พิมพ์หน้านี้ - อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 14 18.04.63

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Boy's love => Boy's love story => ข้อความที่เริ่มโดย: KJH177 ที่ 20-01-2020 20:33:12

หัวข้อ: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 14 18.04.63
เริ่มหัวข้อโดย: KJH177 ที่ 20-01-2020 20:33:12
​ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะ ครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรัก ชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้าม แจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะ ปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของ แต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้าม จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิด เดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม

6.การ พูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอม ให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้าม ลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อ ขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ด นิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยาย ที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง

16.นิยาย เรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วน หรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด ออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้าม แจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

18.ใคร จะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17

เวปไซต์ แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่าง ประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


อำนาจรั (ก) ษ์ #รักษ์เพชร

“หน้าที่ของการงานคือศัตรู แต่หน้าที่ของหัวใจเป็นของกันและกัน”
สองนักการเมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นไม้เบื่อไม้เมาในสภา แต่พอถอดหัวโขนออกมาเขาทั้งคู่ก็คือคนรัก





รักษ์ รักษ์ เดชะนฤมิตร
"มันไม่ได้เรียกว่าหักหลังครับ มันเรียกว่ากลยุทธ์"
.
.
"ผมยกมือไหว้เฉพาะคนที่มีผลประโยชน์กับผมเท่านั้น"

    ​


เพชร เผ่าเพชร บันดาลทรัพย์
"กูไม่ใช่จุดอ่อนของมึง และมึงก็ไม่ใช่จุดอ่อนของกู"
.
.
"กูว่ากูแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกนะ แต่มึงมันลอบกัดทั้งในเวลางานทั้งเวลาส่วนตัว"

คำเตือน!
นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตการของเราเอง
ไม่ได้พาดพิงถึงบุคคลใด บุคคลในภาพเป็นเพียงอิมเมจของตัวละครเท่านั้น

I'm back !!
หัวข้อ: Re: อำนาจรัก(ก)ษ์ #รักษ์เพชร
เริ่มหัวข้อโดย: KJH177 ที่ 20-01-2020 20:37:30
อำนาจรั (ก) ษ์ #รักษ์เพชร

บทนำ

“หน้าที่ของการงานคือศัตรู แต่หน้าที่ของหัวใจเป็นของกันและกัน”
สองนักการเมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นไม้เบื่อไม้เมาในสภา แต่พอถอดหัวโขนออกมาเขาทั้งคู่ก็คือคนรัก

ในวันที่สำเร็จการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเป็นเครื่องการันตีให้กับ ‘เผ่าเพชร’ ว่าสำเร็จในหน้าที่ของการเป็นนักศึกษาอย่างดีเยี่ยม ทั้งการเรียน กิจกรรม รวมถึง ‘ความรัก’ แม้ว่าความรักของเขาจะไม่เคยถูกเปิดเผยให้คนอื่นรู้เลยก็ตาม

ด้วยเกียรตินิยมและตำแหน่งที่พ่วงมาจากการทำกิจกรรมของมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นประธานสภานักศึกษาของมหาวิทยาลัย ประธานค่ายอาสา หรือแม้แต่หัวหอกของการทำกิจกรรมระดับต่างมหาวิทยาลัย เรื่องการจัดสรรคน การบริหารทรัพยากรมนุษย์ในองค์กร เผ่าเพชรจัดการทุกอย่างได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้เขาเป็นที่ต้องการของหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ แต่สิ่งที่เขาสนใจมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นก็คือ ‘การพลิกประวัติศาสตร์ของการเมือง’ ด้วยการก้าวเข้ามาเป็นนายกที่อายุน้อยที่สุด แม้ว่าในประเทศนี้จะไม่ค่อยยอมรับเด็กรุ่นใหม่ขึ้นมาทำตำแหน่งใหญ่ๆ ก็ตาม ทำให้เผ่าเพชรเลือกที่จะเข้ามาทำงานในพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์ตรงกับเขามากที่สุดเพื่อเก็บประสบการณ์ แม้ว่าผลตอบแทนจะไม่เยอะเท่าบริษัทหรือหน่วยงานที่ยื่นตำแหน่งให้เขาก่อนหน้านี้

‘รักษ์’ ผู้ชายที่ขึ้นชื่อในเรื่องความเจ้าเล่ห์ พร้อมที่จะทุบทุกอย่างที่ขัดต่อความต้องการของเขาแม้ว่าสิ่งนั้นจะเคยสำคัญมากก็ตาม เพราะคติที่ว่า ‘ไม่ควรรักษาอะไรถ้าสิ่งนั้นไม่ได้อยู่กับเราไปตลอดชีวิต’ และพร้อมที่จะกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวในสายตาของคนอื่นถ้าในสายตาของเขามองว่าสมควรและถูกต้อง รักษ์ไม่ได้เก่งกาจหรือมีชื่อเสียงในเรื่องของวิชาการ แต่ถ้าในเรื่องของกระแส เขาไม่เคยตกเทรนเลยแม้แต่วันเดียว เพราะเขาเป็นถึงทายาทของอดีตลูกชายนักการเมืองดังที่เป็นที่นิยมของประชาชนภายในประเทศ และแน่นอนว่าเมื่อจบมาอาชีพที่หนีไม่พ้นของเขาก็คือ ‘นักการเมือง’ ในสังกัดพรรคการเมืองใหญ่ระดับประเทศที่ไม่มีอุดมการณ์หลักแต่เน้นไปตามกระแสของสังคม

และแน่นอนว่าทั้งรักษ์และเผ่าเพชรดูเหมือนจะมีลักษณะนิสัยตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง แต่มีสิ่งหนึ่งที่พวกเขาสองคนสามารถเข้ากันได้ก็คือ..

“ไอ้รักษ์กูเจ็บ!” เผ่าเพชรร้องออกมาเสียงดังเมื่อรักษ์ถาโถมแรงทั้งหมดใส่เข้ามาในตัวของเขาอย่างไม่ยั้งแม้ว่าก่อนหน้าจะตกลงกันแล้วว่าจะไม่เอาแต่ใจตัวเอง

“เจ็บก็ร้อง” รักษ์ยังคงเอาแต่ใจตัวเองตักตวงความหวานจากตัวของเผ่าเพชรที่นอนอยู่ใต้ร่างของเขา เขารู้ว่าเผ่าเพชรเจ็บแต่..เขามีความสุขและเขาก็รู้ว่าความเจ็บของเผ่าเพชรมันมีความสุขอยู่ในนั้น เพราะแววตาของเผ่าเพชรบอกทุกอย่าง แม้ว่าปากจะต่อต้านก็ตาม

“ไอ้รักษ์..อุ๊บ!” รักษ์ตัดสินใจสงบศึกด้วยการก้มลงไปประกบริมฝีปากเพื่อไม่ให้เผ่าเพชรส่งเสียงออกมาได้ในช่วงที่ทำกิจกรรม รักษ์เองก็ไม่ได้ใจร้ายที่จะให้เผ่าเพชรทำให้เขามีความสุขอยู่ฝ่ายเดียว

“กูเสร็จแล้ว ต่อจากนี้กูจะทำให้มึงมีความสุขมากกว่าเจ็บนะไอ้เพชร” รักษ์ก้มลงประทับริมฝีปากบนหน้าผากของเผ่าเพชรหลังจากที่เขาได้สิ่งที่ต้องการเป็นที่เรียบร้อย แต่สายตาที่รักษ์มองเพชรนั้นมันไม่ได้สื่อความหมายอย่างที่ปากพูดแม้แต่นิดเดียว

“มึงมันไว้ใจไม่ได้” เผ่าเพชรมองหน้ารักษ์อย่างรู้ทัน เพราะเขานั้นเป็นคนเดียวที่รู้นิสัยทุกอย่างของรักษ์ดี เพราะทั้งคู่คือ ‘แฟน’ ที่คบกันมาตั้งแต่ช่วงมัธยมปลายจนกระทั่งถึงตอนนี้โดยที่ไม่มีใครรู้แม้แต่คนเดียว เพราะความรักของทั้งคู่มันคือความลับ

“เปลี่ยนใจได้นะ”

“ถ้าหมายถึงเรื่องงานกูไม่เปลี่ยนใจ” เผ่าเพชรมองแผ่นหลังอันเปลือยเปล่าของรักษ์ที่นั่งสูบบุหรี่อยู่ปลายเตียง

“อุดมการณ์ของมึงมันกินไม่ได้” รักษ์สูบบุหรี่เข้าเต็มปอดก่อนจะขยี้บุหรี่ที่ยังเหลืออยู่ทิ้งพร้อมกับหันหน้ามามองเผ่าเพชรที่นอนอยู่บนเตียง

“นั่นก็เรื่องของกูเหมือนกัน” รักษ์ยักไหล่กับคำพูดของเผ่าเพชรเหมือนไม่สนใจแต่ลึกๆ แล้วเขาอยากให้เผ่าเพชรทำงานในวงการอื่นมากกว่าวงการนี้ที่เขาคลุกคลีมาตั้งแต่เกิด เขารู้ว่ามันไม่ได้ขาวสะอาดแต่ก็ไม่ได้ดำสนิท มันเป็นสีเทาและคนที่อยู่รอดก็คือคนอย่างเขามากกว่าคนที่คิดถึงคนอื่นก่อนเสมอเหมือนอย่างเผ่าเพชร อุดมการณ์ที่เผ่าเพชรยึดถือมันเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ในวงการของการเมือง โดยเฉพาะถ้าจะก้าวเข้าไปในตำแหน่งระดับประเทศเหมือนที่เผ่าเพชรฝัน

“ถ้ากูบอกว่าเป็นห่วง?”

“กูก็รับฟัง..แต่ไม่ทำตาม” รักษ์ส่ายหน้าให้กับความดื้อรั้นของเผ่าเพชรที่ตอนนี้พลิกตัวหนีไปทางอื่นเพราะไม่อยากทะเลาะกับเขา ท่าทางแบบนี้ของเผ่าเพชรรักษ์รู้ได้ในทันทีว่าเผ่าเพชรเริ่มหงุดหงิด

“ถ้าวันหนึ่งอุดมการณ์ของมึงมันทับเส้นทางของกู ก็ช่วยแยกแยะว่ามันเป็นเรื่องงานไม่ใช่เรื่องส่วนตัว”

“กูรู้ตั้งแต่วันที่กูตัดสินใจคบกับมึง” แม้ว่าจะไม่ได้สบตากันระหว่างพูดแต่รักษ์เองรับรู้ได้ว่าเผ่าเพชรเข้าใจในสิ่งที่เขากำลังจะสื่อ และน่าจะเข้าใจดีตั้งแต่ที่ทั้งคู่ตัดสินใจเลื่อนสถานะขึ้นมาเป็นมากกว่าเพื่อน “ไอ้รักษ์มึงจำคำกูไว้นะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคตกูไม่ใช่จุดอ่อนของมึง และมึงก็ไม่ใช่จุดอ่อนของกู”

“......”

“นอนเถอะ พรุ่งนี้กูออกต่างจังหวัดกับพี่ในพรรค”

“ไอ้เพชร”

“ว่า?”

“การเลือกตั้งที่จะถึงกูถูกวางตัวเป็นสส.บัญชีรายชื่อ” เผ่าเพชรเงียบไปหลังจากที่ได้ฟังสิ่งที่รักษ์พูดก่อนจะตัดสินใจพูดออกมา

“กูเอง..ก็ถูกวางตัวให้เป็นสส.เขตในกรุงเทพฯ แต่ทำใจไว้แล้วล่ะว่าคงสู้คนในพื้นที่เดิมไม่ได้”

“เหลืออีกเกือบปีกว่าจะเลือกตั้ง มึงไปทำคะแนนในส่วนของมึงเถอะ อันนี้กูบอกในฐานะแฟนมึง”

“อืม กูก็ขอให้คะแนนถึงลำดับของมึง” รักษ์ยิ้มมุมปากก่อนจะทิ้งตัวลงนอนสวมกอดเผ่าเพชรจากด้านหลังก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างๆ หูของเผ่าเพชรเบาๆ

“เจอกันในสภานะครับ..ฝ่ายค้าน”

“......!” แม้ว่าจะเหลืออีกหลายเดือนกว่าจะถึงการเลือกตั้ง แต่รักษ์ค่อนข้างมั่นใจว่าพรรคใหญ่ของเขาจะชนะการเลือกตั้งและได้เข้าไปเป็นฝ่ายรัฐบาลแน่นอน โอกาสมันค่อนข้างสูงกว่าพรรคของเผ่าเพชรที่พึ่งก่อตั้งมาไม่กี่ปีแม้ว่าภาพลักษณ์จะดูเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ก็ตาม
หัวข้อ: Re: อำนาจรัก(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทนำ 20.01.63
เริ่มหัวข้อโดย: lolli_candy99 ที่ 21-01-2020 07:40:13
กรี๊ดดดด ชอบมากกกกก รอๆๆๆๆ
หัวข้อ: Re: อำนาจรัก(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทนำ 20.01.63
เริ่มหัวข้อโดย: BitterCucumber ที่ 21-01-2020 19:51:55
เหย้ดดดดดดด ไม่เคยเจอพระนายอาชีพนี้มาก่อน แหวกมากกกก ชอบค่ะๆๆๆๆ พระนายต้องฉะกันมันแน่เลย รอๆๆๆ กรี้ดๆๆๆๆๆๆ  :hao7: :hao7:
//ฟีลลิ่งตอนอ่านคือ อนค ปชป มากอ่ะ5555555 ขำๆนะอย่าจริงจัง
 


หัวข้อ: Re: อำนาจรัก(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 1 21.01.63
เริ่มหัวข้อโดย: KJH177 ที่ 21-01-2020 20:35:41
บทที่ 1
เดิมพันนี้มีค่าเท่ากับ xxx

หากถามว่าทำไมตัดสินใจก้าวเข้ามาในวงการการเมือง ก็คงเป็นเพราะว่าเขาทนไม่ได้กับระบอบการเมืองเดิมที่มีค่านิยมเก่าๆ ระบบอุปถัมภ์โง่ๆ นักการเมืองที่มาจากผู้มีอิทธิพลตามจังหวัดต่างๆ เข้ามาบริหารประเทศเพราะต้องการเป็นใบเบิกทางให้กับธุรกิจของตัวเอง ไม่ว่าจะกี่สิบปีประเทศนี้ก็ยังคงเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาเพราะการบริหารสั่วๆ แบบนี้ เผ่าเพชรเองไม่ได้คลุกคลีกับวงการการเมืองเท่าไหร่ เพราะพื้นเพบ้านของเขารับราชการ แม่เป็นคุณครู ส่วนพ่อนั้นเคยเป็นอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดมาก่อน แต่ตอนนี้เกษียณมาทำสวนผลไม้ที่บ้านเกิด แม้จะไม่ได้คลุกคลีกับวงการการเมืองมากนัก แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะเห็นพ่อของเขารับใช้นักการเมืองผู้มีอิทธิพลต่างๆ เพราะความอยู่รอดในหน้าที่การงาน

"ไอ้รักษ์มึงรีบใช้ห้องน้ำได้ป่าววะ กูรีบ! " เผ่าเพชรเคาะประตูห้องน้ำด้วยความเหลืออด เมื่อรักษ์แย่งเขาเข้าห้องน้ำในช่วงเช้าของวัน

"รีบก็รอก่อน" น้ำเสียงกวนๆ ของรักษ์ทำให้ความอดทนของเผ่าเพชรกำลังจะหมดลง เพราะการกระทำที่ตั้งใจจะทำให้เผ่าเพชรไปทำงานสาย

"มึงรู้ว่ากูจะไปต่างจังหวัด"

"ก็รู้ไง ไม่อยากให้ไปเลย"

"ไอ้รักษ์อย่ากวนตีน กูเตือนมึงแล้วนะ" เผ่าเพชรกัดกรามแน่นเมื่อรักษ์ยังคงไม่ออกมาจากห้องน้ำ

"กลัวจัง” รักษ์เปิดประตูห้องน้ำออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม ในมือของเขาถือโทรศัพท์ที่กำลังเล่นเกมอยู่อย่างไม่สะทกสะท้านกับสายตาของเผ่าเพชร

"มึงเข้าห้องน้ำไปเล่นเกม? "

"ตามที่มึงเห็นเลย เดินทางปลอดภัยนะครับ จุ๊บ" รักษ์โน้มตัวลงหอมแก้มเผ่าเพชรเบาๆ ก่อนจะเดินกลับไปนอนบนเตียง เผ่าเพชรพยายามที่จะควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่โมโหไปกับสิ่งที่รักษ์พยายามที่จะทำ

"กูอดทนกับเรื่องอื่นเก่งมาก แต่เรื่องที่มึงกวนตีนกูไม่ทนวะ" เผ่าเพชรเดินไปข้างๆ เตียงที่รักษ์ซุกตัวนอนอยู่ในผ้าห่มผืนหนา ก่อนจะยกเท้าขึ้นมาถีบเข้าข้างลำตัวของรักษ์แรงๆ จนรักษ์กลิ้งตกเตียง

ตุบ!

"ไอ้เพชร! "

"อะไร? กูแค่บริหารตีน" เผ่าเพชรยกยิ้มก่อนจะเกินผิวปากเข้าห้องน้ำไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้รักษ์มองตามแผ่นหลังด้วยความอาฆาต

"ร้ายนักนะไอ้เพชร กลับมาเมื่อไหร่มึงโดน"



"ไอ้รักษ์พ่อไปคุยกับกรรมการพรรคมา ลำดับเเกน่าจะไม่ต่ำกว่าห้าสิบ"

"ท่านทรงเกียรติครับ มันจะไม่ข้ามหน้าข้ามตาหัวงอกหัวดำคนอื่นหรอ? " หลังจากที่แยกย้ายกับเผ่าเพชร รักษ์ตรงกลับมาที่บ้านทันที และพูดคุยเกี่ยวกับสนามแรกของการก้าวเข้ามาเป็นนักการเมืองกับท่านทรงเกียรติผู้เป็นพ่อของเขา

"พ่อรู้ว่าคนอย่างแกไม่แคร์"

"ตามนั้น ถ้าพ่อเห็นสมควร ถ้ามีคนแย้งพ่อก็ไปแก้ต่างให้ผมในประชุมพรรคก็แล้วกัน" รักษ์หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาส่งข้อความไปกวนเผ่าเพชร

"ไอ้รักษ์ แกรู้จักเด็กที่ชื่อเผ่าเพชรไหม? " รักษ์ชะงักมือที่กำลังกดส่งข้อความทันทีก่อนจะเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง

"พ่อถามทำไม? "

"ได้ข่าวว่าไอ้เด็กนี่เก่ง จบมาจากคณะเดียวกับแก พ่อเลยถามดู" ทรงเกียรติพูดพร้อมกับอ่านหนังสือพิมพ์ไปด้วยอย่างไม่ใส่ใจ
"พ่อไปสืบประวัติ? "

"ยัง แต่อยากให้สืบไหมล่ะ" รักษ์นิ่งคิดก่อนจะยักไหล่เหมือนไม่สนใจ

"แล้วแต่พ่อเลย"

"ไอ้รักษ์ถ้าแกอยากโตในหน้าที่การงานพ่อแนะนำอะไรหนึ่งอย่างนะ อย่าขัดกระแส โน้มได้โน้ม อ่อนได้อ่อน"

"พ่อกำลังสอนให้ผมเลีย? "

"ก็แค่ตอนแรก"

"แล้วพอมีอำนาจก็ถีบหัวส่งเหมือนอย่างที่พ่อชอบทำ? "

"แกก็รู้ว่าพ่อมีเหตุผล"

"ก็พอจะรู้...มั้ง" เหตุผลที่ขัดแย้งเพราะแบ่งผลประโยชน์ไม่ลงตัว เป็นเหตุให้ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องรุกฆาตก่อนที่จะโดน

"ตกลงแกรู้จักไอ้เด็กเผ่าเพชรนั่นไหม" ทรงเกียรติวกกลับมาถามลูกชายของเขาอีกครั้ง

"เอางี้นะ พ่ออยากรู้อะไรเกี่ยวกับมัน" คราวนี้รักษ์นั่งกอดอกมองหน้าพ่อของเขานิ่งๆ เมื่อเห็นว่าผู้เป็นพ่อไม่ยอมพูดเขาจึงถือวิสาสะหยิบหนังสือพิมพ์ที่พ่อกำลังอ่านออกและวางลงบนโต๊ะตรงหน้า

"ผมรู้ว่าคนอย่างพ่อถ้าอยากรู้อะไรแค่ยกโทรศัพท์ แต่ถ้าถามผมแบบนี้ผมว่า..."

"เกี่ยวกับแก" เป็นอีกครั้งที่รักษ์เงียบหลังจากที่ฟังคำถามของผู้เป็นพ่อก่อนจะประมวลผมในสมองเพื่อหาคำตอบของคำถาม ด้วยความที่เป็นคนสองไวบวกกับเจ้าเล่ห์ทำให้รักษ์เลือกที่จะตอบคำถามของผู้เป็นพ่อตรงๆ อย่างไม่อ้อมค้อม

"แฟน"

"แฟน?! " แม้น้ำเสียงจะดูไม่เกี้ยวกราดหรือส่อถึงความโมโห แต่รักษ์เองก็สังเกตเห็นถึงความผิดหวังปนตกใจเล็กๆ ผ่านทางแววตา

"ก็ตามนั้น มันเป็นแฟนผม"

"แต่อยู่พรรคตรงข้าม? "

"แล้วมันมีกฎห้ามเป็นแฟนกันเหรอพ่อ เปิดกว้างหน่อยดิ"

"แกรู้ไหมว่านั่นมันอาจจะทำให้แกคุณสมบัติไม่ผ่านการประเมินในพรรค ก็จริงที่มันไม่มีในกฎ แต่พรรคอนุรักษนิยมอย่างเรา เรื่องนี้มันค่อนข้างขัดกับภาพลักษณ์ อย่าว่าแต่อันดับห้าสิบเลย ต่ำกว่านี้ก็อย่าหวัง"

"เอาหนาท่าน ผมรู้ท่านทำได้ ฝากด้วยนะครับ" รักษ์ยกยิ้มก่อนจะลุกขึ้นและโค้งศีรษะให้ผู้เป็นพ่อ และเดินหันหลังออกจากห้องนั่งเล่น

"ถ้าอย่างนั้นพ่อจะทำอะไรกับเด็กนั่นก็ได้"

"เอาที่พ่อเห็นสมควร นั่นก็ไม่ใช่เรื่องของผมเหมือนกัน" รักษ์ไม่ได้หันไปมองแต่เขาเลือกที่จะเดินหนีออกจากห้องนั่งเล่น ปล่อยให้ผู้เป็นพ่อมองตามแผ่นหลังด้วยแววตาเป็นกังวล ก่อนจะกดโทรศัพท์ไปหาปลายสายที่สามารถจัดการเรื่องนี้ได้

"ฉันไม่ต้องการให้เด็กที่ชื่อเผ่าเพชรอยู่ในพรรค ทำอย่างไรก็ได้ให้มันออกก่อนการเลือกตั้ง.." ถ้าเป็นเรื่องความรักเขาคงไม่ห้าม แต่ถ้าความรักนั้นมันทำลายเส้นทางของลูกชายเขา มีเหรอคนที่เป็นพ่อจะอยู่เฉยๆ



หลังจากที่ทะเลาะกับรักษ์ เผ่าเพชรก็ไม่ได้ติดต่อรักษ์อีกเลย จนกระทั่งถึงที่หมาย

"บริเวณชุมชนนี้เป็นชุมชนที่ประสบภัยน้ำท่วมและแล้ง เกิดความเสียหายหนักทุกปี.." เผ่าเพชรหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาจดในสิ่งที่เกษตรจังหวัดให้ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาทางการเกษตรในจังหวัด เพื่อนำกลับไปวิเคราะห์เป็นนโยบายหลักในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

"ที่ผ่านมามีเงินชดเชยและช่วยเหลือ แต่นั่นก็ไม่เพียงพอและช้ามากครับ ทำให้ชาวบ้านขาดรายได้โดยเฉพาะเกษตรกรที่เช่าที่นาไม่มีที่นาเป็นของตัวเอง"

"....." ระหว่างที่เผ่าเพชรจดข้อมูลอยู่นั้นสมองของเขากลับคิดบางสิ่งบางอย่างได้หลังจากที่ฟังการบรรยายได้ไม่นาน

"พี่ทั่นครับ ผมมีอะไรบางอย่างจะเสนอ มันเกี่ยวกับนโยบายทางการเกษตรกับการขมวดเข้ากับการทำผลงานหาเสียงให้กับนักการเมืองในท้องที่ครับ" เผ่าเพชรกระซิบบอกรุ่นพี่ที่มาด้วยทันทีก่อนที่จะปล่อยให้ความคิดของเขาหายไปพร้อมกับอากาศ

"ดีมากเพชร เดี๋ยวเราลองร่างมันมาให้พี่ก่อนนะ คืนนี้ตอนประชุมที่โรงแรมเรามาคุยกัน"

"ครับพี่" เผ่าเพชรยิ้มก่อนที่จะไปรวมตัวกับคนอื่นๆ ที่เก็บข้อมูลจากการบรรยายปัญหา

Rak.P : หายเงียบ?

Rak.P : ตกเครื่องตายไปแล้วมั้ง

Rak.P : ตากแดดตัวดำกูทิ้งนะจะบอกให้

Rak.P : ไอ้เวรเพชร

Rak.P : คิดถึงคำด่ามึงฉิบหาย

และรัวสติ๊กเกอร์มาก่อกวนอีกมากมาย

เผ่าเพชรที่กลับมาจากการลงพื้นที่ เขาพึ่งมีโอกาสจับโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก่อนจะเจอกับข้อความของรักษ์ที่ส่งมาก่อกวน

Phet : เอานิ้วกลางกูไปครับ
*แนบรูปนิ้วกลาง

Rak.P : อ่อนว่ะ แน่จริงมึงส่งของจริงมาดิ

Phet : ขออนุญาตไม่สนทนาเพราะมันไร้สาระ

Rak.P : นิ้วกลางมึงมีสาระมากงั้นดิ? อย่าทะลึ่งบอกว่าจะสอนกูนับเลข

เผ่าเพชรอมยิ้มให้กับข้อความของรักษ์ ข้อความส่วนมากในแชตของพวกเขาก็มีแต่แนวๆ นี้ เพราะไลน์ส่วนตัวไม่ใช่ไลน์ทำงาน ดังนั้นสถานะในบทสนทนาจึงเป็นคนรักเหมือนปกติ เผ่าเพชรกดปิดหน้าจอก่อนจะลุกขึ้นไปอาบน้ำและเข้าไปในทีประชุมตามเวลานัด

“วันนี้ได้ข้อมูลอะไรกันมาบ้างครับ มีใครอยากลองแลกเปลี่ยนอะไรไหม?” เมื่อทุกคนเข้ามาถึงห้องประชุม ‘ภีมะ’ หรือ ภีม ทำหน้าที่ในการเป็นประธานการประชุมในวันนี้

“พี่ภีมครับ ตอนที่ลงพื้นที่เพชรเขามีไอเดียมาเสนอผม เพชรลองเสนอดู” ทั่นพูดเปิดโอกาสให้เผ่าเพชรแสดงความคิดเห็นและแนวคิดที่เขาคิดได้ระหว่างการลงพื้นที่

“ครับ ผมขอรายงานก่อนว่าเท่าที่ทุกคนเห็นในพื้นที่ของจังหวัดนี้ค่อนข้างมีปัญหาในเรื่องน้ำ ทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้ง ลักษณะทางภูมิประเทศไม่เหมาะแก่การปลูกข้าวในเชิงทรัพยากร แต่เพราะพื้นเพดั้งเดิมนั้นประกอบอาชีพเกษตรกรมาก่อนทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ยึดอาชีพนี้เป็นหลัก จากการที่ผมวิเคราะห์คร่าวๆ นั้น ผมเห็นโอกาสบางอย่างที่จะสามารถพัฒนาให้ชาวบ้านและประชาชนในพื้นที่ไม่ยึดอาชีพเกษตรกรแบบดั้งเดิมเป็นหลัก คือตัวจังหวัดติดกับพื้นบ้านอย่างลาวและกัมพูชาผมคิดว่าถ้าเราต่อยอดทางด้านโลจิสติกส์มันน่าจะมีโอกาสพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษได้อยู่นะครับ” สิ่งที่เผ่าเพชรรายงานเป็นเพียงการวิเคราะห์จากข้อมูลคร่าวๆ ที่ได้รับในวันนี้ ยังไม่ได้ลงรายละเอียดที่ลึกไปอีกขั้น

“ผมขออนุญาตเห็นต่างนะครับ เส้นทางโลจิสติกส์มันไม่ได้ทำกันง่ายๆ มันต้องอาศัยปัจจัยหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะด้านการคมนาคมขนส่งระหว่างพื้นที่ อีกอย่างผมยังมองเห็นจุดอ่อนของจังหวัดก็คือชาวบ้านส่วนมากมีระดับการศึกษาที่ต่ำเกินกว่าที่จะพัฒนาเป็นเส้นทางอย่างที่เผ่าเพชรพูด” การโต้แย้งดังกล่าวมาจาก ‘อินศร’ สมาชิกพรรคที่อยู่ฝ่ายการวางแผนกลยุทธ์และนโยบายที่มีดีกรีจบจากมหาวิทยาลัยต่างประเทศ และเขาค่อนข้างมีอคติกับเผ่าเพชรเป็นการส่วนตัว แต่ในประเด็นดังกล่าว อินพูดตามหลักความเป็นจริง “สิ่งที่เผ่าเพชรพูดอาจจะเป็นไอเดียที่ดี แต่ไอเดียที่ดีมันมาจากการคิดวิเคราะห์หลายๆ รอบครับ ไม่ใช่คร่าวๆ ถ้าไม่มั่นใจผมขอแนะนำในฐานะรุ่นพี่ในพรรคว่า ควรนั่งอยู่เฉยๆ จะเป็นการดีกว่าครับ” แม้ว่าคำพูดของอินจะทำให้เผ่าเพชรไม่พอใจ แต่ด้วยการแสดงสีหน้าและความอดทนที่เป็นเลิศ ทำให้เผ่าเพชรยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะก้มศีรษะให้กับอิน สิ่งที่เผ่าเพชรไม่พอใจก็เพราะมีหลายคำที่สามารถสื่อได้ดีและทำให้คนฟังรู้สึกดีมากกว่าการตักเตือนในลักษณะนี้ นี่มันไม่ใช่การสอนหรือการตักเตือนแต่มันคือการตำหนิและดูถูกในความคิดเห็นของเผ่าเพชร

“ผมขอบคุณพี่อินมากนะครับที่สอนผม ผมจะกลับไปพิจารณาตามที่พี่อินสอน ขอบคุณครับ” เผ่าเพชรปิดไมค์ตรงหน้าก่อนจะนั่งจดลงในสมัดบันทึกของเขาเกี่ยวกับสิ่งที่เขาพลาดไปเมื่อสักครู่

“คนอื่นมีอะไรเสนอไหมครับ” ภีมะพูดขึ้นหลังจากที่เผ่าเพชรและธนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นไปเมื่อสักครู่ ทำให้สมาชิกคนอื่นๆ ยกมือเสนอความคิดเห็นและมีการโต้แย้งกันเกิดขึ้น ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติของการเสนอแนวคิด โดยเฉพาะจะทำเป็นนโยบายระดับประเทศ

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พรุ่งนี้ตามแอคชั่นแพลนเลยนะครับ เราจะลงไปอีกจังหวัดที่มีปัญหาเรื่องยาเสพติด” เผ่าเพชรเก็บอุปกรณ์ต่างๆ บนโต๊ะเพื่อเตรียมตัวจะเดินออกจากห้องประชุม แต่ระหว่างนั้นสายตาของเขาสบเข้ากับสายตาของอิน สายตาที่บ่งบอกว่าตอนนี้เขากำลังสบประมาทเผ่าเพชรอยู่ โดยเฉพาะรอยยิ้มเย้ยหยันของธนา

“ขอบคุณนะครับพี่ิอินสำหรับคำแนะนำในวันนี้” เผ่าเพชรเดินเข้าไปหาพร้อมกับยกมือไหว้อิน

“เวลาที่ผมเห็นคนไม่รู้ความผมก็จำเป็นต้องสอน ดีกว่าไปอวดฉลาดข้างนอก มันจะขายขี้หน้ามาถึงพรรคครับ” อินตอกกลับเผ่าเพชรด้วยท่าทางที่เหนือกว่า “เพราะที่เมืองนอกเขาค่อนข้างซีเรียสเรื่องนี้ แต่ผมก็เข้าใจว่าคุณอยู่แค่ในประเทศ”

“นั่นซิครับผมไม่เคยไปเรียนเมืองนอกด้วย ผมเลยไม่รู้เรื่องสักเท่าไหร่ พี่อินเก่งมากจริงๆ เลยครับ”

“ก็นะ” เผ่าเพชรแอบยิ้มเมื่อเห็นว่าการที่เขาแกล้งยกยอจะทำให้คนตรงหน้ารู้สึกเหนือกว่า แต่สิ่งที่เผ่าเพชรเห็นคือ จุดอ่อนในอนาคตของอิน การโปรดปรานคำสรรเสริญเยินยอนั่นมันไม่ต่างอะไรจากขุดหลุมฝังตัวเอง

“งั้นผมขอตัวไปนอนก่อนนะครับ สวัสดีครับ” เผ่าเพชรแยกตัวก่อนจะตรงกลับไปที่ห้องนอนของเขา ก่อนจะพิมพ์สรุปการประชุมวันนี้ลงในคอมพิวเตอร์เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงค้นหาวิจัยเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อนำแนวทางของงานวิจัยแต่ละชิ้นมาเป็นฐาน ก่อนจะหาข้อมูลจากต่างประเทศในประเด็นใกล้เคียงที่สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นสำเร็จ

ครื่นนนน

เผ่าเพชรหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะกดรับสายวิดีโอคอลของรักษ์ที่โทรเข้ามาในเวลาเกือบๆ ตีสอง

“มึงยังไม่นอน?” เผ่าเพชรตั้งโทรศัพท์ไว้กับคอมฯ ก่อนจะพิมพ์งานไปด้วย ทำให้ปลายสายขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ

(นี่เวลาส่วนตัว มึงยังทำงาน?)

“ต้องทำ วันนี้โดนแหกมา กลางที่ประชุมเลย” เผ่าเพชรได้โอกาสจึงเอ่ยปากเล่าถึงเรื่องที่ตัวเองโดยโต้กลางที่ประชุมที่ผ่านมา

(ไอ้อิน?)

“เขาเป็นเพื่อนเล่นมึงเหรอ?”

(เคยได้ทุนจากพรรคกู แต่พอเรียนจบกลับไปทำงานให้พรรคมึงอ้างว่าอุดมการณ์ไม่ตรงกัน เลยใช้ทุนคืนให้พรรค ใครๆ ก็รู้ว่าแม่งถูกซื้อตัว) รักษ์เองเข้ามาช่วยงานที่พรรคการเมืองตั้งแต่มัธยมในเรื่องเอกสารต่างๆ เพื่อหาค่าขนม และระหว่างที่เขาเรียนมหาวิทยาลัยรักษ์เองก็ยังคงทำงานให้กับพรรคจนกระทั่งเรียนจบเขาจึงเข้าพรรคอย่างเต็มตัว ทำให้เขารู้เรื่องต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะประวัตินักการเมืองในประเทศ

“ระวังปากนะมึง มีหลักฐานเหรอถึงไปกล่าวหา” เผ่าเพชรเตือนด้วยความหวังดีเพราะกลัวว่ารักษ์จะถูกฟ้องในสิ่งที่พูดขึ้นมาลอยๆ

(มากกว่าหลักฐาน แต่ก็ดีนะ มันไปอยู่นู่นก็ดีเหมือนกัน)

“ทำไมวะ?”

(เรื่องอะไรกูจะบอกล่ะครับเผ่าเพชร ปล่อยให้พวกมึงเจอเอง อย่ามาหลอกถามกู) รักษ์หัวเราะชอบใจกับสิ่งที่เขาสามารถแกล้งยั่วให้เผ่าเพชรอยากรู้

“กูไม่สนหรอก กูทำหน้าที่ของกูให้ดีก็พอแล้ว”

(ไอ้เพชร)

“หื้ม?” สายตาของเผ่าเพชรยังคงจ้องอยู่ที่หน้าจอคอมฯ เหมือนเดิม

(เปลี่ยนใจตอนนี้ก็ทัน กูไม่อยากให้ความตั้งใจมึงเสียเปล่า ไปรับราชการมันตอบโจทย์มึงมากกว่านะ นักการเมืองมันไม่ได้จะทำให้มึงได้ในสิ่งที่มึงหวังหรอก กูเสียดายความสามารถของมึง) เผ่าเพชรถอนหายใจออกมาเมื่อได้ยินคำพูดเดิมๆ หลุดออกมาจากปากของรักษ์

“แล้วมึงจะเป็นทำไม? ไหนว่าไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ กูเห็นมึงก็ไม่เห็นจะขัด”

(รู้เหรอว่าไม่ขัด?)

“ไอ้รักษ์ คนอย่างมึงถ้าไม่อยากทำใครก็บังคับมึงไม่ได้” ซึ่งข้อนี้เผ่าเพชรเองรู้ดี เพราะเขาเองก็ยังไม่สามารถบังคับอะไรรักษ์ได้เลย ถ้ารักษ์ไม่เห็นชอบด้วย

(แต่กูขัดมึงได้)

“ไปฝันก่อนเถอะมึง”

(ไอ้เพชรถ้าวันนั้นกูเป็นฝ่ายทำให้มึงหน้าแหกกลางสภา มึงจะโกรธกูไหม?)

“ถามจริงจังหรือกวนตีน”

(จริงจัง)

“กูก็แหกมึงกลับดิ คนอย่างมึงถ้าไม่มีสคริปต์ก็ไม่มีทางพูดได้หรอก” เผ่าเพชรยกยิ้ม

(ดูถูกก็มากไป นอกจากปากมึงจะแหก ระวังอย่างอื่นมึงจะแหกด้วยนะครับ อย่าหาว่าไม่เตือน)
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 1 21.01.63
เริ่มหัวข้อโดย: lolli_candy99 ที่ 21-01-2020 21:22:21
มาแล้วว เร็วมากกก
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 1 21.01.63
เริ่มหัวข้อโดย: BitterCucumber ที่ 21-01-2020 23:34:20
สนุกมากกกกกกกกกก o13 o13 ฝีปากสุดยอดกันทุกคนเลย ลุ้นว่าเผ่าเพชรจะอยู่รอดยันจบไหม โดนทั้งพ่อของรักษ์หมายหัว ทั้งรุ่นพี่ในพรรคคอยขัดแข้งขา ไหนจะแฟนที่จะรอทุบในสภาอีก :serius2:
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 2 22.01.63
เริ่มหัวข้อโดย: KJH177 ที่ 22-01-2020 19:45:25
บทที่ 2

ยามศึกเรารบ ยามสงบเรารบกันเอง



เนื่องจากตอนนี้อยู่ในช่วงรวบรวมข้อมูลทั้งในด้านนโยบาย กลยุทธ์ อีกสิ่งที่ขาดไม่ได้คือการหาข้อมูลขุดประวัติเพื่อทำลายฝั่งตรงข้าม แม้ว่าตอนนี้ยังไม่ถึงการรับสมัครผู้แทนราษฎรหรือสส. แต่รายชื่อบางรายชื่อที่ถูกวางตัวเอาไว้แล้วนั้น กลับหลุดออกมาเป็นระลอกในแต่ละพรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคเก่าแก่อย่างพรรคธรรมรงค์ไทยที่หลุดรายชื่อออกมาและเรียกกระแสฮือฮามากที่สุด โดยเฉพาะสส.บัญชีรายชื่อที่แว่วออกมาว่าเป็นลูกชายของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอย่าง ‘รักษ์ เดชะนฤมิตร’



เผ่าเพชรพยายามเก็บอาการเมืองตอนนี้เขาถูกฝ่ายกลยุทธ์ของพรรคเรียกเข้าพบเพื่อสอบถามข้อมูลเบื้องต้นของรักษ์ เพราะเผ่าเพชรเป็นคนเดียวที่จบจากมหาวิทยาลัยเดียวกับรักษ์



“ผมว่าตอนนี้ IO* (การโจมตีฝั่งต้องข้ามด้วยข้อมูลข่าวสาร เช่นยกตัวอย่างกรณีศึกเลือกตั้งระหว่าง Donald Trump และ Hilary Clinton ที่มีกรณีข้อมูลส่วนตัวจาก Facebook หลุดผ่านแคมเปญ Cambridge Analytica ที่หลายฝ่ายเชื่อว่าข้อมูลพื้นฐานดังกล่าวนำมาใช้เพื่อการทำ IO สนับสนุนเสียงโหวตฝ่าย Donald Trump อ่านต่อได้ที่ http://www.investerest.co/society/what-is-io/ | ลงทุนศาสตร์ Investerest.co) ของพรรคเราควรทำงานได้แล้ว โดยเฉพาะการปล่อยข้อมูลเท็จบางอย่างของ รักษ์ เดชะนฤมิตร เพื่อเรียกกระแสให้เกิดการขุดคุ้ยข้อมูล”



“แต่ถ้าเริ่มจากข้อมูลเท็จแล้วมีการตรวจสอบว่าต้นสายมาจากพรรคของเรา?” เผ่าเพชรแย้งขึ้นหลังจากฟังแผนการของ ‘วีรนันท์’ ฝ่ายกลยุทธ์ที่ถนัดในการปั่นกระแสโจมตีฝ่ายตรงข้าม



“มันไม่ได้ตรวจสอบง่ายขนาดนั้นครับน้องเพชร พี่รู้ว่าน้องอาจจะไม่ค่อยชอบวิธีนี้ แต่น้องก็อย่าลืมว่ามันเป็นเรื่องปกติของการเมือง ถ้าเราไม่ทำอย่างไรพรรคอื่นก็ทำ สู้เราเอาข้อมูลจริงจากน้องมาบิดเบือนก่อน ไม่ดีกว่าเหรอครับ?” เผ่าเพชรนิ่งคิดตามที่วีรนันท์พูด ถึงเขาจะกระหายในการทำงานเพื่อสนองอุดมการณ์ของตัวเองแล้วนั้น เขาก็หลีกเลี่ยงเรื่องนี้ไม่ได้ แต่ที่เขาหนักใจก็เพราะ...รักษ์ คือแฟนของเขา แต่ถ้าในฐานะคู่ตรงข้าม เขาก็ต้องทำในสิ่งที่เห็นว่าสมควร



“ผมเคยได้ยินมาว่า.....” เวลานี้เป็นเวลางาน ดังนั้นเรื่องส่วนตัวจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรเอามาปะปน เพราะเขาเองก็รู้ว่ารักษ์คงไม่ปกป้องเขา ถ้าหากต้องทำในสิ่งเดียวกัน



----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



“ผมว่านะเราสร้างกระแสโดยการทำ Fake news เรื่องที่เผ่าเพชรเคยทำงานเป็นประธานนักศึกษามหาวิทยาลัย ยักยอกเงินกอง แต่เราไม่เอ่ยชื่อจริงๆ เพียงแค่ใช้ตัวย่อที่สามารถส่อไปถึงฝ่ายนั้นได้ ผมว่าผมพอที่จะทำเอกสารปลอมพวกนั้นได้นะครับ” รักษ์เสนอขึ้นต่อที่ประชุมหลังจากที่เขาถูกเรียกเข้ามาพูดคุยเกี่ยวกับการวางแผนกลยุทธ์ของพรรค



“คุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่ามันจะไม่สาวมาถึงพรรคเรา? คุณอย่าลืมว่าการปลอมแปลงเอกสารเหล่านั้นมันเป็นคดีที่สามารถฟ้องร้องกันได้ มันจะทำให้คุณสมบัติของคุณไม่ผ่านก่อนที่จะยื่นรายชื่อไปที่กกต.ในอีกสามเดือนข้างหน้า” ‘ธนเทพ’ สมาชิกพรรคที่เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายแย้งไอเดียของรักษ์ในที่ประชุม



“ผมมั่นใจว่ามันจะไม่สาวมาถึงพรรคเราครับ”



“ไม่ใช่ว่าใช้บารมีของพ่อนะ” รักษ์เหลือบสายตาไปมอง ‘พงษ์ศักดิ์’ ที่ปรึกษาอาวุธโสของพรรคที่เคยทำงานเป็นสมาชิกและเข้าไปในสภามาแล้วหลายสมัย พงษ์ศักดิ์อายุรุ่นราวคราวเดียวกับทรงเกียรติและมีลูกชายที่อายุมากกว่าเขาสี่ปี ดำรงตำแหน่งอยู่ในพรรค แต่ที่น่าเสียดายว่าลูกชายของเขายังไม่มีโอกาสเข้ามาลงผู้สมัคร ถ้าให้พูดตามตรงก็เพราะคุณสมบัติไม่ผ่านเกณฑ์ของพรรค เรียกง่ายๆ อีกอย่างว่า ‘ไม่มีความสามารถมากพอ’



“เรื่องแบบนี้คงไม่ต้องถึงมือของพ่อผมหรอกครับ อีกอย่างผมมั่นใจว่าผมทำได้อย่างแน่นอน ขอบคุณนะครับคุณอาที่เป็นห่วง” รักษ์ยกยิ้มเมื่อเห็นว่าเขาสามารถทำให้พงษ์ศักดิ์หัวเสียได้จากความมั่นใจของเขา



“คุณจะทำอย่างไง ไหนลองบอกผมคร่าวๆ” ธนาเทพพูดแทรกขึ้น



“ปัจจุบันทวิตเตอร์เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสื่อสารของวัยรุ่นจนถึงวัยทำงาน กระแสที่ผ่านทวิตเตอร์นั้นผมว่ามันมาเร็วและไปเร็วอีกเช่นกัน ผมจะใช้แอคที่เป็น influencer ทางการเมืองค่อยๆ เริ่มโค้ดบางคำเพื่อให้ดูน่าสนใจ พอคนเริ่มสนใจในกระแส ผมก็จะส่งข้อมูลบางอย่างไปให้ปล่อย ออกมาเรื่อยๆ ครับ โดยที่กระบวนการดังกล่าวเราจะไม่เอ่ยชื่อเพียงแค่จะทำให้โน้มเอียงไปที่ฝ่ายนั้น แค่นี้ก็ฟ้องไม่ได้แล้วใช่ไหมครับคุณธนเทพ” รักษ์ลุกขึ้นอธิบายพร้อมกับเปิดร่างแผนการคร่าวๆ ให้กับทุกคนในที่ประชุมดู



“ส่วนเรื่องการทำให้พรรคของเราเป็นกระแสในทางที่สนใจ ผมว่าผมจะค่อยๆ ปล่อยทีละคนให้เริ่มเป็นกระแสก่อนอย่าง คุณตะวัน สส.ในเขตของกรุงเทพฯ โดยเริ่มจากส่งให้คุณตะวันเข้าไปมีบทบาทผ่านหน้าตาของเขา ก่อนจะค่อยๆ ปล่อยโปรไฟล์ออกมา กิจกรรมที่เคยทำ และผลการเรียน” นอกจากนะเก่งในด้านโจมตี รักษ์เองก็เก่งในด้านการโปรโมต



“ผมขอถามนะครับ มันเลี่ยงไม่ได้ที่คุณรักษ์จะถูกฝ่ายนั้นโจมตี คุณมีแผนการอย่างไร” หนึ่งในสมาชิกพรรคฝ่ายกลยุทธ์ยกมือขึ้นถาม



“เป็นคำถามที่ดีครับคุณเจตน์” รักษ์ปรบมือให้กับคำถามอย่างถูกใจประหนึ่งว่าเขากำลังรอให้มีคนในที่ประชุมเป็นฝ่ายถาม ซึ่งนั่นเป็นที่แปลกใจเป็นอย่างมาก “เราทำร้ายตัวเองคงไม่เจ็บเท่าคนอื่นทำหรอกใช่ไหมครับ?”



“คุณรักษ์กำลังจะบอกว่า...”



“ผมจะปล่อย fake news ของผมเอง โดยที่ไม่ออกมาแก้ตัวอะไร จนกระแสเริ่มแรงคนให้ความสนใจ ผมคาดหวังว่ามันต้องติดเทรนและเป็นที่พูดถึงในช่องต่างๆ หลังจากนั้นผมก็จะปล่อยหลักฐานว่า fake news นั้นถูกปล่อยมาจากพรรคตรงข้าม ทีนี้จากผู้ร้ายมันก็กลายเป็นพระเอกได้ไม่ยากจริงไหมครับ?”



“ถ้ากระแสมันไม่เป็นอย่างที่คุณคาดล่ะครับ”



“ผมก็มีอีกแผนสำรองเอาไว้ มั่นใจเถอะครับ เพราะฝีมือผมมันไม่เคยไม่สำเร็จตามที่หวัง” แม้คำพูดของรักษ์จะดูอวดอ้าง แต่ใครหลายๆ คนในที่ประชุมแห่งนี้เห็นด้วยตามที่รักษ์พูดทุกประการ เพราะเขาเคยเห็นรักษ์ทำงานทางด้านเอกสารและงานอื่นๆ ที่ค่อนข้างยากมาแล้วในช่วงที่รักษ์เองอยู่มัธยมปลายจนถึงระดับมหาวิทยาลัย นอกจากนี้บางยุทธศาสตร์ของพรรคก็มีรักษ์เองที่อยู่ในทีมด้วย ดังนั้นในเรื่องของการวางแผนไม่มีใครเก่งเกินเด็กคนนี้แน่นอนแม้ว่าอายุจะน้อยก็ตาม แต่ความสามารถไม่ได้น้อยไปตามอายุเลย



“จะคอยดู ไม่ใช่ว่าท่าดีทีเหลวล่ะ” พงษ์ศักดิ์ยังคงดูแคลนรักษ์อยู่ จนกว่ารักษ์จะพิสูจน์ให้เขาเห็นอย่างประจักษ์ว่าสิ่งที่รักษ์พูด ไม่ใช่เพียงแค่การโมฆษณาขายฝันเท่านั้น



“จะไม่ทำให้คุณอาผิดหวังเลยครับ” รักษ์นั่งลงที่เดิมก่อนจะเปิดโอกาสให้สมาชิกท่านอื่นๆ เสนอไอเดียต่อจากเขา ระหว่างนั้นรักษ์เองก็ติดต่อกับเครือข่ายไอทีที่ทำงานอยู่ต่างประเทศเพื่อประสานบางสิ่งบางอย่างที่รักษ์ต้องการจะทำ



เซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศตามอย่างไรก็ตามไม่เจอ แต่ถ้าเจอมันก็ไม่ยากที่จะจัดการปิดปาก



หลังจากการประชุมเสร็จสิ้นรักษ์เดินผิวปากอย่างอารมณ์ดีตรงไปที่ห้องทำงานของผู้เป็นพ่อที่ตอนนี้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาพรรค



“ไปแผลงฤทธิ์ในที่ประชุม?”



“ข่าวไวนิพ่อ” รักษ์ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาตรงข้ามก่อนจะยกเท้าขึ้นมาพาดกับโต๊ะด้านหน้า การกระทำดังกล่าวอาจจะขัดกับมารยาทพื้นฐานของประเทศ แต่ในห้องแห่งนี้เขาไม่จำเป็นต้องรักษามารยาท



“พงษ์ศักดิ์มันจงเกลียดจงชังอะไรแกนักหนาวะ ตั้งแต่ที่รายชื่อถูกเสนอให้เป็นสส.บัญชีรายชื่อ” ทรงเกียรตินั่งเปิดเอกสารตรวจสอบงบประมาณการเลือกตั้งที่ผ่านมาของพรรคพร้อมกับพูดคุยกับลูกชายไปด้วย



“ก็คงคิดว่าพ่อเส้นผมมั้ง ลูกเขาทำงานมาหลายปียังไม่ถูกวางตัวให้ลงสนามเลย เอาจริงนะพ่อ ผมไม่อยากเป็นบัญชีรายชื่อ ผมอยากลงสส.เขตมากกว่า เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่แน่จริง” เพราะสส.เขตมาจากการเลือกตั้งของประชาชนในพื้นที่ แต่ถ้าเป็นสส.บัญชีรายชื่อคือการนำคะแนนการเลือกตั้งทั้งประเทศมารวมกันและคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เพื่อที่จะนำสส.บัญชีรายชื่อเข้ามาทำหน้าที่ในสภา



“หึ เรื่องแบบนี้มันวัดกันที่ความสามารถ”



“จะบอกว่าผมเก่งอย่างนั้นดิ?”



“ก็ไม่ได้จะเถียง” รักษ์เองอยู่กับพ่อมาตั้งแต่เกิด เขาเองไม่เคยรู้ว่าแม่ของเขาคือใคร และเขาก็ไม่คิดจะตามหาเพราะเขาไม่ได้รู้สึกขาดหรือต้องการเรียกหาความรักจากผู้เป็นแม่เลย อาจจะเป็นเพราะเขาได้รับการดูแลจากพ่อมาดีตลอดเลยก็ว่าได้ “แล้วที่ทำไป รู้รึเปล่าว่ามันจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของแกกับเด็กนั่น”



“ไอ้เพชรอะนะ? พ่อไม่รู้จริงดิว่ามันเองก็ทำเหมือนที่ผมทำเหมือนกัน ไอ้นี่มันไว้ใจได้ที่ไหน” เขาเองมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่าเผ่าเพชรเองก็เล่นงานเขาไม่ต่างจากที่เขาทำเหมือนกัน



“คงเป็นแบบนี้สินะ พวกแกสองคนถึงคบกันได้”



“คงงั้นมั้งครับ” รักษ์ยักไหล่ก่อนจะลุกขึ้น “ไปก่อนนะพ่อ ผมไปสร้างภาพแถวนี้ก่อน”



“คุณนนท์จะเข้าพรรคช่วงบ่าย” ก่อนที่จะออกจากห้องทรงเกียรติบอกลูกชายของเขาเรื่องที่ ‘นนท์’ จะเข้ามาพรรค นนท์คือแคนิเดตนายกหรือหัวหน้าพรรคธรรมรงค์ไทย ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี



“กลับมาทันเลียแน่นอนครับ”



“ระวังคำพูดด้วยรักษ์”



“อยู่กับพ่อผมคงไม่ต้องระวังมั้ง เซฟโซนของผม” รักษ์เดินไปตรงหน้าก่อนจะโค้งให้กับผู้เป็นพ่อเล็กน้อยพร้อมกับเดินออกจากห้องด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม



----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



หนึ่งอาทิตย์ต่อมา



สถาบันวิชาการแห่งหนึ่งจัดงานสัมมนาเกี่ยวกับการออกแบบนโยบายรวมถึงการเตรียมตัวเป็นนักการเมืองที่ดี โดยมีตัวแทนของพรรคที่เข้าร่วมจำนวนห้าสิบคน กลุ่มเป้าหมายคือนักการเมืองรุ่นใหม่ ทำให้รักษ์และเผ่าเพชรถูกส่งตัวมาที่สถาบันแห่งนี้โดยที่ทั้งคู่ไม่ได้บอกกันและกัน แต่ก็เป็นไปตามคาดอย่างที่ทั้งคู่คิดที่จะเห็นกันและกันอยู่ในงาน ในฐานะพรรคฝ่ายตรงข้าม



ในช่วงเช้ามีการกล่าวเปิดพิธีรายงานเป้าประสงค์ของการจัดงานสัมมนา ก่อนจะจำลองสถานการณ์เป็นสภาขนาดย่อมๆ เพื่อให้เหล่านักการเมืองรุ่นใหม่ได้อยู่ในสถานการณ์จริง และแน่นอนว่าต้องแบ่งออกเป็นฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล



“ผมได้จับกลุ่มให้แล้วนะครับ รายชื่ออยู่ทางบอร์ดด้านขวา ดังนั้นคนที่มาจากพรรคเดียวกันจะไม่ได้อยู่ด้วยกันนะครับ” เพราะตัวแทนที่แต่ละพรรคส่งมาทางสถาบันกำหนดให้มาเพียงแค่สองคนเท่านั้น จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะจับพรรคเดียวกันแยกฝ่ายเพื่อเรียนรู้ในแต่ละพรรค



เผ่าเพชรและภัค นักการเมืองผู้หญิงรุ่นใหม่มากจากพรรคเดียวกันเดินตรงไปดูรายชื่อพร้อมกับคนอื่นๆ ที่ทยอยลุกกันไป ในใจของเขาภาวนาว่าจะไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกับรักษ์



“เพชร เพชรอยู่ฝ่ายค้าน” ภัคที่เข้าไปดูรายชื่อกลับมาบอกเผ่าเพชรที่ยืนรออยู่ด้านนอก



“รักษ์มึงอยู่ฝ่ายค้านว่ะ” เสียงของใครอีกคนที่แทรกเข้ามาในโสตประสาทของเผ่าเพชร ทำให้เขารู้ได้ทันทีเลยว่าหายนะกำลังจะมาเยือนเขาในอีกไม่ช้า และก็เป็นไปตามที่เขาคิดไม่มีผิดเพราะรักษ์เดินตรงมาทางเขาด้วยสีหน้ายิ้มๆ



“ผมไม่เคยอยู่ฝ่ายค้านเลย เลยไม่เคยจับผิดมาก่อน ฝากตัวด้วยนะครับเผ่าเพชร” รักษ์ยื่นมือไปตรงหน้าเผ่าเพชรที่มองหน้าเขานิ่งๆ ก่อนจะยื่นมือออกมาจับเป็นมารยาทพร้อมกับคำพูดที่ทำให้รักษ์คาดไม่ถึง



“ครับ เตรียมไว้ก็ดีเพราะการเลือกตั้งครั้งนี้คุณอาจจะเป็นฝ่ายค้านก็ได้ อะไรที่ไม่เคยเกิดไม่ใช่ว่าจะเกิดไม่ได้นะครับคุณรักษ์ :) ” บรรยากาศรอบๆ ตัวของทั้งคู่จะเป็นอย่างไรก็ไม่อาจสอบได้ แต่ถ้าบรรยากาศระหว่างพวกเขาสองคนตอนนี้ไม่ต่างจากน้ำมันที่เดือดระอุอยู่ในกระทะทองแดง



ถือว่าการสัมมนาครั้งนี้จะทำให้ทั้งคู่เจอกันในรอบอุ่นเครื่อง ก่อนที่จะเจอกันในสนามจริง





ปึง!



“ปากดีใช้ได้เลยนิครับ” เมื่อสบโอกาสที่เขาบังเอิญเจอกันอยู่ในห้องน้ำระหว่างที่คนอื่นกำลังฟังบรรยายในครึ่งเช้า รักษ์พลักเผ่าเพชรไปชิดกับกำแพงก่อนที่เขาจะเบียดตัวเข้ามา



“ผมก็คิดว่าคุณน่าจะรู้ ว่าผมปากดีอยู่แล้ว” เผ่าเพชรใช้ลิ้นดินกระพุ้งแก้มของตัวเองด้วยท่าทางที่ยียวน



“ดี..แล้วหวานไหมครับ?”



“ผมตอบไม่ได้”



“งั้นผมขอชิม” รักษ์ไม่เปิดโอกาสให้เผ่าเพชรปฏิเสธ เขาโน้มหน้าลงไปประกบจูบลงบนริมฝีปากของเผ่าเพชรด้วยความกระหาย ก่อนจะสอดแทรกลิ้นร้อนเข้าไปควานหาความหวานที่ต้องการ



“ไอ้รักษ์มือมึง” เผ่าเพชรดันตัวของรักษ์ออกจากเขาเมื่อรู้สึกถึงมือของรักษ์ที่ล้วงเข้ามาในกางเกง



“พูดจาหยาบคายจังครับ”



“.....” เผ่าเพชรไม่ได้ตอบกลับเพียงแค่ยกนิ้วกลางใส่รักษ์ก่อนจะจัดแจงแต่งตัวให้เรียบร้อย โดยที่มีสายตาของรักษ์มองเขาอยู่ไม่ห่าง



“มึงกลับออกไปได้แล้วไอ้รักษ์”



“รอ”



“กูขอให้มึงรอ?”



“สำคัญตัวผิดหรือเปล่าครับ ผมรอล้างมือ ก็ก๊อกน้ำที่คุณกำลังใช้อยู่มันใช้ได้แค่ก๊อกเดียว” เผ่าเพชรพยักหน้าก่อนจะหันหลังและเดินกระแทกไหล่ของรักษ์ออกจากห้องน้ำไป โดยที่รักษ์ยังคงยืนยิ้มอยู่ที่เดิม ราวกับว่าเป็นเรื่องสนุกที่ก่อกวนเผ่าเพชรได้





“ผมไม่เห็นด้วยกับคุณเผ่าเพชรในเรื่องที่เสนอครับ”



“ผมว่าตรงนี้มันห้วนไปดูแลเหมือนเด็กทำรายงานส่งอาจารย์ครับคุณรักษ์”



“คุณเผ่าเพชรน่าจะถามความคิดเห็นของทุกคนก่อนลงมือนะครับ เพราะข้อมูลที่คุณเพชรหามาได้มันเป็นเพียงแค่บทวิเคราะห์”



“คุณรักษ์ครับ ผมว่าควรแก้ในส่วนนี้ มันดูเกินจริงไปหน่อยนะครับ ผมเกรงว่ามันจะเป็นเพียงแค่กลยุทธ์ลอยๆ ที่ไม่สามารถจับต้องได้จริง” นี่เป็นเพียงบทสนทนาตัวอย่างของวันที่ต่างคนต่างฟาดฟันอย่างไม่มีใครยอมใคร เมื่อเห็นจุดที่สามารถวิจารณ์ได้ก็ไม่รอช้าที่จะวิจารณ์จนลืมไปว่าเขาไม่ได้ทำงานกันอยู่สองคน



“ผมว่าทั้งคุณรักษ์และคุณเพชรช่วยอยู่เงียบๆ และทำงานของตัวเองไปนะครับ พอดีว่าตอนนี้ยังไม่ได้ตกลงเลือกหัวหน้าทีม ผมว่าพวกคุณมีบทบาทมากเกินไปจนไม่เกิดประโยชน์” เสียงของบุคคลที่สามแทรกขึ้นมาระหว่างที่ทั้งคู่เอาแต่ฟาดฟันกันด้วยข้อมูลที่ช่วยหลังๆ ปะปนไปด้วยอารมณ์



“แต่ผมว่าสิ่งที่ผมพูดมันก่อให้เกิดประโยชน์มากกว่านะครับ เพราะที่พวกผมทำมันคือการสังเคราะห์ข้อผิดพลาดเพื่ออุดรอยรั่ว ถ้าไม่มีคนคอยจับผิดหรือตรวจสอบภายในทีม งานที่ออกมามันก็จะกลายเป็นการขุดหลุมฝังตัวเองให้ฝ่ายตรงข้ามโจมตี สิ่งที่ผมพูดมันถูกไหมครับทุกคน” รักษ์เลือกที่จะดึงทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมและเป็นการบังคับเป็นนัยๆ ให้ทุกคนเห็นด้วยกับเขา แทนที่จะเข้าข้างคนอย่าง ‘นพคุณ’ นักการเมืองของพรรคที่เคยประสบความสำเร็จในนโยบายประชาชนที่ซื้อใจประชาชนมากกว่าการลงมือปฏิบัติ



“ผมเห็นด้วยกับคุณรักษ์ครับ เพราะสิ่งที่ผมดิสคัสกันมันคือเรื่องของงาน ไม่ได้พูดกับมั่วๆ สั่วๆ ไป ผมหวังว่าคุณนพจะใจเย็นและเปิดใจมากกว่านี้นะครับ”



ยามศึกเรารบ ยามสงบเรารบกันเอง นี่คงเป็นนิยามที่สามารถจำกัดความของทั้งคู่ได้ดี รอบนี้มันเป็นแค่การอุ่นเครื่อง แกล้งทำตัวให้ดูเป็นมิตรเพื่อจับไต๋แนวทางของกันและกันและนำเอาจุดอ่อนไปเล่นงานข้างนอก นี่คงเป็นอีกขั้นตอนของการโจมตี โดยที่ทั้งคู่คิดเหมือนกัน

หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 2 22.01.63
เริ่มหัวข้อโดย: BitterCucumber ที่ 24-01-2020 00:08:55
โอ้ยกลัว แต่ละคนมันร้ายจังวะ จ้องจะแว้งกัดกันเป็นงูเลย 555555
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 2 22.01.63
เริ่มหัวข้อโดย: Ac118 ที่ 24-01-2020 13:26:22
โอ้ยย สนุกมากกกกกกกก ชอบมากกกกกกกกก ดีใจที่กดเข้ามาอ่าน  :mc4:

พระเอก นายเอก ในอาชีพการเมือง ไม่ไค่อยได้เจอเเนวสักเท่าไหร่ ชอบการชิงไหวชิงพริบของทั้งคู่ ฟาดฟันกันสุดฝีปากคมยิ่งกว่ามีดโกนกรีด แข่งกันร้ายชัดๆ มันสนุกตรงนี้  :laugh:

เวลาอยู่ในฐานะแฟนก็เข้ากันได้ดีมากๆ กวนกันไปมา ทั้งน่าเอ็นดูทั้งขำ ยิ่งกว่ามองตาแล้วรู้ใจอีก

รอติดตามนะคะ สนุกและถูกใจมากๆเลยค่ะ  o13
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 3 23.01.63
เริ่มหัวข้อโดย: KJH177 ที่ 24-01-2020 15:27:11
บทที่ 3

ต่างบทบาท ต่างหน้าที่ ต่างสถานะ



มีอยู่สองสิ่งที่ในชีวิตของเผ่าเพชรเกลียดมากที่สุดคือ การโกหก และการหักหลัง แต่ใครจะไปรู้ว่าวันหนึ่งเผ่าเพชรจะเป็นคนที่ทำในสิ่งที่เกลียดนั้นขึ้นมาเอง



“อย่าให้กูรู้นะไอ้เพรชว่ามึงเกี่ยวกับเรื่องนี้” ในช่วงค่ำของวันเผ่าเพชรกลับมาที่คอนโดหลังจากทำงานเสร็จ ก่อนจะเห็นว่ารักษ์นั่งเครียดอยู่ที่โซฟาโดยที่ในมือของเขากำโทรศัพท์แน่น



“มึงพูดเรื่องอะไรวะ?” เผ่าเพชรถอดรองเท้าผ้าใบเก็บใส่ตู้ก่อนจะเดินมานั่งข้างๆ รักษ์ก่อนจะถือวิสาสะหยิบโทรศัพท์ของรักษ์ขึ้นมาดู “ข่าวเหี้ยไรเนี่ย”



“ตกใจเนียนนะมึง”



“เดี๋ยวๆ มึงหาว่ากูทำ?” เผ่าเพชรมองหน้ารักษ์ด้วยความไม่พอใจเมื่ออยู่ๆ รักษ์ก็โยนความผิดมาให้เขา ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้เป็นคนทำ



“ถ้าไม่ใช่มึงแล้วใคร” รักษ์ยังคงตั้งหน้าตั้งตาหาเรื่องเผ่าเพชรที่ดูตกใจกับข่าวที่เกิดขึ้น



“อย่าพาลขอร้อง ไหนว่าแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกไง”



“ก็ออก แต่มึงทำเกินไปป่าววะ มึงทำให้กูดูแย่ ก็มีแค่มึงเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้โดยเฉพาะเรื่องกูแฮ็กข้อมูลเป็น แต่ในข่าวใส่ร้ายว่ากูเคยไปแฮ็กข้อมูลของหน่วยงานรัฐ ซึ่งกูไม่เคย” รักษ์ก้มหน้าลงมองที่พื้นอย่างหัวเสียกับสิ่งที่เกิดขึ้น



“ซึ่งกูไม่ได้ทำ” เผ่าเพชรถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจเมื่อรักษ์ยังคงปักใจว่าเรื่องที่เป็นกระแสอยู่ในตอนนี้เป็นฝีมือของเผ่าเพชร ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วนั้นเรื่องทั้งหมดมันคือฝีมือของรักษ์เอง



ใช่ มันคือสิ่งที่รักษ์วางแผนเอาไว้ตั้งแต่ต้น



“ไอ้รักษ์มึงรีเซียสเหรอวะ?” เมื่อเห็นว่ารักษ์มีท่าทีนิ่งไป เผ่าเพชรจึงขยับเข้าไปใกล้ๆ ก่อนจะใช้สองมือประคองใบหน้าของรักษ์ขึ้นมาเพื่อให้สบตาเข้ากับเขา



“เรื่องนี้ ถ้าพรรคหาต้นต่อไม่เจอว่าใครทำ บางทีกูอาจจะโดนข่าวมั่วๆ นั่นตัดสิทธิ์การลงสนามครั้งนี้แน่ พรุ่งนี้กูถูกเรียกตรวจสอบแต่เช้าเกี่ยวกับกระแสที่เกิดขึ้น” ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องจริงเพราะทางฝ่ายกลยุทธ์รู้เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นดี มีเพียงแค่เผ่าเพชรที่คล้อยตามไปกับการแสดงละครของรักษ์ “กูเครียดว่ะ”



“ไอ้รักษ์มึงโอเคไหมเนี่ย” เมื่อเห็นว่ารักษ์ยังมีทีท่าว่าไม่ดีขึ้น เผ่าเพชรจึงยอมอ่อนลงและพยายามทำให้รักษ์เลิกสนใจกับข่าวที่เกิดขึ้น “มึงอย่าไปดูเลย คนแม่งก็วิจารณ์มั่วไปหมด เอาโทรศัพท์มึงมานี่ กูปิดเครื่องให้” เผ่าเพชรปิดเครื่องโทรศัพท์ของรักษ์พร้อมกับโยนไปที่โซฟาอีกตัวที่อยู่ห่างออกไป



“ไม่ใช่มึงจริงๆ ใช่ไหมวะ” รักษ์ยังคงถามย้ำ



“เชื่อดิว่าไม่ใช่กู...” เพราะถ้าเป็นฝีมือของเผ่าเพชรเขาคงเล่นงานเรื่องอื่นที่รุนแรงกว่านี้ โดยเฉพาะช่วงที่รักษ์กำลังได้รับกระแส เผ่าเพชรจึงได้โอกาสในช่วงที่รักษ์เข้าไปอาบน้ำ ปล่อยข้อมูลบางอย่างเสริมให้ข่าวรุนแรงมากยิ่งขึ้น



“ขอโทษนะไอ้รักษ์ แต่นี่มันคือจังหวะของกูว่ะ” เผ่าเพชรยิ้มให้กับโทรศัพท์ของตัวเองหลังจากที่ปล่อยข้อมูลบางอย่างผ่านอินเทอร์เน็ต



การเปิดการโจมตีด้วย IO ถือว่าเป็นหมัดแรก และเป็นการเปิดสนามให้พรรคอื่นๆ ตามมา เพียงแค่ใช้รักษ์ที่มีชื่อเสียงบวกกับแบ็คใหญ่ๆ ทำให้การสาวไปถึงเรื่องอื่นรวมถึงคนอื่นๆ เป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้น



แต่เผ่าเพชรคิดว่าตอนนี้คงหมดเวลางานแล้ว



รักษ์ที่เดินออกมาจากห้องน้ำคิดตรงใจกับเผ่าเพชรที่ว่า ต่อจากนี้ไปเป็นเวลาส่วนตัว การแสดงเมื่อสักครู่ต้องจบลงและค่อยเริ่มต้นใหม่ในวันพรุ่งนี้



“นมไหม?” เผ่าเพชรเอ่ยถามเมื่อเห็นว่ารักษ์ตรงไปเปิดคอมฯ เพื่อเล่นเกมเหมือนอย่างทุกคืน



“นมมึงอะนะ?”



“นมที่ตีนกูนิ” เผ่าเพชรลุกขึ้นตรงไปที่ห้องครัวเพื่ออุ่นนมให้กับรักษ์ รักษ์มีปัญหาเรื่องการนอนหลับยาก หากได้กินนมอุ่นที่มีรสชาติหวานนิดๆ จะทำให้หลับสบายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะวันนี้วันที่รักษ์มีเรื่องให้เครียดมากกว่าทุกวัน



“รีบกินแล้วไปนอน ก่อนนอนแปรงฟันด้วยนะมึง” เผ่าเพชรวางแก้วนมลงตรงหน้ารักษ์ที่กำลังเล่นเกมอยู่



“แล้วมึงจะไปไหน?”



“ทำงาน กูเอางานมาทำ มันยังไม่เสร็จดี”



“ช่วยไหม”



“ลืมไปรึเปล่าว่ามึงอยู่ฝ่ายตรงข้าม”



“แต่สัญญาว่าจะช่วยในฐานะแฟน” รักษ์พูดจริงเพราะตอนนี้เขาถอดหัวโขนที่สวมไว้ออกหมดแล้ว เขาพร้อมที่จะช่วยเผ่าเพชรในทุกๆ เรื่อง แม้ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องที่ไม่สมควรก็ตาม



“เชื่อได้มากแค่ไหน”



“ให้กรีดเลือดสาบานก็ทำได้” แววตาของรักษ์ไม่มีแววล้อเล่น ทำให้เผ่าเพชรหยักหน้ารับความช่วยเหลือของรักษ์



“ถ้างั้นก็ตามใจมึง กูไปอาบน้ำก่อนมึงก็เล่นไป” เผ่าเพชรเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ส่วนรักษ์เองตั้งใจเล่นเกมที่ค้างไว้อยู่จนจบตา ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่เผ่าเพชรออกมาจากห้องน้ำ



“ให้ช่วยเรื่องอะไร” รักษ์ปิดคอมฯ เสร็จเดินถือแก้วนมมานั่งลงที่พื้นพรมข้างๆ เผ่าเพชรที่กางเองสาร เปิดคอมฯ รวมถึงงานวิจัยอีกหลายเล่ม



“กูคิดว่ามันสามารถทำได้มากกว่าการปลูกพืชหมุนเวียน” เผ่าเพชรยื่นกระดาษที่เขาร่างมาให้รักษ์ดูเกี่ยวกับการประเมินปัญหาของพื้นที่ที่เขาไปลงมาเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน โดยมีอินเป็นฝ่ายตรวจสอบ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องยากของเผ่าเพชรที่จะนำงานชิ้นนี้ไปเสนอแก่ฝ่ายนโยบายของพรรคหากไม่ผ่านความเห็นชอบเบื้องต้นของอิน “พี่อินเขาให้คำแนะนำกูมาแค่นี้วะ”



“ถ้าให้มาแค่นี้มึงก็อย่าเสียเวลาไปถามเลย ดูก็รู้ว่าตั้งใจให้มึงไม่ผ่าน” รักษ์ออกความเห็นตามที่เขาเห็นสมควรเกี่ยวกับเรื่องนี้



“ทำไงได้ ถ้าแค่นี้กูผ่านไม่ได้อย่างอื่นก็คงยาก โดยเฉพาะกับคนอย่างมึง”



“คนอย่างกูมันทำไม?”



“เจ้าเล่ห์”



“เหมือนมึงไม่อย่างนั้นแหละไอ้เพชร ทำเป็นพูดดี” รักษ์ส่ายหน้าก่อนจะหยิบดินสอขึ้นมาขีดเขียนอะไรบางอย่างในกระดาษ “กูเห็นด้วยกับไอ้อินตรงที่เส้นทางโลจิสติกส์ที่มึงว่าเนี่ย มันยากเกินไปที่จะพัฒนา อย่างต่ำคงหลายปี แต่ถ้าเราเสริมอาชีพบางอย่าง หรือไม่ก็ลองมองจุดเด่นอื่นๆ”



“จุดเด่นอื่นๆ เหรอวะ?” เผ่าเพชรคิดตามในสิ่งที่รักษ์พูด



“อืม กูไกด์ให้แค่นี้แหละ เพราะกูก็มีเรื่องให้จัดการเหมือนกัน” รักษ์หยิบแก้วนมขึ้นมาดื่มจนหมด พร้อมกับมองเผ่าเพชรเป็นระยะด้วยความเงียบ เขาอยากให้เผ่าเพชรมีสมาธิ



“แบบนี้ได้ป่าววะ?” เผ่าเพชรยื่นสิ่งที่เขียนให้รักษ์ช่วยดู



“พอได้ แต่แนะนำว่ามึงต้องอุดรอยรั่วเรื่องข้อมูลพื้นฐานให้แน่นกว่านี้ เพราะไอ้อินมันถามมึงแน่ว่าทำไมมา way นี้”



“ขอบใจ”



“แค่พูด?” รักษ์เลิกคิ้วถามเมื่อเห็นว่าเผ่าเพชรเอาแต่นั่งมองกระดาษที่เขาช่วยแก้ในบางเรื่อง



“แล้วมึงจะเอาไง?” เผ่าเพชรหันไปถามรักษ์ที่นั่งยิ้มเจ้าเล่ห์โดยใช้สายตาของเขาโลมเลียอยู่ทั่วร่างกายของเผ่าเพชร



“แก้ผ้าแล้วไปรอที่เตียง” เผ่าเพชรชี้ส่งไปที่เตียงโดยที่สายตาของเขาไม่ได้มองมาที่รักษ์



“มองกูก่อนได้ไหม?” รักษ์ถือวิสาสะหยิบกระดาษในมือของเผ่าเพชรออก พร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างประคองใบหน้าของเผ่าเพชรเอาไว้



“กูมองมึงมาเยอะแล้วไอ้รักษ์”



“มองอีกดิ มองกู...” ด้วยน้ำเสียงบวกกับน้ำหลังของมือที่ไล่ลงมาตามใบหน้า ปลายคาง จนกระทั่งถึงซอกคอของเผ่าเพชร ทำให้อารมณ์ตั้งใจทำงานในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยอารมณ์บางอย่างที่เริ่มปลุกความต้องการของเขาให้เพิ่มมากขึ้น



มีอีกอย่างที่เผ่าเพชรรู้มาตลอดเกี่ยวกับรักษ์คือ Sex appear ในแววตาของรักษ์สูงมาก โดยเฉพาะการขยับร่างกาย ยิ่งมองอย่างไรก็ดึงดูดให้เขาเข้าไปสัมผัส



“......”



“มองหน้ากูแล้วมึงรู้สึกอย่างไงตอนนี้?”



“กู...”



“ต้องการกูไหม?” รักษ์โน้มใบหน้าของเขาไปที่ซอกคอของเผ่าเพชร พร้อมกับค่อยๆ จรดปลายลิ้นสัมผัสเบาๆ ยิ่งเน้นมากเท่าไหร่ ความรู้สึกของเผ่าเพชรก็ชัดเจนมากยิ่งขึ้น



“ครับ...” เผ่าเพชรเชิดหน้าขึ้นเมื่อมือของรักษ์เลื่อนเข้ามาใต้เสื้อของเขาพร้อมกับบีบนวดเบาๆ ช่วงเอวลงมาถึงสะโพก



“คุณเผ่าเพชรครับ ลิ้นของผมต้องการสัมผัสทั่วๆ ร่างกายของคุณเลย ผมขอ..อนุญาตได้ไหม” รักษ์หยุดการกระทำทุกอย่าง ก่อนจะโน้มใบหน้าโดยที่สันจมูกของเขาแนบชิดกับสันจมูกของรักษ์



“คะ..ครับ” เผ่าเพชรถอดเสื้อของเขาออกอย่างว่าง่ายเพราะตอนนี้สติของเขาแทบจะไม่เหลืออยู่เพราะแรงดูงดูดที่ออกมาจากรักษ์



“เก่งมากครับเผ่าเพชร” น้ำเสียงนุ่มทุ้มกระซิบเบาๆ ข้างๆ ใบหู ก่อนจะขบเม้มและไล่ลงมาเรื่อยๆ ลิ้นร้อนไม่รอช้าสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากของเผ่าเพชรควานหาความหวานที่ต้องการ



“เพชรชอบไหมครับ?”



“ชอบครับ” เผ่าเพชรตอบออกมาทั้งๆ ที่ตาของเขายังคงหลับอยู่เพื่อลิ้มรสบางสิ่งบางอย่างที่รักษ์ก้มลงไปทำให้ โดยเฉพาะช่วงที่รักษ์ลากจากส่วนโคนลงมายังบริเวณปลาย



“ถ้าชอบ..ทำให้รักษ์บ้างได้ไหม?”



“ถุงยาง? ....”



“ใส่ให้รักษ์ได้ไหมครับ?” สิ้นสุดคำพูดเผ่าเพชรควานมือไปหาถุงยางก่อนจะก้มลงไปสวมใส่ให้กับรักษ์



ก่อนที่ทั้งคู่จะเริ่ม...









“ไอ้รักษ์! มึงจะกัดคอกูทำไม!” เผ่าเพชรร้องเสียงหลงเมื่ออยู่ๆ รักษ์พลิกตัวพร้อมกับจับให้เขาเป็นฝ่ายอยู่ล่างก่อนจะก้มหน้าลงมากัดที่คอของเผ่าเพชรแรงๆ



บทรักที่นุ่มนวลจบลงก่อนจะตามมาด้วยความหื่นกระหายที่รักษ์ชอบมากที่สุด รักษ์รู้ดีว่าเผ่าเพชรชอบการมีเซ็กส์ที่นุ่มนวล สุภาพ และอ่อนหวาน แต่เขาต้องการเซ็กส์ที่ดุดันและร้อนแรงเช่นกัน ทั้งคู่ต่างมีความชอบไม่เหมือนกัน แต่เขาทั้งสองสามารถตกลงหาจุดร่วมให้กันและกันได้อย่างลงตัว



“ไม่มีเหตุผล รู้แค่ว่าอยากกัดก็กัด”



“กวนตีน” เผ่าเพชรแตะเบาๆ ที่รอยแผลที่คอของตัวเองเพื่อเช็คว่าความลึกที่รักษ์ทำมันลึกมากแค่ไหน “ดีนะเลือดไม่ไหล”



“กูก็ไม่ได้โรคจิตขนาดนั้น กูแค่ชอบให้มึงด่ากูตอนมีเซ็กส์ก็เท่านั้น” รักษ์พลิกตัวลงนอนข้างๆ เผ่าเพชรหลังจากที่พวกเขาบรรลุเป้าหมายของกิจกรรมทั้งคู่



ทั้งสองนอนมองเพดาน โดยที่มือยังคงสัมผัสกันภายใต้ผ้าห่มผืนหนา



“ไอ้เพชร”



“หื้ม?” เผ่าเพชรหันหน้ามามองรักษ์ที่เรียกชื่อเขาของท่ามกลางความเงียบ



“หลังจากนี้กูจะต้องกลับไปอยู่ที่บ้านสักพัก เพราะมีออกต่างจังหวัด มึงเองก็เหมือนกันสินะ”



“.....อืม”



“ถ้ากูจะตกลงอะไรกับมึงหนึ่งอย่าง มึงจะโอเคไหม?” รักษ์โน้มตัวเข้าไปหาเผ่าเพชรจนหน้าของทั้งสองห่างกันไม่กี่เซนต์



“ว่ามา” เผ่าเพชรรอฟังในสิ่งที่รักษ์กำลังจะพูด ถ้าให้เขาเดามันคงเกี่ยวกับเรื่องของงานแน่ๆ



“ตั้งแต่นี้จนถึงเลือกตั้ง กูอาจจะใจร้ายกับมึง แต่นั่นมันคือรักษ์ที่อยู่ในบทบาทของนักการเมือง” การตกลงครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะหน้าที่ของเขาสองคนไม่ใช่แค่สมาชิกพรรคธรรมดาอีกต่อไป แต่นี่คือการเข้ามาทำงานในฐานะตัวแทนของประชาชน



“ไม่ต้องกลัวหรอกไอ้รักษ์ อะไรที่มึงไม่เคยเห็น มึงก็จะได้เห็น เพราะกูเองก็คงไม่ใจดีกับมึงเหมือนกัน” เผ่าเพชรยิ้มออกมาหลังจากที่ได้ฟังในสิ่งที่รักษ์พูด



“แต่ในฐานะแฟน กูยังเหมือนเดิม”



“เกินครึ่งที่คนส่วนมากจะจบสถานะความสัมพันธ์เพียงเพราะทัศนคติไม่ตรงกัน มึงรู้ใช่ไหม?”



“แล้วมึงก็รู้ใช่ไหมว่าอีกเกินครึ่งเขาก็อยู่ด้วยกันได้เหมือนกันถ้าแยกแยะออก”



“เราตกลงกันตั้งแต่ต้นแล้วไอ้รักษ์ ว่าถ้าวันหนึ่งกูกับมึงขวางทางเดินของกันและกันจนไปต่อไม่ไหว...”



“วันนั้นกูก็ไม่ฝืน” มันคงเป็นเรื่องที่แปลกสำหรับชีวิตคู่ของคนสองคนที่มาพูดถึงอนาคตข้างหน้าเกี่ยวกับการจบความสัมพันธ์ แต่มันกลับกลายเป็นเรื่องธรรมดาของรักษ์และเผ่าเพชร “ไม่ต้องห่วงเพชร หัวใจของกูยังเหมือนเดิม”
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 3 23.01.63
เริ่มหัวข้อโดย: miikii ที่ 25-01-2020 03:10:20
เหมือนกันมาก 55555555555555
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 3 23.01.63
เริ่มหัวข้อโดย: BitterCucumber ที่ 25-01-2020 23:13:37
มีความกังวลว่าในอนาคตจะมีปัญหาที่ทำให้อารมณ์กับหน้าที่มาปนกันจนแยกไม่ออก แล้วก็เลิกกัน   :sad4: นึกภาพไม่ออกอ่ะว่าคนทัศนคติไม่ตรงกันมันจะคบกันยาวได้ยังไงๆ
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 4 27.01.63
เริ่มหัวข้อโดย: KJH177 ที่ 27-01-2020 21:08:20
บทที่ 4

ออกทีวีด้วยกันครั้งแรก


นับตั้งแต่วันนั้นนี่ก็ผ่านมาได้เกือบๆ เดือนที่ทั้งคู่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ไม่ได้คุยกัน อาจจะมีเจอกันบ้างแต่เจอกันในฐานะฝั่งตรงข้าม ทำให้ทั้งสองต้องระมัดระวังตัวตลอดเวลา โดยเฉพาะรักษ์ที่มีกระแสในโลกออนไลน์อย่างมาก ทั้งเรื่องที่ได้รับความนิยมและเรื่องที่ถูกโจมตีของฝ่ายตรงข้าม



สิ่งที่ทำให้รักษ์เป็นที่นิยมคือกระแสเฟคนิวส์ที่เขาสร้างขึ้นมาเอง ก่อนจะมีการจัดแถลงการณ์ร่วมกับพรรคว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่เรื่องจริง ทำให้เขากลายเป็นคนที่มีกระแสขึ้นมา หลังจากนั้นรักษ์พยายามสร้างภาพรักให้เป็นคนดีขึ้นมาแม้ว่าเรื่องที่ทำจะเป็นการจัดฉากบ้างเป็นบางกรณี อาทิ



‘วันนี้ผมบังเอิญไปเจอเหตุการณ์ที่น่าประทับใจเกิดขึ้น มีวัยรุ่นชายหน้าตาดียืนแจกหน้ากากฝุ่นป้องกัน PM 2.5 อยู่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ ตอนแรกผมก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใครเพราะแต่งตัวธรรมดา แต่พอไม่มองใกล้ๆ ผมถึงกับคุ้นหน้าคุ้นตาเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน ผมเลยรับหน้ากากมาอย่างงงๆ ก่อนจะคิดขึ้นได้ว่าคนนั้นคือ รักษ์ เดชะนฤมิตร พรรคธรรมรงค์ไทยนั่นเอง ความคิดเห็นผมนะถ้าเขาจะมาแจกเขาก็ควรจะใส่เสื้อพรรคหรืออะไรก็ได้ที่บ่งบอกว่าเขามาจากไหนถ้าหากจะทำคะแนน แต่นี่เขามาแบบธรรมดา บอกตามตรงผมโคตรประทับใจเลยครับ การเลือกตั้งครั้งนี้ผมรู้แล้วว่าจะเลือกพรรคอะไร’



ข้อความพร้อมกับรูปที่รักษ์ยืนแจกหน้ากากให้คนที่สัญจรผ่านไปผ่านมาเป็นไวรัลในช่วงข้ามคืน มีคนกดไลก์กดแชร์เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะคอมเม้นต์ที่กล่าวชื่นชมและออกตัวเป็นแฟนคลับรักษ์อย่างล้นหลาม



เป็นเรื่องที่ง่ายมากหากจะเล่นกระแสผ่านสื่อโซเชียล เพราะรักษ์ทำการวิเคราะห์มาว่าสื่อโซเชียลไปไวมากโดยที่ไม่มีการตรวจสอบ และกระแสที่ตกไวเช่นกัน โจทย์ที่ท้าทายของเขาก็คือทำอย่างไรให้อยู่ในกระแสโซเชียลมากที่สุด เช่นเดียวกับเผ่าเพชร ที่เดินคนละเส้นทางกับรักษ์ โดยเขานั้นออกสายต่างจังหวัดและเขตที่เขาลงสมัคร เน้นลงพื้นที่จริงทำงานจริง แสดงด้านที่จริงใจออกมาให้มากที่สุด ด้วยการที่ทำงานหนักมาตลอดหลายวันทำให้เผ่าเพชรเริ่มมีอาการไม่สบาย แต่เขาก็ไม่คิดจะหยุดออกหาเสียง และวันนี้เป็นอีกวันที่เผ่าเพชรต้องมาทำงานในตัวแทนของพรรคในฐานะนักการเมืองรุ่นใหม่ ผ่านรายการโทรทัศน์ชื่อดัง ทั้งสองเตรียมตัวมาอย่างดีทั้งข้อมูล การวางตัว รวมถึงการแสดงออกทางอารมณ์ เรื่องนี้เขาต้องทำได้ดีกว่านักการเมืองผู้ใหญ่ที่ก่อนหน้าที่มีอาการฟิวส์ขาดจากการโจมตีในระหว่างการดีเบตของฝ่ายตรงข้าม



“สวัสดีครับ” เผ่าเพชรที่มาถึงก่อนเวลานัดล่วงหน้ากล่าวสวัสดีทีมงานที่ออกมาต้อนรับและพาไปยังสถานที่พักก่อนเริ่มการจัดรายการ



“ตัวจริงคุณเผ่าเพชรน่าเด็กกว่าที่เคยเห็นในรูปอีกนะคะ” ทีมงานสาวที่ทำหน้าที่ในการต้อนรับชวนเผ่าเพชรคุยระหว่างเดินเข้ามาในห้องพัก



“ขอบคุณครับ แล้วนี่ยังไม่มีใครมาอีกเหรอครับ? คุณมน?” เผ่าเพชรที่เข้ามาในห้องเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าในห้องพักไม่มีใครเลย นอกจากเขาและทีมงานผู้หญิงที่ชื่อมนจากการสังเกตป้ายที่เธอห้อย



“ยังเลยค่ะ คุณเผ่าเพชรมาคนแรก เชิญนั่งก่อนนะคะเดี๋ยวมนเอาน้ำกับของว่างมาให้ทานไปก่อน เหลือเวลาอีกนานกว่าจะดำเนินรายการ”



“ครับ เรียกผมว่าเพชรเฉยๆ ก็ได้ครับ เรียกคุณผมไม่ค่อยชินเลย”



“ฮ่าๆ ได้เลยค่ะ ถ้าน้องเพชรต้องการอะไรเรียกพี่เลยนะคะ” เผ่าเพชรโค้งศีรษะเล็กๆ ตอบรับคำของมน ระหว่างนั้นเผ่าเพชรจึงนั่งเช็คข่าวรอระหว่างที่ทุกคนยังไม่มา



ข้อมูลของในวันนี้จากทางพรรค เขารู้เพียงแค่ว่ามีนักการเมืองรุ่นใหม่มาออกรายการน่าจะสี่ถึงห้าพรรค หนึ่งในนั้นเขามั่นใจว่าต้องมีรักษ์อย่างแน่นอน เผ่าเพชรแอบรู้สึกกังวลเล็กน้อยเพราะนี่ก็ผ่านมาเกือบเดือนที่ทั้งคู่ไม่ได้ติดต่อกัน ทั้งงานยุ่ง ไม่มีเวลา และรักษาระยะห่างระหว่างที่การแข่งขันเริ่มเข้มข้นขึ้น แต่เรื่องที่เผ่าเพชรรู้สึกไม่สบายใจอีกอย่างก็คือ วันนี้เป็นวันครบรอบแปดปีของการคบกัน



ถ้าเป็นปีที่ผ่านมาทั้งคู่ก็คงออกไปทานข้าว ดูหนัง ซื้อของขวัญให้กันและกัน แต่ปีนี้เป็นปีแรกที่เขาสองคนสองคนไม่ได้อยู่ด้วยกันในวันคบรอบ ซึ่งเผ่าเพชรเองก็เข้าใจเหตุผลของมันดี



“สวัสดีครับ”



“สวัสดีครับ”



“สวัสดีครับ”



คำทักทายในช่วงที่มีสมาชิกเข้ามาใหม่ทำให้เผ่าเพชรไม่รู้สึกเหงาเหมือนตอนที่นั่งอยู่ในห้องคนเดียว เพราะตัวแทนที่มาเผ่าเพชรรู้จักเป็นอย่างดีเพราะเคยเจอกันมาก่อนหลายต่อหลายครั้ง บทสนทนาส่วนใหญ่เป็นการสอบถามสารทุกข์สุกดิบในฐานะรุ่นพี่รุ่นน้องมากกว่าศัตรูคู่ตรงข้าม จนกระทั่งคนที่เผ่าเพชรนึกถึงเดินเข้ามาพร้อมกับแก้วกาแฟหลายใบในมือ พร้อมกับเม็ดเหงื่อที่ไหลออกมาตามกรอบหน้าของ ‘รักษ์’



“สวัสดีครับ ขอโทษที่มาช้านะครับ” รักษ์วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะพร้อมกับกล่าวขอโทษทุกคนที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว จากสายตาที่เขามองมาคร่าวๆ เขาคงเป็นคนสุดท้ายที่มาถึง “ผมซื้อกาแฟร้อนมาฝากทุกๆ คน มีขนมด้วยเจ้านี้อร่อยเลย อันนี้ของทีมงานครับ ผมหวังว่าคงไม่มีใครฟ้องว่าผมซื้อเสียงหรอกนะครับ”



“แหมคุณรักษ์ ดักทางเก่งนะครับ” ‘ตฤน’ นักการเมืองที่มาจากพรรคเสื้อสีขาวพูดหยอกเชิงทีเล่นทีจริง



“ต้องดักไว้ก่อนครับ เผื่อมีรูปหลุดออกไปผมจะได้ตามตัวถูกว่าเป็นใคร” รักษ์มองไปทางเผ่าเพชรผ่านๆ โดยที่ไม่มีใครสังเกตพร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆ มุมปากที่เขาตั้งใจจะสื่อว่า คนนั้นที่หมายถึงคือใคร ส่วนเผ่าเพชรเองก็พยายามแสร้งไปทางอื่นเพื่อไม่สนใจรักษ์ “อันนี้ขนมจากใจในฐานะรุ่นพี่รุ่นน้องกัน ไม่มีสีเสื้อมาเกี่ยวแน่นอน”



“ขอบคุณครับ” ทุกคนต่างหยิบขนมกาแฟที่รักษ์ซื้อมาฝากขึ้นมารับประทานเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท ซึ่งเผ่าเพชรเองก็เป็นหนึ่งในนั้น



“.....” เผ่าเพชรชะงักทันทีที่สัมผัสรสชาติของกาแฟ เพราะรสชาตินี้มีเพียงรักษ์คนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าเขาชอบ เผ่าเพชรจึงเหลือบสายตาขึ้นไปมองและเห็นว่ารักษ์เองที่ยิ้มให้เขาอยู่



“ผมไม่รู้ว่ารสชาติจะถูกปากทุกคนไหม ผมเลยซื้อรสที่ผมชอบมาน่ะครับ”



“คุณรักษ์สงสัยจะชอบทานหวานนะครับเนี่ย” ‘ภรัณ’ ตัวแทนจากพรรคเสื้อสีชมพูพูดขึ้นหลังจากที่ได้ชิมรสกาแฟ “แต่ไม่ใช่หวานน้ำตาลใช่ไหมครับ”



“หวานจากหญ้าหวานครับ”



“.....”



เผ่าเพชรชอบดื่มกาแฟใส่น้ำตาลหญ้าหวาน.... เพราะใส่หวานเท่าไหร่ก็ไม่มีผลต่อสุขภาพ



บรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสียงพูดคุย แต่มีหนึ่งคนที่นั่งเกร็งเหมือนทำตัวไม่ถูกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขายอมรับเลยว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รักษ์ซื้อของให้เขา แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกเก็บอาการไม่อยู่กับการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของรักษ์



“คุณเพชรไม่สบายหรือเปล่าครับ ทำไมอยู่ๆ หน้าแดง” ตฤนที่นั่งอยู่ข้างๆ สังเกตใบหน้าของเผ่าเพชรที่เริ่มออกสีแดงระเรื่อกับความคิดความรู้สึกของตัวเอง



“เปล่าครับ สงสัยแอร์หนาว” เผ่าเพชรสะบัดความคิดในหัวของตัวเองออก ก่อนจะหาข้ออ้างตอบตฤนกลับไป



“เอาเสื้อผมไหม?” ตฤนเตรียมจะถอดเสื้อคุมของเขาออก แต่เผ่าเพชรกลับห้ามเอาไว้ก่อน



“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวก็ถึงเวลาแล้ว ขอบคุณนะครับ” รักษ์มองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนิ่งๆ พร้อมกับจดบันทึกไว้ในใจว่าตอนนี้เขาไม่พอใจการกระทำของตฤน แต่เขาพอใจกับท่าทางที่เผ่าเพชรแสดงออก ดูก็รู้ว่าเขิน



“ทุกคนเชิญที่สตูฯ ค่ะ” เสียงของทีมงานดังขึ้นทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้องเตรียมลุกออกไปด้านนอกหลังจากที่ติดไมค์ไวเลสไว้ที่ตัว



หมับ!



ระหว่างทางที่เดินออกเผ่าเพชรต้องเดินผ่านรักษ์ที่ยืนอยู่ เผ่าเพชรพยายามไม่สนใจ แต่รักษ์กลับยื่นมือของเขามาสัมผัสมือของเผ่าเพชรเบาๆ ในช่วงที่เผ่าเพชรต้องเดินผ่านก่อนจะเอาออกโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น สัมผัสที่ทำให้ความคิดของทั้งคู่เพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัวภายใต้ท่าทางนิ่งๆ ที่แสดงออกมา







การดำเนินรายการเริ่มจากพิธีกรนั่งอยู่ริมสุดไล่เรียงตำแหน่งจากรายชื่อของพรรคตามพยัญชนะ ทำให้เผ่าเพชรและรักษ์นั่งอยู่ห่างกันออกไป ระหว่างนั้นพิธีกรทำหน้าที่ดำเนินรายการด้วยท่าทางและทักษะที่ชำนาญทำให้นักการเมืองรุ่นใหม่ลดอาการประหม่าลง



“การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นครั้งที่ดุเดือดไม่ต่างจากหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา โดยเฉพาะสิ่งที่ทุกคนจับตามองเป็นพิเศษคือนักการเมืองรุ่นใหม่ที่อายุเรียงได้ว่าน้อยมากตั้งแต่ที่เคยมีการลงสมัครมาเลยค่ะ เรามาทำการรู้จักพวกเขาเหล่านี้ ดิฉันของเริ่มที่ท่านแรกค่ะ คุณรักษ์ เดชะนฤมิตร จากพรรคธรรมรงค์ไทย” พิธีกรทำหน้าที่กล่าวเปิดพร้อมกับผายมือไปทางรักษ์ที่นั่งอยู่กับที่ เมื่อกล้องแพลนมาที่เขา รักษ์จึงฉีกยิ้มเล็กพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้ด้วยท่าทางอ่อนน้อม



“ท่านที่สองคุณตฤน พฤษกภาส จากพรรคไผท”



“ท่านที่สามคุณภรัณ ธัญสิริ จากพรรคเลือดไทย”



“และท่านสุดท้ายคุณเผ่าเพชร บันดาลทรัพย์ จากพรรคสร้างสิ่งใหม่ค่ะ” และมาจบที่เผ่าเพชรเป็นคนสุดท้าย ก่อนจะเริ่มดำเนินรายการที่เข้มข้นขึ้น

“มาที่คำถามแรกเลยนะคะ คุณเผ่าเพชรมั่นใจไหมคะว่าพลังของคนรุ่นใหม่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงการเมือง”



“มั่นใจครับ มั่นใจมากเลยครับ เพราะพลังของคนรุ่นใหม่จากพรรคสร้างสรรค์ใหม่เรามั่นใจว่าแนวคิดของเราและการทำงานที่ลงพื้นที่เข้าถึงจริงของพวกเราจะเปลี่ยนแปลงได้” เผ่าเพชรเริ่มตอบคำถามเป็นคนแรกก่อนจะถัดไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงรักษ์



“แล้วคุณรักษ์คิดเห็นอย่างไรคะ”



“ผมเองมั่นใจเป็นอย่างเป็นอย่างมาก แต่ที่สำคัญคือนอกเหนือจากที่พวกเราในที่นี้เป็นคนรุ่นใหม่แล้ว พวกเราทั้งหมดยัง first time voter เหมือนกัน จะเปลี่ยนแปลงมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับการออกมาใช้สิทธิใช้เสียงเลือกตั้งที่จะถึงนี้ครับ” First time voter ในที่นี้คือเยาวชนที่มีอายุสิบแปดถึงยี่สิบห้าปี เพราะตลอดแปดปีที่ผ่านมาประเทศไม่มีการเลือกตั้ง แต่มาจากการแต่งตั้งเพราะเหตุความวุ่นวายทางการเมือง ทำให้ประเทศถูกแช่แข็งไม่ให้มีการเลือกตั้ง แต่เป็นการแต่งตั้งนักการเมืองขึ้นมา อย่างที่รู้ๆ กันคือตัวแทนของพรรคธรรมรงค์ไทย



“เริ่มดุเดือดกันแล้วนะคะ ตอนนี้อยากให้แต่ละคนพูดถึงตัวเองในฐานะคนรุ่นใหม่กับพรรค เริ่มที่คุณรักษ์ค่ะ”



“ครับ ผมมาจากตัวแทนของพรรคธรรมรงค์ไทยพรรคที่มีความเก่าแก่มากที่สุดและอยู่มาในทุกๆ ยุคสมัย แต่ก่อนอื่นเลยผมต้องออกตัวก่อนว่าผมไม่ได้เห็นด้วยกับพรรคทั้งหมดในฐานะนักการเมืองรุ่นใหม่ ผมจึงเข้ามาผลักดันสิ่งนั้นในพรรคและเรียนรู้การทำงานกับคนรุ่นเก่าเพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ผ่านนโยบาย กระบวนการต่างๆ และเข้ามาเป็นกระบอกเสียงให้กับทุกคน นอกจากนี้ทางพรรคยังฉีกกฎแนวอนุรักษนิยมอย่างที่ทุกท่านน่าจะทราบดี โดยการให้โอกาสนักการเมืองรุ่นใหม่เข้ามาอยู่ในลำดับปาร์ตี้ลิสเป็นลำดับต้นๆ ครับ”



“แล้วคุณเผ่าเพชรคิดอย่างไรคะ”



“สำหรับผมเลยนะครับการได้เข้ามาเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่มันเป็นสิ่งที่ควรมีอยู่นานแล้ว เพราะที่ผ่านมานักการเมืองที่เป็นตัวแทนของประชาชนส่วนมากจะละเลยความต้องการและความคิดของรุ่นใหม่อย่างเราๆ โดยเฉพาะเรื่องบางเรื่องที่ไม่เป็นที่ยอมรับและถูกมองว่าแนวคิดที่พวกเราคิดเป็นเรื่องที่ขัดต่อธรรมเนียม อย่างเช่น การยกเลิกการเกณฑ์ทหาร การแต่งงานในเพศเดียวกัน การเปลี่ยนผ่านจากสังคมวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมมาเป็นสังคมที่ทันสมัยผ่านเทคโนโลยีต่างๆ ที่ก้าวล้ำมากยิ่งขึ้น จากที่ประเทศที่พัฒนาเขาทำกัน ผมว่าบทบาทในส่วนนี้คนรุ่นใหม่มีส่วนในการผลักดันอย่างมากครับ” เผ่าเพชรแสดงทัศนของตัวเองผ่านแนวคิดหลักของพพรคซึ่งขัดกับอีกสามพรรคที่เหลืออย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะพรรคแนวอนุรักษนิยมอย่างพรรคของรักษ์



“นอกจากแนวคิดของทุกคน อยากทราบว่าอะไรคือปัญหาที่เกิดขึ้นของการเมือง และการที่มีนักการเมืองรุ่นใหม่เข้ามามันจะช่วยลดปัญหาตรงนี้ไหม เริ่มจากคุณตฤนค่ะ”



“ในความคิดของผม.........”



“คุณเผ่าเพชรคิดเห็นอย่างไรคะ”



“ผมมองว่าที่ผ่านมาปัญหาทางการเมืองคือการไม่ฟังเสียงประชาชน การทำงานผ่านแนวคิดของคนกลุ่มๆ เดียวเท่านั้น ผมมองว่านั่นเป็นสิ่งที่เลวร้ายมากสำหรับสังคมประชาธิปไตยครับ”



“ไม่ได้เป็นการชี้นำนะคะ แต่สิ่งที่คุณเผ่าเพชรตอบมาเป็นการพูดเป็นนัยๆ ถึงพรรคธรรมรงค์ไทยหรือเปล่าคะ?”



“ผมพูดตามความเป็นจริงครับ ถ้ามันไปโดยหรือตรงกับบางสิ่งบางอย่างผมก็จำเป็นต้องยอมรับในสิ่งที่ผมพูด” บรรยากาศในสตูฯ เริ่มดุเดือดมากยิ่งขึ้นเมื่อพิธีกรได้รับสัญญาณให้เพิ่มความร้อนแรงจากทีมโปรดิวเซอร์



“คุณรักษ์มีความคิดเห็นอย่างไรกับสิ่งที่คุณเผ่าเพชรพูดค่ะ”



“ผมมองว่าสิ่งที่คุณเผ่าเพชรพูดก็เป็นเรื่องจริงครับ แต่ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่บอกว่าการไม่ฟังความคิดเห็นของประชาชน เพราะนโยบายที่ผ่านมาทางพรรคของเราเน้นปัญหาที่คนส่วนใหญ่ของประเทศ แต่ต้องบอกก่อนว่าไม่ได้มองถึงส่วนน้อยนะครับ เราฟังทุกความต้องการของทุกคนและทุกระดับเพียงแต่บางครั้งนโยบายที่เราทำอาจจะไม่ถูกใจกับคนหลายๆ คน ถ้าให้เลือกตามหลักการแล้วเราก็ต้องแก้ที่ปัญหาของคนส่วนใหญ่หรือเปล่าครับ? ถ้าเราทำตามคนส่วนน้อยหรือคนบางกลุ่มซึ่งไม่สนใจคนส่วนใหญ่เลย แบบไหนที่ควรจะถูกมองว่าเป็นปัญหามากกว่ากันครับ” รักษ์ตอบด้วยรอยยิ้มเล็กๆ แต่ในคำพูดเรียกได้ว่าเป็นการเชือดเฉือนดีๆ นี่เองเพราะแต่ละจุดทิ่มแทงและตอบโต้กันอย่างเมามัน



“ผมจะยกตัวอย่างให้เข้าใจกันง่ายๆ นะครับเผื่อบางท่านในที่นี้คิดตามไม่ทันหรือไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมกำลังจะสื่อ ถ้าหากว่าประเทศของคุณมีคนหนึ่งร้อยคน หนึ่งในจำนวนนั้นซึ่งเป็นส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องความยากจน แต่สิบเปอร์เซ็นต์ของประเทศเป็นคนที่มีฐานะและเอาตัวเองรอด หากคุณเป็นรัฐคุณจะเลือกมองปัญหาของคนกลุ่มไหนก่อนกัน ระหว่างเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ กับอีกสิบที่ช่วยเหลือตัวเองได้ดีแต่มีบางเรื่องที่ต้องการรัฐมาสนับสนุน ถ้าถูกสิบเปอร์เซ็นต์มองว่าไม่ฟังเสียงประชาชนเลย กับอีกเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ที่สามารถลืมตาอ้าปากได้โดยที่ไม่ต้องขอรับความช่วยเหลือจากรัฐเหมือนเดิม ผมก็ยอมถูกมองว่าไม่ฟังเสียงประชาชนครับ”



“คำตอบของคุณรักษ์นี่เรียกได้ว่าฮือฮาและร้อนแรงมากเลยค่ะ แล้วอีกสองท่านที่เหลือคิดเห็นอย่างไรกันบ้างคะ” ตฤนและภรัณต่างตอบคำถามของพิธีกรและตอบโต้แนวความคิดของรักษ์และเผ่าเพชรได้อย่างดุเดือดไม่แพ้กันจนกระทั่งถึงช่วงการดีเบตเรื่องนโยบาย



“ทางพรรคของเราเน้นไปที่เรื่องสิ่งใหม่ๆ นโยบายใหม่ๆ การติดต่อกับต่างประเทศมากยิ่งขึ้น การผลักดันให้คนรุ่นใหม่กล้าที่จะแสดงความคิดเห็นและกล้าที่เป็นตัวของตัวเอง และปลดล็อกจากค่านิยมเดิมๆ ดังนั้นอย่ากลัวที่จะเปลี่ยนแปลงครับ” เผ่าเพชรเริ่มเป็นคนแรกในการพูดนโยบายของพรรค “โดยนโยบายที่ทางเรานำมาหาเสียงในวันนี้คือนโยบายตอบโจทย์คนรุ่นใหม่อย่าง นโยบาย freedom of idea เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานร่วมกับรัฐบาลในตำแหน่งที่สำคัญๆ เพื่อเป็นฐานให้กับการพัฒนา ทั้งในเรื่องเทคโนโลยี อุตสาหกรรม นวัตกรรมใหม่ๆ และยกเลิกระบบกฎเกณฑ์เดิมๆ ทิ้งไป โดยเฉพาะการยกเลิกระบบราชการบางตำแหน่งที่ไม่สามารถทำงานตอบโจทย์ประเทศได้ ซึ่งนี่เป็นการลดจำนวนราชการที่ไร้เสถียรภาพออกไปและเปิดรับคนรุ่นใหม่ๆ เข้ามา โดยทำหน้าที่คล้ายๆ กับฟรีเล้นหนึ่งคนไม่ได้ทำหนึ่งหน้าที่เท่านั้น แต่เป็นการบูรณาการความรู้ในหลายๆ ด้านเข้าด้วยกันเป็นสหความรู้ครับ”



“นโยบาย freedom of idea ของพรรคสร้างสิ่งใหม่เรียกได้ว่าน่าสนใจมากเลยค่ะ เรามาฟังความคิดเห็นของพรรคอื่นๆ กันบ้าง เริ่มจากคุณรักษ์เลย คิดเห็นอย่างไรกับนโยบายนี้คะ”



“ผมบอกได้คำเดียวเลยครับว่ายาก มันยากมากๆ เรียกได้ว่าเป็นนโยบายขายฝันเลยก็ได้ ขอโทษที่ต้องพูดตรงๆ นะครับ คงจะไม่โกรธกันนะ ผมเห็นถึงความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงระบบราชการ แต่คุณอย่าลืมว่าระบบนี้มันฝังรากลึกลงไปแล้ว ถ้าจะถอนออกอย่างที่คุณพูดก็คงยากแม้ว่าจะเริ่มจากบางตำแหน่งก็ตาม นโยบายนี้ผมเห็นรอยรั่วอีกเยอะเลย ถ้าให้พูดวันนี้ก็คงไม่หมดแน่ๆ อาจจะต้องซื้อเวลาเพิ่ม แต่ถ้าให้ผมแนะนำการที่ทำนโยบายที่เป็นรูปธรรมมันน่าจะสำเร็จมากกว่านโยบายขายฝันนะครับ อย่างแรกเลยการลงมือทำให้ทุกคนเห็นก่อนว่าคุณทำสำเร็จก่อนที่จะเสนออะไรในทำนองนี้ แต่ผมขอชื่นชมนะที่คุณคิดจะนำคนรุ่นใหม่ๆ เข้ามาทำงานในสิ่งที่คนรุ่นเก่าๆ เขาทำไว้ เรื่องบางเรื่องมีความคิดเจ๋งๆ ใหม่ๆ ไม่พอ มันต้องอาศัยประสบการณ์ด้วย เพราะสุดท้ายผมก็ไม่ได้บอกว่าผมเก่งหรือเจ๋งมากพอที่จะไม่ขอยืมมือใครเลย อย่าลืมว่าคนรุ่นใหม่ที่เก่งคือคนที่ต้องทำงานร่วมกับคนทุกรุ่นได้ด้วย” จบการไปอีกหนึ่งหมัดที่เรียกได้ว่าเป็นหมัดน็อกเอาท์ของรักษ์เลยก็ว่าได้ การมาออกรายการครั้งแรกครั้งนี้เขาทำสำเร็จ และเผ่าเพชรต้องไปทำการบ้านมาใหม่ เพราะเขาประมาทให้รักษ์มากเกินไป



“แต่...”



“หมดเวลาแล้วค่ะ ต้องขออนุญาตปิดตรงนี้เลย” ยังไม่ทันที่เผ่าเพชรจะได้อธิบายเพิ่มเติมพิธีกรตัดจบแบบดื้อๆ ก่อนที่จะให้ทุกคนสรุปภายในสามสิบวินาที



เผ่าเพชรนั่งสงบสติอารมณ์และพยายามแยกแยะเรื่องงานออกจากเรื่องส่วนตัว สิ่งที่รักษ์ทำไปเมื่อสักครู่ก็คืองานทั้งนั้น อย่ามารู้สึกแย่แบบนี้ เขาไม่แน่ใจว่ารู้สึกแย่เพราะถูกวิจารณ์หรือรู้สึกแย่เพราะคนวิจารณ์กันแน่ ถ้าคิดดีๆ ก็คงเป็นเพราะคนที่วิจารณ์คือรักษ์มากกว่า



“ขอบคุณทุกคนมากนะคะ” หลังจากจบการดำเนินรายการพิธีกรรีบเข้ามาขอโทษขอโพยทุกคนที่อาจจะล่วงเกินไปทางคำพูดกับทุกๆ คนเพราะนั่นเป็นสคริปต์ที่เธอได้รับมาอีกที ยิ่งถามตรงและพยายามทำให้ทุกคนตีกันมากเท่าไหร่นั่นคือหน้าที่ของพิธีกร



“ผมต้องขอโทษคุณด้วยนะครับที่อาจจะพูดแรงเกินไป” ก่อนจะออกจากสตูฯ รักษ์เดินตรงมาหาเผ่าเพชรอย่างเนียนๆ เหมือนอย่างคนอื่นๆ



“ครับ ไม่เป็นไรครับ” เผ่าเพชรเองก็ยิ้มตอบรักษ์อย่างสุภาพเช่นกัน เพราะบริเวณนี้มีทั้งกล้องและคนอีกมากมายเขาจึงต้องรักษาภาพลักษณ์ของตัวเอง



“ออกทีวีด้วยกันครั้งแรกเลยนะครับ”



“คือ..?”



“ครั้งแรกไงครับ” เผ่าเพชรงงหนักเข้าไปใหญ่เมื่อรักษ์พูดในสิ่งที่เผ่าเพชรไม่เข้าใจ โดยเฉพาะคำว่าครั้งแรกที่สามารถตีความไปได้หลายความหมาย



“.....”



“เดตบนเวทีครั้งแรกในวันครบรอบแปดปี...”



“.....!” เผ่าเพชรรีบเช็คไวเลสของตัวเองทันทีว่าปิดหรือยังในช่วงที่รักษ์เนียนๆ เข้ามากระซิบใกล้ๆ เพราะกลัวคนอื่นจะได้ยิน



ใบหน้าของเผ่าเพชรเปลี่ยนสีอย่างเห็นได้ชัด



“วันนี้เขินบ่อยจัง”



“ไอ้รักษ์” เผ่าเพชรกัดฟันพูดออกมาเบาๆ เมื่อรักษ์ยังคงแกล้งแหย่เผ่าเพชรในที่ที่สุ่มเสี่ยงแบบนี้



“คิดถึง”



“ไอ้รักษ์....”



“ก็พูดตามความจริง ผมโกหกตรงไหนเหรอครับคุณเผ่าเพชร ถ้าไม่พอใจก็คงช่วยไม่ได้จริงๆ” หางตาของรักษ์เห็นว่าตฤนเดินเข้ามาทางที่เขายืนคุยกับเผ่าเพชรอยู่ จึงรีบเปลี่ยนน้ำเสียงและโหมตให้ตฤนเข้าใจผิดว่าเรื่องที่พูดคือเรื่องที่เขาพูดกับเผ่าเพชรในช่วงดำเนินรายการ “เพราะผมพูดตามความรู้สึกของผม”



“เอ๋? คุณรักษ์พูดไม่ถูกนะครับ เรื่องแบบนี้มันต้องใช้เหตุผลมากกว่าความรู้สึก” และเป็นไปตามที่รักษ์คิดเอาไว้ไม่มีผิด



“เรื่องแบบนี้ผมไม่มีเหตุผล” รักษ์ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจและปล่อยให้ตฤนตีความไปแบบนั้น ส่วนเผ่าเพชรเองก็ยื่นนิ่งเพราะรู้สึกเหมือนจะเป็นลม ไม่ใช่เพราะเขินแต่อาจจะเป็นเพราะอาการไข้หวัดของเขาเริ่มแสดงอาการออกมา



“ผมขอตัวก่อนนะครับ” เผ่าเพชรเลี่ยงออกมาจากสตูฯ และตรงไปที่โรงรถเพื่อตรงกลับคอนโดฯ โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ารักษ์เดินตามมาห่างๆ และเห็นอาการของเผ่าเพชรทุกอย่างจนเขาอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้



“คุณคิมครับช่วยดูให้หน่อยว่าโรงจอดรถชั้น E มีคนอยู่ไหม ถ้าไม่มีคุณคิมช่วยกันไม่ให้ใครขึ้นมาได้ไหมครับ” รักษ์ต่อสายหาผู้ติดตามส่วนตัวของเขาในช่วงที่เผ่าเพชรยืนหันหลังพิงรถด้วยท่าทางไม่สู้ดีนัก



“ครับ พี่คิม ช่วยบอกพ่อว่าผมไม่กลับบ้านนะครับ ขอบคุณครับ” รักษ์วางสายก่อนจะตรงไปหาเผ่าเพชรเมื่อเขาได้รับการยืนยันว่าชั้นนี้ไม่มีใครอยู่นอกจากเขาสองคน อาจจะเป็นเพราะเป็นชั้นที่อยู่สูงที่สุดก็ว่าได้ ถ้าคิดเข้าข้างตัวเองเผ่าเพชรคงตั้งใจจะจอดตรงนี้เพื่อให้เขาเข้ามาหาได้อย่างสะดวก



“ไอ้เพชร”



“ไอ้รักษ์?”



“ไหวไหมมึง? กูบอกว่าให้ดูแลตัวเองด้วย มึงบ้ารึเปล่าที่ทำงานแม่งเจ็ดวันรวดแบบนั้น ไหนตัวร้อนไหมวะ” รักษ์เข้าไปประชิดตัวเผ่าเพชรพร้อมกับรวบเอวและดึงเข้ามาใกล้ก่อนที่จะใช้ฝ่ามืออังที่หน้าผากเบาๆ



“ตัวร้อน”



“เดี๋ยวกูไปกินยา”



“ไปหาหมอเลย”



“มันนาน”



“ใครเสือกป่วยล่ะ อย่างอแงไอ้เพชร มึงไม่สบาย” รักษ์ขมวดคิ้วทันทีที่เห็นว่าเผ่าเพชรเริ่มดื้อไม่ฟังในสิ่งที่เขาพูด



“กูไม่ได้เป็นไรทั้งนั้นแหละ ปล่อยกูได้แล้ว” เผ่าเพชรผลักรักษ์ออก “เดี๋ยวคนอื่นเห็น”



“กลัวไร”



“เดี๋ยวกูถีบให้เลย พูดมาได้กลัวไร มึงรีบไปเลยไอ้รักษ์” เผ่าเพชรโบกมือไล่ให้รักษ์ออกไปได้แล้วเพราะกังวลว่าจะมีคนมาเห็นเข้าก่อน



“เดี๋ยวขับรถให้”



“กูขับได้ไม่ต้องห่วง”



“ไม่ได้ห่วง กูแค่ไม่อยากให้รถพังหรอกหนา แล้วก็ไม่ต้องบอกว่ากลัวใครเห็นเพราะฟิล์มรถมึงดำฉิบหาย ขึ้นไปได้แล้วกูไม่อุ้มหรอกนะไอ้เพชร ถ้าไม่ขึ้นก็เดิน” รักษ์ล้วงกุญแจรถในกระเป๋ากางเกงของเผ่าเพชรก่อนจะเดินไปที่คนขับและสตาร์ทรถ เผ่าเพชรถอนหายใจออกมาก่อนจะเปิดประตูเข้าไปนั่งฝั่งตรงข้าม



“หลับไปก่อนถึงแล้วจะปลุก”



“เออ”



“มียาไหม กูว่ากูเคยใส่ไว้ในนี้นะ” รักษ์พูดกับตัวเองพร้อมกับหายาสามัญประจำบ้านในรถของเผ่าเพชรที่เขาเคยใส่เอาไว้



“ไอ้เพชรตื่นมากินยาก่อน” หลังจากที่หายาเจอรักษ์โน้มตัวเข้าไปเขย่าตัวเผ่าเพชรเบาๆ “กูก็อยากจะจูบป้อนยาเหมือนในละครหรอกนะ แต่มันใช้ไม่ได้กับมึง ชอบอมยา” รักษ์พยายามง้างปากของเผ่าเพชรออกและดันยาเข้าไปในปากพร้อมกับกรอกน้ำตาม และบีบปากให้เผ่าเพชรกลืน



“หลับซะเดี๋ยวปลุก” รักษ์ผิดฝาขวดน้ำก่อนจะก้มลงจูบที่ริมฝีปากของเผ่าเพชรเบาๆ พร้อมกับขับรถออก



วันนี้เขาไม่ลืมว่าเป็นวันอะไร ดังนั้นตลอดทั้งวันเขาจึงยอมทำตามเสียงหัวใจมากกว่าเสียงของสมอง



งานมาที่หลังความรักได้ถ้าเขาต้องการ
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 4 27.01.63
เริ่มหัวข้อโดย: BitterCucumber ที่ 29-01-2020 20:22:57
ก็จริงอย่างที่รักษ์พูดนะ ว่านโยบายของพรรคเผ่าเพชรมันดูขายฝัน เพราะแต่ละอย่างคือต้องลงทุนลงแรง ใช้ความต่อเนื่อง และใช้เวลานานมากจนทำให้รู้สึกเหมือนว่าคงเกิดขึ้นไม่ได้จริง เป็นได้แค่เรื่องที่ฝันเอาไว้เท่านั้นอ่ะ

เพชรไปเดินสายจังหวัดไหนมา ระวังเป็นโคโรน่านะ555
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 5 10.02.63
เริ่มหัวข้อโดย: KJH177 ที่ 08-02-2020 11:14:16
บทที่ 5

ระบบไร้ความสามารถ



“ผมอยู่กับไอ้เพชรนะพ่อ มันไม่สบาย” หลังจากที่พาเผ่าเพชรกลับมาที่คอนโดรักษ์รีบต่อสายหาผู้เป็นพ่อเพื่อรายงานว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนก่อนที่พ่อจะถาม



(วันนี้แกทำดีมาก ถ้าไม่บอกก่อนว่าเป็นแฟนกันพ่อคงไม่เชื่อ คนในพรรคออกปากชมว่าแกตอบดี ถือว่าเวทีแกนำคนอื่นไปเยอะเลย) รักษ์ยิ้มเยาะให้กับตัวเอง วันนี้เขาทำดีมากก็จริง แต่นั่นมันในฐานะที่เขาควรจะทำ



“ผมแยกแยะออก แต่ตอนนี้ผมต้องทำหน้าที่แฟน”



(พรุ่งนี้ประชุมพรรค)



“เจอกันครับ” รักษ์กดวางสายก่อนจะเหลือสายตามามองเผ่าเพชรที่นอนซมอยู่บนเตียงข้างๆ เขา หลังจากที่ให้กินยาและเช็ดตัวไปสักพักเผ่าเพชรก็เริ่มอาการดีขึ้น



ข้อดีของเผ่าเพชรอีกข้อก็คือถ้าให้กินยาแล้วจะหลับและฟื้นตัวเร็วมาก ทำให้เขาไม่ต้องเป็นห่วงหรือกังวล อย่างมากก็อาจจะมีงอแงเล็กน้อย แต่รักษ์ก็เอาอยู่ทุกครั้ง



“ไอ้เพชรมึงนี่นะ” รักษ์ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เผ่าเพชรก่อนจะเหลือบไปเห็นรอยช้ำที่แขน รอยช้ำที่บ่งบอกถึงความซุ่มซ่าม เงอะงะและไม่ระวังตัว



“ไอ้รักษ์....” สักพักเผ่าเพชรค่อยๆ ลืมตาขึ้นก่อนจะเรียกชื่อรักษ์เบาๆ



“ดีขึ้นรึยัง”



“ดีแล้ว แต่ตอนนี้กูหิว”



“กูว่าแล้ว งั้นนอนรอไปก่อน” รักษ์ปล่อยมือเผ่าเพชรที่เขากุมเอาไว้ออกกก่อนจะเดินเข้าไปในห้องครัว และทำอาหารง่ายๆ ให้เผ่าเพชรกิน นั่นก็คือข้าวไข่ดาว เพราะเป็นอย่างเดียวที่เขาทำได้อร่อยที่สุด



“มึงไปนั่งไป กูทำเองดีกว่า” เผ่าเพชรเดินงัวเงียเข้ามาในครัวยืนมองแผ่นหลังเงอะงะของรักษ์อยู่สักพักก่อนจะเข้ามาแทรกและดันรักษ์ให้ออกห่าง



“มึงไม่สบาย”



“ไม่ได้เป็นง่อย มึงเอาไหม? ในตู้น่าจะมีไก่เหลือเดี๋ยวกูทำข้าวผัดก็แล้วกัน” รักษ์พยักหน้าและไปนั่งรอตามที่เผ่าเพชรบอก รักษ์ใช้เวลาที่เผ่าเพชรทำอาหารมองแผ่นหลังที่คุ้นเคยอยู่อย่างนั้นโดยที่ไม่รู้สึกเบื่อ



“ไอ้เพชร”



“หื้ม?”



“กูขอกอดมึงจากด้านหลังตอนทำอาหารได้ไหม” เผ่าเพชรเอี้ยวตัวมามองรักษ์ทันทีที่ได้ยินรักษ์ขออนุญาตแบบนั้น



“อยากโรแมนติกอะไรของมึง”



“แค่คิดถึง”



“ก็มาดิ” รักษ์ยิ้มทันทีที่ได้รับอนุญาตจากเผ่าเพชร เขาไม่รอช้ารีบพุ่งเข้าไปกอดจากทางด้านหลังพร้อมกับซุกใบหน้าลงมาที่หลังคอของเผ่าเพชร



“คิดถึงมึงฉิบหาย ไม่มีคนคอยบ่นกูเลย อยู่บ้านกูแทบจะเป็นง่อยมีคนคอยทำให้ทุกอย่าง” รักษ์บ่นออกมาด้วยความรู้สึกแบบนั้นจริงๆ เพราะอยู่บ้านเขาแทบไม่ต้องทำอะไร แต่ถ้าอยู่กับเผ่าเพชรเขามีหน้าที่รีดผ้าและซักผ้า ส่วนเผ่าเพชรทำหน้าที่จิปาถะภายในคอนโด



“กูก็ขี้เกียจรีดเสื้อเอง”



“ถึงว่าโคตรยับเลย” รักษ์จับที่รอยกีบบนเสื้อเชิ้ตของเผ่าเพชร คนที่เก่งทุกอย่าง อย่างเผ่าเพชรมีเรื่องที่ไม่ถนัดก็น่าจะเป็นการทำงานบ้านหรืองานที่ใช้ความปรานีต



ส่วนรักษ์ที่ภายนอกดูแข็งๆ แต่แท้จริงแล้วเขาเป็นคนละเอียดอ่อนและถนัดในเรื่องที่ใช้ความปรานีตอย่างงานบ้าน ถ้าคนนนอกรู้ก็คงไม่เชื่อว่ารักษ์มีมุมแบบนี้



“เดี๋ยววันนี้กูรีดไว้ให้”



“เดี๋ยวกูส่งซักก็ได้ มึงทำงานมาเหนื่อยๆ”



“เถียงกับมึงไม่เรียกว่างานหรอก กูรีเลคด้วยซ้ำ” เผ่าเพชรยักไหล่อย่างไม่สนใจและตั้งใจทำอาหารต่อ ส่วนรักษ์เองอยากหยุดเวลานี้เอาไว้ตรงนี้ เพราะเขารู้สึกว่าหากไม่มีเหตุผลอื่นเข้ามาเกี่ยวชีวิตคู่คงจะมีความสุขและราบรื่นมากกว่าที่เป็นอยู่ ตอนนี้เส้นทางรักของเขาทั้งคู่เหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้ายที่พร้อมจะขาดทุกเมื่อ แต่รักษ์มั่นใจว่าเส้นด้ายของเขาแข็งแรงพอที่จะไม่ขาดหรือหย่อน



“ไอ้เพชรถามจริงๆ นะ วันนี้โกรธไหมที่กูดีเบตกับมึงในรายการ” หลังจากที่ทำอาหารเสร็จทั้งคู่กลับมานั่งที่โต๊ะและลงมือทานอาหารที่เผ่าเพชรเป็นคนลงมือทำ



“ไม่ เพราะถ้าเป็นกู กูก็ทำแบบมึงเหมือนกัน แต่ครั้งหน้ามึงก็เตรียมตัวไว้เลยไอ้รักษ์” เผ่าเพชรพูดทีเล่นทีจริง ส่วนรักษ์ก็ได้แต่ส่ายหน้าเล็กน้อย



“รอมึงแหกอยู่นะเผ่าเพชร”



“ชอบจังเลยว่ะคนท้าทาย”



หลังจากที่ทั้งคู่ทานอาหารเสร็จ รักษ์เข้ามารีดผ้าให้เผ่าเพชรก่อนจะกลับบ้าน ส่วนเผ่าเพชรตอนนี้ประชุมอยู่กับพรรคทางออนไลน์



“ครับ ผมพลาดเองวันนี้ ข้อมูลบางตัวมันยังไม่ซัปพอร์ตมากพอ” รักษ์ที่รีดผ้าอยู่เหลือบมองเผ่าเพชรที่นั่งอยู่หน้าจอคอมฯ ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด



(แค่เรื่องง่ายๆ แค่นี้ยังทำให้ออกมาดูโง่ โทษนะพี่คงต้องพูดกับเราตรงๆ วันนี้ภาพลักษณ์ของพรรคเราดูงี่เง่ามากจริงๆ)



(ถ้าคิดจะทำแต่เรื่องที่ตัวเองถนัด พี่ว่าเราคงไม่มีคุณสมบัติในการทำงานระดับประเทศหรอกเพชร)



“ผม....” มีร้อยแปดประโยคที่เผ่าเพชรอยากจะแย้งให้กับปลายสายในเรื่องของวันนี้ ตามจริงมันก็เป็นความผิดของเขาเอง แต่นั่นก็ไม่ใช่ทั้งหมดเพราะเรื่องนโยบายที่เขารับผิดชอบไม่ใช่เรื่องที่เขานำเอามาเสนอ เพียงแต่เขาถูกบรีฟให้พูดเพื่อเสริมภาพลักษณ์ให้ดูทันสมัยเหมาะสมกับคนรุ่นใหม่ จนลืมไปว่าความทันสมัยนั้นมันมากับคำที่ว่าเป็นไปได้ยาก



“ครับ ผมจะปรับปรุงในส่วนนี้” เผ่าเพชรตอบรับด้วยความนอบน้อมก่อนจะจบการประชุมในวันนี้ โดยไม่มีแม้แต่คำปลอบโยนหรือคำแนะนำที่ดี



สงสัยวันนี้มันจะไม่ใช่วันของเขา



“ใช้งานมึงหนักไปเปล่าวะ? แล้วคำพูดแต่ละคำถามจริงๆ พูดแรงมันไม่ได้ดูเท่หรอกนะ ไร้สาระฉิบหายแม่งมากแค่อายุแต่วุฒิภาวะโคตรต่ำ” รักษ์พูดขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเผ่าเพชรกดปิดหน้าจอก่อนจะทิ้งตัวลงนอนกับพื้นด้วยความเหนื่อยใจ



“กูทำอะไรอยู่วะ?” เผ่าเพชรนอนก่ายหน้าผากเหม่อมองเพดานพร้อมกับทบทวนสิ่งที่เขากำลังทำ



“ไม่มีแบคก็อยู่ยากแบบนี้แหละไอ้เพชร” รักษ์เองเห็นมาหลายต่อหลายครั้งแล้วกับนักการเมืองรุ่นใหม่ที่เข้ามาด้วยไฟแรง อุมดมการณ์อันแรงกล้า แต่ก็ต้องถูกเบรกด้วยบางสิ่งบางอย่าง ปฏิเสธไม่ได้เต็มปากว่าระบบอุปถัมภ์มันอยู่ในทุกๆ ที่



“ถ้าเป็นแบบมึงก็คงดี”



“อยู่แล้ว กูถึงบอกมึงบ่อยๆ ว่าถ้าไม่อยากปวดหัวก็ไปทำอย่างอื่น มันมีอีกหลายที่มึงสามารถทำเพื่อตอบโจทย์ตัวมึงเอง”



“แต่ถ้ากูยอม ระบบเหี้ยๆ นี่ก็ยังอยู่ ถ้าให้กูไปเป็นราชการก็ต้องก้มหัวให้นักการเมืองอยู่ดี แล้วแบบนี้เมื่อไหร่ระบบมันจะดีสักทีวะ”



“ถามตรงๆ นะ ที่มึงบอกว่าไม่ได้อยากได้อำนาจตอนแรก ตอนนี้กูเริ่มไม่แน่ใจแล้ววะว่าสิ่งที่มึงอยากได้คืออะไร” เพราะท่าทางของเผ่าเพชรตอนนี้ทำให้รักษ์คิดไปอีกแบบ



“อำนาจมั้ง กูอยากล้างระบบใหม่ให้หมด เอาพวกที่ไร้ความสามารถแต่อยู่ได้เพราะมีคนหนุนออกให้หมด เริ่มจากระบบพรรคก่อนเลย อยากต่อยหน้าแม่งฉิบหาย” แม้จะฟังดูเหมือนกระทบกับรักษ์ แต่แท้จริงแล้วรักษ์ห่างจากสิ่งที่เผ่าเพชรพูดเพียงแค่เรื่องความสามารถ



“รอกูตั้งพรรคใหม่ก่อนนะ แต่คงอีกร้อยปี”



“กูจะรอ” รักษ์ปล่อยให้เผ่าเพชรนอนสงบสติอารมณ์ของตัวเองขณะที่เขารีดผ้าไปด้วย ระหว่างนั้นรักษ์ก็คิดอะไรบางอย่างออก



ในช่วงที่ระบบภายในของฝ่ายตรงข้ามอ่อนแอ มันคือโอกาส



“มึงยิ้มอะไร?”



“ไม่รู้ดิ” รักษ์เก็บอุปกรณ์รีดผ้าเข้าที่หลังจากที่รีดผ้าเสร็จ รักษ์ทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นข้างๆ เผ่าเพชรที่ยังคงนอนไม่ขยับตัวไปไหน



“ถ้ามันทำร้ายมึงมากก็ออกมา อยู่ไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมาหรอก”



“ออกตอนนี้ก็ไม่ทัน”



“แล้วรู้รึเปล่าว่ามันแค่เริ่มต้น”



“รู้...” ก็คงต้องเจ็บอีกเยอะจนกว่าจะถึงฝั่ง แต่ระหว่างนั้นเขาหวังเพียงแค่ว่ารักษ์จะยังอยู่ข้างๆ เขาจนกว่าจะถึงฝั่งฝัน



“เหนื่อยก็พักบ้าง กูเป็นห่วงจริงๆ” รักษ์ลูบศีรษะของเผ่าเพชรเบาๆ ตั้งแต่คบกันมาครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเผ่าเพชรหมดสภาพ



“อืม กูจะงีบล่ะ มึงกลับไปได้เลย” เผ่าเพชรข่มตาหลับลงไปช้าๆ จนกระทั่งเขาหลับไปจริงๆ รักษ์นั่งมองเผ่าเพชรจนแน่ใจว่าเผ่าเพชรหลับไปแล้ว เขาตรงไปที่คอมของเผ่าเพชรก่อนจะทำอะไรบางอย่างที่จะช่วยเผ่าเพชรได้บ้าง



เผ่าเพชรเกลียดการประจบที่สุด แต่รักษ์เชื่อว่าถ้าไม่รู้จักเข้าหาผู้ใหญ่ ก็เหมือนย่ำเท้าอยู่กับที่ สิ่งที่รักษ์ทำตอนนี้คือ



“เรียนคุณ.....” นโยบายและแผนที่เผ่าเพชรคิดตรงเป็นผลงานของเผ่าเพชรเพียงคนเดียวเท่านั้น มันจะไม่ถูกส่งต่อเพื่อให้คนอื่นลอยหน้าลอยตาใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ ถ้าในพรรคมีแต่พวกเสือสิงห์ แต่อย่างน้อยก็มีคนที่ดีอยู่บ้าง แม้ว่าจะเป็นเส้นทางนี้เผ่าเพชรไม่คิดจะเข้าไปเกี่ยวข้องเลยก็ตาม



“ต่อจากนี้ก็เหนื่อยหน่อยนะมึง ถ้าผ่านไปได้ทุกอย่างจะดีกว่าที่มึงเป็นอยู่อย่างแน่นอน” หลังจากที่รักษ์ทำบางอย่างเสร็จ เขาก้มลงจูบหน้าผากของเผ่าเพชรเบาๆ ก่อนจะผลักออกมาจากคอนโด



สิ่งต่อไปที่ต้องจัดการก็คือ...



“ครับคุณนนท์ ผมกำลังไปครับ” คงมีน้อยคนที่สามารถต่อสายหานายกรัฐมนตรีได้โดยตรง หนึ่งในนั้นก็คือรักษ์
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 5 10.02.63
เริ่มหัวข้อโดย: BitterCucumber ที่ 08-02-2020 14:13:19
รักษ์ในหัวเราคือคุณชายมากๆ ไม่คิดว่าจะรีดผ้าเก่งเลย555 แถมเส้นใหญ่มากด้วย เเล้วที่อีเมลไปนี่จะไม่ทำให้เพชรโกรธทีหลังใช่ไหม?
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 5 10.02.63
เริ่มหัวข้อโดย: Ac118 ที่ 08-02-2020 16:05:41
ครบเครื่องจริงคุณรักษ์ ซักผ้ารีดผ้า เป็นพ่อศรีเรือนด้วย :hao7:

เข้าใจความฝันของเพชร แต่มันยากมาก กับระบบที่ฝังรากลึก มีแต่ต้องปรับตัว ปรับสมดุลแบบที่รักษ์ทำ
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 5 10.02.63
เริ่มหัวข้อโดย: miikii ที่ 10-02-2020 03:28:06
เท่มากเลยพ่อคุณณ
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 5 10.02.63
เริ่มหัวข้อโดย: lolli_candy99 ที่ 11-02-2020 02:04:15
โอ้ยย หลงรักษ์มากก
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 6 1.03.63
เริ่มหัวข้อโดย: KJH177 ที่ 01-03-2020 15:21:17
บทที่ 6

ความหมายของคำว่าสอพอ



Phet’ s talk



“......” ผมนั่งมองการตอบกลับของอีเมลหนึ่งฉบับที่ผมจำได้ว่าผมไม่เคยส่งด้วยความวิตกกังวล จะไม่ให้ผมกังวลได้อย่างไร เพราะอีเมลฉบับนี้ผมถูกหัวหน้าพรรคเรียกพบด่วนเป็นกรณีพิเศษในช่วงวันหยุด โดยที่ไม่มีใครล่วงรู้นอกจากผมกับท่าน



คนที่สามารถเข้ามาใช้โน๊ตบุ๊คของผมได้ก็มีคนเดียวเท่านั้น..นั่นก็คือไอ้รักษ์



ผมเคยบอกทุกคนไปหรือยังครับว่าสิ่งที่ผมเกลียดที่สุดคือการเข้าไปหาผู้ใหญ่โดยที่หวังผลประโยชน์ในหน้าที่การงาน ถ้าให้ผมเลือกผมเลือกโตด้วยความสามารถของตัวเอง พิสูจน์ตัวเองผ่านผลงานของผมเพื่อให้ทุกคนยอมรับ แต่สิ่งที่ผมทำมันสูญเปล่าเพียงเพราะ...สิ่งที่ผมเกลียด



งานหลายต่อหลายชิ้นของผมจะถูกส่งผ่านพี่ๆ ในทีม ในระบบพรรคของเราจะมีหลายฝ่ายในการทำงาน และดำเนินกระบวนการต่างๆ ซึ่งผมก็อยู่ในทีมวางแผนนโยบายและกลยุทธ์ของพรรคซึ่งเป็นทีมที่ถูกแบ่งย่อยออกมาอีก ทุกคนในทีมจะมีความถนัดไม่เหมือนกัน เมื่อทุกคนได้รับงานที่มอบหมายก็จะถูกส่งไปให้พี่ที่เป็นหัวหน้าเพื่อเอาไปเสนอกับฝ่ายอื่นๆ ซึ่งผมเองก็มีโอกาสได้เข้าประชุมบ้าง แต่น้อยครั้งเพราะส่วนมากการประชุมจะตรงกับที่ผมออกต่างจังหวัดบ่อยๆ



“ไอ้รักษ์มึงทำอะไรของมึง” หลังจากที่พยายามยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่าสิ่งนี้มันคือเรื่องจริงไม่ใช่ความฝัน ผมจึงต่อสายหาไอ้รักษ์ทันที และสถาพที่ผมเห็นก็คือไอ้รักษ์ยังคงนอนอยู่บนเตียงด้วยสภาพหัวฟูหน้าบวมจากการอิ่มนอน ซึ่งช่วงนี้ผมไม่ได้นอนเต็มอิ่มมานานมากแล้ว



(กินยารึยัง?) แต่สิ่งที่มันตอบผมกลับมาคือคนละเรื่องจากที่ผมถาม



“กูถามว่ามึงทำอะไร?”



(นอนไง)



“อย่ากวนตีนกู” คราวนี้ไอ้รักษ์ลุกขึ้นนั่งก่อนจะทิ้งโทรศัพท์ที่มันคุยกับผมอยู่เพื่อบิดขี้เกียจ “ไอ้รักษ์มึงล้ำเส้นกูนะ”



(กูกำลังช่วยมึงนะไอ้เพชร)



“ช่วย? ช่วยในเรื่องที่กูไม่ขอ มึงก็รู้ว่า....”



(กูไม่ชอบแบบนั้น กูรู้ว่ามึงจะพูดแบบนี้ แต่มึงรู้อะไรไหมการที่มึงพิสูจน์ตัวเองแบบนี้ไม่มีใครเขาเห็นผลงานมึงหรอก มึงก็โง่ให้คนอื่นเอาหน้าจากผลงานของมึงมากี่ครั้งแล้วไอ้เพชร อย่าคิดว่ากูไม่รู้) เรื่องนี้ผมไม่เถียง แต่ผมเชื่อว่าสักวันคนพวกนั้นก็จะแพ้ภัยตัวเอง



(อย่าแสนดีให้มาก เพราะทางที่มึงเดินคนดีๆ เขาไม่เดินกัน) เมื่อเห็นผมเงียบไปไอ้รักษ์ก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง



“กู....”



(ในใจมึงอยากทำอะไรมึงทำเลยไอ้เพชร อย่าไปสนสมอง สิ่งที่มึงไม่ชอบมองว่าไม่ดีมันอาจจะเป็นสิ่งเดียวที่จะเปลี่ยนชีวิตมึง)



“เหมือนอย่างมึง?”



(จะพูดแบบนั้นก็ได้ เพราะบารมีพ่อกูอย่างเดียวมันก็ใช้ไม่ได้หรอก จุดที่กูยืนอยู่ตรงนี้บางคนก็ยังไม่มีโอกาสได้ยืนเลย) ผมก็พอจะรู้มาบ้างว่าไอ้รักษ์มันมีหลายทางให้เข้าหา มันรู้ว่าผู้ใหญ่ชอบแบบไหนแม้สิ่งที่มันทำจะเป็นการข้ามหน้าข้ามตาคนอื่นๆ ก็ตาม แต่ผมก็ไม่เคยมันเดือดร้อนกับสิ่งที่มันทำเลย เรียกว่าไม่แคร์น่าจะมากกว่า



“เมลที่มึงส่งไป ตอบกลับมาแล้วนะ”



(ว่าไงบ้าง?) ไอ้รักษ์เลิกคิ้วถามผม



“ท่านให้กูไปเจอที่บ้านของท่านวันนี้บ่ายๆ ทั้งๆ ที่วันนี้เป็นวันหยุด....” รอยยิ้มบนใบหน้าของไอ้รักษ์ปรากฏขึ้นทันทีที่ผมพูดจบ



(โอกาสนี้มันขึ้นอยู่กับมึงแล้ว ครั้งนี้ครั้งเดียว ดีใจนะที่มึงไม่โกรธกู) ใจจริงผมกฌโกรธมันอยู่แหละครับ แต่ทำไงได้มันบอกว่ามันช่วยผม



“ถ้าจะช่วยกูมึงก็ช่วยให้สุดดิวะ”



(หึ! ร้ายนักนะมึง)





13.00 น.



ตอนนี้ผมมายืนอยู่บริเวณหน้ารั้วบ้านของ ‘คุณภาคิน’ หรือ ภาคิน โรจนวิทย์ หัวหน้าพรรคที่ผมสังกัดอยู่ อายุของท่านไม่ได้เยอะมากถ้าเทียบกับหัวหน้าพรรคอื่นๆ



บริเวณบ้านของคุณภาคินเป็นบ้านที่มีบริเวณกว้างและความปลอดภัยสูง แน่นอนว่าแถวๆ นี้ทุกคนไว้ใจไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าบางทีคนเก็บขยะที่เห็นแถวนี้อาจจะเป็นสายของใครบางคนก็ได้ และที่ผมมาวันนี้ผมเองก็รู้ชะตากรรมของตัวเองเลยว่า พวกพี่ๆ ในทีมจะต้องรู้ว่าผมมาพบกับคุณภาคิน จากนี้ชีวิตของผมอาจจะไม่เหมือนเดิม



“ผมมาหาคุณภาคินครับ มีนัดช่วงบ่าย” ผมกดกริ่งหน้าบ้านก่อนที่ประตูอัตโนมัติจะเปิดพร้อมกับบอดิการ์ดใส่สูทแว่นดำยืนอยู่ตรงหน้าสี่ห้าคน



“ผมขอบัตรประชาชนด้วยครับ”



“นี่ครับ” ผมยื่นบัตรประชาชนให้กับคนตรงหน้าก่อนจะยืนรอตรวจค้น ผมเองก็เป็นหนึ่งในสมาชิกพรรคยังตรวจเข้มขนาดนี้



“ขอค้นตัวและกระเป๋าด้วยครับ” ผมยื่นกระเป๋าพร้อมกับกางแขนออกเพื่อให้บอดี้การ์ดตรวจก่อนที่จะเข้าพบคุณภาคิน แต่แล้วเสียงของใครบางคนก็ทำให้บอดี้การ์ดที่กำลังตรวจผมอยู่หยุดลง



“ไม่ต้องตรวจ นี่เผ่าเพชรเด็กในพรรค เข้ามาสิ” ผมโค้งศีรษะก่อนจะยกมือไหว้คุณภาคินที่เดินออกมาจากตัวบ้านด้วยชุดสบายๆ ที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน



“สวัสดีครับ”



“ครับ ตามผมมา” ผมเดินตามหลังของคุณภาคินเข้าไปในตัวบ้าน นี่เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่ผมเข้ามาในบ้านของหัวหน้าพรรค



เอาจริงๆ ภาพลักษณ์ของคุณภาคินที่คนภายนอกรับรู้คือเข้าถึงง่าย เป็นกันเอง แต่สำหรับคนในพรรครู้ดีว่าคุณภาคินเป็นคนอย่างไร และนี่คงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ผมเข้ามาสังกัดพรรคนี้



“ผมเข้าเรื่องเลยนะ อีเมลที่คุณส่งมามันหมายความว่าอย่างไร ไหนคุณอินบอกว่าคุณอินเป็นคนคิด?” เมื่อมาถึงห้องรับแขก คุณภาคินหยิบไอแพดขึ้นมาเปิดหน้าอีเมลที่ไอ้รักษ์เป็นคนส่งไป



“เอ่อ..ผมสามารถพูดได้เหรอครับ?”



“ตอนนี้มีแค่ผมกับคุณ”



“งานชิ้นนี้ผมไม่ได้เอาไปพูดในเวทีดีเบตที่ผ่านมาเพราะมันขัดกับหัวข้อนักการเมืองรุ่นใหม่ พี่ๆ ในพรรคเลยลงความเห็นว่าผมควรพูดในเรื่องที่สอดคล้องกันมากกว่าครับ แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่างานชิ้นนี้เก้าสิบเปอร์เซ็นต์เป็นผลงานของผม ผมไม่แน่ใจว่าคุณภาคินได้รับสารมาอย่างไรตอนที่รับนโยบายนี้ครับ” การพูดโดยที่เซฟตัวเองถือว่าเป็นสิ่งที่ผมควรทำอยู่ตอนนี้



“สารที่ผมได้รับอย่างนั้นเหรอ?”



“ครับ ผมต้องรู้ก่อนว่าคุณภาคินได้ยินมาอย่างไร” คุณภาคินยิ้มเล็กน้อยก่อนจะวางไอแพดลง



“ผมได้รับมาหลายสารอยู่นะคุณเพชร โดยเฉพาะสารที่บอกว่านโยบายนี้คนที่ทำมีความสามารถ”



“คุณภาคินคงไม่ได้หมายถึงพี่อินหรอกมั้งครับ?”



“หึ! คุณเพชรคุณก็ไม่เบานะครับ”



“ผมขอพูดตามตรงเลยว่านี่ไม่ใช่ชิ้นแรกที่ผมและคนอื่นๆ โดนแบบนี้ เพียงแต่ว่าผมไม่สามารถทนได้อีกต่อไปแล้วกับการนำความคิดของผมมาใช้ในการเอื้อประโยชน์ให้กับคนใดคนหนึ่ง คุณภาคินน่าจะรู้ดีว่าพรรคของเรานั้นทำงานกันเป็นทีม แต่...นั่นแหละครับ มันทำให้ผมกับคนอื่นๆ ที่อยู่ในระดับเดียวกันรู้สึกไม่แฟร์” คุณภาคินพยักหน้ารับรู้ในสิ่งที่ผมพูดพร้อมกับยกกาแฟขึ้นมาจิบ



“ผมไม่ได้น่ากลัวอะไรขนาดที่พวกคุณจะต้องผ่านหลายๆ คนก่อนมาถึงผม” คุณภาคินวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมามองหน้าผม “แล้วสิ่งที่คุณพูดไม่ใช่ว่าผมไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันเป็นมาอย่างไร ผมชื่นชมคุณรวมถึงคนอื่นๆ นะคุณเพชร และครั้งนี้ผมก็ชื่นชมที่คุณกล้าทวงสิทธิ์ของตัวเอง ถ้าจะให้ดีผมว่าคุณควรทำมาตั้งนานแล้ว ไม่ใช่แค่ครั้งนี้” ผมกล้าอย่างนั้นเหรอ? ผมไม่แน่ใจว่าสิ่งนี้ควรจะยอมรับออกมาไหมว่าผมกล้า ถ้าไอ้รักษ์ไม่ทำผมก็คงไม่กล้า



“ครับ....”



“แต่ผมอยากเตือนเอาไว้ว่าถ้าคุณดีเกินไป คุณจะอยู่ยาก” คำพูดของคุณภาคินเหมือนอย่างที่ไอ้รักษ์พูดกับผมไม่มีผิด วงการการเมืองคนที่ตั้งใจจะทำงานเพื่อประชาชนจริงๆ มันอยู่ยากหากเทียบกับผลประโยชน์ที่จะได้รับอย่างนั้นเหรอ



“ครับ”



“อีกอย่างผมขอแนะนำในฐานะรุ่นพี่นะเผ่าเพชร ผมว่าอาชีพนี้มันไม่เหมาะกับคุณ คุณตามเกมไม่ทันหรอก คนที่อยู่รอดและไปได้ไกลส่วนมากกว่าก็คนแบบคุณอินผมพูดตามตรงเลยนะ ความสามารถของคุณไปไกลได้มากกว่าดี บอกตรงๆ ผมเสียดายถ้าคุณจะมาทิ้งเวลาให้กับอาชีพนี้” ไม่อยากจะเชื่อว่าสิ่งที่ผมได้ยินจะมาจากปากของคุณภาคิน



“แล้วที่คุณภาคินทำทั้งหมด?”



“ผมว่าคุณก็พอจะรู้นะครับ”



หลังจากที่ผมเข้ามาพบกับคุณภาคินที่บ้านผมคิดมาตลอดว่าจริงๆ แล้วผมถูกหลอกอย่างนั้นหรอ? ไม่ซิครับ ประชาชนทุกคนก็น่าจะถูกหลอกไปพร้อมๆ กับผมก็เป็นได้



เคยได้ยินไหมว่าก่อนเลือกตั้งเขาไหว้เราแต่พอหลังเลือกตั้งกลับเป็นเราที่ต้องไหว้เขา กระบอกเสียงของประชาชนมันก็แค่เป็นคำสวยหรูที่เขาไว้เชิดหน้าชูตาตัวเองอย่างนั้นเหรอ??



“ไอ้รักษ์กูอยากเจอมึงว่ะ” ตอนนี้ถ้าถามว่าผมอยู่ที่ไหนผมก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะตั้งแต่ออกจากบ้านของคุณภาคินมา ผมก็เดินมาเรื่อยๆ อย่างไม่มีจุดหมาย รู้ตัวอีกทีฟ้าก็เริ่มมืดผมจึงต่อสายหาไอ้รักษ์อย่างไม่คิดมากอะไร เพราะตอนนี้ผมสับสน คนที่จะช่วยผมได้ก็มีแค่มันเท่านั้น



(แชร์โลมา)



“ได้” ผมวางสายจากไอ้รักษ์ก่อนจะกดเข้าไปในหน้าแอพลิเคชั่นสีเขียวกดแชร์โลเคชั่นไปให้ไอ้รักษ์ พร้อมกับกวาดสายตาไปรอบๆ เพื่อหาที่นั่ง สิ่งเดียวที่ผมเห็นก็คือป้ายรถเมล์



ผมเดินเข้าไปนั่งอยู่ที่ป้ายรถเมล์ระหว่างรอไอ้รักษ์ เป็นอีกครั้งที่ผมได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองและความคิด แต่สิ่งที่มารบกวนผมในตอนนี้คือ.. ความเหลื่อมล้ำ



ไม่ว่าจะมองไปทางไหนสิ่งที่เหมือนกันคือ ทุกคนกำลังดิ้นรนเอาตัวรอด ผมไม่เคยคิดว่าเงินจะเป็นปัจจัยสำคัญของชีวิตมาก่อน เพราะหนึ่งผมเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะ สองผมไม่เคยขัดสนเรื่องเงิน และสามผมไม่ค่อยได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้ผมก้าวเข้ามาและมีอุดมการณ์แบบนี้ก็เพราะผมมีทุกอย่างผมอยากมอบสิ่งที่ผมมีให้กับคนอื่นๆ ในประเทศ การมอบนี้ไม่ใช่การบริจาคหรือตั้งมูลนิธิซึ่งมันก็ไม่ต่างจากการหาปลามาให้ แต่สิ่งที่ผมอยากทำคือการสอนวิธีหาปลา



“ช่วยยายซื้อลูกอมหน่อยซิพ่อหนุ่ม ถุงละสิบบาท” ผมตามเสียงของคุณยายท่านหนึ่งที่แบกตะกร้าที่ด้านในบรรจุลูกอมอยู่หลายถุง หากมองด้วยตาผมว่าถ้าไปซื้อที่ห้างสรรพสินค้าน่าจะได้เยอะกว่านี้ แต่สิ่งที่ผมเห็นอีกอย่างก็คืออายุแบบนี้คุณยายไม่ควรมาขายของ บั้นปลายชีวิตของคนเราควรจะพักไม่ใช่เหรอ?



“ถ้าผมซื้อคุณยายจะทำอย่างไงเหรอครับ?”



“ก็ไปเร่ขายคนอื่นๆ วันนี้ขายได้ไม่ถึงร้อยเลย” คุณยายพูดไปก็ปาดเหงื่อไป ใบหน้าของคุณยายดูอ่อนแรง “ซื้อลูกอมไหมจ๊ะ” ระหว่างนั้นคุณยายก็หันไปยกมือไหว้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา



“คุณยายไหว้คนที่อายุน้อยกว่าเหรอครับ?”



“มันไม่มีทางเลือกถ้าเขาเห็นแล้วสงสารเขาก็ซื้อ ถือว่าช่วยยายเถอะ” ผมยื่นเงินให้คุณยายแลกกับลูกอมในตะกร้า ผมไม่รู้ว่าการกระทำของผมจะช่วยอะไรคุณยายมากน้อยแค่ไหน แต่สิ่งที่ผมเห็นต่อไปนี้คือความจริง..



ลูกอมในตะกร้าหมดลงพร้อมกับรอยยิ้มของคุณยาย ผมมองภาพนี้แล้วรู้สึกมีความสุขที่ได้ช่วยเหลือ แต่การช่วยเหลือของผม..มันน่าจะผิดวิธี



ถ้าผมสังเกตอีกนิด ถ้าผมมองอย่างอื่นนอกจากความสงสาร ผมจะได้อะไรมากกว่าที่คิดแน่ๆ คุณยายไม่ได้อ่อนแรงจากการขายของ แต่น่าจะมาจากการกระทำของตัวเองมากกว่า



“ยายแกก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว คนแถวนี้สุดจะเอือม” ป้าคนขายลูกชิ้นที่อยู่ข้างๆ พูดพร้อมกับส่ายหน้ามองตามสายตาของผมที่มองไปที่คุณยายเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อบุหรี่กับเหล้าขาว...



ผมถูกหลอกอีกแล้วล่ะครับ



ผมนั่งมองถุงลูกอมที่ซื้อมาพรางถอนหายใจ ผมจะทำไงกับลูกผมแห่งความสงสารพวกนี้ดี



ไม่นานไอ้รักษ์ก็ขับรถมาเทียบท่าที่ป้ายรถเมล์ ผมรีบเปิดประตูและขึ้นไปนั่งเพื่อไม่ให้รถจอดเทียบท่านาน จัดการคาดเข็มขัดนิรภัยระหว่างนั้นไอ้รักษ์ก็ขับออกไปเรื่อยๆ บรรยากาศเย็นๆ บวกกับกลิ่นหอมอ่อนๆ มันทำให้ผมรู้สึกสดชื่นขึ้นมา



“เป็นไงบ้าง”



“โคตรเซอร์ไพรส์”



“หมายถึงเรื่องไหน?”



“สิ่งที่มึงพูดแม่งถูกทุกอย่างเลยว่ะไอ้รักษ์ กูโง่เองที่ไม่เชื่อมึง” ไอ้รักษ์หันมามองหน้าผมเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปชับรถต่อ



“ธรรมดาที่มึงจะเชื่อก็ต่อเมื่อมึงเจอด้วยตัวเอง กูบอกหรือคนอื่นบอกไม่เท่ากับที่ตัวมึงเจอเอง” ผมก็อยากจะรู้นะว่าไอ้รักษ์มันรับมือกับสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้อย่างไร “มึงเจอแบบนี้จนชินหรอวะ มึงทำเหมือนมันเป็นเรื่องธรรมดา”



“ธรรมดาแหละ เห็นจนชิน แค่มองก็รู้” ถ้าเป็นเวลาอื่นผมคงจะหมั่นไส้ในท่าทางของมัน แต่ตอนนี้ผมกลับเชื่ออย่างสนิทใจว่าไอ้รักษ์มันพูดจริง “กูถึงบอกไงว่ามึงไม่เหมาะหรอก”



“แต่ให้กลับตอนนี้ก็ไม่ใช่กู”



“แล้วมึงจะเอาไง?”



“ถ้ามันขึ้นต้นด้วยเรื่องแบบนี้ กูก็คงต้องทำแบบนี้ คนดีๆ มันอยู่ยาก” ผมเห็นริมฝีปากของไอ้รักษ์ยกยิ้ม



“กูก็อยู่มาได้นะ”



“มึงไม่ใช่คนดีไอ้รักษ์”



“กูสอนไหมว่ามึงควรทำไง? อย่างแรก...”



อย่างแรกที่ไอ้รักษ์ว่าก็จบที่เรื่องบนเตียงเหมือนอย่างเคย มันบอกว่านี่คือความเป็นจริงของชีวิตถ้าอยากรู้หรืออยากได้อะไร มันไม่มีสิ่งไหนได้มาฟรีๆ ผมเองก็ยอมให้มันไปนะเพราะมันไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวผมเองก็ได้จากมันเหมือนกัน



“กัดเก่งนะมึง” ผมแทรกมือเข้าไปในไรผมของไอ้รักษ์พร้อมกับขยุ้มตามแรงโยกของผมที่อยู่บนตัวมัน ปากของผมทำงานสัมพันธ์กับจังหวะลิ้มรสร่างกายของไอ้รักษ์ตามที่ใจผมต้องการ



“ชอบไหม?”



“โคตร” ลิ้นร้อนสอดประสานควานหาความหวานของกันและกัน ไม่มีเสียงร้อง ไม่มีเสียงคราง มีเพียงเสียงของลมหายใจของทั้งคู่



“ขออีกดิ”



“ก็เข้ามา” สองมือของผมยันอยู่กับขอบกระจกแผ่นใหญ่ที่อยู่ภายใต้ร่างของไอ้รักษ์ที่ตามเข้ามาสอดประสาน ยิ่งผมมีเรื่องให้เครียดหรือกังวล เซ็กส์คือสิ่งที่จะทำให้ผมหลุดพ้นจากมัน



“เจ็บบอกนะ”



“กูไหว” ยิ่งแรงมากเท่าไหร่ผมก็ยิ่งรู้สึกดี เวลาที่ส่วนนั้นของมันสอดเข้ามาด้านในตัวผม..เป็นความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก



“งั้นกูไม่ยั้งแล้วนะ?”



“ถ้าไหวก็เต็มที่....”



ผมนอนมองถุงยางที่บรรจุของเหลวอยู่ในถังขยะหลังจากที่เสร็จกิจกรรม อามรณ์และความรู้สึกตรงนั้นหมดไป ความเจ็บจากการกระทำก็ค่อยๆ แทรกเข้ามา



“กูถามมึงแล้วนะ”



“ยังไม่ได้โทษมึงเลย” ผมนอนคว่ำอยู่บนเตียงโดยมีไอ้รักษ์ทายาบริเวณนั้นอย่างเบามึง “สงสัยวันนี้เครียดจริง ไม่งั้นมึงไม่ยอมหรอก”



“ไอ้รักษ์”



“หื้ม?”



“สอนกูให้เป็นแบบมึงที กูว่าอุดมการณ์กูมันสู้อย่างเดียวไม่ไหวหรอก” ผมพลิกตัวนอนหงายทันทีที่ทายาเสร็จ



“มึงแน่ใจ?”



"กูแน่ใจ"



“กูเหี้ยนะ”



“กูไหว”



ผมว่าผมเอาอยู่ ขอแค่มีมันอยู่ข้างๆ ผมแบบนี้ ต่อให้ร้ายหรือแรงแค่ไหนคนอย่างผมก็ไม่กลัว
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 6 1.03.63
เริ่มหัวข้อโดย: Ac118 ที่ 01-03-2020 23:02:09
ชอบรักษ์ ขำตรงเหมือนจะบอก ว่าผัวเหี้ยนะเมียจ๋าไหวเหรอ  :laugh:
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 6 1.03.63
เริ่มหัวข้อโดย: miikii ที่ 02-03-2020 01:02:48
ราคาที่ต้องจ่ายเหนื่อยจัง  :jul1:
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 7 10.03.63
เริ่มหัวข้อโดย: KJH177 ที่ 10-03-2020 19:15:42
บทที่ 7

บาดแผลที่พ่อสร้าง


บทเรียนของรักษเริ่มต้นขึ้นหลังจากที่เผ่าเพชรเอ่ยปากขอร้องให้รักษ์สอนให้เขา ทำให้รักษ์คิดหลักสูตร ‘นักการเมือง’ ฉบับเอาตัวรอดและอยู่เป็น



“สร้างภาพ?”



“ใช่ สร้างภาพ ทำให้มึงมีตัวตนอยู่บนโซเชียลให้ได้ ย้ำในเรื่องที่ดีที่ตัวของมึงสร้างขึ้นมาเอง ไม่ใช่ใช้แบรนด์ของพรรคมึงทำให้มึงมีตัวตน” เผ่าเพชรนั่งฟังรักษ์ที่ใช้แขนเท้าเคาท์เตอร์อยู่ตรงหน้าของเขา พร้อมกับผ้าเช็ดตัวพันอยู่ที่เอวหลวมๆ ซึ่งเป็นจุดที่ดึงดูดสายตาของเผ่าเพชรเป็นอย่างมาก



“แบบที่มึงทำอะนะไอ้รักษ์ กูว่ามันค่อนข้างที่จะ...”



“ไหนบอกว่าไหววะ? อันนี้โคตรเบสุดยังไม่ได้ครึ่งที่กูทำเลย เออ ได้ข่าวว่าพรุ่งนี้พรรคมึงออกหาเสียงในหลายๆ เขตนี่หว่า กูพอจะมี influencer ดังๆ อยู่หลายคนที่จะเอารูปมึงไปโพสต์ได้”



“ไอ้รักษ์มึงแม่งสุดยอดว่ะ”



“ส่วนรูปเดี๋ยวกูจะให้ช่างภาพของกูไปตามแอบถ่ายให้นะ มึงก็หัดสร้างภาพให้ดูเป็นมิตรที่สุด ส่วนเรื่องรูปกูจัดการเองไม่ต้องห่วง ถ้าให้กูจัดการนะกูว่ากระแสหน้าตาแบบนี้” ไม่พูดเพียงอย่างเดียวรักษ์ยื่นมือมาจับปลายคางของเผ่าเพชรบิดไปบิดมาเบาๆ เพื่อสำรวจ “น่าจะเหมาะกับทวิตเตอร์มากกว่า”



“เก่งนะมึง” เผ่าเพชรปัดมือของรักษ์ให้ออกจากคางของเขา



“แฟนกูก็หน้าตาดีอยู่นะ แต่ช่วงนี้มึงแม่งดำโคตร หัดทากันแดดบ้างดิ กูว่ากูเคยซื้อให้มึงนะไอ้เพชร” อีกเรื่องที่ขัดกับบุคลิกของรักษ์ก็คือ การดูแลตัวเองในแบบฉบับที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน แม้ภายนอกจะดูห่ามๆ เหมือนไม่สนใจอะไร แต่เรื่องการบำรุงใบหน้าและร่างกาย รักษ์จะให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ทำให้ใบหน้าของรักษ์เรียบเนียน ไม่มีรูขุมขนใดๆ แม้กระทั่งสิว



“กูไม่บ้าทาครีมเป็นสิบแบบมึงหรอกไอ้รักษ์ ไม่ได้มีเวลาว่างขนาดนั้น”



“ก็หัดดูแลตัวเองบ้างดิวะ กูไม่ค่อยอยู่กับมึง มึงก็หัดดูแลตัวเองบ้างไอ้เพชร หัดทำให้กูเป็นห่วงมึงน้อยกว่านี้ได้ไหม?” โดยเฉพาะตอนนี้อีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้าก็ถึงวันเลือกตั้ง รักษ์สังหรณ์ใจแปลกๆ เกี่ยวกับเผ่าเพชร เขารู้สึกเหมือนพ่อของเขากำลังจะทำอะไรบางอย่างที่เขาไม่รู้



“มึงห่วงมากไปไอ้รักษ์ กูไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”



“แล้วหมาตัวไหนเรียกกูออกไปรับ? ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ อ่อนฉิบหาย” ถึงแม้ว่าปากของรักษ์จะพูดจาไม่เข้าหูแต่การกระทำของเขากลับตรงข้ามทุกอย่าง แววตาของรักษ์สื่อออกมาอย่างชัดเจนว่าเขารักและเป็นห่วงเผ่าเพชรมากขนาดไหน



“ใครจะแข็งแกร่งแบบมึง กูก็ต้องมีมุมอ่อนแอบ้างดิวะ” เผ่าเพชรยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่มแก้เขิน แต่ลืมไปว่าในแก้วนั้นไม่มีน้ำอยู่ ทำให้รักษ์กระตุกยิ้มด้วยความเอ็นดูก่อนจะคว้าแก้วจากมือของเผ่าเพชรออกและเดินไปรินน้ำมาให้



“....” เผ่าเพชรนั่งมองแผ่นหลังอันเปลือยเปล่าของรักษ์ขณะรินน้ำด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งห่วงทั้งหวงกลัวว่าคนตรงหน้าจะหายไป



“ไอ้รักษ์”



“หื้ม?” รักษ์เก็บน้ำใส่ตู้เย็นเหมือนเดิมก่อนจะเอาแก้วที่รินน้ำวางตรงหน้าเผ่าเพชรเหมือนเดิม



“กูรักมึงนะ มึงรู้ใช่ไหม?” รักษ์ขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินเผ่าเพชรบอกรักเขาตรงๆ ไม่ใช่ว่าไม่รู้สึกดี เพียงแต่เขากลับมีลางสังหรณ์แปลกๆ กับคำบอกรักของเผ่าเพชร เหมือนอยากบอกก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้บอก “ทำร้ายกูได้เลยนะ ถ้ามันทำให้มึงถึงเป้าหมาย”



“มึงจะสื่ออะไรวะ?”



“อย่าลืมว่ากูก็คู่แข่งมึง”



“ไม่ใช่ไอ้เพชร มึงไม่ใช่คู่แข่งกู” รักษ์รู้ดีว่าอย่างเผ่าเพชรไม่ใช่คู่แข่งที่น่ากลัวเลยสำหรับเขา แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือการที่เผ่าเพชรไว้ใจเขาขนาดนี้ ขนาดที่ให้วางแผนทุกอย่างและรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเผ่าเพชรและพรรค รู้มากพอที่จะเอาไปปล่อยและดักทางก่อนที่ข้อมูลของพรรคเผ่าเพชรจะออก พูดง่ายๆ ก็คือการขโมยข้อมูลโดยที่ตัวเองไม่ต้องลงแรงอะไรมาก



“กูง่วงแล้วว่ะ” เผ่าเพชรทำท่าหาวทั้งๆ ที่ไม่ได้รู้สึกง่วงอย่างที่พูด เพียงเพราะเขาอยากหนีจากความรู้สึกแบบนี้ ทั้งๆ ที่ตกลงกันตั้งแต่แรก แต่หัวใจของเขาตอนนี้อ่อนไหวเกินที่จะต้องรับรู้ความจริงว่าเขาและรักษ์ไม่มีทางเป็นไปได้หากยังเดินอยู่บนเส้นทางนี้



“กูเปิดแอร์ไว้แล้ว มึงเข้าไปเลย เดี๋ยวตามไป” รักษ์พยักหน้ารับ เขารู้ว่าเผ่าเพชรแกล้งง่วงแต่ก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้รั้งเผ่าเพชรเอาไว้ แม้ว่าจะเป็นแค่เรื่องนอนก็เถอะ...



“ฝันดีล่วงหน้านะมึง”



รักษ์เกลียดที่สุดคือคำว่า ‘ล่วงหน้า’ มันเหมือนเป็นสิ่งที่บอกถึงอนาคต ที่อาจจะถึงหรือไม่ถึงก็ตามเพียงแค่บอกไว้ก่อนตอนนี้ รักษ์เองก็รู้สึกไม่ดีเหมือนกัน โดยเฉพาะตอนนี้ ตอนที่จะถึงการเลือกตั้ง ถ้าวันนั้นมาถึงเส้นทางของเขาทั้งสองคนอาจจะต้องจบ.... ในกรณีที่ไม่มีทางเลือก



เพราะอย่าลืมว่าการมีแฟนเป็นผู้ชายอย่างเปิดเผยมันคือจุดอ่อนและทำให้ภาพลักษณ์ของเขาเสีย ทั้งๆ ที่มันก็เหมือนความรักในรูปแบบอื่น เพียงเพราะคำว่า ‘ค่านิยม’ ที่ยังไม่เป็นที่เปิดเผยในวงการการเมือง และอีกสิ่งที่รักษ์เป็นกังวลก็คือ การเข้าหาผู้หลักผู้ใหญ่โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า ‘ความสัมพันธ์’ รักษ์เองยังไม่มีโอกาสบอกเผ่าเพชรในเรื่องนี้ เรื่องที่เขาจะต้องไปเดตกับลูกสาวของผบ.ทบ ในวันพรุ่งนี้



ถ้าเป็นเรื่องงานรักษ์ภาวนาให้เผ่าเพชรเข้าใจ เพราะเรื่องหัวใจเขามั่นใจว่าไม่เคยเปลี่ยนแม้แต่วินาทีเดียว มันมากกว่ารัก แต่น้อยกว่าสิ่งที่เขาต้องการ ถ้ารักษ์เลือกทางไหนแล้วเขาก็พร้อมที่จะทุ่มเทเต็มที่แม้ว่าต้องแลกกับอะไรก็ตาม





Rak’ s talk



ผมมองตามหลังของไอ้เพชรที่เดินเข้าไปในห้องนอนหลังจากที่มันโกหกผมว่าง่วง ไอ้เหี้ยนี่มันเดาได้ไม่อยากหรอกครับ ผมอยู่กับมันมานานแค่มันอ้าปากผมก็รู้ว่ามันจะพูดหรือคิดอะไร ความคิดของไอ้เพชรมันไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้น แต่มันแค่ไม่รอบคอบในเรื่องบางเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องที่ไว้ใจคนอย่างผมเพราะผม....



“คุณบาบาบีครับ ผมส่งข้อมูลไปทางเมลล์ได้รับไหมครับ? ช่วยกระจายทีผมว่ามันน่าจะลดกระแสของฝั่งตรงข้ามได้ ไม่ต้องถามว่าผมเอามาจากไหน ขอบคุณครับ” รักษ์ต่อสายหา ‘บาบาบี’ ชื่อในวงการของคนที่จะทำให้ข้อมูลที่เขาได้มาต่อยอดจนกลายเป็นกระแสโด่งดัง



“พรุ่งนี้ตามติดเผ่าเพชรไว้นะครับ รายละเอียดผมส่งไปแล้ว”



“ช่วยเช็คทีครับว่าเงินเข้าไหม ถ้าไม่เข้าติดต่อเลขาผมเลยครับ สวัสดีครับ”



หวังว่าสิ่งที่กูทำจะคุ้มกับข้อมูลที่มึงให้นะ ไอ้เพชรของกู ...





Phet’ s talk



“คุณอิน! มันหมายความว่าไง ทำไมข้อมูลของเราถึงหลุดไปแบบนี้!!” เอกสารมากมายถูกโยนลงบนโต๊ะในที่ประชุมก่อนจะออกไปหาเสียง เผ่าเพชรเองก็ถูกเรียกตัวให้เข้าพรรคมาเพราะเรื่องนี้เหมือนกัน



“คะ..คือผมอธิบายได้ครับ..คือ” อินที่ยังคงช็อกอยู่กับเหตุการณ์ตรงหน้าถึงกับตอบไม่ถูก ทำให้ภีมะหรือภีมถึงกับโมโหหนักกว่าเดิม



“คุณจะให้ผมคิดว่าเอกสารลับแบบนี้มันหลุดออกไปเอง ทั้งๆ ที่คุณรับผิดชอบ?” ภีมะหยิบกระดาษที่ปริ้นส์จากข่าวที่กำลังเล่นงานพรรคของเขาอยู่ปาใส่หน้าของอิน



“ผมว่ามันต้องหลุดจากคนในนี้แน่ๆ ครับ มันไม่ใช่ฝีมือผม” ผมแอบยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นพี่อินที่ผมโคตรเคารพรักทำตัวไม่ถูก



“ผมว่าควรพิจารณาและตั้งคณะกรรมการสอบสวนคุณเป็นกรณีพิเศษอย่างเร่งด่วน คุณมาลีติดต่อนักข่าวเลยครับว่าเราจะจัดแถลงเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ส่วนคนอื่นออกไปทำหน้าที่ของตัวเองส่วนคุณอินอยู่ก่อน” ผมค่อยๆ ลุกออกจากเก้าอี้และเดินออกจากห้องเงียบๆ



ผมมั่นใจว่าฝีมือของไอ้รักษ์มันแนบเนียนจนดูไม่ออกว่าข้อมูลที่มันได้มาจากผม



ใช่ครับ ผมตั้งใจจะทิ้งข้อมูลให้ไอ้รักษ์ เพราะผมรู้ว่าคนอย่างไอ้รักษ์มันไม่ใจดีอยู่เฉยๆ แน่หากเห็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่มัน โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนต่างๆ ที่มีพี่อินเป็นผู้รับผิดชอบ



ขอโทษนะครับ พี่อินเล่นสกปรกกับผมก่อน ผมก็ขอเอาคืนแบบเล็กๆ น้อยๆ พอน่ารักบ้าง ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงไม่กล้าที่จะทำแบบนี้



แต่ตอนนี้ผมคือนิวเพชรครับ ทำอะไรได้มากกว่าที่คิด ไม่เชื่อเหรอครับ? ก็คอยดูผมต่อไป



ช่วงลงพื้นที่หาเสียง



“สวัสดีครับ ผมเผ่าเพชรนะครับ เหนื่อยไหมครับ?”



“มีปัญหาอะไรรึเปล่าครับ บอกผมได้เลยนะ”



“ผมไม่บอกว่าต้องเลือกผมนะครับ แต่ถ้าคุณน้าต้องการคนที่จะช่วยคนน้าได้ผมก็ฝากตัวเองไว้ให้คุณน้าพิจารณาครับ”



“น้องครับ ยังไม่ถึงสิบแปดไม่เป็นไร แต่พี่อยากบอกน้องว่าการเมืองเป็นเรื่องของทุกคน พี่รับฟังน้องได้นะครับ”



และอีกหลายคำพูดที่เผ่าเพชรประดิษฐ์ออกมาพูดกับชาวบ้านในเขตของเขาและเขตที่เขาไปช่วยเพื่อนๆ คนอื่นในพรรคหาเสียง มีทั้งการตอบรับที่ดีบ้างและแน่นอนว่าถ้ามีตอบรับดีก็ไม่พ้นคำพูดที่ไม่ดีระหว่างหาเสียงบ้าง อย่างเช่น



“คนที่แล้วก็พูดงี้ไม่เห็นจะทำได้”



“ตอนหาเสียงก้มหัว แต่พอได้ไม่มาให้เห็นหัว”



“เด็กแบบนี้จะทำอะไรเป็นวะ”



“เสียเวลา” เผ่าเพชรยิ้มรับทุกคำติชมของทุกคนแม้ว่าจะหลุดไปบ้างเล็กน้อยแต่เขาต้องกลับมายิ้มให้ได้ วันนี้ไม่ใช่พรุ่งนี้มันก็ต้องใช่วะ



ตลอดระยะเวลาการตระเวนหาเสียงทั้งกับพรรคและตัวของเขาเอง นี่ก็ผ่านมาเกือบๆ สองอาทิตย์ ซึ่งเข้าสู่อาทิตย์ที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเขาที่เริ่มมีพื้นที่ทางออนไลน์และกลายเป็นไวรอลเมื่อภาพที่เขายืนหาเสียงท่ามกลางประชาชนที่เดินผ่านไปผ่านมาแต่ไม่มีใครคิดจะหยุดฟัง รอยยิ้มและหยดเหงื่อของเขาเป็นที่พูดถึงและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก โดยเฉพาะประเด็น ‘หยดเหงื่อของเด็กหนุ่มเลือดใหม่’



ทางด้านของรักษ์เขาก็ทำงานหนักไม่แพ้กัน โดยเฉพาะการดีลตำแหน่งต่างๆ ในฐานะรัฐบาล แม้จะยังไม่เลือกตั้ง แต่เขามั่นใจว่าพรรครัฐบาลก็ไม่น่าจะผิดไปจากนี้



“สนใจกระทรวงไหนไอ้ลูกพ่อ” ท่านทรงเกียรติพูดคุยกับลูกชายของเขาในวันสบายๆ เหมือนอย่างทุกที โดยเฉพาะการที่เขาเห็นว่าลูกชายของเขาเริ่มจะออกห่างจากเผ่าเพชร



“กระทรวงไหนก็ได้พ่อ เอาที่ผมจะไม่โดนเหม็นหน้าเอา” รักษ์ตอบผู้เป็นพ่อแต่สายตายังคงอยู่กับโทรศัพท์ที่กำลังพูดคุยกับ ‘หงส์’ ลูกสาวผบ.ทบที่เขาเริ่มคุยกันมาเมื่อไม่นาน ในฐานะตัวที่จะทำให้เขาขับเคลื่อนไปข้างหน้า



“กับหนูหงส์เป็นไง”



“เฉยๆ ผมไม่ได้ชอบผู้หญิง”



“ไอ้รักษ์!”



“ผมพูดเรื่องจริง พ่อก็รู้อยู่แล้วอย่าทำเป็นรับไม่ได้ไปหน่อยเลย ที่คุยก็เพราะอยากเกาะ ถ้าไม่มีผลประโยชน์ผมก็ไม่คุยหรอก” รักษ์อยากจะเติมต่อว่าเพราะหัวใจของเขามันรักได้คนเดียว คนที่เขาไม่ได้เจอหรือคุยกันมาได้สักพักเพราะครั้งล่าสุดที่คุยกันนั้น จบไม่ค่อยสวยสักเท่าไหร่



“ไหนว่าเลิกยุ่งกันแล้วไง”



“เลิกยุ่งไม่ใช่เลิกรัก ถ้ามันเลิกรักใครง่ายๆ แบบที่พ่อพูดมันก็ดี” รักษ์ปิดล็อกหน้าจอก่อนจะเก็บโทรศัพท์ของเขาไว้ในกางเกงเหมือนดังเดิม พร้อมกับลุกขึ้นจากโซฟา



“จะไปไหน วันนี้แกมีนัดกับ...”



“เดี๋ยวกลับมา ไม่นาน” รักษ์ไม่ฟังเสียงของพ่อที่ตะโกนตามหลัง เพราะตอนนี้เขาเจ็บเกินกว่าที่จะสู้หน้ากับคนที่ทำให้ความสัมพันธ์ของเขาต้องจบลงอย่างเลือดเย็น แม้จะไม่มีน้ำตาให้เห็นแต่รักษ์กลับรู้สึกปวดหัวใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เจ็บจนไม่อยากจะให้อภัย



รักษ์ยังรักและเคารพในฐานะผู้ให้กำเนิด



แต่ในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่ถูกทำร้ายจิตใจ รักษ์รับไม่ได้กับวิธีการนี้ วิธีการที่ทำให้เขาเจ็บโดยที่ทำอะไรไม่ได้ เพราะเรื่องมันมีอยู่ว่า......
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 7 10.03.63
เริ่มหัวข้อโดย: bun ที่ 10-03-2020 20:55:01
เรื่องมีอยู่ว่า ...
แต่เป็นคู่แข่งกันแบบนี้ จะยังรักกันได้อยู่เหรอ
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 7 10.03.63
เริ่มหัวข้อโดย: miikii ที่ 11-03-2020 01:48:33
โอยยยยยยยยยยยยย  :katai1:
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 7 10.03.63
เริ่มหัวข้อโดย: Ac118 ที่ 11-03-2020 12:48:14
ค้างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง  :katai1: :katai1:
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 8 12.03.63
เริ่มหัวข้อโดย: KJH177 ที่ 12-03-2020 16:15:51
บทที่ 8
เรื่องมีอยู่ว่า...

เรื่องมันมีอยู่ว่า....

“ไอ้รักษ์กูขอบคุณมึงมากเลยนะสำหรับทุกอย่าง แต่กูมาคิดๆ ดูแล้ว...”

“เดี๋ยวๆ ทำไมมึงพูดแบบนี้วะ”

“กูมาคิดดูแล้ว..กูว่าเราพอแค่นี้เถอะว่ะ” ใช่ครับ ผมโดนไอ้เพชรบอกเลิก บอกเลิกทั้งๆ ที่ผมยังไม่ทันได้ตั้งตัว ผมรู้ว่าผมกับมันอย่างไงก็ต้องมีวันนี้ วันที่เราจะต้องจบกันแต่...มันคงไม่ใช่ละครหลังข่าวแบบนั้นแน่นอน

“ปัญญาอ่อน อย่ามาทำตัวเป็นนางเอกโดนรังแกไอ้เพชร กูรู้มึงไม่ใช่แบบนั้น” ตัวสั่น เหงื่อออก กัดปาก อาการแบบนี้ของไอ้เพชรมันแสดงออกว่ามันกำลังโกหกผมอยู่ “พ่อกูไปขู่อะไรมึง?”

“......” คนตรงหน้าผมยังคงเงียบไม่พูดอะไรออกมาแต่อาการที่มันแสดงออกหลังจากที่ผมพูดถึงพ่อ มันชัดเจนมากว่าสาเหตุหลักๆ ที่มันกล้าบอกเลิกผมก็เพราะ...พ่อ

“หรือจะให้กูโทรหาพ่อ? มึงเลือกเอาดีๆ” ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาขู่หลังจากที่ไอ้เพชรนั่งนิ่งเงียบเหมือนเดิม แต่แล้วไอ้เพชรก็เข้ามาคว้าโทรศัพท์ของผมไปก่อน

“มึงอยากรู้จริงดิ”

“......”

“กูบอกก็ได้ แต่มันอาจจะทำให้มึงมองกูเปลี่ยนไป” ไอ้เพชรหลับตาแน่นพร้อมกับถอนหายใจออกมาเหมือนว่าเรื่องที่มันกำลังจะสารภาพกับผมเป็นเรื่องที่หนักหนาจนมันไม่อยากพูด

“......”

“ถ้ากูเลิกกับมึงพ่อมึงสัญญาว่าจะให้ทุกอย่างตามที่กูขอ”

“.....”

“กูเลยคิดว่ากูเลยอยากจะขอ...บางอย่างเพื่อแลกกับการที่ออกจากชีวิตมึง” เอาตรงๆ นะ ผมแม่งโคตรสับสนกับสิ่งที่ไอ้เพชรพูดเลย มันยอมจบความสัมพันธ์กับผมเพื่อแลกกับสิ่งที่มันต้องการ

“เหี้ยเนอะ”

“ยอมรับ”

“แล้วมึงขออะไร” ไม่ใช่ว่าผมไม่เจ็บนะ ผมแม่งโคตรเจ็บเลย ผมยอมรับว่าผมเองก็ใช้มันเป็นเครื่องมือเหมือนกัน แต่นั่นในอีกฐานะที่ผมกับมันตกลงกันเอาไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ผมไม่เคยต้องเอาความสัมพันธ์มาจบลงเพราะไอ้ข้อเสนอบ้าๆ ไอ้เพชรมันแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวไม่ออก

“ขอให้ได้อยู่กับมึง...”

“.....” ถ้าเมื่อสักครู่ว่าสับสนแล้ว ตอนนี้ผมบอกตามตรงว่าโคตรของโคตรสับสน ไอ้เพชรมันกำลังเล่นตลกกับความรู้สึกของผมอยู่อย่างนั้นเหรอ? “กูตามมึงไม่ทัน”

“แค่ตอนที่มึงกับกูอยู่ในเส้นทางนี้ เราควรพักความสัมพันธ์กันเอาไว้ก่อน อนาคตถ้ากูกับมึงออกมาที่จุดเดิม วันนั้นเราสองคนจะไม่แยกกันอีก”

“มึงดูละครมากไปไหมไอ้เพชร เพ้อเจ้อเหี้ยอะไรอยู่” ยอมรับตามตรงว่าตอนนี้ผมควบคุมสติตัวเองได้ไม่เต็มร้อยเท่าไหร่โดยเฉพาะกับคำพูดของไอ้เพชร ผมคาดเดาอะไรมันไม่ได้เลย หัวใจผมพร้อมที่จะแตกสลายทุกเมื่อ

“ยอมรับความจริงเถอะไอ้รักษ์ว่ากูกับมึงอย่างไงก็เป็นไปไม่ได้”

“ไหนมึงบอกว่า...มึงแยกออกไง”

“ขอโทษทีวะไอ้รักษ์ตอนนี้กูแยกไม่ออกจริงๆ”

“แปดปีไม่มีความหมายกับมึงเลยดิ?” ตอนนี้ผมโคตรสมเพชตัวเองเลยว่ะ อารมณ์คนที่กำลังจะโดนทิ้งมันเจ็บปวดแบบนี้นี่เอง

“มี มันยังอยู่ในความทรงจำของกูเสมอ แต่แค่ตอนนี้มันคงต้องพัก กูเคยบอกมึงว่าอย่าลังเลถ้าจะต้องทิ้งกู เพราะอนาคตกูก็ไม่ลังเลที่จะทิ้งมึง เหมือนตอนนี้” ผมพยายามที่จะมองหาความเจ็บปวดจากนัยน์ตาของไอ้เพชร ยิ่งพยายามมากเท่าไหร่ผมก็เหมือนคนโง่ที่ไม่ยอมรับความจริง

“อะไรที่ทำให้มึงเปลี่ยนไป”

“......กูโตพอที่มองออกว่าบางทีความรักมันก็ไม่ใช่ทุกสิ่ง ขอโทษนะมึง”


Phet’ s talk

วิธีสกปรกในวงการการเมืองมันมีอยู่ทุกที่ครับ ผมเรียนรู้กับมันมากพอสมควร แม้ตอนแรกผมจะเอาชนะสิ่งเร้าต่างๆ นี้ได้ แต่ตอนนี้ผมว่าผมพ่ายแพ้กับทุกสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวผม โดยเฉพาะ..

‘ถ้าอยากพิสูจน์ตัวเองในวงการนี้ คุณก็ต้องเลือก สส.ที่มีแฟนเป็นผู้ชายเหมือนกัน ชาวบ้านคงจะหัวเราะน่าดู’

‘คุณภาคินรู้ได้อย่างไงครับ...’

‘คุณเป็นคนในพรรคผม ทำไมผมจะไม่รู้ ผมรู้ทุกอย่างแม้กระทั่งแฟนของคุณคือใคร ผมเตือนนะตอนนี้กระแสคุณมาแรงมาก ถ้ามีคนขุดคุณดับแน่และคนที่จะดับไปพร้อมกับคุณก็น่าจะรู้ว่าเป็นใคร’

‘ผมว่ามันไม่เกี่ยวนะครับเพราะผมเองก็พร้อมที่จะทำงานรับใช้ประชาชนเต็มที่ ส่วนเรื่องรสนิยมทางเพศของผมมันก็ไม่เสียหายหรือส่งผลกระทบอะไรกับงาน’

‘ผมเข้าใจคุณดีนะคุณเพชร แต่นี่ประเทศไทย อย่าลืมว่าสังคมส่วนมากยังรับเรื่องตรงนี้ไม่ได้’

‘ผมจะผลักดันเรื่อง LGBT…..’

‘ถ้ามีเวลาผลักดันเรื่อง LGBT ผมว่าคุณควรมองปัญหาอื่นๆ ก่อนที่จะมองปัญหาเฉพาะกลุ่มของพวกคุณไหมครับ? อีกอย่างนะคุณเพชร พ่อของแฟนคุณเขามีข้อเสนอ ถ้าคุณยอมเลิกคุณอยากได้อะไรเขายินดี เพื่อแลกกับอนาคตลูกชายเขา คุณอย่าลืมว่าไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากเห็นอนาคตลูกของตัวเองจบเพียงเพราะมีตัวถ่วงอนาคต..’

ภาพที่ไอ้รักษ์อดหลับอดนอนตั้งใจทำงานมาตั้งแต่มัธยม เรียกได้ว่ามันยอมแลกกับเวลาช่วงวัยรุ่นที่เด็กคนอื่นๆ ใช้ช่วงเวลาเหล่านี้ไปกับเรื่องสนุกสนาน แต่กลับไอ้รักษ์มันไม่ใช่ ผมยอมรับว่าแม้ไอ้รักษ์จะเป็นลูกชายของผู้มีอิทธิพลทางการเมือง แต่การทำตัวของมันไม่เคยด่างพร้อยให้ชื่อของพ่อมันต้องเสื่อมเสียเหมือนลูกนักการเมืองคนอื่นๆ จะมีเพียงแค่เรื่องเดียวก็คือเรื่องที่มันคบกับผม

ถ้าอนาคตผมจะดับมันก็ไม่เท่ากับอนาคตของไอ้รักษ์เลย ถึงปากมันจะบอกว่าเฉยๆ กับเรื่องการเมือง แต่ผมรู้ดีที่สุดว่าเรื่องที่มันเฉยๆ คือชีวิตของมัน

ไอ้รักษ์อาจจะดูร้าย เจ้าเล่ห์ ในสายตาของใครหลายๆ คน แต่ในฐานะคนของประชาชนไอ้รักษ์ไม่เคยทำให้ผิดหวัง แม้ว่าตอนนั้นอำนาจของมันจะอยู่ภายใต้คนอื่น แต่ในอนาคตอำนาจทั้งหมดจะอยู่ในมือของมัน

ถ้ายังมีผมอยู่ด้วยอนาคตของมัน ความฝันของมันก็คงจบ..

ผมอาจจะดูเป็นนางเอกเหมือนอย่างที่ไอ้รักษ์มันว่า แต่ทำไงได้ผมรักมันผมไม่อยากให้มันต้องหนักใจเพราะผม ถ้าอนาคตมันต้องเป็นฝ่ายบอกเลิกผม

ใครว่าเป็นฝ่ายบอกเลิกไม่เจ็บ ผมขอเถียงเลย.....

เจ็บฉิบหายตอนที่เห็นมันเดินออกจากห้องผมไป เจ็บที่เห็นว่าอ้อมกอดนั้นมันจะไม่เป็นของผมอีกต่อไป เจ็บที่จะต้องยอมรับว่าแปดปีที่ผ่านมามันจะต้องหยุดลงในวันนี้

น้ำตาผมไหลออกมาเมื่อไอ้รักษ์ลับสายตาผมออกไป ความอ่อนแอของผมมันเผยออกมา ถ้าผมร้องไห้ต่อหน้ามันไอ้รักษ์มันก็ต้องเป็นห่วงและไม่ยอมปล่อยผม ถ้าจะมีใครต้องเจ็บผมขอเป็นฝ่ายเจ็บที่สุดก็แล้วกัน

“ไอ้รักษ์ กลับมาได้ไหมวะ ฮึก..” สิ่งที่ผมอยากจะพูดออกไปมากที่สุด ผมกลับกล้าพูดตอนที่มันออกไปแล้ว “กูทำใจไม่ได้จริงๆ” ภาพทุกอย่างมันวนเวียนอยู่ในหัวของผมซ้ำไปซ้ำมา ผมพยายามคิดว่าถ้าผมไม่เลือกเส้นทางนี้อนาคตของผมกับมันจะดีกว่าตอนนี้ไหม

“ฮึก..กูจะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไงวะ ฮึก” ภาพที่มันรีดผ้า ภาพที่มันทำอาหาร ภาพที่มันคอยอยู่ข้างๆ ผมตอนนี้มันจะไม่มีอีกแล้ว

ไอ้เหี้ย! ผมปล่อยมันไปไม่ได้จริงๆ ว่ะ

ผมปาดน้ำตาทิ้งพร้อมกับวิ่งไปที่ประตูห้องที่ไอ้รักษ์เดินออกไป มันอาจจะดูโง่ที่ผมบอกเลิกมันแล้วจะวิ่งกลับไปหา นั่นแหละครับ ผมยอมโง่

แกรก

“......”

“......”

หมับ!

ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับร่างของรักษ์ที่ยังยืนอยู่ที่เดิม น้ำตาของรักษ์ไหลออกมาเรื่อยๆ แม้จะไม่ส่งเสียงร้องออกมาเหมือนอย่างเผ่าเพชรแต่นั่นกลับทำให้เผ่าเพชรปวดหัวใจ น้ำตาแห่งความเสียใจที่มีเขาเป็นต้นเหตุ

เผ่าเพชรดึงรักษ์เข้ามากอดทันทีที่เห็นว่ารักษ์ยืนอยู่หน้าห้อง ความรู้สึกของเขาทั้งสองคนมันเลยคำว่าเสียใจ หัวใจของทั้งคู่แตกสลายไม่มีชิ้นดี เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นณ ตอนนี้มันสามารถพิสูจน์ได้อีกอย่างว่า สายใยที่มีให้กันและกันมันตัดไม่ขาด

“เรายังไม่ได้สู้เลยนะไอ้เพชร”

“ฮึก เออ เรายังไม่ได้สู้เลยว่ะ” ทั้งคู่ยังคงกอดกันอยู่อย่างนั้น “กูแม่งโคตรโง่เลยไอ้รักษ์ กูโง่ที่ปล่อยมึงไปแบบนี้ กูไม่อยากเป็นนางเอก แต่กูอยากได้มึง”

“สู้ดิวะ สู้ไปกับกู” รักษ์ค่อยๆ ผละออกจากอ้อมกอดของเผ่าเพชรพร้อมกับเอื้อมมือไปเกลี่ยน้ำตาออกจากใบหน้าของเผ่าเพชร “อย่าร้องไห้อีกเลยนะ หน้ามึงเหี้ยมาก”

“ไอ้เวร” เผ่าเพชรหัวเราะออกมาเบาๆ พร้อมกับยื่นมือไปเกลี่ยน้ำตาให้กับรักษ์บ้าง “มึงก็อย่าร้องไห้นะไอ้รักษ์ หน้าเหมือนปากตีน”

“หน้ากูเหมือนปลาตีนแต่มึงก็ยังเอา?”

“หน้ากูเหี้ยมึงก็รักกูแหละว่ะ” ทั้งคู่พากันเข้ามาในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันแตกต่างออกไปเพราะ...


“ตอนนี้กูกับมึงเลิกกันแล้วนะ”

“เออ เลิกแล้ว” ทั้งคู่ตกลงว่าเลิกกัน เลิกในที่นี้เพื่อให้คนที่สั่งมาตายใจ และไม่สงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งสอง

“ต่อไปนี้กูก็จะไม่ได้มาหามึงแล้ว”

“รู้”

“อาจจะไม่ได้โทรหาบ่อย”

“อาฮะ”

“แล้วก็อาจจะไปยุ่งกับคนอื่น...” เผ่าเพชรชะงักอีกครั้งแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา “หงส์ลูกสาวของผบ.ทบ. คนนี้พ่อกับดีลกับพ่อของหงส์ แค่คุยๆ กันไปก่อนเพื่ออนาคตข้างหน้า และกูก็เชื่อว่าหงส์ก็ไม่ได้จริงจังกับกู” รักษ์เลือกที่จะบอกเผ่าเพชรออกไปตรงๆ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ

“ถ้าเขารักมึงจริงๆ มึงเหี้ยเลยนะที่หลอกใช้เขา”

“อย่าใสครับ โอกาสมาก็ต้องคว้าเอาไว้”

“จะคอยดูว่าจะเป็นอย่างที่ปากพูดไหมนะไอ้รักษ์” ทั้งคู่พูดคุยกันอีกสักพักก่อนที่จะถึงเวลาบอกลากันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ก็ต่างออกไปเพราะบอกลากันด้วยดี

“รู้ใช่ไหมว่ากูรักมึง” ก่อนที่รักษ์จะออกจากห้องไปอีกรอบ เผ่าเพชรย้ำความรู้สึกของเขาอีกครั้ง

“รู้ กูก็รักมึงเหมือนกัน” ถึงแม้ว่าจะพูดคุยและตกลงกันอย่างเข้าใจ แต่รักษ์เองก็เหมือนมีบาดแผลอยู่ในใจหนึ่งแผล เขายังเสียใจที่เผ่าเพชรเลือกที่จะบอกเลิกเขาแทนที่จะหันหน้ามาพูดคุยกัน ปัญหาแค่นี้มันไม่ได้อยากเลย

แต่กลับเผ่าเพชรมันเป็นปัญหาที่ยากเพราะ...ถ้าทุกอย่างถูกจับได้ ชีวิตของเขาอาจจะจบลงและไม่ได้อยู่เคียงข้างรักษ์อีกต่อไป เผ่าเพชรไม่ได้พูดทุกอย่างให้รักษ์ฟังทุกเรื่อง และเรื่องที่เผ่าเพชรไม่ได้บอกก็คือ

‘ถ้าคุณแกล้งตบตาผมหรือคนอื่นๆ ผมไม่รับประกันชีวิตคุณนะครับ คุณก็รู้ว่าเขาสามารถทำได้ทุกอย่าง’

ถ้ารักษ์บอกให้เขาสู้เขาก็ต้องสู้ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้สู้อีกต่อไป บาดแผลนี้ก็อยู่ในใจของเผ่าเพชรเช่นกัน
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 8 12.03.63
เริ่มหัวข้อโดย: Ac118 ที่ 12-03-2020 16:52:19
ตอนแรกใจหาย แต่พอพลิกกับมาตกลงกันได้ โล่งงงง แล้วก็กลับมา เฮ้อออ เศร้าเด้อ
วงการนี้มันเหี้ยม!
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 9 13.03.63
เริ่มหัวข้อโดย: KJH177 ที่ 13-03-2020 20:05:09
บทที่ 9

ไล่บี้


“หงส์มองออกนะคะว่ารักษ์ไม่ได้ชอบหงส์”



“ผมมองออกขนาดนั้นเลยเหรอครับ?” ในงานสังคมงานหนึ่ง รักษ์ได้รับหน้าที่เป็นตัวแทนของผู้เป็นพ่อมาร่วมงาน ซึ่งมีหงส์ หรือ รหงส์ นพนิตร ลูกสาวคนสวยของท่าน ผบ.ทบ



“หงส์ก็ไม่ได้โง่นะคะรักษ์ คนอย่างรักษ์จะเข้าหาหงส์ก็เพราะผลประโยชน์” แก้วแชมเปญของหงส์ถูกยกชนกับแก้วแชมเปญของรักษ์ ก่อนที่ริมฝีปากบางที่แต่งแต้มด้วยลิปสติกหรูจะจิบเบาๆ



“ถ้าอย่างนั้นก็น่าจะคุยกันรู้เรื่องนะครับ ผมจะได้ไม่พยายามต่อ”



“ถือว่าหงส์เป็นเพื่อนอีกคนของรักษ์ก็ได้ค่ะ” รักษ์เองพึงพอใจกับท่าทีของหงส์ในตอนนี้เป็นอย่างมาก เพราะหงส์เป็นผู้หญิงฉลาดและมองโลกอยู่กับความเป็นจริง และที่สำคัญเธอรู้และไล่ตามคนอย่างเขาทัน นั่นก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่รักษ์พอใจ



“ครับ” รักษ์กวาดสายตาไปรอบๆ งานที่มีแต่คนในวงการเดียวกันกับเขา ทั้งนักการเมืองระดับสูง เจ้าสัว นายทุน หรือแม้แต่วงการทหารก็มาร่วมงานในครั้งนี้



“อีกไม่กี่วันก็เลือกตั้งแล้ว รักษ์ตื่นเต้นไหมคะ” ด้วยความที่ไม่อยากให้บรรยากาศน่าอึดอัดหงส์จึงถามขึ้นมาขณะที่สายตาของรักษ์เหม่อมองไปยังด้านหลังของเธอ “ข้างหลังหงส์มีอะไรน่าสนใจเหรอคะ รักษ์ถึงเอาแต่มองแบบนั้น?”



“ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่บังเอิญเจอเพื่อนเก่า ว่าแต่หงส์ถามอะไรนะครับ?” สายตาของรักษ์บังเอิญไปสะดุดกับผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ หัวหน้าพรรคหรือแคนิเดตนายกฝั่งตรงข้าม



“ไปทักไหมคะ? หงส์พาไป”



“ไม่เป็นไรครับ” รักษ์ยอมรับว่าเสียอาการที่เห็นเผ่าเพชรในตอนนี้และต่อหน้าใครหลายๆ คนโดยเฉพาะกับหงส์ ถ้าเขาแสดงออกผิดแผกไปหงส์จับสังเกตได้อย่างแน่นอน



“หงส์อยากรู้จักเพื่อนของรักษ์ค่ะ” หงส์เป็นฝ่ายลุกขึ้นยืนก่อนทำให้รักษ์เลี่ยงไม่ได้ “ไปคะ คนนั้นใช่ไหมคะที่ยืนอยู่ข้างๆ คุณภาคิน”



“หงส์รู้จักคุณภาคินด้วยเหรอครับ?”



“เคยเป็นรุ่นพี่สมัยเรียนที่อังกฤษค่ะ ไปค่ะ” หงส์ฉีกยิ้มหวานก่อนจะเดินนำไปยังจุดที่ภาคินและเผ่าเพชรยืนอยู่ จังหวะที่ทั้งคู่สบตากัน เผ่าเพชรรีบเก็บอาการทันทีเพราะตอนนี้เผ่าเพชรอยู่กับภาคิน ซึ่งเป็นคนที่รับรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี



“สวัสดีค่ะพี่คิน”



“สวัสดีครับน้องหงส์ สวัสดีครับคุณรักษ์” รักษ์รีบละสายตาจากเผ่าเพชรทันทีก่อนจะยื่นมือออกไปจับกับภาคินเพื่อเป็นการทักทายพร้อมกับยิ้มมารยาท



“สวัสดีครับคุณภาคิน”



“ไม่เห็นรักษ์ทักทายเพื่อนของรักษ์เลยคะ?” หงส์หันมาถามคนข้างๆ ที่ดูเหมือนจะลืมจุดประสงค์ในตอนแรก ทำให้รักษ์จำเป็นต้องหันไปมองทางเผ่าเพชรที่ยืนตัวเกร็ง



“ไอ้เพชร ไม่เจอกันนานเลยนะมึง สบายดีไหมวะเพื่อน?” การทักมายเป็นไปอย่างน่าอึดอัดเพราะท่าทางและน้ำเสียงของรักษ์



“ก็ดีว่ะ มึงล่ะเพื่อน” คำว่าเพื่อนของทั้งคู่ที่ไม่เคยใช้เรียกกันทำให้รู้สึกขัดหูแปลกๆ



“คุณเพชรอยู่ทักทายเพื่อนของคุณก็ได้ เดี๋ยวผมขอตัวหงส์ไปคุยก่อนนะครับคุณรักษ์” ภาคินหันไปบอกเผ่าเพชรด้วยสีหน้าปกติประหนึ่งว่าเขาไม่เคยรู้เรื่องอะไรมาก่อน ส่วนหงส์เองก็ทำหน้าที่ได้ดีในการคั่นเวลาให้เผ่าเพชรและรักษ์อยู่ทักทายกัน



เมื่อภาคินเดินไปอีกฝั่งแต่ยังคงมองมาทางเผ่าเพชรเพื่อดูเป็นระยะ ส่วนเผ่าเพชรเองก็คอยระแวงภาคินอยู่เหมือนกัน ทำให้เขาเกร็งตลอดเวลาที่อยู่กับรักษ์



“มึงเป็นอะไร?” รักษ์ที่เห็นว่าเผ่าเพชรเอาแต่มองไปที่ภาคินเขาถึงกับเผลอตัวยื่นมือไปจับแขนของเผ่าเพชรแรงๆ



“ไอ้รักษ์” เผ่าเพชรดึงแขนตัวเองกลับมาที่เดิม “คนอยู่เยอะ”



“ก็แค่เพื่อนคุยกันป่าววะ มึงจะเกร็งให้คนอื่นสงสัยทำไม” รักษ์ไม่เข้าใจกับท่าทีของเผ่าเพชรที่เอาแต่เกร็งไม่ยอมสบตาเขา ทั้งๆ ที่ไม่เจอกันนาน รักษ์อยากที่จะคว้าตัวเผ่าเพชรเข้ามากอดแต่เผ่าเพชรกลับทำท่าทีเหมือนไม่ดีใจ



“เออ แล้วมึงเป็นไงบ้างวะ สบายดีไหม” เผ่าเพชรรีบเปลี่ยนเรื่องทันทีเมื่อเห็นว่ารักษ์เริ่มแสดงอาการไม่พอใจ



“ไม่มีมึงอยู่ด้วยนี่เขาเรียกว่าสบายดีไหมวะ”



“ไอ้รักษ์!?” เผ่าเพชรตกใจเมื่ออยู่ๆ รักษ์กลับพูดจาไม่ระวังตัว “ระวังหน่อยดิมึง”



“กลัวอะไร?”



“เพื่อนกันเขาไม่คุยแบบนี้หรอก”



“รีดผ้าเองคงลำบากแย่เลยนะมึง บอกให้ทาครีมบ้างก็ไม่เห็นจะฟัง แล้วนี่...” ยังไม่ทันที่รักษ์จะพูดจบ เผ่าเพชรรีบยกมือขึ้นมาห้าม



“มึงหยุดเลยไอ้รักษ์ ถ้ามึงพูดแบบนี้อีกกูไปนะ”



“กูแค่คิดถึงมึง ก็ทำไม่ได้เหรอวะ?” โชคดีที่ทั้งคู่อยู่ในมุมที่แสงน้อยทำให้ไม่มีใครเห็นสีหน้าและแววตาของรักษ์ที่แสดงออกมาตอนนี้ สายตาที่ทำให้เผ่าเพชรหัวใจสั่นไหว เขาเองก็คิดถึงเพียงแต่เขาแสดงอาการออกมาไม่ได้



ครื่น..



จังหวะที่รักษ์จะยื่นมือไปตรงหน้าเผ่าเพชร อยู่ๆ ก็มีข้อความส่งมาทำให้รักษ์เปลี่ยนทิศทางของมือมาจับโทรศัพท์แทน ซึ่งเผ่าเพชรเองก็ได้รับข้อความจากภาคินเช่นกัน



‘หงส์ขอไปทำธุระกับพี่คินสักครึ่งชั่วโมงนะคะ เดี๋ยวจะรีบกลับมา’



หลังจากที่ทั้งคู่อ่านข้อความ ทั้งสองเงยหน้าขึ้นมามองพร้อมกัน



“กูปวดท้อง” เผ่าเพชรเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน



“กูเห็นห้องน้ำอยู่ด้านล่างไม่ค่อยมีคนใช้เท่าไหร่ ห้องสุดท้ายน่าจะกว้าง”



“อืม” เผ่าเพชรรีบเดินออกไปตามที่รักษ์บอก ส่วนรักษ์เอี้ยวตัวไปมองเผ่าเพชรเล็กน้อยซึ่งเป็นจังหวะที่บริกรยกถาดคอกเทลผ่านมาพอดี รักษ์รีบหยิบก่อนจะหยกขึ้นกระดกจนหมด



รักษ์หันซ้ายหันขวามองไปยังรอบๆ เหมือนปกติ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสังเกตเขาจึงไปยังจุดหมายปลายทางข้างหน้า ซึ่งมีสิ่งที่เขาปรารถนารออยู่



----------------------------------------------------------------------------------------------------





“เฮือก!” ขาข้างหนึ่งของเผ่าเพชรถูกมือแกร่งของรักษ์ยกขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมก่อนที่บางสิ่งจะเข้าไปสำรวจด้านใน ซึ่งระหว่างนั้นรักษ์ต้องรักษาความปลอดภัยของเผ่าเพชรก่อนที่จะเข้าไป



ซองถุงยางอนามัยถูกโยนทิ้งลงถึงขยะข้างๆ พร้อมกับบางสิ่งบางอย่างนั้นจะเริ่มเข้าไปสำรวจด้านใน เผ่าเพชรกระตุกตัวเล็กน้อยพร้อมกับกัดเสื้อเพื่อระงับเสียงไม่ให้เล็ดรอดออกไป



รักษ์ไม่สามารถยับยั้งช่างใจเอาไว้ได้เพราะมีเวลาและพื้นที่ที่จำกัดทำให้รักษ์จำเป็นจะต้องทำเวลา และนั่นทำให้เผ่าเพชรแทบจะทนเก็บเสียงไว้ไม่ไหว



“อื้ม” รักษ์เอื้อมมืออีกข้างสอดเข้ามาด้านในโพรงปากของเผ่าเพชร ลิ้นร้อนตวัดเข้ากับนิ้วของรักษ์เป็นอย่างดี สัมผัสอ่อนนุ่มของลิ้นเป็นสิ่งกระตุ้นให้รักษ์ถาโถมเข้ามาไม่ยั้ง ส่วนมืออีกข้างของรักษ์จับบริเวณกลางลำตัวของเผ่าเพชรขยับไปมาตามจังหวะเช่นเดียวกัน รักษ์ไม่ปล่อยให้ปากของเขาว่างเพราะตอนนี้ริมฝีปากของเขาครอบครองซอกหูและไล่ลงมาที่ลำคอของเผ่าเพชรที่เริ่มเป็นสีแดงเพราะไอร้อนและระบมจากการขบกัดของริมฝีปากรักษ์



“ฮึก!”



“อื้ม!!” รักษ์ยังคงไม่เอาสิ่งนั้นออกจากร่างกายของเขาเผ่าเพชร เขาคาเอาไว้อยู่อย่างนั้นเพื่อให้ของเหลวในร่างกายไหลเข้าในถุงยางจนหมด เสียงหอบหายใจของทั้งคู่เป็นสิ่งเดียวที่บ่งบอกว่าตอนนี้สิ่งที่ขาดหายกลับมาเติมเต็ม แม้จะไม่มีคำพูดหลุดออกมาก็ตาม แต่สามารถรับรู้ได้ผ่านทางร่างกาย



“กูเอาออกนะ แปบเดียว” รักษ์กระซิบเบาๆ ข้างๆ หูของเผ่าเพชรก่อนจะค่อยๆ ถอนบางอย่างนั้นออกมาอย่างช้าๆ



“ไอ้รักษ์มือมึง...” เผ่าเพชรก้มลงมอง มองข้างหนึ่งของรักษ์ที่เลอะจากการกระทำของเขา ก่อนที่จะกวาดตามองหาทิชชู



“ไม่เป็นไร แต่งตัวเถอะ” เผ่าเพชรพยักหน้าก่อนที่จะเริ่มจัดแจงเสื้อผ้าให้กลับมาอยู่ที่เดิม หันมาอีกทีคาบที่เคยอยู่บนมือของรักษ์กลับหายไปแล้ว



“กระดุม” รักษ์ดันหลังของเผ่าเพชรให้ไปติดกับกำแพงก่อนจะติดกระดุมเม็ดบนที่เผ่าเพชรไม่ได้ติด



“.....ขอบคุณ” สายตาของรักษ์จ้องมองมาที่ริมฝีปากของเผ่าเพชรด้วยความโหยหา เขาอยากจะลิ้มรสมันอีกครั้งและอีกครั้งตลอดทั้งคืน แต่เขากลับทำไม่ได้



“อยากจูบอีก”



“หนึ่งนาที..” สิ้นเสียงของเผ่าเพชรรักษ์ก้มลงฉกชิงริมฝีปากของเผ่าเพชรได้อย่างเต็มที่ ทั้งสองต่างมอบความสุขให้กันและกันผ่านสายใยบางๆ ที่เชื่อมต่อกัน



รักษ์อ้อยอิ่งจนวินาทีสุดท้ายกว่าจะถอนริมฝีปากออกมา



“คิดถึง” จมูกของรักษ์ยังคลอเคลียเผ่าเพชรไม่ห่างจนเผ่าเพชรเป็นฝ่ายที่ดันตัวของรักษ์ออก ก่อนที่จะเลยเถิดไปมากกว่านี้



“ออกไปได้แล้ว”



“ขออีก...”



“จะหมดเวลาแล้วนะ”



“อยากอยู่กับมึง”



“มึงอย่างอแงดิวะ”



“แค่กับมึงแหละ” กว่าที่รักษ์จะยอมออกเผ่าเพชรเกลี้ยกล่อมอยู่นานจนรักษ์ยอม รักษ์เป็นฝ่ายออกมาก่อนและโชคดีที่หงส์และภาคินยังไม่กลับเข้ามา ถ้าให้เดาก็อาจจะเป็นธุระเหมือนที่เขาพึ่งทำมา



รักษ์นั่งรออยู่ที่เดิมเหมือนอย่างในตอนแรก ส่วนเผ่าเพชรเองก็กลับมานั่งตรงข้ามกับรักษ์เพื่อไม่ให้ผิดสังเกต แต่ถ้าจะผิดสังเกตก็เพราะใบหน้าที่แดงของเผ่าเพชร



“เขินไรวะ? ยังไม่ชินอีกเหรอ” รักษ์แกล้งแซวเมื่อเห็นว่าเผ่าเพชรเอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมสบตาเขา “คนคุยด้วยก็มองหน้าดิ ไม่ใช่มองอย่างอื่น”



“กวนตีนนะมึง” เผ่าเพชรคว้าแก้วเครื่องดื่มตรงหน้าขึ้นมาดื่มแก้เขิน ส่วนรักษ์เองก็เอาแต่มองใบหน้าของเผ่าเพชรด้วยความคิดถึง



“กูยังสุดยอดเหมือนเดิมไหม”



“ไอ้รักษ์...”



“ขอโทษนะรักษ์ที่ไปทำธุระนานไปหน่อย” ยังไม่ทันที่เผ่าเพชรจะพูดจบ เสียงของหงส์กลับแทรกขึ้นมาก่อน “เอ่อ คุณเพชรคะ พี่คินรออยู่ด้านนอกค่ะ” หงส์หันไปบอกเผ่าเพชร



“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ สวัสดีครับคุณหงส์ กูไปก่อนนะไอ้รักษ์” เผ่าเพชรรีบลุกขึ้นทันทีก่อนจะรีบเดินออกไป ส่วนหงส์ได้โอกาสนั่งแทนที่เผ่าเพชร



“เพื่อนรักษ์ดูท่าทางรีบๆ นะคะ”



“มันคงง่วงแหละครับ แล้วหงส์...” ถ้ารักษ์มองไม่ผิดเขาเห็นรอยอะไรบางอย่างที่คอของหงส์จางๆ ทำให้หงส์รีบยกมือขึ้นมาปิด



“แหม รักษ์ก็ช่างสังเกตนะคะ”



“ครับ...” มันจะไม่แปลกเลยถ้าคุณภาคินไม่ได้มีครอบครัวอยู่แล้ว.....ถ้าเรื่องนี้หลุดออกไปความน่าเชื่อถือของพรรคและความนิยมก็คงต้องจบแน่ๆ



“รักษ์ยิ้มอะไรคะ?”



“แค่คิดอะไรเล่นๆ ครับ เดี๋ยวผมไปส่งบ้านนะหงส์”



“ค่ะ”



----------------------------------------------------------------------------------------------------



“คุณภาคิน..เอ่อ”



“คุณกลับเองนะ ผมขอตัว” ภาคินเดินเลี่ยงไปอีกทางทั้งๆ ที่เขามาด้วยกัน สภาพของคุณภาคินตอนนี้ไม่บอกก็รู้ว่าผ่านอะไรมา



“......!!” เผ่าเพชรคิดอะไรได้บางอย่างทำให้เขารีบวิ่งกลับไปข้างใน แต่ไม่ได้เข้าไปในงานเพราะเขามีสถานที่ที่เขาต้องไปจัดการ



เรื่องนี้เขาไม่ยอมเป็นเบี้ยล่างแน่นอน บี้ได้ก็พร้อมจะบี้
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 9 13.03.63
เริ่มหัวข้อโดย: miikii ที่ 17-03-2020 02:26:37
สู้กันซักตั้ง  :hao3:
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 9 13.03.63
เริ่มหัวข้อโดย: Ac118 ที่ 17-03-2020 16:01:40
ต่างคนต่างมีความลับ
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 10 18.03.63
เริ่มหัวข้อโดย: KJH177 ที่ 18-03-2020 15:59:29
บทที่ 10

เลือก (ที่จะ) ตั้ง



ข้อห้ามของคืนก่อนเลือกตั้ง



มาตรา 57 ห้ามทำการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งโดยวิธีการใดๆ ไม่ว่าจะเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด นับแต่เวลา 18.00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้ง 1 วันจนสิ้นสุดวันเลือกตั้ง ดังนั้น หลังเวลา 18.00 น. ก่อนวันเลือกตั้ง จะต้องหยุดปราศรัย หยุดหาเสียงทันที ฝ่าฝืนต้องระวางโทษตามมาตรา 147 จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ



มาตรา 76 ห้ามกระทำการใดๆ โดยไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมายเพื่อมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถใช้สิทธิได้ หรือขัดขวางหน่วงเหนี่ยวมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไป ณ ที่เลือกตั้งหรือเข้าไป ณ ที่ลงคะแนนเลือกตั้ง หรือมิให้ไปถึง ณ ที่ดังกล่าวภายในกำหนดเวลาที่จะลงคะแนนเลือกตั้งได้ ฝ่าฝืนต้องระวางโทษตามมาตรา 152 จำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี



มาตรา 155 ผู้ใดขาย จำหน่าย จ่ายแจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิด ในเขตเลือกตั้งระหว่างเวลา 18.00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้ง 1 วันจนสิ้นสุดวันเลือกตั้งต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีดังกล่าวใช้บังคับกับวันลงคะแนนเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งหรือเลือกตั้งล่วงหน้าด้วย



มาตรา 156 ผู้ใดเล่นหรือจัดให้มีการเล่นการพนันขันต่อใดๆ เกี่ยวกับผลของการเลือกตั้งต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 5 ปี





“โตๆ กันแล้ว” หากลงเล่นการเมืองแต่ไม่รู้ข้อห้ามดังกล่าวก็ไม่ควรที่จะเขียนแม้แต่ใบสมัคร เผ่าเพชรนั่งมองข้อห้ามที่ส่งผ่านไลน์ของพรรค ก่อนจะส่ายหน้า



เรื่องแค่นี้มันควรที่จะรู้ตั้งแต่เริ่มแรกไม่ใช่มาย้ำ ซึ่งการย้ำถือเป็นเรื่องดีแต่มันก็สามารถสะท้อนอะไรหลายๆ อย่างได้ดีเช่นกัน โดยเฉพาะคนที่ไม่รู้เรื่องแต่มีดีกรีเป็นผู้สมัครสส.ในเขตต่างๆ



พรรคที่ประชาชนต่างไว้วางใจ ตอนนี้เผ่าเพชรเองก็ไม่แน่ใจว่าเขาเลือกพรรคถูกหรือไม่ พรรคที่ตอบโจทย์อุดมการณ์ แต่ไม่ตอบโจทย์ด้านการทำงาน



เผ่าเพชรนอนเช็คข้อมูลและกระแสต่างๆ ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะทวิตเตอร์ที่มีแฮชแท็ก #คืนหมาหอนก่อนเลือกตั้ง ก่อนที่เขาจะมาสะดุดกับโพสต์บางอย่าง



‘แฉนักการเมืองดัง หลังเลือกตั้ง’



เผ่าเพชรคลิกเข้าไปดูในลิงก์ก่อนจะเห็นเป็นเพียงแค่รูปเงาที่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นใคร พร้อมกับมีข้อความสั้นๆ ที่ไม่สามารถจับใจความที่จะสื่อได้ เผ่าเพชรเลยคลิ๊กออกและเลิกเล่นโทรศัพท์ หันมานั่งสมาธิสวดมนต์ก่อนนอนเหมือนอย่างทุกคืน ช่วงนี้เขาตั้งการสมาธิมากกว่าที่ผ่านมา สาเหตุหนึ่งก็คงเป็นเพราะ...





คืนวันงาน



หลังจากที่ภาคินแยกตัวออกไป เผ่าเพชรวิ่งกลับเข้าไปด้านในงาน เขามองหารักษ์แต่ไม่เจอทำให้เผ่าเพชรลุยเดี่ยวเข้าไปคนเดียว ห้องที่เขาจะไปก็คงไม่พ้น ‘ห้องควบคุม’



ในใจของเผ่าเพชรภาวนาให้สามารถเข้าไปในห้องควบคุมได้ และสิ่งที่เขาตามหาจะต้องมีหลักฐานเพื่อที่จะใช้ป้องกันตัวของเขาเองในอนาคต



เผ่าเพชรมาถึงห้องควบคุมก่อนจะมองซ้ายขวาเพื่อดูว่าระหว่างนั้นจะมีคนเข้ามาไหม เมื่อเห็นว่าทางสะดวกเขาจึงค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปในห้องควบคุม



“ขอร้องเถอะ...” หน้าจอแสดงผลของกล้องวงจรปิดทุกตัวอยู่ตรงหน้าเผ่าเพชรในตอนนี้ เขาขอแค่ได้หลักฐานมาแค่นั้นก็เพียงพอ



สองมือสั่นด้วยความรีบร้อนและตื่นเต้น ใจหนึ่งก็กลัวว่าจะมีคนจับได้ อีกใจก็อยากจะรีบปล่อย แต่เขารู้แน่ว่าถ้าเขาปล่อย ไม่ใช่เรื่องยากที่ภาคินจะรู้ว่าเป็นฝีมือของเขา และอีกอย่างถ้าเขาใช้เรื่องนี้ขู่ภาคินมันก็ไม่ต่างจากการหาเรื่องใส่ตัว แต่สิ่งที่บีบให้เขาทำก็คือ...ภาคินล้ำเส้นของเขาก่อน



“ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว...” เผ่าเพชรกดเข้าไปยังไฟล์เก็บรวบรวมวิดีโอของกล้องวงจรที่อยู่ในงาน ก่อนจะหามุมที่สามารถมองเห็นพวกเขาได้ชัดที่สุด เมื่อรู้ว่ากล้องตัวไหนเผ่าเพชรไม่รอช้าที่จะดูดไฟล์ออกมา และค้นหากล้องวงจรตามเส้นทางที่ภาคินพาหงส์ไป



“ชัดสุดแค่นี้เหรอวะ?!” เหมือนโชคจะไม่เข้าข้างเผ่าเพชรเอาซะเลยเพราะกล้องวงจรสิ้นสุดแค่เส้นทางภายในงาน เพราะนอกอาคารหรือทางไปห้องน้ำหรือเส้นทางอื่นๆ ไม่สามารถใช้งานได้ “เชี้ย!” อาการตอนนี้เรียกได้ว่าหัวเสีย เมื่อไม่ได้ข้อมูลตามที่เขาต้องการเผ่าเพชรรีบออกจากห้องทันที



ตุบ!



ด้วยความที่รีบออกมานั้นทำให้เผ่าเพชรไม่ทันได้มองทำให้เขาชนเข้ากับใครบางคนจนตัวของเขาล้มไปกองอยู่ที่พื้น



“ไอ้เพชร?”



“ไอ้รักษ์! ...อุ๊บ!” รักษ์รีบเข้ามาปิดปากเผ่าเพชรก่อนจะลากเผ่าเพชรเข้าไปหลบอีกมุมหลังจากที่รักษ์ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาทางนี้



“เบา” รักษ์กระซิบข้างๆ หูของเผ่าเพชรเบาๆ และดันตัวของเผ่าเพชรให้เข้ามาแนบชิดอยู่ที่อกของเขา



“เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วใช่ไหมครับ?” เสียงของบุคคลที่สามดังออกมาจากห้องควบคุม ซึ่งรักษ์เองตั้งใจฟังว่าพูดอะไร ส่วนเผ่าเพชรเหมือนวัวสันหลังหวะเริ่มรู้สึกไม่สบายใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น



“ไอ้รักษ์...”



“เบา” รักษ์พูดเสียงดุเมื่อเผ่าเพชรเอาแต่เรียกชื่อของเขา



“กล้องนั้นมันใช้งานไม่ได้ครับนาย ครับผมเช็คดูแล้ว อะไรนะครับ ก่อนหน้านี้ก็ไม่เห็นมีใครเข้ามานะครับ ครับเดี๋ยวผมจะเดินดูรอบๆ” ถ้าคนปลายสายคือภาคิน เผ่าเพชรแน่ใจว่าภาคินอาจจะสงสัยเขาก็เป็นไปได้



“.......” มือหนาของรักษ์ที่ปิดปากของเผ่าเพชรอยู่กระชับให้แน่นขึ้น ส่วนอีกมือเขากระชับอ้อมกอดของเผ่าเพชรให้ขยับเข้ามา



เสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาทางที่เขาหลบอยู่ รักษ์เองก็ลุ้นเพราะถ้าเจอเขากับเผ่าเพชรอยู่ตรงนี้ ทุกอย่างจบแน่ แผนการที่เขาโกหกพ่อก็คงจะจบลงไปพร้อมๆ กัน



“คงไม่มีใครหรอกมั้ง”



“ฟู่....”



“หรือมีวะ?”



“.....!!!”



“ครับนาย ครับ ผมกำลังกลับ”



“ฟู่...” ครั้งนี้รักษ์หายใจได้เต็มปอดจริงๆ หลังจากที่ผู้ชายคนนั้นหันหลังเดินออกไป เมื่อแน่ใจแล้วเขาจึงค่อยๆ ปล่อยมือออกจากปากของเผ่าเพชร



“มึงเข้าไปทำอะไร?” รักษ์ลุกขึ้นยืนก่อนที่จะยื่นมือให้เผ่าเพชรจับเพื่อที่จะดึงตัวของเผ่าเพชรขึ้น



“แล้วมึงมาทำอะไร?”



“กูถามมึงก่อน”



“กูแค่มาหาอะไรบางอย่าง” เผ่าเพชรหลบสายตาของรักษ์ก่อนจะกระแอ่มเบาๆ พร้อมกับเปลี่ยนเรื่อง “กูว่าเรากลับกันก่อนดีกว่าที่จะมีสายของพ่อมึงมาเห็น”



“ให้ไปส่งไหม?”



“แล้วมึงไม่ไปส่งหงส์อะไรนั่นหรอ”



“หงส์กลับไปแล้ว เหลือแต่มึงนั่นแหละ”



“เดี๋ยวกูกลับเอง มึงก็กลับดีๆ ก็แล้วกัน” เผ่าเพชรบอกลารักษ์ตั้งแต่ตรงนั้นก่อนที่เขาจะหันหลังเดินกลับออกมา



ทั้งคู่ต่างมีอะไรบางอย่างปิดบังกัน และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้เผ่าเพชรต้องนั่งสมาธิเพื่อสงบสติในทุกๆ คืน หลังจากวันนั้น





กลับมาที่ปัจจุบัน



เผ่าเพชรข่มตานอนตลอดทั้งคืน แต่ด้วยความตื่นเต้นบวกกับความกังวลทำให้เผ่าเพชรนอนหลับได้ไม่เต็มที่ และต้องตื่นมาประชุมในช่วงเช้าก่อนจะออกมายังสถานที่เลือกตั้งในเขตของตัวเอง ระหว่างนั้นมีนักข่าวที่รอสังเกตการณ์เลือกตั้งวิ่งเข้ามาล้อมพร้อมกับยื่นไมค์สัมภาษณ์เผ่าเพชร



“ผมขออนุญาตไปใช้สิทธิ์ก่อนนะครับ” เผ่าเพชรตอบเลี่ยงๆ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผล



“คิดเห็นอย่างไรกับข่าวลือในสังคมออนไลน์ที่พุ่งเป้ามาที่คุณไหมคะ?” เผ่าเพชรถึงกับขมวดคิ้วทันทีที่มีนักข่าวจากสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง



“ผมยังไม่ทราบข่าวอะไรเลยนะครับ”



“ก็ข่าวที่ว่า....”



“ผมขอตัวก่อนนะครับ แล้วผมจะรีบมาตอบคำถาม ขอบคุณครับ” เผ่าเพชรอาศัยจังหวะที่นักข่าวกำลังถามฝ่าวงล้อมออกมาและเข้าคูหาเลือกตั้งทันที



การเลือกตั้งเป็นการเลือกตั้งบัตรใบเดียว ที่เลือกทั้งรัฐบาลและสส.เขตของตน ทำให้ใช้เวลาเพียงไม่นาน แต่ถ้าถามว่ามีข้อเสียไหมตอบเลยว่ามี เพราะถ้าสส.เขตเราไม่ได้อยู่ในพรรคที่เราต้องการให้เป็นรัฐบาลก็จบ หรือถ้าอยากให้พรรคนี้เป็นรัฐบาลแต่ถ้าสส.เขตของเราไม่ดีหรือไม่ชอบก็ไม่สามารถเลือกรัฐบาลตามต้องการได้เหมือนที่ผ่านมา



เผ่าเพชรหย่อนบัตรลงในหีบเลือกตั้ง จังหวะที่เขาหย่อนมีเสียงแฟรชจากนักข่าวถ่ายสาดเข้ามา เขาเองก็มีเรื่องให้กังวลใจอยู่เหมือนกัน คือเรื่องที่นักข่าวถามเขาก่อนที่จะเข้ามาในคูหา ข่าว? ถ้าจะเปรียบเทียบอาการของเขาตอนนี้ก็ไม่ต่างจากกินปูนร้อนท้อง เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาทำหลายๆ อย่างจะถูกเปิดเผยออกมาตอนไหน แต่เขาเองก็เตรียมใจเอาไว้อยู่แล้วตั้งแต่เลือกที่จะทำ



“ครับ” เผ่าเพชรเดินออกมาจากคูหาพร้อมกลับมาที่เดิมเพื่อให้นักข่าวสัมภาษณ์ตามที่บอกไว้ในตอนแรก



“ข่าวที่ว่าคุณเผ่าเพชรเคยเป็นเพื่อนสนิทกับคุณรักษ์เรื่องจริงไหมคะ? แล้วเรื่องที่ว่าพวกคุณสองคนแตกคอกันจนต้องมาอยู่กันคนละพรรคนี่จริงแท้อย่างไรคะ?” เผ่าเพชรถึงกับงงทันทีที่นักข่าวถาม มันผิดคาดกับสิ่งที่เขาคิด



“ผมกับคุณรักษ์เคยเรียนที่คณะเดียวกันครับ ส่วนเรื่องแตกคอหรือไม่ผมว่าผมไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเขานะครับ หรือเขามีปัญหาอะไรกับผม?” เผ่าเพชรเลือกที่จะตอบคำถามของนักข่าวไปในเชิงว่างระเบิดเอาไว้ให้รักษ์แก้ และอีกอย่างก็คือถ้ามาในทางนี้สิ่งที่เผ่าเพชรทำได้คือ ทำเหมือนพวกเขาสองคนมีปัญหากันจริงๆ



“แสดงว่าข่าวที่ปล่อยมานี่เรื่องจริงใช่ไหมคะ แล้วอย่างนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อคุณเผ่าเพชรเหรอคะถ้าได้รับการเลือกตั้ง”



“กระทบ? กระทบกับผมอย่างไรเหรอครับ?”



“ก็แบคของคุณรักษ์ค่อนข้าง..”



“ผมขออนุญาตไม่ตอบหรือพูดถึงบุคคลที่สามนะครับ แล้วก็ขอบคุณที่ให้เกียรติสัมภาษณ์ผม ผมขอตัวก่อนนะครับ” เผ่าเพชรโค้งให้บรรดานักข่าวก่อนจะเดินขึ้นรถเพื่อตรงไปยังพรรคของเขา เพื่อรอดูผลคะแนนการเลือกตั้งทั่วประเทศ ระหว่างนั้นเผ่าเพชรเช็คข่าวตามที่เขาได้รับมา ก่อนจะรู้ทันทีว่านั่นคือฝีมือของรักษ์



รักษ์พยายามทำให้เหมือนว่าเขาและเผ่าเพชรเป็นศัตรูคู่อริกันเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจบางอย่างของความสัมพันธ์พวกเขา และอีกอย่างถ้าต้องไปเจอกันในสภาจะได้ไม่ข้อสงสัย และอีกเรื่องก็คือเพื่อกันพ่อของเขาออกจากเผ่าเพชร



“ไอ้รักษ์รมต.ช่วยพ่อดีลตำแหน่งมาได้” รักษ์นั่งอยู่บนรถตู้กับผู้เป็นพ่อของเขาหลังจากที่ไปเลือกตั้งในเขตของตน



“กระทรวงไหน”



“เกรดซี”



“ก็โอ แล้วคราวนี้ไปแย่งเก้าอี้มาได้ไงอีกล่ะพ่อ” เรื่องการตามหาเก้าอี้หรือดีลเก้าอี้ตำแหน่งต่างๆ เป็นเรื่องถนัดของทรงเกียรติมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เพราะเรื่องผลประโยชน์ถ้าเขาจัดการทุกคนจะได้อย่างเท่าเทียมกันหมด และจะไม่มีปัญหาภายหลัง ทำให้ทรงเกียรติได้ฉายาทางการเมืองว่า ‘เกียรติเกี่ยทุน’ แม้จะเป็นฉายาที่ไม่ได้ดูดีนัก แต่เขาก็น้อมรับเอาไว้



“พรรคร่วม”



“ถามจริง ถ้าไม่ได้เป็นรัฐบาลขึ้นมา?”



“ได้อยู่แล้วไอ้หนู สถานการณ์ตอนนี้อย่างไงก็ทางของเรา” ทรงเกียรติพูดอย่างภาคภูมิใจ “ถ้าแกเชื่อฟังพ่อแบบนี้ อยากได้อะไรพ่อก็หามาให้แกได้ทุกอย่าง”



“ผมต้องภูมิใจที่มีพ่อแบบนี้ใช่ไหมครับ?”



“พ่อทำทุกอย่างก็เพื่อแก” แม้ว่าผมจะไม่ต้องการ... นั่นเป็นสิ่งที่รักษ์คิดแต่ไม่ได้พูดออกมา เขาเลือกที่จะเงียบจนกระทั่งถึงพรรค



มีนักข่าวมากมายมารอสัมภาษณ์และสังเกตการณ์อยู่ที่หน้าพรรค รักษ์กับพ่อจึงไม่สามารถเลี่ยงให้สัมภาษณ์



“สวัสดีครับ/สวัสดีครับ” รักษ์ยกมือพร้อมกับฉีกยิ้มให้กับนักข่าวที่กรูกันเข้ามา



“เป็นอย่างไรบ้างคะท่าน ลูกชายจะเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองครั้งแรก” นักข่าวยื่นไมค์ไปที่ทรงเกียรติที่ยิ้มให้ตามสไตล์นักการเมืองรุ่นเก๋า



“ก็ดีใจมั้งครับ จะได้ไม่ได้ก็อีกเรื่องผมเองก็ยังไม่อยากหวังอะไรมาก” ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาเป็นคนบอกเองว่าอย่างไรลูกชายของเขาต้องได้



วงการการเมืองก็ไม่ต่างอะไรจากวงการบันเทิง หน้ากากที่ใส่หนากว่าหลายชั้น



“แต่ท่านใหญ่มากเลยนะคะ ไม่น่ายากที่จะให้ลูกชายขึ้นมา”



“ผมใหญ่เหรอครับ? ผมก็พึ่งจะรู้ตัวว่าใหญ่เหมือนกัน” รักษ์หันไปมองพ่อของเขายิ้มๆ และเขาก็รู้ได้ทันทีว่านิสัยแบบนี้ของเขา เขาได้ใครมา



“คุณรักษ์ครับข่าวที่ออกมาเมื่อคืนว่าคุณมีเรื่องกับสส.ฝั่งตรงข้ามนี่มีมูลมากน้อยแค่ไหนครับ?”



“ใครเหรอครับ? ผมไม่เห็นรู้ตัวเลยว่ามีเรื่องกับใคร ผมออกจะเป็นมิตร ใช่ไหมพ่อ” รักษ์หันไปเลิกคิ้วถามพ่อของเขาด้วยท่าทางติดตลกเพื่อไม่ให้บรรยากาศซีเรียสมาก



“ขออนุญาตเอ่ยชื่อถึงได้ไหมครับ เพื่อจะชัดเจนมากขึ้น”



“ถ้าเขาไม่ฟ้องก็เชิญครับ”



“คุณเผ่าเพชร.. ได้ข่าวมาว่าเคยเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่ตอนนี้คุณทั้งคู่มีปัญหากันใช่ไหมครับ เพราะทั้งคู่ไม่ได้อยู่พรรคเดียวกัน”



“ทีละประเด็นเลยนะครับ อย่างแรกผมกับเขาเราเป็นเพื่อนร่วมคณะไม่ได้สนิทอะไรกันขนาดนั้น สองนะครับผมกับเขาไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน ส่วนเรื่องที่อยู่คนละพรรคผมว่ามันเป็นเรื่องของอุดมการณ์และความชอบมากกว่านะครับ ผมไม่ได้มีปัญหาเรื่องนี้” ทรงเกียรติเฝ้าดูสถานการณ์ระหว่างที่ลูกชายของเขาตอบเกี่ยวกับเผ่าเพชร คนที่เขาหมายหัวเอาไว้อยู่ เมื่อเห็นลูกชายตอบด้วยท่าทางไม่สะดุดและไม่มีพิรุธเขาจึงเบาใจไปหนึ่งเรื่อง



“แต่คุณก็เคยโจมตีคุณเผ่าเพชรหลายประเด็นเลยนะคะ”



“ผมนี่นะโจมตีคนอื่น? คุณจำผิดคนรึเปล่าครับ ฮ่าๆ ถ้าจะโจมตีก็คงมีแค่เรื่องดีเบตหรือแลกเปลี่ยนมุมมองทางการเมืองมากกว่า ผมบอกแล้วว่าผมไม่เคยมีปัญหาหรือมีเรื่องกับใคร พวกคุณนี่มองผมเป็นคนอย่างไงกันครับเนี่ย” รักษ์พูดพร้อมกับหัวเราะเล็กๆ “เลือกตั้งกันรึยังครับเนี่ย? อย่าลืมไปใช้สิทธิ์กันนะครับ ผมขอตัวพาพ่อเข้าไปด้านในก่อน สวัสดีครับ” ก่อนจะไปรักษ์ยกมือไหว้นักข่าวก่อนจะเดินพาพ่อเข้าไปด้านในตึกของพรรค ซึ่งเป็นที่รวมตัวของผู้สมัครเพื่อวางแผนกันต่อไปกับเกมการเมืองในอนาคต ถ้าได้สส.ก็ต้องดูว่าจะเป็นเสียงข้างมากหรือไม่ เพราะถ้าไม่การดีลพรรคร่วมก็จะตกมาที่ผู้เป็นพ่อของเขา...



คิดถึงมึงฉิบหายเลยไอ้เพชร ป่านนี้จะเป็นไงบ้างวะ ขอให้เราทั้งคู่เจอกันในสภา เหมือนที่มึงฝันนะ



รักษ์ได้แต่ภาวนาอยู่ในใจเพราะเขาไม่สามารถติดต่อเผ่าเพชรได้ในระหว่างนี้ และเขาเองก็อยากเห็นเผ่าเพชรในสภาต่อสู้กับเขาอย่างที่ฝันจริงๆ ข้างในเป็นคู่แข่งแต่ถ้านอกเป็นคู่รัก
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 11 20.03.63
เริ่มหัวข้อโดย: KJH177 ที่ 20-03-2020 21:24:23
บทที่ 11

ล้ม..ต้องเหยียบซ้ำ



นาทีลุ้นระทึกก็มาถึงหลังจากที่เลยเวลาปิดหีบมาได้หลายชั่วโมงบางพื้นที่มีการนับคะแนนเสร็จเป็นที่เรียบร้อยและบางพื้นที่ยังนับคะแนนไม่เสร็จ มีทั้งผู้สมัครที่รู้ผลคะแนนของตนและยังไม่รู้ หนึ่งในนั้นคือเผ่าเพชรที่นั่งลุ้นอยู่กับหน้าจอแสดงผลการนับคะแนนเขตของตน และมีลูกน้องที่สังเกตการณ์อยู่ในพื้นที่จริง โทรศัพท์ของเผ่าเพชรสั่นอยู่อย่างนั้นแต่ไม่มีทีท่าว่าเผ่าเพชรจะกดรับ จนกระทั่ง....



“......!!!”



“เพชร! ยินดีด้วย!!”



“เผ่าเพชรยินดีด้วยนะเว้ย!”



“เป็นสส.สอบผ่านแล้ว”



ครื่นนนน



เผ่าเพชรเหมือนหูดับไปชั่วขณะ ดวงตาพร่ามัว หัวใจสั่นระรัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ผลคะแนนโชว์เด่นอยู่บนหน้าจอพร้อมกับรูปของเขา..



ทุกอย่างตอนนี้ไม่ได้ฝันไปใช่หรือไม่? เผ่าเพชรรีบวิ่งออกมายังด้านนอกก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ เวลาตื่นเต้นหรือทำอะไรไม่ถูกเผ่าเพชรจะเครียด สิ่งที่ทำให้มันบรรเทาลงได้ก็คือบุหรี่เย็นๆ ที่นานๆ ทีเผ่าเพชรจะหยิบมันขึ้นมาใช้ เผ่าเพชรใช้เวลาอยู่กับตัวเองด้านนอกสักพักก่อนจะเดินกลับเข้าไปในพรรค



เมื่อก้าวเข้าไปด้านในทุกคนต่างเข้ามาแสดงความดีใจให้กับเผ่าเพชร แม้กระทั่ง...



“ยินดีด้วยนะคุณเผ่าเพชร”



“ขอบคุณครับท่าน” เผ่าเพชรยกมือไหว้ขอบคุณภาคินเล็กน้อยก่อนที่ภาคินจะเดินไปแสดงความยินและปลอบใจแก่สส.สอบตกจนครบทุกคน



‘เจอกันครับ :) ’



รักษ์สั่งข้อความสั้นๆ มาให้เผ่าเพชรโดยไม่ติดต่ออะไรมาอีกเลย ส่วนเผ่าเพชรตอนนี้เข้าสู่การเตรียมตัวและเร่งให้ลูกทีมของเขาทำ infographic เพื่อโพสต์ลงในช่องทางออนไลน์ของเขา เรียกได้ว่าคืนนี้ทั้งคืนเผ่าเพชรแทบจะไม่ได้นอนเพราะเตรียมตัวแถลงอยู่ที่พรรคพร้อมกับสส.ท่านอื่นๆ





“ดีลครับ”



(......ตกลงตามนี้)



ภาคินนั่งหน้าเครียดอยู่ในห้องทำงานเพียงลำพังเพราะเขากำลังลุ้นให้สส.ฝ่ายตรงข้ามได้เก้าอี้น้อยที่สุด ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าอย่างไรตนก็ไม่มีทางที่จะได้เป็นรัฐบาล แต่อย่างน้อยการทำให้รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลผสมมากที่สุดเพื่อย่นระยะการทำงาน



“ไปตามนี้” เผ่าเพชรถูกเรียกตัวเข้ามาในห้องทำงานของภาคินเพื่อที่จะได้รับมอบหมายงานบางอย่างจากหัวหน้าพรรค



“ครับ?”



“ทันทีที่เปิดสภาคุณจะไม่ใช่แค่สมาชิกพรรคอีกต่อไป ถึงภายนอกพรรคของเราจะดูทันสมัยแต่อย่างลืมว่า..ผลประโยชน์ของพรรคก็สำคัญ เขตที่คุณรับผิดชอบนั้นจำได้ใช่ไหมว่าใครสนับสนุน”



“จำได้ครับ” เผ่าเพชรหยักหน้า และเรื่องที่เขาวิตกกังวลอีกเรื่องหนึ่งก็คือ สาเหตุที่ทำให้เขามีชื่อเสียงขึ้นมานอกจากสิ่งที่เขาพยายามดันตัวเองแล้ว อีกหนึ่งอย่างก็คือการได้รับการสนับสนุนจากทางผู้ใหญ่ในภาคธุรกิจที่ดีลกับพรรคของเขาอยู่ ถ้าเขาชนะการเลือกตั้งคนที่เขาจะต้องดูแลเป็นอันดับหนึ่งคือคนพวกนั้นไม่ใช่ประชาชนอย่างที่เขาต้องการ แต่ถึงอย่างไรเผ่าเพชรเองก็จะไม่ทิ้งอุดมการณ์ที่เขาหมายมั่นเอาไว้



“พรุ่งนี้คุณช่วยเข้าไปขอบคุณเขาด้วยนะ”



“ผมต้องเข้าไปเหรอครับ? พรุ่งนี้ผมต้องไปขอบคุณชาว...”



“แวะไปก่อน อะไรที่สำคัญคุณน่าจะรู้อยู่นะ” เป็นอีกครั้งที่เผ่าเพชรต้องก้มหน้ายอมรับ ก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องของภาคิน “อีกอย่างประชาชนก็อย่างพึ่ง รอผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจากกกต.ก่อน อะไรๆ มันก็ไม่แน่นอน”



การทำงานที่รักแต่สภาพแวดล้อมแบบนี้ก็ทำให้เขาไม่มีความสุขเหมือนกัน หรือเขาเหมาะกับอาชีพอื่นมากกว่า? ณ เวลานี้เผ่าเพชรเองก็ไม่แน่ใจ แต่ในเมื่อเขาเลือกเส้นทางนี้แล้วเขาก็ต้องไปให้สุด



เวลาเดียวกัน...



“เก็บอาการไม่อยู่เลย?”



“พ่ออย่าหาเรื่องผม” รักษ์รีบหุบยิ้มทันทีที่ได้เห็นรายชื่อของเผ่าเพชรโชว์หราอยู่บนหน้าจอโทรทัศน์ ทรงเกียรติที่เข้ามาพอดีถึงกับไม่พอใจ



“ก็เห็นทำหน้าภูมิใจนักภูมิใจหนา อย่าลืมว่าแก..”



“ก็บอกว่าไม่ได้ยุ่งกันแล้ว ผมจะยินดีกับมันผมก็ไม่มีสิทธิ์เลยว่างั้น? เกินไปไหมครับพ่อ” รักษ์เองก็ไม่เข้าใจว่าพ่อของเขาจะจงเกลียดจงชังอะไรเผ่าเพชรนักหนา ถ้ารู้ว่าตอนนี้เขาสองคนยังติดต่อกันอยู่คงไม่อกแตกตาย



“ไปเตรียมตัว” ทางเกียรติถอนหายใจออกมาอย่างเหลืออดแต่ไม่ได้ต่อว่าอะไรลูกชายของเขาต่อ



“เตรียมตัวอะไร”



“แถลงการณ์ของพรรค”



“ออกหมดแล้วเหรอ”



“มีเวลาดูข่าวของมันแต่ไม่มีเวลาดูข่าวของพรรคตัวเอง”



“เจอกันข้างนอกแล้วกันพ่อ” ด้วยความที่ไม่อยากทะเลาะทำให้รักษ์ยอมแพ้และเป็นฝ่ายเดินหนีผู้เป็นพ่อออกมาจากห้องพักของเขา นี่ก็อาจจะเป็นอภิสิทธิ์เล็กๆ น้อยๆ ที่เขามีห้องพักส่วนตัวอยู่ในที่ทำการของพรรคเหมือนผู้บริหารระดับสูงคนอื่นๆ



“ยินดีด้วยนะรักษ์”



“อ่าวคุณนนท์ ยินดีกับสมัยที่สองด้วยนะครับ” ระหว่างทางเดินรักษ์บังเอิญเจอเข้ากับ ‘นนท์’ หัวหน้าพรรคและนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ซึ่งมีแนวโน้มที่จะได้เป็นสมัยที่สอง



“ผลยังไม่เป็นทางการเลยรักษ์”



“อย่างไงก็คุณนนท์ครับ เชื่อผมเถอะ”



“เจอกันข้างล่าง”



“ครับ” หลังจากที่ทักทายกับหัวหน้าพรรคเสร็จ รักษ์ลงมายังด้านล่างของพรรคที่สมาชิกคนอื่นๆ กำลังรวมตัวกันอยู่ ทันทีที่รักษ์เข้าไปร่วมวงทุกอย่างก็เหมือนปกติ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าหัวข้อการสนทนาของคนเหล่านั้นจะคือรักษ์ก็ตาม ถ้าถามว่ารักษ์รู้ตัวไหม เขารู้ แต่เขาเองก็ไม่ได้ว่าแปลกอะไรเพราะเขารู้ตัวดีว่าเขาเหนือกว่าคนอื่น เป็นธรรมดาที่จะมีคนไม่พอใจ



“ยินดีด้วยนะรักษ์”



“ครับพี่ ยินดีเหมือนกันครับ”



“พ่อคงยิ้มใหญ่แล้ว ได้ตำแหน่งปาร์ตี้ลิส”



“อ่า..ไว้ผมจะถามพ่อให้นะครับ” และเรื่องที่เขาจะต้องเจอประจำก็คือการลากพ่อของเขาเข้ามาในเกือบๆ ทุกๆ บทสนา แต่นั่นเขาก็ชินแล้วเหมือนกัน





การแถลงข่าวและการนำเสนอข่าวในวันนี้คงไม่พ้นผลการเลือกตั้งและการวิเคราะห์แนวโน้มในการจัดตั้งรัฐบาลของนักวิชาจากหลากหลายสถาบัน มีทั้งการวิเคราะห์เก้าชิงเก้าอี้ในฝ่ายพรรคร่วม และการโยกย้ายของพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งก็มีให้เห็นในทุกๆ สมัยของการเมือง



การเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นการลงมติของ ส.ส. เท่านั้น ใช้คะแนนเสียงจาก ส.ส. 251 เสียงในการเลือกนายกรัฐมนตรี (อ้างอิงจากรัฐธรรมนูบ 40,50) กกต. มีเวลา 60 วัน ที่จะนับคะแนนและประกาศผลอย่างเป็นทางการ ระหว่างนี้ กกต. อาจใช้อำนาจที่มีเพื่อ “เขี่ย” ผู้สมัครส.ส. ของพรรคอื่นออกจาสนามการเลือกตั้งได้



และนี่คือแผนการสุดท้ายของทรงเกียรติที่จะใช้จัดการหนามที่ขวางทางลูกชายของเขา...



“ไอ้รักษ์เอานี่ไปยื่นให้กกต.กับราม”



“หลักฐานอะไร ใครทำผิดการเลือกตั้งอีก?” รักษ์ขมวดคิ้วทันทีที่พ่อของเขายื่นซองเอกสารบางอย่างให้กับรักษ์หลังจากที่แถลงการณ์ขอบคุณประชาชนเสร็จเป็นที่เรียบร้อยกับคะแนนเสียงที่ได้



“รามรู้”



“แต่ผมไม่รู้”



“ไม่รู้สักเรื่องก็ได้” รักษ์หันหน้าไปมอง ‘ราม’ ที่มีศักดิ์เป็นอาของเขาถึงแม้อายุจะห่างกันเพียงแค่ห้าปีก็ตาม ทำให้รักษ์เรียกรามว่าพี่แทนที่จะเรียกอา



“ไปถึงแล้วก็รู้เอง” รามมีนิสัยไม่ต่างจากรักษ์เพียงแต่เขามักจะนิ่งและเลือดเย็นกว่ารักษ์เป็นหลายร้อยเท่า อย่างเช่นในวันนี้



“พี่ราม..มันเกี่ยวกับผมเหรอวะ?”



“เดี๋ยวพี่ไปรอที่รถ” รามเลือกที่จะเดินหนีออกไปแทนที่จะตอบคำถามของรักษ์ เพราะเรื่องนี้เขาไม่เกี่ยวคนที่เกี่ยวก็คือพี่ชายของเขา ถึงแม้ว่าตอนนี้รามจะไม่เล่นการเมืองหรือเข้ามาทำหน้าที่ในบทบาทใหญ่ๆ แต่ในหลายๆ แผนการที่ทำให้พรรคประสบความสำเร็จได้หนึ่งในนั้นก็คือราม ฝ่ายกลยุทธ์ที่มีแต่คนอยากดึงตัวไปร่วมงาน ทั้งบริษัทเอกชนใหญ่ๆ แต่รามเลือกที่จะทำงานอยู่ที่พรรคกับพี่ชายอย่างทรงเกียรติที่เปรียบเสมือนพ่อแท้ๆ ของเขาอีกคน



“พ่อ ถามจริงพ่อจะเล่นอะไรอีก”



“เล่นเหรอ? พ่อไม่ได้เล่นนะ”



“ตอนนี้พ่อกำลังเล่น”



“เดี๋ยวก็รู้ แค่ทำตามที่บอก แล้วต่อจากนี้แกจะเลือกอะไรก็เรื่องของแกไอ้รักษ์” จากสายตาและคำพูดของผู้เป็นพ่อรักษ์รู้ได้ทันทีว่านั่นมันหมายถึงการตัดสินใจของเขาซึ่งมันอาจจะเกี่ยวข้องกับเผ่าเพชรอย่างแน่นอน แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาต้องผ่านมันไปให้ได้



“พี่ราม พี่บอกผมเถอะ” ระหว่างไปที่กกต.รักษ์พยายาม้างปากของรามเพื่อให้บอกว่าเอกสารในซองนั้นคืออะไร ถึงแม้ว่ารักษ์จะฉลาดและทันคนแต่..ถ้าพ่อเอารามเข้ามาเกี่ยวข้องรักษ์เองก็ไม่แน่ใจว่าจะรับมือไหวหรือเปล่า



“ถึงแล้วมึงก็รู้”



“พี่รามพี่ก็รู้ว่า...”



“มึงเลือกเอง มึงเลือกที่จะผูกมันเอง มึงก็ต้องแก้เอง”



“ผมผูกเองแต่พี่ก็ต้องมาช่วยผมผูกก็ได้ไหม”



“ถ้ามันจะสนุกกูก็ช่วยผูกไง” รามหันมายักคิ้วให้รักษ์ด้วยสีหน้ากวนๆ “ไม่ต้องเครียด เรื่องนี้มันอาจจะทำให้อะไรง่ายขึ้นก็ได้”



“......” เขาก็ขอภาวนาให้เป็นอย่างที่รามพูด





สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง



รักษ์และรามลงจากรถทันทีที่เข้ามาถึงหน้าศูนย์ราชการซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อรักษ์ปรากฏนักข่าวหลายสำนักวิ่งกรูเข้ามาทันที



“คุณรักษ์มายื่นอะไรเหรอคะ?” รักษ์หันไปมองรามเพื่อให้รามตอบแทนเพราะตอนนี้เขาไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับเอกสารในซอง



“เอกสารการทุจริตของสส.เขตครับ” สิ่งที่รามพูดเรียกเสียงฮือฮาของนักข่าวจากหลายสำนักเพราะนี่เป็นข่าวแรกของวันหลังจากผ่านการเลือกตั้งมาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง “ต้องเอามาให้กกต.ตรวจสอบข้อเท็จจริง”



“พอจะบอกได้ไหมคะว่าเป็นข่าวอะไร”



“ก็เป็นข่าวที่พวกคุณจับตามองครับ”



“เรื่องแฉใช่ไหมครับ?”



“ก็...รักษ์เปิดให้ผมที” รักษ์รับเอกสารจากมือของรามด้วยความรู้สึกร้อนรุ่ม ถึงแม้เขาจะไม่สามารถแสดงอาการผ่านสีหน้าได้ แต่เหงื่อในมือของเขาเริ่มออกบ่งบอกว่าตอนนี้เขากำลังประหม่าหากเอกสารที่ออกมามันเกี่ยวกับเผ่าเพชร



“มือคุณรักษ์สั่นรึเปล่าครับ”



“ครับ?” รักษ์ที่พยายามเรียกสติกลับมา ก่อนจะตัดสินใจดึงเอกสารออกมาทีเดียว “การทุจริตของสส.เขต XXX...”



แชะๆๆๆ



เสียงรัวแฟรชสาดเข้ามาทันทีที่เอกสารปรากฏอยู่ตรงหน้านักข่าว รักษ์หายใจไม่ทั่วท้องเมื่อเอกสารที่เขาถืออยู่อาจจะตัดอนาคตทางการเมืองของเผ่าเพชร แต่เขาก็จำเป็นจะต้องอ่านรายละเอียดด้านใน



“ผู้ช่วยคุณเผ่าเพชรสส.เขต XXX ใส่ซองช่วยงานศพเข้าข่ายเป็นความผิดตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. คือเสนอให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเอง นี่เป็นรูปครับ ผมขอบอกรายละเอียดแค่นี้พอนะครับ” รักษ์เก็บเอกสารใส่ซองเหมือนเดิม



“แสดงว่าคุณรักษ์กับคุณเผ่าเพชรก็ไม่ถูกกันอย่างนั้นเหรอคะ ตามที่ข่าวออกมา?”



“ผมเคยตอบไปแล้วนะครับว่าไม่เกี่ยว แต่ที่ผมมาวันนี้ในฐานะคนที่ไม่สามารถมองข้ามการกระทำผิดแบบนี้ได้ ถึงมันจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่มันก็ไม่ถูกใช่ไหมครับ?”



“อ่า..แล้วเรื่องที่ว่า...”



“ขอตัวรักษ์ก่อนนะครับ” รามเป็นฝ่ายตัดบทสนทนาขึ้นมาเมื่อเห็นรักษ์เริ่มที่จะตอบไม่ตรงคำถาม เขาเองก็เห็นใจแต่ในเมื่อมันเป็นกลยุทธ์ของพรรคเขาเองก็ต้องทำ



“ขนาดนี้เลยเหรอวะพี่..พี่มึงแม่ง”



“ไปถามพ่อมึง” รักษ์รู้ดีว่าเผ่าเพชรไม่มีทางทำแบบนั้นแน่นอน โดยเฉพาะคนที่เคารพกฎกติกาทุกอย่าง เพียงแต่ว่าครั้งนี้เผ่าเพชรหละหลวมกับลูกน้องของเขามากเกินไปโดยไม่รู้ว่ารู้น้องของเผ่าเพชรจะตลบหลังแบบนี้ ถ้ากกต.ให้ใบเหลืองก็มีสิทธิ์เลือกตั้งใหม่ แต่ครั้งนี้เผ่าเพชรต้องรักษาชื่อเสียงของตัวเองเพื่อให้คนในพื้นที่ไว้วางใจอีกครั้ง แต่ก็อาจจะยากเพราะข่าวที่ออกมามันอาจจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์



“ถามแน่ แต่พี่มึงช่วยอยู่เฉยๆ ไม่ต้องมายุ่ง”



“มึงลืมเหรอว่าสั่งกูไม่ได้ไอ้รักษ์?”



“เหี้ยไม่เปลี่ยน”



“ไม่ต่างจากมึงครับ”









“ยินดีด้วยนะเผ่าเพชร..พึ่งได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่งแต่ไม่คิดว่าจะดับไวขนาดนี้” เผ่าเพชรนั่งมองข่าวที่ได้รับพร้อมกับภาพของรักษ์ที่ปรากฏขึ้นมาเด่นหราอยู่ตรงหน้า



“ครับพี่อิน เสียใจด้วยนะครับ สส.สอบตกตั้งแต่รอบแรก”



“ไอ้เพชร!”



“ผมพูดแรงเหรอครับ? พี่ถึงต้องตะโกนใส่ผม งั้นขอโทษนะครับแต่ผมตั้งใจ” ด้วยความที่โมโหและโกรธเป็นทุนเดิมอยู่แล้วทำให้เผ่าเพชรเก็บของและเตรียมที่จะเดินหนีเพื่อควบคุมสติและอารมณ์ของตัวเองให้คงที่กว่านี้ เพราะอีกไม่นานเขาก็คงจะถูกเรียก



“อย่าอวดดี”



“ถ้ามีดีผมก็คงต้องอวด”



“เก่งให้ได้ตลอดนะมึง”



“ครับ” เผ่าเพชรเดินผ่านหน้าอินไป ระหว่างนั้นในหัวของเขากลับว่างเปล่า ไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหน เหมือนหลอกให้ดีใจแล้วถูกถีบซ้ำให้ตกเหว แต่เขาจะปีนกลับขึ้นมาได้หรือไม่ก็คงเป็นเรื่องของอนาคต แต่ตอนนี้เผ่าเพชรคิดอย่างเดียวว่า



เจ็บนี้ไม่มีวันลืม...







เปิดตัวไอเทมลับ พี่รามแฟนเราเอง อิอิ
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 11 20.03.63
เริ่มหัวข้อโดย: Ac118 ที่ 21-03-2020 16:48:50
ถึงจะรักจะเข้าใจ แต่เหมือนยิ่งเป็นเส้นขนาดที่ยิ่งห่างกันไปเรื่อยๆ

จองพี่รามมมมมมมม  :hao5:

หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 11 20.03.63
เริ่มหัวข้อโดย: bun ที่ 21-03-2020 22:33:19
เจอเหตุการณ์ขนาดนี้ก็ทำใจยากอยู่นะ
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 11 20.03.63
เริ่มหัวข้อโดย: miikii ที่ 22-03-2020 02:16:44
เล่นแรงมากนะ
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 12 6.04.63
เริ่มหัวข้อโดย: KJH177 ที่ 06-04-2020 18:21:37

บทที่ 12

คำขอโทษที่ไม่ได้ยิน



เผ่าเพชรถูกเรียกตัวเข้าไปพบกับกรรมการบริหารพรรคเพราะข่าวที่ออกมาทำให้เกิดการตั้งคณะกรรมการสอบสวนกันยกใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องของลูกน้องของเผ่าเพชรที่เป็นผู้กระทำผิด เผ่าเพชรพลาดเองที่ไม่ได้ตรวจสอบลูกน้องให้ละเอียด และการกระทำที่มีหลักฐานแบบนี้ดีไม่ดีเขาอาจจะถูกใบแดงและหมดสิทธิ์การเป็นสส.ในเขตพื้นที่



“ทั้งหมดก็อย่างที่ผมชี้แจงไปครับ..” เผ่าเพชรโค้งศีรษะให้กับคณะกรรมการพรรคทุกคนที่อยู่ในที่ประชุมพร้อมกับชี้แจงเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น



“เอาเป็นว่าทางเรารับสิ่งที่คุณพูด แต่คุณต้องไปชี้แจงให้กกต.รับทราบในวันที่นัด ทางนั้นเองก็ยังไม่ได้สรุปอะไร” เผ่าเพชรหยักหน้าตอบรับ



“ผมขอโทษทุกๆ คนในที่นี้จริงๆ ครับ ครั้งนี้ผมพลาดเอง”



“ช่วงนี้เราก็คงเจรจากับฝั่งนู้นได้ เพราะถ้าจำนวนเก้าอี้ของเขาไม่ได้เป็นเสียงส่วนใหญ่ เดี๋ยวเขาก็โล่มาหาเรา บางทีการใช้เก้าอี้ไม่กี่ตัวต่อรองมันน่าจะมีลุ้น”



“แต่ประชาชนไม่ได้โง่นะครับ แค่เราขยับตัวเขาก็จับทางเราถูก ชื่อเสียงของพรรคมันจะเสียหาย ดีไม่ดีอาจจะมีชื่อพรรคแค่สมัยเดียว”



“อย่าพึ่งด่วนสรุปครับ เดี๋ยวผมจะส่งคนไปเจรจาถ้าเขาไม่ได้โล่มาหาเราก่อน” เผ่าเพชรนั่งเงียบและฝั่งในสิ่งที่พวกผู้ใหญ่ประชุมกัน





วันนี้ตลอดทั้งวันเผ่าเพชรไม่มีแรงที่จะทำอะไรแค่เขาลากสังขารตัวเองกลับมาถึงคอนโดได้ก็ดีนักหนา ตลอดทั้งวันโทรศัพท์ของเขาแทบจะไม่หยุดแจ้งเตือนจนเผ่าเพชรตัดสินใจปิดเครื่องเพื่อไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น การหนีปัญหาเป็นวิธีที่เผ่าเพชรเกลียดที่สุด แต่เวลานี้เขากลับใช้มันเพื่อป้องกันตัวเอง



เผ่าเพชรคิดย้ำอยู่กับสิ่งที่รักษ์กระทำในวันนี้พร้อมกับชั่งน้ำหนักต่างๆ จนเผ่าเพชรได้ข้อสรุปกับตัวเองว่า มันเป็นความผิดของใคร ของเขาหรือของรักษ์? ส่วนลูกน้องของเขาที่กระทำผิด เผ่าเพชรเชื่อว่ามันมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรอีกมากกว่าที่เห็น



“ไปอาบน้ำดิ กูทำข้าวเย็นไว้ให้” เผ่าเพชรที่เขามาถึงในห้องไม่มีเรี่ยวแรงที่จะสังเกตเห็นไฟในห้องที่เปิดอยู่ ทำให้เขาไม่รู้ว่ารักษ์เขามาในห้องของเขาตั้งนานแล้ว



“มึงยังกล้ามาหากูอีกเหรอ?” เผ่าเพชรหันไปมองรักษ์ที่เดินออกมาจากห้องครัวในภาพเสื้อเชิ้ตกางเกงสแล็คสีดำมีผ้ากันเปื้อนพันหลวมๆ อยู่ที่เอว



“แยกแยะหน่อยดิ”



“แยกแยะ?! มึงใช้ส้นตีนคิดเหรอวะ?” คำว่าแยกแยะที่หลุดออกมาจากปากของรักษ์ทำให้เผ่าเพชรถึงกับหมดความอดทนเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้มันรุนแรงกว่าที่เขาจะอยู่เฉย



“ใจเย็นดิ”



“เย็นก็เหี้ยละ มึงก็รู้ว่ากูรอวันนี้มานานแค่ไหน ความฝันของกูคือการได้เข้าไปทำงานในสภาแต่มึงกำลังทำลายความฝันของกู!” รักษ์เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเผ่าเพชรด้วยสีหน้ารู้สึกผิด



“มึงก็รู้ว่ากูไม่มีทางเลือก...” รักษ์โน้มศีรษะของเขาซบลงที่ไหล่ของเผ่าเพชร



“แต่มึงเลือกที่จะทำร้ายกู?”



“เขาวางแผนให้กูกับมึงเป็นศัตรูกัน”



“กูไม่รู้จะพูดอะไรเลยว่ะไอ้รักษ์” เผ่าเพชรก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อให้ศีรษะของรักษ์ที่อยู่บนไหล่ของเขาออก



“ถ้ากูขอโทษล่ะ” รักษ์เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเผ่าเพชรอีกครั้ง



“ตอนนี้กูไม่รับ” เผ่าเพชรเดินหันหลังเข้าไปในห้อง เขารู้ว่าอย่างไงวันนี้รักษ์คงไม่ยอมออกจากห้องของเขาไปแน่ๆ ถ้าเขายังเป็นแบบนี้ แต่ตอนนี้เขายอมรับเลยว่าหัวใจเขาบอบช้ำจริงๆ แค่หน้าของรักษ์เขาก็ไม่อยากเห็น



รักษ์ปล่อยให้เผ่าเพชรเข้าไปสงบสติอารมณ์ของตัวเองเขาเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องที่ยากจะยอมรับโดยเฉพาะการที่เขาทำแบบนั้น เขาเองก็ไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าไม่ได้ตั้งใจ เพราะลึกๆ แล้วนั้นเขากลับมองว่าสิ่งที่เขาทำไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่เผ่าเพชรเองที่พลาดให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้น เขาก็เป็นเพียงแค่ฝ่ายที่ตอกย้ำความผิดของเผ่าเพชรเท่านั้นเอง



เผ่าเพชรเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพกางเกงวอร์มตัวเดียวตามตัวของเขามีน้ำเกาะอยู่เล็กๆ ผมที่ผ่านการสระมาไม่มีการเช็ดให้แห้งใดๆ



เผ่าเพชรเปิดประตูระเบียงออกไปสูดอากาศด้านนอกที่มีลมอ่อนๆ โดยที่ไม่ลืมหยิบบุหรี่ออกมาด้วย เวลานี้สิ่งที่ทำให้เขาคลายเครียดได้เล็กน้อยก็น่าจะเป็นบุหรี่ เผ่าเพชรพ่นควันสีเทาออกมาพร้อมกับเท้าแขนไว้ที่ระเบียงก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอยู่อย่างนั้น



รักษ์ที่เห็นว่าเผ่าเพชรเข้ามาในห้องนานแล้วเขาจึงถือวิสาสะตามเข้ามา และภาพที่เขาเห็นเผ่าเพชรอยู่ริมระเบียงพร้อมกับควันสีเทา เป็นภาพที่หายากที่สุดเท่าที่เขาคบกับเผ่าเพชรมา ครั้งนี้รักษ์เชื่อแล้วว่าเผ่าเพชรเครียดจริงๆ เพราะคนที่จัดระเบียบกับร่างกายตัวเองอย่างดีมาตลอดอย่างเผ่าเพชรไม่เคยปล่อยให้ผมตัวเองเปียกอยู่อย่างนี้ รักษ์มองหาผ้าเช็ดผมประจำของเผ่าเพชรก่อนจะเดินไปหยิบและเปิดประตูระเบียงออกไปเผชิญกับเผ่าเพชรอีกครั้ง



“เช็ดผมไหม?”



“ถ้ากูอยากเช็ดกูก็ไม่ปล่อยให้ผมกูเปียกแบบนี้หรอก” เผ่าเพชรหันมามองรักษ์ด้วยสายตานิ่งๆ พร้อมกับยื่นบุหรี่ที่เหลืออยู่ครึ่งมวลส่งให้รักษ์ “เอาไหม?”



“ไม่”



“ตามใจ” เผ่าเพชรยักไหล่เล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปเหมือนเดิม



“สิ่งที่กูทำ กูไม่ขอโทษนะ”



“อืม”



“แต่กูต้องทำอย่างไงวะเพื่อไม่ให้มึงอยู่ในสภาพแบบนี้” รักษ์ตัดสินใจขยับเข้าไปหาเผ่าเพชรใกล้ๆ พร้อมกับทิ้งศีรษะลงบนไหล่ของเผ่าเพชรอีกครั้ง “กูต้องทำไงวะไอ้เพชร”



“......”



“ถ้ามึงทำแล้วก็ทำให้สุด”



“มึงประชดกูรึเปล่า?”



“กูอยู่ในสถานะที่ประชดมึงได้เหรอวะ” รักษ์เอาศีรษะของตัวเองออกจากไหล่ของเผ่าเพชรก่อนที่เขาจะผลิกตัวของเผ่าเพชรให้กลับมาเผชิญหน้ากับเขา



“ตอนนี้มึงกำลังประชดกู”



“......”



“มึงเครียด มึงโมโห แต่กูอยากให้มึงถามตัวเองดีๆ ว่านั่นมันคืออะไร มึงมีเหตุผลในทุกๆ เรื่องไอ้เพชร หรือว่าแค่กูเป็นคนทำ? ถ้าคนอื่นทำมึงจะมีสภาพแบบนี้ไหมวะ” รักษ์พยายามพูดกับเผ่าเพชรด้วยเหตุผล “ถ้าลูกน้องมึงซื่อสัตย์ไม่ทำแบบนั้น วันนี้มันก็คงไม่มีเรื่องแบบนี้”



“กูเข้าใจ ถ้าลูกน้องกูมันทำแบบนั้นจริงๆ โดยที่ไม่มีมือของคนอื่นยื่นเข้ามาช่วยสนับสนุนมันกูรับได้ว่านั้นคือความผิดของกูที่พลาดเอง แต่นี่..คนที่อยู่ข้างๆ กูทุกคนล้วนถูกซื้อโดยพ่อของมึง แล้วมึงจะให้กูคิดไงวะ?” ถึงแม้จะไม่มีหลักฐานแต่เผ่าเพชรมั่นใจว่านั่นคือฝีมือของพ่อรักษ์แน่ๆ เพราะขนาดขู่ฆ่าเขายังเคยโดนตรงๆ เลย โดยเฉพาะเรื่องเสี่ยงที่รักษ์มาอยู่กับเขาตอนนี้ ถ้าพ่อของรักษ์รู้...เขาเองก็คงไม่รอด “บอกพ่อมึงว่าอย่ามายุ่งเรื่องของกูดิ”



“......”



“แล้วกูก็จะไม่สนใจว่ามึงจะเล่นงานกูวิธีไหน ถ้าวิธีนั้นมันไม่สกปรกแบบนี้” เผ่าเพชรพูดจบก็เดินกระแทกไหล่ของรักษ์เข้าไปด้านใน ส่วนรักษ์เอง....



“ไอ้เพชร”



“.....”



“มันอาจจะฟังดูเห็นแก่ตัวนะ แต่กูกับพ่อไม่ใช่คนเดียวกัน กูยังคงเหมือนเดิม...” รักษ์ตามเผ่าเพชรเข้ามาด้านในห้องกับดึงตัวของเผ่าเพชรเข้ามากอดไว้หลวมๆ “กูยังเหมือนเดิม”



“.......”



“เอาไว้มึงเย็นลงแล้วเราค่อยมาคุยกันนะ กูไปรอข้างนอก” รักษ์ปล่อยเผ่าเพชรออกก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องนอนไป ส่วนเผ่าเพชรทิ้งตัวนั่งลงบนที่นอนพร้อมกับคิดในสิ่งที่รักษ์พูดออกมา



ถ้ากลับกันเขาเป็นฝ่ายที่ได้ข้อมูลนั้นมาเขาก็คงจะทำไม่ต่างจากที่รักษ์ทำเหมือนกัน แต่สิ่งที่เขารับไม่ได้คือการบีบบังคับทั้งทางตรงและทางอ้อมจากพ่อของรักษ์ เขารู้ดีว่าพ่อของรักษ์อยากให้รักษ์หลุดพ้นจากเขาโดยต้องใช้วิธีต่างๆ แต่บางครั้งมันก็เกินไป โดยเฉพาะการกระทำแบบนี้ ถ้าเขาเป็นผู้หญิงเรื่องมันจะลงเอยแบบนี้ไหม? หรือเพียงแค่เขาเป็นเกย์และเกย์คนนี้ก็รักษ์กับลูกชายของเขา



ทำไมเขาต้องเป็นฝ่ายถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว...?



“ไอ้รักษ์การที่เราเป็นเกย์มันน่ารังเกียจขนาดนั้นเลยเหรอวะ?” เผ่าเพชรเดินออกมาจากห้องพร้อมกับพุ่งคำถามใส่รักษ์ที่นั่งอยู่บนโซฟากลางห้อง



“เดี๋ยวๆ อันนี้เรื่องไหน?”



“กูหาต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดเจอแล้ว การที่กูเป็นเกย์มันผิดขนาดนั้นเลยเหรอวะ? ถ้ากูเป็นผู้หญิงแล้วคบกับมึงเรื่องทุกอย่างมันจะเป็นแบบนี้ไหมวะ?”



“เดี๋ยวๆ มึงมานั่งนี่ก่อน” รักษ์ที่จับต้นชนปลายไม่ถูกลุกขึ้นมาดึงตัวของเผ่าเพชรให้นั่งลงข้างๆ เขา



“กูอยากรู้ มึงตอบกูดิ”



“ฟังนะ ถึงมึงเป็นผู้หญิงจริงๆ อย่างไงมันก็ต้องเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอยู่ดี เพราะกูไม่ได้ชอบผู้หญิงอยู่แล้วถ้าจะเปลี่ยนจริงๆ ก็คือตัวกูต้องเลิกเป็นเกย์ซึ่งมันไม่ได้เลิกง่ายๆ เหมือนเลิกบุหรี่ และการที่มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมันก็เพราะค่านิยมของพ่อกูที่หัวโบราณไม่ยอมรับในสิ่งที่กูเป็น เขาพยายามบีบทั้งกูและมึงไม่ใช่แค่มึงคนเดียวไอ้เพชร แต่กูแค่อยากให้เราจับมือกันเอาไว้ให้แน่ๆ กูไม่รู้ว่ามันจะจบเมื่อไหร่แต่ถ้ากูยังมีลมหายใจอยู่ กู...จะไม่ให้ใครทำร้ายมึงนอกจากตัวกูเอง” รักษ์ดึงศีรษะของเผ่าเพชรเข้ามาซบอกของเขา “ได้ยินเสียงหัวใจกูไหม มันไม่เคยเปลี่ยนเลย”



“ไอ้รักษ์กูเลี่ยน”



“เข้าใจกูใช่ไหม?”



“ก็พอจะเข้าใจ” รักษ์ยิ้มเล็กๆ พร้อมกับก้มลงหอมที่ศีรษะของเผ่าเพชรเบาๆ ด้วยความเอ็นดู “แต่ไอ้ที่บอกว่าคนที่ทำร้ายกูได้คือมึงคนเดียวหมายความว่าไงวะ?”



“ก็ตามนั้น ถ้าจะไม่ให้กูทำร้าย มึงก็หัดทำให้กูจับผิดไม่ได้ เพราะถ้ามึงมีช่องว่างเมื่อไหร่กูไม่ปล่อยแน่”



“มึงก็ระวังตัวให้ดี อย่าคิดว่ากูไม่กล้า”



“รู้ว่ากล้า แต่ก็ลงมือสักทีสิวะ” เผ่าเพชรดันตัวเองออกจากตัวของรักษ์



“ขี้เกียจคุยเรื่องนี้แล้วว่ะ กูอยากคบกับมึงแบบเมื่อก่อนที่ไม่มีเรื่องอะไรแบบนี้เข้ามาเกี่ยว” เผ่าเพชรคิดถึงเวลาเกือบแปดปีที่ผ่านมา เขายอมรับเลยว่าความรักของเขาทั้งสองไม่ได้หวือหวาเหมือนคู่อื่นๆ ทั้งคู่คบกันแบบเพื่อนมากกว่ามีอะไรก็จะคอยสนับสนุนกัน แต่พอมาคราวนี้ที่ทั้งสองเริ่มโตขึ้นความคิดความอ่านเริ่มเปลี่ยนไปคนละทางแต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือความรักที่ทั้งคู่มีให้กัน



“เรามาตั้งกฎกันไหม”



“กฎอะไรวะ”



“ก็ ถ้าถึงเวลาพักเราทั้งคู่จะไม่พูดถึงเรื่องงาน”



“ทำอย่างกับมึงจะมาอยู่กับกูได้บ่อยๆ” เผ่าเพชรเค้นยิ้มออกมาเพราะสิ่งเดียวที่เป็นตัวขัดขวางก็คือพ่อของรักษ์ เผ่าเพชรรู้ว่าอย่างไงก็ไม่มีทางยอมแน่ๆ โดยเฉพาะการที่รักษ์เอาเวลามาอยู่กับเขา



“ทำไมจะไม่ได้” รักษ์ยกยิ้มมุมปากด้วยสายตาเจ้าเล่ห์



“กูบอกพ่อว่ากูกับหงส์เราคบกันแล้ว กูย้ายมาอยู่ที่คอนโดของหงส์ที่อยู่คอนโดเดียวกับมึง...”



“เดี๋ยวๆ แล้วหงส์เกี่ยวอะไรวะ ถ้าพ่อมึงถามหงส์...” ยังไม่ทันที่เผ่าเพชรจะพูดจบประโยค รักษ์ยื่นนิ้วมาแตะที่ริมฝีปากของเผ่าเพชรเบาๆ



“กูทำให้หงส์บอกพ่อกูได้แบบนั้นก็แล้วกัน ถ้าไม่อย่างนั้นกูคงไม่มานั่งอยู่ตรงนี้..”



“ถ้าพ่อมึงจับได้”



“กูก็พามึงหนี”



“ง่ายเนอะ” เผ่าเพชรเลิกสนใจรักษ์ก่อนจะเดินเข้าไปที่ห้องครัว กับข้าวที่รักษ์ทำไว้มีอยู่สามอย่างง่ายๆ โดยเฉพาะเมนูที่เผ่าเพชรชอบไม่ว่าจะเป็นไข่เจียวหมูสับ ต้มยำกุ้งและผัดผักรวม



“กินไม่เรียกเลยนะมึง”



“ก็คิดว่ามึงกินแล้ว” รักษ์ทิ้งตัวนั่งลงตรงข้ามกับเผ่าเพชร



“มึงไม่กินรึไง ถ้ากินก็ไปตักข้าว”



“ไม่อ่ะ อยากนั่งดูมึงกินแบบนี้” ไม่พูดเพียงอย่างเดียว รักษ์กลับนั่งเท้าคางมองเผ่าเพชรกินข้าวด้วยรอยยิ้มที่มีความสุข แต่กว่าจะมีความสุขได้ก่อนหน้านี้เขาก็เครียดแทบตายเหมือนกัน ยอมรับกันตรงๆ เลยว่าเวลาที่เผ่าเพชรเครียดรักษ์มักรับมือไม่ถูก โดยเฉพาะเรื่องที่เครียดมีสาเหตุมาจากเขา



“โรคจิตนะมึง”



“แค่กับมึง” หลังจากที่เผ่าเพชรกินข้าวเสร็จ ทั้งคู่พากันเข้ามาในห้องนอน เผ่าเพชรอยู่อีกมุมนั่งฟังเพลงและอ่านหนังสือ ส่วนรักษ์นั่งเล่นเกมในโทรศัพท์เงียบๆ



ทั้งคู่ต่างมีกิจกรรมของตัวเอง ไม่ยุ่งเกี่ยวกัน เรียกได้ว่ามีพื้นที่ให้กับสิ่งที่ชอบได้เต็มที่ รักษ์จะติดเกมเผ่าเพชรไม่เคยว่าหรือเอาเรื่องนี้มาทะเลาะเลยสักครั้งเพราะเขาเองก็ไม่ต่างจากรักษ์ ถ้ามีเกมไหนที่เขาอินมากๆ เผ่าเพชรจะไม่รับรู้เรื่องราวของโลกภายนอกเลย ส่วนรักษ์เองก็ไม่เคยเอาเรื่องความชอบของเผ่าเพชรมาเป็นประเด็นในการทะเลาะ จะมีบางครั้งที่เผ่าเพชรอินมากๆ แล้วไม่สนใจสิ่งอื่นๆ รักษ์จะต้องคอยหาข้าวหาน้ำมาให้เผ่าเพชร ทั้งคู่จะทำอย่างนี้สลับกัน แต่ปัจจุบันเวลาที่จะเล่นเกมแทบจะไม่มีเพราะหน้าที่การงาน และความกังวลที่ว่าถ้าตัวเองสนใจอะไรมากเกินไปจังหวะนั้นอาจจะถูกโจมตีจนไม่ได้แก้ต่างและเรื่องอาจจะบานปลาย เผ่าเพชรเลยพับเกมที่เคยชอบเก็บเอาไว้ก่อนตราบใดที่เขายังมีหน้าที่ที่รับผิดชอบ



นิยามความรักของทั้งคู่คือ ไม่ต้องตัวติดกัน ไม่จำเป็นต้องทำกิจกรรมด้วยกัน ไม่ต้องนั่งเช็คโทรศัพท์หรือตามหึงหวงไปทั่ว ต่างคนต่างใช้ชีวิตตราบใดที่หัวใจของทั้งคู่ยังไม่เปลี่ยนก็ไม่มีเรื่องอะไรที่จะต้องกังวล



“ขอให้กูกับมึงเป็นแบบนี้ได้นานๆ นะ” เผ่าเพชรพับหนังสือเก็บหลังจากที่เห็นว่ารักษ์หลับคาโทรศัพท์มือถือโดยที่หน้าจอยังคงค้างเกมเอาไว้อยู่



เผ่าเพชรสำรวจใบหน้าของรักษ์เงียบๆ ใบหน้าที่เป็นของเขา..จะเป็นแบบนี้ให้นานที่สุดเท่าที่เขาจะทนไหว



ปล.มาช้าแต่เขามาน้าา
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 12 6.04.63
เริ่มหัวข้อโดย: AkuaPink ที่ 06-04-2020 22:59:39
 :pig4:
 :3123:
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 12 6.04.63
เริ่มหัวข้อโดย: miikii ที่ 07-04-2020 01:39:49
อย่าปล่อยมือกันเลย  :ling3: :ling3:
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 13 7.04.63
เริ่มหัวข้อโดย: KJH177 ที่ 07-04-2020 19:53:51
บทที่ 13
คนที่สาม

เผ่าเพชรออกจากคอนโดมาก่อนรักษ์เพราะวันนี้เขามีนัดสอบสวนจากกกต.ในเรื่องที่เกิดขึ้น ระหว่างนั้นเขาก็ได้รับการยืนยันจากคณะกรรมการพรรคว่าเขาจะไม่ถูกตัดสิทธิ์แต่อาจจะได้ใบเหลืองคือการเลือกตั้งใหม่ในเขตพื้นที่ของเขา ถ้าโชคดีเขาอาจจะได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่งแต่ถ้าโชคไม่ดี...อย่างน้อยๆ คะแนนที่เลือกเขาก็สามารถสะสมเพื่อเป็นคะแนนของปาร์ตี้ลิสต่อไป

“ขอบคุณครับ” เผ่าเพชรรวบเอกสารใส่กระเป๋าหลังจากที่เข้ามาสอบสวนเสร็จ โดยที่มีผู้ตามประกบอยู่ข้างๆ สองคน ซึ่งคนที่ตามมาประกบคือคนที่พรรคของเขาจัดหามาให้เพื่อเลี่ยงนักข่าวที่ดักรออยู่ด้านหน้า

“คุณเพชรออกทางด้านหลังน่าจะไม่เจอนักข่าวครับ”

“.......” เผ่าเพชรนิ่งคิดสักพักก่อนที่เขาจะเดินออกไปทางประตูด้านหน้าเพราะ..เขาเองก็อยากจะใช้พื้นที่สื่อเหมือนกัน

แชะๆ

“มาแล้วๆ” และเป็นอย่างที่ผู้ติดตามบอกไม่มีผิดเมื่อเผ่าเพชรเดินออกมาข่าวต่างวิ่งกรูเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังเผ่าเพชรพร้อมกับยื่นไมค์มาจ่อตรงหน้า

“เป็นอย่างไรบ้างคะคุณเผ่าเพชร”

“ต้องรอตรวจสอบครับ ผมพูดอะไรมากไม่ได้” เผ่าเพชรยิ้มเล็กๆ ให้กับนักข่าว

“แล้วจริงอย่างที่คุณรักษ์ยื่นเรื่องที่กกต.ไหมครับ?”

“เรื่องนี้จริงครับ แต่ต้องมีการตรวจสอบอีกทีเพราะภาพดังกล่าวเป็นช่วงเวลาที่ทับซ้อนกัน อีกอย่างนะครับงานนั้นก็เป็นงานของญาติไม่ใช่คนอื่นไกลเลย แต่อย่างไงผมก็ต้องเคารพการตัดสินของกกต.ครับ”

“คุณเผ่าเพชรดูมั่นใจนะคะว่าตัวเองไม่ผิด”

“อ่า..ผมดูเป็นแบบนั้นเหรอครับ?” เผ่าเพชรตอบออกมาด้วยท่าทางชิวๆ

“แล้วถ้าได้ใบเหลืองคุณเผ่าเพชรคิดว่าจะได้รับการเลือกอีกไหมคะ? เพราะข่าวที่ออกมาก็เป็นกระแสเหมือนกัน โดยเฉพาะเขตใจกลางเมืองอย่างเขตของคุณเผ่าเพชร”

“ผมมั่นใจว่าถ้าไม่เปลี่ยนใจจากผม ทุกอย่างมันจะเป็นไปตามที่ผมหาเสียงครับ”

“ขออนุญาตถามนะครับ เรื่องที่คุณเผ่าเพชรกับคุณรักษ์ตกลงคือเป็นอย่างที่ในข่าวนำเสนอรึเปล่าครับ?”

“เรื่องที่เป็นคู่อริหรือศตรูอะไรทำนองนี้ใช่ไหมครับ ผมว่าผมเคยตอบไปแล้วนะ”

“ช่วยยืนยันอีกทีได้ไหมครับ?” ในเมื่อนักข่าวต้องการจะรู้เผ่าเพชรก็จัดให้ และเหมือนเดิมว่าเขาตอบแบบปลายเปิดและทิ้งไว้ให้คนไปตีความกันเอง

“ก็...ส่วนตัวผมไม่ได้มีปัญหาอะไรนะครับ แต่ทางเขาผมไม่รู้จริงๆ แต่ถ้าเขาคิดดีเหมือนที่เขาเคยให้สัมภาษณ์คราวก่อน ทุกคนว่าผมจะมายืนอยู่ตรงนี้ไหมครับ เอ่อ..ขอตัวก่อนนะครับ พอดีโทรศัพท์เข้ามา” เผ่าเพชรหยิบโทรศัพท์ที่สั่นขึ้นมาส่วนผู้ติดตามสองคนทำหน้าที่ในการแหวกทางให้เผ่าเพชรเดินออกจากวงล้อมของนักข่าว

“ทางนี้ครับ” ผู้ติดตามคนหนึ่งเดินนำเผ่าเพชรมาที่รถตู้ เผ่าเพชรก้าวขึ้นรถก่อนจะเก็บโทรศัพท์ลงเหมือนเดิม แต่สิ่งที่น่าตกใจคือผู้ติดตามของเขาไม่ได้ขึ้นมาด้วย ทำให้ตอนนี้บนรถตู้มีเพียงเผ่าเพชรคนขับรถและ....ราม!

“สวัสดีครับ” รามกล่าวทักเผ่าเพชรขึ้นมาก่อนในช่วงที่เผ่าเพชรชะงักเพราะเห็นรามอยู่บนรถตู้ ซึ่งขามาเขามากับผู้ติดตามเท่านั้น

“ไวดีนะครับ”

“ผมไม่อ้อมเลยนะ ขอโทรศัพท์ด้วยครับ” รามแบมือตรงหน้าเผ่าเพชรพร้อมกับมองหน้าเผ่าเพชรไปด้วยนิ่งๆ “อย่าให้ผมต้องทำมากกว่านี้เลยนะครับ” เผ่าเพชรหันไปมองคนขับรถตู้ซึ่งก่อนหน้าเป็นคนของพรรค แต่ตอนนี้กลับไม่ใช่คนเดิม เผ่าเพชรใช้หางตาสำรวจก่อนจะพบว่านี่ไม่ใช่รถคันเดิมที่เขามา

“คุณเล่นแบบนี้เลยเหรอ?”

“ผมก็ไม่ได้อยากทำ แต่นี่มันก็งานของผมเหมือนกัน หวังว่าจะให้ความร่วมมืออย่างดีนะครับ” เผ่าเพชรยื่นโทรศัพท์ของเขาให้กับราม “พูดง่ายแบบนี้ก็จบ” รามกดปิดเครื่องทันทีก่อนจะเก็บโทรศัพท์ของเผ่าเพชรไว้ในกระเป๋าเสื้อของเขา

“มีอะไรก็พูดมาครับ”

“ใจร้อนอย่างที่ไอ้รักษ์บอกจริงๆ ครับ”

“......!!”

“ไม่ต้องตกใจเพราะเรื่องนี้ไอ้รักษ์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย สบายใจได้” เผ่าเพชรนึกถึงคำพูดของรักษ์ที่เคยบอกเขาเกี่ยวกับราม ในสมัยที่เขายังเรียนอยู่มัธยมด้วยกัน รักษ์เคยบอกว่าถ้าวันไหนเผ่าเพชรเจอรามวันนั้นจะเป็นวันที่ต้องตัดสินใจ ซึ่งเผ่าเพชรไม่เคยเข้าใจจนกระทั่งถึงวันนี้

“แล้วมีอะไรกับผมเหรอครับ?”

“เอาเอกสารนี่ไปอ่านก่อนนะครับ” เผ่าเพชรรับเอกสารจากมือของราม “ผมจะพูดให้ฟังเล่นๆ ระหว่างที่คุณอ่านก็แล้วกัน ถ้าคุณตกลงย้ายมาฝั่งคุณก็จะถูกมองว่าทรยศประชาชนแต่คุณจะได้เงินค่าทรยศแบบสมเหตุสมผลซึ่งพรรคของคุณไม่มีวันให้และทางเราจะต้อนรับและปกป้องคุณอย่างดีที่สุด แต่ถ้าคุณไม่รับข้อเสนอก็เท่ากับว่าหลังจากนี้อะไรจะเกิดขึ้นกับคุณ...ก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลเหมือนกัน”

“ถามตามตรงนะครับ ใครส่งคุณมา?”

“อย่าถามในสิ่งที่คุณรู้อยู่แล้ว”

“งั้นผมขอถามว่า ถ้าเกลียดผมแล้วจะเอาผมไปอยู่ใกล้ๆ ทำไม”

“คุณนี่อ่อนต่อโลกหรือว่าโง่นะครับ แต่ผมจะช่วยตอบให้นะ ถ้าคุณไม่ชอบใครแต่เขาอยู่ไกลคุณจะควบคุมยาก แต่ถ้าเขาอยู่ในมือของคุณก็เท่ากับว่าคุณจะทำอะไรก็ได้ จริงไหมครับ? อ่อ! ผมพูดให้คุณกลัวรึเปล่า ลืมๆ สิ่งที่ผมพูดไปก็แล้วกันนะครับ พอดีผมขี้เล่น” คำว่าขี้เล่นที่หลุดออกมาจากปากของรามนั้นไม่ได้เล่นตามน้ำเสียงหรือสีหน้าที่แสดงออกมาเลย

“ผมมีเวลาเท่าไหร่ในการตัดสินใจ”

“อยากได้เวลานานเท่าไหร่ล่ะครับ?”

“ก่อนเปิดสภา” เผ่าเพชรเสนอ

“นานไปครับ”

“แต่ถ้าไม่ได้ผมก็ไม่มีอะไรที่จะต้องตกลง”

“อ่า...หัวรั้นจังนะครับ” รามยื่นมือออกมาจับปลายผมของเผ่าเพชรเบาๆ ก่อนจะปล่อยมือออก “ผมหวังว่าเรื่องนี้คงเป็นเรื่องของเราสองคนนะครับ”

“.....”

“แค่ผมกับคุณ” เผ่าเพชรมองหน้ารามนิ่งๆ โดยที่ไม่ตอบอะไรกลับมา ส่วนรามเองพยายามที่จะยิ้มแต่รอยยิ้มที่เขาพยายามมักจะออกมาในรูปแบบที่ไม่ค่อยน่าดูสักเท่าไหร่ “เข้าห้องน้ำได้นะครับ เชิญ” รามยื่นโทรศัพท์ของเผ่าเพชรคืนก่อนที่ประตูอัตโนมัติของรถตู้จะเปิด

“.....”

“โชคดีครับ” เผ่าเพชรลงจากรถยืนมองหน้ารามที่โบกมือให้เขาพร้อมกับประตูที่ค่อยๆ เลื่อนปิดลงและรถก็ขับออกจากตรงที่เผ่าเพชรยื่นอยู่ช้าๆ จนกระทั่งลับสายตา...

“.....” ไม่เคยมีครั้งไหนที่เขาอยากจะกระทืบหน้าใครสักทีจนกระทั่งมาเจอกับราม บางทีการใช้กำลังอาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด


รามเองก็ไม่อยากจะเข้ามาเจรจาในเรื่องที่เขาไม่ถนัดแบบนี้ เพราะเขาถนัดอยู่กับการนั่งในห้องเย็นๆ วางแผนและส่งมอบให้คนอื่นทำ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ลงมือเอง มันก็สนุกอยู่เหมือนกันเวลาที่เห็นเหยื่อมีท่าทีร้อนใจเหมือนกับสีหน้าของเผ่าเพชรในวันนี้ เขารู้ว่าไอ้ข้อเสนอที่เขายื่นไปเผ่าเพชรไม่มาทางตอบรับแน่แต่แค่พูดทางอ้อมว่าขอเวลา ซึ่งจริงๆ แล้วเขาก็ไม่ได้จะยื่นข้อเสนออะไรอยู่แล้ว เพราะที่เขามาวันนี้ก็เพราะอยากเห็นท่าทีและใบหน้าแฟนของหลานรักอย่างรักษ์กับตาตัวเองสักครั้งจะได้ว่างเกมกันต่อว่าเขาจะเดินหน้ารุกอย่างไรให้ทั้งคู่.....

“มาสายนะพี่” รักษ์เงยหน้าขึ้นจากรายงานที่เขาอ่านอยู่ทันทีที่ประตูห้องทำงานถูกเปิดออก

“มีธุระให้จัดการนิดหน่อย”

“ธุระไรวะ พี่ออกไปข้างนอกตั้งแต่เมื่อไหร่” รักษ์ขมวดคิ้วถามพร้อมกับปิดรายงานเพื่อหันมาสนใจรามแทน “วันๆ ผมเห็นอยู่แต่ที่นี่ไม่ก็บ้าน”

“ถ้ามันมีอะไรน่าสนใจกูก็ต้องออกบ้างเป็นธรรมดา”

“เดี๋ยวๆ เกี่ยวกับผมรึเปล่าวะ? พ่อสั่งให้พี่ไปทำอะไรอีก” รักษ์ไม่ไว้วางใจท่าทีของรามเลย โดยเฉพาะไอ้การยิ้มมุมปากพร้อมกับทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งท่าทางแบบนี้โคตรจะมีพิรุธในสายตาของรักษ์

“ดูออกเหรอ?”

“พี่ราม ผมขอเถอะ อย่ายุ่งเลยพี่ พี่กลับไปทำงานที่พี่ถนัดเถอะ ส่วนเรื่องของผมถ้าพ่อเขาอยากจัดการก็ให้เขาจัดการเอง” ถ้าให้เลือกระหว่างพ่อกับรามรักษ์ไม่ลังเลที่จะเลือกพ่อของเขาเลย เพราะอย่างน้อยพ่อเขาทำให้เจ็บทีเดียวแบบไม่ทรมานเหมือนที่รามทำ

“มึงกังวลอะไรวะ คิดมาก” รามเดินเข้ามาตบไหล่ของรักษ์เบาๆ

“ถ้าเรื่องที่ผมคิดมากมันคือคนที่พี่กำลังเล็ง หยุดเถอะพี่ บอกตามตรงว่าผมกลัว พี่แม่งน่ากลัวฉิบหาย” รักษ์ยอมรับตรงๆ ว่าเขากลัวรามเพราะรามมักจะทำอะไรที่เขาคาดไม่ถึงเสมอ ถ้าเขาหัวไวแล้วคนอย่างราม...มันยิ่งกว่าเขาหลายระดับ

“ไม่เชื่อกูรึไง”

“......” รักษ์เลือกที่จะเงียบแทนที่จะตอบ เพราะลึกๆ แล้วเขาไม่เคยเชื่อในสิ่งที่รามกำลังทำเลย และสิ่งที่เขากังวลคือการที่รามเข้ามายุ่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพวกเขา มันจะยิ่งแย่ไปกันใหญ่ หวังว่าเผ่าเพชรจะไม่หวั่นไหวไปกับสิ่งที่รามกำลังเดินเกมอยู่เพื่อบรรลุเป้าหมายที่พ่อของเขาวางเอาไว้


00.25 น.

รักษ์กลับเข้ามาที่คอนโดของเผ่าเพชรในช่วงเที่ยวคืนกว่าเพราะว่าวันนี้เขามีนัดกินเลี้ยงเพื่อเกลี่ยนข้อตกลงระหว่างใครหลายๆ คน ทำให้รักษ์จำเป็นต้องกลับมาพร้อมกับหงส์ แต่เมื่อถึงชั้นของเขารักษ์ออกมาก่อนและปล่อยให้หงส์ขึ้นไปคนเดียว ซึ่งนั่นเป็นข้อตกลงระหว่างเขากับหงส์ที่ทำกันเอาไว้ ถ้าเรื่องนี้หลุดออกไปเรื่องของหงส์ก็จะหลุดไม่ต่างกัน เผลอๆ มันอาจจะเรื่องใหญ่กว่าเรื่องของเขาได้

“ยังไม่นอนเหรอวะ” รักษ์เปิดประตูเข้ามาก่อนจะเห็นว่าเผ่าเพชรนั่งอยู่ที่พื้นหลังพิงโซฟาด้านหน้ามีกระป๋องเบียร์วางอยู่หลายกระป๋อง

“เอาไหม?”

“เอา” รักษ์ถอดเนกไทปลดกระดุมคอก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ เผ่าเพชร

“มึงกินมาเหรอ?” เผ่าเพชรเปิดกระป๋องเบียร์ก่อนจะยื่นให้รักษ์

“นิดหน่อย วันนี้ไปกินเลี้ยงมา”

“ไหวเหรอวะ”

“ไหว แล้วมึงเป็นไรถึงต้องกินเบียร์” รักษ์ยกเบียร์ขึ้นกระดกพร้อมกับหันหน้าไปมองเผ่าเพชร

“เครียดเรื่องงาน แต่ไม่มีอะไร กูเอาอยู่” สายตาที่เผ่าเพชรมองรักษ์มันเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง ความรู้สึกที่รักษ์เองก็ไม่แน่ใจว่าความรู้สึกนั้นมันหมายความว่าอย่างไง

“อยากจูบมึงว่ะ”

“จูบดิ” เผ่าเพชรยื่นหน้าเข้าไปหารักษ์นิ่งๆ ก่อนที่เขาจะหลับตาเพื่อรอรับสัมผัสจากรักษ์ “กูขออยู่เฉยๆ นะ”

“อืม กูจัดการเอง” รักษ์วางกระป๋องเบียร์ลงพร้อมกับมือที่ไล่ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกจนหมดก่อนจะโยนเสื้อออกไปให้พ้นทาง มืออีกข้างของเขาช้อนหลังเผ่าเพชรเอาไว้เพื่อประคองให้เผ่าเพชรขยับเข้ามาใกล้เขาเรื่อยๆ ริมฝีปากของรักษ์ประกบลงบนริมฝีปากของเผ่าเพชรด้วยความกระหาย นานเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่ได้มอบความหวานให้แก่กัน วันนี้รักษ์สัญญาว่าเขาจะชดเชยให้เผ่าเพชรเต็มจำนวนที่ขาดหายไป..

“ไหวนะ”

“อืม กูไหว” ร่างกายของทั้งคู่เปลือยเปล่าอยู่บนพื้นพรม ทั้งสองกอดรัดจนร่างกายผสานเข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่มีเสียงครางให้รำคาญมีเพียงเสียงหอบหายใจที่ดังอยู่ภายในห้องผสมกับกลิ่นเบียร์ บรรยากาศในตอนนี้เป็นบรรยากาศที่ทำให้เขาทั้งคู่ผ่อนคลายมากที่สุด จนกระทั่ง....

“พี่รามได้มาหามึงไหม?” รักษ์ถามเผ่าเพชรหลังจากที่ทั้งคู่จบกิจกรรมบางอย่าง

“ถามทำไมวะ” เผ่าเพชรที่นอนอยู่บนแขนของรามหันหน้าไปถาม

“พี่รามแม่งเข้ามายุ่งเรื่องของกูมากเกินไป”

“มึงพูดเหมือนกลัว”

“กลัวดิ ถ้ามึงรู้จักพี่รามเหมือนที่กูรู้จัก” เผ่าเพชรเริ่มกังวลเมื่อเขาเห็นสีหน้าของรักษ์ พร้อมกับพูดเบรกเพื่อไม่ให้บรรยากาศตอนนี้เสีย ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วเขากลัวว่าเขาจะหลุดพูดเรื่องที่เขาเจอรามในวันนี้

“ไม่ต้องพูดเรื่องงานไง ไหนเราตกลงกันเอาไว้แล้ว”

“มันไม่ใช่เรื่องงาน แต่มันเรื่องของเราถ้าพี่รามมันเข้ามายุ่งกูกลัวว่ามึงจะ...” รักษ์ก้มลงมองเผ่าเพชร “กูเชื่อใจมึงได้ใช่ไหม?”

“เชื่อใจกูดิไอ้รักษ์ ที่ผ่านมากูเคยเป็นแบบนั้นเหรอ?”

“กูเชื่อใจมึง แต่กูไม่เชื่อใจพี่กู พี่รามอันตรายกว่าที่มึงคิด ถ้ามึงเคยเจอมึงจะรู้” เผ่าเพชรรับรู้ถึงความน่ากลัวที่รักษ์พยายามจะสื่อ เพราะวันนี้เขาได้เห็นกับตาของเขาแล้ว

“ไม่ต้องเครียด มันไม่มีอะไร”

“อืม” เผ่าเพชรเลือกที่จะเก็บเรื่องวันนี้เอาไว้เพียงคนเดียว...

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น ภายใต้การควบคุมของ.. ‘ราม’


ถ้าพวกมันแข็งพอที่จะไม่ให้ผมแทรกเข้าไป เมื่อนั้นผมจะหยุดและยอมแพ้เอง..ทุกอย่างมันก็แค่เกม ถ้าถามว่าผมได้อะไรจากการเข้าเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เหรอ? อื้ม.. ผมอาจจะเบื่อทำงานแบบเดิมๆ ที่เดิมๆ ผมอาจเจอะเจอคนอื่นๆ บ้างก็เท่านั้น อีกอย่างก็อาจจะเป็นการอัพสกิลของผมมั้ง

ถ้าเกมการเมืองมันง่ายไป เกมรักมันก็อาจจะเป็นอีกเกมที่ต้องงัดออกมาเล่นไม่ใช่เหรอ?

ถ้าความรักไม่มีสีสันมันก็ไม่สนุกนะครับ

ผมยอมเป็นสีสันให้คุณนะ ควรจะดีใจซิ :)
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 13 7.04.63
เริ่มหัวข้อโดย: Ac118 ที่ 08-04-2020 15:31:03
พี่รามมมม เกมแก้เบื่อของพี่ สร้างสีสันให้เขากลัวกันหมดเแล้ววว :hao7:
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 13 7.04.63
เริ่มหัวข้อโดย: miikii ที่ 09-04-2020 01:23:51
แค่นี้ก็มีสีพอแล้วคุณพี่  :mew5:
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 14 18.04.63
เริ่มหัวข้อโดย: KJH177 ที่ 18-04-2020 19:18:24
บทที่ 14

จับมือไว้ให้มั่น



Ram’ s talk



ก็อย่างที่เคยบอกไปครับ บางทีเกมการเมืองก็ไม่ได้น่ากลัวสำหรับความสัมพันธ์แต่สำหรับเกมความรัก ตัวนี้แหละครับที่จะทำให้กระทบต่อความสัมพันธ์มานัดต่อนัดแล้ว แปดปีมันก็จบได้เหมือนกัน อ่อ! ถ้าถามว่าทำไมผมต้องทำถึงขนาดนี้ทั้งๆ ที่รักษ์เปรียบเสมือนน้องชายแท้ๆ ของผม และผมก็มีศักดิ์เป็นอาของรักษ์ ไม่ยากครับ คำเดียวสั้นๆ เพราะผมอยากเห็นว่าความรักที่รักษ์มันเคยอวยให้ผมฟังอยู่บ่อยครั้งมันจะเปราะบางเพียงเพราะอาอย่างผมเข้าไปไหม ผมว่าผมหวังดีกับหลานชายของผมนะครับ เพราะถ้าคนคนนั้นไม่ได้ซื่อสัตย์และมั่นคงกับหลานผมก็ไม่คู่ควร



“ผมสงสารรักษ์นะพี่ พี่ทำเกินไป” ผมกำลังโกหก



“แกอย่าใจดีกับมันไอ้ราม”



“แต่ครั้งนี้พี่ทำเกินไป”



“บอกฉันทีว่าตอนนี้แกรู้สึกอย่างที่แกพูดจริงๆ” พี่รินจ้องหน้าผมด้วยสายตาจับผิดปนรู้ทัน คนที่ทันผมจริงๆ ก็มีแค่พี่รินนี่แหละ อ่อ! พี่รินหรือชื่อที่ทุกคนรู้จักกันในชื่อ ‘ทรงเกียรติ’ คือพ่อของรักษ์



“ผมดูออกเหรอ?”



“ฉันเลี้ยงแกมาตั้งแต่เกิดไอ้ราม”



“แต่ผมจะย้ำอีกครั้งนะพี่ว่าพี่จะเอาแบบนี้จริงๆ เหรอ ถึงใจผมจะสนับสนุนพี่ก็เถอะ”



“ฉันตามใจมันมาเยอะแล้ว ฉันเคยให้มันเลือกทางเดินเอง ถ้ามันเลือกทางอื่นฉันก็คงไม่บังคับ แต่มันดันเลือกทางเดินนี้ฉันก็ต้องสนับสนุนมันให้ถึงที่สุดเท่าที่พ่ออย่างฉันจะทำได้ ทางนี้แกก็รู้ว่ามันไม่ได้ง่ายไม่ได้สวยงามขนาดนั้น ไม่อย่างนั้นคนอย่างแกคงไม่เลือกที่จะอยู่ในที่เงียบๆ แบบนี้ทั้งๆ ที่ความสามารถของแกไปได้ไกลกว่าไอ้รักษ์”



“สรุปพี่เอาแค่เลิกใช่ไหม?”



“อืม”



“ดีล ผมไม่รับรองนะว่าจะสำเร็จเพราะผมไม่เคยทำงานข้างนอกแบบนี้มาก่อน แต่จะคอยรายงานพี่ก็แล้วกัน อ่อ! อย่าลืมส่งเอกสารมาให้ผมนะพี่ เรื่องที่จะดีลตำแหน่งผมจะได้วางแผนรับมือพวกที่มันต่อรองเยอะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมไปนะ”



“ไอ้ราม แกก็หัดออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างอย่าอยู่แต่ในห้อง อย่าทำแต่งาน”



“ถ้าผมเบื่อผมไปเอง แต่ตอนนี้ผมว่าผมยังไม่เบื่อ”



“ถ้าเงินไม่พอใช้ก็บอก”



“ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะพี่”



“แกก็เหมือนลูกชายของฉันไอ้ราม”



“อย่ารักผมมากกว่าลูกชายแท้ๆ ของพี่ก็แล้วกัน” ผมพูดกับพี่รินแค่นั้นก่อนจะเดินออกจากห้องของพี่ริน ซึ่งจังหวะที่ผมออกมานั้นสวนกับรักษ์ที่เข้ามาในบ้านพอดี อะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้



“ไม่เคยเห็นพี่รามเข้ามาบ้านสักที” รามเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ



“มีเรื่องมาปรึกษาพี่ริน”



“คงไม่ใช่เรื่องของผมหรอกมั้ง” หัวไวจริงๆ หลานชายของผม



“ก็ไม่แน่”



“ถ้าพี่กับพ่อล้ำเส้นผมเมื่อไหร่ ผมก็คงไม่อยู่เฉยแน่ๆ พี่ราม” สายตาของรักษ์ที่มองมาทางผมด้วยแววตาที่บ่งบอกว่าไม่ได้พูดเล่น



“อย่าคิดมาก” ผมเดินมาตบไหล่รักษ์เบาๆ “พี่ไปก่อนนะ”



“ครับ” รักษ์เดินเข้าไปในห้องของพี่ริน ส่วนผมก็หมดธุระแล้ว ตอนนี้ก็คงจะกลับไปทำงานที่ไม่ต้องเจอผู้คนมากมายที่ห้องของผม... แต่ก่อนจะกลับไปที่ห้องผมขอบังเอิญไปเจอใครบางคนก่อนน่าจะดีกว่า





Paophet’ s talk



ตอนนี้ผมยังคงทำงานอยู่ที่พรรคไม่รู้ว่าจะเสร็จตอนไหนพอดีกับที่ไอ้รักษ์ไลน์มาบอกว่าตอนนี้มันจะกลับไปนอนที่บ้าน ผมเลยลงมาซื้ออะไรกินด้านล่างก่อนที่จะขึ้นไปทำงาน



“กินแต่ของไม่มีประโยชน์จะปวดท้องเอานะครับ” ผมที่กำลังฉีกพลาสติกที่ห่อถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออกหันไปมองใครบางคนที่เดินเข้ามาใกล้ๆ “บังเอิญจังนะครับคุณเผ่าเพชร”



“บังเอิญไกลนะครับ” ผมหันกลับมาสนใจสิ่งตรงหน้าต่อ



“ถ้าไม่รังเกียจผมขอนั่งทานด้วยได้ไหมครับ?”



“ครับ” ผมถือถ้วยบะหมี่ออกมาจากร้านสะดวกซื้อหลังจากที่ใส่น้ำร้อนเสร็จ ส่วนคุณรามเดินล้วงกระเป๋าตามออกมาโดยที่ไม่ได้ซื้อของก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงตรงข้ามผม



“ผมมาเอาคำตอบเรื่องเมื่อวันนั้น” ผมคีบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขึ้นกินโดยที่เส้นยังไม่ทันอืดดีทั้งๆ ที่ปกติแล้วผมจะต้องรอให้เส้นอืดก่อน แต่ตอนนี้ผมขอแค่รีบกินและรีบออกจากตรงนี้ก็พอ ผมไม่อยากอยู่ใกล้บุคคลอันตรายอย่างที่ไอ้รักษ์มันเตือน



“ยังไม่ถึงกำหนดนี่ครับ”



“แต่เท่าที่ผมจำได้ เราไม่มีเดดไลน์นี่ครับ” คิ้วทั้งสองข้างของคุณรามเลิกขึ้น “ว่าไงครับ คิดได้รึยัง”



“ถ้าจะเอาคำตอนนี้ผมก็คงจะต้องบอกว่าผมไม่สนใจข้อเสนอของคุณ” ผมยกถ้วยบะหมี่ขึ้นซด “ขอบคุณที่อุตส่าห์ยื่นข้อเสนอดีๆ มาให้ผม” ผมยกหลังมือขึ้นมาเช็ดปากหลังจากที่จัดการบะหมี่หมดในเวลาอันรวดเร็ว



“ไปแล้วเหรอครับ?”



“ครับ ขอตัวนะครับ” ผมรวบถ้วยบะหมี่ตรงหน้าขึ้นเตรียมจะไปทิ้งขยะ แต่อยู่ๆ มือของคุณรามกลับยื่นมาจับที่แขนของผมเอาไว้ “มีอะไรครับ?”



“ผมทำให้คุณกลัวหรือไม่พอใจอะไรรึเปล่าครับ?” อยู่ๆ น้ำเสียแข็งๆ ที่ผมได้ยินมาหลายครั้งกลับเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงนุ่มทุ้มอย่างที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อนบวกกับสายตาที่เปลี่ยนไป? เขาจะมาไม้ไหนอีก



“มีอะไรจะคุยกับผมนอกจากเรื่องนั้นอีกไหมครับ” ผมตัดสินใจนั่งลงที่เดิม “มาเปิดอกคุยกันแบบผู้ชายเลย คุณมีอะไรกับผม?”



“มันออกจะน่าอาย” ผมหรี่ตามองคนตรงหน้าที่ทำท่าเขินอายได้ขัดตาที่สุด “และดูเห็นแก่ตัว”



“ครับ?”



“ผมอยากรู้จักคุณมากกว่านี้” ผมเสียดายบะหมี่ที่กินไปถ้าจะอ้วกออกมา “มันอาจจะดูแปลกบวกกับคุณอาจจะรู้อะไรมาจากรักษ์เกี่ยวกับผม แต่เชื่อเถอะครับถ้าคุณรู้จักผมด้วยตัวเองบางทีสิ่งที่คุณได้ยินมาอาจจะไม่ใช่แบบนั้น”



“......”



“คุณกับรักษ์เลิกกันแล้วไม่ใช่เหรอครับ?” ผมรู้ว่าเขารู้ว่าผมกับไอ้รักษ์ยังคงไม่ได้เลิกกัน แต่ถ้าผมยอมรับออกมานั่นก็เท่ากับว่าเรื่องทุกอย่างมันจะวุ่นวายมากกว่าเดิม และการที่เขาพูดแบบนี้ออกมาก็เท่ากับว่าเขากำลังบีบผม “ผมว่าผมมีสิทธิ์นะ”



“เล่นกับผมไม่สนุกหรอกครับ”



“ผมยังไม่ได้ลองเลย จะสนุกหรือไม่สนุกผมขอลองเล่นด้วยตัวผมเอง ผมไม่อยากฟังจากปากของคุณ” ผมว่าถึงเวลาที่ผมต้องบอกลาจริงๆ จังสักที



“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวนะครับ” คราวนี้ผมลุกออกมาจริงๆ โดยที่ไม่ได้หันไปมองว่าเขาจะมีสีหน้าอย่างไร บอกตามตรงผมรับมือกับเรื่องแบบนี้ไม่ถูก



ถ้าผมบอกไอ้รักษ์เกี่ยวกับเรื่องนี้มันจะต้องกังวล แต่ถ้าผมไม่บอกแล้วมันมารู้ทีหลังก็เท่ากับว่าผมปิดบัง



เชี้ยเอ้ย!! แค่เรื่องงานก็ปวดหัวจะแย่ ยังมาเจอกับเรื่องประสาทแดกแบบนี้อีก แล้วแบบนี้จะไหวไหมวะเนี่ย





“ไหนว่ากลับไปนอนบ้าน?” ผมกลับมาที่ห้องอีกทีในช่วงเกือบๆ ตีหนึ่ง เปิดประตูเข้ามาเจอกับไอ้รักษ์ที่นั่งพิมพ์อะไรบางอย่างอยู่ที่โซฟาภายในห้อง



“ทะเลาะกับพ่อ”



“โอเคไหมนิ?”



“โอก็แย่ละ กูเบื่อฉิบหายที่จะต้องทำแบบนี้ กูอยากลากหนีไปที่อื่นให้แม่งจบๆ” ไอ้รักษ์ปิดคอมเสียงดังก่อนที่จะหันมามองหน้าผมด้วยแววตาหงุดหงิดจากเรื่องที่มันเจอ “กินอะไรมายัง?”



“กินมาม่ามาแล้ว”



“กูทำอะไรให้กินไหม?” ถึงแววตามันจะหงุดหงิดแต่สิ่งที่มันแสดงออกมาตอนนี้มันทำให้หัวใจของผมสั่นไหว ถึงจะคบกันมานานแต่ผมก็ไม่เคยหยุดหวั่นไหวให้กับมันเลย



“มึงแสนดีอะไรขนาดนี้วะ?”



“เป็นอะไรของมึง?”



“ถ้าไม่มีมึงกูจะอยู่ไงวะ รีดผ้าก็ห่วย ทำกับข้าวก็หมาไม่แดก ชอบลืมปิดแอร์ ไม่เคยเปิดหน้าต่างห้อง คบกับมึงแล้วกูเคยตัวฉิบหาย!” ผมทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ ไอ้รักษ์



“งอแงอะไรของมึง”



“ดูมึงทำดิวะ”



“แล้วชอบไหมล่ะ”



“ชอบ” ไอ้รักษ์ดึงศีรษะของผมเข้ามาซบที่ไหล่ของมัน “ไอ้รักษ์ถ้าเรามีวันหยุด..ไปเที่ยวกันไหม? นานเท่าไหร่แล้ววะที่ไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกัน แต่ก็ไม่ได้อยู่ดีเนอะ ถ้าคืนไหนกูฝันถึงมึงคืนนั้นกูโคตรมีความสุขเลย เพราะในความฝันกูไม่ต้องกังวลอะไรเหมือนอย่างตอนนี้”



“เหนื่อยไหม?”



“เหนื่อย”



“อดทนอีกนิดนะ”



“เออ”



“อีกไม่กี่วันก็เลือกตั้งซ่อมแล้ว กูเป็นกำลังใจให้นะ ไม่ได้ก็ลาออกมาอยู่เฉยๆ กูหาเลี้ยงเอง”



“ขอกูแต่งงานเลยดิถ้างั้น”



“ขอได้ขอไปแล้วไอ้เพชร ไอ้เวร” ไอ้รักษ์ก้มลงมาจูบที่หน้าผากของผมเบาๆ ก่อนจะผลักออก “ถ้าเราจับมือกันแน่นก็ไม่มีใครมาแทรกเราได้เนอะ”



“ใครจะกล้าแทรก.....” ผมพูดได้ไม่เต็มเสียงจริงๆ เพราะคนที่จะแทรกมาปรากฏตัวให้ผมเห็นบ่อยขึ้น แต่ผมมั่นใจในความรู้สึกของผมว่าคงจะไม่หวั่นไหวไปเพราะคนคนเดียวที่จะมาทำลายความสัมพันธ์ผมกับมัน



“มันมีแล้วกัน” ผมว่าไอ้รักษ์ก็คงจะรู้อะไรมาบ้าง



“ถ้าตอนนั้นกูเลือกเรียนคณะอื่น ป่านนี้เราคงมีความสุขกันไปแล้วแหละ” ตอนมัธยมผมมีอยู่สองเป้าหมายถ้าไม่เรียนรัฐศาสตร์ผมก็คงจะเรียนเภสัชกลับไปทำงานอยู่ที่บ้านต่างจังหวัดหรือไม่ก็อาจจะเปิดร้านเล็กๆ แถวที่ทำงานของไอ้รักษ์



“เภสัชอะนะ”



“อืม ที่เราเคยไปดูกันว่าถ้ากูเรียนจบมึงจะซื้อตึกแถว แถวๆ พรรคมึงให้กูเปิดร้านยา” ไอ้รักษ์มันอยู่กับผมตั้งแต่มัธยม อยู่ด้วยกันชนิดที่ว่ามันรู้ว่าผมมีเป้าหมายอะไรบ้างในชีวิต



“ก็ตอนนั้นมึงแม่งเสน่ห์แรงฉิบหาย กูก็ต้องเอามาอยู่ใกล้ๆ หูใกล้ๆ ตากู” ตอนนั้นช่วงมอห้าผมจำได้ว่าเป็นช่วงที่มีคนเข้ามาทำความรู้จักไม่ขาดสายจนไอ้รักษ์ต้องตามติดผมไปทุกที่



“มึงก็เวอร์”



“ก็กูหวงของกู”



“เออ กูไม่ไปไหนหรอกไม่มีใครทำให้กูหวั่นไหวได้เท่ามึงแล้ว”



“มึงพูดตรงๆ กูก็เขินนะเว้ย!” นานเท่าไหร่แล้วที่ผมกับไอ้รักษ์ไม่ได้นั่งคุยกันด้วยท่าทีสบายๆ แบบนี้ ถึงแม้ว่าในหัวของผมจะมีเรื่องที่หนักอยู่ก็ตาม



ผมจะทำอย่างไงให้คุณรามเลิกยุ่งและเลิกวางแผนที่จะเข้ามาใกล้ผม ผมคงจะยินดีถ้าเรารู้จักกันในฐานะญาติของไอ้รักษ์ ไม่ใช่....สถานะที่เป็นแบบนี้



ทุกคนคงจะไม่จบถ้าผมไม่ยอมเลิกยุ่งกับไอ้รักษ์ เอาเถอะ มันคงต้องมีสักวันที่เราสองคนกลับมารักกันได้แบบที่ไม่ต้องกังวลอะไรเหมือนเมื่อก่อน อย่างน้อยก็พ้นช่วงนี้ไป
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 14 18.04.63
เริ่มหัวข้อโดย: miikii ที่ 19-04-2020 02:25:08
โอ๊ยยยยยยยย ขอคนช่วยสองคนนี้หน่อยค่า  :katai1:
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 14 18.04.63
เริ่มหัวข้อโดย: lolli_candy99 ที่ 22-04-2020 11:17:47
สงสารทัคู่เลยอะ :katai1: :katai1: :katai1:
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 14 18.04.63
เริ่มหัวข้อโดย: Ac118 ที่ 22-04-2020 12:17:04
ชอบฟิลเวลาที่อยู่ด้วยกันดีต่อใจมากกกกกกกก

พี่รามไม่ต้องยุ่งกับเขา มายุ่งกับเรานี่  :hao7:
หัวข้อ: Re: อำนาจรั(ก)ษ์ #รักษ์เพชร บทที่ 14 18.04.63
เริ่มหัวข้อโดย: AkuaPink ที่ 18-05-2020 19:18:02
 :3123:
 o13