|เด็กในความดูแล|►ep.9◄|◣p.2◥|◤28-12-61◢|
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: |เด็กในความดูแล|►ep.9◄|◣p.2◥|◤28-12-61◢|  (อ่าน 2449 ครั้ง)

ออฟไลน์ kokoro

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1188
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +136/-2
พี่หิน ตายแน่ๆค่ะ เล่นของนายซะด้วย
งานนี้รอองค์ลงเถอะ

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1030
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
ตายแน่ไอ้หินแล้วท่าทางไอ้คุณชาติคงถูกใจโพมากคงไม่ยอมปล่อยง่ายๆ

ออฟไลน์ bun

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2354
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +250/-4
งานนี้มีตายหมู่แน่ ถ้าไท่รีบเครีย

ออฟไลน์ tong_pub

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 410
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +93/-5


ดูแลครั้งที่ 7


ในขณะที่ใครหลายคนโวยวาย แต่ผู้ที่ถือบัตรดำมีเพียง 2 คน นั่งกันคนละโต๊ะนิ่งเงียบเพื่อพิจารณา ‘คุณชาติ’ ที่หินเรียก หรือ ชรัณ ชโยดม นักธุรกิจหนุ่มวัย 37 ปี รูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาว ใบหน้าหล่อเหลาแสนเย่อหยิ่งจ้องมองคนที่อยู่บนเวทีเพียงคนเดียวที่ตนถูกใจตั้งแต่เห็นครั้งแรก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก เขารู้มาว่าปูรณ์มีของใหม่เก็บไว้กับตัว เพิ่งได้มาจากสถานเลี้ยงเด็กที่มันสร้างนั่นแหละ และยิ่งมั่นใจว่าคนที่ตนเองชอบกับคนที่ปูรณ์เก็บไว้ไม่ห่างกายคือเด็กคนนั้น เพราะพชรวิ่งหน้าตื่นไปหาหินทันทีที่ได้ยินชื่อ อดแปลกใจไม่ได้ว่ามันเบื่อแล้วหรืออย่างไรถึงได้ปล่อยมาง่าย ๆ แบบนี้

“ท่านครับ เราจะประท้วงเรื่องไทม์เอาท์โกงหรือ...”

“เงินขวัญถุง 5 แสน แลกกับเด็กชื่อโพ อย่าให้เมฆาซิวเด็กคนนั้นไปได้ ประมูลเท่าไหร่ฉันไม่อั้น” คนเป็นนายตัดบทลูกน้องที่เข้ามาสอบถาม หากเป็นวันอื่นเขาคงไม่ปล่อยให้คนของปูรณ์ทำเล่นตุกติกเอาเด็กมาสองคนแน่นอน แต่วันนี้เมื่อเจอของที่ถูกใจก็ไม่อยากปล่อยไว้ คืนนี้เขาต้องคว้าเด็กนั่นไปอยู่ที่ร้านให้ได้

“ครับท่าน” ลูกน้องรับคำไปพร้อมกับถุงสีแดงที่ใส่ชิพไว้เป็นจำนวนเงิน 5 แสนบาท

“ตอนนี้คนแรกที่ส่งขวัญถุงมาคือเสี่ยชาตินะครับ เสี่ยสนใจน้องโพ ไม่ทราบว่าเสี่ยเมฆาสนใจจะร่วมประมูลน้องด้วยไหมครับ” พิธิกรประกาศออกไมค์ เสียงฮือฮาเปลี่ยนเรื่องเป็นเรื่องที่ชรัณลงประมูล โดยไม่โต้แยงเรื่องไทม์เอาท์ส่งคนเกินมา

ชายเจ้าของชื่อเมฆาเป็นหนุ่มลูกครึ่งไทย-อิตาลี เขาเบี่ยงสายตามามองชรัณที่ยังคงจับตามองโพธิวัฒน์บนเวที ก่อนจะส่ายหน้าให้เป็นคำตอบว่างานนี้ตนจะไม่สู้ด้วย ไม่ใช่เพราะสู้ไม่ไหว แต่เพราะคนอย่างเสี่ยชาติเป็นคนกล้าแลกทุกอย่างไม่ว่าสิ่งนั้นจะแลกมาด้วยวิธีใดก็ตาม เขาไม่อยากมีปัญหาจึงยอมซิวเด็กของไทม์เอาท์อีกคนไปดีกว่า

“ไม่ได้ เอาโพไปไม่ได้” หินรีบขึ้นไปห้าม คว้าไมค์มาถือไว้ก่อนจะประกาศออกไปชัดเจนว่า “เกิดความเข้าใจผิดกันเกิดขึ้นนะครับ โพไม่ได้เป็นเด็กประมูลนะครับ ผมเข้าใจผิดเอง ต้องขอโทษเสี่ยชาติด้วยนะครับ”

“แบบนี้ได้ไง ผมไม่ยอม” แต่คนที่โวยกลับมากลับไม่ใช่ชรัณ แต่เป็นคนที่ยืนข้างกันอย่างโพธิวัฒน์ ไอ้พี่หินจะมาประกาศแบบนี้ได้ยังไงในเมื่อเขากำลังจะได้ส่วนแบ่ง 10% มาใช้แล้วเนี่ย ยังไงก็ไม่ยอมหรอก เงินลอยอยู่ตรงหน้ายังไงก็ต้องคว้าไว้ให้ได้

“ลงมานี่เลยโพ” พชรขึ้นไปลากตัวหนุ่มร่างเล็กลงมาจากเวที แต่คนของชรัณกลับเข้ามาขวางไว้ เหตุการณ์ตอนนี้ตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อชรัณไม่ยอม อีกทั้งโพธิวัฒน์ที่โดนฤทธิ์ของเครื่องดื่มมึนเมาเข้าไปไม่ให้ความร่วมมือใด ๆ ด้วย

“อื้อออ ผมกำลังจะได้เงินนะพี่เพชร เนี่ย...ฟลุคได้ด้วยทั้งที่ไม่คิดว่าจะได้” คนที่ยังไม่รู้ชะตากรรมตัวเองยังคุยจ้อ สายตาปรือ ๆ แบบคนเมาพร้อมรอยยิ้มกว้างดูน่าเอ็นดู

“รู้รึเปล่าว่าทำอะไรลงไป พี่โทรบอกนายแล้วนายกำลังมา เตรียมหาข้อแก้ตัวดี ๆ ไว้เถอะ สร้างเรื่องใหญ่เลยเนี่ย”

“จะพาเด็กประมูลไปไหน ท่านบอกว่าให้ส่งตัวเด็กคนนี้ให้ท่าน เงินขวัญถุงก็ส่งให้แล้วยังจะแย้งอะไรอีก” คนของชรัณถามน้ำเสียงพร้อมมีเรื่องเต็มที่ ยืนล้อมพชรกับโพธิวัฒน์ไว้ไม่ให้หนีได้ ตอนนี้สถานการณ์ในร้านถูกทำให้เข้าสู่สภาวะปกติ เพลงในร้านเปิดดังเดิม และการประมูลที่จบลงอย่างรวดเร็วโดยที่เด็กของร้านเมฆาทางไทม์เอาท์ได้เก็บไว้ ส่วนร้านชรัณไม่มีใครเลือกไป เสี่ยเมฆาเมื่อเสร็จธุระก็กลับทันที

“มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด เดี๋ยวคุณปูรณ์จะไปคุยกับคุณชาติเอง” พชรบอก หินยืนหน้าตื่นอยู่นอกวงล้อม คิดเอาไว้ว่าหากมีเรื่องมันจะพาโพธิวัฒน์หนีไปให้ได้ เพื่อเป็นหลักประกันว่าอย่างน้อย ๆ มันจะไม่ตายคาตีนนายเพราะดูแลเด็กของนายได้

“แต่กฎต้องเป็นกฎ เด็กประมูลเมื่อถูกประมูลแล้วก็ต้องไปอยู่ร้านใหม่ ไทม์เอาท์ทำแบบนี้แสดงว่าไม่อยากได้เงินค่าสมาชิกจากร้านชรัณอีกแล้วใช่ไหม” ฝ่ายนั้นยังยืนกรานเหมือนเดิม เมื่อเอากฎมาอ้างพชรก็ได้แค่คิดหาทางออกในหัวแทบระเบิด แม้ชรัณจะไม่ใช่คนดีนัก แต่ทางฝั่งเขาก็ต้องพึ่งประโยชน์จากทางฝั่งนั้นเหมือนกัน เหล้าที่สั่งมาในร้านเกือบครึ่งที่เป็นของทางร้านชรัณ เพราะเป็นเจ้าที่นำเข้าส่งออกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายใหญ่ อีกทั้งตอนเปิดร้านใหม่ ๆ ก็ได้ร้านชรัณช่วยโปรโมตให้ เนื่องจากมีคอนเนคชั่นมากกว่า เพราะแบบนี้แม้ชรัณจะนำเด็กตัวเองที่ไม่ค่อยจะดีนัก เอาตัวล่าง ๆ มาประมูลแต่ปูรณ์ก็ยอมปล่อยผ่านในหลายครั้ง

“หรือว่าตั้งใจมีปัญหากับผมตั้งแต่แรกคุณพชร เป็นคำสั่งของเจ้านายคุณรึเปล่า” ชรัณเดินเข้ามาถาม พวกเขาเลื่อนวงสนทนาให้ออกไปทางหลังร้านเพื่อที่จะได้เคลียร์กันสะดวก และไม่รบกวนลูกค้าในร้านด้วย เมื่อมาอยู่ตรงนี้ที่มีแสงไฟส่องชัด โพธิวัฒน์ก็สำรวจชายคนที่ประมูลตน และก็ต้องตบเข่าฉาดเมื่อเห็นว่าชายที่หินเรียกว่าเสี่ยชาติคือคนเดียวกับที่คุยกับตนเมื่อครู่ ดีนะที่ไม่ทำกิริยาต่ำ ๆ ออกไป ไม่งั้นอดเงิน 10% แน่ ๆ

“ไม่ใช่ครับ นายไม่ทราบเรื่องนี้ เป็นลูกน้องของผมเองที่เข้าใจผิดว่าโพคือเด็กประมูล ที่จริงวันนี้เด็กแค่มาดูงานที่นี่เฉย ๆ ครับ คุณชาติลอง...”

“นั่นมันก็เรื่องของคุณ ก็อย่างที่ลูกน้องผมบอกไว้ กฎต้องเป็นกฎ ผมทำผิดตรงไหนพวกคุณถึงจะไม่ให้เด็กประมูลมา ในเมื่อเด็กคนนี้ยืนบนเวทีในฐานะเด็กประมูลแล้วผมย่อมมีสิทธิ์ได้เด็กคนนี้ไป ดีเท่าไหร่แล้วที่ผมไม่ประท้วงเรื่องที่ไทม์เอาท์ส่งเด็กตัวเองขึ้นเวีทีถึง 2 คน”

“พี่เพชร” โพธิวัฒน์ที่ยืนโงนเงนเงียบมานานเรียกคนที่กางแขนกันตัวเองไว้เหมือนแม่ไก่ปกป้องลูกไก่ก็มิปาน “ดูท่าฝั่งนั้นเขาไม่ยอมแน่ ผมพร้อมนะพี่ให้ผมทำเถอะ นี่พี่...เดี๋ยวผมเป็นสายสืบให้เองว่าในร้านนั้นเขาเล่นตุกติกอะไรกับเรารึเปล่า เห็นพี่หินบอกว่ามีคนทำงานแบบนี้ให้คุณปูรณ์ด้วยไม่ใช่เหรอ พี่ไม่ต้องกลัวคุณปูรณ์โกรธหรอก ผมว่าคุณปูรณ์น่าจะเข้าใจ”

“ไม่ได้ ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับคำสั่งนายเท่านั้น” พชรตอบกลับน้ำเสียงเครียดจัด จังหวะที่คนทั้งสองเผลอ ชรัณสั่งให้ลูกน้องมารวบตัวโพธิวัฒน์ไว้ทันที พชรไม่ยอมจึงได้มีการต่อสู้กันระหว่างทั้งสองฝ่ายเกิดขึ้น หินที่รีบโทรไปรายงานเจ้านายอยู่เห็นแบบนั้นจึงเข้ามาช่วยไว้ ชรัณอาศัยช่วงชลมุนปล่อยให้ลูกน้องจัดการพชรกับหินแล้วพาโพธิวัฒน์ไปขึ้นรถ ซึ่งถูกสั่งให้ขับมาจอดรถไว้แล้ว

“เห้ย! อะไรเนี่ย! ทำไมไม่พูดกันดี ๆ ทำไมต้องต่อยกันด้วยวะ” โพธิวัฒน์จะเข้าไปช่วยพชรแต่โดนชรัณรั้งไว้ ก่อนจะโดนดันให้เข้าไปนั่งในรถ แต่เด็กแสบก็คือเด็กแสบเมื่อเจ้าตัวเปิดประตูอีกฝั่งเพื่อจะหนีลงจากรถ ชรัณเห็นว่าโพธิวัฒน์ไม่ยอมอ่อนลงง่าย ๆ จึงต่อยเข้าท้องช่วงลิ้นปี่ ทำเอาเด็กหนุ่มตัวงอเพราะความจุกไปหลายวินาที

“ออกรถ!” คนขับรถของชรัณเหยียบคันเร่งขับรถออกไปจากหลังร้านทันที กว่าหินกับพชรจัดการลูกน้องของชรัณได้ก็ไม่เห็นรถของชรัณแล้ว

“แกโทรบอกนายแล้วใช่ไหมไอ้หิน!”

“บอกแล้วครับ” หินตอบพลางเตะเข้าชายโครงลูกน้องชรัณคนที่นอนอยู่ใกล้เท้าให้พ้นทาง ส่วนคนอื่น ๆ ก็ถูกลากคอเสื้อจับมากองรวมกันไว้แล้วมัดให้เรียบร้อย เด็กในร้านออกมาดูจึงถูกหินสั่งให้เฝ้าไว้

“เตรียมข้อแก้ตัวดี ๆ ไว้เลย ตามมา!” พชรสั่งแค่นั้นก่อนจะวิ่งนำไปที่รถของตนเอง ปืนที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้เบาะถูกนำออกมาเตรียมไว้เผื่อต้องปะทะ หวังว่ามันจะเป็นทางสุดท้ายที่เขาต้องทำเถอะ

พชรขับรถออกมาจากร้าน โดยมีหินนั่งอยู่เบาะข้างกัน จังหวะเดียวกันนั้นโทรศัพท์ของพชรก็ดังขึ้น เห็นชื่อหน้าจอแล้วเสียวสันหลังวาบเพราะปูรณ์โทรมา ฝ่ายลูกน้องกดรับแต่ยังไม่ได้พูดอะไรออกไปปลายสายก็ถามขึ้นมาเสียก่อน

[มันพาโพไปไหน]

“ผมไม่แน่ใจครับ แต่คิดว่าคงไปที่พักของมัน” พชรตอบ ยังไม่ทันได้กดวางสายก็มีรถแลนด์โลเวอร์คันสีดำขับแซงไป ไม่ต้องดูทะเบียนก็รู้ว่าคนขับคือเจ้านายเขาเอง

“นั่นรถของนายนี่”

“เออ! ติดต่อไอ้พุฒิด้วยว่าคุณชาติพาเด็กประมูลเข้าร้านรึเปล่า” พชรสั่ง เนื่องจากพุฒิคือเด็กเก่าที่ร้านและกลายเป็นเด็กประมูลไปอยู่ที่ร้านชรัณ งานนี้คงต้องสืบหาเอาจากคนของเขาทุกทางหากไม่อยากให้มีการนองเลือดเกิดขึ้น

ฝั่งของโพธิวัฒน์หลังจากที่โดนหมัดอัดเข้าท้องก็จุกไปพักใหญ่ เด็กหนุ่มหอบหายใจด้วยความทรมาน ได้แค่นอนนิ่งให้อีกฝ่ายลูบไล้ร่างกายราวกับร่างเขาเป็นของมันเอง แม้จะขยับตัวหนีแต่อีกฝ่ายก็ยังใช้แรงข่มเอาไว้

“อยู่นิ่ง ๆ จะมาขัดขืนอะไรตอนนี้”

“แล้วทำไมไม่พูดดี ๆ วะ คนนะเว้ย พูดกันก็รู้เรื่อง” ทันทีที่โพธิวัฒน์พอจะมีแรงสวนกลับก็พูดทำเอาอีกฝ่ายตบหน้าเขาฉาดใหญ่

“อย่ามาพูดหยาบ ๆ กับกูนะ จำใส่หัวไว้ด้วยว่ากูนายใหม่ของมึง!” มือใหญ่บีบกรามโพธิวัฒน์แน่น แม้จะถูกใจแต่ก็ไม่ใช่จะให้มาลูบคมกันง่าย ๆ เลือดที่คลุ้งอยู่ในปากทำให้โพธิวัฒน์ต้องฝืนกลืนลงไป และพออาการจุกเริ่มหายไปเขาก็เริ่มแผลงฤทธิ์ในทันที ไหน ๆ ก็ได้เวลาเอาวิชาครูป้อมมาใช้ก็ขอเอาให้สุดเถอะ

ผัวะ!

โพธิวัฒน์ต่อยชรัณทีเผลอทำอีกฝ่ายหน้าหัน ก่อนจะยกขาขึ้นถีบตรงไหนก็ได้ที่จะโดนได้

“ถ้ามีเจ้านายอย่างมึงสู้กูยอมโดดรถตายตรงนี้ดีกว่าไอ้เวร!” พอพูดไปแบบนั้นแทนที่จะปลดล็อกประตูรถได้กลับกลายเป็นเขาถูกเอาปืนมาจ่อหัวไว้ ปืนจริง ๆ ที่ไม่ใช่แค่ปืนปลอมแบบที่ในละครเขาใช้ และเชื่อด้วยว่าในกระบอกนี้มีกระสุนอยู่ด้วย

“ปากดีแบบนี้ไอ้ปูรณ์มันเลี้ยงมึงไว้ได้ยังไง แต่ก็นะ...มันชอบเก็บเศษคนมาฟูมฟักหวังจะให้เป็นลูกน้องดี ๆ แต่มันคงไม่รู้ถึงสันดานคนว่าแค่เอาเงินล่อให้มากหน่อยพวกมันก็ยอมทรยศแล้ว” ปากพูดไปก็จับตัวโพธิวัฒน์ให้นั่งดี ๆ โดยปืนที่ยกขึ้นจ่อหัวอีกฝ่ายไว้ยังไม่ลดลง เขาเคยหลอกล่อคนของปูรณ์มาได้ แต่ยังไม่ทันได้ร่วมงานกันฝ่ายนั้นก็ ‘เก็บ’ คนของตนเองไปเสียก่อน
โพธิวัฒน์ที่กลัวจับจิตได้แค่ตัวสั่น ข่มความกลัวไว้ด้วยการเก็บปากเก็บคำ แต่ในหัวคิดไม่ตกว่าจะหนีจากคน ๆ นี้อย่างไร ตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่าชรัณเป็นคนดีหรอก แต่ก็ไม่คิดว่าจะเลวขนาดนี้

“หน้าตาก็ดีนะ ผิวพรรณดูธรรมดา รู้ไหม...ถ้ามึงทำให้กูถูกใจมากกว่านี้กูจะเลี้ยงมึงให้ดีกว่าที่ไอ้ปูรณ์เลี้ยงเลย” จมูกโด่งของมันแตะดมไปตามแก้มและซอกคอ อาการรังเกียจของโพธิวัฒน์ปิดไม่มิด เขาได้แค่เบี่ยงตัวหนีแต่ไอ้หื่นมันยังตามมาไม่เลิก เสียงจูบที่คอทำเอาโพธิวัฒน์ทนไม่ไหวผลักอีกฝ่ายออกไป ก่อนจะยกเท้าขึ้นดันให้ชรัณห่างตนไว้ให้มากที่สุด ทำให้เขาโดนด้ามปืนตบเข้าสันกรามจนเลือดกบปาก ความเจ็บแล่นริ้วจี๊ดบนใบหน้าไปครึ่งซีก

“ฤทธิ์เยอะนักนะมึง!”

เอี๊ยดดดด!

ตัวรถถูกเบรคจนผู้โดยสารภายในกลิ้งไปคนละทาง คนขับรถของชรัณเหยียบเบรคกะทันหันเพราะมีขับมาจอดขวางตัดหน้า

“มึงขับรถยังไงห้ะ!”

“ขอโทษครับ แต่ท่านครับ...นั่นมันคุณปูรณ์” คนขับรถบอก แสงไฟหน้ารถสาดไปตามถนนเปลี่ยวเป็นทางลัดไปสู่ร้านของพวกเขา ระแวกนี้เป็นแถวหลังอาคารร้าง ไม่มีใครอยู่อาศัยหรือใช้สัญจรไปมาเท่าไหร่นัก เพราะความเปลี่ยวและมืดทำให้ดูอันตราย

ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ใบหน้าเรียบนิ่งลงจากรถของตนเอง เดินตรงมาที่รถของชรัณซึ่งจอดนิ่งสนิท ชรัณตั้งสติก่อนจะสั่งออกรถทันทีไม่ทันให้ปูรณ์เดินมาถึงตัวรถ

ปัง!

ปูรณ์ยิงไปยังล้อรถด้วยความแม่นยำในระยะห่างไม่ถึง 5 เมตร ส่งผลให้ล้อเกิดความเสียหายและขับต่อไม่ได้ในทันที โพธิวัฒน์อุทานลั่นรถด้วยความตกใจที่ปูรณ์ยิงใส่ล้อรถ ถ้าเกิดพลาดลูกกระสุนเจาะเข้ามาในรถเขาไม่โดนลูกหลงตายหรอกเหรอ



ออฟไลน์ tong_pub

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 410
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +93/-5


“มึงลงไปจัดการมัน” ชรัณตะคอกใส่คนขับรถของตนเองทั้งที่อีกฝ่ายเป็นเพียงคนขับรถเท่านั้น ไม่ได้มีอาวุธหรือรู้การต่อสู้ใด ๆ เลย

“แต่ผม...”

“กูบอกให้ลงไปจัดการมัน ลงไปสิวะ!” ชรัณถีบคนของตัวเองไปหนึ่งที โพธิวัฒน์อยากใช้โอกาสนี้หนี แต่เขามีแค่ชีวิตเดียวและนี่ไม่ใช่ละครที่เขาจะแย่งปืนจากอีกฝ่ายมาแล้วขู่ว่าถ้าไม่ปล่อยเขาจะยิง จึงได้แค่นั่งเงียบ ๆ อย่างหวาดกลัว

คนขับรถของชรัณลงจากรถไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ปูรณ์เห็นจึงยกปืนขึ้นขู่ อีกฝ่ายกลัวลนลานจึงคิดหนีเอาตัวรอดด้วยการวิ่งหนีไป ชรัณได้แค่สบถด่าคำหยาบเท่าที่จะนึกออกด้วยความหัวเสีย ก่อนจะเป็นตนเองที่ลงจากรถมาไม่ลืมขู่โพธิวัฒน์บอกว่าหากหนีชรัณจะยิงปูรณ์ให้ตายเสียตรงหน้านี้แหละ

“ว่าไงล่ะปูรณ์ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” ชรัณทักทายราวกับตอนนี้ไม่ได้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฎขึ้นบนใบหน้า แต่ปูรณ์กลับไม่แสดงสีหน้าใด ๆ ตอบกลับมา

“ส่งเด็กนั่นมาให้ฉัน”

“เด็กไหนเหรอ? ในรถคันนี้มีแต่คนของฉัน” ชรัณทำไขสือนั่นยิ่งทำให้ปูรณ์โมโหมากขึ้นไปอีกกับท่าทางกวนประสาทที่อีกคนมีให้

“โพไม่ใช่เด็กประมูล ฉันจะคืนเงินขวัญถุงและจะส่งเด็กคนอื่นไปให้แกที่ร้านแทน ถือเป็นการขอโทษที่ทำให้เข้าใจผิด” ปูรณ์พยายามพูดอย่างใจเย็น เพราะโพธิวัฒน์ยังคงอยู่ในรถของชรัณ และเขาไม่รู้ว่าภายในรถเป็นอย่างไร

“จุ๊ ๆ ไม่เอาปูรณ์ แกก็รู้ว่ากฎต้องเป็นกฎ ฉันจะเอาเด็กคนนี้คนที่แกรีบมาขวางถึงนี่เพื่อจะพากลับไป”

ผัวะ!!

ความอดทนสิ้นสุดเมื่อท่าทีกวนประสาทของชรัณไม่มีทีท่าว่าจะหยุด จนเขาต้องพุ่งเข้าต่อยหน้ากวน ๆ นั่นจนอีกคนเซ โพธิวัฒน์นั่งดูสถานการณ์อยู่ในรถเบิกตาโต มันไม่เคยเห็นคุณปูรณ์ดูโกรธขนาดนี้มาก่อน ไม่รู้ชรัณไปพูดอะไรถึงได้โดนหมัดไม่ทันตั้งตัวแบบนั้นได้ โพธิวัฒน์ใช้โอกาสนี้เปิดประตูรถอีกข้างเพื่อหนีออกจากรถ และมาแอบอยู่ข้างรถแทน กะระยะทางระหว่างรถของชรัณกับรถของคุณปูรณ์และความเร็วในการวิ่งของตนเอง คิดว่าคงจะรอดได้หากวิ่งให้เร็วที่สุด

“แกกล้าต่อยฉันเหรอไอ้ปูรณ์!!” ชรัณตวาดเสียงดังยกปืนขึ้นทำท่าจะยิง แต่ปูรณ์ไวกว่าเตะมืออีกฝ่ายจนปืนหลุดกระเด็นไปไกล

“ฆ่าแกฉันก็ทำได้!! เอาโพมาให้ฉัน!!” ปูรณ์ตวาดเสียงกร้าวล็อกแขนอีกคนไว้ ปืนที่มีในมือถูกใช้จ่อไว้ที่ท้ายทอย แต่ฝีมือการป้องกันตัวของชรัณก็ไม่แพ้ใครสะบัดจนหลุดแล้วเสยปลายคางเต็ม ๆ

“เชี่ย!” โพธิวัฒน์ที่แอบดูอยู่อุทานเมื่อเห็นว่าผู้ชายสองคนเริ่มซัดกันจริงจังมากขึ้น เสียงหมัดหนัก ๆ และเลือดเริ่มมีให้เห็น ในจังหวะที่ชลมุนอยู่นั้นลูกน้องของทั้งชรัณที่ตามมาทีหลังแต่ไม่ใช่พวกที่โดนจับตัวไว้ก็มาถึง พชรและหินเองก็เช่นกัน โพธิวัฒน์ใจชื้นขึ้นที่ได้เห็นหน้าคนทั้งสอง แต่ลูกน้องของชรัณไม่รีรอยิงเปรี้ยงขึ้นทันที เฉียดหัวโพธิวัฒน์ไปอย่างฉิวเฉียด พชรกับหินจึงหันไปจัดการทันที

“ไอ้บ้าเอ๊ย! หัวกู!” เกือบพากระสุนไปฝากยมบาลแล้วไหมล่ะ ดีที่ไม่ยืนขึ้นเต็มความสูงไม่งั้นคงได้จมกองเลือดอยู่ตรงนี้ ฝ่ายปูรณ์ได้ยินเสียงโพธิวัฒน์จึงหันมองเห็นเด็กหนุ่มหมอบอยู่ข้างรถเอามือกุมหัวไว้ ปูรณ์จึงยิงขู่ชรัณเฉียดขาอีกฝ่ายไปได้เลือดเพราะกระสุนถาก

“ถ้าไม่ใช่เพราะความเป็นเพื่อนที่เคยมี กระสุนเม็ดนี้คงฝังหัวแกไปแล้ว!” ดวงตาแข็งกร้าวเหมือนราชสีห์จ้องไปที่ร่างคนบนพื้นที่นอนครวญครางด้วยความเจ็บปวด โพธิวัฒน์ตัวสั่นเมื่อเห็นว่าปูรณ์ยิงคนจริง ๆ แม้จะไม่โดนจุดสำคัญก็ตาม

“ท่าน!” คนของชรัณชะงักแม้จะตะลุมบอลอยู่เพื่อดูว่าใตนโดนยิง เมื่อเห็นนายของตนเองลงไปนอนกองบนพื้นจึงปรี่เข้ามาหา

“จำไว้ว่าถ้าฉันบอกว่าไม่ก็คือไม่!” พูดจบปูรณ์ก็เดินมาหาโพธิวัฒน์ที่หมอบคุดคู้อยู่ ใบหน้าเรียบนิ่งเครียดจัด จับแขนเรียวได้ก็กระชากจนคนร่างบางปลิวติดมือมา สายตาโกรธเกรี้ยวดั่งไฟลุกชัดเจนจนไอ้โพกลัว

“มานี่!” ปูรณ์ลากกึ่งกระชากโพธิวัฒน์ให้เดินตามตนไป พชรกับหินก็รีบขึ้นรถที่ขับมา ส่วนคนของชรัณก็รีบพาเจ้านายขึ้นรถเพื่อไปโรงพยาบาล เนื่องจากเลือดออกเยอะมาก

ชายหนุ่มไม่พูดพร่ำทำเพลง จับโพธิวัฒน์นั่งในรถได้ก็ปิดประตูเสียงดังโครม ก่อนจะพาตนเองมาประจำที่คนขับ เหยียบคันเร่งออกรถกระชากตัวออกไปจากตรงนี้ทันที โพธิวัฒน์ที่ยังอยู่ในชุดเสื้อคลุมตัวเดียวกอดตัวเองเพราะความหนาวของอุณหภูมิในรถ แอบมองหน้าปูรณ์ที่ตอนนี้ขบกรามจนเห็นสันกรามชัดเจน ใบหน้าหล่อคมเข้มบัดนี้ดูดุยิ่งกว่ายักษ์จนไม่กล้าแม้กระทั่งจะหายใจเสียงดัง

“ทำไงดีคุณเพชร นายเอาผมตายแน่” หินกุมมือเย็นเฉียบของตนเองไว้ มองตามรถเจ้านายที่ขับนำออกไปด้วยความเร็วที่รับรู้ได้ว่าไม่ใช่อารมณ์ปกติของเจ้าตัว หันมองหน้าเลขาฯ คนสนิทของเจ้านายอย่างขอความช่วยเหลือ ตอนทำงานพลาดยังไม่หวาดกลัวเท่าตอนนี้เลย

“ไม่รู้เว้ย ตอนนี้ห่วงอย่างเดียว โพจะเป็นยังไงบ้างไม่รู้” ใช่...เขาห่วงโพ คุณปูรณ์ตอนอารมณ์ไม่ดีเคยควบคุมแรงตัวเองได้เสียทีไหน ยิ่งมีเรื่องแบบนี้ยิ่งแล้วใหญ่

“โห... นายห่วงมันขนาดนั้นคงไม่ทำมันตายคามือหรอก”

“แต่ก็ไม่แน่! ดูเรื่องที่แกกับมันสร้างไว้สิ” พชรหันมาพูดด้วยอารมณ์โมโห ไอ้ตัวสร้างเรื่องก็นั่งหน้าซีด ใจหนึ่งก็สงสารแต่อีกใจก็ได้แต่ร้องว่าสมควร แต่หินมันไม่รู้เรื่องด้วยเพิ่งมารู้เอาตอนเขาบอก คนที่น่าจะโดนให้หนักสุดน่าจะเป็นโพธิวัฒน์ที่แสบไม่แพ้ใคร รายนั้นเห็นอะไรเป็นเงินเป็นทองก็อยากทำอยากเอาหมด ไม่รู้ตอนเด็ก ๆ หลวงพ่อแกให้มันอดข้าววัดรึไง

แลนด์โรเวอร์สีดำจอดตรงหน้าประตูบ้าน โดยมีรถของพชรตามมาติด ๆ อารมณ์โกรธของเจ้านายยังพุ่งสูงแม้ว่าอากาศภายในรถจะเย็นเฉียบจับจิตก็ตาม โพธิวัฒน์เปิดประตูรถลงมาก่อนที่ปูรณ์จะลงจากรถเสียอีก

“เดี๋ยวก่อน! ฉันบอกให้ไปแล้วรึไง” ปูรณ์เรียกเสียงเข้มถึงคนที่เดินเข้าบ้านมาก่อน แม่บ้านที่มารอรับเห็นเพียงว่าก่อนออกไปเจ้านายรีบร้อนมากเพียงใด ไปในชุดอยู่บ้านด้วยซ้ำอีกทั้งยังถือปืนไปด้วย เกรงว่าจะมีเรื่องแล้วก็คงจะมีเรื่องจริง ๆ เมื่อรับรู้ได้ว่าอารมณ์เจ้านายโมโหแทบขีดสุด ก่อนจะสลายตัวกันไปปล่อยให้เป็นเรื่องของเจ้านาย

“นายครับ”

เพี้ยะ!

หินรีบลงจากรถพุ่งเข้ามาหวังจะมาแก้ตัวกับเจ้านาย แต่เพียงแค่เรียกเท่านั้น ร่างสูงใหญ่ของปูรณ์ก็หันมาพร้อมกับตวัดมือฟาดหน้าเขาไปเต็มแรงจนได้เลือด

“ทำงานยังไงถึงได้พลาดแบบนี้!!” ปูรณ์ตวาดเต็มเสียงจนคนในบ้างสะดุ้งเฮือกรวมไปถึงพชรที่เดินตามมาด้วย ส่วนโพธิวัฒน์ได้แค่ยืนอึ้งอยู่ที่เดิม มองหน้ารุ่นพี่คนสนิทที่ตอนนี้ยืนกุมมือก้มหน้านิ่งรอรับการลงโทษ

“ขอโทษครับนาย ผมไม่ทราบ...”

“แล้วทำไมแกไม่ถาม ทั้งยังแหกกฎการประมูลส่งเด็กของเราไปสองคน ฉันให้แกคุมงานแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วทำไมถึงคิดเองไม่ได้ว่าฉันไม่เคยอนุญาตให้ใครแหกกฎใด ๆ ทั้งสิ้น!!” ปูรณ์กระชากคอเสื้อหินจนคอเสื้อแทบปิดรัดคออีกฝ่าย สายตาที่มองไปยังลูกน้องแทบฉีกให้เป็นชิ้น ๆ อยากจะฆ่าให้ตายคามือซะเดี๋ยวนี้เลยถ้าเป็นไปได้

“พี่หินเข้าใจผิดคิดว่าคุณส่งผมไปดูงานแบบนั้น เขาถามผมแล้วว่าจะขึ้นเป็นเด็กประมูลไหม ผมตกลงเพราะคิดว่าถ้าได้เงิน...”

“แกทำงานพลาดแบบนี้จะให้ฉันทำยังไง ให้ ‘เก็บ’ เหมือนคนก่อน ๆ ดีไหม” ปูรณ์ไม่สนใจเสียงโพธิวัฒน์ ถามคนตรงหน้าเสียงเรียบเย็นจนหินเบิกตาโต

“ไม่ครับนาย ผมขอโทษจริง ๆ ครับ ต่อไปผมจะระวัง...”

“ฉันคงไม่ต้องมาฟังคำแก้ตัวถ้าแกทำตามที่ฉันบอกจริง ๆ ทำงานกับฉันมาเป็นปี ๆ ยังทำให้ระบบงานเสียแบบนี้แกคิดว่าฉันควรเก็บแกไว้จริงน่ะเหรอ!” ปูรณ์ตะคอกใส่ทั้งที่หินยังพูดไม่ทันจบ ปืนคู่ใจที่เขาใช้ยิงชรัณจ่ออยู่ตรงขมับซ้ายของหินระยะประชิด พชรอึ้งไปเพราะไม่รู้จะทำอย่างไร สงสารลูกน้องคนนี้แต่น้ำกำลังเชี่ยวถ้าเขาเอาเรือขวางก็เกรงว่าจะไม่เกิดผลดีอะไรเลย อีกทั้งงานนี้เขาก็ผิดน้อยไปกว่ากันเสียเมื่อไหร่ ทั้งที่นายฝากโพกับเขาไว้แต่เขาดันดูแลไม่ดีเอง ตอนนี้จึงได้แค่ภาวนาให้เส้นความอดทนของคุณปูรณ์อย่าเพิ่งขาดก็แล้วกัน

“อย่านะคุณปูรณ์!! ยะ...อย่าทำพี่หินเลย พี่เขาไม่ผิด ผิดที่ผมเอง ถ้าจะหาคนผิดก็ต้องเป็นผมที่โดนความโลภความอยากได้เข้าครอบงำ” มาถึงตอนนี้ความกลัวที่สะสมมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ทำให้โพธิวัฒน์น้ำตาเอ่อคลอ ภาพปืนลั่นและกระสุนที่เฉียดหัวตัวเองไปยังค้างอยู่ในหัวอยู่เลย ความน่ากลัวของอาวุธชนิดนี้แค่เพียงเห็นมันก็ขยาดแล้ว

กริ๊ก

เสียงขยับปืนเพียงนิดเดียว แต่เพราะความเงียบและความกดดันทำให้เสียงมันดังชัดเจน ปูรณ์จ่อปลายกระบอกเข้าชิดขมับหินมากขึ้นหวังว่ายิงนัดเดียวให้ตาย...

“ไม่นะคุณปูรณ์ อย่าทำ...ขอโทษ ผมขอโทษ ผมผิดไปแล้ว อย่ายิงพี่หิน” โพธิวัฒน์ปรี่เข้าไปทรุดนั่งกอดขาของร่างสูงไว้พลางปล่อยโฮ แค่คุณปูรณ์ยิงเสี่ยชาติก็ทำเอามันช็อกแทบบ้าแล้ว นี่อย่ามายิงรุ่นพี่เขาต่อหน้าต่อตาเลย เขากลัวแล้วจริง ๆ

“หิน...รับปากกับฉันว่าแกจะไม่ทำงานพลาดอีก และจะรอบคอบมากกว่านี้” ปูรณ์ไม่สนใจเด็กหนุ่มที่นั่งกอดขาเขาอยู่ ปืนที่พร้อมเหนียวไกไม่ได้โดนลดระดับลงแม้แต่น้อย ทุกอย่างอยู่ที่เขากำหนด ทุกชีวิตในที่นี่มีเขาเป็นคนกำหนดรวมไปถึงเด็กคนที่เขาไปเอาตัวคืนมาด้วย

“ครับ.. ผมจะไม่ทำงานพลาดอีก” หินรับคำเสียงสั่น คุณปูรณ์ไม่ค่อยให้โอกาสคนมากนักหรอก

“ทีนี้เข้าใจหรือยังว่าการกระทำที่ไม่ยั้งคิดของตัวเองทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อนขนาดไหน” กระบอกปืนลดระดับลงแล้ว สายตาคมดุจเหยี่ยวมองลงมายังคนที่นั่งน้ำตานองหน้าอยู่บนพื้น หวังว่าการเชือดไก่ให้ลิงดูในครั้งนี้จะทำให้โพธิวัฒน์คิดขึ้นมาได้บ้างว่าควรทำตัวให้อยู่ในกรอบ ไม่ใช่คิดเองไปเสียทั้งหมด เขาให้อิรสะกับคน ๆ หนึ่งได้เท่าที่ควรจะให้ เพราะอย่างไรเสียเขาก็คือเจ้านายของพวกมัน ไม่อยากกักขังความคิดความรู้สึกของคน ๆ หนึ่งเหมือนทาส แต่หากโพธิวัฒน์ยังทำแบบนี้มันจะเสียระบบการปกครอง ซึ่งเขาปล่อยไว้แบบนั้นไม่ได้

“ครับ เข้าใจแล้วครับ” โพธิวัฒน์รับคำเสียงอ่อนแต่หนักแน่น เข้าใจแล้วว่าการกระทำที่คิดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียวของเขาทำคนอื่นเดือดร้อนไปหมด ทั้งคุณปูรณ์ที่อาจต้องเสียลูกค้ารายใหญ่ไป ทั้งเข้าใจผิดกับลูกน้อง หินที่ต้องมารับการลงโทษที่ไม่สมควรได้อีก

“หิน...เข้าใจในสิ่งที่ฉันทำใช่ไหม” ชายหนุ่มหันมาถามลูกน้องที่ยังยืนก้มหน้าอยู่ที่เดิม

“เข้าใจครับ”

“ไปได้แล้ว” พูดจบปูรณ์ก็เดินขึ้นชั้นบนทันที โพธิวัฒน์ที่ยังมือไม้สั่นนั่งอยู่เดิม รู้สึกโล่งใจที่ไม่ต้องมาเห็นหินตายต่อหน้าต่อตาตัวเอง

“ผมขอโทษนะพี่ ทำพี่ซวยไปด้วยเลย” โพธิวัฒน์หันไปยกมือไหว้ขอโทษรุ่นพี่ หินยิ้มให้แม้จะปวดกรามอยู่ไม่น้อย

“เออ กูก็ผิดที่ถามมึงก่อนจะดูให้ดี ไปล่ะ ไว้เจอกัน” หินบอกลา เขาไม่ถือโทษโกรธโพธิวัฒน์และเข้าใจสิ่งที่นายทำด้วย เขาผิดที่ตัดสินใจไปเองโดยไม่ถามให้ดีก่อน ดีเท่าไหร่ที่นายไม่ไล่ออกจากงาน

“ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเข้านอนเถอะ ดึกแล้ว” พชรเดินเข้ามาพยุงเด็กหนุ่มร่างบางให้ลุกยืน ใบหน้าหวานยังมีคราบน้ำตาอยู่ เจ้าตัวคงรู้สึกได้เลยรีบเช็ดออกจนจมูกแดงไปหมด

“คุณปูรณ์น่ากลัวมาก ทำไมมีการยิงกันด้วย มัน...น่ากลัวว่ะ”

“เรายังต้องเรียนรู้อีกเยอะ ไปเถอะ ไปบอกลานายสักหน่อยก่อนเข้านอนด้วยล่ะ นายคงอยู่ห้องนอนไม่ก็ห้องทำงาน” โพธิวัฒน์พยักหน้ารับ ยกมือไหว้พชรเป็นการขอบคุณ ก่อนจะเดินขึ้นห้องเพื่ออาบน้ำที่ห้องตัวเอง จากนั้นก็ตามหาคุณปูรณ์อย่างที่พชรบอก พบว่าอีกฝ่ายอยู่ในห้องทำงานจึงเข้าไปหาด้วยท่าทีกล้า ๆ กลัว ๆ ขณะเดียวกันมือถือของพชรก็มีข้อความเข้า

“กูก็ไม่รอดด้วยสินะ” เจ้าตัวบ่นพึมพำพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่กับข้อความที่เจ้านายส่งมาให้



TBC.

ออฟไลน์ kokoro

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1188
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +136/-2
ยังดีที่คุณปุนน์ไปตามตัวกลับมาได้ แล้วโพก็ได้ประสบการณ์กับตัว น่าจะสงบมากขึ้น
 บทลงโทษเด็กดื้อจะต้องไปธรรมดาแน่นอน เหอๆ

ออฟไลน์ Tiffany

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1087
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-0
งานนี้น้องโพคงหายซ่าไปอีกนาน

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1030
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0

ออฟไลน์ Keane

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 281
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-0

ออฟไลน์ tong_pub

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 410
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +93/-5


ดูแลครั้งที่ 8


ปูรณ์นั่งบนเก้าอี้หนังตัวใหญ่หลังโต๊ะทำงาน เอกสารและแลปท็อปเปิดค้างไว้ คาดว่าก่อนออกไปคงทำงานค้างอยู่ ความเงียบเข้าปกคลุมในห้องจนรู้สึกอึดอัด แต่โพธิวัฒน์ก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิมรอให้อีกฝ่ายเอ่ยปากถามว่าเขาเข้ามาทำอะไร

“มีอะไร” ในที่สุดคนอาวุโสกว่าก็ถามจนได้ โพธิวัฒน์ที่แอบกลั้นหายใจปล่อยลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก อย่างน้อยก็ไม่โดนไล่ให้ออกไปล่ะวะ

“ผมอยากขอโทษ”

“เธอพูดไปแล้ว”

“แต่ผมยังพูดไม่หมด”

“ไว้ค่อยคุย ฉันจะทำงาน”

“ผมขอเวลาแค่แป๊บเดียว” โพธิวัฒน์ยังรั้นต่อ จนท้ายที่สุดคนที่สวมแว่นสายตาต้องถอดแว่นออกแล้วมองคนที่ยืนจ้องหน้าตนอยู่

“จะพูดอะไรก็รีบพูดมา อย่าให้ฉันต้องเสียเวลาไปมากกว่านี้”

“ก่อนนี้ผมเคยคิดว่าผมมาอยู่ที่นี่แล้วผมจะทำอะไรก็ได้ คือ...คุณเหมือนจะให้อภิสิทธิ์ผมมากกว่าคนอื่นผมเลยได้ใจผมยอมรับ แต่เรื่องคืนนี้ผมแค่อยากหางานอื่นเพิ่มระหว่างที่อยู่ในการเรียนรู้ที่จะเป็นพี่เลี้ยงเด็ก” ปูรณ์ตั้งใจฟัง เขานั่งพิงพนักเก้าอี้สองมือประสานไว้ตรงหน้าท้อง มองคนที่กำลังพูดอยู่ด้วยสายตาเรียบนิ่ง

“พี่หินบอกว่าคุณเคยให้เด็กประมูลเป็นสายสืบด้วย ผมอยากช่วยคุณเลยตกลงขึ้นเวที เพราะคิดว่ามันคงจะมีประโยชน์กว่านี้ถ้าผมได้ทำอะไรเท่ ๆ เหมือนคืนอื่นบ้าง” พูดจบไปอึดใจใหญ่ปูรณ์ยังคงมองเขาอย่างพิจารณา ราวกับว่าสายตาคู่นี้มองทะลุชุดนอนที่เขาสวมอยู่ได้

“นี่คือทั้งหมดที่เธอจะพูดจริง ๆ เหรอ พูดมาให้หมดโพธิวัฒน์ทั้งหมดที่เธอคิด” ความกดดันทำให้โพธิวัฒน์เริ่มสั่น มือเย็นเฉียบเพราะมีอีกอย่างที่เขายังไม่ได้พูด

“ผม...อยากได้เงิน ผมคิดว่าถ้าผมผ่านการประมูลจะได้ส่วนแบ่งจากเงินขวัญถุง จำนวนเงินมันก็พอสมควร ผม...”

“ที่ฉันให้มันยังไม่มากพอสำหรับเด็กที่จบแค่ม.6 ไม่มีความสามารถพิเศษและทำอะไรไม่เป็นเลยด้วยซ้ำเหรอ วันละพันมันคงไม่พอต่อความต้องการของเธอใช่ไหม” อุณหภูมิจากเครื่องปรับอากาศที่ว่าเย็น ยังเทียบไม่ได้กับน้ำเสียงและรังสีที่แผ่ออกมาของคุณปูรณ์จนไอ้โพรู้สึกได้

โพธิวัฒน์ไม่ตอบคำถามได้แค่ก้มหน้านิ่ง ความรู้สึกตอนนี้มันเหมือนมีใครมาดูดเสียงไป ขโมยความความกล้าที่เคยมีไปจนหมดสิ้นแล้วเอาความรู้สึกหน่วงเข้ามาแทนที่ นี่เป็นครั้งแรกที่คุณปูรณ์พูดดูถูกและก็เถียงไม่ได้เพราะมันคือเรื่องจริง จนรู้สึกเหมือนโดนสาดด้วยน้ำเย็นจัด

“ขอโทษครับ” มาถึงจุดนี้น้ำตาเม็ดโตก็ร่วงลงสู่พื้นเพราะเจ้าตัวก้มหน้าไม่กล้าสบตาคนที่อยู่ตรงข้ามกัน คำพูดของคุณปูรณ์ทำให้มันคิดได้ว่าสิ่งที่มันควรทำไม่ใช่หาทางลัดให้ตัวเอง แต่ต้องพยายามทำให้มากกว่านี้ ใช่...มันไม่เคยเห็นเงินก้อนโต มันไม่เคยได้ไม่เคยมีในสิ่งที่ต้องการ ความโลภจึงเป็นสิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาตามวิสัยของมนุษย์

“ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปเงินรายวันที่เธอจะได้เหลือแค่ 500 บาท ขยายเวลาการซ้อมกับครูป้อมถึงสามทุ่ม หากยังทำผิดอีกทุกอย่างระหว่างเราต้องจบลง เธอจะกลับไปเป็นโพธิวัฒน์ที่ไร้ตัวตนคนเดิม และจะมีชีวิตอย่างที่เธออยากมีโดยที่ฉันและคนของฉันจะไม่ยุ่งเกี่ยวใด ๆ อีก ออกไปได้แล้ว” ปูรณ์ใส่แว่นสายตากลับตามเดิมและให้ความสนใจกับงานตรงหน้า สื่อให้รู้ว่าการสนทนาระหว่างตนเองกับเด็กในความดูแลคนนี้สิ้นสุดลงแล้ว โพธิวัฒน์ยกมือไหว้ก่อนจะออกจากห้องมา น้ำตายังคงไม่หยุดไหลจนกระทั่งกลับห้องมา

เด็กหนุ่มนอนลืมตาโพลงอยู่ในความมืด เขาไม่รู้ว่าตอนนี้คุณปูรณ์หลับหรือยัง หรือว่ายังคงทำงานอยู่เช่นเดิม แต่ตอนนี้นาฬิกาบอกเวลาของวันใหม่มาได้หนึ่งชั่วโมงแล้ว เขาอยากจะข่มตาให้หลับแต่ภาพที่อยู่ในหัวคือการที่คุณปูรณ์ใช้ปืนยิงคนอื่นได้หน้าตาเฉย เหมือนยิงนกตกปลาธรรมดา ๆ เสียงปืนของจริงดังลั่นแก้วหูแทบแตก มีอีกกี่อย่างกันที่เขายังไม่รู้เกี่ยวกับคน ๆ นี้

“เฮ้อ” ถอนหายใจรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ โพธิวัฒน์ตัดสินใจหอบหมอนของตนเองออกจากห้อง ไปนอนห้องอุ่นคงทำให้รู้สึกมีเพื่อนได้ แต่ยังไม่ทันที่จะได้เดินไปทางห้องของอุ่น เขาก็เห็นห้องใกล้กันมีชายหนุ่มเจ้าของห้องยืนอยู่หน้าห้องพร้อมแก้วชา

“จะไปไหน” ปูรณ์ถามพลางสำรวจคนที่อยู่ในชุดนอนหัวยุ่งฟูหอบหมอนยืนอยู่หน้าห้อง

“ผมจะไปนอนห้องน้องอุ่นครับ คือ...ผมนอนไม่หลับ ภาพเมื่อค่ำมัน...”

“มานอนห้องฉัน เข้ามาสิ” ปูรณ์เดินเข้าห้องไปแล้ว โพธิวัฒน์ตามไปแม้อีกใจจะยังกลัวท่าทีเย็นชาของอีกฝ่ายอยู่ก็ตาม

เมื่อเข้ามาในห้องที่เขาไม่ได้เข้ามานานพอดูแล้วก็ทำตัวไม่ถูก มีแต่ความเงียบปกคลุมจนได้แค่ยืนเก้ออยู่ที่เดิม ปูรณ์วางแก้วชาลงที่โต๊ะตรงหน้าเตียง โพธิวัฒน์จึงนั่งบนโซฟาจัดหมอนให้เรียบร้อยเตรียมนอน แต่ปูรณ์กลับเรียกไว้

“มานอนบนเตียง” คำสั่งสั้น ๆ พร้อมกับเจ้าของห้องสอดตัวใต้ผ้านวมผืนหนาแล้ว ซึ่งมีเพียงกางเกงขายาวตัวเดียวที่ใส่อยู่ส่วนช่วงบนเปลือยเปล่า โพธิวัฒน์จึงกอดหมอนเดินอย่างเคอะ ๆ เขิน ๆ ไปยังเตียงหลังใหญ่ ทำไมถึงรู้สึกกระดากอายได้ก็ไม่รู้

โพธิวัฒน์นอนเบียดชิดริมเตียง ใจหนึ่งก็กลัวว่าคุณปูรณ์ยังไม่หายโกรธจนพาลให้นอนเกร็ง อีกใจก็เกรงใจที่มารบกวนแบบนี้ แต่แล้วก็ทำเอาลมหายใจสะดุดเมื่อแขนล่ำที่มีมัดกล้ามพอประมาณวาดผ่านอากาศแล้วมาหยุดที่เอวเขา โพธิวัฒน์หันกลับไปมองเจ้าของแขนก็เห็นคุณปูรณ์ในระยะประชิด อีกฝ่ายหลับตาพริ้มก่อนจะเอ่ยออกมาเป็นคำสุดท้าย

“ฝันดี”

ความแนบชิดทำให้รู้สึกอบอุ่นอยู่ภายใต้ผ้านวมผืนหนาได้ไม่ยาก อุณหภูมิจากเครื่องปรับอากาศอยู่ที่ 20 องศา แต่โพธิวัฒน์กลับหลับสบายอยู่ในอ้อมกอดอุ่น ภาพเหล่านั้นที่ทำให้กลัวเลือนหายไปเหมือนว่าเขาจะปลอดภัยหากอยู่ภายใต้อ้อมแขนของคน ๆ นี้
คนทั้งบ้านหลับไปแล้ว แต่อีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมาใครคนหนึ่งก็ลุกขึ้นมาขุดดินเพื่อเตรียมปลูกต้นไม้ตามคำสั่งโดนลงโทษ ที่แม้จะดูเล็กน้อยแต่การขุดดินลึกขนาด 50 เซนติเมตรกว้างเมตรกว่า จำนวน 10 หลุมไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เลย ก็ถามนายแล้วว่าคิดดีแล้วเหรอที่ปล่อยให้พาเด็กไปดูงานคืนประมูล แล้วเป็นไงล่ะ...มั่นใจจนได้เรื่อง เซ็งไอ้เพชรจริง ๆ

:::::::::::::

“นวดตรงนี้หน่อยป้าหมอน เน้นแบบนั้นแหละ ดี...อืมดีมาก” พชรทำหน้าเหยเกตามแรงบีบนวดของแม่บ้านที่ตนรบกวนให้มาช่วยนวดไหล่ให้หน่อย เมื่อคืนเขานอนไปได้แค่ 4 ชั่วโมงต้องรีบขึ้นมาขุดดินให้ได้ตามที่คุณปูรณ์สั่ง มาเสร็จเอาตอนใกล้แปดโมงเช้าแล้ว ดีที่แดดไม่ร้อนมากไม่งั้นมีหวังเป็นลมเอาแน่ ๆ

“อ้าวพี่เพชร ทำไมเข้ามาอยู่ในครัวได้ล่ะ ไม่ออกไปนั่งกับคุณปูรณ์เหรอ” โพธิวัฒน์เอ่ยทัก ตนตื่นตั้งแต่เช้าไปวิ่งออกกำลังกายตามปกติ เห็นแวบ ๆ ว่าพชรทำอะไรอยู่แถวรั้วคฤหาสน์ก็ไม่รู้ แต่ตนไม่ได้เข้าไปทัก พชรมองหน้าเด็กหนุ่มที่ตอนนี้ปากคาบขนมปังอยู่ ส่วนมือก็เปิดตู้เย็นหานมดื่ม อยากเข้าไปโบกกะโหลกกลม ๆ นั่นสักที แต่ก็คิดว่ากิริยาแบบนั้นคงเด็กไป

“โพ...ทีหลังอย่าคิดทำอะไรแบบนั้นอีกรู้ไหม นายเป็นห่วงแกมากนะ”

“ครับ เอ่อ...ผมขอบคุณพี่มากนะที่ไม่โกรธผมน่ะ”

“ใครบอก แกต้องเลี้ยงฉันเป็นเวลาหนึ่งเดือนเพื่อไถ่โทษ”

“โห...แค่นี้ผมก็แทบไม่เหลือเงินกินข้าวแล้วนะพี่ คุณปูรณ์ตัดเบี้ยเลี้ยงผมเหลือวันละ 500 อ่ะ” โพธิวัฒน์โอดครวญ พชรยิ้มก่อนจะลูบหัวทุยนั่นเบา ๆ

“ชีวิตจะเข้าวัยทำงานก็ต้องวางแผนการใช้เงินแบบนี้แหละไอ้น้อง พี่ไปล่ะ วันนี้กะว่าตอนว่างจะไปร้านนวดสักหน่อยเมื่อยตัวไปหมด ช่วงเย็น ๆ จะไปออกกำลังกายที่ครูป้อมด้วย ส่วนแกน่ะรีบไปได้แล้ว อย่าไปเรียนสาย” พชรบอกแค่นั้นก็หยิบมือถือเดินออกจากครัวไปหาเจ้านายที่โต๊ะทานอาหาร อาการปวดเมื่อยยังมีอยู่แต่พอทุเลาลงบ้างแล้ว

การลงโทษของปูรณ์ไม่มีแบบที่ว่ารุนแรงจับมาซ้อมหรอก หากเป็นความผิดที่ไม่ได้ร้ายแรงจนถึงแก่ชีวิตก็จะรอดไป จะเป็นการลงโทษเหมือนครูลงโทษนักเรียนเสียมากกว่า แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องจำให้ได้คือต้องไม่พลาดอีกซ้ำสอง เพราะหากทำผิดอีกโทษครั้งต่อไปจะหนักขึ้น

“หลุมเตรียมลงต้นไม้ของลุงชมเสร็จแล้วใช่ไหม” ทันทีที่เจอหน้าเจ้านายก็ถามความคืบหน้าจากลูกน้องคนสนิททันที พชรค้อนให้หน่อย ๆ ราวหญิงสาวแต่คุณปูรณ์ไม่เห็นถือว่าดีไป ไม่งั้นอาจได้โทษเพิ่ม

“เสร็จแล้วครับ ผมเลยจะขอว่าวันนี้ช่วงบ่ายที่ว่างจะเข้าร้านนวดสักหน่อย”

“จำไว้นะเพชร ทีหลังถ้าเด็กมันซนนายก็ต้องระวังเพิ่มเป็นสองเท่า นายก็รู้ว่าฉันไม่ชอบให้ใครมายุ่งของที่ฉัน...ยังไม่ได้ทิ้ง” พูดจบชายหนุ่มก็ยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ พลางอ่านหนังสือพิมพ์ธุรกิจตามกิจวัตรประจำวันที่ทำทุกเช้า

คนฟังได้แต่นิ่วหน้า ก็ถ้าเด็กมันเชื่อฟังไม่ทำอะไรแผลง ๆ เขาก็คงไม่ต้องโดนทำโทษแบบนี้หรอก นี่ขนาดยังเป็นแค่เด็กในความดูแลนายเขาก็เล่นลูกน้องซะขนาดนี้ นี่ถ้าได้มาเป็นหวานใจล่ะก็...คงได้ควักลูกตาคนมองเด็กนั่นแน่ ๆ

โพธิวัฒน์จัดการมื้อเช้าภายในครัวเสร็จแล้ว ครั้งหลัง ๆ มานี่คุณปูรณ์ไม่ได้ตามมันให้ออกไปกินด้วยที่โต๊ะอาหาร ซึ่งโพธิวัฒน์ก็เห็นด้วย เพราะมันเป็นแค่เด็กคนหนึ่งอย่าได้ให้เกียรติไปร่วมโต๊ะผู้ดีนักเลย กลัวจะทำเสียมารยาทเหมือนครั้งก่อน ๆ

“ผมไปก่อนนะป้าหมอน” โพธิวัฒน์ยกมือไหว้หญิงวัยกลางคนที่ตนนับถือเป็นญาติผู้ใหญ่ที่สนิทที่สุดในคฤหาสน์หลังนี้ ไม่ลืมข้าวกล่องที่ป้าหมอนทำไว้ให้ด้วย ซึ่งช่วยประหยัดค่าอาหารได้หนึ่งมื้อ โพธิวัฒน์เข้าไปหาปูรณ์ที่โต๊ะทานอาหาร เห็นพชรนั่งอยู่ใกล้กันกำลังทาแยมลงบนขนมปัง อีกฝ่ายพยักหน้าให้แต่ชายหนุ่มเจ้าของบ้านยังคงสนใจหน้าหนังสือพิมพ์ในมือ

“ผมไปเรียนก่อนนะครับคุณปูรณ์” โพธิวัฒน์บอกพร้อมยกมือไหว้ แต่จังหวะเดียวกันนั้นเสียงทักทายของหญิงสาวก็ดังขึ้นข้างหลัง “สวัสดีตอนเช้าค่ะคุณปูรณ์คุณเพชร” ใบหน้าสวยหวานรูปร่างระหงส์เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มดั่งเคย โพธิวัฒน์เบี่ยงหลับให้สาวเจ้าพลางยกมือไหว้ อีกฝ่ายยิ้มรับให้เล็กน้อย

“น้องโพจะไปไหนเหรอคะ”

“ไปเรียนครับ” โพธิวัฒน์ตอบพร้อมยิ้มเขิน ผู้หญิงอะไรสวยชะมัดดูผู้ดีตั้งแต่ตัวยันเงา

“นั่งสิครับครูนิล มาทานอาหารเช้าก่อน เดี๋ยวอุ่นก็ลงมาแล้ว” เจ้าของบ้านเชื้อเชิญอย่างเป็นมิตร โพธิวัฒน์ยกมือขยี้ตาแทบไม่ทันเมื่อเห็นใบหน้าคมเข้มชอบตีหน้ายักษ์ยิ้มหวานให้ครูสาว สงสัยจะจริงอย่างที่พี่แววว่า ครูนิลคงจะได้มาเป็นนายหญิงของบ้านนี้แน่ ๆ

“พี่เพชรผมไปเรียนก่อนนะ แล้วเจอกันตอนเย็น” โพธิวัฒน์ยิ้มพลางโบกมือให้ พชรยิ้มตอบทั้งที่ในปากยังเคี้ยวขนมปังปิ้งตุ้ย ๆ ทำให้ตนได้แค่ทักทายทั้งครูนิลและโพธิวัฒน์ด้วยรอยยิ้ม ส่วนตัวเจ้านายนั้นยังคงพูดคุยให้ความสนใจกับนิรดาเกี่ยวกับคุณอุ่น ราวกับโลกนี้มีเพียงเราสอง

“พี่โพ ~” เสียงอุ่นเรียกมาแต่ไกลจังหวะที่โพธิวัฒน์กำลังเดินออกไปจากตัวบ้านเพื่อไปขึ้นรถแท็กซี่ที่เรียกให้เข้ามารับ เด็กน้อยรีบวิ่งมาหาจนโพธิวัฒน์ต้องวิ่งกลับไปเพื่อรับกอด ไม่ชอบเด็กแต่เด็กมันก็ชอบอ้อนจัง

“เดี๋ยวนี้ไม่เห็นพี่โพเลย พ่อปูรณ์บอกพี่โพไปเรียน เรียนกับผมไม่ได้เหรอ ผมเหงา”

“ได้ไงล่ะอุ่น เราอายุไม่เท่ากันจะให้มาเรียนเหมือนกันได้ยังไง” โพธิวัฒน์แกะมือเด็กน้อยที่กอดคอตนไว้ออก

“อุ่นครับ ครูนิลมาแล้ว ปล่อยคนอื่นแล้วเรียนได้แล้วครับ” คุณปูรณ์เดินตีหน้ายักษ์มาแต่ไกล แววรีบรั้งร่างเด็กน้อยออกห่างจากโพธิวัฒน์ราวกับเขาเป็นเชื้อโรค หากแต่จริงแล้วเพราะหน้าดุ ๆ นั่นต่างหากที่ทำให้ทุกคนกลัว ทีกับสาวล่ะยิ้มหวาน ทีกับ ‘คนอื่น’ อย่างเขานี่ทำหน้าอย่างกับมีอะไรเหม็นจ่ออยู่ใต้จมูกตลอดเวลา

“แต่ผมอยากอยู่กับพี่โพ ครูนิลครับ ให้พี่โพ...”

“แววพาอุ่นไปห้องเรียนได้แล้ว ครูนิลเชิญครับ อย่าเสียเวลาเลย เห็นว่าวันนี้มีกิจกรรมให้อุ่นทำด้วยนี่ครับ” นิรดาพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ เหมือนเคย ก่อนจะพาอุ่นเดินกลับเข้าไปภายในบ้าน “ส่วนเธอจะไปไหนก็ไป” พูดจบก็เดินเข้าบ้านไปด้วยอีกคน

:::::::::::::



CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ tong_pub

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 410
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +93/-5


“โพ... วันนี้อยู่ซ้อมกับกันต์ไปก่อนนะ ครูต้องไปทำธุระก่อน” ครูป้อมพูดขึ้นในชั่วโมงที่สามของการฝึกซ้อม กันต์คือพี่ผู้ชายตัวสูงกว่าโพธิวัฒน์ไม่มาก แต่ร่างหนากว่าคล้าย ๆ ไอ้อิน แต่หน้าตากินขาดมาก มาดเกาหลีสุด ๆ รู้จักกันตั้งแต่วันแรกที่มาฝึกเพราะพี่เขาเป็นผู้ช่วยครูป้อม เป็นคนขี้อายหน่อย ๆ แต่ถ้าสนิทล่ะถึงไหนถึงกัน

“พี่ให้พักต่ออีก 15 นาทีนะ นอนกลิ้งตามสบายเลย”

“โหห ขอบคุณมาก รักเลยพี่” โพธิวัฒน์พูดพร้อมยิ้มกว้าง ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนแผ่หราตามเดิม หากเป็นครูป้อมเหรอ พักก็ได้นะแต่ต้องยืดเส้นยืดสายไปด้วย แบบนั้นเรียกว่าพักที่ไหนกัน

กันต์มองเด็กหนุ่มที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนพื้น ไม่มีใครรู้พื้นหลังเด็กคนนี้ รวมไปถึงความสนิทสนมที่อีกฝ่ายไม่ได้ให้ใครเป็นพิเศษ เหมือนมาเรียนเสร็จแล้วก็กลับแค่นั้น โดยเจ้าตัวหารู้ไม่ว่าตัวเองเป็นประเด็นให้คนอื่นพูดถึงลับหลังอยู่บ่อยครั้ง นั่นเพราะวันแรกที่เจ้าตัวมาเรียนที่นี่ก็มีคนใหญ่คนโตอย่างปูรณ์ โตณณาการมาส่ง อีกทั้งใช้เส้นสายในการล็อกตัวครูป้อมให้ฝึกพิเศษอีก เพราะปกติครูป้อมจะรับเด็กไว้สอนไม่กี่คนในหนึ่งคลาส และสอนมาสุดแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น

“โพเป็นอะไรกับคุณปูรณ์เหรอ” เมื่อได้โอกาสคุยแล้วก็อยากถามไถ่ถึงชีวิตของโพธิวัฒน์บ้าง อย่างน้อย ๆ การฝึกก็ต้องใกล้ชิดกันไปหลายอาทิตย์เพราะช่วงนี้ครูป้อมงานยุ่งเหลือเกิน ไหนจะเรื่องลูก เรื่องโรงเรียนนี้อีก เขาเป็นผู้ช่วยสามารถช่วยอะไรได้ก็อยากจะแบ่งเบามาทำบ้าง

“คุณปูรณ์คือเจ้านาย เขาจ้างงานผมน่ะ”

“งานเหรอ พี่คิดว่าโพยังเรียนอยู่เสียอีก”

“ก็เรียนอยู่ แต่ต้องฝึกศิลปะการต่อสู้เพื่อที่จะทำงานในอนาคตไง”

“แล้วเรียนปีไหนแล้วล่ะ”

“หื้อ ไม่ปีไหนอ่ะ ผมยังไม่เข้ามหา’ลัยเลย ที่เรียนนี่ก็เรียนพิเศษนี่แหละ” กันต์พยักหน้ารับ ไม่ได้ถามต่อเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัด เขาปล่อยเวลาผ่านไปจนครบ 15 นาทีจึงเรียกให้โพธิวัฒน์ลุกขึ้นซ้อมต่อ

“เดี๋ยวพี่จะสาธิตการป้องกันตัวง่าย ๆ ในกรณีเราถูกประชิดตัวจากด้านหลังนะ” โพธิวัฒน์ยืนมองกันต์ที่ดึงตัวคนอื่นมาเป็นตัวสาธิต “ถ้าเราถูกล็อกเอาไว้แบบนี้เราก็ต้องพลิกข้อมือเขาแล้วม้วนตัวออกจากนั้นก็ต่อยเข้าที่หน้าท้อง”

จากนั้นกันต์ก็สอนท่าเบสิคง่าย ๆ สำหรับผู้เริ่มต้น จุดตายของคนเรามีทุก ๆ หนึ่งคืบ หากทำอะไรไม่ได้ก็กะเอาแล้วใช้หมัดนี่แหละจัดไปเต็ม ๆ แต่การต่อสู้แบบนี้จะทำได้แค่ตอนศัตรูเข้ามาแบบถึงตัวเท่านั้น โพธิวัฒน์ลองดูหลายท่า รู้สึกกันต์สอนสนุกกว่าครูป้อมเสียอีก อาจเพราะอายุไม่ได้ห่างกันมาก และอีกฝ่ายยิ้มบ่อยล่ะมั้งจึงทำให้ผ่อนคลาย หากเขาทำผิดก็ไม่รู้สึกกลัวเพราะกันต์จะคอยสอนให้อย่างใจเย็น

ผัวะ!

“โอ๊ย!”

“เห้ย! โพ! โดนตรงไหน ให้พี่ดูหน่อย” กันต์พยายามดูใบหน้าของรุ่นน้องที่ตนพลาดต่อยสวนไปเต็ม ๆ ทั้งที่กะระยะแล้วว่าห่างแน่นอน แต่เขาก็ลืมไปว่าหนุ่มน้อยคนนี้เพิ่งมาฝึกได้ไม่นานยังไม่ชำนาญเรื่องการหลบหลีก โพธิวัฒน์ถึงกับกุมหน้าร้องโอดโอยด้วยความเจ็บที่โหนกแก้มซ้าย

“พี่ขอโทษ เจ็บมากไหม พี่ขอโทษนะ” กันต์ได้แต่บอกขอโทษเมื่อโพธิวัฒน์ยอมให้เขาดูหน้า แต่น้ำตาก็คลอเบ้าเพราะความเจ็บ รู้สึกผิดจับใจ

“ถ้าผมดั้งหักไม่หล่อขึ้นมาผมจะคิดบัญชีกับพี่ยันลูกพี่บวชเลย” โพธิวัฒน์เข้าใจดีว่านี่คืออุบัติเหตุ แต่ก็อดจะตาขวางใส่คนตรงหน้าไม่ได้ กันต์ประคองหน้าเขาดูใกล้ ๆ ว่ามีรอยแตกเพราะสันหมัดหรือไม่

“พรุ่งนี้ช้ำแน่เลย” กันต์พูดเสียงเบา ใบหน้าหล่อเหลายังแสดงความรู้สึกผิดออกมา แต่โพธิวัฒน์กลับค่อย ๆ หัวเราะก่อนจะเป็นเสียงหัวเราะลั่น

“แค่นี้เองพี่ ผมไม่ใช่เด็กอ่อนแอขนาดนั้น เคยต่อยตีอยู่ โดนแค่นี้ไม่เป็นไรหรอกน่า เรามาเรียนการป้องกันตัวนะ ไม่พลาดบ้างแสดงว่าครูยังไม่ดี”

“ยังจะหัวเราะอีก ครูป้อมจะเอ็ดพี่ไหมเนี่ย ทำเด็กวีไอพีเขาเจ็บตัว”

“เด็กวีไอพี?” กันต์ชะงักไป เขาหลุดพูดนามแฝงของโพธิวัฒน์ที่ใคร ๆ ต่างใช้เรียกเด็กหนุ่มร่างบางคนนี้

“ไม่มีอะไรหรอก แล้วนี่ไหวรึเปล่า ซ้อมต่อไหม” กันต์เปลี่ยนเรื่อง โพธิวัฒน์ก็ไม่ได้ติดใจอะไร หนุ่มร่างบางพยักหน้าให้ก่อนจะกลับมาตั้งการ์ดเตรียมพร้อมอีกครั้ง ครั้งนี้กันต์ระวังมากกว่าเดิมจนการซ้อมกินเวลาไปจนเกือบ 4 ทุ่มแล้ว

“เอ้า ๆ เลิกได้แล้ว ครูจะปิดโรงเรียนแล้ว กลับบ้านไปพักผ่อนบ้างเถอะ” ครูป้อมกลับมาได้สักชั่วโมงกว่าแล้ว แต่เห็นว่าสองหนุ่มเขายังสนุกกับการวาดแม่ไม้มวยไทย สลับกับศิลปะป้องกันตัวแบบชาติอื่น ๆ ตนจึงไม่ขัด แต่เมื่อดูเวลาอีกทีก็ตกใจไม่น้อยที่ปล่อยให้เด็กมันเล่นกันนานขนาดนี้

“ต่อไปครูป้อมให้พี่กันต์มาสอนผมตลอดเลยนะ พี่กันต์สอนสนุก” โพธิวัฒน์เดินเข้าไปกระซิบใกล้ ๆ ระหว่างที่กันต์เอาของไปเก็บ

“อะไร หาว่าครูสอนไม่สนุกเหรอ”

“ไม่ใช่ แต่ผมรู้ว่าครูมีงานเยอะ ถ้าจะให้พี่กันต์มาสอนผมผมก็โอเคนะ” ครูป้อมไม่ตอบแต่ยิ้มให้ เด็กมันอายุไล่เรี่ยกัน ไม่แปลกที่จะเข้ากันได้มากกว่าตนที่อายุห่างเป็นสิบปี

หลังจากที่อาบน้ำเปลี่ยนชุดเสร็จโพธิวัฒน์ก็เตรียมจะกลับบ้าน ป่านนี้รถเมล์จะยังวิ่งอยู่หรือเปล่าตนก็ไม่แน่ใจนัก เงินที่มีติดตัวตอนนี้เหลือแค่ 200 บาท หากขึ้นแท็กซี่ก็ไม่รู้ว่าจะพอไหม ยืนเก้กังอยู่นานจนกันต์ที่เดินออกมาจากห้องทำงานของครูป้อมร้องทัก ก่อนจะอาสาพาโพธิวัฒน์ไปส่งที่บ้านเป็นการไถ่โทษที่ทำอีกฝ่ายเจ็บตัว โพธิวัฒน์ที่อยากประหยัดอยู่แล้วจึงตอบตกลงโดยไม่คิดโต้แย้งใด ๆ

“ถึงทางแยกข้างหน้าเลี้ยวซ้ายเลยครับ” โพธิวัฒน์บอกทางเป็นระยะ ๆ บรรยากาศภายในรถเป็นไปด้วยความเป็นกันเอง เขาบอกพชรที่โทรมาเช็คว่าทำไมตอนนี้ถึงยังไม่ถึงบ้านว่ากำลังเดินทางกลับ โดยมีรุ่นพี่สุดหล่อเป็นคนพาไปส่ง

“บ้านหลังนี้แหละ จอดเลย ๆ เดี๋ยวผมเดินเข้าไปเอง”

“โพพักบ้านคุณปูรณ์เหรอ” ที่ถามเพราะเห็นป้ายโตณณาการติดอยู่ใกล้ประตูรั้ว ความโอ่อ่าของคฤหาสน์หลังใหญ่รับรู้ได้ว่าเจ้าของไม่ใช่คนฐานะธรรมดาหรือแค่พอมีพอกินแน่นอน

“อื้ม ผมไปก่อนนะพี่กันต์ ขอบคุณที่มาส่งครับ” โพธิวัฒน์บอกลาทำท่าจะลงจากรถ แต่กันต์กลับรั้งไว้เสียก่อน ก่อนจะเปิดไฟในรถแล้วรั้งไหล่อีกฝ่ายให้หันมาทางตน

“พี่ขอดูแก้มหน่อย ขึ้นสีเขียวรึยัง” กันต์รั้งใบหน้าอีกฝ่ายมาสำรวจ โพธิวัฒน์เบ้หน้าเล็กน้อยเพราะเมื่อพูดถึงความปวดตุบ ๆ ที่โหนกแก้มซ้ายก็มาทันที  “อ่ะ เอายาไป พี่ขอครูป้อมมา แล้วก็ประคบเย็นนะมันจะได้ไม่บวมมาก” กันต์หยิบยาส่งให้คนตัวเล็กกว่า โยกหัวอีกฝ่ายด้วยความเอ็นดูก่อนจะกล่าวขอโทษซ้ำ ๆ

“พี่อย่าคิดมากน่า” โพธิวัฒน์โบกมือให้อีกฝ่ายคลายความกังวลก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ แต่ไม่วายยังหันกลับมาเคาะกระจกให้คนในรถเปิดให้

“ขับกลับบ้านดี ๆ นะพี่ แล้วพรุ่งนี้เจอกัน” พูดจบก็โบกมือลา กันต์หัวเราะหน่อย ๆ จากนั้นก็กลับรถขับออกไปทางหน้าปากซอย
โพธิวัฒน์ทักทายรปภ.ที่อยู่ที่ป้อม ระหว่างเดินไปถึงตัวคฤหาสน์ก็แวะทักทายพวกรุ่นพี่ลูกน้องคุณปูรณ์ที่กำลังสำรวจบริเวณรอบ ๆ เพื่อหาความผิดปกติอย่างเคย เมื่อเดินมาถึงเขาก็เห็นป้าหมอนมายืนรออยู่แล้วพร้อมใบหน้าคลายกังวล

“ทำไมกลับช้านักล่ะ แล้วใครมาส่ง แฟนรึถึงได้จูบกันในรถ”

“ห้ะ! จูบ? ใครจูบกันป้าหมอน พี่ที่โรงเรียนเขามาส่ง เขาขอดูแผลที่หน้าเพราะพลาดไปโดนหมัดพี่เขาเฉย ๆ” โพธิวัฒน์อธิบายไปขำไป

“ก็เห็นมุมมันได้ คิดว่าจูบกัน ไม่จูบก็แล้วไป แล้วนี่เจ็บมากไหม ไหนให้ป้าดูหน่อย”

“แค่นี้จิ๊บ ๆ” โพธิวัฒน์บอกพร้อมเดินเข้าไปด้านในกับหญิงวัยกลางคน แต่เมื่อเข้ามาแล้วกลับเห็นใครบางคนยืนอยู่ตรงบันได หน้าตาเรียบนิ่งติดไปทางบึ้งตึง เขาเกือบลืมไปเสียสนิทว่าเจ้านายกำลังโกรธเขาอยู่

“สวัสดีครับคุณปูรณ์” โพธิวัฒน์ยกมือไหว้ ตอนแรกว่าจะขึ้นห้องเอาของไปเก็บแล้วลงมาหาอะไรกินแก้หิวสักหน่อย แต่รู้สึกไม่อยากเดินผ่านผู้ชายตัวใหญ่คนนี้ตอนที่อีกฝ่ายอารมณ์เดาได้ยากจึงทำท่าจะเดินไปทางห้องครัว แต่แล้วเขาก็โดนเจ้านายคว้าแขนไว้เสียก่อน

คุณปูรณ์ไม่จับเปล่าแต่กลับลากโพธิวัฒน์ขึ้นชั้นบนแบบไม่มีบอกกล่าว สมรแม่บ้านวัยกลางคนมองตามก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ นายมารอเจ้าเด็กคนนี้ตั้งแต่ยังไม่สามทุ่ม นั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่นตั้งนาน จนเลย 4 ทุ่มแล้วจึงสั่งให้พชรโทรหาครูป้อม อีกฝ่ายบอกว่าโพธิวัฒน์ยังอยู่ที่โรงเรียนอยู่เลย เจ้านายนั่งรอจนเวลาล่วงเลยเข้า 5 ทุ่มแล้ว แม้จะไม่พูดออกมาเป็นประโยค แต่การสั่งให้พชรคอยโทรเช็คว่าโพธิวัฒน์อยู่ไหนก็พอเดาได้ว่าเป็นห่วงอีกฝ่ายอยู่ไม่น้อย

โครม!!

เสียงปิดประตูห้องดังลั่นชั้นอย่างไม่กลัวว่าลูกชายที่หลับอยู่ที่ห้องนอนจะตื่น คุณปูรณ์ลากมันมาถึงห้องนอนตัวเอง ก่อนจะเหวี่ยงจนมันแทบล้มไปบนพื้น หันมองด้วยความไม่เข้าใจว่าโมโหอะไรตนอีกถึงได้ทำแบบนี้

“คุณเป็นอะไรเนี่ย โอ๊ย!” โพธิวัฒน์ร้องทันทีเมื่อโดนคุณปูรณ์กดเข้าที่ลำคอ และถูกดันจนแผ่นหลังติดผนังห้อง คนตัวเล็กกว่าดิ้นขลุกขลักแม้แรงกดที่คอจะไม่มากแต่ก็ทำเอาอึดอัดไม่น้อย สีหน้าบึ้งตึงของชายหนุ่มทำให้โพธิวัฒน์ขนลุกเกลียว

“ฉันบอกให้ฝึกถึงสามทุ่ม ทำไมถึงได้กลับมาบ้านเอาป่านนี้!” อารมณ์โกรธของอีกฝ่ายที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนทำให้โพธิวัฒน์ใจสั่น คิดไม่ตกว่าตนไปทำความผิดอะไรเพิ่มมาอีกหรือเปล่า

“ผมซ้อมเพลินไปหน่อย ไม่ได้เถลไถลที่ไหนเลยนะ ออกจากโรงเรียนคูรป้อมก็ตรงกลับบ้านเลย”

“ใครมาส่ง” ตามคมดุจเหยี่ยวมองมาดุ ๆ จ้องเค้นเอาคำตอบจากร่างบาง

“พี่กันต์”

“กันต์ไหน!”

“พี่ที่เขาช่วยผมฝึกที่โรงเรียน วันนี้ครูป้อมไม่ว่างเลยให้ผู้ช่วยมาสอนแทน โอ๊ย!” ยิ่งพูดร่างเขาก็ยิ่งถูกกดจนแทบฝังไปในผนัง คุณปูรณ์ไปกินอะไรผิดสำแดงมาเนี่ย

“ผู้ช่วยหรืออะไรถึงได้มาทำรุ่มร่ามใส่คนของคนอื่นห้ะ!” พูดจบกลีบปากชมพูระเรื่อตรงหน้าก็โดนจู่โจมไม่ทันให้เจ้าของได้ตั้งตัว บดเบียดยัดเยียดจูบที่เกิดจากความไม่พอใจที่คนของตนโดนใครไม่รู้มาทำตัวใกล้ชิดใส่ เหมือนกับหยามกันชัด ๆ มาทำอะไรกับบนรถหน้ารั้วบ้านเขาไม่พอยังจะเปิดไฟในรถสว่างโร่ให้คนอื่นเห็นอีก

“อื้อออ” โพธิวัฒน์ทั้งทุบทั้งดิ้น คุณปูรณ์ไล่ปล้ำจูบมันไม่ใช่แค่ปากยังลามไปถึงซอกคอ ไม่เว้นแม้แต่ใต้คางตอนที่มันเงยหน้าเพื่อหนีสัมผัส “โอ๊ย! อื้อออ เอ็บ!” โพธิวัฒน์ร้องบอกไม่เป็นภาษา ความเจ็บปวดที่โหนกแก้มทำน้ำตาเล็ด ชายหนุ่มผู้ใหญ่กว่าชะงักการกระทำ มองคนในกำมือว่าเป็นอะไร พอดึงสติกลับมาได้จึงเห็นรอยช้ำบนโหนกแก้มซ้ายของโพธิวัฒน์

“โดนอะไรมา” มือกร้านลูบเบา ๆ ตรงรอยนั้น คาดว่าคงโดนลูกหลงไม่ก็ซ้อมจนเจ็บตัว

“พี่กันต์ต่อยพลาด ผมหลบไม่ทันเอง” พูดไปก็หลบสายตาคนที่ปล้นจูบตนเอง ปากแตกจนรู้สึกได้รสเลือด มึนยิ่งกว่าตอนโดนพี่กันต์ต่อยอีกเพราะไม่เข้าใจว่าคุณปูรณ์หงุดหงิดอะไร

“ระวังหน่อย” ปูรณ์เตือนพร้อมกับจูบเบา ๆ ที่รอยช้ำ จะห้ามไม่ให้มีรอยหรือไม่พลาดเป็นไปไม่ได้หรอก แต่ก็ไม่อยากให้ร่างบางนี้เจ็บตัวจนน่วมไปเสียก่อน “แล้วนอกจากต่อยพลาดเขาทำอะไรอีกรึเปล่า” เหมือนเพิ่งนึกได้ว่าควรถามเด็กหนุ่มเสียก่อน แต่เขาดันเรียงลำดับความคิดพลาดไปนิดเพราะความ ‘หงุดหงิด’ มันบังตา

“ไม่นี่ครับ”

“เช่น จูบ”

“หืม? จูบ เอ่อ...ไม่ครับ ไม่มี” คนถูกไต่สวนตอบอย่างงง ๆ ตอนเข้าบ้านมาป้าหมอนก็ถามแนว ๆ นี้ ทำไมวะ ไอ้ช่วงที่อยู่บนรถมันเหมือนคนจูบกันมากเลยรึไง

“งั้นเอาของไปเก็บ คืนนี้มานอนที่ห้องฉัน” ไม่พูดเปล่ายังมอบจูบที่หลอกล่อให้คนถูกจู่โจมเคลิบเคลิ้มได้ไม่ยากให้ด้วย กลีบปากสีชมพูระเรื่อถูกบดเบียดจนพอใจจึงถูกปล่อย ความใกล้ชิดขนาดที่ได้ยินเสียงหอบหายใจทำให้โพธิวัฒน์หน้าแดง มือใหญ่ของคุณปูรณ์ลูบวนแผ่นหลังมันก่อนจะทิ้งผ่านบั้นท้ายไปเหมือนยั่วยวน จากนั้นก็ปล่อยให้มันกลับห้องไปยืนหน้าแดงสติหลุดอยู่คนเดียว

ตกลงก็ยังไม่เข้าใจว่าคุณปูรณ์โกรธมันเรื่องอะไร รู้แค่การขอดูรอยช้ำของพี่กันต์ทำให้คนเข้าใจผิดไปไม่น้อย


TBC.

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1030
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0

ออฟไลน์ bun

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2354
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +250/-4
หึงรุนแรงจริงๆ

ออฟไลน์ tong_pub

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 410
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +93/-5


ดูแลครั้งที่ 9


เมื่อโพธิวัฒน์ออกไปแล้วปูรณ์ก็ได้ทบทวนอารมณ์ตัวเองอีกครั้ง เขาลงโทษโพธิวัฒน์ให้อยู่ซ้อมกับครูป้อมถึงสามทุ่มก็จริง รู้ว่ามันหนักและเหนื่อย ไหนจะเรียนแล้วต้องมาออกแรงซ้อมหลายชั่วโมงอีก แต่เพราะโพธิวัฒน์ต้องมาดูแลลูกเขาย่อมต้องมีการป้องกันตัวที่ดีก่อน ไม่อย่างนั้นเขาคงวางใจให้อีกฝ่ายทำงานไม่ได้ ใจหนึ่งห่วงแต่อีกใจคิดไว้แล้วว่านี่คือสิ่งที่โพธิวัฒน์สมควรได้รับ แต่เมื่อเวลาผ่านเลยไปจนสี่ทุ่มก็แล้ว ห้าทุ่มก็แล้วโพธิวัฒน์ก็ยังไม่กลับ ได้รับคำตอบเดิมๆ จากพชรว่าโพธิวัฒน์กำลังเดินทาง อดรนทนรอไม่ได้จนต้องออกมายืนรอ ผิดจากที่ตั้งใจไว้ว่าจะทำเฉยเมยใส่ให้เด็กมันสำนึก กลายเป็นเขาต้องมานั่งเฝ้ารอการกลับมาของอีกฝ่าย

จนท้ายสุดก็ได้เห็นว่าโพธิวัฒน์มีใครมาส่ง ในตอนแรกก็คิดว่าครูป้อมใจดีมาส่งเด็กหนุ่ม แต่เมื่อแสงสว่างในรถสว่างขึ้นก็ได้รู้ว่าไม่ใช่ อีกทั้งยังเห็นท่าทางรุ่มร่ามแม้แต่แม่บ้านยังคิดเหมือนกันจนทำให้เกิดอารมณ์หงุดหงิดในใจจนต้องลากคนต้นเรื่องมาลงโทษ ทุกอย่างหลุดการควบคุมจนมาได้สติตอนที่อีกฝ่ายร้องเจ็บ เขาถึงได้เห็นว่าแก้มโพธิวัฒน์มีรอยบวมช้ำ และพอถามถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เขาหงุดหงิดก็ได้รับคำตอบว่าเขาคิดผิดไปเอง

เพราะอารมณ์ชั่ววูบทำให้หน้าแตกเลยทีเดียว

ก๊อกๆ ๆ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนเขาจะอนุญาตให้เข้ามาและก็เป็นคนที่ตนกำลังรออยู่พอดี โพธิวัฒน์ในชุดนอนหอบหมอนจากห้องตัวเองมาด้วย คาดว่าคงเป็นหมอนใบที่เจ้าตัวติดเพราะเมื่อคืนวานก็เอามาเหมือนกัน โหนกแก้มที่ได้รับบาดเจ็บบวมขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยรอยช้ำก็ดูชัดขึ้น

“ประคบเย็นรึยัง” เดินเข้าไปใกล้เชยคางดูใบหน้าหวานให้ชัดๆ โพธิวัฒน์หลบสายตามองไปทางอื่นเสีย เพราะเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกดีเท่าไหร่นัก

“ยังครับ”

“ไม่ปวดรึไง”

“ปวดครับ โอ๊ย! คุณปูรณ์!”

“มองหน้าฉันได้สักที”

ไม่ได้มองธรรมดาด้วยนะ มองตาเขียวด้วย ก็คุณปูรณ์เล่นเอานิ้วโป้งกดโหนกแก้มอย่างแรง จากที่ปวดอยู่แล้วความเจ็บพุ่งปรี๊ดจนแทบจะสวนกลับอีกฝ่ายด้วยหมัด หากไม่ใช่เพราะโดนรวบมือรวบเอวคงได้วางมวย

“ปล่อยผมเถอะครับ” โพธิวัฒน์พยายามเบี่ยงตัวออกจากอ้อมแขนแข็งแรง เหมือนว่าคืนนี้คุณปูรณ์จะใกล้ชิดตัวมันมากกว่าปกติ กอดไม่พอยังส่งจมูกโด่งๆ นั่นมาแตะดมความหอมจากสบู่ที่ซอกคออีก “เอ่อ...อื้อ...คุณปูรณ์ครับ ผมเหนื่อย ผมง่วง” บอกไปตามตรงให้เข้าใจโดยทั่วกัน ใจอยากจะขัดขืนให้เต็มที่ แต่แรงนวดเบาๆ ที่จับไปตามเนื้อตัวเขาทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายจนรู้สึกสบายตัว มารู้สึกอีกทีก็ตอนที่หลังสัมผัสกับที่นอนนุ่มๆ นี่แหละ

“แต่เธอยังไม่ประคบเย็น ยังไม่ได้ทายา” พูดไปปลายจมูกโด่งก็แตะแต้มไปเรื่อยอย่างถือสิทธิ์ เขาคือเจ้าของชีวิตของเด็กคนนี้ เขาต้องได้ในตัวเด็กคนนี้มากกว่าใครๆ อยากจับจองทุกสัดส่วนให้เป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว

เขารู้ว่าความรู้สึกตัวเองเปลี่ยนไปตั้งแต่วันที่ชรัณจะเอาโพธิวัฒน์ไป การได้ลิ้มลองร่างนี้เมื่อนานมาแล้วนั้นทำให้เขาติดใจอยากลองอีก แต่เพราะมีคำว่าไม่อยากให้เด็กคนนี้เป็นแค่คนบำเรอกามจึงต้องจัดหางานให้เด็กมันอย่างที่เคยบอกไว้ แต่ท้ายที่สุดวันนี้ก็ได้คำตอบว่าความต้องการในส่วนลึกของหัวใจกักเก็บไว้ไม่ได้อีกต่อไป เขาจะไม่ปล่อยโพธิวัฒน์ไปตราบใดที่เขายังตักตวงกำไรจากเด็กคนนี้ได้ไม่มากพอ

ปูรณ์ผละออกจากเด็กหนุ่มที่ตอนนี้กระถดตัวไปไกลชิดริมเตียงอีกฝั่งแล้ว ก่อนจะเดินไปเปิดตูเย็นเล็กภายในห้องนอนที่มีไว้แช่พวกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหลายที่ตนชอบ หยิบเจลประคบที่มีติดตู้เย็นไว้เมื่อนานมาแล้วส่งให้โพธิวัฒน์ใช้บรรเทาอาการบวม

“เออใช่ ยาพี่กันต์” โพธิวัฒน์พึมพำกับตัวเองอย่างคนเพิ่งคิดได้ว่าลืมยาไว้ในกระเป๋า จะกลับไปเอาตอนนี้ก็ขี้เกียจเพราะง่วงตาจะปิดแล้ว แค่ประคบเย็นอย่างเดียวก็คงได้

หนุ่มร่างใหญ่กลับขึ้นมาบนเตียงอีกครั้ง โพธิวัฒน์มองอีกฝ่ายอย่างตื่นๆ วันนี้รู้สึกว่าคุณปูรณ์แปลกไป ตั้งแต่เช้าที่เย็นชาจนมาตอนนี้ที่แทบจะสิงร่างมันอยู่แล้วเพราะอีกฝ่ายนั่งซ้อนหลัง ปล่อยให้โพธิวัฒน์นั่งกลางหว่างขาพิงอกแกร่งไว้ เออ...เอาใจไม่ถูกจริงๆ

“เธอรู้จักคนที่ชื่อกันต์ตั้งแต่เมื่อไหร”

“คุณปูรณ์ไม่โกรธผมแล้วเหรอ เมื่อเช้าคุณยัง...”

“ฉันถามให้เธอตอบ ไม่ใช่ให้เธอมาถามกลับ” เสียงเข้มเหนือหัวทำให้โพธิวัฒน์ต้องเก็บคำไป

“พี่กันต์เขาเป็นผู้ช่วยครูป้อม ตอนแรกก็สอนเด็กกลุ่มอื่น แต่วันนี้ครูป้อมติดธุระเลยให้พี่กันต์มาสอนผมแทน” หนุ่มร่างบางตอบพลางเอาเจลเย็นประคบที่โหนกแก้มเบาๆ หน้าเหยเกเพราะความเย็น แต่มันก็ช่วยให้ลดอาการปวดได้จริงๆ ส่วนมือคุณปูรณ์ก็คอยนวดแขนข้างที่ว่างให้เบาๆ

“เขาสอนดีไหม”

“ดีครับ วันนี้พี่เขาให้เรียนท่าป้องกันตัวระยะประชิดแบบง่ายๆ”

“สนุกไหม”

“สนุกครับ...อื้อ” โพธิวัฒน์ครางเบาๆ เมื่อมือหยาบที่กำลังนวดให้เขาอยู่สอดเข้ามาในเสื้อและลูบหน้าท้องเขาเล่น ทำเอาสยิวไม่น้อย

“แล้วชอบไหม”

“ชอบครับ โอ๊ย! คุณปูรณ์อย่ากัด!” ร้องบอกเสียงดุเมื่อคนตัวโตกว่ากัดเข้าที่ไหล่ผ่านชุดนอน พอเปิดดูก็เห็นรอยฟันเต็มๆ

“เธอบอกชอบคนอื่นต่อหน้าฉัน”

“ก็คุณถาม”

“แต่เธอไม่เคยบอกชอบฉัน”

พูดมาแบบนี้จะให้เขาตอบกลับว่าอะไรล่ะ แถมยังจ้องหน้าระยะห่างจากกันไม่ถึงหนึ่งคืบนี่อีก คุณปูรณ์ต้องการอะไรจากเขากันแน่

“ผมนอนดีกว่า”

“โพ” ไม่เรียกเปล่ายังยกร่างที่เล็กกว่าตัวเองเกือบครึ่งให้นอนราบแล้วตัวเองก็คร่อมกักตัวไว้ โพธิวัฒน์หน้าเหลอหลายังไม่ทันได้ขยับตัวใดๆ ก็โดนราชสีห์เอาแต่ใจปล้นจูบเสียแล้ว แรงดูดดึงกลีบปากเน้นหนักเบาสลับกัน ก่อนจะผละออกให้คนใต้ร่างได้หายใจ จากนั้นก็ส่งลิ้นร้อนเข้าไปทักทายในโพรงปาก ดูดดุนอยากหยอกเย้าราวกับต้องการให้เด็กมันเคลิ้มไปกับจูบนี้ ก่อนความรุนแรงจะมีเพิ่มมากขึ้นเมื่อปูรณ์ต้องการอีกฝ่ายมากกว่าจูบ มือใหญ่จับสัมผัสไปทุกส่วน โพธิวัฒน์หอบหายใจร้องห้ามไม่เป็นคำ ขาเรียวถูกแยกออกให้เกี่ยวเอวสอบไว้ สาบชุดนอนถูกแหวกออกจนสุดท้ายคนเอาแต่ใจก็กระชากออกจากกันจนกระดุมหลุด

“เห้ยยย!! ไม่ๆ อื้อออ อย่าเลีย คุณปูรณ์ อื้มมม” ทั้งร้องห้ามทั้งครางไม่เป็นศัพท์เพราะคนตัวใหญ่ใช้ลิ้นเลียยอดอกเรียกความสยิวได้ไม่ยาก เขาผลักหัวที่ก้มอยู่เหนืออกตัวเองออกแต่ก็โดนอีกฝ่ายกักข้อมือไว้ด้วยมือเดียว

คุณปูรณ์ยังทำตามใจตนเองไม่หยุด กางเกงนอนถูกร่นลงไปกองอยู่ใต้บั้นท้ายกลม ส่วนนั้นของโพธิวัฒน์ไม่มีอะไรปกปิดแล้ว มือก็ไม่สามารถมากอบกุมปิดซ่อนความอายไว้ได้ เสียงหอบแฮ่กของคนอ่อนกว่าร้องถามว่าปูรณ์จะทำอะไรก็ไม่ได้รับคำตอบเป็นคำๆ แต่เป็นการกระทำที่ตอนนี้มือใหญ่กอบกุมส่วนอ่อนไหวนั้นไว้ และปลุกปั่นมันทีละน้อย สลับกับเล้าโลมช่วงบนเปลือยเปล่าไม่หยุด

“ฮื้อ...คุ...คุณปูรณ์ ผม...สะ...อื่อ” แค่จะร้องบอกถึงความรู้สึกที่มีตอนนี้ก็ยังทำไม่ได้ ปูรณ์มองหน้าเด็กหนุ่มที่ตอนนี้เหยเกกายบิดเร่าๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากเพราะโดนเขากักตัวไว้ทุกทาง ไม่ว่าจะแขนขาหรือแม้แต่ส่วนกลางกายที่ตอนนี้ตื่นสู้มือไวตามความกำหนัดที่อีกฝ่ายรู้สึก ความรู้สึกของเด็กวัยรุ่นมักจุดติดง่ายอยู่แล้ว ยิ่งโดนปลุกปั่นจากคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวเรื่องพวกนี้มามากยิ่งจุดติดง่ายเข้าไปใหญ่ จนสุดท้ายส่วนนั้นของโพธิวัฒน์ก็ผงาดแข็งขืนขึ้นเต็มลำในกำมือเขา

“ปล่อยมือผมหน่อย มัน...ทรมาน ให้ผมทำเองเถอะ” เด็กหนุ่มวัย 20 ตอนนี้หูแดงเป็นลูกตำลึงสุกเมื่อมองร่างใหญ่ที่นั่งอยู่ตรงหว่างขาตนและกอบกุมส่วนกลางกายเขาไว้ คุณปูรณ์ได้ยินที่เขาร้องขอแต่ก็ยังนิ่งเฉย รอยยิ้มตรงมุมปากเหมือนเจ้าตัวจะสนุกกับสิ่งที่ทำตอนนี้จนโพธิวัฒน์รู้สึกหงุดหงิดที่อีกฝ่ายไม่ยอมปล่อยเขาเสียที ลองเด้งเอวสวนเพื่อให้มือใหญ่นั้นได้รูดรั้งส่วนนั้นของตน แต่คุณปูรณ์เหมือนจะอยากทรมานเขาให้มากกว่านี้จึงดึงมือหนีทุกครั้งไป

“ขยับมือหน่อย ผม...ผมไม่ไหวแล้ว” โพธิวัฒน์ร้องขออย่างไม่อาย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณปูรณ์กับเขาถึงเนื้อถึงตัวกันแบบนี้ แม้ตอนแรกจะรู้สึกแปลกอยู่บ้าง แต่ความต้องการในตอนนี้แทบฉุดสติเขาไว้ไม่อยู่แล้ว อยากให้อีกฝ่ายทำอะไรสักอย่างเพื่อบรรเทาอาการปวดหนึบกลางกายให้ที

“รู้สึกดีไหม” ในที่สุดปูรณ์ก็พูดขึ้นอีกครั้ง ไม่พูดเปล่ามือก็ยังรูดรั้งแท่งอุ่นในมือเนิบช้าอย่างไม่เร่งรีบ โพธิวัฒน์กัดฟันด้วยความเสียวซ่าน ก่อนจะพยักหน้าตอบ

“ครับ”

“อยากให้ฉันทำมากกว่านี้รึเปล่า” หากที่คุณปูรณ์ถามหมายถือการเร่งจังหวะมือให้เร็วขึ้นกว่าเดิมโพธิวัฒน์ก็พยักหน้าให้รัวๆ โดยไม่คิดปฏิเสธ “งั้นบอกมาสิว่าเธอชอบใครมากกว่ากันระหว่างฉันกับพี่คนนั้นที่ฝึกให้เธอ” พูดไปก็เร่งจังหวะมือขึ้นอีกนิด หลอกล่อเด็กให้ตกหลุมที่ตนขุดอำพรางไว้ แม้จะต้องล่อด้วยเล่ห์แต่เขาก็อยากฟังคำตอบที่ตนอยากฟัง เพราะเขาเดาใจโพธิวัฒน์ไม่ออกว่าหากในสถานการณ์ปกติเด็กคนนี้จะบอกชอบเขาเหมือนที่บอกชอบคนที่ชื่อกันต์หรือไม่

“ผมชอบพี่กันต์เพราะเขาสอนดี” โพธิวัฒน์อธิบายพร้อมกับขยับเอวตามจังหวะมือที่กำลังสาวรูดส่วนนั้นของตนอยู่ “แต่กับคุณ...คุณคือเจ้านายผม ผมนับถือในตัวคุณ” แต่โพธิวัฒน์ก็ยังตอบไปอื่น ในความคิดของมันคุณปูรณ์คือคนที่มันต้องนับถือ หลายครั้งที่คุณปูรณ์แสดงให้เห็นว่าตัวผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนที่มันจะเอาชนะได้ หรือแม้แต่จะเทียบเคียง คนๆ นี้มีอำนาจที่สามารถจะบีบมันให้ตายคามือก็ได้ หรือจะปล่อยให้มันเป็นอิสระก็ได้

“ฉลาดตอบดี” ปูรณ์ยิ้มมุมปาก กดจมูกโด่งหอมแก้มอีกฝ่ายไปฟอดใหญ่ แม้คำตอบที่ได้จะไม่ตรงกับสิ่งที่อยากฟัง แต่อย่างน้อยเด็กคนนี้ก็รู้ว่าเขามีความสำคัญกับตัวมันเองอย่างไร

โพธิวัฒน์นอนหอบหายใจ ก่อนร่างใหญ่จะถอดกางเกงนอนของตัวเองออกเหมือนกัน จนสิ่งที่อยู่ภายในดีดผึงออกมาเผยให้เห็นความพร้อม โพธิวัฒน์ไม่ใช่เด็กน้อยถึงขนาดที่จะไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร มันเอื้อมมือมาแตะส่วนแข็งขืนของอีกฝ่ายเบาๆ ความอุ่นจัดและตัวตนที่ผงาดสู้มือทำให้โพธิวัฒน์อายจนหน้าแดงหูแดงไปหมด ไม่อยากเชื่อว่าก่อนหน้านี้ไอ้เจ้าสิ่งนี้เคยเข้ามาอยู่ในตัวมันแล้ว

“คืนนี้ฉันจะไม่ใส่เข้าไปหรอก แต่เรามาเสร็จไปพร้อมกันนะ” ปูรณ์กระซิบบอกเสียงกระเส่า เร้าอารมณ์ให้โพธิวัฒน์ยิ่งมีความต้องการมากขึ้นไปอีก ปูรณ์ให้โพธิวัฒน์คอยช่วยส่วนนั้นของตนเอง แต่ทุกอย่างมันเชื่อมสัมพันธ์กัน เพราะเมื่อเขาสาวแกนกายของโพธิวัฒน์ด้วยจังหวะเร็วอีกฝ่ายจะเผลอชะงักมือตนเองไว้ทำให้เขาเกินอาการค้างจนปวดหนึบ และเมื่อเขาหยุดอีกฝ่ายที่เพิ่งรู้ตัวว่าต้องทำหน้าที่ก็จะสาวมือให้เร็วขึ้นเพื่อทำให้เขาพึงพอใจ

ปูรณ์สาวมือรูดรั้งเร่งจังหวะให้เป็นปกติ ความเร็วและการเสียดสีระหว่างแท่งเนื้ออุ่นและมือใหญ่ทำให้โพธิวัฒน์ร้องครางได้ไม่อยาก ความเสียวซ่านแล่นริ้วไปทั่วร่างจนต้องเกร็งตัวและปลดปล่อยน้ำขาวขุ่นออกมาจนหมด ก่อนเขาจะกอบกุมมือที่เล็กกว่าซึ่งกำลังกุมรอบแท่งอุ่นเขาเอาไว้ จากนั้นก็ขยับมือในจังหวะที่ต้องการและปลดปล่อยออกมาในเวลาต่อมา เสียงคำรามในลำคอของปูรณ์สื่อให้รู้ว่าเจ้าตัวสุขสมกับคืนนี้เพียงใดแม้ไม่ได้สอดใส่ก็ตาม

“จำไว้นะโพธิวัฒน์ ไม่ว่าใครก็ตามจะมาทำแบบที่ฉันทำกับเธอไม่ได้ เธอคือของฉันคนเดียวเท่านั้น” คำพูดชิดริมหูย้ำชัดถึงตัวตนอีกฝ่าย ที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดเด็กคนนี้ก็จะเป็นคนของเขาที่เขาคนเดียวเท่านั้นที่มีสิทธิ์ ‘ใกล้ชิด’ แบบนี้

:::::::::::::



ออฟไลน์ tong_pub

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 410
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +93/-5


“พอไม่ได้ไปเรียนก็ตื่นสายเชียวนะเรา” สมรทักขึ้นในช่วงสายของวันหยุด โพธิวัฒน์เดินหน้ามึนๆ เข้ามาในครัวจึงทำหน้ายุ่ง

เขาไม่ได้ตื่นสายที่จริงตื่นปกตินั่นแหละ แต่พอจะย่องออกจากห้องคุณปูรณ์ก็โดนดักด้วยเสียงขู่ซะก่อนว่าถ้าไม่ไปนอนต่อในอ้อมกอดอุ่นนั้นจะโดนมากกว่าเมื่อคืน และไอ้ที่ว่าโดนมากกว่าเมื่อคืนเขาก็ไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร ใช่ตอนปล้ำจูบหรือว่าตอนใช้มือช่วยกันและกัน เขาจึงต้องยอมกลับไปนอนที่เดิม แต่ก็ข่มตาไม่หลับแล้ว นอนต่อไปอีกครึ่งชั่วโมงคุณปูรณ์ก็ตื่นมาออกกำลังกายในห้อง เขาจึงขอกลับห้องตัวเอง แต่ก่อนจะออกไปได้ปากก็บวมเจ่อเพราะโดนปล้นจูบปล้นน้ำลายไปหลายลิตร

เขานั่งสงบสติที่ห้องตัวเองตั้งนานเพื่อคิดทบทวนว่าความเป็นชายของตัวเองถูกเจ้านายทำลายไปหมดแล้วหรือยัง ตอนนี้เลยได้แค่บอกตัวเองว่าระหว่างรอมีเมียก็คอยฝึกฝนเรื่องอย่างว่าให้ชำนาญจากคุณปูรณ์ไปก่อน ไม่ว่าจะเรื่องจูบหรือเรื่องเล้าโลมฝ่ายนั้นก็เก่งไม่หยอกเลยทีเดียว ทำเอาเขาเคลิ้มทุกครั้งที่โดนจู่โจม

“ใครมาหาเจ้านายป้าแต่เช้าน่ะ” เพราะเห็นแวบๆ ว่ามีรถไม่คุ้นตาจอดอยู่หน้าคฤหาสน์ อีกทั้งยังมีชายแปลกหน้าที่ไม่ใช่ลูกน้องคุณปูรณ์ยืนเฝ้ารถอยู่สองคนด้วย

“เพื่อนนายน่ะ เสี่ยเมฆาเรารู้จักไหม”

“พอจะคุ้นๆ ชื่ออยู่นะ อ้าว! พี่เพชรไหนว่าเมื่อวานจะไปที่ครูป้อมไง ไม่เห็นเลยอ่ะ” โพธิวัฒน์ทักคนที่เดินถือแก้วกาแฟเข้าในครัว

“โดนนายใช้งานพอดีน่ะสิ” พชรตอบแค่นั้นก่อนจะเดินไปชงกาแฟแก้วใหม่แล้วออกจากห้องครัวไปอีกครั้ง

วันนี้เมฆามาหาเจ้านายเขาแต่เช้า ปากบอกว่ามาทักทายตามปกติแต่เขารู้ดีว่ามันไม่ใช่ เพราะเรื่องที่เสี่ยชาติโดนเจ้านายเขายิงแม้จะแค่เฉี่ยวๆ ก็ตาม แต่มันก็คือเรื่องใหญ่สำหรับคนในวงการเดียวกัน พชรเข้าไปในห้องนั่งเล่นอีกครั้ง กำชับลูกน้องให้บอกว่าอย่าให้ใครผ่านมาแถวนี้ เผื่อว่าคนทั้งคู่จะคุยธุระสำคัญกัน

“ทำไมถึงออกมาหาฉันได้ล่ะ ปกติแกไม่ค่อยออกไปไหนมาไหนนะ” ปูรณ์ถามพลางยกแก้วกาแฟของตนขึ้นดื่ม

“ก็ออกมาจากโพรงบ้างเพื่อมาหาข่าวไง ได้ข่าวแกยิงเสี่ยชาติเอาซะหามส่งโรง’บาลแทบไม่ทัน” พชรแทบตบเข่าฉาด นี่แหละสิ่งที่เขาคิด

น้อยคนจะรู้ว่าเมฆา ชรัณ และปูรณ์เป็นเพื่อนเก่ากัน แต่เพราะคำว่าธุรกิจแนวเดียวกันทำให้พวกเขาต้องแข่งกัน แต่เพราะอะไรหลายๆ อย่างทำให้เมฆาต้องยอมรับว่าปูรณ์มีคอนเนคชั่นที่ดีกว่าตน อีกทั้งตนก็เริ่มธุรกิจพวกนี้มาทีหลัง ตอนแรกที่ยังจับจุดไม่ถูกก็ได้ปูรณ์คอยแนะนำให้ และเมฆาก็ไม่คิดจะหักหลังเพื่อนด้วยการมาตั้งร้านใกล้ๆ กันด้วย ร้านของตนจึงอยู่อีกเขตหนึ่งห่างจากร้านของปูรณ์มากพอสมควร

แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่ชรัณจะคิด ถึงแม้ว่าร้านชรัณจะเปิดเป็นร้านนำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หายาก และผูกมัดเป็นผู้ค้ารายใหญ่ในกรุงเทพฯ แต่ความต้องการที่จะครอบคลุมธุรกิจก็ไม่หมดไป เมื่อเห็นว่าปูรณ์เปิดร้านบาร์ก็อยากทำด้วย จากตอนแรกที่ช่วยโปรโมตร้านของปูรณ์กลายมาเป็นแย่งลูกค้าให้มาลงที่ร้านตนแทน เหตุนี้จึงทำให้ทั้งสองคนเริ่มมองหน้ากันไม่ติด แต่กระนั้นปูรณ์ก็ยังเห็นแก่ที่ช่วงเปิดร้านแรกๆ ได้ชรัณมาช่วยโปรโมตร้านจึงเห็นแก่ความดีมองข้ามเรื่องธุรกิจไปบ้าง

เมฆามองหน้าเพื่อนตนเองก่อนจะถอนหายใจ พวกเขาไม่ใช่เพื่อนรักกันเพียงแต่รู้จักกันในงานสังคมเท่านั้น พอคุยกันถูกคอก็เริ่มจะพูดคุยกันเรื่องธุรกิจ มากเข้าก็กลายเป็นความไว้วางใจเลยทำให้สนิทกัน แต่พอปูรณ์กับชรัณมากระทบกระทั่งกัน เขาเป็นคนกลางจึงไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แค่ปล่อยเงียบไม่เข้าข้างฝ่ายใด

“นิดหน่อย” ปูรณ์หน้าตึงขึ้นทันทีเมื่อเมฆาพูดถึงเรื่องนี้ ยิ่งนึกไปว่าชรัณทำอะไรกับโพธิวัฒน์บ้างตอนอยู่บนรถยิ่งโมโห แม้โพธิวัฒน์จะไม่บอกอะไรเลยว่าตนโดนกระทำอย่างไร แต่เขาก็รู้ดีว่าคนอย่างชรัณคงไม่ปล่อยให้คนของเขาได้นั่งข้างมันบนรถเฉยๆ หรอก

“สาเหตุจากเด็กนั่น?” เมฆาถามพลางเลิกคิ้ว แต่ก็ได้คำตอบเป็นเสียงตอบรับในลำคอ

“เด็กคนนั้นค่าตัวแพงหรือแกไม่คิดจะประมูลอยู่แล้ววะ”

“อย่างหลัง”

“แล้วไปโผล่ให้เสี่ยชาติมันสอยไปได้ยังไงล่ะ ที่จริงหน่วยก้านเด็กมันก็ไม่เลวนะ แต่ดูจะไม่ค่อยเป็นงานเท่าไหร่ ถ้าจะใช้คงต้องฝึกกันไม่น้อย” เมฆาออกความเห็น เท่าที่เห็นเพียงแค่ครั้งเดียว เด็กหนุ่มร่างบางใบหน้าหวานคนนั้นดูมีเสน่ห์และดึงดูดพวกชายรักชายที่ชอบหนุ่มร่างเล็กได้ไม่น้อย แต่แววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นนั้นเขาไม่รู้ว่าต้องฝึกเท่าไหร่ถึงจะเลี้ยงให้เชื่องได้

“เด็กคนนั้นไม่ได้มีไว้ประมูลหรือทำอะไรที่ร้าน เด็กคนนั้นคือเด็กของฉัน แกเข้าใจคำนี้ใช่ไหม” คำตอบของปูรณ์ทำเอาคนที่กำลังสงสัยเข้าใจกระจ่างในทันที พยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มมุมปาก ที่แท้ก็เก็บไว้กินเอง

โพธิวัฒน์ใช้วันหยุดวันนี้ช่วยลุงชมคนสวนปลูกต้นไม้ ระหว่างที่กำลังขุดดินก็เห็นรถคันเมื่อเช้าขับออกไป แทนที่ด้วยรถครูนิรดา มีเจ้าของบ้านอย่างคุณปูรณ์มายืนรอรับพร้อมรอยยิ้มประดับที่มุมปาก สาวเจ้ายิ้มหวานพูดคุยกับชายหนุ่มอีกเล็กน้อย ก่อนเขาจะเห็นฉากเหมือนในละครคือครูนิรดาก้าวขึ้นบันไดพลาดทำให้ขาพลิกร่วงสู่อ้อมกอดคุณปูรณ์ที่รองรับอยู่

“ตั้งแต่นายผู้หญิงจากไป นายก็ไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนเข้าบ้านเลย แกทำแต่งานๆ จนลุงเองยังอดห่วงไม่ได้ว่าโหมงานหนักขนาดนี้แกจะเอาเวลาไหนไปหาความสุขให้ตัวเอง จนพอเห็นครูนิลแกมาทำงานนั่นแหละถึงได้ลุ้นกับพวกแม่บ้านเขาได้บ้างว่าบางทีอาจจะมีนายหญิงคนใหม่ในบ้าน นายแกไม่ค่อยยิ้ม แต่เห็นครูนิลทีไรก็ยิ้มให้ทุกที ก็สาวสวยมารยาทดีแถมการศึกษาสูง ใครบ้างจะไม่ชอบล่ะเนอะ” โพธิวัฒน์พยักหน้าเห็นด้วย ยิ่งเห็นคุณปูรณ์อุ้มครูสาวเข้าไปข้างในก็ยิ่งรู้สึกถึงคำว่าเหมาะสม

“ลุงชม แล้วคุณอุ่นแกรู้ไหมว่าแกไม่ใช่ลูกคุณปูรณ์น่ะ”

“รู้สิ นายแกบอกหมดนั่นแหละ เอารูปให้ดูว่านี่รูปพ่อแม่จริงๆ นะ วันหยุดสำคัญๆ ก็พาไปวัด”

“อืม” คุณปูรณ์ทำแบบนี้ก็ดีนะ คุณอุ่นจะได้ไม่เป็นลูกคุณหนูมีปัญหาที่โตขึ้นมาจะรับไม่ได้เมื่อรู้ความจริงว่าตัวเองไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของคนที่ตัวเองเรียกว่าพ่อ “นี่ถ้าครูนิลจะมาเป็นแฟนคุณปูรณ์ คุณอุ่นแกก็คงไม่ขัดเห็นชอบครูเขาปานนั้น” เด็กก็คือเด็ก อย่างไรเสียก็โหยหาความอบอุ่นอยู่แล้ว เขาเข้าใจความรู้สึกตรงนี้ดี

:::::::::::::

“ย้ะ! ย้ะ! ฮึบ! ย้ะ!” เสียงร้องทุกครั้งที่ออกท่าดังไปทั่วโรงยิม ชายหนุ่มร่างสูง ขายาวและใบหน้าหล่อเหลามีเหงื่อเกาะพราวเต็มใบหน้ามองไปยังเป้าตรงมือของครูฝึก ก่อนจะกระโดดเตะอัดเข้าไปยังจุดเดิมซ้ำๆ โดยมีคู่หูคนใหม่ที่สมัครตัวเป็นศิษย์คอยเชียร์

“เอ้อ! เอาเลยๆ แรงอีก!” โพธิวัฒน์ตะโกนแข่งกับเสียงดังในโรงยิมที่มีนักเรียนคนอื่นเรียนอยู่ด้วย ตามองไปที่พี่เลี้ยงของตนที่กำลังฝึกหนักตาเป็นประกาย คนอะไรยิ่งมองยิ่งเคลิ้ม ความเท่ของพี่กันต์ทำให้มันรู้สึกอิจฉา อยากเท่ได้สักครึ่งหนึ่งของพี่เขาจริงๆ

“หยุดก่อนกันต์ ถือเป้าไว้ ตอนนายเตะอัดเข้าไปตรงกลางก็จริง แต่ต้องออกแรงกดเข้าไปอีก เอาเน้นๆ เพราะจะได้ตัดกำลังคู่ต่อสู้”

ตุ้บ!

ครูป้อมเตะอัดเข้าเป้าที่กันต์ถือไว้ทำเอาลูกศิษย์เซเพราะแรงเตะที่ใส่มาเต็มๆ ของคนที่เป็นครู ถึงแม้จะยกให้กันต์เป็นผู้ช่วย แต่ระหว่างนี้ก็อยากฝึกให้เด็กคนอื่นดูด้วย ถือเป็นตัวอย่างให้กับลูกศิษย์คนอื่นๆ

“ครูป้อมผมว่าให้พี่กันต์พักเถอะ ตอนนี้แรงผมกลับมาเหมือนเดิมพร้อมรบ” โพธิวัฒน์ลุกขึ้นยืนก่อนจะยักคิ้วกวนๆ ให้รุ่นพี่ที่ยืนมองตนพลางยกยิ้ม ครูป้อมไม่ขัดเพราะวันนี้เขาซ้อมให้กันต์หนักกว่าโพธิวัฒน์เสียอีก เพราะยังไงพี่เลี้ยงที่จะมาดูแลโพธิวัฒน์ก็ต้องเก่งไม่แพ้เขา

“พร้อมนะ” ครูป้อมถาม โพธิวัฒน์พยักหน้ารับ

“เริ่ม!” สิ้นคำสั่งเสียงเฉียบขาดร่างเล็กเหวี่ยงขาอัดเข้ากับเป้าที่ครูป้อมถือไม่ยั้ง มือทั้งสองข้างกำหมัดไว้ไม่หลวมไม่แน่นจนเกินไป

“แรงอีกโพ”

ตุ้บ! ตุ้บ! ตุ้บ!

“เปลี่ยน!!” คราวนี้เปลี่ยนมาเป็นอีกข้าง แรงที่มียังคงเท่าเดิม ครูป้อมกระตุ้นเตือนเป็นระยะๆ เมื่ออีกฝ่ายผ่อนแรงลง
เป้าล่อถูกเลื่อนขึ้นสูงบ้างต่ำบ้างแล้วแต่ต้องการให้โพธิวัฒน์เคลื่อนไหวแบบไหน ความช้ายังมีอยู่มากสำหรับคนที่จะออกไปทำงานให้คุณปูรณ์ แต่เพราะความฝึกหนักทำให้โพธิวัฒน์มาไกลกว่าคนที่เข้ามาเรียนพร้อมกัน

“แฮ่กๆๆ พะ...พอก่อนได้ไหม” โพธิวัฒน์ร้องบอกพลางโบกมือพัลวันหลังจากออกแรงไม่หยุดเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็ม โดยที่มืออีกข้างกุมชายโครงไว้เพราะรู้สึกเสียดๆ เหมือนโดนทิ่มด้วยหอกขณะที่โกยอากาศเข้าปอด

“ได้ แต่คราวหน้าต้องนานกว่านี้นะ พัก 10 นาที กันต์เดี๋ยวพาน้องไปวิ่งรอบโรงยิมด้วย” ครูป้อมสั่งแค่นั้น ก่อนจะเดินออกไปดูเด็กนักเรียนคนอื่นๆ

“โหดฉิบหายเลย” หนุ่มร่างบางบ่นทันทีที่ครูป้อมคล้อยหลังไป กันต์ที่นั่งอยู่ใกล้กันหันมายิ้มให้

“ก็ปกตินะ”

“ปกติเหรอ!? นี่ขาเจ็บไปหมดแล้ว ดูดิ...แดงเถือกเลย ปวดไปหมดแล้วเนี่ย พี่อ่ะไม่ต้องยิ้มเลย นี่ถ้าไม่ได้ผมช่วยพี่เดี้ยงไปแล้ว เมื่อกี๊หน้างี้ซีดเป็นไก่ต้มเลย”

“ครับๆ เพื่อเป็นการตอบแทนเดี๋ยวพี่นวดให้” กันต์ดึงขาเรียวให้พาดบนตัก ก่อนจะลงมือนวดเบาๆ อย่างคนที่เคยเป็นมาก่อนจนอีกฝ่ายผ่อนคลายขึ้น กล้ามเนื้อที่ปวดตึงเมื่อถูกนวดเบาๆ ก็ทำให้เจ็บน้อยลง โพธิวัฒน์หายหอบแล้วเท้าแขนไปด้านหลัง นั่งเอนตัวสบายราวกับเจ้านายได้รับการปรณนิบัติจากลูกน้อง

“พี่กันต์มีแฟนรึยัง”

“ถามทำไม”

“ก็พี่ดู...แสนดี บอกไม่ถูกว่ะ ดูเป็นคนดี ดูแลคนอื่นได้ อาชีพก็มีเป็นหลักเป็นแหล่ง ผมคิดว่าพี่น่าจะมีครอบครัวแล้ว” กันต์ยิ้มกับความคิดของอีกฝ่าย

“ยังไม่มีหรอก ไม่มีแม้แต่แฟน” พูดไปก็นวดขาคนช่างจ้อไปด้วย ใบหน้าหวานที่กำลังหลับตาพริ้มทำให้เขาเผลอมอง โพธิวัฒน์ดูเป็นเด็กธรรมดาแต่กลับมีเสน่ห์ให้รู้สึกว่าอยากเข้าหา เวลายิ้มทีก็คิดว่า ‘น่ารัก’ ไม่หยอกเลยทีเดียว

“จริงเหรอ เหมือนผมเลย ผมก็ยังไม่มีแฟน” หัวใจคนฟังเต้นเป็นจังหวะช้าๆ หนักๆ เหมือนจะหลุดออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ระบายขึ้นบนหน้า ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในเสี้ยวนาทีก่อนที่เสียงครูป้อมจะตวาดขึ้นดังลั่นทำเขาหลุดจากภวังค์

“กันต์! ทำไมยังไม่ไปวิ่งอีก”

“ครับๆ ไหวไหมโพ” กันต์ถามซึ่งโพธิวัฒน์ก็พยักหน้าในทันที วันก่อนเจอฤทธิ์ครูป้อมไปเพราะดันอู้ไปห้องน้ำทำทีว่าท้องเสีย ครูป้อมจับได้เลยโดนเตะกระสอบทรายไปสองร้อยทีห้ามพัก ขาล้าจนแทบยกไม่ขึ้น

พวกเขาเลิกซ้อมกันเวลาสองทุ่ม 45 นาที วันนี้ครูป้อมใจดีให้เลิกก่อนเวลา หลังจากนั่งพักกับกันต์คอยฟังรุ่นพี่เล่านั่นนี่จนเหงื่อแห้งก็ได้เวลาไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า วันนี้พชรโทรมาบอกว่าจะมารับด้วยตัวเอง ไม่รู้เกิดนึกอะไรขึ้นมาทั้งที่เขาบอกไปแล้วว่ากันต์เสนอจะไปส่งเองเพราะบ้านอยู่ทางเดียวกัน แต่อีกฝ่ายก็ยืนกรานบอกว่าจะมารับให้ได้

“เห้ย!! ไอ้จันทร์!” แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองจนต้องขยี้ตาเพื่อดูให้ชัดๆ ว่าคนที่ยืนอยู่ที่ตู้ล็อกเกอร์คือเพื่อนรักตนจริงๆ โพธิวัฒน์พุ่งเข้าไปกอดหนุ่มร่างเล็กจนกระดูแทบหักด้วยความดีใจ

“นี่มึงมาอยู่นี่ได้ไง คุณปูรณ์ไปเอามึงออกมาเหรอ แล้วนี่มึงมาเรียนที่นี่ได้ไง กูโคตรดีใจเลยว่ะ โคตรดีใจเลย” โพธิวัฒน์ไม่ได้ไปที่เสถียรพงศ์เลยหลังครั้งล่าสุดที่ไป ไม่ได้โทรไปคุยหรือทักทายเพื่อนรักคนนี้แม้แต่น้อย พอได้มาเจอกันข้างนอกแบบนี้ยิ่งกว่าดีใจเสียอีก

“ปะ...ปล่อยก่อนโพ เราหายใจไม่ออก” จันทร์ยิ้มพลางดันเพื่อนตัวเองออกเบาๆ “พอดีมีคนขอรับอุปการะเราน่ะก็เลยออกมาได้”

“แล้วมึงออกมานานแล้วเหรอ มึงมาเรียนที่นี่ได้ไง”

“ออกมาได้เกือบเดือนแล้ว ตอนนี้พวกเขาไปจัดการธุระที่ต่างประเทศเลยฝากเราไว้กับเพื่อนเขา เพื่อนของท่านเลยให้เรามาเรียนป้องกันตัวเอาไว้เพราะธุรกิจที่มิสเตอร์กับมิสซิสลีทำค่อนข้างมีคู่แข่งเยอะ”

“เหรอวะ แล้วทำไมกูไม่เคยเห็นมึงที่นี่เลย เออช่างเถอะ นี่พี่กันต์นะ พี่เขาเป็นคนช่วยฝึกกูน่ะ พี่กันต์นี่ไอ้จันทร์เพื่อนรักผมครับ”

“สวัสดีครับ” จันทร์พุ่มมือขึ้นไหว้

“เดี๋ยวกูไปอาบน้ำก่อนนะ” โพธิวัฒน์ตบไหล่จันทร์เบาๆ ก่อนจะหยิบอุปกรณ์เข้าไปอาบน้ำกันต์เองก็เช่นกัน

โพธิวัฒน์ใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวภายใน 5 นาทีเพราะต้องการออกมาหาจันทร์ แต่เมื่อออกมากลับพบแต่กันต์ที่ยืนอยู่ในชุดใหม่แล้วแค่คนเดียว

“ไอ้จันทร์ออกมายัง พี่เห็นมันป่ะ”

“กลับไปแล้ว เห็นบอกว่ารีบ” โพธิวัฒน์พยักหน้ารับหน้าเศร้าจนกันต์อดไม่ได้ที่จะโยกหัวกลมนั่นเบาๆ “เขาบอกว่าเรียนที่นี่ไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวก็ได้เจอกันอีกไม่ต้องเศร้าไปหรอก”

“โพ!” ยังไม่ทันที่โพธิวัฒน์จะตอบอะไรเสียงเรียกชื่อตนเองก็ดังขึ้น หันไปมองก็เห็นพชรยืนคุยกับครูป้อมกำลังตรงรี่เข้ามาหา

“กลับได้แล้ว เดี๋ยวนายเป็นห่วง” พชรพูดไปก็มองสำรวจ ‘พี่กันต์’ ของโพธิวัฒน์ไปด้วย

“อ่า...พี่เพชร กลับก็กลับ ครูป้อมสวัสดีครับ พี่กันต์ผมไปก่อนนะ”

“เออ อย่าเศร้ามาก ยิ้มหน่อยยย” ไม่พูดเปล่ากันต์ยังกอดคอรุ่นน้องไว้ให้ซุกอกตนแล้วหยิกแก้มนิ่มจนยืดออก พชรยืนมองเหตุการณ์อยู่ตลอดได้เก็บข้อมูล ดูท่าเด็กชื่อกันต์จะคิดไม่ซื่อกับคนของนายเสียแล้ว

“โอ๊ยๆ เจ็บนะพี่” โพธิวัฒน์เบี่ยงตัวออกใช้วิชาที่กันต์สอนมาล็อกแขนอีกฝ่ายไว้ จากนั้นก็ผลักออกจนครูป้อมหัวเราะเพราศิษย์มันย้อนครูเข้าเสียแล้ว

โพธิวัฒน์กับพชรกลับมาถึงคฤหาสน์โตณณาการในเวลา 4 ทุ่มกว่า ความเหนื่อยล้าทำให้โพธิวัฒน์หลับไปบนรถปลุกให้ตื่นก็ยาก คุณปูรณ์ที่รออยู่แล้วจึงมาเปิดประตูฝั่งที่เด็กหนุ่มนั่ง สอดแขนเข้าใต้ข้อพับเข่าและแผ่นหลัง จังหวะที่กำลังจะช้อนตัวคนหลับอุ้มขึ้นก็ได้กลิ่นที่ซอกคอของโพธิวัฒน์ ไม่ใช่กลิ่นสบู่ที่เจ้าตัวใช้ประจำ และไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมด้วย



TBC.
สวัสดีปีใหม่ค่ะ
ขอให้คนอ่านสุขภาพแข็งแรง มีความสุข คิดสิ่งใดสมหวังตามปรารถนานะคะ

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1030
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
ปูรณ์จมูกไวจริงจับผิดเก่งเดี๋ยวสอบโพหนักอีกแน่ๆ

ออฟไลน์ Cyclopbee

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 231
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
Re: |เด็กในความดูแล|►ep.9◄|◣p.2◥|◤28-12-61◢|
«ตอบ #46 เมื่อ29-12-2018 19:40:56 »

 :pig4: :3123:

ออฟไลน์ bun

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2354
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +250/-4
Re: |เด็กในความดูแล|►ep.9◄|◣p.2◥|◤28-12-61◢|
«ตอบ #47 เมื่อ29-12-2018 21:21:17 »

คุณปูรณ์จมูกไวไปไหน รอตอบคำถามอีกแน่โพธิ

ออฟไลน์ Keane

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 281
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-0
Re: |เด็กในความดูแล|►ep.9◄|◣p.2◥|◤28-12-61◢|
«ตอบ #48 เมื่อ14-01-2019 07:40:36 »

 o13 :pig4:

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1030
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
Re: |เด็กในความดูแล|►ep.9◄|◣p.2◥|◤28-12-61◢|
«ตอบ #49 เมื่อ15-03-2019 00:52:35 »

 :call: :call: :call:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: |เด็กในความดูแล|►ep.9◄|◣p.2◥|◤28-12-61◢|
« ตอบ #49 เมื่อ: 15-03-2019 00:52:35 »





 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด