▼ Bedtime Story ▲ l #เบดไทม์สตอรี่ l บทที่ 14 (2) และ 15 l 31.3.2019
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ▼ Bedtime Story ▲ l #เบดไทม์สตอรี่ l บทที่ 14 (2) และ 15 l 31.3.2019  (อ่าน 21188 ครั้ง)

ออฟไลน์ TheDoungJan

  • —☁gtrsrist
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 764
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 7 l 15.12.2018
«ตอบ #90 เมื่อ16-12-2018 11:18:33 »

จะบอกได้มั้ยเนี่ย สภาพควรไปโรงพยาบาลสุดๆ  :z3: :pig4:

ออฟไลน์ yasperjer

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 576
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-2
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 7 l 15.12.2018
«ตอบ #91 เมื่อ16-12-2018 15:08:21 »

พี่มั่มมารถชนอีก​ ไหวม้ายยยยยยยบ
ใครฆ่าดิว  ไม่ใช่ว่าหักมุมโจอี้ฆ่านะ...

ออฟไลน์ 3 words 8 letters

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 43
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 7 l 15.12.2018
«ตอบ #92 เมื่อ20-12-2018 18:40:55 »

หรือโจอี้ ไม่พอใจที่เปนแฟนกับเพื่อน

ออฟไลน์ Cyclopbee

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 232
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 7 l 15.12.2018
«ตอบ #93 เมื่อ20-12-2018 21:04:36 »

อ่านไปก็ลัวไป อยากเลิกอ่านตั้งแต่เรื่องที่แล้วละ
ทำได้ที้ไหน!!!!!  :sad4:

ออฟไลน์ alternative

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2858
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +247/-3
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 7 l 15.12.2018
«ตอบ #94 เมื่อ21-12-2018 16:20:44 »

พี่มั่มแกร่งมาก!

ออฟไลน์ สาววายรำพัน

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 7 l 15.12.2018
«ตอบ #95 เมื่อ21-12-2018 19:05:18 »

่พี่มั้มช่วยน้องด้วยยยยยยยยย  อั๋นแน่ๆ

เดี๋ยวเปิดคำถามใหม่ให้ร่วมสนุกนะคะ ใครเป็นฆาตกร มาเดาเล้ยยยยย

อ่านเรื่องนี้ แล้วกลับมาคิดกับตัวเอง ที่มันนิยาย หรือแบบทดสอบเข้าแผนกสืบสวนของกรมตำรวจฟ่ะ  :katai1:
ดังนั้นเริ่มทำแบบทดสอบ ถ้าพี่มั่มไปไม่ทันขึ้นเตียง รีบตามพี่ปอ กับพี่ร่วมด่วน แต่ถ้าไปทัน แล้วได้เจอกับดิว ดิวต้องส่งอีพี่เข้าโรงบาลแน่นอน แล้วทีนี้ก็ต้องคิดต่อไปว่าพี่มั่มจะได้อยู่โลกนั้นต่อไปไหม ในเมื่อในโลกของดิว อีพี่ไม่เคยลุกออกจากเตียงหรรษานั้นเลย เลยไม่รู้ว่าถ้าเป็นเตียงหลังอื่นจะกลับมาโลกตัวเองได้ไหม
ส่วนใครฆ่าน้องดิว ถ้าอีพี่ได้อยู่ที่โลกดิวนานขึ้น แล้วต่อมเผือกอีพี่ทำงาน อยากให้อีพี่เผือกเกี่ยวกับคนรอบตัวดิว เพื่อจะเจอกับคนที่น่าสงสัยบ้าง ไปเผือกแถว ๆ รูปภาพ แถว ๆ ไลน์ เฟชบุ๊ค ทวิสเตอร์ อินสตาแกรม และอื่น ๆ อีกมากมาย
จบการวิเคราะห์เพียงเท่านี้ เริ่มคันหงอกอีกแล้ว  o8

555555 เราประทับใจการวิเคราะห์ของคุณ areenart1984 มากเลยค่ะ
ตอนนี้พี่มั่มติดเตียงอยู่ แต่อีกไม่นาน ต่อมเผือกแกอาจจะทำงานค่ะ

น่าจะเป็นแฟนเก่าเนี่ยละมาฆ่า ไม่ก็เพื่อนนนน  :katai1:

มาเลยยย เตรียมเดากันได้เลยค่าาา

จะได้บอกไหมเนี่ย สภาพท่าทางหนัก

หนักอยู่ค่ะ คงเลิกเปรี้ยวไปได้ซักตอนสองตอน 5555

จะบอกได้มั้ยเนี่ย สภาพควรไปโรงพยาบาลสุดๆ  :z3: :pig4:

มาถึงโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้วค่า

พี่มั่มมารถชนอีก​ ไหวม้ายยยยยยยบ
ใครฆ่าดิว  ไม่ใช่ว่าหักมุมโจอี้ฆ่านะ...

เตรียมเดากันไว้ได้เลยค่า จะเปิดคำถามให้ร่วมสนุกแน่นอน

หรือโจอี้ ไม่พอใจที่เปนแฟนกับเพื่อน

เดี๋ยวเราจะเปิดคำถามให้ร่วมสนุกค่ะ อย่าลืมไปร่วมเล่นกันนะคะ

อ่านไปก็ลัวไป อยากเลิกอ่านตั้งแต่เรื่องที่แล้วละ
ทำได้ที้ไหน!!!!!  :sad4:

กรีสสสส ขอบคุณที่ตามมาจากเรื่องก่อนๆ ค่ะ
เรื่องนี้ไม่น่ากลัวเลยค่า อ่านแบบชิลๆ ได้เลย

พี่มั่มแกร่งมาก!

พี่มั่มถูกอัญเชิญไปโรงพยาบาลแล้วค่า


ออฟไลน์ สาววายรำพัน

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 7 l 15.12.2018
«ตอบ #96 เมื่อ21-12-2018 19:16:03 »

- บทที่ 8 (1) -








คงจะมีแหละครับ คนจากเบื้องบนน่ะ…


แต่พอเห็นสภาพผม เขาก็คงคิดว่ามึงเอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ


ผมก็เลยมาอยู่ที่นี่…


โรงพยาบาล


และใช่… ผมยังไม่ได้บอกดิว


ไม่มีโอกาสเห็นหน้าเขาด้วยซ้ำ


ไม่ได้เรื่องเลยไอ้มั่มเอ้ย!


ผมกระแทกลมหายใจออกจากตัวก่อนสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกเจ็บตรงช่วงท้อง ก่อนกวาดตาไปรอบๆ เพื่อสำรวจห้องพักโทนสีสะอาด เข็มสั้นของนาฬิกาแขวนผนังชี้ไปที่เลขสิบ แต่ท้องฟ้าหลังผ้าม่านและประตูบานเลื่อนกั้นระเบียงมืดสนิท แสดงว่าน่าจะเป็นเวลาสี่ทุ่ม...


นี่ผมสลบไปเกือบหนึ่งวันเลยเหรอ


แถมดูจากระดับน้ำเกลือในถุงที่ห้อยอยู่บนราวเหล็กข้างเตียงแล้ว ผมคงต้องอยู่ที่นี่อีกสักพักแน่ๆ


เฮ้อ! ถ้าไม่ติดเรื่องอาการบาดเจ็บ ผมคงถอนหายใจอีกสักร้อยรอบ ยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังสุดๆ เลยครับที่ไม่สามารถทำภารกิจให้สำเร็จได้ ทั้งที่ทุ่มทุนสร้างไปขนาดนั้น


ไม่อยากนึกถึงสภาพบิ๊กไบค์เลย เตียงนอนเปื้อนเลือดนั่นก็ด้วย แล้วยังมีสีหน้าของไอ้มิ้นต์ ไอ้เกม และคนอื่นๆ อีกที่ผมเดาได้เลยว่าจะเป็นยังไง เมื่อรู้ว่าผมลากสังขารกลับขึ้นไปบนห้องทั้งที่ได้รับบาดเจ็บอย่างหนั…


อุ้ย! ไอ้เกม มาตั้งแต่เมื่อไหร่วะ


ผมเพิ่งเห็นว่ามันนั่งอยู่บนโซฟาริมผนัง แถมยังจ้องเขม็งมาที่ผมด้วยสายตาดุดัน


เอาแล้วไงกู…


แต่ยังไม่ทันที่สมองของผมจะคิดหาคำแก้ตัวอะไรมาลบล้างความผิดได้ มันกลับเดินเข้ามาใกล้เตียงนอนผู้ป่วย และ…


“มึงกลับขึ้นไปบนห้องทำไม!”


ใช่ครับ… มันทักทายด้วยการตวาดลั่น


และแม้ว่าการสะดุ้งจนตัวโยนจะทำให้ผมรู้สึกปวดหน้าอกมากจนต้องใช้มือประคองไว้ แต่ก็ยังไม่อาจลดทอนอารมณ์ร้อนที่ปะทุออกมาราวกับลาวาจากภูเขาไฟของมันได้


“มึงรู้มั้ย ว่าถ้าไอ้มิ้นต์ไม่เข้าไปเจอ มึงตายอยู่ในห้องนั้นแล้ว...”


ในนาทีนั้น ผมไม่รู้หรอกว่าอาการของตัวเองหนักหนาแค่ไหน ไม่ได้สนใจเลยด้วยซ้ำ เพราะมัวแต่คิดถึงความเป็นความตายของเด็กดิว


“มึงทำอะไรอยู่กันแน่ มึงบอกกูดิ”


“มึงจะเชื่อเหรอ” ผมทวงถามด้วยเสียงอ่อน เพราะรู้ดีว่าไอ้เกมกำลังโมโห และผมไม่อยากเป็นคนโหมไฟให้ยิ่งลุกไหม้


“เรื่องที่มึงฝันถึงผู้ชายคนนั้นใช่มั้ย” มันสวนคำ “กูเชื่อว่ามึงฝันแบบนั้นจริงๆ แต่การฝันซ้ำๆ น่ะ มันเป็นเรื่องปกติของสมอง กูลองเสิร์ชมาแล้ว มีคนฝันแบบมึงเยอะแยะ”


“แล้วถ้ากูบอกว่ากูไม่ได้ฝันอะ”


“มั่ม ข้อมูลที่มึงอยากได้ กูก็เคยหาให้แล้วนิ มันยังพิสูจน์ไม่ได้อีกเหรอวะ”


พิสูจน์… แค่คำนี้ ผมก็พอจะรู้แล้วว่ามันไม่เคยเชื่อผมเลย


“กูรู้ว่าที่มึงเปลี่ยนเวลาเข้าร้านเพราะมึงอยากกลับไปฝัน แต่ที่กูไม่ห้าม เพราะกูเชื่อว่าวันหนึ่ง พอมึงเบื่อ มึงก็จะหาย แล้วกลับมาเป็นมั่มคนเดิม หรืออย่างน้อย ถ้ามึงไม่หายจริงๆ มึงก็อาจจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น แต่มันไม่ใช่เลย… นับวันมันยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ มึงกลายเป็นคนเก็บตัว ไม่สนุกสนานเหมือนเมื่อก่อน แถมยังดูโทรมเหมือนคนไม่ได้พักผ่อน แล้วเนี่ย…” มันกวาดมือมาทางผมที่ยังคงก้มหน้านิ่ง “ที่มึงรถคว่ำก็เพราะว่าร่างกายมึงไม่ไหวไม่ใช่เหรอ แทนที่มึงจะรู้ตัว ยังเสือกกลับห้องเพื่อจะไปฝันทั้งที่ตัวเองเจ็บหนักอีก”


มันพูดคำว่า ‘หาย’ ได้ชัดถ้อยชัดคำมากเลยครับ นั่นยิ่งตอกย้ำว่า ไม่ใช่แค่ไม่เชื่อ แต่มันยังคิดว่าผมมีอาการทางประสาทอีกด้วย
ให้มันตบผมเลยยังเจ็บน้อยกว่าอีก…


“ทำแบบนี้ มันเหมือนมึงยอมต…”


“ใช่!” ผมสวนคำทันที


ถึงมันจะไม่รู้ว่าดิวมีตัวตนอยู่จริง แต่อย่างน้อย มันก็ควรจะรู้…


ว่าผมรู้สึกดีแค่ไหนที่ได้เจอเขา


“กูยอมตาย...เพื่อให้ได้ฝันอีกครั้ง”


มันควรจะรู้…


ว่าผมไม่มีวันหยุด


และมันควรจะเลิกห้ามผมได้แล้ว


“กูมีความสุขมาก จนไม่อยากตื่นขึ้นมาเลยด้วยซ้ำ”


“มั่ม…”


“กูขอโทษ ที่ทำให้มึงลำบาก แต่ที่กูทำ กูมีสติดี…”


ผมรู้ว่ามันเป็นห่วงผมมาก แต่ผมก็อยากให้มันเข้าใจและเชื่อมั่นในตัวผมเหมือนกัน


“และกูคิดว่ากูตัดสินใจถูกแล้ว”




หลังจากไอ้เกมกลับไป ผมก็หลับลงด้วยความอ่อนเพลียครับ แม้จะรู้สึกโหวงๆ อยู่ไม่น้อยเพราะยังกังวลกับชะตากรรมของเจ้าเด็กดิว แถมไม่ค่อยคุ้นชินเท่าไหร่กับความสงบนิ่งของชีวิตเมื่อไม่ต้องเข้าไปสู่โลกคู่ขนาน


และใช่… ผมคิดถึงเขาด้วยแหละ


โดยไม่รู้ว่า เมื่อตื่นขึ้นในเช้าวันถัดมา ผมจะพบกับอะไรที่น่ากลัวกว่าเหตุการณ์เมื่อสองคืนก่อนมากๆ


รถคว่ำก็สู้ไม่ได้ ไอเกมเหรอ… อย่าหวังเลย




■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■




18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561




“ตื่นแล้วเหรอ”


ใช่… ไอ้มิ้นต์


ขนลุกซู่เลยครับ เมื่อได้ยินน้ำเสียงเยือกเย็นของมัน วันนี้มันมาแบบหน้าสด สวมแว่นสายตามาด้วยทั้งที่ปกติใส่แต่คอนแทกเลนส์ เส้นผมก็ถูกรวบขึ้นไปแบบลวกๆ เสื้อผ้าที่สวมใส่มาก็ดูเหมือนจะเน้นหยิบใช้ง่ายเป็นหลัก


“กินน้ำมั้ย” มันดันโน้ตบุ๊กที่ตั้งไว้บนตักลงสู่โซฟา เดินไปหยิบแก้วที่มีน้ำดื่มอยู่เต็มจากโต๊ะอาหาร แล้วยื่นเข้ามาใกล้ผมโดยใช้มือหนึ่งถือหลอดไว้ประชิดปาก


ผมงับปลายหลอดแล้วออกแรงดูดน้ำอย่างว่าง่าย ก่อนที่ไอ้มิ้นต์จะเริ่มพูดถึงอาการบาดเจ็บของผมด้วยเสียงเรียบเฉย


“กระดูกซี่โครงหักสองซี่…”


เปิดมาก็น่ากลัวเลย คงเป็นอันนี้แหละที่ทำให้ผมรู้สึกเจ็บช่องท้อง


“นิ้วหัก…”


อันนี้ไม่แปลก ผมยังจำนิ้วบิดเบี้ยวของตัวเองได้ติดตา ตอนนี้คุณหมอเข้าเฝือกให้แล้ว พันผ้าก๊อซตั้งแต่ปลายนิ้วจนถึงข้อมือเลย


“ส่วนพวกแผลถลอก เดี๋ยวนางพยาบาลจะมาล้างแผลให้”


ผมพยักหน้าเบาๆ ก่อนหันไปมองมัน ตั้งใจจะขอบคุณซะหน่อยเพราะรู้จากไอ้เกมว่ามันเป็นคนพาผมมาที่โรงพยาบาล แต่นั่นกลับทำให้ผมเห็นว่าดวงตาหลังกรอบแว่นของมันแดงกล่ำและบวมช้ำจนผิดสังเกต เมื่อเพ่งมองอย่างตั้งใจ จึงพบว่าปลายจมูกของมันเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ ใบหน้าที่เคยสดใสก็ดูซีดเซียวผิดปกติ


มันร้องไห้แน่ๆ และคงไม่ต้องเดาเลย…


ว่าเป็นเพราะใคร


“มิ้นต์” ผมเรียกขณะที่มันนำแก้วน้ำกลับไปวางบนโต๊ะ มันจึงเดินมาที่เตียงผู้ป่วยอีกครั้ง


“ฉันขอโทษ”


ใช่… มันเป็นความผิดของผมเองครับ


“ฉันรู้ว่าแกคงตกใ…”


“พี่ไม่รู้หรอก…” มันสวนคำทั้งที่ยังก้มหน้านิ่ง “ว่าพวกเรารู้สึกยังไง ตอนที่เห็นบิ๊กไบค์ล้มอยู่ใต้รถกระบะ…”


เสียงสั่นเครือของมันบอกเล่าความรู้สึกในเวลานั้นได้เป็นอย่างดี และนั่นทำให้ผมนึกภาพตามได้โดยไม่ต้องพยายามเลย


“พี่ไม่รู้หรอก ว่าฉันรู้สึกยังไง ที่ต้องเดินตามรอยเลือดของพี่ขึ้นไปบนห้อง…”


แค่ลองคิดว่าผมเป็นมัน เป็นคนที่ต้องวิ่งตามหาตัวน้องสาวที่เพิ่งประสบอุบัติเหตุ หัวใจของผมก็ตกวูบลงไปจนถึงตาตุ่มแล้วครับ


“พี่ไม่รู้หรอก ว่าฉันรู้สึกยังไง ตอนที่เปิดประตูเข้าไปแล้วเห็นพี่นอนจมกองเลือดอยู่ตรงนั้น…”


ดูเหมือนน้องสาวของผมจะมองเห็นว่าชีวิตของพี่ชายสำคัญ… มากกว่าที่ตัวผมเองมองเห็นซะอีก


“พี่นึกไม่ออกหรอก…”


ผมเอื้อมมือออกไปแตะที่แขนของมันเบาๆ เพื่อหวังจะส่งผ่านความรู้สึกผิดทั้งหมด แต่มันกลับสะบัดออกแล้วยกมือข้างนั้นขึ้นปาดหยดน้ำที่ร่วงออกมาจากดวงตา


ผมยอมรับว่าไม่เคยเห็นมันเป็นแบบนี้…


มิ้นต์ คนที่เป็นผู้นำให้กับทุกๆ คนได้เสมอ คนที่เข้มแข็งได้ในทุกสถานการณ์ คนที่ไม่เคยถอดใจให้กับทุกปัญหาที่ผ่านเข้ามาในชีวิต


วันนี้... มันกลับร้องไห้ต่อหน้าผม


“มิ้นต์…” เสียงเรียกของผมเบาหวิวไม่ต่างจากความรู้สึกข้างใน


“มิ้นต์มีแค่พี่…” ผมมองเห็นริมฝีปากสั่นระริกที่มันเม้มเข้าหากัน “เราเหลือกันอยู่แค่นี้แล้วนะ”


ประโยคสุดท้ายจบลงแค่นั้น ก่อนที่มันจะปล่อยให้เสียงสะอึกสะอื้นดังขึ้นพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบทั้งสองแก้ม


และใช่ครับ…


นี่คือผลงานชิ้นโบแดงของพี่ชั่วๆ คนนี้


ที่ผ่านมา ผมคิดว่าการค้นหาตัวตนของดิว และการช่วยเหลือดิวให้พ้นจากอันตราย เป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุด สำหรับคนที่ไม่เคยมีจุดมุ่งหมายอะไรในชีวิตเลยแบบผม…


ผมจึงมุ่งไปข้างหน้าอย่างเต็มกำลัง ด้วยความเชื่อที่ว่า ถ้าคนห่วยๆ แบบผมสามารถช่วยชีวิตเขาได้จริงๆ ต่อให้เราจะไม่ได้เจอกันอีกด้วยไทม์ไลน์ที่สวนทาง แต่อย่างน้อย นอกจากเขาจะปลอดภัยแล้ว มันก็คงจะทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าขึ้นมาบ้าง


แต่วันนี้… วันที่ผมได้เห็นน้ำตาของมิ้นต์


มันทำให้ผมรู้ว่า ตัวเองกำลังหลงลืมใครบางคนที่อยู่ข้างหลังมาตลอด


และการออกวิ่งในครั้งนี้จะทำให้ผมทิ้งเขาไว้ตรงนั้น...


ทั้งๆ ที่เขามีแค่ผม และผมก็มีแค่เขา

.

.

.

ผมทำผิดไปแล้วครับ


“ฉันขอโทษ…”


นี่คือคำขอโทษจากใจของผม ทั้งที่ไม่รู้ว่ามันยังอยากฟังอยู่มั้ย


“ฉันจะไม่ทำแบบนี้อีก...”


ผมจะกลับเข้าไปในโลกคู่ขนานอีกแน่นอน


แต่ไม่ใช่แบบนี้…


ไม่ใช่การยอมแลกทุกอย่างโดยขาดสติแบบนี้


ผมจะช่วยดิวให้ได้…


และจะไม่ทำให้มิ้นต์ต้องร้องไห้อีกเด็ดขาด


“ฉันสัญญา”




หลังจากประโยคสุดท้ายของผมจบลง ไอ้มิ้นต์ก็ไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก ผมจึงผ่านช่วงเวลาหดหู่ไปได้อย่างรวดเร็วครับ และเพราะว่าวันนี้เป็นวันอาทิตย์ มันก็เลยนั่งๆ นอนๆ อยู่ในห้องพักผู้ป่วยตลอดทั้งวัน


แต่นั่นก็ทำให้เราได้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น ต่อให้มันจะเป็นการถูกบังคับให้นั่งดูละครตั้งแต่เช้าจรดเย็นก็เถอะ เพราะอย่างน้อย เราก็ยังมีโอกาสได้พูดคุยกันในเรื่องสัพเพเหระเพื่อฆ่าเวลาระหว่างโฆษณาคั่น


แต่ถึงจะมีความสุขดี ผมก็ไม่ลืมหรอกครับ...


ว่าผมต้องทำอะไร


ผมหวังว่าเขาจะยังปลอดภัย…


และผมจะออกไปจากที่นี่ได้ทันเวลานะ




ออฟไลน์ Ti0590

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 498
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
พี่มั่มสู้ๆ เขาเอาใจช่วย น้องดิวต้องรอด!!!!!!

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7975
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +176/-11
น่าเป็นห่วง.....  :mew2:
ทั้งด้านดิว และด้านมั่ม    :serius2:  :really2: :really2:

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5213
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
ไปไม่ทัน แถมเจ็บหนัก ถ้าไม่อยู่โรงบาลยาว ๆ ก็ต้องกลับมาพักที่ห้องนั้นแน่ ๆ แถมคนเฝ้าไข้อีกเพียบบบบบบ  :hao3:
ถ้าเพื่อน ๆ น้อง ๆ รู้ คงต้องเฝ้าแบบใกล้ชิดแน่ ๆ เป็นเราไม่ได้ จะติดกล้องวงจรปิด กับไอ้เครื่องอะไรหน่าที่เอาไว้ฟังเสียงเด็กร้องเวลาที่เด็กอยู่คนเดียวนะ  :m28:
อีพี่เตรียมตัวไปหาดิวให้ได้นะ เอาใจช่วย  o18

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 8 (1) l 21.12.2018
« ตอบ #99 เมื่อ: 22-12-2018 01:18:37 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ 3 words 8 letters

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 43
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
สงสารมั่มม

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6943
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +267/-2
ขอให้ทันนะพี่มั่ม

ออฟไลน์ TheDoungJan

  • —☁gtrsrist
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 764
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
หายเร็วๆแล้วไปช่วยน้องดิวให้ทันนะพี่มั่ม

ออฟไลน์ Cyclopbee

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 232
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
เชื่อว่ามินต์จะไม่ร้องแล้วและดิวจะต้องรอด
เอาจริง อึดอัด  :katai1:

 :pig4:

ออฟไลน์ Manse.ya

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 64
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
พี่มั่มสู้นะ อย่าตายก่อนน้อง

ออฟไลน์ สาววายรำพัน

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
พี่มั่มสู้ๆ เขาเอาใจช่วย น้องดิวต้องรอด!!!!!!

5555 มาค่ะ มาลุ้นกันต่อ พี่มั่มมีเบาะแสใหม่แล้ว

น่าเป็นห่วง.....  :mew2:
ทั้งด้านดิว และด้านมั่ม    :serius2:  :really2: :really2:

พี่มั่มมีความคืบหน้าแล้วค่ะ

ไปไม่ทัน แถมเจ็บหนัก ถ้าไม่อยู่โรงบาลยาว ๆ ก็ต้องกลับมาพักที่ห้องนั้นแน่ ๆ แถมคนเฝ้าไข้อีกเพียบบบบบบ  :hao3:
ถ้าเพื่อน ๆ น้อง ๆ รู้ คงต้องเฝ้าแบบใกล้ชิดแน่ ๆ เป็นเราไม่ได้ จะติดกล้องวงจรปิด กับไอ้เครื่องอะไรหน่าที่เอาไว้ฟังเสียงเด็กร้องเวลาที่เด็กอยู่คนเดียวนะ  :m28:
อีพี่เตรียมตัวไปหาดิวให้ได้นะ เอาใจช่วย  o18

55555555 พี่มั่มโดนน้องมิ้นต์เฝ้าอย่างใกล้ชิดจริงตามที่คุณ areenart1984 ว่าเลยค่ะ

สงสารมั่มม

เราก็สงสารค่ะ

ขอให้ทันนะพี่มั่ม

พี่มั่มมีเบาะแสใหม่มาเพิ่มเติมแล้วค่ะ

หายเร็วๆแล้วไปช่วยน้องดิวให้ทันนะพี่มั่ม

มาเอาใจช่วยพี่มั่มและข้อมูลใหม่กันนะคะ

เชื่อว่ามินต์จะไม่ร้องแล้วและดิวจะต้องรอด
เอาจริง อึดอัด  :katai1:

 :pig4:

55555 มีอะไรให้อึดอัดกว่านี้อีกค่ะ

พี่มั่มสู้นะ อย่าตายก่อนน้อง

555 ยังไม่ตายค่า พี่มั่มจะสู้ต่อ


ออฟไลน์ สาววายรำพัน

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
- บทที่ 8 (2) -








19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561




ผมเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยการพบปะพี่แหวน น้องนุ๊ก น้องฟาง และพี่ต้น เรียกได้ว่ามากันเกือบทั้งร้านเลยครับ โชคดีที่ไม่มีใครพูดถึงเหตุการณ์ในวันนั้น บทสนทนาของพวกเราจึงเป็นไปอย่างครึกครื้นตามประสาคนคุ้นเคย


ส่วนไอ้เกม ตอนแรกผมคิดว่ามันยังโกรธผมอยู่เลยไม่ยอมมาเยี่ยม แต่พี่แหวนบอกว่า มันไปจัดการเรื่องศูนย์ซ่อมบิ๊กไบค์ให้ผม ก็เลยพอจะโล่งใจอยู่บ้าง


หลังจากที่ทุกคนกลับไปเพื่อจัดเตรียมร้านในช่วงบ่าย ไอ้มิ้นต์ก็เดินทางมาถึงครับ


แต่มันมาได้ยังไงล่ะ… ในเมื่อวันนี้เป็นวันจันทร์


“ไม่ทำงานเหรอ”


“ทำตอนเช้าไง บ่ายลา” มันทิ้งกระเป๋าลงบนโซฟาแล้วลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียงนอน “ก็เมื่อเช้ามีคนมาเยี่ยมไม่ใช่เหรอ”


อ๋อ ผมเข้าใจแล้ว ไอ้มิ้นต์รู้ว่าผมอยู่กับทีมงานคุณภาพจากร้านฮาโลเมื่อช่วงเช้า และจะอยู่คนเดียวในช่วงบ่าย  มันก็เลยลางานกลับมาเฝ้าผม


นี่แสดงว่า มันและคนอื่นๆ คงยังคิดว่าผมเป็นบ้าอยู่แน่ๆ


แต่ก็ช่างเถอะ ถือซะว่ามันเป็นห่วงแล้วกัน


อีกอย่าง ผมก็มีเรื่องที่สำคัญกว่านั้นให้สนใจครับ


“ฉันจะได้กลับวันไหนอะ”


ใช่… เรื่องนี้แหละ ผมคิดว่าตัวเองเสียเวลามามากพอแล้ว


“หมอบอกว่าพรุ่งนี้ก็กลับได้แล้ว”


“เฮ้ย! จริงเหรอ” ตาลุกวาวเลยครับ “ทำไมเร็วจังวะ”


“อยากอยู่ต่อเหรอ” มันเหล่มองพลางเอ่ยถามด้วยเสียงเรียบ


“อ๋อ เปล่าจ้ะ” ผมส่งยิ้มหวาน


“ฉันจัดห้องไว้ให้แล้วนะ เอาเสื้อผ้ามาให้แล้วด้วย”


ห้อง… เสื้อผ้า… หมายความว่าไงวะ


“พี่กลับมานอนที่ห้องฉันก่อนแล้วกัน”


อ่อ ชัดเลย…


ไอ้มิ้นต์มีห้องพักในคอนโดย่านชานเมืองเป็นของตัวเองครับ เวลาที่ผมลงมาเยี่ยมมันที่กรุงเทพฯ ก็จะพักอยู่ที่ห้องนั้นนั่นแหละ จนกระทั่งผมเริ่มทำธุรกิจร้านอาหารกับไอ้เกมเมื่อต้นปี ถึงย้ายออกมาอยู่ที่ห้องหกศูนย์เก้าแทน


และจากคำเชิญชวนกึ่งบังคับเมื่อครู่ ดูเหมือนว่าผมจะต้องกลับไปพักที่นั่นอีกครั้ง


มันคงอยากให้ผมอยู่ในสายตาระหว่างการพักฟื้นแหละ ผมเข้าใจ…


แต่อยู่ไม่ได้เว้ย!


ทำยังไงดี…


ถ้าปฏิเสธตอนนี้ ได้ตีกับมันแน่ๆ นอกจากจะไม่ต้องเดาผู้ชนะแล้ว ความสัมพันธ์ที่เริ่มไปได้ดีของเราอาจจะสลายลงในพริบตา


แต่ถ้าทำตัวดีๆ ล่ะ… มันจะไว้วางใจ แล้วปล่อยให้ผมกลับห้องหกศูนย์เก้ามั้ยนะ


“ว่างแล้วนิ”


“ห้ะ!” มันพูดว่าอะไรนะ ผมมัวแต่คิดหาวิธีออกจากสถานกักกันอยู่เลยฟังไม่ถนัด


“ไม่ได้รีบไปไหนใช่มั้ย” มันเน้นเสียงในคำถามถัดมา ทำให้ผมงงยิ่งกว่าเดิมซะอีก


“นอนง่อยอยู่เนี่ย จะไปไหนได้ล่ะ” ผมผายมือออกเล็กน้อยเพื่อโชว์ร่างแห้งเหี่ยวของตัวเอง


“งั้นเล่าให้ฟังได้แล้วสิ”


“เล่าอะไรวะ”


“ก็วันนั้นไง ที่ฉันถาม แล้วพี่บอกว่ารีบอะ”


ผมทบทวนอยู่ครู่ใหญ่ๆ กว่าจะนึกออกว่ามันกำลังพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหน้าร้านฮาโล ก่อนที่ผมจะขี่บิ๊กไบค์ออกไปแล้วประสบอุบัติเหตุ


          ‘พี่เป็นอะไรอะ’

          ‘พี่ทำอะไรอยู่กันแน่ พี่ไม่ได้กลับไปนอนด้วยซ้ำ’

          ‘พี่บอกมิ้นต์หน่อยดิ’


โอเค… พอจะเข้าใจแหละว่าอยากรู้ แต่ประโยคแรกๆ นี่กวนตีนใช่มั้ย


“เล่าได้รึยัง” มันถามย้ำ


“เล่าแล้วจะเชื่อเหรอ”


“มันมหัศจรรย์ขนาดนั้นเลยเหรอ”


ผมรู้ว่ามันกำลังประชด แต่หากมองเป็นคำถามจริงๆ ผมก็ตอบได้ไม่ยากเลยครับ…


“อืม”


ผมเชื่อว่าการตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นคงเรียกความสนใจจากไอ้มิ้นต์ได้ไม่น้อย มันจึงหันมาทางผมแบบเต็มตัวแล้วพูดขึ้นอีกครั้ง


“ลองเล่ามา”


ผมไม่ได้คิดว่ามันจะเชื่อผมหรอกนะ แต่ในเมื่อมันอยากรู้มากถึงขั้นย้อนกลับมาถามผมแบบนี้ ถ้าไม่ยอมเล่า… มันก็คงไม่ยอมหยุดง่ายๆ จะให้โกหก… ผมก็ยังนึกไม่ออกอยู่ดีว่าจะสรรหาเรื่องอะไรมาเล่าแทน


งั้นก็พูดความจริงแม่งเลยแล้วกัน


อย่างดี มันก็คงแค่คอยจับตาดูผมอย่างใกล้ชิดและพาไปพบจิตแพทย์เท่านั้นแหละ


แต่ยังไม่ทันที่ผมจะเริ่มเอ่ยประโยคแรก เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ของไอ้มิ้นต์กลับดังขึ้นขัดจังหวะ และเมื่อหันไปมองต้นทางของเสียงที่อยู่ในมือมัน ผมก็เห็นรูปของใครบางคนบนหน้าจอ


แน่นอน… ไม่ใช่รูปไอ้มิ้นต์ เพราะฉะนั้น น่าจะเป็นรูปของปลายสายที่มันตั้งค่าไว้ให้ปรากฏขึ้นเมื่อมีการโทรเข้า ถึงจะยังเห็นไม่ชัด แต่ผมมั่นใจว่านั่นคือรูปของผู้ชาย


ซึ่งผมคงจะไม่ใส่ใจหรอก ถ้าผู้ชายคนนั้นไม่ได้ดูคล้ายคลึงกับ…


ดิว


“เดี๋ยวมานะ” ไอ้มิ้นต์บอกผมแล้วเดินออกไปข้างนอกพร้อมกับโทรศัพท์ในมือ ปล่อยให้ผมนั่งอยู่กับหัวใจที่เต้นรัวแรงขึ้นเรื่อยๆ


ผมคิดถึงดิวจนหลอนรึเปล่า หรือว่านั่นคือภาพของเขาจริงๆ


แล้วถ้าใช่… ไอ้มิ้นต์รู้จักกับดิวด้วยเหรอ…


ยิ่งคิด ก็ยิ่งตื่นเต้นครับ


สงสัยผมคงนั่งไม่ติดแบบนี้จนกว่าไอ้มิ้นต์จะกลับมานั่นแหละ


เอ๊ะ! หรือว่า…


ผมย้อนนึกถึงเหตุการณ์ในคืนที่อาการป่วยของตัวเองกำเริบจนต้องนอนแกร่วอยู่ที่ห้อง นอกจากภาพสาวๆ ที่ไอ้เกมส่งมายั่วผมทางไลน์แล้ว ยังมีภาพของไอ้มิ้นต์ที่ผมไม่ยอมกดเปิดดูด้วยนี่หว่า


ไอ้เกมบอกว่า วันนั้น ไอ้มิ้นต์มากับหนุ่มใช่มั้ยนะ


ไม่ไหวแล้วครับ… ผมรีบหย่อนเท้าทั้งสองข้างลงเหยียบพื้น หวังจะหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมาเฉลยเรื่องราวให้รู้แล้วรู้รอดกันไป แต่มันไม่ง่ายเลย เพราะมือข้างหนึ่งของผมยังคงถูกหุ้มไว้ด้วยเฝือก ส่วนอีกมือก็ยังมีเข็มปักคาไว้พร้อมกับท่อระโยงระยาง ผมจึงต้องใช้ต้นแขนดันเสาเหล็กแขวนถุงน้ำเกลือไปทางตู้เก็บสัมภาระข้างทีวีอย่างช้าๆ


สุดท้ายก็มาถึงครับ ผมใช้ปลายนิ้วเขี่ยที่จับเพื่อเปิดตู้ หยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วกดปุ่ม…


อ่าว… แบตหมด


ไอ้เหี้ยยยยย!


แต่ถึงชีวิตจะรันทดแค่ไหน ผมก็ยังถอดใจไม่ได้ จึงลากเสาเหล็กไปทางโซฟาเพื่อหยิบสายชาร์จโทรศัพท์ของไอ้มิ้นต์ซึ่งเป็นยี่ห้อเดียวกับของผมออกมาจากกระเป๋าสะพาย แล้วเดินกลับมาเสียบกับเต้ารับข้างเตียงนอนอย่างทุลักทุเล


โอเคครับ… เครื่องเปิดได้แล้ว


แม้หน้าจอจะแตกร้าวจนน่ากลัว แต่ก็ยังใช้งานได้อยู่ครับ ผมจึงกดเปิดไลน์ของไอ้เกมอย่างไม่รีรอ และใช้นิ้วเลื่อนย้อนกลับไปเรื่อยๆ เพื่อค้นหาบทสนทนานั้น...


เจอแล้วครับ


          GAMER : ไอ้มิ้นต์มาแล้วววว 10.29 PM

          GAMER : วันนี้มากับหนุ่มด้วย 10.29 PM

          GAMER sent you a photo 10.30 PM


รูปนี้แหละ…


ผมใช้นิ้วขยายภาพนั้นจนเต็มหน้าจอ


และใช่…


ชายหนุ่มในภาพ คือดิวจริงๆ


ดิวรู้จักกับไอ้มิ้นต์ด้วยเหรอ ทำไมผมถึงไม่เคยเห็นเขามาก่อนเลย


แล้วในโลกคู่ขนานล่ะ ดิวจะรู้จักไอ้มิ้นต์ด้วยรึเปล่า…


หรือจริงๆ แล้ว ผมกับเขาจะอยู่ห่างกันแค่เอื้อม เราอาจจะเป็นคนที่อยู่ในสังคมเดียวกันมาตลอดเลยก็ได้


ถ้าโลกคู่ขนานเป็นแค่การแตกแขนงที่เกิดขึ้นจากการตัดสินใจ เป็นไปได้มั้ยที่ผู้คนรอบตัวดิวจะไม่แตกต่างกันระหว่างสองโลก อย่างเช่นว่า อาจจะมีไอ้มิ้นต์ ในโลกของดิว และอาจจะมีคนร้ายที่ฆ่าดิว อยู่ในโลกของผม


แล้วถ้าเป็นแบบนั้น


จะเป็นไปได้มั้ย ที่ผมจะช่วยเขาตามหาตัวฆาตกร…


จากโลกของผม


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-12-2018 00:16:09 โดย สาววายรำพัน »

ออฟไลน์ TheDoungJan

  • —☁gtrsrist
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 764
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
กลายเป็นคนที่อยู่ในชีวิตคนใกล้ตัวไปอีก จะเป็นไปได้มั้ยว่าสองคนนี้จะเจอกันในโลกเดียวกัน ลุ้นมากขึ้นเรื่อยๆเลยค่ะ

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 614
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
มิ้นท์คือแฟนของดิว.....สิ่นะ

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7975
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +176/-11
มิ้นท์คือแฟนของดิว.....สิ่นะ

คิดเหมือนเลย.......... :z3: :z3: :z3:
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 8 (2) l 28.12.2018
« ตอบ #109 เมื่อ: 28-12-2018 20:25:14 »





ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6943
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +267/-2
อื้อหืออออ

ออนไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2360
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-4
ดิวเป็นแฟนมิ้นต์รึเปล่า เอ๊ะรึเจ้านาย

ออฟไลน์ naruxiah

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1045
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-2
เป็นไปได้ที่มิ้นต์จะเป็นแฟนดิว  เพราะมิ้นต์เคยเดินกับผู้ชายในร้านแถวเกษตร​นวมินทร์ที่เกมเคยเห็นแล้วบอกมั่ม​ เป็นนิยายเรื่องแรกที่ทำให้เราต้องย้แนดูทามไลน์​ก่อนหน้าที่อ่านมาแล้วเพื่อปะติดปะต่อเรื่อง​ อยากให้มั่มทำเนียนขอมิ้นต์ไปเจอดิว​ เราว่ามันมีจุดเชื่อมที่เชื่อมความจริง​กับความจริงไว้อยู่แน่ๆ​ ขอให้มั่มช่วยน้องดิวได้แล้วขอเดาว่าฆาตกร​อาจจะเป็น1.อั๋นไม่ก็2.คนที่โดนไล่ออก​ รึ3.ลุงประทิน​ สามคนนี้ค่ะ​ อ่านรวดเดียวเลยตื่นเต้น​เวลาอ่านมากๆนะคะต้องคิดตามแล้วก็ชวนสงสัย​ตลอดว่าใครอะไรยังไงถือเป็นสเน่ห์​ของเรื่องมากๆดลยค่ะ

ออฟไลน์ Ti0590

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 498
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
โอ๊ยยยยยย ระทึกมากขึ้นไปอีกกกก  เหมือนกำลังอ่านนิยายสืบสวนอยู่เลยอ่ะ

มินต์ต้องแฟนของดิวทั้งในโลก นั้นและโลกนี้ แต่ก็ต้องพี่มั่มอยู่ในโลกของดิวด้วยสิ

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5213
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
 :katai1: :katai1: คันหงอกอีกแล้วววววววววววววว  :katai1: :katai1:

แฟนดิว, ดิว,  โจอี้ เป็นเพื่อนสนิทกันมาตอนเรียน + ดิวรู้จักกับมิ้น ----- ดิวกับมิ้นอาจจะเป็นแฟนกัน หรือเป็นแฟนร่วมรุ่นกันก็ได้
แต่ที่ไม่รู้คือ อีพี่มั่ม แกไม่รู้จักเพื่อนสนิทของน้องแกซักกะคนเลยหรอ เป็นพี่ภาษาไรฟ่ะ  :fcuk:

อีพี่มั่ม ขอคุยแบบปลดกระดุมเสื้อ 2 เม็ดบนนะ  หมวกกันน็อคสีดำของแกพังยัง ต้องซื้อใหม่ปะ ถ้าซื้อใหม่แกจะซื้อสีดำ หรือสีดำแดงย่ะ แล้วนิ้วที่หักนะ นิ้วนางกับนิ้วก้อยข้างซ้ายป่ะ  ถ้าใช่ แกนั่นแหล่ะ คนที่ฆ่าดิว  :ling3:

ออฟไลน์ 3 words 8 letters

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 43
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ลุ้นเกินไปแร้วววววววว

ออฟไลน์ Manse.ya

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 64
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
มิ้นเปนแฟนดิวแน่เลย

ออฟไลน์ สาววายรำพัน

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
- บทที่ 9 (1) -








“ใครโทรมาเหรอ” ผมถามไอ้มิ้นต์ทันทีที่มันกลับเข้ามาในห้อง


“เพื่อน” มันตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉยก่อนนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิม “พร้อมแล้ว… เล่ามา”


ผมรู้ครับ ว่าการตามหาฆาตกรจะง่ายขึ้นมาก ถ้าได้ไอ้มิ้นต์ซึ่งเป็นเพื่อนของดิวมาช่วยอีกแรง แต่เหตุการณ์เหล่านั้นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมันเชื่อในเรื่องราวที่ผมเล่าอย่างไม่มีข้อโต้แย้งเท่านั้น เพราะถ้ามันไม่เชื่อ… มันอาจจะคิดว่าผมสติแตกจนไม่กล้าแนะนำดิวให้รู้จัก หรือเล่าเรื่องของดิวให้ผมฟังเลยก็ได้


และผมก็ไม่คิดว่ามันจะเชื่ออยู่แล้ว


เพราะฉะนั้น…


ผมเปลี่ยนใจแล้วครับ


“มิ้นต์…” ผมหันไปมองมัน แล้วพูดต่อด้วยท่าทางจริงจัง “คือ… ตอนนี้… ฉันกำลังพยายามช่วยเหลือคนรู้จักคนหนึ่งอยู่”


“ใครอะ ฉันรู้จักมั้ย”


รู้สิวะ… โอ้ย! คันปาก อยากบอกชิบหาย “ไม่รู้ว่ะ อาจจะไม่มั้ง”


“ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องความฝันอะไรนั่นใช่มั้ย”


มิ้นต์รู้เรื่องนี้ด้วยเหรอ ไอ้เกมบอกแน่ๆ เลย


“เอาเป็นว่า…” ถ้าอยากสืบเรื่องของดิว ผมคงบอกอะไรมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว “ฉันขอจัดการกับเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ถ้าฉันช่วยได้ หรือสุดท้ายแล้วมันจบยังไง ฉันจะเล่าให้แกฟังเป็นคนแรก”


ดูเหมือนว่าไอ้มิ้นต์จะเข้าใจครับ บทสนทนาของเราจึงจบลงแค่นั้น ก่อนที่มันจะเลิกสนใจผมแล้วหันไปดูทีวีอย่างจริงจัง ส่วนผมก็คิดหาวิธีช่วยเหลือดิวต่อไป




■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■




20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561


ผมนอนมองน้ำเกลือที่เหลืออยู่ไม่ถึงครึ่งถุงบนราวเหล็กด้วยรอยยิ้มกว้าง ขณะฟังคุณหมออธิบายเกี่ยวกับวิธีการทำความสะอาดบาดแผล และการปฏิบัติตัวเพื่อรักษากระดูกซี่โครงหัก ยอมรับว่ารู้สึกดีใจไม่น้อยที่จะได้ออกจากโรงพยาบาลซะที ถึงจะยังไม่ได้กลับไปที่ห้องหกศูนย์เก้าก็เถอะ


ใช่ครับ… ผมตกลงกับไอ้มิ้นต์แล้ว ว่าจะกลับไปนอนที่ห้องของมันสักระยะเพื่อป้องกันการทะเลาะเบาะแว้ง อีกอย่าง ผมจะได้อาศัยความใกล้ชิดครั้งนี้ในการสืบเรื่องของดิวจากมันด้วย


หวังว่าการตัดสินใจของผมจะถูกต้องและทันเวลานะ…




17:13 น.


ในที่สุด มือข้างขวาของผมก็เป็นอิสระซะที จากอุปกรณ์ทั้งหลายแหล่ที่ถูกดึงออกไปเมื่อน้ำเกลือในถุงหมดลง ตอนนี้ก็เหลือแค่มือข้างซ้าย ที่ผมต้องเดินทางไปยังแผนกกระดูกและข้อเพื่อถอดเฝือกออกครับ


ผมนั่งมองคุณหมอซึ่งกำลังถอดผ้าก๊อชที่พันรอบข้อมือและผ่ามือออกอย่างใจเย็น ก่อนจะถามขึ้นเมื่อพบว่าเหลือเพียงนิ้วนางและนิ้วก้อยเท่านั้นที่ยังถูกหุ้มไว้จนหนา


“เหลือแค่นี้เองเหรอครับ”


“ใช่ครับ คนไข้นิ้วหัก หมอพันลงมาถึงข้างล่างเพื่อดามไว้เฉยๆ ครับ”


ผมก้มลงมองมือซีดเซียวของตัวเองอยู่พักใหญ่ ชั่ววูบหนึ่ง ผมรู้สึกคุ้นเคยกับภาพตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูก มันเหมือนกับว่าผมเคยเห็นนิ้วที่ถูกห่อด้วยเฝือกแบบนี้มาก่อน


แต่ยังไม่ทันที่ผมจะคิดอะไรออก นางพยาบาลก็เข้ามาขัดจังหวะด้วยการดันรถเข็นที่ผมนั่งอยู่ให้เคลื่อนที่ออกจากห้องตรวจเพื่อกลับขึ้นมายังห้องพักผู้ป่วยเป็นครั้งสุดท้าย


เมื่อมาถึง ก็พบว่าไอ้มิ้นต์ยัดเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ลงในกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว ผมจึงหยิบชุดที่มันเตรียมไว้ให้มาสวมใส่ ก่อนลงไปยังแผนกการเงินเพื่อชำระค่าใช้จ่ายพร้อมกับมัน แล้วเดินทางออกจากโรงพยาบาลเพื่อมุ่งหน้าไปสู่คอนโดย่านชานเมืองซึ่งจะเป็นที่พักของผมในคืนนี้




■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■




21:02 น.


ผมหย่อนร่างลงบนโซฟาริมผนังทันทีที่มาถึงห้องพัก ขณะที่สายตายังคงเหลือบมองเฝือกสีขาวรอบนิ้วทั้งสองอยู่เป็นระยะ
ถึงจะยังจำไม่ได้ แต่ผมกลับรู้สึกกังวลใจอยู่ไม่น้อย คล้ายๆ กับว่า…


มันจะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่


“เสื้ออยู่นี่นะ” ผมมองกระเป๋าเป้ใบเล็กที่ไอ้มิ้นต์นำมาวางไว้ข้างๆ เข้าใจว่าน่าจะเป็นเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวที่มันหยิบมาให้จากห้องของผม มือจึงรูดซิปเปิดออกเพื่อสำรวจด้านใน


“โห…” นี่มันหยิบแต่เสื้อยืดแขนสั้นกับกางเกงบ๊อกเซอร์มาให้หมดเลยนี่หว่า แถมแต่ละตัวนี่ก็เก่าชิบหาย มองผ่านๆ นึกว่าผ้าเช็ดเท้า “เก่าสัส”


“ก็อยู่ในตู้ของตัวเองทั้งนั้นแหละ ใส่ๆ ไปเถอะ อย่าเรื่องมาก”


“แขนขาแหกขนาดนี้ ไม่คิดจะหยิบเสื้อแขนยาวกับกางเกงยีนส์มาให้ใส่ปกปิดบ้างเลยเหรอ” ผมยกแขนที่เต็มไปด้วยรอยแผลถลอกขึ้นมาเรียกร้องความเห็นใจ “ใครเห็นนี่ตกใจตายห่าเลยนะ”


“ใส่แบบนั้นผ้ามันก็ขูดแผลสิ” มันเหล่มองผมแล้วส่ายหน้าอย่างเบื่อหน่าย “มาห่วงหล่ออะไรเอาตอนนี้ แทนที่จะป้องกันตั้งแต่แรก ซื้อเสื้อการ์ดมาให้ก็ไม่เคยใส่ สมน้ำหน้าแล้วล่ะ…”


เสื้อการ์ด


เกือบลืมไปแล้วว่าตัวเองมีเสื้อการ์ดที่ใช้สวมใส่เพื่อป้องกันอันตรายจากอุบัติเหตุ ไอ้มิ้นต์เป็นคนซื้อให้ผมเองตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่ผมเริ่มขี่บิ๊กไบค์ ถึงจะไม่เคยใส่เลยเพราะคิดว่าคอนโดของตัวเองอยู่ห่างจากร้านแค่ไม่กี่อึดใจ แถมอากาศในประเทศไทยก็ร้อนอย่างกับเตาอบ แต่ผมก็ยังเก็บมันไว้อย่างดี


และใช่…


เสื้อตัวนั้น เป็นเสื้อหนังสีดำสนิท


นั่นทำให้ผมนึกออกทันที...


ทั้งเสื้อหนัง ทั้งนิ้วมือเข้าเฝือก ล้วนแล้วแต่เป็นลักษณะของชายหนุ่มนิรนามที่เข้ามาฆ่าดิวในคืนนั้น


น้ำลายอึกใหญ่ถูกกลืนลงคออย่างยากลำบากเมื่อทุกเหตุการณ์ที่คิดว่าเป็นแค่เรื่องบังเอิญกำลังจงใจชี้มาทางผมพร้อมๆ กัน ก่อนจะพยายามสูดลมหายใจเข้าจนลึกและปล่อยมันออกอย่างช้าๆ เพื่อควบคุมการเต้นของหัวใจที่รัวแรงขึ้นเรื่อยๆ จนแทบไม่เป็นจังหวะ


ไม่หรอกน่า… ไม่ใช่ผมหรอก


ยังมีอีกหนึ่งอย่างที่ไม่ตรงกับเบาะแส


“เออ…” เสียงของไอ้มิ้นต์ปลุกผมจากภวังค์ “พี่เกมฝากบอกว่า รถน่าจะซ่อมเสร็จอาทิตย์หน้านะ”


“อืม” ผมพยักหน้าเบาๆ พลางหันไปมองมันที่กำลังแกะถุงผ้าบรรจุอะไรสักอย่างบนโต๊ะอาหาร ก่อนที่มันจะพูดต่อ


“แต่หมวกกันน็อคอะ พังแล้วนะ… พี่เกมก็เลยซื้ออันใหม่มาให้”


ทันทีที่ประโยคสุดท้ายจบลง หมวกกันน็อคสีดำคาดแดงก็ถูกยื่นมาตรงหน้าผม


และใช่… มันเป็นใบเดียวกันกับที่ฆาตกรใส่ในคืนนั้น

.

.

.

ไม่จำเป็นต้องค้นหาอะไรอีกต่อไปแล้วครับ


คนที่ฆ่าดิว…


คือตัวผมเอง


ในโลกของเขา




■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■




มีต่อด้านล่าง

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-01-2019 20:18:34 โดย สาววายรำพัน »

ออฟไลน์ สาววายรำพัน

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
ต่อจากด้านบน




■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■




ผมมองเงาสะท้อนของตัวเองบนหมวกในมือด้วยใจโหวง ไม่อยากเชื่อเลยว่าตัวเองจะฆ่าดิวได้ลงคอ ต่อให้เป็นตัวเองในอีกโลก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีนิสัยแตกต่างจากตัวผมในโลกนี้ซะหน่อย


แล้วจะทำแบบนั้นทำไม…


เราทำอย่างนั้นทำไม...


ภาพตรงหน้าของผมถูกแทนที่ด้วยบาดแผลฉกรรจ์บนศีรษะของดิวและกลุ่มเลือดที่กระจายไปทั่ว ขณะที่ความคิดในสมองตีรวนจนรู้สึกปวดหัวไปหมด


มันต้องมีเหตุผลที่ผมทำแบบนั้น...


มันต้องเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลในความคิดของผม หรืออาจเป็นเรื่องที่ผมทำได้แน่นอนถ้าขาดสติ


ผมจึงปล่อยให้ภาพเหตุการณ์บนไทม์ไลน์ย้อนกลับมาเรื่อยๆ เพื่อมองหาเบาะแสที่ขาดหายไป


วันที่ยี่สิบสาม… เขาร้องไห้ มีบาดแผลตามร่างกาย เสื้อเชิ้ตเต็มไปด้วยคราบเลือดที่ไม่ใช่ของเขา ผมเคยคาดเดาไว้ว่าเขาคงถูกทำร้ายหรือประสบอุบัติเหตุ เป็นไปได้มั้ยว่าจะมีผมหรือคนที่ผมรู้จักเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย


วันที่ยี่สิบสี่… เขายังคงโศกเศร้าและร้องไห้ ก่อนที่ผมจะเข้าไปในห้องและยิงเขาจนตาย แต่ผมเปิดล็อกประตูห้องได้ยังไงในเมื่อโลกใบนั้น ผมไม่ได้เป็นเจ้าของห้องซะหน่อย และทำไมถึงต้องสวมเสื้อการ์ดแบบหนังสีดำทั้งที่ไม่เคยใส่มาก่อน…


“พี่มั่ม!”


ผมสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อมือของไอ้มิ้นต์แตะลงบนไหล่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่ามันกำลังจ้องผมอยู่เช่นกัน


“เป็นอะไรอะ เรียกตั้งหลายทีแล้ว”


“เอ่อ…”


“ปวดนิ้วเหรอ” มันเลื่อนมือมาจับที่ข้อมือของผมซึ่งยังคงพันไว้ด้วยผ้ายืดสีเนื้อเพื่อดามกระดูกนิ้วให้เข้าที่ ผมรับรู้ได้ถึงความห่วงใยจากทั้งแววตาและน้ำเสียง


นั่นทำให้ผมรู้ทันที…


ว่าเหตุผลเดียวที่จะทำให้ผมคลั่งแค้นถึงขนาดฆ่าใครสักคนได้ ก็คงเป็นเพราะว่าคนคนนั้นได้พรากมืออุ่นๆ ของไอ้มิ้นต์ไปจากผม
ถ้าเป็นแบบนั้น… ถ้าคนสุดท้ายในครอบครัวที่ผมเหลืออยู่ คนเดียวที่ยืนเคียงข้างผมมาทั้งชีวิตหายไป ผมไม่ปล่อยมันไว้แน่


และใช่…


มีอีกอย่างครับ ที่ผมลืมนึกถึงไปในวันที่ยี่สิบสี่


นั่นคือ ทั้งผมและดิวสวมเสื้อผ้าสีดำสนิท


จะมีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้เราสองคนต้องใส่ชุดแบบนั้นพร้อมๆ กันได้…


นอกจากการร่วมงานศพเดียวกัน


ทันทีที่คิดได้ เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์และบทสนทนาของเราในวันก่อนเกิดอุบัติเหตุก็ดังก้องขึ้นในหู


          'แฟนเหรอ'
         
          'ค… ครับ'

.

.

.

ทุกเบาะแสร้อยเรียงกันอย่างสมบูรณ์แล้วครับ


จริงๆ แล้ว แฟนสาวที่ดิวพูดถึงมาตลอด ก็คือมิ้นต์ น้องสาวของผมเอง


ดิวเป็นต้นเหตุที่ทำให้มิ้นต์ตาย เขาจึงกลับมาร้องไห้ฟูมฟายที่ห้อง เลือดบนเสื้อของเขาที่ผมสงสัยมาตลอด ก็คือเลือดของมิ้นต์


ซึ่งแน่นอน ผมโกรธแค้นมาก จึงบุกเข้าไปฆ่าเขา โดยอาจจะใช้กุญแจห้องที่ดิวให้มิ้นต์ไว้ตามประสาคนรักเพื่อไขประตู และไม่ลืมที่จะสวมเสื้อการ์ดหนังเพื่อระลึกถึงมิ้นต์ซึ่งเป็นคนซื้อให้


นี่แหละ เหตุการณ์ในโลกของเขา… เหตุการณ์ที่จะตอบทุกปริศนาได้


แต่ผมไม่มีเวลามานั่งตกใจหรือเสียใจกับมันแล้วครับ…


ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าใครคือฆาตกร และอะไรคือเหตุผลของการฆาตกรรม ดังนั้น สิ่งที่ผมต้องคิดหาต่อไป ก็คือวิธีป้องกันไม่ให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น


มิ้นต์ตายเพราะดิว และดิวตายเพราะผม


แล้วถ้ามิ้นต์ไม่ตายล่ะ… ผมก็จะไม่ฆ่าเขาใช่มั้ย


ผมมองเห็นหนทางเอาชนะเรื่องนี้แล้วครับ


ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่ผมคาดเดา ทางเดียวที่ดิวจะรอดก็คือ…

.

.

.

ดิวจะต้องไม่ปล่อยให้มิ้นต์ตาย!




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-01-2019 22:44:12 โดย สาววายรำพัน »

ออฟไลน์ สาววายรำพัน

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
กลายเป็นคนที่อยู่ในชีวิตคนใกล้ตัวไปอีก จะเป็นไปได้มั้ยว่าสองคนนี้จะเจอกันในโลกเดียวกัน ลุ้นมากขึ้นเรื่อยๆเลยค่ะ

เฉลยแล้วค่า เป็นคนที่ใกล้ตัวมากกกกก 5555 และเค้าก็เคยเจอกันในโลกเดียวกันจริงๆ ค่ะ

มิ้นท์คือแฟนของดิว.....สิ่นะ

ใช่เลยค่า เก่งมั๊กก

มิ้นท์คือแฟนของดิว.....สิ่นะ

คิดเหมือนเลย.......... :z3: :z3: :z3:
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

เราก็คิดเหมือนคุณ ♥►MAGNOLIA◄♥ ค่ะ

อื้อหืออออ

ตอนนี้ยัง อื้อหืออออ อยู่มั้ยคะ 5555

ดิวเป็นแฟนมิ้นต์รึเปล่า เอ๊ะรึเจ้านาย

เดาถูกแล้วว เก่งมั๊กค่ะ

เป็นไปได้ที่มิ้นต์จะเป็นแฟนดิว  เพราะมิ้นต์เคยเดินกับผู้ชายในร้านแถวเกษตร​นวมินทร์ที่เกมเคยเห็นแล้วบอกมั่ม​ เป็นนิยายเรื่องแรกที่ทำให้เราต้องย้แนดูทามไลน์​ก่อนหน้าที่อ่านมาแล้วเพื่อปะติดปะต่อเรื่อง​ อยากให้มั่มทำเนียนขอมิ้นต์ไปเจอดิว​ เราว่ามันมีจุดเชื่อมที่เชื่อมความจริง​กับความจริงไว้อยู่แน่ๆ​ ขอให้มั่มช่วยน้องดิวได้แล้วขอเดาว่าฆาตกร​อาจจะเป็น1.อั๋นไม่ก็2.คนที่โดนไล่ออก​ รึ3.ลุงประทิน​ สามคนนี้ค่ะ​ อ่านรวดเดียวเลยตื่นเต้น​เวลาอ่านมากๆนะคะต้องคิดตามแล้วก็ชวนสงสัย​ตลอดว่าใครอะไรยังไงถือเป็นสเน่ห์​ของเรื่องมากๆดลยค่ะ

กรีสสส มาแล้ว เรารอคุณ naruxiah อยู่ค่า
ดีใจที่ชอบแนวนี้นะคะ สำหรับฆาตกร เฉลยแล้วค่า

โอ๊ยยยยยย ระทึกมากขึ้นไปอีกกกก  เหมือนกำลังอ่านนิยายสืบสวนอยู่เลยอ่ะ

มินต์ต้องแฟนของดิวทั้งในโลก นั้นและโลกนี้ แต่ก็ต้องพี่มั่มอยู่ในโลกของดิวด้วยสิ

ใช่เลยค่ะ มิ้นต์เป็นแฟนของดิว และ...
มีมั่มในโลกของดิวจริงๆ ค่ะ
เก่งมั๊กกกกก

:katai1: :katai1: คันหงอกอีกแล้วววววววววววววว  :katai1: :katai1:

แฟนดิว, ดิว,  โจอี้ เป็นเพื่อนสนิทกันมาตอนเรียน + ดิวรู้จักกับมิ้น ----- ดิวกับมิ้นอาจจะเป็นแฟนกัน หรือเป็นแฟนร่วมรุ่นกันก็ได้
แต่ที่ไม่รู้คือ อีพี่มั่ม แกไม่รู้จักเพื่อนสนิทของน้องแกซักกะคนเลยหรอ เป็นพี่ภาษาไรฟ่ะ  :fcuk:

อีพี่มั่ม ขอคุยแบบปลดกระดุมเสื้อ 2 เม็ดบนนะ  หมวกกันน็อคสีดำของแกพังยัง ต้องซื้อใหม่ปะ ถ้าซื้อใหม่แกจะซื้อสีดำ หรือสีดำแดงย่ะ แล้วนิ้วที่หักนะ นิ้วนางกับนิ้วก้อยข้างซ้ายป่ะ  ถ้าใช่ แกนั่นแหล่ะ คนที่ฆ่าดิว  :ling3:

กรีสสสสสส เก่งสุดๆ ประหนึ่งเป็นบุคลิกที่สองของเรา 55555555
ประทับใจมาก อยากได้รางวัลเป็นอะไรคะ เราจะแจกกกกก !!

ลุ้นเกินไปแร้วววววววว

ตอนนี้เฉลยแล้วนะคะ ถัดจากนี้ลุ้นน้องดิวกันต่อนะคะ

มิ้นเปนแฟนดิวแน่เลย

ใช่เลย เก่งมั๊กค่า



 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด