|เด็กในความดูแล|►ep.9◄|◣p.2◥|◤28-12-61◢|
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: |เด็กในความดูแล|►ep.9◄|◣p.2◥|◤28-12-61◢|  (อ่าน 2534 ครั้ง)

ออฟไลน์ tong_pub

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 410
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +93/-5
***************************************************************************************
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

*****************************************************************************************


“เธออยากทำงานไหม”

“อยาก... ทำงานแล้วมีเงิน ซื้ออะไรก็ได้ อยากกินอะไรก็ได้ ไปเที่ยวที่ไหนก็ได้”

“ก็ดี เพราะต่อไปนี้เธอต้องทำงานให้ฉัน อย่าทำให้ฉันผิดหวังแล้วเธอจะได้สิ่งที่เธอต้องการ”


คำเตือน : เนื้อหาในเรื่องมีความรุนแรงในบางครั้ง  และเนื้อหาทั้งหมดมาจากจินตนาการของผู้แต่ง ไม่ได้มีเจตนาพาดพิงหรือล้อเลียนบุคคลใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-12-2018 16:04:12 โดย tong_pub »

ออฟไลน์ tong_pub

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 410
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +93/-5
จุดเริ่มต้น


“มึงชอบแย่งของเล่นของคนอื่นไอ้หน้าด้าน!”

“มึงก็ชอบเสือกเรื่องของคนอื่นไอ้เหี้ย!”

ผลัวะ!

เสียงโต้เถียงกันดังลั่นลานวัด เด็กผู้ชายอายุอานามไม่เกิน 14 ปี พ้นวัยประถมมาหมาด ๆ กำลังชกต่อยกันอุตลุด โดยมีเด็กวัยเดียวกันไม่ก็อ่อนกว่ายืนเป็นกองเชียร์มวยวัดคู่นี้

“แม่มึงอยู่ไหนล่ะไอ้โพ ไอ้ลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่!” ฝ่ายคนปากไวพูดยั่วจนอีกฝ่ายทนไม่ไหวใช้หัวโหม่งเข้าหน้าจนเลือดทะลักทางจมูก แล้วเสียงร้องไห้จ้าก็ดังขึ้น เด็กน้อยที่โดนเรียกว่าโพไม่มีสะท้านกับการทำผิดครั้งนี้สักนิด เพราะความโกรธทำให้ระงับอารมณ์ไม่อยู่

“เอ้า ๆ พวกเอ็งทะเลาะกันอีกแล้วเหรอวะ ไอ้พวกนี้นี่! เดี๋ยวข้าก็ตีให้น่องลายเสียหรอก” หลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดเดินมาพร้อมไม้เท้าปราม ชราแต่ก็ยังคงแข็งแรงไม่ได้ทำให้เกิดอุปสรรคในการสั่งสอนเด็ก ๆ แต่อย่างใด

“พวกเอ็งอายเขาไหมล่ะนั่น เห็นไหมว่าคนเขามางานศพอยู่กันเต็มวัด พวกเอ็งยังมาทะเลาะแย่งของเล่นกันอยู่อีก แล้วนั่นไอ้อินทำไมถึงได้จมูกแตกเลือดออกแบบนั้น” ถามไปพลางเข้าไปสำรวจอาการบาดเจ็บของเด็กน้อย

“ไอ้โพมันทำอ่ะหลวงตา มัน...”

“ก็มึงมาแย่งของเล่นเพื่อนกู แถมยังพูดถึงแม่กูไม่ดีอีก สมควรแล้วไอ้อิน” เด็กน้อยชื่อโพเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้

“นายครับ ไปกันเถอะครับ” เสียงกล่าวเตือนผู้เป็นนายที่ยืนมองเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ตั้งแต่แรกเริ่ม แต่กลับไม่ได้รับความสนใจ

“อ่าว แล้วมันยังไงกันล่ะ ไหนใครเล่าให้ฟังตั้งแต่แรกได้ไหม” หลังจากนั้นเด็กเกือบสิบคนก็แย่งกันพูด แต่ฟังไม่ได้ความเท่าไหร่นัก ชายหนุ่มที่เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจึงเดินเข้าไปหา

“สวัสดีอีกครั้งครับหลวงพ่อ” ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำ เสื้อตัวในเป็นสีขาว เนคไทเป็นสีดำ ตัวใหญ่ราวกับยักษ์ปักหลั่นที่เคยเห็นในหนังสือเดินเข้ามาใกล้ เด็ก ๆ ถอยกรูกันไปหลบหลังหลวงตา แต่มีเพียงเจ้าโพที่ยังคงยืนมองอีกฝ่ายด้วยดวงตากลมใสแจ๋ว หน้าตามันบูดบึ้งบ่งบอกว่าอารมณ์ยังค้างจากเมื่อครู่

“อ่าว โยมปูรณ์ ยังไม่กลับรึ มีอะไรรึเปล่า เอ้า ๆ พวกเอ็งจะไปไหนก็ไป อย่าเที่ยวทะเลาะกันอีกล่ะ ไอ้อินเอ็งก็กลับไปหาแม่เอ็งได้แล้ว เห็นตามหามาตั้งกะเช้า” เจ้าอาวาสถามกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม โบกมือไล่พวกเด็ก ๆ ให้แยกย้ายกันทางใครทางมัน อย่าได้ถือโทษโกรธกันเพราะถือว่าพระขอ

“ผมอยากสอบถามอะไรหลวงพ่อสักหน่อยน่ะครับเรื่องเด็กที่ชื่อโพ”

โพธิวัฒน์ ความหมายของชื่อมันคือเจริญด้วยปัญญา หรือไอ้โพที่คนในวัดและคนละแวกนี้รู้จักดี ชื่อเล่นมันหลวงพ่อตั้งให้จากต้นไม้ที่ปลูกไว้ตามวัดนั่นคือต้นโพ หวังให้มันมีอายุยืนยาวและแข็งแรงดั่งต้นไม้ชนิดนี้

โพมีแม่เป็นโสเภณี ส่วนพ่อติดยาและค้ายาจนตอนนี้ไปนอนในคุกได้หลายปีแล้ว หลวงพ่อสงสารจึงรับมันมาเลี้ยงตั้งแต่อายุยังน้อย ๆ เอามาสั่งสอนมาอบรม จนตอนนี้อายุมันได้ 14  ย่าง 15 ปีแล้ว แม่มันไม่เคยมาหาเลยเพราะได้ผัวฝรั่ง และเขาพาไปอยู่ต่างประเทศแล้ว มันจึงมีแค่หลวงพ่อกับวัดนี้แหละที่เปรียบเหมือนบ้านของมัน

“จะเป็นอะไรไหมครับหากผมจะขอรับเด็กคนนี้ไปอุปการะ” คุณปูรณ์เอ่ยถามหลังได้ฟังความหลังของเด็กน้อย ภายใต้แว่นตากันแดดสีดำราคาแพง เขาก็สำรวจเด็กน้อยที่ยืนเล่นกับเพื่อนอีกคนที่เพิ่งแย่งขอเล่นกลับมาให้ได้ อะไรหลาย ๆ อย่างทำให้เขาสะดุดตากับเด็กคนนี้ และเชื่อว่าในอนาคตเขาสามารถได้ประโยชน์จากเด็กคนนี้แน่นอน

“อาตมาก็อยากให้มันได้ดิบได้ดีเหมือนกัน หากโยมจะเมตตามันอาตมาก็ยินดี” คุณปูรณ์ไม่ใช่คนอื่นคนไกล เขามาบริจาคที่วัดนี้บ่อย ๆ อีกทั้งหน้าที่การงานใหญ่โตเป็นนักธุรกิจที่ร่ำรวย ที่สำคัญมีสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า สนับสนุนให้เด็ก ๆ ได้มีการศึกษาดี ๆ ด้วย หากไอ้โพไปอยู่ก็คงจะเจริญก้าวหน้ามากกว่ามาเป็นเด็กวัดแบบนี้

“ครับ ผมสัญญาว่าจะทำให้เด็กคนนี้มีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิมแน่นอน” คำมั่นสัญญาต่อหน้าพระที่ปูรณ์ โตณณาการได้ให้ไว้ แน่นอนว่ามันจะเป็นจริงทุกประการ

:::::::::::::::::::

5 ปีผ่านไป

“แวะไปเสถียรพงศ์ก่อน วันนี้ครบกำหนดแล้วใช่ไหม”

ปูรณ์หนุ่มใหญ่วัย 36 ปี สั่งบนรถคันหรูที่แล่นอยู่บนทางด่วน คนขับรถพยักหน้ารับโดยมีลูกน้องคนสนิทที่เปรียบเหมือนเพื่อนนั่งหน้าคู่คนขับ

แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นสถานสงเคราะห์แต่ใช่ว่าเด็กกำพร้าที่ไหนจะเข้าได้ ทุกคนล้วนผ่านสายตาของนายใหญ่แห่งโตณณาการมาทั้งสิ้น ท่ามกลางโลกที่แสนโสมมและวุ่นวาย หากเด็กคนนั้นโดดเด่นก็จะถูกเลือกเข้ามาบ่มเพาะที่นี่ และการตัดสินชีวิตที่เหลือของเด็กเหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่ออายุครบ 18 ปีบริบูรณ์

เสียงเซ็งแซ่ดังทั่วโรงอาหารของสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าในเวลาพักเที่ยง จำนวนเด็กที่นี่มีไม่ถึง 100 คน จะมีการส่งไปเรียนหนังสือดั่งเช่นเด็กทั่วไป ในแต่ละปีจะมีเด็กที่ได้ออกไปจากที่นี่เพียง 1 – 2 คนเท่านั้นที่ได้ไปทำงานกับปูรณ์ ส่วนเด็กคนอื่นที่โตพอจะหางานทำเองได้แล้วแต่ไม่ผ่านเกณฑ์ก็จะถูกส่งไปทำอย่างอื่น หางานอื่น ๆ ให้ทำหรือไม่ก็ส่งให้ศึกษาต่อจนจบปริญญาตรี และหลังจากนั้นจะถือเป็นการสิ้นสุดการเลี้ยงดูเด็กเหล่านี้ แต่ถ้าหากมีใครจะมารับเลี้ยงในกรณีพิเศษก็ย่อมได้เช่นเดียวกัน

“มึงเอามานี่เลยนะไอ้จันทร์!” เด็กผู้ชายตัวใหญ่ยื้อแย่งหนังสือการ์ตูนออกจากมืออีกฝ่าย แม้คนตัวเล็กกว่าจะปกป้องไว้สุดชีวิตก็ตาม

“ไม่ให้! นี่ของเรานะ” จันทร์ เด็กหนุ่มหน้าหวานอายุ 19 ปี แต่กลับตัวเล็กกว่าอีกฝ่ายไม่น้อยทำท่าจะร้องไห้ เมื่อหนังสือการ์ตูนที่อยู่ในมือดูท่าจะฉีกขาด

“ไอ้อิน! มึงแย่งของไอ้จันทร์อีกแล้วนะ!”

โครม!

คราวนี้โพไม่รอให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิม กระโดดถีบไอ้ยักษ์อินล้มโครมลงไปต่อหน้าต่อตา ก่อนจะแย่งหนังสือการ์ตูนจากมือมันมาให้จันทร์เหมือนเดิม ตอนแรกคิดว่ามาอยู่ที่นี่จะรอดพ้นจากไอ้อินไปได้ ที่ไหนได้เจ้าของที่นี่เสือกรับไอ้อินมาให้เป็นไม้เบื่อไม้เมากันอีก อยู่มา 5 ปีมันก็แย่งของไอ้จันทร์ทุกวัน ไอ้จันทร์ก็ขี้แยตั้งแต่เด็กจนโต เพราะตัวเล็กสู้มันไม่ได้ แถมยังปอดแหกยอมให้มันรังแก

“หนอยย ไอ้โพ! มึงกล้ามากนะ กล้าถีบกู” อาศัยความตัวใหญ่กว่าเข้ามาล็อกคอไอ้หนุ่มร่างเล็กตัวเท่ารักแร้แล้วดึงผมมันจนหน้าหงาย หอมฟอดใหญ่ไปที่แก้มเนียนเพื่อกวนประสาทมัน จนเจ้าตัวดิ้นพล่านทรมานยิ่งกว่าโดนเขากระทืบเสียอีก จะเอาคืนไอ้โพก็ต้องใช้วิธีนี้แหละ

“ไอ้สัดอิน! วันนี้กูจะเอาเลือดหัวมึงออกให้หมดตัวเลยแม่ง!! ปล่อยกูนะโว้ย” โพโวยวายเมื่อตกเป็นรอง ตอนเด็กก็ตัวเท่ากันอยู่หรอก ทำไมโตมาเขาถึงสูงแค่ 173 ก็ไม่รู้ ส่วนไอ้อินทะลุไป 180 สูงกว่าเขาตั้งเกือบ 10 เซนติเมตร

“หยุดเลยนะนายอิน นี่นายโพ...หยุด ๆ ครูบอกให้หยุด!” เสียงหญิงสาววัยกลางคนดังมาแต่ไกลก่อนจะจับเด็กทั้งสองแยกกัน เพราะต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกันท่าเดียวจนเสื้อผ้าหลุดลุ่ย เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยเศษดิน เพราะอินจับคนตัวเล็กทุ่มลงบนพื้นอย่างไม่ปราณี

“ไม่หยุด! ครูปล่อยนะ ไอ้อินมันชอบมาแย่งของไอ้จันทร์ทุกที ดูสิหนังสือไอ้จันทร์เช่ามาพังหมดแล้ว” โพร้องประท้วงเมื่อเห็นว่าคุณครูจะเข้าข้างอิน ก่อนจะดิ้นจนหลุดจากการจับกุมพุ่งเข้าไปหาไอ้อันธพาล แต่ก็โดนรวบเอวจากด้านหลังอุ้มขึ้นจนตัวลอย

“ยังซ่าไม่หายเลยนะ” เสียงทุ้มนุ่มกระซิบข้างหูทำเอาโพย่นคอหนี กะว่าหันไปจะเอาเรื่องเต็มที่ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อรู้ว่าเป็นใคร

“เห้ย!” ร่างเล็กอุทานออกมาอย่างตกใจ

ปูรณ์ปล่อยให้อีกฝ่ายยืนปกติ เหตุการณ์เมื่อครู่เหมือนเดจาวูเพราะมันเกิดขึ้นซ้ำเดิม เปลี่ยนแค่สถานที่ก็เท่านั้น จากลานวัดกลายมาเป็นโรงอาหารแทน และตัวละครก็ยังเป็นตัวเดิม โพ อิน และจันทร์

“ท่าน... มาเมื่อไหร่คะเนี่ย เอ่อ...ขอโทษนะคะ มาเห็นเด็ก ๆ แบบนี้ไม่ดีเลย ไปเลยอินจะไปเล่นที่ไหนก็ไป อย่าไปแกล้งรุ่นน้องที่ไหนอีกนะ”

“ครูปล่อยมันไปทุกทีเลย ครั้งนี้ผมไม่ยอมแล้วนะ!” โพโพล่งออกมาพยายามจะเข้าไปดึงอินให้กลับมาเคลียร์กันให้รู้เรื่อง แต่ปูรณ์รั้งคอเสื้อย้วย ๆ ของเด็กหนุ่มไว้ อีกฝ่ายจึงไปไหนไม่ได้ทำได้แค่คว้าอากาศเท่านั้น

“โพ! ไม่น่ารักเลยนะ อยู่ต่อหน้าท่านต้องทำตัวดี ๆ สิ” ครูเอ็ดจนอีกคนหันขวับไปมองเจ้าของชื่อ ก่อนจะงอเป็นจวักอย่างคนที่โดนขัดใจ

“ไปหาผมที่ห้องด้วย พาเขามาด้วยนะ” ชายหนุ่มสั่งก่อนจะพยักหน้าไปทางโพที่ยืนหน้างอเป็นตะขอ

นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ชายหนุ่มที่ประสบความสำเร็จในทางธุรกิจ แต่กลับไม่มีความสุขอย่างที่ควรจะเป็น ภรรยาเขาเสียชีวิตไปตั้งแต่เขาแต่งงานได้แค่ปีเดียวเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ ตั้งแต่นั้นมาเขาก็อยู่คนเดียวมาตลอดจนถึงปัจจุบัน มีเพียงคนติดตามที่คอยคุ้มกันเขาอยู่รอบกายเท่านั้น

สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้านี้เขาเปิดมาได้เกือบ 6 ปีแล้วเพราะเด็กพวกนี้สะท้อนตัวเขาในวัยเด็กที่พ่อแม่แยกทางกันแล้วทิ้งให้เขาต้องเผชิญชีวิตเพียงลำพัง อ้อมกอดที่อบอุ่นสำหรับเขาคือกองไฟข้างถนน อาหารมื้อหรูของเขาคือการขอข้าวเขากิน กว่าชีวิตเขาจะผ่านมาจนถึงจุดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย หลายครั้งที่เขาต้องทำเรื่องสกปรกเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ต้องการ หลายครั้งที่เขาหวิดไม่รอดไปจากเงื้อมมือพญามัจจุราชที่รอคอยจะปลิดชีวิตเขา จนต้องจ้างผู้ติดตามเป็นสิบเพื่อคุ้มกันความปลอดภัยให้เขา

“นั่งลงสิ” ปูรณ์บอกเมื่อเดินมาถึงห้องทำงานของเขา

คุณครูสาวิกานั่งลงตรงหน้าเจ้าของสถานที่แห่งนี้ แต่โพกลับยืนหลบอยู่หลังครูของเขาราวกับเด็กปากเก่งเมื่อครู่ไม่เคยปรากฏให้เห็น ท่าทางคุณปูรณ์เล่นได้เสียที่ไหน

สายตาคมของหนุ่มใหญ่ไล่สำรวจร่างเล็กที่ยืนหลบอยู่หลังครู 5 ปีก่อนกับตอนนี้โพธิวัฒน์ต่างไปจากเดิมไม่น้อย จากที่เห็นครั้งแรกเนื้อตัวมอมแมมส่วนสูงแค่เอวเขาเท่านั้น แต่ตอนนี้กลายเป็นหนุ่มน้อยหน้าตาหวานราวกับผู้หญิง จมูกโด่งแต่ปลายเชิดรั้น ดวงตากลมโตสวย ขนตายาวเป็นแพ กลีบปากสวยที่มักพ่นคำด่ายามใครมาหาเรื่องเพื่อนตนเอง แขนขาไม่ได้เก้งก้างมากนักเมื่อเทียบกับส่วนสูงของลำตัว ผิวพรรณที่เคยคลุกดินคลุกฝุ่นขาวสะอาดตา จนลืมไปเลยว่าไอ้โพเด็กวัดในวันนั้นจะมาเป็นนายโพธิวิฒน์ พันเดชในวันนี้

ชื่อมันยังคงเดิม แต่เขาเปลี่ยนนามสกุลให้ เพราะคิดว่าคนอย่างโพเหมาะกับนามสกุลนี้มากกว่า เขามอบนามสกุลใหม่ให้ และวันนี้เขาจะมอบชีวิตใหม่ให้เด็กคนนี้เหมือนกัน

“ไปยืนหลบอยู่ทำไม มานั่งเก้าอี้ตัวนี้สิ” ปูรณ์บอกอีกครั้งเมื่อเห็นว่าร่างเล็กไม่ยอมออกมาจากหลังครูสาวง่าย ๆ

“ไม่นั่ง ไม่อยากนั่ง”

“โพ! พูดให้มีหางเสียงด้วยสิ คุณครูสอนแล้วไม่ใช่เหรอ”

“สอนแล้วแต่ผมไม่อยากทำ”

“ทำไม” สาวิกาหันไปมองลูกศิษย์อย่างไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าเด็กหนุ่มจะพูดแบบนี้

“ขนาดครูยังไม่ให้ความยุติธรรมอย่างที่พูดเลย แล้วผมจะเอาสิ่งที่ครูสอนมาทำตามได้ยังไง” โพหันไปพูดในสิ่งที่เขาคิด ไม่ว่าจะกี่ครั้งไอ้อินก็รอดตัวไปเสมอ เพราะครูไม่อยากเอาความมัน มันเลยได้ใจทำกร่างไปทั่วแบบนี้

“หึ... โกรธอินมากเหรอ” ปูรณ์ถามพลางยกยิ้มมุมปากมองมาที่ร่างเล็กอย่างค้นหา เขารับอินเข้ามาที่นี่ด้วยหลังจากที่พาโพและจันทร์มาได้ราว ๆ 2 อาทิตย์ นั่นเพื่อจะทดสอบอะไรบางอย่าง โพยืนยันว่าหากจะพาเจ้าตัวมาอยู่ที่นี่ก็ต้องพาจันทร์มาด้วย ซึ่งเขาก็ยอมแต่ไม่ได้บอกว่าหลังจากนี้จะรับอินไปอยู่ด้วย ปรากฎว่าตลอด 5 ปีที่ผ่านมาเขาได้รับคำตอบมาแน่ชัด คนอย่างโพควรเลี้ยงไว้ เด็กคนนี้ไม่ธรรมดา

“ใช่! มันชอบทำเก่ง ชอบข่มเหงคนอื่น ชอบคิดว่าตัวเองใหญ่ เกลียดมันจริง ๆ ที่คอยขู่คนอื่น” พูดไปร่างเล็กก็กัดฟันกรอดระบายอารมณ์

“ตัวแค่นี้สู้เขาไม่ได้หรอก” อินรูปร่างเหมือนนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลก็ไม่ปาน โพตัวผอมเล็กจะไปสู้หุ่นนักกีฬาได้อย่างไร

“ใครบอก! รู้ไหมว่าอัดคนมาเท่าไหร่แล้ว จะลองดูไหมละ” โอ้อวดใหญ่เมื่อเห็นผู้ใหญ่ไม่ปรามอะไร ครูสาวิกาจึงต้องรีบบิดเนื้อที่แขนเรียวเพื่อให้หยุดพูด

“พอได้แล้วโพ พูดแบบนี้เดียวก็โดนกักบริเวณหรอก” แน่นอนว่าอย่างโพธิวัฒน์มีหรือจะไม่กลัวคำขู่นี้ การกักบริเวณไม่ต่างอะไรกับการฆ่าเขาทั้งเป็นชัด ๆ

“ไม่เป็นไร ปีนี้อายุเท่าไหร่แล้ว” ปูรณ์โบกมือห้าม เขาไม่ได้ถือสาอะไรกับเด็กเหล่านี้ เพราะรู้อยู่ว่าแต่ละคนผ่านอะไรมาบ้าง หากจะให้อ่อนน้อมถ่อมตนจนลืมความเป็นตัวเองไปก็คงไม่ได้ ไว้ให้พวกมันรู้เองว่าใครคือเจ้านายชีวิตพวกมัน เวลานั้นมันจะเคารพเขาเอง

“20”

“เข้ามหา’ลัยแล้วใช่ไหม” แม้จะเอะใจไม่น้อยที่โพไม่ถูกเลือกไปก่อนหน้านี้ทั้งที่อายุครบเกณฑ์แล้ว แต่เขาก็ไม่ติดใจอะไร เอาเป็นว่าตอนนี้โพไม่ควรจะอยู่ที่นี่แล้ว

“ยังไม่เข้า รอไอ้จันทร์เรียนจบม.6ก่อนค่อยเข้าพร้อมมัน”

และนี่คือโพคนที่เขารู้จัก โพไม่เคยทิ้งจันทร์เลย หลวงพ่อบอกว่าจันทร์คือลูกของสาวชาวไทยกับชายพม่าที่มาทำงานก่อสร้างที่วัด แต่ไป ๆ มา ๆ กลับทิ้งไว้ที่วัดเสียอย่างนั้น โพเป็นเพื่อนเล่นกับจันทร์มาตั้งแต่เด็กจึงสนิทกันมาก

“ออกไปก่อน ฉันมีเรื่องจะคุยกับครูสาวิกา” โพทำตามอย่างว่าง่าย เขาก็ไม่อยากอยู่กับบรรยากาศเย็นยะเยือกนี้หรอก

“จัดการให้เขาอาบน้ำแต่งตัวใหม่ให้เรียบร้อย ฉันจะให้เขาไปช่วยงาน” คำสั่งเรียบง่ายได้ใจความ ไม่มีสิทธิ์ที่ครูใหญ่ผู้ดูแลที่นี่อย่างเธอจะเอ่ยถามอะไรเพิ่มอีกได้ เพราะ ‘ท่าน’ จะมาเลือกเด็กไปเอง คนไหนเข้าตาก็เลือกคนนั้น

“โพไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้ว” ครูสาวิกาเดินมาบอกคนที่กำลังยืนกินขนมอยู่กับจันทร์

“ไปไหน”

“ท่านสั่ง” ครูสาวิกาพูดพลางดึงร่างเล็กให้ลุกขึ้น

“ไม่ไป จะอยู่กับไอ้จันทร์” โพค้านพูดพลางยื้อตัวเองสุดกำลัง

“นี่เป็นคำสั่ง ขัดไม่ได้” ไม่พูดเปล่ายังลากโพแบบถูลู่ถูกังออกไปจากตรงนั้น

“ไอ้จันทร์! เดี๋ยวกูมานะ กูไม่ไปหรอก” โพร้องบอก

“ไม่เป็นไรโพ เราดูแลตัวเองได้” แม้จะพูดไปแบบนั้น แต่สำหรับจันทร์แล้วเขารู้ดีเลยว่าโพจะไม่กลับมาเพราะท่านเลือกแล้ว

ไม่นานโพธิวิฒน์ในวัย 20 ปีที่เนื้อตัวสะอาดสะอ้านแล้วก็ถูกลากมายังห้องของประธานมูลนิธิที่กำลังนั่งรอเขาอยู่ ปูรณ์ลุกขึ้นยืนอย่างไม่รีรอ เดินนำไปที่รถยุโรปที่จอดรออยู่ก่อนแล้ว

“ไม่ไป! บอกว่าไม่ไปไง!” โพทั้งดิ้นทั้งกัดเมื่อบอดี้การ์ดของปูรณ์ตรงเข้ามาลากเขาไปขึ้นรถ

“โพไปเถอะ เดี๋ยวค่อยมาหาเราตอนว่าง ๆ ก็ได้นะ”

“ไม่เอา... ฮึก...เดี๋ยวมึงโดนไอ้อินแกล้ง มึงโดนต่อยแล้วจะเจ็บ ใครจะทายาให้มึงล่ะ...ไม่ไป ไม่อยากไป” คนเก่งปล่อยโฮเสียแล้ว จากที่เป็นเด็กหนุ่มกล้าไปทั่วกลายมาเป็นคนขี้แยในชั่วพริบตา ร่างเล็กพยายามไขว่คว้าเพื่อจับมือกับเพื่อนรัก แต่เพราะแรงของบอดี้การ์ดที่ถูกฝึกมาอย่างดีไม่อาจฝืนได้ ในใจโพกลัวการจากลามากที่สุด มันเป็นความรู้สึกโดดเดี่ยวที่ไม่เคยต้องการเลยสักนิด ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเมื่อไหร่ หรือจะได้เห็นเพื่อนคนนี้อีกตอนไหน

“ขึ้นรถได้แล้ว” ปูรณ์สั่งเรียบ ๆ ก่อนจะดันให้เด็กใหม่ของเขาขึ้นรถไป โพยังอาลัยอาวรณ์เพื่อนรักได้แต่มองเพื่อนน้ำตานองหน้า จนกระทั่งขึ้นไปนั่งบนรถก็ไม่วายบอกให้เปิดกระจกจะได้บอกลาเพื่อนเขา

“ไอ้จันทร์มึงต้องเข้มแข็งนะ เดี๋ยวกูจะกลับมาหา สัญญา... เกี่ยวก้อยเลย” นิ้วก้อยยื่นออกไปหาเพื่อนเพื่อทำสัญญาต่อกัน หน้าตาที่เปื้อนน้ำตาพร้อมกับเสียงสูดน้ำมูกของโพทำเอาคุณครูที่มาส่งได้แต่ทำหน้าเศร้า จากนี้ไปที่นี่คงเหงาแย่

“อื้ม” จันทร์เดินเข้ามาหา แต่ยังไม่ทันที่นิ้วทั้งสองจะได้สัมผัสกันรถก็เคลื่อนตัวออกไปพร้อมกับแรงดึงจากข้างหลังให้โพนั่งลง

“เอาไอ้จันทร์ไปด้วยได้ไหม เอาไอ้จันทร์ไปด้วยไม่ได้เหรอ มันไม่มีใคร” โพหันไปเขย่าแขนล่ำของคนที่นั่งนิ่งอยู่ข้างกัน แต่เมื่อหนุ่มร่างใหญ่ไม่สนใจเลยหันไปทุบกระจกแทน

“นิ่งได้แล้ว โตขนาดนี้แล้วยังร้องไห้เป็นเด็ก ๆ”

ปูรณ์หันมองที่นั่งคุกเข่าบนเบาะมองมาที่เขาอย่างอ้อนวอน น้ำตานองหน้า จมูกเชิดรั้นโดนเจ้าของถูจนแดงไปหมด ปากเล็กเม้มแน่นเหมือนจะพยายามกลั้นเสียงสะอื้นตัวเอง จนเขาอดไม่ได้ที่จะกลืนเสียงสะอื้นนั้นด้วยตัวเขาเอง

อุ๊บส์!

มือแกร่งโอบเอวเล็กไว้ก่อนจะดึงอีกคนให้มานั่งคร่อมบนตัก การกระทำที่จาบจ้วงทำให้โพธิวัฒน์อึ้งไป ปูรณ์จึงใช้โอกาสนี้ส่งลิ้นของตนเขาหาโพรงปากเล็กก่อนจะกวาดไปทั่ว ทักษะเชิงรุกใช้ได้ผล เมื่อเด็กหนุ่มที่ไม่ประสาเรื่องแบบนี้ขืนตัวอยู่เมื่อครู่ตัวอ่อนปวกเปียกอยู่ในตักเขา เมื่อผละออกก็พบว่าเด็กขี้แยหลับไปแล้ว ปูรณ์ปาดคราบน้ำตาให้เด็กน้อยที่เขาเพิ่งได้มาและเขาก็ไม่รังเกียจที่จะให้ร่างเล็กหลับบนตักนั่งคร่อมซบไหล่เขาโดยมีแขนล่ำโอบกอดเอาไว้

หวังว่าเธอจะไม่ทำให้ฉันผิดหวังนะโพธิวัฒน์...


TBC.


แนวกินเด็ก...นะจ๊ะ
หากไม่ชอบ กดผ่านเลยจ้า
ปล.หวังว่าลงเรื่องครั้งนี้จะอยู่รอดจนจบนะ สาธุ

ออฟไลน์ tong_pub

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 410
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +93/-5


ดูแลครั้งที่ 1


รถจอดลงตรงโถงที่จอดรถหน้าตัวตึกคฤหาสน์หลังใหญ่ คนขับรถลงมาเปิดประตูให้ผู้เป็นนายได้ลงจากรถ แต่ผิดคาดเมื่อตนทำหน้าที่แล้ว แต่คนอยู่บนรถกลับนั่งนิ่งไม่ขยับพร้อมทั้งยังกอดเด็กใหม่เอาไว้หลวม ๆ

"ส่งเด็กให้ผมนะครับ” พชรเลขาคนสนิทอายุอ่อนกว่าเพียง 4 ปีที่เป็นทั้งเพื่อน และบอดี้การ์ดให้กับปูรณ์พูดขึ้น เมื่อเห็นว่าเจ้านายไม่ลงจากรถง่ายๆ

“ไม่เป็นไร...ขาชานิดหน่อยน่ะ” ผู้เป็นนายบอก ก่อนจะก้าวลงจากรถอย่างระมัดระวัง แม้อายุจะ 20 ปีแล้ว แต่รูปร่างของโพธิวัฒน์ เมื่ออยู่ในอ้อมกอดเขาก็ไม่ต่างจากเด็กมัธยมดี ๆ นี่เอง ทำไมถึงได้ตัวเล็กนักนะ

“จะให้ผมตรวจเด็กเลยไหมครับ” เมื่อเห็นว่าเจ้านายยืนบนพื้นได้มั่นคงแล้วจึงถามขึ้น

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจัดการเอง” ปูรณ์ตอบเสียงเรียบ ก่อนจะอุ้มคนในอ้อมกอดขึ้นห้องเขาไป

เด็กทุกคนที่เลือกมาจะต้องผ่านการ ‘ตรวจสภาพ’ จากพชร มีทั้งทางจิตวิทยา และการทดสอบการเอาตัวรอดทางสัญชาตญาณ แต่ส่วนใหญ่มักจะไม่ผ่านงานทำให้เขาต้องส่งไปทำอย่างอื่นเสีย ส่วนโพธิวัฒน์นี้เขารู้สึกถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็น บุคลิกสู้คนไม่ยอมใครแบบนี้แหละที่เขาต้องการ เขามั่นใจว่าเขามองคนไม่ผิดตัดสินใจเลือกให้เข้ามาอยู่ในสถานที่ของเขาแล้ว เด็กคนนี้ต้องแสดงอะไรออกมาให้เขาเห็นถึงประโยชน์ในตัวบ้าง

“อื้อ...” ร่างเล็กดิ้นออกจากแขนเมื่อถูกวางลงบนเตียงนุ่ม ก่อนจะเบียดตัวซุกเข้าหาหมอนข้างที่อยู่ใกล้ตัว

“หึ..” เจ้าของคฤหาสน์หัวเราะในลำคอ ก่อนจะถอดสูทออกเพื่อที่เขาจะได้ไปจัดการตัวเองให้สะอาดก่อนเข้านอน ความเหน็ดเหนื่อย และความเมื่อยล้าเริ่มออกอาการ เขายกมือขึ้นนวดหัวไหล่คลายความเมื่อยขบ อยากจะแช่น้ำอุ่นสักหน่อยเพื่อความผ่อนคลายนี้

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูเบา ๆ สามครั้งที่หน้าห้องดังขึ้น ก่อนที่ปูรณ์จะเดินเข้าห้องน้ำไป เขาเดินไปเปิดประตูก็พบเด็กผู้ชายหน้ากลมยืนมองเขาตาแป๋ว

“พ่อปูรณ์ฮะ” เด็กน้อยวัย 6 ขวบเรียก ก่อนจะโผเข้ากอดเต็มรัก

“ครับ... อุ่นยังไม่นอนอีกเหรอ” ปูรณ์คุกเข่านั่งลงเพื่อที่จะได้คุยกับลูกน้อยเขาได้ถนัด

อุ่นคือลูกของจิรภาสเพื่อนรักของเขา แต่เพราะธุรกิจที่กำลังไปได้สวยทำให้คนอยากขัดขาจึงถูกลอบสังหาร โดยก่อนตายจิรภาสได้ฝากเด็กน้อยคนนี้ไว้กับเขา ซึ่งเขาก็รับเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมตั้งแต่นั้นมา

“ยังไม่ง่วงครับ วันนี้คุณอาเพชรไม่มาเล่านิทานให้ฟังเลยนะ” ได้ทีเด็กน้อยรีบฟ้องทันทีถึงความบกพร่องในหน้าที่ของพชร จนปูรณ์อดขยี้ผมนุ่มอย่างเอ็นดูไม่ได้

“งั้นเดี๋ยวพ่อไปเล่าให้ฟัง อุ่นรอพ่ออาบน้ำแป๊บนึงนะครับ” ปูรณ์บอกก่อนจะอุ้มลูกน้อยมานั่งที่โซฟาตัวใหญ่ในห้องส่วนตัวเขาเองก็เดินเข้าห้องน้ำไป

ไม่นานนักคุณพ่อรูปหล่อก็ออกมาพร้อมกับชุดนอน โดยใส่เสื้อคลุมทับอีกชั้นก่อนจะชะงักไปเมื่ออุ่นปีนขึ้นไปบนเตียงนั่งมองโพธิวัฒน์ตาไม่กระพริบ

“อุ่น... อย่าซนนะครับ” ปูรณ์เตือนลูกน้อย

“พ่อปูรณ์ครับ พี่เขาเป็นคนใช่ไหม” นิ้วเล็ก ๆ ชี้ไปที่ร่างของคนที่นอนหลับปุ๋ยไม่รู้สึกตัวอยู่ ในสายตาเด็กน้อยคนที่นอนอยู่เหมือนตุ๊กตาในรูปวาดที่เคยเห็น ตัวขาวผิวใสเห็นเส้นเลือดฝาด ดูเหมือนไม่ใช่คนจริง ๆ

“ใช่ครับ” ปูรณ์ตอบเสียงเบา

“พี่เขาเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงเหรอครับ” เด็กน้อยช่างถามกวาดสายตามองทั่วใบหน้าหวานอย่างสงสัย

“ผู้ชายครับ” ปูรณ์ยิ้มกับคำถามลูกน้อยก่อนจะนั่งลงใกล้ๆ

“พี่เขาน่ารักจังครับ แล้วพ่อปูรณ์ไปพาพี่เขามาทำไม พ่อแม่พี่เขาไม่อยู่เหรอครับ” อุ่นปีนขึ้นไปนั่งบนตัก แต่ยังคงมองร่างเล็กที่นอนอยู่บนเตียงพ่อเขาไม่วางตา

“ไม่อยู่ครับ พ่อว่าเราไปที่ห้องนอนของอุ่นดีกว่าไหม ปล่อยให้พี่เขานอนนะครับ” ปูรณ์อุ้มลูกน้อยขึ้นแนบอก ก่อนจะเดินออกไปปล่อยให้แขกคนใหม่ของบ้านหลับไปก่อน

“พี่เขาจะอยู่กับเรานานไหมครับ” อุ่นกอดคอพ่อตัวเองแน่นถาม เมื่อมาถึงห้องนอนของตนแล้ว

“กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...” ปูรณ์ไม่ตอบ แต่เลือกที่จะเล่านิทานกล่อมคนดีของเขาให้หลับเสีย

ปูรณ์ใช้เวลาที่ห้องลูกชายผ่านไปจนถึง 4 ทุ่มก็กลับห้อง ปรากฏว่าสิ่งมีชีวิตบนเตียงเขาได้หายไปแล้ว พอเดินไปดูในห้องน้ำก็พบโพธิวัฒน์เดินสำรวจห้องน้ำหรูอยู่

“โพ” ปูรณ์เรียกเมื่ออีกคนเกาะบานกระจกฝั่งที่มีอ่างอาบน้ำมองออกไปนอกกระจกไม่ละสายตา

“โห... คุณดูนี่สิ นี่มันสุดยอดเลย บ้านสูงชะมัด” โพธิวัฒน์พูดอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เมื่อเขามองเห็นบ้านที่มีแสงไฟยาวไปตลอดทางเหมือนภาพวาดในฝัน เนื่องจากสถานที่ที่เขาอยู่ตอนนี้เหมือนอยู่ขึ้นมาบนเขาไม่สูงนัก ตามถนนที่ทอดยาวลงไปมีบ้างบ้างประปราย แต่เป็นระเบียบมาก ดูสวยงามเหมือนในละครทีวี มองปราดเดียวก็รู้ว่าระแวกบ้านคนรวยแน่นอน

“ชอบเหรอ” ปูรณ์เดินเข้าไปใกล้ทิ้งตัวนั่งบนขอบอ่างที่ไม่มีน้ำ ก่อนจะดึงอีกคนให้มานั่งบนตัก โพธิวัฒน์ชะงักไปแต่ก็คิดว่าอย่างไรเสียผู้ชายคนนี้ก็เหมือนญาติผู้ใหญ่ จึงปล่อยไปให้ทำตามใจ แม้จะรู้สึกว่าไม่ปกตินักก็ตาม ปูรณ์ยิ้มในใจดูเหมือนความใหญ่โตของสถานที่แห่งนี้จะทำให้โพลืมเพื่อนสนิทอย่างจันทร์ไปเสียสนิท

“ไม่ ใหญ่ไป... อยากได้แบบคอนโดฯ ไอ้พี่หินมันโม้ด้วยนะว่ามันมีคอนโดฯอยู่ด้วย เท่สัด ๆ” โพบอกในสิ่งที่ตนได้ยินมา เพราะหินกลับมาที่สถานรับเลี้ยงอีกครั้งเมื่อปีก่อน อวดพวกเขาใหญ่ว่ามีนั่น โน่น นี่เพราะได้งานดีจนเขาอิจฉา โดยคนตัวเล็กไม่รู้สึกถึงการลุกลามของมือที่เลื้อยเข้ามาในเสื้อที่ตนสวมอยู่

ปูรณ์ยิ้มมุมปากเพราะหินผ่านงานและมาทำงานให้เขา วันนี้เขาส่งไปญี่ปุ่นคาดว่าพรุ่งนี้คงกลับเพราะงานมีแค่นิดเดียว แค่ไปเจรจาธุรกิจนิดหน่อยเท่านั้น

“เคยเห็นคอนโดฯเหรอ” ปูรณ์กระซิบถามแอบก้มลงสูดดมกลิ่นของร่างเล็กที่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของสบู่เด็ก

“ไม่เคย แต่คงเล็กกว่านี้ใช่ไหม ไอ้ที่มีหลาย ๆ ชั้นน่ะ อื้อ...คุณเป็นไรเนี่ย จะเป็นลมเหรอ” โพธิวัฒน์หันไปถามเมื่อเห็นว่าปูรณ์ซุกหน้าลงกับซอกคอเขา

“โพ... เธออยากทำงานไหม” ปูรณ์ผละออกเมื่อคนตัวเล็กรู้ตัวก่อนจะถาม

“อยากสิ ทำงานแล้วมีเงิน ซื้ออะไรก็ได้ อยากกินอะไรก็ได้ ไปเที่ยวที่ไหนก็ได้” โพธิวัฒน์ตอบแบบไม่ต้องคิด ยิ่งคิดไปถึงหน้าไอ้พี่หินตอนที่มันเล่า แถมยังใส่ชุดเรียบโก้เห็นความหล่อมาแต่ไกลมันยิ่งอยากมีเหมือนกัน

“งั้นถอดเสื้อผ้า” ปูรณ์พูดกึ่งจู่โจมเมื่อเห็นเด็กหนุ่มมีความกระหายอยากได้อยากมีจนออกนอกหน้า

“ห้ะ? ถอดทำไม เพิ่งอาบน้ำมา” โพธิวัฒน์ฉลาดอยู่ไม่น้อยหันมาถาม ก่อนจะลงจากตักปูรณ์ไปเกาะกระจกดูวิวเหมือนเดิม

“โพ... ถ้าเธออยากทำงานฉันต้องตรวจดูให้ดีว่าเธอพร้อมที่จะทำงานไหม” ปูรณ์ตอบเสียงเรียบ เด็กคนนี้คือคนที่เขาคุยอย่างใจเย็นด้วยมากที่สุด และเด็กคนนี้คือคนแรกที่เขาเลือกตรวจสภาพเองโดยไม่พึ่งพชร

“ทำไมต้องตรวจ คุณเป็นหมอเหรอ” เด็กหนุ่มหันมาถามตาใสทำเอาร่างสูงยิ้มบาง ๆ

“อืม... เป็นหมอ”

โพทำหน้าไม่เชื่อแต่ก็ยอมพยักหน้าเพราะไม่อยากโต้แย้งให้มากความ ยอมเชื่อก็ได้ว่าคุณปูรณ์เป็นหมอ แม้จะดูไม่น่าเชื่อถือเท่าไหร่นัก เพราะบอดี้การ์ดที่รายล้อมรอบตัว และความใหญ่โตอลังการของบ้านหลังนี้ดูแล้วไม่น่าจะใช่หมอสักนิด

“เร็ว ๆ นะ หนาว...” โพธิวัฒน์บอกกอดตัวเองพลางลูบแขน ที่จริงมันทั้งหนาวและเขินล่ะ อายุขนาดนี้แล้วมาแก้ผ้าต่อหน้าคนอื่นน่าอายจะตาย...

ร่างสูงมองสำรวจเด็กหนุ่มที่ตอนนี้เริ่มแดงเถือกไปทั้งตัวเพราะความเขิน ผิวขาวเนียนละเอียดที่เขาได้สัมผัสนุ่มลื่นและนุ่มมือ มัดกล้ามก็มีตามประสาเด็กวัยรุ่นทั่วไป มือเรียวที่กอดกายไว้ดูราวกับนิ้วมือของผู้ดี ส่วนของใบหน้า...คิ้วสวย ตากลม แก้มใสขาวอมชมพู ริมฝีปากเล็กนั่นที่เขาเคยจูบแล้วดูน่าหลงใหล

“ขยับมาใกล้ ๆ ซิ” คุณปูรณ์กวักมือให้โพธิวัฒน์เข้าไปหา ร่างเล็กเดินเข้าหาอย่างไม่ขัด จนมาหยุดตรงระหว่างขาร่างสูงใหญ่ ขนาดคุณปูรณ์นั่งที่ขอบอ่างยังบังไอ้โพที่สะท้อนในกระจกเสียมิดเลย คนอะไรตัวใหญ่ชะมัด เห็นเมื่อหลายปีก่อนยังไงตอนนี้ก็ดูจะใหญ่กว่าเดิมอย่างนั้น

“อ๊ะ... อย่านะ” โพธิวัฒน์ร้องห้าม เมื่อคุณปูรณ์จะจับมันถอดผ้าชิ้นสุดท้าย

“ตรงนี้สำคัญที่สุดนะ” คุณปูรณ์บอกมองเข้าไปในดวงตาของเด็ดหนุ่มนิ่ง สื่อให้รู้ว่าเขาพูดความจริง และเขาเอาจริงด้วย มาถึงขนาดนี้เขาคงไม่ล้อเล่นแล้ว

“คุณห้ามหัวเราะ ห้ามเอาเรื่องนี้ไปพูดกับใคร โดยเฉพาะไอ้อิน ห้ามบอกมันเด็ดขาด” โพธิวัฒน์เตือน ท่าทางเหมือนลูกแมวขู่ฟ่อ ๆ แต่มีหรือที่คนอย่างปูรณ์จะไม่รับปาก

“ได้”

โพธิวัฒน์ลดมือที่หยุดมือใหญ่เอาไว้ ก่อนจะปล่อยให้ปูรณ์ถอดผ้าชิ้นสุดท้ายที่อยู่บนร่างเขาออกเผยให้เห็นสิ่งที่โดนปกปิด หน้าหวานเบือนหน้าหนีที่เขาต้องมาทำอะไรแบบนี้ต่อหน้าคนรุ่นอา

“เห้ย...” ร่างเล็กร้องออกมาอีกครั้งเมื่อปูรณ์สัมผัสโดนส่วนนั้น เพียงแค่ปลายนิ้วที่แตะต้องก็ทำเอารู้สึกได้ไปทั่วร่าง

“เคยช่วยตัวเองรึเปล่า” ถามเพราะเรื่องแบบนี้คือเรื่องธรรมชาติของผู้ชาย และเด็กคนนี้ก็น่าจะไม่ไร้เดียงสาขนาดไม่รู้ว่าการช่วยตัวเองคืออะไรหรอกนะ

“ถะ...ถามไรแบบนี่เนี่ย!” โพหันมาแวดใส่กัดปากแน่น ใครเขาให้ถามเรื่องแบบนี้ตรง ๆ กัน

“แสดงว่าเคย” ปูรณ์ยิ้ม ๆ รั้งอีกคนเข้าหาตัว บีบคลึงบั้นท้ายเต็มมืออย่างไม่คิดเบื่อ เพราะมันแน่นนุ่มสู้มืออีกทั้งผิวเกลี้ยงเกลาราวก้นเด็กอ่อน

“ก็...ก็มีบ้างดิ ผู้ชายนะเว้ย” ร่างเล็กก้มหน้าลงกับอกหนาอย่างอายในสิ่งที่ตนกำลังพูด ปูรณ์จึงบีบปากคนที่กำลังก้มหน้าซบอกกว้างเขาอยู่

“อย่าพูดเว้ยกับผู้ใหญ่ แล้วนี่เคยมีเซ็กส์ไหม” ปูรณ์กระซิบถามชิดริมหู ก่อนจะใช้ลิ้นร้อนตวัดเล็มติ่งหูเล็กเบา ๆ

“บ้าสิ! ใครจะไปเคย แค่ช่วยตัวเองก็พอแล้ว” โพเงยหน้าขึ้นมาตอบ เพราะตกใจกับคำถามพอสมควร จึงสบตากับตาคมที่มองมาที่เขาไม่วางตา สายตาที่ดูลึกลับแต่ดึงดูดได้อย่างประหลาด อายุไม่ได้ลดความน่าหลงใหลในใบหน้าที่หล่อเหลานี้ลงได้แม้แต่น้อย เหมือนว่ายิ่งมีอายุยิ่งสะกดคนรอบข้างได้ โพไม่รู้ว่าคุณปูรณ์อายุเท่าไหร่ แต่ที่แน่ ๆ หล่อมาก

โพธิวัฒน์คิดจนเผลอเลื่อนมือขึ้นไปสัมผัสส่วนประกอบบนหน้านั้นทีละนิด แก้มสากมีรอยหนวดเคราขึ้นครึ้ม แต่ไม่ได้รกจนดูไม่สะอาดเพราะมันถูกตัดเล็มอย่างดี ริ้วรอยมีให้เห็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น คิ้วที่เรียงตัวสวยขมวดเล็กน้อย จมูกโด่งเป็นสัน ตาคมราวกับมีไว้เพื่อบงการคนให้อยู่ใต้อาณัติเพียงแค่ปราดมอง ริมฝีปากหยักสวยที่เคยจูบเขา แม้เขาจะรู้สึกได้แค่แวบเดียวก็รู้ได้ว่ามีเสน่ห์มากเลยทีเดียว คุณปูรณ์เป็นมีเชื้อสายอื่นที่ไม่ใช่ไทยแน่ ๆ เพราะดูยังไงก็ไม่ใช่หน้าไทยแท้ พอเป็นแบบนี้ใบหน้านี้ยิ่งหล่อขึ้นไปอีก

ปูรณ์มองตอบคนที่กำลังสำรวจหน้าตนใกล้ ๆ มองเข้าไปในดวงตาซุกซนของหนุ่มน้อยที่อยากรู้อยากเห็นตลอดเวลา ดวงตาที่ไม่มีผิดมีภัย ไม่คิดร้ายกับใครจริง ๆ จัง ๆ บริสุทธิ์...เด็กคนนี้บริสุทธิ์เหมือนผ้าขาวที่ยังไม่โดนเขาแต่งแต้มสี มือเรียวเล็กไล่สำรวจบนหน้าเขา ซึ่งเขาก็ปล่อยให้เป็นไปตามนั้น หากโพต้องการเรียนรู้ร่างกายของชายโตเต็มวัยเขาก็ยินดี และนี่คงเป็นเด็กคนแรกที่เขาจะ ‘ตรวจ’ อย่างละเอียดก่อนจะลงงานจริง

“ไปที่เตียงเถอะ” ปูรณ์บอกก่อนจะอุ้มอีกคนขึ้น

ร่างเล็กเบาหวิวราวกับขนนกกอดคอแน่นเพราะกลัวตก โพยังคงมองคุณปูรณ์ไม่วางตาเพราะมันแอบคิดว่าโตขึ้นก็อยากมีหน้าหล่อเหลาแบบนี้ อยากรวยแบบนี้ แต่ไม่รู้ว่าต้องทำงานอีกนานเท่าไหร่ หนักแค่ไหนถึงจะได้มีแบบคุณปูรณ์ได้
ปูรณ์ไม่ปล่อยให้คนในอ้อมกอดได้สงสัยในสิ่งที่เขาทำ ก้มลงไปใช้ลิ้นตนเองตวัดเลียยอดอกทันทีทำเอาโพธิวัฒน์เบิกตาโตอย่างตกใจ

“ทำอะไรน่ะ!”

“งานนี้ต้องมีการทดสอบร่างกาย” ปูรณ์ตอบ ก่อนจะเบี่ยงหน้าไปจูบฝ่ามือเล็กที่จับหน้าเขาอยู่ โพเงียบไปเพราะใช้ความคิด ตอนนั้นที่ไอ้พี่หินกลับมาเล่าให้ฟังมันก็บอกว่าต้องมีการตรวจสภาพพก่อน นี่สินะที่ไอ้พี่หินโดน ถ้าตรวจแล้วผ่านเขาจะได้ทำงาน และมีเงินเยอะ เออดี

โพธิวัฒน์พยักหน้ารับเมื่อคิดสะระตะเสร็จแล้ว ยอมให้ปูรณ์ซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอแต่โดยดี ชายหนุ่มก้มลงสูดดมความหอมไปทั่วร่างเล็ก ไม่ปล่อยให้ตรงไหนบนร่างได้รอดผ่านปากเขาไปได้ รอยจูบสีกุหลาบถูกทำรอยเอาไว้ทั่วแผ่นอกและหน้าท้องแบนราบ ท้องแขนถูกเม้มดูดจนเกิดรอยแดงขึ้นเต็มไปหมด แต่กระนั้นก็เรียกเสียงครางของร่างเล็กที่ถูกดึงสติไปจนแทบหมดสิ้น

ปูรณ์เคลื่อนกายมาประทับปากลงบนริมฝีปากเล็กนั่นอย่างทะนุถนอม บดคลึงไปมาเหมือนว่านี่คือสิ่งที่เขาตามหามาทั้งชีวิต ดูดเม้มริมฝีปากทั้งบนและล่างสลับกันจนมันบวมเจ่อ ร่างสูงผละออกเพื่อให้อีกคนได้หายใจ ก่อนจะก้มลงไปใช้ลิ้นร้อนของตนสอดใส่เข้าไปในโพรงปากเพื่อทักทายสิ่งที่อยู่ในนั้น ลิ้นเล็กของเด็กที่ไม่ประสีประสาแตะรับสัมผัส ก่อนจะตามลิ้นร้อนออกมาเหมือนงูที่โดนล่อหลอกออกจากถ้ำ ปูรณ์จึงครางในลำคออย่างพอใจที่โพธิวัฒน์ตอบรับสัมผัสเขาได้อย่างดี
คนที่ไม่เคยพบเจอกับความรู้สึกแบบนี้ปล่อยใจปล่อยอารมณ์ตามไป เพราะความคะนองอยากลองสัมผัส โดยไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ตามมานั้นจะเปลี่ยนชีวิตของตนทั้งชีวิต

“อ๊ะ...อื้อ...” โพธิวัฒน์ครางออกมา เมื่อปูรณ์บีบคลึงบั้นท้ายตนอีกครั้ง ก่อนจะรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ดุนดันตรงเป้ากางเกงของหนุ่มใหญ่

“ครางเสียงดัง ๆ นะโพ...ฉันชอบ” ปูรณ์บอกเสียงกระเส่า

เขาใช้ส่วนที่เริ่มตื่นตัวตามอารมณ์ของร่างกายถูไถไปกับต้นขาเล็ก เสื้อคลุมที่เคยใส่อยู่ก่อนหน้านี้ถูกถอดออกทั้งที่ปากยังไม่ละออกจากปากอีกคน ชุดนอนที่เคยสวมใส่บัดนี้เขาไม่สนใจที่จะให้มันปกปิดกายจึงถอดทิ้งไว้ข้างเตียง ปราการด่านสุดท้ายกำลังปกปิดส่วนที่โป่งนูนขึ้นลำเด่นชัด

ปูรณ์เลื่อนมือไปที่ส่วนอ่อนไหวของคนใต้ร่าง เพื่อปลุกปั่นให้มันผงาดสู้มือเขา ขนาดของมันพอดีตัวเติบโตตามอายุของหนุ่มน้อย แต่นั่นก็ทำเอาเขาแทบคลั่งเพราะชมพูไปทั้งส่วนแลดูน่ามอง จนเขาอดไม่ไหวต้องก้มลงไปจูบตรงส่วนที่จะเป็นวีเชฟในอนาคต หากหนุ่มน้อยโตขึ้นเป็นหนุ่มหล่อ เขาหยอกล้อกับพวงลูกบอลสองลูกก่อนจะจูบลงไป ปูรณ์ผละออกไปทิ้งรอยสีกุหลาบไว้ตรงโคนขาด้านใน และส่วนที่ใกล้กับช่องทางหลัง รอยที่เขาทิ้งไว้เป็นทางราวกับแผนที่บันไดงูจนเผลอยิ้มกับตัวเอง

“อ๊ะ...คุณปูรณ์... ดูดอีก ชอบ...” โพธิวัฒน์ร้องบอกด้วยอารมณ์เคลิบเคลิ้ม ตอนแรกมีกระตุกเกร็งตัวบ้างเพราะไม่ชินสัมผัส แต่หลัง ๆ ที่สะดุ้งเพราะความเสียวซ่านที่รู้สึกได้ มันแล่นริ้วไปทั่วร่างยันปลายนิ้ว จนเขาต้องแอ่นหลังเพื่อรับความหวาบหวิวนี้ ปูรณ์ครอบปากลงกับส่วนอ่อนไหวนั้น และดูดเบา ๆ เพื่อดึงอารมณ์เจ้าของร่างให้พุ่งสูง ร่างเล็กแอ่นกายรับสัมผัสอุ่นร้อนของโพรงปากร่างสูง เพราะมันทำให้เขารู้สึกดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน การช่วยตัวเองสู้ไม่ได้กับการปรนเปรอด้วยปากของปูรณ์นี้จนเขาต้องครางออกมา

“อ๊า...อ๊ะ...อ๊ะ...ซี้ด” โพธิวัฒน์บิดตัวเร่า ๆ ยามที่อีกฝ่ายขยับปากขึ้นลงควบคุมจังหวะตามต้องการ ร่างเล็กจึงเด้งเอวสวนขึ้นบ้างเมื่อต้องการเร่งจังหวะเอง

“แบบนี้ชอบไหม” ปูรณ์ถามเมื่อตนผละออกจากส่วนนั้นเป็นใช้มือรูดรั้งแทน และชันเข่าของอีกคนขึ้น เพื่อส่งนิ้วแกร่งเข้าสำรวจทางเข้าที่เขาจะสอดใส่สิ่งที่ใหญ่โตกว่าเข้าไป

“ซี้ด...อ๊า... อย่าควง ๆ อ๊ะ...ตรงนั้น ๆ อ๊า...ซี้ด...อ๊ะ” โพธิวัฒน์ครางไม่เป็นศัพท์ เมื่อปูรณ์ควงนิ้วไปโดนจุดเสียวกระสันภายใน จนต้องขยับสะโพกเข้าหานิ้วของอีกฝ่ายอย่างลืมตัว

ปูรณ์หยุดการสัมผัสทั้งหมด เพื่อจัดการถอดกางเกงในของตนออก เพื่อที่จะได้ปลดปล่อยอาวุธเขาให้เป็นอิสระ ตอนนี้มันบวมเป่งแทบระเบิด เพราะโดนปลุกด้วยเสียงครางของหน้าหวานที่เคลิ้มกับอารมณ์กามที่เขามอบให้เต็มที่ ปูรณ์คว้ามือเล็กมาให้จับส่วนนั้นของเขา ซึ่งโพก็ผงกหัวขึ้นดูที่ระหว่างขาของตนก็ต้องอ้าปากหวอ เพราะส่วนั้นของปูรณ์ใหญ่โตจนเขากำแทบไม่มิด

“เห้ย! ยะ...ใหญ่ฉิบ...” ร่างเล็กพูดก่อนจะชักมือกลับ มันมาถึงขั้นตอนนี้ได้อย่างไร การตรวจร่างกายมันใช่แบบนี้จริง ๆ เหรอ

“เร็ว ๆ ถ้าไม่อยากให้ขาดตอน” ปูรณ์พูดพลางขยับมือเล็กให้รูดรั้งส่วนกลางกายของเขาตามจังหวะที่เขาต้องการไปด้วย ซึ่งอีกคนก็ไม่ขัดแต่หน้าหวานขมวดคิ้วจนปูรณ์ต้องเอ่ยถาม “อื้ม...เป็นอะไร” ปูรณ์ถามเสียงกระเส่า สะโพกสอบขยับเข้าหาตอบรับสัมผัสมือเล็กที่กำลังรูดรั้งแก่นกายเขาอยู่

“ผมต้องตรวจร่างกายแล้วคุณจะถอดเสื้อผ้าทำไม”

“การตรวจมันต้องใช้เครื่องมือ อ๊ะ...อย่าบีบโพ” ปูรณ์กัดฟันบอกเพราะร่างเล็กเผลอบีบส่วนที่กำลังแข็งสู้มือเต็ม ๆ

นาทีนี้สับสนยิ่งกว่าตอนที่หลวงตาถามว่าจะมาอยู่กับคุณปูรณ์ไหม ตอนนั้นมันแค่พะวงว่าหลวงตาจะอยู่อย่างไร และไอ้จันทร์จะได้ไปอยู่ด้วยกันไหม แต่ตอนนี้เรื่องแบบนี้ใคร ๆ เขาก็ทำให้กันงั้นเหรอ เขาอายนะยอมรับ แต่มันก็รู้สึกดีเมื่อได้สัมผัสส่วนที่แข็งขืนอุ่น ๆ สู้มือนี้ เป็นรสชาติแปลกใหม่ที่เขาไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน

“ทะ...ทำแบบนี้มันถูกต้องใช่ไหม” โพเอ่ยถามเสียงสั่นเครือด้วยความซ่านสยิวปนความกังวล

“ถ้าอยากทำงานเธอก็ต้องผ่านจุดนี้ไปให้ได้ นึกถึงของที่นายจะต้องได้หลังจากนี้สิ” ปูรณ์หลอกล่อด้วยความต้องการที่โพธิวัฒน์อยากได้ จนหนุ่มน้อยปล่อยอารมณ์ความต้องการตามการชักนำของหนุ่มใหญ่ไป

ปูรณ์เอนหลังพิงกับหัวเตียง รั้งคนตัวเล็กให้ขยับเข้ามาใกล้ให้ปรนเปรอเขาด้วยมือ มือใหญ่สากของชายหนุ่มลูบไล้ไปตามผิวเนียนทุกสัดส่วนอย่างตีตราเป็นเจ้าของ จนมาหยุดอยู่ตรงร่องก้นที่กำลังปิดช่องทางสีสวยอยู่ เขาใช้เพียงนิ้วกลางถูกับจีบปากทางอุ่นที่เขาจะฝังตัวเข้าไปให้มันตื่นตัว โพธิวัฒน์สีหน้าเหยเกยามเขาค่อย ๆ ส่งนิ้วเข้าไปภายใน ขยับนิ้วเข้าออกสักเล็กน้อยแล้วค่อยเพิ่มนิ้วเข้าไปอีก จนสุดท้ายโพธิวัฒน์ทนไม่ไหวแอ่นก้นรับการเคลื่อนไหวในกายตัวเอง ขยับสะโพกตามติดยามนิ้วเรียวยาวของปูรณ์ถอยออกห่าง

ชายหนุ่มผลักให้ฑิวัฒน์นอนลง ก่อนจะยกขาเรียวทั้งสองข้างขึ้นพาดบ่าแล้วเอาหมอนตรงหัวเตียงมารองก้นเอาไว้ เพื่อจะได้อยู่ในองศาที่สอดใส่สะดวก ร่างสูงเอามือเรียวออกก่อนจะจัดการเอื้อมไปหยิบถุงยางอนามัย และเจลหล่อลื่นที่เขามักมีติดห้องไว้เสมอมาทาตรงอาวุธของตนเอง และช่องทางเข้าของอีกคน โพธิวัฒน์ยันตัวขึ้นเพื่อมองว่าปูรณ์กำลังจะทำอะไรและก็ได้รับคำตอบทันทีเมื่อร่างสูงจ่อส่วนปลายที่บวมเป่งของอวัยวะที่ขยายเต็มที่ของคนวัยหนุ่มเข้ากับทางสีสดของเขา

“เห้ย! ต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ มะ...มัน...” โพธิวัฒน์เริ่มหน้าซีด เขาไม่ประสีประสาเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ก็จริง เคยแต่แอบอ่านหนังสือการ์ตูนของพวกผู้หญิงในสถานรับเลี้ยง มันมีแบบที่ผู้ชายกับผู้ชายเขาทำกันแบบนี้เลย แล้วเขาต้องทำกับคุณปูรณ์แบบนี้เหรอ

“อยู่นิ่ง ๆ โพ... ฉันต้องทำเพราะนี่คือการตัดสินใจว่าฉันจะให้งานเธอทำหรือไม่ มันเจ็บหน่อยแต่นายต้องทน” ปูรณ์กัดฟันพูดเพราะข่มอารมณ์เอาไว้

โพธิวัฒน์มีท่าทีลังเล ถ้ามันไม่ยอมมันก็ต้องพลาดงานดี ๆ ไป เพราะคนอย่างคุณปูรณ์ต้องมีงานมีเงินจ้างมันอยู่แล้ว แล้วถ้ามันยอมแล้วเกิดใครถามเรื่องการมีอะไรกันล่ะ อย่างเมียในอนาคตงี้มันจะตอบว่ายังไง เคยมีอะไรกับผู้ชายร่างใหญ่ยักษ์เพื่อแลกกับได้งานงั้นเหรอ

“ความลับ! เรื่องนี้ต้องเป็นความลับ มีแค่ผมกับคุณที่รู้เท่านั้น ห้ามบอกใครเด็ดขาด ห้าม!” ไอ้โพยื่นคำขาด ยังไงมันต้องไม่ให้ใครหน้าไหนมาล้อมันได้ว่านอนอ้าขาให้ผู้ชายตัวใหญ่มาเสียบกันได้

“ได้” ปูรณ์ตบปากรับคำ ก่อนจะเริ่มดันส่วนหัวเข้าไป แต่เพราะช่องทางนั้นปิดสนิท และไม่เคยได้ทำอะไรแบบนี้มึงจึงยากพอสมควร

“โอ๊ย!! ฮึก...เจ็บ อ๊า...เจ็บ...” โพธิวัฒน์ร้องออกมาทันที เมื่อปูรณ์พยายามดันส่วนนั้นของตนเข้าไปอีกครั้ง ร่างเล็กกำผ้าปูที่นอนแน่น น้ำตาไหลทางหางตาอย่างไม่ขาดสาย แม้เขาจะพยายามดิ้นหนีปูรณ์ก็จับเอาไว้ราวกับคีมเหล็กตรึงเขาเอาไว้ไม่ให้ขยับ

“ซี้ด...แป๊บเดียว อดทนนิด” ปูรณ์บอกพยายามปลุกอารมณ์อีกคนที่ตอนนี้มอดดับไปแล้วให้กลับมามีอารมณ์ร่วมกับเขาอีกครั้ง

“อ๊าก... เจ็บ...ฮึก...ไม่เอา...ไม่เอาแล้ว...เจ็บ” โพได้แต่ร้องคำเดิมซ้ำจนกระทั่งปูรณ์ดันเข้าไปจนสุด

หนุ่มใหญ่ก้มลงจูบซับน้ำตาเขารู้สึกผิดจับใจที่ต้องทำให้เด็กคนนี้มีน้ำตา เพราะการกระทำของเขา ที่จริงการตรวจร่างกายมันผ่านไปตั้งแต่เขามองสำรวจแล้วล่ะ เนื้อตัวที่ไม่มีรอยแผลเป็นแค่นี้ก็พอแล้วสำหรับเขา แต่ที่เขาทำต่อนั่นเพราะความต้องการของอารมณ์ล้วน ๆ และตอนนี้อารมณ์ของเขากำลังจะฆ่าเด็กคนนี้ทั้งเป็น

ปูรณ์แช่กายนิ่งปล่อยให้ร่างเล็กได้ปรับตัวกับสภาพที่เป็นอยู่ โพธิวัฒน์ยังคงสะอื้นไม่อยู่ทุบตีเขาเท่าที่มือเล็กจะเอื้อมถึง

“ออกไป! ฮึก! ไอ้บ้า! ไอ้คนใจร้าย..ฮือ...เจ็บ.. ฮึก...ฮือ...เจ็บมากเลย” โพธิวัฒน์ร้องสะอื้นกับอกอีกคน เนื่องจากโดนกอดเอาไว้แน่นส่วนล่างก็ยังเชื่อมต่อกันอยู่ ปูรณ์กัดฟันด้วยความอดทน เพราะส่วนนั้นของเขาเร่า ๆ ว่าอยากจะเสียดสีกับช่องทางอุ่น ๆ ภายในนี้เหลือเกิน เพียงแค่โอบอุ้มเอาไว้แบบนี้มันไม่เพียงพอ

“ซี้ด...อื้ม...” ร่างสูงครางออกเบา ๆ เมื่อรู้สึกว่าความฝืดของช่องทางลดลง เขาขยับตัวได้คล่องขึ้น และเด็กในอ้อมกอดไม่ร้องแล้ว

ปูรณ์ขยับกายเข้าออกอีกครั้งซ้ำ ๆ ขบกรามจนเห็นมันนูนขึ้นเด่นชัด เสียงครางในลำคอราวกับสัตว์ที่กำลังติดสัดโหยหารสกามมาปรนเปรอ แขนแกร่งกกกอดร่างเล็กในอ้อมกอดไว้แน่นราวกับกลัวว่าคน ๆ นี้จะหายไป จนในที่สุดการกระแทกกายถี่ ๆ ติดกันหลายครั้งก็ทำให้เขาได้ปล่อยน้ำคาวออกมาเปรอะเต็มเครื่องป้องกัน เขาถอนกายออกมาดูก็เห็นน้ำรักเต็มถุงยางอนามัยจนต้องถอดทิ้ง

“อ๊ะ อ๊า...” ปูรณ์เงยหน้าซี้ดปากครางกับการเกร็งกระตุกปล่อยน้ำขาวขุ่นออกมาจนหมด และเมื่อผละออกเขาก็เห็นว่าคนในอ้อมกอดเขาสลบไปแล้ว

“แล้วฉันจะพิจารณางานอื่นให้” ปูรณ์กระซิบบอกร่างเล็กที่หลับไปแล้ว ก่อนจะจูบลงที่ปากนิ่มแล้วไปจัดการตัวเองในห้องน้ำ และออกมาจัดการเช็ดเนื้อตัวที่เปื้อนไปด้วยรอยเลือดที่ตรงระหว่างขาจนมันสะอาด จากนั้นก็ล้มตัวลงนอนด้วยใจที่พองฟูคับอก



TBC.

ฝากคนแก่ไว้ด้วยนะคะ

ออนไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0
น้องโพของพี่ช่างซื่อจนบื้อโดนตาลุงปูรณ์หลอกกินตับตาลุงก็ร้ายเอางานเอาเงินมาล่อน้อง :ling1:
ให้+1 เกาะติดตาม

ออฟไลน์ tong_pub

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 410
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +93/-5

ดูแลครั้งที่ 2


“อื้อ...หนาว...” เสียงแหบ ๆ คราง ก่อนเจ้าตัวจะกอดตัวเองไว้แน่น ปูรณ์แต่งตัวอยู่ในห้องแต่งตัวชะโงกหน้าออกมาดู ก็พบว่าร่างเล็กที่นอนอยู่บนเตียงเขาทำท่ากระสับกระส่ายพอสมควร สงสัยคงไข้ขึ้น...

“หนาว...” โพธิวัฒน์ริมฝีปากแห้งผากและมีสีแดงจัด พยายามซุกตัวเข้าหาสิ่งที่ทำให้ร่างกายอุ่นได้ แต่กลับมีเพียงแค่หมอนข้างเท่านั้น ซึ่งนั่นไม่ได้ทำให้อุ่นขึ้นมาได้เลย

ปูรณ์ติดกระดุมที่ข้อมือเม็ดสุดท้าย จัดการเอาผ้าขนหนูผืนเล็กสะอาดชุบน้ำแล้วบิดหมาด ๆ เช็ดตัวให้คนป่วย เรื่องแบบนี้เขาถนัดอยู่แล้ว เพราะเวลาอุ่นป่วยเขาก็เป็นคนดูแล

“อื้อ..ปวดหัว หนาว...” โพธิวัฒน์ร้องอีกครั้งพยายามหนีสัมผัสสาก ๆ ที่ผ่านผิวตัวเอง และทำให้หนาวยิ่งขึ้น โดยที่ตายังคงปิดอยู่

“จะเช็ดตัวให้ นอนนิ่ง ๆ” ปูรณ์บอก แม้อีกคนจะไม่รู้เรื่องก็ตาม เขาจับแขนเรียวเล็กขึ้นใช้ผ้าขนหนูเช็ดให้อย่างเร็ว ตามข้อพับต่าง ๆ รวมถึงรักแร้ และส่วนหัวก็โดนผ้าขนหนูชื้นน้ำละเลงไปทั่วจนชื้นจัด แต่มันเป็นวิธีเดียวที่จะไล่ความร้อนออกจากร่างกายนี้ได้ เครื่องปรับอากาศถูกปิดไปแล้ว ปูรณ์ไปเปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศระบายได้ ก่อนจะกลับมาเช็ดตัวคนที่นอนสั่นอยู่บนเตียงเหมือนเดิม

เสียงเคาะประตูที่หน้าห้องดังขึ้น ร่างสูงเหลือบตามองก่อนจะอนุญาตให้คนข้างนอกเข้ามา พบว่าแม่บ้าน 2 คนกำลังถือชุดที่ซักรีดเรียบร้อยแล้วมาให้

“ชุดที่นายสั่งเอามาส่งให้เมื่อเช้า ดิฉันซักรีดให้เรียบร้อยแล้วนะคะ” แม่บ้านรายงาน

“เอาวางไว้ตรงนั้นแล้วเลือกมาสักชุด ฉันจะใส่ให้เด็กนี่” ปูรณ์พูดทั้งที่มือยังคงเช็ดตัวให้ร่างเล็กอยู่

“หลวงตา... ไอ้จันทร์อยู่ไหน” มือเรียวไขว่คว้าในอากาศเหมือนต้องการเพื่อนรัก

“เอายาแก้ไข้มาให้ฉันด้วย” ปูรณ์สั่งแม่บ้านที่วางชุดไว้ให้ที่ปลายเตียง แม่บ้านพยักหน้าก่อนจะเดินออกไป และปิดประตูให้ตามหลัง

ปูรณ์จัดการใส่เสื้อผ้าให้โพธิวัฒน์ ไม่นานนักแม่บ้านก็จัดอาหารมาให้สองที่ ที่หนึ่งคือข้าวต้มมียาวางอยู่ใกล้กัน ส่วนอีกที่ก็เป็น
อาหารเช้าธรรมดากับกาแฟสำหรับผู้เป็นนาย

“ให้ฉันดูแลแทนก็ได้นะคะ ท่านจะได้ไปทำงาน” แม่บ้านบอกเพราะเกรงว่าเจ้านายจะลำบากเกินไป

“ไม่เป็นไร ออกไปได้แล้ว โพ...ตื่น” ปูรณ์หันไปปลุกร่างเล็กให้ลุกขึ้นกินข้าวกินยา

“อื้อ...เจ็บ ปวดหัว..” โพธิวัฒน์นิ่วหน้า ตายังคงไม่ยอมลืมขึ้นจนปูรณ์ต้องตบหน้าเบา ๆ

“ตื่นขึ้นมากินข้าวจะได้กินยาแล้วค่อยนอนต่อ” แต่อีกคนกลับส่ายหน้า

“ไม่เอา...ไม่กินยา อื้อ...เจ็บ” โพที่รู้สึกตัวแล้วแต่ยังปิดตาสนิทบอก ก่อนจะเอียงตัวหนีสัมผัส

“อย่าดื้อ... กินข้าวกินยาจะได้นอนพัก” ถ้าไม่ใช่เพราะถูกใจเขาคงไม่มาทำอะไรแบบนี้หรอก แม้แต่ปลายหางตาก็จะไม่แล โพธิวัฒน์ยิ่งรั้นเพราะอารมณ์ที่หงุดหงิด เขาเมื่อยเนื้อตัวไปหมดอีกทั้งยังไข้ขึ้นแบบนี้เพราะใครกันล่ะ

“ไม่ได้ดื้อ แต่มันเจ็บ!” คราวนี้ขึ้นเสียงจึงโดนปูรณ์บีบปาก จนต้องร้องโอดโอยเสียงอู้อี้ เขาปล่อยให้เสียมารยาทใส่ได้ แต่ไม่ใช่ว่าจะยอมให้ทุกครั้งไป

“ทนหน่อยสิ เป็นผู้ชายรึเปล่าทำไมแค่นี้ทนไม่ได้” ไม่เอ็ดอย่างเดียว แต่มือก็ยังตักข้าวต้มจ่อปากคนป่วยที่กำลังงอแง ดูท่าคนป่วยคนนี้จะดูแลยากกว่าอุ่นหลายเท่า เพราะความพยศของเจ้าตัว

“พูดแบบนี้ต่อยกันไหมล่ะ” โพธิวัฒน์ยันร่างตัวเองลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง ก่อนจะดึงชามข้าวต้มหอมฉุยยั่วน้ำลายมาถือกินเอง

ก้าวร้าวจริง ๆ คงต้องใช้เวลาในการปรับเปลี่ยนนิสัยกันอีกนาน

ปูรณ์นั่งมองคนที่กำลังละเลียดกินข้าวต้ม ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หยิบโทรศัพท์กดเบอร์โทรที่คุ้นเคย และออกไปคุยนอกระเบียง โพธิวัฒน์มองตามแล้วเบะปากตามหลัง ถ้าไม่ใช่ว่าเห็นเพราะเป็นเรื่องงานนะ แม้แต่ปลายนิ้วเท้าเขาก็ไม่ให้คน ๆ นี้ได้เห็นหรอก งานที่คุณปูรณ์จะให้ทำต้องได้เงินคุ้มกับศักดิ์ศรีที่เขาเสียไป ไม่งั้นเขาจะอาละวาดเลยคอยดู

เมื่อกินข้าวต้มไปได้ไม่ถึง 10 คำโพธิวัฒน์ก็วางช้อน ก่อนจะหยิบยาเม็ดมาซัดใส่ปากแล้วดื่มน้ำตาม เขาหย่อนขาลงข้างเตียงทำท่าจะลุกเดินไปห้องน้ำ แต่เพียงแค่ยืนเท่านั้นยังไม่ทันได้เดินเป็นอันต้องทรุดกองลงบนพื้น เพราะอาการมึนหัวจากพิษไข้ จึงเข่าอ่อนล้มไปกับพื้นเสียงดัง ปูรณ์ที่เพิ่งคุยโทรศัพท์เสร็จเข้ามาดูถึงกับส่ายหน้า ก่อนจะอุ้มร่างเล็กจนตัวลอย

“เห้ย ๆ ปล่อยเลย ปล่อย ๆ ไม่ใช่ผู้หญิงนะ มาอุ้มท่านี้ได้ไง”

“แล้วจะให้อุ้มท่าไหน จะไปไหนทำไมไม่บอก”

“แค่เป็นไข้ ไม่ได้เป็นง่อย แค่นี้เดินเองได้ โอ๊ย!” เพราะความพูดมากของคนเสียงแห้ง ปูรณ์จึงโยนคนในอ้อมแขนทิ้งลงบนเตียงอย่างไม่ปราณี

“ดื้อซะให้พอ” ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นเขาก็ออกจากห้องมา ปล่อยให้โพธิวัฒน์ทำหน้าตาราวกับจะฆ่าจะแกงเขาให้ได้ไว้แบบนั้น

เมื่อลงมาชั้นล่างปูรณ์เดินไปที่ห้องนั่งเล่น เห็นลูกชายวัย 6 ขวบกำลังขีดเขียนระบายสีบนสมุดภาพเล่มใหญ่ที่เขาซื้อให้ มีพี่เลี้ยงอยู่เป็นเพื่อนด้วย เมื่อเห็นว่าเขาเข้ามาสาวเจ้าจึงหลบออกไป

“พ่อปูรณ์สวัสดีตอนเช้าครับ” อุ่นทักพร้อมพุ่มมือไหว้ตามที่คุณครูสอนมา “พี่คนนั้นเขาไปไหนแล้วครับ”

“เขาชื่อโพ เขาไม่สบายกำลังพักผ่อนครับ” ปูรณ์ตอบเสียงนุ่ม มือใหญ่ยกขึ้นลูบหัวทุยของลูกน้อย ถึงจะไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางสายเลือด แต่สายสัมพันธ์สองพ่อลูกก็แน่นแฟ้น แม้อุ่นจะอายุ 6 ขวบแล้ว แต่เพราะเป็นเด็กที่ค่อนข้างมีร่างกายอ่อนแอ ป่วยบ่อยทำให้ปูรณ์เลือกที่จะให้ครูมาสอนพิเศษที่บ้านมากกว่าจะไปโรงเรียน

“สวัสดีตอนเช้าครับ” ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งหน้าตาทะเล้นโผล่หน้าเข้ามาทักทาย

วันนี้เขามาทำงานตามปกติ นั่นคือมารอรับเจ้านายเข้าบริษัทตั้งแต่เช้า แต่กลับได้รับสายบอกว่าวันนี้จะเข้าบริษัทสายหน่อย ด้วยความแปลกใจจึงสอบถามแม่บ้านที่คอยรับใช้เจ้านายจึงได้รับคำตอบว่า เจ้านายกำลังเช็ดตัวให้เด็กหนุ่มที่พามาด้วยเมื่อวาน อีกทั้งเนื้อตัวยังมีร่องรอยสีกุหลาบอีก ดูท่าจะไม่ใช่การตรวจสภาพร่างกายธรรมดาเสียแล้ว

“ทำไมต้องยิ้มแบบนั้น” ปูรณ์ปล่อยให้อุ่นนั่งระบายสี ก่อนตนจะเดินนำคนสนิทออกไปทางสวนที่จัดแบบอังกฤษใกล้ห้องนั่งเล่นแล้วจุดบุหรี่ขึ้นสูบ

“มันจะดีเหรอครับนาย เด็กคนนั้น...”

“เพชร” ปูรณ์เรียกชื่อโดยไม่มองหน้า ปล่อยควันสีเทาลอยม้วนตัวหายไปในอากาศ

“ขอโทษครับ” พชรโค้งให้เล็กน้อยเป็นเชิงขออภัยที่ล่วงเกิน

เขาอายุห่างจากเจ้านายเพียง 4 ปี และมาทำงานกับนายได้ 8 ปีแล้ว แรกเริ่มเขาเป็นเพียงรุ่นน้องที่รู้จักกันตอนเรียนมหา’ลัยที่ต่างประเทศด้วยกัน เนื่องจากเป็นคนไทยด้วยกัน จากนั้นปูรณ์ก็ชักชวนมาทำงานด้วย ตั้งแต่นั้นมาเขาก็อยู่กับปูรณ์มาตลอด อยู่มานานจนรู้ว่าน้ำเสียงที่ใช้เมื่อครู่เป็นการสั่งให้หยุด โดยไม่ต้องมีคำว่าหยุดในประโยค

คุณปูรณ์ใจเย็น นิ่ง ขรึม มีอารมณ์ขันบ้างบางเวลา แต่การทำงานที่มีชีวิตของตนเอง และลูกน้องนับสิบเป็นเดิมพันทำให้ต้องเด็ดขาด จึงมีกลิ่นอายของความเป็นคนดุรอบตัวไปโดยปริยาย ลูกน้องจึงให้ความยำเกรงเป็นอย่างมาก อีกทั้งลูกน้องที่ติดตามเกินครึ่งเป็นคนที่ปูรณ์เลือกมาเองกับมือ ทำให้รู้ใจนายกันแทบทุกคน

“หินกลับมารึยัง” ปูรณ์ถามหลังจากความเงียบเข้ามาแทรกระหว่างคนทั้งสองนานพอสมควร มีแม่บ้านยกจานของทานเล่นเป็นแซนวิชชิ้นเล็ก ๆ มาให้พร้อมกับชาเอิร์ลเกรย์

“เห็นบอกว่าจะกลับคืนนี้ครับ”

“ทำไมไม่กลับตอนเช้า” ปูรณ์ตวัดสายตามองลูกน้องของตน

“ทางญี่ปุ่นมีปัญหานิดหน่อยมาเคลียร์ได้ก็เมื่อเช้า จึงต้องเลื่อนไฟล์ทกลับครับ” พชรรายงาน ซึ่งคนฟังก็พยักหน้ารับก่อนจะสูบบุหรี่จนหมดมวนแล้วทิ้งไป

“ฝากอุ่นด้วย วันนี้ครูเขาขอลาหยุด ฉันจะออกไปพบลูกค้าเสียหน่อย” ปูรณ์พูดแค่นั้นก็เดินเข้าบ้านไป สั่งให้แม่บ้านขึ้นไปหยิบเสื้อสูทให้ ได้รับรายงานว่าโพธิวัฒน์หลับไปแล้ว คงเพราะฤทธิ์ยาที่กินเข้าไป ปูรณ์ออกจากบ้านไปพร้อมผู้ติดตามอีกจำนวนหนึ่ง ทิ้งให้ลูกน้องคนสนิทอยู่เฝ้าลูกชาย

เวลาผ่านไปจนล่วงเลยเข้าช่วงค่ำ พชรคอยให้แม่บ้านขึ้นมาเช็คอาการของโพธิวัฒน์เป็นระยะ ๆ เพราะเกรงว่าหากเด็กคนนี้เป็นอะไรไป เขาอาจโดนเจ้านายเอาเรื่องได้

พรึบ!

เสียงเปิดประตูเข้าห้อง ก่อนทุกอย่างจะสว่างขึ้นเมื่อมือเล็กเขย่งเท้าเอื้อมไปเปิดไฟ อุ่นยืนจับลูกบิดประตูแน่นมองร่างที่นอนอยู่ข้างเตียงไม่วางตา เขาเห็นว่าค่ำแล้ว แต่โพยังไม่ลงมาจึงคิดว่าจะขึ้นมาตาม ปรากฎว่าเห็นสภาพโพนั่งกองกับพื้นเหมือนล้มแล้วลุกไม่ขึ้น

“พี่จะไปไหน” เสียงแหลมเล็กของเด็กชายถามคนที่นั่งกัดปากอยู่บนพื้นทนความเจ็บ

“ไม่รู้ อยากออกไปข้างนอก” โพตอบ เด็กคนนี้เป็นใครก็ไม่รู้ แต่ดูจากหน้าตา ผิวพรรณและการแต่งตัว คงไม่ใช่ลูกตาสีตาสาแน่ ๆ

“ผมชื่ออุ่น เป็นลูกพ่อปูรณ์ พี่ชื่อพี่โพเป็น...อะไรกับพ่อปูรณ์” อุ่นแนะนำตัวเองเสร็จสรรพก่อนจะทวนชื่ออีกคน แต่ก็ต้องชะงักไปพร้อมกับคิ้วเล็กที่ขมวดมุ่น เมื่อไม่รู้ว่าพี่คนนี้อยู่ในฐานะอะไรกับพ่อเขา

“จะเป็นไรก็ช่างเถอะ ไปตามคนมาช่วยหน่อย ลุกไม่ไหว” โพธิวัฒน์บอกปัดอย่างรำคาญ ก่อนจะไล่เด็กน้อยให้ไปตามคนมาช่วยเขา อุ่นพยักหน้ารับ ก่อนจะหายออกไปนอกห้อง โพธิวัฒน์รออยู่ไม่นานก็มีคนเดินตามอุ่นเข้ามาในห้อง

“สวัสดี” ชายหนุ่มหน้าตาเป็นมิตรเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มมุมปาก รสนิยมของนายก็ไม่ต่างจากคนก่อน ๆ หากเป็นหญิงสาวก็ต้องวัยมหา’ลัยที่ดูสดใสสมวัย ไม่ต้องช่างพูดหรือช่างเอาใจ ขอแค่ ‘อยู่เป็น’ ก็พอ และหากเป็นชายหนุ่มก็อย่างโพธิวัฒน์นี่แหละ ตัวบาง ๆ ขาว ๆ หน้าตาหวาน แต่ไม่ถึงกับสวย

“ใคร?” โพธิวัฒน์ถามพลางหันไปที่อุ่น

“อาเพชรเป็นเลขาของพ่อปูรณ์”

“อ่อ...งั้นพี่มาช่วยหน่อย ลุกไม่ไหว” โพธิวัฒน์เรียกอีกฝ่ายด้วยคำที่ตนคิดว่าน่าจะเหมาะกับคน ๆ นี้ ก่อนจะกวักมือให้มาช่วยพยุงตนลุกขึ้น พชรส่ายหน้าเอือมระอากับมารยาทของเด็กหนุ่มที่ดูท่าว่าคงต้องขัดต้องเกลาอีกมาก

“หิวไหม กินอะไรรึยัง” พชรถามเพราะดูท่าคนตัวเล็กจะเพิ่งตื่น

“เพิ่งตื่นคิดว่าจะกินไรรึยังล่ะ” โพธิวัฒน์ย้อนถามทำเอาพชรแทบยกมือขึ้นตบกะโหลกบางนี่สักทีสองสี

“ตอบแบบนี้เหมือนกับว่าครูสาวิกาไม่ได้สอนมารยาทมางั้นแหละ ถ้ามีสมองก็ช่วยกลั่นกรองคำพูดนิดนึงว่าเวลาคุยกับผู้ใหญ่ควรพูดอย่างไร” ทนไม่ไหวจนต้องสอนไปประโยคใหญ่ ๆ ทำเอาคนฟังอึ้งไป

“ขอโทษ...ครับ” โพธิวัฒน์พูดเสียงอ่อย อย่างไรเสียเขาก็เด็กกว่ามาก หากจะใช้ ‘สันดาน’ เดิมก็เกรงว่าจะอยู่ยาก เพราะอีกฝ่ายเป็นถึงเลขาฯคุณปูรณ์ เกิดเอาเรื่องเขาไปรายงานว่าเขาไม่ดีก็อดได้งานดี ๆ ทำสิ

“รออยู่นี่แหละไม่ต้องไปไหน เดี๋ยวจะให้แม่บ้านยกอาหารมื้อเย็นมาให้” พชรสั่งแค่นั้นก็จูงอุ่นออกจากห้องไป แต่ก่อนไปกลับโดนโพธิวัฒน์เรียกไว้เสียก่อน

“เดี๋ยวพี่ แล้วคุณปูรณ์ไปไหนแล้วล่ะ”

“เรื่องของนายไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเรา” ตอบเสร็จก็ปิดประตูตามหลังเลย

“ด่ากูว่าเสือกยังง่ายกว่าเลย” ร่างเล็กบ่นอุบอยู่คนเดียว ก่อนจะล้มตัวลงนอนรอกินข้าว

ชีวิตไอ้โพมาถึงตอนนี้ได้ยังไงนะ ตอนนั้นเขารู้สึกว่าอยู่กับหลวงตาดีกว่าเป็นไหน ๆ ไม่ต้องรักษากฎเกณฑ์อะไรมากมาย ตื่นมาเช้าตรู่ก็ตามหลวงตาไปบิณฑบาตร จากนั้นกลับมาเล่นกับไอ้จันทร์รอกินข้าว กินเสร็จก็ล้างบาตรล้างจานให้สะอาด ไปเรียนหนังสือกับหลวงตานิดหน่อยก็ออกมาเล่นต่อได้แล้ว เวลามีงานบุญทีไรก็ได้กินของอร่อย ๆ ที่ญาติโยมทำมาถวายให้ ไม่ว่าจะมื้อเช้าหรือมื้อเพล เงินทำบุญก็แบ่งสรรค์ปันส่วนมาให้เด็กวัดอย่างพวกเขาใช้จ่ายบ้าง แม้จะไม่ได้ซื้อของที่อยากได้ แต่อย่างน้อยก็มีความสุขดี

แต่เมื่อเข้ามาอยู่ในสถานรับเลี้ยงเสถียรพงศ์แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างใหม่หมด ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าที่ได้ชุดใหม่มา 3-4 ชุด รองเท้าก็มีให้ใส่เป็นคู่ใหม่ ที่หลับที่นอนก็ไม่ต้องแย่งกับคนอื่น จากที่วัน ๆ ไม่ต้องทำอะไรมากกลายเป็นตื่นเช้ามาต้องมาออกกำลังกาย ตกสายก็เข้าเรียน มีคุณครูมาสอนเป็นระดับชั้นไปเลย เขาเริ่มเรียนช้ากว่าคนอื่นจึงต้องเรียนหนังสือ ม.3 ตอนอายุ 16 ทั้งที่เด็กปกติไป ม.4 กันแล้ว ส่วนไอ้จันทร์ยิ่งแล้วใหญ่ มันหัวช้าเลยเรียนช้ากว่าเขาไปอีกปี

หากถามว่าระหว่างวัดกับสถานรับเลี้ยงเขาชอบแบบไหน คงตอบได้เลยว่าวัดดีกว่า บางครั้งความสบายใจก็ไม่ได้มาพร้อมความสะดวกสบาย


ออฟไลน์ tong_pub

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 410
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +93/-5
Re: ❉❥ เด็กในความดูแล ➸ ตอน 2 |[22-11-61]
«ตอบ #5 เมื่อ23-11-2018 20:38:33 »

โพธิวัฒน์จัดการกินข้าวกินยาเสร็จในเวลาต่อมา ระหว่างรอย่อยเพื่อที่จะอาบน้ำก็เดินสำรวจห้องที่ตนกำลังอยู่นี้ ห้องนี้กว้างมาก เพราะแค่ห้องน้ำก็แทบจะเตะฟุตบอลได้แล้ว โซนที่เป็นห้องแต่งตัวก็ใหญ่ไม่แพ้กัน เขากดปุ่มที่มีบนรีโมทในห้องแต่งตัวมั่ว ๆ ปรากฎว่าราวแขวนเสื้อเลื่อนได้ เสื้อเชิ้ตสีพื้นทั้งอ่อนทั้งเข้มมีครบแทบทุกสี ทุกตัวเรียบเนี๊ยบที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา กางเกงแสลคเนื้อดีแขวนไว้อย่างเป็นระเบียบ จีบของมันแทบบาดนิ้วได้เลือด รองเท้าหนังขัดเงามันวับหลายคู่จัดวางเรียงอยู่ชั้นวางแบบไม้ อีกทั้งชั้นนาฬิกาที่มีเป็นสิบ ๆ เรือน แต่ละเรือนไม่ต้องบอกก็รู้ว่าราคาหลายบาทแน่ ๆ

“คนเหี้ยไรโคตรเนี๊ยบ ระเบียบจัดสุด ๆ แถมยังรวยสัด ๆ อีก คุณปูรณ์ทำงานไรวะเนี่ย” โพธิวัฒน์พึมพำออกมาคนเดียวเบา ๆ กวาดตามองทุกอย่างในห้องแต่งตัวแล้วอ้าปากหวอ หากมีแมลงวันคงบินเข้าไปนอนในปากมันได้แล้ว

“นี่สินะชีวิตคนรวย กูคงทำงานอีกสิบชาติถึงจะได้แบบนี้” โพธิวัฒน์เดินออกจากห้องแต่งตัวหรูอลังการนั้น เดินเข้าห้องน้ำเพื่อจะได้อาบน้ำชำระความเหนียวเหนอะหนะบนตัวต่าง ๆ แต่ไม่วายยังมีแขกผู้มาเยือนเข้ามาหาก่อน

“พี่จะอาบน้ำเหรอ อาบน้ำทำไม ไม่สบายต้องไม่อาบน้ำ” อุ่นแย้งรีบวิ่งไปขว้างประตูห้องน้ำไว้

“อย่ายุ่งน่ะ” โพธิวัฒน์ผลักหัวเล็กเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำปิดประตูใส่หน้าเด็กน้อยที่ยืนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ โพธิวัฒน์ได้ยินเสียงปิดประตูห้องข้างนอกเบา ๆ ก็ถอนหายใจ อุ่นเป็นเด็กที่น่ารัก ตากลม ปากแดง จมูกเล็ก ๆ แต่ทุกส่วนประกอบบนใบหน้ากลับไม่เหมือนคุณปูรณ์เลยสักนิดนี่สิ

“สงสัยลูกคุณปูรณ์หน้าเหมือนแม่” ร่างเล็กพูดขณะที่นอนแช่น้ำอุ่นในอ่าง ตอนแรกก็เปิดไม่เป็นหรอก ลองผิดลองถูกอยู่พักใหญ่ถึงจะเปิดได้ ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกสบายตัวขึ้นมากก่อนจะเคลิ้มหลับไป

“พ่อปูรณ์” เด็กน้อยค่อย ๆ เดินลงบันไดมา เมื่อเห็นผู้เป็นพ่อกำลังเดินเข้ามาในบ้านก่อนจะโผเข้ากอดเต็มรัก ส่วนเสื้อสูทและกระเป๋าทำงานถูกส่งให้แม่บ้านเป็นที่เรียบร้อย

“ครับ” ปูรณ์ตอยรับคำเรียก ก่อนจะอุ้มอุ่นขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน

“นายคะ...จะให้ตั้งโต๊ะเลยไหมคะ” แม่บ้านเดินออกมาถาม เมื่อเห็นว่าคนเป็นนายกลับมาแล้ว

“อืม เพชร...ไปคุยกับฉันที่โต๊ะด้วย” ปูรณ์พูดก่อนจะปล่อยอุ่นไปอาบน้ำกับพี่เลี้ยงแล้วเดินนำไปที่โต๊ะอาหาร

“วันนี้มีคนมาหานายด้วยครับ แต่พอบอกว่านายไม่อยู่เขาก็กลับไป” พชรบอก เมื่อสาวใช้จัดโต๊ะให้เรียบร้อยแล้ว

“ใคร”

“คุณชรัณครับ” พชรตอบ ปูรณ์เหลือบมองนิดหนึ่งก่อนจะกินข้าวต่อ

ชรัณหรือชาติ คือคู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจที่เขาอยากจะกำจัดให้พ้นทางเสียพอ ๆ กับที่อีกฝ่ายก็อยากจะกำจัดเขา แต่เพราะธุรกิจของเขาทั้งคู่ต้องเกื้อกันทำให้ต่างฝ่ายต่างเลือกที่จะมองข้ามสิ่งนี้ไป

“มันจะมาซิวคนไปใช่ไหม” หลังจากที่เงียบไปนานปูรณ์ก็เริ่มพูดอีกครั้ง

“ครับ แต่ก็เหมือนเดิม...ช้อนได้แค่ตัวเล็ก ๆ ตัวสำคัญ ๆ ยังอยู่ครบ” พชรรายงานพลางตักข้าวเข้าปาก

‘เลี้ยงไม่เชื่อง’ เป็นคำแรกที่ผุดขึ้นมาในหัว ปูรณ์พยักหน้ารับรู้ ยังไงตอนนี้ธุรกิจของเขาก็ไปได้สวย ต่อให้มีใครพยายามมาขัดขาของเขาก็ไม่เป็นผลหรอก

“เก็บกวาดให้เรียบร้อยก่อนมันจะสาย” ปูรณ์พูดเสียงเรียบ

คนของโตณณาการต้องจงรักภักดีกับเขาเท่านั้น หากวันใดเขาคิดว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่คนของโตณณาการปฏิบัติได้ เขาก็ต้อง ‘กำจัด’ คนที่ไม่สามารถรักษากฎได้อีกต่อไป

“อื้อออ เดี๋ยวก่อน...ผมจะไปหาพ่อปูรณ์” เสียงเด็กน้อยโวยวาย ก่อนจะวิ่งเข้ามาหาปูรณ์ที่ทานข้าวเสร็จแล้ว

“คุณหนูคะ...เอ่อ...ขอโทษค่ะนาย” พี่เลี้ยงได้แต่ยืนหน้าซีดที่เอาคุณหนูไม่อยู่

“ไม่เป็นไร... อุ่นมาหาพ่อทำไมครับ” ปูรณ์หันไปถามเด็กน้อยที่ยืนตากลมมองเขาอยู่

“ผมลืมบอกพ่อปูรณ์ว่าพี่โพตื่นแล้ว พี่เขาอาบน้ำด้วยครับ ผมห้ามแล้วก็ไม่ฟัง เมื่อกี๊ผมไปเรียกพี่เขาก็ยังไม่ออกมาจากห้องน้ำ” ทันทีที่เด็กน้อยพูดจบปูรณ์ลุกขึ้นในทันที

งานมันยุ่งมากจนเขาลืมไปแล้วว่ามีใครอีกคนอยู่ในบ้าน...!!

ปูรณ์รีบขึ้นไปบนห้องตัวเอง ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปแล้วรีบตรงไปที่ห้องน้ำ ซึ่งไฟถูกเปิดสว่างลอดประตูอยู่

ก๊อก ๆ ๆ

“โพ เปิดประตู” ปูรณ์เรียกแต่ไร้เสียงตอบรับ

ก๊อก ๆ ๆ

“โพ...เปิดประตูเดี๋ยวนี้” ปูรณ์เรียกเสียงดังขึ้นแต่ก็เหมือนเดิม ทุกอย่างยังคงเงียบสนิท “โพ! ฉันบอกให้เปิดประตูเดี๋ยวนี้!” ปูรณ์ไม่รอช้าเดินไปหยิบกุญแจห้องน้ำมาไขประตู เมื่อเปิดเข้าไปก็เจอร่างเล็กที่นอนหลับอยู่ในอ่าง หน้าตาซีดเซียว ตัวกำลังไถลลงไปในอ่างจนตอนนี้น้ำอยู่ใต้คางเกือบเข้าปากแล้ว

“โพ!” ปูรณ์เรียก ก่อนจะพุ่งเข้าไปอุ้มร่างขึ้นจากน้ำจนอีกคนสะดุ้งสุดตัวพยายามดิ้นหนี

“เห้ย!! หื่นอะไรอีกเนี่ย! แค่ก ๆ” เพราะแรงดิ้นมากเกินไปทำให้น้ำกระเด็นเข้าหน้า จนร่างเล็กสำลักต้องคว้าคอปูรณ์เอาแว่นแน่น

“จะจมน้ำอยู่แล้ว” ปูรณ์พูดเสียงเข้ม ก่อนจะเอื้อมมือหยิบผ้าขนหนูมาซับหน้าให้

อ่างในห้องน้ำเขาสั่งทำเป็นไซส์พิเศษทำให้มีขนาดใหญ่พอสมควร ขนาดตัวเขาเองยังลงไปนอนแช่ในอ่างได้สบาย ๆ แล้วคนตัวเล็ก ๆ อย่างโพธิวัฒน์จะเหลือเหรอ ยิ่งสะลึมสะลือเพราะยาลดไข้ด้วย บุญเท่าไหร่ที่ไม่จมน้ำในอ่างไปเสียก่อน ไม่งั้นที่เขาเลี้ยงมาหลายปีก็คงต้องสูญเปล่า จากที่คิดว่าจะได้คนมาทำงานอาจจะกลายเป็นได้ศพมาแทน

“อื้อ..ปล่อยเลย ไม่จมแล้ว โอ๊ย...จะถูทำไมเยอะ ๆ แสบหมดแล้ว” โพธิวัฒน์ร้องบอกหนีมือคุณปูรณ์เป็นพัลวัน เพราะอีกฝ่ายจับเข้าให้ยืนบนพื้นก่อนจะเช็ดตัวให้ ทำราวกับเขาเป็นเด็กสิบขวบก็มิปาน

“แล้วใครสั่งให้มาอาบน้ำ ไม่สบายอยู่มาอาบน้ำได้ยังไง อายุ 20 แล้วนะทำไมถึงต้องให้เด็ก 6 ขวบสอน อุ่นยังพูดรู้เรื่องมากกว่าเธอเลย” ปูรณ์พูดยาวเหยียดด้วยอารมณที่คุกรุ่น เกิดเด็กคนนี้มาตายในบ้านเขาก่อนจะได้เริ่มงาน สิ่งที่เขาเสียไปคือเงินที่ส่งเสียเลี้ยงดูในสถานรับเลี้ยงเด็ก และอาจจะต้องเสียคนฝีมือดีในการทำงานไปด้วย แบบนี้มันไม่คุ้มแน่

โพธิวัฒน์มองตาเขียว เกลียดคำพูดดุด่าและการเปรียบเทียบที่ปูรณ์ใช้เหลือเกิน เอะอะอะไรก็บอกว่าเขาไม่ใช่เด็ก ก็ไม่ใช่เด็กแล้วไง แต่อีกฝ่ายกลับทำเหมือนเขาเป็นเด็กต่างหาก ทั้งอุ้มทั้งด่าสารพัดจะบอกว่าอีกฝ่ายไม่ได้มองเขาเป็นคนที่อายุบรรลุนิติภาวะแล้ว แต่มองว่าเขาเป็นแค่เด็กคนหนึ่งที่ทำอะไรไม่เป็นเท่านั้น

“โอ๊ย!!” คนตัวเล็กร้องเสียงดัง เมื่อปูรณ์บีบต้นแขนเขาจนขึ้นรอยนิ้ว อีกทั้งยังเหวี่ยงร่างเขาที่ถูกจับใส่เสื้อคลุมให้ไปทางประตูห้องน้ำ ร่างกายใหญ่โตนี้พอโกรธยิ่งดูใหญ่มากขึ้นกว่าเดิมจนโพรู้สึกตัวเองตัวเล็กนิดเดียว

“ฉันไม่ใช่คนใจดี ฉันยอมให้เธอได้ฉันก็ข่มเธอได้เหมือนกัน” ปูรณ์ชี้หน้าหวานที่มองตอบเขาไม่วางตา รับรู้ได้ว่าเด็กคนนี้กลัวเขา แต่ก็กล้าสู้หน้าเหมือนกัน ในภายภาคหน้าถ้าเลี้ยงดีก็เก็บไว้กับตัวได้ แต่ถ้าเลี้ยงไม่เชื่องเด็กคนนี้ก็อันตรายกับเขาได้เหมือนกัน

พรึบ!!

ไม่พูดพร่ำทำเพลงปูรณ์อุ้มหนุ่มร่างเล็กขึ้นพาดบ่าทันที โพธิวัฒน์ที่ภายในเปลือยเปล่ามีแค่เสื้อคลุมปิดกายโวยวายทันที อาการปวดร้าวช่วงล่างยังระบมไม่หาย แต่คุณปูรณ์ก็จับมันแรงอย่างไม่ปราณี ไม่พอยังโยนมันลงบนเตียงนอนขนาดคิงไซส์นี่อีก

“โอ๊ย!” ความสะเทือนส่งผลให้โพธิวัฒน์นิ่วหน้าด้วยความเจ็บน้ำตาซึม เขาจึงเอาคืนคนที่ทำให้เจ็บด้วยการยันเท้าไปหวังจะเตะให้อีกฝ่ายจุกไม่แพ้กัน แต่ปูรณ์ไหวตัวทันจับข้อเท้าไว้ได้ แล้วดึงจนร่างเขาไถลไปบนที่นอนกลายเป็นนอนคว่ำ

เพี๊ยะ!

มือใหญ่ฟาดลงไปบนบั้นท้ายกลมตึง เมื่อเปิดเสื้อคลุมเผยให้เห็นผิวขาว ๆ ที่ก้นขึ้นรอยแดงตามนิ้วอย่างเห็นได้ชัด ปูรณ์ฟาดมือลงไปอีกข้างจนมันแดงเท่ากัน โพธิวัฒน์ดิ้นหนีน้ำตาซึมด้วยความเจ็บ แต่โดนคนตัวใหญ่กว่าเกือบเท่ากดทับไว้ อีกทั้งยังจับเขามือไพล่หลังอีก หมดหนทางหนีโดยสิ้นเชิง

“ทำบ้าอะไรวะ! เจ็บนะเว้ย!” ทนไม่ไหวจนต้องร้องถามออกมา

“บอกว่าอย่าพูดคำหยาบกับผู้ใหญ่!” คราวนี้ดูท่าคุณปูรณ์จะโกรธจริง เพราะนอกจากจะกดทับร่างเล็กด้วยเข่าตัวเองแล้ว ยังกระชากผมคนใต้ร่างจนหน้าแหงนเงยคอแทบเคล็ด ประกบปากมอบจูบที่ดุเดือดเร่าร้อนและไร้ความปราณีให้ จนคนใต้ร่างหายใจแทบไม่ทัน กว่าจะโกยอากาศเข้าปอดได้ก็ทรมานพอสมควร กลีบปากบวมเจ่อสีชมพูจัด มันห้อเลือดด้วยเพราะโดนคุณปูรณ์กัดอย่างไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเจ็บมากเพียงใด

“อย่าคิดลองดีกับฉัน อะไรที่ฉันบอกไปแล้วให้จำอย่าให้ต้องพูดซ้ำสอง” ปูรณ์พูดเสียงเหี้ยม ในแววตาที่โพธิวัฒน์คิดว่าใจดีตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชา ราวกับจะแช่แข็งเขาทั้งเป็นให้ได้

หนุ่มน้อยร่างเปลือยเปล่านอนหอบอยู่ใต้ร่างคนตัวใหญ่ ปูรณ์ก้มมองร่างกายของชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่าเขาเป็นสิบปีที่นอนสยบอยู่ภายใต้อาณัติก็คิดขึ้นได้ว่า เมื่อเช้าเขาสั่งให้พชรหายาทาไว้ให้โพธิวัฒน์ด้วย วันนี้ยุ่ง ๆ จึงลืมเสียสนิท ตอนนี้คงได้เวลารักษาแผลที่เขาทำไว้แล้ว

“เพชร! อยู่ข้างนอกรึเปล่า เอายาที่ฉันสั่งเมื่อเช้าเข้ามาให้หน่อย” ปูรณ์ตะโกนสั่งออกไป พร้อมกับลุกขึ้น แต่ยังคงควบคุมโพธิวัฒน์ด้วยมือเพียงข้างเดียว ฝ่ายคนโดนควบคุมฮึดฮัดจะดิ้นให้หลุดท่าเดียว หน้าตาหวานบูดบึ้งไม่สบอารมณ์ ตาขวางจัดแต่ดูน่ารักในสายตาหนุ่มใหญ่

“อยู่นิ่ง ๆ อย่าดื้อ” ปูรณ์บอก ก่อนจะจับสายเสื้อคลุมมามัดให้เข้าที่เข้าทางให้เรียบร้อย เขารัดเอวบางด้วยแขนข้างเดียวแล้วจับให้อีกฝ่ายนั่งตัก จังหวะเดียวกับเสียงเคาะประตูและขออนุญาตเข้าห้อง

“เข้ามา” ปูรณ์เอ่ยอนุญาต พชรเข้ามาพร้อมถุงยาที่ตนก็ลืมไปแล้วว่าซื้อมาตั้งแต่เมื่อเช้า หลังจากได้รับโทรศัพท์จากนายก็รีบออกไปซื้อให้ก่อนเลย หลังจากวางยาไว้ให้เรียบร้อยก็ออกจากห้องไป ทิ้งให้เจ้านายอยู่กับหนุ่มน้อยในท่าวาบหวิวนั้นต่อไป

“ผมเข้าไปหาพ่อปูรณ์ไหมครับ” เด็กน้อยที่ยืนรออยู่หน้าห้องตั้งแต่วิ่งตามพ่อขึ้นมาบนนี้ด้วยถามพชร ซึ่งพชรบอกให้ตนอยู่รอหน้าห้องนี้ตั้งนานแล้ว แต่ไม่ยอมให้เข้าไปเสียที

“คืนนี้คุณพ่อเหนื่อยแล้ว กำลังจะหลับครับ เดี๋ยวอาเล่านิทานให้คุณหนูดีกว่า ไปครับไปฟังนิทานกันดีกว่าเนอะ” อุ่นพยักหน้ายอมให้คนที่ตนเรียกว่าอาจับจูงเดินไปทางห้องนอนของตน พชรถอนหายใจ คงบอกได้ไม่หมดหรอกว่าเจ้านายเขาจะ ‘หลับ’ เฉย ๆ หรือ ‘หลับนอน’

“ปล่อยได้รึยัง เจ็บไปหมดแล้วเนี่ย” โพธิวัฒน์ยังไม่สิ้นฤทธิ์ง่าย ๆ เสียงห้วน ๆ ถามพร้อมกับดิ้นหนีอีกครั้ง แต่ก็ทำได้ไม่มากเพราะอาการปวดหน่วงบริเวณที่โดนทะลุทะลวงเมื่อคืน และความเจ็บแสบจากการโดนตีมันเร่า ๆ ว่าจะเจ็บมากขึ้นหากเขาออกท่าทางมากเกินไป

“ถอดเสื้อคลุมออกแล้วมานอนคว่ำตรงนี้” ปูรณ์สั่งเสียงเรียบ พลางปลดกระดุมข้อมือแล้วพับแขนเสื้อขึ้นมาจนถึงข้อศอก กล้ามเนื้อแน่นตึงของชายหนุ่มทำให้โพธิวัฒน์ลอบกลืนน้ำลาย นอกเหนือจากงานและเงินแล้ว คงต้องออกกำลังกายเพิ่มหากจะงัดข้อกับคุณปูรณ์อีก

“ทำไมต้องทำ” ไม่พูดเปล่าร่างเล็กกำลังจะเดินหนี เมื่อพูดดี ๆ ไม่ได้ปูรณ์ก็รั้งเอวบางไว้แล้วผลักอีกฝ่ายให้นอนคว่ำหน้าลง

“อะไรอีกเนี่ย!”

“อยู่นิ่ง ๆ เถอะ ไม่เจ็บตรงนั้นบ้างรึไง” ถามไปใจก็มันเขี้ยวจึงฝังรอยฟันไว้บนไหล่เนียนทั้งสองข้าง เรียกเสียงร้องโอยจากโพธิวัฒน์ได้เป็นอย่างดี

“คุณซาดิสม์รึไง ชอบกัดชอบทำคนอื่นเป็นรอย” เด็กหนุ่มถาม ปูรณ์ยิ้มมุมปาก จะบอกอย่างไรดีกว่าเขาไม่ใช่พวกซาดิสม์หรอก กับคู่นอนที่ผ่าน ๆ มาก็ไม่ได้ทำรุนแรงอะไรแบบนี้ แต่กับโพธิวัฒน์นี้อารมณ์ดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่ในตัวเขาถูกปลุกขึ้นมาเสียงอย่างนั้น เพราะอีกฝ่ายดูพร้อมรับการตอบโต้เขาทุกรูปแบบ ไม่ต้องปฏิบัติอย่างอ่อนโยนนักก็ได้

“กับเธอคนเดียว”

“อะไร”

“ฉันทำรอยกับเธอคนเดียว นี่! อยู่นิ่ง ๆ” มือใหญ่ถอดเสื้อคลุมตัวใหญ่ที่โพธิวัฒน์ใส่อยู่สำเร็จ ร่างเปลือยเปล่าปรากฏให้เห็นอีกครั้ง เขาค่อย ๆ แยกแก้มก้นกลมตึงทั้งสองข้างออกจากกันเพื่อตรวจดูว่าช่องทางสอดใส่ที่ให้ความสุขเขาเมื่อคืนเป็นอย่างไร

“ไม่เอานะ จะตรวจร่างกายอีกเหรอ ผมไม่พร้อม มันเจ็บยังไม่หายเลย” โพธิวัฒน์แย้ง

“ฉันจะใส่ยาให้” ปูรณ์บอก ก่อนจะจับคนตัวเล็กกว่าเขาเกือบครึ่งให้นอนหงาย ดันขาทั้งสองข้างของเจ้าตัวให้อ้าออกแล้วดันขึ้ให้เห็นส่วนนั้นชัด ๆ โพน้อยโดนเจ้าตัวปกปิดไว้ด้วยมือเรียว มืออีกข้างก็ปิดหน้าซ่อนความอาย ที่จริงเรื่องนี้ควรเป็นเขาที่จัดการเองไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมตาลุงหื่นนี่ถึงได้มาทำเองก็ไม่รู้ แต่หากค้านไปก็เกรงว่าร่างกายเขาจะมีรอยเพิ่มจึงได้แค่ยอมให้อีกฝ่ายลวนลามเขาได้ทั้งสายตา และมือที่ตอนนี้แตะจีบที่ปิดสนิทของเขาแผ่วเบา


TBC.

ออนไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0
Re: ❉❥ เด็กในความดูแล ➸ ตอน 2 |[23-11-61]
«ตอบ #6 เมื่อ23-11-2018 23:23:53 »

 :pig4: :pig4:ปูรณ์เป็นมาเฟียรึเปล่า

ออนไลน์ tasteurr

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 495
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
เอ็นดูน้องอุ่น อยากบีบแก้มน้อง เป็นเด็กดี น่ารักมากเลยลูก
คุณปูรณ์ทำแบบนี้ แล้วน้องโพจะจงรักภักดีเหรอ  :hao4:

 :pig4:

ออฟไลน์ warin

  • รถไฟขบวนนั้น ได้แล่นผ่านไปแล้ว
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2066
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
    • -
ติดตามจ้า

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +63/-6
 :L2: :pig4:

ลุ้นว่าคุณปูรณ์ทำอะไร
แต่หื่นนี้เรื่องจริง55
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-11-2018 11:44:56 โดย Billie »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1185
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-0
ขอบคุณครับ +1 ให้กำลังใจคนเขียนครับ o13

ออฟไลน์ tong_pub

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 410
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +93/-5


ดูแลครั้งที่ 3


“ยังเจ็บอยู่ไหม” ถามพลางเอาปลายนิ้วที่ยาสัมผัสไปแผ่วเบา ดูท่าโพธิวัฒน์จะคิดเป็นก็คราวนี้ เพราะเจ้าตัวนอนนิ่งให้เขาได้สัมผัส

“อื้ม...” ร่างเล็กร้องออกมาเบา ๆ เขาไม่รู้ว่าจะเรียกได้ว่าคำตอบดีหรือไม่ เพราะใบหน้าที่หลับตาพริ้มนั้นดูผ่อนคลายเกินกว่าจะเจ็บปวดได้

ช่องทางให้ความสุขถูกเขาลูบเบา ๆ และมันขมิบตอดทันทีทำเอาความรู้สึกเขามารวมกันที่ส่วนกลางกายตนเอง ยิ่งนึกไปถึงความอุ่นภายในที่ตอดรัดยิ่งทำให้มันขึ้นรูปนูนผ่านกางเกงชั้นในทันที

“เจ็บไหม” ปูรณ์ยังคงลูบช่องทางนั้นไปมา ก่อนจะกดนิ้วเข้าไปหนึ่งนิ้วเอ่ยถาม

“อื้อ...นิ...นิดหน่อย อ๊ะ...อย่ากดลึกสิ” โพร้องครางพลางร้องห้ามเมื่อนิ้วเรียวยาวของคุณปูรณ์สอดเข้ามาในร่างของมันจนรู้สึกคับแน่น รับรู้ได้ว่าภายในของตัวเองตอดรัดนิ้วนั้นแม้ไม่ได้ขยับก็ตาม

ยาที่ใช้เป็นยาทาภายนอก ที่จริงเขาไม่ต้องส่งนิ้วเข้าไปสำรวจภายในเลย แต่เพราะความต้องการที่เริ่มหักห้ามใจไม่ได้ อีกทั้งเสียงครางเบา ๆ เหมือนลูกหมานี่อีก ยิ่งปลุกความกำหนัดในกายเขาได้อย่างดี

“นอนนิ่ง ๆ สิ” ปูรณ์ว่าเมื่ออีกฝ่ายขยับบิดตัวไปมา

“ก็มัน...อื้อ...” จะบอกได้อย่างไรว่ามันเสียวซ่านจนเขาอยู่นิ่งไม่ได้แล้ว ความเจ็บในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกใหม่ ส่วนกลางกายเขาก็เริ่มตื่นตัว เมื่อช่องทางหลังถูกเล้าโลมมากยิ่งขึ้น “คุณไม่ได้ทายาอย่างเดียวแล้วไหมเนี่ย” โพกัดฟันถามออกไป เมื่อเปิดตาขึ้นมองก็พบว่าใบหน้าคุณปูรณ์มีรอยยิ้มกริ่มแต่งแต้มอยู่แล้ว “ที่จริงผมทาเองดีกว่านะ” โพธิวัฒน์พูดเหมือนเพิ่งคิดได้

“เธอคิดช้าไปแล้วล่ะโพ” ปูรณ์ถอนนิ้วออก ก่อนจะปลดกระดุมกางเกงและรูดซิปลง ปลดปล่อยส่วนที่ผงาดเต็มที่ออกมาทักทายคนที่นอนเบิกตาโตอยู่

“ไม่นะ! ผมไม่ตรวจอะไรแล้วทั้งนั้น ถ้าคุณยัดไอ้นั่นใส่เข้ามาอีกผมต่อยคุณแน่” หนุ่มวัยรุ่นขู่ฟ่อ ท่าทางจริงจังเสียจนปูรณ์หัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนใบหน้าที่มีรอยยิ้มนั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นดุดัน เขาจับขาเรียวแยกออกจากกัน แม้เจ้าตัวพยายามหุบขาไว้เพื่อปิดส่วนอ่อนไหวที่มันกำลังชูชันไม่แพ้กับของปูรณ์

“เธอควรรู้ไว้นะ ไม่มีใครมาสั่งฉันได้ และถ้าฉันอยากได้อะไรก็ต้องได้ ยิ่งเธอเป็นคนที่ฉันเลือกแล้วยังไงเธอก็ต้องทำตามที่ฉันต้องการ” ปูรณ์จู่โจมกลีบปากนุ่มด้วยการประกบจูบรุนแรง ไม่แม้แต่จะให้โพธิวัฒน์ได้หายใจหายคอ มือใหญ่ไล่บีบเค้นไปทุกสัดส่วนของร่างเล็กอย่างถือสิทธิ์ ความกำหนัดที่พวยพุ่งจากจิตใจทำให้หน้ามืดจนอยากสอดใส่เข้าไปในกายบางนี้ หากแต่เสียงร้องสั่นเครือของคนใต้ร่างทำให้เขาต้องหยุดการกระทำ

“เจ็บ...อย่าทำแบบนี้ได้ไหม เจ็บจริง ๆ” ถือเป็นครั้งที่สองที่ปูรณ์ใจอ่อนกับท่าทางนี้ ครั้งแรกก็บนรถตอนที่พาอีกฝ่ายมาที่นี่ โพธิวัฒน์ที่เขาเห็นว่าไม่ยอมใครและเข้มแข็ง ท้ายสุดก็เป็นเพียงเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่รู้จักกลัวและมีความรู้สึกเหมือนกัน

“เธอทำฉันคลั่งโพ” พูดไปพลางจูบปลอบประโลมคนในอ้อมกอดที่ตนคร่อมทับร่างไว้จนมิด โพธิวัฒน์ตัวสั่น เขากำหมัดแน่นอยากจะชกคน ๆ นี้สักหมัด แต่เพราะความดุดันที่ปูรณ์มีทำให้เขาไม่กล้า หากเปรียบกับไอ้อิน คุณปูรณ์เหนือกว่าไอ้อินมากนัก ดูมีความน่ากลัวจนมันไม่อาจต่อกรได้ จึงได้นอนตัวสั่นให้เขากกกอดอยู่แบบนี้ไง

“แค่ข้างนอก ไม่ใส่เข้าไปหรอก” ปูรณ์กระซิบบอก ตอนแรกโพธิวัฒน์ไม่เข้าใจ จนเมื่อส่วนอ่อนไหวเขาของถูกกำรวบคู่กับส่วนแข็งขืนของปูรณ์นั่นแหละจึงได้เข้าใจ ขนาดความเป็นชายที่มีขนาดต่างกันตกอยู่ในอุ้งมือใหญ่

“เห้ย! ทำบ้าไรเนี่ย ไม่อายรึไง ใครเขาชัก...เอ่อ...ทำให้กัน” โพโวยวาย ความอายทำให้เขินจนหน้าแดงจัด ผิวขาวบนแก้มเปลี่ยนเป็นสีสุกปลั่งพอ ๆ กับใบหู

“แค่ปล่อยอารมณ์ไปตามความรู้สึกก็พอ”

“คุณนั่นแหละปล่อย...ปล่อยของผมเดี๋ยวนี้เลย”

เพี๊ยะ! โพธิวัฒน์ตีมือใหญ่ที่บังอาจมากอบกุมส่วนนั้นเขาไว้ราวกับของตัวเอง แต่เจ้าตัวโดนสวนด้วยการตีมือกลับ และแรงกว่าที่มันทำกับคุณปูรณ์เสียอีก จนหลังมือแดงแสบไปหมด

“ทำตามที่ฉันสั่ง” ปูรณ์พูดเสียงเรียบ ไม่มีเสียงกระเส่าคลอเคลียให้ได้ยิน

ส่วนนั้นของคุณปูรณ์อุ่นจัดและตื่นเต็มตัว ส่วนของโพตอนแรกที่เริ่มตื่นตัว แต่เพราะความกลัวมันจึงกลับไปสงบเหมือนเดิม จนปูรณ์ต้องปลุกปั่นขึ้นมาใหม่ ความอุ่นร้อนที่เสียดสีกันทำให้อารมณ์ของคนทั้งคู่เริ่มไปทางเดียวกัน โพธิวัฒน์แม้จะไม่ยินยอมอย่างไร แต่การมีใครมารูดรั้งแก่นกายให้แบบนี้ก็เป็นความรู้สึกใหม่ที่ได้ลิ้มลองแล้วรู้สึกดี

“ซี้ด...” เสียงสูดปากครางของหนุ่มใหญ่ดังขึ้นไม่หยุด เขาสะกิดติ่งยอดอกของร่างเล็กจนมันแข็งชูชัน ร่างกายบิดเร้า ๆ เมื่อเขาลองละเลงลิ้นตวัดไปทั่วยอดอกนั้น ขณะเดียวกันเขาก็ขืนมือเด็กหนุ่มให้มาทำหน้าที่รูดรั้งส่วนกลางกายของคนทั้งคู่แทน เพื่อที่เขาจะได้โอบกอดร่างนี้ได้เต็มสองแขน

“อื้ม อื้อออ” โพธิวัฒน์แอ่นตัวตามมือใหญ่ที่ดันแผ่นหลังจนเขาต้องแอ่นอกขึ้นมารับสัมผัสจากปากที่กำลังครอบครองยอดอกเขาอยู่ โดยที่มือเขาก็ยังคงทำหน้าที่มอบความสุขให้กับส่วนนั้นของคนทั้งคู่ ความวาบหวิวทำให้ลืมทุกอย่างไปจนหมดสิ้น ลืมไปว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ชายควรทำกัน

“ใกล้แล้ว” ปูรณ์กระซิบบอก โยกเอวรับเมื่อมือที่ขยับรูดรั้งให้อยู่ไม่ได้จังหวะที่ต้องการ ปูรณ์ปัดมือเล็กออก ก่อนจะกอบกำอาวุธทั้งคู่แล้วเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น เมื่อเห็นว่าโพธิวัฒน์ใกล้ถึงฝั่งฝันเขาก็หยุดมือ แล้วดึงจังหวะมือให้ช้าลง เจ้าของมือใหญ่กัดฟันกรอดอดทนไว้ เพียงเพื่อจะแกล้งหนุ่มน้อยเท่านั้น

“อย่าช้าสิ เร็วหน่อย ใกล้แล้ว” โพธิวัฒน์ร้องประท้วง ประสบการณ์แปลกใหม่นี้ทำให้เขาลืมความอายไปจนหมดสิ้น มันให้ความรู้สึกอย่างบอกไม่ถูก อาจเพราะนั่นไม่ใช่มือตัวเอง อีกทั้งตัวเขาไม่สามารถควบคุมจังหวะการเคลื่อนไหวมือเองได้ มันจึงทั้งเสียวซ่าน และตื่นเต้นไปในคราวเดียวกัน

“ฮึ” คุณปูรณ์หัวเราะในลำคอ โพธิวัฒน์กำลังหลงเข้ามาในวังวนที่เขาสอนให้ทีละน้อย เด็กหนุ่มที่อยู่ในวัยอยากรู้อยากลองโดนล่อหลอกให้เรียนรู้สิ่งใหม่ โดยที่เขาเป็นคนสอนเอง

มือแกร่งสาวมือให้เร็วขึ้นเพื่อส่งอีกคนให้ถึงฝั่งไปก่อน เขาดูหน้าหวานที่บิดเบี้ยวเหยเกและเสียงร้องครางอย่างสุขสม เอวโพธิวัฒน์ขยับตามมือไม่หยุดเพราะความเสียวซ่านที่มีเกินต้านทาน ก่อนจะปลดปล่อยตามไปเมื่อได้มองสิ่งที่อยากมองสมใจแล้ว ความกำหนัดในกายถูกปลดปล่อยเป็นน้ำขาวขุ่นพุ่งฉีดไปบนหน้าท้องแบนราบของโพธิวัฒน์ ปนไปกับน้ำกามของเจ้าตัวที่ออกมาก่อนเพียงไม่กี่วินาที เสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่มีให้ได้ยินเบา ๆ ก่อนจะเป็นปูรณ์ที่ผละออกเพื่อลุกไปอาบน้ำ

“คุณปูรณ์” โพเรียกคนตัวใหญ่ที่กำลังจะเดินเข้าห้องน้ำไป “ผมจะได้งานแน่ ๆ ใช่ไหม คุณจะให้ผมทำงานจริง ๆ ใช่ไหม” ถามย้ำถึงสิ่งที่ตลอดสองวันมานี้คนตัวใหญ่ได้หลอกล่อไว้ ถามเพื่อให้แน่ชัดว่าเขาจะได้งาน จะมีเงิน มีหลายสิ่งหลายอย่างที่อยากมี ไม่ใช่หลอกให้มาทำอะไรแบบนี้ไปวัน ๆ

“ได้สิ เธอจะได้ทำงาน” ปูรณ์ตอบแค่นั้นก็เดินเข้าห้องน้ำไป ปิดประตูตัดบทสนทนาที่มีระหว่างกัน เพียงแต่ในใจยังคิดไม่ตกว่าเขาจะให้โพธิวัฒน์ทำงานอะไรก็เท่านั้น

ปูรณ์นอนแช่น้ำอุ่นในอ่าง หลับตานิ่งปล่อยใจให้ว่างเผื่อว่าเขาจะคิดหาตำแหน่งงานให้โพธิวัฒน์ได้ ตอนนี้กลัวอย่างเดียวคือกลัวใจตัวเองจะถลำลึกไปก่อนที่เด็กหนุ่มคนนี้จะได้งานนี่สิ ความสดของเด็กมันหอมหวานยั่วยวนใจชายหนุ่มยิ่งนัก ยิ่งพอได้ลองครั้งแรกแล้วยิ่งอยากให้มีครั้งต่อ ๆ ไปตามมาในเร็ววัน

หากเป็นเด็กคนอื่นเขาคงไม่คิดหนักเท่านี้ แต่นี่คือโพธิวัฒน์...เด็กหนุ่มที่เขาเห็นแววมาตั้งแต่เด็ก ใจแรกที่อยากให้ทำคือบอดี้การ์ดหรือไม่ก็ส่งไปทำงานประจำบริษัทในเครือโตณณาการที่ไหนสักแห่ง แต่ความคิดแรกถูกรบกวนด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไปจากครั้งแรกที่เจอเด็กหนุ่มคนนี้ เขาไม่อยากให้คน ๆ นี้หลุดรอดสายตาไปแม้แต่นาทีเดียว อยากให้อยู่ในสายตาตลอดเวลาจนอยากเก็บติดไว้ข้างกาย แต่หากจะให้ทำหน้าที่เป็นเลขาฯแทนพชรก็เป็นไปไม่ได้ เพราะเด็กคนนี้ยังไม่มีประสบการณ์การทำงาน
ยามคิดไปถึงเสียงหวานครางเครือ เสียงหอบหายใจกระเส่าใต้ร่าง ยิ่งอยากครอบครองร่างนี้ซ้ำ ๆ หรือเขาจะให้โพธิวัฒน์มาคอยปรนเปรอให้เขาแบบสองวันนี้ดี แต่ที่ผ่านมาเขาไม่เคยให้ใครก็ตามมาเป็นเด็กเลี้ยงของเขา หากอยากปลดปล่อยก็แค่เรียกคนที่เคยใช้บริการมาก็เท่านั้น

‘หักห้ามใจ’ คำนี้ผุดขึ้นมาในมโนความคิด เขาต้องคิดให้รอบคอบมากกว่านี้ เขาต้องทำให้เด็กคนนี้เป็นดั่งอาวุธสำคัญให้ได้

:::::::::::::

“ฮ้าวววววว เห้ย!” โพธิวัฒน์หาวเสียงดัง แต่ต้องร้องขึ้นมาด้วยความตกใจเมื่อบนที่นอนมีใครคนอื่นอยู่บนนี้ด้วย นั่นคืออุ่นเด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มตัวกะเปี๊ยกเดียวนั่นเอง

โพธิวัฒน์มาอยู่ที่นี่ได้หลายวันแล้ว ส่วนไอ้ที่เจ็บ ๆ ก่อนหน้านี้ก็หายเป็นปลิดทิ้ง ช่วงนี้ไม่ได้พบหน้าคุณปูรณ์เลยเพราะเลขาฯเจ้าตัวบอกว่ายุ่ง หมายถึงตัวเขาน่ะยุ่งเกินไป สอบถามทำไมทั้งที่รู้ไปก็ไม่ได้ประโยชน์ เลยโวยใส่ไปว่าตอนนี้เขายังไม่ได้เริ่มงานหรือทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย จะให้เขามานั่ง ๆ นอน ๆ ที่นี่ทำไม สู้กลับไปอยู่กับไอ้จันทร์ที่เสถียรพงศ์ยังดีเสียกว่า ฝ่ายนั้นก็แปลกใจไม่น้อยที่เขายังไม่ได้เริ่มงาน จึงบอกปัดแค่ว่าช่วงนี้คุณปูรณ์ยุ่งมาก ติดประชุมตลอดทั้งอาทิตย์ นี่ก็ไม่ได้กลับมานอนที่บ้านหลายวันแล้ว หากเสร็จงานคงมอบหมายหน้าที่ให้เขาเอง

“พี่โพตื่นแล้ว” เด็กน้อยยิ้มตาปิดทักเขาเสียงแหลม โพธิวัฒน์มองเด็กอายุ 6 ขวบที่นั่งยิ้มยิงฟันอยู่ข้างกันตั้งแต่หัวจรดเท้า เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายถูกใจอะไรเขานัก จึงได้ติดแจแบบนี้ ทั้งที่ไม่ได้ทำดีด้วยเท่าไหร่เลย เจ้าตัวชวนให้เล่นด้วยเขาก็บอกปัด มีบ้างที่ยอมไปนั่งข้าง ๆ แต่แค่นี้ก็ดูอุ่นจะมีความสุขแล้ว

ความทุกข์ของเด็กพ่อรวยก็แบบนี้สินะ ไม่มีพ่อแม่อยู่บ้านหรือเพื่อนเล่นด้วย พอมีใครเข้ามาพอจะเป็นเพื่อนเล่นได้จึงจับเอาไว้ก่อน พูดถึงพ่อแม่...เขาเพิ่งรู้เมื่อวานนี้เองว่าภรรยาคุณปูรณ์เสียชีวิตแล้ว ส่วนนี่ก็ลูกของเพื่อนที่ตายไปแล้วจึงเอามาเป็นลูกบุญธรรม เออ บันเทิงดี คนอะไรจะซวยขนาดนั้น คนรอบข้างตายหมดเหลือตัวเองคนเดียว

“มีอะไร เข้ามาทำไม” ไอ้โพถามเสียงห้วน สะบัดผ้าห่มที่คลุมตัวอยู่ออกแล้วลงจากเตียงหลังใหญ่ ได้อภิสิทธิ์จากไหนไม่รู้จึงได้มาอยู่ห้องข้างห้องคุณปูรณ์ เล็กกว่าห้องคุณปูรณ์เกือบเท่าตัว แต่เครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน

“พ่อปูรณ์บอกว่าให้ผมอยู่เล่นกับพี่โพ” อุ่นตอบอย่างกระตือรือร้น โพธิวัฒน์แทบกรอกตาสิบตลบ พร้อมกับคำว่า ‘อีกแล้วเหรอวะ!’ เขาไม่ชอบเด็กเท่าไหร่นัก

“ไม่เล่น”

“ไม่ได้~ ไปดูหุ่นยนต์กันนะ นะพี่โพ” อุ่นทำหน้าเศร้าเหมือนจะร้องไห้ ไอ้หุ่นยนต์ที่ว่านี่คือหุ่นยนต์จริง ๆ เป็นหนังที่มีหุ่นยนต์ หนังที่ผู้ใหญ่บางคนดูยังไม่เข้าใจ แต่อุ่นชอบมากบอกมันสนุกดี เมื่อเห็นว่าโดนรบกวนมาก ๆ เข้าเขาจึงลุกไปอาบน้ำแต่งตัว เสื้อผ้าที่ใส่ข้าวของเครื่องใช้ที่มีก็เป็นของที่คุณปูรณ์สั่งซื้อมาให้ทั้งสิ้น เป็นเด็กในความดูแลของคุณปูรณ์มันดีจริง ๆ แหละ

เมื่อแต่งตัวเสร็จก็ลงมาชั้นล่าง เห็นแม่บ้านกำลังขะมักเขม้นทำความสะอาดกันยกใหญ่ จะเป็นแบบนี้ทุกครั้งในช่วงสาย โพธิวัฒน์เดินผ่านคนเหล่านั้นเข้าไปในครัว เมื่อไม่มีคุณปูรณ์มันเองก็ต้องจัดการปากท้องตัวเองด้วยการมาฝากท้องในครัว นั่งกินมันในนี้แหละไม่ต้องไปไหนไกล

“อุ่นกินข้าวรึยัง”

“ผมทานมื้อเช้าเรียบร้อยแล้วครับ” ความผู้ดีมันอยู่ในสายเลือดจริง ๆ แค่เพียงประโยคสั้น ๆ ก็รับรู้ได้ถึงความต่างของชนชั้น โพยักไหล่ก่อนจะหันไปหาข้าวเช้ากิน แต่ปรากฏว่าวันนี้ไม่มีอะไรเหลือตกถึงท้องเลยนี่สิ ความตื่นสายตะวันแยงก้นทำให้เขาอด แต่ตอนนี้หิวจนจะกินช้างได้ทั้งตัวแล้วเขาจึงหันมาพึ่งเด็กน้อยอายุ 6 ขวบ

“อุ่น...มึ...เอ่อ...อุ่นมีตังค์ป่ะ” เกือบหลุดสรรพนามที่ไม่ควรใช้ไปแล้ว

“มีครับ แต่อยู่บนห้อง”

“ตังค์ที่ไว้จ่ายได้เลยนะ ไม่ใช่การ์ดที่ไว้รูดปื๊ด”

“ครับ อาเพชรให้ไว้ 500 ร้อย” เด็กน้อยยกนิ้วสั้นป้อมขึ้นมาทำท่า 500 แต่กลายเป็นมีนิ้วแค่ 2 นิ้ว

“ดี งั้นขึ้นไปเอาตังค์กัน แล้วเดี๋ยวพี่จะพาไปเที่ยว โอเคไหม” ใจไม่อยากพาไปหรอก แต่เพราะเห็นว่าเป็นเจ้าของเงินเลยจะพาออกไปด้วย อีกอย่างสงสารเพราะอุ่นดูเหงาจริง ๆ ไม่สมกับมีชีวิตเป็นเด็ก ตอนเขาเป็นเด็กวัดยังได้เที่ยวมากกว่าเด็กคนนี้เลย ทั้งที่มีเงินติดตัวแค่ 10 บาท ออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างจะเป็นไรไป พ่อเด็กคงไม่ว่าหรอก

“ไปเที่ยวได้เหรอ พ่อปูรณ์บอกว่าให้เล่นในบ้านห้ามออกไปไหน”

“เออน่ะ รีบไปเถอะ” อยากออกไปเที่ยวข้างนอกใจจะขาดแล้ว อุดอู้อยู่แต่ในคฤหาสน์หลังใหญ่โตที่แทบหาคนพูดด้วยน้อยเหลือเกินมันทำให้ไอ้โพคนนี้จะเป็นบ้า ถ้าได้ออกไปข้างนอกไปพบปะผู้คนบ้างคงจะดีไม่ใช่น้อย

โพธิวัฒน์พาอุ่นมาหยุดยืนตรงบันไดชั้นบนหลังจากไปหยิบเงินแล้ว ตอนนี้เงินจำนวน 1,000 บาทมาอยู่ในกระเป๋าเขาเรียบร้อยแล้ว ไอ้ที่อุ่นบอกว่ามี 500 น่ะ มันคือ 500 สองใบเชียวล่ะ เออ...น่าอิจฉาเด็ก อายุ 6 ขวบอยู่บ้านหลังใหญ่โตมหึมาไม่ได้ออกไปไหน แต่มีตังค์ติดตัวถึง 1,000 ผิดกับไอ้โพคนนี้ที่ไม่มีตังค์สักบาทเดียว

“ผมจะไปบอกพี่เลี้ยงว่าให้พาเราออกไปข้างนอก” อุ่นเสนอ เพราะเท่าที่เห็นตอนนี้มีแม่บ้านทำความสะอาดอยู่สองคน ส่วนชายชุดดำที่มักติดตามพ่อตนเองบ่อย ๆ มีแค่คนเดียวเท่านั้น และตอนนี้ก็หายไปไหนไม่รู้

“ไม่ต้องหรอก โทรเรียกแท็กซี่มารับก็พอ” ตลอดหลายวันที่ว่างจัดนี้โพธิวัฒน์สอบถามมาหมดแล้วว่าคฤหาสน์หลังนี้อยู่ส่วนไหนของประเทศไทย เขาตรงไปยังโทรศัพท์บ้านที่ติดตั้งไว้ที่ห้องนั่งเล่น เคยเห็นครูสาวิกาเรียกแท็กซี่มาด้วยจึงทำตามอย่างนั้น เมื่อโทรเรียกเสร็จก็แค่รอเวลาให้แท็กซี่มารับ


ออฟไลน์ tong_pub

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 410
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +93/-5


“มาหาใครครับ” รปภ.ประตูรั้วคฤหาสน์โตณณาการสอบถามเมื่อมีรถแท็กซี่ขับเข้ามาจอดถึงประตูรั้ว

“มารับคุณโพธิวัฒน์ครับ” คำตอบที่ได้ทำเอารปภ.ถึงกับขมวดคิ้ว วันนี้เขาไม่ได้รับคำสั่งหรือคำบอกเล่าใด ๆ จากคุณพชรว่าจะมีคนออกนอกบ้าน เว้นเสียแต่พวกแม่บ้านเท่านั้น

“รอสักครู่ครับ” เพื่อความแน่ใจเขาจึงโทรเข้าคฤหาสน์เพื่อสอบถาม ปรากฏว่าเป็นเจ้าของชื่อที่แท็กซี่กล่าวอ้างรับสายเอง และบอกให้เข้าไปรับเนื่องจากได้รับสายจากคุณปูรณ์ให้ออกไปหาด่วน ตนจึงเปิดประตูรั้วให้แท็กซี่เข้าไปภายในได้

โพธิวัฒน์อาศัยจังหวะที่ไม่มีใครสนใจแอบพาอุ่นขึ้นแท็กซี่ เมื่อพ้นรั้วมาได้ก็แทบโห่ร้องให้ดังลั่นรถ เพราะรู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยจากการถูกขัง(?)สักที

“พี่โพ ผมกลัว ถ้าพ่อปูรณ์กลับมาแล้วหาเราไม่เจอล่ะ” เด็กน้อยถามพลางมองออกไปนอกรถ อุ่นไม่เคยนั่งรถออกจากบ้านถ้าไม่มีพ่อหรืออาเพชรไปด้วย หรือแม้แต่พี่เลี้ยงที่วันนี้ก็ไม่ได้ออกมาด้วยกัน

“ไม่ต้องกลัว มีพี่อยู่ทั้งคน เราออกมาแป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับแล้ว” โพธิวัฒน์บอกเสริมความมั่นใจให้เด็กน้อย เขาไม่เคยมาแถวนี้ก็จริง แต่คิดว่าคงเรียนรู้ได้ไม่ยาก มีปากก็ถามเอา อีกทั้งมีเงินด้วยตั้งพันนึง กะอีแค่มาหาอะไรกินที่ตลาดแถวบ้านคงไม่ใช้จ่ายเกินกว่านี้หรอก

เพียง 15 นาที รถก็มาจอดอยู่ที่ตลาดสดแห่งหนึ่ง โพธิวัฒน์จ่ายเงินค่าแท็กซี่ที่อิดออดบ่นว่าไม่มีเงินทอน ตนเลยบอกว่าให้รออยู่ตรงนี้จะไปแลกตังค์มาจ่ายให้ แต่แท็กซี่หัวหมอกลัวเขาจะชิ่งหนีเลยยอมทอนให้แต่โดยดี แต่ก็โดนโกงไปเกือบสิบบาท

“จะกินอะไรดี อุ่นอยากกินอะไรไหม” โพธิวัฒน์ก้มตัวลงถามเด็กน้อยที่กุมมือเขาแน่น ใบหน้าน่ารักบัดนี้เริ่มแดงระเรื่อ เพราะอากาศที่ร้อนจัดนั่นเอง

อุ่นไม่ตอบ โพธิวัฒน์จึงพาเดินสำรวจตลาดเพื่อที่ตนจะหาอะไรกิน ท้องร้องเสียงดังเรียกร้องให้เขาหาอะไรยัดเข้าปากสักที จนไปเจอร้านข้าวหมูแดงคนนั่งเกือบเต็มร้านเขาจึงเข้าไปอย่างไม่รอช้า สั่งข้าวหมูแดงพิเศษมาจานหนึ่ง นั่งรอไม่นานนักก็ได้อาหารมาตรงหน้า เขาสั่งน้ำโอวัลตินเย็นมาให้อุ่นแก้วหนึ่งด้วย เด็กน้อยรีบดูดด้วยความกระหาย

พวกเขาใช้เวลาหมดไปที่ร้านข้าวราว ๆ ครึ่งชั่วโมง โพธิวัฒน์ไม่อยากกลับบ้านก่อนจึงเดินสำรวจตลาดแถวบ้านคุณปูรณ์เล่น ๆ โดยมีเด็กน้อยวัย 6 ขวบเดินกินไอติมกะทิอยู่ข้าง ๆ แวะดูโน่นถามนี่ไปเรื่องจนเวลาเลยเข้าบ่ายคล้อยแล้ว อุ่นเริ่มมีอาการงอแงโพธิวัฒน์จึงเรียกแท็กซี่เพื่อพาเด็กน้อยกลับบ้าน

“เรื่องวันนี้อุ่นห้ามไปบอกใครเด็ดขาดนะ แม้แต่คุณปูรณ์หรือพี่เพชรก็ห้าม”

“ทำไมล่ะครับ”

“เออน่ะ ห้ามบอกละกัน ไว้คราวหน้าถ้าได้ไปอีกพี่จะพาไปซื้อขนมอร่อย ๆ กินอีกนะ”

“ครับ” อุ่นรับปากก่อนจะเดินเข้าบ้านพร้อมโพธิวัฒน์

“คุณหนูหายไปไหนมาคะ พี่แววตามหาเสียทั่วเลย” แววเป็นพี่เลี้ยงของอุ่น อายุอานามก็น่าจะ 20 กว่า เป็นสาวต่างจังหวัดที่หัวไวใช้ได้ ปูรณ์จึงให้มาดูแลลูกชายคนนี้ แต่เมื่อเทียบกับโพธิวัฒน์แล้ว ทักษะการเอาตัวรอดของไอ้โพดูท่าจะหลอกสาวเจ้าเสียอยู่หมัด เพราะเมื่อแววถามอุ่นไปแบบนั้นโพธิวัฒน์ก็บอกว่าไปเล่นอยู่ที่ห้องตน เพิ่งลงมาเมื่อครู่ อีกฝ่ายจะถามต่อแต่โพธิวัฒน์ก็ตัดบทพาอุ่นกลับห้องเพื่อให้เด็กน้อยได้นอนกลางวันแทน

นายใหญ่ของโตณณาการกลับมาถึงบ้านในตอนเย็น วันนี้งานเสร็จแล้วเขาจึงรีบกลับบ้านมาเพื่อได้มาทานมื้อเย็นกับลูกชายบ้าง แต่เมื่อมาถึงก็ได้รับรายงานว่าโพธิวัฒน์พาลูกชายเขาไปเล่นน้ำที่สระว่ายน้ำหลังบ้าน เขาจึงเดินตามไปดูก็เห็นเด็กหนุ่มกับลูกชายเล่นน้ำกันเสียงดัง โดยมีบอดี้การ์ดและแววคอยดูแลอยู่ริมสระ

“กระโดดแบบนี้ เดี๋ยวพี่จะกระโดดให้ดู” ว่าจบโพธิวัฒน์ก็โชว์ลีลาจากกระดานตรงขอบสระที่ยื่นเข้าไปในตัวสระ เด้งตัวขึ้นลอยในอากาศแล้วกระโดดตูมลงมาจนน้ำแตกกระจายเป็นวงกว้าง อุ่นที่ใส่ปลอกแขนว่ายน้ำอยู่หัวเราะชอบใจ ปูรณ์ยืนมองเด็กทั้งคู่เล่นกัน แสงยังมีก็อยากจะให้เวลาสนุกกับเด็กสักหน่อย อุ่นไม่ได้หัวเราะเสียงใสแบบนี้นานแล้ว ส่วนโพธิวัฒน์ก็ดูจะสนุกผ่อนคลายจนลืมไปเสียสนิทว่าตนมาอยู่ที่นี่เพราะอะไร

“ให้ผมกระโดดบ้าง พี่โพช่วยผมหน่อย”

“มาสิ ขึ้นมาบนนี้เลย ระวัง...เห้ย!” พูดไม่ทันจบประโยคอุ่นก็ลื่นล้มหัวเกือบฟาดเข้ากับขอบกระดาน เด็กตัวเล็กหล่นน้ำลงไปพร้อมเสียงหวีดร้องของพี่เลี้ยง ปูรณ์รีบวิ่งไปดูเห็นลูกชายสำลักน้ำหน้าดำหน้าแดง เสียงร้องไห้จ้าเพราะตกใจ แต่ไม่ได้บาดเจ็บอะไร แต่กระนั้นก็อดจะหันไปมองหน้าโพธิวัฒน์ด้วยความตำหนิไม่ได้

“ผมไม่ได้ตั้ง...”

“ถ้าเธอตั้งใจเธอไม่ได้ยืนมีชีวิตอยู่ตรงนี้หรอก” น้ำเสียงเย็นชาของคุณปูรณ์ทำให้โพรู้สึกตัวชาวาบ แม้ที่ผ่านมาอีกฝ่ายจะเย็นชาและดุ แต่ก็ไม่น่ากลัวเท่ากับเมื่อกี๊นี้ สายตามองตำหนิเขาเต็ม ๆ ก่อนหนุ่มร่างใหญ่จะอุ้มลูกขึ้นเพื่อพาเข้าบ้าน แต่คนอย่างไอ้โพหรือจะปล่อยผ่านสิ่งที่มันไม่ได้ทำผิด

“ก็เด็กมันอยากเล่นก็ต้องให้เล่นสิ บอกแล้วว่าไม่ได้ตั้งใจทำไม...”

“โพธิวัฒน์!!” ปูรณ์เรียกชื่อจริงของโพเสียงดังลั่น น้ำเสียงกึ่งตะคอกทำให้พชรที่ตามเข้ามารีบปรี่เข้าไปห้ามโพธิวัฒน์เกือบไม่ทัน แล้วลากคนที่มองเจ้านายเขาด้วยดวงตาแดงก่ำให้พ้นสายตาเจ้านายไป

“ปล่อยเลย! ปล่อยเว้ย!”

“อยากโดนลูกปืนกรอกปากรึไงห้ะ!” เมื่อลากออกมาพ้นรัศมีสายตาเจ้านายแล้วก็หันไปตวาดถามเรียกสติคนที่กำลังสะบัดมือให้หลุดจากเขา รู้ว่าคนอย่างมันไม่กลัวใคร ถ้าออกไปทำงานข้างนอกก็ดีไปอย่าง แต่นี่กล้ามาท้าทายเจ้านาย ไม่โดนซ้อมก็ดีเท่าไหร่แล้ว

“รู้ไว้นะโพ จะกล้ากับใครก็ได้แต่ต้องไม่ใช่นาย นายไม่ใช่คนที่แกจะมาโวยวายใส่ตอนไหนก็ได้ รู้ตัวเองด้วยว่าอยู่ระดับไหน นายอยู่ระดับไหน”

“แต่พี่...ผมไม่ได้ตั้งใจ แต่คุณปูรณ์มองเหมือนผมไปผลักลูกเขาให้ตกน้ำนั่นแหละ อะไรวะ จะเป็นนายคนก็ต้องมีเหตุผลหน่อยสิ”

“ที่นายตำหนิไม่ใช่เพราะคุณหนูตกน้ำ แต่เพราะความประมาทของแกไง เด็กอายุแค่ 6 ขวบ แต่แกปล่อยให้ไปเล่นกระดานกระโดดของผู้ใหญ่มันได้เหรอ” พอใจเย็นขึ้น และโดนพชรสอนไปก็ทำให้ลมโกรธสงบลงได้ พอได้คิดก็เข้าใจว่าคุณปูรณ์เขาห่วงลูก อีกทั้งเขาสนุกจนลืมไปว่าอุ่นยังเป็นแค่เด็ก คุณหนูจ๋าขนาดนั้น ไม่ใช่ลูกตาสียายสาอย่างเขาที่แก้ผ้าเล่นน้ำคลองมาตั้งแต่เดินได้

“เออ แล้วตกลงนายของพี่จะให้ผมทำงานอะไร รอนานแล้วนะ ถ้าไม่ให้ทำก็ให้ผมกลับไปอยู่ที่เสถียรพงศ์เถอะ รอไอ้จันทร์เรียนจบจะได้ไปสมัครงานไม่ก็เรียนต่อให้เป็นเรื่องเป็นราวไป”

“ต้องรอคำสั่งนาย”

“จะให้รอถึงเมื่อไหร่ ผมอยู่นี่มาจะครบอาทิตย์แล้วนะ”

“เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น พี่ตอบแกไม่ได้หรอก” ส่วนหนึ่งก็แปลกใจที่นายยังไม่ให้โพธิวัฒน์เริ่มงาน แต่อีกใจก็พอจะเข้าใจอยู่เพราะงานที่ยุ่งมากทำให้ไม่มีเวลา แต่คิดว่าคงไม่เกิน 2-3 วันนี้แหละ

ครอก~

เสียงท้องคนที่ยังไม่ได้กินข้าวร้องขึ้น โพธิวัฒน์เอามือกุมท้องด้วยท่าทางเขิน ๆ เพราะเสียงมันดังน้อยเสียที่ไหน พชรยิ้มขำก่อนจะไล่ให้ไปแต่งตัวจะได้ลงมาทานมื้อเย็นกัน

เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จโพธิวัฒน์ก็ลงมาชั้นล่าง ที่โต๊ะทานข้าวมีพชรนั่งอยู่ก่อนแล้ว ไม่ยักเห็นคุณปูรณ์คาดว่าตอนนี้คงอยู่กับอุ่น

“มานั่งนี่สิ” พชรกวักมือเรียกเมื่อเห็นว่าโพธิวัฒน์ทำท่าจะเดินเลยไปที่ครัว

“ไม่ดีกว่าครับ เกิดคุณปูรณ์มาเห็นผมจะพาลกินอะไรไม่ลงเสียเปล่า ๆ” พูดเสร็จก็เดินเข้าครัวไป รอไม่นานปูรณ์ก็ลงมาพร้อมกับอุ่น เด็กชายไม่ร้องไห้ไร้อาการตกใจแล้ว

“พี่โพอยู่ไหนครับอาเพชร”

“พี่เขากินข้าวอยู่ในครัวครับ”

“ทำไมไม่มานั่งด้วยกัน” ปูรณ์ถามเสียงเรียบ มือที่กำลังจัดที่นั่งให้ลูกหยุดชะงัก

“เอ่อ...” พชรอึกอักเพราะเขาก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร จังหวะเดียวกับแม่บ้านทยอยนำอาหารเข้ามาจัดขึ้นโต๊ะ ปูรณ์บอกให้ทานกันไปก่อนส่วนตัวเองจะไปที่ครัวสักหน่อย

“ทำไมไม่ไปกินข้าวที่โต๊ะข้างนอก” ปูรณ์เอ่ยถามคนที่กำลังตักข้าวเข้าปากคำใหญ่ โพธิวัฒน์หันมองหลังจากส่งข้าวเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ แล้ว

“ไม่อยากอยู่ขวางหูขวางตาคุณ”

“ฉันพูดแบบนั้นเหรอ” ถามพลางเดินเข้ามาใกล้ ท่าทีไม่ทุกข์ร้อนของโพธิวัฒ์ทำปูรณ์หงุดหงิดจนต้องกระชากแขนเรียวให้เจ้าตัวลุกขึ้นมาประจัญหน้า ช้อนในมือโพธิวัฒน์ตกกระทบจานและหล่นไปบนพื้น แต่เขาไม่คิดสน “อย่ามาทำท่าทางแบบนี้ใส่ฉันโพ อยากเจอดีรึไง” ไม่พูดเปล่ามือใหญ่ยังประคองท้ายทอยแล้วออกแรงบีบ จนหนุ่มร่างเล็กเบ้หน้าด้วยความเจ็บที่เริ่มทวีคูณขึ้นจากอารมณ์โกรธของคนมีสิทธิ์ขาดในบ้านหลังนี้

“ออกไปกินข้าวข้างนอก” ปูรณ์เดินนำออกไปจากห้องครัว ทิ้งคนที่หอบหายใจยืนนวดต้นคออยู่ให้เดินตามไปเงียบ ๆ นาทีนี้ไม่กล้าแม้แต่จะสู้หน้า เพราะคุณปูรณ์ดูน่ากลัวจริง ๆ

เมื่อทุกคนมาพร้อมหน้ามื้อเย็นก็เริ่มขึ้น อุ่นนั่งทางด้านขวาของปูรณ์ที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ ส่วนพชรนั่งทางซ้ายมือ โดยมีโพธิวัฒน์นั่งข้างกันตามลำดับ

“พี่เพชรตักปูนิ่มทอดให้ผมหน่อย อยากกิน” โพธิวัฒน์เอียงตัวกระซิบบอก กลัวว่าเสียงดังของตัวเองจะไปทำให้มารยาทบนโต๊ะอาหารที่แสนจะผู้ดีนี้แปดเปื้อน พชรตักอาหารที่ว่าให้เด็กหนุ่มที่นั่งข้างกัน ไม่ลืมตักน้ำจิ้มให้ด้วย ได้รับคำขอบคุณพร้อมรอยยิ้มกว้าง เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าแถวท้ายทอยโพธิวัฒน์มีรอยแดง แต่ไม่ใช่ในทางชวนคิดลึกเพราะมันเป็นรอยนิ้ว เจ้านายเขาคงไปออกแรงมานิดหน่อยแน่ ๆ ถึงได้ลากโพธิวัฒน์ออกมานั่งกินข้าวด้วยกันได้

“พี่เพชรเอาทอดมันกุ้งด้วย / พี่เพชรอันนี้อร่อย / พี่เพชรผมว่า...”

“อย่าพูดขณะทานข้าว ครูสาวิกาไม่สอนรึไง” เสียงเข้ม ๆ ของคุณปูรณ์ทำให้เสียงกระซิบกระซาบของโพที่พูดกับเพชรเงียบไป พชรเงยหน้ามองเจ้านายตนเอง อยากจะแย้งใจจะขาดว่าหลายครั้งที่คุยงานกันก็คุยกันบนโต๊ะอาหารไม่ใช่เหรอ แต่พอเห็นหน้านายชัด ๆ แล้วได้แค่กลืนน้ำลายลงคอไป สายตาเขียวปัดส่งมาให้เขาเต็ม ๆ ราวกับไฟลุก จนต้องเขยิบออกห่างจากโพธิวัฒน์เพื่อเว้นระยะห่างให้ตามที่ ‘สายตา’ เจ้านายสั่งมา

โพธิวัฒน์ขลุกตัวอยู่ในห้องหลังจากทานข้าวเสร็จแล้ว อุ่นแวะมาเล่นด้วยที่ห้องไม่นานก็โดนแววพากลับห้องไปนอน เพราะพรุ่งนี้ครูสอนพิเศษแต่เช้า เขาเปิดทีวีช่องที่กำลังฉายซีรีส์ฝรั่งแนวสืบสวนอยู่ ระบบสองภาษาทำให้เขาปวดหัวไม่น้อยเพราะอ่านคำแปลแทบไม่ทัน

ก๊อก ๆ ๆ

“โพ นายบอกให้ไปหาที่ห้อง” เสียงแม่บ้านสักคนหนึ่งร้องบอกหน้าประตู โพธิวัฒน์เหลือบตามองก่อนจะถอนหายใจ แรงบีบที่ต้นคอเมื่อตอนค่ำยังทิ้งร่องรอยไว้อยู่เลย นี่คงไม่ได้เรียกเขาไปซ้อมหรอกนะ

ตอนนี้เป็นเวลา 4 ทุ่มกว่าแล้ว โพธิวัฒน์ถอนหายใจเล็กน้อย แต่ก็ยอมลุกจากเตียงเพื่อไปตามคำสั่ง แม่บ้านบอกว่าคุณปูรณ์รออยู่ในห้องแล้ว เขาเคาะประตูห้องรายงานตัวเรียบร้อยก็ได้ยินเสียงปลดล็อกประตูจากด้านใน และเมื่อเปิดเข้าไปยังไม่ทันจะได้กวาดสายตามองหาเจ้าของห้อง ตัวเขาก็โดนรวบไปกอดและประกบจูบโดยทันที

แรงจู่โจมของคนตัวใหญ่กว่าผลักให้แผ่นหลังร่างเล็กติดกับผนังห้อง ถูกเบียดตัวเข้าหาจนแทบขยับตัวไม่ได้ มือใหญ่จับท้ายทอยไว้เพื่อบังคับไม่ให้อีกฝ่ายหลีกหนีสัมผัสที่ตนมอบให้ กลีบปากถูกบดเบียดจนแทบช้ำ ผละจากปากมาเป็นลำคอและไหล่ลาด ซึ่งถูกขบกัดจนเกิดรอย

“โอ๊ย!” โพธิวัฒน์ได้แค่ร้องสั้น ๆ เพราะปูรณ์ไม่ปล่อยให้ริมฝีปากนี้ว่างเลย ประโคมจูบร้อนแรงให้จนคนในอ้อมกอดขาอ่อนแรงแทบยืนไม่ไหวต้องเกาะไหล่กว้างนี้ไว้ มือเรียวทุบเข้าที่อกกว้างเพื่อให้คุณปูรณ์ได้ปล่อยให้หายใจหายคอบ้าง ชายหนุ่มจึงยอมผละปากออกแล้วมาคลอเคลียที่แก้มใส ก่อนจะอุ้มอีกฝ่ายในท่าอุ้มแตงพาไปยังเตียง

“หื่นมาจากไหนเนี่ย” โพธิวัฒน์ร้องถามพลางกระถดถอยหนีคนที่ทำท่าราวเสือรอตะครุบเหยื่อ

“เอ่อ...พี่เพชรกลับแล้วเหรอ” เมื่ออีกฝ่ายไม่พูดเขาจึงชวนคุยเรื่องอื่น หวังแค่อย่าให้คุณปูรณ์ได้ทำอะไรไปมากกว่าไล่จูบเลยเถอะ

“เอะอะอะไรก็เพชร ชอบเขารึไง” จากที่อารมณ์เริ่มดีขึ้นกลายเป็นต้องกลับมาหงุดหงิดใจเพราะอีกฝ่ายเอาแต่เรียกพชร ตอนมื้อเย็นก็ได้ยินแต่ ‘พี่เพชร ๆ’ จนเขาจะไล่ลูกน้องคนสนิทให้ไปกินข้าวในครัวแล้ว

“พี่เขาก็ดี เท่ดี” โพธิวัฒน์ตอบอย่างใจคิด ปูรณ์ถอนหายใจก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป โพมองตามด้วยความงงงวย จะเรียกเขามาทำไม แค่มาจูบอย่างนั้นเหรอ นี่ก็ดึกแล้วเขาคงต้องกลับห้องไปนอนบ้างล่ะ วันนี้ออกไปเที่ยวมายังไม่ได้พักเลย แถมตอนเย็นยังเล่นน้ำจนเมื่อยตัวไปหมด คิดเสร็จเด็กหนุ่มก็ออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ


TBC.

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +63/-6

ออฟไลน์ bun

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2390
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +251/-4
มีความแอบหึงเล็กๆ

ออฟไลน์ YounIn

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1643
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-8
เรื่องจะออกมาเป็นแนวไหนเนี่ย
สงสัยจะได้ทำงานเป็นพี่เลี้ยงลูก

ออนไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0

ออฟไลน์ tong_pub

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 410
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +93/-5


ดูแลครั้งที่ 4


“พี่เพชร!!” เสียงตะโกนลั่นโถงกลางบ้าน ก่อนเจ้าของเสียงจะวิ่งออกมารับผู้ชายตัวสูงถือของพะรุงพะรังออกมาจากรถที่ตนขับมา รอยยิ้มกว้างและแววตาดีใจของโพธิวัฒน์ส่งผลให้พชรยิ้มตอบแล้วหัวเราะเบา ๆ กับท่าทางดีใจนี้ ก็จะไม่ดีใจได้อย่างไรในเมื่อเมื่อวานเขาบอกว่าจะซื้อขนมมาฝาก

“นายล่ะ”

“ไม่รู้ ไม่เห็นตั้งแต่เช้าแล้ว” โพธิวัฒน์ตอบพลางรับถุงมาถือไว้ เปิดดูแต่ละถุงที่มีขนมหลายกล่องอยู่ด้านใน

“เมื่อคืนไม่ได้นอนกับนายเหรอ”

“ไม่”

“ทำไม”

“ไม่นอนก็คือไม่นอนไหมล่ะ ห้องที่คุณปูรณ์จัดให้ผมอยู่ก็มีจะไปนอนห้องเขาทำไม” โพธิวัฒน์ทำหน้าสงสัย ก่อนจะเดินเข้าบ้านไปโดยมีพชรเดินตาม

เมื่อมาถึงห้องทานอาหารก็เห็นเจ้านายเขานั่งดื่มกาแฟ และมีมื้อเช้าเป็นอาหารฝรั่งง่าย ๆ จำพวกขนมปังและไส้กรอก ส่วนคุณหนูของบ้านเห็นว่าขึ้นไปอาบน้ำรอคุณครูมาสอนหนังสือ

“สวัสดีตอนเช้าครับนาย” พชรทัก แม่บ้านรู้งานยกกาแฟมาเสิร์ฟให้ ส่วนคนที่อยากได้ของฝากก็หายเข้าครัวไปแล้ว

“คิดว่าจะไม่มาทักฉันซะแล้ว” ปูรณ์พูดเสียงเรียบ เหลือบตาขึ้นมองลูกน้องคนสนิทที่ยืนทำหน้างง ก่อนเขาจะปรายสายตาไปทางครัวเจ้าตัวถึงได้รู้

“เอ่อ...เมื่อวานผมสัญญากับโพไว้ว่าจะซื้อขนมไข่มาฝากน่ะครับ”

“ร้อยวันพันปีไม่เห็นชอบขนม ทำไมถึงได้อาสาเอาขนมมาให้เด็กมันได้”

“เห็นบอกว่าอยากกินขนมครับ ผมเลยบอกว่ามีเจ้าขนมไข่จะแนะนำ เพราะเห็นเขารีวิวบอกว่าอร่อย”

“เพชร...”

“ครับ”

“อะไรที่ฉันไม่ได้สั่งก็ไม่ต้องทำให้เกินหน้าที่”

“ครับ” คำเตือนเรียบ ๆ แต่ทำเอาพชรเสียวสันหลังวาบ ล้ำเส้นกับเด็กนายเสียแล้วสินะ

โพธิวัฒน์แกะกล่องขนมที่บรรจุขนมไข่มาเต็มกล่อง ความหอมของมันเตะจมูกจนเขาต้องสูดมันเข้าไปหลาย ๆ ครั้งให้สมใจ หยิบขึ้นมากินโดยไม่ต้องรอใครมาเปิดพิธี ความอร่อย หอม และหวานกำลังดีของมันทำให้เขารู้สึกดี ดีจนอยากจะกอดพชรแน่น ๆ เพื่อความสุขใจนี้

“ป้าหมอน ขนมอันนี้อร่อยมากกกก กินไหม” เพราะมีอยู่หลายกล่องเขาจึงชวนแม่บ้านคนอื่นกินด้วยกัน เขายึดไว้เป็นของตัวเองกล่องหนึ่ง ส่วนที่เหลือก็แบ่งให้คนอื่น ไม่ลืมจัดใส่จานให้เจ้าของบ้านที่วันนี้ยังไม่พูดกับเขาสักคำ

พชรลอบหันไปมองในครัวแต่ก็ไม่เห็นโพธิวัฒน์ออกมาแต่อย่างใด อีกทั้งเจ้านายเขายังคงจัดการมื้อเช้าไม่เสร็จเขาจึงคิดว่าจะไปหาโพธิวัฒน์ดีกว่า แต่เพียงแค่เลื่อนเก้าอี้เท่านั้น สายตาดุคมก็ตวัดมองทันที ทำให้ต้องทนนั่งตัวแข็งรอคุณปูรณ์ทานมื้อเช้าให้เสร็จต่อไป

“ขนมไข่ ผมแบ่งมาให้” ในที่สุดไอ้หนุ่มตัวยุ่งก็เดินออกมาพร้อมถาดที่มีจานขนม โพธิวัฒน์วางตรงหน้าคุณปูรณ์ ก่อนจะหันมาหาพชรแล้วก้มลงกระซิบข้างหู

“พี่เพชร ผมมีเรื่องจะปรึกษามาคุยกันหน่อยสิ”

ไอ้เด็กเวร! หางานให้เขาชัด ๆ เลย ไม่รู้สึกถึงบรรยากาศอึมครึมบ้างหรือยังไง ตอนแรกก็คิดว่าเมื่อคืนเจ้านายอาจจะอารมณ์ดีขึ้นแล้ว แต่นี่กลับมาคุกว่าเดิมอีก

“ไว้ค่อย...”

“ค่อยไม่ได้ สำคัญสำหรับผมจริง ๆ นะ”

“เอ่อ...”

“จะไปไหนก็ไป ทั้งคู่นั่นแหละ” ปูรณ์พูดพลางยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ แต่ตอนวางก้นแก้วกระทบจานรองเสียงดังจนของเหลวภายในกระฉอก โพธิวัฒน์ไม่ได้เห็นว่าเป็นเรื่องแปลกอีกทั้งปูรณ์อนุญาตแล้ว ตนจึงลากลูกน้องคนสนิทของเจ้าของบ้านออกมา

“นี่พี่เพชร...พี่ช่วยหางานให้ผมหน่อยสิ ทำอะไรก็ได้ที่มีเงินอ่ะ นี่ผมไม่มีเงินติดตัวสักบาท ออกไปไหนก็ไม่ได้ หงุดหงิดว่ะ” ได้ทีก็บ่นใหญ่ เขามาอยู่ที่นี่ร่วมอาทิตย์ แต่กลับไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย

“พี่ก็อยากหางานให้ แต่ต้องเป็นคำสั่งนายเท่านั้น”

“โห... แล้วนายพี่ให้ผมทำงานเมื่อไหร่ล่ะ ไม่เห็นจะมีอะไรให้ทำเลยเนี่ย ให้กิน ๆ นอน ๆ นั่งเล่นกับลูกเขาไปวัน ๆ แบบนี้ ผมสู้กลับไปมีเรื่องกับไอ้อินยังดีกว่า นะพี่นะ ช่วยผมหน่อย ผมไหว้ล่ะ” ไอ้โพยกมือไหว้ท่วมหัว บีบแขนบีบมืออีกฝ่ายแสร้งทำว่านวดให้เพื่อประจบ

“ก็...”

“อยากทำงานมากรึไง” เสียงถามเรียบ ๆ ของคนมีอำนาจดังขึ้นจากด้านหลัง ท่าทางความใกล้ชิดสนิทสนมของคนสนิทกับเด็กใหม่ดูขัดตาอย่างไรชอบกล ทีกับเขาเมื่อคืนโพธิวัฒน์ดันให้นอนคนเดียว ทั้งที่ยังพูดกันไม่จบ เช้ามายังตะโกนเรียกหาพชรแถมยังยิ้มร่าราวกับว่ายกโลกทั้งใบให้พชรไปแล้วอย่างนั้นแหละ

อายุพชรห่างจากเขาแค่ 4 ปี เรียกอีกฝ่ายว่าพี่ แต่กับเขาลับหลังได้ยินเรียกว่าคนรุ่นอา อยากรู้จริง ๆ ว่าโพธิวัฒน์ใช้อะไรตัดสินในการเรียกแบบนี้

“ใช่ คุณดีแต่วาดวิมานในอากาศให้ผมทุกครั้งที่เจอกัน ไม่เห็นจะให้งานสักที ผมเบื่อ” พชรที่ยืนอยู่ใกล้โพธิวัฒน์ที่สุดปิดปากเด็กหนุ่มไม่ทัน เพราะประโยคที่อีกฝ่ายพูดมาค่อนข้างรุนแรงอยู่ไม่น้อย จากที่เจ้านายสีหน้าเรียบนิ่งกลายเป็นรู้สึกถึงรังสีบางอย่างปกคลุมพื้นที่

“โพ! พูดแบบนี้กับนายได้ยังไง ขอโทษนายเดี๋ยวนี้เลย” พชรกระซิบบอกเสียงเข้ม

“ผมพูดความจริงนี่พี่”

“เอ่อ...ขอโทษครับนาย ผมจะ...”

“งั้นตามฉันไปที่ห้องทำงาน” ปูรณ์ยกมือห้ามพชรไม่ให้พูด ก่อนจะหันไปบอกโพให้ตามตนไป เด็กหนุ่มทำตามเพราะเขาก็อยากจบเรื่องนี้เร็ว ๆ เหมือนกัน โดยมีพชรรออยู่ชั้นล่าง

เมื่อตามไปถึงห้องทำงาน คุณปูรณ์ไม่พูดอะไรกับมันสักคำ จับมันเหวี่ยงไปให้นั่งจุกอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ ประตูห้องถูกปิดล็อกเรียบร้อยไม่มีใครเข้ามารบกวนได้ พอทำท่าจะโวยก็โดนสายตาคมดุจับจ้องเอาไว้จนไม่กล้าเอ่ยปาก

“เดี๋ยวนี้เอะอะอะไรก็เพชร มีอะไรทำไมไม่พูดกับฉันตรง ๆ”

“แล้วคุณอยู่ให้พูดไหมล่ะ โอ๊ย!”

“อย่าขึ้นเสียงกับฉัน!”

มือใหญ่บีบกรามของเด็กหนุ่มแน่น โพธิวัฒน์รร้องเสียงอู้อี้ในลำคอเพราะไม่สามารถเปิดปากได้ ปูรณ์ใช้ร่างที่ใหญ่กว่าข่มอีกฝ่ายไว้ทั้งตัวจนดิ้นหนีไม่ได้ เมื่อโดนกดเข้ามาก ๆ โพธิวัฒน์จึงใช้วิชาการป้องกันตัวแบบเก่ามาใช้สวนหมัดใส่หน้าหล่อ แม้ไม่เต็มแรงแต่ก็ทำเอาหน้าสะบัดได้เหมือนกัน ปูรณ์ขบกรามแน่นกระแทกปากลงไปบนกลีบปากเรียว บดเบียดจูบที่ไม่มีความนุ่มนวลใด ๆ ให้คนที่ดิ้นอยู่ใต้ร่าง ผละออกให้อีกฝ่ายได้หายใจก่อนจะจู่โจมใหม่ แผ่นหลังกว้างถูกทุบด้วยหมัดเล็กของโพธิวัฒน์ แต่ไม่รู้สึกเจ็บสักนิด

“กับคนอื่นยิ้มให้เขา ทีกับฉันแค่คุยด้วยสักนาทียังทำท่าอึดอัดจะเป็นจะตาย ฉันเจ้านายของเธอ และชีวิตของเธอก็อยู่ในกำมือของฉัน อยากรู้นักว่าถ้า 5 ปีที่แล้วเธอยังเป็นเด็กวัด จะมีชีวิตรอดจนถึงทุกวันนี้ไหม!” คำพูดแต่ละคำที่หลุดออกมาจากปากหนาสวยของคนตรงหน้าทำให้โพธิวัฒน์อึ้งไป โกรธอะไรมาจากไหน หรือโกรธที่เขาพูดความจริงเมื่อครู่ แล้วมันเกี่ยวกับอะไรกับการยิ้ม

“ไม่รู้! จะเป็นจะตายก็เรื่องของผม ถ้างั้นก็ปล่อยผมไปสิ ปล่อยไปเลย!” ยิ่งโพธิวัฒน์พูด ความรุนแรงในการทำโทษที่กล้าขึ้นเสียงก็ยิ่งหนักขึ้น กลีบปากบวมเจ่อไม่พอยังได้รสชาติเลือดคละคลุ้งในปากด้วย มือที่กำลังบีบกรามแน่นเพื่อให้เขาเปิดปากรับสัมผัสจาบจ้วงนี้ล็อกไว้จนเจ็บร้าวไปทั้งหน้า แรงกดทับจากคนบนร่างทำให้เขาหายใจไม่ออก ดิ้นขลุกขลักอยู่อย่างนั้นจนใจสั่นรัวด้วยความกลัวและความโกรธ

“ไอ้บ้า!” คำแรกหลุดออกมาหลังจากโดนทำโทษไปจนปากแตก ตามแนวสันกรามขึ้นรอยแดงเพราะโดนบีบ น้ำตาเอ่อคลอด้วยความกลัว ปูรณ์ง้างมือขึ้นหวังตบปากเด็กที่กล้าพ่นคำนี้ใส่เขาให้ปากแตก แต่แล้วก็หยุดมือไว้เหมือนตั้งสติได้ เขาผิดเองความคิดทุกอย่างรวนไปหมด เพราะเอาความรู้สึกมาเกี่ยวข้อง หากไม่ใช่เพราะได้ลิ้มลองความสดใหม่ของเด็กคนนี้เขาคงไม่ต้องยื้อเวลากักขังคน ๆ นี้ให้อยู่กับเขานานแบบนี้หรอก ปูรณ์เงียบไปครูหนึ่งเพื่อระงับอารมณ์โกรธให้กลับมาเป็นอารมณ์ปกติ ก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง

“พรุ่งนี้ฉันจะพาไป...”

“ออกไป” โพธิวัฒน์ไม่อยู่รอฟังให้จบประโยคผลักปูรณ์ออกจากตัวจังหวะที่อีกฝ่ายเผลอ ก่อนจะเปิดประตูและวิ่งลงมาชั้นล่าง พชรที่รออยู่แล้วอ้าปากจะถาม แต่สีหน้าเด็กหนุ่มกลับมีรอยแดง อีกทั้งปากแตกแดงเจ่อและตาสวยมีน้ำตาเอ่อคลอ เจ้าตัวไม่แม้แต่จะหยุดพูดกับเขา หยิบรองเท้าจากตู้รองเท้าใส่ได้ก็วิ่งออกจาตัวคฤหาสน์ไปเลย

“โพ! ไปไหนน่ะ!” พชรวิ่งตาม แต่อีกใจก็ห่วงเจ้านาย ไม่รู้ไปคุยกันอีกท่าไหนโพธิวัฒน์จึงได้โกรธจัดแบบนี้

“ไม่ต้องตาม! อยากไปไหนก็ปล่อยไป” ปูรณ์เดินลงมาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา ใบหน้าแม้มีหนวดเคราขึ้นอยู่บ้าง แต่ก็ยังเห็นร่องรอยว่าโดนทำร้ายมา “บังคับมันตอนนี้มีแต่เสียกับเสีย เดี๋ยวถ้าได้สติก็คลานกลับมาเองแหละ เพราะที่นี่เป็นที่ให้ข้าวให้น้ำมันกิน” น้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยอำนาจ

“แต่นายครับ เด็กคนนั้นไม่เหมือนใครไม่ใช่เหรอครับ ถ้าเขาไปแล้วเขาไม่กลับมาแน่ ๆ” ปูรณ์ไม่ตอบกลับคำเตือนนั้น เขาเห็นแววเด็กคนนี้แล้วมีหรือจะคิดไม่ทันเด็กมัน

“พ่อปูรณ์” อุ่นวิ่งเข้ามาหาบิดากอดเต็มรัก ปูรณ์ปรับอารมณ์กลับมาสนใจที่ลูกน้อย ก่อนจะอุ้มและหอมฟอดใหญ่

“คุณครูมารึยังครับ”

“กำลังมาครับ แล้วพ่อปูรณ์ไม่ไปทำงานเหรอครับ”

“กำลังจะไปครับ เดี๋ยววันนี้พ่อจะให้คนของพ่ออยู่เป็นเพื่อนนะ”

“หือ? พี่โพไปไหน ผมอยู่กับพี่โพได้”

ยังไม่ทันที่ปูรณ์จะได้ตอบลูกชาย เสียงทักทายจากข้างหลังก็ดังขึ้น คุณครูสาวสวยวัย 28 ปี จบครูปฐมวัยมาโดยตรง อีกทั้งยังมีใบปริญญาโททางด้านภาษาและการสื่อสารการันตีความเก่งพ่วงมาด้วย ปูรณ์จึงพิจารณาให้มาสอนลูกเขาเป็นเวลาเกือบ 4 เดือนแล้ว

“สวัสดีค่ะคุณปูรณ์ คุณเพชร” นิรดากล่าวทักทายพร้อมมือยกไหว้ แม้ในมือจะมีของอยู่เต็มมือก็ตาม รอยยิ้มหวานแต่งแต้มบนใบหน้าสวย ทรวดทรงองค์เอวได้สัดส่วนเพราะเจ้าตัวชอบออกกำลังกาย ความสดใสของเจ้าหล่อนทำให้คนที่พบเห็นยิ้มตามได้ไม่ยาก

“สวัสดีครับ คิดว่าจะลาหยุดต่อเสียอีก เห็นในเฟสบุ๊คร่ำ ๆ ว่าอยากไปเที่ยวทะเลอีก” พชรเอ่ยแซว แทบจะลืมเรื่องของโพธิวัฒน์ไปเสียสนิท อย่างไรเสียนาทีนี้ก็ขอคุยกับสาวงามก่อน

“ไม่ได้หรอกค่ะ เดี๋ยวน้องอุ่นคิดถึง” พูดจบก็หันไปยิ้มให้เด็กน้อยที่รีบพุ่งมาหาคุณครูคนสวยทิ้งพ่อของตนไว้ ก่อนจะพุ่มมือไหว้ตามที่คุณครูพี่นิลสอน

“เจอคุณครูแล้วลืมพ่อเลยเหรอครับ” ปูรณ์อดจะเอ่ยแซวเสียไม่ได้ ลูกชายเขาติดครูคนนี้มาก ช่วงแรก ๆ มีตื่นกลัวและงอแงบ้าง แต่นิรดาก็จัดการเสียอยู่หมัดจนเด็กน้อยติดแจ

“ครูพี่นิลหายไปไหนมาหลายวัน พี่แววบอกว่าครูพี่นิลไปเที่ยว เที่ยวที่ไหนครับ อุ่นอยากไปบ้าง”

“โอ๋ ๆ ไว้เราค่อยไปเที่ยวกันวันหลังนะคะ” นิรดาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปมองผู้ปกครองของเด็กน้อย ปูรณ์ยิ้มให้เพราะเข้าใจดีว่าลูกเขาชอบนิรดามากแค่ไหน

“เอาอย่างนี้ดีกว่าน้องอุ่นอยากรู้ไหมว่าครูซื้ออะไรมาฝาก ครูมีของมาฝากน้องอุ่นกับพี่แววเยอะแยะเลยนะคะ”


ออฟไลน์ tong_pub

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 410
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +93/-5


“จริงเหรอครับ เย้! พี่แววจะมีของฝากด้วยแหละ” อุ่นหันไปพูดกับพี่เลี้ยงที่ยืนยิ้มกว้างอยู่ข้างหลัง

“งั้นไปดูที่ห้องเรียนดีกว่านะคะ เอ่อ...นี่ค่ะของฝากคุณปูรณ์และคุณเพชร เป็นขนมเต้าส้อและน้ำพริกกุ้งเสียบ เห็นคุณปูรณ์ชอบทานเผ็ดเลยซื้อของฝากแบบเผ็ด ๆ มาให้ มีแกงไตปลาแห้งด้วยนะคะ”

“ขอบคุณมากครับ”

“งั้นขอตัวก่อนนะคะ” นิรดาจูงเด็กน้อยเดินไปทางห้องเรียนที่ถูกจัดสรรไว้ให้อย่างเป็นระเบียบ แววจึงปลีกตัวออกไปด้วยเพราะหลังจากนี้คุณหนูจะอยู่กับคุณครู ซึ่งหมดหน้าที่ของหล่อนในช่วงเช้าแล้ว

“สวยนะครับ” พชรเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าเจ้านายตนมองตามหลังคุณครูสาวไปจนลับตา ปูรณ์เห็นด้วยในใจ ทั้งสวยและมีความสามารถใคร ๆ ก็ต้องชื่นชอบเป็นธรรมดา

“หน้าที่การงานดี ชาติตระกูลก็ดี ยังไม่มีแฟนด้วยนะครับ” พชรยังพูดต่อ แต่โดนปรามด้วยสายตาจึงเงียบไป

“ไปเตรียมรถ ฉันจะออกไปข้างนอก”

พชรพยักหน้ารับก่อนจะออกไป ส่วนปูรณ์ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินลงมาสั่งงานกับลูกน้องที่ได้รับมอบหมายให้อยู่เฝ้าลูกชายเขาในวันนี้

:::::::::::::

“ไอ้จันทร์!! กูกลับมาแล้ววววว” โพธิวัฒน์ให้รถแท็กซี่เข้าไปจอดในสถานสงเคราะห์หวังว่าจะให้ครูสักคนจ่ายค่าแท็กซี่ให้ก่อน ครูสาวิกาที่เหมือนยืนรออยู่แล้วจึงจ่ายให้ แต่ไม่วายโดนซักว่าทำไมถึงได้กลับมาที่นี่ได้ แต่โพธิวัฒน์กลับหลบเลี่ยงที่จะตอบ รีบตรงมาหาเพื่อนรักก่อนทันที กระโดดกอดให้สมกับความคิดถึงที่มี เด็กหนุ่มตัวเล็กเบิกตาโตด้วยความตกใจจนทำกระถางต้นไม้ที่ตนกำลังจะย้ายไปวางที่อื่นตก ดีที่ไม่หล่นใส่เท้าตัวเอง

“โพมาได้ไง ไหนว่าไปทำงานกับท่าน แล้วท่านล่ะ”

“หึ ทำงานอะไร ไม่มีงานสักอย่าง หลอกกูไป...” เขาหยุดพูดไว้แค่นั้น แม้จะรักเพื่อนแค่ไหน แต่สุดท้ายความลับนี้ก็ไม่ควรบอกใครอยู่ดี มันใช่เรื่องน่าอวดตรงไหนที่ยอมเสียเชิงชายให้ชายชม รู้กันแค่เขากับคุณปูรณ์นั่นแหละดีที่สุด “ช่างเถอะ ว่าแต่มึงเป็นไงบ้าง ยังโดนไอ้อินแกล้งอยู่รึเปล่า”

“ก็เหมือนเดิม แต่บางครั้งอินก็มานั่งกินข้าวเป็นเพื่อนเรา”

“หลอกซื้อใจมึงไว้แกล้งล่ะสิ มันเจ้าเล่ห์จะตาย”

โพเดินคุยมากับจันทร์ ช่วยอีกฝ่ายขนย้ายต้นไม้มาไว้ใกล้ ๆ สนามหญ้าที่ไว้ใช้เล่นกีฬากลางแจ้ง จันทร์ไม่ค่อยพูดเช่นเคย ทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดีเมื่อโพบ่นเรื่องบ้านท่านให้ฟัง มีบ้างที่รับคำอืออาและตอบไปเท่าที่เจ้าตัวอยากจะพูด

ตุ้บ!

ลูกบอลลอยมาโดนหัวโพธิวัฒน์เต็ม ๆ จนหัวสั่น โพเตรียมหันกลับไปเอาเรื่องแต่โดนล็อกคอจากด้านหลังแล้วถูกขโมยหอมแก้ม เจ้าตัวดิ้นพราดหวังจะหลุดพ้นจากการจับนี้ และรู้ดีว่าทั้งที่นี่มีแค่มันคนเดียวที่กล้าทำแบบนี้กับเขาได้

“ไอ้อิน! ไอ้สัตว์! ปล่อยกูเลย กูจะต่อยให้มึงหน้ายับปากแตกกลับไปฟ้องครูสาวิกาไม่ทันเลยค่อยดู!” โพเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ใช้เล็บเท่าที่มีข่วนแขนล่ำสีน้ำผึ้งจนแดงเถือกไปหมด แต่เสียงหัวเราะร่าก็ยังไม่หยุด

“ไปไหนไม่รอดแล้วรึไงวะถึงได้ซมซานกลับมาที่นี่น่ะ” อินยอมปล่อยคนที่ดิ้นอยู่ในวงแขนออก เพราะมันจิกเนื้อเขาจนได้เลือดซิบ ๆ “เห้ย ๆ กูแค่มาทักทายไม่ได้จะชวนหาเรื่อง ต่อยมากูสวนด้วยจูบนะ เอาดิวะ” อินชี้นิ้วขู่จนโพธิวัฒน์ได้แค่ง้างหมัดแล้วทิ้งลงข้างตัวอย่างอารมณ์เสีย

“มึงจะไปไหนก็ไปเลย เกลียดขี้หน้า”

“ทำอย่างกับกูอยากมาหามึงนักงั้นแหละ โน่น...ครูสาวิกาเรียกมึงไปพบ”

“ทำไมวะ”

“กูจะไปรู้เหรอ กูชื่ออินไม่ได้ชื่อสาวิกา” มันพูดแค่นั้นก็เก็บลูกบอลไปเล่นต่อกับเด็กคนอื่น จันทร์บอกว่าตอนนี้ไอ้อินเรียนจบปวส.แล้ว มันกำลังคิดว่าจะทำงานหรือว่าต่อเรียนต่อให้ได้ใบปริญญาดี ส่วนจันทร์ก็ใกล้จบแล้วเช่นกัน และคิดว่าคงออกไปทำงานเลยเพราะไม่อยากเรียนต่อแล้ว

“ไม่รีบไปพบครูล่ะ เราทำเองได้เหลือแค่นิดเดียวเอง”

“ไม่อ่ะ หนีไม่พ้นถามกูเรื่องที่กูกลับมาที่นี่แหละ”

“ถ้าไม่ได้ทำอะไรผิดก็ไปเถอะ เดี๋ยวครูจะโกรธเอา”

“มึงเคยเห็นครูสาวิกาโกรธเหรอ รายนั้นมากสุดก็แค่ถลึงตาใส่ ลองเป็นหลวงตาสิ กูจะคลานเข้าไปกราบแทบไม่ทัน มึงจำรสกิ่งมะยมได้ไหมล่ะ เห้อ...คิดถึงหลวงตาว่ะ เออ! วันนี้มึงว่างใช่ไหม ไปหาหลวงตากันป่ะ”

“จะไปก็ได้ แต่ต้องไปหาครูสาวิกาก่อน ไม่งั้นเราคงไปกับโพไม่ได้” จันทร์ยื่นคำขาด มีหรือคนอย่างไอ้โพจะไม่ทำตาม มันจึงเดินหน้าบูดไปทางห้องธุรการ เมื่อถึงห้องก็เคาะประตูอย่างที่ถูกสอนมา ก่อนจะได้ยินเสียงอนุญาตให้เข้าไป

“ขอโทษครับที่มา...เห้ย! คุณปูรณ์!” มาได้ไงวะ นี่คือคำที่อยากต่อให้จบประโยค แต่ก็เพิ่งนึกได้ว่าที่นี่มันที่ของเจ้าตัว คุณปูรณ์จะมาเมื่อไหร่ก็ได้ ร่างใหญ่นั่งวางอำนาจอยู่ที่เก้าอี้หลังโต๊ะทำงานของครูสาวิกา เครื่องปรับอากาศในห้องเย็นเฉียบจนรู้สึกขนลุก หน้าตาไอ้โพจากที่บูดบึ้งอยู่แล้วยิ่งหงิกหนักเข้าไปอีก เมื่อคู่กรณีที่มีเรื่องกันก่อนหน้านี้มาอยู่ตรงหน้า กรามมันยังปวดไม่หายเลย ปากก็เพิ่งจะยุบไปไม่เท่าไหร่เอง

“งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะท่าน” ครูสาวิกาออกจากห้องไป ทิ้งไว้แค่โพธิวัฒน์กับปูรณ์เท่านั้น

“หึ” น้ำเสียงกึ่งดูถูกที่โพสัมผัสได้ส่งมาจากคุณปูรณ์ “คิดว่าจะไปไหนได้” คำสบประมาททำให้โพธิวัฒน์เลือดขึ้นหน้า ผู้ชายคนนี้เห็นภายนอกเย็นชา แต่คำพูดคำจาเชือดเฉือนใจคนฟังน่าดู

“มีอะไรก็พูดมาเถอะ จะด่าจะลากไปซ้อมจะอะไรก็เชิญ จะได้จบ ๆ สักที”

“โกรธฉันมากเหรอ” ปูรณ์ลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้ร่างเล็กที่ยืนอยู่กลางห้อง ทักษะการเอาตัวรอดเฉพาะหน้าของโพธิวัฒน์ถือว่าทำได้ไม่เลว แต่ใช่ว่าจะดีเพราะยังต้องพึ่งพาคนอื่นอยู่ ดูได้จากการกลับมาที่นี่แล้วให้ครูสาวิกาจ่ายเงินค่ารถแท็กซี่ให้

“เปล่า”

“ตอบฉันมาตามตรง โกรธฉันใช่ไหม” ปูรณ์กดดันด้วยการเข้ามายืนจนแทบชิด โพธิวัฒน์ถอยหนีจนล้มไปบนโซฟาตัวใหญ่ในห้อง ในใจเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันว่าทำไมช่างอ่อนอเหมือนนางเอกละครนักนะ ปูรณ์ไม่ปล่อยโอกาศให้หลุดลอย คร่อมกักตัวร่างเล็กไว้แล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้

“อื้อออ ออกไปเลยนะ อึดอัด” มือเรียวดันอกแกร่งไว้ แต่คนแรงเยอะกลับทำตรงกันข้าม

“ฉันอยากให้งานเธอทำจริง ๆ แต่เพราะเป็นเธอฉันเลยคิดไม่ตกว่าจะให้ทำอะไร”

“ทำไม” ฟังไปฟังมาก็รู้สึกตัวเองพิเศษ ความสามารถเขาเยอะรึไงคุณปูรณ์ถึงได้ลังเลขนาดนี้

“เพราะเธอทำให้ฉันรู้สึกดี...เวลาเรานอนด้วยกัน” ไม่พูดเปล่า ปูรณ์ยังถือโอกาสนี้สอดมือใต้ท้ายทอยรั้งหน้าอีกฝ่ายเข้าหา จ้องเข้าไปในตาเรียวสวยคู่ที่มองตอบกลับมาอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะเป็นโพธิวัฒน์เองที่ยอมล่าถอย หลบสายตาไปมองไหล่เขาแทน

“แสดงว่าหน้าที่ที่ผมต้องทำคือเป็นคู่นอนคุณงั้นเหรอ” ถามเพราะไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน ที่เขาต้องการคืองานที่ได้เงินเยอะ ๆ งานจริง ๆ ไม่ใช่มาเป็นเด็กเสี่ยเด็กเลี้ยงของคนรุ่นอาแบบนี้

“ไม่ใช่” แต่คำตอบของปูรณ์ทำให้โพธิวัฒน์โล่งใจ “ฉันจะให้เธอเป็นคนดูแลอุ่น” และประโยคต่อมาก็ทำเอาเด็กหนุ่มแทบกลั้นใจตาย

กู ไม่ ชอบ เด็ก โว้ยยยยยย!!! ได้แค่ตะโกนก้องในใจ แม้เขาจะเล่นบ้างพูดคุยกับอุ่นบ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะอยากใช้เวลาร่วมกับเด็ก

“แต่ผม...”

“ถ้าผ่านงานเงินเดือนจะสตาร์ทที่ 5 หมื่น”

คราวนี้ไอ้โพถึงกับตาโต ชีวิตนี้มันเคยจับเงินหมื่นเสียที่ไหน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหากจำนวนเงินที่ว่าอยู่รวมกันมันจะก้อนใหญ่ขนาดไหน คอนโดฯ ที่จะได้ รถที่จะมีคงพอใช่ไหมหากเขารับงานนี้แล้วค่อยซื้อสิ่งเหล่านั้น จะขับรถโก้หรู ใส่เสื้อผ้าดูดีราคาแพง ฉีดน้ำหอมให้ฟุ้ง จีบสาวสักคนสองคนให้มานั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถ จะพาหลวงตานั่งรถหรูมาพรมน้ำมนต์ที่คอนโดฯ ด้วย

“ตกลง!” แทบไม่ต้องคิด ตอนนี้ช่างเรื่องชอบไม่ชอบเด็กไปก่อน ยังไงลูกคุณปูรณ์ก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดไว้อาจมีรำคาญบ้าง แต่อยู่ด้วยกันอีกหน่อยคงปรับตัวได้

ปูรณ์ยิ้มมุมปาก เด็กชอบขนมก็ต้องเอาขนมมาล่อ

:::::::::::::

หลังจากเจรจากันเรื่องเมื่อกลางวันเสร็จแล้ว โพธิวัฒน์ถูกสั่งให้กลับมาอาศัยที่นี่เป็นการถาวร หากถามความคิดมันแล้วนี่ถือเป็นเรื่องดี เพราะไม่รู้ว่าต้องทดลองงานกี่เดือน หากไปหาที่อยู่อื่นคงไม่มีปัญญาจ่ายค่าเช่า ก่อนกลับก็ไม่ลืมบอกลาเพื่อนรัก ครั้งนี้จันทร์ทำหน้าเศร้าจริงจังจนโพธิวัฒน์ใจเสีย อยากให้มันไปอยู่ด้วยแต่คุณปูรณ์เขาไม่ยอม จึงได้แค่บอกว่าจะกลับมาหาบ่อย ๆ ถ้าผ่านงานแล้ว

“พี่โพ~ หายไปไหนมา” อุ่นเดินออกมาส่งคุณครูคนสวยทักขึ้นเมื่อเห็นว่าโพธิวัฒน์เดินเข้ามาในบ้าน หน้าตายิ้มแย้มเหมือนคนอารมณ์ดี

“ออกไปหาเพื่อนนิดหน่อย แล้วนี่...เอ่อ...”

“นี่ครูนิล เป็นครูของคุณหนู ครูนิลคะ นี่โพค่ะ เป็นเด็กใหม่ที่จะมาทำงานกับนาย” แววแนะนำให้ โพธิวัฒน์พยักหน้ารับพร้อมยกมือไหว้ ความสวยทำให้ตกตะลึงได้ไม่ยาก นิรดารับไว้ก่อนจะหันไปบอกลานักเรียนตัวน้อย แล้วออกจากบ้านไป รถที่สาวเจ้าขับก็เป็นรถ BMW เคยได้ยินไอ้พี่หินมันพูดเหมือนกันว่าราคารถยี่ห้อนี้ไม่ใช่เล่น ๆ เพราะพี่มันก็ขับมาอวดที่สถานสงเคราะห์แล้ว

“ครูนิลสวยใช่ไหมล่ะ พี่บอกเลยนะว่าครูนิลมีสิทธิ์ได้เป็นนายหญิงที่นี่แน่ ๆ” แววเดินเข้ามาใกล้ กระซิบบอกหนุ่มน้อยที่ยืนมองรถที่เพิ่งขับพ้นรั้วคฤหาสน์ออกไป

“ครูคบกับคุณปูรณ์อยู่เหรอ”

“ไม่ใช่ก็เกือบใช่ เวลาคุณปูรณ์มองครูนิลสายตานี่ไม่ละแม้แต่นาทีเดียว แถมครูนิลทั้งสวยทั้งเก่ง ใครไม่ชอบก็บ้าแล้ว” โพธิวัฒน์รับฟังแต่ไม่ได้ออกความเห็นอะไรออกไป ก็เรื่องของเจ้านายเขาจะไปยุ่งได้อย่างไร คุณปูรณ์เขาจะมีเมียเป็นสิบลูกเป็นร้อยเขาก็ไม่สน ขอแค่มีงานให้ทำมีเงินให้ใช้แค่นี้พอ

ตกดึกเสียงกุกกักจากประตูห้องรบกวนคนภายในห้องที่นอนหลับอยู่บนเตียง เจ้าตัวขยับพลิกกายก่อนจะเอาหมอนมาปิดหูไว้ หวังว่ามันจะช่วยบรรเทาการรบกวนนี้ได้ จากนั้นก็หลับไปเช่นเดิม บานประตูเปิดออกช้า ๆ เมื่อลูกบิดถูกปลดล็อกจากภายนอก เงาสูงใหญ่ทาบผ่านบนพื้นห้อง ก่อนประตูจะปิดลงเบา ๆ อีกครั้ง

หนุ่มร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาภายในห้อง มองคนตัวเล็กที่นอนขดตัวอยู่ภายใต้ผ้านวมผืนหน้า คงหลับสบายเพราะเครื่องปรับอากาศที่ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม ความเย็นของมันยังไม่เท่ากับความเย็นที่เขาเปิดยามอยู่ในห้องนอนตัวเอง ก่อนร่างหนาจะสอดตัวเองเข้าไปในผ้านวมนั้นด้วย วาดลำแขนผ่านเอวบางรวบเข้ามากอดแนบอก กระชับกอดแน่นขึ้นอีกนิดเพื่อซึมซับความอุ่นของร่างบางนี้

“อื้อ...”

“ชู่ว...นอนเถอะ” โพธิวัฒน์ทำท่าจะตื่นเมื่อโดนรบกวน แต่ปูรณ์กระซิบปลอบประโลม และจูบซับท้ายทอยเกลี้ยงจนเกิดรอยสีกุหลาบ


TBC.

ออนไลน์ Tiffany

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1193
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-0
น้องโพก็ดื้อไม่ใช่เล่นเลย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออนไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0
 ชอบน้องโพที่ยังไม่ใจง่ายหวั่นไหวนึกรักชอบปูรณ์หลังได้เสียครั้งแรกเหมือนนายเอกเรื่องอื่นๆ เพราะเราอยากให้ปูรณ์คลั้งรักน้องโพก่อนจนน้องโพค่อยๆหวั่นไหวภายหลัง. +1


ออฟไลน์ nonlapan

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-1
ครูนิลนี่เอาให้เคลียร์เลยนะคุณท่าน  :z6:

ออฟไลน์ tong_pub

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 410
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +93/-5


ดูแลครั้งที่ 5


“ชู่ว...นอนเถอะ”

แม้จะพูดไปแบบนั้น แต่มือใหญ่ก็ยังคงไต่สำรวจร่างบางนี้ตลอดตัว ไม่เว้นสักจุดให้เล็ดลอดไป จูบพรมไปถ้วนทั่วราวกับประกาศความเป็นเจ้าของร่างนี้ จับจองทุกพื้นที่บนร่างกายเพื่อสุดท้ายคน ๆ นี้จะต้องตกเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว แก้มใสที่ไม่ได้นิ่มเท่าแก้มสาวถูกจมูกโด่งกดจม เสียงฟอดใหญ่ ๆ ดังขึ้นเมื่อปูรณ์สูดดมความหอมเข้าเต็มปอด

วันนี้เขาเห็น...และไม่ใช่แค่วันนี้ที่เห็น ที่อินทำตัวหยอกล้อโพธิวัฒน์ถึงเนื้อถึงตัวทั้งที่เป็นคู่กัดกัน แก้มนี้ก็โดนกระทำมาทั้งที่เป็นผู้ชาย แต่ดันโดนผู้ชายด้วยกันหอมเอาได้ คงเพราะอีกฝ่ายที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานานรู้จุดอ่อนของโพธิวัฒน์ดีว่าแหย่อย่างไรให้อีกฝ่ายโกรธหัวฟัดหัวแหวี่ยง หน้าหวานบูดบึ้งทุกครั้งที่ตกอยู่ในวงแขนของอิน แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่นั้นเพราะสู้แรงอีกฝ่ายไม่ได้

“อื้อ” โพขยับตัวหนีเมื่อรู้สึกอึดอัด ตาสวยปรือขึ้นมองว่าสิ่งใดมารบกวนการนอนที่แสนอภิรมย์นี้ เห็นใบหน้าคุณปูรณ์ในระยะใกล้ชิดจนเจ้าตัวต้องหันหนีเบียดหน้าซุกกับหมอนหนุน

“ผมจะนอน” เสียงอู้อี้ลอดผ่านหมอนให้ได้ยิน ปูรณ์หัวเราะในลำคอ ก่อนจะจับตัวอีกฝ่ายพลิกให้มานอนซบอกกว้างของเขา

“เล่นอะไร ผมง่วงจริง ๆ นะ” โพธิวัฒน์บอก ไม่แม้แต่จะลืมตาขึ้นมาด้วยซ้ำ อย่าพูดถึงเรื่องขัดขืนด้วยเพราะมันไม่มี เด็กหนุ่มทำตัวราวเป็นน้ำตาลปั้นที่แล้วแต่ว่าปูรณ์จะจับแต่งท่าไหน นิ้วเรียวยาวของปูรณ์แตะไต่ไปตามแนวกระดูกสันหลังของโพธิวัฒน์อย่างเพลินมือ ในหัวไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่าเรื่องของคนในอ้อมกอด

“พรุ่งนี้ฉันจะพาเธอไปที่ที่หนึ่ง” ปูรณ์เกริ่นไว้เพื่อดูปฏิกิริยาของคนที่ครึ่งหลับครึ่งตื่นนี้ แต่เหมือนว่าความง่วงจะทำให้โพธิวัฒน์แทบจะไม่สนใจสิ่งใด ๆ แล้ว ปูรณ์จึงพูดต่อ “เธอคงชอบที่นั่นแน่ ๆ เหมือนที่ฉันชอบ” ปูรณ์พูดต่อจนจบ ก่อนจะก้มมองคนที่กำลังขมวดคิ้ว

“ที่ไหน? อาบอบอวดเหรอ” ที่ถามไปก็ไม่ได้รู้จักหรอก ได้ยินพวกตลกในทีวีพูดกันทั้งนั้นว่าพวกผู้ชายส่วนใหญ่ชอบไปอาบอบนวดกัน “โอ๊ย! หยิกทำไม เจ็บ” โพธิวัฒน์โวย ก่อนจะเอาตัวออกห่างเพราะโดนหยิกเข้าที่เอว หยิกแบบที่หยิกจริง ๆ ด้วยนะ

“รู้จักอาบอบนวดรึไง”

“ไม่รู้ แต่คงเสียวดี” ใครมานวดให้เราก็ต้องเสียวกันทั้งนั้น ทั้งลูบทั้งคลำขย้ำเต็มที่

“อยากเสียวตอนนี้ไหมล่ะ” ปูรณ์กระซิบถาม บีบบั้นท้ายกลมตึงแรง ๆ ด้วยความมันเขี้ยว ไอ้โพสะดุ้งมองตาเขียวใส่ ก่อนจะนึกได้ว่าคน ๆ นี้คือเจ้านายของตน

“ขอผมเสียวกับคนอื่นดีกว่า” พูดไปไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าไม่อยากโดนตรวจร่างกายกับอีกฝ่ายแล้ว เพราะสายตาคุณปูรณ์ที่มองมันแสดงออกชัดเจนว่า ‘ต้องการ’ แต่คนฟังกลับหน้านิ่งประหนึ่งยักษ์ไร้รอยยิ้ม

“นอนเถอะ” หนุ่มใหญ่พูดแค่นั้นก็ออกไป ทิ้งท้ายด้วยเสียงประตูปิดที่ไม่เบานัก

แปลกคน มาปลุกให้คนอื่นคุยเล่นกับตัวเองตอนตี 1 แล้วก็ไป...เพื่อ?

:::::::::::::

“ย่า! ย่า!”

เสียงดังออกมาจากโรงยิมทำเอาคนที่เพิ่งลงจากรถตาเป็นประกาย วันนี้คุณปูรณ์บอกมันว่าจะพามาที่ที่หนึ่ง แต่กลับส่งผู้ช่วยมาแทน พอได้เห็นจริง ๆ ก็ทำเอาขนลุกอย่างบอกไม่ถูก มันคือโรงเรียนสอนมวยที่มีการสอนกีฬาอย่างอื่นด้วย ส่วนใหญ่เป็นศิลปะป้องกันตัว มีตั้งแต่เด็กเล็ก 6 ขวบ ไปจนถึงคนหนุ่ม

“นายเปิดที่นี่ร่วมกับเพื่อน ที่จริงมีอีก 2 ที่ แต่อยู่ต่างจังหวัด” พชรพูดให้คนที่กำลังสำรวจที่นี่ไปรอบ ๆ ฟัง ดูท่าโพธิวัฒน์จะถูกใจไม่น้อย

“งานนี้แหละ ผมจะเอาชนะไอ้อินโดยไม่ต้องโดนมันหอมแก้มแล้ว!” พชรหัวเราะ วันนี้เขามากับโพแค่สองคน ส่วนเจ้านายก็เข้าบริษัท เพราะโปรเจครีสอร์ทที่กระบี่ยังไม่เรียบร้อย ฝากฝังมาดิบดีว่ายังไงก็ต้องให้โพธิวัฒน์เข้าคอร์สติวเข้ม เอาที่หนักที่สุดเพราะชีวิตของคุณหนูอุ่นสำคัญไม่แพ้คุณปูรณ์เลย

“แกต้องมาเรียนที่นี่จันทร์ถึงศุกร์ ตั้งแต่บ่าย 3 จนถึง 1 ทุ่ม เพราะช่วง 8 โมงเช้าถึงเที่ยง มีเรียนพิเศษกับครูที่นายจ้างมาให้...” พชรร่ายยาวถึงหน้าที่ที่โพธิวัฒน์จะต้องทำตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทั้งเรื่องการฝึกศิลปะการต่อสู้และการเรียน เน้นหนักทางด้านภาษา เพราะโพจบเพียงแค่มัธยมปลายเท่านั้น ถือว่าเป็นระดับการศึกษาที่น้อยอยู่สำหรับมาตรฐานเจ้านายเขา เจ้าตัวได้ยินก็ร้องโอดครวญถึงความหนักที่ต้องเริ่มตั้งแต่ 8 โมงเช้ากว่าจะเสร็จทุกอย่างก็ 1 ทุ่ม

“ระหว่างนี้ถ้าแกประพฤติตัวดีจะได้เบี้ยเลี้ยงวันละ 1,000 บาท”

หนึ่งพันบาทสำหรับไอ้โพถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว มันจะใช้จ่ายอะไรเยอะได้ มากสุดก็ข้าวมื้อละสองจาน ไม่เกิน 150 บาท ค่าน้ำค่ารถ อยู่ได้สบายล่ะงานนี้ เผลอ ๆ มีเงินเหลือเก็บอีก


“งานที่แกต้องรับผิดชอบมันเกี่ยวข้องกับชีวิตคน เพราะฉะนั้นไม่ว่ายังไงแกต้องฝึกหนักเข้าไว้ จำที่ครูสอนให้ขึ้นใจ อย่าให้นายต้องผิดหวังที่เลือกแกมาทำงานนี้” มาถึงจุดนี้โพธิวัฒน์รู้สึกได้ถึงความจริงจัง ต่อจากนี้ไปจะเป็นชีวิตจริงที่เขาจะได้สัมผัสและได้เรียนรู้

เท่าที่สังเกตตั้งแต่มาอยู่บ้านคุณปูรณ์ ลูกน้องคุณปูรณ์ไม่ได้ใส่สูทดำกันทุกคน แต่ดูก็รู้ว่าเป็นผู้ติดตาม อาวุธที่เห็นพกติดตัวประจำคือมีดขนาดพกพาแบบพับเก็บได้(พชรเคยเอาให้ดูครั้งหนึ่ง) ส่วนอาวุธหนักอีกอย่างก็คือปืน แต่ไม่ได้พกกันแบบโจ่งแจ้ง หากถามว่าตอนนี้คุณปูรณ์ทำงานอะไรบ้างมันเองก็ตอบได้ไม่ถูกนัก ที่แน่ ๆ คงเกี่ยวกับรีสอร์ท ที่พักอะไรทำนองนั้น รวมไปถึงอาคารพาณิชย์ที่เปิดให้เช่าด้วย ส่วนมีด้านอื่นอีกไหมมันไม่รู้ เพราะทุกอย่างล้วนเป็นความลับ

พชรเดินเข้าไปทักทายครูหัวหน้าของที่นี่ แนะนำโพธิวัฒน์ว่าที่นักเรียนใหม่เสร็จสรรพก็ขอตัวกลับ เพราะรายละเอียดการฝึกซ้อมและสิ่งที่เด็กหนุ่มคนนี้จำเป็นต้องเรียนรู้ถูกส่งมาในอีเมลแล้ว ไม่ลืมย้ำกับโพธิวัฒน์ว่าเรียนเสร็จแล้วให้รีบกลับบ้าน

“ตื่นเต้นไหม เราจะเริ่มกันวันนี้เลยนะ” ครูป้อม ครูหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเจ้าของที่นี่เอ่ยถามน้ำเสียงเอ็นดู สายตาอยากรู้อยากลองของโพธิวัฒน์ปิดไม่มิดจนอดหัวเราะไม่ได้ คนถูกถามพยักหน้ารัว ๆ เพื่อบอกว่าตัวเองคงไม่พร้อมไปมากกว่านี้แล้ว

“งั้นไปเปลี่ยนชุดก่อน เสื้อผ้าที่ใส่มาวันนี้มันใส่เรียนไม่ได้หรอกนะ” คนอาวุโสกว่าบอกก่อนจะเรียกนักเรียนคนหนึ่งที่อยู่แถวนั้นให้พาโพธิวัฒน์ไปห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า

เวลาผ่านไปไม่นานเกินรอไอ้โพอดีตเด็กวัดก็กลับมาในชุดออกกำลังกายทั่วไป กางเกงออกกำลังกายแนบเนื้อขายาวและเสื้อกล้ามสีดำทที่พชรเตรียมมาให้ด้วย

“เริ่มจากวอร์มร่างกายก่อนนะ” ครูป้อมเป็นคนพูดน้อย ดูเหมือนหนุ่มขี้อาย แต่กล้ามที่พอมีและรูปร่างที่สูงใหญ่นั้นทำให้ดูน่าเกรงขาม หน้าดุเพราะมีหนวด แต่ไอ้โพมีหรือจะกลัว มันเสนอหน้าไปยืนหน้าสุด ไม่สนคนอื่น ๆ ที่เข้าคลาสเดียวกันที่มีอยู่ 5-6 คน และดูจะเกรง ๆ ครูป้อมไม่น้อย

ทั้งหมดใช้เวลาวอร์มร่างกายไปราว ๆ 10 นาที ยืดเส้นยืดสายจนเสร็จก็เริ่มทำความเข้าใจการทำงานของกล้ามเนื้อ และเริ่มออกกำลังกันจริงจังขึ้น ท่าชกท่าเตะต้องทำอย่างถูกวิธี วันนี้ที่ต้องเรียนรู้ก็เป็นมวยแบบพื้นฐานไปก่อน

เวลาล่วงเข้าสู่ช่วงบ่าย หลังจากทานมื้อเที่ยงที่โรงเรียนเสร็จแล้วก็มีรถน้ำแข็งไสขับมาขาย โพธิวัฒน์โบกเรียกคนแรก ก่อนจะมีคนอื่น ๆ ตามมาเพื่อขอความหวานเติมเข้าร่างกายเสียหน่อย ได้น้ำแข็งไสพูน ๆ มาถ้วยใหญ่ก็มานั่งกินกับเพื่อนใหม่ที่เพิ่งทำความรู้จักกันวันนี้ หลังจากพักก็เริ่มฝึกซ้อมต่อ เรียกเหงื่อได้อีกเป็นลิตร ความเหนื่อยทำไอ้โพโอดครวญไม่เป็นภาษา เห็นครูป้อมเงียบ ๆ แบบนั้นแต่โหดใช่เล่นเลย

“ขอพักก่อนได้ไหมครู คนอื่นเขาเลิกซ้อมกันหมดแล้วเนี่ย ผมเหนื่อยขอพักก่อน” โพธิวัฒน์โบกมือหยอย ๆ ขอพัก นั่งพิงผนังหายใจหอบ หน้าหวานมีเหงื่อผุดเต็มหยดติ๋ง ๆ จนเจ้าตัวคร้านจะปาดออก ตามร่างกายก็ลื่นแทบจับไม่ได้เพราะอาบเหงื่อเช่นเดียวกัน

ตอนนี้คนอื่น ๆ ที่เรียนด้วยกันเมื่อช่วงสายกลับบ้านกันไปหมดแล้ว เนื่องจากตอนนี้เป็นเวลากว่า 5 โมงเย็นแล้ว มีสายออกกำลังกายทั้งสาวทั้งหนุ่มที่เพิ่งเลิกงานมาออกกำลังกันประปราย เสียงเตะกระสอบทรายดังปึกปักสลับกับเสียงครูฝึกคนอื่น ๆ

“ก็ได้ งั้นวันนี้แค่นี้ก่อน แต่ต้องคลายกล้ามเนื้อก่อน ลุกขึ้นมา”

โพธิวัฒน์กัดฟันทนทำ Cool Down อย่างที่ครูป้อมบอก เป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังจากออกกำลังกายมาทั้งวัน จนในที่สุดเขาก็รู้สึกหลุดพ้นจากการทรมานร่างกายในวันนี้เสียที

“ไม่ค่อยออกกำลังกายเลยล่ะสิ ช่วงนี้ทน ๆ หน่อยนะ” ครูป้อมพูดพร้อมรอยยิ้มอ่อน ขณะเดินเก็บอุปกรณ์เข้าที่ คนที่นอนแผ่หราสภาพหมดแรงพยักหน้าให้เป็นคำตอบ วันนี้เขาไม่ได้สอนหนักแม้แต่น้อย ให้เวลาพักบ่อยกว่าคนอื่นที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันด้วย แต่เหมือนว่าร่างกายเจ้าตัวจะไม่คุ้นชินเป็นอย่างมากเลยเหนื่อยกว่าใครอย่างที่เห็น อีกทั้งเขาได้รับคำสั่งจากคุณปูรณ์ว่าให้เน้นหนักเด็กคนนี้ มีหรือจะขัดคำสั่งได้ แต่โดยรวมวันนี้ถือว่าโพธิวัฒน์ทำดี มีบ่นบ้างในช่วงแรก ๆ แต่พอทำไปนาน ๆ ก็เริ่มชิน ไม่รู้เจ้าตัวใช้อะไรเป็นแรงผลักดัน

“พรุ่งนี้ผมจะทำให้ได้กว่าวันนี้เลยคอยดู” โพธิวัฒน์เอ่ยเป็นมั่นเป็นเหมาะ ครูป้อมได้ยินถึงกับหัวเราะ แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา ไม่อยากจะบอกว่าพรุ่งนี้ตื่นมาเจ้าตัวจะทรมานกว่าที่เป็นอยู่หลายเท่านัก เพราะปวดตัวไปหมดยังไงล่ะ

หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า โพธิวัฒน์ก็บอกลาครูป้อมพร้อมสะพายเป้เดินออกมาโบกรถแท็กซี่หน้าปากซอยโรงเรียนฝึก แต่กว่าจะได้ขึ้นรถแท็กซี่ก็ปาเข้าไปเกือบครึ่งชั่วโมง เพราะรถไม่รับง่าย ๆ อ้างโน่นนี่จนไอ้โพเบื่อ รออีกสักพักจนสุดท้ายก็ได้ขึ้นรถแท็กซี่เสียที

วันนี้ของขวัญที่ได้เปิดประเดิมหลังจากลืมตาตื่นนอนคือโทรศัพท์มือถือ รุ่นที่เขาฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมืองอย่างยี่ห้อผลไม้ อาจไม่ใช่รุ่นล่าสุดที่กำลังออกมาแต่ยังไม่วางขาย แต่ก็ถือว่าเป็นรุ่นที่ออกมาก่อนนี้ไม่นานนัก ทำความคุ้นเคยกับมันเป็นครั้งแรก กดมั่วกดสุ่มจนตาลายไปหมดเลยตัดสินใจแค่เรียนรู้การโทรเข้าโทรออก และการใช้อินเตอร์เน็ต รวมไปถึงแอพลิเคชั่นยอดนิยมให้เป็นแค่นั้นก่อน ส่วนฟังก์ชั่นอย่างอื่นก็ค่อย ๆ เรียนรู้กันไป

หมดค่าแท็กซี่ไปเกือบ 200 ไม่รู้โดนโกงเพราะเขาพาอ้อม หรือทางมันไกลเป็นปกติก็ไม่รู้ แต่เพราะมีตังค์ติดในกระเป๋าหรอกจึงยอมให้ครั้งนี้ แต่ต่อไปเขาต้องศึกษาการเดินทางด้วยรถประจำทางให้แม่นล่ะ

“สวัสดีครับครูสาวิกา” เมื่อเข้าเขตสถานสงเคราะห์มาได้ก็เข้ามากราบไหว้ครูใหญ่ก่อนเป็นอันดับแรก อีกฝ่ายตกใจเพราะเห็นโพธิวัฒน์สะพายกระเป๋ามาด้วยจึงเอ่ยถามเสียงละล้ำละลัก

“โดนท่านไล่กลับมาเหรอโพ ไปทำอะไรผิดมาอีก หรือหนีมาเหมือนครั้งก่อน”

“โห...ครู... นี่เพิ่งเรียนมวยเสร็จเลยแวะมาหาไอ้จันทร์ เดี๋ยวก็ต้องกลับบ้านท่านนั่นแหละ”

“แล้วไป แล้วนี่จะกลับมาเยี่ยมกันทำไมบ่อย ๆ จันทร์เขาโตแล้ว ดูแลตัวเองได้น่ะ”

“แต่มันเหงานะครู มันไม่มีผม”

“ใครบอก ดูโน่น” ครูสาวิกาชี้ไปทางห้องคอมพิวเตอร์ที่เปิดให้เข้าไปเล่นได้ โดยจำกัดคนละไม่เกิน 2 ชั่วโมง จันทร์กำลังเล่นเกมกับอินดูท่าจะลืมไปแล้วว่าเคยเป็นศัตรูกันมาก่อน มือใหญ่ ๆ ของไอ้อินกำลังสอนการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ให้ไอ้จันทร์ที่ตั้งใจฟังเต็มที่

“ครูปล่อยไอ้อิน...”

“อินแกล้งจันทร์บ่อยก็จริง แต่เขาก็อยู่กับจันทร์นะ เราก็รู้ว่าจันทร์เขาชอบเก็บตัว ขี้อาย ไม่กล้าคุยกับใครหรอก นี่ดีที่มีอินคอยอยู่เป็นเพื่อน”

โพธิวัฒน์ยืนสังเกตการณ์อยู่เงียบ ๆ คนเดียวอีกสักพัก ถ้าไอ้อินมันลากไอ้จันทร์ไปไหนมาไหนด้วยแบบนี้ก็ดี จันทร์จะได้ไม่รู้สึกเหมือนว่าโดนเขาทิ้งไว้ที่นี่คนเดียว เห็นจันทร์หัวเราะได้แบบนี้ก็ค่อยสบายใจขึ้นหน่อย เขาไม่ได้เข้าไปทักทาย ปล่อยให้เพื่อนรักสนุกกับเกมออนไลน์ต่อไป ก่อนตัวเองจะเดินทางกลับคฤหาสน์ของคุณปูรณ์

::::::::::::

“ป้าหมอน มีไรกินบ้าง โคตรหิวเลย” เมื่อกลับมาถึงที่พักโพธิวัฒน์พุ่งเข้าครัวเป็นที่แรก ความหิวในเวลาเกือบสองทุ่มช่างโหดร้ายเสียจริง ๆ

“มีกับข้าวที่นายซื้อมาเมื่อเย็น”

“หืม? คุณปูรณ์กลับมาแล้วเหรอ” ถามพลางเดินตามกลิ่นอาหารจนมาจบที่หม้อแกงจืด ป้าหมอนคงทำไว้สำหรับคนงานในบ้าน ไอ้โพเลยจัดการตักใส่ถ้วยกินเสียเลย

“เอ๊ะ! ไอ้นี่ ป้าบอกว่ามีกับข้าวที่นายซื้อมา จะมาแย่งของพวกบอดี้การ์ดมันทำไม”

“ก็อยากกินแกงจืดของป้าอ่ะ แกงจืดป้าอร่อย”

“เดี๋ยวเถอะ ยกยอแบบนี้ป้าก็ช่วยแกแก้ตัวไม่ได้หรอกนะ” สมรพูดพลางเช็ควัตถุดิบทำอาหารในวันพรุ่งนี้ว่าจะทำอะไรได้บ้าง

“แก้ตัวอะไร” คนถามหาเก้าอี้สูงมานั่งตรงส่วนที่เป็นเคาเตอร์กลางครัว เนื่องจากครัวที่นี่ออกแบบเป็นแนวฝรั่งเลยมีพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างเยอะ และเป็นระเบียบ

“เอ็งไปไหนมาล่ะโพ นายกลับบ้านมานานแล้ว ถามหาเอ็งตั้งแต่เย็นโน่น เห็นคุณเพชรเขาว่าโทรหาเอ็งแล้วแต่ไม่ติด โทรไปถามที่โรงเรียนครูป้อมเขาก็บอกว่าเอ็งออกไปนานแล้ว รู้ไหมนายอารมณ์เสียมากนะ” หญิงวัยกลางคนพูดพลางมองเจ้าตัวการที่ทำให้นายอารมณ์เสีย

“เอ้า! ผมก็มีที่ที่ผมอยากไปบ้างสิ ทำไมต้องตามตัวตลอดเลยเนี่ย” สมรยังเล่าต่ออีกว่า กับข้าวที่นายซื้อมาส่วนใหญ่เป็นของที่โพไม่เคยกิน และคิดว่าอีกฝ่ายต้องชอบแน่ ๆ และตอนนี้โพธิวัฒน์ก็ปล่อยให้มันเป็นหมันอยู่ในตู้เย็นเพราะมาซดแกงจืดแทน

“ขึ้นไปรายงานตัวกับนายหน่อยก็แล้วกัน นายอยู่ที่ห้องทำงานน่ะ”

โพธิวัฒน์รับคำเสียงในลำคอเพราะแกงจืดเต็มปาก สาหร่ายเอย ลูกชิ้นเอย หมูสับเอย โดนเจ้าตัวฟาดเรียบจนหมดถ้วย ไม่พอยังขอให้สมรทอดไข่เจียวหมูสับให้ด้วย บอกว่าวันนี้เสียพลังงานไปมากต้องเติมพลังด่วน สมรหัวเราะขำกับท่าทางหิวจัดของเด็กหนุ่ม โพธิวัฒน์อยู่คุยต่ออีกหน่อยก็โดนไล่เพราะตอนนี้เกือบ 4 ทุ่มแล้ว ควรจะไปให้คุณปูรณ์เห็นหน้าได้แล้ว



ออฟไลน์ tong_pub

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 410
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +93/-5


ก๊อก ๆ ๆ

โพธิวัฒน์เคาะประตูห้องทำงานของคุณปูรณ์ เสียงอนุญาตดังลอดออกมา ก่อนประตูจะเปิดออกเผยให้เห็นหน้าพชรเป็นคนแรก

“พี่เพชร! วันนี้โคตรเหนื่อยเลย ทำไมไม่บอกก่อนว่าต้องฝึกนานขนาดนี้” โพธิวัฒน์รีบพูดด้วยความสนิทสนมที่มีมากขึ้นโวยใส่อีกฝ่ายแต่ไม่ได้เอาเรื่องแต่อย่างใด “ตอนแรกผมคิดว่าวันนี้วันแรกฝึกแค่ชั่วโมง ตกลงปาไปตั้งแต่สายยันเย็น ครูป้อมโหดไป” หนุ่มร่างบางยังบนต่อแม้จะเข้ามาในห้องแล้ว ไม่ได้สนใจเจ้าของห้องที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานเลยสักนิด

ปึง!

เสียงทุบโต๊ะเรียกความสนใจจากคนทั้งคู่ที่ร่วมห้องอยู่ได้ไม่ยาก ชายหนุ่มร่างใหญ่ที่กำลังก้มเปิดลิ้นชักสีหน้าเรียกนิ่ง ก่อนเสียงดังจะมีขึ้นอีกเมื่อลิ้นชักชั้นนั้นเปิดไม่ออก

“นายครับ เดี๋ยวผมเปิดให้ครับ” พชรรีบเข้าไปช่วย หยิบกุญแจที่อยู่บนโต๊ะทำงานเจ้านายนั่นแหละไขลิ้นชักให้เปิดออกมา แต่เมื่อเปิดได้ปูรณ์กลับไปสนใจเอกสารบนโต๊ะเหมือนเดิมเสียอย่างนั้น ราวกับจงใจทำเสียงดังให้รับรู้ถึงการมีตัวตน พชรส่งสัญญาณมาที่โพบอกให้ทักทายคุณปูรณ์ ดีที่เด็กหนุ่มมีไหวพริบจึงเข้าใจได้

“สวัสดีครับคุณปูรณ์ ขอโทษด้วยครับที่วันนี้กลับช้า”

“มัวแต่ไปไหนมาล่ะ คำสั่งที่ให้ไปไม่คิดจะทำตามแบบนี้จะผ่านงานรึไง ล่มตั้งแต่วันแรกแล้ว ไม่ได้เรื่อง” คำประชดประชันบวกการต่อว่ากลาย ๆ ทำให้โพธิวัฒน์หน้าตึง จะมาอารมณ์เสียอะไรใส่กันอีกล่ะเนี่ย

“ผม...”

“อย่าให้ฉันต้องเอาจริงกับเธอนะโพ เพราะที่ปล่อยให้ทำตัวตามสบายนี่ก็มากพอแล้ว เพชร...สนิทกับเด็กมันนักคราวหลังก็อบรมกันสักหน่อย ไม่ใช่ปล่อยให้มาลูบหัวเล่นแบบนี้ได้ เสียระบบกันหมด” คำต่อว่าที่โดนกันอย่างทั่วถึงทำเอาทั้งห้องเงียบกริบ พชรรับรู้ได้ตั้งแต่ช่วงเย็นแล้วที่นายไม่เห็นว่าโพธิวัฒน์กลับมา อารมณ์หงุดหงิดคุกรุ่นมาตั้งแต่ตอนนั้น ตอนนี้มันจึงได้เวลาระเบิดออกเมื่อตัวการมาถึง

“งั้นก็เอาจริงกับผมสักทีสิครับ ผมก็รออยู่เหมือนกัน” ไอ้โพพูดเสียงเรียบ แต่ในประโยคกลับสร้างอารมณ์ยั่วยุให้อีกฝ่ายโกรธได้ คนมีอำนาจเหลือบตาขึ้นมอง จ้องไปยังดวงตากลมที่จ้องตอบกลับมาอย่างไม่ยอมแพ้ ความแข็งกร้าวที่ยังอยู่ในตัวอีกฝ่ายทำให้เขาหงุดหงิดตัวเองที่ยังไม่เอาจริงสักทีจนเด็กมันลูบคม

“ออกไปได้แล้ว” เขายอมตัดบทเพราะไม่อยากต่อปากต่อคำให้เด็กมันลูบคมเล่นอีก โพธิวัฒน์ไม่รอคำซ้ำสอง ก้าวฉับ ๆ ไปที่ประตูแล้วออกจากห้องไป

“เพชร...เด็กคนนี้ถูกใจฉันก็จริง แต่ถ้าไม่สั่งสอนให้รู้งานฉันจะสั่งให้หินกำจัดทิ้ง อย่าให้ต้องเสียเวลาฉัน” คำพูดที่แสนเยียบเย็นทำพชรขนลุกวาบ การเตือนครั้งนี้ไม่ได้มาพร้อมความอ่อนโยน และความเอ็นดูอีกต่อไปแล้ว หากโพธิวัฒน์อยากอยู่รอดก็ต้องเป็นงานให้เร็วที่สุด เพราะหากเทียบกับคนอื่น ๆ ที่ออกมาช่วยงานนายแล้ว โพธิวัฒน์ถือว่าได้อภิสิทธิ์มากกว่าคนอื่นและฝึกช้ากว่าคนอื่นอยู่มาก

“ครับนาย” พชรรับคำ ก่อนจะขอตัวออกจากห้องไปเพื่อพูดคุยกับโพธิวัฒน์ให้ชัดเจน

เขาเคาะประตูหน้าห้องเด็กหนุ่ม อีกฝ่ายกระชากประตูเปิดด้วยใบหน้าบึ้งตึงปิดไม่มิด สื่อให้รู้ว่าไอ้ที่โดนไปในห้องเมื่อทำงานเมื่อครู่คงทำให้ฉุนจัดไม่น้อย แต่ก็ถือว่าดีที่ไม่โต้เถียงอะไรรุนแรงมากกว่านี้

“คุณปูรณ์สั่งให้มาซ้อมผมรึไง” เด็กปากดีเอ่ยถามจนน่าเอาไม้ตีปาก

“ถ้ายังทำตัวยังแบบนี้ก็ไม่แน่หรอก” พชรตอบเสียงเรียบ มองสำรวจห้องที่เจ้านายยกให้โพธิวัฒน์ใช้นอนแล้วก็ต้องยอมรับว่าเด็กคนนี้ได้อะไรมากกว่าคนอื่นได้จริง ๆ

“เหอะ! อารมณ์เสียอะไรมาก็มาลง...”

“โพ...มานั่งนี่” พชรชี้ที่นั่งข้างตนบนโซฟาในห้องเรียกให้เจ้าของห้องมานั่ง อีกฝ่ายถอนหายใจหนัก ๆ เพราะเมื่อครู่ยังพูดไม่จบก็โดนตัดบท “พี่จะพูดกับแกแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว พูดให้แกเข้าใจและต้องทำตาม” พชรเน้นคำตามความสำคัญ

“อะไร”

“นายอยากให้แกมาช่วยงาน ตอนนี้แกไม่ได้เป็นไอ้โพเด็กวัด ไม่ได้เป็นโพเด็กในสถานสงเคราะห์ แต่แกกำลังจะเป็นคุณโพ คนที่มีหน้าที่การงานในสังคม” พชรเกริ่นนำขึ้นยาวเหยียด และรอดูปฏิกิริยาอีกฝ่าย โพธิวัฒน์นิ่งไปครู่หนึ่ง จริงอย่างที่พชรพูด หากไม่ใช่ว่าคุณปูรณ์พามันออกมาอยู่ที่นี่มันก็คงเป็นได้แค่เด็กจน ๆ คนหนึ่งที่พออ่านออกเขียนได้ หน้าที่การงานคงไม่พ้นเด็กเสิร์ฟ หรือถ้าอยากได้เงินมากทันใจก็คงไม่พ้นเด็กส่งยา ชีวิตต้องวนเวียนอยู่กับคำว่าชนชั้นล่างที่ไม่มีปัญญาไต่ขึ้นมาในที่สูง

“นายฉุดแกมาไกลขนาดนี้ได้ไม่ใช่เพราะความเอ็นดูอย่างเดียวหรอกนะ นายเห็นว่าแกน่าจะทำงานได้นายเลยเลือก แกได้มากกว่าที่ควรได้ ทั้งเวลา สถานที่ และงาน ไม่รู้สึกเหรอว่าตัวเองสบายขึ้นโดยที่นายไม่ได้ขัดอะไรแกเลย แม้แต่นิสัยส่วนตัวที่ชอบรั้นอยากทำใจตัวเองก็ตาม” มาถึงจุดนี้โพธิวัฒน์ถึงกับนิ่งไป เจ้าตัวพยักหน้าเบา ๆ เหมือนคิดกับตัวเอง “เพราะฉะนั้นสิ่งที่แกต้องแลกให้กับนายคือการทำงานและความภักดี” พชรเงียบอีกครั้ง คราวนี้ดูเหมือนโพธิวัฒน์ใจเย็นลงแล้ว และรับฟังมากขึ้นเพราะไม่สอดขึ้นมากลางคัน

“นายไม่ใช่คนใจดี และนายไม่ได้ให้โอกาสใครบ่อย ๆ ต่อให้นายถูกใจ แต่ถ้าทำงานให้นายไม่ได้นายก็ไม่เอาไว้เหมือนกัน”

“แสดงว่าผมไม่มีทางเลือกแล้วสินะ”

“ทางเลือกอะไร อย่าบอกนะว่าจะไปจากนี่”

“ก็...ใช่ เมื่อกี๊ก็คิดแบบนั้น”

“แกเข้ามาแล้ว คนเดียวที่จะให้แกไปได้คือนายคนเดียวเท่านั้น”

มาถึงตรงนี้โพธิวัฒน์รู้สึกกลัวผู้ชายที่ชื่อปูรณ์ โตณณาการขึ้นมาจับใจ ความยิ่งใหญ่ที่มันเห็นในตอนนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งสินะ ใช่...คุณปูรณ์ไม่ใช่คนที่เล่นด้วยได้ แต่ที่มันยังรั้นใส่เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายอ่อนข้อให้ พอได้ฟังพชรพูดแบบนี้ยิ่งตระหนักได้ว่าตัวเองเป็นแค่มดตัวเล็ก ๆ ที่คุณปูรณ์จะบี้เมื่อไหร่ก็ได้ ทางเดินตลอด 5 ปีที่ผ่านมาไม่มีอุปสรรคใดเลย มันกินอื่มนอนหลับในที่ดี ๆ นอกจากกุฏิหลวงตา หากจะเปรียบว่าคุณปูรณ์คือเจ้าชีวิตมันก็คงได้ ตอนนี้คงถึงเวลาแล้วจริง ๆ ที่มันต้องทิ้งความเป็นไอ้โพมาเป็นคุณโพอย่างที่พชรบอก

“อืม เข้าใจแล้ว” โพธิวัฒน์รับคำเสียงหนักแน่น

“ดี จากนี้ไปคงไม่เห็นอีกนะว่าปีนเกลียวนาย เพราะพี่จะเตือนแกครั้งนี้ครั้งสุดท้าย จากนี้ไปแกต้องคิดเอาเองแล้ว โตแล้วนะ” พชรยิ้มอย่างเอ็นดู โยกหัวทุย ๆ ของไอ้โพเหมือนอีกฝ่ายคือเด็กน้อยอายุ 10 ขวบก็มิปาน แต่เมื่อเห็นหน้าอีกฝ่ายชัด ๆ กลับต้องตกใจ เพราะดวงตากลมโตมีน้ำตาคลอ

“เห้ย! เป็นอะไร”

“ผมกลัวว่าเมื่อกี๊จะทำให้คุณปูรณ์เขาเกลียดผมไปแล้ว ถ้าเกิดผมโดนปลดออกทั้งที่ยังไม่ผ่านงานล่ะ”

“ยังหรอก แต่ถ้าทำซ้ำก็ไม่แน่” พชรขู่ไว้ ยังไงก็ต้องให้เด็กมันรู้ตำแหน่งที่มันควรอยู่ก่อน จะได้ไม่สอนกันยากเกินไป เพราะหากโพธิวัฒน์รู้ว่านายถูกใจมันมากแค่ไหนเดี๋ยวจะได้ใจได้

“ผมควรขอโทษคุณปูรณ์ เอ่อ...หรือผมควรทำยังไงเพื่อไถ่โทษอ่ะพี่เพชร” มาตอนนี้พอสติกลับมาเต็มร้อยถึงได้รู้ว่าตัวเองพลาดไปมหันต์

“เวลานายอยู่กับแกนายชอบทำอะไรล่ะ ลองทำแบบนั้นดูสิ” ปูทางให้ขนาดนี้หวังว่าไอ้โพจะคิดได้ และหวังไว้มากว่าเจ้านายเขาจะอารมณ์ดีขึ้น ไม่เหวี่ยงใส่เขาในวันพรุ่งนี้ที่มีงานล้นมือรออยู่

:::::::::::::

โพธิวัฒน์เริ่มเช้าวันใหม่โดยการโดนปลุกตั้งแต่ตี 5 ด้วยฝีมือสมร ความปวดเมื่อยเนื้อตัวเนื่องจากการออกกำลังเมื่อวานทำให้ต้องร้องโอยทุกครั้งที่ย่างก้าว แต่ก็ต้องกัดฟันทนเพราะสมรบอกว่าลูกน้องคุณปูรณ์ที่มีหน้าที่ติดตามทุกคนต้องมาออกกำลังกายด้วยกันทุกเช้า โพธิวัฒน์ที่ถือว่าเป็นเด็กใหม่สุดโดนรับน้องด้วยการต้องวิ่งตามพี่ ๆ เขารอบคฤหาสน์หลังใหญ่นี้ราว 5 รอบ ที่จริงเขาจะตายตั้งแต่รอบแรกเพราะปวดตัวแทบเดินไม่ไหว

เสร็จสิ้นการออกกำลังในตอนเช้าเสร็จก็ขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว เพื่อเตรียมตัวไปเรียนต่อ เป็นสถาบันสอนพิเศษที่พชรติดต่อไว้แล้ว มีครบทั้งไทย คณิต อังกฤษ แต่เลา ๆ ว่าคลาสภาษาเขาต้องเข้าเรียนถึงสองภาษาด้วยกัน นั่นคืออังกฤษและจีน

เขาต้องเรียนเพื่อเอาใบปริญญามาให้ได้ก่อน เนื่องจากทิ้งการเรียนไปเกือบปีทำให้ต้องเคาะสนิทกันใหม่ ระหว่างที่อยู่เสถียรพงศ์ก็คอยช่วยไอ้จันทร์ ว่างทั้งการเรียนและไม่ได้ทำงาน อยู่เป็นเงาของไอ้จันทร์ไปวัน ๆ ไม่รู้ว่าการกลับมาเรียนเพื่อใบปริญญาในคราวนี้จะได้ผลสักแค่ไหน

“รีบมากินข้าวได้แล้วโพ อย่าให้ช้ากว่านายได้” สมรเร่งเมื่อเห็นเด็กหนุ่มอยู่ในชุดกางเกงยีนส์พอดีตัวกับเสื้อยืดแขนยาวสีดำ ถลกปลายแขนขึ้นมาครึ่งแขน ตัดกับผิวขาว ๆ ของโพธิวัฒน์น่ามองไม่น้อย

“อ่าวเหรอ” คิดว่าต้องไปเรียนเองเสียอีก

“คุณเพชรบอกเมื่อกี๊ รีบกินเถอะจะได้รีบไปรอนายที่รถ” สมรดันจานข้าวสวยมาไว้ตรงหน้า แม่บ้านคนอื่น ๆ ที่อายุมากกว่าโพเกือบสิบปีก็ช่วยกันคนละไม้ละมือเพื่อให้ทันนายไปทำงานตอนเช้า กับข้าวตรงหน้ามีเป็ดย่าง หมูกรอบ หมูสะเต๊ะ ซาลาเปา ขนมปังปิ้งไส้เยิ้ม เยอะจนโพธิวัฒน์มองอย่างอึ้ง ๆ

“ของใครเนี่ยป้า ทำไมเยอะงี้”

“ก็ของนายที่ซื้อมาเผื่อเราเมื่อเย็นวานน่ะแหละ” คราวนี้ก็เข้าใจเลยว่าทำไมเมื่อคืนนายถึงโกรธขนาดนั้น ซื้อของกินมาเต็มเพื่อขุนเขาเลยสินะ

“งั้นเดี๋ยวห่อใส่ปิ่นโตให้ผมหน่อยนะ ผมจะเอาไปกินที่โรงเรียนฝึกด้วย” โพธิวัฒน์บอกพร้อมเป็ดย่างเต็มปาก แม้ของที่อยู่ตรงหน้าจะเป็นแบบอุ่นแล้วไม่ใช่ร้อน ๆ ทำเสร็จใหม่ ๆ แต่ก็ยังคงความอร่อยอยู่

“เรียนเสร็จก็รีบไปที่ครูป้อม อย่าให้สายนะโพ” พชรที่นั่งเบาะหน้าข้างคนขับร้องเตือน คนที่อาศัยรถเจ้านายมาด้วย เมื่อรถจอดลงหน้าสถานที่เรียนพิเศษ ปิ่นโตที่ป้าหมอนจัดมาให้อยู่ดีบนตัก เจ้าตัวมองออกไปนอกรถอย่างลังเลว่าจะลงรถเลยดีหรือไม่

จุ๊บ!

เด็กหนุ่มร่างบางยืดตัวหันไปหอมแก้มชายหนุ่มที่นั่งหลับตานิ่งอยู่ในสูทเต็มยศเบาะใกล้กัน ก่อนจะกระซิบเบา ๆ

“ขอบคุณสำหรับอาหารครับ” พูดจบก็รีบกระโดดลงจากรถไปไม่คิดหันกลับมามองอีก เพราะตอนนี้อายแทบแทรกแผ่นดินหนี ใครจะคิดว่าชีวิตนี้ต้องมาง้อผู้ชายด้วยกันโดยการหอมแก้มล่ะวะ!

“ออกรถ” คุณปูรณ์หยิบแว่นกันแดดสีชาขึ้นมาสวม มุมปากยกยิ้มเพียงเล็กน้อย


TBC.

ขอบคุณทุกความเห็นค่ะ

ออนไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0
ถูกใจคุณปูรณ์วันไหนไม่จุ๊บแก้มมีทวงแน่

ออนไลน์ fc_fic

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2439
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +72/-7

ออนไลน์ Tiffany

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1193
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-0
งานนี้คุณปูรณ์คงแพ้ทางน้องโพธิ์แล้วหล่ะ

ออฟไลน์ tong_pub

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 410
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +93/-5
คำเตือน : เนื้อหาส่วนนี้มาจากจินตนาการของผู้แต่งทั้งสิ้น โปรดอ่านเพื่อความสนุกเท่านั้น


ดูแลครั้งที่ 6



คำว่า ‘ฉิบหาย’ ตัวโต ๆ วิ่งวนอยู่ในหัว เมื่อไอ้โพต้องมานั่งเรียนพิเศษ 3 ชั่วโมงติด พัก 1 ชั่วโมงครึ่ง และเรียนต่ออีกชั่วโมงครึ่ง จากนั้นก็ไปต่อกับการฝึกเรียนศิลปะการต่อสู้ขั้นพื้นฐาน เสร็จสิ้นในเวลา 1 ทุ่ม จึงกลับบ้านพักผ่อนได้

นี่คือตารางชีวิตในแต่ละวันที่โพธิวัฒน์ต้องเจอ แค่วันแรกก็ทำเอาน้ำตาแทบนองหน้า ไอ้ที่เรียน ๆ มาเข้าหม้อคืนครูไปหมดแล้ว ได้อายครูก็ตอนที่ทำข้อสอบพรีเทสไม่ได้นี่แหละ แล้วถามว่าหลังจากนั้นตอนสอบท้ายชั่วโมงเขาทำได้เหรอ ไม่เลย! ไอ้โพยังโง่ไม่ต่างจากเดิม!

“กูจะรอดไหมวะเนี่ย” โพธิวัฒน์โอดครวญกับตัวเอง ทิ้งตัวลงนอนฟุบไปกับโต๊ะในสถาบันสอนพิเศษที่ใหญ่โตแห่งนี้ ผมยุ่งฟูไปหมดเพราะเจ้าตัวขยี้ระบายความเครียด

พอได้เวลาพักเที่ยงโพธิวัฒน์ก็จัดการกับปิ่นโตที่หอบหิ้วมาจากบ้านคุณปูรณ์ การเชื่อมสัมพันธ์กับคนอื่นของเขาติดลบ เพราะแทบไม่ได้คุยกับใครเลย เขากินข้าวคนเดียวไปเรื่อย ๆ จนรู้สึกว่าโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงสั่น พอหยิบมาดูเห็นชื่อพชรโชว์อยู่บนหน้าจอ โพธิวัฒน์ไม่รีรอที่จะกดรับสาย

“พี่เพชร! ผมจะตายแล้วพี่” นี่คือสิ่งแรกที่อยากจะบอก “แทบอ้วกออกมาเป็นภาษาอังกฤษแล้วเนี่ย” เพราะในคลาสไม่มีใครพูดภาษาไทยเลยสักคน ขนาดเด็กมัธยมปลายยังพูดได้ดีกว่าเขาจนรู้สึกอายเลย

[อดทนหน่อยสิ] แต่เสียงผ่านออกมาไม่ใช่เสียงพชร เป็นเสียงทุ้มนุ่มของคุณปูรณ์ โพธิวัฒน์ถึงกับดูเบอร์โทรเข้าใหม่เพื่อให้แน่ใจ

“เอ่อ...คุณปูรณ์มีอะไรกับผมรึเปล่าครับ”

[ถ้าไม่มีอะไรฉันโทรมาไม่ได้รึไง] น้ำเสียงเรียบนิ่งแปรเปลี่ยนเป็นห้วนขึ้นมาทันที

“ไม่ใช่ครับ ผมหมายถึง...”

[คืนนี้ไปดูงานกับเพชรด้วย] พูดจบปลายสายก็ตัดไปเสียอย่างนั้น โพธิวัฒน์ได้แค่เกาหัวงง ๆ กับเจ้านายตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจโทรกลับไป รอสายสักพักถึงจะมีคนรับสาย

[ว่าไง โทษทีที่รับช้า พอดีติดประชุมอยู่] คราวนี้เป็นเจ้าของเบอร์โทรศัพท์รับเอง

“อ่าว คุณปูรณ์ล่ะ”

[นายก็อยู่ในห้องประชุมสิ]

“เหรอ เมื่อกี๊เห็นใช้เบอร์พี่โทรมาหาผมบอกว่าคืนนี้ให้ผมไปทำงานกับพี่ด้วยอ่ะ”

[งาน? อ๋อ งาน... อืม ๆ เย็นนี้ฝึกเสร็จพี่จะไปรับที่ครูป้อมเลย อาบน้ำแต่งตัวรอไว้เลยนะ แค่นี้ก่อนนะโพ] พชรวางสายไปแล้ว โพธิวัฒน์จึงเข้าเรียนต่อในช่วงบ่าย เหลืออีกแค่ชั่วโมงกว่า ๆ เขาก็ต้องไปที่ครูป้อมแล้ว และคิดว่าชอบที่นั่นมากกว่าที่นี่ด้วย เรื่องวิชาการและการใช้สมองเขาไม่ถนัดจริง ๆ ให้ตายเถอะ

:::::::::::::

“นายแน่ใจแล้วนะครับว่าจะให้โพไปกับผมคืนนี้” พชรถามเจ้านายอีกครั้งเมื่อเวลาเย็นมาถึง และอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้ก็ต้องไปรับโพธิวัฒน์ตามที่นัดกันไว้

“ฉันเคยต้องให้นายถามอะไรซ้ำ ๆ เวลาตัดสินใจอะไรไปแล้วรึไง” ปูรณ์ไม่ได้เงยหน้ามองคู่สนทนา ตาคมยังคงมองแผ่นกระดาษที่มีข้อความภาษาอังกฤษเกี่ยวกับรายงานของโรงแรมในสิงคโปร์ที่ปูรณ์ถือหุ้นอยู่ด้วย

พชรเก็บปากเก็บคำทำงานต่อไปจนได้เวลาเลิกงาน เขาจึงออกจากบริษัทตรงไปรับโพธิวัฒน์ แต่เพราะรถติดทำให้ไปรับเลทถึงชั่วโมงครึ่ง โดนเจ้าตัวบ่นกระปอดกระแปดใส่เพราะหิวข้าว เนื่องจากปิ่นโตที่ใส่อาหารมาเมื่อเช้าหมดไปตั้งแต่เที่ยงแล้ว

“เอานี่กินรองท้องไปก่อน เดี๋ยวไปถึงที่นั่นแกอยากกินอะไรก็สั่งแล้วลงบิลพี่ไว้เลย บ่นมากจริง ๆ” พชรโยนขนมปังที่ซื้อจากบริษัทมาให้

“แล้วที่นั่นที่พี่ว่าอ่ะที่ไหน โรงแรมในเครือโตณณาการเหรอ”

“ไม่ใช่ ไม่ต้องถามมาก เดี๋ยวถึงก็รู้เอง” พชรตัดบท นายปล่อยโพธิวัฒน์ให้มาทำงานกับเขาคืนนี้แถมยังเป็นคืนสำคัญอีกด้วย คิดว่าคงอยากให้เรียนรู้งานไว ๆ เพราะหากจะให้อยู่แต่ออกหมัดมวยและเรียนคงไม่ทันใช้งานพอดี ถึงแม้คุณปูรณ์จะวางหน้าที่ให้โพธิวัฒน์เป็นพี่เลี้ยงคุณหนูอุ่น แต่ก็ต้องเรียนรู้งานอย่างอื่นของโตณณาการด้วย จะได้รอบรู้และช่วยคุณอุ่นในภายภาคหน้า

45 นาทีต่อมาที่ใช้เวลาบนท้องถนนไปเกือบครึ่งหนึ่งของการเดินทาง ในที่สุดพชรก็จอดรถที่หน้าร้านร้านหนึ่ง มองจากภายนอกมีแสงไฟประดับไม่มากไม่น้อย ดูหรูหรา TIMEline คือชื่อร้าน โพธิวัฒน์อ้าปากค้างเมื่อเดินผ่านประตูที่ขึ้นป้ายว่า Closer เข้าไป

“โห...นาฬิกาโบราณพวกนี้สวยมาก เยอะด้วย นี่ตกลงคุณปูรณ์แกขายพวกของเก่าด้วยเหรอ” สไตล์การตกแต่งร้านดูแปลกตา จะจีนก็ไม่ใช่ ฝรั่งก็ไม่เชิง แต่ที่แน่ ๆ กลิ่นอายความเป็นไทยมาแน่นอน คล้ายร้านนวดแผนไทยที่เคยแอบหนีครูสาวิกาไปเที่ยวมาเหมือนกัน

“จะเดินสำรวจอีกนานไหม พี่จะได้เข้าไปข้างในก่อน”

“จะรีบไปไหน ขอเดินดูตรงนี้หน่อยไม่ได้รึไง”

“ค่อยดูก็ได้ แกต้องมาที่นี่อีกหลายครั้ง มาตอนกลางวันจะได้เห็นชัด ๆ ไง” พชรบอก เพราะการตกแต่งร้านโซนนี้เป็นพวกของเก่าทั้งสิ้น จะแยกกับส่วนข้างหลังชัดเจน ซึ่งตรงนี้จะเปิดถึง 2 ทุ่มเท่านั้น ของเก่าในที่นี้บางส่วนมีไว้ขาย บางส่วนก็เป็นของตกแต่งจริง ๆ ส่วนใหญ่เป็นพวกนาฬิกา ไม่ว่าจะตั้งโต๊ะ ตั้งพื้น แขวนผนัง หรือแม้แต่นาฬิกาข้อมือก็ยังมี ที่โพธิวัฒน์ถามในตอนแรกเขาก็ตอบได้ว่าการขายของเก่าเป็นงานส่วนหนึ่งของคุณปูรณ์ด้วย เขาเดินนำคนที่ยังตื่นตาตื่นใจกับสไตล์การตกแต่งร้านผ่านไปยังประตูบานที่สองเพื่อไปเจอกับอีกโลกหนึ่ง ซึ่งก็ทำให้เจ้าตัวอ้าปากค้างไม่แพ้รอบแรก

ร้าน TIME line คือร้านขายของโบราณที่เน้นไปทางไว้ใช้ตกแต่งบ้านในตอนกลางวัน และตอนกลางคืนจะมีโซนที่เป็นบาร์ขนาดใหญ่เรียกว่า Time OUT เปิดให้บริการสำหรับผู้ชายที่ชื่นชอบเพศเดียวกัน หากจะเรียกว่าบาร์เกย์ก็คงไม่ผิด แต่ทุกคนที่สามารถเข้าที่นี่ได้ต้องเป็นสมาชิกเท่านั้น และมีการคัดเกรดระดับสมาชิกว่าคุณสามารถเข้าถึงโซนไหนได้ ไม่มีเปิดแบบสาธารณะที่ใคร ๆ ก็เข้าได้

และในทุกวันที่ 26 ของทุก ๆ 3 เดือนจะมีกิจกรรมของทางร้าน ผู้ที่มีสิทธิ์ร่วมกิจกรรมคือผู้ถือแบล็คการ์ดหรือบัตรดำของทางร้านเท่านั้น และคนที่จะมีบัตรดำได้จะต้องมีธุรกิจเกี่ยวกับร้านเหล้าอย่างที่ Time OUT มี มีค่าสมาชิกที่เรียกเก็บไม่น้อยเลยทีเดียว แต่สิ่งที่จะได้คุ้มค่าอย่างแน่นอน

กิจกรรมที่ว่าคือการประมูลคน สมาชิกบัตรดำจะให้คนของตนเองมาเป็นหนึ่งในตัวประมูลก็ได้ แต่หากไม่ส่งก็ถือว่าสละสิทธิ์และไม่ได้ประมูลในรอบนั้น ๆ เงินที่ใช้ในการประมูลเรียกว่าขวัญถุง ถ้าเด็กของสมาชิกบัตรดำคนไหนถูกประมูลไปเงินขวัญถุงก็จะไปอยู่ในมือของเจ้าของเด็กคนนั้น

“นั่งตรงนี้นะ อย่าเดินไปไหนซะล่ะ เฮช...ฉันฝากเด็กไว้แป๊บนึงนะ” พชรสั่งเมื่อพาโพธิวัฒน์มาถึงหน้าเคาเตอร์เครื่องดื่ม ก่อนจะหันไปสั่งบาร์เทนเดอร์พนักงานประจำบาร์ที่ยืนรอลูกค้าอยู่

“คร้าบบบ เชิญลูกพี่เถอะ เอ้อ...แล้ววันนี้นายไม่มาเหรอ” เฮช(H) ตัวอักษรย่อจากชื่อจริงที่เจ้าตัวตั้งให้คนอื่นเรียก ไม่ได้มาในรูปแบบสายลับแต่อย่างใด แต่ก็โดดเด่นสำหรับการทำงานกลางคืนไม่น้อย สายตาก็สอดส่ายหาเจ้านายที่คอยจ่ายเงินเดือนอย่างงามให้ในแต่ละเดือน เพราะวันนี้เป็นวันสำคัญคุณปูรณ์ไม่น่าพลาดที่จะมาด้วย

“ไม่มา เดี๋ยวพี่มานะโพ อย่าซน” พชรชี้หน้าสั่ง ซึ่งอีกคนก็กรอกตาขึ้นฟ้าอย่างเบื่อหน่าย

“เออ รู้แล้ว ๆ จะนั่งอยู่ตรงนี้แหละ” โพธิวัฒน์บอก ก่อนจะมองสำรวจไปรอบ ๆ อีกครั้ง

100% ของที่นี่คือผู้ชาย คนไม่หนาตาอย่างที่คิด สถานที่ติดจะโอ่อ่าใหญ่โตเกินไปด้วยซ้ำ มีโซฟาตัวใหญ่จัดเป็นชุดวางอยู่ทั่วทุกมุม ร้านดูเป็นสัดส่วนไม่วุ่นวาย หากถามไอ้โพว่านี่คือบาร์ในฝันที่มันคิดว่าจะเป็นใช่หรือไม่ คงตอบเลยว่าไม่ใช่ เหมือนเป็นสถานที่พักผ่อนอะไรสักอย่างมากกว่า สิ่งที่บ่งบอกว่าที่นี่เป็นบาร์คงเป็นเคาเตอร์เครื่องดื่มที่มันนั่งอยู่ตอนนี้ และบริกรชายที่เดินเสิร์ฟเครื่องดื่มและคอยดูแลลูกค้า

“ดื่มสักหน่อยไหม” เฮชถามคนที่กำลังใช้ตาโต ๆ สำรวจไปรอบ ๆ บาร์ราวกับกำลังเก็บข้อมูล สายตาอยากรู้อยากเห็นปิดไม่มิด

“ก็ได้พี่ จัดมาเลยแรง ๆ”

“ไหวเหรอ ถ้าเอาของแรงมันแรงจริง ๆ นะ”

“เอามาเถอะน่า ขนาดเหล้าขาวยังเคยกินมาแล้วเลย” แม้จะน็อกตั้งแต่อึกแรกที่ลงคออ่ะนะ แต่ก็ขอไอ้โพเอามาอวดหน่อยก็แล้วกันถือเป็นประวัติการดื่มแอลกอฮอล์

เฮชไม่ถามต่อ ยิ้มกริ่มกับเด็กหนุ่มที่อยากลองดีเขาเลยจัดเตกีล่าให้เพียว ๆ สักช็อต หวังว่าเด็กคนนี้จะคอแข็งอย่างที่อวดจริง ๆ

“เอ้า! แตะเกลือสักหน่อยก่อนแล้วค่อยดื่ม จากนั้นก็บีบมะนาวใส่ปาก” เฮซแนะนำการดื่มให้ โพรับของเหลวที่ขอไป มันยกแก้วขึ้นดมกลิ่น ก่อนจะเบ้หน้าเล็กน้อย จากนั้นก็ทำตามที่เฮซบอก แต่เมื่อซดเตกีล่าเข้าปากในอึกเดียวทำเอาสำลักหน้าดำหน้าแดง

“ใจเย็น ๆ เว้ยไอ้น้อง ของมันแรง” เฮซว่าพลางกลั้วหัวเราะกับท่าทางของโพธิวัฒน์ที่รีบบีบมะนาวใส่ปาก หนุ่มน้อยได้แค่เบ้หน้า อาการเหมือนโดนน็อกจนรู้สึกมึน ส่วนเฮซไปรับลูกค้าแล้วปล่อยให้โพธิวัฒน์นั่งหน้าตื่นอยู่ที่เดิม

“เฮซ! วิสกี้เว้ย” เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นข้างกัน เมื่อหันไปมองก็เห็นคนคุ้นหน้ายืนอยู่

“พี่หิน!” เขาเรียกพร้อมโผเข้ากอดชายหนุ่มร่างสูงเสียแน่น อาการมึนจากเตกีล่าทำเขาเซไม่น้อย ดีที่พี่มันรับไว้ทันไม่งั้นคงหัวทิ่ม

“เอ้า! ไอ้โพ มานี่ได้ไง หรือแกว่งปากไปโดนตีนนายเข้าเขาเลยจับให้มึงมาประมูลที่นี่” หินถามพลางยิ้มกว้าง ร่างเล็กในอ้อมกอดหน้ายู่ ก่อนจะเอนตัวกลับไปนั่งตามเดิมเพราะยืนไม่ไหว เฮซส่งเครื่องดื่มให้ตามที่ขอแล้วกลับไปรับลูกค้าตามเดิม

“นายให้ผมมาช่วยงานแล้วนะพี่ ตอนนี้อยู่ในระหว่างฝึกงาน นี่ก็บอกให้มาดูงานกับพี่เพชรเขา” โพธิวัฒน์ตอบพลางยกมือนวดขมับ รสชาติเปรี้ยวและเค็มยังอวลอยู่ในปากผสมกับรสเครื่องดื่มที่เพิ่งดื่มไป พอกลืนน้ำลายหลายครั้งเข้ารสชาติพวกนั้นก็เจือจางจะว่าไปก็อร่อยดี

“อ๋อ คุณพชรเลขาฯของนายอ่ะนะ เออดี กูคอยดูแลงานคืนนี้ ไหน ๆ มึงมาดูงานก็ขึ้นประมูลเลย เดี๋ยวกูแทรกคนให้” หินคิดไปว่านายคงให้โพธิวัฒน์มาเรียนรู้งานจึงแนะนำเสร็จสรรพ

“ประมูล? ประมูลไรวะพี่”

“นี่มึงยังไม่รู้เหรอ? ก็ทุกวันที่ 26 ในทุก 3 เดือน จะมีกิจกรรมสนุก ๆ ของพวกบัตรดำ เขาจะเปิดประมูลโดยการเอาเด็กร้านตัวเองมาประมูลแลกเปลี่ยนกับร้านอื่น เงินขวัญถุงครั้งนึงก็...เป็นแสน”

“ห้ะ? นี่มันเข้าข่ายขายตัวป่ะวะพี่”

“จะพูดแบบนั้นก็ใช่ แต่จะว่าใช่ก็ไม่ถูก เพราะทางร้านไม่ได้ขายเซ็กส์ นั่นคือข้อห้ามแรกที่ทุกร้านของผู้ถือบัตรดำต้องมี ถ้าจับได้เด็กจะถูกส่งกลับร้านเดิมและเจ้าของบัตรดำจะถูกตัดออกจากการเป็นสมาชิก งานนี้เหมือนเอาตัวท็อปเรียกแขกมาแลกเปลี่ยนกัน ไอ้พวกที่เป็นของประมูลก็ต้องอายุ 20 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 28 ปี และต้องสมัครใจเท่านั้น เราจะไม่บังคับกันในเรื่องแบบนี้ บางคนไม่อยากอยู่ที่นี่ อยากลองไปที่ใหม่ก็ลองลงสมัคร ถ้าเข้าตาพวกบัตรดำร้านอื่นเขาก็ซิวไป เผลอ ๆ ไปอยู่ที่ใหม่ได้เงินเลี้ยงดีกว่าด้วยนะ เพราะคำว่าเด็กผ่านการประมูลไง”

“อ่าว แล้วถ้าเกิดอยากได้คนเดียวกันทำไงอ่ะพี่ ไม่ทับเส้นกันตายรึไง”

“ก็เพราะแบบนี้ไงเขาถึงเรียกประมูล มันก็ต้องใส่เงินขวัญถุงมาข่มกัน ใครให้มากกว่าก็ได้คนนั้นไป”

“แล้วคนที่ไม่ถูกเลือกล่ะ”

“ก็กลับที่เดิม ไม่ถูกเลือกก็คือไม่ถูกเลือก”

“แล้วใครได้ประโยชน์วะพี่”

“ก็ได้ทุกฝ่าย ร้านเราได้โปรโมท ตัวเด็กที่โดนประมูลก็ได้ค่าตอบแทนเพิ่มขึ้น ส่วนคนที่มาประมูลไปก็ได้ลูกค้าเพิ่มขึ้น เพราะแขกบางคนเขาก็ตามเด็กที่ชอบไป”



ออฟไลน์ tong_pub

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 410
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +93/-5


“นี่คือพูดให้ดูดีคือเรียกว่าการเชื่อมสัมพันธ์ทางธุรกิจ? โห่...อะไรวะ” โพธิวัฒน์ตีหน้ายุ่ง ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยได้ยินเรื่องแบบนี้ครั้งแรก แต่ทุกคนทำเหมือนเรื่องนี้คือเรื่องปกติ

ใน 1 ปี มีการประมูลเกิดขึ้น 3 ครั้ง พี่หินยังเสริมอีกด้วยว่าคุณปูรณ์เคยถามว่าอยากลงเป็นของประมูลไหม พอมันปฏิเสธนายก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่คนต่อคิวอยากเป็นของประมูลมีเยอะอยู่ ไม่ใช่เพราะไม่อยากอยู่ที่ไทม์เอาท์ แต่เพราะพอได้ขึ้นเวทีมันเหมือนได้อวดว่าตัวเองก็มีของดี เรียกทิปให้ตัวเองได้มากกว่าเดิม มีบางคนย้ายไปอยู่ที่ใหม่แต่ไม่โอเค ก็แค่ต้องทำงานให้ครบสัญญาแล้วค่อยลาออกมาสมัครทำงานที่นี่ใหม่ก็ได้ เพียงแต่จะไม่ได้ขึ้นเป็นของประมูลอีกต่อไป

“มึงจะลองดูไหมล่ะ จะได้เข้าใจงาน ลองชิมบรรยากาศเด็กประมูล”

“แล้วถ้ามีคนเลือกผมล่ะพี่ ตายห่ากันพอดี” โพธิวัฒน์ทำท่าขนลุกขนพอง เกิดได้พ่วงนามสกุลเป็นไอ้โพเด็กประมูล มีหวังไอ้อินหัวเราะตาย

“อ่าว ก็มึงบอกเองว่านายให้มึงมาดูงาน งั้นมานี่ ตามกูมา” หินวางเงินสดค่าวิสกี้แล้วใช้แก้วทับไว้ พยักหน้ากับเฮซเป็นอันรู้กันว่าต้องขอตัวไปทำงานแล้ว ก่อนจะพารุ่นน้องร่างบางไปทางหลังร้าน ผ่านเข้าไปยังห้องหนึ่งที่มีคนเดินเข้าออกไม่หยุดหย่อน หนุ่มร่างสูงหยุดยืนตรงขอบประตู ชี้ให้โพธิวัฒน์ดูภายในห้องที่มีชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับเขาหรือแก่กว่า เดินอวดหุ่นโชว์ความล่ำโดยมีแค่กางเกงขาสั้นรัดติ้วตัวจิ๋วปิดไอ้จ้อนไว้

“นั่นคนที่จะขึ้นประมูล ผอมแห้งตัวเล็กแคระอย่างมึงคงได้อยู่หรอก”

โพธิวัฒน์เห็นด้วย แต่ละคนไม่ได้มีดีแค่หน้าตา รูปร่างเป็นส่วนสำคัญเลยก็ว่าได้ที่จะดึงดูดใจลูกค้าให้เข้าร้าน แต่ที่ทำเขาอึ้งคือไม่คิดว่าจะมีคนหน้าตาดีทำงานแบบนี้เยอะขนาดนี้

“เออ ถ้าขึ้นจะได้เงินป่ะ”

“ถ้าถูกประมูลไปจะได้ส่วนแบ่ง 10 % จากเงินขวัญถุง”

“โห ถ้าประมูลกันเป็นแสน ๆ ก็ได้เป็นหมื่นเลยดิ แค่ขึ้นไปโชว์ตัวเฉย ๆ เอง”

“เออไง มีแต่ได้กับได้ทั้งนั้น ตกลงมึงว่าไง จะลองดูเนื้องานไหม นายให้มาดูงานมึงจะแค่มาดูเฉย ๆ จริงเหรอวะ ไม่อยากสนุกหน่อยเหรอ ลองดูไม่เสียหายนะเว้ย” อยากรู้เหมือนกันว่าคนอย่างไอ้โพมันจะทำยังไง ตอนอยู่สถานสงเคราะห์แสบน้อยเสียเมื่อไหร่ เวลาคิดจะทำอะไรคนอย่างมันก็สุดกู่ เคยแกล้งเอาขี้จิ้งจกใส่จานข้าวหลอกให้เขากินด้วยซ้ำ

“ถ้าถูกประมูลจะทำงานให้นายได้ไงวะ” อันนี้เหมือนโพธิวัฒน์จะบ่นกับตัวเอง แต่หินได้ยินจึงตอบให้

“มีเด็กของเราที่เป็นตัวประมูลและไปทำงานร้านอื่น ถ้านายหมายหัวไว้เด็กคนนั้นก็จะกลายเป็นสายให้เรา”

“สาย?”

“ก็คอยรายงานว่าร้านนั้นตุกติกไหม มีการบังคับขายบริการรึเปล่า หรือทำอะไรให้ร้านเราเสียหายไหม”

“แล้วเจ้าของร้านเขาไม่สงสัยคนของคุณปูรณ์เหรอ”

“นายก็ฝึกคนเอาสิวะ มึงคิดว่าคนอย่างนายเลือกใช้คนไม่เป็นรึไง มึงรู้น้อยไปซะแล้วไอ้โพ นายไม่เคยวางหมากพลาดกูบอกเลย เพราะแบบนี้กูเลยชอบทำงานกับนายไง ถ้านายไม่ดีลูกน้องอย่างกูก็ไม่อยากอยู่ล่ะวะ”

เอาอีกแล้ว...อาการขนคอลุกชันมาอีกแล้ว เวลาคิดถึงว่าคุณปูรณ์มีอำนาจเหนือสิ่งอื่น แต่มันเป็นเพียงแต่เบี้ยตัวเล็ก ๆ ในตารางหมาก

“งั้นลองดูก็ได้พี่ ไม่เสียหาย เผื่อว่า...” เผื่อว่าถ้าเกิดฟลุคได้ขึ้นมาแล้วได้เงินส่วนแบ่ง 10% จะได้เอาไปซื้อรองเท้ากีฬาเวลาไปซ้อมกับครูป้อม เพราะที่มีอยู่ตอนนี้ไม่เหมาะกับการออกกำลังเท่าไหร่นัก จะให้สะสมเองก็ดูจะไม่ทันใจ และจะได้ลองงานใหม่แบบที่ไม่ต้องมารอผ่านงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กอย่างเดียว ถ้าเกิดเขาทำดีคุณปูรณ์อาจเลื่อนขั้นจากพี่เลี้ยงเป็นสายสืบให้ทำอย่างอื่น แบบนี้หน้าที่การงานโก้กว่าเป็นไหน ๆ

โพธิวัฒน์จัดการลอกคราบตัวเองให้อยู่แค่กางเกงขาสั้นแบบที่คนอื่น ๆ เขาใส่กัน ถามว่าอายไหม... ตอนแรกก็อาย แต่เห็นคนอื่นใส่เดินกันโทง ๆ ไม่มีอายเขาเลยทำตัวกลมกลืนไปเสีย โดนจับแต่งหน้าทาผิวให้ผ่องขึ้นกว่าเดิมอีกเล็กน้อย เจ๊ช่างแต่งหน้าก็แซวว่าหุ่นของเขาช่างแตกต่างจากชายบึกบึนคนอื่น ๆ

“ไปรวมตัวกันได้แล้ว” เสียงหินตะโกนอยู่ตรงประตูห้องแต่งตัว โพธิวัฒน์ที่ยืนอยู่ในซอกหลืบได้แต่มองหันซ้ายหันขวา เริ่มคิดแล้วว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้มันดีจริงหรือเปล่า

“พี่หิน ๆ ผม...ลังเลว่ะ” โพธิวัฒน์ลากรุ่นพี่ที่สนิทมาคุย มือเรียวสั่นและเย็น อยากทำก็อยากแต่อีกใจก็ลังเล ไม่รู้อาการปอดแหกมากจากไหนทำให้เขาไม่กล้าเดินหน้าต่อ

“อ่าว แล้วตกลงจะเอาไง”

“ขอดื่มย้อมใจก่อนได้ไหมวะพี่” โพธิวัฒน์ทำหน้าเครียด ตอนนี้เสียงเพลงเริ่มเปิดดังขึ้นเรียกอารมณ์ลูกค้าในร้านให้ครึกครื้นตามไปด้วย

“เออ ๆ แต่อย่าหนักนะมึง” หินพูดแค่นั้นก็เดินจากไป โพธิวัฒน์คว้าเสื้อคลุมแถวนั้นได้ก็รีบปรี่ไปที่เคาเตอร์บาร์ทันที สั่งเฮซว่าขอเครื่องดื่มแบบที่เฮซให้เขาเมื่อครู่มาด่วน ๆ อีกฝ่ายก็จัดมาให้อย่างไม่รีรอ เพราะต้องรีบไปบริการลูกค้าคนอื่นด้วย

โพธิวัฒน์ซัดช็อตเข้ม ๆ นั้นเข้าไป ความรู้สึกเหมือนโดนหมัดฮุคกลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เหมือนจะเตรียมใจรับไว้แล้ว อาการมึน ๆ ก็ไม่ต่างจากเดิม พอลุกขึ้นจะเดินก็เซเกือบล้ม แต่โดนคว้าตัวไว้ได้

“ขอบคุณพี่หิน เกือบหัวทิ่ม” โพธิวัฒน์พูดเสียงยานคางเล็กน้อย ตากระพริบเรียกความคมชัดให้กลับมาดังเดิม แต่มันก็ไม่เป็นใจ เขามึนหัวจนต้องสะบัดหลายครั้งเพื่อให้สติเข้าที่ ความร้อนซู่ซ่าแล่นพล่านในกาย ความกล้าไม่ได้กลับมาแต่สติกำลังจะไป

“หินไม่อยู่ตรงนี้หรอกเด็กน้อย มีแค่ฉัน...” ชายแปลกหน้ากระซิบบอก เมื่อมองในระยะใกล้ชนิดเห็นรูขุมขนก็ได้รู้ว่าคนที่คว้าตัวโพธิวัฒน์ไว้ไม่ใช่หิน เด็กหนุ่มสะบัดแขนออกในทันที ไอ้เรื่องช่วยก็ขอบคุณ แต่สายตาหื่น ๆ นี่รับไม่ได้จริง ๆ

“ขอบคุณ” โพธิวัฒน์ขอบคุณน้ำเสียงห้วน พยายามเดินกลับไปทางหลังร้าน แต่ก็โดนมือหนาคว้าแขนไว้จนเสื้อคลุมที่ใส่มาเปิดออก เผยให้เห็นว่าภายในมีแค่กางเกงตัวเล็กปิดกายแค่ชิ้นเดียว

“เด็กประมูลเหรอ จากร้านไหนล่ะ” ชายคนนั้นยังรั้งโพธิวัฒน์ไว้ถามต่อ อีกฝ่ายขมวดคิ้วมุ่น รู้สึกไม่ถูกชะตากับไอ้หนุ่มนี่เลย แต่ถ้าเกิดเป็นพวกบัตรดำล่ะ มันก็ต้องให้ความร่วมมือใช่ไหม

“ร้านนี้แหละ”

“ชื่ออะไรน่ะเรา” ไม่ถามเปล่ายังขยับเข้ามาใกล้ มือที่กุมแขนไว้บีบและรั้งอีกฝ่ายเข้าหาตัวเหมือนบังคับ โพธิวัฒน์ยื้อแขนออกแต่หนุ่มคนนี้กลับออกแรงเพิ่มมากขึ้น

“ไอ้โพ เสร็จยัง ได้เวลาแล้วเว้ย” หินเข้ามาทันเวลาพอดี ฝ่ายนั้นเมื่อเห็นว่าหินเดินเข้ามาจึงยอมปล่อยโพธิวัฒน์ไป

“ฉันจะรออยู่หน้าเวทีนะ” ก่อนไปคนแปลกหน้าไม่วายก้มลงมากระซิบใกล้หู ทำเอาคนตัวเล็กกว่าขนลุกเกลียว

“เหี้ยไรเนี่ย” โพธิวัฒน์บ่น ก่อนจะรีบเดินไปหาหินด้วยสติที่ยังไม่กลับเข้าที่ เพราะความมึนเมาจากเครื่องดื่มที่เพิ่งดื่มไป

โพธิวัฒน์ถูกผลักขึ้นพื้นต่างระดับที่ยกขึ้นเป็นเวทีไม่สูงนักแค่ระดับเข่า คนที่ออกอาการมึนเมาเดินเซไปตามแรงผลักและแรงดึงจากคนที่ทำหน้าที่เป็นพิธีกรบนเวที เสียงที่ได้ยินตอนนี้ฟังไม่ได้ศัพท์เพราะหูอื้อตาลายไปหมด ตอนนี้เหมือนกับว่าแสงไฟทุกดวงในบาร์สาดส่องมายังพวกเขาที่ยืนเรียงหน้ากระดานกันอยู่ 4 คน

“มาอีกครั้งกับกิจกรรมสนุก ๆ กับทางร้านเรานะครับ วันนี้ร้านที่เข้าร่วมมีทั้งหมด 3 ร้าน แต่...มีเด็กคนใหม่ที่ทางไทม์เอาท์ได้ส่งเข้ามาเพิ่มอีกหนึ่งคน คนนี้บอกเลยครับว่าเพิ่งมาชิมรางวันแรก นายส่งมาดูงานเลยถูกพี่หินส่งขึ้นมาบนเวทีซะเลย” เสียงหัวเราะไม่ดังนักแทรกขึ้น

“ลูกค้าท่านที่มีบัตรดำอยู่ในมือและได้ส่งเด็กเข้ามาร่วมสนุกกับเราในวันนี้ โปรดเตรียมขวัญถุงของท่านเอาไว้ให้ดีนะครับ เราจะเปิดให้เด็กประมูลแต่ละครแนะนำตัวกันแล้วนะครับ”

จากนั้นไมค์ก็ถูกส่งต่อกันมา แต่ละคนแนะนำตัวเพียงแค่ชื่อเล่นและร้านที่ทำงานอยู่ รวมไปถึงตำแหน่งงานที่ทำอยู่ด้วย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเด็กเสิร์ฟไม่ก็บาร์เทนเดอร์ จนกระทั่งไมค์ก็มาถึงคนก่อนโพธิวัฒน์ เขาแนะนำตัวว่าชื่อเวย์ ตำแหน่งเป็นบาร์เทนเดอร์ร้านไทม์เอาท์ มีเสียงเชียร์เป็นคนในร้านกันเองด้วยพอให้ครึกครื้น และในที่สุดไมค์ก็ถูกส่งต่อมาทางโพธิวัฒน์ที่ยืนตาปรือเพราะถูกเตกีล่าเล่นงาน

“ไอ้โพ! ถึงคิวมึงแล้ว” เสียงไอ้พี่หินแว่วมาให้ได้ยินจากที่ไกล ๆ โพธิวัฒน์พยายามเพ่งมอง กวาดสายตาไปรอบ ๆ เจอสายตาหลายสิบคู่กำลังจ้องมองเป็นตาเดียว

“ชื่อโพ...ไม่มีตำแหน่งในร้าน อยู่ในช่วงฝึกงาน” โพธิวัฒน์แนะนำตัวเองเพียงแค่นั้น เขารู้สึกว่าเพียงพอแล้ว ทั้งร้านตกอยู่ในความเงียบราวกับกดปิดเสียง ก่อนจะมีเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ จับใจความได้บ้างว่าไทม์เอาท์โกงส่งคนของตัวเองขึ้นไปถึงสองคน และอีกหลายคำที่ฟังดูจะโวยมากกว่าจะยินดี

“โพ! นั่นมัน...ไอ้หิน! ทำบ้าอะไรของแกเนี่ย!” พชรที่ไปจัดการธุระมาถึงกับวิ่งหน้าตื่นมาข้างเวทีหลังจากได้ยินชื่อโพ ใจภาวนาขอให้ไม่ใช่โพที่ตนรู้จัก แต่เหมือนจะไม่ทันเสียแล้วเพราะโพธิวัฒน์กลายเป็นเด็กประมูลจากร้านไปเสียแล้ว

“อ้าว! ก็โพมันบอกว่านายให้มาดูงาน นี่ไงงาน ผมทำผิดตรงไหน”

“ดูงานหมายถึงมาดูที่ทางและกิจการของนายเว้ย!” แทบอยากจะโบกกะโหลกหนา ๆ ของไอ้คนตัวใหญ่นี้เสียจริง ๆ

“อ่าว...ก็ใครจะไปรู้เล่า คุณเพชรก็ไม่ได้บอกผมก่อนด้วย ลูกค้าคนอื่นอาจไม่ชอบใจ แต่ผมเห็นคุณชาติเขาถูกใจไอ้โพอยู่ไม่น้อยนะครับ ดูสิ...มองไอ้โพตาไม่กระพริบเลย แบบนี้เราอาจใช้ไอ้โพเป็นสายส่งเข้าไปในร้านคุณชาติได้นะครับคุณเพชร” หินอุดช่องโหว่ของความผิดพลาดตัวเองด้วยการเอาประโยชน์ของร้านเป็นที่ตั้ง และดูจะไปได้ดีด้วยเมื่อพชรหันไปมองคุณชาติตามที่หินว่า และก็เห็นตามนั้นจริง ๆ

“แกตายแน่ ๆ ไอ้หิน” แต่ผิดคาดเมื่อพชรหันมาพูดกับมันหน้าเครียด

“ทำไมครับ”

“ฉันยังไม่ได้บอกแกอีกเรื่อง โพ...เป็นเด็กในความดูแลของนาย”

ไอ้หินแทบล้มทั้งยืนเมื่อได้ยินคำพูดจากพชร งานนี้ดูท่ามันจะรอดยาก เพราะดันเอาเด็กของนายไปเป็นเด็กประมูล


TBC.

ออฟไลน์ nonlapan

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-1
โดนแน่นอนนนน ไม่รอด 555555

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด