หรือจะเก็บรักไว้ในสายลม บทส่งท้าย (28 SEP 2011)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: หรือจะเก็บรักไว้ในสายลม บทส่งท้าย (28 SEP 2011)  (อ่าน 71657 ครั้ง)

ออฟไลน์ wan_sugi

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 604
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +108/-2
ตามอ่านมาเรื่อยๆ ดูแล้วบอยก็ไม่ได้ให้อะไรที่แน่นอน ทุกอย่างมันเรื่อยๆ ไปหมด ช่างน่าอึดอัดดีแท้
ถ้ามีตัวเลือกที่ดีเข้ามา ลมจะไม่พิจารณาหรือลองดูอะไรที่มันแตกต่างกว่าจะคอยไปเรื่อยๆ ไม่มีจุดสิ้นสุด
ลมน่าจะเป็นคนตัดสินใจได้ ไม่ใช่แค่ปล่อยให้บอยเป็นคนเลือก...
เก็บรักที่ปลื้มไว้ในความทรงจำ แล้วก้าวไปหารักใหม่ที่สามารถตอบสนองได้ แบบนี้น่าจะดีกว่าไหม

 (+1 ja) :L2:

โจ๊กกุ้ง

  • บุคคลทั่วไป
สงสัยว่าบอยแอบคบใครไว้ก่อนรึเปล่า

LiTTlE [A]

  • บุคคลทั่วไป
มันดูเทาๆ ยังไงก้อไม่รู้
แต่มันเป็นเสน่ห์ชวนให้ติดตามมากกกกกกกก
 :pig4: :3123: :pig4:

ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4619
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
เอนเอียงมาเชียร์พี่เต้ได้มั้ย

สงสัยว่าบอยกะน้องโลมจะมีซัมติงรึเปล่า

ออฟไลน์ Cherry Red

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 888
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +232/-0
แอบเชียร์พี่เต้จะเป็นไรไหม? แม้แต่เพื่อนเจ ยังคอยช่วยพี่เต้เลย คิดดู
เรื่องความรู้สึก บางทีห้ามไม่ได้ ควบคุมไม่ได้ แต่รักนะ ต้องแสดงออกบ้างอะไรบ้าง
เห็นใจลม แต่ทำได้แค่สงสัยเรื่องน้องบอยกันต่อไป... :sad4:

Famelia

  • บุคคลทั่วไป
บอยนี่ยังไงนะ

ออฟไลน์ ลำนำบุหลันครวญ

  • Most Wanted!!!
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 222
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +377/-1
วันนี้ว่าง มาอัพให้แต่เช้าเลยครับ

เห็นบางคนเริ่มมาบ่นแล้วว่าเรื่องนี้มันจะเทาไปไหน

แต่จะบอกว่า ดีใจที่อ่านแล้วมันให้อารมณ์แบบนั้น แหะๆ

______

ตอนที่ 9

เสาร์อาทิตย์นี้ ไม่ได้มียี่สิบห้าชั่วโมง หรือแตกต่างจากวันอื่นตรงไหน
แต่จะต่างออกไปที่ผมอาจจะเหงากว่าทุกที
ลมยามบ่ายพัดโชยมาเบาๆ ผมนั่งไกลชิงช้าที่บอยเคยนั่ง
ทำไมนะ ทำไม บอยมันไม่ได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเลยหรือไง มันเห็นหรือเปล่าว่าผมโทรไป
โทรศัพท์ดังขึ้น หัวใจผมพองโต แต่สุดท้ายก็ต้องดิ่งสู่อารมณ์เก่า
“ครับพี่เต้”
“ทำอะไรอยู่ล่ะลม”
“เอ่อ ก็ไม่ได้ทำอะไรหรอกครับ”
“งั้นหรอลม ดีเลย พี่ว่าพี่จะชวนไปเดินเล่นด้วยกันน่ะ ไปมั้ย”
ผมยักไหล่ ถอนหายใจเบาๆ
“เอ่อ ไว้คราวนี้ดีกว่าครับ เหมือนผมปวดหัวนิดหน่อย”
“เอ๋ ไม่สบายหรอ งั้นเดี๋ยวพี่เข้าไปหา นี่อยู่หน้าหมู่บ้านเราแล้ว แค่นี้ก่อนนะ พี่จะรีบไป”
“เอ๊ยพี่ ไม่ตะ.. ต้อง” ไม่ทันซะแล้ว สายถูกตัดไปเรียบร้อย
ให้ตายสิ ไอ้พี่เต้เล่นมุกนี้อีกแล้ว ผมถอนหายใจอีกครั้ง
ทำไมมันดูเหนื่อยๆอย่างนี้นะ ถ้าเป็นอีกคนนึงมาทำแบบนี้ ผมคงต้องดีใจแน่ๆ
.
.
.
“เป็นยังไงบ้างลม”พี่เต้ทักขึ้น ทันทีที่เห็นหน้าผม
“เอ่อ ก็ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกครับ”
“ไม่ได้ๆ ไหนดูซิ ตัวร้อนหรือเปล่า” พี่เต้พูดพร้อมกับใช้หลังมือแตะที่หน้าผากผม
“เอ่อ พี่เต้ไม่ต้องดูแลผมขนาดนี้ก็ได้ครับ ผมไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นหรอก”
พี่เต้ยิ้ม ก่อนจะพูด “เอ ใช้หลังมือแตะมันไม่รู้แฮะ ว่าตัวร้อนหรือเปล่า สงสัยต้องใช้อีกวิธี
พี่เต้เปลี่ยนจากใช้หลังมือเป็นใช้หน้าผากของพี่เค้ามาแตะที่หน้าผากของผม ทำให้จมูกและริมฝีปากของเราอยู่ใกล้กันแค่นิดเดียว
“เอ่อ พี่เต้...เดี๋ยวไม่สบายนะ”
“นี่ รู้มั้ย ถึงลมจะโตแล้ว แต่พี่ก็ยังอยากดูแลเราอยู่ดี”
ดูแลอีกแล้ว กูมันดูอ่อนแอตรงไหนวะ
“ผมคิดว่าเราต่างกันแค่ พี่อาจจะอยากมีผู้ชายสักคนที่ดูแลพี่ได้ ส่วนผมก็แค่อยากจะดูแลผู้ชายสักคนให้ดีที่สุด”
ประโยคที่ยังจำได้ ใครคนนึงเคยพูดเอาไว้
ผมผละตัวออกมา ก่อนจะหันหลังให้แขกผู้มาเยือน
“พี่เต้รู้มั้ย บางทีผมก็ไม่อยากให้พี่มาทำให้ผมขนาดนี้หรอกนะ”
“ทำไมล่ะ”
“ก็....”
“เพราะลมมีใครอยู่แล้วหรือเปล่า”
“เอ่อ”
“บอยใช่มั้ย ลมตกลงคบกับบอยแล้วหรอ”
“ไม่ใช่พี่ ผมกับบอยไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น”ผมหันหลังขวับ
พี่เต้ขมวดคิ้ว ก่อนจะคลี่ยิ้มช้าๆ “พี่เช้าใจแล้ว “
มือใหญ่ลูบหัวผมเบาๆ ก่อนจะพูดต่อ “แต่พี่ยังมีสิทธิ์ใช่มั้ย ตราบที่ลมกับบอยยังไม่ได้เป็นอะไรกันอย่างวันนี้”
ตาผมร้อนผ่าว แต่ก็พยายามกลั้นเอาไว้
นั่นสินะ เมื่อไหร่ คนที่เคยบอกว่ารักเรา จะเรียกเราว่า”คนรัก”ซะที
.
.
.
เย็นวันจันทร์ ผมกับบอยกลับบ้านด้วยกันเป็นปกติ แต่ความไม่พอใจยังคงอัดอั้นอยู่
“เป็นอะไร พี่ลม เหมือนวันนี้เงียบๆไปนะ”บอยพูดหลังจากที่เรามาถึงบ้าน
 “เปล่านี่ พี่ก็เป็นของพี่แบบนี้”
ไอ้ตัวดียิ้ม ก่อนจะดึงผมไปนั่งด้วยที่โซฟา พร้อมกับกอดผมไว้จากข้างหลัง
“ไม่จริงหรอก พี่ลมไม่เคยทำหน้าแบบนี้เวลาอยู่กับผมซะหน่อย”บอยพูดพร้อมกับหอมแก้มผมเบาๆ
“ก็แล้วทำไมโทรไปไม่ยอมรับล่ะ ไม่โทรกลับด้วย”ผมพูด พร้อมกับอมยิ้ม นึกโกรธตัวเองเล็กๆที่แค่โดนกอดแค่นี้ก็เหมือนจะหายเคืองแล้ว
“อะ ... อ้อ ก็คือเวลาผมอยู่บ้านผมไม่ค่อยรับโทรศัพท์น่ะ”
“จริงหรอ”
“จะ จริงสิ แต่พอถึงวันจันทร์ผมก็มารับพี่ไปมหาลัยตรงเวลาไม่ใช่รึไง”
“อืมม ทีหลังโทรกลับด้วยแล้วกัน”ผมยิ้ม
จบบทสนทนาลง บอยยังคงกอดผมแน่น เราไม่ได้พูดอะไรกันต่อ แต่ทำไมผมรู้สึกเหมือนมันเงียบกว่าทุกทีนะ
.
.
.
“พี่ลม เดี๋ยวผมจะออกไปซื้อกับข้าว พี่จะไปด้วยกันมั้ย”
“เอ่อ บอยไปเถอะ พี่ขอเคลียร์งานนิดนึง”
“อื้มมม ตามใจ แล้วกันครับ”
.ผมก้มหน้าทำงานที่อาจารย์สั่งต่อ สิ้นเสียงรถบอยสักพัก ก็มีเสียงโทรศัพท์ที่ไม่คุ้นหูดังขึ้น
“ลืมโทรศัพท์ซะได้ ไอ้บ้าเอ๊ย”ผมสบถ พลางครุ่นคิดว่าจะรับสายดีมั้ย แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจที่จะปล่อยมันไว้อย่างนั้น
ไม่นานโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีก แสดงว่าต้องมีเรื่องด่วนจริงๆ
ผมหยิบโทรศัพท์ของบอยขึ้นมาดู หน้าจอขึ้นสายเรียกข้าวของคนที่ชื่อ “ยัยโก๊ะ” ที่บอยเมมไว้
ผมตัดสินใจรับสายนั้น
“ฮือๆ แห้ง ช่วยโลมด้วย “ปลายสายทักมาด้วยน้ำเสียงปนสะอื้น
“เอ่อ น้องโลมหรอครับ นี่พี่ลมนะ คือพี่บอยเค้าลืมโทรศัพท์ไว้น่ะ เดี๋ยวยังไงพี่บอกให้บอยมันโทรกลับนะ ”
“เอ๋... ไอ้แห้งมันอยู่กับพี่ลม งั้นหรอครับ?”
“อะ อื้มม”
“....”ปลายสายเงียบไป
“เอ่อ พี่ว่า น้อง เอ่อ น้องโลมใช่มั้ย ใจเย็น อย่าร้องไห้นะ เดี๋ยวพี่ให้ไอ้บอยมันโทรกลับ”
“ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด” สายถูกตัดไปซะเฉยๆ
“อะไรวะเนี่ย” ผมสบถกับตัวเอง
.
.
.
“กลับมาแล้วคร้าบบบ” บอยกลับมาพร้อมกับถือของพะรุงพะรัง “มื้อเย็นวันนี้ เป็นราดหน้าหมูหมักฝีมือคุณชายบอยคร้าบบ”
“แล้วจะกินได้มั้ยเนี่ย”ผมยิ้ม
“อย่ามาพูดเลยพี่ เห็นทุกทีก็ไม่เคยเหลือ”
ผมก้มหน้าลงทำการบ้านต่อ บอยยืนฮัมเพลงพลางหั่นหมูหั่นผักของมันไปเรื่อย
“เอ้อ บอย เพิ่งนึกออก น้องบอยอะ ไอ้โลมเมื่อกี๊มันโทรมา”
“โอ๊ย!!!” บอยร้อง พร้อมกับยกนิ้วขึ้นมา เพราะโดนมีดบาด
“เอ้ย เป็นไรมากป่าว “ผมวิ่งไปดู “มานี่ เดี๋ยวทำแผลให้”
บอยเดินตามมา พร้อมกับยังห้ามเลือดที่นิ้วตัวเอง
“โลมโทรมาว่ายังไงบ้างพี่”บอยถาม ในขณะที่ผมกำลังใส่ยา
“ก็ไม่ได้พูดอะไร แต่ว่าฟังเสียงเหมือนร้องไห้”
“ร้องไห้!”
“ก็อย่างนั้นแหละ มั้งไม่แน่ใจ” ผมแปะพลาสเตอร์ให้มัน “อะเสร็จละ กินข้าวเสร็จก็โทรไปหาน้องมันสิ”
บอยลุกไปเงียบๆ พร้อมกับทำราดหน้าของมันต่อ
.
.
.
จานราดหน้าถูกวางลงข้างผม ผมเงยหน้าขึ้นมามองพร้อมกับยิ้มให้แทนคำขอบคุณ แต่ทว่า...
“ทำไมมีจานเดียวล่ะ” ผมขมวดคิ้ว
“เอ่อ เดี๋ยวผมไปดูน้องมันหน่อยน่ะครับ ว่าจะออกไปเลย”
“เอ๋ งั้นหรอ”ผมทำหน้าหงอย
“แล้วจะกลับมามั้ย?”
บอยยิ้มแห้งๆ ก่อนจะกอดผมแน่น
“คืนนี้คงต้องนอนคนเดียวล่ะครับ คนดี ขอโทษนะ”
ผมรู้สึกว่า กอดครั้งนี้แน่นกว่าทุกครั้ง และในอกมันดูโหวงๆชอบกล
“ไปเถอะ นั่นก็น้องนี่นา”
บอยยิ้มอีกครั้ง ก่อนจะสูดลมหายใจยาวๆ แล้วเดินจากไป



 




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-10-2011 22:44:39 โดย Glorious »

โจ๊กกุ้ง

  • บุคคลทั่วไป
น้องโลมมันเป็นใครๆๆๆๆ

pmnet

  • บุคคลทั่วไป
คงไ่ม่ใช่ น้องโลมขี้โรคจนต้องดูแลตลอดเวลา หรือว่า น้องโลมกำพร้าเลยต้องดูแล หรือว่ามีอะไรกับโลมเลยต้องรับผิดชอบ หรือว่า คนที่บอยบอกว่าดูแลผู้ชายคนนึงให้ดีที่สุดจะเป็นน้องโลม .................
หรือว่า........4P   :jul3:

ออฟไลน์ เฉาก๊วย

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2255
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +251/-6
บอยเอ๋ย ถึงแม้ตัวเองจะต้องแบกรับภาระหรือมีพันธะความรับผิดชอบใดๆ ก็ตาม ก็ควรจะพูดคุยกับพี่ลมเค้าตรงๆ บ้างเถอะ สงสารคนที่เค้ารอบ้างนะ   :sad4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ BeeRY

  • ❤。◕‿◕。ยิ้มเข้าไว้นะ。◕‿◕。❤
  • เป็ดPoseidon
  • *
  • กระทู้: 9606
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +897/-8
ปิดบังอะไรอยู่หรือเปล่าน้อบอย :z3:

ออฟไลน์ roseen

  • เก็บความทรงจำที่ดีๆของวันวาน เพราะมันคือกำลังใจของวันนี้
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8657
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +947/-15
สงสัยเมียมันอีกคนแน่ๆ

ออฟไลน์ Cherry Red

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 888
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +232/-0
ปวดใจแทนพี่ลม(อีกแล้ว)  :sad4:
รักกับบอย ประหนึ่งรักกับสิ่งที่จับต้องไม่ได้ ได้แต่ไล่ตามและรอคอยอยู่อย่างนั้น
ถ้าบอกว่ารักแล้วทำกันแบบนี้ อย่าบอกแต่แรก จะดีกว่าไหม ???
สงสารพี่เต้ จะอ่อนโยนยังไง? จริงใจขนาดไหน? แต่ไม่ใช่ ก็คือ ไม่ใช่แหละนะ ~ :o12:

ออฟไลน์ ลำนำบุหลันครวญ

  • Most Wanted!!!
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 222
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +377/-1
ตอนที่ 10

 นอนคนเดียวอีกแล้ว
ทำไมมันเหงาแบบนี้นะไอ้ลม เมื่อก่อนมึงก้อยู่มาคนเดียว
เดี๋ยวพรุ่งนี้มันก็มา ผมปลอบใจตัวเอง
ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา อยากโทรไปหามันจัง
ผมตัดสินใจพิมพ์ข้อความไปหามันแทน ก่อนจะพยายามข่มตาหลับลงอย่างยากเย็น
“ถ้าเสร็จเรื่องแล้ว โทรกลับมาหน่อยนะ
....ไม่มีอะไรหรอก แค่เหงา
...เริ่มจะนอนคนเดียวไม่เป็นแล้ว
...เท่านั้นเอง : ) “
.
.
.
เช้าวันใหม่ ผมนั่งมองซ้ายมองขวาอยู่หน้าบ้าน
วันนี้ทำไมมาช้าจังนะ
หรือเรื่องเมื่อคืนยังไม่เคลียร์
แล้วโทรไปก็ไม่รับด้วย
ผมนั่งมองดูนาฬิกา จนเห็นท่าไม่ดี จึงตัดสินใจนั่งรถเมล์ไปมหาลัย
เกือบไม่ทันเข้าคาบเช้า หลายๆคนเริ่มเข้าห้องแล้ว ผมมองหาไอ้เจ ก่อนจะเดินไปนั่งข้างๆ
“เป็นเชี่ยไรวะ ทำไมวันนี้มาสาย”ไอ้เจถาม
“เอ่อ ตื่นสายน่ะ”ผมตอบอ้อมแอ้ม
“หืม มึงเนี่ยนะ”เจทำหน้าสงสัย “ไม่สบายรึเปล่า?”
“ก็นิดหน่อยนะ เอ้อ แล้วเมื่อเช้าบอยได้ไปที่ชมรมมั้ย”
เจมองหน้าผม พลางขมวดคิ้ว “ไม่เห็นนะ”
“งั้นหรอกหรอ”ผมทำเสียงอ่อย หายไปไหนของมันนะ
.
.
.
ตลอดสัปดาห์ บอยหายไปโดยที่ไม่มีใครรู้ สำหรับคนอื่นก็ไม่ได้มีใครใส่ใจเท่าไหร่ เพราะโตๆกันหมดแล้ว
แต่สำหรับผม มันเหมือนจะตายให้ได้ มันทั้งเหงา ทั้งเป็นห่วง
มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะบอย หรือกูทำอะไรผิด
เย็นวันศุกร์ ผมเดินลงจากตึกด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า
“ลมดูโทรมไปเยอะเลยนะ ไม่เจอกันแค่ไม่กี่วัน” น้ำเสียงที่ดูอบอุ่นทักขึ้นจากด้านหน้า ผมไม่ทันได้สังเกตอบตัวนัก เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่าเจ้าของเสียงอยู่ห่างเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น
“พี่เต้”
“มีอะไรหรือเปล่า”
“ไม่มีหรอกครับ”
“งั้นก็ดี ไปกินข้าวกัน พี่หิวแล้ว”
“เอ่อ แต่ผมไม่หิว”
“ไม่หิวก็ต้องกิน ดูซิ แค่ไม่กี่วันทั้งผอมทั้งโทรม ถ้าไม่แกรงใจนะจะพาไปเข้าคอร์สรักษาผิวหน้าด้วย ได้นอนมั่งมั้ยเนี่ย”
“เอ่อ แต่ผมไม่”
“บอกให้ไปก็ไปเหอะน่า ต้องให้อุ้มขึ้นรถมั้ย”
ผมเบือนหน้าหนี ก่อนจะเดินตามแต่โดยดี
.
.
.
รถแล่นออกไปข้างหน้า พี่เต้เริ่มบทสนทนาทันที
“เรื่องบอยหรือเปล่า”
“ไอ้เจเล่าให้ฟัง?”
“ก็ประมาณนั้น แล้วมันก็เล่าว่าคนที่พี่ชอบกำลังทำร้ายตัวเองเหมือนคนโง่ด้วย”
“ผมไม่ได้ทำอะไร”
“แล้วทำไมสภาพถึงเป็นแบบนี้ เล่ามาเถอะ ถึงตอนนี้เรายังไม่ได้รู้สึกอะไรกับพี่ แต่พี่ก็ยังเป็นพี่เต้ที่หวังดีกับลมนะ”
ทำไม ทำไมต้องทำดีกับผมขนาดนี้ ผมคิดในใจ
แล้วทำไมคนที่เรารัก ถึงทำกับเราแบบนี้
ดวงตาผมเริ่มร้อน พร้อมกับหยดใสๆที่เริ่มไหลออกมา ก่อนจะตามมาด้วยเสียงสะอื้น
“พี่เต้ ผมก็ไม่เข้าใจ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่อยู่ๆ มันก็หายไป ทั้งที่ผมเองก็ไม่ได้... ไม่.. ผมคิดว่าผมไม่ได้ทำอะไรให้มันโกรธเลยนะ”ผมระบายพร้อมกับเริ่มปล่อยโฮ
พี่เต้เลี้ยวรถมาจอดข้างทาง ปลดเข็มขัดนิรภัยของตัวเอง ก่อนจะเอี้ยวตัวมาคว้าผมไปกอด
“ผมรักมันพี่ แต่ผมไม่เข้าใจว่ามันคิดอะไรอยู่กันแน่ มันก็บอกว่ารักผมตลอด แต่หลายๆครั้งผมก็ไม่เข้าใจว่ามันกำลังทำอะไร แล้วกำลังคิดอะไรอยู่”
พี่เต้ลูบหัวผมเบาๆ ปล่อยให้ผมพูดไปเรื่อยๆ “มันบอกว่ารักผม และผมก็รักมัน แต่ทุกครั้งที่ผมถามว่าเราเป็นแฟนกันหรือยัง มันไม่เคยให้คำตอบผมได้ ทั้งที่มันยังกอดผมอยู่ มันหมายความว่ายังไงพี่ มันหลอกผมหรอ ไม่นะ ตลอดเวลาผมไม่คิดว่ามันไม่ใช่คนที่โกหกนะ พี่คิดเหมือนผมมั้ยพี่เต้”
อ้อมกอดค่อยๆคลายลง ฝ่ามือใหญ่ลูบไปตามแก้มที่ชื้นแฉะไปด้วยน้ำตา ก่อนที่ผมจะโดนดึงเข้าไปจูบเบาๆที่หน้าผาก
“พี่ขอโทษที่ล่วงเกินลมตอนที่ลมอ่อนแอแบบนี้ แต่รู้มั้ยตอนที่ลมเสียใจพี่ก็เจ็บไม่แพ้กันเลย”
“...”
“แล้วก็เรื่องผู้ชายคนนั้น .... พี่ไม่ได้ขอให้ลมลืมเค้ามาคบกับพี่หรอกนะ แต่พี่ขออย่างนึง เลิกคบเค้าซะ ผู้ชายคนนี้ไม่น่าไว้ใจเลย”
“ทำไมพี่เต้พูดแบบนั้น พี่เต้รู้จักบอยมันแค่ไหนเชียว”
“อย่างน้อย พี่ก็รู้ว่า ไอ้น้องบอยอะไรของลมน่ะ มันโกหกน้องมาตลอดเรื่องอายุ มันไม่ใช่เด็กที่เพิ่งจบมาใหม่ ที่เพิ่งเอ็นท์เข้ามหาลัย แต่มันเป็นไอ้ซิ่วมาจากไหนไม่รู้กี่ที่ และมันอายุพอๆกับพี่นี่ล่ะ”
ผมอึ้ง นี่มันเรื่องอะไรกัน
“พี่เต้รู้มาจากไหน”
“เจบอกพี่ ตอนสมัครเข้าชมรม มันต้องมีถ่ายเอกสารสำเนาบัตรนักศึกษาใช่มั้ย แล้วมันก็ไปเห็นว่า ไอ้บอยน่ะ มันไม่ใช่เด็กอายุสิบเก้าใสซื่ออย่างที่ลมคิดหรอกนะ”
“แล้วเค้าจะโกหกผมทำไม มันไม่มีประโยชน์เลยไม่ใช่หรือไง”
“พี่ไม่รู้หรอกว่าเค้าโกหกทำไม และมีประโยชน์อะไร แต่อย่างน้อยลมน่าจะรู้สึกได้แล้วนี่ ว่าวันนี้ที่ผมเรียกเค้าว่าคนที่ลมรักและเค้าก็บอกว่ารักลม ลมรู้อะไรเกี่ยวกับเค้าบ้างล่ะ?”
ผมนิ่ง ถูกของพี่เต้ ทุกคำถามยังเป็นเครื่องหมายคำถามอยู่ในใจผมแทบจะทั้งหมด
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมแทนคำถามเหล่านั้น ว่าเรื่องส่วนตัว แต่วันนี้ มันกลายเป็นเรื่องที่ปิดบังไปซะแล้ว
“เอาล่ะ พี่คิดว่า ลมน่าจะฉุกคิดอะไรขึ้นมาบ้างแล้วล่ะ ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับลมแล้วล่ะ แล้วพี่อยากจะบอกอีกอย่างนึงว่า อย่ารักด้วยหัวใจ อย่ารักด้วยสมอง แต่ให้รักด้วยหัวใจและสมองนะลม” พี่เต้เว้นช่วง ก่อนจะพูดต่อ “พี่เป็นห่วงเรา....มากนะ”
รถเคลื่อนไปข้างหน้าอีกครั้ง โดยที่คนขับรถไม่พูดอะไรอีก
“ขอบคุณมากนะครับพี่เต้ ที่เป็นห่วงผม แล้วก็ขอโทษที่ผม...”
“ยังไม่ต้องพูดอะไรหรอกลม พี่ไม่ได้อยากให้ลมเลือกใคร หรือคิดอะไรตอนนี้”พี่เต้พูด ก่อนจะหันมายิ้มให้ “แต่ตอนนี้ต้องกินข้าวกันก่อน รู้มั้ยฮึ ไอ้เด็กขึ้แย”
.
.
.
หลังจากกินข้าวกันเสร็จ ผมพอจะยิ้มได้บ้าง แม้ความรู้สึกสับสนจะยังคงอยู่ในใจ
ขากลับ ผมมองข้างทางไปเรื่อยเปื่อยจนถึงบ้าน
“ลม ถึงแล้ว”พี่เต้เรียกผมจากภวังค์
“เอ่อ ขอบคุณที่เลี้ยงข้าวนะครับ”ผมหันมายิ้มให้
“ให้พี่อยู่ด้วยมั้ย บางทีคืนนี้ลมอาจจะมีเรื่องต้องเคลียร์กันยาวสักหน่อย”พี่เต้พูดพลางมองไปข้างหน้า
ผมหันไปตามทางที่พี่เต้จ้องมองอยู่ ก็ต้องตกใจเมื่อพบรถของคนที่คุ้นเคยจอดอยู่ พร้อมกับเจ้าของรถที่ยืนอยู่ข้าง
สายตาที่มองมาเป็นสายตาที่อ่านยาก และผมไม่เคยเห็น
“บอย” ผมอุทาน พร้อมกับพยายามลงจากรถอย่างรวดเร็ว
“หายไปไหนมา ทำไมไม่รับสาย ทำไมทิ้งพี่ไว้แบบนี้” ผมพุ่งเข้าไปหาพร้อมกับกระชากคอเสื้อไอ้บอย สายตาบอยยังเหมือนเดิม พร้อมกับที่จ้องไปทางพี่เต้
“อย่ามามองกูด้วยสายตาอย่างนั้น กูไม่ได้คิดจะเป็นชู้มึง แล้วก็นะ ถ้ามึงยังรักลมอยู่ ช่วยดูแลคนที่กูรักให้มันดีๆกว่านี้หน่อย!!!”
พี่เต้มองด้วยหางตา ก่อนจะเปิดประตูรถ “พี่กลับก่อนนะลม ถ้ามีเรื่องอะไรโทรเรียกพี่ได้เลย โทรศัพท์พี่น่ะโทรติดทุกเวลา ไม่เหมือนโทรศัพท์ใครบางคน”
รถพี่เต้ค่อยหายไปจากสายตา บอยถอนหายใจเฮือกใหญ่ ในขณะที่ผมเริ่มร้องไห้อีกแล้ว
“เข้าบ้านกันเถอะครับ”

ออฟไลน์ เฉาก๊วย

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2255
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +251/-6
ตอนที่ 10 แล้ว คนเขียนจะไม่แย้มอะไรออกมาหน่อยหรือค้า เง้ออออ   :sad4:

ออฟไลน์ roseen

  • เก็บความทรงจำที่ดีๆของวันวาน เพราะมันคือกำลังใจของวันนี้
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8657
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +947/-15

pmnet

  • บุคคลทั่วไป
แนะนำให้บอยไป ฟังเพลงพี่ติ๊กนะ เพลง ชัดเจน

ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4619
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
เรื่องไม่คลายเลยอ่ะ อยากรู้แล้วนะ

ออฟไลน์ BeeRY

  • ❤。◕‿◕。ยิ้มเข้าไว้นะ。◕‿◕。❤
  • เป็ดPoseidon
  • *
  • กระทู้: 9606
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +897/-8
มาถึงขนาดนี้แล้วถ้าไม่อธิบายอะไรเลยก็เตรียมตัวโดน :beat: ได้เลยนายบอย

ออฟไลน์ Cherry Red

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 888
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +232/-0
แค่ปรกติ น้องบอยก็น่าสงสัยในพฤติกรรมจะแย่อยู่แล้ว เจอเรื่องที่พี่เต้เอามาบอกอีก
บอย กลายเป็นบุคคลลึกลับที่ไม่น่าไว้วางใจไปเลย  10 ตอนที่ผ่านมา ไม่ได้ให้ความกระจ่างแม้แต่น้อย
ตอนนี้ที่รู้ ๆ พี่เต้เป็นพระรองแน่ ๆ เพราะ พี่ "ดี" เกินไปอ่ะค่ะ... o7

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






pmnet

  • บุคคลทั่วไป
วันนี้จะมาลงไหมอ่ะ รอ ๆๆ

ออฟไลน์ ลำนำบุหลันครวญ

  • Most Wanted!!!
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 222
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +377/-1
ตอนที่ 11

 “มันเกิดอะไรขึ้นกันบอย”ผมถามขึ้นทันทีที่ประตูปิดลง
“เรื่องมันยาวน่ะพี่ลม”
“ยาวก็จะฟัง ลมรู้มั้ยว่าพี่เครียดขนาดไหน”
“ผมขอโทษ”
“พี่ยังไม่ได้อยากฟังคำขอโทษ แต่พี่อยากเข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นตอนนี้”
บอยเงียบไป พร้อมกับหันไปทางอื่น
“ผมยังไม่อยากเล่าตอนนี้”
“แล้วเมื่อไหร่ล่ะบอย แล้วเมื่อไหร่พี่จะรู้ บอยพูดแต่มันยังไม่ถึงเวลา แล้วก็ทิ้งพี่ไว้กับความสงสัย สงสัยในหลายๆการกระทำของบอย สงสัยในความสัมพันธ์ว่าเราเป็นแฟนกันหรือยัง พี่รักบอย และบอยก็บอกว่ารักพี่ แต่เรายังไม่เป็นแฟนกัน พี่ไม่เข้าใจบอยเลย ถ้าย้ายข้างของสมการความรู้สึกของเราทั้งคู่ มันก็ควรจะลงตัวแล้ว แต่นี่ไม่เลย บอยบอกพี่ตลอดว่าไม่ ยังไม่ถึงเวลา หลายๆครั้งพี่รู้สึกเหมือนบอยบอกพี่ว่า เราไม่สามารถเป็นแฟนกันได้ด้วยซ้ำทั้งๆที่เรานอนกอดกันบนเตียง ถ้าเป็นคนอื่น เค้าก็อาจจะเข้าใจว่า บอยแค่หลอกให้พี่รัก และไม่ได้คิดจริงจังอะไรกับพี่ แต่กับบอย พี่ว่าบอยไม่ได้คิดแบบนั้น แต่สมการความคิดของเราทั้งคู่มันก็ยังไม่ยอมลงตัวซะที เพราะอะไร เพราะมันยังมีตัวแปรอื่นอีกหรือไงบอย”ผมพูดอย่างใส่อารมณ์ ดวงตาเริ่มร้อนผะผ่าวอีกครั้ง
“พี่ลม”
“เมื่อไหร่บอย เมื่อไหร่ การที่เรารักใครสักคนมันต้องเหนื่อยขนาดนี้เลยหรอ”
บอยหลับตาลง ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะจูงมือผมไปนั่งลงบนโซฟา พร้อมกับที่โทรศัพท์ของบอยดังขึ้น
หน้าจอขึ้นว่าคนที่ชื่อ “ยัยโก๊ะ” โทรมา ผมจำได้ ว่านี่คือน้องโลม
ความสงสัยผุดขึ้นในใจ ทำไมบอยต้องเมมโลมว่า “ยัยโก๊ะ”
บอยมองหน้าผมด้วยสีหน้าที่เดาไม่ถูก ก่อนจะลุกออกไปคุยข้างนอก
มันต้องมีอะไรอีกแน่ๆ ผมคิด ครั้งสุดท้ายที่บอยหายไป นั่นก็เพราะโลมหรือยัยโก๊ะโทรเข้ามา
ผมพยายามครุ่นคิด แต่ก็ไม่มีคำตอบ
บางที วันนี้มันคงถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด
ผมเดินตามบอยออกไป พร้อมกับสบตาของมัน ก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือข้างทีถือโทรศัพท์ไว้
“วางสายโลมก่อนได้มั้ย มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน”
บอยมองตาผมที่ทำสีหน้าจริงจัง ก่อนจะบอกโลมผ่านทางโทรศัพท์
“แค่นี้ก่อนนะโก๊ะ แล้วจะโทรกลับ”บอยพูด ก่อนจะวางสายและกดปิดเครื่อง
“ลมจะอธิบายเรื่องทั้งหมดให้พี่ฟังได้หรือยัง”
“พี่ลมพอจะฟังนิยายน้ำเน่าจากผมซักเรื่องก่อนได้มั้ยครับ”
“หมายความว่ายังไง”
บอยไม่ตอบ แต่จูงผมกลับเข้าบ้านอีกครั้ง แล้วเริ่มเล่า”นิยายน้ำเน่า” ให้ผมฟัง
“มีเด็กคนนึง ผอมขี้โรค เป็นลูกชายคนโตของครอบครัว ที่พ่อแม่ตั้งความหวังให้เป็นเสาหลักของบ้าน ในอนาคตเค้าจะต้องดูแลกิจการต่างๆขของที่บ้าน ต้องเป็นพี่ชายที่ดีของน้องสาว เด็กคนนั้นถูกปลูกฝังอย่างนี้มาโดยตลอด แต่เด็กคนนั้นก็ยังเป็นเด็กวันยังค่ำ เค้าก็อยากวิ่งเล่นซนตามประสา อยากอ่านหนังสือการ์ตูน และก็ยังมีอารมณ์ที่ร้องไห้ได้เวลาหกล้ม ทว่าเด็กคนนั้นไม่มีสิทธิ์ทำได้เลย เพราะเค้าถูกปลูกฝังว่าต้องเข้มแข็ง และต้องไม่อ่อนแอ หรืออย่างน้อยก็ห้ามอ่อนแอให้ใครเห็น
พอโตขึ้น เด็กคนนั้นถูกส่งไปเรียนโรงเรียนประจำ เพราะต้องบ่มเพาะตนเองให้เป็นคนที่กล้าแกร่งพร้อมเผชิญหน้ากับทุกเรื่อง ไอ้เด้กขี้แพ้คนนั้นพร่ำคิดอยู่คนเดียว ว่าพ่อแม่ของมันเคยเป็นห่วงมันมั้ย พ่อแม่มันรักมันเท่าน้องสาวของมันหรือเปล่า ทำไมน้องสาวมันต้องได้รับการดูแลจากทั้งพ่อและแม่ รวมถึงมันที่ต้องระเห็จมาอยู่ที่นี่เพราะต้องดูแลน้องคนนี้ ความเครียดความกดดดันหลายๆอย่างหล่อหลอมไอ้เด็กขี้ก้างให้กลายเป็นคนเงียบขรึมไม่ยอมพูดจา แต่ลึกๆแล้ว มันอยากมีเพื่อน อยากมีคนดูแล รักและเอาใจใส่มันเหมือนเด็กคนอื่นๆ
ในตอนนั้น ไอ้เด็กคนนั้นมันมีแค่กีต้าร์เป็นเพื่อนของมัน มันไม่มีเพื่อนเป็นคนเลย เพราะว่ามันไม่รู้จะเข้าหาคนอื่นยังไง ทำให้คนอื่นในชั้นเรียนมองมันเป็นคนหยิ่ง ไม่น่าคบ แต่ทว่าก็มีเด็กผู้ชายคนนึงเข้ามา พยายามตีซี้ตีสนิท มันก็รู้สึกดีนะครับว่าไอ้เสือยิ้มยากอย่างเด็กคนนั้นจะมีคนอยากรู้จักอยากคบเนี่ย สมมติว่าเด็กคนที่เข้ามาตีสนิทไอ้เด็กขี้โรคคนนั้นว่าชื่อเพชรแล้วกัน ส่วนไอ้เด็กขี้โรคคนนั้นสมมติว่ามันชื่อว่าไอ้เชี่ย เพชรเข้ามาตีซี้คอยดูแลเป็นห่วง เพชรกับไอ้เชี่ยเริ่มสนิทกัน จนไอ้เชี่ยเริ่มไว้ใจ เล่าทุกๆอย่างให้ไอ้เพชรฟัง ทุกๆครั้งที่ไอ้เชี่ยร้องไห้จากเรื่องราวปวดใจจากบ้านของไอ้เชี่ย ก็มีเพชรนี่ล่ะที่คอยปลอบใจ
สองปีที่เพชรกับไอ้เชี่ยสนิทกัน มันเป็นความทรงจำดีๆของไอ้เชี่ยมาก มันรู้สึกว่า อย่างน้อยบนโลกแคบๆของไอ้เชี่ยเนี่ย ก็ยังมีเพชรนี่ล่ะที่คอยเป็นห่วงทุกอย่าง เด็กสองคนนี้สนิทกันมาก มากซะจนเพื่อนๆเริ่มล้อว่าไอ้สองคนนี้มันเป็นเกย์หรือเปล่า แล้วพี่ลมรู้มั้ย ว่าเพชรกลับไม่รู้สึกรู้สาอะไร มันแค่ยิ้มๆ แล้วก็ยังเล่นหยอกล้อกับไอ้เชี่ยเหมือนเดิม ในขณะที่ไอ้เชี่ยเริ่มสับสน ว่าความรู้สึกดีๆที่เกิดขึ้นมันคืออะไรกันแน่ๆ และมันคงยอมไม่ได้แน่ ที่อนาคตหัวหน้าครอบครัวอย่างมันต้องเป็นตุ๊ดเป็นแต๋ว ทำให้ไอ้เชี่ยพยายามตีตัวออกห่างเพชร แม้เพชรจะทำยังไงก็ตาม ไอ้เชี่ยก็ไม่สนใจ เปลี่ยนความสัมพันธ์จากเพื่อนสนิทเป็นไอ้ตัวน่าขยะแขยงไป ทั้งที่ในใจลึกๆแล้วมันปวดหัวใจมาก ที่มันจะต้องเสียคนที่รักมันคนเดียวบนโลกบัดซบๆของมัน
ไอ้เชี่ยกลับมาอยู่ตัวคนเดียวอีกครั้ง พร้อมกับผลการเรียนที่ห่วยบรมไม่สมกับที่พ่อกับแม่ของมันหวังไว้ มันโดนด่าสารพัดสารเพ และที่ทำให้มันหมดความอดทนนั่นก็คือคำด่าที่ด่ามันว่า มันไม่ใช่ลูกของเค้าทั้งสองคน ทำให้ไอ้เชี่ยนั่นเริ่มเดินทางเลวๆ เริ่มจากบุหรี่ เหล้า และจบที่ยา ไอ้เชี่ยพัฒนาถึงขึ้นเป็นคนขายซะเอง ไม่ใช่ไม่มีเงินซื้อหรอก เรื่องเงินไอ้เชี่ยนะไม่เคยขัดสน แต่ไอ้เชี่ยทำเพราะความสะใจทั้งนั้น
ต่อมา ไอ้เชี่ยขึ้นมอปลาย เด็กหลายๆคนในโรงเรียนนั้นต่างตั้งใจเรียนเพราะโรงเรียนที่ว่ามีชื่อเรื่องผลิตเด็กเก่งๆเข้ามหาลัยดังๆ ส่วนไอ้เชี่ยไม่ได้สนใจอะไรนัก กลายเป็นเด็กกิจกรรมตัวยงของโรงเรียน แต่นั่นก็ฉากหน้าเท่านั้น ไอ้เชี่ยยังเป็นเอเย่นต์ขี้ยามาตลอด ที่มันไปทำกิจกรรมนั่นๆนี่ๆก็เพราะมันก็แค่ขี้เกียจเรียนเท่านั้น มันเลยได้รับเลือกเป็นประธานนักเรียนซะอย่างนั้น...
และแล้ววันซวยของไอ้เชี่ยก็มาถึง ไอ้เชี่ยโดนจับได้ว่าดูดบุหรี่ในห้องน้ำ พร้อมกับโดนจับตรวจฉี่ ซึ่งแน่นอนว่าไอ้เชี่ยไม่รอด ไอ้เชี่ยกำลังจะโดนไล่ออก แต่ตอนนั้น มีคนๆนึงมาช่วยไว้ ผมให้พี่ลมทายว่าใคร”
“เพชร?”
“ใช่ เพชรมาช่วยคุยกับอาจารย์ให้ เพชรมันมาเห็นตอนไอ้เชี่ยดูดบุหรี่พอดี ความจริงมันรู้มาตลอดแหละว่าผมติดบุหรี่ แต่เรื่องยานี่มันเพิ่งรู้ แล้วมันก็ช่วยพูดกับอาจารย์ว่าความจริงไอ้เชี่ยก็เป็นถึงประธานนักเรียน ทำความดีให้กับโรงเรียนมาก็มาก ทำไมไม่ลองให้โอกาสไอ้เชี่ยดู สักสามเดือน ถ้ามันเลิกได้ ก็น่าจะให้โอกาสมันอีกสักครั้ง ซึ่งอาจารย์ก็เห็นด้วย โดยให้เพชรเนี่ยเป็นคนคอยคุมความประพฤติของไอ้เชี่ยอีกแรง มันเลยเป็นจุดเล็กๆ ที่ทำให้เพชรกับไอ้เชี่ยกลับมาสนิทกันอีกครั้ง
สามเดือนนั้น เพชรกับไอ้เชี่ยไปไหนด้วยกันตลอด รวมถึงตอนที่ไอ้เชี่ยพยายามจะเลิกยา เพชรก็อยู่คอยให้กำลังใจไอ้เชี่ยตลอดเวลา จนไอ้เชี่ยทำสำเร็จ และสุดท้ายก็เหมือนนิยายชายหญิงนั่นแหละ ที่พอเห็นความดีกันในยามยาก นางเอกก็เห็นใจและพระเอกก็ขอนางเอกเป็นแฟน แต่ต่างกันนิดหน่อยที่นืยายเรื่องนี้มันเป็นตัวผู้ทั้งคู่ เพชรขอไอ้เชี่ยเป็นแฟนและไอ้เชี่ยก็ตอบตกลง เพชรกับไอ้เชี่ยรักกันมาก ตัวแทบจะติดกันตลอดเวลา แต่ความสุขก็อยู่กับคนอาภัพอย่างไอ้เชี่ยไม่นานหรอก “
“ยังไงหรอบอย”
“ทางบ้านมันรู้เรื่องของเพชรกับไอ้เชี่ย เลยสั่งเด็ดขาดให้เลิกคบกับไอ้เชี่ย และเพชรก็ยอมทำตามซะด้วย ในวันต่อมา เพชรทำเหมือนไอ้เชี่ยเป็นคนแปลกหน้า ทำให้ไอ้เชี่ยงงว่ามันเกิดอะไรขึ้น จากงง ไม่เข้าใจกลายเป็นความโกรธที่เพชรเป็นคนลากมันเดินมาในทางสายนี้ มาทำให้มันรัก แล้วทำไมจู่ๆถึงทิ้งมันไว้แบบนี้ และความโกรธก็ทำให้มันติดสินใจผิดอีกครั้ง ”
“ไอ้เชี่ยมันทำอะไร”
“ถ้าพี่ลมจำได้ ไอ้เชี่ยเคยขายยา เครือข่ายมันเยอะพอสมควร ไอ้เชี่ยใช้พวกของมันดักรุมกระทืบไอ้เพชร แล้วจับแม่งฉีดยาเข้าเส้น ไอ้เชี่ยมันคิดแค่ว่า ถ้าเพชรมันอยากยา มันจะต้องมาหามัน และไอ้เชี่ยมันยังสั่งเด็กในเครือของมันทั้งหมดว่าห้ามขายให้กับเพชร ต้องมาเอากับมันเท่านั้น และเวลาไอ้เชี่ยจะจัดยาให้เพชรแต่ละทีนี่ก็ไม่ได้ให้ง่ายๆนะ ทั้งขู่ ทั้งทำร้าย สารพัดกว่าที่เพชรมันจะได้ยามา เหมือนไอ้เชี่ยมันจะลืมไปแล้วว่าเพชรเป็นคนที่มันรัก”บอยหยุดพูดก่อนจะเงยหน้าขึ้นหลับตาลงช้าๆ
“แต่เพชรก็ยังเป็นเพชร และเพื่อนในห้องคงสังเกตได้ถึงความปิดปกติระหว่างเพชรกับไอ้เชี่ย ทำให้หลังๆพวกมันเริ่มกันเพชรออกจากไอ้เชี่ย และเพชรก็ค่อยๆหายหน้าจากไอ้เชี่ยในที่สุด นั่นยิ่งทำให้ไอ้เชี่ยหงุดหงิด และเริ่มปวดใจ
จนวันสุดท้ายของการเป็นนักเรียนที่นี่ เพชรกลับมาหาไอ้เชี่ยอีกครั้ง พร้อมกับใบหน้าที่สดใส แต่ไร้ร้อยยิ้ม มันเดินมาบอกไอ้เชี่ยสั้นๆว่า มันเลิกจากยานรกนั่นได้แล้ว และจากนี้ต่อไปเลิกมายุ่งกับมันอีก
ในตอนนั้น หัวใจของไอ้เชี่ยแตกสลาย มันรู้ในตอนที่สายไปเสียแล้ว ว่าสิ่งที่มันทำมาตลอดคือการทำร้ายหัวใจของตัวเอง
ในปีแรกนั้น ไอ้เชี่ยเอ็นท์ไม่ติด แต่ก็เป็นไปตามความตั้งใจของไอ้เชี่ยมัน เพราะมันตั้งใจจะตามหาเพชรให้เจอ ไม่มีเพื่อนคนไหนบอกไอ้เชี่ยมันเลยว่าเพชรหายไปไหน
ตอนนั้นเชี่ยตามหาเพชรทุกที่ ทุกมหาลัย แทบจะทั่วประเทศเลยมั้ง แต่ก็ไม่เจอ จนผ่านมาปีนึง ไอ้เชี่ยก็โดนรีไทร์ตามระเบียบ
หนึ่งปีที่ผ่านมาของไอ้เชี่ยเหมือนเวลาแห่งความทุกข์ของไอ้เชี่ย มันจมอยู่กับความเสียใจและรู้สึกผิด มันยังรักเพชรมาก และอยากขอโทษในทุกสิ่งที่ทำลงไป
ปีต่อมา ไอ้เชี่ยก็ย้ายมหาลัยเป็นว่าเล่น ทำตัวสำมะเลเทเมา และมั่วไปทั่ว ทั้งผู้ชายผู้หญิง ไอ้เชี่ยมันก็ไม่รู้หรอกว่ามันทำแบบนี้เพื่ออะไร ประชดใคร แต่เชี่ยรู้แค่ว่าเหล้าช่วยให้มันลืม เสียงเพลงดังๆทำให้มันไม่ต้องคิดอะไร
ทุกๆปี ไอ้เชี่ยมันจะไปลอบมองงานเลี้ยงคืนสู่เหย้าที่โรงเรียนเก่าของมัน แต่มันไม่กล้าเข้าไปหรอก ที่มันมาก็เพราะมันหวังลึกๆว่ามันจะได้เจอเพชรอีกสักครั้ง
จนในปีที่สามที่มันจบไป เพื่อนมันคงสงสารหรือยังไงก็ไม่รู้ มันดึงไอ้เชี่ยที่แอบมองอยู่เข้าไปในงานพร้อมไถ่สารทุกข์สุกดิบ ไอ้เชี่ยมันก็ตอบอย่างอ้อมแอ้ม เพราะชีวิตของมันไม่ได้น่าอภิรมย์ในสายตาคนอื่นเท่าไหร่นัก
แต่สิ่งที่มันอยากรู้มีเพียงอย่างเดียว นั่นคือเพชรอยู่ที่ไหน ไอ้เชี่ยรวบรวมความกล้า ก่อนจะถามคำถามเดิมที่มันเคยถามทุกคนแต่ไม่มีใครตอบ
เพื่อนมันมองหน้ากัน ก่อนจะตัดสินใจเฉลยทุกอย่างว่าที่จริงแล้ว เพชรไม่ได้ไปเรียนต่อที่ไหน แต่เพชรเลือกที่จะมุ่งสู่ทางธรรมตั้งแต่วันนั้น เพชรบวชในวัดแห่งหนึ่ง ก่อนจะหายไปตั้งแต่วันนั้น” บอยหยุดพูด ก่อนจะพยายามกลืนก้อนอะไรสักอย่างลงคอด้วยความยากลำบาก แล้วเริ่มพูดต่ออีกครั้ง
เมื่อไอ้เขี่ยฟังคำตอบแล้วก็ยิ่งปวดใจ แม้แต่คำขอโทษ ไอ้เชี่ยมันยังไม่มีโอกาสพูด และสุดท้ายไอ้เชี่ยก็ยังอยู่ในวังวนเดิมๆ คือกินเหล้า ฟันไปทั่ว ชีวิตมันมีอยู่แค่นั้นจริงๆ คนที่เข้ามาในชีวิตของมันมีแทบทุกคืน แทบไม่ซ้ำหน้า บางคนรู้สึกรักมันด้วยซ้ำเพราะหน้าตามันก้ไม่ได้ขี้ริ้วอะไร เงินก็มีด้วย แต่สเตปของมันไม่มีอะไรเกินเลยนอกจากคุยโทรศัพท์ นัดเจอ ดูตัว พาไปกินข้าว ฟัน แล้วก็ทิ้ง”
 “เป็นนิยายเกย์ที่น้ำเน่าที่สุดที่พี่เคยได้ยินมาเลย ไอ้เชี่ยบอย”ผมพูด
“ใช่ มันน้ำเน่า น้ำเน่าจนไม่คิดว่านี่มันคือชีวิตที่ผมผ่านมาจริงๆ”
“แล้วทุกวันนี้ไอ้เชี่ยมันยังมีนิสัยฟันแล้วทิ้งอยู่หรือเปล่า และเหยื่อล่าสุดของมันเป็นพี่หรือเปล่า ฮะ ไอ้เชี่ยบอย!!”ผมพูด น้ำตาเริ่มไหลอีกครั้ง
บอยเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาของผม ก่อนจะพูดต่อ
“ลม นิยายน้ำเน่าของกูยังไม่จบ และกูอยากให้มึงฟังต่อให้จบ เพราะถ้าวันนี้กูกับมึงจะได้เจอกันเป็นครั้งสุดท้าย กูก็ไม่อยากให้มึงเข้าใจกูผิด เหมือนวันที่กูกับพระจากกัน” บอยเปลี่ยนสรรพนามระหว่างเราสองคน ถึงจะเป็นฟังดูหยาบคาย แต่ผมรู้สึกว่าผมฟังแล้วโล่งใจกว่าตอนที่มันพูดสุภาพกับผมเยอะเลย
ในเวลานี้ผมเข้าใจอะไรๆมากขึ้น และเริ่มรู้สึกได้ถึงจุดจบของเรื่องทั้งหมด


เหมือนจะเคลียร์มั้ยครับ แหะๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-09-2011 21:02:44 โดย Glorious »

ออฟไลน์ Cherry Red

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 888
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +232/-0
นิยายชีวิตของพี่บอยครึ่งแรกรันทดมากมาย แต่ยังไม่หมดโศก เพราะ เรื่องยังเล่าไม่จบ
คาดว่าเรื่องในครึ่งหลังจะเศร้ายิ่งกว่า ดราม่ากำลังจะมา.... ( ทุกวันนี้ยังไม่ดราม่าอีกเหรอ ? )

ออฟไลน์ เฉาก๊วย

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2255
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +251/-6
ตอนหน้าคงต้องพกผ้าเช็ดหน้าเข้ามาอ่านด้วย   :sad4:

ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4619
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
เรื่องน้องโลม???

ออฟไลน์ roseen

  • เก็บความทรงจำที่ดีๆของวันวาน เพราะมันคือกำลังใจของวันนี้
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8657
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +947/-15
แล้วมันเกี่ยยวอะไรกับไอ้ตัวที่โทรมา


 :really2:

ออฟไลน์ BeeRY

  • ❤。◕‿◕。ยิ้มเข้าไว้นะ。◕‿◕。❤
  • เป็ดPoseidon
  • *
  • กระทู้: 9606
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +897/-8
แล้วมันเกี่ยยวอะไรกับไอ้ตัวที่โทรมา


 :really2:

ใช่เลยค่ะ อยากรู้เหมือนกัน หรือว่ามันจะเป็นดราม่าครึ่งหลัง -*-

ออฟไลน์ ลำนำบุหลันครวญ

  • Most Wanted!!!
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 222
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +377/-1
ตอน 12

บอยลูบหัวผมช้าๆ ก่อนจะเริ่มเล่า ”นิยายน้ำเน่า”ของมันต่อ”
“ไอ้เชี่ยนั่นมันก็คงไม่คิดหรอกว่าจะมีใครเปลี่ยนแปลงมันได้ มันยังจมอยู่กับความเศร้าของมัน พร้อมกับการล้อเล่นกับความรู้สึกของตัวเองและคนอื่นไปเรื่อยๆ จนวันนึง มันก็ได้ไปรู้จักกับเด็กปวช.คนนึง ตัวเล็กๆ น่ารักดูซื่อ จริงใจดี มันสองคนรู้จักกันบนอินเตอร์เน็ตนี่ล่ะ ตอนช่วงที่มันคุยกัน น้องคนนั้นมันก็เล่าอะไรให้ไอ้เชี่ยฟังหลายอย่าง เช่นพ่อของน้องมันเลิกกับแม่ตั้งแต่เด็กๆ แม่ของมันจนมากเลยไม่สามารถเอามันไปเลี้ยงต่อได้ ต้องมาอยู่กับพ่อแล้วก็แม่เลี้ยง แม่เลี้ยงมันก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่ดีมาจากไหนหรอก อีตัวแถวสลัมๆ น้องเค้าก็อยู่สลัมมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วก็นะ นิสัยอีตัว เค้าไม่ใช่คนรักเด็กเท่าไหร่หรอก มันโดนทุบตีมาตลอดนะ พ่อมันก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะพ่อมันเองก็ขอเค้ากินอยู่ น้องมันเล่าว่าบางทีที่มันเกลียดผู้หญิงอาจจะเป็นเพราะแม่กับแม่เลี้ยงของมันที่ทิ้งมันไป แต่ตอนนั้นไอ้เชี่ยมันก็ไม่ได้สนใจอะไรมากหรอก ก็แค่รับฟังเท่านั้น เพราะเป้าหมายของไอ้เชี่ยมันก็คือการได้ฟันน้องมันเท่านั้น
กับน้องคนนั้น ไอ้เชี่ยใช้เวลานานสักหน่อย เพราะน้องมันชอบที่จะคุยซะมากกว่า หลายๆครั้งที่มันพยายามนัดเข้าเรื่องการมาเจอกันน้องมันมักจะบ่ายเบี่ยงเสมอ มันบอกว่าเสื้อผ้าที่มันมีอยู่มีแต่เสื้อผ้ามอๆ คงไม่กล้าไปเจอหน้าไอ้เชี่ย ในขณะที่ไอ้เชี่ยคิดในใจแค่ว่า มึงจะใส่ชุดอะไรก็เรื่องของมึงเถอะ เดี๋ยวถ้ามึงมาเจอกูมึงก็ได้ถอดหมดอยู่ดี
น้องคนนั้นเก็บตังค์อยู่สักสองสามเดือนได้เพื่อซื้อเสื้อกับกางเกงตัวใหม่ สำหรับการนัดเจอกันของไอ้เชี่ยกับน้องคนนั้น ในวันที่เจอกัน น้องคนนั้นดูไม่ต่างจากที่คิดนัก ตัวเล็ก ผอม ปากเรียวแดง ในสายตาคนอื่นคงจะมองว่าน่ารัก แต่สำหรับไอ้เชี่ย เด็กคนนี้น่ากินชะมัด แล้วสุดท้ายก็เรียบร้อยโรงเรียนไอ้เชี่ย ไอ้เชี่ยมันก็พาไปกินข้าวแล้วก็จบลงที่โรงแรม จริงๆน้องมันก็ไม่ได้ง่ายนักหรอก ตอนที่ไอ้เชี่ยกอดน้องมันในโรงแรม น้องเค้าก็ถามไอ้เชี่ยว่า ไอ้เชี่ยรักมันมั้ย ด้วยความหน้ามืดไอ้เชี่ยมันก็ตอบไปห้วนๆว่า ไม่รักจะอยากเจอ และอยากมีอะไรด้วยงั้นหรอ น้องมันก็ยิ้มอายๆ ก่อนจะปล่อยให้ไอ้เชี่ยทำตามใจ แต่น้องมันก็พูดเสียงกระเส่าก่อนที่เสื้อผ้ามันจะหลุดหมดตัวนะว่า อย่าทิ้งมันไปนะ “
“น้องคนที่ว่านี่คือ ยัยโก๊ะ ใช่มั้ย” ผมถาม
บอยตอบด้วยการพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะเล่าต่อ
“พอได้ในสิ่งที่ต้องการ ไอ้เชี่ยพาน้องคนนั้นไปส่งบ้านและเลิกที่จะสนใจน้องเค้าอีก แต่ทว่า หลังจากวันนั้น เบอร์ของไอ้น้องคนนั้นก็จะดังขึ้นทุกวัน เช้า สาย เย็น ดึก จนไอ้เชี่ยมันรำคาญ และมันก็ไม่เคยคิดจะรับสายเลยสักครั้ง
จากความรำคาญก็เริ่มเปลี่ยนเป็นการฉุกคิด เมื่อเสียงเรียกเข้าจากเบอร์เดิมดังซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเวลาติดกันร่วมครึ่งปี
ไอ้เชี่ยเริ่มฉุกคิด ว่าทำไมไอ้เด็กเวรนี่ถึงได้ตามตื๊อนัก การเจอกันของคนในโลกไซเบอร์มันก็มีแค่นั้น เจอกัน น้ำแตก แล้วก็แยกทาง แต่ไอ้เด็กคนนี้มันมาผูกพันอะไรกับคนเลวๆอย่างมัน และในวันนึง ที่ความคิดของไอ้เชี่ยตกผลึก ว่าครั้งหนึ่งมันก็เคยอยากจะมีคนรัก มีคนอยู่ข้างๆมันไม่ใช่หรอ มันจะยังต้องสงสัยอะไรอีก ในเมื่อคนๆนี้จริงใจกับมัน และต้องการมันเช่นกัน
ไอ้เชี่ยตัดสินใจรับสายน้องคนนั้นในวันหนึ่ง ทันทีที่มันกดรับ ไม่มีการพูดคุยใดๆกันทั้งสิ้นนอกจากการเริ่มต้นบทสนทนาด้วยเสียงปล่อยโฮจากปลายสาย เนิ่นนาน เนิ่นนานจนไอ้เชี่ยเองก็ร้องไห้ไปกับเด็กคนนั้นด้วย
หลังจากพอจะพูดได้บ้าง เด็กคนนั้นบอกเพียงว่า ไม่ต้องคบกันก็ได้ ขอแค่รับสายมันบ้างก็ยังดี ชีวิตมันไม่มีใครแล้ว ไอ้เชี่ยบอกสั้นๆแค่ว่าให้รออยู่ตรงนั้น ก่อนจะขับรถไปหาเด็กคนนั้นทันที และตัดสินใจเปลี่ยนตัวเอง เลิกพฤติกรรมเลวๆทุกอย่างเพื่อที่จะหยุดเด็กคนนั้นไว้กับมันตลอดไป แม้แต่การเข้าเรียนมหาลัย ไอ้เชี่ยก็เป็นคนส่งเสียให้เรียน เพราะบ้านมันไม่มีปัญญาหรอก
ไอ้เชี่ยมันมีความสุขกับน้องคนนั้นมาก มีความสุขราวกับฝันไป ตัวติดกันทุกวัน นอนกอดกันทุกคืน และไอ้เชี่ยมันหวังอย่างที่สุดว่า น้องคนนี้แหละ คือคนที่จะอยู่กับมันทั้งชีวิต
ผ่านมาปีกว่า ช่วงที่น้องเค้าเริ่มเข้ามหาลัย ส่วนไอ้เชี่ยก็ย้ายมหาลัยรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ มันสองคนก็ยังรักกันอยู่ไม่เปลี่ยนแปลงนะ แต่สิ่งแวดล้อมของแต่ละคนก็ต่างกันไป น้องคนนั้นได้เข้ามหาลัย ได้มีเพื่อนใหม่ ได้มีสังคมดีๆ ส่วนไอ้เชี่ยมันย้ายไปเรียนมหาลัยต่างจังหวัด ทำให้เวลาที่มีให้กันน้อยลง แต่เสาร์อาทิตย์ก็มาเจอกันตลอด และโทรหากันทุกครั้งที่ว่าง
แต่อย่างว่า วันเวลาเปลี่ยนไป อะไรๆก็เปลี่ยนไปแม้แต่ความรัก ไอ้เชี่ยก็ได้ข่าวเกี่ยวกับน้องคนนั้นว่ามีคนมาจีบ และเหมือนจะเอนเอียงอยู่บ้างเพราะระยะทางระหว่างมันกับน้องคนนั้น
พอไอ้เชี่ยตามสืบดู เรื่องก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ถ้าเป็นไอ้เชี่ยคนเก่า มันคงจะทิ้งไอ้น้องคนนี้ไปอย่างไม่มีเยื่อใย แต่ในเวลานั้นไม่เป็นอย่างนั้น เพราะไอ้เชี่ยเริ่มรักเด็กคนนั้นอย่างหมดหัวใจแล้ว แต่มันก็ยังใจแข็ง ยื่นคำขาดว่าน้องคนนั้นจะเลือกใคร
มันเป็นการเสี่ยงอยู่เหมือนกัน ทั้งระยะทางและอะไรหลายๆอย่าง น้องคนนั้นมีสิทธิ์ที่จะมีรักใหม่ แต่ถ้าไอ้เชี่ยมันมองคนไม่ผิด คนนี้เป็นคนที่มันเลือกถูกแล้วที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน
และทันทีที่มันพูดไปแบบนั้น น้องคนนั้นร้องไห้และขอโทษ พร้อมกับสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีก
น้องคนนั้นรักษาสัญญา แต่เรื่องมีคนมาจีบนั้นมีมาเข้าหูไอ้เชี่ยอยู่เรื่อยๆ
จนล่วงเข้าปีที่สาม ความรักของไอ้เชี่ยกับน้องคนนั้นเริ่มตกตะกอน ไอ้เชี่ยเริ่มไม่สนใจข่าวคราวของแฟนมัน แปรผันตรงกับการโทรหากันของทั้งคู่ คือถ้าถามไอ้เชี่ยมันว่ามันยังรักกับแฟนมั้ยมันตอบได้ทันทีว่ามันก็ยังรักกัน แต่มันคงเหมือนกับเป็นจุดอื่มตัวของคู่เกย์มั้ง เพราะหลังจากรักกันแล้ว มันไม่มีอนาคตอะไรต่อ และทุกสิ่งทุกอย่าง มีตั้งอยู่ก็มีเสื่อมไป เพียงแต่ความรักนั้น จะช้าจะเร็วมันไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับตัวบุคคล
และในวันที่ความรักของไอ้เชี่ยถึงจุดอิ่มตัว มันก็เหมือนกับมันกำลังดูหนังที่กดย้อนกลับ ความรู้สึกที่เคยมีให้กับพระเริ่มกลับมาอีกครั้ง ทุกครั้งที่อยู่คนเดียว ไอ้เชี่ยจะคิดถึงพระทุกครั้ง และร้องไห้เป็นบ้าอยู่คนเดียวในห้อง ทำให้มันเริ่มฉุกคิดอีกครั้ง ว่าที่จริงมันรักน้องคนนั้นหรือเปล่า ถ้ามันรักน้องคนนั้น ทำไมมันถึงยังคิดถึงพระอยู่ และต้องร้องไห้เป็นบ้าซ้ำๆซากๆกับเหตุการณ์ที่มันควรจะลืมไปแล้วอย่างนี้
และตอนนั้น ไอ้เชี่ยย้ายมหาลัยอีกครั้ง ที่มันมาเช้าน่ะ ไม่ใช่ว่ามันเป็นคนตื่นเช้าหรอกนะ แต่มันร้องไห้ทุกคืนโดยที่ไม่ได้นอนต่างหาก มันเข้าชมรมดนตรีเพื่อหาที่เล่นดนตรี หาที่ระบายความเครียด แล้วมันก็มาเจอกับรุ่นพี่คนนึงในมหาลัยใหม่ของมัน เป็นคนน่ารักคนนึงในสายตาของไอ้เชี่ย แต่พูดน้อย พอมาถึงก็จะเล่นไวโอลินเงียบๆคนเดียว ถ้ามองเผินๆ รุ่นพี่คนนั้นดูเป็นคนไม่น่าคบเลยซักนิด แต่พอรุ่นพี่คนนั้นยกไวโอลินขึ้นมาเล่น มันทำให้หัวใจของไอ้เชี่ยสงบลงอย่างประหลาด ราวกับจะลืมเรื่องราวต่างๆเมื่อคืนไปได้หมด แค่หลับตาฟังเพลงของรุ่นพี่คนนั้น
ไอ้เชี่ยพยายามตีสนิท ตอนแรกมันก็ไม่ได้คิดอะไรมากมายหรอกนะ แค่นึกสนุกอยากจะง้างปากไอ้เสือยิ้มยากคนนั้น แล้วก็สำเร็จซะด้วย จริงมั้ยไอ้ลม”บอยหยุดพูด ก่อนจะส่งยิ้มที่ดูผ่อนคลายให้ผม
“วันเวลาผ่านไป สำหรับไอ้เชี่ย มันกลายเป็นความรู้สึกดีที่เกินเลยกว่าความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องตอนไหนไม่รู้ ทุกวันๆ ความรู้สึกมันก็ยิ่งมากขึ้นๆ แต่พี่เสือยิ้มยากของเราก็ยังเก็บอาการเอาไว้จนไอ้เชี่ยเองก็ยากจะเดา มันเลยทำได้แค่แกล้งหยอกพี่คนนั้นบ่อยๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว และอยากใกล้ชิด จนเหมือนมันเยอะเกินไปมั้งสำหรับรุ่นพี่คนนั้น ทำให้ไอ้เชี่ยรู้สึกได้ถึงความหวั่นไหวในตัวพี่เค้า มันเลยลองพิสูจน์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงสมมติฐานข้อนั้น และมันก็มั่นใจ ว่าตอนนี้ทั้งไอ้เชี่ยและพี่คนนั้นต่างก็เริ่มรู้สึกดีๆให้กัน 
เรื่องราวต่างๆมันเกินเลยไปเรื่อยๆ ความอยากใกล้ชิดของไอ้เชี่ยกับความหวั่นไหวของรุ่นพี่คนนั้นทำให้เรื่องราวที่ไม่น่าจะเกิดก็เกิดขึ้น ไอ้เชี่ยทำพี่คนนั้นร้องไห้เพราะการล้อเล่นหัวใจคนอื่นของมัน และไอ้เชี่ยก็หลุดปากพุดความรู้สึกที่แท้จริงของมันออกไป ทั้งที่ไม่ควร ..... เพราะมันเองก็มีใครอยู่” บอยหยุดพูด ก่อนจะมองหน้าผมด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า
“สำหรับไอ้เชี่ย มันครุ่นคิดเรื่องของมันกับพี่คนนั้นจนปวดหัว และมันก็คิดว่า คำว่ารักที่แม้จะหลุดออกมาจากปากพล่อยๆของมัน แต่มันเชื่อว่ามันไม่ใช่แค่ความรู้สึกชั่วข้ามคืน ความรู้สึกที่มันได้อยู่ใกล้ๆ ได้นอนกอดรุ่นพี่คนนั้น ไม่ต่างจากที่มันเคยกอดพระ กอดน้องคนนั้นเลย และในคืนที่มันกอดรุ่นพี่คนนั้นตอนที่ยังไม่ได้พูดความในใจออกไป มันกล้าพูดกับตัวเองเลยว่า มันมีความสุขกว่าการกอดใครๆบนโลกทั้งนั้น แต่ในวันที่มันหลุดปากออกไปแล้ว ความรู้สึกนั้นก็ไม่ได้หายไปไหน แต่มันมีความรู้สึกผิดเข้ามาแทรก เพราะในเวลาที่ไอ้เชี่ยมันกำลังกอดรุ่นพี่คนนั้น มันก็มีใครอีกคนที่รอมันอยู่เช่นกัน
หลังจากที่ทั้งไอ้เชี่ยและรุ่นพี่คนนั้นต่างรู้ใจซึ่งกันและกัน รุ่นพี่คนนั้นเค้าก็คอยถามผมอยู่เสมอว่าระหว่างไอ้เชี่ยกับเค้าเป็นแฟนกันหรือยัง ทั้งที่ทั้งคู่เพิ่งจะเปิดใจกัน และคำนี้มันควรจะเป็นคำถามที่ไอ้เชี่ยควรถามไม่ใช่ให้อีกคนรอจะตอบ แต่ไอ้เชี่ยมันก็ไม่ได้โกรธหรอกนะ เพราะยังไงก็แล้วแต่ ถ้าเรื่องราวมันดำเนินมาแบบนี้ ไอ้เชี่ยมันคงไม่มีวันเรียกพี่คนนั้นว่าแฟนได้เต็มปากหรอกต่อให้มันรักพี่คนนั้นมากขนาดไหนก็ตาม
จากวันนั้น รุ่นพี่คนนั้นก็ยังรอคอยที่จะตอบไอ้เชี่ย ว่าเมื่อไหร่จะขอเค้าเป็นแฟนซักที แต่ไอ้เชี่ยมันก็ได้แต่บอกว่ามันยังไม่ถึงเวลา ทั้งที่จริงมันไม่มีทางมีวันนั้นต่างหาก ไอ้เชี่ยมันก็แค่ซื้อเวลาแห่งความสุข ที่ไอ้เชี่ยมันพอจะรั้งคนที่มันรักไว้เท่านั้น
เวลายิ่งผ่านไป ไอ้เชี่ยยังคงหน้ามึนไม่ยอมเฉลย ในขณะที่รุ่นพี่คนนั้นก็ยังใจเย็นรอคำตอบของมันอยู่ทุกวัน แม้ว่าบางครั้งไอ้เชี่ยมันจะเฉยเมยใส่ก็ตาม หรือแม้กระทั่งมีคนมาชอบรุ่นพี่คนนั้น แต่เค้ากลับไม่สนใจแต่ยังดึงดันที่จะฟังคำตอบจากไอ้เชี่ยอย่างเดียว พี่ลมว่า ไอ้เชี่ยคนนั้นมันจะปวดใจแค่ไหนที่มันทำให้คนรักต้องเหนื่อยหัวใจกับมันขนาดนี้”บอยมองหน้าผมอีกครั้ง พร้อมกับน้ำตาที่เริ่มไหล
“พี่คนนั้นถามไอ้เชี่ยว่า ไม่หึงเค้าบ้างหรือไง มีคนมาจีบเค้านะ ไอ้เชี่ยน่ะอยากจะบอกพี่คนนั้นจะตายว่ากูน่ะหึงมึงชิบหายเลย แต่กูจะมีสิทธิ์หึงอะไรมึงได้ฮะไอ้ลม กูโกหกมึง กูปิดบังมึงมาตลอด กูอยากจะเก็บมึงไว้กับกูตลอดไปด้วยซ้ำ แต่กูทำไม่ได้หรอก มันจะเห็นแก่ตัวเกินไป “ไอ้บอยพูดพร้อมกับเริ่มสะอื้น
“ถึงไอ้เชี่ยมันจะเคยเลว และโกหกรุ่นพี่คนนั้นแทบจะทุกเรื่อง เรื่องอายุ เรื่องน้องชาย แต่มีสิ่งหนึ่งที่มันไม่เคยโกหกพี่คนนั้นเลยคือความรู้สึกที่มันมีให้พี่คนนั้น “บอยหยุดพูดอีกครั้ง พร้อมกับพยายามกลืนสะอื้นอย่างลำบาก และดึงผมเข้าไปกอด
“ในวันนี้ หมดเวลาของน้องบอยคนที่พี่ลมเคยรักแล้ว กูไม่สามารถซื้อเวลาของมึงกับกูได้อีกต่อไป อะไรที่มึงเคยสงสัยมึงน่าจะเข้าใจทั้งหมดแล้ว เรื่องไอ้เต้ กูว่ามันก็เป็นคนดีคนนึง ถ้ามึงจะคบกับมันกูว่ากูน่าจะดีใจนะ ถึงกูจะปวดใจตอนนี้ก็เหอะ “
น้ำตาของผมไหลแล้วไหลอีกจนรู้สึกเหมือนของเหลวในร่างกายแทบจะหมดตัว ในอ้อมกอดที่แน่นแต่ทำให้หัวใจหวิวๆเช่นนี้
“กูไม่ขอให้มึงยกโทษให้ไอ้เชี่ยบอยหรอกนะ กูไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวมึงทั้งนั้น แต่สำหรับกู กูว่ากูคงไม่มีทางลืมมึงได้เลยลม จากนี้ไปมึงจะทำยังไงกับกูก็ได้ เจอที่มหาลัยจะทักหรือไม่ทักก็ได้ ถ้าลืมกูไปได้ก็ดี คนเลวๆอย่างกูมันไม่คู่ควรกับความทรงจำของมึงหรอก ..... แต่สำหรับกู กูขอแค่ให้กูจดจำกอดสุดท้ายครั้งนี้เอาไว้ก็พอ”
น้ำตาผมยังไหล พร้อมกับภาพในหัวยังขาวโพลน
สมองผมไม่สามารถสั่งการใดๆได้
“กูขออะไรเป็นครั้งสุดท้ายได้มั้ยลม”
“มึงจะขออะไร”
“ขอกูอยู่กับมึงที่นี่เป็นคืนสุดท้ายได้มั้ย”
“....”
“กูถือว่ามึงไม่ปฏิเสธกูแล้วกัน”บอยพูดพร้อมกับเริ่มปลดกระดุมเสื้อผมทีละเม็ด
“เฮ้ย จะทำอะไร”
“อย่าคิดอะไรแบบนั้นสิ กูจะพามึงไปอาบน้ำ”บอยตอบเรียบๆ
“กะ กูอาบเองได้”
“ให้กูอาบให้เถอะ”
ผมมองตามัน ไม่มีความรู้สึกปรารถนาแบบนั้นอยู่เลย
ผมพยักหน้าช้าๆ ให้บอยทำตามที่ต้องการ
เมื่อร่างกายเปลือยเปล่า บอยเช็ดน้ำตาให้ผมเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะอุ้มผมไปที่ห้องน้ำอย่างทนุถนอม
.
.
.
น้ำจากฝักบัวไหลลงมาเรื่อยๆ บอยใช้มือวักน้ำมาลูบหน้าผมก่อนเป็นอันดับแรก ก่อนจะหยิบสบู่มาลูบไล้ตามตัวช้าๆ ตามด้วยการสระผมให้
“ตอนกูคบอยู่กับคนพระ กูชอบให้มันสระผมให้แบบนี้แหละ “
“นั่งลงสิ เดี๋ยวกูสระให้มึงมั่ง”
บอยยิ้ม ก่อนจะถอดเสื้อผ้าของมันออก พร้อมกับนั่งลงให้ผมสระผมให้
ผมเทยาสระผมลงบนมือ ก่อนจะเริ่มสระให้มันบ้าง
“มึงรู้มั้ย ถึงพรุ่งนี้ทุกอย่างมันจะจบลง แต่วันนี้กูมีความสุขมากนะลม”
“...”
“มึงยังชอบทำตัวให้กูรักอยู่ทุกที ให้ตายสิลม”
“....”
ผมล้างหัวให้มัน ก่อนจะเรียกให้มันลุกขึ้น
“เสร็จแล้ว ลุกขึ้นสิ”
“หึหึ ยัง ยังไม่ได้ให้รางวัลเลย”
“อะไรของมึงอีก”
ผมก้มลงไปดู เห็นมันยิ้มอย่างมีเลศนัย
“อย่างนี้ไง” บอยพูดพร้อมใช้ปากคาบสิ่งนั้นของผมไว้ในปาก
“เฮ้ย บอย อะ อย่า!!!”


ขอเล่าว่า สองตอนนี้เป็นสองตอนที่เขียนจบเมื่อสองวันที่แล้ว แต่พอเขียนจบ

อาการปวดหัวก็กำเริบอย่างหนักเลยทีเดียว

หลายๆคนไม่เคลียร์ก็น่าจะเคลียร์แล้วนะครับ

LiTTlE [A]

  • บุคคลทั่วไป
สงสารก้อสงสารบอย แต่ไม่น่าทำแบบนั้นเลย
:เฮ้อ: :z3:

 :pig4: :กอด1: :pig4:
บอยมันดีอยู่อย่างเดียวตรงที่มันเป็นแฟนคลับพี่เจย์ เพราะเราก้อชอบเพลงพี่เจย์เหมือนกัน (เกี่ยวกันมั้ย)
ฮิ้วววววววววววววววววว
Edit
กำลังเม้นต์ให้ตอนที่ 11  ตอน12 มาแระ ไปอ่านก่อนดีกว่า

ออฟไลน์ DarknLight

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 276
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-1
ลมรำเพยแผ่วพริ้วให้หวิวไหว
ลมเอ๋ยรัญจวนใจให้โหยหา
ขอจงพัดพาวันชื่นคืนกลับมา
พร้อมกับอ้อมนิทราที่ข้าคอย....

และแล้วปมที่เคยมัดแน่นก็เริ่มคลายออกที่ละน้อย
จะคอยติดตามนะครับ
 o18

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด