◤...พี่คุณทูนหัว...◥ || #8 ลูกลิงหวงของ「07032019」
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ◤...พี่คุณทูนหัว...◥ || #8 ลูกลิงหวงของ「07032019」  (อ่าน 2224 ครั้ง)

ออฟไลน์ แก้วกระจก

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 54
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย

เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม


**********************************************



→ พี่คุณทูนหัว ←





“เรียนในสิ่งที่มึงถนัด”
“อ้อนพี่มึง”
“พอจะมีอาชีพพวกนี้มั้ยวะ”
?


********************


พูดคุย TWITTER

----------------------------
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-03-2019 18:48:28 โดย แก้วกระจก »

ออฟไลน์ แก้วกระจก

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 54
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
พี่คุณทูนหัว

 #1 คะแนนสอบคือรางวัล


“พี่มึงกูไม่ผ่านอีกแล้วว่ะ”  นาวาเบ้ปากทิ้งน้ำหนักลงบนม้านั่งตรงข้ามอีกคน


“อืม”


“อีกนิดกูก็จะผ่านแล้วนะ”


“อืม”


“อีกนิดเดียวจริงๆนะพี่มึง แบบอีกนิ๊ด!!”


“อืม”


“แบบเฉียดๆเลย”


“อืม”


“อีกนิดเดียวเอง”


“อืม”


“อีกนิดกูจะเตะปากพี่มึงแล้วโว้ย!! ระบบรวนหรอทำไมพูดได้อยู่คำเดียว” คนเอ่ยหน้ามุ่ย


“ก็ฟังมึงเล่าอยู่” จอมพลเอื้อมมือไปใกล้อีกฝ่ายใช้นิ้วนวดบริเวณหัวคิ้วที่ขมวดเป็นปมแน่ของคนอายุน้อยกว่า หรือให้เรียกๆอีกอย่างก็น้องชายนั่นแหละ


แค่ต่างพ่อต่างแม่ แต่เราอาศัยร่วมชายคาเดียวกัน เท่านั้น...


“ตกแม่งทุกวิชาขนาดนี้กูจะเอาอะไรไปเรียนต่อวะ” นาวาบ่นไม่เลิก “พี่มึงซื้อควายให้กูซักคู่ทีดิ”


“กรุงเทพมึงมีนาไว้ให้ปักดำหรอ”


“งั้นกูจะไปขายพวงมาลัย”


“จับดอกพุดยังช้ำ”


“งั้นกูจะไปขายลูกชิ้น”


“ในขณะที่มึงยังจุดไฟแช็กไม่เป็น”


“งั้นกูไปนั่งขอทานแม่ง”


“แค่หน้าตาก็รู้แล้วว่าเป็นมิตร”


“ใช่มะ อันนี้เข้าท่า”


“มิจฉาชีพ”


“พี่มึง!!!!”


“เออ กูก็พี่มึงไง” จอมพลอดไม่ได้ที่จะใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มของตัวไม่ให้ยิ้มกว้างกับภาพตรงหน้า นาวาที่กำลังหน้ามุ่ยต่อปากต่อคอกับเขาจ้อยๆอยู่


...น่ารัก…


ปากเล็กๆนั่นกำลังพูดกับเขา


ดูตรงไหนก็น่ารักไม่ใช่หรือ


...อา...จะยิ้มออกไปไม่ได้นะ…


“เฮ้อ! เศร้าว่ะเคมีกูตกตั้งสามรอบแล้วอ่ะ คือหน่วยกิจก็ไม่ใช่ขี้ๆไงพี่มึง” เอาอีกแล้ว บ่นไม่หยุดอีกแล้ว


“อืม กูรู้”


“พี่มึงจะไม่มีความเห็นหน่อยหรอ แบบให้กำลังใจก็ได้”


“สอบแก้ก็ให้มันผ่าน”


“แม่งไม่ค่อยจะช่วยไรเลย” ทีนี้นาวาย่นจมูกพร้อมหมอบลงไปกับโต๊ะ


“ก็ติวให้แล้วไม่ค่อยจะจำ”


“ก็มันน่าเบื่อ”


“ให้อ่านหนังสือเรียนก็แอบไปอ่านวันพีช”


“โห พี่มึงภาคใหม่นี้คือโคตรมันส์อันนี้อาจาร์ยโอดะบอกให้ตั้งตารอเลยเด้อ”


“มันเพิ่งเปิดภาค”


“ก็กูจะว่ามันมันส์ตั้งแต่เปิดภาคก็เรื่องของกูมั้ยอ่ะ”


“ให้ทบทวนบทเรียนก็แอบไปเล่นโทรศัพท์”


“ก็เพื่อนชวนตีป้อม”


“แล้วมึงจะเอาผ่าน? ดูสภาพความขี้เกียจสันหลังยาวที่เกาะมึงเป็นเพลี้ยนี่ก่อน” คงเป็นการบ่นที่ยากเย็นน่าดูสำหรับเขา เพราะต้องมาบ่นเจ้าตัวดื้อที่นั่งเบ้หน้าเบ้ปากใส่เขาอยู่นี่แหละ


“นี่กูอยากเป็นหมออ่ะจอมพล” นาวาเริ่มงัดไม้อ่อนออกมาสู้ ยอมลงทุนเรียกชื่อพี่มันเพื่อขอความเห็นใจกันเลยนะ


“อย่าเอาสมองที่เส้นหยักเป็นแนวตรงไปสู้กับเขาเลย”


แน่นอนว่าไม่มี


จอมพลก็คือจอมพล


ไม่อ่อนโยนกับน้องกับนุ่งเลยเด้อ


“งั้นกูก็ไม่มีไรให้เป็นอ่ะ จบม.6แล้วมานั่งตากแดดแล้วระเหยกลับคืนสู้เหย้าเหอะ” นาวาเริ่มประชดประชันผู้เป็นพี่มากขึ้น


“กูก็เลี้ยงมึงได้เหมือนเดิม”


“ทำมาเป็นปากดี”


“กูรวย”


จบจ้า


ไม่เถียงเพราะพี่มันรวยสมคำอวดจริง


“ไปกลับบ้านได้ยัง”


“ยังอ่ะ พิธีเสียใจกูยังไม่จบ” นาวายังดื้อดึงไม่ปล่อย


“นาวา”


“ว่า”


“ไปตายไหม เผื่อชีวิตมึงจะดีขึ้น”


บักจอมพล!!!!





สุดท้ายก็ยอมย้ายสังขารมาถึงคอนโดได้ทั้งสองพี่น้อง นาวารีบบึ่งมานอนแช่บนโซฟาตัวยาวที่เป็นที่ประจำของเขาทันที


“ล้างมือยัง”


“พี่มึง...”


“อาบน้ำรึยัง”


“กูยังไม่เน่าอ่ะ...”


“จะหมักสู้ป้าเช็งหรอ”


“จอมพล...” คราวนี้นาวาเรียกอีกฝ่ายเสียงยาวเหมือนกำลังประท้วง


แหม เขาเพิ่งหัวถึงโซฟาได้ไม่กี่วิแค่นี้ก็หยวนๆให้ไม่ได้หรือไงนะ เจ้ากี้เจ้าการไปถึงไหนแบบนี้ไงถึงได้ไม่มีหญิงไหนมาแล!


“ไป” อีกฝ่ายจ้องเขม็ง


“จอม..”


“เร็ว”


ยังเรียกชื่อไม่ทันจบเลย ทางนั้นก็เสียงแข็งใส่ซะแล้ว


ชายหนุ่มเซ็งชนิดว่าแทบจะบรรยายออกมาไม่ได้


เขากับจอมพล ก็เป็นพี่น้องแต่ก็ไม่ใช่พี่น้องร่วมสายเลือดกั พ่อกับแม่ของเขาเป็นเพื่อนสนิทกับป้าจันทร์กับลุงวิญหรือพ่อแม่ของจอมพลเท่านั้น เพราะพ่อกับแม่เสียไปโดยอุบัติเหตุตั้งแต่นาวายังเด็กทางคุณพ่อคุณแม่ของจอมพลเลยรับมาเลี้ยงไว้เป็นลูกบุญธรรม


ซึ่งตอนนี้ลุงวิญก็ได้หย่าร้างกับป้าจันทร์ไปเรียบร้อยแล้ว เรื่องของคุณลุงคุณป้าจบกันด้วยดีคุณป้าตอนนี้ก็ชีวิตแฮปปี้ชนิดหาตัวจับยาก ทุกวันนี้แค่ส่งให้แต่เงินเป็นรายเดือน ส่วนจอมพลก็ไม่เคยคิดเล็กคิดน้อยอะไร


นาวาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลองใส่สบายเดินมาเปิดตู้เย็นมองหาของกินไปรอบๆ


“พี่มึงเลย์กูอ่ะ”


“กินหมดไปเมื่อวานแล้วไม่ใช่หรอ”


“หรอ..”


มองไปทางไหนก็น้ำเปล่า มองไปอีกทางก็ของสดทั้งนั้น


ไม่มีขนมเลย


นาวาถอนหายใจพรืดเดินไปนั่งที่โซฟาดั่งเดิมก่อนจอมพลจะเข้ามานั่งตาม


“โห พี่มึงดูคะแนนเคมีเพื่อนกูดิเหมือนหัวสมองมีพื้นที่ว่างประมาณ132Gbให้แม่งจำอะไรพวกนี้อ่ะ”


นาวายื่นโทรศัพท์ที่เจ้าตัวเพิ่งเข้าไปเช็คแชทกลุ่มให้จอมพลดู นั่นคือรูปผลคะแนนสอบของเจ้าตัว


อืม คะแนนของเพื่อนคนอื่นๆก็ไล่เลี่ยกัน


คะแนนเต็ม 20 หรอ


คะแนนมีสามช่อง แต่ละคนก็ได้คนละ 11-13 ในแต่ละช่อง


ส่วนทางนาวาน้องชายเขาหรือ


3 1 0

...คะแนนก้าวกระโดดอย่างมีพัฒนาการเหลือเกิน....


“กูอุตส่าห์วางแผนว่าจะเรียนหมอ”


“เรียนอย่างอื่นเถอะมึง”


...กูรับไม่ได้…


จอมพลว่าในใจ


“เรียนในสิ่งที่มึงถนัด” จอมพลแนะแนวทางน้อง ซึ่งคนเป็นน้องก็ท่าคิดอยู่สักพักก่อนจะเอนตัวลงมานอนหัวแหมะลงบนตักของจอมพลอย่างเคยชิน


“สิ่งที่กูถนัดหรือ..” เจ้าตัวก็อืมอาไปสักพักหนึ่งก่อนจะเอ่ยออกมา “ขอเงินพี่มึงใช้”


“อ้อนพี่มึง”


“กวนตีนพี่มึง”


“พอจะมีอาชีพพวกนี้มั้ยวะ”


“มีก็คงอยู่บนตีนกูนี่” จอมพลหมดคำจะพูดอยากตบกระบาลเจ้าเด็กนี่สักทีแต่ก็ต้องอดเอาไว้


“เชี้ย!!!!!!!!” และอยู่ๆเจ้าตัวปัญหาระดับเทพก็ร้องลั่นขึ้นทำเอาจอมพลตกใจไปไม่เป็น


“อะไรมึงอีกเนี่ย”


“คะแนนฟิสิกข์ออกแล้วอ่ะจอมพล” คนที่นอนบนตักพี่ชายเด้งตัวขึ้นฉับพลัน


“แล้ว?”


“กูเดาด้วยสงสัยไม่แดกศูนย์ก็ไม่เกินสิบอ่ะ”


“คะแนนเต็มเท่าไหร่”


“30”


จอมพลมองแผ่นหลังของคนอายุน้อยกว่านั่งคุดคู้ตัวก้มลงไปดูโทรศัพท์อย่างใจจดใจจ่อ


“พี่มึง”


“ว่า”


“กูได้ 25 “


“หะ...”


“เออ กูเดา แต่กูได้ท็อปว่ะนี่กูควรดีใจถูกมั้ย” จอมพลหยักไหล่ฝ่ายเป็นคำตอบพลางขมวดคิ้วมุ่ยดูเหมือนนาวาจะดวงขึ้นกับเรื่องแบบนี้เสียเหลือเกิน


“พอๆไปกินข้าว”


“วันนี้อยากกินอาหารญี่ปุ่น กูจะฉลองกูได้ท็อปฟิสิกข์” นาวายิ้มร่าลุกขึ้นประจันหน้ากับจอมพล


“เงินกู”


“เดี๋ยวกูแคะกระปุก”


“เฮ้อ ไปเปลี่ยนชุดไป” ไล่เจ้าตัวดีให้ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่นานเจ้าตัวก็วิ่งปรี่ออกมาจากห้องนอนพร้อมชุดพร้อมออกไปข้างนอก


“นี่พี่มึงจะไม่ให้รางวัลกูหน่อยหรอ” นาวาเข้ามากระตุกแขนเสื้อเขาถี่ยิบ “นี่พี่มึงจะลืมสัญญาของเราหรอ”


เพราะได้รับคำตอบเป็นเพียงแค่การยักคิ้วเป็นเชิงถามเท่านั้น เด็กตัวดีจึงประท้วงอีกหน


“กูได้ท๊อปอ่ะ” คราวนี้ไม่ใช่แค่กระตุกแขนเสื้อร่างโปร่งของชายหนุ่มย่างเข้ามหาลัยเล่นจับตัวคนพี่โยกไปมาเสียด้วย


“...”


“ยังนิ่งอีก”


จอมพลแค่นหัวเราะ เป็นเด็กที่ยิ่งโตเท่าไหร่ความซนก็ยังเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนจริงๆ


เขาค่อยๆโน้มต่ำลงไปจนถึงหน้าผากของอีกคน บรรจงจูบแผ่วเบาประทับไว้ให้กับเด็กหนุ่ม


“พอใจหรือยัง”


“โตเป็นผู้ใหญ่แล้วยังจะลืมสัญญาอีก ตัวเองเป็นคนบอกไว้แท้ๆ”


บอกว่าจะให้รางวัลพิเศษถ้าสอบได้ท็อปห้อง คำๆนี้นาวาจำมันจนขึ้นใจตั้งแต่อนุบาลจวบจนอีกปีก็จะก้าวเข้าสู่มหาลัยเหอะ


“ไถ่โทษพี่มึงต้องซื้อการ์ตูนให้กูห้าเล่ม”


จอมพลทำนิ่งไม่สนใจเสียงของคนเด็กกว่า


“พี่มึงเมินกูอ่ะ”


ทำเป็นได้ยินเสียงนกเสียงกาไป


“จอมพลลลลลล!!”


อย่าไปสปอยล์มากเดี๋ยวเหลิง


“จะแดกไหมข้าวเย็น” จอมพลแกล้งเสียงเข้มใช้สายตาเป็นเชิงดุใส่อีกคน


“กินจ้า!” พอเอาของกินมาล่อเท่านั้นแหละ ได้เรื่องเลย


จอมพลถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน เป็นอย่างนี้อยู่ทุกวันจนกลายเป็นกิจประวัตรไปแล้ว แต่ก็นั่นแหละถ้าขาดไปก็เหมือนขาดสีสันต์


เขาพอใจที่จะอยู่อย่างนี้มากกว่าไม่ได้ยินเสียงจ้อของอีกคน


ก็นะ


ยอมฟังๆไป


อีกนัยน์หนึ่งก็เพลินดีเหมือนกัน


ว่าไหม?




อยากเป็นของพี่มึงฮือออออออออออ
อยากโดนพี่มึงดุทุกวันโลยยย


ออฟไลน์ winndy

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1232
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-3
น่ารักดีค่ะ ติดตามนะ

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 393
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
 :hao6: :hao6: :hao6: ตั้งแคมป์รอเลยครับ

ออฟไลน์ patompong888

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 113
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
 

     น่ารัก  :katai2-1:

ออฟไลน์ colorofthewind21

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1840
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-1
นาวาช่างจ้อจริงๆเลยย

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7980
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +176/-11
จอมพล นาวา   :กอด1: :กอด1: :กอด1:

ออฟไลน์ NINNILL

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
ชอบคำว่าพี่มึงมากกกกกก น่ารักดีอะ  :impress2: :impress2: :impress2: :impress2: ติดตามนะคะ

ออฟไลน์ TheDoungJan

  • —☁gtrsrist
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 764
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
อยากมีพี่มึงเป็นของตัวเองบ้าง

ออฟไลน์ catka12

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 684
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-0
 :hao7: โอ๊ย... น่าเอ็นดูคนน้อง  :hao7: น่าลักคนพี่กลับบ้าน  :hao7:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ แก้วกระจก

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 54
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
#2 เส้นทางคนหน้าม่อไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ


“คืนนี้ชาบูป่ะมึง” เอกเพื่อนสนิทในกลุ่มของจอมพลรีบเอ่ยชวนหลังจากอาจารย์บอกเลิกคลาส


“กูอยาก”  เมฆเพื่อนสนิทอีกคนรีบสมทบ


“อ่ะกูไปด้วยก็ได้” เอ้ผู้หญิงหนึ่งเดียวรับคำส่งๆ


“มึงอ่ะพล” เอกรีบหันขวับไปทางเพื่อนหน้าตายที่กำลังสะลึมสะลืออยู่


“ทักทายยมบาลเป็นไงบ้างมึง” เมฆยิ้มขำ


“ไร” จอมพลหงุดหงิดใส่บรรดาเพื่อนที่ยิ้มขำกันไม่เข้าเรื่องเข้าราว


“ไปแดกชาบูกับพวกกูมะ”


“ไม่” รีบปฏิเสธโดยทันพลัน


“ทุกรอบเลยมึงอ่ะ เพื่อนฝูงชวนไม่เคยจะไป” เอ้บ่นแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรมากไปกว่านั้นทั้งสามคนสะพายเป้ออกมาจากห้องพร้อมกัน


จริงๆจอมพลก็อยากจะไปสังสรรค์กับเพื่อนกับฝูงบ้าง


แต่ก็มีภาระตัวใหญ่ๆที่ต้องเลี้ยงดูปู่เสื่ออยู่


ช่วยไม่ได้


ครืด ครืด ครืด ครืด


เสียงสั่นจากโทรศัพท์ในกระเป๋ารั่วเข้ามาเป็นเจ้าเข้า คนที่เพิ่งตื่นไปหมากชักเริ่มหงุดหงิดจนต้องควักโทรศัพท์ออกมาเช็คดู


‘พี่มึงกูอยู่มอพี่มึงแล้วอ่ะ’


‘คณะที่มึงอยู่ไหนวะ’


‘ใหญ่ชิบหาย กูจะหลงป่ะวะ’


‘กูต้องหย่อนขนมไปตามทางด้วยมะ เผื่อกูหลง’


‘กูเจอคณะมึงแล้ว ใหญ่ชิบหาย กูรออยู่ม้านั่งหน้าคณะเด้อ’


‘บริหารนี่ก็ผู้ชายเยอะชิบหาย โคตรเท่’


‘วันนี้กูอารมณ์ดีเลยนั่งบีทีเอสมาหามึงเลย’


‘รีบมาเด้อ’


อืม


ตัวปัญหาอยู่ที่นี่ หน้าคณะของเขา


ลงทุนนั่งบีทีเอสมาเองด้วย


...กูควรดีใจไหมวะ?...


จอมพลก็เริ่มชักจะไม่แน่ใจสักเท่าไหร่


“มึงไปก่อนเลยนะ กูปวดเหยี่ยว” เมฆบอกกับเพื่อนของตน


“เออกูด้วยๆ” เอกว่าเสริมจากทั้งสองคู่ซี้ก็พากันเดินแยกออกไปทางห้องน้ำ


เหลือเพียงจอมพลกับหนึ่งหญิงในกลุ่มเท่านั้น


จอมพลไม่ได้ใส่ใจอะไร หนึ่งเดียวตอนนี้คืออยากจะออกไปหาเด็กตัวดีที่กำลังรอเขาอยู่ ถึงบริหารจะมีผู้ชายไม่เยอะมากแต่ก็เดินสวนกันให้คึก ตัวขาวๆเหมือนแม่ต้มหลอดนีออนให้กินพร้อมนมแต่เด็กอย่างนั้นคงตกเป็นเป้าสายตาง่ายๆเลยไม่ใช่หรือ


นั่นไง กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่


นาวาเงยหน้าขึ้นมาเจอกับพี่ชายของตัวเองพอดี เจ้าตัวรีบปิดโทรศัพท์วิ่งปรี่เข้ามาหา


“พี่มึงงง!”


“พลมึงจะเดินเร็วหาพระแสงอะไรมิทราบ เมื่อกี้ยังสะลึมสะลือสื่อสารภาษามนุษย์ไม่รู้เรื่องอยู่เลย” เสียงของเอ้ตามหลังมาติดๆ ทำให้จอมพลนึกขึ้นได้ว่าเด็กตรงหน้านี้ไม่เคยรู้จักกลุ่มเพื่อนเขาเลยสักคน


“มึงจะทิ้งกูไปอีกคนรึไง”


คำพูดคำจาชวนเชื่อมโยงเป็นที่สุด มีหวังนาวาได้บรรเจิดภาพในสมองออกมาเป็นฉากๆแน่ๆ


“อ๊ะ!  นั่นใครวะพล?”เอ้ชะเง้อคอมองมาทางนาวาที่กระพริบตาปริบๆอยู่เบื้องหน้า


“น้องชาย” จอมพลตอบเสียงเรียบ เขาไม่มีเหตุผลจะต้องปิดยังอะไร


“งี้ใช่ป่ะเลยไม่ได้กินชาบูกับกูอ่ะ” เหมือนเอ้จะลืมใส่ประชากรที่อีกคนที่ไปเข้าห้องน้ำในประโยคไปด้วยเสียแล้ว


“อืม”


จอมพลตอบส่งๆ


“และนี่จะไม่แนะนำน้องให้รู้จัก?”


“ไม่” ว่าจบจอมพลก็จูงมือนาวาที่ยืนงงอยู่ให้ตามไปแบบไม่ร่ำรา


“พี่มึงนั่นใครอ่ะ” พอมาถึงลานจอดรถหน้าตึกนาวาก็โพล่งถามขึ้นทันที


“เอ้”


“ชื่อเขาหรอ”


“อืม”


“แฟนหรอ?”


“เปล่า พะ…”


“ไม่ต้องมาปิดน้องนุ่งหรอก กูอยู่กับมึงมาทั้งชีวิตดูออกเหอะ” ยังไม่ทันที่คนเป็นพี่จะพูดจบประโยคนาวาก็สวนขึ้นมาเสียแล้ว


เข้าใจผิดไปอีก ว่าแล้วไง


“มั่ว” เขาดีดเข้าไปที่หน้าผากน้องชายหนึ่งที


“สวยดีนะ แต่สงสัยพี่มึงคงจีบเขาไม่ติดหรอก” ยังๆ เจ้าตัวดียังไม่หยุดร่ายยาวอีก “คืนนี้ก็ไปกินชาบูกับเขาดิ่ เขาชวนไม่ใช่หรอ?”


“แล้วมึงจะเอาไรกิน?”


“เออว่ะ! ลืม”ร่างโปร่งเบิกตาโพล่งกับคนพูดของพี่ชาย “งั้นไม่ให้ไปนะ พี่มึงห้ามไปเด็ดขาด พี่มึงจะทิ้งกูให้นั่งกลืนน้ำลายตัวเองแทนข้าวไม่ได้นะ พี่มึงบอกเองว่าห้ามกูออกจากคอนโดหลังสองทุ่มคนเดียว”


คราวนี้งัดสารพัดข้ออ้างมาขวางเขาไว้เสียอย่างนั้น


“รู้แล้วๆ ขึ้นรถไป”


นาวาขึ้นรถไปโดยดี ก่อนจะเปิดประเด็นขึ้นอีกรอบในระหว่างที่จอมพลออกรถออกมาเลยตัวมหาลัยแล้ว


“แบบนี้พี่มึงจะจีบเขาติดมั้ยอ่ะ” เด็กขี้สงสัยยังไม่หยุดพูดเรื่องเก่าที่สมควรยุติลงได้ตั้งนานแล้ว


“ไม่รู้” จอมพลขี้ที่จะอธิบายเพราะถึงอธิบายไปยังไงเด็กข้างๆนี่ก็จะหาว่าเขาแก้ตัวใส่แน่นอน


ปล่อยให้เข้าใจไปแบบนี้ก็ไม่เสียหายอะไรหรอกมั้ง


“อ้าว! แล้วพี่มึงจะเอาไงอ่ะ จะเดินหน้าจีบเขาต่อป่ะ”


ที่ถามนี่เพราะอยากรู้หรือด้วยเหตุผลอย่างอื่นกันนะ


จอมพลเริ่มแอบสงสัย


ในใจพลันคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยเดาทางสมองน้อยๆของน้องชายต่อไปเพลินๆ


“ไม่รู้”


“พี่มึงดูเศร้าๆ”


...ไม่ได้เศร้า กูง่วง…


จอมพลตอบในใจ ไม่คิดจะเอ่ยปากบอกคนข้างๆออกไป ปล่อยมันไปสมองมันกำลังทำงานในเรื่องของเขาอยู่


...รู้สึกสำคัญ…


“พี่มึงไม่ต้องเศร้านะ” นาวาวางมือไว้บนบ่าของเขาเบาๆ เหมือนกำลังปลอบใจอยู่


“เส้นทางคนหน้าม่อไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป”


เอี๊ยด!!!!


จอมพลหักพวงมาลัยเข้าข้างทางกะทันหันผลของมันคือทั้งเขาและคนข้างแทบจะกระเด็นไปชนกระจกจากแรงเบรกของรถ


เมื่อกี้เขากำลังแอบดีใจที่ในหัวสมองน้อยๆนั่นได้ทำงานในเรื่องของอยู่บ้างแท้ๆ


...เอาความดีอกดีใจของกูคืนมา!!...


“พี่มึงหน้าเหมือนจะแดกหัวกูเลย” นาวาว่าหน้าแหยงๆ


อืม นี่ก็กำลังมองหาอีโต้ในรถอยู่ เผื่อหน้ามืดตามัวเผลอเอามาใส่ไว้


จอมพลแอบหัวเสียอยู่ไม่น้อยที่ตั้งความหวังไว้สูงเกินสมองน้องชาย


“เป็นไรมั้ย ทำไมอยู่ๆก็เข้ามาจอดข้างทางแถมเบรกซะหัวแทบเสยกระจกหน้าขนาดนี้เนี่ย” เด็กชายก็บ่นขมุบขมิบไปมาไม่เลิก จอมพลมองปากนั่นเอ่ยเจื้อยแจ้วต่อว่าเขาไปมาพร้อมผ่อนลมหายใจ


...บ้ามึงมันบ้าไอ้พล…
“กูง่วงๆ”


แถสีข้างถลอกไปยังไงมันก็จับไม่ได้หรอก


“ไม่เชื่ออ่ะ” นาวาส่ายหน้า “หน้าพี่มึงเหมือนอยากจะฆ่ากูมากกว่า”


ทีแบบนี้ล่ะฉลาดนัก


“เงียบไป”


“อยากกินหนม”


“ห๊ะ” เรื่องปวดหัวในหัวยังไม่หายเด็กเจ้าปัญหานี่ก็หาเรื่องเข้ามาใหม่อีกแล้ว


“เลย์ในตู้เย็นหมดแล้วอ่ะ”


“กินเยอะมันไม่ดี”


“ก็ซื้อมาเก็บไว้ไง ซื้อเป็นแพ็คใหญ่มาใส่ตู้เย็นไว้ไง”


จอมพลหรี่ตามองไปยังนาวาที่นั่งจ้องเขาตาแป๋วเหมือนพยายามจะอ้อน


“ไม่กินวันเดียวหมดหรอก”


“คราวที่แล้วสองแพ็คหมดในสองวัน”


“คือคราวนี้สองอาทิตย์เลย เดือนหนึ่งไปเลยจะกินวันละนิดเดียวจริงๆ”


จอมพลหรี่ตามองน้องชายจอมดื้อไม่เลิกจนเจ้าตัวเริ่มเลิกลัก อยากกินเลย์ก็อยากกินจะให้ทำยังไง!


“พี่มึง...”


“...”


“นะพี่มึง....”


“...”


“จอมพล...”


“...”


“ทำไมนิ่งงี้อ่ะ”


“...”


“จะไม่ยอมจริงๆดิ่”


“...”


“พี่พล...”


“...”


นาวาเริ่มเสียงอ่อนแววตาอ้อนวอนมองมาที่เขา อา...มือไม้เริ่มอ่อนยวบยาบอยากจะหักพวงมาลัยกลับเข้าถนนตรงไปซื้อเลย์ในแม็คโครมาให้คนข้างๆกินสักปีสองปี


“บักพี่โพ้ลลลลล!! กูอยากกินเลย์อ่ะ!!”


ไปหมดแล้วอาการมือไม้เปลี้ย


ตอนนี้มือไม้แข็งอยากทุบกำปั้นเข้ากะโหลกกลมๆนั่นเสียให้เข็ด


“กลับบ้าน!!”


“พี่มึงโว้ยยย!!”


“ไม่ต้องกิน!! กูงดมึงเดือนนึ่ง!”


“ไม่อาววว!! กูเกลียดมึ๊งงง!!”








จอมพลที่น่าสงสารกับความเร็วเน็ตของคนเขียนที่รันทดพอๆกับชีวิตจอมพล

ออฟไลน์ แก้วกระจก

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 54
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
#3 วันๆของพี่กับน้อง


“แปดโมงแล้วมึงจะตื่นไม่ตื่น” เสียงแข็งดังขึ้นเหมือนเป็นการรบกวนอีกคนให้งัดตัวลุกขึ้นจากที่นอน


“อืออออ”


“ไม่ตื่นก็ไม่ต้องแดก”


เท่านั้นแหละ ร่างโปร่งที่นอนแทบจะจมไปกับหมอนเด้งตัวขึ้นมานั่งหน้าตั้งอย่างรวดเร็ว นาวาสะลึมสะลือขนาดตายังไม่ยักจะลืมขึ้นมาเลย


“ไปอาบน้ำ”


“อุ้ม”


“...”


“พี่พล อุ้มหน่อย”


 “เฮ้อ…” จอมพลถอนหายใจ นาวาก็เป็นอย่างนี้เสียทุกทีช่วงสะลึมสะลือก็มักจะอ้อนเขาให้ทำนู่นทำนี่อยู่เรื่อย


เป็นกิจวัตรไปแล้วที่เขาจะอุ้มอีกฝ่ายเป็นลูกลิงไปที่ห้องน้ำ


จอมพลจัดการอุ้มอีกฝ่ายขึ้นมากระเตงไปหยิบผ้าคนหนูมาพาดบ่าพาอีกคนที่กอดเขาแน่นเข้าห้องน้ำ บรรจงวางตัวน้องชายลงในอ่างอาบน้ำพร้อมโยนผ้าขนหนูโปะเข้าไปที่หน้าของมัน


“รีบอาบน้ำเข้า”


“อืออออ”


จอมพลปิดประตูห้องน้ำและเดินมาจัดการกับเรื่องอาหารเช้าต่อ ไม่นานนักร่างโปร่งก็เดินออกมาจากห้องน้ำคาดผ้าขนหนูห่มด้านล่างออกมา หยดน้ำเกาะพราวตามตัวพร้อมผมสั้นเปียกๆนั่นเรียกเสน่ห์ให้อีกคนไม่น้อย


“ผอมลงหรอ” จอมพลทักจนคนเด็กกว่าก้มมองรูปร่างตัวเองไปมา


“มั้ง กระดูกก็โผล่ๆอยู่เหมือนกัน”


“ไปใส่เสื้อผ้า”


“ไล่กูไปอีก” นาวาขมวดคิ้วยุ่ง


“ถ้ายังจะยืนอยู่ตรงหน้านี้กูจะเอากระทะฟาดหน้ามึง”


“ไปแล้วจ้า”


ไม่เคยมีคำว่าอ่อนโยนสำหรับจอมพลเลยสักนิด


หลังจากที่ทั้งสองทานอาหารเช้าเป็นที่เรียบร้อยแล้วทั้งสองก็ย้ายร่างมาประจำอยู่โซฟาหน้าทีวี นาวานั่งดูการ์ตูนในจออย่างใจจดใจจ่อในขณะที่จอมพลหอบโน๊ตบุ๊คมาทำงานไปด้วย


“พี่มึง”


“ไร”


“สนใจกูที”


“เพื่อ”


“นี่กูกำลังเรียกร้องความสนใจ” ว่าแล้วนาวาก็ขยับเข้ามาใกล้ใช้คางเกยไหล่จอมพลพร้อมทิ้งน้ำหนักเข้ามาเต็มๆ “พี่มึงทำไร”


“งาน”


“งานบ้านมึงดิ่กูเห็นนั่งไถเฟสบุ๊ค” นาวาละมามองหน้าคนพี่ตรงๆ


“อืม”


ทั้งสองไม่ได้คุยอะไรกันอีกนาวาก็กลับใช้คางเกยไหล่ผู้พี่เหมือนเดิม จนจอมพลนั่งเลื่อนเฟสบุ๊คดูข่าวสารไปเพลินๆก็ผงะกับโพสๆหนึ่งเข้าพอดี


“นาวา”


“กินยาได้เขย่ากระปุกป่ะวะ เรียกชื่อกูซะเต็มยศเลย” จอมพลขมวดคิ้วให้กับคำพูดไม่เข้าเรื่องของน้องชาย “ไรอ่ะ”


“มึงเคยเขียนบทการ์ตูนกับเพื่อนมึงส่งประกวดใช่มั้ย”


“ใช่ๆ ตั้งแต่กูอยู่ม.4นู่น ตอนนั้นห้าวเป้งอยากโชว์เท่ให้สาวมองเลย”


“ชนะมั้ย”


“เสียดายสุดๆ แข่งกับพวกมหาลัยด้วยตอนนั้นจะเอาอะไรไปสู้นี่ได้ชมเชยมากูก็ร้องไห้มากอดพี่มึงรอบบ้านแล้วเถอะ”


“ลองแข่งนี่ดูมั้ย”


นาวาเบิกตากว้างอย่างสงสัยก่อนจะหันไปดูหน้าโพสๆหนึ่งที่จอมพลเลื่อนให้ดู สายตาค่อยๆไล่กวาดตัวอักษรอ่าน


      ประกวดเฟ้นหาวรรณกรรมเยาวชนสุดโดน
   ชวนทุกๆคนส่งบทความหัวข้อเกี่ยวกับชีวิตประจำวันที่น่าสนใจ เจ๋ง สุดโดน
   เข้าประกวดในโครงการของบริษัทxXxผู้ชนะจะตีพิมพ์กับทางสำนักพิมพ์Poxx
   ในเครือบริษัทxXx โดยมีเงินรางวัลสำหรับผู้ได้รับรางวัล และมาอย่าลืมส่งผลงาน
   ถ่ายทอดชีวิตประจำสุดเจ๋งของเพื่อนๆกันมาเยอะนะครับ @#$%^*U^%EDSFDC


นาวาไล่อ่านได้เท่านั้น เพราะรายละเอียดด้านล่างมีอีกยาวเป็นกิโลที่ไม่เข้าใจว่าแอดมินนิ้วเคล็ดบ้างไหม เขาละสายตาจากหน้าจอหันมาสบตากับผู้พี่ที่มองมาทางเขาอยู่ก่อนแล้ว


“จะให้กูส่งหรอ”


“มึงถนัด”


จอมพลเกือบจะลืมไปแล้วว่านาวานั้นถึงเรื่องเรียนทางด้านคิดวิเคราะห์คำนวณอาจจะไม่ค่อยดี แต่เรื่องความคิดสร้างสรรค์จินตนาการนั้นเติบโตไปไกลอายุมากกว่าอายุมานานแล้ว


“เขียนเรื่องไรดี ชีวิตประจำวันนายหน้าม่อ เส้นทางสู่ฝันนายหวังเย้หรอ”


ป๊าป!


เสียงฝ่ามือประทะเข้ากับหัวของตัวเจ้าปัญหาเข้าอย่างจังจนเจ้าตัวอดร้อนโอดโอยอย่างช่วยไม่ได้


“อ่อนโยนกันน้องกับนุ่งบ้างเหอะ”


จอมพลส่ายหน้าไปมาตัดสินใจปิดเฟสออกจากโพสนั้นซะเลย


“ถ้ากูเขียนกูเอาพี่มึงเป็นตัวเอกได้ป่ะ” คราวนี้จอมพลหยุดชะงักหันมองนาวาที่ยิ้มตาหยี


“แล้วแต่มึงสิ”


...หุบยิ้มจอมพล…


ดูดกระพุ้งแก้มเข้าไปเดี๋ยวนี้ ปฏิบัติ!!


“แล้วกูจะเขียนให้พี่มึงสะดุดขาตัวเองล้มหน้าทิ่มชักโครกตอนจบ”


...ไอ้ชิบหาย...


“ไปไกลๆตีนกู”


“ฮะๆ หน้าพี่มึงแม่งโคตรฮาเลยว่ะ” นาวาหัวเราะจ๊าก “อย่าทำหน้าเหมือนจะแดกหัวกูอย่างนั้นดิ่”


“มาใกล้ๆ”


“ทำไมอ่ะ”


“มาแดกตีนกู!”


จอมพลผู้ไม่เคยอ่อนโยนและไม่เคยคิดด้วย!!





ตกดึกมาสำหรับชายโสดสองพี่น้องทั้งคู่จะทำอะไรกัน?


“แมทช์นี้ทีมVชนะเชื่อกู!!” นาวาเอ่ยลั่นในมือมีซองเลย์ห่อใหญ่พร้อมนมที่วางไว้บนโต๊ะหน้าทีวี


“ดึกแล้วยังจะแดกเลย์”


“ความสุขกูอ่ะ”


“เฮ้อ...”


“พี่มึงทีมไหน”


“ทีมA”


“กาก”


“อย่าว่าทีมตัวเอง”


“ฮึ่ย! กูวางแมทช์นี้!!”


“เท่าไหร่”


“ถ้าทีมVชนะ พรุ่งนี้อุ้มกูออกจากเตียง อุ้มกูไปอาบน้ำ อุ้มกูไปที่นอน”


“เป็นง่อยหรอ” จอมพลหรี่ตาดุน้องชาย จริงๆสิ่งที่อีกฝ่ายเรียกร้องมาเขาก็ทำเป็นประจำอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง


ยังจะเรียกร้องเพิ่มไปทำไม


“ตามนั้นอ่ะ”


“กูถามจำนวนเงิน ตอบกูเป็นบ้าบออะไรก็ไม่รู้”


“แล้วพี่มึงลงอะไร”


“Aชนะ มานอนกับกู”


“พี่มึงจะวางเดิมพันแบบเดิมไม่ได้นะเว้ย นี่ทุกรอบเลยเหอะ”


“ก็คิดไม่ออก”


“สมองพี่มึงใหญ่เท่าโปรโตซัวหรอ”


“อืม ใหญ่กว่าเยอะหน่อย”


“พี่มึง!”


“พูดจริง”


“ไม่สนแม่งล่ะ จะดูบอล”


นาวาฟึดฟัดหันไปสนใจบอลที่ฉายผ่านโทรทัศน์ต่อนี่ก็ตีหนึ่งปาเข้าไปแล้ว พรุ่งนี้เด็กหนุ่มต้องไปเรียนเสียด้วยแต่ถ้าจะให้ไล่ไปนอนตอนนี้เด็กนี่คงไม่ยอม


มีหวังรอบนี้คงต้องเลยตามเลยเหมือนทุกรอบนั่นแหละ


...ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีเสียหน่อย…


ผ่านครึ่งแรกไปสู้ครึ่งหลังบอลดำเนินไปแต่ดูเหมือนคนข้างๆจอมพลบัดนี้จะปิดสวิทซ์ตัวเองไปเสียแล้ว


ทั้งๆที่บอกอยากดูบอล


เด็กหนุ่มเอนมาพิงไหล่ของจอมพลไว้ หลับลึก ลมหายใจสม่ำเสมอจนคนพี่ไม่อยากปลุกเลยจำใจกดรีโมตปิดทีวีอุ้มคนน้องเป็นลูกลิงไปส่งที่ห้องนอนเขา


...ใช่ ห้องนอนจอมพล…


ก็ทีมVนำ1-0แล้วนี่


ถือว่าชนะในครึ่งแรกไปแล้วกัน


ไม่ขอนับครึ่งหลังเพราะอีกคนปิดการทำงานของตัวเองไปเสียก่อน


ผลจึงนับที่ครึ่งแรกพอ


จอมพลค่อยๆวางอีกคนลงบนเตียงอย่างเบามือ เดินไปปิดไฟทุกดวงภายในห้องและล้มตัวลงนอน


หันไปคว้าร่างโปร่งอีกคนมากอด มือใหญ่ไล้เข้าไปตามสาบเสื้อตัวบาง ผิวเด็กหนุ่มนิ่มอยู่บ้างถึงจะเป็นผิวของเด็กผู้ชายก็ตาม ไล้ไปตามเอวไล่มาถึงสะโพกและก้อนเนื้อกลมกลึงที่เขาอยากจะบีบมันนักหนา


แต่ก็ต้องสะกดอารมณ์ครุ่นกรุ่นพวกนี้กลับไป


จอมพลทำได้เพียงเท่านี้


ก็ไม่ใช่ว่าเขาลักหลับนาวาเสียหน่อย


ก็ทำมันทุกครั้งที่นอนด้วยกัน


แต่ไม่เคยทำต่อหน้าอีกคนตรงๆ


...และก็คงไม่มีวัน…


เด็กนั่นสมองคงไม่เร็วพอประมวลกริยาของเขาหรอก


...เชื่อสิ…


“พี่พล...ง่วง” เสียงัวเงียเหมือนละเมอ ประท้วงดังออกมาจากปากของคนโดนลักหลับ


“อืม นอนนะ”





งานกองเท่าหัวไม่สู้เท่ามีผัวเป็นจอมพล ขอบคุณค่ะ.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-07-2018 13:32:01 โดย แก้วกระจก »

ออฟไลน์ darling

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1827
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-7
พี่มึง บอกน้องไปเหอะว่าชอบ รอน้องคิดเองพี่มึงอาจอายุ 60 แล้ว  :mew4:

ออฟไลน์ แก้วกระจก

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 54
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
#4 ไข้หวานรสนมอุ่น


“ลุก จะหกโมงครึ่งแล้ว” คนพี่เดินเข้ามายืนอยู่หน้าเตียงโดยมีร่างของน้องชายนอนขดตัวอยู่


“…”


“นาวา”


ไม่มีเสียงตอบรับครั้งที่หนึ่ง


“ลุก”


“...”


ไม่มีเสียงตอบรับครั้งที่สอง


“พี่มึง...ปวดหัวจัง”


ร่างโปร่งเริ่มงัวเงียสีหน้าดูไม่สู้ดีเหมือนทุกๆครั้งที่ตื่นมาแล้วจะเอาแต่ใจให้เขาเอาใจอยู่ทุกๆวัน


จอมพลสงสัยใช้หลังมือแตะลงไปที่หน้าผากน้อง จึงรู้ได้ทันทีว่าเวลานี้คนน้องตัวร้อนจี๋เสียแล้ว


“ตัวร้อน” คนโตกว่าขมวดคิ้วยุ่ง


จอมพลมองไปยังปฏิทินที่วางไว้บนโต๊ะทำงานของห้องน้องชาย


เดือน 6


เริ่มเข้าหน้าฝนแล้ว ดูเหมือนเขาจะลืมไปเสียสนิท


เด็กคนนี้เวลาถึงคราวเปลี่ยนฤดูทีไร มักจะมีไข้ขึ้นสูงทุกปีไป




จอมพลมีเรียนเก้าโมงเช้าแต่ ณ ขณะนี้เวลาแปดโมงครึ่งแล้วเจ้าตัวยังไม่เตรียมตัวออกจากห้องไปมหาลัยเลย


“สามสิบแปดจุดสี่สามองศา” จอมพลดูตัวเลขที่ปรากฏหน้าปรอทวัดไข้วัดไข้คนเด็กกว่าเมื่อครู่


“ฮือ” เจ้าตัวส่งเสียงอู้อี้ออกมาใต้ผ้าห่ม


จอมพลจัดการโทรไปหาคุณครูลาโรงเรียนให้เด็กเจ้าปัญหาที่ขณะนี้น่าจะสิ้นฤทธิ์ไปช่วยคราว


“กินข้าวเร็วจะได้กินยา”


“พี่มึงไม่มีเรียนหรอ”


“มี”


“ทำไมไม่ไปอ่ะ”


“หมาตัวไหนไม่สบายอยู่ตรงนี้ล่ะ”


“จอมพลลลล” นาวาลดผ้าห่มออกพุ่งเข้ากอดจอมพลเอาไว้แน่น


ก็เป็นเสียแบบนี้ทุกครั้งไป


เวลาไม่สบายทีไร...ชอบอ้อนทุกที


“กินข้าวเร็ว” นาวากินข้าวต้มในชามที่จอมพลป้อนมาให้อย่างว่าง่าย แต่กินไปได้เท่าไหร่คนมีไข้ก็เบือนหน้านี้เสียแล้ว


“อิ่มแล้วอ่ะ”


“ยังไม่ถึงครึ่งเลย”


“ฮือ” ส่งเสียงอู้อี้ประท้วงตามฉบับเจ้าตัว


“จะได้กินยา”


“ไม่หิวแล้ว”


นาวาส่ายหน้าไปมา ให้กินมากกว่านี้เขากินไม่ลงหรอก ลิ้นมันเฟือนไปหมดเลย


“นาวา”


“จอมพล”


ดูเหมือนความพยายามครั้งนี้ของจอมพลจะไม่สำเร็จเสียแล้ว คนพี่เลยจำใจต่อรองกับคนน้องอีกรอบหนึ่ง


“อีกคำเดียว”


“...”


“เร็วคนเก่ง”


สุดท้ายคนป่วยก็ยอมอย่างว่าง่าย จอมพลระบายยิ้มอย่างพึงพอใจ


“กินยา”


เพราะนาวาไม่ใช่เด็กที่กินยายากจำพวกที่ต้องบังคับ เจ้าตัวเลยกินตามเข้าไปอย่างว่าง่าย


“พักผ่อนซะ ถ้าไม่ไหวมากๆโทรมานะ แล้วก็อย่าฟื้นไปนั่งเล่มเกมด้วยกูห้าม ถ้ากูกลับมาเจองดเลย์หนึ่งปี”


“พี่มึง!!” คราวนี้นาวาร้องลั่น


“ตามนั้น”


จากนั้นจอมพลก็ออกไปเตรียมตัวออกไปมหาลัยโดยไม่ลืมจัดข้าวจัดยาเตรียมไว้สำหรับช่วงสายจนถึงบ่าย เพราะกว่าเขาจะกลับมาก็คงปาไปเกือบเย็นๆแล้ว


คนไข้คงประท้วงแย่ถ้าออกจากที่นอนมาแล้วไม่มีอะไรเข้าปากเลย



“พลกูกลับด้วยได้ป่ะ” จอมพลเลิกคิ้วสงสัย


“รถกูเสียวะ ตอนเช้าก็โหนบีทีเอสมาเนี่ย” เมฆเล่า เจ้าตัวสีหน้าเซ็งอยู่ไม่น้อย


“งั้นก็โหนกลับ”


“โห ไอ้พลนี่เพื่อนเอง”


“ไอ้เอกอ่ะ”


“พาไอ้เอ้ไปซื้อของอ่ะ นี่กูกับมึงก็กลับทางเดียวกันมึงแค่แวะจอดส่งกูแป๊ปเดียว”


จอมพลชั่งใจอยู่สักพัก


“กูต้องไปซื้อของ”


“กูรอได้”


“งั้นไปรอที่รถ”


พอจอมพลเอ่ยคำที่เหมือนเป็นคำอนุญาตเมฆก็ยิ้มกว้างขึ้นมาทันที


“เร็วๆนะมึง”


“เออๆ”


ไม่นานทั้งจอมพลและผู้โดยสารคนใหม่ก็เคลื่อนตัวออกจากมหาลัยกัน จอมพลขับรถไปจอดที่ร้านสะดวกซื้ออยู่สักครู่ปล่อยให้เมฆนั่งรอเก้ออยู่บนรถ


สักพักได้เจ้าของรถก็ดินเข้ามาเปิดประตูนั่งประจำที่คนขับและเคลื่อนรถออกไป


“ซื้อไรวะ”


“นม”


“ห๊ะ!?” เมฆสงสัย “เดี๋ยวนี้เด็กดีหัดแดกนม”


ไม่ยักรู้ว่าเพื่อนสนิทเขาจะเปลี่ยนรสนิยมมาดื่มนมแทน เมื่อก่อนยังกระดกเหล้าเข้าปากไม่มีเมา


“ให้หมา หมาป่วย”


“ห๊ะ!!?” คราวนี้เล่นเอาเมฆสงสัยมากกว่าเดิมไปอีก เขาอยากจะสวนถามออกไปนักหนาแต่เหลือบมองเพื่อนสนิทของเขาบัดนี้ที่เอาแต่หน้าตายส่งสายตาดุๆมาให้พวกเขาไม่เว้นแต่ละวันนั้น...


กำลังยิ้มแถมยังขับรถไปอย่างอารมณ์ดี…


ผีเข้า?


หรือร่างทรงองค์ใดประทับร่างมัน?


...ได้แต่คิดแล้วก็สงสัย....


เมฆขมวดคิ้วแน่นและก็เลือกที่เก็บคำถามไว้กับตัว ยังไงถามอะไรไปจอมพลก็ไม่น่าจะตอบอยู่แล้ว


และในที่สุดรถของจอมพลก็เคลื่อนตัวมาจอดหน้าบ้านของเมฆซึ่งเป็นทางผ่านไปคอนโดของเจ้าของรถจริงๆ


“กลับบ้านนะเว้ย” ไม่ทันได้ร่ำรา เจ้าของรถก็บึ่งรถออกไปอย่างรวดเร็วทำเอาผู้เป็นเพื่อนมารยาทดีที่กำลังจะยกมือไหว้ขอบคุณยืนอึ้งไปไม่เป็นเลยทีเดียว


“ไอ้พล!! มึงกลับมาให้กูไหว้ให้จบก่อนโว้ยยย!!!”


และแล้วก็กลายเป็นตำนานเมฆไหว้ไม่จบหน้าบ้าน ข้างๆสะพานลอยทันที


ตกเย็นพอดีกว่าจอมพลจะกลับมาถึงคอนโดนาวาที่อยู่คนเดียวเริ่มเดินออกมาหาอะไรกินนอกห้องตัวเองแล้ว ดูเหมือนพี่ตัวดีจะเอาเลย์ไปซ่อนไว้ซะเกลี้ยตู้เย็น


มองไปทางไหนก็น้ำเปล่า


มองไปทางไหนก็ไข่ เนื้อ ผัก ผลไม้


นาวาจะบ้า


เลย์


เลย์


เลย์


อ๊ากกกก!!


เพราะดูเหมือนว่าหาไปยังไงก็คงไม่เจอเพราะจอมพลคงโกยไปซ่อนหมดตู้ คนป่วยเลยเลือกที่จะดื่มน้ำประทังหิวและเดินกลับทำงานต่อบนที่นอน


จัดการท่าทางวางโน๊ตบุ๊คที่เปิดขึ้นเพื่อทำงานคลายเครียด นาวาเริ่มพิมพ์งานต่อไปเรื่อยๆจนติดลมและเป็นในช่วงเดียวกันที่คนพี่เริ่มกลับเข้าในห้องแล้ว


“บอกว่าให้นอน” เสียดุๆนั่นนาวาจำได้ดี คนป่วยเงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้าของห้องที่เพิ่งกลับมาในมือมีถุงจากร้านสะดวกซื้อถุงใหญ่ติดมือมาด้วย


“ทำงานจ้า”


“จริง?”


“เนี่ยๆ พี่มึงดูกูแต่งนิยายส่งประกวดอันที่มึงบอกอ่ะ” ก็เป็นตามที่นาวาแก้ตัวไปจริงๆ คนไข้หันจอโน๊ตบุ๊คหันมาโชว์ตรงหน้าเขา


“หืม...เขียนได้แล้วหรอ”


“ได้แต่พล็อตว่ะ แต่กูได้ชื่อเรื่องแล้วนะ”


“อะไร”


“โหดมันส์หื่นคืนนี้ซี๊ดอ๊าห์”


จอมพลตีสีหน้าเรียบในขณะที่อีกคนกำลังหัวเราะคิกคักเหมือนแกล้งเขาได้สำเร็จและแน่นอนในเมื่อน้องชายมีไอเดียสร้างสรรค์เขาก็มีรางวัลจะให้เช่นกัน


แค่นิ้วกลางธรรมดาๆชูใส่หน้าน้องชายอย่างรวดเร็ว ระงับอารมณ์อยากจะตบกะโหลกเด็กดื้อไปสักวันเพราะมันไม่สบายอยู่


“พี่มึงจะไปไหนอ่ะ” พอเห็นคนพี่ทำทีจะออกไปนอกห้องอีก


คนหิวเลยรีบถามดักเอาไว้


“อุ่นนมให้มึงแดก”


“มีเลย์มั้ย”


จอมพลหรี่ตามองอีกคนอย่างดุๆจนคนน้องหงอยลงไป


จอมพลผู้ไม่เคยอ่อนโยนจริงๆ!


จอมพลถอนหายใจหลังออกมาจากห้องนอนของนาวาได้ ดูเหมือนอีกคนจะดีขึ้นจากเมื่อเช้าอยู่แต่ก็ไม่แน่ใจอะไรจนกว่าจะได้วัดไข้อีกครั้ง


ใช้เวลาไม่นาเขาก็อุ่นนมที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อเสร็จ ลงทุนซื้อมาเป็นแกลลอนเพื่อให้คนน้องเห็นแล้วหยิบมาดื่มแทนที่จะเลือกกินเลย์ทั้งวัน


“นาวา กินนม”


จอมพลเดินถือแก้วนมที่เพิ่งอุ่นมาร้อนๆ ดูเหมือนน้องชายจะหิวอยู่แน่ๆถึงได้คว้าหมับไปไม่กลัวร้อนแบบนั้น


“ระวังมันร้อน”


“อื้อ รู้แล้ว” อีกว่าค่อยๆบรรจงเป่านมในแก้วให้อุ่นดีเสียก่อนแล้วเจ้าตัวค่อยยกขึ้นดื่มทีหลัง


“กินยังไงเลอะปาก” คราวสีขาวจากน้ำนมติดไปเต็มขอบปาก นาวาแลบลิ้มกวาดไปรอบๆ


“ร้อนอ่ะพี่มึง”


“กูบอกแล้ว”


“กูก็เป่าแล้ว”


จอมพลพ่นลมหายใจ ค่อยๆเข้าไปนั่งข้างๆเตียงของอีกฝ่ายพยายามจะไม่จดจ่อสายตาไปยังหน้าจอโน๊ตบุ๊คของนาวาเพราะไม่อยากให้ดูเสียมารยาท


“เลอะ” จอมพลเอ็ดอีกรอบ


คนน้องก็รีบแลบลิ้นเลียไปตามมุมปากอีกครั้ง


“ก็เลียหมดแล้วนะ จะมีตรงไหนอีกอ่ะ”


คนพี่ขยับเข้าไปใกล้อีกฝ่ายมากขึ้นค่อยๆใช้นิ้วโป้งเช็ดบริเวณเหนือมุมปากของคนน้องเบาๆ พลางใช้นิ้วโป้งที่เช็ดคราบน้ำนมนั่นทาบไว้บนริมฝีปากตัวเอง


“กินยังไง”


เก็กดุเข้าไว้


“แฮ่”


หน้าขรึมเข้าไว้


“โตๆแล้ว”


แก้มตอบเข้าไว้


“เหมือนเด็กๆ”


“จอมพลอย่าดุน้อง...” นาวาช้อนสายตามองมายังเขา “ก้มหน้ามาหน่อยมีอะไรติดหน้าพี่มึงอ่ะ”


ด้วยความเก็กขรึมจึงก้มลงไปหาอีกคนด้วยทั้งหน้าดุๆแบบนั้น


จุ๊บ


แต่ไวกว่าความคิดความรู้สึกนุ่มหยุ่นก็ประทับเข้าที่ปลายจมูก ถึงจะเบาบางแต่ก็ทำให้ใจเต้นแรง...


ผู้กระทำยิ้มปลิ่มเหมือนภูมิใจในผลงานของตัวเอง


“ไม่ดุกูนะจอมพล”


อา...


...เลิกดุนานแล้ว...


จอมพลรับรู้แล้วว่าการแกล้งเก๊กหน้าขรึมของเขาก็มีประโยชน์พร้อมด้วยผลกำไรเช่นกัน








มักน้อย มักต้อยนะพี่มึงอ่ะ
สโลกแกนพี่มึงคนกากจะอยู่กับเราตลอดไป
  :hao7:

ออฟไลน์ catka12

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 684
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-0
 :hao7:  :hao7:  :hao7: มาต่อบ่อยๆนะค่ะ รอค่ะ ขอยาวๆนะค่ะ  :hao7:  :hao7:  :hao7: น่ารักมากกกก o13

ออฟไลน์ colorofthewind21

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1840
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-1
คนน้องก็ขี้อ่อยขี้อ้อน คนพี่ก็ขี้เก็ก แต่เข้ากันได้ดีแบบแปลกๆ รอวันที่คนน้องจะรู้ตัว

ออฟไลน์ คุณซี

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 197
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
เนื้อเรื่องน่าสนใจมากมีความพี่มึงเบาๆ แต่ยังมีคำผิดอยู่เลยง่า แบบพวกสีสันต์>>สีสัน เหยี่ยว>>เยี่ยว อะไรงี้ ไว้เราอ่านในคอมจะลิสต์คำผิดให้เผื่อจะรีไรท์นะ แต่น้องน่ารักทำไมเสพติดเลย์อ่ะ..

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 393
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0

ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +245/-0
ขอบคุณครับ +1 ให้นะครับ :a2:

ออฟไลน์ แก้วกระจก

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 54
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
#5 เพื่อนสนิทคิดซื่อ แต่พี่อ่ะคิดมาก


‘วันนี้ไม่ต้องมารับนะ เดี๋ยวนั่งBTSกลับเอง’


ข้อความจากแอพลิเคชั่นสีเขียวเด้งขึ้นมาปรากฏชื่อของคนคุ้นเคยโชว์อยู่บนหน้าจอ
กับข้อความแสนหน้าสงสัยที่ร้อยวันพันปีคนๆนี้ก็คงไม่ส่งข้อความแปลกๆอะไรทำนองนี้มาแน่นอน


‘จะไปไหน’


จอมพลรีบตอบกลับไปทันท่วงที


‘มีเพื่อนใหม่อ่ะ เป็นฝรั่งด้วยนะ จะพาเขาทัวร์’


‘เขามาแลกเปลี่ยนอ่ะ เขาขออนุญาตโฮสต์แล้วด้วย กูได้เพื่อนใหม่ล่ะ เห็นป่ะ คนโซแดมฮอต2018’


จอมพลจ้องมองข้อความที่อีกคนรัวอยู่สักพัก


‘หญิงหรือชาย?’


ติ้ง!


และไม่นานอีกฝ่ายก็ตอบข้อความกลับมา


‘ผู้ชายสิ ตัวอย่างใหญ่ส่งตรงจากเมืองผู้ดีอังกฤษเชียวนะ เป็นลูกครึ่งด้วยพูดไทยชัดมากกก!! แต่เห็นว่าไปโตที่อังกฤษเลยไม่รู้เส้นทางในเมืองไทยกูเลยกะพาเขาเที่ยวอ่ะ’


‘เข้าใจตรงกันแล้วนะพี่มึง’


‘เดี๋ยววันนี้กลับเอง’


‘เค’


“เป็นไรวะพล มึงจ้องโทรศัพท์ปานจะกิน” เสียงของเอกทำให้เจ้าของโทรศัพท์บัดนี้หลุดออกมาภวังค์ของตัวเอง


“มองแล้วก็ขมวดคิ้วเป็นปมจนจะเป็นริบบิ้นอยู่ล่ะ” เมฆเสริมด้วยอีกคน


“ทำหน้าเคร่งเครียดพาลถึงพวกกูจนกินข้าวไม่ลง” คราวนี้สาวเพียงคนเดียวในกลุ่มออกเสียงช่วยอีกคน


“ไม่มีอะไร”


จอมพลส่ายหัว จัดการปิดโทรศัพท์และเก็บใส่กระเป๋าเช่นเดิม


“มีแน่ๆกูสัมผัสได้”


“เออ กูด้วย”


เอกและเมฆประสานรับลูกคู่กันอย่างเข้าขา


“จะเล่าไม่เล่าอ่ะจอมพล” เอกทำหน้าทะเล้นค่อยๆยื่นหน้าเข้ามาหาจอมพลเอยๆ


“เสือก”


“อูยยยย กูเจ็บแทนเลย” เอ้ยิ้มขำ


“คำเดียวชนะทุกอย่างวะ ฮ่าๆ” เมฆกุมท้องหัวเราะอยู่ข้างๆเอกที่นั่งหน้าเบ้ไปเรียบร้อยแล้ว


“จบคาบบ่ายไปแดกบิงซูป่ะ” เอ้เปิดปากชวน


“ไปๆ” เอกและเมฆตอบ


“ขอผ่าน” และเป็นเจ้าเก่าอย่างจอมพลที่ปฏิเสธเช่นเดิม


“โห มึงนานๆก็ไปกับเพื่อนกับฝูงบ้าง”


“เออ นั่นแหละ”


“ไม่ว่าง”


...ต้องไปตามเด็ก...





ตกเย็นจวบจนถึงเวลาเลิกเรียนของน้องชายจอมพลก็บึ่งรถออกจากมหาลัยหลังจบคลาสพอดี


เขาขับรถมาจอดเทียบหน้าโรงเรียนถัดจากประตูหนึ่งของโรงเรียนเพื่อรอนาวาที่เดินออกประตูมายังไงก็ต้องสังเกตเห็นรถของเขาก่อนแน่ๆ


...ต้องใจเย็นๆ...


รอคนน้องเดินออกมาแล้วให้สังเกตเห็นเองว่าเขามารับ


นับรอ


1


2


3


4...


...ไม่รอแล้วเว้ย!...


จอมพลหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิมเขาลงจากรถเดินสวนทางกับนักเรียนที่ต่างพากันกลับบ้านหรือไปเที่ยวไหนกันตามแต่ละคน


เขามองหานาวาทันทีและแน่นอนสายตาเขาก็ไปปะกับคนที่เขากำลังตามหาจริงๆ


กะจะเรียกชื่อเรียกคนน้องออกไปแต่กลับต้องชะงักค้างเมื่อมีคนอื่นเดินขนาบข้างน้อยน้องของเขามา


หรือว่าจะเป็นเพื่อนต่างชาติที่บอก


“พี่มึง!” ก่อนสมองจะได้ประมวลผลนาวาก็ตะโกนเรียกเขาขึ้นก่อน


“มาได้ไงเนี่ย กูบอกแล้วว่ากูกลับเอง” นาวาวิ่งปรี่เข้ามาหาจอมพลโยไม่ลืมจูงมือเพื่อนใหม่มาด้วย


“วันนี้เบทีเอสคนเยอะ มึงจะอัดไปกับเขาหรอ”


...แถเก่ง...


“แล้วเพื่อนกูอ่ะ กูอุตส่าห์นัดกับเขาไว้ดิบดี” นาวาช้อนตามองเขาเหมือนพยามอ้อนวอน


จอมพลแอบพ่นลมหายใจเล็กน้อยก่อนเหลือบมองเพื่อนใหม่ของน้องชาย


ต่างชาติ


ตาสีฟ้า


ขาว


สูง


ดูๆหุ่นแล้วไปไกลกว่าไฮสคูลโข


แล้วทำไม มือต้องจับไหล่นาวาด้วย....


...ยืนเฉยๆไม่เป็นหรอ…


“เดี๋ยวผมไปส่งนาวาที่บ้านก็ได้ครับ” สำเนียงไทยชัดแจ๋วผ่านปากของเพื่อนใหม่นาวาสดๆ


จอมพลขมวดคิ้วสงสัยเล็กน้อยก่อนจะคิดได้ว่านาวาได้บอกไว้ว่าเพื่อนใหม่นี้เป็นลูกครึ่งไทย


เรื่องพูดไทยสำเนียงดี ก็ไม่น่าใช่ปัญหาอยู่แล้ว


“ผม เจย์ เป็นเพื่อนของนาวา ผมควรพูดอย่างนี้ใช่ไหมครับ”


มีใครเคนสอนมารยาทให้เด็กลูกครึ่งนี้ไหมนะ?


จอมพลคิดในใจ


เขาเลือกที่จะไม่ตอบคำถามอีกฝ่ายและเลือกที่จะหันมาคุยกับนาวาแทน


“เดี๋ยวกูกลับกับเจย์ก็ได้พี่มึงไม่ต้องเป็นห่วงนะ”


“ไม่”


“พี่มึง..”


“เดี๋ยวกูไปด้วย”


“หะ...” นาวาเบิกตาโพล่งอย่างตกใจ


และแน่นอน จอมพลเองก็ตกใจเหมือนกันที่หลุดโพล่งไปอย่างนั้นทั้งๆที่ใจจริงอยากกันนาวาออกจากเจ้าเด็กฝรั่งครึ่งลูกนี่


“อยากไปไหน เดี๋ยวกูขับรถให้จะได้สะดวก”


...แถชนะเลิศ...




สุดท้ายจอมพลก็กลายมาเป็นสารถีจำเป็นขับรถส่งเด็กๆตามสถานที่ต่างๆที่นาวาแพลนไว้จนได้ ทั้งหลอบมองเจ้าเด็กเจย์นั่นว่าได้แตะต้องอะไรนาวาหรือเปล่า เกาะแกะนาวามากเกินไปหรือเปล่า


โดยที่จอมพลเดินตามหลังอยู่ห่างๆ


และที่สุดท้ายที่นาวาพาเพื่อนใหม่ไปก็คือร้านหนังสือโดยมาซื้อหนังสือการ์ตูน


“นี่ เรื่องนี้สนุกโคตรเลยเจย์”


“เรายังไม่เคยอ่านเลย”


“สนุกมาก เจย์อ่านภาษาไทยออกป่ะ”


“ออกๆ แต่พวกคำวัยรุ่นจะอ่านไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่”


“ถามเราได้ เดี๋ยวเราเป็นล่ามให้”


“กูเกิ้ลทรานสเลทมี” เสียงเข้มของจอมพลแทรกขึ้น ใบหน้าดุจ้องมาที่ทั้งสองคนยื่นเลือกซื้อหนังสือกันอยู่


“โหพี่มึง กูต้องมอบความประทับใจในฐานะเพื่อนให้เขาดิ่ แบบดูพึ่งพาได้อ่ะ”


“เอาตัวเองยังไม่รอดเลย”


“พี่มึงงงงง...” นาวาส่งเสียงประท้วง


“จะทุ่มแล้ว ได้เวลาแยกย้าย”


จอมพลว่าคำขาดก่อนหันหลังแล้วเดินนำนาวาและเจย์ออกไป ซึ่งทั้งสองคนก็ตามมาแต่โดยดี


เขาจัดการส่งเจย์ไว้ที่ซอยที่เลยจากโรงเรียนของนาวามาได้ไม่ไกลเพราะในซอยนั้นเป็นบ้านของโฮสต์ที่เจย์อยู่ด้วย


“เจอกันพรุ่งนี้นะเจย์”


“อืม ถึงบ้านแล้วทักมาบอกด้วยนะ”


“โอเคๆ”


จอมพลมองทั้งสองเพื่อนซี้พูดคุยกันอยู่นานทั้งๆที่ทำฟอร์มเหมือนไม่สนใจแต่บทสนทนาพวกนั้นเขากลับได้ยินเต็มสองหูจนอดหัวเสียไม่ได้


เส้นความอดทนขาดสะบั้น


จอมพลออกรถออกไปโดยไม่บอกไม่กล่าวทำให้เด็กมัธยมชั้นปีสุดท้ายทั้งสองคนที่กำลังร่ำรากับถึงกับเหวอไปทั้งคู่


“พี่มึงเป็นไรเนี่ย อยู่ๆก็ออกรถ”


“ไปแลกไลน์กับมันมาหรอ”


“มากกว่าไลน์อีกเถอะ”


“แลกกันไปทำไม ไร้สาระ”


“ก็เพื่อนกันอ่ะ ปกติมั้ยล่ะ”


“เหรอ”


“น้ำเสียงตอแหลมมากอ่ะพี่มึง เป็นไรเนี่ย หงุดหงิดอะไรมา ดูคิ้วดิ่พันกันเป็นตังเมแล้ว” นาวาถือวิสาสะใช้นิ้วนวดๆคลึงๆไประหว่างคิ้วของคนพี่


“ทำไมพูดเพราะกับมัน”


“เจย์ไม่รู้เรื่องพวกคำหยาบ เนี่ยกำลังสอนอยู่”


“เหอะ”


“พี่มึง”


“อืม”


“งอนเหรอ”


เอี๊ยด!!!


“โอ้ย!! เจ็บนะจอมพล!”


นาวาร้องลั่น เมื่อคนขับเลี้ยวรถเข้าข้างทางแล้วเบรกกะทันหันจนหน้าของเขาแทบจะทิ่มกับหน้าคอนโซนรถ


จอมพลสีหน้าหงุดหงิด เริ่มไม่เป็นตัวของตัวเองเมื่อในหัวเริ่มคิดว่าคนน้องจับผิดเขาในวันนี้ได้อย่างนั้นหรือ


“นี่พี่มึงงอนกูจริงใช่ป่ะ”


“...”


“โห จริงดิ่”


“...”


“นี่งอนที่กูทิ้งพี่มึงไว้แล้วไปหาเพื่อนใช่ป่ะ โอ๋ๆนะ” นาวาหัวเราะคิกคักก่อนวางวางมือไว้บนหัวเขาแล้วตบเบาๆ


“เล่นหัวผู้ใหญ่”


“ฮะๆ ตกลงงอนจริงดิ่”


“...”


“ไม่ตอบ สงสัยจริงแน่นอน ไม่เอาจอมพลอย่างอนเรา” นาวาหันมายิ้มให้คนพี่ “โตขนาดนี้ยังงอนเราเป็นเด็กๆอีก”


จอมพลถอนหายใจ ปล่อยให้คนเด็กกว่าคิดไปเองเรื่อยเปื่อยไป


มันก็พอมีเค้าโครงความจริงปะปนผสมอยู่ในความคิดนาวานั่นแหละ ถึงจะไม่ถึงห้าเปอร์เซ็นก็ถือว่ามี


“ว่าแล้วว่าทำไมวันนี้หน้าบึ้งทั้งวัน จริงๆอยากเล่นกับกูก็บอก”


“...”


“ไม่พูดกับกูแบบนี้แสดงว่างอนมากๆเลยแน่ๆ”


“...”


“โดนจับได้แล้วแกล้งทำเมินไปอีก”


“...”


“พี่มึงๆ หันมานี่ๆ” นาวาเรียก “อย่าแค่ปรายตามองดิ่ หันมาทั้งหน้าเลยเร็วๆ”


“เรื่องมาก”


“ฮ่วย! ไม่ต้องหันแล้ว อยู่อย่างนั้นแหละ” นาวาฮึดฮัดใส่


“!!” จอมพลเบิกตากว้างตกใจเมื่อริมฝีปากของคนน้องประทะเข้าข้างแก้ม นาวาค่อยๆถอยออกช้าๆพร้อมฉีกยิ้มกว้างให้เขา


“จอมพลไม่โกรธแล้วนะ”


อืม


จะยอมDelateความทรงจำวันนี้ทิ้งสักวัน


……


วันนี้วันอะไร


หัวมันหมุนๆ


รู้สึกจำอะไรไม่ได้เลย


ใครก็ได้ช่วยที


...แถเก่งที่หนึ่ง....








ถ้าพี่มึงยอมหันไปแต่แรกจะเกิดอะไรขึ้นคะ?
พลาดแล้วเด้อพี่มึงเด้อ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ catka12

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 684
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-0
 :hao7: คนน้องน่ารักมากกกก ง้อคนพี่แบบ  :hao3:....
ส่วนคนพี่ ...  :hao7: พลาดของดีอย่างแรงงงง  :hao6:
 o13  o13  o13

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3164
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-6

ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +245/-0
ขอบคุณครับ +1 ให้นะครับ o13

ออฟไลน์ แก้วกระจก

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 54
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
#6 ฟ้าแลบๆ แปร๊บๆใส่หมวกแก๊บมาเดินกุ๊บกั๊บ


‘วันนี้อาจจะกลับค่ำ กับข้าวทำไว้แล้วเอามาอุ่นกินเอา อยากได้อะไรก็โทรหา โอเคไหม’


คำสุดท้ายที่นาวาได้ยินจากพี่ชายที่ไปรับเขากลับจากโรงเรียนพร้อมมาส่งที่คอนโดและขอตัวออกไปทำงานกลุ่มกับเพื่อน


หากเป็นทุกๆครั้งนาวาคงไม่สนใจอะไรมากนักเพราะพี่ชายไปทำงานด้านนอกไม่ได้ไปเถลไถลที่ไหน แต่ในวันนี้ไม่ใช่อย่างนั้น


ในเวลานี้...นาวาอยากให้จอมพลกลับมาที่สุด


เปรี้ยง!!!!!!


นาวาขดตัวนั่งกอดเข่าตัวเองอยู่ด้านล่างโซฟาหน้าทีวีไม่กล้าแม้แต่จะขยับร่างกายไปไหน


ลมแรงจากด้านนอกพัดเข้ามาเสียงประตูปิดเข้ามาดั่งสนั่นผสมไปกับเสียงฟ้าร้องด้านนอก


...ไม่กล้าแม้แต่จะไปปิดประตูระเบียงเข้ามา...


สองขาเหมือนไร้เรี่ยวแรง ความกลัวเข้าครอบงำร่างโปร่งของเด็กหนุ่มจนหมดสิ้น หยาดหยดน้ำตาไหลอาบข้างแก้มจนเปรอะเปื้อนดวงตาแดงช่ำจากการร้องไห้เป็นเวลานาน


ในใจได้แต่ภาวนาให้จอมพลรีบกลับมา


หรือให้พายุคลั่งด้านนอกนี้หยุดเสียที


......


เปรี้ยง!!!!


“วันนี้มีพายุหรอวะ” เอ้เงยหน้าขึ้นจากจอโน๊ตบุ๊คมองออกไปด้านนอกโรงอาหารของคณะ


“พยากรณ์บอกงั้น มึงไม่ได้ดูข่าวตอนเช้าหรอวะ” เมฆว่า


“แหกตาออกจากเตียงปุ๊ปก็ดิ่งมามอขนาดนี้ กูจะเอาเวลาไหนไปดูมิทราบ” เอ้บอกอย่างหัวเสีย


เปรี้ยง!!!!


“เชี่ย กูตกใจหมด” เอกอุทานเสียงดัง ไฟในโรงอาหารดับลงไปไม่นานสักพักก็กลับสูสภาพปกติ เหล่านักศึกษาภายในจึงก้มหน้าก้มตาทำงานกันต่อ


“มึงสะกิดไอ้พลหน่อยดิ๊ มันติดลมเกินไปป่ะวะ” เอ้บอกเอกที่นั่งอยู่ข้างๆจอมพล


“เห้ยพลๆ” เอกสะกิดแขนเพื่อนสนิทที่นั่งทำงานจนติดลมไม่ดูฟ้าดูฝนกับชาวบ้านเขาแล้ว


“อืม”


“สนใจพวกกูบ้างก็ได้” เอกหมดคำจะพูดขนาดสะกิดแขนยิกๆขนาดนี้เพื่อนสนิทเพียงแค่ส่งเสียงอืมอากลับมาเท่านั้น


“สนใจอะไร” จอมพลละจากหน้าจอโน๊ตบุ๊คที่ตนทำงานอยู่ เขาเงยหน้ามองเพื่อนสนิทที่สะกิดแขนเขาอยู่


เปรี้ยง!!!! เปรี้ยง!!!


ต่างคนต่างสะดุ้งโหยงตกใจกันไปคนละทางจากเสียงฟ้าผ่าสองครั้งตามกันมาติดๆเมื่อครู่ ยกเว้นเพียงจอมพลที่แน่นิ่งมองไปยังด้านนอกมองเหล่าสายฝนที่สาดเทลงมาแรงกระหน่ำ


ไวกว่าความคิดจอมพลรีบเซฟงานและปิดจอโน๊ตบุ๊คเก็บใส่เป้อย่างรีบร้อนก่อนจะผลุนผลันลุกขึ้นทำเอาบรรดาเพื่อนสนิทอีกสามคนแตกตื่น


“อะไรมึงพล เป็นอะไร” เมฆเอ่ยถามขึ้นก่อนคนแรก


“กูจะกลับแล้ว” จอมพลรีบร้อน “เหลืองานอีกนิดหน่อยเดี๋ยวกูส่งไฟล์ให้คืนนี้”


“กูไม่ได้ตกใจเรื่องงานมึงจะเสร็จไม่เสร็จ แต่ตกใจที่มึงบอกจะกลับเนี่ย แหกตาดูฟ้าหน่อย” เอกขมวดคิ้วย่น


“รอให้ฝนซาลงก่อนค่อยกลับก็ได้มึง ลงหนักขนาดนี้ขับรถไม่ไหวหรอก” เอ้เสริมอีกคน


“เจอกัน” แต่แทนที่คนถูกห้ามจะฟังเสียงเพื่อนฝูง ร่างสูงใหญ่ของอีกคนกลับเดินลับตาไปเสียแล้ว


จอมพลเริ่มวิตก


เพราะคิดว่าจะเร่งทำงานเพื่อที่จะได้กลับไปหาอีกคนให้ไวที่สุด


แต่จนแล้วจนรอดก็เผลอทำงานติดลม ไม่สนใจใคร


ด้วยนิสัยของเขาที่แก้ยังไงก็ไม่หาย


ป่านนี้อีกคนจะเป็นอย่างไรบ้าง...
….


ฝนยังตกลงมาไม่หยุดแต่ดูเหมือนเสียงฟ้าจะสงบลงมาบ้าง ไม่ผ่าลงมาหน้ากลัวอย่างที่ผ่านมา แต่ถึงอย่างนั้นเด็กชายคนเดียวภายในห้องก็ยังคุดคู้อยู่หน้าโซฟาไม่ยอมกระดิกไปไหนหรือแม้แต่เงยหน้าขึ้นมา


เพราะประตูระเบียงที่ไม่ได้ปิดให้ดีจึงทำให้ฝนสาดเข้ามาภายในห้อง ร่างโปร่งไม่ได้สนใจมันสักนิด


พยายามข่มตาเพื่อไม่ให้เห็น


พยายามอุดหูเพื่อไม่ให้ได้ยิน


พยายามหวังให้อีกคนกลับมา...


“นาวา”


เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมๆกับเสียงคุ้นหูที่เรียกชื่ออีกคน


นาวาเงยหน้าที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาขึ้นกระโดดเข้าหาพี่ชายเต็มแรง ซุกหน้าเข้ากับอกคนตัวใหญ่แน่นเนื้อตัวสั่นเทาจนหน้าสงสาร


“กูขอโทษ”


จอมพลเอ่ยเสียงแผ่ว


เด็กคนนี้...มีเรื่องฝังใจกับฟ้าร้องและฟ้าผ่า


เด็กคนนี้เคยเจอฟ้าผ่าลงมาด้านหน้าของตนเต็มๆตาตั้งแต่ยังเด็กจากนั้นเรื่อยมาจึงหวั่นกลัวกับฟ้าฝนเป็นพิเศษ เพียงแค่เสียงฟ้าร้องนิดหน่อยก็สะดุ้งโหยงไม่เป็นอันทำอะไรแล้ว


“พี่พล...” เสียงร้องไห้ดังมากจากคนที่เข้ามากอดซุกในอกพร้อมกับเสียงเรียกชื่อเขาที่ดังอู้อี้


“ชู่ว...ไม่ต้องกลัว” พูดพร้อมลูบหัวคนเด็กกว่าเบามือ


เขาผิดเอง


ผิดที่ไม่ยอมสังเกตรอบข้างและทำงานจนลืมดูฟ้าฝนไป


หลังออกจากในมอมาก็มาเจอกับขบวนรถที่ติดกันระนาวเป็นแถวเรียงยาว ใช้เวลานากว่าเขาจะหาทางลัดเลาะจนกลับมาถึงคอนโดได้ แถมทัศนวิสัยยังลำบากเพราะพายุที่กระหน่ำเข้ามาอีก


“ทำไมไม่ปิดประตู” จอมพลถามอีกคนเสียงแผ่วเป็นเพราะไม่อยากดุคนที่กำลังขวัญหนีดีฟ่ออยู่ตอนนี้จึงลดเสียงลง


“กลัว” สั้นๆง่ายๆทำเอาจอมพลโทษตัวเองอีกครั้ง


นาวายังตัวสั่นไม่เลิก


“ย้ายไปอยู่บ้านไหม” จอมพลก้มมองคนน้องที่ซุกหน้าอยู่อย่างนั้นไม่ยอมปล่อย


นาวากลัวฟ้าผ่า ฟ้าร้อง แต่ก็ยังตามมาอยู่กับเขาที่คอนโดสูงนี่ ยิ่งสูงเวลาพายุเข้านาวายิ่งตื่นกลัวและเป็นเช่นนี้ประจำตั้งแต่ย้ายเข้ามา


ถึงเขาจะหว่านล้อมให้นาวาย้ายไปอยู่บ้ายพร้อมเขายังไง เจ้าตัวก็ไม่ยอมไป


“ไม่เอา”


“อยู่สูงก็กลัวฟ้าไม่ใช่หรอ”


“แต่อยู่คอนโดมันมีหลายคนอยู่ที่นี่ด้วยกัน ถึงฟ้าจะผ่ากลางหัวก็ยังตายพร้อมกันเยอะๆแต่ถ้าไปอยู่บ้านกูจะตายคนเดียว ไม่เอากูเหงา” เสียงอู้อี้ดังขึ้นมาแทบไม่เป็นภาษา แต่อย่างนั้นก็ยังพอจับใจความได้บ้าง


ในเวลาที่กลัวจนตัวสั่นขนาดนี้ยังจะมาช่างจ้ออีก


“เดี๋ยวกูไปปิดประตูก่อน” เพราะฝนยังไม่หยุดถ้าไม่ปิดเอาเสียตอนนี้มีหวังทั้งในห้องน้ำจะเจิ่งนองเหมือนระเบียงเป็นแน่


“นาวา..” เขาร้องเรียกนาวาให้เจ้าตัวปล่อยเขาสักพักเพื่อไปปิดประตูเข้ามาให้ดี แต่การตอบรับกลับไม่ใช่การคลายอ้อมกอด กลับกันคนน้องกลับกระชับอ้อมกอดเข้าหาคนพี่ไม่ยอมปล่อย


จอมพลยิ้ม หากเซ้าซี้ยังไงนาวาก็คงไม่ยอมปล่อยซ้ำคงเกาะเขาหนึบกว่าเดิมดังนั้นวิธีการที่เข้าท่าที่สุดก็คงต้องพาอีกคนไปด้วย


ไปยังล่ะ?


จอมพลช้อนใต้ขาอ่อนอีกคนขึ้นมาอุ้มเอาไว้ นาวาตวัดแขนรอบคอและใช้ขาตวัดรวบรอดตัวคนตัวสูงที่กำลังอุ้มตัวเองเอาไว้พร้อมฝังหน้าลงไปกับไหล่ไม่ยอมเงยหน้ามอง


...อย่างกับลูกลิง...


จอมพลคิดในใจ และกระเตงอุ้มอีกคนไปถึงประตูหน้าระเบียงที่ฝนสาดเข้ามา


ถึงจะยากลำบากไปเสียหน่อยแต่นาวาไม่หนักมากมายอะไรหรือเพราะเขาอุ้มเด็กมัธยมคนนี้จนชินมือเสียแล้วก็ไม่รู้ จึงใช้มือเดียวในการอุ้มและเอื้อมอีกมือไปปิดประตูได้สบายๆ


“เงยหน้ามองกูสิ ไม่มีอะไรแล้วปิดประตูแล้ว” จอมพลนั่งลงบนโซฟาทั้งๆที่ยังอุ้มคนน้องไว้อย่างนั้น เป็นเพราะปิดประตูบัดนี้จึงไม่ได้ยินเสียงฝนจากด้านนอกอีก


และฟ้าแลบฟ้าร้องก็ไม่มีแล้วทำให้นาวาค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆตัว


คราบน้ำตาเปรอะเปื้อนไปทั่วหน้าและดวงตาแดงกล่ำจนหน้าสงสารของเด็กหนุ่มทำเอาคนพี่ใจไม่ดีไปตามๆกัน


“ร้องจนตาบวมเลยมึง” มือใหญ่บรรจงเช็ดคราบน้ำตาออกจากหางตาทั้งสองข้างของนาวาอย่างเบามือ


“ก็กูกลัว” ว่าอย่างนั้นแต่เจ้าคนน้องก็ยังสะอื้นไม่หยุด


กลายร่างจากเด็กช่างพูดช่างจาไปเป็นเด็กน้อยขี้แยเสียแล้ว


“เป็นผู้ชายอย่างร้องไห้สิ” จอมพลยิ้ม “เดี๋ยวไม่เท่หรอก”


“กูไม่สนแล้ว คนกลัวจะให้กูเก๊กอีกหรอ กูกลัวกูจะร้องอ่ะ” นาวาน้ำตาก็ยิ่งพลั่งพรูออกมา


...ไปหัดขี้แยมาจากไหนกันนะ...


“นาวา”


“อะไร”


“จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า”


“ขอข้าวขอแกง” นาวาเอ่ยตอบ “ขอแหวนทองแดง”


“ผูกมือน้องข้า”


“ขอช้างขอม้า”


“ให้นาวาขี่”


“ใช่เหรอวะ” นาวาหัวเราะ “ขอเตียงตั้ง”


“ให้นาวานอน”


“ขอละคร”


“นาวาชอบดูบอล”


“เอออันนี้ใช่ ขอยายชู” นาวาเริ่มเผยรอยยิ้มออกมา


“เลี้ยงนาวาเถิด”


“เอ้าพี่มึงจะไม่เลี้ยงกูเหรอ”


“กูเหนื่อย” จอมพลว่าขำๆแต่ดูเหมือนเด็กชายขี้แยจะหน้าบูดบึ้งไปเสียแล้ว


“ถ้ากูไม่เลี้ยงมึงแล้วใครจะเลี้ยง” จอมพลลูบหัวทุยๆของนาวาเบาๆ “เลิกร้องไห้ได้แล้ว ไม่มีอะไรน่ากลัวแล้ว”


“อือ”


“สัญญาว่าคราวหน้าจะไม่ให้อยู่คนเดียวตอนฟ้าร้องอีก”


“จริงนะ” นาวาชักสีหน้าไม่แน่ใจ


“อืม”


“ฮือออออ” เท่านั้นก้อนสะอื้นพรูเข้ามาอีกรอบ นาวาร้องไห้จนตัวโยนโผเข้ากอดจอมพลอีกรอบ “กูกลัวโคตร ในใจกูคือแม่งฟ้าต้องถล่มลงมาใส่หัวกูแน่ๆ กูโคตรกลัวเลย”


ร้องไห้ไปพร้อมโวยวายไร้สาระไป


...ฟ้าถล่ม?...


“อืม กูขอโทษ” แต่ถึงอย่างนั้นจอมพลก็ยังลูบหลังปลอมประโลมน้องชายพร้อมกระชับอ้อมแขนคนน้องกับเขาเข้าหากัน “เงยหน้าหน่อยเร็ว”


“...”


“คนเก่งเงยหน้าเร็วครับ”


“...” สภาพนาวาทำเอาพี่ชายกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่ ตาแดงๆ น้ำตาไหลอาบแก้มแถมยังสูดน้ำมูกเสียงดังฟึดฟัดหมดคราบเด็กช่างจ้อไปในพริบตา


“ไม่มีอะไรแล้ว พี่ขอโทษ ครั้งหน้าจะไม่มีอย่างนี้พี่สัญญา”


“จริง...นะ”


“อืม”


คนตัวสูงรับคำพร้อมกับเคลื่อนใบหน้าเข้าหาคนน้อง บรรจบจูบลงที่ปลายจมูกโด่งอย่างแผ่วเบาสายตาสอดประสานกับคนด้านบนอย่างจงใจ


“คืนนี้...”


“ว่าไง”


“พี่มึงนอนกับกูนะ”


“อืม”


“...”


“ตกลง”








พี่มึงคนละมุน พี่มึงคนอบอุ่นจนอบอ้าว อะเฮือกกกกก

ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +245/-0

ออฟไลน์ TheDoungJan

  • —☁gtrsrist
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 764
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
จาวววพี่มึง ตอนนี้พี่มึงโคตรละมุนนี่บอยเลย//กุมหัวจัย :katai2-1:

ออฟไลน์ แก้วกระจก

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 54
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
#7 น้องชายเพียงหนึ่ง


เสียงกดกริ่งดังขึ้นหน้าประตู นาวาหย่นคิ้วสงสัย เขาไหว้วานให้จอมพลออกไปซื้อขนมให้เมื่อครู่ก่อนนี้แต่ทำไมเมื่อเจ้าตัวกลับมาแล้วยังต้องกดกริ่งเรียกล่ะคีย์การ์ดของตัวเองก็มีนี่


“อะไร”
หลังจากเสียงกริ่งรบกวนนั้นกินเวลาอยู่นานพอควรจนคนภายในห้องเริ่มรำคาญ นาวาจึงลุกขึ้นมาเปิดประตูและโพล่งถามน้ำเสียงไม่พอใจนัก


“ทำไมไม่เข้ามาอ่ะ คีย์การ์ดก็อยู่กับพี่มึง” ด้วยความหงุดหงิดของเจ้าตัวและนึกว่าคนตรงหน้าคือพี่ชายตนทำให้ไม่ได้มองเช็คจากอินเตอร์คอมพ์ก่อนจะเปิดประตู


“น้าไม่ได้พกมาด้วยน่ะจ้ะ” ทำไมจอมพลเสียงเหมือนผู้หญิงจังเลย...


เอ๊ะ...


ผู้หญิง?


“!!!”


“ไม่ได้เจอกันนานเลยนาวา โตขึ้นเยอะเลยนะเรา” คนตรงหน้ายิ้มแย้มทักทายเขา


“น้าจันทร์!!!”


“ก็ใช่น่ะสิ ดูทำหน้าเข้าเหมือนกับเห็นน้าเป็นผี” คนมีศักดิ์เป็นน้ากล่าวติดตลก น้าจันทร์หรือที่นาวารู้จักเป็นอย่างดีคือบุคคลที่มีพระคุณรองจากพ่อแม่ที่เลี้ยงดูอุ้มชูเขามาจนถึงบัดนี้ ‘น้าจันทร์’ หรือพูดง่ายๆก็คือแม่ของจอมพลนั่นเองนั่นแหละ


“จอมพลไม่เห็นบอกนี่ครับว่าน้าจะมาอ่ะ” นาวาพาน้าจันทร์เข้ามาภายในห้องพร้อมเอ่ยปากถาม


เจ้าตัวหน้านิ่วคิ้วขมวดจนคนแก่คราวแม่อดขำไม่ได้


“แล้วน้าจำเป็นต้องบอกหรือ”


…อ่าว…ก็นั่นลูกน้าอ่ะ...
นาวาคิดในใจ


“เอ่อ...คือน้าจันทร์ดื่มน้ำเย็นๆก่อนมั้ยครับ” เพราะบรรยากาศภายในห้องเงียบไปพักใหญ่ๆเด็กหนุ่มจึงเริ่มชวนคนมีอายุกว่าคุยอีกครั้งเพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศ


“ไม่เป็นไรจ้ะ น้าแวะมาแป๊ปเดียว” น้าจันทร์ยิ้มหวานส่งมาให้ แต่เป็นยิ้มหวานที่ทำเอานาวาเสียวสันหลังวูบ


คนอย่างน้าจันทร์...ไม่เคยมีคำว่าเล่นๆ


ถ้าโลกหมุนไปทางขวา น้าจันทร์จะเป็นสตรีหนึ่งเดียวที่ยืนหยัดเดินสวนไปทางซ้าย



“แม่...” สักพักหนึ่งบุคคลใหม่ที่นาวาภาวนาอยากให้มาปรากฏตัวโดยเร็วไวก็โผล่มา ประตูห้องเปิดออกพรอมกับร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มเจ้าของห้อง จอมพลมองภาพตรงหน้าพร้อมกับชะงักไปเล็กน้อย


“อ้าว...ว่าไงเจ้าตัวแสบ”


...และแล้วแม่ลูกก็พบกัน...


สำหรับคู่อื่นอาจจะชื่นบานมีความสุขก็ได้ แต่ไม่ใช่สำหรับคู่นี้แน่ๆ


“มาทำไม” จอมพลหรี่ตามองอย่างจับผิด


“ฉันจะมา ฉันมีสิทธิ์” น้าจันทร์เหยียดยิ้ม


ตาสบตา


ไม่มียอมใคร


นาวาอยากจะหนีไปจากตรงนี้ใจจะขาดรอนๆอยู่แล้ว

…จะวิบัติบังเกิดสงครามต่อหน้าเขาตรงนี้ไหมเนี่ย…

“ทำไมไม่โทรบอกก่อน” คนเป็นลูกเบี่ยงประเด็น


“ก็ฉันสะดวกแบบนี้มากกว่า” น้าจันทร์เดินเข้ามาไปหาจอมพลเรื่อยๆ “อยากจะเห็นหน้าลูกชายกับหลานชายแค่นั้นเอง นานๆเห็นทีอยากจะรู้ว่าโตขึ้นบ้างรึยัง”


“ผมว่าเราเปลืองน้ำลายกันมากพอแล้ว” จอมพลเดินไปวางถุงพลาสติกที่เจ้าตัวลงไปซื้อของไว้ที่โต๊ะหน้าโทรทัศน์ “แม่เข้าประเด็นเลยดีกว่า”


“ฉันก็แค่มาทำธุรกิจ” น้าจันทร์กระตุกยิ้มอีกครั้ง นาวาเริ่มมั่นใจมากขึ้นไปอีกว่านิสัยของจอมพลส่วนมากแล้วมาจากใคร


“ธุรกิจ...”


“ก็กับพวกนักลงทุนในไทยนี่แหละ ว่างๆด้วยเลยแวะมาดูแกกับน้องนาวา”


“แม่ไม่ได้คิดจะจีบเขาใช่มั้ย” จอมพลว่าอย่างรู้ทัน


“เอ๊ะ! นี่จอมพล แกเห็นฉันเป็นคนยังไง”


“เป็นคนอย่างนี้ไง”


“เพื่อธุรกิจมันช่วยไม่ได้ แค่เปลืองน้ำลายไม่ได้เปลืองตัวสักหน่อย” คราวนี้น้าจันทร์สะบัดหน้าหนีลูกชายตัวเองและเดินหนีไปอีกทาง


“ตามใจแม่เถอะ” จอมพลส่ายหน้า


ถึงบรรยากาศแม่ลูกคู่นี้จะดูแปลกๆไม่เหมือนแม่ลูกบ้านอื่น แต่นาวานั้นรู้ดี...จอมพลกับน้าจันทร์รักกันจะตาย


“อ่ะ แน่นอนฉันก็ตามใจตัวเองอยู่แล้ว”


...มั้งนะ...


น้าจันทร์ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาตัวใหญ่หน้าโทรทัศน์ กวาดตามองสำรวจไปรอบๆอีกครั้ง


“นาวาอยู่กับพี่เขา มีความสุขดีใช่มั้ยลูก” น้าจันทร์เอ่ยถาม


“ครับ”


“ดีแล้ว น้าล่ะกลัวเจ้าตัวแสบจะรังแกเราจริงๆ”


“ผมก็เลี้ยงก็ผมมา” จอมพลเถียงขึ้นเสียงดังจนนาวาสะดุ้งโหยง


“ว่าไม่ได้เลยนะ” คราวนี้น้าจันทร์หัวเราะอย่างชอบใจ “จอมพล เรื่องธุรกิจแกตัดสินใจรึยัง”


“ธุรกิจอะไรหรือครับ” นาวาแทรกถามขึ้นอย่างสงสัย น้าจันทร์มองเด็กหนุ่มพร้อมโปรยยิ้มให้


“ธุรกิจที่จอมพลต้องรับต่อน้าน่ะจ้ะ”


นาวาเงียบไปก่อนผู้อาวุโสสุดในที่แห่งนี้จะเริ่มพูดอีกครั้ง


“แกจะเอายังไง มีที่หัวหินกับคอนโดในกรุงเทพ แต่ฉันว่าจะส่งแกไปหัวหินน่าจะดีกว่าจะได้เรียนรู้งานก่อนเข้ามารับช่วงต่อจริงๆจังในกรุงเทพ”


เรื่องธุรกิจของครอบครัวจอมพล บ้านของเขาทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์เป็นเจ้าของคอนโด รีสอร์ตและโรงแรมระดับหรูหราหลายแห่งทั้งในประเทศและนอกประเทศส่งผลให้น้าจันทร์ไปบริหารงานที่ต่างประเทศอยู่บ่อยครั้งจนไม่ได้กลับไทยมาหลายปีได้แล้ว


“ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำนะครับ” นาวาปลีกตัวออกมา


เขาไม่อยากรับรู้เรื่องธุรกิจของครอบครัวจอมพลเท่าไหร่ เพราะคิดว่ามันน่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวในครอบครัวของจอมพลและนาวาเป็น ‘คนนอก’


“เฮ้อ...เมื่อไหร่เด็กคนนั้นจะยอมเข้ามาคุยกับเราได้แบบไม่เกร็งบ้างนะ” ผู้มีศักดิ์เป็นน้าของนาวาถอนหายใจ


“เขาคุยดีได้กับทุกคนยกเว้นแม่”


“จอมพล!”


“เรื่องจริง”


“แล้วแกจะเอายังไง”


“กรุงเทพ...”


“แกแน่ใจ?” จันทร์เงยหน้าหน้าขึ้นสบตาลูกชายของเธอ สายตาแข็งกร้าว ดุดัน อ่านไม่ออกแบบนั้นช่างเหมือนพ่อของเขาเหลือเกิน...


“ผมไม่อยากทิ้งน้อง”


“แกคงต้องพยายามอย่างหนัก”


“หนักกว่านั้นผมก็ผ่านมาหมดแล้ว”


“ฉันยอมแกก็ได้” จันทร์ลุกขึ้นจากโซฟาคว้ากระเป๋าถือของตัวเองหมายจะออกจากห้องนี้เพื่อกลับไปเจรจาธุรกิจของเธอต่อ แต่กลับต้องชะงักไปก่อนเมื่อเธอเพิ่งนึกบางสิ่งขึ้นได้ในหัว “แล้วเรื่องน้อง แกจะเอายังไง”


“อะไร...” จอมพลขมวดคิ้ว


“จอมพลฉันรู้ว่าแกคิดอะไรอยู่” จันทร์หันหน้าไปปะทะกับลูกชายของตน พร้อมลดเสียงลงเพื่อไม่ให้อีกคนที่อยู่ภายในห้องน้ำได้ยิน


เกิดความเงียบขึ้นระหว่างแม่ลูกทั้งสองสักพักใหญ่จนเจ้าคนเล็กเดินออกจากห้องน้ำมา ทำให้จันทร์ยกยิ้มมุมปากเล็กๆ เธอหันกลับเพื่อจะบอกลาหลานชายแต่ก็ต้องหยุดอีกครั้งเมื่อผู้เป็นลูกเอ่ยปากขึ้นขัดก่อน


“ผมไม่มีวันทิ้งน้อง” เสียงแผ่วเบาจนราวกับเสียงกระซิบแต่กลับหนักแน่น จันทร์ได้ยินถ้อยคำนั้นอย่างชัดเจน เธอนึกดีใจและเผยยิ้มบางๆออกมา


“จะรอดู” สิ้นประโยค เธอก็บอกลากับหลานชายและออกจากห้องของสองพี่น้องมา


“น้าจันทร์บอกจะรอดูอะไรอ่ะพี่มึง” นาวาที่เดินออกจากห้องน้ำมาหมาดๆถามสีหน้าสงสัย


“เรื่องของผู้ใหญ่” พูดจบอีกฝ่ายหยิบถุงพลาสติกเดินเข้าไปในครัว


นาวาค่อนข้างหงุดหงิดไม่น้อยที่ตนเองเหมือนจะถูกเปรยกรายๆว่าเป็นเด็ก เจ้าตัวเดินตามคนพี่เข้ามานั่งบนโต๊ะหน้าเคาน์เตอร์ในครัว


“เรื่องนิยายมึงเป็นไงบ้าง” จอมพลเปิดประเด็นถามขึ้น


“ก็เรื่อยๆ”


“เรื่อยๆของมึงนี่ยังไง”


“โห พี่มึงอย่าเร่งดิ่” นาวานิ่วหน้าหนีไปอีกทาง “เดี๋ยวก็จบเองแหละ”


“กูไม่ได้บังคับมึงหรอก ถ้ามันไม่ได้ก็ไม่ต้องฝืน” จอมพลว่าพลางเก็บบรรดาขนมที่เขาซื้อมาเพื่อเด็กน้อยจัดเรียงในตู้เย็น


“จบดิ่ เพราะกูตั้งใจจะเขียนให้มันจบ”


“ดีแล้ว”


“เออ แล้วเรื่องธุรกิจ...เอ่อ..กูถามพี่มึงได้ใช่มั้ย” นาวากระอึกกระอักอยู่พอควรก่อนจะถามออกมา


“ทำไมจะไม่ได้” จอมพลเลิกคิ้ว


“ก็....” คนเด็กกว่าเงียบไป “แค่อยากรู้”


“ถามมาสิ” จอมพลเดินมาใช้มือค้ำไว้ที่เคาน์เตอร์หน้าคนน้อง


“พี่มึงจะไปหัวหินหรอ” น้ำเสียงติดจะแผ่วยิ่งกว่ากระซิบ เจ้าตัวคนถามเหมือนจะยังกล้าๆกลัวไม่เลิก


“ไม่” จอมพลตอบเสียงหนักแน่น


“แต่น้าจันทร์บอกให้พี่มึง...”


“ถึงแม่กูจะพูดแบบนั้น แต่กูจะอยู่นี่...อยู่กับมึง” ก่อนที่นาวาจะพูดจบ คนพี่ก็แทรกขึ้นเสียงก่อน


“แต่น้าจันทร์บอก...”


“แม่กูชอบเดินสวนกับคนอื่นอีกทั้งยังนิสัยเสียชอบพากูเป็นแบบตัวเองตั้งแต่เด็กๆแล้ว แต่ยังดีที่ว่าเริ่มโตแม่ก็เริ่มปล่อยให้กูทำอย่างที่ชอบคือไม่ใช่การเดินตามรอยเหมือนใครอื่นเขาหรือเดินสวนทางกับโลกเหมือนแม่ แต่ที่กูกำลังทำตอนนี้คือกูไม่ได้เลือกว่าจะเดินในแบบที่เหมือนใครแต่กูตั้งใจแค่ว่าข้างๆกูตลอดไปจะต้องมีมึง” จอมพลเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้คนน้องมากขึ้น “คราวนี้เข้าใจรึยัง เลิกคิดมากได้แล้ว”

พร้อมกับใช้นิ้วชี้คลึงเบาๆที่หัวคิ้วของนาวา


“สังคมปลีกวิเวกนะพี่มึงเนี่ย” นาวาก้มหน้า น้ำเสียงแผ่วเบาเหมือนกับเมื่อครู่ “ระวังจะไม่มีเพื่อนเล่น”


จอมพลหัวเราะในลำคอ สักพักหนึ่งพวกเขาทั้งสองอยู่นิ่งกับทั้งอย่างนั้นจนคนน้องลุกขึ้นจากเก้าอี้ทรงสูงวิ่งอ้อมเคาน์เตอร์เข้ามาครัวพร้อมทั้งกระโดดเข้าหาจอมพลจนตัวเขาเกือบเซไปอีกข้าง


ถึงจะเคยอุ้มมาหลายต่อหลายครั้งแต่ไม่ใช่ว่าการที่อยู่ๆวิ่งมาแล้วกระโดดเข้ามาหาแบบนี้จะทำให้จอมพลตั้งตัวทันเหมือนทุกครั้ง


“ขอบคุณที่เลี้ยงกู” เสียงอู้อี้จากคนที่กอดเขาเอาไว้แน่น จอมพลกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่อยู่มือตวัดรอบเอวโอบกอบอีกฝ่ายตอบตอบอีกมือก็ลูบหัวคนน้องเบาๆ


“มึงไม่จำเป็นต้องพูดแบบนั้นหรอก”


นาวากอดเขาแน่นขึ้นและดูเหมือนจะไม่ยอมปล่อยง่ายๆเสียด้วย


“พี่พล...” เสียงอู้อี้จนแทบจะจับใจความไม่ได้ดังขึ้นอีกครั้ง แต่เหมือนจะไม่ใช่สำหรับจอมพลเพราะเขาได้ยินมัน...ชัดเจนทีเดียว


“นาวา เงยหน้าเร็ว” คำขอจากคนตัวโตไม่เป็นดั่งใจเมื่อคนตัวเล็กกว่าส่ายหน้าซุกเข้าอกพี่ชายลูกเดียว


“เงยหน้ามองพี่หน่อยนาวา”


“ฮืออออ...” นาวาครางฮือฮาไม่ได้ศัพท์แต่คราวนี้เจ้าตัวยอมเงยหน้าขึ้นมองพี่ชายแต่โดยดี


จอมพลยิ้มเมื่ออีกฝ่ายยอมทำตามทีตนบอก เขาค่อยๆบรรจงกดจูบลงไปบนหน้าผากของอีกฝ่ายอย่างที่ชอบทำในครั้งที่จะให้รางวัลกับคนน้องประจำ


“พี่มึงไม่ต้องโอ๋กูขนาดนี้ก็ได้” เจ้าเด็กน้อยกลับมุดหน้าซุกอกเขาอีกครั้ง คราวนี้เหมือนจะไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาอีกรอบแน่ๆ
“กูโตแล้วเหอะ”


...โตแล้วแต่ยังกอดกูเป็นลูกลิงอยู่เลย...


จอมพลนึกขำในใจ


แม่จันทร์ของเขารักและเอ็นดูนาวาไม่ต่างจากตัวเขาที่เป็นลูกแท้ๆ เพราะทั้งแม่ของเขาและแม่ของนาวาต่างเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่สมัยมัธยมยันวัยทำงาน


พร้อมทั้งสองฝ่ายยังตั้งชื่อเขาและนาวาออกมาให้คล้ายกัน


เขาที่เป็นพี่คือ จอมพล
ส่วนคนน้องอย่างนาวา ที่วัดลำดับแล้วก็ยศน้อยกว่าเขาที่เป็นพี่ชายเกิดก่อนสองปีนั่นเอง


ขนาดแม่ของเขายังรักนาวาขนาดนี้ ตกลงกับทางพ่อแม่คนน้องให้ชื่อลูกของตนทั้งสองออกมาคล้ายกัน


แล้วเจ้าเด็กดื้อยังนึกไม่ออกอีกหรือว่าทั้งแม่และทั้งเขารักเจ้าตัวขนาดไหน


ไม่สิ...


เขารักเจ้าลูกลิงที่เกาะตัวเขาหนึบนี่มากกว่าแม่จันทร์แน่ๆ


อย่างน้อยๆ


...แม่จันทร์คงไม่คิดอกุศลกับเด็กนี่หรอก...


จอมพลมั่นใจ






นาวาลูกฉันช่วงนี้เสียน้ำตาติดกันสองตอนแล้วนะลูกเอ๊ยยยย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-11-2018 18:16:57 โดย แก้วกระจก »

ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1577
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +98/-4
พี่จอมพลคนกากปกป้องน้องดีๆนะ

ออฟไลน์ Tiffany

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1140
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-0
พี่จอมพลเข้มแข็งเป็นที่พึ่งให้น้องได้ตลอด

ออฟไลน์ แก้วกระจก

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 54
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
#8 ลูกลิงหวงของ


“วันนี้เลิกดึกอ่ะ พี่มึงมารับสักทุ่มสองทุ่มนะ”


“ทำไมเลิกดึก” คนพี่ขมวดคิ้วแน่นเมื่อได้ยินคำจากปากคนน้อง


“งานบูรณาการโรงเรียนไง ยังไม่แก่เลยหลงๆลืมๆแล้วพี่มึงเนี่ย” นาวาเบ้ปากก่อนจะนั่งลงใส่ถุงเท้า


“งั้นเดี๋ยวทุ่มครึ่งไปรับ”


“โอเคเด้อ”


นาวาพยักหน้ารับพร้อมกับลงไปลานจอดรถใต้คอนโดพร้อมกับจอมพล


“เรียนครึ่งวันมันก็ดีอยู่ แต่ให้กูมาตกแต่งวันบูเนี่ยนะ คิดได้ไงวะ” ครามเพื่อนของนาวาเบะปากก่อนจะอัดลมเข้าลูกโป่งอีกครั้ง


วันนี้โรงเรียนของนาวามีเรียนเพียงครึ่งวันเท่านั้นช่วงบ่ายตลอดจนเลิกเรียนเป็นเวลาเตรียมงานวันบูรณาการของบรรดานักเรียน


ตามที่เขาโฆษณาบอกเลยว่ามันเป็นงานที่จัดให้นักเรียนโดยเฉพาะ โดยนักเรียน เพื่อนักเรียน และใช้นักเรียน!!


ให้นักเรียนมานั่งเป่าลูกโป่ง ตัดกระดาษ สอยด้าย ตลอดจนนั่งเรื่อยไม้ไปทำฐานเวที


ยังๆยังไม่หมด


สารพัดของประกอบฉากสำหรับฐานอื่นๆในภายโรงเรียน


ฐานของแต่ละกลุ่มสาระ 8 กลุ่มสาระ


ฐานของชุมนุมอีก 45 ชุมนุมที่สามารถขนกันมาได้


และฐานของห้องเรียนอีก 68 ห้องเรียน


...กูเพลีย...


ถ้าลำบากขนาดนี้ขอบอกเลยว่าอย่าทำเถอะ ให้มันเป็นตำนานเก่าแก่ของโรงเรียนไปว่า เออ โรงเรียนฉันก็เคยมีแบบนี้นะ


“มึงดูเจย์ดิ๊ ยังไม่บ่นเลย”นาวาหันว่าเอ็ดเพื่อนสนิทอีกคน “เนอะเจย์เนอะ”


“เราว่าก็สนุกดี” เจย์ยิ้มกว้าง


“เห็นป่ะ”


“กูล่ะเพลีย” ครามยังบ่นไม่หยุดจนเจย์หัวเราะขึ้นมาเล็กน้อยๆ ก่อนสามหนุ่มจะก้มหน้าก้มตาเป่าลูกโป่งกันต่อ


“นาวาๆ” เสียงของแพร หัวหน้าห้องเรียกความสนใจจากสามหนุ่มแรงงานเป่าลูกโป่ง


“หืม มีอะไรหรอ” นาวาเลิกคิ้วถาม


“เดี๋ยวพวกแกเป่าลูกโป่งเสร็จแล้วไปช่วยครูโต้จักเวทีกลางหน่อยนะ วันพรุ่งนี้จะมีประกวดวงดนตรีรอบสุดท้ายอ่ะ” แพรอธิบาย


“มีครูโต้แล้วต้องมีแม่แกด้วยป่ะ เราไม่อยากเจอเจ๊อุไรอ่ะ” นาวาเบ้ปากไม่ต่างจากครามที่หน้าเหยเก


“ไม่รู้สิ แต่ครูอุไรอยู่กลุ่มสาระดนตรีนี่ น่าจะเจอ....มั้ง”


“ไม่อยากไปเลยอ่ะ ฮืออออ” นาวาเริ่มโวยวาย


“เดี๋ยวเราไปเองก็ได้” เจย์เสนอตัว


“เห้ย!เจย์เราว่าไม่โอเคเว้ย อย่าไปเลย” ครามหันมาจับไหล่เจย์และส่ายหน้าไปมา


“แต่แพรมาไหว้วานเรานะ”


...เฮ้อ...ฝรั่งผู้อุดมไปด้วยความเมตตากรุณา...


“เออๆ งั้นเราไปก็ได้ ตกลงเราไปนะแพรเดี๋ยวเป่าลูกโป่งให้เสร็จก่อน” นาวาหันบอกหัวหน้าห้อง


“โอเคจ้า ขอบคุณน้า”


ทั้งครามทั้งนาวาแทบยิ้มเจื่อน ใจมันเฟื่อนไปหมดเลยชาวโลก


ครูอุไร ไม่ว่าจะเด็กรุ่นไหนได้ยินชื่อนี้ก็อยากจะวิ่งไปให้ไกลโพ้นสุดขอบโลกให้มันรู้แล้วรู้รู้รอด ชื่อเสียงเรียงนามนี้ไม่ได้มาง่ายๆ


“ฉันบอกว่าไม่ใช่ตรงนั้น! พวกนายขึ้นไปสูงกว่านี้สิ แบบนั้นมันจะไปถึงได้ยังไง”


“ตั้งใจทำหน่อย หนึ่งคะแนนจิตพิสัยเชียวนะ”


“ให้มัดลูกโป่งนะพวกเธอไม่ใช่ให้มาทำลูกโป่งแตก”


“สอยด้ายแค่นี้ยังทำไม่ได้ โตไปจะไปทำอะไรได้!”


“เรื่อยไม้มาแล้วทำไมไม่ขัด ครูงานช่างไม่ได้สอนพวกเธอเรอะ เดี๋ยวเสี้ยนตำเท้านักร้องกันพอดี!!”


เป็นครูวิชาดนตรี ที่ทำให้นักเรียนที่มักชอบวิชานี้กันแทบจะแหยงกันเป็นแถบๆ


“ครูโต้ครับแม่ครูองค์ลงแล้วอ่ะ” ครามสะกิดคุณครูนักศึกษาฝึกประสบการณ์กลุ่มสาระสุขะและพละศึกษาเบาๆ


“เฮ้อ..” ครูโต้พ่นลมหายใจเบาๆ “เอาไงดีวะ”


ครูโต้พึมพำออกมาก่อนจะเดินเข้าไปไกล่เกลี่ยพยายามคั้นบทสวดสารพัดที่จะคิดได้มากล่อมกระหม่อนครูอุไรแม่ของเขาให้เย็นลงได้


“กูงงสุดอ่ะ เป็นแม่ลูกกันได้ไงวะ” นาวายื้มฟืด


“นั่นแหละ กูเป็นครูโต้งี้นะ กูอยากผูกคอตายใต้ต้นหอม” ครามว่าก่อนส่งจะเชือกที่มีธงสีประดับอยู่ให้นาวาที่กำลังขึ้นบันไดพาดขึ้นไปติดเชือกไว้กับคานโดมสนามบาส ที่เป็นสถานที่จัดเวทีกลาง


“มึงคือกูต้องมัดไง” นาวาหันลงไปถามเพื่อนที่อยู่ด้านล่าง จากตรงนี้ไปถึงด้านล่างก็ใช่ว่าจะไม่สูง


...ตกลงไปหัวแตกตายแน่เด้อ...


“เงื่อนตายไปเลย” ครามปล้องปากตะโกน เจ้าตัวมาช่วยจับบันไดพาดกับตัวเสาไว้ไม่ให้นาวาตกลงไป


“เธอน่ะ”


“ผมหรือครับ” นาวาถามเพื่อความแน่ใจ ครูอุไรเดินเข้ามาหาพร้อมชี้ขึ้นที่ตัวเขา


“ใช่! ลงมา”


“ครับ?”


“ลงมา ฉันอยากให้มีลูกโป่งด้วย ไปเอาลูกมามัดใส่รวมกัน”


นาวาถึงกับไปต่อไม่เป็น พร้อมกับพ่นลมหายใจและอยากจะสบถออกมาดังๆ


...แม่มึงโว้ย!!!!...


ไม่เข้าใจความติสท์แตก อยากทำอะไรตามใจของเจ๊อุไรจริงๆ!!


นาวาและครามแทบจะปาดเหงื่อหลังจากตกแต่งสถานที่เวทีกลางที่โดมสนามบาสเสร็จเรียบร้อย ต้องโดนครูอุไรสั่งโน่นสั่งนี่จนพวกเขาทั้งสองอยากจะล้มลงไปกองนอนอืดตายมันตรงนั้นให้สิ้นเรื่อง คิดแล้วก็แอบอิจฉาที่เจย์เพื่อนสนิทเด็กแลกเปลี่ยนของพวกเขาโดนใช้ไปขนของ


ไม่ต้องมานั่งห้อยนู่นห้อยนี่เหมือนพวกเขาทั้งสอง


แต่ก็ถือว่าสำเร็จไปได้ด้วยดี เพื่อนสนิททั้งสามจึงย้ายร่างมาที่ห้องเรียนของตัวเองที่ตกแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว


“เออ พวกแกรู้มั้ยว่าพรุ่งนี้วงพี่เมอร์ลงด้วยนะ” แพรหัวหน้าห้องนั่งลงข้างๆกับสามหนุ่มที่เพิ่งเดินเข้ามานั่งหน้าระเบียงหน้าห้อง


เพราะห้องเรียนของพวกเขาอยู่ชั้นหนึ่งพอดี บริเวณริมระเบียงจึงโปร่งสบายแบบนี้


“ใครคือพี่เมอร์เหรอ?”เจย์ถามขึ้น


“อ๋อ พี่ซัมเมอร์ไงดาวโรงเรียนเราอ่ะเจย์รู้จักมั้ย” แพรตอบพร้อมรอยยิ้ม


“ใช่พี่สาวของออทัมน์หรือเปล่า”


“ใช่ๆ เจย์ไปดูมั้ยๆ”


“ออทัมน์ลงด้วยหรือเปล่า”


“ทัมน์ไม่ได้อยู่ในวงอ่ะ แต่น่าจะไปดูอยู่นะ แหม...พี่สาวลงแข่งทั้งที”


“เหรอ...” เจย์ตอบเสียงแผ่วก่อนครามจะแทรกขึ้นกะทันหัน


“กูไปอ่ะ ไปฟังนางฟ้ากูร้องเพลง”


ครามว่าก่อนจะหันมาชวนนาวา


“เอาไงมึงไปดูป่ะ”


“อยากนอนอยู่ในห้อง” นาวาหน้ามุ่ย


“ขี้เกียจนักนะมึง” คราวใช้นิ้วชี้จิ้มเข้าไปที่หน้าผากของนาวาและออกแรงผลักมิใช่น้อย


“ก็แค่พี่เมอร์” นาวาถอนหายใจ เขาไม่ได้เป็นโรคคลั่งพี่ซัมเมอร์เหมือนไอ้เพื่อนสนิทข้างๆนี่เสียหน่อย ทำไมต้องลำบากลากสังขารตัวเองไปตามเชียร์ด้วยมิทราบ


“มึงต้องไป กูเลี้ยงเลย์ 2 แพ็ค”


“ไปจ้า!!” นาวาเฮลั่นก่อนจะตกลงตอบรับคราวเร็วพลัน


“นาวาเห็นเลย์ดีกว่าครามเฉยเลยอ่ะฮะๆ” หัวหน้าห้องสาวหัวเราะออกมา


“แหงล่ะ ไอ้ครามมีอะไรดีกว่าเลย์บ้างอ่ะ ไม่มีหรอก” นาวาชี้หน้าเพื่อนตัวเองก่อนที่เสียงโทรศัพท์จะดังขึ้น


หน้าจอปรากฏชื่อพี่ชายโชว์หราขึ้นมา


[อยู่ไหน]


“พี่มึงขับรถเข้ามาเลย ไม่ค่อยมีเด็กแล้ว กูอยู่หน้าห้อง”


ปลายสายตัดไป นาวาไม่ได้ติดใจอะไรเพราะจอมพลก็คงรับรู้ได้อยู่แล้ว


“เหนื่อยมากอ่ะฮือออออ”


“ยากตายโว้ยยยยย”


“เร่งทำขนาดนี้เกือบไม่ทัน เฮ้อ...”


บรรดาเพื่อนร่วมห้องต่างแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้นร้องโอดครวญไปตามๆกัน จากนั้นจึงพากันทยอยออกจากจากห้องมานั่งริมระเบียง หรือสะพายกระเป๋าเตรียมแยกย้ายกลับบ้านใครบ้านมันกันเรียบร้อย


“ฐานห้องโอเคแล้วใช่ป่ะ” ครามเอ่ยถาม


“อืม แต่ต้องหาคนเฝ้าฐานอะ สามกะช่วงเช้าถึงบ่ายสอง” จ๋าหนึ่งในเพื่อนร่วมห้องของนาวาตอบ


“ปีนี้ห้องเราทำDIY ทำของจุกจิก แล้วก็มีให้จับบัดดี้มานั่งทำด้วยนะ” แพรที่นั่งอยู่อธิบาย


“แล้วห้องเรามีใครเป็นบัดดี้อ่ะ” นาวาถาม


“ผู้ชายทั้งหมดจ้า” แพรยิ้มจนตาหยีตอบ


“ก็ไปเลือกกะกันเอาแต่ผู้ชายต้องทำทุกคนเพราะพวกโยนเรื่องอุปกรณ์ให้พวกผู้หญิงแล้วนี่” จ๋าสมทบ


“เห้ย! แต่เราทำDIYไม่เป็น”


“เราด้วยๆ”


นาวาและครามต่างแย้งขึ้นมาพร้อมกับเจย์ที่พยักหน้าร่วมด้วย


“ไม่เป็นไร เดี๋ยวมีผู้หญิงอยู่ช่วยด้วยอยู่ แต่ผู้ชายคนอื่นเขาโอเคกันแล้วเพราะพวกครามไปโดมบาสเลยไม่รู้เรื่องไง” จ๋าอธิบายอีกรอบแต่ก่อนที่ครามและนาวาจะโต้แย้งอะไรอีกเสียงบีบแตรรถก็ดังสนั่นกลบบทสนทนาขึ้นเสียงก่อน


ปิ้นๆ!


“งั้นเดี๋ยวเราค่อยไปคุยต่อในแชทกลุ่มนะ ตอนนี้ขอกลับก่อน ครามกูกลับก่อนนะ เจย์เรากลับแล้วนะ บาย” นาวาวิ่งเข้าไปหยิบกระเป๋าเป้ในห้องขึ้นมาสะพายพร้อมโบกมือลา


นาวาเดินลงบันได้ลงมาที่ถนนหน้าอาคาร รถเก๋งสีดำเปิดกระจกลงเรื่อยๆจนเห็นใบหน้าคนขับอย่างชัดเจนเพราะภายในรถเปิดไฟสว่างอยู่


“เชี่ย...นั่นพี่ของนาวาเหรอทำไมหล่อสัสงี้วะ”


“เห้ย!! พี่ชายนาวาหรอ เพิ่งเคยเห็น อีเชี่ยโคตรหล่อ”


“มึงกูอยากได้เขา”


เพราะระยะห่างจากห้องของนาวาจนมาถึงถนนหน้าอาคารนี้ไม่ได้ไกลกันมาก เหล่าเสียงซุบซิบจากเพื่อนร่วมห้องผู้หญิงที่ยืนออกันอยู่หน้าห้องจึงดังมาไกลถึงเขาได้มายาก


นาวาหันหน้ากลับไปขมวดคิ้วยุ่งใส่เพื่อน


พอได้ยินเสียงเหล่านั้นรู้สึกคันยุบยิบในใจเหมือนโดนมดไต่ตามตัวอยู่อย่างนั้น


“ทำหน้าเป็นลิง” คนพี่ทักเมื่อนาวาขึ้นรถเป็นที่เรียบร้อย


รถยนต์สีดำคันสวยค่อนๆออกตัวอ้อมไปตามอาคารจนออกมาถึงหน้าโรงเรียน


“พี่มึง”


“อืม”


“ทีหลังไม่ต้องเข้ามารับถึงหน้าอาคารนะ”


คนโตกว่าตีหน้าสงสัย ทั้งๆที่เมื่อครู่ก่อนคนปั้นหน้าเคร่งเป็นลูกลิงยังสั่งให้เขาขับรถเข้ามาถึงที่อยู่เลย


“มองกันทำไมนักวะ” คนน้องพึมพำออกมาแต่กลับกลายเป็นว่ามันดังจนคนข้างๆได้ยิน “แม่งเอ้ย”


จอมพลลอบยิ้มออกมาเล็กน้อยมองดูสถานการณ์และฟังเสียงบ่นของอีกฝ่ายก็พอจะเดาได้ว่าลูกลิงอารมณ์เสียผิดปกติเพราะอะไร


ถ้าไม่ได้เข้าข้างตัวเองมากไปก็เหมือนเขาจะคิดถูก


ใช่ไหม?


“ออกรถดิ พี่มึงจะมองหน้ากูทำไม” นาวาหันมาฟึดฟัดใส่ มันไม่ได้ดูน่ารำคาญในสายตาเขาสักนิดกลับกันมากลับเรียกรอยยิ้มให้กับเขาได้มากเลยล่ะ


“ยิ้มทำไมเนี่ย! ออกรถเลยออกรถ” คนน้องโวยวายใหญ่ไม่พอยังมาทุบไหล่เขาอีก “ถ้าไม่เหยียบคันเร่งกูจะเหยียบแทนพี่มึงแล้วนะ”


จอมพลหลุดขำออกมาเล็กน้อยก่อนจะออกรถตามคำสั่งของคนน้องอย่างอารมณ์ดี


และในที่สุดจอมพลก็ขับรถมาถึงคอนโด ระหว่างทางนาวาไม่เปิดปากพูดสักคำหน้าตาแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่พอใจสุดๆซึ่งจอมพลก็คิดว่าตนรู้คำตอบอยู่หรอกนะ


“คราวหลังนะพี่มึงอ่ะ ห้าม! ห้าม! ห้ามเข้ามารับกูต่อหน้าเพื่อนๆอีก!!” พอปิดประตูเข้าห้องมาปุ๊ปจอมพลก็ต้องมาเจอลูกลิงโวยวายใส่อีกหนึ่งชุดใหญ่


“กู?” และคนพี่ก็เริ่มอยากจะกวนประสาทคนน้องให้มากกว่านี้เสียแล้ว


“ถ้าไม่ใช่พี่มึงแล้วจะเป็นใครอีกอ่ะ” ลูกลิงเริ่มไม่พอใจ


จอมพลลอบยิ้มเป็นครั้งที่สองของวันพร้อมกับเดินเข้าไปคว้าข้อมือของอีกฝ่ายเดินไปถึงโซฟา ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาตัวโตพรางดึงคนน้องเข้ามาระหว่างขา


น้องชายเจ้าปัญหาหน้ามุ่ย ปากคว่ำ สายตาไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดจนคนเป็นพี่อดจะเอ็นดูไม่ได้


“เป็นอะไร” เสียงเรียบที่พยายามปั้นสุดความสามารถของจอมพลเอ่ยถามออกไป


“...”


เหมือนคราวนี้จะต่างกับทุกๆครั้ง เพราะปกติคนที่ไล่ถามจะเป็นฝั่งนาวาและคนเงียบใส่จะเป็นฝั่งเขาเสียมากกว่า


“นาวา”


“...”


“เร็วครับ”


“เพื่อนแม่งมองพี่มึงอ่ะ”


“แล้ว?”


“ก็มองอ่ะ แล้วก็กรี๊ดด้วย แล้วแบบ...เออนั่นแหละๆ”


“แล้ว? ทำไม หวงกูเหรอ” จอมพลฉีกยิ้มกว้าง สาบานได้ยิ้มจนจะฉีกถึงหูไปแล้ว


“หวงดิ!!!” คราวนี้นาวาตอบเสียงดังชัด เหมือนหัวใจแห้งแล้วโดนฝนชะล้างจนชุ่มฉ่ำ คนอายุมากกว่าแทบจะสะกดตัวเองไว้ไม่อยู่


...แก้มตอบเข้าไว้...


“ดูพวกที่มองพี่มึงดิมีแต่สาวๆอ่ะ” คราวนี้เด็กน้อยเจ้าปัญหานั่งลงมาที่ตักเขา หันหน้าเข้าหาตัวเขาเรียบร้อยพร้อมประโครมหมัดทุบอย่างแรงลงบกอกเขาหลายครั้ง จอมพลกลั้นหัวเราะไม่ได้ถือสาอะไรนาวาสักนิดอีกทั้งยังรวบข้อมือทั้งสองของนาวาเอาไว้


“เป็นเด็กหวงพี่ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ยมึง” จอมพลพูดยิ้มๆ


ภายนอกยิ้มออกมาเท่าไหร่ในใจยิ่งกว่านั้นล้านเท่า


...สาบานเลย...


“ก็พี่มึงมีแฟนแล้วอ่ะ จะให้ผู้หญิงอื่นมามองพร่ำเพื่อทำไม”


...


อะไรนะ


“หะ แฟน?”


“ก็พี่คนนั้นไง ที่พี่มึงไม่ยอมไปกินชาบูกับเขาอ่ะ” นาวาโพล่งขึ้นมาเสียงดัง จอมพลมุ่นยิ้มหนักพยายามนึกว่าผู้หญิงคนไหนที่เขาไม่ยอมไปกินชาบูด้วยบ้าง


แม่เขาด้วยล่ะคนนึง


แล้วใครอีก


เอ้?


“ไอ้เอ้?”


“เรียกเขาไอ้ได้ยังไง จะจีบเขาไม่ใช่เหรอ”


“นั่นเพื่อน”


“อย่ามา กูดูมึงออกหรอก” เจ้าตัวพูดพร้อมทำยิ้มเย้ยใส่เขาใหญ่


โถ่ ถังกระละมังหม้อ


เออ เอาเข้าไป


...คิดไปไกลถึงไหนแล้วล่ะนั่น…


“เพราะงั้นแหละสั่งห้าม!”


“ครับๆ” จอมพลรับคำส่งๆ


พูดได้ไม่ทันไรเจ้าตัวเจ้าปัญหาก็มุดเข้าหาเข้าอย่างแรง จนเขาแอบอุทานออกมาเล็กน้อย


“ไม่ชอบเลย”


“...”


“ไม่ชอบเวลามีคนมองพี่มึงเยอะๆเลย”


“...”


“ไม่รู้เป็นอะไร”


“...”


“มันคันยิบๆตรงหน้าอกด้วย”


“สังฆังขึ้นแน่ๆ”


“บักจอมพล!!”


“คนสกปรกก็งี้แหละ”


“พี่มึงโว้ย!!!!!!!!!”


นาวามักว่าเขาไม่อ่อนโยน


ชอบบอกว่าเขายิ้มไม่ค่อยเป็น


แต่ตอนนี้จะเจ้าน้องนั่นจะรู้ไหม


...ว่าตอนนี้เขายิ้มกว้างขนาดไหน...








ทุกคนไม่ได้ตาฝาดค่ะ กลับมาอัพแล้วฮือออออออออออออออ
พี่พลคนเข้มของน้องงงงง

น้อง ในที่นี้ = ใช่ค่ะ ฉันเอง
ฮืออออ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด