ทานตะวันในมือเสือ ตอนที่ ๔ เมียเสือเมฆ
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ทานตะวันในมือเสือ ตอนที่ ๔ เมียเสือเมฆ  (อ่าน 1296 ครั้ง)

ออฟไลน์ pedchara

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 179
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-0
***************************************************************************************
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฎ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฎข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฎข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

*****************************************************************************************


ตะวัน บุญเลื่อง ติดตามรับมาใช้ คุณชายอิทธิ เศวตนิวัฒน์ เพื่อประจำเป็นแพทย์คนใหม่ที่หมู่บ้านไกลปืนเที่ยง
อย่างเขาล้อม ตะวันริเป็นโจรหน้าซื่อลักของโจร จน 'โจร' ตัวจริงต้องชิงทั้งของทั้งตัวหัวขโมยคืน
โทษทัณฑ์คือเป็นเมียโจร ถ้าเมียคิดหนี ผัวอย่าง 'เสือเมฆ' เสือเลื่องชื่อค่าหัวแพงระยับมีหรือจะปล่อยไป
กลิ่นคาวเลือด คนทรยศกับคำรักที่ยากเอ่ย จะบอกทันก่อนจะคลาดกับไปชั่วชีวิตหรือ
'''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''
เคยเขียนเมื่อนานมาแล้วแต่ไม่จบน้า เลยเขียนใหม่ซะเลย
[/b][/size]
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-09-2021 14:49:49 โดย pedchara »

ออฟไลน์ pedchara

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 179
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-0
ตอน ๑ โจรหน้าซื่อ


พ.ศ. 2505


“คุณชายครับ ถึงแล้วขอรับ” ตะวันเปิดประตูรถลงมายืนเต็มความสูงมองบ้านพักไม้สองชั้น ขนาดของมันใหญ่โตโออ่าไม่น้อยผิดจากที่เขาจินตนาการไว้ว่าคงจะเป็นบ้านพักแพทย์หลังเล็กๆ เพราะที่ที่คุณชายหมอเลือกมาประจำการนั้นคือหมู่บ้านเขาล้อม หมู่บ้านในอำเภอไกลปืนเที่ยงแถบภาคกลางที่ ‘หม่อมราชวงศ์อิทธิ เศวตนิวัฒน์’ก้าวลงจากรถยนต์ที่จอดครางฮึมๆ เล็กน้อย

“ใหญ่สมเป็นบ้านพักข้าราชการเก่าจริง” คุณอิทธิที่มีความสูงใกล้เคียงกับตะวันเดินมาสมทบ ใบหน้างดงามมองบรรดากระเป๋านับสิบที่แทบทับเขาตายคารถ เนื่องด้วยคำสั่งของหม่อมเพ็ญแข มารดาที่ทัดทานเขาไม่สำเร็จ ความตั้งใจที่จะเป็นแพทย์ในพื้นที่ห่างไกลนั้น ทำให้เขากับตะวันมาที่นี่

เพราะทำงานในโรงพยาบาลที่พระนครมาสองปีเศษ คุณชายอิทธิจึงได้ฤกษ์ทำตามเจตนารมณ์ของตัวเองอย่างลับๆ จวบจนเรื่องโยกย้ายเสร็จสิ้น ถึงได้เอ่ยขอหม่อมเจ้าอรุณวัฒน์พระบิดาและหม่อมเพ็ญแขมารดา เทียวแรกได้ยินนั้นหม่อมเพ็ญแขถึงกับเป็นลมกลางโต๊ะรับประทานอาหารมื้อเย็น ณ วังเศวตนิวัฒน์ จนหม่อมราชวงศ์แสงฉาย พี่สาวคุณชายต้องรีบหายาดมมาให้มารดาแทบไม่ทัน ส่วนพี่ชายคนกลางอย่างหม่อมราชวงศ์เลิศยศนั้นได้แต่ขยับแว่นหัวเราะหึๆ จนคุณชายอิทธิขนลุกเกรียว เพราะพี่ชายคนนี้ดุกว่าหม่อมเจ้าอรุณวัฒน์ พระบิดาเป็นไหนๆ

“ฉันช่วยขนนะวัน” คุณชายอิทธิกล่าวอย่างอารีก่อนจะขยับตัวมาจับกระเป๋า จนตะวันตะโกนห้ามวิ่งหน้าตั้งลงมาจากชั้นสองของบ้านพัก

“วางเลยครับ!” ตะวันหน้าตื่นพลางหอบหนัก เจ้านายผู้สูงศักดิ์นั้นหน้ามุ่ยเพราะถูกขัดใจจนเดินปลีกไปนั่งที่เก้าอี้หวายในห้องรับแขก ชั้นล่างของบ้านพักนั้นโล่งมีเพียงชุดโต๊ะเก้าอี้ทำงานติดหน้าต่างรับลม นาฬิกาตั้งพื้นกับตู้ไม้อีกสองตู้เท่านั้น ตะวันมองพลางคิดคำนวณ กำนันสมิงผู้ใหญ่ของที่นี่คงให้คนมาทำความสะอาดไว้แล้ว เขาจึงไม่ต้องทำอะไรมากกว่าขนของ

“คนอุตสาห์มีน้ำใจ” ตะวันจึงรีบมานั่งย่อตัวลงที่เก้าอี้หวายหลังคุณชายอิทธิคล้ายจะงอนเขาขึ้นมาจริงๆ

“คุณชายครับ งานนี้เป็นงานของวันนะ ให้วันทำเถอะ”

“พ้นคุณแม่ฉันแล้วนะวัน เราไม่ต้องทำเหมือนเจ้านายลูกน้องกันอีกแล้ว ฉันเห็นวันเป็นเพื่อนมาตั้งแต่ยังน้อย” สายตาอาทรของคุณชายอิทธินั้นยังให้ตะวันยิ้มๆ ตั้งแต่เด็กนั้นด้วยความที่อายุเกือบเท่ากัน เพราะเขาอ่อนกว่าคุณชายอิทธิสองปี เขากับคุณชายจึงสนิทกันมาก แม้กระแสรังเกียจ เดียดฉันท์จากหม่อมเพ็ญแขหรือพี่ชาย พี่สาวของคุณชายจะมากเท่าไหร่ก็ตาม หลายครั้งที่เขาโดนหม่อมราชวงศ์เลิศยศในวัยเด็กรังแกก็ได้คุณชายอิทธิคนนี้ที่ช่วยเขาไว้เสมอ

จุดเริ่มต้นคงมาจากหม่อมเพ็ญแข ท่านคงจักหึงหวงในตัวหม่อมท่านเพราะแม่บุหงาของเขานั้นเป็นเพื่อนเล่นของหม่อมท่านมาตั้งแต่วัยเด็ก ด้วยยายของเขาก็เป็นต้นห้องของวังเศวตนิวัฒน์มาเนิ่นนาน นั่นก็แค่เรื่องเล่าจากป้าพริ้งคนเก่าแก่ของที่นี่เท่านั้น ทุกคนคล้ายไม่อยากเอ่ยถึงเพราะร่องรอยความเจ็บปวดนั้นไม่เคยจางหาย เขาจึงเลือกใช้ชีวิตต่อไป ได้แต่อาลัยถึงพ่อแม่เท่านั้น

ตอนพวกคุณๆ พาลรังแกไม่ใช่สู้ไม่ได้ แต่เขายอมโดนรังแกนั้นเพราะเป็นเพียงคนรับใช้ หากคิดสู้ลูกเจ้านายคงไม่พ้นไร้ที่ซุกหัวนอน เขากำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่หกขวบ แม่บุหงา พ่อเชิดจมน้ำเสียชีวิตในสระบัวท้ายวังกว่าคนงานคนอื่นๆ จะมาเจอก็สายไปเสียแล้ว เขาในตอนนั้นได้แต่กอดศพพ่อ ศพแม่ร้องไห้แทบขาดใจ แม้ไม่เข้าใจเรื่องความตาย แต่ใครหลายคนบอกว่าตายแล้วจะ
ไม่มีวันได้กันอีก เด็กน้อยตะวันจึงยิ่งกว่าใจสลาย ภาพพ่อแม่ยามมีชีวิตผุดขึ้นในหัวไม่ยอมหยุด

เพราะจากตายนั้นไม่มีวันจะได้สัมผัสรอยยิ้ม เสียงหัวเราะจากคนที่รักได้อีกตลอดกาล

คราวนั้นหม่อมเจ้าอรุณวัฒน์ทรงเศร้าโศกจนตรอมตรมทั้งกายใจ ด้วยแม่บุหงาเป็นเพื่อนตั้งแต่วัยเด็กของท่าน งานศพของพ่อแม่เขาจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายเพียงไม่กี่วัน หลังจากเสร็จสิ้นเรื่องงานศพ หม่อมท่านก็ตกลงรับอุปการะเขาให้มาคอยเป็นทั้งเพื่อนเล่นและรับใช้คุณชายอิทธิ จนคุณชายไปเรียนต่อที่อังกฤษตามพี่สาวและพี่ชายตั้งแต่จบชั้นประถม จวบจนจบกลับมาเป็นแพทย์ที่พระนคร เขาจึงกลับมาเป็นคนรับใช้คุณชายดังเดิม ด้วยเพราะติดต่อกันทางจดหมายสม่ำเสมอ ความสนิทสนมดุจเพื่อนจึงไม่ได้ล่องลอยหายไปตามกาลเวลา

“ก็ได้ครับ แต่วันจะขอให้คุณอิทธิทำแค่เพียงบางเรื่องเท่านั้นนะครับ” คุณชายอิทธิจึงก้มลงมาใช้สองมือขาวนุ่มบิดแก้มเขาน้อยๆ พลางส่งเสียงหัวเราะ

“เจ้าเล่ห์จริงๆ ก็ได้ๆ ฉันจะทำเท่าที่ทำเป็น”

“เรื่องอาหารกับทำความสะอาดจะมีคนของกำนันสมิงมาช่วยดูแล แกชื่อป้านุ่ม ส่วนเสื้อผ้าวันจะเป็นคนดูแลให้นะครับ”

“กำนันสมิง พูดถึงฉันก็รังเกียจจริง” คุณชายอิทธิเบ้ปาก แรกเริ่มที่มาถึงเขาล้อมนั้น ตะวันขับรถไปยังจุดหมายแรกก็คือบ้านกำนันสมิง เพื่อแจ้งข่าวการมาถึงของหม่อมราชวงศ์นายแพทย์คนใหม่จากพระนคร แต่กิริยาที่กำนันสมิงแสดงออกนั้นมันแพรวพราวจนออกนอกหน้า ไม่นึกเกรงใจบรรดาเมียอีกสามสี่คนในเรือน คุณชายอิทธิกรุ่นโกรธในใจไม่น้อย แต่ก็ยังรักษาท่าทีไว้ได้จนตะวันนึกชื่นชม กว่าจะขอปลีกตัวกลับมาได้นั้นก็นานโขจนบ่ายคล้อย

“อย่าห้ามวันนะครับ ถ้ามันมาเกาะแกะคุณชาย คงได้อัดกันให้เลือดกบปากเสียบ้าง”

“คงไม่ต้องถึงวันหรอกกระมัง”

ตะวันหัวเราะกับท่าทีของคุณชายอิทธิ เพราะยังหัวเสียไม่หาย แสงพระอาทิตย์ที่ใกล้ตกดินเต็มที ตะวันจึงต้องเร่งยกของในรถยนต์เข้ามาในบ้านพักให้เร็วที่สุด ในบ้านมีสามห้องนอนใหญ่ ตะวันจึงเลือกห้องใหญ่ที่สุด ปัดฝุ่นจัดที่นอนจนเรียบนิ่ม เสื้อผ้าขึ้นไม้แขวนไว้เรียบร้อย ข้าวของอย่างอื่นก็เข้าที่พร้อมใช้งาน ร่างโปร่งจึงเดินลงมาที่ชุดเก้าอี้หวายที่คุณชายอิทธินั้นนอนหลับ ตอนที่เขากำลังยกของเข้าบ้านพัก

“คุณอิทธิครับ” ไร้เงาร่างบางที่เก้าอี้หวายเบาะนิ่ม ตะวันจึงเดินไปทางหน้าบ้านพลางส่งเสียงร้องหา เพราะใกล้มืดค่ำ เขาเกรงว่าคุณชายอาจะจะโดนงูเงี้ยว เขี้ยวขอกัดเอาได้ เพราะหน้าบ้านพักยังมีพงหญ้ารกสูงอยู่ไม่น้อย

“คุณอิทธิครับ คุณอิทธิครับอยู่ที่ไหน ตอบวันหน่อยสิครับ!”

ตะวันวิ่งเข้าออกหาคุณชายอิทธิจนทั่วบ้าน หากแต่ก็ไร้เงา จนร่างโปร่งตัดสินใจเดินออกมาตามหาที่ถนน หมู่บ้านเขาล้อมเป็นเทือกเขาโอบไว้ อากาศจึงหนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำสวน ทำนากัน ทิวทัศน์สองข้างทางจึงเป็นต้นข้าวกำลังโตเขียวขจียามลมล่องพัดผ่าน ยิ่งใกล้ค่ำยิ่งไม่มีใครสัญจรผ่าน

ปัง!

ตะวันตกใจจนตัวโยนนึกห่วงคุณชายอิทธิจับใจ ร่างโปร่งจึงรีบวิ่งไปยังจุดที่กระสุนปืนดังสนั่น เขาวิ่งตัดผ่านป่าเข้าไป จากป่าโปร่งเป็นรกทึบ ต้นไม้น้อยใหญ่แน่นขนัด ใจเต้นรัวริ้วภาวนาอย่าให้คุณชายอิทธิอยู่ตรงนั้น ตะวันหอบหนักเมื่อวิ่งไปเกือบถึงจุดหมาย กลิ่นคาวเลือดนั้นลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ จนตัวเขาเย็บเฉียบ กายเนื้อค้างแข็งแทบขยับไม่ได้

ศพคน…

นอนก้มกองเลือด เกิดมาเพิ่งเจอภาพสังหารคนตรงหน้า ไม่ใช่แค่คนเดียว แต่กลับเป็นสามศพ!

ร่างโปร่งอิงแอบอยู่ในพุ่มไม้หนา โชคดีที่ความมืดช่วยพรางตาอีกหน กลุ่มคนตรงหน้าจึงไม่ทันได้สังเกตการมาของเขา กลุ่มคนตรงหน้าเป็นหนุ่มฉกรรจ์สี่ห้าคนและอีกคนที่รูปร่างสูงใหญ่อยู่บนหลังอาชาพันธุ์สีขาว หางของมันเป็นพู่สวย ลักษณะดีจนช่วยเสริมให้คนที่อยู่บนหลังของมันทั้งน่ากลัว ทั้งมีบารมี ร่างสูงใหญ่บนหลังม้ากระโจนลงมาก่อนจะกระชากผ้าปิดหน้าออก

“จับตายนะพี่เมฆ พวกเหี้ยนี่แม่งขัดขืน”

“ให้มันลงนรกสมกับกรรมที่มันทำ”

“แล้วทางบ้านเสี่ยซ้งล่ะพี่”

“กูให้พี่มืดขนของกลับชุมไปแล้ว ก่อนกูจะย้อนมาดูพวกมึง” คนชื่อเมฆนั้นเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ รูปร่างเหมือนจะซัดคนให้ตายได้โดยง่าย ตั้งแต่กรามมีหนวดเครารกครึ้ม แต่ดวงตายาวรีสีดำเหมือนทะเลยามกลางคืนที่ยากหยั่งถึงมีนั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว กวาดมองไปรอบบริเวณราวกับระวังตัวอยู่ตลอดเวลา ตะวันแทบลืมหายใจ หัวใจเต้นระส่ำ ขอให้มันอย่ามองเห็นเขาเลย

“พวกมึงจัดการให้ศพให้เรียบร้อย” คนที่ชื่อเมฆดูเหมือนจะเป็นหัวหน้า ก่อนมือของมันจะไปแตะไหล่สั่นทึ่มของหนึ่งในสี่คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าตะวัน

“ลูกสาวลุงเชื่อมไปสบายแล้วนะ ไอ้พวกเหี้ยนั่นมันชดใช้ให้ชมกลิ่นแล้ว”

“ยัยชมมันตายตาหลับแล้วนายเมฆ” คนที่ชื่อลุงเชื่อมนั้นดูจะอายุมากแล้วพูดด้วยเสียงสั่นครือ

“ไป” คนชื่อเมฆหันไปสั่งพวกลูกน้องก่อนพวกมันจะลากศพไปทำอะไรต่อตะวันก็ไม่กล้าจินตนาการ ที่นี่มันบ้านป่าเมืองเถื่อนหรืออย่างไร ใจตีรนไปคิดถึงคุณชายอิทธิทันทีตามสัญชาตญาณ เขาเป็นห่วงคุณชายอิทธิจับใจ

“พี่เมฆ ฉันได้ข่าวว่ามีคุณชายหมอหน้าตาสะอาดสะอ้านมาเป็นหมอคนใหม่ของอนามัยเขาล้อม ว่ากันว่าไอ้พวกหนุ่มๆ ในหมู่บ้านอยากต่อคิวรักษากันเป็นทิวแถว” ตะวันตกใจแทบสิ้นสติ พวกมันมีเป้าหมายที่คุณชายอิทธิด้วยหรือ แล้วต่อจากนี้คุณชายจะอยู่ในหมู่บ้านได้อย่างสงบสุขได้อย่างไร

“ทะลึ่ง ไอ้เปล่ง มึงไปจัดการให้เรียบร้อย ถ้ากูได้ยินอีกล่ะก็ว่ามีคนเจอศพพวกมัน มันจะได้ตายตามมันไป” คนชื่อเมฆตอบก่อนจะตวัดตัวขึ้นหลังม้าไปอย่างคล่องแคล้ว ก่อนจะขี่ห้อขึ้นไปทางเทือกเขาที่เป็นป่ารกทึบกว่าที่นี่ มันน่ากลัว ดูเร้นลับจนตะวันไม่อาจจะคาดเดาได้

ตะวันกอดตัวเองที่ตัวสั่นจนแทบคุมไม่ได้ แต่เจ้าตัวก็ฝืนปิดปากเงียบซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของพุ่มไม้จนพวกมันหายลับไป นานจนดวงจันทร์เคลื่อนคล้อยลอยเด่นกระจ่างอยู่เหนือน่านฟ้า ตะวันเดินออกมา เขาตั้งใจจะหันหลังกลับวิ่งออกจากป่าบ้าๆ นี่ให้เร็วที่สุด แต่หางตากลมไปสะดุดกับถุงผ้าป่านที่ตกอยู่ไม่ไกล ตะวันตัดสินใจแกะดูก่อนจะเบิกตาขึ้น

พลอยหลากสีเม็ดโตอยู่ในนั่นแต่ดูเหมือนจะยังไม่ถูกเจียระไน ก่อนมือเรียวจะหยิบเม็ดหนึ่งติดมือขึ้นมา มันอยู่ในห่อผ้าอีกชั้น เสมือนผู้เป็นเจ้าของจะทะนุถนอมเป็นอย่างดี

เพชร…

ถึงจะไม่ได้จบสูง แต่ตะวันก็ไม่ใช่คนโง่ที่ดูไม่ออกว่ามันเป็นเพชรที่ผ่านการเจียระไนมาอย่างดี ดูท่าจะเป็นเพชรน้ำงาม เหมือนฟ้าจะประทานทุนชีวิตมาให้เขาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ตะวันกำถุงผ้าป่านนั้นแน่น ปากเรียวอิ่มเผลอกัดอย่างลำบากใจ สำนึกผิดชอบชั่วดีปะปนในใจจนยากจะตัดสิน

เขาฝันมาตลอดว่าจะเป็นครู แต่ทุนชีวิตคนเรามีไม่เท่ากัน ฝันนั้นจึงเลื่อนลอยไกลออกไป หากจะรบกวนไปถึงหม่อมท่านตะวันยิ่งไม่กล้าเอยปาก แค่ข้าวสามมื้อกับที่ซุกหัวนอนตั้งแต่เด็กจนโตแค่นี้พระคุณของครอบครัวเศวตนิวัฒน์ก็ไม่อาจทดแทนได้หมด ผิดชอบชั่วดีไม่แพ้ แต่อนาคตต่างหากที่ตะวันเลือก ของโจรนั้นไม่แคล้วจะ


เอาไปบำรุงปรนเปรอด้วยเหล้ายา สู้ให้มันไปทำประโยชน์ทางการศึกษาต่ออนาคตให้เขา อย่างน้อยมันก็เป็นประโยชน์กว่าอยู่กับโจร

มนุษย์คือคนที่มีทั้งด้านดีและเลวสลับกันไป จะเรียกว่าเขาเห็นแก่ตัวเพราะคือมนุษย์ก็คงไม่ผิดนัก
ตะวันรีบเก็บถุงผ้าป่านนั้นเข้ากางเกงก่อนจะรีบวิ่งตัดผ่านป่าออกไปทางถนนแล้วตรงกลับบ้าน เขาหวังเหลือเกินว่าคุณชายอิทธิจะอยู่ที่นั่น ดวงตากลมมองเห็นแสงตะเกียงของหญิงสูงวัยที่จุดชูรี่ตามองเขาในระยะไกล แต่นั่นไม่เท่ากับร่างของคนที่ตามหาหยุดยืนอยู่เคียงข้างหญิงชรา

“คุณอิทธิ!” ตะวันตะโกนเรียกอย่างดีใจ คุณชายเองก็ยิ้มออกมาอย่างโล่งอก

“วันหายไปไหนมา ฉันตามหาเสียให้ใจหายใจคว่ำ” กลับกลายเป็นว่าเขาอาจจะเป็นคนที่โดนตามหาเสียเอง

“วันลงมาจากห้องแล้วไม่เจอคุณอิทธิเลยไปตามหาแถวป่าฝั่งนู้นน่ะครับ” ตะวันกล่าวหน้าเจือน รู้สึกผิดไม่น้อยเลย ยิ่งมือแตะโดนของในกระเป๋ากางเกงก็ยิ่งรู้สึกผิด

“ฉันก็ต้องขอโทษนะวัน ฉันออกไปเดินเล่นแล้วเกิดหลงทาง บังเอิญเจอป้านุ่มเข้าพอดีเลยนำทางกลับมาบ้านถูก” ป้านุ่มที่อยู่ข้างๆ ยิ้มยิงฟันให้เขาอย่างเป็นกันเอง แต่มันไม่ได้ทำให้ตะวันรู้สึกดีขึ้น

“วันสิครับต้องขอโทษ” ขอโทษที่เห็นแก่ตัว

“ไม่เป็นไรนะวัน กลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว” คุณชายอิทธิเข้ามากุมมือเขาอย่างตื่นตระหนกจนเขาต้องเงยหน้าขึ้นมามองดวงตากลมแต่ยาวรีสีน้ำตาลอ่อนต้องแสงตะเกียงที่สั่นระริกปนหวาดกลัว

“สัญญานะครับว่าต่อจากนี้จะไม่ไปไหนคนเดียว” ตะวันนึกห่วงผู้ที่ทั้งเป็นเจ้านายและเพื่อนสนิทไม่ได้ ยิ่งมีกลุ่มคนน่าสงสัยกำลังเล็งเป้าหมายมายังคุณชาย หากคุณชายเป็นอะไรไป เขาคงไม่มีหน้ากลับไปวังเศวตนิวัฒน์อีกแล้ว

“วันก็ด้วยนะ”

“รีบเข้าบ้านกันเถอะพ่อคุณของป้า เสียงรัวกระสุนปืนตอนเสือเมฆมันบุกปล้นพ่อเสี่ยซ้งตอนหัวค่ำ ทำเอาป้าหัวใจจะวายให้ได้”

“เสือเมฆ?”

ชื่อนี้เหมือนเคยได้ยินที่ไหน

ป้านุ่มใช้มือดันหลังให้เขาและคุณชายรีบเปิดรั้วสีน้ำตาล เพื่อเข้าบ้านอย่างเร่งรีบชื่อที่ป้านุ่มเอ่ยออกปากนั้น ทำเอาตะวันทั้งคุ้นเคยและตกใจในเวลาเดียวกัน อย่างบอกนะว่า…

ไอ้คนหุ่นหมี หน้าหนวดเหมือนคนบ้านั่นคือ ‘เสือเมฆ’

“คุณชายมาอยู่ใหม่คงยังไม่เคยได้ยินชื่อเสือเมฆหรอกเจ้าค่ะ” เมื่อคุณชายอิทธิมานั่งที่เก้าอี้หวายแล้ว ป้านุ่มก็จัดการหันซ้ายมองขวาก่อนจะจัดการลงกลอนทั้งประตู หน้าต่างจนสนิท ตะวันที่นั่งลงบนพื้นเคียงข้างป้านุ่มยังอกสั่นขวัญแหวนไม่ได้ ยิ่งมันจับจ้องการมาของคุณชายด้วยแล้วก็ยิ่งอันตราย

“มันเป็นโจรใช่ไหมครับป้า” ตะวันเอ่ยถามอย่างตกใจ

“ใช่สิจ้ะ พ่อคงชื่อตะวัน คุณชายท่านเล่าเรื่องพ่อให้ป้าฟังแล้ว ตัวจริงหล่อแถมยังหน้าหวานอีกนะพ่อ” ตะวันแต่หัวเราะแหะๆ ตอบกลับไปไม่รู้จะตกใจอะไรก่อนกันระหว่างเสือกับคำชมของป้านุ่ม

“ที่นี่มีโจรด้วยหรือครับ” เป็นคุณชายอิทธิที่ครองสติได้ดีกว่าใคร เอ่ยถามคนสูงวัยที่สุดในวงสนทนา

“ที่นี่เขาเรียกพวกนั้นว่าเสือ แต่หัวหน้าเสือ มันชื่อ เสือเมฆชุมมันอยู่เทือกเขาล้อมค่ะคุณชาย มันมีคนสนิทที่เป็นทั้งพี่ชายและคู่หูอีกคนชื่อว่า เสือมืดที่ว่ากันว่าชอบคนสวยๆถ้ามันถูกใจใคร ไม่เคยมีใครที่รอดพ้นมือมันไปได้ แต่ก็ไม่เคยมีใครเห็นหน้าพวกมัน
ชัดๆ สักคน ใครที่เห็นหน้ามันแล้วต้องตายทุกคน” ป้านุ่มเอ่ยขึ้นมาอย่างหวาดกลัว

“แต่ผมไม่กลัวหรอกครับ ผมมาทำหน้าที่ไม่ได้มาทำร้ายใคร”

“แต่พวกนั้นก็ยังเอาโฉนดของชาวบ้านที่ติดหนี้ที่ปล้นได้จากเสี่ยซ้งมาโปรยที่หน้าบ้านกำนันสมิงเลยเจ้าค่ะคุณชาย ป้าเองก็ยังไม่รู้ว่ามันว่าร้ายหรือมาดี”

คุณชายอิทธิมีสีหน้าวิตกอยู่ชั่วครู่ก่อนจะกลับมาเป็นปกติ ใบหน้างดงามนั้นมองมายังเขาอย่างขอความคิดเห็น

“คนที่นี่ดูจะรักเสือสางจังเลยนะครับป้า” ตะวันกล่าวอย่างติดตลก ป้านุ่มเองก็ไม่ได้ต่อต้านที่เขาเอ่ยถามแถมยังเล่าอย่างไม่ติดใจอะไร

“เขาช่วยชาวบ้านหลายเรื่องจ้ะพ่อตะวัน เรียกว่ามีผู้คุ้มครองจะดีกว่า เพราะที่นี่ตำรวจอันตรายกว่าโจรเสียอีก พ่ออยู่ๆ ไปจะเข้าใจชาวบ้านที่นี่”

“ยังไงก็ดึกดื่นแล้วป้านุ่มนอนที่นี่เลยก็ได้ครับ ผมเกรงว่าถ้ากลับบ้านคนเดียวจะอันตราย”

คุณชายอิทธิเอ่ยตัดบท ก่อนตะวันจะจัดที่นอนที่ห้องโถงชั้นล่างให้ป้านุ่ม ร่างโปร่งรีบอาบน้ำอาบทาเสร็จก็รีบขึ้นมาที่ห้องนอนใหญ่ของคุณชายอิทธิ เพื่อดูแลความเรียบร้อยให้คุณชายอีกครั้ง คุณชายอิทธิที่สวมชุดนอนเนื้อดีเรียบร้อยนั่งลงบนเตียง เอ่ยถึงเรื่องเสืออีกครา ยามไร้ป้านุ่ม

“ถ้าที่นี่มีโจรเราคงต้องดูแลตัวเองให้มากกว่านี้” คุณชายอิทธิเอ่ยขณะเปิดลิ้นชักข้างหัวนอน หยิบปืนลูกโม่งออกมาเช็คสภาพ

“คุณชาย..”

“ฉันกะจะพกไว้เฉยๆ ไม่คิดเลยว่าอาจจะได้ออกมาใช้จริงๆ”

“เราให้คนของกำนันสมิงมาเฝ้าที่นี่ดีไหมครับ” ตะวันเสนอทางเลือก เขากังวลยิ่งว่าคุณชายอิทธิจะเป็นอะไรไป ยิ่งของที่เก็บกลับมาวันนี้ด้วยแล้วล่ะก็ ตะวันก็ยิ่งกดดัน กลัวเจ้าของมันจะกลับมาทวงคืน

“ยังไม่ต้องขนาดนั้นหรอกวัน ถ้าให้คนของกำนันสมิงมาเฝ้าที่นี่ ฉันเกรงว่าจะเป็นจุดเด่นมากเท่านั้น”

“เอ่อ..คุณชายครับ” ตะวันเหมือนน้ำท่วมปาก นาทีนี้เขาไม่แน่ใจอีกแล้วว่าการเก็บของโจรกลับมามันจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องหรือไม่

“ดึกมากแล้วนะ วันไปนอนเถอะ” คุณชายอิทธิรีไฟที่หัวเตียง ตะวันจึงได้แต่เดินคอตกกลับมาที่ห้องนอนเล็กที่ชั้นล่าง ไม่รู้เลยว่าเจ้าของถุงผ้าป่านจะหัวเสียจนชุมเสือแทบแตก ใครก็เข้าหน้าไม่ติด

โครม!

ฝ่าตีนหนักแตะเข้าให้ที่ไหเหล้าจนตกแตกไปหลายใบ ไอ้เปล่งได้แต่มองด้วยความเสียดาย อดอยากปากแห้งมาหลายวัน ไหเหล้าชั้นดีตกเป็นที่ระบายอารมณ์ใต้ฝ่าตีนพี่เมฆไปโดยปริยาย ยังไงก็ดีกว่าให้เขาตายคาตีนพี่เมฆนั่นแหละ

“มึงหาดีแล้วนะไอ้เปล่ง” เมฆเอ่ยเสียงเย็บเย็นกับลูกน้องคนสนิท ดวงตาทรงอำนาจมองใครก็ต่างขนลุก

“ฉันไปหาถึงชายป่านู้นก็ยังไม่เห็น”

“ใครมันเอาของกูไป มันได้เห็นดีกับกูแน่”

“ละ แล้วพี่เมฆจะให้ฉันไปสืบที่หมู่บ้านไหมพี่”

“ได้เรื่องแล้วมารายงานกู”

เมฆนั่งลงที่แคร่พลางเอ่ยคำสั่งเด็ดขาด ตวัดเอาจอกเหล้าเข้าปากบรรเทาความหงุดหงิด ถุงผ้าป่านนั่นมีรัตนชาติหายาก เขาเก็บสะสมมาหลายปี เมฆมั่นใจว่ามันคงจะตกอยู่แถวชายป่าที่เขาขี่ม้าไปดูศพไอ้พวกเดนนรกตอนหัวค่ำ ถ้าไอ้เปล่งไปหาแล้วไม่เจอ มันคงไม่ได้ล่องหนไปไหน มีแต่คนบางคนที่มันริอาจลักของโจร เขาจะทำให้มันรู้ซึ้งเลยว่าผลของการ ‘ลัก’ ของโจรมันเป็นยังไง

------------------------------------------------------------------------------
สวัสดีค่ะ ห่างหายไปนานมากจริงๆ ขอกลับมาเขียนเรื่องนี้ด้วยเนื้อหาใหม่นะคะ
 :L2: :L2: :L2:





ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5414
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
 :pig4:
o13
ติดตามค่ะ

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
คุ้นๆเหมือนเคยอ่าน ชื่อเก่า  ดอกไม้ในมือเสือ ใช่มั้ยคะ  ติดตาม :pig2: :pig4: อย่าลืมแปะกฎเล้าด้วยนะคะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-06-2021 22:42:19 โดย Chompoo reangkarn »

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3403
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
ตามค่ะ เหมือนเคยอ่านเมื่อนานมาแล้วคราวนี้ต่อให้จบนะคะ

ออฟไลน์ pedchara

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 179
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-0

ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฎ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฎข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฎข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม


==============================================================


ออฟไลน์ pedchara

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 179
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-0
บท ๒ จับโจร

ลมไหวแล่นระริ้วบนยอดหญ้าหอบเอากลิ่นดอกไม้ป่าอ่อนๆ ซ่อนมากับสายลมแตะจมูกโด่งรั้นของตะวัน ให้ร่างโปร่งยิ้มบางๆ มือเรียวแอบสากด้านนิดๆ เพราะทำงานบ้านมาตั้งแต่เด็ก หยิบเสื้อเชิ้ตเนื้อดีสะบัดบนอากาศก่อนจะขึ้นไม้แขวนตาก แดดยามเช้าไล้เลียรูปหน้าวงไข่ให้ระยับเหมือนตะวันแรก คิ้วเข้มพาดเหนือดวงตาสีดำกลมมนเช่นเดียวกับเส้นผม ตากลมกระพริบรีตาเพราะแสงอาทิตย์ แพงขนตาหนานั้นปิดลงชั่วครู่ก่อนจะเปิดเปลือกตาออก แมลงตัวเล็กบินมาเกาะจมูกโด่งรั้นจนเจ้าตัวต้องปัดด้วยความรำคาญ เพียงชั่วเวลาเคลื่อนไหวพอดวงตากลมมนนั้นหันไปเห็นใครบางคน ริมฝีปากได้รูปสวยก็แย้มยิ้มอวดฟันขาวเรียงเป็นระเบียบ

“คุณอิทธิ” ฝ่ายนั้นเดินตามเข้ามาหลังบ้านที่เป็นสนามหญ้าซึ่งเขาเพิ่งถางไปเมื่อวาน คุณชายอิทธิกอดอกมองผลงานของคนเป็นทั้งเพื่อนและน้องชายนอกอุธร ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนนั้นหม่นเศร้าเล็กน้อย ตะวันบุญน้อยแต่เด็ก พ่อแม่ก็พากันล้มหายตายจากไปเสียก่อน ญาติคนเดียวก็เป็นหลวงลุง ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดแถวบางกอกน้อย แม้พี่เลิศยศจะรังแกร่างเล็กๆ ในตอนเด็กนั้นมากเท่าไหร่ แต่ไม่เคยที่ตะวันจะโต้กลับ มันทำให้เขารู้สึกเป็นหนี้ตะวันไม่น้อย

“หายไปไหนตั้งนานสองนานที่แท้ตื่นก่อนแถมรีบมาซักเสื้อให้ฉันอีก”

“ได้ข่าวว่าจะมีพายุหลงฤดู วันกลัวผ้าจะไม่แห้งน่ะครับเลยรีบตื่นมาซักให้คุณก่อน” ข่าวจากวิทยุนั้นเตือนเมื่อหลายวันก่อน ป้านุ่มเป็นตัวตั้งตัวตีให้ชาวบ้านพาลตื่นตระหนกเกินเหตุไปสักหน่อย คนในหมู่บ้านเลยรีบทำไร่ทำนากันเสร็จก็รีบกลับเข้าบ้าน เก็บข้าวของรับลมพายุที่มาเยือนเขาล้อมไม่บ่อยนัก

“วันหลังฉันจะแอบเอาไปซักก่อนเสียเลย อยู่อังกฤษทำเป็นเรื่องปกติจะตาย พอย้ายกลับมาหม่อมแม่หรือ ไม่ให้ฉันจับอะไรสักอย่าง” คุณชายอิทธิครางบ่นจนตะวันต้องรีบเข้าไปจับไหล่หันเป้าหมายให้กลับเข้าไปในตัวบ้านแทน

“วันหลังแล้วกันครับคุณอิทธิ ป้านุ่มทำข้าวต้มหมูก่อนแกไปวัดครับ ผมอุ่นให้แล้ววางอยู่บนโต๊ะ”

“อา พอดีเลยหิวท้องร้องโครกเลย วัน! ห้ามหนีมากินข้าวเป็นเพื่อนฉันเดี๋ยวนี้”

ถึงจะเกรงใจยังไงจนแล้วจนรอดคุณชายอิทธิก็ลากร่างโปร่งมานั่งกินข้าวเช้าเป็นเพื่อนจนได้ หลังมื้อเช้าจบลงคุณชายอิทธิก็รีบกระโจนไปหยิบกระเป๋าทำงานขึ้นรถที่ตะวันจอดติดเครื่องรออยู่ก่อนแล้ว ไปทำงานที่สถานีอนามัยบ้านเขาล้อม รวมๆ หนึ่งอาทิตย์ที่ย้ายมาอยู่ที่นี่ นับแต่การบุกปล้นบ้านเสี่ยซ้งครั้งก่อน ตำรวจก็มาเก็บหลักฐานกับสอบพยานไม่กี่ปาก เรื่องก็หายเงียบ เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นหนี้เสี่ยซ้งเลยไม่คิดมีใครปริปากบอกตำรวจ แม้คนที่เอาโฉนดมาคืนจะมาในคราบโจรก็ตาม

“พี่จันทร์เพ็ญไปอบรมที่กรุงเทพถึงวันไหนหรือครับ” ตะวันหันไปถามคุณชายอิทธิที่มัวแต่ผูกเนคไทให้เข้าที่ รถยนต์ของหมู่บ้านเขาล้อมมีไม่มากนัก เขาเลยขับมาถึงหน้าสถานีอนามัยเขาล้อมแค่ไม่กี่สิบนาที

“คงกลางสัปดาห์หน้าเลย ยังไงฉันก็รบกวนให้วันมาเป็นผู้ช่วยไปก่อนนะ”

“วันเต็มใจครับ”

“วันนี้มีเคสลุงเสริมล่ะ แกดื้อเหลือเกินคงต้องให้วันจับแกแน่นๆ หน่อย ตอนฉันดูแผล” คุณชายอิทธิขยิบตาให้ตะวันก่อนลงจากรถ ตะวันเองแทบจะอยากปาดเหงื่อ ลุงเสริมแกโดนมีดพร้าฟันเข้าให้ที่หัวไหล่ตอนทำสวน เย็บหลายสิบเข็ม ต้องให้นอนดูอาการที่อนามัยเสียแต่แกทั้งดื้อแถมแรงเยอะ ร้องเป็นเด็กอายุสักสิบขวบ ตะวันเสียแรงจับแกไปคราวก่อนเลยแทบหมดแรง

ร่างโปร่งของตะวันเดินขึ้นบันไดไม้หลังจากจอดรถเรียบร้อยก็สังเกตเห็นร่างสูงของเด็กหนุ่มวัยรุ่นคุยเล่นถูกคออยู่กับคนไข้ของคุณชายอิทธิที่นอนรักษาตัวดูอาการต่อจากเมื่อวาน

“ไอ้แดงมันร้องคิดถึงลุงใหญ่เลยนะ”

“จริงหรือวะไอ้หนุ่ม บ๊ะ ถ้านังบัวมันดูแลหลานข้าไม่ดี พอหายแล้วจะกลับไปเพ่นให้กะบาลแยก”

ด้วยตอนเช้ามีชาวบ้านมารอต่อคิวรักษากันหลายคน ตะวันจึงมัวแต่จัดคิวหน้าห้องตรวจให้คุณชายอิทธิ แต่หางตากลมๆ นั่นก็ยังเหล่มองไปที่เตียงคนไข้อย่างเสียไม่ได้ เพราะเขาไม่เคยได้ยินว่าลุงเสริมจะมีหลานโตขนาดนั้น จนล่วงเข้าช่วงสายเกือบเที่ยงที่คนไข้ซ่าลงไปเกือบหมด เด็กหนุ่มคนนั้นก็ยังคุยเล่นกับลุงเสริมหลังจากแกตื่นนอน พูดได้พูดดีน้ำไหลไฟดับจนตะวันอดจะเดินเข้าไปสมทบไม่ได้

“เอ็งอีกล่ะ ข้าเบื่อหน้า” ลุงเสริมอวยพรทันทีที่เจอหน้าเขา

“นอนพักเยอะๆ นะครับลุง เดี๋ยวช่วงบ่ายคุณชายหมอจะมาตรวจแผลนะ” เด็กหนุ่มคนนั้นเดาะลิ้นเงยหน้ามองตะวันที่ยืนอยู่ ส่วนคุณชายอิทธินั้นเดินเข้าไปทางห้องเก็บยา ตะวันสบสายตานั้นแล้วรู้สึกไม่ชอบเอาเสียเลย ดวงตาที่บอกว่าเจ้าของไม่กลัวอะไรเหมือนกับพร้อมตายได้ทุกเมื่อ

“พี่เป็นคนใช้พี่หมอหรอ” มันเอ่ยถามเล่นๆ ไอ้เจ้าเด็กหนุ่มไขว้ห้างสะดิกขาสบายอารมณ์จนตะวันแอบส่ายหัว เขาเดินไปวางถาดยาให้ลุงเสริม ก่อนจะตวัดสายตาดุๆ  ไปมองคนอายุน้อยกว่า

“เรื่องของฉัน เอ็งเป็นญาติข้างไหนของลุงเสริมไม่ยักจะเคยเห็นหน้ามาก่อน”

“ญาติของแม่ฝั่งน้านู้นแหละพี่ตะวัน” มันยิ้มยิงฟันจนเขาอยากจะตบหัว ชื่อตะวันใครๆ ก็รู้จักเพราะเป็นผู้ช่วยคุณชายหมอจึงไม่แปลกใจอะไรที่ไอ้เด็กนี่จะเรียกชื่อเขาถูก

“ดูแลแกดีๆ ให้แกกินยาตรงเวลาด้วยล่ะ ไอ้ญาติของแม่ฝั่งน้า” ตะวันพูดแกมสั่งใช้สายตากลมๆ มองจิกไปยังให้คนเด็กกว่าหัวเราะร่า

“พี่ก็ดูแลตัวเองให้ดีๆ ล่ะ เอาของเขามา เอาไปคืนเขาดีกว่ามั้ง”

คำพูดลอยๆ ตะวันตัวชาวาบรีบกุมไปที่กระเป๋ากางเกงขายาวทันที กลายเป็นความโล่งหายยังให้หัวใจผู้เป็นเจ้าของได้ไม่นานคล้ายหลุดกระเด็น จนแล้วจนรอดก็ยังทำใจทิ้งถุงผ้าป่านนั้นไม่ลงซักที เขากลัวว่าหากทิ้งสิ่งนั้นไปโอกาสที่จะได้เรียนหนังสือจะไม่มีอีกแล้ว คำพูดด่าทอถากถางของหม่อมเพ็ญแขยังคงก้องอยู่ในหัว

‘แกมันก็คนใช้เหมือนแม่แกนั่น ชั่วชีวิตต้องนั่งรองมือรองตีน รู้จักที่ต่ำที่สูงบ้างอย่ามาเล่นกับชายอิทธิ’

ตะวันยังจำได้ดีถึงรสหวายในวัยหกขวบ เนื้อบางแตกเป็นริ้ว หลังจากพ่อแม่เสียชีวิต เขาก็ยิ่งไร้ที่พึ่ง เติบโตมาอย่างเดียวดาย เด็กชายตะวันตัวน้อยแต่ได้กอดอกอดทนน้ำตานองให้หม่อมเพ็ญแขลงหวาย หากไม่ได้หม่อมเจ้าท่านเข้ามาห้ามคงได้หยอดน้ำข้าวต้มไปหลายเดือน

“หานี่อยู่หรือ” เจ้าเด็กหนุ่มไปหยุดอยู่ตรงปากประตูของอนามัยเร็วปานที่ตะวันไม่อาจมองทัน เขารีบเดินเข้าไปหมายจะแย่งชิงเอาคืน แต่การเคลื่อนไหวที่เหมือนฝึกฝนมาสม่ำเสมอของได้เด็กนั่น เขาจึงกลายเป็นเด็กที่เล่นแย่งของกับเด็กโตๆ

“ของของกู!” ตะวันหัวเสียเตะเข้าไปที่หน้าแข้งจนมันร้องเสียงหลง เขาไม่ได้มองมันเป็นเพชรนิลจินดาใดๆ เสียด้วยซ้ำ เพราะมันคือโอกาสเดียวในชีวิตของคนใช้อย่างเขา 

“ไม่รักษาของเลยนะ เผลอทำตกอย่างกับในลิเกที่เคยดูที่วัด” เปล่งหัวเราะเสียงหลง เขาจ้องร่างของทั้งคุณชายหมออะไรนั่นกับคนรับใช้อยู่นาน สืบมาทั้งหมู่บ้านหลายวันจนเหลือแค่โรงหมอ ไม่คิดฝันว่าถุงผ้าป่านจะมากองแทบเท้าง่ายๆ แค่ร่างโปร่งก้มตัวไปขยับเตียงให้ลุงเสริม

ไอ้ถุงเล็กๆ ก็ตกลงมากองตรงหน้า เก็บเงียบมาเสียตั้งนานแถมยังไม่ทิ้งไปให้พ้นตัว คงเสียดายไม่น้อยสินะ
สองร่างยื้อยุดกันอยู่นาน เปล่งใช้จังหวะที่มันศอกใส่หน้าท้องของตัวเล็กกว่าจนอีกฝ่ายจุกตัวงอ แล้วกระชากคอเสื้อตะวันขึ้นพร้อมกับกระซิบเสียงเบาใกล้ๆ ใบหูบาง

“ถ้าพี่อยากได้คืนก็มาเจอตรงชายป่าติดเทือกเขาก่อนตะวันตกดิน” ดวงตาของเด็กหนุ่มมีแววขี้เล่นในที แต่แฝงความไม่ประสงค์ดีหนักแน่นจนเขารู้สึกได้

ผลัก

ร่างโปร่งของตะวันกระแทกพื้น ไอ้เด็กคนนั้นกระโดดลงหน้าต่างทางห้องทำงานคุณชายอิทธิหายลับไปแล้ว ตะวันกำสองมือกำแน่น กัดริมฝีปากบางจนฮ้อเลือด คุณชายอิทธิที่เดินแบกกล่องยาเข้ามาจึงรีบเข้ามาดูด้วยอารามตกใจ

“วัน เป็นอะไรหรือ เสียงดังเชียว” คุณชายหมอกุมมือของตะวันด้วยความเป็นห่วง จนตะวันยิ้มบางต่อให้โลกถล่มลงตรงหน้าคนที่หวังดีที่สุดในชีวิตก็คือคุณชายอิทธิกับหม่อมท่าน มือบางสากด้านรีบเกาะกุมมือนุ่มตามตระกูลเกิด เขาเขียนจดหมายให้หม่อมเจ้าอรุณวัฒน์ พระบิดาของคุณชายอิทธิพร้อมเข้าไปส่งที่ตัวเมืองหลายวันแล้ว เขาไม่ไว้ใจหากเกิดเหตุที่บ้านป่าเมืองเถื่อนนี่ ไม่อยากให้ชีวิตของคุณชายต้องมีอันตรายจากการกระทำของตัวเอง หม่อมท่านจะรีบส่งคนมาทันที หากเกิดอะไรขึ้นกับเขา คุณชายอิทธิจะมีคนคุ้มครอง

“คุณชายดูแลตัวเองดีๆ นะครับ”

คุณชายอิทธิตัวชา ยามคนตรงหน้าเหมือนจะเอยประโยคนี้กับเขาเป็นครั้งสุดท้าย เหมือนกับจะไม่ได้เจอกันอีก

“วันพูดอะไรแปลกๆ เย็นนี้กินน้ำพริกกะปิป้านุ่มกัน” ใบหน้างดงามยังคงแย้มยิ้มได้ในยามเหน็ดเหนื่อย

“วันจะบอกป้านุ่มให้เตรียมไว้ให้นะครับ” ตะวันยิ้มตอบคุณชายอิทธิอีกครา เขาไม่มีอะไรที่ต้องเสียดายอีกแล้ว

ถึงจะเป็นแมงเม่าบินเข้ากองไฟ คงไม่เจ็บมากไปกว่าการมีชีวิตที่ผ่านมา

ต่อให้เขาไม่มีเพชรพลอยอะไรนั่น สุดท้ายทั้งเขาและคุณชายก็จะมิอาจมีชีวิตรอดไปได้จากที่นี่อยู่ดี


เมฆที่คล้อยสีเทาทะมึนนั้นทำให้ช่วงเย็นย่ำของบ้านเขาล้อมร้างไร้ผู้คน ร่างโปร่งเดินมาหยุดตรงชายป่าที่เด็กหนุ่มบอกไว้ ตะวันหายใจเข้าให้ลึกสุดปอดเท่าที่จะทำได้ มือเย็นกำมีดที่ซ่อนไว้ในชายขอบกางเกงแน่น รองเท้าผ้าใบเก่าขาดเหยียบย่ำเข้าไปในพื้นดินชื้นเพราะไอฝน ละอองฝนเริ่มตกพร่ำ เขาเดินลึกหายเข้ามาในป่าเรื่อยๆ จากที่โล่งกว้างเริ่มเปลี่ยนเป็นทิวไม้ที่ปลายขอบฟ้า เมฆครึ้มนั้นเปลี่ยนทิวากาลเป็นราตรีให้น่าสะพรึงกริ่งเกรง

“กูคงประมาทมึงไปหน่อย” เสียงนิ่งเรียบเย็นดังจากที่มุมใดมุมหนึ่งของป่า ร่างโปร่งสะดุ้งสุดขีด เหงื่อชื้นเย็นผุดขึ้นจนกายเย็นเชียบ มันมีมากกว่าหนึ่งแน่นอน เขาจำได้ว่านี่ไม่ใช่เสียงของไอ้เด็กหนุ่มนั่น

แต่มันเป็นเสียงของเสือเมฆ

“กูมาทวงของคืน” ความเย็นของโลหะในขอบกางเกงยิ่งให้มือบางรีบกุมมันไว้แน่น

“กูให้โอกาสมึงพูดใหม่ หึ” ปลายเสียงตวัดห้วนราวกับหงุดหงิดเต็มกลืน ร่างสูงใหญ่ที่แฝงตัวในเงาไม้ใหญ่เดินเยือนย่างเข้าสู่ที่สว่างกว่า มือใหญ่ซุกกระเป๋ากางเกงระคนหัวเราะราวกับเห็นคนอายุน้อยกว่าเป็นตัวชูโรงก่อนลิเกโรงใหญ่ ดวงตาทรงอำนาจสีดำนั้นจ้องมองวงหน้าที่เห็นครั้งแรก ก็พาลให้จังหวะการเต้นของเนื้อใต้อกซวนเซ ดวงตากลมๆ คู่นั้นเหมือนตากระต่ายที่ไอ้พวกโจรในชุมชอบล่ามากินกันบ่อยๆ จมูกมันเชิดดั่งลูกไม้ที่ปลิวตามลมดูแสนเอาแต่ใจ จรดลงที่ริมฝีปากเหมือนกลีบกล้วยไม้ป่า ดูท่าอายุจะเพิ่งพ้นยี่สิบมาเมื่อหัวปี

“มึงน่ะหรือเสือเมฆที่เขาลือกันหนักหนา” ตะวันเชิดหน้าชักมีดออกมาตรงหน้า เจ้าของเสียงนั้นบัดนี้กลับนิ่งสงบรอท่าที ดวงตาของมหาโจรพราวระยับอย่างนึกถูกใจ รูปร่างสูงใหญ่ชวนให้ผู้คนหวาดกลัวด้วยสายเลือดแดนตะวันออก หนวดเครานั้นเหมือนจะถูกตัดโกนหลังจากที่พบเมื่อคราวก่อน จึงพอจะมองเห็นใบหน้าคร้ามคม

“ปกติคนที่หน้ากู กูไม่เคยเอาไว้” มือสากใหญ่เทถุงผ้าป่านคว่ำลงให้หินกรวดร่วงลงสู่พื้นป่า จนตะวันตกใจที่มันรู้ตัวก่อนเวลาที่เขาคาดการไว้ อย่างน้อยก็ต้องให้คนจากวังเศวตนิวัฒน์มาถึงเสียก่อน

“แล้วมึงอยากรู้ไหมล่ะว่าไอ้ก้อนเพชรของมึง กูเอาไปไว้ไหน” เสือเมฆเดินเข้ามาใกล้เท่าไหร่ มีดคมกริบในมือตะวันก็ยิ่งแกว่งในอากาศ เสือหนุ่มฉกรรจ์มองท่าทีของไอ้เด็กตรงหน้าอย่างกรุ่นโกรธ ไอ้เด็กนี่อ่อนกว่าเขาเกือบรอบยังโอหังจนเขานึกอยาก
กำราบ

กำราบให้มาอยู่ใต้ร่าง

สัสเอ้ย

เสือหนุ่มด่ากราดตัวเองในใจ ออกจะตกใจกับความคิดตัวเองด้วยซ้ำ

“กูมีสารพัดวิธีที่จะทำให้มึงเปิดปากพูด”

“มึงคงมั่นใจไปหน่อยกระมัง” ตะวันตะโกนกราดก่อนจะตวัดมือจ่อแทงหมายให้เนื้อโลหะพุ่งทะลุเข้าไปในช่องท้องของเสือโฉด แต่มือใหญ่รับมันไว้อย่างง่ายดาย ก่อนบิดข้อมือตะวันจนร่างโปร่งร้องเจ็บปวดค่อยๆ คลายปล่อยมีดตกลงพื้นอย่างง่ายดาย ก่อนเสือหนุ่มจะหวดกำปั้นซัดหน้า กระชากคอเสื้อยืดสีน้ำเงินแล้วหวดอีกหมัดเข้าชายโครง ก่อนจะผลักร่างโปร่งลงกับพื้นป่า

พลั่ก

ตะวันไอสำลักออกมาเป็นเลือด หมัดเสือเมฆหนักจนเขาร้องแทบไม่เป็นภาษา

“มึงคงไม่ได้มาให้กูมาเชือดถึงที่หรอกใช่ไหม ไอ้ไก่อ่อน?” มือสากหยาบกระชากวงหน้านั้นมาใกล้ยามที่เขาย่อตัวก้มลงมามอง วงหน้าบวมช้ำ ปากแตกเลือดไหลเป็นริ้ว แต่เจ้าของมันยังหัวเราะ

“กูแค่อยากมาดูหน้าไอ้ผีห่าบางตัว”

“หน้ากูเหมือนผัวมึงสิ” เสือเมฆยียวน

“ไอ้เหี้ย!” อีกหมัดของเสือหนุ่มกระแทกเข้าใบหน้าของตะวันจนตาแทบปิด ภาพตรงหน้าช่างเรือนลางเหลือเกิน

“มึงกำลังถ่วงเวลากู ให้กูเดามึงคงจะถ่วงเวลาให้นายของมึงกลับพระนคร”

“อย่ายุ่งกับคุณชาย!!”

“หึ”

“กูเดาไม่ผิด ดวงคุณชายกำลังจะมีอำนาจมืดบางอย่างคืบคลานเข้ามาใกล้” ความรู้เดียวที่หลวงลุง ญาติคนเดียวของเขาสอนมาก็คือ การดูชะตาคน พยากรณ์ทำนายทายทัก ตะวันไม่สบายใจตั้งแต่แรกมาเยือนเขาล้อมยิ่งเอาวันเดือนปีเกิดของคุณชายอิทธิไปดูแล้ว ก็ยิ่งไม่ดีจนเขาใจหาย แต่คุณชายอิทธินั้นจบเมืองนอกจึงไม่มีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้สักนิด ซ้ำเขาเห็นท่าทีตั้งใจแน่วแน่นั้น จึงไม่กล้าพูดหักหาญออกไป

“พ่อหมอเหรอ…” น่าสนใจ เสือหนุ่มเก็บคำพูดนั้นไว้ในใจแล้วหัวเราะออกมา

“จดหมายมึงไปไม่ถึงหม่อมพ่อของคุณชายหมอคนสวยหรอก” เสือเมฆหยิบจดหมายจากเสื้อนอกขะมุกขะมอมขึ้นมาชูตรงหน้า จดหมายของตะวันขาดยับลงตรงหน้า ร่วงลงเหมือนกับใจของตะวันที่แหลกลงยามเสือเมฆฉีกจดหมายของเขาจนกลายเป็นเศษกระดาษ

เขาต้องการหมอรักษา เมฆรู้แค่นั้นจึงให้คนติดตามทั้งสองคน นอกจากไอ้เปล่งอีกแรง ไม่คิดว่าจุดหมายของทั้งเรื่องหมอ เรื่องรัตนชาติของเขาจะบรรจบกันได้

“มึงมันชาติหมา!” ตะวันตะโกนก้อง หวนหยิบมีดที่แอบหยิบมาข้างตัวแล้วตวัดหมายปลิดชีวิตของมหาโจรให้สิ้นลม
แต่มือสากหยาบกลับจับมือตะวัน หมายจะสะบัดให้หลุดอีกครา ร่างโปร่งดิ้นฝืนสุดกำลังจนสองร่างแย่งมีดกันอุตลุด สุดท้ายแรงดอกไม้หรือจะสู้แรงเสือ ปลายมีดเงาวับจึงปักทะลุหน้าท้องนิ่มของตะวัน ดวงตากลมเริ่มเห็นภาพตรงหน้าไม่ชัด ความเจ็บมันมากมายนัก เลือดสีแดงฉานไหลเปื้อนเสื้อยืดสีน้ำเงินจนแทบชุม เสือหนุ่มนั้นรีบดึงมีดออกด้วยอารามตกใจ

“สัด อย่าเพิ่งตายไปก่อนแล้วกัน” เสือเมฆคำรามอย่างหัวเสีย ใจเขาอยู่ไม่เป็นสุขนัก ร่างสูงใหญ่จึงถอดเสื้อตัวเองออกแล้วฉีกเป็นริ้วมาพันห้ามเลือดของตะวันเอาไว้ พร้อมๆ กับหอบร่างโปร่งขึ้นหลังเดินทะลุฝ่าความมืดขึ้นไปทางเทือกเขา เสียงม้าพันธุ์ดีร้องห้อยามเห็นเจ้าของ เสือเมฆลูบไปตามแฝงขนสวย

“วันนี้ช่วยกูแบกไอ้เด็กนี่ กลับชุมเสือแล้วกัน”

ความเย็นของสายฝนที่ตกหนักกลบสิ้นทุกสิ้นอย่างให้เหมือนไม่ได้เกิดขึ้นเสียด้วยซ้ำ แม้กระทั่งฝีเท้าของม้า

===============================

เรื่อยๆ มาเรียงๆ แฮ่ พบกันอีกตอนแล้วนะคะ ขอบคุณมากค่ะที่เตือนเรื่องกฎเล้าเราลืมไปเลย
ดีใจที่ยังมีคนเคยอ่านนะคะ เราไม่ซีเรื่องยอดวิวเลย ดีใจมากที่ยังมีคนอ่านมันอยู่
ฝากเมนส์เป็นกำลังใจให้แต่งต่อด้วยนะคะ
แล้วพบกันตอน ๓ ค่ะ  :bye2: :กอด1:






ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 592
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5414
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
รออ่านต่อไป :L2: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1

ออฟไลน์ HamsteR

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 140
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-1
รอตอนต่อไปนะครับ  o13

ออฟไลน์ pedchara

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 179
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-0

ตอน ๓ รังโจร

‘พี่หยก อย่า…’ เด็กชายในวัยหกขวบกำลังยกมือร้องห้าม ปากก็ร้องปราบให้เด็กหนุ่มตัวสูงที่กำลังโกรธจัดปล่อยมือจากเศษซากกระถางแจกันที่แตกคามือเขาอยู่ กลับกลายเป็นเด็กหนุ่มกลับจิกปลายเศษซากแจกันเข้าเนื้อจนเลือดสีแดงเข้มค่อยๆ ซึมออกตามรอบแผล

‘อย่ามารังแกไอ้เด็กนี่ ให้กูเห็นอีก’ เด็กหนุ่มตรงเข้ากระชากคอเสื้อคู่กรณีในวัยเดียวกัน แว่นตากรอบทองที่หล่นแตกร้าวที่พื้นทำให้คู่กรณีมองสิ่งตรงหน้าไม่ค่อยชัดนัก แต่กระแสที่ไอกรุ่นไปด้วยความโกรธนั้นกลับจับได้ดีเสียยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด

‘หึ’ หม่อมราชวงศ์เลิศยศนั้นถุยเลือดที่กรบปากออกมาแล้วยิ้มแสยะ

‘ต่อไปจะไม่ใช่แค่เลือดกรบปาก แต่หน้ามึงคงจะบากตามครั้งที่มึงรังแกคนที่ไม่มีทางสู้’

‘ไอ้ลูกเจ๊กจีนอย่างมึงหรือจะทำอะไรกู’

ตะวันรีบเข้ามาจับชายเสื้อของเฮียหยกไว้ เขาไม่อยากให้เรื่องเลยเถิดไปมากกว่านี้ หากหม่อมราชวงศ์เลิศยศเป็นอะไรไป คนที่เดือดร้อนจะไม่ใช่แค่เขา ดวงตากลมคลอไปด้วยน้ำตา เขาไม่อยากให้อากงหวดไม้เรียวใส่หลังของเฮียหยกอีกแล้ว เพราะรอยแผลเป็นก็มีอยู่ให้เห็นเกลื่อนตามแผ่นหลังของเฮียแล้ว

‘เฮีย พอเถอะนะ’ ดวงตาดุๆ นั่นเหมามองไอ้เด็กตัวกระเปี๊ยกที่ยืนกำชายเสื้อเขา ดวงตากลมๆ ของมันแดงก่ำกึ่งขอร้อง เขาถอนหายใจก่อนจะผลักอกไอ้หม่อมราชวงศ์นั่นออกไป

‘อย่ายุ่งกับตะวันอีก ถึงมันจะเป็นเด็กในบ้านของมึง แต่ไม่ได้มีหน้าที่มารองมือรองตีนใคร’

เฮียหยก…

เขาฝันถึงใครบางคนที่เหมือนหล่นหายไปตามหนทางที่เติบโตขึ้นมา

ใครบางคนที่เผลอหลงลืมไปชั่วขณะ แต่ยังอยู่ในทุกห้วงคะนึง



“เฮียหยก”

เปลือกตาหนักๆ ค่อยๆ ลืมขึ้นมาอย่างยากลำบาก กลิ่นยาชวนให้เหม็นติดจมูกนั้นผลักดันให้สติกลับคืนมา ความรู้สึกแรกคือความเจ็บที่หน้าท้อง เขาจึงรวบรวมแรงที่มีทั้งหมดพยุงตัวขึ้นมองผ้าพันแผลสีขาวที่ติดเลือดซึ่งพันอยู่รอบหน้าท้อง ก่อนจะลงไปนอนหอบอีกรอบ สายตาสีดำกระทบแสงจนมองเห็นเป็นตากระต่ายก็เริ่มมองสิ่งรอบข้าง กองหนังสือระเกะระกะอยู่ตรงมุมห้อง มีเสื้อผ้าแขวนไว้ตามผนังกระท่อมห่างจากเขาไปช่วงตัว ในห้องไม่ได้มีอะไรนอกจากตู้ใบเก่ากับเตียงไม้ตัวเตี้ยที่เขานอนอยู่

“อ้าว ตื่นแล้วหรือ” เสียงใครบางคนทักขึ้นอย่างดีใจ ตะวันเบิกตากว้างจำได้ว่าเป็นเด็กหนุ่มที่สถานีอนามัยวันก่อนที่บอกให้เขาไปที่เทือกเขาล้อม

“ทำไมไม่ปล่อยให้กูตาย” เปล่งวางชามสังกะสีที่บรรจุข้าวต้มหมูง่ายๆ เอาไว้ที่พื้นข้างเตียง ก่อนจะยิ้มกับคำถามนั้น ตื่นมาก็พูดแต่คำแปลก จริงๆ มันก็แปลกตั้งแต่ที่เขาเห็นหัวหน้าชุมโจรตัวสูงแบกร่างชุมเลือดนี่กลับมา ท่าทางรอแร่เต็มทีเพราะเสียเลือดมาก ดีที่ได้ยาขนานมือเอกจากปู่กรดไม่งั้น ไอ้เจ้าของร่างนี่คงได้ทำตามที่พูดสมใจ

ถึงแปลกแต่ก็ชอบพิลึก

“พูดจามงคลเหลือนะพี่”

“ใครพี่มึง” ตะวันตาดุ น้ำเสียงยังเจือแววดุ จนเขาย่นคอใส่ ท่าทางจะดุสมน้ำสมเนื้อกับลูกพี่เขาที่อาบน้ำม้าอยู่ตรงลำธารใหญ่ใกล้กระท่อม

“ข้าวต้มอ่ะกินเองได้ไหม”

“เสือเมฆช่วยกูไว้หรือ”

“หัวไวดีนี่”

ตะวันยิ้มเชือดกับคำชมนั้นพลางลุกขึ้นพิงหัวเตียงอีกครั้ง กระจกเงาที่ติดไว้ใกล้เตียงส่องเผยให้เจ้าของร่างกายอย่างเขา มองเห็นวงหน้าขาวซีดของตัวเอง ริมฝีปากแห้งแตกขาดน้ำ คมมีดในเย็นวันนั้นที่เขาหมายปลิดชีวิต

เสือร้ายแห่งเทือกเขาล้อมกลับเป็นเขาเองที่แทบเอาชีวิตไม่รอด เสียงข้างนอกนั้นเงียบสงบมีเพียงเสียงธารน้ำไหลกับสัตว์ป่าฤาจนนกกาออกหากิน หากเดาไม่ผิดแล้วไซร้ ที่นี่คงเป็นสถานที่ที่ตำรวจหรือใครหลายคนอยากมา หากแต่เทือกเขาล้อมสลับซับซ้อนมีเนินเขาเล็กใหญ่เรียงรายยากแก่การเข้าถึง ถ้าไม่ใช่คนชำนาญพื้นที่

ชุมเสือเมฆ

ถ้ากระโตกกระตากโวยวายไปตอนนี้ก็หามีประโยชน์ เร่งแต่จะเอาอันตรายเข้าหาตัวเสียยิ่งกว่า หากเงียบแล้วรอโอกาส ย่อมจะช่วยทั้งตัวเขาเองและคุณชายอิทธิได้มากเท่านั้น จดหมายที่เขาเขียนนั้นก็ย่อยยับสลายเป็นเหมือนอากาศ เสือเมฆเดินเกมมากกว่าเขาอยู่ก้าวหนึ่งเสมอ ดวงตากลมทอแสงหม่น ภาวนาเพียงว่าคุณชายอิทธิจะเอาอยู่รอดปลอดภัยดี เขาก็หวังเพียงเท่านั้น

อย่างน้อยๆ สิ่งแรกที่จะอยู่รอดในชุมโจรก็คือหามิตรดีกว่าสร้างศัตรู เด็กหนุ่มที่นั่งขัดตะมาดอยู่ใกล้เขา คะเนดูแล้วคงไม่เกินสิบแปด แต่ดวงหน้ากลมเกลี้ยง หูตาแพรวพราว ฉลาดเฉลียว แถมยังสูงกว่าเขาอยู่โข

“มึงชื่ออะไร อายุเท่าไหร่” ตะวันลุกขึ้นนั่งเต็มตัวพลางขยับเข้าใกล้ไอ้จอมเขมือบที่กินสาคูในมือไม่พอ ยังมองชามข้าวต้มคนไข้ของเขาตาพราว

“เปล่ง อายุหรือ สิบแปด สิบเก้ากระมัง หมอตำแยไม่ได้บอก”

“กูชื่อตะวัน เป็นพี่มึงสามสี่ปี ยกข้าวต้มให้มึงก็ได้ แต่บอกกูมาว่านายมึงอยู่ไหน” ตะวันรีตามองคนอายุน้อยกว่าต่างคำถาม

“อาบน้ำไอ้เวนตะไลอยู่ลำธาร” ไอ้เปล่งไม่ได้เห็นแก่กิน แต่การกินมันสำคัญนี่หว่า

“เวนตะไล?”

“ก็ม้าตัวที่แบกพี่มาเมื่อคืนวานซืนแหละ” ไอ้เปล่งถือชามข้าวต้มหอมกรุ่นน้ำลายสือพลางกระซิบเสียงเบา

“มันชื่อเวนไตย อย่าไปบอกพี่เมฆล่ะ เดี๋ยวโดนเตะตายคาตีน”

ร่างโปร่งจึงเดินออกมาจากห้องนอนเป็นครั้งแรก กระท่อมที่อยู่ขนาดไม่ใช่เล็ก หากแต่มีห้องอยู่ตรงข้ามเขาอีกห้อง มีมุมครัวที่ไฟยังกรุ่นและส่วนริมชานเรือนที่สร้างยื่นลงไปในลำธารใหญ่ที่ไหลลงมาจากเทือกเขาซึ่งไม้ใหญ่ขึ้นแน่นขนัด แม้ยามจวนสายหมอกขาวก็ยังไม่จางจากยอดเขา

หนาว…

ความรู้สึกแรกที่ละอองน้ำค้างยามเช้าหยดตกลงจากยอดไม้สัมผัสผิว

ตะวันเดินเลียบข้างลำธารใหญ่ สายน้ำนั้นใสบริสุทธ์ชวนให้แหวกว่าย เสียงหายใจฟูดฟาดของม้าดังมาแต่ไกล จนภาพบุรุษกับม้าอยู่ในครรลองสายตา หลังเปลือยเปล่าของเสือฉกรรจ์นั้นมีรอยสักเต็มแผ่นหลัง มันกว้างแถมยังผึงผาย กล้ามเนื้อมัดแน่นตามลำแขนชวนมองยามไกว่ขัดแปรงลงบนตัวม้า เรื่อยไปจนถึงท่อนขาภายใต้กางเกงสแล็คผ้าสีดำที่เสือฉกรรจ์ถกพับขึ้นครึ่งน่อง ตะวันเอียงหัวแล้วทำไมเขาต้องมานั่งไล่มองไอ้สัดส่วนของไอ้คนไกลปืนเที่ยงแบบนี้

“ไม่ตายก็ดี” คำแรกของคนที่หันหลังเอ่ยขึ้นกับเขา

“ทำยังกับ ‘พี่’ ดีใจที่ฆ่าฉันไม่ตาย” ตะวันกัดฟันเขาแค้นที่มันทำกับเขาและคุณชายอิทธิ แต่นี่คงไม่ใช่เวลามาตะโกนร้องฟูมฟายให้โดนปาดคอตัวเองแถมยังบาดเจ็บอยู่แบบนี้

“หึ” เจ้าของเสียงตวัดเสียงในห้วงคอ ราวกับสมเพช “มึงคิดฆ่ากู แต่กูช่วยมึงไว้เท่ากับมึงเป็นหนี้กู” เสือเมฆหันมาประสบสายตากับตะวันเป็นครั้งแรก หนวดเครานั้นโกนออกไปจนเกือบหมดเหลือแต่หนวดไรเขียวบางๆ ตะวันจ้องหน้าเสือร้ายเป็นครั้งแรกแม้นพบกันสองครั้งสองครา แต่นั้นก็เพียงระยะไกลกับแสงน้อยเกินกว่าจะพินิจได้ชัดๆ ยิ่งดวงตาสีดำคมกล้าที่ไม่เคยกลัวใคร เขากลับคุ้ยเคยดั่งประหลาด

เหมือนเคยรู้จักมาก่อนเหมือนนานมากเหลือคณา แต่ไม่เคยมาที่นี่จะไปรู้จักไอ้โจรปล้นฆ่าแบบนี้ได้อย่างไร

“จะให้ฉันใช้พี่ยังไงล่ะ” ร่างสูงใหญ่ของเสือเมฆเดินเข้ามาใกล้ประชิดจนลมหายแทบจะติดกัน แต่เขาเลือกที่จะไม่ถอยแม้เพียงก้าวเดียว

“ใช้ ‘ทั้งหมด’ที่มึงมี”

“แต่ฉันขอเพียงให้คุณชายอิทธิปลอดภัยได้หรือไม่ แล้วฉันจะใช้ให้พี่อย่างที่พี่ต้องการ”

“ถ้าพี่มืดมันไม่ ‘ขย้ำ’ นายมึงตายเสียก่อน”

ตะวันตาโตมองเสือร้ายอย่างแค้นเคืองจนมือใหญ่ตรงเข้าบีบแก้มนิ่มนั้น พยายามเก็บน้ำตาที่คลอหน่วยไม่ให้ไหลลงมา รู้ว่าเป็นรอง หากแต่ไม่รู้ว่าเป็นรองถึงเพียงนี้

“แรกทีเดียวกูต้องการแค่หมอรักษาพี่กู กูเลยให้คนตามคุณชายหมอ ส่วนไอ้เปล่งมันลงไปตามรัตนชาติกูที่หมู่บ้าน แต่กูถึงไม่คิดว่าทั้งหมอทั้งรัตนชาติมันจะเป็นเรื่องเดียวกัน” เมฆเพิ่มแรงบีบที่แก้มนั่นจนขึ้นรอยแดง ไม่เคยมีใครมาลูบคมเขามาก่อน และเขาก็เลือกที่จะไม่เก็บไอ้คนกล้าตีปีกเทียบไว้ข้างตัว

“ฉันจะบอกพี่เมื่อพระจันทร์เต็มดวงครั้งหน้า มันเป็นฤกษ์เวลาที่พี่จะได้ของคืนและมันจะไม่หล่นหายไปจากพี่อีก แต่เรื่องคุณชายหมอถือว่าฉันขอพี่เถอะ” ตะวันยกมือขึ้นไหว้ เขาไม่มีอะไรต้องเสียอีกแล้ว

“ขี้ข้ารักนายมากว่าตัวเสียจริง” เมฆสบถราวกับเจอเรื่องตลก

“ฉันขอเถอะพี่ เก็บคุณชายหมอไว้ยังทำประโยชน์ให้พี่ได้มากนัก ทั้งช่วยรักษากำลังคนของพี่ได้” ตะวันร้องขอกึ่งต่อรองในที เขาใช้น้ำเสียงอ่อนลง ท่าทีโจรร้ายถือว่านิ่งสงบกว่าทีแรกแสดงว่าข้อเสนอของเขาก็น่าสนใจไม่น้อย

“กูจะเก็บไว้ก็ย่อมได้ แต่ทำไมกูต้องรอรัตนชาติ ในเมื่อกูฆ่ามึงเมื่อไรก็ได้”

“ฉันมีหลวงลุงบวชมานานปีที่พระนคร คนเล่นเครื่องรางแบบพี่คงจะได้ยินชื่อมาบ้าง หลานคนเดียวอย่างฉันท่านก็สอนดูดวงมาไม่น้อย พี่จะให้ใครไปถามดูก็ได้ ถ้าฉันโกหกพี่ค่อยมาเชือดฉันทิ้งก็ได้ บาดเจ็บอยู่อย่างนี้จะหนีไปไหนได้” ตะวันเงยหน้ามองตะกรุดที่คล้องด้วยเชือกสีดำที่คอเสือเมฆ ดูไม่ผิดจริงๆ ว่าตะกรุดนี่ปลุกเสกจากฝีมือหลวงลุงของเขาไม่ผิดแน่

“ถ้ามึงโกหก มึงก็ควรจะรู้ว่าคนที่ตายจะไม่ใช่มึง”  เมฆสะบัดมือจากตะวัน ร่างสูงใหญ่โยนแปรงอาบน้ำม้าใส่ร่างเล็กกว่าจนตะวันรับแทบไม่ทัน

“พี่จะให้ฉันอาบน้ำม้าหรือ” ท่าทางไอ้ม้าสีขาวนี่คงพยศไม่น้อย

“เอาเวนไตยไปเก็บที่คอกก่อนตะวันตรงหัว” ร่างสูงใหญ่เดินจากไปจากลำธาร ทิ้งให้เขายืนกับม้าตัวใหญ่ที่ยังไม่อาบน้ำไม่เสร็จ ใจกล้ามากที่ทิ้งเขาไว้คนเดียว ถ้าวิ่งหนีก็ไปไม่รอดอยู่ดี มาหวังโดนยิงทิ้งกลางป่าเปล่าๆ

“อารมณ์ไหนวะ” ตะวันสบถ ก่อนจะค่อยๆ ยื่นมือมาสัมผัสม้าสีขาวสายพันธุ์ดี แผ่หางเป็นพู่สวย ลักษณะดีขนาดคนที่ไม่เคยเลี้ยงม้าสักตัวยังดูออก มือเล็กแต่หยาบออกแรงเข็ดที่ตัวม้าจนมันร้องฮึดเสียงดัง

“เออ กูเบาๆ ให้ได้” ท่าทางมันจะชอบ เขาเลยเร่งอาบน้ำจะได้รีบเสร็จๆ ไป

“มึงนี่ก็แปลกนะ ม้าขาวเขาเป็นม้าเจ้าชงเจ้าชาย มึงดันเป็นม้าโจร”

เสียงหัวเราะลั่นลำธารที่ดังมาจากข้างหลังนั่น ทำให้ตะวันตกใจรีบหันกลับไปดู เมื่อเห็นว่าเป็นหนุ่มรุ่นน้องก็ถอนหายใจกลัวว่าไอ้หัวหน้าโจรนั่น ถ้ามันได้ยินเขานินทาม้ามัน มันจะได้ตัดเนื้อเถือหนังเข้าให้

“เออ เจ้าของไม่อยู่ นินทาม้าเขาก็ยังดีหรือ”

“หุบปากเสียก็ไม่มีใครว่ามึง ไอ้เปล่ง”

“พี่นี่ ‘คนพิเศษ’เลยนะ ขนาดฉันเอง ไอ้เวนตะไลมันพยศพิลึก แต่พี่มาไม่กี่วันมันกลับเชื่องเหมือนอยู่กับพี่เมฆ”

ตะวันรีบอาบน้ำแล้วจูงเวนไตยเข้าคอกได้สำเร็จก่อนเที่ยง ก่อนท้องเขานั้นมันจะร้องประท้วงหนัก เพราะไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่ฟื้น ไอ้เปล่งมันเลยมาพาเดินลงมาจากบ้านของเสือเมฆที่เขาเพิ่งรู้ว่ามันแยกจากบ้านของชุมเสือเมฆมาไม่น้อย เพราะไอ้เปล่งให้เหตุผลว่าพี่เมฆของมันนั้นชอบสันโดษ ไม่ชอบให้ใครไปยุ่มย่าม

ชุมเสือเมฆที่ใครต่างหวาดกลัวเพราะเป็นชุมเสือที่มีอิทธิพลในพื้นที่ ขนาดว่าทางการส่งตำรวจมากี่คนต่อกี่คนก็ยังหาแหล่งกบดานไม่เจอ ข่าวลือที่ว่าเสือเมฆเป็นเสือที่มีคาถาอาคมเลยเสกเมฆหมอกมาบังตาเลยไม่เคยมีใครได้เฉียดใกล้คงเป็นเรื่องจริงไม่น้อย

บ้านเรือนในชุมเสือนั้นตั้งเรียงรายไม่ผิดจากหมู่บ้านทั่วไป ดูคะเนจากตาเปล่าคงกินไปร่วมยี่สิบ สามสิบหลังคาเรือนส่วนใหญ่เป็นโจรลูกน้องที่อาศัยบารมีเสือเมฆ สายตาที่มองมายามเขาเดินผ่านชวนให้หนาวๆ ร้อนๆ ไม่น่าใจ มีผู้หญิงอยู่เป็นส่วนน้อย ส่วนเด็กเล็กกับคนแก่แทบไม่มีให้เห็น

ก็นี่มันรังโจร ถ้าจะกลัวก็ไม่แปลก

ไอ้เปล่งพาเขาให้หยุดเดินอยู่ตรงเรือนหลังหนึ่งซึ่งตั้งอยู่แทบกลางหมู่บ้าน กลิ่นยาชวนให้เหม็นลอยลมมาจากในเรือน เสือเมฆนั่งเปลือยท่อนบนอยู่ที่แคร่หน้าเรือนหน้าคมคร้ามนั้นแสดงสีหน้าหนักใจไม่น้อย ก่อนจะกระดกไหเหล้าเข้าปาก ชายชราผู้หนึ่งเดินลงบันไดมาจากในเรือน ก่อนจะพูดด้วยสีหน้าวิตกแล้วลงนั่งตรงข้ามกับเสือเมฆ

“ผ่ากระสุนออกแล้ว แต่ท่าทางมันอ่อนแรงนัก”

“ไอ้ยิ่ง” เสียงทรงอำนาจเรียกให้ลูกน้องคนหนึ่งรีบเดินเข้าไปหา เสือเมฆสั่งงานเสียงเบาก่อนลูกน้องมันจะรีบไปทำการบางอย่างที่ผู้เป็นนายประสงค์

“พี่เมฆ” ไอ้เปล่งเดินเข้าไปหาลูกพี่มัน ทิ้งให้เขายืนอยู่ไกลๆ ก่อนวงสนทนาทั้งสามคนจะเงยหน้าไปสบกับผู้มาใหม่

“ชื่อตะวันหรือมึง” คนสูงวัยที่สุดถามก่อนจะพยักหน้าให้เขานั่งลงที่แคร่เยื่องจากเสือเมฆ

“ครับ”

“กู ปู่กรดเป็นหมอยาที่ชุมนี่ เดินได้ก็ไม่ตายแล้วนี่หว่า” ปู่กรดที่ว่าเป็นชายชราที่มีรอยสักเต็มตัวตั้งแต่คอไล่เรียงไปจดปลายแขนแถมยังหัวเราะจนเห็นฟันดำปี๋

“ฉันฝากเนื้อฝากตัวกับปู่ด้วยแล้วกัน” ตะวันเล็งอยากจะหาพวกเพิ่มอีกสักคนสองคน เผื่อมันจะช่วยให้เขาหาโอกาสออกจากไอ้ชุมเส็งเครงนี้ได้เร็วขึ้น

“มาฝากกูทำเหี้ยอะไร ฝากกับผัวมึงนู้น”

“ผัวที่ไหนปู่” ตะวันคล้ายจะตาลาย เขาหรือที่เมาความหิวหรือไอ้ปู่แก่ที่มันเมายาสมุนไพร ผู้ชายท่าทางแข็งแรงมีกล้ามนิดๆ แบบเขาหรือจะมีผัว เขาหันไปมองไอ้เปล่ง มันก็รีบหลบตาเขาเป็นพัลวันก่อนจะรีบกระดกจอกเหล้าตบด้วยกับแกล้มท่าทางพิรุธหนัก

แล้วคำตอบที่ไร้เสียงก็เหมือนปรากฏขึ้นตรงหน้า เสือเมฆกลับนั่งนิ่งผิดจากทุกคนในวงสนทนา สายตาคมกล้าที่ต้องแสงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน ท่าทีไม่ทุกข์ไม่ร้อนผิดจากตอนเช้าที่เขาเจอราวกับเป็นคนละเรื่อง

“ผัวคนนี้ไง” เสือเมฆตอบเขาแก้อาการโง่ด้วยท่าทางเหม็นเบื่อเหลือคณา

คำตอบที่ได้ทำเอาตะวันแทบเป็นลมล้มทั้งยืน นึกอยากจะให้แผลติดเชื้อตายลงเสียตอนนั้น ที่ออกปากจะใช้ให้มันทั้งหมดที่มี ใครมันจะไปคิดว่าต้องใช้ในฐานะ 'เมียโจร'

==================================
กลับมาแล้วจ้าาา ช่วงนี้ WFH เจ้านายเรียกแทบไม่ได้หยุด  :heaven
น้องไม่รู้ตัวเลยว่าไปนอนบ้านพี่เขาด้วยฐานะอะไร
แต่ขึ้นอย่างโจรก็ลงอย่างหมาจ้าพี่เมฆ รอเลย  :hao7:






ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 592
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

ออฟไลน์ HamsteR

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 140
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-1
ยัดเยียดสถานะ "เมียโจร" ให้ก่อนเลย  :hao3: :hao3:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5414
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0

ออฟไลน์ pedchara

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 179
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-0
บท ๔

เมียเสือเมฆ


ตราบที่ท้องฟ้าถูกสีดำทะมึนเข้ายึดครองพื้นที่ รอบกองไฟที่ลุกโชติช่วงก็โหมกระหน่ำดั่งกองเพลิงแผดเผาไอร้อนรอบรัศมีและเปล่งแสงของมันให้ขยายวง เมื่อสมุนโจรผู้หนึ่งเติมท่อนฟืนลงไป แม้นจะใกล้เลยพ้นค่อนคืนไปแล้ว แต่การดื่มกินของบรรดาโจรก็ยังคงไม่ร้างลา ตะวันมองไอ้เปล่งที่เมาแปล้ วงหน้าแดงก่ำเดินโซเซ กอดไหเหล้า มาทางเขาพลางหัวเราะเอิ๊กอ๊ากเหมือนคนโดนยาม้าก็ไม่ปาน ยิ่งปู่กรดทำท่าจะลุกเข้าไปในเรือนแล้ว ตะวันก็ยิ่งหนาวๆ ร้อนๆ รีบฉุดมือของคนสูงวัยเอาไว้เป็นเกราะคุ้มตัว

“ปู่ อย่าเพิ่งไปสิ อยู่เป็นเพื่อนฉันก่อน”

“ข้าง่วงนอนแล้วโว้ย ไอ้นี่ ปล่อยๆ เดี๋ยวเตะยันข้างฝา” พอคนสูงวัยลุกหายเข้าไปในกระท่อมที่คลุ้งกลิ่นยา ร่างโปร่งก็หันซ้ายขวาเตรียมจะลุกตามเข้าไป แต่เสียงเรียกหวานหยดชวนขนลุกก็หยุดฝีเท้าไว้เสียก่อน

“พี่วันนนน อย่าเพิ่งปายยย เอาพี่เมกไปส่งที่เรือนที นะๆ”

“เมาเดินไม่ไหวก็ให้อยู่ตรงนี้สิวะ เรื่องอะไรของกู” ตะวันรีบตอบปัดพ้นตัว ยิ่งหันไปสบสายตาสีดำที่ทรงอำนาจซึ่งจิบจอกเหล้าหันมองสบกับเขานั้นยียวนชวนอารมณ์เสีย ไม่มีทีท่าของอาการเมาเดินแล้วไม่ไหวสักนิด

“เปนเมียนะ อย่าดื้อกับผัว ไม่ดีๆ” ไอ้เปล่งชูนิ้วชี้ทำท่าส่ายไปมาเชิงว่าการกระทำของเขานั้นมันผิดหนักหนา ร่างโปร่งก็ถอนหายใจหงุดหงิดตัดสินใจเดินเข้าไปสมทบกับวงใหญ่มี่สุดในลาน โดยมีเสือเมฆนั่งเป็นจุดศูนย์กลางอยู่ที่พื้นฟาง รองเท้าผ้าใบคู่ใหญ่นั้นพาดกวัดไกว่อย่างอารมณ์ดี ดวงตาสีดำกระต่ายมองท่อนขายาวที่กึ่งนอนกึ่งนั่งเรื่อยมาจนกล้ามท้องที่หายใจขึ้นลงเป็นจังหวะสม่ำเสมอจรดใบหน้าคมคร้ามที่จดจ้องเขาอยู่ก่อนแล้ว

“ลุกขึ้นสิพี่เมฆ เห็นไอ้เปล่งบอกพี่อยากกลับแล้ว” เสียงโฮฮ่าดังขึ้นรอบวงทันทีที่เขาเอ่ยจบ

“โว้ย พี่เมฆได้เมียก็ครานี้ล่ะวะ”

“คืนนี้รับรองสั่นยันเสาเรือน ฮิ้ววว”

“เงียบ ไอ้สัด!!” เสียงตะโกนประโยคคมกล้าแผดออกมาครั้งเดียว บรรดาสมุนโจรสิบกว่าชีวิตที่อยู่โดยรอบเงียบเป็นเป่าสาก ดวงตาทรงอำนาจมีประกายกวนประสาทปนกรุ่นไปด้วยไอโมโหจนตะวันต้องกำมือและได้เรียนรู้ว่ามหาโจรผู้นี้กำลังจะปั่นประสาทเขาด้วยสงครามอารมณ์

“เดี๋ยวเมียกูเขิน” พอเสือเมฆเอ่ยประโยคถัดมาเท่านั้น เสียงโฮ่ฮ่าในวงเหล้าก็ดังกระหึ่มจนตะวันทำหน้าไม่ถูก ตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งโดนผู้ชายด้วยกันเกี้ยวล่ะวะ

ยิ่งสายตาเสือเมฆที่แม่งกวนโอ้ยเขาจนอยากหาท่อนฟืนแถวนั้นมาฟาดให้เลือดอาบ!

“เดินดีๆ สิพี่” เสียงตะวันเอ่ยคล้ายเอ็ดน้อยๆ หลังโดนร่างสูงใหญ่คล้องแขนมาพาดที่ไหล่ให้เขาเดินหิ้วเรื่อยมาจากวงเหล้า จนถึงริมสายธารที่กระท่อมหลังใหญ่ตั้งอยู่ ไฟตะเกียงแกว่งไกว่เพราะแรงลมซึ่งถูกจุดตลอดทางกลับกระท่อมเคล้ากับแสงดาวทอดยาวเป็นประกายระยับที่ยอดไม้ให้อารมณ์แปลก ดวงตาสีดำกระต่ายทอดมองสองข้างทางที่เต็มไปด้วยต้นไม้ ใบหญ้า ชีวิตของเขานั้นวุ่นอยู่แต่กับวังเศวตนิวัฒน์ ทิวทัศน์ที่ลุแก่สายตาจึงแปลกตา เมื่อรู้ว่าถูกมองจากดวงตาสีดำทรงอำนาจ ตะวันจึงหันไปสบสายตากลับอย่างไม่นึกกลัว ความรู้สึกลึกๆ นั้นราวกับว่าคุ้นกับวงแขนแบบนี้กับดวงตาดุๆ เสียมากกว่า

“กูไม่ได้อยากทำให้มึงเจ็บ” เสียงแข็งๆ เจือกลิ่นเหล้านั้นเอ่ยออกมาเบาๆ

“ฉันมันดวงแข็ง รอดตายมาได้ก็บุญโข” ตะวันลุบตาลงมองเท้าที่กำลังก้าวเดินขึ้นเนิน เขาเดาไม่ออกว่าพยัคฆ์บ้านเขาล้อมกำลังคิดอะไร

บรรยากาศเงียบงันลอยอยู่รอบตัวคนทั้งคู่ จวบจนตะวันประคองร่างสูงใหญ่เปิดประตูเข้ามานอนบนที่นอนได้สำเร็จ ทั้งห้องนั้นมืดสนิทจนดวงตากระต่ายตาบอดกลางคืนไปชั่วขณะ มือก็สะละวนอยู่กับการหาไม้ขีดที่จำได้ว่าอยู่แถวๆ พื้นข้างเตียง มือเล็กสากจับกล่องไม้ขีดได้ก็ดีใจ แต่ชั่วครู่ก็ถูกมือใหญ่แย่งไปขูดข้างกล่องจนสว่างวาบ เสือเมฆเปิดตะเกียงเจ้าพายุแล้วนำไม้ขีดไปจ่อเชื้อไฟ เมื่อโดนน้ำมันก็ส่งแสงสว่างให้เห็นเงาสลัว

“พี่ไม่ได้เมา” เสียงกระซิบของตะวันพร่ำบอก เขามองไม่ผิดว่าคนตรงหน้าคงเป็นสิงห์เหล้าตั้งแต่เข้าวัยรุ่นจึงคอทองแดงกินเท่าไหร่ก็ยังครองสติอยู่ได้

“ตะวัน” เสือเมฆขยับเข้ามาใกล้ จนร่างตะวันแข็งค้างไปชั่วครู่ เสียงห้วนๆ ที่มักจะดุอยู่เป็นนิตย์เอ่ยชื่อเต็มของเขาครั้งแรก มันปนความคิดถึงอย่างน่าประหลาด มือหยาบดึงปลายคางของเขาให้เข้าใกล้ ก่อนใบหน้าคร้ามคมจะยื่นเข้ามาประกบปากจูบบดบังแสงไฟ ตะวันกระถดถอยหนีหากร่างใหญ่ก็ยิ่งตามเข้าไปประชิดใกล้ไม่ยอมให้ห่างตัว ริมฝีปากเสือบดคลึงเคล้าก่อนลิ้นเจ้าเล่ห์จะยกเลียจนแฉะชื้นให้คนใต้ร่างยอมเปิดปาก ตะวันไม่ประสาเท่าใดนักจึงตกเป็นรองมหาโจร จึงยอมเปิดปากให้โดยง่าย ลิ้นเจ้าเล่ห์เข้าหยอกเอิ้นกับลิ้นเล็กที่มักหลบหลีกเสียมากกว่า แต่ลิ้นเจ้าเล่ห์ก็ยังตามเข้าไปพัวพันจนเกิดเสียงน่าอาย
 
ตะวันคล้ายมัวเมากับรสจูบนั้นอย่างไม่ได้ตั้งตัว ยังไม่ทันเท่าใดหลังบางก็กระทบพื้นเตียง ดวงตาสีดำกระต่ายลืมขึ้นอย่างตกใจ ร่างสูงใหญ่คร่อมเหนือตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เสือเมฆยังสาละวนอยู่กับรสจูบจนน้ำลายไหลเลอะข้างแก้มคนเหนือร่างยอมทอดถอนริมฝีปากออก

“อา” เสือเมฆครางเสียงเบา แต่มันกลับทำให้คนใต้ร่างทำท่ามุดหนีออกจากกอดเสียให้ได้

“พอเถอะพี่ ฉันขอ”

“กูก็ไม่คิดทำคนที่ไม่ยอม” เสือเมฆยอมปล่อยให้ร่างสูงโปร่งเป็นอิสระ ตะวันก้มหน้างุดไม่พูดอะไรจนเกือบจะเดินออกจากประตูไป ในอกบรรจุความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไม่เคยประสบเอาไว้มากมาย สัมผัสเมื่อครู่ไม่ใช่การฝืน หากแต่มันอบอุ่นปนแปลกหน้า คุ้นเคยแต่กลับเหมือนไม่เคยรู้จัก

“มึงนอนที่นี่แหละ เดี๋ยวพวกมันเห็นมึงออกจากห้องกูไป เสียแต่จะเป็นเรื่องให้ระคายหูกู” เสียงห้าวเข้มของเสือเป็นประกาศิตบังคับให้ตะวันหันกลับมาอีกครั้ง ก่อนจะล้มตัวลงนอนที่ข้างเตียง นานจนเขาคิดว่าเสือเมฆจะหลับไปแล้ว ตะวันจึงได้แต่เอ่ยถามประโยคที่ยังค้างในใจ

“ทำไมถึงบอกคนอื่นว่าฉันเป็นเมีย”

“รึอยากเป็นเมียโจรทั้งชุม” ตะวันสะดุ้งน้อยๆ เมื่อรับรู้ว่าเสือเมฆที่นอนหันหลังเหลือให้เห็นแต่รอยสักทั่วแผ่นหลังเอ่ยตอบปัดรำคาญ หน้าแฉล่มของตะวันกัดฟันอย่างแค้นเคือง สักวันเขาจะหาทางออกไปจากที่นี่ให้ได้และพาคุณชายอิทธิกลับพระนคร ก่อนจะลากพวกมันเข้าซังเตขังลืมเสียยกชุม


’ ไอ้วัน ดวงเอ็งมันแปลกนัก ตกฟากพุธกลางคืน เอ็งจะมีลางสังหรณ์ที่คนอื่นไม่มี’ ตะวันที่ยิ้มแป้นไม่เข้าใจในสิ่งที่หลวงลุงพูดเท่าไหร่ มือน้อยรินน้ำชาให้ท่านก่อนมานั่งสมทบกับพี่ตัวโตที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ใบหน้าปูดบวมเหมือนเพิ่งมีเรื่องนั่งหน้าเคร่งขรึม ได้ยินเด็กวัดคนอื่นว่าเป็นหลานอากงที่เปิดร้านน้ำชาในตลาดเพิ่งมีเรื่องชกต่อยกับเด็กรุ่นๆ กัน อากงจึงฝากให้มาเรียนหนังสือกับหลวงลุงของเขา ตะวันน้อยเม้มปากไม่นึกชอบคนพาลตรงหน้าตั้งแต่แรกเจอ

’ แล้วฉันจะเห็นผีหรือจ๊ะ’ ตะวันกอดอกตัวเอง ละความสนใจจากพี่ชายอันธพาลตรงหน้าไปชั่วคราว หลวงลุงเอาไม้หวายเขกหัวเล็กเบาๆ ก่อนตอบ ’ เอ็ง เห็นดูหนังกลางแปลงมากไปหรือ เห็นทีข้าต้องดุแม่บุหงาเสียบ้างแล้ว’

’ ไม่เอานะหลวงลุง’ ตะวันน้อยเข้ากอดขาหลวงลุงเสียให้วุ่น เรียกรอยยิ้มของเสือยิ้มยากได้จนหลวงลุงบุญ ต้องหันมองอย่างนึกได้

’ เอ้า รู้จักกันซะสิวะ นี่ไอ้วันหลานข้า ส่วนเอ็งชื่ออะไรหรือ’ ดวงตาอาทรของหลวงลุงบุญมองเด็กหนุ่มที่เพิ่งเข้าวัยรุ่นได้ไม่กี่ปี ท่าทางหน่วยก้านไม่เลวนัก

’ หยกขอรับ’ เสียงดังหนักแน่นตอบกลับอย่างนอบน้อม หลวงลุงพยักพเยิดให้หลานจอมซนแนะนำตัวตอบพี่ชายที่อายุมากกว่าจนคนเม้มปากแน่นอย่างไม่นึกชอบต้องแกะปาก ออกคำพูดแนะนำตัวกับพี่ชายหน้าขรึมเป็นครั้งแรก

’ ตะวัน ฉันชื่อตะวันไม่ใช่ดวงตะวันนะ’ เด็กน้อยชี้ไปข้างนอกกุฏิของหลวงลุงที่กำลังบ่ายคล้อย บ่งบอกว่าดวงอาทิตย์ไม่ใช่ที่มาของชื่อที่คนภายนอกมักจะเข้าใจ

’ ตะวันที่มาจากดอกทานตะวัน แม่ชอบเลยให้ชื่อแค่ตะวัน’

’แล้วทำไมถึงชื่อหยกล่ะ’ เด็กน้อยเอ่ยถามอย่างสงสาร เมื่อเล่าเรื่องตัวเองเสร็จสรรพ

’อากงอยากให้แข็งแรงเหมือนหยก’ พี่ตัวโตนั้นตอบก่อนจะยกมือลูบหัวเขาบ่งบอกว่าเอ็นดู เห็นหางตาว่าหลวงลุงกำลังหันไปสั่งงานเด็กวัดคนอื่นให้ทำความสะอาดศาลาการเปรียญก็กลายเป็นว่ามือหนายกขึ้นตบหัวเขาเบาๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคหนึ่งให้ได้ยินกันสองคน

’พูดมากนักนะมึง’

ตะวันเม้มปาก หนอยมาแกล้งหลานหลวงตาบุญได้ คิดผิดแล้ว สักพักพี่ชายที่แสนดีในนาทีแรกก็ถูกเปลี่ยนสถานะให้เป็นศัตรูหมายเลขหนึ่ง


ตะวันที่สะดุ้งตื่นขึ้นยามแสงแรกตกกระทบที่หน้าต่างกระท่อมที่ใครบางคนเปิดเอาไว้ ร่างโปร่งลุกขึ้นมองไปรอบห้อง หัวหน้าชุมโจรบ้านเขาล้อมก็ไม่อยู่แล้ว

ครัวที่กรุ่นไฟนั้นบ่งบอกว่าคนเป็นเจ้าบ้านเพิ่งจะออกไปได้ไม่นาน ตะวันถอนหายใจอย่างโล่งอก เขานึกไม่ออกเหมือนกันหลังจากเหตุการณ์เมื่อคืนจะเผชิญหน้ากับเสือเมฆได้อย่างไร มือเรียวสากยกบรรจงแนบที่ริมฝีปากอย่างเผลอตัว สัมผัสร้อนนั้นยังค้างติดอยู่ ชวนให้ทำตัวเก้อกระดาก ร่างโปร่งจึงทรุดลงนั่งที่โต๊ะไม้ถัดจากครัวไฟมีจานกับข้าวครอบอยู่ไว้สองสามอย่าง มือเรียวจึงเปิดออก ไข่เจียวง่ายๆ กับแกงเลียงพร้อมจานข้าวสวยที่ยังร้อนคุไอกรุ่น

หมู่นี้เขามักฝันถึงเฮียหยกบ่อยกว่าแต่ก่อน คนที่ล่วงลับไปนับสิบปีแต่ยังวนเวียนในความทรงจำไม่มีจางหาย ฝันเป็นลางสังหรณ์ชนิดหนึ่ง ถ้าสังหรณ์ถึงหรือพี่ชายของเขานั้นยังไม่ตาย ก้อนเนื้อในอกเต้นรัวเร็วขึ้นมาเสียอย่างนั้น ชั่วครู่ใบหน้าคมคร้ามของเสือเมฆก็วนเข้ามาในความคิด

“บ้าน่า เฮียหยกจะกลายเป็นโจรอย่างนั้นรึ”

ตะวันสบถกับตัวเองเบาๆ ความคิดที่จู่โจมต่อสู้กันไม่รู้จบจนพาลสับสน เฮียหยกเป็นคนรักความยุติธรรมเสมอ คงไม่แคล้วกลายเป็นโจรปล้นฆ่าไม่รู้กี่ศพต่อกี่ศพหรอก ถึงตอนนั้นเขาจะยังเด็ก แต่ก็ไม่ได้เลอะเลือนขนาดที่ว่าจำนิสัยของพี่ชายไม่ได้

“พี่เมฆ” เสียงตะโกนที่หน้าเรือนยังให้ตะวันละความสนใจไปโดยปริยาย

“พะ พี่เมฆไม่อยู่” ตะวันจำได้ว่าเป็นยิ่งที่เขาเคยเจอในวงเหล้า ตอนเสือเมฆสั่งการบางอย่าง ร่างโปร่งเผลอถอยหลังไป เมื่อต้องเผชิญหน้ากับโจรคนอื่นที่ไม่ใช่เปล่งเพียงลำพังเป็นครั้งแรก

“กูไม่ฆ่าใครตอนไม่ปล้น ถ้าไม่จำเป็น” เหมือนคนหนุ่มคู่สนทนาจะรู้ตัวจึงเอ่ยตอบคนตรงหน้า ตะวันจึงฝืนยิ้มให้ก่อนกล่าวแนะนำตัวอย่างมีมารยาท เมื่อคะเนได้ว่าคนตรงหน้าคนจะแก่กว่าเขา

“ฉันชื่อตะวัน”

“กูชื่อยิ่ง” คนที่ชื่อยิ่งนั้นรูปร่างสูงใหญ่ตามแบบฉบับหนุ่มไทยแท้ ผิวเข้มคม ดูออกว่าบ้านเกิดคงเป็นเมืองใต้ ยิ่งท่าทีเป็นมิตรแบบแข็งๆ ดวงตากระต่ายไล่ไปหยุดตรงที่เอวของอีกฝ่ายที่มีปลิดขิกโผล่ออกมาตามชายเสื้อ ชุมเสือเมฆคงนิยมเล่นของคลังกันเป็นนิตย์

“พี่พาฉันไปหาปู่กรดได้หรือไม่” เมื่อไม่มีใครอยู่ทั้งเสือเมฆและไอ้เปล่ง ตะวันจึงไม่อยากอยู่คนเดียวตามลำพัง

“ตามกูมา” ยิ่งกล่าว แล้วเดินออกไป ตะวันจึงหันไปหยิบเสื้อเชิ้ตกรมท่าของเสือเมฆที่วางอยู่มาใส่เป็นเสื้อนอกบรรเทาความหนาว ปล่อยให้กับข้าวยามเช้าเป็นหมันไปปริยาย


“ปู่ให้ฉันช่วยนะ” ปู่กรดที่กำลังตากสมุนไพรลงในกระจานสานใบใหญ่เงยหน้าขึ้นรับเสียงที่มาก่อนตัวของตะวัน ปู่กรดวัยแม้ชรามากแล้ว แต่ก็ยังแข็งแรงเดินเหินสะดวก ยิ้มรับให้เมียเสือเมฆที่นั่งตาแป๋วเหมือนตากระต่าย มีโจรบางคนในชุมที่มองด้วยสายตาแปลกๆ หากแต่เจอสายตาดุของเสือเฒ่า พวกนั้นก็พากันหายกลับเข้าไปในที่พัก

“ช่วยกูตากพวกสมุนไพรพวกนี้แล้วกัน” เช้านี้ที่ชุมเงียบสงัดผิดจากเมื่อคืน มีเพียงซากกองไฟที่ยังค้างจากเมื่อคืน สายตาของตะวันเหไปพบกับหม้อยาที่กำลังเดือดอยู่บนเตาถ่าน ร่างโปร่งจึงนั่งลงที่แคร่พลางช่วยจัดสมุนไพร มือเรียวก็สาละวน หากแต่กำลังจับสังเกตคนแก่

“มีคนเจ็บหรือปู่” ตะวันเอ่ยดังคำถามความเป็นไปของดิน ฟ้า อากาศ

“ไม่ใช่เรื่องของเอ็ง อย่าขึ้นไปบนเรือน ถ้าไม่อยากมีเรื่องกับไอ้เมฆ” ปู่กรดสั่งเสียงเด็ดขาด เพราะแกเป็นหมอยาคนเดียว โจรในชุมถึงพากันเกรงใจ หากเจ็บป่วยก็พึ่งยาจากปู่กรดกันทั้งนั้น ร่างชราเดินออกไปข้างนอก เพื่อถามหาตัวยาจากใครบางคน ตะวันมองหัวกระไดเรือนยานั่นอย่างชั่งใจ หากคนเจ็บนั้นเกี่ยวข้องกับคุณชายอิทธิเล่า เขาก็พอจะถามหาข่าวคราวของหม่อมราชวงศ์หนุ่มซึ่งเป็นเจ้านายได้บ้าง เพราะหลายวันแล้วที่หลุดมาอยู่ในชุมเสือตัดขาดการติดต่อจากโลกภายนอก เขาเป็นห่วงคุณชายจับใจ

ร่างโปร่งตัดสินใจแน่วแน่เดินขึ้นไปบนเรือนอย่างเงียบเชียบ ในห้องนอนของเรือนยานั้นมีร่างสูงใหญ่ของใครบางคนกำลังนอนหลับ บาดแผลที่หัวไหล่ถูกพันผ้าสีขาวไว้อย่างดี ใบหน้านั้นยังหนุ่มคล้ายวัยสามสิบเลยไปแล้วกำลังหลับสนิท รอบตัวกรุ่นไปด้วยไอยา คงเป็นพี่ชายของเสือเมฆ กลุ่มยาแอสไพรินซึ่งเขาจำได้ดีว่ามีอยู่ที่สถานีอนามัยบ้านเขาล้อมวางอยู่ข้างตัว มันจะมาอยู่ที่นี่ไม่ได้เลย หากคุณชายอิทธิไม่ได้มาด้วย มือเรียวกำลังเอื้อมมือไปแตะซองยาด้วยน้ำตาคลอ

“มึงเป็นใคร” มีดคมเล็กที่จ่ออยู่ที่คอหอยของตะวัน ยังให้ร่างโปร่งแข็งค้าง ดวงตากลมสีดำคลอไปด้วยน้ำตาตกใจที่คนที่นอนหลับตวัดเอาร่างของเขาแนบตัวแล้วจ่อมีดในพริบตา ดวงตายาวรีเพ็งมองคนในอ้อมกอด เพราะไม่ใช่คนในชุมเสือ มือสีเข้มจึงเพิ่มน้ำหนักคล้ายเค้นคำตอบจนคมมีดบาดกดลึกจนได้เลือด

“เมียน้องคุณ” ตะวันปาก คอสั่นกลัวจนเรียบเรียงคำพูดสั่นระรัวออกมา

“เมียไอ้เมฆ? ” คนตรงหน้าคล้ายหัวเราะด้วยเสียงอ่อนแรง เพราะแผลยังไม่สมานตัวเต็มที่ “มึงคิดจะแก้ตัวอะไรก็เอาให้มันน่าเชื่อหน่อยสิวะ ไอ้เมฆเนี่ยนะจะมีเมีย บอกว่าน้องกูมีเมียเป็นลิง ค่างยังน่าเชื่อมากกว่ากระมัง”

“ฉันเป็นใครก็แล้วแต่คุณจะเชื่อ แต่อยากถามเพียงว่าคนที่ให้ยาแบบนี้กับคุณคือคุณชายอิทธิใช่ไหม” ตะวันถามเสียงเข้มขึ้น เมื่อรู้เจตนาของคนแปลกหน้า เสือมืดจึงละคมมีดออกจากคอของตะวัน

“หมอลูกผู้ดีนั่นรึ หึ” ปรากฏแววตาแพรวพราวของคนป่วย ตะวันเบิกตากว้าง

คุณชายอิทธิมาที่นี่งั้นรึ

“คุณชายมาหรือไม่ เจตนาของฉันมีเพียงเท่านี้” เสือมืดรี่ตาลงอย่างครุ่นคิด ภาพเมื่อคืนก่อนนั้นสติของเขาไม่เต็มร้อย หากแต่ใบหน้างดงามกลับตรึงใจประหลาด ยิ่งปากจัดด่าเขาฉอดๆ เหมือนกรรไกรก็ยิ่งถูกชะตาพิกล ถ้าไม่เห็นในครรลองสายตาก็แสดงว่าคงอยู่กับไอ้เมฆ

“ถ้ากูบอกมึงแล้วกูจะได้อะไรล่ะ? ” ยิ่งอ้อมกอดที่แน่นกระชับขึ้น บ่งบอกเจตนาของผู้ถือมีดชัดเจน ตะวันขยับตัวดิ้นแรงขึ้นอย่างสะอิดสะเอียน ขึ้นชื่อว่าโจรต่อให้ป่วยใกล้ตายก็อันตรายเหมือนงูเห่าทั้งนั้น

“พี่มืด” เสียงห้าวทรงอำนาจดังขึ้นหยุดการกระทำของคนสองคน


CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ pedchara

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 179
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-0
ต่อ

เสือเมฆที่ย่างสามขุมเข้ามาในเรือนยานั้นทำให้ห้องทั้งห้องดูแคบลงไปถนัดตา สองเสือพี่น้องประสบสายตากันคล้ายให้เกิดไอประหลาด เสือเมฆที่ปลดผ้าโบกหน้าสีดำปรากฏให้เห็นใบหน้าถมึงทึง พยัคฆ์หนุ่มในเสื้อเชิ้ตสีเข้มปล่อยชายกับกางเกงยีนส์ราคาแพงหยุดเดินลงตรงหน้าคนทั้งคู่ หน้าคร้ามคมมีประกายดุอย่างปิดไม่มิด ยิ่งเห็นกอดของเสือผู้พี่ก็คล้ายส่งอารมณ์ให้พยัคฆ์หนุ่มนั้นเสียอย่างกู่ไม่กลับ

“ใครใช้ให้มึงขึ้นมาที่นี่” เสือเมฆกระชากตะวันออกมาจากอ้อมกอดของเสือมืดได้สำเร็จ มือที่เหมือนคีมเหล็กบีบไหล่เล็กจนต้องกัดฟันไม่ให้ร้องออกมา

“นั่นเมียมึงรึ” เสือมืดเอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้มพลางนั่งชันเข่าดูน้องชายอย่างนึกสนุก

“เมียกูเอง” เสือเมฆตอบไม่หันไปมองหน้าผู้เป็นพี่ชายสักนิด

“ไม่เห็นบอกกูว่ามึงชอบผู้ชาย เห็นทีอีวิไลคงเป็นหมันนอนแห้งรอมึงที่ซ่อง” เสือมืดผู้รักสนุกอยู่เป็นนิตย์เอ่ยน้ำเสียงสบายๆ ไม่เกรงกระแสโมโหของน้องชาย

“หุบปากมึงไป” เสือเมฆตอบกลับด้วยน้ำเสียงกดต่ำทรงอำนาจให้พี่ชายได้เบ้ปาก เมื่อน้องชายเล่นบทโหดไม่เกรงใจเช่นเคย

“เด็กมันแค่มาถามหาหมอลูกผู้ดีที่มารักษากูเมื่อคืน มึงก็เบาๆ มือหน่อยสิวะ”

ตะวันตาเบิกกว้างอีกครา เขาเดาไม่ผิดว่าคุณชายอิทธิต้องขึ้นมาที่ชุมเสือแห่งนี้ ใจในอกตีรวนวุ่นไปหมด เขาเป็นห่วงอีกทั้งยังเกรงว่าคุณชายอิทธิจะถูกโจรพวกนี้ทำอะไร ยิ่งคำพูดของเสือมืดกล่าวจบก็ยิ่งเหมือนเติมเชื้อไฟให้ตะวัน เขาเป็นเชลย เขาเป็นเมีย เขาเป็นให้ได้เพราะเขาผิดที่ไปขโมยของโจร แต่คุณชายอิทธิไม่ใช่ ท่านไม่ได้ทำอะไร การที่มาเยือนบ้านเขาล้อมก็เพราะว่าเจตนารมณ์ในการรักษาผู้ป่วยในถิ่นห่างไกลเท่านั้น

“ฉันมีเรื่องจะพูดกับพี่” ตะวันเป็นฝ่ายสะบัดมือแกร่งของเสือเมฆก่อนจะเดินออกไปหน้ากระท่อม เมื่อปู่กรดได้ยินเสียงเอะอะในเรือนยา หมอยาเฒ่าเดินถือถ้วยยามากระแทกลงเป็นสัญญาณสงบศึกของสองเสือ เสือเมฆเดินตามตะวันออกไปนั้น ทำให้เสือมืดเดาะลิ้นเหยียดยิ้มถูกใจ

“โอ้ย ปู่ ฉันเจ็บนะ” หมอยาเฒ่าโบกมือตบหัวคนเจ็บอย่างทันท้วงที

“มันหวงเมีย มึงก็ยังไปยุ ไอ้ชิบหาย” เสือมืดหัวเราะกับเสียงด่าของหมอยาเฒ่า ไม่ได้สำนึกผิดที่ได้ก่อระเบิดลูกใหญ่ให้น้องชาย


อารมณ์ที่คล้ายคุกรุ่นในอากาศยามเดินแหวกสายตาคนในชุมเสือ ทำให้ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากหยุดฝีเท้าของพยัคฆ์แห่งเขาล้อมไว้แม้แต่คนเดียว ร่างโปร่งที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมียเสือมาไม่กี่วันก็หน้าตาตึงราวกับมีใครขึงไว้ ฝีเท้าหนักๆ ภายใต้รองเท้าผ้าใบสีน้ำตาลของเสือเมฆเดินเหยียบย่ำผืนดินที่ชื้นแฉะจากหยาดฝนเมื่อตอนสายนำตะวันขึ้นมาที่ผืนป่าเขียวขจี เมื่อเดินไกลเข้าๆ ร่างโปร่งที่อารมณ์ขุ่นก็ชักหอบแฮก เขาเดินต่อไปไม่ไหว หากแต่กับมหาโจรเขาล้อมนั่นเดินสบายๆ ราวกับเดินอยู่บนถนนในพระนครไม่ใช่ป่าเขาที่เป็นเนินชัน

“น้ำตกรึ”

เสียงสายน้ำดังแว่วเข้าหูให้ดวงตากลมโตเป็นกระต่ายเบิกขึ้น น้ำตกสามชั้นไม่เล็กไม่ใหญ่อยู่ตรงหน้า ละอองน้ำที่กระเซ็นมาเกาะตามเสื้อผ้าชวนให้เย็นชื่นใจ เบื้องล่างสายน้ำใสเป็นสีเขียวมรกตเหมือนกระจก มีปลาน้อยใหญ่แหวกว่ายอยู่บ้าง แถวริมน้ำตกนั้นมีดอกไม้ป่าขึ้นแซมต้นไม้อยู่ทั่วไป หอมอ่อนๆ ยามลมพัดผ่าน

“ว่ามา” เสียงแข็งขัดกับบรรยากาศดังขึ้น ฉุดให้เขาหันกลับมามองเสือเมฆที่ยืนหน้าเคร่งจ้องเขาได้สักครู่

“พาคุณชายอิทธิขึ้นมาที่ชุมโจรแค่พามารักษาพี่ชายพี่ใช่หรือไม่” เสียงแข็งของตะวันพยายามกดอารมณ์ให้เย็นที่สุด เมื่อเรื่องที่คั่งค้างอยู่ถูกสานต่อ

“กูจะคิดมากกว่านั้นแล้วใครจะทำไม”

“พี่ตกลงกับฉันแค่ให้คุณชายพี่รักษาคนของพี่ ไม่ใช่ ไม่ใช่” ตะวันพูดไปก็กัดริมฝีปากราวกับไม่อยากจะเอ่ยต่อไป เขาเป็นรองเสือเมฆหลายขุม ถ้าเกิดพูดชี้โพรงให้กระรอก เขาก็โง่เต็มกลืน

“มึงคิดว่ากูอยากได้หมอทำเมียเหรอไง” เสือเมฆโพล่งขึ้นราวกับอ่านความคิดเขาออก ใบหน้าคร้ามคมนั้นดุอยู่เป็นนิตย์เลิกคิ้วเข้มขึ้น

“พี่ไม่มีสิทธิ์ คุณชายอิทธิท่านเหมือนดอกฟ้า ถ้าพี่ทำ ฉันสาบานจะฆ่าพี่ให้ตายทุกวิธี” ตะวันเข้าไปกระชากคอเสื้อของมหาโจรอย่างฉุนขาด เสือเมฆปล่อยให้ร่างโปร่งกระชากคอเสื้ออยู่อย่างนั้น ก่อนจะก้มหน้าคร้ามคมลงมาชิดคนที่สูงแค่คางเขา ดวงตาสีดำเฉกเช่นเดียวกันตามเชื้อชาติ หากแต่ของเสือเมฆนั้นนุ่มลึกซ้อนอารมณ์ อ่านยาก

“สารพัดที่มึงติดหนี้ มึงยังคิดฆ่าเจ้าหนี้มึงอีกหรอ” มือแกร่งยกขึ้นเชยคางแล้วสัมผัสผะแผ่วที่ริมฝีปากนุ่มที่เคยสัมผัสในยามราตรีคืนนั้น

“ฉันไม่อยากให้คุณชายอิทธิลำบากไปมากกว่านี้อีกแล้วพี่เมฆ” ตะวันพูดจากใจจริงไม่ได้หลีกหนีสัมผัสของคนตรงหน้า

“ทำให้กูพอใจสิ แล้วสองตาของกูจะไม่แลใคร นอกจากมึง”

“ฉัน” เหมือนเจอบทเกี้ยว จากที่คิดจะต้อนอีกฝ่าย แต่กลับถูกพยัคฆ์กางกรงเล็บขังเขาไว้ในอ้อมอกกับสายตาแข็งๆ ที่แสนจะคุ้นเคย ตะวันจึงก้มตาหลุบลงมองพื้นดิน ถ้าทำให้อีกฝ่ายพอใจ คุณชายอิทธิจะปลอดภัย เขารู้อยู่แล้วว่าจะทำให้อีกฝ่ายพอใจได้อย่างไร แต่อารมณ์วาบหวามนั้นเหมือนถูกน้ำเย็นสาดใส่หน้า เมื่อร่างทั้งร่างของตะวันถูกผลักให้จมลงสู่พื้นน้ำตกที่แตกกระจายไปทั่ว

“พะ พี่เมฆ แค่กๆ เป็นบ้าอะไร!” ตะวันพุ่งขึ้นมาจากน้ำหายใจด้วยอาการแสบตา แสบจมูกไปหมด โชคดีที่น้ำลึกแค่อกเขาเลยยังพยุงตัวไว้ได้

“ที่นี่คือชุมเสือเมฆ กูเป็นใหญ่ จะเลิศฟ้ามาดินมาจากไหนกูไม่คิดสนใจ เจ้านายของมึงคือคนธรรมดา ไม่ใช่ผู้วิเศษที่กูต้องมานั่งเกรงใจ” คำพูดเด็ดขาดถูกเอ่ยออกมาจากปากของเสือเมฆ ตะวันได้แต่นิ่งอึ้งไป ชุมเสือเมฆที่ต่อให้เชลยจะยศศักดิ์สูงหรือเป็นคนใช้ ความเป็นคนก็ยังเท่าเทียมกันจนนึกแปลกใจ

“กูมีงานให้มึงทำ” เสือเมฆเดินมาชิดติดตลิ่งพลางกอดอก รัศมีของผู้นำเป็นประกายชัดแล้วเอ่ยคำสั่ง

“ให้ฆ่าคน ฉันทำไม่เป็นหรอกนะ”

“หาฤกษ์ให้กู”

“ฤกษ์ปล้นหรือไง” ตะวันหัวเราะเย้ย

“คำนวณให้ไวที่สุด กูอยากได้ฤกษ์ถัดจากวันนี้ไปอีกไม่เกินเดือน” เมื่อเอ่ยเสร็จร่างโปร่งที่นึกหัวเราะเย้ยโจรก็เริ่มหุบปากฉับ เสือเมฆหันหลังทำท่าจะจากไปก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายรัวเร็วชนิดที่ทำเอาตะวันตาเบิกกว้าง

“เสร็จงานกูจะให้มึงเจอคนที่อยากเจอ”

แค่หาฤกษ์ออกปล้น เขาย่อมทำทั้งนั้น ถ้ามันจะแลกกับการเจอคุณชายอิทธิ เขาจะได้เห็นเต็มสองตาว่าคุณชายยังสบายดี ก่อนสมองจะคิดหาลู่ทางที่จะออกจากเขาล้อม


ยามราตรีที่มาเยือนผันผ่านไปสองครั้ง ดวงอาทิตย์มาแล้วลับขอบฟ้าไปสามครา ตะวันก็เร่งคำนวณหาฤกษ์ปล้นให้เสือเมฆพอใจจนได้ ร่างโปร่งไม่กล้ากลับไปกระท่อมของเสือเมฆอีกเลย จึงระเห็จออกมานอนที่กระท่อมของไอ้เปล่งแทน สองสามวันนี้เสือเมฆก็ไม่อยู่ที่ชุม เห็นว่าไปอีกจังหวัด แต่ไม่วายให้ไอ้เปล่งตามเฝ้าเขาเป็นปลิง เรือนยาปู่กรดก็ถูกเสือเมฆออกคำสั่งเด็ดขาดว่าห้ามไปยุ่งอีก แผ่นกระดานดำที่ถูกวาดเขียนเป็นวงกลมโหราศาสตร์กำลังถูกมือเรียวขีดเขียนอย่างหน้าเคร่ง ชอร์คสีขาวที่ไอ้เปล่งไปได้มาจากไหนก็ไม่อาจรู้ยามที่เขาร้องขอถูกวางเกลื่อนผืนห้อง

“ทำอะไรน่ะพี่ ฤกษ์ก็หาได้แล้วไม่ใช่หรือ” ไอ้เปล่งที่วิดพื้นอยู่ข้างๆ หันมาถามร่างโปร่งที่นั่งหน้าเคร่งอยู่

“มึงรู้ไหมว่าพี่เมฆของมึงตกฟากวันอะไร” ไอ้เปล่งเลิกคิ้วแทนคำตอบก่อนจะยิ้มกว้าง ร่างสูงของเด็กหนุ่มเปลือยท่อนบนอวดกล้ามเนื้อที่ออกกำลังกายมาอย่างดีหยุดวิดพื้นหันหน้ามาสบตากับเมียเสือเมฆอย่างจริงจัง ตะวันก็อดลุ้นกับคำตอบของมันไม่ได้

“ไม่รู้หรอก” ได้เบิดกะโหลกไอ้เปล่งให้มันร้องโอดโอยเป็นรางวัล

“ลุ้นเยี่ยวแทบเล็ด ไอ้ห่านี่”

“ทำไมหรือ หาฤกษ์แต่งงานแล้วรึ” ไอ้เปล่งตาโตทันควัน “ไหนๆ ขอดูหน่อย เดี๋ยวเนรมิตเท่าที่หาได้ให้เลยพี่วัน” มือเรียวรีบยกห้ามก่อนที่ไอ้เด็กหนุ่มนี่มันจะคิดไกลไปกันใหญ่

“โจรที่ฆ่าคนในคืนเดียวสามศพ กูไม่คิดจะรัก” ตะวันก้มหน้าลงที่กระดานชนวนตรงหน้าอีกครั้ง หวนคิดไปถึงยามครั้งแรกที่พบมหาโจรบ้านเขาล้อม คนเป็นๆ ที่อีกฝ่ายฆ่าได้ลง กลิ่นคาวเลือดที่ชวนตกตะลึง เขาไม่เคยลืมว่าพยัคฆ์หนุ่มคนนั้นทำอะไรลงไปบ้าง

ใครจะไปคิดรัก มอบทั้งกายให้คนที่มือเปื้อนเลือดคนนั้น

“พี่เห็นสินะ” ไอ้เปล่งสายตาหมดแววสนุก เปลี่ยนมาเป็นจริงจังจนตะวันจับในน้ำเสียงของมันได้

“…” เขาเลือกที่จะไม่ตอบให้ความเงียบพัดพาเรื่องที่สนทนาให้หายไปแล้วเลือกที่จะจำไว้ในใจ ท่องไว้ตลอดว่าที่เขาและคุณชายอิทธิยังอยู่รอดก็เพราะยังมีประโยชน์กับเสือเมฆเท่านั้น ทุกอย่างที่มันทำคือการหลอกใช้

“พวกมันโทรมพี่ชมกลิ่น ลูกสาวลุงเชื่อมเจ้าของที่นาที่พี่เมฆคุมอยู่จนตาย พวกมันเป็นคนของเสี่ยซ้ง” มือของไอ้เปล่งกำแน่นบ่งบอกถึงความแค้น ตะวันที่เพิ่งรู้เรื่องก็พลอยตกใจ พลางนึกย้อนไปถึงชื่อของเสี่ยซ้ง เจ้าของโรงสีในหมู่บ้านเขาล้อมที่เพิ่งถูกเสือเมฆบุกปล้นไปเมื่อแรกมาเยือนที่นี่

“พวกมึงถึงบุกปล้นบ้านเสี่ยซ้ง” ตะวันทวนเหตุผลที่เขาพอจะรับรู้

“ที่พี่มืดโดนยิงก็เพราะผู้การอัยรา ตำรวจที่ประจำการที่นี่” อีกเรื่องของพี่ชายเสือเมฆยังให้ตะวันเลิกคิ้วสูง มองแผ่นหลังของไอ้เปล่งที่ลุกขึ้นยืน

“พวกเสี่ยซ้งสินะ”

“ตำรวจที่นี่มันก็คือโจร ถ้าพี่คิดจะพึ่งพาพวกตำรวจล่ะก็ พี่คิดผิด อีกอย่างฉันเนี่ยแหละที่ยิงพวกเดนนรกไอ้สามคนนั่นเองไม่ใช่พี่เมฆ” ร่องรอยความเจ็บปวดปรากฏจนไอ้เปล่งไม่อาจปิดมิด มันจึงเดินหลีกหนีไปแทนที่จะเสวนากับตะวันต่อ ผู้หญิงที่ชื่อชมกลิ่นคงมีความสำคัญกับมันมาก ตะวัยเงยหน้าเหม่อมองออกไปที่นอกกระท่อม ชุมเสือเมฆมีคนที่ขึ้นว่าเป็นโจรเดินสวนกัน บ้างก็ซ้อมมวย บ้างก็เมาเหล้าแต่หัววัน ชวนให้คิดเหลือเกินว่าถ้าพวกเขามีทางเลือกที่ดีอย่างคนในพระนคร

พวกนั้นจะยังเลือกเดินเส้นทางโจรนี่หรือเปล่า แวบเดียวจริงๆ ที่ตะวันสาบานกับตัวเองว่าเขาคิดถึงใบหน้าคร้ามคมที่จริงจังเสมอ ว่าคนที่ดูท่าทางฉลาดแบบนั้นจะยังเลือกเป็นโจรอยู่ไหม

ไอ้เปล่งจากไปทิ้งคำพูดของมันวนเวียนให้ตะวันขบคิดไม่หยุด มือเรียวชงักงันวางกระดานชนวนลง เขาไม่มีสมาธิคิดเรื่องหาฤกษ์อีกต่อไป อีกทั้งพรุ่งนี้คือคืนวันที่พระจันทร์เต็มดวง ฤกษ์ที่เขาเคยสัญญากับมหาโจรไว้ว่าจะคืนรัตนชาติให้กับเขา

ของที่หายไปกำลังกลับคืนสู่เจ้าของ

และชุมเสือเมฆที่กำลังออกปล้นครั้งใหม่

_________________________________________________

ขอโทษที่ยังจัดการเวลาส่วนตัวไม่ได้ เลยเพิ่งมาอัพเอาปานนี้นะคะ

ฝากน้องวันเมียพี่เสือเมฆหมาดๆ ด้วยนะคะ น้องยังเด็กนัก

เจอกันใหม่ตอนถัดไปค่ะ

 :pig4:


ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2444
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +134/-5
คิดถึงน้องทานตะวันมาก ดีใจได้อ่านอีกครั้ง

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด