จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}  (อ่าน 53683 ครั้ง)

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4751
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +179/-19
 :katai2-1:

ออฟไลน์ day9day

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-9
มึนๆดีนะ

ออฟไลน์ jinutlove

  • ไม่คิดที่จะรัก
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 84
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
 :laugh: จูบเลยๆ555

ออฟไลน์ Sirinapa-11

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 108
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-20
    • FicYaoiTH
Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่6
«ตอบ #63 เมื่อ16-02-2018 13:24:53 »

ตอนที่6
#จีบวิศวะ

วันนี้ไม่มีเรียนและที่ซุกหัวสำหรับวันหยุดของทอยก็ยังคงเป็นอู่ซ่อมรถของเพื่อนในกลุ่มตามเดิม อย่างมากวันนี้ทั้งวันก็ขอทำหัวให้โล่งก่อนที่จะต้องกลับไปนั่งสอนไอ้เด็กกวนประสาทนั่นก่อนเถอะ ขนาดยังไม่ได้เริ่มสอนและมีเวลาอยู่ด้วยกันเพียงตอนไปซื้อหนังสือด้วย ระยะเวลาแค่นั้นทอยยังรับรู้ได้ถึงความกวนตีนทั้งหมดในสายเลือดของแฟรงค์มันเลย ทั้งรอยยิ้มแสนเสแสร้งและแววตาเจ้าเล่ห์คู่นั้นแล้วไหนจะไอ้ประโยคทิ้งท้ายที่มันตะโกนไล่หลังมานั่นอีก

...พรุ่งนี้แน่จริงก็จูบผมเลยดิพี่!!!...
เหอะ กูได้ยินนะมึง

“นอนยิ้มไรของมึงวะ มาช่วยกูงัดล้อรถออกทีดิเนี่ย” จนเสียงถามจากไอ้เจ้าของอู่ดังขึ้นทอยถึงต้องวางโทรศัพท์ในมือของตัวเองลงแล้วเดินตรงเข้าไปช่วยมันซ่อมรถที่จอดอยู่ ทุกวันนี้หน้าที่ในการซ่อมรถยนต์ของที่นี่แทบจะกลายเป็นของเขาไปแล้วเพราะตามปกติคนที่คุ้นชินกับเครื่องยนต์ก็จะมีเพียงเขาเท่านั้นที่ซ่อมบ่อยสุด ไม่ใช่อะไรหรอกแต่เพียงแค่ตอนยังมีรถชอบเอาไปซิ่งแล้วต้องคอยบำรุงเครื่องบ่อยก็เท่านั้น
“ไอ้ทอยล้อใหม่เข้าร้านกูเนี่ย คิดถึงลูกมึงเลยเนี่ย”

“คิดถึงลูกกูหรือคิดถึงเงินกูกันแน่เหอะ” พอเขาว่าไปแบบนี้ไอ้เอกซ์หัวเราะดัง
“เออก็นั่นแหละ แม่มึงจะคืนรถให้วันไหนวะ”
“ไม่รู้เขาดิ เดี๋ยวก็คืนเองแหละมั้ง” ตอบไปพร้อมมือที่ยังคงลงมือช่วยมันซ่อมรถไปด้วย เสียงโวยวายของเพื่อนคนอื่นดังมาจากในครัวเนื่องเพราะพวกมันกำลังช่วยกันทำอาหารกลางวัน ทอยยิ้มขำเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงกรี๊ดที่คาดว่าที่มาคงจะต้องมาจากการที่กลัวน้ำมันกระเด็นใส่ชัวร์

“ไม่มีรถขับแล้วสาวยังติดอยู่อีกมั้ยแบบนี้”
“สาวที่ไหน” แอบชะงักไปนิดหน่อยก่อนถามกลับ
“เด็กมึงเยอะแยะสัส เย็นนี้มีนัดเย่อปะ”

“เย่อเหี้ยไรหละ” เขาสวนไปแบบนี้พร้อมส่ายหน้าหนักใจเพราะต่อไประยะเวลาช่วงเย็นที่ต้องไปไหนมาไหนกับเด็กในคลังคงต้องหายไปแล้วหละ ทำไงได้หละก็เขาไปรับปากที่จะรับเงินจากมันแล้วนี่ แถมยังไม่รู้เลยว่าเอาเข้าจริงถ้าถึงสามทุ่มแล้วไอ้แฟรงค์มันจะยอมกลับห้องตัวเองจริงตามที่ตกลงกันมั้ย

“แต่กูว่าปีหนึ่งเข้าใหม่ปีนี้ต้องเด็ดแน่มึงไอ้ทอยเอ้ยย”
“มึงรู้ได้ไง”
“ไอ้แฟรงค์มันเล่าให้ฟังวันนั้นไงว่าเพื่อนมันมีแต่สวยๆ” แต่ชื่อนี้ก็ดังมาให้ทอยได้ขมวดคิ้วอีกแล้ว
“พวกมึงอย่าไปสนิทกับมันเยอะเลยไอ้เด็กนั่นอะ กวนตีนจะตายห่า”

“กูว่ามันตลกดี พูดโคตรมากอะ” เล่าไปก็หัวเราะไปและทอยคาดว่าไอ้พวกเพื่อนเขาคงจะถูกโฉลกกับแฟรงค์จริงแล้วหละ แต่ถ้าเอาตามนิสัยผู้ชายเลยก็ดูจะโอเคอยู่หรอกนะกับคนที่นิสัยติดสนุกกับพูดเยอะแล้วแอบกวนตีนแบบมันอะ ถ้ามาในฐานะเพื่อนหรือน้องนี่ก็น่าคบอยู่ด้วยหรอก แต่นี่แม่งเล่นจะมาในฐานะอื่นน่ะสิ

“กูว่ามันน่ารักนะ”
“ถุ้ยย!” แทบจะสำลักน้ำลายตัวเองตายเมื่อไอ้เอกซ์พูดประโยคนั้นมา
“มึงไม่ชอบมันใช่มั้ยเนี่ย”

“เออ!” พอทอยตอบกลับคนที่นั่งคุยกันอยู่ก็หัวเราะลั่นจนเกือบจะตกจากเก้าอี้ นานทีปีหนที่จะได้เห็นทอยมีสีหน้าหงุดหงิดแบบนี้ ถ้าไม่นับตอนไปมีเรื่องตีกับคนอื่นก็คงจะมีคราวนี้แหละที่ได้เจอทอยในสภาพนี้อีกครั้ง ปกติไอ้หล่อนี่ไม่ค่อยมีปฏิกิริยาอะไรหรอกถ้าไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับไทเกอร์เพื่อนสนิทของมัน เป็นห่วงกันออกนอกหน้านอกตาจนโดนเพื่อนแซวทั้งกลุ่มละว่าพวกมันแอบกิ๊กกันเองเนี่ย

...หมับ...!

“เพื่อนทอย พาไปซื้อกาแฟปั่นหน่อยดิ” พอพูดถึงปุ้บคนตายยากอย่างไทเกอร์ก็เดินเข้ามากอดทอยหมับเข้าให้
“กาแฟอะไร ไม่เอาร้อน...ไม่ไป”
“นะๆกูอยากกินอะ” ไม่พูดเปล่าแต่กอดแน่นขึ้นพร้อมทำตามปริบจนทอยต้องพ่นลมหายใจและยอมพยักหน้ารับไปจนได้ สุดท้ายคนถูกตามใจร้องเย้พร้อมรีบเดินไปหยิบเสื้อยืดมายื่นให้ทอยใส่ด้วย เดินออกมาด้านนอกด้วยกันโดยที่ตรงเข้าไปหาไอ้รถคู่ใจคันใหม่ของทอยที่จอดอยู่

“ถ้าบ่นร้อนนะไอ้เกอร์ กูจะถีบให้ตกรถไปโน่นเลย”
“มึงจะทำร้ายผัวมึงได้ลงคอเลยรึ”

..ผลั้วะ!..
กวนตีนมากจนโดนทอยตบหน้าผากและไทเกอร์เพียงยิ้มกวนกลับไปพร้อมรีบก้าวขาซ้อนลงบนรถที่จอดรออยู่
“ไปร้านไหนเนี่ย” ขับออกมาได้ซักพักทอยถามขึ้น

“หน้ามอ อยากกินของร้านป้าสดใส” คำตอบทีได้มาทอยเพียงพยักหน้ารับและเอาเข้าจริงป้าคนนั้นไม่ได้ชื่อสดใสหรอกแต่ไทเกอร์มันแค่ตั้งชื่อให้เนื่องเพราะป้าแกร่าเริงมากแถมยังใจดีขั้นสุดอีกด้วย เป็นร้านประจำที่ถ้าว่างก็ชอบแวะมาซื้อจนจะกลายเป็นลูกชายร่วมสายเลือดของป้าแกไปแล้ว

..เอี๊ยดด..!!
แต่เบรกรถแทบทิ่มเมื่อร่างของคนที่ยืนต่อคิวซื้อน้ำปั่นอยู่แม่งโคตรคุ้น

“เห้ยนั้นไอ้แฟรงค์ปะวะไอ้ทอย” และคำถามจากไทเกอร์ทำคนถูกถามแทบยกมือกุมขมับ ไม่น่ายอมตามใจพามันมากินร้านนี่เลย ลืมคิดไปว่ากลางวันแบบนี้ในร้านของป้ามักจะมีแต่เด็กในชุดนักศึกษาเต็มไปหมดแต่คือก็ลืมคิดไงว่าอาจจะมาเจอมันเขา ก็แล้วใครจะรู้วะว่าไอ้เด็กจากอเมริกาแบบมันจะมาติดใจร้านชานมปั่นริมถนนอะไรแบบนี้ด้วย

แล้วในตอนนี้แฟรงค์ก็หันมามองที่เขาแล้วหลังจากโดนไทเกอร์เดินเข้าไปทัก
มันมองสลับระหว่างเขากับไอ้เกอร์ไปมา

“ไอ้ทอยลงมานี่!มายืนกับกูดิ” และไอ้ตัวดีที่ไม่รู้อะไรอย่างไทเกอร์ก็ยังจะกวักมือเรียกให้เขาเดินเข้าไปหาแล้ว แต่ถ้าหากไม่ลงไปหามันนี่สิก็คงแปลกเพราะคนบ้าที่ไหนหละจะมายืนรอตากแดดอยู่นอกร้านเนี่ย เดินเข้าไปยืนอยู่หน้าร้านด้วยกันซึ่งเหมือนว่าตอนนี้ป้าสดใสคงกำลังเริ่มชงน้ำตามรายการที่ไอ้แฟรงค์มันสั่งแล้ว

“พี่เสือไม่มากับพี่ด้วยหรอครับ?” ตอนนี้แฟรงค์กำลังกับไทเกอร์ถึงพี่ชายตัวเอง
“ไม่อะ กูก็ขอมันมาหาเพื่อนไรแบบนี้บ้างไง”

“อ๋อ พี่ดูสนิทกับพี่ทอยจังเลย” พอเด็กหนุ่มว่าแบบนี้ไทเกอร์รีบพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม แต่คนสองคนที่แอบสบตากันต่างมีสีหน้าต่างกันแล้ว ทอยกำลังจ้องมันนิ่งในขณะที่แฟรงค์เหมือนแอบยิ้มมุมปากอย่างคนกุมความลับระหว่างนี้เป็นไทเกอร์ที่ยืนรอรับรายการน้ำของตัวเองส่วนคนที่ได้สิ่งที่ต้องการแล้วก็เดินเลี่ยงออกมา

แฟรงค์เดินเนียนเข้ามายืนข้างทอย
และสุดท้ายหนึ่งคำถามเชิงกระซิบ

“พี่แอบชอบพี่เกอร์ใช่มะ”
“พูดอะไรของมึง” คนโดนถามกลับไม่ได้ตอบแต่เพียงยักไหล่
“กูกับมันเพื่อนกัน”

“ใครเขาก็ดูออกหมดนั่นแหละพี่” คราวนี้แฟรงค์สวนมาอีกและทอยต้องเดินออกมาก่อนเพราะไทเกอร์ซื้อน้ำของตัวเองเสร็จเรียบร้อย เจ้าเด็กหนุ่มตัวขาวกำลังยืนมองตามร่างของคนสองคนที่ขับมอไซค์ออกไปด้วยกันแล้วแถมยิ่งกว่านั้นยังต้องแอบชักสีหน้ากับตัวเอง

จะว่ายังไงดีหละ
เหมือนอกหักตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลย

..หมับ..

“แตงโมปั่นของมึงนี่มันต้องนานขนาดนี้เลยหรือไงวะ” จนแรงกอดคอพร้อมเสียงถามทำแฟรงค์ต้องหันกลับไปมองซึ่งภาพที่เห็นคือเพื่อนหนึ่งคนที่เดินเข้ามาตามเขาโดยที่มีไอ้พวกที่เหบืออีกสองคนกำลังยืนรออยู่ เด็กหนุ่มตัวขาวจำเป็นต้องเดินย้อนกลับเข้าไปยังมหาลัยอีกครั้งเนื่องเพราะตอนบ่ายยังมีเรียนปรับพื้นต่ออีก พอเข้ามาในห้องได้สิ่งแรกที่แฟรงค์ทำคือการคว้าโทรศัพท์ออกมากดส่องไอจีของทอย ทำได้แค่ส่องไอจีไงเพราะเฟสถูกพี่มันบล็อกไงเล่า!

เลื่อนดูไปเรื่อยก่อนพบว่ามีหลายรูปเลยที่ทอยถ่ายคู่กับไทเกอร์
ถึงตอนนี้เขาว่าชัดเจนละ

แต่แล้วยังไงหละ?เพราะถึงพี่ทอยจะชอบพี่เกอร์ แต่พี่เกอร์ก็เป็นแฟนของพี่ชายเขาอยู่ดี
แถมแฟรงค์โคตรมั่นใจด้วยว่าพี่เกอร์ไม่ได้มีความรู้สึกมากกว่าเพื่อนต่อทอยเลยซักนิด เพราะทั้งท่าทางและแววตาการพูดมันดูเหมือนเพียงเพื่อนผู้ชายที่สนิทกันมากเท่านั้น จะมีก็แค่ไอ้พี่ทอยนี่แหละที่ไปหลงเสน่ห์เพื่อนตัวเองเข้าให้ ตอนนี้ก็ตัดปัญหาเรื่องพี่เกอร์ไปได้เลยเพราะปัญหาหลักที่มีมันคือตัวของทอยเองนั่นแหละ

“เวลาเรียนกูไม่เห็นว่าหน้ามึงจะเครียดขนาดนี้เลยวะ” เสียงถามจากเพื่อนข้างกายดังอีกครั้ง
“กูกำลังคิดอยู่”
“เรื่อง?”

“พี่ทอยไง” แถมตอนนี้เพื่อนก็รู้กันหมดละว่าเขากำลังตามจีบตัวเด็ดประจำคณะวิศวะอยู่
“สาธุถ้าพี่เขายอมคบมึงนะ กูจะปิดทั้งผับฉลองให้มึงเลย”
“มึงพูดแล้วนะ”

“เออ!” ได้ยินแบบนี้แฟรงค์เพียงขยับปากบอกไปว่าให้รอดูแล้วกัน เด็กหนุ่มกลับมานั่งยิ้มมุมปากกับตัวเองอีกครั้งเพราะเมื่อก้มมองนาฬิกาก็เหลือเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงแล้วที่เขาจะได้กลับไปหาทอยที่ห้องอีกหน
ขนาดพี่ทอยเจอพี่เกอร์ทุกวันยังแอบชอบเลย
เดี๋ยวเจอเขาทุกวันบ้าง พี่มันก็ต้องหวั่นไหวเองแหละวะ


......................

...ก็อกๆๆ!!..
เสียงเคาะห้องในเวลาหกโมงเย็นดังเรียกร่างของคนที่นอนบนเตียงให้ขยับลุกตัวขึ้น ทอยแหงนมองหน้าฬิกาก่อนถอนหายใจเพราะรู้แล้วหละว่าเป็นใครที่มาหา พอเปิดประตูออกได้ภาพแรกที่เห็นคือเด็กหนุ่มที่กำลังยิ้มกว้างโชว์ลักยิ้มบุ๋มข้างแก้มซ้ายของตัวเอง มองไล่ลงมือของมันสิ่งที่เห็นคือถุงขนมอะไรซักอย่างที่มันถือเข้ามาด้วย

“ขนมครกพี่ เอาเข้าไปได้ใช่ปะ”
“เออเข้ามา” พอเขาบอกไปแฟรงค์ถึงได้เดินเข้าพร้อมถอดรองเท้าไว้ด้านในของห้อง

..กึก..
ล็อคห้องเรียบร้อยและเดินย้อนมานั่งยังโซฟาตัวเดิมอีกครั้ง ในตอนนี้ไอ้เด็กแวมไพร์กำลังถอดกระเป๋าเป้ของตัวเองวางลงบนพื้นห้องพร้อมกับร่างของมันที่ทิ้งตัวนั่งลงบนพรมสีทึบและมือที่วางถุงขนมครกลงบนโต๊ะด้วย ส่วนทอยนั่งเล่นโทรศัพท์ซักพักท่ามกลางสายตาของแฟรงค์ที่มองว่าแล้วตอนไหนที่พี่มันจะเดินไปหยิบหนังสือมาสอนเขาซักที

“จะเรียนยัง”
“แล้วแต่ครับแต่จริงๆนั่งมองหน้าพี่ต่อก็เพลินดี” แล้วนั่นแหละพอแฟรงค์พูดแบบนี้ทอยรีบลุกเดินไปหยิบหนังสือมาเลย ไอ้เด็กตัวกวนแอบขำนิดหน่อยจนกระทั่งที่คนอายุมากกว่าเดินมานั่งยังฝั่งตรงข้ามแล้ว มือของทอยหยิบปากกาออกมาและแฟรงค์ก็หยิบกระเป๋าดินสอมาแล้วเช่นกัน

“วิชาไรอะครับ”
“ไทย” คำตอบที่ได้คนฟังคิ้วขมวด
“นิทานเด็กหรอ ผมไม่เรียนหรอก”
“มึงต้องเริ่มอ่านให้ได้ก่อน ไม่งั้นจะไปเรียนวิชาอื่นต่อได้ยังไง...หนังสือแม่งภาษาไทยหมด”
“เอ้าแต่ผม...”

“นี่เวลาเรียนละมึงต้องฟังกู ตกลงกันไว้แต่เริ่มแล้วนี่” แต่พอทอยสวนมาแบบนี้แฟรงค์ต้องยอมเงียบลงและเป็นจังหวะเดียวกับที่ทอยเปิดหนังสือเล่มในมือขึ้นพร้อมการต้องขยับเข้ามานั่งข้างอีกคนด้วยเนื่องเพราะมีหนังสือเล่มเดียวและถ้านั่งไกลกันเขาคงไม่สามารถสอนมันอ่านได้แน่
“ท่องกอไก่ถึงฮอนกฮูกได้ใช่มั้ย”
“นิดหน่อย”

“ลองท่องดิ” โดนสั่งอีกแล้วซึ่งแฟรงค์เงียบลงไปก่อนยอมนั่งท่องตามคำสั่งที่ติวเตอร์ตรงหน้าเขาว่ามา พอท่องเสร็จต่อไปทอยใช้ให้เขียนและตอนนี้แหละที่ยากเพราะบอกแล้วไงว่าแฟรงค์น่ะพูดได้แต่อ่านไม่ค่อยได้ กลั้นใจเขียนไปก่อนยื่นสมุดในมือส่งให้แก่คนข้างกายและทอยนั่งไล่อานก่อนขมวดคิ้ว

“ทำไมมีแค่สี่สิบเอ็ดตัวเอง มันต้องสี่สิบสี่สิวะ”
“ไหน”
“เอาไปเขียนเพิ่มมา” และเด็กหนุ่มทำตามก่อนยื่นส่งให้ทอยตรวจอีก
“ครบมั้ยอะพี่”

“เออครบ” จนที่ทอยตอบมาแบบนี้แฟรงค์รีบเงยหน้ามองแต่ยังไม่ทันจะได้อ้าปากพูดต่อ..
“มึงไม่ต้องมาเล่นมุกคบแล้วห้ามเลิกเลย เรียนต่อ” แต่โดนจับทางได้จนเป็นเด็กหนุ่มเสียเองที่ต้องยิ้มเขินออกมา นั่งเรียนกันต่อไปโดยที่แฟรงค์นั่งอ่านตามที่ทอยอ่านให้ฟังแบบดูแทบไม่ต่างจากเด็กอนุบาลเลย แถมเรียนไปมือก็เอื้อมไปหยิบขนมครกเข้าปากไม่หยุดอีกด้วย แต่พอเริ่มกินเยอะเข้าสุดท้ายก็..

“พี่ผมหิวน้ำว่ะ”
“เรื่องเยอะ ในห้องครัวอะเดินไป” นักเรียนตัวแสบรีบลุกไปตามคำบอกของเจ้าของห้อง
“แก้วอยู่ไหนอะพี่!” แต่เมื่อเข้ามาด้านในได้แฟรงค์ส่งเสียงถามอีก

“บนลิ้นชักข้างบนไงมึงก็เปิดดูดิ!” จนที่เขาตะโกนบอกไปคราวนี้แฟรงค์เงียบไปพักใหญ่ ทอยไม่ได้สนใจอะไรเนื่องเพราะกำลังนั่งอ่านไอ้นิทานเล่มในมือเพลินจนลืมสนใจมันเลย ทุกอย่างเงียบไปหมดจนเริ่มน่าสงสัยและเมื่อที่ทอยตะหงิดใจเขาถึงเตรียมจะลุกเข้าไปหามัน แต่แล้วหนึ่งเสียที่ดังมา

..เพล้ง!!...
ทำเขารีบวิ่งเข้าไปดูซึ่งภาพที่เห็นตรงหน้าคือไอ้ตัวปัญหาที่กำลังยืนยิ้มแห้งท่ามกลางเศษแก้วบนพื้นครัว

ครั้งที่แล้วก็โดนมันอ้วกใส่
คราวนี้ยังจะตามมาทำแก้วกูแตกอีกหรอ!

“ทำอะไรของมึงอีกวะเนี่ย”
“ก็ผมเขย่งไปหยิบมันก็หลุดมือดิ มันหยิบไม่ถึง...พี่จะทำไว้สูงทำไม”
“สรุปกูผิดอีก” ทอยว่าสวนไปพร้อมยกมือขยี้หัวตัวเอง เดินเข้าไปในห้องครัวจุดที่มันยืนอยู่โดนเลี่ยงที่จะไม่เหยียบเศษแก้วที่แตกบนพื้น เอื้อมมือไปหยิบแก้วบนลิ้นชักด้านบนก่อนยื่นส่งให้แฟรงค์แล้วเปิดเอาน้ำเปล่าในตู้เย็นให้อีกคนด้วย

“กินซะ แล้วเก็บเศษแก้วให้สะอาดหมดด้วย”
“ต่อไปพี่ก็เอาไว้ที่ไม่ต้องสูงดิ จะได้ไม่ต้องแตกอีกไง”

“ปัญหามันคือมึงหยิบไม่ถึง ไม่ได้เกี่ยวกับกู...ต่อไปถ้าจะมาก็ถือแก้วมาเองแล้วกัน” พอทอยว่ามาแบบนี้แฟรงค์เงยสายตากลับไปมองไอ้ลิ้นชักบนหัวอีกครั้งก่อนต้องขมวดคิ้วกับตัวเอง ปัญหามันคือเขาหยิบไม่ถึงเองก็จริง แต่ปัญหามากกว่านั้นคือพี่มึงจะเอาไปไว้ทำไมตั้งสูงวะ แล้วเดี๋ยวเวลาเพื่อนคนอื่นของทอยมาแล้วคนนั้นเตี้ยกว่าทอยอีกเดี๋ยวแก้วก็แตกอีกปะ สมองในการจัดห้องโคตรย่ำแย่เลย

“ไม่อะ ผมซื้อแก้วใหม่มาไว้ห้องพี่เลยดีกว่า...แล้วก็จะเอามาวางไว้ที่แค่หลังตู้เย็นด้วย”
“เออกูก็ลืมไปว่าบ้านมึงรวยม้ากก...รีบแดกซะน้ำซะ แล้วเก็บเศษแก้วให้กูด้วย” พอพูดคำนี้เสร็จทอยเดินกลับไปห้องนั่งเล่นตามเดิมโดยทิ้งให้เด็กหนุ่มคนนี้ยืนอยู่ตามลำพัง แฟรงค์รีบดื่มน้ำจนพอใจก่อนเอาไปเก็บไว้ในตู้เย็นโดยที่แก้วในมือเอาไปวางไว้ในซิงค์เพื่อรอล้าง

เอาหละแล้วสำหรับตอนนี้
ก็คงจะต้องมานั่งจัดการกับสิ่งที่ตัวเองก่อไว้ก่อน

..ครืดดด..
ลากถังขยะมาใกล้พร้อมนั่งยองลงและมือที่หยิบเศษแก้วทิ้งลงในถัง

“พี่!ถ้าแก้วบาดมือผม พี่จะทำแผลให้ปะ!” แล้วก็อดจะตะโกนคำถามกวนตีนทอยออกไปไม่ได้ก่อนกลับมาหัวเราะกับตัวเองเพราะตามคาดเนื่องเพราะได้คำด่าจากทอยมาตามที่คิดไว้เป้ะ ถึงจะถามไปแบบนั้นก็ใช่ว่าเขาจะให้แก้วบาดมือจริงที่ไหนหละ เจ็บจะตายชักใครจะไปทำกันจริงมะ

“มึงรีบเก็บแล้วกลับมาเรียนต่อ!”
“รู้แล้วก็รีบอยู่เนี่ย!ห้ามกินขนมครกผมหมดด้วยน..ะ....อ้าก!!” แต่แล้วเสียงพูดหายไปและทดแทนไว้ด้วยเสียงร้องตกใจจากร่างขาวตรงนี้ แฟรงค์กำลังตาโตพร้อมมือที่เกรงแน่นเนื่องเพราะภาพตรงหน้าที่ปรากฏให้เห็น

หายนะของครั้งนี้คือการที่มัวแต่ตะโกนคุยกับทอยจนไม่ได้มองเศษแก้วตรงหน้า
แล้วผลสุดท้ายที่ได้รับ...

“พี่ช่วยผมด้วย!” ถึงตอนนี้ไม่กล้าลุกไปไหนแล้วไม่กล้าทำอะไรนอกจากตะโกนเรียกอีกคน
“อะไรของมึงอีกวะ เรียกกูจนจะ...ไอ้สัส!มึงไปเก็บอีกท่าไหนเนี่ย!!” เป็นทอยที่เสียงดังไม่ต่างแถมยังต้องรีบเดินเข้ามาหาไอ้คนที่สร้างปัญหาใหม่มาอีกแล้ว นั่งลงในระดับเดียวกันพร้อมสายตาที่มองมือขาวตรงหน้าที่บัดนี้แดงฉาดไปด้วยเลือด ต้องมานั่งรู้สึกผิดเพราะแววตาของแฟรงค์ที่ทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้เต็มทีละ

เออเขาผิดเองอะ
ผิดเองที่เอาแก้วไว้สูงเนี่ย!

..หมับ..
จำใจต้องรั้งแขนของมันให้เดินตามมายังซิงค์ล้างจานตรงหน้า แฟรงค์กำลังยื้อไม่ยอมให้ต้องถูกล้างเลือดออกแต่สุดท้ายก็ถูกทอยดึงมือไปจนได้ คิ้วเข้มกำลังขมวดแน่นตั้งแต่ที่ทอยทำท่าจะเปิดก๊อกน้ำ
...ซ่าา...

“โอ้ยพี่น้ำแรง!เจ็บ!!”
“เออกูขอโทษๆ!” ทอยรีบร้องบอกพร้อมการลดระดับของน้ำลง ยืนมองน้ำในซิงค์ที่ปนความแดงจากเลือดของคนข้างกายและเมื่อล้างเลือดออกให้จนหมดทอยเพียงเดินนำออกมาและยื่นกล่องปฐมพยาบาลส่งให้แก่ร่างของคนที่นั่งอยู่บนโซฟาเท่านั้นและแฟรงค์ไม่ได้รับสิ่งในมือไป

“ผมไม่ถนัดข้างซ้ายทำไม่ได้” และนี่คือคำตอบ
“หมายถึง?”
“พี่ก็คงต้องทำแผลให้แล้วหละ”

“สมใจอยาก” ทอยว่าสวนมาและคนที่ร้องโวยวายเจ็บแผลในครั้งแรกกำลังยิ้มร่าแล้วแต่ก็เพียงครู่เพราะในทันทีที่ทอยใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์สีหน้าของแฟรงค์ก็เริ่มซีดลง จากที่ขาวอยู่แล้วตอนนี้นี่แทบจะเป็นไก่ต้มเลย ขนาดโดนพี่มันจับมือนะแต่ก็ยังอยากจะดึงมือหนีเลยคิดดูเถอะแล้วในทันทีที่ทอยชุบสำลีลงที่โดยรอบของแผล

“โอ้ยยพี่ เจ็บ”
“เจ็บเหี้ยอะไรยังไม่ทำอะไรเลย มันโดนแผลที่ไหนเนี่ย”
“ก็มันโอ้ยยไม่เอาแล้ว...ออกเลย ผมจะไปหาหมอ!”

“ถุ้ยแผลแค่นี้ นั่งนิ่งๆ” โดนดุมาอีกครั้งและแฟรงค์ชักสีหน้าแต่ยอมนั่งนิ่งแล้ว เม้มปากแน่นเพื่อไม่ให้ร้องโวยวายเนื่องเพราะตอนนี้ทอยกำลังตั้งใจทายาให้ แต่ความจริงแฟรงค์แค่กลัวว่าถ้าดิ้นแล้วพี่มันจะบีบยาใส่เยอะตางหาก ละสายตาออกจากแผลตัวเองแล้วเปลี่ยนมาเป็นการมองหน้าของทอยที่กำลังจดจ่อในการทำแผลให้

คิ้วอย่างหนาเลยให้ตายเถอะ
จมูกแม่งก็อย่างโด่ง...

..ฉึบ..

“อ๊าา!พี่...!!” แต่แล้วความคิดต้องหยุดลงเมื่อเหมือนทอยจะจงใจทำแรงด้วยเพราะพอเขาร้องอีกคนก็นั่งหัวเราะ แฟรงค์รีบดึงมือของตัวเองออกมาพร้อมก้มเป่าให้ยาแห้งให้ไวมากที่สุด คิ้วขมวดแน่นจนแทบจะเป็นโบว์นอกเหนือกว่านั้นหน้าตายังดูไม่พอใจที่สุดในรอบของการเจอกันละ เด็กหนุ่มกำลังนั่งสนใจแผลของตัวเองส่วนทอยก็มองเหมือนกันว่าควรจะทำยังไงกับแผลมันต่อ

“ไปฉีดยากันเชื้อโรคไว้ดีปะ” พอคิดบางอย่างออกทอยพูดคำนี้และแฟรงค์รีบเงยมองทันที
“ฉีดทำไมแก้วบาดเองนะ”
“เคยมีเพื่อนกูเคยแก้วบาดแบบนี้แหละแล้วแผลลามเกือบตัดนิ้วทิ้งเลย แก้วมันมีเชื้อโรคไง”

“...............” น้ำเสียงจริงจังของทอยกำลังเรียกแววตากังวลของเด็กหนุ่มตรงนี้
“ต้องฉีดสี่เข็มเลยอะ”
“ที่ไทยเขารักษากันแบบนี้หรอครับ”

“เออดิ” พอทอยย้ำมาอีกคราวนี้แฟรงค์ก้มสายตามองแผลของตัวเองด้วยแววตาที่สั่นระริกเต็มที ให้ตายเถอะอยากจะบินกลับอเมริกาสงสัยแอลกอฮอล์ที่นั้นจะฆ่าเชื้อได้ดีกว่าที่นี่แน่เลย แต่เมื่อภาพตัดกลับมาที่อีกหนึ่งร่างตรงนี้บัดนี้ไหล่กว้างทั้งสองข้างกลับกำลังกลั้นขำเสียจนสั่น ต้องกลั้นยิ้มเอาไว้พลางตีหน้าขรึมเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือที่สุดและแล้วแววตาแสนหงอยของมันก็เงยขึ้นสบเข้ากับเขาอีกครั้ง

“พี่ว่าถ้าผมไปรักษาที่อเมริกาจะต้องตัดนิ้วมั้ย”
“พรืดด...” และแล้วการกลั้นขำสิ้นสุดลงเนื่องจากไม่สามารถทำต่อได้แล้วจริงๆ ขณะนี้ทอยกำลังหัวเราะลั่นและแฟรงค์ขมวดคิ้วอีกครั้งเพราะรู้แล้วหละว่าโดนแกล้งเข้าอีกแล้วว่ะ!

..ผลั้ก!..

“นิสัยไม่ดีเลยว่ะ!”
“เห้ยๆๆ” และทอยทำหน้าดุออกมาเมื่อถูกแฟรงค์ใช้เท้าถีบเข้าที่ขาแต่ไอ้คนอายุน้อยกว่ายังไม่ได้มีสีหน้าจะกลัวแต่อย่างใดแถมยังทำท่าจะถีบเขาอีกจนทอยต้องเข้าไปรวบแขนทั้งสองข้างของมันไว้พร้อมใช้มืออีกข้างที่ว่างกดอีกคนให้อยู่นิ่งซะ ถึงตัวจะขยับไมได้แต่อย่างนั้นแล้วสายตาของแฟรงค์ก็ยังส่งมาด่าเขาได้อยู่ดี

“ผมจีบพี่อยู่พี่ก็ทำตัวให้ดีกับผมสิวะ!” เหมือนจะหงุดหงิดเบอร์ใหญ่เพราะตอนนี้พูดหยาบกับเขาไม่หยุดเลย
“ถ้ากูทำตัวไม่ดีด้วยงั้นคงต้องเลิกจีบกูแล้วหละมั้ง”

“ก็จีบอยู่ดีนั่นแหละ!อ๊ะ!อ๊า มันโดนแผลผมเนี่ย!” แต่มันตะโกนสวนมาและทำคนฟังหัวเราะเสียงดังอีกแล้ว ตามปกติจะมีแต่แฟรงค์นี่แหละที่คอยตามกวนประสาทแต่ถึงตอนนี้พอมาได้ลองแกล้งมันบ้างนี่ขอยอมรับอย่างเต็มปากเลยว่าโคตรสนุก จนพอที่ทอยยอมปล่อยตัวออกแล้วแฟรงค์รีบกลับมานั่งแล้วก้มมองแผลที่ใหญ่กว่ามดกัดนิดนึงของตัวเอง

“เป่าให้ผมหน่อย”

..ผลั้วะ...
แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือแรงตบที่ท้ายทอยซึ่งมันทำแฟรงค์ต้องยกมือลูบหัวตัวเองทันที

“เมื่อกี๊ยังโกรธกูอยู่เลยไม่ใช่หรือไง”
“หายแล้วไง ความรักทำให้ตาบอดไม่รู้สึกอะไรละ” ทอยเบ้ปากกับคำพูดแสนเลี่ยนนี่
“แต่ตอนพี่แกล้งผมพี่หัวเราะเสียงโคตรดังเลย”
“............” ทอยกำลังรอดูว่ามันจะพูดอะไรอีกและเขานั่งพร้อมส่งสายตามองแฟรงค์แล้ว
“งั้นเดี๋ยวผมให้พี่แกล้งอีกบ่อยๆดีกว่า ว่ามะ”

......
....
..

“โดนแกล้งอีกที ระวังได้ร้องดังกว่าเมื่อกี๊นะมึง”


# # # # # # # #

ตอนนี้หน้าแบบ-..-
เราคิดเยอะไปหรือความหมายมันคือแบบนั้นวะ5555

ออฟไลน์ Thanaphon

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 42
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
 :impress2: :impress2: :impress2: :impress2: :impress2: :impress2:

ออฟไลน์ day9day

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-9
โอ้ยยยยยยยยยยย
วันแรกก็มึนๆแล้ว
รอตอนต่อๆไปนะครับ

ออฟไลน์ jinutlove

  • ไม่คิดที่จะรัก
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 84
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
 :-[ :pig4: :L1:

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1817
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +111/-5
แฟรงค์สำออยเป็นเด็กน้อยเลยอ่ะ  :laugh:

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3582
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +129/-4
 :mew1: :mew1: :mew1:

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5251
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
แผนปะเนี่ย เก็บไงให้แก้วบาดตัวเอง แผนแฟรงค์ชัวส์  :hao3:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่6 {16/02/61}
« ตอบ #69 เมื่อ: 17-02-2018 03:23:29 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ shoi_toei

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5260
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +222/-25
ทอย แฟรงค์ ชัดเจนมากกกก 5555

ออฟไลน์ Bb nale

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 579
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
แกล้งแบบไหน55

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4751
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +179/-19
 :katai2-1:

ออฟไลน์ singalone

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 396
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-2
ตอนแรกเชียร์ แฟรงค์ทอย ดูท่าแล้วน่าจะทอยแฟรงค์ แงงงงง ไม่เป็นไร เราไม่เป็นไรรรร

ออฟไลน์ Sirinapa-11

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 108
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-20
    • FicYaoiTH
Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่7
«ตอบ #74 เมื่อ21-02-2018 16:31:10 »

ตอนที่7
#จีบวิศวะ

“โดนแกล้งอีกที ระวังได้ร้องดังกว่าเมื่อกี๊นะมึง” เสียงพูดของทอยเรียกแววตาของเด็กหนุ่มตัวขาวให้ต้องเงยมอง
“พี่ว่าไงนะ”
“กูบอกว่าระวังได้ร้องดังกว่าเดิม” แล้วไอ้คนฟังมันนิ่งลงไปก่อนจะ..
“พี่จะต่อยผมเลยหรอ”

“ไอ้เหี้ย...” สุดท้ายเขาหลุดสบถประโยคนี้พร้อมรอยยิ้มแอบขำนิดหน่อย รีบลงมานั่งลงยังพื้นพรมของห้องตามเดิมโดยที่แฟรงค์กำลังขมวดคิ้วมองตามว่าทอยกำลังต้องการสื่อสารอะไรกับเขาอีกแต่เหมือนทอยจะไม่พูดแล้วแต่เพียงแสดงใบหน้าเหมือนคนแอบเอือมออกมาเท่านั้น เด็กนักเรียนตัวโข่งถึงได้ลงนั่งตามพร้อมมือที่คว้าถุงขนมครกที่เหลืออยู่ไม่กี่ชิ้นของตัวเองมาใส่ปากพร้อมนั่งมองหน้าของคนตรงข้ามต่อ

“นั่งมองหน้ากูมันทำให้มึงฉลาดขึ้นหรือไง”
“พี่ก็สอนซักที เดี๋ยวเกินสามทุ่มผมก็ได้ต้องนอนนี่หรอก”

“มึงไม่ต้องมาเนียน เกินสามทุ่มยังไงมึงก็ต้องกลับ...กูไม่ให้นอน” พูดพร้อมกับมือที่เปิดหนังสือเล่มตรงหน้าต่อ
“โอ้ยพี่...เจ็บมือว่ะจะเขียนได้ยังไงเนี่ย จับมือผมหน่อย” แต่พอกำลังจะเริ่มสอนแฟรงค์ก็เริ่มวอแวอีกรอบและเขาเงยสายตาขึ้นมองหน้าของมันซึ่งไอ้เด็กแสนกวนเพียงยิ้มทะเล้นมาให้ ทอยจ้องหน้าอีกคนกลับพร้อมมือที่ขยับเข้าไปหามัน

..หมับ.. ตอนแรกแฟรงค์กำลังจะฉีกยิ้มอีก แต่
..หมับ!!..

“อ้ะพี่!!!เจ็บบบ!!” แรงกดที่บีบลงบนแผลโดยตรงเรียกเสียงร้องว้ากพร้อมการที่รีบชักมือของตัวเองออกจากการเกาะกุม เสียงหัวเราะจากทอยดังอีกรอบและแฟรงค์ก้มมองมือของตัวเองก่อนเงยสายตามองคนตรงข้ามอย่างเอาเรื่อง ชี้หน้าคาดโทษทอยเอาไว้แต่ก็ยอมจะนั่งเงียบแล้วนั่งเรียนต่อไปเพราะยังเหลือเวลาอยู่อีกตั้งครึ่งชั่วโมงเลย

“ลองอ่านอันนี้ดู อ่านออกมั้ย” ทอยถามอีกคนออกไปและแฟรงค์นั่งเงียบไปพักใหญ่
“สา-มา...สามาทดิ!คือสามารถใช่มั้ยพี่”
“ตอนแรกมึงจะอ่านว่าสา-มา-รถหรอ”

“ไม่ใช่ซักหน่อย” ทั้งที่พูดไปครึ่งทางแล้วแต่ก็ยังไม่ยอมรับ ทอยใช้ปากกาในมือเคาะหัวของไอ้คนตรงหน้าอย่างหมั่นไส้ซึ่งแฟรงค์เพียงนั่งเงียบแล้วทำตั้งใจเรียนต่อไปเท่านั้น เวลาครึ่งชั่วโมงไม่ได้นานมากนักแต่ก็แค่จากตอนแรกที่ขนมครกยังเหลือถึงตอนนี้ไอ้คนตัวขาวกินเกลี้ยงไปหมดแล้ว เป็นเวลาเดียวกับที่ทอยก้มมองนาฬิกาข้อมือของตัวเองพร้อมเอนแผ่นหลังพิงเข้ากับตัวโซฟาด้านหลัง ใช้มือปิดหนังสือนิทานเด็กอนุบาลของไอ้แฟรงค์ลง

“กลับไปได้ละ”
“ไล่จังเลย” ถึงปากจะบ่นแต่มือก็กำลังเก็บของตัวเองลงใส่กระเป๋า
“เอาขยะมึงลงไปทิ้งด้วย”
“ทิ้งไว้ห้องพี่ไม่ได้หรอ”

“ไม่เอาเดี๋ยวมดขึ้น เอาลงไปทิ้งข้างล่าง” ได้ยินแบบนี้แฟรงค์ต้องยอมทำตามโดยการมัดถุงพลาสติกที่ใส่ขนมครกขึ้นมาของตัวเองให้เรียบร้อย จัดการเก็บอุปกรณ์การเรียนลงใส่กระเป๋าก่อนลุกขึ้นยืนแล้วยกเป้ใบรักสะพายใส่หลังตามเดิม ระหว่างนี้ไม่ลืมจะหันไปมองทอยซะก่อน หันมองนาฬิกาอีกซักที

“คอนโดผมไกลจากที่นี่มากเลย ขับรถเกือบเป็นชั่วโมง
“เรื่องของมึง ออกไปได้แล้ว”
“ก็ได้ ฝันดีนะครับพี่”

“เออ” ทอยขานรับออกไปและนั่นแหละไอ้เด็กหน้าขาวถึงจะยอมเดินออกไปได้ เขาได้แต่มองตามมันพร้อมส่ายหน้าเพราะนี่จะต้องใช้เวลาอีกเท่าไหร่ในการต้องสอนมันวะ วันแรกก็ทำแก้วแตกซะแล้ว ในอนาคตนี่มันจะเผาห้องเขามั้ย
รู้สึกโคตรจะไม่ปลอดภัยเวลาอยู่กับไอ้เด็กเวรนี่
จะมีดีหน่อยก็คงจะแค่ที่บางทีเวลาแกล้งมันก็รู้สึกตลกดีนั่นแหละ


..............
........
....


...ก็อกๆๆ!!!...
แล้วก็อีกครั้งกับวันถัดมาที่เมื่อสามทุ่มตรงทีไรเสียงเคาะห้องก็จะดังขึ้นให้ทอยได้รู้เสมอว่าเป็นใครที่มาหา แอบถอนหายใจนิดหน่อยเนื่องเพราะเอาเข้าจริงรู้สึกอยากจะออกไปเที่ยวกับเพื่อนมากกว่าแต่กลับต้องมาติดแหงกอยู่ห้องไปเสียได้ แต่ก็ต้องจำใจเดินไปเปิดประตูให้มันและในวันนี้แน่นอนว่าร่างของคนที่ยืนรอนอกประตูนั่นยังยิ้มรับให้เขาเช่นเดิม

มองไล่ตามตัวของมัน
ก่อนพบว่าวันนี้แม่งก็หิ้วขนมมาด้วยอีกแล้ว

“พี่ วันนี้ผมจะกินสาคู”
“มึงล่าวัฒนธรรมไทยอยู่หรือไง เข้ามา” เป็นเพราะไม่อยากให้ใครผ่านมาเห็นหรอกนะว่าทุกวันห้องของเขามีเด็กหน้ากวนตีนมาทุกวันเนี่ย แฟรงค์ผิวปากนิดหน่อยก่อนเดินตามเข้าไปในห้องที่ชักเริ่มคุ้นชินแล้วหละ นั่งลงยังจุดเดิมพร้อมมองว่าวันนี้ทอยเตรียมอะไรไว้สอนและถึงขั้นต้องเบ้หน้าเมื่อพบว่าเป็นวิชาภาษาไทยอีกแล้ว

“เบ้หน้าทำไม”
“ไม่ชอบ เมื่อไหร่จะเรียนคณิตซักที”
“มึงอ่านหนังสือให้ออกก่อนละค่อยอยากเรียนวิชาอื่น” โดนตอกมาเหมือนเดิมอีกละ

“อย่าด่าเยอะดิผมยังเจ็บแผลอยู่เลยนะ” พอว่าคำนี้ออกไปก็เจอเข้ากับแววตาแข็งกร้าวจากทอยที่มองมา แฟรงค์แอบยิ้มแห้งพลางคิดว่านั่งเงียบตั้งใจเรียนดีกว่าเพราะไม่งั้นเสี่ยงโดนพี่มันต่อยเหมือนอย่างที่พี่มันขู่เอาไว้เมื่อวานแน่ นั่งฟังทอยพูดไปก็แอบมองหน้าอีกคนไปซึ่งแฟรงค์คิดว่าการเรียนมันโคตรจะมีความสุขเลยเนี่ยแหละ

แต่พอเวลาผ่านนานเข้า
หนึ่งเสียงท้องร้องจากบางคนที่ดัง..

“ยังไม่ได้กินข้าวหรอครับ” เด็กหนุ่มถามออกไป
“ก็รอสอนมึงเสร็จเนี่ยจะออกไปแดก”
“งั้น...ออกไปพร้อมผมมั้ยหละ เดี๋ยวพาไป...มีรถขับด้วยนะพี่” รีบยกข้ออ้างมาใหญ่เนื่องเพราอยากออกไปทานข้าวกับทอยอีกส่วนอีกใจน่ะคือขี้เกียจเรียนและทอยกำลังนั่งคิดว่าจะอดทนหิวต่อไปหรือรับข้อเสนอที่มันหามาให้ดี กำลังเตรียมจะกลั้นใจสอนให้จบแต่อาการแสบท้องในตอนนี้มัน...

“เอองั้นก็ลุก” ไอ้คนฟังยิ้มกว้าง
“ร้านไหนดีพี่ ไปพัทยาเลยปะ”
“ไปหาพ่องหรอ...แค่หน้าปากซอยพอ” ถึงแม้จะโดนด่าแต่แฟรงค์กลับยิ้มกว้างแล้วเดินไปหยิบกุญแจรถของตัวเอง หันไปมองทอยที่กำลังถอดเสื้อของตัวเองออกเพื่อเปลี่ยนใส่เสื้อตัวอื่นแทน แฟรงค์แอบยืนจ้องหุ่นคนอายุมากกว่าอีกแล้วจนกระทั่งที่ทอยหันมามองนั่นแหละเด็กหนุ่มถึงได้เนียนหันไปมองทางอื่นแล้วลุกเดินเพื่อเตรียมออกจากห้อง

..กึก..
ปิดประตูห้องแล้วเรียบร้อยถึงตอนนี้ก็ลงไปยังชั้นจอดรถด้วยกันระหว่างนี้เดินผ่านรถหลายครั้งและไอ้เด็กแฟรงค์มันรั้งแขนของเขาเพื่อเรียกให้หันมองบางอย่าง

“พี่ เนี่ยรถคันนี้อะ...” แล้วพอหันไปมองตามมัน ไอ่สัส รถเขาเอง...
“มึงทำไม”
“เปล่าแต่จะบอกว่ามันสวยดี คอนโดพี่มีแต่คนมีเงินอยู่จังเลยวะ”
“.....”
“แล้วทำไมมีพี่จนอยู่คนเดียวอะ”

“อ้าวไอ้เวรนี่” น่าหมั่นไส้กว่าอะไรก็คือสีหน้าจริงจังของแฟรงค์ในตอนที่มันถามนี่แหละ ทอยเตรียมจะยกมือตบหัวไอ้คนปากหมาแต่แฟรงค์ไหวตัวทันพร้อมรีบวิ่งไปยังรถของตัวเอง สตาร์ทเครื่องรอเขาแล้วเรียบร้อยแถมพอเข้าไปนั่งปุ้บนะมันก็ยังเปิดเพลงขึ้นฟังทันทีเลยด้วย
ทอยยังพยายามเงียบไม่พูดอะไรเพราะไม่อยากคุยกับมันเยอะ
แต่ยิ่งเขาเงียบแฟรงค์ยิ่งเอาใหญ่ เพราะตอนนี้ไอ้เด็กแสนกวนแหกปากร้องเพลงซะดัง แล้วไอ้เพลงนั่นมัน...

“เธอน่ะไม่เคยสนใจ ขอให้ฉันเป็นแฟนสักวันได้บ่....” เห็นว่ามันแอบยิ้มมุมปากตอนร้อง
“...............”
“ก็เห็นเธอแล้วมันโดนใจ อยากจะชวนมานัดเจอกันได้บ่? ว่ายังไง?” ถึงท่อนนี้แฟรงค์หันมามองหน้าเขา

“จอดให้กูลงตรงนี้เลย” ได้ยินทอยพูดแบบนี้เด็กหนุ่มเจ้าของผิวขาวปล่อยเสียงหัวเราะลั่นโดยที่มือยังคงจดจ่ออยู่กับการขับรถต่อไปแต่กว่าจะถึงร้านข้าวก็มีหลายเพลงเลยทีเดียวที่ความหมายมันสื่อในทำนองนี้ ทอยรีบเปิดประตูลงจากรถและแฟรงค์รีบวิ่งตามลงมาด้วยใบหน้าที่ยังคงมีรอยยิ้มประดับ สถานที่ที่พวกเรามาคือร้านอาหารริมถนนที่ทอดยาวคล้ายตลาดนัดยามเย็น ต้องรีบเดินตามพี่มันไปเพราถ้าหลงขึ้นมานะเขาแย่แน่

“รอผมด้วยยย!” เสียงโวยวายดังตามหลังพร้อมร่างไอ้เด็กแสนกวน
“มึงจะกินด้วยหรือเปล่า”
“อื้ม...กินแบบพี่อะ” ได้คำตอบแล้งทอยเดินตรงไปยังร้านอาหารตามสั่งตรงหน้า คนเยอะมากเอาการเลยทำให้เขาไม่ได้สนใจมองดูว่าภายในร้านมีกลุ่มเด็กวัยรุ่นนั่งทานอยู่ด้วย จะมีก็คงแค่แฟรงค์ที่รับรู้ถึงความรู้สึกแปลกถึงการถูกจับจ้องจากพวกนั้น พอมองกลับไปก็เห็นว่าพวกมันกำลังจ้องเขากับพี่ทอยอยู่จริงด้วย

แต่ก็คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง
ดังนั้นทานข้าวต่อดีกว่า

..โครมม!!...
กระทั่งที่กำลังจะโน้มตัวลงตักข้าวเข้าปากโต๊ะที่เคยวางคั่นเขากับทอยอยู่กลับถูกถีบล้มจนคว่ำ แฟรงค์เบิกตากว้างอย่างไม่เข้าใจในขณะที่ทอยตวัดสายตาและลุกขึ้นยืนมองไอ้ตัวคนทำแล้ว เด็กหนุ่มต่างแดนไม่ค่อยคุ้นชินเหตุการณ์แบบนี้เท่าไหร่แถมพอเห็นทอยลุกขึ้นยืนเขาก็เพียงแค่ยืนตามเท่านั้น

“พวกเพื่อนรักมึงหายไปไหนหมดแล้วหละ...ทำไมถึงได้มากับ อ๋อได้เด็กแทนไอ้เกอร์แล้วหรอ” แฟรงค์ยังไม่เข้าใจเท่าไหร่นักคือเพราะรู้ก็แค่ว่าพี่ทอยมันจะค่อนข้างมีศัตรูเยอะนิดหน่อยก็เท่านั้น ไม่ได้คิดมาก่อนเลยนะว่าวันหนึ่งจะต้องมามีบทบาทแบบถูกยืนล้อมนับสิบแบบนี้เนี่ย

...หมับ..
ขณะนี้เหมือนทอยกำลังเนียนเข้าจับมือของเด็กหนุ่ม

“วันนั้นยังไปรุมกระทืบพวกกูอยู่เลย แล้ววันมึงไม่เก่งแล้วหร...”

...ผลั้ก!!..
“ไปถามแม่มึงดูดิ!!” ตะโกนด่าไปพร้อมขาที่ยกเข้าถีบกลางอกของคนตรงหน้าก่อนสุดท้ายทอยจะรีบวิ่งออกมาโดยรั้งร่างของแฟรงค์ให้วิ่งตามออกมาด้วย จากตอนแรกที่จะวิ่งย้อนไปที่รถก็ต้องเปลี่ยนเป็นไปอีกฝั่งเนื่องเพราพวกมันเหมือนจะเข้าล้อมแทบทุกทางหมดแล้ว

“อะไรเนี่ยพี่!”
“วิ่งให้เร็วที่สุดก็พอถ้ามึงยังไม่อยากตายวันนี้!!” ประโยคจากทอยที่ตะคอกกลับมาทำคนฟังแทบจะสับขาลอยอยู่แล้ว เขาไม่คุ้นทางเลยซักนิดเลยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะวิ่งไปทางไหน ได้แต่วิ่งตามแรงดึงที่แขนจากทอยไปแถมพอมองไปด้านหลังนะแม่งยังกับฝูงหมากำลังวิ่งไล่กัดเลย........ คิดถึงแม่!!!.....

“แยกกับกูตรงซอยข้างหน้า มึงวิ่งเข้าไปในนั้นมีมีที่ซ่อนอยู่”
“อ้าวแล้วพี่ไม่มากับผมอะ”
“มันก็เห็นดิ้!” ตัดสินใจไม่ได้แล้วเพราะตอนนี้วิ่งมาจนถึงจุดที่ว่า และทอยปล่อยมือออกจากแขนของเขาจนที่อีกคนวิ่งแยกไปอีกทางแฟรงค์ยังลังเลนิดหน่อยว่าจะเอายังไงจนกระทั่งที่พวกนั้นมาถึง อ้าวชิบหายแล้วกู...

“ไอ้ทอยไปไหน?”
“ไม่รู้”
“มึงบอกกู ไม่งั้นพวกกูกระทืบมึงแทนแน่!” โดนขู่แบบนี้แฟรงค์ได้แต่กรีดร้องในใจว่าทอยมันไม่น่าไปมีเรื่องกับไอ้พวกนี้เลย

“ไม่รู้จริงๆ กลับบ้านไปแล้วมั้ง”
“แน่ใจ?”
“เออ” ทั้งที่คิดว่าคงจะรอดแล้วหละเนื่องเพราะบอกไปแล้วไงว่าไม่รู้ แต่เหมือนจะผิดคาดเพราะพวกมันที่ควรจะเดินไปอีกทางกลับหันมองหน้ากันก่อนส่งรอยยิ้มมุมปากมาให้แก่เขา ขาขาวเริ่มขยับเดินถอยหลังพร้อมการแสดงสีหน้าครุ่นคิดว่าควรทำยังไงต่อดีวะ จนมุมทุกทางเพราะพวกแม่งล้อมไว้หมดเลย

แล้วไอ้พี่ทอยนี่
มึงทิ้งกูจริงๆหรอเนี่ย...

“ไอ้เหี้ยเอ้ย!มึงแม่งโคตรตัวปัญหาเลยว่ะ!!” แต่เสียงด่าคุ้นเคยแบบนี้มัน…
“พี่!” แฟรงค์เผลอเรียกทอยแบบดีใจเกินหน้าเกินตาจนลืมไปแล้วหละมั้งว่าตอนนี้กำลังจะโดนรุมยำตีน พวกมันเปลี่ยนเป้าหมายจากเขาแล้วมุ่งไปที่ทอยแล้ว คนยืนมองกำลังเบิกตาตกใจเพราะถ้าต่อยกันจริงนี่ยังไงทอยก็เละแน่เลยดิ

...ผลั้วะ!!..
เสียงหมัดแรกทำแฟรงค์เบ้หน้าเมื่อภาพที่เห็นตอนนี้คือทอยที่กำลังพยายามจะกันตัวเองจากการถูกรุม สุดท้ายเขาตัดสินใจจะเข้าไปช่วยเพราอย่างน้อยนี่คิดว่าสองคนคงพอจะทำอะไรได้มากอยู่หรอก
..ผลั้ก!...
แต่แรงทั้งถีบและต่อยที่ได้รับทำแฟรงค์ชักรู้สึกว่าตัวเองคิดผิด เป็นทอยอีกครั้งที่รีบหาขังหวะจับที่แขนของเขาพร้อมออกแรงกระชากให้แฟรงค์รีบวิ่งหนีออกมาซะ ภาพเหตุการณ์เดิมกลับมาอีกแล้วแต่จะแปลกไปหน่อยก็ตรงที่พวกเรากำลังวิ่งตรงกลับไปที่รถด้วยกัน

“เอากุญแจรถมึงมา”
“ทำไมอะ”
“เดี๋ยวกูขับ!เอามานี่!!” โดนคะตอกใส่อีกและแฟรงค์ถึงได้รีบใช้มืออีกข้างที่ว่างหยิบกุญแจรถของตัวเองให้ทอย

..ปึก..!
พอปิดประตูเข้านั่งในรถได้อีกคนรีบเคลื่อนตัวรถออกและแฟรงค์เองก็รีบคาดเซฟตี้เบลเช่นกัน ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เพราะตอนนี้คือรอดชีวิตแล้วถูกมั้ย หันไปมองใบหน้าด้านข้างของทอยที่นั่งอยู่ถัดข้างกัน อีกร่างหอบหนักไม่ต่างแถมเหมือนแผลบนหน้าทอยจะเยอะกว่าเขาด้วย ก็แน่นอนดิเพราะพอตีนจะมานะพี่มันก็เข้ามากันออกให้ตลอด

รู้สึกผิดเลยอะที่วิ่งไปไม่ทัน
สภาพตอนนี้เลยต้องมาแบบ...

“เจ็บมั้ยอะพี่”
“ไม่เท่าไหร่...มึงอะจะตายยัง” โดนถามมาแบบนี้ก็รู้แหละว่าเออทอยไม่ได้เจ็บมาก เพราะยังด่าเขาได้ดีอยู่เลย
“พวกนั้นใครหรอครับ?”
“เด็กต่างมหาลัย”
“แล้วพี่ไปตีกับเขาได้ยังไงวะ”

“กูเก่งไง” ได้คำตอบนี้กลับมาก็เข้าใจละว่าทอยไม่ได้จะสะเทือนขวัญอะไรเลย นั่งเงียบกันต่อไปก่อนต้องสะดุดกับตอนที่ทอยโยนโทรศัพท์ของตัวเองลงบนหน้าตักของเขา แฟรงค์เงยหน้ามองอย่างไม่เข้าใจนัก
“กดโทรออกหาไอ้เกอร์ให้กูหน่อย...รหัส2425” ได้ยินก็ทำตามและเพียงไม่นานนัก

[ว่าไงอิหนู] เป็นเพราถือโทรศัพท์แนบหูพี่มันอยู่ไงเขาเลยพลอยได้ยินด้วย
“โดนตีมาว่ะ”
[แม่มึงตีหรอ]
“กวนตีนกูแล้วไง” ทั้งที่ด่าแต่รอยยิ้มของทอยกลับปรากฏ

[เอาดีๆๆ....หมายถึงยังไง]
“มึงจำไอ้พวกมหาลัยSได้ปะ...นั่นแหละ ที่มึงไปกระทืบพวกมันวันนั้นอะ”
[แล้วมึงอยู่คนเดียวน่ะนะ?]
“เออ” พอทอยขานรัยแบบนี้แฟรงค์เริ่มสงสัยว่าแล้วเขาใช่คนมั้ยวะเนี่ย

[เจ็บมากปะ ให้ไปหามั้ยเนี่ย]
“ไม่เท่าไหร่หรอก...ไม่ต้องมา เดี๋ยวพรุ่งนี้กูไปหาเอง”
[โอ๋ๆนะเดี๋ยวพรุ่งนี้กูกอดนะคะนะ]

“เออค้าบบบ แค่นี่แหละไอ่สัส” เห็นว่าพี่มันคุยกันเสร็จแล้วแฟรงค์ก็เพียงกดตัดสายแล้วยื่นโทรศัพท์คืนให้แก่ทอยเท่านั้น กลับมานั่งเงียบภายในรถของตัวเองโดยที่มีแอบขมวดคิ้วเนื่องเพราะพอรู้นะว่าพี่ทอยติดพี่เกอร์ขนาดไหนก็ยิ่งเฟลเลยว่ะ

แต่เอาหน่า
ต้องค่อยเป็นค่อยไปดิวะ จะรีบท้อจังเลย

...........................

กลับมาถึงคอนโดได้สิ่งแรกที่ทำก็คือการรีบเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลออกมา แฟรงค์กำลังนั่งมองร่างเจ้าของห้องที่เดินย้อนมานั่งลงบนโซฟาข้างกับเขา พี่มันโยนกล่องในมือให้จนพอได้เห็นหน้าทอยชัดแบบนี้แฟรงค์ถึงได้รู้ว่าแผลบนหน้าอีกคนมีอยู่สามถึงสี่แผลเลยทีเดียว
“ผมทำแผลให้ปะ” ลองที่จะถามไป
“เอาดิ มือไม่ว่างพอดี” ก่อนได้คำตอบนี้มาเพราะทอยกำลังจุดบุหรี่คาบใส่ปาก

“ขอโทษนะพี่ที่ผมวิ่งไปไม่ทันอะ” ระหว่างนี้ที่กำลังเทแอลกอฮอล์ใส่สำลีแฟรงค์พึมพำขอโทษออกมาด้วยน้ำเสียงไม่ดีนัก หันไปมองหน้าพี่มันแล้วก็รู้สึกผิดอีกละ แต่ทอยกลับขมวดคิ้วพร้อมมองกลับมาก่อนยื่นมือมาหา
..หมับ..
“อย่าดิพี่ เจ็บ!” เพราะถูกแตะที่แผลแฟรงค์ถึงได้ร้องเสียงดัง

“ก็นั่นไง จะขอโทษทำห่าอะไร...ก็เจ็บกันทั้งคู่ อีกอย่างนะ”
“..........”
“กูเนี่ยเป็นคนหาตีนมาให้มึง...ใช่มึงผิดที่ไหนหละ” ได้ยินแบบนี้ก็โคตรจะโล่งใจ ส่งยิ้มกลับคืนให้ทอยพร้อมลงมือทำแผลให้พี่มันต่อซะ บรรจงทำอย่างแผ่วเบาให้ได้มากที่สุดเพราะไม่ต้องการซ้ำเติมให้ทอยเจ็บตัวไปมากกว่าเดิมอีก

“อะไร...” และแฟรงค์ถามไปเมื่อเห็นว่าทอยชำเลืองสายตามองหน้าเขาหลายรอบเหมือนกัน
“จะดูว่าควรทำแผลให้มึงดีมั้ย”

..หมับ!..

“หันมานี่ดิ” สุดท้ายแล้วมือหนารั้งเข้าที่คางของเขาพร้อมมือของพี่มันที่ทิ้งบุหรี่ลงยังที่เขี่ยบุหรี่ด้านล่าง เปลี่ยนเป็นเอื้อมไปหยิบสำลีมาแทนโดยที่แฟรงค์เริ่มจะรู้สึกแปลกละ แบบพี่มึงพึ่งใช้มือนั้นจับบุหรี่มาปะ แล้วจะมาทำแผลให้กูต่อเลยเนี่ยนะ! แต่ก็เอาเถอะ นานทีปีหนวะไอ้แฟรงค์!

“กลัวเจ็บว่ะพี่...พี่เอาบุหรี่มาให้ผมสูบก่อนบ้างดิ”
“เป็นเด็กเป็นเล็กมึงจะสูบทำไม นิ่งๆ” สั่งอีกครั้งพร้อมมือที่ล็อคคางของแฟรงค์ไว้
“เจ็บปะ” แถมเหมือนรอบนี้ทอยจะไม่ได้แกล้งด้วยและแฟรงค์เพียงส่ายหน้าตอบไปเมื่อถูกถาม อีกคนลงมือทำแผลต่อไปโดยเด็กหนุ่มตรงนี้กำลังมองใบหน้าระยะใกล้ของร่างตรงหน้าด้วยอาการที่ใจแอบสั่น เม้มปากแน่นเพราะกลั้นเสียงร้องของตัวเองจนแก้มด้านซ้ายเกิดรอยบุ๋มลงไปให้คนมองได้สงสัยเล่น

ทำแผลให้มันเสร็จแล้ว และก่อนจะละมือและหน้าของตัวเองออก
...จึก… พี่มันใช้นิ้วชี้จิ้มลงในรอยหยักลักยิ้มของเขา

“ไม่น่ามาอยู่บนหน้ามึงเลยเนี่ย” ก่อนพูดประโยคนี้ออกมา
“มีแต่คนเขาบอกว่าโคตรหล่อเหอะ”
“หรอ กลับห้องมึงไปเลยไป” โดนไล่อีกครั้งเพราะตอนนี้จะห้าทุ่มอยู่แล้วและแฟรงค์ไม่ได้อิดออดอะไรเนื่องเพราะก็ต้องรีบกลับเหมือนกันแหละ ดึกมากขับรถไกลก็ไม่ไหวแต่ก่อนจะเดินออกไปเขาหยุดเล็กน้อยหลังจากเก็บของเสร็จ

“พี่เอาขนมอันนี้ผมไปกินละกัน เดี๋ยวหิวไง...ยังไม่ได้กินข้าวซักคำเลยไม่ใช่หรอ”
“เออก็ดี...แต่ไม่ขอบคุณนะ”
“แล้วแต่” ไอ้เด็กกวนประสาทว่ามาแบบนี้ก่อนหอบเป้ของตัวเองเดินออกจากห้องไป

...กึก...
...แกร๊กกก.. แต่มันแง้มเปิดประตูเข้ามาอีกครั้ง

“ฝันดีนะพี่” ก่อนชะโงกหน้าเข้ามาบอกคำนี้ซึ่งทอยเพียงเพยิดหน้าตอบกลับส่งไป เขาส่ายหัวเมื่อแฟรงค์ออกไปแล้วได้แต่นั่งหัวเราะในใจว่าวันแรกมันก็ได้แผลกลับไป ส่วนมาวันนี้ก็ยังจะได้แผลอีกและทอยหลุดหัวเราะก่อนเดินเข้าไปกล่องขนมที่มันถือมาเมื่อเย็น และสงสัยในคืนนี้ก็คงจะต้องพึ่งไอ้ขนมกล่องนี้ของมันแล้วหละ

ขนาดตัวกลับไปแล้วก็ยังจะทิ้งของไว้ให้เขาดูต่างหน้าอีก
เหลือเกินจริงๆนะมึง


# # # # # # # #
รีบๆได้กันนะคะรออยู่ววว อ้าวไม่ใช่55555





ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3582
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +129/-4
 :mew1: :mew1:

ออฟไลน์ jinutlove

  • ไม่คิดที่จะรัก
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 84
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
 :pig4: :pig4: :-[ :katai2-1:

ออฟไลน์ EVE910

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 574
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-1
 :กอด1:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4751
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +179/-19
 :hao5:

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5251
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
แฟรงค์คงต้องทำใจ เรื่องรักพี่ทอยไม่ถนัด เรื่องวิ่งหนี teen พี่เขาชำนาญนักแล  :laugh:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่7 {21/02/61}
« ตอบ #79 เมื่อ: 22-02-2018 01:23:06 »





ออฟไลน์ Pawaree

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 474
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +162/-2
    • FANPAGE
 :z13:

ออฟไลน์ day9day

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-9
ฉงฉานไปอีก

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1817
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +111/-5
เริ่มขยับเข้ามาใกล้กันอีกนิดนึงล่ะ 

ออนไลน์ Onsm

  • To be Continue
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 37
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
โถ่ๆๆๆๆ พยายามต่อไปนะ แฟรงค์  :katai2-1:

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดPoseidon
  • *
  • กระทู้: 9980
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-79
 :pig4:

ออฟไลน์ มาดามพีพี

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 58
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
รักพี่ต้องหนีทีน.ไรงี้...??

ออฟไลน์ pan19891990

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 51
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ตามอ่านมาหลายตอนไม่ได้commentเลย รู้สึกผิด  :z6:
ชอบเรื่องนี้มากเลย ดำเนินเรื่องน่าติดตามมากค่ะ อยากรู้เหลือเกินว่าน้องแฟรงค์จะมาอ่อยพี่ทอยรูปแบบไหนอีก  :hao5: 5555 อ่านตอนนี้รู้สึกเหมือนทอยกำลังแอบสนใจน้องนิดๆ ตอนแรกก็ลุ้นว่าจะแฟรงค์ทอยหรือทอยแฟรงค์ เริ่มเดาได้ลางๆ รอติดตามตอนต่อไปค่า เป็นกำลังใจให้ค่ะ

ออฟไลน์ Sirinapa-11

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 108
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-20
    • FicYaoiTH
Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่8
«ตอบ #87 เมื่อ01-03-2018 12:24:01 »

ตอนที่8
#จีบวิศวะ

แล้วในทุกวันตกเย็นแฟรงค์ก็ยังมีหน้าที่คอยไปคอนโดอีกคนเหมือนอย่างเดิม ผ่านมาก็หลายวันแล้วนะกับการที่พวกเราสองคนอยู่ในสถานะติวเตอร์และนักเรียนด้วยกัน ความสัมพันธ์ระหว่างกันก็ยังไม่ได้เปลี่ยนอะไรอาจมีสนิทขึ้นบ้างนิดหน่อยแต่ก็ในฐานะเดิมคือแฟรงค์ที่ยังคอยหยอดคอยตามจีบตามเดิม และทอยก็มีหน้าที่คอยด่าและแกล้งอีกคนในยามอารมณ์ดีเหมือนอย่างทุกครั้ง วันไหนพี่มันหงุดหงิดหน่อยวันนั้นก็จะลำบากเขาไม่น้อยเนื่องเพราะทั้งสีหน้าไม่พอใจและประโยคหยาบคายแบบทุกคำ แต่ถามว่ารู้สึกอะไรมั้ย แฟรงค์บอกตามตรงว่ามันรู้สึกดีมากกว่าเพราะอย่างมากทอยก็ไม่ได้วาดเส้นห้ามเขาข้ามไปหาอะไรขนาดนั้น
ส่วนในวันนี้นั้นเจ้านักเรียนคนเก่งขอเลื่อนการติวออกไป

เนื่องเพราะมีนัดก๊งเหล้ากับแกงค์เพื่อนรักที่ดูจะให้ความสนใจกับความคืบหน้าของเขาและพี่ทอยเหลือเกิน
“ระดับมึงตามจีบเป็นอาทิตย์ยังไม่ติดอีกหรอวะ”
“สงสัยงานนี้นกแล้วมั้งไอ้แฟรงค์”

“เออบินกลับเมกาไปเหอะกูอายแทน” แถมไอ้ประโยคพวกนี้...

“ได้มายากก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่ได้ปะวะ” เลยสวนคำนี้ออกไปและพวกมันร้องโหวกันใหญ่ว่าเขานี่โคตรจะคนจริงสามพันสิบแปดเลยนะ ระหว่างนี้นิ้วเรียวกำลังเลื่อนหน้าฟีดไอจีของตัวเองดูอย่างไม่มีอะไรทำ ไม่กล้าบอกพวกเพื่อนด้วยว่าล่าสุดปัจจุบันทอยก็ยังไม่ได้ปลดบล็อกเฟสบุ๊คเขาเลย เรื่องมันค่อนข้างน่าเศร้าแต่เราก็ยังส่องไอจีพี่มันได้อยู่ดี

“เคยจับมือพี่เขายัง” คำถามใหม่มาอีกและแฟรงค์นิ่งคิด
“เคย!”
“เนี่ยยยยย” ได้แต่ยิ้มอย่างเหนือกว่าไปแต่จะไม่บอกหรอกว่าได้จับตอนวิ่งหนีตีนอ่ะ

“มึงเห็นลักยิ้มกูนี่ปะ....พี่ทอยเคยเอานิ้วจิ้มด้วยนะเว้ย” เอานิ้วจิ้มพร้อมบอกว่าไม่ควรอยู่บนหน้ามึง...
“ไม่ธรรมดานี่หว่าไอ้แฟรงค์”

“ก็ใช่ไง ถึงบอกว่าพวกมึงล้อผิดคนละ...คนนี้อะ ยังไงก็ต้องเป็นของกู” บอกไปแบบนี้พร้อมยักไหล่แล้วก้มหน้านั่งเล่นโทรศัพท์ต่อ ในมือข้างที่ว่างมีบุหรี่คีบคาอยู่ด้วย พวกเพื่อนยังคงนั่งดื่มกันต่อไปโดยที่แฟรงค์ไม่ใช่สายนี้เท่าไหร่ก็นั่งคุยเล่นกับพวกมันไปเท่านั้น นิ้วเลื่อนดูหน้าไอจีไปมาก่อนสะดุดเข้ากับหนึ่งภาพตรงหน้า

คอนเสิร์ตริมหาดพัทยา?
เปิดจองบัตรมานานแล้วและวันงานก็เพียงแค่อาทิตย์หน้าเท่านั้น
ถึงตรงนี้ ริมฝีปากได้รูปยกยิ้ม...

“เออไอ้แฟรงค์ว่าแต่มึงจีบเขานี่...”
“หะ?”
“คิดไว้ยังว่าตอนเอากันใครจะอยู่ล่างอยู่บน” พอพวกมันถามเสร็จก็หัวเราะออกมาเหมือนไม่ได้ตั้งใจจะเอาคำตอบแต่แค่ตั้งใจจะกวนตีนเขาก็เท่านั้น แต่แฟรงค์นี่ชะงักลงไปแล้วเพราะพอมานั่งคิดนี่มันก็เออจริงของพวกมันว่ะ คิ้วเขาเริ่มขมวดก่อนสุดท้ายจะส่ายหน้าไปมาเพราะแค่คิดกูว่ายากละถ้าถึงขั้นจะให้อย่างทอยหรือไงมายอมมีอะไรกันเนี่ย

มึงจีบพี่มันให้ได้ก่อนละค่อยคิดเรื่องนั้นเหอะไอ้แฟรงค์
แค่ทุกวันนี้กว่าจะโดนตัวทอยได้แต่ละครั้งยังลำบากเลย!

“กูไม่ได้คิดเรื่องนั้นหรอก ไร้สาระ” เอ่ยตอบออกไปในขณะที่นิ้วกดแคปหน้าไอจีของตัวเองเรียบร้อย นั่งคิดนิดหน่อยว่าจะส่งไปให้ทอยดีมั้ย เป็นเพราะไม่มีเฟสพี่มันไงดังนั้นถ้าจะคุกคามทักไปในไอจีนี่จะดูโรคจิตมั้ยวะ แต่ก็นั่งตามจีบเขามาขนาดนี้ทอยเองก็คงไม่ได้มองเขาดีเท่าไหร่แล้วหละ เพราะงั้น

...ผมได้บัตรฟรีมาสองใบอะพี่ ไปดูคอนเสิร์ตกันป่าว..
ทักไปหาแล้วพร้อมกับรูปด้วย...
แต่ในขณะที่ใจกำลังนั่งลุ้นนั้น

//ไม่แน่ใจว่าจะว่างมั้ย// พี่มันก็ตอบมาแล้ว!!!
...เดี๋ยวผมออกค่าห้องให้ ค่ากินด้วยก็ได้ เอารถผมไปด้วยเดี๋ยวเติมน้ำมันเอง ขับให้นั่งด้วยก็ได้พี่..
//มึงกำลังเสนอโปรโมชั่นให้กูว่างั้นเหอะ// คำถามนี้ทำแฟรงค์ยิ้มกับข้อความตรงหน้า

...พี่แค่เอาตัวพี่มากับผมก็พอ...
//ดูก่อนว่าจะว่างมั้ย//

...ได้ครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกันนะพี่... พิมพ์แบบนี้ออกไปแล้วซึ่งทอยเงียบไปแบบไม่ได้ตอบกลับมา เด็กหนุ่มมีแอบหน้าหงอยนิดหน่อยแต่ก็ยิ้มได้เพราะอย่างมากพี่มันก็ไม่ได้มาบล็อกไอจีเขาไปอีกไง นั่งยิ้มเล็กยิ้มน้อยจนเพื่อนหันมองและแฟรงค์ยังคงไม่ได้ยอมบอกว่าตัวเองกำลังคิดทำอะไร

และก็ไม่รู้ว่าพี่มันจะยอมไปด้วยมั้ย
แต่ก็กดซื้อบัตรไปแล้ว แถมโอนเงินไปเรียบร้อยแล้วด้วย

เดี๋ยวพรุ่งนี้ถ้าไปเจอกัน เร้าพี่มันให้ไปด้วยให้ได้ดีกว่า...


.......................

เดินตลาดนัดตอนเย็นเสียงคนผ่านไปมายังไม่ได้น่ารำคาญเท่าไอ้คนข้างกายของเขาในตอนนี้เลย มือขาวกำลังเกาะแกะกับแขนของเขาพร้อมเขย่าไปมาด้วยประโยคเดิมที่ถามวนซ้ำอยู่จะสิบรอบได้ ทอยสะบัดแขนออกซ้ำแล้วซ้ำอีกแต่แฟรงค์ก็ตามมาเกาะแขนพร้อมมองตาปริบใส่
“นะพี่ไปเหอะนะ....ผมเสียดายบัตรนะ”
“แล้วมึงไม่มีเพื่อนคนอื่นแล้วหรือไง”
“ก็อยากไปกับพี่ไงครับ” ตอบไปตามตรงจนคนฟังมองบน

“ไหนพี่บอกในแชทว่าถ้าว่างก็ไปไง”
“ก็กูอาจไม่ว่างไง”
“ไม่เอาดิห้ามไม่ว่าง ยังไงพี่ก็ต้องไปกับผม...ไม่งั้นผมไม่ให้เงินเดือนพี่นะ”

“อ้าวไอ้เวรนี่” การที่ทอยสบถมาแบบนี้มันเหมือนการตกลงอย่างไม่มีข้อโต้แย้งซึ่งคนที่มุมปากยังมีรอยช้ำจากการโดนต่อยวันนั้นมาก็ยิ้มกว้างอย่างถูกใจ ตกลงแบบมัดมือชกเรียบร้อยก็ถึงเวลาเดินดูของกินยามเย็นต่อ เมื่อวานก็เลื่อนการติวออกไปส่วนมาวันนี้ไอ้เด็กหัวหมอก็ยังมานึกคึกอยากเดินตลาดนัดอีก

“แวะร้านนี้” จนทอยพูดขึ้นพร้อมรั้งแขนอีกคนไว้ยังหน้าร้านหนึ่ง
“พี่จะซื้ออะไร”
“จะซื้อกลิ่นใหม่” คำตอบนี้ดังออกมาและเมื่อแฟรงค์หันมองถึงได้รู้ว่ามันคือร้านขายน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้านั่นเอง
“วันนี้เพื่อนไม่มาด้วยหรอ...แล้วพาใครมาด้วยละเนี่ย” แถมเหมือนพี่เจ้าของร้านจะสนิทกับทอยด้วยเพราะอีกคนเอ่ยทักพร้อมหันมองหน้าของเขาสลับกับหน้าของพี่มันไปมา แฟรงค์ยิ้มกลับไปให้ก่อนก้มมองสนใจร่างของคนที่กำลังยืนก้มเลือกเจ้าน้ำยาในขวดพลาสติกอยู่

“อันนี้เย็นมั้ยเนี่ยพี่” แต่ทอยยังไม่ได้ตอบคำถามเดิมเลยและยังส่งคำถามใหม่ให้พี่คนขายอีก
“เย็นๆกูแนะนำเลยอันนี้อะ”

“พี่ เอากลิ่นนมเปรี้ยวด้วย” ในขณะที่ทอยกำลังจะล้วงเงินออกมาจ่ายเจ้าเด็กแฟรงค์ก็เสนอหัวข้อความคิดขึ้นมาใหม่และทอยก็หันไปขมวดคิ้วใส่ทีก่อนหันหน้าหนี แต่เจ้าของผิวขาวยังคงวอแวว่าให้เอากลิ่นนี้ไปด้วยเหอะจนสุดท้ายเหมือนรำคาญเลยยอมที่จะหยิบสิ่งที่แฟรงค์ต้องการมาด้วย ได้ของมาแล้วก็ดีใจใหญ่เพราะว่าวันนี้น่ะ

“อันนี้เป็นของชิ้นแรกที่พี่ซื้อให้ผมเลยอะ”
“ดีใจขนาดนั้นเลย”
“แน่นอนสิครับ เหมือนของหมั้นไรงี้อะพี่”

“เพ้อเจ้อไอ้สัส” โดนด่าแต่ยังยิ้มได้เนื่องเพราะไอ้ถุงเล็กๆในมือนี่แหละ เดินกันต่อไปโดยเข้าไปในโซนของกินแล้วและแฟรงค์กลับมาตาวาวอีกครั้งเมื่อมีขนมหลายอย่างที่น่าสนใจ ไม่ได้กลับไทยมาตั้งนานยอมรับว่าโคตรจะคิดถึงขนมไทยเลย อยู่นั่นขนมชั้นชิ้นนึงราคาเป็นร้อย แววตาคู่สวยกำลังวาววับแถมเมื่อเจออะไรน่าสนใจแฟรงค์ก็จะหันมาเงยมองหน้าของทอยพร้อมกับพูดคำว่า

“น่ารักเนอะพี่”
“ของกินบ้านมึงเขาใช้คำว่าน่ารักหรือไง”

...หมับ..!
แต่ไหล่โดนรั้งเอาไว้และแฟรงค์ที่มัวมองแต่ทอยก็รีบหันไปมองอีกฝั่งก่อนพบว่าเพราะเขาเดินขวางทางคนอื่นอยู่ดังนั้นพี่มันเลยรั้งให้หลบออกแบบนี้ เลยเนียนเอนเข้าใกล้อีกคนเสียเลยแต่เหมือนทอยจะรู้ทันแล้วรีบผลักเขาออก

“พี่แวะร้านแว่นหน่อยดิ”
“มึงจะเอาไปทำไร”
“ใส่วันไปทะเลกับพี่ไง” คำตอบที่ได้เรียกเสียงถอนหายใจจากคนอายุมากกว่า จะปฏิเสธก็ไม่ได้เพราะตอนนี้แฟรงค์ได้ลากเขาไปยังร้านขายแว่นตาแฟชั่นแล้วเรียบร้อย มือขาวกำลังหยิบแว่นอันนั้นอันนี้มาเลือกก่อนที่สุดท้ายจะหันมาหาเขาอีกครั้ง

“อันนี้เท่ปะพี่” แว่นเลนส์สีเหลืองกำลังอยู่บนหน้าที่โคตรดูดีของอีกคน
“จะซื้อก็ซื้อ”
“พี่บอกก่อนว่าเท่หรือเปล่า” พอถูกถามย้ำทอยไม่ได้ตอบแต่ใช้มือรั้งแว่นอันเดิมออกจากหน้าของแฟรงค์ก็หยิบแว่นอันใหม่ที่เป็นกรอบรูปหัวใจสีชมพูมาใส่ให้ไอ้คนช่างถาม เห็นว่าแฟรงค์ขมวดคิ้วยืนนิ่ง

“ซื้ออันนี้ดีกว่า” แต่ทอยพูดสวนมาทั้งเสียงหัวเราะ
“โว้ะ” แต่พอเขาจะดึงถอดออกอีกคนก็กลับมาใช้มือกดให้ใส่ตามเดิมอีก
“เป็นแฟนกันหรอคะ”

“....!!” จนกระทั่งเสียงถามจากแม่ค้าเจ้าของร้านดังขึ้นแฟรงค์กับทอยถึงได้หันขวับซึ่งในคราวนี้เป็นทอยที่หุบยิ้มลงแล้วเป็นแฟรงค์ที่เผยรอยยิ้มขึ้นมาแทน เห็นว่าพี่มันรีบโบกมือปฏิเสธยกใหญ่แต่ระดับแฟรงค์เด็กแสบแล้ว
“กำลังคุยกันน่ะครับ”
“ไอ้แฟรงค์มึง...”

“พี่เขาขี้อายนิดหน่อยครับ” แถมดูเหมือนจะไม่หยุดเล่นด้วยจนทอยต้องชี้หน้าคาดโทษพร้อมรีบลากไอ้ตัวปัญหาออกมาซะ แฟรงค์มันหัวเราะยกใหญ่ตลอดทาง ล้อเขาไม่หยุดเลยด้วยว่านี่พี่กำลังเขินอยู่งั้นหรอ

ขนาดเดินมานั่งที่โต๊ะม้านั่งยาวด้วยกันแล้ว
แม่งก็ยังจะมองเขาด้วยรอยยิ้มยียวนไม่หยุดอีก

“อยากลองโดนกูต่อยซักครั้งมั้ย”
“หูยยยยพี่” แฟรงค์ว่าขึ้นแบบนี้แต่ยังยิ้มไม่หุบ มือขาวหยิบสารพัดขนมที่ตัวเองซื้อออกมาแกะกินในขณะที่ทอยใช้มือล้วงบุหรี่ออกมาจุดสูบ นั่งกินลูกชิ้นแบบรมควันเพราะมีพี่มันคอยสร้างชั้นบรรยากาศให้เนี่ย เกือบจะสำลักหลายรอบแต่ก็ไม่กล้าเดี๋ยวทอยหาว่าเขาไปเล่นละครใส่อีกไง

“กินมั้ย” เอ่ยถามไปพร้อมหันมองหน้าของทอยด้วย
“ซื้ออะไรมาบ้าง”
“เยอะ บางอันผมไม่รู้จักชื่อ” คำตอบของมันแอบน่าเอ็นดูเพราะแววตาเหมือนเด็กสงสัยที่ฉายออกมา

“ซื้อมาเยอะขนาดนี้มึงกินหมดหรือไง”
“ก็เผื่อพี่ด้วยไง” และคำตอบมันแอบน่าเอ็นดูอีกแล้วว่ะ...
“นี่ไงพี่ มีแก้วน้ำที่ใส่ได้สองน้ำด้วย”
“แค่สองน้ำเองหรอ เป็นกูเอามากกว่านั้นอีกนะ”

“หือ” มาอีกครั้งกับการเลิกคิ้วพร้อมมองเขาด้วยแววตาไม่เข้าใจว่าพี่มึงกำลังพูดอะไรแบบนี้ ทอยยิ้มนิดหน่อย เขารู้ว่าแฟรงค์มันไม่ได้ใสหรอกแต่คงเพราะแค่ไม่ค่อยรู้ศัพท์พวกแสลงแบบนี้ของไทยเสียมากกว่า ตลกดีด้วยเวลาที่พูดอะไรสองแง่สองง่ามออกไปแต่อีกคนไม่เข้าใจแล้วส่งสายตาแบบนี้มาแทน

“ทำไมพี่ต้องชอบพูดอะไรที่ผมไม่ค่อยเข้าใจด้วยวะ”
“มึงโง่ไง” คำตอบนี้ทำแฟรงค์ย่นจมูก

..ผลั้วะ..

“เอ้า” นั่งไปไม่มีอะไรทำมือก็เอื้อมไปตบท้ายทอยของไอ้เด็กตัวขาวเล่น พอมันหันมาทำตาขวางใส่ทอยก็กลั้นยิ้มนิดหน่อยแต่ยังตีหน้าขรึมอยู่ แฟรงค์หันกลับไปงับขนมลูกชุบอีกครั้งก่อนหัวผงกอีกครั้งเพราะแรงตบหัวจากพี่มัน
“พี่อยากโดนผมจูบใช่ปะ เลยมาตบอ่อยอยู่ได้” แอบหงุดหงิดจนต้องหันไปถามด้วยหน้าติดเหวี่ยง
“จะจีบกูอะไรมาทำหงุดหงิดใส่ได้ไง”

“ก็พี่กวนตี....”
“มึงว่าไงนะ?”

“เปล๊า!” รีบตอบไปก่อนหันกลับมากินขนมในมือต่อ แฟรงค์เงียบไปแล้วและทอยก็ยอมที่จะปล่อยให้มันได้ทานขนมที่ตัวเองซื้อมาซักที มองไอ้เด็กตัวขาวที่กำลังนั่งเล็มลูกชุบรูปพริก เห็นมันทำหน้าเผ็ดอยู่คนเดียวด้วย ตอนกินน้ำแข็งแฟรงค์ไมได้ตักใส่ปากเลยเพราะมันมีการเป่าก่อนเอาเข้าปาก

เป่า?
น้ำแข็งใส เนี่ยนะ

“ทำไมแดกแปลกๆ” อดไม่ได้ที่จะถาม
“ยังไงอะพี่”
“เออช่างแม่งเหอะ” แต่ก็เลือกจะไม่ถามต่อเพราะปกติแฟรงค์มันก็สติไม่ดีเท่าไหร่นักหรอก ลูกชุบหมดไปแล้วต่อไปถึงคิวของปลาหมึกย่างที่แวะซื้อด้วยกันมา ในปากเคี้ยวไม่หยุดแถมมือก็จับนั่นนี่ไม่หยุดเหมือนกัน ทอยขมวดคิ้วมองพลางแอบคิดว่านี่แฟรงค์มันก็แอบกินเยอะเหมือนกันนะ

“พี่ไม่กินหรอ”
“หึ”
“แบบนี้ไงพี่ถึงได้ผอมอะพี่”

“ก็ดีกว่าแก้มจะแตกแล้วมึงอะ” พอเขาสวนไปแบบนี้ไอ้คนถูกทักว่าเริ่มอ้วนรีบใช้มือจับแก้มของตัวเอง มันกำลังสำรวจตามใบหน้าจนกระทั่งปลายนิ้วที่เหมือนเพิ่งไปเลอะน้ำจิ้มปลาหมึกแตะสัมผัสจิ้มเข้าตาของตัวเอง

และนั่นแหละ

“โอ้ยพี่” และจะมีครั้งไหนมั้ยที่มันจะไม่เจ็บตัว...
“ผมแสบตาอ่ะ!”

...พรึบ!...
หาที่พึ่งอีกครั้งโดยการรีบซุกหน้าลงกับแขนเสื้อของคนข้างกาย ทอยก้มมองไอ้คนที่กำลังถูหน้าของตัวเองไปมาอยู่กับแขนเสื้อของตน ไม่รู้ว่ามันตั้งใจหรือเผลอตัวแต่เหมือนจะมีแนวโน้มไปทางอย่างหลังมากกว่า เนื่องเพราะมือของแฟรงค์กำลังใช้ชายแขนเสื้อของเขาเช็ดตาของตัวเอง น้ำตาของมันไหลรวมถึงปลายจมูกและแก้มที่มีสีส้มชัดเข้มจนเกือบจะเป็นสีชมพูอยู่แล้ว แถมทอยยอมรับว่าทำตัวไม่ถูกเพราะมัวแต่มองปลายจมูกสีอมส้มและตาที่คลอน้ำสีใสของมัน

“มึงจะซุ่มซ่ามอะไรนักหนา” เลยเรียกสติตัวเองโดยการตั้งคำถามกับมันไป และแฟรงค์เงยดวงตาขึ้นมอง

...หมับ...
เห็นว่ามันยังยีตาอยู่ทอยเลยตัดสินใจใช้มือหยิบผ้าเช็ดหน้าของตัวเองออกมาเทน้ำเปล่าใส่ส่วนปลาย ก่อนค่อยเช็ดทำความสะอาดช่วงรอบดวงตาของไอ้ตัวปัญหาออกให้ เป็นแฟรงค์ที่นิ่งลงไปและเป็นแก้มขาวที่แดงจัดขึ้นกว่าเดิม ถึงตรงนี้ตาหายเจ็บแล้วแต่ทอยยังไม่ได้เอามือตัวเองออกจากหน้าของเขาเลย

ครั้งแรกที่ได้มองตากันในระยะใกล้ขนาดนี้
ริมฝีปากสีสดของคนอายุน้อยกว่าแอบเม้มเข้าหากัน เขาหลบตาลงมองต่ำ

“ผมหายเจ็บแล้วพี่” ก่อนพูดคำนี้ไปส่วนทอยก็ผละมือออกพร้อมขยับหน้ากลับมานั่งมุมเดิมด้วย
“จะกลับหรือยังหละ”
“ครับ...”
“เอากุญแจรถมา” พอทอยว่ามาแบบนี้แฟรงค์ถึงได้ยื่นกุญแจรถของตัวเองส่งให้อีกคน ทอยเดินนำออกไปแล้วแต่คนตัวขาวยังคงกำลังทิ้งขยะอยู่ รีบเดินตามพร้อมมองแผ่นหลังของพี่มันก่อนหยุดเดินแล้วสูดลมหายใจของตัวเองเข้า

หลุดยิ้มกว้างออกมาแล้วคอยเดินตามหลัง
โดยไม่ได้รู้เลยมั้งว่าไอ้คนที่เดินนำมันก็กำลังแอบยิ้มอยู่เหมือนกัน

 ...เจ๊าว่ะ...

# # # # # # # # #

ใจอิแม่บั่บบบบ55555
แล้วจะไปพัทยาด้วยกันนี่ ต้องเบอร์ไหนเลยคะแหม่


ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3582
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +129/-4
 :mew1: :mew1: :mew1: :mew1:

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5251
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
อ่านแล้วใจละลายกับคารมของทั้งคู่  :ling1:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด