แกล้งดิน
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: แกล้งดิน  (อ่าน 205 ครั้ง)

ออฟไลน์ Wandy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 2
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
แกล้งดิน
« เมื่อ21-01-2019 17:00:39 »

ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้



1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย, ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้งสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกเล้าฯ ในเรื่องการเมือง เชื้อชาติ  เผ่าพันธุ์  ศาสนา และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงการตั้งชื่อเรื่องด้วยคำหยาบ คำไม่สุภาพ  ล่อแหลม และชี้เป้าให้เล้าฯ ถูกเพ่งเล็ง จากทางราชการ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม

5.ขอให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6. การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมฯทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.เมื่อนิยายจบแล้วให้แก้ไขหัวกระทู้ต่อท้ายว่าจบแล้ว


เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ
การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม


กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0
 
****************************************************

บทนำ
   คณะเกษตรศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ มหาวิทยาลัย WD
   เสียงอาจารย์บรรยายหน้าชั้นเรียนไม่ทำให้ผมละความสนใจกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ในขณะนี่ได้ มือของผมตะหวัดดินสอร่างแบบที่อยู่ในหัวไปเรื่อยๆ ตามจินตนาการที่กำลังโลดแล่นอยู่ในหัว ไม่นานรูปที่ผมร่างขึ้นมาคร่าวๆ ก็ปรากฏเป็นรูปที่ชัดเจนขึ้น
   มันคือแบบบ้านที่ผมร่างขึ้นมาโดยใช้เวลาเพียงแต่ไม่กี่นาที ผมยกยิ้มด้วยความพึงพอใจเมื่อสิ่งที่อยู่ในหัวมันออกมาเป็นภาพบนกระดาษร่างแบบได้โดยไม่บกพร่อง
   “เอาล่ะ ตอนนี้ถึงเวลาที่จะต้องปรึกษากับคู่ของตัวเองแล้ว คู่ของพวกเธอฉันได้จัดการจับคู่ให้แล้ว ดูชื่อบนสไลด์แล้วเชิญไปปรึกษาโครงงานกับคู่ได้เลย”
   ผมเงยหน้าละจากสมุดร่างแบบแล้วไล่หาชื่อของตัวเองก็พบว่าผมได้คู่กับคนที่ชื่อว่า “ธรณิน”
   ใครกันนะ ไม่เห็นจะคุ้นเลยสักนิด
   แต่ช่างเถอะ ผมยักไหล่ ถึงเพื่อนร่วมทีมจะเป็นคนแบบไหนก็ไม่มีผลอะไรกับงานอยู่ดี
   เพราะผมแบ่งหน้าที่ไว้ชัดเจนก็คือ ผมจ่าย และ เขาทำ
   ใครจะไปเสียเวลากับสิ่งที่เกลียดกันล่ะ อาจารย์บอกว่างานนี้เราต้องปลูกต้นอะไรสักอย่างและดูแลอย่างดีโดยปราศจากการใช้สารเคมีนี่นา
   กลิ่นปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกเป็นสิ่งที่ผมไม่มีทางให้มันติดตามเสื้อผ้าของผมโดยเด็ดขาด
   เพราะฉะนั้นผมจะจ่ายเงินทั้งหมด จะเรียกค่าแรงด้วยผมก็ไม่ว่า ขอแค่เสร็จโดยที่ผมไม่ต้องแตะต้องดินและปุ๋ยพวกนั้นก็พอ
   ผมสอดส่ายสายตามองหาคนที่ชื่อธรณินอะไรนั่น คงจะเป็นผู้ชายสักคน ผมไม่ค่อยจะสนิทกับเพื่อนในคณะเท่าไหร่ ทำให้จำชื่อและหน้าตาของใครบางคนไม่ได้ หากไม่เคยร่วมงานกันผมก็จำไม่ได้หรอก
   อย่างที่เห็นว่าผมไม่ได้สนใจเรื่องต้นไม้ต้นหญ้าเลยสักนิด หวังว่าเพื่อนร่วมงานของผมจะเป็นคนที่ชอบอะไรแบบนี้แล้วกันนะ
   “คุณกัษษากร” จู่ๆ ก็มีเสียงเรียกชื่อของผมดังขึ้นจากด้านหลัง เมื่อผมหันไปหาก็พบกับผู้ชายคนหนึ่งที่หล่อจนลมหายใจผมสะดุด
   “นายเรียกเราทำไม” ผมถาม
   “ผมธรณินครับ เรียกว่าแผ่นดินก็ได้ สาขาเกษตรเขตร้อนครับ”
   “เราก็เหมือนกัน แต่แปลกจังไม่ค่อยเจอหน้านายเลย” ผมบอกไปตามตรง
   “ผมไม่ค่อยเข้ามหาลัยน่ะครับ เรียนแค่วิชาที่ขาดไม่ได้เท่านั้น แต่ผมรู้จักคุณนะ”
   “งั้นก็ดี จะได้ไม่ต้องพูดกันให้ยาก นายรู้ใช่มั้ยว่าเราไม่ชอบทำงานแบบนี้”
   “เรื่องนั้นผมรู้” แผ่นดินบอกยิ้มๆ
   “ก็ดี นายเสนอไอเดียมาสิ เราจะได้จัดการเรื่องเงินให้ ค่าแรงเอาเท่าไหร่ก็บอกมาเลย เราจ่ายได้”
   “ผมรู้ว่าคุณเป็นแบบนั้น แต่ผมขอปฏิเสธข้อเสนอนั่น”
   “ทำไมล่ะ กลัวเราให้ค่าแรงน้อยไปเหรอ”
   “เอาเป็นว่าเสาร์นี้ตอนเก้งโมงเรามาเจอกันที่ BTS xxx นะครับ ห้ามช้า เพราะผมมีธุระต่อ เข้าใจมั้ยครับ หมิง”
   ถึงแม้ว่าน้ำเสียงของเขาจะนุ่มทุ้มน่าฟัง แต่รูปประโยคนั่นมันคำสั่งชัดๆ แถมตอนที่เขาเรียกผมด้วยชื่อเล่นฏ้ทำให้รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ อีก
   แต่ถึงยังไงผมก็ไม่มีทางทำตามแน่ เรื่องอะไรมาสั่งผมกันล่ะ ถึงหน้าจะหล่อแค่ไหนแต่ผมก็ไม่มีทางทำตามหรอกนะ
   ถ้าอยากให้ผมทำนักล่ะก็...มาลากผมออกจากบ้านเองสิ!


        สวัสดีนักอ่านทุกคนค่า ^^ เราเป็นนักเขียนหน้าใหม่เพิ่งมาลงนิยายในเล้าเป็นครั้งแรก ถ้าผิดพลาดตรงไหนขออภัยด้งยนะคะ นามปากกาเราชื่อเวนดี้ค่ะ ชื่อจริงคือมุก เรียกว่านักเขียนก็ได้ค้าบบบบบ แล้วแต่ความละดวกของทุกคนเลย ฝากติชมด้วยนะคะ แนวนี้เป็นแนวพระเอกมึนๆ เดายาก นายเอกค่อนข้างเอาแต่ใจนิดนึง

        ถ้าชอบหรือคิดเห็นยังไงก็มาบอกกันได้นะคะ หรือถ้าพลาดตรงไหนไปก็แนะนำได้ค่ะ ^^
Share This Topic To FaceBook

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1060
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0
Re: แกล้งดิน
«ตอบ #1 เมื่อ21-01-2019 22:30:42 »

 :pig2: :pig2:+1

ออฟไลน์ Wandy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 2
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: แกล้งดิน
«ตอบ #2 เมื่อ22-01-2019 19:45:38 »

บทที่ 1
   เช้าวันเสาร์มาถึงอย่างรวดเร็ว
   ผมที่กำลังนอนหลับอยู่ถูกปลุกโดยแม่นมในเวลาสายๆ ของวัน มีเรื่องด่วนอะไรถึงมารบกวนการพักผ่อนของผมกันนะ
   น่าหงุดหงิดเป็นบ้า! เมื่อคืนผมนั่งตัดโมเดลบ้านที่ออกแบบเอาไว้ถึงเกือบเช้า ได้นอนไม่ถึงสี่ชั่วโมงด้วยซ้ำ
   ถ้าเรื่องที่ปลุกผมขึ้นมามันไม่ได้สำคัญอะไร ผมอาละวาดแน่!
   “ป้าพรปลุกหมิงมาทำไมครับ” ผมถามเมื่อทิ้งตัวลงกับโซฟารับแขกแล้วหลับตาลง
   “หมิงผิดนัดผมจริงๆ ด้วย”
   “เฮ้ย! นายมาบ้านเราได้ไงเนี่ย” ผมเด้งตัวขึ้นมานั่งหลังตรงทันทีเมื่อได้ยินเสียงนุ่มทุ้มคุ้นหูนั่น
   “หมิงผิดนัดของผม”
   “ผิดนัดก็แปลว่าเราไม่อยากไปยังไงล่ะ นายไปคนเดียวเถอะ” ผมกอดอกและเชิดหน้าขึ้น
   “ไปอาบน้ำครับ สายกว่านี้เวลาเดินเลือกต้นไม้จะร้อน”
   “นี่! เราบอกแล้วไงว่าเราไม่ไป”
   “อย่าดื้อสิครับ แค่ไปด้วยกันก่อน ถ้าไม่ไหวผมจะพากลับทันที”
   ให้ตาย... มีใครเคยบอกมั้ยว่าคำว่า อย่าดื้อสิครับ ของเขามันมีอานุภาพร้ายแรงแค่ไหน
   “ฮึ่ย! อีกครึ่งชั่วโมงเราจะลงมา” ผมว่าแล้วลุกขึ้นเดินไปชั้นบนของบ้านเพื่ออาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้า



   “ร้อน!” ผมบ่นเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้หลังจากที่มาเดินดูเมล็ดพันธุ์สำหรับใช้ในการทำงาน
   “อีกแป๊บเดียวก็จะเสร็จแล้ว เดี๋ยวผมพาหมิงไปหาอะไรอร่อยๆ ทานกันนะ” แผ่นดินว่าแล้วยิ้มให้ผมบางๆ
   รอยยิ้มของเขากับแสงแดดตอนเที่ยง ผมจะเป็นลมเพราะอะไรก่อนกันนะ
   เพ้อเจ้อชะมัดเลยเรา...
   “ไม่ได้หิวสักหน่อย เราอยากกลับบ้าน” ผมหน้ามุ่ย
   “ทนอีกสักนิดนะครับคนเก่ง”
   “นี่นายเห็นเราเป็นเพื่อนหรือเด็กน้อยกันแน่ เอะอะก็ดื้อ เอะอะก็คนเก่ง นี่มันประโยคไว้พูดกับเด็ดทั้งนั้นเลยนี่”
   “ขอโทษที หลานของผมก็เป็นแบบหมิง เจ้าตัวเล็กไม่ค่อยชอบงานที่ไร่เท่าไหร่ แต่เขาติดกับผมมาก เวลาที่ผมต้องไปทำงานก็เลยหลอกล่อเขานิดหน่อยด้วยคำพูดแบบนี้”
   “ใครจะไปชอบทำล่ะ งานหนักๆ แบบนี้แถมยังต้องทำกลางแจ้งอีก”
   “ถ้าเราสนุกกับงาน มันก็ไม่หนักหรอกนะครับ”
   “มองโลกในแง่ดีชะมัด”
   “ก็เหมือนกับที่หมิงชอบอยู่กับกระดาษ ดินสอและโมเดลไงล่ะครับ แบกกระดาษหนักๆ ไปตัดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยหมิงก็ยังมีความสุขเลย”
   “เอ๊ะ? นายรู้เรื่องของเราได้ยังไง” ผมถามด้วยความสงสัย เรื่องที่ผมชอบต่อโมเดลนั้นเป็นเรื่องที่น้อยคนจะรู้
   “สังเกตเอาน่ะครับ ผมเห็นคุณที่ร้านอุปกรณ์บ่อยๆ”
   “หือ? ร้านอุปกรณ์มันอยู่แถวตึกสถาปัตฯ เลยนี่นา นายไปทำอะไรแถวนั้นอะ” ผมถามเพราะคณะของเราและสถาปัตฯ มันไกลกันคนละโยชน์
   “ธุระน่ะครับ”
   “อ่าฮะ แล้วยังเหลืออะไรอีกล่ะ ตอนนี้เราหิวแล้ว เราไม่ได้กินข้าวเช้า” ผมชะโงกหน้าดูของที่แผ่นดินเป็นคนถือเอาไว้
   “เกือบจะครบแล้วครับ แต่ยังขาดนิดหน่อย เราไปหาอะไรทานกันก่อนก็ได้ ผมก็หิวแล้วเหมือนกัน” แผ่นดินดูกระดาษที่มีลิสรายการของเอาไว้แล้วกล่าวกับผม
   “แล้วจะกินอะไรล่ะ ไหนบอกจะพาไปหาของอร่อยๆ กินไง นำไปสิ”
   “หึหึ หมิงเหมือนหลานของผมจริงๆ นั่นแหละ หลังเสร็จงานในไร่ทีไรก็ชอบอ้อนให้ผมพาไปหาอะไรทานแบบนี้เลย” แผ่นดินว่าขำๆ
   “นายบอกเราเองต่างหาก เราไม่ได้อ้อนสักหน่อย” ผมรีบแก้ให้หลังจากที่โดนกล่าวหาว่าอ้อนกลายๆ
   “ครับ อย่างนั้นเราไปกันดีกว่า แล้วผมจะไปส่งหมิงที่บ้านเลย” เขาบอกก่อนจะเดินนำไปตามทางเท้าที่คับแคบ
   “อ้าว! ไหนว่าของยังไม่ครบล่ะ” ผมขมวดคิ้ว ปลุกผมออกมาแล้วทำงานค้างๆ คาๆ แบบนี้ผมโกรธนะ
   “อาทิตย์หน้าค่อยว่ากันครับ วันนี้ผมต้องรีบกลับไปที่ไร่ก่อน” ว่าแล้วก็ดูนาฬิกาข้อมือของตัวเอง จะว่าไปเขาก็ดูเวลาบ่อยเหมือนกันแฮะ เพราะจะรีบกลับไปที่ไร่นี่เอง
   ถึงว่าทั้งที่นัดกันที่ BTS แต่กลับเอารถส่วนตัวมาจอดถึงหน้าบ้าน
เพราะแบบนี้นี่เอง
   “พูดถึงไร่ บ้านนายทำไร่เหรอ ไร่อะไรล่ะ”
   “ใช่ครับ ที่เชียงราย เป็นไร่ชากับสตรอว์เบอร์รี่ครับ ช่วงนี้กำลังขยายไปทำไร่องุ่นเลยยุ่งๆ นิดหน่อย”
   “บอกหมดเปลือกแบบนี้กับทุกคนเลยหรือไง ไม่ระวังตัวเลยนะ” ผมติ
   “ผมบอกกับคนที่ไว้ใจเท่านั้นแหละครับ”
   “นายไว้ใจเราแล้วเหรอ” ภายในใจของผมรู้สึกพองโตอย่างน่าประหลาดใจเพราะคำว่า คนที่ไว้ใจ ของเขา
   เขาเล่นของรึไงนะ ถึงได้มีอิทธิพลกับผมไปเสียทุกอย่าง
   “เพราะว่าหมิงไม่มีเพื่อนยังไงล่ะ จะไปเล่าให้ใครฟัง” บอกพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ที่ผมเห็นแววกวนประสาทไม่น้อยจากใบหน้ายิ้มแย้มนั่น
   แต่ประโยคข้างบนนั่นทำให้ผมใจเหี่ยวลงด้วยความรวดเร็วพร้อมกับอาการน้อยใจที่เข้ามาแทรกแทน
   “นายนิสัยไม่ดีเลย เราจะไม่ทำงานกับนายแล้ว!” ผมฟึดฟัดทำท่าจะเดินหนี แต่คนแขนขายาวก็ไงกว่า วิ่งมาดักหน้าแล้วคว้าข้อมือผมเอาไว้
   “ผมล้อเล่นครับ อย่าโกรธกันเลยน้า เอาเป็นว่าผมจะเลี้ยงข้าวกลางวันไถ่โทษแล้วกันนะครับ”
   หน้าหมาอ้อนเจ้าของแบบนี้ไปเอามาจากไหนเนี่ย
   แผ่นดินนิสัยไม่ดีเลย เขาทำให้ผมมีหลายอารมณ์มากๆ ในเวลาไม่ถึงชั่วโมง ทำไมถึงเป็นคนขี้แกล้งได้ขนาดนี้กันนะ
   “เราไม่หายโกรธหรอก เราไม่ใช่หลานของนายนะที่จะมาแกล้งเราแล้วเอาของกินมาโอ๋”
   “ผมเลี้ยงของหวานเพิ่มด้วยดีมั้ยครับ”
   “นี่!” ผมขมวดคิ้วหนักกว่าเดิมเมื่อคนที่กำลังขอโทษยังคงไม่เลิกเล่น
   “ฮ่าๆ ไม่แกล้งแล้วก็ได้ครับ ขอโทษๆ เราไม่ทานข้าวกันเถอะ”
   “ไหนล่ะ ร้านที่ว่า เดินมาตั้งนานแล้วนะ”
   “ตรงไปอีกนิดนึงครับ นั่นไงป้ายสีฟ้าๆ”
   “เราเดินมาตั้งนานเพื่อร้านก๋วยเตี๋ยวเนี่ยนะ” ผมถามเมื่ออ่านป้ายร้าน
   “เจ้านี้ไม่เหมือนที่อื่นนะครับ ถ้าได้ทานจะติดใจเลย”
   “ถ้าไม่สมกับที่โม้ไว้เราจะโกรธนายมากกว่าเดิมเลยคอยดู” ผมมองแรงก่อนจะเดินนำไปนั่งโต๊ะที่มุมดีๆ
   ถึงจะเป็นร้านเล็กๆ แต่ก็ต้องชมว่าดูสะอาดและจัดร้านได้ดี
   “รับอะไรดีคะ” พนักงานประจำร้านตรงเข้ามาถามพร้อมกับส่งใบเมนูให้ ผมรับมาพลิกไปมาสักพักก่อนจะสั่ง
   “บะหมี่เป็ดแห้งหนึ่ง ตีนไก่ตุ๋นแยกมาเลยหนึ่งชามนะครับ แล้วก็ขอเยื่อไผ่ตุ่นซี่โครงหมูอีกหนึ่ง” ผมจัดการสั่งอาหารที่อยากกินแล้วเงยหน้ามองแผ่นดินที่กำลังไล่สายตาอ่านเมนู จึงไม่เห็นผมที่กำลังแอบมองอยู่
“เกี๊ยวกุ้งหนึ่งครับ น้ำดื่มเอาเป็นน้ำมะตูมสองแก้วเลย” สั่งจบก็ส่งเมนูคืนพนักงาน “ผมถือวิสาสะสั่งน้ำให้ คงไม่ว่ากันนะครับ”
“ไม่เป็นไร น้ำพวกนี้เราก็ไม่รู้จักอะไรสักอย่างนอกจากน้ำเปล่ากับน้ำเก๊กฮวย” ผมยักไหล่
“น้ำมะตูมที่นี่อร่อยมาก ได้กินกับก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ รับรองว่าหมิงจะติดใจ”
“มั่นใจอะไรขนาดนั้น”
“หึหึ”
“เกลียดเสียงหัวเราะแบบนี้ของนายชะมัดเลย เราซื้อไปทิ้งได้มั้ย”
“หืม ผมยังไม่ทำอะไรเลยนะครับ”
“ไม่คุยด้วยแล้ว คนอะไรคุยแล้วเหม็นหน้า”
“อย่าโมโหหิวแล้วมาลงที่ผมสิครับ”
“ไม่ใช่สักหน่อย”
“ครับ” ปากบอกว่าครับแต่ปากก็ยังยิ้มแบบกลั้นขำ แถมยังทำหน้าไม่เชื่อนั่นอีก มันน่านัก!
“ครับแล้วยิ้มกวนๆ แบบนี้ก็น่าซื้อไปโยนทิ้งพร้อมกับเสียงหัวเราะของนายเลย”
   “เด็กดีต้องไม่พูดเอาแต่ใจแบบนี้นะครับ” คนขี้แกล้งยังไม่เลิกแหย่
   “พอเลย เลิกเล่นบทคุณอากับเราสักที” ผมเริ่มเบะปาก ไม่คิเลยว่าแผ่นดินจะเป็นคนแบบนี้!
   “อาหารมาแล้ว ชอบกินตีนไก่เหรอครับ สั่งแยกมาตั้งชามหนึ่ง”
   “อือฮึ” ผมพยักหน้าลงหงึกหงักพลางใช้ช้อนตักตีนไก่ตุ๋นหอมฉุยขึ้นมาแทะ
   “ไม่ยักรู้ว่าชอบกินอะไรแบบนี้”
   “เราไม่ใช่คนติดหรูอยู่สบายอะไรหรอกนะ เราแค่ไม่ชอบงานเกี่ยวกับเกษตรเฉยๆ” ผมบอกไปตามตรง
   “ไม่ใช่ว่าเขมือบได้ทุกอย่างเหรอครับ ตอบซะหล่อเชียว”
   “นี่! นายว่าเรา อ๊ะ!” ยังไม่ทันที่จะได้พูดจบดี ก็โดนแทรกโดยการกระทำที่แสนจู่โจมของแผ่นดินเสียก่อน
   เขาใช้ปลายนิ้วเช็ดที่มุมปากของผมอย่างอ่อนโยน ผมที่หลังจากรู้สึกตัวก็กลืนคำด่าลงคอพร้อมกับรู้สึกว่าความร้อนทั้งหมดในร่างกายไปกองอยู่บนหน้าและใบหูจนหมด
   “อายุเท่าไหร่ครับ ทานน่าเอ็นดูเชียว เลอะเกือบถึงแก้มแน่ะ” ว่าด้วยน้ำเสียงนุ่มปนขำตามเคยพร้อมกับสายตาที่มองมาก็สื่อว่าเอ็นดูอย่างชัดเจน หัวใจของผมก็ทำงานหนักขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเป็นแบบนี้แผ่นดินต้องได้ยินเสียงหัวใจของผมแน่ๆ แย่แล้ว
   “เดี๋ยวเราทำเอง” กว่าจะหาเสียงตัวเองเจอก็เกิดเดดแอร์ขณะหนึ่ง
   ผมเบือนหน้าไปอีกทางแล้วคว้าทิชชู่มาเช็ดที่ปากตัวเองมั่วๆ กะเอาให้สิ่งที่เปื้อนมันหมดไปจากหน้าก็พอ
   “ไม่เลอะแล้วครับ เลิกเช็ดได้แล้ว” แผ่นดินบอกแล้วจับขื้อมือของผม แบบนั้นยิ่งทำให้ใจผมเตลิดไปใหญ่
   “อะ..อืม”
   “เป็นอะไรครับ ไม่อร่อยเหรอ”
   “เปล่าๆ อร่อย อร่อยมากเลย รีบกินของนายเถอะ เดี๋ยวจะเย็นหมด ไม่ต้องห่วงเราหรอกน่า”
   “โกรธผมรึเปล่าที่แตะต้องโดยไม่ได้ขออนุญาต”
   “ไม่ใช่ เราตกใจเฉยๆ นายกินต่อไปเถอะ อย่าห่วงเราเลย”
   “โอเคครับ”
   ในที่สุดความเงียบก็ทำงานหลังจากที่เราต่างคนต่างกินอาหารที่สั่งมาและผมก็พบกว่าน้ำมะตูมที่แผ่นดินชมนักชมหนามันอร่อยมากจริงๆ
   “อีกแก้วมั้ยครับ” เขาถามเมื่อเห็นว่าผมดื่มจนหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็วโดยที่อาหารยังไม่หมด
   “อื้อ เอาสิ” ผมพยักหน้ารัวๆ น้ำดื่มโบราณๆ แบบนี้ผมก็เพิ่งเคยดื่ม ถึงแม้ว่าจะเป็นคนไม่ติดหรูแต่ร้านอาหารที่เคยไปก็ไม่ได้มีน้ำแบบนี้สักหน่อย
   แผ่นดินเรียกพนักงานมารับเมนู แล้วกินในส่วนของตัวเองต่อ ผมเองก็แทะตีนไก่ด้วยความเพลิดเพลิน ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาเจอร้านนี้ได้ยังไง ร้านที่อยู่ในซอยคับแคบที่มีเพียงทางเดินเล็กๆ เท่านั้น
   หลังจากที่เราจัดการอาหารกลางวันกันไปแล้วแผ่นดินก็มาส่งผมถึงหน้าบ้าน ถึงแม้ว่าผมจะปฏิเสธไปแล้วหลังจากที่เห็นเขาพะว้าพะวงเรื่องเวลาอยู่ตลอดทั้งวัน
   “เดินทางดีๆ ล่ะ เราเข้าบ้านแล้วนะ บ๊ายบาย” ผมโบกมือให้กับแผ่นดิน
   “ครับ เจอกันวันจันทร์ที่มหาลัยนะครับ” แผ่นดินยิ้มกว้างๆ มาให้หนึ่งที ทำเอาผมทำตัวไม่ถูก ทำทีเป็นโบกมือไล่แล้วขู่ว่าจะไปไม่ทันเที่นวบินที่จองเอาไว้ เมื่อเป็นแบบนั้น เขาจึงรีบขับรถออกไปทันที

ชอบหรือไม่ชอบยังไงก็ฝากติชมด้วยนะคะ ^^

ออฟไลน์ สีหราช

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 378
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-0
Re: แกล้งดิน
«ตอบ #3 เมื่อ19-02-2019 09:10:53 »

 :3123: :L1:

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 885
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
Re: แกล้งดิน
«ตอบ #4 เมื่อ16-04-2019 11:59:28 »

 :3123:
 :pig4:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด