...พินัยกรรมกามเทพ...ตอนพิเศษ ฮาโลวีน...(31 ต.ค. 2020) หน้าที่ 28
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ...พินัยกรรมกามเทพ...ตอนพิเศษ ฮาโลวีน...(31 ต.ค. 2020) หน้าที่ 28  (อ่าน 216588 ครั้ง)

ออฟไลน์ KMprince

  • kyumin QingYu
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 293
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
กว่าจะครบ สงสัยจะเหนื่อยกันทัิงสองคน

ออฟไลน์ beerby-witch

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 592
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-2
ถ้านี่เป็นฐาจะโยนวินลงรถจริงๆนะ รำคาญ ฮ่าๆๆๆ

ออฟไลน์ J029

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 229
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-1
ศวิลนี่น่ารักนะ

ออฟไลน์ liza sarin

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2810
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +91/-14
สนุกดีรอตอนต่อไปค่ะ

ออฟไลน์ kun

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3651
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +122/-10
วิธีนี้จะช่วยให้ดีขึ้นไหมเนี่ย รอลุ้นๆๆๆ

ออฟไลน์ ราตรีสีน้ำเงิน

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 121
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
รอตอนต่อไปจ้าาาา

 :กอด1:

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7732
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12
น่าติดตามๆๆ

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7495
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
ด้วยนิสัยและฝีปากของวิน พี่ฐาของเราจะทนได้กี่วัด

ออฟไลน์ yearrayoeng

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 195
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-1
เอ่อ นายเอกนิสัยแย่จัง เหมือนเด็กไม่รู้จักโต ไม่น่าเชื่อว่าเป็นวัยทำงาน โวยวาย ไร้สมอง ไม่ยอมรับว่าตัวเองมำให้น้องเกือบตาย แต่โทษว่าเป็นความผิดคนอื่นเฉย

ออฟไลน์ silverphoenix

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1182
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +347/-3
ศวิลนี่ท่าจะครอบตำแหน่งนายเอกที่นิสัยแย่ที่สุดของคุณบัวได้มั้ยคะเนี่ย

จอมขวัญก็จอมขวัญเถอะ  เจอศวิลไป จอมขวัญน่ารักเหมือนหนูน้อยเลยทีเดียว
ขนาดอ่านเฉยๆยังเหนื่อยเลยอ่ะ  เถียงกับพระยังทำได้  มีเหตุผลหน่อยเถอะวินนน 

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ...พินัยกรรมกามเทพ...ตอนที่ 2 (06/09/2016)
« ตอบ #69 เมื่อ: 08-09-2016 22:28:37 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ G-NaF

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 846
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-1
เหลืออีก 6 วันหัวโก๋นแน่วินเอ้ย  :laugh:

ออฟไลน์ inspirer_bear

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2070
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +206/-5
วินนิสัยเสียมากกก  เจอแบบนี้สะใจ 55555. ล้อเล่นนะ สงสารฐาขึ้นมานิดๆ แล้วไปโกรธแค้นอะไรกันมาหนออ

ออฟไลน์ myd3ar

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1560
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +111/-4
สนุกมากค่า

ออฟไลน์ ยอดมนุษย์ขนมปัง

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 325
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-1
ดื้อๆ แบบนี้แหละ เดี๋ยวก็น่ารัก 5555  :m4:

ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1682
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-7
อ่านจบ



สิ่งที่ลอยอยู่ในหัวคือ



สงสารคุณฐษมากมาย ฮ่าๆๆ

ออฟไลน์ Dezair

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 518
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1525/-8
...พินัยกรรมกามเทพ...ตอนที่ 3 (13/09/201
«ตอบ #75 เมื่อ13-09-2016 19:55:25 »

พินัยกรรมกามเทพ
By: Dezair
…………………..
ตอนที่ 3



ไม่มีคำพูดใดจากคนที่นั่งเงียบมาตั้งแต่ออกจากวัด ฐาปกรณ์เหลือบมองคนที่นั่งซุกอยู่กับเบาะหน้าตาซีดเผือดด้วยกลัวใจว่าอีกฝ่ายจะหัวใจวายไปเสียก่อน ศวิลเป็นคนกลัวผีขี้ขึ้นหัว พอมาเจอบรรยากาศวัด ผสมกับฝนที่ตกไม่ลืมหูลืมตา ไหนจะพระชราที่พูดเหมือนรู้เรื่องราวทั้งหมดอีก ก็ไม่น่าแปลกใจหรอกที่คนขี้กลัวจะหน้าซีดได้ขนาดนี้


“ไหวรึเปล่า” เขาเอ่ยปากถามอย่างอดห่วงไม่ได้ เพราะคนที่ซ่ามาตลอดทางพอเจอฤทธิ์เดชวัดแรกเข้าไป เจ้าตัวก็ถึงกับตาเหลือก


“ไหว...” เสียงที่ตอบกลับมานั้นเบาโหวงราวกับจะบอกว่าไม่ไหว แต่เรื่องปากหนักปากแข็งต้องยกให้ศวิลอยู่แล้ว เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อระงับความกลัวในจิตใจแล้วตั้งคำถามด้วยสติทั้งหมดที่มี


“แล้ว...แล้วนี่เราจะไปไหนกันต่อ...” เพราะว่ารายชื่อวัดทั้งหมดอยู่ที่ฐาปกรณ์ และเขาก็เพิ่งออกจากโรงพยาบาลวันนี้ คนวางแผนในการเดินทางจึงเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่คนที่ต้องรับหน้าที่ขับรถ


“เข้ากรุงเทพฯ เอารถไปจอดสนามบินแล้วไปอุดรฯ”


“วัดต่อไปอยู่ในอุดรฯเหรอ”


“เปล่า ลงจากเครื่องแล้วเช่ารถไปสกลนคร กูโทร.ถามเพื่อนที่นั่นมาแล้ว วัดนี้ไปไม่ยาก”


“ไปยากไม่ยากไม่ใช่ปัญหา ขออย่าให้เป็นแบบวัดนี้เลย” ศวิลยังจำเสียงพระชรารูปนั้นที่พูดประโยคสุดท้ายกับเขาได้ดี ซ้ำยังเรียกชื่อเขาถูกอีกต่างหาก แค่คิดว่าอีกฝ่ายรู้จักชื่อเขาได้ยังไงทั้งๆที่เขาไม่เคยมาวัดนี้มาก่อน ศวิลก็ขนลุกอีกแล้ว ฐาปกรณ์ได้แต่นั่งเงียบ ไม่กล้าเอ่ยปากบอกว่าวัดที่เหลืออีก 6 วัด มากกว่าครึ่ง ขึ้นต้นด้วยคำว่า ‘วัดป่า’ ทั้งนั้น



...แล้วพระสายวัดป่าที่เคร่งการปฏิบัติกรรมฐาน ก็ล้วนแต่ขึ้นชื่อเรื่องอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เสียด้วย งานนี้คงได้เห็นคนสติแตกอีกยาวววววว...

.................................


เพราะฝนตก รถติด และระยะทางจากชลบุรีเข้ามาที่ท่าอากาศยานดอนเมืองนั้นไม่ใช่ใกล้ๆ จากที่ออกจากวัดป่าแห่งแรกเมื่อช่วงบ่าย กว่าจะมาถึงก็เย็นมากแล้ว โชคดีที่ฐาปกรณ์ตัดสินใจจองตั๋วเครื่องบินไฟลท์รอบสุดท้ายของวันเอาไว้ตั้งแต่แรก


จากกรุงเทพฯมาถึงจังหวัดอุดรธานีก็เป็นเวลาเกือบค่อนคืนแล้ว และแน่นอนว่าก่อนที่ร่างสูงจะตรงดิ่งไปที่จุดบริการรถเช่า มือเล็กของคนข้างกายก็คว้าหมับ


“เดี๋ยวก่อน...” ดวงตากลมโตเหลือบมองออกไปนอกประตูกระจก เห็นท้องฟ้านอกสนามบินมืดมิดก็ยิ่งใจคอไม่ค่อยดี ถ้าหากต้องไปวัดตอนกลางคืนแบบนี้...เขาก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะขวัญหนีดีฟ่อขนาดไหน


“เอ่อ...เรา...เราจะไปวัดกันเลยเหรอ” ดวงหน้าของคนถามมีแววลำบากใจและหวาดหวั่น จนคนเห็นยังอดสงสารไม่ได้



“ไปโรงแรมก่อน นอนค้างสักคืนแล้วพรุ่งนี้ค่อยออกแต่เช้า” คนวางแผนว่าแบบนั้นก็พอจะเบาใจได้ ศวิลเลยปล่อยให้ฐาปกรณ์ไปจัดการเรื่องรถเช่า ไม่เกินครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น พวกเขาก็ออกจากสนามบินประจำจังหวัดอุดรธานีแล้วตรงเข้าไปใจกลางเมืองเพื่อหาโรงแรมค้างสักคืนหนึ่ง



อุดรธานีเป็นจังหวัดใหญ่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่นี่มีทั้งห้างสรรพสินค้าชั้นนำ โรงพยาบาลระดับดีเยี่ยมและละแวกเมืองที่พลุ่กพล่าน แม้จะไม่เท่ากรุงเทพฯแต่ก็ไม่น้อยหน้าหัวเมืองใหญ่อื่นๆ โรงแรมดีๆที่น่าพักนั้นก็หาไม่ยาก สุดท้ายทั้งศวิลและฐาปกรณ์ก็มาอยู่ที่ฟร้อนท์ของโรงแรมระดับสี่ดาวที่ดูสะอาดสะอ้าน



“ที่ให้คนมาจองเมื่อวานนี้ครับ ชื่อฐาปกรณ์” ศวิลเหลือบตามองคนที่รับหน้าที่เจรจากับฟร้อนท์เพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเตรียมการถึงกับให้คนมาจองโรงแรมเอาไว้ให้



“คุณฐาปกรณ์...จองไว้ 2 ห้องนะคะ” พนักงานโรงแรมสาวทวนข้อมูลที่ปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของตัวเอง ร่างสูงพยักหน้ารับ กำลังจะหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาแต่มือเล็กของคนที่อยู่ในร่างลลิลเอื้อมมาดึงแขนเขาไว้เสียก่อน



“ทำไม 2 ห้อง?” ร่างสูงหันมามองหน้าคนตั้งคำถาม ศวิลเหลือบตาไปมองหน้าพนักงานที่มองมาที่พวกเขา



“ขอตัวแปบ” สิ่งที่พนักงานเห็นคือหญิงสาวร่างเล็กบอบบางดึงแขนชายหนุ่มร่างสูงให้เดินไปอีกทางหนึ่งแล้วเริ่มเจรจาด้วยหน้าตาจริงจังซึ่งเสียงพูดคุยนั้นเบาเกินกว่าที่เธอจะได้ยินว่าคนทั้งคู่คุยกันเรื่องอะไร แต่ที่แน่ๆฝ่ายหญิงนั้นไม่ยอมนอนคนเดียวแน่



“เอาห้องเดียว” ศวิลสั่งทันทีที่หลบมุมมาคุยกัน 2 คน



“จะนอนห้องเดียวกันได้ยังไง ก็ตอนนี้...ตอนนี้อยู่ในร่างของลิน”



“แต่กูไม่มีวันนอนแปลกที่คนเดียวเด็ดขาด!” เหตุผลจะเพราะอะไร ก็เพราะกลัวผีน่ะสิ!!



“นี่มันโรงแรมใหม่นะวิน” ฐาปกรณ์ก็รู้หรอกว่าศวิลกลัวผี แต่โรงแรมไม่ได้ดูเก่าซอมซ่อน่ากลัวเลยแม้แต่นิดเดียว ยิ่งไปกว่านั้นเพื่อนเขาที่เป็นคนในละแวกนี้ก็ยืนยันว่านี่เป็นโรงแรมสร้างใหม่ เพิ่งสร้างเสร็จไม่ถึงปีด้วยซ้ำ


“แต่ที่ไหนๆก็เป็นที่เก่าทั้งนั้น!! ก่อนที่จะสร้างโรงแรมนี้ มันอาจจะเคยเป็นที่วัดหรือว่าเป็นโรง’บาลมาก่อนก็ได้นี่หว่า!!” คนฟังล่ะหน่ายกับจินตนาการอันเป็นเลิศของศวิลเสียจริง


“แต่...”


“ไม่มีแต่ กูกับมึงต้องนอนห้องเดียวกัน!!” นอกจากประกาศิตจะเฉียบขาดแล้ว หน้าตายังเอาเรื่องอีกต่างหาก ฐาปกรณ์ถอนหายใจเบา ถึงโลกสมัยนี้จะก้าวไปข้างหน้ามากแค่ไหน แต่เขาก็ยังเป็นผู้ชายหัวโบราณที่มองว่าการพักห้องเดียวกันของชายหญิงเป็นเรื่องไม่เหมาะ ถึงแม้ว่าคนที่อยู่ในร่างของผู้หญิงจะเป็นผู้ชายแท้ๆอย่างศวิลก็ตามที



“ถ้ามีใครมาเห็นเข้า ลินจะเสียหาย” เขาอ้างถึงลลิล จริงอยู่ว่าเขาและลลิลตกลงใจที่จะหมั้นหมายกัน แต่มันเป็นการหมั้นหมายที่ไม่ได้มาจากการคบหากันฉันคนรักแต่อย่างใด นอกจากคนใกล้ชิดจริงๆแล้ว คนอื่นๆไม่มีใครรู้ว่าเขากับลลิลเป็นคนรักกัน ทุกคนรู้แค่ว่าพวกเขาเป็นคนรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก แล้วถ้าวันนี้เกิดมีใครมาเห็นเข้าว่าเขากับลลิลพักโรงแรมห้องเดียวกัน ก็คงเป็นภาพที่ดูไม่ดีนัก


“นี่ไอ้ฐา! นี่มันอุดรฯนะเว้ย!! ที่นี่ไม่มีใครรู้จักลิน!! แล้วถ้ากูไม่พูด มึงไม่พูด จะมีใครรู้วะ! ไปจัดการซะ!! เอาห้องเดียว!!” ศวิลยังคงยืนกรานหนักแน่น ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างจำยอมเพราะไม่อย่างนั้นเห็นทีคงต้องยืนเถียงกันอย่างนี้ทั้งคืน เขาเดินกลับไปที่ฟร้อนท์เพื่อแก้ไขการจองใหม่



“ถ้าเปลี่ยนเป็นห้องเดียวจะได้มั้ยครับ”



“ถ้าเป็นห้องสำหรับ 2 ท่าน เราจะเหลือแค่ห้องเตียงเดี่ยวแบบคิงส์ไซส์นะคะ”



“ครับ ตกลง” ตอนนี้ไม่ว่าอะไรก็ต้องตกลงอยู่แล้ว เพราะขืนไม่นอนห้องเดียวกัน ศวิลคงกัดหัวเขาเสียก่อน

...................................


เกือบค่อนคืน แต่หญิงวัยกลางคนยังคงนั่งอยู่เฉลียงหน้าบ้าน บ้านหลังย่อมบนเนินเขากลางไร่วโรดมนั้น เดิมทีมีคนอยู่ 4 คน แต่เมื่ออมรตายจากไป บ้านหลังนี้ก็เหลือเพียงเธอและลูกชายลูกสาวเท่านั้น และบัดนี้ลูกชายก็ยังนอนไม่ได้สติอยู่ที่โรงพยาบาล ส่วนลูกสาว...ก็ออกไปตะเวนตามหาน้ำมนต์กลับมาทำพิธีตามที่หลวงปู่ซึ่งเป็นที่นับถือของครอบครัวแนะนำเอาไว้



บ้านที่เคยครึกครื้นเพราะเสียงพูดคุยเอาใจของลูกชายและเสียงฉอเลาะของลูกสาวจึงเงียบเหงาในพริบตา พรอุมาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มีแสงดาวระยิบระยับ เธอไม่รู้ว่าบนนั้นเป็นสวรรค์หรือไม่ และไม่รู้ว่าสามีผู้แสนดีของเธอเมื่อตายไปแล้วจะไปเกิดเป็นเทวดาตามความเชื่อคนเฒ่าคนแก่หรือเปล่า แต่ที่รู้...เวลานี้สามีผู้จากโลกนี้ไปเป็นความหวังเพียงหนึ่งเดียวของเธอ


“ช่วยลูกด้วยนะคะคุณ ช่วยวินด้วยนะคะ ถ้านี่เป็นกรรมของฉัน ก็ขอให้ลงที่ฉัน อย่าไปลงที่ลูกเลย” เธอได้แต่พร่ำบอกอย่างปวดร้าว ยิ่งหลับตาเห็นภาพลูกชายที่ยังคงนอนไม่ได้สติ เธอก็ยิ่งทนแทบไม่ไหว หัวอกของคนเป็นแม่ ยอมได้แม้แต่จะลงไปนอนแทนแล้วให้ลูกของตนกลับมามีชีวิตดังเดิม



หยาดน้ำตาจวนเจียนจะหลั่งราวกับอยากจะภาวนา ทว่าเสียงโทรศัพท์มือถือของพรอุมาดังขึ้นเสียก่อน เธอเอื้อมไปหยิบมาดู พอเห็นว่าคนที่โทร.เข้ามาคือเบอร์ของลูกสาว หญิงวัยกลางคนจึงปาดน้ำตาออกแล้วสูดลมหายใจลึกเพื่อปรับอารมณ์ก่อนจะกดรับสาย



“ลิน...เป็นยังไงบ้างลูก” เธอส่งเสียงทักด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เป็นปกติที่สุด แต่ไม่วายที่ปลายสายจะจับได้


‘แม่...ไม่สบายเหรอ ทำไมเสียงแปลกๆ’


“แม่ไม่ได้เป็นอะไร นี่นั่งอยู่ตรงเฉลียง สงสัยคงตากลมล่ะมั้ง แล้วนี่ลินอยู่อุดรฯแล้วเหรอลูก” ก่อนที่ลูกจะขึ้นเครื่องบิน ทางนั้นโทรศัพท์มาบอกพรอุมาเอาไว้แล้วว่าจะไปวัดที่จังหวัดสกลนครต่อ


‘อือ นี่มาแวะนอนที่โรงแรมก่อน พรุ่งนี้ค่อยไปวัด แม่ไม่ต้องห่วงนะ จะรีบกลับให้เร็วที่สุด’


“จ้ะ แม่จะรอนะลูก”


‘แล้ว...วิน...เป็นยังไงบ้าง...’


“หมอบอกว่าอาการยังทรงตัว ลินไม่ต้องห่วงพี่เขาหรอก พี่เขาเก่ง พี่เขาต้องกลับมาได้แน่ๆ” ปลายสายเงียบไปอึดใจ ก่อนจะกลายเป็นเสียงแผ่วเบา


‘ทุกอย่างต้องกลับมาเป็นเหมือนเดิม...สัญญา...’ คำสัญญานั้นมั่นคงจนพรอุมาแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เธอได้แต่กล้ำกลืนมันลงไป อยากจะพูดอะไรอีกหลายอย่าง แต่ล้วนติดอยู่ในคอจนพูดไม่ออก สุดท้ายเพราะกลัวว่าจะร้องไห้ให้ลูกได้ยิน หญิงวัยกลางคนจึงเปลี่ยนเรื่องพูด


”แล้วฐาเป็นยังไงบ้าง”


‘…ก็...ก็สบายดี...’ ดูเหมือนคนตอบจะอึกอักและดูไม่เหมือนลลิลคนเดิมที่เคยชื่นชมฐาปกรณ์ให้เธอฟังทุกเช้าเย็น พรอุมาแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็คิดไปว่าอีกฝ่ายอาจจะเหนื่อยกับการเดินทางเพราะนี่ก็ดึกมากแล้ว


“ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้วลูก ไปนอนได้แล้วลิน นี่ดึกมากแล้วนะ พรุ่งนี้ต้องไปวัดแต่เช้าใช่มั้ย”


‘แม่ก็อย่านอนดึกนะ’ สองแม่ลูกร่ำลากันเล็กน้อย ก่อนที่ต่างฝ่ายต่างวางสายจากกัน พรอุมามองโทรศัพท์ในมือด้วยความรักความคิดถึง ก่อนจะแนบมันเข้ากับอก ราวกับต้องการใช้มันเป็นตัวแทนของลูกสาวที่จากบ้านไกล


...เมื่อไหร่หนอ...เมื่อไหร่ลูกของเธอจะได้กลับมา...ทั้งสองคน...

...........................


ศวิลมองโทรศัพท์ในมือด้วยความห่วงใย แม่เขาร้องไห้...ทำไมเขาจะไม่รู้...ถึงแม้แม่จะเป็นผู้หญิงเข้มแข็ง แต่กับเรื่องลูก แม่อ่อนไหวเสมอ...แค่ได้ยินเสียงแม่สั่นเครือ ศวิลก็แทบอยากจะเหาะกลับบ้าน แต่เพราะรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองต้องทำนั้นเป็นเรื่องใหญ่กว่าการกลับไปปลอบประโลมมารดาบังเกิดเกล้า เขาก็ยังจำเป็นที่จะต้องอยู่ที่นี่


“น้าพรเป็นยังไงบ้าง” เสียงทุ้มดังมาจากข้างหลัง คนที่ยืนอยู่ที่ระเบียงหันไปมองก็พบว่าฐาปกรณ์อาบน้ำเสร็จแล้ว


“ก็...ดี” ศวิลตอบเรียบ ในใจยังคงเป็นกังวลและห่วงทั้งแม่ห่วงทั้งน้อง ความเป็นกังวลนั้นฉายชัดบนใบหน้าจนฐาปกรณ์เดินเข้าไปหา เขาวางมือบนไหล่แล้วบีบเบาๆราวกับจะให้กำลังใจ ศวิลหันกลับมามอง เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ความรู้สึกประหลาดนี้มันเกิดตั้งแต่ตอนที่ฐาปกรณ์กุมมือเขาในวัด ฐาปกรณ์ที่เขารู้จัก ฐาปกรณ์ที่เป็นที่พึ่ง ฐาปกรณ์ที่อยู่เคียงข้าง


...มันเป็นความผูกพันและเป็นความทรงจำระหว่างพวกเขา พวกเขาที่รู้จักกันมาตั้งแต่เกิด อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ที่ไหนมีเขา เป็นต้องมีชานนท์และฐาปกรณ์ จนกระทั่ง...วันที่ความเกลียดชังมาถึง...


ศวิลหันหน้าหนีไปอีกทางเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเรื่องระหว่างเขาและฐาปกรณ์มันไม่ได้เป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว นับตั้งแต่ที่ฐาปกรณ์ได้ไร่วโรดมครึ่งนึง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร เขาก็มองว่ามันใช้ความเชื่อใจและสนิทสนมทำให้ไร่ของครอบครัวเขากลายเป็นของมัน


“กูจะไปอาบน้ำ!” ไหล่เล็กถูกเจ้าของกระชากออกจากมือใหญ่ ก่อนที่ร่างของหญิงสาวจะหมุนตัวเดินไปที่ห้องน้ำทันที ร่างสูงได้แต่มองตามแล้วถอนหายใจเบา วูบหนึ่งเขาเหมือนได้ศวิลเพื่อนเก่ากลับมา แต่สุดท้าย...ศวิลก็ยังเกลียดเขาเหมือนเดิม

..................................


ทว่า ‘คนเกลียดกัน’ บนโลกนี้คงไม่มีใครคนไหนจะยอมให้อีกฝ่ายมานอนร่วมเตียง แม้จะเป็นเตียงขนาดคิงส์ไซส์ก็ตามที แต่เมื่อศวิลบวกลบคูณหารในใจดูแล้ว การนอนคนเดียวบนเตียงกว้างๆ อาจทำให้เขาต้องพบเจอกับ ‘อะไรบางอย่าง’ มานอนเคียงข้าง ไม่รู้เตียงนี่เคยมีคนตายมาก่อนหรือเปล่า ที่ดินตรงนี้อาจจะเคยเป็นที่ฝังศพของใคร หรือชั้นนี้อาจเคยมีคดีฆาตกรรม ทางที่ดีระหว่างสิ่งที่เกลียดกับสิ่งที่กลัว เขาย่อมเลือกที่จะอยู่กับสิ่งที่เกลียดดีกว่าต้องประสบพบเจอกับสิ่งที่กลัว!!


“มึงมานอนบนเตียงกับกู”


นิ้วเรียวเล็กชี้ลงบนเตียง ในขณะที่ฐาปกรณ์กำลังเอาหมอนของตนไปวางที่โซฟาซึ่งจะใช้เป็นที่นอนในคืนนี้


“อะไรนะ?” เขาหันมาย้อนถามด้วยความสงสัย หญิงสาวผู้มีใบหน้าอ่อนหวานและอ่อนโยนกลับตีสีหน้าบึ้งตึงได้สมกับเป็น ‘ศวิล’ แถมทำเสียงแข็งตอบกลับมาอีกต่างหาก


“กูบอกให้ขึ้นมานอนบนเตียงกับกู!”


“มึงจะบ้ารึไง! ตอนนี้มึงอยู่ในร่างของลิน...” และลลิลเป็นผู้หญิง ต่อให้ก่อนหน้านี้ทั้งเขาและเธอหมายมั่นว่าจะแต่งงานใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน แต่เขาก็ไม่เคยคิดจะฉวยโอกาสกับเธอ ยิ่งคนในร่างของลลิลคือศวิลด้วยแล้ว ยิ่งเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้เข้าไปใหญ่


“แต่กูไม่มีวันนอนบนเตียงนี้คนเดียว!”


“ทำไมมึงจะนอนไม่ได้”


“เตียงนี้มีใครตายมาบ้างรึเปล่าก็ไม่รู้ กูจะไปนอนคนเดียวลงได้ยังไง!!” ฐาปกรณ์ถอนหายใจแรงอย่างเหนื่อยหน่าย ศวิลคือมนุษย์ผู้เอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง ไม่ว่าจะอยู่ในร่างไหนก็ตาม


“ขึ้นมานอนบนนี้!!” เจ้าตัวย้ำอีกครั้งอย่างถือดีและเอาแต่ใจ ลำบากคนถูกสั่ง ต้องเอาหมอนกลับขึ้นไปวางบนเตียงเช่นเดิม


“ไปเอาหมอนในตู้มาคั่นตรงกลาง” ชายหนุ่มร่างสูงเป็นคนออกคำสั่งบ้าง คราวนี้ดวงตากลมโตของหญิงสาวถึงกับถลึงจ้องอย่างเอาเรื่องแล้วแผดเสียงกลับไป


“กลัวกูจะปล้ำมึงรึไง?!!”


“กลัวมึงจะตุกติก ตื่นเช้ามาแล้วหาเรื่องกูมากกว่า ไปเอาหมอนมาคั่นกลาง วิน” เรียกชื่อต่อท้ายเป็นการย้ำชัดว่าถ้าศวิลไม่ทำตาม ฐาปกรณ์ก็จะไม่นอนบนเตียง คนกลัวผีขี้ขึ้นหัวเลยได้แต่เดินกระแทกเท้าตึงตังไปเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบหมอนมาวางคั่นตรงกลางระหว่างพวกเขาทั้งคู่


แล้วสงครามน้ำลายในค่ำคืนนั้นก็สิ้นสุดลงเมื่อต่างฝ่ายต่างล้มตัวลงนอนหันหลังให้กันและกัน คนละฟากฝั่งของเตียง


...หรืออาจจะไม่...


“ไม่ต้องปิดไฟ กูไม่ชอบนอนที่มืดๆ” ศวิลหาเรื่องขึ้นมาก่อนเหมือนรู้ชะตา ขณะที่ร่างสูงกำลังจะเอื้อมมือไปปิดไฟจากแผงสวิซซ์ข้างเตียงพอดี มือใหญ่หยุดชะงักในทันที


“เปิดไฟทั้งห้องแบบนี้ กูก็นอนไม่ได้” ฐาปกรณ์ตอบด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูก็รู้ว่าข่มใจเต็มทน


“แต่กูไม่ชอบนอนปิดไฟ!!”


“แต่ถ้าไม่ปิดไฟ กูจะนอนยังไง”


“ไม่เห็นยาก! มึงก็เอาอะไรมาปิดตาสิ!!”


“วิน แยกห้องนอนมั้ย” หมดทางสู้ เพราะศวิลไม่มีทางนอนคนเดียว เจ้าตัวทำอะไรไม่ได้นอกจากทำเสียงฮึดฮัดแล้วตวัดผ้าห่มคลุมโปงเสียเลย ฐาปกรณ์เหลือบมองคนเอาแต่ใจแล้วได้แต่ถอนหายใจเฮือก ก่อนจะเอื้อมมือไปกดปิดไฟทุกดวงจากแผงสวิสซ์ข้างเตียงอีกครั้ง แล้วห้องทั้งห้องก็มืดลงในพริบตา...


   ชายหนุ่มได้ยินเสียงขัดอกขัดใจมาจากคนใต้โปงผ้าห่ม แต่เขาไม่สนใจ เมื่อทั้งห้องมืดดีแล้วก็หลับลงอย่างรวดเร็ว ทิ้งคนขี้กลัวให้นอนข่มตาใต้ผ้าห่มไปอีกค่อนคืน

..................................

ออฟไลน์ Dezair

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 518
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1525/-8
...พินัยกรรมกามเทพ...ตอนที่ 3 (13/09/2016)
«ตอบ #76 เมื่อ13-09-2016 19:55:46 »



เช้าวันต่อมา ฐาปกรณ์และศวิลเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมเพื่อขับรถไปยังจังหวัดที่อยู่ติดกันอย่างสกลนคร อากาศยามเช้าวันนี้ค่อนข้างสดใส แดดจัดสาดส่องไปทั่วทุกหนทุกแห่ง เลยพอจะทำให้คนกลัวผีพอจะใจชื้นได้บ้างว่าวัดที่สองคงจะไม่ลงอีหร็อบเดียวแบบวัดแรกที่พาเอาเขาขนหัวลุกสุดๆ ทว่ายังไม่ทันจะเห็นป้ายบอกทางไปจังหวัดสกลนคร ฐาปกรณ์ก็เลี้ยวรถเข้าจอดที่ข้างถนนหน้าร้านอาหาร


“จอดทำไม?”


“ลงไปหาอะไรกินก่อน แล้วค่อยไปต่อ” คนจอดรถว่าอย่างนั้น ก่อนจะดับเครื่องแล้วก้าวลงจากรถ ศวิลเดินตามเข้าไปในร้านที่แปลงมาจากอาคารพาณิชย์สองคูหา ภายในร้านมีโต๊ะเรียงรายและลูกค้าจำนวนมาก ฐาปกรณ์หาโต๊ะว่างได้โต๊ะหนึ่ง เขาจึงตรงเข้าไปนั่ง


“เอาไข่กระทะ” เขาสั่งกับเด็กเสิร์ฟ แล้วหันมามองเพื่อนร่วมทางที่ทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม ศวิลยังตาลีตาเหลือกอยู่เลยไม่รู้จะสั่งอะไรดี มองโต๊ะข้างๆเห็นไข่ดาวมีทั้งหมูสับและกุนเชียงโปะอยู่ในไข่ดาวก็คิดเอาเองว่าน่าจะเป็น ‘ไข่กระทะ’ อย่างที่ว่า เลยหันไปพยักหน้ากับฐาปกรณ์ให้สั่งเผื่อเขาด้วย


“ไข่กระทะสอง แล้วก็เอาขนมปังแบบนั้นด้วย” ขนมปังที่ว่าเป็นขนมปังทรงรีคล้ายขนมปังฝรั่งเศสแต่ผ่ากลางใส่ด้วยหมูสับ กุนเชียงและหมูยอ ร่างบางดูคนสั่งที่เหมือนคุ้นเคยแล้วก็ได้แต่สงสัย รอจนเด็กเสิร์ฟจากไปแล้ว ถึงได้ตั้งคำถาม


“มึงเคยกินเหรอ”


“เคย”


“เคยตอนไหน? ทำไมกูไม่เห็นเคย” ศวิลเริ่มเอาเรื่องเพราะเขาและฐาปกรณ์โตมาด้วยกัน มีหรือที่ฐาปกรณ์ทำอะไร กินอะไร แล้วเขาจะไม่เคยทำด้วย กินด้วย


“ตอนปี 4 มาเที่ยวบ้านเพื่อนแถวนี้ เพื่อนเลยพากิน” อ้อ...ตอนเรียนปี 4 นั่นเอง ช่วงนั้นเขาเริ่มเกลียดฐาปกรณ์พอดี...


 คนทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรกันต่อ รออยู่อึดใจหนึ่งอาหารที่สั่งไปก็มาส่งที่โต๊ะ พวกเขาไม่รอช้ารีบจัดการอาหารตรงหน้าอย่างรวดเร็ว แต่กินได้ไม่ถึงครึ่ง ช้อนส้อมในมือหญิงสาวก็วางลง ฐาปกรณ์เงยหน้ามองคนที่หันไปหยิบแก้วน้ำมาดื่มด้วยความประหลาดใจ


“อิ่มแล้วเหรอ”


“อือ...อะไรวะ กินไปนิดเดียวเอง อิ่มได้ไง” คนตอบพึมพำในประโยคท้ายอย่างนึกหงุดหงิด ไข่กระทะอะไรนี่ก็อร่อยเสียด้วย นี่เขายังกินไปนิดเดียวเอง


“คงเป็นเพราะลินกินได้น้อย...” คำพูดของอีกฝ่ายทำให้คนฟังนึกขึ้นได้ ตอนนี้เขาอยู่ในร่างของลลิล จะกินเท่าที่เคยกินเหมือนสมัยเป็นศวิลก็คงไม่ได้


“ก็คงจริง...” คนที่อยู่ในร่างลลิลรับคำอย่างนึกเสียดาย ตาตกลงมองไข่กระทะที่เหลือมากกว่าครึ่งแล้วก็นึกสงสารน้องสาวที่มีร่างกายเป็นหญิงกินน้อย กินนิดๆหน่อยๆก็อิ่ม เขาที่เป็นผู้ชายมาตลอดยังจะโชคดีเสียกว่า กินอะไรก็ได้ที่อยากกินและกินได้เท่าที่อยากกินด้วย


“อร่อยมั้ยล่ะ” ฐาปกรณ์มองเห็นความเสียดายที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าหวานนั้น จึงเอ่ยปากถามอย่างนึกสงสาร


“อือ”


“ทำไม่ยากหรอก หาซื้อกระทะแบนๆแบบนั้นกลับไปทำกินเองที่บ้านก็ได้”


“กูทำกับข้าวเป็นซะที่ไหนล่ะ”


“ก็แค่ตอกไข่ลงไป...”


“ตอกไข่ก็ยากแล้วเว้ย!” ฐาปกรณ์มองคนเถียงแล้วยิ้มจางอย่างนึกเอ็นดู หลายปีที่พวกเขาเปลี่ยนจากเพื่อนเป็นคนห่างไกล ศวิลก็ยังคงทำอาหารไม่เป็นเหมือนเดิม


“งั้นเดี๋ยวจะทำให้กิน” คนฟังนิ่งงันด้วยเพราะไม่ได้ยินประโยคนี้มานานแสนนาน สมัยก่อนเวลาเขาแวะไปบ้านของฐาปกรณ์ที่อยู่ใกล้ๆด้วยสภาพหิวโซ เจ้าของบ้านมักจะพูดประโยคนี้ให้เขาได้ยินเสมอ หรือแม้กระทั่งฐาปกรณ์แวะมาที่บ้านเขาและพ่อกับแม่ไม่อยู่ แขกผู้มีเกียรติก็ต้องรับหน้าที่เข้าครัวอยู่ดี เพราะเจ้าของบ้านอย่างเขาทำอาหารไม่เป็น ทว่า...พอความเกลียดชังเข้าครอบงำหลังจากบิดาของเขาตายจากไป ประโยคนี้ก็เลือนหายไปจากความทรงจำของเขาอย่างสิ้นเชิง จนกระทั่งวันนี้...


ดวงตากลมจับจ้องชายหนุ่มที่นั่งฝั่งตรงข้ามซึ่งก้มหน้าก้มตาทานอาหารต่อ ความทรงจำเก่าๆไหล่บ่าเข้ามาในมโนสำนึก ความทรงจำที่ครั้งหนึ่งของชีวิต เขาเคยมีฐาปกรณ์อยู่เคียงข้างตลอดเวลา

........................................


วัดแห่งที่ 2 เป็นวัดป่าในจังหวัดสกลนคร ศวิลผู้กลัวผีออกจะดูกล้าหาญกว่าเมื่อวานที่ไปวัดแห่งแรก เพราะวันนี้ฟ้าใสแดดจัด ให้อย่างไรเขาก็ว่าผีไม่มีทางโผล่ออกมาในเวลากลางวันแสกๆเช่นนี้แน่ แต่แล้วความคิดนั้นก็เปลี่ยนไปเมื่อฐาปกรณ์เลี้ยวรถเข้าสู่อาณาเขตของวัด


“...เอ่อ...วัดนี้เหรอ...” คนนั่งคู่คนขับหันไปถามด้วยน้ำเสียงที่ติดไปทางหวาดหวั่น ดวงตากวาดมองออกไปนอกกระจกรถแล้วก็พบว่าแม้ภายนอกจะฟ้าใสแดดจัดเพียงไร แต่ภายในวัดกลับอึมครึ้มด้วยร่มเงาไม้ใหญ่ที่สูงชะลูดจนแทบจะบดบังแสงเจิดจ้าของดวงอาทิตย์


“น่าจะใช่ ลงกันเถอะ” ฐาปกรณ์หยิบกระดาษที่เขียนชื่อวัดออกมาดูอีกทีแล้วก็เก็บมันลงที่กระเป๋าเสื้อตามเดิมเมื่อเห็นว่าชื่อวัดที่ได้มานั้นตรงกับชื่อวัดที่ปากทางเข้าเมื่อครู่นี้ เขาเปิดประตูลงจากรถพลอยให้อีกคนลงจากรถมาด้วย



แค่ก้าวเท้าลงมายืน ไอเย็นวูบก็พุ่งเข้ามาจับตามผิว ศวิลห่อไหล่ด้วยความหนาวยะเยือกแล้วก็รีบเดินไปยืนชิดชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ทันที ฐาปกรณ์ก้มลงมองคนที่ยืนเบียดอยู่ข้างกายเขา ทั้งขำทั้งเอ็นดูที่ไม่ว่าศวิลจะเป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งหรือจะเป็นศวิลที่มาอยู่ในร่างน้องสาว แต่ก็ยังเป็นศวิลคนกลัวผีขี้ขึ้นหัวคนเดิมวันยังค่ำ



“ข้างนอกแดดแรงขนาดนั้น ทำไมข้างในนี้เย็นอย่างงี้วะ” เสียงพึมพำจากคนขี้กลัวดังเข้าหูให้ฐาปกรณ์ได้ยินจนอยากหัวเราะ แต่ก็เกรงว่าไอ้คนขี้กลัวจะกระโดดงับคอเขาเพื่อแก้แค้นเสียงหัวเราะของเขาเสียก่อน จึงต้องทำเฉย แต่แม้จะทำเฉย ฐาปกรณ์ก็ยังเป็นเหยื่อให้ศวิลเล่นงานอยู่ดี



“แล้วจะยืนอยู่อย่างงี้รึไง?! รีบพาไปเอาน้ำมนต์สิวะ! จะได้รีบออกกันซักที! กูไม่ได้จะอยู่ที่นี่ทั้งวันนะโว้ย!!!” คนปากดีเงยหน้าด่าเขาด้วยหน้าตาเอาเรื่อง แม้จะเป็นหน้าตาของหญิงสาวอย่างลลิล แต่น่าแปลกที่ชายหนุ่มเห็นเป็นดวงหน้าโมโหหงุดหงิดของศวิลอย่างชัดเจน



ร่างสูงไม่พูดอะไร เขากวาดตามองไปรอบๆบริเวณวัด นอกจากต้นไม้สูงใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาไปทั่วอาณาบริเวณแล้ว ยังมีกุฏิไม้แบบยกพื้นชั้นเดียวปลูกเรียงกันไป นอกจากเสียงลม เสียงนกร้องแล้วก็ไม่มีเสียงอื่นใด สิ่งมีชีวิตนอกจากสุนัขกับแมวจรจัดแถวนั้นก็เห็นจะมีชายชราที่ยืนกวาดเศษใบไม้อยู่ไม่ไกล เขาจึงเดินตรงเข้าไปหา


“ขอโทษนะครับ ผมมาขอพบเจ้าอาวาส ไม่ทราบว่าท่านอยู่ที่ไหน”


ชายชราหันมามองแล้วยิ้มอ่อนโยนแต่ไม่พูดอะไรนอกจากชี้ไปที่กุฏิหลังหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ ภาษามือเพียงอย่างเดียวทำให้ฐาปกรณ์นิ่งไปเล็กน้อย แต่ก็ยังยกมือไหว้


“ขอบคุณครับ” เขาพูดแล้วเดินนำศวิลไปยังกุฏิที่ถูกชายชราชี้ คนขี้กลัวรู้สึกประหลาดกับท่าทางของชายชราผู้บอกทาง อะไรบางอย่างดลใจให้เขาหันกลับไปมองยังตำแหน่งที่ชายชราคนเมื่อกี้กำลังกวาดเศษใบไม้อยู่ แต่...ทุกอย่างว่างเปล่า ไม่มีชายชรา ไม่มีไม้กวาด ไม่มีเศษใบไม้...


“ฐา...ฐา...” ศวิลกระตุกแขนคนที่เดินนำ เสียงสั่นจนแทบจะสั่นไปทั้งตัว ฐาปกรณ์หันกลับมามอง


“ม...ไม่...ไม่มี...ลุงคนเมื่อกี้ไม่อยู่แล้ว...” ไม่พูดเปล่า แต่พยักเพยิดไปทางเก่าที่พวกเขาเพิ่งเห็นชายแก่ยืนกวาดเศษใบไม้ แต่บัดนี้ บริเวณนั้นปราศจากสิ่งมีชีวิตใดๆ


ฐาปกรณ์ไม่ใช่คนขี้กลัว แต่เขาก็อดกลั้นหายใจไม่ได้ ชายหนุ่มยกแขนขึ้นโอบไหล่หญิงสาวร่างเล็กบางให้เข้ามาแนบชิดราวกับจะปกป้องโดยไม่รู้ตัว


“ลุง...ลุงนั่นหายไปได้ไง...” ร่างสั่นสะท้านในอ้อมแขนถามเสียงเบาหวิว ร่างสูงไม่มีคำตอบให้ นอกจากโอบร่างที่สั่นเทิ้มมากขึ้น ดวงตาคมกวาดมองไปโดยรอบ รู้สึกไม่ชอบมาพากล เขาไม่ใช่คนกลัวสิ่งเร้นลับเหนือธรรมชาติ แต่ที่เขากลัวคือคนด้วยกันต่างหาก


“ไม่ต้องไปสนใจ ไปเอาน้ำมนต์ไป” เขาก้มลงพูดกับคนในอ้อมแขน แล้วพาหญิงสาวที่ตัวแข็งทื่อออกเดินไปยังกุฏิไม้ แต่ศวิลก็ยังไม่วายหันไปมองเบื้องหลังเป็นระยะ ฐาปกรณ์เห็นอาการทั้งตื่นกลัวทั้งอยากรู้อยากเห็นของคนในอ้อมแขนเลยต้องส่งเสียงดุ


“วิน อย่ามอง” ดวงตากลมโตหันมามองเขาอย่างตื่นๆ หน้าซีดขาวจนน่าสงสาร


“อย่ามอง ถ้าเห็นอะไรก็เงียบเอาไว้ เข้าใจรึเปล่า” ไม่ต้องถามซ้ำ ศวิลก็พยักหน้าหงึกๆอย่างว่าง่าย ฐาปกรณ์จึงหันไปสนใจกับกุฏิไม้ชั้นเดียวที่ถูกยกพื้นจากดินแค่ครึ่งเมตรเท่านั้น


“ขอโทษครับ” เขาตะโกนเข้าไปข้างในกุฏิด้วยเสียงไม่ดังมากนัก อึดใจเดียวชายชราก็ชะโงกหน้าออกมา ศวิลถึงกับตาเหลือก


“นั่น...นั่น...นั่นลุงคนที่กวาดใบไม้!!!...ทะ...ทำ...ทำไมมาอยู่ตรงนี้!!” หญิงสาวชี้หน้าชายชราผู้โผล่หน้าออกมาจากกุฏิแล้วร้องถามเสียงสั่นสะท้าน ฐาปกรณ์เองก็ตกใจไม่ต่างกัน เขาเปลี่ยนจากกระชับอ้อมแขนโอนร่างหญิงสาวเป็นดึงร่างผอมบางไปอยู่ข้างหลังเขาแทน


ชายชรายังคงมีรอยยิ้มเช่นเคย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน


“ก็ลุงเห็นคุณ 2 คนยืนชี้อะไรกันอยู่ก็ไม่รู้ ก็เลยมาบอกเจ้าอาวาสไว้ก่อนอย่างไรล่ะ” คนฟังเหลือบตามองกันด้วยใจคอไม่สู้ดีทั้งคู่ แต่อึดใจต่อมา พระชราเจ้าของกุฏิก็เดินออกมาที่ประตู พอเห็นผ้าเหลือง ฐาปกรณ์และศวิลจึงพากันยกมือไหว้ จากที่หวั่นๆไม่รู้ว่าชายชราเป็นคนหรือผี พอเห็นผ้าเหลืองของพระสงฆ์องค์เจ้าแล้วก็ค่อยพอจะเบาใจขึ้นมาบ้าง


“หน้าตาไม่ใช่คนแถวนี้ เป็นยังไงมายังไงถึงมาที่นี่ล่ะ” พระวัยปลายร่างผอมตั้งคำถาม แล้วก้าวลงจากกุฏิ


“พวกผมมาจากชลบุรีครับ จะมาขอน้ำมนต์ของหลวงพ่อ” คนตอบคือฐาปกรณ์ ส่วนศวิลตอนนี้ยืนหลบอยู่ข้างหลัง สองมือกำจิกเสื้อเขาแน่น โผล่ลูกตาพ้นไหล่เขาเพื่อดูลาดเลาเท่านั้นเอง


“มาไกลเชียว” เจ้าอาวาสเปรย ก่อนจะหันไปทางชายชราผู้ขึ้นไปตามท่านบนกุฏิ “...ไปเอาน้ำมนต์มาให้โยม 2 คนนี้ที” คนฟังรับคำสั่งแล้วก้าวเท้ากลับขึ้นกุฏิอีกครั้ง พระชราหันมาทางแขกผู้มาไกล แล้วก็ยิ้มจางเมื่อเห็นหญิงสาวหลบอยู่เบื้องหลังชายหนุ่มร่างสูง


“แล้วนั่นเป็นอะไรล่ะโยม ไม่ต้องกลัวหรอก ที่นี่ไม่มีอะไรน่ากลัว” ฐาปกรณ์เหลือบไปมองคนที่หลบอยู่ข้างหลังเขา มือเล็กที่เขาจับอยู่เย็นเฉียบจนน่าใจหาย


“วิน...ไหวรึเปล่า” เขาถามเสียงเบาให้ได้ยินกัน 2 คน ศวิลกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนจะยอมพยักหน้ารับสั้นๆ


“เพื่อนผมเขาไม่ค่อย...คุ้นกับที่นี่น่ะครับ” ฐาปกรณ์หันมากล่าวกับเจ้าอาวาส พระชรายิ้มน้อยๆ ทว่าสายตายังจับจ้องหญิงสาวที่หลบอยู่เบื้องหลังเขา ศวิลสบตาได้แค่วูบเดียวก็มีอันต้องกดสายตาตัวเองลงมองไหล่ของคนที่ยืนบังเขาแทน ทว่าหูเขาก็ยังได้ยินคำพูดของพระรูปนั้น


“อย่ายึดติดนักเลย อะไรไม่คุ้นก็ทำใจเรียนรู้เสียบ้าง อะไรที่คุ้นก็ทำใจปล่อยมือไปบ้าง ชีวิตจะได้เป็นสุข” เพียงเท่านั้น ศวิลก็เหลือบตาขึ้นสบดวงตาของเจ้าอาวาสทันที


“ปล่อยไม่ได้” เขาตอบอย่างไม่รู้ตัว พระชราเพียงถอนหายใจเบา ทว่าก็ยังมีรอยยิ้มน้อยๆ


“โยมยึดเอาไว้ด้วยมือของตัวเอง มันก็จะเป็นกรรมของโยมสืบต่อไป ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ ล้วนเป็นผลจากวันนี้ทั้งสิ้น จำคำของอาตมาให้ดี” ฐาปกรณ์หันมองคนที่ยืนหลบอยู่ข้างหลังเขา แต่ศวิลไม่มีทีท่าจะยอมปล่อยวาง ดวงตากลมโตยังคงดื้อดึงและมุ่งมั่น


...ศวิลมาที่นี่เพื่อช่วยน้องสาว ต่อให้โลกถล่มแผ่นดินทลาย ศวิลก็ยังยึดมั่นที่จะช่วยน้องสาวเพียงคนเดียวที่มี ต่อให้หลังจากนี้จะต้องชดใช้กรรมเช่นไร ก็ยอม...


ไม่มีคำพูดใดๆอีก พอดีกับที่ชายชรากลับลงมาจากกุฏิพร้อมด้วยขวดน้ำมนต์เล็กๆ เจ้าอาวาสรับมาส่งให้กับแขกผู้มาเยือนทั้ง 2 ฐาปกรณ์เป็นคนยื่นมือออกไปรับ


“ขอบคุณครับหลวงพ่อ”


“แล้วจะไปไหนกันต่อล่ะ”


“ไปบึงกาฬครับ”


“เดินทางปลอดภัยนะโยม”


“ขอบคุณครับ ถ้าอย่างนั้นพวกผมขอตัวก่อนนะครับ” ฐาปกรณ์ยกมือไหว้ หญิงสาวที่หลบอยู่ข้างหลังเขาก็พลอยยกมือไหว้ตามด้วย พระชรายิ้มรับน้อยๆเช่นเดิม แต่ก่อนที่คนทั้งคู่จะหมุนตัวเดินกลับไปที่รถ เสียงของท่านก็ดังรั้งเอาไว้


“ในเมื่อตัดสินใจจะผูกกรรมต่อกันเช่นนี้ ก็จงทำใจยอมรับวันข้างหน้า...วันข้างหน้าที่เป็นผลมาจากวันนี้” ศวิลหันกลับไปมองเจ้าของคำเตือน ดวงตากลมโตไหวระริกเมื่อคำพูดของเจ้าอาวาสไม่ต่างอะไรกับคำเตือนของหลวงปู่ผู้เป็นคนยื่นข้อเสนอให้เขาหาน้ำมนต์ 7 วัดกลับไปช่วยน้องสาว


‘…จงทำใจยอมรับวันข้างหน้า...วันข้างหน้าที่เป็นผลมาจากวันนี้’


ความหวาดหวั่นแปลกประหลาดก่อตัวขึ้นในใจ แต่ศวิลตัดบทด้วยการหันไปพูดกับชายหนุ่มก่อน


“ไปเถอะ ฐา” เขาพูดแล้วคว้าแขนฐาปกรณ์ให้ออกเดินกลับไปที่รถ เจ้าอาวาสแห่งวัดป่าที่แสนห่างไกลมองตามร่างของคนทั้ง 2 ดวงตาเหี่ยวย่นลดลงมองมือขาวเล็กที่จับมือของชายหนุ่มไม่ปล่อย แล้วทำได้เพียงอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้คนทั้ง 2 ฝ่าฟันไปได้ด้วยดี

.................................


คนข้างกายนั่งนิ่งนับตั้งแต่ออกจากวัด ฐาปกรณ์ได้แต่เหลือบตามองด้วยความเป็นห่วง แม้ร่างที่นั่งอยู่ข้างเขาจะเป็นของลลิล แต่เวลานี้เขากลับเห็นเป็นศวิลที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนกำลังจมจ่อมอยู่กับปัญหาเพียงลำพัง


...ศวิลเป็นเช่นนี้เสมอ เจ้าตัวไม่เคยแพร่งพรายปัญหาให้ใครรู้ เอาแต่เก็บไปคิด เก็บไปแก้เพียงลำพัง ทั้งๆที่เขาพร้อมยื่นมือช่วยเหลือเสมอ...


“เป็นอะไร” และสุดท้ายก็เป็นชายหนุ่มที่ตั้งคำถามขึ้นมาก่อน


“ถ้ากูได้น้ำมนต์มาครบ 7 วัด มึงว่าลินจะกลับมามั้ย”


“ทำไมถามอย่างนั้น หลวงปู่ท่านพูดเองไม่ใช่เหรอ ว่าถ้าได้น้ำมนต์ครบ 7 วัด ทั้งลินและมึงจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม”


“แต่ทำไมพระรูปเมื่อกี้ถึงพูดเหมือนหลวงปู่ ว่าหลังจากนี้กูต้องยอมรับผลที่มาจากการกระทำของกู” ศวิลอยากช่วยน้องสาว แต่เมื่อถูกย้ำซ้ำๆว่าหลังจากทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว เขาต้องยอมรับผลของการกระทำของตนเอง เขาไม่รู้ว่าผลที่ว่านั้นคืออะไร เขาไม่รู้ว่าผลจะออกมาดีหรือร้าย แต่...แต่เขากลัว...เขากลัวว่าลลิลอาจจะกลับมาไม่เหมือนเดิม...


...ลลิลอาจจะกลับมาอย่างคนพิกลพิการ ลลิลอาจจะกลับมาอย่างไม่สมประกอบ...หากเขาต้องเห็นน้องสาวของตนเองเป็นเช่นนั้น เขาจะทำใจยอมรับได้หรือ ถ้าต้องเห็นน้องของตนเองทุกข์ทนทรมาน ไม่เหมือนลลิลผู้สดใสเหมือนก่อน...


ฐาปกรณ์เหลือบสายตามามองคนข้างกาย เวลานี้ศวิลผู้เข้มแข็งกำลังอ่อนแอ อ่อนแอเพราะความกังวล อ่อนแอเพราะความหวาดหวั่น


“แต่ถ้ามึงไม่ทำ สิ่งที่เหลืออยู่คือร่างของลินและวิญญาณของมึง มึงจะทนได้เหรอ” ศวิลหันมองคนพูด ดวงตาคมที่เหลือบมามองเขานั้นราวกับปลุกศวิลที่หวาดหวั่นให้กลับมาเข้มแข็ง


...ใช่...เพื่อไม่ให้เหลือแค่ร่างของลลิล เขาต้องทำ ไม่ว่าสุดท้ายแล้วผลของการกระทำของเขาจะเป็นอะไร ไม่ว่าผลจะออกมาดีหรือร้าย ไม่ว่าลลิลจะกลับมาได้มากแค่ไหน เขาก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้เหลือแค่ร่างของน้อง...


ไม่มีคำพูดใด ดวงหน้าหญิงสาวเบือนออกไปทางหน้าต่างรถยนต์ ดวงตากลมโตที่มองออกไปข้างนอกนั้นฉายแววมุ่งมั่น กลับไปเป็น ‘ศวิล’ คนเก่าที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อแก้ปัญหา ฐาปกรณ์เหลือบสายตามองคนข้างกายอีกครั้ง แม้ครั้งนี้จะมีแต่ความเงียบเหมือนเมื่อครู่ แต่เป็นความเงียบที่เขาบอกตนเองว่าศวิลกลับมาเป็นคนเดิมแล้ว ชายหนุ่มยิ้มจางแล้วเหยียบคันเร่งพารถยนต์ตรงไปยังจังหวัดที่ 3


...น้ำมนต์วัดที่ 3 รอพวกเขาอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนี่เอง...



ติดตามตอนต่อไป (อังคารหน้าค่ะ)

นิสัยคุณวินแกไม่(ค่อย)ดีจริงๆค่ะ เป็นตัวเอกที่นิสัยเสียเกินหน้าเกินตาความเป็นตัวเอกมากๆ ขนาดบัวยังสงสารฐาเลย เวรกรรมอะไรต้องมาช่วยคนนิสัยไม่ดีแบบนี้ ฮา

แต่...ถ้าไม่มีสีดำก็จะไม่มีสีขาวจริงมั้ยคะ เพราะงั้น คุณวินก็ต้องเป็นสีดำไปก่อน ให้คุณฐาเขาขัดเกลาจิตใจนิดนึง เดี๋ยวก็ขาวค่ะ กร๊ากกกก

   ขอบคุณพื้นที่บอร์ด คนอ่าน คนเม้นท์ คนติดตามและทุกกำลังใจ

   เจอกันอังคารหน้าค่ะ


ออฟไลน์ kinjikung

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3003
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +163/-8
เรื้อนมากวิน ฐาปล่อยทิ้งไว้วัดนี่แหล่ะ นิสัยแย่จริงๆ กว่านางจะขาว

ออฟไลน์ Rafael

  • เพราะคนเราเกิดมาเพื่อแตกต่าง
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4425
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +685/-7
 :hao7:

กรรมอะไรหนอที่จะรออยู่ คู่กรรมหนือเปล่า  อิอิ

ขอบคุณพี่บัวนะคะ

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 9307
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ jaja-jj

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 554
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-3
เหนื่อยแทนฐา   นายเอกของคุณบัวนิสัยเสียหนักขึ้นในทุกๆเรื่อง 5555555

ออฟไลน์ double9JH

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1914
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-7
เห็นแล้วเหนื่อยแทนนนฐาจริงๆ 555

ต่อไปก็วัดที่สาม วินก็น่าจะฟังๆไว้บ้างนะ  :เฮ้อ:


ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4213
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
ไม่รู้ทำไม พออ่านเจอทอล์คของคุณบัว ให้คุณฐาเขาขัดเกลาจิตใจนิดนึง เดี๋ยวก็ขาวค่ะ กร๊ากกกก แล้วได้ยินเสียงหัวเราะแบบสะใจมากดังขึ้นมาในหัว ฮา

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6562
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
วินขี้กลัวมากจริงๆ
หลวงพ่อเหมือนจะบอกอะไรกลายๆ เลยอ่าาา

ออฟไลน์ aiyuki

  • รักแท้ไม่แบ่งแม้เพศพันธุ์
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3047
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +133/-6
ขนหัวลุก แต่ละวัดน่ากลัวมากกก ถึงไม่ใช่วินก็แอบหลอน.... รอวันอังคารค่า

ออฟไลน์ ashbyipcet

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 253
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-2
สงสัยถ้ากลับร่างเดิมคุณฐาช่วยจัดบ้านผีสิงให้ณวินสักทริบนะคะ  :laugh:

ออฟไลน์ mooping-7

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2618
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-4
ชอบๆวินอะน่ารักดี

ออฟไลน์ sujusaranghae

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 112
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
สนุกมากกก ตั้งแต่ตอนแรกเลย

ออฟไลน์ Jthida

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1580
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-3
เอาแต่ใจมากอ่ะ แต่ทำไมดูน่ารักก็ไม่รู้

ออฟไลน์ MSeraph

  • This too shall pass
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1848
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-3
คำเตือนแปลกๆอะ เดาเรื่องไม่ออกเลยค่ะ
ชอบฐาอะดูยังเป็นห่วง เอ็นดูและก้หวังดีกับวินเสมอ
เรื่องนี้ปมเยอะมากๆๆ
นี่ก้เพิ่มปมเรื่องคำเตือนไปอีก
และกลับมาเหมือนเดิมคือยังไง ไม่ใช่แค่ฟื้นแน่ๆ
รอค่าาา

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด