*[ 2Prince3P ]* 2เจ้าชายกับนักเขียนนิยายที่รัก(3P) อัพตอนที่ 28. (21/4/62)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: *[ 2Prince3P ]* 2เจ้าชายกับนักเขียนนิยายที่รัก(3P) อัพตอนที่ 28. (21/4/62)  (อ่าน 10633 ครั้ง)

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 426
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0

ออฟไลน์ little_munoi

  • ++ singular ++
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1906
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-3
ขอบคุณ...
ดีใจ ที่พี่พีคิดได้
ดีใจ ที่มอต้นกำลังฟื้นตัว
ลุ้น กับดวงตาของมอปลาย

ออฟไลน์ aiyuki

  • รักแท้ไม่แบ่งแม้เพศพันธุ์
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3380
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +133/-6
ตอนแรกนึกว่า พี่พีจะตายซะแล้ว โอ้ยย แล้วตาจะเอาจากไหน
ตาเจ้ามอปล่ยทำไงอ่ะ งือออ 

ออนไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2362
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-4

ออฟไลน์ ANIKI.

  • 兄貴
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 219
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-1
ชอบมากกกก โดนใจสุดด รีบมาต่อนะครับบ

ออนไลน์ Nung66669

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
หาให้พัดลมคนนึงนะ น่าสงสารคนไม่มีคู่ :hao6:

ออฟไลน์ BlackWinddy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 62
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ชอบมากก รออ่านต่ออยู่นะ :o8:

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 393
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0

ออฟไลน์ MeanMania

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 48
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ตอนที่ 26. เจ้าชาย..ที่รัก







“บางเรื่อง มันทำให้ใจผมไม่ยอมหยุดสั่น”
 
“..ปลอบผมหน่อยได้มั๊ยเจ้ามอปลาย..”
 
“.....” ดวงตาสีอ่อนทอดมองไหล่บางๆของคนที่กอดซบเข้ามาเหมือนจะมารยาอ่อยให้เขามีอารมณ์อย่างทุกที
 
..แต่ครั้งนี้ อาจไม่ใช่
 
นักเขียนนิยายผู้มีอารมณ์อีโรติคได้ตลอดถ้าอยากมี ตอนนี้กำลังสั่นไปทั้งไหล่และสองมือที่ใช้สัมผัสตัวเขา
“คุณนี่มันใช้ไม่ได้จริงๆนะ นักเขียน”
เจ้ามอปลายลูบมือเข้าไปตรงช่วงเอวด้านหลัง ริมฝีปากอ่อนนุ่มกดจูบลงไปแถวใบหูหายใจคลอเคลียแล้วพูดพึมพัมประโยคคล้ายกันกับเจ้าชายคนพี่
“เป็นผู้หญิงของผม แต่ตัวสั่นเพราะเรื่องของผู้ชายคนอื่น”
“ อ ..!” นักเขียนสะดุ้ง มือเจ้ามอปลายจู่ๆก็ลูบต่ำลงไปที่ก้นแล้วบีบอย่างลามก
 
“..ดูเหมือนว่า ถ้าไม่เจ็บตัว คุณจะไม่จำใช่มั๊ยว่าคุณควรคิดเรื่องใครต่อจากนี้ ..คุณนักเขียนนิยายลามก”
 
นี่อาจจะเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่นักเขียนรู้สึกอับอาย
 
เจ้ามอปลายผู้มีบุคลิคอ่อนหวานกำลังใช้มือขยำก้นเขาพร้อมกับลากนักเขียนเข้าไปหาจนหน้าท้องแนบชิดกัน
ต้นขาเจ้ามอปลายดันเข้ามาตรงกลางหน้าขาของนักเขียน ทั้งเบียดทั้งขยับไปมาเหมือนกับจงใจปลุกไอ้ตัวดื้อให้ตื่นขึ้นรับรู้ว่านอกกางเกงกำลังเกิดอะไรขึ้นบ้าง


 
“ถอดซะ เดี๋ยวจะปลอบให้ทั้งหมดนี่เลย”
 
 


 
ไม่เคยคิดว่าต้องมาทำตามคำสั่งใครกับเรื่องใต้สะดือ แต่อารมณ์ของนักเขียนนิยายผู้อีโรติคก็กู่ไม่กลับซะแล้ว
คนที่ออกคำสั่งด้วยเสียงหวานหูเอามือตามมาวุ่นวายตั้งแต่นักเขียนเริ่มปลดเข็มขัด เจ้ามอปลายทั้งลูบทั้งขยำจนไอ้นักเขียนตัวดื้อมันเงยหน้าขึ้นสู้ฝ่ามือนุ่มๆของรัชทายาท
“มือคุณ..ทำไมซนแบบนี้ล่ะ มันทำให้ผมยิ่งอยากนะ”
นักเขียนพึมพัมเบาหวิว กลิ่นทั่วร่างกายของเจ้ามอปลายมันหอมแบบยั่วยวน คงไม่ต้องบอกว่าถ้าซบไซร้อยู่ขนาดนี้นักเขียนจะตาพร่ากับสเน่ห์ของหนึ่งในผู้มีสิทธิ์ขึ้นเป็นราชาของอโยธยามากแค่ไหน
“บ่นนะ.. แต่จริงๆคุณก็ชอบมือผมไม่ใช่หรือไง ดูสิ มันแข็งข้อต่อรัชทายาทแล้วนะไอ้เจ้าตัวเล็กนี่ ..น่าจับไปขังคุกจริงๆ”
นักเขียนจูบไปตามกรอบหน้าเจ้ามอปลาย ของๆเขาอยู่ในมือนุ่มๆนั่นและแน่นอนว่ามันแข็งข้อต่อองค์รัชทายาทอย่างที่เจ้ามอปลายพูด
“พี่คุณรู้ผมโดนบ่นหูชาว่าสอนอะไรกามๆให้คุณอีกแน่..เลย อื๊มม .. เจ้ามอปลายมันเสียวนะ” นักเขียนร้องท้วง
มือหนึ่งของเจ้ามอปลายยุ่งอยู่กับส่วนหน้า อีกมือก็เลื้อยลงมาใต้ขอบกางเกงด้านหลังแล้วแทรกไปตามร่องก้นเขา ปลายนิ้วซุกซนของรัชทายาทที่สามวาดวนรอบช่องทางที่เคยสอดใส่
“นุ่มจัง.. ในก้นคุณ มันทั้งนุ่มทั้งอุ่นเลยนักเขียน..”
เสียงเจ้ามอปลายยิ่งพูดเบาๆอยู่ใกล้หูยิ่งฟังดูวาบหวาม นักเขียนยังไม่เคยโดนใครปลุกเร้าด้วยการใช้แค่นิ้วกับเสียงแบบนี้ เพราะปกตินักเขียนชอบให้เล้าโลมแบบรุนแรง ชอบเวลาอีกฝ่ายรุกจูบหรือไซร้เข้ามาหนักๆมากกว่า
แต่รัชทายาทที่สามของอโยธยากำลังเขียนฉากอย่างว่าให้นักเขียนซึมซับใหม่ ทุกสัมผัสของปลายนิ้วกับริมฝีปากของเจ้ามอปลายทั้งนุ่มนวลและอ่อนหวาน ราวกับเจ้าชายคนน้องกำลังไล้ปลายนิ้วเล่นเปียโนในชั่วโมงสอน
ร่างกายสมส่วนแบบผู้ชายแต่กรุ่นกลิ่นหอม กลีบปากสีชมพูสดเย้ายวนไม่ว่าจะกดจูบเข้าไปกี่ครั้งก็ยังทำให้นักเขียนลืมทุกสิ่งทุกอย่างและพร้อมจะจมดิ่งไปกับจูบของเจ้ามอปลายได้เสมอ
“อ๊ะ—“
เจ้ามอปลายอมยิ้มน่ารัก พอนิ้วของรัชทายาทเริ่มกดเข้าไปด้านในนักเขียนก็ขาสั่นพั่บแล้วเอาหน้าซบมาที่อกเขาเหมือนแมวตัวน้อยกำลังออดอ้อนอย่างหนัก
“ผมอยากเข้าไปลึกกว่านี้ .. อ้าขาออกสิ”
“..ลามก..”
ปากว่าแบบนั้น แต่นักเขียนก็ขยับเข้าไปเบียดคนพูดมากกว่าเดิมแถมยังแอ่นก้นขึ้นให้เจ้ามอปลายใส่นิ้วเข้ามาได้ถนัด
ความที่เป็นนักเขียนนิยายอย่างว่าอยู่แล้ว แล้วยังทำคนอื่นมาเกือบตลอดชีวิต มันทำให้นักเขียนรู้ว่าถ้าอยากรู้สึกดีต้องทำยังไง
ก้นน้อยๆยกขึ้นพร้อมกับเขย่งปลายเท้าเพื่อให้ส่วนหน้าสัมผัสกับของเจ้ามอปลายที่ร้อนผ่าวไม่ต่างกัน
“คุณมันยั่วเก่งที่สุดเลยนักเขียน ถ้าผมหลงคุณหัวปักหัวปำแล้วจับคุณขังไว้ไม่ให้กลับไทยทำไงนี่หืม..”
เจ้ามอปลายกดปลายนิ้วเข้าไปพร้อมกันสองนิ้ว ความคับแน่นจากด้านในและความอุ่นมันกระตุ้นให้รัชทายาทที่สามหายใจลำบาก
“..ถ้าคุณหลงผมได้ก็ดีสิ ตอนนี้มันมีแค่ผมที่หลงคุณจนจะเป็นบ้าแล้วนี่นา”
เจ้ามอปลายแอบยิ้ม
นักเขียนเหมือนวัตถุไวไฟเวลาอยู่ใกล้เขา แค่เจ้าชายลำดับที่สามอยู่ใกล้ๆหรือยิ้มให้นักเขียนก็ตาฉ่ำทำท่าทางพร้อมงั่มได้ตลอด แล้วทำไมเจ้ามอปลายจะดูไม่ออกว่านักเขียนนิยายจอมหื่นกำลังตกบ่วงตัวเองอย่างหนัก
พอจะรู้อยู่หรอกว่าตัวเขากับเจ้าคนพี่มีสเน่ห์ที่ล่อลวงได้ทั้งชายและหญิง ถึงเขาสองคนจะมีบุคลิคที่แตกต่างทั้งยามปกติและอยู่บนเตียงแต่เจ้ามอปลายก็ชอบเห็นนักเขียนเวลาต้องรับมันพร้อมๆกัน
“มอปลาย..”
“ครับ..”
นักเขียนไล้มือลงไปตามแผ่นหลังของเจ้ามอปลาย
“คือ .. ผม..”
“.....”
เจ้ามอปลายคิ้วขมวดควั่บ นักเขียนเอามือมาจับก้นเขา แล้วขยำ
“ขอผม—”
“ไม่ให้.” เจ้ามอปลายสวนทันควันพร้อมกับชักมือออกมาจากตรงนั้นของนักเขียนแล้วดันนักเขียนนิยายผู้อารมณ์แปรปรวนออกห่างอย่างรู้สึกถึงอันตราย
สัณชาติญานบอกให้เจ้ามอปลายรู้ว่านักเขียนจะพูดอะไร เพราะมือของนักเขียนนิยายจอมลามกมันขยำก้นเขาทั้งสองมือเลย
“ผมบอกแล้วไง ถ้าเจ้าพี่ยังไม่หายดีห้ามคุณทำอะไรกับก้นผม” เสียงหวานเวลาดุฟังดูแล้วน่าดื้อใส่มากกว่าจะน่ากลัว “ถ้ายังจะดื้อทำตอนนี้ล่ะก็ คุณได้อดใส่ของคุณเข้ามาในก้นผมตลอดชีวิตแน่นักเขียน!”
 
 
 


“มอปลายจ๋า.. แก้มัดเถอะ เค้าไม่จับก้นมอปลายแล้วก็ได้ สาบาน”
 
พอรัชทายาทที่สามรู้ว่านักเขียนจะขอทำมิดีมิร้ายกับก้นเขาแน่ๆเลยจับนักเขียนมัดมือไว้กับก๊อกน้ำในท่าคุกเข่าหันหลังหมดทางที่จะใช้เล่ห์เหลี่ยมหรือลูกอ้อนอะไรหักหลังเขาได้อีก
“คุณมันเหลี่ยมเยอะ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ไว้ใจคุณทีไรผมเดือดร้อนทุกที ต้องมัดมันไว้แบบนี้ล่ะไอ้มือลามกนั่นน่ะ ไม่งั้นเดี๋ยวมายุ่งกับก้นผมอีก” เจ้ามอปลายว่าพร้อมกับดันขานักเขียนให้แยกออกจากกัน
“แต่พื้นห้องน้ำมันแข็ง เค้าเจ็บ อือ อ.. มอปลายแก้มัดเค้าเถอะนะ อยู่ท่านี้มันกอดมอปลายไม่ได้ ..ปล่อยเถอะ..” นักเขียนเสียงอ่อนน้ำตาคลอเบ้า
 
เจ้ามอปลายแพ้น้ำตารื้นๆของเขา.. นักเขียนรู้
 
“ในนิยายของคุณ ผมจำได้ว่าตอนท้ายๆคุณก็จับรัชสีห์มัดไว้กับก๊อกน้ำแบบนี้ไม่ใช่เหรอ คุณไม่อยากรู้หรือไงว่าถ้าทำจริงมันจะเป็นยังไง แล้วคุณมัดเค้าไว้รัชสีห์จะเจ็บตัวรึเปล่า!”มือนุ่มฟาดไปที่ก้นนักเขียนอย่างแรง
“อื๊อ! เจ็บ..” คนที่แน่นอนว่าจำนิยายของตัวเองได้หน้าแดงวาบ
ดูท่าว่าเจ้ามอปลายจะเคียดแค้นอะไรเขาซักอย่างที่เกี่ยวกับเนื้อหาในมาเฟียของเขาแน่ๆเลย
 
..เป็นพ่อของรัชสีห์เหรอครับที่รัก.. แค้นกันจังเรื่องรังแกรัชสีห์เนี่ย
 
ถึงไคย์มันจะหื่นแต่มันก็ไม่เคยฟาดก้นเมียมันนะครับที่ร้ากก T.T
 
แต่ก็แอบยอมรับว่าเจ้ามอปลายคนหวานๆที่เวลามีอะไรกันจะชอบทำอะไรทะลึ่งๆในแบบที่คาดไม่ถึงก็ทำให้นักเขียนรู้สึกตื่นเต้นได้เสมอ
“ผมเคยได้ยินมาว่า นักเขียนน่ะจะชอบใส่ตัวตนของตัวเองลงไปในนิยาย คุณคิดว่าตัวเองเป็นแบบนั้นมั๊ยนักเขียน”
“.....” นักเขียนเอาหน้าซุกลงกับต้นแขนตัวเองเพราะหูเริ่มอื้อพอได้ยินเสียงเจ้ามอปลายปลดเข็มขัดกางเกง
 
..จะบ้าทุกทีเวลาได้ยินเสียงนี้..
 
..หน้าหวานๆกับมือขาวๆที่ลูบลงไปตรงล็อคเข็มขัดสีดำแล้วรูดมันด้วยมือข้างเดียว
 
..จะคิดยังไงก็เท่
 
ทำไมนักเขียนนิยายอีโรติคแบบเขาต้องมาหลงสเน่ห์อะไรไม่เป็นเรื่องแบบนี้เนี่ย
 
“ถ้าให้ผมเดา ผมเดาว่าในมาเฟีย คุณใส่ตัวตนของคุณเข้าไปทั้งในองค์ชาย ทั้งไคย์คชย”
เจ้ามอปลายก้มลงงับก้นนักเขียนตรงที่เขาฟาดมันจนแดงขึ้นมานั่นล่ะ
“คุณชอบความรุนแรงเวลาคุณทำคนอื่น และพอคุณถูกทำ คุณก็อยากให้อีกฝ่ายทำคุณแรงๆเหมือนกัน คุณมันซาดิสม์แถมยังลามก ..คุณชอบให้รังแกคุณ เพราะมันจะทำให้คุณตื่นเต้น ผมเดาถูกต้องทั้งหมดไหม”
เจ้ามอปลายลากลิ้นเลียเข้าไปในก้นนักเขียนสัมผัสกับช่องทางแดงเรื่อที่เขาใส่นิ้วเข้าออกจนมันผ่อนคลายแล้ว
“บางทีผมก็คิด ว่าคุณชอบให้ข่มขืนคุณด้วยซ้ำ..”
“อ .. อื๊ออ ..มอปลาย..” นักเขียนขาสั่น เจ้ามอปลายเอาลิ้นกดเข้าไปข้างในแล้วขยำก้นทั้งสองข้าง “มอปลาย.. เจ้ามอปลาย อือ อ.. มันเสียวครับ ไม่เลีย..”
เพราะมือถูกมัดนักเขียนเลยทำได้แค่ซบหน้ากับต้นแขนตัวเอง ปากห้ามไม่ให้เลียแต่ก้นมันส่ายรับลิ้นของเจ้ามอปลายอย่างห้ามไม่ได้
 
เจ้าชายคนน้องใช้ลิ้นเก่ง ..คนหวานๆแต่ทะลึ่งสุดใจเวลามีอะไรกันมันโคตรดี
 
 “ก้นคุณสวยดี ขนาดผมมองไม่ค่อยชัดยังรู้สึกเลยว่าคุณน่าเอา..”
 
นักเขียนหูชา ..บอกทีได้ไหมว่านี่คือเจ้าชายรัชทายาท คนเดียวกับคนที่โคตรอ่อนหวานและหน้าสวยๆคนนั้น
ทำไมเวลาทำกัน มันหื่นแล้วก็ทะลึ่งได้ขนาดนี้ แถมดูจะหนักข้อมากกว่าเขาขึ้นไปทุกที
“..คุณลามกมากไปแล้วเนี่ย อย่าพูดแบบนี้เวลาพี่คุณอยู่ด้วยเชียว ผมได้โดนด่าหูชา เค้าต้องหาว่าผมสอนคุ— อา.. มอปลาย.. มอปลาย.. อื๊ออ ไม่ไหวแล้วมอปลายอย่าแหย่ลิ้นมันเสียว—“ นักเขียนขาสั่นพั่บ เข่าไถลไปกับพื้นห้องน้ำเพราะเจ้ามอปลายแหย่ลิ้นเข้ามาข้างใน “พอแล้ว พอแล้วเค้าเสียว.. พอแล้วมอปลาย! ... อ๊ะ!”
เจ้ามอปลายดันปลายลิ้นแรงๆแล้วดึงใบหน้าออกมา
นักเขียนครางไม่ออก สองขาที่อยู่ในท่าคุกเข่าสั่นระริกไปหมด
“รู้ตัวรึเปล่าว่าเวลาคุณถูกทำแล้วคุณดูลามกแค่ไหน” เจ้ามอปลายวาดนิ้ววนไปรอบๆช่องทางที่เปียกชื้น เจลหล่อลื่นที่จะช่วยให้นักเขียนไม่บาดเจ็บถูกป้ายแล้วดันเข้าไปข้างใน ส่วนอีกมือเจ้ามอปลายก็ลูบไล้ชะโลมมันกับรัชทายาทตัวน้อยที่ลุกขึ้นมาอย่างแข็งขัน
 
“มาอ้อนให้ปลอบ คุณคิดเรื่องใครอยู่ ผมรู้นะ”
 
“ซี๊ด ด..!..”
ส่วนปลายชื้นๆเย็นๆนวดเข้ามา นักเขียนแอ่นสะโพกเข้าหาอย่างไม่เหลือความอายอีกแล้ว เข่าสองข้างแยกออกจากกันเพื่อให้เจ้ามอปลายน้อยเข้ามาข้างในได้ถนัด
“อยากให้ปลอบแบบไหนล่ะ  แบบในนิยายของคุณ หรือแบบของผม”
คนฟังที่แอ่นก้นจนขาสั่นหน้าร้อนฉ่า เจ้ามอปลายเอาแต่กดส่วนปลายนวดวนไม่ยอมเข้ามามันยิ่งทำให้นักเขียนทรมาน
“ใส่เข้ามามอปลาย เอาของคุณใส่เข้ามาเร็วๆ ทำแบบที่คุณอ่านจากนิยายผมก็ได้ ข่มขืนผมเหมือนที่ไคย์ทำรัชสีห์วันแรกก็ได้ อ อ๊าา า..! ..”
รัชทายาทที่สามยิ้มน่ารัก
ถ้าจะทำตามที่นักเขียนขอเขาก็ทำได้ แต่ถ้าพูดเรื่องนิสัยบนเตียงคนพี่จะรุนแรงได้มากกว่าเขา เจ้ามอปลายถนัดทำอะไรแบบทะลึ่งๆแต่อ่อนหวานสุดๆมากกว่า
“อือ อ.. พอแล้ว นิ้วพอแล้ว มอปลาย เลิกแกล้งแล้วใส่ของคุณเข้ามาในนี้ซะที” นักเขียนอ้าขาออกมากกว่าเดิมพร้อมกับบิดสะโพกยั่วเจ้ามอปลายที่เอาแต่เล่นไม่ยอมตอบสนองแบบที่นักเขียนต้องการซักที
เจ้ามอปลายกัดริมฝีปาก รัชทายาทที่สามชอบคำพูดหื่นๆจากปากนักเขียนไม่ต่างกัน เพราะมันทำให้เขายิ่งมีอารมณ์ดิบๆอยากทำอะไรลามกมากๆกับคนที่ส่ายก้นอยู่ตรงหน้า
“มอปลายแก้มัด ..แก้มัดที” นักเขียนซบหน้ากับแขนตัวเอง เริ่มทนไม่ไหวพอเจ้ามอปลายไม่ยอมใส่เข้ามาแถมยังเอาแต่แกล้งกันให้ทรมานจนขามันจะคุกเข่าไม่อยู่แล้ว
“ถ้าพูดจาน่ารักๆ เดี๋ยวผมแก้มัดให้ แต่เตือนไว้ก่อนว่าอย่าได้คิดจะมายุ่งกับก้นผม ไม่งั้นคุณได้นอนคุกเล่นแน่นักเขียน” เจ้ามอปลายขู่ไว้ก่อนแถมฟาดก้นนักเขียนที่เดิมเป็นการเตือนว่าเขาพูดจริง ขังจริง
“อื๊อ อ.. ไม่ทำแล้ว มอปลายแก้มัดเถอะ ขอร้อง”
เจ้ามอปลายนิ่ง เห็นนักเขียนตัวสั่นเหมือนจะทรมานพอแล้วเลยเอื้อมมือไปแก้ปมเนคไทที่เขาใช้มัดนักเขียนเอาไว้กับก๊อกน้ำ
ทันทีที่มือหลุดออกมานักเขียนก็เอื้อมลอดหว่างขาตัวเองเพื่อจับของๆเจ้ามอปลายใส่เข้าไปในก้นของตัวเอง
“ลามกจริงๆเลยนักเขียน”
คนถูกว่าหน้าร้อนผ่าว พูดอะไรไม่ออก ตอนนี้อยากให้เจ้ามอปลายแทงเข้ามาลึกๆเร็วๆ ส่วนอย่างอื่นช่างหัวมันไม่อยากสนแล้ว
“มอปลาย ขยับ ..แรงๆ ทำแรงๆ เอาให้ผมลืมทุกๆอย่างเหมือนตอนนั้น ได้โปรด”
เจ้ามอปลายมองสะโพกน้อยๆที่ขยับไปมาด้วยตัวเองอย่างเว้าวอน แม้จะมองไม่ค่อยชัดแต่เจ้ามอปลายก็เห็นว่าก้นของนักเขียนกำลังกลืนของๆเขาเข้าออกอย่างน่าอึดอัด
 
..หึหึ..
 
แกล้งพอแล้วมั๊ง
 
“อ่ะ!..อ๊าา า—! ...”
นักเขียนใช้แขนดันกระจกบานใหญ่ที่ติดอยู่ในห้องน้ำ เข่าสองข้างแยกออกจากกันเพื่อพยุงตัวเอาไว้
ร่างกายที่ไม่ได้แตกต่างกันมากเท่าไหร่สะเทือนไปตามแรงเจ้ามอปลาย มือนักเขียนป่ายเปะปะพลาดไปหมุนเปิดก็อกน้ำทำให้ทั้งนักเขียนทั้งเจ้ามอปลายเปียกซ่กไปตามๆกัน
มีแค่นักเขียนที่เปลือยท่อนล่าง และตอนนี้ภาพที่สะท้อนอยู่ในกระจกตรงหน้าคือเจ้ามอปลายที่เปียกปอนไปหมดทั้งตัวกับดวงตาสีอ่อนและใบหน้าหวานๆพราวไปด้วยหยดน้ำ
“ซี๊ด ด.. เจ้ามอปลาย!..  คุณ.. สวยจังเลย ตาคุณเซ็กซี่สุดๆที่รัก..” นักเขียนเอามือแปะหน้าเจ้ามอปลายสัมผัสดวงตาสีอ่อนผ่านกระจกอย่างหลงไหล
พอร่างกายถูกคุกคามในท่าแบบนี้ นักเขียนก็เพิ่งเคยเห็นสีหน้าตัวเองเป็นครั้งแรก

หน้าตาน่าอาย กับท่าทางที่น่าอับอายกว่า ยิ่งมองใบหน้าเจ้ามอปลายที่สะท้อนในกระจกก็ยิ่งหลง ตาสีอ่อนมีสเน่ห์ล่อลวงพอกันกับกลิ่นหอมของร่างกายเจ้ามอปลายที่เวลามีเซ็กส์ยิ่งหอมกว่าเดิม
 
จะหาผู้ชายแบบเจ้ามอปลายได้จากที่ไหนอีกล่ะนักเขียน..
 
ทั้งสวย ทั้งเท่ จนแอบคิดเรื่องโง่ๆว่าอาจจะหลอกล่อให้เจ้ามอปลายใจอ่อนยอมให้งั่มอีกซักรอบหลังจากถูกปลอบจนรู้สึกดีขึ้น
 
แต่สายตาวาววับพร้อมกับลิ้นที่แลบออกมาเลียปากอย่างเจ้าเล่ห์ของนักเขียนมันก็ไม่รอดสัณชาติญานเจ้ามอปลายไปได้หรอก
“อ๊า!.. ป.. ปลาย มอ ปลาย..”
สองมือของรัชทายาทบีบเอวนักเขียนเต็มแรง
“ทำหน้าแบบนั้นคิดว่าถ้าทำจนผมหมดแรงคุณจะคว่ำผมลงล่ะสิ”
“อื๊ออ อ!.. จ จุก ผมจุก..”นักเขียนดิ้นพราด ของๆเจ้ามอปลายมันกระแทกจุดสำคัญจนขาสั่นพั่บแทบทรุดลงไปกองกับพื้น
“เจ้าเล่ห์มากใช่ไหม”เสียงทุ้มหวานกระซิบข้างหู
 


“งั้นคุณมานี่ ผมจะปราบให้หายซ่าส์ไม่กล้ามารยาใส่ผมอีกนักเขียน”


 
..ซ ซวย แล้ว..


ออฟไลน์ MeanMania

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 48
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
(ต่อ)




(รูปประกอบจินตนาการในการอ่านต่อไปนี้)



 
“ด.. เดี๋ยว เดี๋ยวก่อนมอปลาย” นักเขียนถอยกรูดไปชิดหัวเตียง หน้าทั้งหน้าแดงเห่อเพราะความอับอาย
หลังจากเผลอไปทำสายตาท่าทางให้เจ้ามอปลายเส้นความอดทนแตกเปรี๊ยะตอนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม นักเขียนก็ถูกเจ้ามอปลายลากออกจากห้องน้ำแล้วสั่งนางในวังรุมทึ้งนักเขียนร่วมสิบนาทีก่อนที่จะจับนักเขียนโยนใส่เตียงบรรทมในห้องของรัชทายาท
ตอนนี้นักเขียนนิยายอีโรติคอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวแบบเจ้าหญิงยุคใหม่ ผ้าลูกไม้บางๆคลุมผมไม่ได้ทำให้นักเขียนดูหวานผิดผู้ชายแต่กลับทำให้ใบหน้าเล็กๆของนักเขียนดูน่ารักแบบผิดหูผิดตา
เสื้อเจ้าสาวสีขาวเป็นแบบเสื้อครอปสั้นๆ โทนอ่อนหวานแถมยังเปิดเผยช่วงเอวทำให้นักเขียนตัวบางลงกว่าปกติ กระโปรงเจ้าสาวนุ่มนิ่มฟูฟ่องเหมือนสวมฟองสบู่ทำให้นักเขียนดูราวกับเป็นเจ้าหญิงในคืนพิธีสำคัญ ตัวเสื้อที่รั้นขึ้นสูงจนเห็นร่องสะดือขับเน้นความเซ็กซี่ช่วงกลางร่างกายให้คนใส่ตัวเล็กตัวบางน่าถนุถนอมเหมือนกับตุ๊กตากระเบื้อง
“เหมาะกับคุณอย่างที่คิดเลย”
เจ้ามอปลายสวมเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาว ดูเผินๆเหมือนเจ้าบ่าวเตรียมงั่มภรรยาตัวน้อยที่เหนื่อยอ่อนจากงานพิธีสำคัญและกำลังจะต้องทำหน้าที่ของเจ้าสาวที่ดีในคืนแต่งงาน

นักเขียนหน้าแดงจนแทบไหม้ บอกได้คำเดียวว่าอาย อายมาก
 ไม่คิดมาก่อนว่าตัวเองต้องมาใส่ชุดผู้หญิงอะไรแบบนี้ แถมนี่ยังเป็นชุดเจ้าสาวอีกด้วย
 
“เหมาะบ้าอะไรของคุณ ผมไม่ใช่ผู้หญิงนะ คุณให้ผมใส่ชุดเจ้าสาวเพื่ออะไรเนี่ยมอปลาย” นักเขียนกำชายกระโปรงที่ฟูฟ่องอย่างกระดากอาย
เจ้าชายลำดับที่สามใช้ดวงตาสีอ่อนทอดมองคนบนเตียงอย่างเอ็นดู
“คุณนี่ไม่รู้อะไรเลยนะ คุณนักเขียน” เจ้ามอปลายไล้มือเล่นผ้าคลุมผมของนักเขียนแล้วก้มลงไปหอมข้างแก้มที่แดงระเรื่อ “เสื้อผ้ามันก็คือเสื้อผ้า ไม่ว่าชายหรือหญิงสวมใส่มันก็ไม่ได้แปลว่าเราเป็นอะไรซักหน่อย บนโลกใบนี้มีเสื้อผ้ามากมายที่ไม่ได้กำหนดอะไรเอาไว้เลย”
เจ้าชายลำดับที่สามช้อนคางนักเขียนให้เงยหน้าขึ้นมาหา
 
“มองคุณในกระจกสิ ใส่แล้วน่ารักขนาดนี้ จะปฏิเสธอีกเหรอว่ามันไม่เหมาะกับคุณ”
 
“....”
 
พอหันไปมองตัวเองในกระจกดีๆ นักเขียนก็เห็นเจ้าหญิงแสนซุกซนคนหนึ่งในชุดแต่งงาน

 ..น่ารักมาก

กระโปรงบานฟูฟ่องเหมือนฟองสบู่กับแก้มที่แดงลามไปถึงใบหูและปลายจมูกกับดวงตาสีดำใต้แพรขนตายาวสวย
 
“......”
 
..เออ น่ารักฉิบ..
 
“ ..ผม รู้สึกแปลกๆ” นักเขียนเอาหลังมือบังหน้าตัวเองที่ตอนนี้แดงเห่อไปทั้งหน้า
 
..อาย อายมาก อายอย่างที่บอกไม่ถูกเพราะเจ้ามอปลายจับจิตใต้สำนึกเขาถูกว่าเขาหลงไหลเทพนิยาย
 
“จะปราบคุณ ก็ต้องใช้จิตใต้สำนึกคุณนี่ล่ะ ไง? ผมเดาถูกใช่มั๊ยล่ะ” รัชทายาทผู้มีดวงตาสีอ่อนคร่อมลงไปบนร่างน้อยๆในชุดเจ้าสาวที่ถอยหนีไปจนหลังแทบจมลงไปในหมอน
 
“จะลบเรื่องยุ่งยากในหัวคุณ ก็ต้องเค้นจิตใต้สำนึกในหัวของคุณ เปลือยความคิดคุณให้หมดแล้วค่อยทาบทับตัวผมลงไป”
 
“.....” นักเขียนรู้สึกว่าหายใจหอบจนตัวเองยังหนวกหู
 
กลิ่นหอมของเจ้ามอปลาย.. ดวงตาสีอ่อนของเจ้ามอปลาย ริมฝีปากกับปลายนิ้วของเจ้ามอปลายกำลังกลืนกินความรู้สึกนึกคิดแบบผู้ชายของนักเขียน
 
“มองผมให้ดีๆสินักเขียน”
“มอปลาย..”
“ ผมคือเจ้าชายของคุณ ”
นักเขียนเม้มปากมากัดเอาไว้ ยิ่งฟังเสียง ยิ่งสบตากับเจ้ามอปลายก็ยิ่งอาย
“แต่ผม.. ไม่ได้อยากใส่ชุดผู้หญิงนะ มาบังคับกันแบบนี้ ..คุณเป็นเจ้าชายที่ใจร้ายเกินไปแล้วมอปลาย คุณไม่ได้มองว่าผมเป็นผู้ชายเหมือนคุณเลยเหรอ”ใบหน้าเล็กๆใต้ผ้าลูกไม้หมองลงพร้อมกับหลบสายตา
 
แน่นอนว่านักเขียนกำลังตัดพ้อแล้วก็ไม่ใช่มารยา แต่นักเขียนน้อยใจจริงๆแล้วก็มากด้วย
 
เจ้ามอปลายไล้ปลายนิ้วไปตามริมฝีปากช่างพูด
“ผมมองคุณเป็นทุกอย่างที่เป็นคุณนั่นล่ะ”
เจ้ามอปลายลูบมือลงมาตามอกเสื้อ นักเขียนหายใจสะท้าน ปลายนิ้วนั้นจงใจไต่ลงไปตามหัวนมเพื่อแกล้งเขา
“ถ้ามองผมเป็นผม ผมเป็นผู้ชาย คุณอย่ามาจับผมใส่ชุดแปลกๆสิ แบบนี้มัน—“
“มันคือชุดเจ้าสาว และคุณน่ารักมากเวลาคุณใส่มันแบบนี้”
“เจ้ามอปลาย.. ไม่เอา..”
เจ้ามอปลายลูบมือเข้าไปใต้เสื้อ ปลายนิ้วนุ่มๆสะกิดหัวนมแล้วบี้มันอย่างแรงจนนักเขียนต้องเอามือกำชายกระโปรงเจ้าสาวแน่น
“มอปลายมันเสียว.. หยุดเล่นหัวนมได้แล้ว!”
 
 ..บ้า ที่สุด
 
 พอใส่กระโปรงฟูๆแล้วรู้สึกแขนขามันโล่ง เหมือนกับว่าทั้งตัวกำลังเปล่าเปลือยไม่ได้ใส่อะไรไว้ซักอย่าง
 
“ก็ผมชอบหัวนมคุณนี่” เจ้ามอปลายอมยิ้มแล้วโน้มเข้าไปกระซิบชิดริมฝีปาก “..เวลาคุณอยาก มันจะแดงขึ้นมา โคตรน่ารัก เวลาผมกระแทกเข้าไปในก้นคุณมันก็จะตั้ง ..น่าเลียสุดๆเลยล่ะนักเขียน”
คนฟังคว้าเจ้ามอปลายลงมากอด หลับหูหลับตาไซร้ใบหน้าไปกับซอกคอหอมๆด้วยความอาย
 เจ้ามอปลายลามก และมันเหมือนจะมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆตามความพยศของเขา

..ไอ้หน้าหวานๆกับตาสวยๆนี่มันของปลอม ของปลอมทั้งนั้น นิสัยหื่นกามนี่ต่างหากคือของจริง
 
“..เจ้ามอปลาย..” ไม่ไหว ไม่ไหวแล้ว ถูกเขี่ยหัวนมจนจะบ้าตายอยู่แล้ว
ชายกระโปรงเจ้าสาวถูกเจ้าชายผู้อ่อนหวานดึงรั้งขึ้นไป เนื้อผ้าที่ทั้งนุ่มทั้งลื่นผิวลูบไล้จากปลายเท้าขึ้นไปหาเข่าและต้นขาของนักเขียนอย่างช้าๆ
“อื๊อ ..รู้สึกแปลกๆ ..ปลาย”
เพราะเนื้อผ้ามันนุ่ม ความรู้สึกเลยเหมือนกำลังถูกลมหายใจของเจ้ามอปลายค่อยๆลูบขึ้นมาข้างบน
พอกระโปรงรั้งขึ้นมาเหนือเข่านักเขียนก็หุบขาเข้าหากันโดยอัตโนมัติ เพราะใต้ผ้านุ่มๆนั่นนักเขียนไม่ได้รับอนุญาติให้ใส่อะไรเอาไว้เลยซักตัวเดียว
ฝ่ามือเจ้ามอปลายสอดเข้าไปใต้กระโปรงกอบกุมเอาสิ่งที่บอกว่านักเขียนเป็นผู้ชายไว้ในมือ
“ลามกจริงนะ เจ้าสาวของผมนี่”
นักเขียนจิกปลายเท้ากับชายผ้า จะวางขาไปตรงไหนก้รู้สึกถึงชายกระโปรงนุ่มๆฟูๆเหมือนฟองสบู่ลอยฟุ้งเต็มเตียงไปหมด
 
..ลามก แบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
 
“ไหนว่าไม่ชอบ เปียกขนาดนี้แล้วเนี่ย” เจ้ามอปลายอมยิ้มทะลึ่ง ปลายนิ้วรัชทายาทเขี่ยเล่นกับรอยหยักตรงปลายยิ่งกระตุ้นให้ของเหลวใสมันปริ่มล้นออกมา
“มอปลาย ..ถอดกระโปรง ถอดชุดบ้าๆนี่ออกไปที ผมมองไม่เห็นมือคุณ” นักเขียนรู้สึกหัวหมุน มันต่างไปจากทุกทีที่ถูกเจ้ามอปลายใช้มือทำให้
เจ้ามอปลายเอามือลูบเลยเข้าไปในก้นแล้ววาดปลายนิ้ววนเบาๆในที่ๆเคยเอาเจ้าปลายน้อยใส่เข้าไป
“คุณก็ถอดเองสิ ..เป็นเจ้าสาวที่ดีคืนวันเข้าหอต้องน่ารักให้มากๆรู้ไหม”
“อื๊ออ! ไม่เอา” นักเขียนหลับหูหลับตาร้องประท้วง จับมือเจ้ามอปลายไปวางใส่ขอบกระโปรง
 
อายจนจะเป็นบ้าอยู่แล้ว
 
“อยากให้มอปลายถอด ..นะ..  ถอดมันให้เค้านะคะ แล้วเอาของมอปลายใส่เข้ามา”
 
รัชทายาทขบริมฝีปาก ริ้วแดงเล็กๆพาดขึ้นมาบนใบหน้า
“น่ารักมากค่ะ ..เด็กดี.. ไหนบอกปลายซิ ว่าจากนี้จะไม่ดื้อ จะเป็นผู้หญิงให้ปลาย จะเป็นเจ้าหญิงของมอปลาย”
นักเขียนพยักหน้ารัว น้ำตาเจ้ากรรมที่มาจากความอับอายล้วนๆไหลปรี่ลงมาเต็มหางตา
“..ไม่ดื้อค่ะ ไม่ดื้อแล้วจริงๆ ยอมเป็นผู้หญิงของเจ้ามอปลายแล้วจริงๆ”
 
..ฝากไว้ก่อนเถอะที่รัก.. T^T
 
“หึ”
นักเขียนถูกเจ้ามอปลายจับตัวพลิกขึ้นมานั่งคร่อมอยู่บนหน้าตักส่วนเจ้ามอปลายลงไปนอนเอนหลังอยู่ข้างล่างมองเจ้าสาวในคืนแต่งงานด้วยสายตาวาบหวาม
“เคยทำกับใครแบบผู้ชาย คุณลืมมันไปให้หมด จากนี้คุณจะเป็นผู้หญิง เป็นของผม คนที่คุณจะส่ายก้นของคุณเวลาอยู่ข้างบนมีแค่คนที่หน้าแบบผมเท่านั้นนักเขียน จำหน้านี้ให้ดี”
“ซี๊ด ด.. ป ปลาย เจ้ามอปลาย..” ก้นมัน.. คร่อมลงกับของๆเจ้ามอปลายพอดิบพอดี
“เอามันใส่เข้าไปในนั้นของคุณ แล้วใช้ของๆคุณรักผมนักเขียน”
 


“ทำสิ ..เจ้าสาว”
 
 
นักเขียนกัดฟัน
เพราะกระโปรงมันฟูเลยมองอะไรไม่ได้ พอวางมือลงไปที่หน้าท้องเจ้ามอปลายเพื่อยกก้นขึ้นก็กำได้แต่ชายกระโปรงที่เย็บซ้อนกันเป็นชั้นๆทั้งฟูทั้งนุ่มเหมือนลำตัวช่วงล่างถูกคลุมด้วยฟองสบู่
 
..อายจนหูอื้อ ความหยิ่งทระนงในแบบผู้ชายถูกทำลายลงอย่างวาบหวาม
 
นักเขียนเอามือเอื้อมไปด้านหลัง พยายามรั้งชายกระโปรงให้เลิกขึ้นมาเพื่อสอดมือลงไปประคองรัชทายาทตัวน้อยเอาไว้
“อ อือ.. คุณมันลามกที่สุดเลย เจ้ามอปลาย.. อึ่ก! ก ...”
พอกดตัวลงไป มันแน่นไปหมดทั้งก้น ยิ่งมองไม่เห็นของๆตัวเองอย่างทุกที แถมยังมองไม่เห็นอย่างอื่นนอกจากกระโปรงฟองสบู่ยิ่งรู้สึกเหมือนผู้หญิง เหมือนจนรู้สึกอาย เหมือนจนลืมไปแล้วว่าความรู้สึกตอนกดตัวลงไปแบบผู้ชายพร้อมกับใช้มือรูดรั้งของตัวเองเพื่อผ่อนคลายไปด้วยมันเป็นยังไง
 
ความทรงจำแรกที่ถูกสอดใส่ ค่อยๆจางและถอยห่างออกไป ..ห่างออกไป แทนที่ด้วยความอายในแบบผู้หญิงแทน
 
“ขยับสิ ..เด็กดี.. ส่ายสะโพกแบบที่คุณอยากทำ”
 
..คนสวย ..หื่นขนาดนี้เพราะใครกัน..
 
..ผมเองรึเปล่าวะเนี่ย
 
นักเขียนเอามือสั่นๆกำกระโปรงเจ้าสาวเอาไว้ มองไปที่กระจกก็เห็นแค่ผู้ชายเอวบางๆคนหนึ่งที่น่ารักไม่ต่างจากเจ้าหญิงในเทพนิยายผู้มีนิสัยห้าวทะโมนและซุกซน
ทั้งผ้าที่คลุมอยู่บนผม ทั้งเสื้อครอปเอวลอย ทั้งกระโปรงฟองสบู่ของเจ้าสาว มีแต่องค์ประกอบที่เข้ากันจนทำให้นักเขียนกลายเป็นเจ้าหญิงในเทพนิยายลามกไปแล้ว
รัชทายาทลำดับที่สามใจดีแต่ขี้แกล้งกว่าเจ้าชายองค์ไหน ความทรงจำในแบบผู้ชายที่ทำให้นักเขียนสับสนถูกล้างทิ้งไปจนหมดด้วยการปลุกตัวตนใต้จิตสำนึกให้นักเขียนรู้สึกถึงมันแทน
 
 “น่ารักมาก นักเขียน..”
 
ผ้าคลุมลูกไม้ปลิวมาสัมผัสกรอบหน้า นักเขียนปรือตามองเจ้ามอปลายด้วยใจที่เต้นแรง แรงจนหนวกหู
 
..เจ้าชายลำดับที่สามของอโยธยาผู้อ่อนหวาน ดวงตาสีจางๆกับริมฝีปากอ่อนนุ่มที่โค้งรับกันอย่างดีกับสันกรามและปลายจมูกโด่งสวย
 
“..เจ้ามอปลาย..”
 
..เจ้าชาย ของผม..
 
“อ่ะ!.. ” นักเขียนขยำชายกระโปรงสะท้านไปทั้งตัว
ผ้าลูกไม้พลิ้วไปตามจังหวะสั่นสะท้านของนักเขียน เสื้อครอปตัวเล็กรั้งขึ้นจนเห็นหัวนมที่ตั้งชัน กระโปรงฟองสบู่ซ้อนกันเป็นชั้นคลุมไปเกือบทั้งเตียงราวกับเจ้าหญิงจอมซุกซนกำลังถูกลงโทษด้วยบทลงโทษน่าอาย
“ซี๊ด..น่ารักจัง..” เจ้ามอปลายเอามือจับเอวนักเขียนทั้งสองข้าง มองหัวนมที่ตั้งชันสะท้านขึ้นลงตามจังหวะกดสะโพกของนักเขียนอย่างหลงไหล
“มอปลาย.. อื๊ออ ..!..”
นักเขียนหลับตาแน่น พอประสาทสัมผัสการมองเห็นถูกปิดลงความร้อนที่แทงเข้ามาข้างในมันยิ่งชัดเจน
พอไม่ได้เห็นของตัวเอง ไม่ได้รูดรั้งมันอย่างทุกครั้ง ทุกๆอย่างมันต่างออกไปจากที่เคยทำจนใจเต้นไม่เป็นส่ำ
 
 “อืมม ม!.. รักคุณ ..เจ้าสาวของปลาย”
 
..แสนหวาน อุ่นซ่านไปถึงใต้จิตใจ..
 
“มอปลาย.. เจ้าชาย ..ที่รัก— อะ !.. อ๊าาาา า!...”
 
“อึ่กก ก!—“
 
จังหวะสุดท้ายของสะโพก นักเขียนบิดเอวเร่าๆเพราะของเหลวร้อนในตัวเจ้ามอปลายมันทะลักเข้ามาจนเอ่อล้นออกนอกร่างกาย
“อือ อ.. เจ้ามอปลาย..”นักเขียนใช้สองมือสั่นๆประคองใบหน้าหวานๆของเจ้าชายในฝันเอาไว้แล้วบรรจงจูบลงไปด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่มี
 
จากนี้ คงจำได้แค่ใบหน้าแบบคุณ ..เจ้าชายผู้เป็นสุดที่รัก..
 
“เรื่องวันนี้เป็นความลับแค่ผมกับคุณ ห้ามบอกเจ้าพี่เด็ดขาดนะคะ” ริมฝีปากที่ถูกจูบจนแดงช้ำกระซิบคลอเคลียอยู่กับแก้มนักเขียน
 
ใต้กระโปรงฟองสบู่ รัชทายาทตัวดื้อยังเชื่อมกับเจ้าสาวผู้ซุกซนอย่างแนบแน่น
 
“คิดว่าผมจะกล้าบอกเรื่องนี้กับใครรึไงล่ะ” นักเขียนซุกหน้ากับไหล่เจ้ามอปลาย ไม่รู้ทำไมยังรู้สึกอายทั้งๆที่ต่างคนต่างเสร็จไปแล้ว
คนฟังยิ้มน่ารัก สองแขนโอบกอดรอบเอวน้อยๆของคนบนตักพร้อมกับใช้มือลูบแผ่นหลังที่ยังสั่นอย่างอ่อนโยน
“คุณตัวบางกว่าวันแรกที่กอดแล้วนะ”
“อือ.. น้ำหนักผมลดมั๊ง ..ก็เดี๋ยวคุณ เดี๋ยวพี่คุณ..” พูดได้แค่นั้นนักเขียนก็เอาหน้าซบข้างแก้มเจ้ามอปลายด้วยความอาย
เจ้าชายคนน้องลูบมือเข้าไปใต้เสื้อครอปพร้อมกับอมยิ้มกรุ้มกริ่ม
 
“งั้นคงต้องให้คุณทานเยอะๆแล้วสิ ..แบบนี้ อีกเดี๋ยวคุณก็ไม่สบาย”
 
คนฟังขยับสะโพกเบียดหน้าตักเจ้ามอปลาย ความรู้สึกอุ่นๆลื่นๆในก้นมันทำให้นักเขียนเลิกสับสนเพราะรู้แล้วว่าชอบแค่ไหนเวลาเจ้ามอปลายเข้ามาข้างในจนสุดแบบนี้
“ในความหมายของคุณ คือให้ผมกินคุณล่ะสิ แบบนั้นน้ำหนักคงเพิ่มหรอก”
เจ้ามอปลายหัวเราะ ส่วนที่เชื่อมต่อพอถูกผนังร้อนๆในก้นนักเขียนหยอกเย้าอีกครั้งก็พร้อมจะทำหน้าที่ของมันอย่างขยันขันแข็งอีกรอบ และอีกหลายๆรอบ
นักเขียนนิยายอีโรติคในชุดเจ้าสาวถูกรั้งเข้ามาชิดอกเจ้ามอปลาย เอวบางๆใต้เสื้อครอปเบียดเข้าหารัชทายาทที่สามของอโยธยาอย่างเขินอายเพราะภาพสะท้อนในกระจกไม่ต่างอะไรกับเทพนิยายที่ตัวเองเป็นเจ้าสาวแสนซุกซนที่โดนเจ้าชายปราบพยศจนหมดสภาพ
 
“อย่ากลับไทยเลยนะคะ อยู่ที่อโยธยากับปลาย  อยู่เป็นเจ้าสาวของมอปลายนะนักเขียน..”
 
ไม่ใช่แค่ประโยคคำพูด แต่เจ้ามอปลายประคองหลังมือนักเขียนไปจูบอย่างนุ่มนวลแล้วช้อนดวงตาสีอ่อนขึ้นมองคนบนตักย่างออดอ้อน
 
“อือ..”
 
คิดว่ามีใครต้านสายตาคุณไหวล่ะ เจ้าชายที่รัก..
 
“..ค่ะ จะอยู่ที่นี่กับคุณ จะเป็นผู้หญิงของคุณ—“
 
“ของเจ้าพี่ด้วย”
 
นักเขียนหัวเราะสดใส สองแก้มแดงจัดทั้งเขินทั้งอาย ทั้งขำเจ้ามอปลายที่ไม่เคยไม่คิดถึงพี่ชายคู่แฝดของตัวเองเลยแม้แต่นาทีเดียว
 
“ค่ะ.. แล้วแต่ที่รักจะรับสั่งมาว่าอยากให้เค้าเป็นอะไร”
 
รัชทายาทลำดับที่สามยิ้มทั้งปากทั้งตา
 
“..ถ้างั้น ตอนนี้ช่วยบอกที ว่าเจ้าสาวของมอปลายน่ารักยังไง”
“บอกอะไร บอกแบบไหนคะ หืม..” นักเขียนลากเสียงปรอยตาเพราะจริงๆก็รู้ว่าเจ้าชายหน้าสวยกำลังพูดถึงอะไร
เอวคอดใต้เสื้อครอปถูกจับเอาไว้ เจ้าชายตัวน้อยที่สอดอยู่ในก้นนักเขียนเริ่บซุกไซร้ในตัวเจ้าสาวอย่างแผ่วเบาอีกครั้ง
 
“บอกแบบเจ้าสาว ที่พร้อมจะปรนนิบัติเจ้าบ่าวบนเตียงไงคะคนดี”
 
“อื๊อ อ..”
 
..
.
 
ฟองสบู่บนเตียงนุ่มสั่นไหวอีกครั้ง
 
 
เห็นทีว่า พัดลมคงต้องเขี่ยหาหวี่แมงวันข้างๆวังกินไปแทนมื้อค่ำพลางๆก่อนแล้วล่ะนะ
 
 


 
ครืด.. ครืด..
 
-ติ๊ง-


 
‘ขอโทษสำหรับที่ผ่านมา’
 

‘ขอให้นักมีความสุขมากๆนะ’
 

-พี่ชายของคุณ-
 
 
 
 
 




“.......”
พีรวิชญ์กดส่งข้อความสุดท้ายก่อนจะลบเบอร์ของนักเขียนออกไปจากมือถือของตัวเอง
เครื่องบินเทคออฟออกจากสนามบิน พร้อมกับหัวใจของพีรวิชญ์ที่ยังรักแค่นักเขียนที่กำลังบินกลับสู่น่านฟ้าของประเทศที่ตัวเองจากมา
 
..ไล่ตามไปจนสุดขอบฟ้า เพื่อตกลงมาปีกหัก
 
เพื่อยังรัก และมองคุณแค่จากที่ไกลๆ
 
“......”
 
 
ขอโทษที่ทำร้าย
 
ขอบคุณที่เกิดมาให้พี่รักนะ
 
..นักเขียน..
 
 
 
 
 




 
“......”
เจ้าชายลำดับที่สองมองหน้าแฝดผู้น้องสลับกับหน้าของนักเขียนที่บรรยากาศเปลี่ยนไปแบบแปลกๆ
มันต้องมีอะไรเกิดขึ้นระหว่างที่หายกันไปนานสองนานตั้งแต่ตอนบ่ายๆ เพราะคนที่ปกติเจอหน้าเขาก็ชอบกวนประสาทหาเรื่องชวนทะเลาะแง่งๆตอนนี้กลับเม้มปากแน่นไม่พูดไม่จาจนผิดปกติ แถมยังหน้าแดงกัดปากอยู่ตลอดเวลาอย่างสุดจะมีพิรุธ
ส่วนน้องเขาก็ทำหน้าทำตาสดใสยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เหมือนมีเรื่องอะไรดีๆจนล้นปรี่ออกมาจากอกซ้ายนั่นด้วย
 
“......”
 
หึ
 
ดูท่าว่าคนดื้อ จะเจอกับคนดื้อกว่า
ศีลเสมอกันนี่ก็ดีอยู่หรอกนะ แต่หวังว่าคงไม่ได้พากันทำอะไรพิเรนท์ๆหรือสอนคำพูดอะไรทะลึ่งๆให้น้องเขาหรอกใช่ไหม
 
..เจ้านักเขียนนิยายลามก..
 
“......” นักเขียนหันไปเห็นเจ้ามอต้นจ้องอยู่ก็รีบหันหน้าหลบ มือไม้เกะกะทันทีไม่รู้จะเอาวางไว้ตรงไหน
พอหันไปมองทางเจ้าชายคนน้องทางนั้นก็ขบริมฝีปากยิ้มให้แถมยังแอบแลบลิ้นเลียมุมปากทำตากรุ้มกริ่มมาใส่เขาอีก
 
..นี่มองไม่ค่อยเห็นยังขนาดนี้ ถ้าสายตากลับมาดีจะต้านไหวมั๊ยเนี่ยไอ้นักเขียน
 
“......”
 
จะ
 
..เป็นบ้า เขินจนเป็นบ้าแน่ๆถ้ายังอยู่ตรงนี้
 
“ไอ้พัด! มึงกินข้าวไม่อิ่มใช่มั๊ย! ไป! หาข้าวกินกัน!!”
พัดลมถูกฉุดจากโซฟาจนหน้าคะมำ
“เห้ย— ! แต่ท้องกูจะแตกแล้วเนี่ย! เดี๋ยวก่อน โอ๊ย— ไอ้เหี้ยกูชนประตู ไอ้นักเขียนเดี๊ยวววว!!!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า..” เจ้ามอปลายหลุดหัวเราะเสียงดังพอเห็นนักเขียนลากเพื่อถูลู่ถูถังออกไปจากห้องด้วยหน้าตาที่แดงเถือกหลังจากที่เขาทำหน้าแบบนั้นใส่
“.....” เจ้ามอต้นมองรัชทายาทผู้เป็นน้องชายด้วยสายตาดุๆ “อะไรมอปลาย นี่กลับไปทานข้าวมา หรือไปทำอย่างอื่น”
เจ้าชายคนน้องมองเจ้ามอต้นแล้วก็ยิ้มกรุ้มกริ่ม
ริมฝีปากอ่อนนุ่มจูบไปที่แก้มเจ้าคนพี่เบาๆเหมือนสมัยเด็กเวลาตัวเองทำอะไรแผลงๆแล้วต้องการจะปิดปากพี่ไม่ให้บอกใคร
 
“ความลับครับ ..รอเจ้าพี่หายดีเดี๋ยวน้องจะเล่าให้ฟัง”
 
พูดแค่นั้นแล้วน้องก็เดินไปทิ้งตัวลงนั่งไขว้ขาที่โซฟาด้วยท่าทางอารมณ์ดี
“......”
เจ้าชายคนพี่ยกมือขึ้นจับแก้มตัวเอง ตาดุๆมองคนน้องที่ฮัมเพลงสบายอกสบายใจ
 


มันต้องมีอะไรแน่ๆ ที่หายกันไปนานสองนานเมื่อตอนบ่ายระหว่างสองคนนี้
 


..หึ..




 
รอหายดีก่อนเถอะ จะซักให้สะอาดเลยคู่แสบ
 
 
 


_______________________________________
เติมเต็มความหวานหลังกินมาม่าจนอิ่มหนำสำราญ -.,-   
ปล* คนเขียนมีปัญหาสุขภาพที่ยังไม่เต็มร้อยเท่าไหร่ มาๆหายๆเหมือนผีงี้แหละฮะ หลังเมษาสุขภาพจะแข็งแรงพร้อมลุยเหมือนเดิม  :katai4:
ขอบคุณทุกๆคอมเม้นท์งับผม

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ aiyuki

  • รักแท้ไม่แบ่งแม้เพศพันธุ์
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3380
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +133/-6
เจ้ามอปลายยยย งื้อออออ เขินนน

ออฟไลน์ YounIn

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1646
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-8
สนุกอ่ะ ชอบๆ
ไม่อยากให้มอปลายตาบอดเลย

ปล.มีบางตอนที่พิมพ์ชื่อพี่พี เป็นก็อต นะ

ออฟไลน์ little_munoi

  • ++ singular ++
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1906
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-3
โอ๊ย ตายแล้ววววววว
ละลายกับมอปลาย
นี่คิดไปไกลละ
อยากเห็นเจ้ามอต้นซักฟอกคู่แสบ
อร๊ายยยย คงฟิน~~~~

ออนไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2362
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-4
สองแสบ ของพี่มอต้น

ออนไลน์ Nung66669

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
วิธีปราบคนลามกต้องลามกกว่าเจ้ามอปลายสุดยอดจริงๆ อ่านแล้ว :-[  เจ้ามอต้นหายไวๆนะ
คนแต่งก็หายไวๆนะ

ออฟไลน์ MeanMania

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 48
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ตอนที่ 27. เมื่อหมอกสลาย นิยายรักเรื่องใหม่ก็ถือกำเนิดขึ้น



 
ประเทศไทย
 
 
“ไงมึง”
นักเขียนหันไปมองเจ้าของมือเล็กๆที่ยื่นมาตบไหล่ปุ่บๆหลังการสัมภาษณ์ของวันนี้เสร็จสิ้นลงและนักเขียนหลุดออกมาจากวงแฟนคลับได้
“เหนื่อยสิ มึงหิวยัง ไปหาไรกินกัน”
พัดลมเบ้ปากใส่เพื่อนที่เอามือมาเล่นหัวเขาทั้งๆที่รู้ว่าแฟนคลับจิ้นเขากับนักเขียนในความดูแลอยู่
“กูต้องดูแลนักเขียนแจกลายเซ็นต์ที่บูทอีก 2ชั่วโมงเลยอะดิ มึงหิวมากมั๊ยอะ”
นักเขียนพยักหน้าหงึกๆ เอามือล้วงกระเป๋ากางเกง
“รอได้ เดี๋ยวกูเดินดูอะไรแถวๆนี้ อีก 2 ชั่วโมงเจอกัน”
“มึงจะเอาเงินไปผลาญกับนิยายแปลอีกล่ะสิ”
นักเขียนหัวเราะ
“เออ แต่นิยายไทยใหม่ๆน่าสนใจช่วงนี้ก็มีเยอะอยู่นะ นักเขียนรุ่นใหม่ๆ ฝีมือดีๆกันทั้งนั้นเลย”
พัดลมพยักหน้า
“เดี๋ยวนี้นักเขียนรุ่นใหม่ลายเซ็นต์น่าสนใจเยอะ แต่บางคนยังเด็กอยู่ยังขาดประสบการณ์ บางคนยังไม่รู้วิธีเจาะตลาดคนอ่าน บางคนก็ยังไม่รู้แนวทางการเขียนของตัวเอง ซิกเนเจอร์เลยไม่ชัดเจน” เอามือล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วพูดต่อ “นิยายดีๆหลายเรื่องก็ไม่มีคนรู้เพราะนักเขียนบางคนอินดี้จัด เขียนตามใจฉัน ไม่ค่อยขายนิยายตัวเองเท่าไหร่ เป็นประเภทเขียนนิยายแล้วหวงไว้อ่านเอง เขียนไปเรื่อยตามที่ตัวเองพอใจ อยากเขียนก็เขียน ขี้เกียจก็หาย คนอ่านก็รอกันไป ถ้าเส้นเรื่องดีหน่อยคนอ่านก็รออย่างทุกข์ระทมเพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่นักเขียนมันจะมา”
นักเขียนเอานิ้วเกาจมูก รู้สึกเหมือนบรรณาธิการตัวเล็กกำลังหลอกด่า
“แต่ก็นะ จะเขียนนิยายถ้าพล็อตไม่น่าสนใจแล้วนักเขียนไม่มีวินัยก็แย่หน่อย คนที่อยากจะเดินในเส้นทางนักเขียนสายอาชีพจริงๆจังๆก็ต้องจัดระเบียบความคิดกับพฤติกรรมตัวเองด้วย แต่ถ้าเขียนไปเรื่อยแค่สนองตัณหาตัวเองอย่างมึงก็อีกเรื่อง”
“ด่ากูใช่มั๊ย”
บรรณาธิการตัวเล็กไหวไหล่
“กูแค่เปรยๆไง เดี๋ยวนี้นักเขียนรุ่นใหม่เกิดกันเยอะ บางคนอยากเป็นนักเขียนแต่ขาดวินัย คนอ่านน่ะถ้าเค้าชอบจริงๆเค้าก็รอได้ แต่ถ้านักเขียนไม่แน่นอนเกินไปเดี๋ยวเค้าก็รำคาญ ทุกวันนี้นิยายใหม่ๆผุดกันเป็นดอกเห็ด ตัวเลือกสำหรับคนอ่านมีเป็นตั้ง นักเขียนดังๆกว่าเค้าจะดังเค้าก็มาจากนักเขียนก๊อกแก๊กตัวเล็กๆนี่ล่ะ เพียงแต่ว่าเค้ามีความตั้งใจที่จะเขียนนิยายจริงๆแล้วก็รับแรงกระแทกจากคนอ่านได้ นักเขียนรุ่นใหม่บางคนอ่อนไหวจะตาย เจอรีแอคชั่นจากคนอ่านในแบบที่ไม่ได้คิดเอาไว้ก็หมดไฟเลิกเขียนนิยายไปเลยก็มี”
นักเขียนพยักหน้า
“กูไม่รู้หรอกว่านักเขียนคนอื่นเป็นยังไง แต่ถ้าให้พูดในมุมของกู กูว่านักเขียนค่อนข้างอารมณ์หลากหลาย รีแอคชั่นจากคนอ่านก็เลยกลายเป็นเรื่องอ่อนไหวของนักเขียนหลายๆคน อย่างกู กูเขียนเรื่องไหนกูก็รักนิยาย รักตัวละครของกู ก็เหมือนลูกน่ะ เวลามีใครมาว่าลูกมึงมึงจะโกรธไหมล่ะ”
“ไม่โกรธนะ แต่ถ้าบ้านมันไฟไหม้กูจะโทรไปสั่งข้าวเหนียวส้มตำหน้าปากซอย”
“มึงมันเลือดเย็น” นักเขียนหัวเราะก่อนจะพูดต่อ “คนอ่านบางคนเค้าก็ไม่ได้มานั่งเข้าใจนักเขียนหรอก เค้าก็แค่อยากอ่านก็อ่าน เราไม่มีสิทธิ์ไปบังคับให้เค้ามารับผิดชอบความรู้สึกของนักเขียนอะไรขนาดนั้น”
“แต่นิยายมันเป็นสมองของนักเขียน คนอ่านก็ต้องเคารพเจ้าของผลงานไม่ใช่เหรอ”
“มันก็ใช่..”
“แต่เขียนตามใจตัวเองไม่สนโลกอย่างมึงคงไม่ไม่มีปัญหาพวกนั้นหรอกมั๊ง”
นักเขียนหัวเราะ “มึงพูดเหมือนกูเป็นนักเขียนห่วยแตกยังไงไม่รู้ไอ้พัด มึงเป็นบรรณาธิการกูจริงปะเนี่ย”
“กูก็ไม่ได้ว่ามึงแย่ซะหน่อย” พัดลมหัวสั่นหัวคลอนไปตามมือเพื่อนที่เอามาโยกหัวเขาแรงๆ “ถึงมึงจะบ้าๆบอๆ คุยไม่ค่อยรู้เรื่องเวลาตอบคนอ่านแต่เพราะมึงเป็นแบบนั้นมันก็เลยเป็นซิกเนเจอร์เฉพาะตัวที่คนอ่านเค้าจำมึงได้ไง”
นักเขียนนิยายผู้ตอบคอมเม้นท์แบบอินดี้สไตล์เบ้ปาก
“มึงจะบอกว่ากูกวนตีน?”
"แล้วกวนตีนจริงไหมล่ะ”
“เอ๊า ไอ้ห่า”
 พัดลมยิ้มให้เพื่อนรัก
ตอนนี้สีหน้าของนักเขียนนิยายในความดูแลดูมีความสุขกับสิ่งที่ทำเหมือนกับตอนแรกๆที่เริ่มรู้จักกัน
“แต่คนอ่านส่วนใหญ่เค้าก็ชอบให้นักเขียนคุยด้วยนะ มันทำให้เค้ารู้สึกว่าเค้าไม่ได้ถูกมึงทิ้งอะ”
นักเขียนอมลมจนแก้มพองออกมา “เออ กูรู้ กูก็พยายามคุยอยู่ไง ”
“คุยได้สามคำก็หายมึงอะ”
ทั้งนักเขียนในความดูแลทั้งบรรณาธิการส่วนตัวต่างพากันหัวเราะ
“แล้ว มึงจะเขียนต่อ?”
นักเขียนเลิกคิ้ว “?”
พัดลมยักคิ้วกลับ
“อ๋อ” นักเขียนหัวเราะ รู้ว่าบรรณาธิการเพื่อนรักกำลังพูดถึงอะไร
“มึงบอกจะเขียนภาคต่อไม่ใช่? กูรออยู่เนี่ย”
“เออ ไม่ได้จะเขียน กูเขียนแล้ว” นักเขียนพูดยิ้มๆ
พัดลมเหล่ตามองนักเขียนในความดูแลที่ทำหน้ามีความสุขทุกครั้งเวลาพูดถึงนิยายเรื่องสำคัญที่เจ้าตัวรวมเอาทุกสิ่งทุกอย่างใส่เข้าไปไว้ในนิยายจนกลายเป็นนิยายอันดับหนึ่งในใจของตัวเอง
ถึงแม้นิยายเรื่องที่ว่าจะไม่ได้เป็นนิยายขายดีเหมือนเรื่องที่นักเขียนได้รับเชิญมาพูดคุยในงานหนังสือวันนี้ก็ตาม แต่พัดลมก็รู้ว่านิยายเรื่องไหนเป็นเรื่องที่นักเขียนหวงมันมากที่สุด
เพราะกว่าเขาจะแงะออกมาจากอกนักเขียนเพื่อตีพิมพ์ได้ มันเล่นตัวอยู่หลายเดือนกว่าจะยอมส่งต้นฉบับมาให้เขา แถมยังถามละเอียดยิบว่าเขาจะแก้ไขนิยายมันรึเปล่า ถ้าแก้นิดเดียวมันก็ไม่ให้ เป็นนักเขียนกวนตีนที่ควรเขียนนิยายแล้วเก็บไว้อ่านเองที่บ้านจริงๆ
“ไปแอบเขียนตั้งแต่ตอนไหนวะ แล้วมึงลงเวปแล้วหรอ”
นักเขียนไหวไหล่
“ก็ช่วงที่ไปเฝ้าเจ้ามอต้นที่โรงพยาบาลนั่นล่ะ กูยังไม่ได้ลงให้อ่านหรอก รอให้เล่มออกมาครบก่อน ถึงตอนนั้นกูคงเขียนไปได้ค่อนเรื่องแล้ว”
พัดลมยิ้มกริ่ม เงินกำลังจะหมุนมาหาข้าพเจ้าอีกแล้วสินะ
“ไม่นานหรอกน่า นี่กำลังรอคิวขึ้นแท่นพิมพ์อยู่บอกอใหญ่เพิ่งมีคำสั่งมา เดี๋ยวมึงได้เห็นเล่มที่เหลือเร็วๆนี้แน่นอน”
“เออ กูรออย่างอดทนอยู่เนี่ย ถ้าลูกกูขี้เหร่มึงโดนกูเตะแน่” นักเขียนผลักหัวเพื่อนอย่างอารมณ์ดี
คนถูกคาดโทษล่วงหน้ายกขาถีบ รู้อยู่หรอกว่านักเขียนกังวลกับการที่เขาเอานิยายสุดที่รักของมันมาตีพิมพ์แค่ไหน มันกลัวจะไม่ออกมาอย่างใจ กลัวนั่นกลัวนี่ เพราะเรื่องนี้มันหวงของมันจริงๆ
 
“ขอโทษนะครับ”
 
พัดลมกับนักเขียนหันไปมองพร้อมกัน
“ใช่คุณนักเขียนนิยายเรื่องนี้รึเปล่าครับ พอดีมีคนสั่งดอกไม้กับทางร้านเราให้เอามาส่งให้น่ะ”
พัดลมมองดูหน้าปกนิยายในจอมือถือที่พนักงานของร้านดอกไม้เปิดขึ้นมาให้ดู
“ใช่ครับ เขาเป็นนักเขียนเจ้าของนิยาย” บรรณาธิการตัวเล็กยิ้มอย่างภูมิใจ
พนักงานส่งดอกไม้หน้าตาน่ารักยื่นช่อกุหลาบสีน้ำเงินช่อใหญ่ส่งให้นักเขียน
“นี่ครับ คุณลูกค้าออร์เดอร์มาจากต่างประเทศให้ทางร้านจัดส่งมาให้คุณวันนี้”
นักเขียนนิยายที่ไม่ได้คาดหวังอะไรกับดอกไม้ เพราะไม่เคยมีคนหอบมาให้ถึงแม้จะเป็นงานอะไรก็แล้วแต่ยืนเม้มปาก
“........”
 
เอื้อมมือไปรับ ประคองไว้ในแขนอย่างระมัดระวัง ..หัวใจ.. เต้นเสียงดังจนหนวกหู
 
คนที่จะรู้จักดอกกุหลาบสีน้ำเงิน มีแค่คนที่อ่านนิยายเรื่องนั้นของเขา
 
การ์ดใบเล็กๆที่เสียบอยู่ในช่อดอกไม้ถูกนักเขียนหยิบขึ้นมาเปิดอ่าน
 
 
 
‘ขอให้หนังสือขายดีๆนะคะ นักเขียนนิยายที่รัก’
 
-เจ้าชายของคุณ

 
 
“......” นักเขียนเม้มปาก คำพูดลงท้ายประโยคหวานๆแบบนี้ก็มีแค่คนเดียว
 
..เจ้ามอปลาย..
 
 
“ขอโทษนะคะ ใช่คุณนักเขียนนิยายเรื่องนี้รึเปล่าคะ”
“อ่า ครับ ใช่ครับ”
 
ช่อดอกชมนาดขนาดใหญ่ถูกยื่นมาให้ตรงหน้า
 
“ดอกไม้ของคุณค่ะ”
 
นักเขียนมองหน้าพนักงานคนสวยที่ยิ้มหวาน ก่อนจะยื่นมือออกไปรับมันมากอดเอาไว้พร้อมกับรอยยิ้มที่ห้ามยังไงก็ห้ามไม่อยู่พอเห็นข้อความสั้นๆบนการ์ดที่เสียบมาในช่อดอกไม้ที่คงไม่มีร้านไหนในโลกยอมทำออเดอร์แสนบอบบางนี้ให้กับลูกค้าอีกแล้วแน่ๆ
 
 

‘นิยายสนุกมาก’
 
‘มอต้น’


 
“.....” ไปแอบอ่านนิยาย ของเขาตอนไหนเนี่ย..
 
 
ตึก
ตึก ตึก..
 
..ต้องทำให้ ขนาดนี้มั๊ยล่ะ คู่แฝดบ้า
 
แค่กลับมาไทยเพื่อทำงานไม่กี่วันก็คิดถึงจะแย่อยู่แล้วยังมาทำโรแมนติคข้ามประเทศอีก
คอยดูนะ เสร็จงานแล้วจะกลับไปฟัดให้ช้ำทั้งคู่เลย
 
“.......” พัดลมมองหน้าเพื่อนที่มีความสุขจนล้นก่อนจะยิ้มแล้วถอนหายใจ
 
เรื่องเลวร้ายคงลาขาดจากนักเขียนซะที
 จากนี้ คงไม่ต้องห่วงว่าเจ้านักเขียนคนนี้จะไม่มีความสุข

เจ้ามอปลาย เจ้าชายพระองค์เล็กผู้อ่อนหวานและแสนดี
กับเจ้ามอต้น เจ้าชายคนพี่ผู้อบอุ่นและอ่อนโยน
 
เพื่อนเขา.. คงไม่ต้องทรมานกับความรักในครั้งนี้เหมือนที่เพิ่งผ่านพ้นมาอีกแล้วล่ะนะ
 
นักเขียนไล้จมูกหอมลงไปในช่อดอกไม้ทั้งสองช่ออย่างถนุถนอมก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนที่พอเห็นนักเขียนเงยหน้ามามองก็เบ้ปากใส่ขำๆอย่างหมั่นใส้คนมีความสุขจนล้นปรี่
“มึง”
“เออ”
นักเขียนโน้มเข้าไปหอมหน้าผากคนตัวเตี้ยกว่าเร็วๆแบบไม่ให้พัดลมตั้งตัว
“ขอบคุณนะเว้ย เพราะมึงกูถึงรู้จักอโยธยา ได้ไปเจอเค้าสองคน  คนที่ชีวิตนี้กูไม่คิดว่าจะได้เจอ"
“...” พัดลมหน้าแดง ยกมือขึ้นปิดหน้าผาก
ก็เพื่อนมันมาหอมเขากลางฝูงชนเนี่ย
 
“การที่เค้าสองคนเข้ามาเติมพลังให้ตอนที่กูทำในสิ่งที่กูรัก มันดีมากๆเลยมึง”
 
พัดลมย่นจมูกหัวเราะอย่างหมั่นใส้
“ทั้งในฐานะบอกอ ทั้งในฐานะเพื่อน มึงคือที่สุดจริงๆ หลายสิ่งหลายอย่างกูผ่านมันมาได้ก็เพราะมีมึง ทั้งเรื่องนิยาย ทั้งเรื่องส่วนตัว ทั้งที่กูก็เหี้ยๆแต่กูก็ยังมีเพื่อนที่โคตรดีแบบมึง ขอบคุณมึงมากๆเลยว่ะ”
พัดลมหัวเราะเอามือดันหน้านักเขียนออกห่างเพราะแฟนคลับของนักเขียนเริ่มแอบถ่ายรูปซุบซิบกันยกใหญ่กับฉากวายๆของบรรณาธิการหน้าหวานและนักเขียนในความดูแล
“ก็มึงนิสัยห่วยแตกแบบนี้ ถ้ากูทิ้งมึงไปใครจะคบมึงเป็นเพื่อนล่ะ นี่กูคบมึงเพราะกลัวมึงไม่เหลือเพื่อนบนโลกใบนี้หรอกนะจำเอาไว้ด้วย”
นักเขียนดีดหน้าผากคนพูด ไม่สนว่าจะเป็นเป้าสายตาใคร
 
ไม่จับไอ้ตัวเล็กปากหมาจูบโชว์ก็ดีแค่ไหน
 
“เออ ขอบใจ มึงโคตรดีทุกอย่าง ยกเว้นหมาในปากมึงที่ชอบออกมาเพ่นพ่านนี่ล่ะ”
คนฟังเอามือคลำหน้าผากป้อยๆ
“มาดีดหน้าผากกูทำไม กูต้องทำงานต่ออีกนะ แดงมั๊ยเนี่ย”
นักเขียนยิ้มขำเพื่อนที่บ่นงึมงัมๆพร้อมกับทำหน้างอใส่เขา
“เออ มึงจะเอากาแฟมั๊ย เดี๋ยวกูเดินไปซื้อให้”
บรรณาธิการตัวเล็กพยักหน้ารัวๆ“เอาๆ เหมือนเดิมนะ เดี๋ยวกูต้องไปบูทแล้วล่ะซื้อมาแล้วมึงก็เดินเอาไปส่งกูที่บูทด้วย” พูดจบพัดลมก็หันไปรับโทรศัพท์จากนักเขียนในความดูแลอีกคนที่โทรเข้ามาแต่ยังเงยหน้ามาพูดกับนักเขียนที่หอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่สองช่อจนเต็มแขนสองข้าง “ดอกไม้อะ ฝากกูไปไว้ที่บูทก่อนมั๊ย ชมนาดมันจะช้ำง่ายถ้ามึงหอบร่อนไปร่อนมาแบบนี้”
นักเขียนมองช่อดอกไม้ในอ้อมกอดแล้วยิ้มอย่างมีความสุข
 
“ไม่เป็นไร กูว่ากูดูแลได้”
 
 
..ก็มันคือความหวานจากเจ้าชาย ..ที่รัก..ทั้งสองพระองค์
 
 
 
 
 
 


 
Rrrr..
 
โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงสั่นครื่ดๆ นักเขียนค่อยๆวางช่อดอกไม้ลงกับโต๊ะกระจกในร้านกาแฟอย่างระมัดระวัง
เบอร์โทรที่เมมชื่อเอาไว้ว่า “ที่รัก” โชว์หราขึ้นมาบนหน้าจอมือถือ
นักเขียนนิยายที่เพิ่งจะบินกลับไทยมาได้สามวันอมยิ้มก่อนจะกดรับพร้อมกับก้มลงไปหอมช่อดอกกุหลาบสีน้ำเงินอย่างมีความสุข
“ว่าไงคะ ตรวจตาเสร็จแล้วเหรอ หมอบอกว่าไงบ้าง”
 
“อื้ม ปลายทางแล้วล่ะ แต่หมอท่านเพิ่งบอกข่าวดีว่าผมจะได้ผ่าตัดเปลี่ยนดวงตาเร็วๆนี้” เสียงปลายสายยังสดใสเช่นเดิม
 
นักเขียนชะงัก “จริงเหรอคะ! โรงพยาบาลที่ไหน?”
 
ได้ยินยินเสียงปลายสายหัวเราะ “ที่ไทย บ้านที่รักไงคะ ไม่รู้ข่าวเหรอว่ามีคุณหมอฝีมือดีเกี่ยวกับโรคตาอยู่ใกล้ๆที่รักน่ะ”
 
นักเขียนมือสั่น “นี่พูดจริงใช่มั๊ย?”
ทำไมไม่เคยรู้ว่าประเทศไทยมีหมอเก่งเรื่องตาอยู่ที่นี่ เส้นผมบังภูเขาใกล้ตัวขนาดนี้ไอ้บ้าเอ๊ย!
 
“อื้ม จริงค่ะ แล้วก็ได้คุยกับหมอท่านแล้ว ท่านนัดที่รักไปตรวจอย่างละเอียดที่ไทยอีกที เลยโทรมาบอกข่าวดีที่รักไง”
 
นักเขียนคว้าช่อดอกกุหลาบมากอดอย่างดีใจ “จะผ่าได้เมื่อไหร่? มาไทยวันไหน ที่รักมาก่อนล่วงหน้ามั๊ยเค้าจะได้หาที่พักไว้รอ”
 
เจ้ามอปลายทำท่าคิด “อืม.. คุณหมอท่านบอกว่ารอเซ็ตเครื่องมือแพทย์ตัวใหม่เข้าระบบให้เรียบร้อยก่อน แต่จะดำเนินการให้เร็วที่สุดก่อนประสาทตาจะดับ เพราะถ้าตายังเหลือปฏิกิริยาต่อแสงอยู่หนทางการรักษามันจะมีประสิทธิภาพสูงกว่ากันมาก ท่านบอกว่าไม่เกินหนึ่งเดือนหลังจากนี้เครื่องมือกับคุณหมอท่านแล้วก็ทางโรงพยาบาลที่ไทยพร้อมแน่นอน เตรียมตัวเดินทางได้เลยค่ะ”
 
อยากตะโกนให้สุดเสียง ถ้าไม่ติดว่าอยู่ในห้างและกำลังรอกาแฟอยู่ในร้านหรูๆนี่ล่ะก็
“ที่รักบินมาเลยนะคะ รอหว่างรอหมอเซ็ตเครื่องมือเค้าจะพาที่รักเที่ยวรอ”
 
คนที่อโยธยาหัวเราะ “ไม่รอให้ที่รักผ่าตัดก่อนเหรอคะ เที่ยวตอนนี้ที่รักก็มองอะไรไม่เห็นอยู่ดีนั่นล่ะ”
 
นักเขียนเอาหน้าฟุบลงกับแขนตัวเองที่วางพาดอยู่บนโต๊ะ “อือ.. รีบมา ที่รักเก่งอยู่แล้ว เค้ารู้ว่าที่รักใช้ความรู้สึกมองทุกๆอย่างได้ พอที่รักหายก็เที่ยวอีกรอบ ..นะคะ มาเลยนะคะเค้าอยากพาที่รักไปบ้านไปหาพ่อกับแม่เค้า”
 
เจ้ามอปลายหันไปหาเจ้าชายคนพี่ที่เพิ่งได้รับอนุญาติจากหมอให้ออกจากโรงพยาบาลได้4วัน
“เจ้าพี่ ระหว่างนี้เรามีงานอะไรต้องทำรึเปล่าครับ”
เจ้ามอต้นปิดฝากระโปรงท้ายรถแล้วเดินมายืนข้างๆเจ้ามอปลายที่ยืนพิงประตูรถอยู่
“พี่เคลียร์เสร็จตั้งแต่ก่อนออกจากโรงพยาบาลแล้วล่ะ”
เจ้ามอต้นเอามือจับแขนน้องให้ถอยออกมา ก่อนจะเปิดประตูรถแล้วกดตัวน้องให้เข้าไปนั่งโดยเอามือบังศรีษะเจ้ามอปลายไว้ไม่ให้ชนกับกรอบประตู
รัชทายาทผู้พี่ที่ร่างกายหายดีเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เดินอ้อมไปนั่งฝั่งคนขับ มหาดเล็กและนางในวังคอยดูแลอยู่ห่างๆเพราะสองรัชทายาทไม่ชอบให้ใครมาดูแลเกินความจำเป็น
 
แค่น้องตามองไม่ค่อยเห็นพวกเขาดูแลกันเองได้
 
พอเจ้ามอต้นขึ้นมานั่งบนรถเจ้ามอปลายก็หันไปพูดกับพี่ต่อ มือก็ดึงสายนิรภัยมาคาดอกตามความเคยชินด้วยตัวเอง
“น้องว่าเราอาจจะต้องรีบไปขอขมาคุณพ่อคุณแม่นักเขียนเค้านะครับ เรื่องที่เราไปผิดผีลูกเค้าทั้งๆที่ยังไม่ได้ตบแต่งให้ถูกจารีตประเภณีน่ะ”
 
นักเขียนหัวเราะกับความช่างพูดช่างจาของปลายสาย ริ้วแดงเล็กๆพาดผ่านผิวแก้มทั้งสองข้างอย่างห้ามไม่ได้
 
“จากนี้มีแต่งานของเจ้าพี่ไคท์ ส่วนเราสองคนก็เป็นผู้ไร้งานไร้การไปซักระยะหนึ่ง จะไปหาผู้ใหญ่ก่อนน้องผ่าตาก็ไปได้อยู่” จริงๆคือเจ้ามอต้นพยายามเคลียร์งานในส่วนของน้องกับของตัวเองทุกอย่างในช่วง 3 – 4 เดือนหลังจากนี้เพื่อให้มีเวลามากพอสำหรับการพักรักษาตัวและผ่าตัดตาของเจ้ามอปลายหลังจากที่หมอมาแอบแจ้งข่าวดีกับเขาตั้งแต่ช่วงที่เขายังนอนแหง็กอยู่กับเตียงว่าดวงตาของรัชทายาทพระองค์เล็กมีหนทางการรักษาแล้ว
“เจ้าพี่ว่าแบบนั้นแหน่ะ” เจ้ามอปลายหันมาพูดกับคนในสาย
 
นักเขียนยิ้มสดใส ประคองช่อชมนาดช่อใหญ่ขึ้นมาหอมแล้วทำหน้ามันเขี้ยว  “ให้เค้าไปรับที่รักกับป๋าที่อโยธยามั๊ยคะ?”
 
เจ้ามอปลายหัวเราะ “จะมาทำไมคะ บินไปบินกลับคิดว่าตัวเองเป็นนกรึไง” พอสัมผัสจากมือเจ้าคนพี่ไล้มาแถวหางตารัชทายาทผู้น้องก็พริ้มตาทั้งสองข้างแล้วเอนหลังลงพิงเบาะรถ
 


“รออยู่ที่บ้านนั่นล่ะค่ะ เดี๋ยวที่รักกับเจ้าพี่จะไปหา”
 

“อื้อ..”
เสียงหวานๆของเจ้ามอปลาย.. ทำให้คนฟังคิดถึงแค่ไหนจะรู้ตัวรึเปล่า
“มาให้ไวเลยค่ะ ..คิดถึงที่รักจนจะขาดใจตายแล้วเนี่ยรู้ไหม” นักเขียนรวบดอกไม้ทั้งสองช่อมากอดไว้
 
เจ้าชายคนน้องอมยิ้ม  "..รู้ ที่รักก็คิดถึงที่รักจะแย่แล้วเหมือนกัน เดี๋ยวกำหนดวันเดินทางแล้วที่รักโทรบอกอีกทีนะคะ”
 
“อื้อ”
 

“ดีขึ้นไหม” เจ้ามอต้นกระซิบถามเจ้าชายคนน้องด้วยเสียงอ่อนโยน
เจ้าชายคนพี่จะคอยนวดขมับให้ เพราะทุกครั้งที่มาให้ยาปฏิชีวนะเสร็จแล้วเจ้ามอปลายจะปวดรอบๆขมับจากอาการข้างเคียงหลังใช้เครื่องมือทางการแพทย์กระตุ้นเส้นประสาทในดวงตาทั้งสองข้างให้ยังตอบสนองต่อแสงเพื่อยื้ออาการที่เริ่มแย่ลงเรื่อยๆ
“รู้สึกดีมากเลยครับ น้องเหมือนจะหลับอีกแล้ว” เจ้าชายคนน้องพึมพัม ความง่วงเริ่มคืบคลาน “ที่รัก..”
 
“คะ?”
 
“ชอบดอกไม้นั่นไหม”
 
“อื๊อ ชอบ.. มันสวยมาก ..ขอบคุณที่รักนะคะ” จริงๆมีเป็นร้อยเป็นพันคำที่อยากบอก แต่นักเขียนคงถนัดเรื่องการกระทำมากกว่าเรื่องคำพูดเลยได้แต่กอดหอมช่อดอกกุหลาบบนโต๊ะด้วยความคิดถึงเจ้าของดอกไม้ที่อยู่ในสาย “ชมนาดก็ชอบ ...ฝากบอกป๋าทีว่าเค้าขอบคุณ..”
 
“บอกเองไม่ได้หรือไง” เสียงเจ้ามอต้นแทรกมา
 
นักเขียนหน้าแดง
 
“ที่รักกับเจ้าพี่คิดกันตั้งนานเลยนะกว่าจะสรุปได้ว่าจะให้ดอกไม้อะไรกับที่รักดี” เจ้ามอปลายปิดปากหาวแล้วยิ้ม “เจ้าพี่บอกว่า ที่รักน่าจะชอบดอกไม้แปลกๆที่อยู่ในนิยายของที่รัก” เจ้ามอปลายยิ้มหวานอย่างมีความสุขเพราะสัมผัสได้ตลอดว่าถึงพี่เขาจะชอบดุแต่ก็ใส่ใจนักเขียนไม่ต่างจากเขา “..กว่าจะสั่งดอกกุหลาบสีนี้ได้ยากโคตรๆ ที่ไหนๆก็บอกไม่มี มีแค่ร้านนี้ที่ยอมหามาให้ ไม่รู้เค้าไปหามาได้ยังไง มีแค่ร้านเดียวที่ไทยด้วย”
 
นักเขียนเม้มปากมองดอกกุหลาบสีน้ำเงินสวยแปลกตาที่วางอยู่ตรงหน้า
 
..แหงล่ะ มันหาซื้อหาดูได้ง่ายๆซะที่ไหนกันล่ะ ตัวเขาเองเอามาใส่ในนิยายยังไม่เคยเห็นดอกจริงๆของกุหลาบสีน้ำเงินของแท้เลย
 
“.....”
 
ช่อนี้มันกี่บาทกันล่ะเนี่ยที่รัก....
 
“ชมนาดที่ไทยเหมือนหาง่ายนะ แต่ไม่มีใครเอามาจัดใส่ช่อเพราะแปบเดียวมันก็ช้ำ เจ้าพี่ข่มขู่ร้านให้ทำให้พิเศษเพื่อที่รักเลยรู้รึเปล่า”
 
นักเขียนหัวเราะ
ก็ดอกชมนาดมันบอบบาง ช้ำง่าย ไม่ใช่ดอกไม้สำหรับจัดช่อ ใครเขาจะหามาทำให้กันล่ะ
 
แต่ก็นะ ..ไปขู่เขาอีท่าไหนเนี่ยพ่อคนดุ ร้านถึงยอมจัดให้ช่อใหญ่ขนาดนี้
 
“.....”
 
สองพี่น้องนี่ แค่เพื่อดอกไม้แสดงความยินดีให้เขาพากันลงทุนไปเท่าไหร่กัน
 
 นักเขียนหน้าแดงแต่เก็บอาการสุดชีวิตเพราะผู้หญิงในร้านกาแฟเยอะ แถมขยันส่งยิ้มหวานๆมาให้ผู้ชายหล่อๆอย่างเขาอยู่ด้วย จะมาขงมาเขินเพราะโดนเจ้าชายฝาแฝดทำโรแมนติคข้ามประเทศมันไม่ด๊าย
 
“ที่รักคะ”
 
“คะ?" นักเขียนพึมพัมขานรับเสียงอ่อนเสียงหวาน
 
“คิดถึง ..อยากกอดที่รัก อยากจูบด้วย”
 
..น่าน ยิ่งพยายามกลั้นเขินอยู่ นี่ก็เน๊าะ
 
“อื๊อ..อยากให้ที่รักกอดเหมือนกัน” นักเขียนพูดเสียงเบา “..รีบมา นะคะ ..ป๋าด้วย”
 
เจ้ามอปลายส่งมือถือไปให้เจ้าคนพี่ที่ได้ยินทุกอย่างที่นักเขียนพูด
“.....” เจ้ามอต้นหัวเราะหึๆในคอ “อย่าลืมกลับบ้านไปเอาลูกปืนพ่อคุณซ่อนให้หมดด้วย ยิงขู่แล้วพลาดโดนมอปลายขึ้นมาเดี๋ยวจะจับขังคุกให้หมดหมู่บ้านเลย”
 
รู้สึกว่านิสัยดุๆขวางๆของเจ้ามอต้นจริงๆแล้วก็น่ารักดี
“ผมคุยกับพ่อไปบ้างแล้วว่าคุณดุ แถมยังหวงน้องสุดๆ แต่พ่อบอกว่าพามาเลย ดุไม่ดุคุยกับลูกซองพ่อดู เดี๋ยวก็รู้เรื่อง”
 
เจ้ามอต้นวางมือจากการนวดให้เจ้าคนน้องที่เอาหลังมือขึ้นมาปิดปากหาวหวอดๆคอใกล้พับเตรียมหลับเต็มที่
“เจอกันจริงๆแล้วลูกเขยหล่อ ระวังพ่อคุณจะวางปืนไม่ทัน”
 
นักเขียนหัวเราะน่ารัก คำพูดแทนตัวสั้นๆกับประโยคหลงตัวเองทำเอานักเขียนนิยายกามๆอย่างนักเขียนหน้าแดงจนแทบจะกินดอกชมนาดตรงหน้าเข้าไป
 
“ยังไม่แต่งเลย มาตู่เป็นลูกเขยพ่อผมได้ไง”
 
เจ้ามอต้นหัวเราะ “ก็ได้คุณแล้วไง ไม่แต่งก็เหมือนแต่งไม่ใช่เหรอ”
 
นักเขียนพูดไม่ออก พี่กับน้องนิสัยเริ่มละลายใส่กันแล้วมั๊ยเนี่ย...
 
“ผ่าตาให้มอปลายเสร็จจะแต่งเลยก็ได้ สินสอดมีอยู่แล้วเรือนหอก็มี ผู้ใหญ่ทางผมแค่ผมบอกว่าพร้อมเค้าก็พร้อม จะไปบ้านคุณแล้วดูฤกษ์แต่งรอไว้ยังได้ มอปลายหายดีแล้วก็จัดพิธีที่ที่ไทยแล้วค่อยกลับมาจัดที่อโยธยา จดทะเบียนต่อให้เสร็จเลย”
 
นักเขียนย่นจมูกซนๆใส่คนในสาย ริ้วแดงๆเพราะความเขินอายพาดไปทั่วหน้าทั่วหู
“เบื่อจริงคนมีอำนาจนี่”
 
“มีตังค์ด้วย” ว่าแล้วคนดุก็ขำเอง
 
นักเขียนหัวเราะตาม “ผมเป็นลูกชายคนโต ระวังพ่อเรียกร้อยล้านนะป๋า”
 
“เหรอ เดี๋ยวให้ฟาโรห์แบกไปเผื่อซักพันล้าน”
 
นักเขียนเบ้ปาก อยากจะฟัดปากพ่อคนเงินเยอะนี่เหลือเกิน
 
“..ป๋า..”
 
“..ว่า”
 
“เกือบสามเดือนแล้วนะ”
 
“?”
 
“.....”
 
“....” รัชทายาทลำดับที่สองมองหน้าจอมือถือด้วยสายตาอ่อนลงพร้อมกับรอยยิ้ม
 
 
“คิดถึงป๋ามากเลย”
 
 
แน่นอนว่าได้ยินทั้งเจ้ามอต้นและเจ้ามอปลาย รัชทายาทสองพี่น้องอมยิ้มพร้อมๆกัน ด้วยใบหน้าแบบเดียวกัน
“รู้แล้วน่า ก็จะบินตามไปหาถึงบ้านแล้วนี่ไง รอหน่อยไม่ได้เหรอเจ้านักเขียนหื่น”
 
นักเขียนหัวเราะแต่หน้าก็แดง “อะไร ..ยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ”
 
“ไม่ต้องพูดหรอก เดาออกหมดนั่นล่ะว่าคิดอะไรอยู่ อีกสามวันมารอรับด้วย”
 
ปากบางๆเม้มเข้าหากันเพื่อกลั้นรอยยิ้มเอาไว้อย่างสุดชีวิต
“..อื้อ”
“คิวที่ 13 ลาเต้ปั่นได้แล้วค่ะ”
นักเขียนเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงเรียกของพนักงาน
“ป๋าครับ ที่รักคะ เค้าสั่งกาแฟไว้ เดี๋ยววางสายก่อนนะ”
 
“เดี๋ยว”
 
“หือ ..ครับ?”
 
“.....”
 
“ครับ?” นักเขียนถามย้ำ
 
“ไม่มีอะไร”
 
“....”
 
 
“ดอกไม้ สวยไหม”
 
นักเขียนหน้าแดงอีกครั้ง
“..สวยมากครับ”
 
“อืม..”
 
“.....”
 
“.....”
 
 
“หนูรักป๋านะ”
 
 
“....”
 
“....” ..อ่า หน้าร้อนหมดแล้ว นี่มันกลางร้านกาแฟแล้วก็กำลังยืนรับกาแฟอยู่หน้าเค้าน์เตอร์ด้วย
 
“หึ..”
 
“.....”
 
 


“รักหนูเหมือนกันนักเขียนคนเก่ง”


“.....”
 



อืม..


อื้มมม ม....





_________________________________________________
**อีก 2 โค้งสุดท้าย สำหรับนิยายเรื่องนี้แล้วนะคะ ^^
แน่นอนว่า ยังมีฉากเจ้าพี่คนดุอยู่ตามลำพังกับเจ้านักเขียนลามกตอนเจ้ามอปลายผ่าตัดแน่นอน -.,-
และยังเหลือฉากซักฟอกสองตัวแสบของเจ้าพี่ให้อ่านกันส่งท้ายความรักนี้แน่นอน

งานประจำทำให้สุขภาพมีปัญหาอยู่พักใหญ่ แต่ตอนนี้กำลังดีขึ้นเรื่อยๆแล้วค่ะ
ขอบคุณมากๆสำหรับทุกคอมเม้นท์นะคะ
คนเขียนเองก็นิสัยกากๆห่วยๆคล้ายๆนักเขียนในเรื่องนี้ล่ะ ถ้ามาๆหายๆ คุยไม่รู้เรื่องเหมือนจะกวนตีX อ่านตอนนี้จบก็เข้าใจกระผมหน่อย -.,- ข่อยแค่อึนบ่ได้จิกวนXXXไผเด้อ 55
คุณบก.ก็ส่งซิกมาตอนเจอกันที่งานหนังสือแต่ว่ายังไม่ได้ตกลงกันเป็นทางการ แต่คิดว่าถ้าจะตีพิมพ์ก็คงกับทางสนพ.เดียวกันกับมาเฟียล่ะฮะ เพราะมันค่อนข้างเกี่ยวข้องกันพอสมควร (แต่ยังไม่ได้อยู่ในกระบวนการตกลงใดๆเพราะฉันยังเขียนไม่จบ ฮ่า ฮ่า...)

ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะคะ

MeanMania-





ออฟไลน์ MeanMania

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 48
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ตอนที่ 28. กลับบ้าน




 
“ไม่เห็นเคยบอกว่าคุณเป็นลูกหลานเจ้านายทางเหนือ”

นักเขียนชูแขนสองข้างขี้นบิดไล่ความเมื่อยขบจากการขับรถทางไกลหลายชั่วโมงจากกรุงเทพมาจังหวัดน่าน
“ก็แค่มรดกนามสกุลรุ่นสู่รุ่น ผมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีเชื้อเจ้าเลยซักนิดเดียว” เบ้ปาก “พอเข้ามหาลัยผมก็ไปอยู่กรุงเทพ แล้วก็แทบไม่ได้กลับมาที่นี่ เพราะตั้งแต่พ่อรู้ว่าผมเริ่มคบผู้ชาย เจอหน้าทีไรก็ทะเลาะกับพ่อทุกทีเลยไม่กลับดีกว่า”
ปลายรองเท้าของใครซักคนเหยียบย่างออกมาต้อนรับนักเขียนถึงหน้าคุ้ง
 
“ไอ้ลูกหมา...........”
 
นักเขียนใจร่วงไปอยู่ปลายตีน เสียงที่ได้ยินไม่ใช่เสียงใครที่ไหน พ่อเขาเอง พร้อมปืนลูกซองอันเดิม
“พ พ่อ”
ใบหน้าของผู้มีเชื้อสายเจ้านายฝ่ายเหนือเหมือนบล็อคโคลนนิ่งที่นักเขียนหลุดผลั๊วะออกมามองนักเขียนกับคนที่ยืนหล่ออยู่ข้างๆอย่างเย็นชา
เจ้ามอต้นมัวแต่อึ้งที่ผู้ใหญ่ตรงหน้าหน้าเหมือนนักเขียนเด๊ะจนลืมไปว่าไอ้ที่พาดอยู่บนบ่านักเขียนออริจินอลมันคือปืนลูกซอง
“กล้าพาผู้ชายมาเหยียบบ้านฉันรอบที่สอง เตรียมใจมาดีแล้วใช่ไหม”
ลูกชายเหงื่อแตกพลั่ก รีบดันประตูรถปิดอย่างเร็วเพราะเจ้ามอปลายกำลังจะก้าวตามลงมาเพื่อทักทายผู้ใหญ่ทันทีที่ได้ยินเสียง
รัชทายาทผู้สายตาใกล้ดับเอามือคลำหัวป้อยๆเพราะโดนประตูรถกระแทกอย่างจัง
“พ่อ! ใจเย็น พ่อเอาปืนลงเดี๋ยวนี้! วันนี้นักมาเรื่องสำคัญ” พูดเสร็จก็หันไปคว้าเจ้ามอต้นมาไว้ข้างหลังตัวเองเพราะพ่อเอาจริงแน่นอน “เรามาคุยกันก่อน นะพ่อนะ”
“......”
นักเขียนเหงื่อแตกซิบๆ สายตาของพ่อที่อยู่ใกล้ๆกับไกปืนไม่มีแววว่าอยากคุยกับเขาแน่ๆ เพราะรอบที่แล้วที่เขาอาจหาญพาแฟนมาบ้านแฟนเขาก็สร้างวีรกรรมกับพ่อเอาไว้จนเกือบจะพากันได้กินลูกปืนก่อนกลับไป

“ฉันจะให้เวลา 3 วิ ถ้าแกไว ก็รอด แต่ถ้าช้า แกได้เป็นผีเฝ้าหน้าคุ้งแน่ๆไอ้ลูกหมา!”

เจ้ามอต้นเห็นสถานการณ์ระหว่างพ่อลูกดูท่าไม่ค่อยดีเลยก้าวไปยืนขวางหน้านักเขียนแล้วโค้งหัวให้ผู้อาวุโสกว่าด้วยท่าทางสุภาพ
“พวกเราขอโทษครับที่มาโดยไม่ขออนุญาติก่อน  แต่เราตั้งใจมาที่นี่กันด้วยความบริสุทธิ์ใจ อย่าโกรธพวกเราเลยนะครับ ให้เราได้ขอขมาผู้ใหญ่ที่นี่ อย่างที่พวกเราตั้งใจมา แล้วคุณอาจะไล่ให้พวกเรากลับหลังจากนั้นก็ได้”
“......”
นักเขียนเม้มปาก เห็นชัดว่าพ่อชะงักแววตาดูคาดไม่ถึงพอเจ้ามอต้นพูดจบ
 
ไม่คิดมาก่อนว่าเจ้ามอต้นจะใช้วิธีพูดตรงๆแต่ยังเคารพและให้เกียรติพ่อเขาว่าเป็นผู้ใหญ่กว่าแบบนี้ ทั้งๆที่บรรดาศักดิ์ของรัชทายาทนั้นสูงกว่าพ่อเขาที่เป็นเพียงเขยของเจ้านายทางเหนือธรรมดาๆ ตอนแรกนึกว่าเจ้ามอต้นจะเอาตำแหน่งและอำนาจตัวเองขู่พ่อเขาให้ยอมพาเข้าบ้านซะอีก
พอเห็นพ่อของนักเขียนยืนนิ่งไม่ตอบอะไร รัชทายาทแห่งอโยธยาก็หันไปคว้าประตูรถเปิดออกแล้วยื่นมือไปจับมือน้องประคองลงมาจากรถเพื่อกล่าวคำทักทายผู้ใหญ่ของนักเขียนที่แบกปืนลูกซองพาดบ่าอยู่ตรงหน้า
“สวัสดีครับ ผมชื่อมอปลายครับ ส่วนนี่พี่มอต้นเป็นพี่ชาย ผมกับพี่ตั้งใจมาที่นี่เพื่อมาขอขมา ขออย่าเพิ่งไล่พวกเราเลยนะครับ เราอยากมาหา ..กรุณาพวกเราด้วยนะครับ”
“....” นิ้วที่สอดอยู่ในไกปืนค่อยๆถอยออกห่าง

“การมาโดยพละการของผมกับพี่มอต้นอาจไม่เหมาะสมเท่าไหร่ แต่เรามาด้วยใจ ให้เราได้ขอขมาผู้ใหญ่ของนักซักเล็กน้อยก็ยังดี อย่าด่วนไล่พวกเรากลับเลยนะครับ หากพวกเราทำกิริยาหรือคำพูดไม่สุภาพตามประสาผู้น้อย พวกเรากราบขอขมาครับคุณอา แต่เราไม่ได้มีเจตนาร้ายจริงๆพวก เราแค่อยากมาเยี่ยม อยากมาหา..”

“........”
นักเขียนใจเต้นไม่เป็นส่ำ จากท่าทางดูก็รู้ว่าพ่อเขากำลังอ่อนยวบยาบเหมือนขี้ผึ้งลนไฟ เจอสองพี่น้องช่างพูดเข้าไปใครล่ะจะเหนี่ยวไกปืนได้ลงคอ

รถเก๋งคันหนึ่งวิ่งมาจอดข้างๆ หญิงสูงวัยท่าทางภูมิฐานไขกระจกรถลงครึ่งหนึ่งแล้วส่งเสียงเย็นๆแทรกขึ้นมา
 
“แกจะทำอะไรหลานฉัน ไอ้เสือ!!”
 
นางฟ้ามาโปรดแล้วนักเขียน
 

“ยายยยยยยยยยย”
 
 
 
 
 
 
 
 
“เมื่อซักครู่ผมไม่ได้แนะนำตัวก่อน กราบขอขมาที่เสียมารยาทนะครับคุณอา ผมชื่อมอต้นครับ น้องมอปลายกับผมเราเกิดจากไข่ใบเดียวกัน เมื่อซักครู่ผมกับน้องอาจทำกิริยาไม่เหมาะสม เราสองคนต้องขอขมาคุณอาด้วยนะครับ”
นักเขียนกลืนน้ำลาย สองรัชทายาทผู้มียศศักดิ์ยิ่งใหญ่หมอบกราบยายและพ่อแม่เขาแทบเท้าก่อนยายกับแม่จะกุลีกุจอประคองสองรัชทายาทให้ขึ้นมานั่งบนโซฟาด้วยกัน
“พอแล้วลูก มาๆ ขึ้นมานั่งข้างบนแล้วค่อยคุยกัน แม่อร แม่ช่วยไปเอาน้ำมาให้แขกที”
“ค่ะคุณท่าน”
หญิงชราผู้มีสายตาอ่อนโยนหันมามองเจ้ามอปลายที่นั่งอยู่ข้างๆ
“หนูมาจากไหนกันล่ะ หืม. หน้าตาดูเหนื่อยๆ เดินทางกันมาไกลล่ะสิใช่ไหม” คนแก่เอามือลูบหลังเด็กผู้ชายที่ใบหน้าสะอาดสะอ้านผิวเนียนละเอียดมือเหมือนลูกเต้าผู้ดีอย่างนึกเอ็นดู
“ผมกับพี่มาจากอโยธยาครับ ..” เจ้ามอปลายหยุดไว้แค่นั้น เพราะรู้สึกว่ายังไม่อยากจะรีบพูดออกไปว่าเขากับพี่เป็นใครโดยที่ยังไม่ได้เปิดใจผู้ใหญ่ของนักเขียนให้ยอมรับพวกเขาในฐานะคนๆหนึ่งก่อน
“อโยธยา? มากันเสียไกล ว่าแต่ทำไมตาหนูสีแปลกๆ หนูเป็นลูกเสี้ยวทางฝรั่งหรือ?” แม่นักเขียนแอบสังเกตเห็นว่าเจ้ามอปลายเอามือลูบโซฟาก่อนจะนั่งเมื่อกี๊

คนที่ผ่านร้อนหนาวมานานสังหรณ์ใจบางอย่างไม่สู้ดี

“น้องมอปลายมีปัญหาเกี่ยวกับตาน่ะครับ เป็นมาตั้งแต่เรายังเด็ก แต่เพิ่งแย่ลงเมื่อไม่นาน”
ผู้ใหญ่ทั้งสามคนได้ยินแบบนั้นก็หน้าเสีย คุณยายที่นั่งอยู่ใกล้เจ้ามอปลายเอามือมาลูบเบาๆที่หลัง
"คงทำอะไรลำบากใช่ไหมลูก แต่หนูเก่งจัง ถ้าไม่สังเกตุหนูเหมือนคนมองเห็นได้ปกติทุกอย่างเลย”
เจ้ามอปลายแค่ยิ้มตอบบางๆ
“เค้าดูแลนักตลอดเลยนะยาย เห็นแบบนั้นตาไวกว่านักอีก”
หญิงชราเอื้อมมือมาประคองใบหน้าเจ้ามอปลายหันไปทางตัวเอง พ่อของนักเขียนนั่งตีหน้าเข้มแต่ก็เหลือบตามองแม่ยายกับเจ้ามอปลายอยู่เงียบๆ
“ยายว่า ถ้าไปให้พ่อปวิณร์ดู อาจจะมีทางรักษาได้ก็ได้นะ ม่านตาหนูยังขยายเข้าออกอยู่ มันอาจจะรักษาได้ ไม่สิ มันต้องรักษาได้”
“ปวิณร์? พี่วิณร์น่ะเหรอยาย?” นักเขียนนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาขาวตี๋ของลูกพี่ลูกน้องที่ไปเรียนอยู่อเมริกาตั้งแต่ยังเด็ก
“ใช่ ตาวิณร์พี่เรานั่นล่ะ เค้าเพิ่งทำการวิจัยเครื่องมือทางการแพทย์ตัวใหม่เกี่ยวกับการรักษาดวงตาที่มีปัญหาโดยกำเนิดได้สำเร็จ ” คุณยายดูกระตือรือล้นสุดๆ “ ดีเลย! ไหนๆก็มาถึงนี่แล้ว เดี๋ยวยายพาหนูไปเจอหมอ ยายว่ายังพอมีทางแก้  ไอ้เสือ! ไปเอารถออก ฉันจะไปหาตาวิณร์!”
“เดี๋ยวๆยาย พี่วิณร์เป็นหมอโรคตาเหรอ? ทำไมผมไม่เห็นรู้เรื่องอะ” นักเขียนหน้าเหวอ รู้สึกว่าตัวเองพลาดอะไรไปเยอะแยะมากมายหลายอย่างเลยเกี่ยวกับที่นี่
“ก็ใช่สิ ไอ้เด็กแถวนี้มันไม่ยอมกลับบ้านกลับช่องไม่ยอมติดต่อญาติพี่น้อง จะรู้ข่าวคราวอะไร”
นักเขียนทำหน้าง้ำพองลมที่แก้มใส่ยาย
“พี่วิณร์น่ะ เค้าเรียนจบด้านโรคตา เค้าทำวิจัยเครื่องมือแพทย์แล้วทดลองใช้รักษากระต่ายในศูนย์วิจัยที่ตาใกล้บอดเพราะความบกพร่องทางพันธุกรรมโดยกำเนิด แล้วมันรักษาได้จริงๆ ตอนนี้วิ่งอยู่ในสวนหลังคุ้งมีความสุขสุภาพแข็งแรงดีทีเดียว เค้าเลยพยายามพัฒนาเครื่องมือตัวนั้นให้มันมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่สูงขึ้นเพื่อใช้รักษาคน  เห็นว่าประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจมากตอนนี้เลยกำลังเซ็ตเข้าระบบของทางโรงพยาบาลอยู่” หันมาหาเจ้ามอปลายแล้วคว้ามือนุ่มๆมากุมไว้อย่างกระตือรือล้น “ยายว่า ตาหนูยังมีแนวโน้มที่ดี รักษาได้แน่นอน เรื่องหมอเดี๋ยวยายจัดการให้เอง”
เจ้ามอต้นรีบพูดขึ้นพอเห็นยายของนักเขียนทำท่าจะลากน้องเขาไปหาหมอเดี๋ยวนี้ให้ได้
“เอ่อ.. คือจริงๆ ที่พวกผมมาที่นี่ นอกจากมาหาคุณอาทั้งสองกับคุณยายแล้ว น้องมอปลายจะมารักษาตาด้วยครับ ก่อนหน้านี้คุณหมอที่ดูแลมอปลายอยู่ท่านคอยติดตามการวิจัยของคุณหมอปวิณร์อยู่ตลอด เราเลยทราบข่าวเมื่อเดือนก่อน คุณหมอแนะนำให้มอปลายได้พูดคุยกับคุณหมอปวิณร์แล้ว ท่านให้มอปลายเข้ามาพบเราก็เลยเดินทางกันมาที่นี่ แต่น้องมอปลายอยากมาขอขมาผู้ใหญ่ก่อน ผมกับน้องต้องขอโทษด้วยนะครับที่ถือวิสาสะมาที่นี่โดยพละการไม่ได้ขออนุญาติ”
“อ้าว อย่างงั้นหรอกเหรอ เห้อ.. ขออนุญาติอะไรกัน ช่างมันๆลูก แค่มาหาถึงที่นี่ก็เดินทางกันมาลำบากแล้ว ตานักก็ทำไมไม่รีบบอกยายล่ะเจ้าเด็กคนนี้นี่” หันไปทำตาดุใส่หลาน
“เอ๊า ก็ยายไม่ถาม มาถึงพ่อก็ไปดักตั้งแต่ทางเข้าบ้าน ผมจะบอกตอนไหนล่ะ” นักเขียนงึมงัมๆ
คุณยายได้ยินแบบนั้นก็หันไปทำตาดุใส่ลูกเขยที่รีบหลบสายตาตำหนิของแม่ยายทำไม่รู้ไม่ชี้มองไปทางอื่น
คุณยายประคองหลานชายคนใหม่นั่งลงอย่างเดิมแล้วแทรกตัวลงนั่งข้างๆแทนที่จะกลับไปนั่งที่โซฟาตัวเดิม
เจ้ามอปลายที่ไม่ชินกับการประคบประหงมยิ้มแห้งๆ เพราะอยู่ที่อโยธยาคนรอบตัวถูกเขากับเจ้าคนพี่สั่งห้ามไม่ให้มาดูแลเกินความจำเป็นเพราะเขาไม่อยากรู้สึกเหมือนเป็นผู้พิการ เจ้ามอปลายจะพึ่งพาก็แค่ฝ่ามือของพี่ ที่เขาใช้จับในบางครั้ง กับพี่คอยช่วยบังไม่ให้เขาชนกรอบประตูเวลาขึ้นลงรถแค่นั้น
“แล้วนัดวันผ่าตัดกันหรือยัง? จะเข้าไปหาตาวิณร์วันไหน? เดี๋ยวยายไปด้วย”
“ตอนนี้รอคุณหมอท่านเซ็ตเครื่องมือเข้ากับระบบอยู่ครับ อีกสองสัปดาห์ท่านให้ปลายเข้าไปหา” เจ้ามอปลายหันมาทางนักเขียนก่อนจะยิ้ม “แต่นักอยากให้ปลายกับพี่มอต้นมาขอขมาผู้ใหญ่ก่อน พวกเราเลยเดินทางมากันล่วงหน้า”
คุณยายฟังจบก็ใช้สองมือบีบมือนุ่มที่วางไว้บนหน้าตักตัวเองด้วยท่าทางสุภาพบ่งบอกถึงการได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดีนั้นเบาๆ
 
ยังไม่รู้ว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร แต่กิริยามารยาทงดงาม คำพูดก็รู้จักใช้ พูดซื่อๆในสิ่งที่ตั้งใจไม่ประจบฉอเลาะผู้ใหญ่จนทำให้คนฟังต้องกระอักกระอ่วน
 
“อาจเป็นเรื่องลำบาก ที่จะให้ยอมรับผมกับน้อง กับความสัมพันธ์ของพวกเราที่เป็นผู้ชายเหมือนๆกัน แต่เราปรารถนาดีต่อกัน อยากเติบโตแล้วเดินเคียงข้างกัน คอยสนับสนุนกันในเรื่องต่างๆ คอยดูแลกันในยามที่เจ็บป่วย  นักเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผม เป็นคนสำคัญของน้อง หากมีอะไรที่มองจากสายตาของผู้ใหญ่แล้วเห็นว่าเราทำไม่ถูกต้อง อยากให้เอ็นดูเราเหมือนลูกหลานคนหนึ่ง เราสามคนอยากได้รับคำแนะนำดีๆจากผู้ใหญ่เราถึงได้เดินทางมาหา อย่าได้รังเกียจหรือผลักไสความตั้งใจของพวกเราเลยนะครับ”
 
สองมือของสองพี่น้องประสานลงบนหน้าตัก ก่อนจะก้มหัวค้อมลงให้ผู้ใหญ่อย่างสุภาพด้วยกิริยาที่งดงามสมกับการเป็นผู้ชายในตระกูลสูงศักดิ์โดยไม่จำเป็นต้องรีบเปิดเผยตัวตนของตัวเองเพื่อข่มขู่ใคร


“นักเขียนเป็นคนรัก เป็นเพื่อนคนสำคัญ เป็นครอบครัว เราจะดูแลกันให้ดีที่สุดให้ดีที่สุดครับ  กรุณาอนุญาติให้เราได้ดูแลและสนับสนุนได้เป็นครอบครัวของกันและกัน และเมตตาเป็นที่พึ่งให้กับพวกเราด้วยเถอะนะครับ”


 
นักเขียนรู้สึกเหมือนกับผีเสื้อนับล้านโบยบินอยู่ในช่องท้อง

รัชทายาทสองพี่น้อง ใช้ความเป็นผู้น้อยที่ซื่อตรงและจริงใจละลายกำแพงของผู้ใหญ่ทางเขาลงจนราบคาบ
สีหน้าของชายผู้มีใบหน้าแบบเดียวกันเป๊ะกับนักเขียนอ่อนลงอย่างชัดเจน
พ่อของนักเขียนเอื้อมมือไปตบไหล่เจ้ามอต้นเบาๆก่อนจะยิ้มให้แล้วหันมาพูดกับลูกชาย

“นัก"


"ออกมาคุยข้างนอกกับพ่อ"
 
 
 

 








นักเขียนไม่รู้ว่า นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้เดินตามหลังพ่อ ไม่ได้มองแผ่นหลังของพ่อชัดๆแบบนี้
“.........”

นานแค่ไหนที่ไม่ได้กลับมาที่นี่ ไม่ได้เด็ดดอกหญ้าข้างทางมาโบกแมลงปอแบบนี้
..ทิ้งที่นี่เอาไว้ข้างหลังกี่ปีแล้วนะ

“กล้าดีนะ ที่แกพาพวกเขามา แกคิดว่าฉันไม่กล้ายิงสองคนนั่นเหรอไอ้ลูกหมา”
นักเขียนมองแผ่นหลังของคนเป็นพ่อที่เดินนำหน้าไปแล้วยิ้มบางๆ

“ผมรู้ว่าพ่อกล้า แต่พวกเค้าอยากมาหาพ่อ”
 
..แล้วผมก็คิดถึงบ้าน เลยใช้พวกเขาสองคนเป็นข้ออ้างในการกลับมาที่นี่

นักเขียนก้มมองดอกหญ้าแห้งๆที่ถืออยู่ในมือ
 “......”
พอเงยหน้าขึ้นมองไปข้างหน้า ก็เห็นแผ่นหลังกว้างใหญ่ของพ่อที่เคยใช้บังแดดฝนเมื่อหลายปีที่ผ่านมา
พ่อหยุดเดินแล้วหันกลับมา
นักเขียนได้มองหน้าบิดาตรงๆเป็นครั้งแรก หลังจากที่ต่างคนต่างเลี่ยงที่จะมองหน้ากันและกันมานานแสนนานเพราะความไม่เข้าใจกันในเรื่องที่ควรจะคุยกันมาตั้งนานแล้ว

พ่อกับลูก ปล่อยเวลาให้กัดเซาะความสัมพันธ์ที่มีต่อกัน ทั้งๆที่ต่างคนต่างก็โหยหากันและกัน โหยหาครอบครัวที่มีกันอยู่พร้อมหน้ามาตลอด

“แกมีความสุขดีแล้วใช่ไหม นักเขียน”

“......” คนถูกถามเม้มปาก
พ่อถอนหายใจ
“ที่ผ่านมา พ่อต่อต้านแก เพราะพ่อห่วงแก พ่อมองอนาคตที่แกจะมีความสุขในสิ่งที่แกเป็นไม่ออกเลย"
นักเขียนก้มหน้า
“แกอาจจะคิดว่าพ่อรังเกียจที่แกคบกับผู้ชาย แต่พ่อไม่เคยรังเกียจลูกพ่อเลยซักครั้ง พ่อแค่ห่วงว่าแกจะอยู่ยังไง ผู้ชายรักกับผู้ชายมันจะมีความสุขได้จริงๆเหรอ การที่แกมีชีวิตแขวนอยู่กับความสัมพันธ์แบบนั้น มันจะทำให้แกยิ้มได้จริงๆน่ะเหรอ”
“.....” น้ำตา มันเหมือนจะไหล
มือของพ่อบีบไหล่ลูกชายคนโตเบาๆก่อนจะพูดต่อด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

 “แต่วันนี้ พ่อดีใจที่เห็นแกกลับมาบ้าน กลับมาพร้อมกับความสัมพันธ์ของแกที่หนักแน่นกว่าเดิม กลับมาพร้อมคนที่กล้าเดินเข้าหาพ่ออย่างตรงไปตรงมา และกล้าพูดต่อหน้าทุกคนว่าแกเป็นอะไรสำหรับเขาโดยที่สายตาไม่สั่นไหวเลยแม้แต่นิดเดียว”

นักเขียนหน้าแดงเรื่อขึ้นมาพอนึกไปถึงสีหน้าจริงจังของเจ้ามอต้นตอนที่บอกว่า นักเขียนเป็นคนรัก
“นัก”
“ครับ?”
“พ่อจะถามอะไรแกสองข้อ แกตอบพ่อมาตามตรง"
"ง่ะ”

“น้องมอปลายน่ะ ผัวหรือเมียแก”

พ่อเป็นคนตร๊งตรง

“พ่อรู้ว่าฝาแฝดนั่นแฟนแกทั้งสองคน พ่อจะไม่คิดอะไรเยอะหรอก พ่อปวดหัว แต่อยากรู้ว่าแกไปเป็นเมียเขาทั้งคู่ หรือเป็นทั้งผัวทั้งเมีย" เพราะตูจะได้เรียกถูกว่าคนเล็กน่ะเขยหรือสะไภ้
นักเขียนหน้าแดงแล้วแดงอีก
“ถ้าผมบอกแล้วพ่อจะไม่บอกแม่ใช่มั๊ย ..ผมอาย ไม่อยากให้แม่รู้ตอนนี้ ไว้เดี๋ยวผมจะค่อยๆพูดกับแม่กับยายทีหลังเอง" เพราะดูจากสายตาแล้วนักเขียนเดาว่าแม่กับยายต้องคิดว่าเจ้ามอปลายเป็นเมียเขาแน่นอน
“หึ. เออ พ่อไม่ปากมากหรอก บอกมา คนน้องน่ะ เมียแกใช่มั๊ย?”
นักเขียนก้มหน้าเอาเท้าเขี่ยดิน “ก็เกือบใช่ แต่ว่า..” เขินที่จะตอบพ่อว่าโดนปราบมาราบคาบหมดโอกาสกลับไปผัวเขาแล้วล่ะ “คนน้องน่ะเค้าเป็นลูกแกะผสมหมาป่า แต่กับคนพี่ก็อย่างที่พ่อคิด”
“.......”
นักเขียนเอาเท้าเขี่ยๆจนดินจะยุบเป็นหลุม
“เห้อ..” คนเป็นพ่อเอามือตีไหล่ลูกชายปุ่บๆ “ก็ดี อย่างน้อยคนนี้ก็กล้าออกมาปกป้องแก ไม่ใช่ไปหลบอยู่หลังแกให้แกปกป้องอยู่ฝ่ายเดียวเหมือนคนก่อน”
นักเขียนฟังแล้วก็รู้สึกเขิน ตอนที่เจ้ามอปลายพูดปกป้องและขอโทษแทนพวกเขา มันกร้าวใจสุดๆโดยที่ไม่จำเป็นต้องเกรี้ยวกราดอะไรใส่พ่อเขาเลย
“แล้วคำถามข้อที่สองอะพ่อ”
พ่อผละมือออกไปจากไหล่แล้วสอดทั้งสองมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงทำหน้านิ่งมองลูกชายคนโตที่ทำตาแป๋วใส่
 

“วันนี้แฟนกับผัวแก ตั้งใจมาทำอะไรที่บ้านเรา”
 
 
 




 
 
 
 
“พี่จะแต่งงาน!!!!!”
“ไอ้กวางเบ๊า—!!!  แกจะตะโกนให้รู้ไปทั้งจังหวัดเลยรึไงวะ!” นักเขียนเอามืออุดปากน้องสาวคนเล็ก
“พี่จะแต่งงานกับพี่คนหล่อๆที่มากับพี่อะนะ!? พูดจริงอะ! อึ๊ยยยย!" ลูกสาวคนเล็กของบ้านดิ้นไปดิ้นมาอยู่บนที่นอน "แล้วพ่อยอมพี่แล้วเหรอ พี่คุยกับพ่อเข้าใจกันดีแล้วดิ? เอ้อ. แล้วพี่จะแต่งกับคนไหนวะ?กวางงงนะเนี่ยว่าคนไหนแฟนพี่ ปกติพี่เป็นผัวก็ต้องแต่งกับพี่คนที่หน้าหวานๆสิ งึ่ยยย! ก็ฟินอยู่หรอกพี่เค้าหวานน่ากินขนาดนั้น แต่ก็เสียดายพี่อีกคนเหมือนกันอะ  กวางว่าเคมีพี่กับพี่คนนิ่งๆก็เข้ากั๊นเข้ากันเหมือนเด็กซนๆกับคุณป๋าเลย พอดื้อๆก็จับฟาด โอ๊ย—!”
นักเขียนตบหัวน้องดังป้าบ
“ไอ้เด็กทะลึ่ง เลิกจินตนาการมั่วซั่วได้ละ จะหวานหรือจะเข้มก็ผัวพี่ทั้งคู่นั่นล่ะ”
 
“......”
 
นักเขียนยักคิ้ว ส่วนน้องสาวช็อคตาค้าง
 
 
 
“อ๊ากกกกกกกกกกกกก พังหมดแล้วก้นพี่กู.................................!!!”
 
 
 




 
 
_____________________________________________
 


2 อาทิตย์ให้หลัง

นักเขียนนั่งปั่นต้นฉบับแกร่กๆอยู่ที่โต๊ะทำงาน เจ้ามอปลายเข้ารับการรักษาดวงตากับหมอปวิรณ์ได้สามวันแล้ว และรัชทายาทที่สามถูกห้ามเยี่ยมโดยสิ้นเชิงเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนแพทย์และเจ้าตัวที่ต้องอยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมงกับคุณหมอ ซึ่งก็คือลูกพี่ลูกน้องของนักเขียนนั่นเอง
 
“......”
 
ไม่ได้เจอหน้า ไม่ได้พูดคุยกันนานสุดตั้งแต่รู้จักกันมา

"......"

ไม่ได้ยินเสียงหวานๆ ไม่มีคนมาอ้อนมาชวนหื่น ไม่มีคนมาแกล้งทำอะไรทะลึ่งๆ ไม่มีคนมาคอยเรียกว่าที่รัก..
 
เหงาชะมัด..

 "..คิดถึงคุณจัง มอปลาย..”
 
นักเขียนเอาหน้าฟุบลงข้างๆแลปท็อป เสียงฝีเท้าของคนที่เพิ่งเสร็จจากการอาบน้ำกับกลิ่นโคโลญจ์ฟุ้งมาจากด้านหลัง
“ล้าแล้วเหรอ พักสายตาอาบน้ำก่อนไหม”
กลิ่นหอมครีมโกนหนวดใหม่ๆจากใบหน้าของเจ้ามอต้นอยู่ใกล้ๆ
 
“เจ้าชาย หอมน่ากินดีจังเลยน๊า.."

..จุ๊บ..
 

เจ้ามอต้นหรี่ตามองคนพูดที่เอาปากมาจูบที่แก้มเขาแล้วบ่นอะไรพึมพัมๆท่าทางเคลิบเคลิ้ม
“ฉวยโอกาสเก่ง ไปอาบน้ำไป งานค่อยเขียนต่อพรุ่งนี้ก็ได้ไม่ได้รีบไม่ใช่เหรอ?”
นักเขียนเอนตัวไปพิงเจ้ามอต้นที่ยืนซ้อนอยู่ข้างหลังพร้อมกับเลื้อยหัวไปมากับอกกว้างบิดขี้เกียจ
“ไม่รีบครับ อันนี้ปั่นไว้เฉยๆ ยังไม่ได้เปิดเรื่องในเวปเลย อือ.. เมื่อยจัง ป๋ากอดหน่อย..”
เจ้ามอต้นหรี่ตา นักเขียนไมได้แค่พูดแต่เอาหน้าไซร้เข้ามาที่ซอกคอเขาแล้วสูดลมหายใจเข้ายาวๆทำท่าเคลิ้มๆสีหน้ามีความสุขเหมือนเขาเป็นที่ชาร์จแบตส่วนตัวด้วย
“ใครจะอยากกอด เหม็นเน่า ไปอาบน้ำก่อนไป”
นักเขียนหัวเราะน่ารัก ค่อยๆไซร้ริมฝีปากไปตามสันกรามของเจ้ามอต้นแล้วกระซิบเสียงแหบพร่าข้างหู

"..ป๋าอาบน้ำกับหนูอีกรอบมั๊ย?.."

คนฟังหัวเราะหึ ไอ้มือลามกนั่นมันเริ่มมาวุ่นวายกับผ้าขนหนูที่เขาขมวดปมไว้ตรงเอวพร้อมกับใบหน้าที่เริ่มแดงซ่านขึ้นมาบอกให้รู้ว่านักเขียนผู้อีโรติคเริ่มจะมีอารมณ์

"ชวนไปอาบน้ำ หรือชวนไปเอาน้ำออกล่ะ หืม.. เจ้านักเขียนนิยายลามก"

นักเขียนหัวเราะ

"..ถ้าชวนไปเอาน้ำออก ป๋าจะไปไหมล่ะครับ? อือ ม.. อย่าเล่นหัวนม เดี๋ยวไม่ได้อาบจริงๆหรอก"

เจ้ามอต้นไล้นิ้วโป้งกับริมฝีปากบางๆตรงหน้า

"..ป๋าอยากเอาน้ำออกในนี้ หนูสะดวกไหมล่ะครับ.." กระซิบ

คนฟังผลักแลปท็อปไปข้างตัวพร้อมกับแลบลิ้นเลียริมฝีปากแล้วหันหน้ากลับมาหาเจ้ามอต้น
รัชทายาทลำดับที่สองถูกดันจนสะโพกติดกับโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยหนังสือนิยายของนักเขียน
ผ้าขนหนูที่เจ้ามอต้นขมวดปมไว้แบบหมิ่นเหม่ค่อยๆถูกคลายออกพร้อมกับปากบางสีแดงสดที่อ้าออกแล้วแลบลิ้นเลียรอบๆริมฝีปากอย่างเย้ายวน


"..สะดวกอยู่แล้วครับ เอาของป๋าใส่เข้ามาสิ เดี๋ยวหนูจะกินให้ป๋าฟินจนไม่สนความสะดวกของหนูทั้งปากทั้งก้นเลย"






______________________________50%_____________________________




 

ออฟไลน์ kunt

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1
เหม่ ไม่ใช่นักเขียนนิยายลามกธรรมดาไก่กานะ มีเชื้อเจ้ากับเขาด้วย  :hao3:

ออนไลน์ Nung66669

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
ค้าง  :hao7:

 นักไม่ธรรมดาเหมือนกันนะเนี่ย

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 393
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออนไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2362
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-4
นักมีเชื้อเจ้าโด้ย ป๋ากับอีหนู นี่เข้ากันมากกกก รอปลายมาประกบ อีกโค้งเดียว ก็จะถึงเส้นชัยแล้ววววว

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด