(◉ω◉) #สมชาติไม่ชอบนะค่ะ (ಥ﹏ಥ) ตอนที่13 ครึ่งหลัง [01/05/2562] อัพแล้วนะค่ะ!!
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: (◉ω◉) #สมชาติไม่ชอบนะค่ะ (ಥ﹏ಥ) ตอนที่13 ครึ่งหลัง [01/05/2562] อัพแล้วนะค่ะ!!  (อ่าน 6567 ครั้ง)

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1868
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +112/-5
สมชาติจอมอึน พี่มันอ่อยขนาดนี้แล้วอ่ะนะ

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1069
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0
สมชาติถูกจีบโดยไม่รู้ตัว

ออฟไลน์ EARTHYSS :)

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 406
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +32/-1
สมชาตินะสมชาติโดนเต๊าะอยู่ไม่รู้เล๊ย อีพี่ป๋าก็ทำเนียนป๋าสมชื่อจริงๆ ตอนเป็นแฟนคงตลกดีพิลึก คนนึงก็ซึนอีกคนก็กวน

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3995
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-2
โถ่ น้องชาติ พี่ป๋าหวังผลจ้า พี่เค้ากำลังจีบหนูอยู่นะ

ออฟไลน์ golove2

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4636
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +277/-6
พี่ป๋าอ่อยอยู่นะสมชาติ
ยังไม่รู้ตัวอีก

 :laugh: :laugh:

ออฟไลน์ onlyplease

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 361
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0

ออฟไลน์ มะเขือม่วง

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 479
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0

ออฟไลน์ ฟองดูว์

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-2


ตอนที่ 5



สมชาติกำลังนั่งตรวจสอบรายชื่อของเพื่อนๆที่จ่ายเงินค่ากิจกรรมตามประสาเหรัญญิกประจำคณะด้วยความขะมักเขม้นตรงม้านั่งใต้ต้นไม้ข้างคณะ เอาจริงปะไอ้ตำแหน่งเหรัญญิกอะไรนี่เป็นตำแหน่งที่แม่งเหนื่อยมากๆ ไม่ใช่นับเงินเหนื่อยนะแต่ทวงเงินอะโคตรเหนื่อย คือแต่ละคนกว่าจะจ่ายเงินได้สมชาติก็แทบจะก้มกราบแทบเท้ามันแล้ว เขาเข้าใจแหละว่าใครๆก็ไม่อยากเสียเงินแต่ทุกคนก็ได้ทำข้อตกลงกันไว้แล้วไง อีกอย่างตอนพูดในห้องก็ไม่มีใครคัดค้านเรื่องเก็บเงินค่ากิจกรรมส่วนนี้เลยแต่พอถึงเวลาจ่ายเท่านั้นแหละทวงยากทวงเย็นเหลือเกิน



แล้วเงินส่วนนี้ก็เป็นเงินที่ต้องนำไปทำกิจกรรมค่ายอาสาของเดือนหน้าแล้วด้วย ไม่ได้กำหนดยอดเงินว่าต้องจ่ายเท่าไหร่แต่ขอแค่ให้ทุกคนจ่ายช่วยๆกันจะห้าบาทสิบบาทก็ได้อะแต่แม่งก็ไม่จ่ายกันสักที



“นั่งทำอะไรตรงนี้คนเดียว”



สมชาติเงยหน้ามองคนที่ถามเขาที่ตอนนี้กำลังนั่งลงบนม้านั่งฝั่งตรงข้ามของสมชาติพร้อมกับยื่นหน้ามามองกระดาษรายชื่อที่สมชาติกำลังทำอยู่



“มาทำอะไรแถวนี้อะ ได้ข่าวว่าอยู่คณะบริหารไม่ใช่เหรอ?”



“แล้วเด็กคณะบริหารจะมาเดินลอยหน้าลอยตาที่คณะ IR ไม่ได้ไง?”



“ไม่คุยกับพี่แล้วแม่งกวนตีนกูตลอด”



“มึงยังไม่ตอบกูเลยว่ามานั่งทำอะไรตรงนี้คนเดียว เพื่อนมึงไปไหนกันหมด?”



“แล้วพี่จะมายุ่งกับเรื่องของกูทำไมอะ”



“ก็เรื่องของมึงมันน่ายุ่ง”



“แต่กูไม่อยากให้พี่ยุ่ง”



“นั่นมันเป็นเรื่องของมึง” ไอ้พี่ป๋ามันว่าแล้วยกยิ้มมุมปากทำหน้ากวนตีนใส่สมชาติ “ส่วนเรื่องที่กูยุ่งเรื่องของมึงนั่นมันก็เป็นเรื่องของกู”



อีหยังวะ?



สมชาติได้แต่ทำหน้างงแล้วคิดตามคำพูดของไอ้พี่ป๋ามัน คือมันเป็นคนหนึ่งที่เวลาพูดสมชาติต้องตีความไปตีความมากว่าจะรู้เรื่องก็ผ่านไปหลายนาที



“เออๆแล้วแต่พี่เลย กูขี้เกียจเถียงแล้วจะทำงาน” ว่าจบก็ก้มหน้าก้มตาเช็คยอดเงินที่เพื่อนบางคนโอนให้สมชาติทางธนาคารแล้วแจ้งชื่อและหลักฐานการโอนมาในแชทส่วนตัวของสมชาติ



บางทีสมชาติก็คิดว่าตัวเองเป็นพวกพ่อค้าออนไลน์ที่ต้องมานั่งเช็คยอดนู่นนี่นั่นของลูกค้าก่อนจะส่งของให้เลยแต่ดีที่ความเป็นจริงสมชาติไม่ต้องส่งของนอกจากนั่งเช็คยอดและเช็ครายชื่อของคนที่จ่ายเงินเพียงเท่านั้น



“มีอะไรให้กูช่วยปะ?”



เหมือนพี่ป๋ามันจะอยู่นิ่งๆไม่ได้เลย พอนิ่งเข้าหน่อยก็ต้องหาเรื่องมาถามสมชาติไม่ก็จะหาอะไรทำอย่างเช่นตอนนี้เป็นต้น



“มี”



“ว่ามา”



“ช่วยไปไกลๆกูทีเคปะพี่”



“เรื่องนี้ช่วยไม่ได้”



ว่าแล้ว....คนอย่างไอ้พี่ป๋าถ้ายังไม่ได้กวนตีนสมชาติมันก็จะไม่มีทางไปไหนเด็ดขาด พิสูจน์จากการได้เจอกันหลายๆครั้งกับพี่มัน ถ้าตอนไหนที่เจอหน้าไอ้พี่ป๋าสมชาติก็เตรียมใจได้เลยว่ากูโดนมันกวนตีนแน่ๆ



“เออ...งั้นก็ช่วยนั่งเงียบๆก็พอ”



“อันนี้ทำได้แต่กูอยากช่วยมึงไม่ได้หรอ?”



ดูทำหน้าทำตาเข้า...คิดว่าทำตาอ้อนแบบนั้นสมชาติจะใจอ่อนหรือไง ไม่มีทางเด็ดขาดเลยนอกจากจะไม่ใจอ่อนแล้วสมชาติยังคงขนลุกพรึบพรับตามตัวอีกต่างหาก



“ไม่ต้องผมทำเอง”



“เออ ถ้ามีไรให้ช่วยเรียกกูละกัน” พี่ป๋ามันว่าแล้วล้วงโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่น



สมชาติเลิกสนใจไอ้พี่ป๋าแล้วหันมาสนใจงานของตนเองต่อ มีบางครั้งที่เขาแอบเหลือบมองพี่มันบ้างแต่ทุกครั้งก็จะเห็นพี่มันนั่งเล่นโทรศัพท์ของตัวเองและบ่นพึมพำอะไรของมันคนเดียวสมชาติเลยเลิกที่จะมอง



“ตกลงแล้วเพื่อนมึงไปไหนหมดทำไมมานั่งตรงนี้คนเดียว” เมื่อผ่านไปสักพักพี่ป๋ามันก็ถามสมชาติขึ้นอีก



สมชาติถอนหายใจ ถ้าไม่ตอบพี่มันก็คงจะถามซ้ำๆแบบนี้จนกว่าจะได้คำตอบนั่นแหละเลยตัดสินใจตอบไป “พวกมันยังไม่มา วันนี้มีเรียนบ่ายสองผมมาก่อนเวลา”



“ตั้งหนึ่งชั่วโมงเชียว” พี่ป๋ามันทำหน้าประหลาดใจเมื่อได้ยินคำตอบของสมชาติ



“ก็กะว่าจะมาทำงานรอ”



“เห็นคราวก่อนมึงดูชิลๆ ไม่คิดว่าจะมาเรียนก่อนเวลา” พี่มันคงหมายถึงครั้งแรกที่สมชาติกระโดดขึ้นมอเตอร์ไซต์ของพี่มันเพราะจะมาสอบอาจารย์ป้าครั้งนั้นแน่ๆ



“โหยย คนเราก็มีสายบ้างอะไรบ้างปะ แล้วพี่ล่ะมาที่คณะผมทำไม?” สมชาติถามกลับบ้างด้วยความสงสัย ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นพี่มันโผล่หน้ามาที่คณะเขาสักที ไหงวันนี้ถึงได้มาเดินเพ่นพ่านที่คณะสมชาติได้



“มาหาเพื่อน ว่าจะเดินกลับแต่ดันเห็นมึงนั่งหน้าโง่อยู่คนเดียวเลยเข้ามานั่งด้วย”



สมชาติล่ะอยากลุกขึ้นแล้วเดินหนีพี่มันจริงๆกวนตีนกูไม่เลิกเลยไอ้ห่าพี่ป๋า



“ตอบดีๆไม่เป็นอ่อ”



“เป็นแต่ไม่ตอบ”



สมชาติทำหน้าเบื่อหน่าย “ตามสบายเลยจ้า”



เราเงียบกันไปทั้งคู่เพราะสมชาติก้มลงทำงานต่อไม่ได้สนใจพี่ป๋าอีก กระทั่งได้รับแรงสะกิดยิกๆที่แขนเลยต้องเงยหน้ามองพี่มันอีกรอบ อะไรของมันนักหนาวะแล้วนี่วันนี้สมชาติจะทำงานเสร็จไหม



“อะไร?” สมชาติขมวดคิ้วถามแอบรู้สึกหงุดหงิดเล็กๆที่โดนกวนเวลาทำงาน



“หิวไหม?”



สมชาติส่ายหน้าพร้อมกับก้มหน้าทำงานต่อ “เพิ่งกินข้าวมาจะหิวได้ยังไง”



“อืม”



สักพักพี่มันก็เงียบไปอีก ผมเลยเงยหน้ามองพี่ป๋านิดนึงเห็นพี่มันกำลังหมุนโทรศัพท์เล่นอยู่ ใบหน้าเหม่อมองนู่นมองนี่ไปเรื่อยเหมือนคนที่ไม่มีอะไรจะทำ



สุดท้ายสมชาติก็ต้องเป็นฝ่ายถามพี่ป๋าบ้าง “พี่หิวข้าวอ่อ?”



พี่ป๋าหันมาทางสมชาติ “อือ”



“แล้วทำไมไม่ไปกินล่ะ?”



“ไม่เป็นไร”



“หิวข้าวจะไม่เป็นไรได้ไงเดี๋ยวก็เป็นโรคกระเพาะตายหรอก”



“เออน่า” เขามองสมชาติที่เริ่มเก็บของลงกระเป๋า “แล้วนี่เสร็จแล้วเหรอ?”



“ยังอะ” ตอบพร้อมกับรูดซิปกระเป๋าเป้ของตัวเองให้เรียบร้อย “ว่าจะไปหาอะไรกินที่โรงอาหาร ถ้าพี่หิวข้าวก็มาด้วยกันดิ”



สมชาติว่าแล้วลุกขึ้นเดินฉับๆไม่ทันได้รอคนข้างหลังที่ยังคงนั่งประมวลคำพูดของมันอยู่ แต่แค่เพียงไม่นานเขาก็คิดได้ว่ามันคงชวนให้เขาไปกินข้าวด้วยกัน เขาจึงลุกขึ้นแล้วรีบเดินตามไอ้เด็กปากเด๋อด๋ากระทั่งไปถึงตัวมัน



“หึ...ไอ้เด็กบ้า” เขาว่าพลางยกมือขยี้หัวมันด้วยความมันเขี้ยวแกมเอ็นดู



ถึงมันจะปากแข็งไปหน่อยแต่มันก็ใจดีกับเขาตลอด ใครจะรู้ว่าไอ้เด็กบ้าบอที่ทำตัวตลกไปวันๆจะน่ารักได้ขนาดนี้ คิดไม่ผิดจริงๆที่เข้าหามัน



“ผมยุ่งหมดแล้ว!”



เป็นเด็กที่โวยวายแล้วโคตรน่าจับฟัดที่สุดเลย ไอ้ชาติเอ๊ย!!











“พวกมึงมองกูทำไมวะ?” สมชาติถามกลุ่มเพื่อนตนเองขณะกำลังคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปาก



เย็นนี้พวกเขามีนัดคุยงานกลุ่มกันเลยพากันมากินก๋วยเตี๋ยวแถวหอไอ้มังกรเนื่องจากต้องอาศัยห้องมันเป็นที่คุยงาน



สมชาติมองพวกมันที่ส่งสายตาให้กันไปมาอยู่หลายนาทีกระทั่งเป็นไอ้อาทิตย์ที่เป็นคนเอ่ยขึ้นมา



“มึงกับพี่คนนั้นน่ะ สนิทกันมากหรอวะ?”



พวกมันตั้งหน้าตั้งตารอคอยคำตอบ สมชาติส่ายหน้าให้แล้วบอกว่า “ไม่ได้สนิทแค่รู้จักกันนิดหน่อย”



“จริงดิ?” ไอ้แจ็คมันถามคงจะไม่ค่อยเชื่อกับคำตอบสมชาติเท่าไหร่



“แล้วทำไมกูต้องโกหกพวกมึงด้วยวะ”



“ไม่รู้ดิ เมื่อตอนกลางวันที่กูเห็นมึงกับพี่เขานั่งอยู่ในโรงอาหารด้วยกันแล้วดูสนิทกันดี กูเลยสงสัย” มังกรมันเล่าย้อนไปเมื่อตอนกลางวันที่สมชาติกับไอ้พี่ป๋าไปหาอะไรกินด้วยระหว่างที่สมชาติรอเรียนและรอเพื่อน เขาไม่คิดเลยว่าไอ้พวกเพื่อนๆมันจะโผล่มาตอนที่เขากับพี่ป๋านั่งอยู่ในโรงอาหารด้วยกัน



“เออ...มึงยังไม่เล่าเรื่องที่มึงกับพี่เขารู้กันให้พวกกูฟังเลย นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้วกูก็เพิ่งนึกออก”



พอไอ้อาทิตย์พูดขึ้นมาแบบนั้นสมชาตก็เลยต้องเริ่มเล่าเรื่องที่เขากับพี่ป๋าได้รู้จักกัน มันก็ไม่มีอะไรมากมายนอกจากสมชาติกระโดดขึ้นรถมอเตอร์ไซต์พี่มันแล้วให้พี่มันมาส่งที่มหา’ลัย จากนั้นก็เริ่มคุยกันเรื่อยๆเพราะไอ้พี่ป๋ามันขอไลน์สมชาติไปแล้วก็ทักมากวนตีนสมชาติทุกวี่ทุกวัน




“ทำไมพี่เขาดูมีน้ำใจจังวะ?” ไอ้แจ็คขมวดคิ้วสงสัย “มึงว่ามันไม่แปลกอ่อ?”



“แปลกยังไงวะ?”



“ก็แบบจู่ๆจะมีใครมีน้ำใจขนาดมาบีบแตรให้ขึ้นรถเพื่อจะพาไปส่งบ้างวะถ้าไม่รู้จักกัน” ไอ้แจ็คอธิบายให้พวกเราทั้งหมดฟัง



“พี่เขาอาจจะมีน้ำใจก็ได้ปะ มึงคิดมากมั้งไอ้แจ็ค” ไอ้มังกรมันว่า



“เออแต่พี่มันก็ใจดีว่ะที่เลี้ยงข้าวไอ้ชาติด้วย”



“พี่มันเลี้ยงกูคนเดียวที่ไหน บางทีกูก็เลี้ยงพี่มันเถอะ” สมชาติเถียง ถึงแม้ตอนนั้นที่เลี้ยงเพื่อเลี้ยงขอบคุณพี่มันก็เถอะแต่เขาก็เรียกว่าเลี้ยงเหมือนกันไง



“ฟังจากที่มึงเล่าแล้วพี่เขาก็ดูโอเคอยู่นะ แต่มึงบอกว่าพี่เขาชอบกวนตีนมึงใช่ปะ” ไอ้อาทิตย์มันทำหน้าครุ่นคิด



“โคตรกวนตีน บางทีกูแทบจะจับตัวพี่มันทุ่มแล้วแต่แม่งตัวใหญ่ไงกูเลยได้แต่ด่ากลับ” สมชาติบ่นไอ้พี่ป๋าแล้วคีบลูกชิ้นหมูเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆเหมือนจะระบายความหงุดหงิดเมื่อนึกถึงคนที่ชอบกวนประสาทเขา



“หรือพี่เขาจะจีบไอ้ชาติวะ” มังกรพึมพำส่วนไอ้แจ็คกับไอ้อาทิตย์ก็เหมือนจะเห็นด้วยกับข้อสันนิษฐานนี้แต่ไอ้คนต้นเรื่องกับไม่ได้ยินสิ่งที่เพื่อนพูดกันเพราะกำลังสนใจกับก๋วยเตี๋ยวตรงหน้าจึงไม่ทันฟังเสียงไอ้มังกร




“มึงว่าไงนะไอ้กร” สมชาติถามย้ำเพราะเขาไม่ทันฟังมันพูด



“เปล่าหรอก พี่เขาดีก็ดีแล้ว”



สมชาติพยักหน้าหงึกหงัก ตอนแรกเขาก็ไม่อยากยุ่งกับพี่มันหรอกแต่เหมือนยิ่งทำตัวห่างพี่มันก็ยิ่งขยับเข้าใกล้เขามากขึ้นสมชาติก็เลยปลงปลอยให้เลยตามเลย การรู้จักกับไอ้พี่ป๋าก็ไม่ได้เป็นเรื่องเลวร้ายอะไร อาจจะปวดประสาทนิดหน่อยที่โดนพี่มันกวนหรือแกล้งตลอดเวลาแต่ก็อยู่ในระดับที่โอเคสมชาติยังรับได้ ถือว่าได้คนรู้รู้จักเพิ่มก็แล้วกัน



“วันหลังมึงก็พาพี่เขามาแนะนำกับพวกกูด้วยดิ พวกกูก็อยากรู้จักพี่เขาเหมือนกัน” ไอ้อาทิตย์มันว่า



สมชาติพยักหน้า “อือ เอาไว้เดี๋ยวลองชวนพี่มันดู”







และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่สมชาติต้องมาพบต้องมาเจอกับไอ้พี่ป๋า พอดีเขาลงมากินข้าวเช้าที่ร้านลุงศักดิ์แล้วเห็นพี่ป๋ามันเดินเข้าร้านมาพอดี พอพี่มันเห็นสมชาติก็เดินเข้ามาหา



“หวัดดี กูนั่งด้วย”



สมชาติกรอกตา คือพี่มันนั่งลงขนาดนั้นแล้วยังจะมาบอกสมชาติอีก ไม่มีการถามหรอกว่านั่งด้วยได้ไหม มีคนนั่งด้วยหรือเปล่าอะไรแบบนี้ไม่มีหรอก



ระหว่างนั่งกินข้าวกันอยู่สมชาติก็นึกถึงคำพูดของกลุ่มเพื่อนเขาที่พูดกันเมื่อวันก่อน เขาเลยเงยหน้าขึ้นมองคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามก่อนเอ่ยขึ้น



“พี่ป๋า”



“ว่า?”



“เพื่อนกูอยากเจอพี่อะ”



พี่มันเงยหน้าเคี้ยวข้าวตุ้ยๆจนเสร็จก็ทำหน้าประหลาดใจที่ได้ยินแบบนั้น “เจอกู?”



“ใช่ มันบอกว่าอยากรู้จักพี่”



“ทำไม?”



“ไม่รู้ดิ ถ้าพี่ว่างวันนี้ตอนเที่ยงไปกินข้าวด้วยกันปะ?”



“วันนี้กูไม่มีเรียนแต่จะไปกินข้าวด้วยก็ได้”



“ถ้าพี่ไม่ว่างก็ไม่เป็นไร เอาไว้วันหลังก็ได้ ผมแค่บอกไว้เฉยๆ” รู้สึกเกรงใจพี่มันเหมือนกัน สมชาติก็ไม่เข้าใจด้วยแหละว่าเพื่อนมันจะอยากรู้จักพี่ป๋าไปทำไม



“ไม่เป็นไรกูจะเข้าไปหาอาจารย์ที่คณะพอดี”



“อ้อ...งั้นตอนเที่ยงเจอกันที่โรงอาหารคณะผมนะ”



“ครับ”



สมชาติทำหน้าตาประหลาดเมื่อได้ยินไอ้พี่ป๋าตอบรับด้วยคำสุภาพ ตั้งแต่รู้จักกันมาสมชาติยังไม่เคยได้ยินพี่มันพูดคำว่าครับกับสมชาติเลย



สมชาติรู้สึกขนลุกพิลึก








เมื่อถึงเวลานัดซึ่งเป็นเวลาเที่ยงนิดๆสมชาติและกลุ่มเพื่อนก็พากันเดินลงมาจากอาคารเรียนเพื่อมุ่งหน้าไปยังโรงอาหาร ทุกคนดูท่าทางจะตื่นเต้นอยู่นิดๆที่จะได้เจอพี่ป๋าที่สมชาติมันเล่าให้ฟัง ยกเว้นไอ้ตัวสมชาติเองนั่นแหละที่ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรเพราะเจอพี่มันบ่อยแล้ว อีกอย่างก็ไม่ได้อยากเจอพี่มันขนาดนั้นด้วย



“มึงบอกพี่เขาหรือยัง” มังกรเป็นคนถามขณะที่พวกเขากำลังเดินเข้าโรงอาหาร



“ไลน์ไปบอกแล้วเห็นว่าคุยกับอาจารย์ที่คณะอยู่เดี๋ยวมา”



“งั้นก็ไปสั่งข้าวรอพี่เขาละกัน”



พวกสมชาติพากันแยกย้ายเมื่อมาถึงโรงอาหาร แจ็คเป็นคนแรกที่ซื้อข้าวเสร็จเขาจึงเดินไปหาที่นั่งรอเพื่อนคนที่เหลือกระทั่งทุกคนในกลุ่มมานั่งล้อมกันในโต๊ะคนที่ทุกคนรอคอยก็ยังไม่มาสักที



“มึงแน่ใจนะว่าบอกพี่เขาแล้ว” อาทิตย์ถามย้ำกับสมชาติเพื่อความแน่ใจว่าไอ้เพื่อนของเขามันได้บอกพี่คนนั้นแล้วจริงๆ



“บอกแล้วสิวะ อีกสักพักก็คงจะมา ตอนนี้ก็กินข้าวรอก่อนเหอะ” สมชาติว่าพร้อมตักข้าวเข้าปากเป็นคนแรก เพื่อนๆเห็นแบบนั้นก็พากันตักข้าวกินตามสมชาติมันเพื่อรอใครอีกคนที่พวกเขานัดไว้



ติ๊ง!!



ระหว่างนั้นเสียงแจ้งเตือนในโทรศัพท์ของสมชาติก็ดังขึ้น เพื่อนทุกคนหันไปมองกันโดยพร้อมเพียงด้วยความอยากรู้ สมชาติกดดูก็เห็นว่าเป็นพี่ป๋ามันส่งข้อความมา



ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : ชาติ

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : พี่อยู่ไหนวะ

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : กูรออาจารย์อยู่

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : แล้วตกลงพี่จะมาได้ปะ เพื่อนผมมันรอพี่อยู่

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : คงไม่ทันว่ะ กูฝากขอโทษเพื่อนมึงด้วย ไว้วันหลังค่อยเจอกัน

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : อือเค เดี๋ยวบอกพวกมันให้



สมชาติวางโทรศัพท์แล้วเงยหน้ามองเพื่อนๆที่กำลังจับจ้องใบหน้าของสมชาติอย่างอยากรู้อยากเห็น



“พี่ป๋ามันบอกว่ามาไม่ได้แล้ว เอาไว้วันหลังพี่มันติดธุระ”



“เสียดายว่ะ” ไอ้แจ็คพึมพำคนที่เหลือก็พยักหน้าเห็นด้วย



“แล้วพวกมึงจะอยากรู้จักพี่มันอะไรขนาดนั้นวะ” สมชาติถามเพราะเขาไม่เข้าใจจริงๆ



“ก็แค่อยากรู้จักไงมึง”



สมชาติไม่เข้าใจหรอกแต่ก็นั่นคงเป็นเหตุผลของมันสมชาติเลยพยักหน้า “อือ เอาไว้วันหลังจะนัดให้ใหม่”



ติ้ง!



เสียงเตือนข้อความจากโทรศัพท์ของสมชาติดังขึ้นอีกครั้งและเป็นคนเดิมที่เป็นคนส่งข้อความมาให้เขา



ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : ชาติ

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน :ว่า?

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : ตอนเย็นว่างปะ

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : ก็ไม่มีอะไรให้ทำนะ

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : ไปกินข้าวด้วยกัน

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : ไม่อยากไป

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : ไปหน่อยเลี้ยงก็ได้

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : พี่กินข้าวคนเดียวไม่ได้หรือไง เพื่อนพี่ล่ะ?

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : เพื่อนว่างแต่กูไม่ได้อยากกินกับพวกมัน กูอยากกินกับมึง

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : ทำไมต้องเป็นผม?

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : ไม่รู้ ตกลงไปด้วยกันนะ

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : เออๆก็ได้แต่พี่ไม่ต้องเลี้ยงหรอกเดี๋ยวจ่ายเอง

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : อือ



สมชาติวางโทรศัพท์หลังจากที่คุยกับพี่มันเสร็จ เขานั่งกินข้าวของตัวเองตามปกติโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าเพื่อนของเขานั้นกำลังนั่งมองสมชาติอยู่ ทั้งสามคนส่งสายตาเพื่อคุยกันเหมือนจะไม่เข้าใจแต่เมื่อทำปากขมุบขมิบอีกนิดหน่อยก็เข้าใจกันในที่สุด



จากที่ดูแล้วพวกเขาไม่อยากฟันธงเท่าไหร่เพราะยังไม่ได้เจอพี่คนนั้นแบบตัวเป็นๆและยังไม่เห็นท่าทางอะไรเวลาอยู่กับไอ้ชาติแต่พวกเขาก็ขอสันนิษฐานไว้ขั้นแรกก่อนว่า พี่คนนั้นที่ชื่อป๋ากำลังจีบไอ้ชาติเพื่อนพวกเขาอยู่แน่นอน!



(ಥ﹏ಥ)


ตอนนี้มาสั้นนิดนึงจ้าาาา
ติดแท็ก #สมชาติไม่ชอบนะค่ะ กันได้นะค้าา

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3995
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-2
เพื่อนๆก็ดูออกกันหมดว่าพี่ป๋าเข้ามาจีบ มีแต่ชาตินี่ล่ะที่ยังไม่รู้ 555555

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1069
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ golove2

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4636
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +277/-6
พี่ป๋าก็ยังคงเนียนต่อไป

 :L2: :L2:

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3607
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +133/-4

ออฟไลน์ nevergoodbye

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1332
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-2
ตอนนี้สั้นจัง  :katai4:

ออฟไลน์ ฟองดูว์

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-2
ตอนที่6



สมชาติเคยบอกหรือยังว่าพฤติกรรมหลังกินข้าวเสร็จของไอ้พี่ป๋าคือการยืนคาบไม้จิ้มฟันแล้วทำหน้าเก๊กหล่อใส่คนนู้นทีคนนี้ที คือถ้าไม่รู้จักกันสมชาติต่อยพี่มันคว่ำไปแล้ว



อันนี้สมชาติไม่ได้ตั้งใจจะสังเกตหรอกแต่ลูกกะตาดันเหลือบไปเห็นก็เลยจำๆได้ แล้วก็ไม่ต้องมาทำหน้างงหน้าสงสัยว่าทำไมสมชาติถึงได้มาเจอหรือมากินข้าวกับไอ้พี่ป๋าบ่อยๆ อันนี้สมชาติไม่รู้เหมือนกันเพราะยังไม่ได้คิด เอาไว้ถ้าคิดออกแล้วจะมาเล่าสู่กันฟังอีกที



“กินของหวานเจ๊กุ้งป่ะ?”



“เลี้ยงก็ไป”



สมชาติคิดออกแล้ว เหตุผลที่สมชาติมักจะได้มากินข้าวกับไอ้พี่ป๋าบ่อยๆก็คือพี่มันเลี้ยงสมชาติตลอดนั่นเอง นี่ถ้าไม่เห็นแก่ของฟรีแม้แต่หน้าสมชาติพี่มันก็คงไม่ได้เห็น



“เออเลี้ยง”



สมชาติยิ้มกริ่มเดินนำคนเลี้ยงไปยังร้านเจ๊กุ้งที่พึ่งมาเปิดได้สักสองสามอาทิตย์ เจ๊กุ้งแกเป็นคนภาคเหนือ พูดจงพูดจาหวานยิ่งกว่าของหวานแกอีก สมชาติไปกินครั้งแรกแล้วก็ติดใจ เคยชวนไอ้พวกเพื่อนๆมันมากินด้วยกันแล้วแต่ไอ้พวกห่าแม่งก็ไม่มาจะพากันไปแดกเหล้าอย่างเดียว สักวันเถอะพวกมึงกินเยอะๆเดี๋ยวก็เป็นตับแข็ง ส่วนสมชาติจะเป็นอะไรน่ะเหรอ...เบาหวานน่ะสิถามได้



“เอาบัวลอยไข่หวานกับทับทิมกรอบรวมมิตรครับ” สมชาติสั่งเมนูที่ตัวเองอยากกินด้วยน้ำเสียงฉะฉาน เจ๊กุ้งยิ้มรับแล้วก็ตอบจ้าๆจากนั้นก็จัดการลงมือตักของหวานใส่ถ้วยให้กับสมชาติ



“รู้ได้ไงว่ากูอยากกินบัวลอยไข่หวาน”



สมชาติหันไปมองคนที่ชอบสำคัญตัวผิดข้างๆก่อนจะเอ่ยออกมา “ใครรู้?..อันที่สั่งคือจะกินเองไง เดี๋ยวไปนั่งรอที่โต๊ะนะ” สมชาติไม่ได้สนใจอีกคนที่ยืนทำหน้าเหวอใส่ ก็คิดไปเองทำไมล่ะวะ ไอ้ที่สั่งมาสองอย่างสมชาติอยากกินเองทั้งนั้น ไม่มีกะจิตกะใจสั่งเผื่อให้ใครด้วย



ส่วนคนที่โดนสมชาติตอกกลับก็ต้องยิ้มขำกับตัวเอง ไอ้ชาติมันก็เป็นแบบนี้ ไม่ค่อยจะใจดีกับเขานักหรอกแต่ก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกันถึงชอบเอาตัวเข้ามาอยู่ใกล้ๆมันทุกครั้งไป คงเพราะพอได้อยู่กับมันทีไรก็สบายใจขึ้นมาทุกที



เขาจัดการสั่งบัวลอยไข่หวานเพิ่มไปอีกหนึ่งที่ก่อนจะเดินตามไอ้ชาติมันไปนั่งที่โต๊ะ เห็นมันเอามือขึ้นมาพัดๆวีๆใส่ตัวเอง ไม่รู้ว่ามันร้อนหรือแมลงวันตอมมันกันแน่  เห็นอย่างนั้นเขาก็อดที่จะถามมันขึ้นมาไม่ได้



“เป็นไรแมลงวันตอมอ่อ?” เกินที่คาดไว้ที่ไหน พอเขาถามออกไปไอ้ชาติมันก็ชักตาจิ๊ปากใส่เขาทันที เดี๋ยวนี้แม่งทำใส่เขาบ่อยเหลือเกินจนบางทีก็อยากเอานิ้วขึ้นมาจิ้มตามันสักทีจะได้จำแล้วเลิกทำแบบนี้แต่อีกใจนึงก็กลัวมันเจ็บอีกทั้งเขาก็ชอบเวลามันทำหน้าแบบนี้ด้วยน่ะสิเห็นแล้วก็ตลกดี



“คนนะไม่ใช่ขี้”



“ก็คล้ายๆอยู่” เขาหมายความตามนั้นจริงๆ เวลาเจอไอ้ชาติมันในชุดที่ไม่ใช่ชุดนักศึกษาทีไรมันก็ใส่แต่เสื้อสีเหลืองทุกที



“กวนจังเลยวะพี่” มันดูท่าจะไม่พอใจแต่ก็ยังคงยอมคุยกับเขาอยู่ “ร้อนว่ะ อบอ้าวเหมือนฝนจะตก” มันบ่นสภาพอากาศของวันนี้ซึ่งเขาก็เห็นด้วยกับมันทุกประการ วันนี้ร้อนอบอ้าวเหนียวตัวจนอยากจะกลับไปอาบน้ำที่ห้อง



“ก็อาจจะตก กูเห็นฟ้ามืดมาตั้งแต่เย็นแล้ว”



“นั่นอ่ะดิ งั้นก็รีบๆกินกันดีกว่าเหอะ ผมกลัวฝนตกแล้วจะกลับลำบาก”



“ถ้าตกก็นั่งรอฝนซาก่อนก็ได้ดิวะ จะรีบกลับไปทำไม” เขาว่าแต่ไอ้ชาติมันก็ส่ายหน้าไม่เห็นด้วยแทบจะทันทีโดยที่มันไม่แม้แต่จะหยุดคิดตามคำพูดเขาสักวินาทีด้วยซ้ำ



“ไม่เอาอ่ะ ไม่อยากอยู่กับพี่” ในบางครั้งไอ้ชาติมันก็พูดตรงไปจนบางทีเขาก็อยากเขกกะโหลกให้มันพูดดีๆกับเขาสักนิดก็ยังดี



“เออ ทนๆอยู่กับกูหน่อยก็แล้วกัน” เขาว่าแล้วนั่งรอของหวานจากเจ๊กุ้งเงียบๆโดยไม่ชวนมันคุยอีก ไม่รู้สิ เขาแค่รู้สึกน้อยใจมันนิดๆที่มันพูดแบบนั้น เหมือนมันรังเกียจที่จะอยู่ใกล้เขาทั้งที่กลับกันนั้นเขากลับชอบอยู่กับมันมากกว่าที่มันคิดซะอีก เขายอมรับว่าบางทีอาจจะทำให้มันรำคาญไปหน่อยและกวนตีนมันนิดๆแต่ที่ทำไปนั่นก็เพราะอยากมีเรื่องคุยกับมันไง



พออีกคนนั่งเงียบสมชาติก็เริ่มทำตัวไม่ถูก ก็เขาพูดไปตรงๆนี่หว่าว่าไม่อยากอยู่กับไอ้พี่ป๋ามันนานๆ  ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบพี่ป๋านะแต่พี่มันชอบแกล้งสมชาติอ่ะแล้วสมชาติก็มักจะตอบโต้ไอ้พี่ป๋ากลับไม่ได้ด้วยไงเลยพูดแบบนั้นออกไป ไม่ได้มีเจตนาไม่ดีเลยนะเว้ยแล้วไหงกลายเป็นทำให้พี่มันเงียบฉี่ไปได้วะเนี่ย



“พี่...ของหวานมาแล้ว” สมชาติขยับถ้วยบัวลอยไข่หวานไปให้ไอ้พี่ป๋า ซึ่งปกติพี่มันจะกวนสมชาติก่อนกินแต่นี่พี่มันทำเพียงพยักหน้ารับแล้วก็นั่งตักของหวานกินเงียบๆ อาการแบบนี้ไม่ใช่ว่าพี่มันโกรธสมชาติหรอกนะ



เออ...ก็ใช่น่ะสิวะ พูดไปขนาดนั้นใครเขาจะชอบกัน สมชาติล่ะอยากจะยกมือขึ้นมาตบปากตัวเองสักสองสามที ทำไมเป็นคนปากไวขนาดนี้ก็ไม่รู้ นิสัยแบบนี้แก้ไม่หายเลยจริงๆ อีกอย่างสมชาติก็ง้อคนไม่เป็นด้วยนี่สิ งั้นตักบัวลอยแบ่งให้พี่ป๋ามันหน่อยก็แล้วกัน ถ้าทำอย่างนี้พี่มันคงรู้แหละว่าสมชาติกำลังง้ออยู่



“อะไร?” พี่ป๋ามันเงยหน้าขึ้นมามองสมชาติ ทำหน้าประหลาดใจโดยไม่ปิดบังเพราะคงจะสงสัยนั่นแหละว่าทำไมจู่ๆสมชาติถึงได้ตักบัวลอยไปใส่ในถ้วยพี่มันตั้งเยอะ



“ให้” เขาว่าสั้นๆ คิดว่าพี่ป๋ามันคงจะเดาได้นะ



สมชาติแอบมองปฏิกิริยาของพี่ป๋าก่อนจะเห็นว่าพี่มันยกยิ้มขึ้นมาแล้วก้มลงไปมองบัวลอยในถ้วยตัวเอง สมชาติเกือบจะยิ้มตามแต่พี่มันดันเงยหน้าขึ้นมาก่อน สมชาติจึงทำทีก้มลงมองบัวลอยของตัวเองแล้วใช้ช้อนตักเข้าปากเหมือนไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น



“นี่ง้อกู?”



เขารู้ว่าพี่ป๋าฉลาดแต่พี่มึงจำเป็นต้องถามตรงขนาดนี้เลยหรอวะ ไอ้สมชาติคนนี้แม่งก็ไม่ใช่คนเขินอายไม่เป็นนะเว้ยแต่เอาเถอะสมชาติจะยอมรับก็ได้เพราะต้องการง้อพี่ป๋ามันจริงๆ



“อือ” พยักหน้าหงึกหงักแล้วครางงึมงำรับคำในลำคอ



“หึ...ไอ้เด็กบ้า”



แล้วพออารมณ์ดีก็ชอบมาว่าสมชาติแบบนี้ไงแต่ก็ดีแล้วแหละสมชาติจะได้ไม่ต้องง้อพี่มันต่ออีก พี่ป๋านี่ก็เป็นคนโกรธง่ายหายเร็วเหมือนกันนะเนี่ย



กำลังจะเอ่ยปากเร่งให้พี่ป๋ามันรีบกินเพราะเมื่อกี้ฟ้าเริ่มแลบแล้วแต่ยังไม่ทันจะอ้าปากพูด ฝนห่าใหญ่จากไหนก็ไม่รู้ตกลงมาแบบที่ทุกคนยังไม่ทันตั้งตัว ทุกคนในร้านต่างมองออกไปนอกร้านและเสียงบ่นของบางโต๊ะก็ดังขึ้นและโต๊ะของผมก็เป็นหนึ่งในนั้นที่บ่นขึ้นมาเช่นกัน



“เวรกรรม ฝนตกจริงๆด้วย”



“เอาน่า...รออีกสักหน่อยก็ได้” พี่ป๋ามันว่าปลอบใจเมื่อเห็นสมชาติถอนหายใจเซ็งๆ



“ดีนะที่ผมไม่ได้ตากผ้าไว้ที่ระเบียง ไม่งั้นล่ะโคตรซวยเลย” เขาบ่นไปตามประสาแต่จู่ๆพี่ป๋ามันก็ทำท่าตกใจจนสมชาติต้องถามทันที “มีไรพี่ อย่าบอกนะว่า...”



“เออ ไอ้เวรเอ้ย! กูตากผ้าไว้ที่ระเบียง”



สมชาติตบเข่าฉาดเพราะคิดไว้อยู่แล้ว “ซวยแล้งไง”



“ช่างแม่งเหอะ” พี่มันว่าแต่ก็ดูหัวร้อนอยู่นิดหน่อย ถ้าเป็นสมชาติก็คงหัวร้อนเหมือนกันนั่นแหละครับ



“แล้วพี่ยังมีเสื้อผ้าใส่ไหมอ่ะ?”



“ไอ้มีมันก็มีนั่นแหละแต่ชั้นในกูนี่สิ”



ฉิบหายกว่าเสื้อผ้าเปียกก็คือไม่มีชั้นในใส่นี่แหละครับ



“แล้วทำไง?”



“เดี๋ยวลองไปค้นในตู้ดูก่อนเผื่อจะมี บางทีกูซื้อไว้แล้วลืมเอามาใส่”



มีอย่างนี้ด้วยว่ะแต่ก็ดีแล้วล่ะจะได้มีอันสำรองไว้เผื่อใส่ด้วย




“แล้วถ้าไม่มีอ่ะ” สมชาติถามอย่างสงสัยใคร่รู้ อยากจะรู้ว่าพี่ป๋ามันจะแก้ปัญหายังไง



“ไม่มีก็ไม่ไปเรียนอ่ะ ง่ายๆ”



เออ...ก็จริงอย่างที่พี่มันว่า ถ้าเป็นสมชาติบ้างก็คงจะไม่ไปเรียนเหมือนกัน



“งั้นผมก็ขออวยพรให้พี่หาเจอก็แล้วกันนะ”



“ขอบใจมาก นี่แสดงว่าอยากให้กูไปเรียนมากสินะ”



“ใช่สิ เพราะว่าถ้าพี่ไม่ไปเรียนผมก็ต้องให้เพื่อนมารับอีกเดี๋ยวมันจะเสียเวลา ติดรถไปเรียนกับพี่ดีกว่า” สมชาติยังไม่เคยบอกใช่ไหมล่ะว่าเดี๋ยวนี้สมชาติติดรถไปเรียนกับพี่ป๋าบ่อยๆแล้ว วันไหนที่เรียนตรงกันสมชาติก็จะไปกับพี่ป๋ามันนั่นแหละ ส่วนรถสมชาติก็ยังคงซ่อมไม่เสร็จเหมือนเดิม ป่านนี้สมชาติว่าช่างคงจะแยกชิ้นส่วนอะไหล่ไปขายทอดตลาดแล้วมั้งนานขนาดนี้อ่ะ



“กูเกือบจะดีใจแล้ว”



“พี่ว่าไงนะ?” พี่ป๋ามันบ่นพึมพำอะไรไม่รู้สมชาติฟังไม่ถนัดเนื่องจากเสียงดังของคนในร้านและบวกกับเสียงฝนที่กำลังตกเลยทำให้ได้ยินเสียงพี่ป๋าไม่ค่อยชัดเท่าไหร่



“กูบอกว่าไปอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง”



“อ่อ ดีแล้วพี่” สมชาติพยักหน้า ฉีกยิ้มให้ไอ้พี่ป๋าเป็นการกระชับมิตรก่อนจะหันออกไปสนใจกับฝนที่กำลังตกอยู่ข้างนอก



กว่าฝนจะซาลงก็ทำเอาสมชาติหาวแล้วหาวอีก ก่อนหน้านั้นสมชาติเห็นคู่ผู้หญิงกับผู้ชายที่คงจะเป็นแฟนกันวิ่งฝ่าฝนไปอย่างโรแมนติกเห็นแล้วก็รู้สึกหนาวแทนเขานะครับแต่ก็เนอะถ้าเกิดสมชาติมีแฟนก็อาจจะทำแบบนั้นบ้างก็ได้ เหมือนในซีรี่ส์เกาหลีไงที่พระเอกจะยกเสื้อแจ็คเก็ตมากางไว้บนหัวจากนั้นนางเอกก็จะหันมาสบสายตากันด้วยความอินเลิฟแล้วก็วิ่งฝ่าฝนไปด้วยกัน ฉากนี้แม่งโรแมนติกมากจนสมชาติก็อยากจะลองทำสักครั้งในชีวิต



“เหม่อไร จะกลับไหมห้องน่ะ?”



คิดอะไรเพลินๆได้ไม่นานเสียงอันคุ้นเคยของพี่ป๋าก็แทรกเข้ามาในโสตประสาทซะก่อน “กลับดิ พี่จ่ายเงินยังอ่ะ?”



“เรียบร้อยแล้ว ไปเหอะก่อนที่ฝนจะตกลงมาอีก”



“อือ”



สมชาติกับพี่ป๋าพากันเดินกลับหอท่ามกลางอากาศเย็นบวกกับกลิ่นฝนที่พึ่งหยุดลงถึงแม้บางครั้งบางคราวจะมีกลิ่นควันรถผสมมาด้วยแต่สมชาติก็ยังคงสูดเอากลิ่นฝนเข้าจมูกอยู่ดี เขาเป็นคนที่ชอบกลิ่นฝนมากๆ เป็นกลิ่นธรรมชาติที่สมชาติชอบที่สุดเลยก็ว่าได้



“หนาวไหม?” พี่ป๋ามันถามขณะกำลังเดินกันอยู่



“ไม่นะ อากาศเย็นสบายดี ผมชอบ” สมชาติตอบอย่างอารมณ์ดี



“กลับไปก็อย่าลืมสระผมล่ะ ละอองฝนอาจจะทำให้ไม่สบาย”



“พี่ก็เหมือนกันนั่นแหละ”



“เป็นห่วงกูล่ะสิ”



“เปล่า” สมชาติส่ายหน้าก่อนจะหยุดเดินโดยพี่ป๋าก็หยุดตาม “ผมแค่กลัวจะไม่มีรถให้นั่งไปมหา’ลัย”



พี่มันยกยิ้มแล้วก็พึมพำขึ้นมา “เป็นกูที่ห่วงมึงอยู่คนเดียวสินะ”



“พี่ว่าไงนะ เมื่อกี้เด็กแว๊นมันขับรถผ่านอ่ะกลบเสียงพี่หมดเลย ผมไม่ได้ยิน”



“กูบอกว่าคนอย่างกูไม่เป็นอะไรง่ายๆหรอก”



“อ้อ ดีแล้วล่ะ”



พูดคุยกันเสร็จก็พากันเดินต่อ ใช้เวลาไม่นานก็เดินมาถึงหออย่างปลอดภัยดีทั้งสองคน



“ผมเข้าห้องแล้วนะ ขอบคุณที่เลี้ยงของหวานผมนะพี่ ไปล่ะ” สมชาติโบกมือหยอยๆอยู่หน้าห้องตัวเองโดยมีพี่ป๋ายืนส่งเนื่องจากห้องพี่ป๋าอยู่อีกชั้นถัดไปจากสมชาตินู่น ห้องสมชาติเลยถึงก่อน



“เออ แล้วก็อย่าลืมสระผมด้วยล่ะ”



“รู้แล้วน่า..พี่ก็เหมือนกันนั่นแหละ”



“อืม เข้าห้องได้แล้ว”



“ครับๆ”



สมชาติเดินเข้าห้องและปิดประตูลงโดยที่ยังมีพี่ป๋ามันมองอยู่หน้าห้อง เอาจริงๆพี่มันจะเดินขึ้นห้องไปเลยก็ได้แต่ก็ไม่ทำไง สมชาติก็งงๆเหมือนกันแต่ก็ช่างเถอะเรื่องของพี่มันสมชาติไม่รู้อะไรเยอะหรอก



ต่อด้านล่าง
.
.
.

ออฟไลน์ ฟองดูว์

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-2
“เป็นไงไอ้ชาติ ใส่แมสค์มาเลยนะมึงไม่สบายเหรอวะ?” ไอ้มังกรทักสมชาติเป็นคนแรก ไม่สิ...คนที่ทักคนแรกเป็นไอ้พี่ป๋าต่างหากล่ะ ไม่ทักธรรมดานะยังจะว่าสมชาติไม่ดูแลตัวเองอีก มันน่าโมโหจริงๆเลย



“นิดหน่อยว่ะเมื่อคืนโดนละอองฝน” บ่นพลางก็หย่อนตัวลงนั่งข้างไอ้แจ็คมัน



“แล้วนี่กินยายัง?” ไอ้อาทิตย์ถามแล้วยกหลังมือขึ้นมาแตะๆหน้าผากของสมชาติเพื่อเช็คไข้ “ตัวรุมๆนะมึง เรียนไหวป่ะเนี่ย?”



“ไหวดิ กูกินยามาเรียบร้อยละ”



“กินยาแล้วจะไม่ง่วงเหรอวะ” เออนั่นดิ สมชาติคิดตามคำถามของไอ้แจ็คมันก็เห็นด้วย คือถ้ากินยาไปแล้วพอยาออกฤทธิ์สมชาติก็ต้องง่วงดิ



“ไม่เป็นไรหรอกมึง กูไหวแหละ” สมชาติพูดยืนยันแต่พวกเพื่อนๆมันก็คงเป็นห่วงนั่นแหละสมชาติเข้าใจทว่าสมชาติก็ไหวจริงๆนะไม่งั้นไม่มาเรียนหรอก



“ถ้าไม่ไหวก็บอกพวกกูแล้วกัน เข้าใจไหม?"



“เข้าใจแล้ว”



พูดคุยเล่นกันได้ไม่นานอาจารย์ก็เดินเข้ามาในห้อง สมชาติหยิบสมุดจดในกระเป๋าออกมาเตรียมจดตามอาจารย์ ตอนที่กำลังจะจรดปากกาลงบนสมุด เสียงเตือนข้อความจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเบาๆทำให้รู้ว่าสมชาติลืมปิดเสียงก่อนเรียนไงไอ้ฉิบหาย ดีนะที่เปิดเสียงไว้เบาๆไม่งั้นโดนอาจารย์ด่าแน่ๆ



ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : เป็นยังไงบ้าง?



สมชาติก้มลงอ่านข้อความที่พี่ป๋าส่งมาถามก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไป



ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : ไม่เป็นอะไร

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : กูหมายถึงว่าไม่สบายน่ะเป็นยังไงบ้าง เรียนไหวไหม?

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : ก็ไหวดิ ไม่ต้องห่วงหรอกน่า

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : รู้ว่าคนเป็นห่วงยังจะไม่ดูแลตัวเองอีก

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : โว๊ะ! ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะวะว่าตื่นมาจะไม่สบาย

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : เออๆ กูไม่เถียงกับมึงละแต่ถ้าไม่ไหวก็ไลน์บอกกูแล้วกัน เข้าใจไหม?

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : แล้วทำไมผมต้องบอกพี่อ่ะ

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : แล้วมึงจะไม่กลับกับกูหรือไง?

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : ไม่อ่ะ วันนี้ผมกลับกับเพื่อนแล้วกัน นั่นงมอ’ไซต์เมื่อเช้าแล้วไม่ไหวว่ะ

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : แล้วแต่มึงแล้วกัน

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : อือ ผมเรียนก่อนนะ



“ตั้งใจเรียน ตอนเที่ยงกูจะไปหา” ไอ้มังกรเสนอหน้าเข้ามาอ่านข้อความสุดท้ายที่พี่ป๋าส่งมาโดยที่สมชาติยังไม่ทันได้ตั้งตัว “พี่ป๋าเหรอวะ?”



“เออ” เขาไม่ปฏิเสธเพราะปฏิเสธไปก็โดนจับได้อยู่ดี ชื่อพี่มันโชว์หราขนาดนี้จะให้เขาปฏิเสธอะไรอีก



“ไหนๆ” ไอ้สองตัวที่เหลือก็รีบยื่นหน้าเข้ามาดู สมชาติก็ไม่ใช่คนจะปิดบังอะไรอยู่แล้วจึงยื่นโทรศัพท์ให้พวกมันไปดูซะให้พอใจจะได้เลิกวุ่นวายกันสักที



“บ๊ะ! มีเป็นห่วงกันด้วยเว้ย” ไอ้แจ็คว่าเสียงเบาแล้วก็ยิ้มแซวสมชาติอีก



“ตกลงมึงกับพี่เขายังไงแน่วะ?” อาทิตย์ถามอย่างสงสัยใคร่รู้ซึ่งสมชาติก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมมันถึงถามแบบนั้น เขากับพี่ป๋าก็ปกติป่ะวะไม่เห็นจะมีอะไรแปลกเลย พวกแม่งไม่รู้จะสงสัยอะไรนักหนา



“ก็ไม่ยังไง รู้จักกันเฉยๆพวกมึงจะสงสัยอะไร?”



“เปล๊า” พวกมันพร้อมใจกันตอบนั่นยิ่งทำให้มีพิรุธมากขึ้น



“เสียงสูงนะพวกมึงน่ะ” เขาว่าแล้วหรี่ตามองพวกมัน เห็นท่าทางเลิ่กลั่กของเพื่อนตัวเองก็ได้แต่ถอนหายใจ



“เปล่า” พวกมันตอบพร้อมกันอีกครั้งและครั้งนี้ก็พร้อมใจกันทำเสียงต่ำอย่างพร้อมเพรียง ถ้าเป็นปกติสมชาติคงจะถามและจี้ให้พวกมันสารภาพอยู่หรอกแต่ตอนนี้เขาชักจะเริ่มปวดหัวขึ้นมา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการป่วยหรือเพราะพวกมันกันแน่ เขาจะไม่เซ้าซี้ถามพวกมันแล้วกันแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจหรอกนะ แค่จะเก็บไว้ถามตอนที่ตัวเองสบายดีกว่านี้ดีกว่า



“เออๆเปล่าก็เปล่าวะ”



เสียงถอนหายใจของพวกมันดังขึ้นพร้อมกันอีกครั้งอย่างปิดไม่มิด สมชาติล่ะอย่างจะขำเพื่อนตัวเองที่แม่งพิรุธออกทุกการกระทำจริงๆ



“ถ้างั้นเที่ยงนี้พวกกูก็จะได้เจอพี่เขาใช่ป่ะวะ?” มังกรมันถามเข้าเรื่องโดยมีไอ้แจ็คกับไอ้อาทิตย์รอฟังอยู่ด้วยอีกคน



“ก็ถ้าเขามาพวกมึงก็เจอนั่นแหละ” สมชาติตอบไปตามความจริง



“ดีล่ะ พวกกูจะได้เจอพี่เขาสักที” ไอ้แจ็คว่าขึ้นมาบ้าง



บางทีสมชาติก็สงสัยนะว่ามันจะอยากรู้จักอะไรพี่ป๋าขนาดนั้น พี่มันก็ไม่เห็นจะน่ารู้จักตรงไหนเลย



เวลาเที่ยงนิดๆอาจารย์ก็ปล่อยให้พวกเราได้ไปกินข้าวสักทีหลังจากนักศึกษานั่งโอดครวญอยู่ในห้องกันเป็นเวลานาน เป็นแบบนี้ประจำแหละครับเพราะว่าบางคนตอนเช้ามักจะหาอะไรกินไม่ทันเลยรวบยอดไปกินกันตอนเที่ยงทีเดียว วันไหนที่อาจารย์ปล่อยช้าก็ต้องมานั่งทนหิวและโอดครวญให้อาจารย์ปล่อยแบบนี้นี่แหละ



“แล้วมึงไม่ต้องส่งข้อความไปบอกพี่เขาเหรอวะไอ้ชาติ?” ระหว่างที่กำลังพากันเดินไปหาข้าวกินที่โรงอาหารไอ้อาทิตย์มันก็ทักขึ้นมาทำให้สมชาติฉุกคิดขึ้นว่าพี่ป๋ามันจะมาหาเที่ยงนี้



“ไม่ต้องหรอก ถ้าเขามาเขาก็คงจะส่งมาบอกกูเอง” เขาตอบง่ายๆ



พอคลายข้อสงสัยเรียบร้อยแล้วก็พากันเดินต่อจนกระทั่งถึงโรงอาหาร วันนี้เพื่อนๆเห็นสมชาติป่วยจึงอาสาไปซื้อข้าวซื้อน้ำมาให้ สมชาติเลยได้รับหน้าที่เฝ้าโต๊ะให้พวกมันแทน เขานั่งก้มหน้ามองโต๊ะและยกมือขึ้นนวดขมับเป็นพักๆ สมชาติรู้สึกปวดหัวตุบๆ พอนวดก็คลายอาการปวดลงบ้างแต่ก็ไม่ได้หายขาดไปซะทีเดียว เขาล่ะเบื่อกับการป่วยของตัวเองจริงๆ มันรู้สึกรำคาญและหงุดหงิดที่แม่งทำอะไรได้ไม่เต็มที่เท่าไหร่เลย




“ไหวไหมมึงเนี่ย?”



เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของคนที่เพื่อนๆสมชาติกำลังรออยู่แต่เขาก็ไม่ได้มาคนเดียวนะยังพ่วงด้วยใครก็ไม่รู้มาอีกสองคน ถ้าจะให้สมชาติเดาก็คงจะเป็นเพื่อนพี่มันนั่นแหละมั้ง



“ไม่ไหวก็ต้องไหวอ่ะ ผมมีเรียนบ่ายอีก” สมชาติเลือกที่จะตอบพี่ป๋าก่อนแล้วถึงจะถามถึงคนที่เขาเอามาด้วย “แล้วนี่เพื่อนพี่เหรอ...สวัสดีครับ นึกว่าพี่ป๋าจะไม่มีเพื่อนคบซะอีก” เขาเลือกที่จะทักทายเพื่อนพี่มันก่อน พอพี่ๆเขาได้ยินสมชาติว่าพี่ป๋าก็พากันขำใหญ่



“พี่ชื่อก้องนะแล้วนี่ก็ไอ้เหม” พี่คนผมทรงหน้าม้าเต่อเป็นคนเอ่ยแนะนำตัวเองและพี่อีกคนที่นั่งยิ้มเท่ๆอยู่ข้างกัน



“ผมชาติครับ เรียกสั้นๆว่าสมชาติก็ได้”



“นี่สั้นแล้วเหรอ?” พี่ก้องเขาถาม



“ล้อเล่นครับพี่” สมชาติว่าแล้วขำแหะๆกับมุกฝืดของตนเอง



“อ้อ ยินดีที่ได้รู้จักนะน้องชาติ นี่ไอ้ป๋ามันคงจะมาวอแวน้องชาติบ่อยเลยใช่ไหม” ได้ยินพี่ก้องเรียกตัวเองว่าน้องชาติแล้วก็รู้สึกขนลุกยังไงก็ไม่รู้ว่ะ ทุกทีมีแต่คนเรียกชาติเฉยๆ ไม่ก็ไอ้ชาติเลยแต่นี่มาสายนุ่มนวลมาก แหวกแนวมาเรียกน้องชาติเลย



“บ่อยเลยครับพี่” สมชาติได้ทีฟ้องแล้วแอบเหล่ไปมองพี่ป๋าที่กำลังนั่งฟังสมชาติกับพี่ก้องคุยกันอยู่ข้างๆ “ชอบแกล้งผมด้วย”



“อะไรของมึง กูไม่เคยแกล้งมึงเลย” คนโดนใส่ร้ายพูดขัดขึ้นเพื่อแก้ตัวให้ตัวเอง



“ไม่แกล้งบ้าอะไรล่ะ แกล้งผมทุกวัน”



“กูไม่ได้แกล้งสักหน่อย”



“แกล้งดิ”



“ไม่ได้แกล้ง”



“ก็บอกว่าแกล้งไง”



“เออๆกูแกล้งมึงเองแหละ พอใจยัง”



“อือ ก็เรื่องจริง” สมชาติก็งงนะว่าทำไมต้องมาเถียงเรื่องนี้กับไอ้พี่ป๋าต่อหน้าพี่ก้องกับพี่เหมด้วย



“มึงไปแกล้งน้องเขาทำไมไอ้ป๋า” พี่ก้องถามเพื่อนตัวเอง



พี่ป๋ามันทำหน้ายุ่งใส่พี่ก้อง “ก็มันน่าแกล้งนี่หว่า”



“นิสัยไม่ดี” สมชาติพูดพึมพำแต่ไอ้พี่ป๋ามันดันได้ยิน



“เดี๋ยวจะโดน” พี่มันว่าคาดโทษแต่สมชาติกลัวที่ไหนล่ะ



คุยกันไปได้พอหอมปากหอมคอ พวกเพื่อนๆสมชาติที่หายไปซื้อข้าวนานสองนานก็กลับมาที่โต๊ะและทำให้สมชาติคิดขึ้นมาได้ว่า..



“พวกพี่ไม่กินข้าวกันเหรอ?” ใช่ครับ สมชาติงงมากว่าพี่เขาไม่กินข้าวกันเหรอ ทำไมถึงได้เอาแต่นั่งคุยกันไม่ยอมเดินไปซื้อข้าวสักที



“เออจริงด้วย คุยเพลินจนลืมเลย” พี่ก้องเกาหัวแกรกๆคงจะลืมจริงๆนั่นแหละ “งั้นเหมไปซื้อข้าวกับกู ไอ้ป๋ากินไรเดี๋ยวซื้อมาให้”



“เหมือนเดิมอ่ะ” พี่ป๋ามันตอบเพื่อนก่อนจะยื่นเงินให้ “ขอบใจมาก”



ก่อนที่พี่ก้องกับพี่เหมจะไปซื้อข้าวก็ไม่ลืมฃแนะนำตัวเองกับเพื่อนๆของสมชาติก่อนไป “พี่ชื่อก้องนะแล้วนี่ก็เหมเป็นเพื่อนไอ้ป๋ามัน”



“สวัสดีครับ” เพื่อนสมชาติยกมือไหว้สวัสดีพร้อมกันอย่างเป็นมิตร



“เดี๋ยวจะมาถามชื่อนะ พี่ขอไปซื้อข้าวก่อน”



“ครับพี่” ไอ้มังกรเป็นคนตอบรับโดยมีไอ้แจ็คกับไอ้อาทิตย์คอยพยักหน้าอีกที



เมื่อพี่ก้องกับพี่เหมจากไปแล้วก็เหลือเพียงพวกสมชาติและอีกคนก็คือพี่ป๋าที่เพื่อนของเขาอยากเจอนักเจอหนาแต่พอเจอพี่เขามันกลับพากันเงียบฉี่เลย แล้วไหนว่าอยากเจอนักวะจะไม่พูดอะไรกันหน่อยหรือไง



“เอ่อ...พวกมึง” สมชาติจึงต้องเป็นคนเริ่มแนะนำก่อน “นี่พี่ป๋า”



พวกมันหันมองหน้ากันเลิ่กลั่กเหมือนทำตัวไม่ถูกก่อนจะหันกลับมามองหน้าสมชาติโดยพร้อมเพรียงกัน สมชาติพยักหน้าให้พวกมัน เลยได้เห็นพวกมันยกมือขึ้นไหว้ทักทายพี่ป๋าเสียที



“หวัดดีครับพี่ ผมชื่อมังกรนะ แล้วนี่ก็ไอ้แจ็คกับไอ้อาทิตย์ครับ” ไอ้มังกรรับหน้าที่แนะนำเพื่อนอีกสองคนที่เหลือ ไอ้สองคนนั้นมันก็ยิ้มให้พี่ป๋าที่นั่งมองหน้าพวกมันอยู่ “พวกผมเป็นเพื่อนไอ้ชาติมันน่ะครับ”



“หวัดดี กูป๋าเป็นคนรู้จักไอ้ชาติ” ดูพี่ป๋ามันแนะนำตัวเองสิครับก็ดีแล้วล่ะสมชาติจะได้ไม่ต้องพูดเยอะ เริ่มเจ็บๆคอแล้วด้วย เพื่อนสมชาติทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็ดูจะไม่กล้าพูดกล้าถามกันเลย “อยากถามอะไรก็ถามเถอะ”



“ได้เหรอพี่?” ทีอย่างนี้ล่ะไวเชียวเลยนะไอ้แจ็ค



“เออๆอยากรู้อะไรก็ถามมาเหอะ กูเข้าใจว่าพวกมึงสงสัย”



พวกมันยกมือขึ้นมายกนิ้วโป้งใส่พี่ป๋าก่อนจะหันขวับมามองหน้าของสมชาติ



“ก่อนอื่นเลยนะ...ไอ้ชาติพอดีกูลืมซื้อน้ำมาให้มึงว่ะ มึงไปซื้อเองหน่อยดิ” อาทิตย์เปิดฉากพูด



“เออช่างเหอะ เดี๋ยวกินข้าวเสร็จค่อยไปซื้อก็ได้”



“ไม่ได้ๆ เกิดข้าวติดคอแล้วมึงต้องการน้ำจะทำไง?” มีไอ้แจ็คสนับสนุนอีกแรง



“กินของพวกมึงไปก่อน”



“ไม่เอาๆเดี๋ยวติดไข้กัน” ไอ้มังกรก็ดันทุรังจะให้สมชาติไปให้ได้



“อะไรของพวกมึงวะ?”



“เอาน่าไอ้ชาติ ไปซื้อน้ำก่อนไปค่อยมากินข้าวต่อ” หน้าที่ตกมาอยู่ที่ไอ้อาทิตย์อีกครั้ง



สมชาติรำคาญพวกมันจริงๆเลยตัดบทยอมๆมันไปแล้วกัน



“เออๆ พวกมึงนี่ยุ่งจริง” เขาลุกขึ้นแล้วเดินไปซื้อน้ำไม่วายก็ยังได้ยินเสียงพวกมันไล่หลังมาอยู่อีก



“ไม่ต้องรีบซื้อนะมึง”



ประสานเสียงพร้อมเพรียงกันเชียวพวกเพื่อนเวร!



พอลับหลังสมชาติไปแล้วมังกรจึงเป็นคนเปิดบทสนทนาขึ้นอีกครั้ง เขาจะถามในสิ่งที่ตัวเองและเพื่อนอีกสองคนค้างคาใจอย่างรวดเร็วเนื่องด้วยว่าเขากลัวไอ้ชาติมันจะมาได้ยินซะก่อน



“เอาตรงๆเลยนะพี่ ที่พี่ตามวอแวไอ้ชาติแบบนี้พี่คิดจะจีบไอ้ชาติมันใช่ป่ะ?” บอกตามตรงว่าพวกเขาก็ลุ้นกับคำตอบไม่แพ้กัน



พี่ป๋ายังคงนั่งนิ่งอยู่เหมือนเดิมจนพวกเขาเริ่มเกร็งกันไปหมด เกร็งทั้งคำตอบเกร็งทั้งพี่ป๋านี่แหละ



“ทำไมถึงคิดว่ากูจีบเพื่อนมึงล่ะ?”



ไม่ได้คำตอบเสือกจะได้คำถามเพิ่มมาอีก



อาทิตย์เลยต้องออกโรงเองบ้าง “แล้วถ้าไม่เรียกว่าจีบจะเรียกว่าอะไรล่ะพี่?” เขาถามกลับให้อีกคนได้คิด “พี่จะบอกว่าที่ตามวอแวไอ้ชาติเพราะแค่อยากรู้จักมันเฉยๆเหรอ?”



“ใช่”



“ห้ะ!?” พวกเขาสามคนร้องขึ้นพร้อมกันด้วยความแปลกใจในคำตอบ



“พวกมึงตกใจอะไร?”



“พวกผมไม่คิดว่าจะได้คำตอบแบบนี้” เป็นคำตอบที่ไม่เคยนึกถึงเลยเพราะคิดกันไปเองแล้วว่าพี่เขาจีบไอ้ชาติมันแน่ๆ



“แล้วต้องการคำตอบแบบไหน” พี่ป๋าถามพวกเขากลับ



“ก็ท่าทางพี่เหมือนกำลังจีบมัน” ไอ้แจ็คว่าเสียงอ้อมแอ้ม



“กูแค่ถูกชะตาเลยอยากรู้จักกับมัน” พี่ป๋าทำท่าครุ่นคิด “แต่ก็ไม่ค่อยแน่ใจว่ะ กูอาจจะจีบมันมั้ง”



“อ้าว...พี่สับสนเหรอ?” อาทิตย์ถามกลับ



“อาจจะ”



“ไหงเป็นงั้นไปได้” มังกรเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาอีกครั้ง “แล้วพี่จะสับสนอีกนานป่ะ ถ้าเกิดไอ้ชาติมันหวั่นไหวขึ้นมาแล้วพี่คิดได้ว่าไม่ได้ชอบมัน ถ้าเพื่อนผมเสียใจผมไม่ยอมนะเว้ย”



“มึงเท่ว่ะกร” ถึงจะไม่ใช่เวลาอวยเพื่อนแต่แจ็คก็ขอหน่อยเถอะ นานๆทีเพื่อนจะมีสาระ



“อืม กูเข้าใจ”



“ผมไม่ได้อยากยุ่งเรื่องส่วนตัวของเพื่อนมากหรอกแต่พวกผมอยากให้พี่ชัดเจนกับมัน ถ้าจีบก็บอกจีบพวกผมจะได้ช่วยเปิดทางให้ ไอ้ชาติมันเป็นคนเอ๋อๆไม่ค่อยคิดอะไรเหมือนคนอื่นเท่าไหร่” อาทิตย์อธิบายให้พี่ป๋าเข้าใจถึงนิสัยของไอ้ชาติเพื่อนเขา



“ขอบใจ”



“แล้วก็...” แจ็คทำท่าจะพูดต่อแต่สายตาดันเหลือบไปเห็นเพื่อนพี่ป๋าเดินมาพร้อมกับไอ้ชาติเลยหุบปากฉับอีกทั้งยังส่งซิกให้คนที่เหลือรับรู้ว่ามีคนเดินกลับมาที่โต๊ะแล้ว



“ไปกันนานจังเลยครับ” มังกรทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและเอ่ยทักเพื่อนพี่ป๋าเหมือนปกติ



“อ้อพอดีว่าร้านขายข้าวคนเยอะมากก็เลยช้าน่ะ” ก้องอธิบายให้รุ่นน้องเข้าใจสาเหตุที่พวกเขาไปซื้อข้าวกันนาน



“อย่างนี้แหละครับพี่ โรงอาหารตอนพักเที่ยงคนเยอะเป็นธรรมดา” แจ็คเริ่มเล่าให้รุ่นพี่ต่างคณะฟัง



สมชาติที่กลับมาจากซื้อน้ำก็ได้แต่นั่งตักข้าวกินเงียบๆ เขารู้สึกปวดหัวรุนแรงขึ้นจากในตอนแรกอีกทั้งก็ยังรู้สึกเจ็บคอไปหมดจนไม่อยากพูดมากสักเท่าไหร่ คนที่สังเกตอาการได้ก็คงจะเป็นพี่ป๋าที่กำลังยกหลังมือขึ้นมาแตะๆหน้าผากเพื่อเช็คอุณหภูมิในร่างกายของสมชาติพร้อมเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงถึงอาการที่ดูจะไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ของสมชาติโดยที่ไม่ได้รู้ตัวเองเลยว่ามีสายตาหลายคู่กำลังจ้องมองการกระทำของเขาอยู่....


(ಥ﹏ಥ)


กลับมาต่อสมชาติแล้วววว ขอโทษที่ให้รอนานค่าา
ติดแท็ก #สมชาติไม่ชอบนะค่ะ กันได้นะค้าา

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 706
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0

ออฟไลน์ golove2

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4636
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +277/-6
เพื่อนพี่ป๋าไม่น่ากลับมาเร็วเลย

 :L2: :L2:

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3607
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +133/-4

ออฟไลน์ ก้อนขี้เกียจ

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 754
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
คุณคนเขียนกลับมาแล้วดีใจจังเลยคะ //สมชาติตบ

ปอลิง ตอนนี้ปี2562แล้วค่ะไม่ใช่2561แง  :hao5:

ออฟไลน์ ฟองดูว์

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-2
ตอนที่7



หลังจากต้องนอนซมมาหลายวันจากอาการป่วยสมชาติก็ได้ออกมาเจอผู้คนภายนอกสักที ตลอดสองวันที่ผ่านมาไข้สมชาติขึ้นจนไปเรียนไม่ไหว มีเพื่อนๆและพี่ป๋าแวะเวียนซื้อข้าวมาให้สมชาติกินตลอด อยากขอบคุณความมีน้ำใจของทุกคนมากโดยเฉพาะพี่ป๋าที่ว่างเมื่อไหร่ก็มาอยู่เป็นเพื่อนสมชาติทั้งที่จริงแล้วไม่ต้องทำแบบนั้นก็ได้แต่พี่ป๋าก็ทำ ซึ้งในน้ำใจพี่มันจริงๆ



วันนี้มีนัดประชุมเรื่องค่ายอาสาที่คณะบริหารสมชาติจึงต้องติดรถพี่ป๋าไปที่มหา’ลัย สมชาติยืนรอพี่ป๋าอยู่หน้าหอมานานเกือบยี่สิบนาทีเห็นจะได้พี่ป๋าก็ไม่เห็นจะโผล่หัวมา บอกว่าแป๊บเดียวตั้งนานแล้วด้วยหรือจะหลับไปอีกรอบแล้ววะ



ปรี๊นๆ



เสียงแตรรถที่สมชาติคุ้นเคยดังขึ้นจากข้างหลัง เมื่อหันไปก็พบกับพี่ป๋าที่ใส่หมวกกันน็อคโดยเปิดหน้ากากข้างหน้าเอาไว้รับลม



“โทษทีช้าหน่อย”



“ไม่หน่อยแล้ว” สมชาติเดินเข้าไปหา ยื่นมือไปรับหมวกกันน็อคที่พี่ป๋ายื่นให้ “แล้วทำไรอยู่อ่ะโคตรช้า”



“ขี้อยู่ ท้องเสียมั้ง”



“อ่าว ไปกินไรมาทำไมท้องเสียอ่ะ?”



“น่าจะมะม่วงที่ซื้อไปกินบนห้องเมื่อวาน”



สมชาติพยักหน้า “แล้วดีขึ้นยัง”



“อาจจะดีมั้ง”



สมชาติไม่ได้ถามต่อเพราะพี่ป๋าออกรถแล้ว ให้คุยกันตอนนี้ก็คงไม่รู้เรื่องมีแต่เสียงลมที่ดังกลบ เอาไว้ค่อยคุยกันตอนถึง มอ.ก็ได้อีกอย่างพี่ป๋ามันก็คงดีขึ้นตามที่บอกแล้วไม่งั้นคงไม่ออกมาจากห้องน้ำหรอก



ก่อนไปคณะบริหารสมชาติบอกให้พี่ป๋าแวะโรงอาหารคณะสมชาติก่อน เมื่อวานสมชาติโทรมาสั่งข้าวกับป้าอี๊ดไว้เดี๋ยวต้องไปเอา มีเผื่อพี่ป๋าด้วยกล่องนึงไม่รู้พี่ป๋าจะกินด้วยหรือเปล่า สมชาติไม่ได้ใจดีหรอกแค่อยากตอบแทนพี่ป๋าที่ซื้อข้าวซื้อน้ำมาให้สมชาติตอนป่วยเท่านั้น



“ผมสั่งข้าวเผื่อพี่ด้วยแต่ไม่รู้พี่จะกินกับผมไหม?” สมชาติยื่นถุงที่มีข้าวสองกล่องอยู่ในนั้นให้พี่ป๋าดู



“มีเหตุผลอะไรที่กูจะไม่กิน” พี่ป๋าว่าก่อนจะตบเบาะข้างหลังแปะๆ “ขึ้นเร็วเดี๋ยวก็สายหรอก”



สมชาติพยักหน้าก้าวขาขึ้นนั่งบนรถอีกครั้ง ก็ดีที่พี่ป๋าไม่ปฏิเสธน้ำใจของสมชาติ “ก่อนประชุมยังพอมีเวลาอยู่ พี่จะนั่งกินข้าวกับผมก่อนไหม?



พี่ป๋าเหลียวหลังมามองเพียงเสี้ยววิก่อนจะหันหน้ากลับไปเพื่อมองทางต่อทำให้ตอนที่เขาพูดสมชาติต้องขยับหน้าเข้าไปใกล้ๆเพื่อที่จะให้ได้ยินเสียงชัดเจน “ใจดีแปลกๆว่ะ”



“แปลกตรงไหนอ่ะ?” สมชาติยังคงไม่ขยับใบหน้าออกกลัวพี่ป๋าจะไม่ได้ยินตอนสมชาติพูด “ก็ปกติป่ะ พี่ว่าแปลกเหรอ?”



“ก็มึงใจดี”



“ผมแค่อยากตอบแทน”



รถหยุดรถตรงที่จอดรถสำหรับนักศึกษา เมื่อพี่ป๋าดับรถจนสนิทแล้วก็หันหน้ามาหา สมชาติจึงต้องเอาหน้าออกห่างๆไม่งั้นหน้าคงจะทิ่มกันเป็นแน่



“ที่กูเฝ้าไข้มึงน่ะเหรอ?” เขาเลิกคิ้วขึ้นหนึ่งข้าง มือก็สาละวนกับการถอดสายหมวกกันน็อคออก “แม่งถอดยากจังวะ” เขาสบถเมื่อถอดมันไม่ออกสักที สมชาติเห็นแล้วก็สงสารเลยยื่นมือไปปัดมือพี่ป๋าออกก่อนจะเป็นคนถอดสายยุ่งเหยิงนั่นให้พี่ป๋าแทน



“ใช่ ผมขอบคุณที่พี่มาเฝ้าผมแล้วก็คอยซื้อข้าวมาให้กิน” ละมือออกจากสายหมวกกันน็อคของพี่ป๋าแล้วจัดการถอดให้ตัวเองบ้าง



“จริงๆกูก็ไม่ได้ทำอะไรมาก”



“ถึงอย่างนั้นก็เถอะผมก็อยากขอบคุณพี่อยู่ดี”



“เออๆตามใจมึง”



พี่ป๋าเดินนำสมชาติมาใต้ต้นไม้ซึ่งมีโต๊ะม้าหินอ่อนตั้งอยู่ตรงนั้น เอาจริงนะคือพี่ป๋ามึงไม่กลัวใบไม่ร่วงใส่ข้าวเรอะทำไมถึงต้องมานั่งกินข้าวกันตรงนี้วะ



“ทำหน้าอะไรอีก?”



“โรงอาหารก็มีทำไมไม่ไปกินนั่นอ่ะ”



“อยากนั่งตรงนี้ ลมโกรก”



เออ..ลมโกรกก็ลมโกรกวะสมชาติขี้เกียจเถียงด้วยละ เหนื่อยใจ



“ผมสั่งผัดคะน้าหมูกรอบไข่ดาวให้พี่อ่ะกินได้ป่ะ”



“ทำไมจะกินไม่ได้ แค่เอาเข้าปากเคี้ยวๆแล้วกลืนจะยากตรงไหน?”



เอาล่ะ...พี่ป๋าเริ่มกลับมากวนตีนสมชาติอีกครั้งหลังจากไม่ได้กวนตีนมาสองสามวัน



คือกูคิดถูกคิดผิดวะครับที่มารู้จักกับไอ้พี่ป๋าเนี่ย แต่ถ้าพูดตามจริงสมชาติไม่เคยอยากรู้จักพี่ป๋าเลยนะ มีแต่พี่ป๋านี่อ่ะที่เดินเข้ามาวอแวสมชาติจนปัจจุบันก็คือไปไหนมาไหนด้วยกันเฉยเลย งงมากแม่



“เอองั้นพี่แดกไป”



ความสุภาพของสมชาติที่พยายามทำไว้ตั้งแต่ต้นหายวับไปกับตา เมื่อครั้งแรกๆที่รู้จักกันหลายคนอาจจะจำได้ว่าสมชาติมักจะแทนตัวเองกับพี่ป๋าด้วยคำว่ากูและจะหลุดเรียกพี่ป๋าด้วยคำว่ามึงอยู่บ่อยๆแต่ ณ ตอนนี้ไม่รู้อะไรดลใจทำไมถึงทำให้สมชาติพูดกับพี่มันดีๆอาจจะเพราะเกรงใจที่พี่ป๋าอายุมากกว่าด้วยแหละเลยจำใจต้องสุภาพนิดนึง



และพอมาถึงตอนนี้ก็ขอหยาบหน่อยเถอะ



“แดกเลย? เออแดกก็แดก”



บางทีก็งงกับพี่ป๋านะ เหมือนพี่มันจะไม่พอใจสมชาติที่พูดหยาบด้วยแต่ทุกครั้งก็ไม่เห็นจะห้ามหรือแสดงความไม่พอใจอะไรออกมาตรงๆเหมือนคนแปลกใจซะมากกว่าประมาณว่าไอ้ชาติมึงหยาบกับกูขนาดนี้เลยเหรอ



สมชาติยื่นข้าวกล่องไปให้พี่ป๋า ป้าอี๊ดใจดีแถมน้ำซุปมาให้ด้วยสองถุงสมชาติเลยแบ่งไปให้พี่ป๋าถุงนึงอีกถุงก็เก็บไว้กินเอง



กลิ่นหอมของอาหารในกล่องทำเอาท้องร้องโครกคราก เมื่อหยิบช้อนได้ก็ไม่รอช้าตักข้าวเข้าปากแล้วก็นั่งกินไม่พูดไม่จาอะไรกันอีกเลย



อาจเพราะไปกินข้าวด้วยกันบ่อยก็เลยเป็นความเคยชินไปแล้วกับการที่ต้องนั่งกินข้าวกันสองคน ไม่รู้สิสมชาติก็เฉยๆค่อนไปทางสบายใจนะเวลามีคนมานั่งกินข้าวด้วย เมื่อก่อนคืออยู่อย่างคนเหงาๆที่แท้เวลาจะทำอะไรหรือไปไหนส่วนมากก็จะไปคนเดียวแบบอโลนลี่มากเว่อร์



เดี๋ยวนี้พอมีพี่ป๋าที่มักจะชวนไปนั่นไปนี่ก็รู้สึกสนุกดี บางทีได้ไปที่ที่ไม่เคยไปแล้วรู้สึกตื่นเต้นมากๆ นี่ล่ะมั้งที่ทำให้สมชาติปฏิเสธพี่ป๋าไม่ได้เลยสักที



“อิ่มละ เอิ้ก~” พี่ป๋ามันว่าไม่ลืมที่จะเรอตบท้าย น่าเกลียดมากคนอะไรไม่อายผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาเลยสักนิด นี่คุณรู้ไหมว่าไอ้พี่ป๋าตอนปีหนึ่งมันเคยได้ตำแหน่งเฟรชชี่ของคณะบริหารด้วยนะแล้วตัดภาพมาที่ตอนนี้เค้าโครงเฟรชชี่ก็คือไม่เหลือเลยแม้แต่นิดเดียว



“แล้วพี่มีเรียนตอนไหน?”



“ไม่มี”



“อ่าว?”



“งงไร?”



“ไม่มีแล้วมา มอ.ทำไมอ่ะ”



“มาส่งมึงไง”



“ก็ไม่จำเป็นป่ะ”



“ก็กูอยากมา”



ถ้าใครงงก็ได้โปรดมากองรวมกันกับสมชาติตรงนี้ครับ มากองรวมกันจะได้พากันงงทีเดียว



“น้ำมันเยอะหรือไง”



“เต็มถัง”



“โอเค เก็ทละแล้วนี่จะไปไหนต่อ?”



“มึงมีเรียนบ่ายไหมล่ะ?”



“ไม่มีแล้วประชุมเสร็จก็คงกลับ”



“อือ งั้นกูไปรอที่ห้องสมุดคณะแล้วกันเสร็จแล้วไลน์มา”



“เดี๋ยวดิ”



“อะไรอีก”



“ทำไมต้องรอ?”



“ขี้สงสัยว่ะ มึงก็รีบๆกินเดี๋ยวสายหรอก” แม้จะงงอยู่ค่อนข้างมากแต่ก็ต้องรีบกินข้าวก่อนเพราะเหลืออีกสิบนาทีที่จะต้องไปประชุม



“แค่กๆ” รีบไปหน่อยข้าวเลยติดคอ ตบอกตัวเองเบาๆมีพี่ป๋าช่วยลูบหลังให้อีกที



“กูบอกให้รีบกินก็ไม่จำเป็นต้องยัดข้าวเข้าปากขนาดนั้นป่ะวะ” พี่ป๋ายื่นขวดน้ำเปล่ามาให้ สมชาติรับไว้แล้วยกขวดขึ้นดื่ม ระดับนี้ใครเขาใช้หลอดกันครับ “จริงๆเลยไอ้เด็กนี่ ถ้าไม่มีกูอยู่ด้วยข้าวติดคอตายห่าไปล่ะป่ะ”



“แค่ก...ไม่ขนาดนั้นม้ะ พี่แม่งเว่อร์ฉิบหาย” สมชาติตอบโต้กลับบ้างแต่ก็ยังไอค่อกแค่กอยู่นิดหน่อย



“โอเคขึ้นยัง”



“อือ เคแล้ว” นั่งกลืนน้ำลายตัวเองเอือกๆก็หายสำลัก



“ดูดิหน้าแดงไปหมด” ว่าไม่พอยังจะเอานิ้วมาจิ้มแก้มสมชาติอีก นี่หน้าคนนะเว้ยไม่ใช่ขี้ “แล้วจะไปเลยไหมหรือยังไง?”



“ขอไลน์ไปถามเพื่อนก่อน” สมชาติหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเข้าโปรแกรมสนทนาที่ใช่บ่อยที่สุดแล้วเข้าไปยังกลุ่มที่มีเพื่อนอยู่





หล่อน้อยหล่อใหญ่หล่อไหนๆก็หล่ออยู่ดี

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : อยู่ไหนกันวะ

แจ็คสันหวังอะไรอยู่ : ใกล้ถึง มอ.ละรถติดโคตรๆ

พระอาทิตย์กลางคืน : ไอ้มังกรแม่งขับช้าสัด

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : เออๆกูรออยู่ใต้ตึกบริหาร ถึงแล้วก็ไลน์บอกด้วย

แจ็คสันหวังอะไรอยู่ : มึงไม่เข้าไปก่อนอ่ะ

พระอาทิตย์กลางคืน : เออจริง จะได้ไปฟังก่อนว่าเขาพูดไรบ้าง

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : ไม่เอาอ่ะเหงา 

แจ็คสันหวังอะไรอยู่ : โว๊ะ เดี๋ยวนี้กระแดะมากอยู่คนเดียวไม่ได้เลยเด้อ

พระอาทิตย์กลางคืน : อย่าแซวเพื่อน

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : เหี้ยไรพวกมึง

แจ็คสันหวังอะไรอยู่ : อุ๊ปส์ ลืมไปจ้าเพื่อนไม่รู้ เชิญสมชาติงงต่อไปนะค่ะ

พระอาทิตย์กลางคืน : น่าสงสารเขานะค่ะ

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : *นะคะ โว้ยยยยย





สมชาติวางโทรศัพท์ไว้กับโต๊ะทำปากขมุบขมิบด่าไอ้แจ็คกับไอ้อาทิตย์ที่พิมพ์นะค่ะมาแกล้งสมชาติแต่เช้า



“เป็นไร?”



“ดูดิ” ยื่นโทรศัพท์ให้พี่ป๋าดูบทสนทนาที่สมชาติคุยกับเพื่อน ชี้ไปตรงคำว่านะค่ะที่ไอ้สองคนนั้นมันพิมพ์มาแกล้ง เรียกง่ายๆว่าฟ้องนี่แหละครับ



“แล้วไง?”



พี่ป๋าสงสัยไรอีกอ่ะ หลักฐานก็เห็นกันคาตาเนี่ยว่าเป็นยังไง



“ก็มันพิมพ์นะค่ะกันมา ผมไม่ชอบ”



“ห้ะ?”



“เออ ผมไม่ชอบอ่ะถึงจะรู้ว่ามันแกล้งแต่ก็ควรพิมพ์ให้ถูกป่ะ นะค่ะกับนะคะทำไมแยกกันไม่ออกเวลาอ่านออกเสียงไม่แปลกๆบ้างเหรอวะ”



“มึงจริงจังขนาดนั้นเลย?” พี่ป๋าเลิกคิ้วทำหน้าแปลกใจและสงสัยใคร่รู้เป็นที่สุด เอาล่ะถ้าพี่ป๋าอยากรู้สมชาติจะบอกให้ฟัง



“พี่ไม่เคยเหรอเวลาเล่นโซเชี่ยลอ่ะ ยิ่งคอมเม้นท์นะพี่เอ๊ยคำว่านะค่ะหรือคะ/ค่ะพิมพ์ผิดกันระนาว ต้องลำบากผมไปแก้ให้อีกเห็นแล้วขัดตาขัดใจมาก” สมชาติเล่าอย่างออกรสออกชาติโดยมีพี่ป๋านั่งตั้งใจรับฟังอยู่ “ผมโดนด่าด้วยแหละตอนที่ไปแก้ให้คนอื่นเขาอ่ะ”



“แล้วทำไมต้องไปแก้ให้เขาด้วยล่ะ โดนด่ามามันก็บั่นทอนจิตใจตัวเองอีก”



“ผมไม่ชอบอ่ะพี่เห็นแล้วคันไม้คันมือ เคยพยายามแล้วแต่ทำไม่ได้”



“ก็หักห้ามใจไว้สิวะ เจอบ่อยขนาดนั้นยังไม่ชินอีกเหรอ บางทีคนอื่นเขาอาจจะชินที่จะใช้แบบนั้นก็ได้”



“ถ้าจะชินกับการใช้ผิดมันก็ไม่โอเคป่ะพี่ ผมก็อยากให้เขาใช้ถูกกันอ่ะแต่ก็งงนะว่าทำไมต้องมาด่ากันด้วย”



“มันคือการไม่มีมารยาทนะมึง การที่มึงไปทำแบบนั้นก็เหมือนหักหน้าเขาอ่ะไม่มีใครชอบหรอก”



“ผมก็ไม่ชอบที่เขาพิมพ์กันแบบนั้นนี่กว่า” สมชาติเบะปากโคตรไม่ชอบเวลาเห็นคนพิมพ์คำพวกนี้ผิด



ป๋าถอนหายใจ เขาไม่รู้ต้องพูดยังไงให้สมชาติมันปลงดี “เออเอาเถอะ สักวันมึงจะเฉยๆกับมัน”



“อาจจะไม่มีวันนั้นก็ได้”



คงจะมีสักวันนั่นแหละนะที่สมชาติจะปลงกับคำพวกนี้ได้มันอาจจะมีสักวันแหละแต่ไม่รู้ว่าวันไหนเหมือนกัน



สมชาติแยกตัวไปประชุมกับคณะบริหารเมื่อเหล่าเพื่อนๆมาถึงกันแล้ว ก่อนไปพวกมันก็ไม่ลืมที่จะทักทายพี่ป๋าที่นั่งหน้าสลอนอยู่กับสมชาติ แอบเห็นพวกมันกระซิบกระซาบอะไรกับพี่ป๋าด้วยก็ไม่รู้ พอสมชาติถามพวกมันก็ทำเฉไฉบ่ายเบี่ยงไปเรื่องอื่น คือพวกมึงไม่รู้กันหรือไงว่ายิ่งทำแบบนี้ยิ่งมีพิรุธ



ส่วนพี่ป๋าก็บอกว่าจะรอสมชาติที่ห้องสมุด หากสมชาติประชุมเสร็จแล้วก็ไลน์บอกพี่มันหรือไม่อย่างนั้นก็ไปหาที่ห้องสมุดเลยก็ได้แต่ต้องมีบัตรนักศึกษาถึงจะแสกนเข้าไปได้ สมชาติไม่แน่ใจว่าได้พกมาหรือเปล่า ใครมันจะพกมาเรียนทุกวันล่ะวะไอ้ฉิบหาย ขนาดปากกาที่จำเป็นทุกวันนี้ยังมายืมเพื่อนในห้องอยู่เลย



สมชาติเลยไม่ได้รับปากพี่มันแบบเป็นมั่นเป็นเหมาะ ถ้าสมชาติสะดวกวิธีไหนก็จะใช้วิธีนั้นนั่นแหละ

 

สมชาติใช้เวลาในการประชุมเป็นเวลาที่นานมากเรียกได้ว่าปัญหาในการทำค่ายครั้งนี้มากมายเหลือเกินโดยเฉพาะเรื่องเงินที่ต้องเก็บเพื่อนในคณะเป็นอะไรที่ยากเย็นแสนเข็ญ บางคนก็ทำมึนไม่จ่ายทั้งที่ตกลงกันแล้วว่าจะจ่าย ขนาดให้ผ่อนได้ก็ยังไม่ผ่อนกันเลย ไม่ใช่แค่คณะของสมชาติของคณะบริหารก็มีปัญหาไม่ต่างกัน



“ถ้าทวงรายคนมันก็ดูไม่ดีแต่ทำไงได้ถ้าไม่ทำงบก็จะไม่พอ โครงการก็คงจะถูกยกเลิก” เด็กคณะบริหารคนหนึ่งพูดอย่างหนักใจ หารือกันมามากเท่าไหร่ก็ไม่ได้ข้อสรุปสักที



“อืม...หรือต้องหางบกันเองถ้าเกิดไม่พอขึ้นมาจริงๆ”



“นั่นสิแต่ก็ยากนะจะทำยังไงล่ะหาสปอนเซอร์เพิ่มเหรอ?”



“สปอนเซอร์ก็ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ”



ทุกคนเงียบไปอึดใจก่อนคนที่เป็นประธานคณะบริหารจะโพล่งออกมา



“รู้แล้วล่ะว่าจะไปขอให้ใครช่วยเป็นสปอนเซอร์”



“ใครอ่ะ”



ทุกคนในห้องต่างพากันสงสัยนึกไม่ออกเลยว่าจะไปขอให้ใครช่วย ยิ่งคณะสมชาตินี่ยิ่งงงแดกกันไปใหญ่ตามอะไรพวกเด็กบริหารไม่ค่อยทันสักอย่าง



พวกมันพูดอะไรกันวะ



“พี่ป๋าไงปีสามอ่ะ เขาเป็นหลานเจ้าของบริษัทขายน้ำดื่มxxนี่”



“เออจริงด้วย” ทุกคนพากันเฮโลเหมือนเจอแสงสว่างยกเว้นสมชาติที่ยังคงอึ้งและไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลย เดี๋ยวนะ..ไอ้พี่ป๋าเนี่ยนะหลานเจ้าของน้ำดื่มชื่อดัง คือกูตกข่าวหรือฟังอะไรผิดป่ะครับทำไมมันถึงอเมซซิ่งขนาดนี้



“จริงเหรอครับ?” สมชาติไม่ได้ถามนะแต่เป็นไอ้มังกรที่เสร่อถามขึ้นมาต่างหาก



“จริงสิครับแต่ไม่ค่อยมีใครรู้หรอกพี่เขาไม่ได้บอกใคร” เขาไม่ได้บอกใครแล้วทำไมมึงถึงรู้ล่ะวะไอ้ประธาน



“อ้อ เหลือเชื่อเลยแต่ก็ไม่ค่อยแปลกเท่าไหร่พอมองลึกๆพี่ป๋าเขาก็ดูผู้ดีอยู่” ไอ้มังกรมันไม่ได้พูดกับเด็กบริหารหรอก มันหันมาพูดกับพวกผมนี่



ไม่รู้ว่าต้องมองลึกไปขนาดไหนถึงจะได้เห็นว่าไอ้พี่ป๋ามันดูผู้ดี...



“ใครจะเป็นคนไปติดต่อกับพี่เขาดีครับ อาจจะต้องเป็นคณะเราหรือเปล่าเพราะคณะคุณน่าจะไม่มีใครรู้จักพี่เขา” เลขาของคณะบริหารว่าพลางจดจ้องทุกคนที่นั่งอยู่ในห้อง



“รู้จักสิครับ” ไอ้แจ็คยกมือขึ้นพูดเสียงดังฟังชัด



“จริงหรือครับ?” คนในคณะบริหารดูจะไม่เชื่อ



“จริงสิครับ ยิ่งสมชาติน่ะรู้จักดีเลย มาเรียนด้วยกันทุกวันอยู่หอเดียวกันด้วยนะครับ”



สิ้นสุดคำอธิบายของไอ้แจ็คทุกคนในห้องก็หันหน้าพรึ่บมามองสมชาติ สมชาติเลิ่กลั่กเขินอายฉิบหายจ้องอะไรกันขนาดนั้นวะ



“ว่าไงครับสมชาติจะช่วยคุยให้ได้หรือเปล่า?”



สมชาติเม้มปากไม่ได้ตอบตกลงแต่เลือกที่จะถามออกไปก่อน “ทำไมคณะบริหารไม่ไปถามเองก่อนครับ คือผมคิดว่าคณะเดียวกันน่าจะคุยง่ายกว่า”



“ไม่ง่ายหรอกครับ พี่เขาเข้าหายากจะตายไป ผมยังแปลกใจอยู่เลยที่สมชาติสนิทกับพี่เขา”



เอ๊ะ!?...พี่ป๋าที่คณะบริหารพูดถึงกับพี่ป๋าที่พวกสมชาติรู้จักมันคนเดียวกันป่ะวะ พี่ป๋าเนี่ยนะเข้าหายาก ไม่เห็นจะยากตรงไหนเลย เดินเข้ามาหาสมชาติก่อนด้วยซ้ำ



“ก็ไม่ได้สนิทมากหรอกครับ” สมชาติเอ่ยปฏิเสธไป



“สมชาติมันถ่อมตัวน่ะครับ” ไอ้อาทิตย์แม่งขี้เสือกอ่ะใครให้พูดวะ



“เอาเป็นว่าผมมอบหมายหน้าที่นี้ให้สมชาติทำนะครับ พอจะได้หรือเปล่า?”



มึงมอบให้กูขนาดนี้แล้วยังจะมีหน้ามาถามอีกว่าพอจะได้หรือเปล่า



“ก็ได้ครับเดี๋ยวผมลองไปคุยให้ ถ้าไม่ได้ก็อย่ามาโทษผมแล้วกัน”



“ครับ ขอบคุณมาก”



หลังจากนั้นก็ประชุมกันต่อไปถึงเรื่องอื่นอีกประมาณชั่วโมงกว่าๆก็เลิกประชุมเรียกได้ว่าใช้เวลาได้คุ้มกันมากดีนะที่ไม่มีใครมีเรียนต่อจากนี้อีก



สมชาติกับเพื่อนเดินออกมานอกห้องที่เราใช้ประชุมก่อนจะพากันหยุดเดินตอนที่ไอ้มังกรมันหันมาพูดอะไรสักอย่างเมื่อกี้ได้ยินไม่ถนัดไม่ได้ตั้งใจฟังด้วย



“มึงจะไปหาพี่ป๋าที่ห้องสมุดอ่อ” มันพูดย้ำอีกครั้ง



“อือ พวกมึงจะกลับเลยป่ะ”



“กลับเลยแหละง่วงนอนมากตาจะปิดละ” มังกรตอบโดยมีไอ้แจ็คกับไอ้อาทิตย์หาวประกอบคำพูด



“เค งั้นก็กลับดีๆไว้เจอกัน”



“เออ ไปละ”



โบกมือลาเพื่อนทั้งสามก่อนจะมองพวกมันเดินกอดคอกันไปยังรถที่จอดเอาไว้ในลานจอด เมื่อลับสายตาสมชาติก็เดินไปยังห้องสมุดคณะบริหารบ้าง ดีนะที่เอาบัตรมาเลยไม่ต้องไลน์ไปหาพี่ป๋า เอาจริงคือไลน์ไปมันง่ายกว่าที่สมชาติต้องเดินอยู่แล้วแต่สมชาติอยากไปดูไงว่าพี่ป๋ามันไปทำอะไรห้องสมุด ตอนเข้าไปในห้องสมุดอาจจะเห็นภาพแปลกตาคือพี่ป๋านั่งอ่านหนังสือแบบเคร่งเครียดก็ได้อ่ะ โคตรอยากเห็นภาพแบบนั้น



แต่เมื่อมาถึงจริงๆสมชาติก็ต้องผิดหวัง ไอ้แมลงวันเอ๊ย! พี่ป๋าแม่งนั่งดูหนังหัวเราะคิกคักอยู่หน้าโทรทัศน์คนเดียว



นั่นจึงทำให้สมชาติคิดขึ้นมาได้ว่าคนมาห้องสมุดอาจจะไม่ใช่คนขยันแต่อาจจะเป็นคนที่อยากดูหนังแต่กลัวเปลืองไฟหอเหมือนอย่างเช่นพี่ป๋าก็ได้ครับ



สมชาติเดินไปหาพี่ป๋าที่นั่งอยู่โซนดูหนังจัดเป็นโซฟาตัวยาวข้างหน้ามีโทรทัศน์และเครื่องเล่นเป็นชุดๆให้แต่ละมุม ส่วนหูฟังก็ต้องเอาบัตรไปเแลกมาก่อนกลับก็เอาหูฟังไปแลกบัตรคืน



“เลิกแล้ว..อุ้บ!” สมชาติยกมือขึ้นอุดปากพี่ป๋าเพราะพี่มันใส่หูฟังเลยเผลอพูดเสียงดังแบบนี้ไงเดือดร้อนให้สมชาติต้องทั้งอุดปากทั้งถอดหูฟังให้ในเวลาเดียวกัน



“เงียบดิพี่” มือสมชาติค่อยๆลดลงจากปากพี่ป๋าก่อนจะผละออกไปในที่สุด



“โทษทีว่ะ กูลืม”



“แล้วนี่หัวเราะอะไรคนเดียวอ่ะ นึกว่าไปโดนตัวไหนมาตกใจหมด”



“โดนตัวมึงนี่แหละ ถุย!”



“ล้อเล่น แล้วดูเสร็จยัง”



“จะกลับแล้วเหรอ?”



“พี่จะดูต่อไหมล่ะ?”



“อีกนิดเดียวจะจบแล้วขอดูอีกแป๊บ”



“ก็ได้” ในเมื่อพี่ป๋ายังนั่งรอสมชาติได้ ทำไมสมชาติจะนั่งรอพี่ป๋าบ้างไม่ได้ล่ะครับ



ในระหว่างรอพี่ป๋าดูการ์ตูนcoco สมชาติก็นั่งครุ่นคิดถึงวิธีที่จะต้องเริ่มคุยกับพี่ป๋าในเรื่องสปอนเซอร์ที่ต้องการให้มาสนับสนุนโครงการ ไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดยังไงดี คือเข้าใจกันไหมครับสมชาติกับพี่ป๋าไม่เคยคุยอะไรเป็นการเป็นงานแบบจริงจังกันเลยไงแล้วจู่ๆก็ต้องมาพูดเรื่องสปอนเซอร์ให้โครงการค่ายอาสาแม้จะรู้จักกันก็คิดหนักนะครับว่าจะพูดยังไงให้ได้สปอนเซอร์มาดี



สะดุ้งตกใจเมื่อมีนิ้วของใครสักคนมาคลึงหัวคิ้วให้ หันไปดูก็เป็นพี่ป๋าที่กำลังทำหน้าจริงจังขณะนั้นมือก็คลึงหัวคิ้วให้สมชาติไม่หยุด



“ทำหน้าเครียดอะไรอีกล่ะ”



“ไม่ได้เครียดสักหน่อย”



“เห็นๆอยู่ คิ้วขมวดเป็นปมใหญ่แล้ว”



สมชาติก็แปลกแทนที่จะปัดมือพี่ป๋าออกไปแต่กลับนั่งนิ่งให้เขาคลึงหัวคิ้วให้อยู่แบบนั้น



“ก็..เครียดเรื่องงานนิดนึง”



“มีอะไรก็ปรึกษากู อย่าเอามาเก็บไว้เครียดคนเดียว”



“ทำไมผมต้องปรึกษาพี่ด้วย”



“แล้วมึงจะไปปรึกษาใคร?”



“เพื่อนผมก็มี”



“ถ้าพวกมันช่วยให้มึงหายเครียดก็ไปปรึกษาพวกมัน”



“รู้แล้วน่า”



สุดท้ายสมชาติก็ต้องทำเป็นปัดมือพี่ป๋าออกไปทั้งที่กำลังรู้สึกสบายกับสิ่งที่เขาทำให้แต่ไม่เอาหรอกยิ่งพี่ป๋ามาทำอะไรให้แบบนี้สมชาติก็ยิ่งรู้สึกแปลกๆขึ้นมาทุกที สมชาติไม่อยากรู้สึกแบบนั้นอ่ะปัดป้องออกไปก่อนดีกว่า



แล้วแม่งตอนพี่ป๋ามองตาใจเต้นแรงกว่าปกติเฉยเลย


(ಥ﹏ಥ)


จะพยายามมาลงทุกวันนะคะ อยากให้จบก่อนจะเข้าช่วงสอบมากไม่อยากหายไปนานๆแล้ว
ฝากคอมเม้นติชมให้กันด้วยนะคะ ขอบคุณค่าา
ติดแท็ก #สมชาติไม่ชอบนะค่ะ กันได้นะค้าา

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3607
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +133/-4

ออนไลน์ fc_fic

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2444
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +72/-7

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3995
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-2
สมชาติเริ่มหวั่นไหวกับพี่ป๋าแล้ว :katai2-1:

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1069
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0

ออฟไลน์ BABYBB

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1269
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
คนน้องมันเริ่มหวั่นไหวละจ้าาาาาา :katai3:

ออฟไลน์ Pa'veaw

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1436
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-1

ออฟไลน์ ฟองดูว์

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-2
ตอนที่8



สมชาตินอนคิดนั่งคิดกลิ้งคิดคลานคิดและตีลังกาคิดมาแล้วเกือบวันเต็มๆก็ยังไม่สามารถจะหาคำพูดดีๆไปคุยกับพี่ป๋าเรื่องขอสปอนเซอร์ได้เลย ไอ้เวรเอ๊ย!คณะกูก็ไม่ใช่ยังเสือกให้กูไปคุยอีก ไอ้พวกเพื่อนตัวดีทั้งหลายก็รักสมชาติเหลือเกินชอบกันนักล่ะเสนอหน้าให้สมชาติมีงานมีการยุ่งยากทำเนี่ย



ไม่ได้การแล้วอ่ะถ้าปล่อยให้เวลานานไปมากกว่านี้ก็กลัวว่าจะทำเรื่องไม่ทันโครงการอีก ในเมื่อสมชาติคิดไม่ออกไอ้คนที่ต้องรับผิดชอบก็ต้องเป็นพวกเพื่อนรักของสมชาติ ในเมื่อมึงเสนอให้กูทำแต่กูทำไม่ได้พวกมึงก็รับกรรมกันไปซะเถอะ





หล่อน้อยหล่อใหญ่หล่อไหนๆก็หล่ออยู่ดี

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : ประชุมด่วนๆๆๆ!!



สมชาติส่งข้อความเข้าไปในกลุ่ม ไม่เกินสิบนาทีก็มีคนตอบกลับมา



พระอาทิตย์กลางคืน : อะไรของมึงไอ้ชาติ แต่เช้าเลย

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : ตื่นไอ้สัด

แจ็คสันหวังอะไรอยู่ : ประชุมเหี้ยไรวะ

มังกรสอนรัก : นั่นดิ มึงเหงาอ่อ

พระอาทิตย์กลางคืน : ถ้าแม่งไร้สาระกูจะด่าให้

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : โว้ยยย ไอ้พวกฟายย ไร้สาระพ่องเรื่องนี้พวกมึงนั่นแหละที่เริ่มเลย

แจ็คสันหวังอะไรอยู่ : หรอค่ะ

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : *คะ

มังกรสอนรัก : แน่นะค่ะ

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : *นะคะ

พระอาทิตย์กลางคืน : พวกมึงอย่าพึ่งกวนมันดิวะ

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : *ค่ะ

พระอาทิตย์กลางคืน : โว้ยยย ไอ้ชาติกูไม่ได้พิมพ์ผิดโว้ยย

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : อ้าวเหรอ โทษทีว่ะเพลินไปหน่อย

แจ็คสันหวังอะไรอยู่ : บักฮูดากเอ๊ย! เล่นมุกอยู่ได้จะพูดไรก็พูดกูจะนอนต่อแล้ว

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : พวกมึงกวนตีนกูก่อนอ่ะ

มังกรสอนรัก : เออสัดหยุดพล่ามกันได้ละ ไหนไอ้ชาติมีไรจะพูดก็รีบๆ

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : ขอเรียบเรียงก่อน

พระอาทิตย์กลางคืน : ให้ไว



สมชาติใช้เวลาเรียบเรียงไม่นานนักจึงพิมพ์ตอบเพื่อนในกลุ่มต่อ ไม่ใช่อะไรหรอกกลัวพวกมันจะหลับหนีสมชาตินี่สิต้องรีบๆเข้าไว้



ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : คืองี้เรื่องสปอนเซอร์ที่กูต้องไปคุยกับพี่ป๋าอ่ะ กูแบบ..

แจ็คสันหวังอะไรอยู่ : แบบไร?

มังกรสอนรัก : ลีลาเยอะ

พระอาทิตย์กลางคืน : เร็วสัด

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : ก็แบบ..กูไม่รู้จะเริ่มพูดไงดี

แจ็คสันหวังอะไรอยู่ : กูว่าละต้องเป็นเรื่องนี้

มังกรสอนรัก : งั้นเอางี้นะ วันนี้สักบ่ายๆเดี๋ยวพวกกูไปหามึงที่ห้องแล้วไปคุยกันว่าจะเอาไงดี

พระอาทิตย์กลางคืน : ++ ตอนนี้ขอนอนก่อน

แจ็คสันหวังอะไรอยู่ : ดีลจ้า

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : โอเคเจอกัน





ปล่อยให้พวกมันไปนอนกันให้สบายใจส่วนสมชาติก็ลุกไปล้างหน้าแปรงฟันจะได้ไปหาอะไรมาใส่ท้อง เป็นกันไหมครับเวลาตื่นใหม่ๆก็หิวข้าวทันทีเลย หากคุณไม่เป็น...โอเคก็เรื่องของคุณแต่สมชาติเป็นไง



เหมือนอย่างปกติพอเข้ามานั่งในร้านไอ้หวานมันก็เอากระดาษมาให้สมชาติเขียนเมนูใส่ ลุงศักดิ์ก็ยังคงยืนเคาะกระทะก๊องแก๊งอยู่คนเดียวเหมือนแกสนุกของแกอ่ะครับ วันนี้ก็มาลุ้นกันว่าสมชาติจะบังเอิญเจอพี่ป๋าตอนเช้าหรือเปล่า



ไม่อยากจะเล่ามากงั้นขอเล่าสักนิดนะคือสมชาติงงมากเวลามานั่งกินข้าวทีไรไม่ว่าจะเป็นเวลาไหนก็จะเห็นไอ้พี่ป๋ามันโผล่หน้ามาตลอด ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือพี่มันเป็นสโตกเกอร์สมชาติกันแน่อันนี้ชักเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่ะ



เวลาต่อมาไอ้หวานก็เอาข้าวที่สั่งมาเสิร์ฟไม่ลืมจะเอาน้ำแข็งเปล่ามาให้ด้วย ปกติถ้าร้านคนเยอะมันก็จะให้ลูกค้าบริการตัวเองแต่นี่คนน้อยมันเลยบริการให้



“เออพี่ชาติ แล้วพี่คนที่มากินข้าวกับพี่บ่อยๆอ่ะเขาไม่มาเหรอวันนี้”



“ไม่รู้ดิ”



“อ่าว ไม่ได้นัดกันหรอกเหรอ”



“เปล่าอ่ะ บังเอิญเจอก็กินด้วยกันไม่เคยนัดกันเลย”



“แปลก”



“พี่ก็ว่างั้น”



“เขาจีบพี่ป่ะ”



สมชาติสำลักน้ำซุปทันที “บ้าเหรอวะ ไม่มีทาง”



“ก็ไม่แน่ป่ะพี่ชาติ หวานเห็นพอกินข้าวเสร็จก็เอาน้ำผักเขียวๆให้พี่กินตลอดเลย เนี่ย..เขาเป็นห่วงดูออก”



“มโนไปไกลละ ไม่ชงไม่ชอบไรทั้งนั้นแหละ ส่วนไอ้เรื่องน้ำนั่นพี่มันก็แค่ซื้อมาฝากเล็กๆน้อยๆไม่มีไรหรอก”



“ทุกวันเนี่ยนะ ใจดีเป็นบ้า”



“เออ ให้พี่มันใจดีกับพี่หน่อยเถอะ” ถ้าเกิดสมชาติเล่าให้ไอ้หวานฟังนะว่าสมชาติโดนพี่มันแกล้งสารพัดยังไงไอ้หวานมันคงจะไม่พูดคำว่าใจดีออกมาอีกเด็ดขาดเลย



“แต่พี่เขาก็หล่ออ่ะ ถ้าพี่ชาติไม่ชอบหวานจีบได้ป่ะ?”



บ๊ะ! ตาไอ้หวานมันมีปัญหาป่ะเนี่ยมองยังไงให้ไอ้พี่ป๋ามันหล่อวะทำไมสมชาติมองไม่ได้แบบนั้นบ้างเลยหรือตากูจะไม่ปกติเหมือนชาวบ้านเขา?



“คิดดีแล้วเหรอ?” สมชาติถามให้หวานมันทบทวนดูอีกครั้งไม่อยากให้น้องต้องคิดผิดน่ะครับ



“ต้องคิดอะไรอีกอ่ะหรือพี่หวง ถ้าหวงจะได้ไม่จีบ”



“ไร้สาระว่ะ จะจีบก็จีบไปดิ”



“โอเคพี่พูดเองนะ”



“เออ”



ไอ้หวานมันยิ้มกริ่มเดี๋ยวก่อนเถอะจะฟ้องลุงศักดิ์เป็นสาวเป็นนางริอาจจีบผู้ชายก่อน สมชาติทำได้แค่เพียงคิดในใจ ก้มหน้าก้มตากินข้าวของตัวเองส่วนไอ้หวานก็กลับไปทำหน้าที่ของมันต่อด้วยการเสิร์ฟข้าวและรับออเดอร์จากลูกค้า ร้านช่วงเวลานี้คนไม่ค่อยมากเท่าไหร่หวานมันก็เลยมีเวลาว่างแวะเวียนมานั่งคุยกับสมชาติบ่อยๆแล้วไอ้เรื่องที่คุยแม่งก็ไม่พ้นเรื่องของไอ้พี่ป๋าไง



“แล้วพี่เขาชอบกินไรอ่ะพี่ เห็นมาร้านชอบสั่งกระเพราไข่เยี่ยวม้าตลอดเลย”



“ไม่รู้ดิ  คงชอบอย่างที่หวานว่ามั้ง”



“จริงเหรอ? วันหลังให้พ่อติดป้ายส่งข้าวถึงห้องดีกว่า หวานอยากไปส่งให้พี่เขาอ่ะ”



“เกินไปละๆ”





“โธ่พี่ ก็หวานไม่รู้จะเข้าหาพี่เขายังไงนี่ ดูท่าจะเป็นคนเข้าหายากอยู่นะ”



อีกคนแล้วที่พูดแบบนี้ คือแบบ..ไม่เข้าใจอ่ะพี่ป๋ามันเข้าหายากยังไงก็ดูเป็นคนที่สามารถกวนตีนทุกคนได้ทั้งโลกอ่ะ



“เข้าหายากตรงไหนวะ”



“ทุกตรงอ่ะพี่”



“ยังไงว่ามาพี่ข้องใจมาก”



“หวานก็ไม่รู้จะพูดไงว่ะแต่แบบเวลาพี่เขามานั่งกินข้าวคนเดียวงี้นะไม่ได้จะยิ้มแย้มเหมือนอยู่กับพี่หรอก ออกจะทำหน้านิ่งๆกินเงียบๆมากกว่าแล้วอีกอย่างก็เหมือนพี่เขามีออร่าคนเข้าถึงยากยังไงไม่รู้ดิหวานพูดไม่ถูก”



ยิ่งหวานมันอธิบายสมชาติก็ยิ่งขมวดคิ้วมุ่น ก็ไม่เข้าใจอยู่ดีจากที่หวานมันบอกว่าถ้าพี่ป๋าไม่ได้อยู่กับสมชาติจะทำหน้านิ่งก็ถูกแล้วป่ะ จะให้พี่มันยิ้มคนเดียวเขาก็หาว่าบ้าแล้วไหมอ่ะไม่เห็นจะแปลกตรงไหน ส่วนไอ้ออร่านั่นสมชาติยังไม่เคยสัมผัสได้เลย



“พี่ว่าก็ปกติป่ะหวาน”



“ไม่เลยเหอะ พี่สนิทกับเขาอ่ะคงไม่รู้สึกเหมือนหวานที่เป็นคนนอกหรอก”



ปัดโธ่! สมชาติยังไม่ได้สนิทกับพี่ป๋าเลยแค่รู้จักกันอ่ะ



“พี่ก็ไม่ได้สนิทขนาดนั้นป่ะวะ”



“เอาเหอะพูดยังไงพี่คงไม่เข้าใจอ่ะ แล้วถ้าเกิดหวานอยากให้พี่ช่วยจีบพี่เขาได้ไหมอ่ะหวานไม่รู้จะเข้าหาพี่เขายังไงดี”



เข้าหาก็ไม่ยากนะแค่เดินเข้าไปคุยเองอ่ะหวานง่ายๆแค่นี้เลย สมชาติได้แค่คิดเท่านั้นแหละเพราะพูดไปหวานมันก็บอกว่าพี่ป๋าเข้าหายากอยู่ดี



“พี่จะช่วยอะไรได้วะ”



หวานมันนั่งทำหน้าครุ่นคิด ดีนะที่ยังไม่มีลูกค้าเข้าร้านหรือต้องการคิดเงินหวานมันก็เลยได้นั่งว่างๆเอาเวลามาคุยเรื่องพี่ป๋าได้



“เอาง่ายๆอย่างแรกเลยพี่เขาต้องรู้จักชื่อหวานก่อนจากนั้นก็ค่อยๆตะล่อมไปเรื่อยๆ”




ถือว่าเป็นการช่วยที่ง่าย สมชาติคิดไว้แล้วว่าจะตะโกนชื่อไอ้หวานมันดังๆให้พี่ป๋ามันได้ยินและจะเรียกชื่อไอ้หวานมันบ่อยๆพี่ป๋าจะได้จำได้ แค่นี้เองว่ะง่ายยิ่งกว่าเปิดฝาขวดน้ำอีก



“ง่ายมาก เดี๋ยวพี่ช่วย”



“ขอบคุณมากพี่แล้วจะเริ่มตอนไหนดี”



เออนั่นดิ..ควรจะเริ่มแผนขั้นแรกตอนไหนดีวะ



“วันนี้ป่ะล่ะเดี๋ยวไลน์ไปหาให้พี่มันลงมากินข้าวด้วย”



“มันจะดีนะพี่” หวานมันตอบพลางยิ้มเขินอายซึ่งเป็นภาพที่แม่งอาจจะทำเอาสมชาติฝันร้ายก็ได้



ไอ้หวานมึงไม่ได้เป็นผู้หญิงหวานๆตามชื่อมึงเลยนะเว้ย ขอร้องล่ะอย่ายิ้มแบบนั้น



“แต่เดี๋ยวนะหวาน พี่ป๋ามันไม่ได้รู้จักชื่อหวานอยู่แล้วหรอกเหรอ?” พึ่งคิดได้ คือพี่ป๋าก็มากินข้าวที่ร้านลุงศักดิ์แกบ่อยๆแล้วคนเขาก็เรียกชื่อไอ้หวานกันออกให้ลึ่ม ถ้าพี่ป๋ามันไม่หูหนวกก็คงจะได้ยินป่ะนอกจากว่าพี่มันจะไม่ได้สนใจจริงๆอ่ะ



“ไม่แน่ใจนี่ดิ เวลาพี่เขาเรียกหวานเขาก็จะเรียกแค่น้องครับไม่เห็นเรียกชื่อหวานเหมือนคนอื่นเลย”



สมชาติพยักหน้ารับฟังก็อาจจะเป็นไปได้ที่พี่ป๋ามันอาจจะไม่รู้จักชื่อไอ้หวานจริงๆ



“โอเคงั้นเดี๋ยวพี่ไลน์ไปชวนพี่ป๋ามันก่อนแต่ถ้ามาไม่ได้ก็เอาไว้วันหลังละกัน”



“เคพี่ ขอบคุณมากเดี๋ยวหวานไปคิดเงินลูกค้าก่อน”



สมชาติถอนหายใจ งงกับตัวเองเหมือนกันว่าทำไมจู่ๆถึงกลายมาเป็นพ่อสื่อให้ไอ้หวานมันได้เป็นประสบการณ์ที่โคตรแปลกใหม่แต่ทำไมในใจลึกๆสมชาติถึงแอบหวังว่ามันจะต้องไม่สมหวังวะ บ้าน่า...เพ้อเจ้อจริงๆเลยว่ะไอ้ชาติ



ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : พี่



สมชาติไลน์ไปหาพี่ป๋าตามที่ได้รับปากกับไอ้หวานมันไว้ รอสักพักพี่ป๋ามันก็ตอบกลับ



ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : คิดถึงกูเหรอ?



สมชาติได้แต่กรอกตา มึงบ้าป่ะทำไมชอบหลงตัวเองจังเลย



ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : ขอเบะปากก่อนนะ

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : เดี๋ยวบิดปากเบี้ยว

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : ยุ่งจริงวะ

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : แล้วไลน์มามีไร

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : กินข้าวด้วยกันป่ะ

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : อิ่มแล้วแต่ถ้าอยากให้ไปนั่งเป็นเพื่อนก็จะไป

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : ว่างนักเหรอ?

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : จริงๆไม่ค่อยว่างเท่าไหร่แต่ถ้ามึงอยากให้ว่างก็จะว่างให้



ทำไมพี่มึงต้องมีแต่ถ้า...ให้กูตลอดเลยวะ



ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : ไม่อยากรบกวนอ่ะ

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : คิดมากว่ะ แล้วอยากให้ไปนั่งด้วยป่ะ

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : ไม่เป็นไร ผมเกรงใจ

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : คนกันเองเดี๋ยวลงไปหา อยู่ร้านลุงศักดิ์ใช่ไหม

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : อือ จะมาทำไมไม่ต้องมา



อ่าว....กูงงตัวเองครับ ตอนแรกก็อยากให้มาเพราะจะช่วยไอ้หวานแต่ไปๆมาๆก็ไม่อยากให้พี่มันมาแล้วอ่ะ



ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : อยากไปหา อยากเห็นหน้ามึง

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : เดี๋ยวถ่ายรูปไปให้

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : อยากได้ยินเสียงมึง

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : อัดเสียงให้เลย

ชื่อป๋าไม่ได้เป็นป๋า : อยากหอมหัวมึง

ชาตินี้ชาติโน้นชาติไหน : เอาหัวหอมไปก่อน ถุย!





ไอ้พี่บ้านี่ขนาดอยู่ในแชทยังจะมาแกล้งสมชาติได้อีกแล้วกูงงตัวเองมากทำไมต้องยิ้มด้วยวะตอนที่พี่มันพิมพ์บอกแบบนั้น มึงบ้าป่ะชาติ พี่ป๋าก็ชอบแกล้งแบบนี้ปกติป่ะมึงจะใจเต้นทำเหี้ยไร



สมชาติรอพี่มันตอบกลับแต่ก็ไม่เห็นตอบกลับมาขึ้นแค่เพียงว่าอ่านแล้วเท่านั้น สงสัยคงจะไปหาหัวหอมมาดม อยู่มั้งสมชาติก็ไม่อาจรู้ได้แต่ว่าคิดอะไรไปเพลินๆได้ไม่เท่าไหร่ไอ้พี่ป๋ามันเสือกเดินยิ้มร่าจากหน้าร้านเข้ามาหาสมชาติเฉยเลย



“มาได้ไงวะ”



“เดินมาดิ อยากให้มาหาไม่ใช่เหรอ?”



“ไม่ได้บอก”



“ก็เห็นไลน์มา”



“แค่ไลน์ไปเฉยๆ”



“เด็กอะไรปากแข็ง” พี่ป๋ามันบ่นพึมพำซึ่งสมชาติก็ฟังไม่ค่อยได้ยิน ไอ้เด็กแว๊นนี่มึงซิ่งรถกันแต่เช้าเลยเหรอวะเสียงท่อแม่งดังฉิบหาย



สมชาตินั่งคิดคือต้องทำอะไรต่อดีวะจะเริ่มแผนการเลยหรือจะยังไงดีแล้วตอนนี้ไอ้หวานมันก็ติดลูกค้าอยู่ด้วยถ้าเรียกมาตอนนี้มันจะเสียมารยาทป่ะ งั้นเอาไว้ก่อนแล้วกันให้หวานมันว่างก่อนเดี๋ยวค่อยเรียกก็ได้



“แล้วพี่ว่างมากเหรอทำไมต้องมานั่งมองผมกินข้าววะ” จริงๆนะครับไอ้พี่ป๋าแม่งเหมือนคนว่างมากทั้งที่ในแชทก็บอกว่าไม่ค่อยว่าง คือไม่ใช่อะไรถ้าพี่มึงจะมานั่งจ้องกูขนาดนี้ก็เอาข้าวกูไปแดกเลยไหมล่ะ ฮ่วย!



“ก็ว่างนะถ้าไม่ว่างมึงจะเห็นกูเหรอ?”



แล้วก็มากวนตีนสมชาติอีกจะอยู่ด้วยกันโดยสงบสุขไม่ได้เลยใช่ไหม ก็แปลกเหมือนกันนะแม้จะบ่นนู่นบ่นนี่ว่าไม่อยากอยู่กับพี่มันไม่อยากเห็นหน้าพี่มันหรือไม่อยากคุยกับพี่ป๋าแต่เอาเข้าจริงแล้วนอกจากเพื่อนของสมชาติก็คงมีแต่พี่ป๋านี่ล่ะมั้งที่สมชาติอยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจอ่ะ ไม่รู้สิหลังๆมานี่สมชาติรู้สึกแบบนั้นจริงๆนะ



“ไม่กินอะไรอ่อ พี่มองผมแบบนี้มันกดดันอ่ะ”



“กูแค่อยากมองหน้ามึง”



“ทำไมวะผมหล่อเหรอ?”



“เปล่า”



“อ่าว?” งงสิครับจะมาอยากมองหน้าสมชาติทำไม



“คิดถึง”



ไอ้หัวกล้วยเอ๊ย! บ้าไปแล้วพี่ป๋ามันประสาทแดกแล้ว มึงจะคิดถึงกูทำหัวเผือกหัวมันอะไรวะ



“ไร้สาระว่ะ”



“กูบอกมึงว่าอยากเห็นหน้า กูก็ได้เห็นแล้ว บอกมึงอีกว่าอยากได้ยินเสียงก็ได้ยินแล้วและอย่างสุดท้ายกู...”



...อยากหอมหัว



“พอเลย ไม่แดกแม่งละ ไอ้หวานคิดเงิน!” นี่แหนะกูเรียกไอ้หวานมาเลยพี่ป๋ามันจะได้หยุดพล่ามสักที ยิ่งพี่มันพูดสมชาติก็ยิ่งรู้สึกแปลกๆ ไม่ชอบความรู้สึกนี้เลยมันแบบ..ใจเต้นแรงจนเจ็บอกไปหมด หายใจก็ไม่ทั่วท้องหน้าแม่งก็เห่อร้อนจนต้องยกมือขึ้นมาพัดๆวีๆให้มันเย็น



หวานมันรีบวิ่งแจ้นมาที่โต๊ะสมชาติทันทีหลังจากที่มันหันมาแล้วเห็นพี่ป๋านั่งหัวโด่อยู่ ไอ้หวานนี่ก็ออกอาการเกินหน้าเกินตาจนชักน่าหมั่นไส้แต่ก็ความสุขของมันอ่ะครับเวลาเห็นคนที่แอบชอบมีใครบ้างจะไม่ดีใจมีความสุขแบบนี้กัน




“ทั้งหมดสี่สิบบาทจ้ะ” มึงมองหน้ากูนี่หวานทำไมต้องไปมองหน้าไอ้พี่ป๋ามันวะ กูนี่เป็นคนจ่ายเงินให้มึงนะเว้ย



“ครบนะไม่ต้องทอน ไปได้แล้วพ่อเรียก”



ลุงศักดิ์เรียกไอ้หวานมันจริงๆนะครับแต่ไอ้หวานมันไม่ได้ยินเองสมชาติก็เลยเตือนสติมันเดี๋ยวพ่อมันจะด่าเอา



สมชาติกับพี่ป๋าพากันเดินออกจากร้านแต่ก็ยังไม่เดินกลับหอเพราะพี่ป๋ามันบอกว่าจะซื้อไอ้น้ำผักเขียวๆนั่นก่อน สมชาติก็เออออเดินตามมาด้วยและได้อนิสงค์จากพี่มันเป็นน้ำผักรวมหนึ่งขวด ตามจริงแล้วถึงไม่เดินตามมาพี่ป๋าก็เอาไปให้ถึงหน้าห้องสมชาติอยู่แล้วอ่ะ ใจดีเหลือเกินพ่อคุณ



จากนั้นเราก็แยกย้ายกันขึ้นห้องใครห้องมันเพราะพี่ป๋ามันต้องกลับไปทำงานต่อส่วนสมชาติก็ต้องไปนั่งรอในห้องตัวเองเนื่องจากเพื่อนรักทั้งหลายมันจะมาหาตอนบ่ายเพื่อปรึกษากันถึงเรื่องที่จะขอบริษัทพี่ป๋ามาเป็นสปอนเซอร์ให้ค่ายอาสาของเรา



เวลาบ่ายแดดเปรี้ยงปร้างสมชาติปิดผ้าม่านเปิดแอร์ในห้องจนเย็นฉ่ำมีพวกเพื่อนรักนอนเป็นซากตายห่าอยู่บนเตียง บนพื้นและโซฟา คือกูเรียกพวกมึงมาปรึกษาไม่ได้ให้มานอนโชว์เกาตูดให้กูดู



“เอาไงดีวะกูต้องเริ่มยังไงดี” ถ้าไม่มีใครเริ่มสมชาติก็เปิดประเด็นก่อนก็ได้



“คืองี้นะไอ้ชาติ กูว่ามันไม่ยากเลยเว้ยก็เห็นๆกันอยู่ว่ามึงสนิทกับพี่ป๋า คุยยังไงพี่มันก็น่าจะช่วยหมดแหละ” ไอ้มังกรที่นอนอยู่บนโซฟามันตอบ ก็ดีที่มีคนตอบสมชาติ



“ไม่สนิทเหอะ มึงเอาหัวแม่ตีนคิดหรือไงกูกับพี่ป๋าก็รู้จักกันธรรมดา”



“ไอ้กรมึงหยุดเถอะว่ะ พูดไปไอ้ชาติมันก็ไม่รู้เรื่องหรอก” ไอ้แจ็คเสร่อพูดขึ้นมาอีก



“รู้เรื่องไรวะ?”



“เออเอางี้นะมอมเหล้าแม่งเลยดีป่ะ เวลาเมาๆคุยง่ายดี” อาทิตย์มันชวนเปลี่ยนเรื่องแต่ก็ดีมีประโยชน์เหมือนกันนะสิ่งที่มันเสนอมา



“ต้องนัดพี่มันไปร้านเหล้าหล่นดีไหมวะ” สมชาติคิด “หรือมอมที่ห้องดีมันจะดูแปลกๆไปป่ะ?”



“ไอ้กรกับไอ้ทิตมึงว่าไงกูเห็นด้วยกับไอ้ชาตินะถ้าจะไปร้านเหล้าหล่น”



“กูบวกด้วยละกัน” ไอ้มังกรมันยกมือ



เหลือแค่เพียงไอ้อาทิตย์คนเดียว “อืม กูก็เห็นด้วย”



นั่นแหละครับการตกลงกันของเราจึงทำให้ตกดึกประมาณสามทุ่มก็มาโผล่กันที่ร้านเหล้าหล่นโดยสมชาติได้นัดพี่ป๋าไว้และและพี่ป๋าบอกว่าจะตามมาทีหลัง



“แล้วแผนยังไงบ้าง?” สมชาติตะโกนแข่งกับเสียงเพลงที่เฮียแม่งเปิดดังฉิบหาย



ไอ้มักกรกวักมือยิกๆเรียกให้พวกเราไปสุมหัวกันอยู่ตรงกลางเพื่อวางแผน



“ก่อนอื่นก็ต้องทำตัวปกติก่อนจากนั้นก็ค่อยๆชงเหล้าให้พี่ป๋าดื่ม พอเหล้าหมดก็ชงให้ต่อเรื่อยๆแบบเนียนๆเดี๋ยวให้ไอ้แจ็คมันชงไป ส่วนพวกเราสามคนก็ต้องทำเป็นชวนพี่ป๋าคุยพี่ป๋าจะได้ไม่รู้ตัว แล้วพอพี่ป๋าเริ่มกรึ่มๆก็นั่นแหละไอ้ชาติมึงก็เริ่มถามเลย”



“โอเคแผนไม่ยุ่งยากแต่ต้องทำตัวให้เนียนไว้” สมชาติพูดก่อนจะแท็กมือกับเพื่อนรักทั้งสามคน



ผ่านไปได้ไม่นานคนที่พวกเรารอคอยก็เดินเข้ามาในร้าน พี่ป๋าไม่ได้มาคนเดียวแต่เขายังเอาพี่ก้องพับพี่เหมมาด้วย เอาแล้วไงล่ะไม่ได้วางแผนสำรองไว้ด้วยล่ะสิว่าถ้าเกิดพี่ป๋าไม่ได้มาคนเดียวจะทำยังไงต่อ พวกเราเลยทำได้แค่มองหน้ากันส่งซิกให้กันว่าเอาไงดีและก็อ่านปากไอ้มังกรได้ว่าเอาเหมือนเดิมนั่นแหละ



“สวัสดีครับพี่ๆ” พวกเรายกมือไหว้รุ่นพี่ทั้งสามคน พี่ก้องกับพี่เหมแยกไปนั่งข้างๆไอ้แจ็คส่วนพี่ป๋ามันก็มานั่งข้างๆสมชาติ



“รอกันนานไหม โทษทีพอดีต้องไปรับไอ้ก้องกับไอ้เหมก่อน” พี่ป๋าอธิบายถึงสาเหตุที่ต้องมาช้า



“ขอโทษนะทุกคนพอดีพี่อยากมาด้วยน่ะไม่ว่าอะไรนะ” พี่ก้องพูดและแจกยิ้มให้ส่วนพี่เหมแกก็เงียบปกติของแกครับ



“ไม่เป็นไรครับพี่ กินหลายๆคนสนุกออกใช่ไหมพวกมึง” สมชาติหันไปถามเพื่อนตัวเอง



ได้รับความร่วมมือด้วยการพยักหน้าและตอบประสานเสียงกัน “ใช่ครับๆ”



เออ...เดี๋ยวก่อนนะขอสมชาติคิดอะไรก่อนคือพี่ป๋ามันไปรับพี่ก้องกับพี่เหมได้ยังไงในเมื่อพี่มันขับมอเตอร์ไซต์ธรรมดาอ่ะหรือซ้อนสามกันมาวะผิดกฎหมายนะเว้ย



“มีอะไรจะถามก็ถามดิ”



อ่ะรู้ใจอีก พี่ป๋าเหมือนมันล่วงรู้ทุกอย่างที่สมชาติคิดเลย



“พี่ไปรับพี่ก้องกับพี่เหมยังไงอ่ะ?”



“ขับรถไป”



สมชาติเอือมระอาแต่ก็ยังคงถามต่อ



“รถอะไร มอ’ไซต์เหรอ?”



“เปล่า บีเอ็ม”



บ๊ะ! นี่มันคนรวยที่แท้ทรู



“จริงดิไปเอาของใครมาขี่”



“ขโมยเขามา”



บักห่าพี่ป๋าเอ๊ย! ตอบสมชาติดีๆไม่ได้เลย สมชาติเลิกถามก็ได้วะขี้เกียจคุยกับแม่งละ



แผนการที่พวกเราวางไว้เริ่มขึ้นอย่างแนบเนียนๆโดยมีไอ้แจ๊คทำหน้าที่ชงเหล้าให้ทุกคนและจะหนักมือหน่อยตรงแก้วพี่ป๋าเรียกว่ากะมอมให้เมาแล้วตื่นชาติหน้าก็ว่าได้



ส่วนคนที่เหลือก็ทำหน้าที่ด้วยการชวนคุย คุยแม่งมันทุกเรื่องแหละมีสาระบ้างไร้สาระบ้างเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจและมอมเหล้าไอ้พี่ป๋าเนียนๆ เรียกว่าพี่ป๋ามันก็คอแข็งเหมือนกันครับคือหมดไปหลายแก้วแล้วก็ยังดูปกติอีกอย่างตอนนี้ก็ไม่มีจังหวะจะพูดเรื่องนี้ด้วยเพราะพี่ก้องกับพี่เหมอยู่จึงต้องมอมไปเรื่อยๆ



ตอนนี้พี่ป๋าไม่เมาหรอกครับแต่เพื่อนกูเนี่ยเมาเป็นหมาแล้ว...โอ๊ยย!!อยากจะบ้าตายสรุปวันนี้จะมามอมเหล้าใครกันแน่วะ



“ทุกคนยังไหวกันอยู่ไหม” พี่ก้องที่กินน้อยที่สุดถามพวกเรา



“หวายยคร้าบบบ”



ไหวมากไอ้ฟาย เสียงแม่งยานขนาดนั้นเขาเรียกไม่ไหวเว้ยไอ้มังกร



“แล้วนี่มากันยังไง”พี่ป๋าถามต่อเสียงแอบเมาๆอยู่นะหรือพี่มันจะกรึ่มๆแล้ววะใช้จังหวะนี้ถามดีไหมแต่ว่าตอนนี้มีพี่ก้องกับพี่เหมอยู่อ่ะไม่สะดวกอีก เอาไว้ก่อนก็ได้



“รถไอ้มังกรอ่ะ” ใช่ครับมารถไอ้มังกรซึ่งไอ้มังกรเจ้าของรถได้สลบเหมือดคาโต๊ะไปแล้ว กูงึดมากถึงมากที่สุด



“มังกรมันเมาขนาดนี้ใครจะขับกลับ”



“ผมก็ได้พี่” ไอ้อาทิตย์ยกมือซึ่งมันเป็นคนที่กินน้อยรองลงมาจากพี่ก้อง



“อืม งั้นไอ้ชาติกลับกับกู”



“เฮ้ย! ผมกลับกับเพื่...โอ๊ย!” หันไปมองไอ้แจ็คตาเขียวเมื่อโดนมันเหยียบเข้าเต็มตีนก่อนมันจะยื่นหน้าเข้ามากระซิบกระซาบสมชาติเบา



“กลับกับพี่เขานั่นแหละจะได้พูดเรื่องนั้นด้วย” ที่แท้มึงเหยียบตีนกูเพราะเรื่องนี้เองเรอะ



“เออๆผมกลับกับพี่ก็ได้”



เมื่อตกลงเสร็จสรรพก็เรียกเช็คบิลเนื่องจากดูท่าแล้วทุกคนก็คงอยากจะกลับโดยเฉพาะไอ้มังกรแม่งสมควรกลับที่สุดเมื่อกี้ก็เกือบไปเต้นรูดต้นไม้หน้าร้านแล้วดีที่ดึงมันไว้ก่อนไม่งั้นได้เห็นภาพอุจจาดตากันแน่ ตัววางแผนกูไปคนแรกเลยไอ้เวร....



หลังจากไปส่งพี่ก้องกับพี่เหมที่หอของเขาทั้งสองคนเสร็จพี่ป๋าก็ขับรถพาสมชาติกลับหอบ้าง คืออยากจะบอกว่าบีเอ็มพี่ป๋าแม่งหรูหราหมาเห่ามาก สมชาติไม่รู้เลยเว้ยว่าพี่ป๋ามันจะมีรถแบบนี้ขับด้วยเห็นทุกทีเห็นขับแต่มอเตอร์ไซต์อ่ะ สมชาติเชื่อแล้วล่ะว่าเป็นหลานเจ้าของบริษัทน้ำดื่มชื่อดังจริงๆ



“แปลกใจเหรอที่กูมีรถแบบนี้ขับ?”



“ก็เปล่า”



“แต่นหน้ามึงดูสงสัย”



“นิดหน่อยอ่ะ”



รถหยุดลงตรงโรงจอดรถใต้หอซึ่งมีที่ให้จอดสำหรับรถยนต์ด้วยแต่รถแพงขนาดพี่ป๋านี่ก็น่ากลัวว่าจะโดนทุบรถขโมยของเหมือนกันนะครับ



“กูยืมลูกพี่ลูกน้องมาเฉยๆไม่ใช่ของกูหรอกพรุ่งนี้ก็เอาไปคืนเขา” ตาพี่ป๋าตอนนี้มันดูเยิ้มๆอีกทั้งเสียงที่พี่มันพูดก็ออกจะยานนิดหน่อยด้วย สมชาติควรใช้โอกาสนี้ถามเลยดีป่ะ



“คือพี่...” ลังเลว่ะจะเริ่มต้นยังไงดี



“หืม?”



โอ๊ยพี่ไปหืมไกลๆสมชาติได้หรือไม่ทำไมต้องเอาหน้ามาใกล้ขนาดนี้



“พะ..พี่ขยับหน้าออกไปก่อน” สมชาติตะกุกตะกัก



“อืม..หนักๆหัวว่ะมันเลยเอียง” แล้วแม่งเสือกเอียงมาทางสมชาติด้วยนะ



“เดี๋ยวผมช่วยประคองให้ ฮื่อ..พี่ป๋ามึงอย่าทำหัวหนักดิวะ” สมชาติอยากจะร้องไห้ตอนไหนกูจะได้เข้าเรื่องสักที เมื่อกี้ตอนขับมาหัวก็ยังดีๆอยู่ไหงตอนนี้หัวพี่มึงถึงทั้งหนักทั้งเอียงขนาดนี้วะ



“ชาติ”



“อือว่าไงพี่อยู่นิ่งๆดิ” สมชาติพยายามพยุงไอ้พี่ป๋าให้นั่งตรงๆแต่พี่ป๋าก็ยังคงเอียงมาทางสมชาติอยู่ดี



ฟอดดด~~~



“หัวหอมว่ะ”



ไอ้เหี้ย!!สมชาติโดนพี่ป๋าหอมหัวสูดลมหายใจเข้าเสียงดังฟอดเสียงยังก้องอยู่ในโสตประสาทการได้ยินอยู่เลย สมชาติทำได้แค่นิ่งค้างเมื่อโดนจู่โจมไม่ทันตั้งตัว ไอ้พี่ป๋ามึง..



“ไอ้เหี้ยพี่!!”



“โทษทีว่ะกูเมา” พอพูดเสร็จก็เอากุญแจแล้วเปิดประตูออกจากรถไปปล่อยให้สมชาตินั่งนิ่งค้างอยู่คนเดียวบนรถแบบนั้นแล้วเรื่องที่สมชาติจะพูดก็ระเหิดหายไปจากสมองหมดเลย



เมาพ่องมึงลุกขึ้นไม่เซเลยสัด ไอ้เวรเอ๊ยเสียหัวจนได้กู!



เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...



สุราเป็นเหตุให้โดนหอมหัว ฮือออ..


(ಥ﹏ಥ)

ถึงหัวสมชาติจะเหม็นแค่ไหนพี่ป๋าก็จะบอกว่าหอมอยู่ดี

ติดแท็ก #สมชาติไม่ชอบนะค่ะ กันได้นะค้าา

ออฟไลน์ singalone

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 393
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-2
แอร๊ยยยยยยยยย พี่ป๋าต้องรับผิดชอบบบ มาหอมหัวนังชาติแบบนี้มั่ยดั้ยยย

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1069
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0
ศีรษะสมชาติเสียบริสุทธ์ให้พี่ป๋าหนึ่งฟอดแล้ว พี่ป๋าไม่หยุดแค่ที่หัวแน่ :m20: :m20:



ออฟไลน์ Pa'veaw

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1436
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-1
สมชาติเอ้ยย เมื่อไหร่จะรู้ตัวเล่า

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด