ป๊ะป๋า...คนนี้ผมขอ [UP > Chapter 17]!!! [[09/11/2020]]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ป๊ะป๋า...คนนี้ผมขอ [UP > Chapter 17]!!! [[09/11/2020]]  (อ่าน 5767 ครั้ง)

ออฟไลน์ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 23
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-11-2020 21:20:45 โดย ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง »

ออฟไลน์ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 23
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
ป๊ะป๋า...คนนี้ผมขอ

โดย ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง


เมื่อเวลาส่วนใหญ่ทุ่มให้กับลูกชายตัวแสบอย่างขนุน
'เมฆา' จึงไม่มีเวลาไปสนใจใครไม่ว่าจะหญิงชาย
ทว่า...เพราะได้เจอกับครูประจำชั้นคนใหม่ของขนุน
ที่บังเอิ๊ญ...บังเอิญเป็นน้องชายของเพื่อนรักสมัยเรียน
เขาจึงหาทางที่จะใกล้ชิด 'ปลาทู'
แต่ใครจะคิดว่าเจ้าลูกชายตัวแสบก็ดันคิดเหมือนเขา
อยากได้คุณครูมาเป็นของเล่น เอ๊ย! เพื่อนเล่น
แล้วป๊ะป๋าที่รักลูกอย่างเขามีหรือจะปฏิเสธ
แต่มันเริ่มจะวุ่นวายเมื่อไอ้ขนุนตัวแสบ
เริ่มพอใจมากกว่าเป็นแค่เพื่อนเล่น
ป๊ะป๋าอย่างเขาจึงต้องรีบตัดไฟตั้งแต่ลม
ด้วยการเขมือบปลาทูเสียเอง!

...
นิยายเรื่องนี้เป็นแนว feel good
ดราม่าไม่เยอะ อ่านสบายๆ ไม่เครียด
.
.
.
เมฆา หรือ เมฆ



ธีรศิลป์ หรือ ปลาทู


ขนุน


ฝากกดไลค์เพจด้วยนะคะ

จิ้มชื่อได้เลยค่ะ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง

ปล. อย่าลืมคอมเม้นต์กันด้วยนะคะ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-11-2020 21:36:15 โดย ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง »

ออฟไลน์ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 23
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
Re: ป๊ะป๋า...คนนี้ผมขอ UP Intro
«ตอบ #2 เมื่อ13-03-2018 20:08:57 »

Intro
ยินดีที่ได้เจอกัน


“เสร็จรึยังขนุน! เดี๋ยวจะสายนะ”

“ค้าบ...” เสียงร่าเริงลากยาว

เด็กชายวัยสามขวบกระโดดลงจากเก้าอี้ตัวสูงสำหรับเด็ก แล้ววางแก้วนมทรงสูงบนโต๊ะรับประทานอาหาร จากนั้นจึงหยิบกระเป๋าเป้ใบเล็กสะพายหลัง แล้วตั้งท่าวิ่งออกจากห้องครัว ทว่าถูกเบรกด้วยแม่บ้านวัยยี่สิบต้นๆ

“เดี๋ยวค่ะน้องขนุน ข้าวกล่องค่ะ”

“ขอบคุณครับอากิ่ง”

เด็กชายกอดกล่องปิ่นโตไปหาคนที่กำลังเร่งอยู่ด้านนอก

“มาแล้วครับป๊ะป๋า”

“พร้อมแล้วใช่มั้ย ไม่ลืมข้าวกล่องนะ”

“ไม่ลืมครับ” เด็กชายตอบเสียงใสพร้อมรอยยิ้มร่าเริง

“คุณเมฆคะ เย็นนี้จะให้กิ่งไปรับน้องขนุนมั้ยคะ”

“วันนี้ผมไปรับเอง มีนัดกับเจ้าตัวแสบ เลื่อนนัดมาหลายรอบแล้วด้วย”

“งั้นกิ่งจะเตรียมอาหารมื้อเย็นไว้ให้นะคะ”

เมฆาพยักหน้ารับ ก่อนจะอุ้มร่างเด็กน้อยขึ้นรถยนต์คันโตซึ่งมีคาร์ซีทอยู่ด้านหลัง ชายหนุ่มยีศีรษะเด็กน้อย แล้วขึ้นประจำตำแหน่งคนขับ ขนุนรู้หน้าที่ของตัวเอง จึงรีบรัดเข็มขัดนิรภัยด้วยติดนิสัย

“ป๊ะป๋าค้าบ วันนี้มีคุณครูคนใหม่ด้วย”

“หืม? ที่จะมาดูแลห้องช้างน้อยของขนุนแทนครูวุ้นน่ะเหรอ”

“ใช่ค้าบ ครูวุ้นแต่งงาน ก็เลยมีครูคนใหม่มาแทน”

“วันนี้เลยดูตื่นเต้นน่ะเหรอ” เมฆาเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม ขณะหักพวงมาลัยรถยนต์ออกจากหมู่บ้าน

“ใช่ครับป๊ะป๋า ขนุนจะได้ครูคนใหม่ เย้ๆๆๆ” เด็กชายยกมือแสดงความดีใจ

คนถูกเรียกว่า ‘ป๊ะป๋า’ ยิ้มขำ จากนั้นจึงหันไปมองเวลาบนหน้าปัดดิจิตอล เมื่อเห็นว่าใกล้เวลาโรงเรียนเข้า เขาจึงเร่งเครื่องยนต์ให้เร็วขึ้น

“เอาล่ะ! ถึงแล้วขนุน”

เมฆาลงจากรถ แล้วเปิดประตูด้านหลัง ก่อนจะอุ้มร่างขนุนลงจากรถคันโต แล้วจับจูงมือเด็กน้อยไปยังประตูโรงเรียนอนุบาลเศราพริม ทว่าต้องชะงักเท้าเมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์ที่เข้ามาจอดเทียบหน้าโรงเรียน

“ขอบคุณครับพี่ ถ้าไม่ได้พี่ผมต้องสายแน่ๆ เลย วันนี้วันแรกด้วย”

“ก็แกมัน...”

“ผมไปก่อนนะครับ”

พูดจบ ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งก็วิ่งผ่านหน้าผู้ปกครองและเด็กๆ เข้าไปด้านในโรงเรียน ทิ้งให้คนมาส่งได้แต่อ้าปากค้าง ที่น้องชายทิ้งกันไปดื้อๆ โดยไม่คิดฟังคำเทศนาของเขาเลย

“ไอ้ทู! กลับบ้านเมื่อไหร่ พี่จะบ่นให้หูชาเลย”

“ป๊ะป๋า...ครูคนใหม่ใช่มั้ย”

เมฆาหันกลับมามองคนที่เขย่ามือ ก่อนจะหันไปมองคนที่ยังบ่นไม่หยุด ชายหนุ่มขมวดคิ้ว รู้สึกคุ้นเคยกับน้ำเสียงที่อีกฝ่ายพูดอย่างประหลาด ราวกับเคยรู้จัก สนิทสนมกันมาก่อน

“ป๊ะป๋ามองอะไรครับ”

“ไม่มีอะไร เอาล่ะ...สวัสดีคุณครู แล้วเข้าโรงเรียนได้แล้ว”

“ครับผ้ม!”

ขนุนยิ้มกว้าง เมฆาจึงก้มลงจูบศีรษะเด็กน้อย แล้วมองตามร่างอวบประนมมือพลางส่งเสียงทักทายคุณครู แล้วหันมาโบกมือให้เขา จากนั้นจึงเข้าไปในโรงเรียน

เมฆาคลี่ยิ้ม ก่อนจะหมุนส้นเท้าเพื่อกลับไปที่รถ ทว่ากลับถูกขวางด้วยร่างสูงที่สวมหมวกกันน็อคเต็มใบ ซึ่งเป็นคนที่เขานึกสงสัยเมื่อครู่ว่าเคยรู้จักกัน

“ก็ว่าทำไมเสียงคุ้นๆ ไอ้เมฆนี่หว่า ไหนว่าไปเรียนต่อเมืองนอกไง แล้วนี่กลับมาเมื่อไหร่ แล้วมีลูกแล้วเหรอวะ”

คนถูกถามรัวๆ ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงง ทว่าก่อนจะได้เอ่ยถาม อีกฝ่ายก็ถอดหมวกกันน็อกออก เผยให้เห็นใบหน้าขาวที่เขาจำได้ดี

“ไอ้เก๋า!”

“เออ! ฉันเอง”

เมฆายิ้มกว้างทันทีเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคือเพื่อนรักสมัยมัธยม ก่อนจะแยกย้ายกันไปเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งเขาต้องไปเรียนต่างประเทศ ขณะที่ไอ้เก๋า หรือปลาเก๋า หรือนายกรวิชญ์ไปเรียนในกรุงเทพฯ หากนี่คือกรวิชญ์...คนที่วิ่งเข้าไปก็ต้องเป็นน้องชายตัวแสบของเพื่อนรักน่ะสิ!

“เดี๋ยวนะ ถ้านายยืนอยู่นี่ คนที่วิ่งเข้าไปเมื่อกี้ก็...”

“ใช่! ไอ้ทูไง มันกลับมาอยู่บ้านแม่ตั้งแต่เดือนก่อนน่ะ”

เมฆายกมือปิดริมฝีปาก เพื่อซ่อนรอยยิ้มที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ใครจะไปคิดว่าเขาจะได้เจอน้องชายคนเล็กของเพื่อนสมัยมัธยมอีก ดูท่าว่าคุณครูคนใหม่ของไอ้ตัวแสบจะต้องแสบยิ่งกว่าแน่ๆ

“ว่าแต่นายแต่งงานแล้วเหรอเมฆ”

“เรื่องมันยาวน่ะ แต่ฉันยังไม่ได้แต่งงาน”

“แล้วนี่นายกลับมาอยู่นี่นานยัง”

“เพิ่งกลับมาเมื่อต้นปี พอดีโดนย้ายงานมาที่นี่ ก็เลยกลับมาอยู่ที่บ้านเก่า”

“ถ้าไอ้ทูรู้ คงอยากกลับไปอยู่กับพ่อแน่เลยว่ะ ยังไงก็อย่าไปแกล้งมันนะเว้ย อีกอย่าง...อาทิตย์หน้าฉันต้องย้ายไปทำงานต่างประเทศแล้ว นี่ก็นึกห่วงมันอยู่ ถ้านายมาอยู่นี่ ก็ฝากน้องฉันด้วยนะ”

“แล้วทำไมน้องนายกลับมาอยู่นี่ล่ะ อยู่กับพ่อก็ดีแล้วนี่”

“นายต้องถามมันเองแล้วล่ะ เรื่องบางเรื่อง...ฉันก็ไม่อยากไปยุ่งด้วยหรอก” กรวิชญ์ไหวไหล่ ก่อนจะนึกขึ้นได้ “ตายโหง! ฉันก็จะสายแล้วนี่หว่า ไปก่อนนะเว้ย มีประชุมช่วงเช้าด้วย เอาไว้แวะไปที่บ้านสิ หรือไม่ฉันจะแวะไปหาก่อนบินไปนอก”

“ได้เลย พาทูมาด้วยล่ะ”

“เออๆ” กรวิชญ์รับปากส่งๆ ขณะสวมหมวกกันน็อก แล้วสตาร์ทบิ๊กไบค์ของตน

เมื่อคล้อยหลังกรวิชญ์ เมฆาก็ยิ้มกว้างทันที ดวงตาคมเป็นประกาย เมื่อนึกถึงร่างสูงที่วิ่งเข้าไป ก็ให้นึกว่าอีกฝ่ายดูไม่เปลี่ยนไปจากเดิมสักนิด ยังคงร่าเริงไม่ต่างจากในอดีต

‘ได้เจอกันซะทีนะ...ปลาทู’




**TBC**
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-03-2018 20:42:42 โดย ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง »

ออฟไลน์ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 23
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
Chapter 1
ไอ้แสบขี้เมา


เสียงจ้อกแจ้กจอแจของบรรดาเด็กๆ เปรียบเสมือนน้ำทิพย์สำหรับคนรักเด็กอย่างธีรศิลป์ ชายหนุ่มยิ้มกว้างขณะรอครูใหญ่ส่งเสียงเรียกเด็กๆ ห้องช้างน้อยที่เขากำลังจะมาเป็นครูประจำชั้น

“เด็กๆ คุณครูคนใหม่มาแล้วนะครับ”

เสียงเจี้ยวจ้าวค่อยๆ เงียบลง ก่อนสายตาสิบกว่าคู่จะเบนมาจับจ้องหน้าห้องที่เขายืนเคียงกับคุณครูใหญ่ ชายหนุ่มยิ้มกว้างให้เด็กๆ

“สวัสดีครับ / สวัสดีค่า” เสียงเด็กๆ ที่ประสานเสียงกันพร้อมกับยกมือไหว้

“ครูใหญ่จะให้เด็กๆ ได้เล่นกับครูคนใหม่นะ แต่อย่าลืมนะว่าจะต้องเป็นเด็กดี ไม่ดื้อ ไม่ซน”

เด็กๆ ประสานเสียงตอบรับ ก่อนครูใหญ่จะตบบ่าของธีรศิลป์ที่ยังคงยิ้มกว้าง ราวกับเด็กๆ เหล่านี้คือสิ่งที่ช่วยบรรเทาความกังวลในคราแรก ที่ต้องมารับหน้าที่ครูประจำชั้นตั้งแต่วันแรกที่ทำงานแรกหลังเรียนจบ

แม้เขาจะเคยฝึกสอนตอนเรียนศึกษาปฐมวัย แต่ตอนนั้นไม่ได้เป็นการทำงานเต็มตัวเช่นนี้ ทว่าเมื่อได้เห็นดวงตาใสๆ ของเด็กๆ และสีหน้าอยากรู้อยากเห็น ก็ทำให้เขายิ้มกว้างทันที

ด้วยเขาเป็นครูประจำชั้นเด็กอนุบาลชั้นปีที่หนึ่งในเทอมที่หนึ่ง เทอมแรกของนักเรียนที่เพิ่งเข้าอนุบาลไม่ได้มีกิจกรรมอะไรมากนัก เป็นการฝึกกล้ามเนื้อมือ และร้องเพลงให้เด็กๆ สนุกสนาน และคุ้นเคยกับการเข้าสังคม มีเพื่อนเล่นรุ่นราวคราวเดียวกัน

“เอาล่ะเด็กๆ ก่อนจะเล่นกัน เรามาแนะนำตัวกันก่อน ครูขอเริ่มก่อน ครูชื่อปลาทู เรียกว่าครูปลาทู หรือครูทูก็ได้ แล้วนักเรียนห้องนี้ชื่ออะไรกันบ้างเอ่ย”

จบคำพูดของธีรศิลป์ เด็กๆ ก็พากันแย่งแนะนำตัวจนฟังแทบไม่รู้เรื่อง ชายหนุ่มยิ้มขำเมื่อนึกได้ว่าเขาควรให้แนะนำทีละคน ด้วยแบบนี้คงไม่รู้เรื่องกันพอดี เขาจึงปรบมือเบาๆ เป็นการเรียกความสนใจ ขณะคิดหาวิธีที่จะได้รู้จักเด็กๆ

“เด็กๆ รู้จักรถไฟมั้ย”

“รู้จัก!” ทุกคนประสานเสียงตอบ

“งั้นต่อขบวนเป็นรถไฟซิ”

ทุกคนรีบต่อแถวเป็นขบวนทันที ก่อนจะพากันเดินมาแนะนำตัวทีละคน จนถึงคนสุดท้ายที่ยืนนิ่งจ้องเขาตาแป๋ว ธีรศิลป์เลิกคิ้วพลางเอียงศีรษะด้วยความสงสัย

“ครูปลาทูมาเล่นกับขนุนนะ”

“ขนุนเหรอ?”

“ครับ” เด็กชายร่างกลมจับมือใหญ่ไว้ ขณะจับจ้องตาแป๋ว

ธีรศิลป์ยิ้มกว้าง ทั้งที่อีกฝ่ายไม่ได้คุกคามเขา แต่ทำไมเขาจึงรู้สึกเหมือนกำลังโดนกลั่นแกล้งก็ไม่รู้ หรือเขาจะคิดมากไปเองกันนะ

ช่างเถอะ! ขนุนก็เป็นเพียงเด็กวัยสามขวบ จะมากลั่นแกล้งเขาที่อายุมากกว่าเกือบยี่สิบปีได้อย่างไรกัน

ขนุนมองคุณครูคนใหม่ตาแป๋ว เส้นผมสีน้ำตาลเข้มกับดวงหน้าขาวเหมือนเด็กมัธยมปลาย ทำให้เด็กชายนึกชอบ จนอยากเล่นด้วยเยอะๆ เมื่อได้เห็นว่าคุณครูคนโปรดกำลังยิ้มกว้าง เพื่อสอบถามกิจกรรมตามปกติ จึงรีบเข้าไปร่วมกลุ่มกับเพื่อนๆ แล้วตอบคำถามของคุณครูคนใหม่

แม้จะเป็นเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทว่าเพียงครึ่งวันธีรศิลป์ก็สามารถจำรายชื่อของนักเรียนในห้องทั้งสิบสี่คนได้ และสามารถสนิทได้เป็นอย่างดี ทว่าที่น่ากังวลก็คงเป็นเจ้าเด็กตัวแสบที่สุดในห้องอย่างขนุนนี่แหละ ที่ไม่รู้ว่าเห็นเขาเป็นของเล่นหรืออย่างไร เอาแต่ลากไปลากมาจนแทบไม่ได้พัก แม้แต่เวลาที่เจ้าตัวนอนหลับ ยังยึดมือของเขาไปจับ

“ครูปลาทูคะ”

ธีรศิลป์เงยหน้าจากแผนการสอนที่เขาต้องเอามานั่งทำข้างๆ ร่างของเด็กชายที่กำลังหลับใหล เขาจึงยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากให้อีกฝ่ายส่งเสียงเบาๆ เพื่อไม่ให้รบกวนเด็กๆ

ครูสาวคลี่ยิ้มพลางพยักหน้า ก่อนจะชี้นิ้วไปทางห้องพักครู เขาจึงพยักหน้ารับ และพยายามแกะมือของเด็กชายออกจากมือของตัวเอง ทว่าเพียงขยับ อีกฝ่ายก็งัวเงีย แล้วจับมือเขาไว้แน่นขึ้น ขณะปรือตาขึ้นมองเขา จริงอยู่ที่เขาชอบเด็ก แต่ก็ไม่เคยถูกเด็กคนไหนติดเท่านี้มาก่อนเลยสักครั้ง นี่เขาไปทำอะไรถูกใจเจ้าเด็กตัวกลมคนนี้กันนะ

“ครูปลาทู...เล่น...”

“ชู่วว์...เพื่อนๆ หลับกันอยู่ นอนกลางวันแล้วค่อยมาเล่นกับครูนะ ครูเองก็ต้องไปทำงานก่อน”

“แต่ว่า...”

“ยังง่วงอยู่นี่นา ไว้ตื่นมาแล้วค่อยเล่นกับครูนะ จะให้ขี่คอเลย”

ขนุนยิ้มกว้างก่อนจะหลับลง ราวกับยอมทำตามอย่างว่าง่าย

ธีรศิลป์จึงได้ลุกไปยังห้องพักครู เมื่อเห็นว่าคนที่รออยู่เป็นครูใหญ่ ก็นึกกังวลว่าตนทำอะไรผิดพลาดหรือไม่ ทว่ารอยยิ้มของอีกฝ่ายก็ทำให้เขารู้สึกโล่งใจ

“เป็นไงบ้างปลาทู วันแรกเหนื่อยมั้ย ได้ข่าวว่าขนุนติดเหรอ”

“ครับ ก็แปลกดีครับ ไม่คิดว่าจะติดขนาดนี้ แถมเป็นวันแรกด้วย”

“นั่นสิ แปลกจริงๆ ด้วย ขนุนน่ะมาเข้าเรียนช้ากว่าคนอื่นเป็นเดือน เพราะคุณพ่อถูกย้ายมาทำงานที่นี่ ก็เลยเข้ามาเรียนช้า ถึงจะร่าเริง เข้ากับคนง่าย แต่เวลานอนกลับชอบนอนคนเดียว เคยคุยกับคุณพ่อเขา เขาบอกว่าไม่คุ้นกับนอนกับคนแปลกหน้า คงถูกใจอะไรปลาทูล่ะนะ”

“นั่นถือเป็นเรื่องดีสินะครับครูใหญ่” ธีรศิลป์เอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ

“ก็ลองดูสิ” ครูใหญ่คลี่ยิ้มกว้าง “วันนี้ตอนเย็นก็อย่าลืมแนะนำตัวเองกับผู้ปกครองด้วยล่ะ”

“ครับครูใหญ่”

“แล้วอย่าลืมทำรายงานเรื่องพัฒนาการของนักเรียนด้วยล่ะ”

“ไม่ลืมหรอกครับ”

“ไฟแรงดีจริงๆ เอาเถอะ! เห็นพ่อเราบอกว่าเราอยากกลับมาเป็นครูอนุบาลที่นี่มาก ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจก็ถามทุกคนได้เลยนะ ของแบบนี้ต้องช่วยเหลือกัน”

ธีรศิลป์ยิ้มกว้าง ก่อนจะเดินไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง ชายหนุ่มรู้ดีว่าบิดารักและหวังดีกับเขาเสมอมา แต่เขาไม่ต้องการจะอยู่ใกล้ครอบครัวของบิดา

“น้องปลาทู ตอนเย็นมีงานเลี้ยงต้อนรับนะคะ อย่าเบี้ยวเชียวนะ”

“ครับพี่ปราง ผมไปแน่นอน เรื่องงานเลี้ยงผมไม่เคยพลาดอยู่แล้ว งานรับน้องใหม่แบบนี้ ผมก็ได้กินฟรี ดื่มฟรีสินะครับ”

“ได้แน่นอน ผู้ชายก็หวังกันหมด เพราะพรุ่งนี้เป็นวันหยุดด้วย”

ชายหนุ่มวัยยี่สิบสองยิ้มกว้างด้วยความพึงพอใจ ด้วยเป็นคนชื่นชอบงานเลี้ยงรื่นเริงอยู่แล้ว ทั้งยังชอบกินฟรีดื่มฟรี งานนี้เขาจะกิน จะดื่มให้เต็มคราบเลยทีเดียว

..........

งานเลี้ยงต้อนรับครูคนใหม่ของโรงเรียนอนุบาลเศราพริมในห้องส่วนตัวของร้านอาหารแห่งหนึ่ง เต็มไปด้วยเสียงรื่นเริงสนุกสนาน ทั้งเสียงพูดคุย และเสียงร้องเพลงปะปนกันไป

เวลางานเลี้ยงที่ผ่านพ้นไปกว่าสามชั่วโมง ทำให้ชายหญิงหลายคนเริ่มมึนเมา ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไป เช่นเดียวกับคนคอทองแดงอย่างธีรศิลป์ ทั้งที่เคยชินกับการดื่ม แต่เมื่อเจอการรับน้องหนักหน่วงเช่นนี้ ก็เริ่มมึนศีรษะ และมองภาพตรงหน้าไม่ค่อยชัดนัก

“ครูปลาทูคะ...ยังไหวมั้ยคะ”

“อืม...ยังไหวสินุ่น พี่น่ะคอแข็งจะตายไป”

“แต่นุ่นไม่ไหวแล้ว...”

คนบอกอิงศีรษะซบกับบ่าของชายหนุ่ม ทำให้เขาเหลือบมองพี่เลี้ยงเด็กที่ร่วมงานกัน ซึ่งอายุน้อยกว่าเขาสองปี แม้เขาจะไม่มีคนรักมาหลายปี แต่ก็เข้าใจท่าทางของผู้หญิงที่พยายามอ่อยเขา และเขาก็เป็นผู้ชายคนหนึ่ง ทว่าเขาไม่ได้เหมือนผู้ชายพวกนั้นนี่สิ จึงตัดสินใจว่าจะพาเธอไปส่ง ไม่เช่นนั้นอาจมีผู้ชายคนอื่นหิ้วเธอไปสนองความต้องการบ้าบิ่นของเธอ ไม่ว่าจะเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือเพราะอย่างอื่น แต่นี่มันก็ไม่ดีเลยสักนิด

“งั้นพี่ไปส่งนุ่นละกันนะ”

“ได้หรือคะ ครูปลาทูก็ดื่มไปเยอะแล้วนะคะ”

“ไหวสิ พี่บอกว่าไหวก็ไหวไง”

“แต่ครูปลาทูไม่ได้เอารถมาไม่ใช่หรือคะ”

“รถสองแถวสิ กลับตอนนี้ยังมีรถอยู่นะ กลับกันเลยมั้ย”

“ดีเลยค่ะ นุ่นก็อยากกลับแล้ว”

“งั้นพี่ไปบอกครูคนอื่นก่อน จะได้ลาครูใหญ่ด้วย น้องนุ่นคนสวยรอนี่นะ”

“ค่ะ นุ่นรอนี่นะคะ”

“งั้นพี่ขอเข้าห้องน้ำก่อนนะ ดื่มเยอะไปหน่อย” ชายหนุ่มเอ่ยพลางใช้มือค้ำโต๊ะเพื่อพยุงกายขึ้นยืน

พี่เลี้ยงเด็กวัยยี่สิบพยักหน้า ดวงตาคู่สวยฉ่ำหวานเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์มองตามแผ่นหลังของธีรศิลป์ ด้วยมั่นใจว่าคืนนี้เธอจะได้อยู่กับชายหนุ่ม

ธีรศิลป์เพิ่งรู้ตัวว่าเมาก็ตอนที่เดินเข้าห้องน้ำนี่แหละ ไม่เพียงภาพตรงหน้าจะเบลอจนเหมือนภาพซ้อนแล้ว เขายังรู้สึกเหมือนพื้นไม่สม่ำเสมอ ทั้งยังเดินไม่ถึงเสียทีด้วยเดินก้าวไปข้างหน้าเพียงหนึ่งก้าวก็ก้าวถอยหลัง จนต้องใช้กำแพงช่วยพยุงกาย เพื่อเดินให้ถึงห้องน้ำที่กว่าจะถึงก็กินเวลาเสียนาน

คนที่กำลังเมาเดินเซออกจากห้องน้ำเมื่อเสร็จธุระ แต่ฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เขาพยุงกายแทบไม่อยู่ จึงชนเข้ากับร่างสูงที่รีบยื่นมือมารับตัวเขา ธีรศิลป์เอ่ยขอโทษงึมงำจนฟังแทบไม่รู้เรื่อง ขณะที่คนช่วยพยุงก้มหน้าลงมอง

“ขอโทษ...ครับ เอ่อ...ช่วยปล่อยได้ม้าย...อืม...”

ร่างผอมโงนเงนจนคนช่วยพยุงยิ้มขำ ชายหนุ่มร่างสูงกดโทรศัพท์หาเพื่อนร่วมงาน จากนั้นจึงพยุงร่างคนเมาที่พยายามผลักเขาให้ออกห่างให้เดินไปด้วยกัน

“ปล่อยเซ่! เป็นใคร...”

“อยู่นิ่งๆ สิปลาทู”

“ห๊ะ? ใครวะรู้จักชื่อด้วย”

คนตัวเล็กกว่าเงยหน้ามอง พยายามใช้สมองประมวลผล ทว่ามันไม่ง่ายเลยเมื่อสติถูกแอลกอฮอล์

“ครูปลาทูคะ” เสียงหวานของพี่เลี้ยงเด็กทำให้คนถูกเรียกหันมอง

“อ้าว...น้องนุ่นนี่เอง รอพี่อยู่ใช่มั้ย”

“ใช่ค่ะ เรากลับกันเถอะค่ะ เอ่อ...นี่คุณพ่อของ...”

“ใช่ครับ” ร่างสูงรีบตอบ ก่อนจะยิ้มกว้าง

“พ่อใครครับน้องนุ่น พี่ไม่เห็นจำได้เลยว่าเมื่อเย็นเจอคนหน้าตาแบบนี้”

“ก็พ่อของ...”

“ผมรู้จักกับปลาทูน่ะครับ นี่ดูท่าจะเมามากแล้ว จะให้ไปส่งคุณนุ่นคงไม่เหมาะ ยังไงกลับด้วยกันได้นะครับ ผมจะไปส่งปลาทูด้วย” ชายหนุ่มร่างสูงรีบบอกก่อนอีกฝ่ายจะพูดจบประโยค

“ไม่เป็นไรค่ะ” นุ่นรีบปฏิเสธทันที

“ไปด้วยกันสิน้องนุ่น ไหนบอกจะกลับกับพี่ไง”

“ไม่เป็นไรค่ะ นุ่นยังไม่เมามาก ว่าจะเข้าไปสนุกกับคนอื่นๆ ต่อ”

พูดจบก็รีบหันหลับกลับเข้าห้องทันที ทิ้งให้ธีรศิลป์อยู่กับชายหนุ่มร่างสูง ที่แม้จะส่งยิ้มให้กับหญิงสาว แต่ดวงตาคู่คมกลับเต็มไปด้วยความไม่ชอบใจจนนุ่นนึกหวั่นใจ และไม่อยากมีปัญหากับคุณพ่อของเด็กๆ ที่ตัวเองดูแล

ร่างสูงยิ้มกว้างเมื่อไอ้ขี้เมาตัวแสบทรุดตัวลงนั่ง บ่งบอกว่าสติกำลังจะดับวูบในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า นั่นทำให้เขาต้องแบกอีกฝ่ายขึ้นหลัง เพื่อพาไปที่รถของตัวเอง

“เจอกันอีกทีในสภาพนี้...มันต่างจากที่คิดนะปลาทู”

เมฆาวางร่างไอ้หนุ่มขี้เมาบนเบาะข้างคนขับ ก่อนจะโยกศีรษะของอีกฝ่ายด้วยความมันเขี้ยวและเอ็นดูในเวลาเดียวกัน ทว่าเพราะความแสบของอีกฝ่ายในอดีต เขาจึงอยากจะเอาคืน อยากรู้นักว่าหากเขาแกล้งธีรศิลป์ พรุ่งนี้เจ้าตัวจะมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างไร




**TBC**
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-11-2020 12:46:57 โดย ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง »

ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 945
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +525/-0
ต้อนรับเรื่องใหม่คร้าบบ :pig2:

ออฟไลน์ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 23
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
Chapter 2
อรุณสวัสดิ์

ร่างสูงปัดเส้นผมของคนที่ยังคงหลับใหล รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าคมที่จับจ้องดวงหน้าขาวได้รูป แม้จะห่างหายกันไปหลายปี แต่เขามั่นใจว่าเจ้าของใบหน้านี้จะต้องมีเสน่ห์และป๊อปปูล่าแน่ๆ และเขาก็ได้เห็นมันด้วยตาตัวเองว่าเจ้าตัวดีกำลังจะถูกสาวแกล้งเมาลากไป หากเขาไม่เห็นเข้าเสียก่อน ป่านนี้คงนอนกอดกับผู้หญิงไปแล้ว แต่เขาจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นเด็ดขาด

“พรหมลิขิตจริงๆ เลยนะปลาทู” เมฆาเปรยพร้อมรอยยิ้มขณะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่าย

“ป๊ะป๋า...” ร่างเล็กงัวเงียผลักบานประตูที่เปิดแง้มอยู่เข้ามา

“ว่ายังไงขนุน ฝันร้ายเหรอ”

“เปล่าครับ ขนุนปวดฉี่ แล้วเห็นไฟบันไดเปิดอยู่ เลยเดินมาห้องป๊ะป๋า”

“งั้นขนุนไปนอนต่อเถอะนะ หรือจะให้ป๊ะป๋าพาไปส่ง”

“ไม่ต้องครับ แต่นั่น...”

“ครูปลาทูของขนุนที่เล่าให้ป๊ะป๋าฟังเมื่อเย็นตอนเราไปกินไอติมกันไง”

“จริงเหรอครับ” คนถามตาโตอย่างตื่นเต้น

เมฆายิ้มขำคนที่พยายามยื่นหน้าไปมองคนบนเตียงที่ยังคงหลับใหล นั่นทำให้เขาอุ้มร่างเล็กขึ้นกับอกเพื่อส่งเข้านอน ทว่าขนุนกลับร้องค้านเสียงดัง

“หยุดก่อนป๊ะป๋า!”

“มีอะไร อย่าเสียงดังสิ เดี๋ยวครูปลาทูก็ตื่นพอดี”

“ขนุนจะนอนกับครูปลาทู”

เมฆามองดวงตาที่เปล่งประกายระยิบระยับ มันทำให้เขานึกถึงตัวเองเมื่อตอนวัยรุ่นที่เห็นเด็กชายธีรศิลป์วัยเกือบสิบขวบ แล้วเขาก็คิดว่าเป็นเรื่องสนุกที่ได้เล่นและกลั่นแกล้งอีกฝ่าย นี่ลูกจะเหมือนเขาไปหมดทุกอย่าง แม้กระทั่งรสนิยมและความชอบเลยหรือ แบบนี้...ดูท่าจะไม่ดีเท่าไหร่แล้ว

“คืนนี้คงไม่ได้ครับ ปะ! เดี๋ยวป๊ะป๋าไปส่งที่ห้องนะ”

“ก็ได้ครับ”

ขนุนกอดคอพ่อ ก่อนจะหันมองประตูห้องที่บิดาปิดลง เมื่อมาถึงเตียงของตัวเอง เขาก็เอ่ยถามคนมาส่งด้วยความสงสัยใคร่รู้

“ขนุนชอบครูปลาทูนะป๊ะป๋า ห้ามป๊ะป๋ารังแกนะครับ”

“ขนุนชอบครูปลาทูมากเหรอ”


“ครับ ครูปลาทูน่ารัก เล่นกับขนุนได้ทุกอย่างเลย ห้ามรังแกนะครับ”
“ครับๆ เอาล่ะ! นอนได้แล้วนะ ฝันดีครับ” เมฆาจูบหน้าผากลูกชายฟอดใหญ่

ชายหนุ่มปิดประตูห้องบุตรชายก่อนจะยกมุมปากขึ้นยิ้มเจ้าเล่ห์ จริงอยู่ที่เขาดีใจที่ขนุนชื่นชอบธีรศิลป์ และเข้ากันได้ดี แต่เรื่องที่เขาจะยกอีกฝ่ายให้ลูกชายตัวแสบนั้น...ไม่มีทาง

เขาคิดว่าหากทุกอย่างเข้าที่เข้าทางก็จะติดต่อกรวิชญ์หรือปลาเก๋า ซึ่งไม่เพียงเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันสมัยมัธยมแต่ยังเป็นพี่ชายเพียงคนเดียวของธีรศิลป์ แม้จะขาดการติดต่อไปหลายปี แต่เพื่อนเขาคนนี้ก็เป็นคนง่ายๆ ทั้งยังเคยสนิทสนมไปนอนค้างด้วยกันบ่อยๆ มีหรือที่จะไม่ไว้ใจต้อนรับเขา ทว่าดูเหมือนสิ่งที่เขาต้องการจะได้มาอย่างง่ายดาย เพราะไม่ทันจะได้ตามหาตัว เจ้าตัวก็หล่นตุ๊บมาอยู่ในมือเขาเสียแล้ว

เมฆาไม่เสียเวลาคิด เขารีบปลดเสื้อผ้าของคนเมาแล้วเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ แล้วเปลี่ยนเป็นเสื้อยืดและกางเกงบอลของเขา ให้อีกฝ่ายได้หลับสบาย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์อีกฝ่ายแล้วเอานิ้วมือทาบเพื่อสแกนนิ้วมือ ก่อนจะไล่รายชื่อหาเบอร์ของกรวิชญ์

“ฮัลโหลไอ้ทู อยู่ไหนวะ ดึกดื่นป่านนี้แล้วยังไม่กลับ นี่ถ้าแม่ยังอยู่คงได้ฟาดแกด้วยไม้กวาดแน่ๆ บอกมาเลย เดี๋ยวพี่จะไปรับ”

“ไอ้เก๋า นี่ฉันเอง...เมฆ เราเพิ่งเจอกันเมื่อเช้า พอดีเมื่อหัวค่ำฉันไปเลี้ยงกับลูกค้าแล้วเจอปลาทูเมาแอ๋ ฉันเลยแบกกลับมาด้วย ไม่แน่ใจว่าแกอยู่บ้านมั้ย ก็เลยเอากลับมานอนค้างที่บ้านฉันก่อน”

“จริงดิ! รบกวนรึเปล่าวะ ถ้ายังไงฉันไปรับ...”

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันพาไปส่ง ยังไงก็วันหยุดอยู่แล้ว”

“เออดีเลย พรุ่งนี้ฉันก็หยุดพอดี จะได้มานั่งคุยกัน ฉันจะทำอาหารเลี้ยงนายกับลูก ฉันจะได้ซักเรื่องนายมีลูกด้วย”

“ได้ๆ งั้นไว้พรุ่งนี้เจอกัน เดี๋ยวฉันจะเมมเบอร์นายลงในเครื่องด้วย”

“โอเค งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะเว้ยเมฆ ฝากไอ้ทูด้วย อ้อ! เกือบลืมแน่ะ ไอ้ทูมันนอนดิ้นมาก นายอย่าเผลอไปนอนข้างมันล่ะ”

“อืม ขอบใจที่เตือนก่อน”

อีกฝ่ายรับคำ ก่อนเมฆาจะตัดสายอีกฝ่าย ขณะหันมองคนนอนดิ้นกำลังถีบผ้าห่มให้ออกจากกายราวกับกำลังร้อน ทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่านอนดิ้นจริงๆ ด้วยแฮะ แล้วเขาควรทำอย่างไรถ้าจะนอนกับไอ้ตัวแสบโดยที่เขาไม่ต้องเจ็บตัว

เมฆากอดอกครุ่นคิดไม่นาน ความคิดชั่วร้ายก็แวบเข้ามาในสมองทันที เขาก็ไม่รู้หรอกว่าวิธีนี้ได้ผลไหม แต่รับรองว่าถ้าหยุดการดิ้นของอีกฝ่ายได้ เมื่อเจ้าตัวแสบตื่นมาพรุ่งนี้จะต้องกระเสือกกระสนวิ่งหนีเขาแน่ ทว่าคราวนี้เขาไม่ยอมให้หนีง่ายๆ อย่างแน่นอน

......

...





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-08-2018 03:17:10 โดย ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง »

ออฟไลน์ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 23
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
Chapter 2
อรุณสวัสดิ์
(ต่อ)


เสียงวิ่งตึกตักและเสียงโวยวายร้องห้ามเป็นเหตุให้คนยังไม่ตื่นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ปวดหัวหนักขึ้น จึงพยายามจะปิดเสียงที่รบกวน ทว่ากลับรู้สึกว่าตัวหนักอึ้งเหมือนถูกใครทับไว้ทั้งตัว ยิ่งพยายามขยับก็ยิ่งถูกกอดแน่นจนเหมือนจะหายใจไม่ออกอย่างไรอย่างนั้น

ความหงุดหงิดเป็นเหตุให้เขาต้องยอมลืมตาตื่นจากความง่วงงุน ก่อนจะเบิกตากว้าง สร่างเมาเป็นปลิดทิ้งเมื่อเห็นหน้าอกสีแทนเกลี้ยงเกลา แม้จะเมาแค่ไหน แต่เขาก็ไม่น่าเผลอไปนอนกับผู้ชายคนไหน หรือถ้านอนจริงๆ เขาก็ควรจำได้สิ

“เฮ้ย! ปล่อยสิวะ!”

คนตัวเล็กที่สร่างเมาแล้วเริ่มออกแรงต่อต้านคนที่กอดเขาทั้งตัวจนเขาขยับตัวไม่ได้ ทว่าเสียงเหนือศีรษะที่เขาจำได้เป็นอย่างดีทำให้เขาชะงัก

“อรุณสวัสดิ์ปลาทูที่รัก”

เมฆายิ้มขำเมื่อเห็นท่าทางของคนตัวเล็กกว่าที่นอนนิ่งตัวเกร็ง ไม่ยอมขยับเขยื้อน ไม่มีแม้กระทั่งเสียงตอบรับ ราวกับจำเสียงของเขาได้

ธีรศิลป์ไม่คิดว่าคนที่ห่างหายไปถึงสิบสองปีจะกลับมาในลักษณะนี้ ชายหนุ่มกลืนน้ำลายอึกใหญ่ จากที่ตื่นตระหนก กลายเป็นความตื่นเต้น หัวใจเต้นโครมครามอย่างห้ามไม่อยู่ ที่เขาเป็นเช่นทุกวันนี้ รู้สึกเช่นนี้...ทั้งหมดก็เป็นเพราะผู้ชายที่กอดเขาแน่นคนนี้นี่แหละ

“ทำไมเงียบซะล่ะปลาทู คงไม่ได้ตกใจจนเป็นลมหรอกนะ”

ธีรศิลป์ค่อยๆ หันมามองคนที่กอดเขาเสมือนหมอนข้าง และเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นใบหน้าของเมฆา หลังจากไม่ได้เห็นมานานจนเขาเริ่มลืมเลือน และตอนนั้นเขาเป็นเพียงเด็กชายวัยสิบขวบเท่านั้น

“เป็นไง หลับสบายดีมั้ย แฮงก์รึเปล่า” คนถามยิ้มเฉ่งขณะรอคำตอบ

ธีรศิลป์อ้าปากพะงาบๆ ดวงตาสีน้ำตาลจ้องเขาตาโต แม้จะมั่นใจว่าคนที่กอดตนอยู่คือเมฆา แต่เมื่อเห็นหน้าชัดๆ แบบนี้ ทำให้เขาพูดอะไรไม่ออก คำพูดทุกคำติดอยู่ในลำคอ และไม่รู้ว่าจะพูดเรื่องไหนหรืออะไรก่อน

“อ้าว! ทำไมเงียบไปเลยล่ะ เมื่อก่อนไม่ใช่คนเงียบแบบนี้นี่ เมื่อกี้ก็ยังโวยวายได้เลย หรือว่าตกใจที่เห็นพี่กันล่ะปลาทู”

ธีรศิลป์มองหน้าคนถาม ก่อนจะผลักอีกฝ่ายให้ออกห่างตน ทว่าไอ้คนขี้แกล้งกลับไม่ขยับเขยื้อนไปไหนเลยสักนิด ทั้งยังแกล้งกอดแน่นขึ้นกว่าเดิมจนร่างเขาแทบจะผสานกับร่างของอีกฝ่ายแล้วแท้ๆ

“เลิกแกล้งผมซะทีเถอะ ผมไม่ใช่เด็กเหมือนเมื่อก่อนที่พี่จะแกล้งได้ฝ่ายเดียวหรอกนะ”

“พูดแบบนี้แสดงว่าจำได้ดีสินะ ไม่ลืมกันแบบนี้...พี่รู้สึกดีใจสุดๆ จนหุบยิ้มไม่ได้เลยล่ะ”

ธีรศิลป์มองรอยยิ้มที่คุ้นตานั้นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด ทั้งที่ไม่เจอกันนาน แต่รอยยิ้มนี้กลับไม่เคยเปลี่ยนไปเลยสักครั้ง

“ไม่ต้องมายิ้มเลยนะไอ้พี่เมฆ นี่ผมมาอยู่กับพี่ได้ยังไง”

“ก็เมื่อคืนมีคนเมาแอ๋แล้วทำเก่งอาสาหิ้วสาวกลับบ้าน พี่ว่าจะถูกสาวหิ้วเข้าโรงแรมซะมากกว่า พี่ไปเห็นเข้าก็เลยหิ้วมาที่บ้านแทน”

“อะไรนะ! อย่างผมเนี่ยนะจะหิ้วสาวกลับบ้าน ไม่มีทางเด็ดขาด”

“นี่เรียกว่าเมาแล้วเรื้อนนะ ลืมว่าตัวเองทำอะไรลงไปบ้าง”

“แล้วพี่รู้ได้ไงว่าเป็นผม ไม่ได้เจอตั้งนาน แล้วพี่ก็ไม่ได้ติดต่อกับพี่เก๋าบ่อยขนาดนั้น”

“รู้เรื่องพี่ดีนี่ สนใจกันเหรอ”

ไม่ถามเปล่า เมฆายังพลิกกายอีกฝ่ายให้หันมาเผชิญหน้าทั้งตัว ก่อนจะเขยิบหน้าเข้าใกล้อีกฝ่ายที่พยายามหนี แล้วเปลี่ยนจากอ้อมกอดแน่นหนา เป็นเพียงการหันหน้านอนคุยกัน

“มั่นหน้าเนอะพี่เมฆ”

“ไม่งั้นทูจะรู้ได้ไงล่ะครับว่าพี่ไม่ค่อยได้ติดต่อกับไอ้เก๋า”

“ผมรู้จักเพื่อนพี่เก๋าเหอะ แล้วพี่เก๋าก็ไม่ได้พูดถึงพี่นานโคตรๆ นี่คิดว่าตัดเพื่อนกันไปแล้วด้วยซ้ำ”

“ต่อให้พี่ตัดเพื่อนกับเก๋าจริงๆ แต่พี่ไม่มีทางตัดขาดกับทูแน่ๆ”

ธีรศิลป์ชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาของอีกฝ่ายที่แฝงความรู้สึกบางอย่างมาให้ เขาไม่อยากเข้าข้างตัวเอง และไม่อยากคิดมากเกินไป ชายหนุ่มจึงปัดความคิดเหล่านั้นทิ้ง แล้วรีบตัดบท

“ผมจะกลับแล้ว ขอยืมห้องน้ำหน่อยสิ”

“จะรีบไปไหนน่ะทู เดี๋ยวพี่จะไปส่งที่บ้านเอง คุยกับไอ้เก๋าแล้วเมื่อคืน”

“ไม่เป็นไร ผมกลับเองได้”

“จะกลับยังไง แถวนี้ไม่มีมอ’ไซค์รับจ้างหรอกนะ”

“ผมมีวิธีก็แล้วกันน่า”

เมฆาหรี่ตามองคนที่กลิ้งตัวไปอีกฝั่งของเตียง แม้จะไม่ได้เจอมานาน ทั้งยังมีหลายอย่างที่เปลี่ยนไป แต่เขามั่นใจว่าสิ่งหนึ่งที่ธีรศิลป์ไม่น่าจะเปลี่ยน และคงเปลี่ยนไม่ได้ง่ายๆ คือการถูกหยาม

“หรือว่าจะกลัวพี่กันล่ะทู”

“ห๊ะ! ใครกลัวใครนะ” ธีรศิลป์ที่เพิ่งลุกจากเตียงเอี้ยวหน้ามาถามเสียงสูง

“ก็ปลาทูนั่นล่ะครับ พี่พูดกับใครอยู่ล่ะ ก็เล่นคิดจะชิ่งกันแบบนี้ พยายามดิ้นรนเพื่อออกจากบ้านพี่ไปไวๆ ดูยังไงก็เหมือนกำลังกลัว แบบนี้...ไม่โตขึ้นจากเมื่อก่อนเลยนะ”

“ผมไม่เคยกลัวพี่เมฆนะ เมื่อก่อนก็ไม่กลัว แต่ตอนนั้นผมตัวเล็กต่างหาก”

“ตอนนี้ก็ยังตัวเล็กกว่าพี่นะ”

“รู้ได้ยังไง” ธีรศิลป์เอ่ยถามเสียงฉุน

เมฆายกมุมปากขึ้นยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะดึงคนที่ยืนกอดอกให้กลับลงมาบนเตียง เป็นเหตุให้คนที่ไม่ทันตั้งตัวเสียหลัก จนต้องมานอนแผ่หราบนเตียง โดยมีร่างใหญ่โตคร่อมอยู่เหนือกาย ทว่าไม่ทันจะได้ตำหนิอีกฝ่าย ประตูก็เปิดผัวะเข้ามาพร้อมร่างสองร่าง ซึ่งร่างหนึ่งเป็นร่างเล็กที่เขาเพิ่งรู้จักไปเมื่อวาน และอีกร่างคือร่างของผู้หญิงแปลกหน้า

“ป๊ะป๋า! ตื่นได้แล้ว”

“เดี๋ยวค่ะน้องขนุน...อุ๊ย! ขอโทษค่ะคุณเมฆ”

“ป๊ะป๋าทำอะไรครูปลาทู ไหนสัญญาแล้วว่าจะไม่รังแกไง”

เมฆามองหน้าลูกชายที่ยืนกอดของเล่นหน้าประตูห้องนอนสลับกับคนใต้ร่าง จึงเพิ่งรู้ตัวว่าท่าทางของตนมาล่อแหลมชวนให้เข้าใจผิดได้หลายแง่เสียเหลือเกิน แต่ในมุมมองของเด็กชายวัยสามขวบเศษคงคิดว่าเขากำลังรังแกคุณครูปลาทูในแบบเด็กๆ ขณะที่กิ่งแก้วซึ่งเป็นทั้งแม่บ้านและพี่เลี้ยงของเขาคงกำลังเข้าใจในเชิงชู้สาว เห็นได้จากหน้าแดงๆ ของเธอ

ธีรศิลป์ไม่ได้สนใจท่าทางชวนล่อแหลม แต่กำลังตื่นตระหนกที่เพิ่งได้รู้ว่าเด็กชายขนุนจอมป่วนคนนี้คือลูกชายของเพื่อนรักของพี่ชาย เขาก็ว่าเด็กคนนี้มีนิสัยเหมือนใคร นี่ไงล่ะ! เหมือนไอ้คนขี้แกล้งที่เขาเคยรู้จักเมื่อสิบสองปีก่อนไม่มีผิดเลย

“เดี๋ยวป๊ะป๋าลงไปนะขนุน ป๊ะป๋ามีเรื่องต้องคุยกับครูปลาทูของขนุน”

“ค้าบ...”

ขนุนลากเสียงรับคำ ทว่าไม่ยอมถอยออกจากประตูห้องง่ายๆ ร้อนให้คนเป็นพ่อต้องรีบตกปากรับคำเจ้าตัวแสบ

“ป๊ะป๋าไม่ได้แกล้งครูปลาทู ก็แค่หกล้มลงมานิดหน่อย”

“งั้นขนุนไปรอกับพี่กิ่งข้างล่างนะ ป๊ะป๋าอย่าช้านะ”

“ครับๆ” เมฆารับคำส่งๆ

เมื่อคล้อยหลังลูกชายและแม่บ้าน เขาก็หันมามองคนใต้ร่างที่ตัวแข็ง ไม่รู้ว่าเจ้าตัวเป็นอะไร นั่นทำให้เขาต้องเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ

“เป็นอะไรน่ะทู นอนตัวแข็งเชียว”

“พี่เมฆมีลูกแล้ว นั่นคือเมียพี่เมฆเหรอ แล้ว...”

“เดี๋ยวๆ หยุดความคิดแปลกๆ ของทูก่อนนะ”

เมฆาเกาหัวแกรกๆ ก่อนจะลุกจากเตียง เป็นเหตุให้ธีรศิลป์ได้ลุกขึ้นนั่งบนเตียงอีกครั้ง

“ขนุนเป็นลูกของพี่ ส่วนกิ่งเป็นแค่แม่บ้าน แล้วก็ช่วยดูขนุนให้เวลาพี่ไปทำงานหรือยังไม่ตื่น แต่ไม่ได้เป็นเมียพี่ พี่ยังไม่มีเมีย ไม่เคยมีด้วย”

“เดี๋ยวนะพี่เมฆ ไม่มีเมียแต่มีลูกเนี่ยนะ พี่ไปทำใครท้องมาเหรอไง”

เมฆาหัวเราะลั่นทันที ยิ่งเห็นหน้าตาสงสัยของธีรศิลป์ เขาก็นึกอยากแกล้งให้อีกฝ่ายสงสัยเช่นนี้ไปอีกสักพัก จึงแกล้งโยนผ้าเช็ดตัวให้อีกฝ่าย

“ไปอาบน้ำได้แล้วไป พอกินมื้อเช้าเสร็จพี่จะพาไปส่งบ้าน”

“ตอบคำถามเมื่อกี้ก่อนสิไอ้พี่เมฆ”

“อยากรู้เหรอ?”

ธีรศิลป์พยักหน้าหงึกหงักอย่างอยากรู้อยากเห็นทันที

“งั้นมาเป็นเมียพี่สิ แล้วพี่จะเล่าทุกเรื่องเลย ตกลงมั้ยล่ะ”

พูดจบเมฆาก็ไม่รอคำตอบ เขาเดินออกจากห้อง ทิ้งให้ธีรศิลป์ที่นั่งอยู่บนเตียงหน้าแดงก่ำ ซึ่งเจ้าตัวไม่รู้ว่าโกรธหรืออาย แต่นึกโมโหไอ้คนหน้าไม่อายที่ชอบแกล้งเขาให้ใจเต้นจนต้องหาทางระบาย ด้วยการเหวี่ยงหมอนออกไปจนมันกระแทกเข้ากับบานประตูห้อง

“ไอ้พี่เมฆบ้า มาอ่อยให้ใจเต้น ถ้าเผลอรักแล้วจับปล้ำขึ้นมาจะหาว่าไม่เตือนนะเว้ย”

ธีรศิลป์เอ่ยเพียงลำพัง โดยไม่รู้เลยว่าทุกคำพูดของตนนั้นมีคนยืนฟังอยู่ด้านนอก



**TBC**

ออฟไลน์ milin03

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 500
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:
รอติดตามค่ะ

ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 945
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +525/-0
ขอบคุณครับ +1 ให้นะครับ :a2:

ออฟไลน์ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 23
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
Chapter 3
ไม่ได้ล้อเล่น


ร่างเล็กบนเก้าอี้สำหรับเด็กแกว่งเท้าไปมาขณะยิ้มกว้างมองหน้าคุณครูป้ายแดง ที่กำลังทำหน้ามุ่ยด้วยความไม่ชอบใจ เนื่องจากถูกเด็กตัวเล็กๆ เห็นในสิ่งที่ไม่เหมาะสม ไหนจะแม่บ้านที่ไม่รู้ว่าคิดไกลไปถึงไหน ทว่าจะโวยวายเอากลับเมฆาก็ไม่ได้ ในเมื่อเจ้าตัวยังไม่มีทีท่าจะลงมาจากห้อง


“ดื่มกาแฟมั้ยคะ”

ธีรศิลป์เงยหน้ามองคนถาม เพราะสถานการณ์ก่อนหน้านี้ทำให้เขาพยักหน้ารับด้วยความกระอักกระอ่วนใจ ทว่าก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้รินกาแฟให้เขา ร่างสูงต้นเหตุก็มาถึงพร้อมเสียงห้าม

“ไม่ต้องรินให้เขานะกิ่ง” เมฆาเอ่ยพลางทรุดกายนั่ง “เราแพ้คาเฟอีนไม่ใช่เหรอปลาทู เดี๋ยวก็ได้เป็นผื่น หายใจไม่ออกอีกหรอก เมื่อก่อนกินโกโก้หรือช็อกโกแลตจนหายใจไม่ออกไม่ใช่เหรอ ยังเป็นอยู่มั้ย”

“รู้เรื่องผมดีจังนะพี่เมฆเนี่ย สนใจผมเหรอไง”

เมฆายิ้มขำคนปากดีที่ยังมีอาการเมาค้างอย่างเห็นได้ชัด จากการที่คอยใช้มือนวดขมับของตนอยู่บ่อยครั้ง ชายหนุ่มจึงหันไปบอกแม่บ้านให้นำน้ำส้มที่คั้นทิ้งไว้

“ดื่มน้ำส้มนี่แก้เมาค้างไปก่อนนะ แล้วก็มีแซนด์วิชไข่”

ธีรศิลป์ยกแก้วน้ำส้มขึ้นจิบ ก่อนจะมองแซนด์วิชไข่ต้มที่หั่นเป็นชิ้นบางๆ แม้เขาจะไม่ได้มีปัญหากับมัน แต่เขาไม่ใช่พวกชอบรับประทานอาหารหนักๆ ในมื้อเช้า ยิ่งมีอาการเมาค้างจนปวดหัวเช่นนี้...เขาก็ยิ่งไม่อยากอาหารใดๆ ทั้งสิ้น

“กินเข้าไปสิปลาทู ไม่งั้นพี่ไม่พาไปส่งบ้านหรอกนะ”

“เอาโทรศัพท์ผมมาสิ ผมจะโทรให้พี่เก๋ามารับเอง”

“เรื่องสิ! คิดว่าพี่จะปล่อยให้เรากลับเองหรือไง”

“ไอ้พี่เมฆ! อึก!”

ธีรศิลป์กุมขมับของตัวเอง นั่นทำให้คนมองหัวเราะทันที คนตัวเล็กกว่าได้แต่ชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างแค้นเคืองที่ทำอะไรไม่ได้ เป็นเหตุให้เด็กน้อยที่นั่งสังเกตคนทั้งคู่อยู่ผสมโรงหัวเราะกับบิดา

“ครูปลาทูทำหน้าตลกจัง”

“อย่ามัวหัวเราะนะขนุน ต้องกินให้หมดนะรู้มั้ย”

“ครับป๊ะป๋า”

ขนุนยิ้มกว้างให้บิดาก่อนจะอ้าปากเพื่อรับประทานแซนด์วิชของตน เมฆาหันมองธีรศิลป์ที่ยังคงนั่งจิบน้ำส้ม จากนั้นจึงบังคับให้อีกฝ่ายรับประทานแซนด์วิชที่เขาสั่งให้กิ่งแก้วทำให้ ด้วยมันช่วยแก้อาการเมาค้างของอีกฝ่ายได้

“พี่ให้กิ่งทำให้เป็นพิเศษ อย่าให้เสียของล่ะ พี่เป็นห่วงที่เราแฮงก์”

ธีรศิลป์เลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ นึกสงสัยนักว่าอะไรทำให้คนขี้แกล้งเมื่อสิบสองปีก่อนให้ความสนใจเขา ทั้งยังดูแลเขาขนาดนี้ หรือนี่จะเป็นวิธีแกล้งแบบใหม่ของเมฆากันนะ

“พูดอะไรน่าขนลุกว่ะพี่เมฆ คนอย่างพี่เนี่ยนะจะมานึกเป็นห่วงทู พี่ไม่ได้เมาใช่ปะ”

เมฆาหัวเราะทันที ก่อนจะหันมองลูกชายที่มือเปื้อนซอสมะเขือเทศ รวมไปถึงแก้มป่องๆ ของอีกฝ่าย เขายจึงหยิบกระดาษทิชชู่ยื่นให้เด็กน้อยที่รับไปเช็ดอย่างรู้งาน

ธีรศิลป์มองท่าทางของขนุนที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เกินวัย ก็ทำให้อดหันมองคนเป็นพ่ออย่างเมฆาไม่ได้ นึกประทับใจที่อีกฝ่ายสอนลูกได้ดีขนาดนี้

“อิ่มแล้วก็ไปล้างมือแปรงฟันด้วยนะขนุน”

“ครับ แล้ววันนี้เราจะไปไหนกันครับ”

“ไปบ้านปลาทู ขนุนจะได้เล่นกับหมาตัวใหญ่ด้วยนะ”

“ไม่มีแล้วล่ะครับ” ธีรศิลป์ตอบขณะก้มหน้า แล้วกัดแซนด์วิชของตน

“ไม่มี? ก็ตอนนั้นไอ้เก๋าบอกว่าเราเอาไปอยู่ที่กรุงเทพฯ ด้วย ไม่ได้เอากลับมาเหรอไง”

“มันตายไปนานแล้ว...ตายไป...”

“ปลาทู เกิดอะไรขึ้น”

เมฆามองคนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตากินแซนด์วิชก็นึกประหลาดใจ ยิ่งสังเกตคำพูดที่อีกฝ่ายพูดถึงสุนัขตัวโตที่ตายไป ก็ทำให้เขาสงสัยว่ามีเหตุการณ์ร้ายแรงอะไรเกิดขึ้น

“พี่บอกว่าจะไปส่งทูใช่มั้ย” ธีรศิลป์เปลี่ยนเรื่องทันที

“ใช่ อิ่มแล้วเหรอ”

“ผมอยากกลับไปนอนพักที่บ้าน”

เมฆาพยักหน้ารับก่อนจะหันไปบอกเจ้าลูกชายตัวแสบ ที่ยังคงนั่งแกว่งเท้าไปมาขณะมองหน้าครูหน้าเด็ก เมื่อขนุนวิ่งเข้าห้องน้ำ เจ้าของบ้านจึงบอกให้กิ่งแก้วเก็บโต๊ะ ขณะขยับกายไปนั่งบนเก้าอี้ข้างธีรศิลป์

“ปลาทูคิดว่าพี่เป็นคนขี้แกล้งใช่มั้ย แต่ถ้าพี่ไม่สนใจ พี่ก็ไม่อยากยุ่งด้วยหรอกนะ พี่จะยุ่งจะแกล้งเฉพาะคนที่พี่สนใจเท่านั้น โดยเฉพาะปลาทู”

ธีรศิลป์ขมวดคิ้วมุ่น เขาพูดแบบนี้กำลังทำให้เขาเข้าใจว่าเป็นคนพิเศษมากๆ จนชวนให้นึกหลงตัวเอง ทว่าเมื่อเห็นร่างของขนุนวิ่งออกมาจากห้องน้ำ ก็ปลุกให้เขาได้รับรู้ความจริงที่ว่าเมฆาเป็นผู้ชายปกติที่มีลูกและเคยมีภรรยามาก่อน

“เสร็จแล้วครับป๊ะป๋า”

“งั้นเตรียมตัวออกจากบ้านกัน”

“พี่กิ่งคร้าบ”

ขนุนเรียกแม่บ้านวัยรุ่นที่ไปหยิบกระเป๋าสำหรับใส่ของใช้จำเป็น ทว่าธีรศิลป์กลับต้องเบิกตากว้างเมื่อมันมาอยู่ในมือของเมฆา

“นั่นอะไรน่ะพี่เมฆ”

“ของเล่นของขนุน เวลาไปไหนนานๆ ก็ต้องหาอะไรให้เล่น”

“ติดของเล่นขนาดนั้นเลยเหรอ”

เมฆาเลิกคิ้วเมื่อรู้สึกได้ว่ากำลังถูกตำหนิ ทว่าเขากลับยกมุมปากขึ้นยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วขยับกายเข้าใกล้ธีรศิลป์ที่กำลังเดินออกจากบ้านของเขา

“กำลังตำหนิพี่เหรอที่ทำให้ขนุนติดของเล่น”

“ยังไม่พูดอะไรแบบนั้นเลยสักคำ คิดไปเองล่ะสิ” ธีรศิลป์ไหวไล่อย่างไม่ยี่หระ

“จริงเหรอ?”

“ถามอะไรพิลึก เรื่องการเลี้ยงลูกของพี่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับทูซะหน่อย แล้วแม่เขาล่ะ”

“ถามแบบนี้แสดงว่าอยากรู้ว่าพี่อยู่กับแม่ของขนุนรึเปล่าใช่มั้ย”

ธีรศิลป์ผินหน้ามองคนพูดทันที เขารู้สึกอึดอัดอย่างประหลาดที่อีกฝ่ายมาพูดใกล้หู ทั้งยังพูดด้วยน้ำเสียงมีนัยแอบแฝง ทั้งที่เขาไม่ควรรู้สึกอะไร แต่ผู้ชายคนนี้กลับเข้ามาในชีวิตพร้อมท่าทางชวนให้เข้าใจผิดเป็นที่สุด

“พี่บอกแล้วไงว่าไม่เคยมีเมีย ก็ต้องไม่เคยแต่งงาน แล้วแม่ของขนุนจะอยู่กับพี่ได้ยังไง”

“ถ้าไม่เคยแล้วจะมีขนุนได้ยังไง”

“ก็บอกแล้วไงว่าถ้าอยากรู้ก็ให้มาเป็นเมียพี่”

“อย่ามาพูดอะไรบ้าๆ ล้อเล่นแบบนี้ไม่ตลกหรอกนะ”

“ใครบอกว่าล้อเล่นล่ะ”

ธีรศิลป์หันหน้ามองคนพูดทันที ทว่าขนุนที่กำลังเลือกรองเท้ามาสวมก็วิ่งกลับมาหา ด้วยเห็นว่าคุณครูและบิดาชักช้า แล้วจับมือของครูหนุ่มให้เดินไปด้วยกัน

“เร็วๆ สิครับป๊ะป๋า ขนุนจะไปเล่นบ้านครูปลาทู เล่นกับขนุนนะครับ”

ธีรศิลป์มองเด็กชายที่หันมาพูดกับเขาในประโยคสุดท้าย แม้จะอยากปฏิเสธ แต่เมื่อเห็นดวงตากลมโตสดใสที่เต็มไปด้วยความหวัง เขาจึงได้แต่พยักหน้าตกลง

“ปลาทูยังมึนหัวใช่มั้ย เอากุญแจพี่ไปนั่งรอในรถก่อนละกัน”

ธีรศิลป์ไม่ปฏิเสธ รีบรับมันมาอย่างรวดเร็ว ด้วยอยากจะนอนพักหรือได้นอนหลับตาสักครู่

เมฆามองตามแผ่นหลังของธีรศิลป์ ก่อนจะหันกลับมาที่ลูกชายซึ่งยังคงมองตามชายหนุ่มอีกคนด้วยดวงตาเป็นประกายสดใส

“ชอบครูปลาทูมากเหรอขนุน”

“ครับ ครูปลาทูน่ารัก”

“น่ารัก?”

เมฆาอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ หากเป็นเมื่อสิบสองปีก่อน ที่เขาได้เห็นธีรศิลป์ครั้งแรก เขาจะไม่แปลกใจเลยที่จะรู้สึกเช่นนี้ แต่นี่เจ้าตัวอายุยี่สิบสองปีแล้ว ถึงจะมีเค้าโครงหน้าความน่ารัก ทว่าก็มีความเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงเห็นเป็นต้องหลงรักเช่นกัน

“ก็ครูปลาทูน่ารัก ให้ครูมาอยู่กับขนุนไม่ได้เหรอ”

คำถามของลูกชายทำให้เมฆายกมุมปากขึ้นยิ้มเจ้าเล่ห์ วิธีนี้ก็ไม่เลวเท่าไหร่นัก ทว่าการจะหาสาเหตุให้ธีรศิลป์มาอยู่ด้วยต่างหากที่เขาต้องคิด แต่เขาไม่เคยไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ

เขามั่นใจว่าการกลับมาเจอกันอีกครั้งเสมือนพรหมลิขิต และเขาจะไม่ทำให้พระพรหมต้องผิดหวังที่ได้ลิขิตมาเช่นนี้

“ป๊ะป๋าจะลองหาวิธีดูละกันนะ แต่ตอนนี้รีบขึ้นรถกันดีกว่า”

ธีรศิลป์ลอบมองเมฆาที่อุ้มขนุนขึ้นรถ แม้จะอยากคุยกับเขาให้รู้เรื่อง แต่หากทุกอย่างที่เมฆาพูดไม่ใช่เรื่องล้อเล่น คนที่ลำบากก็คือเขาที่ต้องมาหาคำตอบให้อีกฝ่าย ทว่าท่าทางของเขาอยู่ในสายตาของอีกฝ่ายที่คอยสังเกตอยู่ก่อนแล้ว เมื่อชายหนุ่มนั่งประจำตำแหน่งหลังพวงมาลัย เขาจึงเอ่ยขึ้นทันที

“พี่ไม่ได้ล้อเล่นเราหรอกนะปลาทู ขนุนเองก็ชอบปลาทูมาก ถ้าไม่เชื่อพี่จะทำให้เห็นเอง”

“ไม่เอาด้วยหรอก ทูไม่อยากยุ่งกับพี่เมฆแบบนั้น”

“ทูก็รู้จักพี่ดีนี่ พี่ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หรอก เรื่องนี้พี่ไม่พูดเล่น”

ธีรศิลป์หันมองคนพูดเต็มตา แม้เมฆาจะหันไปจดจ่อกับการขับรถ แต่สายตาแน่วแน่นั่นก็ทำให้เขาต้องถอนหายใจ ดูท่าว่างานนี้เขาคงจะหนีเรื่องยุ่งยากไม่พ้น และเรื่องยุ่งยากที่เกิดจากผู้ชายชื่อเมฆาก็ดูจะยิ่งยุ่งยากยกกำลังสองเป็นแน่!



**TBC**
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-09-2018 20:07:38 โดย ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ป๊ะป๋า...คนนี้ผมขอ [UP > Chapter 3]!!! [[09/09/2561]]
« ตอบ #9 เมื่อ: 09-09-2018 20:02:01 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 23
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
Chapter 4
อยู่กับพี่นะ


เมฆามองธีรศิลป์ที่เล่นกับขนุนอย่างเป็นกันเองราวกับเป็นเด็กวัยเดียวกัน ทุกครั้งที่เห็นชายหนุ่มยิ้มกว้างอย่างที่ลูกชายของเขาบอกว่าน่ารัก เขาเป็นต้องยิ้มตามเสียทุกครั้ง โดยไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอจดจ้องจนเจ้าของบ้านที่กำลังทำอาหารนั้นสังเกตได้

กรวิชญ์ลูบคางของตนอย่างครุ่นคิด เขาไม่แปลกใจที่ทั้งคู่ใกล้ชิดและรู้จักกัน ด้วยตั้งแต่เมื่อก่อนแล้วที่เมฆามักจะเอ็นดูน้องชายของเขา แม้บางครั้งจะรวมไปถึงการกลั่นแกล้ง ทว่าทุกครั้งที่ธีรศิลป์ถูกกลั่นแกล้งหรือถูกทำร้าย เมฆาก็มักจะกางแขนปกป้อง และไปจัดการคนที่ทำร้ายคนที่อ่อนวัยกว่าทุกครั้ง

“ไหนๆ ก็มาแล้ว นายไม่คิดจะเล่าเรื่องลูกชายของนายหน่อยเหรอ นายแต่งงานตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะ”

“ก็บอกแล้วว่าไม่เคยแต่งงาน”

“แล้วที่ออกมาหนึ่งหน่อนั่นล่ะ”

เมฆาละสายตาจากลูกชายและน้องชายเพื่อนรัก ก่อนจะหันมาสบตาคนที่กำลังแกะกุ้งสำหรับผัดผัก เชฟหนุ่มทอดถอนใจแล้วหยุดมือ วางมีดลงเพื่อพูดคุยกับคนที่แกล้งอมพะนำ

“อย่ามาแกล้งเงียบสิวะไอ้เมฆ รีบพูดมาให้หมดๆ เลย ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจจากการแกะกุ้งมาเป็นกระซวกปากนาย”

เมฆาหลุดหัวเราะคนที่หงุดหงิดจากการที่เขาแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ทั้งยังทำเหมือนใจเย็นยึกยักไม่ยอมพูดอะไร เมื่อเห็นดวงตาคมของเพื่อนรักอยากจะทำอย่างที่พูด เขาจึงยกมือขึ้นอย่างยอมแพ้

“ขนุนเป็นลูกของญาติฉัน นายจำพี่ดินได้มั้ย”

“ลูกของพี่ดินเหรอ แล้วพี่ดินไปไหนล่ะ”

“อุบัติเหตุน่ะ จากไปตั้งแต่ขนุนเพิ่งได้ขวบ ตอนนั้นเพิ่งหย่ากับเมียแล้วเธอกำลังจะแต่งงานใหม่ ฉันรับปากพี่ดินไว้ว่าถ้ามีเรื่องเดือดร้อนฉันจะช่วย ก็เลยรับขนุนมาเป็นลูกนี่แหละ”

กรวิชญ์หมุนกายกลับไปแกะกุ้งที่เหลืออีกครั้ง ก่อนจะผินหน้ามองเพื่อนรักที่หันไปมองน้องชายของเขา แม้จะไม่ใช่เรื่องแปลกด้วยตรงนั้นมีขนุนอยู่ด้วย ทว่าสายตาที่เมฆามองไปยังน้องชายเขามันประหลาดเสียจนเขานึกสงสัย

“ถึงจะบังเอิญก็เถอะที่นายมาเจอกับไอ้ทู แต่ฉันไม่คิดว่านายจะต้องเอาตัวมายุ่งขนาดนี้ ต้องการอะไรวะ”

“นายขี้หวงน้องตั้งแต่เมื่อไหร่วะไอ้ปลาเก๋า”

“หลังจากนายไปเรียนเมืองนอก แล้วพ่อกับแม่ฉันหย่ากัน มันมีหลายเรื่องเกิดขึ้น ฉันก็เลยเป็นห่วงแล้วก็หวงไอ้ทู ที่มันเลือกมาอยู่นี่ทั้งที่รู้ว่าฉันจะไปทำงานเมืองนอกก็เพราะอยู่ที่กรุงเทพฯ กับพ่อแล้วมันมีแต่เรื่องแย่ๆ”

“เรื่องอะไรวะ”

“ก็พ่อ...”

“พี่เก๋า...พี่เมย์มาหา”

สองหนุ่มที่ถูกขัดบทสนทนาหันตามเสียงเรียก ก่อนจะเห็นร่างบอบบางขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านรั้วบ้านเข้ามา กรวิชญ์ส่งยิ้มให้คนมาใหม่ เมฆาโคลงศีรษะขณะมองอีกฝ่าย ด้วยรู้สึกคุ้นตานัก ขณะที่ธีรศิลป์ผุดลุกจากเก้าอี้ม้านั่งไปหา

“พี่เมย์มาช่วยพี่เก๋าเหรอ”

“เปล่า พี่ชายเราบอกให้พี่มากินมื้อเที่ยงที่นี่ บอกว่าจะแนะนำเพื่อนให้รู้จัก ใช่คนนั้นมั้ย” เมลาณีพยักพเยิดไปทางชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งอยู่ในครัว

ธีรศิลป์บิดปากแล้วไหวไหล่ สร้างความประหลาดใจให้เมลาณีที่รอฟังคำตอบ ด้วยไม่เคยเห็นท่าทีเช่นนี้จากน้องชายของคนรักมาก่อน

“ไม่ชอบเขาเหรอปลาทู” เมลาณีกระซิบถามขณะพากันเดินเข้าบ้าน โดยมีเด็กชายขนุนเดินตามคุณครูปลาทูของเขาเข้ามาติดๆ

“เปล๊า…”

“มีเสียงสูงด้วย แสดงว่ามีเรื่องมากกว่าไม่ชอบ ว่าแต่…เด็กนี่ใครน่ะ”

“ลูกพี่เก๋า”

ผัวะ!

กรวิชญ์ตบศีรษะน้องชายทันที ก่อนจะผลักศีรษะอีกฝ่าย เป็นเหตุให้ธีรศิลป์ที่ไม่ได้เตรียมตัวเซไปทางเมฆา ซึ่งเขารีบคว้าร่างคนตัวเล็กกว่าไว้ได้ทันก่อนจะลงไปนอนวัดกับพื้น

“เป็นอะไรมั้ยปลาทู” เมฆาเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“ไอ้พี่เก๋า! นี่หัวน้องนะไม่ใช่ลูกบอล ทั้งตบทั้งผลัก” ธีรศิลป์โวยขณะผลักกายออกห่างเมฆา

กรวิชญ์หรี่ตามองน้องชายที่แกล้งโวยวายแล้วกระเด้งตัวออกห่างเมฆา ราวกับว่าอีกฝ่ายเป็นของร้อนที่ต้องรีบหนีออกห่าง ก่อนจะเหลือบมองเพื่อนรักที่ยังไม่คลายสีหน้าและแววตาเป็นห่วง ทว่าเมื่อคนรักกอดแขนเขาเป็นการทักทาย จึงต้องละความสนใจจากทั้งสองมายังหญิงสาว

“นี่ขนุน...ลูกของเมฆ เมย์ยังไม่เคยเจอเมฆสินะ มันไปเรียนต่อนอกตั้งแต่จบม.ปลาย”

“ที่เก๋าเคยพูดถึงให้เมย์ฟังใช่มั้ย ที่ว่าเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ประถม”

“ใช่...คนนี้แหละ”

กรวิชญ์พยักหน้ารับ ก่อนจะหันไปหาเพื่อนรักที่หันมองคนรักของเขา เป็นเหตุให้เชฟหนุ่มนึกสงสัยในสายตาจับจ้องของเขา

“มีอะไรวะเมฆ”

“ฉันเคยเห็นหน้าแฟนนายที่ไหนแน่ๆ อืม...อ้อ! ในเฟซบุ๊กของนาย”

“มันแปลกตรงไหนวะ ที่ฉันเอารูปแฟนลงเฟซ นายเถอะ...ไม่เห็นลงรูปแฟนเลย มีบ้างมั้ย”

“ว่างมีที่ไหน ฉันทุ่มเวลาให้ขนุนหมดแล้ว แต่ก็อยากจะมีสักคนเหมือนกัน”

ธีรศิลป์รู้สึกได้ว่าขนบริเวณหลังคอลุกชันอย่างไม่มีสาเหตุ จึงหันมองคนพูดเมื่อครู่ แล้วต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นสายตาแพรวพราวของคนที่มองมาที่เขา ราวกับจะบอกว่าไอ้ใครสักคนที่ว่านั่นคือเขาอย่างไรอย่างนั้น เป็นเหตุให้ความรู้สึกบางอย่างพลุ่งพล่าน เขาไม่แน่ใจว่ามันคือความตื่นเต้นหรือตื่นตระหนก ทว่าเมื่อเห็นสายตาพี่ชายและเมลาณี เขาจึงโวยวายเพื่อกลบเกลื่อน

“มองผมกันทำไมน่ะ! ไอ้พี่เมฆเลิกพูดจาแบบนี้เหอะ ตั้งแต่ที่บ้านแล้วนะ ผมไม่ใช่เด็กๆ ที่จะให้พี่แกล้งไปได้ตลอดหรอกนะ”

“ไม่ได้บอกซะหน่อยว่าเห็นเราเป็นเด็ก”

“งั้นเห็นเป็นอะไรล่ะ”

ธีรศิลป์กัดลิ้นตัวเองเบาๆ ที่เอ่ยถามอย่างไม่คิด ด้วยเพิ่งรู้ตัวว่ากำลังต่อความยาวสาวความยืด และตกหลุมพรางของเมฆาเข้าเต็มเปา

“ป๊ะป๋า...ครูปลาทู อย่าทะเลาะกัน ป๊ะป๋าอย่าแกล้งครูปลาทูของขนุนนะ”

ธีรศิลป์ยิ้มกว้างพลางยักคิ้วใส่เมฆาราวกับตนคือผู้ชนะ นั่นทำให้คนมองนึกมันเขี้ยว โดยไม่รู้ตัวเลยว่าท่าทางของทั้งคู่ตกอยู่ในสายตาของกรวิชญ์และเมลาณี

“เก๋าคิดเหมือนเมย์มั้ยว่าสองคนนี้แปลกๆ” เมลาณีกระซิบถามขณะดึงคนรักไปยังเคาน์เตอร์ในครัว

“ไอ้ทูน่ะเราไม่แปลกใจนะเมย์ แต่ไอ้เมฆนี่สิ ไม่เคยรู้ว่ามันสนใจผู้ชายมาก่อน ตั้งแต่ไหนแต่ไรก็มีเสน่ห์กับผู้หญิง แล้วก็มีแฟนเป็นผู้หญิงมาตลอด ถึงจะเอ็นดูไอ้ทูยังไงแต่สายตาที่มองมันไม่เหมือนเดิม”

“แล้วถ้าเป็นอย่างที่คิดล่ะ เก๋าจะยอมให้เขาคบกันมั้ย”

“มันอยู่ที่ไอ้ทูกับไอ้เมฆ เราก็แค่มองดูอยู่ห่างๆ เท่านั้นแหละ อีกอย่าง...เรารับปากแม่ไว้ว่าจะดูแลน้อง จะไม่ให้น้องต้องทุกข์ใจหรือลำบากอีก เพราะงั้น...ถ้าไอ้เมฆรักไอ้ทูก็ต้องดูแล ต้องรักมันให้มากกว่าเรา”

“งั้นช่วงที่เก๋าไปอยู่นอก เมย์จะช่วยดูให้นะ”

“ขอบคุณครับที่รัก” กรวิชญ์ยิ้มกว้าง

เมลาณีพิงกายกับเคาน์เตอร์ครัวเคียงคนรัก ละสายตาจากชายหนุ่มทั้งสองที่มีขนุนคั่นกลางมาเป็นมือของกรวิชญ์ที่กำลังหั่นผักอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะหันไปเห็นวัตถุดิบที่อีกฝ่ายยังไม่ได้ทำ จึงอาสาช่วย

“เดี๋ยวเมย์ช่วยดีกว่า เพราะจะให้ไปแทรกกลางคู่นั้นก็คงไม่ไหว”

กรวิชญ์ยิ้มขำก่อนจะพยักหน้า หญิงสาวจึงหยิบฉวยของที่ตนช่วยได้พร้อมอุปกรณ์ไปยังเคาน์เตอร์ที่ว่างอีกด้าน ขณะที่สายตาของคนเป็นพี่ชายหันไปมองน้องชาย

แม้เขาจะได้เล่าเรื่องในอดีตช่วงที่เมฆาหายไปจากชีวิตของธีรศิลป์ให้เจ้าตัวได้ฟัง แต่เขาเชื่อว่าคนที่จะสามารถดูแลและปกป้องน้องชายของเขาได้ก็คงไม่พ้นเพื่อนรัก ไม่ใช่เพราะความรู้สึกที่เขายังคิดไม่ตกของอีกฝ่าย ทว่าเป็นเพราะสิ่งที่เมฆาเคยทำให้เมื่อคราครูพี่เลี้ยงยังเป็นเพียงเด็กชาย

หากทั้งคู่จะพัฒนาความรู้สึกต่อไป เขาก็คงไม่หักห้าม และไม่ได้สร้างความประหลาดใจใดๆ ด้วยรู้จักน้องชายดีว่าแม้จะแกล้งทำตัวเป็นหนุ่มมากเสน่ห์เจ้าสำราญ คอยหยอดสาวๆ ไปทั่ว แต่แท้จริงแล้วเจ้าตัวไม่สามารถรักผู้หญิงคนไหนได้ ทั้งยังยอมรับสิ่งที่ตัวเองเป็น ทว่าที่คอยปิดบังนั่นเป็นเพราะเรื่องที่เคยเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อนที่เจ้าตัวไม่ยอมปริปากบอกใครนอกจากเขาและมารดา ซึ่งเป็นการเล่าด้วยน้ำตาอย่างอัดอั้นตันใจ

เมฆาเงยหน้าสบตากับเพื่อนรักเมื่อรู้สึกถูกจดจ้อง ท่าทางเป็นห่วงเป็นใยของอีกฝ่าย ทำให้เขายิ้มตอบอย่างเข้าใจ แม้จะไม่รู้ว่าชายหนุ่มอ่อนวัยกว่าที่กำลังเป็นเพื่อนเล่นของลูกชายเคยเจออะไรมา แต่สำหรับเขาในตอนนี้แล้ว...คนที่สำคัญไม่เป็นรองขนุนก็คือธีรศิลป์ที่เขายินดีเสียยิ่งกว่าอะไรที่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง และเขาก็พร้อมจะเป็นที่พึ่งให้คนตรงหน้า

“ปลาทู พี่พูดจริงๆ นะ และพี่ก็พร้อมด้วย”

ธีรศิลป์โคลงศีรษะด้วยความฉงนใจ ก่อนจะรู้สึกได้ถึงแววตาเปล่งประกายที่หวนให้นึกถึงคำชวนให้มาเป็น ‘เมียพี่’ ของคนตรงหน้า ก็ให้รู้สึกวูบวาบที่เขาไม่อยากเข้าใจมันสักเท่าไหร่

“ฝันกลางวันเหรอพี่เมฆ ผมเป็นผู้ชายนะ”

“พี่ก็เป็นผู้ชาย ยังอยากให้เรามาเป็นของพี่เลย”

“พี่เมฆพูดอะไร! นี่มันต่อหน้าขนุนเลยนะ”

“ก็พี่อยากได้ปลาทู”

“ขนุนก็อยากได้ครูปลาทู ขนุนจะเอาคนนี้...เอาคนนี้นะป๊ะป๋า”

เมื่อพ่อลูกมีความต้องการอย่างเดียว คนที่ตกที่นั่งลำบากก็คงไม่พ้นคนเสน่ห์แรงที่เป็นที่ต้องการของทั้งพ่อทั้งลูก ธีรศิลป์กะพริบตาปริบๆ รู้สึกวางตัวไม่ถูก และไม่รู้ว่าควรปั้นหน้าอย่างไร จึงรีบผุดลุกหมายจะหนีไปจากเหตุการณ์นี้ ทว่าคนเป็นป๊ะป๋ากลับไม่ยอมปล่อยง่ายๆ เมื่อเขายึดข้อมือไว้แล้วบังคับให้นั่งลงที่เดิมด้วยสายตาคมปลาบ

“มาอยู่กับพี่นะครับปลาทู”




**TBC**




ขอโทษที่มาช้าตลอดนะคะ
งานยุ่งจริงๆ แล้วก็มีปัญหาที่บ้านด้วย แต่หลังจากนี้จะพยายามเขียนบ่อยๆ อัปบ่อยๆ นะคะ
ฝากด้วยน้าาาา จุ๊บๆ

ออฟไลน์ jpjiraporn

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 63
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-1
คุ้มกับการรอค่ะ o13 o13

ออฟไลน์ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 23
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
Chapter 5
น้ำพริก..."ปลาทู"


ธีรศิลป์มองหน้าน้องชายที่ขมวดคิ้วจนมุ่นด้วยความฉงนใจ แม้เจ้าตัวจะไม่ใช่คนร่าเริงตลอดเวลา แต่การที่อีกฝ่ายทำหน้าครุ่นคิดตลอดเวลาเช่นนี้ก็ดูจะผิดสังเกตเช่นกัน

“กำลังคิดอะไรวะปลาทู” คนเป็นพี่เอ่ยถามขณะนั่งขัดสมาธิบนโซฟาข้างน้องชาย

ธีรศิลป์ถอนหายใจ ขณะกดรีโมตเปลี่ยนช่องทีวีไปเรื่อยๆ ราวกับกำลังเหม่อลอย แน่นอนว่าทั้งหมดเป็นเพราะคำพูดเพียงประโยคเดียวของผู้ชายที่ชื่อเมฆา

“ไอ้ทู! นี่ได้ยินที่พี่ถามรึเปล่าวะ”

“อืม...”

เมลิณีที่ยืนดูสองพี่น้องได้แต่ยิ้มขำ เมื่อตั้งแต่สองพ่อลูกพากันเดินทางกลับไป ธีรศิลป์ก็เอาแต่นั่งเงียบผิดวิสัยคนช่างพูดจนคนเป็นพี่ชายอย่างกรวิชญ์ต้องถามไถ่ ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ยอมตอบคำถาม หรืออธิบายใดๆ นั่นยิ่งทำให้เชฟหนุ่มต้องโวยใส่น้องชายอย่างเหลืออด

“ไอ้ทู! พี่ถามแกว่าคิดอะไร ตอบมาเลยนะโว้ย! แล้วก็ช่วยหยุดสักช่องเถอะ เปิดไปเรื่อยๆ แบบนี้มันปวดหัวนะ”

“ก็ผมไม่เข้าใจเพื่อนพี่นี่หว่า”

“ไอ้เมฆอ่ะนะ มันทำอะไรแกล่ะ”

“เขาบอกว่าให้ผมไป...” ธีรศิลป์หุบปากฉับราวกับนึกขึ้นได้ ก่อนจะเม้มปากแน่นแล้วเอ่ยถามสิ่งที่คาใจ “พี่เก๋ายังติดต่อกับไอ้พี่เมฆอยู่ตลอดหลังจากแยกย้ายกันเหรอ”

“ก็ประมาณนั้น แรกๆ ที่มันไปเรียนออสก็คุยสไกป์กับเอ็มเอสเอ็น ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นเฟสบุ๊กกับไลน์ มีอะไรถึงได้ถามเรื่องนี้”

“งั้นก็ต้องคุยกันมาเรื่อยๆ ใช่มั้ยล่ะ”

“จะถามอะไรกันแน่วะไอ้ทู”

เมลิณีขัดจังหวะด้วยการยื่นชามใส่คุกกี้ให้สองหนุ่มพี่น้องที่บทสนทนายังไม่คืบหน้าดีนัก เมื่อคนเป็นน้องเคี้ยวขนมแล้วคว้าหมอนมากอด จึงยอมถามอย่างตรงไปตรงมา

“พี่เก๋ารู้เรื่องแฟนไอ้พี่เมฆบ้างมั้ย”

“ตอนนี้ไม่มีนี่”

“แล้วเมื่อก่อนล่ะ”

“ก็มีนะ เคยเห็นสมัยมันไปเรียนที่ออสเตรเลียน่ะ เปลี่ยนสาวมาหลายคนอยู่ แต่ก็ไม่ได้ยืดอะไร คบได้แป๊บๆ ก็เลิก จะถามทำไม หรือว่ามัน...”

“ไม่มีอะไร ผมก็แค่ถามเฉยๆ”

กรวิชญ์มองหน้าน้องชายที่อ้างว่าถามเฉยๆ ดูอย่างไรก็เหมือนคนที่ยังคิดไม่ตก และหากให้คาดเดาก็คงไม่พ้นมีสาเหตุมาจากเมฆา ทว่าเขาไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอะไร และเป็นเรื่องดีร้ายแค่ไหน แต่ดูจากท่าทางของธีรศิลป์แล้ว คงทำให้เจ้าตัวลังเลและไม่พอใจอยู่ไม่น้อย

“มีอะไรก็พูดมาสิวะไอ้ทู อย่ามาทำเป็นเงียบแบบนี้นะเว้ย ที่นั่งหน้าหงิกนี่คงไม่ใช่เพราะไอ้เมฆใช่มั้ย”

“เพื่อนพี่เป็นบ้าหรือไงน่ะ อยู่ดีๆ ทำไมถึงได้ทำเหมือนจีบวะ”

“อะไรนะ!” กรวิชญ์อุทานเสียงสูง ก่อนจะไอเพื่อสำลัก “พูดจริงเหรอวะไอ้ทู”

“ก็จะให้คิดว่าไงล่ะพี่เก๋า อยู่ดีๆ มาบอกว่าให้เป็นเมียงี้ ให้มาอยู่ด้วยกันงี้ ตอนแรกก็คิดว่าพูดเล่นอยู่หรอก แต่พูดบ่อยๆ นี่มันก็ชวนคิดแล้วนะ”

“แล้วแกไม่ชอบเขาเหรอ”

“ไม่เกี่ยวว่าชอบหรือไม่ชอบ แต่เขาเป็นผู้ชายที่ชอบผู้หญิงไม่ใช่เหรอ ทูจำได้ว่าสมัยมัธยมเขาก็มีแฟนเป็นผู้หญิงนะ เคยเห็นตอนพี่ไปรับที่โรงเรียนนี่”

“แต่นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้วนะทู ความรักไม่ได้ขึ้นอยู่ที่เพศ ไม่ได้เกี่ยวกับคนในอดีต และความชอบของคนเราก็เปลี่ยนกันได้ ไอ้เมฆเองก็เอ็นดูแล้วก็คอยปกป้องแกจากคนอื่นมาตั้งแต่ไหนแต่ไรไม่ใช่หรือไง”

“แล้วถ้าเป็นแค่ความสนุกของไอ้พี่เมฆล่ะ ถ้าแค่อยากแกล้งทูเหมือนตอนเด็กๆ ล่ะ”

“ถ้าเป็นแบบนั้น พี่จะไม่ให้มันมายุ่งกับแกเด็ดขาด”

“จริงอ่ะ? พี่เก๋ารักทูขนาดนั้นเลยเหรอ แหม...พี่ชายทูนี่น่ารักเนอะ เห็นมั้ยพี่เมย์ พี่เก๋าน่ะน่ารักจะตายไป เพราะงั้นพี่เมย์ห้ามนอกใจพี่เก๋านะ รอพี่เก๋าก่อนอย่าเพิ่งเปลี่ยนใจ”

“เมย์ไม่ทิ้งพี่หรอกเว้ย แกก็พูดไม่คิด”

“ใช่ เมย์ไม่ทิ้งเก๋าหรอก แต่ถ้าเก๋าผิดสัญญา ไม่กลับมาแต่งงานกับเมย์ล่ะก็...”

“ไม่มีวันนั้นแน่นอนครับที่รัก” กรวิชญ์รีบขัดพลางยิ้มเผล่

ธีรศิลป์ส่ายหน้ากับอาการกลัวเมียของพี่ชาย แม้ทั้งคู่จะคบหากันเข้าปีที่เก้าแล้ว แต่ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเลยสักนิด ชายหนุ่มคลี่ยิ้มเมื่อเห็นทั้งคู่มีความสุข ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่นอย่างคิดไม่ตก เมื่อนึกถึงท่าทีของเมฆา ด้วยยังไม่คลายความสงสัยว่าอีกฝ่ายมีจุดประสงค์อะไร ทว่าเขาก็ไม่อยากมีความหวังจากคนที่เคยเอ็นดูเขา และเป็นผู้ชายคนแรกที่เขานึกชื่นชมและชื่นชอบสมัยเด็กๆ

......

...



เมฆามองนาฬิกาข้อมือก่อนจะยิ้มกว้างอย่างนึกดีใจที่ใกล้เวลาเลิกงานแล้ว ก่อนหน้านี้เขาต้องไปรับลูกชายตัวยุ่งแล้วเอาไปฝากให้กิ่งแก้วช่วยดูแลที่บ้าน หรือไม่ก็ให้หญิงสาวเป็นคนไปรับแทน ทว่าตอนนี้ขนุนคงอยู่กับคุณครูอนุบาลคนโปรด ทั้งยังได้กลับบ้านไปกับอีกฝ่าย

ชายหนุ่มเก็บข้าวของใส่กระเป๋าเอกสาร ก่อนจะปิดคอมพิวเตอร์แล้วออกจากห้องทำงาน ทว่ากลับถูกรั้งด้วยเสียงของเพื่อนร่วมงานในแผนก

“พี่เมฆคะ วันนี้สิ้นเดือนจะมีงานเลี้ยงแผนกกัน ไปด้วยกันนะคะ”

เมฆายืนนิ่งขณะครุ่นคิด หากเป็นก่อนหน้านี้เขาก็คงไม่ปฏิเสธ ด้วยมั่นใจว่ากิ่งแก้วจะช่วยดูแลลูกชายจนกว่าเขาจะกลับไปได้ ทว่าหลายวันมานี้...เขาไม่ยอมเสียเวลาอันมีค่าที่ควรจะใช้กับคนที่ขาดการติดต่อไปเกือบสิบปี

“ทำหน้าแบบนี้แสดงว่าไม่ไปสินะคะ สองสามวันมานี้กลับบ้านเร็วตลอดเลยนะคะ ไม่ค่อยยอมทำโอด้วย อย่าบอกนะคะว่าพี่เมฆมีแฟนแล้ว นี่หาแม่ใหม่ให้น้องขนุนได้แล้วเหรอคะ”

“ไม่ใช่หรอก ช่วงนี้พี่ฝากขนุนไว้กับน้องของเพื่อน ไม่อยากรบกวนเขานานน่ะ”

“ไม่ได้จะไปจีบเขาเหรอคะ” หญิงสาวยิ้มเย้าแหย่ ก่อนจะวางมือบนแผ่นหลังแกร่ง “อัยย์ล้อเล่นน่ะค่ะ คราวหน้าห้ามปฏิเสธแล้วนะคะ”

เมฆาเพียงยิ้มรับ ก่อนจะเดินไปกดลิฟต์ เพื่อจะได้พาตัวเองไปยังบ้านของกรวิชญ์และธีรศิลป์

ชายหนุ่มก็ไม่รู้ว่าเหตุใดจึงได้สนใจธีรศิลป์เป็นพิเศษ ไม่เพียงรู้สึกถูกใจหรือเป็นเพราะความผูกพันในวัยเด็ก เขามั่นใจว่ามีความรู้สึกอื่นที่แทรกอยู่ และความรู้สึกนั้นคือความรัก...เขารู้ตัวดี

ตั้งแต่ที่ได้เจอธีรศิลป์อีกครั้ง เขาก็รู้สึกดีใจ และยินดีจนเนื้อเต้น รับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่เขาไม่รู้จักมานาน เขายอมรับว่าเมื่อครั้นเป็นเด็กนักเรียน เขามีแฟนเป็นผู้หญิงมาหลายคน ทั้งที่เป็นฝ่ายบอกรักและถูกบอกรัก ทว่าครั้นได้ไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย เขาก็ได้พบว่าตัวเองไม่ได้จำกัดเพียงผู้หญิงเท่านั้น บางครั้งการมีความสัมพันธ์กับผู้ชายในฐานะคนรักก็มีความสุขไม่น้อย

ทว่า...ไม่เคยมีใครทำให้เขารู้สึกได้เช่นธีรศิลป์...ปลาทูของเขาเลย ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเขาก็มักจะคิดถึงเด็กชายที่อายุห่างจากเขาแปดปีเสมอมา และเขาเพิ่งรู้ตัวตอนนี้เองว่าที่การรั้งให้อยู่ในประเทศไทยต่อของอีกฝ่ายเมื่อสิบสองปีก่อนสั่นคลอนหัวใจเขา เป็นเพราะเขาคิดกับอีกฝ่ายเกินกว่าน้องชายของเพื่อนรัก

แม้เมฆาจะรับปากญาติผู้พี่ไว้แล้วว่าจะดูแลขนุนเสมือนลูกชาย จะไม่ยอมให้อีกฝ่ายลำบาก ไม่สบายใจ หรืออึดอัดเพราะคนรักใหม่ของเขาเป็นอันขาด แต่เมื่อเห็นว่าลูกชายนอกไส้และชายที่เขาสนใจเข้ากันได้เป็นอย่างดี เขาจึงไม่รอช้าที่จะเดินหน้าจีบคนที่ตนหมายตา และเสียเวลามาถึงสิบสองปีที่เขาทิ้งอีกฝ่ายไว้ที่นี่

ชายหนุ่มขับรถยุโรปผ่านประตูรั้วเหล็กดัด แล้วจอดนิ่งขณะที่ขนุนวิ่งตรงมาหาเขา ชายหนุ่มรีบลงจากรถเพื่อรับร่างอวบของอีกฝ่ายไว้ในอ้อมแขน

“ป๊ะป๋ามาแล้ว...วันนี้ลุงเก๋าบอกว่าจะทำเส้น...เอ่อ...เฟต...เอ่อ...” เด็กน้อยทำหน้าครุ่นคิดจนคนเป็นพ่อยิ้มกว้าง

“เส้นเฟตตูชินี่”

“ครับ เส้นเฟต-ตู-ชิ-นี่กับซอสครีมชีสไข่กุ้ง”

เมฆายิ้มกว้างเมื่อเด็กชายพยายามพูดชื่อประเภทเส้นพาสต้าช้าๆ เพื่อไม่ให้ผิด จากนั้นจึงปล่อยร่างของขนุนลงกับพื้น แล้วพากันเดินเข้าบ้าน

“ไอ้เมฆ! หยุดก่อน หยุดอยู่ตรงนั้นเลย”

เมฆาชะงักเท้าด้วยความตกใจ ขณะที่เด็กชายวัยสามขวบปล่อยมือบิดาแล้ววิ่งไปยังด้านใน ผ่านประตูไปยังสวนด้านหลัง ซึ่งหากให้เขาเดาคนที่อยู่ที่นั่นคงเป็นครูอนุบาลคนโปรดของลูกชายเป็นแน่

“มีอะไรวะไอ้เก๋า”

“แกกำลังจีบไอ้ทูเหรอวะ”

“ทำไมอยู่ดีๆ ก็ถามวะ”

“ไอ้ทูบอกว่าแกอยากให้มันไปอยู่ด้วย”

เมฆาหรี่ตามองเพื่อนรัก ไม่แน่ใจนักว่าอีกฝ่ายรู้สึกอย่างไรหากเขาตั้งใจจีบธีรศิลป์อย่างที่อีกฝ่ายคาดเดา ทว่าเมื่อไม่เห็นท่าทีรังเกียจใดๆ จึงเดินไปนั่งบนโซฟาเคียงกรวิชญ์

“ฉันไม่เคยบอกแก แล้วแกก็คงไม่เคยรู้ว่าฉันเป็นไบ”

“อ้อ...ฉันเพิ่งรู้จริงๆ นั่นแหละ” กรวิชญ์พยักหน้าหงึกหงัก

เมฆาเลิกคิ้วประหลาดใจเมื่อเห็นว่าเพื่อนรักรับฟังอย่างง่ายดาย ไม่ได้แสดงอาการตกใจเลยสักนิด นั่นทำให้คนที่เพิ่งประกาศตนจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยความฉงนใจ

“แกดูไม่ตกใจเลยนะ”

“ก็...ไอ้ทูเป็นเกย์ แล้วทำไมฉันต้องตกใจที่แกเป็นไบด้วยวะ แต่ถ้าเป็นอย่างที่แกพูด แกก็ได้ทั้งหญิงและชาย”

“ก็ใช่ แต่กับปลาทู ฉันจริงจังนะเว้ย”

“ไอ้เมฆ ฉันน่ะไว้ใจแกนะเว้ย แกเป็นเพื่อนฉัน แล้วก็ดีกับไอ้ทูมาตลอด คอยปกป้องจากคนอื่น แต่แกเองก็เป็นคนชอบแกล้งไอ้ทูเหมือนกัน”

“นั่นเป็นเมื่อก่อน ตอนนั้นฉันก็ยังเด็กนะเว้ย”

“ก็เลยแกล้งคนที่รักแบบงี้เหรอวะ”

“เรื่องเก่าแล้วอย่ามาพูดหน่อยเลย เอาเรื่องตอนนี้ดีกว่า ว่าแต่ที่แกมาถามฉันเรื่องปลาทูเพราะน้องเขาพูดเหรอวะ”

“ใช่ เมื่อวันเสาร์ฉันลองถามดูเพราะเห็นใจลอย ก็เลยรู้ว่าแกขอให้น้องฉันไปอยู่ด้วย ไอ้ทูมันคิดมากน่าดู ถึงมันจะเป็นเกย์ แต่ไม่ใช่จะง่ายกับทุกคน แล้วมันก็ไม่เคยคบกับใครด้วย ตอนพ่อกับแม่เลิกกัน พ่อเอาไอ้ทูไปอยู่ด้วย แต่หลังจากนั้นสามปี พ่อก็เอาผู้หญิงเข้ามาในบ้าน แม่เลี้ยงฉันมีลูกติดเป็นผู้ชายที่โตกว่าไอ้ทู แกคงพอจะเดาออกว่าไอ้ทูเจออะไรมาจากไอ้ผู้ชายเส็งเคร็งนั่น”

“มันรังแกปลาทูเหรอ”

“ทางใจมากกว่า...แต่แกอย่าถามฉันเลย ไว้วันหนึ่งไอ้ทูคงยอมเล่าให้แกฟัง ถ้ามันไว้ใจแกมากพอ ที่ฉันเล่าเพราะอยากให้แกดูแลมันให้ดีๆ ถ้าจะรักมัน ก็อย่าทิ้งขว้าง อย่าคิดว่ามันเป็นของเล่น มะรืนนี้ฉันจะไปเมืองนอกแล้ว คนที่ฉันจะไว้ใจให้ไปรับไปส่ง ให้ดูแลไอ้ทูก็คงมีแต่แก”

“ถ้าฉันไม่ได้คิดล้อเล่น หรือเห็นปลาทูเป็นของเล่น แกจะยอมให้ฉันจีบปลาทู ยอมให้ปลาทูไปอยู่กับฉันรึเปล่าวะ”

สิ้นคำถามของเมฆา พี่ชายขี้เป็นห่วงก็ขมวดคิ้วมุ่นทันที เป็นเหตุให้เพื่อนรักที่คิดว่าจะได้ยินข่าวดีอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหดหู่ ทว่าไม่วายรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ

“คุยอะไรกันน่ะพี่เก๋า พี่เมฆ”

ร่างโปร่งของคุณครูอนุบาลขัดบทสนทนาของทั้งคู่ จึงหันไปมองเจ้าตัวที่สวมเสื้อยืดพอดีตัวกับกางเกงขาสั้น ก่อนจะเห็นร่างเล็กป้อมของลูกชายที่โผล่หน้ามายืนข้างธีรศิลป์

“ลุงเก๋าคร้าบ ขนุนหิวแล้ว”

“งั้นรอแป๊บนึงนะ เดี๋ยวลุงทำเฟตตูชินี่กับซอสครีมชีสไข่กุ้งให้ แกเอาด้วยมั้ยไอ้เมฆ”

“ก็ได้ แต่จริงๆ ฉันชอบกินน้ำพริกปลาทูมากกว่า โดยเฉพาะปลาทูน่ะ แค่เห็นก็อยากกินทั้งตัวเลย”

แม้ปากจะพูดถึงอาหาร ทว่าสายตากลับจ้องไปยังร่างของคุณครูอนุบาลที่ยืนเอียงคอด้วยความสงสัย ก่อนจะรู้ตัวว่าคำพูดกำกวมของอีกฝ่ายนั้นหมายถึงใคร เป็นเหตุให้ขนลุกซู่จนต้องหลบสายตาจับจ้องแพรวพราวของเมฆา

เมฆายิ้มกริ่มก่อนจะเดินไปหาเพื่อนรักที่กำลังต้มเส้นเฟตตูชินี่ ชายหนุ่มกดมุมปากเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ขณะกระซิบกับเพื่อนรัก

“น้ำพริกปลาทูน่ะฉันก็ชอบ แต่คนชื่อปลาทูน่ะฉันโคตรชอบเลยว่ะ เพราะงั้น...แกต้องยกปลาทูให้ฉัน ก่อนที่ฉันจะเผลอกินเข้าไปเพราะควบคุมตัวเองไม่ได้”





**TBC**



มาแล้วจ้าาาา
ตามสัญญานะคะว่าจะมาอัปให้บ่อยๆ
อย่างที่บอกว่าเรื่องนี้ฟีลกู๊ด ก็จะเหม็นความรักหน่อย 5555+
ฝากด้วยน้าาาา จุ๊บๆ


ออฟไลน์ milin03

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 500
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-1
ขอบคุณค่า  :3123: :L1:

ออฟไลน์ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 23
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
Chapter 6
ทั้งรัก...ทั้งห่วง...
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


กรวิชญ์เดาะลิ้นขณะมองหน้าเพื่อนรัก ที่ยังคงมองน้องชายของเขาด้วยสายตาแพรวพราวเจ้าเล่ห์ ไม่ต่างจากหมาป่ายามเห็นลูกแกะน้อย แม้เขาจะนึกเป็นห่วงเจ้าลูกแกะตัวน้อย แต่เขาก็อดห่วงความรู้สึกของเจ้าหมาป่าตัวเขื่องตัวนี้ไม่ได้ เพราะหากได้ล่วงรู้เรื่องราวแต่หนหลัง เมฆาคงต้องพยายามอย่างหนักเพื่อให้ธีรศิลป์ก้าวข้ามผ่านความกลัวในอดีต

การเหยียดเพศเมื่อหลายปีก่อนซึ่งอยู่ในยุคที่คนส่วนใหญ่ไม่กล้าเปิดเผย ไม่เพียงจะสร้างความเสียใจ ความเจ็บปวดให้คนถูกดูถูกเท่านั้น แต่ยังสร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้เจ้าตัว ไม่ต่างจากธีรศิลป์เลยสักนิดที่ยังคงมีบาดแผลนี้ติดตัวติดใจมาจนถึงตอนนี้

จริงอยู่ที่การชอบเพศเดียวกันของธีรศิลป์ไม่ได้ทำให้เขาหรือมารดาอึดอัด ทั้งยังได้รับการยอมรับจากเพื่อนฝูงจนเจ้าตัวกลายเป็นที่นิยม ทว่ากลับคนใกล้ชิดที่ต้องใช้ชีวิตใต้ชายคาเดียวกัน แล้วถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจอยู่ทุกวัน ไม่แปลกเลยที่จะทำให้เจ้าตัวกลายเป็นคนเก็บกดและตีตัวออกห่างจากคนอื่น

“ไอ้เก๋า...เป็นไรไปวะ อยู่ดีๆ ก็เงียบไปเลย”

“ไอ้เมฆ ฉันรู้ว่าแกเอ็นดูไอ้ทู...”

“รักเว้ย ไม่ใช่แค่เอ็นดู” เมฆารีบแก้คำพูดของเพื่อนรัก

กรวิชญ์หลุดยิ้มทันที เมื่อคนแย้งทำสีหน้าจริงจัง เชฟหนุ่มหันไปมองน้องชายที่เหลือบมองมาทางนี้เป็นระยะๆ สายตาเรียวรีที่จับจ้องไปยังเพื่อนรักของเขา ทำให้ชายหนุ่มรู้ดีว่าเจ้าตัวเองก็สนใจคุณพ่อที่กำลังตามจีบ ทว่าเรื่องจะยอมรับหรือไม่...นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง

“เฮ้อ...เอาเถอะว่ะ ฉันไม่กีดกัน ไม่ห้ามแกเรื่องไอ้ทู แต่แกจำไว้อย่างนะว่าถ้าแกทำน้องฉันเจ็บ ฉันเอาคืนสิบเท่าแน่ อีกอย่าง...ถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับไอ้ทู ฉันอยากให้แกช่วยดูแลและปกป้องมัน ถึงมันจะหนีมาอยู่นี่แล้ว แต่กาญฯ กับกรุงเทพฯ ก็ใกล้กันนิดเดียว ฉันไม่แน่ใจหรอกว่าไอ้เศษสวะนั่นจะตามทำร้ายน้องฉันถึงนี่มั้ย”

เมฆามองใบหน้าเพื่อนรักที่ฉายแววโกรธขึ้งอย่างปิดไม่มิด แม้เขาจะไม่รู้รายละเอียดนัก ด้วยอีกฝ่ายไม่ต้องการเล่าเรื่องส่วนตัวของธีรศิลป์ แต่การที่คนโกรธยากแสดงออกเช่นนี้ บ่งบอกว่าสิ่งที่คนเป็นน้องเจอมานั้นไม่ใช่เรื่องที่น่าอภัย ซึ่งเป็นเหตุให้เขาต้องหันมองคนที่เคยเจอเรื่องโหดร้ายมา

“ฉันอยากให้ไอ้ทูไปอยู่กับแกนะเมฆ เพราะถ้าฉันไม่อยู่ แล้วมันรู้จนมาตามราวี สร้างปัญหาให้ไอ้ทู ฉันก็สงสารน้อง แกคิดดูว่าไอ้ทูรีบขนของออกจากบ้าน ย้ายมาอยู่นี่ทันทีที่เรียนจบ”

“แล้วตอนเรียนมหา’ลัยล่ะ อยู่หอเหรอ”

“ใช่ แต่พอวันหยุดก็ต้องกลับบ้าน มันเป็นเงื่อนไขของพ่อที่ยอมให้ไอ้ทูไปอยู่หอ”

“แล้วทำไมปลาทูไม่ไปเรียนไกลๆ ล่ะ”

“ได้ทุนตอนเรียนม.ปลายน่ะสิ เจ้าตัวไม่อยากมีปัญหากับแม่เลี้ยงด้วย เพราะว่าถ้าฉันส่งน้องเรียน พ่อก็คงไม่ยอม เหมือนไปดูถูกไงว่าไม่มีปัญญาส่งลูกเรียน จนต้องให้ฉันเป็นคนส่งเสีย ทั้งที่เป็นคนพาน้องฉันไปจากแม่จากฉัน แล้วถ้าเป็นแบบนั้น แม่เลี้ยงกับไอ้ลูกติดเวรนั่นก็ต้องมาหาเรื่องไอ้ทูว่าทำให้พ่อต้องส่งเรียน บลาๆๆๆ ถึงฉันจะออกหน้าปกป้อง แต่พอฉันกลับมา ไอ้ทูก็จะยิ่งโดนหนักขึ้น ฉันสงสารน้อง”

“แกพูดเหมือนว่าแกเคยทำมาก่อน”

“ตอนไอ้ทูเรียนม.ต้น สักสิบสามสิบสี่เป็นตอนที่ไอ้ทูมาบอกฉันว่าเป็นเกย์ แล้วพวกเพื่อนมันก็รู้ รวมถึงหมอนั่นด้วย มันเริ่มล้อ เริ่มแกล้งไอ้ทู พอฉันไปว่ามัน ออกโรงปกป้องไอ้ทู มันก็ยอมหยุด แต่แค่ต่อหน้าฉันกับพ่อเท่านั้น พอลับหลังมันก็ไปทั้งแกล้งทั้งรังแกไอ้ทู ฉันก็เลยรู้ว่าฉันไม่สามารถปกป้องไอ้ทูได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เพราะฉันไม่ได้อยู่กับมัน ฉันจึงได้แต่มองดูมันถูกแกล้งถูกรังแก คราวนี้แกเข้าใจแล้วใช่มั้ยว่าทำไมฉันถึงห่วงมันมาก”

“ฉันก็อยากให้ปลาทูไปอยู่ด้วย ถึงจะคนละจุดประสงค์กับแกก็เถอะ”

“แต่ก็อีกนั่นแหละ ฉันไม่อยากบังคับน้อง เพราะงั้น...ถ้าแกบังคับมันได้ ฉันก็ไม่ขัด แต่ถ้ามันไม่ยอมไปอยู่กับแกจริงๆ แกก็ต้องยอมรับการตัดสินใจของไอ้ทู และรับปากกับฉันนะว่าจะช่วยดูแลมัน แม้ว่ามันจะไม่ยอมเป็นแฟนแก หรือแม้ว่ามันจะคบกับคนอื่น แกก็ต้องปกป้องมัน แกรับปากกับฉันได้มั้ย”

เมฆาหันมองไปยังคุณครูอนุบาลที่ยังคงเล่นกับขนุนอยู่ที่เดิม เขายอมรับว่าหากธีรศิลป์ปฏิเสธ คงไม่ง่ายที่เขาจะทำตัวเป็นปกติ จะรักจะเอ็นดูในฐานะน้องชายเช่นอดีต หากทว่าเขาคงไม่มีวันยอมปล่อยมือจากอีกฝ่ายได้ และคงไม่ยอมให้เจ้าตัวปฏิเสธได้ง่ายๆ เขาเชื่อว่าจะทำให้ธีรศิลป์รักตอบได้ ในเมื่อเขามีกามเทพตัวแสบอย่างขนุนอยู่ทั้งคน

กรวิชญ์มองดวงตาแพรวพราวเจ้าเล่ห์ และริมฝีปากที่กดลงจนเป็นรอยยิ้มของเมฆา เป็นเหตุให้เชฟหนุ่มส่ายศีรษะ ด้วยรู้จักนิสัยของเพื่อนรักดีเกินกว่าจะเข้าใจไปในทางอื่น

“ฉันเกลียดรอยยิ้มแกว่ะไอ้เมฆ นี่แกไม่คิดจะปล่อยน้องฉันไปง่ายๆ ใช่มั้ย”

“มันก็แน่อยู่แล้ว ฉันเอาจริงนะเว้ย”

“นายเพิ่งกลับมาเจอน้องฉันไม่กี่วันเองนะ”

“แต่ฉันคิดถึงปลาทูมาตลอด ตอนเจอครั้งแรก...แค่ได้รู้ว่าเป็นปลาทู ฉันก็ดีใจจนเนื้อเต้น แล้วคิดว่าฉันจะปล่อยไปง่ายๆ เหรอไง”

“โอเค ฉันรู้จุดประสงค์กับความต้องการแกแล้ว ขอบใจนายมากนะเว้ยเมฆ”

“ไม่ต้องขอบใจฉันหรอก ฉันอาจจะเผลอทำร้ายปลาทูเพื่อให้มาอยู่กับฉัน หรือเป็นของฉันก็ได้ แต่ฉันรับปากว่าจะไม่ยอมให้ไอ้เวรตัวไหนมารังแกหรือทำร้ายปลาทูอีก”

“ไอ้ประโยคหลังฟังดูดีอยู่หรอกถ้าไม่มีไอ้ประโยคก่อนหน้านั้นน่ะ”

เมฆาหัวเราะร่าทันที กรวิชญ์ส่ายศีรษะ เพราะรู้จักอีกฝ่ายดีนั่นแหละ จึงได้มั่นใจว่าธีรศิลป์จะปลอดภัยเมื่ออยู่กับเมฆา ทั้งยังแน่ใจว่า แม้อีกฝ่ายจะเจ้าเล่ห์ จะร้ายกาจ และช่างแกล้งแค่ไหน ก็ไม่มีทางทำร้ายน้องชายของเขาได้จริงอย่างที่พูดเป็นแน่

“แกไปนั่งกับไอ้ทูเถอะไป ฉันจะได้รีบทำมื้อเย็นให้ลูกกับว่าที่เมียแกซะที ป่านนี้คงหิวจนไส้กิ่วหมดแล้ว”

“ขอบใจนะไอ้เก๋า” เมฆาเอ่ยพลางฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะพาตัวเองไปร่วมวงกับลูกชายและธีรศิลป์

เชฟหนุ่มหันมองเพื่อนรักที่วางมือบนศีรษะเล็กของบุตรชาย ก่อนจะเกลี่ยเส้นผมเส้นเล็กสีน้ำตาลอ่อนของธีรศิลป์ออกจากหน้าผากที่ชื้นเหงื่อ ซึ่งเพียงได้เห็นความใส่ใจเช่นนั้น เขาก็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ

....


ธีรศิลป์ลากรองเท้าแตะเดินตามคนตัวสูงไปยังรถของอีกฝ่าย เพื่อส่งเพื่อนรักของพี่ชายกลับบ้าน เขาเปิดประตูด้านหลังให้คนที่กำลังอุ้มร่างป้อมซึ่งกำลังหลับสบาย

เมฆาวางร่างลูกชายบนคาร์ซีทแล้วคาดเข็มขัดนิรภัยเสร็จสรรพ ก่อนจะหันมาหาคนตัวเล็กกว่าที่ยังคงยืนกอดอกรอให้เขาออกจากบ้าน เพื่อปิดประตูรั้วและล็อกบ้าน

“ขอบใจปลาทูมากนะ ที่ช่วยดูแลขนุนหลังโรงเรียนเลิก แล้วยังอยู่เป็นเพื่อนเล่นอีก”

“ไม่เป็นไรครับ ยังไงเราก็รู้จักกัน ขนุนก็เหมือนเป็นหลานผม แค่ช่วยดูให้ไม่กี่ชั่วโมง แล้วขนุนก็เลี้ยงง่าย ดูสิ...กินอิ่มแล้วก็นอน ตอนอยู่ที่โรงเรียนก็เป็นแบบนี้ อิ่มแล้วหลับ ตื่นก็เล่น ไม่ได้ดูแลยากซะหน่อย เอ่อ...กลับไปก็อย่าลืมให้ขนุนแปรงฟันด้วยนะครับ ผมอาบน้ำให้แล้วเมื่อเย็น”

เมฆายิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ ชายหนุ่มปิดประตูด้านหลัง ก่อนจะขยับเข้าหาคนตัวเล็กกว่า เป็นเหตุให้ธีรศิลป์เอียงศีรษะด้วยความสงสัย

“เป็นห่วงขนาดนี้ สนใจมาดูแลขนุนมั้ย เวลาขนุนซนหรือพี่ไม่ว่าง ปลาทูจะได้มาช่วยเลี้ยงลูกพี่”

ธีรศิลป์ชะงักเล็กน้อย แกล้งจะทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ไม่รู้นัยความหมายของอีกฝ่าย แล้วทำหน้าซื่อตาใสเอ่ยเสียงเรียบ

“พี่เมฆก็สมัครพี่เลี้ยงสิครับ ผมเป็นครูอนุบาลไม่ใช่พี่เลี้ยง”

“พี่ไม่อยากได้คนอื่น แต่อยากได้คนนี้”

คนตัวเล็กกว่าถึงขั้นไปไม่เป็น เมื่อเจอคำพูดจู่โจมตรงไปตรงมา ก่อนจะรีบหาทางออกให้พ้นตัว

“พี่เมฆมีพี่เลี้ยงอยู่แล้วนี่ ผมจำได้ว่าเคยเห็นเมื่อวันนั้น”

“กิ่งน่ะเหรอ? เขาเป็นแม่บ้านไปกลับ คอยดูแลบ้านให้พี่มาตั้งแต่สมัยอยู่กรุงเทพฯ พี่เอ็นดูก็เลยให้มาทำงานด้วย แต่ก็เช่าบ้านให้เขาอยู่ต่างหาก”

“แล้วทำไมไม่ให้เขาอยู่ด้วยล่ะครับ จะได้ช่วยดูแลขนุนตอนที่พี่ไม่ว่าง”

เมฆาได้แต่นึกขำในใจกับการหาทางออกของอีกฝ่าย เขาจึงขยับเข้าหาอีกก้าว เป็นเหตุให้ธีรศิลป์ถอยหลังหนึ่งก้าว ทว่าคนตัวสูงกว่ากลับดึงให้เข้ามาอยู่ใกล้เสียจนทำได้เพียงยืนนิ่งตัวแข็งทื่อ

“ไม่ต้องใกล้ขนาดนี้ก็ได้พี่เมฆ ถอยไปห่างๆ เลย”

“อย่าแกล้งทำเป็นไม่รู้ว่าพี่ต้องการอะไร นี่พี่จริงจังกับปลาทูมากนะ”

“จีบเก่งตายล่ะ” ธีรศิลป์ทำปากยื่นใส่

“พี่ไม่ได้เก่งแค่จีบ อย่างอื่นก็เก่ง ปลาทูอยากลองมั้ยล่ะ พี่จะได้พากลับไปด้วยกัน”

ธีรศิลป์ถลึงตากลับเมื่ออีกฝ่ายแกล้งพูดจาทะลึ่ง ทั้งแววตายังเจ้าเล่ห์และหื่นกามอย่างไม่คิดปิดบัง คนปากเก่งจึงปิดปากเงียบอีกหน ด้วยกลัวว่าพูดอะไรก็จะเป็นโอกาสให้อีกฝ่ายแทะโลม

“กลับไปได้แล้วไอ้พี่เมฆ ผมจะได้ปิดบ้านซะที”

“พี่อยากให้ปลาทูไปอยู่ด้วยจริงๆ นะ ไม่ใช่เพราะเรื่องขนุน แต่เป็นเพราะพี่เป็นห่วง”

“ห่วงอะไร?”

“พี่คุยกับไอ้เก๋าแล้ว มันยินดีถ้าปลาทูจะไปอยู่กับพี่ แต่มันจะไม่บังคับปลาทู เพราะงั้นพี่จะเป็นคนบังคับ”

“เก่งเนอะ คิดจะบังคับให้คนอื่นไปอยู่ด้วย แล้วก็อ้างว่าเป็นห่วง ถามผมมั้ยว่าอยากไปอยู่ด้วยรึเปล่า ผมว่าพี่เมฆเอาเวลามายุ่งเรื่องผม ไปยุ่งเรื่องแม่ของขนุนดีมั้ย เขาจะได้ช่วยพี่เลี้ยงลูกของพี่”

“ลูกของพี่ก็เหมือนลูกของปลาทู”

“ไม่เหมือนดิ ผมไม่ได้เป็นคนคลอดเขามานี่”

“พี่ก็ไม่ได้เป็นคนทำให้เกิด พี่ไม่ใช่พ่อของขนุน พี่เคยบอกแล้วว่าพี่ไม่เคยแต่งงาน”

ธีรศิลป์ขมวดคิ้วฉับ ไม่เข้าใจนักว่าหากเขาไม่ใช่พ่อของขนุน แล้วเหตุใดจึงรับขนุนเป็นลูก และเลี้ยงดูเด็กน้อยเป็นอย่างดีขนาดนี้ หากไม่ใช่เพราะรักมารดาของเด็กชายแล้ว จะมีเหตุผลอื่นอีกได้อย่างไร

“ไว้พี่จะเล่าให้ฟัง รับรองว่าพี่กับแม่ของขนุนไม่เกี่ยวข้องอะไรกันเลย ที่เกี่ยวข้องกับพี่มีแค่ขนุนเท่านั้น ที่พี่รับขนุนมาเลี้ยงเพราะพ่อของขนุน ไม่ใช่เพราะแม่”

“ปลาทูไม่ได้อยากรู้ซะหน่อย จะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวก็ไม่เห็นว่าปลาทูต้องรับรู้”

“ต้องรับรู้สิ พี่อยากให้ปลาทูมาเป็นผู้ปกครองของขนุนร่วมกับพี่นะ”

“ใครจะไปอยาก เชิญอยากไปคนเดียวเถอะ”

“ทำไมดื้อแบบนี้นะปลาทู ไม่ฟังพี่บ้างเลยว่าพี่รักปลาทู”

“แต่ปลาทูไม่ได้รักพี่เมฆ เลิกยัดเยียดให้ซะที”

“ไม่รักหรือว่ากลัวจะรักกันแน่น่ะปลาทู เอาเถอะ...จะรักหรือไม่รักพี่จะหาคำตอบเอง แต่วันมะรืนไอ้เก๋าจะไปเมืองนอกแล้ว เพราะงั้นพี่จะพาปลาทูไปอยู่ด้วย อยู่คนเดียวไม่ปลอดภัย พี่เป็นห่วง”

“ห่วงอะไรเล่า ผมเป็นผู้ชายเหมือนกันนะ”

“รักหรอกจึงห่วง พี่ไม่ห่วง ถ้าพี่ไม่รัก จำไว้ด้วยนะ ว่าพี่ทั้งรักทั้งห่วงปลาทูคนดีคนนี้มากที่สุด”

พูดจบเมฆาก็ฉวยโอกาสหอมแก้มขาวที่ยังยืนอึ้ง ก่อนจะหายผลุบเข้าไปในรถ ธีรศิลป์ถูแก้มของตัวเองจนแดงโดยไม่รู้ตัว เป็นเหตุให้คนมองได้แต่ยิ้มขำ นึกอยากหอมแก้มแดงๆ นั่นอีกสักฟอด ทว่าทำได้เพียงลดกระจกลงมา

“อย่าถูเยอะ แก้มแดงแบบนั้น พรุ่งนี้ไปโรงเรียนเด็กๆ จะถามเอาได้ว่าครูปลาทูไปโดนอะไรมา แล้วจะตอบเด็กยังไง หรือจะตอบว่าเพราะโดนพ่อของขนุนหอมแก้มมา”

“ไอ้พี่เมฆ!”

“นอนหลับฝันดีนะครับปลาทู”

ธีรศิลป์ได้แต่ฮึดฮัดเมื่ออีกฝ่ายส่งจูบก่อนจะแล่นรถออกไป ครูหนุ่มปิดประตูรั้วบ้านแล้วจึงเดินเข้าบ้าน ชายหนุ่มหยุดเท้าเมื่อเห็นพี่ชายยืนกอดอกอยู่หน้าประตูบ้าน

“ผมล็อกรั้วบ้านแล้ว ไม่ต้องมายืนคุมหรอก”

“เปล่า ฉันไม่ได้มายืนคุม แค่มาดูแกกับไอ้เมฆสวีตกัน”

“สวีต? นี่พี่เอาตาที่ไหนดูว่าผมกับไอ้พี่เมฆสวีตกัน ดูยังไงก็ไม่เหมือน”

“ไอ้เมฆไม่ดีตรงไหน แกถึงปฏิเสธมัน”

“ไม่ใช่ว่าดีหรือไม่ดี ผมก็แค่คิดกับพี่เมฆแบบพี่ชาย ไม่ใช่แบบ...”

“อย่ามาโม้หน่อยเลยไอ้ทู ถ้าแกคิดแบบนั้นจะมานั่งกังวลทำหอกอะไร ว่าไอ้เมฆจริงจังกับแกมั้ย แต่วันนี้ฉันคุยกับมันแล้ว มันเป็นไบ และรักแกจริงๆ ส่วนขนุนน่ะเป็นลูกไอ้พี่ดิน ญาติของมัน แกคงไม่รู้จักหรอก แต่ฉันรู้จักมาตั้งแต่เด็กๆ เห็นว่าพี่ดินตายไปตั้งแต่ไอ้ขนุนยังแบเบาะ ไอ้เมฆเลยช่วยดูให้ จนกระทั่งแม่ของเด็กจะแต่งงานใหม่ แล้วผัวใหม่ไม่อยากเอาลูกติดไปด้วย ไอ้เมฆเลยเอามาเลี้ยงดูเอง รับมาเป็นบุตรบุญธรรม”

“ผมไม่ได้อยากรู้ แล้วผมก็ไม่คิดจะไปอยู่กับไอ้พี่เมฆด้วย พี่เก๋าไม่ต้องมาบิ้วท์เลย อย่ามาไซโคซะให้ยาก”

“แต่ฉันอยากให้แกไปอยู่กับไอ้เมฆ ฉันไม่ไว้ใจถ้าแกอยู่คนเดียว”

“ผมไม่เผาบ้านแม่หรอกน่า”

“ไม่ใช่เรื่องนั้น ฉันเป็นห่วงแกเรื่องไอ้พี!”

เพียงได้ยินชื่อ คนที่กำลังจะก้าวเข้าห้องก็ต้องชะงักเท้า แม้เขาจะไม่ได้เจ็บปวดอีกแล้ว แต่ความกลัวก็ยังคงมีอยู่ ใช่ว่าเขาจะยึดติดกับสิ่งเลวร้ายในอดีต ทว่าเพราะนิสัยของเจ้าของชื่อต่างหากที่ทำให้เขาต้องวิ่งหนีครั้งแล้วครั้งเล่า

ธีรศิลป์ไม่อยากมีปัญหาจึงตัดสินใจขอบิดากลับมาทำงานที่บ้านเกิด มาอยู่บ้านหลังเดิมที่เขาเคยอยู่ในช่วงวัยเด็ก ไม่เพียงที่นี่จะมีความสุข แต่ยังมีความทรงจำมากมาย และเขาไม่คิดจะหนีไปจากที่นี่ ทว่าก็จริงอย่างที่กรวิชญ์เป็นห่วง นิสัยของพีระไม่มีทางยอมให้เขามีความสุขและอยู่อย่างสงบได้ หากเขาไม่คิดหาวิธีรับมือ เขาคงต้องหนีไปทั้งชีวิต

“แกบอกพี่ว่าแกจะไม่หนีไปจากที่นี่ แกโตพอจะรับมือกับมันแล้ว แต่แกจะกล้าปะทะกับมันจริงๆ เหรอ ทั้งที่ตลอดมาแกเอาแต่หลบ เอาแต่หนี ไม่เคยสักครั้งที่จะสู้กับมัน ไม่แม้แต่จะบอกความจริงกับพ่อ แล้วแกคิดว่าพี่จะเชื่อจะไว้ใจให้แกเผชิญหน้ากับมันลำพังหรือไง พี่คิดว่าทางเลือกที่ดีที่สุดก็คือ...”

“ผมอยากลองดู” ธีรศิลป์เอ่ยพลางหันมามองหน้าพี่ชายตรงๆ “ผมไม่รู้ว่าผมจะทำได้มั้ย จะกล้าเผชิญหน้ารึเปล่า แต่ผมอยากก้าวไปข้างหน้า อยากข้ามมันไปให้ได้ ผมจะลองพยายามดู พี่เก๋าให้โอกาสผมได้มั้ย”

“งั้นแกรับปากกับพี่ ว่าถ้าเกิดอะไรขึ้น แกจะต้องไปอยู่กับไอ้เมฆ คนที่พี่จะไว้ใจให้ดูแลแก ปกป้องแก ที่นี่มีแค่ไอ้เมฆเท่านั้น รับปากกับพี่ว่าถ้าแกไม่ไหว แกต้องพึ่งไอ้เมฆ”

ธีรศิลป์เม้มปากแน่น แม้เขาจะไม่ต้องการพึ่งพิงเมฆา แต่คนที่น่าไว้ใจและเชื่อถือได้ก็มีแค่เพียงเพื่อนรักของพี่ชายเท่านั้น

‘รักหรอกจึงห่วง พี่ไม่ห่วง ถ้าพี่ไม่รัก จำไว้ด้วยนะ ว่าพี่ทั้งรักทั้งห่วงปลาทูคนดีคนนี้มากที่สุด’

คำพูดของเมฆาที่ติดอยู่ในหู เป็นเหตุให้ธีรศิลป์กัดริมฝีปากเบาๆ เพราะเชื่อเหลือเกินว่าหากอีกฝ่ายยังคงรุกอยู่เช่นนี้ เขาคงยอมใจอ่อนอย่างง่ายดาย แม้จะทำตัวปากเก่ง ไม่สนใจอะไร ทว่าเพราะความผูกพัน ความเชื่อใจที่มีต่อเมฆาเป็นทุนเดิม ไม่ยากเลยที่จะหลวมตัวตกหลุมรัก

“ไอ้ทูเอ๊ย...แกน่ะเตรียมตัวเตรียมใจเป็นของไอ้เมฆเหอะว่ะ มันออกตัวขนาดนี้ ไม่รอดมือมันหรอก”

“พี่เก๋า!” ธีรศิลป์แหวทันที “เมื่อกี้พี่ยังเป็นห่วงผมอยู่เลยนะ”

“ก็หน้าแกมันออกเวลาพูดถึงไอ้เมฆนี่หว่า ทำเป็นเล่นตัวไปเถอะ โดนไอ้หมาป่าเมฆจับปล้ำแล้วพี่จะหัวเราะให้ฟันร่วง”

“พี่ก็ให้ผมได้เล่นตัวบ้างได้มั้ย ใช่ว่าจะมีคนมาตามตื๊อตามจีบบ่อยๆ แล้วก็นะ...ผมก็กลัวเป็นเหมือนกัน ถึงพี่เมฆจะโอเคกับผู้ชาย แต่ก็โอเคกับผู้หญิงด้วยนี่ แถมยังฮอตขนาดนั้น ถ้าผมยอมง่ายๆ พี่เมฆก็เห็นเป็นของตายพอดี”

“ฉันสรุปเลยละกัน ที่แท้ก็กลัวว่าจะรักเขามากกว่าเขารักแก แล้วทำเป็นปากเก่งว่าไม่อยากรู้เรื่องเขาเอย ไม่ชอบเขาเอย ไม่อยากไปอยู่กับเขาเอย”

ธีรศิลป์แกล้งถลึงตาใส่พี่ชาย ก่อนจะเดินเข้าห้องนอน มือขาวทาบกับแก้มที่ถูกขโมยหอมไปเมื่อครู่ แม้จะทำปากเก่ง ทำเป็นไม่สนใจหัวใจดวงน้อยที่กำลังสั่นไหว ทว่าเขารู้ความจริงนั่นดีว่าตัวเองกำลังหวั่นไหวมากเพียงใด



**TBC**



มาอัปพี่เมฆกะปลาทูแล้ววววว
เริ่มเห็นปม เริ่มเห็นแววดราม่าใช่มั้ยคะ
ไม่ต้องกลัวน้าาา
อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่แรกว่าเป็นแนวฟีลกู๊ด
ดราม่าไม่เยอะอย่างที่คิด
เอาเป็นว่าเรื่องนี้คงคอนเซ็ปต์ฟีลกูดี เหม็นความรักตั้งแต่ต้นจนจบแน่นอน

....แล้วพบกันตอนหน้า ไม่เกินสิ้นเดือน
ปล. เรื่องนี้จะพยายามปั่นให้จบก่อนสิ้นปี 2562 ค่ะ 5555+

สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังค่า...

ออฟไลน์ noy

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1231
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +188/-9
รอติดตาม​ตอน​ต่อไป​นะ​คะ​ :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6562
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
ปลาทูเสร็จพ่อลูกคู่นี้แน่ๆ อิอิ

ออฟไลน์ Keane

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 251
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-0
 o13 :pig4:

ออฟไลน์ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 23
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
Chapter 7
พี่ขอสัญญา
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


กรวิชญ์วางมือบนศีรษะน้องชายด้วยความเป็นห่วง เขาต้องเดินทางไปกรุงเทพฯ และเดินทางต่อไปต่างประเทศในวันนี้ หากเป็นก่อนหน้านี้ เขาคงนึกเป็นห่ง แต่เมื่อเห็นผู้ชายอีกคนที่มาพร้อมลูกชาย เขายอมรับว่าหมดห่วง ทว่าคนที่เขาหมดห่วงกลับทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกราวกับถูกบังคับให้กลืนยาขม

 “เป็นอะไรน่ะไอ้ทู ดูทำหน้าเข้าดิ” คนเป็นพี่เอ่ยถามน้องชายด้วยแววตาขำขัน

“เปล้า…ไม่มีอะไรสักหน่อย” คนตอบกลอกตาพลางไหวไหล่

“งอนที่พี่มาเหรอ” เมฆากระซิบถามเย้าแหย่

ธีรศิลป์ตวัดหางตามองคนถามด้วยความไม่พอใจ ทว่าคนถามกลับฉีกยิ้มกว้างอย่างไม่รู้สึกรู้สา ไม่สนใจสักนิดว่าตนกำลังทำให้คนตัวเล็กกว่าหงุดหงิดจนควันออกหู

“เลิกแกล้งน้องกูได้แล้วไอ้เมฆ แบบนี้จะเชื่อใจฝากไอ้ทูได้มั้ยวะ”

“ได้สิวะ นี่กูเต็มใจมากกก...” เมฆาลากเสียงยาว

“ใช่ครับลุงปลาเก๋า ป๊ะป๋ากับขนุนเต็มใจมาก ก.ไก่ล้านตัวเลย” ขนุนบอกพร้อมทำท่าประกอบ

กรวิชญ์หัวเราะ ก่อนจะยีเส้นผมเด็กชาย “ดีๆ งั้นลุงฝากครูปลาทูกับขนุนด้วยนะครับ”

“ครับผ้ม!” ขนุนตะเบ๊ะรับคำ

“ทูจะไม่ไปส่งพี่ที่สุวรรณภูมิจริงเหรอ” กรวิชญ์เอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล

“ไม่เอาอ่ะ ทูบอกไปหลายรอบแล้วนะ ทูเป็นครูแล้วนะพี่เก๋า ไม่มีเวลาว่างหรอก”

“ไม่เห็นเป็นไรเลย ปลาทูไปส่งพี่ชายนะ จะมีใครตำหนิล่ะ ถ้ายังไงให้พี่ไปเป็นเพื่อนมั้ย”

“เงียบไปเลยพี่เมฆ นี่มันเรื่องของพี่น้องเขา พี่เป็นคนนอกไม่เกี่ยวอะไรด้วย อย่ายุ่งจะดีกว่า”

กรวิชญ์ส่ายหน้าน้อยๆ เขารู้ดีว่าที่อีกฝ่ายหงุดหงิดและยืนกรานท่าเดียวโดยไม่คิดฟังอะไรเป็นเพราะอะไร เชฟหนุ่มสบตาเพื่อนรักที่จับจ้องครูปฐมวัยอย่างไม่วางตา จึงอดไม่ได้ที่จะนึกสงสารเมฆาและเป็นห่วงน้องชายในคราเดียวกัน จึงตั้้งใจจะพูดเรื่องนี้ให้ร่างสูงได้ยินด้วย

“ไอ้ทูเอ้ย...พี่ไปหาพ่อ แกไม่เห็นจะต้องกลัวไอ้...”

คำพูดของกรวิชญ์หยุดกึกเมื่อคนเป็นน้องตะครุบปิดปากพี่ชาย ก่อนจะลากตัวอีกฝ่ายไปอีกทาง ทิ้งสองพ่อลูกให้ยืนงง จึงตกเป็นหน้าที่ของเมลิณีที่ทำหน้าที่ดึงความสนใจของเด็กน้อย ขณะที่เมฆาได้แต่มองสองพี่น้องสนทนากัน และสังเกตใบหน้าหงุดหงิดของธีรศิลป์

“ไอ้พี่เก๋า! จะพูดอะไรตรงนั้นน่ะ ถ้ามีแค่พี่เมย์ทูจะไม่ว่าเลย แต่นั่นมีไอ้พี่เมฆอยู่ด้วยนะเว้ย”

“จะหงุดหงิดไปทำไมวะไอ้ทู” คนเป็นพี่ผลักศีรษะน้องชายที่กำลังหัวร้อน

“พี่เก๋าคิดจะประกาศเรื่องพ่อกับมันให้พี่เมฆรู้หรือไง”

“มันรักแกนี่ เรื่องนี้มันควรรู้ ถ้ามันรักแกก็ต้องปกป้องแก แล้วต้องปกป้องให้ดีกว่าพี่”

“พูดบ้าอะไรวะพี่เก๋า ไปเชื่ออะไรคำพูดของคนบ้าอย่างไอ้พี่เมฆ”

“พี่เป็นเพื่ิอนไอ้เมฆมาหลายปี ทำไมจะไม่รู้สันดานมัน มันไม่โกหกพี่หรอก”

“เงียบไปเลยไอ้พี่เก๋า! ไม่มีทางที่ทูจะเชื่อพี่เมฆหรอก ทูไม่ใช่เด็กๆ ที่จะเชื่ออะไรง่ายๆ แล้วนะ” ธีรศิลป์ขบกรามแน่น

“ปลาทู...พี่รู้ว่าแกเสียใจที่ไม่มีใครปกป้องแก โดยเฉพาะพ่อ แต่ไอ้เมฆไม่ได้เหมือนพ่อเรานะ แล้วจะเอาเรื่องสมัยพระเจ้าเหามาโกรธมันไม่ได้ ตอนนั้นมันก็เป็นเด็ก ทำตามผู้ใหญ่เหมือนกัน แล้วแกก็พูดเองว่าแค่ขอเล่นตัว แต่นี่ยังไม่หายโกรธมันชัดๆ มีอะไรไม่ชอบใจก็พูดไปตรงๆ ดีมั้ย ถ้าไอ้เมฆมันรักแก ไม่ว่าแกจะเป็นยังไงมันก็รัก” กรวิชญ์วางมือบนศีรษะของน้องชาย

“พี่เก๋า...” ธีรศิลป์เรียกชื่อพี่ชายก่อนจะเงยหน้ามองคนตัวสูงกว่า

กรวิชญ์คลี่ยิ้มเมื่อเห็นใบหน้าเศร้าสร้อยของน้องชาย เขารู้ว่าลึกๆ แล้วไอ้ปลาทูของเขาก็กลัวและเป็นกังวลที่เขาต้องไปทำงานที่อื่น ต้องทิ้งมันไว้คนเดียว เขาก็นึกเป็นห่วงเป็นกังวล แต่เมื่อมีเมฆามาอยู่เคียงข้างเช่นนี้ เขาก็พอจะเบาใจได้บ้าง

“อย่าทำหน้าแบบนั้น พี่ไปแค่สองสามปีเอง แป๊บๆ พี่ก็กลับมาแล้ว ยังไงพี่ก็กลับมาอยู่แล้ว ดีไม่ดีอาจกลับมาก่อนก็ได้” กรวิชญ์มองหน้าน้องชาย ก่อนจะหันไปมองคนรัก “พี่มีสัญญากับเมย์ด้วยนะ ไม่ใช่แค่กับเรา”

ธีรศิลป์แกล้งเบ้ปากมองบน ด้วยรู้ดีว่าพี่ชายของตนไม่มีวันทอดทิ้งคนรักที่คบหากันมาหลายปีได้อย่างแน่นอน ทว่ามันคนละเรื่องกันกับเรื่องที่คิดจะเปิดเผยความลับของเขาต่อหน้าเมฆา

“ไอ้ทูเอ๊ย! แกคิดว่าไอ้เมฆมันโง่หรือไง มันเห็นท่าทางแกดื้อเพ่งไม่ไปเจอพ่อขนาดนั้น มันก็เดาได้ว่าต้องมีเรื่อง แล้วทำไมไม่เล่ามันไปตรงๆ วะ ยังไงไอ้เมฆก็เอ็นดูแกมาตั้งแต่เด็กๆ พี่จะได้วางใจด้วยว่าระหว่างที่พี่ไปทำงานที่โน่นจะมีคนดูแลแก”

“พี่เก๋าเพ้อเจ้ออะไรน่ะ นี่มันผ่านมากี่ปีแล้ว อีกอย่าง...ผมก็ไม่รู้ว่าไอ้พี่เมฆจะจริงจังแค่ไหน ถ้าผมแน่ใจเมื่อไหร่ ผมจะยอมเปิดใจ เปิดแม่งทุกอย่างให้เลย”

“อย่าช้านักนะเว้ย เพราะพี่เห็นทั้งพ่อทั้งลูกน่ะอยากได้แกไปร่วมชายคาจนแทบจะอุ้มกลับอยู่รอมร่อแล้ว”

ธีรศิลป์ย่นคอทันที ก่อนจะหันไปมองตามสายตาของพี่ชาย สายตาสองคู่ที่จับจ้องมาให้ความรู้สึกเป็นห่วงเป็นใยและต้องการเขาจริงๆ แม้จะเป็นความต้องการที่ต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เขาแน่ใจได้ว่าทั้งคู่มีเหมือนกัน นั่นคือทั้งคู่อยากให้เขามีความสุข อยากให้เขาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต เพียงแต่ติดอยู่ที่ตัวเขานี่ล่ะที่จะเปิดใจและเชื่อใจใครได้ยากกว่าในอดีต

“อย่าทำเป็นเล่นไปหน่อยเลยไอ้ทู ภายนอกแกจะทำตัวร่าเริงสดใสแค่ไหน แต่แกรู้ตัวเองดีว่าเก็บความรู้สึกอะไรไว้”

“ผมรู้น่า ไม่ต้องย้ำ” ธีรศิลป์แกล้งมุ่ยหน้าใส่พี่ชาย “ได้เวลาออกเดินทางแล้ว ไปเหอะพี่เก๋า”

กรวิชญ์เดินนำน้องชาย ทว่าไม่วายย้ำถามอีกครั้ง

“ตกลงว่าจะไม่ไปเจอพ่อกับพี่จริงดิ พ่อบอกจะไปส่งพี่ที่สนามบิน สองคนนั้นคงไม่มาด้วยหรอก”

“ไม่เอาล่ะ ผมตัดสินใจเรื่องนี้ไปแล้วนะพี่เก๋า ในเมื่อผมอยากเดินออกมาก็ไม่ควรหันหลังกลับไป”

“ถึงยังไงนั่นก็เป็นพ่อนะ เขารักแกถึงได้อยากพาแกไปอยู่ด้วย”

“แต่ผมยินดีอยู่กับแม่มากกว่าอยู่กับพ่อซะอีก ผมไม่ได้อยากไปอยู่กับพ่อ กับผู้หญิงคนนั้นและลูกของเธอสักนิด”

กรวิชญ์ถอนหายใจ ก่อนจะวางมือบนศีรษะน้องชาย มองหน้าอีกฝ่ายด้วยความเป็นห่วง จึงมองไหล่อีกฝ่ายไปสบตากับเพื่อนรักที่พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

“ไปได้แล้วไอ้เก๋า ทางนี้ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันยินดีรับฝากให้”

“ขอบใจเว้ยไอ้เมฆ พี่ไปล่ะนะปลาทู มีอะไรก็ไลน์มาเล่าพี่ได้เลย แต่ถ้ามีเหตุฉุกเฉินจริงๆ ให้โทร. หาไอ้เมฆนะ”

“รู้แล้วน่า รีบไปได้แล้ว พี่เมย์ยืนรอจนเมื่อยแล้วนั่น”

“ไล่จริงโว้ย พี่ไปก็ได้ ไปกันเถอะเมย์”

ธีรศิลป์ยืนรอจนเห็นเพียงไฟท้ายรถของเมลิณี จึงหมุนกายกลับเข้าบ้าน ก่อนจะต้องชะงักเท้าเมื่อสองพ่อลูกเดินตามเข้าในบ้านติดๆ

“ยังไม่กลับอีกเหรอพี่เมฆ”

“ไม่กลับครับ วันนี้พี่จะอยู่เป็นเพื่อนปลาทู ไอ้เก๋าเพิ่งไป ปลาทูคงจะเหงา”

“ผมไม่เคยพูดสักคำว่าต้องการเพื่อน แล้วก็ไม่ได้รู้สึกเหงาด้วย”

“งั้นพี่ไม่เป็นเพื่อนก็ได้ แต่เปลี่ยนมาเป็นแฟนเลยดีมั้ย”

ธีรศิลป์ถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างปลงๆ ไม่เคยคิดมาก่อนว่าเมฆาจะเป็นคนดื้อด้านและช่างตื๊อขนาดนี้ ทว่าไม่ทันจะได้เลี่ยงหรือหาทางออก ขนุนก็ขยับมาจับมือเขา แล้วจับจ้องด้วยดวงตากลมโตสุกสกาวที่ทำให้เขาสังหรณ์ใจไม่ดีเท่าไหร่นัก

“ครูปลาทูครับ มาอยู่ที่บ้านขนุนมั้ยครับ”

นั่นไงล่ะ!

ครูปฐมวัยลอบถอนหายใจ เหตุใดเขาไม่ซื้อรางวัลถูกแบบนี้บ้างเล่า ไม่งั้นเขาคงรวยรางวัลสลากสามสิบล้านไปแล้ว ป่านนี้คงได้นอนตีพุงชิลๆ ไปแล้ว ชายหนุ่มจึงทรุดกายลงนั่งบนส้นเท้าให้ความสูงเท่ากับเด็กชาย

“ครูก็มีบ้านนี่ครับ ไม่เห็นต้องไปอยู่ที่บ้านขนุนเลย”

“แต่บ้านขนุนหลังใหญ่ อยู่กับหลายคนสนุกกว่านะครับ”

“ครูชอบอยู่บ้านหลังนี้ครับ”

“งั้นขนุนจะอยู่กับครูปลาทู ป๊ะป๋า...เราย้ายมาอยู่ที่นี่กันมั้ยครับ”

“นั่นสินะ แบบนั้นก็ดี ป๊ะป๋าชอบความคิดของขนุนนะ”

“เดี๋ยว! พี่เมฆพูดบ้าอะไรเนี่ย” ธีรศิลป์ตวัดตามองคนตัวสูงทันที

“ก็พี่จะได้ซักปลาทูให้เรียบร้อยไงว่าช่วงเวลาสิบกว่าปีที่พี่หายไป มันเกิดอะไรขึ้นกับปลาทู”

ธีรศิลป์ตัวเย็นเฉียบ ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชายหนุ่มขบกรามข่มความเจ็บปวดที่แล่นขึ้นมาเป็นริ้วๆ ก่อนจะกลืนมันลงคอแล้วเผชิญหน้ากับร่างสูง

“รู้แล้วทำอะไรได้ล่ะ ตอนพี่เมฆไปเรียนต่อก็ไม่ได้คิดจะแหกปากบอกใคร แล้วทำไมผมจะต้องมาแหกปากบอกพี่เมฆด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นกับผม ชีวิตผมจะเป็นยังไงก็เป็นเรื่องของผม พี่เมฆเป็นแค่คนนอก จะมายุ่งอะไรด้วยล่ะ”

“คำก็คนนอก สองคำก็คนนอก เดี๋ยวพี่ก็บังคับมาเป็นคนในซะเดี๋ยวนี้หรอก”

ไม่พูดเปล่า เมฆาขยับกายเข้าหาธีรศิลป์ ใช้ดวงตาคู่คมจับจ้องเข้าไปในดวงตาสีอ่อนของอีกฝ่าย เพียงได้เห็นแววเจ็บปวดที่สะท้อนมา แม้จะเห็นเพียงเสี้ยววิ แต่ก็มากเกินพอที่จะยืนยันคำพูดของกรวิชญ์ ว่าผู้ชายตรงหน้าที่เขาเคยเอ็นดูในวัยเยาว์นั้นต้องเจอสิ่งเลวร้ายมามากมาย และยิ่งสะท้อนใจเมื่อเขาเป็นคนผิดที่ทิ้งเจ้าตัวไปโดยไม่ร่ำลา

เมื่อสิบสองปีก่อน...เขาตัดสินใจเดินทางไปเรียนต่อโดยไม่ร่ำลาธีรศิลป์ ทั้งยังสั่งกรวิชญ์ไม่ให้บอกอีกฝ่าย เพราะกลัวว่าจะใจอ่อนกับเด็กชายวัยสิบขวบคนนั้น จนไม่ยอมไปเรียนต่อตามความต้องการของบุพการี ทว่านั่นอาจเป็นความผิดพลาดก็เป็นไปได้ เพราะเขาจากไป...ชายหนุ่มจึงโดนรังแกจนเป็นบาดแผลในใจ และไม่ยอมเปิดใจรับใคร แม้แต่เขาที่เคยรู้จักและสนิทสนมในวัยเยาว์

“พี่ขอโทษนะครับปลาทู พี่ขอโทษที่ตอนนั้นทิ้งปลาทูไว้ ถ้าพี่ไม่ไปเรียนต่อ...”

“มันย้อนกลับไปไม่ได้ ต่อให้พี่เมฆมีไทม์แมชชีนก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรอก ยังไงพี่เมฆก็ต้องไปเรียนต่อเมืองนอกอยู่ดี” ธีรศิลป์เอ่ยขณะหันหลังให้

เมฆามองแผ่นหลังบางของอีกฝ่ายนิ่ง รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่ตนรู้ดีว่าเป็นเพราะอะไร ไม่ใช่เพราะสิ่งที่ธีรศิลป์พบเจอ แต่เป็นเพราะถูกเจ้าตัวปฏิเสธ ไม่ยอมเปิดใจให้ต่างหาก ทว่าเขาจะไม่ยอมแพ้แค่นี้

แขนแข็งแรงฉวยโอกาสโอบร่างเล็กกว่าเข้าหาตัว ก่อนจะวางคางบนศีรษะทุย แล้วเอ่ยเสียงทุ้มออดอ้อน

“ปลาทูจะโกรธพี่ จะไม่ให้อภัยพี่ก็ได้ แต่จากนี้ไปพี่ขอเป็นคนดูแลและปกป้องปลาทูจะได้มั้ยครับ พี่สัญญาว่าจะดูแลไปตลอดชีวิตเลย...นะครับ”

ธีรศิลป์เม้มปากแน่น ก่อนจะดึงมือเขาออกจากตัว ชายหนุ่มหมุนกายแล้วก้าวถอยหลังไปอีกหลายก้าว เขาส่ายหน้าน้อยๆ นัยน์ตาเต็มไปด้วยความทรงจำแสนเจ็บปวดที่แม้แต่ตัวเองยังไม่คิดว่าจะจำมันได้ดี

“อย่าสัญญาดีกว่าครับ ในเมื่ออดีตพี่ก็รักษาสัญญาไม่ได้ ผมคงไม่กล้าคาดหวังจะได้รับการดูแลไปตลอดชีวิต คงให้เชื่อสัญญาลมๆ แล้งๆ แบบนั้นไม่ได้หรอกครับ” ธีรศิลป์ยิ้มเศร้า ก่อนจะหันไปหาขนุน “ขนุนกลับบ้านไปก่อนนะ วันนี้ครูปลาทูมีธุระ คงเล่นด้วยไม่ได้ ไว้เจอกันที่โรงเรียนพรุ่งนี้นะ”

พูดจบชายหนุ่มก็สาวเท้าเข้าไปด้านใน ที่หมายคือห้องนอนของตัวเอง ทว่าคนด้านนอกกลับไม่ยอมแพ้ง่ายๆ

“พี่จะทำให้ปลาทูเปิดใจให้พี่ให้ได้!”

ธีรศิลป์ชะงักเท้า ก่อนจะเร่งสาวเท้าเร็วๆ เมื่อเข้ามาในห้องนอน เขาก็ยิ้มร่าขณะปิดปากที่เกือบจะหลุดเสียงหัวเราะ แล้วนวดใบหน้าของตนที่เก๊กหน้าจนเมื่อย

ถูกต้องแล้ว...เขาก็แค่เล่นละครเพื่อไล่ให้อีกฝ่ายกลับไป เขาไม่อยากถูกสองพ่อลูกตามติดไปทั้งวัน จริงอยู่ที่เขาเคยโกรธที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง แต่กรวิชญ์ได้บอกเขาตั้งแต่แรกแล้วว่าอีกฝ่ายมีเหตุผลอะไร เขาจึงยอมรับได้ และผู้ชายคนนี้ที่เปรียบเสมือนพี่ชายอีกคนทำให้เขายิ้มได้ทุกครั้งยามเจอเรื่องแย่ๆ

ทว่าเรื่องที่เขาตัดสินใจตัดขาดจากบิดานั้นเป็นเรื่องจริง เขากลัวที่จะต้องกลับไปเผชิญกับครอบครัวใหม่ของบิดา โดยเฉพาะลูกติดแม่เลี้ยง ที่ร้ายยิ่งกว่าคือบิดาไม่เคยปกป้อง ไม่เคยเชื่อเขาสักนิดว่าเขาถูกอีกฝ่ายทำร้าย นั่นจึงเป็นเหตุให้เขาหนีมาที่นี่ และไม่คิดหวนกลับไป

การไปทำงานต่างประเทศของกรวิชญ์ทำให้เขาเป็นกังวลไม่น้อย ด้วยไม่รู้ว่าพี่ชายบุญธรรมจะมาหาเรื่องเขาถึงนี่ไหม หากเป็นเช่นนั้นเขาก็ควรเปิดปากเล่าเรื่องในอดีตอันเจ็บปวดให้เมฆาฟัง ทว่าเขาเวลาอีกนิดเถอะ ให้แน่ใจว่าสัญญาครั้งนี้ของเมฆาจะไม่ทำให้เขาผิดหวังและเสียใจอีก แล้วเขายินดีจะบอกเล่าความทรงจำแย่ๆ ยอมรับความช่วยเหลือของอีกฝ่าย ส่วนเรื่องของหัวใจนั้น เขาคงยังไม่พร้อมจะเปิดรับใครในเร็วๆ นี้...มั้งนะ

ธีรศิลป์ครุ่นคิดขณะขมวดคิ้วมุ่น



**TBC**



มาอัปพี่เมฆกะปลาทูแล้ววววว
ขอโทษนะคะที่หายไปนานเลย  :mew6:
ขอโทษจริงๆ ค่ะ ยุ่งกับงานที่บ้านมากเลย
จากนี้จะพยายามแบ่งเวลามาปั่น
ยังไงก็ต้องจบให้ได้ในปีนี้ 5555+


ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2026
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-0
 o13
 :3123:
 :pig4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ป๊ะป๋า...คนนี้ผมขอ [UP > Chapter 7]!!! [[10/04/2562]]
« ตอบ #19 เมื่อ: 10-04-2019 09:46:41 »





ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 945
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +525/-0
+1 o13 ขอบคุณมากครับ :pig4: :katai5:

ออฟไลน์ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 23
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
Chapter 8
คนนี้ป๊ะป๋าขอ
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ปลดเนกไทขณะทรุดกายนั่งบนโซฟาตัวยาว เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางพับแขนเสื้อ ก่อนร่างเล็กจะวิ่งมากระโดดขึ้นโซฟาที่เขานั่งหลับตาอยู่

“ป๊ะป๋า...เหนื่อยมั้ยครับ” คนตัวเล็กเอ่ยถามพลางกอดคอบิดา

คนถูกถามลืมตา ก่อนจะแกล้งแสดงท่าทางอ่อนล้า ขณะโอบกอดร่างเล็กที่กำลังเอียงคอมองสีหน้าไม่สู้ดีของร่างสูง

“ป๊ะป๋าเหนื่อยเหรอครับ ขนุนกอดเพิ่มพลังให้นะครับ”

พูดจบขนุนก็กอดคอบิดาแน่นขึ้น เป็นเหตุให้คนถูกกอดเลิกคิ้วประหลาดใจ ด้วยไม่เคยสอนบุตรชายมาก่อน และอีกฝ่ายก็ไม่เคยทำตัวเช่นนี้เลย

“ใครสอนแบบนี้มาเนี่ย”

“ครูปลาทูครับ”

เพียงได้ยินชื่อ คนที่กำลังอ่อนล้าก็ยกมุมปากขึ้นยิ้ม รั้งร่างเล็กให้นั่งบนตัก

“วันนี้ที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้างล่ะลูก”

เด็กน้อยยิ้มกว้างทันที ก่อนจะปีนตักบิดาแล้วไปนั่งบนโซฟาเคียงข้าง คนเป็นพ่อเลิกคิ้วขณะขยับตัวหันมองลูกชาย

“วันนี้สนุกมากๆ เลยครับ ครูปลาทูสอนปั้นดินน้ำมัน ขยำๆ เป็นรูปต่างๆ แล้วก็ได้เล่นเป็นรถไฟฉึกฉักด้วย สนุ้ก…สนุก”

เมฆายิ้มกว้างเมื่อเด็กน้อยตัวป้อมเล่าด้วยความสนุก ก่อนเจ้าตัวจะออกท่าทาง และเล่าด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว จนคนฟังอดจะนึกถึงใบหน้าคุณครูของขนุนไม่ได้

“ป๊ะป๋าครับ วันนี้ครูปลาทูดูแปลกไปนิดนึง”

เพียงได้ยินก็เลิกคิ้วทันที และไม่ต้องเอ่ยถามเมื่อเด็กน้อยรู้ใจบิดา รีบบอกความผิดปกติที่เขาเห็น

“ครูปลาทูมีแผลที่นิ้วเต็มเลย แล้วก็ดูหน้าแดงๆ ด้วย”

“เป็นหวัดรึเปล่า”

“ครับ ตอนเย็นก่อนพี่กิ่งไปรับ ครูปลาทูใส่แมสก์ด้วย”

เมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายอาจป่วยด้วยไข้หวัด เมฆาก็นึกเป็นห่วงขึ้นมาทันที จนอดคิดไม่ได้ว่าอีกฝ่ายจะอยู่คนเดียวได้อย่างไร ทว่าเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมโทร. มาขอความช่วยเหลือ ก็ให้นึกโมโหเสียเหลือเกิน จึงได้แจ่นิ่งเงียบจนร่างป้อมสงสัย

“ป๊ะป๋าเป็นอะไรครับ เดี๋ยวขมวดคิ้ว เดี๋ยวทำหน้าบึ้ง แล้วนี่ก็กลับมาทำหน้าแบบนี้อีกแล้ว”

“แบบนี้คือแบบไหนครับ”

“หน้าแบบตอนที่ขนุนนอนไม่สบายน่ะครับ”

“เพราะป๊ะป๋ากำลังเป็นห่วงครูปลาทูครับ ครูปลาทูอยู่คนเดียว ไม่มีใครมาดูแล คงกำลังลำบาก อาจจะต้องนอนคนเดียว ไม่มีคนหายาให้กิน แล้วก็คงจะป่วยหนักก็ได้”

“งั้นขนุนจะไปให้ยาครูปลาทู ไปด้วยกันนะครับป๊ะป๋า”

ไม่พูดเปล่า ขนุนเขย่าแขนบิดาทันที ด้วยหวังว่าจะอ้อนให้คนเป็นพ่อใจอ่อนทยอมคล้อยตามอย่างง่าย ทว่าดวงตาคมกริบของร่างสูงก็ทำให้เด็กชายต้องก้มหน้า เพราะรู้ตัวดีว่ากำลังหมดหวัง กระทั่งได้ยินคำอธิบายของบิดา

“ขนุนอย่าเพิ่งไปเลย เดี๋ยวติดหวัดขึ้นมา ครูปลาทูก็คงรู้สึกผิด เดี๋ยวป๊ะป๋าไปดูให้ดีมั้ย”

“ดีครับ ขนุนจะอยู่บ้าน ไม่ดื้อ จะทำตามที่ป๊ะป๋าสั่งทุกอย่างเลย”

“ดีมาก งั้นเดี๋ยวป๊ะป๋าให้พี่กิ่งอยู่เป็นเพื่อนขนุนคืนนี้นะ ป๊ะป๋าจะไปดูครูปลาทูให้ แต่ถ้ามีอะไร ขนุนโทร. หาป๊ะป๋าได้ตลอดเลยนะ”

“ครับผ้ม” ขนุนรับคำเสียงดังพลางยกมือตะเบ๊ะ

เมฆายิ้มกว้าง ก่อนจะเงยหน้าจากลูกชาย หันไปเห็นกิ่งแก้วที่เดินเข้ามา ตั้งใจจะมาลากลับบ้านพัก แต่เมื่อได้ยินสิ่งที่พ่อลูกคุยกัน หญิงสาวจึงยืนนิ่งเพื่อรอคำสั่งของเจ้านาย

“คุณเมฆจะไปค้างกับครูปลาทูเหรอคะ”

เมฆาพยักหน้า ก่อนจะก้มมองลูกชายที่ยิ้มกว้าง “ผมขอฝากขนุนสักคืนนะครับ ถ้าพรุ่งนี้ปลาทูดีขึ้น ผมค่อยพาขนุนไปด้วย”

“คุณเมฆดูเป็นห่วงคุณครูปลาทูนะคะ น้องขนุนเองก็ดูจะชอบครูคนนี้มาก”

“สายเลือดอาจจะแรงก็ได้” เมฆาเอ่ยเบาๆ พร้อมรอยยิ้ม

“คะ? คุณเมฆหมายถึงอะไรคะ”

“ไม่มีอะไรหรอก ผมฝากด้วยก็แล้วกัน พรุ่งนี้ก็ช่วยไปส่งที่โรงเรียนให้ด้วยนะครับ ผมขอขึ้นไปอาบน้ำ เก็บของก่อน”

“ค่ะ”

เมฆาผุดลุกจากโซฟาเดินไปยังบันได เพื่อขึ้นไปยังห้องนอนของตนด้วยความเร่งรีบ ขณะเดียวกันก็กดโทรศัพท์หาเพื่อนรักที่พำนักอยู่ต่างประเทศ ซึ่งขนุนที่คอยสังเกตอยู่ก่อนแล้วรีบผุดลุกวิ่งตามบิดาไปทันที

“ป๊ะป๋า เดี๋ยวขนุนไปช่วย”

เมฆายืนรอบุตรชายที่ชานพักบันได ก่อนจะกรอกเสียงผ่านปลายสาย

“ฮัลโหลไอ้เก๋า โทษทีว่ะ ยุ่งอยู่รึเปล่าวะ”

“เพิ่งพักเบรก มึงมีอะไรไอ้เมฆ น้องกูเป็นอะไรรึเปล่า”

“ขนุนบอกมาว่าปลาทูน่าจะเป็นหวัด กูเลยจะไปดูเนี่ย แต่ไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะตื่นมาเปิดประตูไหวมั้ย ก็เลยจะถามมึงเนี่ยว่ายังซ่อนกุญแจสำรองไว้ที่เดิมรึเปล่า”

“ที่เดิมแหละ กูก็ลืมบอกให้มึงเก็บไว้ ยังไงมึงเก็บไว้เลยก็ได้ นี่กูให้โอกาสมึงเต็มที่แล้วนะ อย่างที่กูบอกว่ากูฝากน้องกูด้วย ว่าแต่มึงได้โทร. หามันรึยัง”

“ยังเลย ก็ว่าจะโทร. ตอนออกจากบ้านนี่แหละ นี่กูเก็บของไปนอนค้างเป็นเพื่อนปลาทูอยู่”

“ขอบใจนะเว้ยไอ้เมฆ”

เมฆารับคำด้วยความยินดี ก่อนจะพูดคุยกับปลายสายอีกไม่กี่ประโยค จากนั้นจึงรีบเก็บเสื้อผ้าลำลองไม่กี่ชุดใส่กระเป๋า ขณะที่กิ่งแก้วอาสานำเสื้อผ้าสำหรับใส่ทำงานไปแขวนให้ที่รถ

“พรุ่งนี้ป๊ะป๋าจะไปส่งครูปลาทูที่โรงเรียนมั้ยครับ”

“ถ้าครูปลาทูของเราไม่เป็นอะไรมาก ป๊ะป๋าจะพาไป แต่ถ้าเป็นหนัก ป๊ะป๋าจะให้ครูปลาทูของเรานอนพักที่บ้าน”

ขนุนพยักหน้ารับหงึกหงักอย่างเข้าใจ เมฆายิ้มกว้างขณะรูดซิปกระเป๋าเสื้อผ้า ก่อนจะหันไปทางประตูห้องนอนที่กิ่งแก้วเพิ่งเดินออกไปพร้อมเสื้อสูทของเขา ชายหนุ่มจึงนั่งยองๆ ตรงหน้า ให้ความสูงเท่ากับบุตรชาย แล้วรั้งอีกฝ่ายเข้าหาเพื่อถามไถ่

“ขนุนเป็นห่วงครูปลาทูมากเหรอครับ”

“ครับ มากๆ เลยครับ”

“แล้วขนุนรักครูปลาทูมั้ยครับ”

“รักครับ อืม...รักพอๆ กับป๊ะป๋าเลยครับ”

“พอๆ กับป๊ะป๋าเลยเหรอ”

“ครับ แต่รักป๊ะป๋ามากกว่านิดนึงก็ได้”

คนเป็นพ่อยิ้มขำ ก่อนจะโยกศีรษะเล็ก ขนุนเอียงคอมองบิดาอย่างครุ่นคิด จากนั้นจะเอ่ยถามพลางขมวดคิ้ว

“ป๊ะป๋าน้อยใจเหรอครับที่ขนุนรักครูปลาทู”

“ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ”

“ก็ป๊ะป๋าถามแบบนั้นนี่ครับ”

“ป๊ะป๋าไม่ได้น้อยใจขนุนเลย ดีใจด้วยซ้ำที่ขนุนรักครูปลาทู เพราะป๊ะป๋าก็รักครูปลาทูเหมือนกัน ป๊ะป๋าอยากให้ครูปลาทูมาเป็นคนในครอบครัวของเรา ป๊ะป๋าก็ต้องถามความเห็นของขนุนด้วยว่าขนุนจะโอเค. มั้ย ถ้าขนุนไม่โอเค. ป๊ะป๋าก็จะไม่ทำอะไรที่ขนุนไม่ชอบใจ”

“จริงเหรอครับ ป๊ะป๋าจะให้ครูปลาทูเป็นครอบครัวของเราเหรอครับ” ขนุนเอ่ยถามด้วยสีหน้าดีใจอย่างปิดไม่มิด ก่อนจะขมวดคิ้วอีกครั้ง “แล้วป๊ะป๋าจะให้ครูปลาทูมาเป็นอะไรล่ะครับ ขนุนมีป๊ะป๋าแล้ว จะมีป๊ะป๋าอีกคนก็ไม่ได้ด้วย”

“นั่นสิน้า...” เมฆาลากเสียงพลางยิ้มกริ่ม

ดวงตาสีดำดั่งรัตติกาลเป็นประกายอย่างเจ้าเล่ห์ ทว่าลูกชายนอกไส้ไม่ทันได้สังเกต จึงรีบเอ่ยถามบิดาด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามประสาเด็ก

“ป๊ะป๋าจะให้ครูปลาทูมาเป็นอะไรเหรอครับ”

“มาเป็นหม่าม้าให้ขนุนดีมั้ย”

คนตัวเล็กส่ายหน้าหวือทันที เป็นเหตุให้คนเป็นพ่อต้องเลิกคิ้วด้วยความฉงนใจ ไม่คิดว่าเด็กชายวัยสามขวบจะปฏิเสธอย่างรวดเร็วเช่นนี้

“ทำไมล่ะ ไหนว่ารักครูปลาทูพอๆ กับป๊ะป๋าไง ในเมื่อรักเท่ากันก็ต้องให้มาเป็นหม่าม้าสิ”

“ไม่เอาครับ ถ้าครูปลาทูมาเป็นหม่าม้า ขนุนก็แต่งงานกับครูปลาทูไม่ได้สิ”

ได้ยินเพียงเท่านั้น คนเป็นพ่อก็เลิกคิ้วขึ้นทันที ด้วยไม่คิดว่าไอ้ที่รักที่ชอบของบุตรชาย จะเป็นความรักชอบในแบบนั้น จริงอยู่ที่ขนุนอายุเพียงสามขวบ สักวันความรู้สึกนี้อาจเปลี่ยนไปเมื่อเจอใครที่ถูกใจกว่า กอปรกับธีรศิลป์จะต้องแก่ขึ้นในทุกๆ ปี ทว่าเรื่องแบบนี้ก็เอาแน่เอานอนไม่ได้ และเขาควรตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม ก่อนที่ไอ้ลูกชายตัวแสบจะริมาคิดเป็นศัตรูหัวใจกับเขา

“ขนุนจะแต่งงานกับปลาทูได้ยังไงกัน ครูปลาทูเป็นผู้ชาย แล้วก็เป็นผู้ใหญ่กว่า”

“แล้วป๊ะป๋าก็เป็นผู้ชาย ทำไมถึงอยากให้ครูปลาทูมาเป็นหม่าม้าเล่า!” ขนุนเอ่ยถามพลางกอดอกราวกับเป็นผู้ใหญ่

“เพราะป๊ะป๋าเป็นผู้ใหญ่แล้ว และป๊ะป๋าก็รักปลาทูมากๆ ด้วย”

“ขนุนรักครูปลาทูมากกว่า ป๊ะป๋าอย่ามาแข่งกับขนุนหน่อยเลย”

ขนุนจ้องบิดาเขม็งพลางกอดอกอย่างไม่ยอมแพ้ เป็นเหตุให้เมฆานึกหมั่นเขี้ยวนัก ทว่าเรื่องที่เขาจะปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ ก็ไม่ใช่นิสัยของเขาเช่นกัน กว่าจะได้กลับมาเจอธีรศิลป์นั้นไม่ง่าย และไม่ง่ายยิ่งกว่าเมื่อนึกถึงท่าทางต่อต้านขัดขืนของอีกฝ่าย รวมถึงปัญหาที่สองพี่น้องพากันปกปิด ไม่ยอมบอกว่าไอ้เด็กน่ารักคนนั้นเจออะไรมาระหว่างที่เขาไม่ได้เจอ

หากเทียบกันแล้ว เรื่องขนุนนั้นดูเป็นเรื่องเล็กขี้ปะติ๋วไปเลย เมื่อนึกถึงด่านของธีรศิลป์ข้างหน้า เขาต้องหาวิธีใกล้ชิด และทำให้อีกฝ่ายตกหลุมรักเขา ยอมเป็นของเขา และทำหน้าที่หม่าม้าของขนุนให้ได้ หากถึงเวลานั้น...ขนุนจะต้องยอมรับธีรศิลป์มาเป็นหม่าม้าอย่างแน่นอน

ขนุนเหลือบมองบิดาที่ดูจะไม่ชอบใจสักเท่าไหร่กับความต้องการของตน เป็นเหตุให้รู้สึกไม่สบายใจ ด้วยอย่างไรเสียเขาก็รักบิดามากที่สุด จึงกอดแขนชายหนุ่มไว้แน่นพลางส่งสายตาออดอ้อน

“ป๊ะป๋าอย่าโกรธขนุนเลยนะ ขนุนอยากแต่งงานกับครูปลาทู แต่ถ้าป๊ะป๋าอยากแต่งงานกับครูปลาทูด้วย ขนุนจะยอมก็ได้ แต่ต้องให้ครูปลาทูเป็นคนเลือกนะครับ” ขนุนเสนอพร้อมรอยยิ้มอ้อน

เมฆาเลิกคิ้ว ก่อนจะพยักหน้าตกลง

“ป๊ะป๋าตกลงตามที่ขนุนว่า ไม่ว่าปลาทูจะเลือกใคร ต้องยอมตามนั้นนะรู้มั้ย”

“ครับผ้ม!” ขนุนตะเบ๊ะ ก่อนจะยกนิ้วก้อยยืนมาตรงหน้าบิดา

เมฆาเกี่ยวก้อยสัญญากับบุตรชายอย่างไม่รอรี ด้วยมั่นใจว่างานนี้เขาชนะเห็นๆ เพราะเขาตั้งใจอยู่แล้ว ว่าจะทำให้ธีรศิลป์ตกหลุมรัก และมาอยู่กับเขาในฐานะคู่ชีวิต ยิ่งเห็นว่าขนุนยินยอมพร้อมใจ ทั้งยังชื่นชอบธีรศิลป์ด้วยแล้ว ก็ไม่ยากเลยที่เขาจะรวบหัวรวบหาง และตัดความรู้สึกอยากแต่งงานกับครูปลาทูของลูกชายตัวแสบ เพราะคนที่จะได้ครอบครองมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น!

‘ถึงเวลาที่พี่จะเอาจริงแล้วนะปลาทู...’



**TBC**



มาแล้วค่ะมาแล้ว มาเสิร์ฟป๊ะป๋าเมฆกะครูปลาทูร้อนๆ เพิ่งพิมพ์เสร็จเลย
เพราะเขียนไปอัปไป ก็ต้องขออภัยหากมีคำผิด
ส่วนตอนต่อไปจะมาอัปเร็วๆ นี้นะคะ
ตอนนี้กำลังปั่นต่ออยู่

ฝากติดตามกันด้วยนะคะ
อัปช้าบ้างอะไรบ้าง ก็อย่าเพิ่งทิ้งกันน้าาาา

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-06-2019 16:17:10 โดย ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง »

ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 945
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +525/-0

ออฟไลน์ seaz

  • รักอยู่ไหน...ใจเรียกหา
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5417
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +381/-9
    • GIFFARINE ORDER สั่งง่าย ส่งฟรี
ครูปลาทูก็กลัว เพราะอดีตมันทำให้จำฝังใจ ป๊ะป๋าเมฆก็ต้องเข้าใจคุณครูด้วยนะครับ ค่อย ๆ ทำให้เขาเข้าใจ และเชื่อใจให้ได้นะครับ

ออฟไลน์ Toon_TK

  • เ ด็ ก อ้ ว น
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 788
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
น่ารักกกกกก

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2026
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-0
 :pig4:
 :3123:

ออฟไลน์ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 23
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
Chapter 9
ปลาทูของพี่เมฆ
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


แค่ก...แค่ก...
ร่างโปร่งผุดลุกขึ้นจากเตียง แล้วหยิบแก้วน้ำข้างเตียงมาดื่มอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มได้แต่นึกหงุดหงิดใจที่ไม่เป็นอย่างใจนึก ทั้งที่ไปหาหมอและรับประทานยาแล้ว แต่ไอ้อาการเจ็บคอและไอจนคอแทบแตกก็ยังไม่ลดลงเลยสักนิด

เขาล้มตัวลงนอน ทว่าเพียงชั่วครู่ก็ต้องลุกขึ้นมาอีกครั้ง เพราะเสียงกุกกักที่ประตูหน้าบ้าน เขาค่อยๆ เดินช้าๆ ออกจากห้อง ด้วยกลัวว่าอาการวิงเวียนศีรษะจะทำให้เขาล้มตึงไปในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง ทว่าเมื่อเปิดประตูห้องนอนก็แทบจะล้มตึงเพราะชนเข้ากับแผงอกแกร่ง ดีที่ว่าอีกฝ่ายรั้งเอวเขาเข้าหาได้ทัน

ธีรศิลป์เงยหน้าขึ้นมองผู้บุกรุกในเวลากลางคืน คิ้วคมขมวดมุ่นทันที แม้จะรู้สึกดีใจที่เขาแวะมาในยามนี้ที่เขาต้องการคนดูแล แต่ก็อดไม่ได้ที่จะนึกสงสัยและคลางแคลใจว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงเข้าบ้านของเขาได้

“ไม่สบายขนาดนี้ทำไมไม่ไปหาหมอ”

“ไปมาแล้ว” ธีรศิลป์ตอบเสียงเบาด้วยรู้สึกเจ็บคอจนไม่อยากแปร่งเสียง “ได้ยามาแล้ว นี่เพิ่งกินไป แล้วพี่...”

“พี่ใช้กุญแจอีกดอกเข้ามา” เมฆารีบตอบเมื่อเห็นอาการคนเจ็บคอที่กำลังจะถาม โดยไม่รอให้อีกฝ่ายถามจบประโยค

“ยังไง” ธีรศิลป์ถามต่อขณะถอยหลังออกจากอ้อมแขนอบอุ่น

“ตั้งแต่เมื่อก่อนแล้วที่ไอ้เก๋าชอบเอากุญแจสำรองซ่อนไว้ในกระถางกล้วยไม้ ตอนเด็กๆ เวลาโดดเรียน แล้วพ่อกับแม่เราไปทำงาน ไอ้เก๋าก็จะใช้กุญแจนี่ไขเข้าบ้าน มานั่งเล่นเกมกัน”

“อ้อ...” ธีรศิลป์ลากเสียงก่อนจะยิ้มน้อยๆ เมื่อนึกถึงวัยเด็กของพี่ชายและเมฆา “ก็ว่าทำไมพอทูกลับมาจากโรงเรียน แล้วเห็นพวกพี่อยู่บ้านกันตลอด เพราะแอบโดดเรียนนี่เอง”

“ไม่ได้ทำบ่อยหรอกน่า อย่างน้อยตอนนี้พี่ก็เรียนจบ มีงานดีๆ ทำ มีฐานะการเงินที่มั่นคงด้วย”

“ครับๆ มั่นคงมาก คงมีสาวๆ อยากเข้ามาร่วมใช้กับพี่แน่ๆ แต่พี่ก็อย่าได้ลืมล่ะว่าจะเลือกใครเข้ามา ก็เท่ากับเลือกแม่ให้ขนุนด้วย”

“พี่ไม่สนคนอื่นหรอก เพราะพี่มีในใจแล้ว”

ธีรศิลป์เงยหน้ามองคนที่กึ่งลากกึ่งจูงเขากลับมาในห้องนอนทันที ทว่าเมื่อเห็นสายตาแพรวพราวทีมองมา ซึ่งแฝงความหมายมาแล้ว ก็ให้รู้สึกหน้าร้อนวูบวาบนัก ชายหนุ่มกลืนน้ำลายก่อนจะแกล้งทำเป็นไม่สนใจไอ้จังหวะหัวใจที่ผิดปกติไปชั่วคราว คิดว่าไอ้ที่หน้าร้อนวูบวาบคงเพราะไข้ขึ้น

“แล้วพี่มาทำอะไรเนี่ย เอากระเป๋ามาด้วย?”

“มาเฝ้าไข้เด็กดื้อ” เมฆาบอกพร้อมรอยยิ้มกว้าง

ธีรศิลป์ขมวดคิ้วฉับ ทว่าไม่ทันจะได้โต้ตอบ อีกฝ่ายก็กดร่างของเขาลงกับเตียง แล้วหันไปมองแก้วน้ำกับขวดยาบนโต๊ะข้างเตียง

“ยามีแค่นี้เหรอ”

“มีบนโต๊ะในครัว อันนี้แค่พาราฯ”

“แล้วกินเสร็จแล้ว”

“อือ เพิ่งกินเมื่อกี้” ธีรศิลป์รับคำเสียงเบา เมื่อรู้สึกง่วงเพราะฤทธิ์ยา

เมฆาที่เห็นอาการของอีกฝ่ายก็เข้าใจได้ จึงขยับผ้าห่มให้ ซึ่งเจ้าตัวก็รีบดึงจนปิดคอ ร่างสูงจึงเงยหน้ามองลมเย็นๆ จากเครื่องปรับอากาศ แล้วก็อดจะตำหนิเด็กดื้อไม่ได้

“ป่วยอยู่แท้ๆ ยังจะเปิดแอร์อีก”

“เดี๋ยวเหงื่อออกมันก็ร้อน พี่เมฆหยุดพูดมากได้มั้ย ผมปวดหัวหมดแล้วเนี่ย อยากจะนอนก็มาชวนคุยอยู่ได้ นี่มาเฝ้าไข้ หรือทำให้ไข้ผมแย่ลงกันแน่เนี่ย”

เมฆารีบยกมือยอมแพ้ ด้วยเป็นห่วงคนตรงหน้าที่หน้าแดงเพราะพิษไข้เสียจนเขาอดห่วงไม่ได้ ชายหนุ่มยอมให้อีกฝ่ายได้พักแต่โดยดี ทว่าไม่วายก้มหน้าลงจุมพิตหน้าผากของอีกฝ่ายอย่างอดไม่อยู่

ลมหายใจร้อนเพราะพิษไข้สะดุดกึก ทว่าเจ้าตัวกลับแกล้งทำเฉย ทั้งที่สัมผัสเพียงบางเบานั้นทำให้หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะ จนเขานึกอยากด่าไอ้หัวใจไม่รักดีที่ขยันเต้นตึกตักๆ เพราะสัมผัสและคำพูดของเขาที่กระซิบริมหู

“ฝันดีนะ แล้วก็หายไวๆ นะครับปลาทูของพี่เมฆ”

เมื่อเมฆาผุดลุกขึ้นยืนห่างจากเตียง นั่นแหละ...ธีรศิลป์จึงได้หายใจหายคอให้ทั่วท้อง นึกก่นด่าเมฆาที่มาทำอะไรบ้าๆ ให้เขาต้องใจเต้นโครมครามจนน่ารำคาญแบบนี้ และนึกโมโหไปถึงพี่ชายตัวแสบที่ไม่คิดเปลี่ยนที่ซ่อนกุญแจสำรอง แม้จะโมโหหรือหงุดหงิดแค่ไหน แต่เขาก็รู้ตัวดีว่าไอ้ความอบอุ่นนี้ คำพูดเป็นห่วงเป็นใยของอีกฝ่ายนั้นคือของจริง

ลมหายใจที่สม่ำเสมอของธีรศิลป์ทำให้เมฆายกมุมปากขึ้นยิ้มร้าย เมื่อครู่เขาตั้งใจทำให้อีกฝ่ายหวั่นไหว ทั้งที่ไม่ได้คาดหวังผลของมัน แต่มันกลับได้ผลดีเสียจนเขานึกดีใจ เพราะนั่นแสดงว่าไอ้เด็กดื้อของเขาเองก็มีใจให้เขาเหมือนกัน แต่ที่ยังไม่ยอมตอบรับความรู้สึกของเขานั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง และเขาจะฝ่ามันไปให้ได้ เพื่อให้มาอยู่ข้างเขาแล้ว เขาจะทำทุกอย่าง ไม่ว่าสิ่งนั้นจะยากเย็นแค่ไหน หากทำให้ผู้ชายคนนี้มายืนข้างเขาตลอดไปได้ เขาก็ไม่รอช้าที่จะทำ รวมไปถึงเรื่องร้ายๆ ในอดีตที่เจ้าตัวยังคงปิดปากเงียบ

เมฆาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะมองร่างโปร่งที่เข้าสู่นิทราไปแล้ว เขาจึงถือวิสาสะหยิบเสื้อผ้าของตนใส่ในตู้ของเจ้าของห้อง แล้วพาตัวเองเข้าห้องน้ำ จากนั้นจึงล้มตัวลงนอนเคียงข้างคนป่วยที่ให้เขาเป็นห่วง ด้วยไม่รู้จะไข้ขึ้นกลางดึกไหม

........



“แม่ครับ...ทูหนาว...”

เสียงครางเบาๆ ข้างตัวทำให้ร่างสูงลืมตาขึ้น ก่อนจะหันมองคนป่วยข้างตัวที่เบียดเขาราวกับกำลังหนาว ทว่าตัวอีกฝ่ายกลับร้อนจัด เมฆาอังหน้าผากอีกฝ่ายกลับหลังมือ ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่น ชายหนุ่มรีบห่มผ้าให้อีกฝ่าย แล้วผุดลุกออกจากห้องนอนไปยังตู้เก็บยา ซึ่งโชคดีที่ยังอยู่ที่เดิมเช่นเมื่อสิบสองปีก่อน เขารีบหาปรอทวัดไข้และแผ่นลดไข้

เมื่อได้ของที่ต้องการ เมฆาก็ไม่รอช้าที่จะวัดไข้อีกฝ่าย ขณะเดียวกันก็ออกไปหากะละมังใบเล็กมาใส่น้ำ พร้อมผ้าขนหนูผืนเล็ก ทันทีที่กลับเข้ามาเขาก็ได้ยินเสียงปรอทวัดไข้แจ้งเตือน จึงเดินเข้าไปดู เขาพรูลมหายใจที่เห็นว่าไข้ไม่ได้ขึ้นสูงอย่างที่เขานึกกลัว ทว่าก็ยังถือว่ามีไข้สูง

ชายหนุ่มรีบเช็ดตัวลดอุณหภูมิกายอีกฝ่ายทันที ก่อนจะชะงักมือเมื่อเห็นว่าชุดนอนของอีกฝ่ายชื้นไปด้วยเหงื่อ เพียงปลดกระดุมหน้าเขาก็ต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ทว่าเขาก็ต้องรีบปัดความคิดนั้นทิ้งไป ด้วยเป็นห่วงอีกฝ่ายมากกว่า เขาข่มความปรารถนาดิบแล้วรีบถอดเสื้อผ้าของธีรศิลป์แล้วเช็ดตัว ก่อนจะหยิบชุดนอนเนื้อหนามาสวมกันหนาวให้

เมฆาพ่นลมออกทางปากเมื่อเห็นร่างโปร่งอยู่ในชุดนอนเนื้อหนาเรียบร้อย ทั้งที่เครื่องปรับอากาศยังคงทำงาน แต่เขากลับเหงื่อแตกพลั่ก เพิ่งได้รู้ก็คราวนี้เองว่าการเช็ดตัวและเปลี่ยนชุดให้คนที่ตนปรารถนานั้นเสียแรงและเหนื่อยขนาดไหน

ทว่าเขากลับต้องหยุดความคิดลงเมื่ออีกฝ่ายยังคงละเมอเพราะพิษไข้ ซึ่งแสดงว่าอุณหภูมิกายยังไม่ลดดีนัก ชายหนุ่มหันมองเวลา ก่อนจะปลุกคนหลับให้ตื่นมารับประทานยาลดไข้

“ปลาทูตื่นมากินยาก่อน”

เมฆาขมวดคิ้วมุ่นเมื่ออีกฝ่ายไม่ตอบสนองต่อเสียงเรียกของเขา ชายหนุ่มมองยาสลับกับร่างโปร่งไปมาเพียงครู่ ก่อนจะเดาะลิ้นแล้วตัดสินใจแก้ปัญหานี้

เมฆาดันคางของธีรศิลป์ลงเพื่อเปิดริมฝีปาก แล้วใส่ยาเข้าไปหนึ่งเม็ด แล้วตนดื่มน้ำก่อนจะประกบกับริมฝีปากร้อนผ่าวเพราะพิษไข้ เพื่อบังคับให้อีกฝ่ายกลืนยาลงไป และทำอีกครั้งเมื่อต้องให้อีกฝ่ายได้ยาทั้งสองเม็ด ทว่าความร้อนและความหวานของอีกฝ่าย ทำให้เขายากที่จะถอนริมฝีปากออกมาง่ายๆ จึงไล้เลียในโพรงปากนั้นอย่างอ้อยอิ่งและลืมตัว

มือใหญ่ประคองสองข้างแก้ม แล้วปรับมุมศีรษะเล็กน้อยเพื่อจะได้จุมพิตให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเช่นที่ตนปรารถนา จากนั้นจึงเลื่อนมือข้างหนึ่งมายังชายเสื้อ สอดมือเข้าสัมผัสร่างร้อนผ่าวของคนตัวเล็กกว่าอย่างย่ามใจ เมฆาหลงลืมไปแล้วว่าที่ธีรศิลป์ร้อนผ่าวไปทั้งตัวนั้นไม่ใช่เพราะแรงปรารถนาที่เขาปรนเปรอ แต่เป็นเพราะพิษไข้ต่างหาก

เมฆาถอนริมฝีปากออกเพื่อเปลี่ยนตำแหน่งไปยังจุดชีพจร ลำคอขาวที่เขาตั้งใจฝากรอยไว้ สีแดงระเรื่องตัดกับผิวขาวของคนใต้ร่างไม่ได้ทำให้เขาพอใจเท่าไหร่นัก เขาจึงดูดซับผิวขาวไปทั่วราวกับต้องการประกาศความเป็นเจ้าของ ทว่าก่อนที่ร่างสูงจะหลงลืมทำตามใจตัวเองไปมากกว่านี้ มือของคนหลับใหลก็ปัดป่ายสะเปะสะปะ

“อื้อ...”

เสียงพร่าประท้วงของธีรศิลป์เรียกสติของเมฆาได้เป็นอย่างดี ชายหนุ่มสะดุ้งและผละออกจากร่างขาวที่เขาเผลอปลดกระดุมเสื้อนอนออก

“ฉิบ! ทำอะไรลงไปวะเนี่ยไอ้เมฆ” เมฆาก่นด่าตัวเองทันที

ชายหนุ่มลอบกลืนน้ำลาย เมื่อเห็นรอยแดงทั่วแผ่นอกขาวของธีรศิลป์ เขารีบกลัดกระดุมคืนให้ ก่อนจะรีบผละออกจากเตียงราวกับของร้อน ทว่าคนที่ร้อนไม่ใช่ใครอื่นเลย เขานี่แหละที่ร้อน...เพราะเพียงได้สัมผัส ร่างกายก็เรียกร้องที่จะเติมเต็มร่างนั้นจนตื่นตัวแบบไม่ถามความเห็นเขาสักนิด

เมฆารีบพาตัวเองเข้าห้องน้ำ เพื่อปลดปล่อยความปรารถนาที่เกิดจากความไม่ยับยั้งชั่งใจของเขาเอง ร่างสูงล้างมือและล้างหน้าเพื่อลดความร้อนในกาย ก่อนจะกลับเข้าไปในห้องนอนอีกครั้ง เห็นอาการหนาวเหน็บของอีกฝ่ายก็ให้นึกเป็นห่วงนัก

ชายหนุ่มแปะแผ่นลดไข้บนหน้าผากอีกฝ่าย ก่อนจะห่มผ้าให้ ชายหนุ่มเลียริมฝีปากเมื่อนึกถึงความร้อนและรสชาติหวานที่ยังคงติดอยู่ที่เรียวลิ้น แม้จะรู้สึกผิดที่เผลอทำตามใจตัวเองเพราะอีกฝ่ายไม่ได้สติจากพิษไข้ แต่หากถามว่าเขาพอใจไหม เขากลับพอใจมาก ยิ่งเห็นรอยแดงๆ บนลำคอที่โผล่พ้นคอเสื้อ ก็ยิ่งยิ้มกว้าง จนอดจะคิดถึงใบหน้าแดงจัดของธีรศิลป์ยามเห็นมันในวันพรุ่งนี้ไม่ได้ และเขาแทบอดทนรอไม่ไหวที่จะเห็นมันในวันพรุ่งนี้

แม้เมฆาจะรู้ดีว่าการอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน อยู่บนเตียงหลังเดียวกัน และอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันจะอันตรายกับความอดทนของเขาแค่ไหน แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนอนซมเพราะพิษไข้ แถมยังไร้สติจนปล่อยให้เขาเช็ดเนื้อเช็ดตัว และป้อนน้ำให้ยา ทั้งยังปล่อยให้เขารังแกโดยไม่คิดห้าม ก็ทำให้ความปรารถนาต้องพ่ายแพ้ความเป็นห่วงเป็นใยที่เขามีให้ธีรศิลป์

“รีบๆ ยอมรับความรู้สึกของตัวเองและของพี่ได้แล้วนะปลาทู ไม่งั้น...พี่คงอดทนได้ไม่นานเท่าไหร่หรอกนะไอ้ดื้อ”
เมฆาเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะรั้งร่างร้อนผ่าวเข้าสู่อ้อมกอด ซึ่งอีกฝ่ายก็กอดตอบด้วยต้องการความอบอุ่นมาลดความหนาวเหน็บที่ตนรู้สึกจากพิษไข้



**TBC**




มาช้าดีกว่าเท ดีกว่าทิ้งนะคะ
สัญญาว่าจะไม่เทไม่ทิ้ง
ถึงจะมาอัปไม่บ่อย
แต่ไม่ทิ้งรีดเดอร์ไว้กลางทางแน่นอนค่ะ
แม้ไรท์เตอร์จะเป็นสลอตก็ตาม... :katai5:
แต่ช่วงนี้เริ่มมีไฟแล้ว จะพยายามมาอัปให้บ่อยๆ น้าาาา


อย่าลืมไปกดไลก์เพจกันนะคะ เสิร์ชชื่อ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง ได้เลยนะคะ

ออฟไลน์ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 23
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
Chapter 10
รังแกคนป่วย
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


กลิ่นหอมที่แตะจมูกทำให้คนที่สะลึมสะลือตื่นเต็มตา ก่อนจะกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งเมื่อตระหนักได้ว่าพี่ชายนั้นไปทำงานต่างประเทศ และตนอยู่บ้านคนเดียว ไม่มีทางที่ใครจะมาอยู่ร่วมบ้านแน่นอน สมองประมวลผลเรื่องเมื่อวานทันที แล้วก็นึกได้ว่าตั้งแต่เมื่อคนแล้วที่เขาไม่ได้อยู่คนเดียว เพราะมีเพื่อนของพี่ชายมาอยู่ร่วมบ้าน ด้วยอ้างว่ามาเฝ้าไข้เขา

เมื่อนึกถึงอาการป่วย ชายหนุ่มก็เอามืออังหน้าผากของตน แม้จะยังรู้สึกเจ็บคออยู่บ้าง แต่ก็รู้สึกสบายตัวขึ้นเยอะ ก่อนสายตาจะหันไปเห็นกะละมังใส่น้ำใบเล็กและผ้าขนหนูที่พาดไว้กับขอบ บ่งบอกว่าคนเฝ้าไข้ทำหน้าที่ของตัวเองจริงๆ ความรู้สึกอบอุ่นวาบขึ้นในอกทันที

ระหว่างธีรศิลป์กำลังตกอยู่ในภวังค์ด้วยความประทับใจในตัวของเมฆา คนที่เขากำลังคิดถึงก็เปิดประตูเข้ามา ชายหนุ่มจึงเงยหน้ามองคนที่ส่งยิ้มกว้างเข้ามาให้

“ตื่นแล้วเหรอ รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือยังปลาทู”

คนถูกถามพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย เป็นเหตุให้คนที่อยู่ในชุดนอนเสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้นเลิกคิ้วแปลกใจ ร่างสูงจึงเดินเข้าหา อังมือกับหน้าผากของอีกฝ่ายด้วยความเป็นห่วง

“เหมือนจะดีขึ้นแล้วจริงๆ ลองวัดไข้อีกทีละกันนะ”

ไม่พูดเปล่า เมฆายื่นปรอทวัดไข้ให้คนที่ดูยังไม่ตื่นเต็มตา คนป่วยรับปรอทไปหนีบกับรักแร้อย่างว่าง่าย ที่เขาไม่ดื้อ ไม่ต่อต้าน ไม่ใช่ว่าเพราะยังสะลึมสะลือ หรือเพราะป่วย แต่เพราะอีกฝ่ายทำดีกับเขาด้วยใจจริง และจริงใจต่างหาก

เมื่อปรอทส่งเสียงธีรศิลป์จึงดึงมันให้กับเมฆาที่แบมือขออยู่ก่อนแล้ว เมื่อเห็นตัวเลขบนหน้าจอ คนที่เฝ้าไข้มาตลอดทั้งคืนก็ยิ้มกว้างทันที

“ไข้ลดลงแล้ว แต่ยังมีไข้อยู่ พี่ว่าลาสักวันดีมั้ย ไม่งั้นได้เอาหวัดไปติดเด็กๆ แน่เลย แล้วนี่ยังมึนศีรษะมั้ย รู้สึกไม่ดีตรงไหนมั้ย”

“ปวดหัวนิดหน่อย แต่เจ็บคอมาก” ธีรศิลป์เอ่ยเสียงแหบ

“งั้นไปล้างหน้าแปรงฟัน กินข้าวกินยา แล้วค่อยนอนต่อ”

“อยากอาบน้ำ เหนียวตัว”

“เช็ดตัวเอาก่อนดีมั้ย เดี๋ยวไข้จะกลับมา”

เอ่ยจบแล้วก็นึกก่นด่าตัวเองที่หาเรื่องใส่ตัว เมฆานึกอยากกัดลิ้นตัวเองให้ขาดที่เสนอในสิ่งที่ทำร้ายตัวเอง ทั้งที่เพิ่งเกิดเรื่องไปเมื่อคืนสดๆ ร้อนๆ

“แต่ผมอยากอาบน้ำ อาบแป๊บเดียวก็ได้ ร้อนจะตายไป แถมชุดนอนนี่ก็หนา...” ธีรศิลป์ขมวดคิ้วเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนตนไม่ได้สวมชุดนี้นอน “เดี๋ยวนะ...เมื่อคืนผมไม่ได้ใส่ชุดนี้”

“พี่ตื่นมาเช็ดตัวแล้วเปลี่ยนให้ แล้วก็คอยเช็ดให้ตลอด จนกระทั่งเมื่อสักตีสี่ตีห้านี่แหละที่ไข้...”

“เดี๋ยวนะพี่เมฆ” ธีรศิลป์รีบเบรกคนตัวสูงทันที “พี่บอกว่าเช็ดตัวแล้วเปลี่ยนชุดให้ผมเหรอ เปลี่ยนทั้งหมดเลยน่ะเหรอ”

เมฆาแกล้งตีหน้านิ่งแล้วพยักหน้ารับ เป็นเหตุให้คนป่วยหน้าแดงจัดจนคนมองกลั้นยิ้มแทบไม่อยู่ ทว่าเพราะไม่อยากให้กระต่ายตื่นตูมว่าเขาทำมากกว่านั้น จึงต้องทำหน้าซื่อราวกับบริสุทธิ์ใจ

ธีรศิลป์รู้สึกทั้งอายทั้งหงุดหงิดที่อีกฝ่ายเห็นเขาล่อนจ้อน แต่ความอายมีมากกว่าจึงรีบผุดลุกไปยังราวตากผ้า หยิบผ้าขนหนูผืนโตออกจากห้องนอนเพื่อไปอาบน้ำอย่างที่บอก ทว่าไม่วายบอกคนเฝ้าไข้ด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์

“ผมอาบน้ำเสร็จแล้วจะออกไปกินข้าว พี่เมฆก็รีบอาบน้ำได้แล้ว เดี๋ยวไปทำงานสายไม่รู้ด้วยนะ”

เมฆาหลุดหัวเราะทันทีที่คล้อยหลังอีกฝ่าย อดคิดไม่ได้ว่าหากอีกฝ่ายได้เห็นสภาพที่เขาทิ้งไว้ จะทำหน้าอย่างไร จะโวยวายแบบไหน แต่ไม่ว่าจะยังไง เขาก็พร้อมจะรับมืออยู่แล้ว ชายหนุ่มยิ้มกว้างขึ้น ก่อนจะโทร. หาบริษัทเพื่อขอลาหยุดในวันนี้ ด้วยไม่ไว้ใจให้ธีรศิลป์อยู่เพียงลำพังทั้งที่ยังป่วยเช่นนี้


...........................



ธีรศิลป์มองหน้าแดงจัดในกระจกก็ได้แต่กำมือแน่น เขาไม่ได้โกรธ แต่เขินเสียจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ชายหนุ่มรีบสะบัดศีรษะ เพื่อปัดเรื่องราวเหล่านั้นทิ้ง ก่อนจะถอดเสื้อผ้าโยนใส่ตระกร้า แล้วเดินเข้าตู้อาบน้ำ

เมื่อผิวกายสัมผัสกับความเย็นของน้ำจากฝักบัวก็ขนลุกซู่ทันที เขารู้ตัวดีว่ายังไม่สร่างไข้ดีนัก จึงรีบร้อนอาบน้ำถูสบู่ แล้วล้างออกอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงใช้ผ้าขนหนูผืนโตซับน้ำออกแล้วพันรอบเอว ชายหนุ่มบีบยาสีฟันแปรงฟัน ทว่าสายตากลับสะดุดกับร่องรอยบนลำคอและแผงอกขาวของตัวเอง

ดวงตาคู่กลมเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนก แล้วคาบแปรงสีฟันเพื่อแตะร่องรอยบนกายตัวเอง ไม่ต้องถามให้มากความว่ามันคือรอยอะไร และเกิดจากฝีมือใคร ในเมื่อตอนนี้เขาอยู่ร่วมบ้านกับเมฆา คนทำก็คงไม่พ้น...

‘ไอ้พี่เมฆ!’

ธีรศิลป์ตะโกนลั่นในใจ ก่อนจะแปรงฟันอย่างนึกโมโห ใบหน้าขาวแดงก่ำ ความรู้สึกมากมายประเดประดังเข้ามา ทั้งหงุดหงิด โมโห อับอาย และเขินอาย

ชายหนุ่มกวักน้ำขึ้นล้างโฟมล้างหน้า แล้วซับด้วยผ้าขนหนูผืนเล็ก มองร่องรอยแดงๆ บนลำคอและแผงอกของตัวเองอีกครั้ง มือทั้งสองกำแน่น ไม่รู้ว่าควรออกไปเจอหน้าอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกไหนดี ระหว่างโมโหหรือเขินอาย แต่ที่แน่ๆ เขากลับทำหน้าไม่ถูกหากต้องออกไปเจออีกฝ่าย

“พี่เมฆทำบ้าอะไรของเขาวะเนี่ย ไหนว่าเฝ้าไข้ไง เฝ้าไข้อะไรถึงได้มีรอยดูดแบบนี้ได้วะ” ธีรศิลป์บ่นหน้ากระจกด้วยความหงุดหงิด

ทว่าไม่ทันจะได้ตัดสินใจว่าควรเตรียมใจทำเช่นไร เสียงของคนที่เขาไม่พร้อมจะพบหน้าก็ดังขึ้น พร้อมเสียงเคาะประตู

“ปลาทูอาบน้ำเสร็จรึยัง เข้าไปนานแล้วนะ เดี๋ยวไข้ก็กลับมาหรอก”

“...”

ธีรศิลป์เลือกจะเงียบ ไม่ยอมตอบ ทว่าสายตาขุ่นเคืองกลับจ้องไปที่บานประตู หากสายตาของเขาสามารถมีแสงฟาดฟันได้ คนด้านหลังประตูคงหมดลมหายใจไปนานแล้ว แต่คนยังไม่ฟื้นไข้ก็รู้ตัวดีว่าหากยังยืนแบบนี้ มีแต่จะอาการหนักขึ้น และเขาไม่อยากนอนซมให้อีกฝ่ายรังแกอีก จึงสูดลมหายใจเข้าเมื่อคิดวิธีรับมือเมฆาได้แล้ว

ร่างโปร่งเปิดประตูห้องน้ำ ประจันหน้ากับร่างสูงกว่า แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่ไม่วายชะงักอยู่ดีที่เห็นแววตาเป็นห่วงของเมฆาที่ฉายชัดเจนอย่างไม่คิดปิดบัง ก่อนสายตาเจ้าตัวจะเปลี่ยนไปเมื่อเห็นว่าเขาอยู่ในสภาพไหน นั่นจึงทำให้คนตัวเล็กกว่ารีบเดินผ่านเข้าห้องนอน

เมฆาเดินตามคนตัวเล็กกว่าไปยังห้องนอน “ทำไมไม่เอาชุดเข้าไปในห้องน้ำด้วยล่ะปลาทู เดินออกมาแบบนี้...” เขาชะงักเมื่ออีกฝ่ายหมุนกายกลับมา

“แบบไหน?” ธีรศิลป์เอ่ยอย่างกวนประสาทขณะเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย “นี่มันบ้านปลาทูนะพี่เมฆ จะทำอะไรก็ได้ ออกไปจากห้องนอนปลาทูได้แล้ว ปลาทูจะได้แต่งตัวแล้วไปกินข้าวกินยา พี่ออกไปช้าแล้วปลาทูอาการหนักกว่าเดิม คงโทษใครไม่ได้นอกจากพี่เมฆเอง”

เมฆาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนสายตาจะทันได้สังเกตร่องรอยที่เขาทิ้งไว้เมื่อคืน มุมปากยกขึ้นเพียงเล็กน้อยด้วยความพึงพอใจ
ธีรศิลป์เห็นรอยยิ้มและแววตาเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่ายก็ให้หงุดหงิดนัก ทว่าก็แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แล้วยืนกอดอกอย่างไม่คิดจะยอมลงให้อีกฝ่าย เมฆาจึงยอมล่าถอยให้คนดื้อดึง ทว่าคนดื้อกลับไม่ยอมจบง่ายๆ

“พี่เมฆรู้มั้ย...ปลาทูโคตรไม่ชอบคนที่ชอบรังแกคนป่วยเลย โดยเฉพาะว่าคนทำคือคนมาเฝ้าไข้”

“ฮืม? นี่ปลาทูจะเริ่มจริงๆ ใช่มั้ย”

“เริ่มอะไร? ปลาทูไม่ได้เริ่มอะไรสักหน่อย ก็แค่บอกให้พี่เมฆรู้”

คนฟังยกมุมปากขึ้นยิ้มร้ายทันที เขารู้ว่าอีกฝ่ายต้องการจะสื่ออะไร ทว่าคิดหรือว่าแค่นี้จะทำให้คนยอมลงให้ เขาไม่ใช่คนว่าง่ายขนาดนั้นเสียหน่อย ธีรศิลป์น่าจะรู้จักด้านนี้ของเขาดีแท้ๆ แต่กลับดื้อที่จะต่อต้าน เอาชนะเขา ทั้งยังคิดจะปฏิเสธเขาอีกด้วย นั่นยิ่งทำให้เขานึกมันเขี้ยวเด็กดื้อตรงหน้าเสียเหลือเกิน

ธีรศิลป์เลิกคิ้วประหลาดใจที่อีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทีหวาดหวั่น หรือไม่สบายใจเลยที่เขาอาจจะไม่ชอบ แต่กลับรุกเข้าหาเขาอย่างไม่คิดยอมแพ้สักนิด

“หยุดตรงนั้นเลยพี่เมฆ คิดจะทำอะไรน่ะ” ปลาทูเอ่ยถามเสียงห้วน

“จะทำให้เห็นไงว่าคนเฝ้าไข้รังแกคนป่วยน่ะทำยังไง พี่เลยถามไงว่าปลาทูจะเริ่มจริงๆ เหรอ เพราะถ้าปลาทูจะเริ่มจริงๆ พี่จะได้ทำให้ดู”

“ไม่ต้อง! พี่เป็นบ้าอะไรเนี่ย บอกว่าไม่ชอบ ยังจะมาทำให้เห็นอีก”

“พี่รู้จักปลาทูมากี่ปี ทำไมจะไม่รู้จักนิสัยเรากันน่ะ”

“เหอะ!” ธีรศิลป์ยิ้มเยาะหยัน ก่อนจะเอ่ยเสียงเครียด “ไม่รู้จริงสิไม่ว่า คิดว่าตลอดเวลาสิบสองปีที่ผ่านมาผมจะยังเหมือนเดิมเหรอไง ผมไม่ใช่เด็กเหมือนตอนนั้นแล้วนะ พี่น่าจะมองซะใหม่”

“ถ้าพี่คิดว่าเราเป็นเด็กก็คงไม่ทำแบบนี้หรอก”

“แบบไหน?...อึก!”

ธีรศิลป์เบิกตากว้างเมื่ออีกฝ่ายดึงเขาจนกระแทกกับแผ่นอกแกร่งของอีกฝ่าย ริมฝีปากอุ่นแนบกับหน้าผากของเขา ลากผ่านหางคิ้วมายังแก้มขาว แล้วหยุดนิ่งที่ริมฝีปาก

ความอบอุ่นจากริมฝีปากหนาสู่ริมฝีปากสีระเรื่อ ไม่เพียงทำให้ร่างกายที่หนาวเหน็บจากสายน้ำอุ่นขึ้น แต่หัวใจของเขาก็รู้สึกเช่นเดียวกัน ธีรศิลป์พยายามเม้มปากแน่น ไม่ยอมให้อีกฝ่ายได้ล่วงล้ำไปมากกว่านี้ ทั้งพยายามผลักแผ่นอกแกร่งให้ออกห่าง แต่อีกฝ่ายกลับกอดรัดแน่นขึ้น แล้วเม้มริมฝีปากล่างของเขาเบาๆ เป็นการยั่วเย้า คนดื้อดึงจึงยิ่งปิดปากแน่นขึ้น คนถูกขัดใจจึงกัดริมฝีปากของเจ้าตัวอย่างมันเขี้ยว

“ดื้อจังเลยนะปลาทู”

“ปล่อย...อื้อ!”

เมฆาฉวยโอกาสที่ธีรศิลป์เรียกร้องหาอิสระประกบริมฝีปากอีกครั้ง แล้วสอดลิ้นเข้าสู่โพรงปากร้อนผ่าวจากพิษไข้ ประคองต้นคอของคนตัวเล็กกว่าให้ได้มุมที่เขาต้องการ มอบความหวานซาบซ่านที่อีกฝ่ายไม่เคยพบให้ เป็นเหตุให้ธีรศิลป์ต้องกำอกเสื้ออีกฝ่ายไว้แน่น

ธีรศิลป์ไม่คิดมาก่อนว่าจุมพิตจากเมฆาจะทำให้เขาอ่อนแรงได้ขนาดนี้ จนให้นึกว่าที่เป็นเช่นนี้เป็นเพราะเขาไม่มีแรงจากพิษไข้ หรือเพราะจูบวาบหวามที่ชวนให้เข่าอ่อนกันแน่ ทว่าไม่ทันจะได้หาคำตอบก็รู้สึกเจ็บเพราะอีกฝ่ายลงเขี้ยวกับลิ้นของเขา แม้จะเพียงเล็กน้อยไม่ถึงขั้นเลือดออก แต่ก็ทำให้รู้สึกเจ็บจนสะดุ้ง จึงรีบผลักอีกฝ่ายออกห่าง

“จูบกับพี่แล้วเหม่อแบบนี้...ได้ที่ไหน”

“ก็แสดงว่าพี่เมฆจูบห่วยไงล่ะ” ธีรศิลป์แสร้งปากดีเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ

“ลองอีกทีมั้ยล่ะปลาทู”

ธีรศิลป์ไม่ทันจะได้ส่งเสียงห้าม อีกฝ่ายก็โน้มหน้าลงจุมพิตอีกครั้ง ราวกับอดอยากปากแห้งมานาน และยังคงต้องการจากคนตัวเล็กกว่าไม่คลาย ซึ่งครั้งนี้ก็สมใจเมฆายิ่งนัก เมื่ออีกฝ่ายโอนอ่อนผ่อนตามอย่างง่ายดาย กระทั่งเขาถอนจุมพิตแล้ว ธีรศิลป์ยังไม่ได้สติดีนัก จึงถูกแกล้งสัมผัสอย่างยั่วเย้า จนคนที่มีเพียงผ้าขนหนูพันกายรีบถอยออกห่าง

“คราวนี้เข้าใจคำว่ารังแกรึยังปลาทู”

“ออกไปเลย!” ธีรศิลป์ออกปากไล่

เมฆายักไหล่ก่อนจะยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ ทว่าเขายินดีออกจากห้องนอน เพื่อให้อีกฝ่ายได้แต่งตัว ก่อนที่อาการจะแย่งลงจริงๆ
เมื่ออยู่เพียงลำพัง ธีรศิลป์จึงได้แต่กระฟัดกระเฟียดนึกโมโหตัวเองที่ยอมโอนอ่อนตามเขา ก่อนจะแตะริมฝีปากของตัวเองที่บวมช้ำเพราะอีกฝ่าย แล้วเปรยพลางอมลมเข้าปากอย่างงอนๆ

“นี่มันเรียกลวนลามไม่ใช่รังแกแล้วไอ้พี่เมฆหื่นกาม”

เจ้าของบ้านได้แต่ทำหน้ามุ่ยขณะหยิบเสื้อผ้าออกจากตู้ ยิ่งเห็นว่าในตู้มีเสื้อผ้าของเมฆาด้วยแล้ว ก็ยิ่งมุ่ยหน้าหนักขึ้น แม้จะรู้ตัวดีว่าไม่ได้โกรธ แค่รู้สึกงอนและไม่พอใจ แต่เพราะเหตุนี้นี่แหละที่ทำให้เขานึกกลัวไม่น้อย ด้วยอดคิดไม่ได้ว่าหัวใจของตัวเองกำลังหวั่นไหวไปกับอีกฝ่ายมากเพียงใด จึงได้รู้สึกเพียงแค่นี้ เขาควรโกรธ ควรโมโหสิ แต่ไม่ว่าจะบิ้วท์อารมณ์ตัวเองแค่ไหน สุดท้ายก็เป็นเพียงความไม่พอใจเล็กๆ ไม่ต่างจากแฟนสาวงอนแฟนหนุ่มเลย

ไม่สิ...เขาไม่ใช่แฟนสาวของเมฆาเสียหน่อย

ธีรศิลป์มุ่ยหน้าด้วยความไม่พอใจกับความคิดไม่เข้าท่าของตัวเอง จึงได้แต่ปิดประตูเสื้อผ้าปึงปัง แล้วเดินออกจากห้องนอนด้วยความหงุดหงิด ในขณะที่คนจัดโต๊ะอาหารเอาแต่ยิ้มกรุ้มกริ่มด้วยความพอใจ



**TBC**




ตอนนี้มาไวแล้วน้าาาาาา
อย่าลืมเม้นต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยเด้อ
ตอนหน้าพี่เมฆอาจเจออีน้องเวอร์ชั่นดื้อสุดฤทธิ์
#น้องอยากเป็นแค่น้อง #พี่ไม่อยากเป็นพี่


อย่าลืมไปกดไลก์เพจกันนะคะ เสิร์ชชื่อ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง ได้เลยนะคะ

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2026
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-0
 :pig4:
รออ่านต่อค่ะ
 :3123:

ออฟไลน์ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 23
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
ขอโทษนะคะที่หายไปนานเลย
จริงๆ ไรท์ก็อยากปั่นได้เรื่อยๆ จะได้มาอัปให้บ่อยๆ
แต่งานที่ทำเลยไม่ค่อยมีเวลาปั่นเลยค่ะ
แล้วช่วงนี้ประสบกับปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับข้อมือทั้ง2ข้างเลย ก็เลยต้องพักยาวๆ
ยังไงก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ  :mew2:
แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ
ยังไงก็ไม่ทิ้งแน่นอน
หายดีเมื่อไหร่จะกลับมาปั่นและอัปให้แน่นอนค่ะ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด