เสน่ห์จันทร์ลมพระพาย บทพิเศษ คืนเพ็ญ เดือนสิบสอง [หน้าที่ ๑๖ /๑๘ มีนาคม ๒๕๖๒]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: เสน่ห์จันทร์ลมพระพาย บทพิเศษ คืนเพ็ญ เดือนสิบสอง [หน้าที่ ๑๖ /๑๘ มีนาคม ๒๕๖๒]  (อ่าน 24740 ครั้ง)

ออฟไลน์ หมอตัวเปียก

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2056
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-2

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 14016
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +411/-25

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1673
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
โว๊ะ จันทร์เธอช่างร้ายเหลือเกิน
 o18

ออฟไลน์ Lautenyu

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 39
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-3
เสน่ห์จันทร์สมควรเป็นวิลเลี่ยนยอดเยี่ยมแห่งปี

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
 :katai1: คุณจันทร์เจ้าเล่ห์ ระวังพระพายจะโกรธนานนะ

ออฟไลน์ PPSMM

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 266
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +446/-3
คำเตือน : เราไม่ใช่สายบาปนะคะ ที่ผ่านมาจะเห็นแล้วว่า เรามักตัดเข้าโคมไฟตลอด และผลักภาระให้อยู่ที่จินตนาการของคนอ่านทั้งหมด  สำหรับบทนี้ก็พอกล้อมแกล้มนะคะ อย่าคาดหวัง เพราะถ้าพูดแบบไม่ติดตลกก็คือ มีปัญญาเขียนได้เท่านี้แหละค่ะ แหะ ๆ





เสน่ห์จันทร์ลมพระพาย

ตอนที่ ๑๖ เล่ห์พระพาย

 

มีสักกี่ครั้งกันที่สองขาก้าวอย่างเร่งรีบมายังสวนพิรุณ

ครั้นจะนับจริง ๆ ก็คงมากจนเสียเวลาไปครึ่งค่อนวัน  เพราะแค่ได้ยินว่าสายพิรุณป่วย สองขาก็เหมือนทำงานก่อนสมอง เมื่อประมวลผลเสร็จแล้วก็พอดีกับที่มาหยุดอยู่หน้าบ้านสวนเสียทุกครั้งไป

อย่าให้นับเลย...

เสน่ห์จันทร์พูดคุยกับคุณหญิงมณีจันทร์ครู่ใหญ่ กว่าจะลงจากเรือนก็พลบค่ำแล้ว และรับรู้เรื่องของสายพิรุณจากปากของพี่ชบา ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นทำให้เขารู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย

เขาไม่ได้เดินไปที่บ้านหลังน้อย แต่กลับเดินลัดอ้อมนาบัว ตรงไปยังท้ายสวนพิรุณ ซึ่งมีต้นลูกจันปลูกอยู่หลายสิบต้น และใกล้ ๆ นั้นจะมีศาลาไม้อยู่

แผ่นหลังของสายพิรุณยามที่ต้องมองย้อนกับแสงสุดท้ายของพระอาทิตย์ เป็นภาพที่เคยบาดใจเขาเช่นไร ก็คงยังให้ความรู้สึกนั้นเช่นเดิม

เขาควรรู้ดีแก่ใจว่าเรื่องที่ทำไปมันต้องส่งผลกระทบต่ออีกฝ่าย แต่ก็ยังทำเพราะอารมณ์ชั่ววูบ แล้วผลที่ตามมาเล่า...

สองขาก้าวเดินมาหยุดและทรุดลงนั่งซ้อนด้านหลัง สองแขนสวดกอดรั้งจนแผ่นหลังแนบชิดกับแผงอก สันกรามสวยเบียดที่ขมับ กดจูบแผ่วเบา พร้อมกระซิบคำพูดที่ตลอดชีวิตเกือบยี่สิบเอ็ดปีของเสน่ห์จันทร์ไม่เคยเอ่ยสักครั้ง

“ขอโทษครับ... จันทร์ขอโทษ”

สายพิรุณเม้มปากแน่น เอียงใบหน้าเพื่อตอบรับสัมผัสของเสน่ห์จันทร์ ยกมือขึ้นหวังจะจับท่อนแขนที่โอบกอดตนอยู่ แต่นึกได้ว่าฝ่ามือของตนนั้นทั้งหยาบกร้าน ไม่เนียนนุ่มเหมือนมือของลูกคุณหนูคนอื่น จึงได้แต่นิ่งงัน

ท่าทีลังเลใจของคนในอ้อมกอด ทำเสน่ห์จันทร์เจ็บปวด เขาจึงเป็นฝ่ายเลื่อนมือลงไปกุมมือนั้นไว้

“พระพาย...” เสน่ห์จันทร์กระซิบ กดจูบที่ข้างแก้มอย่างพยายามปลอบประโลม “อย่าร้องครับ”

สายพิรุณไม่ได้ร้องไห้ แต่สภาพตอนนี้ก็แค่ไม่มีน้ำตาไหลออกมาเท่านั้นเอง

ถึงจะไม่ใช่คนรูปร่างสูงใหญ่ แต่สายพิรุณก็ไม่ได้ตัวเล็กบอบบาง ทว่าอาการพยายามซุกกายเข้ากับอ้อมอกของเขาในตอนนั้น เป็นสิ่งที่บีบคั้นหัวใจของเสน่ห์จันทร์อย่างรุนแรง

เขาลงมือหนักเกินไปจริง ๆ

คนที่ขาดมาทั้งชีวิต เมื่อมีหลักยึดแล้ว จะไม่ยอมสูญเสียไป เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมเขาถึงละเลยได้ ต้องเอ่ยคำขอโทษอีกกี่ครั้งถึงจะคลายความเจ็บปวดในใจของสายพิรุณได้

อุ้งมือหยาบกร้าน ถูกบรรจงจูบอย่างอ่อนหวาน ปลายจมูกซุกลงไป กดเกลี่ย ก่อนจะขบเม้มอย่างไม่นึกรังเกียจ

“จันทร์... ชอบคนนั้นเหรอ” น้ำเสียงแผ่วเบาของสายพิรุณฉุดกระชากหัวใจของเสน่ห์จันทร์ได้ชนิดที่ไม่ต้องออกแรงอะไร เขาก็เหมือนใจจะขาดแล้ว

อยากแกล้ง กระตุ้นให้พี่เค้าตื่นตระหนกจนเลิกหวาดหวั่น กลายเป็นตัวเองนั่นแหละที่โดนสวนกลับจนจุกอกไปหมด

“จันทร์รักพระพายครับ รักแค่พระพายคนเดียว”

“แต่จันทร์มองคนนั้น... จันทร์ยิ้มให้คนนั้นด้วย” เสน่ห์จันทร์ส่ายหน้า กระชับอ้อมกอดรัดจนร่างของสายพิรุณแทบจะจมหายไปกับอก

“เชื่อในตัวจันทร์นะครับ...”

“พี่เชื่อมาตลอด ไม่เคยไม่เชื่อจันทร์” สายพิรุณเอ่ย  ขยับพลิกกายหันหน้าเข้าซุกในอ้อมอก สองแขนกอดอีกฝ่ายเอาไว้ ฝ่ามือกำเสื้อเอาไว้แน่น ราวกับว่ากลัวจะสูญเสียคนคนนี้ไป “แต่ไม่อยากให้จันทร์มองใคร ไม่อยากให้จันทร์ยิ้มให้ใคร”

“.......” เสน่ห์จันทร์นึกคิดคำพูดออกมาไม่เป็นคำ ที่เขาให้พี่ชบามาแจ้งข่าวกับสายพิรุณก็เพียงเพราะอยากได้ยินคำพูดแบบนี้ไม่ใช่หรือ แต่เขาไม่ดีใจเมื่อได้ฟังเลย

ความเชื่อใจของสายพิรุณที่มีให้เขา... เหตุใดเขาถึงได้ใจร้ายกับคนที่รักหมดหัวใจไปได้เล่า

“อยากให้จันทร์เป็นของพี่คนเดียว”

.

.

“จันทร์เป็นของพระพายคนเดียวครับ...เป็นมาตลอด”

ดังสายลมเอื่อยเฉยที่พัดโอบล้อมทั้งสองร่างเอาไว้ ความมืดที่เริ่มปกคลุม แต่ไม่อาจปิดบังกลิ่นหอมของมะลินับร้อยต้น กลิ่นหวานของลูกจัน

เช่นเดียวกับที่ทั้งสองไม่อาจปกปิดความรู้สึกของตนเองอีกต่อไปแล้ว

.

.

.

 

เสื้อผ้าชุดคุ้นตาสองชุดกองอยู่บนพื้นหน้าห้องน้ำ เสียงสายน้ำจากฝักบัวไหลกระทบพื้น เพราะประตูปิดไม่สนิท แง้มออกเล็กน้อย แต่ไม่มากพอที่จะเห็นภายในนั้น ทว่าก็เดาไม่ยากว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นในห้องน้ำแห่งนี้

สายพิรุณยิ้ม ก่อนจะหัวเราะคิกคัก เอียงตัวหลบเล็กน้อย แต่ก็หนีไปไหนไม่ได้ไกลนัก เพราะร่างกายเปล่าเปลือยเปียกปอนอยู่ในก้อมกอดของเสน่ห์จันทร์

“อย่าหนีจันทร์สิครับ” พูดแล้วก็งับลงที่ไหล่เนียน และกดจูบ ไม่สนใจสายน้ำจากฝักบัวที่ไหลหยดลงมากระทบร่างซึ่งกอดรัดกันอยู่

“ไม่ได้หนีสักหน่อย...” สายพิรุณแย้ง เอนแผ่นหลังแนบแผงอก ทิ้งกายให้ระทวยในวงแขน เงยหน้าขึ้น เอียงรับจูบที่กดลงมา “จันทร์แกล้งพี่ มันจั๊กจี๋”

เสน่ห์จันทร์บดริมฝีปากลงไป ก่อนจะขบเม้ม ดูดดึงกลีบปากนุ่ม ฝ่ามือลูบไล้ตรงหน้าท้องวนไปมา เลื่อนลงต่ำไป จนสายพิรุณสะดุ้ง แม้ก่อนหน้าจะเข้ามาอยู่ในห้องน้ำนี้ ร่างกายจะสัมผัสกันครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ยังคงรู้สึกสะท้านไปทั้งตัวเมื่อถูกปลุกเร้า

และครั้งนี้... ทั้งสองคนรู้ว่าเกินกว่าทุกครั้งที่ใกล้ชิดกัน

สายพิรุณสั่นระริกไปทั้งร่าง เมื่อร่างกายถูกฝ่ามือใหญ่นั้นปลุกประโลมจนต้องถดกายหนี แต่สะโพกกลับต้องเบียดกับเรือนกายที่กำลังตื่นตัวของเสน่ห์จันทร์ที่ยืนซ้อนอยู่เบื้องหลัง เสียดสีกันจนหลุดเสียงครางกระเส่า

แขนข้างหนึ่งยกขึ้นเกี่ยวรอบคอ สอดปลายนิ้วกับเรือนผมนุ่มที่เปียกชื้น ในขณะที่ตนเองนั้นได้แต่เชิดหน้าขึ้น ครางกระเส่าตามจังหวะที่ฝ่ามือนั้นรุกเร้า

“จันทร์.... จันทร์จ๋า...” เสน่ห์จันทร์ครางรับเสียงพร่า ซุกไซ้ซอกคอมาจนถึงท้ายทอย “ไปที่เตียงได้ไหม...พี่เมื่อย”

ได้ไม่ได้คงไม่จำเป็นต้องถามแล้ว เมื่อถึงเวลานี้ ต่อให้ร้องขอไปที่โซฟาเสน่ห์จันทร์ก็ยินดี

.

.

“อย่าเกร็งครับ... พระพาย...อย่าเกร็ง” เสียงกระซิบปลอบประโลมข้างหู พร้อมกับจูบปลอบขวัญที่ข้างขมับ ลมหายใจอุ่นร้อนที่ขาดห้วง เพราะคนพูดก็พยายามหักห้ามใจอยู่ไม่น้อย

ยามที่ร่างหายหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน มันแลกกับความเจ็บปวดของอีกคนหนึ่ง แต่เพราะรักจนอยากครอบครองไว้แต่คนเดียวจึงต้องทำใจร้าย รุกล้ำเข้าไป

ความคับแน่นของสายพิรุณบีบรัดร่างกายเจ็บแทบทนไม่ไหวเช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่เสน่ห์จันทร์ทำตอนนี้คือ พรมจูบไปตามใบหน้า ลูบไล้ไปตามเรือนร่างที่เขากำลังครอบครองเพื่อให้คนรักได้รู้สึกบรรเทาความเจ็บจุกที่เกิดขึ้น

“จันทร์... แน่นไปหมดเลย” สายพิรุณเสียงสั่นสะท้าน เขาไม่สามารถเอ่ยบรรยายความรู้สึกตอนนี้ออกมาเป็นคำพูด ได้แต่พยายามอดทนรอให้ร่างกายของตนเองค่อย ๆ ปรับสภาพ

“ถ้าเจ็บ... ตีจันทร์ได้นะครับ” พูดบอกขนาดนี้ แต่ถามว่าสายพิรุณจะตีได้หรือ นอกจากจะไม่ตีแล้ว ยังจดจ้องคนที่ทาบทับเรือนกายอยู่ด้านบน ผิวขาวตอนนี้แดงจัด ตั้งแต่ใบหน้างดงามลงมาจนถึงคอ ซึ่งบอกได้ดีเลยว่าเสน่ห์จันทร์ทั้งต้องการเดินหน้า แต่ก็ยังพยายามอดทนรอเขาอยู่เช่นกัน

เมื่อร่างกายของคนที่รองรับอยู่เริ่มตอบสนอง จังหวะเบา ๆ ก็เริ่มขึ้นอย่างเชื่องช้า เสียงกดฟันไม่มีอีกแล้ว จะมีเพียงก็แต่เสียงในลำคอแผ่วเบา ยามที่ร่างกายของทั้งสองโยกไปตามแรงที่ขยับเข้าออก

เสียงกระซิบพร่ำบอกรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผสมผสานกับเสียงครวญครางระบายอารมณ์ แม้จะตั้งใจเอาไว้ว่าจะไม่ตีคนรัก แต่สุดท้ายความเสียวซ่านก็ทำให้เผลอจิกเล็บลงบนแผ่นหลังลากเป็นรอยแดง

สองร่างโรมรัน จังหวะรักที่เร่งเร้า เสียงบดจูบ สลับกับเสียงครางอย่างยากจะห้ามใจในช่วงสุดท้ายคล้ายเสียงกรีดร้องที่เจ็บปวด แต่ใครจะรู้ดีเท่าคนทั้งสองว่ามันคือความสุขสม ที่พากันป่ายปีนพุ่งทะยานไปจนสุดแรง

 

เสียงหอบหายใจ และน้ำหนักตัวที่ทิ้งตัวลงมา พร้อมกับจูบคลอเคลียดที่ริมฝีปาก ดูดดุน บ่งบอกให้รู้ว่ารักและหลงใหลเขาแค่ไหน

เมื่อลืมตาขึ้นมองสบตาหวานไหว ใบหน้ามนใสที่สองแก้มแดงระเรื่อจากห้วงอารมร์ที่ยังตกค้าง คลี่ยิ้มอ่อนหวาน ออดอ้อน

“จันทร์จ๋า...” เสียงของสายพิรุณกระซิบแผ่ว ยามที่เรือนร่างแนบชิดกับแผงอกอุ่น ฝ่ามือลูบไล้แผ่วเบา เลื่อนขึ้นไปที่ต้นคอขาว และโน้มใบหน้างดงามนั้นลงมา กระซิบออดอ้อนยามที่ริมฝีปากคลอเคลียชิดใกล้

“พี่เป็นของจันทร์... เป็นพระพายของจันทร์เพียงคนเดียว”

“จันทร์รักพระพาย...” รักมาตลอด...

“อือ...” ขานรับ และแตะจูบเบา ๆ ที่ปลายจมูกโด่งเป็นสัน กิริยาออดอ้อนน่ารักอย่างนี้มีหรือที่อีกคนจะทนไหว

เสน่ห์จันทร์กดหอมแก้มเนียนหนัก ๆ ก่อนจะงับเนื้อนุ่มหยอกเย้า ฟัดแก้มจนหนำใจจึงเปลี่ยนเป็นซุกใบหน้าลงที่ซอกคอขาว ซึ่งมีรอยรักสีเข้มแต่งแต้มอยู่ประปราย

“พระพายเป็นของจันทร์คนเดียว...” เสน่ห์จันทร์พึมพำราวกับอยู่ในห้องของความฝัน แต่เขารู้ดีว่าตอนนี้ทุกอย่างคือความเป็นจริง

ในยามที่ได้ครอบครองทั้งตัวและหัวใจของคนที่อยู่ใต้ร่างนี้ คือสิ่งที่เขาเฝ้าฝันมาหลายปี นับครั้งไม่ถ้วนที่นำภาพของคนรักไปสู่ห้วงจินตนาการหวามไหว เมื่อถึงคราวได้กลืนกินโดยสมบูรณ์แล้ว เขาถึงได้รู้ว่า ภาพในความคิด ความรู้สึกที่ได้รับ มันเทียบเท่าของจริงไม่ได้เลยแม้สักเสี้ยว

หอมหอมของเรือนกาย ผิวเนียนที่ได้ลูบไล้ ร่างกายที่อุ่นร้อน เสียงครวญครางยามที่เขาบดกระแทก...

“พระพายเป็นของจันทร์” สายพิรุณยิ้มกับเสียงที่รำพึงให้ได้ยิน กอดกระชับจนร่างกายของทั้งสองแนบชิด ส่วนที่ยังอยู่ภายในกายก็ยิ่งทำให้ทั้งสองเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น

“รู้แล้ว... พี่ของของจันทร์ครับ” สายพิรุณกดจูบที่ข้างขมับ แล้วกระซิบถาม “บอกพี่อีกทีได้ไหม...ว่าจันทร์ก็เป็นของพี่”

เสน่ห์จันทร์เลื่อนใบหน้างดงามขึ้นมา  แววตาทอประกายวาบหวามจ้องมองดวงตาสวยราวกับมีดวงดาวนับหมื่นแสนระยิบระยับอยู่ในนั้น

เขาถูกดวงตาคู่นี้สะกดหัวใจตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ รู้เพียงแค่ว่าตั้งแต่จำความได้ เขาไม่เคยมองตาใครแล้วรู้สึกเหมือนจิตวิญญาณหยุดนิ่ง และอยากครอบครองเหมือนเช่นได้สบตากับสายพิรุณ

นี่ไม่ใช่รักแรกพบ หรือความประทับใจแรกเจอ...

ความรู้สึกของเขาที่มีต่อคนรักนั้น คือ... เสน่ห์จันทร์เกิดและมีอยู่เพื่อสายพิรุณเพียงคนเดียว

“จันทร์รักพระพาย จันทร์เป็นของพระพายคนเดียว... เป็นของพระพายมาตลอด” น้ำเสียงนุ่มนวลที่เจือด้วยความรู้สึกอ่อนหวาน อบอุ่นและอ่อนโยน คำบอกรักที่ทำให้หัวใจทั้งดวงหลอมละลาย คำมั่นสัญญาที่รวมทั้งสองเป็นหนึ่งเดียว

“ไม่ว่าจะเป็นเมื่อวาน วันนี้ พรุ่งนี้... จันทร์ก็เป็นพระพาย วันไหน ๆ จันทร์ก็เป็นของพระพาย”

“ตลอดไปหรือเปล่า” เสน่ห์จันทร์ยิ้ม และส่ายหน้า ลดใบหน้าลงแตะจูบที่หน้าผาก เปลือกตา เลื่อนมาที่ปลายจมูก และหยุดที่ริมฝีปาก

“ไม่มีตลอดไป” หวานยิ่งกว่าสิ่งใด...

รักยิ่งกว่าใคร...

“เพราะจันทร์เป็นของพระพาย ได้มากกว่าแค่คำ ๆ เดียวครับ”

และไม่มีตลอดไป เพราะจะเป็นของกันและกันจนวันสุดท้ายของลมหายใจนี้

“จันทร์สัญญา”

 

+++++++++++++++++++++++++



ปล. ถ้าเนื้อหามันบาปไม่พอต้องขออภัยด้วย สารภาพเลยว่าจริง ๆ เป็นคนสายบุญค่ะ #บุญแล้วที่ไม่เขียนให้บาปกว่านี้


ปล. 2 วันนี้มา 2 ตอน เพราะพรุ่งนี้ไม่อยู่ค่ะ ไม่ได้เกี่ยวกับว่าเพราะวันนี้เป็นวันพระ 5555555

ออฟไลน์ rainichxx

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ด
 :m25: :m25: :m25:

ดีค่ะ ดีที่สุดเลยค่ะ ! คุณจันทร์ ! ในที่สุด !!!!

ออฟไลน์ catka12

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 703
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-0
 :hao7:   :hao7:   :hao7:  ในที่สุด.....   :jul1:   :jul1:   :jul1:  คุณจันทร์นี่คือตัวอย่างของความดุดันที่อ่อนโยนจริงๆ  :z1:   :z1:   :z1: ต่อกันยาวๆเลยค่ะ ....   o13 ติดใจทางสายบาปแบบคุณจันทร์มากมาย  :hao7:

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 14016
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +411/-25

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Lautenyu

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 39
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-3

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4372
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +109/-7
ปากหวานเหลือเกินคุณจันทร์

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1673
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3

ออฟไลน์ labelle

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2793
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-0
55555 จริงค่ะ บุญแล้วที่ไม่คิดบาปไปกว่านี้

โอ๊ยยยย ใจบาง เหลวไปหมดเลยค่ะ
ทำไมพระพายน่ารักแบบนี้ อ้อนทำไม เขินแทน
จันทร์จ๋าก็ได้ครอบครองพี่สมใจแล้วนะ
หลังจากที่รอเวลามานานและใจเสียไปชั่วขณะจิต

แต่ทั้งชีวิตทั้งคู่คือเวลาของอีกคน
แล้วแบบนี้จะขาดกันได้ยังไง
ยอมไม่ได้หรอกเนาะพระพาย

คุณจันทร์เจ้าเล่ห์แต่เด็ก พระพายก็มีให้เห็นบ้าง
เอ็นดูความอยู่เคียงข้างกันของคู่นี้


ออฟไลน์ MyLavenderLand

  • ฉันสุขใจ เมื่อได้ Log in เล้า
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1709
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-1
อ่าาาาา อย่าว่าคุณจันทร์ร้ายยยย พี่พระพายร้ายหนักกว่าาา หูยยยยยย แผนดีมากกก  :hao6:

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3027
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +48/-0

ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +199/-0

ออฟไลน์ PPSMM

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 266
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +446/-3
เสน่ห์จันทร์ลมพระพาย

ตอนที่ ๑๗ เจ้ามะกรูดเอ๋ย

 

สายพิรุณตื่นตั้งแต่เช้ามืด แต่เมื่อเขาเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อออกมาเก็บดอกมะลิก็พบว่า แก้วและอุ่นกำลังช่วยกันเก็บก่อนหน้าเขาแล้ว สองสาวพูดคุยกันไป หัวเราะคิกคักจนหันมาเจอเขานั่นแหละ

“คุณพระพายตื่นเช้าจังเลยค่ะ”

“ให้ผมตื่นเช้าเถอะครับ เมื่อวานกว่าจะตื่นก็สายโด่งเลย ลำบากคุณจันทร์หอบเอากระทงไปเอง”

“ก็คุณพระพายไม่สบายนี่คะ ว่าแต่ดีขึ้นหรือยัง? เมื่อกี้คุณจันทร์ให้พี่ชบาเตรียมสำรับสำรับ ถ้าเสณ้จแล้วคงยกมาให้คุณพระพายด้วย” ได้ยินแก้วพูดแล้วสายพิรุณแทบตาเหลือก ไม่ใช่ว่าอาหารฝีมือของพี่ชบาไม่อร่อย แต่ว่าเขาไม่ควรรบกวนทางนั้นมากมายขนาดนี้ แค่เมื่อวานอีกฝ่ายจัดข้าวปลามาหารยกมาให้เขาสามมื้อ เขาก็เกรงใจจะแย่

เขาไม่ได้ป่วยนะ... เขาแค่...ไม่สบายตัวนิดหน่อย

จะว่าเสน่ห์จันทร์เวอร์เกินไปก็ไม่ได้... น้องเป็นห่วง มาดูแลเองไม่ได้เพราะติดงานที่ครัวเสน่ห์จันทร์ ก็ยังให้มือขวามาคอยดูแล...

แค่ต่อว่าคุณจันทร์ในใจก็บาปแล้ววววว

“จริง ๆ ไม่ต้องก็ได้นะครับ”

“ไม่ทันแล้วค่ะ เช้านี้น่าจะข้าวต้มหมูทรงเครื่อง” อุ่นบอกรายการอาหาร

โอเค... ของชอบของเขา ฝากตะโกนบอกขอหมูสับเยอะ ๆ ได้ไหม รู้สึกไม่มีแรง

“ว่าแต่... คุณพระพายเป็นผื่นแพ้เหรอคะ ตรงคอน่ะค่ะ รอยแดงหลายที่เลย แก้วมียาหม่องนะคะ ใช้ไหม? เดี๋ยวแก้ววิ่งไปเอาให้ค่ะ”

“ไม่ต้อง ๆ ไม่ต้องครับ ผมทายาแล้ว ช่วงนี้แมลงมันดุน่ะครับ”

แมลง...

ขอโทษนะคุณจันทร์ ฮือออ พี่พระพายรู้สึกบาปอีกแล้ววววว

 

สายพิรุณก้มหน้าก้มตาเก็บมะลิ เมื่อได้ตามจำนวนที่ครัวเสน่ห์จันทร์ต้องการแล้ว เขาก็ฝากสองสาวให้ยกไปที่ครัวได้เลย ส่วนเขานั้นเดินเข้าไปในเรือนเพาะกล้วยไม้ เขาคิดว่าจะเก็บดอกของมันเอาส่งให้ตลาด ไว้ช่วงบ่ายค่อยไปถามแม่ค้าดอกไม้ที่รู้จักกัน แต่ตอนนี้มือเริ่มใช้กรรไกรตัดกิ่ง ตัดก้านดอกกล้วยไม้ เพราะตั้งใจว่าจะนำไปส่งให้เรือนจันทร์ดาราฉายสักสองมัดใหญ่ ๆ เพื่อใช้ตกแต่งบนจานอาหารของครัวดาราทอง และชามขนมหวานของครัวเสน่ห์จันทร์

และวันนี้เขาตั้งใจว่าจะเก็บพวกใบมะกรูด พร้อมลูกของมัน น่าจะได้เยอะพอสมควร เพราะเห็นลูกแก่เยอะมาก เปลือกของมะกรูดเขาจะนำมาตากแห้ง เพื่อเป็นส่วนผสมหนึ่งในการทำเทียนอบขนม

สายพิรุณตัดดอกกล้วยไม้เพลิน จนไม่รู้สึกตัวว่าเบื้องหลังมีใครบางใครกำลังเดินมาหา เจ้าของเรือนร่างสูงแย้มยิ้มจ้องมองแผ่นหลังของคนรักที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำงาน

“ดีขึ้นแล้วเหรอครับ” แค่เสียงที่อยู่ ๆ ก็โผล่มาว่าตกใจแล้ว วงแขนที่สอดกอดเอวจากด้านหลัง พร้อมกับจูบที่แตะลงซอกคออย่างแม่นยำนั้น ทำเอากรรไกรในมือเกือบร่วงพื้น

“จันทร์...”

“น่าจะนอนพักอีกสักวันนะครับ” สายพิรุณอยากพูดเหลือเกินว่า เขาแค่เมคเลิฟกับคนที่รัก ซึ่งก็คือคนที่กำลังกอดเขาอยู่ ไม่ได้ไปออกรบ คงไม่ต้องนอนซมอะไรขนาดนั้น แต่พอคิดว่ากล้าคิดอย่างนี้ได้อย่างไร อาการปากไม่ขยับก็กัดกินทันที

เขาว่านะ... เขาบาปมากเกินไปแล้ว

เขาควรบวชสักสองสามพรรษาดีไหม?

“ไม่เอาแล้ว... พี่เบื่อ” สายพิรุณตอบเสียงเบา ก่อนจะหันไปตัดก้านดอกกล้วยไม้อีกก้าน  “จันทร์ พี่ตัดกล้วยไม้ไม่ถนัด”

“ก็ไม่ต้องตัดไงครับ” เสน่ห์จันทร์ยิ้ม ถูไถคางกับข้างขมับของสายพิรุณ “วันนี้จันทร์มีเรียนจนถึงบ่ายนะครับ”

“พี่รู้แล้ว... พี่จำได้” สายพิรุณจำตารางเรียนของเสน่ห์จันทร์ได้ เขาจึงรู้ว่าวันไหนอีกฝ่ายจะมีเวลาทำขนมยาก ๆ ให้เขากิน หลายครั้งที่เขาเปรยว่าอยากกินขนมชนิดนั้น ชนิดนี้ แต่ถ้าสังเกตจะรู้ว่าวันที่เอ่ยจะใกล้กับวันที่เสน่ห์จันทร์มีเรียนน้อยหรือไม่มีเลย

“แล้วจำได้ไหมครับ ว่าทุกเย็นของวันจันทร์ เราจะไปกินข้าวข้างนอกกัน” สายพิรุณยิ้ม หันมาจูบที่ปลายคางเร็ว ๆ หนึ่งครั้งก่อนจะพยักหน้า

“วันนี้จันทร์อยากไปกินอะไรที่ไหนล่ะ พี่จะได้นั่งรถเมล์ไปรอ” ทั้งสองมักจะไปนั่งกินข้าว บางทีก็ดูหนังรอบดึกกัน แล้วแต่ว่าอยากทำอะไรร่วมกันบ้าง แต่ส่วนมากจะเป็นช่วงวันจันทร์ เพราะวันอังคารเสน่ห์จันทร์มีเรียนบ่ายสองจนถึงมืด ส่วนวันพุธจะว่างทั้งวัน  พูดถึงวันพุธก็นึกขึ้นได้

“จันทร์”

“ครับ?” เสน่ห์จันทร์ขานรับ แต่มือข้างหนึ่งปล่อยจากการกอดเอวคนรัก แล้วแย่งเอากรรไกรมาถือเสียเอง เมื่อสายพิรุณเลือกก้านกล้วยได้ เขาก็เป็นคนตัด

“วันพุธเพื่อนพี่จะมาที่สวน ภูเบศ...จำได้ไหม”

ใครจะไปลืมลง... สอดไส้ที่เขาต้องทิ้งเองกับมือทั้งที่ตั้งใจทำให้สายพิรุณได้กิน แต่สุดท้ายมันต้องไปอยู่ในถังขยะ... ก็เพราะชีสเค้ก ของนายภูเบศ

บอกแล้วไง ว่าเขาจะจำเอาไว้

“พี่ว่าจะพากินข้าวที่ร้านคุณดารา แต่ต้องให้พี่จ่ายค่าอาหารนะ จันทร์บอกคุณดาราหน่อยได้ไหม”

“จันทร์จะบอกให้ครับ” ถ้าไม่เพราะได้ยินว่าสายพิรุณเป็นคนจ่าย เขาจะบอกให้ดาราทองชาร์ตไปอีกสิบเปอร์เซ็นต์ ไม่ได้เอาเปรียบผู้บริโภค แต่ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดีเอาเสียเลย วัตถุดิบต่าง ๆ (ที่ได้จากสวนพิรุณ) ก็ขึ้นราคา (เขาขึ้นเอาเอง) ก็ถือว่าสมน้ำสมเนื้อ  “คุณดาราน่ะ ชอบไม่คิดเงินกับพี่ พี่เลยไม่กล้าไปกินข้าวที่ร้าน”

“ก็เพราะคุณดาราเห็นว่าพระพายเป็นคนกันเองไงครับ”

“คนกันเองยิ่งต้องคิดสิ”

“หมายถึง... คุณดาราเห็นพี่พระพายเป็นคนในครอบครัวครับ”

“...”

“เหมือนที่จันทร์เห็นพระพายเป็นคนในครอบครัวมาตลอด”

“...”

“เป็นคนรัก”

“...”

“ตอนนี้เป็น...”

“เป็นคนที่ต้องรีบตัดดอกไม้ไปส่งตลาด เพราะอยากมีเงินไปเลี้ยงข้าวแฟนเย็นนี้ครับ” เสน่ห์จันทร์เกือบจะหลุดขำออกมา เมื่อสายพิรุณรีบดักคอเขาเอาไว้ก่อน เขายังไม่ได้จะเอ่ยคำพูดอะไรเลยนะ ทำไมร้อนตัวจนร้อนขึ้นมาถึงหน้าล่ะ

“จันทร์ยังไม่เคยขอพระพายเป็นแฟนสักหน่อย ขี้ตู่จังเลยครับ” ได้ยินแล้วสายพิรุณถึงกับเหลือบตามองคนที่กอดเขาไม่ปล่อย

ก็จริงอย่างที่พูดนั่นแหละ เสน่ห์จันทร์ไม่เคยขอเขาเป็นแฟนจริง ๆ แต่ไม่ได้ห้ามไม่ให้เขาขอไม่ใช่เหรอ

“งั้นจันทร์เป็นแฟนกับพี่ไหม?”

“หื้ม?” เสน่ห์จันทร์ทำไม่ได้ยิน แต่อมยิ้มจนแก้มเป็นรอยบุ๋มลักยิ้มแล้ว “จันทร์ได้ยินไม่ถนัดเลยครับ พระพายถามว่าอะไรนะครับ”

“ไขสือเก่ง” เสน่ห์จันทร์ขำเบา ๆ หันมากดปลายจมูกกับแก้มเนียนที่ขึ้นสีเล็กน้อย “ไม่เป็นก็ไม่ต้องเป็น คืนนี้นอนบ้านใครบ้านมัน”

“พระพายครับ... ไม่เอาไม่งอนจันทร์นะครับ” เสน่ห์จันทร์กดจูบซ้ำ ๆ ที่แก้มหอม ก่อนจะออดอ้อนให้สมรัก “จันทร์อยากให้พระพายเป็นคนขอจันทร์เป็นแฟนนี่ครับ”

“ก็ขออยู่นี่ไง จันทร์เล่นตัวอะ” พระพายงอแงบ้างได้ไหมล่ะ ถึงขั้นนี้แล้ว จริง ๆ คำว่าแฟนมันดูเด็กน้อยไปแล้วด้วยซ้ำ เพราะที่ทำ ๆ กันอยู่เนี่ย เกินคำว่าแฟนไปไกลมากแล้ว

“ก็จันทร์อยากให้พระพายขอเป็นแฟนหลาย ๆ ครั้งครับ”

“เป็นแฟนพี่นะจันทร์” เสน่ห์จันทร์ยิ้มแก้มแทบปริ ยิ่งสายพิรุณวางดอกกล้วยไม้ที่ตัดแล้วลงตะกร้า จากนั้นหันกลับมากอดเอวของเขา พร้อมกับเงยหน้า ช้อนตามองอย่างออดอ้อนแล้วก็นะ... “ใจเต้นแรงขนาดนี้... เป็นแฟนพี่เถอะครับ นะครับนะ จันทร์จ๋าคนดี”

“อ้อนเก่งจังครับ” ว่าแล้วก็จูบที่หน้าผากมน เลื่อนริมฝีปากลงมางับที่ปลายจมูก

“จันทร์จ๋า... เป็นแฟนพี่พระพายนะครับ นะ..น้า” สายพิรุณลากเสียง ซุกหน้ากับอกแกร่งแสนอบอุ่นที่สองคืนมานี้เขานอนซุกซบตลอดคืน กลิ่นของเสน่ห์จันทร์หอมหวานเหมือนกล้วยไม้ เหมือนขนม... “ถ้าไม่ยอมจะไม่กินขนมที่จันทร์ทำแล้ว เพราะพี่จะประท้วง”

“วันนี้จันทร์ให้พี่ชบาทำสาคูแคนตาลูป กับขนมน้ำดอกไม้ พระพายไม่กินก็ดีครับ เพราะจันทร์ไม่ได้เป็นคนทำเอง”

“จันทร์... เล่นตัวอย่างนี้พี่จับกินแล้วนะ” ทำเป็นขู่ ทำเป็นหน้ายุ่ง ทำเป็นไม่พอใจ แต่สองแก้มแดงเรื่อทันทีที่เสน่ห์จันทร์กระซิบถาม

“จะกินตรงไหนดีครับ? หืม... จันทร์ยอมให้กินเดี๋ยวนี้เลยก็ได้”

ตาย!

ไม่ใช่เสน่ห์จันทร์ที่ตาย

แต่เป็นสายพิรุณนี่แหละที่จะตาย!!

บาปกินหัวแล้วววววววววววว

หยอกเย้ากันพอหอมปากหอมคอ เรื่องของเรื่องคือสายพิรุณหมดแรงจะต้านทานเสน่ห์จันทร์คนนี้ ยิ่งใกล้ชิดกันมากเท่าไหร่ ก็เหมือนอีกฝ่ายจะเปิดเผยความเป็นตัวเองมากขึ้นเท่านั้น

สายพิรุณขอเวลาอีกสักพัก บอกตามตรง เสน่ห์จันทร์คนนี้ เขายอมทุกอย่างแล้ว...

 

มื้อเช้าขอสายพิรุณคือข้าวต้มหมูทรงเครื่อง ผลไม้ล้างปากคือลูกจันสุกหลังบ้านนั่นเอง และเขาไม่ได้กินมื้อเช้าคนเดียวแต่มีเสน่ห์จันทร์นั่งกินด้วย ก่อนที่อีกฝ่ายจะขอตัวกลับไปดูที่ครัว และเตรียมตัวไปเรียน โดยที่หอบเอาดอกกล้วยไม้ไปด้วยสองมัดใหญ่

สวนพิรุณมีต้นมะกรูดอยู่หลายต้น แล้วมันเป็นความแปลกของมะกรูดเหล่านี้อยู่หนึ่งอย่างคือ ลูกของมันโตขนาดพอดีก็จริง แต่ไม่มีเม็ดใน บางลูกก็มีแต่เม็ดมันลีบ แถมน้ำยังเต็มลูก และออกลูกออกผลเต็มต้น กลิ่นหอมสดชื่นมาก ดาราทองชอบนักล่ะมะกรูดของที่นี่ อาหารคาวชนิดไหนที่ใช้น้ำมะกรูด หรือเนื้อมะกรูดล่ะก็ หญิงสาวไม่ยอมใช้ของตามท้องตลาดเลย

นอกจากใบที่สายพิรุณเก็บมาตะกร้าใหญ่แล้ว มะกรูดลูกโตที่หล่นตามต้นเขาก็เก็บ ทั้งยังลองปีนขึ้นไปเขย่ากิ่ง เขย่าต้นจนผลแก่ของมันตกมามากมาย เก็บไปเก็บมาได้สองเข่งใหญ่ ๆ คราวนี้ล่ะสายพิรุณถึงกับไปไม่เป็น

มันเยอะเกินไปน่ะสิ!

คิดยังไงก็คิดไม่ออก เขาสามารถปอกเอาเปลือกของผลมะกรูดไปตากแห้งแล้วนำมาทำเป็นส่วนผสมของไส้เทียนได้ แต่เขาเสียดายน้ำกับเนื้อของมัน... มันใช้ประโยชน์อะไรได้อีกล่ะเนี่ย

คิดยังไงก็คิดไม่ตก จะโทรไปหาเสน่ห์จันทร์ ซึ่งดูเวลาแล้วอีกฝ่ายอาจจะเพิ่งถึงมหาวิทยาลัยหรือเปล่า? สายพิรุณเลยเปลี่ยนใจเป็นส่งข้อความไปหา ซึ่งข้อความของเขานั้นถูกเปิดอ่านแทบจะทันที

Prapaikrubbb :

จันทร์ถึงมหาลัยยังครับ?

อุ่ย

ทำไมอ่านเร็วจัง

สายพิรุณถึงกับเกาศีรษะเมื่อเห็นข้อความของตนเองถูกอ่าน เขานั่งอยู่ใต้ต้นมะกรูดนี่แหละ ยังไม่ได้ไปไหน เพราะว่ายังเห็นมะกรูดอีกหลายลูกที่หล่นตามพื้น

KHUNJAN :

ยังอยู่บนรถครับ

วันนี้ลุงสมหมายขับรถมาส่งครับ

เห็นข้อความแล้วคิ้วก็ขมวดเข้าหากัน ถ้าเสน่ห์จันทร์ไม่เอารถไปเอง แล้วตอนเย็นล่ะ? คิดแล้วก็รีบพิมพ์ข้อความตอบกลับไปทันที

Prapaikrubbb :

แล้วตอนเย็นล่ะ?

เราจะกลับกันยังไง เรียกแกร็บ?

 

ก็เพราะนัดกินข้าวเย็นไงล่ะ แล้วเหมือนมีหนังใหม่จะเข้าด้วย ไม่รู้เสน่ห์จันทร์จะดูไหม ถ้าดูก็กลับดึก รถราก็เรียกยาก

KHUNJAN :

พระพายก็ขับรถจันทร์มาสิครับ

จันทร์จอดไว้ที่บ้าน

จันทร์บอกคุณดาราไว้แล้วครับว่าตอนบ่ายพระพายจะขับมารับจันทร์

 

“อย่างนี้ก็ได้เหรอ?” สายพิรุณถึงกับถามต้นมะกรูด ได้ไม่ได้ไม่รู้ แต่ลูกมะกรูดมันหล่นปุมาโดนกลางหัวพอดิบพอดี จนร้องโอ้ย...

ไม่มีคุณจันทร์เป่ากระหม่อมนะเว้ย! หล่นมาไม่ดูหัวคนหัวหมูเลย!

Prapaikrubbb :

เกรงใจอะ

พี่นั่งรถเมล์ไปเองได้

 

เขาเกรงใจจริง ๆ แม้จะรู้ว่าเสน่ห์จันทร์ไม่คิดอะไร แม้แต่ดาราทองหรืออีกหลาย ๆ คนในเรือนจันทร์ดาราฉายก็ตาม แต่... เขาก็รู้ตัวเองดีว่าเป็นใคร เขากลัวว่าการกระทำของตนเองจะทำให้เสน่ห์จันทร์มีปัญหาในอนาคตได้

KHUNJAN :

อย่าเกรงใจครับ

อะไรที่เป็นของจันทร์ พระพายมีสิทธิ์

 

“ขอบ้านพร้อมที่ดินเลยได้ไหม พิมพ์มาขนาดนี้” ทำเป็นพูดไปอย่างนั้นแหละ แต่ใจจริงตอนนี้อิ่มเอมไปหมด เสน่ห์จันทร์ยอมให้เขาทุกอย่างจริง ๆ

Prapaikrubbb :

เรื่องรถไว้ก่อนนะ

ตอนนี้พี่มีเรื่องจะปรึกษา

 

KHUNJAN :

ครับ

 

Prapaikrubbb :

พี่เก็บมะกรูดได้ 2 เข่งใหญ่ (มาก)

... คุณดาราจะเอาทำอะไรได้บ้าง

พี่เสียดาย

 

ข้อความของเขาขึ้นอ่านแล้ว แต่ยังไม่ได้ตอบทันที อาจจะเพราะเสน่ห์จันทร์ไปถามดาราให้ หรือไม่ก็กำลังคิดคำตอบก็ได้มั้ง

Prapaikrubbb :

พี่ใช้เปลือกมันทำเทียนอบได้นะ

แต่เสียดายเนื้อกับน้ำมันมากอะครับ

 

KHUNJAN :

คุณดาราเอาทำอะไรได้บ้างไม่รู้ครับ

แต่จันทร์ทำมะกรูดลอยแก้วได้

 

Prapaikrubbb :

มะกรูดลอยแก้ว?

 

KHUNJAN :

ใช่ครับ

จันทร์ไม่ได้ทำมานานแล้วเหมือนกัน

มะกรูดมีเยอะไหมครับ

 

Prapaikrubbb :

สองเข่งใหญ่ ๆ เลย

แถมอยู่บนต้นอีกเยอะ

หล่นทุกวันเก็บไม่ทันแล้ว

 

KHUNJAN :

งั้นพระพายเก็บเท่าที่จะเก็บได้เลยครับ

แล้วให้น้าพุดมายกไปครัว

ที่เหลือจันทร์จัดการเองครับ

 

สายพิรุณยิ้มกับตัวหนังสือ เขาไม่ได้ยิ้มเพราะดีใจที่มะกรูดจะถูกใช้งานจนหมด แต่ยิ้มเพราะคำพูดของเสน่ห์จันทร์ที่พิมพ์บอกเขาต่างหาก

จันทร์จัดการเองครับ

ทุกครั้งที่ได้อ่าน ได้ฟังคำนี้จากปากของเสน่ห์จันทร์ มันเป็นความรู้สึกที่เขาอยากยิ้มให้ปากฉีกไปเลย นอกเหนือจากนั้น ก็ยังมีความรู้สึกอบอุ่นที่โอบล้อมรอบกายทั้งที่ไม่มีอ้อมกอดแสนอบอุ่นนั้นจนท้วมท้นอีก

 

Prapaikrubbb :

งั้นแสดงว่าพรุ่งนี้พี่จะได้ชิมมะกรูดลอยแก้วใช่ไหมนะ

 

พิมพ์ไปก็ยิ้มไป โอ้ยยยย อารมณ์ดีจริง ๆ โว้ยยยย

 

KHUNJAN :

พรุ่งนี้ยังกินไม่ได้ครับ

ต้องแช่มะกรูดก่อน

อย่างน้อยหนึ่งคืนครับ

 

Prapaikrubbb :

โอ๊ะ!

งั้นแสดงว่าจันทร์จะทำมะกรูดลอยแก้ววันพุธใช่ไหม?

 

KHUNJAN :

ครับ

จันทร์ไม่มีเรียนวันนั้นครับ

พระพายอยากกินอะไรเพิ่มไหมล่ะครับ

จันทร์จะได้เพิ่มเป็นรายการของร้านเลย

 

ความรู้สึกเป็นอภิสิทธิ์ชนมันเป็นอย่างนี้นี่เอง! สายพิรุณยิ้มจนแก้มจะแตก พยายามพิมพ์ตอบไปด้วยบอกตัวเองว่า นิ้วอย่าเบียดอย่าเปลี้ยเด็ดขาด แม้ใจจะเต้นแรง และสั่นไหวแค่ไหนก็ตาม

 

Prapaikrubbb :

พี่มีเม็ดบัวเหลืออีกนิดหน่อย

แต่คงไม่พอทำขายครับ

จันทร์ทำเม็ดบัวฉาบอย่างคราวก่อนให้พี่กินอีกได้ไหม

พี่ชอบ

 

KHUNJAN :

จันทร์กับเม็ดบัวฉาบ ชอบอะไรมากกว่ากันครับ

 

เป็นคำถามที่ถูกส่งกลับมาเร็วมาก สายพิรุณยิ้มแก้มจะแตกแล้ว และเขาไม่ได้ซื่อบื่อจนตอบผิดตอบถูก ดีไม่ดีจะไม่ได้กินด้วย ในเมื่อเด็กอ้อนมาขนาดนี้แล้ว

 

Prapaikrubbb :

ชอบเม็ดบัวฉาบมากกว่า

แต่...รักจันทร์ที่สุดครับ

 

ฮี่ ๆ พี่พระพายอ่อยน้องจันทร์อยู่ อยากให้รู้...

พิมพ์ไปแล้วก็เขินจนไม่รู้จะทำอย่างไร หันไปเขย่าต้นมะกรูดแรง ๆ ไปหลายที ทำเอาผลแก่บนยอดหล่นตุบตับ โดนหัวบ้าง ตัวบ้าง จนต้องกลิ้งหลบ พอเห็นข้อความที่ตอบกลับมาก็รีบเปิดอ่าน แล้วเป็นอย่างไรล่ะ

 

KHUNJAN :

ตอบแบบนี้... คืนนี้จันทร์ไม่ให้นอนก่อนเที่ยงคืนนะครับ

 

 

เดี๋ยวเวรกรรมมันตามทันเร็วจังเนาะ... แกล้งเด็กได้แป๊บ ๆ ก็โดนแกล้งคืน

แบบนี้พี่พระพายไม่สู้นะ...

 

Prapaikrubbb :

พี่ไปเก็บมะกรูดต่อแล้วววววววว

คืนนี้พี่เป็นเด็กอนามัย สองทุ่มพี่หลับแล้วครับ

บายยยยยย

 

แล้วสายพิรุณก็รีบปิดหน้าจอ เก็บโทรศัพท์มือถือแล้วพยายามสงบสติอารมณ์

ยุบหนอ พองหนอ

มะกรูดหนอ ลอยแก้วหนอ...

ท่องไปเถอะ ท่องอะไรก็ท่องไป ทำเป็นท่อง แต่ในหัวกลับมีแต่คำว่าคืนนี้จะไม่ได้นอนก่อนเที่ยงคืนเนี่ย... พี่พระพายใจไม่ดีแล้ว!!

คนมันบาป....

แต่ไหน ๆ ก็บาปแล้ว บาปต่ออีกนิดก็บาปเหมือนกัน

 

คืนนี้นอนดึกหน่อยไม่เป็นไรมั้ง...

 

ว่าแต่ว่า...

วันพุธ...ภูเบศมาพอดี...

“พอดีเลย จะได้ชิมฝีมือขนมของจันทร์จ๋าด้วย โชคดี ลาภปากของแกจริง ๆ ว่ะไอ้เบจ”

 

โชคดี...ของภูเบศ................................. จริง ๆ เหรอ

 

 

ปล. อีกนิด

 

ภูเบศกำลังคุยงานอยู่กับคู่ค้าที่เขาจำเป็นต้องขึ้นมาติดต่อด้วยตนเอง ระหว่างที่กำลังแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอยู่นั้น จู่ ๆ เขาก็รู้สึกขนลุกขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ

“คุณภูเบศเป็นอะไรหรือเปล่าครับ?”

“อยู่ ๆ ก็รู้สึกหนาวขึ้นมาน่ะครับ” คำตอบของเขาทำเอาชายร่างท้วมผิวขาวจัดรีบหันไปมองตัวเลขอุณหภูมิห้อง ก่อนจะหันกลับมามองหน้าภูเบศ ชายหนุ่มผิวสองสี คมเข้ม สมกับที่เป็นคนทางใต้

“25องศา เย็นไปเหรอครับ”

“ไม่รู้สิครับ แต่คงไม่มีอะไรหรอก คุยงานกันต่อเถอะครับ” ภูเบศตัดบท จากนั้นก็เริ่มคุยงานต่อ โดยรับรู้ได้ว่าโทรศัพท์มือถือที่ใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงสั่นเล็กน้อยแล้วหยุดไป คาดว่าคงเป็นข้อความ

ซึ่งก็ใช่... เป็นข้อความของสายพิรุณนั่นเอง

 

Prapaikrubbb :

วันพุธที่มึงจะมาหากูน่ะ

บอกเลยว่าลาภปาก

พี่จะเลี้ยงข้าวเอ็งเองไอ้น้อง พร้อมของหวาน

มะกรูดลอยแก้ว!!

รับรอง อร่อยจนมึงลืมพังงาบ้านเกิดอะไอ้เบจ

 

จริงเร้อออออออออออออ

 

+++++++++++++++++++++++++

หนีไป!!!

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 14016
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +411/-25
จันทร์​จำ​แม่น​นะ​บอก​ไว้​ก่อน​ o18

ออฟไลน์ rainichxx

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
โอยยยย คุณจันทร์น้ออออ

ต้องล้างบาปยังไงถึงจะสาสมกับความบาปในจิตใจนี้ //รุกเลยค่ะ คุณจันทร์ อย่าให้พี่พระพายได้นอนก่อนเที่ยงคืน !
สงสารภูเบศแท้ 5555555

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ oyumi1551

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
เบื่อเนอะว่ามั้ยกับการ
ที่ต้องทำอะไรซ้ำๆเดิมๆ
ทุกวันอยู่อย่างงี้ไม่ไปไหน
เมื่อไหร่นะ สิ่งเเปลกใหม่จะมา
https://918kissyou.com/joker123

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
 o18 ภูเบศ เตรียมหาคนมาเก็บซากตัวเองด้วยยยยย

ออฟไลน์ aiyuki

  • รักแท้ไม่แบ่งแม้เพศพันธุ์
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3422
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +133/-6
ภูเบศหนีไป 55555 คุณจันทร์แก้แค้นแน่

ออฟไลน์ หมอตัวเปียก

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2056
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-2

ออฟไลน์ labelle

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2793
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-0
5555 ขนาดอยู่ไกลกัน ยังวูบวาบ เจอตัวไม่ต้องระเหยเลยหรอ
ภูเบศมีแววเสี่ยงภัยมากนะคะ จะหลบลี้หนีหายไปทันไหม

พระพายก็คนซื่อ คิดว่าคุณจันทร์จะไม่คิดมาก ได้เจอดีแน่
แล้วอะไรคือการขอเป็นแฟนกลางสวนคะ อินมากไหมคุณจันทร์

พระพายพอจะร้อนแรงก็ไม่หยอกเลยนะ อ้อนซะม้วนแทนเลยจ้า

ออฟไลน์ เก้าแต้ม

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1270
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +85/-3
คดีขนมใส่ไส้ จะได้รับการสะสางแล้วสินะ หุหุ :mew4:

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1673
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3027
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +48/-0

ออฟไลน์ PPSMM

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 266
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +446/-3
เสน่ห์จันทร์ลมพระพาย

บทที่ ๑๘ มะกรูดลอยแก้ว ๑/๒

 

มะกรูดลอยแก้ว ขนมหวานไทยที่หากินได้ยากมาก ไม่ใช่เพราะประเทศไทยไม่นิยมใช้มะกรูดมาทำขนม แต่เป็นเพราะกรรมวิธีการทำของเจ้าขนมชนิดนี้ต่างหาก ที่ทำให้ใครต่อใครต่างยกมือยอมแพ้มานักต่อนักแล้ว

พี่พุดมายกมะกรูดที่สวนไปเก็บที่ครัวเสน่ห์จันทร์ในบ่ายนั้น จากนั้นสายพิรุณจึงไปยังครัวดาราทอง ถามหาเจ้าของครัวที่ออกมาหาเขาพร้อมรอยยิ้มหวาน

ดาราทอง และเสน่ห์จันทร์นั้นสมกับเป็นพี่น้องกัน เพราะทั้งสองมีเค้าโครงใบหน้าที่คล้ายคลึงกันอย่างมาก เพียงแค่ผู้เป็นพี่สาวจะมีความอ่อนหวาน และความอ่อนช้อยในเครื่องหน้ามากกว่าเล็กน้อย

“คุณจันทร์บอกคุณดาราไว้แล้วแหละว่าพายจะมาเอารถไปรับ” หญิงสาวยิ้มแป้น ในมือมีตะหลิวที่เปื้อนคราบน้ำพริกแกงอยู่

หน้าตาคล้ายกัน... แต่นิสัยไม่คล้ายกันเท่าไหร่นะ

ถ้าคนไหนเหมือนผ้าพับไว้ อีกคนก็ผ้ายับที่พับไว้ ดูภายนอกเรียบร้อยเช่นเดียวกัน

แต่คนพี่ หรือคนน้อง เป็นผ้าพับใดนั้น ก็แล้วแต่จะพบเจอ

“ผมมากวนคุณดาราหรือเปล่าครับ” หญิงสาวส่วยหน้าทันที ก่อนจะยิ้มด้วยดวงตาที่ซุกซน

ก็หน้าตาสองพี่น้องคล้าย ๆ กัน แค่เห็นแวบหนึ่งก็ทำเอาสายพิรุณไปไม่ค่อยเป็น เพียงเพราะคิดว่าถ้าเป็นเสน่ห์จันทร์ทำหน้าตา และสายตาซุกซนแบบนี้บ้าง...

ตาย ๆ  ๆ เขาเนี่ย... ตายเพราะบาปมันจุกอก

“ไม่รบกวนเลย แล้วคุณจันทร์ก็ยังบอกอีกว่าวันมะรืนเพื่อนของพายจะมาที่สวนเหรอ? พามากินข้าวที่นี่นะ เดี๋ยวคุณดาราจะทำเมนูพิเศษจัดเลี้ยงเลย”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ เอาแค่รายการตามปรกติก็พอ ผมกับเพื่อนกินอะไรง่าย ๆ”

“ไม่ได้สิ เพื่อนของพายมาเชียวนะ จะว่าไป... นานแล้วที่ไม่เห็นพายหรือเพื่อนคนไหนมาที่สวนของพาย” สายพิรุณยิ้มเล็กน้อย

ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีเพื่อนหรอก เพียงแต่ว่าไม่ค่อยสนิทกับใครมากนักเท่านั้น สมัยก่อนก็มีเพื่อนมัธยมที่มาเที่ยวเล่นในวันหยุด แต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัยนั้น ไม่มีเพื่อนคนไหนเคยมาที่นี่ เพราะส่วนมากก็เลือกเข้าเรียนวิชาสำคัญ เวลาอื่น ๆ ถ้าไม่ทำงานก็กิจกรรมอย่างอื่น อย่างตัวเขาเอง... เลือกเข้าเรียนแค่ตัวสำคัญเท่านั้น เวลาที่เหลือก็มาทำงานที่สวน เพื่อนที่สนิทที่สุดก็คงเป็นภูเบศนี่แหละ

แม้อีกฝ่ายจะไม่เคยมาที่สวนของเขาตลอดเวลาสี่ปีที่เรียน แต่ก็นัดเจอกันที่มหาลัยบ่อยครั้งเพื่อทำรายงาน งานกลุ่มต่าง ๆ ส่ง ถือว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เพื่อนจะได้มารู้จักบ้านสวน และแน่นอนว่า... สายพิรุณอยากให้รู้จักกับเสน่ห์จันทร์

“ไม่ค่อยว่างกันน่ะครับ” สายพิรุณตอบ ก่อนจะยิ้ม “ว่าแต่คุณดารากำลังทำอะไรอยู่เหรอครับ?”

“คุณดาราน่ะเหรอ? อ่อ... ทำกำลังทำพริงแกง จริงสิ! พายเก็บสายบัวให้คุณดาราหน่อยสิ พรุ่งนี้คุณดาราว่าจะทำทอดมันสายบัว คุณหญิงย่าท่านนึกอยาก บ่นมาสองสามวันแล้ว”

“พรุ่งนี้ตอนเช้าผมจะเก็บให้นะครับ คุณดาราจะเอาขึ้นรายการอาหารไหม?” เพราะถ้าเอาขึ้นโต๊ะ สายพิรุณอาจจะต้องเก็บตั้งแต่เย็นนี้เลย ซึ่ง... คงไม่ได้ไปกินข้าวกับเสน่ห์จันทร์เป็นแน่

“อืม.. ไม่ดีกว่า คุณดาราไม่ได้ทำมาพักใหญ่แล้ว ขอซ้อมมือก่อน อีกอย่างถ้าเก็บพรุ่งนี้เช้าคงไม่ทัน เพราะต้องใช้เป็นสิบ ๆ กิโลแน่”

“ได้ครับ” สายพิรุณยิ้มกว้าง ดาราทองเห็นแล้วอดยิ้มตามไม่ได้ เฮ่อ... เธอว่าเธอพอเข้าใจหัวจิตหัวใจของน้องชายแล้วล่ะ ว่าทำไมถึงยึดติดกับพ่อหนุ่มเจ้าของสวนพิรุณนัก

ยิ้มแต่ละที สว่างจนโลกหม่นไปเลย

“อะ...กุญแจรถของคุณจันทร์” ดาราทองล้วงเอากุญแจรถคันหรูของน้องชายส่งให้สายพิรุณ หลังจากที่ชวนคุยเสียนาน

“จริงสิ ผมเก็บมะกรูดได้เยอะเลยนะครับ ทั้งลูกทั้งใบ พี่พุดยกมาที่ครัวเสน่ห์จันทร์แล้ว ถ้าคุณดาราต้องใช้ไปเลือกได้เลยนะครับ ผมแยกลูกแก่จัดกับลูกหนุ่มไว้แล้ว”

“แยก? ทำไมเหรอ?”

“คุณจันทร์จะทำมะกรูดลอยแก้วครับ แต่คงทำวันพุธโน่นเลย” ได้ยินแล้วดาราทองก็เข้าใจ มะกรูดลอยแก้วต้องใช้เวลาทำที่นาน... นานแบบที่ว่าหญิงสาวเกรงใจมาก หากจะเอ่ยปากให้น้องชายทำให้กิน

แม้ว่าขอให้ทำขนมให้ชิมสิบครั้ง เสน่ห์จันทร์จะทำให้กินสักสองครั้งก็เถอะ

“งั้นเดี๋ยวในครัวพอวางมือได้จะให้เด็กลงไปคัดมานะคะ ขอบคุณมากเลย พรุ่งนี้ทำทอดมัน มีใบมะกรูดแล้ว” สายพิรุณยิ้ม ก้มมองกุญแจรถในมือ ก่อนจะขอตัวแยกจากดาราทอง

ชายหนุ่มเดินไปยังโรงรถของเรือนจันทร์ดาราฉาย เห็นลุงหมายกำลังเช็ดถูรถยุโรปคันใหญ่ ดูท่าแล้วคงกำลังจะออกไปข้างนอกเช่นกัน และคนที่ไปคงเป็นผู้ใหญ่ของบ้านนี้ เพราะไม่อยากนั้นคงไม่ใช่รถคันใหญ่ ซึ่งก็จริง เป็นคุณอรุณพิศ ที่มีธุระด้านนอก

เธอจะไปลองชุดที่สั่งตัดไว้ เพราะอีกสามเดือนข้างหน้าเป็นงานวันคล้ายวันเกิดของคุณหญิงมณีจันทร์ เธอได้ผ้าไหมพับใหญ่ จึงไปสั่งตัดคู่กับชุดของคุณเพชรน้ำหนึ่งที่ห้องเสื้อประจำ

“หลานพาย”

“อะ... สวัสดีครับคุณอรุณ” สายพิรุณยกมือขึ้นไหว้มารดาของคนรัก ซึ่งเขาไม่ค่อยได้พบหน้านัก เนื่องจากเธอมักจะอยู่ดูแลคุณหญิงมณีจันทร์บนเรือนมากกว่า วันนี้เรียกได้ว่าบังเอิญครั้งใหญ่ เพราะอรุณพิศ ออกมาพร้อมกับ

“สวัสดีครับคุณเอมอร” อรุณพิศยกมือรับไหว้สายพิรุณด้วยรอยยิ้มเอ็นดู แม้อีกฝ่ายจะเป็นเจ้าของสวน แต่มารยาท คำพูดจา ท่าทางก็ถือว่าเหมาะสม ดูไม่ขัดตา ยิ่งได้มองใกล้ ๆ อย่างนี้ เธอก็คิดชื่นชมลูกชายที่ตามแหลมไม่เบา

ขนาดยังไม่เคยได้รับการดูแลอบรมระเบียบ วินัยต่าง ๆ  อย่างลูกท่านหลานเธอ ยังดูถูกตาขนาดนี้ ถ้าเธอลองให้มาคลุกคลีบนเรือนสักระยะหนึ่งเห็นว่าจะดีไม่น้อย

กับอรุณพิศนั้นความคิดเห็นหนึ่ง แต่กับเอมอรกลับเป็นอีกความคิดหนึ่ง

สาวใหญ่อย่างเอมอรไม่ปลาบปลื้มอะไรกับสายพิรุณนัก เธอเห็นชายผู้นี้บ่อยครั้งยามมาส่งผลิตผลของสวนพิรุณ คราแรกเธอไม่ได้นึกรังเกียจอีกฝ่ายหรอก แต่ที่ขัดตาและพาลไม่ชอบในที่สุด นั่นก็เพราะท่าทางของเสน่ห์จันทร์ที่ให้ท้ายผู้ชายคนนี้จนแทบจะมียศมีศักดิ์เหนือเธออยู่แล้ว

เอมอรชังนักกับคนที่ไม่เคยพยายามทำอะไร แต่กลับได้ดิบได้ดี ดังนั้นนอกจากอาการพยักหน้าผ่าน ๆ แล้ว เธอก็ทำเป็นมองไม่เห็นสายพิรุณไปเสีย

“ไม่ได้เจอหลานพายใกล้ ๆ แบบนี้มาพักใหญ่แล้วนะคะ ดูสิ...กินข้าวกินปลาบ้างไหม ทำไมซูบนักล่ะลูก”

ซูบเหรอ?

สายพิรุณเนี่ยนะซูบ!!

โอ้ยยยยยยย

สายพิรุณทำหน้าไม่ถูกเลยทีเดียวเมื่อเจอคำทักทายแบบนี้ บอกตามตรงว่า ครั้งล่าสุดที่เจอกับภูเบศ... ไอ้เพื่อนคนนี้มันทักว่าเขาต้องเดินเบา ๆ เพราะกลัวพื้นจะทรุด

แล้วฟังคำที่แม่ของคนรักเขาพูดสิ!!

“ผมกินเก่งมากเลยนะครับคุณอรุณ น้ำหนักขึ้นตั้งหลายกิโลครับ” อรุณพิศไม่ยอมเชื่อ เธอส่ายหน้า

“มัวแต่ทำงานสวนให้ร้านล่ะสิ คงต้องบอกให้คุณจันทร์ทำขนมนมเนยยกไปให้หลานพายกินบ่อย ๆ ดูสิ... แขนแค่นี้จะยกของไหวเหรอ เดี๋ยวร้านก็เอาขิงเอาข่า ไหนจะสารพัดเครื่องเทศอีก” คุณอรุณพิศบ่น แต่สายตาและใบหน้าแสดงออกถึงความเอ็นดูอย่างไม่ปิดบัง

จะไม่เป็นดูได้อย่างไร แม้จะไม่มีเรื่องความรู้สึกของลูกชายเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่สำหรับเธอ กับสายพิรุณนั้น เธอเห็นมาตั้งแต่อยู่ในท้องของยุพิณแล้ว เป็นเพื่อนเล่นกับเสน่ห์จันทร์มาตั้งแต่อ้อนแต่ออก จะบอกว่ารักเหมือนลูกก็ใช่ไปเกินครึ่งแล้ว

ยิ่งปัจจุบัน... ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเธอปักใจกับชายผู้นี้ เธอผู้ถือคติลูกรักใครก็รักคนนั้น จะไม่รักไม่เอ็นดูสายพิรุณสิ มิแปลกหรอกหรือ

รูปร่างหน้าตา พอมองใกล้ ๆ อย่างนี้ก็น่ารักน่าเอ็นดูน้อยเสียเมื่อไหร่

เสน่ห์จันทร์ตาแหลมจริง ๆ

“ไม่ได้เหนื่อยอะไรเลยครับ ผมต่างหากที่ต้องกราบขอบพระคุณคุณท่านบนเรือน ที่เมตตาปรานีพระพายคนนี้มาเสมอ บุญคุณมากมายจนไม่รู้จะตอบแทนอย่างไรแล้วครับ ขอบพระคุณครับ” คุณอรุณพิศยิ้มอย่างพออกพอใจ ยื่นมือไปลูบผมสายพิรุณอย่างเมตตาและเอ็นดู อิริยาบถที่แสนอบอุ่นนี้ทำเอาขอบตาของเขาร้อนผ่าว เพราะทำให้นึกถึงแม่ยุพิณที่ชอบทำบ่อยครั้ง

“ขอแค่หลานพายอยู่ดูแลคุณจันทร์ไปตลอด แค่นี้ป้าในฐานะแม่คนหนึ่งก็ดีใจแล้ว ที่ลูกชายมีคนใกล้ชิดอย่างหลานพายเคียงข้าง ป้าฝากดูแลคุณจันทร์ด้วยนะลูก”

สายพิรุณก้มหน้าลง น้อมรับคำฝากฝังนั้นด้วยหัวใจที่เต้นแรง ทั้งรู้สึกอิ่มไปทั้งหัวใจ ตื่นเต้น และก็ตื่นตระหนก เพราะเขากระหวัดคิดไปถึงความสัมพันธ์ลึกซึ้งของตนเองและเสน่ห์จันทร์

การที่คุณอรุณพิศเอ่ยเช่นนี้ รู้หรือไม่ว่าตอนนี้ความใกล้ชิดระหว่างชายทั้งสองถึงไหนแล้ว

 “แล้วนี่หลานพายจะไปไหนกัน? ถ้าไปข้างนอกนั่งรถไปกับป้าไหมคะ?”

“ผมจะไปรับคุณจันทร์ครับ วันนี้คุณจันทร์ไม่ได้ขับรถไปเอง” ได้ยินแล้วอรุณพิศก็หันไปทางลุงสมหมาย ซึ่งก็รีบหยุดมือที่ทำงานอยู่และค้อมหัวลงเล็กน้อย

“เมื่อตอนสายคุณจันทร์เธอให้ผมไปส่งที่มหาวิทยาลัยครับ บอกว่าตอนเย็นจะให้คุณพระพายไปรับ เพราะจะไปทำธุระต่อ คงไม่กลับมารับมือเย็นพร้อมคุณ ๆ ด้วยครับ”

“อ่อ... เข้าใจล่ะ ถ้าอย่างนั้นหลานพายก็ไปเถอะลูก ขับรถระวังด้วยนะ ช่วงนี้ฝนตกตอนเย็นบ่อย”

“ครับ” สายพิรุณยกมือขึ้นไหว้อรุณพิศและเอมอรอีกครั้ง ขยับไปยืนแอบให้พ้นทาง ยามที่รถคันใหญ่แล่นออกจาก
โรงรถไป จากนั้นก็ขึ้นรถของเสน่ห์จันทร์บ้าง

เอมอรเอี้ยวตัวไปมองด้านหลังยามที่รถหักเลี้ยวออกจากรั้วบ้าน ก่อนจะหันกลับมามองอรุณพิศที่นั่งอยู่ข้างกาย เธอเห็นกับตา และได้ยินกับหูว่าอรุณพิศเอ็นดูสายพิรุณแค่ไหน แม้จะรู้ว่าเป็นการขัดคอสะใภ้แห่งจันทร์ดาราฉาย แต่เธอก็เอ่ยออกมาจนได้

“จะดีเหรอคะคุณอรุณ กับการที่เด็กคนนี้สนิทสนมกับคุณจันทร์ ดูเรื่องรถ... เกิดขับไปเฉี่ยวชน หรือร้ายแรงกว่านั้นมันจะดูไม่ควรนะคะ” อรุณพิศรับรู้ได้ถึงจิตใจช่างอิจฉาริษยาของเอมอรดี ท่าทีไว้ตัวสูงส่งเหนือคนทั่วไปของอีกฝ่ายนั้น จะบอกว่าขัดตาก็ไม่ใช่ แต่เธอก็เคยเห็นท่าทีแบบนี้จากคุณหญิงคุณนายปลายแถวมาเยอะจนชินชา สำหรับอรุณพิศแล้ว เอมอรมักเกินงามไปหลาย ๆ เรื่อง แต่ไม่คิดว่ากับเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ หญิงคนนี้ก็ไม่เว้น

“ดิฉันก็ไม่เห็นว่าจะเสียหายตรงไหนนะคะ... หลานพาย ดิฉันก็รักเหมือนลูกเหมือนหลาน เห็นมาตั้งแต่เล็ก เล่นหัวสนิทสนมกับคุณจันทร์ตั้งแต่เด็ก แกเป็นเด็กซื่อ ไม่มีพิษมีภัยอะไร”

“คนสมัยนี้รู้หน้าไม่รู้ใจนะคะ ถ้าซื่อจริงก็ดีไปค่ะ แต่ดูอย่างเรื่องที่ทางสวนพิรุณสิ ความจริงก็เป็นของจันทร์ดาราฉายแท้ ๆ กลับทำเป็นบทเจ้าของเสียอย่างนั้น”

ทันทีที่เอมอรเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมา อรุณพิศถึงกับต้องหันมาจ้องหน้าเธอ แม้จะไม่ได้เอ่ยปากอะไรออกมาในทันที แต่สายตาเข้มข้นด้วยการห้ามปรามก็ชัดเจนจนเอมอรอึดอัด

“เรื่องนี้คุณพี่เพชรตัดสินใจแล้ว คุณเอมก็อย่าได้รื้อฟื้นขึ้นมาเอ่ยอีก อันที่จริงเรื่องที่ทางของสวนพิรุณนั้น ไม่ควรมาถึงมือคุณพี่ด้วยซ้ำ เพราะท่านบวรได้ดำเนินการทุกอย่างอย่างถูกต้อง ดังนั้น... ดิฉันหวังว่าต่อจากนี้จะไม่ได้ยิน หรือรับรู้ว่าคุณเอมนำเรื่องนี้มาเอ่ยอีกนะคะ ไม่ควรทำให้ผู้ใหญ่บนเรือนเสียคำพูดค่ะ”

เอมอรทั้งเจ็บใจระคนน้อยใจกับการปฏิบัติของคนบนเรือนจันทร์ดาราฉายนัก ไม่ว่าเธอจะเอ่ยอะไร พูดอะไร ทุกคนก็ดูล้วนทำตัวลอยอยู่บนฟ้ากันเสียหมด มันเป็นเพราะพ่อของเธอเป็นลูกหลานที่เกิดจากเมียรองสินะ มาอยู่ที่นี่ก็เหมือนกับเป็นกาฝาก ต่อให้ทำดีแค่ไหน ทุกคนก็ล้วนแต่ไม่เห็นแลสายตา หรือให้ความเกรงใจ

ขนาดกับไอ้เด็กชาวสวนนั่น ยังดูมีค่ามากกว่าเธอด้วยซ้ำ

คอยดูแล้วกัน...

คอยดู!

 

เสน่ห์จันทร์อยากดูหนังบที่เข้าใหม่อย่างที่สายพิรุณคิดไว้จริง ๆ ด้วย เมื่ออีกฝ่ายขึ้นมานั่งบนรถ พร้อมกับกลุ่มเพื่อนสนิทอีกสามคนที่นั่งเบียดอยู่ด้านหลัง เสน่ห์จันทร์ก็พูดเรื่องโปรแกรมหนังทันที และพูดเรื่องปากท้อง...

“จันทร์อยากกินอาหารญี่ปุ่น พระพายอยากกินไหมครับ” บอกมาขนาดนี้แล้ว

“จริง ๆ พี่อยากกินส้มตำนะ” พูดแล้วก็แกล้งยิ้มหยอก เสน่ห์จันทร์เห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นหยิกเบา ๆ ที่แก้มนุ่ม

“ถ้าพระพายอยากกิน...”

“โอ้ยยยยยย... พี่ล้อเล่นครับ พี่กินอะไรก็ได้ครับ ได้หมดเลย”

“กินจันทร์ไหมครับ?”

“หะ!” ไม่ใช่เสียงของสายพิรุณที่ดังขึ้น แต่เป็นเสียงของกรองแก้วและยศกร อันที่จริงมีเกือบมีเสียงของฉัตรศิริวิไลด้วย แต่หญิงสาวยกมือขึ้นปิดปากไว้ได้ทัน

“คุณจันทร์” สายพิรุณจะเอ็ดก็ไม่กล้า จะต่อว่าก็ไม่เคย เขารู้สึกว่าโชคดีมากที่รถติดไฟแดงอยู่ ไม่อย่างนั้นไม่รู้ว่าจะเผลอเหยียบคันเร่งหรือเบรกให้หัวทิ่มไปข้าง

“จันทร์หมายถึง ขนมเสน่ห์จันทร์ครับ” ได้ยินเสียงลอบถอนหายใจมาจากด้านหลัง สายพิรุณก็เหลือบแลหางตามองคนที่นั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับ รอยยิ้มอบอุ่นของเสน่ห์จันทร์ น่ามองและน่าค้นหา พอ ๆ กับทำให้สายพิรุณรู้สึกหวาดหวั่นอยู่ในใจ...

บ้าเอ้ยยยย

ยิ้มกรุ่มกริ่มเป็นด้วยเหรอเนี่ย!

อยากทำบาป! อยากเป็นคนบาป!

“คุณจันทร์พูดว่าขนมเสน่ห์จันทร์หรอกเหรอ กรองใจหายหมด” หญิงสาวยกมือขึ้นทาบอก ก่อนจะหันไปตีมือยศกร “แกอะ เสียงดังสุด”

“ก็ตกใจนี่ ฉันได้ยินว่า “กินจันทร์ไหมครับ?” งี้ ที่ไหนได้ พูดชื่อขนม พากันหูพังเอง บาปไหมล่ะไปคิดว่าคุณจันทร์พูดจาอะไรแบบนี้”

“แกอะบาป” กรองแก้วโยนความผิดให้เพื่อน คงมีแต่ฉัตรศิริวิไลนั่นแหละมั้งที่รู้สึกว่าตนเองไม่ได้หูฝาด

เธอได้ยินเหมือนที่ยศกรและกรองแก้วได้ยินเหมือนกัน อะไรจะหูฝงาดหูเฝื่อนกันทั้งสามคนเล่า

ร้ายนักนะคุณจันทร์!

“ว่าแต่ให้คนขับรถกลับไปก่อนอย่างนี้จะดีเหรอ?” กรองแก้วหันมาถามฉัตรศิริวิไล ผู้ซึ่งให้คนขับรถส่วนตัวกลับไปก่อน โดยไม่ต้องรอเธอไปกินข้าวกับเพื่อน ๆ

“ไม่เป็นไร หญิงลืมบอกว่า เดี๋ยวพี่จอมจะตามมา ทุกคนไม่ว่าอะไรนะคะ”

“โอ้ยยยย ไม่ว่าอะไรเลยยยยย พี่จอมทัพมาสิดี รู้สึกอิ่มเพราะเหมือนว่ามื้อนี้จะมีเจ้ามือ”

ทุกคนขบขันกับคำพูดของยศกร แต่ความฝันของชายหนุ่มก็โดนดับเพราะเสน่ห์จันทร์เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเสียก่อน

“อย่ารบกวนพี่จอมเลยครับ เดี๋ยวเก็บเงินไม่ทันสู่ขอคุณหญิงฉัตร คุณจันทร์จะไม่มีคนจ้างให้จัดขนมมงคลงานหมั้นนะครับ”

“อุ๊ปส์!!”

“บ้า... หมั้นอะไรกันล่ะ” ฉัตรศิริวิไลแย้งออกมาด้วยน้ำเสียงและท่าทีเขินอายอย่างเห็นได้ชัด ไม่คิดเลยว่าเสน่ห์จันทร์จะเล่นไม้นี้ เธอเพิ่งเลียบ ๆ เคียง ๆ ถามเรื่องขนมมงคลงานหมั้นไปเล็กน้อยเท่านั้น

“ไม่หมั้น? แต่จะแต่งเลยว่างั้น” มะยมถามขึ้น อันนี้ยิ่งไปกินใหญ่ ทำเอาฉัตรศิริวิไลไปต่อไม่ได้เลยทีเดียว

“ตกลงคุณหญิงฉัตรรับบายศรีสู่ขวัญเลยใช่ไหมครับ พอดีเลย พระพายถนัดงานนี้ครับ คุณจันทร์ว่าคุณหญิงฉัตรปรึกษาพระพายได้เลยครับ” สายพิรุณกลั้นขำจนจมูกบาน ยิ่งเห็นท่าทีเขินอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีของสาวสวยสูงศักดิ์ เขาก็นึกอยากจะหยิกสีข้างคนรักนัก

เป็นคนช่างหยอกช่างเย้ากับเขาด้วยหรือไงนะ

“คุณจันทร์เพ้อเจ้อ”

“เฮ้ยยยยย” กรองแก้วกับยศกรร้องออกมาพร้อมกัน เมื่อฉัตรศิริวิไลตัดพ้อใส่เสน่ห์จันทร์ เป็นคำพูดที่สำหรับทุกคนแล้วไม่ควรใช้กับเสน่ห์จันทร์เป็นอย่างยิ่ง แต่สายพิรุณกลับขำคิกคัก

“คุณพระ! หญิงไม่ได้ว่าคุณจันทร์เพ้อเจ้อ”

“เนี่ย!   ว่าอยู่” ยศกรรีบโหมโรงเข้ามา แน่นอนว่ากรองแก้วไม่ปล่อยผ่าน

“ว่าคุณจันทร์ได้ยังไงคุณหญิงฉัตร นั่นคุณจันทร์เชียวนะ”

“ไม่ ๆ หญิงไม่ได้จะว่าคุณจันทร์ คือหญิงจะบอกว่าไม่ได้เป็นเรื่องแบบนั้น แค่...โอ้ยยยย ไม่ใช่จริง ๆ นะ ฮือออ หญิงทำบาปไปแล้วใช่ไหม” ก็พอรู้ว่าเพื่อนน่ะร้ายกาจพอตัว แต่ไม่รู้ว่าทำไมต้องรู้สึกบาปกรรมได้ขนาดนี้

เสน่ห์จันทร์ไม่แก้ไขอะไรทั้งนั้น เขายิ้มกว้างกับการได้กลั่นแกล้งเพื่อนสนิทเล็ก ๆ น้อย ๆ พอเหลือบมองไปทางคนที่ขับรถอยู่ก็ยิ่งทอดสายตาอ่อนหวานให้ จนสายพิรุณอดไม่ไหว ยกมือขึ้นมาแล้วหยิกที่แก้มคนรักไปหนึ่งที

“เพ้อเจ้อ”

คำสองคำสั้น ๆ ทำเอาสามชีวิตที่นั่งด้านหลังตัวแข็งทื่อ ไม่ได้รู้สึกบาปอะไรหรอก แต่เห็นภาพที่เสน่ห์จันทร์ยกมือขึ้นจับข้อมือของคนพี่ ซึ่งเพิ่งหยิกแก้มตนเองไว้ ก่อนจะตีเบา ๆ เป็นเชิงหยอกเสียมากกว่าต้องการให้เจ็บ แล้วลูบไล้เล็กน้อยแล้วผละมือออก เพราะอีกคนต้องขับรถ

กรองแก้วเหลือบไปสบตากับฉัตรศิริวิไล ก่อนจะพยายามเม้มปาก แล้วเหลือบไปสบตากับยศกร

คราวก่อนที่เจอว่าตกใจเพราะเสน่ห์จันทร์แนะนำว่าสายพิรุณ หรือพี่พระพายเป็นคนที่รักว่าตกใจแล้ว มาเจอคราวนี้... ดูท่า...

“พี่พระพายคะ” กรองแก้วจะเป็นหน่วยกล้าบาปเอง!!

“ครับ น้องกรอง”

“กรองถามพี่พระพายสักอย่างได้ไหมคะ”

“ได้ครับ”

“พี่พระพายเป็นคบกับคุณจันทร์แล้วใช่ไหมคะ”

“...”

“...”

“...” เงียบกันทั้งรถ แต่เสน่ห์จันทร์ยิ้มกว้างที่สุด!

“หึ๊” สายพิรุณส่ายหน้า ชะลอรถและหยุดตรงไฟแดงอีกครั้ง อีกนิดเดียวก็จะถึงห้างที่จะไปแล้ว

คำตอบแรกว่าตกใจแล้ว แต่คำพูดต่อมาสิ... ชวนให้กรี๊ดมากกว่า

“พี่พยายามขอคุณจันทร์เป็นแฟนอยู่ครับ แต่คุณจันทร์ไม่ยอมเป็น”

“!!”

“กลัวบาปอยู่มากครับตอนนี้ แต่ถ้ายังเล่นตัวอยู่ พี่คงต้องฉุดจริง ๆ แล้วล่ะ จากนั้นค่อยไปบวชล้างบาปเอา”

ทั้งสามชีวิตพยายามปิดปากกลั้นเสียงกรีดร้อง แต่ดูเหมือนจะไม่สำเร็จ เพราะเสน่ห์จันทร์เอ่ยมาด้วยคำพูดนุ่มนวล แผ่วเบา แต่อนุภาพร้ายกาจนัก

“ก็จันทร์รอจันทร์รักของจันทร์มาตั้งนาน พระพายเอาใจจันทร์มาก ๆ หน่อยไม่ได้เหรอครับ”

ให้ถามว่าตามใจมากหน่อยได้ไหม

ต้องตอบว่าอย่างไรดี... ในเมื่อใจนี้ของสายพิรุณ...คิดดีไม่ได้แล้ว

บาปเหลือเกิน

 

มื้อเย็นค่อนข้างครึกครื้นทีเดียว หลังจากที่จอมทัพ คนรักของฉัตรศิริวิไลมาร่วมด้วย อีกฝ่ายเป็นรุ่นพี่ปีห้าคณะสถาปัตยกรรม หนุ่มหล่อค่อนข้างตลกหน้าตาย ยามที่พูดว่า...

“คุณจันทร์น่ะเหรอ?”

“ใช่ค่ะ หญิงเผลอไปต่อว่าคุณจันทร์ว่าเพ้อเจ้อ ตอนนี้ยังรู้สึกบาปอยู่เลย”

“ตัวบาปที่ใหญ่ที่สุดน่ะ ก็คุณจันทร์เพื่อนของหญิงนั่นแหละ”

ตึง!!

มันเหมือนนั่งกินข้าวอยู่ดี ๆ แล้วมีอะไรสักอย่างหล่นโครมลงมากลางโต๊ะอาหาร ทุกคนนั่งอึ้ง หาปากกันไม่เจอ เสน่ห์จันทร์นั้นก็แค่ยิ้ม คีบแซลม่อนชิ้นหนาในจานของสายพิรุณที่นั่งหน้าเหวอ ค้างไปแล้ว

ส่วนจอมทัพน่ะเหรอ...

“อะ...ตกใจทำไมล่ะ พี่ล้อเล่นครับ”

“เฮ่อออ”

“แต่คุณจันทร์เป็นอย่างนั้นจริง ๆ นะ ตัวบาปน่ะ”

“โอ้ยยย ไม่เอาแล้วพี่จอม พรุ่งนี้ไปทำบุญตักบาตรกับหญิงเลยนะ! ว่าคุณจันทร์แบบนั้นได้ยังไง” ฉัตรศิริวิไลงอแงกับคนรัก ก่อนจะตวัดสายตามองมาทางเสน่ห์จันทร์ “คุณจันทร์ก็เหมือนกัน มีคนว่าคุณจันทร์แทนที่จะเดือดร้อน โกรธซะบ้างนะคะ”

“คุณจันทร์ไม่เห็นว่ามีอะไรที่ต้องไม่พอใจนี่ครับ พระพาย กินปลาก่อนครับ” เสน่ห์จันทร์หันไปคะยั้นคะยอคนรักที่หน้าเอ๋อไปแล้ว

“เห็นไหมล่ะหญิง คุณจันทร์เขาไม่โกรธ”

“ก็เพราะคุณจันทร์เป็นคนดีไงพี่จอม”

“เพราะสิ่งที่พี่พูดเป็นความจริงต่างหาก”

โอ้ยยยยยย จอมทัพ! ชายหนุ่มผู้ไม่ละอายต่อบาปใดใดบนโลกใบนี้

ส่วนสายพิรุณน่ะเหรอ...

หรือว่า... ตอนนี้เขาโดนบาปบางชนิดสิงสู่อยู่นะ

 
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>  มีต่อ

ออฟไลน์ PPSMM

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 266
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +446/-3



หลังจากจบมื้อเย็นแล้ว ทุกคนตั้งใจจะแยกย้ายกันกลับ จอมทัพเป็นคนไปส่งฉัตรศิริวิไลเอง ส่วนกรองแก้วกับยศกรนั้นบอกว่าจะไปเดินดูของก่อนแล้วถึงจะกลับ ก่อนแยกกัน ยศกรเอ่ยปากกับเสน่ห์จันทร์ในเรื่อง ๆ หนึ่ง

“จริงสิ เพิ่งนึกได้ คุณจันทร์...”

“ครับ” เสน่ห์จันทร์ชะงักขา หันมามองยศกร

“เรื่องคณะรำอวยพรงานวันเกิดคุณหญิงย่า เราจำได้ว่าคุณจันทร์บอกว่ายังหาไม่ได้ใช่ไหม?”

“ใช่ครับ จริง ๆ คณะเดิมที่จ้างมารำทุกปีรับงานซ้อน ทางคุณจันทร์เลยไม่สะดวกถ้าเขาจะรีบรำรีบกลับ ก็เลยยกเลิกไปน่ะครับ คุณมะยมมีอะไรหรือเปล่าครับ?”

“คืองี้ เรารู้จักเพื่อนที่เรียนวิทยาลัยนาฏศิลป์ วันก่อนคุยกัน เห็นว่าช่วงงานวันเกิดคุณหญิงย่า ยัยตัวแสบมันว่างน่ะครับ คุณจันทร์จะลองติดต่อไหม ไอ้รักษณ์ เอ่อ... น้องรักษณ์รำสวยมากนะครับ แล้วก็เป็นตัวท็อปของคณะเลย เทอม ๆ หนึ่งเดินเข้าเรียนแค่ช่วงสอบละมั้ง เห็นไปรำงานนั้นงานนี้ไม่หยุด พอรู้ว่าช่วงนั้นว่างเลยลองบอกคุณจันทร์”

“รำสวยมากเลยเหรอครับ” ยศกรพยักหน้าทันที เพื่อยืนยันในเรื่องนี้

“น้องรักษณ์ได้เดินเข้าวิทยาลัยแค่ช่วงสอบจริง ๆ นะครับคุณจันทร์ คืองานนอกตลอด นี่เพิ่งกลับจาก D.C. เพราะงานเผยแพร่วัฒนธรรมของคณะทูตที่จัดทางโน้นขอตัวไป แล้วเดือนหน้าก็ต้องไปที่เยอรมัน และเกาหลีด้วย”

“งานระดับชาติเลยนะคะ” ฉัตรศิริวิไลได้ยินถึงกับตื่นเต้น

จริง ๆ ทุกคนสนใจตั้งแต่แทบไม่ได้เข้าเรียนแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปรกติของเด็กเรียนนาฎศิลป์ ที่มักจะเข้าเรียนในวิชาบางตัวเท่านั้น ส่วนเวลาที่เหลือคือมักจะต้องไปออกงานของทางวิทยาลัย

ยิ่งรำสวย งดงาม ฝีมือดีแค่ไหน ก็ยิ่งเข้าเรียนน้อยมากเท่านั้น

ทั้งงานที่ยศกรกล่าวมานั้น ไม่ใช่เรื่องที่จะให้นักศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลป์จะรับได้ หากไม่แน่จริง วิทยาลัยไม่ส่งตัวไปให้ขายหน้าแน่

“คุณจันทร์ขอคอนแทคเอาไว้ก่อนนะครับ แล้วคุณจันทร์จะติดต่อเขาไป”

“โอเค เดี๋ยวเราส่งให้ในไลน์นะ แล้วก็ทักทิ้งไว้เลยก็ได้นะคุณจันทร์ เพราะบางทีน้องรักษณ์มันก็ไม่ค่อยเปิดอ่านข้อความ”

“ได้ครับ ขอบคุณมะยมมากนะครับ” ยศกรยิ้มแฉ่ง ก่อนจะเดินแยกจากไปพร้อมกับทุก ๆ คน ซึ่งจะไปแยกกันอีกที่ช่วงไหนตรงนี้เสน่ห์จันทร์ไม่ได้เอ่ยถามแล้ว เขาแค่หันมายิ้มกับสายพิรุณ ซึ่งรออยู่

“ที่ไม่ได้จ้างคณะรำเจ้ารับงานซ้อนจริงเหรอครับ?” สายพิรุณไม่ได้จะจับผิด แต่เพราะเขาเองก็พอจะได้ยินอะไร ๆ มาบ้าง ที่น่าสะกิดใจคือ ถ้ารับงานอยู่แล้ว แต่รับงานซ้อน ทางเสน่ห์จันทร์รู้ได้อย่างไร

เรื่องคงเกี่ยวข้องกับเมื่อที่แล้วมากกว่า

ที่มีนางรำคนหนึ่ง คิดจะเข้าไปหาเสน่ห์จันทร์ถึงครัวชั้นใน... เพราะเห็นว่ามารำให้คุณหญิงมณีทุกปี และยังติดต่อกับเรือนจันทร์ดาราฉายมานาน เลยคิดว่าจะหาทางลัดเดินกระมัง

แต่นั่นแหละ...

เสน่ห์จันทร์ หรือแม้แต่คนในเรือนจันทร์ดาราฉายไม่ใช่คนที่จะเอาเรื่องเหล่านี้มาพูดข้างนอก ขนาดในเรือนยังไม่เอ่ยสักครึ่งคำ

“แบบนี้สบายใจมากกว่าครับ ปีทีแล้วถ้าไม่เพราะพระพายมาเจอ จันทร์คงลำบากใจ” คิดแล้วก็ตลกดี สายพิรุณเป็นคนมาพบตอนที่นางรำคนนั้นพยายามเหนี่ยวรั้งเสน่ห์จันทร์เอาไว้จนผ้าแถบแทบจะหลุด แต่คนที่ต้องหลบลี้หนีหน้ากลับเป็นฝ่ายชายเสียได้ สายพิรุณโกรธมาก แต่ก็ได้แต่หาผ้ามาคลุมร่างของเธอ แต่ลืมตัวไปคว้าผ้าขาวกรองที่ใช้แล้วมาใช้ห่อตัวคุณเธอนะสิ

ไม่ได้พันธรรมดาด้วยนะ มีเท่าไหร่ก็เอาสุม ๆ เข้าไป...

ก็ดีเหมือนกัน สบายตาไปอีกแบบ

“แล้วจะลองติดต่อไปหรือเปล่า?”

“จันทร์ก็คิดว่าจะติดต่อไปครับ คุณมะยมแนะนำมาแสดงว่าไว้ใจได้ครับ” ส่วนหนึ่งเสน่ห์จันทร์ไว้ใจความเป็นเพื่อนที่คบหากันมา ยศกรคงไม่แนะนำคนไร้ความสามารถมาอย่างแน่นอน “เรื่องนี้เอาไว้ก่อนเถอะครับ ไปดูหนังกันดีกว่าครับ”

“เรื่องนี้พี่จัดการเอง”

“...”

“ไม่ต้องเลย จันทร์จ่ายค่าอาหารให้พี่ไปแล้ว” สายพิรุณยิ้มกว้าง ก่อนจะรีบเดินไปที่จุดขายตั๋ว จังหวะนั้นเองที่เสน่ห์จันทร์หันหลับมาทางหญิงสาวกลุ่มหนึ่ง ซึ่งดูแล้วน่าจะเรียนอยู่ชั้นปีที่หนึ่ง แต่มหาวิทยาลัยไหนนั้นไม่ทราบได้

เสน่ห์จันทร์ลดสายตามองโทรศัพท์มือถือในมือของสาว ๆ กลุ่มนั้นมุมปากแย้มยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“รบกวนลบรูปในโทรศัพท์มือถือออกด้วยครับ” เด็กสาวหลายคนมีสีหน้าตกใจ ไม่คิดว่าชายหนุ่มรูปงามคนนี้จะรู้ตัว อันที่จริงพวกเธอไม่ได้มีเจตนาไม่ดี เพียงแค่เห็นผู้ชายหน้าตาดีสองคนยืนอยู่ด้วยกันแล้วรู้สึกว่าน่ารักดี เลยคิดจะถ่ายรูปเก็บไว้ แต่ไม่คิดว่า...

“คือว่า.. พวกหนูไม่ได้...”

“ลบรูปออกครับ” เสน่ห์จันทร์ย้ำอีกครั้ง โดยที่ใบหน้ายังคงแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้ม แต่แววตาของเขานั้นจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของสาว ๆ เหล่านั้นไม่ละไปไหน จนกระทั้งพวกเธอลบรูปออกจากโทรศัพท์มือถือจนหมด “ขอบคุณครับ”

เสน่ห์จันทร์หมุนตัวแล้วรีบเดินตรงไปหาสายพิรุณโดยทันที เขาเข้าใจว่าการใช้โทรศัพท์มือถือของผู้คนปัจจุบันนั้นค่อนข้างเปิดกว้าง และเขาไม่ใช่คนที่ชอบยุ่งเรื่องของใช้ของคนอื่น แต่...ของเหล่านั้นต้องไม่ยุ่งกับเขาเช่นกัน

ตลอดเวลาหลายปีมานี้ เสน่ห์จันทร์ไม่ใช้โซเชียลใดใดนอกจากแอพพลิเคชั่นแชทเพื่อติดต่อคนใกล้ชิดเท่านั้น เขาไม่ได้เป็นคนแอนตี้สังคมออนไลน์ เพียงแต่...

สิ่งที่เขาเป็นคือดาบสองคม

แม้ครอบครัว คนสนิทชิดใกล้จะยอมรับในสิ่งที่เขาเป็น และพยายามเข้าใจมาเสมอ แต่สังคมภายนอกนั้น มักตัดสินคนจากตรรกะบิดเบี้ยวในใจของแต่ละคน ซึ่งมันส่งผลต่อชื่อเสียงอันดีงามที่บรรพบุรุษของเขาสั่งสมมา และเขาก็มีหน้าที่ของจันทร์ดาราฉายคนหนึ่งต้องรับผิดชอบ

วันนี้เขาได้ครอบครองความรักนั้นแล้ว... เขาจะไม่ยอมให้ครอบครัว และคนรักคนสำคัญของเขา ถูกคนภายนอกเอาไปละเลงเล่นสนุกปากหรอกนะ

เสน่ห์จันทร์ จันทร์ดาราฉาย แม้จะงดงาม ดีพร้อมทุกด้าน แต่ไม่เป็นที่รู้จักของคนในโลกสังคมออนไลน์อย่างคนดังอื่น ๆ ก็ช่าง  จะไม่มีชื่อเสียงโด่งดังก็ช่าง

เขาเป็นแค่คุณจันทร์ เจ้าของครัวเสน่ห์จันทร์

เป็นแค่จันทร์ของพระพายก็พอแล้ว

“จันทร์... พี่เอาป๊อปคอร์นสองแบบเลยนะ น้ำด้วย เอาแก้วใหญ่เลย” เสน่ห์จันทร์มองใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มกว้าง สดใสจนเขาไม่คิดจะละสายตา และตอบกลับคนรักด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน

“ครับ”

ความสุขของเขา...

สายพิรุณ





++++++

ต่อชีวิตพี่เบจของน้องไปอีกหนึ่งตอน ให้เวลาพี่เค้าไปสร้างกำแพงบุญเก้าชั้นก่อนนะคะ 5555

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด