(◉ω◉) #สมชาติไม่ชอบนะค่ะ (ಥ﹏ಥ) ตอนที่13 ครึ่งหลัง [01/05/2562] อัพแล้วนะค่ะ!!
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: (◉ω◉) #สมชาติไม่ชอบนะค่ะ (ಥ﹏ಥ) ตอนที่13 ครึ่งหลัง [01/05/2562] อัพแล้วนะค่ะ!!  (อ่าน 6544 ครั้ง)

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3606
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +131/-4

ออฟไลน์ golove2

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4639
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +277/-6
+10 ให้พี่ป๋า ได้หัวหอมจนได้

 :-[ :-[

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4003
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-2
คราวหน้าสมชาติจะโดนหอมตรงไหนนะ

ออฟไลน์ BABYBB

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1265
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
อิพี่ป๋าเมาปลอมมาก 5555555

ออฟไลน์ chubbybunny

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
สนุกมากนะค่ะ รอนะค่ะ

ออฟไลน์ no.fourth

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 934
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1

ออฟไลน์ ฟองดูว์

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-2
ตอนที่9




“ไอ้ชาติเรื่องคืนนั้นเป็นไงบ้างวะเรียบร้อยป่ะ” ในเที่ยงวันทันเหตุการณ์ไอ้มังกรสอนรักมันเสนอหน้าพูดขึ้นมากลางวงกินข้าว



สมชาติแม่งอยากบอกมากว่าเรียบร้อยแล้ว....กูเนี่ยโดนไอ้พี่ป๋ามันหอมหัวเรียบร้อยแล้วไอ้สาดดดดด



“เป็นไรวะชาติทำหน้าผะอืดผะอม”



มึงจะรู้อะไรล่ะแจ็ค ถ้าวันนั้นมึงไม่บอกให้กูกลับห้องกับไอ้พี่ป๋าหัวกูคงไม่โดนพี่มันเปิดซิงแบบนี้หรอก ฮรุก..พูดแล้วอยากจะร้องไห้



สมชาติเลือกที่จะไม่ตอบขี้เกียจเสวนาเรื่องนี้กับพวกมัน อีกอย่างเขายังโมโหพี่ป๋าอยู่ไม่อยากเอ่ยถึงแม้แต่ชื่อ ใครสั่งใครสอนให้มาหอมหัวคนอื่นวะแล้วไอ้การแกล้งเมาพี่มึงเนี่ยเนียนมากมั้งกูเชื่อตายล่ะ โว๊ะ! โมโหว่ะอยากเอาน้ำราดหัวแก้หัวร้อน คว้าขวดน้ำขึ้นมาเลยกำลังจะยกน้ำเทราดหัวตัวเองแต่คิดได้ว่ามีเรียนต่อและกลัวเสื้อผ้าเปียกเลยวางลงที่เดิม



โอเค..ปล่อยให้หัวร้อนต่อไป



“ถามไม่ตอบอีกไอ้นี่มีไรวะ พี่ป๋าเขาไม่ยอมเหรอ?” อาทิตย์ยังคงเซ้าซี้ถามจะเอาคำตอบกันให้ได้



สมชาติเลยหันไปมองพวกมันทั้งสามคนตาขวางเหมือนคนเมายาฉิบหายแต่แล้วยังไงวะถึงเรื่องมันจะผ่านมาไม่กี่วันแต่ยังเคืองอยู่โว้ย แล้วนี่เขาก็หลบหน้าหลบตาไอ้พี่ป๋ามาตั้งแต่วันนั้นเห็นหน้าแม่งแล้วอยากกระโดดถีบมากแต่ต้องระงับอารมณ์ไว้เลยเลือกจะหลบๆมันดีกว่า



“สงสัยมันอารมณ์ไม่ดีว่ะ”



พวกมึงพึ่งสำเหนียกได้ใช่ไหมถามจริง หน้าตาสมชาติบอกบุญไม่รับขนาดนี้ยังจะถามกันอีก พวกมึงไม่รู้หรอกว่าพี่ป๋ามันทำอะไรไว้กับสมชาติบ้าง ใช่สิเพราะหลังจากคืนนั้นก็เป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์บวกกับวันหยุดนักขัตฤกษ์อีกหนึ่งวันอีกอย่างสมชาติก็ไม่ได้บอกใครด้วย เรื่องน่าอับอายแบบนี้จะไปแหกปากบอกคนอื่นก็ใช่เรื่องป่ะวะนั่งเงียบๆมองเพื่อนตาขวางแบบนี้นี่แหละดีแล้ว



เขาล่ะเจ็บใจจริงๆทำไมหัวสมชาติต้องมาเสียบริสุทธิ์เพราะไอ้พี่ป๋าด้วยวะและสิ่งที่เขาไม่เข้าใจมากๆคือทำไมพี่ป๋ามันถึงได้มาหอมหัวสมชาติได้ ไอ้ตอนที่คุยในแชทนั่นก็คิดว่าแกล้งไงเลยไม่คิดอะไรแล้วไหงจู่ๆมันถึงได้มาหอมหัวจริงๆ หัวกูมันหน้าสูดดมขนาดนั้นเลยเรอะ!




“พี่ป๋านี่หว่า”



ฉิบหายแล้ว!



พอได้ยินชื่อนี้สมชาติถึงกับสะดุ้งลนลานลุกขึ้นออกจากโต๊ะไม่สนใจเสียงพวกห่าทั้งหลายที่ร้องเรียก ตอนนี้รู้แค่ว่าต้องวิ่งหนีให้สุดแรงเกิด เขาไม่อยากเจอหน้าพี่ป๋าอ่ะไม่ว่าอะไรก็ตามเขาจะไม่เจอพี่มันอีกแล้ว



กูโมโหมึงมากๆรู้ไว้ด้วย!!



สมชาติวิ่งหายลับสายตาไปปล่อยไว้เพียงเพื่อนทั้งสามที่นั่งมองหน้ากันตาปริบๆ คือพวกเขางงมากว่าสมชาติมันเป็นอะไรทำไมถึงแปลกๆไป ตั้งแต่เมื่อเช้าก็เอาแต่นั่งทำหน้าเป็นตูดสักพักก็ถอนหายใจแล้วก็ยกมือขึ้นมาขยี้หัวตัวเองพอนานๆไปก็กลับมาทำหน้าตูดอีก เพื่อนอย่างพวกเขาแม่งงงมากมันไปโดนตัวไหนมาวะอารมณ์เสียแต่เช้าเลย



เนี่ยล่าสุดพอบอกว่าพี่ป๋ามามันก็รีบลนลานวิ่งออกไป ถ้าเป็นเมื่อก่อนมันก็แค่นั่งทำหน้าทำตาเบะปากใส่พี่ป๋าแต่นี่มันวิ่งหนีเลยอ่ะ คืนวันนั้นมันต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆเลย



เอาล่ะพวกเขาต้องรู้เรื่องให้ได้ในเมื่อไอ้ชาติไม่บอกก็ขู่ถามเอากับพี่ป๋านี่แหละ



“ไอ้ชาติล่ะ?”



บ๊ะ! นั่งๆกันนี่พี่ป๋าไม่คิดจะทักหรอกพอเดินมาถึงโต๊ะก็ถามหาแต่ไอ้ชาติ



มังกรที่ต้องเป็นคนคอยเปิดตลอดจึงตอบพี่ป๋าไป “ไม่รู้มันไปไหนแล้วพี่ วิ่งหายไปเฉยเลยพวกผมโคตรงง”



“นั่นดิเหมือนมันกลัวใครบางคนแถวนี้จะเห็นอ่ะ” แจ็คว่าพลางเหลือบตามองพี่ป๋าที่ขมวดคิ้วทำหน้ายุ่ง หึ! หน้าอย่างนี้ต้องมีเรื่องให้เสือกชัวร์!



“แล้วพี่มาหามันมีไรป่าวครับ” คงจะเป็นอาทิตย์นี่แหละที่ถามตรงประเด็นสุดแล้ว



“ไม่มีไรแค่แวะเอานี่มาให้มัน”



พวกเขาทั้งสามคนมองดูถุงก๊อบแก๊บใสๆบรรจุขวดน้ำที่มีสีเขียวๆอยู่ในนั้น นี่มันอะไรวะเอาตะไคร่น้ำมาให้สมชาติมันกินเหรอ?



“อะไรอ่ะพี่” มังกรไม่รอให้สงสัยนานก็เปิดปากถาม



“ฝากให้มันด้วยแล้วกัน”



มองพี่ป๋าตั้งถุงไว้บนโต๊ะเสร็จก็เดินกลับไปทางเดิมเมินคำถามของมังกรเฉยเลย ก็ใช่สิเราไม่สำคัญนี่ ไม่ใช่ไอ้ชาติหน้าหมานั่นไงพี่ป๋าถึงไม่คิดจะเหลียวแล



“กูว่ากลิ่นมันทะแม่งๆว่ะ” อาทิตย์เอ่ยกระซิบกับเพื่อนอีกสองคน



“ทำไมวะ?”



“มึงตดเหรอ?หรือไอ้กรตด?” แจ็คทำจมูกฟุดฟิดๆหากลิ่นทะแม่งตามที่ไอ้อาทิตย์มันว่า “ไม่เห็นได้กลิ่นไรเลย”



มังกรกับอาทิตย์มองหน้ากันและจากนั้นฝ่ามืออรหันต์ของทั้งสองคนก็เพ่นลงไปบนกระบาลของไอ้แจ็คพร้อมๆกันเอาให้สมองไหลไปเลยมึง



“กูหมายถึงว่าเรื่องคืนนั้นมันต้องมีอะไรแน่ๆ มึงคิดดูถ้าไม่มีเรื่องอะไรทำไมไอ้ชาติมันต้องหนีหน้าพี่ป๋าด้วยวะ ส่วนพี่ป๋าพอบอกว่าไอ้ชาติไม่อยากเจอก็ทำหน้าบูดเลย เนี่ย!มีเรื่องชัวร์” อาทิตย์อธิบายให้สมองน้อยๆของไอ้แจ็คเข้าใจ



“กูเห็นด้วยแต่เราจะรู้ได้ยังไงว่าคืนนั้นเกิดเรื่องอะไรขึ้น?”



“มึงจะรู้ห่าไรไอ้กรแม่งเมาเป็นหมาขนาดนั้นอ่ะ” แจ็คส่ายหน้าเมื่อนึกถึงสภาพไอ้มังกรในคืนนั้นก่อนจะว่าต่อ “คืนนั้นคนที่กลับกับพี่ป๋าก็มีไอ้ชาติแล้วก็พี่ก้องกับพี่เหม”



มังกรตบเข่าฉาดเมื่อได้ยินชื่อของสองคนหลัง “งั้นไปถามพี่สองคนดีป่ะ มึงว่าพี่ก้องกับพี่เหมจะรู้เรื่องไหม?”



“ไม่รู้ว่ะแต่ก็ต้องลองไปถามแหละ ว่าแต่เราจะไปเจอพี่เขายังไงวะ?”



เออจริงตามที่ไอ้อาทิตย์ว่าคือพวกเราจะไปเจอพี่เขาหรือนัดเจอยังไงดีในเมื่อก็พึ่งรู้จักกันได้ไม่นานอีกอย่างถ้าไปถามแล้วเขาจะยอมบอกเหรอวะ



“ถามไอ้ชาติดิเผื่อมันมีไลน์พี่ๆเขา” แจ็คออกความเห็น



“แล้วถ้ามันถามว่าเอาไปทำไมล่ะ?” มังกรถามต่อ



คราวนี้อาทิตย์ตอบบ้าง “ก็บอกไปว่าอะไรก็ได้อ่ะไอ้ชาติมันโง่ๆไม่คิดไรมากหรอก”



“เออก็จริง”



เมื่อวางแผนกันเสร็จสรรพพอถึงเวลาเลิกเรียนทั้งสามคนก็เริ่มทำตามแผนทันทีโดยมีมังกรเป็นคนเปิดฉากพูดคนแรกอีกแล้ว



“ไอ้ชาติอย่าพึ่งไปๆ”



“มีไรวะ?” สมชาติหันขวับตอนที่ไอ้มังกรมันรั้งให้นั่งลงก่อน ไอ้สัดไหล่แทบหักมึงเรียกกูให้นั่งดีๆก็ได้



สมชาติมองเพื่อนทั้งสามคนที่มองหน้ากันก่อนมันจะพยักพเยิดโยนให้คนนั้นทีคนนี้ทีเกี่ยงกันพูดอยู่นั่นจนสมชาติทำท่าจะลุกขึ้นอีกรอบไอ้แจ็คมันเลยรีบโพล่งขึ้นมา



“เดี๋ยวๆคือกูจะขอไลน์พี่ก้องอ่ะมึงมีป่ะวะ?”



สมชาติขมวดคิ้ว งงที่จู่ๆไอ้แจ็คมันก็มาขอไลน์พี่ก้องจะเอาไปทำอะไร



“เอาไปทำไร?”



“ก็คุยกับพี่เขาไง” แจ็คอยากจะตบปากตัวเองเหลือเกินที่แม่งหาเหตุผลอะไรไม่ได้แล้วคือทำไมกูต้องเป็นคนเริ่มขอด้วยวะอย่างนี้ไอ้ชาติมันก็ต้องสงสัยเขาอ่ะดิ โฮ่ยยย! ใครแม่งคิดแผนวะ



“คุยทำไม อย่าบอกนะว่า....” สมชาติอ้าปากค้างยกนิ้วขึ้นมาชี้หน้าไอ้แจ็คทำปากพะงาบๆอย่างคนพูดไม่ออก ไอ้คนที่เหลือก็ลุ้นกับไอ้ชาติมันเหลือเกินว่ามันจะพูดอะไรออกมา



“ว่าไรวะ?” แจ็คถามย้ำอยากให้มันรีบพูดออกมาเร็วๆ ยืนลุ้นกันจนเยี่ยวเหนียวแล้วไอ้เวร



“มึงชอบพี่ก้องเหรอวะ!?”



พีคมาก...เขาไม่คิดว่าไอ้ชาติมันจะคิดได้แต่มันก็เป็นเหตุผลที่ดีที่จะใช้อ้างขอไลน์พี่ก้องนะเพราะตอนนี้ก็ไม่สามารถหาเหตุผลดีๆมาอ้างกับไอ้ชาติมันได้เลย อย่าว่าแต่ไอ้ชาติมันโง่เถอะพวกเขาสามคนก็ไม่ต่างจากมันเท่าไหร่หรอก ไม่งั้นจะเป็นเพื่อนกันได้ยังไงล่ะเนอะ



“ก็แอบๆนิดนึง” แจ็คทำท่าเขินอายโดยมีมังกรกับอาทิตย์ทำท่าโก่งคออาเจียนอยู่ด้านหลัง



“ไปชอบพี่เขาตอนไหนวะเจอกันก็ไม่กี่ครั้งเอง”



“กูถามจริงนะชาติ คือมึงเชื่อกูเหรอวะ?” เขาถามย้ำมันคือก็ไม่อยากจะให้มันเกิดเรื่องยุ่งยากให้เข้าใจผิดว่าเขาชอบพี่ก้องอ่ะเข้าใจป่ะ



“ไม่อ่ะ” สมชาติส่ายหน้า



“ไอ้ห่า แล้วจะทำท่าตกใจทำไมวะ”



“เรื่องของกู”



เมื่อเห็นว่าไอ้แจ็คคงคุยกับไอ้ชาติมันไม่รู้เรื่อง อาทิตย์จึงต้องเป็นฝ่ายที่แทรกขึ้นมา ต้องออกโรงเองทุกทีเลย ไอ้สองตัวแม่งไม่ได้เรื่อง



“คือกูยืมเงินพี่เขาไปก็เลยอยากจะคืนแต่ลืมขอพวกเบอร์พวกไลน์ไว้ กูเลยมาขอกับมึงเผื่อมึงจะมีไง” เป็นเหตุผลง่ายๆที่ไอ้มังกรกับไอ้แจ็คควรจะคิดได้แต่มันก็คิดไม่ได้กัน



สมชาติใช้สมองที่มีไตร่ตรองว่าสิ่งที่ไอ้อาทิตย์พูดจริงหรือไม่แต่ถ้าเทียบกับไอ้สองตัวที่เหลือแล้วไอ้อาทิตย์นี่แหละคงน่าเชื่อถือที่สุด



“เออๆ เดี๋ยวส่งข้อมูลผู้ติดต่อไปให้ทางไลน์”



แจ็คกับมังกรที่ยืนอยู่ข้างหลังร้องเยสขึ้นเบาๆดีที่ไอ้ชาติไม่ได้ยินเลยรอดตัวไป



“แล้วนี่มึงกลับไงอ่ะ พี่ป๋าอ่อ?”



พอพูดถึงพี่ป๋าปุ๊บไอ้ชาติก็หน้าเป็นตูดเฉยเลย เห็นแล้วยิ่งอยากเสือกเร็วๆ



“มอ’ไซต์รับจ้างหรือมึงจะไปส่งกูอ่ะ”



“ไปดิ” มังกรไม่ปฏิเสธแต่ขอถามก่อนนิดนึง “แล้ไม่กลับกับพี่ป๋าเหรอวะเมื่อเช้าไม่ได้มากับพี่เขาอ่อ?”



“ไม่อ่ะ นั่งมอ’ไซต์รับจ้างมา”



“ทำไมวะ?”



“กูกลับเองละกัน ไปล่ะ”



เอ้า! ไอ้ชาติเดินหนีไปเฉยเลยไม่ยอมตอบคำถามมังกรด้วยแต่เดี๋ยวนะเหมือนเขาจะลืมอะไรบางอย่างไป



“ไอ้ชาติๆๆ หยุดก่อนโว้ยย!” มังกรเรียกสมชาติเสียงดัง สับเท้าวิ่งให้ทันสมชาติที่เดินออกจากห้องเรียนโดยมีมังกรกับแจ็ควิ่งตามหลังมาติดๆ



“อะไรอีก ถ้าจะมาถามเรื่องพี่ป๋ากูจะไม่คุยด้วย”



“ไม่ใช่” ยื่นถุงก๊อบแก๊บที่มีน้ำขวดสีเขียวส่งไปตรงหน้าไอ้ชาติ “คือ..พี่ป๋าฝากมาให้มึงอ่ะ”



สมชาติไม่ยอมรับไปทำท่าจะเดินหนี มังกรก็เลยรีบเอาถึงไปยัดใส่มือมันโดยเร็ว “อะไรของมึงวะ”



“เออเอาไปเหอะ พี่เขาอุตส่าห์เอามาให้”



“กูไม่อยากได้”



“มึงก็เอาไปคืนเขาเอง พวกกูหมดหน้าที่ละ” มังกรว่าแล้วโบกมือลาสมชาติ “เจอกันพรุ่งนี้ไอ้ชาติ”



สมชาติได้แต่ยืนขมวดคิ้วทำหน้าไม่พอใจก่อนจะก้มลงมองถุงที่ไอ้มังกรยัดใส่มือให้ ตั้งแต่วันที่โดนหอมหัวสมชาติก็หลบหน้าพี่ป๋าแต่พี่มันก็ยังพยายามในการเอาน้ำผักมาแขวนไว้ให้หน้าห้องของสมชาติทุกวัน พอเอาไปแขวนคืนให้ที่หน้าประตูห้อง พี่ป๋าก็เอามาแขวนกลับให้อีก ทำซ้ำๆจนสุดท้ายกูกินเองก็ได้วะ




แล้วนี่ยังฝากไอ้มังกรเอามาให้อีก เขาล่ะอยากรู้จริงๆว่าพี่ป๋ามันกำลังคิดอะไรอยู่









ตกเย็นสมชาติก็ลงมาหาอะไรกินที่ร้านลุงศักดิ์มีไอ้หวานมาชวนคุยเรื่องพี่ป๋าอีกแล้ว คือกูจะอยู่ไหนก็มีแต่คนพูดถึงพี่ป๋าจนน่าหงุดหงิดไปหมด พอไอ้หวานมันเห็นว่าวันนี้สมชาติคงอารมณ์ไม่ดีมันก็เลิกพูดแล้วไปรับลูกค้าอย่างเดียว ดีแล้วอ่ะสมชาติไม่อยากหงุดหงิดใส่ใครนักหรอก



ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า ส่งข้อความถึงคุณ

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : โกรธกูมากเลยเหรอ?



สมชาติก้มลงอ่านข้อความก็พบว่าเป็นพี่ป๋าที่ส่งมา มีอิโมจิร้องไห้ตามหลังมาด้วย น่าสงสารมากมั้งเนี่ย



ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : ไม่โกรธได้ไหม?

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : คิดถึง..



ไอ้บ้า...แค่คำสั้นๆทำไมถึงทำให้ใจสั่นได้ขนาดนี้วะ สมชาติสะบัดหัวไล่ความรู้สึกสับสนออกไปก่อนจะนั่งจ้องว่าพี่มันจะพิมพ์อะไรตามมาอีก



ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : วันนั้นที่หอมหัวมึงจริงๆแล้วกูไม่อยากทำแบบนั้นเลยนะ



ไม่อยากทำแล้วจะทำทำไมล่ะวะ พิมพ์อะไรมาไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย



ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : จริงๆแล้วกูอยากจูบมึงมากกว่าอีก



ไอ้เหี้ยพี่ป๋านี่มันจะต้องโดนสักทีแล้วป่ะ กวนตีนไม่เลิกลาขนาดรู้ว่าสมชาติโกรธอยู่ยังจะมีอารมณ์กวนตีน



ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : มึงอาจจะคิดว่ากูล้อเล่นหรือกวนตีนมึงอยู่

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : กูอยากจะบอกว่าที่พิมพ์ไปทั้งหมดคือเรื่องจริง

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : และมีอีกเรื่องที่กูอยากบอกให้มึงรับรู้



ยิ่งพี่ป๋าพิมพ์มาสมชาติยิ่งใจสั่น ไม่รู้ว่าทำไมการที่ต้องรอพี่ป๋าพิมพ์อะไรมาสักประโยคมันถึงได้ตื่นเต้นขนาดนี้ ตอนนี้ใจของสมชาติเต้นเร็วมาก เต้นเร็วจนเหมือนจะหลุดออกมาจากอกได้เลย



ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : สิ่งที่กูจะทำต่อจากนี้กูอยากให้มึงได้รู้ว่ากูกำลังจีบมึงอยู่ ทุกความรู้สึกทุกคำพูดและทุกการกระทำที่เกิดขึ้นหลังจากนี้กูหวังผลเสมอ กูถือว่ามึงรับรู้แล้วนะ



ตอนนี้ความรู้สึกของสมชาติมีเพียงความอึ้งความนึกไม่ถึงและความช็อคที่กระจุกรวมกัน สมชาติไม่รู้ว่าจะตอบพี่ป๋ายังไง เขาแค่นั่งอ่านข้อความของพี่ป๋าซ้ำๆหรือสมชาติควรจะปฏิเสธดี



สมชาติเข้าใจว่าโลกสมัยนี้เรื่องรักเพศเดียวกันเป็นเรื่องปกติไปแล้วแต่สมชาติก็ไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งตัวสมชาติเองจะโดนผู้ชายมาขอจีบกันโต้งๆ ทว่าสมชาติก็ไม่เคยกะเกณฑ์เรื่องความรักของตัวเองให้ชัดเจนเท่าไหร่ เกิดมาก็ไม่เคยคบใครมีแต่คุยบ้างแต่ทั้งหมดก็เป็นผู้หญิง



ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : มึงอย่าพึ่งตอบรับหรือปฏิเสธกูตอนนี้ กูขอให้กูได้พยายามสักตั้งก่อนแล้วสุดท้ายจะเป็นยังไงก็อยู่ที่มึงจะตัดสินใจ



เหมือนพี่ป๋ารู้ว่าสมชาติกำลังสับสน



ใช่...เขากำลังสับสนอยู่ว่าจริงๆแล้วเขาควรจะตอบรับหรือปฏิเสธพี่ป๋าดี



ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : และขอให้มึงตัดสินกูที่ความรู้สึกของมึงถ้าชอบก็บอกว่าชอบถ้าไม่ชอบกูจะพยายามต่อเอง กูไม่อยากให้มึงตัดสินกูที่ว่าเป็นคนดีหรือไม่ดี เอาความรู้สึกของมึงเป็นที่ตั้งก็พอ

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : กูขอมึงแค่นี้ได้ไหม?



สมชาติยังไม่ตอบ เขายังคงเลื่อนอ่านข้อความที่พี่ป๋าส่งมาทั้งหมดใหม่อีกครั้ง เขาอยากรู้ว่าตัวเองตอนได้อ่านข้อความของพี่ป๋าซ้ำๆมันจะเกิดอาการใจสั่นเหมือนเดิมไหมและก็ใช่ใจสมชาติยังสั่นไม่หายเลย



หรือว่าจะกินกาแฟเยอะไปวะ?



“ว่าไงมีคำตอบให้กูหรือยัง?”



สมชาติสะดุ้งมองคนที่นั่งลงฝั่งตรงข้ามด้วยอาการอ้าปากค้าง ตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ สักพักก็รู้สึกตัวจึงพยายามเก็บอาการ ก็เก็บได้ทุกอย่างยกเว้นความตื่นเต้นและหัวใจที่สั่นไหวตอนมองหน้าพี่ป๋ามัน



“อะ..อะไรของพี่” ทำเสียงหงุดหงิดกลบเกลื่อนทั้งที่จริงๆแล้วเสียงแม่งสั่นฉิบหาย



“คำตอบไงที่กูถามไป”



แล้วทำไมต้องมาทำเสียงอ่อนโยนขนาดนี้ด้วยวะไอ้พี่ป๋า กินยาไม่เขย่าขวดมาป่ะทุกทีมีแต่กระโชกโฮกฮากใส่ นี่มันพี่ป๋าตัวปลอมแน่ๆ



“ผมไม่รู้”



“ไม่รู้ได้ไง”



“ก็คนมันไม่รู้อ่ะ”



พี่ป๋าถอนหายใจและสมชาติก็เช่นกัน ก็เขาไม่รู้จริงๆนี่ว่าสถานการณ์แบบนี้เขาต้องทำยังไง สมชาติยังคงสับสนอยู่เลยนะอย่าลืมสิ พี่ป๋ามันจู่โจมเร็วอ่ะสมชาติก็ยังไม่ทันตั้งตัวก็มาโดนพี่มันสาดเข้ามาโบ้มเดียวจะให้ทำไงล่ะ



“โอเค งั้นกูจะถามใหม่”



จริงๆไม่อยากให้พูดอะไรเลยเข้าใจไหมว่าสมชาติยังไม่พร้อมที่จะฟังมันแบบเขินๆอ่ะ คืออธิบายไม่ถูกว่าทำไมถึงเขินแค่รู้สึกว่าตอนที่ได้จ้องตากับพี่ป๋าหน้ามันก็ร้อนเฉยเลย



“ถามมาดิ ผมจะตอบแค่ที่อยากตอบ”



พี่ป๋ามันก็ดูตื่นเต้นเหมือนกันนะ สายตาในบางจังหวะก็สั่นไหวเหมือนคนที่ไม่มีความกล้าแต่ไม่นานก็เปลี่ยนเป็นสายตาที่ทั้งจริงจังและแน่วแน่จนสมชาติกลัวว่าใจตัวเองจะเผลอไปกับทุกสิ่งที่พี่ป๋าเป็น



“มันอาจจะเร็วไปที่กูจะบอกว่าชอบมึงแต่สำหรับกูความรู้สึกไม่มีคำว่าเร็วหรือช้า มันมีแค่ว่ารู้สึกกับไม่รู้สึก ในตอนนี้กูพูดได้เต็มปากว่ากูชอบมึงและกำลังจีบมึง ทุกๆอย่างที่กูทำต่อจากนี้กูอยากให้มึงรู้ไว้ว่ากูหวังผล กูอยากให้มึงเปิดใจรับกูมองกูเป็นแค่คนๆหนึ่งที่ชอบมึง ไม่อยากให้มึงเอาเรื่องเพศมาทำให้มึงสับสน กูรู้ว่ามันอาจจะยากแต่กูขอร้องให้มึงเปิดใจรับกูเข้าไปหน่อย”



ตอนอ่านในแชทก็ไม่ได้รู้สึกดีมากเท่ากับมาฟังพี่ป๋าพูดต่อหน้าเลย มันรู้สึกถึงความรู้สึกที่ป๋ามีให้สมชาติจริงๆ ไม่มีคำว่าเสแสร้ง กวนตีนหรือแค่แกล้งสมชาติเล่น มันทำให้สมชาติเชื่อว่าทุกอย่างที่พี่ป๋าพูดมาคือสิ่งที่ออกมาจากใจ



“ผมรู้ แต่ว่า...”



“มึงอาจจะต้องการเวลาให้ได้คิด มึงต้องการแค่ไหนกูให้ได้ระหว่างนั้นกูก็ยังจะจีบมึงเหมือนเดิม กูไม่ยอมปล่อยเวลาให้มันเสียไปโดยเปล่าๆแน่ มึงก็รู้ว่ากูพูดอะไรกูก็จะทำอย่างนั้น”



“อือ”



“สุดท้ายแล้วกูอยากให้มึงตัดสินกูจากความรู้สึกของมึง ถ้ามึงชอบก็บอกกูตรงๆแต่ถ้าไม่ชอบกูขอพยายามอีกนิดและถ้ามึงอึดอัดที่มีกูอยู่มึงบอกกูได้แล้วกูจะหยุดเอง”



“....”



“กูขอแค่นี้มึงให้กูได้ไหม?”



แค่เห็นความตั้งใจและความจริงใจก็รู้สึกไม่อยากปฏิเสธอะไรที่พี่ป๋าถามมาเลย



ความรู้สึกของสมชาติที่มีต่อพี่ป๋าตอนนี้ไม่สามารถบอกได้เลยว่ารู้สึกยังไงแต่การที่พี่ป๋ามาพูดกับสมชาติตรงๆและอธิบายความรู้สึกของตัวเองให้สมชาติฟัง สมชาติก็รู้สึกว่ามันเป็นความซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเอง พี่ป๋าไม่ได้มองเพศสภาพระหว่างเราและเขาไม่อายเลยที่จะบอกว่าชอบสมชาติที่เป็นผู้ชายด้วยกัน



สมชาติชอบที่เขายอมรับตัวเองและคิดว่าในเมื่อพี่ป๋ากล้าขอโอกาสจากสมชาติแล้วทำไมสมชาติถึงจะไม่กล้าให้ล่ะ สมชาติก็ไม่ใช่คนจะยึดติดกับเพศสภาพนักหรอก แค่เจอคนที่รักและจริงใจกับเรามันก็ดีมากแล้วในชีวิตคนๆหนึ่ง



แม้จะรู้สึกโกรธที่โดนพี่ป๋ามันหอมหัววันนั้นแต่สมชาติจะแยกสองเรื่องนี้ออกจากกันก่อนชั่วคราว ขอสมชาติเคลียร์เรื่องนี้ก่อนไอ้เรื่องหอมหัวนั่นน่ะเอาไว้เคลียร์ที่หลัง



“พี่แน่ใจแล้วใช่ไหมที่พูดมาทั้งหมดนั่นน่ะ” สมชาติถามย้ำอีกครั้งให้เขาได้ทบทวนกับตัวเองว่าสิ่งที่เขาพูดมาเขามั่นใจและแน่ใจกับมันมากน้อยแค่ไหน



“อืม แน่ใจ”



สมชาติพยักหน้า เขาก็แน่ใจแล้วว่าจะให้คำตอบพี่ป๋ายังไง



“ผมจะให้โอกาสพี่”



(ಥ﹏ಥ)


อย่างแรกเลยคือตอนนี้สั้นมาก5555 เดี๋ยวตอนหน้าจะมาให้อ่านยาวๆจุใจกันไปเลย

เรื่องที่สองคือหลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ?ทำไมชอบกันเร็วจัง คืออย่างที่พี่ป๋าบอกว่าช้าหรือเร็วมันไม่เกี่ยว มันอยู่ที่ว่ารู้สึกว่าชอบก็คือชอบ ก็เลยกลายมาเป็นแบบนี้ เรื่องนี้จะค่อนข้างดำเนินเรื่องเร็วอยู่นิดนึงแต่ไม่ได้เร็วมากอะไรก็เรื่อยๆตามสไตล์เราแหละ อิอิ
ตอนต่อไปก็มาดูกันว่าพี่ป๋าจะจีบสมชาติยังไงและสมชาติจะรับมือกับการจีบของพี่ป๋าไหวไหม รอติดตามกันด้วยน้าา

ปล. ทุกๆคอมเม้นของทุกคนมีผลกับตอนต่อไปมากๆเลยเน่อ ยิ่งคอมเม้นเยอะกำลังใจเยอะก็จะเขียนได้เร็วขึ้นเลย คริๆ ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นทุกกำลังใจและทุกการติดตามมากๆค่าา

ติดแท็ก #สมชาติไม่ชอบนะค่ะ กันได้นะค้าา

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3606
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +131/-4

ออฟไลน์ Tiffany

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1223
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
มาเร็วๆนะจ๊ะ อยากรู้ว่าพี่ป๋าจะจีบน้องแบบไหน

ออฟไลน์ Misakiiz

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 636
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
เอาใจช่วยพี่ป๋าจีบน้องนะค่ะ เอ้ย! นะคะ 5555

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ฟองดูว์

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-2

ตอนที่10





ป๋าคิดว่าเขาคงได้ยินไม่ผิดแน่ๆ เมื่อกี้สิ่งที่สมชาติพูดออกมามันจะรู้ไหมว่าทำให้หัวใจของเขาพองโตในรอบหลายสิบปี


เด็กบ้านี่มีอิทธิพลกับตัวเขามากเหลือเกิน

ป๋าไม่ได้คิดเลยว่าสมชาติมันจะตอบกลับมาแบบนั้น สิ่งที่เขาคิดคือมันอาจจะเฉไฉเปลี่ยนเรื่องไม่ก็เงียบไม่ตอบคำถามของเขาแต่นี่มันเกินคาดมาก เกินซะเขาดีใจจนเนื้อเต้น ไม่รู้ว่าจะเก๊กหน้านิ่งได้อีกไหมหลังจากฟังคำตอบของมัน เอาเถอะวันนี้จะหลุดมาดเท่ๆคูลๆไปก่อน เขาขอดีใจยิ้มกว้างสักวันแล้วกัน

เขามองไอ้เด็กที่นั่งตรงข้ามทำหน้าหงุดหงิดกลบเกลื่อนความเขินอายแม้มันจะอยากปกปิดยังไงก็ปกปิดไม่ได้หรอกในเมื่อหน้าแดงๆของมันเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดในตอนนี้ เขาก็ไม่อยากจะแซวเด็กมันเท่าไหร่เดี๋ยวจะโวยวายทำปากงุ้ยๆใส่อีก เห็นทีไรก็อยากจะจับมาจูบทุกทีไป

“ขอฟังอีกรอบ”

“หูตึงหรือไงวะ”

“อยากได้ยินชัดๆให้แน่ใจ”

“ก็บอกไปแล้วไม่พูดแล้วโว้ยย”

“เดี๋ยวเลี้ยงขนมหวานเจ๊กุ้ง พูดให้ฟังหน่อย”

สมชาติทำหน้าลังเล เขามักจะแพ้อะไรก็ตามที่เป็นของฟรีตลอด ได้ยินทีไรใจมันก็อ่อนระทวยทุกทีเพราะอย่างนี้เขาเลยต้องยอมทำตามที่พี่ป๋าต้องการ

“ผมให้โอกาสพี่ไง ชัดป่ะไม่ต้องมาถามย้ำแล้วนะไม่พูดแล้ว”

ป๋ามองเด็กที่นั่งกอดอกทำปากมุบมิบสักพักก็เบ้ปากแล้วไม่นานก็เปลี่ยนเป็นขมวดคิ้วเหมือนความคิดมันกำลังตีกัน เขาเข้าใจว่ามันอาจจะกำลังจัดการกับความรู้สึกของตัวเองอยู่ ไอ้เขาก็รู้ว่าตัวเองรีบร้อนเกินไปในการบอกความรู้สึกที่มีกับมันโดยไม่ทันให้มันได้ตั้งตัวแต่ก็นะถ้ารอให้ไอ้ชาติมันตั้งตัวได้ชาตินี้คงไม่ได้บอกหรอก

หลังจากเหตุการณ์ที่แกล้งเมาวันนั้นและอดใจไม่ไหวก็หอมหัวมันไปสมชาติมันก็เอาแต่หลบหน้าเขา เวลาไปหาก็วิ่งหนีเตลิดไปที่อื่น ส่งข้อความไปก็อ่านแต่ไม่ตอบ เขาคิดว่ามันคงโกรธเขามากที่ไปลวนลามมันอย่างนั้นแต่ตอนนั้นมันห้ามตัวเองไม่ได้จริงๆ

เขากลับไปทบทวนตัวเองอยู่สองสามวันก็สรุปได้ว่าในเมื่อมันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นแล้วเขาก็ควรจะบอกไอ้ชาติมันไปตรงๆว่าเขารู้สึกยังไงกับมัน ไม่อยากให้มันต้องมาคิดเอาเองว่าสิ่งที่เขาทำมันคืออะไร ก็เตรียมใจมาในระดับหนึ่งและรู้สึกดีใจมากที่สมชาติมันยอมเปิดใจและให้โอกาสกับเขา

“มองอยู่ได้ไม่เคยเห็นคนหรือไง” สมชาติว่าอย่างหงุดหงิดคือไอ้พี่ป๋าแม่งมันไม่ได้มองเฉยๆนะมันยังจ้องแล้วทำหน้าเคลิ้มไม่นานก็เปลี่ยนเป็นยิ้มอีกจนทำเอาสมชาติขนลุกไปด้วย

คือสมชาติรู้เว้ยว่าพี่ป๋ามันชอบสมชาติแต่ก็อยากขอร้องมากๆให้พี่มึงทำตัวปกติเหมือนเดิม

“มองขนคิ้วมึงไม่ได้อ่อ” สมชาติเหนื่อยใจจริงๆขนาดจีบกูยังกวนตีนไม่หยุดไม่หย่อน ไหนไอ้คนเมื่อกี้ที่พูดซึ้งๆวะขอเอากลับมาสักสองนาทีได้ไหม “ทำหน้าแบบนี้ด่ากูในใจอยู่แน่ๆ”

“แสนรู้ไปหมด”

“เชื่องด้วย ไม่เชื่อลูบหัวกูสิ”

อะไรคือการที่พี่มึงยื่นหัวมาให้สมชาติลูบวะ คือพี่แม่งประสาทฉิบหาย

“ไม่เอาอ่ะกลัวมือเป็นเกลื้อน”

“อ้อ เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงกูไม่เป็นหรอกเกลื้อน”

“แล้วเป็นไร?”

“เป็นขี้กากน่ะ”

ผ่าม! ได้ไปครับหนึ่งมุข ขอหาสาระจากบทสนทนาที่ผ่านๆมาด้วย โฮ่ยยย...ปวดหัวไปหมด

สมชาติล่ะปวดหัวจริงๆเลยดีที่ก่อนจะเกิดบทสนทนาแปลกประหลาดอะไรขึ้นมาอีกไอ้หวานมันเอาข้าวมาเสิร์ฟสมชาติพอดีแต่สมชาติคงลืมไปว่าไอ้หวานมันชอบพี่ป๋าอยู่ เงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็เห็นมันยืนบิดเหมือนคนปวดเยี่ยวอีกทั้งยังมองพี่ป๋ามันตาเยิ้มเชียวส่วนไอ้พี่ป๋าจะรู้อะไรล่ะครับพี่มันก็เอาแต่นั่งมองหน้าผมเหมือนกัน

นี่มันรักสามเศร้าที่แท้ทรู

“พี่ไม่สั่งไรเหรอ น้องมันรออ่ะ” เอาสักหน่อยแล้วกันจะได้ให้ไอ้หวานมันกระชุ่มกระชวยหัวใจแล้วมีแรงทำงานช่วยพ่อมันต่อไป

“ไม่ล่ะ” พี่มันส่ายหน้าใส่สมชาติก่อนจะเงยหน้าบอกไอ้หวาน “พี่ไม่เอาอะไรครับ ไปเถอะ”

ป๊าดดดด นี่ถ้าสมชาติเป็นไอ้หวานคงจะนอนดิ้นตายตรงนั้นแล้วอ่ะตอนที่เห็นไอ้พี่ป๋ามันส่งยิ้มให้แม้จะไม่ได้ยิ้มกว้างทำแค่กระตุกมุมปากก็เถอะแต่คือแบบมันดูดีไงครับ

“อะ..อ่อค่ะ” หวานมันตะกุกตะกักก่อนจะเดินทำหน้าเพ้อๆหายไปจากบริเวณโต๊ะผม

เมื่อไม่มีไอ้หวานอยู่แล้วสมชาติก็ก้มหน้าก้มตากินข้าวไม่ได้สนใจอีกคนที่กำลังนั่งมองอยู่อีก พี่ป๋ามันจะรู้หรือเปล่าวะครับว่าการที่มานั่งจ้องคนอื่นกินข้าวแบบนี้มันทำให้สมชาติกระเดือกข้าวไม่ลงเพราะทั้งกดดันแล้วก็รู้สึกขัดเขินอีกนิดหน่อยด้วย

“พี่....”

“ไม่กินผักอีกแล้วนะมึง”

กำลังจะพูดบอกให้เลิกจ้องก็ดันโดนพี่ป๋าพูดขัดขึ้นมาก่อน สมชาติได้แต่หุบปากฉับก้มลงมองจานข้าวผัดของตัวเอง

จริงนั่นแหละ...ก็คนมันไม่ชอบกินผักนี่หว่า

“เรื่องของผมน่า” สมชาติตอบปัด

ได้ยินเสียงพี่ป๋าถอนหายใจก่อนที่พี่มันจะลุกขึ้นยืน สมชาติจึงเงยหน้าขึ้นไปมอง

“รอกูก่อนเดี๋ยวมา”

ยังไม่ทันจะได้ถามอะไรพี่ป๋าก็เดินออกไปเลย ปล่อยให้สมชาติมองตามพี่ป๋าไปงงๆ อะไรของพี่มันวะแล้วสมชาติจำเป็นต้องรอป่ะ?

แม้จะไม่อยากรอแต่สุดท้ายก็ยังนั่งจุมปุกอยู่ที่เดิม บอกให้รอสมชาติรอก็ได้วะ นี่ถ้ารอแล้วเสียเวลาเปล่าๆเพราะความไร้สาระของพี่ป๋าสมชาติจะด่าให้

เรื่องสปอนเซอร์เป็นเรื่องที่หายไปจากสมองของสมชาติตั้งแต่วันที่โดนหอมหัว พอได้มานั่งพิจารณาและคิดดีๆแล้วสมชาติว่าการที่พี่ป๋าชอบสมชาติมันอาจจะทำให้เกิดประโยชน์ขึ้นมาในส่วนนี้ก็ได้ สมชาติไม่อยากจะทำนักหรอกแต่มันจำเป็นจริงๆขอใช้ประโยชน์จากความชอบของพี่ป๋าที่มีต่อสมชาตินิดนึงแล้วกัน

หลังจากที่ใช้สมองคิดมาหลายวันว่าจะเริ่มพูดยังไงดีพอมาวันนี้สมชาติก็รู้แล้วว่าการพูดขอกับพี่ป๋าตรงๆคงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วล่ะ มัวคิดหาคำพูดเดี๋ยวก็โดนหอมหัวอีกรอบอ่ะ

"อ่ะ กินไปสารอาหารจะได้ครบ" คนที่หายไปได้สักพักกลับมาพร้อมวางขวดน้ำที่สมชาติคุ้นตาเป็นอย่างดีลงตรงหน้า

ก้มลงมองน้ำสีเขียวที่บรรจุอยู่ในขวดเป็นสิ่งที่สมชาติเห็นจนชินจนไม่ต้องถามแล้วว่ามันคืออะไรทำเพียงเปิดฝาขึ้นแล้วกระดกใส่ปากจนหมดขวดก็วางลงที่เดิม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนที่ซื้อมาให้อีกครั้ง

"พี่ป๋า ผมมีอะไรจะขอ"

"อะไร? ยังไม่ทันจีบก็จะขอกูเป็นแฟนแล้วเหรอ" คือกูเกลียดท่าทางเขินอายและจริตจะก้านของพี่มันมาก

"ขอจริงจังสักห้านาที"

"เออๆมีไรล่ะ"

"พี่ก็รู้ใช่ป่ะว่าคณะผมกับคณะพี่ร่วมทำค่ายอาสาด้วยกันแล้วแบบว่าเงินสนับสนุนมันไม่พอเพื่อนก็ไม่จ่าย แล้วผมก็รู้มาว่าทางบ้านพี่ทำบริษัทน้ำดื่มxxx ผมก็เลยจะมาขอให้บริษัทของบ้านพี่มาเป็นสปอนเซอร์ได้ไหมอ่ะ"

ไม่ใช่ว่าไม่ลุ้นในคำตอบนะแต่สมชาติก็ทำเก๊กวางท่าไว้หน่อยนึง เบนสายตาทำเป็นมองอย่างอื่นแล้วก็วกกลับมามองหน้าพี่ป๋าที่ขมวดคิ้วมองหน้าสมชาติอีกครั้ง

"ชาติ" ความหวังสมชาติเริ่มจุดประกายวิบวับขึ้นแล้วล่ะ พี่ป๋าเรียกสมชาติแบบนี้แสดงว่าต้องได้แน่ๆ "ถึงกูจะชอบมึงแต่กับเรื่องนี้กูอาจจะช่วยมึงไม่ได้มาก"

"อ่าว?"

"อย่าพึ่งทำหน้าบึ้ง"

"ผมไม่ได้ทำสักหน่อย"

"มึงต้องให้คนทำเอกสารยื่นขอทางบริษัทเขาโดยตรง กูอาจจะพอช่วยพูดให้ได้"

"โห่ยยย แล้วผมจะแน่ใจได้ไงว่าจะได้สปอนเซอร์อ่ะ"

"กูไม่รู้"

"ไรวะ พี่ก็ช่วยมากกว่านี้ไม่ได้เหรอ"

"กูเป็นแค่หลานของผู้บริหารอีกอย่างกูไม่อยากรับปากว่าจะช่วยมึงได้มากน้อยแค่ไหน"

"โอเคๆขอบคุณพี่แล้วกันครับ"

"กูช่วยมึงแล้วก็ต้องมีรางวัลป่ะ"

"รางวัลไรอ่ะ พี่แค่ช่วยพูดเอง"

“เอ้า! นี่มึงไม่รู้เหรอว่ากูต้องรวบรวมสมองทั้งหมดเพื่อใช้ในการคิดค้นคำพูดเลยนะลุงกูเขาถึงจะยอมให้สปอนเซอร์มึงอ่ะ”

“ผมขอคนเดียวซะที่ไหน”

“โอเคไม่อยากได้ก็ไม่เป็นไร”

พี่ป๋าว่าเสร็จมันก็นั่งเงียบทำเป็นไม่สนใจสมชาติอีก โธ่เอ๊ย! นี่ถ้าไม่ติดว่าได้รับมอบหมายงานนี้มาสมชาติไม่ง้อพี่มันหรอก

“อือๆแล้วพี่อยากได้ไรวะ” สะบัดหางเสียงหน่อยๆแสดงออกว่าไม่พอใจนิดนึงที่ต้องมาให้รางวัลอะไรกับพี่ป๋ามัน

“ไปดูหนังกัน”

สมชาติก็นึกว่าจะขออะไรยากๆแค่ขอให้ไปดูหนังเนี่ยนะ

“ดะ...”

“ห้องกู”

เกือบไปแล้ว สมชาติเกือบจะตอบตกลงไปแล้วดีที่พี่ป๋ามันพูดขัดขึ้นมาก่อนไม่งั้นคนที่จะซวยคงเป็นสมชาตินี่แหละ ไอ้เราก็คิดว่าขอให้ไปดูหนังเป็นเพื่อนที่โรงหนังแต่ความเป็นจริงพี่ป๋ามันดันอยากจะชวนสมชาติไปดูหนังด้วยกันที่ห้องของพี่มันเอง สมชาติล่ะอยากยกมือขึ้นมากุมขมับตัวเองซะจริงๆ

คิดเหรอครับว่าขณะดูหนังจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับสมชาติอ่ะ ดูหน้าตาพี่ป๋ามันแล้วก็รู้เลยว่ามีแผนหวังเคลมสมชาติอยู่เป็นแน่

“ไม่เอาอ่ะ” ปฏิเสธไปเลยเพื่อตัดไฟแต่ต้นลม

“งั้นไปดูห้องมึง”

อืม...เป็นข้อเสนอที่น่าสนใจครับ ถ้าไปดูห้องสมชาติความปลอดภัยก็จะเพิ่มขึ้นมาอีกสิบระดับ ถามว่าทำไมน่ะเหรอก็เพราะว่าเป็นห้องสมชาติน่ะสิพี่ป๋ามันไม่กล้าทำอะไรสมชาติหรอก

เชื่อป่ะ?

“ก็ได้”

“ไม่คิดหน่อยเหรอ?”

“ก็คิดไปแล้วไงห้าวิเมื่อกี้อ่ะ”

“โอเค งั้นเอามือมา” พี่ป๋ายื่นมือมาขอมือสมชาติ สมชาติเลยก้มมองมือพี่ป๋าก่อนจะเงยหน้ามองเจ้าของมือด้วยสีหน้าที่ไม่เข้าใจ เอาตรงๆก็คือกูโง่แหละครับ “ทำสัญญากันไง”

“อ่อ” สมชาติพยักหน้าหงึกหงักยื่นมือขึ้นมาไปวางไว้บนมือพี่ป๋า มองดูต่อว่าพี่ป๋าจะทำอะไรต่อไป

มุมปากของพี่ป๋ากระตุกยิ้มขึ้นทำให้หน้าดูเป็นคนชั่วช้าทันทีก่อนจะยกมือสมชาติขึ้นแล้วเอามาแนบกับแก้มตัวเอง คือไอ้ห่าพี่! เมื่อกี้กูเอามือข้างนั้นเกาตีนไงจะห้ามตอนนี้ก็ไม่ทันได้แต่ส่งยิ้มแหยๆแล้วก็เลยตามเลยละกัน

สมชาติกราบอภัยพี่ป๋าจริงๆ ใครจะรู้ว่าพี่ป๋ามันจะเอามือข้างที่สมชาติเกาตีนไปแนบแก้มล่ะวะ

“สัญญาแล้วห้ามผิดสัญญา โอเคไหม?”

มือของสมชาติถูกปล่อยให้เป็นอิสระก่อนจะพยักหน้าหงึกหงักอย่างเชื่อฟัง คือเอาจริงๆก็รู้สึกผิดกับเรื่องมือของตัวเองนั่นแหละ ต้องเตือนพี่มันให้ไปล้างหน้าก่อนแล้วไหมอ่ะ

“คือพี่...เอ่อกลับขึ้นห้องแล้วก็รีบไปล้างหน้าล้างตาซะนะ”

บอกไปแบบนั้นพี่ป๋ามันก็ยิ้มเห็นฟันทันที อะไรวะเป็นงงกับพี่ป๋าแล้วนะครับ

“แหน๊! กูไม่ทันจะจีบก็เริ่มมีใจให้กูแล้ว บอกให้กูดูแลตัวเองด้วย มึงอย่ารีบดิชาติกูขอใช้สกิลการจีบของกูก่อนมึงค่อยชอบกูกลับ เคป่ะ?”

เฮ้อ...เหนื่อยว่ะครับ ทำไมชีวิตสมชาติต้องมาเจอคนแบบพี่ป๋าด้วย

“ตามใจพี่แล้วกัน”

“แหน่ะ กูบอกว่าอย่าพึ่งชอบกูกลับไงไม่ทันไรก็จะมาตามใจกูแล้ว เดี๋ยวกูก็เหลิงหรอก”

โอ๊ยย!สมชาติเบื่อมาก ปวดหัวมาก ไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้วโว้ย ใครก็ได้ยกสมชาติออกไปห่างๆพี่ป๋ามันที กูจะเป็นประสาทแดกก่อนป่ะวะเนี่ย

“เออๆ” ตอบรับส่งๆไปก่อนจะว่าต่อ “แล้วจะดูกันวันไหน”

“ทุกวันได้ป่ะ?”

“อย่ามาเยอะพี่”

“กูอยากดูกับมึงทุกวันนี่หว่า”

“งั้นเอาเป็นทุกวันเสาร์ได้ไหมล่ะ?” เห็นหน้าหงอยๆของพี่มันแล้วก็อดไม่ได้สมชาติเลยเสนอข้อตกลงเองแล้วกัน

“ดีลครับ!”

โคตรจะไม่ชินกับการที่พี่ป๋าพูดเพราะเลยแต่เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องมาแหกปากคุยกันเหมือนเดิมอีก อยากจะคุยกันแบบนุ่มนวลๆบ้าง เดี๋ยวเส้นเสียงแม่งจะแตกซะก่อน

 

 

 





วันไหนที่สมชาติไม่มีเรียนหรือเลิกเรียนเร็วและไม่มีการประชุมเกี่ยวกับค่ายอาสาต่อ สิ่งที่สมชาติจะทำเมื่อมีเวลาว่างคือการนอนอ่านหนังสือการ์ตูนที่บางส่วนก็ซื้อมาเองบ้าง บางส่วนก็ยืมไอ้มังกรมันมาเมื่อก่อนก็อ่านได้แบบสนุกแล้วก็อินกับเนื้อเรื่องเลยล่ะครับทว่าตั้งแต่มีไอ้พี่ป๋าเข้ามาในชีวิต แชทไลน์ของสมชาติก็แจ้งเตือนแทบทุกเวลาเลยทำให้สมาธิตอนนี้ไม่ได้จดจ่อกับหนังสือการ์ตูนสักเท่าไหร่มัวแต่สนใจข้อความที่เด้งบนหน้าจอตลอดเวลาส่วนข้อความของพี่ป๋าสมชาติก็อ่านในหน้าจอหลักเอานะไม่ได้เข้าไปอ่านในแชทตรงๆและไม่คิดจะตอบด้วย พอพี่ป๋ามันเห็นว่าสมชาติไม่ตอบสักทีก็จะส่งมาว่า

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : ถ้ามึงไม่ตอบนะกูจะพิมพ์นะค่ะ

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : กูรู้ว่ามึงอ่านอยู่

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : ตอบกูก่อนแป๊บนึงก็ยังดี

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : สมชาตินะค่ะ

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : ตอบพี่ป๋าหน่อยครับ

ไม่รู้ว่าจะใจอ่อนให้กับคำไหนดีระหว่างคำว่า ‘นะค่ะ’ กับคำว่า ‘ครับ’ ของพี่ป๋า สุดท้ายก็ต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตอบอีกคนจนได้ หนังสือการ์ตูนก็วางๆทิ้งไว้ก่อนแล้วกันเดี๋ยวจะกลับมาอ่านหลังจากเคลียร์ให้พี่ป๋ามันสงบลง

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : พี่ว่างนักหรือไงเนี่ย

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : ผมอ่านการ์ตูนไม่รู้เรื่องเลย

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : ตอบกูสักที

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : มึงก็เฉียดเวลามาให้กูหน่อย กูกำลังจีบมึงอยู่นะเว้ย

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : อยากให้ถึงวันเสาร์เร็วๆจังวะ

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : อะไรของพี่

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : กูจะได้ดูหนังกับมึงที่ห้องไง

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : อยากดูมึงฉิบหาย

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : จะดูอะไรผม? พี่กวนตีนว่ะ

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : เห้ยพิมพ์ผิด! กูหมายถึงว่าอยากดูหนังกับมึงฉิบหายเลย

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : ไม่เนียนไอ้สัดพี่

สมชาติล่ะอยากจะถอนหายใจสักวันละพันๆครั้งเวลาได้คุยกับพี่ป๋า มันไม่ได้เป็นความรู้สึกอึดอัดนะครับแต่เป็นความที่ว่ากูต้องประสาทแดกกับพี่มึงนานอีกเท่าไหร่ถึงจะเลิกกวนตีน

พี่ป๋าได้เงียบลงไปแล้วสมชาติจึงหยิบหนังสือการ์ตูนขึ้นมาอ่านแต่อ่านได้ไม่จบเล่มดีก็ได้ยินเสียงเคาะประตูหน้าห้องของตัวเองดังขึ้น ให้เดาไหมล่ะครับว่าหลังประตูนั่นน่ะเป็นพี่ป๋ายืนทำหน้ากวนตีนอยู่แน่ๆ เดี๋ยวนี้แม่งขยันมาเคาะประตูห้องสมชาติเหลือเกิน ไอ้ครั้นจะไม่ไปเปิดให้ก็ดูแล้งน้ำใจอีกจึงจำเป็นต้องลากสังขารตัวเองลุกจากที่นอนมาเปิดประตูให้อีกคนที่ทำหน้ากวนตีนไม่ผิดจากที่เดาไว้เลย

“เอาไป กูรูว่ามึงไม่กินผัก” น้ำขวดสีเขียวถูกยื่นมาให้เกือบแนบกับแก้มสมชาติ สมชาติรีบรับมาก่อนจะพูดขอบคุณแล้วทำท่าจะปิดประตูทันที “เฮ้ยๆ ไม่ชวนกูเข้าห้องหน่อยเหรอวะ?”

“จำเป็นอ่อ”

“ขอเข้าไปซึมซับกลิ่นมึงห้านาที”

“พี่มึงแม่งโรคจิตว่ะ” สมชาติทำหน้าขยาดจนพี่ป๋ามันหัวเราะแล้วยกมือขึ้นมาโยกหัวสมชาติเล่น

“กูล้อเล่น แล้วนี่กินข้าวหรือยัง?”

“กินมาม่าไปแล้ว ตอนเย็นก็น่าจะลงไปหาไรกินร้านลุงศักดิ์อ่ะ”

“งั้นถ้าไปก็ไลน์บอกด้วย”

“ไม่อ่ะ”

“สมชาติ”

“อือๆเดี๋ยวบอก พอใจยัง?”

“ที่สุด”

“งั้นพอใจแล้วก็ไปดิหรือจะยืนอย่างนี้ทั้งวัน”

“ขอกูมองหน้ามึงก่อน”

“พี่แม่ง...”

อยากจะด่านะแต่ก็ช่างเหอะพี่ป๋าอยากทำอะไรสมชาติก็ขี้เกียจจะขัดแล้วล่ะ เอาที่พี่ป๋าสบายใจแล้วกัน

พี่ป๋านิ่งมองสมชาติตามที่บอกจริงๆ ไม่ได้รุ่มร่ามหรือพูดอะไรเอาแต่จ้องมองและมุมปากก็มีรอยยิ้มติดอยู่ตลอดเวลา สมชาติรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก ลองให้ใครมาจ้องแบบนี้นานๆจะไม่เสียอาการเหมือนสมชาติเหรอครับ สมชาติก็ไม่เคยโดนจ้องนานขนาดนี้แถมสายตาพี่ป๋าก็แบบ...มันดูสื่อถึงความรู้สึกบางอย่างอ่ะบอกไม่ถูกแต่รู้สึกได้จริงๆนะ

“หายคิดถึงแล้ว กูไปล่ะ”

แล้วพี่ป๋าก็เดินไปจริงๆครับไปแบบที่สมชาติยังไม่ทันจะได้ถามหรือจะได้พูดอะไรต่อ นี่พี่ป๋าเริ่มจีบสมชาติแล้วหรือเปล่า อันที่ทำเมื่อกี้คือการจีบในแบบของพี่ป๋าใช่ไหม สมชาติงงไปหมดแล้ว คือจีบกับไม่จีบมันต่างกันยังไงเหรอครับ ใครรู้ช่วยบอกสมชาติทีเถอะ











ทางด้านมังกร แจ็คและอาทิตย์ หลังจากได้ไลน์พี่ก้องไปแล้วพวกเขาก็ไม่รอช้าทักไปหาพี่ก้องทันที นัดแนะให้พี่เขามาเจอกันที่ร้านเนื้อย่างเพราะอะไรน่ะเหรอก็เพราะพวกเขาสามคนอยากกินไงและเป็นโชคดีที่พี่ก้องเขาไม่ขัด บอกอีกว่าจะชวนพี่เหมมาด้วย ดีเลยไงตัวหารเยอะราคาจะได้ถูกลง

“แล้วนี่นัดพี่มามีอะไรจะคุยเหรอ?”

หลังจากคีบเนื้อย่างใส่กระทะจนได้ยินเสียงฉู่ฉ่าๆพร้อมกับกลิ่นหอมๆของเนื้อย่างลอยอบอวลรอบตัวรอบหัวแล้วพี่ก้องก็ถามขึ้นไม่รอให้เสียเวลา ตอนแรกพวกเขาก็ว่าจะชวนคุยตั้งนานแล้วแต่ก็ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี

“คืองี้ครับพี่” มังกรเริ่มพูดหันไปมองพี่ก้องทีพี่เหมที “ผมสงสัยว่าวันที่เราไปกินเหล้าด้วยกัน หลังจากที่แยกย้ายกันกลับมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นระหว่างไอ้ชาติกับพี่ป๋าไหมครับ?”

ใบหน้าของพี่ก้องครุ่นคิดอย่างหนักส่วนพี่เหมรายนั้นก็เอาแต่คีบเนื้อใส่จานให้พี่ก้องไม่ได้มีการคิดทำหน้าขมวดคิ้วเหมือนพี่ก้องเลยสักนิด สงสัยพี่เหมคงไม่รู้ งั้นคนที่คงจะรู้เรื่องของคืนวันนั้นคงมีแต่พี่ก้อง

“ป๋ามันไปส่งพวกพี่สองคนก่อน ระหว่างนั้นก็ไม่มีอะไรนะ ปกติดีทุกอย่างเลย”

จะปกติได้ยังไงกันในเมื่อพวกเขาสามคนเห็นว่าอาการที่ไอ้สมชาติเป็นหลังจากวันนั้นไม่มีคำว่าปกติเลยสักนิดเดียว

“พี่แน่ใจนะครับ?” แจ็คถามย้ำพี่ก้องอีกครั้ง

“อือแต่แปลกหลังจากนั้นสามวันไอ้ป๋ามันก็ทำหน้ายุ่งๆมาเรียน แล้วก็ชอบมองโทรศัพท์บ่อยๆตอนเที่ยงก็จะขอแยกตัวออกมา มันบอกว่าไปทำธุระ พวกพี่เลยไม่ได้ถามอะไรมันอีก”

ไม่ใช่แค่สมชาติที่อาการแปลกไปแต่พี่ป๋าก็เป็นเหมือนกัน แล้วเรื่องคืนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นวะ อยากรู้จนตัวสั่นแล้วเนี่ย ถามพี่ก้องกับพี่เหมก็ไม่มีใครรู้อีก ถ้าเดินไปถามกับสมชาติมันนจะบอกไหม แน่นอนว่าพวกเขาได้คำตอบในทันทีโดยที่ยังไม่ทันได้เริ่มถามคือไอ้ชาติไม่บอกแน่ๆ

“ผมว่าหลังจากที่พี่ป๋าไปส่งพี่สองคนแล้วน่าจะมีอะไรเกิดขึ้นแต่พวกผมไม่รู้นี่สิว่ามันคืออะไร” แจ็คสันนิษฐานถึงหลักความจริงที่เกิดขึ้น “หรือพี่ป๋ามันจะทำมิดีมิร้ายสมชาติอ่ะพี่” แจ็คว่าหน้าตื่น ข้อสันนิษฐานนี้ทำเอาทุกคนชะงักค้างพลอยตกใจไปกันหมด

“ไม่หรอก” พี่ก้องปฏิเสธข้อกล่าวหานั้นแทนเพื่อนทันที “ถึงป๋ามันจะชอบแกล้งแต่มันไม่ทำเรื่องแบบนั้นแน่ พี่เอาหัวเป็นประกันเลย”

“แน่ใจได้ยังไงว่ามันจะไม่ทำ” พี่เหมพูดขัดพี่ก้องขึ้นมานิ่งๆส่วนพี่ก้องพอได้ยินประโยคนั้นก็ทำหน้ายุ่งใส่พี่เหมก่อนจะยกมือขึ้นมาตีไหล่ไปหนึ่งที

“กูรู้ ไอ้ป๋ามันไม่ใช่คนแบบนั้น”

“เหรอ?” พี่เหมเลิกคิ้วขึ้นอย่างเท่ๆ

“เหม!”

“ครับ”

“ไม่ต้องมากวนเลย”

“อือ อย่าทำหน้าบึ้ง”

เอิ่ม...พวกเราสามคนเป็นส่วนเกินของพี่สองคนใช่หรือไม่? ทำไมเหมือนมานั่งดูคู่รักสวีทหวานใส่กันเลยวะแต่ดูๆแล้วพี่เขาสองคนก็เหมาะกันดีนะ ประมาณแบบเฟรนโซนอ่ะ

“อ่า...พวกผมว่าเราคงต้องสืบกันแล้วล่ะครับว่าเรื่องคืนนั้นมันเป็นยังไงกันแน่” อาทิตย์พาเข้าเรื่องอีกครั้ง เดี๋ยวปล่อยนานไปพี่สองคนเขาจะจีบกันให้ดูอีก

“แล้วจะไปยุ่งเรื่องเขาทำไม?” พี่เหมพูดขัดพวกเราอีกหน ทำเอาพวกเราสามคนหัวหดเลยทีเดียว พี่เหมเขามีรังสีแบบว่าน่ากลัวหน่อยๆแล้วก็รู้สึกเกรงใจพี่เขาแปลกๆเป็นคนที่ดูเข้าถึงยากมากเลยล่ะ

“เหมไม่ช่วยก็อย่าขัดได้ไหม”

ดีนะที่มีพี่ก้องอยู่ด้วยไม่งั้นพวกเราสามคนคงดวงซวยโดนพี่เหมกระซวกไส้แล้วล่ะครับ

พอโดนพี่ก้องทำหน้าดุพี่เหมก็ถอนหายใจก่อนจะหันกลับไปคีบเนื้อใส่จานให้พี่ก้องต่อ คือพี่เขาเหมือนมานั่งย่างเนื้อให้พี่ก้องกินมากกว่าจะกินเองเลย

“แหะ คือผมไม่ได้อยากยุ่งเรื่องเขาสองคนหรอกครับพี่ แต่คือไอ้ชาติมันก็เพื่อนผม พวกผมก็เป็นห่วงมัน มันยิ่งบื้อๆอยู่ด้วย”

“พี่เข้าใจ”

“งั้นพี่จะร่วมมือกับพวกเราสืบหาความจริงเรื่องคืนนั้นไหมครับ?” มังกรถามด้วยดวงตาที่เป็นประกาย

พี่ก้องพยักหน้าหงึกหงักจนผมฟุ้งกระจายก่อนจะยิ้มยิงฟันให้พวกเรา

“แน่นอนสิ น่าสนุกออก” พี่ก้องว่าก่อนจะหันไปหาพี่เหม “เหมก็ร่วมด้วย ร่วมมือกันหมดนี่เลยเนอะW

ดูท่าพี่เหมเขาไม่ค่อยอยากจะร่วมมือเท่าไหร่แต่ก็ต้องจำใจเพราะพี่ก้องเขาบังคับ

“โอเคครับ งั้นถ้าคิดแผนได้แล้วค่อยนัดประชุมกันนะครับ”

“อื้อ”

คราวนี้ล่ะเรื่องความลับของคืนนั้นพวกเราทั้งสามคน..ไม่สิ! ต้องพวกเราทั้งห้าคนต่างหาก จะได้รู้กันสักทีว่าเรื่องไหนที่ทำให้ไอ้ชาติมันฟึดฟัดใส่พี่ป๋าได้ขนาดนี้


เตือนไว้เลยว่าสกิลการเสือกของพวกเราไม่มีทางที่จะธรรมดาแน่นอน


(ಥ﹏ಥ)


ฝากคอมเม้นให้ฟีดแบคกันด้วยน้าาา ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นทุกกำลังใจและทุกการติดตามมากๆค่าา

ติดแท็ก #สมชาติไม่ชอบนะค่ะ กันได้นะค้าา


ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3606
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +131/-4

ออฟไลน์ chubbybunny

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
สมชาติน่ารักมากนะค่ะ

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1092
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4003
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-2
เขินตอนพี่ป๋ายืนจ้องหน้าสมชาติมาก :-[

ออฟไลน์ ฟองดูว์

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-2
ตอนที่11

               



และแล้ววันเสาร์ที่ไอ้พี่ป๋ามันรอคอยคนเดียวก็มาถึง นี่ยังพึ่งหกโมงเช้าไลน์ของสมชาติก็ดังขึ้นแล้ว เนื้อความที่สรุปได้จากการอ่านไลน์พี่ป๋าที่ส่งมาตั้งแต่เช้าตรู่ก็คือ



“ไปตักบาตรกันชาติ”



ไอ้เวรเอ้ยยย พี่มึงจะมาอยากทำบุญตักบาตรอะไรตอนที่คนง่วงๆวะแล้วทำไมต้องมาชวนสมชาติด้วย นี่ก็บ้าจี้ไงพอบอกว่าจะตักบาตรก็ลุกขึ้นจากที่นอนไปล้างหน้าแปรงฟันก่อนจะวิ่งแจ้นลงมาชั้นล่างไม่ลืมไลน์บอกพี่ป๋ามันด้วยว่ากำลังรออยู่หน้าหอแล้ว



พระจะเดินผ่านหอของสมชาติประมาณเกือบๆเจ็ดโมงเช้า อันนี้สมชาติก็ไม่เคยตักบาตรสักครั้งหรอกครับคุณป้าแม่บ้านกับลุงยามเขาเคยบอกมา บอกอีกว่าถ้าไม่มีของใส่บาตรก็ต้องเดินเท้าไปหาซื้อของมาตักบาตรที่ตลาดเช้าใกล้ๆนี้ก่อนด้วย พี่ป๋าที่นัดแนะสมชาติมันยังไม่ลงมาเลยแล้วจะทันพระท่านไหม?



เอ่อ...ตกลงใครเป็นคนที่อยากตักบาตรกันแน่วะครับ สมชาติเริ่มจะงงๆแล้ว



รอไปประมาณเกือบสิบนาทีเห็นจะได้ พี่ป๋าก็เดินลงมาจากหอด้วยสภาพชุดนอนลายทางสีน้ำเงินกางเกงนอนขาสั้นประมาณหัวเข่า รองเท้าแตะช้างดาวรุ่นลิมิเต็ดที่พี่ป๋ามันเอาไปแกะสลักชื่อตัวเองพร้อมด้วยทรงผมที่มีสภาพหยุ่งเหยิงฉิบหายผิดกับใบหน้าที่ยิ้มแย้มสดใสเหมือนสาวน้อยพึ่งมีความรักแต่นี่คงเป็นชายหนุ่มทึนทึกตัวบึกบึนล่ะครับ นึกภาพดูสิครับว่าคนตัวใหญ่ๆแบบไอ้พี่ป๋าเดินลั้ลลายิ้มแย้มลงจากหอแค่คิดก็ขนลุกแล้วใช่ไหมล่ะ นั่นแหละตอนนี้สมชาติก็กำลังเป็นแบบนั้นเลย



"หวัดดี" พูดทักทายพร้อมกับโบกมือให้สมชาติอย่างร่าเริง



"คิดไงชวนผมมาตักบาตรเนี่ยพี่"



เราเริ่มเดินกันไปทางตลาดเช้าในระหว่างทางก็ชวนกันคุยเพื่อฆ่าเวลาไปเรื่อยๆ



"อ่อ วันนี้วันเกิดกูน่ะเลยชวนมึงมาทำบุญด้วยกันชาติหน้าจะได้เกิดมาคู่กับกูอีก"



ขออนุญาตถอนหายใจและเบะปากสักครู่นะครับ สมชาติขอเลือกโฟกัสคำว่าวันเกิดแล้วกันส่วนคำพูดท้ายๆประโยคนั่นจะปล่อยผ่านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น



“ถ้าอย่างนั้นวันนี้พี่ก็ต้องไปกินเลี้ยงวันเกิดกับเพื่อนป่ะ เออ...ครอบครัวพี่ด้วย” สมชาติยกยิ้มก่อนว่าต่อ “งั้นค่อยมาดูหนังด้วยกันวันอื่นเนอะ”



“ไม่ต้องเสียใจไปสมชาติ วันนี้กูเอาเวลาทั้งหมดยกให้มึงคนเดียวเต็มๆไม่ต้องเป็นห่วง” พี่ป๋าพูดอย่างหน้าตาเฉยก่อนจะหันมามองสมชาติที่เกือบจะเปลี่ยนสีหน้าเซ็งๆให้เป็นปกติไม่ทัน “ตอนนี้จีบมึงอยู่กูจะปล่อยให้เวลาอันแสนจะมีค่าเสียไปเปล่าๆไม่ได้”



“แล้วพ่อแม่พี่เขาไม่ว่าอ่อ?”



“ไม่อ่ะ กูบอกพ่อกับแม่ว่าวันเกิดปีนี้ไม่ว่างทำภารกิจตามจีบลูกชายอีกคนเข้าบ้านให้อยู่”



“เฮ้ย?!” สมชาติอุทานขึ้นอย่างตกใจ



“มีไร?” พี่ป๋าหันมามองมชาติอย่างงงๆจู่ๆก็อุทานขึ้นมาเสียงดังไม่รู้มันเผลอเดินไปเหยียบขี้หมาหรือเปล่า อะไรจะทำหน้าทำเสียงได้ตกใจขนาดนั้น



“พี่บ้าอ่อวะ?!”



“มึงพึ่งรู้เหรอ?”



“ผมจริงจังนะเว้ย”



“เออๆ แล้วทำไมล่ะ?”



“ก็พี่ไปบอกพ่อแม่แบบนั้นเขาไม่ตกใจกันแย่เหรอที่แบบว่าพี่ชอบ เอ่อ...” สมชาติอึกอักพอจะพูดออกไปแล้วก็รู้สึกแปลกๆยังไงก็ไม่รู้สิจึงต้องเว้นจังหวะไว้แล้วเงยหน้ามองไปทางพี่ป๋า



“ชอบผู้ชายน่ะเหรอ?”



“อือ” พยักหน้าหงึกหงักเบาๆ “เขาไม่ว่าพี่เหรอ แบบยอมรับได้เหรอที่ลูกชายมาชอบผู้ชายด้วยกัน”



“แล้วทำไมถึงจะยอมรับไม่ได้?” พี่ป๋าไหวไหล่ไม่ได้มีความกังวลใดๆเลยสักนิด “พ่อกับแม่ยังบอกให้กูสู้ๆจีบมึงให้ติดแล้วก็ให้พาไปหาเขาที่บ้านด้วยอยู่เลย”



“พี่อำผมเล่นแล้ว”



“ชาติ กูจะบอกให้นะการที่กูจีบมึงอยู่มันก็คือความรักอ่ะ มึงเข้าใจป่ะว่าความรักก็คือความรักมันไม่ได้มีรูปแบบ ไม่มีกฎเกณฑ์หรือข้อบังคับอะไรหรอกแค่รักก็คือรัก เนี่ยเข้าใจป่ะ?”



“แล้วเรื่องเพศมันไม่เกี่ยวเลยเหรอพี่ พี่ก็รู้ว่าสังคมถึงจะดูเปิดกว้างแต่บางครั้งมันก็อาจจะไม่ได้กว้างอย่างที่เราคิดก็ได้”



“เอาจริงๆถ้ามัวแต่ไปแคร์ว่าคนอื่นเขาจะคิดอะไรชีวิตนี้แม่งก็ไม่ต้องทำอะไรละ” เขายกมือขึ้นมาจับหัวสมชาติแล้วโยกเล่นเบาๆ “มึงอาจจะคิดว่าแค่รักกันมันคงยังไม่พอใช่ไหมล่ะแต่สำหรับกูแค่รักกันมันก็พอแล้วเพราะถึงยังไงความรักที่มีให้กันก็จะสามารถทำให้ผ่านเรื่องต่างๆไปได้ ดูมโนป่ะแต่กูคิดงี้จริงๆ” พี่ป๋าขำกับคำพูดของตัวเองเล็กน้อย



เอาเข้าจริงแล้วพี่ป๋าดูเป็นคนที่คิดบวกมาก มองทุกอย่างในแง่ดีไปหมดเพราะงี้มั้งเขาเลยดูเป็นคนอารมณ์ดีแต่แปลกที่คนอื่นบอกว่าพี่ป๋าเข้าถึงยาก



“อือ” สมชาติตอบสั้นๆ ในหัวของเขากำลังคิดถึงเรื่องในอนาคตที่จะเกิดขึ้น เขารู้ว่าอนาคตมันเปลี่ยนแปลงได้ตลอดและเขาคงจะไปกำหนดอะไรมากไม่ได้แต่นั่นแหละถึงจะรู้แล้วก็อดกังวลไม่ได้อยู่ดี



พี่ป๋าเหมือนจะสังเกตเห็นความผิดปกติของใบหน้าสมชาติ ก็ใช่น่ะสิขมวดคิ้วขนาดนี้ใครเขาจะไม่รู้บ้างทว่าพี่ป๋าก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากส่งยิ้มให้และลูบหัวสมชาติเบาๆก่อนเขาจะเดินนำเข้าไปในตลาดเพื่อซื้อของตักบาตรและดอกไม้



ไม่อยากจะยอมรับเท่าไหร่ว่าการกระทำของพี่ป๋ามันสั่นคลอนความรู้สึกหวั่นไหวของสมชาติเบาๆ











พี่ป๋าบอกสมชาติว่าจะมาหาที่ห้องตอนเย็นๆหน่อยเพราะพี่มันต้องเก็บห้อง ซักผ้าอะไรของมันเยอะแยะ คาดว่าจะว่างมาดูหนังที่ห้องสมชาติด้วยกันตอนเย็นเลย สมชาติก็ไม่ได้ว่าอะไร ตามใจพี่มันว่าจะมาตอนไหนอีกอย่างสมชาติจะได้ถือโอกาสนี้เก็บห้องของตัวเองเหมือนกัน รกจนจะไม่มีทางเดินแล้ว เสื้อผ้ากูกองคนละทิศคนละทาง นี่ถ้าแม่มาเห็นคนโดนบ่นจนเก็บเอาไปฝันแล้วล่ะครับ



ในตอนเย็นประมาณสักสี่โมงได้พี่ป๋าก็โผล่หน้ามาเคาะประตูห้องสมชาติพร้อมกับถุงของกินที่ถืออยู่เต็มสองมือ ส่วนมากจะเป็นพวกขนมกรุบกรอบกับเครื่องดื่มน้ำอัดลม น้ำเก๊กฮวยและน้ำจับเลี้ยง มีให้เลือกดื่มตามความชอบ



ส่วนหนังก็ยังเลือกกันไม่ได้ว่าจะดูเรื่องอะไรดีเลยตกลงกันว่าจะมาเลือกเอาหน้างานกัน



"มึงชอบดูหนังฝรั่งป่ะ?"



"ผมดูได้หมดอ่ะ"



"อืม งั้นเอาเรื่องนี้แล้วกัน"



พี่ป๋ากดเลือกหนังแอ๊คชั่น ภาพปกเป็นหนังสงครามที่แม่งคงจะมันส์แหละครับแค่ภาพปกก็น่าดูแล้ว



สมชาติก็ไม่ใช่คนที่จะชอบดูหนังเท่าไหร่หรอก บอกแล้วไงว่าวันไหนว่างๆก็อ่านแต่การ์ตูน ส่วนหนังนี่ก็จะดูบ้างเวลามีคนชวนอย่างเช่นตอนนี้นี่แหละ



"พี่ชอบดูหนังอ่อ" ถามขึ้นระหว่างรอเน็ตโหลด ต้องเข้าใจนะครับว่าเน็ตหอสมชาติไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่



"ไม่อ่ะ กูชอบนอน"



"แล้วทำไมถึงชวนผมดูหนังอ่ะ"



“ตอนแรกว่าจะชวนนอนด้วยกันแต่มึงคงไม่ยอมอ่ะ”



“กวนตีนแล้วไอ้สัดพี่”



“ชาติ ถ้ามึงจะเรียกกูไอ้สัดก็ไม่ต้องเรียกกูว่าพี่ก็ได้ป่ะ”



“มึงพูดเองนะป๋า”



“เดี๋ยวแม่งจับดูดปาก”



“ถีบนะเว้ย” ยกเท้าขึ้นมาทำท่าจะจีบพี่ป๋าที่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้โดยที่สมชาติไม่ทันได้ตั้งตัว



“กูล้อเล่น” พี่ป๋าผละออกไปก่อนจะยิ้มขำกับท่าทางพร้อมสู้ของสมชาติ



นี่ถ้าพี่ป๋ามันพุ่งเข้ามาจริงๆสมชาติก็คงใช้วิชามวยที่เคยเรียนมาเมื่อสิบขวบจัดการจนพี่มันน่วมแน่อ่ะ ดีนะที่พี่ป๋ามันกลัวสมชาติจึงถอยออกไปก่อน



“ล้อเล่นบ่อยๆเดี๋ยวก็เจ็บตัวหรอก” ต้องเตือนไว้ก่อนครับ พอดีไม่อยากทำร้ายร่างกายใครเท่าไหร่



“ความจริงก็อยากทำจริงๆแหละแต่เพื่อความซอฟเลยพูดล้อเล่นไว้ก่อน”



“โฮ่ยย พูดกับพี่แล้วผมปวดหัวว่ะ”



“กินยาป่ะ พารามีนะ”



“พี่หยุดกวนตีนผมสักห้าวิได้ไหม?”



“ได้”



สมชาติทำหน้างงๆเมื่อพี่ป๋ามันรับปากอย่างง่ายดายก่อนจะต้องถอนหายใจอีกครั้งเมื่อพี่ป๋าพูดขึ้นมา



“ครบห้าวิละ กวนต่อเลยได้ป่ะ”



“ไอ้สัด”



เออ...ต้องให้ได้ด่าก่อนครับพี่มันถึงจะเงียบปากได้ แม่งเป็นคนที่เข้าใจยากฉิบหาย อยู่ด้วยก็ปวดหัวดี เอ๊ะ!? หรือจะไม่ดีวะ อันนี้ก็เริ่มงงๆแล้วเหมือนกัน



หนังเริ่มไปได้ประมาณครึ่งเรื่องสมชาติก็หันไปมองคนที่นั่งพิงขอบเตียงข้างๆสมชาติ พี่ป๋ามันตั้งหน้าตั้งตาดูหนังส่วนมือก็หยิบขนมขึ้นมากินสลับกับยื่นมาป้อนสมชาติด้วย สมชาติก็ไม่อยากมือเปื้อนอ้าปากรับโดยไม่ได้ปฏิเสธเป็นการกระทำที่คนอื่นอาจจะบอกว่าให้ความหวังก็ได้ ถ้าให้สมชาติพูดก็กำลังให้ความหวังนั่นแหละ



สมชาติยังจำคำที่พี่ป๋าเคยบอกสมชาติได้ว่าจะทำอะไรก็ทำตามความรู้สึกของสมชาติ ไม่ต้องฝืนตัวเอง รู้สึกยังไงก็แสดงออกมาแบบนั้นและก็ใช่สิ่งที่สมชาติทำอยู่ตอนนี้ก็ทำเพราะรู้สึกจริงๆ สมชาติรู้สึกดีที่ได้อยู่กับพี่ป๋าและมีความสุขที่มีคนอย่างพี่ป๋าอยู่ใกล้ๆ



มันอาจจะแปลกที่ความรู้สึกของสมชาติพัฒนาเร็วขึ้นขนาดนี้แต่ก็อยากบอกให้ทุกคนมาลองอยู่ใกล้ๆพี่ป๋าสิครับแล้วจะเข้าใจว่าทำไมสมชาติถึงรู้สึกดีกับพี่ป๋า



พี่ป๋าอาจจะไม่ใช่คนที่นุ่มนวลอ่อนหวานแต่ก็เป็นคนที่เอาใจใส่และใส่ใจคนรอบข้างซึ่งการกระทำอาจจะไม่ได้นุ่มนิ่มแต่มันก็รู้สึกได้ว่าสิ่งที่ป๋าทำคือความใส่ใจต่อสมชาติจริงๆ



อีกอย่างพี่ป๋ามันเป็นคนมีเสน่ห์คนหนึ่งเลย แบบยังไงดี...พี่มันเหมือนสามารถดึงดูดคนให้มองพี่มันได้ เหมือนอย่างเช่นวันแรกที่สมชาติเจอพี่ป๋าก็ถูกดึงดูดด้วยเสื้อผ้าที่ทุเรศสายตาของพี่ป๋ามันนั่นจึงทำให้สมชาติหยุดมองไม่ได้เลย คงพูดได้ว่าความแปลกๆของพี่มันนั่นแหละที่เป็นตัวดึงดูดให้สมชาติต้องมองตลอด



“คิดอะไรอยู่?”



ไอ้ห่าพี่นี่หน้าจะใกล้เกินไปแล้วโว้ยย!



“เอาหน้ามาแนบกันเลยไหมพี่ถ้าจะใกล้ขนาดนี้อ่ะ” สมชาติว่าอย่างประชดแล้วแม่งคิดผิดไงที่มาพูดประชดกับไอ้พี่ป๋า



“แล้วก็ไม่บอกตั้งแต่แรกว่าทำได้”



เนี่ย! ก็เป็นคนแบบนี้จะให้สมชาติว่ายังไง เสียเวลาต้องยกมือขึ้นมาดันหน้าพี่มันออก ก่อนจะยกหัวตัวเองโหม่งหน้าผากพี่มันอย่างหมั่นไส้และก็ใช่ กูเจ็บหน้าผากเองครับ เวรเอ๊ย!!




“โคตรเจ็บ” ยกมือขึ้นจับหน้าผากตัวเองแล้วมองค้อนพี่ป๋าไปทีนึง



“โง่ว่ะ”



ปากด่านะแต่การกระทำคือเอามือมาลูบหน้าผากให้ก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้สมชาติจนสมชาติต้องเอนไปข้างหลัง พี่ป๋ามองหน้าสมชาตินิดหน่อยแล้วยกยิ้มมุมปากจากนั้นก็เป่าลมใส่หน้าผากสมชาติเบาๆ ปากก็พึมพำๆเหมือนท่องมนตร์อะไรสักอย่าง



“เพี้ยง! เดี๋ยวก็หาย” ส่งท้ายด้วยการเป่าลมใส่แรงๆแล้วยกมือขึ้นมาลูบตรงหน้าผากให้สมชาติอีกครั้ง



คือไอ้ห่าพี่! น้ำลายแม่งเต็มหัวคิ้วกูเลย



“ดูหนังต่อดิจ้องหน้าทำไมวะ”



“มึงรู้ป่ะว่าหนังหน้ามึงตอนนี้น่าดูกว่าหนังอีก”



“ผมรู้ว่าตัวเองหน้าดีแต่จ้องขนาดนี้มันก็ไม่ได้ป่ะวะ”



“เปล่า หน้ามึงมันแบบเหมือนเด็กงอแงๆอยากกินอมยิ้มอ่ะ”



แล้วดูพี่ป๋ามันเปรียบเทียบหน้าสมชาติครับ เด็กงอแงไม่ใช่แค่อยากกินอมยิ้มป่ะ ฟันก็ผุหมดดิ บางทีเด็กอาจจะงอแงอยากกินไอติมก็ได้อ่ะ



“ตกลงจะดูไหมนั่งอ่ะ?”



“ไม่อยากดู อยากคุยกับมึง” สมชาติไม่น่าถามเลยโดนเข้าตัวเองอีกแล้ว จะทำยังไงกับพี่ป๋าดีครับ “ไหนๆก็มีเวลาอยู่ด้วยกันแล้ว มาทำความรู้จักกันหน่อยไหม?”




อืม...ก็ดีเหมือนกัน สมชาติจะได้ถามในเรื่องที่ตัวเองอยากรู้ด้วย



“อือ งั้นปิดหนังแต่เปิดเพลงคลอๆไว้แล้วกัน” สมชาติว่าก่อนจะจัดการตามที่ตัวเองพูดไว้จนเสร็จเรียบร้อย



“เริ่มได้ยัง?”



“พี่เริ่มก่อนดิ”



“แล้วมึงอยากรู้จักอะไรกูล่ะ ถามมาสิ”



สมชาตินิ่งคิด อย่างแรกเลยที่สมชาติสงสัยและต้องรู้ให้ได้คือ



“มีคนบอกว่าพี่เข้าถึงยาก ผมไม่เข้าใจ  พี่ดูเข้าถึงง่ายจะตายไป”



“กับบางคนเท่านั้นแหละ”



“ทำไมล่ะ?”



“ไม่รู้”



“อ่าว?”



“แต่ก้องมันเคยมาบอกกูว่ากูไม่ค่อยชอบไปสุงสิงกับใครคนเลยคิดว่ากูเข้าถึงยาก กูก็คิดนะว่าทำไมกูต้องไปสุงสิงกับใครด้วย ก็กูไม่อยากรู้จักป่ะ ถ้ากูอยากรู้จักเดี๋ยวกูเดินเข้าไปหาเองแหละ”



“เหมือนที่พี่บีบแตรให้ผมขึ้นรถน่ะเหรอ?”



“อือ แบบนั้นแหละ”



“แปลกคนว่ะ”



“แล้วมึงจะให้กูทำไง ถ้าไม่ให้กูเข้าหาแบบนั้นจะให้กูนั่งมองหน้ามึงจนกว่าจะรู้ตัวหรือไง”



“แต่มันก็มีวิธีที่ดีกว่านี้ป่ะวะพี่”



“ก็นี่แหละวิธีกู”



“โอเคๆ งั้นพี่ถามผมกลับบ้าง สลับกันถาม”



สมชาติไม่รู้จะเถียงกับพี่ป๋ายังไง ข้อข้องใจที่สมชาติถามไปก็เหมือนจะได้คำตอบที่ค่อนข้างจะงงๆนิดหน่อยเพราะขนาดไอ้คนที่เขาบอกว่าเข้าถึงยากยังไม่รู้เหตุผลเลยว่าทำไม



สรุปก็คือพี่มันไม่ใช่คนเฟรนลี่แต่จะเข้าหาเฉพาะคนที่อยากรู้จัก ส่วนถ้าไม่อยากรู้จักก็จะไม่ยุ่งด้วยเลย คนอื่นๆจึงมองว่าดูเข้าถึงยาก



“มึงกับลูกเจ้าของร้านข้าวแกงเป็นอะไรกัน?”



งงมากไม่คิดว่าพี่ป๋าจะถามคำถามนี้ แล้วไอ้หวานกับสมชาติดูมีอะไรในกอไผ่กันหรือไงวะ



“พี่น้องรู้จักกันอ่ะ แบบสนิทแหละเพราะไปกินข้าววร้านพ่อมันตั้งแต่ย้ายมาอยู่หอใหม่ๆ”



“อืม” พี่ป๋าตอบรับ สีหน้าดูพอใจในคำตอบค่อนข้างมาก



 “ตาผมถามบ้าง”



“ว่ามา”



“พี่ชอบกินอะไรแล้วก็ไม่ชอบกินอะไรบ้าง?” เป็นคำถามที่เบสิคมากแต่ก็เป็นสิ่งที่ควรรู้ไว้จริงๆ



“ไม่มีอะไรชอบเป็นพิเศษ มีแต่กินบ่อยๆก็คงเป็นกระเพราไข่เยี่ยวม้า”



“นั่นเขาก็เรียกว่าชอบป่ะวะพี่”



“ไม่ใช่ แค่กินบ่อย”



“เออๆกินบ่อยก็กินบ่อย แล้วสิ่งที่ไม่ชอบกินล่ะ?”



“ไม่มีนะ กินได้หมดแหละ ขอแค่อร่อยพอ”



“อยู่ง่ายกินง่ายงี้”



“อือ ใครได้เป็นแฟนนี่โคตรโชคดีเลย ถ้าไม่เชื่อมาลองเป็นไหมล่ะ?”



แล้วก็วกเข้ามาจีบสมชาติจนได้ นี่พี่ป๋าหาโอกาสหาจังหวะได้ตลอดเลย สุดยอดจริงๆ สมชาติโคตรนับถือความพยายาม



“อันนี้ถามผมแล้วใช่ป่ะ?”



“ใช่ แต่ถ้าจะตอบก็ตอบได้คำตอบเดียวนะว่า ‘เป็น’ ”



“งั้นผมขอข้ามคำถามนี้ไปก่อน”



โคตรขี้บังคับเลยไอ้พี่ป๋าเนี่ย มีอย่างที่ไหนกำหนดคำตอบให้สมชาติคำตอบเดียวแล้วคำตอบก็โคตรจะมัดมือชกสมชาติเลย โธ่...แค่นี้สมชาติไม่หลงกลหรอกน่า



“ว่าแล้วเชียว” พี่ป๋าพึมพำก่อนว่าต่อ “มึงล่ะชอบกินอะไรแล้วก็ไม่ชอบกินอะไรแต่กูก็พอๆเดาได้ว่ามึงชอบกินข้าวผัดส่วนสิ่งที่ไม่ชอบก็คงเป็นผักและที่ไม่ชอบสุดๆก็มะเขือเทศใช่ไหมล่ะ?”



“ใช่”



“โอเค กูขอถามใหม่ มึงมีพี่น้องไหมหรือเป็นลูกคนเดียว”



“ผมมีพี่ชายหนึ่งคนแล้วก็น้องสาวอีกหนึ่งคน ผมเป็นลูกคนกลาง”



“กูมีแต่พี่ชาย”



“ไม่ได้ถามเลย”



“ก็อยากบอกอ่ะ”



วันนี้จะต้องถอนหายใจและพูดคำว่าปวดหัวไปกี่ครั้งพี่ป๋าถึงจะพอใจ นี่เกิดมาพร้อมสกิลการกวนตีนป่ะหรือยังไงทำไมพูดกวนคนอื่นเก่งเหลือเกิน



“ผมไม่รู้จะถามอะไรแล้วอ่ะ งั้นให้สิทธิพี่ถามแล้วกัน” สมชาติคิดไม่ออกจริงๆนะ หมดคำถามที่จะถามแล้วจริงๆ สมองแม่งตันๆอ่ะคงเพราะไม่ค่อยได้ใช้งานมากนักก็เลยตันแบบนี้ นี่หมายถึงสมองนะเว้ย! อย่าคิดเป็นอย่างอื่น



พี่ป๋าพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะถามสมชาติขึ้นมาว่า...



“มึงชอบกูบ้างยัง?”



“ผมให้ถามสิ่งที่พี่อยากรู้ในตัวผม”



“ก็นี่ไง ความรู้สึกมึงก็อยู่ในตัวมึง”



เถียงเก่งเหลือเกินพี่ป๋าเนี่ย มันน่ากรอกน้ำเก๊กฮวยใส่ปากจริงๆเลย



สมชาติก้มหน้าทำปากมุบมิบบ่นให้พี่ป๋าโดยไม่มีเสียง คนที่มองอยู่อย่างพี่ป๋าก็ได้แต่มองไอ้เด็กเด๋อบ่นตัวเองแล้วก็ต้องยกยิ้มตอนที่มันแอบทำปากงุ้ยๆใส่เขา คือไม่รู้จะอธิบายยังไงดีแต่ปากมันก็งุ้ยๆอ่ะ



แม่งเอ้ยย!! กูอยากจับมึงเคี้ยวๆแล้วกลืนลงท้องฉิบหายแต่ทำไม่ได้ไงตัวอย่างกับลูกควายแดกไปกี่วันไม่รู้จะหมด



“ผมไม่รู้อ่ะ” สมชาติเงยหน้าไปมองพี่ป๋าที่มองสมชาติอยู่ก่อนแล้ว “รู้แค่ว่าเวลาอยู่กับพี่มันก็ดี รู้สึกดี”



พูดไปก็รู้สึกกระดากอายฉิบหาย อยากจะนั่งบิดตัวเขินๆไปมาเหมือนสาวน้อยน่ารักนะแต่รู้ไงถ้าทำไปคงได้โดนไอ้พี่ป๋าด่าว่าพยาธิแดกตูดแหงๆ



“ก็ยังดีที่มึงยังมีความรู้สึกดีๆให้กูแล้ว” พี่ป๋ายิ้มก่อนว่าต่อ “แสดงว่าสกิลการจีบของกูก็เทพเหมือนกันนี่หว่า”



อยากจะบอกพี่มึงมากว่าการจีบของพี่มึงคือแบบเหมือนไม่ได้จีบอ่ะ มันเหมือนเป็นการกวนตีนสมชาติมากกว่าจะเรียกว่าจีบซะอีก ถึงจะว่าอย่างนั้นสมชาติก็ชอบอะไรแบบนี้นะ มันไม่จำเป็นต้องหวานหรอกเพราะไม่งั้นกูอ้วกแตกตายพอดี นึกภาพพี่ป๋ามันกลายเป็นผู้ชายโรแมนติกหวานๆดูดิ



โหยย! แค่คิดก็ฝันร้ายแล้วอ่ะ



“แล้วก็ผมคิดว่าการที่มีพี่อยู่ใกล้ๆมันก็มีความสุขกว่าการอยู่คนเดียว ตอนที่พี่นั่งกินข้าวด้วยกันที่ร้านลุงศักดิ์ก็สบายใจดี ไม่เหงาปากเวลาต้องเดินไปกินขนมหวานเจ๊กุ้ง อีกอย่างรู้สึกร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนมากขึ้นเพราะน้ำผักของพี่ แบบมันเป็นสิ่งดีๆที่พี่ให้ผม ผมก็เลยรู้สึกดีกับทุกสิ่งที่พี่ทำให้ผลพลอยได้เลยพาลให้ผมมีความรู้สึกดีๆกับพี่ไปด้วย”



ไม่รู้อะไรดลใจให้สมชาติต้องพูดออกมายาวเหยียดขนาดนี้ แค่รู้สึกว่าต้องพูดให้พี่ป๋าฟังว่าสิ่งที่พี่ป๋าพยายามทำให้สมชาติมาตลอดมันก็เกิดผลขึ้นจริงๆ



“ชาติ กูซึ้งว่ะน้ำตาจะแชร์ ขอไหล”



อีสัดพี่โว้ยยย! กูจะจริงจังไม่ได้เลย หมดมู้ดเลยเวรเอ๊ย! ที่พูดมาที่ทำอารมณ์มาทั้งหมดก็คือพังทลายลงเพราะน้ำตาจะแชร์ ขอไหลของพี่มึงเนี่ย



โคตรเซ็ง นี่กูกำลังถูกมนุษย์จากโลกไหนจีบวะ ชาตินี้จะขอคนปกติสักคนเข้ามาในชีวิตไม่ได้เลย



โฮ่ยยยย!!



(ಥ﹏ಥ)

ตอนนี้สั้นมากทุกคนโปรดให้อภัย คือมันมีแค่นี้จริงๆให้ดูเขาจีบกันไปก่อนเดี๋ยวตอนหน้าเจอกันใหม่จ้าาา

ฝากคอมเม้นให้ฟีดแบคกันด้วยน้าาา ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นทุกกำลังใจและทุกการติดตามมากๆค่าา

ติดแท็ก #สมชาติไม่ชอบนะค่ะ กันได้นะค้าา

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2444
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +72/-7

ออฟไลน์ river

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2099
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +198/-3
จะโรแมนติกซะหน่อย ก็ขอฮาดีกว่า

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3606
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +131/-4

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4003
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-2

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ golove2

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4639
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +277/-6
ไม่เคยซึ้งได้เกิน 10 วิ จริง ๆ คู่นี้


 :laugh: :laugh: :laugh:

ออฟไลน์ Misakiiz

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 636
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
คิลมู้ดหมดเลยพี่ป๋า กวนน้องไปเรื่อย 5555 แต่จีบกันได้น่ารักดี

ออฟไลน์ kaokorn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1006
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
น่ารักมว้ากกกกก โชคดีที่เข้ามาอ่าน ผ่านไปนี่เสียดายแย่ 5555+
ชอบฮะ มาอัพไวๆน้า รออ่านนนนนน
 :mew1:

ออฟไลน์ singalone

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 393
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-2
น้องชาติน่ารักมากเลยลูกกกกกก

ออฟไลน์ ฟองดูว์

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-2
ตอนที่12



การประชุมค่ายอาสายังมีต่อเนื่องไปเรื่อยๆในขณะที่ระยะเวลาที่จะออกค่ายก็ใกล้เข้ามาเช่นกัน ตอนนี้จัดการทุกอย่างไปมากกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นแล้ว เรื่องสปอนเซอร์ที่ขอจากพี่ป๋าก็ได้รับการอนุมัติมาเรียบร้อยอีกทั้งยังให้เงินมาสมทบทุนเพื่อให้ทุนกับเด็กๆอีกด้วย



เรื่องนี้ถือว่าทำให้ทุกคนอดที่จะทึ่งในตัวสมชาติไม่ได้เลย ใครๆก็รู้ว่าสปอนเซอร์บริษัทลุงพี่ป๋าขอยากขนาดไหน เมื่อปีก่อนเคยขอไปก็ไม่ได้รับการอนุมัติมา จนกลายเป็นว่าตอนนี้สมชาติกลายเป็นที่สนใจของกลุ่มคนที่รู้เรื่องนี้และหลายๆคนก็สงสัยกันว่าความจริงแล้วความสัมพันธ์ของสมชาติกับพี่ป๋าคือยังไงกันแน่



สมชาติล่ะปวดหัว รู้งี้ไม่มาขอให้พี่ป๋ามันช่วยแต่แรกก็ดี ไม่สิ...เขาควรจะปฏิเสธเพื่อนไปตั้งแต่ครั้งแรกเลยว่าจะไม่ขอทำหน้าที่นี้



คิดผิดมาก เขาไม่อยากกลายเป็นคนที่โดดเด่นหรือกลายเป็นจุดสนใจคนอื่นแม้ความจริงแล้วคนที่สนใจเรื่องนี้ก็มีเพียงกลุ่มเล็กๆแต่ถ้าไม่มีใครสนใจเลยมันก็คงดีกว่า เขาเบื่อความวุ่นวาย เบื่อกับการที่ต้องโดนจับตามองจากคนกลุ่มหนึ่งและเบื่อยิ่งกว่ากับการที่ต้องมาคอยตอบเพื่อนว่าเขากับพี่ป๋าเป็นอะไรกัน



“พักนี้เป็นอะไร ทำไมขมวดคิ้วตลอดเวลา?” คนที่นั่งกินของหวานฝั่งตรงข้ามถามสมชาติ เขายื่นมือมาคลึงหัวคิ้วให้ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสยผมที่ปรกหน้าของสมชาติขึ้น



“ผมเซ็งอ่ะ” ว่าแล้วก็ถอนหายใจ “ช่วงนี้มีแต่คนถามว่าผมกับพี่เป็นอะไรกัน”



“อ่อ ก็ได้ยินมาอยู่”



“นั่นแหละ ผมก็บอกว่ารุ่นพี่รุ่นน้อง ขี้เกียจบอกอะไรเยอะไม่งั้นคงโดนถามยาว”



“บอกแบบนั้นไปก็ดีแล้ว อีกอย่างถ้ามึงไม่อยากตอบก็บอกให้มาถามกูนี่”



“คนเขาคงมาถามพี่หรอก”



“ก็จริงของมึง”



ป๋ารู้ดีว่าคนบางกลุ่มก็อยากที่จะรู้เรื่องเขาแต่ไม่กล้าเข้ามาถามกับเขาตรงๆ ทีนี้พอมีเรื่องของสมชาติเกิดขึ้นมาทำให้คนที่ซวยกลายเป็นสมชาติแทนที่จะเป็นเขา เขาก็เป็นห่วงความรู้สึกของมัน รู้ดีแหละว่าสมชาติมันไม่ชอบวุ่นวายกับใครมาก มันก็เป็นคล้ายๆเขาแต่บุคลิกอาจจะดูเข้าหาง่ายกว่า คนก็เลยเอาแต่พุ่งไปถามกับมันท่าเดียว




นี่ยังจีบไปไม่ถึงไหนก็โดนถามถึงความสัมพันธ์ขนาดนี้แล้ว เขาไม่เข้าใจทำไมคนต้องชอบมายุ่งเรื่องของเขาด้วย เขาก็คิดว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนที่น่าสนใจอะไรด้วยซ้ำ เข้าใจแหละว่าตัวเองก็หล่อหน้าตาดีมากในระดับสูงและทางบ้านก็พอมีฐานะแต่มันใช่สิ่งทุกคนต้องให้ความสำคัญกับเขาขนาดนี้หรือไงกัน



“กูจะทำยังไงให้มึงไม่ต้องมาคิดมากกับเรื่องนี้ดีวะ”



“ทำอะไรไม่ได้หรอกพี่”



“ต้องได้ดิ”



“พี่จะทำยังไงล่ะ”



“ไม่รู้” ป๋าตอบไปอย่างมั่นใจเพราะไม่รู้จริงๆจึงได้ยินเสียงถอนหายใจจากคนตรงข้ามดังขึ้นมา “แต่มันก็ต้องมีสักทางแหละน่า”



“มองไปทางไหนก็เจอแต่ทางตัน” สมชาติพูดอย่างที่ใจคิด



“เอาน่าอย่าคิดมากดิ หน้ามุ่ยแบบนี้ไม่เลี้ยงบัวลอยไอติมกะทิแล้วนะ” พี่ป๋าว่าขู่อย่างไม่จริงจังนัก



“ผมก็ไม่ได้คิดมากอะไรขนาดนั้นสักหน่อย” เขาไม่ได้เห็นแก่กินนะ อันนี้พูดมาจากใจจริง “แค่รู้สึกว่าทำไมคนอื่นถึงมาวุ่นวายอยากรู้เรื่องส่วนตัวของผมด้วย อ้อไม่สิ...คงอยากรู้เรื่องพี่มากกว่า” ว่าแล้วก็แอบเบ้ปากหน่อยๆ




ตอนแรกก็ยากแหละที่จะยอมรับว่าพี่ป๋ามันดูดีแต่เออยอมรับก็ได้ว่าคนที่นั่งตรงข้ามเขาในตอนนี้ก็ดูดีจริงๆถ้าไม่นับตอนที่แต่งตัวทุเรศๆนะ



“ก็นะกูมันหล่อใครๆก็สนใจ พูดยากว่ะน่าตาเป็นภัยที่แท้ทรู” ป๋าพูดให้ตลก สมชาติมันจะได้เอาเวลามาเถียงกับเขาแทนไม่ต้องไปคิดเรื่องอื่นให้วุ่นวาย




“ปากก็เป็นภัยเผื่อพี่ไม่รู้ตัว”



“บ้าเหรอกูก็ว่ากูไม่ได้จูบใครจนปากหลุดติดมากับปากกูนะ” คนโดนว่าว่าปากหมายังทำเป็นไม่รู้ตัว ยกมือขึ้นมาคลำๆปากตัวเอง “หรือจะลองดูไหมเผื่อกับมึงปากอาจจะหลุดติดมาจริงๆ”




“เพ้อเจ้อ!”



สมชาติว่าใส่คนที่หัวเราะร่วนเพราะทำเขาหงุดหงิดขึ้นมาได้ ลืมคิดถึงเรื่องที่คิดมากไปชั่วขณะเอาเวลามาคิดคำเถียงพี่ป๋าก่อน ณ วินาทีนี้



“อะไรล่ะก็คนพูดจริงๆ ก็กลัวมึงไม่เชื่อ”



“ไอติมละลายหมดแล้วพูดอยู่นั่นแหละ” เขาเปลี่ยนเรื่องไปโฟกัสที่ของหวานข้างหน้า บัวลอยไอติมกะทิที่เป็นเมนูใหม่ของร้านเจ๊กุ้ง เห็นว่ามาวันแรกลูกค้าก็สั่งกันเยอะจนไอติมหมด ขายดีจนกลายเป็นเมนูยอดฮิตแทนที่ทับทิมกรอบไปเลย




“บ่ายเบี่ยงเก่ง เขินก็พูดมาตรงๆจะได้มีกำลังใจจีบ”



“อะไรใครเขิน ขี้มโน”



“อ้อ ไม่รู้สิไม่เห็นรู้เลยว่าใครหน้าแดงแก้มแดงอย่างกับตูดลิง”



“ไม่เห็นจะมีใคร”



พี่ป๋าหัวเราะแล้วก็หยุดพูดไป ตักของหวานเข้าปากสลับกับมองหน้าของสมชาติไปจนสมชาติทำตัวไม่ถูก จะบ้าหรือไงใครเขาสั่งให้มางจ้องกันด้วยสายตาแบบนั่นเล่า!



“มองทำไมเนี่ยผมทำตัวไม่ถูกนะเว้ย” พอเริ่มชักจะทนไม่ไหวสมชาติก็ตัดสินใจพูดออกไป บอกหลายทีแล้วว่าอย่ามาจ้องกันด้วยสายตาแบบนี้



คือมันรู้สึก...แพ้ไปหมดเลยอ่ะ



“มองหาความรัก”



“เลี่ยนว่ะ”



ว่าไปอย่างนั้นแต่ก็รู้สึกถึงอุณหภูมิของใบหน้าที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะของพี่ป๋าที่เหมือนจะรู้ทันก็ทำเอาสมชาติหน้าร้อนหนักไปอีก สมชาติเม้มปากกลั้นยิ้มไว้ไม่อยากให้อีกคนได้ใจแต่กลั้นยังไงก็ไม่ได้สักทีกลายเป็นว่าตอนนี้ต้องก้มหน้าแอบยิ้มคนเดียวเงียบๆไม่ให้อีกคนที่จ้องอยู่ได้เห็น



“ถ้าจะยิ้มก็ยิ้มให้กูดิ ไปยิ้มให้โต๊ะมันทำไม”



“เงียบได้แล้วพูดอยู่ได้” ทำโวยวายกลบเกลื่อนแต่อีกคนก็รู้ทัน สมชาติฮึดฮัดตักของหวานเข้าปากไม่สนใจคนที่เอาแต่จ้องเขาอีก



กินเสร็จก็เป็นหน้าที่พี่ป๋าจ่ายเงิน สมชาติเดินเข้าไปด้วยอยากจะเอ่ยชมเจ๊กุ้งมากว่าของหวานที่ได้กินวันนี้อร่อยจนต้องมากินทุกวันซะแล้ว



“ตอนแรกก็กลัวๆว่าจะไม่มีคนสั่งแต่พอวันแรกดันขายหมดซะนี่” เจ๊กุ้งว่าอย่างอารมณ์ดีขณะที่มือก็ทอนเงินให้พี่ป๋าไปด้วย



“อร่อยมากครับ วันหลังจะมาสั่งเมนูนี้กินเองแน่นอน”สมชาติชมไปตามจริงแล้วยิ้มให้เจ๊กุ้ง



“ขอบคุณที่มาอุดหนุนมากนะลูก”



“ครับ”



สมชาติกับพี่ป๋ากันเดินกลับหอ สองข้างทางนานๆทีจะมีรถวิ่งผ่านบนถนน บรรยากาศก็เย็นแต่ไม่ได้สดชื่นอะไรมากหรอกในเมื่อแถวนี้ก็มีแต่ตึกราบ้านช่องส่วนต้นไม้ก็จะมีบ้างแต่ไม่มากเท่าไหร่




ความเงียบสงบในตอนกลางคืนทำให้สมชาติมีความคิดหนึ่งเกิดขึ้น เหลือบไปมองคนข้างตัวที่ผิวปากอย่างอารมณ์ดีก็ทำให้สมชาติมีรอยยิ้มเกิดขึ้นมาง่ายๆ มันเป็นความคิดที่ว่าการมีใครสักคนมาเดินเคียงข้างกันข้างถนนในเวลากลางคืนแบบนี้ก็ทำให้สมชาติรู้สึกดี อบอุ่นที่ใจอีกทั้งยังรู้สึกปลอดภัยในเวลาเดียวกัน




อาจจะฟังดูหวานเลี่ยนแต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมันก็ทำให้สมชาติมีความสุขจริงๆ



“ถึงแล้วจะเดินไปไหน?”



สมชาติสะดุ้งตอนที่มือหนาของพี่ป๋าคว้ามือของสมชาติไปจับไว้ ไม่รู้ตัวเลยว่าคิดอะไรเพลินขนาดที่เดินเลยหอของตัวเอง



“อ่ะ.เอ่อ”



“มึงนี่นะ เด๋อจริงๆเลย” เขาขำแล้วโยกหัวสมชาติเล่นเหมือนทุกทีก่อนพี่ป๋าจะเดินจูงมือของสมชาติให้ขึ้นหอไปด้วยกัน



“ปล่อยมือผมได้แล้ว”



“ไม่ เดี๋ยวก็เดินเลยห้องตัวเองอีก”



“ใครมันจะเซ่อขนาดนั้น” บ่นอุบอิบในลำคอ



“ก็มึงนี่ไง”



สมชาติเลิกเถียง อยากจะจับจูงกันนักก็ทำไปเลยถือว่าเป็นสิ่งตอบแทนที่เลี้ยงของหวานให้สมชาติแล้วกัน



“ถึงแล้ว”



พี่ป๋าปล่อยมือของสมชาติออกเมื่อมาถึงหน้าห้อง ถึงอย่างนั้นความอบอุ่นจากฝ่ามือเขาที่ได้รับมาก่อนหน้าก็ยังคงร้อนผ่าวอยู่ตรงมือของสมชาติ สมชาติเบนหน้าไปทางอื่นก่อนจะกระแอมไอแก้เก้อ จู่ๆหน้าก็ร้อนขึ้นมาเฉยเลย




“ขอบคุณ...ครับ”



“อืม ฝันดี”



มองพี่ป๋าที่ค่อยๆเดินหายออกไปจนลับสายตา ยกมือขึ้นมากุมแก้มที่ร้อนผ่าวของตัวเองก่อนจะยิ้มเหมือนคนบ้าอยู่หน้าห้อง ไม่อยากจะยอมรับว่าสาเหตุที่ทำให้ยิ้มขนาดนี้ก็เพราะพี่ป๋าแต่จะปฏิเสธยังไงล่ะในเมื่อความเป็นจริงพี่ป๋าก็คือคนที่ทำให้สมชาติรู้สึกดี

 

 

 

 

“นี่ไอ้ชาติ ค่ายอาสาอีกไม่กี่อาทิตย์ที่จะถึงนี้พี่ป๋าเขาจะไปด้วยป่ะ?” แจ็คถามขึ้นในวันหนึ่งขณะที่ทุกคนกำลังวุ่นวายกับการอ่านหนังสือเตรียมสอบมิดเทอม เมื่อพ้นสอบมิดเทอมแล้วอีกหนึ่งอาทิตย์ก็จะมีค่ายอาสาเกิดขึ้น



“ไม่รู้อ่ะกูก็ไม่ได้ถาม”



“มึงลองถามดิ ถ้าพี่ป๋าไปนี่คนฮือฮายิ่งกว่ารู้ว่าได้สปอนเซอร์จากบริษัทลุงพี่ป๋าเขาแน่”



ถ้าเป็นอย่างที่ไอ้มังกรมันพูดมาสมชาติก็ขอภาวนาให้พี่ป๋าอย่าไปเลย



“เขาจะไปไม่ไปมันเกี่ยวอะไรกับกูวะแล้วทำไมกูต้องไปถามเขาด้วย”



“เอ้า...ก็มึงกับเขาสนิทกันนี่หว่า”



“พวกมึงอยากรู้ก็ถามเองดิ” สมชาติพยักพเยิดไปทางคนที่เดินเข้ามาพอดี



พี่ป๋าเดินล้วงกระเป๋าเท่ๆตรงเข้ามาหาพวกเราที่นั่งกันอยู่ในมุมหนึ่งของห้องสมุด ร้อยวันพันปีไม่เคยเข้ากันหรอกนอกจากช่วงสอบนี่แหละถึงจะได้เข้ามาใช้บริการ



“มองกูทำไม?” เขาถามเสียงเบาก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆสมชาติ



พวกมันก็ทำท่าเลิ่กลั่กกันยกเว้นก็แต่สมชาติที่ไม่ได้สนใจใคร ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือของตัวเองจนคนข้างๆยื่นหน้ามาใกล้นั่นแหละจึงต้องหันมาด่าสักหน่อย




“เอาหน้าออกไปห่างๆหน่อยไอ้พี่ป๋า” ถึงจะอยากตะโกนแหกปากด่าแค่ไหนแต่ต้องสำเหนียกไว้ว่าที่นี่คือห้องสมุด



“โทษๆ” พี่ป๋าผละออกไปแล้วสมชาติก็ก้มลงอ่านหนังสือต่อ



อ่านได้ประมาณสองบรรทัดใบหน้าของพี่ป๋าก็ยื่นเข้ามาใกล้ๆหน้าสมชาติอีกครั้ง ไอ้พี่นี่ถ้าไม่โดนกระชากหัวมันคงไม่หยุดกวนสมชาติแน่



“พี่ป๋า” สมชาติกัดฟันเรียกชื่อ หันไปมองพี่ป๋าที่ยิ้มขำด้วยสายตาขวางๆ



“โอเคๆไม่แกล้งแล้ว”



พี่ป๋าเลิกแกล้งอย่างที่บอกจริงๆส่วนไอ้พวกสามตัวนั่นมันก็เอาแต่นั่งเงียบ สมชาติเหลือบมองพวกมันก็เห็นตีไหล่กันไปมา คงจะเกี่ยงกันอยู่ว่าจะให้ใครมันเริ่มถามดี สมชาติเห็นแล้วก๊อกอ่อนใจสุดท้ายก็ต้องยอมถามตามที่เพื่อนขอร้องงมา



“พี่” หันไปหาคนข้างตัว ทุกคนอาจะสงสัยว่าพี่ป๋ามานั่งหน้าสลอนกับพวกเราทำไมในห้องสมุด คือพี่ป๋ามารอรับสมชาติกลับ จำได้ไหมครับว่าสมชาติต้องกลับพร้อมกับพี่ป๋าตลอด




“ว่า?”



“ไอ้พวกเนี่ยมันสงสัย” สมชาติชี้ไปที่เพื่อนทั้งสาม พอพวกมันเห็นพี่ป๋าหันไปมองก็ยิ้มแหยๆใส่ “มันอยากรู้ว่าพี่จะไปค่ายอาสาด้วยกันป่ะ?”



“กูว่าแล้วทำไมมองกูจัง ที่แท้ก็อยากถามแต่ไม่กล้า”



ถ้าพี่ป๋ามันไม่รู้ตัวนี่สิแปลก ไอ้พวกเพื่อนสมชาติมองเหมือนจะแดกพี่ป๋ามันไปทั้งตัวได้อยู่แล้ว



“โธ่พี่...พวกผมไม่กล้านี่หว่า”



“กูน่ากลัวตรงไหนอยากรู้อะไรก็ถามมา”



“พี่พูดเองน้า”



พี่ป๋าทำหน้าประมาณว่ากูคิดผิดแล้วที่บอกพวกมันไปแบบนั้นแต่เขาไม่ได้พูดออกมา สมชาติเดาจากสีหน้าพี่ป๋าเอาคงจะรู้สึกอย่างนั้นอยู่



ไอ้พวกนี้ได้ทีก็ถามใหญ่ ถามซอกแซกไปเรื่อย พี่ป๋าก็ใจป๋าสมชื่อแม่งเล่นตอบหมดทุกคำถาม ถ้าพวกมันถามว่าวันนี้พี่ป๋าใส่กางเกงในสีอะไรก็คงจะตอบแบบไม่ปิดบังเลยมั้งครับ




“คำถามสุดท้ายแล้วพี่”



ก็ควรสุดท้ายอยู่หรอก คุยกันเพลินตั้งแต่สี่โมงจนตอนนี้จะทุ่มนึงไปแล้ว เรื่องไร้สาระน่ะถนัดกันนักเชียวพวกมึง ทีเรื่องเรียนกูถามก็ตอบได้แค่คำเดียวว่าไม่รู้ๆ



กูล่ะเซ็ง



“เออรีบถามกูหิวข้าวแล้ว ไอ้ชาติก็หิว”



“เกี่ยวไรกับผม”



“ชาติมึงเงียบไปอย่าพึ่งแทรกพวกกูจะถาม”



เอ้า!...อีหยังวะ



เนี่ยสมชาตินั่งมาตั้งหลายชั่วโมงก็พึ่งได้พูดขึ้นเมื่อกี้แหละเพราะพูดไม่ทันพวกมัน ฝอยจนน้ำลายแตกขนาดนั้นใครจะพูดทัน แล้วนี่ก็ห้ามกูพูดอีก น้ำลายกูบูดหมดแล้วสาดดดด



“พี่สัญญาก่อนว่าจะตอบตามจริง” มังกรมันว่า ดูกลัวๆว่าถ้าเกิดมันถามคำถามนี้ไปพี่ป๋าจะไม่ตอบทั้งที่ก่อนหน้าพวกถามแบบไม่คิดอะไรเลย ถามหมดซะทุกอย่าง ไอ้คนตอบก็บ้าจี้ตอบทุกคำถามเหมือนกัน บ้าทั้งคู่




“เออ รีบถามถ้าช้ากูจะไปแล้ว”



“โอเคๆพี่อย่าพึ่งไป” ไอ้แจ็คเป็นคนเรียกรั้งพี่ป๋าไว้ก่อนจะพยักเพยิดให้ไอ้อาทิตย์มัน “อาทิตย์มึงถามดิ”



ผลกรรมเลยตกไปอยู่ที่ไอ้อาทิตย์ มันส่งยิ้มแห้งให้พี่ป๋าก่อนจะเริ่มถามคถามขึ้น



“พี่กับไอ้ชาติเป็นอะไรกันเหรอ?”



ยอมรับว่าตกใจกับคำถามที่พวกมันถามออกมาแต่ตกใจกว่าที่ไอ้คนตอบดันตอบไปว่า...



“กูจีบมันอยู่”



 

 

 

 

 

 

สมชาตินอนมองข้อความที่พี่ป๋าส่งมาตั้งแต่เมื่อคืนวาน คือเซ็งจัดมากที่พี่ป๋าบอกเพื่อนสมชาติไปแบบนั้นโดยไม่ผ่านการพูดคุยกับสมชาติเลยว่าจะบอกเพื่อนนะไรงี้



คือเอาเข้าจริงสมชาติก็ยังไม่พร้อมจะบอกใครอ่ะ แม้จะเป็นคนที่ไม่ค่อยแคร์อะไรมากแต่นี่เพื่อนไง กลัวว่ามันจะรับไม่ได้ที่สมชาติโดนผู้ชายจีบ ความคิดบ้าบออะไรไม่รู้เข้ามาเต็มหัวไปหมด กังวลไปหมดว่าจากนี้เพื่อนสมชาติจะคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้



เมื่อวานหลังจากได้ยินคำตอบของพี่ป๋า พวกเพื่อนสมชาติก็พากันเงียบ เกิดเดดแอร์จนสมชาติเริ่มใจเสียว่าพวกมันจะรับไม่ได้แม้สุดท้ายจะคุยกันก่อนกลับแต่สมชาติก็รู้สึกได้ว่ามันไม่เหมือนเดิม



เฮ้อ...อะไรก็ไม่รู้แม่ง บอกให้พี่ป๋าเลิกจีบสมชาติไปเลยดีไหม หงุดหงิดไปหมด



หรือจะบอกให้พี่ป๋าหยุดพักการจีบนี้ไปก่อน ขอให้ตอนนี้เป็นพี่น้องกันปกติก่อนได้ไหมแล้วพี่ป๋ามันจะยอมเหรอวะ คนที่มีความมุ่งมานะและความพยายามเต็มเปี่ยมแบบนั้นคงไม่ยอมแน่เลย ทำยังไงดี?




เออ...เอาเถอะเพื่อความสบายใจของตัวเอง สมชาติจะบอกให้พี่ป๋างดจีบสมชาติไปก่อน ขอเคลียร์เพื่อนก่อนแล้วจะมาให้จีบใหม่



ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : พี่

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : ตอบกูสักที

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : กูขอโทษที่บอกเพื่อนมึงไปแบบนั้น

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : แค่อยากให้รู้ว่ากูจริงใจกับมึงจริงๆ

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : อย่าโกรธกันเลยนะ

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : ชาติครับ



สมชาติถอนหายใจเมื่อได้อ่านข้อความ รู้สึกหนักใจขึ้นมาทันที ถ้าบอกไปแล้วพี่ป๋าจะเสียใจหรือเปล่าแต่ถ้าไม่บอกมันก็ค้างคาอีก ก็ตัดสินใจไปแล้วว่าจะเคลียร์กับเพื่อนก่อนแล้วค่อยกลับมาให้พี่ป๋าจีบใหม่



เอาเถอะอะไรจะเกิดก็ต้องเกิดล่ะวะ



สมชาติพิมพ์ๆลบๆข้อความอยู่หลายนาทีเพื่อให้ได้ข้อความที่ซอฟที่สุด พอพิมพ์เสร็จก็นั่งอ่านทวนซ้ำๆทั้งที่ข้อความที่จะส่งไม่ได้ยาวอะไรเลย แค่อยากเช็คให้แน่ใจว่าถ้าบอกพี่ป๋าไปแล้วตัวสมชาติเองจะไม่เสียใจเหมือนกัน




สมชาติกลั้นใจก่อนนิ้วจะกดส่งข้อความไป



ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : ช่วงนี้ผมไม่อนุญาตให้พี่จีบแล้วนะ



(ಥ﹏ಥ)


สมชาติก็คือจะทำแบบนี้กับพี่ป๋าไม่ได้เด้อ เอ็นดูมากกก

ฝากคอมเม้นให้ฟีดแบคกันด้วยน้าาา ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นทุกกำลังใจและทุกการติดตามมากๆค่าา

ติดแท็ก #สมชาติไม่ชอบนะค่ะ กันได้นะค้าา


ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3606
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +131/-4

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1092
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0
สมชาติอย่าใจร้ายกับพี่ป๋าให้พี่ป๋าจีบเถอะเราจะได้ฟิน :mew2: :mew2:

ออฟไลน์ Januarysky

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
สมชาติให้พี่จีบเถอะนะค่ะ นะค่ะนะ
นะค่ะๆๆๆๆ
 :mew1:

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4003
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-2
ป่านนี่พี่ป๋าสติแตกไปแล้วมั้ง

ออฟไลน์ ฟองดูว์

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-2
ตอนที่13




ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : ช่วงนี้ผมไม่อนุญาตให้พี่จีบแล้วนะ



ป๋านั่งมองข้อความที่ได้รับจากสมชาติมานานนับหลายนาทีอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ตอนแรกเขาคิดว่ามันแกล้งอำแต่พอถามมันอีกครั้งก็ยังย้ำคำเดิมคือ ไม่อนุญาตให้จีบ



เขางงไปหมด ไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงได้บอกแบบนี้กับเขาทั้งที่ความสัมพันธ์กำลังเป็นไปด้วยดีหรือเป็นเพราะที่เขาบอกกับเพื่อนมันเมื่อวานว่ากำลังจีบมันอยู่จึงทำให้มันไม่พอใจแล้วมาบอกให้เขาเลิกจีบ



สมชาติมันคิดอะไรของมันอยู่ บอกว่าอย่าคิดเยอะแต่แม่งไม่เชื่อฟังเลย ในหัวนี่คิดอะไรตลอดเวลานักหนาก็ไม่รู้ บางทีก็เหนื่อยกับความคิดของมันแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ในเมื่อมันก็เป็นเด็กคิดมากแบบนี้ตั้งแต่แรก เป็นเขาซะอีกที่เลือกจะชอบมัน ยังไงก็ต้องยอมรับข้อนี้ของมันให้ได้



เขาตัดสินใจลุกขึ้นเดินไปหามันที่ห้อง ยืนเคาะประตูอยู่นานมันก็ไม่เปิดประตูให้เหมือนทุกที ช่วงสอบนี้ก็ไม่ค่อยเจอกันด้วย ต่างคนต่างต้องอ่านหนังสือแล้วมาเกิดเรื่องบ้าบอนี่ขึ้นอีก กว่าจะได้เคลียร์ไอ้ชาติมันจะไม่ลืมเขาไปแล้วเหรอ



เอาเถอะ ใจเย็นๆก่อน สมชาติมันก็คงต้องการเวลา ส่วนเขาก็ต้องการเวลาที่จะหาทางพุดคุยกับมันเหมือนกัน ไม่มีทางปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหายไปแน่



แต่ใครมันจะไปรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้อาจทำให้ใครบางคนรู้ใจตัวเองมากกว่าที่เคยเป็นก็ได้

.

.

.

.

สามวันแล้วที่หลบหน้าพี่ป๋า ไม่เชิงหลบหน้าหรอกแต่มันเป็นช่วงสอบที่ตารางสอบเราไม่ตรงกันสักวิชา ไม่รู้ป่านนี้พี่ป๋ามันเป็นไงบ้าง ไม่ได้คิดถึงนะแค่แบบว่านึกถึงเป็นบางเวลาแค่นั้นเอง




เรื่องเพื่อนก็ยังไม่ได้เคลียร์เลย พอจะพูดขึ้นก็รู้สึกตื่นเต้นกล้าๆกลัวๆจนสุดท้ายก็ไม่ได้พุดคุยกับพวกมัน สมชาติว่าเขาอาจจะคิดมากไปเองหรือเปล่าเรื่องที่เพื่อนรับไม่ได้เพราะวันต่อมาพวกมันก็กลับมาทำตัวปกติพูดคุยร่าเริงกับสมชาติเหมือนเดิม



แล้วถ้าเป็นงั้นสมชาติต้องรู้สึกผิดกับพี่ป๋ามากแน่ๆ ชอบคิดเองเออเองตลอดเลยกู...



“ไอ้ชาติ ช่วงนี้พี่ป๋าเขาไม่มารับมึงแล้วเหรอวะ?”



“เขาไม่ว่าง” สมชาติโกหกเพื่อนไป



เขาไม่เข้าใจพี่ป๋า...เขาแค่บอกว่าช่วงนี้ไม่อนุญาตให้จีบก็ไม่ได้หมายความว่าห้ามมาเจอหน้าพูดคุยกันเหมือนเดิมสักหน่อยแค่จะให้กลับไปทำเหมือนช่วงแรกที่ยังไม่จีบ แต่พี่ป๋าก็ตีความผิดหายจ๋อยไปกับข้อความสุดท้ายนั้นเฉยเลย




คิดแล้วก็เซ็ง พอไม่มีพี่ป๋าเข้ามาวุ่นวายชีวิตก็เหงาๆชอบกล เมื่อก่อนปากนี่ไม่เคยว่างเลย เถียงกับพี่ป๋าฉอดๆจนคอแหบคอแห้ง น้ำผักรวมที่แต่ก่อนมีคนเอามาให้ถึงหน้าห้องเดี๋ยวนี้ก็ต้องเดินแถดๆไปซื้อเอง ข้าวแกงลุงศักดิ์ที่ทุกทีต้องมีคนนั่งกินอยู่ฝั่งตรงข้ามเดี๋ยวนี้สมชาติก็ต้องกลับมานั่งกินเหงาๆคนเดียวและสุดท้ายเวลาไปกินขนมหวานเจ็กุ้ง ระหว่างทางที่เดินไปก็ไม่มีใครมาคอยเดินข้างๆกันอีกแล้ว




ทำไมมันถึงเหงาได้ขนาดนี้วะ ทั้งที่เมื่อก่อนก็ไม่เห็นเป็นอะไร



“เป็นไรไอ้ชาติทำหน้าเหมือนจะร้องไห้”



เขายกมือขึ้นมาแตะๆใบหน้ายามที่ไอ้มังกรมันทัก ก็...ไม่เห็นจะมีน้ำตาออกมาสักหยดแค่รู้สึกหน่วงๆหนึบๆในใจยังไงชอบกล



“เปล่าว่ะ สงสัยง่วงนอน แล้วจะกลับกันตอนไหนไปส่งกูด้วย”



ช่วงนี้สมชาติก็ต้องติดรถไอ้มังกรกลับหอก่อน หลังสอบวิชานึงเสร็จพวกมันก็จะพาไปหาของกินแล้วค่อยกลับหอ



กลับกับพวกมันก็รู้สึกสะดวกสบายแถมไม่ต้องนั่งมอเตอร์ไซต์ตากแดดตากลมร้อนๆเหมือนนั่งกับพี่ป๋าด้วย



แต่ก็อดยอมรับไม่ได้หรอกว่าอยากนั่งตากแดดตากลมมากกว่า



“ชาติ ไหนๆก็ไหนๆแล้วกูเห็นมึงทำหน้าอมทุกข์มาหลายวันละ ถามจริงเหอะว่าเป็นอะไร?”



อาทิตย์ที่ทนไม่ไหวตัดสินใจถาม เขาเห็นมันซึมเหมือนส้วมมาตั้งหลายวัน เห็นแล้วก็เป็นห่วง ไอ้ชาติมันเคยเป็นอย่างนี้ที่ไหน อย่างน้อยที่มันจะเป็นก็เรื่องอารมณ์เสียกับคำว่าคะ/ค่ะ นั่นแหละ



เขาหันไปมองเพื่อนทั้งสามขอตัวเองที่มองเขาอย่างเป็นห่วง นานๆทีจะมีโมเม้นท์แบบนี้น้ำตาจะไหลเลยกู สมชาติถอนหายใจอีกครั้ง มีคนบอกว่ายิ่งถอนหายใจอายุก็จะยิ่งสั้นลง ถ้าเป็นย่างนั้นสมชาติว่าอีกสามวันเตรียมเผาสมชาติได้เลย คือกุถอนแล้วถอนอีกจนตอนนี้จะไม่มีลมหายใจให้ถอนแล้ว




โอเค...กลับมามีสาระและเข้าโหมดเศร้าต่อ



ในเมื่ออาทิตย์มันเปิดโอกาสให้สมชาติพูดแล้วจะตัดโอกาสนี้ไปก็คงน่าเสียดายเป็นอย่างมาก งั้นเอางี้ขอทำใจสักแป๊บนึงแล้วจะเริ่มพูดกับพวกมัน



เรื่องที่ค้างคาใจจะได้เคลียร์กันสักที



“คือจริงๆกูก็มีเรื่องไม่สบายใจอยู่” เขาเริ่มพูดโดยเกริ่นนำไปก่อนไม่ได้เข้าเรื่องทันที มองท่าทางของพวกมันสามคนแล้วก็เห็นว่ากำลังตั้งใจฟังสิ่งที่สมชาติจบอก




“มีอะไรก็ระบายกับพวกกูได้นะเว้ย”



“ใช่ เห็นมึงเป็นแบบนี้พวกกูก็ไม่สบายใจเหมือนกัน”



“ว่าแต่เรื่องที่ไม่สบายใจเนี่ยเกี่ยวกับพี่ป๋าป่ะวะ”



ไอ้แจ็คถามถูกจุดจนสมชาติสะดุ้ง ที่จริงแล้วก็เดาไม่ยากหรอกในเมื่อพี่ป๋ามันหายหน้าหายตาไปแถมเวลาเพื่อนถามถึงพี่ป๋าทีไรสมชาติก็ตอบปัดพวกมันทุกที



“อือ”



“มีเรื่องไรกันวะ?”



“อย่าร้องนะเว้ยไอ้ชาติ ฮึบไว้”



“กูไม่ได้ร้องไอ้ห่า หน้าตากูแค่ดูเศร้าเฉยๆ”



“เออๆมีไรก็พูดมาเร็วเผื่อพวกกูช่วยมึงได้”



วันนี้ไม่รู้จะซึ้งใจกับพวกมันกี่รอบดี กูจ้อร้องไห้เพราะพวกมึงนี่แหละไอ้เพื่อนรักทั้งหลาย



“คือกูบอกให้พี่ป๋าหยุดจีบกูก่อน”



“ห๊ะ!?”



“มึงว่าไงนะ?”



“ขออีกรอบไอ้ชาติเอาให้ชัดๆ”



“กูบอกว่า....กูบอกให้พี่ป๋าหยุดจีบกูไปก่อน”



อาทิตย์ แจ็คและมังกรมองหน้ากันทันทีอย่างไม่เข้าใจ อะไรวะพึ่งได้รับข่าวดีว่าพี่ป๋าจะจีบไอ้ชาติมาได้ไม่นานมันก็บอกให้พี่เขาเลิกจีบมันแล้ว นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือพี่ป๋าพิมพ์คะ/ค่ะผิดไอ้ชาติมันเลยไม่ชอบวะ



แต่ว่านะถ้าเป็นเรื่องนี้จริงๆก็ดูไร้สาระไป



“มันเกิดอะไรขึ้นวะชาติ” มังกรถามทันทีโดยไม่รอให้ตัวเองได้สงสัยนาน



“คือพวกกูงงไปหมด เมื่อไม่กี่วันก่อนพี่ป๋าพึ่งบอกพวกกูว่าจะจีบมึงแล้วทำไมพอมาวันนี้มึงถึงบอกให้เขาเลิกจีบมึงได้วะ?” แจ็คพูดขึ้นบ้าง



“หรือพี่ป๋าไม่จริงใจกับมึง เขาเล่นๆกับมึงเหรอวะบอกพวกกูได้เลยนะเว้ย” อาทิตย์สันนิษฐานต่อ หากเป็นแบบนั้นจริงๆคงต้องได้เคลียร์กับพี่ป่าแน่



“พวกมึงใจเย็นก่อน” สมชาติว่า “คือเหตุผลมันปัญญาอ่อนมากเลยว่ะ”



ทั้งสามคนขมวดคิ้วมุ่น อะไรคือเหตุผลที่ว่า ทำไมไอ้ชาติมันถึงพูดแบบนี้



“ยังไง?”



“กู....กูกลัวพวกมึงรับไม่ได้” เงยหน้ามองเพื่อนด้วยความหวาดหวั่น “เรื่องที่มีผู้ชายมาจีบกู”



“ชาติ” มังกรเรียกชื่อ ยกมือขึ้นแตะไหล่สมชาติ “กูว่าเหตุผลที่มึงบอกกูมาไม่ใช่เหตุผลที่มึงบอกให้พี่ป๋าเลิกจีบมึงจริงๆหรอก”



อาทิตย์พยักหน้าเห็นด้วย



“พวกกูรู้ว่าอาทิตย์ที่ผ่านมามีเรื่องที่คนพูดถึงมึงกับพี่ป๋าเยอะ



“แต่มึงก็รู้ใช่ไหมว่าแป๊บเดียวคนเขาก็เลิกพูดกันแล้ว มันก็แค่ขี้ปากคนมึงจะสนอะไร?” แจ็คว่าต่อ



“แล้วมึงไม่แคร์เหรอว่าพี่ป๋าเขาจะเสียใจแค่ไหนกับเรื่องที่มึงแคร์คนอื่นมากกว่าเขา”



“ถ้ากูเป็นพี่ป๋าคงทั้งเสียใจและเสียความรู้สึกฉิบหายเลยว่ะ”



ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกผิด



เหตุผลที่แท้จริงที่สมชาติไม่อยากจะยอมรับเท่าไหร่คือเขาเลือกที่จะเอาคำคนอื่นมาคิดใส่ใจจนกลายเป็นทำร้ายความรู้สึกตัวเองและพี่ป๋า



เขายอมรับว่าเกิดมาเขาไม่เคยโดนพูดถึงอะไรขนาดนี้ มันรู้สึกกังวลไปหมดว่าคนจะมองพวกเขายังไงที่ผู้ชายด้วยกันจะมีความสัมพันธ์กันแบบเป็นแฟนถึงตอนนี้มันยังไม่ใช่ขั้นนั้นแต่ข่าวลือต่างๆที่คนพูดถึงกันมันก็ไปไกลแล้ว



บางสิ่งที่ได้ยินได้เห็นแล้วทำให้เขาแทบจะร้องไห้คือการบอกว่าเขายอมนอนกับพี่ป๋าเพื่อให้ได้สปอนเซอร์ สมชาติไม่เข้าใจคนเราจะพูดอะไรออกมาสักคำทำไมไม่ใช่สมองที่มีไตร่ตรองคำพูดตัวเองออกมาก่อน มันทำร้ายจิตใจของสมชาติเป็นอย่างมากจนวันนั้นสมชาติก็ตัดสินใจที่จะบอกกับพี่ป๋าแบบนั้นไป



คิดว่าอะไรมันคงดีขึ้นแต่ก็ไม่เลยในเมื่อตัวเองก็ยังคงคิดมากอยู่ดี



สมชาติเงยหน้ามองเพื่อน สบตากับพวกมันทีละคนจะกระทั่งภาพของพวกมันเบลอไปหมด หยาดน้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาช้าๆก่อนก้อนสะอื้นจะจุกอยู่ที่ลำคอทำให้เขาพูดไปสะอื้นไปเหมือนเด็กๆ



“แล้วกู ฮึก...ต้องทำยังไงดีวะ ฮึก..”



50%



ขอมาแค่นี้ก่อนจ้าเดี๋ยวมาต่อให้อีกนะคะ

ฝากคอมเม้นให้ฟีดแบคกันด้วยน้าาา ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นทุกกำลังใจและทุกการติดตามมากๆค่าา

ขออนุญาตฝากเรื่องใหม่ด้วยค่าา INTROVERT…เกิดเป็นความรัก

ติดแท็ก #สมชาติไม่ชอบนะค่ะ กันได้นะค้าา

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด