จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}  (อ่าน 53717 ครั้ง)

ออฟไลน์ firnlolo

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 39
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
เขินน้องเเฟรงค์  :-[ :-[

ออฟไลน์ jinutlove

  • ไม่คิดที่จะรัก
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 83
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
 :-[ :-[ รอค่ะ

ออฟไลน์ Sirinapa-11

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 108
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-20
    • FicYaoiTH
Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่3
«ตอบ #32 เมื่อ02-02-2018 22:09:33 »

ตอนที่3
#จีบวิศวะ


...ตี๊ดดๆๆๆ!!!...
เสียงนาฬิกาปลุกบนหัวเตียงดังเรียกร่างที่นอนหลับฟุบอยู่กับหมอนใบใหญ่ให้ต้องเอื้อมมือยื่นไปกดปิดด้วยความรำคาญ คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเมื่อพบว่าเพียงถัดมาห้านาทีมันก็ดังอีกครั้ง จนสุดท้ายต้องยอมเปิดเปลือกตาขึ้นแล้วคว้าโทรศัพท์ของตัวเองมากดยกเลิกการตั้งปลุกก่อนที่จะงัวเงียเตรียมนอนอีกครั้งแต่ต้องชะงักเพราะแรงขยับดิ้นจากคนข้างกาย

“จะไปไหนหรอคะตั้งปลุกแต่เช้าเลย”
“เปล่า...” ตอบไปเพราะง่วงเต็มที เพิ่งจะนอนไม่ถึงสองชั่วโมงเลยด้วยซ้ำสำหรับวันนี้
“แต่ไหนเมื่อวานบอกแนทว่ามีเรียนไม่ใช่หรอ”

“ช่างเหอะง่วงจะนอน” ในรอบนี้เป็นเสียงติดหงุดหงิดที่ดังกลับมาซึ่งหญิงสาวเพียงชักสีหน้าแล้วลุกขึ้นเตรียมจะกลับที่พักของตัวเองเท่านั้น ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ไม่มีความโรแมนติกเลยซักนิด ขนาดเมื่อคืนเพิ่งนอนกับเธอเสร็จยังไม่คิดแม้แต่จะกอดเธอนอนหลับไปด้วยกันเลยด้วยซ้ำ ทั้งน่าน้อยใจแล้วก็น่าโมโหแต่แล้วทำอะไรได้บ้างหละในเมื่อความจริงแล้วเราก็เพียงแค่คู่ควงกันเพราะก็ไม่ได้มีใครต่างอยากจริงจังอยู่แล้ว

“งั้นแนทกลับก่อนแล้วกันนะ ถ้าว่างโทรมาหาอีกหน่อยนะคะ”
“อืม” มีเพียงเสียงครางรับกลับมาจนเมื่อที่หญิงสาวแต่งตัวและเดินออกจากห้องไปแล้วทอยทำท่าจะหลับต่อ แต่

...ครืดดครืดดดด..!!

“แม่งเอ้ยย!” เป็นเสียงสั่นจากโทรศัพท์ที่ดังอีกครั้งซึ่งคนที่ง่วงจนหน้ามืดหลุดสบถร้องออกมาอย่างหัวเสีย ไม่ได้สนใจดูเลยด้วยซ้ำว่าใครโทรมาเพราะเขาเพียงแค่เอื้อมมือไปกดรับแล้วจัดการวางมือถือแนบข้างหู

[ไปเรียนยัง] แล้วเสียงคุ้นเคยที่ดัง ไอ้เกอร์...
“กำลังขับรถไปแล้ว”
[ตอแหลไม่เนียน มึงเพิ่งตื่นใช่มั้ย]
“เออ” ยอมรับไปอย่างไม่มีข้อแก้ตัว

[แล้วนี่จะไม่ไปแล้ว?]
“อ่าหะ”
[งั้นมาหาพวกกูเปล่า อยู่ร้านไอ้เอกซ์เนี่ย]

“ทำไมไปอยู่นั่น” ตอนแรกก็ง่วงอยู่หรอกแต่ในตอนนี้ทอยตื่นเต็มตาแถมคิ้วขมวดมุ่นอีกด้วย
[เมื่อวานแดกเหล้าอยู่ร้านมันกันไง แต่ไม่ได้ชวนมึงก็มึงบอกว่าจะไปกับสาวอะ]

“เออเดี๋ยวไปหา” ตอบรับออกไปก่อนวางสายแล้วลุกพาร่างของตัวเองเดินเข้าไปในห้องน้ำจัดการอาบน้ำแต่งตัวแล้วเดินไปหยิบนมวัวสดในตู้เย็นออกมาดื่มเป็นอาหารเช้า การขับรถในแต่ละวันยังคงยากลำบากเนื่องเพราะทั้งรถที่เยอะและติดรวมไปถึงอากาศโคตรร้อนที่ทำเขาแทบบ้า ตอนนี้ยอมรับว่าโคตรคิดถึงกุญแจรถยนต์ของตัวเองเลย

แต่จะทำยังไงได้หละในเมื่อทำตัวเองทั้งนั้น
ดังนั้นแล้วก็ ขับมอเตอร์ไซค์ต่อไปนั่นแหละ...

 “เพื่อนทอยยยย!!!!” ยังไม่ทันได้ดับเครื่องจอดเสียงแหกปากจากไทเกอร์ก็ดังมา กลุ่มชายหนุ่มอายุไร่เรี่ยกันกำลังนั่งกระจายอยู่ตามมุมของร้าน ตึกแถวขนาดกว้างตรงหน้าที่บรรจุเต็มไปด้วยอุปกรณ์ทั้งรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ สถานที่ซุกหัวในยามไม่มีที่ไปหรือในยามที่เบื่อการนัดเจอกันที่ผับ บางทีมันก็สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปที่ห้องของเพื่อนคนนั้นคนนี้บ้างแต่สำหรับในตอนนี้ที่ที่พวกเขาชอบมาสุมหัวก็คืออู่ซ่อมรถของบ้านไอ้เอกซ์มันเนี่ยแหละ

“ไงเด็ดเปล่าคนนี้” เดินเข้ามายังไม่ทันนั่งเสียงถามจากเพื่อนร่วมกลุ่มดังมาอีก
“ก็ปกติ...ไอ้เกอร์ขยับดิจะนั่งด้วย”
“นั่งตักกู”

“กวนตีนไรแต่เช้า ขยับ” เสียงหัวเราะคิกคักจากไทเกอร์ดังมาแต่ถึงอย่างนั้นคนตัวขาวก็ยอมที่จะขยับให้ทอยได้นั่งด้วย ทิ้งตัวนั่งลงได้สิ่งถัดไปที่ทำก็คือการล้วงบุหรี่ออกมาจุดสูบอย่างไม่มีอะไรทำ มองซากขวดเหล้าและขวดโซดาที่เมื่อคืนพวกมันก็คงจะเมาหนักเอาการกันอยู่เหมือนกัน จนแรงซบไหล่จากคนข้างกายเรียกสายตาของทอยให้ก้มมอง

“ยังไม่ได้นอนหรอ”
“เพิ่งนอนไปไม่ถึงชั่วโมง” คำตอบจากไทเกอร์ดังมา
“แดกข้าวยัง”
“กินแล้วมึงอะ”

“ไม่หิว” พอเขาตอบไปแบบนี้ไทเกอร์ย่นจมูกกลับมาให้ซึ่งทอยใช้มือตบหน้าผากของร่างตรงหน้าอย่างนึกหมั่นไส้ เสียงโห่แซวว่าสร้างโลกส่วนตัวจากไอ้เพื่อนรอบด้านดังเหมืนออย่างในทุกครั้งและไทเกอร์นอกจากจะไม่ปฏิเสธมันก็ยังบ้าจี้กอดแขนเขาพร้อมทำหน้าทำตาปริบใส่ไอ้พวกเพื่อนอีก ตอนนี้ทอยยอมรับว่าหัวใจเริ่มเต้นแรงอีกครั้งกับการที่ต้องมาเจอท่าทีแบบนี้จากคนที่ตัวเองแอบชอบ พยายามจะมองว่ามันคือเพื่อนแต่เหมือนจะโคตรยากเพราะนับวันยิ่งรู้สึกว่าชอบมันกว่าเดิมอีก

“ไอ้เสือปล่อยมึงมาได้ยังไง” ดังนั้นเพื่อไม่ให้ตัวเองลึกไปกว่านี้ทอยจึงย้ำตัวเองโดยการถามถึงแฟนของไทเกอร์ซะ
 “มันซ้อมว่ายน้ำ”
“งอนผัวเลยมาแดกเหล้าว่างั้น”
“กวนตีนละ...ไม่ได้งอน แต่ว่าคิดถึงเมียรักแบบมึงตางหาก” คราวนี้เป็นทอยที่เบ้หน้าบ้าง

“เบื่อคนมีความรักว่ะ!” เสียงโหวกเหวกดังมาอีกครั้งและทอยเพียงหันไปชูนิ้วกลางให้ไอ้พวกตัวแสบ พวกเรานั่งคุยเล่นไปพลางช่วยกันซ่อมรถที่จอดอยู่ภายในอู่ไปด้วย เห็นแบบนี้ก็แอบมีทำมาหากินกันอยู่บ้าง ผ่านไปจนเกือบเที่ยงสุดท้ายทอยต้องเลือกที่จะถอดเสื้อตัวนอกออกเหลือเอาไว้เพียงเสื้อกล้ามเพราะยิ่งสายยิ่งร้อน แถมนี่เหมือนแม่งเรียกเขามาช่วยงานบ้านมันเลยเหอะ!

แต่ในระหว่างที่นั่งวุ่นอยู่กับมอเตอร์ไซค์ของลูกค้า
ก็จำเป็นที่จะต้องเงยสายตามองไปที่เพื่อนสนิทอย่างไทเกอร์ซึ่งคุยโทรศัพท์หน้าเครียดอยู่

“แถวนี้อะหรอ....ก็มีแต่ของเพื่อนกูอะมันจะมาถูกหรือเปล่า” และทอยคาดว่าน่าจะคงคุยกับไอ้เสือแฟนมัน
“เออๆมาเลยกูก็อยู่นี่แหละ” สุดท้ายสายตัดไปและทอยเลิกสนใจเพราะยิ่งมองนี่รู้สึกว่ายิ่งเจ็บ ไทเกอร์ดูโตขึ้นเยอะตั้งแต่ที่คบกับเสือถึงแม้ว่าตอนอยู่กับเขามันจะยังแอบงอแงเอาแต่ใจตามเดิม ไทเกอร์มันซ่อมรถไม่เป็นดังนั้นหน้าที่ของอีกคนจึงเป็นการคิดเงินและรวมยอดว่ารถแต่ละคันค่าใช้จ่ายแต่ละจุดที่ซ่อมรวมกันคือเท่าไหร่ ผ่านไปพักใหญ่ร่างของฝ่ายการเงินที่นั่งเล่นเกมรอก็ลุกขึ้นยืนเหมือนเดินออกไปรับใคร

จนกระทั่งในที่สุดที่
....เอี๊ยดดด!!..
เสียงเหยียบเบรกที่บ่งบอกว่ารถยนต์ที่ขับเขามานั่นมาด้วยความเร็วขนาดไหน เสียงนั้นต่างเรียกสายตาจากพวกเราทุกคนรวมไปถึงทอยที่หันมองแล้วเริ่มขมวดคิ้ว รถยนต์ยี่ห้อนอกที่ราคาแพงหลายสิบล้านและสีแดงเงาทั้งคัน หวังว่า...

...ปึก..

“เชี่ย....” แต่เมื่อคนขับเปิดประตูรถแล้วเดินลงมาเขารีบวางมือลงแล้วเตรียมจะเดินหนีเข้าหลังร้าน แต่แล้ว
“เห้ยไอ้ทอย!ปะยางรถยนต์ให้หน่อยดิวะ มึงคุ้นอะรถพวกนี้อะ!!” ไอ้เจ้าของร้านก็แหกปากสั่งยังกับว่าเขาคือลูกจ้างรายวันแถมนอกเหนือไปกว่านั้นลูกค้าตัวดีที่เหมือนว่าพักนี้กูกับมึงจะบังเอิญเจอกันบ่อยเสียเหลือเกินเลยนะ ทอยขมวดคิ้วแสดงใบหน้าไม่พอใจชัดเจนแต่ก็ยอมที่จะเดินตรงไปยังหน้าร้านที่มีร่างของคุณเพื่อนสนิทอย่างไทเกอร์กำลังยืนอยู่กับลูกค้าที่หน้าคุ้นมาก

“น้องไอ้เสือ...มึงคงจำได้”
“เออ” ทอยขานรับเพื่อนตัวเองออกไป

“รถมันยางรั่วละมันไม่รู้ร้านแถวนี้ไง ไอ้เสือเลยโทรมาถามกู...มึงช่วยดูให้มันหน่อยละกัน ไปคิดเงินต่อละ” ปากบอกจะไปคิดเงินต่อแต่มือก็กดยิกเล่นเกมไม่หยุด ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ให้ไม่พอยังจะมาทำปากสั่งว่าให้เขาช่วยดูแลมันอีก ทอยยืนมองหน้าบุคคลที่เจอจนแทบจะรู้สึกสนิทกับมันอยู่แล้ว

“ขับเข้ามาจอดข้างใน”
“เจอกันอีกแล้วนะครับ” แต่นอกจากจะไม่ทำตามยังมีการพูดทั้งยิ้ม

“กูบอกให้เอารถเข้ามาจอดข้างใน” เขาเลยต้องส่งเสียงหงุดหงิดไปแฟรงค์ถึงได้ยอมที่จะเดินย้อนกลับไปขับรถของตัวเองเข้ามาจอดยังด้านในของตัวอาคาร แถมความจริงไม่ใช่ว่าไม่รู้ร้านซ่อมรถแถวนี้หรอกแต่แฟรงค์ก็แค่เนียนลองเชิงโทรถามพี่ชายตัวเองว่าช่วยให้พี่ไทเกอร์บอกหน่อยว่าร้านไหนดี

เพราะรู้ว่าไทเกอร์มานอนค้างกับเพื่อนซึ่งเปิดร้านซ่อมรถ
ดังนั้นเลยลองเดาว่าบางทีอาจมีบางคนอยู่นี่ด้วย

...แล้วพี่มันก็อยู่จริงๆ...

“ไม่ยักรู้ว่าพี่ซ่อมรถเป็นด้วย”
“แล้วมันเรื่องอะไรที่มึงต้องรู้” คำถามนี้ดังกลับมาจากคนที่กำลังนั่งงัดล้อรถยนต์ออก
“พักนี้เจอกูบ่อยเหลือเกินนะ”
“.............” เจอทักแบบนี้แฟรงค์ทำได้แค่เงียบแล้วแอบยิ้มกับตัวเอง
“บังเอิญหรือมึงตั้งใจ”

“ตั้งใจครับ” คำตอบรับแบบไม่มีเขินอายจากอีกคนทำทอยต้องขมวดคิ้วพร้อมหันมองด้วยอาการเอือม เหมือนยิ่งหนีเหมือนไอ้เด็กนี่จะยิ่งสนุกกับการตามเขาด้วย นอกเหนือไปกว่านั้นยังเหมือนมันจะใช้ไอ้ไทเกอร์ที่เป็นแฟนของพี่ตัวเองได้อย่างโคตรเป็นประโยชน์ดังนั้นแล้วในตอนนี้ทอยถึงเลือกที่จะเงียบแล้วนั่งซ่อมรถให้มันต่อไป

“ผมแอดเฟสไปพี่เห็นหรือยัง”
“กูบล็อกไปแล้ว”
“โหพี่...” เห็นว่าอีกคนมันยิ้มขำเมื่อเขาตอบแบบนี้

“พี่กำลังทำร้ายจิตใจเนื้อคู่ของพี่นะเนี่ยรู้มั้ย”
“เดี๋ยวกูถีบไปไปโน้น!อย่ากวนตีน” เขาชี้หน้าและแฟรงค์เพียงยักไหล่กลับมาทั้งที่หน้ายังอมยิ้มไม่หยุดแถมเหมือนเพื่อนคนอื่นจะไม่สนใจด้วยเพราะคงคิดว่าเขาคงจะสนิทกับแฟรงค์พอตัวเนื่องเพราะอีกคนคือน้องแฟนของไอ้ไทเกอร์ ถึงแม้เขาจะเคยออกปากบอกไปแล้วว่าไม่ชอบขี้หน้าของแฟรงค์ก็เถอะ

ต้องนั่งซ่อมรถต่อไปท่ามกลางสายตาเจ้าเล่ห์ของไอ้เด็กแก่แดดที่มองมา
แม่งโคตรขนลุก!!

เมื่อจัดการปะยางรถให้มันเสร็จเขาเลือกจะเดินเลี่ยงหนีเข้าห้องน้ำเพื่อที่ถ้าออกมาอีกรอบจะได้ไม่ต้องมาเจอกับสายตาแสนกวนตีนของใครอีกคนอีก ล้างมือที่เปื้อนคราบน้ำมันพร้อมล้างหน้าที่มีแต่คราบฝุ่นออกจนหมดจด เดินผิวปากอารมณ์ดีออกมาก่อนที่สุดท้ายจะต้องถอนหายใจเมื่อพบว่าคนที่เขาอยากให้กลับไปก็ยังคงนั่งอยู่ตรงนั้นที่เดิม

“รถเสร็จแล้วไม่กลับหรือไง!” ทอยตะโกนถามไป
“น้องมันขอกินเหล้าต่อด้วยคืนนี้อะ มึงโอเคใช่ปะ” แต่คนที่ถามกลับมาดันเป็นไทเกอร์
“ตามใจ” ไม่อยากมีพิรุจต่อหน้าเพื่อนดังนั้นแล้วถึงต้องจำใจตอบตกลงไปแบบนี้ ทอยยิ่งไม่พอใจไปใหญ่เมื่อพบว่าแฟรงค์มันสามารถสนิทกับเพื่อนพวกเขาได้เร็วขนาดไหนแถมพอตกเบ็นไทเกอร์ก็ต้องขอตัวกลับบ้านเนื่องเพราะมันมาค้างที่นี่ไปคืนนึงแล้ว เหลือทิ้งไว้ก็แต่ไอ้เด็กปีหนึ่งปีนเกลียวที่กำลังนั่งคุยกับเพื่อนเขาออกรสเชียว

“ปกติพวกพี่ก็กินเหล้ากันบ่อยหรอครับ”
“แทบทุกวันอะ” แถมไอ้เพื่อนเขาก็อัธยาศัยดีกันเหลือเกิน
“งั้นผมมากินด้วยบ่อยๆก็ได้ใช่ปะ”
“ได้ดิ แต่ออกเงินด้วยนะมึง”

“ฮะฮ่าไอ้ดิพี่ เดี๋ยววันนี้ผมเลี้ยงก็ได้” เสียงหัวเราะที่ดูจะคุยกันถูกคอกำลังเรียกคิ้วของทอยให้ขมวด เพียงแค่วันเดียวมันสามารถตีสนิทกับเพื่อนของเขาได้ทั้งกลุ่ม นอกเหนือไปกว่านั้นไอ้พวกเพื่อนเขายังไม่สังเกตซักนิดเลยว่าในตอนนี้ทอยเงียบผิดปกติขนาดไหน เหล้าที่ไอ้เด็กแฟรงค์เป็นคนเลี้ยงถูกไปซื้อมาแล้ว ทุกคนต่างนั่งล้อมวงกันแล้วและทอยเองต้องพยายามทำตัวให้ปกติและยอมที่จะนั่งร่วมวงกับพวกมันด้วย

“พี่ไม่กินเหล้าหรอครับ” จนเป็นแฟรงค์อีกครั้งที่ชวนเขาคุยอีก
“ไม่อยากกิน”
“กินเยอะไม่ได้หรอ?หรือคออ่อนหรอพี่” เหมือนโดนเยาะเย้ยและทอยเพียงมองหน้ามันกลับ

“เห้ยไอ้แฟรงค์!มึงเมาแล้วหรอ!!” แต่คงต้องขอบคุณเสียงสวรรค์จากเพื่อนร่วมกลุ่มที่เข้ามาขัดการพูดคุยกันของเขาและมันเสียก่อน ทอยหันหน้ากลับมาตามเดิมก่อนส่ายหัวเพราะไอ้เด็กข้างกายของตัวเองที่ปกติก็เหมือนมันจะพูดมากอยู่แล้วแต่พอเหล้าเข้าปากแล้วนี่ยิ่งเอาใหญ่เลย ปากมันพยายามบอกว่าตัวเองไม่ได้เมาทั้งที่ท่าทางมึงนี่เหมือนแดกเหล้าไปสามขวดเพียวคนเดียวแล้ว แต่ทอยสาบานว่าเขาเพิ่งเห็นมันกินไปยังไม่ถึงห้าแก้วเลยด้วยซ้ำ

“มึงกับไอ้เสือนี่นิสัยโคตรต่างกันเลยนะไอ้แฟรงค์นะ”
“ก็ผมหล่อกว่าพี่ผมไง...” แล้วฟังมันโม้...
“ไม่ใช่กูหมายถึงนิสัย!มึงดูเฟรนลี่กว่าเยอะ”

“แน่นอนสิครับ...ถ้าไม่เฟรนลี่ก็อดดิ” ทั้งที่พูดกับเพื่อนเขาแต่ทอยว่าสายตามันนี่มองตรงมาที่เขาโดยตรงเลย พยายามจะไม่สนใจแต่เหมือนพอยิ่งนานแฟรงค์ยิ่งส่งแต่สายตาวาววับมาให้ สุดท้ายแล้วก็อึดอัดจนต้องลุกเดินแยกออกมายังด้านหลังของตัวตึก ไม่อยากด่ามันกลางวงเพราะเดี๋ยวเพื่อนสงสัยความสัมพันธ์อีก

ใช้ชีวิตตามปกติอยู่ดีๆก็มีเด็กเข้ามากวนตีนซะงั้น
ไม่รู้ว่าไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้ แม่ง

...ฟู่วว...
ควันสีเทาหม่นถูกพ่นออกจากริมฝีปากหยักได้รูปของร่างที่นอนแผ่อยู่บนสนามหญ้า ดวงตากำลังมองเหม่อไปยังท้องฟ้าที่มืดสนิทตรงหน้าก่อนที่คิ้วจะต้องขมวดเมื่อรับรู้และได้ยินถึงเสียงฝีเท้าจากใครบางคนที่เดินตรงมา

“ไปไกลตีนกูเลย” พอรู้ว่าเป็นใครทอยพูดประโยคนี้ขึ้นทันที
“พี่รู้ปะว่าพี่เป็นคนแรกเลยนะที่ปฏิเสธผม”

“มึงก็เป็นคนแรกที่โดนกูปฏิเสธเหมือนกัน” ว่าไปแบบนี่ก่อนได้แอบเห็นหน้าที่คิ้วขมวดของมัน
“แล้วรู้ยังว่าผมจะจีบพี่” ถามไม่พอแต่แฟรงค์ยังเนียนเอนตัวนอนลงข้างเขาอีก เหมือนมันจะเมามากแล้วเพราะตอนทิ้งตัวนอนนี่มึงนอนแรงมากจนรู้สึกเจ็บแทนเลย ทอยเองยังพยายามเงียบพลางหาทางเดินหนีจากมันแล้ว คิดว่าถ้าขืนยังคุยกันต่อไม่แน่เขาคงได้เผลอต่อยแม่งซักที

..ปึก.
แต่พอเขาจะลุกก็ดันมีแขนยาวของคนข้างกายพลิกตัวมาคร่อมเอาไว้

 “เมา” ที่ทอยพูดประโยคนี้ก็เป็นเพราะหน้าที่เคยขาวของมันซึ่งบัดนี้แดงจัดแล้วไหนจะตาที่ปรือจนช่ำนั่นอีก คนบนร่างยังคงจ้องมองลงมาซึ่งทอยเองก็มองกลับเนื่องเพราะยอมรับว่าเริ่มจะอยากรู้เหมือนกันว่าอย่างมันจะมีปัญญาทำอะไรเขาได้ ใบหน้าของแฟรงค์เหมือนเริ่มขยับใกล้เข้ามาและเขาเองขมวดคิ้วพลางจ้องมอง

“พี่....”
“.....” ทุกอย่างรอบตัวเงียบไปพักใหญ่ ก่อนที่จะ.....
“อุ้บ...อ้วกกก!!!”

ไอ้เหี้ยแฟรงงงงงงงงค์!!!

คราวนี้เป็นทอยที่เบิกตากว้างกับสัมผัสเปียกแฉะจากสิ่งสัมผัสที่ได้รับ ดวงหน้าหล่อหยีเข้าหากันในแทบจะทันที ก้มมองที่ไหล่ของตัวเองก่อนต้องหอบหายใจหนักกับสภาพตรงหน้าที่ได้เห็น ซอกคอทั้งแถบและเสื้ออีกครึ่งซีกซึ่งปกคุลมไปด้วยอ้วกของมันทั้งหมด

..ปึก..
แถมนอกเหนือไปกว่านั้นมันยังฉลาดที่จะซบหลับลงกับไหล่ของเขาอีกข้างที่ไม่มีอ้วกอีก

ไอ้แฟรงค์!
ไอ้เด็กเหี้ย!!

# # # # # # # #

เป็นอีพี่จะจับตีๆๆให้ก้นลาย5555




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-02-2018 22:14:06 โดย Sirinapa-11 »

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5256
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
แฟรงค์เอย  คายของเก่าใส่พี่เขา แล้วจะจีบเขาติดเมื่อไหร่เนี่ย  :เฮ้อ:

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8343
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +142/-9
 :z1: :z1: :z1:

ออฟไลน์ Nus@nT@R@

  • Life is Investment
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6146
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +454/-10
555555 ไอ่แฟรงค์

ออฟไลน์ kingkong

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 6
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
อยากให้ทอยโดนเด็กรุก :hao6:

ออฟไลน์ shoi_toei

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5261
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +222/-25
เราเชียร์แฟรงค์ ทอย ได้มั้ย

แต่ยังไม่กล้าลงเรือ กลัวเงิบ ฮาาา

ออนไลน์ วายซ่า

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1827
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +111/-5
โอ๊ะ....น้องแฟรงค์จะสร้างความประทับกับพี่ทอยไปถึงไหนกันน้อ 

ออฟไลน์ day9day

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-9
5555+
รอตอนต่อๆไปนะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่3 {02/02/61}
« ตอบ #39 เมื่อ: 03-02-2018 12:33:09 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ wanirahot

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 553
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-1
พี่ทอยรุกช่ายม้าย

ออฟไลน์ jinutlove

  • ไม่คิดที่จะรัก
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 83
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
 :laugh: ทอยเป็งไงมั้ง555 โกรธอีกนานแน่แฟรงค์

ออฟไลน์ Brightybam

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 3
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
 :m20: :m20: :m20:

ออฟไลน์ Axis._.

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
โอ้ไม่นะเเล้วเเบบนี้ชาติไหนจะจีบติดวะเเฟรงค์ 5555555555  :m20:

ออฟไลน์ Sirinapa-11

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 108
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-20
    • FicYaoiTH
Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่4
«ตอบ #44 เมื่อ04-02-2018 20:51:47 »

ตอนที่4
#จีบวิศวะ

เสียงตึงตังจากรอบด้านกำลังปลุกเรียกร่างขาวของเด็กหนุ่มที่นอนฟุบอยู่บนโซฟาตัวกว้าง ดวงตาคู่สวยปรือเปิดก่อนที่คิ้วเข้มต้องยีขมวดเข้าหากันเมื่อสิ่งแรกที่ได้พบเห็นคือแดดจ้าที่ส่องผ่านกระจกด้านนอกเข้ามา แฟรงค์มองรอบสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยจนพอลองก้มมองสภาพของตัวเองยิ่งต้องหยีหนักเนื่องเพราะเสื้อนักศึกษาที่เคยขาวสะอาดบัดนี้กลับเต็มไปด้วยซากอาเจียนที่ไม่ต้องเดาก็คงจะเป็นเขานี่แหละที่ทำตัวเอง มองเลยออกไปอีกจนพบเข้ากับกลุ่มรุ่นพี่ที่นั่งกินเหล้าด้วยกันเมื่อคืน ในตอนนี้เหมือนพวกพี่เขาจะเปิดร้านซ่อมรถแล้วด้วยเพราะเหมือนจะมีลูกค้าเข้ามารอและพวกพี่แกก็กำลังเริ่มซ่อมรถแล้ว นั่นสินะเสียงสาเหตุที่ทำให้เขาตื่นแต่เช้าเนี่ย
“ตื่นแล้วหรอมึง” จนเป็นเสียงจากเจ้าของบ้านที่ดังแฟรงค์ถึงได้เงยหน้าขึ้นมอง

“กี่โมงแล้วหรอพี่”
“เก้าโมง” คำตอบที่ได้มาทำแฟรงค์ต้องหันมองโดยรอบอีกครั้ง
“พี่ทอยหละครับ?”
“บนห้องแหละยังไม่ตื่นหรอกมันอะ...มึงจะขึ้นไปอาบน้ำมั้ย ถ้าจะไปก็ฝากปลุกมันด้วย”
“ผมขึ้นไปได้หรอ”

“ได้ดิห้องกู...ฝากปลุกไอ้ทอยด้วยบอกมันให้ไปเรียน” แฟรงค์รีบตอบรับพร้อมกระเด้งตัวลุกจากโซฟาที่นอนมาทั้งคืน บิดตัวไล่ความปวดเมื่อยพลางพยายามคิดว่าเมื่อคืนหลับไปตอนไหนแล้วทำไมเช้ามาถึงโผล่มาบนโซฟาตัวนี้ได้วะ คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกจนตัดสินใจยกมือขยี้หัวตัวเองแล้วเลิกคิดซะเดี๋ยวจะปวดหัวเปล่า ในตอนนี้กำลังเดินขึ้นไปบนชั้นสองของตัวอาคารซึ่งคาดว่าห้องที่พี่มันนอนคงจะอยู่แถวนี้แหละ

ห้องแรกมียันต์ติดด้วย แฟรงค์ว่าน่าจะไม่ใช่ห้องนี้
ส่วนห้องถัดไปมีรูปผู้หญิงใส่ชุดบิกินี่ติดอยู่ เอาวะเขาว่าห้องนี้แหละ!

....แกร๊กกก...!
จนตัดสินใจเปิดเข้าไปแล้วพบว่าประตูห้องไม่ได้ล็อคอยู่เสียด้วย ภาพแรกที่เห็นคือร่างของผู้ชายสี่ห้าคนที่นอนเกลื่อนเต็มพื้นอยู่คราวนี้ถึงได้เดินเลยเข้าไปอีกจนมาหยุดอยู่ปลายเตียงที่มีร่างของคนบางคนกำลังนอนแผ่กว้างอยู่บนนั้น ยืนมองดวงหน้าของอีกร่างในยามหลับพลางแอบยิ้มกับตัวเองเพราะคิดว่าตอนพี่มันหลับนี่ก็น่ารักดีจังเลยนะ

“พี่ทอย” ลองเรียกไปเพื่อดูปฏิกิริยาอีกร่าง
“.........” แต่เมื่อทอยยังเงียบแฟรงค์ถึงได้เดินอ้อมไปอีกฝั่งพร้อมโน้มหน้าลงเข้าใกล้
“พี่ครับ...ตื่นได้แล้วพี่ต้องไปเรียนนะ” คราวนี้เรียกพร้อมมือที่วางลงบนไหล่ของอีกร่างด้วยแล้วในจังหวะนั้นที่ทอยเปิดเปลือกตาขึ้นพวกเราได้สบตากันอีกหน แฟรงค์ขมวดคิ้วพลางคิดว่ารู้สึกคุ้นเคยกับการมองหน้าพี่มันในระยะใกล้ส่วนทอยขมวดคิ้วเช่นกัน แต่จุดประสงค์ต่างจากแฟรงค์แบบสิ้นเชิง

..ผลั้ก..!
โดนผลักออกและตอนแรกมีแอบตกใจแต่พอตั้งตัวได้แฟรงค์ก็กลับมาส่งยิ้มให้ทางสายตาตามเดิม

“กลับไปได้แล้วมึงอะ”
“ตื่นมาก็ไล่ผมเลย”

“แล้วจะอยู่ให้มึงอ้วกรดหัวกูหรือไง” ทอยว่าสวนมาพร้อมลุกขึ้นนั่งแล้วคว้าเสื้อที่วางพาดอยู่บนหัวเตียงของตัวเองมาพาดไหล่ไว้ คนยืนมองตรงนี้แอบกลืนน้ำลายเพราะเมื่อกี๊ผ้าห่มบังเลยไม่ได้เห็นหุ่นพี่มันไง จนพอที่ร่างที่เคยนอนอยู่ลุกขึ้นยืนแล้วเดินมาประชันหน้าของเขาคราวนี้แฟรงค์ไล่สายตามองตามร่างกายของคนตรงหน้าอีกครั้ง

“พี่อ่อยผมหรอ”

..ผลั้วะ..
เป็นแรงตบที่ทำเขาหัวแทบขมำ

“หลบ”
“ไม่อาบน้ำก่อนหรอครับ”
“หลบกู” แต่อีกคนย้ำคำเดิมอีกครั้งจนแฟรงค์ต้องยอมเดินเลี่ยงออกให้ รีบเดินตามแผ่นหลังของอีกร่างไปพลางมองร่างของทอยที่กำลังเดินลงบันไดพร้อมการใส่เสื้อของตัวเองอยู่ ใส่เสื้อเสร็จสิ่งที่คนตรงหน้าทำต่อคือการล้วงมือหยิบบุหรี่ในกระเป๋ากางเกงออกมาคาบใส่ปากก่อนที่มือของพี่มันทั้งสองข้างจะดึงรั้งเสื้อที่ยังไม่เข้าทรงเท่าไหร่ของตัวเองให้เข้าที่

“ขับรถดีๆนะพี่!!” พอเห็นว่าอีกคนกำลังจะขี่เจ้ามอเอตร์ไซค์คู่ใจออกไปแล้วแฟรงค์ถึงรีบตะโกนบอก
แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือการที่ทอยชูมือขึ้น
ตอนแรกนึกว่าจะทำเลิฟ แต่เปล่า เพราะพี่มันมาแค่นิ้วกลางนิ้วเดียวว่ะ

“ตื่นเช้ามาก็ได้ของดีเลยกู” แฟรงค์พึมพำกับตัวเอง กำลังจะเดินไปที่รถของตัวเองเพราะก็อยากกลับแล้วแต่พอก้มมองสภาพเสื้อตอนนี้แล้วก็ต้องเปลี่ยนใจเพราะกลิ่นอ้วกแม่งแรงจนต้องยอมที่จะเดินกลับไปยังห้องของเอกซ์อีกครั้งเพื่อทำการอาบน้ำเสียก่อน ถ้าจะให้ขับรถกลับทั้งแบบนี้เขาคงจะได้เป็นลมกลางทางแน่

เดินกลับเข้ามายังห้องประตูบิกินี่อีกครั้ง
ก่อนพบว่าคนสามสี่คนก่อนหน้าที่เคยนอนเกลื่อนบัดนี้ตื่นกันหมดแล้ว

“เมื่อคืนมึงไปทำอีกท่าไหนถึงอ้วกใส่ไอ้ทอยวะนั่น” คำถามนี้ทำแฟรงค์ขมวดคิ้ว
“อ้วกใส่ใครนะพี่ใครอ้วก”
“มึงไงอ้วกใส่ไอ้ทอย ไม่โดนมันกระทืบก็ดีแค่ไหนแล้ว” พอพูดจบพวกพี่มันหัวเราะส่วนเขากำลังยืนนิ่งพลางประมวลคำพูดที่ทอยพูดด้วยว่าจะอยู่ต่อให้โดนอ้วกรดหรอ ถึงตอนนี้ภาพเหตุการณ์เริ่มประมวลขึ้นในหัว ตั้งแต่ดวงหน้าระยะใกล้ของอีกร่าง จมูกที่โคตรโด่ง ปากสีสดได้รูปและก่อนที่ภาพจะตัดไป...

“ผมอ้วกใส่พี่ทอยเลยหรอ?”
“เออ!อ้วกแล้วก็หลับ มันลากมึงมาทิ้งลงบนโซฟาไง”
“แล้วถ้าสุมมุตผมอ้วกใส่พี่ พวกพี่จะโกรธมั้ย”
“โกรธดิสัส!” คำตอบที่ได้ทำแฟรงค์นิ่งลงไป

“ถ้าสมมุตอ้วกใส่แล้วจะจีบต่ออะพี่”
“ถุ้ย!สมมุตมีสาวมาอ้วกใส่มึงอะ เป็นมึงเอามั้ย”

จบแล้ว...
จบแล้วชีวิตกูสำหรับเช้านี้

เลือกที่จะทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงแล้วมองเหล่าพวกคนเมาที่เหมือนยังไม่สร่างกำลังต่อคิวกันอาบน้ำ แฟรงค์ยกมือยีหัวตัวเองพร้อมมองบนเพราะคราวนี้เขาเองนี่แหละที่ผิดเสือกแดกเยอะไม่ดูสังขาล แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ได้ดื่มเยอะอะแต่เพราะตามปกติไม่ค่อยได้กินเหล้าพวกนี้มากกว่าเลยทำให้สภาพเป็นแบบนนั้น แล้วนอกจากจะไม่สร้างความประทับใจให้พี่มันแล้ว เขานี่ยังไปสร้างวีรกรรมอันน่าจดจำฝังใจพี่มันอีก

“แล้วนี่มึงจะกลับตอนไหนอะ”
“อาบน้ำเสร็จเดี๋ยวก็กลับแล้วครับ” ยอมรับว่าก็แอบเกรงอยู่เพราะพอไม่มีคนรู้จักแล้วต้องมานั่งท่ามกลางกลุ่มคนที่เป็นเพื่อนกันแบบนี้ แถมในตอนนี้เหมือนพวกพี่แกจะมองเขาอย่างพิจารณาอีกด้วย แฟรงค์แสดงใบหน้าปกติของตัวเองซึ่งก็ยังดูกวนตีนเหมือนอย่างทุกครั้ง โดนมองมาก็มองกลับ

“มึงนี่หน้ากวนตีนนะเนี่ย”
“หล่อด้วยใช่มั้ยพี่”
“เออแต่หล่อ” คำตอบนี้สามารถเรียกรอยยิ้มพอใจและเมื่อคนอื่นอาบน้ำเสร็จหมดแล้วคราวต่อไปเป็นแฟรงค์บ้าง เขารีบเข้าไปอาบน้ำพร้อมการเดินออกมาโดยใส่เพียงเสื้อกล้ามซับในตัวเดียวกับกางเกงยีนส์ตัวเดิม เดินลงมาด้านล่างอีกครั้งพลางแอบถามพวกพี่เขาด้วยว่าทอยมาที่นี่บ่อยมั้ย

“ก็มาทุกครั้งที่มันไม่ได้กกสาวอะ” ซึ่งนี่คือสิ่งที่ได้มา
“แล้ว...พี่เขามีสาวเยอะขนาดนั้นเลยหรอครับ”

“โอ้ยไอ้แฟรงค์เอ้ย ตอนนี้ในมหาลัยก็เหลือแค่แม่บ้านอะที่มันยังไม่เคยเอา” เหมือนจะเป็นประโยคกึ่งตลกแหละเพราะพวกเพื่อนคนอื่นของทอยต่างหัวเราะลั่นกันซะเสียงดัง แฟรงค์หัวเราะตามออกมาก่อนจะคุยต่ออีกซักพักแล้วขอตัวกลับเพราะนี่ก็สายมากแล้วและแถมวันนี้เขายังขาดเรียนปรับพื้นฐานด้วยนะเนี่ย

...ปึก...!
แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะถือว่าคุ้ม เดินเข้ามานั่งในรถตัวเองได้ก็เลือกที่จะล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา
ปฏิทินในเครื่องถูกมาร์กเอาไว้ว่าเพียงพรุ่งนี้เท่านั้นที่ติวเตอร์ประจำตัวจะเข้ามาหา
ริมฝีปากยกยิ้มเล็กน้อยเพราะเหมือนแผนการรุกจีบทอยจะสำเร็จไปกว่าครึ่ง

...แต่เอ่อ ตัดเรื่องที่เขาอ้วกใส่พี่มันเมื่อคืนออกไปก่อนนะ...


........................

เย็นเลิกเรียนวันนี้คงไม่ได้ออกไปเร่ร่อนเหมือนอย่างในทุกวันอีกแล้ว ขายาวเพียงรีบก้าวพาตัวเองตรงไปยังรถมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่แล้วก้มมองที่นาฬิกาข้อมือซึ่งบอกเวลาว่าห้าโมงเย็นแล้ว ทอยคว้ากระดาษใบปลิวหางานออกมาถือเอาไว้อีกครั้งพลางไล่สายตามองว่าต้องขับออกไปเส้นทางไหนถึงจะใกล้ที่สุดเนื่องเพราะคอนโดในกระดาษแผ่นในมืออยู่ไกลคนละโลกกับคอนโดของเขาเลย จากมหาลัยไปไม่ไกลเท่าไหร่ แต่ถ้าขากลับที่ต้องขับกลับคอนโดนี่น่าจะกินเวลาเป็นชั่วโมงได้เลย

แต่เอาวะ
เงินมากขนาดนั้นแถมงานก็โคตรสบาย

คิดได้แบบนี้ตัดสินใจกดสตาร์ทรถแล้วขับออกไปพร้อมคิ้วที่ต้องขมวดเพราะขับออกมาได้ไม่เท่าไหร่ภาพที่ปรากฏเห็นในกระจกก็คือไอ้รถสีแดงคันหรูคุ้นตาที่เขาเพิ่งจะปะยางให้มันไปเมื่อสองวันก่อน ดูเหมือนว่ามันกำลังขับตามมาแต่ทอยพยายามไม่คิดมากเพราะบางทีมันแค่อาจจะแค่มาทางเดียวกับเขาก็ได้

“กูว่าไม่ใช่ละ” พึมพำขึ้นกับตัวเองก่อนตัดสินใจจอดรถแกล้วให้แฟรงค์มันขับนำ คราวนี้สบายใจได้แล้วเพราะอีกคนแซงไปแล้วและคงตัดปัญหาเรื่องที่มันกำลังขับแอบตามเขาไปได้เลย แต่แล้วพอเริ่มบิดเครื่องขับออกมาต่อก็ต้องขมวดคิ้วอีกรอบเพราะในตอนนี้ไม่ใช่มันที่ขับตามเขา แต่เป็นเขาที่ขับตามมัน

...เอี๊ยดด!..
เบรกรถอีกครั้งพร้อมการหยิบแผ่นกระดาษแผนที่ในมือมาดูอีก

“ก็ถูกทางนี่หว่า” พูดกับตัวเองอีกหนก่อนเริ่มขับต่อไปอีก ไกลออกมาแล้วแต่เขายังร่วมเส้นทางกับแฟรงค์ตามเดิมจนในสุดท้ายทอยก็ขับรถเข้ามาถึงคอนโดที่หมาย ซึ่งไอ้เด็กนั่นก็ขับเข้าไปจอดเหมือนกัน!

“อะไรวะเนี่ย!!” คราวนี้หัวร้อนแล้วแต่ยังฝืนคิดดี ปล่อยให้แฟรงค์มันเดินนำเข้าไปก่อนจนอีกคนหายลับไปแล้วถึงได้ค่อยเดินตามเข้าไปโดยการยื่นใบกระดาษในมือบอกยามว่าเขามาเพื่อจะนัดพบน้องที่ตัวเองจะมาสอน จัดการเดินเข้ามายังคอนโดหรูแล้วเข้าไปในลิฟต์ กดไปยังชั้นสูงสุดของที่นี่

...ติ๊ง…
จนเมื่อที่ลิฟต์เปิดออกแล้วทอยถึงได้เดินตรงไปยังห้องมุมในสุดตามที่เขียนบอกไว้
...ก็อกๆๆ...!
เคาะประตูไปก่อนยืนรอซักพัก ก่อนที่จะ

...แกร๊กก!!...

“........!!!”
“มาแล้วหรอพี่ คิดว่าหลงห้องซะอีก” เชร้ดแม่!

“ไอ้แฟรงค์!” ทอยตวาดไปเสียงดังซึ่งเจ้าของชื่อเพียงส่งยิ้มให้พร้อมมือที่ชูใบหาติวเตอร์ซึ่งเหมือนกับในมือที่ตัวเขาถืออยู่ ในตอนนี้ทอยเริ่มประมวลเหตุการณ์ได้แล้วว่าแท้จริงไอ้เด็กคนที่เขาต้องมาติวให้ก็คือมันนี่เองแถมนอกเหนือไปกว่านั้นเรื่องใบปลิวที่ถูกนำมายัดใส่รถของเขาไว้

“มึงตั้งใจทำใช่มั้ย”
“ก็...นิดนึงครับ”
“กูไม่ทำ เอาใบเหี้ยนี่ของมึงคืนไป”

...หมับ..

“เดี๋ยวพี่” คราวนี้ไม่ว่าเฉยแต่แฟรงค์ยังเอื้อมมือมารั้งแขนเขาไว้ด้วย และทอยยอมี่จะหันกลับไปมองมัน
“ผมเพิ่มให้เป็นเดือนละสามหมื่น” จำนวนเงินที่ถูกเสนอกำลังทำทอยลังเล ถ้าเป็นเมื่อก่อนเงินแค่นี้เขาคงเชิดหนีพร้อมซัดหน้ามันไปแล้ว แต่สำหรับตอนนี้ที่เป็นยุคตกอับของเขา...

“สี่หมื่น” เห็นเขาเงียบแฟรงค์เสนอราคามาอีก
“.......”
“ห้าหมื่น” ความจริงกูยอมทำตั้งแต่สามหมื่นแล้วไอ่สัส!

“เออก็ได้” ตอบรับไปด้วยเสียงที่เหมือนไม่เต็มใจเล็กน้อยและแฟรงค์ยอมที่จะปล่อยมือออกจากแขนของเขาพร้อมส่งยิ้มประจำตัวของมันมาให้ ทอยใช้ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มของตัวเองพลางไล่สายตามองตามหน้าของมันด้วยแววตาที่เริ่มมีข้อโต้แย้งมาบ้าง ในตอนนี้ถึงจะเป็นลูกจ้างแต่เขาก็เป็นลูกจ้างที่เหนือกว่ามัน

“แต่ถ้าอยากเรียนกับกู...มึงต้องมาหากูที่ห้องเอง” ข้อแรกคือเพราะคอนโดมันไกล และเขาขี้เกียจมา
“..........”
“และข้อสุดท้าย กูจะสอนมึงแค่หกโมงเย็นถึงสามทุ่ม...แค่นั้น” และข้อสอง คือเขาขี้เกียจสอนมันนาน
“........”
“ยังมีท้ายอีกดิ”
“ครับ?”

“กูบอกอะไรก็ให้ฟังกูเพราะกูเป็นติวเตอร์ของมึง...โอเค๊” ถามไปและการที่แฟรงค์พยักหน้ารับกลับมานั่นถือเป็นเรื่องดี ถึงตอนนี้เริ่มรู้สึกว่าการเจอไอ้เด็กนี่ก็ไม่ได้แย่นักเพราะอย่างมากก็ได้มีเงินใช้แหละวะ ส่วนในตอนนี้ทอยก้มมองนาฬิกาข้อมือของตัวเองอีกครั้งก่อนเงยหน้าสบสายตากับแฟรงค์อีก

“เริ่มเรียนพรุ่งนี้เข้ามาหากูได้เลย” เอ่ยทิ้งท้ายประโยคนี้ไว้ก่อนเดินออกมา
“.........” ท่ามกลางสายตาของเด็กหนุ่มที่มองตามอย่างไม่เข้าใจนัก

นี่สรุปว่าเขาจ้างพี่มันมาสอน
หรือว่าจ้างพี่มันให้มาออกคำสั่งใส่วะ?

ได้แต่ถามตัวเองทั้งส่ายหน้าและยิ้มออกมาเพราะไม่รู้ว่าคิดถูกหรือคิดผิดกันแน่กับการเลือกจะตามจีบทอยเนี่ย ปิดประตูห้องลงก่อนเดินกลับมานอนลงบนเตียงแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมากดเลื่อนเปิดหน้าไอจีของตัวเอง ยิ้มกว้างอีกครั้งเพราะที่ทอยบอกว่าบล็อกเฟสเขานี่คือพี่มันทำจริงแต่ถึงอย่างงั้นแล้วไงโซเชี่ยลมันมีแอพเดียวที่ไหนเล่า

นั่งส่องรูปของใครอีกคนผ่านอินสตราแกรมแล้วก็ได้แต่ยกยิ้ม
ยิ่งนานยิ่งน่าสนใจคนอะไรวะ ยิ้มทีโลกโคตรสดใสเลย


ไอ้บ้าเอ้ยยยย


# # # # # # # # # #
จ้างมันมาด่าหรือเปล่าอะ555555
ส่วนใครรุกใครรับนี่-..-5555 จริงๆน่าจะพอดูออกแล้ว คิดว่าใครนิสัยแมนกว่าอะ ฮื้ออ><
ความโซผัวมันไปจับที่ใครรร แต่คือนี่เรียกทอยว่ามัน ละเรียกแฟรงค์ว่าน้อง55555

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-02-2018 21:32:48 โดย Sirinapa-11 »

ออฟไลน์ jinutlove

  • ไม่คิดที่จะรัก
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 83
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
 :pig2: :pig4: :mc4: เย้เย้ มาไว

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5256
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
รอดูว่าจะได้ติวเด็ก  หรือจะโดนเด็กจีบ  :laugh:

ออฟไลน์ kingkong

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 6
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
เรื่องอ้วกใส่นี่แบบทอยดูไม่โกรธแฟรงค์เท่าไหร่ ฮั่นแหน่~ o18 แฟรงค์ของเรามีความหวังนะเนี้ย รอคู่นี้ตอนหวานส่วนตอนนี้เผ็ดกันไปก่อน

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4751
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +179/-19
 :katai2-1:

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8343
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +142/-9
 :hao6: :hao6: :hao6:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่4 {04/02/61}
« ตอบ #49 เมื่อ: 05-02-2018 01:10:24 »





ออฟไลน์ shoi_toei

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5261
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +222/-25
ความมันส์ กำลังจะเริ่ม 5555

ออฟไลน์ day9day

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-9
โอ้ยยยยยยยยยย
สนุก ชอบๆ
รอตอนต่อๆไปนะครับ

ออฟไลน์ Sirinapa-11

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 108
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-20
    • FicYaoiTH
Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่5
«ตอบ #52 เมื่อ09-02-2018 22:06:48 »

ตอนที่5
#จีบวิศวะ

เลิกเรียนวันนี้มีหนึ่งร่างของเด็กหนุ่มผิวขาวกำลังเก็บอุปกรณ์การเรียนลงภายในกระเป๋าเป้ของตัวเอง รอยยิ้มกรุ่มกริ่มที่มุมปากกำลังเรียกแววตาของเหล่าเพื่อนให้ต้องนั่งท้าวแขนมอง เก็บปากกาแดงลงในกระเป๋าดินสอหนึ่งแท่งก็ยิ้มหนึ่งที พอปากกาน้ำเงินตามลงใส่ในกระเป๋าแฟรงค์ก็ยิ้มอีกรอบจนคนที่มองต้องหันมองหน้ากันพลางขมวดคิ้ว ไม่รู้ว่าวันนี้ไอ้เพื่อนของเขามันไปอารมณ์ดีมาจากไหน ตั้งแต่ตอนเช้าละ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียวจนพวกเขากลัวว่ามันแอบไปติดยามาหรือเปล่าวะเนี่ย

“ไปห้องกูก่อนปะเนี่ย” จนตัดสินใจถามไป
“ไม่อะ กูมีนัด”

“หืมม กูเจอเหตุผลที่ทำมึงยิ้มเป็นบ้าเป็นหลังได้ละ” เจอพูดใส่แบบนี้แฟรงค์ทำเพียงแค่หันไปยักคิ้วให้ก่อนที่มือจะคว้ากระเป๋าแล้วเดินออกมาจากห้อง ก้มมองนาฬิกาข้อมือที่บอกว่าในตอนนี้คือเวลาห้าโมงกว่าให้แล้ว มองซ้ายขวาเผื่อว่าอาจจะบังเอิญเจอคนที่ตัวเองกำลังจะไปหาแต่เหมือนกับว่าวันนี้พี่มันจะไม่ได้มา เพราะตั้งแต่เช้าก็ยังไม่เห็นเลยนะ ขนาดเนียนเดินผ่านหน้าตึกวิศวะตั้งหลายรอบก็ยังไม่เจอเลย

..ปึก..
ปิดประตูเข้ามานั่งในรถหลังจากที่วางเป้ลงยังเบาะข้างคนขับแล้ว

“เอ้าแต่กูไม่รู้นี่หว่าว่าพี่มันอยู่ห้องไหน” จนขับมาจะครึ่งทางถึงได้นึกออก จำได้แค่ว่าอีกคนอยู่ชั้นสิบห้าแต่ตอนนั้นไม่ได้รอดูไงว่าทอยเดินเข้าไปในห้องไหน ขมวดคิ้วมาตลอดทางจนเมื่อที่ถึงหน้าคอนโดสูงเขาถึงได้ขับรถเข้าไปจอดไว้ยังที่จอดประจำของตัวเอง ถึงตอนนี้คงต้องหน้าด้านใช้ความที่ว่ามาคอนโดนี้บ่อยและมีเพื่อนอยู่ที่นี่เพื่อเข้าไปถามยามแล้วหละว่าใครอีกคนอยู่ห้องไหน

ยืนตัดสินใจเล็กน้อยว่าควรจะเดินไปถามดีมั้ย แต่เอาวะ
ด้านได้อายอดนะมึง!

“เอ่อลุงครับ ผมขอถามอะไรหน่อยได้มั้ย” และลุงแกหันมายิ้มให้
“ว่าไงหละ มีปัญหาอะไร”
“พอดีผมจะมาหาเพื่อนพี่ชายอะครับแต่ว่าพี่ผมลืมบอกเลขห้องเพื่อนมาด้วย แถมโทรศัพท์ผมแบตหมด” แฟรงค์ชักแม่น้ำทั้งห้ามาโยงกันจนคาดว่าถ้าตอนมอหกสอบแกทแพทนี่คงจะได้คะแนนแกทเชื่อมโยงเต็มร้อยห้าสิบไปแล้วมั้ง ส่วนลุงยามแกทำหน้าเชิงกำลังคิดว่าจะให้ความร่วมมือดีมั้ยและแฟรงค์พยายามที่จะยิ้มไปมิตรไปให้ว่าเขาไม่ได้มีพิษภัยอะไรทั้งนั้น

“แล้วเพื่อนพี่ชายชื่ออะไรหละ”
“พี่ทอยครับ” เขาตอบไปก่อนกลับมายืนลุ้นกับสายตาครุ่นคิดของลุงแกอีก
“ที่หน้าตาดีๆน่ะใช่มั้ย”
“ใช่ลุง ที่หล่อมากๆเลยอะลุง” ถึงตรงนี้แฟรงค์ไม่ลืมจะสบทบไปด้วย

“1507...ห้องมุมในสุดเลย นี่เห็นว่าเราน่ะมาบ่อยหรอกนะลุงเลยยอมบอก” ได้คำตอบแล้วเด็กหนุ่มรีบยกมือไหว้ก่อนเดินตรงเข้าไปยังคอนโดตรงหน้าพร้อมมือที่หยิบคีย์การ์ดสแกนเข้า ผ่านประตูแรกมาแล้วต่อไปก็เตรงไปที่ลิฟต์ด้วยใบหน้าพึงพอใจ กดนิ้วไปยังชั้นที่สิบห้าก่อนมุ่งตรงไปยังห้องมุมในสุดตามที่ลุงบอกมา

จนกระทั่งที่มาหยุดยืนอยู่หน้าห้องของอีกคน
ถึงตอนนี้แฟรงค์แอบใจเต้นนิดหน่อย

..ก็อกๆๆๆ!
แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจที่จะเคาะประตูห้องลงไป
..แกร๊กกกก...!!
ซึ่งเพียงไม่นานเท่าไหร่บานไม้ตรงหน้าถูกกระชากเปิดออกโดยร่างเจ้าของห้องที่กำลังยืนท้าวขอบประตูมองมาที่เขาอยู่ แฟรงค์ไล่สายตามองทอยตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้งก่อนต้องกลืนน้ำลายอีกแล้วเพราะสิ่งที่พบคือร่างของใครอีกคนที่ใส่เพียงบ็อกเซอร์ตัวเดียว ไล่มองตั้งแต่หัวจรดเท้าและไล่จากด้านล่างขึ้นไปบนบ้าง

“........!” ก่อนต้องมาชะงักตรงช็อตที่สบตากับอีกคนพอดี
“หวัดดีพี่”
“เข้ามาดิ” มีเพียงคำสั่งที่ได้รับมาและแฟรงค์เองเพียงเดินตามเจ้าของห้องเข้าไปด้านใน ในระหว่างที่ทอยเดินไปหยิบเสื้อยืดมาใส่เด็กหนุ่มผู้มาใหม่ก็กำลังใช้สายตาสำรวจรอบห้องของใครอีกคน ห้องนอนตามแบบฉบับผู้ชายที่แอบรกนิดหน่อย เขาวางกระเป๋าของตัวเองลงบนโซฟากลางห้องพร้อมการทิ้งตัวนั่งลงตามบนโซฟาด้วย

“พี่อยู่คนเดียวหรอ”
“มึงเห็นมีใครอยู่กับกูอีกมั้ยหละ”
“มีผมไง”
“มึงแค่ผู้อาศัยสามชั่วโมงเท่านั้นแหละ” เจอคำนี้ไปแฟรงค์ยิ้มเล็กน้อย
“พี่นี่ก็กวนตีนเหมือนกันนะครับ”

“เลิกพูดมากแล้วนั่งลงบนพื้น” ทอยสั่งมาอีกแล้วและแฟรงค์เพียงคว้ากระเป๋าของตัวเองแล้วนั่งลงบนพื้นห้องที่มีพรมปูอยู่รอบโต๊ะกระจกซึ่งวางอยู่ต่อหน้า กลับมานั่งท้าวคางมองคนที่กำลังเดินไปมาเหมือนหาบางอย่าง คงจะกำลังหาหนังสือหรือไม่ก็พวกปากกาสีเพื่อมาสอนเขาแหละมั้...

...กึก..!
แต่แล้วความคิดหยุดชะงักเพราะสิ่งที่ทอยวางลงต่อหน้า
มันเป็นเพียงปากกาน้ำเงินด้ามเดียวเท่านั้น

“ไหน จะให้สอนเล่มไหน” เจอคำถามนี้
“ไม่ใช่ว่าพี่ต้องเตรียมหนังสือมาสอนผมหรอครับ”
“มึงอะต้องเอาหนังสือมาให้กูสอน”
“..........”
“ไม่มีหรอ?หรือจะเรียนหนังสือกู”
“พี่มีหนังสือด้วยหรอ”

“อ้าวไอ้เวรนี่กวนตีนกูอีกแล้วนะ” ขนาดโดนด่าไอ้เด็กกวนประสาทก็ยังจะมาหัวเราะใส่อีก
“ผมไม่ได้จะเรียนวิศวะนะครับ เอาหนังสือพี่มาติวแล้วจะได้อะไร”
“...........”
“แต่ถ้าเรียนแล้วได้พี่เป็นแฟนอะ จะเรียนก็ได้”

..ผลั้วะ!..

“อย่าเยอะ” เจอตบหัวแทบคะมำไม่พอยังโดนดุเข้าอีก เด็กหนุ่มของเราแอบเม้มปากเล็กน้อยเพื่อกลั้นขำ ยอมรับว่าเวลากวนประสาทอีกคนน่ะโคตรมีความสุขเลย ยิ่งตอนแฟรงค์ทำหน้าเหวี่ยงใส่นะเขาขอบอกว่าแม่งโคตรจะโดนใจแล้วในขณะที่นักเรียนเกเร ติวเตอร์ของเราก็กำลังนั่งคิดว่าจะเอาอะไรไปสอนมันในเมื่อเรียนต่างคณะ

“งั้นออกไปซื้อหนังสือมา” จนที่ทอยพูดแบบนี้
“พี่ไปกับผมตอนนี้มั้ยหละ”
“แล้วมึงไปคนเดียวไม่ได้หรือไง”
“มันก็เหงาดิพี่”

“เรื่องมากจริงไอ้สัสเอ้ยย” เห็นพี่มันบ่นแบบนี้แต่ถึงอย่างนั้นทอยก็ยอมที่จะลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปในห้องเพื่อหาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนใส่ ทอยกลับมาอีกครั้งในชุดเสื้อยืดสีพื้นกับกางเกงยีนส์ขายาว แต่งตัวก็เรียบง่ายแต่ก็ยังโคตรหล่อจนน่าหมั่นไส้อยู่ดีและแฟรงค์เพียงหยิบกระเป๋าสตางค์ของตัวเองกับกุญแจรถออกมาพร้อมลุกขึ้นยืนเพื่อเตรียมจะเดินตามอีกร่างออกไปนอกห้องแถมดูเหมือนว่าวันนี้คงจะไม่ได้เรียนแล้วมั้ง

“พี่ พี่สูงร้อยเท่าไหร่อะ” ในระหว่างทางที่เดินไปลานจอดรถ
“ยุ่งอะไรกับส่วนสูงกูอีก”
“ผมอยากรู้หนิครับ”

“กูไม่บอกมึงมีปัญหาอะไรมั้ย”  เจอสวนมาแบบนี้แฟรงค์ทำได้เพียงพยักหน้ารับเชิงว่ายอมแล้วครับไม่ถามแล้วก็ได้ แต่ถึงจะอย่างนั้นพอเดินมาซักพักอีกแฟรงค์ก็ยังหาเรื่องชวนคุยมาใหม่จนพาลโดนดุไปอีกรอบว่าเลิกพูดมากจะได้มั้ยซึ่งเด็กหนุ่มก็เหมือนเดิมคือหลุดยิ้มออกมาแล้วยอมเงียบไปซักพัก

“นี่ไอ้แฟรงค์ ถ้ามึงยังถามกูอีกนะ...กูจะเลิกติวมึงแล้วนะ”
“ห้าหมื่นเลยนะพี่” เขาพูดพลางมองอีกร่าง

“งั้นเหลือเป็นกูจะงดติวมึงสามวัน” และแฟรงค์เพียงยักไหล่ก่อนเดินขึ้นรถของตัวเองโดยที่ทอยมองตามมันพลางส่ายหน้าหนักใจเพราะเหมือนว่าต่อไปชีวิตก็คงจะต้องวนเวียนอยู่แต่กับไอ้เด็กกวนประสาทนี่แหละ เข้ามานั่งในรถคันเดียวกันได้ทอยถึงได้เลือกที่จะล้วงโทรศัพท์ออกมากดเล่นเพื่อที่จะได้เลิกสนใจไอ้คนข้างกายเสียที

“ห้างไหนครับ” เสียงถามจากแฟรงค์ดังอีกครั้งแต่รอบนี้น่าตอบกว่าทุกครั้งที่มันถามมา
“เอาแถวนี้ก็พอ...ไปแค่ร้านหนังสือไม่ใช่หรอ”
“ก็หากินข้าวด้วยก็ได้”
“มึงเนียนนะ”
“ผมเลี้ยงข้าวพี่ก็ได้” ข้อเสนอนี้มาอีกครั้ง
“บ้านมึงรวยมากนักหรือไงวะ”

“พอเลี้ยงพี่อะ” พอมันสวนมาแบบนี้ทอยทำหน้าแหยงให้ไปทีก่อนเบือนสายตามองไปยังนอกรถ แฟรงค์แอบมองใบหน้าด้านข้างของอีกร่างพลางแอบยิ้มกับตัวเองอีกแล้ว บอกแล้วว่ายิ่งได้รู้จักทอยก็ยิ่งน่าสนใจสำหรับเขา ยอมรับว่าบางทีก็รุกหนักไปแต่ก็เหมือนจะประสบความสำเร็จนะเพราะล่าสุดก็สามารถพาอีกคนเข้ามานั่งร่วมในรถได้แล้ว

แถมตอนนี้ยังพามาเดินเลือกหนังสือด้วยกันได้อีก
สำเร็จไปสิบเปอร์เซนแล้วแหละ

“อังกฤษคงไม่ต้องหรอกมั้งใช่มั้ย”
“แค่คณิตกับไทยก็ได้พี่”
“ภาษาไทยด้วยหรอ?” ทอยถามพร้อมมองหน้า

“อืมเดี๋ยวเวลาเจอข้อสอบภาษาไทยแล้วอ่านคำถามไม่ออกก็สอบตกดิครับ” ได้ยินเหตุผลของมันเขาถึงพยักหน้ารับและแฟรงค์ก็กำลังจดจ่ออยู่กับการเลือกหนังสือติวเช่นกัน นี่คงเป็นครั้งแรกเลยที่เวลาอยู่ด้วยกันแล้วแฟรงค์สามารถสงบปากสงบคำได้ขนาดนี้ ไม่รู้ว่าไปหาเรื่องคุยมาจากไหนเยอะแยะจนบางทีสงสัยว่ามันเหนื่อยบ้างมั้ย

“เอานิทานเด็กไปหัดอ่านก่อนมั้ย”
“ผมโตแล้วเหอะ” เสียงค้านจากแฟรงค์ดังมา
“ก็มึงบอกมึงอ่านไม่ออกก็เอาอันที่มีภาษาอังกฤษควบด้วยไงมึงจะได้แปลได้”

“ไม่เอาเดี๋ยวคนอื่นรู้ก็ล้อผมดิ”
“แล้วมึงจะไปบอกใคร หยิบมา” แต่แฟรงค์ยังนิ่ง
“........”
“หยิบมา” จนทอยพูดเสียงนิ่งพร้อมส่งสายตามองมาสุดท้ายเด็กหนุ่มถึงได้เอื้อมมือคว้าไปหยิบหนังสือนิทานเด็กมาถือไว้ในมือทั้งที่หน้าไม่ได้แสดงความพึงพอใจเลยแม้แต่น้อย แถมในขณะที่ทอยหยิบหนังสือเล่มอื่นมาถือในมือแฟรงค์ที่ปกติต้องพูดไม่หยุดก็เงียบใส่แบบแสดงออกชัดเจนว่าในตอนนี้ยังคงไม่พอใจเรื่องเมื่อครู่ที่ผ่านมา

แล้วนี่คิดว่าทอยจะต้องสนใจมั้ย
ก็ไม่ไง!

“จ่ายเงินดิ” มาถึงเคาท์เตอร์คนอายุมากกว่าสั่งอีกครั้งซึ่งเด็กหนุ่มก็ยอมที่จะยื่นบัตรเดบิตของตัวเองส่งให้แคชเชียร์ เดินถือถุงหนังสือออกมาก็ยังไม่ช่วยเขาถืออีกด้วยนะจนสุดท้ายแฟรงค์ต้องหยุดเดินพร้อมกับหันไปมองร่างของคนที่เดินตัวปลิว
“ช่วยผมถือหน่อย”
“หนังสือใครคนนั้นก็ถือดิ”
“ถ้าพี่ช่วยถือผมก็หายโกรธเพราะถือว่าเจ๊ากันเรื่องพี่บังคับผมเมื่อกี๊”

“งั้นเจ๊ากันเรื่องมึงอ้วกใส่กูเมื่อวานก่อน” เจอสวนมาแบบนี้แฟรงค์ต้องเงียบลงเพราะหาทางอื่นมาเถียงพี่มันไม่ได้แล้ว จำใจเดินต่อไปโดยที่ในมือทั้งสองข้างโคตรจะหนักเลย เดินหน้าบึ้งมาจนถึงร้านอาหารที่เขาเป็นคนเลือกจะเดินเข้าไปซึ่งแน่นอนว่าทอยก็ต้องเดินตามมาอยู่แล้ว

..ปึก..!
วางถุงหนังสือลงบนเก้าอี้ที่ว่างข้างตัวก่อนกลับมาสนใจทอยที่นั่งอยู่ตรงข้าม

“ผมเลี้ยงพี่เองเพราะบอกไปแล้ว สั่งเลย” ทอยไม่ได้พูดอะไรแต่เพียงหันไปสั่งอาหารกับบริกรที่ยืนรออยู่ ระหว่างนี้เขาแอบชำเลืองมองร่างของคนที่นั่งตรงข้ามซึ่งกำลังมองมาด้วยแววตาที่เหมือนแอบด่าเขาอยู่ แต่พอโดนจ้องกลับแฟรงค์มันก็เนียนมองไปที่อื่นจนทอยต้องส่งสายตาคาดโทษไปให้แต่ไม่วายโดยมันเลิกคิ้วกวนกลับมา

“ผมเอาสเต๊กปลาแซลมอน” คราวนี้ถึงคิวของแฟรงค์สั่งอาหารบ้าง
“แล้วก็ยำแซลมอนด้วย...อ๋อ เอาแซลมอนย่างมิโสะด้วยครับ” จนกระทั่งที่ได้ยินเมนูจากปากของแฟรงค์ทอยต้องแอบทำหน้าแหยงเพราะยอรับว่าแซลมอนอร่อยจริงแต่นี่มันเล่นสั่งทุกอย่างที่ทำจากแซลมอนมา รู้สึกเลี่ยนแทนทั้งที่อาหารยังไม่มาเสริฟแต่ระหว่างรออาหารมีเครื่องดื่มที่พวกเราสั่งไว้ก่อนหน้ามาเสริฟให้ก่อน

“พรุ่งนี้พี่ไปเรียนมั้ย ให้ผมไปรับแล้วไปพร้อมกันปะ”
“กูไปเองได้”
“ไปกับผมประหยัดน้ำมันนะ” ส่วนไอ้เด็กนี่ก็อ้างสารพัดมา
“มึงลืมแล้วหรอว่าโกรธกูอยู่” จนทอยต้องแย้งมันไป

“โกรธก็โกรธแต่ว่าก็ต้องชวน เดี๋ยวเสียโอกาสดิครับ”
“เสียโอกาสอะไรของมึง”

“เอ้าก็....” แฟรงค์เงียบไปก่อนยิ้มมุมปากออกมา ในจังหวะนั้นเป็นช่วงเดียวกันกับที่อาหารถยอยมาเสริฟซึ่งมันทำให้คนทั้งคู่ต้องหยุดคุยกันลงแล้วกลับมาลงมือทานอาหารร่วมกันอีกครั้ง นี่ถือเป็นครั้งที่สองแล้วสำหรับการทานข้าวด้วยกัน ครั้งแรกทอยไม่ได้เต็มใจแต่ในครั้งนี้ทอยเต็มใจนะเขาขอกบอกก่อน

“แล้วสรุปให้ไปรับมั้ยเนี่ยพี่”
“ไม่ต้อง” เจอคำยืนยันแบบนี้แฟรงค์แสดงท่าทางเสียดายออกมา
“แล้วไม่ต้องไปบอกใครด้วยว่ากูติวให้มึงอยู่”
“ไม่บอกอยู่แล้วเหอะ”

“ดี” พูดออกมาพร้อมมือที่คว้าแก้วน้ำยกขึ้นดื่มแฟรงค์เองก็อิ่มแล้วเหมือนกันแถมอาหารที่สั่งมาเยอะแยะก็ทานไม่หมดอีกด้วย ทอยมองแต่ไม่ได้พูดอะไรเพราะก็เงินมันไม่ได้เดือดร้อนอะไรเขาอยู่แล้ว หลังจากจ่ายเงินเรียบร้อยแฟรงค์กำลังวุ่นอยู่กับการจะถือถุงหนังสืออีกครั้งแถมยังมีการชำเลืองสายตามองมาที่ทอยอีก

“อะไรอีก?” จนสุดท้ายคนถูกมองถึงได้ถาม
“ช่วยหน่อย”
“.........”
“วันนี้ผมก็ตามใจพี่ตั้งเยอะแล้วนะแถมยังช่ว...”
“เออๆๆเดี๋ยวกูถือช่วยเอามานี่”

..หมับ..!

“มันหนักอะไรขนาดนั้นเลยหรือไงวะ เรื่องเยอะตลอดนะมึงอะ” โดนว่ามาชุดใหญ่แต่การที่ทอยยอมคว้าถุงทั้งหมดไปถือไว้ให้ก็เรียกรอยยิ้มของเด็กหนุ่มตรงนี้ได้ในทันที ถึงตอนนี้คนที่เดินตัวปลิวกลับกลายเป็นแฟรงค์แต่ทอยไม่ได้บ่นแถมยังเดินเงียบตลอดทางแตกต่างจากเขาตอนแรกที่บ่นตลอดทางว่าหนัก

แต่แล้วยังไงหละ เขาน่ะทั้งขับรถมา ทั้งจ่ายเงิน
แถมยังโดนบังคับตั้งหลายเรื่องอีกก็ต้องเหนื่อยเป็นธรรมดา

“พี่ทอย” พอกลับมานั่งในรถได้แฟรงค์เริ่มจะพูดมากอีกครั้ง
“ว่า”
“คืนนี้มันก็ดึกผมคิดว่า...”

“มึงกลับไปนอนห้องมึงเลย” ทอยที่เหมือนจะดูเหตุการณ์รู้ทุกอย่างพูดขัดมาซึ่งทำคนเนียนต้องยิ้มขำ
“มันไกลอะพี่”
“ห้องเพื่อนมึงก็มี”

“โหรู้ดีว่ะ” พอเถียงไม่ได้หน่อยแฟรงค์ก็จะว่าประโยคเชิงนี้มา รถยามดึกไม่ได้ติดมากนักแถมถนนยังแอบจะโล่งด้วยซ้ำ แฟรงค์แอบขัดใจเพราะถ้ารถติดเขาจะได้อยู่กับพี่ทอยนานขึ้นไงแต่นี่เล่นขับไม่เท่าไหร่ก็ถึงมาถึงคอนโดอีกคนซะแล้ว
“ฝันดีนะพี่”
“เออ” ระหว่างที่ทอยจะลงจากรถแฟรงค์ไม่ลืมจะบอกฝันดีด้วย แต่พอถึงจังหวะที่อีกร่างก้าวขาลงไปแล้ว

...หมับ...

“ไม่มีกู๊ดไนท์คิสหรอครับ” แต่คำตอบที่ได้จากคนอายุมากกว่าคือความเงียบพร้อมการที่สายตาของอีกร่างก้มต่ำลงมองมือของเขาที่กำลังจับแขนอยู่ ทอยรั้งแขนออกจากการจับกุมก่อนที่จะส่งสายตามองหน้าของแฟรงค์อีกครั้ง

“........!” จนกระทั่งที่คราวนี้เป็นแฟรงค์ที่ตาโตเมื่อสิ่งที่เจอคือใบหน้าของอีกร่างที่กำลังเคลื่อนใกล้เข้ามา เขานั่งนิ่งเป็นหุ่นมองไอ้หน้าหล่อๆที่เข้ามาใกล้ไปทุกที หายใจเข้าเฮือกใหญ่เมื่อพบว่าในตอนนี้องศาดวงหน้าของทอยเริ่มเปลี่ยนแล้ว ใครอีกคนเอียงหน้าเล็กน้อยเมื่อปลายจมูกของเราเริ่มใกล้จะชนกัน ถึงตอนนี้แฟรงค์ยังคงตาโตไม่เลิก

จากห้าเซนในตอนแรก
ตอนนี้มาเป็นสอง
แล้วเดี๋ยวก็

..เพี้ยะ!..

“มึงอย่าแกแดดไอ่สัส” เป็นแรงตบฉาดใหญ่ที่กระทบเข้าหน้าผากซึ่งมันทำเด็กหนุ่มต้องร้องซี้ดเพราะความเจ็บ ยกมือลูบหัวตัวเองพลางมองตามร่างของคนที่เดินห่างออกไปแล้ว พอสติกลับมากต้องสบถด่าตัวเองเพราะครั้งนี้นี่เขาโดนพี่มันเอาคืนอีกแล้วหรอวะ ทำไมจะต้องเป็นอีกคนทีได้เปรียบตลอดตั้งแต่เรื่องติวแล้วนะเว้ย

แต่ก็ถือว่าคุ้มแล้วหละ
เพราะเมื่อกี๊ที่อีกคนเข้ามาใกล้น่ะ

...ตัวแม่งโคตรจะหอมเลย...


“พรุ่งนี้แน่จริงก็จูบผมเลยดิพี่!!!”



# # # # # # # # # #
แฟร้งงงงงง55555555555

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-02-2018 22:20:02 โดย Sirinapa-11 »

ออนไลน์ วายซ่า

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1827
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +111/-5
แฟรงค์ออกตัวแรงมาก แต่ก็เชียร์นะ เอาชนะใจทอยคงไม่ง่ายเท่าไหร่   :katai2-1:

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8343
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +142/-9
แฟรงค์ลูก รุกหนักเลยนะ แต่ดูจะแพ้พี่ทอยตลอดเลย

ออฟไลน์ netich

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 255
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
 :mew1:

ออฟไลน์ sangzaja122

  • บึนปากให้ทุกๆอย่าง
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 101
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
น้องงง  :hao3:

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5256
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
ขยันจีบจังเลยนะ ยิ่งขยันจีบ อีพี่ก็ขยับออกห่าง เอาใจช่วยแล้วกันนะแฟรงค์  :กอด1:

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3594
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +130/-4
 :mew1: :mew1:

ออฟไลน์ shoi_toei

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5261
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +222/-25
หยอดอีก ๆๆๆ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด