป่ะ”
“ใช่ครับ ของพ่อผมเอง” พ่อลูกกันหรอ
“งั้นหรอ แล้วลุงไปไหนอ่ะ”
“คือ... พ่ออยู่โรง’บาลครับ”
“อ้าว แกเป็นไรอ่ะ”
“คือ ตอนที่พ่อขับไปขายที่ซอยข้างๆ มีรถเขาขับมาเร็วเลยเฉี่ยวรถพ่อผมล้ม เข่าพ่อถึงขั้นแตก หมอบอกว่าเป็นเพราะอายุเยอะด้วยแหละครับ”
“โห... อย่างนี้ก็น่าจะรักษาตัวนานเลยซิ”
“ใช่ครับ ต้องรอให้กระดูกเข้าที่ กินยาเสริมแคลเซียมและยังอาจจะต้องกายภาพบำบัดด้วย”
“อย่างนี้ค่าใช้จ่ายก็เยอะเลยดิ”
“แน่นอนอยู่แล้วครับ แต่โชคดีหน่อยที่ทำประกันชีวิตไว้ เลยลดความกังวลไปได้ส่วนหนึ่ง...”
“แล้วอย่างนี้ เราไม่ไปเรียนหรอ?” คราวนี้ไม่ใช่นับสองถาม แต่เป็นผมเองที่ถาม คือดูแล้วน้องอาจจะเรียนอยู่มหา’ลัยแล้วก็ได้
“คงจะหยุดน่ะครับ ก็ว่าพรุ่งนี้อาจจะไม่ได้มา...” มือเรียวที่กำลังแกว่งช้อนในแก้วไปมา หยุดนิ่ง ก่อนที่จะตอบออกมา “ผมว่าจะไปดร็อปเรียนหรือไม่ก็... ลาออกเลย”
“ไม่ได้! มึงทิ้งทุกอย่างได้ แต่มึงอย่าทิ้งการเรียนรู้ มันจะช่วยให้ชีวิตของมึงดีขึ้นนะ แล้วนี่มึงเรียนอยู่ปีไหนแล้วเนี่ย”
“ปีสี่แล้วครับ ที่จริงเมื่อไม่กี่วันก่อนผมพึ่งไปยื่นเรื่องของฝึกงานที่บริษัทนึงมาครับ แต่ก็ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เลยโทรไปขอโทษเขาว่าขอยกเลิกไม่ฝึกงานกับทางเขาแล้ว”
“นี่มึงใช้สมองคิดจริงๆ หรอวะ”
“เฮ้ยๆ มากไปแล้วไอ้นับสาม” ผมที่เผลออารมณ์ขึ้นที่ได้ยินความคิดของไอ้เด็กตรงหน้า แต่โชคดีหน่อยที่นับสองมันเอามือมาห้ามผมไว้ก่อน “เราชื่ออะไร”
“ชื่อ สมเกียรติ ครับ”
“ฮ๊ะ พ่อมึงตั้งชื่อแบบอินเตอร์ไม่เป็นหรอวะ ไอ้เหี้ย พ่อชื่อ สมยศ ลูกชื่อ สมเกียรติ หลานจะไม่ชื่อ สมพงษ์หรอวะ ฮ่าๆ”
“มึงนี่! ไปหัวเราะน้องมัน โทษแทนน้องพี่มันด้วยนะ คือที่พี่อยากรู้ คือหมายถึงชื่อเล่นเราน่ะ” ก็มันตลกนี่หว่า
“อ่อครับ... ชื่อ ปลายน้ำ ครับ” อืม...
“...”
“ชื่อน่ารักจัง เหมือนชื่อผู้หญิงเลย”
“ครับ มันเป็นชื่อของน้องสาวผมเอง”
“หือ ชื่อน้อง แต่พี่ใช้ คือไรวะ?” ผมถามไป
“คือจริงๆ ผมไม่มีชื่อเล่น แต่เพราะน้องผมจมน้ำเสียชีวิตตอนเด็กน่ะครับ แม่คิดถึงน้องมาก เลยขอร้องให้ผมใช้ชื่อนี้เป็นชื่อเล่นแทน...”
“ไม่บังคับจิตใจไปหรอวะ มึงเต็มใจหรือไง”
“ไอ้สาม…”
“เฮ้อ....! โทษๆ”
“โอเค ไม่ถามแล้วเรื่องส่วนตัว เอาเป็นว่าพรุ่งนี้เอาเอกสารสำหรับฝึกงานมาให้พี่นะ เดี๋ยวเรามาฝึกกับพวกพี่นี่แหละ ไม่ต้องปฏิเสธ เพราะพี่ไม่ได้ให้ฝึกฟรีๆ แลกกับชงเครื่องดื่มโปรดของพี่นะ”
“ครับ! ขอบคุณนะครับพี่...?” อย่ายิ้มดิ๊
...มันน่ารักไป
“พี่ชื่อนับสอง... ส่วนไอ้หน้าตี๋นี่ นับสาม น้องชายแท้ๆ ของพี่เอง”
“ส่วนผมนับสี่ครับ!”
“เฮ้ย! มาไงเนี่ย”
“แว๊นมอไซค์มาดิ ขี้เกียจกลับบ้าน แม่ชอบบ่น” ผมที่หันไปทักไอ้น้องเล็กตัวแสบของบ้านอย่างไอ้นับสี่ที่ยังคงคร่อมคาอยู่บนมอไซค์ที่ติดเครื่องไว้อยู่
“ไม่มีเรียนหรือโดด?” อันนี้นับสองเป็นคนถามครับ
“ป่าวนะ แต่จารย์ยกคลาสตอนที่ผมไปถึงห้องพอดี เซ็งๆ อ่ะ กินข้าวกับเพื่อนเสร็จก็มานี่เลย” ผมมองหน้าไอ้เด็กแสบหน้าหล่อได้พี่มันเนี่ย อย่างไม่ค่อยจะเชื่อสักเท่าไหร่ “อย่ามองผมอย่างนั้น นี่! มีหลักฐานครับ”
“กูก็ไม่ได้ว่าอะไร ร้อนตัว”
“พี่ร้อนตัว แต่ตอนนี้ผมร้อนแล้ว ขอทางเข้าบ้านหน่อยนะครับ”
“เออๆ เอาไรมั้ย”
“โอวัลตินเย็นหนึ่งครับ ขอบคุณค้าบบบบ”
“หูย ผู้ชายสามคนเลยหรอพี่ น่าอิจฉาจัง...”
“ใช่ แต่มีผู้หญิงหนึ่ง เจ๊ใหญ่ของบ้าน แต่ตอนนี้ไปใช้ชีวิตอยู่กับสามีที่ลอนดอน ชื่อว่า นับหนึ่ง”
“โห้... สี่คน พ่อแม่พี่เลี้ยงมาได้ไงเนี่ย” ปลายน้ำที่พูดคุยไปด้วย แต่มือก็ทำหน้าที่ของตัวเองไปด้วย สุดยอดว่ะ เด็กแบบนี้ซิ ที่ชาติต้องการ
“อย่าเรียกว่าเลี้ยงเลย เขาเรียกว่า ทิ้งขว้าง หากินกันเอาเอง แต่ก็ต้องกลับบ้านให้ตรงเวลาก็เท่านั้นแหละ”
“อ่อ.. แบบนี้นี่เอง” ปลายน้ำที่พยักหน้ารับ ก่อนที่จะก้มลงแล้วใช้มือจับถุงหิ้วของแต่ละแก้วยื่นมาตรงหน้าพวกผมสองคน “นี่ครับ เนสเย็นเข้มๆ ของพี่นับสอง ชามะนาวของพี่นับสามและโอวัลตินเย็นของนับสี่ครับ ทั้งหมด 3 แก้ว เป็นเงิน 75 บาทครับ สแกนได้นะครับ”
“ไม่เป็นไร อ่ะ! เอาไปพี่ให้ไม่ต้องทอน ถือเป็นของพรุ่งนี้เลย อย่าลืมเอกสารนะ” หูยยย ทีกับคนอื่นล่ะป๋า ทีกับน้องล่ะ งก!
“ขอบคุณครับ...”
“อืม ขับรถดีๆ ล่ะ เดี๋ยวพี่เข้าไปทำงานต่อละ ลูกน้องด่าตายแล้วเนี่ย เจอกันๆ”
“สวัสดีครับ” ปลายน้ำที่ยกมือขึ้นไหว้พร้อมกับก้มศีรษะ ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่นับสองก็ยกมือรับไหว้เช่นกัน ก่อนที่เจ้าตัวจะยิ้มให้หนึ่งทีแล้วเดินแยกออกไป ยกเว้นก็เสียแต่ใครหนึ่งคนที่ยังคงยืนดื่มน้ำสองหลอดพร้อมกัน
.
.
.
“มีอะไรอีกรึเปล่าครับ”
“ไม่มี.. แต่แค่จะบอกว่า ถ้าเข้าไปทำงานกับพวกกูแล้ว ต้องอดทนนะ มันดูเหมือนจะสบาย แต่ก็ไม่ได้มีอะไรสบายอย่างที่เห็นหรอกนะ และอีกอย่างพวกกูยังไม่รู้ว่ามึงเรียนด้านไหนมา นิสัยเป็นแบบไหน ไว้ใจได้รึเปล่า กูก็ไม่รู้ แต่ที่กูอยากให้มึงรู้ไว้ก่อนว่า พวกกูไม่ได้เหมือนกับบริษัทอื่นๆ พวกกูทำงานด้วยความเชื่อใจและไว้ใจกัน ถ้ากูจับได้ว่าใครมันเหี้ยกับพวกกู บอกเลยว่า จบไม่สวยแน่! แต่ก็นะ ถ้าบังเอิญว่ามึงดันเรียนมาด้านที่ตรงกับพวกกูก็จะน่ายินดี แต่ยังไงก็...”
“ครับ?” ผมที่มองไปที่คนตรงหน้านิ่งๆ ก่อนจะพูดออกไปเบาๆ กลัวว่าคนอื่นมันจะได้ยินด้วย
“...สู้ๆ ล่ะ” วันนี้ท้องฟ้าสวยดีนะ
“ครั้งแรก ยังไงก็คงจะเชื่อใจกันไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละครับ และผมก็คงไม่ขอให้พวกพี่มาเชื่อใจคนอย่างผมร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก แต่ยังไงมันก็น่าดีใจไม่น้อย ที่คนอย่างผมได้โอกาสดีๆ แบบนี้และจะได้เรียนจบพร้อมกับเพื่อนๆ คนอื่นๆ ยังไงก็ขอบคุณนะครับพี่นับสาม...”
“มะ.. มาขอบใจไรกู ไปบอกนู่น ไอ้นับสองนู่นมันเป็นคนให้โอกาสมึงไม่ใช่กูซะหน่อย”
“ไม่รู้แหละ ผมนับด้วย”
“เออๆ แล้วแต่มึง กูไปล่ะ ฝากบอกลุงด้วยนะ ว่านับสามคนที่ชอบชาเย็นของลุงอ่ะ ให้กำลังใจลุงอยู่นะ ขอให้หายไวๆ” อืม... วันนี้ท้องฟ้ามันสวยจริงๆ แหละวะ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-03-2019 22:29:48 โดย ภูดลธารา »

ออฟไลน์ ภูดลธารา

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 5
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
บทที่ 1 - ต้อนรับน้องหน่อยน่า

“เนสเย็นเข้มๆ ของพี่นับสองและชาเย็นหวานมันของพี่นับสาม มาแล้วครับ”
“น่ายินดีมีของมาเซนไหว้...”
“กวนตีนน้องมันแต่เช้า...” มึงก็ด่ากูแต่เช้าเหมือนกัน “แล้วนี่มึงเข้ามาทำไร”
“ก็มารอของเซนไหว้ไง”
“อยากเสือกก็บอก”
“เปล่าสักหน่อย ไปล่ะ จั๊ดจ๊ะดาด้า...! วุ้ย!”
“ออกไปได้สักที น่ารำคาญแม่งจริงๆ” บ่นได้บ่นไป กูไม่แคร์ รอเสือกดีกว่า “เชิญนั่งก่อน ปลายน้ำ”
“ครับ...” เจ้าเด็กปลายน้ำว่าพร้อมกับลากเก้าอี้แล้วหย่อนตัวนั่งลงไปไม่ถึงครึ่งตูด
อะไรมันจะเกร็งขนาดนั้นวะ...
“ตามสบายนะ”
“...ครับ”
“เอกสารที่พี่ให้เตรียมมาอยู่ไหน เอามาวางบนโต๊ะเลย” นับสองมันว่าออกมา ทำไมกับคนอื่นมันดูทำตัวเป็นเจ้านายที่ใจดีจังวะ ทีกับกู นั่งไล่กูออกทุกวัน ทั้งที่ผมนี่นะ เป็นตัวทำรายได้ให้กับบริษัทเลย ไม่ค่อยอยากโม้สักเท่าไหร่ แต่เรื่องจริงล้วนๆ

เชื่อนับสามซิครับ
ไม่เชื่อคนหล่อ
ระวังจะสวยกว่าเดิมนะครับ หึ

“นี่ครับ เอกสารทั้งหมดที่พี่ให้ผมเตรียมมา...” ผมมองไปยังเอกสารที่มากมายที่ไอ้นับสองมันขอไปกับเด็กปลายน้ำ มึงขนมาเยอะขนาดนี้ มึงเอารายงานมาแทนรึเปล่าวะ
“อืม... ทะเบียนล่ะ” คนเราคนมาเป็นปึก ดันลืมทะเบียนบ้าน ลืมได้ไงวะ
“คือ... เออ ทะเบียนบ้านอยู่ที่บ้านแม่ที่ต่างจังหวัดน่ะครับ”
“อ้าวหรอ ให้แม่ถ่ายส่งมาก็ได้ แม่ทำเป็นไหม”
“คือ...”
“อ่า... ไม่เป็นไร แค่ทะเบียนบ้าน พี่อนุโลมแล้วกัน อย่างน้อยมีที่อยู่ในบัตรประชาชนแล้ว ไม่เป็นไรหรอก” ได้เหรอวะ ทำไมทีตอนกูมาสมัครกับมัน กูลืมเอาทะเบียนบ้านมา แม่งให้กูกลับไปที่บ้านไปเอาทะเบียนมาจากแม่และถ่ายสำเนา ไม่พอเสือกให้กูนั่งเซลฟี่กับแม่เป็นหลักฐาน กลัวว่ากูจะตอแหลหาว่าให้แม่ส่งแฟ็กซ์มาให้ มันบ้าจริงๆ ไหมนี่พี่กู
“ขอบคุณมากนะครับ พี่นับสอง”
“สปอร์ต ใจดี พี่เองน้อง”
“แหวะ!!!” หมั่นไส้ แหวะออกไปให้มันได้ยินนั่นแหละ แบร่ๆ แลบลิ้นให้แม่งด้วย
“แป๊บนะ ปลายน้ำ พี่ขอออกไปจัดการกับตัวเหี้ยที่มันมาเกาะหน้าประตูก่อน”

เวรละกู...

“เฮ้ยๆ” ไอ้สองมันเปิดประตูออกมาพร้อมกับมือที่ยื่นมาจะคว้าตัวผม “อย่ามาจับกู!”
“มึงเป็นเหี้ยอะไรนักหนา ไอ้ห่าสาม! งานมันว่างมากนักใช่มั้ย” ตอนนี้กูว่ากูไม่ควรที่จะเดินว่ะ วิ่งดิ รอไร!
“เอาอีกล่ะ พี่น้องทะเลาะกันอีกแล้วอ่ะ” พวกมึงกำลังนินทากูกับหัวหน้าพวกมึงนะ กูจะสั่งให้มันหักเงินเดือนมึง!
“อ่ะ พนันกัน กูว่าไอ้สามแพ้พี่สองเหมือนเคย” ดูถูกสุดๆ
“ผมลงขันด้วยพี่ ไอ้พี่สามมันกาก…!”
“อิสี่ อีน้องเวร กูพี่มึงนะ!”
“พี่สองก็พี่ผม ตั้งแต่เล็กจนโต ผมก็เห็นพี่แพ้พี่สองมาตลอด ไว้วันไหนพี่ชนะนะ ผมจะลงให้เลยล้านนึง!”
“โหย! อีสี่ อีน้องรวย ไอ้เจริญ! แฮ่กๆ เหนื่อยโว้ยยยยย”
อ่อก!
“เฮ!!! ไอ้สามแพ้ตามเคยโว้ยยยยย”
“ผมขอลงฝั่งพี่สามครับ...!” หือ?

พรึบ…!!!

“มึงแน่ใจแล้วหรอวะ ไอ้น้ำ” โอ้โห... แล้วนี่มึงไอ้สี่ไปสนิทเรียกฉันเพื่อนกับไอ้ปลายน้ำตอนไหนวะ “กูให้โอกาสมึงมองดีๆ เพ่งดีๆ นะเว้ย ไอ้พี่สามนี่มันกากนะ กูขอเอาคำว่า น้องชายเนี่ยเป็นประกันเลยเว้ย”

หนักแน่นนักนะมึง
เดี๋ยวมีเกมพลิก

“ก็ไม่มั่นใจ..” อ้าว ยังไงครับ “แต่กูเชื่อใจเขา ว่าเขาต้องทำได้”
“ก็ดี... มึงมีพวกแล้วแบบนี้ อย่ารอช้า เข้าห้องดวลเลยดีกว่า หึ”
“มึงจัดมา กูก็จัดไป อย่าให้เสียหลาย”

กริ่งงงงงงงงง

“เสียงกริ่ง! ไฟไหม้หรอพี่?!”
“จุ๊ๆ เด็กน้อย พี่สามคนนี้จะอธิบายให้ฟังเอง เสียงที่เอ็งได้ยินอ่ะ เขาเรียกว่า เสียงเปิดสเตเดี้ยม!!!
“เสียงเปิดสเตเดี้ยม?”
“ก็เสียงเปิดสนามรบนั่นแหละ พวกพี่สร้างขึ้นมาให้ เผื่อวันไหนพวกมันหรือพี่ทำงานกันจนเป็นบ้า เพราะโดนบรีฟงานกันมาอย่างหนักหน่วง ก็จะหาคนที่หัวร้อนหรือทะเลาะกันอยู่ มาเปิดศึก ถ้าฝ่ายไหนชนะ ก็รอแดกข้าวจากเงินของฝั่งที่แพ้เลย แต่จะเลี้ยงข้าวแกง มันกระจอก! ข้อกำหนดนี้ คนแพ้จะต้องเลี้ยงบุพเฟ่ต์ตั้งแต่หัวละห้าร้อยขึ้นไป ต่ำกว่านั้น พวกพี่ไม่นับ เข้าใจปะ? เด็กฝึกกูก็นับนะ เพราะกูมีเงินเดือนให้มึงเหมือนกัน”
“หึๆ ไอ้น้อง อย่าทำหน้าเหวอดิ๊! เสียมาดฝั่งนี้หมด ทำหน้าให้ดูดุเข้าไว้เว้ย!”
“ครับ!” หึๆ สาบานเลยว่ากลัวมากๆ เลย “ดูดุรึยังพี่!”
“ดุ...”
“จริงหรอ!”
“ดุมดอ่ะ!”
“หูย... ไรอ่ะพี่” มันไม่ได้ดูน่ากลัวหรือดุเลยจริงๆ มันกับดู...
“มึงไม่ดูน่ากลัวหรอก มึงดูน่ารักแทนว่ะ”
“บ้าซิครับพี่สอง ผมเป็นผู้ชายนะ จะไปน่ารักได้ไง ต้องหล่อดิ” ว่าพร้อมกับทำท่าที่คิดว่าหล่อมาก “นี่ไงหล่อม่ะ”
“ครับๆ หล่อๆ”
“ชมอย่างเดียวก็ได้มั้ง ไม่ต้องลูบหัว” ไม่อิจฉาครับ “ลูบหัวเป็นหมาเลย”
“พี่สาม!!!”
“แบร่ๆๆๆ”
“พวกพี่เถียงกันอยู่ได้ อยากแดกข้าวแล้วครับ!” เออว่ะ ลืมเลยว่าจะเปิดสเตเดี้ยม
“รู้แล้วครับ อีแนท! ทุกคนน่าจะไปรอที่สเตฯ กันครบหมดแล้ว”
“รู้แล้ว ก็ขยับตีนซิคะ”
“บ่นเก่ง ด่าเก่ง เป็นเมียกูอ่อ!”
“ให้เป็นปะ ถ้าให้กูก็โอ”
“โอพ่อมึงดิ ขนลุกอิด่ก”
“แรงงงงงง”
“หึๆ” พวกผมที่เดินไป ด่ากันไป ไอ้เจ้าเด็กปลายน้ำก็หัวเราะออกมาเบาๆ เรื่อยๆ
“มึงจะขำอะไรนักหนาวะ ไอ้น้ำ พ่อมึงเป็นตลกหรือไง”
“บ้าน่ะพี่ พ่อผมเป็นคนขายน้ำไง แก่แล้วหรอถึงลืม” ว่ากูหน้าซื่อเลยนะครับ เด็กสมัยนี้มันร้ายจริงๆ
“น้อยๆ หน่อย กูแก่กว่ามึงตั้งกี่ปี”
“แล้วกี่ปีอ่ะพี่?”
“มึงอายุเท่าไหร่ตอนนี้”
“ยี่สอง” สัด! กู... แก่ไปเปล่าวะ “สรุปพี่อายุเท่าไหร่อ่ะ”
ยี่หก!” ไอ้สี่! “พี่สามแก่กว่าพวกเราสี่ปี แต่เด็กว่าพี่สองแค่หนึ่งปีอ่ะ”
“ไม่เสนอหน้าก็ไม่มีใครว่านะไอ้สี่ ไปๆ” ผมปัดๆ มือไล่มันไป ก่อนที่ตรงไปยังห้องที่มีป้ายติดไว้ตรงหน้าประตูเป็นอักษรภาษาอังกฤษว่า STADIUM หรือสนามรบของพวกผมในครั้งนี้ คือพวกคุณคงจะจิตนาการกันว่าพวกผมวิ่งไล่กันในออฟฟิตใหญ่ทั่วชั้น
ถ้าคุณคิดแบบนั้น

คุณคิดผิดครับ...!

ผมก็บอกอยู่ว่าออฟฟิตของพวกผมเป็นบ้าน ดังนั้นไอ้การที่พวกผมวิ่งไล่กันนี่ ก็คือการวิ่งขึ้นลงบ้านนั่นแหละครับ เผลอๆ ออกไปนอกสนามด้วยซ้ำ ส่วนไอ้สเตเดี้ยมที่ว่าเนี่ย ถูกสร้างแยกออกมาจากตัวบ้านครับ เป็นแบบอะลิตเติ้ลเฮ้าส์ประมาณนั้น หรือจะเรียกว่าบ้านซุกเมียน้อยก็ได้

บ้า...!
หยอกๆ

“ตื่นเต้นจังพี่ ข้างในมันจะเป็นแบบสนามรบอย่างนี้ปะ” ปลายน้ำที่ถือได้ว่าเป็นน้องใหม่สุดสำหรับพวกผมในตอนนี้  บอกเลยว่า...
“ยิ่งกว่าสนามรบ...”
“หูยยยยย ไขเร็วๆ พี่” ครับ สเตเดี้ยมนี้จะเปิดก็ต่อเมื่อมีการเปิดศึก ซึ่งผู้ทำหน้าที่ดูแลกุญแจนั้นก็คือ นับสองนั่นแหละครับ ก็มันเป็นเจ้าของบริษัทนี่

แกร๊ก...!

“เปิดแล้วๆ” ตื่นเต้นออกหน้าออกตาไปเปล่าวะ “อยากเห็นแล้วโว้ย...!”

แอ๊ด...
.
.
.

ดิ้งดอง...!


“เฮ้ย! ใครมาวะ” มือที่กำลังจะเลื่อนประตูช้าๆ ก็ต้องชะงักลง เปลี่ยนเป็นเสียงของไอ้สองที่หันไปมองตรงหน้าบ้าน เรียกได้ว่ามองกันไปทั้งสิบชีวิต ไม่ซิสิบเอ็ดแล้ว ไม่ซิสิบสองชีวิต เพราะไอ้สี่มันสาระแนมาด้วยเฉย ก็พึ่งนึกออกว่าน้องกูมันโดดเรียนมาเปล่าวะ อ่อ... เปล่าน้องกูมันเรียนถาปัตย์ฯ นี่หวา มึงเรียนถาปัตย์ฯ ยังไงวะ ทำไมชีวิตของมึงดูว่างจัง...

ตอแหลกูแน่...

“มาส่งของครับ...!!!”
“ใครสั่งของออนไลน์มา?” เวรแล้วครับ... ผมจำได้ว่ากฏของที่นี่อย่างหนึ่ง ถ้าของที่สั่งมาไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท จะโดนหักเงินค่าของผ่านเงินเดือนของทุกคน เน้นย้ำครับว่า ทุกคน เพราะว่า ไอ้นับสองมันถือว่าเป็นความรับผิดชอบของทุกคนในบริษัท ที่จะต้องคอยสังเกตและตักเตือนกัน “มึงไปดูดิ”
“ไรอ่ะ ทำไมต้องกู...” ผมหันไปเถียง “ไอ้ปลายน้ำ งานแรกของมึง ไปดูดิ ใครสั่งอะไรมา”
“ครับ...”
“ไม่ต้องไป กูสั่งมึงนะไอ้สาม ไป...!” ดุกูจริง!
“เออๆ มึงไปกับกูด้วยเลย” ผมตอบไปส่งๆ ก่อนที่จะคว้าคอของไอ้เตี้ยข้างๆ ให้เดินไปด้วยกัน
“ทำไมพี่ต้องลากผมมาด้วยเนี่ย...!”
“ก็กูจะได้บอกให้มึงรู้ด้วยไงว่า ห้ามสั่งของออนไลน์หรืออะไรก็ตามที่ไม่เกี่ยวกับบริษัทให้มาส่งที่นี่ ไม่งั้นโดนหักเงินเดือนตามจำนวนสินค้าและค่าจัดส่งเลยนะเว้ย...”
“ขนาดนั้นเลยหรอวะพี่”
“ก็ใช่อ่ะดิ หน้าตากูตอแหลมากอ่อ เห็นกูอย่างนี้ กูก็มีสาระนะครับ เอ้า...! ไปดูดิว่ามันคืออะไร” ผมปล่อยมันพร้อมกับผลักหลังมันเล็กน้อยให้เดินไปตรงรั้ว
“สวัสดีครับ ผมมาส่งของให้คุณ...” ผมที่ยืนมองมันห่างๆ ไม่อยากรับรู้ว่าเป็นของใคร กลัวเหลือเกินว่ามันจะเป็นของ...

“คุณก๊ก จักรวาลนภา..”

ฉิบหาย...
ทำไมเป็นชื่อกูวะ!

“เฮ้ยน้อง... มึงเป็นเด็กใหม่หรอ” ผมที่ได้ยินชื่อตัวเอง แต่ก็ต้องเก๊กฟอร์มทำมาดเข้มเดินไปนิ่งๆ เข้าไปหาเด็กส่งของตรงหน้า
“ครับ” โป๊ะเชะ ไม่รู้ข้อตกลงระหว่างกูกับไปรษณีย์เสียแล้ว
“รุ่นพี่มึงไม่ได้สอนมาหรอ ว่าถ้าเป็นชื่อกูให้โทรมาก่อนตอนที่อยู่หน้าปากซอย”
“บอกครับ และผมก็โทรมาติดต่อกันเกือบสิบกว่าสาย จนคิดว่าเจ้าของเบอร์... น่าจะตายไปแล้ว” สัด!
“ก็ถ้ามึงโทรมา กูก็ต้องรู้แล้วดิ แล้วอีกอย่างกูยังไม่ตาย วิญญาณแบบกูโดนแดดไม่ได้ เดี๋ยวผิวเสีย..”
“ไร้สาระจัง...”
“เงียบปากไปเลยไอ้น้ำ” มันไม่ได้เถียง แต่เบะปากใส่ผมแทน กวนตีนฉิบหายเลย...
หน้าตาก็ออกจะน่ารัก
“ถ้าพี่ไม่เชื่อ ผมโทรก็ได้..” ไอ้เด็กไปรษณีย์หน้าใหม่ มันว่าพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและกดโทรออกเบอร์ล่าสุดที่ปรากฏชัดเจนเด่นหลาเลยว่า เป็นเบอร์กู “ไหนอ่ะพี่ ไม่เห็นดังเลย...”

เออว่ะ...

“นับสามลูก มีคนโทรเข้ามามือถือเราไม่เลิกเลย ป้าไม่กล้ารับเลยปล่อยไป…!” ครับป้า ผมทราบแล้ว ป้าบุญแม่บ้านที่น่ารักของผม...
“ครับป้า...”
“ไอ้นับสาม! มึงสั่งเหี้ยอะไรให้มาส่งที่บริษัท เอามาให้กูดูเดี๋ยวนี้!” ไม่เอาไม่ได้หรอ เอาไงดี...
“พี่นับสอง น้องเขาส่งผิดบ้านพี่!” แบบนี้ได้ไหมวะ ได้ไม่ได้ไม่รู้ กูพูดไปแล้วครับ
“ถ้าผิดบ้านจริงๆ คนนั้นก็เป็นแฝดที่เหี้ยๆ เหมือนมึงแน่ๆ อย่ามาโกหกกูและยอมรับความเป็นจริงซะ” ปฏิเสธอะไรไม่ได้แล้วโว้ยยยย
“เซ็นต์ชื่อด้วยครับพี่ ก๊ก”
“กูชื่อนับสามเว้ย! แม่ง..” ต้องทำใจก้มหน้าเซ็นต์ชื่อไปพร้อมน้ำตา รับรู้ได้ถึงแรงอาฆาตเลยว่า พวกแม่งจะต้องฆ่ากูหมกป่าหลังบริษัทแน่ๆ ก็ของที่ผมสั่งอ่ะ
“ขอบคุณที่ใช้บริการครับพี่ ครั้งหน้ารับโทรศัพท์ด้วยนะครับ..”
“ส้นตีน!”
“ไปแล้วครับ...!!!” ไปไกลๆ ตีนกูเลย
“กูจะไม่ถามว่ามันคืออะไร ต่อให้เป็นของส่วนตัวของมึงก็ตาม แต่ถ้ามันถูกส่งมาที่นี่ กูจะนับว่าเป็นของบริษัท ราคาเท่าไหร่” ได้แต่เดินหน้าเซ็งแบกของในมือมายืนอยู่ตรงหน้าคนที่เป็นทั้งเจ้าของและพี่ชายอย่างช่วยไม่ได้ “อย่ามาทำหน้าไม่พอใจนะ กูถามว่าเท่าไหร่”
“รีบๆ ตอบกูจะได้ทำใจทัน” ไอ้ฝรั่ง! ไอ้เหี้ย อย่าเร่งกู
“มันคือ กล้องฟิลม์เลนส์มือหมุน ราคาห้าพันแปดร้อยสามสิบบาทครับ” ไม่ต้องอ่านก็ได้ไอ้เหี้ยน้ำ! ราคาแบบนี้ กูแม่งเละสถานเดียวแล้วครับ
“ไอ้เหี้ยยยยยยย เงินเดินกูเดือนนี้! โดนหักตั้งเกือบหกพัน! อีเพื่อนเหี้ย! เพื่อนเวร! #@*&hiY7” อีแนทที่นำทีมรุมด่าผมมา บอกเลย

ยับครับ
.
.
.
“กูขอโทษ... ครับ”
“ไอ้สอง... ครั้งนี้ราคามันสูงไปอ่ะ กูว่าเราหารม่ะ แบบนี้น่าจะดีกว่านะ สิบเอ็ดคนไม่นับรวมป้าบุณและไอ้สี่ก็ตกคนละ ห้าร้อยสามสิบเองนะเว้ย” คือการจ่ายในทุกครั้งไม่ใช่แค่พวกลูกน้องอย่างพวกผม แต่ไอ้สองก็นับตัวเองไปด้วย รวมถึงเด็กฝึกงานอย่างที่ผมบอก
“เฮ้อ...” ผมไม่เคยเห็นไอ้สองมันหายใจแรงขนาดนี้ “มันไม่ใช่ครั้งแรกนะสาม นี่มันครั้งที่สี่ห้าแล้วด้วยซ้ำ ทำไมมึงยังพลาดอยู่อีก มึงไม่ห่วงตัวเอง ก็ห่วงคนอื่นที่เขาไม่สะดวกเท่าเราด้วยนะ กูจะถือว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย ถ้ามีใครทำพลาดอีก คราวนี้พี่จะไม่จ่ายเงินเดือนเดือนนั้นให้เลย แต่ครั้งนี้ พี่เห็นด้วยที่ว่าเราควรจะหารจ่ายในครั้งนี้ก็ดี แต่กูไม่คิดว่ามันจำเป็นที่จะต้องให้คนอื่นๆ ต้องมาเสียเงินเยอะขนาดนี้ เอาเป็นว่า การแข่งสเตเดี้ยมวันนี้ กูถือว่ามึงแพ้ไป มึงต้องเอาเงินจำนวนห้าพันแปดร้อยสามสิบบาทไปเลี้ยงข้าวคนทั้งบริษัท ห้ามปฏิเสธด้วย”

โธ่...
ชีวิตของก๊ก แม่ตั้งชื่อให้พลาดมาก
ไม่เห็นกูจะมีความเจ้าเล่ห์ร้ายกาจเลยเว้ย
มีแต่ความผิดพลาดและความโง่เขา
.
.
.
“วันนี้ไม่มีกิจกรรมสเตเดี้ยมแล้วนะครับทุกคน แต่ถึงยังไงวันนี้ผมนับว่าความผิดพลาดของสามเป็นความผิด ดังนั้น พี่จะให้มันพาพวกเราทุกคนไปเลี้ยงชาบู..!!!”
“เย้...!!!”
“ชาบูๆๆๆ” โห่ร้องดีใจกันใหญ่ กูเนี่ยร้องไห้แล้วมึง

เหี้ย...
ดีใจกันใหญ่เลยนะพวกมึง
กูพึ่งจะหมดเงินไปกับกล้องเองนะเว้ย...
“ถือเสียว่าเลี้ยงน้องหน่อยนะ...!”
.
.
.
น้องพ่อมึงดิ
ชีวิตบัดซบของนายก๊ก จักรวาลนภา
จบลงแล้วที่ร้านชาบู...
ชาตะ... วันนี้

.
.
.
.
.

#นับรักกับนับสาม

*TALK*
มาต่อตอนที่สองแล้วววว
ฝากพี่นับสามกับน้องปลายน้ำด้วยนะคะ


ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 202
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
 :pig4:
 :3123:
รออ่านต่อคร่าาา

ออฟไลน์ สีหราช

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 411
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-0

ออฟไลน์ ภูดลธารา

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 5
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ตอนที่ 2 ผู้ช่วยขายน้ำ

วิญญาณหลุดและล่องลอย

คงไม่เท่ากับเงินในกระเป๋าตังค์กูลอยแน่นอน...

อ่ะ ชาเย็นหวานมันอร่อยๆ สำหรับคนกระเป๋าตังน้อยๆ ที่ลอยไปแล้ว...
“อยากแดกตีนกูก่อน ไปขายของมั้ย” ครับ เซ็งครับ โชคดีแค่ไหนที่บริษัทยังมีมาม่ามาให้กูได้แดก
“อย่างน้อยก็น่าจะอร่อยกว่ามาม่าตรงหน้าของพี่แหละนะ” นี่พึ่งรู้จักกันได้ไม่กี่วัน ทำไมนิสัยมันออกไวจังวะ “ดูซิ กินมาตั้งแต่เช้า ผมจะร่วงหมดหัวแล้วเนี่ย ยังไม่ทันถึงครึ่งวันเลย”
สันดานนนน
“พูดไรเกรงใจกูหน่อย.. กูโตกว่ามึงหลายปีนะ” บางอย่างเล่นได้ แต่บางอย่างก็ไม่น่าเล่นครับ ต้องดุหน่อย
“ขอโทษครับ...” มันก้มหน้าสำนึกผิด ผมเห็นแบบนั้น จึงรีบหาหัวข้อมาเปลี่ยนทันที กลัวบรรยากาศมันจะแย่เกินไป
“แล้วสรุปไอ้สองมันสรุปเรื่องการฝึกงานกับมึงยังไง”
“ก็จะให้ผมเข้ามาลงชื่อทุกเช้าของวันจันทร์ถึงวันศุกร์ พร้อมกับเนสเย็นเข้มๆ หนึ่งแก้ว ส่วนเรื่องของงานถ้าวันไหนพี่เขาต้องการตัวจริงๆ ก็จะเรียกผมให้หยุดขายน้ำหนึ่งวันหรือสองสามวันก็แล้วแต่พี่เขา ซึ่งวันนั้นพี่เขาก็จะให้ค่าแรงพิเศษด้วย..” ดีจังวะ
“งั้นหรอ แล้วไงอีก”
“แล้วก็ในแต่ละเดือนผมก็จะได้เงินเดือนแบบลูกจ้างชั่วคราว คือเดือนละหมื่นห้าตามมาตราฐานของประเทศ แต่ก็อาจจะมีค่าโอที ค่าเบ็ดเตล็ดต่างๆ มาอีก รวมๆ อาจจะได้เดือนละเกือบๆ สองหมื่นห้าถึงสามหมื่นเลยนะพี่!”
“ดีแล้วๆ” ผมรู้แหละว่าที่มันได้เยอะขนาดนี้ ส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะว่า ไอ้สองมันก็อยากช่วยน้องมันแบ่งเบาภาระค่ารักษาของลุงยศแก่เหมือนกัน
“เออ... แล้วลุงยศตอนนี้แก่เป็นไงบ้างล่ะ”
“ก็ยังต้องดูอาการอยู่เรื่อยๆ แหละครับ” มันพูดมายิ้มๆ “พี่อยากไปเยี่ยมแกเปล่า”
“ไม่อ่ะ กูไม่ชอบเข้าโรง’บาล...” ไม่ใช่แค่ไม่ชอบ เรียกได้ว่าเกลียดเลยดีกว่า...
“อ่อครับ ถ้างั้นผมขอตัวไปขายน้ำก่อนนะ นี่ก็ใกล้จะถึงเวลาที่ลูกค้าประจำของผมจะมาแล้ว ไปก่อนนะครับ...”
“เดี๋ยว...!” ผมเรียกน้ำไว้ก่อน “เดี๋ยววันนี้กูไปเป็นผู้ช่วยมึงเอง ช่วงนี้สมองกูคิดอะไรไม่ค่อยออก กูไลน์ไปบอกไอ้สองก่อนแล้วกัน”
.
.
.
“กูไปหาไอเดียข้างนอกนะ เย็นๆ คงกลับ”
[เออ.. อย่ากลับดึกมากล่ะ]
“รู้แล้ว เจอกัน”
.
.
.
“เรียบร้อย ไปกัน!” ผมว่าจบก็เก็บกระเป๋าและโทรศัพท์มือถือลงกระเป๋ากางเกง พร้อมกับแก้วชาในมือ เดินนำหน้าไอ้ปลายน้ำลงบันไดไปชั้นล่าง เพื่อตรงไปยังรถขายน้ำของไอ้น้ำ “กุญแจมา กูขับให้”
“แน่ใจนะว่าจะไม่หลง”
“ไม่หลง ถ้ามึงบอกกูดีๆ อ่ะ” ผมพูดๆ ไป “เร็ว เอากุญแจมา”
“ครับๆ” ไอ้น้ำว่าพร้อมกับหยิบกุญแจออกมาจากกระเป๋าของเสื้อคลุมกันเปลื้อน “นี่ครับ”
“เยี่ยม...” ผมรับกุญแจมาพร้อมกับขึ้นคร่อมบนรถมอไซค์ตรงหน้า ที่ก็ไม่คุ้นเท่าไหร่ แต่ก็พอขับได้อยู่แหละ “ขึ้นมาครับ พ่อค้า เดี๋ยววันนี้กระผมจะเป็นคนขี่รถให้เองนะครับ”
“คนขับหน้าตาดีไปเปล่าวะพี่ แบบนี้ร้านผมสาวๆ จะไม่มาถล่มกันพอดีหรอ”
“ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีไม่ใช่หรือไง ปะเร็ว! เดี๋ยวลูกค้ารอ เขาจะหมดศัทธาในความตรงต่อเวลาของเรา” ผมที่ว่าพร้อมกับจับแฮนด์มอไซค์สองข้าง ก่อนที่จะค่อยๆ บิดออกไปเมื่อคนที่ยืนอยู่ก่อนหน้านี้เดินขึ้นมานั่งตรงเบาะหลังแล้ว
“เดี๋ยวขับตรงไปที่ ซอยชบาหอม 72/1 ที่แรกก่อนเลยนะพี่” ผมพยักหน้ารับตามสั่งของน้ำ วันนี้ผมขอทำหน้าที่คนขับให้อย่างเต็มที่ เผื่อไอเดียจะพัดผ่านลมมากระทบเข้าหัว
“มึงๆ ขอน้ำกูหน่อย”
“แล้วพี่จะดื่มไงอ่ะ”
“ยื่นหลอดมาป้อนกูซิ” แค่นี้ก็ต้องให้บอก
“ครับๆ” ผมที่ตาก็มองไปที่ถนนข้างหน้า มือก็บิด ปากและลิ้นก็พยายามต่อการหาหลอดให้เข้าปากจนสำเร็จ


อ่า....! ชื่นใจ


“พอยังพี่ เดี๋ยวเลยซอยหรอก” ผมที่มัวแต่ดื่ม ก็เกือบจะเลยอย่างที่ปลายน้ำมันบอกนั่นแหละ “ด้านหน้านี่เลยพี่ ขับเข้าไปประมาณร้อยเมตรและเลี้ยวซ้ายเข้าไปจอดตรงกระถางต้นไม้อันนั้นอ่ะพี่” ผมบิดมอไซค์ไปตามเส้นทางที่น้ำบอก ก็ทำงานอยู่แถวนี้มาได้สองสามปี แต่บอกเลยว่าอาชีพแบบผมแทบจะไม่ได้เขยิบหน้าออกจากหน้าจอสักเท่าไหร่ วันนี้ได้มีโอกาสมานั่งสังเกตบ้านเรือนแถวนี้ก็น่าอภิรมย์ดีเช่นกัน ความหลากหลายของบ้านที่ถูกสร้างรวมกันในหนึ่งซอย มีหลากหลายทรงให้น่าดู ก็มีตั้งแต่ทรงแบบบ้านที่มีการก่ออิฐถือปูนส่วนล่างและด้านบนเป็นไม้ ทรงบ้านแบบประมาณสิบยี่สิบกว่าปีที่แล้ว จนมาถึงบ้านที่เน้นไปในรูปทรงเลขาคณิตซะส่วนใหญ่ แบบที่เขาเรียกว่าแบบโมเดิลที่เรียกได้ว่า โทนนิยมของบ้านทรงนี้คงจะเป็นสีเทาตะกั่วก็ว่าได้
“ถึงแล้วครับ...” ผมจอดและดับมอไซค์ลงตรงกระถามต้นไม้ขนาดกลาง ดูแล้วน่าจะเป็นต้นแก้ว ที่มีดอกขึ้นเต็มต้น สีขาวสวยงามตา ส่วนข้างๆ ก็มีกระถางดอกเข็มและดอกเฟื้องฟ้าตั้งเรียงรายกันอยู่ตรงนั้น
“มาแล้วหรอสุดหล่อ...!” ผมที่เงยหน้าทันทีที่ คำว่า ‘หล่อ’ ปรากฏขึ้น ไม่ใช่ว่าหลงตัวเองนะครับ แต่มันเรื่องจริงทั้งนั้น ไม่ต้องรอให้ใครชมเราว่าหล่อ ถ้าเรามั่นใจว่าเราหล่อ เราก็จะหล่อเองแหละครับ หึ
“เอ๊ะ วันนี้ไม่ได้ขับมาเองหรอ แล้วนั่นใครนั่งมาด้วย”
“พี่ที่ฝึกงานของผมเองครับ นี่พี่นับสามครับ” ผมที่รอให้น้องเรียก เพราะไม่อยากเสนอหน้าเกินไป กลัวว่าจะดึงดูดความหล่อมาจากน้องมันหมด
“สวัสดีครับ คุณพี่...” ผมที่หันไปยกมือไหว้และยิ้มให้กับป้าๆ ดีกว่า แต่เฟริส์อิมเพสชั่นนั้น เราก็ต้องสร้างความประทับใจก่อนเป็นอย่างแรก
“อุ๊ยตาย เรียกแบบนี้ รู้ใจคนสวยอย่างพี่จริงๆ ฮ่าๆ” ผมที่หัวเราะไปกับคนป้าตรงหน้า ส่วนคนข้างผม ก็รู้หน้าที่ของตนเอง หยิบจับถ้วยกับช้อนสำหรับชงอย่างคล่องแคล่ว
“ก็เพราะคุณพี่โดนเด่นแบบนี้ไงครับ ฮิๆ” ผมที่ชวนแกคุยเล่นไปพราง ก็มองคนข้างๆ ไปพราง
“วันนี้เอาเหมือนเดิมนะครับ”
“เหมือนเดิมจ้ะน้องปลาย...”
“จัดไปครับ ชามะนาว น้ำตาลหนึ่งช้อน น้ำแข็งครึ่งแก้ว”
“ถูกต้องจ้า” จำได้ไงวะ ผมที่มองคนข้างๆ เปิดฝาน้ำตาลและตักน้ำตาลขึ้นมาหนึ่งช้อน ก่อนที่จะเทชาดำที่อยู่ในถ้วยรองที่มีถุงกรองชาอยู่ข้างในเทลงไปในแก้วชงที่มีน้ำตาลอยู่แล้วตรงก้นแก้ว เจ้าตัวทำการเทชาลงไปพอถึงครึ่งแก้วก็หยุดและนำไปวางที่เดิม ก่อนที่จะเลื่อนมือไปหยิบมะนาวแป้นขึ้นมาลูกนึงและหันผ่าครึ่ง พร้อมกับบีบลงไปบนด้านทู่ของมีดเพื่อเป็นการทำให้น้ำมะนาวออกมามากขึ้น พอบีบจนคิดว่าหมดแล้ว จึงน้ำไปเทรวมกับแก้วชาดำก่อนหน้านี้และคนจนเข้ากัน
“น้ำแข็งครึ่งแก้วครับ...” โคตรเก่งเลยว่ะ “พี่สาม ขอน้ำแข็งครึ่งแก้วครับ...!”
“ห๊ะ!” เพราะมัวแต่ชื่นชมคนตรงหน้า จนไม่ได้ยินเสียงเรียก “ทำไรนะ”
ผมบอกว่า ขอ น้ำ แข็ง ครึ่ง แก้ว ครับ
“อ่อ... แป็บนะครับ” ผมที่หมุนหัว เหวี่ยงมือไปทั่วทุกทิศ แก้วอยู่ไหนวะ
“เฮ้อ... รอแป็ปนะครับ ผู้ช่วยมาใหม่ยังไม่ค่อยรู้งาน” เชี่ยยยยย “อยู่บนหัวพี่อ่ะ หัดเงยหน้าขึ้นมามองบ้างนะครับ” ผมที่มองไปตามนิ้วมือของคนข้างๆ ก็เลยได้เห็นว่า มันอยู่ตรงหัวผมพอดีเป๊ะ ผมจึงไม่รอช้ารีบหยิบออกมาจากถุง และเปิดฝาถังน้ำแข็งตรงหน้าพร้อมกับตักน้ำแข็งใส่ลงไปครึ่งแก้ว และส่งยื่นไปให้คนข้างๆ เมื่อเจ้าตัวได้รับเรียบร้อย ก็ทำการเทชามะนาวลงไปในแก้วและปิดฝาใส่หลอดลงไป เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
“ทั้งหมดยี่สิบห้าบาทครับ”
“จ่ายเหมือนเดิมนะ...” จ่ายเหมือนเดิม นี่จ่ายเงินสดรึเปล่าวะ
“เชิญสแกนเลยครับ” โห้... ไฮเทคโนโลยีกว่ากูอีกครับ คุณพี่...!
“เรียบร้อยจ้า ยี่สิบห้าบาท ไม่ขาด ไม่เกิน ไม่ต้องทอนเนอะ”
“ครับ....!” คนข้างๆ ผมที่ขานรับ พร้อมกับส่งยิ้มไปให้คุณพี่อย่างอบอุ่น มันอบอุ่นจริงๆ นะครับ ผมไม่โกหก “แล้วก็เรา พ่อหนุ่มลูกมือ ครั้งนี้พี่ไม่โกรธเพราะเราชมพี่ แต่ครั้งหน้าพี่งอนนะ ถ้าทำช้า ไปฝึกฝีมือให้ทันเจ้าปลายเขาล่ะ คนนี้เนี่ยมือหนึ่งด้านการชงไม่ต่างกับลุงยศเลยนะ จริงไหม”
“จริงครับ ก็พ่อลูกกันก็ต้องหล่อและเก่งเหมือนกันซิครับ ฮ่าๆ”
“โอเคๆ ไม่ชวนคุยแล้ว เดี๋ยวลูกค้าคนอื่นๆ จะรอนะ”
“ครับผม..”
“สวัสดีและก็ต้องขอโทษที่ทำให้เสียเวลาด้วยนะครับคุณพี่...”
“จ้า...! ไว้ถ้าเราว่างเมื่อไหร่ก็เจอกันได้อีกนะ”
“ครับผม”
“เออ! คุณน้าครับ ช่วงสองสามเดือนนี้ ผมอาจจะไม่ได้มาประจำแล้วนะครับ เพราะจะต้องฝึกงาน แต่ถ้าวันไหนว่างจริงๆ จะมาขายนะครับ อย่าพึ่งทิ้งผมน้า...”
“ไม่ทิ้งหรอก รสชาติถูกปากแบบนี้มันหายาก ราคาถูกและดีแบบนี้มันต้องรักษาไว้อยู่แล้วจ้า”
“ขอบคุณนะครับ”

ใช่...
รอยยิ้มของคนขายก็น่ารักษาไว้เช่นกัน
ถ้าเลือกได้
ผมก็คงอยากรักษารอยยิ้มนี้ไว้
ไม่ให้ใครได้เชยชม
.
.
.
“เฮ้อ... เมื่อยฉิบ!”
“สว.ก็อย่างนี่แหละ”
“ปากร้ายจังนะพ่อคุณ...” ผมหันไปมองเด็กหนุ่มข้างๆ ที่เก็บนู่นนี่ให้เข้าที่ “เดี๋ยวจะโดนตบจูบ...”
“ยี๋... ไม่ยอมหรอก”
“ถึงมึงไม่ยอม กูก็ไม่เอาหรอกครับ” ผมหัวเราะส่ายหัวเบาๆ
“พี่สาม...”
“ว่า...”
“ขอบคุณนะครับ ที่มาช่วยผมขายวันนี้...” ผมเงียบฟังแต่เหลือบตาน้อยๆ ของตัวเองมองคนข้างๆ “มันไม่ได้มีความสุขแบบนี้มานานมากแล้ว ตั้งแต่ผมต้องกลับมาเรียนอีกครั้ง


แปะ!


“ถ้ามึงมีความสุขแบบนี้ ไว้กูว่างอีกที กูมาช่วยมึงขายแน่นอน... เจอกันวันแรกของการฝึกงานนะ” ผมเอามือลูบหัวของคนข้างๆ โดยไม่รู้ว่าทำไมต้องทำแบบนี้ แต่ถ้ามันพอจะช่วยให้คนข้างๆ ไม่ทิ้งรอยยิ้มบนใบหน้าไปได้
ผมก็ยินดี...
“ครับ ยังไงก็เจอกันเรื่อยๆ อยู่แล้ว เพราะผมต้องมาส่งส่วยให้กับพี่สองอยู่แล้ว”
“แล้วพี่อ่ะ”
“แลกกับอะไรอ่ะ” เจ้าเด็กนี่...
“แลกกับ...” ผมหยุดคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะพูดสิ่งที่คิดออกมาได้ “การที่มึงต้องสอนกูชงชา โอเคม่ะ”
“ไม่เห็นจะโอเลย...” เจ้าน้ำเบะปากเล็กน้อย “ผมมีแต่เสียกับเสียนะ ต้องชงชาให้พี่และต้องมาสอนพี่ชงอีก ไม่เห็นจะแฟร์เลย”
“อ่ะๆ แลกกับอะไรกูยังไม่บอกแล้วกัน ไว้ตอนมึงฝึกงานเสร็จเมื่อไหร่ นั่นแหละคือของที่กูจะให้มึง”
“อะไรอ่า... ไม่เห็นจะเคลียร์เลย”
“เอาเหอะๆ”
.
.
.


Rrrrrr


“มีสายเข้ามาอ่ะพี่”
“รู้แล้ว แต่กูยังไม่อยากรับ”
“ทำไมอ่ะ”
“ไม่ยุ่งเรื่องผู้ใหญ่นะหนู”
“ไรวะ”
“กลับบ้านได้แล้วเราน่ะ ดึกๆ มันไม่ดีเข้าใจเปล่า”
“เข้าใจครับ ผมโตพอแล้วนะ”
“เออๆ คนเก่งๆ กูไปล่ะ วันนี้แม่เรียกรวมพล เจอกันพรุ่งนี้”
“ครับผม” ผมว่าพร้อมกับก้าวขาลงจากมอไซค์ของปลายน้ำ ก่อนที่จะเดินหันหลังและโบกมือให้เล็กน้อย เดินตรงไปยังประตูรั้วสีดำของบริษัท เปิดประตูและก้าวขาเข้าไป ไม่นานก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์มอไซค์ขี่ออกไป
“มาช้าสัด” เข้ามาถึงก็โดนบ่นเลย
“ไม่บ่นกูสักวัน มึงจะตายม่ะ”
“ตายครับ ไปเร็ว พ่อกับแม่แล้วก็ไอ้สี่อยู่บ้านกันหมดแล้ว” ไอ้สองมันว่าก่อนที่จะเดินไปปิดไฟทุกอย่างของออฟฟิต ส่วนผมก็เดินไปยังรถบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์สามรุ่นหนึ่งสีน้ำตาลบอร์นที่จอดไว้อยู่ที่โรงจอดรถของออฟฟิต คือก็เรียกได้ว่าเป็นรถมือสองที่ผมเก็บเงินไปถอยมาสะสมไว้ขับเล่นๆ แทนรถที่ใช้จริงๆ ที่จอดนิ่งอยู่บ้าน
“ทำไมอยู่ๆ วันนี้เรียกรวมพลวะ” ผมถามขึ้นขณะที่ไอ้สองก็เอนตัวลงนอนราบไปกับพนักพิง “มีแผนจะไปเที่ยวไหนกันอีกล่ะ”
“ฮึ ไม่มีหรอก วันนี้พ่อกับแม่แค่อยากกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาบ้าง ก็เท่านั้น”
“งั้นหรอ...” อยู่ๆ ผมก็เกิดความรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาให้ความรู้สึก
นั่นซินะ ตั้งแต่พวกเราเริ่มโตมาจนมีงานมีการทำกันแล้ว การจะเดินทางกลับบ้านในแต่ละครั้งดูจะยากเย็นเหลือเกิน เพราะปกติถ้าไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องกลับพวกเราก็เรียกได้ว่า แทบจะไม่กลับกันเลยก็ว่าได้ อย่างผม ไม่กลับเพราะเอาเวลาไปเที่ยวกับแฟน ส่วนไอ้สองก็เอาเวลาไปเที่ยวกับเพื่อนๆ แก็งค์ของมัน ทางด้านไอ้สี่ ที่ต้องกลับบ้านเป็นประจำอยู่แล้ว บางทีมันก็เลือกมาเที่ยวเล่นอยู่ที่ออฟฟิตของพวกผมอย่างที่เห็น


เพียงเพราะว่า...
พวกเราอาจจะกำลังเบื่อที่พ่อแม่ชอบบ่น


“เออ แล้วพ่อแม่ทำกับข้าวไว้ปะ”
“ทำแล้ว...”
“งั้นเดี๋ยวขอแวะซื้อขนมไปฝากพ่อแม่ด้วยนะ”
“ตามใจ...” เมื่อได้รับคำอนุญาตจากผู้เป็นพี่ ผมจึงขับรถไปเรื่อยๆ ระหว่างทางเท่าที่ผมจำได้ เหมือนจะมีร้านไก่ทอดชื่อดังมาเปิดได้สองสามปีแล้ว แถมมีเป็นแบบไดร์ฟทรูด้วย ผมจึงไม่รอช้าตบไฟเลี้ยวขอทางแล้วเข้าวนไปยังจุดสั่งอาหารทันที พอจอดเรียบร้อยก็จัดการสั่งเสร็จสรรพ แล้วทำการเคลื่อนรถไปยังจุดถัดไป คือ จุดรับอาหาร เพียงไม่ถึงห้านาทีของที่สั่งก็ถูกนำมาส่งโดยพนักงานของร้าน

เรียบร้อย ออกรถเดินทางกลับบ้านต่อ
.
.
.
“ไอ้สอง ถึงบ้านแล้วเว่ย” ผมที่พูดเสียงดังเรียกคนที่หลับเป็นตายตั้งแต่ประโยคสุดท้ายที่เราคุยกัน ผมปล่อยมันนอนนิ่งอยู่สักพัก เดี๋ยวมันก็ลุกตื่นและลงจากรถเอง
ส่วนผมที่ดับเครื่องยนต์เรียบร้อยก็หันไปเบาะหลังเพื่อเอื้อมเอาขนมที่พึ่งแวะซื้อมา ยังอุ่นๆ อยู่ จับส่วนหูหิ้วและหยิบลงมาจากรถ ก่อนที่เราสองคนจะพากันเดินตรงไปที่ประตูเล็กของรั้วบ้านจัดสรรที่พวกเราคุ้นเคย ก่อนที่ขาทั้งสองจะก้าวต่อไปยังประตูเข้าบ้าน และภาพที่ปรากฏตรงหน้าเมื่อหันเข้าไปที่ห้องรับแขก...


“พ่อหวัดดี แม่หวัดดีครับ” ภาพรอยยิ้มที่ยังคงน่าคิดถึงเสมอ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เจอกันมาพักใหญ่ๆ
“อื้ม... ปะกินข้าวกัน พ่อหิวแล้ว” เมื่อเสาหลักของบ้านเอ่ยออกมาเช่นนั้น ก็คงไม่ต้องรอให้กระเพาะร้องก่อกวนให้เสียเวลา พวกเราจึงรีบพาร่างกายของทุกคนไปยังโต๊ะอาหารของบ้าน
โฮ่ง...!” เสียงเล็กที่ร้องทักทายมาจากข้างหลัง ก็ทำให้ตัวของเขาเกือบลืมว่าบ้านนี้มี หมาด้วย
“คอตตัน! เกาพุงยังงงงงง” ก้อนกลมๆ ขาวๆ ที่เห็นกี่ครั้งก็อดไม่ได้ที่จะต้องเรียกมาเกาพุง ไม่สนแล้วข้าวที่กำลังจะกิน ขอต่อสู้กับหมาตัวอ้วนตรงหน้าก่อน
“แฮ่กๆ โฮ่งๆ”
“เถียงพี่หรอ! มานี่เลยยยย” จับเจ้าตัวแสบอุ้มขึ้นมาแล้วเหวี่ยงไปมาอย่างสนุกสนาน ก่อนที่พี่น้องจะพากันไปนั่งลงตรงโต๊ะกินข้าว โดยเจ้าตัวแสบก็เดินอ้วนๆ ไปนั่งลงที่ประจำข้างพ่อ พร้อมกับเขี่ยๆ ขอกินข้าวด้วยครับพ่อ
“หูย... ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใครทำ”
“ไม่ใช่แม่ชัวร์ ฮ่าๆ”
“แซ็วแม่หรอ สอง! เดี๋ยวตัดออกจากกองมรดกเลย”
“สองล้อเล่นนะแม่...” สองว่าพร้อมกับเอาหัวไปพิงบนไหล่เล็กแต่อวบหนาของแม่ อยากจะถ่ายรูปนี้ไปติดกลางออฟฟิตจริงๆ เลย ลูกน้องมันจะได้เห็นมุมน่ารักของเจ้านายสักที
“อื้ม แล้วนี่บริษัทเป็นไงบ้าง ดีอยู่ใช่ไหม” พ่อที่มัวแต่ป้อนข้าวไอ้เจ้าคอตตัน พอได้จังหวะเลยถามขึ้นมาบ้าง
“ก็ดีนะ แต่สองว่า ไม่เดือนนี้ เดือนหน้าก็ว่าจะไล่พนักงานออกสักหนึ่งคน...” เหมือนตาจะกระตุกอยู่เบาๆ
“ใครล่ะ”
“ชื่อ นายก๊ก จักรวาลนภา พนักงานห่วยแตกทุกปี” นั่นไง กูว่าแล้ว!
“มีปัญหามากไหมครับ คุณอัศวิน จักรวาลนภา”
“มีซิครับ นี่พ่อ ผมไม่อยากจะฟ้องเท่าไหร่ แต่ก็คันปากอยากจะพูดเต็มทน”
“ว่ามา..”
“ไอ้สอง...!!!”
“เงียบไปเลยนะสาม พ่อจะฟังสองมันเล่า” พ่ออ่ะ...
“เล่ามาเร็วๆ เลยพี่สอง ผมอยากรู้ด้วยๆ”
“ไอ้สุริยะ ไม่เอา ไม่เผือกนะ อยากให้กูต้องพูดบ้าง” ผมว่าพร้อมกับชี้หน้าไปที่ไอ้สี่ อย่างคาดโทษ ความลับมึงเยอะ อย่าให้กูต้องแถ
“พ่อบอกให้เงียบไง”
“ครับ / ครับ...”
“ไอ้สามมันไปเต๊าะเด็กขายน้ำมาพ่อ...”
“ใช่ที่ไหน!”
“เล่าต่อ...”
“น้องคนนั้นชื่อ ปลายน้ำ เป็นลูกชายคนเดียวของลุงยศที่ขี่รถมาขายน้ำชงเป็นเจ้าประจำที่พวกผมมักจะอุดหนุน แต่ตอนนี้ลุงแกเข้าโรง’บาลอยู่ เพราะโดนวัยรุ่นมันขับรถมาเฉี่ยวแกเข้า แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นนะพ่อ เพราะประเด็นมันอยู่ตรงนี้ ตรงที่ไอ้สามมันโดดงานไปช่วยเด็กขายน้ำ หวังให้เด็กรักเด็กหลง หึ ร้ายกาจตัวพ่ออ่ะมึง!”

ร้ายกาจบ้านมึงดิ!
เดี๋ยวนะ...

“แล้วมึงรู้ได้ไงวะ ว่ากูไปช่วยไอ้น้ำมันขาย กูบอกกับมึงแค่ว่า กูออกไปหาไอเดียข้างนอกเฉยๆ”
“ควายยยย รู้จักไหมครับ ทวิตเตอร์อ่ะ แอฟพลิเคชันนกร้อง ที่บังเอิญว่าน่าจะเป็นพวกสามออฟฟิต เขาแอบถ่ายมึงไปลงในนี้เต็มไปหมดจนเกิดเป็นกระแสแฮชแท็กทวิตเตอร์ว่า...”
“ว่าไรวะ”
“#บาริสต้าหน้าหล่อ #บาริสต้าหล่อบอกต่อด้วย #คนหล่อขายน้ำ #คน...” ผมที่นั่งฟังแท็กต่างๆ ที่ไอ้สองพูดมา ก่อนจะมาสะดุดชื่อแท็กอันนึง ที่ผมคิดว่ามันดูจะแปลกๆ ไปนิดนะ “อันนี้ๆ น่าสนว่ะ”
“ชื่อไรอีกอ่ะ”


#เขยลุงยศคนชงชา


เหี้ย...
พ่อตาที่นอนอยู่โรง’บาล ถ้ารู้นะ
หัวใจวายตายกันพอดี

“ไร้สาระน่า... น้ำหน้าอย่างกูไม่เอาสะใภ้เป็นคนขายชาหรอก ระดับกูนะ ต้องสวย สูง มีความมั่นใจแบบเวิร์คกิ้งวูแมน อะไรแบบนั้น เด็กขายชง ขายชาอะไร บ้า...”
“พูดเข้าไปแบบนี้ ระวังเถอะเจ้าสาม ระวังจะกลืนน้ำลายตัวเองเข้าสักวัน”
“ไม่มีวันนั้นหรอกแม่ รอดูได้เลยครับ คุณทรงสมัย คุณอมตะ”
“แล้วพ่อ แม่ นับหนึ่ง นับสองและนับสี่จะรอดูนะครับ คุณนับสาม”


รอไปเถอะ...
ไม่มีวันนั้นหรอกบอกเลย
เด็กที่เริ่มจะกวนประสาทขึ้นทุกวันแบบนั้น
ไม่มีทางหรอก
ที่ นายนับสาม ก๊ก จักรวาลนภา คนนี้จะชอบไปได้หรอก...

.
.
.
.
.
#นับรักกับนับสาม



*TALK*
แล้วอย่าเห็นนะว่าไปนั่งเต๊าะเด็กขายน้ำอยู่... หึๆ
มาต่อแล้วค่ะ ฝากติดตามต่อด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ


ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 202
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด