เสน่ห์จันทร์ลมพระพาย บทพิเศษ คืนเพ็ญ เดือนสิบสอง [หน้าที่ ๑๖ /๑๘ มีนาคม ๒๕๖๒]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: เสน่ห์จันทร์ลมพระพาย บทพิเศษ คืนเพ็ญ เดือนสิบสอง [หน้าที่ ๑๖ /๑๘ มีนาคม ๒๕๖๒]  (อ่าน 27790 ครั้ง)

ออฟไลน์ nutty2554

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 210
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-0
แอบกังวลทางยุวเรศ เพราะคนที่ชื่อวิ ยังไม่มา
และจากตอนก่อน เครือนี้ไม่ได้มีจิตใจเช่นคุณบรรพต
หวังว่าทุกอย่างจะราบรื่นค่ะ

ออฟไลน์ ป้าแก่

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 26
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0

ออฟไลน์ wutwit

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 211
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-2

ออฟไลน์ aiyuki

  • รักแท้ไม่แบ่งแม้เพศพันธุ์
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3424
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +133/-6
ญาติแบบเอมอร ไม่น่าจะต้องปรานีนะ ร้ายกาจขนาดยอมทำงานพังพื่อแหกหน้าคุณจันทร์เนี่ย ถถถถ

ออฟไลน์ Gokusan

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 745
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +267/-1
คุณจันทร์~~~ ร้ายกาจเหลือเกินนนน
ไม่ใช่แค่กำจัดยุวเรศที่ทำให้เจ็บช้ำกันมาตลอด แต่ใช้กำราบสกุลรองอื่นๆ ไปด้วย
ก็นะ...คิดจะลองของก็เชิญเลยจ้า หึหึ

ได้เห็นหลายคนสะอึกแล้วก็...สบายใจ~~~ 555

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3028
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +48/-0

ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1519
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-3
อู๊ยยยยย

ความคม

ความบาดลึก

ความยืมมีด

แล้วยื่นมีดแทงเจ้าของมีด

ทั้งกดทั้งดันภายใต้รอยยิ้มเทวดา

ทุกคนคะพวกคุณต้องไปทำบุญค่ะ

คุณจันทร์ออกจะแสนดีผีเทวดาขนาดนี้

อย่าได้คิดว่าคุณจันทร์ร้ายกาจนะคะ

บาปค่ะบาป เราต้องทำบุญล้างบาปกันแล้วค่ะ

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0

ออฟไลน์ LadySaiKim

  • ▫▪□Dezine'Kim□▪▫
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1740
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-0
พี่พระพายคนดีที่หนึ่งเลยยยยยยยยยยยยยยยยยย :impress2: :impress2: :impress2:

ออฟไลน์ ryokijung

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 84
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-1
นี่คือผีร้ายเป็นผีร้ายที่หลอกหลอนญาติๆจริงๆ​ ผีร้ายที่ร้ายยิ่งกว่าร้าย :katai1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Readyaoi

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 243
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1
รอนะฮับ! ชอบอ่ะสนุก ชอบแบบเฉือนนิ่มๆอย่างนี้

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 14010
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +411/-25

ออฟไลน์ wan_sugi

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 576
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
คุณจันทร์แค่ใส่โลง ยังไม่ได้ตอกฝา ทำบังสุกุลแล้วเผาเลย
เสร็จแล้วยังต้องลอยอังคารอีก จะได้ไม่เป็นสัมภเวสีมากรีดร้องอยู่ข้างเรือน

ออฟไลน์ titansyui

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2465
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +116/-0

ออฟไลน์ PPSMM

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 266
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +446/-4
เสน่ห์จันทร์ลมพระพาย

บทที่ ๓๔ พระพายเคียงจันทร์

 





อาหารชาววังเลิศรส จะว่าทำให้คนเจริญอาหารก็ได้ แต่จะว่ามีคนแทบจะกินไม่ลงเลยก็มี ทว่าด้วยมารยาทที่ควรจะเป็นก็ต้องกล้ำกลืนฝืนทนกันไป



ด้วยความที่ต้องถือมารยาทบนโต๊ะอาหาร แม้ว่าอยากจะพูดคุยกันมากแค่ไหน แต่ละคนก็นั่งกินข้าวกันไปเงียบ ๆ มีพูดคุยกันเล็กน้อย ไม่ได้เป็นเรื่องสลักสำคัญอะไร ส่วนมากก็ชมรสอาหารที่กลมกล่อม อร่อยลิ้นเสียมาก และก็เป็นอย่างที่ดาราทองบอก ต่อให้อาหารจะรสชาติดีเพียงไร แขกเรื่อก็ชิมกันคนละไม่กี่คำเท่านั้น เพื่อรักษามารยาท และภาพลักษณ์ต่อหน้าบุคคลอื่น ๆ ดังนั้นยามที่เก็บโต๊ะไม่แปลกเลยที่อาหารจะเหลือค่อนข้างเยอะ



“ต้องใช้มุกใส่ปิ่นโตหิ้วกลับบ้านไหมเนี่ย” ดาราทองขยับปากขมุบขมิบ หลังจากที่ลุกจากโต๊ะรับประทานอาหาร มานั่งตรงชุดโซฟาเดิม เพื่อความสะดวกแก่คุณหญิงมณีจันทร์ในการรับชมมหรสพ เธอก็ว่าเธอพูดเบาๆ แล้วนะ แต่ทั้งสารัฐและเสน่ห์จันทร์ที่นั่งใกล้ ๆ ก็ได้ยิน



“ไม่ต้องห่วงน่า เดี๋ยวส่งแขกแล้วพี่จัดการเอง เรียบโต๊ะแน่” สารัฐกระซิบบอกกับคู่หมั้นสาว พร้อมกับฉีกยิ้มกว้าง เรื่องของอร่อยน่ะพ่อคนนี้ถึงไหนถึงกัน ดาราทองทำอะไรให้กินก็ฟาดเรียบไม่เคยเหลือ ถ้าจะลงพุงก็โทษไม่ได้ เพราะว่าพี่ภรรยาทำอาหารอร่อยที่สุดในโลกแล้ว



“เดี๋ยวก็อ้วนหรอก”



“ไม่เป็นไร พี่ซื้อโปรแกรมฟิตเนสไว้แล้ว” ได้ยินแล้วดาราทองแทบจะกลอกตาขึ้นฟ้า



แค่หาเวลาว่างจากงาน เพื่อพักผ่อนให้ได้ก่อนค่อยว่าเรื่องเข้าฟิตเนสเถอะ!



“ก็เรื่องของพี่สาเลยค่ะ แต่ถ้าถึงงานแต่งของเราเมื่อไหร่ แล้วหุ่นไม่เฟิร์มนะ ดาราจะเฉือนเนื้อที่พุงมาทำแกงเผ็ดสามรส”



อุ่ย!



เสน่ห์จันทร์คลี่ยิ้มเล็กน้อยกับบทสนทนาของพี่สาวและคนรัก ก่อนจะเหลือบแลไปมองคนที่นั่งเงียบอยู่ข้างกาย เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เมื่อเห็นสายพิรุณเหมือนทำตัวไม่ถูก



“มีอะไรหรือเปล่าครับ” สายพิรุณเม้มปากเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยกลอกไปมา ก่อนจะเอียงหน้าเข้าหาใบหน้างดงาม เพื่อกระซิบถาม...



“ขนมอันนั้น...” เสน่ห์จันทร์มองตามสายตาของสายพิรุณไปยังบรรดาขนมมงคลทั้งเก้าที่เริ่มลำเลียงขึ้นโต๊ะกระจกเบื้องหน้าคุณหญิงมณีจันทร์



“ทองอัฐหรือเปล่าครับ?” สายพิรุณไม่แน่ใจว่ามันคือขนมอะไร แต่มันเป็นแผ่นบาง ๆ สีนวลตา ลวดลายดอกไม้จากแม่พิมพ์ ตรงกลางแผ่นมีทองทำเปลวติดอยู่เล็กน้อย รูปร่างก็คล้ายกับทองทัต แต่ไม่มีไส้ทาอยู่ด้านบน จะบอกว่าเหมือนทองม้วนที่ยังไม่ได้ม้วนก็ไม่เชิง...



“ที่มีแผ่นทองติดตรงกลาง คล้าย ๆ กับทองทัตน่ะครับ”



“ทองอัฐครับ” เสน่ห์จันทร์ตอบ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบขนมทองอัฐมาส่งให้สายพิรุณ เนื่องจากมันอยู่ห่างออกไปเกินกว่าที่สายพิรุณจะเอื้อมถึง

ความรู้สึกยามที่กัดทองอัฐไปคำแรกนั้น นอกจากความกรุบกรอบแล้ว สายพิรุณนึกถึงกลิ่นข้าวหอมติดจมูก แต่ตอนนี้ข้าวนั้นกำลังอบอวนอยู่ในปาก พร้อมรสสัมผัสของกลิ่นหอมมะลิอ่อน ๆ เป็นขนมที่เรียบง่าย แต่มีเอกลักษณ์รู้คือความกรอบและความรู้สึกนุ่มนวล ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว



“อร่อยครับจันทร์”



“ไว้ครั้งหน้าจันทร์จะทำให้กินอีกนะครับ” เสน่ห์จันทร์เอาอกเอาใจสายพิรุณเหมือนเช่นทุกครั้ง ทว่าใครที่ไม่รู้ไม่เห็นก็คงไม่ชินตา อย่างเครือญาติคนอื่น ๆ ที่นาน ๆ จะเจอกันสักครั้ง



ยิ่งร่วมอยู่ในงานนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งเห็นชายหนุ่มที่ชื่อสายพิรุณชัดเจนขึ้น ทั้งที่อีกฝ่ายไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากอยู่นิ่ง ๆ ข้างกายเสน่ห์จันทร์

เนื่องจากโต๊ะกระจกอยู่ห่างจากมือของสายพิรุณมาก ทั้งโต๊ะที่ยกมาตั้งใกล้ ๆ ก็เป็นโต๊ะตัวเล็ก ที่วางได้แค่ชุดถ้วยน้ำชา และขนมไม่กี่ชิน ดังนั้นทุกคนจะเห็นภาพเสน่ห์จันทร์คอยหยิบ จับ ขนมชิ้นนั้นชิ้นนี้มาเติมในจานเล็ก ๆ ของสายพิรุณไม่ขาด...



ไม่อยากจะคิดก็คงต้องคิดเสียแล้วกระมัง





 

การรำอวยพรเริ่มขึ้นหลังจากจบมื้ออาหารไปไม่ถึงสิบนาที นางรำร่างอรชรในชุดไทย เครื่องประดับสวยงามต่างร่ายรำตามปี่พาทย์บรรเลง

คุณหญิงมณีจันทร์แย้มยิ้มพอใจ โดยพยายามละทิ้งเรื่องไม่พอใจก่อนหน้าไป จดจ่ออยู่กับเสียงปี่พาทย์และจังหวะร่ายรำของนางรำเบื้องหน้า



“งามกว่าทุกปีนะ”



“เป็นคณะรำจากวิทยาลัยนาฏศิลป์ครับ เพื่อนของคุณจันทร์” เพชรน้ำหนึ่งเอ่ยกับผู้เป็นแม่ อันที่จริงต้องบอกว่าเป็นเพื่อนของเพื่อนคุณจันทร์จะดีกว่า แต่เพราะข้อความที่ส่งต่อ ๆ กันมาผิดเพี้ยนไปตามระยะทาง เลยกลายเป็นว่านี่คือคณะรำเพื่อนของเสน่ห์จันทร์ ซึ่งก็ใกล้เคียงกับความเป็นจริงไม่น้อย



“แม่ชอบตรงที่ใช้คณะปี่พาทย์บรรเลงจริงนี่แหละ จำได้ว่าปีก่อน ๆ เปิดจากเครื่องเสียงเอา”



“คณะรำชุดนี้มีชื่อเสียงมากค่ะคุณแม่ เห็นว่าเดินทางไปเปิดการแสดงที่ต่างประเทศบ่อย ๆ เด็กกลุ่มนี้อีกหน่อยก็คงเป็นคนสำคัญของวงการนาฏศิลป์ไทย”



“ดี ๆ ให้รางวัลเด็ก ๆ ด้วยนะ” ไม่ต้องรอให้สั่งซ้ำสอง อรุณพิศหันไปพยักหน้ากับพี่พิไลที่นั่งอยู่กับพื้นไม่ไกลนัก เพื่อจัดเตรียมถุงเงินผูกเชือกสองเส้น บรรจุธนบัตรใบละหนึ่งพันบาท นับตามจำนวนนางรำและคณะปี่พาทย์ไม่ขาดตกแม้สักคน



“เห็นว่ามีรำฉุยฉายพราหมณ์ด้วยนะครับ” เพชรน้ำหนึ่งเอ่ยขึ้น คราวนี้ไม่เพียงแต่คุณหญิงมณีจันทร์ ทั้งคุณสมคิดและคุณบรรพตต่างก็รู้สึกตื่นเต้น เพราะไม่ใช่ว่าจะหาชมมหรสพเช่นนี้ได้ง่ายนัก



ยิ่งรำฉุยฉายด้วยแล้ว แม้สมัยนี้จะพอหาชมได้ไม่ยากเหมือนเช่นเก่าก่อน แต่ก็ไม่ได้มีให้เห็นดาษดื่นอะไร ยิ่งฝีมือร่ายรำงดงามจับใจก็ใช่ว่าจะถูกใจคนวัยคุณหญิงได้ง่าย ๆ



เมื่อรำอวยพรจบลงแล้ว นางรำรำกลับไปด้านกลังเวทีจนหมดแล้ว ทั้งห้องโถงมีเสียงปรบมือให้เกียรติการแสดงแสนงดงาม และเมื่อเสียงปรบมือเบาลง จนเงียบในที่สุด ในอึดใจต่อมาเสียงระนาดก็จรดบรรเลงขึ้น



คราที่เสียงปี่พาทย์เป่ารับ ร่างของนางรำในชุดยืนเครื่องพระ สวมเสื้อแขนสั้นสีขาว นุ่งผ้าจีบโจงหางหงส์ สวมศิราภรณ์กระบังหน้า เยื้องย่างบนหน้าเวที ด้วยท่าทางอ่อนช้อย แต่ไม่อรชร ราวกับเป็นร่างของหนุ่มน้อยที่กำลังเริ่มร่ายรำ



พิมรักษณ์ในชุดรำตัวพระร่ายรำด้วยความชำนาญ ชุดที่สวมใส่ไม่ใช่ชุดเดียวกันกับที่เธอสวมเมื่อก่อนหน้า นั่นเพราะได้ทราบตอนที่แต่งหน้าให้เสน่ห์จันทร์ว่า ในการรำฉุยฉายนั้น คุณหญิงมณีจันทร์ชมชอบฉุยฉายพราหมณ์เป็นที่สุด แม้เธอจะถนัดการรำฉุยฉายเบญจกายเป็นหนึ่ง แต่รำฉุยฉายแบบอื่น ๆ ฝีมือก็ไม่ได้ลดน้อยแต่อย่างใด



ดังนั้นเธอจึงเปลี่ยนการแสดงจากรำฉุยฉายเบญจกายเป็นฉุนฉายพราหมณ์ เสียเวลาในการแต่งตัวใหม่ครู่ใหญ่ จังหวะดีที่ด้านหน้างานมีเรื่องกันเสียก่อน เธอจึงแต่งตัวเรียบร้อยในตอนที่รำอวยพรเริ่มไปได้ครึ่งเพลงแล้ว



ผู้ขับร้องเพลงฉุยฉายไม่มีปัญหา เพราะผู้รับหน้าที่ขับร้องนั้น สามารถขับร้องได้ทุกเพลงที่ทำการแสดงอยู่แล้ว



คุณหญิงมณีจันทร์มองการแสดงของพิมรักษณ์ด้วยสายตาพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง ใบหน้าที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความแก่ชราเหมือนจะสดชื่นจนดูอ่อนวัยลงหลายปี มือเหี่ยวย่นเอื้อมไปวางบนหลังมือของคุณบรรพต พร้อมเอ่ยอย่างลืมตัว



“คุณพี่นภ เคยรำฉุยฉายพราหมณ์ได้งามที่สุดในพระนคร น้องจำได้ไม่เคยลืม” คุณบรรพตได้ยินก็ยิ้มทั้งน้ำตาที่ไหลหยดลงมา ภาพของนางรำที่ร่ายรำฉุยฉายพราหมณ์เบื้องหน้า มีภาพของน้องชายต่างมารดาซ้อนทับ



นภเกตุมักจะให้ความสนใจในงานนาฏศิลป์ ถึงกับหาเวลาว่างไปร่ำเรียนร่ายรำ ไม่ว่าจะเป็นตัวพระ หรือโขน ก็รำได้สวยงาม จนเคยเข้าแสดงถวายแด่เจ้านายชั้นผู้ใหญ่ในงานสำคัญแล้ว



ทั้งบรรพตและคุณหญิงมณีจันทร์ต่างชื่นชมรำฉุยฉายเป็นที่สุด นั่นมีเพียงเหตุผลเดียว ก็คือนภเกตุผู้ล่วงลับไปเนิ่นนานแล้วนั้นเอง



และข้อนี้...เสน่ห์จันทร์รู้ดี เขาจึงตัดสินใจในวินาทีสุดท้าย เอ่ยปากกับพิมรักษณ์ ขอให้เปลี่ยนจากรำฉุยฉายเบญจกาย เป็นฉุยฉายพราหมณ์



จงระลึกถึง และจงจดจำผู้ล่วงลับ อย่าได้ลืมเลือน



พิมรักษณ์ไม่ใช่ผู้หญิงผิวขาวผ่อง ผิวของเธอเป็นสีน้ำผึ้งนวลเนียน ให้ความรู้สึกถึงความเป็นไทยที่ชัดเจนโดยไม่จำเป็นต้องแต่งเติม ยิ่งอยู่ในชุดร่ายรำแบบโบราณเช่นนี้ ไม่ว่าจะรำตัวพระหรือตัวนาง เธอก็สรรสร้างความงดงามตระการตาจนตรึงทุกสายตาเอาไว้ได้อย่างหมดจด



ปลายนิ้วเรียวสวยจับจีบ กรีดวาด อ่อนช้อย ใบหน้าคมขำ แต่งแต้มด้วยรอยยิ้มบางเบา ลงตัวเหมาะเจาะเสียจนละสายตาไม่ได้



เพลงเวลาแค่หนึ่งบทร้อง ทุกคนรู้สึกเสียดายนัก เมื่อเข้าสู่เพลงบรรเลงช่วงท้าย และนางรำซอยเท้ากลับไปยังหลังเวที เสียงปรบมือดังก้องไปทั้งโถง คุณบรรพตและคุณหญิงมณีจันทร์เช็ดมุมหางตา ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะเกิดอะไรขึ้นหลายอย่างจนปรับตัวปรับใจแทบไม่เข้าที่ แต่ที่มากที่สุดก็ต้องเป็นความรู้สึกดีใจ และความระลึกถึง



“แม่อรุณ ให้เด็กไปตามนางรำคนเมื่อครู่มาหาแม่สักหน่อย รำได้งามถูกใจแม่จริง ๆ”



ไม่ต้องให้อรุณพิศหันไปสั่งอีกรอบ พี่พิไลคนสนิทก็รีบไปจัดการตามที่ได้ยินในทันที ดังนั้นในเวลาต่อมา เบื้องหน้าของคุณหญิงมณีจันทร์ จึงเป็นร่างอรชรของพิมรักษณ์ที่นั่งพับเพียบและกราบลงบนฝ่ามือของท่านที่รีบยื่นไปรับไหว้



“ชื่ออะไรกันแม่หนู”



“พิมรักษณ์ ภักดีค่ะ” พิมรักษณ์ตอบด้วยน้ำเสียงฉะฉาน ชัดเจน สมกับบุคลิกของตนเอง กระนั้นยังไม่ทิ้งความอ่อนหวานไปเสียสิ้น รอยยิ้มน่ารักแต่งแต้ม เหมือนเด็กน้อยที่ประจบญาติผู้ใหญ่ เป็นการแสดงออกว่าออดอ้อนอย่างตรงไปตรงมา มิได้แสร้งทำ ในสายตาของผู้ใหญ่วัยใกล้ฝั่งจึงรู้สึกเอ็นดูในทันที



“รำได้งามนัก หัดรำมานานแค่ไหนแล้ว”



“หนูชอบรำมาตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ คุณพ่อกับคุณอาให้เรียนรำไทยตั้งแต่เจ็ดขวบ พอจบมัธยมปลายก็เลือกเรียนนาฏศิลป์ค่ะ” ได้ฟังแล้วคุณหญิงมณีจันทร์ก็พยักหน้าพึงพอใจนัก



เพราะฝึกฝนมาตั้งแต่เด็กนี่เอง ทั้งนิ้ว ทั้งมือ ทุกสัดส่วนในร่างกายถึงได้อ่อนช้อยเป็นธรรมชาติขนาดนี้



“ดีจริง ๆ ที่เด็กสมัยนี้นิยมชมชอบนาฏศิลป์ไทย หาได้น้อย” คุณบรรพตเอ่ย พร้อมทอดมองใบหน้าคมขำของพิมรักษณ์ด้วยสายตาเอ็นดู



“ฝึกฝนต่อไปนะแม่คุณ ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เด็กรุ่นหลังต่อไป อย่าให้ความงามแบบไทยของเราเหือดแห้งหายไป” คุณหญิงมณีจันทร์แย้มยิ้ม ก่อนจะหันไปทางคุณสมคิดที่นั่งอยู่ข้างกาย ซึ่งท่านเพิ่งรับถุงทองจากอรุณพิศมาถือไว้พอดี “เป็นขวัญเป็นกำลังใจให้นะแม่หนู”



พิมรักษณ์ประนมมือไหว้ด้วยท่าทีอ่อนน้อม งามอย่างเป็นธรรมชาติ คำขอบคุณเอ่ยด้วยรอยยิ้มประจบอ่อนหวาน น่าเอ็นดู “ขอบพระคุณค่ะ”

ถุงแพรสีทองผูกด้วยเชือกเส้นเล็กสีเดียวกันวางอยู่บนมือของหญิงสาว ก่อนที่เจ้าตัวจะกราบลา แล้วถอยหายออกไป พร้อมกับพี่พิไลที่ยกถาดบรรจุถึงเงินหลายถุงตามไปด้วย







 

เบื้องหลังเวที นางรำและคณะปี่พาทย์ทุกคนได้รับการตกรางวัลก็ดีใจกันยกใหญ่ แอบแกะทุกเงินดูก็ยิ่งตื่นเต้น ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีเงิน แต่เป็นเพราะไม่ค่อยได้รับรางวัลเป็นจำนวนเท่านี้ต่างหาก



“ถุงเงินเป็นแบงค์พัน ถามหน่อยเถอะ ว่าถุงสีทองเนี่ยเท่าไหร่ อย่าบอกปีย์นะว่าเป็นทองจริง ๆ อะ กรี๊ดเลยนะ” พิมรักษณ์ส่ายหน้าอย่างระอากับความร่าเริงของเพื่อน ๆ เพราะทุกคนต่างก็ลุ้นกันสุดกู่ว่าอะไรอยู่ในถุงรางวัลของพิมรักษณ์ แม้เจ้าตัวจะรู้อยู่แล้วก็ตาม



ตอนที่ถุงเล็ก ๆ นี้อยู่ในมือ เธอก็รู้ว่าของด้านในไม่ใช่เงินแน่นอน น้ำหนักของมันแม้จะเบา แต่ก็หนักกว่าธนบัตรใบละพันแน่นอน



และก็เป็นอย่างที่เธอคิด เมื่อเปิดถุงออกมา ทุกคนต่างก็รีบปิดปากของตัวเอง เพราะกลัวกลั้นเสียงกรี๊ดไม่ได้ ในเมื่อด้านในนั้นเป็นทองคำแท่งอันเล็ก ๆ กะด้วยสายตาแล้วคงจะหนึ่งสลึงเป็นแน่ แถมยังเป็นทองคำแท่งที่ใช้บอกซ์ออกแบบเองเสียด้วย



“ต้องรวยกันขนาดไหนเนี่ย ถึงแจกทองกันง่าย ๆ ขนาดนี้” วาปีย์ไม่ใช่คนจน แต่ก็ไม่ได้รวยขนาดจะเห็นการให้รางวัลใครด้วยทองคำเป็นเรื่องน่าพอใจ ดังนั้นเธอจึงไม่เข้าใจในความคิดของคนจ้างงานในวันนี้เลยสักนิด



“ก็รวยขนาดที่เห็นทองสักสลึงสองสลึงเป็นราคาขนมกินเล่นไง” พิมรักษณ์พูดด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ความรู้สึกใดใด



ตั้งแต่เธอเข้ามาเหยียบเรือนจันทร์ดาราฉาย สิ่งที่ทุกคนเห็นว่าธรรมดา ไม่ได้พิเศษตรงไหน แค่บ้านสมัยเก่าที่ดูแลอย่างดี เครื่องโถโอชามก็ไม่ได้ดูทันสมัยอะไร แต่พิมรักษณ์ไม่อยากจะพูดถึงกลิ่นคนรวยที่รู้สึกได้เลย ภาพวาดเก่าที่ติดผนัง โคมไฟระยาที่ดูล้าสมัย แต่ราคาของมันแพงกว่ารถหรูบางยี่ห้อเสียอีก ไหนจะเครื่องชามโบราณประเมินค่าไม่ได้นั่นอีก



“โอ้ยยยย... คุณจันทร์รับเมียเพิ่มอีกสักคนไหมคะ!!” เป็นคำถามที่โดนพิมรักษณ์ยิ้มเย้ยทันที



“วาปีย์เอ๋ยวาปีย์ งามหยดย้อยอย่างฉัน พี่แกยังมองเป็นหัวหลักหัวตอเลย คิดว่าตัวกระเปียกเดียวอย่างเธอนอกจากไอ้กุ้งแก้วแล้วจะมีใครสน หึ๊”



“อย่าบุลลี่!” วาปีย์ทำปากยื่น



“แล้วรู้ได้ไงว่าคุณจันทร์เขาไม่สนอะ?” เป็นนางรำสาวสวยอีกคนที่เอ่ยถามในขณะที่เริ่มถอดเครื่องประดับออกจากตัวเองไปด้วย



“แสงเงินแสงทองมันบังตาพวกแกหรือไงล่ะ ถึงไม่เห็นว่าคุณจันทร์ไม่ได้ชอบผู้หญิงน่ะ แฟนสุดที่รักของเขาก็นั่งอยู่ข้างกันนู่น ถ้าไม่รู้จะบอกให้เพื่อเป็นบุญ แม้ฉันจะมีบุญเยอะอยู่แล้วก็เถอะ.. ว่าคุณจันทร์น่ะ รักอยู่กับพี่พายขาของฉัน เข้าใจ๋?”



คำพูดของพิมรักษณ์ทำเอาหลายคนตาวาว แต่วาปีย์ก็แค่ทำปากยื่นเล็กน้อย และทุกคนก็ไม่มีข้อสงสัยอะไรกับคำพูดประโยคนี้

พิมรักษณ์ คือตัวแสกนหนุ่มแท้ หนุ่มไม่แท้ของพวกเธอ จากประวัติการทำงานแล้ว ไม่เคยมีผิดพลาดแม้สักครั้งเดียว ดังนั้น ถ้าบอกว่าใช่... ก็ไม่มีทางเปลี่ยนเป็นไม่ใช่ได้



“เฮ่อออออ ฉันจะเกิดมาทำไม ถ้าผู้ชายดี ๆ จะได้กันเองจนเกือบหมดโลกขนาดนี้”



“มีทางออกทางหนึ่ง” พิมรักษณ์พูด ส่วนมือกำลังแกะกิ๊บที่ติดผมออก “ไปโลกหน้า เผื่อจะมีหลงเหลือตกมาถึงพวกแกอะ”



“เกลียด!”



“เกลียดผู้ชาย?”



“เกลียดมึงเนี่ย ไอ้รักษณ์!” รู้ว่าเพื่อนจะตบมุก ถึงได้ปูทางให้ ไม่งั้นไม่ซิทคอม



ฮ่าๆ





>>>>>>>>>>>>>>>>>>>มีต่อ

 

ออฟไลน์ PPSMM

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 266
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +446/-4
เมื่อการแสดงต่าง ๆ จบลงแล้ว แขกเรื่อก็พากันพูดคุยกันไปตามความสนใจ ส่วนคนในเรือนจันทร์ดาราฉายนั้น เริ่มจากเพชรน้ำหนึ่งและอรุณพิศ ตามด้วยบรรดาลูกหลานนั่งพับเพียบอยู่บนพื้นตรงหน้า ก่อนจะกราบและมอบพวงมาลัยชายเดียวให้เป็นของขวัญสำหรับวันนี้



“ปีหน้าไม่ต้องจัดงานใหญ่โตอะไรแบบนี้อีกแล้วนะ แต่ทำบุญตักบาตรก็คงพอแล้ว”



“ปีนี้พิเศษนี่ครับ” เพชรน้ำหนึ่งเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ประโยคนั้นทำให้คุณหญิงมณีจันทร์เบนสายตาไปมองหลานชายคนเล็ก ซึ่งข้างกายมีหนุ่มหน้ามนคนหนึ่งนั่งอยู่ชิดใกล้



“พ่อจันทร์...นั่นพระพายหลานชายของตามิ่งใช่ไหม”



“ครับคุณย่า” เสน่ห์จันทร์ตอบรับ ในขณะที่สายพิรุณชักทำตัวไม่ถูกอีกแล้ว รู้สึกวันนี้เขาจะเด่นอย่างไรก็ไม่รู้ แต่เมื่อเสน่ห์จันทร์ใช้มือแตะข้อศอก เป็นเชิงบอกให้เขาขยับตัวเข้าไปใกล้คุณหญิงมณีจันทร์ สายพิรุณก็ไม่ขัดขืน



เมื่อเข้าไปใกล้สายพิรุณยื่นพวงมาลัยที่ร้อยอย่างสวยงามให้กับคุณหญิงมณีจันทร์ แล้วก้มกราบลงบนตัก อีกฝ่ายยกมือขึ้นลูบศีรษะของเขาเบา ๆ ใบหน้ามนใสเงยขึ้น ก่อนจะถอยไปนั่งเรียบร้อย สงบเสงี่ยมอยู่ข้างกายหลานชายของเจ้าของงานวันนี้ อันที่จริงต้องบอกว่า เสน่ห์จันทร์จงใจนั่งซ้อนอยู่ด้านหลังของสายพิรุณมากกว่า



“พระพาย... นี่คือคุณบรรพต ปู่เล็กของเสน่ห์จันทร์ ทางนี้ก็คือคุณสมคิด เพื่อนสนิทของท่านบวร” คุณหญิงมณีจันทร์แนะนำแขกผู้ใหญ่ด้วยตนเอง ทำให้สายพิรุณเริ่มทำตัวไม่ถูก ยังดีว่าเสน่ห์จันทร์อยู่ข้างกาย ของดูแลไม่ห่าง เขาจึงไม่ทำอะไรผิดพลาด



“กราบสวัสดีครับ”



“ไหว้พระเถอะลูก” คุณสมคิดเอ่ยด้วยรอยยิ้ม เช่นเดียวกับคุณบรรพตที่มีรอยยิ้มเมตตามอบให้



“หลานชายของตามิ่งค่ะ ยังจำตามิ่งได้ไหมคะคุณสมคิด”



“จำได้ ๆ ตามิ่งเป็นคนสนิทท่านบวร คอยติดตามท่านไม่ห่างกายเลย”



“ตามิ่ง... พี่จำได้ไม่ลืม สมัยเป็นเด็ก พี่ชอบให้ตามิ่งไปหาไข่มดแดงมาทำกับข้าว ไปทีไรก็ได้รังใหญ่เบ้อเริ่มมาทุกที ไม่คิดเลยว่าหลานชายตามิ่งจะโตขนาดนี้”



“ไม่ได้แค่โตอย่างเดียว ฝีไม้ลายมือการทำบายศรีก็ดีไม่แพ้แม่ยุพิน ลูกของตามิ่งเลยค่ะ ถ้าไม่เห็นใกล้ ๆ น้องก็ไม่เชื่อสายตาตัวเองเหมือนกัน” คุณหญิงมณีจันทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยน



“ได้ยินมาว่า ดูแลสวนพิรุณสืบต่อจากครอบครัวใช่ไหม”



“ครับ” สายพิรุณตอบสั้น เพราะไม่กล้าพูดคุยอะไรเสียเลย เขาไม่ค่อยคุ้นชินกับผู้ใหญ่ ยิ่งเป็นระดับคุณหญิงด้วยแล้ว ยิ่งต้องถนอมคำพูดให้มาก ๆ



“ทำไมพูดน้อยอย่างนี้ล่ะ ดูหลานดาราสิ เจอกี่ปี ๆ ก็แย่งน้องชายพูดเสียหมด” คุณสมคิดหันไปหยอกเย้าหลานสาวคนโตของเรือนจันทร์ดาราฉาย และสิ่งที่ได้รับก็คือท่าทีกระเง้ากระงอดอย่างน่าเอ็นดูของหญิงสาว



“คุณปู่สม... ทำไมว่าดารา”



“ก็เรื่องจริง ขนาดพ่อสา ยังพูดไม่เคยทันเราเลย” เสียงขบขันดังเบา ๆ รอยยิ้มแต่งแต้มบนใบหน้าของคนแก่วัยชราทั้งหลายที่เห็นลูกหลานล้อมหน้าล้อมหลัง



“คงไม่กล้าพูดเสียมากกว่า” เป็นบรรพตที่กลับมาเรื่องของสายพิรุณ และเสน่ห์จันทร์ก็เป็นคนตอบแทน



“ครับ... จริง ๆ พระพายพูดเก่งครับ คงยังไม่คุ้นเคยเลยไม่กล้าเอ่ยปากอะไรครับ”



“ดูพ่อจันทร์สิ พ่อพระพายโตกว่าเราตั้งหลายปี เรียกชื่อเฉย ๆ ได้อย่างไร” คุณหญิงมณีจันทร์ตำหนิหลานชาย แต่ไม่รู้สึกถึงความจริงจังอะไรเลยสักนิด “วิ่งเล่นกับพี่เค้ามาตั้งแต่ตัวน้อย ๆ เลยเห็นเป็นเรื่องคุ้นชินไปแล้วล่ะสิ โตมาถึงเป็นแบบนี้”  เสน่ห์จันทร์คลี่ยิ้มซุกซนให้กับผู้เป็นย่า ไม่ตอบรับไม่ปฏิเสธอะไรเป็นคำพูด ก็ทำเอาคนเป็นแม่อย่างคุณอรุณพิศอยากตีแขนลูกชายสักที โทษฐานไม่สำรวม



มีอย่างที่ไหน... ไม่เก็บเลยอาการอยากเปิดตัวคนพี่เนี่ย  เดี๋ยวก่อน.. ถ้าให้โอกาสแล้วทำได้ไม่ดีจะตีให้จริง ๆ



“คุณพี่ดูสิคะ เดี๋ยวนี้หาได้ยากแล้วกับงานฝีมือประณีต วิจิตรแบบนี้ นอกจากแม่พวง แม่อรุณ และแม่ยุพิน น้องก็ไม่ค่อยได้เห็นใครจะทำพวงมาลัยชายเดียวได้งามขนาดนี้” พวงมาลัยของสายพิรุณถูกยกมาเป็นหัวข้ออีกครั้ง ด้วยฝีไม้ลายมือที่ได้ครูดีอย่างผู้เป็นแม่ฝึกสอนมาแต่เด็ก ซึ่งวิชาเหล่านี้ก็ได้มาจากคนบนเรือนจันทร์ดาราฉายทั้งนั้น ไม่แปลกถ้าคุณหญิงมณีจันทร์จะเทความเอ็นดู เมตตาปรานีมาให้อย่างเปี่ยมล้น



“ปีก่อน ๆ ไม่เคยเห็นหน้าพ่อพระพายในงานเลย พ่อจันทร์ก็บอกว่าหลานเอาแต่ไปช่วยในครัวเสียทุกที”



“ผมไม่ค่อยคุ้นเคยกับงานพิธีน่ะครับ กลัวจะทำให้คุณจันทร์ขายหน้า”



“จันทร์ไม่ขายหน้าครับ” เสน่ห์จันทร์กระซิบบอก ต่อหน้าต่อตาผู้ใหญ่นี่แหละ ไม่แอบทำอะไรทั้งนั้น และด้วยรอยยิ้มที่แสนอบอุ่น อ่อนโยนบนใบหน้างดงามนั้น ก็ทำให้คนอื่น ๆ ไม่มีอารมณ์จะตำหนิอะไร



“คราวหน้าก็ให้มาอยู่บนเรือนเสียด้วยกัน เรื่องในครัวพ่อจันทร์เขามีแม่ชบา แม่มาลัยเป็นลูกมืออยู่ พ่อพระพายมาอยู่ข้างพ่อจันทร์ดูแลแขกเรื่อจะดีกว่า”



คำพูดของคุณหญิงมณีจันทร์ไม่ได้เข้าใจยากเลยสักนิด เพียงแต่หลายคนไม่กล้าทำความเข้าใจ ทว่า... เมื่อได้ยินก็ไม่มีใครกล้าขัด ยิ่งสายพิรุณและเสน่ห์จันทร์ด้วยแล้ว...



ทั้งคู่กราบลงบนตักของคุณหญิงมณีจันทร์ คำพูดแค่ไม่กี่คำเมื่อสักครู่มีค่ายิ่งกว่าถุงเงินถุงทอง หรือเพชรนิลจินดาไหน ๆ เสียอีก...



เป็นคำพูดที่ล้ำค่าที่สุด ยิ่งกว่าพรข้อไหน ๆ



“พ่อจันทร์ ต่อไปต้องดูแลจันทร์ดาราฉายให้ดี เป็นหน้าที่รับผิดชอบที่หนักมาก พ่อของพ่อจันทร์เคยทำมาได้อย่างดี พ่อจันทร์ก็ต้องไม่ขาดตกบกพร่อง อย่างไรก็ดี อะไรที่เกื้อหนุนกันได้ ก็อย่าได้ละทิ้งกัน ญาติพี่น้องก็ต้องเห็นเป็นสำคัญด้วย ย่าน่ะแก่แล้ว หูตาฝ้าฟาง มองอะไรไม่ค่อยเห็น ฟังอะไรก็ไม่ค่อยได้ยิน ต่อจากนี้ก็ให้ดูแลกันให้ดีนะ”



“ครับ” เสน่ห์จันทร์ขานรับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มอ่อนโยน แต่เต็มไปด้วยความหนักแน่น ไม่หวั่นไหว ทำเอาใจคนเป็นย่าเสียมากกว่าที่สั่นไหว

เธอรู้ว่าเสน่ห์จันทร์ดูแลจันทร์ดาราฉายได้ดีแน่นอน หลายปีมานี้เด็กคนนี้แสดงให้เห็นแล้ว เพียงแต่ที่เธอเอ่ยออกไปนั้น อยากสะกิดใจของหลานชายเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นไปมากกว่า



แต่เสน่ห์จันทร์เป็นคนเดาใจยาก... คิดอะไร ทำอะไรเป็นขั้นตอน เป็นคนใจเย็น นุ่มนวลแต่เด็ดขาด



ไม่ว่าเรื่องอะไรก็มักจะคิดก่อนกระทำเสมอ...



อย่างเรื่องของสายพิรุณ ไม่รู้ว่าหลานชายคนนี้เริ่มปูทางให้คนรักตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่กว่าที่คนแก่อย่างเธอจะรู้ตัว ก็รู้จักสายพิรุณ ทั้งยังยอมรับอีกฝ่ายไปเกินครึ่งหัวใจแล้ว



เสน่ห์จันทร์ไม่เคยกระโตกกระตาก จนกระทั้งเร็ว ๆ นี้นี่เอง ที่มีท่าทีชัดเจนต่อหนุ่มหน้ามนคนนี้ แล้วทำอย่างไรได้ ไม้ใกล้ฝั่งเช่นเธอจะมีเรี่ยวแรงอะไรไปขัดขวาง และก็อย่างที่บอก กว่าจะรู้ตัว ก็กลายเป็นว่าตัวเองรู้จักและสนิทสนมกับสายพิรุณไปแล้ว ทั้งที่แทบจะไม่ได้เห็นหน้าคาตากันเลย



เพชรน้ำหนึ่ง และอรุณพิศก็คงตกที่นั่งนี้เช่นเดียวกันกับเธอ



ขนาดพ่อแม่และย่าแท้ ๆ เสน่ห์จันทร์ยังลงมือได้ขนาดนี้...



แล้วกับญาติสายรองคนอื่น ๆ เล่า





การที่อยู่ ๆ เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น เสน่ห์จันทร์จะไม่รู้เรื่องเลยเชียวหรือ คุณหญิงมณีจันทร์ก็แค่หวังว่า เสน่ห์จันทร์จะอ่อนโยนต่อญาติพี่น้อง เหมือนเช่นภาพลักษณ์ของเจ้าตัวที่สรรสร้างขึ้นมาก็เท่านั้น



“พ่อเพชร แม่อรุณ แม่ดารา พ่อสารัฐ จันทร์ดาราฉายไม่ได้จะหวังพึ่งแค่เสน่ห์จันทร์คนเดียว ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ก็มีส่วนทำให้จันทร์ดาราฉายเจริญรุ่งเรืองต่อไปอีก มีอะไร ไม่ว่าจะเล็กจะน้อย ก็ขอให้หันหน้าเข้าหากัน ปรึกษาหารือ ให้ความช่วยเหลือกันและกันนะ”



ทุกคนรับคำนั้นของคุณหญิงมณีจันทร์ ก่อนที่เธอจะหันกลับมาที่สายพิรุณเป็นคนสุดท้าย



“กับตามิ่ง... ฉันไม่เคยเห็นเป็นคนนอกหรือบ่าวรับใช้เลย เกิดมา ฉันและคุณพี่พรตก็มีตามิ่งเป็นคนดูแล จนแต่งงาน ตามิ่งก็ยังคอยดูแลจันทร์ดาราฉายมาไม่เคยเปลี่ยนไป ลูกหลานก็สั่งสอนให้อยู่แต่กับจันทร์ดาราฉาย จนฉันกลายเป็นคนแก่ที่โลภมากไปเสียแล้ว วันนี้สวนพิรุณเป็นของบ้านรัญจวนใจ มีพ่อพระพายเป็นคนดูแล ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง... ฉันขอพ่อพระพายสักอย่างได้ไหม”



“อย่าพูดอย่างนี้เลยครับคุณหญิง ที่ผมมีวันนี้ได้ ก็เพราะจันทร์ดาราฉายทั้งนั้น ขอมากกว่าหนึ่งอย่างก็ไม่ถือว่ามากเลยครับ” คุณหญิงมณีจันทร์ยิ้มเอ็นดูกับความจริงจังและจริงใจของสายพิรุณ แต่เธอก็ตั้งใจแล้วว่าจะขอเด็กคนนี้แค่ข้อเดียวจริง ๆ



“แค่ข้อเดียวก็พอแล้วพ่อพระพาย”



“...”



“อยู่ข้างกายและดูแลพ่อจันทร์จะได้ไหม” เป็นคำขอที่ใครก็ไม่คิดว่าจะได้ยิน ทุกคนต่างมองสายพิรุณเป็นตาเดียว แน่นอนว่าคนที่โดนจ้องมองตอนนี้นั้นตกใจจนทำตัวไม่ถูก ได้แต่นั่งนิ่ง เหมือนคนวิญญาณออกจากร่างไปเสียแล้ว



ยิ่งมองก็ยิ่งเอ็นดู...



“เป็นพระพายที่อยู่เคียงจันทร์ทุก ๆ ยาม...” น้ำเสียงอบอุ่นของคุณหญิงมณีจันทร์ทำน้ำตาของสายพิรุณคลอหน่วย เขาไม่กล้าเงยหน้า เพราะกลัวร้องไห้ออกมา



ท่านอยากให้พระพายต่ำต้อยอย่างเขา อยู่เคียงคู่จันทร์ที่สูงส่งจริง ๆ อย่างนั้นหรือ...



เป็นเรื่องจริงใช่ไหม





 

“พระพายครับ” เสน่ห์จันทร์กระซิบ นั่นทำให้สายพิรุณได้สติ กระพริบตาถี่รัว ก่อนจะเงยหน้ามองสบตากับคนรัก แล้วหันกลับไปสบตากับคุณหญิงมณีจันทร์



แววตาที่เต็มไปด้วยความเมตตาปรานีจ้องมองเขา ความรู้สึกของเด็กที่มีญาติผู้ใหญ่คอยเป็นห่วงดูแล ซึ่งสายพิรุณขาดหายไปเนิ่นนาน และเป็นสิ่งที่เสน่ห์จันทร์เติมเต็มให้ไม่ได้ วันนี้ เขาได้รับสิ่งมีค่านั้นแล้ว...



“ค...ครับ” สายพิรุณเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงขาดหาย พร้อมกับกราบลงบนตักคุณหญิงอีกครั้ง “ผมจะอยู่ดูแลคุณจันทร์ครับคุณหญิง”



“ดี ๆ ดีมาก ถ้าอย่างนั้นไม่ต้องเรียกคุณหญิงแล้ว เรียกย่าเหมือนพ่อจันทร์นั่นแหละ ลูกหลานในเรือนเหมือนกัน”



“ขอบคุณคุณย่ามากครับ” เสน่ห์จันทร์เอ่ย ขยับเข้าไปกอดร่างของคุณย่าหลวม ๆ ทั้งยังโอบร่างของสายพิรุณเอาไว้ด้วย



ก็ไม่ต้องพูดอะไรให้มากความอีกแล้ว ใครต่อใครที่อยู่ใกล้กับบริเวณนี้ ได้ยินและเห็นก็เข้าใจ โดยไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก



คำถามที่ว่า เด็กหนุ่มหน้ามนคนนี้คือใคร ให้ปัดตกไปได้เลย



สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด







 

หลังจากที่บรรดาลูกหลานบนเรือนจันทร์ดาราฉายล่าถอยออกไปต้อนรับแขกแล้ว ก็เป็นหม่อมเจ้าโฉมฉายที่เข้าไปพูดคุยกับคุณหญิงมณีจันทร์ ทั้งคู่เป็นพระสหายสนิทกัน แต่คุณหญิงมณีจันทร์แต่เดิมก็เป็นคนเคร่งครัดนัก จึงไม่ยอมละเลยเรื่องประเพณีและจารีตต่าง ๆ คำราชาศัพท์จึงมักเอ่ยจนชินปากเสมอ ครั้นอีกฝ่ายจะเตือนว่าไม่จำเป็น ก็พูดกันบ่อยครั้งจนคร้านจะว่าได้แล้ว อย่างเช่นเรื่องงานวันคล้ายวันเกิด หากไม่เพราะหม่อมเจ้าโฉมฉายไม่ออกตัวว่าอยากให้เป็นงานในครอบครัว วันนี้ท่านคงต้องนั่งเป็นเจ้าภาพงานพิธีแล้ว เพราะสหายเดิมนั้นยึดถือเรื่องยศศักดิ์เหลือเกิน



เห็นเจ้าของวันเกิดสีหน้าดีขึ้นมาก ลูกหลานก็พลอยสบายใจขึ้น ทำหน้าที่ต้อนรับแขกเรื่อในงาน พูดคุยกันพอหอมปากหมอคอ บ้างก็มอบของขวัญ ฝากคำอวยพรให้คุณหญิง เพราะไม่กล้าเข้าไปแทรกการสนทนาสำคัญ บางก็ชวนพูดคุยเรื่องอื่น ๆ แต่ที่ทุกคนไม่ลืมเลยก็คือ การเชยชิมขนมไทยเลิศรส ที่มีมากมายจนตาลาย



แขกบางคนมีธุระต้องขอตัวกลับก่อน เสน่ห์จันทร์ก็ฝากของชำรวย ซึ่งเป็นขนมไทยหลายกลายชนิด บรรจุในกระเช้าสานขนาดเล็กให้ติดมือไปด้วย ซึ่งได้รับคำชื่นชมกลับมาอีกไม่น้อย แวะเวียนไปยังโต๊ะของยศกร ที่นั่งกับกรองแก้ว และเพื่อนในคณะอีกสองสามคน พูดคุยกันเล็กน้อยก็ต้องปลีกตัวออกมาเพื่อรับรองแขกท่านอื่น



จนกระทั้งถึงเวลาอันสมควร...



เพชรน้ำหนึ่งเอ่ยคำขอบคุณแขกเรื่ออีกครั้ง พร้อมทั้งให้เสน่ห์จันทร์พูดคุยกับแขกในฐานะเจ้าของเรือนจันทร์ดาราฉายคนใหม่



“วันนี้ผมขอขอบพระคุณแขกทุกท่านด้วยนะครับ ที่มาร่วมแสดงความยินดีในวันนี้ หากผมต้อนรับไม่ทั่วถึง หรือมีสิ่งใดที่ขาดตกบกพร่อง ผมในนามของจันทร์ดาราฉายต้องขออภัยเป็นอย่างสูงนะครับ ขนมไทยที่ขึ้นโต๊ะในวันนี้ ก็คล้ายคลึงกับทุก ๆ ปีที่ผ่านมา หวังว่าทุกท่านจะไม่เบื่อกันไปก่อนนะครับ” เสน่ห์จันทร์ยิ้มบาง ใบหน้างดงามของเขาตรึงสายตาของทุกคนในงานเอาไว้ จากนั้นก็เริ่มพูดเข้าสู่ใจความสำคัญ



“ในปีนี้เพื่อเป็นการให้เกียรติบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทองทั้งเก้า ขนมถ้วยฟู ขนมชั้น ขนมกลีบลำดวน ขนมเทียนแก้ว ขนมโพรงแสม เป็นขนมที่คุณย่าชอบมากที่สุด เพื่อแสดงความเคารพรักต่อท่าน ผมจึงทำขนมทั้งหกอย่างนี้เป็นเกียรติให้แก่คุณย่าครับ” มีเสียงปรบมือดังขึ้น เสน่ห์จันทร์ยิ้มรับ ยังมีหลายเสียงที่เอ่ยอย่างสงสัยว่า เหตุใดจึงนับขนมที่มีมากกว่าสิบชนิดนี้ว่าเก้ามงคล แค่แค่กระทงใบตองขนาดใหญ่ที่บรรจุ ขนมสีเหลืองทองต่าง ๆ แล้ว นับอย่างไรก็เกินเก้าอย่าง เรื่องนี้เสน่ห์จันทร์จึงจำเป็นต้องอธิบายซ้ำอีก



“ทองหยิบ ทองหยอด ทองม้วน  ทองเอก ทองอัฐ ทองทัต ทองพลุ ทองนพคุณ ทองชมพูนุช ขนมทั้งเก้าชนิดนี้ จันทร์ดาราฉายจะนับเป็นเพียงหนึ่งอย่าง ในขนมเก้ามงคลครับ”



เมื่อได้ยินเช่นนี้ก็ร้องอ๋อกันไป แต่ก็ต้องตกใจกันอีกรอบ เมื่อนับจำนวนที่แท้จริงของขนมที่จัดทำในวันนี้ ไม่รวมของว่างต่าง ๆ นั่นอีก...

นี่สินะ ที่เสน่ห์จันทร์พูดก่อนทำขนมปั้นสิบและขนมจีบว่า ไม่ค่อยได้พักผ่อน...



จันทร์ดาราฉาย สมควรกับชื่ออันดับหนึ่งของขนมไทยสูตรต้นตำรับสำรับในวังแล้ว



“เพื่องานในวันนี้  ผมขนมมงคลอีกสามอย่างเพิ่มเข้ามา อย่างแรก ขนมดาราทอง ขนมชนิดนี้ผมทำเพื่อพี่สาวของผม คุณดาราทอง จันทร์ดาราฉาย ผู้ดูแลครัวดาราทอง อาหารต้นตำรับชาววังของครัวเสน่ห์จันทร์ดาราทอง หวังว่ารสมือของหนึ่งในตัวแทนจันทร์ดาราฉายจะถูกปากทุกท่านนะครับ”



ทุกคนที่มางานย่อมรู้จักดาราทองเป็นอย่างดี และรู้ด้วยว่าเธอไม่ใช่ผู้สืบสกุลของจันทร์ดาราฉาย แต่ถ้อยคำของเสน่ห์จันทร์ในวันนี้ ไม่เพียงแค่แขกเรื่อ ญาติที่มาร่วมงาน แต่รวมถึงดาราทองก็ตกใจไม่น้อย



เสน่ห์จันทร์บอกว่า เธอคือตัวแทนของจันทร์ดาราฉายอย่างนั้นหรือ



เสน่ห์จันทร์ยิ้มให้กับพี่สาวของตนเอง ซึ่งตอนนี้ตกใจจนลืมรักษากิริยาแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้ตำหนิ



“อันที่จริง ถ้าไม่เพราะคุณดาราชอบทำอาหารคาวมากกว่า ผมคงไม่สามารถขึ้นมาเป็นผู้ดูแลจันทร์ดาราฉายได้ พี่สาวของผม คุณดารา...มีฝีมือการทำขนมหวานไม่เป็นสองรองใครเลยครับ”



นี่คือความจริง



เป็นเรื่องที่เสน่ห์จันทร์รู้สึกผิดเสมอมา...



เพียงเพราะเขาเป็นผู้ชาย และดาราทองเป็นผู้หญิง ทุกคนจึงให้ความสำคัญกับเขามากกว่าพี่สาว แม้ว่าจันทร์ดาราฉายจะไม่มีกฎว่าผู้สืบทอดจะต้องเป็นชายเพียงเท่านั้น แต่เมื่อคุณอรุณพิศ ผู้ซึ่งเป็นเพียงสะใภ้ได้เข้ามาดูแลจันทร์ดาราฉาย เธอรู้ถึงความยากลำบากของการเป็นสตรีที่ต้องอยู่เหนือทุกคน ไม่ว่าจะแต่งเข้า หรือแต่งออก ย่อมมีปัญหาเกิดขึ้น ผู้เป็นแม่ เพราะรักลูกจึงเลือกที่อย่างหนึ่งสูญเสียอย่างหนึ่ง



เป็นรอยร้าวเล็ก ๆ ในครอบครัว ที่คนภายนอกอาจจะมองไม่เห็น แต่ตลอดชีวิตของเสน่ห์จันทร์ เขาต้องทนมองพี่สาวแอบทำขนมอยู่หลังครัว ไม่ก็ต้องหอบเอาอุปกรณ์ของจำเป็นไปทำที่ห้องพักของคนรัก เพียงเพราะไม่อยากให้คนในบ้านจับได้ว่าตนเองก็อยากทำขนม



ดาราทองคิดว่ามารดารักตนเองน้อยกว่าน้องชาย แม้จะไม่ได้เจ็บปวดกับเรื่องนี้ แต่ก็เป็นความน้อยใจที่เก็บซ้อนไว้ลึก ๆ เธอเองก็อยากได้รับคำชม ว่าขนมดาราทองที่ตนเองทำนั้นอร่อยมากแค่ไหน อยากได้รับการสั่งสอนวิธีอบขนม ผสมสี นวดแป้งจากมารดา แต่ทั้งหมด ดาราทองต้องแอบทำเพียงลำพัง ทั้งยังไม่เคยมีโอกาสได้ทำขนมให้มารดาชิมสักชิ้น



เสน่ห์จันทร์รับรู้ทุกความน้อยเนื้อต่ำใจนั้น



เขาเห็นมารดาต้องคอยแอบมองลูกสาว ที่แอบใช้ครัวทำขนมยามค่ำคืน พร้อมกลั้นน้ำตายามที่ได้แอบชิมขนมชิ้นเล็ก ๆ แต่ไม่สามารถเอ่ยชม หรือให้คำแนะนำได้... เพราะดาราทองคือผู้หญิง เป็นลูกสาวที่ต้องแต่งออกไป หากวันใดที่ญาติสายอื่น ๆ รู้ว่าเธอเรียนรู้วิธีการทำขนม และครอบครองสูตรลับ ก็จะไม่พ้นเจอกับการท้าทาย แย่งชิงไม่รู้จบสิ้น แต่หากคนที่สืบทอดสกุล และดูแลสูตรลับเป็นเสน่ห์จันทร์แล้วล่ะก็... เรื่องที่อรุณพิศเคยประสบพบพานมาก็จะสูญสิ้นไป



ทั้งหมดเป็นเพราะเขา...



ต่อให้เขาทำขนมเก่งแค่ไหน แต่ให้เขามีพรสวรรค์ในการทำขนมมากเพียงไร แต่เขาก็เป็นเพียงคนที่ทำขนมเก่งที่สุดในบ้านเท่านั้น คำพูดของเขา แม้จะมีคนเกรงใจ แต่เขาไม่มีอำนาจพอ



เขารอวันนี้... วันที่เขาเป็นผู้นำ



ไม่ว่าจะเป็นใคร ญาติคนไหน หรือเก่งกาจเพียงไร ก็จะแตะต้องครอบครัวและคนรักของเขาไม่ได้อีก



“คุณจันทร์” เสียงของดาราทองเบาหวิว ขอบตาของเธอร้อนเรื้อ และน้ำตาหยดไหลลงมาทันที เมื่อน้องชายของเธอพูดประโยคถัดไป



“นับจากวันนี้คุณดาราสามารถเข้าออกครัวชั้นในของครัวเสน่ห์จันทร์ได้อย่างเปิดเผย ในฐานะหนึ่งในผู้ดูแลจันทร์ดาราฉาย เธอมีสิทธิ์รับรู้ทุกสูตรลับขนมไทยต้นตำรับสำรับชาววังสายจันทร์ดาราฉายครับ”



การประกาศเรื่องนี้ได้รับผลตอบรับที่ดี แม้จะไม่ทุกคนก็ตาม แต่ส่วนมากก็ล้วนชื่นชมเสน่ห์จันทร์กับความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่นี้ จะมีก็แต่ชาญยุทธและธัญญาลักษณ์ที่ไม่เห็นด้วย แต่ไม่มีปากเสียงอะไรที่จะค้านในตอนนี้



เรื่องนี้เห็นทีจะต้องคุยกันภายใน



“ขนมอย่างที่สอง คือเสน่ห์จันทร์ ซึ่งก็คือขนมประจำตัวของผมเอง ไม่มีอะไรสำคัญมากครับ ส่วนขนมอย่างที่สาม... ขนมพระพาย”



น้ำเสียงที่เอ่ยคำว่าพระพายนั้น ทอดอารมณ์อ่อนหวาน และหวงแหนจนสามารถรู้สึกได้ แตกต่างกับชื่อขนมทั้งสองอย่างข้างต้น ท่าที สายตาของเสน่ห์จันทร์ก็ช่างแปลกประหลาดไป...



หลายคนที่เห็นและได้ยินการสนทนาของคุณหญิงมณีจันทร์ก่อนหน้า ก็พอเข้าใจอะไรได้บ้าง แต่ก็ไม่คิดว่าเสน่ห์จันทร์จะกล้าประกาศขนาดนี้ ส่วนคนที่ไม่รู้เรื่องอะไร ก็เหมือนจะตั้งหน้าตั้งตารอเป็นพิเศษว่าจะมีอะไรตื่นตาตื่นใจอีกบ้าง



“ขนมพระพาย เป็นขนมโบราณที่ตอนนี้หาทานได้ค่อนข้างยาก บางท่านอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อด้วยซ้ำ แต่ขนมชนิดนี้เป็นขนมที่ผมชอบมากที่สุด ชอบมากกว่าขนมเสน่ห์จันทร์ที่เป็นขนมประจำตัวของผมเสียอีกครับ”



ยิ่งฟังก็ยิ่งน่าสนใจ ไหนจะท่าทางหลบหน้าหลบตาผู้คนของพ่อหนุ่มหน้ามนคนนั้นอีก



“ผมทำขนมพระพายได้ตอนอายุหกขวบ ตอนนั้นยังเป็นขนมพระพายที่คุณแม่สอนผม เป็นขนมพระพายที่ไม่ใช่ขนมพระพายของผม แต่ถึงอย่างนั้นพระพาย... ก็ชมว่าขนมพระพายอร่อย”



เสน่ห์จันทร์หันไปมองสายพิรุณที่เงยหน้ามามองเขา ดวงตาคู่สวยเบิกโต สองแก้มนวลเนียนเริ่มขึ้นสี



“ตอนนั้นพระพายอายุสิบขวบ ชอบกินขนมพระพายที่ผมทำมาก สัญญากับผมไว้ว่าจะทำกระทงใบตองให้ผมใส่ขนม... ผมจึงพยายามที่จะทำขนมพระพายให้อร่อยที่สุด เพื่อให้ขนมพระพายมีคุณค่าคู่ควรกับกระทงใบตองที่สวยงาม”



ขนมพระพายลูกลมสีสันต่าง ๆ ราดด้วยกะทิขาวนวล วางอยู่บนกระทงใบตอง มีขนมเสน่ห์จันทร์วางเคียงคู่กัน... ตอนแรกไม่มีใครสังเกต แต่เมื่อฟังคำของเสน่ห์จันทร์แล้ว ทุกคนต่างมองขนมทั้งสองด้วยสายตาที่แสดงถึงความรู้สึกมากมาย



“พระพายดูแลสวนพิรุณ ซึ่งทุกท่านคงทราบนะครับว่า วัตถุดิบการทำอาหารและขนมของครัวเสน่ห์จันทร์ดาราทองนั้น ได้มาจากสวนพิรุณ... ครับ... ถ้าไม่มีพระพาย ก็คงไม่มีครัวเสน่ห์จันทร์ดาราทองครับ วันนี้หากผมไม่ยกขนมพระพายขึ้นโต๊ะ คงเป็นเรื่องที่เป็นไม่ได้”



เสน่ห์จันทร์ยื่นมือไปเยื้องหน้าของสายพิรุณ ซึ่งนั่งนิ่งไม่ไหวติงตั้งแต่คนรักเอ่ยชื่อตนเอง จนถึงวินาทีนี้ เขาไม่แน่ใจว่าตัวเองมีเรี่ยวแรงจะลุกไปหาอีกฝ่ายหรือไม่



แม้จะเห็นว่าฝ่ามือนั้นอยู่ตรงหน้านี้เอง



“กล้า ๆ หน่อย พี่ไปส่งไหม” เป็นสารัฐที่เอ่ย ทั้งยังลุกขึ้น และช่วยดึงให้สายพิรุณยืนตรง “ไหวไหมเรา?” ว่ายิ้ม ๆ ทำเอาสายพิรุณทำหน้าแหยเก ก่อนจะพยักหน้าเมื่อคู่หมั้นของดาราทองส่งกำลังใจผ่านสายตามาให้



“ไม่บอกว่าเอ่ยปากขอบคุณ นึกว่าเปิดตัวเจ้าสาวนะเนี่ย” ไม่วายที่สารัฐจะกระซิบแหย่ ตอนที่ส่งสายพิรุณจนถึงมือของเสน่ห์จันทร์



จันทร์...



สายพิรุณขยับปากพูดโดยไม่มีเสียง และสิ่งที่ได้ตอบกลับมาก็คือรอยยิ้มอ่อนหวานที่แสนอบอุ่น และแววตาที่แสดงความรักใครที่แสนอ่อนโยน



“สายพิรุณ... หรือพระพาย ผู้เป็นแรงบันดาลใจของขนมพระพายที่ผมชอบที่สุดครับ”



มันคือคำบอกรัก และแสดงความเป็นเจ้าของที่ไม่มีคำว่ารัก... และคำว่า ผู้ชายคนนี้เป็นของผม



เสน่ห์จันทร์ประกาศให้ทุกคนรู้ว่า ผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างกายของเขาคือคนที่สำคัญที่สุด...



ซึ่งการกระทำนี้ คงทำไม่ได้ หากไม่ใช่วันนี้...



เขาเฝ้ารอมาเนิ่นนาน ตั้งแต่เข้าใจความหมายของคำว่าวันอวย



เขาฝึกฝน...เพื่อให้ตนเองมายืนในจุดนี้ของวันนี้



เขาไม่ชอบการทำขนม ไม่เคยชอบเลย



แต่หากการทำขนมนั้นทำให้ผู้ชายคนนี้มีความสุข เขาก็จะทำ



หากการทำขนมทำให้เขาได้ครอบครองทุกอย่างที่ต้องการเขาก็จะทำ





“ครัว (เสน่ห์จันทร์) จะอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีสวน (สายพิรุณ) ครับ”







เพราะพระพายต้องเคียงจันทร์เสมอไป







 

+++++++++++++++

ออฟไลน์ เก้าแต้ม

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1270
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +85/-3

ออฟไลน์ Elleneza

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 42
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
เป็นตอนที่อ่านแล้วรับรู้ถึงความทรงพลังของเสน่ห์จันทร์ เป็นผู้ชายที่เหมาะสมกับผู้สืบทอดของตระกูลจริงๆค่ะ

ออฟไลน์ Gokusan

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 745
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +267/-1
หวาน...และน้ำตารื้นไปพร้อมกัน
ความเมตตาที่คุณย่ามีให้พระพายนั้นอบอุ่นมาก การยอมรับจากครอบครัวสำคัญที่สุด

เกิดเป็นคุณจันทร์นั้นยากและกดดันจริงๆ...รักพี่สาวมากเลยนะ เราน่ะ ^^

คุณจันทร์จอมวางแผน ใจเย็นและค่อยๆ คืบคลานมาก...ได้อย่างใจปุ๊บตัดฉึบฉับปั๊บ หึหึ

ความเด็ดขาดแบบนิ่มๆ นี้...คงไม่มีใครอยากลองของอีกแน่นวลลลล

ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1519
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-3
สุดยอดดดดดด

คุณจันทร์ช่างมองการใกล

และเริ่มต้นวางแผนมาตั้งแต่6ขวบ

ยอมใจความรักเดียวใจเดียว

พี่พระพายยังเคยออกนอกลู่นอกทางไปจีบสาวอื่น

แต่คุณจันทร์คนนี้ไม่เคยมีมายตาใว้มองใครเลย

ยอมใจคุณจันทร์

สงสารคุณลุงบรรพรต ต้องอยู่กับความรู้สึกผิดทั้งที่

ตนเองมิได้ก่อ รุ่นแม่ก็ก่อเรื่องสารเลวจนทำให้มีการตายของคนในตระกูล

พอมารุ่นลูกรุ่นหลานก็เชื้อไม่ทิ้งแถว

สารเลวและทะเยอทะยานไม่จบไม่สิ้น

คุณลุงเป็นคนดีท่ามกลางคนเลวร้ายจริงๆ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Lautenyu

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 39
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-3

ออฟไลน์ เฉื่อย

  • UNCOMMON AS NORMAL.
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 69
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
เพิ่งอ่านไปได้ไม่กี่ตอนแต่หลงรักเรื่องนี้เข้าเต็มๆ ฮรืออออออออออ
มันดีมากจีบกันตั้งแต่เด็กๆเลยน่ารักแถมยังจีบกันแบบนุ่นวลสุด รักกกกกกกกกกกกก  :กอด1: :hao3: :pig4:

ออฟไลน์ Tiffany

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1088
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-0
อ่านแล้วนำ้ตาซึมรับรู้ถึงความรักของคุณจันทร์ ที่มีให้คนสำคัญในครอบครัวทุกๆคน

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 14010
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +411/-25
จุดพลุปัง​ อลังการงานเปิดตัว

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
อ่านถึงตอนนี้ ก็พอจะเข้าใจความพยายามของคุณจันทร์อย่างมาก
ในการที่จะฝ่าฟันประเพณีต่างๆ แต่ก็ทำได้อย่างสวยงาม

หยุดพักระหว่างจันทร์กับน้องรักษ์ไว้ก่อนนะ หลังจากผ่านตอนนี้ไป
ค่อยมาปะทะคารมกันใหม่ อิอิอิ
 o13 o13

ออฟไลน์ หมอตัวเปียก

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2056
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-2
ต้องรักมากมายขนาดไหนกันนะ ถึงทำได้ขนาดนี้

ออฟไลน์ wutwit

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 211
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-2

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
 :katai2-1: คุณจันทร์เป็นคนที่ฉลาด และมีความพยายามมากกกกก  :katai2-1: :katai2-1:

ออฟไลน์ labelle

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2793
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-0
ยอมใจเลยค่ะ คุณจันทร์คือผู้ไร้เทียมทานที่แท้จริง
คิดมาดี วางแผนมานาน เรียนรู้ และจัดวางทุกสิ่ง
ทุกอย่างที่เสน่ห์จันทร์ทำ เพื่อคนที่รัก เพื่อครอบครัว
และที่สำคัญสุด คือ เพื่อให้มีพระพายเคียงข้างเสน่ห์จันทร์

สุดยอดกับความไม่ปรานีของเสน่ห์จันทร์ ขนาดคุณย่ายังยอม
คนใกล้ชิดมองออก พอรู้ทัน แต่ห้ามไม่ไหว ไม่มีใครกล้าสู้

วันนี้คือวันที่เฉิดฉายได้อย่างสมสง่า ไม่ให้มัวหมองกันได้เลย เริ่ดมาก

เอ็นดูพระพายมากเลยค่ะ รู้ว่างานวันนี้ไม่ปกติ
แต่ก็ต้องตื่นแต้นบ้างแหละเนาะ เจอเปิดตัวเข้าไปแบบนี้
คนบ้านคุณจันทร์น่ารักทุกคนเลยค่ะ พระพายตื้นตันมากเลย

สงสารคุณดารา ความเป็นหนึ่งไม่เป็นรองใคร ก็มีอยู่มาก
แต่บางอย่างด้วยความเป็นตระกูลค้ำอยู่ ทางเลือกแทบไม่มี
ก็ได้แต่เลือกทำอีกอย่างที่ได้แสดงฝีมือ

งานวันนี้ซึ้งมากค่ะ และเข้าใจความคิด อารมณ์ของคุณจันทร์ได้ดี

รอลุ้นเรื่องภายในที่จะคุยกันว่า สายรองจะต้องเจออะไรบ้าง
คุณย่าก็พูดผ่อนเบาไปแล้ว ไม่รู้คุณจันทร์จะยอมลดให้บ้างไหม

ออฟไลน์ MyLavenderLand

  • ฉันสุขใจ เมื่อได้ Log in เล้า
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1709
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-1
อะหืออออ นี่มันไม่ใช่วันอวยทายาทจันทร์ดาราฉายแล้ว มันเป็นงานอวยสะใภ้คนใหม่ชัดๆ  /. พี่พระพายขาตัวลอยไปถึงดาวอังคารแล้ววคุณเอ้ยยย คุณจันทร์เล่นใหญ่จัดหนักมากกกก   

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด