จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}  (อ่าน 50265 ครั้ง)

ออฟไลน์ EVE910

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 574
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-1
พี้ทอยเอ็นดูน้องด้วย :กอด1:

ออฟไลน์ pan19891990

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 41
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
น้องแฟรงค์คนเด๋อ แอบอ่อยแบบรู้ตัวบ้างไม่รู้ตัวบ้าง น่ารักค่ะตอนนี้ ทอยแอบใจอ่อนและอ่อนใจใช่มะๆ ตอนหน้าไปพัทยาจะมีอะไรคืบหน้าบ้างมั้ยน้าาา... แอบคาดหวังในใจเงียบๆค่ะ 5555 รอติดตามค่า :mew3: :mew1:

ออฟไลน์ twinmonkey0311

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5911
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +108/-9
 :pig4: :pig4:

ออนไลน์ shoi_toei

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +222/-25
ทอยแฟรงค์ สินะๆ ไม่เป็นไร ๆ ได้หมด ขอให้ได้กัน กร้ากกก

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1716
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +111/-5
เริ่มจะมีโมเม้นต์หวานๆ มั่งแล้ว น้องก็อ้อน พี่ก็เริ่มเอ็นดูแบบไม่รู้ตัว   :katai2-1:

ออฟไลน์ Sirinapa-11

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 94
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-20
    • FicYaoiTH
Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่9
«ตอบ #95 เมื่อ10-03-2018 16:27:51 »

ตอนที่9
#จีบวิศวะ

สายตาหนึ่งคู่กำลังจับจ้องดวงหน้าดูดีของบุคคลอายุมากกว่าที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มือขาวเอื้อมไปหยิบขนมเข้าปากหนึ่งชิ้นก่อนจะกลับมานั่งอมยิ้มแล้วมองหน้าของทอยต่อ ในตอนนี้พี่มันกำลังจดจ่ออยู่กับการทำการบ้านให้เขาดังนั้นแล้วเลยไม่ได้มีอารมณ์สนใจว่าตัวเองกำลังถูกลวนลามทางสายตาขนาดไหน แฟรงค์หละนึกอยากขอบคุณอาจารย์ที่ให้การบ้านยากจัดจนไม่สามารถทำเองได้ เลยหอบมาที่ห้องของอีกคนด้วยก่อนจบลงด้วยการได้นั่งมองหน้าของทอยจนเพลินแบบนี้

“ส่งวันไหนเนี่ย?”
“อืม...ที่จริงก็ต้องพรุ่งนี้อะพี่ แต่ว่าพรุ่งนี้...”
“ทำไม?” โดนทอยถามมาอีกแฟรงค์มีขมวดคิ้ว

“พี่ลืมหรอว่าเราต้องไปพัทยากัน” ตอนแรกก็แอบหงุดหงิดแต่พอเห็นว่าทอยหลุดขำสุดท้ายถึงได้รู้ว่าความจริงพี่มันแค่แกล้งเขาอีกแล้ว พ่นลมหายใจพลางนั่งกอดอกมองบุคคลฝั่งตรงข้ามที่กำลังเงยสายตาออกจากกระดาษแล้วมองสบมาเหมือนกัน ในตอนนี้คิ้วของแฟรงค์ยังขมวดอยู่และทอยก็ยังนั่งส่งสายตาแอบกวนมาให้อยู่

“พรุ่งนี้ไปไม่ได้แล้ว”
“อ้าววว....” เสียงของไอ้เด็กตัวขาวดังเสียยิ่งกว่าอะไร

“พอดีมีนัดกับเพื่อนแล้วอะ” ทอยพูดต่อออกมาอีกและแฟรงค์หน้างอหนักแถมสายตายังมีแต่ความไม่พอใจอยู่เต็มไปหมดอีกด้วย แต่เหมือนว่าไม่ได้ต้องการให้ทอยต้องมาเห็นหน้าตัวเองตอนโกรธดังนั้นเด็กหนุ่มถึงเลือกจะฟุบหน้าลงบนโต๊ะกระจกโดยที่ไม่ได้สังเกตมองเลยว่าไอ้คนพี่มันกำลังกลั้นขำจนตัวโยนขนาดไหน

“แต่ผมจ่ายเงินค่าบัตรไปแล้วนะ”
“ไหนว่าได้บัตรมาฟรี” และก็จับโกหกเด็กเลี้ยงแกะได้อีกหนึ่ง แฟรงค์รีบเงยหน้าขึ้นมองอีกคนแถมสายตาล่อกแล่กด้วย
“ก็...เออนั่นแหละ ก็ซื้อมา ไม่ได้ได้ฟรี”

“กล้าโกหกกูเลย?”
“.......” โดนมองดุแบบนี้แฟรงค์ทำได้แค่นั่งเงียบ คิดในใจว่าสงสัยจะโดนพี่มันเทของจริงก็คราวนี้แหละ
“ว่าไง ถามว่ากล้าโกหกกูเลยหรอ”

“ขอโทษครับ....” เสียงหงอยลงแบบทันตาเห็นแถมหน้าตาตอนนี้ก็ยิ่งกว่าหมาถูกเจ้าของทิ้งเสียอีก มือขาวล้วงหยิบบัตรคอนเสิร์ตสองใบออกมาจากกระเป๋ากางเกงตัวเอง เงยหน้ามองทอยอีกครั้งก่อนยื่นบัตรในมือส่งให้

“ถ้าพี่ไม่ไปกับผม ผมก็ไม่รู้ว่าจะไปกับใครแล้วอะ”
“............”
“งั้นพี่เอาบัตรไปแล้วไปกับคนที่พี่อยากไปก็ได้”

..หมับ.. จากตอนแรกที่คิดว่าทอยจะปฏิเสธแต่ไอ้การที่มือหนารีบคว้าหมับเอาสิ่งในมือไปนั่นทำให้แฟรงค์มีแอบหน้าเสีย มองนิ่งอีกรอบพร้อมมือที่ยังไม่ได้รั้งกลับเพราะยังรอให้ทอยหยิบเอาบัตรอีกใบจากมือไปอยู่ ถึงตอนนี้นี่ยอมรับว่าเสียใจว่ะ แบบแม่งพี่มันอะทำไมจะต้องแสดงตัวขนาดนี้ด้วยว่าไม่ชอบเขาเนี่ย

แล้วก็นั่งนิ่งอยู่นานจ้องหน้าของทอยอยู่แบบนั้น
ก่อนขมวดคิ้วเมื่อพบว่าอีกร่างไม่ยอมหยิบบัตรอีกใบไปจากมือของเขาเสียที

“ทำไมไม่เอาอันนี้ไปด้วยหละครับ” เลยถามออกไปทั้งเสียงหงุดหงิดแบบนั้น
“ก็ของหมามันไม่ใช่หรือไง”
“.........” ได้แต่เงียบพร้อมมองหน้าของคนพูดแบบตาปริบ ยังไม่เข้าใจเท่าไหร่ว่าอีกคนจะสื่ออะไรกันแน่
“อะไรอีก?” คราวนี้ทอยถามทั้งขมวดคิ้วส่วนแฟรงค์เริ่มยิ้มออก

“พี่หมายถึง...พี่จะไปกับผมใช่ปะ”
“เออ!ถ้ามึงถามอีกกูไม่ไปด้วยของจริงแล้วนะ” โดนขู่มาแบบนี้เจ้าเด็กตัวขาวรีบยกมือปิดปากที่ชอบเผลอพูดมากอยู่เรื่อย นั่งยิ้มกรุ่มกริ่มส่วนทอยทำตัวไม่ถูกจนต้องรีบก้มหน้านั่งทำการบ้านให้มันต่อ แฟรงค์ยังยิ้มไม่หุบและมือก็ยังไม่หยุดล้วงขนมเข้าปาก ตอนนี้โลกสดใสขึ้นแบบในพริบตานอกเหนือกว่านั้นใจยังเต้นแรงยิ่งกว่าอะไรอีกด้วย

“จะไปไหน?” แต่พอจะลุกเสียงจากทอยก็ดังมาอีก
“กินน้ำครับ”

“อย่าทำแก้วกูแตกอีกก็พอ” คำย้ำกำชับดังมาและแฟรงค์พยักหน้ารับพร้อมลุกเดินเข้าไปในห้องครัวของอีกร่าง เมื่อเข้ามาด้านในสิ่งแรกที่มองคือการเงยหน้าจ้องลิ้นชักที่มีแก้วอยู่ในนั้น ถอนหายใจกับตัวเองอีกครั้งเพราะถ้ารอบนี้ทำแก้วแตกอีกมีหวังได้หัวแตกเพราะโดนพี่มันตบแน่ ดังนั้นเลยตัดสินใจจะหันมาหยิบเก้าอี้เพื่อใช้เหยียบขึ้นไปแต่ในจังหวะที่หันตัวกลับมาสายตาดันสะดุดเข้ากับสิ่งที่วางอยู่กลางโต๊ะอาหาร

มี แก้ว วาง อยู่ บน โต๊ะ!

“พี่ทอย!!”
“อะไรอีก!!!” ถึงแม้พี่มันจะตะโกนเสียงดังแต่แฟรงค์ยังคงหยิบ มือรีบหยิบแก้วตรงหน้าพร้อมเดินออกไปหา
“พี่วางแก้วไว้ต่ำเพื่อผมปะเนี่ย”

“มึงอย่ามโน ไอ้ไทเกอร์มันเอาวางไว้” ได้คำตอบแล้วสุดท้ายรอยยิ้มหายไปพร้อมสีหน้าอารมณ์แบบมองบนที่ปรากฏ เดินกลับมากินน้ำด้วยอาการแอบเบะปากในใจ ส่วนคนที่นั่งปั่นงานให้ไอ้เด็กตัวขาวอยู่ก็ได้แต่กลั้นยิ้มกับตัวเองเอาไว้เพราะความจริงที่เขาเอวแก้วมาวางไว้บนโต๊ะก็เพราะว่ามันนั่นแหละ

ทำไงได้อะ
ก็ไม่อยากให้แก้วต้องแตกอีกก็แค่นั้น มันเปลืองข้าวของโอเคปะ?

“เสร็จยังอะพี่” กลับมานั่งปุ้บแฟรงค์ก็ส่งคำถามมาทันที
“ไหนว่าไม่รีบส่ง”
“ก็ถามไง เดี๋ยวแบบจะขอกลับบ้านก่อนอะ....ไปเอาเสื้อผ้า”

“งั้นก็กลับไปก่อน เอางานไว้นี้ก็ได้” ประโยคธรรมดาที่ทำคนฟังยิ้มในใจ แฟรงค์พยักหน้ารับก่อนลุกขึ้นยืนหลังจากเก็บของใส่กระเป๋าแล้วเรียบร้อย หันมองทอยอีกรอบโดยที่ยืนครุ่นคิดอยู่หน้าประตู ตัดสินใจได้ก็ชะโงกหน้ากลับเข้ามาและสายตาจากคนพี่ก็มองสบพอดี
“พรุ่งนี้ตอนเก้าโมงเช้าผมมารับนะพี่”
“อืม”
“เอ่อ...ฝันดีนะครับ” มีเพียงการพยักหน้ารับกลับมาแต่แฟรงค์ว่าแค่นั้นก็เพียงพอ

...กึก... ปิดประตูห้องแล้วก่อนถอนหายใจเฮือกใหญ่และเดินยิ้มกว้างออกมา ยังคิดไม่ออกเลยว่าไปเที่ยวด้วยกันนี่กูจะต้องเขินพี่มันไปอีกกี่ครั้ง ตลอดการขับรถกลับบ้านในหัวของแฟรงค์ยังคงวนคิดแต่กับทอยอยู่ตลอด ถ้าสิ่งนี้เรียกว่าความรักนะเขาก็ไม่ค้านหรอก ไม่รู้ว่าทอยมีอะไรดีนักเหมือนกันที่ทำเขาเป็นได้ถึงขนาดนี้

“กลับบ้านได้ด้วยหรอมึงอะ” แต่แล้วเสียงทักเมื่อกำลังจะเดินเข้าบ้านตัวเองเรียกสติของแฟรงค์ไว้
“แน่นอนดิพี่ ใครจะเหมือนพี่อะอยู่กกแต่กะเมียนี่” พูดแซวไปก่อนได้รับค้อนวนโตจากเสือมา แฟรงค์หันไปยักคิ้วให้พี่ชายร่วมสายเลือดพร้อมขาที่ไม่ลืมจะก้าวพาตัวเองเดินขึ้นไปยังชั้นบนของตัวบ้านด้วย ไม่ได้กลับมานานจริงเพราะตั้งแต่ที่เริ่มติวกับทอยเขาก็ต้องนอนคอนโด เนื่องเพราะถ้าว่าคอนโดของเราไกลกันแล้ว แต่ถ้าวัดจากบ้านเขาไปนี่ถือว่าเด็กๆไปเลย

..แกร๊กกก...
ระหว่างกำลังเก็บเสื้อผ้ายัดลงใส่กระเป๋าเสียงเปิดประตูห้องที่ดังเรียกสายตาของเด็กหนุ่มให้ต้องหันมอง ภาพที่เห็นคือพี่ชายหน้าหล่อที่กำลังยืนขมวดคิ้วมองมาที่เขาอยู่ แต่แฟรงค์ยังไม่ได้สนใจเพราะถ้าเสือสงสัยอะไรเดี๋ยวก็คงถามเขาเองนั่นแหละ

“มึงจะไปไหน?”
“ไปเที่ยวพักผ่อนตามประสาคนมีตังค์”
“กับใคร” โดนถามอีกคราวนี้แฟรงค์หันไปยิ้มให้
“ทำไม?เป็นห่วงผมอะดิ”

“ถุ้ย!กูแค่ไม่อยากโดนแม่บ่นว่าดูแลน้องไม่ดีเท่านั้นแหละวะ”
“เอ้าพี่ยอมรับว่าผมเป็นน้องแล้วอ๋อ”

“เดี๋ยวเถอะนะมึงไอ้แฟรงค์นะ” เสียงหัวเราะลั่นจากคนน้องดังออกมาและเสือเพียงชักสีหน้าใส่ก่อนเลือกจะเดินหนีเพราะถ้าอยู่ต่อมีหวังได้เดินเข้าไปตบหัวมันแน่ แฟรงค์มองตามทั้งส่ายหน้าเพราะไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนแต่ไอ้พี่เสือนี่ก็ยังฟอร์มจัดไม่ยอมรับเขาเป็นน้องชายซักที ก็เข้าใจแหละว่าเราคนละพ่อกันแต่ถึงอย่างนั้นก็แม่เดียวกันนะ

หรือว่าพี่มันอิจฉาที่เขาหล่อกว่าวะ
เออสงสัยต้องแบบนั้นแน่ๆ

“คึคึ” คิดเองหัวเราะเองแถมพอใจในตัวเองอีกด้วย เขากับพี่เสือน่ะโดนทักว่าหน้าคล้ายกันบ่อยนะแต่พี่ชายของเขาจะหน้าออกแนวคมเสียมากกว่า แต่ว่าหน้าตาของแฟรงค์นี่คือเหมือนหลุดมาจากลูกคุณหนูจ๋าเลยไง ก็ทำไงได้คนมันเกิดมาดูหน้าตาแบบมีสง่าราศีไง ยิ่งคิดยิ่งภูมิใจเพราะงั้นพี่ทอยไม่อยากมีแฟนหล่อมั้งเหรอวะ

“คิดแล้วก็ทักไปหาดีกว่า” พึมพำกับตัวเองพร้อมมือที่หยิบโทรศัพท์ออกมา
และแน่นอนว่าทางเดียวที่จะติดต่ออีกคนได้ ก็มีแค่ไอจีนี่แหละครับ...

ชีวิตมันเศร้าเนอะ

//เก็บเสื้อผ้ารอยังอะพี่//
//เออพี่ๆ โรงแรมเราอะเอาแบบห้องสวีทปะ//

//ฮัลโหลลล พี่นอนแล้วหรออออ// รัวแชทไปมากมายแต่สิ่งที่ได้ยังมีแค่ความเงียบ แฟรงค์ขมวดคิ้วก่อนยิ่งจิตตกเมื่อพบว่าทอยเพิ่งจะลงวิดีโอในสตอรี่ไอจีล่าสุดไปแต่ดันไม่ยอมตอบเขาเสียนี่ นอกเหนือกว่านั้นสิ่งที่ลงยังไม่ใช่หน้าตัวเองแต่กลับเป็นวิดีโอที่ถ่ายพี่ไทเกอร์ซึ่งกำลังนั่งเคี้ยวอะไรบางอย่างซะแก้มตุ่ยเลย

[กินไรอะ]
-ขนมมมม-
[ขอชิมหน่อย ขอกูชิมนิดนึง] บทสนทนาภายในวิดีโอดังและพี่ไทเกอร์ส่ายหน้าตอนพี่ทอยขอกินขนมด้วย ก่อนสุดท้ายกล้องหลังจะถูกเปลี่ยนมาเป็นกล้องหน้าและใบหน้าแสนดูดีของทอยก็ปรากฏพร้อมริมฝีปากหยักที่พึมพำไร้เสียงมาว่า

ขี้หวง
และวิดีโอถูกตัดจบลงตอนที่ไทเกอร์กระโดเข้ามาคว้าคอของทอยพอดี

“เฮ้อ...” อดจะถอนหายใจไม่ได้และในตอนนี้สิ่งที่แฟรงค์ทำก็เป็นเพียงการนอนรอทอยตอบแชทกลับมาเท่านั้น อาบน้ำเสร็จก็ยังเดินวนกลับมานอนเฝ้าหน้าจอโทรศัพท์อีกครั้ง ก่อนต้องหน้างออีกรอบเมื่อพบว่าทอยอัพสตอรี่ไอจีอีกครั้ง รอบนี้ก็เป็นวิดีโอตอนอยู่กับพี่ไทเกอร์เหมือนเดิม ในวิดีโอคือหน้าของทอยที่กำลังขมวดขั้นหนักทั้งที่มุมปากมีรอยยิ้มส่วนไทเกอร์กำลังนอนซุกกอดแขนของเพื่อนสนิทตัวเองพร้อมทำเสียงงุ้งงิ้งแกล้งคนที่กำลังรำคาญ

[ออกไปรำคาญญญญ]
-เมียจ๋าเค้าขอกอดๆๆๆ- เสียงของไทเกอร์ดังสลับกับเสียงของทอยที่บ่นว่ารำคาญไม่หยุด ถ้าเป็นคนอื่นดูก็คงมองว่าตลกดีแต่พอเป็นแฟรงค์ที่ดูนะกลับรู้สึกว่าแม่งโคตรจี้ดตรงหัวใจเลยว่ะ สุดท้ายแล้วถึงได้เลือกจะกดปิดหน้าจอโทรศัพท์ลงแล้วกลับมานอนหงายมองเพดานห้อง วนคิดซ้ำไปมาว่าทอยจะยอมตอบแชทตอนไหน

..ครืดดด... จนเสียงสั่นของโทรศัพท์ดังนั่นแหละคนตัวขาวถึงได้รีบคว้ามาดู
..เออรู้แล้วเก้าโมงก็มารับกูแล้วกัน... เพียงแค่ประโยคนี้เท่านั้นทำเด็กหนุ่มยิ้มกว้าง

//ฝันดีอีกรอบนะพี่// รีบพิมพ์บอกไปและก็แน่นอนว่ามีเพียงความเงียบเท่านั้นจากอีกฝ่าย แต่แฟรงค์อารมณ์ดีขึ้นเยอะแล้วแถมยังนอนยิ้มกับตัวเองอีกด้วย รู้แหละว่าทอยแอบชอบพี่ไทเกอร์แต่แล้วยังไงหละในเมื่อพี่ไทเกอร์คบกับพี่เสืออยู่ เพราะฉะนั้นอะก็เท่ากับว่าพี่ทอยยังไม่ได้เป็นของใครถูกมะ

ยอมรับว่าท้อนิดนึงก็ได้
แต่ไม่ถอยหรอกโว้ยยยย

................

เช้ามากลับมีเรื่องให้ต้องทำอีกซึ่งนั่นก็คือการที่แฟรงค์ต้องยืนแอบอยู่มุมตึกก่อนเพราะไทเกอร์ที่กำลังจะกลับคอนโดตัวเองจะได้ไม่เห็น เด็กหนุ่มตัวขาวยืนขมวดคิ้วมองร่างของบุคคลที่ถ้าเทียบแล้วก็คือพี่สะใภ้ของเขานี่แหละ พี่ไทเกอร์เดินขึ้นรถแท็กซี่ไปแล้วและเมื่อแน่ใจแฟรงค์ถึงได้เดินออกมาจากมุมที่ตัวเองอยู่ หงุดหงิดนิดหน่อยแต่ก็บอกกับตัวเองว่าทอยยอมไปด้วยนี่ก็ดีเท่าไหร่ละ เพราะงั้นอะ

..ก็อกๆๆ!.. เดินไปเคาะห้องพี่มัน พร้อมทำหน้าให้ดีไว้เหอะ
...แกร๊กกก..

“เสร็จยังอะพี่” ประตูถูกเปิดแล้วและแฟรงค์รีบถามพร้อมส่องสายตามองไปในห้อง ทอยยังไม่ได้ตอบแต่เดินย้อนกลับไปยัดเสื้อผ้าลงกระเป๋าของตัวเองต่อแถมในตอนนี้ยังเหมือนอีกคนเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จด้วยเนื่องจากใส่เพียงแค่บ็อกเซอร์ตัวเดียวเอง เอาอีกแล้ว เลือดกำเดาจะไหลอีกแล้ว...

“เอาเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าให้น่อยดิ”
“ครับๆ” พอโดนสั่งแฟรงค์รีบทำตามแต่สายตายังเนียนมองทอยที่ยืนแต่งตัว กลืนน้ำลายลงคอหลายอึกแถมยังต้องพยายามควบคุมไม่ให้หน้าแดงอีก เสื้อผ้าที่อีกคนใส่เป็นเพียงแค่เสื้อยืดสีขาวล้วนกับกางเกงขาสามส่วนสีกรมเท่านั้น เสื้อผ้าก็โคตรธรรมดาแต่ทำไมพี่มันใส่แล้วหล่อจังวะ สุดท้ายหันมาก้อมมองตัวเองที่แต่งซะเต็มแต่ดูกูจะหล่อน้อยกว่าเขาอีก จนพอมองกลับไปที่ทอยอีกครั้งก็เกือบจะช็อคตายเมื่อพบว่าสิ่งที่อีกคนกำลังทำก็คือการคว้าแว่นกันแดดสีดำมาลองใส่ ก่อนที่จะเก็บลงหนีบเอาไว้ที่คอเสื้อตัวเอง

“พี่...”
“อะไรอีก”
“คือ...ทำไมหล่อหละครับ”

“เอ้าไอ้นี่” มีเพียงเสียงสบถที่ดังกลับมาพร้อมเสียงขำจากทอยเล็กน้อยเท่านั้น แฟรงค์หลังจากที่พับเสื้อผ้าใส่กระเป๋าให้อีกคนเสร็จก็เดินเข้าไปยืนข้างกันที่หน้ากระจก ทอยยักคิ้วลิ่วตาให้และนั่นทำคนมองผ่านกระจกใสต้องรีบเดินเลี่ยงหนีออกมา ไม่อยากให้พี่มันเห็นว่าแก้มเขาแดงนี่เพราะงั้นทำเนียนเป็นคนแมนไว้ดีกว่า

..ผลั้ก!..

“ถือให้กูด้วย” เช้านี้ถูกแกล้งอีกครั้งด้วยการที่ทอยโยนกระเป๋าเป้ตัวเองให้เด็กหนุ่มตัวขาวหอบ และแฟรงค์แอบบ่นนิดหน่อยแต่ก็ยอมเดินตามแบบกอดกระเป๋าอีกคนไว้แน่นแบบนี้ เดินลงมาจนถึงจุดที่รถของแฟรงค์จอดอยู่

“ใครจะขับอะพี่” เด็กหนุ่มถามไป
“มึงมีใบขับขี่แล้วหรอ”
“ยังอะ...”
“งั้นก็เอากุญแจมา” ได้คำตอบแล้วแฟรงค์ยิ้มร่า รีบยื่นกุญแจรถของตัวเองให้แก่คนตรงหน้าพร้อมเดินเข้าไปนั่งยังฝั่งเบาะข้างคนขับ ประตูรถถูกปิดหมดแล้วและทอยใช้มือรั้งแว่นที่คอเสื้อขึ้นมาใส่โดยที่ทุกการกระทำอยู่ในสายตาของแฟรงค์ทั้งหมด เห็นแบบนี้ก็อยากจะมีแว่นกับเขาด้วยเพราะงั้นมือขาวถึงได้รีบหยิบเอาแว่นในคอนโซลหน้ารถตัวเองมาใส่

ขับออกมาท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงเพลงที่ดัง
ทอยผิดสังเกตจนต้องหันมองคนข้างกายก่อนพบว่า มันหลับ...

..ปึก..!

“....!” เป็นคนขับอย่างเขาที่ตาโตแอบตกใจเพราะเมื่อรถขับผ่านลูกระนาดชะลอความเร็วผลที่ได้ก็คือหัวของแฟรงค์ที่เหวี่ยงชนปั้กเข้ากับขอบประตูรถอย่างจัง แต่มันก็ยังไม่ได้ตื่นแต่มีงัวเงียใช้มือลูบหัวของตัวเอง เดินทางกับเด็กนี่ต้องมีปัญหาแบบนี้ตลอดเลยมั้นและนี่คือสิ่งที่ทอยคิดในใจ แถมถนนเส้นนี้ลูกระนาดก็ยังเยอะกว่าอะไรเสียด้วย

..หมับ... สุดท้ายถึงได้ตัดสินใจเอื้อมมือเข้าไปช้อนรองท้ายทอยของอีกคนเอาไว้ ต้องขับรถโดยใช้เพียงมือเดียวเพราะมืออีกข้างติดกลายเป็นที่กันกระแทกหัวให้ไอ้เด็กแฟรงค์มันอยู่ ทอยขมวดคิ้วในขณะที่คนหลับเป็นตายรู้สึกเหมือนปลอดภัยเลยเอนหัวพิงกับฝ่ามืออีกคนไปอย่างไม่รู้ตัวซะ

และคนพี่ได้แต่หันชำเลืองสายตามอง
รอยยิ้มพริ้มที่มุมปากของไอ้ตัวขาวนั่นมัน

...แม้แต่ตอนหลับก็ยังหากินเศษกินเลยกับร่างกายกูได้นะมึง...


# # # # # # #
น้องงงงงงงง5555555



ออฟไลน์ arjinn

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1499
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-1
เสือปล่อยไทเกอร์มาค้างกับทอยได้ไง
แฟรงค์พยายามเข้านะ

ออฟไลน์ EVE910

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 574
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-1
แฟรงค์สู้ๆ

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
นี่ไม่ชอบให้น้องเข้าใกล้ แต่มีความห่วงใยน้องด้วย พี่ทอยคิดอะไรดูจ๊ะ  o18

ออฟไลน์ day9day

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-9
รอตอนต่อๆไปนะครับ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่9 {10/03/61}
« ตอบ #99 เมื่อ: 11-03-2018 10:14:34 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1716
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +111/-5
หูย  พี่ทอยเอาใจใส่น้องขนาดนี้ น้องมันได้ใจตายเลย   :hao3:

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2314
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4757
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +179/-18
 :katai3:

ออฟไลน์ muiko

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1199
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-3
พึ่งได้เข้ามาอ่าน ลุ้นๆให้จีบทอยติดเร็วๆน้า
 :o8:

ออฟไลน์ pan19891990

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 41
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
 สัมผัสได้ถึงความละมุนที่ซ่อนอยู่ พี่ทอยเอ็นดูน้องมากๆแล้วใช่มั้ยคะ แอบลุ้นจริงจังว่าจะมีอะไรคืบหน้ามั้ยน้ออ
รอติดตามตอนต่อไปนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ :)

ออฟไลน์ Bb nale

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 574
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
เป็นเราก็ท้อ เจ็บแทน แฟรงค์น่ารักดี พี่ทอยก็เริ่มโอนอ่อนละมองว่าน้องมันน่ารัก มาต่อไวๆนะ

ออฟไลน์ Onsm

  • To be Continue
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 37
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
อีพี่มันร้าย  โถ่หนูแฟรงค์ของเจ๊  :mew6:

ออฟไลน์ Sirinapa-11

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 94
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-20
    • FicYaoiTH
Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่10
«ตอบ #107 เมื่อ15-03-2018 13:41:04 »

ตอนที่10

#จีบวิศวะ



 

หลับตลอดทางไม่พอ ตื่นรู้สึกตัวได้คำแรกที่พูดก็คือหิวและช่วยแวะพาหาอะไรกินหน่อย เดือดร้อนคนขับที่ต้องจำใจทำตามเนื่องเพราะไม่ได้ต้องการให้มีความวุ่นวายเพราะเสียงบ่นของมัน พอดีกับจังหวะที่ควรแวะเติมน้ำมันเพราะอย่างนั้นครั้งนี้แฟรงค์เลยไม่ได้มีความผิดอะไรมากนัก รถยนต์คันงามจอดเทียบเข้ากับช่องน้ำมันที่ต้องเติม เป็นแฟรงค์ที่กดเลื่อนเปิดประจกลงพร้อมชะโงกหน้าออกไปมองพนักงานตรงหน้า



“เต็มถังเลยครับ” เอ่ยพูดบอกไปก่อนหันกลับมามองคนข้างกายอีกครั้ง

“พี่จะกินข้าวด้วยมั้ย”



“ตามใจ” ได้คำตอบแล้วแฟรงค์ยิ้มให้ก่อนหันกลับมายื่นส่งบัตรเครดิตของตัวเองให้แก่พนักงานที่ยืนรออยู่ เมื่อขับรถเข้ามาจอดยังที่จอดรถได้ไอ้เด็กตัวปัญหาเหมือนจะร่าเริงไม่น้อยเพราะก็คงไม่บ่อยนักหรอกที่มันจะได้ออกมาข้างนอกแล้วออกมาไกลบ้านได้ขนาดนี้ ทอยปิดประตูรถ หยิบโทรศัพท์และของจำเป็นลงมาพร้อมก้าวขาเดินตามร่างตรงหน้าไป



“ผมสั่งคะน้าหมูกรอบให้พี่แล้ว” เขานั่งได้ปุ้บแฟรงค์ที่นั่งรออยู่ก่อนหน้าก็รีบพูด

“แต่อยู่นี่ไม่มีแซลม่อนให้มึงหรอกนะ”



“จำได้ด้วยหรอครับว่าผมชอบกิน” โดนทันถามมาอีกและคนถูกถามชะงักไปเล็กน้อย

“ก็จำได้ไปงั้นแหละ” เห็นว่าแฟรงค์ยิ้มเล็กยิ้มน้อยแต่ไม่ได้ต่อปากต่อคำกับเขาต่อ ไอ้เด็กตัวขาวกำลังโน้มตัวนั่งท้าวแขนของตัวเองเช่นเดียวกับสายตาที่มองป้าเจ้าของร้านด้วยแววตาที่โคตรจะกดดันว่าให้รีบทำได้แล้ว ก่อนที่มันจะหาวออกมา ขยี้ตาตัวเองและหันกลับมานั่งมองหน้าเขาอีก



“อีกไกลหรือเปล่าครับ”

“ประมาณชั่วโมงนึง”

“นานจัง...” แฟรงค์พึมพำกับตัวเองก่อนที่จานอาหารซึ่งถูกนำมาเสริฟจะเรียกความสนใจจากเขาไปได้ในทันที คะน้าหมูกรอบสองจานด้วยกันอีกครั้งแต่เปลี่ยนไปก็คือสถานที่และความสนิทกันระหว่างพวกเราที่เพิ่มมากขึ้น เด็กหนุ่มยังคงทานข้าวได้ดูอร่อยเหมือนอย่างทุกครั้ง ส่วนทอยก็ยังคงความเงียบของตัวเองไว้ได้อย่างเดิมเช่นกัน



“ทำไมเมื่อวานพี่ตอบแชทผมช้าจังเลยอ่ะ” จนเสียงถามจากแฟรงค์ดังออกมา

“ก็ไม่ได้จับโทรศัพท์”

“แต่เห็นลงสตอรี่”

“ก็ไม่อยากตอบไง” สุดท้ายคำตอบนี้ทำคนฟังนิ่งไป แอบด่าตัวเองว่าที่จริงควรหยุดถามต่อตั้งแต่ได้คำตอบแรกละ...

“เดี๋ยวรอติดผมซักวันเห้อะ”



“ตอนมึงฝันอะนะ” แฟรงค์ได้แต่ขมวดคิ้วใส่เพราะพอเขาพูดอะไรไปทอยก็ขัดหมดเลย ทานข้าวกันเสร็จเรียบร้อยสำหรับมื้อนี้ก็ยังเป็นเด็กหนุ่มตัวขาวเช่นเดิมที่เป็นคนเลี้ยง เดินออกมาจากร้านอาหารและตรงไปยังมินิมาร์ทที่ตั้งอยู่ตรงอีกมุม แดดร้อนนิดหน่อยแต่แฟรงค์ไม่ได้งอแงอะไร เข้ามาในด้านในได้แอร์เย็นช่ำเรียกรอยยิ้มพอใจจากเด็กหนุ่มได้อีกครั้ง



ส่วนทอยกำลังยืนขมวดคิ้วมองไอ้ตัวป่วนตรงหน้า

ในตะกร้าที่แฟรงค์ถือคือมีแต่ขนมขบเคี้ยวและขนมหวานเต็มไปหมด



...กะจะแดกให้เป็นเบาหวานตายเลยหรือไงวะ...



“ซื้อมาทำไมเยอะแยะ ใครจะไปกินกับมึงนักหนา”

“เผื่อพี่หิวไง แล้วเราก็ซื้อไปแช่ไว้ในตู้เย็นห้องเราไงพี่” ได้คำตอบนี้มาแถมแฟรงค์ยังไม่ฟังคำค้านแล้วลงมือหยิบขนมใส่ตะกร้าต่อ ทั้งขนมไทย ขนมกรุบกรอบและพวกของทานรองทองที่ต้องเอาเข้าเวฟทั้งหลายแฟรงค์ก็หยิบมาจนแทบจะทุกอย่างที่วางขวางหน้า สุดท้ายเหมือนพอใจมันหันมายิ้มให้จนโชว์ลักยิ้มข้างแก้มซ้ายของตัวเอง



“พอแล้ว?” ทอยแกล้งถามประชดไป

“ลืมซื้อน้ำครับ!” จนเหมือนมันนึกออกแล้วรีบวิ่งเข้าไปหอบขวดน้ำหลากหลายชนิดนับสิบขวดมาอีก

“นี่ มีอันนี้ด้วยพี่....ถ้าพี่ร้อนก็เอาเช็ดได้ด้วย” ระหว่างเดินไปจ่ายเงินที่เค้าท์เตอร์แฟรงค์ชูซองผ้าเย็นในมือให้คนอายุมากกว่าดู ทอยได้แต่พยักหน้ารับรู้ออกไปและตอนนี้พวกเราก็กำลังยืนรอฟังราคารวมของสินค้าทั้งหมดอยู่



“เก้าร้อยแปดสิบสองบาทค่ะ”

“นี่คร้าบบบ” เจ้าเด็กตัวขาวก็ยื่นใช้บัตรจ่ายแบบรอยยิ้มกว้าง ถึงตอนที่ต้องเดินถือออกไปแล้วซึ่งก็เกี่ยงกันอีกว่าใครจะถืออะไร สุดท้ายน้ำนับสิบขวดตกเป็นของทอยและแฟรงค์เพียงเดินหอบถุงก๊อบแก๊บตามหลังไปเท่านั้น เดินแยกของที่จะกินระหว่างทางออกมาก่อนส่วนที่ยังไม่ได้ทานก็เอาเก็บใส่หลังรถไว้



..ปึก.. ปิดประตูรถเข้ามานั่งแล้วสิ่งแรกที่แฟรงค์ทำก็คือการยื่นขวดน้ำอัดลมที่เปิดแล้วจ่อใส่ปากของทอย



“ยังอิ่มอยู่ ไม่กิน”

“งั้นผมกินหมดเลยนะ”

“แดกได้ก็แดกไป” ทอยว่าออกไปก่อนหันกลับมาให้ความสนใจการขับรถ เจ้าเด็กหนุ่มที่หลับตลอดทางตอนนี้ไม่หลับแล้วเพราะเปลี่ยนจาการนอนมาเป็นการนั่งกินนั่นนี่แทน บางอย่างแกะก็กินไม่หมดแต่ก็แกะห่อใหม่ไปเรื่อย ทอยคิดว่าถ้าเขาสนิทกับมันกว่านี้คงด่าไปแล้วแต่นี่คือไม่ไง แถมอีกอย่างก็เงินมัน เอออยากจะซื้อมาทิ้งก็ช่างมันเถอะ



“เอิ้กก...!” จนกระทั่งเสียงเรอจากคนข้างกายดังทำทอยต้องหันไปขมวดคิ้วมอง

“แล้วที่กองๆอยู่นั่นคือจะทิ้งหรอ?”

“ก็...อิ่มแล้ว ก็ต้องทิ้งสิครับ มันแกะแล้วอ่ะ...เดี๋ยวมันเสีย”

“แล้วทำไมไม่แดกให้หมด?”



“อ้าวถ้ากินต่อก็อ้วกดิ...เดี๋ยวผมอ้วกใส่หัวพี่อีกแน่” รอบนี้ไอ้ตัวแสบมันพูดมาด้วยรอยยิ้มนึกสนุกและทอยใช้นิ้วชี้หน้ามันคาดโทษไว้แต่แฟรงค์ยังทำเมินใส่แถมหัวเราะสนุกอยู่คนเดียวต่อไปอย่างงั้น คราวนี้กลับมานั่งเงียบแล้วฟังเพลงกันต่อแล้วโดยที่จุดหมายก็ใกล้เข้ามาเรื่อยเพราะตอนนี้รู้สึกว่าอยู่ใกล้ภูเขามากเลย แฟรงค์เปิดจีพีเอสดูพร้อมทำหน้าตื่นเต้นเนื่องเพราะเหลือเพียงไม่กี่กิโลด้วยซ้ำก็จะถึงที่พักเราแล้ว



เขาน่ะเคยนอนโรงแรมหรูมาจะนับร้อยครั้ง

แต่ครั้งนี้มันตื่นกว่าครั้งไหนก็เพราะแบบ ไอ้คนพี่ข้างๆนี่แหละมั้ง...



“สวัสดีค่า จองไว้กี่ห้องค่ะ” เสียงพนักงานต้อนรับดังขึ้นพร้อมบุคคลที่เข้ามาช่วยพวกเราถือของ

“เอ่อ ห้องนึงครับ” แฟรงค์พูดออกไปและทอยรีบพูดขึ้นต่อ

“ผมขอเปิดห้องใหม่อีกห้องนึง” แต่พนักงานคนสวยหันมามองหน้าคนพูดก่อนฉีกรอยยิ้ม และ



“เต็มค่ะ” แอบได้ยินเสียงหัวเราะจากไอ้เด็กหนุ่มตัวป่วนข้างกาย ทอยหันไปด่ามันทางสายตาและระหว่างนี้พวกเราก็กำลังเดินตามแม่พนักงานสาวไปยังห้องพัก ถ้าสังเกตตั้งแต่ตอนที่เข้ามาเหมือนลานหลังโรงแรมจะติดริมหาดแล้วถ้าเดาไม่ผิดฟังจากที่แฟรงค์เล่าให้ฟังมันเท่ากับว่าที่ตรงนั้นคือที่จัดงานที่มันพาเขามาเลยถูกมั้ย



“ที่จริงห้องทางโรงแรมเราเยอะนะคะ แต่พอดีจะมีงานเย็นนี้แล้วแถมทางงานดิวราคาบัตรเข้ากับราคาห้องเราเลย แบบเป็นแพ็คเกตวีไอพีอ่ะค่ะ ซื้อบัตรสองใบได้ห้องหนึ่งห้อง รวมเบ็ดเสร็จสองหมื่นสามเลยอะไรแบบนี้...เพราะแบบนี้ห้องเลยถูกจองไว้ก่อนหมดเลย” ระหว่างนี้ที่เธอกำลังอธิบาย แฟรงค์ก็หันหน้าไปมองทอยพร้อมยักคิ้วให้



..แกร๊กก...



“แต่ห้องของน้องนี่ราคาสูงกว่าใครเลยนะคะ เพราะดูสิค่ะ ตรงระเบียงน่ะมองออกไปเห็นลานจัดงานพอดีเลย”

“ก็ผมเลือกเองกับมือ” เจ้าเด็กตัวขาวรีบอวดใหญ่

“อย่างงี้ไม่ต้องลงไปในงานก็ได้นะคะ นั่งดูตรงระเบียงเลยยังได้...ไม่ต้องไปเบียดกับใครเลยเนอะ” เธอพูดติดตลกและก่อนที่จะเดินออกไปยังไม่วายหันกลับมามองเขาทั้งคู่อีก ยื่นส่งกุญแจและคีย์การ์ดให้ กระเป๋าและของต่างๆก็เอาเข้ามาวางไว้ให้เรียบร้อย



..กึก... เมื่อเธอออกไปแล้วแฟรงค์ถึงได้เดินไปกดล็อคประตูห้องของตัวเองก่อนวิ่งตรงเข้ามากระโดดนอนบนเตียงเป็นอันดับแรก นอนเล่นโทรศัพท์แต่สายตาก็แอบชำเลืองมองดูว่าทอยกำลังทำอะไร ซึ่งภาพที่เห็นตรงหน้าคือร่างสูงของอีกคนที่กำลังหยิบเสื้อผ้าจากกระเป๋าของตัวเองออกมาเรียงแขวนใส่ในตู้เสื้อผ้าเอาไว้



“พี่กล้านอนกับผมหรอ” เสียงถามแสนกวนดังออกมา

“แล้วกูมีทางเลือกอะไรหรือเปล่า” จนที่ทอยถามกลับบ้างคราวนี้เป็นแฟรงค์ที่ยิ้มขำ เด็กหนุ่มตัวขาวยังคงนอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียงส่วนทอยเดินออกไปที่นอกระเบียง แฟรงค์ชะโงกมองก่อนพบว่าอีกคนกำลังยืนสูบบุหรี่อยู่และเขาถึงได้เลิกสนใจและกลับมามองหน้าจอมือถือต่อเท่านั้น



..ยวบ.. จนกระทั่งที่ว่างบนเตียงข้างตัวยวบลงเจ้าเด็กตัวขาวมีแอบใจสั่นนิดหน่อย หันมองอีกคนที่นั่งลงบนฝั่งของตัวเองพร้อมเอนหลังพิงหัวเตียงแล้วมือก็กำลังกดเล่นโทรศัพท์อยู่เช่นกัน เหมือนทอยจะไมได้ตื่นเต้นอะไรเลย มีแต่เขาที่อวดดีครางนี้ที่ตอนนี้หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าจะหลุด พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกแต่พอทอยเปลี่ยนจากการนั่งมาเป็นการนอนหนุนแขนของตัวเองที่อยู่บนหมอนอีกชั้นนั้น แบบมือข้างขวากดเล่นโทรศัพท์ส่วนแขนข้างซ้ายวางรองใต้ท้ายทอยตัวเอง



พี่มึงในท่านี้...

-/////- คิดซื่อไม่ได้เลย



“พี่...ผมขอจีบพี่นะ”

“แค่ก!” เหมือนจะสำลักน้ำลายตายกับคำขอตรงไปตรงมาของไอ้เด็กข้างกาย

“แต่ที่จริงผมก็จีบพี่มาตั้งนานแล้วเนอะ แต่อันนี้แค่ย้ำความจริง...เผื่อพี่ลืม”

“มึงสติดีอยู่หรือเปล่า กูผู้ชายนะไอ้เวร”



“พี่ไทเกอร์ก็ผู้ชาย พี่ยังชอบได้เลย” พอแฟรงค์พูดคำนี้ทอยหันมองแบบตาเขียว

“เออกูชอบมัน” ถึงแม้จะพอรู้มาบ้างแต่การที่ทอยย้ำชัดแบบนี้มันก็ทำเขาสะอึกเหมือนกัน

“...........”

“แล้วก็รู้ว่ากูมีคนที่ชอบอยู่แล้วยังจะมาจีบกูทำไม”



“ก็ผมชอบพี่ไง” คำตอบแบบโคตรซึนและโคตรกวนตีนทำให้ทอยต้องส่ายหน้าทั้งยกมือกุมหัวหนักใจ สุดท้ายเลิกสนใจและกลับมานอนเล่นโทรศัพท์ต่อเหลือเอาไว้แค่แฟรงค์ที่ยังคงนอนมองหน้าของอีกคน เจ้าเด็กตัวขาวไม่ได้คิดอยากล้มเลิกการจีบอีกคนแต่อย่างใด พี่ทอยนะถึงจะพูดแบบนี้



แต่คิดดูว่ารู้ทั้งรู้ว่าเขากำลังจีบตัวเอง

คือถ้าไม่ได้รู้สึกอะไรซักนิด คงไม่ยอมถ่อมาถึงที่นี่กับเขาหรอกจริงมะ



...อันนี้อ่ะ มันเหมือนมาเดทกันเลยนะเว้ยย...

แต่เวลาถัดมาก็ต่างคนต่างนอนเล่นกันต่อไปเพราะดูทอยจะกำลังสนใจหนังในโทรศัพท์ของตัวเองเนื่องเพราะจัดการยัดหูฟังใส่หูตัวเองเรียบร้อย แฟรงค์พอไม่มีอะไรทำถึงได้เลือกที่จะนอนหลับซะ กินข้าวอิ่มแล้วก็นอนมันถือเป็นวิถีชีวิตถึงตอนนี้รู้สึกตัวตื่นมาอีกทีปรากฏว่าทอยไม่ได้นอนอยู่ข้างกายแล้ว ไม่ใช่ว่าพี่มันหนีกลับหรอกนะ...



“พี่ทอย!!!!!!!”

“อะไร!!!” แต่เสียงที่ติดหงุดหงิดจากในห้องน้ำไม่ได้ทำแฟรงค์น้อยใจ แต่รู้สึกสบายใจมากกว่าเพียงไม่นานมากนักพั่มันก็เดินออกมาแบบสภาพบ็อกเซอร์ตัวเดียวเหมือนอย่างที่ชอบใส่ทุกครั้ง แฟรงค์รีบเบือนสายตาหลบเพราะยังไม่อยากทำตัวหื่นตอนนี้ มองนาฬิกาพบว่าทุ่มกว่าเกือบจะสองทุ่มแล้ว ดังนั้นเขาเลยลองลงจากเตียงแล้วรีบเดินไปเปิดระเบียงดู



ภาพที่เห็นคืองานที่เริ่มแล้ว บนเวทีก็มีศิลปินแล้ว

คนก็เต็มหาดแล้ว... แต่ทำไมพวกกู



“ทำไมพี่ไม่ปลุกผมอ่ะ บัตรตั้งแพงนะเว้ย!”

“เอ้ากูก็เพิ่งตื่นเนี่ย ไปอาบน้ำดิ...งานเลิกตั้งเที่ยงคืนไม่ใช่?มึงกลัวไม่ทันอะไร” ถึงทอยจะพูดยาวกว่าปกติแต่แฟรงค์ยังทำหงุดหงิดใส่พร้อมเดินปึงปังเข้าห้องน้ำไป คนมองตามได้แต่ด่ามันในใจเพราะนับวันนะไอ้นี่ยิ่งชอบทำตัวงอแงอยู่เรื่อย เพลงจากด้านนอกดังขนาดนี้ยังจะมาโทษว่าเขาทำไมไม่ปลุกอีก คือหลับยังกับตายขนาดนั้นใครจะกล้าปลุกวะ



..แกร๊กกก.. สุดท้ายอาบน้ำเสร็จเดินออกมายังมาหน้าบึ้งใส่อีกและทอยหันไปมองดุใส่แฟรงค์ถึงได้เชิดหน้าเดินหนีไปยังกระจกหน้าตู้เสื้อผ้า ถึงตอนนี้เป็นทอยที่แต่งตัวเสร็จหมดเพราะชุดที่ใส่ก็แค่เสื้อเชิ้ตสีกรมปล่อยชายออกด้านนอกกับกางเกงขาสั้นสีอ่อนเท่านั้น ตอนนี้เวลาเดินผ่านไปครึ่งชั่วโมงและทอยนอนแผ่ดูทีวีรอไอ้ตัวปัญหาที่บอกว่ารีบนักหนาแต่นี่คือมึงแต่งตัวมาจะเป็นชั่วโมงแล้วนะ ลงไปอีกทีไม่เหลือแค่ขาตั้งไมค์ให้มึงดูหรอวะ



“พี่ว่าผมใส่แว่นเลนส์สีเหลืองหรือว่าสีแดงดี”

“ดีกับกูแล้วหรือไง” พอทอยแกล้งถามไปแบบนี้ไอ้เจ้าแฟรงค์ก็ทำหน้าตึงใส่อีก

“พี่ก็เลือกสิ”

“สีแดง”



“แต่อันสีเหลืองสวยกว่านะครับ” โดนมันย้อนมาทอยขมวดคิ้วและลุกขึ้นนั่งหันมองหน้าอีกคนทันที

“งั้นมึงก็ใส่สีเหลืองไป”

“พี่ก็ตอบแบบส่งๆตลอดนั่นแหละ...”



“อ้าวไอ้เหี้ยนี่...” แถมตอนนี้ยังไม่รู้ว่าตัวเองไปทำอะไรผิดใจมันอีกด้วย แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก็เดินลงไปยังด้านล่างที่จัดงานด้วยกันและแฟรงค์ที่ตอนแรกเหมือนกำลังบึ้งตึงใส่เขาก็กลับมาอารมณ์ดียิ้มร่าเพราะทันทีที่เดินออกจากตัวโรงแรมและเข้าในโซนของตัวงาน มองไปทางไหนก็มีแต่สาวใส่ชุดกึ่งว่ายน้ำทั้งนั้นเลย



และไม่ใช่แค่แฟรงค์ที่มองด้วย

เพราะในตอนนี้พี่ทอยเองก็ดูจะสายตาพราวเสน่ห์เหลือเกิน



..หมับ.. แต่แล้วทุกอย่างมืดเมื่อไอ้เด็กข้างกายยื่นมือมาปิดตา



“พี่ห้ามมองดิ ทะลึ่ง”

“แล้วจะให้กูมองอะไร”

“บนเวทีไง ก็ฟังเพลงดูหนังร้อง...ไม่ใช่ให้มามองผู้หญิง” อยากจะตบคนพูดให้หัวหมุนเพราะก่อนจะว่าคนอื่นนี่คือเจ้าตัวก็แทบจะตาเป็นกุ้งยิงแล้วนะ สุดท้ายตกลงกันเรียบร้อยว่าจะไม่มองอะไรทั้งนั้นนอกจากมองศิลปินบนเวที แฟรงค์หันมาย้ำอีกครั้งก่อนจะเดินออกไปซื้อเครื่องดื่มมาวางบนโต๊ะ เหล้าหนึ่งกลมใหญ่และมิกซ์เซอร์ฟรีอีกจำนวนหนึ่ง

“ผมอ้วกใส่พี่แน่” มันแกล้งเขาด้วยคำนี้อีกแล้ว



“ลองดิ คราวนี้กูกระทืบอะ” และรอยยิ้มกรุ่มกริ่มของไอ้เด็กตัวขาวหุบลงเมื่อทอยพูดแบบนี้



..เพี้ยะ!..



“โอ้ย!” เสียงร้องจากคนอายุน้อยกว่าดังออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะจากเจ้าของมือที่เอื้อมไปตบหน้าผากขาวของอีกคนอย่างนึกหมั่นไส้ แฟรงค์ยกมือลูบเหม่งตัวเองในขณะที่ทอยเลิกคิ้วมองเชิงว่าอย่างมันจะเอาคืนเขายังไงได้ และก็ความจริงเพราะแฟรงค์เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปแถมยังกลายเป็นเด็กชงเหล้าไปแล้วสำหรับตอนนี้ ตอนแรกก็ไม่สนุกหรอกเพราะเพลงก็เป็นเพลงที่หาฟังในผับได้ทั่วไป แต่พอเริ่มดึกและแอลกอฮอล์ในเลือดเริ่มพุ่ง



ตอนนี้มองไปทางไหนเห็นใครเต้นก็สนุกกับเขาไปหมด

หันมองไปที่หลอดไฟหน้าเวทียังสนุกเลย



“พี่ทอยผมเท่ปะ” แฟรงค์ถามพร้อมการใช้มือจับแว่นของตัวเองแล้วยักคิ้วยึกๆให้แว่นขยับตาม



..หมับ.. ไม่มีคำตอบมีเพียงแค่มือของทอยที่เอื้อมมารั้งถอดแว่นตาแฟชั่นของเขาออกให้ ดวงตาของอีกร่างกำลังจ้องมาและแฟรงค์มองเชิงทำตัวไม่ถูก หน้าไม่ได้ใกล้กันมาก แต่ยืนจ้องตากันแบบนี้...



“แบบนี้ดีกว่านะ” แล้วไหนจะคำพูดพี่มันอีก พอทำเขาเขินอีกคนเหมือนไม่รู้จะทำอะไรก็เลยจุดบุหรี่สูบซะเลย

“โทษนะคะ...” แต่แล้วหนึ่งเสียงจากบุคคลที่สามเรียกสายตาจากร่างของทอยที่กำลังยืนสูบบุหรี่ให้ต้องมอง

“ครับ?ผมหรอ” ถามออกไปและเธอพยักหน้ามาให้ แฟรงค์เองมองนิ่งแต่ยังไม่ได้พูดอะไร



“เอ่อ มากันแค่สองคนหรอคะ?ถ้างั้นแนทขอย้ายโต๊ะมารวมด้วยได้มั้ย” เธอพูดพร้อมชี้มือไปทางกลุ่มเพื่อนของเธอที่มากันเกือบจะสิบคนได้ มีแต่ผู้หญิงทั้งแกงค์แถมถ้าพูดเอาความจริงนะ ก็ดูสวยทั้งแกงค์เลยว่ะแต่ถึงใจจะอยากให้พวกเธอมายังไงกระนั้นแล้วทอยยังมีความเกรงใจไอ้เจ้าเด็กแฟรงค์มันอยู่



คือไม่ได้เกรงใจแบบเชิงไรอย่างงั้น

แต่แค่แบบ อันนี้เงินค่าบัตรก็ของมันไงดังนั้นเขาเลยควรจะให้ความมีอภิสิทธิ์กับมันหน่อย



“ผมว่าไม่ดีหรอกครับ...คือ...”

“งั้นถ้าไม่สบายใจไม่มาก็ได้ค่ะ แต่ว่า...ชื่ออะไรหรอคะ แล้วเรา แลกไลน์ไว้คุยกันมั้ย?” ถึงตรงนี้คนที่ยืนเงียบมานานอย่างแฟรงค์มีมองบนพร้อมเบนสายตาไปจ้องไอ้หนุ่มเนื้อหอมสำหรับค่ำคืนนี้ ในใจกำลังบ่นแม่คนสวยด้วยว่าบนเวทีมีนักร้องทำไมไม่มองอะ มามองพี่ทอยทำไม



“ครับ งั้นเอาโทรศัพท์มาสิเดี๋ยวผม...”

“พี่ทอย ทำไมไม่บอกเขาไปตรงๆเลยว่าเราเป็นอะไรกัน”

“..........!” เป็นทอยที่ตาโตไม่ต่างจากแม่คนสวยที่ยืนอยู่



“คือพวกเรามากันแค่สองคนอะครับ นอนห้องเดียวกันด้วย...คิดว่าเป็นอะไรกันดีครับ” แฟรงค์ถามต่อออกไป

“หมายถึงว่า?”



“อ่า...นอนเตียงเดียวกันอ่ะครับ” ถึงตรงนี้ฝ่ายแม่สาวคนสวยได้แต่ยิ้มแห้งแล้วเดินออกไปส่วนทอยรีบหันมองไอ้ตัวดีซึ่งแฟรงค์เพียงยักไหล่กลับไปให้พร้อมกลับมาสนใจแก้วเหล้าของตัวเองต่อ



“มึงบอกคนอื่นไปแบบนี้สองรอบแล้วนะ”

“ก็มาที่นี่...พี่เป็นของผมอ่ะ”



“ของมึงอะไร กูไปตกลงตอนไหนว่าจะคบกับมึง!” น้ำเสียงของทอยที่จริงจังทำคนถูกถามหน้าหงอยลงไป และพวกเราไม่ได้พูดอะไรกันต่อเพราะต่างคนต่างเมิน ทำไม่สนใจทั้งที่ก็ยืนร่วมโต๊ะเดียวกันแบบนี้ ความสัมพันธ์ตอนนี้ของพวกเราคืออะไรก็ไม่มีใครรู้หรอก เหมือนมีแฟรงค์คนเดียวที่คิดไปไกลแต่อีกคนนี่แต่ละอย่างที่ทำกับเขาคือเพราะบังเอิญหรอ



พี่มันน่ะเดี๋ยวก็ดีเดี๋ยวก็ร้าย บางทีก็ชอบให้ความหวัง

แล้วก็มาปากหมาใส่แบบนี้!



“เออจะไปไหนก็ไปเลยไป!!” แถมตอนเขาเลือกจะเดินออกมาทอยยังตะโกนตามหลังใส่ด้วยใบหน้าที่ดูหงุดหงิดกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เป็นร่างขาวของเด็กหนุ่มที่เดินออกมายังด้านนอกของตัวงาน ปล่อยให้พี่มันไปมั่วกับใครก็ไปเลยเขาไม่อยากจะสนใจแล้ว แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่เดินออกมานั่งยังส่วนข้างโรงแรมที่มีสวนริมสระน้ำให้อยู่ โต๊ะตัวยาวคือที่พักพิงในตอนนี้ ทอดสายตามองสระน้ำที่นิ่งสงบทั้งที่ในใจโคตรอยากตะโกนระบายให้ดังเลย



“คิดว่าผมจะเป็นคนเดียวที่เบื่อเสียงดังในงานซะอีก” แต่เสียงไม่คุ้นเคยที่ดังเรียกสายตาของแฟรงค์ให้หันไปมอง

“...........”

“ผมนั่งนะ” ยังไม่ทันได้อนุญาตเลย แต่นั่งไปก่อนแล้ว

“มาจากกรุงเทพเหมือนกันปะครับ”



“อืม”

“มากับใครหรอครับ”

“พี่” ตอบไปแบบไม่เต็มใจนัก ตอนนี้อารมณ์ไม่ดีและก็ยังไม่อยากได้เพื่อนใหม่เพิ่มด้วย แฟรงค์หันสายตามองหน้าไอ้คนอัธยาศัยดีที่กำลังส่งยิ้มให้ ท่าทางการแต่งตัวเหมือนเด็กวัยรุ่นกรุงเทพเหมือนอย่างที่มันพูดนั่นแหละ เหมือนว่าสีหน้าของแฟรงค์ตอนนี้จะดูหงุดหงิดจนคนถูกจ้องทำอะไรไม่ถูกเลยได้แต่ยิ้มให้พร้อมยกมือเกาท้ายทอย อารมณ์เหมือนว่านี่เข้ามาทักผิดคนหรือเปล่า แบบจะได้เพื่อนกลับไปหรือจะได้ศัตรูทำนองนั้น



“ผมทำให้อึดอัดมั้ย”

“เปล่าอะ ชื่อไร” และแฟรงค์ว่าตัวเองชักทำตัวแย่ถึงได้พยายามปรับอารมณ์ซะใหม่

“มาร์ชครับ...คุณหละ”

“แฟรงค์”

“อ๋อออ แต่หน้าหล่อจังเลยนะครับ”



“เอ้า มึงก็หล่อเหมือนกันนี่...จะพูดเหมือนตัวเองขี้เหร่ทำไม” พอเขาพูดแบบนี้ออกไปคนฟังหัวเราะออกมาได้และดูเหมือนเราจะเริ่มสนิทกันมากขึ้นแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ได้คุยอะไรเยอะอยู่ดีเพราะแฟรงค์เหมือนจะดูนิ่งนิดหน่อยดังนั้นคนอยากผูกมิตรถึงทำได้แค่นั่งอยู่เป็นเพื่อน ตอนนี้ผ่านไปเป็นชั่วโมงได้แล้วที่เดินออกมา ไม่อยากกลับห้องด้วยเพราะเดี๋ยวถ้าต้องไปเจอไอ้พี่ทอ....



“หาตั้งนาน เสือกมาอยู่นี่อะนะ” แต่พูดยังไม่ทันขาดคำหนึ่งเสียงปริศนาที่แสนคุ้นเคย ลองที่จะเงยขึ้นมอง

“.........” และก็ใช่... คราวนี้เป็นบุคคลที่สามอย่างมาร์ชที่กำลังแสดงสีหน้าทำตัวไม่ถูก ส่งยิ้มทักทายไปให้ทอยแล้วแต่อีกคนกลับมองจ้องนิ่งเหมือนเขากำลังทำความผิดร้ายแรงบางอย่างส่วนแฟรงค์นั่งเงียบทำไม่สนใจเพราะเดี๋ยวเบื่อพี่มันก็เดินหนีไปเองงั้นแหละ



“ลุกขึ้น”

“.......”

“ไอ้แฟรงค์” เห็นเขานิ่งทอยเอื้อมมือเข้ามาคว้าเข้าที่แขนขาว แต่เมื่อแฟรงค์ยังไม่ยอมลุกตาม



...หมับ..!!



“กลับห้อง!” สุดท้ายเป็นแรงกระชากแขนที่บังคับให้แฟรงค์ต้องยอมลุกตามไปแบบจำใจ ส่วนคนถูกทิ้งได้แต่มองตามพลางยิ้มแห้งกับตัวเองส่วนบุคคลสองคนตรงนี้กำลังยืนเงียบอยู่ภายในลิฟต์ บรรยากาศตอนนี้กดดันยิ่งกว่าอะไรเสียอีก



...แกร๊กกก... เข้ามาในห้องได้แล้วแฟรงค์เดินตรงไปนั่งลงบนเตียงแบบไม่พูดอะไรและทอยเองยืนนิ่งอยู่หน้าประตูและส่งสายตาที่เรียบนิ่งไม่ได้ต่างกันมองมา เสียงพ่นลมหายใจจากบุคคลอายุมากกว่าดังออกมา



“คิดว่าพี่จะไปนอนห้องเดียวกับกลุ่มนั้นแล้วซะอีก”

“อย่ามากวนตีนกูนะ” เสียงที่แข็งไม่แพ้กันดังมาแต่แฟรงค์ยังคงมีท่าทีดังเดิม

“ก็เห็นชอบมากเลยนี่ครับ”

“อ๋อมึงก็เลยหาห้องใหม่นอนเหมือนกันว่างั้น?”



“อะไรอีก!”

“ไอ้เมื่อกี๊ไง!!”



“พี่น่ะโคตรบ้าเลย!!” รีบตะคอกสวนออกมาแถมยังไม่ชอบตัวเองในเวลาที่เมื่อโกรธจัดทีไรน้ำตาจะต้องอยากไหลตลอดเลย แต่แฟรงค์ยังพยายามคุมตัวเองให้ไม่กระพริบตาเอาไว้เพราะไม่อย่างงั้นพี่มันได้เห็นเขาร้องไห้ต่อหน้าแน่ ไม่ชอบเวลาโดนตะคอกใส่อ่ะแล้วทอยตอนที่ไม่พอใจก็ยังชอบทำหน้าเหมือนเกลียดเขามากด้วย



อุตสาห์พามาเที่ยวแล้วก็ยังจะมาสนใจแต่คนอื่นอีก

แล้วก็ไล่เขาอีก!ด่าเขาด้วย!



...แหมะ... สุดท้ายแล้วน้ำตาที่กลั้นไหวหยดลงมาในที่สุด พอได้ไหลออกมาแล้วคราวนี้มาเป็นสายแบบห้ามไม่อยู่ ต้องรีบใช้มือขึ้นยกเช็ดทั้งที่โคตรจะอายเลยเพราะตอนนี้ทอยก็เห็นชัดแล้วด้วยว่าเขานั่งร้องไห้อยู่ เหมือนอีกคนดูจะแอบตกใจเหมือนกันแต่ทอยก็ไม่ได้มาง้อหรอกเพราะแฟรงค์ก็รู้ว่าอย่างพี่มันหรอจะมาง้อคนแบบเขา



ทอยเดินไปคว้าขวดเหล้าที่มีอยู่คาห้อง

หยิบมันออกมาวางตั้งไว้ที่ขอบระเบียงพร้อมทั้งน้ำแข็งและแก้วสองใบ



“ออกมาดิ”

“.........” ซึ่งแฟรงค์ส่งสายตาไม่เข้าใจออกไป

“ออกมา” โดนย้ำด้วยเสียงแบบนี้ก็ต้องยอมเดินออกไปนั่งบนขอบประตูระเบียงที่เป็นขั้นพักให้พอดี เขาขัดสมาธิและยังคงนั่งนิ่งจนกระทั่งที่ใครอีกคนเดินมาทิ้งตัวนั่งลงข้างกาย พวกเรานั่งเงียบแล้วทอดสายตามองไปยังเวทีคอนเสิร์ตด้านล่างที่ยังคงดำเนินต่อไป ซื้อบัตรมาก็แพงยังใช้ไม่คุ้มครึ่งราคาเลยมั้ง



“ให้มานั่งทำอะไร” แฟรงค์ที่เหมือนจะอารมณ์ดีขึ้นแล้วถามขึ้น

“ก็อยากให้กูอยู่ด้วยไม่ใช่หรือไง”

“........”

“นี่ไง ก็อยู่ด้วยแล้วเนี่ย”

“......”

“เลิกร้องดิ...” ประโยคสุดท้ายเสียงไม่ได้ดังนักแต่แฟรงค์ได้ยินชัด เขาเม้มปากนิดหน่อยเพื่อไม่ให้เผลอหลุดยิ้มออกมา ก้มมองพื้นเพราะไม่อยากให้พี่มันเห็นว่าตอนนี้หน้าแดงหนักกว่าตอนกินเหล้าจากด้านล่างมาอีก นั่งเงียบจิบเหล้าในแก้วของตัวเองต่อไปแต่บรรยากาศระหว่างเราตอนนี้ไม่ได้อึดอัดแล้ว



..ครืดด..!



“เอ้าๆ!” เสียงจากทอยดังขึ้นและแฟรงค์บุคคลที่ซุ่มซ่ามเกือบจะทำถุงน้ำแข็งตกลงไปข้างล่างรีบเอื้อมตัวไปคว้าเอาไว้ก่อนหันหน้ากลับไปมองอีกคนที่กำลังนั่งมองมาทางเขาอยู่ และพวกเรามองหน้ากันอยู่แบบนั้นซักพักก่อนจะหลุดหัวเราะพร้อมกันโดยที่แฟรงค์ลากถุงน้ำแข็งมาวางไว้ที่เดิมอย่างปลอดภัยได้แล้ว นั่งมองหน้ากันและแฟรงค์ขมวดคิ้วหมั่นไส้ก่อนตัดสินใจสลัดน้ำในมือใส่อีกคนซะเลย



“ซุ่มซ่าม ขี้แง...เห้ยเข้าตากู!” เสียงโวยวายของทอยดังกลั้วกับเสียงหัวเราะจากไอ้เด็กแสบที่กลับมาแล้ว



ลักยิ้มบุ๋มข้างแก้มกลับมาแล้ว

และเราก็คืนดีกันแล้วด้วย!



# # # # # # # # #

จย้าๆๆๆๆ5555


ออฟไลน์ arjinn

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1499
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-1
เมื่อไหร่จะรู้ตัวพี่ทอย

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2314
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่10 {15/03/61}
« ตอบ #109 เมื่อ: 15-03-2018 15:59:43 »





ออฟไลน์ day9day

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-9
รอนะ
น่ารักแบบมึนๆอึดอัดๆ

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3477
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +126/-4
 :mew1: :mew1: :mew1:

ออฟไลน์ EVE910

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 574
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-1
น่ารักจัง :mew1:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4757
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +179/-18
 :katai2-1:

ลูกดกแน่ๆ อิอิ

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
ทำน้องร้องไห้ สุดท้ายจะต้องมาง้อน้องอยู่ดี  :laugh:

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3899
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-2
แหมมมม พี่ทอย สุดท้ายก็ต้องมาง้อน้องอยู่ดี

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1716
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +111/-5
น้องแฟรงค์ เด็กน้อยขี้แย อิตอนรุกจีบพี่ทอย ทำตัวแก่แดดจริงเชียว.

ออฟไลน์ pan19891990

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 41
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เวลาแฟรงค์น้อยใจอิพี่ทอยนี่มันแอบหน่วงตามเหลือเกิน แต่ก็มีความน่าเอ็นดู จนอยากให้พี่ทอยเอ็นดูน้องเหมือนเราบ้างแ่ต่จริงๆจะมากกว่าก็ได้นา 555
ส่วนตัวแล้วชอบความสัมพันธ์ความผูกพันของทั้งสองคนที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นจังค่ะ โดยเฉพาะทอยที่ค่อยๆมีน้องอยู่ในสายตา และหวังว่าจะอยู่ในใจในเร็ววัน  :mew2:
ยังไงก็รอติดตามตอนต่อไปนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่า  :กอด1:

ออฟไลน์ Sirinapa-11

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 94
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-20
    • FicYaoiTH
Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่11
«ตอบ #118 เมื่อ20-03-2018 10:50:30 »

ตอนที่11
#จีบวิศวะ

ตื่นมาแบบโคตรแฮปปี้ปานกับว่าเมื่อคืนผ่านมาไม่ได้มีใครทะเลาะกันเลยซักหน่อย หนึ่งบุคคลตัวขาวภายใต้กางเกงขาสั้นหลากสีกำลังเดินเรียบอยู่ตามริมชายหาดโดยที่มีร่างของคนอายุมากกว่านั่งอยู่บนเก้าอี้เล่นเกมรออยู่ แดดยามบ่ายไม่ได้มีปัญหาเนื่องเพราะขาวขนาดแฟรงค์ต่อให้ตากแดดฟรีถึงเย็นมันก็ยังไม่ดำเลยมั้ง จะมีก็แค่เขาที่ไม่ชอบอากาศร้อนเลยขอเลือกจะนั่งรอไอ้เด็กตัวซนอยู่ตรงนี้จะดีกว่า ลองที่จะละสายตาออกจากโทรศัพท์แล้วมองไปที่แฟรงค์ซึ่งตอนนี้เปลี่ยนเป็นกำลังนอนเอาตัวพาดอยู่บนหัวยาง ในมือของมันมีตุ๊กตาเป็ดที่ทำจากยางด้วยซึ่งดูเหมือนจะเป็นของเล่นจากเพื่อนใหม่ที่แฟรงค์ได้มาในวันนี้และเพื่อนใหม่ของมันก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นแกงค์เด็กประถมที่มาทัศนศึกษา

..ครืดดดดดด... แต่แล้วเสียงสั่นจากสิ่งในมือเรียกให้ทอยต้องก้มมองก่อนพบว่ามันคือข้อความจากใครซักคนนั่นเอง

//มาอู่ไอ้เอกซ์เร็ววววววว//
//เพื่อนอยู่ครบเลย มาหาหน่อยยย// ยิ้มนิดหน่อยเมื่อรู้ว่าเป็นใครแต่ก็ต้องพิมพ์ไปแบบนี้
...ไปไม่ได้ว่ะ ไว้วันอื่นนะ...
//ทำไมอ่ะ ไม่มาหากูหรอ// ขนาดแค่อ่านข้อความแต่ทอยยังรู้เลยว่าตอนนี้ไทเกอร์จะมีสีหน้าแบบไหน

...วันนี้แม่มา เขานัดไปกินข้าวด้วย ไปไม่ได้... เลยต้องโกหกออกไปก่อนเขาจะหลุดยิ้มออกมาอีกเมื่อพบว่าไทเกอร์มันส่งรูปของตัวเองเบะปากทำตาเหล่มาให้ ทอยได้แต่ส่ายหน้าและเมื่อจัดการเก็บโทรศัพท์ลง เงยหน้าขึ้นก็พบว่ามีเจ้าที่ตัวเปียกโชกกำลังยืนมองเขาอยู่อย่างสงสัยว่าทำอะไร

“ทำไรอะพี่” ไม่ต้องรออะไรเลยแฟรงค์ก็ถามแล้ว
“นั่งเล่นไง เป็นอะไรอีก” เห็นมันหน้ายุ่งเลยถาม
“กลุ่มนั้นมองพี่อ่ะ...” พอได้คำตอบทอยถึงขั้นหลุดขำนิดหน่อยแล้วหันไปมองตามแนวที่สายตาของแฟรงค์มองอยู่ เป็นกลุ่มของผู้หญิงจำนวนสามถึงสี่คนและทอยเพียงยิ้มกลับให้เมื่อพวกเธอส่งยิ้มทักมาสุดท้ายลองหันมามองไอ้เด็กตัวขาวที่ทิ้งตัวนั่งลงยังเก้าอี้ตรงข้ามกัน พอเห็นเขายิ้มให้กลุ่มนั้นมือที่เคยนิ่งของมันรีบยื่นมา

...หมับ...

“หันมานี่เลย” พร้อมการรั้งปลายคางของเขาให้กลับไปมองที่เดิมก็คือหน้ามันซะ
“ผมหึงเก่งนะพี่” ยอมรับว่ามีนิ่งแล้วใจเต้นแรงเหมือนกันกับคำนี้ของแฟรงค์มัน
“ไม่ใช่ว่าร้องไห้เก่งหรือไง”

“แต่จูบเก่งกว่าร้องไห้อีก ไม่เชื่อพี่มาลอง” สุดท้ายเป็นทอยที่รั้งหน้าของตัวเองออกจากมือไอ้เด็กตัวแสบ แฟรงค์พอเห็นอีกคนแอบเหมือนหน้าแดงก็ยิ่งได้ใจ ยิ้มกว้างใหญ่แถมยังส่งสายตาเจ้าเล่ห์ใส่ไม่หยุดอีกด้วย ทอยหละอยากจะจับมันตบหัวให้หมุนถ้าไม่ติดว่าเกรงจะถูกอีกคนปล่อยโฮใส่อีกอะนะ

แต่เอาเข้าจริงไม่ต้องถึงขั้นลงไม้ลงมือ แต่แค่เขาลุกเข้าไปคุยกับกลุ่มนั้น
มันก็น่าจะร้องไห้แล้วแหละ

“ปากดีนะมึงอ่ะ”
“เขินก็บอกเหอะ”
“เหอะๆ” หมดคำจะพูดเลยทำได้แค่หัวเราะพร้อมเอื้อมมือหยิบแก้วเบียร์ขึ้นมาจิบทำตัวเนียนต่อไปและแฟรงค์นั่งมองคนตรงข้ามพลางกลั้นยิ้มจนแก้มแทบแตก ไม่บ่อยนักหรอกที่จะเจอทอยในอาการแบบนี้ โคตรจะรู้สึกดีแถมยังรู้สึกว่าพวกเรานี่สนิทกันขึ้นกว่าเดิมมากเลยนะ เจ้าคนอายุน้อยกว่าเอื้อมมือไปจิ้มปลาหมึกย่างตรงหน้าเข้าปากจนที่ทอยหันหน้ากลับมามองแฟรงค์ถึงได้ยักคิ้วกลับไปให้

“เย็นนี้ไปร้านเหล้ากันนะพี่”
“มึงยังไม่ยี่สิบไม่ใช่?”
“แต่ผมมีเงินนะ” ได้คำตอบถึงขั้นต้องยกมือกุมขมับ
“อยากไป?”

“อื้อ มาพัทยาใครจะไม่อยากไปร้านเหล้าอะพี่...พาผมไปนะ นะ” คำว่า นะ คำสุดท้ายแฟรงค์พูดพร้อมทำตาปริบใส่ด้วย ทอยเจอแบบนี้เลยได้แต่พยักหน้ารับกลับไปเพราะต่อให้ค้านยังไงเขาว่าแฟรงค์มันก็คงยืนยันจะลากเขาไปอยู่ดี จะทำไงได้วะ รถก็รถมัน อยากไปไหนก็ไปเหอะเดี๋ยวไปเป็นเพื่อนละกัน

“จะเล่นต่อมั้ยน้ำ”
“พี่ไปเล่นกับผมมั้ยหละ”
“ไม่อ่ะ ร้อน”
“แต่ดีละเพราะผมชอบพี่แบบขาวๆมากกว่า” สุดท้ายก็วกเข้ามาหยอดเขาอีกจนได้

“ถ้ากูดำจะเลิกจีบกูว่างั้น?”
“.......”
“งั้นกูไปนอนอาบแดดแปป”
“ไม่เอา!ไม่ให้ตัวดำ แต่ถึงพี่ตัวดำขึ้นผมว่าผมก็จีบอยู่ดีอ่ะ...แล้วพี่อ่ะ ถ้าผมอ้วนเป็นหมูพี่จะชอบมะ”
“ขนาดมึงผอมกูยังไม่ชอบเลย จะอ้วนทำเหี้ยไรอีก”

“พี่ทอย!!” โดนมันเสียงดังมาแบบนี้ทอยก็หัวเราะจนแทบจะตกจากเก้าอี้อยู่แล้ว แฟรงค์ขมวดคิ้วพร้อมคว้าแก้วเบียร์ของตัวเองไปจิบเพื่อให้ใจเย็นมากขึ้น มองไอ้คนตรงข้ามที่กำลังนั่งหัวเราะด้วยแววตาหมั่นไส้ จนพอลองมองไปที่กลุ่มหญิงสาวที่เหมือนกำลังมองมาทางพวกเราเช่นกันก็ยิ่งหน้างอหนัก เจอแบบนี้แล้วโคตรไม่อยากจะพาทอยออกไปให้ใครเจอเลยเนี่ย

“ผมจะจับพี่มัดแล้วขังไว้ในห้อง ไม่ต้องให้ใครเห็น...ให้ผมเห็นได้แค่คนเดียวพอ”
“อ้าวเป็นอะไรอีก” ตอนแรกว่าจะหยุดขำแล้วแต่ต้องยิ้มออกมาอีกเพราะอาการเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของมัน
“แล้วทำไมคนต้องชอบพี่เยอะด้วยหละ”
“ก็กูหล่อ”
“ผมก็หล่อ”

“กูหล่อกว่าไง” โดนเถียงมาอีกและแฟรงค์ต้องพ่นลมหายใจ นั่งหน้าบึ้งขมวดคิ้วเงียบอยู่ตรงนี้แถมพอนั่งต่อไปซักพักทอยหันไปมองกลุ่มพวกเธออีกครั้งซึ่งสิ่งที่เห็นคือมีหนึ่งหญิงสาวที่ทำท่าเหมือนแอบถ่ายรูปพวกเขาอยู่ และเมื่อลองหันกลับไปมองแฟรงค์สิ่งที่พบก็คือไอ้เด็กตัวขาวที่จัดการฉีกยิ้มส่งให้กล้องพวกเธอเสียเลย

โคตรกวนตีน

และเมื่อหมดเรื่องสนุกที่ริมหาดแล้วพวกเราเพียงนั่งต่อถึงช่วงเย็นก่อนตกลงว่าควรไปหาอะไรทานก่อนที่จะกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องแล้วออกไปท่องราตรีสำหรับค่ำคืนนี้ต่อ แต่งชุดหล่อเรียบร้อยก็ถึงเวลาที่แฟรงค์รอคอยมาทั้งวันเสียที ทอยพาขับรถกลับมายังจุดใจกลางเมืองอีกครั้งและพวกเราเลือกจะทอดทิ้งเอาไว้ก่อนใช้การเดินเที่ยวในช่วงกลางคืนแทน

“ยิ้มอะไร” จนที่ทอยสังเกตว่าแฟรงค์แอบหันมามองหลายรอบแถมยังยิ้มอีก
“ก็แบบพี่จำตอนแรกได้ปะที่พี่เอาแต่เดินหนีผม”
“ขนาดนั้นเลย”
“อื้ม โคตรดีเลย” แฟรงค์พึมพำแบบนี้และทอยขมวดคิ้วพลางยิ้มนิดหน่อย
“อะไรดี”

“ทุกอย่างเลย รวมพวกเราด้วย” ได้คำตอบแล้วคนพี่เพียงยิ้มออกมาแล้วเดินท่ามกลางฝูงชนต่อเท่านั้น ยิ่งดึกคนก็ยิ่งเยอะและทอยต้องใช้มือรั้งแขนขาวของแฟรงค์เอาไว้เพราะกันเดินหลง สองข้างทางถนนมีแต่ร้านเหล้าและคลับเต็มไปหมด มองไปทางไหนก็มีแต่สถานที่เที่ยวบันเทิงที่ดูเจ้าเด็กแฟรงค์จะตื่นเต้นเหลือเกิน

“พี่ เข้าร้านนี้กันนะ” สุดท้ายคนตัวขาวว่าออกมาและเดินนำทอยไปแล้ว
“ขอตรวจบัตรประชาชนด้วยนะครับ” แต่พอบอดิการ์ดหน้าร้านเอ่ยคำนี้ออกมาเป็นแฟรงค์ที่อึกอักในขณะที่ทอยยื่นบัตรประชาชนให้ตรวจอายุดูแล้ว เจ้าเด็กตัวแสบหันมองทอยใหญ่ก่อนตัดสินใจจะเอ่ยประโยคนี้มา
“ผมลืมเอามาอะครับ แต่ผมอายุเท่ากับคนนี้แหละ...เราเพื่อนกันอ่ะ” ทอยเลิกคิ้วแต่ยังเนียนไม่พูดอะไร

“อย่ามาตลกเลยไอ้หนู หน้ายังกับเด็กมอหกจะมาบอกว่าอายุยี่สิบเอ็ดแล้วใครเขาจะเชื่อ”
“จริงๆนะพี่ ละจะให้ทำไงเนี่ย”
“ก็เอาบัตรประชาชนมา” โดนย้ำมาขนาดนี้แฟรงค์เพียงพยักหน้ารับก่อนล้วงบัตรประจำตัวประชาชนของตัวเองออกมาจากกระเป๋ากางเกง ตอนแรกที่อ่านปีพ.ศ.ภายในบัตรบอดิการ์ดคนตรงหน้ายิ้มออกมาอารมณ์ว่าจับผิดเด็กเลี้ยงแกะได้แล้ว แต่พอพลิกดูด้านหลังของบัตรก็นิ่งลงไปนิดหน่อย ก่อนสุดท้ายจะหยิบบางอย่างที่แนบอยู่ภายในซองบัตรออกมาและส่งสิ่งในมือคืนให้แก่เจ้าของซะ

..หมับ.. แฟรงค์รีบดึงให้ทอยเดินตามเข้ามาเมื่อสามารถผ่านด่านได้แล้ว ส่วนทอยยังคงสงสัย

“เมื่อกี๊อะไร?”
“สามพัน”

“เหอะ” ได้คำตอบทอยได้แต่หัวเราะในลำคอเพราะไม่ว่าจะยังไงเจ้าเด็กนี่ก็ยังดีแต่ใช้เงินแก้ปัญหา เดินลึกเข้ามาภายในที่กลิ่นควันบุหรี่คืออย่างแรกที่สัมผัส คนที่แน่นเต็มภายในคืออย่างที่สองที่ได้เห็น มองหาโต๊ะที่ว่างก่อนรีบเดินเข้าไปนั่งและในขณะที่ทอยสั่งเครื่องดื่มสายตาของแฟรงค์กลับกำลังมองจ้องไปบนเวทีเล็กหลายอันที่มีเสาเหล็กตั้งไว้ตรงกลางและมีผู้หญิงหน้าตาแสนสวยยืนประจำแต่ละจุดทั่วร้าน อยู่ไม่ห่างจากเขาก็มี และเธอเองก็กำลังมองมาเหมือนกัน

...อึก... เผลอกลืนน้ำลายลงคอไปซะอึกใหญ่เมื่อภาพที่เห็นคือแม่สาวสวยในชุดบิกินี่ที่กำลังเต้นยั่วส่งสายตามาให้ ส่วนทอยที่เงยหน้ามาแล้วได้แต่ยิ้มขำนิดหน่อยกับท่าทางของแฟรงค์ในตอนนี้ ถ้าเป็นเขาทำบ้างนะไอ้ตัวแสบมันคงนั่งหน้างอไปแล้วเชื่อสิ

“ระวังเป็นตากุ้งยิง” ทอยแซวออกไปและแฟรงค์รีบหันหน้ามามอง
“พี่ห้ามมองนะ”
“แต่มึงมองได้หรอ”

“ผมแค่มองแต่พี่จะเอากลับห้องเลยอ่ะ” โดนมันว่ามาแบบนี้ทอยได้แต่หัวเราะและนั่งดื่มเหล้าเฝ้าไอ้เด็กที่กำลังเปิดหูเปิดตากับสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เคยเจอ นั่งกันมาพักใหญ่เห็นว่าแฟรงค์ตานิ่งค้างกับภาพบางอย่างที่ฉายชัดเบื้องหน้า เด็กหนุ่มหรี่ตาลงพลางจ้องไปยังมุมด้านในที่พอมีแสงไฟให้ได้เห็นว่ากลุ่มคนพวกนั้นกำลังทำอะไร มีหลายคู่เลยที่กำลังนัวเนียกันอยู่ตรงนั้น

มีผู้ชายกับผู้ชายด้วย... ถึงตรงนี้เขาเลยหันกลับมามองทอยที่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่
แต่สายตาอกุศลกำลังมองทะลุไปที่คอเสื้อที่กว้างพอตัวของพี่มัน

...อึก... และเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่เป็นรอบที่สองของวัน แต่พอมองกลับไปที่จุดเดิมอีกคราวนี้แฟรงค์ต้องคิ้วขมวดเมื่อพบว่าผู้ชายตรงนั้นที่เคยอยู่กับผู้ชายอีกคนกำลังเดินออกมาแล้ว เดินออกมาจากตรงนั้นแล้วกำลัง ตรงมาที่เขา?

“โทษนะครับ มองผมอยู่หรือเปล่า” ทอยได้ยินเสียงไม่คุ้นเคยรีบหันมอง ตอนแรกคิดว่าแฟรงค์โดนหาเรื่องแต่จากสายตาไอ้คนพูดแล้วน่าจะไม่ใช่แล้วหละ เขาเลยลองมองไปที่ไอ้เด็กในการดูแลของตัวเองก่อนพบว่ามันก็แอบหน้าเอ๋อเหมือนกัน
“ผมนั่งนะ” การรุกเข้าหาใครซักคนในที่แบบนี้ถือเป็นเรื่องปกติและตอนนี้โต๊ะของเขาก็มีสมาชิกใหม่เพิ่มแล้ว

“ชื่ออะไรหรอครับคืนนี้สนใจจะไป....”

...หมับ!... แต่เสียงของคนพูดหยุดนิ่งไปเมื่อภาพที่เห็นคือผู้ชายอีกคนซึ่งนั่งเงียบในตนแรกเอื้อมมือมาโอบหมับเข้าที่เอวของเด็กหนุ่มตัวขาวที่เจ้าตัวกำลังอยากทำความรู้จัก ตอนแรกเห็นนั่งเงียบไม่สนใจเลยคิดว่าคงเป็นแค่เพื่อนกันแต่ในตอนนี้สายตาที่มองมาเหมือนกำลังพยายามบอกชัดว่าพวกเขาอยู่ในสถานะไหน สุดท้ายเลยทำได้แค่พยักหัวขอโทษออกไปแล้วลุกเดินหนีออกมา อีกคนไปแล้วและทอยถึงได้รั้งแขนตัวเองออก

“ระวังหน่อยอย่าไปมองใครเขามั่ว....เดี๋ยวมึงได้ซวย” โดนดุแต่แฟรงค์ยังอมยิ้มกับตัวเอง
“งั้นเราเป็นแฟนกันจริงเลยมั้ยพี่ จะได้ไม่ต้องโดนเข้าใจผิดบ่อยๆไง”

“แค่ก!” เหล้าในปากของทอยแทบจะพุ่งออกมาแต่ดีที่ยังฝืนตัวเอาไว้ได้และพวกเรากลับมานั่งเงียบอีกครั้งโดยที่ต่างคนต่างกำลังมองโชว์บนเวทีที่มีหลากหลายโชว์ แต่ละโชว์โคตรจะเน้นไปทางเซกส์จนแฟรงค์ไม่สงสัยแล้วว่าทำไมเขาถึงจำกัดนักว่าต้องอายุยี่สิบขึ้น ยิ่งดึกก็เหมือนยิ่งเรทเพราะตอนนี้ผู้หญิงคือถอดเสื้อชั้นในออกแล้วแถมยังนั่งคร่อมผู้ชายบนเวทีแล้วทำท่าทางที่ดูไม่ดีแบบนั้นอีก แฟรงค์เม้มปากนิดหน่อยและเขายอมรับว่าการที่คนรอบข้างเหมือนกำลังเริ่มนัวเนียกันแบบโจ่งแจ้งมันทำให้เขารู้สึกแปลก หัวใจเต้นแรงมากเลย แถมหายใจไม่ค่อยสม่ำเสมอเท่าไหร่...

มองกลับมาที่ทอยเห็นว่าพี่มันก็กำลังมองเขาอยู่เหมือนกัน
แฟรงค์ไม่ค่อยกล้าจะสบตาอีกคนนัก

“กลับยัง” จนที่ทอยถามมาแบบนี้เขาถึงได้พยักหน้ารับ และพวกเรารีบลุกเดินออกมาหลังจากเชคบิลค่าเครื่องดื่มไปแล้วเรียบร้อย ตลอดทางเดินยังมีแต่คนอยู่กันเป็นคู่เต็มไปหมดเลย เดินออกมาถึงขั้นต้องถอนหายใจและปรับสภาพจิตใจให้กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมซะ

“เป็นไงหละมึง” เสียงถามจากคนอายุมากกว่าดังขึ้นอีกระหว่างเดินกลับไปที่รถ
“ก็สนุกดีนะพี่”
“หรอ” โดนถามมาอีกแต่แฟรงค์เพียงพยักหน้ารับ กลับมานั่งในรถยังแอบมีบรรยากาศแปลกไประหว่างพวกเราอยู่เลย เหมือนแฟรงค์จะเงียบกว่าปกติและทอยก็ยังเหมือนเดิมคือไม่ใช่ฝ่ายเริ่มชวนคุยก่อนอยู่แล้ว เดินมาจนถึงหน้าห้องก็ยังเงียบจนเด็กหนุ่มคิดว่าเขาควรจะทำให้มันไม่เป็นแบบนี้ได้ละ

...แกร๊กกก..!

“เมื่อตอนบ่ายผมซื้อไฟเย็นมาด้วยอ่ะ เล่นกันนะพี่” เปิดประตูเข้าห้องปุ้บถึงได้รับชวนทอยคุย
“มึงจะเผาโรงแรมเขาหรือไง”
“ไม่ได้เผา พี่เคยเล่นปะเนี่ย...สงสัยแก่ลืมหมดละมั้ง” พึมพำประโยคหลังแต่ทอยได้ยินและชี้หน้าคาดโทษ แฟรงค์หัวเราะคิกคักกลับไปและในตอนนี้เจ้าเด็กหนุ่มตัวขาวจัดการเปิดประตูระเบียงห้องออกแล้วนั่งลงยังจุดเดิมที่พวกเรานั่งด้วยกันเมื่อวาน ทอยเองก็ตามมานั่งลงยังที่เดิมของตัวเองและวันนี้ไม่ได้มีเสียงเพลงและคนมากมายบนริมหาดเบื้องหน้ากวนใจเราแล้วด้วย

...ฟู่วว... ตอนนี้ทั้งเสียงไฟเย็นและเสียงพ่นควันบุหรี่ออกจากปากของพวกเรากำลังดังทับกัน

“พี่ทอยยยย” และแฟรงค์เสียงหลงเมื่อทอยกำลังจะจุดไฟเย็นโดยการเอาจ่อปลายมวนบุหรี่ของเขา
“นิ่งๆดิ”

“เดี๋ยวมันก็ฟู่ใส่หน้าผมสิ โอ้ยยย!!” เสียงโวยวายของแฟรงค์กำลังสร้างเสียงหัวเราะจากทอย ในตอนนี้ที่เขี่ยบุหรี่ไม่ได้มีแค่เถ้าจากปลายมวนบุหรี่ของพวกเราแต่มีจากแท่งไฟเย็นรวมอยู่ด้วย สุดท้ายเจ้าไฟเย็นหมดลงไปเหลือเพียงคนทั้งคู่ที่กำลังนั่งมองท้องฟ้าที่มืดสนิทเบื้องหน้า แฟรงค์กำลังหยีตาเพราะควันจากไอ้พี่ทอยลอยมาเข้ามาจนเริ่มแสบแล้ว

ทอยกำลังก้มหน้ามองพื้นระเบียงแต่ก็มีหลายครั้งหันมองเด็กหนุ่มข้างกาย
ส่วนแฟรงค์กำลังสงสัยว่าพี่มันเป็นอะไร นี่แปลกไปตั้งแต่กลับมาจากผับแล้วนะ

“เมาหรือเปล่าอะพี่”
“ทำไม”
“ก็ถาม เห็นโคตรเงียบเลย” ยังคงไร้คำตอบและมีเพียงดวงตาคู่เดิมที่จ้องมองมา แฟรงค์มองกลับและยอมรับว่าหัวใจกำลังเต้นหนักกับดวงตาคู่ตรงหน้า เด็กหนุ่มเม้มปากก่อนเลือกจะขยับหน้าเข้าไปใกล้อีกคนที่ยังคงนั่งนิ่งไม่ได้ขยับเบือนหน้าหนีเหมือนอย่างทุกครั้ง ลมหายใจที่ได้สัมผัสและสุดท้ายแฟรงค์เลือกจะ

..จุ๊บ.. กดแนบริมฝีปากเข้ากับกลีบปากนิ่มของอีกร่าง เขาดูดดึงปากพี่มันนิดหน่อยก่อนเลือกจะผละออก

นั่งมองหน้ากันอีกครั้ง

...หมับ... ก่อนสุดท้ายเป็นมือของทอยที่คว้าหมับเข้าที่ปลายคางเรียวของคนอายุน้อยกว่า

“อื้ออ...!” เสียงครางในลำคอขาวหลุดดังนอกเหนือไปกว่านั้นหัวใจของแฟรงค์มันเต้นจนแทบจะจะหลุดจากอก ใครอีกคนยังบดขยี้ริมฝีปากของเขา ดูดดึงและเล็มเลียพร้อมส่งลิ้นเข้ามาทักทายจนแฟรงค์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังล่องลอยอยู่ในห้วงความฝันที่มันมีอยู่จริง

“อ่ะ...อืออ...พี่” ริมฝีปากหยักกำลังเลื่อนเปลี่ยนเป็นการไล่ขบเม้มเล็มเลียตามช่วงลำคอขาว ร่างของแฟรงค์ถูกบังคับให้ลุกขึ้นยืนเมื่อมือที่ล้วงลูบตามช่วงเอวกำลังรั้งให้ลุกตาม แผ่นหลังของเด็กหนุ่มแนบเข้ากับขอบผนังห้องและมือของทอยอีกข้างกำลังเอื้อมไปเลื่อนประตูระเบียงให้ผิดลง ในตอนนี้ทอยเองหอบหนักไม่ได้ต่างเพราะไอ้เด็กตรงหน้ามันไม่ได้ไม่รู้งานว่าควรทำอะไร มือขาวบัดนี้กำลังล้วงเข้ามาภายในเสื้อของเขาเช่นกันแถมริมฝีปากนิ่มยังจูบตอบไม่หยุดอีกด้วย

ในตอนนี้ทอยถอดเสื้อของตัวเองออก
และคนตรงหน้าก็กำลังจูบไล่ตามแผ่นอกของเขาและแฟรงค์มันคุกเข่าลง

...หมับ... พร้อมมือที่ปลดแกะตะขอกางเกงออกพร้อมรูดซิปกางเกงตัวเบื้องหน้าลง มือขาวงัดแท่งเนื้อร้อนภายในกางเกงของอีกคนออกมา แฟรงค์รั้งกางเกงชั้นในของทอยลงเพื่อให้เจ้าสิ่งภายในได้ตื่นมาดูโลกแบบเต็มตา เขานิ่งนิดหน่อยเพราะเกิดมาก็เคยมีอะไรแต่กับผู้หญิงแต่เมื่อที่ทอยใช้มือจับเข้าที่ท้ายทอยของเขาพร้อมการที่พี่มันขยับตัวเข้ามาใกล้จนเบื้องล่างขยับชิดกับริมฝีปากของเขา สุดท้ายแล้วแฟรงค์ยอมที่จะอ้าปากงับสิ่งตรงหน้าเข้ามา สัมผัสกับภายในปากเขานิดเดียวมันก็ตื่นตัวแข็งขืนจนแฟรงค์ต้องละเปลี่ยนจากการใช้ปากอมรอบมาเป็นการทำได้แค่เล็มเลียและดูดดึงส่วนปลายแทนเท่านั้น

“อึก...พี่ทอ...ย...” แต่เสียงขาดหายเมื่อทอยกำลังขยับแก่นกายของตัวเอง
“อ่าา...” มีเพียงเสียงครางต่ำที่ดังและสุดท้ายเมื่อทอยยอมให้เขาผละหน้าออกมาได้

“แค่กๆๆ!” แฟรงค์กำลังไอหนักเพราะสิ่งที่ล้วงเข้าไปสะกิดในลำคอ หน้าของเด็กหนุ่มกำลังเห่อแดงเพราะน้ำตาที่คลอเต็มสองหน่วยจากการไอจนตัวงอแบบนี้ แต่แล้วสุดท้ายเมื่อกลับมาปกติอีกครั้งแฟรงค์ขยับตัวเข้าหาคนตรงหน้าพร้อมเป็นฝ่ายเริ่มเปิดฉากจูบอีกครั้งสำหรับในค่ำคืนนี้

“อ้ะอ่ะ....” เสียงครางจากร่างขาวมันเบาหวิวเมื่อในตอนนี้มือของทอยกำลังลุ่มล่ามอยู่กับช่วงเป้ากางเกงของเขา ริมฝีปากของคนพี่กำลังขยี้หนักทั้งลำคอและตามช่วงแนวสันไหล่เนียน พวกเรานัวเนียบดเบียดตัวเข้าหากัน

..ผลั้ก!.. จนสุดท้ายที่แผ่นหลังแนบเข้ากับเตียงแฟรงค์เบิกตากว้าง
...หมับ!.. เขารีบจับหมับเข้าที่ไหล่ของคนบนร่างเพื่อเรียกให้ทอยที่กำลังจะซุกหน้าลงกับแผ่นอกของเขาเงยมอง

“ผมไม่รับ” และพวกเราจ้องตากัน
“กูก็ไม่รับ” เอ่ยสวนไปแบบนี้และแววตาที่มีความกังวลและความกลัวอยู่ภายในนั้นของแฟรงค์มันกำลังทำให้คนมองอย่างเขารู้สึกแอบหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก มาถึงขนาดนี้ก็ต้องยอมรับแล้วว่าอารมณ์มันมีมากขนาดไหนแต่ถึงอย่างนั้นทอยเองก็ไม่ได้แย่พอที่จะไปบังคับลูกใครให้นอนด้วยหรอกนะ

สุดท้ายแล้วถึงได้เลือกจะผละตัวออกมา
..หมับ... แต่แรงรั้งแขนเอาไว้ทำเขาต้องหันกลับไปมองอีกหน แฟรงค์กำลังมองมาและมันพึมพำประโยคนี้



“พี่...เอาผมเลยก็ได้”


# # # # # #

แฟร้งงงงง อย่าไปหลงกลมันลู๊กกก แม่ว่ามันไม่จริงจังกับหนูแน่ๆเลย





ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2314
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด