[เรื่องสั้น] คนแปลกหน้า อัพ EP 4 25/5/2018 [จบแล้วจ้า]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: [เรื่องสั้น] คนแปลกหน้า อัพ EP 4 25/5/2018 [จบแล้วจ้า]  (อ่าน 3644 ครั้ง)

ออฟไลน์ early_2543

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 174
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +150/-2
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0


คุณไว้ใจคนแปลกหน้าที่คุณเพิ่งเจอได้หนึ่งครั้งมากน้อยแค่ไหน ?
แล้วถ้าความสัมพันธ์ของพวกเราเริ่มแปรเปลี่ยนไป
แต่มันหาชื่อเรียกไม่ได้ งั้นเรามาทำเหมือนในหนังไหม
เรียกมันด้วยชื่อของพวกเรา

Contact me
Page: https://www.facebook.com/RiverPie.Ael/
Twitter: https://twitter.com/ael_2543

เรื่อวนี้เป็นเรื่องสั้นที่เคยส่งสนพแห่งหนึ่งแล้วไม่ผ่าน เลยเอามาลงให้ลองชิมกันนะคะ
แบ่งออกเป็นสามสี่พาร์ทใหญ่ๆ ฝากติดตามด้วยนะคะ
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-05-2018 17:33:35 โดย early_2543 »

ออฟไลน์ early_2543

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 174
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +150/-2
คนแปลกหน้า EP 1

ความเหงา...
   คือความรู้สึกอ้างว้างราวกับว่าอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ ผู้คนมากมายมักถูกความรู้สึกนี้ดูดกลืนซะส่วนใหญ่ เป็นความรู้สึกที่ไม่ว่าใครก็ต้องพบเจอมันในชีวิต ไม่ว่าจะตอนที่อยู่คนเดียว หรืออยู่กับเพื่อน ความเหงาก็สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะกับคนที่รู้จักมัน...
   ความเหงาจะเกาะติดอยู่กับคนคนนั้นจนกว่าจะเจอสิ่งที่สามารถคลายความเหงาได้
   อาจเป็นใครสักคน
   หน้าจอมือถือสว่างวาบ ข้อความหลายอย่างถูกส่งเข้ามาในแชท ไม่ว่าจะกวาดตามองกี่ตลบก็พบว่ามันคือเหตุผลที่ใครอีกคนใช้บอกเลิกกัน
   บอกว่าผมไม่ดี ไม่มีเวลาให้
   บอกว่าเราเข้ากันไม่ได้ ทั้งทีคบกันมาเกือบปี
   บอกว่าอยากเจอคนที่ดีกว่านี้
   หลากข้ออ้างสารพัดที่ทำให้หัวใจสั่น ได้แต่มองข้อความนั้นแล้วถอนหายใจออกมา ที่โดนข้อเลิกแท้จริงแล้วไม่ใช่เพราะเหตุผลพวกนั้น แต่เป็นเพราะอีกฝ่ายเขามีใครอีกคนอยู่แล้วต่างหาก
   เขาเลยเลือกที่จะทิ้งไปหาคนทางนั้นแทน
   “ขออีกแก้ว”
   “ได้ครับ”บาร์เทนเดอร์หนุ่มตอบรับ ชงแอลกอฮอล์สีหวานส่งมาให้ ร่างเล็กรับมันไปกระดกหมดแก้วในพริบตา ไม่สนความร้อนที่ผ่านลงคอไปสักนิดคล้ายกับดื่มน้ำหวานอยู่ก็ไม่ปาน
   แต่เป็นน้ำหวานที่แสบสันที่สุดเท่าที่เขาเคยชิม
   “ถ้าพูดความจริงแต่แรกป่านนี้ก็จบไปแล้ว”พึมพำกับแก้วเปล่า ปิดแชทลงแล้วมองเหล้าที่ถูกเติมให้ใหม่ ครั้งหนึ่งเขาเคยมาดื่มกับแฟนเก่าที่นี่จนบาร์เทนเดอร์คนนี้จำได้ว่าเขาชอบอะไร จึงไม่แปลกถ้าจะย้อมใจโดยไม่ต้องปริปากขอ กล่าวขอบคุณเล็กน้อยให้เจ้าตัวรู้ก่อนจะนั่งเหม่อลอยนึกถึงวันเวลาที่ผ่านมา
   ช่างน่าเบื่อ เขาไม่ได้รู้สึกเศร้าเลยสักนิด
   อกหักมันเป็นเรื่องที่คุ้นชินใช่ว่านี่จะเป็นครั้งแรกซะเมื่อไหร่ ยิ่งกับที่อีกคนมีคนใหม่ ก็ยิ่งเจอบ่อยจนน่ารำคาญ สาเหตุมันคงอยู่ที่ตัวเขาไม่ค่อยมีเวลา บวกกับชอบใช้ชีวิตแบบอิสระ
   การได้ใช้ชีวิตแบบเหงาๆไปวันๆ มันอาจจะดีกว่ามีคนมาคอยวนเวียนอยู่ข้างๆ
   ตัวคนเดียว...คงเหมาะสุดแล้ว
“เพียวๆที่นึง”
ตุ้บ !
   เสียงทุ้มต่ำที่มาพร้อมกับการทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ทำให้ดวงตาสีหวานหันไปมองร่างสูงที่สีหน้าดูไม่ดีเท่าไหร่นัก เจ้าตัวรับแก้วเหล้าชนิดหนักกรอกปากลงคอไปโดยไม่รีรอ ก่อนจะตามด้วยอีกสองสามช็อตที่เห็นแล้วอยากจะถามว่าไปเจออะไรมาถึงได้ดูทุกข์หนักหนาขนาดนี้
   เสียดายที่ทำได้แค่หันกลับมาที่เดิม เขยิบให้อีกคนนั่งตรงบาร์ได้เต็มที่
   ถึงสถานที่แห่งนี้จะเบียดเสียด แต่เราก็สามารถมอบน้ำใจให้ ต่อให้อีกฝ่ายจะเป็นคนบ้าคนเมาก็ตาม
   “เฮ้อ”ยกไปสามช็อตรวดก็ถอนหายใจทิ้งอย่างเหนื่อยอ่อน มือหนากุมขมับคาดว่าคงปวดหัวกับฤทธิ์เหล้าไม่ก็สิ่งที่เจอมา “บัดซบเอ้ย”
   “…”
   “ให้ตายสิ” สบถคำแล้วคำเหล่าราวกับช่วยได้ ร่างสูงเสยผมขึ้นไปเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่ขมวดคิ้วจนเป็นปม เขาส่ายหน้าไปมาพ่นลมออกคลายความหงุดหงิด พอเห็นแล้วก็สะกิดให้บาร์เทนเดอร์เติมเหล้าให้เขาอีกเผื่อจะช่วยผ่อนคลายได้
   แต่เป็นเหล้าชนิดที่อ่อนกว่านั้น ถ้าดื่มแต่ของแรงๆมาก คงมีปัญหาตามมาทีหลัง
   “ผมไม่ได้สั่ง”
   “แต่ผมสั่งให้ครับ” ตอบกลับตอนที่อีกคนหันไปเหวี่ยงใส่ ส่งผลให้นัยน์ตาทรงอำนาจตวัดมามองอย่างไม่ชอบใจ ก่อนจะนิ่งไปเมื่อสบตากัน “มันจะดีกว่าถ้าคุณค่อยๆเมา ดื่มหนักขนาดนั้นมันไม่ดีต่อสุขภาพ”
   “ต่อให้ดื่มเหล้าชนิดอ่อนที่สุด มันก็ไม่ดีต่อสุขภาพทั้งนั้น”
   “แต่ค่อยๆดื่ม คุณยังได้ลองรสชาติของมันไง”
   “…”
   “ลองใจเย็นดูหน่อยไหมครับ อาจช่วยได้นะ”ดูเหมือนแสที่เข้าไปวุ่นวาย แต่ที่เห็นเพราะคิดว่าน่าจะอยู่ในสภาวะเดียวกัน เห็นแล้วก็สงสารไม่อยากให้ตายไวก่อนเรื่องร้ายจะผ่านไปซะก่อน แน่นอนคำพูดนั้นไม่ค่อยซึมผ่านเข้าสู่สมอง แต่สุดท้ายก็ดูจะใจเย็นลงบ้างเลยกลายเป็นค่อยๆดื่มแทน
   ยิ้มรับที่เห็นอีกคนเชื่อฟัง
   ไม่มีใครมาฟังที่เขาพูดแบบนี้มานานแล้ว
   ยิ่งกับคนแปลกหน้ายิ่งไม่มี
Rrrr !
   เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นมาพร้อมกับชื่อที่ปรากฏ ร่างเล็กมองชื่อนั้นปล่อยให้โทรศัพท์สั่นไหวบนเคาท์เตอร์บาร์คล้ายกับหูหนวกตาบอด เขาเสตามองไปทางอื่น หน้าจอมือถือยังคงกระพริบตามสายเรียกเขา เจ้าของโทรศัพท์ได้แต่ดื่มเหล้าปล่อยให้ปลายสายกระหน่ำโทรซะให้พอใจ
   ยังไงถ้ารับสายไปก็คงได้ทะเลาะกันเหมือนทุกที
   ถ้าจะให้เรื่องของเรามันจบจริงๆ ก็ให้มันจบแค่ข้ออ้างในแชทเถอะ อย่ามารบกวนอีกเลย
   “ไม่รับเหรอ ?”
   “ไม่อยากรับครับ”
   “...”
   “ไม่มีอะไรให้คุย” ตอบคนข้างกายยกยิ้มอ่อนล้า ไม่นานนักหน้าจอมือถือก็ดับบ่งบอกว่าอีกฝ่ายคงหนำใจแล้วที่ได้ทำ “เลิกโทรซะที”
   “แฟนเหรอ ?”
   “แฟนเก่าครับ”
   “โทรมาขอคืนดี ?”
   “โทรมาขอเลิกกัน”พูดตามความจริงไม่คิดปิดบัง คงเพราะฤทธิ์เหล้าที่ดื่มไปมั้งเลยทำให้พูดไปโดยไม่ยั้งคิด คนฟังก็นิ่งคิดว่าตัวเองทำผิด ยิ่งเห็นสีหน้าที่แสดงความเศร้าเมื่อกี้ก็ยิ่งไม่รู้ว่าควรพูดอะไรต่อ คนตัวเล็กก็ทำแค่ยิ้ม รู้ว่าการพูดกับคนแปลกหน้าไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นมา
   แต่การถูกถามไปถามมาก็กลายเป็นบทสนทนาที่ก่อตัว
   “ก็คงผิดที่ผมไม่มีเวลาให้นั้นแหละครับ เขาเลยทิ้งไปมีคนอื่น”
   “แล้วไม่เสียใจหรืออยากเอาคืนหรือไง โดนแย่งไปเลยนะ”ร่างสูงถามงุนงงกับร่างเล็กที่ตอบราวกับไม่รู้สึกอะไร
   “เสียใจก็เสียใจครับ แต่ไม่รู้จะเอาคืนทำไม”
   “…”
   “ถ้าคนไม่มีใจ มันก็ไม่ไปหรอกครับ แต่นี่เขามีใจ แย่งคืนมาก็ไม่ใช่ของตัวเองแล้ว เป็นของคนอื่น”ว่าพลางยกเหล้าดื่ม พอได้ระบายก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย “ดีใจด้วยซ้ำที่เขาได้เจอกับคนที่มีเวลาให้ เขาจะได้ไม่ต้องมาทุกข์ใจ หาเรื่องทะเลาะให้เหนื่อยใจไปด้วยกัน”
   “แปลกคน”
   “ทำไมครับ ?”
   “ถ้าเป็นคนอื่นก็คงโวยวายไปแล้ว”
   “เคยทำครับ แต่คิดว่ามันไร้เหตุผล”
   “…”
   “สุดท้ายคนผิดก็เป็นเรา”ถอนหายใจเล็กน้อยกับสิ่งที่ผ่านมา ดีแล้วล่ะที่เลิกกัน ไม่อย่างนั้นตอนนี้คงต้องตามขอโทษอีกฝ่ายหรือไม่ก็ออดอ้อนขอคืนดีอยู่ก็ได้ การทำแบบนั้นบ่อยๆนอกจากจะทำให้หมดรักแล้วยังรู้สึกเหนื่อยกับการวิ่งตามอีกด้วย ซึ่งเขาเกลียดความรู้สึกแบบนั้น
   เขาชอบการเดินเอื่อยๆเพียงลำพัง แวะพักบ้างเป็นครั้งคราว
   เสียดายที่แฟนเก่าของเขาไม่เคยคิดแบบนั้น
   “เหนื่อยนะครับกับความสัมพันธ์แบบนั้น”
   “เข้าใจ”
   “เคยโดนเหรอครับ ?”
   “ไม่กี่ชั่วโมงก่อน” เจ้าตัวตอบพ่นลมหายใจเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ “แต่นี่ไปโวยวายใส่ สุดท้ายก็เลยโดนไล่เป็นหมูเป็นหมา”
   “ไม่น่าล่ะถึงได้เอาเหล้าเข้าปากไม่หยุด”
   “…”
   “อย่าคิดมากเลยครับ เรื่องแบบนี้ใครๆก็ต้องเจอ”ยกยิ้มอีกทีให้รู้ว่านี่เรื่องธรรมดา ร่างสูงก็นิ่งไปสักพักทบทวนด้วยสติสัมปชัญญะที่พอเหลืออยู่บ้าง ซึ่งก็จริงอย่างที่อีกฝ่ายว่า เรื่องแบบนี้ใครๆก็ต้องเจอ ที่แปลกก็คือคนตัวเล็กดูชินชา แถมยังยิ้มได้เหมือนเป็นเรื่องปกติ
   คงจะเจอจนชินแล้วล่ะมั้ง
   “เช็คบิลครับ”
   “จะไปแล้วเหรอ”
   “เผอิญพรุ่งนี้มีงานครับเลยต้องรีบกลับ”
กึก !
   “คุณก็อย่าดื่มมากนะครับ เดี๋ยวจะขับรถไม่ไหวเอา”
   “แล้วนี่ขับรถมาเหรอ สภาพไม่ต่างกัน”
   “ไม่มีรถครับ กลับแท็กซี่เอง”ตอบตรงไปตรงมารับบิลสองบิลมาจ่าย บิลแรกของเขาที่ดื่มไป ส่วนอีกบิลคือของคนตัวสูงที่เขาถือวิสาสะจ่ายให้ “ขอเลี้ยงนะครับ แต่หลังจากนี้จ่ายเองนะ”
   “อะ...”
   “ถือว่าปลอบใจที่เศร้ามาเหมือนกันนะครับ” ยิ้มหวานจนตาพร่าก่อนจะให้ทิปกับพนักงานแล้วหยิบโค้ทตัวเก่งออกจากร้านไป อากาศด้านนอกหนาวยิ่งกว่าตอนเป็นไข้ แม้ใส่เสื้อโค้ทก็ยังต้องกอดตัวเอง พลางชะโงกหน้าไปที่ถนนมองหาแท็กซี่สักคัน แต่ยิ่งดึกรถก็ยังหายาก ขนาดแถวนี้เป็นย่านดังยังไม่มีแท็กซี่สักคันเลย “ไม่มีแท็กซี่เลยเหรอเนี่ย”
   “นี่คุณ”
   “หืม ?”
   “เดี๋ยวไปส่ง”หันไปมองคนที่เรียกจากด้านหลัง ดวงตาสบกันอีกครั้งโดยมีคนตัวเล็กเลิกคิ้วใส่ “เวลานี้แท็กซี่หายากจะตาย กว่าได้กลับคงอีกนาน”
   “เดี๋ยวผมเดินไปก็ได้ครับ บ้านของผมอยู่ไม่ไกล”
   “ก็บอกว่าจะไปส่งไง ตามมา”ผงกหัวไปทางขวา รั้งสายตาไปมองมาเซราติคันหรูที่จอดอยู่ เล่นเอาคนตัวเล็กถึงกับอึ้งไม่เคยเจอรถหรูขนาดนี้มาก่อน แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือจะให้ไปกับคนแปลกหน้าก็ใช่เรื่อง ต่อให้จะคุยจนรู้ว่าอีกคนเจออะไรมาบ้าง ทว่าก็ใช่ว่าจะไว้ใจได้ซะหน่อย
   สมัยนึ้คนมันโหดร้ายจะตาย ถ้าตามไปด้วยอาจถูกทำร้ายก็ได้
   ซึ่งก็เหมือนจะรู้เลยหันมาทำหน้าดุใส่
   “จะยืนแข็งอีกนานไหม หนาวจะตายอยู่แล้ว” ไม่พูดเปล่ามีการเอื้อมมือมาดึงแขนเขาให้ตามไปอีกต่างหาก ด้วยความที่ตัวก็เล็กกว่าเลยลอยติดมืออีกคนไปอย่างง่ายดาย ร่างสูงกดรีโมทปลดล็อคเปิดประตูให้อีกคนขึ้นไปนั่ง แน่นอนว่าต้องยับยั้ง ปฏิเสธโดยการยืนอยู่ที่เดิม “เร็วสิ”
   “ขอโทษครับ แต่ผมคิดว่าผมกลับเองน่าจะดีกว่า”
   “อะไร...”
   “กลับกันคนแปลกหน้ามันยังไงไม่รู้สิ”พูดตามจริงให้อีกคนคิดตาม น่าเสียดายที่ถูกสวนกลับ ก็จะมาอ้างเรื่องนั้นได้ไงในเมื่อก่อนหน้านี้ก็เพิ่งจะเลี้ยงเหล้าคนแปลกหน้า
   มันดูยอนแยงเล็กๆเหมือนกัน
   “เลี้ยงเหล้าคนแปลกหน้าได้ ก็ต้องกลับกับคนแปลกหน้าได้สิ”
   “อะ...”
   “นี่ก็ไม่ได้ชวนใครขึ้นรถบ่อยๆหรอกนะ”พูดเสียงเข้มพาให้ชะงัก มองหน้ากันไปมาจนสุดท้ายก็แพ้พ่าย กล่าวขอบคุณแล้วยอมขึ้นรถไป หัวใจเต้นตึกตึกตอนที่รถออกตัว ช่วยไม่ได้ที่มากสุดก็ขึ้นแท็กซี่กลับ แฟนก็ไม่เคยมีรถมารับต้องนั่งรถไปหาแทบตลอด พอได้มานั่งบนรถที่ได้ชื่อว่าแพงแสนแพงก็กลัวจนต้องนั่งแข็งไม่กล้าขยับ
   กลัวเหลือเกินว่าถ้าทำรถเขาเป็นรอยแล้วจะต้องเสียค่าประกัน เห็นแล้วอยากจะขอลงซะตรงนี้
   “จอดตรงนี้ก็ได้ครับ เดี๋ยวเดินไปเอง”
   “แล้วไปจอดหน้าบ้านเลยไม่ได้หรือไง”
   “จอดตรงนี้มันจะเลี้ยวออกไปได้ง่ายกว่าครับ” ยิ้มรับอย่างไม่ถือสา ร่างสูงเลยกวาดตามองแมนชั่นขนาดกลางที่หรูพอตัว แต่ไม่เท่ากับคอนโดที่เขาอยู่ “คุณเลี้ยวออกทางนี้ได้เลยนะครับ มันจะไปโผล่ที่ถนน X รู้จักใช่ไหม”
   “นี่อยู่คนเดียวหรือว่าอยู่กับใคร”
   “อะ...”
   “อยู่กับแฟนเหรอ ?” ไม่ได้สนใจเส้นทางที่บอกแถมยังถามกลับได้หน้าตาเฉย คนตัวเล็กนิ่งไปสักพักก่อนจะส่ายหน้า เขาอยู่ที่นี่คนเดียวมานานแล้ว “ไม่เหงาหรือไงอยู่คนเดียว”
   “ชินแล้วครับ ยังไงก็หนีความเหงาไปไม่ได้”
   “...”
   “แล้วคุณล่ะครับ ไม่ต้องรีบกลับไปง้อแฟนเหรอ”
   “เดี๋ยวก็หายเองนั้นแหละ”
   “…”
   “เหนื่อยแล้ว”สีหน้าแสนอ่อนล้าทำเอาอยากจะดึงมากอดเสียดายที่ทำได้แค่มอง แล้วลูบบ่าอีกคนเป็นการปลอบเท่านั้น น่าแปลกที่ใส่เสื้อผ้าตั้งหนามันกลับไม่ได้อบอุ่นเท่ามือคู่นี้ที่เย็นเฉียบ พอหันมามองมือข้างนั้นก็ทาบลงบนแก้มเขาซะได้ มันเป็นนิสัยที่แก้ไม่หายเวลาที่เจอคนเศร้าแล้วต้องลูบแก้มอีกฝ่ายไปมา
   แต่ก็เป็นเฉพาะกับคนที่สนิทด้วยเท่านั้น ส่วนกับคนตรงหน้า...
   ก็คงเพราะได้ทำความรู้จักกันไปบ้างแล้ว
   “เดี๋ยวทุกอย่างก็ดีขึ้นครับ” เสียงหวานตอบโดยไม่รู้เลยว่าตัวเองไปจุดประกายความหวัง และไม่รู้ว่าด้วยความเศร้าหรือว่าอะไรที่ทำให้ใบหน้าของทั้งสองเคลื่อนเข้าหากัน สัมผัสของริมฝีปากมีกลิ่นของแอลกอฮอล์คลุกเคล้า คล้ายกับยาเสพติดที่ถอนตัวจากมันไม่ได้
   ตอนนั้น
   เวลานั้น
   เขาจูบกับคนแปลกหน้า
   หลังจากนั้น
   คืนนั้น
   เขาก็ถูกกอดโดยคนแปลกหน้าเช่นกัน
   ร่างเล็กไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอไผลไปตอนไหน เขาปล่อยให้อีกคนทำตามใจ ยอมให้ความรุ่มร้อนกัดกินร่างกายที่บอบบางไม่ต่างจากผู้หญิง เสียงครางเล็กๆดังขึ้นเวลาที่ความดุดันขยับตัวเข้าหา ปลายเล็บจิกลงบนแผ่นหลังกว้าง สร้างความเสียวซ่านให้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
   เวลานั้นคนใต้ร่างไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าภายใต้ห้องนอนสีเทาหม่น
   ความเหงาที่ชินชาจนทำอะไรไม่ได้กำลังหายไป
   แล้วความรุ่มร้อนก็สวมทับเข้ามาแทน
   “รู้สึกดี...ชะมัดเลย”

Tbc.
เป็นเรื่องสั้นที่เคยส่งสนพแล้วไม่ผ่านค่ะ
มีแพลนว่าจะเขียนเป็นเรื่องยาวแต่ยังไม่ใช่เร็วๆนี้
เลยเอาของเก่ามาลงให้ลองชิม
ฝากติดตามด้วยนะคะ

ติดตามนักเขียนที่เพจ : https://www.facebook.com/RiverPie.Ael/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-05-2018 18:58:50 โดย early_2543 »

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2899
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1
เนื้อเรื่องน่าสนใจ..รอตอนต่อไปจ้า  :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ early_2543

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 174
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +150/-2
คนแปลกหน้า EP 2
[/b]

แสงแดด...

กลิ่นบุหรี่...

ดูเป็นเช้าที่แตกต่างจากทุกวัน

ความเหนื่อยล้าทำให้ต้องนอนขดอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ขณะที่กลิ่นบุหรี่ยังคงลอยเข้ามากระทบจมูกเป็นระยะๆ พอรวมเข้ากับแสงแดดอ่อนๆยามเช้าก็ทำให้การนอนหลับถือว่าถูกขัด คนตัวเล็กปรือตาขึ้นมามองเจ้าของกลิ่นแปลกใหม่นั้นก่อนจะพบกับคนที่เขาหิ้วเข้าห้องมาเมื่อคืน

ทั้งทีอากาศหนาว แต่อีกคนกลับสวมเพียงแค่กางเกงขายาวดูดบุหรี่อยู่ตรงหน้าต่าง

ดวงตาสีเทาเงางามทอดมองออกไปไกลราวกับไม่มีจุดหมายในชีวิต

“ไปสูบที่ระเบียงได้ไหมครับ”

“หืม ?”

“ผมไม่ชอบกลิ่นบุหรี่”เค้นเสียงที่มีอยู่เพียงน้อยนิดบอกอีกคนที่พ่นควันบุหรี่ทิ้ง แล้วหันมาหาเขา ดวงตาทั้งสองสบกันไล่มองความขาวที่มีรอยแดงจ้ำประทับอยู่

ความตลกคือเมื่อคืนเป็นเซกส์ที่ดีที่สุดเท่าที่เขาเคยมีมา

กับคนอื่นยังไม่เคยรู้สึกดีเท่านี้มาก่อน

“โทษที สูบเสร็จแล้ว”ว่าพร้อมชูก้นบุหรี่ที่ถูกดับก่อนจะโยนลงไปในกองหิมะชั้นล่างสุด สาวเท้าเข้าไปทิ้งตัวลงบนเตียงนอนมองเจ้าของริมฝีปากสีสดที่ไม่รู้ว่าเมื่อคืนถูกจูบไปกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

การโอบกอดคนแปลกหน้าดูจะเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ลืมไม่ลง

“ร่างกายเป็นอะไรไหม”

“เจ็บครับ”

“…”

“เจ็บแต่รู้สึกดี”ตอบไปตามความจริงไม่มีมาโกหก ที่ไม่โวยวายว่าทำไมถึงถูกทำแบบนี้คงเพราะเขาจำได้ว่าเมื่อคืนนี้ตัวเองก็ยินยอมให้เขาทำ ไม่รู้สิ อาจจะด้วยฤทธิ์เหล้าเลยคิดว่าจะกอดหรือมีอะไรกับใครก็ไม่แปลก แถมอีกคนก็ดูจะยินดีซะขนาดนั้น มันเลยไม่ใช่การขืนใจแต่เป็นการสมยอม

แจ้งความก็ไม่ได้ เมื่อคืนก็เป็นขอให้เขาต่ออีกสองรอบด้วย

“ดูชินกับเรื่องแบบนี้นะ”

“ก็แฟนผมเป็นผู้ชายนิครับ”

“…”

“รังเกียจหรือเปล่าครับ”ถามอย่างสงสัย ส่วนใหญ่ถ้าคนอื่นรู้ก็จะถูกมองแปลกๆ แต่กับคนตรงหน้าทุกอย่างยังคงนิ่งสงบไม่มีแม้แต่การตอบรับซะด้วยซ้ำ เล่นเอาต้องเอียงคอครางถามในลำคออีกครั้ง “หืม ?”

“ไม่นิ เฉยๆ” มีการยักไหล่อีกต่างหาก อีกคนเลยยิ้มแล้วส่ายหน้าน้อยๆขยับตัวขึ้นมานั่งเอาผ้าห่มคลุมร่างเอาไว้

“ถ้าคุณหายแฮงค์แล้วจะไปเลยก็ได้นะครับ เดี๋ยวผมเองก็จะไปแล้วเหมือนกัน”

“สภาพแบบนี้จะไปไหนได้”

“ผมมีงานต้องทำครับ ต่อให้อยู่ในสภาพนี้ก็ต้องไป”

“งั้นเดี๋ยวไปส่ง”

“อย่าดีกว่าครับ ผมว่าคุณควรกลับไปหาแฟนคุณน่าจะดีกว่า”

“…”

“เธอโทรตามคุณหลายรอบแล้วนะครับ”พยักหน้าไปทางมือถือหรูที่หล่นอยู่กับพื้น หน้าจอที่ปรากฏชื่อสว่างวาบอยู่หลายครั้งต่อหลายครั้ง ถ้าไม่ติดว่าภาพหน้าจอที่ตั้งเป็นภาพคู่หญิงสาว เขาก็คงไม่กล้าพูดเต็มปากว่าแฟนอีกคนโทรมา ร่างสูงมองภาพนั้นพลางถอนหายใจลั่น

คงโดนต่อว่าอีกตามเคย

“แล้วนี่จะให้ติดต่อยังไง”

“ไม่ต้องก็ได้ครับ ไม่ได้ซีเรียสอะไรขนาดนั้น”

“...”

“แค่เมื่อคืนนี้ผ่านไปด้วยดีก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำความรู้จักกันหรอกครับ ยังไงก็คงไม่ได้เจอกันบ่อยๆอยู่แล้ว”
“นี่คิดแค่วันไนท์แสตนเหรอ ?”

“มันก็ควรเป็นแบบนั้นไม่ใช่เหรอครับ”

“…”

“ถึงผมจะอกหัก แต่ผมก็ไม่ชอบแย่งแฟนใคร เอาเป็นว่าเรื่องเมื่อคืนนี้ก็ปล่อยให้มันผ่านไปเถอะครับ ถือว่าตอบแทนที่คุณขับมาเซราติมาส่งผมที่นี่”

“คิดดีแล้วเหรอ ?”

“คิดดีแล้วครับ”



ผู้คนมากมายเดินชมนิทรรศการภาพวาดและภาพถ่ายจากศิลปินหน้าใหม่ที่เริ่มโด่งดังในเส้นทางศิลปะ เจ้าของผลงานยิ้มกริ่มเวลามองผู้คนที่ดูอินไปกับภาพของเขา แม้ว่าบางภาพมันจะธรรมดาจนเรียกได้ว่าใครๆก็สามารถทำให้มันเกิดขึ้นได้ แต่ที่เป็นนิยมสุดคงเป็นภาพเปียโนที่ถูกตั้งอยู่ริมหาดทรายมีเกลียวคลื่นซัดอยู่ที่ขาตั้ง ท้องฟ้ายามเย็นในวันนั้นให้ความรู้สึกอ้างว้างและเงียบเหงายิ่งกว่าสิ่งใด

มันเป็นภาพที่เขาบังเอิญไปเจอ วันนั้นมีคู่รักเศรษฐีแต่งงานกันริมหาด เขายกเปียโนไปไว้ตรงนั้นเพื่อถ่ายภาพพรีเวดดิ้งสุดอลังการ แน่นอนเขาคือตากล้องที่ถูกจ้างไป และตอนที่ทุกอย่างจบลงเขาก็เลยได้โอกาสเก็บภาพนั้นไว้

มันเป็นภาพที่เขาคิดว่าช่างสวยงามเหลือเกิน

ซึ่งด้วยความเป็นเอกลักษณ์เลยมีคนมาขอซื้ออยู่หลายเจ้า เสียดายที่เจ้าของมันไม่แม้แต่จะปริปากขายให้

กับภาพอื่นน่ะไม่เป็นไร แต่ภาพนี้เขาขอเก็บไว้ในความทรงจำ

“ผมจะรีบให้คนจัดส่งภาพนี้ให้เร็วที่สุด ต้องถึงก่อนวันเกิดคุณย่าคุณแน่นอนครับ”

“ขอบคุณมากเลยนะครับ คุณช่างใจดีจริงๆ”ลูกค้าที่มาติดต่อซื้อภาพวาดอื่นเช็คแฮนด์ด้วยความยินดี ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากแกลอรี่หลังจากว่าจบ คนตัวเล็กได้แต่ยกยิ้มให้กับแผ่นหลังกว้างนั้น จากนั้นก็หมุนตัวกลับมาชมบรรยากาศในงานที่ยังคงมีคนเยอะอยู่ ต่อให้ตอนนี้จะเริ่มเย็นมากแล้วก็ตาม

น่าแปลกที่ยิ่งฟ้าใกล้มืดมากเท่าไหร่ คนก็ยิ่งโหมเข้ามาในงานมากขึ้นเท่านั้น

บางทีที่นี่มันอาจจะอุ่นกว่าข้างนอกก็ได้มั้ง เลยมีคนแห่เข้ามา

ดวงตาสีหวานกวาดมองไปรอบงาน แกลอรี่นี่เป็นแกลอรี่สะสมผลงานของเขา จัดตั้งขึ้นด้วยน้ำพักน้ำแรงที่ทำงานหาเงินมาเปิดได้ เป็นความสุขเล็กๆกับศิลปินที่เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับรูปภาพ

ทั้งภาพวาด ภาพถ่าย มันเป็นฝีมือของเขาทั้งหมด

มันคือสิ่งเดียวที่เขาใช้อวดคนอื่นได้

ทว่าในตอนที่เขากำลังจะเดินผ่านภาพถ่ายเปียโนของตัวเองนั้น ฝ่าเท้าของเขาก็ต้องหยุดชะงัก เหม่อมองไปที่เจ้าของแผ่นหลังที่ยืนมองภาพนั้นด้วยท่าทีเพิกเฉย

“เขาอยากจะซื้อภาพนั้นครับมิสเตอร์ แต่ผมบอกไปแล้วว่าไม่ขาย”

“...”

“เขาเลยเอาแต่จ้องอยู่แบบนั้น ให้ผมเรียกคนมาจับเขาออกไปดีไหมครับ”พนักงานหนุ่มที่เป็นคนช่วยต้อนรับเดินมากระซิบถาม คงเห็นว่าเขายืนพินิจผู้ชายคนนั้นอยู่นานเลยมาชี้แจงให้หายสงสัย แน่นอนคำพูดนั้นทำให้คนเป็นศิลปินส่ายหน้าตอบไป

“อย่าคิดมากเลยเกรย์ เขาก็คงแค่สนใจเท่านั้นแหละ”

“แต่ผมว่า...”

“ไปทำงานเถอะครับ เดี๋ยวเขาก็คงตัดใจเดินออกไปเอง” ร่างเล็กตอบก่อนจะขอตัวเดินเข้าห้องทำงานที่อยู่ด้านในแกลอรี่ไป เขาจะออกมาเฉพาะตอนที่มีเรื่องสำคัญหรือมีลูกค้ามาติดต่อขอซื้อภาพถ่ายเท่านั้น ถ้าเป็นกรณีอื่นจะให้ผู้ช่วยไปจัดการแทน

ปลายพู่กันถูกแต้มสีลงกับผ้าใบลากไล้ไปตามกลีบดอกไม้สีชมพูหวาน ศิลปินหนุ่มพยายามเก็บรายละเอียดของงาน ทว่าในหัวกลับมีแต่ภาพเจ้าของแผ่นหลังนั้นเต็มไปหมด

ไม่รู้หรอกว่าอีกคนโผล่มาที่นี่ได้ยังไง

รู้แค่ว่าถ้าออกไปแล้วเจอกัน มันดูเหมือนตั้งใจไปพบหน้ายังไงยังงั้น

เมื่อเช้าก็คุยกันไปแล้วด้วยว่าจะไม่สานสัมพันธ์ มันไม่จำเป็นสำหรับการที่คนเหงาสองคนมาเจอกัน ปล่อยให้มันเป็นแค่ความฝันที่ตื่นมาก็ลืมดีกว่า

อีกอย่างอีกฝ่ายก็มีแฟนอยู่แล้ว ถ้าจะให้มาคิดลึกกับคนแปลกหน้าคงตลกน่าดู

แต่ที่ตลกกว่านั้นคือการที่เดินออกมาจากสตูเก็บของ แล้วพบว่าผู้คนภายนอกทยอยออกไปจนหมด เหลือเพียงแค่ใครอีกคนที่ยังคงยืนอยู่ตรงนั้น

   ตรงภาพวาดเปียโนที่ติดป้ายว่าไม่ขาย

   “ขอโทษนะครับ ผมคิดว่าแกลอรี่ใกล้ถึงเวลาปิดแล้ว”

กึก !

   “ถ้าคุณอยากดูภาพวาด ผมเกรงว่าคุณจะต้องมาพรุ่งนี้ใหม่ เราเปิดให้ชมถึงวันเสาร์หน้าครับ”พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพที่ดึงรั้งอีกคนให้หันมามองได้ ดวงตาสีเทาฉายแววแปลกใจก่อนจะกลับเป็นเหมือนเดิม “สวัสดีครับ”

   “คุณทำงานที่นี่เหรอ ?”

   “ผมเป็นเจ้าของที่นี่ครับ”

   “…”

   “และรูปที่คุณดูผมก็เป็นเจ้าของมัน”

   “ถ่ายเอง ?”

   “ครับ”ยิ้มรับจนตาหยี เป็นรอยยิ้มที่ใครเห็นก็ต้องยิ้มตาม เสียดายที่คนตรงหน้าความรู้สึกช้าที่ทำได้เลยมีแค่ยืนนิ่งๆมองเท่านั้น “สนใจเหรอครับ เห็นดูอยู่นานแล้ว”

   “ก็สวยดี”

   “ขอบคุณครับ”

   “อยากได้ แต่ไม่ขาย”

   “ผมอยากเก็บไว้เป็นความทรงจำของตัวเองน่ะครับ”

   “…”

   “มันเป็นการถ่ายพรีเวดดิ้งครั้งแรกของผม ต่อให้ในภาพนี้จะไม่มีบ่าวสาวก็เถอะ”หัวเราะนิดหน่อยให้กับความโก๊ะ คนอื่นจะเชื่อได้ไงว่ามันคือการถ่ายภาพแต่งงานในเมื่อในภาพมีแค่เปียโน “ผมชอบมันมากเลยอยากให้คนอื่นชอบเหมือนกัน มันคงดีถ้าได้แบ่งความสุขกับใครสักคน”

   “มองโลกในแง่ดีจังนะ”

   “ไม่มีเหตุผลให้มองในแง่ร้ายนิครับ”

   “…”

   “คนเรามันไม่จำเป็นต้องทุกข์ตลอดเวลาหรอกครับ ยิ้มบ้าง บ้าบ้างก็ได้ ไม่เสียหายอะไร เอาแต่หน้าเข้มทั้งวันคนอื่นจะกลัวเอา”

   “นี่ว่าผมเหรอ ?”

   “พูดให้ฟังครับ เผื่อคุณยิ้มให้”

   “…”

   “คุณจะดูดีกว่านี่เป็นล้านเท่าถ้ายิ้มนะครับ” แสดงตัวอย่างโดยการยิ้มให้ เป็นรอยยิ้มจริงใจที่ใครๆเห็นก็อยากชื่นชม ติดตรงที่อีกคนยิ้มยากและคิดว่าการยิ้มมันไม่ได้สำคัญอะไรขนาดนั้น ทว่าในความคิดนั้นกลับมีบางอย่างก่อตัวขึ้นในหัวใจ

   ก้อนเนื้อตรงอกด้านซ้ายมันกำลังเต้นแรง

   “แล้วนี่ไม่พาแฟนมาด้วยเหรอครับ”

   “เลิกกันแล้ว”

   “อะ...ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ”

   “จะขอโทษทำไม ไม่ได้พูดอะไรผิดนิ”ร่างสูงยักไหล่สอดมือเข้ากระเป๋ากางเกงทั้งสองข้าง หันกลับไปมองรูปภาพที่ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงตราตรึงนักหนา “ไม่ได้เสียใจอะไรขนาดนั้น คงเพราะมันเป็นเรื่องธรรมดา ใครๆก็ต้องเจอ”

   คำพูดนั้นเรียกรอยยิ้มได้เป็นอย่างดี ก็มันเป็นคำพูดที่เขาพูดกับคนตัวสูงไปเมื่อวานนี้ที่คลับ ดีใจที่เขาเข้าใจในเรื่องนั้น แต่ก็แอบคิดไม่ได้ว่าตัวเองอาจเป็นต้นเหตุทำให้ทั้งสองเลิกกัน แย่หน่อยที่ก้าวก่ายกว่านั้นไม่ได้ แล้วอีกฝ่ายก็ดูจะไม่อยากเล่า

   เอาเป็นว่าเก็บไว้ในส่วนลึกของกลางใจดีกว่า

   ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยหมดหรอก

   “แล้วนี่จะไปไหนต่อ”

   “จะอยู่วาดรูปจนเสร็จครับ คงนอนที่นี่เลย”

   “มีที่นอน ?”

   “ห้องพักผมอยู่ข้างในครับ”

   “…”

   “ผมนอนที่นี่เวลาอยู่ทำงาน มันสะดวกกว่ากลับไปนอนบ้านน่ะ”แปลกใจตัวเองเหมือนกันที่บอกความลับให้คนแปลกหน้าฟัง หนำซ้ำร่างสูงยังดูจะสนใจ ชะเง้อมองหาจนศิลปินต้องยอมพาเข้าไปในห้องพัก ทุกอย่างในนั้นแต่งด้วยโทนสีน้ำตาลต่างห้องนอนจริงลิบลับ

   ให้ความรู้สึกอบอุ่นสบายตา แม้จะมีรูปภาพมากมายรายล้อมอยู่ก็ตาม

   “อย่าแตะนะครับ มันยังไม่เสร็จ” ห้ามอีกคนที่ทำท่าจะแตะสีบนผ้าใบที่เขาแต้มเอาไว้ก่อนหน้านี้ ประจำเขาจะไม่ยอมให้ใครเข้ามาในนี้ ขนาดพนักงานที่สนิทที่สุดยังต้องขออนุญาตก่อนเข้ามา แต่กลับคนแปลกหน้าคนนี้ ดันถูกพาเข้ามาง่ายๆหลังจากที่เจ้าของแกลอรี่เดินไปปิดไฟด้านนอกแล้วล็อคประตูจนหมด

   ไม่ได้คิดอกุศล แค่ต้องการป้องกันพวกที่ชอบขโมยผลงาน

   “นี่วาดเองหมดเลยเหรอ”

   “ครับ ผมชอบวาดภาพน่ะ”

   “เป็นศิลปิน ?”

   “ประมาณนั้นครับ แต่ยังไม่เก่งหรอกต้องฝึกอีกเยอะ”ถ่อมตัวตามประสา ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้เตรียมลงสีภาพที่ค้างไว้ “คุณจะนั่งบนโซฟาหรือเตียงผมก็ได้ครับ ไม่ว่ากัน”

   “สูบบุหรี่ได้ไหม ?”

   “เชิญไปตรงหน้าต่างเลยครับ พ่นไปไกลๆด้วยล่ะ” ไม่ได้ห้ามปรามแม้ว่าตัวเองจะแพ้ควันบุหรี่ ร่างสูงพยักหน้านิดๆก่อนจะเดินไปเปิดหน้าต่างให้สายลมอันเหน็บหนาวลอยละลิ่วเข้ามา คนตัวเล็กขนลุกเล็กน้อย ถึงงั้นก็ไม่ได้ปริปากว่ายอมให้อีกคนจุดไฟแช็คสูบบุหรี่ตามใจชอบ

   แล้วตัวเองก็เผลอมองด้วยความหลงใหล

   ร่างสูงในชุดสูทดำแบบแบดบอยยืนพิงอยู่กับขอบหน้าต่าง เหม่อมองออกไปด้านนอกราวกับสิ้นหวัง ปากก็พ่นควันบุหรี่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เคาะกับขอบหน้าต่างด้านนอกบ้างเมื่อส่วนปลายเริ่มมอดดับ

   ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมภาพตรงหน้าถึงได้น่ามองกว่าภาพที่กำลังวาดอยู่

   “มองอะไร ?”

   “อะ..เปล่าครับ ไม่ได้มองอะไร”

   “ก็เห็นอยู่ว่ามอง”

   “ไม่มีอะไรครับ ผมก็แค่..เอ่อ แค่คิดว่าเวลาคุณสูบบุหรี่คุณดูดีจัง”

   “…”

   “เหมือนนายแบบที่กำลังเก๊กท่าให้ถ่ายภาพเลย”หัวเราะให้กับคำพูดอันไร้สาระ ถ้าอีกคนไม่ได้มองมาเขาก็คงหยิบกล้องมาถ่ายภาพนี้เก็บไว้แล้ว “ช่างมันเถอะครับ ถ้าคุณอยากกลับแล้วก็บอกนะครับ ผมจะเดินออกไปเปิดประตูให้”

   “ไม่ล่ะ ยังไม่อยากไปไหน”

   “แต่...”

   “เดี๋ยวอยู่เป็นเพื่อน”ประโยคนั้นพาให้หัวใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำ ศิลปินหนุ่มได้แต่หลบมาลอบยิ้มกับภาพวาดปล่อยให้เจ้าของดวงตาสีเทานั้นทำตามชอบใจ ร่างสูงก็เลยมาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาในจุดที่สามารถเห็นมองเขาได้ แถมยังจ้องมาที่เขาอย่างไม่คิดจะถอดถอนสายตาไปไหน

   ก็ไม่รู้หรอกว่าทำไม แต่ภาพที่อีกคนกำลังตั้งใจทำอะไรสักอย่าง มันช่างน่ามองจริงๆ

   คนตัวเล็กก็รู้ว่าถูกจ้อง ทว่าหากโต้ตอบก็คงเป็นบทสนทนาที่สาวไม่หยุด ก็เลยทำเป็นมองไม่เห็นมีสมาธิกับภาพที่วาด แอบลอบมองอีกคนเป็นระยะๆ ผ่านไปชั่วโมงกว่าก็พบว่าอีกคนเผลอหลับไปซะแล้ว

   และเขาก็ไม่กล้าปลุกซะด้วย

   “ไม่หนาวหรือไงนะ”พึมพำกับคนที่หลับสนิท ขณะที่หยิบผ้าห่มไปคลุมร่างให้ เนื้อตัวของร่างสูงเย็นเฉียบเพราะไม่ยอมเดินไปปิดหน้าต่าง ถ้าเกิดดึงลงมาเหลือแค่ช่องเล็กๆพอให้ลมเข้าก็ยังดี แต่นี่ปล่อยไว้อย่างนั้น ทั้งที่ตัวเองก็นั่งตรงจุดลมพัดพอดี

   ไม่รู้จะบ่นอะไรดีกับคนแปลกหน้า

   “น่าอิจฉาจังเลย” บ่นอีกรอบเมื่อความใกล้ชิดทำให้มองเห็นว่าอีกคนดูดีมากแค่ไหน ความเข้มกับโครงหน้ารับกับผิวขาวๆ หล่อจนแทบหยุดหายใจ และจะหยุดหายใจจริงๆเมื่อจู่ๆอีกคนก็ลืมตาโพล่งดึงรั้งให้ไปนั่งคร่อมอยู่บนตัก

   แล้วริมฝีปากนั้นก็ทาบทับลงมา

   “อื้อ !” เหมือนลูกไก่ในกำมือดิ้นเท่าไหร่ก็ไม่รอด ริมฝีปากร้อนบดจูบขยี้อย่างหนักหน่วง สอดลิ้นเข้ามาเก็บเกี่ยวความหวานที่ไม่รู้ว่าเมื่อคืนได้ไปเท่าไหร่ แต่ดูเหมือนจะไม่ยังไม่หนำใจ วันนี้ถึงได้จาบจ้วงอีก ร่างเล็กพยายามดิ้น แต่ไปๆมาๆก็ปฏิเสธไม่ได้ สุดท้ายก็ยอมตอบรับรสสัมผัสนั้นไป

   ยอมกระหวัดลิ้นให้อีกคนเชยชม

   “แฮ่ก” เสียงหอบหายใจดังขึ้นหลังถอนจูบ คนตัวเล็กหน้าแดงจนต้องใช้หลังมือขึ้นมาบังหน้า ต่างจากร่างสูงที่ยังคงจับจ้องราวกับถวิลหา

   ใครจะรู้ว่าคนแปลกหน้าทำให้เขาอยากกอดได้ถึงขนาดนี้

   ไม่ใช่แค่ร่างสูงที่คิด ร่างเล็กเองก็คิดไม่แพ้กัน เพียงแค่การแสดงออกมันแตกต่าง ไม่นานนักริมฝีปากหวานก็เคลื่อนเข้าหากันอีก

   และมันก็กลายเป็นคืนที่สองที่คนแปลกหน้าสัมผัสกัน

TBC.
อีกสองพาร์ทก็จบแล้วค่า ฝากติดตามด้วยน้า
เป็นแนวที่อยากเขียนมากแต่ยังไม่มีเวลา
ถ้าได้เขียนเป็นเรื่องยาว จะมาบอกนะฮาฟฟฟ

เพจนักเขียน : https://www.facebook.com/RiverPie.Ael/

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2899
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1
เชียร์ให้เขียนเป็นเรื่องยาวด้วยคน..หน้าหลักยังขึ้นเป็น ep.1 อยู่เลย ช่วยแก้ให้ด้วยนะจ๊ะ ตามอ่านอยู่รู้ตัวไหม  :mew1: :mew1: :mew1:

ออฟไลน์ early_2543

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 174
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +150/-2
คนแปลกหน้า EP 3
[/size]

        จากวันแรก สู่วันสอง ไปวันสาม...

   คนแปลกหน้าคนนั้นยังคงวนเวียนเข้ามาอยู่ไม่ห่าง รวมอาทิตย์แล้วที่ชีวิตมีใครอีกคนก้าวเข้ามา ไม่ว่าจะด้วยรูปแบบไหน แต่เจ้าของดวงตาสีเทาก็เริ่มจะกลายเป็นส่วนประกอบของชีวิตไปเสียแล้ว แถมยังขับไล่ความเหงาที่เคยยึดติดออกไปด้วยอีกต่างหาก

   มันมาพร้อมกับกลิ่นบุหรี่จางๆที่เริ่มจะคุ้นชิน

   “จะเอาแต่นอนแบบนี้เหรอครับ นี่มันเที่ยงแล้วนะ”

   “จะให้ออกไปไหน ยังทำงานไม่เสร็จไม่ใช่เหรอ”

   “แล้วคุณไม่มีงานทำหรือไงครับ ถึงได้เอาแต่มานอนห้องคนอื่นน่ะ”ถามคนตัวโตที่นอนซุกอยู่ในผ้าห่มบนเตียงของเขา ไม่สนใจเจ้าของห้องที่พยายามวาดภาพตามรีเควสให้เสร็จเลยสักนิด แน่นอนแทนที่จะรู้สึกว่าควรทำอะไร อีกคนกลับขยับตัวมานอนเท้าคางมองเขาแทน

   มีการยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์อีกต่างหาก !

   “มองทำไมครับ”

   “ก็ไม่ให้นอนนิ”

   “ไม่ได้บอกว่าไม่ให้นอนครับ แค่ถามว่าไม่มีอะไรทำหรือไง”

   “ก็ทำอยู่นี่ไง”

   “ทำอะไร ?”

   “มองคุณ”คำตอบน่าปวดหัวดันทำใจเต้นรัวซะได้ ร่างบางส่ายหน้าใส่พยายามซ่อนใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อของตัวเอง ซึ่งไม่เป็นผลเท่าไหร่นัก “หน้าแดงแล้วนะ”

   “เพราะคุณแหละครับ” มีการยิ้มกว้างขึ้นตอนโดนสวนกลับ หลังๆมานี้เริ่มจะยิ้มบ้างแล้ว “เลิกมองเลยครับ ผมจะทำงาน ไม่งั้นผมจะออกไปอยู่ข้างนอกแล้วให้คุณอยู่ในนี้คนเดียวนะ”

   “ใจร้าย”

   “ไม่ต้องมาว่าผมเลยครับ”ยู่ปากเป็นเด็กเรียกให้คนที่ไม่เด็กลุกมากอดจากด้านหลัง ริมฝีปากร้อนจัดทาบลงกับลาดไหล่บาง ไล้ขึ้นมาตามลำคอฝากฝังรอยแดงไว้จนแทบไม่มีผิวขาวเหลือให้ทำ

   ทุกวันนี้ต้องใส่คอเต่า เล่นเอาพนักงานนึกว่าเป็นแฟชั่นใหม่

   “อื้อ อย่าทำรอยครับ ของเก่ายังไม่หาย”

   “น่ารักดีออก”

   “ไม่น่ารักครับ เวลาคนมองมันน่าอาย”

   “น่าอายยังไง”

   “ก็...”

   “จะได้รู้ไงว่ามีเจ้าของ”ใบหน้าแดงลามไปถึงใบหู จะหันไปดุก็ทำไม่ได้เพราะปากไวชิงหอมแก้มไปซะก่อน ก็รู้หรอกว่ามันออกจะเร็วไปสำหรับคนอกหักสองคนที่บังเอิญมาเจอกัน แต่ไม่รู้สิ การได้อยู่ด้วยกันในเวลาสั้นๆกับความสัมพันธ์ที่เดินเร็วจนตามไม่ทันก็เป็นความรู้สึกแปลกใหม่ที่ดีเหมือนกัน

   ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาไม่รู้สึกเหงาอีกเลยตั้งแต่ที่คนแปลกหน้าคนนี้เข้ามา

   ตลกสุดคือการที่พวกเราไม่รู้ชื่อของกันและกัน จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครยอมบอก อาจเพราะการได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ชื่อเลยไม่จำเป็นก็ได้มั้ง

   หรือไม่คงเพราะใครคนนึงรู้ว่าอีกไม่นานก็ต้องจากกัน เลยเก็บชื่อเป็นความลับแล้วปล่อยให้เวลานี้เป็นความฝัน

   ความฝันที่สักวันต้องตื่นจากที่นอน

   ซึ่งในตอนที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น วันนี้เป็นวันหยุด แกลอรี่ไม่เปิดให้ใครเข้า ร่างเล็กงุนงงขมวดคิ้วพัน แปลกใจที่มีคนเข้ามาโดยไม่มีการนัดล่วงหน้า เขาหันมองร่างสูงบอกให้รออยู่ตรงนี้ จากนั้นก็เดินไปเปิดประตูที่ปิดสนิทก่อนจะนิ่งไปเมื่อพบกับ...

   “คุณ ?”

   “ไง”

   “มีธุระอะไรครับ”ถามแฟนเก่าเสียงนิ่ง แต่หน้านี่นิ่งไปก่อนเสียง ตั้งแต่วันนั้นก็ไม่เคยคิดติดต่ออีก เวลาที่อีกคนโทรมาก็ไม่เคยรับ

   จะรับทำไมในเมื่อเรื่องของเรามันจบไปแล้ว

   “ผมคิดถึงคุณ เลยอยากมาหา”

   “...”

   “ขอเข้าไปได้ไหม”น้ำเสียงอ้อนวอนมาพร้อมกับสายตาออดอ้อนที่คุ้นชิน ครั้งหนึ่งเคยหลงรักแววตานี่จนโงหัวไม่ขึ้น “ผมอยากคุยกับคุณ อยากขอโทษสิ่งที่ทำไป”

   “ผมคิดว่าคงไม่ดีเท่าไหร่ ถ้าแฟนใหม่ของคุณรู้เข้าจะมีปัญหา”

   “เธอไม่สนใจอะไรหรอก ไม่แคร์ผมเลยสักครั้ง”

   “นี่แสดงว่าทะเลาะกันมาใช่ไหมครับถึงได้กลับมาหาผมน่ะ”

   “อะ...”

   “ขอโทษด้วยนะครับ แต่ผมว่าคุณกลับไปดีกว่า ผมไม่อยากให้เรื่องของเรามันเริ่มขึ้นมาอีก”ว่าจบทำท่าจะปิดประตูใส่ แต่คนตัวใหญ่กว่ากลับเอามือจับไว้แล้วดันประตูให้อ้าออก เล่นเอาคนตัวเล็กเกือบหงายหลังล้ม “อ๊ะ !”

   “เดี๋ยวสิที่รัก คุณจะไม่ให้โอกาสผมเลยหรือไง”

   “…”

   “ผมอุตส่าห์มาง้อคุณนะ”

   “ถ้าลำบากก็ไม่ต้องครับ ผมไม่ได้ขอ”

   “…”

   “แล้วผมก็ไม่อยากเจอคุณอีกแล้วด้วย”ปากตรงกับใจเป็นนิสัยที่แก้ไม่หาย ถึงมันออกจะดูใจร้าย แต่มันก็ดีกว่าโกหกว่าอยากเจอเขาอีกในเมื่อความจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น ร่างโปร่งย่นคิ้วใส่ไม่เข้าใจว่าทำไมแฟนเก่าง้อยาก ทีเมื่อก่อนแค่เขามาอ้อนหน่อยก็หายงอนแล้ว ต่างจากตอนนี้ที่ดูเหมือนไม่ใส่ใจ

   ราวกับไม่เคยรักกัน

   “กลับไปครับ ให้มันจบเถอะผมขอ”

   “ที่ไล่กันขนาดนี้อย่าบอกนะว่ามีคนใหม่แล้ว”

   “อ๊ะ !”

   “พามันมานอนด้วยใช่ไหมถึงไม่ยอมให้เข้าไป มันเป็นใคร ! กล้าดียังไงมายุ่งกับคุณ !”เสียงเข้มตวาดลั่นเป็นจังหวะเดียวกับที่ร่างเล็กถูกดึงจากด้านหลัง คนที่บอกให้รอในห้องนั้นกลับเดินเข้ามายืนบังเจ้าของห้องเอาไว้ สบตาเข้ากับคนที่เสียมารยาทและไม่มีความเกรงใจ เล่นเอาผงะไปทั้งสองฝ่าย “คุณ !?”

   “มีปัญหาอะไรหรือเปล่า ทำไมต้องเสียงดังขนาดนั้น”

   “…!!”

   “มันเสียมารยาทนะไม่รู้เหรอ”ร่างสูงถามเสียงนิ่ง ประสานนิ้วกับมือคนด้านหลัง ขณะที่ดวงตายังคงจับจ้องไปที่คนตรงหน้า ไม่ได้ฉายแววอะไรออกมาทว่าก็ทำให้รู้สึกหวั่น

   เหมือนกับทะเลสงบที่รอพายุซัดเข้ามา

   แต่กับแฟนเก่าเนี่ยสิที่เหมือนพายุคลั่ง ยิ่งเห็นอีกคนใส่เพียงแค่กางเกงขายาวข้างบนเปลือยเปล่าแล้วพรางไปด้วยรอยจูบก็ยิ่งโกรธจนควันออกหู ตวัดตามองดูสภาพร่างเล็กที่เพิ่งสังเกตว่าอยู่ในชุดล่อแหลม แถมยังมีรอยแดงเต็มคอไปหมด

   ยิ่งเห็นก็ยิ่งโมโห อารมณ์คนหวงก้างมันก็ปะทุขึ้นมา

   “ออกไปจากที่นี่ คุณไม่มีสิทธิ์เข้ามา !”

   “แล้วคุณมีสิทธิ์เหรอ ?”

   “มะ...!”

   “หรือลืมว่าหมดสิทธิ์ไปแล้ว”คำพูดนั้นทำเอาร่างเล็กอ้าปากค้าง ตกใจที่จู่ๆอีกคนก็สวมร่างปากร้ายใส่ มีการเลิกคิ้วลิ่วตาดูกวนประสาทให้หงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม “ผมไม่รู้จักคุณหรอกนะ แล้วก็ไม่สนด้วยว่าคุณเป็นใคร แต่ที่นี่ ตอนนี้เขาคนนี้เป็นของผม”

   “!!!”

   “และผมมีสิทธิ์ได้คนเดียว” หัวใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำ ทั้งทีเจ้าตัวไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยแท้ๆ แต่กลับออกตัวแรงจนน่าหมั่นไส้ แน่นอนมันทำให้คนตรงหน้าชะงักไป คงรู้สึกเหมือนโดนตอกหน้าเข้าให้นั้นแหละ ร้ายกว่านั้นคือการเปลี่ยนจากมือที่จับมาเป็นโอบเอวให้มายืนข้างๆ แกล้งรั้งชายเสื้อยาวๆให้เลิกขึ้นเผยให้เห็นรอยแดงตามขาอ่อนที่ถูกซ่อนเอาไว้

   วินาทีนั้นแฟนเก่าถึงกับเหวอไป อ้าปากค้างไม่ต่างกัน

   “ทีนี้ก็กลับไปได้แล้วใช่ไหม มาทางไหนกลับไปทางนั้นนะครับ”

   “กะ...แก”

   “แล้วก็รบกวนช่วยคืนกุญแจให้เจ้าของไปด้วยนะ”

   “…”

   “เก็บไว้ยังไงก็ไม่ได้เข้ามาอีก”แฟนเก่ากัดฟันกรอดกำหมัดแน่นอย่างเจ็บใจ เขามองหน้าคนตัวเล็กนิ่งสลับกับคนที่เข้ามาช่วยเอาไว้ การไม่พูดอะไรทำให้มันเข้าใจเป็นอื่นไม่ได้ โดยเฉพาะกับรอยแดงบนร่างดูก็รู้เลยว่าไปถึงไหนต่อไหน แฟนเก่าเห็นก็ทนไม่ได้ปากุญแจที่ใช้เข้ามาใส่แล้วเดินหัวเสียออกไปในที่สุด

   มาเร็ว เคลมเร็วแบบนี้ เรื่องก็จบเร็วหน่อย

   “นึกว่าเขาจะยื้อไว้อีกหน่อยซะอีก”

   “เขาไม่ใช่คนที่จะมาทนอะไรแบบนี้หรอกครับ”

   “…”

   “แล้วที่มาก็คงแค่เหงา คงกลับมาเอาของเดิมๆ”เสียงนั้นดูแผ่วดูเศร้าไปหมด ทำเอาร่างสูงต้องยีผมกดจูบลงบนเรือนผมสวย ก่อนที่ร่างบางจะก้มลงไปหยิบกุญแจนั้นมาถือไว้ ทั้งสองกลับเข้าไปในห้อง ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาเลิกวาดภาพที่มีเดดไลน์อีกไม่กี่วัน

   อารมณ์แบบนี้คงวาดได้หรอก หม่นซะขนาดนั้นน่ะ

   “รู้สึกแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ”

   “นิดหน่อยครับ ไม่คิดว่าจะเจอเขาอีก”

   “ยังรักเขาอยู่เหรอ”

   “…”

   “…”

   “ครับ ยังรักอยู่”ตอบแบบนิ่งคิดไปแวบนึงเพื่อทบทวนความรู้สึก “แต่ก็ไม่ได้รักขนาดที่อยากกลับไปอยู่ด้วยแล้วล่ะครับ ไม่อยากพาตัวเองไปเจ็บอีกครั้ง ต่อให้รักแต่เดี๋ยวความรู้สึกนี้มันก็คงหายไปเองครับ”

   “คบกันมานานแค่ไหนน่ะ”

   “เกือบปีครับ”

   “...”

   “เป็นคนแรกที่คบนานสุด” ว่าพลางยิ้มให้ เสียดายเป็นรอยยิ้มเศร้า “ดูเหมือนจะคิดผิดหน่อยๆเหมือนกัน ก็งี้แหละครับแรกๆอะไรก็ดี”

   “…”

   “เมื่อกี้ถ้าคุณไม่อยู่ บางทีอาจจะยอมให้เขาเข้ามาแล้วกลับไปเป็นเหมือนเดิมก็ได้ มันก็มีความรู้สึกลึกๆในใจนะครับว่าอยากกลับไป แต่ไม่รู้ทำไมถึงค้านหัวชนฝา” จู่ๆมือหนาก็เลื่อนมาจับ กุมไว้แน่นคล้ายกับปลอบขวัญ “คงเพราะเหนื่อยแล้วกับความสัมพันธ์แบบนั้น ถ้าให้กลับไป อยู่คนเดียวยังดีกว่า”

   “นี่ก็ไม่ได้อยู่คนเดียวนะ”

   “ครับ ถึงบอกไงว่าถ้าไม่มีคุณ ป่านนี้คงไปกับเขาแล้ว”

   “…”

   “ขอบคุณนะครับที่มาช่วยผมไว้ ดีแล้วล่ะที่มาห้าม จะได้ไม่กลับไปโง่อีก”หัวเราะขืนๆให้กับคำพูดติดตลกแต่ไม่ขำ ร่างสูงก็รู้ว่าอีกคนเหนื่อยล้าเลยจับให้นอนลงหนุนตัก ลูบไล้เรือนผมไปมาประโลมให้อีกคนหายเศร้า การกระทำนั้นทำให้อีกคนใจสั่น ไม่ใช่แค่หวั่นไหวกับการกระทำนั้น

   แต่กลัวว่าอีกไม่นานความฝันนี้มันจะจบลง...

   “ผมอยู่ตรงนี้”

   “เป็นคำปลอบที่ดีนะครับ”

   “…”

   “คุณอยากเก็บไว้ไหมครับกุญแจสำรองของที่นี่”

   “หืม ?”

   “เผื่อว่าวันไหนคุณอยากเข้ามาดูภาพจะได้เข้ามาเลยโดยไม่ต้องขออนุญาต”

   “พูดเหมือนว่าจะไปไหน”

   “…”

   “จะไปไหนน่ะ”คำถามนั้นมีเพียงแค่รอยยิ้มที่เป็นคำตอบ ไม่กล้าเอ่ยบอกว่าอีกไม่นานที่แห่งนี้จะไม่มีเขา มันไม่จำเป็นสำหรับคนแปลกหน้าที่อีกไม่นานก็จะแยกจากกัน การที่อีกคนคอยมาอยู่ คอยมากอดเขาก็เพราะว่าเราสองคนต่างก็เหงาเหมือนกัน เป็นความรู้สึกที่คิดว่าเราสองคนเข้ากันเลยไม่อยากไปไหน มันเป็นช่วงเวลาพักรักษาใจ ใครๆก็อยากจะอยู่กับคนที่เราสบายใจทั้งนั้น

   ทว่าทั้งที่คิดแบบนั้น น้ำตามันกลับไหลออกมาเมื่อรู้ว่าสักวันนึง...

   ความสบายใจนี่มันจะหายไป

        แล้วมันจะกลายเป็นความเหงาเหมือนเดิม

Tbc.
มาลงแล้วน้า อีกพาร์ทเดียวจบนะคะ
ฝากติดตามด้วยน้า
ติดตามนักเขียน : https://www.facebook.com/RiverPie.Ael/

ออฟไลน์ early_2543

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 174
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +150/-2
ขอบคุณที่ติดตามน้า

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2899
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1
รอลุ้น..นนนนนนนนนนนน ตอนสุดท้าย  :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ early_2543

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 174
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +150/-2
   
คนแปลกหน้า : EP 4 [END]
        ร่างสูงไม่รู้คำตอบนั้นกระทั่งวันนั้นมาถึง เขาขับรถมาจอดที่สนามบินช่วยอีกคนขนกระเป๋าเดินทางเตรียมเข้าเก็ทเพื่อขึ้นเครื่องในอีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้ ระหว่างทางที่นั่งรถมาด้วยกัน เขาไม่รู้เลยว่ากำลังตกอยู่ในความรู้สึกไหน เขาไปหาคนตัวเล็กที่แมนชั่นแล้วพบว่าอีกคนกำลังเก็บข้าวของแล้วบอกว่าจะย้าย...

   ย้ายไปฝรั่งเศสวันนี้

   ถึงจะบอกว่าไปเรียนเพื่อหาประสบการณ์ แต่ก็น่าจะบอกให้เร็วกว่านี้ว่าจะไปไหน ไม่ใช่จู่ๆก็บอกว่าจะไปแล้วเตรียมทุกอย่างไว้ให้เสร็จสรรพ

   มีเพียงแค่เขาคนเดียวเท่านั้นที่ไม่รู้เรื่องนี้

กึก !

   “ขอบคุณนะครับที่มาส่ง ได้นั่งมาเซราติก่อนไปจากนี่ให้ความรู้สึกเหมือนคุณหนูเลยครับ”

   “…”

   “เอาแต่เงียบมาตลอดทางเลยนะครับ”

   “…”

   “โกรธอยู่สินะใช่ไหม ?”ร่างบางถามด้วยรอยยิ้มขณะที่หลุบตาต่ำมองพื้นที่เป็นช่องว่างสำหรับพวกเขา “ขอโทษนะครับที่มาบอกเอากะทันหัน ผมตั้งใจจะไปอยู่แล้ว และไม่ได้คิดว่าจะเจอใครก่อนที่ตัวเองจะไป”

   “…”

   “เป็นโมเมนต์ที่เศร้าเหมือนกันนะครับ ทำผมรู้สึกผิดไปเลย”ความอึดอัดพาให้หายใจไม่ทั่วท้องมีอิทธิพลมาจากดวงตาสีเทาที่นิ่งงันจนน่ากลัว เจ้าของมันไม่ยอมพูดอะไรสักแอะ เอาแต่จ้อง แต่มองไม่ยอมหยุด ร่างเล็กถอนหายใจคลายความอัดอั้นในอก การบอกลาใครสักคนมันน่าเศร้าเสมอ

   โดยเฉพาะกับคนตรงหน้า ทั้งที่เป็นคนแปลกหน้าไม่รู้แม้กระทั่งชื่อของกันและกัน แต่กลับเป็นคนที่พอคิดว่าจะต้องบอกลากันแล้ว ดันรู้สึกเศร้าที่สุดเท่าที่เคยเจอมา

   กับเพื่อน พี่ หรือพวกญาติ การบอกลายังไม่น่าอึดอัดเท่านี้เลย

   “คุณคงจะโกรธผมมากสินะครับ ผม...ขอโทษนะ ไม่ได้ตั้งใจปิดบัง”

   “...”

   “แต่เดี๋ยวคุณก็ลืมไปแล้วล่ะครับ ก็พวกเราไม่ได้รู้จักกันนิเนอะ”เสียงเริ่มขาดห้วงขณะที่น้ำตาเริ่มเอ่อไหล พยายามเก็บงำความรู้สึกเอาไว้ แต่ความปวดใจก็ห้ามไม่ได้อยู่ดี หลังมือถูกยกมาเช็ดน้ำตา ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมจะต้องร้องไห้ รู้แค่ว่าพอร้องไปสักพักคนตรงหน้าก็ดึงไปกอดเอาไว้

   ริมฝีปากที่จูบลงบนกลุ่มผมเร่งเร้าให้น้ำตาไหลออกมามากกว่าเดิม

   “ฮึก”

   “ร้องทำไม ตัดสินใจไปแล้วไม่ใช่เหรอ”

   “ผม ฮึก”

   “ยังไงก็ทำอะไรไม่ได้แล้วนิ”

   “…”

   “ขนาดจะรั้งยังทำไม่ได้เลย”เสียดแทงหัวใจนักกับคำพูดนั้น อยากจะกอดตอบก็ไม่มีแรงเหลือ “ก็จริงที่บอกว่าไม่รู้จักกัน แต่ก็เป็นคนแรกเหมือนกันที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ”

   “…”

   “ขอบคุณนะที่ยอมขึ้นรถมาด้วยกันวันนั้น”

   “คุณ...”

   “ถ้าไม่ยอมมาด้วยกัน...คงไม่ผูกพันกันขนาดนี้หรอก”ร่างเล็กสะอื้นฮักปล่อยโฮอย่างไม่อายหน้า ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่รู้สึกแบบนั้น อีกฝ่ายก็รู้สึกเหมือนกันตลอดมา ร่างสูงผละมาเช็ดน้ำตาให้ยกยิ้มบางเบาที่มักเห็นจนเริ่มชินตา “เพราะงี้สินะถึงไม่ยอมบอกชื่อกัน รู้ว่าต้องไปเลยเก็บเป็นความลับ”

   “ก็มัน...มันไม่จำเป็นนิครับ”

   “งั้นความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นมันก็ไม่จำเป็นงั้นเหรอ”

   “อะ...”

   “ลึกๆในใจก็รู้ใช่ไหมว่าระหว่างเรามันไม่ใช่แค่คนแปลกหน้าสองคนมาอยู่ด้วยกัน”

   “…”

   “ไม่ว่าจะด้วยความเหงา ความรักหรือเพราะอกหัก แต่นี่ก็ดีใจนะที่ได้อยู่ด้วยกันนานขนาดนี้ ถึงจะพูดไม่ได้เต็มปากว่ารู้สึกยังไง มันเร็วเกินไปที่จะเรียกว่ารัก ต่อให้เป็นรักแรกพบ มันก็คงจะทำใจเชื่อยากอยู่เหมือนกัน เอาไว้กลับมาค่อยคิดล่ะกันว่าจะเรียกมันว่าอะไร”

   “…”

   “แต่ตอนนี้เรียกมันด้วยชื่อของคุณไปก่อนนะ”คำพูดนั้นสะท้อนได้หลายแง่มุม จนไม่รู้ว่าต้องการจะสื่อความหมายไหน แต่ที่รู้ๆคือมันทำให้อีกคนยิ้มได้ ส่ายหน้าไปมาให้กับการเปรียบเปรยชวนสับสน จะให้เขาเรียกความรู้สึกไม่มีชื่อนี้ด้วยชื่อของเขางั้นเหรอ มันจะไม่ประหลาดไปหน่อยหรือไงกัน

   ความรู้สึกที่เกิดกับคนแปลกหน้า ไม่ใช่ความรัก

   แต่มันมีชื่อเรียกว่า ‘ปริ้นซ์’

   “ถ้าตอนนั้นเรากลับมาเจอกันอีก ค่อยบอกผมว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไร”

   “คุณจะอยู่รอฟังนานขนาดนั้นเลยเหรอครับ”

   “พูดไปตอนนี้ก็ไม่เชื่อคำพูดคนแปลกหน้าหรอก”

   “อะ...”

   “เอาไว้รู้ชื่อกันเมื่อไหร่ค่อยว่ากันอีกที”

   “…”

   “ดูแลตัวเองดีๆ แล้วรีบกลับมานะ คนแปลกหน้า”

   เป็นคำบอกลาที่ตลกที่สุดเลยครับ


   คุณว่าคนเราเชื่อคำพูดคนแปลกหน้าได้มากแค่ไหน ?

   1 % 10 % หรือ 100 % ?

   ตามความเป็นจริงแล้วคนเราแทบไม่เชื่อคำพูดคนแปลกหน้าเลยสักนิด เพราะเราไม่รู้ว่าที่เขาพูดอยู่มันคือเรื่องจริงหรือแค่หลอกเพื่อให้เราดีใจ แล้วคาดหวังในตัวเขา มีคนมากมายที่ผิดหวัง ส่วนน้อยนักที่จะพบกับความสุขที่ตามหา แต่จะมีใครเคยเข้าใจไหมว่าจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่แท้จริงแล้ว...

   มันก็ต้องเริ่มจากคนแปลกหน้าก่อนเนี่ยแหละถึงพัฒนาเป็นอย่างอื่น

   เพื่อน

   พี่น้อง

   หรือแม้กระทั่งคนรัก

   ทุกอย่างก็ล้วนมาจากการเป็นคนแปลกหน้าก่อนทั้งนั้น อยู่ที่ว่าเราจะกล้าเชื่อใจ กล้าทำความรู้จักกับคนแปลกหน้าคนนั้นหรือเปล่าก็เท่านั้น ซึ่งนอกจากการพูดคุยแล้ว ระยะเวลาก็เป็นตัวสำคัญที่จะวัดใจคนแปลกหน้าสองคนที่วนเวียนมาเจอกัน

   เพื่อตอกย้ำให้รู้ถึงความรู้สึกนั้นที่ไม่มีชื่อเรียกบนโลกใบนี้

   ‘สายการบิน XXX เดินทางมาถึงแล้ว ขอบคุณที่เดินทางร่วมกับเรา’

   เสียงประกาศตามสายทำให้ใครคนนึงที่มานั่งรอ ‘คนแปลกหน้า’ คนนั้นซึ่งบอกลากันเมื่อ 4 ปีก่อน มือหนากระชับช่อดอกไม้ที่สั่งจัดทำเป็นพิเศษเพื่อมอบให้กับคนที่เขารอคอยมาตลอด

   1460 วัน เป็นช่วงเวลาที่มีค่าสำหรับเขา

   ทุกๆวัน เขาจะกลับไปที่แกลอรี่นั้น ดูว่าตัวเองสามารถทำอะไรได้บ้าง ทุกๆปีเขาจะจัดนิทรรศการเปิดให้คนเข้าชมงานศิลป์ที่คนแปลกหน้าให้กุญแจสำรองกับเขาไว้ ถึงมันจะเป็นภาพเดิมๆที่ใครๆต่างก็เคยเห็น แต่สำหรับเขาแล้วการได้มองภาพเดิมๆจากฝีมือคนเดิมๆมันทำให้เขามีความสุข

   ให้ความรู้สึกเหมือนโดนโอบกอดเอาไว้ แน่นอนเขาไม่เคยเอาภาพของคนตัวเล็กไปขาย เก็บมันไว้เป็นความทรงจำทุกภาพ สองปีให้หลังเขาก็เริ่มจะเล่นกล้องบ้าง ฝีมือก็อยู่ในขั้นพัฒนา แม้จะยังไม่เท่ากับร่างบางก็ตาม

   ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้เลวร้าย เขาถ่ายภาพทั้งหมดไว้ด้วยกล้องรุ่นเดียวกับอีกฝ่าย

   ดีที่จำยี่ห้อกับรุ่นได้ เลยซื้อตามได้ราวกับถอดแบบ

   ดวงตาสีเทาเหม่อมองคนแล้วคนเราที่เดินออกมาจากเก็ท มองหาคนตัวเล็กที่น่าจะมากับเครื่องบินเที่ยวนี้ ที่รู้ก็เพราะได้ยินพนักงานในแกลอรี่บอกว่าคุณปริ้นซ์กำลังจะกลับ

   ถือวิสาสะรู้ชื่อไปก่อน ไม่งั้นคงเอาชื่อมาเสริช์เพื่อดักรอรับไม่ได้

   หัวใจเต้นตึกตักอยากเจอใครคนนั้นที่เฝ้ารออย่างห่วงหา ตลอดสี่ปีที่ผ่านมาไม่รู้ข่าวเลยว่าอีกฝ่ายเป็นไงบ้าง รู้แค่ชื่อแต่ก็ไม่มีข้อมูลติดต่อ เบอร์ที่ขอจากพนักงานโทรไปก็ไม่รับสาย ไปๆมาๆก็ดันเปลี่ยนเบอร์ซะงั้น สุดท้ายก็ทำได้แค่เขียนชื่อของเขา ระบายความคิดถึงลงกระดาษไปวันๆ พลางภาวนาขอให้วันที่อีกคนกลับมาถึงเร็วๆ

   “อยู่ไหนนะ...”พึมพำเมื่อหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ มั่นใจมากว่าจำเที่ยวบินไม่ผิด แต่ทำไมคนที่ออกมาถึงไม่ใช่ ‘ปริ้นซ์’ เห็นแล้วก็อดย่นคิ้วไม่ได้

   ทว่าในตอนที่กำลังจะเดินไปถามว่าวันนี้มีเที่ยวบินจากฝรั่งเศสอีกไหม...

   ใครคนหนึ่งที่เฝ้ารอมานานก็เดินออกมา

   ดวงตาสีน้ำตาลหรี่ตามองก่อนจะเบิกกว้าง ไม่นานนักก็แปรผันเป็นรอยยิ้มที่ดูแล้วตาพร่าไปหมด ร่างสูงได้แต่ยืนนิ่งมองอีกคน แล้วจู่ๆก็พบว่าทั้งสองคนมายืนอยู่ตรงหน้ากันและกัน

   ความเงียบเป็นสิ่งแรกที่ทักทายพวกเขา

   ตามมาด้วยความถวิลหาสุดหัวใจ

   และความรู้สึกไม่มีชื่อเรียกที่รอคอยมาเนิ่นนาน

   “ไม่เจอกันตั้งนาน หล่อขึ้นนะครับ”

   “…”

   “หล่อขึ้นเป็นกองเลย”หัวเราะเบาๆตามนิสัย พาให้หัวใจเต้นตึกตักไม่ยอมหยุด ไอ้คนตัวสูงก็ได้แต่นิ่งไม่รู้จะพูดอะไร สิ่งแรกที่ทำได้คือการยื่นช่อดอกไม้ที่เตรียมไว้ให้อีกคน “ให้ผมเหรอครับ ?”

   “ฝากไปให้คนอื่นมั้ง”

   “แล้วอยากให้ใครล่ะครับ ?”

   “ก็ให้คุณไง” รอยยิ้มกว้างประดับใบหน้า รับมาด้วยความรู้สึกปลื้มปิติ ดอกกุหลาบสีขาวแซมด้วยดอกลิลลี่มีกลิ่นหอมอ่อนๆลอยมาแตะจมูก พอดอกไม้บริสุทธิ์ไปอยู่คู่กับคนผิวขาวก็ยิ่งเพิ่มออร่าจนมีแต่คนหันมามองเต็มไปหมด ร่างสูงขยับตัวไปบังอีกคนในที่สุดก็เปลี่ยนเป็นดึงมากอด

   เสียงหัวเราะเล็กๆดังขึ้นอีกครั้ง กอดตอบด้วยความห่วงหา นานแล้วที่ไม่ได้สัมผัสอ้อมกอดจากร่างหนา การได้กลับมาเจอกันอีกครั้งมันยิ่งกว่ายินดีซะอีก

   อยากจะร้องไห้ แต่ก็ต้องเก็บน้ำตาเอาไว้

   ไม่อยากให้การกลับมาเจอกันต้องเต็มไปด้วยน้ำตา

   “ทำตามที่บอกแล้วนะ”

   “ครับ เก่งมากครับที่ทำตามสัญญา”

   “เหลือคุณแล้วที่ต้องทำบ้าง”

   “สาบานสิว่าคุณไม่รู้ชื่อผม”

   “อยากได้ยินจากปากมากกว่า”

   “…”

   “ถึงเวลาบอกแล้ว” ผละมาจับปลายคางคนตัวเล็กให้เลิกดื้อด้าน อดทนรอมานานขนาดนี้ก็ต้องทำตัวดีๆกันบ้าง จะมาทำเป็นลับลมคมนัยไม่บอกชื่อกัน อ้างว่ารู้อยู่แล้วก็ไม่ได้ พอเห็นสายตาจริงจังเข้าไปร่างบางก็ยิ้มขำ ไม่คิดว่าอีกคนจะจริงจังขนาดนี้

   โน้มตัวอีกคนมากระซิบบอกให้รู้เพียงสองคน

   “My name is prince”

   “Price”

   “Your prince”เอาใจเล็กน้อยโดยการบอกว่าเป็นเจ้าชายของอีกฝ่าย พร้อมกับกดจูบหอมแก้มไปอย่างถือวิสาสะ แน่นอนคนตัวสูงไม่ว่าเขารอเวลานี้ด้วยซ้ำ “บอกชื่อไปแล้วทีนี้ก็ตาคุณบ้าง”

   “ไม่รู้ชื่อผมเหรอ”

   “ไม่ครับ ผมไม่รู้”

   “งั้นไว้ค่อยบอกทีหลัง”

   “ได้ไงกัน”

   “I want to hug you on your bed now”ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อจนต้องหันไปทางอื่น แล้วก็ถูกหอมคืนแทบจะทันทีจนต้องหันกลับมา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าของคนที่บอกว่าอยากจะกอดเขาบนเตียงตอนนี้ ดูยังไงมันก็เป็นถ้อยคำชวนทำเรื่องบัดสีแบบหน้าด้านๆ

   แถมยังไม่ให้ปฏิเสธอีกต่างหาก คว้ากระเป๋าเดินทางและเจ้าของมันไปขึ้นมาเซราติคันเดิมที่เคยชวนนั่ง จากนั้นก็เหยียบคันเร่งพาตรงกลับไปแกลอรี่ที่ปิดประตูไม่ให้ใครเข้า แถมตอนเข้ามาก็ไม่ยอมให้เดินสำรวจส่วนที่หายไปจากความทรงจำ ดึงรั้งเข้าไปกอดรัดบนเตียงนอนในห้องที่คุ้นเคย

   พร้อมกับกลั้นแกล้งให้เอ่ยชื่อของอีกคนซ้ำๆ

   ด้วยความรู้สึกที่มีชื่อเรียกว่า ‘ปริ้นซ์’

   “อยะ...อย่ารุนแรงนักสิ คิดถึงเกินไปแล้ว ลูคัส”

THE END
จบแล้วเด้อ ขอบคุณที่ติดตามน้า
ถ้ามีโอกาสก็จะมาเขียนเรื่องยาวให้อ่านกัน
ฝากติดตามด้วยน้า
เพจนักเขียน : https://www.facebook.com/RiverPie.Ael/

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6975
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +270/-2
ตอนแรกนึกว่าจะหน่วงซะแล้ว

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ fullfinale

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 688
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0
อบอุ่นดีค่ะ

ออฟไลน์ Quatree

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 207
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1

ออฟไลน์ Quatree

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 207
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1

ออฟไลน์ Petit.K

  • Petit parapluie
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 898
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
เง้ยยยยน่ารักจังเลนค่า ชอบบบบ :katai2-1:

ออฟไลน์ mickeyz.min

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 803
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
รอแบบมีหวังมันก็ไม่ลำบากมาก :3123:

ออฟไลน์ Cyclopbee

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 210
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0

ออฟไลน์ yunnutjae

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-2
แง้ จบดีอะ นึกว่าจะเศร้า  :z3:
ชอบบทปริ๊นซ์ เป็นผู้ใหญ่ นิ่งๆ สวยๆดี  :katai2-1:
พระเอกคือหล่อยันชื่ออะ 555555

ออฟไลน์ van16

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 858
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-1

ออฟไลน์ pinzezzcode1

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 2
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เป็นเรื่องสั้นที่อ่านแล้วภาษาการเขียนดีมากๆค่ะ อ่านแล้วรู้สึกอิ่มมาก ตอนแรกนี่กลัวเหมือนกันว่าจะหน่วงมั้ยเพราะดูมีแวว555 พึ่งรู้ว่าการที่มำให้รู้ชื่อกันตอนจบของเรื่องนี่เป็นพลอตที่ดีจริงๆ งานดีๆ

ออฟไลน์ HappyYaoi

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 185
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ยังรอให้เป็นเรื่องยาวนะคะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Evangeline

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 15
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ให้ความรู้สึกหนาวๆ เหงาๆ และอุ่นๆไปพร้อมกันเลยค่ะ
แอบเทใจมาทางเรื่องสั้นมากกว่า เพราะคิดว่ามันลงตัวแล้ว

ออฟไลน์ unicorncolour

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 949
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1

ออฟไลน์ wichiwiwie

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 74
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
น่ารักมากกกกก :)

ออฟไลน์ boobee

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 22
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เป็นความรู้สึกสีเทามาตลอดเรื่อง ชอบการดำเนินเรื่อง การบรรยาย ดูเรื่อยๆ แต่เต็มไปด้วยความรู้สึก ปิดจบได้ประทับใจกับการรอคอยสี่ปี

ออฟไลน์ tixjubz

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 22
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ลูคัสช่างอดทนได้ดีจริงๆๆๆๆๆๆ ภาษาสวยมากเลยค่า ชอบบ

ออฟไลน์ mellowshroom

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1037
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
ดีอ่ะ ชอบบบบ  :กอด1:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด