▼ Bedtime Story ▲ l #เบดไทม์สตอรี่ l บทที่ 14 (2) และ 15 l 31.3.2019
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ▼ Bedtime Story ▲ l #เบดไทม์สตอรี่ l บทที่ 14 (2) และ 15 l 31.3.2019  (อ่าน 21179 ครั้ง)

ออฟไลน์ TheDoungJan

  • —☁gtrsrist
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 763
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 5 (29.11.2018)
«ตอบ #60 เมื่อ05-12-2018 02:11:08 »

น้องดิวมีแฟนแล้วยังไม่หนักเท่าเป็นโลกคู่ขนานที่เวลาไม่เท่ากันอีกอ่ะพี่มั่ม เจองานบากแล้ว :pig4:

ออฟไลน์ yasperjer

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 576
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-2
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 5 (29.11.2018)
«ตอบ #61 เมื่อ06-12-2018 16:18:23 »

อมกกกกกกกกกกก โลกคู่ขนานนนน  :z3:

ออฟไลน์ สาววายรำพัน

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 5 (29.11.2018)
«ตอบ #62 เมื่อ07-12-2018 20:57:05 »

โง้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย  หักมุมไปอีีกกกกกกกกกกก

สรุปคือเป็นโลกคู่ขนาน แต่เวลาช้ากว่ากัน
ป๊าดดดดดดดดดดดดดดดด  หักมุมแบบอินเซฟชั่น

55555 มาอธิบายเพิ่มแล้วค่ะ
หรือจะงงกว่าเดิมก็ไม่รู้

บอกเลยว่าลุ้น เพราะตอนแรกน้องเหมือนจะโดนยิงด้วยถ้าเราจำไม่ผิด แล้วเวลาน้องเร็วกว่างี้แล้วอิพี่ดันเห็นอนาคตน้องไม่ตายก่อนเรอะ  :hao5:

เรามาอธิบายเพิ่มแล้วค่ะ
มาลุ้นกันนะคะว่าพี่มั่มจะช่วยน้องได้มั้ย

ปัญหาเดิมยังแก้ไม่ออก มามีปัญหาเกี่ยวกับวันที่อีกแล้ว ทำให้นึกถึงวันที่หลานคนแต่งโพสเรื่องนี้ตอนแรก จำได้ว่าเป็นตอนสิ้นเดือน ต.ค. 61 แต่ในเรื่องระบุเป็น พ.ย. 61 ก็ยังคิดเล่น ๆ ว่าปกติเวลาที่แต่งนิยายจะระบุวันที่เป็นวันที่ผ่านมาแล้ว แต่เรื่องนี้เป็นลงวันที่ล่วงหน้า มันมีนัยยะอะไรเปล่าเอย  :hao3:

กรีสสสส ช่างสังเกตมากกก
จริงๆ เราอยากเขียนให้เป็นแบบเรียลไทม์ค่ะ
แต่ทำไม่ได้ เลยมาได้แค่ใกล้ๆ 5555

:mew2: :mew2:

มาอธิบายเพิ่มแล้วนะคะ

น้องดิวมีแฟนเป็นผู้หญิงด้วย แล้วพี่มั่มก็เข้าไปในโลกของน้องเองด้วย

ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้เลยใช่มั้ยคะ สำหรับพี่มั่ม
ทั้งแฟน ทั้งคนละโลก

หักมุมเกินคาดมากกกกกก
ตอบผิดไปอีกกกกกกก

กรีสสส ตอบว่าอะไรไปคะ

  :z3: โลกคู่ขนานก็มา

5555 อยากให้ทุกคนเซอร์ไพรส์ค่ะ

น้องดิวมีแฟนแล้วยังไม่หนักเท่าเป็นโลกคู่ขนานที่เวลาไม่เท่ากันอีกอ่ะพี่มั่ม เจองานบากแล้ว :pig4:

เรามาอธิบายเพิ่มแล้วค่ะ
หวังว่าจะง่ายขึ้นสำหรับพี่มั่มนะคะ

อมกกกกกกกกกกก โลกคู่ขนานนนน  :z3:

กลัวคนอ่านเบื่อค่ะ อยากเขียนอะไรใหม่ๆ 5555


ออฟไลน์ สาววายรำพัน

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 5 (29.11.2018)
«ตอบ #63 เมื่อ07-12-2018 21:22:35 »

- บทที่ 6 (1) -








01:00 น.


ไม่นงไม่นอนมันแล้วครับวันนี้…


ผมต้องเข้าใจโลกคู่ขนานในรูปแบบของเราสองคนให้ได้


มือจึงเอื้อมไปดึงลิ้นชักเพื่อหยิบสมุดที่พี่แหวนซื้อให้แต่ไม่เคยได้ใช้ออกมาพร้อมกับปากกา แล้วเริ่มบันทึกทุกข้อมูลที่รับรู้มาลงในนั้น


เริ่มจาก...


เที่ยงคืนถึงตีหนึ่ง คือช่วงเวลาที่โลกของเราเชื่อมต่อกัน


ถ้าผมกลับมานอนบนเตียงและหลับสนิทในช่วงเวลานั้น ผมก็จะไปโผล่ในโลกของเขา




โอเค… หลายคนคงกำลังสงสัยว่าผมเรียนสถาปัตย์มาจริงรึเปล่า ทำไมถึงวาดออกมาได้แย่ขนาดนี้


ต้องขอโทษด้วยครับ ผมจบมาหลายปีแล้ว และนี่คือครั้งแรกที่ได้ขุดทักษะสมัยเรียนออกมาใช้


มาต่อกันที่ไทม์ไลน์ของเราสองคนดีกว่า


อันนี้แหละ งงชิบหายเลย…




เส้นบนคือไทม์ไลน์ของผม ผมไล่เรียงมาจนถึงวันแรกที่เราเจอกันแล้ว หน้าตาของมันก็จะออกมาประมาณนี้ ส่วนเส้นล่างคือของเขา ผมระบุวันที่ได้แค่นี้แหละ


แต่ทำไมวันที่ สิบหก ของผม ถึงไปตรงกับวันที่ สิบสี่ ของเขาได้


เป็นไปได้มั้ย ที่เวลาของเราจะเหลื่อมกัน


แบบนี้…




แต่ถ้าเป็นแบบนั้น วันที่ผมเห็นเขาร้องไห้ก็น่าจะตรงกับวันที่ห้า ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วสำหรับเขาอยู่ดี แต่เขาบอกว่ายังไม่ได้ร้องไห้เลยนี่หว่า


หรือจะไม่ใช่การเหลื่อมกัน…


ผมจ้องกระดาษตรงหน้าอีกครั้ง ขณะที่สมองพยายามนึกถึงรายละเอียดของเรื่องราวในแต่ละวัน ทุกการกระทำหรือคำพูดที่เกิดขึ้น อาจเป็นเบาะแสที่ช่วยให้ผมมองเห็นจุดเชื่อมโยงระหว่างไทม์ไลน์ของเรา


วันที่ หก พฤศจิกายน… ครางอย่างเดียว


วันที่ เจ็ด พฤศจิกายน… ก็เอาแต่ร้องไห้


วันที่ เก้า พฤศจิกายน… ก็บอกรัก ทั้งที่เพิ่งเจอกันแค่ช่วงสั้นๆ ไม่กี่ครั้ง


วันที่ สิบ พฤศจิกายน… นี่ก็แปลก เพราะบอกว่าคิดถึง ทั้งที่เพิ่งเจอกันเมื่อวาน


ปลายหางตามองเห็นตัวเลขระบุวันที่หลังจากนั้น วันที่ สิบเอ็ด และ สิบสอง เป็นวันที่ผมไม่ได้ฝันถึงเขา เพราะมัวแต่ออกล่าเหยื่อ


ถ้าเขาบอกว่าคิดถึงหลังจากสองวันนี้ก็ว่าไปอย่าง…

.

.

.

เฮ้ย! หรือว่า…


โอเค… คำอธิบายต่อไปนี้แม่งจะยากมากๆ เลยนะครับ


สมมติฐานของความเชื่อมโยงนี้ก็คือ เหตุการณ์ใดก็ตามที่เกิดขึ้นกับผม จริงๆ แล้วมันยังไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อน


หมายความว่า สำหรับผม โลกที่ผมนั่งอยู่ตอนนี้จะเคลื่อนที่ผ่านเวลาไปตามปกติ คือ ถ้าเป็นวันที่ ก็จะเริ่มจาก หนึ่ง สอง สาม สี่ ไปเรื่อยๆ จนถึง สามสิบ หรือ สามสิบเอ็ด ส่วนเดือน ก็จะเริ่มจาก มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม จนถึง ธันวาคม


และสำหรับเขา โลกของเขาก็จะเคลื่อนที่ผ่านเวลาไปตามปกติเช่นเดียวกัน ไม่มีอะไรแตกต่าง


แต่โลกของผมกับโลกของเขา...


อาจจะหมุนกันคนละทาง


เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ผมจะวาดแค่สี่วันแล้วกัน




นั่นหมายความว่า…


วันที่ หนึ่ง ของผมจะตรงกับวันที่ สี่ ของเขา


วันที่ สอง ของผมจะตรงกับวันที่ สาม ของเขา


วันที่ สาม ของผมจะตรงกับวันที่ สอง ของเขา


และวันที่ สี่ ของผมจะตรงกับวันที่ หนึ่ง ของเขา


ถ้าเป็นแบบนี้ ผมจะเห็นว่าโลกของเขากำลังเคลื่อนที่แบบถอยหลัง และเขาเองก็จะเห็นว่าโลกของผมกำลังเคลื่อนที่แบบถอยหลังด้วยเช่นกัน นั่นทำให้เราสองคนมองเห็นสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นในโลกของอีกฝ่าย หรือเรียกง่ายๆ ว่า…


เรามองเห็นอนาคตของกันและกัน


เอาล่ะ… ลองยกทฤษฎีนี้มาอธิบายปรากฏการณ์ของผมกับเขากันดีกว่า


ผมใช้ปากกาสีน้ำเงินวาดไทม์ไลน์ของเราขึ้นมาใหม่ แล้วหยิบปากกาสีแดงขึ้นมาลากเส้นเชื่อมโยงในแบบที่ผมคาดเดาไว้




นี่คือเหตุการณ์ระหว่างวันที่ หก ถึง สิบหก ของผม และสำหรับเขา มันควรจะเป็นเหตุการณ์หลังจากวันที่ สิบสี่ เป็นต้นไป


และใช่….


มันตอบโจทย์ได้ทั้งหมดครับ


คำว่า ‘คิดถึง’ ที่เขาพูดนั้น… หากมองจากไทม์ไลน์ของเขา ผมเจอเขาในวันที่ สิบเจ็ด ก่อนจะหายไปสองวัน แล้วมาเจอกันอีกทีในวันที่ ยี่สิบ เขาก็เลยคิดถึงผม




คำว่า ‘รัก’ และความสนิทสนมที่เขามีให้ผม… หากมองจากไทม์ไลน์ของเขา เราต้องเคยพบกันมานานแล้ว อย่างน้อยก็ต้องนานพอที่เขาจะไม่ตกใจเมื่อเห็นผม และนานพอที่เขาจะจดจำเวลาปรากฏตัวของผมได้




การที่บาดแผลของเขาหายไป ทั้งรอยเย็บบนหางคิ้วและท่อนแขนที่ถูกพันด้วยผ้ายืด มันไม่ใช่เพราะเขาฟื้นตัวได้หรอก แต่เป็นเพราะว่าอาการบาดเจ็บเหล่านั้นเกิดขึ้นหลังจากวันที่ ยี่สิบเอ็ด ในไทม์ไลน์ของเขา และถ้ารวมเรื่องคราบเลือดบนเสื้อของเขาเข้าไปด้วย ก็แสดงว่า เขาจะต้องประสบอุบัติเหตุหรือถูกทำร้ายในวันนั้น ซึ่งก็คือวันที่ ยี่สิบสาม นั่นเอง




หากเป็นแบบนั้น


หากทุกอย่างถูกต้อง


วันแรกที่ผมเจอเขา ก็คือวันสุดท้ายที่เขาจะเจอผม


ที่เลวร้ายคือวันสุดท้ายนั้น ไม่ใช่เพราะการย้ายออก


แต่เป็นวันสุดท้าย… ที่เขามีชีวิตอยู่


ผมใช้ปากกาวาดวงกลมรอบจุดสุดท้ายของกระดาษ


จุดสุดท้าย ที่ทำให้ผมรู้ว่า

.

.

.

ดิวกำลังจะถูกฆาตกรรม...


ในวันที่ ยี่สิบสี่ พฤศจิกายน



ออฟไลน์ Ti0590

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 498
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
โหยยยยยยยยยยยยย สุดยอดดดดดดดด
ความอินเซปชั่นนี้ ไรท์ยังคงทำให้เราตะลึงได้ทุกๆเรื่องเลยนะคะ 

เก่งมากๆเลย แต่เราก็โง่มากเลย เพราะอ่านไปก็งงไป มาเข้าใจ ตอนสุดท้ายของมั่ม แต่เศร้าเลยอ่ะะะ ซ้อมร้องไห้ก่อนเลยได้มั้ยคะ

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5210
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
เล่นเอาคันหงอกไปทั้งหัวเลยอ่ะ เหลือบตาอ่านแต่ละย่อหน้า ก้มดูภาพประกอบ  อย่างละไม่ต่ำกว่า 2 รอบ  :z3:

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3525
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +126/-4
 :hao7: :hao7:

ออฟไลน์ nonlapan

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-1
omg... ยิ่งยากเลยที่จะรักกัน 555555555 หรือเค้าติดไปเองว่ายาก แต่อธิบายได้ละเอียดดีค่ะ ภาพน่ารัก  :katai2-1:

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7975
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +176/-11
 โลกคู่ขนาน..... o22
เวลาเหลื่อมกัน .......   :really2: :really2: :really2:
ดิว มีแฟนเป็นหญิง มามีอะไรกับมั่ม ก็เป็นไบน่ะสิ
อ้าว มั่มก็ยุ่งแต่กับหญิง มามีอะไรกับดิว มั่มก็เป็นไบ เหมือนกัน
มาเจอกันก็ต่างเป็นชายคนแรกของกัน   :z3: :z3: :z3:
แล้วต่างก็ประทับใจกัน  ชอบกัน คิดถึงกัน   :-[
ว่าแต่จะช่วยไม่ดิวถูกฆ่าได้ยังไง  :katai2-1:

มั่ม  ดิว    :กอด1: :กอด1: :กอด1:
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6943
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +267/-2
โอ้ยยยยย ถึงขั้นต้อง อ่านทวน ฮ่าาา
แล้วแบบนี้ จะยังไงต่อนะๆๆ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 6 (1) l 7.12.2018
« ตอบ #69 เมื่อ: 08-12-2018 18:36:24 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ TheDoungJan

  • —☁gtrsrist
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 763
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
กลายเป็นเรื่องราวฆาตกรรมของน้องดิวไปแล้ว

ออฟไลน์ yasperjer

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 576
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-2
ซับซ้อยมากกต้องขออ่านอีกรอบ​ ฮือ​ ประทับใจการวาดทามไลน์ให้ดูมาก​ ชอบตั้งแต่ไดอารี่ในเรื่องบ้านซ่อนศพเลยยย​ พี่มั่มจะทำไงต่อออออ​

ออฟไลน์ สาววายรำพัน

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
สวัสดีค่า ครึ่งหลังมาแล้วน้า
ด้วยความที่เรื่องมันค่อนข้างเนิร์ดนิดนึง 5555
ก็เลยเข้าใจยากพอสมควร

แต่จริงๆ ทุกคนไม่จำเป็นต้องเข้าใจทั้งหมดที่พี่มั่มแกบ่นก็ได้นะคะ
แค่เข้าใจว่าตอนนี้พี่มั่มและดิว อยู่ในโลกคู่ขนานแบบสวนทาง
วันแรกที่มั่มเจอดิว (บทนำ ที่ดิวโดนยิง) คือวันสุดท้ายที่ดิวเจอมั่ม
เพราะฉะนั้น สำหรับมั่ม จะเห็นว่าวันที่ในโลกของดิวถอยหลังลงเรื่อยๆ ค่ะ

เราอธิบายไม่รู้เรื่องกว่ามั่มอีกเนาะ 55555
เอาเป็นว่าเพื่อนๆ คนไหนไม่เข้าใจ ถามได้เลยนะคะ


โหยยยยยยยยยยยยย สุดยอดดดดดดดด
ความอินเซปชั่นนี้ ไรท์ยังคงทำให้เราตะลึงได้ทุกๆเรื่องเลยนะคะ 

เก่งมากๆเลย แต่เราก็โง่มากเลย เพราะอ่านไปก็งงไป มาเข้าใจ ตอนสุดท้ายของมั่ม แต่เศร้าเลยอ่ะะะ ซ้อมร้องไห้ก่อนเลยได้มั้ยคะ

ขอบคุณมากๆ เลยค่า
อย่าเพิ่งร้องนะคะ มั่มยังมีโอกาสช่วยดิวอยู่ค่ะ

เล่นเอาคันหงอกไปทั้งหัวเลยอ่ะ เหลือบตาอ่านแต่ละย่อหน้า ก้มดูภาพประกอบ  อย่างละไม่ต่ำกว่า 2 รอบ  :z3:

5555 เราพยายามวาดให้เข้าใจง่ายแล้ว
แต่ทักษะการวาดรูปก็ไม่มากับเราอยู่ดีค่ะ

:hao7: :hao7:

ตอนใหม่มาแล้วนะคะ

omg... ยิ่งยากเลยที่จะรักกัน 555555555 หรือเค้าติดไปเองว่ายาก แต่อธิบายได้ละเอียดดีค่ะ ภาพน่ารัก  :katai2-1:

มันมีทั้งความยากและความง่ายค่ะ ถัดจากนี้จะพอมองภาพออกว่ามันยากยังไงเนาะ
ขอบคุณนะคะ ดีใจที่ชอบภาพวาด ป.2 ของเราค่ะ 5555

โลกคู่ขนาน..... o22
เวลาเหลื่อมกัน .......   :really2: :really2: :really2:
ดิว มีแฟนเป็นหญิง มามีอะไรกับมั่ม ก็เป็นไบน่ะสิ
อ้าว มั่มก็ยุ่งแต่กับหญิง มามีอะไรกับดิว มั่มก็เป็นไบ เหมือนกัน
มาเจอกันก็ต่างเป็นชายคนแรกของกัน   :z3: :z3: :z3:
แล้วต่างก็ประทับใจกัน  ชอบกัน คิดถึงกัน   :-[
ว่าแต่จะช่วยไม่ดิวถูกฆ่าได้ยังไง  :katai2-1:

มั่ม  ดิว    :กอด1: :กอด1: :กอด1:
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ใช่เลยค่ะ ทั้งสองคนเป็นผู้ชายคนแรกของกันและกัน
จะช่วยยังไง ต้องติดตามต่อไปนะคะ

โอ้ยยยยย ถึงขั้นต้อง อ่านทวน ฮ่าาา
แล้วแบบนี้ จะยังไงต่อนะๆๆ

ตอนนี้ ขอแนะนำให้รู้จักโลกอีกใบนึงก่อนนะคะ

กลายเป็นเรื่องราวฆาตกรรมของน้องดิวไปแล้ว

ใช่ค่ะ 5555 หมดพาร์ท Erotic แล้ว
ต่อไปคือ Thriller ค่ะ

ซับซ้อยมากกต้องขออ่านอีกรอบ​ ฮือ​ ประทับใจการวาดทามไลน์ให้ดูมาก​ ชอบตั้งแต่ไดอารี่ในเรื่องบ้านซ่อนศพเลยยย​ พี่มั่มจะทำไงต่อออออ​

ขอบคุณมากคะ เราพยายามจะให้เพื่อนๆ เข้าใจได้อย่างง่ายที่สุด
แต่ภาพก็คือแบบ... แบบทักษะมันมาแค่นี้ค่ะ 55555


ออฟไลน์ สาววายรำพัน

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
- บทที่ 6 (2) -







DEW'S WORLD




14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561


ผมไม่เคยอยากให้ถึงเวลาเช้าเลย…


เวลาเช้า ที่ผมต้องละทิ้งเตียงนอนซึ่งบรรจุความสุขของตัวเองเอาไว้ ต้องสลัดความงัวเงียและความขี้เกียจออกไป และต้องเผชิญหน้ากับสภาพการจราจรหนาแน่นเพื่อไปทำงานให้ทันเวลา


ผมไม่เคยอยากทำแบบนั้น ผมยังอยากท่องเที่ยวและพักผ่อนเหมือนเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน อยากมีธุรกิจเล็กๆ ในแบบที่ตัวเองเป็นคนเลือก ไม่ใช่กิจการขนาดใหญ่ที่ป๊ากำลังจะมอบให้


ผมชื่อดิวครับ อายุยี่สิบสามปี เพิ่งเริ่มทำงานที่บริษัทของตระกูลหลังจากเรียนจบได้ไม่นาน


ผมมีเชื้อสายจีน ครอบครัวของผมเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ ดำเนินธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายวัสดุปูพื้นมาหลายสิบปี มีป๊าซึ่งเป็นลูกชายคนโตของตระกูลดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท นั่นทำให้ผมซึ่งเป็นลูกชายคนโตของป๊า ต้องเข้ามาช่วยงานที่นี่โดยอัตโนมัติ


ผมรู้สึกอึดอัดเสมอครับ เวลาที่ผู้ใหญ่ในตระกูลอย่างอากงและอาม่ายัดเยียดความคาดหวังมาให้ผม และยิ่งรู้สึกมากขึ้นเมื่อญาติหลายคนต่างจับจ้องเพราะคลางแคลงใจในความสามารถของผม เช่น โกวดาว ลูกคนที่สองของตระกูล เธอมีลูกชายชื่อ เฮียดอม ซึ่งอายุมากกว่าผมสามปีและเรียนจบด้านบริหารธุรกิจจากประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้ทั้งเธอและเขามั่นใจว่าจะดูแลกิจการนี้ได้ดีกว่าผม และเจ็กดำรง น้องชายคนเล็กของป๊า เขาคงหวั่นเกรงว่าผมจะเข้ามาแย่งตำแหน่งรองประธานกรรมการที่เขาดำรงอยู่ในปัจจุบัน ทั้งที่ความเป็นจริง แม้แต่ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดที่ถูกระบุบนนามบัตรของตัวเองในขณะนี้ ผมยังไม่อยากได้เลยด้วยซ้ำ


เมื่อความอดทนต่อเหตุการณ์น่าเบื่อหน่ายเหล่านั้นสิ้นสุดลง ผมจึงตัดสินใจซื้อห้องพักขนาดมาตรฐานของคอนโดติดถนนเกษตร-นวมินทร์ และใช้ระยะทางที่ใกล้กับบริษัทมากกว่าเป็นข้ออ้างในการย้ายออกจากบ้าน...


โดยไม่รู้ว่านั่นจะทำให้ผมได้เจอกับพี่มั่ม


วันแรกของผมในห้องหมายเลขหกศูนย์เก้า คือวันที่ห้า พฤศจิกายน เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมานี่เองครับ ผมจัดการกับบรรดาข้าวของเครื่องใช้ที่ขนย้ายมาตลอดทั้งวัน แล้วออกไปสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยในช่วงหัวค่ำ ก่อนจะกลับมาที่ห้องพักอีกครั้งเมื่อใกล้ถึงเวลาเที่ยงคืน


ขณะที่ผมนอนอยู่บนเตียงด้วยอาการเมามายและกำลังจะหลับตาลงในอีกไม่กี่อึดใจ พี่มั่ม ที่ในตอนนั้นเป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งซึ่งผมไม่เคยรู้จักมาก่อนก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าผม ทั้งที่ประตูและหน้าต่างปิดสนิท และผมมั่นใจว่าได้สำรวจทุกพื้นที่ภายในห้องแล้วว่าไม่มีใครอื่นอีก


ผมทำอะไรไม่ถูกเลยครับ จึงได้แต่นอนนิ่งอยู่แบบนั้น ขณะที่เขาพยายามจะพูดอะไรบางอย่างกับผม แต่ด้วยความตกใจสุดขีดประกอบกับฤทธิ์ของสุรา ทำให้ผมจับใจความคำพูดของเขาไม่ได้เลย จำได้เพียงว่า เขาเป็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ ผิวเข้ม และมีใบหน้าคมคายแบบไทยๆ


แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เมื่อเขาโถมทับผมไว้จนร่างของเราแนบกันสนิท และเริ่มรุกล้ำทุกจุดอ่อนไหวบนร่างกาย
ความต้องการของผมถูกปลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว และผมเองก็ไม่หลงเหลือสติที่จะห้ามปราม เรื่องราวจึงเลยเถิดจนเกิดเป็นความสัมพันธ์ลึกซึ้งได้อย่างคาดไม่ถึงครับ


แม้จะไม่ช่ำชองเรื่องบนเตียง และที่ผ่านมาก็เคยคบหากับผู้หญิงเพียงไม่กี่คน แต่ด้วยเพศสภาพที่มีมาแต่กำเนิด การปลูกฝังของครอบครัว รวมถึงสภาพแวดล้อมที่ผมเติบโตมา ทำให้ผมเข้าใจมาตลอดว่าตัวเองชอบผู้หญิง


แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ จากความสุขที่เกิดขึ้นกับผมเมื่อถึงจุดนั้น…


ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่ายังคงรู้สึกแบบเดิมอยู่หรือเปล่า


หลังจากคืนนั้น ผมยังคงเจอเขา การปรากฏตัวในรูปแบบและเวลาเดิม ทำให้ผมเริ่มคุ้นชิน ความตกใจที่เคยมีก็ค่อยๆ จางหายไปครับ ที่สำคัญ เรายังคงมีอะไรกันตลอดสี่คืนทั้งที่ไม่รู้จักกัน ไม่รู้แม้กระทั่งชื่อหรือที่มาที่ไป แต่ผมไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าตัวเองมีความสุขมากแค่ไหนที่ได้อยู่กับเขา


มันไม่ใช่แค่การบำบัดความใคร่ แต่คนแปลกหน้าคนนี้กำลังเยียวยาผมอย่างค่อยเป็นค่อยไป


แม้ว่าเราจะไม่ได้พูดคุยกันมากนัก แต่ผมกลับสัมผัสได้ว่าเขาแทบไม่มีเรื่องใดให้ทุกข์ร้อน ต่างจากผมซึ่งอยู่ในครอบครัวที่เคร่งครัดกับทุกการกระทำ ผมจึงรู้สึกสบายใจอย่างประหลาดเมื่ออยู่ข้างๆ เขา ราวกับว่าได้ซึมซับบางอย่างที่ระเหยออกมาจากร่างสูงโปร่งนั้น


ผมจึงเสพติดช่วงเวลาเพียงสั้นๆ ที่ได้พบกับเขาอย่างรวดเร็ว ช่วงเวลาที่ความผ่อนคลายเข้าปกคลุมจนผมไม่ต้องใช้สมองครุ่นคิดเหมือนอย่างเคย ช่วงเวลาที่ผมเผยยิ้มกว้างได้โดยไม่มีอะไรต้องกังวล และช่วงเวลาที่ผมไม่ต้องดีดตัวเองขึ้นไปเป็นผู้ใหญ่เพื่อแบกรับความคาดหวังของครอบครัว


ความรู้สึกเหล่านั้นยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อเขาหายไปในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาครับ มันทำให้ผมรู้สึกกระวนกระวายใจ และโหยหาเขามากๆ นั่นยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า…


ผมกำลังรู้สึกดีกับผู้ชายคนหนึ่งเกินกว่าคนรู้จัก


ตอนแรก ผมคิดว่าจะไม่ได้พบเขาอีกแล้ว แต่เขาก็กลับมาอีกครั้งในคืนของวันที่สิบสาม และเราได้พูดคุยเพื่อทำความรู้จักกันอย่างจริงจังเมื่อคืนวานครับ ผมรู้สึกดีใจ และมีความสุขมากๆ จนไม่ทันสังเกตเลยว่าตัวเองกำลังละทิ้งชีวิตในโลกแห่งความเป็นจริงไปอย่างช้าๆ


ความเป็นจริง ที่มีทั้งครอบครัว หน้าที่การงาน เพื่อนฝูง หรือแม้กระทั่งแฟนสาวของตัวเอง


ใช่ครับ… ผมมีแฟนแล้ว เธออายุเท่ากับผม เราเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัยครับ เธอเป็นคนสวย ฉลาด และร่าเริง ทำให้ใครๆ ต่างตกหลุมรักเธอกันทั้งนั้น


แต่เมื่อหลายเดือนก่อน เธอมาสารภาพรักกับผม ทำให้เราตกลงคบหากันในฐานะแฟน


ทั้งที่ความจริงแล้ว...


ผมยังไม่ได้รู้สึกกับเธอแบบนั้น


แต่เพราะเธอเป็นคนดี และที่ผ่านมา เธอก็ดีกับผมมาตลอด จึงไม่มีเหตุผลใดครับที่ผมจะปฏิเสธน้ำใจของเธอ


จนถึงวันนี้ วันที่ผมยอมรับแล้วว่าชอบผู้ชาย และคนคนนั้นก็คือพี่มั่ม ผมกลับรู้สึกว่าตัวเองกำลังทำผิดพลาดครั้งใหญ่


เพราะมันไม่ใช่แค่การนอกกายแบบชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น…


แต่ผมกำลังนอกใจเธอด้วย




“และนี่คือยอดขายของโซนเหนือครับ”


ผมลอบถอนหายใจเพื่อขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกจากสมอง ก่อนเงยหน้าขึ้นมองคุณประทิน ผู้จัดการฝ่ายขายที่กำลังพูดถึงผลงานของทีมในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา


เขาเตรียมข้อมูลมาเป็นอย่างดีครับ ซ้ำยังพูดจาฉะฉาน แววตามุ่งมั่นของเขาไม่ลอกแลกเลย


แม้ว่าลูกน้องคนสนิทจะเพิ่งถูกไล่ออกไปเมื่อเช้า…


ช่วงแรกๆ ที่ผมเข้ามาทำงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาด ผมพบว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นภายในบริษัท ด้วยการตรวจสอบอย่างจริงจังทำให้ผมสามารถเอาผิดกับพนักงานฝ่ายขายคนหนึ่งได้ในที่สุด


แต่ผมไม่เชื่อหรอก ว่าพนักงานระดับเจ้าหน้าที่ธรรมดาจะสามารถทำเรื่องแบบนั้นได้เพียงลำพัง หากไม่มีผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าคอยช่วยเหลือ


และคุณประทินนี่แหละครับ คือผู้ต้องสงสัยสำหรับผม


แม้จะยังไม่มีหลักฐานในตอนนี้ และเชื่อว่าเขาคงระวังตัวขึ้นมากทีเดียว แต่ผมมั่นใจครับ ว่าจะทำให้เขาได้รับบทลงโทษให้ได้




■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■




“กริ๊ง… กริ๊ง…”


เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เชื้อเชิญให้ผมแตะนิ้วลงบนหน้าจอเพื่อรับสายของแฟนสาว


“ฮัลโหล”


“วันนี้ไปงานรึเปล่า” เธอกำลังพูดถึงงานเลี้ยงรุ่นของภาควิชาการตลาดที่จะจัดขึ้นในวันนี้ครับ


“ถ้าเสร็จทันจะไปนะ”


“อืม” เสียงของปลายสายไม่สดใสเท่าที่ควร “ช่วงนี้เธอยุ่งเหรอ เมื่อคืนโทรไปก็ไม่รับ”


ปัญหาที่เกิดขึ้นภายในบริษัทเป็นเพียงส่วนหนึ่งครับ สาเหตุหลักที่ผมเริ่มออกห่างจากเธอ เป็นเพราะผมรู้สึกผิดที่มีใครอยู่ในใจแล้วต่างหาก


“ขอโทษนะ เมื่อคืนเราเพลียๆ อะ ก็เลยไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์”


“มีเรื่องอะไรที่เราควรจะรู้รึเปล่า”


“เปล่า” ผมพูดก่อนเงยหน้าขึ้นมอง พี่เจี๊ยบ พนักงานฝ่ายบัญชีที่กำลังยืนรออยู่ด้านหน้าโต๊ะทำงาน ก่อนหรี่เสียงลงเล็กน้อย “แค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวโทรกลับ”


ผมกดวางสายแล้วหันไปทางคู่สนทนา “มีอะไรเหรอครับ”


“หัวหน้าให้พี่เจี๊ยบมาเชิญคุณดิวไปที่ห้องท่านประธานค่ะ”


ผมคิดว่าหัวหน้าของเธอน่าจะหมายถึงผู้จัดการแผนกบัญชี ซึ่งอาจจะพบหลักฐานบางอย่าง จึงเชิญผมเข้าไปร่วมฟังด้วยที่ห้องทำงานของป๊า


“ได้ครับ” ผมพยักหน้ารับคำ ก่อนหยิบสมุดบันทึกและปากกาแล้วเดินตามเธอไปทางโถงลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังชั้นบนสุดของอาคารทันที




■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■




“ติ๊ง…”


ใช้เวลาไม่นานนัก เสียงสัญญาณลิฟต์ก็ดังขึ้นพร้อมกับประตูที่เปิดออกกว้าง แต่ก่อนจะก้าวเข้าไปด้านใน ผมกลับมองเห็นว่าพนักงานที่เพิ่งถูกไล่ออกคนนั้นกำลังเดินสวนออกมาพอดี


เขาหยุดชะงักและจ้องเขม็งมาทางผม ชั่ววูบหนึ่งผมรู้สึกหวั่นเกรงไม่น้อย ด้วยความโกรธแค้นที่ถูกส่งผ่านดวงตาคู่นั้นมาอย่างไม่ลดละ เขาคงพอเดาได้ว่าบทลงโทษครั้งใหญ่นี้เกิดขึ้นจากผม เพราะผมเป็นคนขอเอกสารใบเสนอราคาและโทรศัพท์ไปสอบถามกับลูกค้าด้วยตัวเอง


‘เราทำสิ่งที่ถูกต้อง’


นั่นคือประโยคที่ผมท่องไว้ในใจ ซึ่งได้ผลดีครับเพราะช่วยข่มความกลัวลงจนมิด ก่อนจะผลักดันให้ผมเดินผ่านเขาเข้าไปภายในลิฟต์ แล้วกดปุ่มปิดทันทีด้วยใบหน้านิ่งเฉย


ผมรู้ว่ายิ่งทำแบบนั้น เขาจะยิ่งเกลียดผมจนเข้ากระดูกดำ


แต่เพราะนั่นเป็นฝีมือของผม ซึ่งเขารู้ดี ผมจึงไม่อาจทักทาย พูดปลอบโยน หรือแม้แต่เอ่ยแสดงความเสียใจกับเขาได้


หวังเพียงเขาจะเข้าใจว่านี่ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว และเขาเป็นฝ่ายผิดจริงๆ ก็พอ




■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■




การเข้าร่วมประชุมลับกับป๊าและผู้จัดการฝ่ายบัญชีในครั้งนี้ สรุปได้ว่ามีผู้ร่วมขบวนการทุจริตอย่างแน่นอน เพียงแต่ยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด ผมจึงขอให้ทางฝ่ายบัญชีช่วยค้นหาเอกสารเก่าเพื่อนำมาตรวจสอบต่อไป


หลังจากการพูดคุยเสร็จสิ้น ผมก็เดินออกมาจากห้องครับ ตั้งใจว่าจะลงไปซื้อกาแฟเย็นมาดื่มสักแก้วเพื่อลดอาการง่วงเหงาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่เสียงหนึ่งจากด้านหลังกลับดังขึ้นขัดจังหวะ


“คุณดิวครับ”


ผมหันกลับไปมอง และพบคุณประทิน ที่ดูเหมือนว่าจะดักรอผมอยู่แล้ว


“มีอะไรครับ”


“คือ…” เขาขยับเข้ามาใกล้ “ผมอยากจะมาแสดงความบริสุทธิ์ใจน่ะครับ ถ้ามีเอกสารชุดไหนที่คุณดิวต้องการจากฝ่ายขาย แจ้งผมได้เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ”


“ขอบคุณครับ”


“ผมน่ะทำงานให้กับคุณพ่อของคุณมานานมาก จากตำแหน่งและโอกาสต่างๆ ที่ได้รับ น่าจะเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าผมเป็นคนยังไง” เขากวาดตามองผมตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนเผยยิ้มน้อยๆ บนมุมปากที่บอกได้อย่างชัดเจนว่าเขากำลังนึกเย้ยหยันผมในใจ “ผมหวังว่าคุณดิวจะให้ความเป็นธรรมกับพนักงานที่มีอายุงานมากกว่าอายุของคุณดิวคนนี้นะครับ”


ผมอาจจะไม่ใช่คนใจร้อน หรือพูดจาขวานผ่าซาก แต่ถ้าใครร้ายมา ผมก็พร้อมจะร้ายกลับไปทันที…


และครั้งนี้ก็เช่นกัน


“ผมทราบครับ ว่าคุณประทินทำงานมานาน” ผมพูดด้วยเสียงเรียบทั้งที่ในใจคุกรุ่นไปด้วยความขุ่นเคือง จากที่ตั้งใจจะไม่แสดงท่าทีให้รู้ว่ากำลังสงสัยในตัวเขาเพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย กลายเป็นการคิดหาคำพูดร้ายแรงมาต่อกร “แต่อายุงานไม่ได้บ่งบอกถึงความซื่อสัตย์สุจริตนะครับ ยิ่งถ้าอยู่นานแล้วหาผลประโยชน์ให้ตัวเองได้มากขึ้น เป็นผม ผมก็อยู่ครับ”


นั่นคงถือเป็นการประกาศสงครามระหว่างผมกับคุณประทินแล้วครับ เพราะสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงหลังจากประโยคสุดท้ายจบลง ก่อนที่ผมจะเดินออกไปจากตรงนั้นทันทีโดยไม่สนใจความโกรธแค้นที่เริ่มแผ่ขยายออกมาจากคู่สนทนาอีก




■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■




กว่าจะระงับความหงุดหงิดได้ ลงไปซื้อกาแฟ และกลับขึ้นมานั่งที่โต๊ะ ก็ทำให้เวลาล่วงเลยมาจนถึงห้าโมงกว่าแล้วครับ ผมยังทำงานไม่เสร็จด้วย ไม่แน่ใจเลยว่าจะไปทันงานเลี้ยงวันนี้หรือเปล่า


“กริ๊ง…”


เสียงเตือนข้อความของแอปพลิเคชันไลน์ดังขึ้นจากโทรศัพท์ข้างกาย


          Joey : มึงทะเลาะกันเหรอ 5.35 PM

          Joey sent you a photo 5.36 PM


ภาพที่โจอี้ เพื่อนสนิทของผมส่งมา คือคลิปวีดีโอเพลงเศร้าที่แฟนของผมโพสลงบนเฟซบุ๊กเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาครับ


และใช่… ผมลืมไปซะสนิทเลยว่าต้องโทรกลับหาเธอ


          DEW : เปล่า 5.37 PM

          DEW : กลัวไปไม่ทันงานว่ะ ฝากดูแลหน่อย 5.37 PM

          Joey : ช่วงนี้มึงเป็นอะไรวะดิว 5.38 PM


ผมค้างสองนิ้วไว้เหนือแป้นพิมพ์อยู่ครู่ใหญ่ ก่อนวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะทั้งที่ยังไม่ได้ส่งข้อความใดกลับไปหาเพื่อนสนิท
อีกครั้งกับการเจอคำถามที่ไม่สามารถตอบได้...


ผมไม่อาจบอกเพื่อนคนไหนได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับผมกันแน่ เพราะนอกจากจะไม่มีใครเชื่อแล้ว ผมอาจได้รับความเกลียดชังจากทุกคนโทษฐานที่ทำให้แฟนสาวต้องเสียใจ


แต่ก่อนที่ผมจะหันกลับมาทำงาน เสียงเตือนข้อความกลับดังขึ้นอีกครั้ง


          Joey : มึง 5.52 PM

          Joey : ไอ้เหี้ยอั๋น 5.52 PM

          Joey sent you a photo 5.53 PM


ผมกำโทรศัพท์ในมือไว้แน่น เมื่อภาพที่ปรากฏบนหน้าจอ คือข้อความบนเฟซบุ๊กของอั๋น เพื่อนร่วมภาควิชา ที่หลงรักแฟนของผมมาตลอดหลายปี


‘ได้สิ่งที่ดีที่สุดไปแต่ไม่เคยเห็นค่า…

มึงมันก็แค่ตัวเหี้ยได้พลอย’

.

.

.

ผมคงต้องไปงานเลี้ยงรุ่นครั้งนี้ซะแล้ว…




■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■




พื้นที่โฆษณา

ก่อนจบตอน ขอแอบฝากงานนิดนึงค่ะ
นิยายจอยเรื่องแรกของเราค่ะ แต่งเผื่อฟลุ๊คได้เงินรางวัล 5555
แต่ก็แอบอยากได้คำแนะนำ เพราะไม่เคยแต่งเลย
เพื่อนๆ คนไหนอ่าน Joylada ขอเชิญชวนนะคะ


http://www.joylada.com/story/5c0390210335b00001c2b930




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-12-2018 20:42:53 โดย สาววายรำพัน »

ออฟไลน์ TheDoungJan

  • —☁gtrsrist
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 763
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ผู้ต้องสงสัยที่ทำร้ายน้องดิวในหัวเราตอนนี้เยอะมากเลยค่ะ :ling1:

ออฟไลน์ nonlapan

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-1
ใครนะคือคนร้ายยยยย  :ling1:

ออฟไลน์ alternative

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2856
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +247/-3
กดดันขึ้นเรื่อย ๆ

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3525
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +126/-4
 :hao4: :hao4:

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5210
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
ใครฆ่าดิว ประทินอ่ะป่าว  :hao4:

ออฟไลน์ 3 words 8 letters

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 43
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ฝั่งพี่มั่มมีแต่มุก ฝั่งดิวมาอย่างเครียด 
คนฆ่าอาจเปนคนที่ถูกไล่ออก

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 6 (2) l 10.12.2018
« ตอบ #79 เมื่อ: 11-12-2018 17:56:04 »





ออฟไลน์ Ti0590

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 498
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
คุณประทิน ¡¡¡¡¡ พี่มั่มต้องช่วยน้องนะะ อยากจะมุดเข้าไปในนิยาย

ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2360
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-4
น้องดิวน่ารัก มีภัยรอบตัว ชีวิตแตกต่างจากพี่มั่มสุดขั้ว น้องดิวต้องอยู่ในกฎเกณฑ์ ส่วนพี่มั่มใช้ชีวิตเกินคุ้ม

ออฟไลน์ yasperjer

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 576
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-2
อย่าฆ่าน้องดิวของช้านนนนนนนนนนนนน น้องดิวบอกเลิกไปเลยดีกว่าเขาจะได้ไม่รอ

ออฟไลน์ สาววายรำพัน

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
ผู้ต้องสงสัยที่ทำร้ายน้องดิวในหัวเราตอนนี้เยอะมากเลยค่ะ :ling1:

เราตั้งใจค่ะ 555555
ลองเดาดูน้า ^^

ใครนะคือคนร้ายยยยย  :ling1:

เดาได้เลยค่า อีกไม่นานจะเฉลยแล้ว

กดดันขึ้นเรื่อย ๆ

เราพยายามจะเขียนให้เรื่องตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ
และหวังว่าคุณ alternative จะชอบนะคะ

:hao4: :hao4:

ตอนล่าสุดมาแล้วค่า
เดาฆาตกรไว้ในใจรึยังคะ

ใครฆ่าดิว ประทินอ่ะป่าว  :hao4:

ลองเดาดูได้เลยค่า มีชื่อฆาตกรอยู่ใน 7 ตอนที่ผ่านมานี้แน่นอน

ฝั่งพี่มั่มมีแต่มุก ฝั่งดิวมาอย่างเครียด 
คนฆ่าอาจเปนคนที่ถูกไล่ออก

5555 สร้างความแตกต่างให้กับ 2 โลกค่ะ
น้องดิวถึงชอบพี่มั่มไงคะ

คุณประทิน ¡¡¡¡¡ พี่มั่มต้องช่วยน้องนะะ อยากจะมุดเข้าไปในนิยาย

ปักธงเดาไว้ได้เลยค่า มีชื่อฆาตกรอยู่ใน 7 ตอนที่ผ่านมานี้แน่นอน

น้องดิวน่ารัก มีภัยรอบตัว ชีวิตแตกต่างจากพี่มั่มสุดขั้ว น้องดิวต้องอยู่ในกฎเกณฑ์ ส่วนพี่มั่มใช้ชีวิตเกินคุ้ม

5555 เราคิดว่า คนเราจะชอบคนที่มีชีวิตแตกต่างจากตัวเอง
เราเลยสร้างความแตกต่างให้กับ 2 โลกค่ะ

อย่าฆ่าน้องดิวของช้านนนนนนนนนนนนน น้องดิวบอกเลิกไปเลยดีกว่าเขาจะได้ไม่รอ

ให้เวลาน้องดิวอีกนิดนึงนะคะ
ระหว่างนี้ก็ลุ้นพี่มั่มไปก่อนน้า

ออฟไลน์ สาววายรำพัน

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
- บทที่ 7 -








DEW'S WORLD




ผมก้าวเข้าสู่ร้านอาหารกึ่งผับย่านเกษตร-นวมินทร์ ที่ถูกจองไว้สำหรับงานเลี้ยงรุ่นครั้งนี้โดยเฉพาะ ก่อนจะเริ่มทักทายเพื่อนๆ ที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี


แทบไม่มีใครเปลี่ยนไปจากเดิมเลยครับ กลุ่มที่เคยเรียนด้วยกันมาแล้วทุกวิชาก็ยังคงพูดคุยกันได้อย่างถูกคอ กลุ่มที่สังสรรค์กันเป็นประจำก็ยังคงหยอกล้อกันได้อย่างสนุกสนาน รวมถึงโจอี้ เพื่อนที่สนิทที่สุดของผม ซึ่งเป็นคนเก็บตัวและไม่ชอบสุงสิงกับใครก็ยังคงแยกไปนั่งดื่มเหล้าตามลำพังเช่นทุกครั้ง


ผมจึงเดินไปทางด้านในสุดของร้านและนั่งลงข้างมัน เราดื่มเหล้าด้วยกันอยู่พักใหญ่ ก่อนที่มันจะบอกผมว่า ไอ้อั๋นกำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่กับเพื่อนสนิทบนชั้นสอง ขณะที่แฟนของผมออกไปถ่ายรูปกับกลุ่มเพื่อนผู้หญิงในสวนด้านนอกร้าน


ผมจึงเดินไปหาแฟนของผมก่อน เพื่อพูดคุยและขอโทษที่ไม่ได้ติดต่อกลับ เมื่อบทสนทนาของเราจบลง ผมก็ตรงกลับเข้ามาในร้าน และก้าวยาวๆ ผ่านขั้นบันไดขึ้นมายังชั้นสอง โดยมีโจอี้เดินตามมาติดๆ


อั๋นเป็นอีกคนครับ ที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย สมัยเรียนเราเคยเกลียดกันยังไง วันนี้ก็ยังคงเกลียดอยู่อย่างนั้น และเมื่อเห็นข้อความในเฟซบุ๊กของมันที่มั่นใจว่าหมายถึงผมแน่ๆ…


ผมจึงมาที่นี่ครับ


“มึงด่ากูเหรอ” ผมเริ่มบทสนทนาทันที ทำให้มันและวิทย์หันมามองผมพร้อมๆ กัน


“เฮ้ย! ไอ้ดิว… นั่งก่อนดิ” วิทย์ เพื่อนสนิทของไอ้อั๋นเอ่ยทักทาย


จริงๆ แล้ว ผมไม่ได้เกลียดวิทย์ไปด้วยหรอกนะครับ เราเป็นเพื่อนร่วมภาควิชาที่ดีต่อกันมาตลอด แต่เพราะอารมณ์ร้อนกำลังปะทุ ผมจึงยังคงจ้องหน้าไอ้อั๋นนิ่งๆ โดยไม่สนใจคำเชื้อเชิญ


“ทำไม เก่งแต่หลังมือถือเหรอ”


สีหน้ายียวนของมันเปลี่ยนไปเล็กน้อยครับ แต่นั่นยังไม่ทำให้มันตอบโต้ผม จนกระทั่ง…


“นี่มึงมีคนอื่นจริงๆ เหรอวะ” มันถามขึ้น สายตาของมันกำลังจ้องมาที่ลำคอของผม


“อะไรของมึง”


“ก็ใต้ปกเสื้อไง” มันชี้นิ้วมาทางผม ก่อนพูดกลั้วหัวเราะ “รอยดูดชัดๆ”


ใช่ครับ… พี่มั่มฝากรอยช้ำไว้บนผิวหนังเหนือกระดูกไหปลาร้าเมื่อสองคืนก่อน ซึ่งผมลืมไปซะสนิทจึงไม่ได้ปกปิดมันให้ดี


“รอยดูดเหี้ยอะไรของมึง” ผมสบถเพื่อกลบเกลื่อนความตกใจที่อาจปรากฏขึ้นบนใบหน้า ก่อนจะได้ยินเสียงเย้ยหยันที่ปลุกความโมโหร้ายของผมได้เป็นอย่างดี


“กูรู้อยู่แล้วว่ามึงเลว แต่ก็ไม่คิดว่าจะออกลายเร็วขนาดนี้ เพิ่งคบกันได้ไม่ถึงปี ก็ทำให้เขาเสียใจซะแล้ว” มันลุกขึ้นแล้วพูดต่อ “ถ้ามึงไม่มีปัญญาทำให้เขามีความสุขได้ ก็ปล่อยเขาออกมาเหอะ ให้คนที่พร้อมจะดูแลได้ทำหน้าที่นี้ดีกว่า”


ผมจึงส่งเสียงเยาะเย้ยกลับไปทันที


“หมายถึงมึงอะเหรอ…”


ผมคิดมาแล้วครับ…


คำพูดที่จะทำให้มันเจ็บแสบที่สุด


“ไอ้อั๋น ถ้ามึงไม่มีปัญญาทำให้เขารักได้ตั้งแต่แรก…”

.

.

.

“ก็อย่าเสือก!”


บทสนทนาของเราจบลงเพียงเท่านั้นครับ เพราะมันถูกแทนที่ด้วยการพุ่งตัวเข้าหาเพื่อชกต่อยกันอย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่ทั้งโจอี้ วิทย์ และเพื่อนๆ อีกหลายคนจะเข้ามาห้ามปรามและแยกเราสองคนออกจากกัน




เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น คือการที่ไอ้อั๋นยังคงแค้นเคืองและกล่าวอาฆาตผมอีกยกใหญ่จนเพื่อนๆ ต้องพามันกลับไปก่อน ขณะที่แฟนของผมไม่พอใจอย่างมาก เธอไม่ยอมพูดคุยกับผมและเดินทางกลับบ้านด้วยตัวเองทันที


ผมจึงทิ้งตัวลงข้างๆ โจอี้บนม้านั่งไม้ด้านหน้าร้าน ก่อนที่ประโยคแรกของคู่สนทนาจะดังขึ้น


“ดิว มึงมีคนอื่นเหรอ”


“ทำไมมึงเชื่อไอ้เหี้ยอั๋นวะ แทนที่จะเชื่อกู” ผมร้องท้วง แม้ว่าความจริงจะเป็นดังที่ไอ้อั๋นพูดไว้ทุกอย่าง


“กูก็ไม่ได้เชื่อไอ้อั๋น กูเชื่อแฟนมึง” โจอี้พยายามอธิบาย “มันมาระบายกับกูว่าช่วงนี้มึงดูแปลกไป สนใจมันน้อยลง โทรศัพท์ก็ไม่ค่อยรับ มันเองก็คิดว่ามึงมีคนอื่นเหมือนกัน”


ผมหลบสายตาจากเพื่อนสนิท เพราะในใจอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกผิด ก่อนที่มันจะพูดขึ้นอีกครั้ง


“เราสามคนเป็นเพื่อนกันมานานแล้วนะเว้ย พวกมึงเป็นแฟนกัน กูพอรับได้ แต่ถ้าเลิกกันแล้วกลุ่มแตก… กูรับไม่ได้นะ”


ใช่ครับ… นอกจากผมจะทำให้แฟนของตัวเองเสียใจแล้ว ยังอาจทำให้มิตรภาพที่เคยมีของเราสามคนแหลกสลายลงไปด้วย


“ดิว มึงบอกกูได้มั้ย” มันจับไหล่ของผม “ว่ามึงเป็นอะไรกันแน่”


ความอดทนของทุกคนมีขีดจำกัดครับ เมื่อเดินทางมาถึงที่สุดแล้ว เราก็ต้องยอมปล่อยให้สิ่งที่อัดอั้นอยู่ระเบิดออกมา


และผมเองก็เช่นกัน…

.

.

.

“ใช่… กูมีคนอื่น”




■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■




มีต่อด้านล่าง

ออฟไลน์ สาววายรำพัน

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
ต่อจากด้านบน




■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■




MUM'S WORLD




16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561




เข้าสู่ช่วงเช้าของวัน...


ผมก็ยังไม่ได้นอนครับ เพราะกว่าจะเข้าใจไทม์ไลน์ทั้งหมดก็ปาเข้าไปเกือบตีสี่แล้ว แถมยังมาค้นพบว่าเจ้าเด็กดิวกำลังจะตายในอีกสิบวันข้างหน้า…


ใครจะไปหลับลง


ผมก็เลยอยู่ที่นี่…


ร้านฮาโล


ผมฟาดเหล้าแบบเพียวๆ ไปเกือบครึ่งขวด ก่อนจะตามด้วยกาแฟที่ถูกชงมาแก่ยิ่งกว่าอายุพ่อไปอีกหนึ่งแก้ว แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้สภาพร่างกายและจิตใจของผมดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย


แน่นอน… การเปลี่ยนเวลานอนหลับในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทำให้การพักผ่อนของผมไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร ร่างกายที่เคยแข็งแรงก็ดูเหมือนจะทรุดโทรมลงไปเรื่อยๆ แถมยังรู้สึกอ่อนเพลียและวิงเวียนศีรษะตลอดเวลา


ส่วนจิตใจ… ไม่ต้องเดาเลยว่ามันย่ำแย่แค่ไหน การรู้อนาคตของคนอื่นไม่ใช่เรื่องสนุกเลย ยิ่งถ้าคนอื่น เป็นคนที่เรารู้สึกผูกพัน และ อนาคต หมายความถึงเวลาตายด้วยแล้ว


ผมทิ้งตัวลงบนเก้าอี้บีนแบ็กที่กองสุมไว้ข้างๆ ประตู ใจยังคงนึกถึงแต่เรื่องเดิมๆ อย่างไม่จบสิ้น


แม้จะรู้สึกหดหู่มากแค่ไหน แต่อีกใจก็ต้องยอมรับว่า การที่ผมมองเห็นเหตุการณ์นั้นก่อนที่มันจะเกิดขึ้นจริง และการที่ผมยังจำรายละเอียดต่างๆ ของมันได้อย่างติดตา ก็ถือเป็นข้อได้เปรียบไม่น้อยหากผมต้องการจะช่วยเขา


แต่มันจะเป็นไปได้มั้ยนะ…


การเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกโลกคู่ขนาน


และผมจะทำได้จริงๆ ใช่มั้ย…


การช่วยเหลือดิวให้รอดพ้นจากการถูกฆาตกรรม

 
ผมประคองสังขารเพื่อทำงานต่างๆ ภายในร้านตามปกติจนถึงช่วงเย็น แม้ว่าทั้งไอ้เกม พี่แหวน และน้องๆ พนักงานอีกหลายคนจะเริ่มมีสีหน้ากังวลใจกับสภาพของผม และต่างแวะเวียนเข้ามาสอบถามถึงความเป็นไปของผมอย่างห่วงใย แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความตั้งใจของผมสำหรับภารกิจในคืนนี้ลดน้อยลงไปเลย


ใช่ครับ…


ภารกิจช่วยเหลือเด็กดิวให้พ้นจากเงื้อมมือของฆาตกรใจโหด


หลังจากการเล่นดนตรีบนเวทีเสร็จสิ้น ผมก็โบกมือร่ำลาทุกคนก่อนจะเดินออกจากร้านเพื่อกระโดดขึ้นบิ๊กไบค์ดังเช่นทุกครั้ง


แต่ครั้งนี้…


ดูเหมือนจะไม่ง่ายแบบนั้น


“มิ้นต์” ผมเอ่ยทักทายเจ้าของชื่อที่ยืนรออยู่แล้ว


“จะไปไหนอะ”


ไม่ได้โดดงานนะ ผมทำงานเต็มเวลาตามสัญญาใจแล้ว และข้อนี้นี่แหละที่ผมต้องเน้นย้ำกับมัน


“ฉันคุยกับไอ้เกมแล้ว…”


“รู้แล้ว” มันสวนคำทันที วันนี้ไอ้มิ้นต์มาด้วยเสียงทุ้มต่ำ ผมจึงพอเดาได้ว่ามันถามด้วยความสงสัย ไม่ใช่ความขุ่นเคืองเหมือนที่ผ่านมา “แค่ถามว่าจะไปไหน”


“ก… กลับบ้าน”


“ตอนนี้น่ะเหรอ”


“ก็… มาตั้งแต่เช้าแล้วอะ เดี๋ยวนี้เปลี่ยนเวลาทำงานแล้ว ไม่รู้เหรอ” ผมขยายความโดยยังคงติดรอยยิ้มไว้บนใบหน้าเพื่อไม่ให้บทสนทนาของเราดูตึงเครียดจนเกินไป


แต่มันไม่ได้ผ่อนคลายไปด้วยเลย…


“พี่เป็นอะไรอะ” ไม่ใช่แค่คำถามจากปาก แต่สายตาของมันก็กำลังจ้องตรงมาเพื่อมองหาความจริงจากผมด้วยเช่นกัน “พี่ทำอะไรอยู่กันแน่ พี่ไม่ได้กลับไปนอนด้วยซ้ำ”


มันคงเห็นรอยคล้ำใต้ขอบตาของผม ขณะที่ผมมองเห็นความกังวลซึ่งเริ่มปรากฏชัดบนใบหน้าของมัน


“พี่บอกมิ้นต์หน่อยดิ”


รู้ครับ… ผมรู้ว่าน้องสาวคนนี้กำลังเป็นห่วงผมมาก ทั้งสีหน้า ทั้งแววตา ทั้งคำพูดมากมายที่มันใช้เพื่อคาดคั้นคำตอบจากผม ผมเองก็อยากบอกมันเหมือนกัน อยากอธิบายเรื่องราวที่ตัวผมกำลังเผชิญ อยากเปิดเสื้อให้มันเห็นรอยกัดบนแผ่นหลัง อยากเปิดสมุดให้มันดูรูปภาพที่ผมวาดไว้


แต่จะมีประโยชน์อะไรล่ะครับ...


ยังไงมันก็ไม่เชื่อผมอยู่แล้ว


ผมมีเวลาอีกแค่สิบวัน ทำไมต้องมาเสียเวลาเกลี้ยกล่อมให้ไอ้มิ้นต์หรือคนอื่นๆ เชื่อถือในคำพูดของผม ทั้งๆ ที่ต่อให้คนเหล่านั้นเชื่อ พวกเขาก็ไม่อาจช่วยเหลือผมได้อยู่ดี


“บอกแล้ว… แกจะเชื่อเหรอ”


“มันเกี่ยวกับเรื่องที่ต้องเชื่อหรือไม่เชื่อด้วยเหรอ”


เกี่ยวสิ… มันเกี่ยวมากจนความรักและความหวังดีที่แกมีให้ฉันยังเอาชนะไม่ได้เลยล่ะ


“ไว้วันอื่นแล้วกันมิ้นต์ ฉันรีบ” ผมพูดพลางเดินเลี่ยงไปที่รถของตัวเอง


“พี่… พี่มั่ม...”


ก่อนจะขี่ออกไปจากร้านโดยไม่ฟังคำทัดทานของน้องสาวอีก




ไม่ใช่ไม่รู้สึกผิดนะ


ผมรู้สึกผิดอยู่แล้ว ที่หันหลังให้ไอ้มิ้นต์แบบนั้น


แต่มันจำเป็นจริงๆ...


อย่างที่บอกว่าการเข้าสู่โลกคู่ขนานในครั้งนี้ถือเป็นภารกิจสำคัญ เพราะมันจะเป็นจุดเริ่มต้นของการช่วยชีวิตเด็กดิว และผมมีเวลาแค่หนึ่งชั่วโมงเท่านั้นในการอธิบายเรื่องราวทั้งหมด


ใช่ครับ… เรื่องราวทั้งหมด ซึ่งแม่งซับซ้อนกว่าการแจ้งเวลาตายมากเลยล่ะ


เริ่มจากขั้นแรก ผมต้องเล่าความเดิมตอนที่แล้วแบบละครหลังข่าวให้เขาฟังก่อน เพราะโลกของเราหมุนสวนทางกัน ขณะที่ผมเคลื่อนที่จากเมื่อวานมาเป็นวันนี้ เขาจะเคลื่อนที่จากเมื่อวานย้อนกลับไปสู่หนึ่งวันก่อนหน้า นั่นหมายความว่า อะไรก็ตามที่เราพูดคุยกันเมื่อคืน เขาจะไม่มีทางจำได้เลย


ขั้นที่สอง ผมต้องเปิดโหมดวิชาการ อธิบายทฤษฎีโลกคู่ขนานแบบสวนกลับให้เขาฟังโดยละเอียด อาจจะต้องใช้รูปภาพมาประกอบด้วย ไม่รู้ว่าจะนำสมุดบันทึกติดตัวไปได้หรือเปล่า เพราะที่ผ่านมา นอกจากเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่แล้ว ผมก็ไม่เคยหยิบอะไรติดไม้ติดมือเข้าไปในโลกของเขาได้เลย


ขั้นที่สาม อันนี้สำคัญครับ เพราะผมต้องบอกเด็กดิวว่าตัวเขากำลังจะถูกยิงตายในวันที่ยี่สิบสี่นี้ ก่อนเวลาตีหนึ่งเพียงไม่กี่นาที และต้องบอกถึงรูปพรรณสัณฐานของฆาตกรให้ได้ทั้งหมด


เพื่อให้เขาตามหาคนคนนั้น…


คนที่มีลักษณะตรงตามเบาะแส และมีแรงจูงใจที่จะฆ่าเขาได้


ผมอยากอยู่ข้างๆ เขาครับ อยากช่วยวิเคราะห์ อยากช่วยสืบหาฆาตกร อยากจะควงคมแฝกไปตีกบาลมันเลยด้วยซ้ำถ้าทำได้
แต่เพราะผมทำไม่ได้ และข้อมูลเป็นเพียงอาวุธเดียวของผม


ผมจึงต้องส่งมันให้ถึงมือของเขาให้ได้...


รถของผมมุ่งหน้ามาถึงจุดยูเทิร์น เมื่อเห็นว่าถนนโล่งจึงรีบแล่นจากเลนขวาสุดไปซ้ายสุดเพื่อเข้าสู่ประตูรั้วด้านหน้าคอนโดเหมือนเช่นทุกครั้ง แต่คงเพราะความอ่อนเพลียทำให้สายตาของผมเหนื่อยล้าเกินกว่าจะมองเห็นรถกระบะสีทึมที่กำลังมุ่งหน้าเข้ามาด้วยความเร็วสูงและ…


“โครม!”




■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■




มารู้สึกตัวอีกที ผมก็นอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้นถนนแล้วครับ ตั้งใจว่าจะหยัดตัวขึ้น แต่พอเห็นนิ้วของตัวเองที่บิดงอแบบผิดรูปพร้อมด้วยเลือดสดๆ ที่ไหลอาบทั่วมือก็รู้สึกหมดเรี่ยวแรงขึ้นมาซะเฉยๆ ผมจึงทิ้งตัวลงนอนราบอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ พลิกตะแคงอย่างระวัง แล้วลุกขึ้นนั่งในที่สุด


ผมใช้มือข้างที่ไม่บาดเจ็บดันหมวกกันน็อกสีดำสนิทออกจากศีรษะเพราะรู้สึกอึดอัดเต็มที พลางเหลือบมองรถบิ๊กไบค์ที่นอนนิ่งอยู่ใต้รถกระบะ นั่นทำให้ผมรู้ว่าตัวเองกระเด็นออกมาไกลจากจุดเกิดเหตุพอสมควร และการสวมใส่เพียงเสื้อยืดสีขาวและกางเกงยีนส์ทำให้ทั้งร่างกายของผมเต็มไปด้วยบาดแผลถลอกลึกจากการไถไปกับพื้นถนน


ผู้ประสบอุบัติเหตุเขารู้สึกกันแบบนี้เองเหรอ...


หูอื้อจนได้ยินแต่เสียงหวีดยาวเหมือนไมค์หอน ตาพล่ามัวจนภาพตรงหน้าเลือนราง แถมยังมีอาการชาไปทั่วร่างทั้งที่เลือดไหลนองออกขนาดนี้


เอ๊ะ! ดำๆ นั่นยมบาลรึเปล่าวะ


“น้อง… เป็นไงบ้าง”


อ๋อ คู่กรณีครับ เขาเดินมาหาผมและถามขึ้นด้วยเสียงสั่นเครือ


พอเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของเขาชัดๆ... ผมคะเนสภาพตัวเองได้เลยล่ะ


ผมไม่ได้ตอบอะไรเขาหรอกครับ แถมยังนั่งเอ๋ออยู่แบบนั้นอีกครู่ใหญ่เลย ก่อนจะหันไปเห็นยามกะดึกที่วิ่งเข้ามาดูเหตุการณ์


ใช่ครับ พี่ยาม…


จากคอนโดของผมเอง


สติของผมถูกเรียกคืนมาแล้วครับ นั่นทำให้ผมมองเห็นอาคารแปดชั้นตรงหน้าได้อย่างชัดเจน มันอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น ขณะที่มือรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง แม้หน้าจอจะแตกร้าวแต่ยังพอมองเห็นได้ว่าตอนนี้เป็นเวลา…


23:41 น.


จะไม่ทันแล้ว…


ผมหันกลับไปมองคู่กรณีที่กำลังตรวจสอบร่องรอยบนรถของตัวเอง นึกขอโทษในใจที่กำลังจะทำให้เขาต้องเสียเวลาเพิ่มขึ้นอีกพักใหญ่ ก่อนตัดสินใจประคองร่างขึ้นจากพื้น แล้วเดินไปทางคอนโดทันที


และใช่ครับ… มันไม่ได้คล่องแคล่วอะไรเลย


“น้อง… น้อง… จะไปไหนอะ”


นั่นเสียงร้องเรียกของคู่กรณีครับ แต่เขาไม่ได้วิ่งตามมานะ สงสัยเห็นสภาพแล้วคงเดาได้ว่าหนีไปไหนไม่พ้น


“คุณครับ อย่าเพิ่งไปครับ รอรถพยาบาลก่อน”


ส่วนนี่ก็พี่ยามครับ เขาทักท้วงอย่างห่วงใยเพราะจำลูกบ้านคนนี้ได้เป็นอย่างดี


แต่ผมไม่หยุดหรอกครับ…


อย่างที่บอก ผมมีภารกิจที่ต้องทำ และมันสำคัญมาก


ต่อให้ผมจะเดินกะเผลกกว่านี้ ตาลายกว่านี้ หรือหายใจหอบกว่านี้


ผมก็ต้องไปที่ห้องหกศูนย์เก้าให้ได้




โชคดีที่ล็อบบี้ชั้นล่างและทางเดินชั้นหกเงียบสงบ ผมจึงสามารถลากสังขารมาถึงห้องพักได้โดยไม่ได้ยินเสียงกรีดร้อง ก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงนอน แล้วปล่อยให้ดวงตาปิดลงอย่างไม่ฝืน


อาการชาหายไปแล้วครับ แต่แทนที่ด้วยความเจ็บแสบและปวดระบมจนต้องใช้มือกำผ้าห่มไว้แน่น


ผมไม่รู้เลยว่าหลังจากการนอนหลับในครั้งนี้ ผมจะตื่นขึ้นมาได้อีกมั้ย


ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเข้าไปสู่โลกคู่ขนานได้รึเปล่า


ผมรู้เพียงแค่ว่า ผมต้องบอกเขา…


เขายังมีอะไรต้องทำอีกเยอะเลยครับ ทั้งทำความเข้าใจกับเรื่องราวทั้งหมด ทั้งตามหาตัวฆาตกร ทั้งเอาชีวิตรอด ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นงานที่ยากและเสี่ยงอันตรายทั้งนั้น


ในขณะที่ผม…


แค่บอกเขาในสิ่งที่รู้อยู่แล้ว แค่นั้น


นั่นคือสิ่งที่ผมต้องทำ


ผมจะทำให้เขาไม่ได้จริงๆ เหรอ


หากจะมีใครสักคนจากเบื้องบนได้ยินผม


ผมขอร้อง...


ขอให้ผมได้บอกเรื่องนี้กับเขา


ขอให้ผมได้มีโอกาสช่วยเขาด้วยนะครับ


ออฟไลน์ Ti0590

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 498
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 7 l 15.12.2018
«ตอบ #86 เมื่อ15-12-2018 21:31:15 »

่พี่มั้มช่วยน้องด้วยยยยยยยยย  อั๋นแน่ๆ 

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5210
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 7 l 15.12.2018
«ตอบ #87 เมื่อ15-12-2018 22:40:35 »

อ่านเรื่องนี้ แล้วกลับมาคิดกับตัวเอง ที่มันนิยาย หรือแบบทดสอบเข้าแผนกสืบสวนของกรมตำรวจฟ่ะ  :katai1:
ดังนั้นเริ่มทำแบบทดสอบ ถ้าพี่มั่มไปไม่ทันขึ้นเตียง รีบตามพี่ปอ กับพี่ร่วมด่วน แต่ถ้าไปทัน แล้วได้เจอกับดิว ดิวต้องส่งอีพี่เข้าโรงบาลแน่นอน แล้วทีนี้ก็ต้องคิดต่อไปว่าพี่มั่มจะได้อยู่โลกนั้นต่อไปไหม ในเมื่อในโลกของดิว อีพี่ไม่เคยลุกออกจากเตียงหรรษานั้นเลย เลยไม่รู้ว่าถ้าเป็นเตียงหลังอื่นจะกลับมาโลกตัวเองได้ไหม
ส่วนใครฆ่าน้องดิว ถ้าอีพี่ได้อยู่ที่โลกดิวนานขึ้น แล้วต่อมเผือกอีพี่ทำงาน อยากให้อีพี่เผือกเกี่ยวกับคนรอบตัวดิว เพื่อจะเจอกับคนที่น่าสงสัยบ้าง ไปเผือกแถว ๆ รูปภาพ แถว ๆ ไลน์ เฟชบุ๊ค ทวิสเตอร์ อินสตาแกรม และอื่น ๆ อีกมากมาย
จบการวิเคราะห์เพียงเท่านี้ เริ่มคันหงอกอีกแล้ว  o8

ออฟไลน์ nonlapan

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-1
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 7 l 15.12.2018
«ตอบ #88 เมื่อ16-12-2018 00:28:21 »

น่าจะเป็นแฟนเก่าเนี่ยละมาฆ่า ไม่ก็เพื่อนนนน  :katai1:

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6943
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +267/-2
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 7 l 15.12.2018
«ตอบ #89 เมื่อ16-12-2018 10:58:46 »

จะได้บอกไหมเนี่ย สภาพท่าทางหนัก

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด