*[ 2Prince3P ]* 2เจ้าชายกับนักเขียนนิยายที่รัก(3P) อัพตอนอวสาน (24/4/62)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: *[ 2Prince3P ]* 2เจ้าชายกับนักเขียนนิยายที่รัก(3P) อัพตอนอวสาน (24/4/62)  (อ่าน 23097 ครั้ง)

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 728
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0

ออฟไลน์ little_munoi

  • ++ singular ++
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1901
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-3
ขอบคุณ...
ดีใจ ที่พี่พีคิดได้
ดีใจ ที่มอต้นกำลังฟื้นตัว
ลุ้น กับดวงตาของมอปลาย

ออฟไลน์ aiyuki

  • รักแท้ไม่แบ่งแม้เพศพันธุ์
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3413
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +133/-6
ตอนแรกนึกว่า พี่พีจะตายซะแล้ว โอ้ยย แล้วตาจะเอาจากไหน
ตาเจ้ามอปล่ยทำไงอ่ะ งือออ 

ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2428
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-4

ออฟไลน์ ANIKI.

  • 兄貴
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 221
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-1
ชอบมากกกก โดนใจสุดด รีบมาต่อนะครับบ

ออฟไลน์ Nung66669

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-1
หาให้พัดลมคนนึงนะ น่าสงสารคนไม่มีคู่ :hao6:

ออฟไลน์ BlackWinddy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 62
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ชอบมากก รออ่านต่ออยู่นะ :o8:

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 430
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0

ออฟไลน์ MeanMania

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 82
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-1
ตอนที่ 26. เจ้าชาย..ที่รัก



ดวงตาสีอ่อนทอดมองไหล่บางๆของคนที่กอดซบเข้ามาเหมือนจะมารยาอ่อยให้เขามีอารมณ์อย่างทุกที
..แต่ครั้งนี้ อาจไม่ใช่
นักเขียนนิยายผู้มีอารมณ์อีโรติกได้ตลอดถ้าอยากมี ตอนนี้กำลังสั่นไปทั้งไหล่และสองมือที่ใช้สัมผัสตัวเขา
“คุณนี่มันใช้ไม่ได้จริงๆนะ นักเขียน”
เจ้ามอปลายลูบมือเข้าไปตรงช่วงเอวด้านหลัง ริมฝีปากอ่อนนุ่มกดจูบลงไปแถวใบหูหายใจคลอเคลียแล้วพูดพึมพัมประโยคคล้ายกันกับเจ้าชายคนพี่
“เป็นผู้หญิงของผม แต่ตัวสั่นเพราะเรื่องของผู้ชายคนอื่น”
“ อ ..!” นักเขียนสะดุ้ง มือเจ้ามอปลายจู่ๆก็ลูบต่ำลงไปที่ก้นแล้วบีบอย่างลามก
 
“..ดูเหมือนว่า ถ้าไม่เจ็บตัว คุณจะไม่จำใช่มั๊ยว่าคุณควรคิดเรื่องใครต่อจากนี้ ..คุณนักเขียนนิยายลามก”
 
นี่อาจจะเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่นักเขียนรู้สึกอับอาย
เจ้ามอปลายผู้มีบุคลิคอ่อนหวานกำลังใช้มือขยำก้นเขาพร้อมกับลากนักเขียนเข้าไปหาจนหน้าท้องแนบชิดกัน
ต้นขาเจ้ามอปลายดันเข้ามาตรงกลางหน้าขาของนักเขียน ทั้งเบียดทั้งขยับไปมาเหมือนกับจงใจปลุกไอ้ตัวดื้อให้ตื่นขึ้นรับรู้ว่านอกกางเกงกำลังเกิดอะไรขึ้นบ้าง
“ถอดซะ เดี๋ยวจะปลอบให้ทั้งหมดนี่เลย”


ไม่เคยคิดว่าต้องมาทำตามคำสั่งใครกับเรื่องใต้สะดือ แต่อารมณ์ของนักเขียนนิยายผู้อีโรติกก็กู่ไม่กลับซะแล้ว
คนที่ออกคำสั่งด้วยเสียงหวานหูเอามือตามมาวุ่นวายตั้งแต่นักเขียนเริ่มปลดเข็มขัด เจ้ามอปลายทั้งลูบทั้งขยำจนไอ้นักเขียนตัวดื้อมันเงยหน้าขึ้นสู้ฝ่ามือนุ่มๆของรัชทายาท
“มือคุณ..ทำไมซนแบบนี้ล่ะ มันทำให้ผมยิ่งอยากนะ”
นักเขียนพึมพัมเบาหวิว กลิ่นทั่วร่างกายของเจ้ามอปลายมันหอมแบบยั่วยวน คงไม่ต้องบอกว่าถ้าซบไซร้อยู่ขนาดนี้นักเขียนจะตาพร่ากับสเน่ห์ของหนึ่งในผู้มีสิทธิ์ขึ้นเป็นราชาของอโยธยามากแค่ไหน
“บ่นนะ.. แต่จริงๆคุณก็ชอบมือผมไม่ใช่หรือไง ดูสิ มันแข็งข้อต่อรัชทายาทแล้วนะไอ้เจ้าตัวเล็กนี่ ..น่าจับไปขังคุกจริงๆ”
นักเขียนจูบไปตามกรอบหน้าเจ้ามอปลาย ของๆเขาอยู่ในมือนุ่มๆนั่นและแน่นอนว่ามันแข็งข้อต่อองค์รัชทายาทอย่างที่เจ้ามอปลายพูด
“พี่คุณรู้ผมโดนบ่นหูชาว่าสอนอะไรกามๆให้คุณอีกแน่..เลย อื๊มม .. เจ้ามอปลายมันเสียวนะ” นักเขียนร้องท้วง
มือหนึ่งของเจ้ามอปลายยุ่งอยู่กับส่วนหน้า อีกมือก็เลื้อยลงมาใต้ขอบกางเกงด้านหลังแล้วแทรกไปตามร่องก้นเขา ปลายนิ้วซุกซนของรัชทายาทที่สามวาดวนรอบช่องทางที่เคยสอดใส่
“นุ่มจัง.. ในก้นคุณ มันทั้งนุ่มทั้งอุ่นเลยนักเขียน..”
เสียงเจ้ามอปลายยิ่งพูดเบาๆอยู่ใกล้หูยิ่งฟังดูวาบหวาม นักเขียนยังไม่เคยโดนใครปลุกเร้าด้วยการใช้แค่นิ้วกับเสียงแบบนี้ เพราะปกตินักเขียนชอบให้เล้าโลมแบบรุนแรง ชอบเวลาอีกฝ่ายรุกจูบหรือไซร้เข้ามาหนักๆเร็วๆมากกว่า
แต่รัชทายาทที่สามของอโยธยากำลังเขียนฉากอย่างว่าให้นักเขียนซึมซับใหม่ ทุกสัมผัสของปลายนิ้วกับริมฝีปากของเจ้ามอปลายทั้งนุ่มนวลและอ่อนหวาน ราวกับเจ้าชายคนน้องกำลังไล้ปลายนิ้วเล่นเปียโนในชั่วโมงสอน
ร่างกายสมส่วนแบบผู้ชายแต่กรุ่นกลิ่นหอม กลีบปากสีชมพูสดเย้ายวนไม่ว่าจะกดจูบเข้าไปกี่ครั้งก็ยังทำให้นักเขียนลืมทุกสิ่งทุกอย่างและพร้อมจะจมดิ่งไปกับจูบของเจ้ามอปลายได้เสมอ
“อ๊ะ—“
เจ้ามอปลายอมยิ้มน่ารัก พอนิ้วของรัชทายาทเริ่มกดเข้าไปด้านในนักเขียนก็ขาสั่นพั่บแล้วเอาหน้าซบมาที่อกเขาเหมือนแมวตัวน้อยกำลังออดอ้อนอย่างหนัก
“ผมอยากเข้าไปลึกกว่านี้ .. อ้าขาออกสิ”
“อื๊อ ทะลึ่ง...”
ปากว่าแบบนั้น แต่นักเขียนก็ขยับเข้าไปเบียดคนพูดมากกว่าเดิมแถมยังแอ่นก้นขึ้นให้เจ้ามอปลายใส่นิ้วเข้ามาได้ถนัด
ความที่เป็นนักเขียนนิยายอย่างว่าอยู่แล้ว แล้วยังทำคนอื่นมาเกือบตลอดชีวิต มันทำให้นักเขียนรู้ว่าถ้าอยากรู้สึกดีต้องทำยังไง
ก้นน้อยๆยกขึ้นพร้อมกับเขย่งปลายเท้าเพื่อให้ส่วนหน้าสัมผัสกับของเจ้ามอปลายที่ร้อนผ่าวไม่ต่างกัน
“คุณมันยั่วเก่งที่สุดเลยนักเขียน ถ้าผมหลงคุณหัวปักหัวปำแล้วจับคุณขังไว้ไม่ให้กลับไทยทำไงนี่หืม..”
เจ้ามอปลายกดปลายนิ้วเข้าไปพร้อมกันสองนิ้ว ความคับแน่นจากด้านในและความอุ่นมันกระตุ้นให้รัชทายาทที่สามหายใจลำบาก
“..ถ้าคุณหลงผมได้ก็ดีสิ ตอนนี้มันมีแค่ผมที่หลงคุณจนจะเป็นบ้าแล้วนี่นา”
เจ้ามอปลายแอบยิ้ม
นักเขียนเหมือนวัตถุไวไฟเวลาอยู่ใกล้เขา แค่เจ้าชายลำดับที่สามอยู่ใกล้ๆหรือยิ้มให้นักเขียนก็ตาฉ่ำทำท่าทางพร้อมงั่มได้ตลอด แล้วทำไมเจ้ามอปลายจะดูไม่ออกว่านักเขียนนิยายจอมหื่นกำลังตกบ่วงตัวเองอย่างหนัก
พอจะรู้อยู่หรอกว่าตัวเขากับเจ้าคนพี่มีสเน่ห์ที่ล่อลวงได้ทั้งชายและหญิง ถึงเขาสองคนจะมีบุคลิคที่แตกต่างทั้งยามปกติและอยู่บนเตียงแต่เจ้ามอปลายก็ชอบเห็นนักเขียนเวลาต้องรับมันพร้อมๆกัน
“มอปลาย..”
“ครับ..”
นักเขียนไล้มือลงไปตามแผ่นหลังของเจ้ามอปลาย
“คือ .. ผม..”
“.....”
เจ้ามอปลายคิ้วขมวดควั่บ นักเขียนเอามือมาจับก้นเขา แล้วขยำ
“ขอผม—”
“ไม่ให้.” เจ้ามอปลายสวนทันควันพร้อมกับชักมือออกมาจากตรงนั้นของนักเขียนแล้วดันนักเขียนนิยายผู้อารมณ์แปรปรวนออกห่างอย่างรู้สึกถึงอันตราย
สัณชาติญานบอกให้เจ้ามอปลายรู้ว่านักเขียนจะพูดอะไร เพราะมือของนักเขียนนิยายจอมลามกมันขยำก้นเขาทั้งสองมือเลย
“ผมบอกแล้วไง ถ้าเจ้าพี่ยังไม่หายดีห้ามคุณทำอะไรกับก้นผม” เสียงหวานเวลาดุฟังดูแล้วน่าดื้อใส่มากกว่าจะน่ากลัว “ถ้ายังจะดื้อทำตอนนี้ล่ะก็ คุณได้อดใส่ของคุณเข้ามาในก้นผมตลอดชีวิตแน่นักเขียน!”


“มอปลายจ๋า.. แก้มัดเถอะ เค้าไม่จับก้นมอปลายแล้วก็ได้ สาบาน”
พอรัชทายาทที่สามรู้ว่านักเขียนจะขอทำมิดีมิร้ายกับก้นเขาแน่ๆเลยจับนักเขียนมัดมือไว้กับก๊อกน้ำในท่าคุกเข่าหันหลังหมดทางที่จะใช้เล่ห์เหลี่ยมหรือลูกอ้อนอะไรหักหลังเขาได้อีก
“คุณมันเหลี่ยมเยอะ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ไว้ใจคุณทีไรผมเดือดร้อนทุกที ต้องมัดมันไว้แบบนี้ล่ะไอ้มือลามกนั่นน่ะ ไม่งั้นเดี๋ยวมายุ่งกับก้นผมอีก” เจ้ามอปลายว่าพร้อมกับดันขานักเขียนให้แยกออกจากกัน
“แต่พื้นห้องน้ำมันแข็ง เค้าเจ็บ อือ อ.. มอปลายแก้มัดเค้าเถอะนะ อยู่ท่านี้มันกอดมอปลายไม่ได้ ..ปล่อยเถอะ..” นักเขียนเสียงอ่อนน้ำตาคลอเบ้า
เจ้ามอปลายแพ้น้ำตารื้นๆของเขา.. นักเขียนรู้
“ในนิยายของคุณ ผมจำได้ว่าตอนท้ายๆคุณก็จับรัชสีห์มัดไว้กับก๊อกน้ำแบบนี้ไม่ใช่เหรอ คุณไม่อยากรู้หรือไงว่าถ้าทำจริงมันจะเป็นยังไง แล้วคุณมัดเค้าไว้รัชสีห์จะเจ็บตัวรึเปล่า!”มือนุ่มฟาดไปที่ก้นนักเขียนอย่างแรง
“อื๊อ! เจ็บ..” คนที่แน่นอนว่าจำนิยายของตัวเองได้หน้าแดงวาบ
ดูท่าว่าเจ้ามอปลายจะเคียดแค้นอะไรเขาซักอย่างที่เกี่ยวกับเนื้อหาในมาเฟียของเขาแน่ๆเลย
..เป็นพ่อของรัชสีห์เหรอครับที่รัก.. แค้นกันจังเรื่องรังแกรัชสีห์เนี่ย
ถึงไคย์มันจะหื่นแต่มันก็ไม่เคยฟาดก้นเมียมันนะครับที่ร้ากก T.T
แต่ก็แอบยอมรับว่าเจ้ามอปลายคนหวานๆที่เวลามีอะไรกันจะชอบทำอะไรทะลึ่งๆในแบบที่คาดไม่ถึงก็ทำให้นักเขียนรู้สึกตื่นเต้นได้เสมอ
“ผมเคยได้ยินมาว่า นักเขียนน่ะจะชอบใส่ตัวตนของตัวเองลงไปในนิยาย คุณคิดว่าตัวเองเป็นแบบนั้นมั๊ยนักเขียน”
“.....” นักเขียนเอาหน้าซุกลงกับต้นแขนตัวเองเพราะหูเริ่มอื้อพอได้ยินเสียงเจ้ามอปลายปลดเข็มขัดกางเกง
..จะบ้าทุกทีเวลาได้ยินเสียงนี้..
หน้าหวานๆกับมือขาวๆที่ลูบลงไปตรงล็อคเข็มขัดสีดำแล้วรูดมันด้วยมือข้างเดียว
 จะคิดยังไงก็เท่
 ทำไมนักเขียนนิยายอีโรติกแบบเขาต้องมาหลงสเน่ห์อะไรไม่เป็นเรื่องแบบนี้เนี่ย
“ถ้าให้ผมเดา ผมเดาว่าในมาเฟีย คุณใส่ตัวตนของคุณเข้าไปทั้งในองค์ชาย ทั้งไคย์คชย”
เจ้ามอปลายก้มลงงับก้นนักเขียนตรงที่เขาฟาดมันจนแดงขึ้นมานั่นล่ะ
“คุณชอบความรุนแรงเวลาคุณทำคนอื่น และพอคุณถูกทำ คุณก็อยากให้อีกฝ่ายทำคุณแรงๆเหมือนกัน คุณมันซาดิสม์แถมยังลามก ..คุณชอบให้รังแกคุณ เพราะมันจะทำให้คุณตื่นเต้น ผมเดาถูกต้องทั้งหมดไหม”
เจ้ามอปลายลากลิ้นเลียเข้าไปในก้นนักเขียนสัมผัสกับช่องทางแดงเรื่อที่เขาใส่นิ้วเข้าออกจนมันผ่อนคลายแล้ว
“บางทีผมก็คิด ว่าคุณชอบให้ข่มขืนคุณด้วยซ้ำ..”
“อ .. อื๊ออ ..เจ้ามอปลาย..” นักเขียนขาสั่น เจ้ามอปลายเอาลิ้นกดเข้าไปข้างในแล้วขยำก้นทั้งสองข้าง “ มันเสียวครับ ไม่เลีย..”
เพราะมือถูกมัดนักเขียนเลยทำได้แค่ซบหน้ากับต้นแขนตัวเอง ปากห้ามไม่ให้เลียแต่ก้นมันส่ายรับลิ้นของเจ้ามอปลายอย่างห้ามไม่ได้
เจ้าชายคนน้องใช้ลิ้นเก่ง ..คนหวานๆแต่ทะลึ่งสุดใจเวลามีอะไรกันมันโคตรดี
 “ก้นคุณสวยดี ขนาดผมมองไม่ค่อยชัดยังรู้สึกเลยว่าคุณน่าเอา..”
นักเขียนหูชา ..บอกทีได้ไหมว่านี่คือเจ้าชายรัชทายาท คนเดียวกับคนที่โคตรอ่อนหวานและหน้าสวยๆคนนั้น
ทำไมเวลาทำกัน มันหื่นแล้วก็ทะลึ่งได้ขนาดนี้ แถมดูจะหนักข้อมากกว่าเขาขึ้นไปทุกที
“..คุณลามกมากไปแล้วเนี่ย อย่าพูดแบบนี้เวลาพี่คุณอยู่ด้วยเชียว ผมได้โดนด่าหูชา เค้าต้องหาว่าผมสอนคุ— อา.. มอปลาย.. เจ้ามอปลาย.. อื๊ออ ไม่ไหวแล้วอย่าแหย่ลิ้นมันเสียว—“ นักเขียนขาสั่นพั่บ เข่าไถลไปกับพื้นห้องน้ำเพราะเจ้ามอปลายแหย่ลิ้นเข้ามาข้างใน “พอแล้ว พอแล้วเค้าเสียว.. พอแล้ว! ... อ๊ะ!”
เจ้ามอปลายดันปลายลิ้นแรงๆแล้วดึงใบหน้าออกมา
นักเขียนครางไม่ออก สองขาที่อยู่ในท่าคุกเข่าสั่นระริกไปหมด
“รู้ตัวรึเปล่าว่าเวลาคุณถูกทำแล้วคุณดูลามกแค่ไหน” เจ้ามอปลายวาดนิ้ววนไปรอบๆช่องทางที่เปียกชื้น เจลหล่อลื่นที่จะช่วยให้นักเขียนไม่บาดเจ็บถูกป้ายแล้วดันเข้าไปข้างใน ส่วนอีกมือเจ้ามอปลายก็ลูบไล้ชะโลมมันกับรัชทายาทตัวน้อยที่ลุกขึ้นมาอย่างแข็งขัน
“มาอ้อนให้ปลอบ คุณคิดเรื่องใครอยู่ ผมรู้นะ”
“ซี๊ด ด..!..”
ส่วนปลายชื้นๆเย็นๆนวดเข้ามา นักเขียนแอ่นสะโพกเข้าหาอย่างไม่เหลือความอายอีกแล้ว เข่าสองข้างแยกออกจากกันเพื่อให้เจ้ามอปลายน้อยเข้ามาข้างในได้ถนัด
“อยากให้ปลอบแบบไหนล่ะ  แบบในนิยายของคุณ หรือแบบของผม”
คนฟังที่แอ่นก้นจนขาสั่นหน้าร้อนฉ่า เจ้ามอปลายเอาแต่กดส่วนปลายนวดวนไม่ยอมเข้ามามันยิ่งทำให้นักเขียนทรมาน
“ใส่เข้ามา เอาของคุณใส่เข้ามาเร็วๆ ทำแบบที่คุณอ่านจากนิยายผมก็ได้ ข่มขืนผมเหมือนที่ไคย์ทำรัชสีห์วันแรกก็ได้ อ อ๊าา า..! ..”
รัชทายาทที่สามยิ้มน่ารัก
ถ้าจะทำตามที่นักเขียนขอเขาก็ทำได้ แต่ถ้าพูดเรื่องนิสัยบนเตียงคนพี่จะรุนแรงได้มากกว่าเขา เจ้ามอปลายถนัดทำอะไรแบบทะลึ่งๆแต่อ่อนหวานสุดๆมากกว่า
“อือ อ.. พอแล้ว นิ้วพอแล้ว มอปลาย เลิกแกล้งแล้วใส่ของคุณเข้ามาในนี้ซะที” นักเขียนอ้าขาออกมากกว่าเดิมพร้อมกับบิดสะโพกยั่วเจ้ามอปลายที่เอาแต่เล่นไม่ยอมตอบสนองแบบที่นักเขียนต้องการ
เจ้ามอปลายกัดริมฝีปาก รัชทายาทที่สามชอบคำพูดหื่นๆจากปากนักเขียนไม่ต่างกัน เพราะมันทำให้เขายิ่งมีอารมณ์ดิบๆอยากทำอะไรลามกมากๆกับคนที่ส่ายก้นอยู่ตรงหน้า
“แก้มัด ..แก้มัดที” นักเขียนซบหน้ากับแขนตัวเอง เริ่มทนไม่ไหวพอเจ้ามอปลายไม่ยอมใส่เข้ามาแถมยังเอาแต่แกล้งกันให้ทรมานจนขามันจะคุกเข่าไม่อยู่แล้ว
“ถ้าพูดจาน่ารักๆ เดี๋ยวผมแก้มัดให้ แต่เตือนไว้ก่อนว่าอย่าได้คิดจะมายุ่งกับก้นผม ไม่งั้นคุณได้นอนคุกเล่นแน่นักเขียน” เจ้ามอปลายขู่ไว้ก่อนแถมฟาดก้นนักเขียนที่เดิมเป็นการเตือนว่าเขาพูดจริง ขังจริง
“อื๊อ อ.. ไม่ทำแล้ว มอปลายแก้มัดเถอะ ขอร้อง”
เจ้ามอปลายนิ่ง เห็นนักเขียนตัวสั่นเหมือนจะทรมานพอแล้วเลยเอื้อมมือไปแก้ปมเนคไทที่เขาใช้มัดนักเขียนเอาไว้กับก๊อกน้ำ
ทันทีที่มือหลุดออกมานักเขียนก็เอื้อมลอดหว่างขาตัวเองเพื่อจับของๆเจ้ามอปลายใส่เข้าไปในก้นของตัวเอง
“ลามกจริงๆเลย”
คนถูกว่าหน้าร้อนผ่าว พูดอะไรไม่ออก ตอนนี้อยากให้เจ้ามอปลายแทงเข้ามาลึกๆเร็วๆ ส่วนอย่างอื่นช่างหัวมันไม่อยากสนแล้ว
“ขยับ ..แรงๆ ทำแรงๆ เอาให้ผมลืมทุกๆอย่างเหมือนตอนนั้น ได้โปรด”
เจ้ามอปลายมองสะโพกน้อยๆที่ขยับไปมาด้วยตัวเองอย่างเว้าวอน แม้จะมองไม่ค่อยชัดแต่เจ้ามอปลายก็เห็นว่าก้นของนักเขียนกำลังกลืนของๆเขาเข้าออกอย่างน่าอึดอัด
..หึหึ..
แกล้งพอแล้วมั๊ง
“อ่ะ!..อ๊าา า—! ...”
นักเขียนใช้แขนดันกระจกบานใหญ่ที่ติดอยู่ในห้องน้ำ เข่าสองข้างแยกออกจากกันเพื่อพยุงตัวเอาไว้
ร่างกายที่ไม่ได้แตกต่างกันมากเท่าไหร่สะเทือนไปตามแรงเจ้ามอปลาย มือนักเขียนป่ายเปะปะพลาดไปหมุนเปิดก็อกน้ำทำให้ทั้งนักเขียนทั้งเจ้ามอปลายเปียกซ่กไปตามๆกัน
มีแค่นักเขียนที่เปลือยท่อนล่าง และตอนนี้ภาพที่สะท้อนอยู่ในกระจกตรงหน้าคือเจ้ามอปลายที่เปียกปอนไปหมดทั้งตัวกับดวงตาสีอ่อนและใบหน้าหวานๆพราวไปด้วยหยดน้ำ
“ คุณ.. สวยจังเลย ตาคุณเซ็กซี่สุดๆที่รัก..” นักเขียนเอามือแปะหน้าเจ้ามอปลายสัมผัสดวงตาสีอ่อนผ่านกระจกอย่างหลงไหล
พอร่างกายถูกคุกคามในท่าแบบนี้ นักเขียนก็เพิ่งเคยเห็นสีหน้าตัวเองเป็นครั้งแรก
หน้าตาน่าอาย กับท่าทางที่น่าอับอายกว่า ยิ่งมองใบหน้าเจ้ามอปลายที่สะท้อนในกระจกก็ยิ่งหลง ตาสีอ่อนมีสเน่ห์ล่อลวงพอกันกับกลิ่นหอมของร่างกายเจ้ามอปลายที่เวลามีเซ็กส์ยิ่งหอมกว่าเดิม
จะหาผู้ชายแบบเจ้ามอปลายได้จากที่ไหนอีกล่ะนักเขียน..
ทั้งสวย ทั้งเท่ จนแอบคิดเรื่องโง่ๆว่าอาจจะหลอกล่อให้เจ้ามอปลายใจอ่อนยอมให้งั่มอีกซักรอบหลังจากถูกปลอบจนรู้สึกดีขึ้น
แต่สายตาวาววับพร้อมกับลิ้นที่แลบออกมาเลียปากอย่างเจ้าเล่ห์ของนักเขียนมันก็ไม่รอดสัณชาติญานเจ้ามอปลายไปได้หรอก
สองมือของรัชทายาทเลยขย้ำเอวนักเขียนแล้วกระชากเข้ามาอย่างแรง
“อ๊า!!—”
 “ทำหน้าแบบนั้นคิดว่าถ้าทำจนผมหมดแรงคุณจะคว่ำผมลงล่ะสิ”
“อื๊ออ อ!.. จ จุก ผมจุก..”นักเขียนดิ้นพราด ของๆเจ้ามอปลายมันกระแทกจุดสำคัญจนขาสั่นพั่บแทบทรุดลงไปกองกับพื้น
“เจ้าเล่ห์มากใช่ไหม”เสียงทุ้มหวานกระซิบข้างหู

“งั้นคุณมานี่ ผมจะปราบให้หายซ่าส์ไม่กล้ามารยาใส่ผมอีกนักเขียน”

..ซ ซวย แล้ว..


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-04-2019 11:18:34 โดย MeanMania »

ออฟไลน์ MeanMania

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 82
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-1
(ต่อ)



(รูปประกอบจินตนาการในการอ่านต่อไปนี้)


“ด.. เดี๋ยว เดี๋ยวก่อนเจ้ามอปลาย” นักเขียนถอยกรูดไปชิดหัวเตียง หน้าทั้งหน้าแดงเห่อเพราะความอับอาย
หลังจากเผลอไปทำสายตาท่าทางให้เจ้ามอปลายเส้นความอดทนแตกเปรี๊ยะตอนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม นักเขียนก็ถูกเจ้ามอปลายลากออกจากห้องน้ำแล้วสั่งนางในวังรุมทึ้งนักเขียนร่วมสิบนาทีก่อนที่จะจับนักเขียนโยนใส่เตียงบรรทมในห้องของรัชทายาท
ตอนนี้นักเขียนนิยายอีโรติกอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวแบบเจ้าหญิงยุคใหม่ ผ้าลูกไม้บางๆคลุมผมไม่ได้ทำให้นักเขียนดูหวานผิดผู้ชายแต่กลับทำให้ใบหน้าเล็กๆของนักเขียนดูน่ารักแบบผิดหูผิดตา
เสื้อเจ้าสาวสีขาวเป็นแบบเสื้อครอปสั้นๆ โทนอ่อนหวานแถมยังเปิดเผยช่วงเอวทำให้นักเขียนตัวบางลงกว่าปกติ กระโปรงเจ้าสาวนุ่มนิ่มฟูฟ่องเหมือนสวมฟองสบู่ทำให้นักเขียนดูราวกับเป็นเจ้าหญิงในคืนพิธีสำคัญ ตัวเสื้อที่รั้นขึ้นสูงจนเห็นร่องสะดือขับเน้นความเซ็กซี่ช่วงกลางร่างกายให้คนใส่ตัวเล็กตัวบางน่าถนุถนอมเหมือนกับตุ๊กตากระเบื้อง
“เหมาะกับคุณอย่างที่คิดเลย”
เจ้ามอปลายสวมเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาว ดูเผินๆเหมือนเจ้าบ่าวเตรียมงั่มภรรยาตัวน้อยที่เหนื่อยอ่อนจากงานพิธีสำคัญและกำลังจะต้องทำหน้าที่ของเจ้าสาวที่น่ารักในคืนแต่งงาน
นักเขียนหน้าแดงจนแทบไหม้ บอกได้คำเดียวว่าอาย อายมาก
 ไม่คิดมาก่อนว่าตัวเองต้องมาใส่ชุดผู้หญิงอะไรแบบนี้ แถมนี่ยังเป็นชุดเจ้าสาวอีกด้วย
“เหมาะบ้าอะไรของคุณ ผมไม่ใช่ผู้หญิงนะ คุณให้ผมใส่ชุดเจ้าสาวเพื่ออะไรเนี่ย” นักเขียนกำชายกระโปรงที่ฟูฟ่องอย่างกระดากอาย
เจ้าชายลำดับที่สามใช้ดวงตาสีอ่อนทอดมองคนบนเตียงอย่างเอ็นดู
“คุณนี่ไม่รู้อะไรเลยนะ คุณนักเขียน” เจ้ามอปลายไล้มือเล่นผ้าคลุมผมของนักเขียนแล้วก้มลงไปหอมข้างแก้มที่แดงระเรื่อ “เสื้อผ้ามันก็คือเสื้อผ้า ไม่ว่าชายหรือหญิงสวมใส่มันก็ไม่ได้แปลว่าเราเป็นอะไรซักหน่อย บนโลกใบนี้มีเสื้อผ้ามากมายที่ไม่ได้กำหนดอะไรเอาไว้เลย”
เจ้าชายลำดับที่สามช้อนคางนักเขียนให้เงยหน้าขึ้นมาหา
“มองคุณในกระจกสิ ใส่แล้วน่ารักขนาดนี้ จะปฏิเสธอีกเหรอว่ามันไม่เหมาะกับคุณ”
“....”
พอหันไปมองตัวเองในกระจกดีๆ นักเขียนก็เห็นเจ้าหญิงแสนซุกซนคนหนึ่งในชุดแต่งงาน

 ..น่ารักมาก
กระโปรงบานฟูฟ่องเหมือนฟองสบู่กับแก้มที่แดงลามไปถึงใบหูและปลายจมูกกับดวงตาสีดำใต้แพรขนตายาวสวย
 
“......”
เออ น่ารักฉิบ
“ ..ผม รู้สึกแปลกๆ” นักเขียนเอาหลังมือบังหน้าตัวเองที่ตอนนี้แดงเห่อไปทั้งหน้า
..อาย อายมาก อายอย่างที่บอกไม่ถูกเพราะเจ้ามอปลายจับจิตใต้สำนึกเขาถูกว่าเขาหลงไหลเทพนิยาย
“จะปราบคุณ ก็ต้องใช้จิตใต้สำนึกคุณนี่ล่ะ ไง? ผมเดาถูกใช่มั๊ยล่ะ”
รัชทายาทผู้มีดวงตาสีอ่อนคร่อมลงไปบนร่างน้อยๆในชุดเจ้าสาวที่ถอยหนีไปจนหลังแทบจมลงไปในหมอน
“จะลบเรื่องยุ่งยากในหัวคุณ ก็ต้องเค้นจิตใต้สำนึกในหัวของคุณ เปลือยความคิดคุณให้หมดแล้วค่อยทาบทับตัวผมลงไป”
“.....” นักเขียนรู้สึกว่าหายใจหอบจนตัวเองยังหนวกหู
กลิ่นหอมของเจ้ามอปลาย.. ดวงตาสีอ่อนของเจ้ามอปลาย ริมฝีปากกับปลายนิ้วของเจ้ามอปลายกำลังกลืนกินความรู้สึกนึกคิดแบบผู้ชายของนักเขียน
“มองผมให้ดีๆสินักเขียน”
“เจ้า..”
“ ผมคือเจ้าชายของคุณ ”
นักเขียนเม้มปากมากัดเอาไว้ ยิ่งฟังเสียง ยิ่งสบตากับเจ้ามอปลายก็ยิ่งอาย
“แต่ผม.. ไม่ได้อยากใส่ชุดผู้หญิงนะ มาบังคับกันแบบนี้ ..คุณเป็นเจ้าชายที่ใจร้ายเกินไปแล้ว คุณไม่ได้มองว่าผมเป็นผู้ชายเหมือนคุณเลยเหรอ”ใบหน้าเล็กๆใต้ผ้าลูกไม้หมองลงพร้อมกับหลบสายตา
แน่นอนว่านักเขียนกำลังตัดพ้อแล้วก็ไม่ใช่มารยา แต่นักเขียนน้อยใจจริงๆแล้วก็มากด้วย
เจ้ามอปลายไล้ปลายนิ้วไปตามริมฝีปากช่างพูด
“ผมมองคุณเป็นทุกอย่างที่เป็นคุณนั่นล่ะ”
เจ้ามอปลายลูบมือลงมาตามอกเสื้อ นักเขียนหายใจสะท้าน ปลายนิ้วนั้นจงใจไต่ลงไปตามหัวนมเพื่อแกล้งเขา
“ถ้ามองผมเป็นผม ผมเป็นผู้ชาย คุณอย่ามาจับผมใส่ชุดแปลกๆสิ แบบนี้มัน—“
“มันคือชุดเจ้าสาว และคุณน่ารักมากเวลาคุณใส่มันแบบนี้”
“เจ้ามอปลาย.. ไม่เอา..”
เจ้ามอปลายลูบมือเข้าไปใต้เสื้อ ปลายนิ้วนุ่มๆสะกิดหัวนมแล้วบี้มันอย่างแรงจนนักเขียนต้องเอามือกำชายกระโปรงเจ้าสาวแน่น
“มอปลายมันเสียว.. หยุดเล่นหัวนมได้แล้ว!”
 ..บ้า ที่สุด
 พอใส่กระโปรงฟูๆแล้วรู้สึกแขนขามันโล่ง เหมือนกับว่าทั้งตัวกำลังเปล่าเปลือยไม่ได้ใส่อะไรไว้ซักอย่าง
“ก็ผมชอบหัวนมคุณนี่” เจ้ามอปลายอมยิ้มแล้วโน้มเข้าไปกระซิบชิดริมฝีปาก “..เวลาคุณอยาก มันจะแดงขึ้นมา โคตรน่ารัก เวลาผมกระแทกเข้าไปในก้นคุณมันก็จะตั้ง ..น่าเลียสุดๆเลยล่ะนักเขียน”
คนฟังคว้าเจ้ามอปลายลงมากอด หลับหูหลับตาไซร้ใบหน้าไปกับซอกคอหอมๆด้วยความอาย
 เจ้ามอปลายลามก และมันเหมือนจะมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆตามความพยศของเขา
..ไอ้หน้าหวานๆกับตาสวยๆนี่มันของปลอม ของปลอมทั้งนั้น นิสัยหื่นกามนี่ต่างหากคือของจริง
“อือ อ ..เจ้ามอปลาย..” ไม่ไหว ไม่ไหวแล้ว ถูกเขี่ยหัวนมจนจะบ้าตายอยู่แล้ว
ชายกระโปรงเจ้าสาวถูกเจ้าชายผู้อ่อนหวานดึงรั้งขึ้นไป เนื้อผ้าที่ทั้งนุ่มทั้งลื่นผิวลูบไล้จากปลายเท้าขึ้นไปหาเข่าและต้นขาของนักเขียนอย่างช้าๆ
“อื๊อ ..รู้สึกแปลกๆ”
เพราะเนื้อผ้ามันนุ่ม ความรู้สึกเลยเหมือนกำลังถูกลมหายใจของเจ้ามอปลายค่อยๆลูบขึ้นมาข้างบน
พอกระโปรงรั้งขึ้นมาเหนือเข่านักเขียนก็หุบขาเข้าหากันโดยอัตโนมัติ เพราะใต้ผ้านุ่มๆนั่นนักเขียนไม่ได้รับอนุญาติให้ใส่อะไรเอาไว้เลยซักตัวเดียว
ฝ่ามือเจ้ามอปลายสอดเข้าไปใต้กระโปรงกอบกุมเอาสิ่งที่บอกว่านักเขียนเป็นผู้ชายไว้ในมือ
“ลามกจริงนะ เจ้าสาวของผมนี่”
นักเขียนจิกปลายเท้ากับชายผ้า จะวางขาไปตรงไหนก็รู้สึกถึงชายกระโปรงนุ่มๆฟูๆเหมือนฟองสบู่ลอยฟุ้งเต็มเตียงไปหมด
..ลามก แบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
“ไหนว่าไม่ชอบ เปียกขนาดนี้แล้วเนี่ย” เจ้ามอปลายอมยิ้มทะลึ่ง ปลายนิ้วรัชทายาทเขี่ยเล่นกับรอยหยักตรงปลายยิ่งกระตุ้นให้ของเหลวใสมันปริ่มล้นออกมา
“..ถอดกระโปรง ถอดชุดบ้าๆนี่ออกไปที ผมมองไม่เห็นมือคุณ” นักเขียนรู้สึกหัวหมุน มันต่างไปจากทุกทีที่ถูกเจ้ามอปลายใช้มือทำให้
เจ้ามอปลายเอามือลูบเลยเข้าไปในก้นแล้ววาดปลายนิ้ววนในที่ๆเคยเอาเจ้าปลายน้อยใส่เข้าไป
“คุณก็ถอดเองสิ ..เป็นเจ้าสาวที่ดีคืนวันเข้าหอต้องน่ารักให้มากๆรู้ไหม”
“อื๊ออ! ไม่เอา” นักเขียนหลับหูหลับตาร้องประท้วง จับมือเจ้ามอปลายไปวางใส่ขอบกระโปรง
อายจนจะเป็นบ้าอยู่แล้ว
“อยากให้คุณถอด ..นะ..  ถอดมันให้เค้านะคะ แล้วเอาของๆคุณใส่เข้ามา”
รัชทายาทขบริมฝีปาก ริ้วแดงเล็กๆพาดขึ้นมาบนใบหน้า
“น่ารักมากค่ะ ..เด็กดี.. ไหนบอกซิ ว่าจากนี้จะไม่ดื้อ จะเป็นผู้หญิงให้ปลาย จะเป็นเจ้าหญิงของมอปลาย”
นักเขียนพยักหน้ารัว น้ำตาเจ้ากรรมที่มาจากความอับอายล้วนๆไหลปรี่ลงมาเต็มหางตา
“..ไม่ดื้อค่ะ ไม่ดื้อแล้วจริงๆ ยอมเป็นผู้หญิงของเจ้ามอปลายแล้วจริงๆ”
..ฝากไว้ก่อนเถอะที่รัก.. T^T
“หึ”
นักเขียนถูกเจ้ามอปลายจับตัวพลิกขึ้นมานั่งคร่อมอยู่บนหน้าตักส่วนเจ้ามอปลายลงไปนอนเอนหลังอยู่ข้างล่างมองเจ้าสาวในคืนแต่งงานด้วยสายตาวาบหวาม
“เคยทำกับใครแบบผู้ชาย ลืมมันไปให้หมด จากนี้คุณจะเป็นผู้หญิง เป็นของผม คนที่คุณจะส่ายก้นของคุณเวลาอยู่ข้างบนมีแค่คนที่หน้าแบบผมเท่านั้นนักเขียน จำหน้านี้ไว้ให้ดี”
“ซี๊ด ด..” ก้นมัน.. คร่อมลงกับของๆเจ้ามอปลายพอดิบพอดี
“เอามันใส่เข้าไปในนั้นของคุณ แล้วใช้ของๆคุณรักผม”

“ทำสิ ..เจ้าสาว”
 
นักเขียนกัดฟัน
เพราะกระโปรงมันฟูเลยมองอะไรไม่ได้ พอวางมือลงไปที่หน้าท้องเจ้ามอปลายเพื่อยกก้นขึ้นก็กำได้แต่ชายกระโปรงที่เย็บซ้อนกันเป็นชั้นๆทั้งฟูทั้งนุ่มเหมือนลำตัวช่วงล่างถูกคลุมด้วยฟองสบู่
..อายจนหูอื้อ ความหยิ่งทระนงในแบบผู้ชายถูกทำลายลงอย่างวาบหวาม
นักเขียนเอามือเอื้อมไปด้านหลัง พยายามรั้งชายกระโปรงให้เลิกขึ้นมาเพื่อสอดมือลงไปประคองรัชทายาทตัวน้อยเอาไว้
“อ อือ.. คุณมันลามกที่สุดเจ้ามอปลาย.. อึ่ก! ก ...”
พอกดตัวลงไป มันแน่นไปหมดทั้งก้น ยิ่งมองไม่เห็นของๆตัวเองอย่างทุกที แถมยังมองไม่เห็นอย่างอื่นนอกจากกระโปรงฟองสบู่ยิ่งรู้สึกเหมือนผู้หญิง เหมือนจนรู้สึกอาย เหมือนจนลืมไปแล้วว่าความรู้สึกตอนกดตัวลงไปแบบผู้ชายพร้อมกับใช้มือรูดรั้งของตัวเองเพื่อผ่อนคลายไปด้วยมันเป็นยังไง
ความทรงจำแรกที่ถูกสอดใส่ ค่อยๆจางและถอยห่างออกไป ..ห่างออกไป แทนที่ด้วยความอายในแบบผู้หญิงแทน
“ขยับสิ ..เด็กดี.. ส่ายก้นของคุณกับของๆผมแบบที่คุณอยากทำ”

คนสวย ..หื่นขนาดนี้เพราะใครกัน
ผมเองรึเปล่าวะเนี่ย
 
นักเขียนเอามือสั่นๆกำกระโปรงเจ้าสาวเอาไว้ มองไปที่กระจกก็เห็นแค่ผู้ชายเอวบางๆคนหนึ่งที่น่ารักไม่ต่างจากเจ้าหญิงในเทพนิยายผู้มีนิสัยห้าวทะโมนและซุกซน
ทั้งผ้าที่คลุมอยู่บนผม ทั้งเสื้อครอปเอวลอย ทั้งกระโปรงฟองสบู่ของเจ้าสาว มีแต่องค์ประกอบที่เข้ากันจนทำให้นักเขียนกลายเป็นเจ้าหญิงในนิยายลามกไปแล้ว
รัชทายาทลำดับที่สามใจดีแต่ขี้แกล้งกว่าเจ้าชายองค์ไหน ความทรงจำในแบบผู้ชายที่ทำให้นักเขียนสับสนถูกล้างทิ้งไปจนหมดด้วยการปลุกตัวตนใต้จิตสำนึกให้นักเขียนรู้สึกถึงมันแทน
 “น่ารักมาก ที่รัก..”
ผ้าคลุมลูกไม้ปลิวมาสัมผัสกรอบหน้า นักเขียนปรือตามองเจ้ามอปลายด้วยใจที่เต้นแรง แรงจนหนวกหู

เจ้าชายลำดับที่สามของอโยธยาผู้อ่อนหวาน ดวงตาสีจางๆกับริมฝีปากอ่อนนุ่มที่โค้งรับกันอย่างดีกับสันกรามและปลายจมูกโด่งสวย
 
“..เจ้ามอปลาย..”
 
..เจ้าชาย ของผม..
 
“อ่ะ!.. ” นักเขียนขยำชายกระโปรงสะท้านไปทั้งตัว
ผ้าลูกไม้พลิ้วไปตามจังหวะสั่นสะท้านของนักเขียน เสื้อครอปตัวเล็กรั้งขึ้นจนเห็นหัวนมที่สั่นระริก กระโปรงฟองสบู่ซ้อนกันเป็นชั้นคลุมไปเกือบทั้งเตียงราวกับเจ้าหญิงจอมซุกซนกำลังถูกลงโทษ
“..น่ารักจัง..” เจ้ามอปลายเอามือจับเอวนักเขียนทั้งสองข้าง มองหัวนมที่ตั้งชันสะท้านขึ้นลงตามจังหวะกดสะโพกของนักเขียนอย่างหลงไหล
“เจ้า มอปลาย.. อื๊ออ ..!..”
นักเขียนหลับตาแน่น พอประสาทสัมผัสการมองเห็นถูกปิดลงความร้อนที่แทงเข้ามาข้างในมันยิ่งชัดเจน
พอไม่ได้เห็นของตัวเอง ไม่ได้รูดรั้งมันอย่างทุกครั้ง ทุกๆอย่างมันต่างออกไปจากที่เคยทำจนใจเต้นไม่เป็นส่ำ
 “.. รักคุณ ..เจ้าสาวของปลาย”
 แสนหวาน อุ่นซ่านไปถึงใต้จิตใจ
“เจ้ามอปลาย.. เจ้าชาย ..ที่รัก— อะ !.. อ๊าาาา า!...”
“อึ่กก ก!—“
จังหวะสุดท้ายของสะโพก นักเขียนบิดเอวเร่าๆเพราะของเหลวร้อนในตัวเจ้ามอปลายมันทะลักเข้ามาจนเอ่อล้นออกนอกร่างกาย
“อือ อ.. เจ้ามอปลาย..”นักเขียนใช้สองมือสั่นๆประคองใบหน้าหวานๆของเจ้าชายในฝันเอาไว้แล้วบรรจงจูบลงไปด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่มี
 
จากนี้ คงจำได้แค่ใบหน้าแบบคุณ ..เจ้าชายผู้เป็นสุดที่รัก..
 
“เรื่องวันนี้เป็นความลับแค่ผมกับคุณ ห้ามบอกเจ้าพี่เด็ดขาดนะคะ” ริมฝีปากที่ถูกจูบจนแดงช้ำกระซิบคลอเคลียอยู่กับแก้มนักเขียน
ใต้กระโปรงฟองสบู่ รัชทายาทตัวดื้อยังเชื่อมกับเจ้าสาวผู้ซุกซนอย่างแนบแน่น
“คิดว่าผมจะกล้าบอกเรื่องนี้กับใครรึไงล่ะ” นักเขียนซุกหน้ากับไหล่เจ้ามอปลาย ไม่รู้ทำไมยังรู้สึกอายทั้งๆที่ต่างคนต่างเสร็จไปแล้ว
คนฟังยิ้มน่ารัก สองแขนโอบกอดรอบเอวน้อยๆของคนบนตักพร้อมกับใช้มือลูบแผ่นหลังที่ยังสั่นอย่างอ่อนโยน
“คุณตัวบางกว่าวันแรกที่กอดแล้วนะ”
“อือ.. น้ำหนักผมลดมั๊ง ..ก็เดี๋ยวคุณ เดี๋ยวพี่คุณ..” พูดได้แค่นั้นนักเขียนก็เอาหน้าซบข้างแก้มเจ้ามอปลายด้วยความอาย
เจ้าชายคนน้องลูบมือเข้าไปใต้เสื้อครอปพร้อมกับอมยิ้มกรุ้มกริ่ม
“งั้นคงต้องให้คุณทานเยอะๆแล้วสิ ..แบบนี้ อีกเดี๋ยวคุณก็ไม่สบาย”
คนฟังขยับสะโพกเบียดหน้าตักเจ้ามอปลาย ความรู้สึกอุ่นๆลื่นๆในก้นมันทำให้นักเขียนเลิกสับสนเพราะรู้แล้วว่าชอบแค่ไหนเวลาเจ้ามอปลายเข้ามาข้างในจนสุดแบบนี้
“ในความหมายของคุณ คือให้ผมกินคุณล่ะสิ แบบนั้นน้ำหนักคงเพิ่มหรอก”
เจ้ามอปลายหัวเราะ ส่วนที่เชื่อมต่อพอถูกผนังร้อนๆในก้นนักเขียนหยอกเย้าอีกครั้งก็พร้อมจะทำหน้าที่ของมันอย่างขยันขันแข็งอีกรอบ และอีกหลายๆรอบ
นักเขียนนิยายอีโรติกในชุดเจ้าสาวถูกรั้งเข้ามาชิดอกเจ้ามอปลาย เอวบางๆใต้เสื้อครอปเบียดเข้าหารัชทายาทที่สามของอโยธยาอย่างเขินอายเพราะภาพสะท้อนในกระจกไม่ต่างอะไรกับเทพนิยายที่ตัวเองเป็นเจ้าสาวแสนซุกซนที่โดนเจ้าชายปราบพยศจนหมดสภาพ
“อย่ากลับไทยเลยนะคะ อยู่ที่อโยธยา  อยู่เป็นเจ้าสาวของผมนะนักเขียน..”
ไม่ใช่แค่ประโยคคำพูด แต่เจ้ามอปลายประคองหลังมือนักเขียนไปจูบอย่างนุ่มนวลแล้วช้อนดวงตาสีอ่อนขึ้นมองคนบนตักย่างออดอ้อน
“อือ..”
คิดว่ามีใครต้านสายตาคุณไหวล่ะ เจ้าชายที่รัก..
“จะอยู่ที่นี่กับคุณ จะเป็นผู้หญิงของคุณ—“
“ของเจ้าพี่ด้วย”
นักเขียนหัวเราะสดใส สองแก้มแดงจัดทั้งเขินทั้งอาย ทั้งขำเจ้ามอปลายที่ไม่เคยไม่คิดถึงพี่ชายคู่แฝดของตัวเองเลยแม้แต่นาทีเดียว
“ค่ะ.. แล้วแต่ที่รักจะรับสั่งมาว่าอยากให้เค้าเป็นอะไร”
รัชทายาทลำดับที่สามยิ้มทั้งปากทั้งตา
“..ถ้างั้น ตอนนี้ช่วยบอกที ว่าเจ้าสาวของผมน่ารักยังไง”
“บอกอะไร บอกแบบไหนคะ หืม..” นักเขียนลากเสียงปรอยตาเพราะจริงๆก็รู้ว่าเจ้าชายหน้าสวยกำลังพูดถึงอะไร
เอวคอดใต้เสื้อครอปถูกจับเอาไว้ เจ้าชายตัวน้อยที่สอดอยู่ในก้นนักเขียนเริ่บซุกไซร้ในตัวเจ้าสาวอย่างแผ่วเบาอีกครั้ง
“บอกแบบเจ้าสาว ที่พร้อมจะปรนนิบัติเจ้าบ่าวบนเตียงไงคะคนดี”
“อื๊อ อ..”
..
.
ฟองสบู่บนเตียงนุ่มสั่นไหวอีกครั้ง
เห็นทีว่า บรรณาธิการตัวเล็กคงต้องเขี่ยหาแมงหวี่แมงวันข้างๆวังกินไปแทนมื้อค่ำพลางๆก่อนแล้วล่ะ

ครืด.. ครืด..
 
-ติ๊ง-

‘ขอโทษสำหรับที่ผ่านมา’
‘ขอให้นักมีความสุขมากๆนะ’

พี่ชาย.



“.......”
พีรวิชญ์กดส่งข้อความสุดท้ายก่อนจะลบเบอร์ของนักเขียนออกไปจากมือถือของตัวเอง
เครื่องบินเทคออฟออกจากสนามบิน พร้อมกับหัวใจของพีรวิชญ์ที่ยังรักแค่นักเขียนที่กำลังบินกลับสู่น่านฟ้าของประเทศที่ตัวเองจากมา
 
ไล่ตามไปจนสุดขอบฟ้า เพื่อตกลงมาปีกหัก
เพื่อยังรัก และมองคุณแค่จากที่ไกลๆ
 
“......”
 
ขอโทษที่ทำร้าย
ขอบคุณที่เกิดมาให้รัก
 
นักเขียน
 
 
“......”
เจ้าชายลำดับที่สองมองหน้าแฝดผู้น้องสลับกับหน้าของนักเขียนที่บรรยากาศเปลี่ยนไปแบบแปลกๆ
มันต้องมีอะไรเกิดขึ้นระหว่างที่หายกันไปนานสองนานตั้งแต่ตอนบ่ายๆ เพราะคนที่ปกติเจอหน้าเขาก็ชอบกวนประสาทหาเรื่องชวนทะเลาะแง่งๆตอนนี้กลับเม้มปากแน่นไม่พูดไม่จาจนผิดปกติ แถมยังหน้าแดงกัดปากอยู่ตลอดเวลาอย่างสุดจะมีพิรุธ
ส่วนน้องเขาก็ทำหน้าทำตาสดใสยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เหมือนมีเรื่องอะไรดีๆจนล้นปรี่ออกมาจากอกซ้ายนั่นด้วย
“......”
หึ
ดูท่าว่าคนดื้อ จะเจอกับคนดื้อกว่า
ศีลเสมอกันนี่ก็ดีอยู่หรอกนะ แต่หวังว่าคงไม่ได้พากันทำอะไรพิเรนท์ๆหรือสอนคำพูดอะไรทะลึ่งๆให้น้องเขาหรอกใช่ไหม
 
..เจ้านักเขียนนิยายลามก..
 
“......” นักเขียนหันไปเห็นเจ้ามอต้นจ้องอยู่ก็รีบหันหน้าหลบ มือไม้เกะกะทันทีไม่รู้จะเอาวางไว้ตรงไหน
พอหันไปมองทางเจ้าชายคนน้องทางนั้นก็ขบริมฝีปากยิ้มให้แถมยังแอบแลบลิ้นเลียมุมปากทำตากรุ้มกริ่มมาใส่เขาอีก
..นี่มองไม่ค่อยเห็นยังขนาดนี้ ถ้าสายตากลับมาดีจะต้านไหวมั๊ยเนี่ยไอ้นักเขียน
“......”
จะ
..เป็นบ้า เขินจนเป็นบ้าแน่ๆถ้ายังอยู่ตรงนี้
“ไอ้พัด! มึงกินข้าวไม่อิ่มใช่มั๊ย! ไป! หาข้าวกินกัน!!”
พัดลมถูกฉุดจากโซฟาจนหน้าคะมำ
“เห้ย— ! แต่ท้องกูจะแตกแล้วเนี่ย! เดี๋ยวก่อน โอ๊ย— ไอ้เหี้ยกูชนประตู ไอ้นักเขียนเดี๊ยวววว!!!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า..” เจ้ามอปลายหลุดหัวเราะเสียงดังพอเห็นนักเขียนลากเพื่อนถูลู่ถูถังออกไปจากห้องด้วยหน้าตาที่แดงเถือกหลังจากที่เขาทำหน้าแบบนั้นใส่
“.....” เจ้ามอต้นมองรัชทายาทผู้เป็นน้องชายด้วยสายตาดุๆ “อะไร นี่กลับไปทานข้าวมา หรือไปทำอย่างอื่น”
เจ้าชายคนน้องมองเจ้ามอต้นแล้วก็ยิ้มกรุ้มกริ่ม
ริมฝีปากอ่อนนุ่มจูบไปที่แก้มเจ้าคนพี่เบาๆเหมือนสมัยเด็กเวลาตัวเองทำอะไรแผลงๆแล้วต้องการจะปิดปากพี่ไม่ให้บอกใคร
 
“ความลับครับ ..รอเจ้าพี่หายดีเดี๋ยวน้องจะเล่าให้ฟัง”
 
พูดแค่นั้นแล้วน้องก็เดินไปทิ้งตัวลงนั่งไขว้ขาที่โซฟาด้วยท่าทางอารมณ์ดี
“......”
เจ้าชายคนพี่ยกมือขึ้นจับแก้มตัวเอง ตาดุๆมองคนน้องที่ฮัมเพลงสบายอกสบายใจ
มันต้องมีอะไรแน่ๆ ที่หายกันไปนานสองนานเมื่อตอนบ่ายระหว่างสองคนนี้
“.....”

..หึ..
รอให้แผลหายดีจะซักให้สะอาดเลยคู่แสบ



__________________________________________

ขอบคุณทุกๆคอมเม้นท์งับผม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-04-2019 11:28:20 โดย MeanMania »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ aiyuki

  • รักแท้ไม่แบ่งแม้เพศพันธุ์
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3413
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +133/-6
เจ้ามอปลายยยย งื้อออออ เขินนน

ออฟไลน์ YounIn

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1643
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-8
สนุกอ่ะ ชอบๆ
ไม่อยากให้มอปลายตาบอดเลย

ปล.มีบางตอนที่พิมพ์ชื่อพี่พี เป็นก็อต นะ

ออฟไลน์ little_munoi

  • ++ singular ++
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1901
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-3
โอ๊ย ตายแล้ววววววว
ละลายกับมอปลาย
นี่คิดไปไกลละ
อยากเห็นเจ้ามอต้นซักฟอกคู่แสบ
อร๊ายยยย คงฟิน~~~~

ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2428
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-4
สองแสบ ของพี่มอต้น

ออฟไลน์ Nung66669

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-1
วิธีปราบคนลามกต้องลามกกว่าเจ้ามอปลายสุดยอดจริงๆ อ่านแล้ว :-[  เจ้ามอต้นหายไวๆนะ
คนแต่งก็หายไวๆนะ

ออฟไลน์ MeanMania

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 82
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-1
ตอนที่ 27. เมื่อหมอกสลาย นิยายรักเรื่องใหม่ก็ถือกำเนิดขึ้น


 
ประเทศไทย
 
 
“ไงมึง”
นักเขียนหันไปมองเจ้าของมือเล็กๆที่ยื่นมาตบไหล่ปุ่บๆหลังการสัมภาษณ์ของวันนี้เสร็จสิ้นลงและนักเขียนหลุดออกมาจากวงแฟนคลับได้
“เหนื่อยสิ มึงหิวยัง ไปหาไรกินกัน”
พัดลมเบ้ปากใส่เพื่อนที่เอามือมาเล่นหัวเขาทั้งๆที่รู้ว่าแฟนคลับจิ้นเขากับนักเขียนในความดูแลอยู่
“กูต้องดูแลนักเขียนแจกลายเซ็นต์ที่บูทอีก 2ชั่วโมงเลยอะดิ มึงหิวมากมั๊ยอะ”
นักเขียนพยักหน้าหงึกๆ เอามือล้วงกระเป๋ากางเกง
“รอได้ เดี๋ยวกูเดินดูอะไรแถวๆนี้ อีก 2 ชั่วโมงเจอกัน”
“มึงจะเอาเงินไปผลาญกับนิยายแปลอีกล่ะสิ”
นักเขียนหัวเราะ
“เออ แต่นิยายไทยใหม่ๆน่าสนใจช่วงนี้ก็มีเยอะอยู่นะ นักเขียนรุ่นใหม่ๆ ฝีมือดีๆกันทั้งนั้นเลย”
พัดลมพยักหน้า
“เดี๋ยวนี้นักเขียนรุ่นใหม่ลายเซ็นต์น่าสนใจเยอะ แต่บางคนยังเด็กอยู่ยังขาดประสบการณ์ บางคนยังไม่รู้วิธีเจาะตลาดคนอ่าน บางคนก็ยังไม่รู้แนวทางการเขียนของตัวเอง ซิกเนเจอร์เลยไม่ชัดเจน” เอามือล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วพูดต่อ “นิยายดีๆหลายเรื่องก็ไม่มีคนรู้เพราะนักเขียนบางคนอินดี้จัด เขียนตามใจฉัน ไม่ค่อยขายนิยายตัวเองเท่าไหร่ เป็นประเภทเขียนนิยายแล้วหวงไว้อ่านเอง เขียนไปเรื่อยตามที่ตัวเองพอใจ อยากเขียนก็เขียน ขี้เกียจก็หาย คนอ่านก็รอกันไป ถ้าเส้นเรื่องดีหน่อยคนอ่านก็รออย่างทุกข์ระทมเพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่นักเขียนมันจะมา”
นักเขียนเอานิ้วเกาจมูก รู้สึกเหมือนบรรณาธิการตัวเล็กกำลังหลอกด่า
“แต่ก็นะ จะเขียนนิยายถ้าพล็อตไม่น่าสนใจแล้วนักเขียนไม่มีวินัยก็แย่หน่อย คนที่อยากจะเดินในเส้นทางนักเขียนสายอาชีพจริงๆจังๆก็ต้องจัดระเบียบความคิดกับพฤติกรรมตัวเองด้วย แต่ถ้าเขียนไปเรื่อยแค่สนองตัณหาตัวเองอย่างมึงก็อีกเรื่อง”
“ด่ากูใช่มั๊ย”
บรรณาธิการตัวเล็กไหวไหล่
“กูแค่เปรยๆไง เดี๋ยวนี้นักเขียนรุ่นใหม่เกิดกันเยอะ บางคนอยากเป็นนักเขียนแต่ขาดวินัย คนอ่านน่ะถ้าเค้าชอบจริงๆเค้าก็รอได้ แต่ถ้านักเขียนไม่แน่นอนเกินไปเดี๋ยวเค้าก็รำคาญ ทุกวันนี้นิยายใหม่ๆผุดกันเป็นดอกเห็ด ตัวเลือกสำหรับคนอ่านมีเป็นตั้ง นักเขียนดังๆกว่าเค้าจะดังเค้าก็มาจากนักเขียนก๊อกแก๊กตัวเล็กๆนี่ล่ะ เพียงแต่ว่าเค้ามีความตั้งใจที่จะเขียนนิยายจริงๆแล้วก็รับแรงกระแทกจากคนอ่านได้ นักเขียนรุ่นใหม่บางคนอ่อนไหวจะตาย เจอรีแอคชั่นจากคนอ่านในแบบที่ไม่ได้คิดเอาไว้ก็หมดไฟเลิกเขียนนิยายไปเลยก็มี”
นักเขียนพยักหน้า
“กูไม่รู้หรอกว่านักเขียนคนอื่นเป็นยังไง แต่ถ้าให้พูดในมุมของกู กูว่านักเขียนค่อนข้างอารมณ์หลากหลาย รีแอคชั่นจากคนอ่านก็เลยกลายเป็นเรื่องอ่อนไหวของนักเขียนหลายๆคน อย่างกู กูเขียนเรื่องไหนกูก็รักนิยาย รักตัวละครของกู ก็เหมือนลูกน่ะ เวลามีใครมาว่าลูกมึงมึงจะโกรธไหมล่ะ”
“ไม่โกรธนะ แต่ถ้าบ้านมันไฟไหม้กูจะโทรไปสั่งข้าวเหนียวส้มตำหน้าปากซอย”
“มึงมันเลือดเย็น” นักเขียนหัวเราะก่อนจะพูดต่อ “คนอ่านบางคนเค้าก็ไม่ได้มานั่งเข้าใจนักเขียนหรอก เค้าก็แค่อยากอ่านก็อ่าน เราไม่มีสิทธิ์ไปบังคับให้เค้ามารับผิดชอบความรู้สึกของนักเขียนอะไรขนาดนั้น”
“แต่นิยายมันเป็นสมองของนักเขียน คนอ่านก็ต้องเคารพเจ้าของผลงานไม่ใช่เหรอ”
“มันก็ใช่..”
“แต่เขียนตามใจตัวเองไม่สนโลกอย่างมึงคงไม่ไม่มีปัญหาพวกนั้นหรอกมั๊ง”
นักเขียนหัวเราะ “มึงพูดเหมือนกูเป็นนักเขียนห่วยแตกยังไงไม่รู้ไอ้พัด มึงเป็นบรรณาธิการกูจริงปะเนี่ย”
“กูก็ไม่ได้ว่ามึงแย่ซะหน่อย” พัดลมหัวสั่นหัวคลอนไปตามมือเพื่อนที่เอามาโยกหัวเขาแรงๆ “ถึงมึงจะบ้าๆบอๆ คุยไม่ค่อยรู้เรื่องเวลาตอบคนอ่านแต่เพราะมึงเป็นแบบนั้นมันก็เลยเป็นซิกเนเจอร์เฉพาะตัวที่คนอ่านเค้าจำมึงได้ไง”
นักเขียนนิยายผู้ตอบคอมเม้นท์แบบอินดี้สไตล์เบ้ปาก
“มึงจะบอกว่ากูกวนตีน?”
"แล้วกวนตีนจริงไหมล่ะ”
“เอ๊า ไอ้ห่า”
 พัดลมยิ้มให้เพื่อนรัก
ตอนนี้สีหน้าของนักเขียนนิยายในความดูแลดูมีความสุขกับสิ่งที่ทำเหมือนกับตอนแรกๆที่เริ่มรู้จักกัน
“แต่คนอ่านส่วนใหญ่เค้าก็ชอบให้นักเขียนคุยด้วยนะ มันทำให้เค้ารู้สึกว่าเค้าไม่ได้ถูกมึงทิ้งอะ”
นักเขียนอมลมจนแก้มพองออกมา “เออ กูรู้ กูก็พยายามคุยอยู่ไง ”
“คุยได้สามคำก็หายมึงอะ”
ทั้งนักเขียนในความดูแลทั้งบรรณาธิการส่วนตัวต่างพากันหัวเราะ
“แล้ว มึงจะเขียนต่อ?”
นักเขียนเลิกคิ้ว “?”
พัดลมยักคิ้วกลับ
“อ๋อ” นักเขียนหัวเราะ รู้ว่าบรรณาธิการเพื่อนรักกำลังพูดถึงอะไร
“มึงบอกจะเขียนภาคต่อไม่ใช่? กูรออยู่เนี่ย”
“เออ ไม่ได้จะเขียน กูเขียนแล้ว” นักเขียนพูดยิ้มๆ
พัดลมเหล่ตามองนักเขียนในความดูแลที่ทำหน้ามีความสุขทุกครั้งเวลาพูดถึงนิยายเรื่องสำคัญที่เจ้าตัวรวมเอาทุกสิ่งทุกอย่างใส่เข้าไปไว้ในนิยายจนกลายเป็นนิยายอันดับหนึ่งในใจของตัวเอง
ถึงแม้นิยายเรื่องที่ว่าจะไม่ได้เป็นนิยายขายดีเหมือนเรื่องที่นักเขียนได้รับเชิญมาพูดคุยในงานหนังสือวันนี้ก็ตาม แต่พัดลมก็รู้ว่านิยายเรื่องไหนเป็นเรื่องที่นักเขียนหวงมันมากที่สุด
เพราะกว่าเขาจะแงะออกมาจากอกนักเขียนเพื่อตีพิมพ์ได้ มันเล่นตัวอยู่หลายเดือนกว่าจะยอมส่งต้นฉบับมาให้เขา แถมยังถามละเอียดยิบว่าเขาจะแก้ไขนิยายมันรึเปล่า ถ้าแก้นิดเดียวมันก็ไม่ให้ เป็นนักเขียนกวนตีนที่ควรเขียนนิยายแล้วเก็บไว้อ่านเองที่บ้านจริงๆ
“ไปแอบเขียนตั้งแต่ตอนไหนวะ แล้วมึงลงเวปแล้วหรอ”
นักเขียนไหวไหล่
“ก็ช่วงที่ไปเฝ้าเจ้ามอต้นที่โรงพยาบาลนั่นล่ะ กูยังไม่ได้ลงให้อ่านหรอก รอให้เล่มแรกออกมาก่อน ถึงตอนนั้นกูคงเขียนไปได้ค่อนเรื่องแล้ว”
พัดลมยิ้มกริ่ม เงินกำลังจะหมุนมาหาข้าพเจ้าอีกแล้วสินะ
“ไม่นานหรอกน่า นี่กำลังรอคิวขึ้นแท่นพิมพ์อยู่บอกอใหญ่เพิ่งมีคำสั่งมา เดี๋ยวมึงได้เห็นเล่มที่เหลือเร็วๆนี้แน่นอน”
“เออ กูรออย่างอดทนอยู่เนี่ย ถ้าลูกกูขี้เหร่มึงโดนกูเตะแน่” นักเขียนผลักหัวเพื่อนอย่างอารมณ์ดี
คนถูกคาดโทษล่วงหน้ายกขาถีบ รู้อยู่หรอกว่านักเขียนกังวลกับการที่เขาเอานิยายสุดที่รักของมันมาตีพิมพ์แค่ไหน มันกลัวจะไม่ออกมาอย่างใจ กลัวนั่นกลัวนี่ เพราะเรื่องนี้มันหวงของมันจริงๆ
“ขอโทษนะครับ”
พัดลมกับนักเขียนหันไปมองพร้อมกัน
“ใช่คุณนักเขียนนิยายเรื่องนี้รึเปล่าครับ พอดีมีคนสั่งดอกไม้กับทางร้านเราให้เอามาส่งให้น่ะ”
พัดลมมองดูหน้าปกนิยายในจอมือถือที่พนักงานของร้านดอกไม้เปิดขึ้นมาให้ดู
“ใช่ครับ เขาเป็นนักเขียนเจ้าของนิยาย” บรรณาธิการตัวเล็กยิ้มอย่างภูมิใจ
พนักงานส่งดอกไม้หน้าตาน่ารักยื่นช่อกุหลาบสีน้ำเงินช่อใหญ่ส่งให้นักเขียน
“นี่ครับ คุณลูกค้าออร์เดอร์มาจากต่างประเทศให้ทางร้านจัดส่งมาให้คุณวันนี้”
นักเขียนนิยายที่ไม่ได้คาดหวังอะไรกับดอกไม้ เพราะไม่เคยมีคนหอบมาให้ถึงแม้จะเป็นงานอะไรก็แล้วแต่ยืนเม้มปาก
“........”
 
เอื้อมมือไปรับ ประคองไว้ในแขนอย่างระมัดระวัง ..หัวใจ.. เต้นเสียงดังจนหนวกหู
คนที่จะรู้จักดอกกุหลาบสีน้ำเงิน มีแค่คนที่อ่านนิยายเรื่องนั้นของเขา
 
การ์ดใบเล็กๆที่เสียบอยู่ในช่อดอกไม้ถูกนักเขียนหยิบขึ้นมาเปิดอ่าน
 
‘ขอให้หนังสือขายดีๆนะคะ นักเขียนนิยายที่รัก’
-เจ้าชายของคุณ

“......” นักเขียนเม้มปาก คำพูดลงท้ายประโยคหวานๆแบบนี้ก็มีแค่คนเดียว
“ขอโทษนะคะ ใช่คุณนักเขียนนิยายเรื่องนี้รึเปล่าคะ”
“อ่า ครับ ใช่ครับ”
ช่อดอกชมนาดขนาดใหญ่ถูกยื่นมาให้ตรงหน้า
“ดอกไม้ของคุณค่ะ”
นักเขียนมองหน้าพนักงานคนสวยที่ยิ้มหวาน ก่อนจะยื่นมือออกไปรับมันมากอดเอาไว้พร้อมกับรอยยิ้มที่ห้ามยังไงก็ห้ามไม่อยู่พอเห็นข้อความสั้นๆบนการ์ดที่เสียบมาในช่อดอกไม้ที่คงไม่มีร้านไหนในโลกยอมทำออเดอร์แสนบอบบางนี้ให้กับลูกค้าอีกแล้วแน่ๆ

‘ก็ดีนะ องค์ชายน่ารักดี’
‘มอต้น’

“.....” ไปแอบอ่านนิยาย ของเขาตอนไหนเนี่ย..
 
ตึก
ตึก ตึก..

ต้องทำให้ ขนาดนี้มั๊ยล่ะ คู่แฝดบ้า
 
แค่กลับมาไทยเพื่อทำงานไม่กี่วันก็คิดถึงจะแย่อยู่แล้วยังมาทำโรแมนติคข้ามประเทศอีก
คอยดูนะ เสร็จงานแล้วจะกลับไปฟัดให้ช้ำทั้งคู่เลย
 
“.......” พัดลมมองหน้าเพื่อนที่มีความสุขจนล้นก่อนจะยิ้มแล้วถอนหายใจ
เรื่องเลวร้ายคงลาขาดจากนักเขียนซะที จากนี้ คงไม่ต้องห่วงว่าเจ้านักเขียนคนนี้จะไม่มีความสุข

เจ้ามอปลาย เจ้าชายพระองค์เล็กผู้อ่อนหวานและแสนดี
กับเจ้ามอต้น เจ้าชายคนพี่ผู้อบอุ่นและอ่อนโยน
เพื่อนเขา.. คงไม่ต้องทรมานกับความรักในครั้งนี้เหมือนที่เพิ่งผ่านพ้นมาอีกแล้วล่ะนะ
 
นักเขียนไล้จมูกหอมลงไปในช่อดอกไม้ทั้งสองช่ออย่างถนุถนอมก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนที่พอเห็นนักเขียนเงยหน้ามามองก็เบ้ปากใส่ขำๆอย่างหมั่นใส้คนมีความสุขจนล้นปรี่
“มึง”
“เออ”
นักเขียนโน้มเข้าไปหอมหน้าผากคนตัวเตี้ยกว่าเร็วๆแบบไม่ให้พัดลมตั้งตัว
“ขอบคุณนะเว้ย เพราะมึงกูถึงรู้จักอโยธยา ได้ไปเจอเค้าสองคน  คนที่ชีวิตนี้กูไม่คิดว่าจะได้เจอ"
“...” พัดลมหน้าแดง ยกมือขึ้นปิดหน้าผาก
ก็เพื่อนมันมาหอมเขากลางฝูงชนเนี่ย
“การที่เค้าสองคนเข้ามาเติมพลังให้ตอนที่กูทำในสิ่งที่กูรัก มันดีมากๆเลยมึง”
พัดลมย่นจมูกหัวเราะอย่างหมั่นใส้
“ทั้งในฐานะบอกอ ทั้งในฐานะเพื่อน มึงคือที่สุดจริงๆ หลายสิ่งหลายอย่างกูผ่านมันมาได้ก็เพราะมีมึง ทั้งเรื่องนิยาย ทั้งเรื่องส่วนตัว ทั้งที่กูก็เหี้ยๆแต่กูก็ยังมีเพื่อนที่โคตรดีแบบมึง ขอบคุณมึงมากๆเลยว่ะ”
พัดลมหัวเราะเอามือดันหน้านักเขียนออกห่างเพราะแฟนคลับของนักเขียนเริ่มแอบถ่ายรูปซุบซิบกันยกใหญ่กับฉากวายๆของบรรณาธิการหน้าหวานและนักเขียนในความดูแล
“ก็มึงนิสัยห่วยแตกแบบนี้ ถ้ากูทิ้งมึงไปใครจะคบมึงเป็นเพื่อนล่ะ นี่กูคบมึงเพราะกลัวมึงไม่เหลือเพื่อนบนโลกใบนี้หรอกนะจำเอาไว้ด้วย”
นักเขียนดีดหน้าผากคนพูด ไม่สนว่าจะเป็นเป้าสายตาใคร
ไม่จับไอ้ตัวเล็กปากหมาจูบโชว์ก็ดีแค่ไหน
“เออ ขอบใจ มึงโคตรดีทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องเลี้ยงหมาไว้ในปากนี่ล่ะ”
คนฟังเอามือคลำหน้าผากป้อยๆ
“มาดีดหน้าผากกูทำไม กูต้องทำงานต่ออีกนะ แดงมั๊ยเนี่ย”
นักเขียนยิ้มขำเพื่อนที่บ่นงึมงัมๆพร้อมกับทำหน้างอใส่เขา
“เออ มึงจะเอากาแฟมั๊ย เดี๋ยวกูเดินไปซื้อให้”
บรรณาธิการตัวเล็กพยักหน้ารัวๆ“เอาๆ เหมือนเดิมนะ เดี๋ยวกูต้องไปบูทแล้วล่ะซื้อมาแล้วมึงก็เดินเอาไปส่งกูที่บูทด้วย” พูดจบพัดลมก็หันไปรับโทรศัพท์จากนักเขียนในความดูแลอีกคนที่โทรเข้ามาแต่ยังเงยหน้ามาพูดกับนักเขียนที่หอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่สองช่อจนเต็มแขนสองข้าง “ดอกไม้อะ ฝากกูไปไว้ที่บูทก่อนมั๊ย ชมนาดมันจะช้ำง่ายถ้ามึงหอบร่อนไปร่อนมาแบบนี้”
นักเขียนมองช่อดอกไม้ในอ้อมกอดแล้วยิ้มอย่างมีความสุข

“ไม่เป็นไร กูว่ากูดูแลได้”

..ก็มันคือความหวานจากเจ้าชาย ..ที่รัก..ทั้งสองพระองค์


Rrrr..
 
โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงสั่นครื่ดๆ นักเขียนค่อยๆวางช่อดอกไม้ลงกับโต๊ะกระจกในร้านกาแฟอย่างระมัดระวัง
เบอร์โทรที่เมมชื่อเอาไว้ว่า “ที่รัก” โชว์หราขึ้นมาบนหน้าจอมือถือ
นักเขียนนิยายที่เพิ่งจะบินกลับไทยมาได้สามวันอมยิ้มก่อนจะกดรับพร้อมกับก้มลงไปหอมช่อดอกกุหลาบสีน้ำเงินอย่างมีความสุข
“ว่าไงคะ ตรวจตาเสร็จแล้วเหรอ หมอบอกว่าไงบ้าง”
“อื้ม ปลายทางแล้วล่ะ แต่หมอท่านเพิ่งบอกข่าวดีว่าผมจะได้ผ่าตัดเปลี่ยนดวงตาเร็วๆนี้” เสียงปลายสายยังสดใสเช่นเดิม
นักเขียนชะงัก “จริงเหรอคะ! โรงพยาบาลที่ไหน?”
ได้ยินยินเสียงปลายสายหัวเราะ “ที่ไทย บ้านที่รักไงคะ ไม่รู้ข่าวเหรอว่ามีคุณหมอฝีมือดีเกี่ยวกับโรคตาอยู่ใกล้ๆที่รักน่ะ”
นักเขียนมือสั่น “นี่พูดจริงใช่มั๊ย?”
ทำไมไม่เคยรู้ว่าประเทศไทยมีหมอเก่งเรื่องตาอยู่ที่นี่ เส้นผมบังภูเขาใกล้ตัวขนาดนี้ไอ้บ้าเอ๊ย!
“อื้ม จริงค่ะ แล้วก็ได้คุยกับหมอท่านแล้ว ท่านนัดที่รักไปตรวจอย่างละเอียดที่ไทยอีกที เลยโทรมาบอกข่าวดีที่รักไง”
นักเขียนคว้าช่อกุหลาบมากอดอย่างดีใจ “จะผ่าได้เมื่อไหร่? มาไทยวันไหน ที่รักมาก่อนล่วงหน้ามั๊ยเค้าจะได้หาที่พักไว้รอ”
“อืม.. คุณหมอท่านบอกว่ารอเซ็ตเครื่องมือแพทย์ตัวใหม่เข้าระบบให้เรียบร้อยก่อน แต่จะดำเนินการให้เร็วที่สุดก่อนประสาทตาจะดับ เพราะถ้าตายังเหลือปฏิกิริยาต่อแสงอยู่หนทางการรักษามันจะมีประสิทธิภาพสูงกว่ากันมาก ท่านบอกว่าไม่เกินหนึ่งเดือนหลังจากนี้เครื่องมือกับคุณหมอท่านแล้วก็ทางโรงพยาบาลที่ไทยพร้อมแน่นอน เตรียมตัวเดินทางได้เลยค่ะ”
อยากตะโกนให้สุดเสียง ถ้าไม่ติดว่าอยู่ในห้างและกำลังรอกาแฟอยู่ในร้านหรูๆนี่ล่ะก็
“ที่รักบินมาเลยนะคะ รอหว่างรอหมอเซ็ตเครื่องมือเค้าจะพาที่รักเที่ยวรอ”
คนที่อโยธยาหัวเราะ “ไม่รอให้ที่รักผ่าตัดก่อนเหรอคะ เที่ยวตอนนี้ที่รักก็มองอะไรไม่เห็นอยู่ดีนั่นล่ะ”
นักเขียนเอาหน้าฟุบลงกับแขนตัวเองที่วางพาดอยู่บนโต๊ะ “อือ.. รีบมา ที่รักเก่งอยู่แล้ว เค้ารู้ว่าที่รักใช้ความรู้สึกมองทุกๆอย่างได้ พอที่รักหายก็เที่ยวอีกรอบ ..นะคะ มาเลยนะคะเค้าอยากพาที่รักไปบ้านไปหาพ่อกับแม่ ไปหายายเค้า”

เจ้ามอปลายหันไปหาเจ้าชายคนพี่ที่เพิ่งได้รับอนุญาติจากหมอให้ออกจากโรงพยาบาลได้4วัน
“เจ้าพี่ ระหว่างนี้เรามีงานอะไรต้องทำรึเปล่าครับ”
เจ้ามอต้นปิดฝากระโปรงท้ายรถแล้วเดินมายืนข้างๆเจ้ามอปลายที่ยืนพิงประตูรถอยู่
“พี่เคลียร์เสร็จตั้งแต่ก่อนออกจากโรงพยาบาลแล้วล่ะ”
เจ้ามอต้นเอามือจับแขนน้องให้ถอยออกมา ก่อนจะเปิดประตูรถแล้วกดตัวน้องให้เข้าไปนั่งโดยเอามือบังศรีษะเจ้ามอปลายไว้ไม่ให้ชนกับกรอบประตูรถ
รัชทายาทผู้พี่ที่ร่างกายหายดีเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เดินอ้อมไปนั่งฝั่งคนขับ มหาดเล็กและนางในวังคอยดูแลอยู่ห่างๆเพราะสองรัชทายาทไม่ชอบให้ใครมาดูแลเกินความจำเป็น
แค่น้องตามองไม่ค่อยเห็น ยังไม่บอดสนิท พวกเขาดูแลกันเองได้
พอเจ้ามอต้นขึ้นมานั่งบนรถเจ้ามอปลายก็หันไปพูดกับพี่ต่อ มือก็ดึงสายนิรภัยมาคาดอกตามความเคยชินด้วยตัวเอง
“น้องว่าเราอาจจะต้องรีบไปขอขมาคุณพ่อคุณแม่นักเขียนเค้านะครับ เรื่องที่เราไปผิดผีลูกเค้าทั้งๆที่ยังไม่ได้ตบแต่งให้ถูกจารีตประเภณีน่ะ”
 
นักเขียนหัวเราะกับความช่างพูดช่างจาของปลายสาย ริ้วแดงเล็กๆพาดผ่านผิวแก้มทั้งสองข้างอย่างห้ามไม่ได้
 
“จากนี้มีแต่งานของเจ้าพี่ไคท์ ส่วนเราสองคนก็เป็นผู้ไร้งานไร้การไปซักระยะหนึ่ง จะไปหาผู้ใหญ่ก่อนน้องผ่าตาก็ไปได้อยู่” จริงๆคือเจ้ามอต้นพยายามเคลียร์งานในส่วนของน้องกับของตัวเองทุกอย่างในช่วง 3 – 4 เดือนหลังจากนี้เพื่อให้มีเวลามากพอสำหรับการพักรักษาตัวและผ่าตัดตาของเจ้ามอปลายหลังจากที่หมอมาแอบแจ้งข่าวดีกับเขาตั้งแต่ช่วงที่เขายังนอนแหง็กอยู่กับเตียงว่าดวงตาของรัชทายาทพระองค์เล็กมีหนทางการรักษาแล้ว
“เจ้าพี่ว่าแบบนั้นแหน่ะ” เจ้ามอปลายหันมาพูดกับคนในสาย
 
นักเขียนยิ้มสดใส ประคองช่อชมนาดช่อใหญ่ขึ้นมาหอมแล้วทำหน้ามันเขี้ยว  “ให้เค้าไปรับที่รักกับป๋าที่อโยธยามั๊ย?”
 
เจ้ามอปลายหัวเราะ “จะมาทำไมคะ บินไปบินกลับคิดว่าตัวเองเป็นนกรึไง” พอสัมผัสจากมือเจ้าคนพี่ไล้มาแถวหางตารัชทายาทผู้น้องก็พริ้มตาทั้งสองข้างแล้วเอนหลังลงพิงเบาะรถ
“รออยู่ที่บ้านนั่นล่ะค่ะ เดี๋ยวที่รักกับเจ้าพี่จะไปหา”

“อื้อ..”
เสียงหวานๆของเจ้ามอปลาย.. ทำให้คนฟังคิดถึงแค่ไหนจะรู้ตัวรึเปล่า
“มาให้ไวเลยค่ะ ..คิดถึงที่รักจนจะขาดใจตายแล้วเนี่ยรู้ไหม” นักเขียนรวบดอกไม้ทั้งสองช่อมากอดไว้
 
เจ้าชายคนน้องอมยิ้ม  "..รู้ ที่รักก็คิดถึงที่รักจะแย่แล้วเหมือนกัน เดี๋ยวกำหนดวันเดินทางแล้วที่รักโทรบอกอีกทีนะคะ”
 
“อื้อ”


“ดีขึ้นไหม” เจ้ามอต้นกระซิบถามเจ้าชายคนน้องด้วยเสียงอ่อนโยน
เจ้าชายคนพี่จะคอยนวดขมับให้ เพราะทุกครั้งที่มาให้ยาปฏิชีวนะเสร็จแล้วเจ้ามอปลายจะปวดรอบๆขมับจากอาการข้างเคียงหลังใช้เครื่องมือทางการแพทย์กระตุ้นเส้นประสาทในดวงตาทั้งสองข้างให้ยังตอบสนองต่อแสงเพื่อยื้ออาการที่เริ่มแย่ลงเรื่อยๆ
“รู้สึกดีมากเลยครับ น้องเหมือนจะหลับอีกแล้ว” เจ้าชายคนน้องพึมพัม ความง่วงเริ่มคืบคลาน “ที่รัก..”
 
“คะ?”
 
“ชอบดอกไม้นั่นไหม”
 
“อื๊อ ชอบ.. มันสวยมาก ..ขอบคุณที่รักนะคะ” จริงๆมีเป็นร้อยเป็นพันคำที่อยากบอก แต่นักเขียนคงถนัดเรื่องการกระทำมากกว่าเรื่องคำพูดเลยได้แต่กอดหอมช่อดอกกุหลาบบนโต๊ะด้วยความคิดถึงเจ้าของดอกไม้ที่อยู่ในสาย “ชมนาดก็ชอบ ...ฝากบอกป๋าทีว่าเค้าขอบคุณ..”
“บอกเองไม่ได้หรือไง” เสียงเจ้ามอต้นแทรกมา
นักเขียนหน้าแดง

“ที่รักกับเจ้าพี่คิดกันตั้งนานเลยนะกว่าจะสรุปได้ว่าจะให้ดอกไม้อะไรกับที่รักดี” เจ้ามอปลายปิดปากหาวแล้วยิ้ม “เจ้าพี่บอกว่า ที่รักน่าจะชอบดอกไม้แปลกๆที่อยู่ในนิยายของที่รัก” เจ้ามอปลายยิ้มหวานอย่างมีความสุขเพราะสัมผัสได้ตลอดว่าถึงพี่เขาจะชอบดุแต่ก็ใส่ใจนักเขียนไม่ต่างจากเขา “..กว่าจะสั่งดอกกุหลาบสีนี้ได้ยากโคตรๆ ที่ไหนๆก็บอกไม่มี มีแค่ร้านนี้ที่ยอมหามาให้ ไม่รู้เค้าไปหามาได้ยังไง มีแค่ร้านเดียวที่ไทยด้วย”
 
นักเขียนเม้มปากมองดอกกุหลาบสีน้ำเงินสวยแปลกตาที่วางอยู่ตรงหน้า
..แหงล่ะ มันหาซื้อหาดูได้ง่ายๆซะที่ไหนกันล่ะ ตัวเขาเองเอามาใส่ในนิยายยังไม่เคยเห็นดอกจริงๆของกุหลาบสีน้ำเงินของแท้เลย
“.....”
ช่อนี้มันกี่บาทกันล่ะเนี่ยที่รัก
 
“ชมนาดที่ไทยเหมือนหาง่ายนะ แต่ไม่มีใครเอามาจัดใส่ช่อเพราะแป๊บเดียวมันก็ช้ำ เจ้าพี่ข่มขู่ร้านให้ทำให้พิเศษเพื่อที่รักเลยรู้รึเปล่า”
 
นักเขียนหัวเราะ
ก็ดอกชมนาดมันบอบบาง ช้ำง่าย ไม่ใช่ดอกไม้สำหรับจัดช่อ ใครเขาจะหามาทำให้กันล่ะ
แต่ก็นะ ..ไปขู่เขาอีท่าไหนเนี่ยพ่อคนดุ ร้านถึงยอมจัดให้ช่อใหญ่ขนาดนี้
“.....”
สองพี่น้องนี่ แค่เพื่อดอกไม้แสดงความยินดีให้เขาพากันลงทุนไปเท่าไหร่กัน
 นักเขียนหน้าแดงแต่เก็บอาการสุดชีวิตเพราะผู้หญิงในร้านกาแฟเยอะ แถมขยันส่งยิ้มหวานๆมาให้ผู้ชายหล่อๆอย่างเขาอยู่ด้วย จะมาขงมาเขินเพราะโดนเจ้าชายฝาแฝดทำโรแมนติคข้ามประเทศมันไม่ด๊าย
 
“ที่รักคะ”
 
“คะ?" นักเขียนพึมพัมขานรับเสียงอ่อนเสียงหวาน
 
“คิดถึง ..อยากกอดที่รัก อยากจูบด้วย”
 
..น่าน ยิ่งพยายามกลั้นเขินอยู่ นี่ก็เน๊าะ
“อื๊อ..อยากให้ที่รักกอดเหมือนกัน” นักเขียนพูดเสียงเบา “..รีบมา นะคะ ..ป๋าด้วย”
 
เจ้ามอปลายส่งมือถือไปให้เจ้าคนพี่ที่ได้ยินทุกอย่างที่นักเขียนพูด
“.....” เจ้ามอต้นหัวเราะหึๆในคอ “อย่าลืมกลับบ้านไปเอาลูกปืนพ่อคุณซ่อนให้หมดด้วย ยิงขู่แล้วพลาดโดนมอปลายขึ้นมาเดี๋ยวจะจับขังคุกให้หมดหมู่บ้านเลย”
 
รู้สึกว่านิสัยดุๆขวางๆของเจ้ามอต้นจริงๆแล้วก็น่ารักดี
“ผมคุยกับพ่อไปบ้างแล้วว่าคุณดุ แถมยังหวงน้องสุดๆ แต่พ่อบอกว่าพามาเลย ดุไม่ดุคุยกับลูกปืนพ่อดู เดี๋ยวก็รู้เรื่อง”
 
เจ้ามอต้นวางมือจากการนวดให้เจ้าคนน้องที่เอาหลังมือขึ้นมาปิดปากหาวหวอดๆคอใกล้พับเตรียมหลับเต็มที่
“เจอกันจริงๆแล้วลูกเขยหล่อ ระวังพ่อคุณจะวางปืนไม่ทัน”
 
นักเขียนหัวเราะน่ารัก คำพูดแทนตัวสั้นๆกับประโยคหลงตัวเองทำเอานักเขียนนิยายกามๆอย่างนักเขียนหน้าแดงจนแทบจะกินดอกชมนาดตรงหน้าเข้าไป
“ยังไม่แต่งเลย มาตู่เป็นลูกเขยพ่อผมได้ไง”
 
เจ้ามอต้นหัวเราะ “ก็ได้คุณแล้วไง ไม่แต่งก็เหมือนแต่งไม่ใช่เหรอ”
 
นักเขียนพูดไม่ออก พี่กับน้องนิสัยเริ่มละลายใส่กันแล้วมั๊ยเนี่ย...
 
“ผ่าตาให้มอปลายเสร็จจะแต่งเลยก็ได้ สินสอดมีอยู่แล้วเรือนหอก็มี ผู้ใหญ่ทางผมแค่ผมบอกว่าพร้อมเค้าก็พร้อม จะไปบ้านคุณแล้วดูฤกษ์แต่งรอไว้ยังได้ มอปลายหายดีแล้วก็จัดพิธีที่ที่ไทยแล้วค่อยกลับมาจัดที่อโยธยา จดทะเบียนต่อให้เสร็จเลย”
 
นักเขียนย่นจมูกซนๆใส่คนในสาย ริ้วแดงๆเพราะความเขินอายพาดไปทั่วหน้าทั่วหู
“เบื่อจริงคนมีอำนาจนี่”
 
“มีตังค์ด้วย” ว่าแล้วคนดุก็ขำเอง
 
นักเขียนหัวเราะตาม “ผมเป็นลูกชายคนโต ระวังพ่อเรียกร้อยล้านนะป๋า”
 
“เหรอ เดี๋ยวให้ฟาโรห์แบกไปเผื่อซักพันล้าน”
 
นักเขียนเบ้ปาก อยากจะฟัดปากพ่อคนเงินเยอะนี่เหลือเกิน
 
“..ป๋า..”
 
“..ว่า”
 
“เกือบสามเดือนแล้วนะ”
 
“?”
 
“.....”
 
“....” รัชทายาทลำดับที่สองมองหน้าจอมือถือด้วยสายตาอ่อนลงพร้อมกับรอยยิ้ม
 
“คิดถึงป๋ามากเลย”
 
แน่นอนว่าได้ยินทั้งเจ้ามอต้นและเจ้ามอปลาย รัชทายาทสองพี่น้องอมยิ้มพร้อมๆกัน ด้วยใบหน้าแบบเดียวกัน
“รู้แล้วน่า ก็จะบินตามไปหาถึงบ้านแล้วนี่ไง รอหน่อยไม่ได้เหรอเจ้าคนหื่น”
 
นักเขียนหัวเราะแต่หน้าก็แดง “อะไร ..ยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ”
 
“ไม่ต้องพูดหรอก เดาออกหมดนั่นล่ะว่าคิดอะไรอยู่ อีกสามวันมารอรับด้วย”
 
ปากบางๆเม้มเข้าหากันเพื่อกลั้นรอยยิ้มเอาไว้อย่างสุดชีวิต
“..อื้อ”
“คิวที่ 13 ลาเต้ปั่นได้แล้วค่ะ”
นักเขียนเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงเรียกของพนักงาน
“ป๋าครับ ที่รักคะ เค้าสั่งกาแฟไว้ เดี๋ยววางสายก่อนนะ”
“เดี๋ยว”
“หือ ..ครับ?”
“.....”
“ครับ?” นักเขียนถามย้ำ
“ไม่มีอะไร”
“....”
“ดอกไม้ สวยไหม”
นักเขียนหน้าแดงอีกครั้ง
“..สวยมากครับ”
“อืม..”
“.....”
“.....”
“หนูรักป๋านะ”
“....”
“....” ..อ่า หน้าร้อนหมดแล้ว นี่มันกลางร้านกาแฟแล้วก็กำลังยืนรับกาแฟอยู่หน้าเค้าน์เตอร์ด้วย
“หึ..”
“.....” ..หึอะไรล่ะ ไอ้เจ้าชายบ้า คนบอกรักจะมาฮงมาหึอะไรเนี่ย เว้ยยยย ดอกชมนาดนี่เดี๋ยวแดกแม่งเลย

“รักหนูเหมือนกันนักเขียนคนเก่ง”

“.....”

อืม..
อื้มมม ม..



_________________________________________________
ขอบคุณมากๆสำหรับทุกคอมเม้นท์นะคะ
คนเขียนเองก็นิสัยกากๆห่วยๆคล้ายๆนักเขียนในเรื่องนี้ล่ะ ถ้ามาๆหายๆ คุยไม่รู้เรื่องเหมือนจะกวนตีX อ่านตอนนี้จบก็เข้าใจกระผมหน่อย -.,- ข่อยแค่อึนบ่ได้จิกวนXXXไผเด้อ 55
คุณบก.ก็ส่งซิกมาตอนเจอกันที่งานหนังสือแต่ว่ายังไม่ได้ตกลงกันเป็นทางการ แต่คิดว่าถ้าจะตีพิมพ์ก็คงกับทางสนพ.เดียวกันกับมาเฟียล่ะฮะ เพราะมันค่อนข้างเกี่ยวข้องกันพอสมควร (แต่ยังไม่ได้อยู่ในกระบวนการตกลงใดๆเพราะฉันยังเขียนไม่จบ ฮ่า ฮ่า...)

ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะคะ

MeanMania-




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-04-2019 11:53:14 โดย MeanMania »

ออฟไลน์ MeanMania

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 82
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-1
ตอนที่ 28. กลับบ้าน



“ไม่เห็นเคยบอกว่าคุณเป็นลูกหลานเจ้านายทางเหนือ”
นักเขียนชูแขนสองข้างขี้นบิดไล่ความเมื่อยขบจากการขับรถทางไกลหลายชั่วโมงจากกรุงเทพมาจังหวัดน่าน
“ก็แค่มรดกนามสกุลรุ่นสู่รุ่น ผมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีเชื้อเจ้าเลยซักนิดเดียว” เบ้ปาก “พอเข้ามหาลัยผมก็ไปอยู่กรุงเทพ แล้วก็แทบไม่ได้กลับมาที่นี่ เพราะตั้งแต่พ่อรู้ว่าผมเริ่มคบผู้ชาย เจอหน้าทีไรก็ทะเลาะกับพ่อทุกทีเลยไม่กลับดีกว่า”
ปลายรองเท้าของใครซักคนเหยียบย่างออกมาต้อนรับนักเขียนถึงหน้าคุ้ง
 
“ไอ้ลูกหมา...........”
 
นักเขียนใจร่วงไปอยู่ปลายตีน เสียงที่ได้ยินไม่ใช่เสียงใครที่ไหน พ่อเขาเอง พร้อมปืนลูกซองอันเดิม
“พ พ่อ”
ใบหน้าของผู้มีเชื้อสายเจ้านายฝ่ายเหนือเหมือนบล็อคโคลนนิ่งที่นักเขียนหลุดผลั๊วะออกมามองนักเขียนกับคนที่ยืนหล่ออยู่ข้างๆอย่างเย็นชา
เจ้ามอต้นมัวแต่อึ้งที่ผู้ใหญ่ตรงหน้าหน้าเหมือนนักเขียนเด๊ะจนลืมไปว่าไอ้ที่พาดอยู่บนบ่านักเขียนออริจินอลมันคือปืนลูกซอง
“กล้าพาผู้ชายมาเหยียบบ้านฉันรอบที่สอง เตรียมใจมาดีแล้วใช่ไหม”
ลูกชายเหงื่อแตกพลั่ก รีบดันประตูรถปิดอย่างเร็วเพราะเจ้ามอปลายกำลังจะก้าวตามลงมาเพื่อทักทายผู้ใหญ่ทันทีที่ได้ยินเสียง
รัชทายาทผู้สายตาใกล้ดับเอามือคลำหัวป้อยๆเพราะโดนประตูรถกระแทกอย่างจัง
“พ่อ! ใจเย็น พ่อเอาปืนลงเดี๋ยวนี้! วันนี้นักมาเรื่องสำคัญ” พูดเสร็จก็หันไปคว้าเจ้ามอต้นมาไว้ข้างหลังตัวเองเพราะพ่อเอาจริงแน่นอน “เรามาคุยกันก่อน นะพ่อนะ”
“......”
นักเขียนเหงื่อแตกซิบๆ สายตาของพ่อที่อยู่ใกล้ๆกับไกปืนไม่มีแววว่าอยากคุยกับเขาแน่ๆ เพราะรอบที่แล้วที่เขาอาจหาญพาแฟนมาบ้านแฟนเขาก็สร้างวีรกรรมกับพ่อเอาไว้จนเกือบจะพากันได้กินลูกปืนก่อนกลับไป
“ฉันจะให้เวลา 3 วิ ถ้าแกไว ก็รอด แต่ถ้าช้า แกได้เป็นผีเฝ้าหน้าคุ้งแน่ๆไอ้ลูกหมา!”
เจ้ามอต้นเห็นสถานการณ์ระหว่างพ่อลูกดูท่าไม่ค่อยดีเลยก้าวไปยืนขวางหน้านักเขียนแล้วโค้งหัวให้ผู้อาวุโสกว่าด้วยท่าทางสุภาพ
“พวกเราขอโทษครับที่มาโดยไม่ขออนุญาติก่อน  แต่เราตั้งใจมาที่นี่กันด้วยความบริสุทธิ์ใจ อย่าโกรธพวกเราเลยนะครับ ให้เราได้ขอขมาผู้ใหญ่ที่นี่ อย่างที่พวกเราตั้งใจมา แล้วคุณอาจะไล่ให้พวกเรากลับหลังจากนั้นก็ได้”
“......”
นักเขียนเม้มปาก เห็นชัดว่าพ่อชะงักแววตาดูคาดไม่ถึงพอเจ้ามอต้นพูดจบ
ไม่คิดมาก่อนว่าเจ้ามอต้นจะใช้วิธีพูดตรงๆแต่ยังเคารพและให้เกียรติพ่อเขาว่าเป็นผู้ใหญ่กว่าแบบนี้ ทั้งๆที่บรรดาศักดิ์ของรัชทายาทนั้นสูงกว่าพ่อเขาที่เป็นเพียงเขยของเจ้านายทางเหนือธรรมดาๆ ตอนแรกนึกว่าเจ้ามอต้นจะเอาตำแหน่งและอำนาจตัวเองขู่พ่อเขาให้ยอมพาเข้าบ้านซะอีก
พอเห็นพ่อของนักเขียนยืนนิ่งไม่ตอบอะไร รัชทายาทแห่งอโยธยาก็หันไปคว้าประตูรถเปิดออกแล้วยื่นมือไปจับมือน้องประคองลงมาจากรถเพื่อกล่าวคำทักทายผู้ใหญ่ของนักเขียนที่แบกปืนลูกซองพาดบ่าอยู่ตรงหน้า
“สวัสดีครับ ผมชื่อมอปลาย ส่วนนี่พี่มอต้นเป็นพี่ชาย ผมกับพี่ตั้งใจมาที่นี่เพื่อมาขอขมา ขออย่าเพิ่งไล่พวกเราเลยนะครับ เราอยากมาหา ..กรุณาพวกเราด้วยนะครับ”
“....” นิ้วที่สอดอยู่ในไกปืนค่อยๆถอยออกห่าง
“การมาโดยพละการของผมกับพี่มอต้นอาจไม่เหมาะสมเท่าไหร่ แต่เรามาด้วยใจ ให้เราได้ขอขมาผู้ใหญ่ของนักซักเล็กน้อยก็ยังดี อย่าด่วนไล่พวกเรากลับเลยนะครับ หากพวกเราทำกิริยาหรือคำพูดไม่สุภาพตามประสาผู้น้อย พวกเรากราบขอขมาครับคุณอา แต่เราไม่ได้มีเจตนาร้ายจริงๆพวก เราแค่อยากมาเยี่ยม อยากมาหา..”
“........”
นักเขียนใจเต้นไม่เป็นส่ำ จากท่าทางดูก็รู้ว่าพ่อเขากำลังอ่อนยวบยาบเหมือนขี้ผึ้งลนไฟ เจอสองพี่น้องช่างพูดเข้าไปใครล่ะจะเหนี่ยวไกปืนได้ลงคอ
รถเก๋งคันหนึ่งวิ่งมาจอดข้างๆ หญิงสูงวัยท่าทางภูมิฐานไขกระจกรถลงครึ่งหนึ่งแล้วส่งเสียงเย็นๆแทรกขึ้นมา
“แกจะทำอะไรหลานฉัน ไอ้เสือ!!”
นางฟ้ามาโปรดแล้วนักเขียน
 
“ยายยยยยยยยยย”
 
 
“เมื่อซักครู่ผมไม่ได้แนะนำตัวก่อน กราบขอขมาที่เสียมารยาทนะครับคุณอา ผมชื่อมอต้นครับ น้องมอปลายกับผมเราเกิดจากไข่ใบเดียวกัน เมื่อซักครู่ผมกับน้องอาจทำกิริยาไม่เหมาะสม เราสองคนต้องขอขมาคุณอาด้วยนะครับ”
นักเขียนกลืนน้ำลาย สองรัชทายาทผู้มียศศักดิ์ยิ่งใหญ่หมอบกราบยายและพ่อแม่เขาแทบเท้าก่อนยายกับแม่จะกุลีกุจอประคองสองรัชทายาทให้ขึ้นมานั่งบนโซฟาด้วยกัน
“พอแล้วลูก มาๆ ขึ้นมานั่งข้างบนแล้วค่อยคุยกัน แม่อร แม่ช่วยไปเอาน้ำมาให้แขกที”
“ค่ะคุณท่าน”
หญิงชราผู้มีสายตาอ่อนโยนหันมามองเจ้ามอปลายที่นั่งอยู่ข้างๆ
“หนูมาจากไหนกันล่ะ หืม. หน้าตาดูเหนื่อยๆ เดินทางกันมาไกลล่ะสิใช่ไหม” คนแก่เอามือลูบหลังเด็กผู้ชายที่ใบหน้าสะอาดสะอ้านผิวเนียนละเอียดมือเหมือนลูกเต้าผู้ดีอย่างนึกเอ็นดู
“ผมกับพี่มาจากอโยธยาครับ ..” เจ้ามอปลายหยุดไว้แค่นั้น เพราะรู้สึกว่ายังไม่อยากจะรีบพูดออกไปว่าเขากับพี่เป็นใครโดยที่ยังไม่ได้เปิดใจผู้ใหญ่ของนักเขียนให้ยอมรับพวกเขาในฐานะคนๆหนึ่งก่อน
“อโยธยา? มากันเสียไกล ว่าแต่ทำไมตาหนูสีแปลกๆ หนูเป็นลูกเสี้ยวทางฝรั่งหรือ?” แม่นักเขียนแอบสังเกตเห็นว่าเจ้ามอปลายเอามือลูบโซฟาก่อนจะนั่งเมื่อกี๊
คนที่ผ่านร้อนหนาวมานานสังหรณ์ใจบางอย่างไม่สู้ดี
“น้องมอปลายมีปัญหาเกี่ยวกับตาน่ะครับ เป็นมาตั้งแต่เรายังเด็ก แต่เพิ่งแย่ลงเมื่อไม่นาน”
ผู้ใหญ่ทั้งสามคนได้ยินแบบนั้นก็หน้าเสีย คุณยายที่นั่งอยู่ใกล้เจ้ามอปลายเอามือมาลูบเบาๆที่หลัง
"คงทำอะไรลำบากใช่ไหมลูก แต่หนูเก่งจัง ถ้าไม่สังเกตุหนูเหมือนคนมองเห็นได้ปกติทุกอย่างเลย”
เจ้ามอปลายแค่ยิ้มตอบบางๆ
“เค้าดูแลนักตลอดเลยนะยาย เห็นแบบนั้นตาไวกว่านักอีก”
หญิงชราเอื้อมมือมาประคองใบหน้าเจ้ามอปลายหันไปทางตัวเอง พ่อของนักเขียนนั่งตีหน้าเข้มแต่ก็เหลือบตามองแม่ยายกับเจ้ามอปลายอยู่เงียบๆ
“ยายว่า ถ้าไปให้พ่อปวิณร์ดู อาจจะมีทางรักษาได้ก็ได้นะ ม่านตาหนูยังขยายเข้าออกอยู่ มันอาจจะรักษาได้ ไม่สิ มันต้องรักษาได้”
“ปวิณร์? พี่วิณร์น่ะเหรอยาย?” นักเขียนนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาขาวตี๋ของลูกพี่ลูกน้องที่ไปเรียนอยู่อเมริกาตั้งแต่ยังเด็ก
“ใช่ ตาวิณร์พี่เรานั่นล่ะ เค้าเพิ่งทำการวิจัยเครื่องมือทางการแพทย์ตัวใหม่เกี่ยวกับการรักษาดวงตาที่มีปัญหาโดยกำเนิดได้สำเร็จ ” คุณยายดูกระตือรือล้นสุดๆ “ ดีเลย! ไหนๆก็มาถึงนี่แล้ว เดี๋ยวยายพาหนูไปเจอหมอ ยายว่ายังพอมีทางแก้  ไอ้เสือ! ไปเอารถออก ฉันจะไปหาตาวิณร์!”
“เดี๋ยวๆยาย พี่วิณร์เป็นหมอโรคตาเหรอ? ทำไมผมไม่เห็นรู้เรื่องอะ” นักเขียนหน้าเหวอ รู้สึกว่าตัวเองพลาดอะไรไปเยอะแยะมากมายหลายอย่างเลยเกี่ยวกับที่นี่
“ก็ใช่สิ ไอ้เด็กแถวนี้มันไม่ยอมกลับบ้านกลับช่องไม่ยอมติดต่อญาติพี่น้อง จะรู้ข่าวคราวอะไร”
นักเขียนทำหน้าง้ำพองลมที่แก้มใส่ยาย
“พี่วิณร์น่ะ เค้าเรียนจบด้านโรคตา เค้าทำวิจัยเครื่องมือแพทย์แล้วทดลองใช้รักษากระต่ายในศูนย์วิจัยที่ตาใกล้บอดเพราะความบกพร่องทางพันธุกรรมโดยกำเนิด แล้วมันรักษาได้จริงๆ ตอนนี้วิ่งอยู่ในสวนหลังคุ้งมีความสุขสุภาพแข็งแรงดีทีเดียว เค้าเลยพยายามพัฒนาเครื่องมือตัวนั้นให้มันมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่สูงขึ้นเพื่อใช้รักษาคน  เห็นว่าประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจมากตอนนี้เลยกำลังเซ็ตเข้าระบบของทางโรงพยาบาลอยู่” หันมาหาเจ้ามอปลายแล้วคว้ามือนุ่มๆมากุมไว้อย่างกระตือรือล้น “ยายว่า ตาหนูยังมีแนวโน้มที่ดี รักษาได้แน่นอน เรื่องหมอเดี๋ยวยายจัดการให้เอง”
เจ้ามอต้นรีบพูดขึ้นพอเห็นยายของนักเขียนทำท่าจะลากน้องเขาไปหาหมอเดี๋ยวนี้ให้ได้
“เอ่อ.. คือจริงๆ ที่พวกผมมาที่นี่ นอกจากมาหาคุณอาทั้งสองกับคุณยายแล้ว น้องมอปลายจะมารักษาตาด้วยครับ ก่อนหน้านี้คุณหมอที่ดูแลมอปลายอยู่ท่านคอยติดตามการวิจัยของคุณหมอปวิณร์อยู่ตลอด เราเลยทราบข่าวเมื่อเดือนก่อน คุณหมอแนะนำให้มอปลายได้พูดคุยกับคุณหมอปวิณร์แล้ว ท่านให้มอปลายเข้ามาพบเราก็เลยเดินทางกันมาที่นี่ แต่น้องมอปลายอยากมาขอขมาผู้ใหญ่ก่อน ผมกับน้องต้องขอโทษด้วยนะครับที่ถือวิสาสะมาที่นี่โดยพละการไม่ได้ขออนุญาติ”
“อ้าว อย่างงั้นหรอกเหรอ เห้อ.. ขออนุญาติอะไรกัน ช่างมันๆลูก แค่มาหาถึงที่นี่ก็เดินทางกันมาลำบากแล้ว ตานักก็ทำไมไม่รีบบอกยายล่ะเจ้าเด็กคนนี้นี่” หันไปทำตาดุใส่หลาน
“เอ๊า ก็ยายไม่ถาม มาถึงพ่อก็ไปดักตั้งแต่ทางเข้าบ้าน ผมจะบอกตอนไหนล่ะ” นักเขียนงึมงัมๆ
คุณยายได้ยินแบบนั้นก็หันไปทำตาดุใส่ลูกเขยที่รีบหลบสายตาตำหนิของแม่ยายทำไม่รู้ไม่ชี้มองไปทางอื่น
สรีสูงวัยผู้มีศักดิ์เป็นถึงเชื้อสายของเจ้านายทางเหนือประคองหลานชายคนใหม่นั่งลงอย่างระมัดระวังแล้วแทรกตัวลงนั่งข้างๆแทนที่จะกลับไปนั่งที่โซฟาตัวเดิม
เจ้ามอปลายที่ไม่ชินกับการประคบประหงมยิ้มแห้งๆ เพราะอยู่ที่อโยธยาคนรอบตัวถูกเขากับเจ้าคนพี่สั่งห้ามไม่ให้มาดูแลเกินความจำเป็นเพราะเขาไม่อยากรู้สึกเหมือนเป็นผู้พิการ เจ้ามอปลายจะพึ่งพาก็แค่ฝ่ามือของพี่ ที่เขาใช้จับในบางครั้ง กับพี่คอยช่วยบังไม่ให้เขาชนกรอบประตูเวลาขึ้นลงรถแค่นั้น
“แล้วนัดวันผ่าตัดกันหรือยัง? จะเข้าไปหาตาวิณร์วันไหน? เดี๋ยวยายไปด้วย”
“ตอนนี้รอคุณหมอท่านเซ็ตเครื่องมือเข้ากับระบบอยู่ครับ อีกสองสัปดาห์ท่านให้ปลายเข้าไปหา” เจ้ามอปลายหันมาทางนักเขียนก่อนจะยิ้ม “แต่นักอยากให้ปลายกับพี่มอต้นมาขอขมาผู้ใหญ่ก่อน พวกเราเลยเดินทางมากันล่วงหน้า”
คุณยายฟังจบก็ใช้สองมือบีบมือนุ่มที่วางไว้บนหน้าตักตัวเองด้วยท่าทางสุภาพบ่งบอกถึงการได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดีนั้นเบาๆ
ยังไม่รู้ว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร แต่กิริยามารยาทงดงาม คำพูดก็รู้จักใช้ พูดซื่อๆในสิ่งที่ตั้งใจไม่ประจบฉอเลาะผู้ใหญ่จนทำให้คนฟังต้องกระอักกระอ่วน
“อาจเป็นเรื่องลำบาก ที่จะให้ยอมรับผมกับน้อง กับความสัมพันธ์ของพวกเราที่เป็นผู้ชายเหมือนๆกัน แต่เราปรารถนาดีต่อกัน อยากเติบโตแล้วเดินเคียงข้างกัน คอยสนับสนุนกันในเรื่องต่างๆ คอยดูแลกันในยามที่เจ็บป่วย  นักเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผม เป็นคนสำคัญของน้อง หากมีอะไรที่มองจากสายตาของผู้ใหญ่แล้วเห็นว่าเราทำไม่ถูกต้อง อยากให้เอ็นดูเราเหมือนลูกหลานคนหนึ่ง เราสามคนอยากได้รับคำแนะนำดีๆจากผู้ใหญ่เราถึงได้เดินทางมาหา อย่าได้รังเกียจหรือผลักไสความตั้งใจของพวกเราเลยนะครับ”
สองมือของสองพี่น้องประสานลงบนหน้าตัก ก่อนจะก้มหัวค้อมลงให้ผู้ใหญ่อย่างสุภาพด้วยกิริยาที่งดงามสมกับการเป็นผู้ชายในตระกูลสูงศักดิ์โดยไม่จำเป็นต้องรีบเปิดเผยตัวตนของตัวเองเพื่อข่มขู่ใคร

“นักเขียนเป็นคนรัก เป็นเพื่อนคนสำคัญ เป็นครอบครัว เราจะดูแลกันให้ดีที่สุดให้ดีที่สุดครับ  กรุณาอนุญาติให้เราได้ดูแลและสนับสนุนได้เป็นครอบครัวของกันและกัน และเมตตาเป็นที่พึ่งให้กับพวกเราด้วยเถอะนะครับ”

นักเขียนรู้สึกเหมือนกับผีเสื้อนับล้านโบยบินอยู่ในช่องท้อง
รัชทายาทสองพี่น้อง ใช้ความเป็นผู้น้อยที่ซื่อตรงและจริงใจละลายกำแพงของผู้ใหญ่ทางเขาลงจนราบคาบโดยที่ไม่จำเป็นต้องมีผู้ใหญ่ทางฝั่งอโยธยามาคอยช่วย
สีหน้าของชายผู้มีใบหน้าแบบเดียวกันเป๊ะกับนักเขียนอ่อนลงอย่างชัดเจน
พ่อของนักเขียนเอื้อมมือไปตบไหล่เจ้ามอต้นเบาๆก่อนจะยิ้มให้แล้วหันมาพูดกับลูกชาย
“นัก”

"ออกมาคุยข้างนอกกับพ่อ"


นักเขียนไม่รู้ว่า นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้เดินตามหลังพ่อ ไม่ได้มองแผ่นหลังของพ่อชัดๆแบบนี้
“.........”
นานแค่ไหนที่ไม่ได้กลับมาที่นี่ ไม่ได้เด็ดดอกหญ้าข้างทางมาโบกเล่นกับแมลงปอแบบนี้
..ทิ้งที่นี่เอาไว้ข้างหลังกี่ปีแล้วนะ
“กล้าดีนะ ที่แกพาพวกเขามา แกคิดว่าฉันไม่กล้ายิงสองคนนั่นเหรอไอ้ลูกหมา”
นักเขียนมองแผ่นหลังของคนเป็นพ่อที่เดินนำหน้าไปแล้วยิ้มบางๆ
“ผมรู้ว่าพ่อกล้า แต่พวกเค้าอยากมาหาพ่อ”

..แล้วผมก็คิดถึงบ้าน เลยใช้พวกเขาสองคนเป็นข้ออ้างในการกลับมาที่นี่

นักเขียนก้มมองดอกหญ้าแห้งๆที่ถืออยู่ในมือ
 “......”
พอเงยหน้าขึ้นมองไปข้างหน้า ก็เห็นแผ่นหลังกว้างใหญ่ของพ่อที่เคยใช้บังแดดฝนเมื่อหลายปีที่ผ่านมา
พ่อหยุดเดินแล้วหันกลับมา
นักเขียนได้มองหน้าบิดาตรงๆเป็นครั้งแรก หลังจากที่ต่างคนต่างเลี่ยงที่จะมองหน้ากันและกันมานานแสนนานเพราะความไม่เข้าใจกันในเรื่องที่ควรจะคุยกันมาตั้งนานแล้ว
พ่อกับลูก ปล่อยเวลาให้กัดเซาะความสัมพันธ์ที่มีต่อกัน ทั้งๆที่ต่างคนต่างก็โหยหากันและกัน โหยหาครอบครัวที่มีกันอยู่พร้อมหน้ามาตลอด
“แกมีความสุขดีแล้วใช่ไหม นักเขียน”
“......” คนถูกถามเม้มปาก
พ่อถอนหายใจ
“ที่ผ่านมา พ่อต่อต้านแก เพราะพ่อห่วงแก พ่อมองอนาคตที่แกจะมีความสุขในสิ่งที่แกเป็นไม่ออกเลย"
นักเขียนก้มหน้า
“แกอาจจะคิดว่าพ่อรังเกียจที่แกคบกับผู้ชาย แต่พ่อไม่เคยรังเกียจลูกพ่อเลยซักครั้ง พ่อแค่ห่วงว่าแกจะอยู่ยังไง ผู้ชายรักกับผู้ชายมันจะมีความสุขได้จริงๆเหรอ การที่แกมีชีวิตแขวนอยู่กับความสัมพันธ์แบบนั้น มันจะทำให้แกยิ้มได้จริงๆน่ะเหรอ”
“.....” น้ำตา มันเหมือนจะไหล
มือของพ่อบีบไหล่ลูกชายคนโตเบาๆก่อนจะพูดต่อด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
 “แต่วันนี้ พ่อดีใจที่เห็นแกกลับมาบ้าน กลับมาพร้อมกับความสัมพันธ์ของแกที่หนักแน่นกว่าเดิม กลับมาพร้อมคนที่กล้าเดินเข้าหาพ่ออย่างตรงไปตรงมา และกล้าพูดต่อหน้าทุกคนว่าแกเป็นอะไรสำหรับเขาโดยที่สายตาไม่สั่นไหวเลยแม้แต่นิดเดียว”
นักเขียนหน้าแดงเรื่อขึ้นมาพอนึกไปถึงสีหน้าจริงจังของเจ้ามอต้นตอนที่บอกว่า นักเขียนเป็นคนรัก
“นัก”
“ครับ?”
“พ่อจะถามอะไรแกสองข้อ แกตอบพ่อมาตามตรง"
"ง่ะ”
“น้องมอปลายน่ะ ผัวหรือเมียแก”
พ่อเป็นคนตร๊งตรง
“พ่อรู้ว่าฝาแฝดนั่นแฟนแกทั้งสองคน พ่อจะไม่คิดอะไรเยอะหรอก พ่อปวดหัว แต่อยากรู้ว่าแกไปเป็นเมียเขาทั้งคู่ หรือเป็นทั้งผัวทั้งเมีย" เพราะตูจะได้เรียกถูกว่าคนเล็กน่ะเขยหรือสะไภ้
นักเขียนหน้าแดงแล้วแดงอีก
“ถ้าผมบอกแล้วพ่อจะไม่บอกแม่ใช่มั๊ย ..ผมอาย ไม่อยากให้แม่รู้ตอนนี้ ไว้เดี๋ยวผมจะค่อยๆพูดกับแม่กับยายทีหลังเอง" เพราะดูจากสายตาแล้วนักเขียนเดาว่าแม่กับยายต้องคิดว่าเจ้ามอปลายเป็นเมียเขาแน่นอน
“หึ. เออ พ่อไม่ปากมากหรอก บอกมา คนน้องน่ะ เมียแกใช่มั๊ย?”
นักเขียนก้มหน้าเอาเท้าเขี่ยดิน “ก็เกือบใช่ แต่ว่า..” เขินที่จะตอบพ่อว่าโดนปราบมาราบคาบหมดโอกาสกลับไปผัวเขาแล้วล่ะ “คนน้องน่ะเค้าเป็นลูกแกะผสมหมาป่า แต่กับคนพี่ก็อย่างที่พ่อคิด”
“.......”
นักเขียนเอาเท้าเขี่ยๆจนดินจะยุบเป็นหลุม
“เห้อ..” คนเป็นพ่อเอามือตีไหล่ลูกชายปุ่บๆ “ก็ดี อย่างน้อยคนนี้ก็กล้าออกมาปกป้องแก ไม่ใช่ไปหลบอยู่หลังแกให้แกปกป้องอยู่ฝ่ายเดียวเหมือนคนก่อน”
นักเขียนฟังแล้วก็รู้สึกเขิน ตอนที่เจ้ามอปลายพูดปกป้องและขอโทษแทนพวกเขา มันกร้าวใจสุดๆโดยที่ไม่จำเป็นต้องเกรี้ยวกราดอะไรใส่พ่อเขาเลย
“แล้วคำถามข้อที่สองอะพ่อ”
พ่อผละมือออกไปจากไหล่แล้วสอดทั้งสองมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงทำหน้านิ่งมองลูกชายคนโตที่ทำตาแป๋วใส่

“วันนี้แฟนกับผัวแก ตั้งใจมาทำอะไรที่บ้านเรา”

 
“พี่จะแต่งงาน!!!!!”
“ไอ้กวางเบ๊า—!!!  แกจะตะโกนให้รู้ไปทั้งจังหวัดเลยรึไงวะ!” นักเขียนเอามืออุดปากน้องสาวคนเล็ก
“พี่จะแต่งงานกับพี่คนหล่อๆที่มากับพี่อะนะ!? พูดจริงอะ! อึ๊ยยยย!" ลูกสาวคนเล็กของบ้านดิ้นไปดิ้นมาอยู่บนที่นอน "แล้วพ่อยอมพี่แล้วเหรอ พี่คุยกับพ่อเข้าใจกันดีแล้วดิ? เอ้อ. แล้วพี่จะแต่งกับคนไหนวะ?กวางงงนะเนี่ยว่าคนไหนแฟนพี่ ปกติพี่เป็นผัวก็ต้องแต่งกับพี่คนที่หน้าหวานๆสิ งึ่ยยย! ก็ฟินอยู่หรอกพี่เค้าหวานน่ากินขนาดนั้น แต่ก็เสียดายพี่อีกคนเหมือนกันอะกวางว่าเคมีพี่กับพี่คนนิ่งๆก็เข้ากั๊นเข้ากันเหมือนเด็กซนๆกับคุณป๋าเลย พอดื้อๆก็จับฟาด โอ๊ย—!”
นักเขียนตบหัวน้องดังป้าบ
“ไอ้เด็กทะลึ่ง เลิกจินตนาการมั่วซั่วได้ละ จะหวานหรือจะเข้มก็ผัวพี่ทั้งคู่นั่นล่ะ
“......”
นักเขียนยักคิ้ว ส่วนน้องสาวช็อคตาค้าง
 
“อ๊ากกกกกกกกกกกกก พังหมดแล้วก้นพี่กู.................................!!!”
 


2 อาทิตย์ให้หลัง

นักเขียนนั่งปั่นต้นฉบับแกร่กๆอยู่ที่โต๊ะทำงาน เจ้ามอปลายเข้ารับการรักษาดวงตากับหมอปวิรณ์ได้สามวันแล้ว และรัชทายาทที่สามถูกห้ามเยี่ยมโดยสิ้นเชิงเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนแพทย์และเจ้าตัวที่ต้องอยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิด
“......”
ไม่ได้เจอหน้า ไม่ได้พูดคุยกันนานสุดตั้งแต่รู้จักกันมา
"......"
ไม่ได้ยินเสียงหวานๆ ไม่มีคนมาอ้อนมาชวนหื่น ไม่มีคนมาแกล้งทำอะไรทะลึ่งๆ ไม่มีคนมาคอยเรียกว่าที่รัก..
..เหงาชะมัด
 "..คิดถึงคุณจัง เจ้ามอปลาย..”
นักเขียนเอาหน้าฟุบลงข้างๆแลปท็อป เสียงฝีเท้าของคนที่เพิ่งเสร็จจากการอาบน้ำกับกลิ่นโคโลญจ์ฟุ้งมาจากด้านหลัง
“ล้าแล้วเหรอ พักสายตาอาบน้ำก่อนไหม”
กลิ่นหอมครีมโกนหนวดใหม่ๆจากใบหน้าของเจ้ามอต้นอยู่ใกล้ๆ
 
..จุ๊บ..

“..กลิ่นหอม น่ากินจัง..”

เจ้ามอต้นหรี่ตามองคนพูดที่เอาปากมาจูบที่แก้มเขาแล้วบ่นอะไรพึมพัมๆท่าทางเคลิบเคลิ้ม
“ฉวยโอกาสเก่ง ไปอาบน้ำไป งานค่อยเขียนต่อพรุ่งนี้ก็ได้ไม่ได้รีบไม่ใช่เหรอ?”
นักเขียนเอนตัวไปพิงเจ้ามอต้นที่ยืนซ้อนอยู่ข้างหลังพร้อมกับเลื้อยหัวไปมากับอกกว้างบิดขี้เกียจ
“ไม่รีบครับ อันนี้ปั่นไว้เฉยๆ ยังไม่ได้เปิดเรื่องในเวปเลย อือ.. เมื่อยจัง ป๋ากอดหน่อย..”
เจ้ามอต้นหรี่ตา นักเขียนไมได้แค่พูดแต่เอาหน้าไซร้เข้ามาที่ซอกคอเขาแล้วสูดลมหายใจเข้ายาวๆทำท่าเคลิ้มๆสีหน้ามีความสุขเหมือนเขาเป็นที่ชาร์จแบตส่วนตัวด้วย
“ใครจะอยากกอด เหม็นเน่า ไปอาบน้ำก่อนไป”
นักเขียนหัวเราะน่ารัก ค่อยๆไซร้ริมฝีปากไปตามสันกรามของเจ้ามอต้นแล้วกระซิบเสียงแหบพร่าข้างหู
"..ป๋าอาบน้ำกับหนูอีกรอบมั๊ย?.."
คนฟังหัวเราะหึ ไอ้มือลามกนั่นมันเริ่มมาวุ่นวายกับผ้าขนหนูที่เขาขมวดปมไว้ตรงเอวพร้อมกับใบหน้าที่เริ่มแดงซ่านขึ้นมาบอกให้รู้ว่านักเขียนผู้อีโรติกเริ่มจะมีอารมณ์
"ชวนไปอาบน้ำ หรือชวนไปเอาน้ำออกล่ะ หืม.. เจ้านักเขียนนิยายลามก"
นักเขียนหัวเราะ
"..ถ้าชวนไปเอาน้ำออก ป๋าจะไปไหมล่ะครับ? อือ ม.. อย่าเล่นหัวนม เดี๋ยวไม่ได้อาบจริงๆหรอก"
เจ้ามอต้นไล้นิ้วโป้งกับริมฝีปากบางๆตรงหน้า
"..ป๋าอยากเอาน้ำออกในนี้ หนูสะดวกไหมล่ะ.." กระซิบ
คนฟังผลักแลปท็อปไปข้างตัวพร้อมกับแลบลิ้นเลียริมฝีปากแล้วหันหน้ากลับมาหาเจ้ามอต้น
รัชทายาทลำดับที่สองถูกดันจนสะโพกติดกับโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยหนังสือนิยายของนักเขียน
ผ้าขนหนูที่เจ้ามอต้นขมวดปมไว้แบบหมิ่นเหม่ค่อยๆถูกคลายออกพร้อมกับปากบางสีแดงสดที่อ้าออกแล้วแลบลิ้นเลียรอบๆริมฝีปากอย่างเย้ายวน

"..เอาของป๋าใส่เข้ามาในปากหนูสิ จะกินให้ป๋าฟินจนไม่สนความสะดวกของหนูทั้งปากทั้งก้นเลย"
..
.


 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-04-2019 12:15:41 โดย MeanMania »

ออฟไลน์ kunt

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 697
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1
เหม่ ไม่ใช่นักเขียนนิยายลามกธรรมดาไก่กานะ มีเชื้อเจ้ากับเขาด้วย  :hao3:

ออฟไลน์ Nung66669

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-1
ค้าง  :hao7:

 นักไม่ธรรมดาเหมือนกันนะเนี่ย

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 430
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2428
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-4
นักมีเชื้อเจ้าโด้ย ป๋ากับอีหนู นี่เข้ากันมากกกก รอปลายมาประกบ อีกโค้งเดียว ก็จะถึงเส้นชัยแล้ววววว

ออฟไลน์ MeanMania

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 82
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-1
ตอนที่ 28. ครึ่งหลัง (100%)



“สุดๆไปเลยนะ ไม่คิดว่าจะเป็นคนลามกได้ขนาดนี้”
“อึ่ก ..แฮ่ก ก..”
เจ้ามอต้นมองนักเขียนที่คุกเข่าอยู่กับพื้นตรงหน้าพร้อมกับปากที่พยายามจะกลืนกินส่วนนั้นของเขาอย่างทรมานเพราะร่างทั้งร่างถูกพันธนาการด้วยสายรัดชุดคลุมอาบน้ำแบบเดียวกันกับที่นักเขียนมัดองค์ชายผู้หยิ่งทระนงในนิยายของตัวเองเอาไว้แล้วเขียนให้มาเฟียผู้หยาบคายทารุณกรรมจนบอบช้ำไปทั้งตัว
ริมฝีปากบางๆของนักเขียนแดงเห่อ ทุกครั้งที่ขยับเข้าออกคิ้วสวยขมวดเข้าหากันเหมือนกำลังทรมาน เจ้าชายคนพี่ไม่ได้บอบบาง แถมยังมีกล้ามเนื้อแน่นตึงต่างจากเจ้ามอปลายอยู่มาก ถึงจะนอนโรงพยาบาลไปถึงสามเดือนก็ตามแต่กล้ามเนื้อทั่วตัวรวมถึงส่วนนั้นของเจ้ามอต้นไม่ได้เล็กลงตามอาการป่วยเลย
“อึ่! อึ่ก ก.. อือ ..อืม ม..”
หายใจแทบไม่ออก พออยู่ในท่านี้แล้วมันทรมานกว่าทุกครั้งที่ใช้ปากทำให้คนอื่น
ถึงจะเขียนฉากหื่นๆมาหลายต่อหลายท่า แต่นักเขียนก็ไม่เคยลองทำจริงๆเลยซักครั้ง จะไปขอใครก็คงไม่กล้า เดี๋ยวก็โดนด่าว่าหื่นเกินมนุษย์มนาอีก ถึงจะเคยคิดอยากลองทำแบบในนิยายที่เขียนไปซักครั้งว่ามันจะรู้สึกได้ขนาดไหนก็ตามแต่
“น่ารักมาก.. เด็กดี” เจ้าชายคนพี่ยิ้มมุมปากอย่างพอใจ ปลายลิ้นและริมฝีปากของนักเขียนรับของๆเขาออกออกด้วยสีหน้าทรมาน น้ำลายใสๆไหลออกมาเลอะมุมปากและคางแบบลามกสุดๆ
นักเขียนนิยายอีโรติกกระซิบข้างหูเขาว่าอยากถูกมัดทั้งตัวซักครั้ง ถึงเขาจะไม่ได้หื่นกามและทะลึ่งตึงตังเหมือนน้องแต่ก็ไม่ใช่ผู้ชายสุภาพขนาดนั้นถึงจะนึกภาพอีโรติกที่นักเขียนขอไม่ออก
และพอนักเขียนยื่นสายรัดชุดคลุมอาบน้ำมาให้ นักเขียนนิยายผู้ซื่อตรงก็ถูกเขาจับมัดมือไพล่หลังในท่าคุกเข่าแถมยังถูกเขาใช้ผ้าปิดตาเอาไว้อีกจนเจ้าตัวได้แต่หอบแฮ่กอย่างทรมาน
ช่องทางด้านหลังของนักเขียนฉ่ำเยิ้มไปด้วยเจลหล่อลื่น ปากกาสำหรับไอแพดที่นักเขียนมักมีติดตัวไว้เสมอสั่นระริกไปตามจังหวะตอดรัดของผนังด้านในพร้อมกับเจลใสๆบางส่วนที่ไหลย้อยออกมา
“เป็นไงบ้าง หืม.. ที่คิดเอาไว้แล้วเขียนลงไปในนิยาย กับเรื่องจริง มันคล้ายๆกันรึเปล่า” เจ้ามอต้นเอามือช้อนใบหน้าแดงก่ำของนักเขียนให้เงยขึ้นมาทั้งอย่างนั้น
นักเขียนพูดไม่ออก บอกไม่ได้ว่ามันทรมานกว่าที่จินตนาการ
ปากยังอมเจ้าชายตัวน้อยที่ไม่น้อยเอาไว้จนจะหายใจยังแทบไม่ได้  น้ำใสๆไหลเลอะคางและริมฝีปากอย่างห้ามไม่อยู่
ไหล่และปลายคางที่ถูกช้อนให้เงยขึ้นมันสั่น ตรงข้อมือที่ถูกมัดมันร้อนผะผ่าวทุกครั้งที่รู้สึกกระสันเพราะปากกามันขยับไปโดนตรงที่รู้สึกแล้วเผลอกระชากมือจะให้หลุดออกจากกันแต่เจ้ามอต้นมัดมันเสียแน่นสายรัดมันเลยเสียดสีจนข้อมือเป็นรอยแดงช้ำแทน
ส่วนหน้าของนักเขียนตั้งชันอย่างลามก อยากเอามือไปจับ อยากรูด แต่ก็ทำไม่ได้ สายชุดคลุมที่มัดช่วงตัวมันพาดไปกับหัวนม และทุกครั้งที่เจ้ามอต้นดันแกนกายเข้ามาในช่องคอนักเขียนก็กระอัก สายรัดเสียดสีกับหัวนมจนร้อนผ่าวไปหมดทั้งใบหน้า
“ขนาดไม่ได้จับ หัวนมคุณยังแดงขนาดนี้ ..เป็นคนที่เกินเยียวยาแล้วจริงๆนะนักเขียน” เจ้ามอต้นแกล้งเอานิ้วเขี่ยหัวนมที่ตั้งชัน
“อึ๊ก! .. ฮ๊า!...” นักเขียนสะบัดหน้าออกจากหน้าขา หัวนมมันไม่ใช่ที่ๆจะมาปล่อยให้ใครหยอกเล่น เพราะนักเขียนไวตรงส่วนนั้นกว่าที่อื่น แค่หายใจรดใส่ก็ร้อนวาบไปทั้งตัวแล้วเจ้าชายบ้า มาเขี่ยเล่นแบบนี้ก็ฆ่ากันดีกว่า “ป ป๋า.. อือ อ.. หนูจะไม่ไหว”
เจ้ามอต้นมองส่วนปลายของเขาที่เพิ่งหลุดออกมาจากปากของนักเขียน
ทั้งลำมันร้อนผ่าว แดงเรื่อไม่ต่างกันกับปากบางๆที่อมเข้าไปจนสุดคอนั้น
“นักเขียนนิยายอีโรติกที่หื่นสุดใจแบบคุณ ชาตินี้จะเขียนนิยายปกติได้รึเปล่านะ เป็นซะขนาดนี้แล้ว” ส่วนปลายร้อนๆไล้ลงไปตรงมุมปากที่แลบลิ้นออกมา “เวลาปกติ ดูคุณแทบไม่ออกเลยว่าจะลามกได้สุดๆแบบนี้ คุณนี่มันใช้ไม่ได้เลยจริงๆ”
“อ๊า! .. ป ป๋า ..อืออ อย่า.. อย่าหมุนแบบนั้น หนูเสียว ..ป๋าพอแล้ว ไม่เอาแล้ว ไม่เอาอันนี้แล้วหนูจะเอาของป๋า”
 นักเขียนเอาหน้ามุดท้องเจ้ามอต้นอย่างทรมาน เจ้าชายคนพี่เอื้อมมือไปหมุนปากกาที่เสียบอยู่ในก้นจนร่างกายของนักเขียนสั่นพั่บๆ
“ป๋า ..อืออ ป๋า ..ทำหนูเถอะ เลิกแกล้งได้แล้ว เอาของป๋าใส่เข้ามาได้แล้ว”
น้ำตาไหลคลอเต็มเบ้าตาเพราะความทรมาน หน้ามันร้อนวาบจนชาไปถึงใบหู รู้อยู่ว่านี่ไม่ใช่ตัวตนในแบบที่ตั้งมั่นเอาไว้มาหลายปี แต่ตอนนี้ไม่สนมันแล้วนักเขียนอยากได้!
“ใจร้อนจังนะ เวลาทำกับมอปลายคุณคงหลอกล่อน้องผมสุดๆเลยล่ะสิ” เอามือลูบจากแผ่นหลังเรื่อยลงไปที่ก้นของนักเขียนที่สั่นระริกเพราะความทรมานก่อนจะดันนิ้วเข้าไปในนั้นทั้งที่ปากกาสีขาวยังสอดคาอยู่
“อื๊ออ ป๋า!..ต ตรงนั้น ..”
นักเขียนทั้งดูดทั้งเลียหน้าท้องเจ้ามอต้น รัชทายาทผู้พี่แน่นตึงไปหมดทุกส่วนจนอิจฉาตัวเองที่ได้สัมผัสและครอบครองเจ้าชายผู้เซ็กซี่น่ากอดของนิตยสารระดับโลกผู้นี้
“ป๋า.. ป๋าของหนู ..อื๊ออป๊ะป๋า ..”
เพราะมองไม่เห็นเลยไม่รู้ว่าเจ้ามอต้นกำลังทำหน้าพอใจแค่ไหน นักเขียนหลับหูหลับตาเลียไปตามแผงอกและหัวนมเจ้ามอต้นอย่างฉวยโอกาส นาทีนี้เจ้าชายคนพี่ไม่ห้ามเขาหรอก สถานการณ์มันกำลังพาไป
“เลียอะไร เด็กทะลึ่ง” เจ้ามอต้นกระตุกผมนักเขียนจนหน้าหงาย
ปลายลิ้นนักเขียนยังแลบออกมานอกริมฝีปาก น้ำลายบางส่วนไหลจากคางลงมาตามช่วงคอ จะว่าหื่นก็หื่น จะว่าน่ารักก็น่ารัก
“ป๋าอร่อย.. ดีสุดๆ หนูชอบหัวนมป๋าจัง” พูดจบก็เลียปากตามประสาคนลามก ทั้งที่ถูกปิดตาอยู่แต่แก้มก็แดงซ่าน ใจอยากพุ่งเข้าไปดูดเลียอีกรอบแต่เจ้ามอต้นคงรู้แกวเลยดึงผมเอาไว้แบบนั้นไม่ยอมผ่อนมือ
“หึ..” ถ้าเคลิ้มไปด้วยนี่คงมายุ่งกับหัวนมเขาทั้งวัน เจ้านักเขียนบ้ากาม
ปากกาสีขาวหลุดออกมาจากช่องทางด้านหลัง นักเขียนหอบหายใจพอความรู้สึกวูบวาบในก้นหายไป
ข้างในมันยังไม่พอ ยังตอดรัดไม่หยุดเพราะยังถูกรักไม่สุด ของที่อยากได้ไม่ใช้ปากกาเล็กๆนั่น แต่อยากได้อะไรที่มันใหญ่กว่านั้นที่เพิ่งกระแทกเข้ามาในปาก
“ลุกขึ้นมา”
นักเขียนนิยายผู้ซื่อตรงพยุงตัวเองที่ขาสั่นพั่บลุกขึ้นยืนอย่างว่าง่าย เจ้ามอต้นจับนักเขียนคว่ำหน้าลงไปข้างๆแลปท็อปพร้อมกับล็อคสองมือที่ถูกมัดจนแดงช้ำกดใส่เอวด้านหลัง
“เป็นแค่ไหนแล้ว ขอดูหน่อยสิ”
นักเขียนไม่รู้แล้วว่าอะไรคือความอาย ขาสั่นๆแยกออกจากกันพร้อมกับก้นที่กระดกขึ้นมาให้เจ้ามอต้นมอง
รัชทายาทแห่งอโยธยาหัวเราะหึหึ ทั้งเกินคาดกับนิสัยหื่นๆของคนตรงหน้าทั้งนึกเอ็นดูความซื่อตรงของนักเขียนที่บอกให้ทำอะไรก็ทำตามจนหมด
“แค่ปากกามันไม่ถึงใจหนูใช่ไหม” เจ้ามอต้นเอานิ้วกดเข้าไปพรวดเดียวสองนิ้ว
นักเขียนขาอ่อนยวบ ดีที่ว่าถูกจับกดไว้บนโต๊ะเลยไม่ร่วงลงไปกองกับพื้น
“ ..ซ.. ป๋า ..อืม ม.. ปะป๋า ..มันเล็กไปครับ หนูอยากได้ของป๋าที่มันใหญ่ๆ อื๊ออ อ.....!!!”
เจ้ามอต้นเพิ่มเข้าไปเป็นสามนิ้วพร้อมกับกระแทกเข้าออกจนนักเขียนไถลไปกับหน้าโต๊ะ
“ป๋า! อึ่กกก!! ป๋า—!!”
ถึงจะเป็นแค่นิ้วแต่รัชทายาทก็เก่งพอจะทำให้นักเขียนครางลั่นได้เหมือนกัน
“เก่งสุดๆ ..น หนู.. ชอบ บ— ลึกอีก เข้ามาลึกกว่านี้ป๋า”
ทั้งหน้า ทั้งหัวนม เสียดสีกับผิวโต๊ะ โต๊ะที่นักเขียนเคยนอนหลับ นั่งหลับ เคยปั่นนิยายห้าวันห้าคืนรวดจนความร้อนจากแลปท็อปแทบไหม้ห้อง ตอนนี้โต๊ะตัวเดียวกันกำลังส่งเสียงร้องเอี๊ยดอ๊าดเพราะสัมผัสกับหัวนมทั้งสองข้าง
“ลามกจริงๆเลยนะ ..เมียป๋า..”
นักเขียนหน้าร้อนวูบ
เจ้ามอต้นดันนิ้วเข้ามาแรงๆก่อนจะกระชากมือออกแล้วกดส่วนที่ร้อนและแข็งเครียดกว่าดันพรวดเข้ามา
“อ๊า!!.จ ..จุก ป๋า!.. ป๋าเดี๋ยวก่อน! มัน ..จ จุก ก..” นักเขียนงอไปทั้งตัว ความทรงจำในวันที่ถูกสอดใส่ด้วยของๆเจ้าชายคนพี่โดยที่ของๆเขาอยู่ในก้นเจ้ามอปลายไหลย้อนคืนมา
ตอนนั้นกำลังฟินว่าได้งั่มความหอมหวานในตัวคนน้อง สมองเลยไม่ค่อยรู้เรื่องว่าเจ้ามอต้นงั่มตัวเองดุเดือดแค่ไหน
จำได้แต่ว่าสุดยอดมากจนเบลอ มึนงงไปหมด
“ป ป๋า.... หยุดก่อน ....หนูจะตายจริงๆ มันใหญ่ไป!” ..ก็ยกก้นขึ้นมา ก็อ้าขาออกขนาดนี้แล้ว ทำไมมันจุกได้ขนาดนี้
“ตื่นเต้นมากไปจนเกร็งน่ะสิ” เจ้ามอต้นก้มลงมากระซิบแล้วจูบแก้มนักเขียนจากด้านหลัง “ค่อยๆหายใจ หนูเคยรับป๋าได้ไม่ใช่เหรอ หื้ม.. เป็นเด็กดีสิคะ ..”
“.......” แทบไม่มีแรงพยุงขา เจ้ามอต้นพูด คะ เป็นครั้งแรก แถมยังดันเข้ามาจนสุดโคนแล้วเอามือสอดมาลูบหัวนม
..จะขาดใจตาย.. ดาเมจเกิน ไม่ไหว
“หึหึ ..เก่งมาก ..หนูชอบให้พูดคะใช่มั๊ย?” พอพูดไป ในตัวของนักเขียนก็หายเกร็งแล้วดูดเขาอย่างเป็นเอาตายจนแทบจะเสร็จในเดี๋ยวนี้ “เป็นอะไรที่คาดไม่ถึงเลยนะ..”
“ป๋า.. ป๋าของหนู ..เจ้ามอต้นของเมีย อ.. อ๊า.....!!”
ความลามก เผชิญกับผู้อยู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร คิดว่าใครกันล่ะจะคุมเกมส์นี้เอาไว้
“อุ่!.. ฮ๊า— อื๊ออ อ! ...ป๋า! ป๋า! เอาอีก เข้ามาลึกๆ!เข้ามาอีก อ....!! อื๊อออ  ป๋า...”  นักเขียนคว้านิยายเล่มใหญ่มากอดเอาไว้หลังจากสายรัดชุดคลุมหลุดออกจากมือ
เสียงโต๊ะสีกับหัวนมฟังดูหื่นกามแบบที่ไม่เคยเขียนใส่นิยายเรื่องไหน
ในหัวของนักเขียนนิยายผู้อีโรติกหมุนคว้างภาพตัดกลับไปตอนจะส่งต้นฉบับมาเฟียให้พัดลมแต่ไม่ได้เขียนถึงตรงนี้
ลืมเขียนว่าหัวนมขององค์ชาย ..ไม่สิ หัวนมของราชารัชสีห์ คงถูไปกับโต๊ะแบบนี้จนแดงก่ำและเกิดเสียงลามกสุดๆเหมือนกัน

แผล่บ—

นักเขียนเลียไปบนหลังมือตัวเองที่กอดหน้าปกหนังสือเอาไว้แน่น
“ ยะ อยากเขียนนิยาย ..อยากเขียนความรู้สึกตอนป๋าทำหนูใส่ลงไปจัง”
ความร้อนจากริมฝีปากเจ้ามอต้นทาบลงมาที่แก้มจากด้านหลัง ก่อนริมฝีปากของเจ้าชายและนักเขียนนิยายลามกจะสัมผัสกันอย่างร้อนรนจนน้ำลายของนักเขียนไหลลงมาตามสันกราม

..จะไม่ลืม วัตถุดิบชิ้นสำคัญ ที่จะใช้เติมเต็มในงานของตัวเองเรื่องหน้า

“อึ่กก ก!ป๋า น.. หนูจะ—“ นักเขียนกอดหนังสือไว้มือหนึ่งอีกมือหนึ่งบี้หัวนมตัวเองก่อนจะกระตุกพราด
“อ—!!................”
ของเหลวร้อนจากรัชทายาทฉีดเข้ามาข้างใน เติมเต็มตัวตนของนักเขียนนิยายผู้ซื่อตรงจนเอ่อล้น
“อืออ อ .. ดีสุดๆ เลยป๋า” นักเขียนคว้ามือเจ้ามอต้นมาจูบที่หลังมืออย่างหลงไหล
เจ้าชายผู้เป็นหนึ่งในรัชทายาทดุอย่างที่คิดเอาไว้จนวูบหนึ่งคิดว่าจะฟินจนขาดใจตายบนโต๊ะทำงาน
“หนูก็สุดๆเหมือนกัน เจ้านักเขียนนิยายจอมลามก”
“ฮื่ออ จะเรียกหนูแบบนั้นตลอดเลยหรือไงล่ะป๋า หาชื่อที่มันฟังแล้วน่ารักกว่านี้มาเรียกเมียตัวเองหน่อยสิครับ”
“......” รัชทายาทแห่งอโยธยาหรี่ตามองปากบางๆกับปลายลิ้นที่เริ่มเล่นกับนิ้วมือเขาอีกรอบทั้งๆที่เพิ่งเสร็จไปไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ “อื้ม.. อยากให้เรียกอะไรล่ะ แต่ปากนี่อมไปเรื่อยเลยนะ ชอบอมขนาดนั้นเลยรึไง”
นักเขียนหน้าแดง แต่ก็หัวเราะ
พอหยัดตัวขึ้นจากโต๊ะ สะโพกก็บดกับหน้าขาเจ้ามอต้นอย่างช่วยไม่ได้
“อือ อ.. ป๋าตัวใหญ่เกินไปแล้วเนี่ย” หมายถึงนั่น.. ที่มันแน่นจนก้นร้อนผ่าวๆ
“ปากว่า แต่หน้าเคลิ้ม เดี๋ยวจะโดน”
“โอ๊ย! อืออ.. นิสัยน้องลามมาทีป๋าได้ไงฮะ!” นักเขียนหน้าแดงพอเจ้ามอต้นฟาดมาที่ก้นแบบที่ไม่คิดว่าคนนิ่งๆจะทำ
ถ้าเจ้ามอปลายคนทะลึ่งๆก็ว่าไปอย่าง
รัชทายาทที่สองยิ้มขำ เอามือลูบเอวนักเขียนแล้วรวบเจ้านักน้อยกำเอาไว้ในมือก่อนจะคว้าสายรัดชุดคลุมอาบน้ำมารัดมันตรงส่วนโคนอย่างรวดเร็ว
“ไม่มีนิสัยใครลามมาใส่ใครหรอก ลึกๆก็ลามกด้วยกันทั้งนั้นนั่นล่ะ”

“ ป ป๋า... อ๊า—!!.......”

คาดว่าวัตถุดิบสำหรับนิยายเรื่องใหม่ นักเขียนคงได้ใช้สองรัชทายาทหากินทั้งเล่ม



_______________________________________
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-04-2019 12:20:41 โดย MeanMania »

ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2428
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-4
โอยย เลือดกำเดากะฉูด

ออฟไลน์ MeanMania

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 82
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-1
ตอนอวสาน



แสงสว่างสดใส ที่ไม่ได้เห็นมานานมากๆค่อยๆส่งสัณญานภาพเข้ามาในจอประสาทตาทีละนิด
“.....”
แพรขนตายาวสวยกระพริบปริบหนึ่งครั้ง เพื่อปรับการรับภาพของดวงตาใหม่
“ที่รัก..”
นอกจากโลกใบเดิมที่กลับมาสดใส รัชทายาทลำดับที่สามยังเห็นใบหน้าของคนที่เข้ามาในชีวิตหลังจากที่ดวงตาเริ่มพร่ามัวแบบชัดๆเป็นครั้งแรก
“.....”
มือนุ่มยื่นออกมาตรงหน้าเพื่อสัมผัสกับใบหน้าของนักเขียนที่ส่งรอยยิ้มอ่อนโยนมาให้
“..อะไรกัน หล่อขนาดนี้เลยเหรอ” ปลายนิ้วเรียวสวยไล้ไปตามกรอบหน้าของนักเขียนอย่างถนุถนอม ดวงตาสีอ่อนที่กลับมามองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจนทอดมองคนตรงหน้าอย่างมีความสุข หลังจากตลอดเวลาที่ผ่านมาเห็นนักเขียนแบบกระดำกระด่างขาดๆแหว่งๆและมืดมนทุกครั้งจนแอบทรมานอยู่ไม่น้อยที่ได้แต่เอามือสัมผัสแล้วพยายามนึกว่าคนตรงหน้าแท้จริงแล้วหน้าตาซุกซนแค่ไหน
“..ดีใจจังที่ได้มองหน้าที่รักชัดๆ หล่อมากเลยนะคะ” เจ้ามอปลายพูดแล้วก็อมยิ้
คนถูกชมหัวเราะ เอียงหน้าซุกกับฝ่ามือนุ่มๆอย่างเป็นสุขพร้อมกับใช้มือตัวเองประคองมือนั้นเอาไว้

..ดีใจ ที่ยังได้เห็นตาสีอ่อนคู่นี้
ดีใจ ที่พี่วิณร์เก่ง
ดีใจ ที่สายตาคู่นี้ยังเป็นคู่เดิม ..ดีใจที่รอยยิ้มของคนตรงหน้าสดใสกว่าเดิม

“ขอต้อนรับกลับมาสู่โลกใบเดิมนะ”

“..เจ้าพี่..” เจ้ามอปลายเงยหน้าขึ้นเมื่อฝ่ามือของเจ้าคนพี่ที่คอยประคับประคองถนุถนอมน้องมาโดยตลอดเอื้อมมาสัมผัสข้างแก้ม
..รอยยิ้มของพี่ยังอบอุ่นอ่อนโยน ให้ความสบายใจและอยากใช้เป็นที่พึงพิงเหมือนตอนที่ยังไม่เศร้าหมองมืดมน
มือพี่ ยังใจดี ..ยังพร้อมจะคว้าน้องคนนี้เอาไว้หากว่าน้องล้ม

“อื๊อ.. น้องกลับมาแล้วครับ”

รัชทายาทผู้เป็นแฝดพี่วางมือลงบนไหล่น้องแล้วตบเบาๆ
โชคชะตาที่เปรียบเสมือนเวรกรรมแต่ชาติเก่า ได้พัดผ่านพวกเขาที่เป็นคู่ชีวิตของกันและกันอย่างแท้จริงไปแล้ว หลังจากนี้ขอให้มีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต ..ขอให้ได้พบเจอแค่ความสุข

บรรยากาศอ่อนโยนเหมือนสายลมที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างโอบล้อมทั้งสามคนเอาไว้พร้อมกับรอยยิ้มสดใสบนริมฝีปากของพวกเขาที่เกิดมาเพื่อก้าวเดินไปเคียงข้างกันและกัน

“......” สตรีสูงวัยผู้เปรียบดั่งแม่คนที่สองของสองเจ้าชายบีบมือเจ้าไคท์อย่างเป็นสุข
ไม่มีอะไรจะปริ่มใจไปกว่าการได้เห็นแก้วตาของตนเองได้พบเจอกับความสุขในชีวิตหลังจากต้องเผชิญแต่เรื่องร้ายจนเอาชีวิตแทบไม่รอด
“หมดเคราะห์เสียทีนะเพคะ จากนี้ ..ขอให้ทูนหัวของหม่อมฉันมีแต่ความสุข ขอให้สิ่งเลวร้ายหมดสิ้นไปกับคราวนั้น อย่าได้แผ้วพานทูนหัวของหม่อมฉันให้เศร้าหมองกันอีกเลย”
รัชทายาทผู้เป็นพี่ใหญ่ยิ้มอย่างสุขใจ
เกิดมาเป็นเชื้อสายกษัตริย์แต่น้องทั้งสองคนก็อาภัพกว่าเขามากนัก
มารดาผู้เป็นที่รักด่วนจากไป บิดาก็มีภาระหน้าที่มากมายจนไม่อาจมอบความรักความอบอุ่นให้ได้เพียงพอเหมือนพ่อของคนอื่น
เคราะห์กรรมยังซ้ำซัดให้ผู้น้องยังต้องเศร้าหมองเพราะดวงตาคู่นั้น ต้องมีชีวิตอยู่ในโลกที่พร่ามัว ทั้งที่อายุเพียงแค่นี้ควรจะได้มีชีวิตอยู่ในโลกที่สว่างสดใสแท้ๆ
และเวรกรรมก็ไม่ได้ตามติดแค่ผู้เป็นน้องเล็ก น้องของเขาอีกคนแทบไม่เหลือชีวิตเพียงเพราะเจ้ากรรมนายเวรที่มีเลือดเป็นสีเดียวกันตามมารบกวน
“......”
เป็นพี่น้อง แต่กลับต้องกลายมาเป็นเจ้ากรรมนายเวรของกันและกัน
บางที นี่อาจเป็นการเล่นตลกของโชคชะตา

แต่ว่า
สุดท้ายแล้ว เรื่องราวที่ไปถึงจุดสูงสุดของความเลวร้ายก็จบสิ้นลงได้โดยที่ทุกคนยังมีชีวิตอยู่ ทั้งพี่และน้องทั้งสองของเขากำลังจะมีความสุขแบบที่ควรจะมี

“......”
รัชทายาทผู้เป็นพี่ในบรรดารัชทายาททั้งหมด ทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่างของโรงพยาบาลที่บรรยากาศสดใสกว่าหลายๆวันที่ผ่านมา
...
หวังว่า จากนี้ พวกเขาทุกคนจะมีความสุข
ทั้งน้อง
ทั้งพี่
และทุกๆคน

ขอให้มีความสุขและมีรอยยิ้มให้กันได้อีกครั้งนะ

..สายสัมพันธ์ของคำว่า พี่น้องและครอบครัว..



__________________



“กูรู้สึกอยากขอบคุณทุกเรื่องที่เข้ามาในชีวิตจนทำให้กูมาถึงวันนี้ได้จริงๆว่ะ”
พัดลมเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงมองนักเขียนในความดูแลผู้เป็นทั้งเพื่อนรัก และเพื่อนร่วมงาน ที่อยู่ในชุดเจ้าบ่าวแบบล้านนา
นักเขียนสวมเสื้อพระราชทานสีทองอ่อนๆแบบเจ้าบ่าวทางเหนือ โจงกระเบนสีทองเข้าชุดกับเสื้อ พาดบ่าด้วยสไบสีทองปักดิ้นทองอย่างงดงามซึ่งเป็นมรดกตกทอดจากเจ้าพระยาเมืองน่านที่คุณยายของนักเขียนซึ่งเป็นรุ่นหลานได้เก็บรักษาเอาไว้เป็นอย่างดี
“ก็นะ แต่มึงไม่จำเป็นต้องขอบคุณเรื่องเหี้ยๆหรือคนเหี้ยๆที่เข้ามาในชีวิตมึงหรอก จะขอบคุณก็ขอบคุณเรื่องดีๆ คนดีๆอย่างกูนี่”
นักเขียนฟังเพื่อนผู้ขวางโลกที่สวมชุดเพื่อนเจ้าบ่าวสีโอรสอย่างหล่อแล้วหัวเราะ
“ถามจริง มึงไม่ชอบพี่พีขนาดนั้นเลยเหรอ”
“เออ. กูไม่ชอบ.”
“....” คนฟังยิ้มแล้วหรี่ตา
“เพราะมึงรักเขา แทนที่วันนั้นมึงจะรักกู”
“.....”
“ไอ้ห่า กูพูดเล่น” เอามือตบไหล่คนในชุดเจ้าบ่าวดังป้าบ “กูแค่รู้สึกไม่ชอบ ไม่ถูกฉโลก ไม่ถูกชะตา เห็นหน้าแล้วหงุดหงิดแค่นั้นว่ะ ไม่ได้เกี่ยวกับมึงหรอก”
นักเขียนส่ายหน้าแล้วหัวเราะ
“แล้ว วันนี้มึงส่งการ์ดไปเชิญพี่พีรึเปล่า?”
นักเขียนส่ายหน้า
“กูไม่ได้ส่ง แต่ไม่รู้ว่าเจ้ามอต้นเจ้ามอปลายจะส่งไปรึเปล่า” นักเขียนไม่ได้มีท่าทางว่าลำบากใจอะไร “ยังไง ก็พี่ของพวกเค้า ถึงพวกเค้าจะส่งไปแล้วพี่พีมาวันนี้ กูก็ไม่มีปัญหาหรอก”
บรรณาธิการตัวเล็กพยักหน้า
“เห้อ.. มึงนี่ก็เก่งนะ สามารถผ่านเรื่องเหี้ยๆมาจนถึงวันนี้ได้ ไม่คิดมาก่อนเลยว่ากูจะได้เห็นมึงในชุดเจ้าบ่าว ได้เห็นพิธีแต่งงานแบบล้านนา ได้เห็นบรรยากาศแบบเจ้าเมือง มึงนี่บุญกับเวรกรรมแม่งเยอะพอๆกันเลยว่ะนักเขียน”
คนฟังหัวเราะ
พัดลมชะโงกหน้าออกไปนอกหน้าต่าง ขบวนขันหมากแบบเต็มพระยศของสองเจ้าบ่าวผู้สูงศักดิ์จากอโยธยาส่งเสียงโห่ฮิ้วมาตั้งแต่ทางเข้าคุ้ง
“เห่ย. เจ้าบ่าวมึงมาแล้วว่ะ” พัดลมยอมรับว่าเป็นครั้งแรกที่มางานแต่งงานแล้วโคตรตื่นเต้น “โห.. นี่ขนาดเจ้ามอปลายบอกว่าไม่ได้มาแบบราชพิธีหลวงนะ กูนึกว่ามหากาพย์งานแต่งหลุดจากในหนัง ไอ้เหี้ยนักเขียน กูจะเป็นลม มึงดูดิ เจ้ามอต้นกับเจ้ามอปลายผัวแห่งชาติของกูแม่งเอ๊ย!! ทำไมเจ้าชายทรงพระหล่อออร่าต่างจากคนธรรมดาขนาดนี้วะ หล่อเหี้ยๆ หล่อ โคตรหล่อ ฮื่ออออ ไอ้สัสนักเขียน! มึงเอาไปหมดทั้งพี่ทั้งน้องเลยไอ้เพื่อนเวร” อยากร้องไห้
นักเขียนเม้มปาก
ยังไม่กล้าโผล่หน้าออกไป แต่แค่ฟังที่เพื่อนพูดใจก็เต้นระห่ำ

..เห็นหน้า เห็นมาแล้วทุกอย่าง แต่วันนี้ใบหน้านั้นกลับทำให้นักเขียนรู้สึกหัวใจเต้นรัวกว่าปกติ..


สองพี่น้องคู่แฝดแห่งอโยธยาในชุดฉลองพระองค์ของรัชทายาทเต็มรูปแบบสะพายดาบประจำตำแหน่งผสานธรรมเนียมล้านนาของทางฝั่งนักเขียนกับอโยธยาไว้ด้วยกัน พร้อมแหวนและตราสัญลักษณ์บ่งบอกสถานะของรัชทายาทผู้มีสายเลือดกษัตริย์อย่างครบถ้วน เพื่อแสดงถึงความเคารพและให้เกียรติทางฝ่ายเจ้านายทางเหนือของประเทศไทยที่บินไปทำพิธีขอเขยถึงประเทศอโยธยาตั้งแต่เช้ามืด ก่อนที่ขบวนขันหมากของรัชทายาทจะบินข้ามประเทศอย่างสมพระเกียรติตามมาที่ประเทศไทยเพื่อเข้าสู่พิธีการในขั้นตอนต่อไป
กว่าจะผ่านประตูเงินประตูทองมาได้ เจ้ามอปลายก็ยิ้มจนแทบเหงือกแห้ง มีเพียงเจ้าคนพี่ที่แค่โปรยรอยยิ้มมุมปากบางๆก็เอาผู้ใหญ่อยู่หมัด ส่วนคนน้องที่ผู้ใหญ่รู้ว่าอ่อนหวานแถมยังมีรอยยิ้มงดงามก็ถูกยื้อเอาไว้แทบทุกประตูจนกรามของรัชทายาทผู้น้องจะค้าง

“......”

สองเจ้าชาย กับหนึ่งนักเขียนนิยายก้าวมายืนตรงหน้ากัน
รัชทายาทผู้เป็นน้องมอบรอยยิ้มและสายตาอ่อนหวาน ส่วนคนพี่เพียงยิ้มบางๆตรงมุมปากกับสายตาอบอุ่นกว่าที่เคยมีให้กับนักเขียน
นักเขียนนิยายอีโรติกผู้ที่ไม่เคยยิ้มเต็มที่แบบนี้เลยซักครั้งในชีวิต ยิ้มทั้งน้ำตาที่ค่อยๆเอ่อล้นลงมาจากหางตา
..ไม่เคยฝันเอาไว้เลยว่า ชีวิตจะได้พบกับความสุขขนาดนี้
“ขี้แยซะได้นะคะ หื้ม..” ปลายนิ้วเรียวสวยของเจ้ามอปลายไล้น้ำตาออกจากแก้มคนรักอย่างถนุถนอม
นักเขียนได้แต่พยักหน้าขึ้นลงเบาๆกับพยายามยิ้มและหยุดน้ำตาของตัวเองไม่ให้ไหล แต่ยิ่งแก้มอีกข้างถูกมืออุ่นๆของเจ้ามอต้นสัมผัสมาอีกคนน้ำตาเจ้ากรรมก็ไหลพรากเหมือนเขื่อนพังจนได้
“..หึ เด็กโง่เอ๊ย หน้ามอมแบบนี้หอบขันหมากบินกลับบ้านดีไหมนี่น้องมอปลาย”
พอเจ้ามอต้นพูดจบ ต่างคนก็ต่างหัวเราะ
นักเขียนจับสองมือของสองรัชทายาทเอาไว้แน่น

มาถึงขั้นนี้ จะไม่มีวันปล่อยให้บินหายไปไหนหรอก

‘สองเจ้าชายผู้เป็นทีรักของผม’


..

.

ท่วงทำนองพลิ้วหวานของเปียโนล่อยลอยไปทั่วปางช้าง
เจ้าสี่ขาตัวเล็กตัวใหญ่วิ่งไล่กันโครมครามลงไปในลำธารพร้อมกับเอางวงคว้าเจ้าของปางช้างที่ยืนเล่นกับเด็กน้อยตัวนั้นอยู่ลงน้ำไปด้วย
ได้ยินเสียงรัชทายาทผู้เงียบขรึมหัวเราะ ได้ยินเสียงน้ำปะปนกับเสียงร้องแปร๋นๆอย่างเบิกบานก้องไปทั้งลำธาร
นักเขียนพับหน้าจอโน๊ตบุ๊คแล้วยกออกจากหน้าตักวางลงไว้ที่เสื่อ ก่อนจะถอดแว่นตาออกวางไว้ข้างกัน
เสียงเปียโนสะดุด พร้อมกับริมฝีปากอ่อนนุ่มของรัชทายาทผู้น้องที่ค่อยๆยิ้มหวาน
“ปิดต้นฉบับได้แล้วเหรอคะ” เจ้ามอปลายเอามือจับมือนักเขียนที่อ้อมมาจากด้านหลังแล้วปิดตาทั้งสองข้างของเขาเอาไว้
“อื้ม ส่งต้นฉบับให้ไอ้พัดแล้วล่ะ” นักเขียนลดมือลงก่อนจะค่อยๆสวมกอดรัชทายาทผู้อ่อนโยนจากด้านหลัง “ทีนี้ก็หมดวาระไฟลนก้นแห่งชาติ มีเวลาคิดเรื่องที่รักไม่จำกัดแล้ว..”
“อื๊ม ..ค่ะ ซนแล้วนะมือนี่” เจ้ามอปลายคว้าจับข้อมือนักเขียนเอาไว้ เพราะมันไต่ลงไปตรงหน้าขาเขา
“..ไม่ได้เหรอคะ..”
“...”
“เค้าปั่นงานตั้งหลายวัน ที่รักไม่อยากกอดเค้าเหรอ” นักเขียนอ้าปากงับหูเจ้ามอปลาย
ไม่รู้หรอกว่านี่จะอยู่นอกบ้านพัก อยู่ริมลำธาร อยู่ใต้ต้นไม้หรือว่าอะไร ก็มันอยากกอด อยากหอม อยากชวนคนรักทำอะไรที่มันหื่นๆหลังจากตัวเองเอาแต่เร่งปิดต้นฉบับจนไม่ได้งั่มสองรัชทายาทเลยเกือบเป็นอาทิตย์
คนฟังแอบยิ้ม นักเขียนนิยายผู้ทำกิจการขายอ้อยเป็นรายได้เสริมทันทีหลังปิดต้นฉบับไม่ได้แค่ทำเสียงอ้อน แต่ยังมาหายใจหอบใส่ข้างหูแล้วเริ่มเล่นซนกับซอกคอเขาด้วย

“ที่รักอยากกอดที่รักทุกวันนั่นล่ะ ไม่รู้เหรอคะว่าอดทนมาแค่ไหน”

“อื๊อ!” นักเขียนถูกคว้ามานั่งบนตัก
เจ้ามอปลายพอตาหายดีก็เริ่มทำอะไรกลางแจ้งร่วมกันกับเจ้าคนพี่ จนร่างกายที่เคยบอบบางใกล้เคียงกันกับนักเขียนเปลี่ยนไปเป็นกล้ามเนื้อแน่นเปรี๊ยะแบบเดียวกันกับร่างกายเจ้ามอต้น
ปลายนิ้วที่ยังเรียวสวยและอ่อนนุ่มค่อยๆไล้ไปตามแก้มและริมฝีปากของนักเขียนก่อนจะลูบลงไปตามแขนแล้วสอดลงใต้ฝ่ามือยกขึ้นมาจรดที่ริมฝีปากอย่างแผ่วเบา
“.....”
คนถูกคว้ามานั่งลงบนตักหน้าแดง
เจ้ามอปลายจุมพิตแหวนแต่งงานที่นิ้วนางของนักเขียนอย่างอ่อนหวาน
ผ่านมาหลายเดือนแล้วหลังพิธีแต่งงานและพิธีราชาภิเษกอย่างยิ่งใหญ่ที่จัดขึ้นทั้งที่ประเทศไทยและประเทศอโยธยา
ที่ไทยอาจยังเป็นเรื่องที่ยอมรับกันแค่สังคมสมัยใหม่อยู่ แต่ประชาชนชาวอโยธยาต่างก็สนับสนุนและยินดีกับพิธีราชาภิเษกที่ดังไปทั่วโลก นักเขียนกลายเป็นที่รู้จักในฐานะชายผู้เป็นที่รักของรัชทายาทจนเริ่มทำตัวลำบากเวลาเดินทางกลับไปที่ประเทศไทย
“ที่รัก”
“หืม? คะ..?” คนบนตักช้อนสายตาขึ้นมองคนเรียก มืออีกข้างไต่ขึ้นไปตามแผงอกของรัชทายาทแล้วทาบลงตรงหน้าอกข้างซ้ายรับรู้จังหวะเต้นของหัวใจของชายผู้เป็นดั่งกษัตริย์ของที่นี่และเป็นที่รักของตัวเอง

“..รักนะคะ..”

“อื๊อ..”
ไม่ว่าจะอีกกี่ครั้ง ประโยคบอกรักแสนหวานนี้ก็ยังมีอิทธิพลมากพอจะสั่นหัวใจของนักเขียน

“..รักที่รักเหมือนกัน..”

“รักแต่ที่รัก แสดงว่าป๋าไม่รักแล้วใช่ไหม”
เจ้ามอต้นเดินขึ้นมาจากน้ำตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้
ท่อนบนสวยๆที่เปลือยเปล่า กับช่วงล่างที่ใส่กางเกงแต่เปียกชุ่ม มองแล้วหัวใจจะช็อคเอา
พ่อคุณเค้าดาเมจตลอดเวลาจริงๆ
“ขี้บ่นจัง” มือข้างที่สวมแหวนยกขึ้นมาคว้าคอเจ้ามอต้นให้ก้มลงไปก่อนจะกระซิบเบาๆ

“ หนูเป็นเมียป๋านะ ..ไม่รักป๋าแล้วหนูจะรักใครได้อีกล่ะ..”

คนฟังหัวเราะหึแล้วก้มลงจูบที่ไหล่นักเขียนแทนของรางวัล
“ช่างสรรหาคำพูดเหลือเกินนะ สมกับที่เป็นนักเขียนนิยาย”



ภายในห้องนอนอบอวลไปด้วยกลิ่นกายของหนึ่งนักเขียนกับสองรัชทายาท
บรรยากาศรอบนอกบ้านพักภายในปางช้างเปียกปอนไปด้วยสายฝนที่ตกกระหน่ำแบบไม่ลืมหูลืมตา
นักเขียนนิยายอีโรติกรับเอาเจ้ามอปลายน้อยเข้ามาในปากทั้งที่แขนถูกเจ้ามอต้นมัดไพล่ไปด้านหลังในท่าคุกเข่าโก้งโค้งบนเตียงกว้าง
ช่องทางเล็กๆของนักเขียนถูกปลายลิ้นของเจ้ามอต้นปลอบโยนจนร้อนผะผ่าว ในปากเติมเต็มด้วยรสชาดหวานๆของเจ้ามอปลายที่ใช้มือรวบผมของนักเขียนคุมจังหวะแล้วดันเจ้าชายตัวน้อยเข้ามาในโพรงปากซ้ำๆ
อีกมือของรัชทายาทผู้น้องลูบลงไปตรงแผ่นอกของนักเขียนทั้งขยี้ทั้งดึงหัวนมจนมันตั้ง
“อื้มม ม... เก่งมากเลยค่ะ..”
นักเขียนหน้าแดง น้ำลายไหลจากมุมปากลงมาตามสันกรามและต้นคอ หลายครั้งที่เจ้าชายตัวน้อยแทงเข้ามาลึกเกินจะรับไหวนักเขียนก็หายใจอึกอักส่ายหน้าอย่างทรมาน แต่มันยิ่งทำให้เจ้าชายคนน้องมีอารมณ์เผลอขยี้หัวนมนักเขียนจนคนที่คุกเข่าอยู่ตรงกลางขาสั่นพั่บๆ
เจ้ามอต้นผละริมฝีปากออกมาจากก้น ค่อยๆใช้ปลายนิ้วทั้งสองวนรอบๆช่องทางก่อนจะกดมันเข้าไปในสะโพกนักเขียน
“อึ่ก ก!.. อ... อืออ อ.. อืมม..”
ครางไม่ได้ ได้แต่หายใจด้วยสีหน้าอึดอัดทรมานเพราะเจ้ามอปลายตัวดื้อยังแข็งเครียดเต็มช่องปาก
นิ้วเจ้ามอต้นร้ายกาจมากขึ้นทุกวันจนนักเขียนเสร็จเพราะนิ้วนั่นไปแล้วหลายหน แต่คราวนี้ต้องไม่ไปก่อนโดยที่ยังไม่ได้ร่วมรักแบบสามคน ..ต้องห้ามไม่ให้เจ้ามอต้นทำแบบทุกที
“ที่รักดูทรมานจัง ไหวรึเปล่าคะ?” เสียงหวานหูของเจ้ามอปลายแตกพร่า
ของๆเขากระแทกเข้าออกในปากนักเขียนจนปากบางๆนั้นแดงระเรื่อ เหงื่อเม็ดเล็กๆไหลพรายไปตามกรอบหน้าของคนตรงกลางป็นภาพที่มองแล้วยั่วอารมณ์แบบสุดๆ
คิ้วสองข้างของนักเขียนขมวดอยู่ตลอดเวลา ดูก็รู้ว่าอึดอัด แต่ในปากบางๆก็พยายามกระหวัดลิ้นตอบสนองเจ้าตัวน้อยของเขาที่กระแทกเข้าออกอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
“อืออ อ... อื๊อ! .. ฮะ—!” นักเขียนสะบัดหน้าออกจากเจ้ามอปลายน้อยแล้วเอาหน้ามุดลงกับผ้าปูเตียง “ ป๋า!ตรงนั้น น หนู..เสียว อา!.. อืมม ม.. ป๋า อย่าทำให้หนูเสร็จแบบนี้นะ น..หนูอยากเสร็จเพราะของๆป๋า—  อืออ อ..! พอแล้ว! พอแล้วป๋าเดี๋ยวหนูถึง—“ นักเขียนดิ้นพราดเกลือกหน้าไปกับผ้าปูพร้อมกับน้ำตาที่ไหลปรี่ลงมา
เจ้าชายคนพี่ดันข้อมือเข้าไปแรงๆสองสามครั้งก่อนจะรีบถอนออกมาแล้วแบะก้นนักเขียนแยกออกจากกัน
“.....” เจ้ามอปลายเลียริมฝีปาก ไม่บ่อยนักที่เขาจะมองของๆพี่ที่กำลังจะเข้าไปในก้นนักเขียนแบบนั้น
รัชทายาทผู้น้องประคองใบหน้าที่สั่นระริกซบไปกับผ้าปูให้เงยขึ้นมา
“อึ่กก ก! .....อื๊อออ อ ..อุ่! อุ่ก ก.. อ อืมม ม.. อืออ”
ทั้งปาก ทั้งก้น โดนสอดใส่พร้อมๆกัน นักเขียนสั่นไปหมดทั้งตัว
“ผ่อนคลายสิเด็กดี” เจ้ามอต้นรวบมือที่มัดเอาไว้ทั้งสองข้างกดลงกับช่วงเอวด้านหลังของเจ้าตัว
เพราะเขากับน้องใส่เข้าไปพร้อมกันทั้งสองทาง นักเขียนเลยเกร็งจนเขาเจ็บ แถมยังถูกมัดให้โก้งโค้งคุกเข่า ลำบากไม่น้อยสำหรับคนตรงกลางอยู่เหมือนกัน
“อืออ อ.. อืมม ..” นักเขียนหายใจหอบ น้ำตาที่ไหลออกมาเองเปรอะไปทั้งกรอบหน้า สมองกำลังชา ในหัวเริ่มหมุน ความรู้สึกลอยคว้างเพราะฉากลามกตอนนี้มันคือเรื่องจริงไม่ใช่จินตนาการแบบที่เขียนลงไปในนิยาย
“อืม ม.. นักเขียน..”
หน้าชา หูอื้อจนร้อนวูบวาบ เป็นครั้งแรกที่เจ้าชายคนพี่ครางเสียงต่ำออกมาเป็นชื่อนักเขียนชัดๆ
มือหนึ่งกดข้อมือของนักเขียนที่ถูกมัด อีกมือหนึ่งลูบไปตามร่องกลางหลังของนักเขียนยิ่งทำให้คนไวสัมผัสแอ่นก้นขึ้นหาเจ้ามอต้นอย่างกระสันตามประสาคนซื่อ
“อุ่ก! อือ! อืออ อ.. ฮึ่ก ก..!”
เจ้ามอปลายไล้ปลายนิ้วปาดน้ำตาออกจากสองแก้ม พร้อมกับคว้าใบหน้าของนักเขียนเอาไว้เพื่อกระแทกส่วนของเขาเข้าไป การกระทำที่ทั้งปลอบโยนทั้งทารุณกรรมทำให้นักเขียนยิ่งร้อนไปหมดทั้งตัวเหมือนกับว่าใต้เตียงมีไฟทั้งกองกำลังลุกโชน
“ที่รักน่ารักจัง ..” เสียงแหบหวานของเจ้ามอปลายเบาหวิว
เจ้าชายคนพี่ใช้ลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผาก กรอบหน้าของสองรัชทายาทเปียกชื้นเพราะเหงื่อที่ไหลซึมไม่ต่างกัน ยิ่งดันเข้าไปมากเท่าไหร่ร่างกายของนักเขียนก็ยิ่งเร่าร้อนและตอบสนองอย่างน่ารักมากขึ้นเท่านั้น
ก้นน้อยๆสั่นระริกช่วงขาซวนเซไปทุกครั้งเวลาเขากระแทกส่วนนั้นเข้าไปลึก
เสียงครางอึกอักเพราะน้องเขาคาอยู่ในปากทำให้นักเขียนยิ่งเซ็กซี่จนอยากขยี้ให้หนักขึ้น
“ปลาย”
“ครับ?” เจ้าคนน้องชะงักที่จู่ๆพี่ก็เรียก

“เข้ามาด้วยกันไหม”

..
.
นักเขียนนิยายผู้ที่เคยแต่ทารุณกรรมคนอื่นกางขาคร่อมตักเจ้าชายคนน้องที่นอนราบลงไปกับที่นอนอย่างหมดหนทางหนี
สองเจ้าชายนิสัยไม่ค่อยต่างกันเลยเวลาอยู่บนเตียง ยิ่งนานวันความหื่นก็ยิ่งอัพเลเวลไม่มีใครยอมน้อยหน้าใคร
ได้ยินคำว่า ‘เข้ามาด้วยกันไหม’ นักเขียนก็ตกใจจนสะบัดหน้าออก แต่ยังไม่ทันจะได้อ้าปากปฏิเสธเพราะกลัวก้นตัวเองจะรับไม่ไหวเจ้าชายคนพี่ก็เอามือมาปิดปากนักเขียนเอาไว้แล้วกระชากของที่อยู่ในก้นออกไปจนคนที่สอดใส้อยู่ตรงกลางทรุดฮวบลงกับเตียง

เวรกรรมมายืนยิ้มหวานให้นักเขียนเมื่อเจ้าชายคนน้องทอดตัวลงนอนแล้วสอดขาเข้ามาดันขานักเขียนให้แยกออกจากกัน

นักเขียนนิยายผู้หมดหนทางจะต่อต้านเพราะแรงแทบไม่มีเหลือถูกเจ้ามอต้นลากเอวขึ้นมากลายเป็นว่านักเขียนต้องนั่งคร่อมลงไปบนหน้าขาเจ้ามอปลายอย่างเลี่ยงไม่ได้
“อ ..อึ่กก ก..”
เจ้าชายคนน้องสอดของที่ขนาดแทบไม่ต่างจากคนพี่เข้ามาช่องทางที่ยังอ่อนนุ่ม นักเขียนนิยายผู้กลายเป็นเหยื่อของสองคนรักหมดแรงฟุบลงกับอกเจ้ามอปลายหอบหายใจเพราะความกระสัน โดยไม่ทันคิดว่าแบบนั้นมันเหมือนกับเชื้อเชิญให้เจ้าคนพี่ใส่ของที่เคยใส่ก่อนหน้านี้เข้ามาอย่างที่ชวนน้องทำ
“อ่ะ! ..ม ไม่! ป๋าหยุด!! ไม่เอา ..ป ป๋า ...หนูเจ็ บ ป๋าเอาออก..”
ช้าไปแล้ว จะผลักไสก็ทำไม่ได้เพราะมือยังถูกมัดไพล่หลังอยู่
เจ้าคนน้องเห็นน้ำตาคนบนอกไหลพรากๆพอพี่เริ่มดันเข้ามาในที่เดียวกันก็เท้าแขนหยัดตัวขึ้นเพื่อจูบปลอบโยนคนรักตัวน้อยๆที่ถูกพวกเขาสองคนรุมกันรังแก
ริมฝีปากเขา ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็เป็นยาวิเศษของนักเขียน เจ้ามอปลายรู้ดี
“อืมม ..อืม ม.. อา... แฮ่ก ก..”
ได้ผลอยู่แล้ว พอเจ้ามอปลายจูบดึงความสนใจนักเขียนก็ผ่อนคลายลงอย่างชัดเจน
เจ้าคนพี่พอเห็นว่านักเขียนไม่ต่อต้านแล้วเลยค่อยๆกดส่วนปลายเข้าไปใหม่
“อุ่!! ป .. ป๋า ..เจ็บ มันเจ็บ ...อื๊อออ อื้มม!” นักเขียนร้องไห้ แต่เจ้าชายคนน้องก็ปลอบโยนทั้งปากทั้งหัวนมจนนักเขียนร่างกายชาวาบอีกรอบ
“...อ ...อืม ม...” ลำบากสำหรับคนตรงกลาง คนทำก็ลำบากด้วย เจ้ามอต้นต้องข่มใจไม่ดันพรวดเข้าไปเพราะกลัวคนตรงกลางจะบาดเจ็บจนทนไม่ไหว ค่อยๆกดค่อยๆดันเข้าไปและเหมือนนักเขียนก็เผลอขยับช่วยจนในที่สุดเจ้ามอต้นก็เข้าไปได้
“ ....อ ....” ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ร่างกายมันเปลี่ยนจากชาวาบเป็นร้อนผะผ่าว
นักเขียนทรงตัวแทบไม่อยู่ดีที่เจ้ามอปลายเอาหมอนมารองหลังยกตัวสูงขึ้นและเจ้ามอต้นเอามือมาคว้าไหล่นักเขียนข้างหนึ่งอีกข้างหนึ่งจับต้นแขนนักเขียนดึงเอาไว้ นักเขียนนิยายผู้ตกเป็นเหยื่อของคนรักเลยยังไม่หมดสติไปเพราะความรู้สึกที่มากเกินจะเขียนบรรยายออกมา
“จะขยับแล้วนะ ถ้าไม่ไหวจริงๆกัดมอปลายเอาไว้”
งั่บ!!
“อ โอ๊ยย!!”
บอกให้กัดปุ๊บก็กัดเต็มเขี้ยวเลยนักเขียน
รัชทายาทผู้น้องเจ็บไหล่จนต้องเบ้ปากใส่เจ้าชายคนพี่ชายที่เป็นฝ่ายทั้งขำทั้งเอ็นดูน้องตัวเองที่กลายเป็นที่ระบายอารมณ์ของนักเขียนตามที่พี่บอก
ร่างกายของคนที่รักมักหอมหวาน และสองรัชทายาทก็รู้สึกแบบนั้น

คนตัวเล็กสั่นพั่บอยู่ตรงกลาง หัวนมแดงก่ำเบียดบี้ไปกับหัวนมเจ้ามอปลายพอเจ้าชายคนพี่เริ่มขยับตัว
นักเขียนดูดกลืนริมฝีปากเจ้ามอปลายเพื่อระบายความเจ็บปวดที่ก้นของตัวเองออกไปให้มากที่สุด หางตาทั้งสองข้างเปียกชุ่มเพราะน้ำตาที่ไหลพรากลงมาไม่ยอมหยุด เจ้ามอปลายทั้งกอดทั้งจูบทั้งหอมคนรักพยายามขยับสะโพกอย่างอ่อนโยนที่สุดเพื่อให้คนตรงกลางไม่บาดเจ็บจนเป็นลมไปส่วนคนพี่ก็จูบทั้งต้นคอด้านหลังของนักเขียนทั้งเอามือช่วยผ่อนคลายเจ้าตัวน้อยให้พร้อมกระซิบปลอบโยนคำหวานข้างหูคนตรงกลางอย่างที่ไม่เคยทำ
“เด็กดีของป๋า..รักหนูนะคะ ..”
“ฮึกก ก.. อือ ม.. ซ..อา.. ป๋า.. ที่รัก อ๊า—“  มันเสียวเหมือนจะขาดใจตายแล้ว
“ อา..เจ้าหญิงของที่รัก”
นักเขียนไม่รู้ว่าโลกนี้กำลังเป็นสีอะไร ฝนข้างนอกตกหนักแค่ไหน น้ำในลำธารจะเอ่อล้นขึ้นฝั่งรึเปล่า
ได้ยินแต่เสียงหน้าขาของเจ้าชายคนพี่ที่กระแทกกระทั้นเข้ามาอย่างลามกสลับกับเสียงฝน รู้สึกว่าในก้นมีแกนเนื้อที่ทั้งแข็งทั้งร้อนผลัดกันแทงเข้าออกทั้งจุกทั้งเสียวจนตัวชา
ได้ยินเสียงหอบทุ้มต่ำที่คล้ายกันของสองรัชทายาทปนกับเสียงครางและเสียงสะอื้นของตัวเอง

“ซี๊ดด—! เอาหนูอีก ป๋า.. ที่รักเลียหัวนม..อุ่กก ก!  อื๊ออเจ้าชาย—“

ไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่หื่นกาม ไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่ฟินสุดๆกับการร่วมรักครั้งนี้
เจ้ามอต้น เจ้ามอปลาย หรือตัวเอง
“..นักเขียน.. สุดๆเลยที่รัก อา..เจ้าหญิงของปลาย..”
“..ขยับเอวแบบนั้นล่ะเด็กดี ..อืม.. น่ารักมากเมียป๋า..”
โลกของนักเขียนเป็นสีขาว ความร้อนในร่างกายเหมือนเปลวไฟที่พุ่งขึ้นสู่ที่สูง สองรัชทายาทสอดอยู่ข้างในและไม่ได้แค่อึดอัดอย่างเดียว แต่นักเขียนทั้งเสียวทั้งมีความสุขที่ถูกรักโดยเจ้าชายทั้งสองคนในแบบที่ไม่เคยจินตนาการมาก่อน
ความอ่อนหวานและถนุถนอมของเจ้ามอปลาย กับความใส่ใจของเจ้าชายคนพี่ทำให้แค่ไม่กี่นาทีนักเขียนก็ครวญครางเสียงหวานอยู่บนเตียงบรรทม เจ้านักตัวน้อยได้รับการปรนเปรอด้วยสองมือของรัชทายาทอย่างเปี่ยมล้น หัวนมก็มีเจ้ามอปลายทั้งดูดทั้งเลียให้สลับกับเจ้ามอต้นที่ดูดเลียต้นคอด้านหลังและใบหูอีกมือก็ลูบมาช่วยเล่นหัวนมของนักเขียนฝั่งที่เจ้าคนน้องเพิ่งเลีย
เป็นครั้งแรกที่อึดอัดทรมานขนาดนี้ เป็นครั้งแรกที่ถูกทั้งกอดทั้งเลียจากข้างหลังและข้างหน้า
“อา.. ที่รัก.. ป๋า.. ที่รัก.. เมียจะไม่ไหวแล้ว—“
..
.
“ อ่ะ! ....อ๊ะ—!!...........”
“......!!....”
“อ อืมม—!........ซ.... อา.. ... นักเขียน....”

..
.

..แฮ่ก

“อือ .... อ....”



เช้าวันพรุ่งนี้ สายฝนที่ตกกระหน่ำคงทิ้งความสดชื่นเอาไว้กับผืนป่า
หากมีสิ่งที่โชคชะตามอบมันเพื่อเป็นของขวัญหลังจากกลั่นแกล้งพวกเขาจนพอใจแล้วล่ะก็ สองรัชทายาทแห่งอโยธยาก็คิดว่าพวกเขาพี่น้องได้มาไว้ในครอบครองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ผมรักคุณ ..เจ้าชายของผม”

สองเจ้าชายมองคนตัวเล็กในวงแขนของพวกเขาที่เพ้อออกมาเบาๆหลังจากคอพับไปทันทีที่ปลดปล่อยออกมา
พอช้อนเอาร่างที่คอพับคออ่อนพาไปชำระเนื้อตัวและป้อนยาดักไข้กับยาแก้อักเสบให้แล้ว มีสิ่งมีชีวิตเล็กๆของพวกเขาก็พริ้มหลับอยู่บนต้นแขนของเจ้าชายคนพี่พร้อมกับดึงมือเจ้าชายคนน้องไปกอดแนบอกไว้เอาแล้วผลอยหลับไป โดยที่ริมฝีปากบางๆยังยิ้มอย่างเป็นสุข ถึงแม้ร่างกายจะถูกทารุณกรรมจนแรงจะยืนยังแทบไม่เหลือแล้วก็ตาม
ทั้งที่คงเจ็บอยู่ไม่น้อย เพราะรอยฉีกขาดของคนตัวเล็กที่เห็นตอนพาไปอาบน้ำ แต่นักเขียนก็ไม่พูดไม่บ่นซักคำ เอาแต่ยิ้มและพยายามจะกอดจะจูบสองพี่น้องทั้งที่ตัวเองคอพับคออ่นแรงจะลืมตายังแทบไม่มี
“ขอบคุณนะ เจ้านักเขียนลามก ..ที่ยอมเราสองคนขนาดนี้” เจ้าชายคนพี่กระซิบแล้วหอมแก้มคนที่นอนหนุนต้นแขนตัวเองอย่างแผ่วเบา
เจ้ามอปลายไล้ปลายนิ้วกับแก้มคนตรงกลางแล้วโน้มเข้าไปหอมหว่างคิ้วเบาๆอย่างสุขใจ

“ขอบคุณนะ ที่เกิดมาบนโลกใบนี้”


ขอบคุณนะ นักเขียนนิยาย


ขอบคุณ ..ที่ได้รัก



________________________________________

ขอบคุณสำหรับทุกๆคอมเม้นท์นะคะ  :bye2:
ถ้ามีโอกาสคงได้พบกันอีกในเรื่องใหม่ฮะ

Twitter ติดแท็กนิยาย #2Prince3P
Twitter @Meen_mania
แฟนเพจสำหรับอัพเดตข่าวสารและนิยายทั้งหมดของนักเขียน Facebook : Mania


ขอบคุณฮะ :bye2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-04-2019 12:42:34 โดย MeanMania »

ออฟไลน์ aiyuki

  • รักแท้ไม่แบ่งแม้เพศพันธุ์
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3413
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +133/-6
จบแล้ววว อยากอ่านต่อ ชีวิตหลังแต่งงานสุดหื่นของนักเขียน ลุ้นตั้งนานว่า เจ้ามอปลายจะมองเห็นมั้ย พอเจ้ามองเห็น ดีใจสุดๆเลย

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1851
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +112/-5
ดีใจกะนักเขียนที่ได้สามีถึงสอง จากรุกเปลี่ยนเป็นรับตลอดกาล 55555   :z1:

งานนี้ไม่ต้องใช้จินตนาการ เพราะได้วัตถุดิบชั้นเยี่ยม พร้อมบทรักสุดจะบรรยายให้เขียนนิยายได้สมจริง จริงๆ

ขอบคุณค่ะมีน  :L2:

ออนไลน์ +MooN+

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 110
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
โอย...เลือดจะหมดตัว :m25: นักเขียนได้วัตถุดิบในการเขียนนิยายชั้นดีเลยละซิ  :z1:
ขอบคุณที่เขียนมาเรื่องน่ารัก(ปนหื่น55)มาให้อ่านกันนะคะ

ออฟไลน์ HappyYaoi

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 185
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เลือดจะหมดตัว เขียนเก่งมากค่ะ

ออฟไลน์ Gatjang_naka

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 568
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0

ออฟไลน์ suikajang

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 831
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
แซ่บจริงไรจริง   :pig4:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด