พิมพ์หน้านี้ - จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Boy's love => Boy's love story => ข้อความที่เริ่มโดย: Sirinapa-11 ที่ 20-01-2018 15:26:26

หัวข้อ: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Sirinapa-11 ที่ 20-01-2018 15:26:26
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การ สนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้าง ความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่อง เล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้ เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อเพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ใน ความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกัน สร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็น ทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวด เล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกัน โดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ด อื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะ ครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชาย รักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้าม แจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะ ปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของ แต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่า เป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิด เดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะ แม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูด คุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่าง ของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้าม ลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อ ขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ด นิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยาย ที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ดควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาตเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยาย เรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วน หรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด ออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้ เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

18.เรื่องสั้นให้จั่วคนว่าเรื่องสั้นด้วยนะครับ และนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว

เวปไซต์ แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่าง ประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

*****************************************************************************************




เรียนสถาปัตย์ไม่มีช็อปไม่มีเกียร์
แต่ผมก็แค่เด็กที่อยากคลอเคลียกับพี่วิศวะอะครับ     


.......................
                         

"พี่ครับ ถ้าพี่โสดงี้ งั้นผมก็จีบพี่ได้อะดิ"
"ไอ้เด็กเวรเอ้ยไปไกลๆ!อย่ามายุ่งกับกู!!"



............................
[/size][/b]



ทอย  VS  แฟรงค์
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] {20/01/61}
เริ่มหัวข้อโดย: areenart1984 ที่ 20-01-2018 21:19:31
ชิดจอคอมฯ รอดู  :hao3:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] {20/01/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Thanaphon ที่ 20-01-2018 21:27:26
 :z1:  :z1: :z1: :z1: :z1: :z1: :z1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] {20/01/61}
เริ่มหัวข้อโดย: ซีเนียร์ ที่ 20-01-2018 21:32:10
ติดตามจ้า :L2:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] {20/01/61}
เริ่มหัวข้อโดย: aommyga40 ที่ 20-01-2018 22:16:07
 :hao3: รอจร้าาาา
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] {20/01/61}
เริ่มหัวข้อโดย: elephantisme ที่ 21-01-2018 18:03:24
รอออออออ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่1
เริ่มหัวข้อโดย: Sirinapa-11 ที่ 22-01-2018 20:30:45
ตอนที่1
#จีบวิศวะ


การอกหักมันสามารถทำให้ชีวิตคนเราพังได้จริงหรอวะ? ไม่เคยจะเชื่อก็จนกระทั่งในตอนนี้ที่กำลังนั่งหน้าเครียดคิ้วขมวดอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ หน้าเว็บมหาลัยกำลังโชว์หราถึงเกรดเฉลี่ยประจำเทอม ไม่ถึงสองไม่พอแต่เหี้ยถึงขนาดที่ว่ามีเอฟตัวแดงเรียงอยู่ถึงสาม ทอยยกมือขยี้หัวตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่อยากคิดว่าถ้าเกิดผลเผลอหลุดไปให้แม่ได้เห็นสภาพของเขาจะเป็นยังไงกันแน่ ปกติก็ไม่ได้เรียนดีแต่ก็ไม่เคยแย่ตกต่ำถึงขั้นนี้ ตอนนี้คงได้แต่ภาวนาว่าโปรดอย่าให้แม่รู้เลยว่าลูกชายคนเล็กของบ้านกำลังสร้างเรื่องปวดหัวให้อีกแล้ว ขนาดได้เกือบสามแม่ยังเอาไปเทียบกับพี่ซ้ำแล้วซ้ำอีก แล้วนี่กูเล่นได้ไม่ถึงสอง คือไม่คิดว่าแค่ไม่เข้าไปตามเรียนซ่อมนิดหน่อยเพราะเฮิร์ทนี่มันต้องถึงขั้นนี้เลยหรอ อาจารย์ใจร้ายกับเขาเกินไปหรือมันเพราะเขาไม่ตั้งใจเรียนเอง!

...ก็อกๆๆ!!...
จนเสียงเคาะประตูคอนโดที่ดังทำทอยขมวดคิ้ว ใจเต้นตุบตับว่าเป็นใครแต่ก็ต้องยอมเดินไปเปิดให้

...แกร๊กกกกก..
“ไงสุดหล่อ”

“แม่....” เหมือนเสียงหายไปในลำคอ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่แม่จะบินกลับมาหาเมื่อถึงวันแรกของการประกาศผลการเรียนผ่านเว็บ แต่ตอนนี้มันแปลกหน่อยก็ตรงที่รอยยิ้มของผู้เป็นแม่ดุจะน่ากลัวพิกล ทอยแอบยิ้มแห้งก่อนเดินนำกลับเข้ามาในห้องตัวเองแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟากลางห้อง เห็นว่าแม่กอดอกพร้อมมือที่หยิบไอแพดเครื่องใหญ่ของตัวเองออกมา

“ดูสิว่าเมื่อเช้าแม่เข้าไปเช็คอะไรในเว็บมหาลัยของลูกมา”
“อะไรหรอครับ” ยังคงแอบตีเนียนต่อไป
“แม่ว่าแม่เห็นอะไรแดงๆสามตัว”
“...........”
“แล้วนี่ฉันต้องยัดเงินเพื่อไม่ให้เขาไล่แกออกอีกกี่ครั้งเนี่ยทอย!!” มีเพียงความเงียบและอาการนั่งกระพริบตาปริบฟังเพราะมันก็ไม่มีทางอื่นที่เขาจะสามารถเถียงแม่ได้หรอก หลักฐานมันใหญ่เต็มจอ สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ก็คงเป็นเพียงการพยายามอาศัยความเป็นลูกคนเล็กที่แม่เอ็นดูนักหนาให้เป็นประโยชน์ ทำหน้ารู้สึกผิดเข้าไว้ทั้งที่แอบรู้ว่าแม่งต้องไม่ได้ผลเพราะปีนี้วีรกรรมเขาเยอะจริง ทั้งเรื่องต่อยตีหรือเรื่องชู้สาวที่มีไปรายงานแม่ของเขาให้ปวดหัวถึงอิตาลีอยู่แทบทุกวัน

“โหแม่ ผมพลาดไปนิดเดียวเองนะ...สอบคะแนนเต็ม40ผมก็ได้19อะ”
“หรอคะ จริงหรอคะ...แต่ที่ฉันคุยกับที่ปรึกษาแกนี่มันไม่ใช่แบบนี้เลยนะ”
“อาจารย์คงใส่ร้ายผมแหละ”

“ทอย!!” โดนตะคอกมาอีกเจ้าของชื่อกลอกตาใส่พร้อมเอนแผ่นหลังพิงกับโซฟาไว้ แต่จากตอนแรกที่นั่งนิ่งจำเป็นต้องตาโตเมื่อภาพตรงหน้าคือร่างผู้เป็นแม่ที่กำลังทำท่าเดินตรงเข้าไปในห้องนอนของเขา รีบลุกวิ่งตามแต่เหมือนจะไม่ทันเพราะตอนนี้คุณนายประจำครอบครัวยืนกอดอกอยู่หน้าลิ้นชักหัวเตียงของเขาเรียบร้อย

..ครืดดด...
...พรึบ...

“เวลาที่ใช้ไอ้นี้เนี่ยหัดเอาไปอ่านหนังสือบ้างได้มั้ย” ไม่ว่าเปล่าแต่มือเรียวหยิบคว้าซองถุงยางที่ยาวต่อกันออกมาทิ้งลงบนพื้นด้วย เหมือนโดนเหยียบย่ำหัวใจเลยสำหรับในตอนนี้ ที่จริงเขาผิดตรงไหนที่ป้องกันวะเนี่ย ครูสุขศึกษาตอนปกหกก็สอนมาว่าถ้ามีเพศสัมพันธ์ให้ใช้ถุงยางอนามัยแล้วเรื่องอะไรแม่ต้องมาดุเขาด้วย

“แล้วเงินที่ฉันโอนให้แกแต่ละอาทิตย์ๆเนี่ย มันไม่ใช่น้อยๆเลยนะทอย”
“ผมก็เอามาซื้อข้าวกินไงแม่”
“ข้าวแกมันมื้อละเป็นหมื่นเลยหรอย่ะ!” โดนดักทางอีกรอบจนต้องยกมือเกาแก้มตัวเองพลางแอบขำนิดหน่อย

“ก็ถึงเขาให้ฟรีแต่มันก็ต้องตอบแทนเขานิดหน่อยมั้ยหละ เขาเสียหายอะแม่...ผมลูกผู้ชายก็ต้องรับผิดชอบดิ”
“แต่เงินที่แกเอาไปรับผิดชอบน่ะมันเงินฉัน ย้ำว่าเงินฉัน”
“ก็แม่เป็นแม่ผมอะ”

...หมับ..!

“เห้ยเดี๋ยวแม่จะเอาไปไหน!” คราวนี้ตะโกนลั่นเพราะสุดรักสุดดวงใจที่แม่ของเขาถืออยู่ในตอนนี้ก็คือกุญแจรถยนต์ลูกรัก ไร้คำตอบและมีเพียงรอยยิ้มพร้อมมือเรียวที่ยัดกุญแจรถราคาแพงลงในกระเป๋าสะพายข้างแสนหรูของเธอ ทอยแทบบ้าแถมสมองยังประมวลผลเหตุการณ์ใดไม่ออกเลยด้วยซ้ำ ได้แต่เดินตามแม่ของตัวเองทีก่ำลังจะไปที่ประตูห้อง

“ทำตัวให้ดีแล้วเดี๋ยวจะคืนให้ ส่วนในตอนนี้ก็ขับมอไซค์ไปก่อน”
“เดี๋ยวๆๆ”
“เงินใช้ต่อเดือนแค่เดือนละหมื่นเท่านั้นที่จะโอนให้ ถ้ายังมีปัญญาไปล่อสาวได้นั่นก็เรื่องของแกนะ”
“อะไรอะแม่ ไม่เอา”

“ฉันก็จะไม่เอาแล้วเหมือนกันลูกดื้อๆแบบนี้”
“เดือนละหมื่นก็ได้แต่เอารถผมมานะ” พูดไปด้วยแววตาน่าสงสารสุด แต่
“ไม่!”

...ปัง...!!!
ปฏิเสธไม่พอแต่ยังปิดประตูปังใส่หน้าแบบทำเอาเข่าแทบทรุด เจ็บกว่าอกหักที่ไอ้ไทเกอร์ไม่รัก เจ็บกว่าเหี้ยอะไรทั้งนั้นกับการถูกยึดรถไปแบบนี้ แบบเพิ่งจะซื้อมาได้ไม่กี่เดือนทำไมแม่ทำกับเขาแบบนี้ แล้วจะขับอะไรไปเรียน จะเอาอะไรไปรับสาว จะเอารถที่ไหนไปเที่ยว ยิ่งคิดยิ่งเครียดแถมทุกอย่างเกิดขึ้นกะทันหัน

รู้ตัวอีกทีจากเจ้าชายของมหาลัยที่ใครต่อใครก็ทำได้แค่มอง
แต่ตอนนี้คือจนแล้ว!แค่ไม่ถึงห้านาทีกลายเป็นคนจนเฉย!

....truuuutruuuuuutruuuuuuuu!!...
ในตอนนี้นึกอะไรไม่ออกนอกจากการต้องโทรไประบายกับใครซักคน ซึ่งบุคคลนั้นก็หนีไม่พ้นเพื่อนสนิทที่เขาแอบรักมัน กลับมาดีกันแล้วหลังจากที่อีกคนให้ความสนใจกับแฟนมากกว่า พอปรับความเข้าใจกันได้ก็คุยกันอย่างเก่าโดยที่เขาพยายามที่จะไม่แสดงออกว่ารู้สึกยังไงต่อมัน

[ว่าไงเพื่อนทอย] เสียงกวนส้นตีนดังมาเป็นอันดับแรก
“ไอ้เกอร์....มึงเห็นเกรดกูยัง”
[ยังอะ แต่เหี้ยใช่ปะ]
“เออเหี้ย แล้วตอนนี้กูอะ....”
[.........] ปลายสายเงียบฟังอย่างตั้งใจ

“กูโดนแม่ยึดรถว่ะ.....” เขาพูดเสียงอ่อน และไทเกอร์เงียบไปพักใหญ่ก่อนที่จะ...
[ไอ้ทอยยยยยย!!กร๊ากกกก...!กูขำ ตลกอ่าาา!!!] คราวนี้ทอยขมวดคิ้วแน่นพลางคิดในใจว่าเขาคงจะโทรไปปรึกษาผิดคนแล้วหละ คือเขาเพิ่งจะหายงอนมันได้ไม่เท่าไหร่เองนะ แถมต้นเหตุที่ทำเขาติดเอฟก็คือมันนั่นแหละ!แม่งยังจะไม่สำนึกอีก ถ้าวันนั้นมันไม่เทเขากลางทางก็คงไม่เป็นแบบนี้หรอก

“ขำเหี้ยอะไร กูซีเรียจนะเว้ย...รถกูเลยนะมึง”
[ก็มึงชอบแรดอะ มึงแรดแม่มึงก็ต้องทำแบบนี้แหละ]

“กูแค่เอฟสามตัวต้องทำกับกูขนาดนี้เลยหรอวะ”
[แค่สามตัวหรอ....เอาหน่าเพื่อนทอย เดี๋ยวแม่มึงก็ใจอ่อนเขารักมึงจะตายเชื่อกู]
“แล้วระหว่างนี้กูจะขับอะไรไปเรียน”

[ฟีโน่มึงอะก็ขับมาดิ มึงขับซาเล้งสาวก็กรี๊ดมึงมึงไม่ต้องกลัวเรตติ้งตกหรอกเพื่อน] แต่ไอ้เรื่องที่เขาเครียดมันใช่เรื่องนี้ที่ไหนหละวะ แต่ก็แค่ชีวิตมันถูกลดระดับความสะดวกสบายลงมาก็เท่านั้น ไม่ได้ซีเรียจเรื่องขับฟีโน่แต่คือเข้าใจมั้ยว่าปกติไปเรียนแบบนั่งในรถแอร์ อยากไปไหนไกลก็ไปได้ แต่นี่มีมอเตอร์ไซค์อยู่คันเดียวแค่ไปหน้าปากซอยยังลำบากอะ

“เออแค่นี้แหละ จะไปแดกข้าวละ...แดกข้าวด้วยนะมึง”
[ครับบบผม จุ้บบบ] มีเสียงจุ้บปิดท้ายมาซึ่งทอยส่ายหน้าทั้งรอยยิ้ม แบบบางทีมันคงไม่รู้หรอกว่าไอ้ท่าทางกวนตีนกับนิสัยชอบอ้อนของมันนี่แหละที่ทำคนอื่นเขาตกหลุมรักเรี่ยราดไปหมด คิดแล้วแอบเจ็บนิดหน่อย แต่ก็ไม่เป็นไรอย่างมากเป็นเพื่อนกันต่อก็คงจะดีกว่าตัดขาดกันไปเลย อย่างมากก็ยังได้อยู่ใกล้แหละวะ

แต่ในตอนนี้เรื่องสำคัญกว่านั้นคือจะไปกินข้าวที่ไหนดี
งั้นแค่เดินไปหน้าซอยเข้าคอนโดก็แล้วกัน ตัดปัญหา...

“เฮ้อ เวรเอ้ย...” สบถออกมาเป็นรอบที่ร้อยในระหว่างเดินทอดน่องไปตามถนนเส้นยาวในยามเย็น แสงไฟริมทางดูโรแมนติกไม่น้อย ลมมันก็เย็นดีอยู่หรอกแต่ยอมรับว่าแอบเหนื่อยเพราะร้านข้าวก็อยู่ไกลพอควรเหมือนกัน เมื่อเดินมาถึงคิ้วเข้มแอบขมวดเมื่อพบว่าคนเยอะจัดจนเหมือนเหลือโต๊ะว่างเพียงที่เดียวซึ่งเข้ารีบไปนั่งแบบไม่ต้องรอใครเชิญ

“คะน้าหมูกรอบครับป้า”
“อ้าวทำไมวันนี้มาเร็ว มาตอนไหนทำไมป้าไม่เห็นรถเลย”
“เดินมาครับ” ตอบไปซึ่งป้าแกพยักหน้ารับส่วนทอยถอนหายใจเซ็งพร้อมนั่งเล่นโทรศัพท์ รอไปซักพักจานคะน้าหมูกรอบก็ถูกนำมาเสริฟซึ่งในขณะที่ทอยกำลังทำการตักพริกน้ำปลาโรยหน้า เสียงของป้าเจ้าของร้านดังขึ้นอีกเหมือนกำลังคุยกับลูกค้าบางคนอยู่ แต่เขาไม่ได้อยากสนใจอะไรเพราะมันไม่ใช่เรื่องของเขา

“นี่ๆมานั่งโต๊ะนี่นี่ไอ้หนุ่ม!เป็นผู้ชายด้วยกันนั่งด้วยกันได้เนอะ ไม่ต่อยกันเนอะ!”

...ปึก..
แต่เหมือนมันจะเริ่มเกี่ยวเพราะมีคนแปลกหน้ามานั่งลงฝั่งตรงข้ามนี่แหละ จนทอยตัดสินใจจะเงยหน้ามอง

“.....!” และเขาขมวดคิ้วในขณะที่อีกคนยิ้มกว้าง
“อ้าวพี่....” ไอ้เชี่ย....

“เพื่อนพี่เกอร์ปะ พี่ทอยใช่ปะ...ผมจำพี่ได้นะ” ทอยไม่ได้ตอบแต่ทำเพียงก้มหน้ากินข้าวต่อแบบไม่สนใจมองมัน เดี๋ยวกินเสร็จก็จะรีบกลับเพราะยอมรับว่าเขาไม่ชอบหน้ามันตั้งแต่เจอครั้งแรก จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ามันชื่ออะไรเพราะไม่ได้สนใจ รู้ก็แค่ว่าเป็นน้องของไอ้เสือ พักนี้ชอบบังเอิญเจอแม่งบ่อยเขาเลี่ยงเดินหนีเพราะกูไม่ชอบหน้าพี่มึง และกูก็ไม่ชอบหน้ามึงด้วย!

“พี่ ผมชื่อแฟรงค์”
“กูถามมึงหรอ” ด้วยความรำคาญเลยเงยหน้าขึ้นมองมันพร้อมคำถาม และรอยยิ้มจากอีกร่างที่เหมือนในครั้งแรกที่เจอกัน
“เหมือนวันแรกที่เจอกันเลยเนอะ หน้าพี่อะ”

“กูก็ไม่ได้เพิ่งไปศัลยกรรมมาปะวะ หน้ากูถึงต้องเปลี่ยน”
“...........” เห็นว่ามันเงียบไปเมื่อถูกเขาตอกหน้าไปแบบนี้
“แล้วเงียบด้วยกูจะแดกข้าว” พอทอยพูดขึ้นอีกคราวนี้แฟรงค์เหมือนกำลังก้มมองว่าเขากินอะไร

“ป้าครับเอาคะน้าหมูกรอบ !เหมือนพี่คนนี้!” ถ้าไม่ติดว่าหิวข้าวทอยคงลุกเดินหนีไปแล้ว คนอะไรจะกวนตีนได้ตั้งแต่วันแรกที่เจอกันจนกระทั่งตอนล่าสุดที่เจอวะ คิ้วหนายังคงขมวดหากันไม่หายในขณะที่คนอายุน้อยกว่าอย่างแฟรงค์ก็นั่งกอดอกมองคนที่กินข้าวพร้อมด้วยรอยยิ้มมุมปากและแววตาเจ้าเล่ห์เหมือนอย่างเดิม

“เวลาเคี้ยวไม่เจ็บฟันหรอพี่ โคตรกรอบเลย” แฟรงค์พอตักข้าวคำแรกเข้าปากปุ้บ ก็ส่งเสียงถามปั้บ
“.......”
“เห้ยพี่ แต่ผมว่ามันก็อร่อยดีนะ...ไม่ได้กินตั้งนานละ”

“คือกูต้องรู้มั้ย” ตำถามจากคนที่เงียบมานานทำแฟรงค์แอบยิ้มขำ
“ต้องรู้ดิ ในอนาคตเราอาจสนิทกันก็ได้”
“กูไม่ได้อยากรู้จักกับมึง”
“แต่ผมอยากรู้จักพี่นะ”

...ปึก..!!
แรงทุบโต๊ะจากคนตรงหน้าทำแฟรงค์แอบสะดุ้งนิดหน่อย พี่มันเดินออกไปแล้วหลังจากวางเงินแบงค์ร้อยทิ้งเอาไว้ ซึ่งเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงนี้เพียงมองตามแผ่นหลังไปจนลับและยิ้มพึงพอใจออกมาเท่านั้น ยอมรับว่าโคตรรู้สึกตื่นเต้นเหมือนเวลาได้ตามจีบใครซักคนครั้งแรก ความรู้สึกตอนถูกปฏิเสธมันไม่มีมานานจนกระทั่งที่ได้มาเจอพี่มันนี่แหละ

ชื่ออะไรนะ ชื่อทอยใช่มั้ย?
ดูท่าคงจะต้องเป็นของเล่นที่โคตรแพงเพราะเล่นตัวชิบ แต่ก็โคตรน่าเล่นเลย


...................

หงุดหงิดเรื่องแม่ไม่พอยังจะต้องมานั่งหงุดหงิดเรื่องไอ้เด็กแวมไพร์ตัวซีดนั่นอีกหรอวะ เกิดมายังไม่เคยเจอใครขาวเท่ามันเลยเขาสาบาน แถมก็ยังไม่เคยเจอใครกวนตีนเท่ามันด้วย การเดินทางกลับคอนโดในคราวนี้มีเรื่องตามหงุดหงิดใจจนทอยต้องล้วงหยิบบุหรี่ในกระเป๋ากางเกงออกมาสูบ ยิ่งนึกไปถึงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และแววตาแสนเจ้าชู้ของมันก็ยิ่งไม่ชอบใจ ยังจำได้อยู่เลยว่าแม่งทำท่าจะจีบไอ้ไทเกอร์ตอนนั้น พอตอนนี้มาให้ท่าเขาซะได้

...ปี้นๆๆๆ...!!!
แต่แล้วเสียงบีบบแตรจากรถคันหลังทำทอยที่เดินอยู่ต้องหันไปมองก่อนหรี่ตาเมื่อไฟรถส่องจนแสบ จนกระทั่งที่คนขับลดระดับไฟลงให้เขาถึงได้เห็นถึงตัวรถราคาแพงหลายสิบล้านที่พ่วงมาพร้อมกับสีแดงเพลิงที่ขัดเงาทั่วคัน ยืนสงสัยมองอย่างเอาเรื่องว่าที่บีบแตรใส่นี่คือหาเรื่องเขาหรือยังไง แต่แล้วทุกอย่างหยุดลงไปเมื่อกระจกรถถูกเลื่อนเปิดลง

“ให้ผมไปส่งมั้ย” และไอ้เด็กเวรนั่น...
“มึงไปไกลๆกูเลย!”
“เอ้าก็คอนโดเพื่อนผมมันมาทางนี้ แต่ในนี้ก็มีคอนโดเดียวใช่ปะพี่...งั้นก็ที่เดียวกันดิ”
“..............”
“ให้ไปส่งมั้ยครับ” ทอยไม่ได้ตอบแต่เดินหนีมาทั้งคิ้วที่ขมวด ตลอดทางมีรถยนต์ของมันคอยขับตามหลังนำแสงสว่างไว้ซึ่งก็ไม่ได้อยากขอบคุณอะไรเนื่องด้วยไม่ได้ขอ รีบเดินเข้ามาจนถึงในคอนโดในขณะที่แฟรงค์ก็รีบลงจากรถพร้อมเนียนเดินตามเขามาเหมือนกัน
 
...ครืดด.ด..

“รอด้วยครับ!” ขนาดเขาขึ้นลิฟต์ก็ยังรีบวิ่งมาเข้าด้วย เจอแบบนี้ทอยได้แต่พยายามเงียบแถมยืนอยู่ในลิฟต์ด้วยกันยังแอบเห็นผ่านกระจกว่าไอ้เด็กเวรนั่นมันกลั้นยิ้มจนลักยิ้มบุ๋มลงไปข้างแล้ว หน้าตาก็ดีทำไมจะต้องมาทำตัววอนโดนตีนเขาด้วยวะ ถ้าได้ต่อยนี่ขอบอกว่าจะต่อยจนเละพร้อมปิดท้ายด้วยการกระทืบซ้ำ

..ติ๊ง...
ประตูลิฟต์เปิด ทอยเดินออก แฟรงค์เองก็เดินออกเหมือนกัน

“เพื่อนมึงอยู่ชั้นนี้หรือไง” อดไม่ไหวจนต้องหันไปถาม
“เปล่า...แต่มันยืนเพลินลืมดูชั้นอะพี่”
“ไอ้.....”
“ไปละครับ ฝันดีนะพี่...ละเจอกัน!” มันแหกปากทิ้งท้ายไว้ก่อนเดินย้อนกลับไปในลิฟต์อีก ทอยได้แต่ส่ายหัวเพราะเกิดมายังไม่เคยเจอใครรุกหนักด้วยขนาดนี้เลยส่วนกับคนที่อยู่ในลิฟต์ก็กำลังยืนล้วงกระเป๋าพลางยิ้มมุมปากเหมือนอย่างเก่าที่ตัวเองชอบทำ วันนี้มีเรื่องสนุกให้ทำจนชีวิตที่น่าเบื่อจนต้องมาหาเพื่อนแม่งสนุกขึ้นมาเลย

แถมที่จริงห้องเพื่อนเขามันแค่ชั้นสามแต่นี่เลยขึ้นมาตั้งชั้นสิบห้า
ไม่ได้ลืมกดลิฟต์หรืออะไรเหมือนที่บอกพี่มันหรอก
ความตั้งใจล้วนๆ

..แกร๊กก...!
“ไงมึง มาช้าจังวะ” เปิดประตูเข้ามาในห้องเพื่อนนี่คือคำทักทายจากกลุ่มเด็กผู้ชายนับสิบที่กำลังนั่งจ่ออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ .มีบางส่วนนั่งแยกล้อมวงกินเหล้ากันอยู่ แฟรงค์เดินไปนั่งลงยังโซฟาที่ว่างพร้อมเอนหลังพิงและมองพวกมันที่กำลังกินเหล้าคุยกันสนุกปาก ถึงตอนนี้กำลังคิดว่าควรปรึกษาพวกมันเรื่องพี่ทอยดีมั้ย

“พวกมึงรู้จักคนชื่อทอยมั้ยวะ” แต่ถามดีกว่าเพราะพวกนี้น่ะมันอยู่มาก่อน
“พี่ทอยเพื่อนพี่เกอร์ใช่ปะ”
“เออ”
“รู้จักดิ ใครจะไม่รู้จักพวกพี่มัน...มึงทำไม” แฟรงค์ยิ้มเล็กน้อยก่อนพูดต่อ
“กูจะจีบพี่ทอย”

“หะ!!!” ไม่เว้นแม้แต่ไอ้พวกเด็กติดเกมที่หันมาหะด้วย แฟรงค์เลิกคิ้วนิดหน่อยว่าเป็นอะไรแค่เขาจะจีบผู้ชายด้วยกันนี่แปลกหรอกวะ แต่เหมือนประเด็นไม่ใช่ตรงนั้นเพราะพวกเพื่อนเขาเริ่มมองหน้ากันใหญ่
“กูว่าพี่มันน่ารักดี”

“น่ารักกับผี มึงอย่าไปยุ่งเลย...มึงไม่รู้กิตติศัพท์พี่มันอะดิ โง่อยู่แต่อเมริกาไง” อยู่ดีๆโดนด่าเฉย...
“รู้แค่ว่าชอบยกพวกตีกับพี่กู แต่ตอนนี้ดีกันแล้วหนิก็พี่เกอร์...”
“พี่เกอร์เป็นเมียพี่มึงใช่ปะ”
“เออ”
“แต่พวกกูไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น แค่เรื่องตีกันมันปกติจิ๊บๆ”

“แล้วทำไมวะ” ถึงตรงนี้พวกเพื่อนเขามันเดินมานั่งล้อมวงแบบเตรียมจะเล่าเต็มที่สำหรับเรื่องของทอย แฟรงค์เห็นแบบนี้มีเลิกคิ้วแบบว่าตกใจเหมือนกันว่าพวกมึงต้องจริงจังอะไรกันขนาดนั้น ทำเขาพลอยตื่นเต้นไปด้วย แล้วพวกมันจะรู้มั้ยว่ายิ่งทำแบบนี้ยิ่งเหมือนตอกย้ำความน่าสนใจให้ทอยไปใหญ่

“มึงไม่รู้หรอว่าพี่ทอยมันสายเยไปทั่ว คนชอบมันเยอะแถมมีแต่เด็ดๆ”
“อืมแล้ว?” นี่ก็ยังถือเป็นปกติเพราะเขาก็ใช่ว่าเรียบร้อย
“มึงจะจริงจังกับพี่มันหรอ กูไม่เคยเห็นพี่มันจะจริงจังกับใครเลย”

“นั่นแหละที่พี่มันน่าสนใจ” พอแฟรงค์ว่ามาแบบนี้ไอ้พวกเพื่อนร้องโหยออกมาพร้อมเบือนหน้าหนีแบบอารมณ์ประมาณว่าตามใจมึงเลยจะทำอะไรก็ทำ ส่วนเด็กหนุ่มจากอเมริกานั่งกอดอกพลางยิ้มกับตัวเองเพราะไม่ว่ายังไงเขาว่าทอยก็ยังโคตรน่าสนใจอยู่ดี  ไม่รู้หรอกว่าพี่มันร้ายหรือเหี้ยขนาดไหน

รู้ก็แค่ว่าชอบ
ชอบแล้วก็อยากได้มาเป็นแฟนด้วย

แต่ระหว่างนี้เพื่อนในกลุ่มอีกคนหันกลับมาหาเขาอีกครั้ง พร้อมการเอ่ยบอกประโยคที่ว่า


...กูเตือนมึงแล้วนะ...


# # # # # # # # #
เผ็ดแบบพริกสิบเม็ด55555 แข่งกันกวนตีนหรือว่าอะไรวะเนี่ย5555



หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่1 {22/01/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Thanaphon ที่ 22-01-2018 22:31:35
 :z1: :z1: :z1: :z1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่1 {22/01/61}
เริ่มหัวข้อโดย: ♥►MAGNOLIA◄♥ ที่ 22-01-2018 22:42:56
ได้อ่านเรื่องของเพื่อนสนิทเกอร์ :mew1:

แฟรงค์ ทอย ป่ะ หรือ ทอย แฟรงค์ :กอด1: :กอด1: :กอด1:
      :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่1 {22/01/61}
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 23-01-2018 01:10:33
 :katai2-1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่1 {22/01/61}
เริ่มหัวข้อโดย: areenart1984 ที่ 23-01-2018 01:55:24
ทอยเสร็จแน่ ๆ โดนเด็กตั้งใจจีบซะแล้ว  :hao3:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่1 {22/01/61}
เริ่มหัวข้อโดย: puiiz ที่ 23-01-2018 12:21:51
 :mew1: :mew1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่1 {22/01/61}
เริ่มหัวข้อโดย: silasa ที่ 23-01-2018 12:23:38
 :-[ วู้วู้..โดนแน่ๆ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่1 {22/01/61}
เริ่มหัวข้อโดย: JokerGirl ที่ 23-01-2018 23:24:16
เตรียมยาแก้ปวดหัวให้ทอยเยอะๆหน่อย :laugh:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่1 {22/01/61}
เริ่มหัวข้อโดย: rockiidixon666 ที่ 24-01-2018 00:17:48
ตามมาจากเกอร์ อิอิ อยากให้ทอยรุก แต่ดูเหมือนน้องจะรุกมากกว่า :laugh:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่1 {22/01/61}
เริ่มหัวข้อโดย: จิรัตฐิติกาล ที่ 24-01-2018 14:16:17
รอค้าาาาาาาา
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่1 {22/01/61}
เริ่มหัวข้อโดย: day9day ที่ 24-01-2018 19:22:09
รอๆสนุกๆ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่1 {22/01/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Onsm ที่ 24-01-2018 23:00:19
 :katai2-1: :katai2-1:  แค่เปิดเรื่องก็น่าสนุกสุดๆเลยจร้า
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่1 {22/01/61}
เริ่มหัวข้อโดย: shoi_toei ที่ 25-01-2018 09:25:05
รอชมความเผ็ชชชช
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่1 {22/01/61}
เริ่มหัวข้อโดย: firnlolo ที่ 26-01-2018 19:38:03
รออต่อไปปปปปป
FCพี่ทอยยยยยยย o18
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่1 {22/01/61}
เริ่มหัวข้อโดย: วายซ่า ที่ 26-01-2018 19:53:15
รอตามติดค่ะ คู่นี้น่าจะมันส์ สายแข็งทั้งคู่   :hao3:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่1 {22/01/61}
เริ่มหัวข้อโดย: THE.CLARET ที่ 27-01-2018 01:43:41
มีแววว่าน้องแฟรงค์จะเสร็จไอ้พี่ทอย 55555555555555555 :laugh: :laugh: :laugh:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่2 {27/01/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Sirinapa-11 ที่ 27-01-2018 10:53:50
ตอนที่2

#จีบวิศวะ



 

ปิดเรียนแล้วไงแต่มันไม่ใช่สำหรับมนุษย์ติดเอฟที่ต้องมาลงเรียนวิชาที่ตกเพิ่มในช่วงซัมเมอร์แบบนี้ ทอยถอนหายใจในแทบจะรอบที่ร้อยของวันกับการขับมอเตอร์ไซค์ท่ามกลางรถติดตลอดช่วงเช้าแบบนี้ กว่าจะถึงมหาลัยรู้สึกเหมือนหน้าไหม้ไปทั้งแถบ ขนาดหมวกกันน็อคยังไม่ได้ช่วยอะไร ภาวนาให้ผ่านตรงนี้ไปให้เร็วซึ่งกว่าจะถึงหน้าตึกคณะก็รู้สึกเหมือนเพิ่งวิ่งฝ่าทะเลทรายมาเรียนยังไงยังงั้น



...กึก...

จอดรถไว้พร้อมการวางหมวกกันน็อคไว้ใต้เบาะด้วย จากเคยจอดรถที่ลานจอดรถยนต์ก็ต้องเปลี่ยนมาจอดในโรงรถมอเตอร์ไซค์ที่เดินไกลกว่าเดิม ทุกอย่างดูจะยากไปหมดตั้งแต่ที่เรียนก็ตก รถโดนยึด เงินโดนลดลง นอกเหนือไปกว่านั้นยังจะต้องมานั่งปวดหัวกับไอ้เด็กกวนตีนที่เจอวันนั้นอีก แต่เขาก็โล่งอกแล้วหละเพราะในเวลาเรียนซัมเมอร์แบบนี้เด็กที่เพิ่งจะเข้าปีหนึ่งอย่างมันคงไม่มีโผล่หน้ามาแถวนี้แน่ เพราะอย่างมากเขามั่นใจได้เลยว่า...



...ผลั้ก...

“เดินไม่ดูหรอไอ่สัส!!” คนกำลังหงุดหงิดอย่างทอยตวาดขึ้นเสียงดัง แต่แล้วพอเห็นหน้าคนที่เดินมาชน



“โทษทีครับ” แม่งกูหงุดหงิดกว่าเดิมอีก!



..หมับ..



“ขอโทษนะพี่พอดีรีบไปเรียนปรับพื้นฐาน” แค่ขอโทษไม่พอแต่ไอ้เด็กแวมไพร์ยังมีเนียนมาจับต้นแขนของเขาพร้อมรั้งไว้ ทอยหันมองหน้าอีกคนนิ่ง ยิ่งได้เห็นว่าแฟรงค์มันแอบยิ้มก็ยิ่งหงุดหงิด ปกติเขาไม่ใช่บุคคลที่ใครต่อใครจะมาเล่นปั่นหัวด้วยได้หรอกนะยิ่งกับไอ้พวกรุ่นน้องแล้วมันยิ่งรูกัน แล้วไอ้เด็กใหม่นี่?



“ให้ผมเลี้ยงข้าวไถ่โทษมั้ย”

“เสือก” แถมโดนด่ามันยังมายิ้มให้อีก

“พี่โคตรเกรี้ยวกราดเลยว่ะ”



“หลีก กูจะรีบไปเรียน” พอเขาว่าแบบนี้ทอยยอมปล่อยพร้อมก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือ

“ถ้าให้ผมไปรับนะก็ไม่สายแล้ว”

“..........”

“เออพี่ เมื่อวานที่เรากินข้าวด้วยกันพี่สั่งอะไรไปนะ...ที่ผมสั่งตามอะ”



“คะน้าหมูหรอบ” แล้วเขาก็ดันบ้าจี้ไปตอบมันอีก

“ทำไม” คราวนี้ทอยถามไปซึ่งแฟรงค์ยิ้มกลับมาให้



“เปล่าจะไปสั่ง จำไม่ได้ลืมชื่อแต่อร่อยดี” ซึ่งคนอายุน้อยกว่าตอบสวนมาแบบนี้แล้วเดินหนีออกไปทิ้งให้ทอยยืนขมวดคิ้วมองจนลับสายตา เขาส่ายหัวหนักใจกับนิสัยกวนตีนที่เหมือนมันจะได้จากพี่ชายตัวเองมาแบบเต็มร้อย เดินหงุดหงิดเข้ามาในห้องที่คนนั่งเกือบเต็มหมดแล้ว มองซ้ายมองขวาก่อนไปสะดุดเข้ากับกลุ่มเพื่อนที่ตกวิชานี้เหมือนกัน จากที่เคยมีเป็นสิบในตอนนี้เหลือแค่สามเพราะทั้งกลุ่มเขาเรียนผ่านหมดแล้วเหลือแค่บ๊วยแบบพวกเขา ขนาดไอ้ไทเกอร์ที่ว่าโง่กว่าควายก็ยังได้เกรดDเลย



“หงุดหงิดไร เมียไม่มาด้วยแค่นี้อารมณ์เสียเลยหรอวะ” เมียในที่นี่ของพวกมันคงหมายถึงไอ้เกอร์

“หงุดหงิดดิ...ใครจะไปชินกับการติดเอฟแบบพวกมึง”

“ไม่เอาหน่าเพื่อนทอย คิดอีกแง่ว่าเรารักวิชานี้มากเลยเรียนสองรอบไง”



“ถุ้ย” ทอยสวนไปและไอ้สองตัวแสบหัวเราะคิกคักกลับมา อาจารย์เริ่มสอนแล้วและทอยนั่งนิ่งฟังเหมือนอย่างปกติเพราะไม่มีเพื่อนซี้มาคอยให้คุยซุบซิบด้วย ส่วนเพื่อนอีกสองคนข้างกายกำลังหมกมุ่นอยู่กับโทรศัพท์ซึ่งทอยคิดว่าถ้าพวกมึงยังทำตัวแบบนี้ เดี๋ยวก็ได้ติดเอฟอีกรอบแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่าแน่



“ไอ้ทอยๆ มึงดูนี่” แต่นั่งไปนานพอควรเสียงจากคนข้างกายดังขึ้น

“ว่า”

“กูค้นเจอเฟสน้องไอ้เสือด้วย เด็กใหม่ที่จะเข้าปีหนึ่งปีนี้...มึงรู้จักปะ”



“ไม่” ตอบไปแบบโคตรค้านความจริง

“มึงดูรูปมันดิ เมื่อเช้ากูเจอตัวจริงด้วยหล่อชิบหาย...ขับรถอย่างหรูเลยสัส”

“.............”

“ชื่อแฟรงค์ แค่ชื่อแม่งยังหล่อมึงรู้สึกมั้ย...แล้วขาวแบบขาวโคตรขาว แก้มแม่งสีส้มศอกยังสีส้ม”

“...........”

“แล้วมึงตัดภาพมาดูศอกกู ดำขื้อลื้อ” จากตอนแรกก็ว่าจะไม่ขำแล้วแต่ก็มาหลุดขำเพราะการเปรียบเทียบตัวเองของเพื่อนเขาระหว่างกับไอ้เด็กแฟรงค์นี่แหละ ทอยยอมรับว่าไอ้เด็กนั่นมันหล่อมากแต่ก็ไม่แปลกเพราะขนาดพี่ชายมันยังหล่อขนาดนั้น แต่จะแตกต่างจากเสือหน่อยก็ตรงที่แฟรงค์มันเหมือนอยู่ต่างประเทศมาแต่เกิดเลยทำให้ผิวขาวเหมือนฝรั่ง ขาวแบบอย่างที่ไอ้เพื่อนเขาเปรียบเทียบ ถึงอย่างงั้นแล้วก็ยังไง แค่เพราะหล่อไม่ได้ทำให้มันน่าสนใจสำหรับเขาหรอก



“เดือนมหาลัยปีนี้หาตัวไม่ยากเลยกูว่า”

“มึงจะอวยอะไรมันขนาดวะไอ้เอกซ์” ทอยถามไปพร้อมขมวดคิ้ว

“ทำไมวะ...มึงพูดเหมือนแบบ มึงไม่ชอบน้องมันอะ”

“เออกูไม่ชอบ...เคยเจอแล้วไอ้สัสแถมกวนตีนชิบหายด้วย”



“กูว่าแล้วแม่งเงี่ยนงำ” ทอยตบหัวไอ้เพื่อนกวนตีนไปทีก่อนกลับมานั่งเรียนโดยที่มือกดเล่นเกมในมือถือตัวเองไปด้วย การเรียนยังคงน่าเบื่อสำหรับเขาเหมือนเดิม ต่อให้เรียนซ้ำอีกกี่รอบทอยก็รู้สึกว่ามันยังคงน่าเบื่อ ถอนหายใจออกมาจนเมื่อที่อาจารย์บอกว่าหมดเวลานั่นหละคือเสียงสวรรค์สำหรับพวกเรา

“แดกข้าวไหนดี ไปร้านหรือกินที่โรงอาหาร”



“ไปร้...อ่า แดกโรงอาหารนี่แหละ” ทอยชะงักไปเพราะคิดได้ว่าเดือนนี้มีงบให้ใช้เงินแค่หมื่นเดียวเพราะฉะนั้นอันไหนที่ประหยัดได้เขาก็ควรจะประหยัด เก็บเงินเอาไว้หารค่าเหล้ากับเพื่อนดีกว่า ส่วนเรื่องอาหารการกินก็ประหยัดเอานี่แหละดีที่สุดแล้ว ตัดสินใจเรียบร้อยก็พากันเดินมายังโต๊ะประจำที่เคยนั่งกินร่วมกับเพื่อนกลุ่มใหญ่ อาหารจานโปรดอย่างคะน้าหมูกรอบถูกไปซื้อมานั่งทานเหมือนอย่างทุกครั้ง



ทุกอย่างปกติสุข

จนกระทั่งที่ในโรงอาหารเริ่มมีเสียงฮือฮาและสายตาที่จับจ้องไปยังบุคคลมาใหม่



“นั่นไงไอ้น้องแฟรงค์!” แถมดูเล่นใหญ่กว่าใครก็คงจะเป็นเพื่อนของเขานี่แหละ ทอยมองไปยังร่างขอเด็กหนุ่มที่เดินมาภายในโรงอาหารของคณะวิศวะเพียงลำพัง ความขาวของมันเหมือนออร่าที่แบบเดินไปไหนก็มีสปอร์ตไลท์คอยฉายให้ ทุกคนดูให้ความสนใจเพราะถ้ามีปีหนึ่งเข้ามาใหม่แล้วหน้าตาดีขนาดนี้แน่นอนว่าต้องได้รับความนิยม



“เชื่อกูยังไอ้ทอยว่าน้องมันหล่อมาก”

“งั้นๆ” เขาพูดพร้อมเคี้ยวข้าวในปากไปด้วย

“มึงนี่ไม่ชอบน้องมันจริงจังเลยใช่มั้ย”



“เออ” ได้ยินเสียงหัวเราะจากเพื่อนสองคนกลับมาและทอยนั่งทานข้าวเงียบต่อไปโดยที่คิ้วต้องกระตุกเมื่อพบว่าแฟรงค์จงใจนั่งลงยังโต๊ะถัดจากเขา มันนั่งจ้องเขานิ่งจนเป็นทอยที่ต้องเบือนสายตาหลบแล้วนั่งทานข้าวต่อไป พอเขาตักข้าวเข้าปากแฟงค์ก็จะทำตาม พอเขาวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะแฟรงค์ก็ทำตาม ขนาดเขาหันไปทางซ้ายแม่งยังหันตามเลย



บอกแล้วว่ามันกวนตีน!

“บ่ายมีต่อนะไอ้ทอย รู้ยัง”

“หะ?”

“วิชานี้ไง อาจารย์เขาขอเช้าบ่าย” แต่เรื่องที่เพื่อนบอกดูจะช็อคกว่า



“กูไม่เข้านะ”

“........” พวกมันสองคนหันมองหน้ากัน

“ตอนบ่ายมีนัดจะไปดูหนังกับแนท”



“ใครอีกหละ....แต่ตามสบายเพื่อน เอาบัตรนักศึกษามาก็ได้เดี๋ยวสแกนให้” ไอ้ยินแบบนี้ทอยยิ้มพร้อมยื่นส่งบัตรนักศึกษาของตัวเองให้เพื่อน ทานข้าวอิ่มเรียบร้อยเขาลุกขึ้นยืนพร้อมเดินเลี่ยงออกไปยังโรงจอดรถมอเตอร์ไซค์ด้านหลังตึกแต่เมื่อเดินมาจนถึงรถมอเตอร์ไซค์จำเป็นต้องหยุดชะงักเมื่อพบว่ามีใบปลิวหนึ่งใบถูกมาวางยัดไว้ที่รถของเขา



...หมับ..

จนลองที่จะหยิบขึ้นมาอ่าน



“รับสมัครติวเตอร์ ติวเด็กมอหกที่กำลังสอบเข้ามหาลัย...หืม แล้วเอามาให้กูนี่นะ” กำลังจะปาทิ้งแล้ว

“เดือนละหมื่นห้า” แต่ก็มาชะงักกับไอ้เงินเดือนที่ได้มาทั้งที่เวลาสอนแค่ช่วยเย็นเลิกเรียนถึงสามทุ่ม ทอยลังเลพลางคิดว่าถ้าสมัครไปแล้วจะมีปัญญาไปสอนลูกเขามั้ยวะ แต่ตอนสอบเข้ามหาลัยคะแนนเขาก็ดีนะเพราะเพิ่งจะมาใจแตกก็ตอนที่ขึ้นปีหนึ่งแล้ว คิ้วเข้มขมวดแน่นเข้าหากันแต่มือนั้นล้วงมือถือออกมากดพิมพ์สมัครข้อมูลลงในเว็บแล้ว





....

...

..



....ครืดดดดด...

โทรศัพท์ในประเป๋ากางเกงสั่น ร่างที่ยืนแอบอยู่มุมตึกล้วงหยิบมือถือของตัวเองออกมาก่อนกดเข้าไปอ่านแชทระหว่างเจ้าตัวและผู้เป็นแม่ แฟงค์ยิ้มมุมปากเมื่อเห็นว่าข้อมูลล่าสุดของติวเตอร์ที่แม่ส่งมาให้เลือกคือใคร ดูเหมือนมันจะได้ผลเพราะเมื่อเช้าที่ลองเอาใบปลิวไปยัดใส่หน้ารถของพี่เขาไว้ จนกระทั่งที่ในตอนนี้

//เอาคนล่าสุดอะแม่//

...แน่ใจหรอ?ผู้ชายจะสอนรู้เรื่องหรอ..

//ผมเอาคนนี้// ยอมรับว่าแอบเอาแต่ใจเนื่องเพราะเป็นลูกคนเล็กสุดของบ้าน จนที่แม่พิมพ์ตอบมาว่าจะติดต่อพี่คนนี้กลับไปให้แฟรงค์ถึงได้ยิ้มกว้างพร้อมสายตาที่มองร่างของคนที่ขับรถออกไปแล้ว เกิดมารวยนี่ก็มีประโยชน์นิดหน่อยตรงนี้แหละ ยิ้มกับตัวเองจนเหมือนคนบ้าเมื่อนึกไปถึงภาพที่ใครอีกคนต้องเดินมาเคาะประตูห้องของเขาทุกเย็น



อะไรที่ได้มายากมันมักจะดีต่อใจเสมอเลยสินะ

รวมไปถึงพี่เกรี้ยวกราดคนนั้นด้วย



......

....

..

“ยิ้มอะไรนักหนาวะไอ้แฟงค์ กูหลอนมึงแล้วนะ” เลิกเรียนแฟรงค์ก็เข้ามาหมกอยู่กับกลุ่มเพื่อนของตัวเองเหมืนออย่างเคย นอนเล่นอยู่บนโซฟาโดยที่เพื่อนคนอื่นกำลังนั่งตั้งสายกีตาร์บ้างหรือบางคนก็เล่นเกมบ้างไปตามประสาของพวกมัน จะมีก็คงแค่แฟรงค์ที่กำลังนอนเล่นโทรศัพท์โดยมือกำลังกดส่องหน้าเฟสบุ๊คของใครบางคนอยู่



“วันนี้กูเจอพี่ทอยอีกแล้ว”



...พรวดด!!...

น้ำอัดลมในปากของมนุษย์เพื่อนพุ่งออกมาในทันทีที่แฟรงค์พูดประโยคนี้ เสียงอี๋ดังตามมาซึ่งแฟงค์รีบหยิบเสื้อของไอ้เจ้าของห้องที่กองอยู่มาเช็ดแขนของตัวเองที่เปียกชุ่ม อยู่อเมริกามายังไม่เคยเจอเพื่อนทำตัวสกปรกแบบนี้ใส่เลยนะเห้ย พวกนี้แม่งเขากลับมาหาได้ไม่เท่าไหร่ก็เล่นจนเละเลย



“มึงจริงจังหรอไอ้แฟรงค์ เรื่องพี่มันเนี่ย”

“ก็กูอยากได้” ตอบไปพร้อมมือที่กดดูรูปโปรไฟล์พี่มัน สายตาอีกคนที่เห็นแค่ในรูปยังเขินเลย เจอตัวจริงนี่ถ้าใครเจอพี่มันมองด้วยแววตาแบบนี้เขาว่าคงได้นอนจมคาอกพี่มันแน่ แต่ไหงเวลาเจอเขาแล้วอีกคนถึงหัวร้อนจังวะ



“กูว่ากูไปตลาดดีกว่า”

“ไปทำไม” แฟรงค์ถาม



“ซื้อผ้าเช็ดหน้ารอมึง เอาไว้ซับน้ำตาให้” เสียงหัวเราะครืนจากทั้งกลุ่มดังขึ้นแต่แฟรงค์ไม่ได้สนใจแถมมือยังจัดการกดแอดเฟรนไปในเฟสบุ๊คของทอยเรียบร้อยแล้วด้วย บอกตามตรงว่าในตอนแรกก็รู้สึกแค่ว่าอีกคนดูน่าสนใจจนพอที่ได้เข้าจีบแล้วทอยมีปฏิกิริยาต่อต้านขนาดนี้เขากลับรู้สึกว่าพี่มันน่าเข้าหากว่าเดิม



ไม่รู้ดิ รู้ก็แค่ว่าชอบ

ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอในผับแล้วด้วย



...ครืดดดด...

คราวนี้เสียงโทรศัพท์สั่นอีกครั้ง และเมื่อเห็นว่าเป็นข้อความจากแม่แฟรงค์รีบกดอ่านดู



//อีกสองวันเดี๋ยวพี่เขาจะเข้าไปหาที่ห้อง ตอนสี่โมงเย็น ทำตัวให้ว่างด้วย//





ถึงตรงนี้คงได้แต่ยิ้มเพราะนอกจากจะทำตัวให้ว่างด้วยแล้ว

เดี๋ยวจะทำใจให้ว่างรอด้วยเลยเอ้า!





# # # # # # # #

ชอบก็จีบเลยชอบก็จีบเลยเส้ ใช่มั้ยแฟรงค์5555

ไม่ต้องทำตัวโง่เหมือนพี่มึงเนอะ ที่รอจนเขาจะหนีอะค่อยบอกชอบ

แต่คิดว่าเรื่องนี้ก็น่าจะมีคนโง่แบบเสืออยู่คนนึง55555



ละกับคำถามที่ว่า ใครเคะใครเมะนี่-..- ลองกดไปดูหน้าหลักของเรื่องดิ เราบอกไว้แล้ว-..-

ยังคงคอนเซปแมนๆชนกัน แต่ตัวที่นุ่มนิ่มกว่ามักเคะเสมอ-..-

 

 

 

 

หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่2 {27/01/61}
เริ่มหัวข้อโดย: วายซ่า ที่ 27-01-2018 20:15:53
สงสารทอยเลย ท่าจะเจอศึก (รุก) หนักแน่ๆ   :hao3:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่2 {27/01/61}
เริ่มหัวข้อโดย: puiiz ที่ 27-01-2018 20:59:10
 :mew1: :mew1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่2 {27/01/61}
เริ่มหัวข้อโดย: wichiwiwie ที่ 27-01-2018 21:46:32
มวยถูกคู่แน่ๆ คู่นี้ อิอิ  :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่2 {27/01/61}
เริ่มหัวข้อโดย: MOnomer ที่ 27-01-2018 22:14:04
:impress2 :impress2: :impress2: :impress2: :impress2: :impress2:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่2 {27/01/61}
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 28-01-2018 01:46:59
 :katai2-1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่2 {27/01/61}
เริ่มหัวข้อโดย: areenart1984 ที่ 28-01-2018 02:14:05
อีพี่ทอย คงจะได้ปวดหมองไปอีกนาน  :laugh:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่2 {27/01/61}
เริ่มหัวข้อโดย: day9day ที่ 28-01-2018 04:36:51
อึนๆมึนๆ ชอบๆ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่2 {27/01/61}
เริ่มหัวข้อโดย: firnlolo ที่ 29-01-2018 07:14:24
เขินน้องเเฟรงค์  :-[ :-[
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่2 {27/01/61}
เริ่มหัวข้อโดย: jinutlove ที่ 31-01-2018 11:15:38
 :-[ :-[ รอค่ะ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่3
เริ่มหัวข้อโดย: Sirinapa-11 ที่ 02-02-2018 22:09:33
ตอนที่3
#จีบวิศวะ


...ตี๊ดดๆๆๆ!!!...
เสียงนาฬิกาปลุกบนหัวเตียงดังเรียกร่างที่นอนหลับฟุบอยู่กับหมอนใบใหญ่ให้ต้องเอื้อมมือยื่นไปกดปิดด้วยความรำคาญ คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเมื่อพบว่าเพียงถัดมาห้านาทีมันก็ดังอีกครั้ง จนสุดท้ายต้องยอมเปิดเปลือกตาขึ้นแล้วคว้าโทรศัพท์ของตัวเองมากดยกเลิกการตั้งปลุกก่อนที่จะงัวเงียเตรียมนอนอีกครั้งแต่ต้องชะงักเพราะแรงขยับดิ้นจากคนข้างกาย

“จะไปไหนหรอคะตั้งปลุกแต่เช้าเลย”
“เปล่า...” ตอบไปเพราะง่วงเต็มที เพิ่งจะนอนไม่ถึงสองชั่วโมงเลยด้วยซ้ำสำหรับวันนี้
“แต่ไหนเมื่อวานบอกแนทว่ามีเรียนไม่ใช่หรอ”

“ช่างเหอะง่วงจะนอน” ในรอบนี้เป็นเสียงติดหงุดหงิดที่ดังกลับมาซึ่งหญิงสาวเพียงชักสีหน้าแล้วลุกขึ้นเตรียมจะกลับที่พักของตัวเองเท่านั้น ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ไม่มีความโรแมนติกเลยซักนิด ขนาดเมื่อคืนเพิ่งนอนกับเธอเสร็จยังไม่คิดแม้แต่จะกอดเธอนอนหลับไปด้วยกันเลยด้วยซ้ำ ทั้งน่าน้อยใจแล้วก็น่าโมโหแต่แล้วทำอะไรได้บ้างหละในเมื่อความจริงแล้วเราก็เพียงแค่คู่ควงกันเพราะก็ไม่ได้มีใครต่างอยากจริงจังอยู่แล้ว

“งั้นแนทกลับก่อนแล้วกันนะ ถ้าว่างโทรมาหาอีกหน่อยนะคะ”
“อืม” มีเพียงเสียงครางรับกลับมาจนเมื่อที่หญิงสาวแต่งตัวและเดินออกจากห้องไปแล้วทอยทำท่าจะหลับต่อ แต่

...ครืดดครืดดดด..!!

“แม่งเอ้ยย!” เป็นเสียงสั่นจากโทรศัพท์ที่ดังอีกครั้งซึ่งคนที่ง่วงจนหน้ามืดหลุดสบถร้องออกมาอย่างหัวเสีย ไม่ได้สนใจดูเลยด้วยซ้ำว่าใครโทรมาเพราะเขาเพียงแค่เอื้อมมือไปกดรับแล้วจัดการวางมือถือแนบข้างหู

[ไปเรียนยัง] แล้วเสียงคุ้นเคยที่ดัง ไอ้เกอร์...
“กำลังขับรถไปแล้ว”
[ตอแหลไม่เนียน มึงเพิ่งตื่นใช่มั้ย]
“เออ” ยอมรับไปอย่างไม่มีข้อแก้ตัว

[แล้วนี่จะไม่ไปแล้ว?]
“อ่าหะ”
[งั้นมาหาพวกกูเปล่า อยู่ร้านไอ้เอกซ์เนี่ย]

“ทำไมไปอยู่นั่น” ตอนแรกก็ง่วงอยู่หรอกแต่ในตอนนี้ทอยตื่นเต็มตาแถมคิ้วขมวดมุ่นอีกด้วย
[เมื่อวานแดกเหล้าอยู่ร้านมันกันไง แต่ไม่ได้ชวนมึงก็มึงบอกว่าจะไปกับสาวอะ]

“เออเดี๋ยวไปหา” ตอบรับออกไปก่อนวางสายแล้วลุกพาร่างของตัวเองเดินเข้าไปในห้องน้ำจัดการอาบน้ำแต่งตัวแล้วเดินไปหยิบนมวัวสดในตู้เย็นออกมาดื่มเป็นอาหารเช้า การขับรถในแต่ละวันยังคงยากลำบากเนื่องเพราะทั้งรถที่เยอะและติดรวมไปถึงอากาศโคตรร้อนที่ทำเขาแทบบ้า ตอนนี้ยอมรับว่าโคตรคิดถึงกุญแจรถยนต์ของตัวเองเลย

แต่จะทำยังไงได้หละในเมื่อทำตัวเองทั้งนั้น
ดังนั้นแล้วก็ ขับมอเตอร์ไซค์ต่อไปนั่นแหละ...

 “เพื่อนทอยยยย!!!!” ยังไม่ทันได้ดับเครื่องจอดเสียงแหกปากจากไทเกอร์ก็ดังมา กลุ่มชายหนุ่มอายุไร่เรี่ยกันกำลังนั่งกระจายอยู่ตามมุมของร้าน ตึกแถวขนาดกว้างตรงหน้าที่บรรจุเต็มไปด้วยอุปกรณ์ทั้งรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ สถานที่ซุกหัวในยามไม่มีที่ไปหรือในยามที่เบื่อการนัดเจอกันที่ผับ บางทีมันก็สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปที่ห้องของเพื่อนคนนั้นคนนี้บ้างแต่สำหรับในตอนนี้ที่ที่พวกเขาชอบมาสุมหัวก็คืออู่ซ่อมรถของบ้านไอ้เอกซ์มันเนี่ยแหละ

“ไงเด็ดเปล่าคนนี้” เดินเข้ามายังไม่ทันนั่งเสียงถามจากเพื่อนร่วมกลุ่มดังมาอีก
“ก็ปกติ...ไอ้เกอร์ขยับดิจะนั่งด้วย”
“นั่งตักกู”

“กวนตีนไรแต่เช้า ขยับ” เสียงหัวเราะคิกคักจากไทเกอร์ดังมาแต่ถึงอย่างนั้นคนตัวขาวก็ยอมที่จะขยับให้ทอยได้นั่งด้วย ทิ้งตัวนั่งลงได้สิ่งถัดไปที่ทำก็คือการล้วงบุหรี่ออกมาจุดสูบอย่างไม่มีอะไรทำ มองซากขวดเหล้าและขวดโซดาที่เมื่อคืนพวกมันก็คงจะเมาหนักเอาการกันอยู่เหมือนกัน จนแรงซบไหล่จากคนข้างกายเรียกสายตาของทอยให้ก้มมอง

“ยังไม่ได้นอนหรอ”
“เพิ่งนอนไปไม่ถึงชั่วโมง” คำตอบจากไทเกอร์ดังมา
“แดกข้าวยัง”
“กินแล้วมึงอะ”

“ไม่หิว” พอเขาตอบไปแบบนี้ไทเกอร์ย่นจมูกกลับมาให้ซึ่งทอยใช้มือตบหน้าผากของร่างตรงหน้าอย่างนึกหมั่นไส้ เสียงโห่แซวว่าสร้างโลกส่วนตัวจากไอ้เพื่อนรอบด้านดังเหมืนออย่างในทุกครั้งและไทเกอร์นอกจากจะไม่ปฏิเสธมันก็ยังบ้าจี้กอดแขนเขาพร้อมทำหน้าทำตาปริบใส่ไอ้พวกเพื่อนอีก ตอนนี้ทอยยอมรับว่าหัวใจเริ่มเต้นแรงอีกครั้งกับการที่ต้องมาเจอท่าทีแบบนี้จากคนที่ตัวเองแอบชอบ พยายามจะมองว่ามันคือเพื่อนแต่เหมือนจะโคตรยากเพราะนับวันยิ่งรู้สึกว่าชอบมันกว่าเดิมอีก

“ไอ้เสือปล่อยมึงมาได้ยังไง” ดังนั้นเพื่อไม่ให้ตัวเองลึกไปกว่านี้ทอยจึงย้ำตัวเองโดยการถามถึงแฟนของไทเกอร์ซะ
 “มันซ้อมว่ายน้ำ”
“งอนผัวเลยมาแดกเหล้าว่างั้น”
“กวนตีนละ...ไม่ได้งอน แต่ว่าคิดถึงเมียรักแบบมึงตางหาก” คราวนี้เป็นทอยที่เบ้หน้าบ้าง

“เบื่อคนมีความรักว่ะ!” เสียงโหวกเหวกดังมาอีกครั้งและทอยเพียงหันไปชูนิ้วกลางให้ไอ้พวกตัวแสบ พวกเรานั่งคุยเล่นไปพลางช่วยกันซ่อมรถที่จอดอยู่ภายในอู่ไปด้วย เห็นแบบนี้ก็แอบมีทำมาหากินกันอยู่บ้าง ผ่านไปจนเกือบเที่ยงสุดท้ายทอยต้องเลือกที่จะถอดเสื้อตัวนอกออกเหลือเอาไว้เพียงเสื้อกล้ามเพราะยิ่งสายยิ่งร้อน แถมนี่เหมือนแม่งเรียกเขามาช่วยงานบ้านมันเลยเหอะ!

แต่ในระหว่างที่นั่งวุ่นอยู่กับมอเตอร์ไซค์ของลูกค้า
ก็จำเป็นที่จะต้องเงยสายตามองไปที่เพื่อนสนิทอย่างไทเกอร์ซึ่งคุยโทรศัพท์หน้าเครียดอยู่

“แถวนี้อะหรอ....ก็มีแต่ของเพื่อนกูอะมันจะมาถูกหรือเปล่า” และทอยคาดว่าน่าจะคงคุยกับไอ้เสือแฟนมัน
“เออๆมาเลยกูก็อยู่นี่แหละ” สุดท้ายสายตัดไปและทอยเลิกสนใจเพราะยิ่งมองนี่รู้สึกว่ายิ่งเจ็บ ไทเกอร์ดูโตขึ้นเยอะตั้งแต่ที่คบกับเสือถึงแม้ว่าตอนอยู่กับเขามันจะยังแอบงอแงเอาแต่ใจตามเดิม ไทเกอร์มันซ่อมรถไม่เป็นดังนั้นหน้าที่ของอีกคนจึงเป็นการคิดเงินและรวมยอดว่ารถแต่ละคันค่าใช้จ่ายแต่ละจุดที่ซ่อมรวมกันคือเท่าไหร่ ผ่านไปพักใหญ่ร่างของฝ่ายการเงินที่นั่งเล่นเกมรอก็ลุกขึ้นยืนเหมือนเดินออกไปรับใคร

จนกระทั่งในที่สุดที่
....เอี๊ยดดด!!..
เสียงเหยียบเบรกที่บ่งบอกว่ารถยนต์ที่ขับเขามานั่นมาด้วยความเร็วขนาดไหน เสียงนั้นต่างเรียกสายตาจากพวกเราทุกคนรวมไปถึงทอยที่หันมองแล้วเริ่มขมวดคิ้ว รถยนต์ยี่ห้อนอกที่ราคาแพงหลายสิบล้านและสีแดงเงาทั้งคัน หวังว่า...

...ปึก..

“เชี่ย....” แต่เมื่อคนขับเปิดประตูรถแล้วเดินลงมาเขารีบวางมือลงแล้วเตรียมจะเดินหนีเข้าหลังร้าน แต่แล้ว
“เห้ยไอ้ทอย!ปะยางรถยนต์ให้หน่อยดิวะ มึงคุ้นอะรถพวกนี้อะ!!” ไอ้เจ้าของร้านก็แหกปากสั่งยังกับว่าเขาคือลูกจ้างรายวันแถมนอกเหนือไปกว่านั้นลูกค้าตัวดีที่เหมือนว่าพักนี้กูกับมึงจะบังเอิญเจอกันบ่อยเสียเหลือเกินเลยนะ ทอยขมวดคิ้วแสดงใบหน้าไม่พอใจชัดเจนแต่ก็ยอมที่จะเดินตรงไปยังหน้าร้านที่มีร่างของคุณเพื่อนสนิทอย่างไทเกอร์กำลังยืนอยู่กับลูกค้าที่หน้าคุ้นมาก

“น้องไอ้เสือ...มึงคงจำได้”
“เออ” ทอยขานรับเพื่อนตัวเองออกไป

“รถมันยางรั่วละมันไม่รู้ร้านแถวนี้ไง ไอ้เสือเลยโทรมาถามกู...มึงช่วยดูให้มันหน่อยละกัน ไปคิดเงินต่อละ” ปากบอกจะไปคิดเงินต่อแต่มือก็กดยิกเล่นเกมไม่หยุด ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ให้ไม่พอยังจะมาทำปากสั่งว่าให้เขาช่วยดูแลมันอีก ทอยยืนมองหน้าบุคคลที่เจอจนแทบจะรู้สึกสนิทกับมันอยู่แล้ว

“ขับเข้ามาจอดข้างใน”
“เจอกันอีกแล้วนะครับ” แต่นอกจากจะไม่ทำตามยังมีการพูดทั้งยิ้ม

“กูบอกให้เอารถเข้ามาจอดข้างใน” เขาเลยต้องส่งเสียงหงุดหงิดไปแฟรงค์ถึงได้ยอมที่จะเดินย้อนกลับไปขับรถของตัวเองเข้ามาจอดยังด้านในของตัวอาคาร แถมความจริงไม่ใช่ว่าไม่รู้ร้านซ่อมรถแถวนี้หรอกแต่แฟรงค์ก็แค่เนียนลองเชิงโทรถามพี่ชายตัวเองว่าช่วยให้พี่ไทเกอร์บอกหน่อยว่าร้านไหนดี

เพราะรู้ว่าไทเกอร์มานอนค้างกับเพื่อนซึ่งเปิดร้านซ่อมรถ
ดังนั้นเลยลองเดาว่าบางทีอาจมีบางคนอยู่นี่ด้วย

...แล้วพี่มันก็อยู่จริงๆ...

“ไม่ยักรู้ว่าพี่ซ่อมรถเป็นด้วย”
“แล้วมันเรื่องอะไรที่มึงต้องรู้” คำถามนี้ดังกลับมาจากคนที่กำลังนั่งงัดล้อรถยนต์ออก
“พักนี้เจอกูบ่อยเหลือเกินนะ”
“.............” เจอทักแบบนี้แฟรงค์ทำได้แค่เงียบแล้วแอบยิ้มกับตัวเอง
“บังเอิญหรือมึงตั้งใจ”

“ตั้งใจครับ” คำตอบรับแบบไม่มีเขินอายจากอีกคนทำทอยต้องขมวดคิ้วพร้อมหันมองด้วยอาการเอือม เหมือนยิ่งหนีเหมือนไอ้เด็กนี่จะยิ่งสนุกกับการตามเขาด้วย นอกเหนือไปกว่านั้นยังเหมือนมันจะใช้ไอ้ไทเกอร์ที่เป็นแฟนของพี่ตัวเองได้อย่างโคตรเป็นประโยชน์ดังนั้นแล้วในตอนนี้ทอยถึงเลือกที่จะเงียบแล้วนั่งซ่อมรถให้มันต่อไป

“ผมแอดเฟสไปพี่เห็นหรือยัง”
“กูบล็อกไปแล้ว”
“โหพี่...” เห็นว่าอีกคนมันยิ้มขำเมื่อเขาตอบแบบนี้

“พี่กำลังทำร้ายจิตใจเนื้อคู่ของพี่นะเนี่ยรู้มั้ย”
“เดี๋ยวกูถีบไปไปโน้น!อย่ากวนตีน” เขาชี้หน้าและแฟรงค์เพียงยักไหล่กลับมาทั้งที่หน้ายังอมยิ้มไม่หยุดแถมเหมือนเพื่อนคนอื่นจะไม่สนใจด้วยเพราะคงคิดว่าเขาคงจะสนิทกับแฟรงค์พอตัวเนื่องเพราะอีกคนคือน้องแฟนของไอ้ไทเกอร์ ถึงแม้เขาจะเคยออกปากบอกไปแล้วว่าไม่ชอบขี้หน้าของแฟรงค์ก็เถอะ

ต้องนั่งซ่อมรถต่อไปท่ามกลางสายตาเจ้าเล่ห์ของไอ้เด็กแก่แดดที่มองมา
แม่งโคตรขนลุก!!

เมื่อจัดการปะยางรถให้มันเสร็จเขาเลือกจะเดินเลี่ยงหนีเข้าห้องน้ำเพื่อที่ถ้าออกมาอีกรอบจะได้ไม่ต้องมาเจอกับสายตาแสนกวนตีนของใครอีกคนอีก ล้างมือที่เปื้อนคราบน้ำมันพร้อมล้างหน้าที่มีแต่คราบฝุ่นออกจนหมดจด เดินผิวปากอารมณ์ดีออกมาก่อนที่สุดท้ายจะต้องถอนหายใจเมื่อพบว่าคนที่เขาอยากให้กลับไปก็ยังคงนั่งอยู่ตรงนั้นที่เดิม

“รถเสร็จแล้วไม่กลับหรือไง!” ทอยตะโกนถามไป
“น้องมันขอกินเหล้าต่อด้วยคืนนี้อะ มึงโอเคใช่ปะ” แต่คนที่ถามกลับมาดันเป็นไทเกอร์
“ตามใจ” ไม่อยากมีพิรุจต่อหน้าเพื่อนดังนั้นแล้วถึงต้องจำใจตอบตกลงไปแบบนี้ ทอยยิ่งไม่พอใจไปใหญ่เมื่อพบว่าแฟรงค์มันสามารถสนิทกับเพื่อนพวกเขาได้เร็วขนาดไหนแถมพอตกเบ็นไทเกอร์ก็ต้องขอตัวกลับบ้านเนื่องเพราะมันมาค้างที่นี่ไปคืนนึงแล้ว เหลือทิ้งไว้ก็แต่ไอ้เด็กปีหนึ่งปีนเกลียวที่กำลังนั่งคุยกับเพื่อนเขาออกรสเชียว

“ปกติพวกพี่ก็กินเหล้ากันบ่อยหรอครับ”
“แทบทุกวันอะ” แถมไอ้เพื่อนเขาก็อัธยาศัยดีกันเหลือเกิน
“งั้นผมมากินด้วยบ่อยๆก็ได้ใช่ปะ”
“ได้ดิ แต่ออกเงินด้วยนะมึง”

“ฮะฮ่าไอ้ดิพี่ เดี๋ยววันนี้ผมเลี้ยงก็ได้” เสียงหัวเราะที่ดูจะคุยกันถูกคอกำลังเรียกคิ้วของทอยให้ขมวด เพียงแค่วันเดียวมันสามารถตีสนิทกับเพื่อนของเขาได้ทั้งกลุ่ม นอกเหนือไปกว่านั้นไอ้พวกเพื่อนเขายังไม่สังเกตซักนิดเลยว่าในตอนนี้ทอยเงียบผิดปกติขนาดไหน เหล้าที่ไอ้เด็กแฟรงค์เป็นคนเลี้ยงถูกไปซื้อมาแล้ว ทุกคนต่างนั่งล้อมวงกันแล้วและทอยเองต้องพยายามทำตัวให้ปกติและยอมที่จะนั่งร่วมวงกับพวกมันด้วย

“พี่ไม่กินเหล้าหรอครับ” จนเป็นแฟรงค์อีกครั้งที่ชวนเขาคุยอีก
“ไม่อยากกิน”
“กินเยอะไม่ได้หรอ?หรือคออ่อนหรอพี่” เหมือนโดนเยาะเย้ยและทอยเพียงมองหน้ามันกลับ

“เห้ยไอ้แฟรงค์!มึงเมาแล้วหรอ!!” แต่คงต้องขอบคุณเสียงสวรรค์จากเพื่อนร่วมกลุ่มที่เข้ามาขัดการพูดคุยกันของเขาและมันเสียก่อน ทอยหันหน้ากลับมาตามเดิมก่อนส่ายหัวเพราะไอ้เด็กข้างกายของตัวเองที่ปกติก็เหมือนมันจะพูดมากอยู่แล้วแต่พอเหล้าเข้าปากแล้วนี่ยิ่งเอาใหญ่เลย ปากมันพยายามบอกว่าตัวเองไม่ได้เมาทั้งที่ท่าทางมึงนี่เหมือนแดกเหล้าไปสามขวดเพียวคนเดียวแล้ว แต่ทอยสาบานว่าเขาเพิ่งเห็นมันกินไปยังไม่ถึงห้าแก้วเลยด้วยซ้ำ

“มึงกับไอ้เสือนี่นิสัยโคตรต่างกันเลยนะไอ้แฟรงค์นะ”
“ก็ผมหล่อกว่าพี่ผมไง...” แล้วฟังมันโม้...
“ไม่ใช่กูหมายถึงนิสัย!มึงดูเฟรนลี่กว่าเยอะ”

“แน่นอนสิครับ...ถ้าไม่เฟรนลี่ก็อดดิ” ทั้งที่พูดกับเพื่อนเขาแต่ทอยว่าสายตามันนี่มองตรงมาที่เขาโดยตรงเลย พยายามจะไม่สนใจแต่เหมือนพอยิ่งนานแฟรงค์ยิ่งส่งแต่สายตาวาววับมาให้ สุดท้ายแล้วก็อึดอัดจนต้องลุกเดินแยกออกมายังด้านหลังของตัวตึก ไม่อยากด่ามันกลางวงเพราะเดี๋ยวเพื่อนสงสัยความสัมพันธ์อีก

ใช้ชีวิตตามปกติอยู่ดีๆก็มีเด็กเข้ามากวนตีนซะงั้น
ไม่รู้ว่าไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้ แม่ง

...ฟู่วว...
ควันสีเทาหม่นถูกพ่นออกจากริมฝีปากหยักได้รูปของร่างที่นอนแผ่อยู่บนสนามหญ้า ดวงตากำลังมองเหม่อไปยังท้องฟ้าที่มืดสนิทตรงหน้าก่อนที่คิ้วจะต้องขมวดเมื่อรับรู้และได้ยินถึงเสียงฝีเท้าจากใครบางคนที่เดินตรงมา

“ไปไกลตีนกูเลย” พอรู้ว่าเป็นใครทอยพูดประโยคนี้ขึ้นทันที
“พี่รู้ปะว่าพี่เป็นคนแรกเลยนะที่ปฏิเสธผม”

“มึงก็เป็นคนแรกที่โดนกูปฏิเสธเหมือนกัน” ว่าไปแบบนี่ก่อนได้แอบเห็นหน้าที่คิ้วขมวดของมัน
“แล้วรู้ยังว่าผมจะจีบพี่” ถามไม่พอแต่แฟรงค์ยังเนียนเอนตัวนอนลงข้างเขาอีก เหมือนมันจะเมามากแล้วเพราะตอนทิ้งตัวนอนนี่มึงนอนแรงมากจนรู้สึกเจ็บแทนเลย ทอยเองยังพยายามเงียบพลางหาทางเดินหนีจากมันแล้ว คิดว่าถ้าขืนยังคุยกันต่อไม่แน่เขาคงได้เผลอต่อยแม่งซักที

..ปึก.
แต่พอเขาจะลุกก็ดันมีแขนยาวของคนข้างกายพลิกตัวมาคร่อมเอาไว้

 “เมา” ที่ทอยพูดประโยคนี้ก็เป็นเพราะหน้าที่เคยขาวของมันซึ่งบัดนี้แดงจัดแล้วไหนจะตาที่ปรือจนช่ำนั่นอีก คนบนร่างยังคงจ้องมองลงมาซึ่งทอยเองก็มองกลับเนื่องเพราะยอมรับว่าเริ่มจะอยากรู้เหมือนกันว่าอย่างมันจะมีปัญญาทำอะไรเขาได้ ใบหน้าของแฟรงค์เหมือนเริ่มขยับใกล้เข้ามาและเขาเองขมวดคิ้วพลางจ้องมอง

“พี่....”
“.....” ทุกอย่างรอบตัวเงียบไปพักใหญ่ ก่อนที่จะ.....
“อุ้บ...อ้วกกก!!!”

ไอ้เหี้ยแฟรงงงงงงงงค์!!!

คราวนี้เป็นทอยที่เบิกตากว้างกับสัมผัสเปียกแฉะจากสิ่งสัมผัสที่ได้รับ ดวงหน้าหล่อหยีเข้าหากันในแทบจะทันที ก้มมองที่ไหล่ของตัวเองก่อนต้องหอบหายใจหนักกับสภาพตรงหน้าที่ได้เห็น ซอกคอทั้งแถบและเสื้ออีกครึ่งซีกซึ่งปกคุลมไปด้วยอ้วกของมันทั้งหมด

..ปึก..
แถมนอกเหนือไปกว่านั้นมันยังฉลาดที่จะซบหลับลงกับไหล่ของเขาอีกข้างที่ไม่มีอ้วกอีก

ไอ้แฟรงค์!
ไอ้เด็กเหี้ย!!

# # # # # # # #

เป็นอีพี่จะจับตีๆๆให้ก้นลาย5555




หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่3 {02/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: areenart1984 ที่ 02-02-2018 22:39:41
แฟรงค์เอย  คายของเก่าใส่พี่เขา แล้วจะจีบเขาติดเมื่อไหร่เนี่ย  :เฮ้อ:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่3 {02/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: iceman555 ที่ 03-02-2018 01:46:22
 :z1: :z1: :z1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่3 {02/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Nus@nT@R@ ที่ 03-02-2018 08:05:41
555555 ไอ่แฟรงค์
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่3 {02/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: kingkong ที่ 03-02-2018 09:59:10
อยากให้ทอยโดนเด็กรุก :hao6:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่3 {02/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: shoi_toei ที่ 03-02-2018 10:19:57
เราเชียร์แฟรงค์ ทอย ได้มั้ย

แต่ยังไม่กล้าลงเรือ กลัวเงิบ ฮาาา
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่3 {02/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: วายซ่า ที่ 03-02-2018 12:17:03
โอ๊ะ....น้องแฟรงค์จะสร้างความประทับกับพี่ทอยไปถึงไหนกันน้อ 
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่3 {02/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: day9day ที่ 03-02-2018 12:33:09
5555+
รอตอนต่อๆไปนะ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่3 {02/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: wanirahot ที่ 03-02-2018 15:44:21
พี่ทอยรุกช่ายม้าย
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่3 {02/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: jinutlove ที่ 03-02-2018 18:28:59
 :laugh: ทอยเป็งไงมั้ง555 โกรธอีกนานแน่แฟรงค์
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่3 {02/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Brightybam ที่ 04-02-2018 09:22:50
 :m20: :m20: :m20:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่3 {02/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Axis._. ที่ 04-02-2018 11:01:04
โอ้ไม่นะเเล้วเเบบนี้ชาติไหนจะจีบติดวะเเฟรงค์ 5555555555  :m20:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่4
เริ่มหัวข้อโดย: Sirinapa-11 ที่ 04-02-2018 20:51:47
ตอนที่4
#จีบวิศวะ

เสียงตึงตังจากรอบด้านกำลังปลุกเรียกร่างขาวของเด็กหนุ่มที่นอนฟุบอยู่บนโซฟาตัวกว้าง ดวงตาคู่สวยปรือเปิดก่อนที่คิ้วเข้มต้องยีขมวดเข้าหากันเมื่อสิ่งแรกที่ได้พบเห็นคือแดดจ้าที่ส่องผ่านกระจกด้านนอกเข้ามา แฟรงค์มองรอบสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยจนพอลองก้มมองสภาพของตัวเองยิ่งต้องหยีหนักเนื่องเพราะเสื้อนักศึกษาที่เคยขาวสะอาดบัดนี้กลับเต็มไปด้วยซากอาเจียนที่ไม่ต้องเดาก็คงจะเป็นเขานี่แหละที่ทำตัวเอง มองเลยออกไปอีกจนพบเข้ากับกลุ่มรุ่นพี่ที่นั่งกินเหล้าด้วยกันเมื่อคืน ในตอนนี้เหมือนพวกพี่เขาจะเปิดร้านซ่อมรถแล้วด้วยเพราะเหมือนจะมีลูกค้าเข้ามารอและพวกพี่แกก็กำลังเริ่มซ่อมรถแล้ว นั่นสินะเสียงสาเหตุที่ทำให้เขาตื่นแต่เช้าเนี่ย
“ตื่นแล้วหรอมึง” จนเป็นเสียงจากเจ้าของบ้านที่ดังแฟรงค์ถึงได้เงยหน้าขึ้นมอง

“กี่โมงแล้วหรอพี่”
“เก้าโมง” คำตอบที่ได้มาทำแฟรงค์ต้องหันมองโดยรอบอีกครั้ง
“พี่ทอยหละครับ?”
“บนห้องแหละยังไม่ตื่นหรอกมันอะ...มึงจะขึ้นไปอาบน้ำมั้ย ถ้าจะไปก็ฝากปลุกมันด้วย”
“ผมขึ้นไปได้หรอ”

“ได้ดิห้องกู...ฝากปลุกไอ้ทอยด้วยบอกมันให้ไปเรียน” แฟรงค์รีบตอบรับพร้อมกระเด้งตัวลุกจากโซฟาที่นอนมาทั้งคืน บิดตัวไล่ความปวดเมื่อยพลางพยายามคิดว่าเมื่อคืนหลับไปตอนไหนแล้วทำไมเช้ามาถึงโผล่มาบนโซฟาตัวนี้ได้วะ คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกจนตัดสินใจยกมือขยี้หัวตัวเองแล้วเลิกคิดซะเดี๋ยวจะปวดหัวเปล่า ในตอนนี้กำลังเดินขึ้นไปบนชั้นสองของตัวอาคารซึ่งคาดว่าห้องที่พี่มันนอนคงจะอยู่แถวนี้แหละ

ห้องแรกมียันต์ติดด้วย แฟรงค์ว่าน่าจะไม่ใช่ห้องนี้
ส่วนห้องถัดไปมีรูปผู้หญิงใส่ชุดบิกินี่ติดอยู่ เอาวะเขาว่าห้องนี้แหละ!

....แกร๊กกก...!
จนตัดสินใจเปิดเข้าไปแล้วพบว่าประตูห้องไม่ได้ล็อคอยู่เสียด้วย ภาพแรกที่เห็นคือร่างของผู้ชายสี่ห้าคนที่นอนเกลื่อนเต็มพื้นอยู่คราวนี้ถึงได้เดินเลยเข้าไปอีกจนมาหยุดอยู่ปลายเตียงที่มีร่างของคนบางคนกำลังนอนแผ่กว้างอยู่บนนั้น ยืนมองดวงหน้าของอีกร่างในยามหลับพลางแอบยิ้มกับตัวเองเพราะคิดว่าตอนพี่มันหลับนี่ก็น่ารักดีจังเลยนะ

“พี่ทอย” ลองเรียกไปเพื่อดูปฏิกิริยาอีกร่าง
“.........” แต่เมื่อทอยยังเงียบแฟรงค์ถึงได้เดินอ้อมไปอีกฝั่งพร้อมโน้มหน้าลงเข้าใกล้
“พี่ครับ...ตื่นได้แล้วพี่ต้องไปเรียนนะ” คราวนี้เรียกพร้อมมือที่วางลงบนไหล่ของอีกร่างด้วยแล้วในจังหวะนั้นที่ทอยเปิดเปลือกตาขึ้นพวกเราได้สบตากันอีกหน แฟรงค์ขมวดคิ้วพลางคิดว่ารู้สึกคุ้นเคยกับการมองหน้าพี่มันในระยะใกล้ส่วนทอยขมวดคิ้วเช่นกัน แต่จุดประสงค์ต่างจากแฟรงค์แบบสิ้นเชิง

..ผลั้ก..!
โดนผลักออกและตอนแรกมีแอบตกใจแต่พอตั้งตัวได้แฟรงค์ก็กลับมาส่งยิ้มให้ทางสายตาตามเดิม

“กลับไปได้แล้วมึงอะ”
“ตื่นมาก็ไล่ผมเลย”

“แล้วจะอยู่ให้มึงอ้วกรดหัวกูหรือไง” ทอยว่าสวนมาพร้อมลุกขึ้นนั่งแล้วคว้าเสื้อที่วางพาดอยู่บนหัวเตียงของตัวเองมาพาดไหล่ไว้ คนยืนมองตรงนี้แอบกลืนน้ำลายเพราะเมื่อกี๊ผ้าห่มบังเลยไม่ได้เห็นหุ่นพี่มันไง จนพอที่ร่างที่เคยนอนอยู่ลุกขึ้นยืนแล้วเดินมาประชันหน้าของเขาคราวนี้แฟรงค์ไล่สายตามองตามร่างกายของคนตรงหน้าอีกครั้ง

“พี่อ่อยผมหรอ”

..ผลั้วะ..
เป็นแรงตบที่ทำเขาหัวแทบขมำ

“หลบ”
“ไม่อาบน้ำก่อนหรอครับ”
“หลบกู” แต่อีกคนย้ำคำเดิมอีกครั้งจนแฟรงค์ต้องยอมเดินเลี่ยงออกให้ รีบเดินตามแผ่นหลังของอีกร่างไปพลางมองร่างของทอยที่กำลังเดินลงบันไดพร้อมการใส่เสื้อของตัวเองอยู่ ใส่เสื้อเสร็จสิ่งที่คนตรงหน้าทำต่อคือการล้วงมือหยิบบุหรี่ในกระเป๋ากางเกงออกมาคาบใส่ปากก่อนที่มือของพี่มันทั้งสองข้างจะดึงรั้งเสื้อที่ยังไม่เข้าทรงเท่าไหร่ของตัวเองให้เข้าที่

“ขับรถดีๆนะพี่!!” พอเห็นว่าอีกคนกำลังจะขี่เจ้ามอเอตร์ไซค์คู่ใจออกไปแล้วแฟรงค์ถึงรีบตะโกนบอก
แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือการที่ทอยชูมือขึ้น
ตอนแรกนึกว่าจะทำเลิฟ แต่เปล่า เพราะพี่มันมาแค่นิ้วกลางนิ้วเดียวว่ะ

“ตื่นเช้ามาก็ได้ของดีเลยกู” แฟรงค์พึมพำกับตัวเอง กำลังจะเดินไปที่รถของตัวเองเพราะก็อยากกลับแล้วแต่พอก้มมองสภาพเสื้อตอนนี้แล้วก็ต้องเปลี่ยนใจเพราะกลิ่นอ้วกแม่งแรงจนต้องยอมที่จะเดินกลับไปยังห้องของเอกซ์อีกครั้งเพื่อทำการอาบน้ำเสียก่อน ถ้าจะให้ขับรถกลับทั้งแบบนี้เขาคงจะได้เป็นลมกลางทางแน่

เดินกลับเข้ามายังห้องประตูบิกินี่อีกครั้ง
ก่อนพบว่าคนสามสี่คนก่อนหน้าที่เคยนอนเกลื่อนบัดนี้ตื่นกันหมดแล้ว

“เมื่อคืนมึงไปทำอีกท่าไหนถึงอ้วกใส่ไอ้ทอยวะนั่น” คำถามนี้ทำแฟรงค์ขมวดคิ้ว
“อ้วกใส่ใครนะพี่ใครอ้วก”
“มึงไงอ้วกใส่ไอ้ทอย ไม่โดนมันกระทืบก็ดีแค่ไหนแล้ว” พอพูดจบพวกพี่มันหัวเราะส่วนเขากำลังยืนนิ่งพลางประมวลคำพูดที่ทอยพูดด้วยว่าจะอยู่ต่อให้โดนอ้วกรดหรอ ถึงตอนนี้ภาพเหตุการณ์เริ่มประมวลขึ้นในหัว ตั้งแต่ดวงหน้าระยะใกล้ของอีกร่าง จมูกที่โคตรโด่ง ปากสีสดได้รูปและก่อนที่ภาพจะตัดไป...

“ผมอ้วกใส่พี่ทอยเลยหรอ?”
“เออ!อ้วกแล้วก็หลับ มันลากมึงมาทิ้งลงบนโซฟาไง”
“แล้วถ้าสุมมุตผมอ้วกใส่พี่ พวกพี่จะโกรธมั้ย”
“โกรธดิสัส!” คำตอบที่ได้ทำแฟรงค์นิ่งลงไป

“ถ้าสมมุตอ้วกใส่แล้วจะจีบต่ออะพี่”
“ถุ้ย!สมมุตมีสาวมาอ้วกใส่มึงอะ เป็นมึงเอามั้ย”

จบแล้ว...
จบแล้วชีวิตกูสำหรับเช้านี้

เลือกที่จะทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงแล้วมองเหล่าพวกคนเมาที่เหมือนยังไม่สร่างกำลังต่อคิวกันอาบน้ำ แฟรงค์ยกมือยีหัวตัวเองพร้อมมองบนเพราะคราวนี้เขาเองนี่แหละที่ผิดเสือกแดกเยอะไม่ดูสังขาล แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ได้ดื่มเยอะอะแต่เพราะตามปกติไม่ค่อยได้กินเหล้าพวกนี้มากกว่าเลยทำให้สภาพเป็นแบบนนั้น แล้วนอกจากจะไม่สร้างความประทับใจให้พี่มันแล้ว เขานี่ยังไปสร้างวีรกรรมอันน่าจดจำฝังใจพี่มันอีก

“แล้วนี่มึงจะกลับตอนไหนอะ”
“อาบน้ำเสร็จเดี๋ยวก็กลับแล้วครับ” ยอมรับว่าก็แอบเกรงอยู่เพราะพอไม่มีคนรู้จักแล้วต้องมานั่งท่ามกลางกลุ่มคนที่เป็นเพื่อนกันแบบนี้ แถมในตอนนี้เหมือนพวกพี่แกจะมองเขาอย่างพิจารณาอีกด้วย แฟรงค์แสดงใบหน้าปกติของตัวเองซึ่งก็ยังดูกวนตีนเหมือนอย่างทุกครั้ง โดนมองมาก็มองกลับ

“มึงนี่หน้ากวนตีนนะเนี่ย”
“หล่อด้วยใช่มั้ยพี่”
“เออแต่หล่อ” คำตอบนี้สามารถเรียกรอยยิ้มพอใจและเมื่อคนอื่นอาบน้ำเสร็จหมดแล้วคราวต่อไปเป็นแฟรงค์บ้าง เขารีบเข้าไปอาบน้ำพร้อมการเดินออกมาโดยใส่เพียงเสื้อกล้ามซับในตัวเดียวกับกางเกงยีนส์ตัวเดิม เดินลงมาด้านล่างอีกครั้งพลางแอบถามพวกพี่เขาด้วยว่าทอยมาที่นี่บ่อยมั้ย

“ก็มาทุกครั้งที่มันไม่ได้กกสาวอะ” ซึ่งนี่คือสิ่งที่ได้มา
“แล้ว...พี่เขามีสาวเยอะขนาดนั้นเลยหรอครับ”

“โอ้ยไอ้แฟรงค์เอ้ย ตอนนี้ในมหาลัยก็เหลือแค่แม่บ้านอะที่มันยังไม่เคยเอา” เหมือนจะเป็นประโยคกึ่งตลกแหละเพราะพวกเพื่อนคนอื่นของทอยต่างหัวเราะลั่นกันซะเสียงดัง แฟรงค์หัวเราะตามออกมาก่อนจะคุยต่ออีกซักพักแล้วขอตัวกลับเพราะนี่ก็สายมากแล้วและแถมวันนี้เขายังขาดเรียนปรับพื้นฐานด้วยนะเนี่ย

...ปึก...!
แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะถือว่าคุ้ม เดินเข้ามานั่งในรถตัวเองได้ก็เลือกที่จะล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา
ปฏิทินในเครื่องถูกมาร์กเอาไว้ว่าเพียงพรุ่งนี้เท่านั้นที่ติวเตอร์ประจำตัวจะเข้ามาหา
ริมฝีปากยกยิ้มเล็กน้อยเพราะเหมือนแผนการรุกจีบทอยจะสำเร็จไปกว่าครึ่ง

...แต่เอ่อ ตัดเรื่องที่เขาอ้วกใส่พี่มันเมื่อคืนออกไปก่อนนะ...


........................

เย็นเลิกเรียนวันนี้คงไม่ได้ออกไปเร่ร่อนเหมือนอย่างในทุกวันอีกแล้ว ขายาวเพียงรีบก้าวพาตัวเองตรงไปยังรถมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่แล้วก้มมองที่นาฬิกาข้อมือซึ่งบอกเวลาว่าห้าโมงเย็นแล้ว ทอยคว้ากระดาษใบปลิวหางานออกมาถือเอาไว้อีกครั้งพลางไล่สายตามองว่าต้องขับออกไปเส้นทางไหนถึงจะใกล้ที่สุดเนื่องเพราะคอนโดในกระดาษแผ่นในมืออยู่ไกลคนละโลกกับคอนโดของเขาเลย จากมหาลัยไปไม่ไกลเท่าไหร่ แต่ถ้าขากลับที่ต้องขับกลับคอนโดนี่น่าจะกินเวลาเป็นชั่วโมงได้เลย

แต่เอาวะ
เงินมากขนาดนั้นแถมงานก็โคตรสบาย

คิดได้แบบนี้ตัดสินใจกดสตาร์ทรถแล้วขับออกไปพร้อมคิ้วที่ต้องขมวดเพราะขับออกมาได้ไม่เท่าไหร่ภาพที่ปรากฏเห็นในกระจกก็คือไอ้รถสีแดงคันหรูคุ้นตาที่เขาเพิ่งจะปะยางให้มันไปเมื่อสองวันก่อน ดูเหมือนว่ามันกำลังขับตามมาแต่ทอยพยายามไม่คิดมากเพราะบางทีมันแค่อาจจะแค่มาทางเดียวกับเขาก็ได้

“กูว่าไม่ใช่ละ” พึมพำขึ้นกับตัวเองก่อนตัดสินใจจอดรถแกล้วให้แฟรงค์มันขับนำ คราวนี้สบายใจได้แล้วเพราะอีกคนแซงไปแล้วและคงตัดปัญหาเรื่องที่มันกำลังขับแอบตามเขาไปได้เลย แต่แล้วพอเริ่มบิดเครื่องขับออกมาต่อก็ต้องขมวดคิ้วอีกรอบเพราะในตอนนี้ไม่ใช่มันที่ขับตามเขา แต่เป็นเขาที่ขับตามมัน

...เอี๊ยดด!..
เบรกรถอีกครั้งพร้อมการหยิบแผ่นกระดาษแผนที่ในมือมาดูอีก

“ก็ถูกทางนี่หว่า” พูดกับตัวเองอีกหนก่อนเริ่มขับต่อไปอีก ไกลออกมาแล้วแต่เขายังร่วมเส้นทางกับแฟรงค์ตามเดิมจนในสุดท้ายทอยก็ขับรถเข้ามาถึงคอนโดที่หมาย ซึ่งไอ้เด็กนั่นก็ขับเข้าไปจอดเหมือนกัน!

“อะไรวะเนี่ย!!” คราวนี้หัวร้อนแล้วแต่ยังฝืนคิดดี ปล่อยให้แฟรงค์มันเดินนำเข้าไปก่อนจนอีกคนหายลับไปแล้วถึงได้ค่อยเดินตามเข้าไปโดยการยื่นใบกระดาษในมือบอกยามว่าเขามาเพื่อจะนัดพบน้องที่ตัวเองจะมาสอน จัดการเดินเข้ามายังคอนโดหรูแล้วเข้าไปในลิฟต์ กดไปยังชั้นสูงสุดของที่นี่

...ติ๊ง…
จนเมื่อที่ลิฟต์เปิดออกแล้วทอยถึงได้เดินตรงไปยังห้องมุมในสุดตามที่เขียนบอกไว้
...ก็อกๆๆ...!
เคาะประตูไปก่อนยืนรอซักพัก ก่อนที่จะ

...แกร๊กก!!...

“........!!!”
“มาแล้วหรอพี่ คิดว่าหลงห้องซะอีก” เชร้ดแม่!

“ไอ้แฟรงค์!” ทอยตวาดไปเสียงดังซึ่งเจ้าของชื่อเพียงส่งยิ้มให้พร้อมมือที่ชูใบหาติวเตอร์ซึ่งเหมือนกับในมือที่ตัวเขาถืออยู่ ในตอนนี้ทอยเริ่มประมวลเหตุการณ์ได้แล้วว่าแท้จริงไอ้เด็กคนที่เขาต้องมาติวให้ก็คือมันนี่เองแถมนอกเหนือไปกว่านั้นเรื่องใบปลิวที่ถูกนำมายัดใส่รถของเขาไว้

“มึงตั้งใจทำใช่มั้ย”
“ก็...นิดนึงครับ”
“กูไม่ทำ เอาใบเหี้ยนี่ของมึงคืนไป”

...หมับ..

“เดี๋ยวพี่” คราวนี้ไม่ว่าเฉยแต่แฟรงค์ยังเอื้อมมือมารั้งแขนเขาไว้ด้วย และทอยยอมี่จะหันกลับไปมองมัน
“ผมเพิ่มให้เป็นเดือนละสามหมื่น” จำนวนเงินที่ถูกเสนอกำลังทำทอยลังเล ถ้าเป็นเมื่อก่อนเงินแค่นี้เขาคงเชิดหนีพร้อมซัดหน้ามันไปแล้ว แต่สำหรับตอนนี้ที่เป็นยุคตกอับของเขา...

“สี่หมื่น” เห็นเขาเงียบแฟรงค์เสนอราคามาอีก
“.......”
“ห้าหมื่น” ความจริงกูยอมทำตั้งแต่สามหมื่นแล้วไอ่สัส!

“เออก็ได้” ตอบรับไปด้วยเสียงที่เหมือนไม่เต็มใจเล็กน้อยและแฟรงค์ยอมที่จะปล่อยมือออกจากแขนของเขาพร้อมส่งยิ้มประจำตัวของมันมาให้ ทอยใช้ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มของตัวเองพลางไล่สายตามองตามหน้าของมันด้วยแววตาที่เริ่มมีข้อโต้แย้งมาบ้าง ในตอนนี้ถึงจะเป็นลูกจ้างแต่เขาก็เป็นลูกจ้างที่เหนือกว่ามัน

“แต่ถ้าอยากเรียนกับกู...มึงต้องมาหากูที่ห้องเอง” ข้อแรกคือเพราะคอนโดมันไกล และเขาขี้เกียจมา
“..........”
“และข้อสุดท้าย กูจะสอนมึงแค่หกโมงเย็นถึงสามทุ่ม...แค่นั้น” และข้อสอง คือเขาขี้เกียจสอนมันนาน
“........”
“ยังมีท้ายอีกดิ”
“ครับ?”

“กูบอกอะไรก็ให้ฟังกูเพราะกูเป็นติวเตอร์ของมึง...โอเค๊” ถามไปและการที่แฟรงค์พยักหน้ารับกลับมานั่นถือเป็นเรื่องดี ถึงตอนนี้เริ่มรู้สึกว่าการเจอไอ้เด็กนี่ก็ไม่ได้แย่นักเพราะอย่างมากก็ได้มีเงินใช้แหละวะ ส่วนในตอนนี้ทอยก้มมองนาฬิกาข้อมือของตัวเองอีกครั้งก่อนเงยหน้าสบสายตากับแฟรงค์อีก

“เริ่มเรียนพรุ่งนี้เข้ามาหากูได้เลย” เอ่ยทิ้งท้ายประโยคนี้ไว้ก่อนเดินออกมา
“.........” ท่ามกลางสายตาของเด็กหนุ่มที่มองตามอย่างไม่เข้าใจนัก

นี่สรุปว่าเขาจ้างพี่มันมาสอน
หรือว่าจ้างพี่มันให้มาออกคำสั่งใส่วะ?

ได้แต่ถามตัวเองทั้งส่ายหน้าและยิ้มออกมาเพราะไม่รู้ว่าคิดถูกหรือคิดผิดกันแน่กับการเลือกจะตามจีบทอยเนี่ย ปิดประตูห้องลงก่อนเดินกลับมานอนลงบนเตียงแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมากดเลื่อนเปิดหน้าไอจีของตัวเอง ยิ้มกว้างอีกครั้งเพราะที่ทอยบอกว่าบล็อกเฟสเขานี่คือพี่มันทำจริงแต่ถึงอย่างงั้นแล้วไงโซเชี่ยลมันมีแอพเดียวที่ไหนเล่า

นั่งส่องรูปของใครอีกคนผ่านอินสตราแกรมแล้วก็ได้แต่ยกยิ้ม
ยิ่งนานยิ่งน่าสนใจคนอะไรวะ ยิ้มทีโลกโคตรสดใสเลย


ไอ้บ้าเอ้ยยยย


# # # # # # # # # #
จ้างมันมาด่าหรือเปล่าอะ555555
ส่วนใครรุกใครรับนี่-..-5555 จริงๆน่าจะพอดูออกแล้ว คิดว่าใครนิสัยแมนกว่าอะ ฮื้ออ><
ความโซผัวมันไปจับที่ใครรร แต่คือนี่เรียกทอยว่ามัน ละเรียกแฟรงค์ว่าน้อง55555

หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่4 {04/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: jinutlove ที่ 04-02-2018 21:15:14
 :pig2: :pig4: :mc4: เย้เย้ มาไว
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่4 {04/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: areenart1984 ที่ 04-02-2018 21:23:43
รอดูว่าจะได้ติวเด็ก  หรือจะโดนเด็กจีบ  :laugh:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่4 {04/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: kingkong ที่ 04-02-2018 22:27:33
เรื่องอ้วกใส่นี่แบบทอยดูไม่โกรธแฟรงค์เท่าไหร่ ฮั่นแหน่~ o18 แฟรงค์ของเรามีความหวังนะเนี้ย รอคู่นี้ตอนหวานส่วนตอนนี้เผ็ดกันไปก่อน
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่4 {04/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 04-02-2018 23:53:24
 :katai2-1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่4 {04/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: iceman555 ที่ 05-02-2018 01:10:24
 :hao6: :hao6: :hao6:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่4 {04/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: shoi_toei ที่ 05-02-2018 02:26:07
ความมันส์ กำลังจะเริ่ม 5555
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่4 {04/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: day9day ที่ 05-02-2018 05:45:55
โอ้ยยยยยยยยยย
สนุก ชอบๆ
รอตอนต่อๆไปนะครับ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่5
เริ่มหัวข้อโดย: Sirinapa-11 ที่ 09-02-2018 22:06:48
ตอนที่5
#จีบวิศวะ

เลิกเรียนวันนี้มีหนึ่งร่างของเด็กหนุ่มผิวขาวกำลังเก็บอุปกรณ์การเรียนลงภายในกระเป๋าเป้ของตัวเอง รอยยิ้มกรุ่มกริ่มที่มุมปากกำลังเรียกแววตาของเหล่าเพื่อนให้ต้องนั่งท้าวแขนมอง เก็บปากกาแดงลงในกระเป๋าดินสอหนึ่งแท่งก็ยิ้มหนึ่งที พอปากกาน้ำเงินตามลงใส่ในกระเป๋าแฟรงค์ก็ยิ้มอีกรอบจนคนที่มองต้องหันมองหน้ากันพลางขมวดคิ้ว ไม่รู้ว่าวันนี้ไอ้เพื่อนของเขามันไปอารมณ์ดีมาจากไหน ตั้งแต่ตอนเช้าละ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียวจนพวกเขากลัวว่ามันแอบไปติดยามาหรือเปล่าวะเนี่ย

“ไปห้องกูก่อนปะเนี่ย” จนตัดสินใจถามไป
“ไม่อะ กูมีนัด”

“หืมม กูเจอเหตุผลที่ทำมึงยิ้มเป็นบ้าเป็นหลังได้ละ” เจอพูดใส่แบบนี้แฟรงค์ทำเพียงแค่หันไปยักคิ้วให้ก่อนที่มือจะคว้ากระเป๋าแล้วเดินออกมาจากห้อง ก้มมองนาฬิกาข้อมือที่บอกว่าในตอนนี้คือเวลาห้าโมงกว่าให้แล้ว มองซ้ายขวาเผื่อว่าอาจจะบังเอิญเจอคนที่ตัวเองกำลังจะไปหาแต่เหมือนกับว่าวันนี้พี่มันจะไม่ได้มา เพราะตั้งแต่เช้าก็ยังไม่เห็นเลยนะ ขนาดเนียนเดินผ่านหน้าตึกวิศวะตั้งหลายรอบก็ยังไม่เจอเลย

..ปึก..
ปิดประตูเข้ามานั่งในรถหลังจากที่วางเป้ลงยังเบาะข้างคนขับแล้ว

“เอ้าแต่กูไม่รู้นี่หว่าว่าพี่มันอยู่ห้องไหน” จนขับมาจะครึ่งทางถึงได้นึกออก จำได้แค่ว่าอีกคนอยู่ชั้นสิบห้าแต่ตอนนั้นไม่ได้รอดูไงว่าทอยเดินเข้าไปในห้องไหน ขมวดคิ้วมาตลอดทางจนเมื่อที่ถึงหน้าคอนโดสูงเขาถึงได้ขับรถเข้าไปจอดไว้ยังที่จอดประจำของตัวเอง ถึงตอนนี้คงต้องหน้าด้านใช้ความที่ว่ามาคอนโดนี้บ่อยและมีเพื่อนอยู่ที่นี่เพื่อเข้าไปถามยามแล้วหละว่าใครอีกคนอยู่ห้องไหน

ยืนตัดสินใจเล็กน้อยว่าควรจะเดินไปถามดีมั้ย แต่เอาวะ
ด้านได้อายอดนะมึง!

“เอ่อลุงครับ ผมขอถามอะไรหน่อยได้มั้ย” และลุงแกหันมายิ้มให้
“ว่าไงหละ มีปัญหาอะไร”
“พอดีผมจะมาหาเพื่อนพี่ชายอะครับแต่ว่าพี่ผมลืมบอกเลขห้องเพื่อนมาด้วย แถมโทรศัพท์ผมแบตหมด” แฟรงค์ชักแม่น้ำทั้งห้ามาโยงกันจนคาดว่าถ้าตอนมอหกสอบแกทแพทนี่คงจะได้คะแนนแกทเชื่อมโยงเต็มร้อยห้าสิบไปแล้วมั้ง ส่วนลุงยามแกทำหน้าเชิงกำลังคิดว่าจะให้ความร่วมมือดีมั้ยและแฟรงค์พยายามที่จะยิ้มไปมิตรไปให้ว่าเขาไม่ได้มีพิษภัยอะไรทั้งนั้น

“แล้วเพื่อนพี่ชายชื่ออะไรหละ”
“พี่ทอยครับ” เขาตอบไปก่อนกลับมายืนลุ้นกับสายตาครุ่นคิดของลุงแกอีก
“ที่หน้าตาดีๆน่ะใช่มั้ย”
“ใช่ลุง ที่หล่อมากๆเลยอะลุง” ถึงตรงนี้แฟรงค์ไม่ลืมจะสบทบไปด้วย

“1507...ห้องมุมในสุดเลย นี่เห็นว่าเราน่ะมาบ่อยหรอกนะลุงเลยยอมบอก” ได้คำตอบแล้วเด็กหนุ่มรีบยกมือไหว้ก่อนเดินตรงเข้าไปยังคอนโดตรงหน้าพร้อมมือที่หยิบคีย์การ์ดสแกนเข้า ผ่านประตูแรกมาแล้วต่อไปก็เตรงไปที่ลิฟต์ด้วยใบหน้าพึงพอใจ กดนิ้วไปยังชั้นที่สิบห้าก่อนมุ่งตรงไปยังห้องมุมในสุดตามที่ลุงบอกมา

จนกระทั่งที่มาหยุดยืนอยู่หน้าห้องของอีกคน
ถึงตอนนี้แฟรงค์แอบใจเต้นนิดหน่อย

..ก็อกๆๆๆ!
แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจที่จะเคาะประตูห้องลงไป
..แกร๊กกกก...!!
ซึ่งเพียงไม่นานเท่าไหร่บานไม้ตรงหน้าถูกกระชากเปิดออกโดยร่างเจ้าของห้องที่กำลังยืนท้าวขอบประตูมองมาที่เขาอยู่ แฟรงค์ไล่สายตามองทอยตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้งก่อนต้องกลืนน้ำลายอีกแล้วเพราะสิ่งที่พบคือร่างของใครอีกคนที่ใส่เพียงบ็อกเซอร์ตัวเดียว ไล่มองตั้งแต่หัวจรดเท้าและไล่จากด้านล่างขึ้นไปบนบ้าง

“........!” ก่อนต้องมาชะงักตรงช็อตที่สบตากับอีกคนพอดี
“หวัดดีพี่”
“เข้ามาดิ” มีเพียงคำสั่งที่ได้รับมาและแฟรงค์เองเพียงเดินตามเจ้าของห้องเข้าไปด้านใน ในระหว่างที่ทอยเดินไปหยิบเสื้อยืดมาใส่เด็กหนุ่มผู้มาใหม่ก็กำลังใช้สายตาสำรวจรอบห้องของใครอีกคน ห้องนอนตามแบบฉบับผู้ชายที่แอบรกนิดหน่อย เขาวางกระเป๋าของตัวเองลงบนโซฟากลางห้องพร้อมการทิ้งตัวนั่งลงตามบนโซฟาด้วย

“พี่อยู่คนเดียวหรอ”
“มึงเห็นมีใครอยู่กับกูอีกมั้ยหละ”
“มีผมไง”
“มึงแค่ผู้อาศัยสามชั่วโมงเท่านั้นแหละ” เจอคำนี้ไปแฟรงค์ยิ้มเล็กน้อย
“พี่นี่ก็กวนตีนเหมือนกันนะครับ”

“เลิกพูดมากแล้วนั่งลงบนพื้น” ทอยสั่งมาอีกแล้วและแฟรงค์เพียงคว้ากระเป๋าของตัวเองแล้วนั่งลงบนพื้นห้องที่มีพรมปูอยู่รอบโต๊ะกระจกซึ่งวางอยู่ต่อหน้า กลับมานั่งท้าวคางมองคนที่กำลังเดินไปมาเหมือนหาบางอย่าง คงจะกำลังหาหนังสือหรือไม่ก็พวกปากกาสีเพื่อมาสอนเขาแหละมั้...

...กึก..!
แต่แล้วความคิดหยุดชะงักเพราะสิ่งที่ทอยวางลงต่อหน้า
มันเป็นเพียงปากกาน้ำเงินด้ามเดียวเท่านั้น

“ไหน จะให้สอนเล่มไหน” เจอคำถามนี้
“ไม่ใช่ว่าพี่ต้องเตรียมหนังสือมาสอนผมหรอครับ”
“มึงอะต้องเอาหนังสือมาให้กูสอน”
“..........”
“ไม่มีหรอ?หรือจะเรียนหนังสือกู”
“พี่มีหนังสือด้วยหรอ”

“อ้าวไอ้เวรนี่กวนตีนกูอีกแล้วนะ” ขนาดโดนด่าไอ้เด็กกวนประสาทก็ยังจะมาหัวเราะใส่อีก
“ผมไม่ได้จะเรียนวิศวะนะครับ เอาหนังสือพี่มาติวแล้วจะได้อะไร”
“...........”
“แต่ถ้าเรียนแล้วได้พี่เป็นแฟนอะ จะเรียนก็ได้”

..ผลั้วะ!..

“อย่าเยอะ” เจอตบหัวแทบคะมำไม่พอยังโดนดุเข้าอีก เด็กหนุ่มของเราแอบเม้มปากเล็กน้อยเพื่อกลั้นขำ ยอมรับว่าเวลากวนประสาทอีกคนน่ะโคตรมีความสุขเลย ยิ่งตอนแฟรงค์ทำหน้าเหวี่ยงใส่นะเขาขอบอกว่าแม่งโคตรจะโดนใจแล้วในขณะที่นักเรียนเกเร ติวเตอร์ของเราก็กำลังนั่งคิดว่าจะเอาอะไรไปสอนมันในเมื่อเรียนต่างคณะ

“งั้นออกไปซื้อหนังสือมา” จนที่ทอยพูดแบบนี้
“พี่ไปกับผมตอนนี้มั้ยหละ”
“แล้วมึงไปคนเดียวไม่ได้หรือไง”
“มันก็เหงาดิพี่”

“เรื่องมากจริงไอ้สัสเอ้ยย” เห็นพี่มันบ่นแบบนี้แต่ถึงอย่างนั้นทอยก็ยอมที่จะลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปในห้องเพื่อหาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนใส่ ทอยกลับมาอีกครั้งในชุดเสื้อยืดสีพื้นกับกางเกงยีนส์ขายาว แต่งตัวก็เรียบง่ายแต่ก็ยังโคตรหล่อจนน่าหมั่นไส้อยู่ดีและแฟรงค์เพียงหยิบกระเป๋าสตางค์ของตัวเองกับกุญแจรถออกมาพร้อมลุกขึ้นยืนเพื่อเตรียมจะเดินตามอีกร่างออกไปนอกห้องแถมดูเหมือนว่าวันนี้คงจะไม่ได้เรียนแล้วมั้ง

“พี่ พี่สูงร้อยเท่าไหร่อะ” ในระหว่างทางที่เดินไปลานจอดรถ
“ยุ่งอะไรกับส่วนสูงกูอีก”
“ผมอยากรู้หนิครับ”

“กูไม่บอกมึงมีปัญหาอะไรมั้ย”  เจอสวนมาแบบนี้แฟรงค์ทำได้เพียงพยักหน้ารับเชิงว่ายอมแล้วครับไม่ถามแล้วก็ได้ แต่ถึงจะอย่างนั้นพอเดินมาซักพักอีกแฟรงค์ก็ยังหาเรื่องชวนคุยมาใหม่จนพาลโดนดุไปอีกรอบว่าเลิกพูดมากจะได้มั้ยซึ่งเด็กหนุ่มก็เหมือนเดิมคือหลุดยิ้มออกมาแล้วยอมเงียบไปซักพัก

“นี่ไอ้แฟรงค์ ถ้ามึงยังถามกูอีกนะ...กูจะเลิกติวมึงแล้วนะ”
“ห้าหมื่นเลยนะพี่” เขาพูดพลางมองอีกร่าง

“งั้นเหลือเป็นกูจะงดติวมึงสามวัน” และแฟรงค์เพียงยักไหล่ก่อนเดินขึ้นรถของตัวเองโดยที่ทอยมองตามมันพลางส่ายหน้าหนักใจเพราะเหมือนว่าต่อไปชีวิตก็คงจะต้องวนเวียนอยู่แต่กับไอ้เด็กกวนประสาทนี่แหละ เข้ามานั่งในรถคันเดียวกันได้ทอยถึงได้เลือกที่จะล้วงโทรศัพท์ออกมากดเล่นเพื่อที่จะได้เลิกสนใจไอ้คนข้างกายเสียที

“ห้างไหนครับ” เสียงถามจากแฟรงค์ดังอีกครั้งแต่รอบนี้น่าตอบกว่าทุกครั้งที่มันถามมา
“เอาแถวนี้ก็พอ...ไปแค่ร้านหนังสือไม่ใช่หรอ”
“ก็หากินข้าวด้วยก็ได้”
“มึงเนียนนะ”
“ผมเลี้ยงข้าวพี่ก็ได้” ข้อเสนอนี้มาอีกครั้ง
“บ้านมึงรวยมากนักหรือไงวะ”

“พอเลี้ยงพี่อะ” พอมันสวนมาแบบนี้ทอยทำหน้าแหยงให้ไปทีก่อนเบือนสายตามองไปยังนอกรถ แฟรงค์แอบมองใบหน้าด้านข้างของอีกร่างพลางแอบยิ้มกับตัวเองอีกแล้ว บอกแล้วว่ายิ่งได้รู้จักทอยก็ยิ่งน่าสนใจสำหรับเขา ยอมรับว่าบางทีก็รุกหนักไปแต่ก็เหมือนจะประสบความสำเร็จนะเพราะล่าสุดก็สามารถพาอีกคนเข้ามานั่งร่วมในรถได้แล้ว

แถมตอนนี้ยังพามาเดินเลือกหนังสือด้วยกันได้อีก
สำเร็จไปสิบเปอร์เซนแล้วแหละ

“อังกฤษคงไม่ต้องหรอกมั้งใช่มั้ย”
“แค่คณิตกับไทยก็ได้พี่”
“ภาษาไทยด้วยหรอ?” ทอยถามพร้อมมองหน้า

“อืมเดี๋ยวเวลาเจอข้อสอบภาษาไทยแล้วอ่านคำถามไม่ออกก็สอบตกดิครับ” ได้ยินเหตุผลของมันเขาถึงพยักหน้ารับและแฟรงค์ก็กำลังจดจ่ออยู่กับการเลือกหนังสือติวเช่นกัน นี่คงเป็นครั้งแรกเลยที่เวลาอยู่ด้วยกันแล้วแฟรงค์สามารถสงบปากสงบคำได้ขนาดนี้ ไม่รู้ว่าไปหาเรื่องคุยมาจากไหนเยอะแยะจนบางทีสงสัยว่ามันเหนื่อยบ้างมั้ย

“เอานิทานเด็กไปหัดอ่านก่อนมั้ย”
“ผมโตแล้วเหอะ” เสียงค้านจากแฟรงค์ดังมา
“ก็มึงบอกมึงอ่านไม่ออกก็เอาอันที่มีภาษาอังกฤษควบด้วยไงมึงจะได้แปลได้”

“ไม่เอาเดี๋ยวคนอื่นรู้ก็ล้อผมดิ”
“แล้วมึงจะไปบอกใคร หยิบมา” แต่แฟรงค์ยังนิ่ง
“........”
“หยิบมา” จนทอยพูดเสียงนิ่งพร้อมส่งสายตามองมาสุดท้ายเด็กหนุ่มถึงได้เอื้อมมือคว้าไปหยิบหนังสือนิทานเด็กมาถือไว้ในมือทั้งที่หน้าไม่ได้แสดงความพึงพอใจเลยแม้แต่น้อย แถมในขณะที่ทอยหยิบหนังสือเล่มอื่นมาถือในมือแฟรงค์ที่ปกติต้องพูดไม่หยุดก็เงียบใส่แบบแสดงออกชัดเจนว่าในตอนนี้ยังคงไม่พอใจเรื่องเมื่อครู่ที่ผ่านมา

แล้วนี่คิดว่าทอยจะต้องสนใจมั้ย
ก็ไม่ไง!

“จ่ายเงินดิ” มาถึงเคาท์เตอร์คนอายุมากกว่าสั่งอีกครั้งซึ่งเด็กหนุ่มก็ยอมที่จะยื่นบัตรเดบิตของตัวเองส่งให้แคชเชียร์ เดินถือถุงหนังสือออกมาก็ยังไม่ช่วยเขาถืออีกด้วยนะจนสุดท้ายแฟรงค์ต้องหยุดเดินพร้อมกับหันไปมองร่างของคนที่เดินตัวปลิว
“ช่วยผมถือหน่อย”
“หนังสือใครคนนั้นก็ถือดิ”
“ถ้าพี่ช่วยถือผมก็หายโกรธเพราะถือว่าเจ๊ากันเรื่องพี่บังคับผมเมื่อกี๊”

“งั้นเจ๊ากันเรื่องมึงอ้วกใส่กูเมื่อวานก่อน” เจอสวนมาแบบนี้แฟรงค์ต้องเงียบลงเพราะหาทางอื่นมาเถียงพี่มันไม่ได้แล้ว จำใจเดินต่อไปโดยที่ในมือทั้งสองข้างโคตรจะหนักเลย เดินหน้าบึ้งมาจนถึงร้านอาหารที่เขาเป็นคนเลือกจะเดินเข้าไปซึ่งแน่นอนว่าทอยก็ต้องเดินตามมาอยู่แล้ว

..ปึก..!
วางถุงหนังสือลงบนเก้าอี้ที่ว่างข้างตัวก่อนกลับมาสนใจทอยที่นั่งอยู่ตรงข้าม

“ผมเลี้ยงพี่เองเพราะบอกไปแล้ว สั่งเลย” ทอยไม่ได้พูดอะไรแต่เพียงหันไปสั่งอาหารกับบริกรที่ยืนรออยู่ ระหว่างนี้เขาแอบชำเลืองมองร่างของคนที่นั่งตรงข้ามซึ่งกำลังมองมาด้วยแววตาที่เหมือนแอบด่าเขาอยู่ แต่พอโดนจ้องกลับแฟรงค์มันก็เนียนมองไปที่อื่นจนทอยต้องส่งสายตาคาดโทษไปให้แต่ไม่วายโดยมันเลิกคิ้วกวนกลับมา

“ผมเอาสเต๊กปลาแซลมอน” คราวนี้ถึงคิวของแฟรงค์สั่งอาหารบ้าง
“แล้วก็ยำแซลมอนด้วย...อ๋อ เอาแซลมอนย่างมิโสะด้วยครับ” จนกระทั่งที่ได้ยินเมนูจากปากของแฟรงค์ทอยต้องแอบทำหน้าแหยงเพราะยอรับว่าแซลมอนอร่อยจริงแต่นี่มันเล่นสั่งทุกอย่างที่ทำจากแซลมอนมา รู้สึกเลี่ยนแทนทั้งที่อาหารยังไม่มาเสริฟแต่ระหว่างรออาหารมีเครื่องดื่มที่พวกเราสั่งไว้ก่อนหน้ามาเสริฟให้ก่อน

“พรุ่งนี้พี่ไปเรียนมั้ย ให้ผมไปรับแล้วไปพร้อมกันปะ”
“กูไปเองได้”
“ไปกับผมประหยัดน้ำมันนะ” ส่วนไอ้เด็กนี่ก็อ้างสารพัดมา
“มึงลืมแล้วหรอว่าโกรธกูอยู่” จนทอยต้องแย้งมันไป

“โกรธก็โกรธแต่ว่าก็ต้องชวน เดี๋ยวเสียโอกาสดิครับ”
“เสียโอกาสอะไรของมึง”

“เอ้าก็....” แฟรงค์เงียบไปก่อนยิ้มมุมปากออกมา ในจังหวะนั้นเป็นช่วงเดียวกันกับที่อาหารถยอยมาเสริฟซึ่งมันทำให้คนทั้งคู่ต้องหยุดคุยกันลงแล้วกลับมาลงมือทานอาหารร่วมกันอีกครั้ง นี่ถือเป็นครั้งที่สองแล้วสำหรับการทานข้าวด้วยกัน ครั้งแรกทอยไม่ได้เต็มใจแต่ในครั้งนี้ทอยเต็มใจนะเขาขอกบอกก่อน

“แล้วสรุปให้ไปรับมั้ยเนี่ยพี่”
“ไม่ต้อง” เจอคำยืนยันแบบนี้แฟรงค์แสดงท่าทางเสียดายออกมา
“แล้วไม่ต้องไปบอกใครด้วยว่ากูติวให้มึงอยู่”
“ไม่บอกอยู่แล้วเหอะ”

“ดี” พูดออกมาพร้อมมือที่คว้าแก้วน้ำยกขึ้นดื่มแฟรงค์เองก็อิ่มแล้วเหมือนกันแถมอาหารที่สั่งมาเยอะแยะก็ทานไม่หมดอีกด้วย ทอยมองแต่ไม่ได้พูดอะไรเพราะก็เงินมันไม่ได้เดือดร้อนอะไรเขาอยู่แล้ว หลังจากจ่ายเงินเรียบร้อยแฟรงค์กำลังวุ่นอยู่กับการจะถือถุงหนังสืออีกครั้งแถมยังมีการชำเลืองสายตามองมาที่ทอยอีก

“อะไรอีก?” จนสุดท้ายคนถูกมองถึงได้ถาม
“ช่วยหน่อย”
“.........”
“วันนี้ผมก็ตามใจพี่ตั้งเยอะแล้วนะแถมยังช่ว...”
“เออๆๆเดี๋ยวกูถือช่วยเอามานี่”

..หมับ..!

“มันหนักอะไรขนาดนั้นเลยหรือไงวะ เรื่องเยอะตลอดนะมึงอะ” โดนว่ามาชุดใหญ่แต่การที่ทอยยอมคว้าถุงทั้งหมดไปถือไว้ให้ก็เรียกรอยยิ้มของเด็กหนุ่มตรงนี้ได้ในทันที ถึงตอนนี้คนที่เดินตัวปลิวกลับกลายเป็นแฟรงค์แต่ทอยไม่ได้บ่นแถมยังเดินเงียบตลอดทางแตกต่างจากเขาตอนแรกที่บ่นตลอดทางว่าหนัก

แต่แล้วยังไงหละ เขาน่ะทั้งขับรถมา ทั้งจ่ายเงิน
แถมยังโดนบังคับตั้งหลายเรื่องอีกก็ต้องเหนื่อยเป็นธรรมดา

“พี่ทอย” พอกลับมานั่งในรถได้แฟรงค์เริ่มจะพูดมากอีกครั้ง
“ว่า”
“คืนนี้มันก็ดึกผมคิดว่า...”

“มึงกลับไปนอนห้องมึงเลย” ทอยที่เหมือนจะดูเหตุการณ์รู้ทุกอย่างพูดขัดมาซึ่งทำคนเนียนต้องยิ้มขำ
“มันไกลอะพี่”
“ห้องเพื่อนมึงก็มี”

“โหรู้ดีว่ะ” พอเถียงไม่ได้หน่อยแฟรงค์ก็จะว่าประโยคเชิงนี้มา รถยามดึกไม่ได้ติดมากนักแถมถนนยังแอบจะโล่งด้วยซ้ำ แฟรงค์แอบขัดใจเพราะถ้ารถติดเขาจะได้อยู่กับพี่ทอยนานขึ้นไงแต่นี่เล่นขับไม่เท่าไหร่ก็ถึงมาถึงคอนโดอีกคนซะแล้ว
“ฝันดีนะพี่”
“เออ” ระหว่างที่ทอยจะลงจากรถแฟรงค์ไม่ลืมจะบอกฝันดีด้วย แต่พอถึงจังหวะที่อีกร่างก้าวขาลงไปแล้ว

...หมับ...

“ไม่มีกู๊ดไนท์คิสหรอครับ” แต่คำตอบที่ได้จากคนอายุมากกว่าคือความเงียบพร้อมการที่สายตาของอีกร่างก้มต่ำลงมองมือของเขาที่กำลังจับแขนอยู่ ทอยรั้งแขนออกจากการจับกุมก่อนที่จะส่งสายตามองหน้าของแฟรงค์อีกครั้ง

“........!” จนกระทั่งที่คราวนี้เป็นแฟรงค์ที่ตาโตเมื่อสิ่งที่เจอคือใบหน้าของอีกร่างที่กำลังเคลื่อนใกล้เข้ามา เขานั่งนิ่งเป็นหุ่นมองไอ้หน้าหล่อๆที่เข้ามาใกล้ไปทุกที หายใจเข้าเฮือกใหญ่เมื่อพบว่าในตอนนี้องศาดวงหน้าของทอยเริ่มเปลี่ยนแล้ว ใครอีกคนเอียงหน้าเล็กน้อยเมื่อปลายจมูกของเราเริ่มใกล้จะชนกัน ถึงตอนนี้แฟรงค์ยังคงตาโตไม่เลิก

จากห้าเซนในตอนแรก
ตอนนี้มาเป็นสอง
แล้วเดี๋ยวก็

..เพี้ยะ!..

“มึงอย่าแกแดดไอ่สัส” เป็นแรงตบฉาดใหญ่ที่กระทบเข้าหน้าผากซึ่งมันทำเด็กหนุ่มต้องร้องซี้ดเพราะความเจ็บ ยกมือลูบหัวตัวเองพลางมองตามร่างของคนที่เดินห่างออกไปแล้ว พอสติกลับมากต้องสบถด่าตัวเองเพราะครั้งนี้นี่เขาโดนพี่มันเอาคืนอีกแล้วหรอวะ ทำไมจะต้องเป็นอีกคนทีได้เปรียบตลอดตั้งแต่เรื่องติวแล้วนะเว้ย

แต่ก็ถือว่าคุ้มแล้วหละ
เพราะเมื่อกี๊ที่อีกคนเข้ามาใกล้น่ะ

...ตัวแม่งโคตรจะหอมเลย...


“พรุ่งนี้แน่จริงก็จูบผมเลยดิพี่!!!”



# # # # # # # # # #
แฟร้งงงงงง55555555555

หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่5 {09/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: วายซ่า ที่ 10-02-2018 00:02:57
แฟรงค์ออกตัวแรงมาก แต่ก็เชียร์นะ เอาชนะใจทอยคงไม่ง่ายเท่าไหร่   :katai2-1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่5 {09/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: iceman555 ที่ 10-02-2018 01:09:49
แฟรงค์ลูก รุกหนักเลยนะ แต่ดูจะแพ้พี่ทอยตลอดเลย
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่5 {09/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: netich ที่ 10-02-2018 01:44:30
 :mew1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่5 {09/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: sangzaja122 ที่ 10-02-2018 02:11:52
น้องงง  :hao3:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่5 {09/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: areenart1984 ที่ 10-02-2018 02:45:55
ขยันจีบจังเลยนะ ยิ่งขยันจีบ อีพี่ก็ขยับออกห่าง เอาใจช่วยแล้วกันนะแฟรงค์  :กอด1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่5 {09/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: puiiz ที่ 10-02-2018 09:14:08
 :mew1: :mew1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่5 {09/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: shoi_toei ที่ 10-02-2018 09:25:51
หยอดอีก ๆๆๆ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่5 {09/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 10-02-2018 09:53:29
 :katai2-1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่5 {09/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: day9day ที่ 10-02-2018 12:21:45
มึนๆดีนะ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่5 {09/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: jinutlove ที่ 10-02-2018 18:29:32
 :laugh: จูบเลยๆ555
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่6
เริ่มหัวข้อโดย: Sirinapa-11 ที่ 16-02-2018 13:24:53
ตอนที่6
#จีบวิศวะ

วันนี้ไม่มีเรียนและที่ซุกหัวสำหรับวันหยุดของทอยก็ยังคงเป็นอู่ซ่อมรถของเพื่อนในกลุ่มตามเดิม อย่างมากวันนี้ทั้งวันก็ขอทำหัวให้โล่งก่อนที่จะต้องกลับไปนั่งสอนไอ้เด็กกวนประสาทนั่นก่อนเถอะ ขนาดยังไม่ได้เริ่มสอนและมีเวลาอยู่ด้วยกันเพียงตอนไปซื้อหนังสือด้วย ระยะเวลาแค่นั้นทอยยังรับรู้ได้ถึงความกวนตีนทั้งหมดในสายเลือดของแฟรงค์มันเลย ทั้งรอยยิ้มแสนเสแสร้งและแววตาเจ้าเล่ห์คู่นั้นแล้วไหนจะไอ้ประโยคทิ้งท้ายที่มันตะโกนไล่หลังมานั่นอีก

...พรุ่งนี้แน่จริงก็จูบผมเลยดิพี่!!!...
เหอะ กูได้ยินนะมึง

“นอนยิ้มไรของมึงวะ มาช่วยกูงัดล้อรถออกทีดิเนี่ย” จนเสียงถามจากไอ้เจ้าของอู่ดังขึ้นทอยถึงต้องวางโทรศัพท์ในมือของตัวเองลงแล้วเดินตรงเข้าไปช่วยมันซ่อมรถที่จอดอยู่ ทุกวันนี้หน้าที่ในการซ่อมรถยนต์ของที่นี่แทบจะกลายเป็นของเขาไปแล้วเพราะตามปกติคนที่คุ้นชินกับเครื่องยนต์ก็จะมีเพียงเขาเท่านั้นที่ซ่อมบ่อยสุด ไม่ใช่อะไรหรอกแต่เพียงแค่ตอนยังมีรถชอบเอาไปซิ่งแล้วต้องคอยบำรุงเครื่องบ่อยก็เท่านั้น
“ไอ้ทอยล้อใหม่เข้าร้านกูเนี่ย คิดถึงลูกมึงเลยเนี่ย”

“คิดถึงลูกกูหรือคิดถึงเงินกูกันแน่เหอะ” พอเขาว่าไปแบบนี้ไอ้เอกซ์หัวเราะดัง
“เออก็นั่นแหละ แม่มึงจะคืนรถให้วันไหนวะ”
“ไม่รู้เขาดิ เดี๋ยวก็คืนเองแหละมั้ง” ตอบไปพร้อมมือที่ยังคงลงมือช่วยมันซ่อมรถไปด้วย เสียงโวยวายของเพื่อนคนอื่นดังมาจากในครัวเนื่องเพราะพวกมันกำลังช่วยกันทำอาหารกลางวัน ทอยยิ้มขำเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงกรี๊ดที่คาดว่าที่มาคงจะต้องมาจากการที่กลัวน้ำมันกระเด็นใส่ชัวร์

“ไม่มีรถขับแล้วสาวยังติดอยู่อีกมั้ยแบบนี้”
“สาวที่ไหน” แอบชะงักไปนิดหน่อยก่อนถามกลับ
“เด็กมึงเยอะแยะสัส เย็นนี้มีนัดเย่อปะ”

“เย่อเหี้ยไรหละ” เขาสวนไปแบบนี้พร้อมส่ายหน้าหนักใจเพราะต่อไประยะเวลาช่วงเย็นที่ต้องไปไหนมาไหนกับเด็กในคลังคงต้องหายไปแล้วหละ ทำไงได้หละก็เขาไปรับปากที่จะรับเงินจากมันแล้วนี่ แถมยังไม่รู้เลยว่าเอาเข้าจริงถ้าถึงสามทุ่มแล้วไอ้แฟรงค์มันจะยอมกลับห้องตัวเองจริงตามที่ตกลงกันมั้ย

“แต่กูว่าปีหนึ่งเข้าใหม่ปีนี้ต้องเด็ดแน่มึงไอ้ทอยเอ้ยย”
“มึงรู้ได้ไง”
“ไอ้แฟรงค์มันเล่าให้ฟังวันนั้นไงว่าเพื่อนมันมีแต่สวยๆ” แต่ชื่อนี้ก็ดังมาให้ทอยได้ขมวดคิ้วอีกแล้ว
“พวกมึงอย่าไปสนิทกับมันเยอะเลยไอ้เด็กนั่นอะ กวนตีนจะตายห่า”

“กูว่ามันตลกดี พูดโคตรมากอะ” เล่าไปก็หัวเราะไปและทอยคาดว่าไอ้พวกเพื่อนเขาคงจะถูกโฉลกกับแฟรงค์จริงแล้วหละ แต่ถ้าเอาตามนิสัยผู้ชายเลยก็ดูจะโอเคอยู่หรอกนะกับคนที่นิสัยติดสนุกกับพูดเยอะแล้วแอบกวนตีนแบบมันอะ ถ้ามาในฐานะเพื่อนหรือน้องนี่ก็น่าคบอยู่ด้วยหรอก แต่นี่แม่งเล่นจะมาในฐานะอื่นน่ะสิ

“กูว่ามันน่ารักนะ”
“ถุ้ยย!” แทบจะสำลักน้ำลายตัวเองตายเมื่อไอ้เอกซ์พูดประโยคนั้นมา
“มึงไม่ชอบมันใช่มั้ยเนี่ย”

“เออ!” พอทอยตอบกลับคนที่นั่งคุยกันอยู่ก็หัวเราะลั่นจนเกือบจะตกจากเก้าอี้ นานทีปีหนที่จะได้เห็นทอยมีสีหน้าหงุดหงิดแบบนี้ ถ้าไม่นับตอนไปมีเรื่องตีกับคนอื่นก็คงจะมีคราวนี้แหละที่ได้เจอทอยในสภาพนี้อีกครั้ง ปกติไอ้หล่อนี่ไม่ค่อยมีปฏิกิริยาอะไรหรอกถ้าไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับไทเกอร์เพื่อนสนิทของมัน เป็นห่วงกันออกนอกหน้านอกตาจนโดนเพื่อนแซวทั้งกลุ่มละว่าพวกมันแอบกิ๊กกันเองเนี่ย

...หมับ...!

“เพื่อนทอย พาไปซื้อกาแฟปั่นหน่อยดิ” พอพูดถึงปุ้บคนตายยากอย่างไทเกอร์ก็เดินเข้ามากอดทอยหมับเข้าให้
“กาแฟอะไร ไม่เอาร้อน...ไม่ไป”
“นะๆกูอยากกินอะ” ไม่พูดเปล่าแต่กอดแน่นขึ้นพร้อมทำตามปริบจนทอยต้องพ่นลมหายใจและยอมพยักหน้ารับไปจนได้ สุดท้ายคนถูกตามใจร้องเย้พร้อมรีบเดินไปหยิบเสื้อยืดมายื่นให้ทอยใส่ด้วย เดินออกมาด้านนอกด้วยกันโดยที่ตรงเข้าไปหาไอ้รถคู่ใจคันใหม่ของทอยที่จอดอยู่

“ถ้าบ่นร้อนนะไอ้เกอร์ กูจะถีบให้ตกรถไปโน่นเลย”
“มึงจะทำร้ายผัวมึงได้ลงคอเลยรึ”

..ผลั้วะ!..
กวนตีนมากจนโดนทอยตบหน้าผากและไทเกอร์เพียงยิ้มกวนกลับไปพร้อมรีบก้าวขาซ้อนลงบนรถที่จอดรออยู่
“ไปร้านไหนเนี่ย” ขับออกมาได้ซักพักทอยถามขึ้น

“หน้ามอ อยากกินของร้านป้าสดใส” คำตอบทีได้มาทอยเพียงพยักหน้ารับและเอาเข้าจริงป้าคนนั้นไม่ได้ชื่อสดใสหรอกแต่ไทเกอร์มันแค่ตั้งชื่อให้เนื่องเพราะป้าแกร่าเริงมากแถมยังใจดีขั้นสุดอีกด้วย เป็นร้านประจำที่ถ้าว่างก็ชอบแวะมาซื้อจนจะกลายเป็นลูกชายร่วมสายเลือดของป้าแกไปแล้ว

..เอี๊ยดด..!!
แต่เบรกรถแทบทิ่มเมื่อร่างของคนที่ยืนต่อคิวซื้อน้ำปั่นอยู่แม่งโคตรคุ้น

“เห้ยนั้นไอ้แฟรงค์ปะวะไอ้ทอย” และคำถามจากไทเกอร์ทำคนถูกถามแทบยกมือกุมขมับ ไม่น่ายอมตามใจพามันมากินร้านนี่เลย ลืมคิดไปว่ากลางวันแบบนี้ในร้านของป้ามักจะมีแต่เด็กในชุดนักศึกษาเต็มไปหมดแต่คือก็ลืมคิดไงว่าอาจจะมาเจอมันเขา ก็แล้วใครจะรู้วะว่าไอ้เด็กจากอเมริกาแบบมันจะมาติดใจร้านชานมปั่นริมถนนอะไรแบบนี้ด้วย

แล้วในตอนนี้แฟรงค์ก็หันมามองที่เขาแล้วหลังจากโดนไทเกอร์เดินเข้าไปทัก
มันมองสลับระหว่างเขากับไอ้เกอร์ไปมา

“ไอ้ทอยลงมานี่!มายืนกับกูดิ” และไอ้ตัวดีที่ไม่รู้อะไรอย่างไทเกอร์ก็ยังจะกวักมือเรียกให้เขาเดินเข้าไปหาแล้ว แต่ถ้าหากไม่ลงไปหามันนี่สิก็คงแปลกเพราะคนบ้าที่ไหนหละจะมายืนรอตากแดดอยู่นอกร้านเนี่ย เดินเข้าไปยืนอยู่หน้าร้านด้วยกันซึ่งเหมือนว่าตอนนี้ป้าสดใสคงกำลังเริ่มชงน้ำตามรายการที่ไอ้แฟรงค์มันสั่งแล้ว

“พี่เสือไม่มากับพี่ด้วยหรอครับ?” ตอนนี้แฟรงค์กำลังกับไทเกอร์ถึงพี่ชายตัวเอง
“ไม่อะ กูก็ขอมันมาหาเพื่อนไรแบบนี้บ้างไง”

“อ๋อ พี่ดูสนิทกับพี่ทอยจังเลย” พอเด็กหนุ่มว่าแบบนี้ไทเกอร์รีบพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม แต่คนสองคนที่แอบสบตากันต่างมีสีหน้าต่างกันแล้ว ทอยกำลังจ้องมันนิ่งในขณะที่แฟรงค์เหมือนแอบยิ้มมุมปากอย่างคนกุมความลับระหว่างนี้เป็นไทเกอร์ที่ยืนรอรับรายการน้ำของตัวเองส่วนคนที่ได้สิ่งที่ต้องการแล้วก็เดินเลี่ยงออกมา

แฟรงค์เดินเนียนเข้ามายืนข้างทอย
และสุดท้ายหนึ่งคำถามเชิงกระซิบ

“พี่แอบชอบพี่เกอร์ใช่มะ”
“พูดอะไรของมึง” คนโดนถามกลับไม่ได้ตอบแต่เพียงยักไหล่
“กูกับมันเพื่อนกัน”

“ใครเขาก็ดูออกหมดนั่นแหละพี่” คราวนี้แฟรงค์สวนมาอีกและทอยต้องเดินออกมาก่อนเพราะไทเกอร์ซื้อน้ำของตัวเองเสร็จเรียบร้อย เจ้าเด็กหนุ่มตัวขาวกำลังยืนมองตามร่างของคนสองคนที่ขับมอไซค์ออกไปด้วยกันแล้วแถมยิ่งกว่านั้นยังต้องแอบชักสีหน้ากับตัวเอง

จะว่ายังไงดีหละ
เหมือนอกหักตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลย

..หมับ..

“แตงโมปั่นของมึงนี่มันต้องนานขนาดนี้เลยหรือไงวะ” จนแรงกอดคอพร้อมเสียงถามทำแฟรงค์ต้องหันกลับไปมองซึ่งภาพที่เห็นคือเพื่อนหนึ่งคนที่เดินเข้ามาตามเขาโดยที่มีไอ้พวกที่เหบืออีกสองคนกำลังยืนรออยู่ เด็กหนุ่มตัวขาวจำเป็นต้องเดินย้อนกลับเข้าไปยังมหาลัยอีกครั้งเนื่องเพราะตอนบ่ายยังมีเรียนปรับพื้นต่ออีก พอเข้ามาในห้องได้สิ่งแรกที่แฟรงค์ทำคือการคว้าโทรศัพท์ออกมากดส่องไอจีของทอย ทำได้แค่ส่องไอจีไงเพราะเฟสถูกพี่มันบล็อกไงเล่า!

เลื่อนดูไปเรื่อยก่อนพบว่ามีหลายรูปเลยที่ทอยถ่ายคู่กับไทเกอร์
ถึงตอนนี้เขาว่าชัดเจนละ

แต่แล้วยังไงหละ?เพราะถึงพี่ทอยจะชอบพี่เกอร์ แต่พี่เกอร์ก็เป็นแฟนของพี่ชายเขาอยู่ดี
แถมแฟรงค์โคตรมั่นใจด้วยว่าพี่เกอร์ไม่ได้มีความรู้สึกมากกว่าเพื่อนต่อทอยเลยซักนิด เพราะทั้งท่าทางและแววตาการพูดมันดูเหมือนเพียงเพื่อนผู้ชายที่สนิทกันมากเท่านั้น จะมีก็แค่ไอ้พี่ทอยนี่แหละที่ไปหลงเสน่ห์เพื่อนตัวเองเข้าให้ ตอนนี้ก็ตัดปัญหาเรื่องพี่เกอร์ไปได้เลยเพราะปัญหาหลักที่มีมันคือตัวของทอยเองนั่นแหละ

“เวลาเรียนกูไม่เห็นว่าหน้ามึงจะเครียดขนาดนี้เลยวะ” เสียงถามจากเพื่อนข้างกายดังอีกครั้ง
“กูกำลังคิดอยู่”
“เรื่อง?”

“พี่ทอยไง” แถมตอนนี้เพื่อนก็รู้กันหมดละว่าเขากำลังตามจีบตัวเด็ดประจำคณะวิศวะอยู่
“สาธุถ้าพี่เขายอมคบมึงนะ กูจะปิดทั้งผับฉลองให้มึงเลย”
“มึงพูดแล้วนะ”

“เออ!” ได้ยินแบบนี้แฟรงค์เพียงขยับปากบอกไปว่าให้รอดูแล้วกัน เด็กหนุ่มกลับมานั่งยิ้มมุมปากกับตัวเองอีกครั้งเพราะเมื่อก้มมองนาฬิกาก็เหลือเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงแล้วที่เขาจะได้กลับไปหาทอยที่ห้องอีกหน
ขนาดพี่ทอยเจอพี่เกอร์ทุกวันยังแอบชอบเลย
เดี๋ยวเจอเขาทุกวันบ้าง พี่มันก็ต้องหวั่นไหวเองแหละวะ


......................

...ก็อกๆๆ!!..
เสียงเคาะห้องในเวลาหกโมงเย็นดังเรียกร่างของคนที่นอนบนเตียงให้ขยับลุกตัวขึ้น ทอยแหงนมองหน้าฬิกาก่อนถอนหายใจเพราะรู้แล้วหละว่าเป็นใครที่มาหา พอเปิดประตูออกได้ภาพแรกที่เห็นคือเด็กหนุ่มที่กำลังยิ้มกว้างโชว์ลักยิ้มบุ๋มข้างแก้มซ้ายของตัวเอง มองไล่ลงมือของมันสิ่งที่เห็นคือถุงขนมอะไรซักอย่างที่มันถือเข้ามาด้วย

“ขนมครกพี่ เอาเข้าไปได้ใช่ปะ”
“เออเข้ามา” พอเขาบอกไปแฟรงค์ถึงได้เดินเข้าพร้อมถอดรองเท้าไว้ด้านในของห้อง

..กึก..
ล็อคห้องเรียบร้อยและเดินย้อนมานั่งยังโซฟาตัวเดิมอีกครั้ง ในตอนนี้ไอ้เด็กแวมไพร์กำลังถอดกระเป๋าเป้ของตัวเองวางลงบนพื้นห้องพร้อมกับร่างของมันที่ทิ้งตัวนั่งลงบนพรมสีทึบและมือที่วางถุงขนมครกลงบนโต๊ะด้วย ส่วนทอยนั่งเล่นโทรศัพท์ซักพักท่ามกลางสายตาของแฟรงค์ที่มองว่าแล้วตอนไหนที่พี่มันจะเดินไปหยิบหนังสือมาสอนเขาซักที

“จะเรียนยัง”
“แล้วแต่ครับแต่จริงๆนั่งมองหน้าพี่ต่อก็เพลินดี” แล้วนั่นแหละพอแฟรงค์พูดแบบนี้ทอยรีบลุกเดินไปหยิบหนังสือมาเลย ไอ้เด็กตัวกวนแอบขำนิดหน่อยจนกระทั่งที่คนอายุมากกว่าเดินมานั่งยังฝั่งตรงข้ามแล้ว มือของทอยหยิบปากกาออกมาและแฟรงค์ก็หยิบกระเป๋าดินสอมาแล้วเช่นกัน

“วิชาไรอะครับ”
“ไทย” คำตอบที่ได้คนฟังคิ้วขมวด
“นิทานเด็กหรอ ผมไม่เรียนหรอก”
“มึงต้องเริ่มอ่านให้ได้ก่อน ไม่งั้นจะไปเรียนวิชาอื่นต่อได้ยังไง...หนังสือแม่งภาษาไทยหมด”
“เอ้าแต่ผม...”

“นี่เวลาเรียนละมึงต้องฟังกู ตกลงกันไว้แต่เริ่มแล้วนี่” แต่พอทอยสวนมาแบบนี้แฟรงค์ต้องยอมเงียบลงและเป็นจังหวะเดียวกับที่ทอยเปิดหนังสือเล่มในมือขึ้นพร้อมการต้องขยับเข้ามานั่งข้างอีกคนด้วยเนื่องเพราะมีหนังสือเล่มเดียวและถ้านั่งไกลกันเขาคงไม่สามารถสอนมันอ่านได้แน่
“ท่องกอไก่ถึงฮอนกฮูกได้ใช่มั้ย”
“นิดหน่อย”

“ลองท่องดิ” โดนสั่งอีกแล้วซึ่งแฟรงค์เงียบลงไปก่อนยอมนั่งท่องตามคำสั่งที่ติวเตอร์ตรงหน้าเขาว่ามา พอท่องเสร็จต่อไปทอยใช้ให้เขียนและตอนนี้แหละที่ยากเพราะบอกแล้วไงว่าแฟรงค์น่ะพูดได้แต่อ่านไม่ค่อยได้ กลั้นใจเขียนไปก่อนยื่นสมุดในมือส่งให้แก่คนข้างกายและทอยนั่งไล่อานก่อนขมวดคิ้ว

“ทำไมมีแค่สี่สิบเอ็ดตัวเอง มันต้องสี่สิบสี่สิวะ”
“ไหน”
“เอาไปเขียนเพิ่มมา” และเด็กหนุ่มทำตามก่อนยื่นส่งให้ทอยตรวจอีก
“ครบมั้ยอะพี่”

“เออครบ” จนที่ทอยตอบมาแบบนี้แฟรงค์รีบเงยหน้ามองแต่ยังไม่ทันจะได้อ้าปากพูดต่อ..
“มึงไม่ต้องมาเล่นมุกคบแล้วห้ามเลิกเลย เรียนต่อ” แต่โดนจับทางได้จนเป็นเด็กหนุ่มเสียเองที่ต้องยิ้มเขินออกมา นั่งเรียนกันต่อไปโดยที่แฟรงค์นั่งอ่านตามที่ทอยอ่านให้ฟังแบบดูแทบไม่ต่างจากเด็กอนุบาลเลย แถมเรียนไปมือก็เอื้อมไปหยิบขนมครกเข้าปากไม่หยุดอีกด้วย แต่พอเริ่มกินเยอะเข้าสุดท้ายก็..

“พี่ผมหิวน้ำว่ะ”
“เรื่องเยอะ ในห้องครัวอะเดินไป” นักเรียนตัวแสบรีบลุกไปตามคำบอกของเจ้าของห้อง
“แก้วอยู่ไหนอะพี่!” แต่เมื่อเข้ามาด้านในได้แฟรงค์ส่งเสียงถามอีก

“บนลิ้นชักข้างบนไงมึงก็เปิดดูดิ!” จนที่เขาตะโกนบอกไปคราวนี้แฟรงค์เงียบไปพักใหญ่ ทอยไม่ได้สนใจอะไรเนื่องเพราะกำลังนั่งอ่านไอ้นิทานเล่มในมือเพลินจนลืมสนใจมันเลย ทุกอย่างเงียบไปหมดจนเริ่มน่าสงสัยและเมื่อที่ทอยตะหงิดใจเขาถึงเตรียมจะลุกเข้าไปหามัน แต่แล้วหนึ่งเสียที่ดังมา

..เพล้ง!!...
ทำเขารีบวิ่งเข้าไปดูซึ่งภาพที่เห็นตรงหน้าคือไอ้ตัวปัญหาที่กำลังยืนยิ้มแห้งท่ามกลางเศษแก้วบนพื้นครัว

ครั้งที่แล้วก็โดนมันอ้วกใส่
คราวนี้ยังจะตามมาทำแก้วกูแตกอีกหรอ!

“ทำอะไรของมึงอีกวะเนี่ย”
“ก็ผมเขย่งไปหยิบมันก็หลุดมือดิ มันหยิบไม่ถึง...พี่จะทำไว้สูงทำไม”
“สรุปกูผิดอีก” ทอยว่าสวนไปพร้อมยกมือขยี้หัวตัวเอง เดินเข้าไปในห้องครัวจุดที่มันยืนอยู่โดนเลี่ยงที่จะไม่เหยียบเศษแก้วที่แตกบนพื้น เอื้อมมือไปหยิบแก้วบนลิ้นชักด้านบนก่อนยื่นส่งให้แฟรงค์แล้วเปิดเอาน้ำเปล่าในตู้เย็นให้อีกคนด้วย

“กินซะ แล้วเก็บเศษแก้วให้สะอาดหมดด้วย”
“ต่อไปพี่ก็เอาไว้ที่ไม่ต้องสูงดิ จะได้ไม่ต้องแตกอีกไง”

“ปัญหามันคือมึงหยิบไม่ถึง ไม่ได้เกี่ยวกับกู...ต่อไปถ้าจะมาก็ถือแก้วมาเองแล้วกัน” พอทอยว่ามาแบบนี้แฟรงค์เงยสายตากลับไปมองไอ้ลิ้นชักบนหัวอีกครั้งก่อนต้องขมวดคิ้วกับตัวเอง ปัญหามันคือเขาหยิบไม่ถึงเองก็จริง แต่ปัญหามากกว่านั้นคือพี่มึงจะเอาไปไว้ทำไมตั้งสูงวะ แล้วเดี๋ยวเวลาเพื่อนคนอื่นของทอยมาแล้วคนนั้นเตี้ยกว่าทอยอีกเดี๋ยวแก้วก็แตกอีกปะ สมองในการจัดห้องโคตรย่ำแย่เลย

“ไม่อะ ผมซื้อแก้วใหม่มาไว้ห้องพี่เลยดีกว่า...แล้วก็จะเอามาวางไว้ที่แค่หลังตู้เย็นด้วย”
“เออกูก็ลืมไปว่าบ้านมึงรวยม้ากก...รีบแดกซะน้ำซะ แล้วเก็บเศษแก้วให้กูด้วย” พอพูดคำนี้เสร็จทอยเดินกลับไปห้องนั่งเล่นตามเดิมโดยทิ้งให้เด็กหนุ่มคนนี้ยืนอยู่ตามลำพัง แฟรงค์รีบดื่มน้ำจนพอใจก่อนเอาไปเก็บไว้ในตู้เย็นโดยที่แก้วในมือเอาไปวางไว้ในซิงค์เพื่อรอล้าง

เอาหละแล้วสำหรับตอนนี้
ก็คงจะต้องมานั่งจัดการกับสิ่งที่ตัวเองก่อไว้ก่อน

..ครืดดด..
ลากถังขยะมาใกล้พร้อมนั่งยองลงและมือที่หยิบเศษแก้วทิ้งลงในถัง

“พี่!ถ้าแก้วบาดมือผม พี่จะทำแผลให้ปะ!” แล้วก็อดจะตะโกนคำถามกวนตีนทอยออกไปไม่ได้ก่อนกลับมาหัวเราะกับตัวเองเพราะตามคาดเนื่องเพราะได้คำด่าจากทอยมาตามที่คิดไว้เป้ะ ถึงจะถามไปแบบนั้นก็ใช่ว่าเขาจะให้แก้วบาดมือจริงที่ไหนหละ เจ็บจะตายชักใครจะไปทำกันจริงมะ

“มึงรีบเก็บแล้วกลับมาเรียนต่อ!”
“รู้แล้วก็รีบอยู่เนี่ย!ห้ามกินขนมครกผมหมดด้วยน..ะ....อ้าก!!” แต่แล้วเสียงพูดหายไปและทดแทนไว้ด้วยเสียงร้องตกใจจากร่างขาวตรงนี้ แฟรงค์กำลังตาโตพร้อมมือที่เกรงแน่นเนื่องเพราะภาพตรงหน้าที่ปรากฏให้เห็น

หายนะของครั้งนี้คือการที่มัวแต่ตะโกนคุยกับทอยจนไม่ได้มองเศษแก้วตรงหน้า
แล้วผลสุดท้ายที่ได้รับ...

“พี่ช่วยผมด้วย!” ถึงตอนนี้ไม่กล้าลุกไปไหนแล้วไม่กล้าทำอะไรนอกจากตะโกนเรียกอีกคน
“อะไรของมึงอีกวะ เรียกกูจนจะ...ไอ้สัส!มึงไปเก็บอีกท่าไหนเนี่ย!!” เป็นทอยที่เสียงดังไม่ต่างแถมยังต้องรีบเดินเข้ามาหาไอ้คนที่สร้างปัญหาใหม่มาอีกแล้ว นั่งลงในระดับเดียวกันพร้อมสายตาที่มองมือขาวตรงหน้าที่บัดนี้แดงฉาดไปด้วยเลือด ต้องมานั่งรู้สึกผิดเพราะแววตาของแฟรงค์ที่ทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้เต็มทีละ

เออเขาผิดเองอะ
ผิดเองที่เอาแก้วไว้สูงเนี่ย!

..หมับ..
จำใจต้องรั้งแขนของมันให้เดินตามมายังซิงค์ล้างจานตรงหน้า แฟรงค์กำลังยื้อไม่ยอมให้ต้องถูกล้างเลือดออกแต่สุดท้ายก็ถูกทอยดึงมือไปจนได้ คิ้วเข้มกำลังขมวดแน่นตั้งแต่ที่ทอยทำท่าจะเปิดก๊อกน้ำ
...ซ่าา...

“โอ้ยพี่น้ำแรง!เจ็บ!!”
“เออกูขอโทษๆ!” ทอยรีบร้องบอกพร้อมการลดระดับของน้ำลง ยืนมองน้ำในซิงค์ที่ปนความแดงจากเลือดของคนข้างกายและเมื่อล้างเลือดออกให้จนหมดทอยเพียงเดินนำออกมาและยื่นกล่องปฐมพยาบาลส่งให้แก่ร่างของคนที่นั่งอยู่บนโซฟาเท่านั้นและแฟรงค์ไม่ได้รับสิ่งในมือไป

“ผมไม่ถนัดข้างซ้ายทำไม่ได้” และนี่คือคำตอบ
“หมายถึง?”
“พี่ก็คงต้องทำแผลให้แล้วหละ”

“สมใจอยาก” ทอยว่าสวนมาและคนที่ร้องโวยวายเจ็บแผลในครั้งแรกกำลังยิ้มร่าแล้วแต่ก็เพียงครู่เพราะในทันทีที่ทอยใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์สีหน้าของแฟรงค์ก็เริ่มซีดลง จากที่ขาวอยู่แล้วตอนนี้นี่แทบจะเป็นไก่ต้มเลย ขนาดโดนพี่มันจับมือนะแต่ก็ยังอยากจะดึงมือหนีเลยคิดดูเถอะแล้วในทันทีที่ทอยชุบสำลีลงที่โดยรอบของแผล

“โอ้ยยพี่ เจ็บ”
“เจ็บเหี้ยอะไรยังไม่ทำอะไรเลย มันโดนแผลที่ไหนเนี่ย”
“ก็มันโอ้ยยไม่เอาแล้ว...ออกเลย ผมจะไปหาหมอ!”

“ถุ้ยแผลแค่นี้ นั่งนิ่งๆ” โดนดุมาอีกครั้งและแฟรงค์ชักสีหน้าแต่ยอมนั่งนิ่งแล้ว เม้มปากแน่นเพื่อไม่ให้ร้องโวยวายเนื่องเพราะตอนนี้ทอยกำลังตั้งใจทายาให้ แต่ความจริงแฟรงค์แค่กลัวว่าถ้าดิ้นแล้วพี่มันจะบีบยาใส่เยอะตางหาก ละสายตาออกจากแผลตัวเองแล้วเปลี่ยนมาเป็นการมองหน้าของทอยที่กำลังจดจ่อในการทำแผลให้

คิ้วอย่างหนาเลยให้ตายเถอะ
จมูกแม่งก็อย่างโด่ง...

..ฉึบ..

“อ๊าา!พี่...!!” แต่แล้วความคิดต้องหยุดลงเมื่อเหมือนทอยจะจงใจทำแรงด้วยเพราะพอเขาร้องอีกคนก็นั่งหัวเราะ แฟรงค์รีบดึงมือของตัวเองออกมาพร้อมก้มเป่าให้ยาแห้งให้ไวมากที่สุด คิ้วขมวดแน่นจนแทบจะเป็นโบว์นอกเหนือกว่านั้นหน้าตายังดูไม่พอใจที่สุดในรอบของการเจอกันละ เด็กหนุ่มกำลังนั่งสนใจแผลของตัวเองส่วนทอยก็มองเหมือนกันว่าควรจะทำยังไงกับแผลมันต่อ

“ไปฉีดยากันเชื้อโรคไว้ดีปะ” พอคิดบางอย่างออกทอยพูดคำนี้และแฟรงค์รีบเงยมองทันที
“ฉีดทำไมแก้วบาดเองนะ”
“เคยมีเพื่อนกูเคยแก้วบาดแบบนี้แหละแล้วแผลลามเกือบตัดนิ้วทิ้งเลย แก้วมันมีเชื้อโรคไง”

“...............” น้ำเสียงจริงจังของทอยกำลังเรียกแววตากังวลของเด็กหนุ่มตรงนี้
“ต้องฉีดสี่เข็มเลยอะ”
“ที่ไทยเขารักษากันแบบนี้หรอครับ”

“เออดิ” พอทอยย้ำมาอีกคราวนี้แฟรงค์ก้มสายตามองแผลของตัวเองด้วยแววตาที่สั่นระริกเต็มที ให้ตายเถอะอยากจะบินกลับอเมริกาสงสัยแอลกอฮอล์ที่นั้นจะฆ่าเชื้อได้ดีกว่าที่นี่แน่เลย แต่เมื่อภาพตัดกลับมาที่อีกหนึ่งร่างตรงนี้บัดนี้ไหล่กว้างทั้งสองข้างกลับกำลังกลั้นขำเสียจนสั่น ต้องกลั้นยิ้มเอาไว้พลางตีหน้าขรึมเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือที่สุดและแล้วแววตาแสนหงอยของมันก็เงยขึ้นสบเข้ากับเขาอีกครั้ง

“พี่ว่าถ้าผมไปรักษาที่อเมริกาจะต้องตัดนิ้วมั้ย”
“พรืดด...” และแล้วการกลั้นขำสิ้นสุดลงเนื่องจากไม่สามารถทำต่อได้แล้วจริงๆ ขณะนี้ทอยกำลังหัวเราะลั่นและแฟรงค์ขมวดคิ้วอีกครั้งเพราะรู้แล้วหละว่าโดนแกล้งเข้าอีกแล้วว่ะ!

..ผลั้ก!..

“นิสัยไม่ดีเลยว่ะ!”
“เห้ยๆๆ” และทอยทำหน้าดุออกมาเมื่อถูกแฟรงค์ใช้เท้าถีบเข้าที่ขาแต่ไอ้คนอายุน้อยกว่ายังไม่ได้มีสีหน้าจะกลัวแต่อย่างใดแถมยังทำท่าจะถีบเขาอีกจนทอยต้องเข้าไปรวบแขนทั้งสองข้างของมันไว้พร้อมใช้มืออีกข้างที่ว่างกดอีกคนให้อยู่นิ่งซะ ถึงตัวจะขยับไมได้แต่อย่างนั้นแล้วสายตาของแฟรงค์ก็ยังส่งมาด่าเขาได้อยู่ดี

“ผมจีบพี่อยู่พี่ก็ทำตัวให้ดีกับผมสิวะ!” เหมือนจะหงุดหงิดเบอร์ใหญ่เพราะตอนนี้พูดหยาบกับเขาไม่หยุดเลย
“ถ้ากูทำตัวไม่ดีด้วยงั้นคงต้องเลิกจีบกูแล้วหละมั้ง”

“ก็จีบอยู่ดีนั่นแหละ!อ๊ะ!อ๊า มันโดนแผลผมเนี่ย!” แต่มันตะโกนสวนมาและทำคนฟังหัวเราะเสียงดังอีกแล้ว ตามปกติจะมีแต่แฟรงค์นี่แหละที่คอยตามกวนประสาทแต่ถึงตอนนี้พอมาได้ลองแกล้งมันบ้างนี่ขอยอมรับอย่างเต็มปากเลยว่าโคตรสนุก จนพอที่ทอยยอมปล่อยตัวออกแล้วแฟรงค์รีบกลับมานั่งแล้วก้มมองแผลที่ใหญ่กว่ามดกัดนิดนึงของตัวเอง

“เป่าให้ผมหน่อย”

..ผลั้วะ...
แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือแรงตบที่ท้ายทอยซึ่งมันทำแฟรงค์ต้องยกมือลูบหัวตัวเองทันที

“เมื่อกี๊ยังโกรธกูอยู่เลยไม่ใช่หรือไง”
“หายแล้วไง ความรักทำให้ตาบอดไม่รู้สึกอะไรละ” ทอยเบ้ปากกับคำพูดแสนเลี่ยนนี่
“แต่ตอนพี่แกล้งผมพี่หัวเราะเสียงโคตรดังเลย”
“............” ทอยกำลังรอดูว่ามันจะพูดอะไรอีกและเขานั่งพร้อมส่งสายตามองแฟรงค์แล้ว
“งั้นเดี๋ยวผมให้พี่แกล้งอีกบ่อยๆดีกว่า ว่ามะ”

......
....
..

“โดนแกล้งอีกที ระวังได้ร้องดังกว่าเมื่อกี๊นะมึง”


# # # # # # # #

ตอนนี้หน้าแบบ-..-
เราคิดเยอะไปหรือความหมายมันคือแบบนั้นวะ5555
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่6 {16/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Thanaphon ที่ 16-02-2018 18:31:02
 :impress2: :impress2: :impress2: :impress2: :impress2: :impress2:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่6 {16/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: day9day ที่ 16-02-2018 19:44:50
โอ้ยยยยยยยยยยย
วันแรกก็มึนๆแล้ว
รอตอนต่อๆไปนะครับ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่6 {16/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: jinutlove ที่ 16-02-2018 21:10:53
 :-[ :pig4: :L1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่6 {16/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: วายซ่า ที่ 16-02-2018 21:18:32
แฟรงค์สำออยเป็นเด็กน้อยเลยอ่ะ  :laugh:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่6 {16/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: puiiz ที่ 16-02-2018 23:26:52
 :mew1: :mew1: :mew1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่6 {16/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: areenart1984 ที่ 17-02-2018 03:23:29
แผนปะเนี่ย เก็บไงให้แก้วบาดตัวเอง แผนแฟรงค์ชัวส์  :hao3:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่6 {16/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: shoi_toei ที่ 17-02-2018 09:25:49
ทอย แฟรงค์ ชัดเจนมากกกก 5555
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่6 {16/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Bb nale ที่ 17-02-2018 11:51:00
แกล้งแบบไหน55
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่6 {16/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 17-02-2018 23:48:44
 :katai2-1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่6 {16/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: singalone ที่ 18-02-2018 14:53:21
ตอนแรกเชียร์ แฟรงค์ทอย ดูท่าแล้วน่าจะทอยแฟรงค์ แงงงงง ไม่เป็นไร เราไม่เป็นไรรรร
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่7
เริ่มหัวข้อโดย: Sirinapa-11 ที่ 21-02-2018 16:31:10
ตอนที่7
#จีบวิศวะ

“โดนแกล้งอีกที ระวังได้ร้องดังกว่าเมื่อกี๊นะมึง” เสียงพูดของทอยเรียกแววตาของเด็กหนุ่มตัวขาวให้ต้องเงยมอง
“พี่ว่าไงนะ”
“กูบอกว่าระวังได้ร้องดังกว่าเดิม” แล้วไอ้คนฟังมันนิ่งลงไปก่อนจะ..
“พี่จะต่อยผมเลยหรอ”

“ไอ้เหี้ย...” สุดท้ายเขาหลุดสบถประโยคนี้พร้อมรอยยิ้มแอบขำนิดหน่อย รีบลงมานั่งลงยังพื้นพรมของห้องตามเดิมโดยที่แฟรงค์กำลังขมวดคิ้วมองตามว่าทอยกำลังต้องการสื่อสารอะไรกับเขาอีกแต่เหมือนทอยจะไม่พูดแล้วแต่เพียงแสดงใบหน้าเหมือนคนแอบเอือมออกมาเท่านั้น เด็กนักเรียนตัวโข่งถึงได้ลงนั่งตามพร้อมมือที่คว้าถุงขนมครกที่เหลืออยู่ไม่กี่ชิ้นของตัวเองมาใส่ปากพร้อมนั่งมองหน้าของคนตรงข้ามต่อ

“นั่งมองหน้ากูมันทำให้มึงฉลาดขึ้นหรือไง”
“พี่ก็สอนซักที เดี๋ยวเกินสามทุ่มผมก็ได้ต้องนอนนี่หรอก”

“มึงไม่ต้องมาเนียน เกินสามทุ่มยังไงมึงก็ต้องกลับ...กูไม่ให้นอน” พูดพร้อมกับมือที่เปิดหนังสือเล่มตรงหน้าต่อ
“โอ้ยพี่...เจ็บมือว่ะจะเขียนได้ยังไงเนี่ย จับมือผมหน่อย” แต่พอกำลังจะเริ่มสอนแฟรงค์ก็เริ่มวอแวอีกรอบและเขาเงยสายตาขึ้นมองหน้าของมันซึ่งไอ้เด็กแสนกวนเพียงยิ้มทะเล้นมาให้ ทอยจ้องหน้าอีกคนกลับพร้อมมือที่ขยับเข้าไปหามัน

..หมับ.. ตอนแรกแฟรงค์กำลังจะฉีกยิ้มอีก แต่
..หมับ!!..

“อ้ะพี่!!!เจ็บบบ!!” แรงกดที่บีบลงบนแผลโดยตรงเรียกเสียงร้องว้ากพร้อมการที่รีบชักมือของตัวเองออกจากการเกาะกุม เสียงหัวเราะจากทอยดังอีกรอบและแฟรงค์ก้มมองมือของตัวเองก่อนเงยสายตามองคนตรงข้ามอย่างเอาเรื่อง ชี้หน้าคาดโทษทอยเอาไว้แต่ก็ยอมจะนั่งเงียบแล้วนั่งเรียนต่อไปเพราะยังเหลือเวลาอยู่อีกตั้งครึ่งชั่วโมงเลย

“ลองอ่านอันนี้ดู อ่านออกมั้ย” ทอยถามอีกคนออกไปและแฟรงค์นั่งเงียบไปพักใหญ่
“สา-มา...สามาทดิ!คือสามารถใช่มั้ยพี่”
“ตอนแรกมึงจะอ่านว่าสา-มา-รถหรอ”

“ไม่ใช่ซักหน่อย” ทั้งที่พูดไปครึ่งทางแล้วแต่ก็ยังไม่ยอมรับ ทอยใช้ปากกาในมือเคาะหัวของไอ้คนตรงหน้าอย่างหมั่นไส้ซึ่งแฟรงค์เพียงนั่งเงียบแล้วทำตั้งใจเรียนต่อไปเท่านั้น เวลาครึ่งชั่วโมงไม่ได้นานมากนักแต่ก็แค่จากตอนแรกที่ขนมครกยังเหลือถึงตอนนี้ไอ้คนตัวขาวกินเกลี้ยงไปหมดแล้ว เป็นเวลาเดียวกับที่ทอยก้มมองนาฬิกาข้อมือของตัวเองพร้อมเอนแผ่นหลังพิงเข้ากับตัวโซฟาด้านหลัง ใช้มือปิดหนังสือนิทานเด็กอนุบาลของไอ้แฟรงค์ลง

“กลับไปได้ละ”
“ไล่จังเลย” ถึงปากจะบ่นแต่มือก็กำลังเก็บของตัวเองลงใส่กระเป๋า
“เอาขยะมึงลงไปทิ้งด้วย”
“ทิ้งไว้ห้องพี่ไม่ได้หรอ”

“ไม่เอาเดี๋ยวมดขึ้น เอาลงไปทิ้งข้างล่าง” ได้ยินแบบนี้แฟรงค์ต้องยอมทำตามโดยการมัดถุงพลาสติกที่ใส่ขนมครกขึ้นมาของตัวเองให้เรียบร้อย จัดการเก็บอุปกรณ์การเรียนลงใส่กระเป๋าก่อนลุกขึ้นยืนแล้วยกเป้ใบรักสะพายใส่หลังตามเดิม ระหว่างนี้ไม่ลืมจะหันไปมองทอยซะก่อน หันมองนาฬิกาอีกซักที

“คอนโดผมไกลจากที่นี่มากเลย ขับรถเกือบเป็นชั่วโมง
“เรื่องของมึง ออกไปได้แล้ว”
“ก็ได้ ฝันดีนะครับพี่”

“เออ” ทอยขานรับออกไปและนั่นแหละไอ้เด็กหน้าขาวถึงจะยอมเดินออกไปได้ เขาได้แต่มองตามมันพร้อมส่ายหน้าเพราะนี่จะต้องใช้เวลาอีกเท่าไหร่ในการต้องสอนมันวะ วันแรกก็ทำแก้วแตกซะแล้ว ในอนาคตนี่มันจะเผาห้องเขามั้ย
รู้สึกโคตรจะไม่ปลอดภัยเวลาอยู่กับไอ้เด็กเวรนี่
จะมีดีหน่อยก็คงจะแค่ที่บางทีเวลาแกล้งมันก็รู้สึกตลกดีนั่นแหละ


..............
........
....


...ก็อกๆๆ!!!...
แล้วก็อีกครั้งกับวันถัดมาที่เมื่อสามทุ่มตรงทีไรเสียงเคาะห้องก็จะดังขึ้นให้ทอยได้รู้เสมอว่าเป็นใครที่มาหา แอบถอนหายใจนิดหน่อยเนื่องเพราะเอาเข้าจริงรู้สึกอยากจะออกไปเที่ยวกับเพื่อนมากกว่าแต่กลับต้องมาติดแหงกอยู่ห้องไปเสียได้ แต่ก็ต้องจำใจเดินไปเปิดประตูให้มันและในวันนี้แน่นอนว่าร่างของคนที่ยืนรอนอกประตูนั่นยังยิ้มรับให้เขาเช่นเดิม

มองไล่ตามตัวของมัน
ก่อนพบว่าวันนี้แม่งก็หิ้วขนมมาด้วยอีกแล้ว

“พี่ วันนี้ผมจะกินสาคู”
“มึงล่าวัฒนธรรมไทยอยู่หรือไง เข้ามา” เป็นเพราะไม่อยากให้ใครผ่านมาเห็นหรอกนะว่าทุกวันห้องของเขามีเด็กหน้ากวนตีนมาทุกวันเนี่ย แฟรงค์ผิวปากนิดหน่อยก่อนเดินตามเข้าไปในห้องที่ชักเริ่มคุ้นชินแล้วหละ นั่งลงยังจุดเดิมพร้อมมองว่าวันนี้ทอยเตรียมอะไรไว้สอนและถึงขั้นต้องเบ้หน้าเมื่อพบว่าเป็นวิชาภาษาไทยอีกแล้ว

“เบ้หน้าทำไม”
“ไม่ชอบ เมื่อไหร่จะเรียนคณิตซักที”
“มึงอ่านหนังสือให้ออกก่อนละค่อยอยากเรียนวิชาอื่น” โดนตอกมาเหมือนเดิมอีกละ

“อย่าด่าเยอะดิผมยังเจ็บแผลอยู่เลยนะ” พอว่าคำนี้ออกไปก็เจอเข้ากับแววตาแข็งกร้าวจากทอยที่มองมา แฟรงค์แอบยิ้มแห้งพลางคิดว่านั่งเงียบตั้งใจเรียนดีกว่าเพราะไม่งั้นเสี่ยงโดนพี่มันต่อยเหมือนอย่างที่พี่มันขู่เอาไว้เมื่อวานแน่ นั่งฟังทอยพูดไปก็แอบมองหน้าอีกคนไปซึ่งแฟรงค์คิดว่าการเรียนมันโคตรจะมีความสุขเลยเนี่ยแหละ

แต่พอเวลาผ่านนานเข้า
หนึ่งเสียงท้องร้องจากบางคนที่ดัง..

“ยังไม่ได้กินข้าวหรอครับ” เด็กหนุ่มถามออกไป
“ก็รอสอนมึงเสร็จเนี่ยจะออกไปแดก”
“งั้น...ออกไปพร้อมผมมั้ยหละ เดี๋ยวพาไป...มีรถขับด้วยนะพี่” รีบยกข้ออ้างมาใหญ่เนื่องเพราอยากออกไปทานข้าวกับทอยอีกส่วนอีกใจน่ะคือขี้เกียจเรียนและทอยกำลังนั่งคิดว่าจะอดทนหิวต่อไปหรือรับข้อเสนอที่มันหามาให้ดี กำลังเตรียมจะกลั้นใจสอนให้จบแต่อาการแสบท้องในตอนนี้มัน...

“เอองั้นก็ลุก” ไอ้คนฟังยิ้มกว้าง
“ร้านไหนดีพี่ ไปพัทยาเลยปะ”
“ไปหาพ่องหรอ...แค่หน้าปากซอยพอ” ถึงแม้จะโดนด่าแต่แฟรงค์กลับยิ้มกว้างแล้วเดินไปหยิบกุญแจรถของตัวเอง หันไปมองทอยที่กำลังถอดเสื้อของตัวเองออกเพื่อเปลี่ยนใส่เสื้อตัวอื่นแทน แฟรงค์แอบยืนจ้องหุ่นคนอายุมากกว่าอีกแล้วจนกระทั่งที่ทอยหันมามองนั่นแหละเด็กหนุ่มถึงได้เนียนหันไปมองทางอื่นแล้วลุกเดินเพื่อเตรียมออกจากห้อง

..กึก..
ปิดประตูห้องแล้วเรียบร้อยถึงตอนนี้ก็ลงไปยังชั้นจอดรถด้วยกันระหว่างนี้เดินผ่านรถหลายครั้งและไอ้เด็กแฟรงค์มันรั้งแขนของเขาเพื่อเรียกให้หันมองบางอย่าง

“พี่ เนี่ยรถคันนี้อะ...” แล้วพอหันไปมองตามมัน ไอ่สัส รถเขาเอง...
“มึงทำไม”
“เปล่าแต่จะบอกว่ามันสวยดี คอนโดพี่มีแต่คนมีเงินอยู่จังเลยวะ”
“.....”
“แล้วทำไมมีพี่จนอยู่คนเดียวอะ”

“อ้าวไอ้เวรนี่” น่าหมั่นไส้กว่าอะไรก็คือสีหน้าจริงจังของแฟรงค์ในตอนที่มันถามนี่แหละ ทอยเตรียมจะยกมือตบหัวไอ้คนปากหมาแต่แฟรงค์ไหวตัวทันพร้อมรีบวิ่งไปยังรถของตัวเอง สตาร์ทเครื่องรอเขาแล้วเรียบร้อยแถมพอเข้าไปนั่งปุ้บนะมันก็ยังเปิดเพลงขึ้นฟังทันทีเลยด้วย
ทอยยังพยายามเงียบไม่พูดอะไรเพราะไม่อยากคุยกับมันเยอะ
แต่ยิ่งเขาเงียบแฟรงค์ยิ่งเอาใหญ่ เพราะตอนนี้ไอ้เด็กแสนกวนแหกปากร้องเพลงซะดัง แล้วไอ้เพลงนั่นมัน...

“เธอน่ะไม่เคยสนใจ ขอให้ฉันเป็นแฟนสักวันได้บ่....” เห็นว่ามันแอบยิ้มมุมปากตอนร้อง
“...............”
“ก็เห็นเธอแล้วมันโดนใจ อยากจะชวนมานัดเจอกันได้บ่? ว่ายังไง?” ถึงท่อนนี้แฟรงค์หันมามองหน้าเขา

“จอดให้กูลงตรงนี้เลย” ได้ยินทอยพูดแบบนี้เด็กหนุ่มเจ้าของผิวขาวปล่อยเสียงหัวเราะลั่นโดยที่มือยังคงจดจ่ออยู่กับการขับรถต่อไปแต่กว่าจะถึงร้านข้าวก็มีหลายเพลงเลยทีเดียวที่ความหมายมันสื่อในทำนองนี้ ทอยรีบเปิดประตูลงจากรถและแฟรงค์รีบวิ่งตามลงมาด้วยใบหน้าที่ยังคงมีรอยยิ้มประดับ สถานที่ที่พวกเรามาคือร้านอาหารริมถนนที่ทอดยาวคล้ายตลาดนัดยามเย็น ต้องรีบเดินตามพี่มันไปเพราถ้าหลงขึ้นมานะเขาแย่แน่

“รอผมด้วยยย!” เสียงโวยวายดังตามหลังพร้อมร่างไอ้เด็กแสนกวน
“มึงจะกินด้วยหรือเปล่า”
“อื้ม...กินแบบพี่อะ” ได้คำตอบแล้งทอยเดินตรงไปยังร้านอาหารตามสั่งตรงหน้า คนเยอะมากเอาการเลยทำให้เขาไม่ได้สนใจมองดูว่าภายในร้านมีกลุ่มเด็กวัยรุ่นนั่งทานอยู่ด้วย จะมีก็คงแค่แฟรงค์ที่รับรู้ถึงความรู้สึกแปลกถึงการถูกจับจ้องจากพวกนั้น พอมองกลับไปก็เห็นว่าพวกมันกำลังจ้องเขากับพี่ทอยอยู่จริงด้วย

แต่ก็คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง
ดังนั้นทานข้าวต่อดีกว่า

..โครมม!!...
กระทั่งที่กำลังจะโน้มตัวลงตักข้าวเข้าปากโต๊ะที่เคยวางคั่นเขากับทอยอยู่กลับถูกถีบล้มจนคว่ำ แฟรงค์เบิกตากว้างอย่างไม่เข้าใจในขณะที่ทอยตวัดสายตาและลุกขึ้นยืนมองไอ้ตัวคนทำแล้ว เด็กหนุ่มต่างแดนไม่ค่อยคุ้นชินเหตุการณ์แบบนี้เท่าไหร่แถมพอเห็นทอยลุกขึ้นยืนเขาก็เพียงแค่ยืนตามเท่านั้น

“พวกเพื่อนรักมึงหายไปไหนหมดแล้วหละ...ทำไมถึงได้มากับ อ๋อได้เด็กแทนไอ้เกอร์แล้วหรอ” แฟรงค์ยังไม่เข้าใจเท่าไหร่นักคือเพราะรู้ก็แค่ว่าพี่ทอยมันจะค่อนข้างมีศัตรูเยอะนิดหน่อยก็เท่านั้น ไม่ได้คิดมาก่อนเลยนะว่าวันหนึ่งจะต้องมามีบทบาทแบบถูกยืนล้อมนับสิบแบบนี้เนี่ย

...หมับ..
ขณะนี้เหมือนทอยกำลังเนียนเข้าจับมือของเด็กหนุ่ม

“วันนั้นยังไปรุมกระทืบพวกกูอยู่เลย แล้ววันมึงไม่เก่งแล้วหร...”

...ผลั้ก!!..
“ไปถามแม่มึงดูดิ!!” ตะโกนด่าไปพร้อมขาที่ยกเข้าถีบกลางอกของคนตรงหน้าก่อนสุดท้ายทอยจะรีบวิ่งออกมาโดยรั้งร่างของแฟรงค์ให้วิ่งตามออกมาด้วย จากตอนแรกที่จะวิ่งย้อนไปที่รถก็ต้องเปลี่ยนเป็นไปอีกฝั่งเนื่องเพราพวกมันเหมือนจะเข้าล้อมแทบทุกทางหมดแล้ว

“อะไรเนี่ยพี่!”
“วิ่งให้เร็วที่สุดก็พอถ้ามึงยังไม่อยากตายวันนี้!!” ประโยคจากทอยที่ตะคอกกลับมาทำคนฟังแทบจะสับขาลอยอยู่แล้ว เขาไม่คุ้นทางเลยซักนิดเลยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะวิ่งไปทางไหน ได้แต่วิ่งตามแรงดึงที่แขนจากทอยไปแถมพอมองไปด้านหลังนะแม่งยังกับฝูงหมากำลังวิ่งไล่กัดเลย........ คิดถึงแม่!!!.....

“แยกกับกูตรงซอยข้างหน้า มึงวิ่งเข้าไปในนั้นมีมีที่ซ่อนอยู่”
“อ้าวแล้วพี่ไม่มากับผมอะ”
“มันก็เห็นดิ้!” ตัดสินใจไม่ได้แล้วเพราะตอนนี้วิ่งมาจนถึงจุดที่ว่า และทอยปล่อยมือออกจากแขนของเขาจนที่อีกคนวิ่งแยกไปอีกทางแฟรงค์ยังลังเลนิดหน่อยว่าจะเอายังไงจนกระทั่งที่พวกนั้นมาถึง อ้าวชิบหายแล้วกู...

“ไอ้ทอยไปไหน?”
“ไม่รู้”
“มึงบอกกู ไม่งั้นพวกกูกระทืบมึงแทนแน่!” โดนขู่แบบนี้แฟรงค์ได้แต่กรีดร้องในใจว่าทอยมันไม่น่าไปมีเรื่องกับไอ้พวกนี้เลย

“ไม่รู้จริงๆ กลับบ้านไปแล้วมั้ง”
“แน่ใจ?”
“เออ” ทั้งที่คิดว่าคงจะรอดแล้วหละเนื่องเพราะบอกไปแล้วไงว่าไม่รู้ แต่เหมือนจะผิดคาดเพราะพวกมันที่ควรจะเดินไปอีกทางกลับหันมองหน้ากันก่อนส่งรอยยิ้มมุมปากมาให้แก่เขา ขาขาวเริ่มขยับเดินถอยหลังพร้อมการแสดงสีหน้าครุ่นคิดว่าควรทำยังไงต่อดีวะ จนมุมทุกทางเพราะพวกแม่งล้อมไว้หมดเลย

แล้วไอ้พี่ทอยนี่
มึงทิ้งกูจริงๆหรอเนี่ย...

“ไอ้เหี้ยเอ้ย!มึงแม่งโคตรตัวปัญหาเลยว่ะ!!” แต่เสียงด่าคุ้นเคยแบบนี้มัน…
“พี่!” แฟรงค์เผลอเรียกทอยแบบดีใจเกินหน้าเกินตาจนลืมไปแล้วหละมั้งว่าตอนนี้กำลังจะโดนรุมยำตีน พวกมันเปลี่ยนเป้าหมายจากเขาแล้วมุ่งไปที่ทอยแล้ว คนยืนมองกำลังเบิกตาตกใจเพราะถ้าต่อยกันจริงนี่ยังไงทอยก็เละแน่เลยดิ

...ผลั้วะ!!..
เสียงหมัดแรกทำแฟรงค์เบ้หน้าเมื่อภาพที่เห็นตอนนี้คือทอยที่กำลังพยายามจะกันตัวเองจากการถูกรุม สุดท้ายเขาตัดสินใจจะเข้าไปช่วยเพราอย่างน้อยนี่คิดว่าสองคนคงพอจะทำอะไรได้มากอยู่หรอก
..ผลั้ก!...
แต่แรงทั้งถีบและต่อยที่ได้รับทำแฟรงค์ชักรู้สึกว่าตัวเองคิดผิด เป็นทอยอีกครั้งที่รีบหาขังหวะจับที่แขนของเขาพร้อมออกแรงกระชากให้แฟรงค์รีบวิ่งหนีออกมาซะ ภาพเหตุการณ์เดิมกลับมาอีกแล้วแต่จะแปลกไปหน่อยก็ตรงที่พวกเรากำลังวิ่งตรงกลับไปที่รถด้วยกัน

“เอากุญแจรถมึงมา”
“ทำไมอะ”
“เดี๋ยวกูขับ!เอามานี่!!” โดนคะตอกใส่อีกและแฟรงค์ถึงได้รีบใช้มืออีกข้างที่ว่างหยิบกุญแจรถของตัวเองให้ทอย

..ปึก..!
พอปิดประตูเข้านั่งในรถได้อีกคนรีบเคลื่อนตัวรถออกและแฟรงค์เองก็รีบคาดเซฟตี้เบลเช่นกัน ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เพราะตอนนี้คือรอดชีวิตแล้วถูกมั้ย หันไปมองใบหน้าด้านข้างของทอยที่นั่งอยู่ถัดข้างกัน อีกร่างหอบหนักไม่ต่างแถมเหมือนแผลบนหน้าทอยจะเยอะกว่าเขาด้วย ก็แน่นอนดิเพราะพอตีนจะมานะพี่มันก็เข้ามากันออกให้ตลอด

รู้สึกผิดเลยอะที่วิ่งไปไม่ทัน
สภาพตอนนี้เลยต้องมาแบบ...

“เจ็บมั้ยอะพี่”
“ไม่เท่าไหร่...มึงอะจะตายยัง” โดนถามมาแบบนี้ก็รู้แหละว่าเออทอยไม่ได้เจ็บมาก เพราะยังด่าเขาได้ดีอยู่เลย
“พวกนั้นใครหรอครับ?”
“เด็กต่างมหาลัย”
“แล้วพี่ไปตีกับเขาได้ยังไงวะ”

“กูเก่งไง” ได้คำตอบนี้กลับมาก็เข้าใจละว่าทอยไม่ได้จะสะเทือนขวัญอะไรเลย นั่งเงียบกันต่อไปก่อนต้องสะดุดกับตอนที่ทอยโยนโทรศัพท์ของตัวเองลงบนหน้าตักของเขา แฟรงค์เงยหน้ามองอย่างไม่เข้าใจนัก
“กดโทรออกหาไอ้เกอร์ให้กูหน่อย...รหัส2425” ได้ยินก็ทำตามและเพียงไม่นานนัก

[ว่าไงอิหนู] เป็นเพราถือโทรศัพท์แนบหูพี่มันอยู่ไงเขาเลยพลอยได้ยินด้วย
“โดนตีมาว่ะ”
[แม่มึงตีหรอ]
“กวนตีนกูแล้วไง” ทั้งที่ด่าแต่รอยยิ้มของทอยกลับปรากฏ

[เอาดีๆๆ....หมายถึงยังไง]
“มึงจำไอ้พวกมหาลัยSได้ปะ...นั่นแหละ ที่มึงไปกระทืบพวกมันวันนั้นอะ”
[แล้วมึงอยู่คนเดียวน่ะนะ?]
“เออ” พอทอยขานรัยแบบนี้แฟรงค์เริ่มสงสัยว่าแล้วเขาใช่คนมั้ยวะเนี่ย

[เจ็บมากปะ ให้ไปหามั้ยเนี่ย]
“ไม่เท่าไหร่หรอก...ไม่ต้องมา เดี๋ยวพรุ่งนี้กูไปหาเอง”
[โอ๋ๆนะเดี๋ยวพรุ่งนี้กูกอดนะคะนะ]

“เออค้าบบบ แค่นี่แหละไอ่สัส” เห็นว่าพี่มันคุยกันเสร็จแล้วแฟรงค์ก็เพียงกดตัดสายแล้วยื่นโทรศัพท์คืนให้แก่ทอยเท่านั้น กลับมานั่งเงียบภายในรถของตัวเองโดยที่มีแอบขมวดคิ้วเนื่องเพราะพอรู้นะว่าพี่ทอยติดพี่เกอร์ขนาดไหนก็ยิ่งเฟลเลยว่ะ

แต่เอาหน่า
ต้องค่อยเป็นค่อยไปดิวะ จะรีบท้อจังเลย

...........................

กลับมาถึงคอนโดได้สิ่งแรกที่ทำก็คือการรีบเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลออกมา แฟรงค์กำลังนั่งมองร่างเจ้าของห้องที่เดินย้อนมานั่งลงบนโซฟาข้างกับเขา พี่มันโยนกล่องในมือให้จนพอได้เห็นหน้าทอยชัดแบบนี้แฟรงค์ถึงได้รู้ว่าแผลบนหน้าอีกคนมีอยู่สามถึงสี่แผลเลยทีเดียว
“ผมทำแผลให้ปะ” ลองที่จะถามไป
“เอาดิ มือไม่ว่างพอดี” ก่อนได้คำตอบนี้มาเพราะทอยกำลังจุดบุหรี่คาบใส่ปาก

“ขอโทษนะพี่ที่ผมวิ่งไปไม่ทันอะ” ระหว่างนี้ที่กำลังเทแอลกอฮอล์ใส่สำลีแฟรงค์พึมพำขอโทษออกมาด้วยน้ำเสียงไม่ดีนัก หันไปมองหน้าพี่มันแล้วก็รู้สึกผิดอีกละ แต่ทอยกลับขมวดคิ้วพร้อมมองกลับมาก่อนยื่นมือมาหา
..หมับ..
“อย่าดิพี่ เจ็บ!” เพราะถูกแตะที่แผลแฟรงค์ถึงได้ร้องเสียงดัง

“ก็นั่นไง จะขอโทษทำห่าอะไร...ก็เจ็บกันทั้งคู่ อีกอย่างนะ”
“..........”
“กูเนี่ยเป็นคนหาตีนมาให้มึง...ใช่มึงผิดที่ไหนหละ” ได้ยินแบบนี้ก็โคตรจะโล่งใจ ส่งยิ้มกลับคืนให้ทอยพร้อมลงมือทำแผลให้พี่มันต่อซะ บรรจงทำอย่างแผ่วเบาให้ได้มากที่สุดเพราะไม่ต้องการซ้ำเติมให้ทอยเจ็บตัวไปมากกว่าเดิมอีก

“อะไร...” และแฟรงค์ถามไปเมื่อเห็นว่าทอยชำเลืองสายตามองหน้าเขาหลายรอบเหมือนกัน
“จะดูว่าควรทำแผลให้มึงดีมั้ย”

..หมับ!..

“หันมานี่ดิ” สุดท้ายแล้วมือหนารั้งเข้าที่คางของเขาพร้อมมือของพี่มันที่ทิ้งบุหรี่ลงยังที่เขี่ยบุหรี่ด้านล่าง เปลี่ยนเป็นเอื้อมไปหยิบสำลีมาแทนโดยที่แฟรงค์เริ่มจะรู้สึกแปลกละ แบบพี่มึงพึ่งใช้มือนั้นจับบุหรี่มาปะ แล้วจะมาทำแผลให้กูต่อเลยเนี่ยนะ! แต่ก็เอาเถอะ นานทีปีหนวะไอ้แฟรงค์!

“กลัวเจ็บว่ะพี่...พี่เอาบุหรี่มาให้ผมสูบก่อนบ้างดิ”
“เป็นเด็กเป็นเล็กมึงจะสูบทำไม นิ่งๆ” สั่งอีกครั้งพร้อมมือที่ล็อคคางของแฟรงค์ไว้
“เจ็บปะ” แถมเหมือนรอบนี้ทอยจะไม่ได้แกล้งด้วยและแฟรงค์เพียงส่ายหน้าตอบไปเมื่อถูกถาม อีกคนลงมือทำแผลต่อไปโดยเด็กหนุ่มตรงนี้กำลังมองใบหน้าระยะใกล้ของร่างตรงหน้าด้วยอาการที่ใจแอบสั่น เม้มปากแน่นเพราะกลั้นเสียงร้องของตัวเองจนแก้มด้านซ้ายเกิดรอยบุ๋มลงไปให้คนมองได้สงสัยเล่น

ทำแผลให้มันเสร็จแล้ว และก่อนจะละมือและหน้าของตัวเองออก
...จึก… พี่มันใช้นิ้วชี้จิ้มลงในรอยหยักลักยิ้มของเขา

“ไม่น่ามาอยู่บนหน้ามึงเลยเนี่ย” ก่อนพูดประโยคนี้ออกมา
“มีแต่คนเขาบอกว่าโคตรหล่อเหอะ”
“หรอ กลับห้องมึงไปเลยไป” โดนไล่อีกครั้งเพราะตอนนี้จะห้าทุ่มอยู่แล้วและแฟรงค์ไม่ได้อิดออดอะไรเนื่องเพราะก็ต้องรีบกลับเหมือนกันแหละ ดึกมากขับรถไกลก็ไม่ไหวแต่ก่อนจะเดินออกไปเขาหยุดเล็กน้อยหลังจากเก็บของเสร็จ

“พี่เอาขนมอันนี้ผมไปกินละกัน เดี๋ยวหิวไง...ยังไม่ได้กินข้าวซักคำเลยไม่ใช่หรอ”
“เออก็ดี...แต่ไม่ขอบคุณนะ”
“แล้วแต่” ไอ้เด็กกวนประสาทว่ามาแบบนี้ก่อนหอบเป้ของตัวเองเดินออกจากห้องไป

...กึก...
...แกร๊กกก.. แต่มันแง้มเปิดประตูเข้ามาอีกครั้ง

“ฝันดีนะพี่” ก่อนชะโงกหน้าเข้ามาบอกคำนี้ซึ่งทอยเพียงเพยิดหน้าตอบกลับส่งไป เขาส่ายหัวเมื่อแฟรงค์ออกไปแล้วได้แต่นั่งหัวเราะในใจว่าวันแรกมันก็ได้แผลกลับไป ส่วนมาวันนี้ก็ยังจะได้แผลอีกและทอยหลุดหัวเราะก่อนเดินเข้าไปกล่องขนมที่มันถือมาเมื่อเย็น และสงสัยในคืนนี้ก็คงจะต้องพึ่งไอ้ขนมกล่องนี้ของมันแล้วหละ

ขนาดตัวกลับไปแล้วก็ยังจะทิ้งของไว้ให้เขาดูต่างหน้าอีก
เหลือเกินจริงๆนะมึง


# # # # # # # #
รีบๆได้กันนะคะรออยู่ววว อ้าวไม่ใช่55555




หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่7 {21/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: puiiz ที่ 21-02-2018 20:10:59
 :mew1: :mew1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่7 {21/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: jinutlove ที่ 21-02-2018 22:26:04
 :pig4: :pig4: :-[ :katai2-1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่7 {21/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: EVE910 ที่ 21-02-2018 22:29:00
 :กอด1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่7 {21/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 22-02-2018 00:49:57
 :hao5:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่7 {21/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: areenart1984 ที่ 22-02-2018 01:23:06
แฟรงค์คงต้องทำใจ เรื่องรักพี่ทอยไม่ถนัด เรื่องวิ่งหนี teen พี่เขาชำนาญนักแล  :laugh:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่7 {21/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Pawaree ที่ 23-02-2018 18:23:45
 :z13:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่7 {21/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: day9day ที่ 23-02-2018 19:22:08
ฉงฉานไปอีก
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่7 {21/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: วายซ่า ที่ 24-02-2018 12:12:15
เริ่มขยับเข้ามาใกล้กันอีกนิดนึงล่ะ 
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่7 {21/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Onsm ที่ 24-02-2018 23:24:21
โถ่ๆๆๆๆ พยายามต่อไปนะ แฟรงค์  :katai2-1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่7 {21/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: mild-dy ที่ 24-02-2018 23:26:10
 :pig4:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่7 {21/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: มาดามพีพี ที่ 25-02-2018 21:49:14
รักพี่ต้องหนีทีน.ไรงี้...??
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่7 {21/02/61}
เริ่มหัวข้อโดย: pan19891990 ที่ 01-03-2018 00:55:47
ตามอ่านมาหลายตอนไม่ได้commentเลย รู้สึกผิด  :z6:
ชอบเรื่องนี้มากเลย ดำเนินเรื่องน่าติดตามมากค่ะ อยากรู้เหลือเกินว่าน้องแฟรงค์จะมาอ่อยพี่ทอยรูปแบบไหนอีก  :hao5: 5555 อ่านตอนนี้รู้สึกเหมือนทอยกำลังแอบสนใจน้องนิดๆ ตอนแรกก็ลุ้นว่าจะแฟรงค์ทอยหรือทอยแฟรงค์ เริ่มเดาได้ลางๆ รอติดตามตอนต่อไปค่า เป็นกำลังใจให้ค่ะ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่8
เริ่มหัวข้อโดย: Sirinapa-11 ที่ 01-03-2018 12:24:01
ตอนที่8
#จีบวิศวะ

แล้วในทุกวันตกเย็นแฟรงค์ก็ยังมีหน้าที่คอยไปคอนโดอีกคนเหมือนอย่างเดิม ผ่านมาก็หลายวันแล้วนะกับการที่พวกเราสองคนอยู่ในสถานะติวเตอร์และนักเรียนด้วยกัน ความสัมพันธ์ระหว่างกันก็ยังไม่ได้เปลี่ยนอะไรอาจมีสนิทขึ้นบ้างนิดหน่อยแต่ก็ในฐานะเดิมคือแฟรงค์ที่ยังคอยหยอดคอยตามจีบตามเดิม และทอยก็มีหน้าที่คอยด่าและแกล้งอีกคนในยามอารมณ์ดีเหมือนอย่างทุกครั้ง วันไหนพี่มันหงุดหงิดหน่อยวันนั้นก็จะลำบากเขาไม่น้อยเนื่องเพราะทั้งสีหน้าไม่พอใจและประโยคหยาบคายแบบทุกคำ แต่ถามว่ารู้สึกอะไรมั้ย แฟรงค์บอกตามตรงว่ามันรู้สึกดีมากกว่าเพราะอย่างมากทอยก็ไม่ได้วาดเส้นห้ามเขาข้ามไปหาอะไรขนาดนั้น
ส่วนในวันนี้นั้นเจ้านักเรียนคนเก่งขอเลื่อนการติวออกไป

เนื่องเพราะมีนัดก๊งเหล้ากับแกงค์เพื่อนรักที่ดูจะให้ความสนใจกับความคืบหน้าของเขาและพี่ทอยเหลือเกิน
“ระดับมึงตามจีบเป็นอาทิตย์ยังไม่ติดอีกหรอวะ”
“สงสัยงานนี้นกแล้วมั้งไอ้แฟรงค์”

“เออบินกลับเมกาไปเหอะกูอายแทน” แถมไอ้ประโยคพวกนี้...

“ได้มายากก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่ได้ปะวะ” เลยสวนคำนี้ออกไปและพวกมันร้องโหวกันใหญ่ว่าเขานี่โคตรจะคนจริงสามพันสิบแปดเลยนะ ระหว่างนี้นิ้วเรียวกำลังเลื่อนหน้าฟีดไอจีของตัวเองดูอย่างไม่มีอะไรทำ ไม่กล้าบอกพวกเพื่อนด้วยว่าล่าสุดปัจจุบันทอยก็ยังไม่ได้ปลดบล็อกเฟสบุ๊คเขาเลย เรื่องมันค่อนข้างน่าเศร้าแต่เราก็ยังส่องไอจีพี่มันได้อยู่ดี

“เคยจับมือพี่เขายัง” คำถามใหม่มาอีกและแฟรงค์นิ่งคิด
“เคย!”
“เนี่ยยยยย” ได้แต่ยิ้มอย่างเหนือกว่าไปแต่จะไม่บอกหรอกว่าได้จับตอนวิ่งหนีตีนอ่ะ

“มึงเห็นลักยิ้มกูนี่ปะ....พี่ทอยเคยเอานิ้วจิ้มด้วยนะเว้ย” เอานิ้วจิ้มพร้อมบอกว่าไม่ควรอยู่บนหน้ามึง...
“ไม่ธรรมดานี่หว่าไอ้แฟรงค์”

“ก็ใช่ไง ถึงบอกว่าพวกมึงล้อผิดคนละ...คนนี้อะ ยังไงก็ต้องเป็นของกู” บอกไปแบบนี้พร้อมยักไหล่แล้วก้มหน้านั่งเล่นโทรศัพท์ต่อ ในมือข้างที่ว่างมีบุหรี่คีบคาอยู่ด้วย พวกเพื่อนยังคงนั่งดื่มกันต่อไปโดยที่แฟรงค์ไม่ใช่สายนี้เท่าไหร่ก็นั่งคุยเล่นกับพวกมันไปเท่านั้น นิ้วเลื่อนดูหน้าไอจีไปมาก่อนสะดุดเข้ากับหนึ่งภาพตรงหน้า

คอนเสิร์ตริมหาดพัทยา?
เปิดจองบัตรมานานแล้วและวันงานก็เพียงแค่อาทิตย์หน้าเท่านั้น
ถึงตรงนี้ ริมฝีปากได้รูปยกยิ้ม...

“เออไอ้แฟรงค์ว่าแต่มึงจีบเขานี่...”
“หะ?”
“คิดไว้ยังว่าตอนเอากันใครจะอยู่ล่างอยู่บน” พอพวกมันถามเสร็จก็หัวเราะออกมาเหมือนไม่ได้ตั้งใจจะเอาคำตอบแต่แค่ตั้งใจจะกวนตีนเขาก็เท่านั้น แต่แฟรงค์นี่ชะงักลงไปแล้วเพราะพอมานั่งคิดนี่มันก็เออจริงของพวกมันว่ะ คิ้วเขาเริ่มขมวดก่อนสุดท้ายจะส่ายหน้าไปมาเพราะแค่คิดกูว่ายากละถ้าถึงขั้นจะให้อย่างทอยหรือไงมายอมมีอะไรกันเนี่ย

มึงจีบพี่มันให้ได้ก่อนละค่อยคิดเรื่องนั้นเหอะไอ้แฟรงค์
แค่ทุกวันนี้กว่าจะโดนตัวทอยได้แต่ละครั้งยังลำบากเลย!

“กูไม่ได้คิดเรื่องนั้นหรอก ไร้สาระ” เอ่ยตอบออกไปในขณะที่นิ้วกดแคปหน้าไอจีของตัวเองเรียบร้อย นั่งคิดนิดหน่อยว่าจะส่งไปให้ทอยดีมั้ย เป็นเพราะไม่มีเฟสพี่มันไงดังนั้นถ้าจะคุกคามทักไปในไอจีนี่จะดูโรคจิตมั้ยวะ แต่ก็นั่งตามจีบเขามาขนาดนี้ทอยเองก็คงไม่ได้มองเขาดีเท่าไหร่แล้วหละ เพราะงั้น

...ผมได้บัตรฟรีมาสองใบอะพี่ ไปดูคอนเสิร์ตกันป่าว..
ทักไปหาแล้วพร้อมกับรูปด้วย...
แต่ในขณะที่ใจกำลังนั่งลุ้นนั้น

//ไม่แน่ใจว่าจะว่างมั้ย// พี่มันก็ตอบมาแล้ว!!!
...เดี๋ยวผมออกค่าห้องให้ ค่ากินด้วยก็ได้ เอารถผมไปด้วยเดี๋ยวเติมน้ำมันเอง ขับให้นั่งด้วยก็ได้พี่..
//มึงกำลังเสนอโปรโมชั่นให้กูว่างั้นเหอะ// คำถามนี้ทำแฟรงค์ยิ้มกับข้อความตรงหน้า

...พี่แค่เอาตัวพี่มากับผมก็พอ...
//ดูก่อนว่าจะว่างมั้ย//

...ได้ครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกันนะพี่... พิมพ์แบบนี้ออกไปแล้วซึ่งทอยเงียบไปแบบไม่ได้ตอบกลับมา เด็กหนุ่มมีแอบหน้าหงอยนิดหน่อยแต่ก็ยิ้มได้เพราะอย่างมากพี่มันก็ไม่ได้มาบล็อกไอจีเขาไปอีกไง นั่งยิ้มเล็กยิ้มน้อยจนเพื่อนหันมองและแฟรงค์ยังคงไม่ได้ยอมบอกว่าตัวเองกำลังคิดทำอะไร

และก็ไม่รู้ว่าพี่มันจะยอมไปด้วยมั้ย
แต่ก็กดซื้อบัตรไปแล้ว แถมโอนเงินไปเรียบร้อยแล้วด้วย

เดี๋ยวพรุ่งนี้ถ้าไปเจอกัน เร้าพี่มันให้ไปด้วยให้ได้ดีกว่า...


.......................

เดินตลาดนัดตอนเย็นเสียงคนผ่านไปมายังไม่ได้น่ารำคาญเท่าไอ้คนข้างกายของเขาในตอนนี้เลย มือขาวกำลังเกาะแกะกับแขนของเขาพร้อมเขย่าไปมาด้วยประโยคเดิมที่ถามวนซ้ำอยู่จะสิบรอบได้ ทอยสะบัดแขนออกซ้ำแล้วซ้ำอีกแต่แฟรงค์ก็ตามมาเกาะแขนพร้อมมองตาปริบใส่
“นะพี่ไปเหอะนะ....ผมเสียดายบัตรนะ”
“แล้วมึงไม่มีเพื่อนคนอื่นแล้วหรือไง”
“ก็อยากไปกับพี่ไงครับ” ตอบไปตามตรงจนคนฟังมองบน

“ไหนพี่บอกในแชทว่าถ้าว่างก็ไปไง”
“ก็กูอาจไม่ว่างไง”
“ไม่เอาดิห้ามไม่ว่าง ยังไงพี่ก็ต้องไปกับผม...ไม่งั้นผมไม่ให้เงินเดือนพี่นะ”

“อ้าวไอ้เวรนี่” การที่ทอยสบถมาแบบนี้มันเหมือนการตกลงอย่างไม่มีข้อโต้แย้งซึ่งคนที่มุมปากยังมีรอยช้ำจากการโดนต่อยวันนั้นมาก็ยิ้มกว้างอย่างถูกใจ ตกลงแบบมัดมือชกเรียบร้อยก็ถึงเวลาเดินดูของกินยามเย็นต่อ เมื่อวานก็เลื่อนการติวออกไปส่วนมาวันนี้ไอ้เด็กหัวหมอก็ยังมานึกคึกอยากเดินตลาดนัดอีก

“แวะร้านนี้” จนทอยพูดขึ้นพร้อมรั้งแขนอีกคนไว้ยังหน้าร้านหนึ่ง
“พี่จะซื้ออะไร”
“จะซื้อกลิ่นใหม่” คำตอบนี้ดังออกมาและเมื่อแฟรงค์หันมองถึงได้รู้ว่ามันคือร้านขายน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้านั่นเอง
“วันนี้เพื่อนไม่มาด้วยหรอ...แล้วพาใครมาด้วยละเนี่ย” แถมเหมือนพี่เจ้าของร้านจะสนิทกับทอยด้วยเพราะอีกคนเอ่ยทักพร้อมหันมองหน้าของเขาสลับกับหน้าของพี่มันไปมา แฟรงค์ยิ้มกลับไปให้ก่อนก้มมองสนใจร่างของคนที่กำลังยืนก้มเลือกเจ้าน้ำยาในขวดพลาสติกอยู่

“อันนี้เย็นมั้ยเนี่ยพี่” แต่ทอยยังไม่ได้ตอบคำถามเดิมเลยและยังส่งคำถามใหม่ให้พี่คนขายอีก
“เย็นๆกูแนะนำเลยอันนี้อะ”

“พี่ เอากลิ่นนมเปรี้ยวด้วย” ในขณะที่ทอยกำลังจะล้วงเงินออกมาจ่ายเจ้าเด็กแฟรงค์ก็เสนอหัวข้อความคิดขึ้นมาใหม่และทอยก็หันไปขมวดคิ้วใส่ทีก่อนหันหน้าหนี แต่เจ้าของผิวขาวยังคงวอแวว่าให้เอากลิ่นนี้ไปด้วยเหอะจนสุดท้ายเหมือนรำคาญเลยยอมที่จะหยิบสิ่งที่แฟรงค์ต้องการมาด้วย ได้ของมาแล้วก็ดีใจใหญ่เพราะว่าวันนี้น่ะ

“อันนี้เป็นของชิ้นแรกที่พี่ซื้อให้ผมเลยอะ”
“ดีใจขนาดนั้นเลย”
“แน่นอนสิครับ เหมือนของหมั้นไรงี้อะพี่”

“เพ้อเจ้อไอ้สัส” โดนด่าแต่ยังยิ้มได้เนื่องเพราะไอ้ถุงเล็กๆในมือนี่แหละ เดินกันต่อไปโดยเข้าไปในโซนของกินแล้วและแฟรงค์กลับมาตาวาวอีกครั้งเมื่อมีขนมหลายอย่างที่น่าสนใจ ไม่ได้กลับไทยมาตั้งนานยอมรับว่าโคตรจะคิดถึงขนมไทยเลย อยู่นั่นขนมชั้นชิ้นนึงราคาเป็นร้อย แววตาคู่สวยกำลังวาววับแถมเมื่อเจออะไรน่าสนใจแฟรงค์ก็จะหันมาเงยมองหน้าของทอยพร้อมกับพูดคำว่า

“น่ารักเนอะพี่”
“ของกินบ้านมึงเขาใช้คำว่าน่ารักหรือไง”

...หมับ..!
แต่ไหล่โดนรั้งเอาไว้และแฟรงค์ที่มัวมองแต่ทอยก็รีบหันไปมองอีกฝั่งก่อนพบว่าเพราะเขาเดินขวางทางคนอื่นอยู่ดังนั้นพี่มันเลยรั้งให้หลบออกแบบนี้ เลยเนียนเอนเข้าใกล้อีกคนเสียเลยแต่เหมือนทอยจะรู้ทันแล้วรีบผลักเขาออก

“พี่แวะร้านแว่นหน่อยดิ”
“มึงจะเอาไปทำไร”
“ใส่วันไปทะเลกับพี่ไง” คำตอบที่ได้เรียกเสียงถอนหายใจจากคนอายุมากกว่า จะปฏิเสธก็ไม่ได้เพราะตอนนี้แฟรงค์ได้ลากเขาไปยังร้านขายแว่นตาแฟชั่นแล้วเรียบร้อย มือขาวกำลังหยิบแว่นอันนั้นอันนี้มาเลือกก่อนที่สุดท้ายจะหันมาหาเขาอีกครั้ง

“อันนี้เท่ปะพี่” แว่นเลนส์สีเหลืองกำลังอยู่บนหน้าที่โคตรดูดีของอีกคน
“จะซื้อก็ซื้อ”
“พี่บอกก่อนว่าเท่หรือเปล่า” พอถูกถามย้ำทอยไม่ได้ตอบแต่ใช้มือรั้งแว่นอันเดิมออกจากหน้าของแฟรงค์ก็หยิบแว่นอันใหม่ที่เป็นกรอบรูปหัวใจสีชมพูมาใส่ให้ไอ้คนช่างถาม เห็นว่าแฟรงค์ขมวดคิ้วยืนนิ่ง

“ซื้ออันนี้ดีกว่า” แต่ทอยพูดสวนมาทั้งเสียงหัวเราะ
“โว้ะ” แต่พอเขาจะดึงถอดออกอีกคนก็กลับมาใช้มือกดให้ใส่ตามเดิมอีก
“เป็นแฟนกันหรอคะ”

“....!!” จนกระทั่งเสียงถามจากแม่ค้าเจ้าของร้านดังขึ้นแฟรงค์กับทอยถึงได้หันขวับซึ่งในคราวนี้เป็นทอยที่หุบยิ้มลงแล้วเป็นแฟรงค์ที่เผยรอยยิ้มขึ้นมาแทน เห็นว่าพี่มันรีบโบกมือปฏิเสธยกใหญ่แต่ระดับแฟรงค์เด็กแสบแล้ว
“กำลังคุยกันน่ะครับ”
“ไอ้แฟรงค์มึง...”

“พี่เขาขี้อายนิดหน่อยครับ” แถมดูเหมือนจะไม่หยุดเล่นด้วยจนทอยต้องชี้หน้าคาดโทษพร้อมรีบลากไอ้ตัวปัญหาออกมาซะ แฟรงค์มันหัวเราะยกใหญ่ตลอดทาง ล้อเขาไม่หยุดเลยด้วยว่านี่พี่กำลังเขินอยู่งั้นหรอ

ขนาดเดินมานั่งที่โต๊ะม้านั่งยาวด้วยกันแล้ว
แม่งก็ยังจะมองเขาด้วยรอยยิ้มยียวนไม่หยุดอีก

“อยากลองโดนกูต่อยซักครั้งมั้ย”
“หูยยยยพี่” แฟรงค์ว่าขึ้นแบบนี้แต่ยังยิ้มไม่หุบ มือขาวหยิบสารพัดขนมที่ตัวเองซื้อออกมาแกะกินในขณะที่ทอยใช้มือล้วงบุหรี่ออกมาจุดสูบ นั่งกินลูกชิ้นแบบรมควันเพราะมีพี่มันคอยสร้างชั้นบรรยากาศให้เนี่ย เกือบจะสำลักหลายรอบแต่ก็ไม่กล้าเดี๋ยวทอยหาว่าเขาไปเล่นละครใส่อีกไง

“กินมั้ย” เอ่ยถามไปพร้อมหันมองหน้าของทอยด้วย
“ซื้ออะไรมาบ้าง”
“เยอะ บางอันผมไม่รู้จักชื่อ” คำตอบของมันแอบน่าเอ็นดูเพราะแววตาเหมือนเด็กสงสัยที่ฉายออกมา

“ซื้อมาเยอะขนาดนี้มึงกินหมดหรือไง”
“ก็เผื่อพี่ด้วยไง” และคำตอบมันแอบน่าเอ็นดูอีกแล้วว่ะ...
“นี่ไงพี่ มีแก้วน้ำที่ใส่ได้สองน้ำด้วย”
“แค่สองน้ำเองหรอ เป็นกูเอามากกว่านั้นอีกนะ”

“หือ” มาอีกครั้งกับการเลิกคิ้วพร้อมมองเขาด้วยแววตาไม่เข้าใจว่าพี่มึงกำลังพูดอะไรแบบนี้ ทอยยิ้มนิดหน่อย เขารู้ว่าแฟรงค์มันไม่ได้ใสหรอกแต่คงเพราะแค่ไม่ค่อยรู้ศัพท์พวกแสลงแบบนี้ของไทยเสียมากกว่า ตลกดีด้วยเวลาที่พูดอะไรสองแง่สองง่ามออกไปแต่อีกคนไม่เข้าใจแล้วส่งสายตาแบบนี้มาแทน

“ทำไมพี่ต้องชอบพูดอะไรที่ผมไม่ค่อยเข้าใจด้วยวะ”
“มึงโง่ไง” คำตอบนี้ทำแฟรงค์ย่นจมูก

..ผลั้วะ..

“เอ้า” นั่งไปไม่มีอะไรทำมือก็เอื้อมไปตบท้ายทอยของไอ้เด็กตัวขาวเล่น พอมันหันมาทำตาขวางใส่ทอยก็กลั้นยิ้มนิดหน่อยแต่ยังตีหน้าขรึมอยู่ แฟรงค์หันกลับไปงับขนมลูกชุบอีกครั้งก่อนหัวผงกอีกครั้งเพราะแรงตบหัวจากพี่มัน
“พี่อยากโดนผมจูบใช่ปะ เลยมาตบอ่อยอยู่ได้” แอบหงุดหงิดจนต้องหันไปถามด้วยหน้าติดเหวี่ยง
“จะจีบกูอะไรมาทำหงุดหงิดใส่ได้ไง”

“ก็พี่กวนตี....”
“มึงว่าไงนะ?”

“เปล๊า!” รีบตอบไปก่อนหันกลับมากินขนมในมือต่อ แฟรงค์เงียบไปแล้วและทอยก็ยอมที่จะปล่อยให้มันได้ทานขนมที่ตัวเองซื้อมาซักที มองไอ้เด็กตัวขาวที่กำลังนั่งเล็มลูกชุบรูปพริก เห็นมันทำหน้าเผ็ดอยู่คนเดียวด้วย ตอนกินน้ำแข็งแฟรงค์ไมได้ตักใส่ปากเลยเพราะมันมีการเป่าก่อนเอาเข้าปาก

เป่า?
น้ำแข็งใส เนี่ยนะ

“ทำไมแดกแปลกๆ” อดไม่ได้ที่จะถาม
“ยังไงอะพี่”
“เออช่างแม่งเหอะ” แต่ก็เลือกจะไม่ถามต่อเพราะปกติแฟรงค์มันก็สติไม่ดีเท่าไหร่นักหรอก ลูกชุบหมดไปแล้วต่อไปถึงคิวของปลาหมึกย่างที่แวะซื้อด้วยกันมา ในปากเคี้ยวไม่หยุดแถมมือก็จับนั่นนี่ไม่หยุดเหมือนกัน ทอยขมวดคิ้วมองพลางแอบคิดว่านี่แฟรงค์มันก็แอบกินเยอะเหมือนกันนะ

“พี่ไม่กินหรอ”
“หึ”
“แบบนี้ไงพี่ถึงได้ผอมอะพี่”

“ก็ดีกว่าแก้มจะแตกแล้วมึงอะ” พอเขาสวนไปแบบนี้ไอ้คนถูกทักว่าเริ่มอ้วนรีบใช้มือจับแก้มของตัวเอง มันกำลังสำรวจตามใบหน้าจนกระทั่งปลายนิ้วที่เหมือนเพิ่งไปเลอะน้ำจิ้มปลาหมึกแตะสัมผัสจิ้มเข้าตาของตัวเอง

และนั่นแหละ

“โอ้ยพี่” และจะมีครั้งไหนมั้ยที่มันจะไม่เจ็บตัว...
“ผมแสบตาอ่ะ!”

...พรึบ!...
หาที่พึ่งอีกครั้งโดยการรีบซุกหน้าลงกับแขนเสื้อของคนข้างกาย ทอยก้มมองไอ้คนที่กำลังถูหน้าของตัวเองไปมาอยู่กับแขนเสื้อของตน ไม่รู้ว่ามันตั้งใจหรือเผลอตัวแต่เหมือนจะมีแนวโน้มไปทางอย่างหลังมากกว่า เนื่องเพราะมือของแฟรงค์กำลังใช้ชายแขนเสื้อของเขาเช็ดตาของตัวเอง น้ำตาของมันไหลรวมถึงปลายจมูกและแก้มที่มีสีส้มชัดเข้มจนเกือบจะเป็นสีชมพูอยู่แล้ว แถมทอยยอมรับว่าทำตัวไม่ถูกเพราะมัวแต่มองปลายจมูกสีอมส้มและตาที่คลอน้ำสีใสของมัน

“มึงจะซุ่มซ่ามอะไรนักหนา” เลยเรียกสติตัวเองโดยการตั้งคำถามกับมันไป และแฟรงค์เงยดวงตาขึ้นมอง

...หมับ...
เห็นว่ามันยังยีตาอยู่ทอยเลยตัดสินใจใช้มือหยิบผ้าเช็ดหน้าของตัวเองออกมาเทน้ำเปล่าใส่ส่วนปลาย ก่อนค่อยเช็ดทำความสะอาดช่วงรอบดวงตาของไอ้ตัวปัญหาออกให้ เป็นแฟรงค์ที่นิ่งลงไปและเป็นแก้มขาวที่แดงจัดขึ้นกว่าเดิม ถึงตรงนี้ตาหายเจ็บแล้วแต่ทอยยังไม่ได้เอามือตัวเองออกจากหน้าของเขาเลย

ครั้งแรกที่ได้มองตากันในระยะใกล้ขนาดนี้
ริมฝีปากสีสดของคนอายุน้อยกว่าแอบเม้มเข้าหากัน เขาหลบตาลงมองต่ำ

“ผมหายเจ็บแล้วพี่” ก่อนพูดคำนี้ไปส่วนทอยก็ผละมือออกพร้อมขยับหน้ากลับมานั่งมุมเดิมด้วย
“จะกลับหรือยังหละ”
“ครับ...”
“เอากุญแจรถมา” พอทอยว่ามาแบบนี้แฟรงค์ถึงได้ยื่นกุญแจรถของตัวเองส่งให้อีกคน ทอยเดินนำออกไปแล้วแต่คนตัวขาวยังคงกำลังทิ้งขยะอยู่ รีบเดินตามพร้อมมองแผ่นหลังของพี่มันก่อนหยุดเดินแล้วสูดลมหายใจของตัวเองเข้า

หลุดยิ้มกว้างออกมาแล้วคอยเดินตามหลัง
โดยไม่ได้รู้เลยมั้งว่าไอ้คนที่เดินนำมันก็กำลังแอบยิ้มอยู่เหมือนกัน

 ...เจ๊าว่ะ...

# # # # # # # # #

ใจอิแม่บั่บบบบ55555
แล้วจะไปพัทยาด้วยกันนี่ ต้องเบอร์ไหนเลยคะแหม่

หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่8 {01/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: puiiz ที่ 01-03-2018 18:26:06
 :mew1: :mew1: :mew1: :mew1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่8 {01/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: areenart1984 ที่ 02-03-2018 02:39:29
อ่านแล้วใจละลายกับคารมของทั้งคู่  :ling1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่8 {01/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: EVE910 ที่ 02-03-2018 12:23:29
พี้ทอยเอ็นดูน้องด้วย :กอด1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่8 {01/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: pan19891990 ที่ 02-03-2018 13:44:56
น้องแฟรงค์คนเด๋อ แอบอ่อยแบบรู้ตัวบ้างไม่รู้ตัวบ้าง น่ารักค่ะตอนนี้ ทอยแอบใจอ่อนและอ่อนใจใช่มะๆ ตอนหน้าไปพัทยาจะมีอะไรคืบหน้าบ้างมั้ยน้าาา... แอบคาดหวังในใจเงียบๆค่ะ 5555 รอติดตามค่า :mew3: :mew1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่8 {01/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: twinmonkey0311 ที่ 02-03-2018 14:14:37
 :pig4: :pig4:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่8 {01/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: shoi_toei ที่ 02-03-2018 14:39:32
ทอยแฟรงค์ สินะๆ ไม่เป็นไร ๆ ได้หมด ขอให้ได้กัน กร้ากกก
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่8 {01/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: วายซ่า ที่ 04-03-2018 09:00:46
เริ่มจะมีโมเม้นต์หวานๆ มั่งแล้ว น้องก็อ้อน พี่ก็เริ่มเอ็นดูแบบไม่รู้ตัว   :katai2-1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่9
เริ่มหัวข้อโดย: Sirinapa-11 ที่ 10-03-2018 16:27:51
ตอนที่9
#จีบวิศวะ

สายตาหนึ่งคู่กำลังจับจ้องดวงหน้าดูดีของบุคคลอายุมากกว่าที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มือขาวเอื้อมไปหยิบขนมเข้าปากหนึ่งชิ้นก่อนจะกลับมานั่งอมยิ้มแล้วมองหน้าของทอยต่อ ในตอนนี้พี่มันกำลังจดจ่ออยู่กับการทำการบ้านให้เขาดังนั้นแล้วเลยไม่ได้มีอารมณ์สนใจว่าตัวเองกำลังถูกลวนลามทางสายตาขนาดไหน แฟรงค์หละนึกอยากขอบคุณอาจารย์ที่ให้การบ้านยากจัดจนไม่สามารถทำเองได้ เลยหอบมาที่ห้องของอีกคนด้วยก่อนจบลงด้วยการได้นั่งมองหน้าของทอยจนเพลินแบบนี้

“ส่งวันไหนเนี่ย?”
“อืม...ที่จริงก็ต้องพรุ่งนี้อะพี่ แต่ว่าพรุ่งนี้...”
“ทำไม?” โดนทอยถามมาอีกแฟรงค์มีขมวดคิ้ว

“พี่ลืมหรอว่าเราต้องไปพัทยากัน” ตอนแรกก็แอบหงุดหงิดแต่พอเห็นว่าทอยหลุดขำสุดท้ายถึงได้รู้ว่าความจริงพี่มันแค่แกล้งเขาอีกแล้ว พ่นลมหายใจพลางนั่งกอดอกมองบุคคลฝั่งตรงข้ามที่กำลังเงยสายตาออกจากกระดาษแล้วมองสบมาเหมือนกัน ในตอนนี้คิ้วของแฟรงค์ยังขมวดอยู่และทอยก็ยังนั่งส่งสายตาแอบกวนมาให้อยู่

“พรุ่งนี้ไปไม่ได้แล้ว”
“อ้าววว....” เสียงของไอ้เด็กตัวขาวดังเสียยิ่งกว่าอะไร

“พอดีมีนัดกับเพื่อนแล้วอะ” ทอยพูดต่อออกมาอีกและแฟรงค์หน้างอหนักแถมสายตายังมีแต่ความไม่พอใจอยู่เต็มไปหมดอีกด้วย แต่เหมือนว่าไม่ได้ต้องการให้ทอยต้องมาเห็นหน้าตัวเองตอนโกรธดังนั้นเด็กหนุ่มถึงเลือกจะฟุบหน้าลงบนโต๊ะกระจกโดยที่ไม่ได้สังเกตมองเลยว่าไอ้คนพี่มันกำลังกลั้นขำจนตัวโยนขนาดไหน

“แต่ผมจ่ายเงินค่าบัตรไปแล้วนะ”
“ไหนว่าได้บัตรมาฟรี” และก็จับโกหกเด็กเลี้ยงแกะได้อีกหนึ่ง แฟรงค์รีบเงยหน้าขึ้นมองอีกคนแถมสายตาล่อกแล่กด้วย
“ก็...เออนั่นแหละ ก็ซื้อมา ไม่ได้ได้ฟรี”

“กล้าโกหกกูเลย?”
“.......” โดนมองดุแบบนี้แฟรงค์ทำได้แค่นั่งเงียบ คิดในใจว่าสงสัยจะโดนพี่มันเทของจริงก็คราวนี้แหละ
“ว่าไง ถามว่ากล้าโกหกกูเลยหรอ”

“ขอโทษครับ....” เสียงหงอยลงแบบทันตาเห็นแถมหน้าตาตอนนี้ก็ยิ่งกว่าหมาถูกเจ้าของทิ้งเสียอีก มือขาวล้วงหยิบบัตรคอนเสิร์ตสองใบออกมาจากกระเป๋ากางเกงตัวเอง เงยหน้ามองทอยอีกครั้งก่อนยื่นบัตรในมือส่งให้

“ถ้าพี่ไม่ไปกับผม ผมก็ไม่รู้ว่าจะไปกับใครแล้วอะ”
“............”
“งั้นพี่เอาบัตรไปแล้วไปกับคนที่พี่อยากไปก็ได้”

..หมับ.. จากตอนแรกที่คิดว่าทอยจะปฏิเสธแต่ไอ้การที่มือหนารีบคว้าหมับเอาสิ่งในมือไปนั่นทำให้แฟรงค์มีแอบหน้าเสีย มองนิ่งอีกรอบพร้อมมือที่ยังไม่ได้รั้งกลับเพราะยังรอให้ทอยหยิบเอาบัตรอีกใบจากมือไปอยู่ ถึงตอนนี้นี่ยอมรับว่าเสียใจว่ะ แบบแม่งพี่มันอะทำไมจะต้องแสดงตัวขนาดนี้ด้วยว่าไม่ชอบเขาเนี่ย

แล้วก็นั่งนิ่งอยู่นานจ้องหน้าของทอยอยู่แบบนั้น
ก่อนขมวดคิ้วเมื่อพบว่าอีกร่างไม่ยอมหยิบบัตรอีกใบไปจากมือของเขาเสียที

“ทำไมไม่เอาอันนี้ไปด้วยหละครับ” เลยถามออกไปทั้งเสียงหงุดหงิดแบบนั้น
“ก็ของหมามันไม่ใช่หรือไง”
“.........” ได้แต่เงียบพร้อมมองหน้าของคนพูดแบบตาปริบ ยังไม่เข้าใจเท่าไหร่ว่าอีกคนจะสื่ออะไรกันแน่
“อะไรอีก?” คราวนี้ทอยถามทั้งขมวดคิ้วส่วนแฟรงค์เริ่มยิ้มออก

“พี่หมายถึง...พี่จะไปกับผมใช่ปะ”
“เออ!ถ้ามึงถามอีกกูไม่ไปด้วยของจริงแล้วนะ” โดนขู่มาแบบนี้เจ้าเด็กตัวขาวรีบยกมือปิดปากที่ชอบเผลอพูดมากอยู่เรื่อย นั่งยิ้มกรุ่มกริ่มส่วนทอยทำตัวไม่ถูกจนต้องรีบก้มหน้านั่งทำการบ้านให้มันต่อ แฟรงค์ยังยิ้มไม่หุบและมือก็ยังไม่หยุดล้วงขนมเข้าปาก ตอนนี้โลกสดใสขึ้นแบบในพริบตานอกเหนือกว่านั้นใจยังเต้นแรงยิ่งกว่าอะไรอีกด้วย

“จะไปไหน?” แต่พอจะลุกเสียงจากทอยก็ดังมาอีก
“กินน้ำครับ”

“อย่าทำแก้วกูแตกอีกก็พอ” คำย้ำกำชับดังมาและแฟรงค์พยักหน้ารับพร้อมลุกเดินเข้าไปในห้องครัวของอีกร่าง เมื่อเข้ามาด้านในสิ่งแรกที่มองคือการเงยหน้าจ้องลิ้นชักที่มีแก้วอยู่ในนั้น ถอนหายใจกับตัวเองอีกครั้งเพราะถ้ารอบนี้ทำแก้วแตกอีกมีหวังได้หัวแตกเพราะโดนพี่มันตบแน่ ดังนั้นเลยตัดสินใจจะหันมาหยิบเก้าอี้เพื่อใช้เหยียบขึ้นไปแต่ในจังหวะที่หันตัวกลับมาสายตาดันสะดุดเข้ากับสิ่งที่วางอยู่กลางโต๊ะอาหาร

มี แก้ว วาง อยู่ บน โต๊ะ!

“พี่ทอย!!”
“อะไรอีก!!!” ถึงแม้พี่มันจะตะโกนเสียงดังแต่แฟรงค์ยังคงหยิบ มือรีบหยิบแก้วตรงหน้าพร้อมเดินออกไปหา
“พี่วางแก้วไว้ต่ำเพื่อผมปะเนี่ย”

“มึงอย่ามโน ไอ้ไทเกอร์มันเอาวางไว้” ได้คำตอบแล้วสุดท้ายรอยยิ้มหายไปพร้อมสีหน้าอารมณ์แบบมองบนที่ปรากฏ เดินกลับมากินน้ำด้วยอาการแอบเบะปากในใจ ส่วนคนที่นั่งปั่นงานให้ไอ้เด็กตัวขาวอยู่ก็ได้แต่กลั้นยิ้มกับตัวเองเอาไว้เพราะความจริงที่เขาเอวแก้วมาวางไว้บนโต๊ะก็เพราะว่ามันนั่นแหละ

ทำไงได้อะ
ก็ไม่อยากให้แก้วต้องแตกอีกก็แค่นั้น มันเปลืองข้าวของโอเคปะ?

“เสร็จยังอะพี่” กลับมานั่งปุ้บแฟรงค์ก็ส่งคำถามมาทันที
“ไหนว่าไม่รีบส่ง”
“ก็ถามไง เดี๋ยวแบบจะขอกลับบ้านก่อนอะ....ไปเอาเสื้อผ้า”

“งั้นก็กลับไปก่อน เอางานไว้นี้ก็ได้” ประโยคธรรมดาที่ทำคนฟังยิ้มในใจ แฟรงค์พยักหน้ารับก่อนลุกขึ้นยืนหลังจากเก็บของใส่กระเป๋าแล้วเรียบร้อย หันมองทอยอีกรอบโดยที่ยืนครุ่นคิดอยู่หน้าประตู ตัดสินใจได้ก็ชะโงกหน้ากลับเข้ามาและสายตาจากคนพี่ก็มองสบพอดี
“พรุ่งนี้ตอนเก้าโมงเช้าผมมารับนะพี่”
“อืม”
“เอ่อ...ฝันดีนะครับ” มีเพียงการพยักหน้ารับกลับมาแต่แฟรงค์ว่าแค่นั้นก็เพียงพอ

...กึก... ปิดประตูห้องแล้วก่อนถอนหายใจเฮือกใหญ่และเดินยิ้มกว้างออกมา ยังคิดไม่ออกเลยว่าไปเที่ยวด้วยกันนี่กูจะต้องเขินพี่มันไปอีกกี่ครั้ง ตลอดการขับรถกลับบ้านในหัวของแฟรงค์ยังคงวนคิดแต่กับทอยอยู่ตลอด ถ้าสิ่งนี้เรียกว่าความรักนะเขาก็ไม่ค้านหรอก ไม่รู้ว่าทอยมีอะไรดีนักเหมือนกันที่ทำเขาเป็นได้ถึงขนาดนี้

“กลับบ้านได้ด้วยหรอมึงอะ” แต่แล้วเสียงทักเมื่อกำลังจะเดินเข้าบ้านตัวเองเรียกสติของแฟรงค์ไว้
“แน่นอนดิพี่ ใครจะเหมือนพี่อะอยู่กกแต่กะเมียนี่” พูดแซวไปก่อนได้รับค้อนวนโตจากเสือมา แฟรงค์หันไปยักคิ้วให้พี่ชายร่วมสายเลือดพร้อมขาที่ไม่ลืมจะก้าวพาตัวเองเดินขึ้นไปยังชั้นบนของตัวบ้านด้วย ไม่ได้กลับมานานจริงเพราะตั้งแต่ที่เริ่มติวกับทอยเขาก็ต้องนอนคอนโด เนื่องเพราะถ้าว่าคอนโดของเราไกลกันแล้ว แต่ถ้าวัดจากบ้านเขาไปนี่ถือว่าเด็กๆไปเลย

..แกร๊กกก...
ระหว่างกำลังเก็บเสื้อผ้ายัดลงใส่กระเป๋าเสียงเปิดประตูห้องที่ดังเรียกสายตาของเด็กหนุ่มให้ต้องหันมอง ภาพที่เห็นคือพี่ชายหน้าหล่อที่กำลังยืนขมวดคิ้วมองมาที่เขาอยู่ แต่แฟรงค์ยังไม่ได้สนใจเพราะถ้าเสือสงสัยอะไรเดี๋ยวก็คงถามเขาเองนั่นแหละ

“มึงจะไปไหน?”
“ไปเที่ยวพักผ่อนตามประสาคนมีตังค์”
“กับใคร” โดนถามอีกคราวนี้แฟรงค์หันไปยิ้มให้
“ทำไม?เป็นห่วงผมอะดิ”

“ถุ้ย!กูแค่ไม่อยากโดนแม่บ่นว่าดูแลน้องไม่ดีเท่านั้นแหละวะ”
“เอ้าพี่ยอมรับว่าผมเป็นน้องแล้วอ๋อ”

“เดี๋ยวเถอะนะมึงไอ้แฟรงค์นะ” เสียงหัวเราะลั่นจากคนน้องดังออกมาและเสือเพียงชักสีหน้าใส่ก่อนเลือกจะเดินหนีเพราะถ้าอยู่ต่อมีหวังได้เดินเข้าไปตบหัวมันแน่ แฟรงค์มองตามทั้งส่ายหน้าเพราะไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนแต่ไอ้พี่เสือนี่ก็ยังฟอร์มจัดไม่ยอมรับเขาเป็นน้องชายซักที ก็เข้าใจแหละว่าเราคนละพ่อกันแต่ถึงอย่างนั้นก็แม่เดียวกันนะ

หรือว่าพี่มันอิจฉาที่เขาหล่อกว่าวะ
เออสงสัยต้องแบบนั้นแน่ๆ

“คึคึ” คิดเองหัวเราะเองแถมพอใจในตัวเองอีกด้วย เขากับพี่เสือน่ะโดนทักว่าหน้าคล้ายกันบ่อยนะแต่พี่ชายของเขาจะหน้าออกแนวคมเสียมากกว่า แต่ว่าหน้าตาของแฟรงค์นี่คือเหมือนหลุดมาจากลูกคุณหนูจ๋าเลยไง ก็ทำไงได้คนมันเกิดมาดูหน้าตาแบบมีสง่าราศีไง ยิ่งคิดยิ่งภูมิใจเพราะงั้นพี่ทอยไม่อยากมีแฟนหล่อมั้งเหรอวะ

“คิดแล้วก็ทักไปหาดีกว่า” พึมพำกับตัวเองพร้อมมือที่หยิบโทรศัพท์ออกมา
และแน่นอนว่าทางเดียวที่จะติดต่ออีกคนได้ ก็มีแค่ไอจีนี่แหละครับ...

ชีวิตมันเศร้าเนอะ

//เก็บเสื้อผ้ารอยังอะพี่//
//เออพี่ๆ โรงแรมเราอะเอาแบบห้องสวีทปะ//

//ฮัลโหลลล พี่นอนแล้วหรออออ// รัวแชทไปมากมายแต่สิ่งที่ได้ยังมีแค่ความเงียบ แฟรงค์ขมวดคิ้วก่อนยิ่งจิตตกเมื่อพบว่าทอยเพิ่งจะลงวิดีโอในสตอรี่ไอจีล่าสุดไปแต่ดันไม่ยอมตอบเขาเสียนี่ นอกเหนือกว่านั้นสิ่งที่ลงยังไม่ใช่หน้าตัวเองแต่กลับเป็นวิดีโอที่ถ่ายพี่ไทเกอร์ซึ่งกำลังนั่งเคี้ยวอะไรบางอย่างซะแก้มตุ่ยเลย

[กินไรอะ]
-ขนมมมม-
[ขอชิมหน่อย ขอกูชิมนิดนึง] บทสนทนาภายในวิดีโอดังและพี่ไทเกอร์ส่ายหน้าตอนพี่ทอยขอกินขนมด้วย ก่อนสุดท้ายกล้องหลังจะถูกเปลี่ยนมาเป็นกล้องหน้าและใบหน้าแสนดูดีของทอยก็ปรากฏพร้อมริมฝีปากหยักที่พึมพำไร้เสียงมาว่า

ขี้หวง
และวิดีโอถูกตัดจบลงตอนที่ไทเกอร์กระโดเข้ามาคว้าคอของทอยพอดี

“เฮ้อ...” อดจะถอนหายใจไม่ได้และในตอนนี้สิ่งที่แฟรงค์ทำก็เป็นเพียงการนอนรอทอยตอบแชทกลับมาเท่านั้น อาบน้ำเสร็จก็ยังเดินวนกลับมานอนเฝ้าหน้าจอโทรศัพท์อีกครั้ง ก่อนต้องหน้างออีกรอบเมื่อพบว่าทอยอัพสตอรี่ไอจีอีกครั้ง รอบนี้ก็เป็นวิดีโอตอนอยู่กับพี่ไทเกอร์เหมือนเดิม ในวิดีโอคือหน้าของทอยที่กำลังขมวดขั้นหนักทั้งที่มุมปากมีรอยยิ้มส่วนไทเกอร์กำลังนอนซุกกอดแขนของเพื่อนสนิทตัวเองพร้อมทำเสียงงุ้งงิ้งแกล้งคนที่กำลังรำคาญ

[ออกไปรำคาญญญญ]
-เมียจ๋าเค้าขอกอดๆๆๆ- เสียงของไทเกอร์ดังสลับกับเสียงของทอยที่บ่นว่ารำคาญไม่หยุด ถ้าเป็นคนอื่นดูก็คงมองว่าตลกดีแต่พอเป็นแฟรงค์ที่ดูนะกลับรู้สึกว่าแม่งโคตรจี้ดตรงหัวใจเลยว่ะ สุดท้ายแล้วถึงได้เลือกจะกดปิดหน้าจอโทรศัพท์ลงแล้วกลับมานอนหงายมองเพดานห้อง วนคิดซ้ำไปมาว่าทอยจะยอมตอบแชทตอนไหน

..ครืดดด... จนเสียงสั่นของโทรศัพท์ดังนั่นแหละคนตัวขาวถึงได้รีบคว้ามาดู
..เออรู้แล้วเก้าโมงก็มารับกูแล้วกัน... เพียงแค่ประโยคนี้เท่านั้นทำเด็กหนุ่มยิ้มกว้าง

//ฝันดีอีกรอบนะพี่// รีบพิมพ์บอกไปและก็แน่นอนว่ามีเพียงความเงียบเท่านั้นจากอีกฝ่าย แต่แฟรงค์อารมณ์ดีขึ้นเยอะแล้วแถมยังนอนยิ้มกับตัวเองอีกด้วย รู้แหละว่าทอยแอบชอบพี่ไทเกอร์แต่แล้วยังไงหละในเมื่อพี่ไทเกอร์คบกับพี่เสืออยู่ เพราะฉะนั้นอะก็เท่ากับว่าพี่ทอยยังไม่ได้เป็นของใครถูกมะ

ยอมรับว่าท้อนิดนึงก็ได้
แต่ไม่ถอยหรอกโว้ยยยย

................

เช้ามากลับมีเรื่องให้ต้องทำอีกซึ่งนั่นก็คือการที่แฟรงค์ต้องยืนแอบอยู่มุมตึกก่อนเพราะไทเกอร์ที่กำลังจะกลับคอนโดตัวเองจะได้ไม่เห็น เด็กหนุ่มตัวขาวยืนขมวดคิ้วมองร่างของบุคคลที่ถ้าเทียบแล้วก็คือพี่สะใภ้ของเขานี่แหละ พี่ไทเกอร์เดินขึ้นรถแท็กซี่ไปแล้วและเมื่อแน่ใจแฟรงค์ถึงได้เดินออกมาจากมุมที่ตัวเองอยู่ หงุดหงิดนิดหน่อยแต่ก็บอกกับตัวเองว่าทอยยอมไปด้วยนี่ก็ดีเท่าไหร่ละ เพราะงั้นอะ

..ก็อกๆๆ!.. เดินไปเคาะห้องพี่มัน พร้อมทำหน้าให้ดีไว้เหอะ
...แกร๊กกก..

“เสร็จยังอะพี่” ประตูถูกเปิดแล้วและแฟรงค์รีบถามพร้อมส่องสายตามองไปในห้อง ทอยยังไม่ได้ตอบแต่เดินย้อนกลับไปยัดเสื้อผ้าลงกระเป๋าของตัวเองต่อแถมในตอนนี้ยังเหมือนอีกคนเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จด้วยเนื่องจากใส่เพียงแค่บ็อกเซอร์ตัวเดียวเอง เอาอีกแล้ว เลือดกำเดาจะไหลอีกแล้ว...

“เอาเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าให้น่อยดิ”
“ครับๆ” พอโดนสั่งแฟรงค์รีบทำตามแต่สายตายังเนียนมองทอยที่ยืนแต่งตัว กลืนน้ำลายลงคอหลายอึกแถมยังต้องพยายามควบคุมไม่ให้หน้าแดงอีก เสื้อผ้าที่อีกคนใส่เป็นเพียงแค่เสื้อยืดสีขาวล้วนกับกางเกงขาสามส่วนสีกรมเท่านั้น เสื้อผ้าก็โคตรธรรมดาแต่ทำไมพี่มันใส่แล้วหล่อจังวะ สุดท้ายหันมาก้อมมองตัวเองที่แต่งซะเต็มแต่ดูกูจะหล่อน้อยกว่าเขาอีก จนพอมองกลับไปที่ทอยอีกครั้งก็เกือบจะช็อคตายเมื่อพบว่าสิ่งที่อีกคนกำลังทำก็คือการคว้าแว่นกันแดดสีดำมาลองใส่ ก่อนที่จะเก็บลงหนีบเอาไว้ที่คอเสื้อตัวเอง

“พี่...”
“อะไรอีก”
“คือ...ทำไมหล่อหละครับ”

“เอ้าไอ้นี่” มีเพียงเสียงสบถที่ดังกลับมาพร้อมเสียงขำจากทอยเล็กน้อยเท่านั้น แฟรงค์หลังจากที่พับเสื้อผ้าใส่กระเป๋าให้อีกคนเสร็จก็เดินเข้าไปยืนข้างกันที่หน้ากระจก ทอยยักคิ้วลิ่วตาให้และนั่นทำคนมองผ่านกระจกใสต้องรีบเดินเลี่ยงหนีออกมา ไม่อยากให้พี่มันเห็นว่าแก้มเขาแดงนี่เพราะงั้นทำเนียนเป็นคนแมนไว้ดีกว่า

..ผลั้ก!..

“ถือให้กูด้วย” เช้านี้ถูกแกล้งอีกครั้งด้วยการที่ทอยโยนกระเป๋าเป้ตัวเองให้เด็กหนุ่มตัวขาวหอบ และแฟรงค์แอบบ่นนิดหน่อยแต่ก็ยอมเดินตามแบบกอดกระเป๋าอีกคนไว้แน่นแบบนี้ เดินลงมาจนถึงจุดที่รถของแฟรงค์จอดอยู่

“ใครจะขับอะพี่” เด็กหนุ่มถามไป
“มึงมีใบขับขี่แล้วหรอ”
“ยังอะ...”
“งั้นก็เอากุญแจมา” ได้คำตอบแล้วแฟรงค์ยิ้มร่า รีบยื่นกุญแจรถของตัวเองให้แก่คนตรงหน้าพร้อมเดินเข้าไปนั่งยังฝั่งเบาะข้างคนขับ ประตูรถถูกปิดหมดแล้วและทอยใช้มือรั้งแว่นที่คอเสื้อขึ้นมาใส่โดยที่ทุกการกระทำอยู่ในสายตาของแฟรงค์ทั้งหมด เห็นแบบนี้ก็อยากจะมีแว่นกับเขาด้วยเพราะงั้นมือขาวถึงได้รีบหยิบเอาแว่นในคอนโซลหน้ารถตัวเองมาใส่

ขับออกมาท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงเพลงที่ดัง
ทอยผิดสังเกตจนต้องหันมองคนข้างกายก่อนพบว่า มันหลับ...

..ปึก..!

“....!” เป็นคนขับอย่างเขาที่ตาโตแอบตกใจเพราะเมื่อรถขับผ่านลูกระนาดชะลอความเร็วผลที่ได้ก็คือหัวของแฟรงค์ที่เหวี่ยงชนปั้กเข้ากับขอบประตูรถอย่างจัง แต่มันก็ยังไม่ได้ตื่นแต่มีงัวเงียใช้มือลูบหัวของตัวเอง เดินทางกับเด็กนี่ต้องมีปัญหาแบบนี้ตลอดเลยมั้นและนี่คือสิ่งที่ทอยคิดในใจ แถมถนนเส้นนี้ลูกระนาดก็ยังเยอะกว่าอะไรเสียด้วย

..หมับ... สุดท้ายถึงได้ตัดสินใจเอื้อมมือเข้าไปช้อนรองท้ายทอยของอีกคนเอาไว้ ต้องขับรถโดยใช้เพียงมือเดียวเพราะมืออีกข้างติดกลายเป็นที่กันกระแทกหัวให้ไอ้เด็กแฟรงค์มันอยู่ ทอยขมวดคิ้วในขณะที่คนหลับเป็นตายรู้สึกเหมือนปลอดภัยเลยเอนหัวพิงกับฝ่ามืออีกคนไปอย่างไม่รู้ตัวซะ

และคนพี่ได้แต่หันชำเลืองสายตามอง
รอยยิ้มพริ้มที่มุมปากของไอ้ตัวขาวนั่นมัน

...แม้แต่ตอนหลับก็ยังหากินเศษกินเลยกับร่างกายกูได้นะมึง...


# # # # # # #
น้องงงงงงงง5555555


หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่9 {10/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: arjinn ที่ 10-03-2018 18:02:02
เสือปล่อยไทเกอร์มาค้างกับทอยได้ไง
แฟรงค์พยายามเข้านะ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่9 {10/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: EVE910 ที่ 10-03-2018 22:03:32
แฟรงค์สู้ๆ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่9 {10/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: areenart1984 ที่ 11-03-2018 02:35:21
นี่ไม่ชอบให้น้องเข้าใกล้ แต่มีความห่วงใยน้องด้วย พี่ทอยคิดอะไรดูจ๊ะ  o18
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่9 {10/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: day9day ที่ 11-03-2018 10:14:34
รอตอนต่อๆไปนะครับ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่9 {10/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: วายซ่า ที่ 11-03-2018 10:54:42
หูย  พี่ทอยเอาใจใส่น้องขนาดนี้ น้องมันได้ใจตายเลย   :hao3:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่9 {10/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: DrSlump ที่ 11-03-2018 20:58:21
 :pig4: :pig4: :pig4:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่9 {10/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 11-03-2018 22:38:03
 :katai3:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่9 {10/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: muiko ที่ 12-03-2018 17:05:50
พึ่งได้เข้ามาอ่าน ลุ้นๆให้จีบทอยติดเร็วๆน้า
 :o8:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่9 {10/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: pan19891990 ที่ 12-03-2018 23:12:33
 สัมผัสได้ถึงความละมุนที่ซ่อนอยู่ พี่ทอยเอ็นดูน้องมากๆแล้วใช่มั้ยคะ แอบลุ้นจริงจังว่าจะมีอะไรคืบหน้ามั้ยน้ออ
รอติดตามตอนต่อไปนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ :)
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่9 {10/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Bb nale ที่ 13-03-2018 22:33:23
เป็นเราก็ท้อ เจ็บแทน แฟรงค์น่ารักดี พี่ทอยก็เริ่มโอนอ่อนละมองว่าน้องมันน่ารัก มาต่อไวๆนะ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่9 {10/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Onsm ที่ 14-03-2018 23:05:39
อีพี่มันร้าย  โถ่หนูแฟรงค์ของเจ๊  :mew6:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่10
เริ่มหัวข้อโดย: Sirinapa-11 ที่ 15-03-2018 13:41:04
ตอนที่10

#จีบวิศวะ



 

หลับตลอดทางไม่พอ ตื่นรู้สึกตัวได้คำแรกที่พูดก็คือหิวและช่วยแวะพาหาอะไรกินหน่อย เดือดร้อนคนขับที่ต้องจำใจทำตามเนื่องเพราะไม่ได้ต้องการให้มีความวุ่นวายเพราะเสียงบ่นของมัน พอดีกับจังหวะที่ควรแวะเติมน้ำมันเพราะอย่างนั้นครั้งนี้แฟรงค์เลยไม่ได้มีความผิดอะไรมากนัก รถยนต์คันงามจอดเทียบเข้ากับช่องน้ำมันที่ต้องเติม เป็นแฟรงค์ที่กดเลื่อนเปิดประจกลงพร้อมชะโงกหน้าออกไปมองพนักงานตรงหน้า



“เต็มถังเลยครับ” เอ่ยพูดบอกไปก่อนหันกลับมามองคนข้างกายอีกครั้ง

“พี่จะกินข้าวด้วยมั้ย”



“ตามใจ” ได้คำตอบแล้วแฟรงค์ยิ้มให้ก่อนหันกลับมายื่นส่งบัตรเครดิตของตัวเองให้แก่พนักงานที่ยืนรออยู่ เมื่อขับรถเข้ามาจอดยังที่จอดรถได้ไอ้เด็กตัวปัญหาเหมือนจะร่าเริงไม่น้อยเพราะก็คงไม่บ่อยนักหรอกที่มันจะได้ออกมาข้างนอกแล้วออกมาไกลบ้านได้ขนาดนี้ ทอยปิดประตูรถ หยิบโทรศัพท์และของจำเป็นลงมาพร้อมก้าวขาเดินตามร่างตรงหน้าไป



“ผมสั่งคะน้าหมูกรอบให้พี่แล้ว” เขานั่งได้ปุ้บแฟรงค์ที่นั่งรออยู่ก่อนหน้าก็รีบพูด

“แต่อยู่นี่ไม่มีแซลม่อนให้มึงหรอกนะ”



“จำได้ด้วยหรอครับว่าผมชอบกิน” โดนทันถามมาอีกและคนถูกถามชะงักไปเล็กน้อย

“ก็จำได้ไปงั้นแหละ” เห็นว่าแฟรงค์ยิ้มเล็กยิ้มน้อยแต่ไม่ได้ต่อปากต่อคำกับเขาต่อ ไอ้เด็กตัวขาวกำลังโน้มตัวนั่งท้าวแขนของตัวเองเช่นเดียวกับสายตาที่มองป้าเจ้าของร้านด้วยแววตาที่โคตรจะกดดันว่าให้รีบทำได้แล้ว ก่อนที่มันจะหาวออกมา ขยี้ตาตัวเองและหันกลับมานั่งมองหน้าเขาอีก



“อีกไกลหรือเปล่าครับ”

“ประมาณชั่วโมงนึง”

“นานจัง...” แฟรงค์พึมพำกับตัวเองก่อนที่จานอาหารซึ่งถูกนำมาเสริฟจะเรียกความสนใจจากเขาไปได้ในทันที คะน้าหมูกรอบสองจานด้วยกันอีกครั้งแต่เปลี่ยนไปก็คือสถานที่และความสนิทกันระหว่างพวกเราที่เพิ่มมากขึ้น เด็กหนุ่มยังคงทานข้าวได้ดูอร่อยเหมือนอย่างทุกครั้ง ส่วนทอยก็ยังคงความเงียบของตัวเองไว้ได้อย่างเดิมเช่นกัน



“ทำไมเมื่อวานพี่ตอบแชทผมช้าจังเลยอ่ะ” จนเสียงถามจากแฟรงค์ดังออกมา

“ก็ไม่ได้จับโทรศัพท์”

“แต่เห็นลงสตอรี่”

“ก็ไม่อยากตอบไง” สุดท้ายคำตอบนี้ทำคนฟังนิ่งไป แอบด่าตัวเองว่าที่จริงควรหยุดถามต่อตั้งแต่ได้คำตอบแรกละ...

“เดี๋ยวรอติดผมซักวันเห้อะ”



“ตอนมึงฝันอะนะ” แฟรงค์ได้แต่ขมวดคิ้วใส่เพราะพอเขาพูดอะไรไปทอยก็ขัดหมดเลย ทานข้าวกันเสร็จเรียบร้อยสำหรับมื้อนี้ก็ยังเป็นเด็กหนุ่มตัวขาวเช่นเดิมที่เป็นคนเลี้ยง เดินออกมาจากร้านอาหารและตรงไปยังมินิมาร์ทที่ตั้งอยู่ตรงอีกมุม แดดร้อนนิดหน่อยแต่แฟรงค์ไม่ได้งอแงอะไร เข้ามาในด้านในได้แอร์เย็นช่ำเรียกรอยยิ้มพอใจจากเด็กหนุ่มได้อีกครั้ง



ส่วนทอยกำลังยืนขมวดคิ้วมองไอ้ตัวป่วนตรงหน้า

ในตะกร้าที่แฟรงค์ถือคือมีแต่ขนมขบเคี้ยวและขนมหวานเต็มไปหมด



...กะจะแดกให้เป็นเบาหวานตายเลยหรือไงวะ...



“ซื้อมาทำไมเยอะแยะ ใครจะไปกินกับมึงนักหนา”

“เผื่อพี่หิวไง แล้วเราก็ซื้อไปแช่ไว้ในตู้เย็นห้องเราไงพี่” ได้คำตอบนี้มาแถมแฟรงค์ยังไม่ฟังคำค้านแล้วลงมือหยิบขนมใส่ตะกร้าต่อ ทั้งขนมไทย ขนมกรุบกรอบและพวกของทานรองทองที่ต้องเอาเข้าเวฟทั้งหลายแฟรงค์ก็หยิบมาจนแทบจะทุกอย่างที่วางขวางหน้า สุดท้ายเหมือนพอใจมันหันมายิ้มให้จนโชว์ลักยิ้มข้างแก้มซ้ายของตัวเอง



“พอแล้ว?” ทอยแกล้งถามประชดไป

“ลืมซื้อน้ำครับ!” จนเหมือนมันนึกออกแล้วรีบวิ่งเข้าไปหอบขวดน้ำหลากหลายชนิดนับสิบขวดมาอีก

“นี่ มีอันนี้ด้วยพี่....ถ้าพี่ร้อนก็เอาเช็ดได้ด้วย” ระหว่างเดินไปจ่ายเงินที่เค้าท์เตอร์แฟรงค์ชูซองผ้าเย็นในมือให้คนอายุมากกว่าดู ทอยได้แต่พยักหน้ารับรู้ออกไปและตอนนี้พวกเราก็กำลังยืนรอฟังราคารวมของสินค้าทั้งหมดอยู่



“เก้าร้อยแปดสิบสองบาทค่ะ”

“นี่คร้าบบบ” เจ้าเด็กตัวขาวก็ยื่นใช้บัตรจ่ายแบบรอยยิ้มกว้าง ถึงตอนที่ต้องเดินถือออกไปแล้วซึ่งก็เกี่ยงกันอีกว่าใครจะถืออะไร สุดท้ายน้ำนับสิบขวดตกเป็นของทอยและแฟรงค์เพียงเดินหอบถุงก๊อบแก๊บตามหลังไปเท่านั้น เดินแยกของที่จะกินระหว่างทางออกมาก่อนส่วนที่ยังไม่ได้ทานก็เอาเก็บใส่หลังรถไว้



..ปึก.. ปิดประตูรถเข้ามานั่งแล้วสิ่งแรกที่แฟรงค์ทำก็คือการยื่นขวดน้ำอัดลมที่เปิดแล้วจ่อใส่ปากของทอย



“ยังอิ่มอยู่ ไม่กิน”

“งั้นผมกินหมดเลยนะ”

“แดกได้ก็แดกไป” ทอยว่าออกไปก่อนหันกลับมาให้ความสนใจการขับรถ เจ้าเด็กหนุ่มที่หลับตลอดทางตอนนี้ไม่หลับแล้วเพราะเปลี่ยนจาการนอนมาเป็นการนั่งกินนั่นนี่แทน บางอย่างแกะก็กินไม่หมดแต่ก็แกะห่อใหม่ไปเรื่อย ทอยคิดว่าถ้าเขาสนิทกับมันกว่านี้คงด่าไปแล้วแต่นี่คือไม่ไง แถมอีกอย่างก็เงินมัน เอออยากจะซื้อมาทิ้งก็ช่างมันเถอะ



“เอิ้กก...!” จนกระทั่งเสียงเรอจากคนข้างกายดังทำทอยต้องหันไปขมวดคิ้วมอง

“แล้วที่กองๆอยู่นั่นคือจะทิ้งหรอ?”

“ก็...อิ่มแล้ว ก็ต้องทิ้งสิครับ มันแกะแล้วอ่ะ...เดี๋ยวมันเสีย”

“แล้วทำไมไม่แดกให้หมด?”



“อ้าวถ้ากินต่อก็อ้วกดิ...เดี๋ยวผมอ้วกใส่หัวพี่อีกแน่” รอบนี้ไอ้ตัวแสบมันพูดมาด้วยรอยยิ้มนึกสนุกและทอยใช้นิ้วชี้หน้ามันคาดโทษไว้แต่แฟรงค์ยังทำเมินใส่แถมหัวเราะสนุกอยู่คนเดียวต่อไปอย่างงั้น คราวนี้กลับมานั่งเงียบแล้วฟังเพลงกันต่อแล้วโดยที่จุดหมายก็ใกล้เข้ามาเรื่อยเพราะตอนนี้รู้สึกว่าอยู่ใกล้ภูเขามากเลย แฟรงค์เปิดจีพีเอสดูพร้อมทำหน้าตื่นเต้นเนื่องเพราะเหลือเพียงไม่กี่กิโลด้วยซ้ำก็จะถึงที่พักเราแล้ว



เขาน่ะเคยนอนโรงแรมหรูมาจะนับร้อยครั้ง

แต่ครั้งนี้มันตื่นกว่าครั้งไหนก็เพราะแบบ ไอ้คนพี่ข้างๆนี่แหละมั้ง...



“สวัสดีค่า จองไว้กี่ห้องค่ะ” เสียงพนักงานต้อนรับดังขึ้นพร้อมบุคคลที่เข้ามาช่วยพวกเราถือของ

“เอ่อ ห้องนึงครับ” แฟรงค์พูดออกไปและทอยรีบพูดขึ้นต่อ

“ผมขอเปิดห้องใหม่อีกห้องนึง” แต่พนักงานคนสวยหันมามองหน้าคนพูดก่อนฉีกรอยยิ้ม และ



“เต็มค่ะ” แอบได้ยินเสียงหัวเราะจากไอ้เด็กหนุ่มตัวป่วนข้างกาย ทอยหันไปด่ามันทางสายตาและระหว่างนี้พวกเราก็กำลังเดินตามแม่พนักงานสาวไปยังห้องพัก ถ้าสังเกตตั้งแต่ตอนที่เข้ามาเหมือนลานหลังโรงแรมจะติดริมหาดแล้วถ้าเดาไม่ผิดฟังจากที่แฟรงค์เล่าให้ฟังมันเท่ากับว่าที่ตรงนั้นคือที่จัดงานที่มันพาเขามาเลยถูกมั้ย



“ที่จริงห้องทางโรงแรมเราเยอะนะคะ แต่พอดีจะมีงานเย็นนี้แล้วแถมทางงานดิวราคาบัตรเข้ากับราคาห้องเราเลย แบบเป็นแพ็คเกตวีไอพีอ่ะค่ะ ซื้อบัตรสองใบได้ห้องหนึ่งห้อง รวมเบ็ดเสร็จสองหมื่นสามเลยอะไรแบบนี้...เพราะแบบนี้ห้องเลยถูกจองไว้ก่อนหมดเลย” ระหว่างนี้ที่เธอกำลังอธิบาย แฟรงค์ก็หันหน้าไปมองทอยพร้อมยักคิ้วให้



..แกร๊กก...



“แต่ห้องของน้องนี่ราคาสูงกว่าใครเลยนะคะ เพราะดูสิค่ะ ตรงระเบียงน่ะมองออกไปเห็นลานจัดงานพอดีเลย”

“ก็ผมเลือกเองกับมือ” เจ้าเด็กตัวขาวรีบอวดใหญ่

“อย่างงี้ไม่ต้องลงไปในงานก็ได้นะคะ นั่งดูตรงระเบียงเลยยังได้...ไม่ต้องไปเบียดกับใครเลยเนอะ” เธอพูดติดตลกและก่อนที่จะเดินออกไปยังไม่วายหันกลับมามองเขาทั้งคู่อีก ยื่นส่งกุญแจและคีย์การ์ดให้ กระเป๋าและของต่างๆก็เอาเข้ามาวางไว้ให้เรียบร้อย



..กึก... เมื่อเธอออกไปแล้วแฟรงค์ถึงได้เดินไปกดล็อคประตูห้องของตัวเองก่อนวิ่งตรงเข้ามากระโดดนอนบนเตียงเป็นอันดับแรก นอนเล่นโทรศัพท์แต่สายตาก็แอบชำเลืองมองดูว่าทอยกำลังทำอะไร ซึ่งภาพที่เห็นตรงหน้าคือร่างสูงของอีกคนที่กำลังหยิบเสื้อผ้าจากกระเป๋าของตัวเองออกมาเรียงแขวนใส่ในตู้เสื้อผ้าเอาไว้



“พี่กล้านอนกับผมหรอ” เสียงถามแสนกวนดังออกมา

“แล้วกูมีทางเลือกอะไรหรือเปล่า” จนที่ทอยถามกลับบ้างคราวนี้เป็นแฟรงค์ที่ยิ้มขำ เด็กหนุ่มตัวขาวยังคงนอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียงส่วนทอยเดินออกไปที่นอกระเบียง แฟรงค์ชะโงกมองก่อนพบว่าอีกคนกำลังยืนสูบบุหรี่อยู่และเขาถึงได้เลิกสนใจและกลับมามองหน้าจอมือถือต่อเท่านั้น



..ยวบ.. จนกระทั่งที่ว่างบนเตียงข้างตัวยวบลงเจ้าเด็กตัวขาวมีแอบใจสั่นนิดหน่อย หันมองอีกคนที่นั่งลงบนฝั่งของตัวเองพร้อมเอนหลังพิงหัวเตียงแล้วมือก็กำลังกดเล่นโทรศัพท์อยู่เช่นกัน เหมือนทอยจะไมได้ตื่นเต้นอะไรเลย มีแต่เขาที่อวดดีครางนี้ที่ตอนนี้หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าจะหลุด พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกแต่พอทอยเปลี่ยนจากการนั่งมาเป็นการนอนหนุนแขนของตัวเองที่อยู่บนหมอนอีกชั้นนั้น แบบมือข้างขวากดเล่นโทรศัพท์ส่วนแขนข้างซ้ายวางรองใต้ท้ายทอยตัวเอง



พี่มึงในท่านี้...

-/////- คิดซื่อไม่ได้เลย



“พี่...ผมขอจีบพี่นะ”

“แค่ก!” เหมือนจะสำลักน้ำลายตายกับคำขอตรงไปตรงมาของไอ้เด็กข้างกาย

“แต่ที่จริงผมก็จีบพี่มาตั้งนานแล้วเนอะ แต่อันนี้แค่ย้ำความจริง...เผื่อพี่ลืม”

“มึงสติดีอยู่หรือเปล่า กูผู้ชายนะไอ้เวร”



“พี่ไทเกอร์ก็ผู้ชาย พี่ยังชอบได้เลย” พอแฟรงค์พูดคำนี้ทอยหันมองแบบตาเขียว

“เออกูชอบมัน” ถึงแม้จะพอรู้มาบ้างแต่การที่ทอยย้ำชัดแบบนี้มันก็ทำเขาสะอึกเหมือนกัน

“...........”

“แล้วก็รู้ว่ากูมีคนที่ชอบอยู่แล้วยังจะมาจีบกูทำไม”



“ก็ผมชอบพี่ไง” คำตอบแบบโคตรซึนและโคตรกวนตีนทำให้ทอยต้องส่ายหน้าทั้งยกมือกุมหัวหนักใจ สุดท้ายเลิกสนใจและกลับมานอนเล่นโทรศัพท์ต่อเหลือเอาไว้แค่แฟรงค์ที่ยังคงนอนมองหน้าของอีกคน เจ้าเด็กตัวขาวไม่ได้คิดอยากล้มเลิกการจีบอีกคนแต่อย่างใด พี่ทอยนะถึงจะพูดแบบนี้



แต่คิดดูว่ารู้ทั้งรู้ว่าเขากำลังจีบตัวเอง

คือถ้าไม่ได้รู้สึกอะไรซักนิด คงไม่ยอมถ่อมาถึงที่นี่กับเขาหรอกจริงมะ



...อันนี้อ่ะ มันเหมือนมาเดทกันเลยนะเว้ยย...

แต่เวลาถัดมาก็ต่างคนต่างนอนเล่นกันต่อไปเพราะดูทอยจะกำลังสนใจหนังในโทรศัพท์ของตัวเองเนื่องเพราะจัดการยัดหูฟังใส่หูตัวเองเรียบร้อย แฟรงค์พอไม่มีอะไรทำถึงได้เลือกที่จะนอนหลับซะ กินข้าวอิ่มแล้วก็นอนมันถือเป็นวิถีชีวิตถึงตอนนี้รู้สึกตัวตื่นมาอีกทีปรากฏว่าทอยไม่ได้นอนอยู่ข้างกายแล้ว ไม่ใช่ว่าพี่มันหนีกลับหรอกนะ...



“พี่ทอย!!!!!!!”

“อะไร!!!” แต่เสียงที่ติดหงุดหงิดจากในห้องน้ำไม่ได้ทำแฟรงค์น้อยใจ แต่รู้สึกสบายใจมากกว่าเพียงไม่นานมากนักพั่มันก็เดินออกมาแบบสภาพบ็อกเซอร์ตัวเดียวเหมือนอย่างที่ชอบใส่ทุกครั้ง แฟรงค์รีบเบือนสายตาหลบเพราะยังไม่อยากทำตัวหื่นตอนนี้ มองนาฬิกาพบว่าทุ่มกว่าเกือบจะสองทุ่มแล้ว ดังนั้นเขาเลยลองลงจากเตียงแล้วรีบเดินไปเปิดระเบียงดู



ภาพที่เห็นคืองานที่เริ่มแล้ว บนเวทีก็มีศิลปินแล้ว

คนก็เต็มหาดแล้ว... แต่ทำไมพวกกู



“ทำไมพี่ไม่ปลุกผมอ่ะ บัตรตั้งแพงนะเว้ย!”

“เอ้ากูก็เพิ่งตื่นเนี่ย ไปอาบน้ำดิ...งานเลิกตั้งเที่ยงคืนไม่ใช่?มึงกลัวไม่ทันอะไร” ถึงทอยจะพูดยาวกว่าปกติแต่แฟรงค์ยังทำหงุดหงิดใส่พร้อมเดินปึงปังเข้าห้องน้ำไป คนมองตามได้แต่ด่ามันในใจเพราะนับวันนะไอ้นี่ยิ่งชอบทำตัวงอแงอยู่เรื่อย เพลงจากด้านนอกดังขนาดนี้ยังจะมาโทษว่าเขาทำไมไม่ปลุกอีก คือหลับยังกับตายขนาดนั้นใครจะกล้าปลุกวะ



..แกร๊กกก.. สุดท้ายอาบน้ำเสร็จเดินออกมายังมาหน้าบึ้งใส่อีกและทอยหันไปมองดุใส่แฟรงค์ถึงได้เชิดหน้าเดินหนีไปยังกระจกหน้าตู้เสื้อผ้า ถึงตอนนี้เป็นทอยที่แต่งตัวเสร็จหมดเพราะชุดที่ใส่ก็แค่เสื้อเชิ้ตสีกรมปล่อยชายออกด้านนอกกับกางเกงขาสั้นสีอ่อนเท่านั้น ตอนนี้เวลาเดินผ่านไปครึ่งชั่วโมงและทอยนอนแผ่ดูทีวีรอไอ้ตัวปัญหาที่บอกว่ารีบนักหนาแต่นี่คือมึงแต่งตัวมาจะเป็นชั่วโมงแล้วนะ ลงไปอีกทีไม่เหลือแค่ขาตั้งไมค์ให้มึงดูหรอวะ



“พี่ว่าผมใส่แว่นเลนส์สีเหลืองหรือว่าสีแดงดี”

“ดีกับกูแล้วหรือไง” พอทอยแกล้งถามไปแบบนี้ไอ้เจ้าแฟรงค์ก็ทำหน้าตึงใส่อีก

“พี่ก็เลือกสิ”

“สีแดง”



“แต่อันสีเหลืองสวยกว่านะครับ” โดนมันย้อนมาทอยขมวดคิ้วและลุกขึ้นนั่งหันมองหน้าอีกคนทันที

“งั้นมึงก็ใส่สีเหลืองไป”

“พี่ก็ตอบแบบส่งๆตลอดนั่นแหละ...”



“อ้าวไอ้เหี้ยนี่...” แถมตอนนี้ยังไม่รู้ว่าตัวเองไปทำอะไรผิดใจมันอีกด้วย แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก็เดินลงไปยังด้านล่างที่จัดงานด้วยกันและแฟรงค์ที่ตอนแรกเหมือนกำลังบึ้งตึงใส่เขาก็กลับมาอารมณ์ดียิ้มร่าเพราะทันทีที่เดินออกจากตัวโรงแรมและเข้าในโซนของตัวงาน มองไปทางไหนก็มีแต่สาวใส่ชุดกึ่งว่ายน้ำทั้งนั้นเลย



และไม่ใช่แค่แฟรงค์ที่มองด้วย

เพราะในตอนนี้พี่ทอยเองก็ดูจะสายตาพราวเสน่ห์เหลือเกิน



..หมับ.. แต่แล้วทุกอย่างมืดเมื่อไอ้เด็กข้างกายยื่นมือมาปิดตา



“พี่ห้ามมองดิ ทะลึ่ง”

“แล้วจะให้กูมองอะไร”

“บนเวทีไง ก็ฟังเพลงดูหนังร้อง...ไม่ใช่ให้มามองผู้หญิง” อยากจะตบคนพูดให้หัวหมุนเพราะก่อนจะว่าคนอื่นนี่คือเจ้าตัวก็แทบจะตาเป็นกุ้งยิงแล้วนะ สุดท้ายตกลงกันเรียบร้อยว่าจะไม่มองอะไรทั้งนั้นนอกจากมองศิลปินบนเวที แฟรงค์หันมาย้ำอีกครั้งก่อนจะเดินออกไปซื้อเครื่องดื่มมาวางบนโต๊ะ เหล้าหนึ่งกลมใหญ่และมิกซ์เซอร์ฟรีอีกจำนวนหนึ่ง

“ผมอ้วกใส่พี่แน่” มันแกล้งเขาด้วยคำนี้อีกแล้ว



“ลองดิ คราวนี้กูกระทืบอะ” และรอยยิ้มกรุ่มกริ่มของไอ้เด็กตัวขาวหุบลงเมื่อทอยพูดแบบนี้



..เพี้ยะ!..



“โอ้ย!” เสียงร้องจากคนอายุน้อยกว่าดังออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะจากเจ้าของมือที่เอื้อมไปตบหน้าผากขาวของอีกคนอย่างนึกหมั่นไส้ แฟรงค์ยกมือลูบเหม่งตัวเองในขณะที่ทอยเลิกคิ้วมองเชิงว่าอย่างมันจะเอาคืนเขายังไงได้ และก็ความจริงเพราะแฟรงค์เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปแถมยังกลายเป็นเด็กชงเหล้าไปแล้วสำหรับตอนนี้ ตอนแรกก็ไม่สนุกหรอกเพราะเพลงก็เป็นเพลงที่หาฟังในผับได้ทั่วไป แต่พอเริ่มดึกและแอลกอฮอล์ในเลือดเริ่มพุ่ง



ตอนนี้มองไปทางไหนเห็นใครเต้นก็สนุกกับเขาไปหมด

หันมองไปที่หลอดไฟหน้าเวทียังสนุกเลย



“พี่ทอยผมเท่ปะ” แฟรงค์ถามพร้อมการใช้มือจับแว่นของตัวเองแล้วยักคิ้วยึกๆให้แว่นขยับตาม



..หมับ.. ไม่มีคำตอบมีเพียงแค่มือของทอยที่เอื้อมมารั้งถอดแว่นตาแฟชั่นของเขาออกให้ ดวงตาของอีกร่างกำลังจ้องมาและแฟรงค์มองเชิงทำตัวไม่ถูก หน้าไม่ได้ใกล้กันมาก แต่ยืนจ้องตากันแบบนี้...



“แบบนี้ดีกว่านะ” แล้วไหนจะคำพูดพี่มันอีก พอทำเขาเขินอีกคนเหมือนไม่รู้จะทำอะไรก็เลยจุดบุหรี่สูบซะเลย

“โทษนะคะ...” แต่แล้วหนึ่งเสียงจากบุคคลที่สามเรียกสายตาจากร่างของทอยที่กำลังยืนสูบบุหรี่ให้ต้องมอง

“ครับ?ผมหรอ” ถามออกไปและเธอพยักหน้ามาให้ แฟรงค์เองมองนิ่งแต่ยังไม่ได้พูดอะไร



“เอ่อ มากันแค่สองคนหรอคะ?ถ้างั้นแนทขอย้ายโต๊ะมารวมด้วยได้มั้ย” เธอพูดพร้อมชี้มือไปทางกลุ่มเพื่อนของเธอที่มากันเกือบจะสิบคนได้ มีแต่ผู้หญิงทั้งแกงค์แถมถ้าพูดเอาความจริงนะ ก็ดูสวยทั้งแกงค์เลยว่ะแต่ถึงใจจะอยากให้พวกเธอมายังไงกระนั้นแล้วทอยยังมีความเกรงใจไอ้เจ้าเด็กแฟรงค์มันอยู่



คือไม่ได้เกรงใจแบบเชิงไรอย่างงั้น

แต่แค่แบบ อันนี้เงินค่าบัตรก็ของมันไงดังนั้นเขาเลยควรจะให้ความมีอภิสิทธิ์กับมันหน่อย



“ผมว่าไม่ดีหรอกครับ...คือ...”

“งั้นถ้าไม่สบายใจไม่มาก็ได้ค่ะ แต่ว่า...ชื่ออะไรหรอคะ แล้วเรา แลกไลน์ไว้คุยกันมั้ย?” ถึงตรงนี้คนที่ยืนเงียบมานานอย่างแฟรงค์มีมองบนพร้อมเบนสายตาไปจ้องไอ้หนุ่มเนื้อหอมสำหรับค่ำคืนนี้ ในใจกำลังบ่นแม่คนสวยด้วยว่าบนเวทีมีนักร้องทำไมไม่มองอะ มามองพี่ทอยทำไม



“ครับ งั้นเอาโทรศัพท์มาสิเดี๋ยวผม...”

“พี่ทอย ทำไมไม่บอกเขาไปตรงๆเลยว่าเราเป็นอะไรกัน”

“..........!” เป็นทอยที่ตาโตไม่ต่างจากแม่คนสวยที่ยืนอยู่



“คือพวกเรามากันแค่สองคนอะครับ นอนห้องเดียวกันด้วย...คิดว่าเป็นอะไรกันดีครับ” แฟรงค์ถามต่อออกไป

“หมายถึงว่า?”



“อ่า...นอนเตียงเดียวกันอ่ะครับ” ถึงตรงนี้ฝ่ายแม่สาวคนสวยได้แต่ยิ้มแห้งแล้วเดินออกไปส่วนทอยรีบหันมองไอ้ตัวดีซึ่งแฟรงค์เพียงยักไหล่กลับไปให้พร้อมกลับมาสนใจแก้วเหล้าของตัวเองต่อ



“มึงบอกคนอื่นไปแบบนี้สองรอบแล้วนะ”

“ก็มาที่นี่...พี่เป็นของผมอ่ะ”



“ของมึงอะไร กูไปตกลงตอนไหนว่าจะคบกับมึง!” น้ำเสียงของทอยที่จริงจังทำคนถูกถามหน้าหงอยลงไป และพวกเราไม่ได้พูดอะไรกันต่อเพราะต่างคนต่างเมิน ทำไม่สนใจทั้งที่ก็ยืนร่วมโต๊ะเดียวกันแบบนี้ ความสัมพันธ์ตอนนี้ของพวกเราคืออะไรก็ไม่มีใครรู้หรอก เหมือนมีแฟรงค์คนเดียวที่คิดไปไกลแต่อีกคนนี่แต่ละอย่างที่ทำกับเขาคือเพราะบังเอิญหรอ



พี่มันน่ะเดี๋ยวก็ดีเดี๋ยวก็ร้าย บางทีก็ชอบให้ความหวัง

แล้วก็มาปากหมาใส่แบบนี้!



“เออจะไปไหนก็ไปเลยไป!!” แถมตอนเขาเลือกจะเดินออกมาทอยยังตะโกนตามหลังใส่ด้วยใบหน้าที่ดูหงุดหงิดกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เป็นร่างขาวของเด็กหนุ่มที่เดินออกมายังด้านนอกของตัวงาน ปล่อยให้พี่มันไปมั่วกับใครก็ไปเลยเขาไม่อยากจะสนใจแล้ว แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่เดินออกมานั่งยังส่วนข้างโรงแรมที่มีสวนริมสระน้ำให้อยู่ โต๊ะตัวยาวคือที่พักพิงในตอนนี้ ทอดสายตามองสระน้ำที่นิ่งสงบทั้งที่ในใจโคตรอยากตะโกนระบายให้ดังเลย



“คิดว่าผมจะเป็นคนเดียวที่เบื่อเสียงดังในงานซะอีก” แต่เสียงไม่คุ้นเคยที่ดังเรียกสายตาของแฟรงค์ให้หันไปมอง

“...........”

“ผมนั่งนะ” ยังไม่ทันได้อนุญาตเลย แต่นั่งไปก่อนแล้ว

“มาจากกรุงเทพเหมือนกันปะครับ”



“อืม”

“มากับใครหรอครับ”

“พี่” ตอบไปแบบไม่เต็มใจนัก ตอนนี้อารมณ์ไม่ดีและก็ยังไม่อยากได้เพื่อนใหม่เพิ่มด้วย แฟรงค์หันสายตามองหน้าไอ้คนอัธยาศัยดีที่กำลังส่งยิ้มให้ ท่าทางการแต่งตัวเหมือนเด็กวัยรุ่นกรุงเทพเหมือนอย่างที่มันพูดนั่นแหละ เหมือนว่าสีหน้าของแฟรงค์ตอนนี้จะดูหงุดหงิดจนคนถูกจ้องทำอะไรไม่ถูกเลยได้แต่ยิ้มให้พร้อมยกมือเกาท้ายทอย อารมณ์เหมือนว่านี่เข้ามาทักผิดคนหรือเปล่า แบบจะได้เพื่อนกลับไปหรือจะได้ศัตรูทำนองนั้น



“ผมทำให้อึดอัดมั้ย”

“เปล่าอะ ชื่อไร” และแฟรงค์ว่าตัวเองชักทำตัวแย่ถึงได้พยายามปรับอารมณ์ซะใหม่

“มาร์ชครับ...คุณหละ”

“แฟรงค์”

“อ๋อออ แต่หน้าหล่อจังเลยนะครับ”



“เอ้า มึงก็หล่อเหมือนกันนี่...จะพูดเหมือนตัวเองขี้เหร่ทำไม” พอเขาพูดแบบนี้ออกไปคนฟังหัวเราะออกมาได้และดูเหมือนเราจะเริ่มสนิทกันมากขึ้นแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ได้คุยอะไรเยอะอยู่ดีเพราะแฟรงค์เหมือนจะดูนิ่งนิดหน่อยดังนั้นคนอยากผูกมิตรถึงทำได้แค่นั่งอยู่เป็นเพื่อน ตอนนี้ผ่านไปเป็นชั่วโมงได้แล้วที่เดินออกมา ไม่อยากกลับห้องด้วยเพราะเดี๋ยวถ้าต้องไปเจอไอ้พี่ทอ....



“หาตั้งนาน เสือกมาอยู่นี่อะนะ” แต่พูดยังไม่ทันขาดคำหนึ่งเสียงปริศนาที่แสนคุ้นเคย ลองที่จะเงยขึ้นมอง

“.........” และก็ใช่... คราวนี้เป็นบุคคลที่สามอย่างมาร์ชที่กำลังแสดงสีหน้าทำตัวไม่ถูก ส่งยิ้มทักทายไปให้ทอยแล้วแต่อีกคนกลับมองจ้องนิ่งเหมือนเขากำลังทำความผิดร้ายแรงบางอย่างส่วนแฟรงค์นั่งเงียบทำไม่สนใจเพราะเดี๋ยวเบื่อพี่มันก็เดินหนีไปเองงั้นแหละ



“ลุกขึ้น”

“.......”

“ไอ้แฟรงค์” เห็นเขานิ่งทอยเอื้อมมือเข้ามาคว้าเข้าที่แขนขาว แต่เมื่อแฟรงค์ยังไม่ยอมลุกตาม



...หมับ..!!



“กลับห้อง!” สุดท้ายเป็นแรงกระชากแขนที่บังคับให้แฟรงค์ต้องยอมลุกตามไปแบบจำใจ ส่วนคนถูกทิ้งได้แต่มองตามพลางยิ้มแห้งกับตัวเองส่วนบุคคลสองคนตรงนี้กำลังยืนเงียบอยู่ภายในลิฟต์ บรรยากาศตอนนี้กดดันยิ่งกว่าอะไรเสียอีก



...แกร๊กกก... เข้ามาในห้องได้แล้วแฟรงค์เดินตรงไปนั่งลงบนเตียงแบบไม่พูดอะไรและทอยเองยืนนิ่งอยู่หน้าประตูและส่งสายตาที่เรียบนิ่งไม่ได้ต่างกันมองมา เสียงพ่นลมหายใจจากบุคคลอายุมากกว่าดังออกมา



“คิดว่าพี่จะไปนอนห้องเดียวกับกลุ่มนั้นแล้วซะอีก”

“อย่ามากวนตีนกูนะ” เสียงที่แข็งไม่แพ้กันดังมาแต่แฟรงค์ยังคงมีท่าทีดังเดิม

“ก็เห็นชอบมากเลยนี่ครับ”

“อ๋อมึงก็เลยหาห้องใหม่นอนเหมือนกันว่างั้น?”



“อะไรอีก!”

“ไอ้เมื่อกี๊ไง!!”



“พี่น่ะโคตรบ้าเลย!!” รีบตะคอกสวนออกมาแถมยังไม่ชอบตัวเองในเวลาที่เมื่อโกรธจัดทีไรน้ำตาจะต้องอยากไหลตลอดเลย แต่แฟรงค์ยังพยายามคุมตัวเองให้ไม่กระพริบตาเอาไว้เพราะไม่อย่างงั้นพี่มันได้เห็นเขาร้องไห้ต่อหน้าแน่ ไม่ชอบเวลาโดนตะคอกใส่อ่ะแล้วทอยตอนที่ไม่พอใจก็ยังชอบทำหน้าเหมือนเกลียดเขามากด้วย



อุตสาห์พามาเที่ยวแล้วก็ยังจะมาสนใจแต่คนอื่นอีก

แล้วก็ไล่เขาอีก!ด่าเขาด้วย!



...แหมะ... สุดท้ายแล้วน้ำตาที่กลั้นไหวหยดลงมาในที่สุด พอได้ไหลออกมาแล้วคราวนี้มาเป็นสายแบบห้ามไม่อยู่ ต้องรีบใช้มือขึ้นยกเช็ดทั้งที่โคตรจะอายเลยเพราะตอนนี้ทอยก็เห็นชัดแล้วด้วยว่าเขานั่งร้องไห้อยู่ เหมือนอีกคนดูจะแอบตกใจเหมือนกันแต่ทอยก็ไม่ได้มาง้อหรอกเพราะแฟรงค์ก็รู้ว่าอย่างพี่มันหรอจะมาง้อคนแบบเขา



ทอยเดินไปคว้าขวดเหล้าที่มีอยู่คาห้อง

หยิบมันออกมาวางตั้งไว้ที่ขอบระเบียงพร้อมทั้งน้ำแข็งและแก้วสองใบ



“ออกมาดิ”

“.........” ซึ่งแฟรงค์ส่งสายตาไม่เข้าใจออกไป

“ออกมา” โดนย้ำด้วยเสียงแบบนี้ก็ต้องยอมเดินออกไปนั่งบนขอบประตูระเบียงที่เป็นขั้นพักให้พอดี เขาขัดสมาธิและยังคงนั่งนิ่งจนกระทั่งที่ใครอีกคนเดินมาทิ้งตัวนั่งลงข้างกาย พวกเรานั่งเงียบแล้วทอดสายตามองไปยังเวทีคอนเสิร์ตด้านล่างที่ยังคงดำเนินต่อไป ซื้อบัตรมาก็แพงยังใช้ไม่คุ้มครึ่งราคาเลยมั้ง



“ให้มานั่งทำอะไร” แฟรงค์ที่เหมือนจะอารมณ์ดีขึ้นแล้วถามขึ้น

“ก็อยากให้กูอยู่ด้วยไม่ใช่หรือไง”

“........”

“นี่ไง ก็อยู่ด้วยแล้วเนี่ย”

“......”

“เลิกร้องดิ...” ประโยคสุดท้ายเสียงไม่ได้ดังนักแต่แฟรงค์ได้ยินชัด เขาเม้มปากนิดหน่อยเพื่อไม่ให้เผลอหลุดยิ้มออกมา ก้มมองพื้นเพราะไม่อยากให้พี่มันเห็นว่าตอนนี้หน้าแดงหนักกว่าตอนกินเหล้าจากด้านล่างมาอีก นั่งเงียบจิบเหล้าในแก้วของตัวเองต่อไปแต่บรรยากาศระหว่างเราตอนนี้ไม่ได้อึดอัดแล้ว



..ครืดด..!



“เอ้าๆ!” เสียงจากทอยดังขึ้นและแฟรงค์บุคคลที่ซุ่มซ่ามเกือบจะทำถุงน้ำแข็งตกลงไปข้างล่างรีบเอื้อมตัวไปคว้าเอาไว้ก่อนหันหน้ากลับไปมองอีกคนที่กำลังนั่งมองมาทางเขาอยู่ และพวกเรามองหน้ากันอยู่แบบนั้นซักพักก่อนจะหลุดหัวเราะพร้อมกันโดยที่แฟรงค์ลากถุงน้ำแข็งมาวางไว้ที่เดิมอย่างปลอดภัยได้แล้ว นั่งมองหน้ากันและแฟรงค์ขมวดคิ้วหมั่นไส้ก่อนตัดสินใจสลัดน้ำในมือใส่อีกคนซะเลย



“ซุ่มซ่าม ขี้แง...เห้ยเข้าตากู!” เสียงโวยวายของทอยดังกลั้วกับเสียงหัวเราะจากไอ้เด็กแสบที่กลับมาแล้ว



ลักยิ้มบุ๋มข้างแก้มกลับมาแล้ว

และเราก็คืนดีกันแล้วด้วย!



# # # # # # # # #

จย้าๆๆๆๆ5555

หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่10 {15/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: arjinn ที่ 15-03-2018 13:53:07
เมื่อไหร่จะรู้ตัวพี่ทอย
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่10 {15/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: DrSlump ที่ 15-03-2018 15:59:43
 :pig4: :pig4: :pig4:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่10 {15/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: day9day ที่ 15-03-2018 19:38:27
รอนะ
น่ารักแบบมึนๆอึดอัดๆ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่10 {15/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: puiiz ที่ 15-03-2018 22:07:11
 :mew1: :mew1: :mew1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่10 {15/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: EVE910 ที่ 15-03-2018 23:26:00
น่ารักจัง :mew1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่10 {15/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 16-03-2018 00:02:02
 :katai2-1:

ลูกดกแน่ๆ อิอิ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่10 {15/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: areenart1984 ที่ 16-03-2018 01:38:20
ทำน้องร้องไห้ สุดท้ายจะต้องมาง้อน้องอยู่ดี  :laugh:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่10 {15/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: PrimYJ ที่ 16-03-2018 21:32:27
แหมมมม พี่ทอย สุดท้ายก็ต้องมาง้อน้องอยู่ดี
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่10 {15/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: วายซ่า ที่ 16-03-2018 23:10:07
น้องแฟรงค์ เด็กน้อยขี้แย อิตอนรุกจีบพี่ทอย ทำตัวแก่แดดจริงเชียว.
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่10 {15/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: pan19891990 ที่ 20-03-2018 00:15:04
เวลาแฟรงค์น้อยใจอิพี่ทอยนี่มันแอบหน่วงตามเหลือเกิน แต่ก็มีความน่าเอ็นดู จนอยากให้พี่ทอยเอ็นดูน้องเหมือนเราบ้างแ่ต่จริงๆจะมากกว่าก็ได้นา 555
ส่วนตัวแล้วชอบความสัมพันธ์ความผูกพันของทั้งสองคนที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นจังค่ะ โดยเฉพาะทอยที่ค่อยๆมีน้องอยู่ในสายตา และหวังว่าจะอยู่ในใจในเร็ววัน  :mew2:
ยังไงก็รอติดตามตอนต่อไปนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่า  :กอด1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่11
เริ่มหัวข้อโดย: Sirinapa-11 ที่ 20-03-2018 10:50:30
ตอนที่11
#จีบวิศวะ

ตื่นมาแบบโคตรแฮปปี้ปานกับว่าเมื่อคืนผ่านมาไม่ได้มีใครทะเลาะกันเลยซักหน่อย หนึ่งบุคคลตัวขาวภายใต้กางเกงขาสั้นหลากสีกำลังเดินเรียบอยู่ตามริมชายหาดโดยที่มีร่างของคนอายุมากกว่านั่งอยู่บนเก้าอี้เล่นเกมรออยู่ แดดยามบ่ายไม่ได้มีปัญหาเนื่องเพราะขาวขนาดแฟรงค์ต่อให้ตากแดดฟรีถึงเย็นมันก็ยังไม่ดำเลยมั้ง จะมีก็แค่เขาที่ไม่ชอบอากาศร้อนเลยขอเลือกจะนั่งรอไอ้เด็กตัวซนอยู่ตรงนี้จะดีกว่า ลองที่จะละสายตาออกจากโทรศัพท์แล้วมองไปที่แฟรงค์ซึ่งตอนนี้เปลี่ยนเป็นกำลังนอนเอาตัวพาดอยู่บนหัวยาง ในมือของมันมีตุ๊กตาเป็ดที่ทำจากยางด้วยซึ่งดูเหมือนจะเป็นของเล่นจากเพื่อนใหม่ที่แฟรงค์ได้มาในวันนี้และเพื่อนใหม่ของมันก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นแกงค์เด็กประถมที่มาทัศนศึกษา

..ครืดดดดดด... แต่แล้วเสียงสั่นจากสิ่งในมือเรียกให้ทอยต้องก้มมองก่อนพบว่ามันคือข้อความจากใครซักคนนั่นเอง

//มาอู่ไอ้เอกซ์เร็ววววววว//
//เพื่อนอยู่ครบเลย มาหาหน่อยยย// ยิ้มนิดหน่อยเมื่อรู้ว่าเป็นใครแต่ก็ต้องพิมพ์ไปแบบนี้
...ไปไม่ได้ว่ะ ไว้วันอื่นนะ...
//ทำไมอ่ะ ไม่มาหากูหรอ// ขนาดแค่อ่านข้อความแต่ทอยยังรู้เลยว่าตอนนี้ไทเกอร์จะมีสีหน้าแบบไหน

...วันนี้แม่มา เขานัดไปกินข้าวด้วย ไปไม่ได้... เลยต้องโกหกออกไปก่อนเขาจะหลุดยิ้มออกมาอีกเมื่อพบว่าไทเกอร์มันส่งรูปของตัวเองเบะปากทำตาเหล่มาให้ ทอยได้แต่ส่ายหน้าและเมื่อจัดการเก็บโทรศัพท์ลง เงยหน้าขึ้นก็พบว่ามีเจ้าที่ตัวเปียกโชกกำลังยืนมองเขาอยู่อย่างสงสัยว่าทำอะไร

“ทำไรอะพี่” ไม่ต้องรออะไรเลยแฟรงค์ก็ถามแล้ว
“นั่งเล่นไง เป็นอะไรอีก” เห็นมันหน้ายุ่งเลยถาม
“กลุ่มนั้นมองพี่อ่ะ...” พอได้คำตอบทอยถึงขั้นหลุดขำนิดหน่อยแล้วหันไปมองตามแนวที่สายตาของแฟรงค์มองอยู่ เป็นกลุ่มของผู้หญิงจำนวนสามถึงสี่คนและทอยเพียงยิ้มกลับให้เมื่อพวกเธอส่งยิ้มทักมาสุดท้ายลองหันมามองไอ้เด็กตัวขาวที่ทิ้งตัวนั่งลงยังเก้าอี้ตรงข้ามกัน พอเห็นเขายิ้มให้กลุ่มนั้นมือที่เคยนิ่งของมันรีบยื่นมา

...หมับ...

“หันมานี่เลย” พร้อมการรั้งปลายคางของเขาให้กลับไปมองที่เดิมก็คือหน้ามันซะ
“ผมหึงเก่งนะพี่” ยอมรับว่ามีนิ่งแล้วใจเต้นแรงเหมือนกันกับคำนี้ของแฟรงค์มัน
“ไม่ใช่ว่าร้องไห้เก่งหรือไง”

“แต่จูบเก่งกว่าร้องไห้อีก ไม่เชื่อพี่มาลอง” สุดท้ายเป็นทอยที่รั้งหน้าของตัวเองออกจากมือไอ้เด็กตัวแสบ แฟรงค์พอเห็นอีกคนแอบเหมือนหน้าแดงก็ยิ่งได้ใจ ยิ้มกว้างใหญ่แถมยังส่งสายตาเจ้าเล่ห์ใส่ไม่หยุดอีกด้วย ทอยหละอยากจะจับมันตบหัวให้หมุนถ้าไม่ติดว่าเกรงจะถูกอีกคนปล่อยโฮใส่อีกอะนะ

แต่เอาเข้าจริงไม่ต้องถึงขั้นลงไม้ลงมือ แต่แค่เขาลุกเข้าไปคุยกับกลุ่มนั้น
มันก็น่าจะร้องไห้แล้วแหละ

“ปากดีนะมึงอ่ะ”
“เขินก็บอกเหอะ”
“เหอะๆ” หมดคำจะพูดเลยทำได้แค่หัวเราะพร้อมเอื้อมมือหยิบแก้วเบียร์ขึ้นมาจิบทำตัวเนียนต่อไปและแฟรงค์นั่งมองคนตรงข้ามพลางกลั้นยิ้มจนแก้มแทบแตก ไม่บ่อยนักหรอกที่จะเจอทอยในอาการแบบนี้ โคตรจะรู้สึกดีแถมยังรู้สึกว่าพวกเรานี่สนิทกันขึ้นกว่าเดิมมากเลยนะ เจ้าคนอายุน้อยกว่าเอื้อมมือไปจิ้มปลาหมึกย่างตรงหน้าเข้าปากจนที่ทอยหันหน้ากลับมามองแฟรงค์ถึงได้ยักคิ้วกลับไปให้

“เย็นนี้ไปร้านเหล้ากันนะพี่”
“มึงยังไม่ยี่สิบไม่ใช่?”
“แต่ผมมีเงินนะ” ได้คำตอบถึงขั้นต้องยกมือกุมขมับ
“อยากไป?”

“อื้อ มาพัทยาใครจะไม่อยากไปร้านเหล้าอะพี่...พาผมไปนะ นะ” คำว่า นะ คำสุดท้ายแฟรงค์พูดพร้อมทำตาปริบใส่ด้วย ทอยเจอแบบนี้เลยได้แต่พยักหน้ารับกลับไปเพราะต่อให้ค้านยังไงเขาว่าแฟรงค์มันก็คงยืนยันจะลากเขาไปอยู่ดี จะทำไงได้วะ รถก็รถมัน อยากไปไหนก็ไปเหอะเดี๋ยวไปเป็นเพื่อนละกัน

“จะเล่นต่อมั้ยน้ำ”
“พี่ไปเล่นกับผมมั้ยหละ”
“ไม่อ่ะ ร้อน”
“แต่ดีละเพราะผมชอบพี่แบบขาวๆมากกว่า” สุดท้ายก็วกเข้ามาหยอดเขาอีกจนได้

“ถ้ากูดำจะเลิกจีบกูว่างั้น?”
“.......”
“งั้นกูไปนอนอาบแดดแปป”
“ไม่เอา!ไม่ให้ตัวดำ แต่ถึงพี่ตัวดำขึ้นผมว่าผมก็จีบอยู่ดีอ่ะ...แล้วพี่อ่ะ ถ้าผมอ้วนเป็นหมูพี่จะชอบมะ”
“ขนาดมึงผอมกูยังไม่ชอบเลย จะอ้วนทำเหี้ยไรอีก”

“พี่ทอย!!” โดนมันเสียงดังมาแบบนี้ทอยก็หัวเราะจนแทบจะตกจากเก้าอี้อยู่แล้ว แฟรงค์ขมวดคิ้วพร้อมคว้าแก้วเบียร์ของตัวเองไปจิบเพื่อให้ใจเย็นมากขึ้น มองไอ้คนตรงข้ามที่กำลังนั่งหัวเราะด้วยแววตาหมั่นไส้ จนพอลองมองไปที่กลุ่มหญิงสาวที่เหมือนกำลังมองมาทางพวกเราเช่นกันก็ยิ่งหน้างอหนัก เจอแบบนี้แล้วโคตรไม่อยากจะพาทอยออกไปให้ใครเจอเลยเนี่ย

“ผมจะจับพี่มัดแล้วขังไว้ในห้อง ไม่ต้องให้ใครเห็น...ให้ผมเห็นได้แค่คนเดียวพอ”
“อ้าวเป็นอะไรอีก” ตอนแรกว่าจะหยุดขำแล้วแต่ต้องยิ้มออกมาอีกเพราะอาการเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของมัน
“แล้วทำไมคนต้องชอบพี่เยอะด้วยหละ”
“ก็กูหล่อ”
“ผมก็หล่อ”

“กูหล่อกว่าไง” โดนเถียงมาอีกและแฟรงค์ต้องพ่นลมหายใจ นั่งหน้าบึ้งขมวดคิ้วเงียบอยู่ตรงนี้แถมพอนั่งต่อไปซักพักทอยหันไปมองกลุ่มพวกเธออีกครั้งซึ่งสิ่งที่เห็นคือมีหนึ่งหญิงสาวที่ทำท่าเหมือนแอบถ่ายรูปพวกเขาอยู่ และเมื่อลองหันกลับไปมองแฟรงค์สิ่งที่พบก็คือไอ้เด็กตัวขาวที่จัดการฉีกยิ้มส่งให้กล้องพวกเธอเสียเลย

โคตรกวนตีน

และเมื่อหมดเรื่องสนุกที่ริมหาดแล้วพวกเราเพียงนั่งต่อถึงช่วงเย็นก่อนตกลงว่าควรไปหาอะไรทานก่อนที่จะกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องแล้วออกไปท่องราตรีสำหรับค่ำคืนนี้ต่อ แต่งชุดหล่อเรียบร้อยก็ถึงเวลาที่แฟรงค์รอคอยมาทั้งวันเสียที ทอยพาขับรถกลับมายังจุดใจกลางเมืองอีกครั้งและพวกเราเลือกจะทอดทิ้งเอาไว้ก่อนใช้การเดินเที่ยวในช่วงกลางคืนแทน

“ยิ้มอะไร” จนที่ทอยสังเกตว่าแฟรงค์แอบหันมามองหลายรอบแถมยังยิ้มอีก
“ก็แบบพี่จำตอนแรกได้ปะที่พี่เอาแต่เดินหนีผม”
“ขนาดนั้นเลย”
“อื้ม โคตรดีเลย” แฟรงค์พึมพำแบบนี้และทอยขมวดคิ้วพลางยิ้มนิดหน่อย
“อะไรดี”

“ทุกอย่างเลย รวมพวกเราด้วย” ได้คำตอบแล้วคนพี่เพียงยิ้มออกมาแล้วเดินท่ามกลางฝูงชนต่อเท่านั้น ยิ่งดึกคนก็ยิ่งเยอะและทอยต้องใช้มือรั้งแขนขาวของแฟรงค์เอาไว้เพราะกันเดินหลง สองข้างทางถนนมีแต่ร้านเหล้าและคลับเต็มไปหมด มองไปทางไหนก็มีแต่สถานที่เที่ยวบันเทิงที่ดูเจ้าเด็กแฟรงค์จะตื่นเต้นเหลือเกิน

“พี่ เข้าร้านนี้กันนะ” สุดท้ายคนตัวขาวว่าออกมาและเดินนำทอยไปแล้ว
“ขอตรวจบัตรประชาชนด้วยนะครับ” แต่พอบอดิการ์ดหน้าร้านเอ่ยคำนี้ออกมาเป็นแฟรงค์ที่อึกอักในขณะที่ทอยยื่นบัตรประชาชนให้ตรวจอายุดูแล้ว เจ้าเด็กตัวแสบหันมองทอยใหญ่ก่อนตัดสินใจจะเอ่ยประโยคนี้มา
“ผมลืมเอามาอะครับ แต่ผมอายุเท่ากับคนนี้แหละ...เราเพื่อนกันอ่ะ” ทอยเลิกคิ้วแต่ยังเนียนไม่พูดอะไร

“อย่ามาตลกเลยไอ้หนู หน้ายังกับเด็กมอหกจะมาบอกว่าอายุยี่สิบเอ็ดแล้วใครเขาจะเชื่อ”
“จริงๆนะพี่ ละจะให้ทำไงเนี่ย”
“ก็เอาบัตรประชาชนมา” โดนย้ำมาขนาดนี้แฟรงค์เพียงพยักหน้ารับก่อนล้วงบัตรประจำตัวประชาชนของตัวเองออกมาจากกระเป๋ากางเกง ตอนแรกที่อ่านปีพ.ศ.ภายในบัตรบอดิการ์ดคนตรงหน้ายิ้มออกมาอารมณ์ว่าจับผิดเด็กเลี้ยงแกะได้แล้ว แต่พอพลิกดูด้านหลังของบัตรก็นิ่งลงไปนิดหน่อย ก่อนสุดท้ายจะหยิบบางอย่างที่แนบอยู่ภายในซองบัตรออกมาและส่งสิ่งในมือคืนให้แก่เจ้าของซะ

..หมับ.. แฟรงค์รีบดึงให้ทอยเดินตามเข้ามาเมื่อสามารถผ่านด่านได้แล้ว ส่วนทอยยังคงสงสัย

“เมื่อกี๊อะไร?”
“สามพัน”

“เหอะ” ได้คำตอบทอยได้แต่หัวเราะในลำคอเพราะไม่ว่าจะยังไงเจ้าเด็กนี่ก็ยังดีแต่ใช้เงินแก้ปัญหา เดินลึกเข้ามาภายในที่กลิ่นควันบุหรี่คืออย่างแรกที่สัมผัส คนที่แน่นเต็มภายในคืออย่างที่สองที่ได้เห็น มองหาโต๊ะที่ว่างก่อนรีบเดินเข้าไปนั่งและในขณะที่ทอยสั่งเครื่องดื่มสายตาของแฟรงค์กลับกำลังมองจ้องไปบนเวทีเล็กหลายอันที่มีเสาเหล็กตั้งไว้ตรงกลางและมีผู้หญิงหน้าตาแสนสวยยืนประจำแต่ละจุดทั่วร้าน อยู่ไม่ห่างจากเขาก็มี และเธอเองก็กำลังมองมาเหมือนกัน

...อึก... เผลอกลืนน้ำลายลงคอไปซะอึกใหญ่เมื่อภาพที่เห็นคือแม่สาวสวยในชุดบิกินี่ที่กำลังเต้นยั่วส่งสายตามาให้ ส่วนทอยที่เงยหน้ามาแล้วได้แต่ยิ้มขำนิดหน่อยกับท่าทางของแฟรงค์ในตอนนี้ ถ้าเป็นเขาทำบ้างนะไอ้ตัวแสบมันคงนั่งหน้างอไปแล้วเชื่อสิ

“ระวังเป็นตากุ้งยิง” ทอยแซวออกไปและแฟรงค์รีบหันหน้ามามอง
“พี่ห้ามมองนะ”
“แต่มึงมองได้หรอ”

“ผมแค่มองแต่พี่จะเอากลับห้องเลยอ่ะ” โดนมันว่ามาแบบนี้ทอยได้แต่หัวเราะและนั่งดื่มเหล้าเฝ้าไอ้เด็กที่กำลังเปิดหูเปิดตากับสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เคยเจอ นั่งกันมาพักใหญ่เห็นว่าแฟรงค์ตานิ่งค้างกับภาพบางอย่างที่ฉายชัดเบื้องหน้า เด็กหนุ่มหรี่ตาลงพลางจ้องไปยังมุมด้านในที่พอมีแสงไฟให้ได้เห็นว่ากลุ่มคนพวกนั้นกำลังทำอะไร มีหลายคู่เลยที่กำลังนัวเนียกันอยู่ตรงนั้น

มีผู้ชายกับผู้ชายด้วย... ถึงตรงนี้เขาเลยหันกลับมามองทอยที่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่
แต่สายตาอกุศลกำลังมองทะลุไปที่คอเสื้อที่กว้างพอตัวของพี่มัน

...อึก... และเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่เป็นรอบที่สองของวัน แต่พอมองกลับไปที่จุดเดิมอีกคราวนี้แฟรงค์ต้องคิ้วขมวดเมื่อพบว่าผู้ชายตรงนั้นที่เคยอยู่กับผู้ชายอีกคนกำลังเดินออกมาแล้ว เดินออกมาจากตรงนั้นแล้วกำลัง ตรงมาที่เขา?

“โทษนะครับ มองผมอยู่หรือเปล่า” ทอยได้ยินเสียงไม่คุ้นเคยรีบหันมอง ตอนแรกคิดว่าแฟรงค์โดนหาเรื่องแต่จากสายตาไอ้คนพูดแล้วน่าจะไม่ใช่แล้วหละ เขาเลยลองมองไปที่ไอ้เด็กในการดูแลของตัวเองก่อนพบว่ามันก็แอบหน้าเอ๋อเหมือนกัน
“ผมนั่งนะ” การรุกเข้าหาใครซักคนในที่แบบนี้ถือเป็นเรื่องปกติและตอนนี้โต๊ะของเขาก็มีสมาชิกใหม่เพิ่มแล้ว

“ชื่ออะไรหรอครับคืนนี้สนใจจะไป....”

...หมับ!... แต่เสียงของคนพูดหยุดนิ่งไปเมื่อภาพที่เห็นคือผู้ชายอีกคนซึ่งนั่งเงียบในตนแรกเอื้อมมือมาโอบหมับเข้าที่เอวของเด็กหนุ่มตัวขาวที่เจ้าตัวกำลังอยากทำความรู้จัก ตอนแรกเห็นนั่งเงียบไม่สนใจเลยคิดว่าคงเป็นแค่เพื่อนกันแต่ในตอนนี้สายตาที่มองมาเหมือนกำลังพยายามบอกชัดว่าพวกเขาอยู่ในสถานะไหน สุดท้ายเลยทำได้แค่พยักหัวขอโทษออกไปแล้วลุกเดินหนีออกมา อีกคนไปแล้วและทอยถึงได้รั้งแขนตัวเองออก

“ระวังหน่อยอย่าไปมองใครเขามั่ว....เดี๋ยวมึงได้ซวย” โดนดุแต่แฟรงค์ยังอมยิ้มกับตัวเอง
“งั้นเราเป็นแฟนกันจริงเลยมั้ยพี่ จะได้ไม่ต้องโดนเข้าใจผิดบ่อยๆไง”

“แค่ก!” เหล้าในปากของทอยแทบจะพุ่งออกมาแต่ดีที่ยังฝืนตัวเอาไว้ได้และพวกเรากลับมานั่งเงียบอีกครั้งโดยที่ต่างคนต่างกำลังมองโชว์บนเวทีที่มีหลากหลายโชว์ แต่ละโชว์โคตรจะเน้นไปทางเซกส์จนแฟรงค์ไม่สงสัยแล้วว่าทำไมเขาถึงจำกัดนักว่าต้องอายุยี่สิบขึ้น ยิ่งดึกก็เหมือนยิ่งเรทเพราะตอนนี้ผู้หญิงคือถอดเสื้อชั้นในออกแล้วแถมยังนั่งคร่อมผู้ชายบนเวทีแล้วทำท่าทางที่ดูไม่ดีแบบนั้นอีก แฟรงค์เม้มปากนิดหน่อยและเขายอมรับว่าการที่คนรอบข้างเหมือนกำลังเริ่มนัวเนียกันแบบโจ่งแจ้งมันทำให้เขารู้สึกแปลก หัวใจเต้นแรงมากเลย แถมหายใจไม่ค่อยสม่ำเสมอเท่าไหร่...

มองกลับมาที่ทอยเห็นว่าพี่มันก็กำลังมองเขาอยู่เหมือนกัน
แฟรงค์ไม่ค่อยกล้าจะสบตาอีกคนนัก

“กลับยัง” จนที่ทอยถามมาแบบนี้เขาถึงได้พยักหน้ารับ และพวกเรารีบลุกเดินออกมาหลังจากเชคบิลค่าเครื่องดื่มไปแล้วเรียบร้อย ตลอดทางเดินยังมีแต่คนอยู่กันเป็นคู่เต็มไปหมดเลย เดินออกมาถึงขั้นต้องถอนหายใจและปรับสภาพจิตใจให้กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมซะ

“เป็นไงหละมึง” เสียงถามจากคนอายุมากกว่าดังขึ้นอีกระหว่างเดินกลับไปที่รถ
“ก็สนุกดีนะพี่”
“หรอ” โดนถามมาอีกแต่แฟรงค์เพียงพยักหน้ารับ กลับมานั่งในรถยังแอบมีบรรยากาศแปลกไประหว่างพวกเราอยู่เลย เหมือนแฟรงค์จะเงียบกว่าปกติและทอยก็ยังเหมือนเดิมคือไม่ใช่ฝ่ายเริ่มชวนคุยก่อนอยู่แล้ว เดินมาจนถึงหน้าห้องก็ยังเงียบจนเด็กหนุ่มคิดว่าเขาควรจะทำให้มันไม่เป็นแบบนี้ได้ละ

...แกร๊กกก..!

“เมื่อตอนบ่ายผมซื้อไฟเย็นมาด้วยอ่ะ เล่นกันนะพี่” เปิดประตูเข้าห้องปุ้บถึงได้รับชวนทอยคุย
“มึงจะเผาโรงแรมเขาหรือไง”
“ไม่ได้เผา พี่เคยเล่นปะเนี่ย...สงสัยแก่ลืมหมดละมั้ง” พึมพำประโยคหลังแต่ทอยได้ยินและชี้หน้าคาดโทษ แฟรงค์หัวเราะคิกคักกลับไปและในตอนนี้เจ้าเด็กหนุ่มตัวขาวจัดการเปิดประตูระเบียงห้องออกแล้วนั่งลงยังจุดเดิมที่พวกเรานั่งด้วยกันเมื่อวาน ทอยเองก็ตามมานั่งลงยังที่เดิมของตัวเองและวันนี้ไม่ได้มีเสียงเพลงและคนมากมายบนริมหาดเบื้องหน้ากวนใจเราแล้วด้วย

...ฟู่วว... ตอนนี้ทั้งเสียงไฟเย็นและเสียงพ่นควันบุหรี่ออกจากปากของพวกเรากำลังดังทับกัน

“พี่ทอยยยย” และแฟรงค์เสียงหลงเมื่อทอยกำลังจะจุดไฟเย็นโดยการเอาจ่อปลายมวนบุหรี่ของเขา
“นิ่งๆดิ”

“เดี๋ยวมันก็ฟู่ใส่หน้าผมสิ โอ้ยยย!!” เสียงโวยวายของแฟรงค์กำลังสร้างเสียงหัวเราะจากทอย ในตอนนี้ที่เขี่ยบุหรี่ไม่ได้มีแค่เถ้าจากปลายมวนบุหรี่ของพวกเราแต่มีจากแท่งไฟเย็นรวมอยู่ด้วย สุดท้ายเจ้าไฟเย็นหมดลงไปเหลือเพียงคนทั้งคู่ที่กำลังนั่งมองท้องฟ้าที่มืดสนิทเบื้องหน้า แฟรงค์กำลังหยีตาเพราะควันจากไอ้พี่ทอยลอยมาเข้ามาจนเริ่มแสบแล้ว

ทอยกำลังก้มหน้ามองพื้นระเบียงแต่ก็มีหลายครั้งหันมองเด็กหนุ่มข้างกาย
ส่วนแฟรงค์กำลังสงสัยว่าพี่มันเป็นอะไร นี่แปลกไปตั้งแต่กลับมาจากผับแล้วนะ

“เมาหรือเปล่าอะพี่”
“ทำไม”
“ก็ถาม เห็นโคตรเงียบเลย” ยังคงไร้คำตอบและมีเพียงดวงตาคู่เดิมที่จ้องมองมา แฟรงค์มองกลับและยอมรับว่าหัวใจกำลังเต้นหนักกับดวงตาคู่ตรงหน้า เด็กหนุ่มเม้มปากก่อนเลือกจะขยับหน้าเข้าไปใกล้อีกคนที่ยังคงนั่งนิ่งไม่ได้ขยับเบือนหน้าหนีเหมือนอย่างทุกครั้ง ลมหายใจที่ได้สัมผัสและสุดท้ายแฟรงค์เลือกจะ

..จุ๊บ.. กดแนบริมฝีปากเข้ากับกลีบปากนิ่มของอีกร่าง เขาดูดดึงปากพี่มันนิดหน่อยก่อนเลือกจะผละออก

นั่งมองหน้ากันอีกครั้ง

...หมับ... ก่อนสุดท้ายเป็นมือของทอยที่คว้าหมับเข้าที่ปลายคางเรียวของคนอายุน้อยกว่า

“อื้ออ...!” เสียงครางในลำคอขาวหลุดดังนอกเหนือไปกว่านั้นหัวใจของแฟรงค์มันเต้นจนแทบจะจะหลุดจากอก ใครอีกคนยังบดขยี้ริมฝีปากของเขา ดูดดึงและเล็มเลียพร้อมส่งลิ้นเข้ามาทักทายจนแฟรงค์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังล่องลอยอยู่ในห้วงความฝันที่มันมีอยู่จริง

“อ่ะ...อืออ...พี่” ริมฝีปากหยักกำลังเลื่อนเปลี่ยนเป็นการไล่ขบเม้มเล็มเลียตามช่วงลำคอขาว ร่างของแฟรงค์ถูกบังคับให้ลุกขึ้นยืนเมื่อมือที่ล้วงลูบตามช่วงเอวกำลังรั้งให้ลุกตาม แผ่นหลังของเด็กหนุ่มแนบเข้ากับขอบผนังห้องและมือของทอยอีกข้างกำลังเอื้อมไปเลื่อนประตูระเบียงให้ผิดลง ในตอนนี้ทอยเองหอบหนักไม่ได้ต่างเพราะไอ้เด็กตรงหน้ามันไม่ได้ไม่รู้งานว่าควรทำอะไร มือขาวบัดนี้กำลังล้วงเข้ามาภายในเสื้อของเขาเช่นกันแถมริมฝีปากนิ่มยังจูบตอบไม่หยุดอีกด้วย

ในตอนนี้ทอยถอดเสื้อของตัวเองออก
และคนตรงหน้าก็กำลังจูบไล่ตามแผ่นอกของเขาและแฟรงค์มันคุกเข่าลง

...หมับ... พร้อมมือที่ปลดแกะตะขอกางเกงออกพร้อมรูดซิปกางเกงตัวเบื้องหน้าลง มือขาวงัดแท่งเนื้อร้อนภายในกางเกงของอีกคนออกมา แฟรงค์รั้งกางเกงชั้นในของทอยลงเพื่อให้เจ้าสิ่งภายในได้ตื่นมาดูโลกแบบเต็มตา เขานิ่งนิดหน่อยเพราะเกิดมาก็เคยมีอะไรแต่กับผู้หญิงแต่เมื่อที่ทอยใช้มือจับเข้าที่ท้ายทอยของเขาพร้อมการที่พี่มันขยับตัวเข้ามาใกล้จนเบื้องล่างขยับชิดกับริมฝีปากของเขา สุดท้ายแล้วแฟรงค์ยอมที่จะอ้าปากงับสิ่งตรงหน้าเข้ามา สัมผัสกับภายในปากเขานิดเดียวมันก็ตื่นตัวแข็งขืนจนแฟรงค์ต้องละเปลี่ยนจากการใช้ปากอมรอบมาเป็นการทำได้แค่เล็มเลียและดูดดึงส่วนปลายแทนเท่านั้น

“อึก...พี่ทอ...ย...” แต่เสียงขาดหายเมื่อทอยกำลังขยับแก่นกายของตัวเอง
“อ่าา...” มีเพียงเสียงครางต่ำที่ดังและสุดท้ายเมื่อทอยยอมให้เขาผละหน้าออกมาได้

“แค่กๆๆ!” แฟรงค์กำลังไอหนักเพราะสิ่งที่ล้วงเข้าไปสะกิดในลำคอ หน้าของเด็กหนุ่มกำลังเห่อแดงเพราะน้ำตาที่คลอเต็มสองหน่วยจากการไอจนตัวงอแบบนี้ แต่แล้วสุดท้ายเมื่อกลับมาปกติอีกครั้งแฟรงค์ขยับตัวเข้าหาคนตรงหน้าพร้อมเป็นฝ่ายเริ่มเปิดฉากจูบอีกครั้งสำหรับในค่ำคืนนี้

“อ้ะอ่ะ....” เสียงครางจากร่างขาวมันเบาหวิวเมื่อในตอนนี้มือของทอยกำลังลุ่มล่ามอยู่กับช่วงเป้ากางเกงของเขา ริมฝีปากของคนพี่กำลังขยี้หนักทั้งลำคอและตามช่วงแนวสันไหล่เนียน พวกเรานัวเนียบดเบียดตัวเข้าหากัน

..ผลั้ก!.. จนสุดท้ายที่แผ่นหลังแนบเข้ากับเตียงแฟรงค์เบิกตากว้าง
...หมับ!.. เขารีบจับหมับเข้าที่ไหล่ของคนบนร่างเพื่อเรียกให้ทอยที่กำลังจะซุกหน้าลงกับแผ่นอกของเขาเงยมอง

“ผมไม่รับ” และพวกเราจ้องตากัน
“กูก็ไม่รับ” เอ่ยสวนไปแบบนี้และแววตาที่มีความกังวลและความกลัวอยู่ภายในนั้นของแฟรงค์มันกำลังทำให้คนมองอย่างเขารู้สึกแอบหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก มาถึงขนาดนี้ก็ต้องยอมรับแล้วว่าอารมณ์มันมีมากขนาดไหนแต่ถึงอย่างนั้นทอยเองก็ไม่ได้แย่พอที่จะไปบังคับลูกใครให้นอนด้วยหรอกนะ

สุดท้ายแล้วถึงได้เลือกจะผละตัวออกมา
..หมับ... แต่แรงรั้งแขนเอาไว้ทำเขาต้องหันกลับไปมองอีกหน แฟรงค์กำลังมองมาและมันพึมพำประโยคนี้



“พี่...เอาผมเลยก็ได้”


# # # # # #

แฟร้งงงงง อย่าไปหลงกลมันลู๊กกก แม่ว่ามันไม่จริงจังกับหนูแน่ๆเลย




หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่11 {20/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: DrSlump ที่ 20-03-2018 11:34:02
 :pig4: :pig4: :pig4:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่11 {20/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: puiiz ที่ 20-03-2018 21:44:18
ค้างหนักมากกกกกกก   :z3: :z3:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่11 {20/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: PrimYJ ที่ 20-03-2018 22:44:15
แฟรงค์ลูกกกกกกก จะโดนอิพี่จับกิน
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่11 {20/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 20-03-2018 23:45:54
 :katai2-1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่11 {20/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: pan19891990 ที่ 21-03-2018 00:20:01
 :ling1: :ling1: :ling1: ขอกรีดร้องแรงๆสักหนึ่งที คุณพระคุณเจ้า แฟรงค์ลูกกกกยอมพี่มันไปเถอะ เอ้ยยย หนูต้องรักนวลสงวนตัวสิลูก //ใจจริงคือขอแอบส่องอยู่ที่มุมห้อง
รอลุ้นตอนต่อไปค่าา
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่11 {20/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: areenart1984 ที่ 21-03-2018 00:22:23
ถ้าเป็นพี่ทอย แฟรงค์เป็นได้ทุกสถานะว่างั้นเถอะ  :m20:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่11 {20/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: EVE910 ที่ 21-03-2018 12:58:49
 :haun4: :haun4:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่11 {20/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: kingkong ที่ 22-03-2018 16:57:38
อยากให้ทอยวิ่งตามน้องบ้าง
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่11 {20/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: day9day ที่ 22-03-2018 19:39:38
ยังงัยต่อ
รอตอนต่อๆไปนะ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่12
เริ่มหัวข้อโดย: Sirinapa-11 ที่ 24-03-2018 15:20:38
ตอนที่12
#จีบวิศวะ

..หมับ... แต่แรงรั้งแขนเอาไว้ทำเขาต้องหันกลับไปมองอีกหน แฟรงค์กำลังมองมาและมันพึมพำประโยคนี้
“พี่...เอาผมเลยก็ได้” ในน้ำเสียงยังคงมีความกังวลในนั้น พวกเราต่างสบตากันก่อนสุดท้ายจะเป็นคนอายุน้อยกว่าดังเดิมที่เป็นฝ่ายขยับหน้าเข้ามากดแนบริมฝีปากของตัวเองเข้าหาก่อน เม้มรั้งพร้อมใช้ปากดึงกลีบเนื้อนิ่มของบุคคลที่ยังคงนั่งนิ่งอย่างทอย แฟรงค์เม้มปาก ผละดวงหน้าออกพลางมองหน้าของใครอีกคนที่อยู่ใกล้เพียงคืบ

“มึงแน่ใจ?” จนที่ทอยส่งเสียงถามมา
“ครับ....”

“แล้วอย่ามาเสียใจทีหลัง” โดยพูดซ้ำมาอีกคราวนี้ดวงหน้าขาวพยักรับแล้วก็เป็นอีกครั้งที่คนบนร่างคร่อมตัวลงมาจนแฟรงค์ต้องยอมที่จะเอนแผ่นหลังของตัวเองพิงลงกับเตียงตามเดิม ในตอนนี้สายตาของทอยเปลี่ยนไป ในแววตามีความเจ้าเล่ห์ในนั้นและคนมองอย่างเขาตอนนี้เข้าใจแล้วว่าใครต่อใครถึงได้พูดถึงลีลาบนเตียงของพี่มันนัก

เพราะตอนนี้ขนาดยังไม่โดนทำอะไร แต่แค่สบดวงตาคู่ตรงหน้า
นี่ก็แทบละลายตายตรงนี้ได้แล้วนะเนี่ย...

“อ้ะ...อือออออ!” เพียงสัมผัสแรกที่ริมฝีปากได้รูปอ้าเม้มลงบนซอกคอเสียงหลุดครางจากเด็กหนุ่มตัวขาวก็หวีดดังแต่ในตอนนี้มือของแฟรงค์ก็ไม่ได้น้อยหน้าเนื่องเพราะบัดนี้ก็ยังคงซุกซนอยู่กับช่วงเป้ากางเกงของใครอีกคนที่พี่มันงัดบางสิ่งบางอย่างออกมาดูโลกไว้ตั้งแต่ก่อนหน้าแล้ว แถมในตอนนี้ถูกทอยจับถอดเสื้อผ้าออกไปตอนไหนไม่รู้เนื่องเพราะทั้งเนื้อทั้งตัวเหลือเพียงเสื้อยืดสีพื้นตัวเดียวเท่านั้นเองที่เขายังคงใส่ไว้

“...!” และแฟรงค์ขมวดคิ้ว ยอมรับว่ารู้สึกแปลกที่ต้องมานอนอ้าขาโดยมีร่างของคนอื่นแทรกระหว่างอยู่แบบนี้
“อ่าาอ่ะ....อึกอื้มมม” ดวงตาคู่สวยกำลังหลับพริ้มเมื่อเบื้องล่างกำลังถูกปรนเปรอโดยมือของคนอายุมากกว่า ดวงหน้าของแฟรงค์เชิดครางในขณะที่ยอดอกทั้งสองข้างต่างถูกเล็มเลียโดยริมฝีปากซุกซนของคนด้านบนและทอยใช้สายตาชำเลืองมองใบหน้าของใครอีกคน แก้มที่ขาวจัดของมันกำลังแดงกล่ำ ปลายจมูกโด่งรั้นก็แดงจัดไม่ต่างแถมในตอนนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวก็แทบจะมีแต่รอยจ้ำเพราะฝีมือของเขา ไม่อยากยอมรับก็คงต้องยอมรับว่าในตอนที่แทรกตัวเข้าแทรกระหว่างขาของมัน ช่วงผิวเบื้องล่างที่ตัดกันชัดเจนก็โคตรจะกระตุ้นอารมณ์ของเขาเลย

ถ้าไม่ติดว่านี่ครั้งแรกของมันแล้วต้องค่อยเป็นค่อยไปกันหน่อย
เขาอยากจะจับยัดใส่เข้าไปตั้งแต่จับมันกดลงเตียงแล้ว

“..!!” ตอนแรกแฟรงค์กำลังเคลิ้มหนักแต่ในทันทีที่สัมผัสได้ถึงนิ้วเรียวยาวของคนบนร่างที่เริ่มวอแวตามตรงนั้นของเขา
“อ๊าา!พี่....!อื้อออ!!!” เพียงแค่กดนิ้วแรกเข้าไปเสียงร้องของอีกคนดังหนักแถมร่างกายขาวยังพยายามจะขยับถดหนีเขาอีกแต่ทอยใช้แขนอีกข้างรั้งไว้พร้อมรีบโน้มตัวเข้าซบหน้าลงกับข้างแก้มของมัน สัมผัสได้ถึงอาการหายใจถี่และสีหน้าที่บ่งบอกชัดว่ากำลังเจ็บขนาดไหน จนกระทั่งที่ทอยเพิ่มจำนวนนิ้วเข้าไป

“อ๊ะ!!....” เห็นว่าแฟรงค์รีบใช้มือปิดปากตัวเองเอาไว้ในขณะที่ดวงตาเบิกกว้างและคิ้วขมวดแน่น
“ผมเจ็บ....” เสียงพึมพำของคนใต้ร่างหลุดดังแต่เมื่อทอยยังคงพยายามที่จะขยับนิ้วสุดท้ายแล้วเด็กหนุ่มถึงต้องเลิกที่จะพูดแล้วเปลี่ยนมาใช้มือทั้งสองข้างปิดปากของตัวเองไว้แน่นแบบนี้ เสียงครางอื้ออึงและร่างกายที่บิดเร้าเหมือนชัดเจนว่ามันก็คงมีความรู้สึกอื่นแฝงอยู่เหมือนกัน เหมือนแฟรงค์กำลังเริ่มปรับตัวกับเรียวนิ้วของอีกคนได้แต่สุดท้ายพอพี่มันรั้งนิ้วของตัวเองออก ถึงตอนนี้...

..หมับ..! เหมือนแฟรงค์แอบอยากจะหุบขาแต่ก็ถูกมือหนาของใครอีกคนยั้งเอาไว้ เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ ดวงตามองจ้องไปที่ดวงหน้าแสนดูดีของคนบนร่างที่มีเหงื่อประปรายเพราะแรงอารมณ์ มองดูมืออีกข้างของทอยที่กำลังจับสัมผัสแก่นกายของตัวเองและกำลังใส่ถุงยางอยู่ มองดูพี่มันที่ขยับตัวแนบเข้ามาใกล้ สุดท้ายแล้วเขาเม้มปากของตัวเองแน่นเมื่อสิ่งที่สัมผัสได้ก็คือสัมผัสอุ่นวาบจากปลายแก่นกายที่กำลังแข็งจัดซึ่งจ่ออยู่ใกล้เพียงตรงนี้นี่เอง

หัวใจเจ้าเด็กหนุ่มกำลังเต้นรัว หอบหายใจไม่เป็นจังหวะ
ได้แต่ส่งสายตาอ้อนวอนขอร้องคนด้านบนว่าช่วยเบามือเห็นใจหน่อย แต่จนแล้วจนรอด

“โอ้ยยยพี่!!เบา...อึก...พี่!” เจ็บแบบโคตรเจ็บจนต้องส่ายหน้าไปมาทั้งที่ทอยพึ่งจะกดเข้ามาเพียงส่วนปลายเท่านั้น
..สวบบ!!.. ร่างกายเหมือนกระตุกวูบเพราะเหมือนช่วงล่างมันจะเจ็บจี๊ดจนใจเขาชาวาบ มือที่ว่างบัดนี้ต้องหาที่เกาะและคงหนีไม่พ้นไหล่ของใครอีกคน แฟรงค์จิกแน่นจนผิวเนื้อขาวของทอยเกิดรอยเล็บมีเลือดให้เห็นประปราย และยิ่งเมื่อทอยพยายามกดส่วนนั้นลึกเข้ามาเท่าไหร่

“อ้ะอ๊า!พี่ทอย...ผมเจ็บ!...เอา...โอ้ยย!!” น้ำตาที่คลอในตอนแรกเหมือนไหลออกมาแล้วในที่สุด ถึงจะแค่เพียงหยดเดียวแต่แฟรงค์ก็ได้รู้ว่าครั้งแรกนี่มันขนาดนี้เลยหรอวะ ในตอนนี้เหมือนทอยนิ่งลงไปแล้วกำลังมองปฏิกิริยาของเขาว่าคุ้นชินกับเรื่องแบบนี้ถึงแค่ไหนแล้ว พวกเราสบตากันอีกรอบและการมองตาของพวกเราครั้งนี้มันคือในตอนที่ร่างกายรวมกันแล้วเรียบร้อย แฟรงค์ได้แต่ฝืนยิ้มแห้งออกไปให้เพราะไม่สามารถอ่านออกเลยว่าทอยกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่

แต่ทอยกลับยังไม่ตอบสนองอะไร
และเพียงเริ่มขยับส่วนล่างของตัวเองเพื่อสานต่อในสิ่งที่กำลังทำอยู่เท่านั้น

“อ่ะอื้อ!อ้ะ...” มันทั้งเจ็บทั้งจุกแต่ก็รู้สึกดีในเวลาเดียวกัน แฟรงค์ส่งสายตามองดวงหน้าของคนบนร่างที่ดูแตกต่างจากในทุกตอนที่เราเจอกัน ในตอนนี้ทอยดูเหมือนอีกคนหรืออาจก็ยังเป็นพี่ทอยคนเดิมแต่แค่เขาเพิ่งมีโอกาสได้เห็นเท่านั้น เสียงครางของพี่มันและแฟรงค์ไม่รู้ว่าเขาเข้าข้างตัวเองไปมั้ยที่แอบคิดไปว่าตอนเราจูบกันน่ะมันโคตรจะอ่อนโยนเลย

คงเป็นเพราะว่าเขาชอบพี่มันก็เลยคิดเข้าข้างตัวเองไปมากกว่า
เพราะทอยก็บอกเขาตั้งหลายครั้งว่าตัวเองชอบแค่พี่เกอร์น่ะ
แล้วนี่หลังจากนี้ เราต้องเป็นอะไรกันอ่ะ...

“อื้ออพี่....” เสียงครางของแฟรงค์ในตอนแรกเงียบไปแล้วหลังจากที่ตัวเองเสร็จครั้งแรกไปพร้อมๆกันแต่เหมือนว่าทอยจะยังไม่หยุดเนื่องเพราะอีกคนตามมาแนบตัวเข้าข้างหลังพร้อมการกดแทรกแก่นกายเข้ามาใหม่ เจ้าเด็กตัวขาวถึงทำได้แค่ซบหน้าลงกับหมอนแล้วส่งเสียงครางอื้ออึงออกมาทั้งที่หอบหนักขนาดนี้ ยอมรับว่ามันรู้สึกดีมากเพราะเป็นใครก็ต้องรู้สึกดีทั้งนั้นกับการได้มีอะไรกับคนที่ตัวเองชอบเลยนะ
พวกเรามีอะไรกันตั้งหลายครั้ง นานหลายชั่วโมงจนเหงื่อเปียกโชกทั้งตัวไปหมด
“แฮ่ก.....” ก่อนที่ครั้งสุดท้ายจะเป็นทอยที่พลิกตัวกลับไปนอนแผ่นอนหอบลงบนเตียงฝั่งของตัวเอง แฟรงค์ทิ้งตัวนอนซุกหน้าลงบนหมอนโดยที่สายตากำลังมองใบหน้าด้านข้างของบุคคลข้างกาย ยังคงไม่มีคำพูดใดหลุดดังออกมาจากปากของพวกเรา ทอยหลับไปแล้วเหมือนไม่ได้มีกังวลหรือติดค้างอะไรกับเหตุการณ์เมื่อครู่จะมีก็เพียงแค่เด็กหนุ่มตัวขาวตรงนี้ที่ยังคงไม่ได้หลับ สายตาของเขายังคงนอนมองทอยอยู่อย่างนั้น

..หมับ... เอื้อมมือไปลูบหัวของพี่มันเหมือนกำลังโอ๋เด็กน้อยที่นอนหลับใหลแต่พอเขาทำท่าจะขยับตัวเข้าไปนอนกอดพี่มันเสียหน่อยทอยก็กลับใช้แขนสะบัดออกพร้อมพลิกตัวนอนตะแคงหันหลังให้เสียอย่างนั้น แฟรงค์ได้แต่ยิ้มค้าง

“ฝันดีนะพี่” แต่สุดท้ายก็เอ่ยพึมพำบอกคำนี้ไปด้วยแววตาแอบเศร้าแบบนี้

.....................................................
..............................

และแสงแดดที่ส่องเข้ามาในยามเช้าเรียกปลุกเด็กหนุ่มให้ต้องงัวเงียลืมเปิดเปลือกตาขึ้นมา สิ่งแรกที่แฟรงค์ได้เห็นคือที่นอนข้างกายที่ไร้เงาของใครอีกคน เขารีบมองหาพร้อมลุกพาตัวเองนั่งก่อนต้องเบ้หน้าเพราะอาการเจ็บแปลบที่เบื้องล่าง มองซ้ายขวาก่อนไปสะดุดเข้ากับร่างของทอยที่เดินพันผ้าเช็ดตัวออกมาจากห้องน้ำ และแฟรงค์ยิ้มทักออกไป

“ตื่นนานยังอ่ะพี่”
“อืม” คำตอบที่ได้คนฟังมีนิ่งเล็กน้อยแต่แฟรงค์ยังคงคอนเซปไม่ได้คิดมากตามเดิม และเจ้าคนตัวขาวเอื้อมมือไปหยิบกางเกงของตัวเองมาใส่พร้อมพยุงพาร่างให้ลุกมาจากเตียง หันไปมองบนเตียงที่ผ้าปูหลุดลุ่ยและที่ทำเขาหน้าเสียก็คือคราบเลือดที่มีประปรายปนติดกับคราบน้ำรักบนเตียงนั่น

“อย่าไปบอกใครแล้วกัน” แต่แล้วประโยคแรกจากปากของทอยทำคนฟังนิ่งลงไป
“........”
“เข้าใจที่กูพูดหรือเปล่า”

“รู้แล้วครับ...” เสียงของเขาไม่รู้เศร้าขนาดไหนแต่ตอนนี้โคตรอยากร้องไห้เลยว่ะ
 “รีบเก็บเสื้อผ้าได้ละเดี๋ยวกูต้องรีบกลับ” ทอยย้ำออกมาอีกซึ่งแฟรงค์พยักหน้ารับออกไปพร้อมพาร่างของตัวเองเข้าไปในห้องน้ำ ตอนยืนอาบน้ำไม่รู้เหมือนกันว่าแอบมีน้ำตาปนออกมามั้ยแต่เขาก็พยายามบอกตัวเองว่าพี่มันไม่ถึงขั้นหนีกลับหรือเฉดหัวเขาทิ้งว่าไม่ต้องมายุ่งวุ่นวายอีกนี่มันก็ดีแค่ไหน เพราะงั้น ได้แค่นี้ก็ดีแล้วแหละวะ

“พี่โอเคหรือเปล่า” อาบน้ำเสร็จเดินออกมาเห็นทอยนั่งเงียบอยู่บนโซฟาเขาเลยถาม
“ก็ปกติ เหมือนเดิม” คำว่าเหมือนเดิมทอยย้ำชัดเป็นพิเศษโดยที่แฟรงค์เหมือนจะพอเข้าใจแล้วว่าอีกคนต้องการสื่ออะไร เขาถึงได้ยิ้มไปให้ก่อนพยักหน้าเชิงเข้าใจส่งไปแล้วเดินเลี่ยงเข้าในห้องครัวมาแบบนี้ ถอนหายใจออกมากับตัวเองก่อนเดินไปหยิบกล่องยาที่มีติดอยู่ของทางโรงแรม เอายาแก้ไข้ออกมากินซะเพราะรู้สึกไม่สบายตัวเอาเสียเลย

“ช่วยผมถือกระเป๋าหน่อยดิ โคตรหนักเลย” ตอนเดินออกจากห้องเด็กหนุ่มก็ยังพยายามที่จะร่าเริง
“มีมือมึงก็ถือเองดิ”
“ก็ได้ๆว่าแต่หาแวะกินข้าวกันก่อนมั้ยอ่ะ” แฟรงค์มีชะงักแต่ยังฝืนหาเรื่องชวนพี่มันคุยต่อ
“ไม่อ่ะเดี๋ยวกูกลับไปหาแดกเอง”
“แต่ผมหิวว่ะ เมื่อวานแม่งกินแต่เหล้าไปอ่ะ เนี่ยยังเหมือนปวดหัวเมาค้างอยู่เลย”
“แต่กูไม่หิว” คราวนี้ทอยพูดออกมาอีก

 “อ่า...งั้นค่อยไปกินอยู่กรุงเทพก็ได้” สุดท้ายแล้วเจ้าเด็กตัวขาวพูดคำนี้ออกมาและทอยเพียงรับกุญแจรถจากมือของแฟรงค์แล้วทำหน้าที่คนขับเท่านั้น ตลอดการเดินทางไม่มีใครพูดอะไรเลยถึงแม้ว่าแฟรงค์จะชวนคุยอยู่หลายหนแต่ทอยก็ตอบมาแบบไม่ได้สนใจนักแถมยังทำท่าทางเหมือนไม่อยากคุยกับเขาอีกด้วย

แม่งโคตรเฟลเลยว่ะ...
มีแต่ความเงียบและความอึดอัดที่ทำให้แฟรงค์แทบอยากจะถามออกไปว่าพี่มันต้องการจะเอายังไงกันแน่ เมื่อเช้าบอกว่าให้อย่าบอกใคร บอกว่าให้ทำทุกอย่างปกติ แล้วนี่น่ะหรอวะคือปกติของพี่มัน?

...แหมะ... ในรอบนี้เขาร้องไห้เพราะทอยอีกครั้งแต่มันเจ็บหนักกว่าครั้งก่อนอีก แฟรงค์ยังพยายามไม่ให้ตัวเองส่งเสียงสะอื้นแต่ถึงอย่างนั้นน้ำตาก็กลับไหลไม่หยุดจนต้องใช้มือเช็ดออกหลายครั้ง ในตอนนี้ทอยเองก็กำลังขมวดคิ้วไม่ได้ต่างจนท้ายที่สุดใครอีกคนก็เอ่ยประโยคนี้ออกมา

“กูว่ากูบอกมึงไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้วนะว่าอย่ามาเสียใจทีหลัง”
“ผมขอโทษแล้วกัน”
“แค่ทำทุกอย่างให้ปกติก็พอ แล้วที่สำคัญคืออย่าบอกใคร” ทอยพูดออกมาอีกครั้งและแฟรงค์พยักหน้ารับเข้าใจ หลังจากนั้นพวกเราต่างฝ่ายต่างเงียบ บรรยากาศอึดอัดยังคงไม่คลายตั้งแต่พัทยาถึงกรุงเทพ ในตอนนี้รถเข้ามาจอดเทียบที่หน้าคอนโดของทอยแล้วซึ่งพี่มันก็เพียงแค่เปิดประตูลงจากรถแบบไม่บอกลาหรือพูดกับคำเลยซักคำ

...ปึก!... มีเพียงเสียงปิดกระแทกประตูรถ และร่างสูงของใครบางคนที่เดินถือกระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเองลงจากรถไปเท่านั้น
แฟรงค์ได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างไปจนลับ หลุดหัวเราะสมเพชตัวเองออกมาทั้งส่ายหน้า

นี่เขากำลังหวังอะไรอยู่ หวังให้พี่มันขอคบหรอวะ?
...แม่งโคตรจะตลกเลย...


# # # # # # # #
ยอมรับว่าแต่งตอนนี้แบบโคตรปวดหัว เพราะไม่สบายอ่ะแต่ก็ฝืนแต่งให้
เนื้อเรื่องอาจแกว่งๆหน่อยนะ5555
 
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่12 {24/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: MmBb ที่ 24-03-2018 16:52:58
จริงๆแฟรงค์น่าจะรู้นะว่าต่อให้ยอมเป็นของทอยแล้วพี่มันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนหรอก อยากให้เสือรู้เรื่องนี้แล้วกันแฟร้งค์ออกไปจากทอย อยากให้น้องลองห่างดูบ้าง
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่12 {24/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: DrSlump ที่ 24-03-2018 17:06:56
น่าวงวาร

 :pig4: :pig4: :pig4:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่12 {24/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: pan19891990 ที่ 24-03-2018 19:04:37
แฟรงค์ลูกกกกก เดี๋ยวพี่จะซับน้ำตาให้หนูเอง
ไรท์ต้องจัดแถลงข่าวด่วนๆว่าอิพี่ทอยยังเป็นพระเอกอยู่ใช่ไหมคะ นางไม่ได้โดนปลดออกจากตำแหน่งนี้เนอะ ถถถถ
แอบหวังว่านางจะอ่อนโยนกับน้องกว่านี้ ใจร้ายไปแล้ว!
จริงๆเข้าใจว่าไม่รักก็คือไม่รัก แต่ไม่หวั่นไหวเลยจริงดิ จะรอวันที่ซมซานกลับมาง้อลูกแฟรงค์ของฉัน เหอะๆ อยากให้แฟรงค์เลิกตามอิพี่ทอย เผื่อจะได้รู้ซึ้งถึงความรู้สึกที่แท้จริงบ้าง ไรท์ทำให้เราอินตามมากๆ เดี๋ยวหน่วงเดี๋ยวฟิน แต่ตอนนี้เศร้าใจตามนายเอกของเราไปแล้ว ฮรึกกก เขาไม่รักก็ปล่อยเขาไป~
รอติดตามตอนต่อไปค่ะ ยังไงก็หายไวๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่า  :mew1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่12 {24/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: puiiz ที่ 24-03-2018 21:38:34
 :z3: :z3: :z3:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่12 {24/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: mild-dy ที่ 24-03-2018 22:44:12
 :pig4:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่12 {24/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: muiko ที่ 24-03-2018 23:54:55
แฟรงค์ น่สงสารอ่าา
เห้อออ พอเถอะเเฟรงค์อย่าไปตามทอยอีกเลย
ห่างออกมาเลย ปล่อยพี้มันไป
หาคนอื่นที่เค้ารักเราดีกว่าเนาะ
ทอยไม่ผิดหรอกที่ไม่รัก
แต่อย่ามาเสียใจทีหลังแล้วกันนะ ถ้าแฟรงค์ไปรักคนอื่น
อย่ามาหวงด้างทีหลังหล่ะ ชิส์
ถึงไม่ผิด แต่ก็โกรธแทนแฟรงค์อ่ะ
 :sad4:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่12 {24/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 25-03-2018 00:12:15
 :hao3:


มีความหน่วงๆ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่12 {24/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: areenart1984 ที่ 25-03-2018 00:24:07
นังทอย แกเป็นอะไรของแกเนี่ย  เห็นแล้วสงสารแฟรงค์จังเลย  :katai1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่12 {24/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: day9day ที่ 25-03-2018 01:47:58
แฟรงก์ ต้องทำทุกๆอย่างให้เหมือนเดิมนะ อย่าคิดเยอะนะ สงสาร
เชื่อว่าทอย จะต้องวิ่งตามน้องแน่นอน (รอสมน้ำหน้า555+)
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่12 {24/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: PrimYJ ที่ 25-03-2018 08:19:26
สงสารแฟรงค์ อิพี่ก็ใจร้ายจัง
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่13
เริ่มหัวข้อโดย: Sirinapa-11 ที่ 27-03-2018 12:00:51
ตอนที่13
#จีบวิศวะ

เดินกลับเข้ามาในบ้านด้วยสภาพที่เหมือนเพิ่งจะไปถูกรุมกระทืบมา ตามซอกคอขาวยังมีรอยจ้ำแดงประปรายให้ได้เห็นเช่นเดียวกับดวงตาคู่สวยที่บวมช้ำนิดหน่อยเนื่องเพราะตลอดการขับรถกลับมาเขาก็ร้องไห้อยู่แทบตลอด แฟรงค์รีบปรับท่าทางให้ปกติ ทำหน้าร่าเริงเหมือนเพิ่งไปคั่วสาวเพื่อที่จะได้ไม่ต้องถูกจับผิดจากคนภายในบ้าน มองซ้ายขวาพลางแอบโล่งใจว่าอย่างน้อยบ้านหลังนี้ก็ดีตรงนี้ไม่ค่อยมีใครอยู่ แม่ของเขาแน่นอนว่าทำงานอยู่อีกประเทศ ส่วนไอ้พี่ชายจอมปลอมอย่างพี่เสือน่ะหรอ เหอะ ชาตินึงมันจะกลับบ้านกี่วันกันเชียว

“หายหัวไปไหนมา แม่โทรไปมึงทำไมไม่รับ” แต่เหมือนจะตายโคตรยากเพราะพอนึกถึงพี่มันก็โผล่มาทันที
“ทำไมพักนี้อยู่บ้านบ่อยจังเลยอ่ะพี่”
“ห้องกูแอร์พังเพิ่งซ่อมเสร็จ เลยต้องมาอยู่นี่ก่อนวันสองวัน” คำตอบที่ได้ทำแฟรงค์ยิ้มแห้ง

“จะตอบกูได้ยังว่าไปไหนมา”
“วันนั้นผมบอกพี่ไปแล้วเหอะว่าจะไปเที่ยวอ่ะ”

“กับใคร?” โดนถามมาอีกแถมในขณะนี้สายตาของเสือยังกำลังไล่มองตามร่างกายของเขา แฟรงค์ไม่ได้รีบกระชับคอเสื้อเพื่อปิดบังรอยจูบแต่อย่างใดเนื่องเพราะเขาไม่ใช่เด็กน้อยใสซื่ออยู่แล้ว แถมเสือก็รู้ดีว่าก็มีตั้งบ่อยที่น้องชายอาจมีแอบไปกกสาวบ้าง แต่รอบนี้ดูจะแปลกไปหน่อยก็ตรงที่เป็นแฟรงค์ซะมากกว่าที่สภาพจะดูเหมือนถูกเขาฟัดมา

“เป็นห่วงผมจนปิดไม่ไหวแล้วนะพี่เสือ” เพื่อเลี่ยงหัวข้อใหม่แฟรงค์เลยปิดประเด็กขึ้นมา
“ถุ้ย!”
“รับผมเป็นน้องแล้วใช่ปะ”
“ไม่ต้องมาเสือกกูลูกคนเดียว” เจ้าเด็กตัวขาวได้แต่ยิ้มกวนออกไปให้ในขณะที่เสือหัวเสียแล้ว
“แล้วพี่เกอร์ไม่มาด้วยหรอ?”

“เห็นไอ้ทอยโทรตาม มันคงจะไปหาไอ้ทอยมั้ง” ได้คำตอบนี้เป็นแฟรงค์ที่นิ่งลงไปแต่ยังพยายามดึงตัวเองไม่ให้ผิดปกติเข้าไว้ สุดท้ายถึงได้เลือกจะยิ้มไปให้ก่อนเดินเลี่ยงเพื่อตรงไปที่ห้องนอนของตัวเอง แฟรงค์พอหันหลังหลบสายตาของพี่ชายตัวเองได้ก็ถอนหายใจแถมยังต้องรีบเข้าห้องซะเพราะไม่งั้นเดี๋ยวโดนเสือจับจุดได้แน่ว่าเพิ่งไปทำอะไรมา

..กึก... ปิดประตูแล้วเรียบร้อยก็กลับมาทิ้งตัวนอนลงบนเตียง มองเพดานห้องสีขาวสะอาดและมันก็อดจะคิดไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนไม่ได้ มันยังคงน่าตลกและสมเพชตัวเองที่กล้าทำไปได้ยังไงกับการยอมเป็นของพี่มันในสถานการณ์แบบนั้น ตอนนั้นบางทีทอยอาจแค่เมาแล้วมีอารมณ์ตั้งแต่ที่อยู่ในผับด้วยกัน แถมอีกอย่างเขาเนี่ยแหละที่โง่ไปแอบคิดว่าอีกคนหวั่นไหวด้วย แล้วตอนนี้สุดท้ายเป็นยังไงหละ

เสียใจก็เสียใจ
แถมเสียตัวด้วยว่ะ...

“เฮ้อออ” ถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อยก่อนล้วงหยิบโทรศัพท์ออกมา กดเข้าไปในแกลรอรี่ที่ในตอนนี้มีแต่รูปของคนเดิมเรียงจะเป็นพันอยู่แล้ว เอาไงดี เขาไม่ได้ให้ทอยรู้หรอกว่าตอนพี่มันเผลอน่ะแอบกดถ่ายรูปอีกคนไปตั้งเยอะเลย เนี่ยตอนพี่มันหลับเขาก็ถ่ายมาดูดิหลับโคตรน่ารักจะตาย เห็นภาพตอนทอยหลับปุ๋ยรอยยิ้มจากใจครั้งแรกในรอบวันก็ปรากฏ กดเข้าไปหน้าไอจีของใครอีกคนอีกครั้งก่อนคราวนี้ต้องยิ้มค้างเมื่อพบว่าจากตอนแรกที่ทอยตั้งสาธารณะ ในตอนนี้ใครอีกคนเปลี่ยนเป็นตั้งส่วนตัวเรียบร้อย

และแน่นอนว่าเขาที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของไอจีให้ติดตาม
ก็อดส่อง ไปตามระเบียบ

เม้มปากกับตัวเองพลางทำได้แค่มองภาพโปรไฟล์อันเล็กในไอจีของอีกคนเท่านั้น ก็กดขอติดตามไปแล้วแต่เหมือนทอยจะปฏิเสธหรือเปล่าเพราะขนาดเฟสบุ๊คยังบล็อกเขาเลยแล้วตอนนี้พี่มันคงรู้ตัวแล้วมั้งว่าเขาชอบตามแอบส่องน่ะ แต่ถึงยังงั้นก็ยังมีข้อความที่พวกเราคุยกันอยู่ดี แต่คิดว่าเจอขนาดนี้ยังจะกล้าทักไปงั้นหรอวะ แน่นอนว่าต้องไม่กล้าสิ

“เหมือนโดนไล่ออกจากชีวิตทางอ้อมเลยว่ะ...” พึมพำกับตัวเองก่อนกดเปลี่ยนไปส่องไอจีพี่ไทเกอร์แทน ก็เห็นตอนนี้น่าจะอยู่ด้วยกันนี่ดังนั้นเขาเลยจัดการส่องมันซะเลย แล้วก็จริงด้วย เพราะสตอรี่ไอจีล่าสุดของพี่ไทเกอร์คือกำลังถ่ายพี่ทอยที่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ และแฟรงค์กดเข้าไปดู

//คนเครียด3017// ในวิดีโอไม่มีเสียงแต่เป็นแคปชั่นที่ไทเกอร์พิมพ์ติดไว้พร้อมการซูมเข้าออกที่ทอยไปมา ถึงตอนนี้อย่างมากแฟรงค์ก็แอบรู้สึกดีว่ามันไม่ใช่เขาคนเดียวหรอกนะที่กำลังเครียดอยู่ พี่มันเองก็ดูจะคิดมากเหมือนกัน แต่คิดมากแบบไหนไม่รู้ถึงได้เล่นไล่บล็อกกูออกจากชีวิตทุกทางขนาดนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว แถมตอนนี้ยังรู้เหมือนไม่สบายอีกด้วย

คนทำให้ป่วยก็ยังไม่เห็นเขาจะสนใจเลย
งั้นดูแลตัวเองก็ได้ ไม่ง้อหรอก

............................

 ตื่นเช้ามาอีกครั้งด้วยบรรยากาศรอบข้างที่ดูไม่ได้สดใสเหมือนเดิมเลย แฟรงค์เพิ่งจะเข้าใจว่าการตื่นมาแบบมีคนให้คิดถึง แบบมีคนให้คอยจะไปหานี่มันดีกว่าการที่ตื่นมาแล้วพบว่าไม่มีใครเลยซักคน เด็กหนุ่มพลิกตัวไปอีกฝั่ง มองเหม่อไปยังเบื้องหน้าก่อนไอออกมาเมื่อยาที่กินไปเมื่อคืนเหมือนจะไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่ แต่ป่วยยังไงก็ต้องฝืนตัวเองให้ได้เพราะหยุดเรียนไปตั้งหลายวันแถมจะเปิดเทอมแล้วด้วยดังนั้นเขาก็กลัวจะเรียนปรับพื้นฐานไม่ทันคนอื่นเหมือนกัน

“แค่กๆๆ!” สุดท้ายเลยอาบน้ำแต่งตัวใส่ชุดนักศึกษาเดินเข้ามานั่งในรถทั้งที่สภาพยังไอจนคอแทบพังแบบนี้ แต่เขาใส่แมสปิดปากมาด้วยจะได้กันไปแพร่เชื้อให้คนอื่น ขับรถมาตามทางยังแอบนึกถึงพี่มันนิดหน่อยว่าวันนี้จะมาเรียนมั้ยนะ แล้วถ้ามานี่จะได้เจอกันมั้ย ใจลอยมานานรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่รถจอดลงหน้าคณะแล้ว

ทุกคนรอบตัวยังปกติเหมือนเดิม เขายังได้รับความสนใจจากรอบข้างเหมือนเดิม
คงจะมีแปลกไป ก็แค่เขากับพี่มันจริงๆ

“ไอ้แฟรงค์มึงไปไหนมาเนี่ยยยยย!!” ทันทีที่เดินเข้ามาในห้องเสียงทักจากแกงค์เพื่อนรักก็ดังโวยวายแถมพวกมันยังรีบวิ่งเข้ามากอดเหมือนไม่ได้เจอกันสามปีทั้งที่เขาหายไปแค่สามวัน ตอนที่พวกมันลากให้รีบเดินไปนั่งที่เก้าอี้แฟรงค์มีเบ้หน้าเพราะอาการเจ็บจี๊ดเบื้องล่างที่ยังไม่หาย แต่จะบอกใครให้รู้ไม่ได้ว่าเพิ่งไปโดนเขาหลอกฟันมาเพราะงั้นจะต้องทำตัวให้ปกติที่สุด

“บอกมาว่าไปไหนมา”
“ไปเที่ยว ทำไม”
“กับใครจ๊ะ”

“เสือก” สวนไปแบบนี้และพวกมันร้องหู้ยว่าเขานี่กลับมาแล้วปากคอเลาะร้ายขึ้นชะมัด
“หื้ออแต่คอนี่แดงเถือกเลย งี้กูไม่ต้องเดาเลยอ่ะว่าหายไปทำอะไรมา” พูดไปพลางจับเขาเอียงหน้าซ้ายคาเพื่อดูซอกคอที่มีรอยดูดเรียงยาวเป็นจ้ำ พวกมันทำสายตาเจ้าเล่ห์ใส่แต่ถึงอย่างนั้นก็แค่แซมกันปกติตามทั่วไปเนื่องเพราะก็บอกแล้วว่าก็ใช่ว่าพวกเขาจะไม่เคยมีอะไรกับใครที่ไหน

“จีบพี่ทอยอยู่แต่ไปเอาคนอื่นหรอเพื่อนรัก ไม่ธรรมดาเลยนะ”
“...........”
“ไหนว่าชอบพี่ทอยนักหนา ไอ้คนโป้ปดเอ้ยยย” มันก็ว่าเรื่อยไปตามประสาโดยที่แฟรงค์ยังเงียบสุดท้ายรีบเบือนหน้าหนีเมื่ออาจารย์เข้ามาเรียบร้อย ที่จริงนี่คืออาทิตย์สุดท้ายที่เรียนเพราะหลังจากนั้นก็จะถึงเวลาเปิดเทอมแล้วเข้าสู่ชีวิตนักศึกษาปีหนึ่งแบบเต็มตัว รู้สึกตื่นเต้นก็ตรงที่เวลาเช้ามาเรียนมหาลัยจะไม่ได้ค่อนข้างเงียบและจะเต็มไปด้วยคนอีกนับหลายพันที่เขาไม่เคยเห็นหน้า อย่างมากสังคมใหม่อาจทำให้เลิกเครียดเรื่องพี่มันไปพักใหญ่เลยก็ได้

“แล้วเรื่องพี่ทอยของมึงคืบหน้าถึงไหนแล้วหนิ หรือถอดใจละ” นั่งเรียนมาพักใหญ่คำถามใหม่ดังมา
“เสือกจังวะ”
“แน่จริงก็เล่าดิ ปกติเห็นอวดนักหนิมึงอ่ะ”
“ก็...เรื่อยๆ”

“เยยัง” เกือบจะไอออกมาถ้าไม่ติดว่ายั้งตัวเองไว้เสียก่อน แฟรงค์ส่ายหน้ากลับไปและไม่สนใจด้วยว่ามันจะล้อเขาว่าไร้น้ำยายังไง แถมอีกอย่างตอนนี้เขากับทอยก็คงแค่คนรู้จักกันเท่านั้น พอเปิดเทอมก็คงไม่ได้มีการสอนพิเศษหรืออะไรอีกแล้ว คงจะแค่รุ่นพี่รุ่นน้องในมหาลัยที่เดินผ่านกันไปมา ถึงใจอยากจะเป็นมากกว่านั้นแต่ทำยังไงได้ในเมื่อเขาไม่เอาวะ

..ครืดดด... คิดแล้วแม่งจะร้องไห้

“ครูครับ ผมเข้าห้องน้ำนะ” บอกไปพร้อมรีบเดินออกมาแบบไม่รอฟังหรอกว่าได้รับอนุญาตมั้ย แฟรงค์เดินมายังห้องน้ำหลังตึกที่เงียบพอที่จะให้เขาไม่ต้องคอยตีหน้าว่าโอเคต่อหน้าของใคร ทิ้งตัวนั่งลงบนอ่างล้างมือพร้อมล้วงบุหรี่ในกระเป๋าออกมาจุดสูบด้วยสภาพแววตาที่หงอยยิ่งกว่าหมาเสียอีก

แต่เสียงฝีเท้าของคนกลุ่มใหญ่ทำแฟรงค์ต้องรีบเช็ดน้ำตา
ก่อนรีบเดินเข้าไปนั่งในห้องน้ำซะ ก็เพราะบอกแล้วไงว่าไม่อยากเจอคนอ่ะ!

 “เออไม่มีใครจริงด้วยว่ะ” หนึ่งเสียงคุ้นเคยที่ดังทำแฟรงค์ขมวดคิ้วว่าที่แท้ก็คือพี่เอ็กซ์เจ้าของอู่ซ่อมรถที่เขาเคยไปซุกหัวนอนที่บ้านพี่แกไง เหมือนจะมากับเพื่อนหลายคนที่พอลองฟังเสียงพูดแล้วไม่มีทอยนะ เนี่ยโคตรจะอุ่นใจเพราะยอมรับว่ายังไม่พร้อมจะเจอกับพี่มันหรือรับรู้อะไรแม้แต่แค่เสียง เขายังคงนั่งอยู่ในห้องน้ำแล้วกะว่าจะรอพวกพี่เขาเดินออกไปก่อนแล้วถึงจะออกไป นั่งนิ่งคอยฟังเรื่องตลกจากปากของกลุ่มพวกนี้แล้วเขาก็ยังหัวเราะจะเป็นจะตายทุกครั้ง ต้องกลั้นขำเพื่อไม่ให้พวกนั้นรู้ว่ามีคนกำลังแอบฟังตัวเองคุยกันอยู่ หัวเราะจนลืมเศร้าไปเลยแถมยังรู้สึกโคตรดีที่อย่างมากวันนี้ก็ยิ้มออก แต่แล้ว..

“แล้วไอ้ทอยจะมาตอนไหนเนี่ย” นั่นแหละ รอยยิ้มของเขาถึงขั้นค้าง...
“ไม่ใช่ให้เบอร์เสร็จแล้วชวนกันไปโรงแรมต่อเลยหละมั้งกูว่า”

“นินทาเหี้ยไรกูอีกอ่ะ” นอกเหนือไปกว่านั้นหนึ่งเสียงคุ้นเคยที่ดังยังทำแฟรงค์แทบสำลักน้ำลาย เม้มปากแน่นกับตัวเองเพราะแค่ได้ยินเสียงแต่ใจมันยังเจ็บหนักขนาดนี้เลย ตอนนี้เหมือนจะเป็นโรคหัวใจยังไงยังงั้น ยิ่งได้รู้ว่าพี่มันใช้ชีวิตอย่างปกติสุขขนาดไหนก็ยิ่งแย่ ในขณะที่เขากำลังเศร้าแทบตายแต่อีกคนยังมีหน้าไปแจกเบอร์คนอื่นได้อีกหรอ

“มึงยังไม่บอกพวกกูเลยเหอะว่าหายหัวไปไหนกับใครมา”
“แล้วทำไมต้องบอกด้วยวะ” นั่งเงียบฟังบทสนทนาลับหลังที่ทอยไม่รู้ว่าเขากำลังแอบฟังอยู่

“เอาเป็นว่ามึงไปเปิดซิงลูกใครมาดีกว่า” เพื่อนของทอยเปิดคำถามใหม่ส่งให้ในขณะที่แฟรงค์ก็นั่งเงียบฟังอย่างตั้งใจเพราะเขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าลับหลังทอยจะพูดถึงตัวเองยังไง แต่ตอนนี้ทอยเงียบและมีกลิ่นควันบุหรี่ลอยเข้ามาแตะจมูกของแฟรงค์แทน ซักพักแล้วเสียงทุ้มอันคุ้นเคยก็ดังอีกครั้ง

“ก็ที่เคยบอกว่ามีเด็กมาตามจีบกูไง”
“อ๋อ ไอ้คนนั้นหรอ” อันนี้หมายถึงเขาใช่มั้ย..
“เออ เลิกสงสัยยัง”
“กูจะเลิกสงสัยก็ต่อเมื่อมึงยอมบอกว่าไอ้เด็กคนนั้นคือใคร”

“รู้ไปทำไมกูไม่ค่อยได้ยุ่งด้วยแล้ว”
“ได้เขาปุ๊บมึงจะทิ้งเลยหรอ ไม่โหดไปหน่อยหรอวะ” แฟรงค์เม้มปากนั่งลุ้นว่าทอยจะพูดอะไรต่อ
“ก็ไม่ได้ขอให้มาชอบกูตั้งแต่แรกนี่หว่า”

“หู้วววว...เพื่อนกูหล่อเลือกได้อีกแล้ว!” และสุดท้ายในขณะที่กลุ่มคนด้านนอกกำลังเฮฮากันหนึ่งคนตรงนี้กลับกำลังนั่งยิ้มกับตัวเองทั้งน้ำตา แฟรงค์สูดลมหายใจเข้าลึก ถึงตอนนี้เขาว่าเขาควรเลิกหวังเรื่องความรักไร้สาระกับบุคคลที่ชื่อว่าไอ้เหี้ยพี่ทอยมันซักที ในเมื่อพี่มันยังทำตัวปกติได้ งั้นเขาก็ควรจะทำแบบนั้นบ้างดิ มานั่งเศร้าอยู่คนเดียวนี่แม่งโคตรจะอ่อนแอเลย

...แกร๊กก!!.. คิดได้ดังนั้นถึงตัดสินใจเปิดประตูห้องน้ำออกไป

“......!!” และดวงตาคู่คุ้นเคยที่จ้องมาทำแฟรงค์ต้องยิ้มทักทายไปให้
“พวกพี่โคตรเสียงดังเลย ขี้ไม่ออก” แฟรงค์เอ่ยประโยคนี้และกลุ่มเพื่อนของทอยหัวเราะทักทายตามประสาคนเคยร่วมวงกินเหล้าด้วยกัน เขาได้รับบุหรี่จากมือพี่เอ็กซ์มาสูบด้วย ในตอนนี้แฟรงค์กำลังยืนยิ้มกับประโยคพูดคุยกันของพวกพี่คนอัธยาศัยดีทั้งหลายจนในจังหวะที่หันไปสบสายตาเข้ากับทอยพอดี

“งี้มึงนั่งอยู่ในห้องน้ำก็ได้ยินเรื่องที่กูเมาท์ไอ้ทอยกันอะดิ”
“ก็ได้ยินครับ” แฟรงค์ตอบเอ็กซ์ไป
“เป็นไง สุดยอดไปเลยใช่ปะ”

“ไม่ใช่เรียกว่าเหี้ยหรอครับ” คนอื่นหัวเราะลั่นเพราะคิดว่าคือมุกแต่ใครจะหารู้ว่าในตอนนี้แฟรงค์และทอยยืนจ้องกันด้วยแววตาแบบไหน สายตาในคืนนั้นที่ทะเลาะกันของทอยกลับมาอีกครั้งแต่ในครั้งนี้แฟรงค์จะไม่ร้องไห้อีกแล้ว

“ก็ไม่เคยไปขืนใจใครนะ เห็นยอมกันเองหมด” และนี่คือประโยคแรกที่ทอยพูดกับเขาหลังจากเมื่อคืน
“ทำแบบนั้นแถวบ้านผมเรียกเหี้ยว่ะ”
“งั้นคนที่ยอมนอนกับกู เขาก็คงเรียกว่าง่าย” โดนตอกมาแบบนี้แฟรงค์ไร้คำจะโต้ตอบ เขาทำได้แค่ยืนมองหน้าพี่มันนิ่งก่อนขอตัวเดินออกมาจากกลุ่มคนที่กำลังคุยเรื่องอื่นกันแบบไม่ได้สนใจเท่าไหร่ว่าบรรยากาศระหว่างแฟรงค์และทอยมันแปลกขนาดไหน เด็กหนุ่มเดินออกไปแล้วในขณะที่เหล่าเพื่อนของทอยเพียงมองตามอย่างไม่ได้อะไร

คงจะมีก็แค่คนตรงนี้ที่สายตามองตามร่างของเด็กหนุ่มไปจนลับ
ทอยหายใจไม่ทั่วท้องเท่าไหร่ เมื่อกี๊ยอมรับว่าโมโหมากที่โดนมันด่าก่อนและถึงได้พูดไปแบบนั้น

“อ้าวแล้วเป็นอะไรถึงหน้าเครียดอีกแล้วหละพ่อ” สุดท้ายเสียงถามจากเอ็กซ์ดังออกมาเมื่อเพื่อนตัวเองมีท่าทีแปลกไป
“เปล่าไม่ได้เป็นอะไร”
“ให้เด็กปอสองดูมันยังรู้เลยว่ามึงเครียดอยู่เนี่ย ตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วนะ เป็นอะไรของมึงวะ”
“...........”
“อกหักหรือไง”

“กูบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรไง” พูดเสียงนิ่งออกไปและเหล่าเพื่อนถึงได้ลงมติว่าควรเลิกสนใจทอยซะ ได้เวลาต้องเข้าเรียนแล้วเพราะออกมานานจนเกือบเป็นชั่วโมงและในระหว่างที่เดินกลับเข้าห้องเรียนในหัวของทอยยังวนเวียนอยู่แต่แววตาแบบนั้นของแฟรงค์อยู่ตามเดิม ไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้นใส่ไปซักหน่อย แต่ทำยังไงได้ก็คนมันโมโหนี่หว่า

ถึงอย่างงั้นคงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง เพราะอย่างไอ้แฟรงค์น่ะหรอจะโกรธเขาได้
เดี๋ยวอีกไม่กี่วันก็คงจะกลับมาตามกวนตีนเขาเหมือนเดิม

...คิดว่าอย่างนั้น...


# # # # # # # # #
เอาจริงๆก็แคร์น้องอ่ะ แต่ทำไมทำแบบนั้นอะคะ
แต่แถวบ้านนี่ก็เรียกเหี้ยเหมือนกัน-_-55555
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่13 {27/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: DrSlump ที่ 27-03-2018 15:58:53
 :pig4: :pig4: :pig4:

เมื่อไรจะรู้ใจตัวเองหนอ?
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่13 {27/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: arjinn ที่ 27-03-2018 16:27:43
น้องจะเทไหม
เทเหอะ ขอให้เท...
พี่มันคิดว่าเดี๋ยวก็กลับมากวนตีนอีก
อยากให้ไม่ใช่แบบที่คิด
พูดไม่ดีต้องเจอ ง่าย!!
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่13 {27/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: muiko ที่ 27-03-2018 16:47:41
อยากให้แฟรงค์พอแล้วกะทอย
อย่าไปตามกวนพี่เค้าอีกนะแฟรงค์
ถึงพี่ทอยจะพูดเพราะโกรธ แต่ด่าว่าง่ายก็แรงไปป่ะ
คิดว่าพูดแบบนี้ แฟรงค์ยังจะมายุ่งกะพี่อีก ก็คิดได้เนาะคนเรา
คอยดู อย่ามาตาม คนที่ตัวเองด่าทีหลังหล่ะ
อย่ามาหวงด้วย ถ้าแฟรงค์ไปสนคนอื่น
น้องมีคนให้เลือกเยอะเยอะ รู้ไว้ด้วย ชิส์
สงสารแฟรงค์
มีความอิน.... :katai1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่13 {27/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: kung ที่ 27-03-2018 16:52:03
ไม่เอาพระเอกเป็นเ_ี้ย ได้มั้ยคะ โลกนี้มีคนดีๆอีกเยอะ ปล่อยสัตว์แบบทอยไปเหอะแฟรงค์ลูก หาใหม่เอาที่ใจดีๆไม่ใจเชี่ยๆแบบอิเรวทอยนะแฟรงค์นะ ต่อให้พูดเพราะความโมโหก็ไม่สมควรนะบักห่านทอย เกลียดอะ อยาก :z6: #ทีมแฟรงค์ #อินจัดว่างั้น5555
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่13 {27/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: pan19891990 ที่ 27-03-2018 17:41:13
โถถถถอิพี่ทอยทำเป็นเข้ม... เหอะๆ ถ้าแอบหวั่นไหวหรือแคร์เขาก็รีบสารภาพมา เตรียมน้ำตาเช็ดหัวเขาได้เลย เพราะลูกแฟรงค์ของชั้นจะไม่สนใจเธอแล้ว
จริงๆเราชอบความดราม่า ความโสรยาใดๆ จะเจ็บปวดทั้งทีต้องเอาให้สุด เวลาเอาคืนจะได้สาแก่ใจ 555
เพราะฉะนั้นแฟรงค์อย่าไปสนใจมันลูกกก!  :hao7:
ขอบคุณที่แต่งและมาแบ่งปันนิยายสนุกๆนะคะ  รอตอนต่อไปค่า รอลุ้นว่าคู่นี้เขาจะลงเอยกันยังไง  สู้ๆนะคะ   :pig4:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่13 {27/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: day9day ที่ 27-03-2018 19:52:51
แฟรงค์ ถอยออกมาเถอะหรือมีคนใหม่เลยยิ่งดี อาจจะทำใจยาก แต่จะอยู่แบบทรมานตัวเองก็คงไม่ดี ถอยยยยยยยดีกว่า


ปล. คนแต่งมาต่อเร็วๆนะครับ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่13 {27/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 27-03-2018 23:14:21
 :katai2-1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่13 {27/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: puiiz ที่ 28-03-2018 01:25:10
 :z3: :z3:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่13 {27/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: areenart1984 ที่ 28-03-2018 02:03:55
จะมีเลวกว่านี้ไหม ทอย  :m16:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่13 {27/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: วายซ่า ที่ 28-03-2018 06:30:31
สับสนใช่มั๊ยทอย ดูจะมีความแอบห่วงน้องนิดๆ นะ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่13 {27/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: PrimYJ ที่ 28-03-2018 08:29:39
อยากจะตีปากอิพี่เหลือเกิน
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่13 {27/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: kingkong ที่ 28-03-2018 08:31:30
แฟรงค์ใจแข็งๆ นะลูก
อย่าไปยอมอิพี่ทอยมัน
ให้มันวิ่งง้อวิ่งตาม
มันตัดขาดกับเราเราก็ตัดขาดกับมันบ้าง :m16:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่13 {27/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Phoeniz ที่ 29-03-2018 22:55:35
เป็นอีกเรื่องนึงที่ชอบมาก ติดตามอยู่นะครับ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่13 {27/03/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Lampao ที่ 01-04-2018 17:31:03
  :ling1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่14
เริ่มหัวข้อโดย: Sirinapa-11 ที่ 02-04-2018 14:40:49
ตอนที่14
#จีบวิศวะ

แต่หลายต่อหลายวันที่แฟรงค์มันไม่ได้โผล่หน้ามาหาทั้งที่เวลาหกโมงเย็นคือช่วงเวลาที่นัดกันไว้แล้วว่าจะต้องมาทำอะไร ไปมหาลัยเขาก็ไม่ได้เจอมันเนื่องเพราะยอมรับว่าทุกครั้งที่บังเอิญเจอได้ก็เพราะว่าแฟรงค์หอบตัวเองมาทานอาหารกลางวันที่โรงอาหารของคณะเขา ดังนั้นเมื่อมันเลือกจะหลบหน้าก็แน่นอนว่าโอกาสได้เจอแม่งแทบจะไม่มีเลย จากปกติที่หน้าก็ไม่ได้จะยิ้มบ่อยอะไรในตอนนี้เรียกได้ว่านิ่งจนเหมือนคนกำลังไม่พอใจตลอดเวลา สายตาของกลุ่มเพื่อนที่นั่งตักข้าวเข้าปากต่างพากันมองหน้าทอยสลับกับหันมามองหน้ากันเองอย่างส่งคำถามผ่านสายตาว่าสองสามวันผ่านมานี่ไอ้เพื่อนรักเกิดเป็นอะไรไปอีกแล้ว

“เอฟก็แก้เสร็จแล้วมึงยังมีเครียดอะไรอีกวะ...หรือเครียดที่อาทิตย์หน้าจะเปิดเทอมแล้วแต่ยังไม่ได้พัก?”
“เปล่า”
“อ๋ออออ” แถมไม่กล้าถามต่อด้วยเพราะเดี๋ยวโดนมันด่า
“ไปไหนต่อเนี่ย” ส่งเสียงถามออกไปอีกครั้ง

“ไปบ้านมึงก็ได้ เบื่อไม่มีไรทำ” ได้คำตอบจากทอยแล้วทุกคนต่างลงมติเห็นด้วยเนื่องเพราะตอนบ่ายก็ว่างกันหมดทุกคนไม่มีกิจกรรมอะไรแล้ว ดังนั้นทานอาหารกลางวันเสร็จถึงต่างคนต่างเดินไปรถของตัวเอง ในวันนี้ทอยไม่ได้เอารถมาเพราะให้เพื่อนไปรับและมันก็สะดวกดีที่เขามีหน้าที่เพียงนั่งนิ่งให้พวกมันขับรถให้เท่านั้น ระหว่างทางยังคงไม่ได้พูดอะไร นั่งเล่นโทรศัพท์ท่ามกลางความสงสัยของคนขับรถและไอ้ตัวแสบที่ห้อยพ่วงติดมาด้วยอีกสามคนที่เบาะหลัง

“แล้วนี่ตอนเย็นกูต้องไปส่งมึงปะ หรือนอนค้างบ้านกู” เจ้าของบ้านและพ่วงตำแหน่งเจ้าของรถอย่างเอกซ์ถามขึ้น
“ไม่ค้างเดี๋ยวกลับเอง”
“เดี๋ยวกูไปส่งก็ได้เพราะเดี๋ยวต้องไปส่งพวกเหี้ยนี่อยู่ดี” คำว่าพวกเหี้ยทำเอาสามคนหลังที่นั่งเรียงแทบสะดุ้ง
“ไม่ๆ เดี๋ยวแม่กูให้คนเอารถมาให้” ซึ่งพอทอยพูดประโยคนี้ไอ้พวกสี่คนข้างก่ายหันมองหน้ากันแบบเบิกตากว้างก่อนมันจะส่งเสียงร้องเฮดีใจเหมือนถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง ไอ้ตัวนั่งหลังรีบชะโงกหน้ามาและเมื่อทอยหันไปมอง

“ลืมไปเลยว่ามึงแก้เอฟเสร็จแล้ว ได้รถคืนแล้วใช่ปะวะ”
“เออ”
“เย้!เนี่ยกูจะได้พูดความจริงซักทีว่าโคตรเบื่อนั่งอัดในรถไอ้เอกซ์เลย!รถไอ้ทอยยังดีกว่าตั้งเยอะ!”

“อ้าวไอ้สัส!!” เจ้าของรถอย่างเอกซ์กำลังหัวร้อนด่าขมุบขมิบปากไม่หยุดพร้อมการมองไอ้ตัวดีผ่านกระจกที่กำลังนั่งแลบลิ้นปลิ้นตาใส่อยู่ ทอยหัวเราะออกมาครั้งแรกในรอบวันกับภาพของพวกมันสองตัวที่ตีกันจะเป็นจะตายแต่ก็เห็นบางครั้งก็โคตรจะสนิทกันเลย กว่าจะมาถึงที่หมายได้ก็แทบจะได้ดูมวยคู่เอก ทอยส่ายหัวทั้งหัวเราะเพราะขนาดลงจากรถมาแล้วพวกมันยังไม่หยุดตีกันเลย เขาทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาตัวคุ้นชินพร้อมมือที่ล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา

นั่งจ้องในข้อความส่วนตัวของไอจีตัวเองระหว่างเขากับใครบางคนที่ก็รู้ว่าใคร
ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าตั้งแต่วันนั้นแฟรงค์มันยังไม่ยอมทักมาใหม่เลย

...มันเป็นอะไรของมันวะ...

“เดี๋ยวนี้ไอ้แฟรงค์ได้คุยกับพวกมึงอยู่ปะ” เลยถามเพื่อนตัวเองออกไปและพวกนั้นหันมองอย่างไม่เข้าใจนัก
“ไม่ค่อย เจอล่าสุดก็วันนั้นที่ห้องน้ำอะ...ทำไมวะ”
“เปล่าถามไปงั้น”

“ก็ปีหนึ่งมันปรับพื้นฐานเสร็จก่อนเราแก้เอฟไง มันก็ไม่ต้องมามอกันแล่ว” ได้คำตอบแล้วทอยกระจ่างขึ้นมานิดหน่อยและนึกออกได้พอดีว่าที่แฟรงค์มันไปมหาลัยก็เพราะไปปรับพื้นฐานของตัวเองนี่หว่า งั้นคงไม่แปลกหรอกมั้งที่มันจะไม่ได้เจอเขาเลยแต่ถึงอย่างนั้นเหตุผลอะไรแม่งถึงต้องหายหัวไปแบบนี้ด้วยวะ ทำตัวโคตรน่าหมั่นไส้

นั่งต่อไปซักพักทอยเงยหน้ามองรถยนต์คันหรูที่ขับเข้ามา
เห็นว่าเป็นรถไอ้เกอร์เขาถึงไม่ได้อะไร จนกระทั่งที่คนด้านในรถเปิดประตูลงมา

..ปึก.. คนแรกที่ก้าวขาลงมาคือไอ้เพื่อนสนิทตัวขาว
..ปึก.. แต่กับคนสองที่ก้าวลงจากฝั่งข้างคนขับนั้น

“...........!” ไม่ใช่เขาที่มีสีหน้าตกใจแต่เป็นอีกร่างที่เพิ่งก้าวขาเข้ามา ถึงตอนนี้เห็นได้ชัดแล้วว่าแฟรงค์กำลังหลบหน้าและเจอแบบนี้มันทำให้คนมองอย่างทอยมีแอบไม่พอใจทั้งความหมั่นไส้ในตอนนี้ด้วย ถ้าไม่ติดว่ามีเพื่อนอยู่คงเดินเข้าไปตอกหน้าให้แล้วแต่เพราะคนเยอะขนาดนี้เลยทำได้แค่นั่งแล้วส่งสายตากดดันไปให้ไอ้เด็กนิสัยเอาแต่ใจคนนั้นซะ

..หมับ..

“จุ๊บๆ คิดถึงพี่มั้ยหนู” เป็นไทเกอร์ที่เดินเข้ามากอดเขาหมับพร้อมทำตาปริบแล้วซบหน้าลงบนไหล่ด้วย เป็นเรื่องปกติของพวกเราและเพื่อนคนอื่นไม่ได้ให้ความสนใจอะไรคงมีแต่แฟรงค์ที่ยืนมองอยู่ที่ถึงขั้นปรับสีหน้าไม่ถูกว่าควรทำยังไง
“ไปไหนมา แล้วมาทำอะไร” เสียงจากทอยดังถาม
“เอารถมาเปลี่ยนแม็กซ์ใหม่ มึงทำให้กูนะ...นะ”
“ได้อะไรตอบแทน”
“ได้ความรักจากกู”

“ถุ้ย!” พอทอยสวนมาแบบนี้ไทเกอร์หัวเราะลั่นและคนที่ถูกนั่งทับอยู่อย่างทอยก็หัวเราะออกมาด้วย บรรยากาศตอนนี้มันอึดอัดตรงที่แฟรงค์ไม่ได้กำลังคุยกับคนอื่นแต่ทำเพียงยืนเงียบแล้วมองนั่นนี่อย่างไม่รู้ว่าจะควรมองไปที่ไหน ไม่ได้อยากรู้ด้วยว่าตอนที่ทอยอยู่กับพี่ไทเกอร์น่ะอีกคนดูมีความสุขขนาดนั้น ไม่เห็นจะเคยพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงเอ็นดูตามใจหรืออะไรแบบนี้เลยแถมยังโคตรนิสัยไม่ดีเพราะพอหันมองไปก็จะเห็นแววตาเหมือนเยาะเย้ยจากทอยส่งมาให้ตลอด

เพราะรู้ว่าเขาชอบหรอเลยทำแบบนี้ใส่น่ะ
โคตรแย่เลยว่ะ แม่งจะเคยรู้บ้างมั้ยว่าแค่นี้เขาก็เจ็บเพราะพี่มันจะตายห่าอยู่แล้ว

“ไอ้แฟรงค์มันจะมาดูด้วยอ่ะว่าตอนใส่แม่งต้องทำไง กูเลยห้อยติดมาด้วย” ไทเกอร์พูดมาและทอยพยักหน้ารับ
“แล้วรู้ได้ไงว่ากูอยู่นี่”
“เปล่า ตอนแรกจะมาให้ช่างนี่แหละทำให้แต่ถ้ามึงอยู่พอดีก็ให้มึงทำให้ไง” คำตอบของไทเกอร์โคตรน่าหมั่นไส้จนทอยต้องใช้มือตีหน้าผากไปที คุยกันเสร็จเรียบร้อยก็ถึงเวลาต้องทำงานทำการแล้วซึ่งพอทอยลุกขึ้นและเดินตรงไปยังรถยนต์คันสวยที่จอดอยู่เจ้าเด็กหนุ่มตัวขาวที่อยู่ตรงนั้นเห็นมีแววตากังวลนิดหน่อย

“เดินตามมาดิ”
“ครับ” ซึ่งแฟรงค์ขานรับพร้อมเดินตามอย่างว่าง่าย
“มึงจะอยากรู้ไปทำไม”
“ก็เวลาอยากทำรถจะได้ไม่ต้องเสียเงินเองไง”

“ปกติไม่เห็นจะงกเลยไม่ใช่?ก็เห็นจ่ายได้ตลอดไม่ใช่หรอ” ไม่รู้ว่าคำถามนี้มันแอบรุนแรงมั้ยแต่แฟรงค์ที่ถูกถามเงียบไปและมีแสดงแววตาไม่พอใจเล็กน้อย เห็นว่าพี่มันแอบยิ้มมุมปากและนั่นทำให้เขาต้องพ่นลมหายใจพร้อมนั่งเงียบอยู่ข้างกับคนที่กำลังลงมืองัดเจ้าล้อรถออกมาแล้ว ตลอดระยะเวลามีแต่เสียงของกลุ่มเพื่อนของทอยคุยกันและเสียงกึกกักจากเครื่องมือแต่ไม่มีเสียงคุยระหว่างเราเลย แฟรงค์ก็แค่นั่งดูและแน่นอนว่าทอยก็ไม่ได้ชวนคุย

อึดอัดยิ่งกว่าคำว่าอึดอัด
จนกระทั่งที่เสียงตะโกนถามจากกลุ่มเพื่อนของทอยดังมา

“เห้ยไอ้ตรงนั้นมึงเงียบจังเลยวะ!!”
“เยกันอยู่เลยไม่ว่างพูดไง!!” ทั้งที่มือก็ไม่ว่างแต่ปากของทอยยังตะโกนตอบคำนี้ไปได้ แฟรงค์หันขวับมองไอ้คนข้างกายซึ่งแววตาของเขามันมีความแข็งอยู่และเหมือนทอยจะรู้ด้วยว่าไอ้เด็กตรงนี้กำลังไม่พอใจกับที่ตะโกนตอบไปแบบนั้น

“กูก็แค่พูดเล่นกับเพื่อนไม่ได้อยากจะเอามึงอีกรอบหรอก” เพราะสีหน้าของมันเลยทำให้เขาต้องพูดแรงขนาดนี้
“แล้วคิดว่าผมจะให้พี่เอาอีกรอบหรือไง”
“แต่เห็นวันนั้นก็เป็นคนบอกให้กูเอามึงเองไม่ใช่หรือไง”
“.........”
“ปากดีไม่ออกเลยดิ” พี่มันพูดต่อมาอีกแต่แฟรงค์ยังนั่งเงียบเพราะก็จริงตามที่อีกคนบอกนั่นแหละว่าเขาเป็นคนบอกให้ทอยทำแบบนั้นเอง วันก่อนก็ด่าเขาว่าง่าย วันนี้แม่งก็มาพูดแบบนี้ใส่ เหอะ โคตรจะอยากหัวเราะว่าทำไมเขาถึงต้องโง่ไม่เชื่อเพื่อนแต่แรกว่าไม่ควรเข้าไปยุ่งกับทอย ใครห้ามก็ไม่ฟังสุดท้ายก็นั่งน้ำตาตกในจนได้

..พรึบ..! ถัดมาอีกทอยถอดเสื้อช็อปที่เปียกเต็มไปด้วยเหงื่อของตัวเองออกแล้ววางกองไว้กับเก้าอี้ตรงข้างแทน ในตอนนี้ใครอีกคนเหลือใส่อยู่เพียงเสื้อกล้ามสีดำที่ใส่ซ้อนในอยู่ คงจะไม่ได้อะไรเลยถ้าหากว่าตามช่วงไหล่ของทอยไม่ได้มีแต่รอยข่วนและรอยจิกจากเล็บที่ยังเห็นได้ชัดอยู่แล้วไม่ต้องคิดเลยด้วยว่ารอยพวกนั้นใครเป็นคนทำ เพราะแววตาของทอยที่ชำเลืองมองมาก็ชัดเจนแล้วว่าพี่มันกำลังพยายามตอกย้ำว่าในคืนนั้นเป็นแฟรงค์เองที่ยอม

เอาจริงตอนโดนทอยด่ามันไม่ได้เจ็บเท่าการถูกมองด้วยแววตาแบบนี้
เขาเองก็พยายามทำหมดแล้วทั้งเข้าหาและถอยห่าง แต่สุดท้ายใครอีกคนก็ยังไม่ชัดเจนว่าต้องการอะไร

“การที่ทำให้คนอื่นรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่านี่พี่สนุกหรือไง”
“.......” และไม่รู้ว่าเพราะเสียงที่สั่นหรือแววตาที่โคตรผิดหวังของเขาที่ทำทอยนิ่งแบบนี้
“แค่โดนเอาแล้วทิ้งแม่งก็เหี้ยพอแล้วมั้ยวะแล้วยังจะมาตอกย้ำอะไรนักหนาอีก เออผมมันง่ายเองพอใจยัง!” ตะโกนเสียงดังออกไปพร้อมลุกพรวดหนีแบบไม่ต้องการอยากคุยหรืออะไรกับทอยอีกแล้วแต่เหมือนตอนแฟรงค์เดินหนีออกไปยังไม่มีใครสนใจจนกระทั่งที่ทอยลุกเดินตามไปนั่นแหละเหล่าคนที่กำลังนั่งคุยกันอยู่ถึงได้มองตามแบบแววตางุนงงสุดขีด

..ปัง!!.. แล้วกับคนตรงนี้ที่วิ่งตามแฟรงค์จนทันเลือกที่จะรั้งให้อีกร่างตามมาในห้องน้ำโดยไม่ลืมจะล็อคประตูเอาไว้ด้วย

“แล้วมึงหลบหน้ากูทำไม!”
“แล้วพี่อยากให้ผมไปเจอพี่ด้วยหรอ!!” เสียงที่ตะโกนดังไม่ต่างกันกำลังดังไม่หยุด
“ก็กูบอกให้ทำทุกอย่างให้ปกติ ปกติของเราก็คือมึงต้องตามกูไง”
“ตามให้พี่เอาผมไปพูดเสียๆหายๆกับเพื่อนพี่น่ะหรอวะ”

“แล้วพวกมันรู้หรือไงว่าคือมึง”
“แต่ผมรู้ว่าคือผมและก็ยังรู้ด้วยว่าพี่แม่งไม่เคยสนใจความรู้สึกผมเลย!!”
“.......”
“หน้าตัวเมีย!”
“ไอ้แฟรงค์!!”

..หมับ!.. เป็นเสื้อยืดตัวบางที่ถูกจับกระชากคอเสื้อพร้อมแรงรั้งที่ทำแฟรงค์ต้องจ้องหน้ากับอีกร่างแบบเลี่ยงไม่ได้ ในตอนนี้ทอยแสดงชัดว่าโกรธแค่ไหนกับการโดนด่า มือหนาที่กำคอเสื้อของเขาอยู่มันแน่นจนแทบเดาออกว่าอีกไม่กี่วิพี่มันคงจะต่อยเขาซักฉาดแน่ แต่มาถึงขั้นนี้ถ้าจะโดนต่อยก็คงไม่มีอะไรเสียหายและแฟรงค์เองก็อยากให้ทอยรู้ซักทีว่าแต่ละคำที่อีกคนพูดน่ะแม่งโคตรทำร้ายจิตใจของเขาขนาดไหน

...ปังๆๆ!!!..
//เห้ยพวกมึงทำเหี้ยไรกันเนี่ย!!// ข้างในก็วุ่นวายมากพอแล้วแต่คนข้างนอกยังพยายามทุบประตูเพื่อบอกให้พวกเขาเปิดและตะโกนเข้ามาอย่างแนห่วงแบบนี้แต่เหมือนทอยจะไม่ได้สนใจแถมยังเลือกจะมองแค่แฟรงค์เท่านั้น

“มึงจะเอาแบบนี้ใช่มั้ย” เสียงที่เค้นจากลำคอของทอยดังออกมา
“กลับไปเป็นแค่คนรู้จักกันก็พอเพราะถึงยังไงเรื่องของเรามันก็รู้กันแค่สองคนอยู่แล้ว”
“แล้วกูจะคอยดูว่าน้ำหน้าอย่างมึงมันจะได้ซักกี่น้ำ!” และเสียงดังสุดท้ายตะโกนออกมาพร้อมมือที่ผลักแฟรงค์ออกจากการเกาะกุม พวกเราเลือกจะหันหน้าหนีคนละทางเป็นทอยที่เดินไปยังประตูห้องน้ำก่อน

..แกร๊กกก!. ซึ่งเมื่อเปิดประตูออกได้คนที่เดินออกไปก่อนกลับเป็นแฟรงค์ที่เดินหนีออกไปแบบไม่สนใจใคร มองตามอย่างไม่มีใครรู้ว่าควรทำยังไงเพราะในตอนนี้เจ้าเด็กตัวขาวที่อายุน้อยสุดในที่นี่ได้หนีหายเข้าไปในรถแท็กซี่แล้วเรียบร้อยคราวนี้ก็คงจะมีแค่ทอยที่ยังอยู่ซึ่งคนตัวสูงเลือกที่จะพูดแบบนี้

“มันกวนตีนกู เกือบต่อยกันแต่โอเคแล้ว” บวกกับทุนเดิมที่พอรู้ว่าทอยไม่ชอบแฟรงค์เลยทำให้เพื่อนต่างยังพอเชื่อได้บ้างจะมีก็คงแค่ไทเกอร์ที่ดูออกแน่ชัดว่าทอยกำลังโกหกและสุดท้ายเขาก็เลือกที่จะเดินตามไปนั่งลงยังไอ้เพื่อนรักด้วยสีหน้าที่แอบหนักใจไม่ได้แพ้กัน ร้อยเอาบาทเดียวเลยก็ได้ว่าคู่นี้แม่งต้องมีอะไรมากกว่าแค่ที่เห็นแน่

“จะเล่ามั้ย”
“ไว้วันหลังได้มั้ย” แล้วแค่ทอยสวนมาแบบนี้ก็โคตรชัดเจนว่ามันต้องตามที่เขาคิด
แล้วไม่รู้ว่ารอบนี้ใครผิดใครถูกด้วย
อีกคนก็เพื่อนส่วนอีกคนก็น้องแฟนเลยนะ ไทเกอร์หละปวดหัว...


..........................

เกือบตลอดสัปดาห์ผ่านมาแฟรงค์ไม่ได้ออกไปไหนเลย วันหยุดอาทิตย์สุดท้ายก่อนเปิดเทอมเขาอยู่แต่ในห้อง มีคุยกับเพื่อนบ้างที่ส่วนใหญ่ก็ใช้ชีวิตแบบแค่ออกไปทานข้าวหน้าคอนโดแล้วกลับเข้ามานอนดูหนังฟังเพลงเท่านั้น มันเหงาแต่มีความสุขตรงที่ไม่ต้องมานั่งทุกข์หรืออะไร ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวหรือตามพี่มันแล้วซึ่งแน่นอนว่าอย่างทอยก็ไม่มีทางตามง้อเขาแน่ เพราะงั้นเปิดเทอมไปก็ขอแค่ต่างคนต่างใช้ชีวิตแบบคนรู้จักกันที่ไม่ได้เกลียดกันก็พอ

นอนเล่นโทรศัพท์อยู่แบบนี้โดยที่ข่มใจไม่ให้กดเข้าส่องอะไรของทอยแล้ว
ดีนะที่มีเกมให้ติดเลยไม่ได้เหงาอะไรมากนัก พี่มันเองก็คงจะ...

...ครืดดด...
“...!” ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อพบว่ามีหนึ่งข้อความจากเมสเสนเจอร์เด้งขึ้นมา ไม่ได้เป็นเพื่อนกันไงเลยขึ้นว่าต้องการตอบรับข้อความมั้ย แต่รูปที่เด้งมานี่มันชัดว่าคือใครและนั่นทำเขาตาโตก่อนรีบกดเข้าไปดู เมื่อพบว่าคือเฟสจริงของทอยแฟรงค์ยิ่งช็อคหนัก ในใจเต้นแล้วด้วยเพราะอย่างมากรู้แล้วว่าอีกคนปลดบล็อกเฟสเรียบร้อย ยิ้มกับตัวเองก่อนรีบกดอ่านข้อความก่อนต้องยิ้มค้างเมื่อพบว่าไอ้ประโยคตรงหน้ามั้น

//แล้วค่าจ้างกูหละ มึงจะเบี้ยวหรือไง//
แม่ง.... ยอมรับว่าแม่งขนาดไม่ได้คุยเป็นอาทิตย์แต่แค่เพียงประโยคเดียวของอีกคนยังทำเขารู้สึกน้อยใจได้ขนาดนี้ แฟรงค์กดตอบรับข้อความ นิ่งคิดว่าจะพิมพ์อะไรตอบไป

//เดี๋ยวผมโอนให้ก็ได้เลขบัญชีพี่อะไร// และคิดว่านี่คงจะดีที่สุด
//เอามาให้กูที่ห้องดิ วันนี้ไม่ได้ไปไหน...ไม่อยากให้แม่รู้ว่ามีเงินเข้าบัญชีเยอะขนาดนั้น// แฟรงค์ไม่เข้าใจในสิ่งที่ทอยสื่อไหร่นักแต่คิดว่าคงเป็นเรื่องส่วนตัวซึ่งเขายอมตอบตกลงออกไปและทอยก็กดอ่านมาแต่ไม่ได้ตอบ ถอนหายใจกับตัวเองอีกครั้งพลางมองไปยังนาฬิกาที่บอกว่าคือเวลาช่วงเย็นซึ่งในวันนี้เขาต้องไปหาทอยในเวลาเดิมอีกครั้ง แต่ต่างไปแค่อาจเป็นครั้งสุดท้ายแล้วหละกับการไปห้องของพี่มัน

................................
.........................
........

ยอมรับว่าหลายวันผ่านมาการที่แฟรงค์ทันหายเงียบไปเลยโคตรทำเขาว้าวุ่นใจเลย รู้สึกเหมือนชีวิตมีบางอย่างหายไปอย่างบอกไม่ถูกแต่คงไม่แปลกเพราะไอ้เด็กนั่นเล่นโผล่หัวมาตามกวนตีนใส่ทุกวันจนเป็นเรื่องปกติว่าในทุกวันต้องมีมันเดินตามแจไปแล้วและวันนี้แน่นอนว่าที่เรียกให้แฟรงค์มาก็ไม่ได้เพราะต้องการอยากได้เงินแต่เขาเพียงอยากจะเห็นหน้าแล้วดูว่ามันมีท่าทีแบบไหนกับเขาก็เท่านั้น

แค่รู้สึกไม่ดีนิดหน่อยที่ถ้ามีใครซักคนที่ชอบเรามากขนาดนั้นกำลังจะเลิกชอบ
อารมณ์เหมือนเด็กหวงของที่เคยเป็นของเราก็เท่านั้น
...ไม่ได้ชอบมันซักหน่อย...

...ก็อกๆๆ!!!... มาแล้วกับเสียงนี้และในเวลาเดิมแบบนี้ ทอยนั่งนิ่งรอเวลาซักพักก่อนเดินเข้าไปยังหน้าประตู มองผ่านช่องตาแมวก่อนพบว่าคือแฟรงค์ตามที่คิด เพียงมองจากตรงนี้ยังเห็นชัดว่าแฟรงค์มีสีหน้าไม่ดีนักและนั่นน่าพึงพอใจเพราะแสดงออกชัดว่ามันยังคงรู้สึกกับเขาอยู่

...แกร๊กกก!!...

“เงินพี่...”
“เข้ามาคุยข้างใน กูไม่อยากเปิดประตูนานแมลงมันจะเข้า” คนอายุน้อยกว่าพยักหน้ารับก่อนเดินตามเข้ามา เสียงล็อคประตูห้องดังตามแต่แฟรงค์ไม่ได้เอะใจเพราะตามปกติทอยก็ล็อคห้องทุกครั้งที่เข้า ใครอีกคนเดินนำไปนั่งยังโซฟากลางห้องแล้วและเด็กหนุ่มตัวขาวก็กำลังล้วงหยิบเชคเงินสดที่ตัวเองเตรียมออกมาให้

“ตอนนั้นผมตกลงว่าห้าหมื่นใช่มั้ยครับงั้นเดี๋ยวผมเขียนให้นะ”
“..........”
“นี่ครับ” จบประโยคเชคเงินสดถูกยื่นส่งมาและพวกเรามองหน้ากัน
“มึงไปชอบคนอื่นแล้วหรือไง” หนึ่งคำถามถูกส่งมาทั้งที่ทอยยังไม่รับสิ่งในมือไปจากเขา
“พี่เอาเงินไปเถอะเดี๋ยวผมจะได้กลับ”

“กูถามว่ามึงไปชอบคนอื่นแล้วหรือไง”
“เปล่า” แฟรงค์ตอบเมื่อถูกถามย้ำซึ่งทอยยังคงนิ่งไม่ยอมรับเงินไปจากมือของเขาเสียที นอกเหนือไปกว่านั้นจากตอนแรกที่นั่งอยู่อีกคนยังลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมเดินเข้ามาใกล้จนแฟรงค์ต้องก้าวถอยหลังหนี ไม่รู้เลยว่าพี่มันต้องการอะไรแต่ยอมรับว่าไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้ ที่จริงเราควรจบกันแล้วดิถึงเขาจะยังชอบทอยต่อแต่ก็แค่จะแอบชอบเท่านั้น

..หมับ.. แต่ทอยใช้มือจับปลายคางของเขาและบังคับให้พวกเราสบตากัน

“เอาเงินไปได้แล้วผมจะกลับ” พอแฟรงค์พูดแบบนี้อีกคนเพียงหยิบสิ่งในมือของเขาออกไป
..กรึบ.. ก่อนออกแรงขย้ำแล้วปามันทิ้งลงพื้นเพื่อบ่งบอกจุดประสงค์ชัดเจนว่าในวันนี้ที่เรียกแฟรงค์มาแท้จริงไม่ใช่เพราะเรื่องเงิน เจ้าเด็กตัวขาวขมวดคิ้วแน่น นึกเกลียดตัวเองที่เผลอไปหลงเชื่ออะไรแบบนี้ของพี่มันอีกแล้ว ตอนที่ใครอีกคนขยับหน้าใกล้เข้ามาแฟรงค์หันหนีแต่ทอยรั้งเอาไว้แถมยังบังคับให้เขาอยู่นิ่งอีก

สุดท้ายเลยเลือกที่จะจ้องตาของอีกคนกลับ
และพวกเรายืนมองกันนิ่งอยู่แบบนี้นานสองนาน

“อื้ออ!!!” ก่อนเสียงจากเจ้าของร่างขาวจัดจะหลุดดังมาจากลำคอเมื่อริมฝีปากถูกประกบทาบลงมาแบบนี้ แฟรงค์พยายามจะเบี่ยงหน้าหนีแต่เหมือนไร้ผลเมื่อถูกทอยจับคางไว้แน่นแบบนี้ การที่เราต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกันเหมือนทำให้ริมฝีปากที่บดขยี้กันอยู่เกิดความรุนแรงจนมีเลือดซึมออกมาจากทั้งคู่ ร้องห้ามจนเหนื่อยแต่เหมือนทอยไม่สนใจและนั่นทำให้แฟรงค์เลือกจะยืนนิ่งเพราะหนึ่งประโยคจากปากของทอยที่บอกมาว่าอย่าทำเหมือนกับตัวเองยังไม่เคย มันทำให้เขาจำใจยอมว่าควรปล่อยพี่มันให้อยากทำอะไรก็ทำซะ

เพราะรอบนี้ถือว่าพลาดเองที่กล้าไว้ใจใครอีกคนเป็นรอบที่สอง
โง่เองโทษใครไม่ได้ งั้นก็คงต้องยอมรับกับสิ่งที่จะตามมา

“แฮ่ก.....” และหลายชั่วโมงที่เสียไปจบลงไว้กับเสียงหอบหายใจจากคนตัวสูงบนร่างกายที่ส่งเสียงหอบออกมาได้ไม่ต่างจากแฟรงค์ที่กำลังนอนเงียบ ทอยซบหน้าลงกับไหล่ขาวที่มีรอยแดงจ้ำรอยใหม่ขึ้นทับอันเดิมที่ยังคงไม่ได้จาง การที่ได้มีอะไรกันอีกครั้งมันทำให้เขาได้รู้ว่าตลอดระยะเวลาที่แฟรงค์หายไปมันไม่ได้ไปมีอะไรกับใครมาเลย

มีเพียงความเงียบที่เข้ามาทดแทนหลังจากทั้งห้องมีเสียงครางและหอบหนักจากคนทั้งคู่
ทอยยังนอนเงียบอยู่แบบนี้โดยที่ไม่ได้มองดูว่าในตอนนี้หน่วยตาคู่สวยของบางคนกำลังสั่นระริกแค่ไหน

เจ็บตัวยังไม่เท่าเจ็บใจกับการได้รู้ว่าที่จริงใครอีกคนเพียงต้องการพิสูจน์เท่านั้นว่าเขาไปมีอะไรกับใครมาหรือเปล่า เนื้อตัวในตอนนี้มีแต่รอยคิสมาร์กและมีบางจุดที่ช้ำเพราะการที่เขาดิ้นแล้วถูกใครอีกคนกดตัวแล้วบีบจนช้ำด้วย รู้ว่าพี่มันคงไม่ได้ตั้งใจอยากทำให้เป็นแบบนี้แต่ตอนนี้ยอมรับว่าโคตรอยากร้องไห้แต่น้ำตามันคลอและมันจุกในใจจนเกินคำว่าเสียใจในทุกครั้งมาแล้ว ถ้าทอยมีอะไรก็พูดมันคงดีกว่านี้ ถ้าหากว่าพี่มันชัดเจนกับทุกอย่างว่าควรให้ทำยังไงก็คงจะดีกว่าตอนนี้

“พี่...ผมโคตรเหนื่อยเลยว่ะ”
“...........” น้ำตาตอนนี้ยังคงคลอและทอยกำลังสบตาของเขาอยู่ด้วย
“เรื่องของเรามันต้องวนอยู่แบบนี้อีกนานมั้ย พี่ชัดเจนหน่อยดิว่าจะเอายังไง”
“..............”
“หรือถ้าพี่ไม่ได้รู้สึกอะไรกับผมพี่ก็ปล่อยผมไปเถอะ...ผมน่ะ ผมขอโทษที่เข้าไปยุ่งกับพี่ตั้งแต่แรก”

# # # # # # #
ทำไมมันต้องขนาดนี้อะโอ้ยยยยยย
แต่เดี๋ยวเปิดเทอมมารอดูอีพี่ตามง้อน้องยาวอ่ะ ชั้นจะแต่งด้วยความสะใจขอให้คำสัญญา5555
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่14 {02/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: kung ที่ 02-04-2018 15:26:31
โอ๊ยยย แฟรงค์ทำไมง่าวแบบนี้ลูก รู้ว่ารักแต่ไม่น่าโง่นะคะลูก ผู้ชายแบบทอยมีเกลื่อนถนน เลวๆแบบนี้หาง่ายค่ะ แฟรงค์อย่าให้ความรักบังความเลวของอิทอยสิ ยืนยันอีกครั้งค่ะไม่อยากให้ทอยเป็นพระเอกจริงๆ รับไม่ไหวต่อให้มาง้อมาทำดีตอนหลังมันก็เลวเกินรับอะค่า :katai1: :ling1: #อินไปอีก
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่14 {02/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: DrSlump ที่ 02-04-2018 15:44:55
 :pig4: :pig4: :pig4:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่14 {02/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: arjinn ที่ 02-04-2018 16:40:49
สนุกดี
ตรงและแรง
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่14 {02/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: muiko ที่ 02-04-2018 16:42:49
สงสารแฟรงค์ อีพี่บ้า
ทำงี้เลยหรอ เลวจริงๆ
พอแฟรงค์ไม่ยุ่งด้วยแล้ว จะทำเปนหวงก้างงี้
จะให้เชื่อว่าเริ่มรักเเฟรงค์หรอ ยากอ่ะ
ปากก็หมา พูดจาก็ทำร้ายจิตใจ
การกระทำไม่ต้องพูดถึง เหี้ยยิ่งกว่า
ง้อให้ตายไปเลยนะ แต่ขอให้แฟรงค์ไม่รักแล้ว
อินจัด  :katai1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่14 {02/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: มาดามพีพี ที่ 02-04-2018 17:41:39
ฮืออออ...อยากกอดน้อง..ทำไมถึงทำร้ายใจกันได้ขนาดนี้ :m15:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่14 {02/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: pan19891990 ที่ 02-04-2018 17:45:31
แฟรงค์ลูกกกก!
อิพี่ทอยคนเลว คราวนี้มาว่าน้องง่ายไม่ได้นะ หลอกเขามาแล้วก็ทำร้ายจิตใจเขา รับผิดชอบมั้ยแบบนี้  :fire: :m31: แฟรงค์อย่าไปสนใจอย่าไปใจอ่อนกะอิพี่มันเลยลูก เอาให้หงุดหงิดคลั่งตายไปเลย เหอะ  :m16:
เรื่องกำลังเข้มข้นเลย รอติดตามตอนต่อไปค่า เป็นกำลังใจให้นะคะ  :mew1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่14 {02/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: areenart1984 ที่ 02-04-2018 17:49:46
แฟรงค์จ๊ะ เลิกทอยมันไปเลยลูก หาใหม่เถอะ  :กอด1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่14 {02/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: MmBb ที่ 02-04-2018 18:10:57
อยากให้พี่เสือรู้เรื่องนีือยากให้จัดทอยให้หนักให้สมกับที่ทำกับแฟร้งค์เลย
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่14 {02/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: PrimYJ ที่ 03-04-2018 02:48:29
อิพี่ทอยก็โง่เหลือเกิน สงสารน้อง
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่14 {02/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: day9day ที่ 03-04-2018 12:12:43
น้องไปมีคนใหม่เถอะ (อยากสมนีำหน้าอิพี่)
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่14 {02/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: puiiz ที่ 03-04-2018 19:45:41
 :mew2: :mew2:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่14 {02/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: meyj4ever ที่ 04-04-2018 15:15:25
โฮฮฮฮฮฮ...สงสารน้องแฟรงค์
เทมันไปเหอะอิพี่ทอยเนี่ย
มันใจร้ายกับหนูขนาดนี้
หาคนใหม่มาเย้ยมันเลยลูก
จะรอหัวเราะเยาะใส่อิพี่มัน เชอะ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่15
เริ่มหัวข้อโดย: Sirinapa-11 ที่ 04-04-2018 16:26:39
ตอนที่15
#จีบวิศวะ

“พี่...ผมโคตรเหนื่อยเลยว่ะ”
“...........” น้ำตาตอนนี้ยังคงคลอและทอยกำลังสบตาของเขาอยู่ด้วย
“เรื่องของเรามันต้องวนอยู่แบบนี้อีกนานมั้ย พี่ชัดเจนหน่อยดิว่าจะเอายังไง”
“..............”
“หรือถ้าพี่ไม่ได้รู้สึกอะไรกับผมพี่ก็ปล่อยผมไปเถอะ...ผมน่ะ ผมขอโทษที่เข้าไปยุ่งกับพี่ตั้งแต่แรก” ประโยคยาวเหยียดถูกถ่ายทอดออกมาจากเจ้าของแววตาคู่สวยที่บัดนี้ฉายชัดถึงความเจ็บปวดจากเจ้าของร่างกายนั้น มือของทอยเหมือนต้องการจะรั้งปลายคางของเขาให้หันมองตัวเองแต่แฟรงค์สะบัดหน้าหนีพร้อมการออกแรงใช้แขนดันร่างของพี่มันให้ออกห่างจากตัวเองด้วย ทอยยังคงไม่ยอมพูดอะไรแต่สิ่งที่อีกคนทำก็คือส่งสายตามองสบมาเท่านั้น

มือที่จับแก้มนิ่มอยู่ออกแรงลูบเล็กน้อยพร้อมดวงหน้าหล่อที่ขยับมาใกล้
..ผลั้ก!.. แต่แฟรงค์ดึงแขนของตัวเองออกจากมือหนาอีกข้างจนสำเร็จพร้อมรีบใช้มันปัดหน้าของทอยออก

“ปล่อ...อื้ออ!!” เป็นอีกครั้งที่ถูกบดแนบริมฝีปากลงมา เขาดิ้นแต่ใครอีกคนยังไม่ยอมหยุดจนสุดท้ายไหล่ขาวที่เคยนิ่งก็สั่นไหวจนสังเกตได้เพราะบัดนี้น้ำตาที่เคยคลอในคราแรกมันไหลออกมาแล้ว แรงสะอื้นของแฟรงค์ชัดหนักจนทอยต้องหยุดนิ่งลงแล้วขยับถอยหน้าของตัวเองออกห่าง ภาพที่เห็นเบื้องหน้าคือไอ้เด็กที่เคยเดินตามเขาแล้วส่งเสียงพูดเจื้อยแจ้วก่อนมันจะหัวเราะกับมุกที่โคตรแป้กของตัวเอง อย่าว่าแต่เห็นมันร้องไห้หนักขนาดนี้เลยถ้าเป็นเมื่อก่อนแค่สีหน้าเศร้าสลดยังไม่มีปรากฏทั้งที่โดนเขาต่อว่าหนักขนาดนั้นก็ตาม

แต่ในตอนนี้เหมือนจะเป็นภาพที่โคตรต่าง
ตั้งแต่ครั้งนั้นที่ทะเลาะกันที่พัทยาแล้วมันร้องไห้ใส่ ยอมรับว่ายังดูไม่เศร้าเท่าครั้งนี้เลยด้วยซ้ำ

แฟรงค์มันออกแรงผลักเขาอีกครั้งพร้อมการพยุงร่างของตัวเองลุกนั่งเพื่อบ่งบอกว่าอยากออกไปจากที่นี่มากขนาดไหน ทอยจำเป็นต้องลุกขึ้นนั่งพร้อมเบนสายตามองตามร่างขาวสะอาดที่กำลังหยิบเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ของตัวเองมาใส่ เห็นว่ามันแอบมีแสดงสีหน้าว่าเจ็บในตอนที่ขยับตัวและทอยหันกลับมามองบนเตียงอีกครั้งซึ่งคราบเลือดที่เปรอะรวมกับคราบน้ำรักคือหลักฐานชัดว่าเขาคงเผลอทำแรงไปพอตัว

“เดี๋ยว!” แต่ในตอนที่แฟรงค์เตรียมจะเดินออกจากห้องนอนแล้ว
“ที่มึงพูดเมื่อกี๊....ต้องการแบบนั้นจริงๆใช่มั้ย” ไร้คำตอบแต่มีใบหน้าของแฟรงค์ที่พยักรับกลับมา ทอยรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังหายใจติดขัด มองตามแผ่นหลังของมันที่เริ่มก้าวห่างออกไป พ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อเสียงปิดประตูด้านนอกดังเป็นสัญญาณบอกชัดว่าแฟรงค์มันได้ออกไปแล้ว ยกมือขึ้นยีหัวของตัวเองด้วยความหงุดหงิด ตัดสินใจลุกออกมาจากเตียงเพื่อหาทางสงบอารมณ์ไม่พอใจในตอนนี้ที่มันเหมือนจะรบกวนใจของเขาเลย อย่างน้อยการอาบน้ำมันก็คงจะพอช่วย...

..หมับ..!..ปั้ก..!!!

“โว้ยย!!”  ช่วยไม่ทันว่ะ... ซากโคมไฟบนหัวเตียงที่ร่วงแหมะแตกคาอยู่กับพื้นคือผลที่บ่งบอกได้ดีว่าในตอนนี้ทอยกำลังหัวเสียหนักขนาดไหน คิดว่าถ้าไม่ได้ระบายกับใครซักคนเขาคงจะได้เดินออกไปหาเรื่องไอ้พวกที่ไม่ถูกด้วยทั้งหลายเพื่อหาทางรายอารมณ์หงุดหงิดในตอนนี้แน่ เพราะงั้นแล้วทางออกที่ดีก็คือการเลือกเดินไปคว้าโทรศัพท์แล้วกดโทรไปยังเบอร์ของเพื่อนสนิทที่ไม่ว่าเรื่องอะไรต่ออะไรมันก็รู้ร่วมกับเขาด้วยทั้งนั้น

[ว่าไง]
“มาหาหน่อย” เป็นเพียงประโยคเดียวที่ทอยพูดออกไปก่อนกดตัดสายอย่างไม่สนใจฟังด้วยซ้ำว่าไทเกอร์สามารถมาหาได้มั้ย ระหว่างนี้ที่รออีกร่างมาทอยเลือกจะเดินเข้าไปอาบน้ำเพราะสภาพตอนนี้เหมือนเพิ่งไปวิ่งออกกำลังกายมายังไงอย่างงั้น เหงื่อที่โชกทั้งตัวถูกชะล้างออกโดยน้ำเย็นอุณหภูมิห้อง อาบน้ำเสร็จเดินออกมาเสียงเคาะประตูห้องด้านนอกดังพอดีและนั่นทำให้ทอยรู้ว่าไทเกอร์คงจะมาถึงแล้ว

..แกร๊กก... เปิดประตูออกก็เป็นไปตามคาด สายตาคู่กลมของไอ้เพื่อนตัวขาวกำลังไล่มองร่างกายของเขา

“เข้ามาก่อน” และทอยพูดคำนี้ไปซึ่งไทเกอร์ยอมเดินตามเข้ามาภายในห้องนอนที่เจ้าของห้องเดินนำเข้ามาใส่เสื้อผ้า ร่างบางขาวที่กำลังจะทิ้งตัวัน่งลงบนเตียงชะงักนิดหน่อยก่อนยิ้มแห้งกับสภาพเตียงที่มันมีที่ว่างตรงไหนที่ให้เขานั่งได้วะเนี่ย

“ให้กูนั่งตรงไหนเนี่ย”
“ไปนั่งข้างนอกก่อนไป แต่งตัวแปปเดียว” ได้คำตอบแล้วไทเกอร์รีบทำตาม อย่าว่างั้นงี้เลยนะแต่เขาก็ผ่านเรื่องแบบนี้มาเยอะจนไม่ใช่จะดูไม่ออกว่าทอยมันเพิ่งจะทำอะไรเสร็จ ไหนจะคราบอะไรต่อมิอะไรบนเตียงที่โคตรจะชัดอีก ตอนนี้ติดอยู่ปัญหาเดียวก็คือคนที่เพื่อนเขาไปนอนด้วยนี่คือใครกัน เพราะทำไมมันมีอะไรกันเสร็จแล้วทอยถึงได้โทรมาด้วยน้ำเสียงเครียดขนาดนั้น ไม่อยากจะเดาเลยเพราะในหัวคิดมั่วไปหมด คงต้องรอฟังจากปากของทอยเองจะดีกว่าเพราะตอนนั้นทอยบอกเองว่ามีความลับกับเขาอยู่จริง

แล้วมันก็เดินออกมา
ไทเกอร์เงยหน้ามองและกำลังจะฉีกยิ้ม

“กูเพิ่งเอาไอ้แฟรงค์เสร็จ”
“แค่ก!!” สำลักน้ำลายตัวเองแบบแทบอ้วก หน้าแดงกล่ำหลังจากไอแล้วดึงสติตัวเองกลับมาเรียบร้อย ตอนนี้ไทเกอร์โคตรจะตกใจแบบจับต้นชนปลายอะไรไม่ถูก ได้แต่มองไอ้ตัวต้นเรื่องที่นั่งลงยังที่ว่างบนโซฟาข้างกับเขา ในแววตาของทอยมีความเครียดอยู่ในนั้นแต่แน่นอนว่าเขาดูออกไงแต่คนมองที่ถ้าไม่สนิทก็คงคิดว่ามันคงแค่ปกติเพราะเป็นคนเงียบอยู่แล้วเลยไม่ได้ดูผิดแปลกจากเดิมอะไร

“ไอ้แฟรงค์นี่คือ....”
“น้องผัวมึงอ่ะ” แทบจะไอรอบสองแต่ดีที่ยั้งตัวเองไว้ได้

“เดี๋ยวนะไอ้ทอยมึงอย่าเพิ่งเล่านะ กูขอตั้งสติก่อน....” ไทเกอร์พูดประโยคนี้มาและทอยหันมองเชิงว่ามึงจะเอายังไง นั่งเงียบกันอยู่นานจนที่ไอ้ตัวขาวมันพยักหน้าส่งให้ว่าพร้อมฟังแล้ว คราวนี้เป็นทอยเสียเองที่กำลังคิดว่าควรเรียบเรียงเล่าเรื่องนี้ยังไง ถ้าเล่าตามความจริงไทเกอร์มันคงจะด่าเขาแน่เลยว่ะแต่มาขนาดนี้แล้วก็นะ...

“ก็มันมาจีบกูก่อนแต่กูไม่ได้ชอบมัน”
“เอ้าไม่ได้ชอบละมึงเอามันได้ไง”
“ปกติกูก็เอาไปทั่วอยู่แล้วปะวะ”
“เออๆเล่าต่อๆ” โดนสวนมาแบบนี้ไทเกอร์สงบปากสงบคำดีกว่า

“ก็....ก็แค่นั่นแหละ”
“หะ!จบแล้ว?”
“ก็เมื่อกี๊มันเพิ่งบอกว่าให้ทำเหมือนไม่รู้จักกันก็พอ”

“แล้วมึงก็ยอมด้วย ไม่ๆเอางี้ดีกว่า มึงชอบมันปะหละ” คำถามของไทเกอร์ทำคนถูกถามถึงขั้นนิ่งอย่างไม่รู้จะตอบยังไง จะพูดยังไงดีว่าเพราะรู้สึกว่าชอบไทเกอร์ไงเขาถึงไม่ได้เริ่มจะมองใครเลย ถึงตอนนี้ทอยถึงได้หันหน้ามองจ้องใบหน้าดูดีของไอ้เพื่อนสนิท ร่างขาวเลิกคิ้วเชิงถามว่ามีอะไรจนกระทั่งที่หนึ่งคำนี้จาปากของทอยดังออกมา

“กูขอจูบมึงหน่อยได้มั้ยวะ”
“หะ...มึงหมายถึ...อื้มม..!!” พูดไม่จบประโยคเลยริมฝีปากก็ถูกประกบลงมาแล้ว และทอยขมวดคิ้วพร้อมการกดแนบริมฝีปากของตัวเองให้แน่นขึ้นพร้อมการขยับปากดูดึงกลีบเนื้อนิ่มของไอ้เจ้าของดวงหน้าที่บัดนี้กำลังหลับตาปี๋อย่างรอว่าเมื่อไหร่มึงจะออกไปซักทีส่วนทอยกำลังสังเกตอาการของตัวเอง หัวใจไม่ได้เต้นแรงเช่นเดียวกับลมหายใจที่ไม่ได้ติดขัดเหมือนคนที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ด้วย

แต่ถ้าให้เอาตามความจริง
ก็นานพอควรตั้งแต่ที่ไอ้แฟรงค์เข้ามา แล้วเขาไม่ได้แอบใจเต้นกับไอ้ไทเกอร์เลย..

“มึงจูบกูทำไมเนี่ย!” ทันทีที่ผละดวงหน้าออกมาเสียงถามจากไทเกอร์และใบหน้าตกใจของมันทำเขาหัวเราะ
“ตอนแรกกู....กูแอบชอบมึงมาตั้งแต่ประมาณมอสี่แล้วไอ้เกอร์”
“หา!!”
“แต่จนตอนนี้กูว่า...กูไม่ได้ชอบมึงแล้วว่ะ” คนที่น่าสงสารที่สุดคงหนีไม่พ้นเจ้าของชื่อไทเกอร์ที่กำลังนั่งแสดงใบหน้างงเป็นไก่ตาแตกอยู่ในตอนนี้ เดินเข้ามาในห้องทอยก็โพล่งบอกแบบไม่รออะไรว่าตัวเองเพิ่งนอนกับแฟรงค์ ล่าสุดมาบอกขอจูบ และล่าสุดมาบอกว่าแอบชอบ และล่าสุดแบบล่าสุดมาอีก มาบอกว่าไม่ได้ชอบแล้ว คือแบบ...

เพื่อนกูเป็นไบโพลาห์หรอวะ...

“มึง....ชอบไอ้แฟรงค์ใช่มะ”
“กู...ไม่รู้ว่ะ” ไทเกอร์แทบยกมือกุมขมับกับคำตอบนี้ของมัน เขาไม่สามารถแนะนำหรืออะไรทอยได้หรอกว่าควรจะทำยังไงต่อเพราะเหมือนความรู้สึกอีกคนจะยังไม่ชัดเจนอะไรเลย แต่จากที่ฟังมานี่เหมือนว่าแฟรงค์จะเจอไปหนักเหมือนกันนะเพราะงั้นก็คงต้องมารอดูแล้วว่าตอนที่ต้องห่างกันจริงทอยจะมีปฏิกิริยายังไงกับแฟรงค์มัน แต่ระหว่างที่นั่งอยู่ไทเกอร์แอบยกมือแตะริมฝีปากของตัวเองก่อนต้องเบ้หน้าเมื่อคิดไปถึงเหตุการณ์ที่ทอยมันบังคับจูบเขาเนี่ย

“อะไร อยากให้กูจูบอีกหรอ”
“อี๋ไม่ต้องเลยอีบ้า!” ท่าทางตอนนี้ของไทเกอร์คือโคตรน่าแกล้งจนทอยต้องหันมาส่งสายตาเจ้าเล่ห์ใส่
“เห็นแกติชอบวอแวกูงั้นตอนนี้...”
“กูฟ้องไอ้เสือแน่!!”

“ฟ้องไปเลยมึงคิดว่ากูกลัวมันหรอ”
“แต่หมายถึงฟ้องไอ้เสือเรื่องไอ้แฟรงค์นะ”
“...!” คราวนี้เป็นทอยที่เบิกตากว้างพร้อมชี้หน้าคาดโทษไอ้เพื่อนตัวดีที่กำลังแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ พวกเรากลับมาหัวเราะลั่นกันอีกครั้งเมื่อได้กลับมาตบตีกันเป็นเด็กแบบนี้ ถึงตอนนี้ทอยว่ามันชัดเจนแล้วว่าในตอนที่เป็นเพื่อนมันคือช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด ดีมากแค่ไหนแล้วที่เขาตัดใจจากมันได้เพราะถ้ายังรู้สึกเกินเลยต่อไปแบบนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าในอนาคตจะต้องทะเลาะกันหรืออะไรมั้ย แต่ไม่เคยคิดเลยด้วยซ้ำว่าจะสามารถเลิกชอบไทเกอร์ได้เพราะชอบมากแถมชอบมาโคตรนาน ตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจเลยว่าทำไมความรู้สึกมันถึงได้...

....ไม่อยากจะยอมรับเลยว่ะ ว่าที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่ามีคนที่ชอบมากกว่ามาแทนที่แล้ว...


..................................
....................
..........

เสียงคุยไม่หยุดปากจากเพื่อนโดยรอบไม่ได้เข้าสู่โสตประสาทของเจ้าของห้องที่กำลังนั่งซึมมองเหม่อไปยังด้านนอกคอนโด เพราะอยู่คนเดียวแล้วมันดิ่งหนักจนแฟรงค์เลือกที่จะตามให้เหล่าแกงค์เพื่อนมาเล่นด้วย พวกมันกำลังสนุกอยู่กับการเล่นเกมและแฟรงค์เองก็มีหน้าที่แค่นั่งเงียบโดยปล่อยให้ไอ้พวกนั้นกลายเป็นเจ้าของห้องชั่วคราวไป ตอนนี้ยังไม่อยากจะบอกความจริงไปว่าเรื่องของเขากับทอยคือจบแล้ว ยังจำได้ดีไงว่าตั้งแต่ครั้งแรกที่มีอะไรกันเสร็จทอยชัดเจนว่าไม่ต้องการให้ใครรู้เรื่องอขงเรา เพราะงั้นเขาถึงคิดว่าให้มันจบแบบแค่เขาเจ็บคนเดียวมันก็คงพอ

เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทอยไม่ได้ทำอะไรเลยซักนิด
มีก็แค่เขาคนเดียวที่โง่เข้าไปหลงรักพี่มันเอง

“ไอ้แฟร้งงงงๆ!!ศุกร์นี้ก่อนเปิดเทอมไปตี้กันเปล่า!”
“ที่ไหน”
“ร้านเดิมที่เราชอบไปกับพวกพี่เสืออ่ะ เพื่อนพี่มึงชวนพวกกูมาเว้ยยย!!” เสียงพวกมันดังกว่าปกติเนื่องเพราะกำลังอินกับเกมในจอคอมพิวเตอร์รวมไปถึงโน๊ตบุ๊คอีกเครื่องและนั่นยังไม่รวมกับไอแพดอีกเครื่องที่ไอ้พวกนั้นกำลังเล่นของเขาอยู่ด้วย แฟรงค์เพียงพยักหน้ารับออกไปเพราะออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างคงจะดีกว่ามานั่งจมในห้องแบบนี้ ตอนนี้เชื่อแล้วว่าอกหักมันเจ็บขนาดไหน แค่นึกถึงหัวใจแม่งก็จี้ดยังกับจะแตกออกมาเลย

“เฮ้อ...” ถอนหายใจออกมา
..ครืดดด.. ก่อนต้องขมวดคิ้วกับเสียงแจ้งเตือนจากเฟสบุ๊ค พอกดเข้าไปดูพบว่ามีเพื่อนใหม่แอดเข้ามา

“หืมม” มันคงไม่น่าแปลกใจอะไรถ้าไม่ติดว่าไอ้คนในรูปโปรไฟล์จะดูคุ้นจนเขาต้องจ้องแบบนี้ คราวนี้เลยกดตัดสินใจกดเข้าไปส่องหน้าทามไลน์ของอีกร่างทั้งที่ยังไม่ทันได้รับเพื่อนเลย กดเข้าไปดูเห็นคนติดตามมันอยู่หลายหมื่นแถมรูปโปรไฟล์ยังมีไลค์เป็นหมื่นเลยด้วย แถมชื่อเฟสที่ปรากฏทำเขาเริ่มนึกออกเพราะว่ามันชัด ชัดว่าไอ้คนเล่นชื่ออะไร

March Panuwat

แฟรงค์หัวเราะนิดหน่อยก่อนส่ายหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ กดรับเพื่อนมาแล้วก่อนต้องมาหลุดขำอีกครั้งเมื่อพบว่าใครอีกคนรีบกดทักเข้ามาแบบทันที มันโบกมือทักทายแต่พอไม่เห็นเขาตอบคราวนี้มาเป็นข้อความเลยว่ะ

//จำเราได้ปะ//
//ที่เจอกันที่พัทยาไง//
//แบบที่เรา....// มันเหมือนรัวพิมพ์มาอย่างไว
...จำได้... จนแฟรงค์ต้องพิมพ์สวนไปเพื่อกันอีกคนจะรัวมาหนักกว่าเดิม

//แม่งแบบ 55555555//
...หาเฟสกูเจอได้ยังไงเนี่ย..

//ก็ในงานที่เราไปกันไง แบบทางเพจเขาลงรูปแกอ่ะละมันมีคนเอาเฟสแกมาแปะไว้ใต้เม้นเพราะว่ามีคนอยากติดตามอ่ะ//
...อ๋อกูหล่อ... แฟรงค์พิมพ์ไปแบบนี้โดยที่ในใจยังอยากหัวเราะอยู่เลยที่เหมือนว่าโลกมันจะโคตรแคบลงเพราะมีสื่อโซเชี่ยลสำหรับตอนนี้ ระหว่างที่รอมันตอบเขานั่งส่องเฟสอีกคนอย่างไม่มีอะไรทำ เห็นว่ามันเพิ่งเรียนจบมอหกมาเองแล้วนี่ก็เหมือนจะมีสาวกรี๊ดโคตรเยอะด้วยเลยนะเพราะแค่มันโพสว่า ฝันดีนะครับ เม้นนี่ก็ถล่มไปแบบหลายพันเลยว่ะ

//ไม่อยากจะเชื่อว่าจะได้คุยกันอีกเลยว่ะ//
..ก็นะ กูก็คิดแบบนั้น..
//เออๆแล้วแฟนแกวันนั้นอ่ะ ทะเลาะกันหนักปะ เราขอโทษด้วยนะ// คำถามนี้แฟรงค์นิ่งลงไปพักใหญ่
..ไม่ใช่แฟนหรอก แค่พี่น่ะ..

//อ้าวหรอ เอองั้นขอโทษอีกรอบที่พูดมั่วนะ// ประโยคนี้ของมันคนอ่านอย่างเขาหัวเราะออกมา
//แล้ว แกอยู่แถวเดียวกับเราเลย เรียนอยู่ไหนวะเนี่ย//
...เรียนถาปัตย์อยู่มอxxxอ่ะ...

//จริงดิ?//
...อืม ทำไม...
//เราก็เรียนที่นั่นแต่เรียนบริหารว่ะ เนี่ยเพิ่งปีหนึ่งปีนี้เอง//
...เหมือนกัน...

//555เปิดเทอมวันแรกขอไปเดินด้วยดิ เราไปสมัครคนเดียวแม่งไม่มีเพื่อนเลย//
...แล้วแต่... แฟรงค์พิมพ์ตอบไปแบบนี้ก่อนได้สติ๊กเกอร์รูปยิ้มกลับมาจากคนในแชท ตอนนี้รู้สึกว่าโลกมันโคตรกลมแต่คงไม่แปลกอะไรเนื่องเพราะมหาลัยที่เขาเรียนมันคือเอกชนขนาดใหญ่แถมไอ้มาร์ชมันก็ดูโคตรมีตังค์เพราะงั้นจะว่าโลกกลมก็คงไม่ได้ กรุงเทพไม่ได้กว้าง ยิ่งบีบเรื่องมหาลัยเข้ามาด้วยแล้วนี่ยิ่งแคบเลย

อย่างมากมันก็ดูอัธยาศัยดีแถมเหมือนจะเป็นคนตลกด้วย
ได้มันมาเป็นเพื่อนอีกคนคงจะลดเรื่องเครียดไปได้นิดหน่อยนะเขาว่า

..อย่างมาก็ ขอให้ลืมพี่ทอยได้ซักทีก็พอวะ...


# # # # # # # # #
อุ้ยยยยเผ็ชชชชช คนใหม่ก็เผ็ชค่ะ55555แต่ไม่มีเพื่อนจริงๆหรือมึงแค่เนียนวะมาร์ช5555

หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่15 {04/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: jinutlove ที่ 04-04-2018 17:33:46
ชอบเรื่องนี้มากค่ะ มีหลายอารมณ์ดี รู้สึกอินมาก ทั้งฟิน หน่วง ตื่นเต้นกับตัวละครเข้าถึงมากคะ รอต่อคะ :katai2-1: :pig4: :L1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่15 {04/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: minneemint ที่ 04-04-2018 17:43:10
ไปต่อเลยได้ไหม
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่15 {04/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Yui_baanindy ที่ 04-04-2018 18:48:26
 :m20: :m20: :m20: งานเข้าอีพี่ทอยแล้วววว
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่15 {04/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: puiiz ที่ 04-04-2018 19:08:12
 :pig4: :pig4:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่15 {04/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: kokoro ที่ 04-04-2018 19:39:52
คราวนี้พี่ทอยต้องวิ่งตามหวงบ้างละมั้ง
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่15 {04/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: DrSlump ที่ 04-04-2018 22:01:40
 :pig4: :pig4: :pig4:

"ตัวเร่งปฏิกิริยา"  เริ่มทำงานแล้ว

คงได้เห็นฉาก "หึงโหด" และอีกหลาย ๆ ฉาก แน่ ๆ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่15 {04/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: muiko ที่ 04-04-2018 22:31:49
สมน้ำหน้าอีพี่ทอย
มีคนใหม่มาจีบแฟรงก์แล้ว
เนียมมากมาร์ช รู้นะว่าจีบ
 :katai3:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่15 {04/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: day9day ที่ 04-04-2018 22:40:30
ชอบบบบบบบบ
มีคนใหม่ ซะที เอาให้อิพี่ อยู่ไม่สุขเลย

มาต่อไวๆนะ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่15 {04/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: areenart1984 ที่ 04-04-2018 23:30:20
ควงคนใหม่ดีกว่า แซ่บกว่าคนเดิมอีก  :laugh:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่15 {04/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: PrimYJ ที่ 05-04-2018 00:38:12
รอสมน้ำหน้าอิพี่ทอยเลย 555555
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่15 {04/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: mild-dy ที่ 05-04-2018 01:15:44
 :pig4:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่15 {04/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 05-04-2018 01:49:31
 :katai2-1:


เชิ่ดใส่ไปเลยย
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่15 {04/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: pan19891990 ที่ 05-04-2018 13:14:38
วรั้ยยยยนังพี่ทอยสมน้ำหน้า  มีคนมาจีบ(?)ลูกแฟรงค์ของฉันด้วยล่ะ คนไม่รู้ใจตัวเองตั้งแต่ทีแรกก็ต้องทำใจนะบอกเลย 5555 ถึงจะหมั่นอิพี่ทอยแค่ไหน แต่ก็จะรอดูตอนไปง้อน้องแล้วกัน ไม่น่าง่ายแล้วนาา หึๆ  :z13:
ขอบคุณสำหรับนิยายสนุกๆนะคะ รอติดตามตอนต่อไปค่า
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่15 {04/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: วายซ่า ที่ 06-04-2018 12:15:36
อิพี่ทอยเริ่มรู้ใจตัวเองแล้วรีบไปง้อน้องเลย ก่อนจะถูกคนอื่นมาอ้อยไป
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่15 {04/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: bun ที่ 07-04-2018 13:12:51
โลกกลมจริงๆ มีคนมาจีบแฟรงค์แหละ เอาคืนพี่ทอยซะบ้าง
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่15 {04/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Onsm ที่ 08-04-2018 22:56:50
 :m31: ไม่ต้องไปสนใจพี่มันละค่ะ ช่างหัวมันไปเลยยยยยยย
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่15 {04/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Nookill ที่ 11-04-2018 10:02:17
อัพได้แล้วค่าา จะลงแดงแล้ว  :z3:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่15 {04/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Phoeniz ที่ 12-04-2018 22:18:09
รออยู่นะค้าบบบบบ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่15 {04/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: fernza2536 ที่ 13-04-2018 12:48:43
ยังรออยู่นะคะ ><
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่15 {04/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: day9day ที่ 13-04-2018 13:38:31
หายไปเลย
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่15 {04/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: firnlolo ที่ 14-04-2018 07:22:00
 :ling1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่16
เริ่มหัวข้อโดย: Sirinapa-11 ที่ 14-04-2018 12:14:49
ตอนที่16
#จีบวิศวะ

ก่อนเปิดเทอมต่างลงมติกันเรียบร้อยว่าจะมีนัดสังสรรค์ที่ร้านเหล้าประจำของพวกเราก่อน มือขาวของเด็กหนุ่มปีหนึ่งกำลังดันปิดประตูรถของตัวเอง สายตาคู่สวยเหลือบมองไปยังสถานที่ตรงหน้าที่ไม่ได้มาเหยียบนับหลายเดือน แถมพอมาที่นี่ก็อดนึกถึงพี่มันไม่ได้เพราะเขาจำได้ชัดว่าครั้งแรกที่ได้เจอกันก็เพราะเพียงต่างคนต่างแค่มาเที่ยว ทอยไม่ชอบหน้าเขาตั้งแต่แรกและแฟรงค์รู้สึกได้และพอรู้แบบนี้ก็ยิ่งตลกตัวเองเพราะมันก็ชัดตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอแล้วว่าอีกคนน่ะเกลียดขี้หน้าเขาขนาดไหน ส่ายหัวตัวเองเพื่อให้เลิกคิด ผ่านมาตั้งหลายวันแล้วก็ควรจะเลิกมานั่งซึมเพราะคิดถึงหน้าพี่มันซักที แถมมาถึงที่นี่ก็เพื่อมาสนุกกับเพื่อนไม่ได้กะจะมากินเหล้าย้อมใจเสียหน่อย

“มีใครมาบ้างวะ” ระหว่างเดินเข้าด้านในแฟรงค์เอ่ยถามเพื่อนตัวเอง
“ก็กลุ่มเราหมดอะ ละก็มีพวกรุ่นพี่ที่สนิท...มีพวกพี่มึงไง” ได้คำตอบแล้วทอยพยักหน้ารับ เดินคาบบุหรี่คาปากเข้าไปโดยที่อดจะมองโดยรอบด้วยแววตาพึงพอใจไม่ได้ บรรยากาศสาถนที่ท่องเที่ยวกลางคืนมันยังดูสนุกและดูมีอะไรเสมอสำหรับตัวเขา การได้ออกมาเจอผู้คนมากหน้าหลายตาทำให้รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย ยักคิ้วให้แม่สาวคนสวยที่มองมาตาเป็นมันไปทีและสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อมีมือปริศนาจากหญิงสาวซักคนเอื้อมมาลูบเข้ากลางอก แฟรงค์หัวเราะพร้อมรีบเดินให้หลุดเข้าไปยังโซนนั่งที่อยู่ด้านในเพราะถ้าขืนยืนอยู่ตรงนี้นานคงจะโดนลากเข้าห้องแน่

“นั่งกับกลุ่มนี้ไม่ต้องกลัวตีนเลยอะไอ้แฟรงค์กูพูดจริง โคตรปลอดภัยเหมาะกับคนจังไรแบบพวกเรา” ไอ้เพื่อนที่เดินตามหลังของเขาพูดขึ้นซึ่งแฟรงค์ไม่เข้าใจเท่าไหร่นักแต่พอเดินเข้ามาจนถึงมุมประจำคราวนี้ถึงขั้นกระจ่างเพราะภาพเบื้องหน้าคือกลุ่มชายหนุ่มนับยี่สิบคนที่กำลังนั่งล้อมโต๊ะที่ถูกนำมาต่อกัน มองไล่ตั้งแต่พี่ชายของตัวเองอย่างเสือที่นั่งข้างพี่ไทเกอร์ เม้มปากนิดหน่อยเพราะคิดว่าจะมีคนนั้นที่เขากำลังนึกถึงอยู่ด้วยมั้ย

“เฮ้อ...” แต่พอมองจนครบทุกคนแล้วพบว่าไม่มีทอย แฟรงค์ก็ถึงขั้นถอนหายใจโล่งอก แต่แล้ว...
“ไอ้เหี้ยมีคนถอยรถชนรถกูไอ้สัส ถลอกเลยแม่ง!” เสียงโวยวายคุ้นเคยพร้อมร่างสูงของบางคนที่เดินมาจากด้านประตูหลังร้านทำแฟรงค์แทบหยุดหายใจ เหมือนพี่มันกำลังหัวเสียและอีกคนไม่ได้สนใจมองว่ามีพวกเขาที่กำลังยืนรอเก้าอี้จากทางร้านที่กำลังเอามาให้ ตอนนี้เพื่อนคนอื่นแล้วหาที่แทรกนั่งเมื่อเก้าอี้ที่ต้องการถูกยกมาให้แล้ว เหลือแค่แฟรงค์ที่ยังยืนนิ่งจนไอ้เพื่อนคนสุดท้ายที่กำลังจะเดินต้องหยุดแล้วหันมามองเขา

“ไม่มาหรอไอ้แฟรงค์”
“.........” แถมในตอนนี้คงเพราะยืนนานจนเด่นสุดท้ายทั้งโต๊ะถึงได้หันมามองรวมถึงพี่คนนั้นด้วย

“ยืนทำเหี้ยไรเนี่ย มานั่ง!” ไอ้เพื่อนผู้หวังดียังยืนกรานพร้อมออกแรงรั้งให้แฟรงค์นั่งลงยังที่ว่างตรงหน้า แล้วก็เหี้ยไปกันใหญ่เมื่อดันมานั่งตรงข้ามกับทอยแบบพอดีแต่การที่พี่มันทำตัวปกติและมองเขาเหมือนแค่คนทั่วไปที่ไม่ได้มีเรื่องอะไรกันนั่นทำให้แฟรงค์แอบโล่งอกถึงแม้จะมีแอบเจ็บอยู่บ้าง แต่เอาเถอะ เพราะถ้าจะมาทะเลาะกันตอนอยู่ต่อหน้าคนอื่นแบบนี้คงจะโคตรแย่แถมก็ตกลงแล้วด้วยว่าจะกลับมาเป็นเพียงคนรู้จักกันเหมือนเดิม เพราะอย่างงั้น...

“พวกพี่มากันนานยังอะครับ” แฟรงค์ถามออกไปด้วยน้ำเสียงปกติแถมยังยิ้มทักทายให้ทุกคนด้วย แล้วบรรยากาศก็สงบสุขโดยที่ทุกคนไม่ได้ผิดสังเกตอะไรจะมีก็คงแค่คนที่รู้เรื่องอย่างไทเกอร์ที่โคตรจะอึดอัดจนอยากจะร้องตะโกนออกมาตอนนี้ ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกมันสามารถนั่งร่วมโต๊ะแบบแถมยังนั่งตรงข้ามกันแบบนี้ไปได้ยังไง นี่จำได้ว่าตอนที่ทะเลาะกับเสือนะ แค่เห็นหน้ามันเขาก็แทบจะร้องไห้ออกมาแต่นี่คือแฟรงค์กับทอยดูปกติ ปกติจนแอบคิดว่าหรือที่จริงพวกมันอาจไม่ได้รู้สึกอะไรต่อกันแล้วเป็นเพียงการมีเซกส์แบบวันไนท์เท่านั้น

และไทเกอร์กำลังนั่งจับผิดคนทั้งคู่
จนกระทั่งในตอนที่แฟรงค์ต้องยื่นแก้วเหล้าของเพื่อนเพื่อส่งให้ทอยเติมน้ำแข็งให้

...หมับ!... และมือของไอ้เพื่อนสนิทของเขาอย่างทอยที่คว้าหมับเข้าที่มือของแฟรงค์พร้อมดวงตาของมันที่จ้องนิ่งไปยังไอ้เด็กที่กำลังพยายามยื้อมือของตัวเองออก ในตอนนี้ไทเกอร์โล่งอกเพราะอย่างมากมันสองคนก็ยังมีปฏิกิริยาต่อกันบ้าง

..เพล้ง!!!.. แต่ปฏิกิริยาของพวกมึงรุนแรงกันจังวะ....

“เอ้าไอ้แฟรงค์ มึงทำไงให้แก้วกูแตกวะเพื่อนรัก!” เสียงจากเจ้าของแก้วดังโดยที่ทุกคนไม่ได้รู้สาเหตุเลยว่าที่แฟรงค์ต้องปล่อยมือออกจากแก้วนั่นเพราะอะไร ขณะที่ทุกคนกำลังสนใจการเก็บเศษแก้วออกจากโต๊ะแฟรงค์ก็กำลังนั่งเงียบโดยที่มีทอยนั่งจ้องอยู่แบบนี้ อึดอัดแต่ทำอะไรไมได้เพราะเหมือนเสือจะเริ่มให้ความสนใจกับน้องชายตัวเองแล้ว ต้องทนนั่งต่อไปเนื่องจากถ้าขอตัวกลับก่อนมีหวังยิ่งผิดสังเกตหนัก ดังนั้นแล้วแฟรงค์ถึงต้องพยายามสนใจคนอื่นที่คุยกันเพ่อที่จะได้เลิกมองพี่มันซักที

เริ่มดึกก็เริ่มเมาจนมีเกมส์ยอดฮิตอย่างหมุนขวดเกิดขึ้นมา
แต่แฟรงค์ยังคงเงียบไม่ได้สนใจ จนกระทั่งที่พอเป็นทอยที่ถูกถามนั่นแหละ...

“กูจะถามไอ้ทอยว่า....”
“ว่า?”
“คนล่าสุดที่มึงนอนด้วย ใครวะ”
..แค่ก!.. ไม่ใช่เสียงสำลักน้ำจากใครแต่เป็นแฟรงค์คนดีคนเดิมที่ต้องรีบโบกมือยกใหญ่ว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไร มองไปที่ทอยเห็นว่ารายนั้นมีสีหน้าเครียดนิดหน่อยแต่พอมองไปที่พี่ไทเกอร์ แฟรงค์กลับเห็นว่าอีกคนแอบหัวเราะด้วย

“เอ้าตอบดิ”
“เด็กในมอแหละ” แถมทอยยังพยายามตอบให้กว้าง
“ใครหละวะ”

..หมับ... โดนจี้มากเข้าสุดท้ายแล้วทอยถึงตัดสินใจคว้าหมับเข้าที่เหล้าแก้วเพียวพร้อมยกดื่มลงคอแบบรวดเดียวหมด แฟรงคเบ้หน้าอย่างแอบคิดว่าถ้าเขาเจอคำถามนี้บ้าง ถ้าไม่กล้าตอบแล้วต้องกินเหล้าเพียวแบบอีกคน ตัวเองจะมีสภาพแบบไหน คงจะได้อ้วกแตกแบบหมดหล่อแน่แต่ในระหว่างที่นั่งกลัวสุดท้ายปากขวดเหล้า แม่งก็หมุนมาหาเขาพอดี...

“กูถามเอง” เป็นเสียงจากไอ้พี่ชายสุดที่รักอย่างเสือที่ดังและแฟรงค์แอบเสียวสันหลัง
“พี่จะถามว่าผมรักพี่มากขนาดไหนใช่ปะ”
“ถุ้ย อย่ากวนตีน...รอตอบคำถามกู” เสือสวนมาแบบนี้ซึ่งคนน้องกลั้นหายใจรอแล้ว ตอนนี้เหมือนทุกคนก็ต่างกำลังให้ความสนใจกับสองพี่น้องที่ดูจะเป็นตัวเอกของงาน ขนาดทอยยังมองว่าเสือจะถามอะไรและไทเกอร์เองก็แอบคิดนะว่าบางทีเสือมันอาจจะตงิดว่าแฟรงค์ไม่ปกติแล้วก็ได้

“กับมันใช่มั้ย” เป็นคำถามที่ไม่ชัดเจนแต่แฟรงค์กลับรู้ดีแก่ใจว่าเสือหมายถึงอะไร
“อะไรของมึงไอ้เสือ ถามเชี่ยไรที่พวกกูเข้าใจกันหน่อยดิ” ระหว่างนี้กลุ่มเพื่อนเริ่มโวยวายแล้วว่าไอ้สองพี่น้องกำลังคุยเรื่องที่เป็นความลับระหว่างพวกมันสองคน แถมแฟรงค์ยังหัวเราะเก้อพร้อมเอื้อมมือไปคว้าแก้วเหล้ามาดื่มเพื่อบอกว่าไม่ต้องการตอบ ระหว่างนี้ความอึดอัดเริ่มชัดเมื่อมีหนึ่งสายตากำลังมองทอยเป็นระยะ

และคนกลางแบบเขาก็โคตรอึดอัด
จะเอายังไงดีวะ คือพี่เสือรู้เรื่องพี่ทอยแล้วงั้นหรอ....

“ไม่หรอกมั้ง”
“พึมพำอะไรของมึง” เสียงถามจากเพื่อนข้างกายทำแฟรงค์ต้องรีบส่ายหน้า พอเครียดมากเข้าก็เลือกจะเลิกสนใจวงเหล้าแล้วก้มหน้าเล่นโทรศัพท์แม่งเลย กดเปิดเน็ตปุ้บก็ต้องขมวดคิ้วกับข้อความที่เด้งขึ้นมา ไม่ต้องทายเลยว่าเป็นใครเพราะเดี๋ยวนี้ไอ้มาร์ชนะชอบเข้ามาคุยเรื่อยเปื่อยด้วยตลอด

“เห้ยไอ้แฟรงค์ มึงรู้จักคนนี้ด้วยหรอ?!” จากตอนแรกที่ว่าจะนั่งเล่นโทรศัพท์เงียบๆแต่ไอ้คนข้างกายที่เริ่มเมาก็กลับพูดเสียงดังจนคนอื่นทั้งกลุ่มต้องส่งสายตามองมาว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วก็ยังไม่หยุดแค่นั้นเพราะพอถูกสงสัยไอ้เพื่อนรักก็รีบอธิบายใหญ่ว่าตอนนี้กำลังคุยถึงเรื่องอะไรกับแฟรงค์อยู่

“ก็ไอ้ผู้ชายหล่อๆที่มันดังเพราะมีคนเอารูปลงในเพจไงพี่...เนี่ยๆเพื่อนไอ้แฟรงค์ คุยกันอยู่”
“ใคร” คำถามสั้นห้วนจากทอยดังและแฟรงค์ที่กำลังจะเอื้อมมือไปปิดปากของไอ้คนพูดมาก
“ชื่อมาร์ชหละมั้งถ้าจำไม่ผิ....” แต่ก็ไม่ทันเพราะมันพูดไปเกือบจะหมดประโยคแล้ว ตอนนี้เป็นแฟรงค์ที่กำลังได้รับสายตาจากทุกคนซึ่งเขาถึงขั้นต้องยิ้มแห้งอย่างไม่รู้จะพูดอะไรดี คนอื่นก็ปกติเพราะแค่มีเพื่อนเป็นคนดังมันก็ไม่ได้แปลกอะไรเนื่องเพราะพวกเขาแทบจะทุกคนในกลุ่มก็ใช่ว่าจะมีคนรู้จักน้อยที่ไหน วงเหล้ากลับมาปกติโดยมีหนึ่งคนที่ไม่ปกติแล้วกำลังนั่งจ้องนิ่งมาที่แฟรงค์อย่างเหมือนมีคำถาม สายตาแบบนี้จากทอยอีกแล้วและแฟรงค์โคตรไม่ชอบเพราะตอนทะเลาะกันทุกครั้งพี่มันก็มีสีหน้าแบบนี้นี่แหละ

“กูไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ ไอ้แฟรงค์มาเป็นเพื่อนกูหน่อยดิ”
“........!” แต่ประโยคนี้ของทอยทำแฟรงค์ตาโต
“เร็วดิ ฉี่จะแตกแล้วไอ้เหี้ย” แถมยังต้องจำยอมพยักหน้ารับพร้อมรีบลุกเดินตามทอยออกมาเพราะถ้าเกิดปฏิเสธคงจะดูไม่ปกติแน่ แถมอีกอย่างคือทอยเรียกให้เขาไปห้องน้ำเป็นเพื่อนเหมือนแบบรุ่นพี่รุ่นน้องที่สนิทกันทั่วไปโดยที่พี่มันลืมไปเลยมั้ยวะว่าครั้งนั้นที่บ้านพี่เอกซ์น่ะอีกคนคือชัดเจนว่าไม่ชอบขี้หน้าเขาแถมเพื่อนพี่มันก็รู้กันถ้วนหน้าว่าทอยน่ะไม่ได้ปลื้มเขาเสียเท่าไหร่นัก แล้วตอนนี้คือ ชวนกูมาห้องน้ำด้วยเนี่ยนะ...

แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ได้มาห้องน้ำหรอก
ลากเขามาหลังร้านตางหาก

“เอาโทรศัพท์มา”
“อะไรนะ?” เด็กหนุ่มถามอย่างไม่เข้าใจ
“เอาโทรศัพท์มึงมา”

“เราไม่ได้เป็นอะไรกันนะพี่” แต่นอกจากจะไม่ได้ส่งโทรศัพท์ให้แฟรงค์ยังพูดประโยคนี้ซึ่งทอยเงียบไปเหมือนคนกำลังคิดบางอย่างแถมเขาทำท่าจะเดินหนีมืออีกร่างก็ยังรั้งแขนเอาไว้อย่างไม่ยอมให้ไปไหน คราวนี้เป็นแฟรงค์ที่เริ่มหงุดหงิด
“วันนั้นกูยังไม่ได้ตกลงกับมึงเลยว่าจะทำแบบนั้น....”
“........” คิ้วของคนฟังขมวดในขณะที่ทอยก็เหมือนกำลังทะเลาะกับตัวเองเหมือนกันว่าจะพูดหรือไม่พูดดี
“ที่มึงบอกให้ไม่ต้องยุ่งกัน”

“พี่เมาปะวะ พี่นั่นแหละที่บอกผมตั้งแต่แรกว่าให้ทำตัวให้ปกติ ไม่ให้บอกใคร!”
“.......”
“เมาแล้วก็ไปไกลๆเลยไป!!” เสียงดังอย่างไม่ชอบใจแต่พยายามจะออกห่างยังไงแต่ทอยก็ไม่มีท่าทีว่าจะยอมปล่อย ยิ่งเขาดิ้นมือของทอยยิ่งบีบแน่นจนต้องเบ้หน้า เขาไม่ต้องการมาเจอทอยก็เพราะแบบนี้ เพราะรู้ว่าอีกคนจะต้องทำตัวเหมือนเดิมก็คือไม่มีความชัดเจนอะไรทั้งนั้นแต่ก็ยังทำเหมือนว่าต้องการอยากให้เขาอยู่ด้วย

“ปล่อยผม!!”
“เออปล่อยน้องกูได้ละ” จนกระทั่งที่เสียงจากบุคคลที่สามดังแทรกขึ้นมา...

..หมับ.. พร้อมมือที่เอื้อมมาจับแขนอีกข้างของแฟรงค์พร้อมออกแรงรั้งให้อีกคนมายืนข้างตัวเอง สรรพนามแทนแบบนั้นคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพี่ชายคนเดียวที่อยู่ด้วยกันตอนนี้ แฟรงค์ยอมรับว่าตกใจแต่เขาต้องขอบคุณเสือที่เข้ามาหยุดเหตุการณ์น่าปวดหัวระหว่างเขาและทอยลงได้ ในตอนนี้เหมือนแฟรงค์หมดบทไปแล้วเพราะเหลือแค่เสือและทอยที่กำลังยืนมองหน้ากันด้วยแววตาที่ก็มีความไม่พอใจเหมือนกันทั้งคู่

“มึงทำอะไรกับมัน” นี่คือคำถามแรกของเสือที่ถามทอยซึ่งยืนอยู่ตรงข้าม
“ทำอะไร?”
“ถามเหี้ยๆ...ก็ที่มึงทำอยู่ตอนนี้ไง กำลังจะรั้งให้มันกลับไปหรอ ฝันเหอะไอ้สัส”
“..........”
“เมื่อวันก่อนกูยังเห็นมึงเดินกับผู้หญิงอยู่เลย” ประโยคนี้จากปากของเสือไม่ใช่แค่ทอยที่นิ่งลงไปแต่เป็นแฟรงค์ที่ทอดสายตามองร่างของคนที่ยืนฝั่งตรงข้ามด้วยแววตาสั่นไหว แต่มือของเขาแฟรงค์ออกแรงรั้งบอกเสือว่าให้เดินออกมาได้แล้วและคนเป็นพี่ชายยอมพยักหน้าให้แต่ก่อนที่จะหันหลังเดินกลับ

...หมับ... ..ผลั้วะ!!...

“อย่ามายุ่งกับน้องกูอีก” หนึ่งหมัดทิ้งท้ายพร้อมหนึ่งประโยคก่อนเดินรั้งแขนของน้องชายตัวเองออกไป ส่วนร่างตรงนี้ถุยน้ำลายที่มีคราบเลือดปนทิ้งลงบนพื้น ดวงหน้าของทอยหงุดหงิดหนัก ทุบมือลงบนกำแพงด้านหน้า

..ปึก..! ก่อนออกแรงต่อยระบายอารมณ์หลายต่อหลายหมัดจนข้อนิ้วมีแต่รอยช้ำและเลือด

 “มึงพอเหอะ” และเสียงคุ้นเคยที่ทำทอยหยุดหมัดของตัวเองลงพร้อมหันกลับไปมองยังต้นเสียง
“นี่ไอ้ทอย มึงไปกับผู้หญิงมาจริงๆหรอวะ”
“เออ!!” คำตอบที่ได้ทำไทเกอร์ถอนหายใจ
“กูจะต้องเข้าข้างมันทั้งที่มึงผิดใช่มั้ยวะเนี่ย”

“อะไร?ก็แค่ลองนัดไปเที่ยวด้วยแปปเดียว แต่แค่แปปเดียวก็กลับไง!”
“มันก็คือมึงมีคนอื่นอยู่ดี”

“ก็แค่ลองมี!” ตอนนี้ไทเกอร์รู้ว่าทอยมันหงุดหงิดขนาดไหนแล้วเขาก็รู้ด้วยว่าไอ้เพื่อนรักกำลังจะสื่อถึงอะไร ทอยมันคงกำลังอยากจะบอกว่าตัวเองเพียงลองไปเที่ยวกับคนอื่นดูบ้างแต่สุดท้ายไม่เวิคแล้วมันถึงได้กลับมามีสภาพเหมือนกำลังตามง้อแฟรงค์อยู่แบบนี้ แต่ก็อย่างว่าว่าทอยไม่ใช่คนใช้คำพูดเป็น การขอคืนดีของมันถึงได้แบบ...

“มึงจะตามง้อมันถูกมั้ย?”
“ไม่รู้”
“โอ้ยยไอ้ทอยไอ้เหี้ย มึงเอาซักอย่างดิ”

“กูแค่อยากคุยกับมันต่อแค่นั้นแหละ” ไทเกอร์ยกมือกุมขมับ จนเขาจะทิ้งแล้วมึงยังฟอร์มเยอะอีกหรอ
“มึงชอบมัน”
“ไม่”
“มึงชอบมันยอมรับซักทีเถอะไอ้เหี้ย!!”

“เออรู้แล้วโว้ย!!” สุดท้ายแล้วทอยตะโกนมาแบบนี้ก่อนเดินหนีออกไปทิ้งไว้แค่ไทเกอร์ที่ยกมือยีหัวของตัวเองอย่างหนักใจ ตอนนี้คือเขาต้องช่วยมันตามง้อแฟรงค์ถูกมั้ย ในขณะที่เสือคือชัดเจนแล้วว่าไม่ต้องการให้มีทอยไปโผล่ในชีวิตของน้องมัน

อีกคนก็เพื่อนอีกคนก็ผัว
ทำไมชีวิตจะต้องแบบ โอ้ยยยยย...

.............................

กลับบ้านมาแล้วและแฟรงค์กำลังนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงโดยที่นั่งมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ปิดสนิทไม่มีภาพอะไร เขานั่งมองมานานแล้วอย่างไม่มีอะไรทำ ตั้งแต่กลับมาจากผับเสือยังไม่ได้พูดอะไรกับเขาต่อแต่อีกคนเพียงบอกว่าให้เข้าไปนอน แต่แฟรงค์เองนี่สิที่ไม่สามารถข่มตาหลับลงได้ การที่ทอยพูดด้วยแบบนั้นจะคิดไปเองได้มั้ยว่าพี่มันต้องการจะง้อแต่แล้วสุดท้ายพอมารู้ว่าอีกคนก็ยังมีคนอื่นอยู่ดี มันก็นะ

“เฮ้อ กูว่าพี่มันแม่งก็คงทำแบบนี้กับทุกคนอะ” พึมพำกับตัวเองเตรียมจะเอนตัวนอน
...ครืดดดด... แต่แล้วเสียงสั่นจากโทรศัพท์ทำแฟรงค์ชะงัก กดเปิดดูว่าเป็นใคร
“..........!!” ก่อนต้องเบิกตากว้างเมื่อพบว่าข้อความล่าสุดในเมสเสนเจอร์...

พี่ทอย! แต่จะรีบกดเข้าไปอ่านก็กลัวพี่มันรู้ว่าเขายังคงตื่นเต้นกับข้อความจากอีกคนแค่ไหนดังนั้นแล้วแฟรงค์ถึงได้นั่งเงียบมองซักพักก่อนกดเข้าไปดูว่าอีกคนส่งข้อความอะไรมา
//วันจันทร์ไปมอพร้อมกูมั้ย// และเขาหลุดขำนิดหน่อยเมื่อได้อ่าน ให้เดาว่าทอยเกิดมาคงยังไม่เคยจะง้อใครแน่ ยิ้มกับตัวเองอยู่นานก่อนต้องหุบยิ้มลงเมื่อคิดว่าตอนนี้ถ้าเกิดยอมทำตามใจทอยเหมือนทุกครั้ง ทุกอย่างก็คงจะกลับมาวนลูปเดิม
 
กลับไปเป็นแค่ไอ้เด็กคนเดิมที่คอยเดินตามหลังของทอย
กลับเป็นเป็นไอ้โง่ตัวเก่าที่ถูกพี่มันหลอกให้นอนด้วยอีกครั้ง
กลับไปร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้กับคนเดิม

เพราะอย่างงั้น...

......................

“ไอ้เหี้ยมึงบล็อกกูเลยหรอวะ!!” เสียงโวยวายกลางดึงดังมาจากเจ้าของร่างที่นั่งอยู่บนโซฟากลางห้อง มือข้างขวาที่มีผ้ากลอซทำแผลพันรอบถูกใช้งานในการเลื่อนกดจอมือถือเหมือนกับว่ามันไม่ได้มีแผลอะไร ทอยขมวดคิ้วหนัก ตอนนี้เฟสบุ๊คไม่สามารถใช้คุยกับแฟรงค์ได้อีกแล้ว

แถมเมื่อกดเข้าไปดูในไอจี
เออเขาก็โดนมันบล็อกไอจีด้วย!

“แม่ง....” เสียงสบถดังออกมา และทอยปาโทรศัพท์ทิ้งลงบนโซฟาเมื่อมันหมดประโยชน์
ยังจำตอนแรกได้ที่แฟรงค์พยายามหาทางทุกทางในการติดต่อแต่เขาก็บล็อกมันทุกทาง
จนกระทั่งมาตอนนี้ ยังกับว่าตัวเขาเองกำลังทำเหมือนที่แฟรงค์ทำตอนนั้นเลย
แถมยังมีไอ้เสืออีก...

“กู จะเอาไงดีวะ...” พึมพำกับตัวเองออกมา ขมวดคิ้วแน่นก่อนต้องถอนหายใจ


...แม่งโคตรกรรมตามสนอง...


# # # # # # # #
สมน้ำหน้าได้มะอะ55555






หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่16 {14/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: pan19891990 ที่ 14-04-2018 12:56:43
มารอไรท์ที่ท่าน้ำ เอ้ยยยที่หน้าเว็บทุกวันเลยยย
พี่เสือออกโรงแล้ว อิพี่ทอยก็เสียเลือดไปตามระเบียบ คนอะไรหึงหวงเขา ชอบเขาแล้วก็ยังไม่รู้ตัวอีก
ส่วนแฟรงค์ลูกกกหนูกำลังทำใจแข็งอยู่ใช่มั้ย อย่าเพิ่งไปยอมพี่มัน ปล่อยให้นางได้ซึมซับความเจ็บปวดไปก่อน
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆเลยค่ะ อยากรู้ว่าอิพี่จะง้อน้องยังไง จะรอติดตามค่าา   :katai2-1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่16 {14/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: firnlolo ที่ 14-04-2018 13:36:58
 :laugh: สมน้ำหน้า
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่16 {14/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: DrSlump ที่ 14-04-2018 13:46:29
 :pig4: :pig4: :pig4:

โสน้าหน้าจีจีเลอ

แต่ก็นะ  คนเพิ่งรู้ใจตัวเองหนิ




“มีใครมาบ้างวะ” ระหว่างเดินเข้าด้านในแฟรงค์เอ่ยถามเพื่อนตัวเอง
“ก็กลุ่มเราหมดอะ ละก็มีพวกรุ่นพี่ที่สนิท...มีพวกพี่มึงไง” ได้คำตอบแล้วทอยพยักหน้ารับ เดินคาบบุหรี่

อันนี้น่าจะเป็น  แฟรงค์  นะ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่16 {14/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: mild-dy ที่ 14-04-2018 14:09:59
 :pig4:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่16 {14/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: puiiz ที่ 14-04-2018 18:52:31
 :really2: :really2:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่16 {14/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: areenart1984 ที่ 14-04-2018 19:07:16
ซะจายยยยย  :z2: :a2:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่16 {14/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: alt1991 ที่ 14-04-2018 19:27:53
 :angry2: ให้สามคำ "สม-น้ำ-หน้า"  :m31:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่16 {14/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: minneemint ที่ 14-04-2018 21:27:35
โสมมมมมม นามมมมมมม หนาาาาาา
 :laugh:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่16 {14/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: anandawan ที่ 14-04-2018 22:47:19
ยัง ยังไม่สาแก่ใจเลย เอาอีกๆ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่16 {14/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: jinutlove ที่ 14-04-2018 23:57:20
ง้อไปยาวๆเลยนะ แฟรงค์รอเวลานี้มานานละ555
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่16 {14/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: PrimYJ ที่ 15-04-2018 00:12:13
สมน้ำหน้ามากๆ 5555555
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่16 {14/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: วายซ่า ที่ 15-04-2018 07:45:49
โดนซะมั่งทอย จะได้เข้าใจน้องมันมากขึ้น

เป็นตานายต้องตามง้อน้องมันล่ะ 5555
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่16 {14/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: lemonpreaw ที่ 15-04-2018 10:27:55
สาแก่ใจ โดนซะมั่งทอย
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่16 {14/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Phoeniz ที่ 15-04-2018 21:52:45
ตามง้อไปเลย สะใจเบาๆ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่16 {14/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: bun ที่ 15-04-2018 22:06:01
ดีแล้วแฟรงค์อย่ายอมทอยง่ายๆ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่16 {14/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: day9day ที่ 16-04-2018 19:42:05
แฟรงค์ จัดไปหนักๆยาวๆ
พี่เสือ คืออีกด่านที่สำคัญ จัดไปเลย
ทอย สู้ๆนะ555+ (สม)
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่17
เริ่มหัวข้อโดย: Sirinapa-11 ที่ 22-04-2018 10:39:56
ตอนที่17
#จีบวิศวะ

เปิดเทอมวันแรกยังคงเป็นอะไรที่วุ่นวายไม่ได้ต่างไปจากแต่ละปีที่ผ่านมา นักศึกษาปีหนึ่งมากหน้าหลายตากำลังเดินเข้าสู่รั่วมหาลัยชื่อดัง เด็กปีหนึ่งต่างได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษอย่างไม่ต้องสงสัยยิ่งกับบุคคลที่มีบุคลิกและหน้าตาที่โดดเด่นยิ่งไม่ต้องคาดเดาว่าจะได้รับสายตาจากเหล่ารุ่นพี่มากเพียงใด แฟรงค์ยอมรับว่าเกิดอาการประหม่าเนื่องจากตอนที่มาเรียนปรับพื้นฐานมีนักศึกษาอยู่ไม่ได้เยอะมากขนาดนี้ แตกต่างจากบัดนี้ที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่รุ่นพี่เต็มไปหมด นอกเหนือไปกว่านั้นยังต้องมานั่งเขินหลบสายตาของกลุ่มหญิงสาวที่มองเจาะจงมาอีก

“เกิดมาหล่อนี่แม่งโคตรลำบากใจเลยว่ะ”
“ถุ้ย” พึมพำออกไปก่อนได้รับเสียงตอบรับแบบเดียวกันจากทั้งกลุ่มกลับมา

...ครืดดดดด.. แต่ในระหว่างที่นั่งคุยเล่นกับเพื่อนแรงสั่นจากโทรศัพท์ก็ดังและแฟรงค์รีบล้วงออกมาดู

//แกนั่งอยู่ตรงไหนอะ?// ตอนแรกขมวดคิ้วแต่พอมองว่าเป็นข้อความจากใครแฟรงค์ร้องอ๋อ
...ตรงหน้าหอประชุมรวม ก็เขานัดปีหนึ่งทั้งหมดไม่ใช่หรอ มึงสงสัยอะไรวะ..
//งั้นเดี๋ยวเราเดินไปนั่งด้วยนะ//
“มึงมีเพื่อนกูจะมานั่งด้วยคนได้ปะ” แต่ก่อนจะตอบตกลงแฟรงค์ก็ต้องขอถามความสมัครใจจากกลุ่มเพื่อนกู

“จัดไปเลยไอ้น้อง” จนได้คำตอบมาแบบนี้ถึงได้พยักหน้ารับพร้อมพิมพ์ตอบมาร์ชไปว่าไม่มีปัญหา ระหว่างนี้พวกเรากลับมารคุยเล่นกันต่อโดยที่แน่นอนว่าทั้งกลุ่มโคตรจะได้รับความสนใจจากคนรอบข้าง ไม่อยากยอมรับแต่ก็คงต้องยอมรับว่ามันแอบมีส่วนอยู่นะที่เพื่อนที่คบกันส่วนมากจะหน้าตาอยู่ในระดับใกล้เคียง เพราะงั้นไม่แปลกใจเลยที่ทั้งเพื่อนพี่เสือ เพื่อนพี่ไทเกอร์ คือทั้งกลุ่มนี่เหมือนหลุดมาจากโลกนิยายกันทั้งนั้น โดยเฉพาะของพี่ไทเกอร์ที่พี่เอกซ์แม่งก็โคตรจะหล่อ แล้วไหนจะไอ้พี่ทอยที่แบบ....

“มึงทำหน้าเหมือนหมาที่บ้านตายอีกละ”
“อะไรใครทำ” แฟรงค์รีบสวนพร้อมทำหน้ายิ้มแย้มแบบตอแหลไปที

“โหยังจะกล้าถามว่าใครทำ แม่งมีอยู่...เชร้ดดดดด” ยังพูดไม่จบประโยคเลยเพื่อนของเขาเหมือนสตั้นท์ลงไปเมื่อสายตาของมันหันไปสบกับอะไรเข้าซักอย่างเช่นเดียวกับโดยรอบที่มีเสียงฮือฮาขึ้นมา แฟรงค์มองตามสายตาของแต่ละคนที่มองไปยังตำแหน่งเดียวกันจนพอที่มองไปนั่นแหละถึงได้เข้าใจว่าแท้จริงแล้วเพราะมีบางคนกำลังเดินตรงมาทางนี้

รอยยิ้มโคตรเป็นมิตรและความสูงระดับนายแบบของไอ้คนนั้น...
ไอ้มาร์ช นี่มึงแอบไปย้อมผมสีใหม่มาตั้งแต่ตอนไหน กะทำหล่อตอนเปิดเทอมใช่มั้ย

“ไม่ได้เจอกันนานเป็นไงบ้าง” แถมยิ่งเห็นว่ามาร์ชเดินมาหยุดแล้วนั่งลงยังโต๊ะของพวกเขาเหล่าหญิงสาวยิ่งกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ แฟรงค์มองโดยรอบแบบสายตาทำตัวไม่ถูกเท่าไหร่นัก คือเพราะได้รับความสนใจจนไม่เป็นตัวของตัวเองไง ขนาดเพื่อนเขาตอนนี้ยังมีแอบตาโตเลยที่มาร์ชเดินมานั่งด้วย

“นี่ไอ้แฟรงค์ คนนี้หรอวะเพื่อนมึงที่บอกอะ”
“อืม ทำไมวะ”
“หืมม ระดับตัวท็อป...มันเป็นนายแบบด้วยนี่” ไอ้เพื่อนข้างกายกำลังซุบซิบและแฟรงค์มีแอบแปลกใจนิดหน่อย คงเพราะเพิ่งกลับมาไทยเลยไม่ได้รู้เรื่องอะไรพวกนี้มาก ก็ว่าแล้วทำไมเฟสมันคนติดตามเยอะจังวะ ที่ไหนได้...

“หวัดดีเราชื่อมาร์ชนะ ฝากตัวด้วยละกัน” แต่คนตรงหน้าก็ยังเป็นมิตรแล้วไม่ถือตัวเหมือนอย่างในทุกครั้งที่เจอกัน แฟรงค์หันไปยิ้มให้เพื่อนอย่างเชิงบอกว่าสามารถคุยกับมาร์ชได้ตามปกติ ซึ่งเมื่อแนะนำตัวกันเรียบร้อยกลุ่มพวกเรากลับมาสู่สภาวะเดิมอีกครั้งถึงแม้ว่าจะยังได้รับสายตาคอยมองมาตลอดก็เถอะ

“เราย้อมผมมาใหม่ แกว่าดีกว่าสีเดิมปะ” แล้วมาร์ชนี่ก็ แม่งชวนเขาคุยคนเดียวเลยไง...
“อื้มก็ดี แต่สีเดิมมึงก็หล่ออยู่แล้วนะ”
“หรอ แล้วแกชอบเราตอนผมสีไหนมากกว่าอะ?”
“กูว่าสีดำก็ดีนะ”

“งั้นเดี๋ยวจบโปรโมทสินค้าตัวนี้แล้วเราย้อมกลับนะ” แฟรงค์พยักหน้ารับไปอย่างไม่เข้าใจนักว่ามันจะถามไปทำไมวะส่วนเพื่อนในกลุ่มต่างเริ่มหันมองหน้ากันด้วยแววตาที่แบบ มึงรู้ใช่มั้ยว่ากูกำลังคิดอะไรอยู่ รอยยิ้มกรุ่มกริ่มปรากฏตลอดและดูเหมือนว่าตอนนี้จะมีเรื่องสนุกให้ได้ทำอีกแล้ว เปิดเทอมมาเพื่อนก็ฮอตเลยทำไงดีเนี่ย...

“ไอ้แฟรงค์นั่นรถพี่มึงปะ” แต่ระหว่างนี้เสียงเรียกชื่อเขาดังอีกครั้ง แฟรงค์หันไปมองยังถนนหน้าหอประชุมซึ่งภาพที่ปรากฏคือรถคันคุ้นเคยของเสือที่กำลังขับเข้ามา แค่รถก็หล่อแล้วแต่พอเปิดประตูลงมาจากรถแล้วเป็นเสือกับไทเกอร์ดูเหมือนทุกคนจะยิ่งหวีดหนักเมื่อเดือนมหาลัยทั้งคู่มาอยู่พร้อมกันแบบนี้

“แม่งจะรู้มั้ยนั่นว่าเขาเป็นผัวเมียกัน”
“ไอ่สัส” แฟรงค์ถึงขั้นหลุดหัวเราะกับประโยคที่ไอ้เพื่อนเกรียนมันพูดแต่เหมือนจะไม่ได้จบแค่นั้นเพราะยังมีรถคันอื่นขับตามมาจอดด้วยและแฟรงค์ยิ้มเมื่อจำได้ว่ามันคือรถของพวกเพื่อนพี่ชายของเขาทั้งนั้น เหมือนพวกพี่มันจะต้องมามีส่วนร่วมในการรับเด็กปีหนึ่งด้วยนี่แหละมั้งเพราะเสือบ่นตั้งแต่นานแล้วว่าน่ารำคาญไม่อยากมาเนื่องจากต้องตื่นแต่เช้า

“โคตรหล่อกันเลยนะนั่น” เสียงพูดจากมาร์ชดัง
“แน่นอน นั่นน่ะพวกลูกพี่กูเองอะ” และไอ้เพื่อนของเขาก็อวดกันใหญ่จนแฟรงค์แทบอยากยกมือกุมขมับ
จนกระทั่งที่หันสายตาไปมองยังจุดเดิมซึ่งคือถนนอีกครั้ง
“..........!” คราวนี้แฟรงค์ขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่ารถคันล่าสุดที่ขับเข้ามาจอดโคตรจะดูคุ้นเคย เขาเม้มปากเพราะถ้าจำไม่ผิดมันคือคันเดียวกับที่เห็นจอดอยู่คอนโดของทอย แถมยังเคยบอกพี่มันด้วยว่ารถคันนี้น่ะโคตรสวยแล้วเขาก็ชอบมาก หัวใจหนึบนิดหน่อยเพราะถ้าเป็นอย่างที่คิดคงจะมีเฟลอีกครั้งแต่กับร่างที่เพียงเห็นแค่ด้านหลังก็จำได้

“เด็กเก่ามึงอะไอ้แฟรงค์” เฮ้อ....
“อืม เห็นแล้ว” ตอบออกไปพร้อมมองไปยังคนที่เดินขมวดคิ้วลงจากรถท่ามกลางสายตาและเสียงกรี๊ดกร๊าดของเหล่าผู้คนโดยรอบ ใครอีกคนไม่เห็นเขาและแน่นอนว่าแฟรงค์ก็ไม่ได้อยากให้ทอยเห็น ดวงตาคู่สวยเบนกลับมามองต่ำอีกครั้ง มันก็มีแอบน้อยใจเหมือนกันที่ตลอดระยะเวลาที่รู้จักกันมาคือทอยไม่ได้บอกข้อมูลอะไรของตัวเองให้รู้เลยด้วยซ้ำ

ทำไมต้องทำตัวให้ดูเหมือนคนไม่มีเงินตอนอยู่กับเขาด้วยวะ
แล้วนี่ กูเสียไปกับพี่มันเท่าไหร่ละ...

เสียงประกาศเรียกให้เด็กปีหนึ่งเข้าไปนั่งด้านในดังขึ้น แฟรงค์ลุกพร้อมเดินตามพวกเพื่อนเข้าไปในขณะที่มาร์ชแยกไปยังคณะของตัวเองแล้ว ใบหน้าของเขาดูไม่สดใสนักเพราะจะให้ยิ้มออกได้ไงก็เจอโจทย์แต่เช้าเลยนี่หว่า คิดว่าถ้าเปิดเทอมคงไม่ได้เจอพี่มันแต่ที่ไหนได้นี่ทอยเล่นแบบแทบจะเป็นตัวรับงานของมหาลัยที่ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องเจอถูกมั้ย

“เบื่อว่ะ” นั่งนานเข้าแฟรงค์พูดขึ้นเพราะฟังอธิการของโรงเรียนพูดมาจะเข้าสองชั่วโมงแล้ว
“เดี๋ยวอีกแปปเดียวก็เปลี่ยนเป็นรุ่นพี่ขึ้นมาพูดแล้วมั้ง”
“พูดอะไรอีก”

“กูก็ไม่รู้” คำตอบจากเพื่อนทำแฟรงค์มีขมวดคิ้ว เด็กหนุ่มหันกลับไปมองหน้าเวทีอีกหนซึ่งอธิการบดีเดินลงไปแล้วโดยระหว่างนี้ก็มีการนำของว่างมาแจก นั่งงับขนมปังเข้าปากพร้อมกับในมือที่ถือกล่องนมเปรี้ยวไว้ด้วยระหว่างนี้แอบชะโกงคอมองว่าพวกพี่ชายของตัวเองนั่งอยู่ตรงไหน สงสัยน่าจะเป็นหลังเวทีแน่เลยถ้าเขาเดาไม่ผิดพอมองไปอีกฝั่งเห็นว่ามาร์ชที่นั่งอยู่ช่วงด้านหลังก็กำลังถูกรุ่นพี่คณะตัวเองรุมเหมือนกำลังคุยอะไรด้วยซักอย่างอยู่

แต่เสียงเสียงกรี๊ดจากรอบด้านทำแฟรงค์ต้องรีบหันกลับไปมองบนเวทีอีกครั้ง
คราวนี้หัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อไอ้คนที่เขาสงสัยว่าอยู่ไหนกันกำลังยืนเรียงอยู่บนนั้น

ปกติก็ว่าพี่มันเหมือนจะอยู่โคตรสูงเกินเอื้อมแล้วนะ แต่พอเปิดเทอมแล้วมาพบว่าทอยอยู่ในสถานะไหนของบุคคลในมหาลัยแล้วเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเขาเองนี่มันก็เล่นของสูงเหมือนอย่างที่เพื่อนชอบบอกจริงๆนั่นแหละ เหมือนกำลังแอบชอบคนคนเดียวกับที่คนค่อนมหาลัยก็แอบชอบด้วยอะ

“ถ้ามึงได้พี่ทอยมาควงนี่คือมึงโคตรเท่เลยนะไอ้แฟรงค์” แถมไอ้เพื่อนข้างกายก็ยังจะ...
“ลองแล้วไง ตกลงกันว่าเป็นแค่พี่น้องอะดีสุด” หมายถึงพี่มันอะตกลงของมันคนเดียวนะไอ้เหี้ย
“งั้นมึงก็เล็งดาวซักคณะที่ยืนบนนั่นอะ” คราวนี้มันพูดติดตลกซึ่งแฟรงค์หัวเราะนิดหน่อยเช่นเดียวกับสายตาที่ไล่มองหญิงสาวจำนวนเกือบสิบคนที่ยืนอยู่บนเวทีข้างหน้าเช่นกัน แบ่งฝั่งชายหญิงชัดเจนแถมเหมือนคัดแต่คนเบ้าดีมาทั้งนั้น ส่วนใหญ่ก็เป็นที่รู้จักเพราะแต่ละคนมีงานในวงการบันเทิงกันทั้งนั้น คงมีแต่ไอ้พวกพี่ชายเขานี่แหละมั้งที่ดีแต่ทำตัวเป็นวัยรุ่นปกติไปในแต่ละวัน เขามีพี่ชายเป็นเดือนมหาลัยเลยนะเพราะอย่างนั้นคงไม่แปลกที่จะมีคนรู้จักตั้งแต่เปิดเทอมวันแรกแบบนี้และพวกเราก็ไม่ได้สนใจฟังนักว่าพิธีกรบนเวทีกำลังพูดอะไรแต่เหมือนพี่แกกำลังพูดแนะนำตัวถึงบุคคลที่มีส่วนสำคัญในงานอัญเชิญตรามหาลัยที่ต้องมีพวกปีหนึ่งอย่างพวกเราเข้าร่วมด้วย

แฟรงค์เลิกคิ้วแอบตกใจคนเดียวเมื่อรู้ว่าทอยกับเสือต้องร่วมงานกัน
คือพี่มันจะไม่ต่อยกันใช่มั้ยวะ...

“ปีที่แล้วพี่ทอยลงประกวดเดือนด้วยหรอ ได้รองเดือนหรอวะถึงได้ประกบพี่กูอะ” แฟรงค์ถามขึ้นจากความสงสัย
“พี่ทอยไม่ได้ประกวดอะไรเลยซักอย่างเหอะ พี่มันแค่หล่อเองมึง...ที่จริงเดือนมันมีสองคนคือพี่เสือกับพี่เกอร์ไง แต่กูว่าแค่พี่ทอยกับพี่เสือสูงไล่กันมากกว่าเลยได้อยู่ด้วยกัน...เนี่ยแล้วไอ้แฟรงค์มึงดูนะ ผู้หญิงที่เดินคู่กับพี่ทอยอะโคตรเด็ด”
“.....”
“เด็กเก่าพี่ทอยมัน...แซ่บมั้ยแซ่บ” พูดจบไอ้คนพูดหัวเราะโดยที่แฟรงค์นั่งยิ้มหน้าแห้งแล้ว อะรู้สึกว่าตอนนี้ไม่ได้แข่งแค่กับคนค่อนมหาลัยแล้วแต่เหมือนจะต้องกลายเป็นคู่แข่งของดาวต่างคณะด้วยมั้ยวะ ตอนนี้แอบรู้สึกขอบคุณตัวเองที่ใจแข็งพอกล้าจบความสัมพันธ์แบบนั้นกับทอยไปซะเพราะถ้าขืนยังอยู่ในสถานะเดิมแล้วต้องมานั่งรับรู้ว่ามีใครต่อใครบ้างในมหาลัยที่ก็เคยอยู่ในสถานะแบบนั้นกับทอยเหมือนกัน มันก็คงจะเจ็บน่าดูเลยแหะ

...กรี๊ดดดด!!.. แต่เสียงกรี๊ดที่ไม่ได้มาจากแค่เด็กปีหนึ่งเพราะมันดังจากพิธีกรด้วยทำแฟรงค์ต้องยกมืออุดหู

“อะไรวะ” เขาพึมพำขึ้นพร้อมมองหาสาเหตุ
“นั่นไง” และไอ้เพื่อนรักเพยิดหน้าไปทางด้านหลังภาพที่เห็นทำแฟรงค์แทบมองบนเพราะมันไม่ใช่อะไรแต่เป็นเพียงมาร์ชที่มันลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปเหมือนจะออกไปเข้าห้องน้ำ ตอนนี้ในหอประชุมฮือฮากันใหญ่ พี่พิธีกรบนเวทีพูดแซวว่าเดือนปีนี้เหมือนจะหาตัวไม่ได้ยากซึ่งคนตัวขาวที่นั่งอยู่ตรงนี้แอบหมั่นไส้ไอ้เพื่อนใหม่เพราะดูจะหล่อเกินหน้าเกินตาเขาเสียเหลือเกิน มองกลับไปยังเวทีอีกครั้ง สิ่งที่เห็นคือหน้าของทอยที่ปกติก็ไม่ได้ยิ้มอะไรแต่ในตอนนี้กลับขมวดคิ้วหนักแถมยังชัดเจนว่าเหมือนคนกำลังหงุดหงิดอยู่ด้วย

พี่มันจำไอ้มาร์ชได้ด้วยหรอ
ไม่หรอกมั้ง เพราะทอยน่าจะไม่ได้สนใจรายละเอียดอะไรขนาดนั้น ยิ่งกับเรื่องของเขาด้วยแล้ว เหอะ....

..................................

มันโผล่มาเรียนที่นี่ได้ยังไงวะ!! นี่คือประโยคที่ดังวนเวียนในหัวของบุคคลร่างสูงที่ยืนขมวดคิ้วแน่นอยู่บนเวที ทอยแสดงออกชัดอย่างไม่คิดจะระงับความไม่พอใจ ไม่ได้สนใจด้วยว่าคนด้านล่างนับพันที่มองอยู่จะรับรู้หรือรู้สึกยังไงกับใบหน้าที่เหมือนโคตรหงุดหงิดของเขาตอนนี้ ต่อให้มองไกลเป็นระยะนับหลายร้อยเมตรแต่ก็ชัดเจนว่าไอ้เด็กปีหนึ่งหัวทองคนนั้นคือใคร หงุดหงิดกว่านั้นคือการได้รู้ว่ามันเป็นจุดเด่นขนาดไหน ไม่รู้ว่านนี้ไอ้แฟรงค์จะเห็นมันยังแต่ไม่ใช่ว่าพวกมันนัดกันมาเจอตั้งแต่เปิดเทอมวินาทีแรกแล้วหรอกนะ

“ไอ้เหี้ย...”
“เอ้า ด่ากูหรอ” ไทเกอร์ที่ยืนอยู่ถัดจากเขาถามขึ้น

“ไม่ใช่ แต่กูไม่ชอบไอ้เด็กคนนั้น” พูดพร้อมจ้องไปยังแผ่นหลังของคนที่กำลังจะเดินออกจากหอประชุมแล้ว ไทเกอร์ขมวดคิ้วพร้อมมองตามไปอย่างไม่เข้าใจว่าทอยมันจะไปมีศัตรูอะไรกับแค่เด็กปีหนึ่ง ดูเหมือนคนที่ทอยเกลียดขี้หน้าจะเป็นไอ้หล่อที่คนกรี๊ดตั้งแต่มาปรากฏตัววันแรก ก็ดูไม่ได้มีพิษภัยอะไรแล้วมันไปไม่ถูกกันตอนไหน?

“กูว่ามึงสนใจคนนั้นดีกว่ามั้ง”
“ใคร” การที่ไทเกอร์พูดแบบนี้ทำทอยต้องถามกลับ
“นั่นน่ะ ที่นั่งมุมนั่นอะ” พอลองมองตามที่มันเพยิดหน้าไป

“เหอะ อวดดี” คำนี้ไม่ได้ว่าไทเกอร์แต่เขาสบถออกมาเมื่อสายตาสบเข้ากับคนตัวขาวจัดที่นั่งอยู่ตรงนั้นมากกว่า ได้เปรียบก็ตรงที่ยืนอยู่บนเวทีเลยทำให้เห็นคนที่นั่งอยู่ด้านล่างได้ชัด ยืนจ้องอยู่นานจนที่แฟรงค์หันสายตามาสบด้วยเพียงเสี้ยวนั่นแหละทอยถึงได้ขมวดคิ้วใส่มันไปที ไอ้เด็กตัวขาวก็เพียงแค่รีบเบือนสายตาหนีแถมยังก้มหน้าทันทีอีกด้วย

คงคิดว่าจะหลบเขาได้
มึงฝันไปเถอะ

......................

หมดช่วงเช้าไปและพักกลางวันแฟรงค์รีบเดินออกจากหอประชุมเพื่อมายังโรงอาหาร หัวใจยังเต้นแรงไม่หายตั้งแต่ตอนที่สบตากับทอยครั้งนั้น ไม่รู้ว่าอีกคนคิดอะไรแต่คือชัดเจนว่าทอยกำลังแอบไม่พอใจเขาอยู่ด้วย ยังไม่ได้ทำอะไรเลยและทอยก็ยังดีแต่หาเรื่องว่าเขาตลอด แต่จะทำหน้าตาเศร้าก็ไม่ได้เพราะอยู่กับเพื่อนแถมอีกอย่างมาร์ชน่ะก็โคตรจะช่วยทำให้เขายิ้มได้เลย ระหว่างนี้พวกเรากำลังนั่งกินข้าวโดยที่แฟรงค์คิดว่าในโรงอาหารแบบนี้ทอยคงไม่น่าจะมานะ

“น้องแฟรงค์คะ!” แต่เสียงไม่คุ้นเคยที่ดังทำเขาเงยขึ้นมอง สาวประเภทสองร่างอ้วนตรงหน้า...
“ครับ?เรียกผม?”
“ใช่จ๊ะ เจ๊ชื่อเจ๊นกนะ” เขาพยักหน้ารับถึงแม้ไม่เข้าใจเท่าไหร่นัก
“เป็นน้องของเสือใช่มั้ยคะเนี่ย?”
“ครับ....”

“ปีนี้น้องลงประกวดเดือนใช่มั้ย?มาให้เจ๊ดูแลนะ รับรองไม่ผิดหวังค่ะ!” ยังไม่ได้พูดอะไรเลยแต่เจ๊แกรวบรัดทุกอย่างจนแฟรงค์ได้แต่นั่งเงียบอย่างทำตัวไม่ถูก ไอ้เพื่อนรอบด้านหัวเราะกันคิกคักขนาดมาร์ชยังชำเลืองมองมาด้วยรอยยิ้มเลย
“ส่วนเราน่ะไม่ต้องมายิ้ม เจ๊งอนมากที่กล้าไปตกลงกับยัยพวกนั้นแทนที่จะมาอยู่กับเจ๊ได้ยังไง” ได้ยินเจ๊แกพูดต่อแฟรงค์เริ่มเข้าใจว่ามาร์ชคงจะไปตกลงปลงใจกับอีกแกงค์เจ๊ดันของที่นี่ไปแล้ว ถ้าให้เดาคงเป็นตอนตั้งแต่ในหอประชุมที่โดนรุมจนวุ่นตอนนั้นแน่เลย แต่ประเด็นสำคัญมันไม่ได้อยู่ที่มาร์ชแต่คือแฟรงค์แค่ไม่เข้าใจ ว่าทำไม...

“แล้วทำไมผมต้องลงประกวดด้วยอะครับ”
“เอ้า!ก็หล่อก็ใช้หน้าให้เป็นประโยชน์สิคะ เนี่ยๆพี่ชายเราอะก็เด็กเจ๊นะ ปลอดภัย...ไม่โดนหลอกแน่” แต่แฟรงค์ส่ายหน้าเพราะเขาคิดไว้แต่แรกแล้วว่าไม่อยากทำอะไรแบบนี้ สาวประเภทสองร่างท้วมทำหน้าเสียใจหนักแต่มันดูตลกจนพวกเขาหลุดหัวเราะออกมา แต่เจ๊แกก็รวบหัวรวบหางเสร็จสรรพพร้อมบอกว่าข้อมูลของเขาน่ะไปถามจากเสือเอาก็ได้

แฟรงค์ได้แต่นั่งยิ้มค้าง
คิดในใจว่าแล้วจะมาถามความสมัครใจจากเขาทำไมวะ...

“เดี๋ยววันแข่งเราทำตัวขี้เหร่ให้แกชนะดีกว่า” แต่ประโยคนี้จากมาร์ชทำแฟรงค์หันขวับ
“มึงอย่ามาทำเป็นหล่อเกินกูนักเลย”

“ก็ถ้าเดือนมหาลัยหาคนน่ารัก แกคงได้ที่หนึ่งนะเราว่า” แฟรงค์ยักไหล่ในขณะที่เพื่อนในกลุ่มหันมองหน้ากันด้วยแววตาเดิมในตอนเช้าอีกแล้ว นั่งทานข้าวกันต่อท่ามกลางบรรยากาศกรุ่มกริ่ม มาร์ชดูพูดมากเป็นพิเศษและแฟรงค์ก็มีหน้าที่คอยต่อปากต่อคำในตอนที่อีกคนกวนประสาท ไม่รู้คิดผิดหรือคิดถูกที่ยอมให้มันมาเป็นเพื่อนด้วยกันแน่

ทานข้าวเสร็จพวกเราเดินออกมาซื้อน้ำที่ร้านกาแฟด้วยกัน
มาร์ชกำลังยืนรอรับเมนู ในขณะที่แฟรงค์นั่งเล่นโทรศัพท์รออยู่กับเพื่อนตัวเองที่โต๊ะด้านหลัง

...กริ๊ง... เสียงกระดิ่งหน้าประตูร้านดังบ่งบอกว่ามีลูกค้าใหม่มา มาร์ชหันไปมองพบกลุ่มนักศึกษาที่ถ้าจำไม่ผิดคือกลุ่มเดียวกับที่ยืนบนเวที เขายิ้มทักตามมารยาทรุ่นน้องแต่แล้วต้องยิ้มค้างเมื่อพบว่าบุคคลที่เดินเข้ามาหลังสุดคือใคร
ในตอนแรกพี่แกหันไปมองโต๊ะที่แฟรงค์ก่อน และพอหันมามองแล้วเจอว่าเขายืนอยู่

“..........!” สายตาเดิมเหมือนที่เจอกันตอนนั้นแต่ดูดุกว่าเดิมอีกด้วยซ้ำ
“หลบดิ กูจะสั่ง” เมื่อเช้าที่แนะนำตัวได้ยินเหมือนพี่แกชื่อทอยนะ และก็นั่นแหละพี่ทอยพูดกับเขาแบบนี้ซึ่งมาร์ชที่ยืนอยู่คนเดียวแถมยังเพิ่งเข้ามาใหม่ก็กลับมาเจอสาถนการณ์แบบนี้ เด็กหนุ่มขยับตัวหลบจากหน้าเคาท์เตอร์ คิดในใจว่าอีกคนน่าจะยังจำเขาได้ตั้งแต่เจอกันตอนนั้นเลยไม่ชอบขี้หน้าเขาอยู่มั้ยวะ

หลายครั้งด้วยที่ทอยหันไปมองยังแฟรงค์ที่นั่งอยู่ก่อนสลับสายตามามองที่เขา
มาร์ชรู้สึกว่าถ้าสายตาคนมันฆ่ากันได้ ตอนนี้เขาคงเป็นศพ...

“มึงมากับไอ้แฟรงค์หรอ”
“ครับ” ตอบไปตามความจริงทั้งที่ยังไม่เข้าใจ
“แล้วมึงจำกูได้มั้ย”
“จำได้ครับพี่”
“งั้นแล้วเสือกมายุ่งกับมันอีกทำไม”

“.......!” ได้แต่เบิกตากว้างอย่างไม่เข้าใจว่านี่กูทำอะไรผิดอีกวะ มองไปทางด้านหลังของทอยพบภาพของรุ่นพี่นับสิบคนที่ยืนด้วยสภาพใบหน้าที่โคตรพร้อมบวก เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ คิดในใจว่าเมื่อไหร่เมนูที่สั่งจะได้เพราะจะได้เดินออกไปซักที ทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยืนเงียบพร้อมปรึกษากับตัวเองว่าสรุปแล้วนี่เขาทำอะไรผิด

เอื้อมมือไปหยิบกาแฟที่ตัวเองสั่งมาถือเอาไว้
เดินออกมาด้วยความสงสัยในใจ

...ว่านี่เขาเป็นพี่น้องกันแบบไหนวะ...


# # # # # # # #
มาร์ชเอ้ยยยย555555

หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่17 {22/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: lemonpreaw ที่ 22-04-2018 11:48:43
ทำตัวแบบนี้หรอจะง้อเขาอะทอย นิสัยเสีย
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่17 {22/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: arjinn ที่ 22-04-2018 12:43:19
ชอบความเถื่อนของทอย
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่17 {22/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: วายซ่า ที่ 22-04-2018 13:26:11
หวงก้างอ่ะทอย. ไม่น่ารักเลย
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่17 {22/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: day9day ที่ 22-04-2018 17:38:45
แฟรงค์ ทำใจและเดินหน้าต่อไป อย่าไปยอมทอยง่ายๆ มันนิสัยเสีย

มาต่อเร็วๆนะ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่17 {22/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: DrSlump ที่ 22-04-2018 18:21:20
 :pig4: :pig4: :pig4:

พี่ทอยหึงนุ้งแฟรงค์แล้วหรา 

รู้ใจตัวเองแล้วสินะ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่17 {22/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: MmBb ที่ 22-04-2018 19:45:26
ทำตัวให้ชัดเจนก่อนเหอะพี่ทอยแล้วค่อยมาหวงก้างน้องไอ้บ้าเอ้ยยย
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่17 {22/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: firnlolo ที่ 22-04-2018 20:05:04
ข่มเเรงมาก555 :laugh:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่17 {22/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: puiiz ที่ 22-04-2018 20:53:42
 :hao7: :hao7:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่17 {22/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: PrimYJ ที่ 22-04-2018 23:05:30
สงสารมาร์ชที่โดนหมาหวงก้างหมายหัวไว้
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่17 {22/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: pan19891990 ที่ 24-04-2018 02:37:53
อิพี่ทอยคะเข้าใจว่าหึงว่าหวงแต่อย่าลืมเอาเวลาไปง้อน้องด้วยค่ะ เด็กเขาใจเสียไปแล้วถ้าไม่รีบเดี๋ยวไม่ทันการณ์นาา
รอติดตามตอนต่อไปค่ะ สนุกทุกตอนเลย เป็นกำลังใจให้นะคะ  :3123:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่17 {22/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Phoeniz ที่ 24-04-2018 04:05:58
สนุกทุกตอน รอติดตามตอนใหม่อยู่นะค้าบ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่18
เริ่มหัวข้อโดย: Sirinapa-11 ที่ 25-04-2018 21:00:08
ตอนที่18
#จีบวิศวะ

ถัดมาอีกวันที่เจอกันเหมือนมาร์ชจะมีบางเรื่องอยากคุยด้วยแต่เพราะนั่งรวมอยู่กับเพื่อนหลายคนเลยทำให้อีกคนทำได้เพียงแค่นั่งมองหน้าเขาด้วยแววตาที่ตเต็มไปด้วยคำถามแบบนี้ แฟรงค์ขมวดคิ้วมองไม่เข้าใจเพราะตั้งแต่เมื่อวานหลังจากเดินออกมาจากร้านกาแฟไอ้เพื่อนใหม่ก็ดูท่าทีแปลกไปยังกับว่ามีอะไรสงสัยอยู่อย่างไงอย่างงั้น

แต่เห็นอยู่ว่าเมือวานมาร์ชซื้อน้ำร้านเดียวกันกับทอย
แถมยังยืนข้างกันอีกด้วย เพราะงั้นนี่คิดว่า มันกำลังอยากคุยกับเขาเรื่องนี้หรือเปล่า?

“ไปเหอะไอ้แฟรงค์ เหลือแค่อีกสิบห้านาทีกูว่าไปหาจองโต๊ะในห้องดีกว่า” เสียงพูดจากเพื่อนร่วมกลุ่มดังและแฟรงค์มองมาร์ชอย่างจดจ้องในเชิงว่าเขาจะไปแล้วนะ แล้วมันหละ จะยื้อเอาไว้เพื่อจะได้ถามในสิ่งที่สงสัยมั้ยแต่จนแล้วจนรอดจานข้าวก็ถูกเพื่อนเอาไปเก็บให้แล้วเรียบร้อย จนจะเดินออกอยู่แล้วแต่มาร์ชยังนั่งขมวดคิ้วเหมือนกำลังตัดสินใจหนัก เออถ้าอย่างงั้นก็ปล่อยมันไปแล้วตอนเที่ยงค่อยมาคุยแล้วกัน ชักจะรำคาญแหละ

...หมับ...

“เดี๋ยวดิ เอ่อ พาไปห้องน้ำหน่อย” ทั้งมือที่จับแขนและเสียงพูดและแววตาจากมาร์ชที่มองมา
“พวกมึงอะไรกันเนี่ย ไปห้องน้ำก็ต้องไปด้วยกัน?” คำถามจากเพื่อนในกลุ่มดัง

“อย่าเสือกเหอะ ขึ้นไปก่อนไปเดี๋ยวกูตามไป” เป็นแฟรงค์ที่เอ่ยบอกพร้อมลุกเดินนำไอ้ตัวปัญหาที่เดินตามหลังมา ที่จริงแฟรงค์รู้ว่ามาร์ชมันไม่ได้จะเข้าห้องน้ำหรอกเพราะท่าทางออกชัดขนาดนั้นว่ามีเรื่องอยากคุยด้วย เพราะแบบนี้แฟรงค์ถึงได้เลือกจะเดินออกมายังมุมด้านหลังของโรงอาหารแทน

“อ่ะมีอะไรก็ว่ามา”
“คือ....” อีกคนยังอึกอัก
“ซักทีเถอะกูจะขึ้นเรียน วันแรกไม่อยากสายนะเว้ย”

“อ่าๆโทษที...ก็เมื่อวานเราเจอพี่ทอยแล้วพี่เขาแบบ เขาพูดเหมือนไม่อยากให้เรายุ่งกับแกว่ะ”
“..........” คนฟังนิ่งลงไปในทันทีโดยที่มาร์ชซึ่งยืนมองอยู่ขมวดคิ้วนิดหน่อยเพราะสีหน้าแฟรงค์ในตอนนี้มันเหมือนคนกำลังรู้สึกอะไรหลายอย่างอยู่ในนั้น ร่างขาวกำลังก้มหน้ามองพื้น เห็นว่าแฟรงค์เม้มปากนิดหน่อยก่อนเงยมองเขา

“ไม่มีอะไรหรอก พี่มันคงแค่ไม่ชอบมึงตั้งแต่ตอนนั้นมากกว่า”
“ตอนที่เจอกันอยู่พัทยาน่ะหรอ?”
“อืม คงงั้นแหละ”

“ไม่ชอบเพราะคิดว่าเราจะมาจีบแก?”
“........”
“จะบอกความจริงได้ตอนไหน” โดนถามมาอีกครั้งและกับคนที่ไม่ได้เตรียมใจมาแบบแฟรงค์ก็ถึงขั้นชะงักลงไปเลย เขาเป็นฝ่ายอึกอักแทนเพราะก็ดูออกแล้วว่ามาร์ชมันรู้เรื่องทุกอย่าง แต่ติดอย่างเดียวก็คือยังจำคำที่ตกลงกับทอยไว้ได้ว่าจะไม่บอกใครเรื่องของเรา แถมอีกอย่างท่าทางของทอยในตอนพูดกับเพื่อนมันก็ชัดไงว่าพี่มันไม่อยากให้คนอื่นรู้

“มึงจะบอกคนอื่นหรือเปล่า”
“........”
“เออกูไม่ใช่พี่น้องกันหรอก มากกว่านั้น...โอเคแล้วนะ กูไปเข้าเรียนละ”

...หมับ..! แต่พอจะเดินหนีมันรีบคว้าแขนเขาหมับ

“โกรธปะเนี่ย” สีหน้าร้อนรนของมาร์ชแสดงออกมาและแฟรงค์ขมวดคิ้วเพราะเอาตามความจริงคนที่ควรโกรธนี่ต้องเป็นมันมากกว่าเขาไม่ใช่หรอ พวกเรามองหน้ากันแบบต่างคนต่างอารมณ์ แฟรงค์เลิกคิ้วเมื่อโดนมาร์ชจ้องมาเหมือนรอคำตอบ
“ตอบหน่อยดิ เราขอโทษนะ...นะๆ”
“เชี่ยไรของมึงเนี่ย กูจะอ้วก” พอเขาแสดงท่าทางแบบนี้ออกไปไอ้คนเครียดในคราแรกก็หัวเราะออกมา

“กลับมาอารมณ์ปกติแล้วใช่มั้ย ปะๆ เดี๋ยวพาไปส่งที่ห้องเรี....เหี้ย!!”

...ปึก!!!... เสียงท้ายประโยคของมาร์ชกลายเป็นคำสบถตกใจเมื่อมีบางอย่างจากด้านบนโยนลงมาแบบเฉียดหัวไปเพียงเสี้ยวเท่านั้น ก้มมองสิ่งที่เห็นคือขวดน้ำที่มีน้ำอยู่เต็มขวดและคาดว่าถ้ามันตกใส่หัวพอดีนี่คงมีเจ็บพอตัว ไม่ใช่แค่มาร์ชที่ตกใจเพราะแฟรงค์เองก็หน้าเหวอหัวใจเต้นจนแทบจะหลุดเช่นกัน

“..........!” แต่พอเงยมองขึ้นไปกลับเซอร์ไพร์สหนักเมื่อไอ้คนที่ยืนค้ำขอบหน้าต่างมองลงมาจากชั้นสองนั่นช่างคุ้นเคย
แค่พูดถึงชื่อก็โผล่หน้ามา
ตายยากนักหรือไงวะ!

..หมับ.. ปั้ก...!!! เสียงแรกที่ดังคือมือของแฟรงค์ที่ก้มเก็บขวดน้ำขวดเดิมขึ้นมาก่อนสุดท้ายเขาจะออกแรงปากลับขึ้นไปจนคนบนนั้นต้องก้มหัวหลบแบบยกใหญ่ และทอยโผล่กลับมาตรงหน้าต่างอีกครั้งด้วยใบหน้าหงุดหงิดและสายตาคาดโทษแต่แฟรงค์เพียงใช้แขนรั้งมาร์ชว่าให้เดินหนีออกมาได้แล้ว แต่ก่อนจะเดินออกจากจุดที่ยืน

เขาหันกลับไปมองยังจุดเดิมที่ทอยยืนอยู่อีกครั้ง
พร้อมมือข้างที่ว่างที่ยกตาม ก่อนชูนิ้วกลางส่งตามให้ไป

“ไอ้แฟรงค์!!!” เสียงตะโกนดังจากบุคคลที่นั่งเรียนอยู่มุมติดหน้าต่างของห้องกำลังเรียกทั้งสายตาจากบุคคลรอบด้านรวมทั้งอาจารย์ที่หันขวับมอง ทอยกำลังเป็นจุดเด่นโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวเพราะกำลังหัวเสียมองตามหลังของไอ้เด็กสองคนที่เดินห่างออกไปแล้ว มือหนากำแน่น คิดภาพที่แฟรงค์มันชูนิ้วกลางส่งให้ทั้งที่ก่อนหน้านี้แค่ตะคอกใส่เขามันยังแทบจะไม่กล้าทำด้วยซ้ำ อ๋อห่างกันแค่ไม่กี่อาทิตย์มึงเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยหรอ ได้ของใหม่แล้วมัน...

..ผลั้วะ!...

“เธอจะนั่งเรียนได้หรือยัง!!” เหมือนฟ้าผ่าแบบไร้อากาศฝน หันกลับไปเจอกลุ่มพวกรักกำลังนั่งกลั้นขำ
“โหวจารย์ ไรเนี่ย”
“ฉัน ถาม ว่า จะนั่งเรียนได้หรือยัง”

“ก็เรียนอยู่อะ ผมก็เรียน” พูดไปขมวดคิ้วไปท่ามกลางเสียงหัวเราะที่เริ่มดังจากเพื่อนรักทั้งหลาย
“ไปกลับไปนั่ง!สลับที่กับนายไทเกอร์เดี๋ยวนี้ ไป!แล้ววิชาฉันนี่อย่าให้เห็นเธอนั่งติดหน้าต่างอีกนะ”
“อ้าวอาจารย์แล้วเกี่ยวอะไรกับให้มันมาแย่งที่ผมอ่ะ!” คราวนี้เสียงโวยวายใหม่ดังแต่คนนั้นก็ยังเป็นคนในกลุ่มเดิม ไทเกอร์กำลังดราม่าหนักในขณะที่ทอยก็หน้าบูดเป็นอะไรดี รู้กันหมดทั้งห้องว่าต่อให้เรียนห้องไหนตำแหน่งที่นั่งก็จะยังเหมือนเดิม เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ปีหนึ่งเพราะงั้นคงไม่แปลกที่จะมีท่าทีเหมือนโดนสั่งให้ไปลาออกแบบนี้

 “งั้นถ้าเธอไม่อยากเปลี่ยนที่เธอก็ทำให้เพื่อนเธอกลับมาตั้งใจเรียนวิชาฉันให้ได้ก่อน”
“มันอกหักอยู่มันจะตั้งใจเรียนได้ยังไงเล่าครับ!” ทอยตาโตพร้อมรีบเข้าไปปิดปากไอ้เพื่อนทรยศที่กำลังทำเขาขายหน้าคนทั้งห้อง ในตอนนี้อาจารย์เดินถือไม้เรียวมาหาอีกแล้วและชายเสื้อของทอยโดนดึง

“อ๋ออกหัก มันอกหักอย่างงั้นหรอ งั้นมานี่มา มาอกหักอยู่ใกล้ๆฉันนี่...นั่งตรงนี้!”

...เปรี้ยะ!... พร้อมการฟาดไม้เรียวลงบนโต๊ะไปที
“ขู่ อย่างงี้เขาเรียกว่าขู่”

..เพี้ยะ!..

“โอ้ยอาจารย์!” แต่เพราะยังไม่หยุดพูดเสียทีเลยโดนตีจริงเข้าไป ทอยเงียบปากลงได้ในขณะที่ไทเกอร์ซึ่งเปิดประเด็นใหญ่ไว้กำลังนั่งกลั้นขำจนตัวโยน การเรียนในวันแรกผ่านไปแบบไม่ราบรื่นอะไรทั้งนั้น เพราะในตอนนี้ก็แค่เพื่อนทั้งกลุ่มรู้กันหมดแล้วว่าที่เขาแปลกไปเป็นเพราะอะไร กลับมาคิดเรื่องนี้อีกครั้งทอยก็ขมวดคิ้วอีกครั้ง เป็นไปได้อยากลงไปกระชากไอ้มาร์ชเข้ามาต่อยแทนการปาขวดน้ำลงไปด้วยซ้ำ จำได้ว่าเมื่อวานเตือนไปแล้ว ทำไมวันนี้ยังจะ...

...แม่งแล้วไอ้แฟรงค์ไปยุ่งกับมันทำไมวะ!ชอบมันหรอ?
แล้วนี่ถ้าเกิดมันชอบไอ้มาร์ชขึ้นมาจริง แล้วเขาหละจะเป็นอะไร?...

..
..
โอเค คำตอบคือกูก็เป็นหมาไงครับ
..
..
...................

แต่เขาจะไม่ยอมเป็นหมา! เพราะงั้น...

“เดี๋ยววววววไอ้ทอยมึงจะไปไหน นั่นทางไปรถมึงหรอ?” กะว่าจะเนียนแล้วแต่ไอ้พวกเพื่อนจอมจับผิดก็ยังมายื้อไว้ซะได้
“กูจะเดินไปกดเงินที่หน้าตึกตรงนั้นก่อน”
“อะไรๆ?อยู่ตึกนี้ก็มีตู้ มึงสับสนอะไร”

“กูไม่อยากเสียค่าธรรมเนียม อะไรของพวกมึงเนี่ย” แกล้งทำโมโหไปพร้อมเดินหนีออกมาโดยพยายามไม่สนใจมองไทเกอร์ที่กำลังยืนหัวเราะจนแทบจะลงไปกลิ้งกับพื้นอยู่แล้ว น่าหงุดหงิดกว่าอะไรก็ไอ้เพื่อนรักของเขานี่แหละ มันไม่ขัดขวางเรื่องแฟรงค์ก็จริงแต่ถึงอย่างนั้นไทเกอร์ก็ชอบล้ออยู่ตลอดเวลาว่าเขาสิ้นฤทธิ์ให้เด็กเข้าแล้ว

เหอะ แต่ไอ้ไทเกอร์มันก็พูดมั่วไปงั้นเพราะใครจะไปยอมให้กับอีแค่เด็กคนเดียววะ
มันน่ะไม่ได้มีความอยู่เหนือกว่าอะไรเขาทั้งนั้นแหละ

“อ้าวพี่ทอย มานั่งรอใครเนี่ยพี่” เสียงทักที่ดังทำทอยหันมอง เป็นกลุ่มเพื่อนของแฟรงค์ที่กำลังยิ้มทัก
“พวกมึงเลิกเรียนแล้ว?” ถามออกไปเพื่อไม่ให้ดูผิดสังเกตว่าในตอนนี้สายตากำลีงมองหาบางคนขนาดไหน เขาคิดไปมั่วหมดว่าแฟรงค์คงจะเลิกเรียนแล้วไปต่อกับไอ้มาร์ชหรือเปล่า แล้วนี่ถ้าไปกันสองคนแล้วพวกมันจะ...

“เออเลิกแล้วพี่ เหลือแต่ไอ้แฟรงค์แหละอดกลับบ้านเจอรุ่นพี่เรียกไปพบ” แต่คำตอบนี้ทำเขาโล่งนิดหน่อย
“เนี่ย ไอ้มาร์ชมารับไปเมื่อกี๊” ซะที่ไหนหละโว้ย!
“ไปทำไรกันวะ”

“พวกจะลงประกวดเดือนคณะไงพี่ พวกรุ่นพี่ก็เรียกพบแต่ไอ้มาร์ชแค่มารับแบบเดินไปเป็นเพื่อนกันเฉยๆ” ประโยคถัดมาทำอารมร์กลับมาสงบอีกครั้ง ทอยพยักหน้ารับไปก่อนเอ่ยลาไอ้พวกเด็กแสบทั้งหลายที่กำลังเตรียมกลับบ้าน ถึงคราวนี้ก็ต้องกลับมานั่งคิดแล้วว่าแฟรงค์ในตอนนี้จะอยู่ที่ไหน

แต่ได้ยินมาว่ามันอยู่ในสังกัดเจ๊นกด้วยนะ
ถ้างั้นกก็คงจะ
...ก็อกๆๆ... ห้องนี้แหละมั้ง

“อ๊ายยที่รักกก!มีอะไรคะทำไมโผล่มาที่นี่ได้!” แล้วก็เป็นไปตามคาดเมื่อบุคคลที่คลั่งไคล้เขายิ่งกว่าอะไรอย่างเจ๊นกเดินมาเปิดประตูรับพร้อมการกระโดดกอดเสียแบบไม่ให้ตั้งตัวเลย ตอนนี้ดวงตาคู่คมกำลังมองเลยเข้าไปในห้องก่อนไปสะดุดเข้ากับไอ้คนที่กำลังซ้อมเดินคู่กับดาวของตัวเองอยู่ตรงนั้น เห็นว่าแฟรงค์สีหน้าเปลี่ยนเมื่อเจอเขา

“มาดูเด็กซ้อมนิดหน่อยครับ อยากรู้ว่าจะสู้ของคณะผมได้มั้ย”
“ถ้าให้พี่เขาเข้ามาผมขอกลับนะเจ๊” แต่เสียงจากแฟรงค์ที่ดังแทรกมาทำทอยต้องหันมอง
“เดี๋ยวสิ เป็นอะไรกันอีกหละเนี่ย”

“เปล่าหรอกครับ ไม่ค่อยอยากอยู่ร่วมกับพวกนิสัยไม่ดี...ทำตัวไร้เหตุผล” ประโยคทุกประโยคเหมือนวิ่งเอามีดมาแทงกลางใจอย่างไงอย่างงั้น ทอยยืนมองอีกร่างนิ่งในขณะที่ตัวประกอบอย่างคนอื่นก็มีสีหน้างงตาแตกไปตามกันและการที่ทอยยังยืนนิ่งไม่ยอมเดินออกไปทำให้แฟรงค์ตัดสินใจที่จะเป็นฝ่ายหยิบกระเป๋าแล้วเดินหนีออกไปเอง

แต่ตลอดการรีบเดินไปยังลานจอดรถ
แน่นอนว่ามันมีเสียงฝีเท้าเดินตามแบบระยะประชิด

“อยากคุยกับกูก็บอกเหอะ ไม่งั้นมึงไม่เดินออกมาหรอก”
“โดนบล็อกเฟสไปขนาดนั้นยังเข้าข้างตัวเองอีกหรอครับ” อีกหนึ่งดอก...
“มึงคิดว่ามึงหน้าตาดีมากจนกูต้องตามง้อหรือไง”
“แล้วพี่คิดว่าพี่หล่อมากจนผมต้องยอมกลับไปหาหรือไง?” และอีกหนึ่งดอก

...หมับ!.. แน่นอนว่าเมื่อเถียงไม่ได้ก็มีการใช้กำลังเข้ามาช่วยนิดหน่อยแต่แปลกก็ตรงที่แฟรงค์ไม่ได้พยายามสะบัดแขนหนีแต่เพียงหันมามองเขาแล้วเลิกคิ้วใส่เท่านั้น

“จะให้กูทำยังไง”
“พี่หมายถึง?”
“.......” แต่สุดท้ายเขาก็ยังไม่กล้าพูดอยู่ดีว่าต้องการให้มันกลับมา
“ว่าไงครับ ผมต้องรีบกลับบ้านนะ”

“งั้น...กลับดีๆแล้วกัน” รอยยิ้มของแฟรงค์ปรากฏเมื่อได้ฟังคำนี้ ทำได้เพียงพยักหน้ารับทั้งที่ในใจแอบมีวูบเหมือนกัน เดินหนีออกมาแล้วและทอยได้แค่มองตามแผ่นหลังที่ห่างออกไป อยากต่อยปากตัวเองซักร้อยครั้งว่าทำไมถึงไม่กล้าบอกมันไปตามตรงเสียที ยิ่งตอนนี้แฟรงค์พยายามห่างจากเขาเท่าไหร่ความรู้สึกที่มีก็ยิ่งชัด

แม่ง
เขาว่า เขาคงชอบมันเข้าจริงๆแล้วว่ะ

.................
.........
...

กลับมาถึงห้องหลังจากเจอกันเมื่อเย็นในหัวของทอยยังวนเวียนอยู่แต่ใบหน้าของไอ้เด็กตัวขาว เดินไปนอนบนเตียงก็แล้ว อาบน้ำแล้วก็แล้ว ก็ยังไม่มีอะไรสามารถมาล้างใบหน้าของมันออกไปจากสมองของเขาได้เสียที สุดท้ายมือเลือกจะคว้าโทรศัพท์ของตัวเองออกมา คิดว่าถ้าหากวันนี้ไม่ได้ระบายความรู้สึกที่มีออกไปเขาคงจะได้หัวระเบิดตายแน่

เพราะฉะนั้นในตอนนี้ถึงได้รีบกดเข้าไปในหน้าแชทเมสเสนเจอร์ระหว่างเขาและมัน
รู้ว่าโดนบล็อกอยู่ถึงได้กล้าพิมพ์ เพราะอย่างมาก ก็ได้ระบายหละวะ

คิดได้ดังนั้น...

//กูว่ากูชอบมึง//
//กูโคตรชอบมึงเลยไอ้เหี้ย//

//เมื่อไหร่มึงแม่งจะเลิกทำแบบนี้ใส่กูซักทีวะ พยายามจะง้อแล้วแต่ไม่สนใจเลยแถมยังอยู่แต่กับไอ้เวรนั่นอีก//
//โคตรหวงเลยมึงดูไม่ออกหรือไงแล้วแถมทุกครั้งที่กูจะคุยด้วยยังเสือกหนีแต่กูอยู่ได้//

ตั้งหน้าตั้งตากดพิมพ์แบบมือรัวชนิดที่ว่าใช้เวลาไม่กี่วิต่อหนึ่งประโยชน์ สายตาจดจ่ออยู่แต่กับแป้นพิมพ์และคิ้วยังขมวดเพราอารมณ์ตอนนี้มันมีทั้งน้อยใจและอะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด ทุกความรู้สึกที่มีกำลังถูกระบาย

//เมื่อไหร่จะดีกับกูซักที// และประโยคสุดท้ายถูกกดส่งไป

“....!” แต่เดี๋ยวนะ! ทำไมหลังข้อความมันไม่ขึ้นเครื่องหมายตกใจแต่เสือกขึ้นเป็นตัวเครื่องหมายถูกที่บ่งบอกว่าส่งข้อความสำเร็จแล้ววะ! คราวนี้ถึงได้ลองมองไปยังขื่อเฟสที่ควรจะเป็นคำว่า ผู้ใช้เฟสบุ๊ค

แต่ในตอนนี้มันกลับกลายเป็นชื่อเฟสบุ๊คของแฟรงค์แบบเต็มข้อความ
แถมตรงข้อความนั้นยัง ขึ้นว่าถูกอ่านแล้ว...

“มึงปลดบล็อกกูตอนไหนวะเนี่ย....”
“......”
“.......”
“......”

“เหี้ยยยยย!!!!!” เป็นเสียงที่ตะโกนลั่นพร้อมมือที่รีบขว้างโทรศัพท์ของตัวเองลงบนเตียงอย่างไม่อยากมองไม่อยากรับรู้อีกแล้วว่าไอ้แฟรงค์จะตอบอะไรกลับมา หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกจากอก ได้แต่ยืนจ้องโทรศัพท์ที่วางคว่ำอยู่ตรงนั้น

ไอ้แฟรงค์!ไอ้แฟรงค์!ไอ้แฟรงค์!!!


# # # # # # # #
อีทอยยยยยย55555555



หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่18 {25/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: arjinn ที่ 25-04-2018 21:03:39
ทอยยยยยยยยย
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่18 {25/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: kingkong ที่ 25-04-2018 21:09:17
 ทอยยยยยยย :laugh: :m20:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่18 {25/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: วายซ่า ที่ 25-04-2018 22:02:41
ทอย ไอ้บ้าาาาาาาาา.   :laugh: :laugh:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่18 {25/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: DrSlump ที่ 25-04-2018 22:41:12
 :pig4: :pig4: :pig4:


แหม่  แค่ปลดบล็อคเอง   ทำเป็นดีใจราวกับถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 ชุดใหญ่สิบงวดติดต่อกัน
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่18 {25/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: muiko ที่ 25-04-2018 22:59:31
ทำไมรุ้สึกขำพี้ทอย
คือไปๆมาๆ นางก็ฮาเบาๆ
น่ารักหน่อยๆ ถึงจะเลวมากกว่า 5555
ปล่อยไก่ตัวเบ้อเร่อเลย  :laugh:
เอาไงหล่แฟรงค์คราวนี้ อีพี่เล่นพิมมาเเบบนี้
คิดว่าแกล้งแหงๆเลย
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่18 {25/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: lemonpreaw ที่ 25-04-2018 23:21:02
โถๆๆ อีทอย
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่18 {25/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: PrimYJ ที่ 26-04-2018 00:17:00
โอ้ย ขำมาก 5555555555
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่18 {25/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: puiiz ที่ 26-04-2018 04:14:07
 :hao7: :hao7:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่18 {25/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: MmBb ที่ 26-04-2018 05:25:17
ชอบก็จีบน้องดิ ทำแบบที่น้องเคยทำเคยตามจีบตัวเองน่ัะอิพี่ทอย
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่18 {25/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: day9day ที่ 26-04-2018 05:28:26
ไรอ่ะ
ง้อง่ายเกิ้นนนนน
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่18 {25/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: areenart1984 ที่ 27-04-2018 01:04:24
แล้วแฟรงค์ตอบกลับมาว่าไงล่ะ คำตอบอ่ะ คำตอบ  :ling1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่18 {25/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: meyj4ever ที่ 27-04-2018 05:40:14
อยากจะเบ้ปากมองบนใส่อีพี่ทอยแรงๆ
โถ...พ่อหมาหวงก้าง กว่าจะยอมรับว่าชอบน้อง เชอะ
แต่ฮาตอนนางส่งข้อความหาน้องโดยไม่รู้ว่าน้องปลดบล็อกแล้วอะ
อายมั้ยล่ะ 555555
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่18 {25/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: EVE910 ที่ 27-04-2018 09:53:00
แฟรงค์อย่าใจอ่อนนะ..
อยากเห็นพี่ทอยดิ้น
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่18 {25/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: pan19891990 ที่ 28-04-2018 16:39:49
แฟรงค์จะว่าไงน้าา เชื่อเถอะว่านางต้องใจอ่อน แต่จะใจอ่อนเร็วๆนี้มั้ยต้องรอลุ้น อย่ายอมตั้งแต่หน้าประตูนะลูก แต่ก็อยากเห็นตอนพี่ทอยง้อน้องแบบหวานๆ หม่นๆหน่วงๆมาหลายตอนแล้ว อยากอ่านตอนเขาหวานกันบ้าง ไรท์โปรดเมตตา 5555
ชอบทุกตอนที่ไรท์เขียนจริงๆค่ะ ยิ่งอ่านแล้วยิ่งอยากติดตามว่าเรื่องจะเป็นอย่างไร เป็นกำลงใจให้ค่ะ  :bye2:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่18 {25/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: firnlolo ที่ 29-04-2018 18:27:45
 :laugh:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่18 {25/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: yuuri ที่ 29-04-2018 23:08:52
ปกติเราเป็นสายอวยพระเอกนะ
แต่เรื่องนี้ถือป้ายไฟแฟรงค์จ้าาา!!! :mc4 :hao3: :hao3:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่18 {25/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Phoeniz ที่ 02-05-2018 01:43:56
โย่ว ๆ มาติดตามนายทอยตามง้อน้อง
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่18 {25/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Onsm ที่ 03-05-2018 19:20:18
อิพี่ทอย     สม!!!!
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่18 {25/04/61}
เริ่มหัวข้อโดย: MissM ที่ 03-05-2018 23:19:21
กรี๊ดดดดลุ้น!!!! โอ๊ยนิยายเรื่องนี้ดีต่อใจจริมๆ มาต่อเร็วๆนะคะ ปล. ตอนนี้กำลังน่ารัก
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่19
เริ่มหัวข้อโดย: Sirinapa-11 ที่ 05-05-2018 13:04:13
ตอนที่19
#จีบวิศวะ

เสียงถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าดังมาจากร่างสูงของคนที่นอนพลิกไปพลิกมาอยู่บนโซฟาตัวกว้าง มือก็ถือโทรศัพท์ สายตาก็จดจ้องก่อนจะหลุดพ่นหายใจเครียดแล้วยกมือยีหัวของตัวเอง ทำแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมาจนเพื่อนหลายคนรอบตัวต่างพากันขมวดคิ้วนั่งมอง รถก็ไม่ต้องซ่อมกันแล้วเพราะต่างพากันมองทอยอย่างไม่เข้าใจว่ามันเป็นอะไรของมัน เหมือนพอขับรถมาจอดที่หน้าอู่ของเอ็กซ์ปุ้บ ใครอีกคนก็เพียงเดินไปทิ้งตัวนอนลงบนโซฟาสำหรับให้ลูกค้านั่งรอรถก่อนที่มันจะแสดงท่าทางเดิมวนไปมาจนพวกเขาที่นั่งมองชักจะเวียนหัวตามแล้ว

 “โว้ยยย!!”
“.....!” พอที่อีกคนตะโกนมาแบบนี้พวกเขาที่นั่งมองก็สะดุ้งตามเป็นแถบ
“อ่านไม่ตอบนี่เป็นเหี้ยอะไร!” ตอนนี้ทอยลุกขึ้นมานั่งแล้วแถมยังส่งเสียงดังออกมาแบบนี้

“เน็ตเขาหมดหรือเปล่า”
“หมดเหี้ยอะไร กูเห็นมันแชร์โพสของกินอยู่”
“ก็คงไม่ว่างหละมั้ง”
“เอ้าถ้าไม่ว่างแล้วมันจะแชร์โพสของกินได้ไง”

“..........” โดนทอยถามด้วยน้ำเสียงจริงจังมาแบบนี้ทุกคนต่างหันมองหน้ากันด้วยสีหน้าว่าแล้วนี่สรุปกูผิดอย่างงั้นหรอวะแต่เหมือนทอยจะไม่ได้รอคำตอบแล้วเพราะตอนนี้ลุกเดินหนีเข้าห้องน้ำไปแล้วเรียบร้อย เอ็กซ์หันมองหน้าเพื่อนคนอื่นอย่างเริ่มเป็นห่วงทอยแล้ว ที่ลุกหนีไปนี่คือเพราะเครียดมากเลยหรือเปล่าวะ

“มึงตามไปดูมันดิ เป็นอะไรไม่รู้นั่น”
“ไปด้วยกันดิ” นั่งมองหน้ากันอยู่ซักพักก่อนตกลงยอมลุกไปกันทั้งหมดเพื่อตรงไปหาคนที่เพิ่งเดินหนีออกไป รีบวิ่งเต็มที่เพราะความเป็นห่วงกลัวเพื่อนจะอกหักจนคิดสั้น หอบหนักเมื่อมาถึงหน้าประตูห้องน้ำ

....ปังๆๆๆ!!!..

“ไอ้ทอย!เปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ย!” ตะโกนเสียงดังแต่เมื่อทอยยังเงียบทุกคนมีสีหน้าตกใจ

...ปังๆๆ!!!...

“มึงยังมีพวกกูนะไอ้ทอย!มึงจะทำแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย!!”
“แค่คนคนเดียวมึงจะทำแบบนี้เลยหรอ!”
“พ่อแม่มึงถ้าเขารู้อะ! เขาจะต้องเสีย....”

..แกร๊กกก..!!

“กูขี้!!” ก่อนสุดท้ายเสียงแหกปากจากคนที่เพิ่งยอมเปิดประตูจะทำให้ชายหนุ่มจำนวนเกือบสิบคนต่างพากันเงียบไปตามระเบียบ ทอยขมวดคิ้วจ้องไอ้พวกกระต่ายตื่นตูมด้วยใบหน้าเหนื่อยหน่ายขั้นสุด ตัวแกนนำของเรื่องนี้อย่างเอ็กซ์ยิ้มแห้งออกมาก่อนเดินหนีออกไปคนแรก ทอยมองตามทั้งคิดในใจว่าไอ้เวรพวกนี้มันดีแต่มีหน้าหล่อแต่เสือกไร้สมองใช่มั้ยวะ

..ปัง!.. ปิดประตูห้องน้ำไว้ก่อนเดินตามพวกมันออกมานั่งยังที่เดิมอีกครั้ง

“ใครหักอกมึงวะ” พอเขานั่งรถได้ไม่ถึงวิเสียงถามก็ดัง
“เสือก”
“พวกกูจะได้ให้คำปรึกษาถูกไง”

“เดี๋ยวถึงเวลามึงก็รู้กันเองแหละ” ตอบไปแบบนี้พร้อมสายตาที่นั่งมองหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองต่อ ดีที่เฟสบุ๊คของแฟรงค์เปิดสาธารณะเพราะงั้นเลยทำให้ถึงแม้ไม่ต้องเป็นเพื่อนก็สามารถเห็นทุกอย่างได้ ล่าสุดที่แฟรงค์โพสคือการเชคอินที่มหาลัยพร้อมอิโมจิสีหน้าแย้มยิ้ม

“วันนี้ที่มหาลัยมีอะไร?”
“ซ้อมพวกดาวเดือนไง ก่อนประกวดวันจริงอะ” ได้คำตอบแล้วทอยพยักหน้ารับ
“นี่ไง คนชื่อมาร์ชก็ไปมึงดู” และไอ้เพื่อนในกลุ่มที่ตามติดชีวิตไอ้มาร์ชยิ่งกว่าอะไรก็ยื่นส่งหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองให้เขาดู ภาพที่เห็นทำทอยคิ้วกระตุกเพราะถ้าเป็นรูปของมันคนเดียงคงไม่น่าสนใจอะไรหรอก แต่นี่คือมันเป็นรูปคู่
แถมยัง

“ไอ้แฟรงค์??”
“อ่าหะ พวกมันสนิทกันจะตาย...มึงว่าปีนี้จะมีเดือนมหาลัยสองคนอีกปะวะ...หล่อคู่เลยนะสัส” ประโยคนี้หันไปถามความเห็นจากเพื่อนคนอื่นโดยที่คนพูดไม่ได้ทันมองว่าสีหน้าของทอยตอนนี้อยู่ในอารมณ์ไหน ตอนเช้าว่าเครียดแล้วตอนนี้เริ่มจะเครียดกว่าเดิมแล้วนะ เมื่อวันก่อนเขาบอกชอบไปขนาดนั้นแต่วันนี้มันยังกล้าไปถ่ายรูปกับผู้ชายคนอื่นอีกหรอวะ

เดี๋ยวรอวันจันทร์ก่อน ถ้าเจอกันนะเขาจะ...
จะไปง้อน่ะสิวะ!

..
..
..

ไม่รู้ว่าเพราะสาเหตุจากอะไรที่ทำให้สองสามวันผ่านมานี้เด็กหนุ่มตัวขาวดูจะมีหลายอารมณ์เสียเหลือเกิน บางครั้งก็ดูอารมณ์ดีจนผิดปกติแต่พอเหมือนนึกอะไรบางอย่างออกแฟรงค์ก็จะมีสีหน้าเศร้าแบบไร้เหตุผล ซ้อมสำหรับการประกวดเดือนมหาลัยก็ดูจะไม่มีสมาธิเสียเท่าไหร่ ทุกคนต่างรับรู้ได้ถึงความผิดปกตินี้ไม่เว้นแม้แต่กับเพื่อนสนิทคนใหม่คนนี้ที่แทบจะมีหน้าที่มานั่งเฝ้าในตอนที่แฟรงค์ซ้อมในตอนเย็นทุกวัน มาร์ชเองก็มีความรู้สึกว่าถ้าหากไม่รู้จักกันมาก่อนเขาคงจะคิดว่าอีกคนคงกำลังอยู่ในช่วงสับสนของความรักอยู่แน่

และก็คงจะมีแค่คนเดียวที่ทำแฟรงค์เป็นแบบนี้ได้
ไอ้พี่ทอย...

“กูซ้อมเสร็จลงไปกินข้าวโรงอาหารมั้ย” เสียงถามจากแฟรงค์ดังมาและมาร์ชที่กำลังนั่งใช้ความคิดแอบสะดุ้งนิดหน่อยก่อนจะพยักหน้ารับไป ตลอดเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมามันเป็นวันหยุดเลยทำให้เขาไม่สามารถจับผิดแฟรงค์มันได้ แต่วันนี้เป็นวันที่คนมาเรียนแล้วเพราะงั้นตอนเจอพี่ทอยต้องมาคอยดูแล้วว่าสิ่งที่กำลังสงสัยจะใช่เรื่องจริงมั้ย

“ไปนั่งกับพวกเพื่อนกูนะ” แฟรงค์พูดขึ้นในระหว่างทางเดินไปโรงอาหาร
“แน่นอนดิ แต่วันนี้คนเยอะเนอะ”
“ก็วันจันทร์นี่หว่า” พูดคุยกันไปตามประสาจนพอมาถึงโต๊ะประจำที่มีเพื่อนนั่งรออยู่ก่อนหน้าแล้วแฟรงค์ถึงทำเพียงวางกระเป๋าของตัวเองเอาไว้แล้วลุกออกไปหาซื้อข้าวมาทานสำหรับกลางวันนี้ ในตอนนี้ไม่ได้รับรู้เลยด้วยว่ากำลังมีสายตาจากบางคนจ้องมองมาอยู่ ทอยกำลังมองร่างขาวจัดของอีกคนไม่วางตายิ่งเห็นว่าแฟรงค์เดินมากับใครก็ยิ่งต้องยอมรับว่าหงุดหงิดมากแค่ไหน อยากเดินเข้าไปหามันตอนนี้แต่ติดที่ว่านี่มันกลางโรงอาหาร คนก็โคตรเยอะแถมถ้าทำแบบนั้นมีหวังรู้กันทั้งมหาลัยว่าพวกเราเป็นอะไรกัน

แต่นั่งมองจากตรงนี้ก็เห็นชัดว่ามาร์ชมันพยายามหาเรื่องคุยกับแฟรงค์ขนาดไหน
ยิ่งเห็นว่าแฟรงค์มันหัวเราะและยิ้มระหว่างที่พูดคุยกัน
แม่งเอ้ย ไม่ไหวแล้วโว้ย!

..ปึก..! เดินออกมาท่ามกลางสายตาจากเพื่อนทั้งโต๊ะแถมในทันทีที่เขาท้าวแขนออกแรงทุบลงบนโต๊ะของกลุ่มแฟรงค์บัดนี้ทุกสายตาจากผู้คนถึงยิ่งหันมอง พอเอาเข้าจริงก็ไม่ได้สนใจสายตาคนอื่นเท่าไหร่เพราะในตอนนี้ที่ทอยกำลังจ้องมีเพียงแค่ดวงตาคู่เดียวคือของแฟรงค์มันเท่านั้น

“อ่านแล้วทำไมไม่ตอบ” หนึ่งคำถามที่ส่งไป
“..........” มีเพียงความเงียบและแววตาไม่รู้จะทำตัวยังไงของแฟรงค์ที่ส่งมา
“มึงต้องการให้กูทำยังไง จะให้กูทำยังไง!” เสียงของทอยที่เริ่มดังเหมือนจะยิ่งทำให้ทุกคนที่กำลังมองทำได้เพียงเงียบและมีเพียงความไม่เข้าใจ ตอนแรกว่าจะไม่โมโหใส่มันแล้วแต่เพราะมาเจอแฟรงค์ในสภาพที่ตัวติดกับไอ้มาร์ชนี่แหละเลยทำให้เขาเป็นได้ถึงขนาดนี้ อยากคุยดีๆด้วยแต่มันไม่ยอมเปิดโอกาสให้เลยไง

“พี่...ใจเย็นๆก่อนมั้ยครับ” และเสียงจากมาร์ชที่ดังมาเหมือนจะโคตรผิดเวลา

..ผลั้ก..!
“มึงอะนั่งเงียบๆไป” หลังจากออกแรงผลักไหล่ของมันไปทอยพูดออกไปแบบนี้ก่อนหันกลับมามองแฟรงค์อีกครั้ง การที่ทอยแสดงท่าทีแบบนี้ใส่มาร์ชมันทำให้แฟรงค์รู้สึกไม่ดี สีหน้าของเด็กหนุ่มแสดงชัดว่ารู้สึกแบบไหน
และสุดท้ายแฟรงค์ลุกเดินหนีออกไป

..หมับ!.. จนที่มาร์ชจะลุกตามทอยรีบใช้มือจับหมับเข้าที่ไหล่ของอีกคน

“เมียกู อย่าเสือก” ทิ้งไว้หนึ่งประโยคที่ทำเอาทั้งโต๊ะเงียบกริบ ทอยรีบลุกแล้ววิ่งตามร่างของแฟรงค์ออกไปและแน่นอนว่าเพื่อนของทั้งสองกลุ่มก็รีบตามไปอย่างเป็นห่วงเช่นกันส่วนกับคนที่เดินหนีออกมาไกลพอควรต้องขมวดคิ้วหนักเมื่อเห็นว่าทอยกำลังตามมาใกล้เต็มที

...หมับ..

“มึงเลิกหนีกูซักทีดิ” เลือกจะจับแขนคนอายุน้อยกว่าเอาไว้แล้วเอ่ยประโยคนี้ออกไป
“ถ้าพี่จะมาทำตัวอันธพาลข่มคนอื่นไปทั่วแบบนี้ก็กลับไปเหอะว่ะ”
“.........”
“ผมไม่ได้อยากอยู่ร่วมกับคนนิสัยแย่ๆแบบนี้” เงียบไปพักใหญ่กับการโดนพูดใส่ด้วยประโยคนี้

“มึงไม่ได้รู้สึกอะไรเลยหรอกับการที่กูบอกชอบมึง”
“ก็ดีใจ”
“..........” ทอยยิ้มออกมาได้ครั้งแรกในรอบวัน

“แต่ผมคงไม่กลับไปหรอก...ไม่งั้นมันคงวนลูปอยู่เหมือนเดิม น่าเบื่อจะตาย พี่ไม่รู้สึกหรอ” ก่อนต้องหุบยิ้มลงเมื่อแฟรงค์พูดประโยคต่อไปออกมา คงเป็นครั้งแรกที่ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรต่อ ไม่รู้เหมือนกันว่าแฟรงค์มันกำลังคิดหรือรู้สึกอะไร จะบอกว่ายังรู้สึกกับเขาเหมือนเดิมก็คงจะไม่ได้เพราะถ้าเป็นเมื่อก่อนใครอีกคนคงจะยิ้มร่าตั้งแต่ที่รู้ว่าเขาตามง้อมันแล้ว

“คนเรามันก็ต้องเดินหน้าตลอดถูกมั้ยพี่ ใครมันจะอยากกลับไปเจอแต่เรื่องเดิมๆซ้ำๆ”
“.........”
“เลิกยุ่งกับผมเหอะ ผมไม่ได้ชอบพี่แล้ว” ตัดสินใจพูดคำนี้ออกไปพร้อมรีบจะเดินหนี

..หมับ!.. แต่เป็นอีกครั้งที่ทอยรั้งเขาเอาไว้แต่คราวนี้เป็นการดึงไปกอดไม่ใช่เพียงจับแขนไว้แบบเดิม รู้จักกันมานี่คงเป็นครั้งแรกที่ได้ถูกพี่มันกอดแบบนี้ เหมือนทอยจะไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่ากำลังมีสายตาทั้งจากเพื่อนของตัวเองและจากเพื่อนของแฟรงค์ยืนมองอยู่ ไม่ได้กลัวคนอื่นจะรู้แล้วหรือไงเล่า...

“กูชอบมึง” พร้อมด้วยหนึ่งคำนี้จากปากของพี่มัน แต่แฟรงค์ยังคงไม่ได้ตอบอะไรมีเพียงภาษากายอย่างการพยายามขยับตัวออกจากอ้อมแขนของอีกคนเท่านั้นแต่เหมือนทอยจะยังไม่ยอมปล่อยแถมยังกระชับกอดแน่นขึ้น

..ผลั้ก!.. จนสุดท้ายถูกผลักออกและทำได้แค่มองตามแผ่นหลังของไอ้เด็กที่เคยวิ่งไล่ตามเขาเมื่อเดือนก่อน แฟรงค์เดินออกไปพร้อมกับกลุ่มเพื่อนของตัวเองแล้ว มันเดินออกไปพร้อมการที่มีมาร์ชคอยกอดไหล่อยู่และร่างที่ยืนมองตรงนี้ทำได้แค่ถอนหายใจแล้วก้มหน้ามองพื้นเท่านั้น ก่อนหันกลับไปมองที่กลุ่มเพื่อนของตัวเองแล้วเพยิดหน้าส่งให้ไปในเชิงให้พวกมันเข้าใจว่านี่แหละคือคนที่เขาพูดถึงไปเมื่อวาน

เสียงฝีเท้าหลายคู่จากหนึ่งกลุ่มกำลังเดินเข้ามาหา
พร้อมด้วยแรงตบเบาๆที่ไหล่

“ไม่เป็นไรนะมึง เดี๋ยวค่อยตามง้อน้องมันอีกก็ได้” และหนึ่งประโยคนี้ที่ทำให้ทอยพยักหน้ารับ เดินกลับออกมาพร้อมกันแบบที่มีพวกมันคอยตามปลอบด้วยถ้อยคำเชิงติดกวนตีนตามแบบฉบับ พอจะหัวเราะออกได้กับมุกโคตรแป้กที่ไอ้เพื่อนรอบข้างปล่อยออกมา

“โหยไอ้ทอยมึงจะร้องไห้หรอ!”
“ร้องเหี้ยอะไร ไม่ได้ร้อง!” ทอยตะโกนเสียงดังออกไปและพวกมันรีบผลัดกันวิ่งมาจ้องหน้าของเขาพร้อมทั้งหัวเราะ
“มึงไม่ต้องเลย!เนี่ย กระพริบตาถี่!”

“โหไอ้พวกเหี้ยเอ้ยย!!” พอเขาส่งเสียงดังออกไปพวกมันพากันหัวเราะลั่นและตลอดการเดินกลับไปยังห้องเรียนทอยแทบจะมีหน้าที่แค่ไล่วิ่งตามเตะไอ้พวกตัวกวนทั้งหลาย โดนพวกมันล้อหนักจนเขินหน้าแดงแล้ว เดินกลับมานั่งในห้องเรียนได้ยังไม่วายจะตามมามองหน้าเขาแล้วพากันยิ้มอีก แต่พออาจารย์เดินเข้ามาสอนแล้วเลยต้องพากันเงียบแล้วพอเงียบไม่มีเรื่องอื่นให้สนใจสุดท้ายสีหน้าเดิมของทอยกลับมาอีกครั้ง

เขาซบหน้าลงกับโต๊ะเรียน
หลับตาลงเลือกที่จะหลับดีกว่าต้องฝืนนั่งเรียนทั้งที่ไม่ได้เข้าหัวเลยแบบนี้
...ตอนนี้เข้าใจความรู้สึกของคนที่ต้องวิ่งตามแล้ว...


# # # # # # # # # #
ง้อวนไปเลยจร้า5555
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่19 {05/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: muiko ที่ 05-05-2018 13:26:39
ง้อน้องต่อไปนะพี่ทอย
ทำกับเค้าไว้เยอะ
จะให้ยอมดีง่ายๆก้ยังไงอยุ่
ใจเย็นบ้างเด้ออย่าหึงจนหน้ามืด
 :m20:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่19 {05/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: arjinn ที่ 05-05-2018 14:20:24
ง้อต่อพี่ทอย ต้องต่อเนื่อง หน้าด้านเขาไว้
น้องเองดีใจลึกๆ แหละ
แต่น้องคงกลัวโน่นนี่นั่นเหมือนเดิม บลาๆๆ
ทำให้น้องมั่นใจ ไม่นานหรอก
รักตามทอยสไตล์ ไม่มีอาย แฟรงค์เมียทอย
ลุยโลด ...
#ทีมพี่ทอย
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่19 {05/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: areenart1984 ที่ 05-05-2018 14:42:24
เดินหน้าง้อลูกเดียว เต็มเหนี่ยวไปเลย  o18
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่19 {05/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: PrimYJ ที่ 05-05-2018 15:10:27
ทำกับน้องไว้เยอะนี่ ง้อต่อไปยาวๆละกัน
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่19 {05/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: EVE910 ที่ 05-05-2018 17:54:47
พี่ทอยง้อต่อไปค่ะ :laugh:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่19 {05/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: DrSlump ที่ 05-05-2018 20:58:40
 :pig4: :pig4: :pig4:

อยากจะสมน้ำหน้านะ 

แต่ก็แอบสงสาร

เรียกได้ว่ากรรมติดจรวดก็ดีนะ  อิอิ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่19 {05/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: day9day ที่ 05-05-2018 21:44:44
สม ทำเค้าไว้เยอะมาก
โดนแล้วงัย

มาต่อไวๆนะ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่19 {05/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: jinutlove ที่ 05-05-2018 23:10:42
 :pig4: :L1: :katai3:ต้องง้ออีกนานแน่ทอย555
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่19 {05/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: pan19891990 ที่ 05-05-2018 23:29:42
จะทับถมหรือสงสารอิพี่ดี ง้อดีๆอ่ะเป็นมั้ย หักครึ่งคะแนนเลยอิพี่ทอย จะติดลบอยู่ละ 555 จะไปหึงไปหวงอะไรเขายะ ยไม่ได้เป็นอะไรกันเลย อิอิ
อยู่ทีมแฟรงค์ค่าาา
รอติดตามตอนต่อไปนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่าา
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่19 {05/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: วายซ่า ที่ 06-05-2018 00:05:29
ง้อน้องต่อไปนะทอย ทำอะไรไว้ก็ต้องรับผิดชอบนะ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่19 {05/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Phoeniz ที่ 06-05-2018 23:49:11
ง้อได้โหดมาก ชอบๆ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่19 {05/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: lovewannabe ที่ 07-05-2018 07:24:57
พี่ทอย มารช น่ะ เพื่อนสาว วุ้ย!!! ดูไม่ออกเหรอ ลำไยพี่จริงๆ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่19 {05/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: firnlolo ที่ 07-05-2018 18:40:34
ง้อไปเรื่อยๆนะหนู
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่19 {05/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 08-05-2018 00:43:02
 :katai2-1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่19 {05/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: ooomukooo ที่ 08-05-2018 14:08:05
ติดตามๆ ชอบที่น้องใจแข็ง
หลังจากนี้คนพี่จะต้องเข้าสมาคม คนเกลียมัวกันแล้วล่ะ 555
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่19 {05/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: meyj4ever ที่ 10-05-2018 20:17:31
สมน้ำหน้า!! ให้อิพี่ทอยง้อน้องซะให้เข็ดเชอะ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่19 {05/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Onsm ที่ 14-05-2018 09:11:21
 :z6: ง้อให้ตายไปเลย
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่20
เริ่มหัวข้อโดย: Sirinapa-11 ที่ 15-05-2018 00:25:05
ตอนที่20
#จีบวิศวะ

บรรยากาศภายในรถตอนนี้ตึงเครียดเกินกว่าจะเอาคำไหนมาเปรียบเทียบเสียอีก เรียนเสร็จตกเย็นแฟรงค์ยังคงนั่งเงียบไม่ยอมพูดตั้งแต่ที่เดินแยกจากทอยมา แถมรถตัวเองที่เอามามหาลัยก็ยังให้เพื่อนขับให้แล้วตอนนี้กลายเป็นว่าเกือบทั้งกลุ่มกำลังนั่งอัดกันอยู่ในรถคันเดียวโดยที่มีอีกสามสี่คนแยกไปอีกคันซึ่งขับตามหลัง ยังไม่มีจุดหมายว่าจะพาแฟรงค์มันไปไหนดี ดูท่าทางอกหักแบบโคตรจะอกหัก มองซ้ายขวาท้องฟ้าเริ่มมืด

อกหักคงหนีไม่พ้นเหล้า
แต่เหล้าตามร้านเหล้าแถวนี้แฟรงค์มันคงไม่รู้สึกได้ระบายเท่าไหร่

“ให้กูขับไปไหนเนี่ย” จนเสียงจากคนขับดังขึ้นมา
“ไปแดกเหล้าริมหาดกันเปล่า...กูอยากไปกับพวกมึงนานแล้วว่ะ” ความเห็นจากหนึ่งผู้กล้าดังมาและทุกสายตาหันมองแฟรงค์ที่นั่งเงียบมองออกนอกหน้าต่างเหมือนไม่ได้สนใจ อารมณ์ว่าอยากจะพาไปไหนก็พาไปเลยเถอะซึ่งเมื่อได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของรถ ในตอนนี้คนขับจำเป็นถึงได้มีจุดหมายปลายทางขึ้นมาเป็นที่เรียบร้อย พวกเพื่อนรอบด้านกำลังดีใจหนักแต่ต้องเก็บอาการไว้เพราถ้าออกนอกหน้า เสียงที่ดังของพวกเขาอาจทำแฟรงค์มันรู้สึกหงุดหงิดและทำให้อารมณ์ไม่ดีไปมากกว่าเดิมได้ เพราะงั้น นั่งเงียบกันต่อไปดีกว่า....

ก้มมองสภาพตัวเองตอนนี้ก็ใส่ชุดนักศึกษากันหมด
เป็นการมาทะเล ที่โคตรกะทันหันเลยว่ะ

“เป็นเหี้ยไรอยากไปทะเล” จนเสียงจากคนที่นั่งเงียบมาเป็นชั่วโมงอย่างแฟรงค์ดังขึ้น
“มึงจะได้ผ่อนคลายไง”
“ยังไง”

“ก็พวกเรามาเที่ยวด้วยกันที่ทะเลครั้งแรก” ได้คำตอบแบบนี้รอยยิ้มแรกในแทบจะรอบของวันจากคนฟังอย่างแฟรงค์ปรากฏ หัวใจมีความสุขขึ้นมานิดหน่อยเพราะความบ้าบอของไอ้พวกรอบตัวในตอนนี้สุดท้ายเสียงเพลงในรถถูกเปิดขึ้น จังหวะที่เร็วและเสียงแหกปากร้องของพวกมันยิ่งทำแฟรงค์หัวเราะมากขึ้นไปอีก บรรยากาศเริ่มไม่อึดอัดเท่าไหร่แล้วแต่ถึงอย่างนั้นพวกมันก็ยังไม่ได้ถามถึงเรื่องระหว่างเขาและทอยอยู่ดี คิดว่าคงจะเกรงใจและไม่กล้าถามกันเท่าไหร่เนื่องเพราะในตอนนี้สภาพของแฟรงค์ดูโคตรจะไม่พร้อมตอบคำถามเลย

ตลอดทางมีเพียงเสียงเพลงและเสียงแหกปากร้องของเพื่อนที่ดัง
และจากกรุงเทพไปบางแสนมันไม่ได้ไกลเท่าไหร่

ภาพที่ปรากฏในตอนนี้ถึงได้เป็นนักศึกษากลุ่มใหญ่หน้าตาดีก้าวขาลงจากรถยนต์สองคันลงมาชวนเรียกสายตาจากผู้คนรอบด้านได้อย่างพร้อมเพรียง ก้มมองนาฬิกาตอนนี้สองทุ่มแล้ว บรรยากาศรอบด้านคึกครื้นเหมือนตามปกติ หาดวอนตอนนี้ที่น้ำในทะเลเริ่มขึ้นสูงและไฟสีส้มริมทางที่ชวนให้รู้สึกสงบสุขถึงแม้คนจะมากมายก็ตาม

“ใครจะไปซื้อเหล้า เซเว่นอยู่ตรงข้ามมึงเดินกันไปเลย” เริ่มเกิดการถกเถียงซึ่งแฟรงค์ยืนมองแบบมีรอยยิ้ม กว่าจะตกลงกันได้ก็ใช้เวลาอยู่ สรุปสุดท้ายเป็นแฟรงค์พ่อบุญทุ้มคนเดิมที่อาสายื่นเงินแบงค์สีเทาส่งให้เพื่อตัดปัญหาการหารเงินออกมาแล้วคนไปซื้อต้องจ่ายส่วนที่เกินเอง ตอนนี้คนที่เหลือก็เดินมาจองที่แต่พวกเราลีลากันนิดหน่อยเพราะเดินเลยไปยืนเล่นที่บนโขดหินเสียก่อน ทอดสายตามองคลื่นทะเลตรงหน้าที่เห็นแล้วก็อดนึกถึงใครบางคนไม่ได้

“มึงเคยมาทะเลกับเขาหรอ” เสียงถามจากเพื่อนข้างกายที่ดังทำแฟรงค์เงยหน้ามอง
“อืม”
“.......” ให้คำตอบไปแล้วคนฟังเงียบ ถึงตอนนี้แฟรงค์แอบคิดว่าถ้ามีไอ้มาร์ชมาด้วยมันคงจะช่วยอะไรได้มากเหมือนกัน อย่างน้อยก็ไม่ต้องถูกถามซ้ำเติมความจริงเพราะมาร์ชมันรู้ดีอยู่แล้ว แต่คิดไปคิดมา มากับไอ้พวกนี้มันก็ดีตรงที่เพราะมันไม่รู้อะไรมากกันนี่แหละเพราะงั้นถ้าอยากเล่าเมื่อไหร่ ก็ถือโอกาสว่าได้ระบายไปซะเลย

“ขอเมา” สุดท้ายแฟรงค์ถึงได้เลือกจะพูดประโยคนี้พร้อมยักคิ้วแล้ววิ่งตามไอ้พวกลิงไปนั่งลงยังจุดที่พวกเพื่อนที่เพิ่งไปซื้อเหล้ากลับมาจัดการเช่าเสื่อมาปูรอให้ เสียงเปิดขวดเบียร์ดังขึ้นเป็นอันดับแรกตามด้วยเสียงทุบถุงน้ำแข็งตาม พวกเราเล่นกันสนุกไม่ได้สนใจมองด้วยว่ามีใครต่อใครบ้างที่กำลังส่งสายตายั่วยวนหรือสนใจมาให้ ต่อให้สวยแค่ไหนก็จะไม่สนหรอกเพราะวันนี้มาเพราะจะอยู่กับเพื่อนไม่ได้มาเพราะกะจะหิ้วสาวกลับนะเห้ย!

“ถ่ายรูปกัน!” เสียงแหกปากจากไอ้ตัวแสบประจำกลุ่มดังแฟรงค์เพียงหันไปมองกล้องเท่านั้นส่วนพวกมันนี่เก๊กท่ากันสุดฤทธิ์ ..แชะ..! และเอาหละ ภาพแรกสำหรับเป็นความทรงจำว่าคือครั้งแรกที่พวกเรามาทะเลด้วยกันได้ปรากฏขึ้นแล้ว

...............
.....
.............

ยิ่งดึกก็ยิ่งเงียบจนคนที่นอนแผ่อยู่บนเตียงกว้างแทบจะไม่มีอารมณ์ทำอะไรเลยด้วยซ้ำแม้กระทั่งการนอนหลับ เวลาสี่ทุ่มของคืนทอยยังคงนอนนิ่งมองเพดานอย่างคนที่เหมือนไม่มีจุดหมายในชีวิต ถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า แถมบอกตัวเองว่าให้พยายามใจเย็นเหมือนอย่างที่ไอ้พวกเพ่อนบอกมาว่าการที่จะง้อใครซักคนถ้าเราไปทำแต่แบบนี้ใส่เขาก็คงจะไม่มีวันสมหวังหรอก คิดแล้วก็คงจะถูกเพราะนับตั้งแต่ที่ทะเลาะกันครั้งแรกจนครั้งล่าสุดนี้ เขายังไม่เคยที่จะไม่ขึ้นเสียงใส่มันซักครั้งเลย

“กูแย่ขนาดนั้นเลยหรือไงวะ” พึมพำถามตัวเองพร้อมมือที่เลื่อนดูนั่นนี่ในโทรศัพท์อย่างคนไม่มีอะไรทำ เหมือนความเคยชินในทุกวันที่เมื่อว่างก็ต้องเข้าไปส่องหน้าเฟสบุ๊คของมันเสียแล้ว และการที่จะส่องเฟสของใครซักคนแม่งก็มีเหตุผลอยู่แค่สองอย่าง

คือถ้าไม่ใช่เพราะอยากเสือก
ก็แค่คิดถึง
..และของเขาเป็นอย่างหลัง...

“.......!” และดวงตาของทอยชะงักนิ่งกับภาพล่าสุดที่ขึ้นหน้าทามไลน์ของแฟรงค์ว่าถูกแท็กล่าสุดไปเมื่อสองชั่วโมงก่อน คิ้วเข้มขมวดหนักพร้อมนิ้วที่กดเข้าไปยังชื่อเฟสของไอ้คนโพสรูป เหมือนจะพีคกว่ารูปก็คือสตอรี่ของมันที่โพสวิดีโอของกลุ่มวัยรุ่นชายหลายคนกำลังนั่งกินเหล้าร่วมกันอยู่ เสียงหัวเราะของพวกมันดังกลบแทบทั้งคลิปแต่ภาพที่ทอยเห็นชัดกว่าอะไรก็คือไอ้คนเบื้องหลังที่กำลังล้วงคออ้วกอยู่ตรงโขดหินริมทะเลนั่นตางหาก

เขากดกลับไปดูรูปที่มันถูกแท็กล่าสุดอีกครั้ง
...หาดวอนนภา บางแสน...

“จิ๊” เสียงสบถหัวเสียอย่างคนรำคาญหลุดดัง คิ้วของทอยยังคงขมวดชนกันในขณะที่ร่างกายตอนนี้ลุกออกจากเตียงแล้วตรงไปคว้าที่กุญแจรถแล้วเรียบร้อย แค่ดูแบบเห็นไม่ชัดยังรู้เลยว่ามันเมาหนักขนาดไหนแล้วอย่างไอ้แฟรงค์ที่กินเหล้าไปแก้วเดียวก็แทบล้มพับขนาดนั้นจะไม่ให้เขาต้องหงุดหงิดได้ยังไง ไอ้เด็กเวรนี่

..................
........
...............

หลายต่อหลายขวดที่หมดไปจนเกลือกองไว้แค่ขวดแก้วเปล่าข้างตัว แฟรงค์นับไม่ได้ด้วยว่าตัวเองวิ่งไปอ้วกแล้วกี่ครั้งก่อนกลับมานั่งดื่มต่อใหม่โดยที่มีไอ้พวกเพื่อนที่คอแข็งคอยนั่งเฝ้าพวกขี้เมาอย่างเขาในตอนนี้ เพลงจากร้านเหล้าดังข้ามมาจากถนนอีกฝั่งซึ่งมันยิ่งทำให้บรรยากาศน่านั่งชิลไปใหญ่ เริ่มดึกเหมือนคนจะเริ่มบางตาแต่ก็ยังถือว่ามากอยู่ดี มองนาฬิกาตอนนี้ห้าทุ่มกว่าแล้วซึ่งต่อให้แม้ว่าพรุ่งนี้จะมีเรียนแต่ใครหละเขาสนใจกัน

“นี่ๆๆๆไอ้แฟรงค์ เมื่อกลางวันอ่ะ มึงกับพี่ทอยแบบไรกันวะ” เสียงยานครางดังถามซึ่งคนเมาแล้วอย่างแฟรงค์มีแต่ขมวดคิ้วนิดหน่อย ในใจไม่ได้อยากเล่าแต่ปากมันเหมือนจะพูดไปเองแถมยังควบคุมตัวเองไม่ได้เท่าไหร่เลยด้วย
“เอ้าก็ตอนนั้นกูชอบเขาไง ตอนนั้นที่กูชอบเขา”
“อืออ แล้ว” โดนถามต่ออีกแฟรงค์ที่ก้มหน้ามองพื้นอยู่เงยขึ้นมองไอ้คนถาม

“โดนหลอกเอาแล้วทิ้งไง เจ็บดีปะวะ” ไอ้คนเมาที่นั่งฟังเหมือนแทบจะสร่างเมา หันมองหน้ากันแบบขวับทั้งกลุ่ม ถึงตอนนี้ยังพอเริ่มเดาอะไรหลายอย่างออกถึงแม้จะยังไม่เข้าใจว่าถ้าแฟรงค์พูดแบบนี้แต่ทำไมเมื่อตอนกลางวันมันเป็นพี่ทอยมากกว่าที่เหมือนมาตามง้อมัน
“แล้วพอตอนนี้ก็มาอยากให้กูกลับไป ฐานะแบบไหนวะ....แบบเดียวกับผู้หญิงคนนั้นที่มันพาไปดูหนังหรอ”
“........”
“ไอ้เหี้ย สัส...โคตรเหี้ย ทำงี้กับกูได้ยังไงวะ” แฟรงค์ยังคงนั่งพึมพำพูดไปตามในสิ่งที่ตัวเองรู้สึก เหล่าเพื่อนรอบตัวต่างมองหน้ากันและลงมติว่าในตอนนี้แฟรงค์มันเมาหนักมากแล้ว นั่งเงียบกันต่อไปแบบนั้นแถมเพลงตรงร้านเหล้าตรงข้ามก็ยังโคตรให้อีก ซึมหนักจนพาลเศร้ากันไปหมดกลุ่มแล้วสุดท้ายเหมือนแฟรงค์จะทนไม่ไหวถึงได้ลุกแล้วเดินหลีกออกไปนั่งคนเดียวยังริมโขดหินตามเดิม

..หมับ.. แรงกอดคอจากทั้งสองฝั่งเรียกให้คนที่นั่งก้มหน้าก้มตาร้องไห้เงยหน้าขึ้นมอง

“อย่าร้องๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้มันจะดีขึ้นเองมึงเชื่อกูดิ”
“กูรัก...”
“เหี้ยอะไร”
“กูบอกว่ากูรักพี่มันไง” เสียงของแฟรงค์ชัดขึ้นมาเล็กน้อยถึงแม้จะยังแอบฟังไม่ชัดเพราะเมาก็ตาม เพื่อนที่ตามมาปลอบอึ้งเหมือนกันเพราะถึงจะเมาแต่มันกล้าพูดเต็มปากเต็มคำว่ารักนี่คือก็ถึงขั้นเลิกสงสัยเลยว่าทำไมแฟรงค์ถึงได้ดูเศร้าจะเป็นจะตายทั้งที่ทอยไม่ใช่คนแรกที่มันมีความสัมพันธ์เชิงแบบนี้ด้วยเสียหน่อย

//ไอ้แฟรงค์! ไอ้เหี้ยแฟรงค์!!// แต่เสียงตะโกนเรียกจากเพื่อนที่นั่งอยู่ที่เดิมคือริมทางเดินเรียกให้แฟรงค์ต้องหันมอง หงุดหงิดมากเหมือนกันแต่ก็ยอมจะลุกเพื่อเตรียมจะเดินกลับไปหาเพราะเผื่อพวกมันมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย

“.........!” จนที่ปีนขึ้นจากโขดหินมา ดวงตาคู่สวยนิ่งค้าง
เขากำลังคิดว่าเขาคงเมาหนักถึงได้มีภาพมโนขึ้นมาแบบนี้
แต่พยายามกระพริบตาถี่เท่าไหร่ก็ยังไม่หาย

“จะกลับได้ยัง” กระทั่งที่เสียงคุ้นเคยดัง
“มึง!!” คราวนี้เป็นแฟรงค์ที่ตะโกนดังพร้อมปรี่เข้าหาจนคนรอบข้างหันมองเพราะคิดว่ามีคนทะเลาะกันอยู่ตรงนี้ พุ่งเข้ากระชากคอเสื้อแล้วใช้มือทั้งทุบและตีไหล่ของอีกคนทั้งที่บนใบหน้ายังมีแต่คราบน้ำตาเต็มอยู่แบบนี้

“ฮึก....มาทำไม มึงไปไกลๆกูสิวะ!!” คงเป็นครั้งแรกตั้งแต่รู้จักกันที่แฟรงค์มันพูดหยาบคายใส่แบบนี้
“เมามากเลยใช่มั้ย?”
“กูไม่ได้เมา!มึงกลับไปเลยไอ้..อุ้บอ้วกกก!!” แต่นี่คงถือเป็นอีกครั้งที่มันอ้วกรดเต็มหัวไหล่เขาแล้วแถมยังจะ

..หมับ.. ก่อนที่แฟรงค์มันจะฟุบคาลงยังฝั่งที่ตัวเองเพิ่งอ้วกใส่ทอยถึงได้รับประคองศีรษะอีกคนไว้แล้วให้มันหลับฟุบลงกับไหล่อีกข้างที่ไม่เลอะเทอะแทน สายตาของหลายคนตอนนี้กำลังมองมา จะเรียกได้ว่าทั้งหมดที่อยู่บริเวณโดยรอบยังได้แต่ทอยไม่ได้สนใจคนอื่นและเพียงมองไปที่กลุ่มเพื่อนของแฟรงค์

“กูดูมันเอง” เอ่ยไปแบบนี้แล้วคิดว่า จะมีใครกล้าขัดหละวะ...

..ปึก.. สุดท้ายเอาตัวมันเข้ามานั่งในรถจนได้ โดยที่ตอนเดินกลับเขาเอาเสื้อของตัวเองที่เลอะแล้วถอดออก เดินเอาไปทิ้งยังถังขยะด้านนอก ทอยได้ยินพวกมันถกเถียงกันเรื่องว่าจะปล่อยแฟรงค์ไปกับเขาดีมั้ย จนเหมือนมีหนึ่งประโยคที่ว่าผัวมันมาตามแล้วมึงจะยื้อทำไม นั่นแหละ ทำคนฟังตรงนี้ส่ายหน้าทั้งหัวเราะพร้อมไปด้วย

หันมองไอ้ตัวปัญหาที่ตัวของมันใสสะอาด
แล้วเป็นเขาแทนที่ต้องถอดเสื้อเปลือยช่วงบนทนกับแอร์ของรถ

“ไปไหนกันดี” ขับรถออกมาแล้วแต่ยังแกล้งถามเพราะรู้ว่าถึงจะเมาแต่แฟรงค์มันยังพอมีสติรับรู้และโต้ตอบได้
ถึงแม้ว่า
“ไปไหนอีก ไปไหนอะไร” คำตอบของมันจะโคตรตลกก็เหอะ

“เมาเละเทะ” เขาเอื้อมมือไปตบหน้าผากขาวด้วยแรงไม่เบานักซึ่งแฟรงค์สะบัดหน้าออกหนีพร้อมทำท่าจะหลับและทอยยอมปล่อยเพราะในตอนนี้สิ่งที่ต้องทำก็คือการเช่าโรงแรมซักห้องไว้สำหรับซุกหัวนอนคืนนี้ ขับออกมาไม่นานก็ตัดสินใจเลี้ยวเข้าไปซักที่เนื่องเพราะคิดว่าในตอนนี้แฟรงค์มันสมควรจะได้อาบน้ำนอนแล้ว รวมถึงตัวของเขาด้วย

“ลงมา เดินดีๆดิ...มึงอายเขามั้ยนั่น”
“เสือก” เต็มปากเต็มคำโดยที่ทอยมีสะอึกเลยทีเดียวกับคำด่านี้ ง้างมือทำท่าจะตบให้ซักทีแต่ก็ทำไปงั้นเพราะไม่กล้าตบมันจริงหรอก กว่าจะจัดการทั้งเช่าห้องและพามันขึ้นมาบนห้องนอนได้ก็ใช้เวลานานแล้วเหนื่อยเอาการเหมือนกัน

..กึก.. ปิดพร้อมล็อคประตูห้องแล้วเรียบร้อย
..ผลั้ก... และก็ทิ้งร่างของแฟรงค์ลงบนเตียงเรียบร้อย

“เฮ้อออ” ถึงขั้นถอนหายใจในขณะที่ยืนมองไอ้คนที่เมาหัวราน้ำด้วยรอยยิ้มขบขัน ตัวของแฟรงค์ไม่ได้เลอะอ้วกเลยดังนั้นเขาถึงได้เอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดช่วงปากที่มีเลอะนิดหน่อยของมันออกให้ก่อนแล้วแยกตัวเองเข้าไปอาบน้ำเพราะตอนนี้กลิ่นอ้วกของอีกคนยังติดอยู่เลย อาบเสร็จเดินออกมาโดยที่ใส่ชุดเดิม ดีหน่อยที่ขอเสื้อยืดจากทางโรงแรมถึงทำให้พอมีเสื้อใส่กับเขาอยู่บ้าง จัดการตัวเองเสร็จเดินกลับเข้ามานั่งลงบนเตียงที่มีร่างของอีกคนนอนหลับอยู่

“ใครเขาสอนให้มึงแดกจนเป็นหนักขนาดนี้” มองตามตัวของมันที่มีแอบเห่อแดงแล้วทำได้แค่บ่น
“ฮึก...” แถมเสียงสะอื้นที่ดังทอยไม่ได้สนใจเพราะคิดว่าแฟรงค์มันคงเมาแล้วร้องไห้ไร้สาเหตุเองมากกว่า เขาเพียงแค่พยายามเช็ดตัวของมันต่อไป จนกระทั่งต้องมาชะงักเพราะการกระทำหนึ่งอย่างของไอ้คนเมาตรงหน้า

...หมับ... แขนขาวกำลังโอบรอบคอของเขาพร้อมแรงรั้งลงไปกอดจนทอยต้องยอมเอนตัวตาม เป็นเขาที่ทิ้งตัวลงจนแทบจะนอนแนบทับอีกคนที่ในตอนนี้กำลังร้องไห้แล้วซุกหน้าคาอยู่กับไหล่ของเขา

“พี่คิดถึงผมมั้ย....” เสียงงึมเงาตามประสาคนเมาของอีกคนดัง
“......”
“ไม่หรอ ฮึก แต่ว่าผมคิดถึงพี่นะ” จะซึ้งแต่ก็มาขำเพราะมันนี่แหละ
“กูยังไม่ได้ตอบเลย” เหมือนแฟรงค์เงียบลงไปพร้อมในตอนนี้ที่ละดวงหน้าออกจากไหล่ของเขาแล้วเปลี่ยนมาเป็นการมองตาของกันแทน อีกคนจ้องเงียบอย่างรอว่าทอยจะยอมพูดตอนไหน พวกเรามองตากันอยู่นับหลายวินาที

ตามทฤษฎีคนเราจะตกหลุมรักกันในวินาทีที่ 8.2
และทฤษฎีไม่ได้ผิดเพี้ยน เพราะพวกเรายังคงตกหลุมรักกัน
ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่ครั้งแรกที่รู้สึกแบบนี้ก็ตาม

“คิดถึงดิ” ถ้าเปรียบในตอนนี้เป็นเหตุการณ์อะไรซักอย่างก็คงจะถือเป็นสถานการณ์ที่เปรียบเหมือนการมีฝูงผีเสื้อซักพันตัวมาบินวนอยู่ในท้อง หัวใจกำลังเต้นรัวไปหมดจนกลัวว่ามันจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว ต่อให้เมาแค่ไหนแต่บอกแล้วไงว่ายังใรสติที่รับรู้เรื่องราวได้ทุกอย่าง ไม่ได้ลืมว่าตัวเองกำลังโกรธทอยแค่ไหน แต่แน่นอนว่าก็ไม่ได้ลืมด้วย ว่าตัวเองรู้สึกกับพี่มันมากแค่ไหนเช่นกัน ถ้าเทียบกับความรู้สึกของเขาในตอนนี้และถ้าเกิดว่าทอยอยากรู้ว่าเขายังชอบพี่มันอยู่มากแค่ไหน

งั้นก็
ลองวัดดูเอาจากจูบนี้ของเขาก็แล้วกัน

“อือออื้ออ” แต่เป็นแฟรงค์อีกแล้วที่เป็นคนนำทีไหร่แต่สุดท้ายก็ต้องคอยตามเกมของพี่มันอยู่เรื่อย ลิ้นของพวกเราเกี่ยวกระหวัดและแน่นอนว่าริมฝีปากอิ่มด้านล่างถูกทอยดูดดึงจนแดงเจ่อขึ้นมา สองมือขาวทั้งสองข้างกำลังจับประคองดวงหน้าของทอยเอาไว้ในขณะที่มือของอีกคนกลับเริ่มลูบลงตามช่วงเอวแล้วแผ่นหลังของเขาเหมือนตามเคยชิน

“พี่....ผมไม่ทำ” แต่หนึ่งเสียงที่ดังทำทอยชะงักลง

..หมับ.. ไม่มีเสียงใดจากอีกคนแต่ทอยเพียงยอมละตัวออกจากเขาแล้วนอนลงก่อนเปลี่ยนเป็นมาดึงร่างของแฟรงค์เข้าไปนอนกอดแทน  ไม่ได้โกรธหรือไม่พอใจเพราะรู้ว่าแฟรงค์คงยังรู้สึกไม่ได้เชื่อมั่นในตัวเขามากเท่าไหร่ ถึงแม้อีกคนจะยังมีการต่อต้านแต่เพียงแค่มันยอมให้เข้าใกล้ได้มากขนาดนี้ก็ถือว่าโคตรจะพัฒนามากแล้ว

สุดท้ายแล้วแฟรงค์มันก็ยังใจอ่อนให้เขาเหมือนเดิม
แต่ที่จะไม่เหมือนเดิม ก็คือเขานี่แหละ ที่จะไม่ทำตัวล้อเล่นกับโอกาสที่มันให้อีกแล้ว

# # # # # # # # #
มันบั่บว่า5555
อุ้ยแต่ยังไม่ดีกันง่ายๆแค่นี้หรอก5555





หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่20 {15/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: muiko ที่ 15-05-2018 00:45:14
อีพี่ทอย แฟรงค์เมาหรอกเลยยอมง่ะ
ไม่งั้นอย่าหวังเลย
 :katai3:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่20 {15/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: DrSlump ที่ 15-05-2018 01:01:28
 :pig4: :pig4: :pig4:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่20 {15/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: arjinn ที่ 15-05-2018 01:02:38
สั้นค่ะ
อยากอ่านต่อ
ขออีกตอนนะคะ
 :a5:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่20 {15/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 15-05-2018 01:04:04
 :m16:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่20 {15/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: areenart1984 ที่ 15-05-2018 01:39:51
พอหายเมา คงมีการฟาดงวง ฟาดงากันอีกกี่ยกนะคู่นี้  :เฮ้อ:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่20 {15/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: ooomukooo ที่ 15-05-2018 05:34:57
รอตอนต่อไป  :mew1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่20 {15/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: lovewannabe ที่ 15-05-2018 06:18:38
ตื่นมา ให้ทำเป็นลืม จำไรไม่ได้นะคะแฟรงค
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่20 {15/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: day9day ที่ 15-05-2018 07:45:28
รอ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่20 {15/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: puiiz ที่ 15-05-2018 16:57:59
 :mew1: :mew1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่20 {15/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Onsm ที่ 16-05-2018 08:56:41
 :sad4: อย่าพึ่งใจอ่อนน้าาาาาาาา แกล้งอีพี่มันก่อน
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่20 {15/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: PrimYJ ที่ 16-05-2018 22:46:48
แล้วแฟรงค์จะยอมใจอ่อนง่ายๆหรอ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่20 {15/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: pan19891990 ที่ 18-05-2018 19:32:17
แอบกรี๊ดเบาๆตอนน้องคว้าคออิพี่มาจูบ ประทับนังพี่ทอยตอนยอมกอดน้องเฉยๆก็ได้นี่แหละ ถามว่าตื่นมาจะห้องแตกมั้ยก็ต้องรอติดตาม 5555
เป็นกำลังใจให้นะคะ รอติดตามตอนต่อไปค่า :)
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่20 {15/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: didididia ที่ 19-05-2018 12:54:59
ให้เวลาน้องเล่นตัวแต่อย่านานนะรีบๆดีกันนนนน
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่21
เริ่มหัวข้อโดย: Sirinapa-11 ที่ 22-05-2018 23:36:35
ตอนที่21
#จีบวิศวะ


แสงอาทิตย์ในยามเช้าสาดผ่านผ้าม่านสีอ่อนเข้ามาภายในห้องนอนที่มีร่างของสองบุคคลกำลังเอนนอนอยู่บนนั้น  หนึ่งร่างของคนอายุน้อยกว่านอนทับอยู่บนตัวของบุคคลใต้ร่างที่มือกำลังลูบผมของเขาเล่นอย่างไม่มีอะไรทำ ทอยกำลังนอนหลับตาโดยที่รู้สึกตัวแล้วส่วนคนเมาหนักอย่างแฟรงค์ยังคงหลับใหลดูท่าแล้วคงนานอยู่เหมือนกันถึงจะตื่น

..ฟอดด.. อาศัยตอนมันหลับแอบหอมแก้มไปหลายครั้ง
..ฟอดด.. และก็อีกครั้งที่หน้าผากเนียน
..ฟอดด.. และก็อีก..

..ผลั้ว!!!..

“โอ้ยย!!” ถึงขั้นร้องเสียงหลงเมื่อมีหมัดหนักเหวี่ยงกระทบจนทอยต้องร้องขนาดนี้ ยกมือกุมแก้มตัวเองพร้อมจ้องไปยังไอ้คนที่หลับในครั้งแรกทีเหมือนจะรู้สึกตัวจนสามารถต่อยหน้าเขาซะเต็มหมัดได้ขนาดนี้ ทอยกำลังนอนกุมมุมปากตัวเองในขณะที่แฟรงค์นั่งจ้องมาด้วยแววตาแข็งกร้าว

“ผมมาอยู่กับพี่ได้ยังไง!!” และก็คิดเอาไว้ไม่มีผิด
“.........”
“บอกมาดิ!ทำไมพี่มาอยู่ที่นี่!!” เหมือนแฟรงค์จะหงุดหงิดไม่น้อยซึ่งทอยเองก็กำลังประมวลความคิดว่าควรจะตอบออกไปยังไงที่จะทำให้พวกเราไม่ต้องทะเลาะกันอีกแล้ว ยอมรับว่าโคตรรอยกาคืนดีด้วย คิดว่าเมื่อคืนจะดีกันแล้วเสียอีกแต่เหมือนน้องมันจะจำอะไรไม่ได้นัก เพราะไม่งั้นเช้ามาคงไม่เละขนาดนี้

“ผมถามว่าผม...”
“กูพามึงมาเอง” จนสุดท้ายทอยเลือกที่จะพูดซักที
“พามาทำไม มันไม่ชัดเจนอีกหรอว่าผมต้องการอะไร”

“มึงเมา กูเป็นห่วง” แต่เพียงคำพูดไม่กี่ประโยคเท่านั้นที่ทำให้แฟรงค์เหมือนนิ่งลงไป นั่งมองหน้าของอีกคนนิ่งและภาพที่พวกเรากอดกันเมื่อคืนและพร่ำบอกคิดถึงกันมันกำลังวนซ้ำเข้ามาอยู่ในหัว ไม่ได้แปลกใจว่าทำไมมีเหตุการณ์แบบนี้เพราะแท้จริงแล้วในใจแฟรงค์ก็ยังรู้ดีว่าตัวเองยังรู้สึกดีกับทอยมากแค่ไหน

“ทำไมจะต้องมายุ่งกับผมด้วย...”

..หมับ.. ถามออกไปแต่ไร้คำตอบมีเพียงแรงพยายามรั้งเขาเข้าไปกอดเท่านั้นที่ได้มา แฟรงค์พยายามขืนเอาไว้แต่แน่นอนว่าทอยไม่มีทางยอมแถมยังดึงเขาจนล้มลงนอนซบคาลงกับอกของพี่มันจนได้ หงุดหงิดแทบบ้าแต่พอโดนกอดเต็มแขนก็ยังอดยอมรับไม่ได้อยู่ดีว่าตัวเองรู้สึกดีมากขนาดไหน

“กูขอโทษนะ”
“..........”
“เราจะดีกันได้หรือยังไอ้แฟรงค์” โดนถามด้วยเสียงจริงจังพร้อมดวงตาคู่คมที่มองมา มือหนาของทอยกำลังลูบแก้มของเขาและแฟรงค์เงียบไม่ได้ตอบแต่ร่างกายกลับยอมที่จะซุกลงกับแผ่นอกกว้าง เพียงเท่านี้ทอยยิ้มกว้างพร้อมมือที่กระชับกอดไอ้คนบนร่างเอาไว้ พวกเราไม่ได้พร่ำเหมือนแต่ละครั้งที่พยายามจะปรับความเข้าใจกันอีกแล้ว ใช้เพียงภาษากายและการนอนกอดกันโดยที่ต่างคนต่างเงียบแต่ยังไม่ได้ห่างกันออกไปไหน

บางทีการปรับความเข้าใจมันก็ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดใด
เพียงแค่กอดกันเอาไว้พร้อมกล้าที่จะยอมเปิดรับและเข้าใจ เพียงเท่านี้มันก็รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย...

 “เมื่อคืนร้องไห้ใช่มั้ย” พวกเราเงียบไปพักใหญ่ก่อนทอยจะถามขึ้น
“ใคร” และแฟรงค์รีบถามสวนกลับทันที
“มึงไง” ตอบพร้อมก้มมองไอ้คนในอ้อมแขนด้วยรอยยิ้ม
 “ผมไม่ได้ร้อง ไปร้องตอนไหน”

“แล้วตอนกูลากกลับมาเป็นไรตาบวม แพ้กุ้งหรอ” ไม่ยอมเว้นช่องให้แฟรงค์ได้แก้ตัวจนคนถูกถามถึงขั้นต้องนอนจ้องอีกคนนิ่งอย่างไม่รู้จะตอบอะไร เม้มปากนิดหน่อยอย่างคนเขินที่โดนจับทางได้แต่ยังพยายามตีหน้านิ่งเอาไว้เพื่อไม่ให้ดูเป็นไอ้เด็กอารมณ์อ่อนไหวไปมากกว่านี้ ตอนนี้บรรยากาศเดิมๆเริ่มกลับมาอีกครั้งซึ่งแฟรงคืเหมือนจะยิ้มได้และทอยเองก็ดูจะอารมรืดีมากเลยด้วยเช่นกัน
“แล้วพี่อ่ะ บอกชอบผมทำไมตั้งสองรอบอ่ะ” เลยหาทางเอาเรื่องอื่นมาเกทับทอยคืนซะเลย

“จะเอารอบที่สามปะหละ” แต่เหมือนนอกจากจะไม่เป็นตามหวังแล้วยังจะมาเขินกว่าเดิมอีก
“พูดดีไปงั้น เดี๋ยวก็ทิ้งผมอยู่ดี”
“โอ้โหกล้าพูดนะมึง...กูตามง้อตั้งกี่วันทำเป็นไม่สนใจแล้วก็ร้องห่มร้องไห้ ทำตัวเหมือนคนอกหักโดนผัวทิ้งอ่ะ...แต่เปล่า เขาง้อแล้วแต่ไม่เอาแล้วก็มาเสียใจ” โดนบ่นยาวเหยียดเหมือนอัดอั้นมานานซึ่งแฟรงค์ได้แต่นั่งกลั้นยิ้มกับตัวเองเพราะกำลังคิดอยู่ว่าจะเถียงอะไรพี่มันกลับไปดี สุดท้ายเลือกจะแสดงสีหน้าเหนือกว่าออกไป

“ก็พี่ทำตัวให้ไม่น่าเชื่อถือแต่แรกปะ...ได้ผมแล้วก็ไล่เลยอ่ะ เป็นใครเขาจะกลับไปง่ายๆวะ”
“ตอนนั้นกูสับสนปะวะ”
“งั้นตอนนี้ผมก็สับสนอยู่เหมือนกัน” เถียงคำไม่ตกฟากจนทอยต้องจ้องหน้าอีกคนนิ่ง

..หมับ!..

“อื้ออ!!” ก่อนจัดการปิดปากไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมด้วยการใช้ปากของตัวเองกดแนบริมฝีปากของมันไว้ซะ ในตอนแรกแฟรงค์ยังตั้งตัวไม่ทันถึงได้พยายามจะใช้มือดันเขาออกแต่พอเริ่มนานเข้าสุดท้ายอีกคนเริ่มนิ่งลงแล้วกลับกลายเป็นว่ากลีบปากนิ่มในตอนนี้กำลังจูบตอบมาเสียอย่างงั้น

..หมับ..! แต่เมื่อเริ่มจะลึกซึ้งมากเข้า
แน่นอนว่ามือของแฟรงค์รีบดันอกของเขาเอาไว้ก่อนที่อีกคนจะซุกหน้าลงแล้วใช้มือเลื่อนมาจับแขนแกร่งแทน

“พี่...”
“หืม?”
“พี่จะไม่ทำกับผมแบบเดิมแล้วจริงๆใช่มั้ย” ส่งเสียงถามออกมาก่อนเงยสายตาขึ้นมองหน้าของใครอีกคน ทอยก้มมองกลับพร้อมมือที่เอื้อมมาวางลงบนหัวของไอ้เด็กขี้สงสัยนี้ด้วย จ้องตาอีกคนเอาไว้เพื่อให้มันได้มั่นใจ

“ตอนนั้นที่กูทำแบบนั้นเพราะยังไม่แน่ใจว่ารู้สึกยังไงกับมึง”
“..........”
“แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิม...เพราะกูรู้แล้ว ว่ากูชอบมึง” ถูกบอกชอบแบบไม่ได้ตั้งตัวและแน่นอนว่าสามารถเรียกเส้นเลือดฝาดบนแก้มขาวให้ปรากฏแดงขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย ถูกบอกชอบครั้งก่อนไม่ได้รู้สึกดีขนาดนี้เพราะกำลังอยู่ในช่วงทะเลาะกันแต่พอมาตอนนี้

แฟรงค์ยอมรับได้เต็มปากว่าหัวใจกำลังผองโตหนักขนาดไหน
ไม่ได้รู้หรอกว่าจะสามารถเชื่อคำพูดของทอยได้มากน้อยเท่าไหร่
แต่กับการที่แค่ทอยกล้ายืนยันด้วย นั่นมันก็มากพอให้เขาพร้อมที่จะให้โอกาสแล้ว

...อิทธิพลของคำว่ารักนี่มันน่ากลัวจริงๆเลยว่ามั้ย...

“เรา...กำลังอยู่ในสถานะคนที่ดูใจกันอยู่ ใช่มั้ยครับพี่”
“คงงั้นมั้ง”
“แล้วมันมีสิทธิทำได้มากสุดถึงไหน ผมแสดงความเป็นเจ้าของกับพี่ได้มากสุดแค่ไหน” ถามออกไปแล้วแถมยังต้องลุ้นคำตอบเพราะทอยนิ่งไปพร้อมการมองหน้าเขาด้วยรอยยิ้มมุมปาก อีกคนไม่ได้ตอบทันทีแต่กลับเลือกจะขยับหน้ามาใกล้
“เท่าที่มึงต้องการ” และคำตอบที่ได้ มันก็ดีเกินกว่าที่คิดไว้ก่อนหน้าเสียอีก...

“พี่เป็นของผมคนเดียวนะ”
“งั้นมึงก็ต้องเป็นของกูคนเดียวด้วย”

“ก็เป็นอยู่แล้วหนิครับ” แฟรงค์พูดขึ้นพร้อมยักคิ้วส่งให้แก่คนพี่ด้วย เอาเข้าจริงเวลาอยู่ด้วยกันของพวกเราก็ยังไม่ได้ต่างไปจากเดิมมากเท่าไหร่ สลับกันกวนไปมาแล้วก็ผลัดกันทำให้อีกคนได้เขินอยู่แบบนี้ มันอาจไม่ได้พิเศษขึ้นมากเท่าไหร่ แต่ความรู้สึกระหว่างพวกเราในตอนนี้มันเกินกว่าคำว่ามีความสุขไปแล้วเสียอีก

เพราะจากที่เคยเป็นเพียงคนธรรมดาในชีวิตของกันและกัน
ก็ได้กลายมาเป็นคนสำคัญในชีวิตของกันและกันไปแล้ว
..แล้วต่อจากนี้ไปเราไม่ต้องทะเลาะกันแล้วเนอะครับ...

...ก็อกๆๆ!!!... แต่นอนหวานกันอยู่ได้ไม่นานเสียงเคาะประตูห้องเรียกให้คนทั้งคู่ต้องหันมอง

“กูไปดูเองว่าใครมา” เป็นทอยที่อาสาพร้อมเดินลงจากเตียงแล้วตรงไปยังประตูตรงหน้า

...แกร๊กกก...
“น้องกูหละ?” เปิดประตูออกไปไม่ทันไรเสียงแรกที่ตะโกนดังเข้ามาก็ทำทอยถึงขั้นขมวดคิ้ว คุ้นจนต้องเงยมองก่อนกระจ่างเมื่อพบว่าคือไอ้ริในอดีตที่ตอนนี้กลับมาตีกันเหมือนเดิมอีกครั้งแต่เป็นเพราะเรื่องใหม่ มองผ่านหลังของเสือไปไม่พบว่ามีไทเกอร์เพื่อนสนิทของเขาอยู่ด้วย ดังนั้นถึงมั่นใจได้เลยว่าวันนี้เสือมันมาที่นี่เพียงลำพัง

“กูถามว่าไอ้แฟรงค์หละ”
“ข้างใน”
“มันอยู่กับมึงจริงๆสินะ” ประโยคนี้เหมือนเสือพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะ

..ผลั้ก..

“หลบดิ กูจะเข้าไป”
“เอ้าไอ้สัสนี่!แล้วมีสิทธิเหี้ยไรมาผลักกูวะ!!”
..หมับ!!.. แต่พอในทันทีที่พุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อของมัน

“พี่ทอย!!” เสียงของไอ้ตัวหัวข้อเรื่องอย่างแฟรงค์ก็ทำให้ทอยต้องละมือออกจากเสือด้วยใบหน้าหงุดหงิด หันมองไปยังเด็กหนุ่มตัวขาวก่อนรั้งแขนของมันเพื่อให้อีกคนมายืนข้างตัวเองซะ มองกลับไปที่เสือก็พบว่ารายนั้นขมวดคิ้วมองมานิ่งบ่งบอกชัดเจนว่ากำลังรู้สึกไม่สบอารมณ์ขนาดไหน

“กูก็นึกว่าหายหัวไปไหนถึงไม่ยอมกลับบ้าน ที่แท้ก็มาอยู่กับมันเนี่ยนะไอ้แฟรงค์”
“............”
“มึงจะอธิบายกับกูว่ายังไง?” คนถูกถามอย่างแฟรงค์ได้แต่ยืนเงียบอย่างไม่รู้จะตอบพี่ชายกลับไปอย่างไรดี
“ไหนว่าจะไม่ยุ่งกับมันแล้ว แล้วมานอนกกกับมันอยู่ทำไม!”
“.......”
“มึงกลับกับกูเลย!”

..หมับ!!..

“เห้ยเดี๋ยวดิ!” แต่ทอยเองก็เหมือนจะไม่ยอมเพราะพอเสือดึงแขนของแฟรงค์ เขาเองก็รีบใช้มือรั้งแขนข้างที่ว่างของไอ้เด็กหนุ่มตัวขาวไว้เหมือนกัน ตอนนี้ภาพที่ออกมาถึงได้กลายเป็นว่าแขนของแฟรงค์ทั้งสองข้างถูกเขาและไอ้เสือจับไว้อยู่

“ปล่อยแขนมัน”
“ก็กูกำลังปรับความเข้าใจกัน แล้วมึง...”
“อย่ายุ่งกับน้องกู” แต่ยังพูดไม่จบประโยคเสือพูดขัดขึ้นมาแบบนี้ แน่นอนว่าคนอย่างทอยไม่ได้คิดจะกลัวแถมมือยังออกแรงรั้งแฟรงค์ให้แน่นขึ้นอีกด้วย สถานการณ์ตอนนี้มันแย่มากเพราะคนกลางก็ทำตัวไม่ถูกว่าควรจะเอาใจใครก่อนดี แต่แล้วสุดท้ายแฟรงค์ก็เลือกที่จะหันไปหาทอยแล้วส่งสายตาเชิงบอกว่าให้พี่มันยอมปล่อยเขาไปก่อนเถอะ

..หมับ!.. พอทอยปล่อยมือจากแขนแฟรงค์ปุ๊บ เสือก็ออกแรงกระชากให้ไอ้น้องตัวดีเดินตามจนคนถูกกระชากถึงขั้นต้องเบ้หน้า แต่เหมือนจะไม่จบแค่นั้นเพราะระดับแฟรงค์แล้วขนาดเดินออกมาจนห่างแถมเสือยังกุมแขนไว้แน่นขนาดนี้ก็ยังมีแอบหันไปมองทอยพร้อมขยิบตาให้

//โทร หา กู ด้วย// ทอยขยับปากไร้เสียงบอกมาแบบนี้
//ครับ ผม// จนที่แฟรงค์ตอบรับพวกเรายิ้มให้กันอีกครั้งก่อนที่อีกคนจะหายเข้าไปในลิฟต์และเหลือไว้แค่ทอยที่ยืนมองอยู่แบบนี้ ถึงขั้นถอนหายเมื่อกลับเข้ามานั่งในห้อง ทั้งที่ทุกอย่างมันควรจะดีตั้งแต่ที่แฟรงค์ยอมใจอ่อนด้วย แต่กลับต้องยังมาเจออุปสรรคชิ้นใหญ่อย่างไอ้เสือพี่มันอีก
การที่แค่จะมีเมียกับเขาซักคนนี่มันจำเป็นต้องยากอะไรขนาดนี้เลยหรอวะ
แล้วนี่เขาจะหาทางจัดการกับไอ้เสือมันยังไงดี

..ครืดดดด... แต่เครียดได้ไม่ทันไรแรงสั่นของโทรศัพท์ทำทอยต้องรีบคว้ามาเปิดดู
และข้อความจากไอ้คนที่เพิ่งจะแยกกันก็ทำให้แฟรงค์ถึงขั้นยิ้มได้

//คืนนี้ผมจะไม่ล็อคประตูหน้าต่างนอน//
//ปีน ขึ้น มา//

"หึหึ" ไอ่ตัวแสบ


# # # # # # # #

งื้ออช่วงนี้ยุ่งมากก คือเราปิดเทอมเลยไปสมัครทำโรงงานแถวบ้านอะคะTT คือมันทำจันถึงเสาอ่ะ ละมีโอที เลิกสองทุ่มทุกวัน ถึงบ้านก็เกือบสามทุ่มแล้วอ่ะTT เหนื่อยมาก แต่ก็อยากลงให้ เนื้อเรื่องอาจแปล่งๆไปบ้าง เนื้อหาอาจสั้นไปบ้าง แต่จะพยายามแต่งออกมาให้ดีที่สุดนะคะ

หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่21 {22/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Onsm ที่ 22-05-2018 23:47:07
 :L1: เป็นกำลังใจให้นะจ๊ะ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่21 {22/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: arjinn ที่ 22-05-2018 23:47:41
ต้องให้ไทเกอร์มาปราบเสือ!!
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่21 {22/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: mild-dy ที่ 23-05-2018 00:20:02
 :pig4:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่21 {22/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: areenart1984 ที่ 23-05-2018 00:33:24
//คืนนี้ผมจะไม่ล็อคประตูหน้าต่างนอน//
//ปีน ขึ้น มา//


^
:
:
หมายถึง "จะไม่ลงกลอนหน้าต่าง แล้วให้ปืนเข้าไป" หรือ "ที่ห้องนอนมีประตูที่เปิดไปเป็นระเบียง" จำไม่ได้แล้วว่าห้องแฟรงค์เป็นแบบใด  :m28:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่21 {22/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: puiiz ที่ 23-05-2018 00:49:28
 :mew1: :mew1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่21 {22/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: DrSlump ที่ 23-05-2018 01:18:55
 :pig4: :pig4: :pig4:

เชิญชวนขนาดนั้นเลยนะนุ้งแฟรงค์  ไม่รักนวลสงวนตัวหน่อยเหรอ?  หุหุ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่21 {22/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: PrimYJ ที่ 23-05-2018 01:39:26
น้องแฟรงค์ลูกกกกกก ทำไมไม่ล็อกกลอน :hao7:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่21 {22/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: ooomukooo ที่ 23-05-2018 02:59:37
ตายแล้ว!!!!
เอาไม้มา!!!!!!
ทำไมลูกแรดอย่างนี้
แต่พี่ทอยคงชอบ 555
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่21 {22/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: day9day ที่ 23-05-2018 06:58:00
แสบบบบบบบ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่21 {22/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: วายซ่า ที่ 23-05-2018 19:32:11
น้องทอย เชิญชวนผู้เข้าบ้าน แล้วพ่อกะแม่จะว่างัยล่ะทีนี้
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่21 {22/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: pan19891990 ที่ 24-05-2018 20:56:12
ในที่สุดก็เข้าใจกันได้สักที แต่กว่าจะได้หวานและได้แซ่บ เอ้ยยยได้ซึ้งกันมากกว่านี้ก็คงต้องผ่านด่านคุณพี่ชายไปก่อนละเนอะ รอดูตอนอิพี่แอบปีนห้องดีกว่า นุ้งแฟรงค์ได้ใจพี่มากเลย อิอิ  :hao7:
รอติดตามตอนต่อไปนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่า
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่21 {22/05/61}
เริ่มหัวข้อโดย: meyj4ever ที่ 28-05-2018 22:29:08
หนูแฟรงค์~ หนูอ่อยอิพี่ทอยเบอร์แรงมากลูก
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่22
เริ่มหัวข้อโดย: Sirinapa-11 ที่ 03-06-2018 21:03:00
ตอนที่22
#จีบวิศวะ


ทั้งที่ดีกันแล้วแต่กลับยังรู้สึกเหมือนว่าไม่ได้กลับมาคืนดีกันอย่างไงอย่างงั้น ผ่านมานับอาทิตย์ที่ทำได้มากสุดแค่การคุยกันผ่านทางโทรศัพท์ ระยะเวลาการเจอกันก็มีเพียงแค่ในยามที่เดินผ่านที่มหาวิทยาลัยเท่านั้น ก็จะให้ทำยังไงได้ในเมื่อไอ้เสือเล่นกันท่าไม่ให้เขาสามารถเข้าใกล้น้องชายมันได้เลย ตอนเช้าคอยมารับส่งไม่พอ เวลาที่แฟรงค์ไปเรียนมันยังมีการสั่งเพื่อนของไอ้เจ้าตัวแสบให้คอยกันท่าให้อีก และก็นั่นแหละสุดท้ายก็เลย...

“แล้ววันไหนจะได้เจอวะ” เสียงหงุดหงิดจากหนึ่งร่างสูงที่นอนแผ่อยู่บนเตียงดังขึ้น
[ตอนอยู่มหาลัยไงครับ]
“อันนั้นอย่าเรียกว่าเจอ เรียกว่าแค่เดินผ่านกันก็พอสัส”


[ทำไม อยากเจอผมหรอ?] เสียงเหมือนคนกำลังกลั้นหัวเราะดังลอดมาจากปลายสาย
“เออ”
[พี่น่ารักขึ้นเยอะเลยนะเดี๋ยวนี้อ่ะ] รู้ว่ามันเขินแค่ไหนเพราะเสียงอู้อี้แบบนี้ของแฟรงค์จะดังก็ต่อเมื่อตัวมันกำลังรู้สึกเหมือนทำตัวไม่ถูก ทอยนอนใช้มือถือโทรศัพท์แนบหูเอาไว้ส่วนมืออีกข้างก็กำลังลูบเกียร์ที่ห้อยคอของตัวเองอยู่อย่างไม่มีอะไรทำ เพิ่งเลิกเรียนกลับมาสิ่งแรกที่ทำก็คือการรีบโทรหาแฟรงค์มันเลย เสื้อผ้าตอนนี้ก็ยังไม่ได้ถอดแม้กระทั่งช็อปออก

“ไปหาได้ปะ”
[ไม่ได้ ผมอยู่บ้านไม่ได้อยู่คอนโด]
“ก็ไปหามึงที่บ้านไง”
[อย่ามาโม้เหอะ ตอนผมบอกให้ปีนหน้าต่างขึ้นมายังไม่กล้า]

“ปีนหน้าต่างพ่องดิ ห้องมึงอยู่ตั้งชั้นสามกูตกตายขึ้นมาจะทำไง” ด่ามันออกไปแต่กลับได้รับเสียงหัวเราะลั่นกลับมา น่าหมั่นไส้จนทอยต้องขมวดคิ้ว คาดโทษไว้ในใจว่าถ้าเกิดได้เจอเมื่อไหร่จะจัดให้หัวเราะไม่ออกเลยทีเดียว

[ประมาณวันอาทิตย์นี้แหละมั้ง พี่เสือเขาจะไปเที่ยวกับพี่เกอร์อะ]
“แล้ว?”
[ก็...ผมอาจออกไปข้างนอกแบบไม่มีพี่เสือได้ไง] และจากตอนแรกที่หน้าเครียดก็ถึงขั้นยิ้มได้
“งั้น มาห้องกูมั้ยหละ”
[ไปห้องพี่เลยหรอ...]

“แล้วทำไมถึงจะมาห้องกูไม่ได้”
[ก็แล้วจะทำอะไรผมหละ] เสียงติดโวยวายของแฟรงค์ทำคนฟังหัวเราะลั่น
“มึงคิดอยู่เรื่องเดียวหรือไงวะ เห็นกูเป็นคนยังไงเนี่ย”
[ก็พี่อะ...]

“ทำไมกูทำไม”
[ชอบหลอกผมให้ไปที่ห้องแล้วก็ทำ] คราวนี้ถึงขั้นหัวเราะจนไหล่สั่นเมื่อไอ้เด็กปลายสายระบายเหมือนคนอัดอั้นมานาน แค่นึกไปเองว่าสีหน้าของแฟรงค์ในตอนนี้เป็นยังไงทอยก็คิดว่ามันโคตรจะน่าขบขัน ไม่เคยแกล้งใครแล้วสนุกเท่าไอ้แฟรงค์อีกแล้วขอพูดเลยเพราะปกติอีกคนจะหน้าระรื่นตลอดเวลาอยู่กับเขาไง งั้นเวลาที่มันหน้าตาบึ้งตึงเมื่อไหร่ถึงได้เป็นอะไรที่หาดูได้ยากแถมยังโคตรน่ารักเลย

“เออกูไม่ทำอะไรหรอก มาเถอะ”
[พาผมไปกินแซลมอนด้วยนะ]
“มีอยู่สิบบาทเนี่ยเอามั้ย”
[งั้นผมเลี้ยงพี่ก็ได้] ประโยคไม่ทุกข์ร้อนอะไรแสดงชัดว่าแฟรงค์มันยังชิลกับเรื่องเงินขนาดไหน
“ไม่ต้อง เดี๋ยวกูจ่ายเอง...จะหมดซักกี่บาทกันเชียวกับมึงอะ”

[แต่กะจะซื้อรองเท้ากับนาฬิกาใหม่ด้วยนะพี่ มีให้พอหรอ]
“แสนนึงนี่หมดปะ”
[หมด]
“โหไอ่สัส งั้นมึงไปหาผัวใหม่เลยไป” ด่าไปอย่างไม่จริงจังนักและไอ้คนปลายสายก็หัวเราะคิกคักเหมือนถูกใจเสียเต็มประดาแต่ทอยก็ต้องยอมรับว่ามีแอบตื่นเต้นเหมือนกันเมื่อนึกไปถึงวันอาทิตย์นี้ที่จะได้เจอกันกับมัน จะว่ายังไงดีหละ มันไม่ใช่ครั้งแรกที่ไปไหนมาไหนด้วยกันก็จริง แต่สำหรับครั้งนี้คือมัน เป็นเหมือนเดทแรกที่พวกเราตกลงอยู่ในสถานะว่ารู้สึกยังไงต่อกันไง  จะเรียกว่าแฟนก็คงยังไม่ใช่ เอาเป็นว่า คือคนที่กำลังดูใจกันแหละมั้ง

“แล้วกับไอ้มาร์ชเป็นยังไงเดี๋ยวนี้”
[หะ ก็เพื่อนกันไงพี่]
“ให้มันจริงเหอะ”
[เมียมันแต่ละคนอย่างสวย มันไม่ได้ชอบผู้ชายพี่ระแวงอะไรของพี่]
“กูก็ไม่ได้ชอบผู้ชาย”
[แล้ว?]
“ก็กูยังชอบมึงเลย” พูดออกไปแล้วและคนปลายสายเงียบแบบทันทีแน่นอน

[พี่ บางทีผมก็เขินนะเว้ย]
“หึหึ” ได้แต่ยิ้มกับตัวเองเมื่อเจ้าตัวแสบในสายพูดอ้อมแอ้มมาแบบนั้น ปกติมีแต่แฟรงค์ที่ตามวอแวไงและมันก็คงจะไม่ชินมากด้วยกับการที่ต้องมาโดนเขาแสดงอะไรแบบนี้ใส่ แต่จะให้ทำยังไงได้ก็บางครั้งมันหลุดเผลอตัวพูดไปเองนี่หว่า คงเพราะไม่ได้อยู่ด้วยกันนานแล้วด้วยแหละเลยทำให้รู้สึกโหยหากันขนาดนี้

“เปิดกล้องหน่อยดิ”
[ผมขี้อยู่นะ]
“โวะ รีบเสร็จดิวะ...ละเปิดกล้องมานะ”

[คร้าบบบ] ยังคงความกวนตีนไว้แบบเสมอต้นเสมอปลาย นอนรออยู่พักใหญ่เหมือนกันกว่าโทรศัพท์จะขึ้นว่าให้กดเปลี่ยนจากการคุยธรรมดามาเป็นวิดีโอคอลแทน และแล้วใบหน้าขาวระดับผู้หญิงยังอายของแฟรงค์ก็ปรากฏให้เห็นและทอยเองเพียงเลิกคิ้วให้มันเท่านั้น

“อาทิตย์นี้มาจริงนะ” ทอยถามออกไปและคนในจอโทรศัพท์ก็พยักหน้ารับมา
“ไปเจอกันร้านเดิมมั้ย หาไรกินก่อน”
[ร้านเดิมไหนอะ]
“ก็ที่กูพามึงไปซื้อหนังสือไง ห้างนั่นอ่ะ”
[จำได้ด้วยหรอพี่] แฟรงค์ถามพร้อมทำหน้ากรุ่มกริ่ม

“ก็ไม่ได้สมองเสื่อมปะวะ”
[โธ่ สนใจผมตั้งแต่แรกก็บอกมาเหอะ]

“มึงต้องการอะไรจากกูเนี่ย” พอโดนเขาทำหงุดหงิดใส่แฟรงค์ก็จะหัวเราะเหมือนคนที่ประสบความสำเร็จในอะไรซักอย่าง หมดเรื่องจะคุยก็นอนมองหน้ากันโดยที่แฟรงค์กำลังดึงผ้าห่มมาคลุมเหมือนคนเตรียมจะเข้านอนแล้ว ส่วนทอยที่ยังไม่ได้แม้แต่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าก็ทำเพียงนอนมองหน้าอีกคนนิ่งเท่านั้น

[ผมคิดถึงพี่นะ] จนซักพักคนอายุน้อยกว่าพูดมาแบบนี้
“กูก็คิดถึงมึง” บอกกำลับออกไปก่อนต่างคนจะต่างมองหน้ากันโดยที่บรรยากาศมันแอบจะเศร้านิดหน่อย

ตอนนี้คงได้แต่ท่องในใจเอาไว้
ว่าเดี๋ยววันอาทิตย์ก็ได้เจอกันแล้ว

...อันนี้เรียกว่า เดทแรกได้มั้ยวะ...

................
.......
....

ในวันนี้มีหนึ่งร่างของชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาดีที่กำลังนั่งอยู่ภายในร้านอาหารราคาแพงด้วยท่าทางที่กำลังมองโดยรอบไปมาเหมือนกำลังมองหาใครซักคน มือก็กำลังพิมพ์ตอบข้อความส่วนสายตาก็คอยชะเง้อมองถึงบุคคลที่นัดหมายกันเอาไว้ ทอยกำลังรู้สึกเหมือนกลับมาตอนมอต้นที่นัดกินข้าวกับสาวครั้งแรกแต่รอบนี้แปลกหน่อยก็แค่มาเดทกับคนที่เคยนอนด้วยกันแล้วนี่แหละ เออก็เป็นความสัมพันธ์ที่แปลกดี...

“รอนานปะพี่” และแล้ว ก็มาจนได้
“ก็ถ้าช้ากว่านี้อีกนิด กูก็กลับแล้วอะ”
“ใจร้ายสุด” แฟรงค์พึมพำก่อนนั่งลงยังเก้าอี้ตรงข้าม พวกเรามองหน้ากันแบบอัตโนมัติโดยที่ต่างคนต่างยังไม่ได้พูดอะไร แอบทำตัวไม่ถูกเหมือนกันเนื่องเพราะไม่ได้อยู่ด้วยกันแบบนี้มานานแล้ว สุดท้ายก็เลย

“สั่งดิจะกินไร” ทอยพูดไปแบบนี้
“เอาสเต๊กแซลมอนก็ได้ครับ” บอกไปแล้วและคนพี่เพียงพยักหน้ารับก่อนหันไปสั่งอาหารกับพนักงานของร้านให้ ตอนที่นั่งรออาหารพวกเราไม่ได้คุยกันแต่ก็ยังมีแอบมองหน้ากันเหมือนอย่างในทุกครั้ง ตอนคุยโทรศัพท์พูดอย่างเก่ง พอมาเจอจริงแล้วไปไม่เป็นเลยแหะ ไม่รู้จะเขินอะไรนักหนาเหมือนกัน

“เดี๋ยวมึงต้องประกวดเดือนใช่มั้ย” ทอยหาเรื่องคุยเพื่อไม่ให้เงียบไปกว่านี้
“อื้อ พี่ก็ต้องเชิญตรามหาลัยกับพี่เสือใช่เปล่า”
“เออ ยังไม่รู้เลยว่าจะตีกันมั้ย” คนฟังหัวเราะนิดหน่อยก่อนพูดต่อ

“พี่ผมไม่ใจร้ายขนาดนั้นหรอก”
“เหอะ หมั่นไส้จะตายห่า...ถ้าไม่ติดว่ามันเป็นพี่มึงแล้วจะมีผลลามถึงพ่อแม่มึงด้วยนี่นะ”
“ทำไม?”
“กูกระทืบไปแล้ว” บอกไปอย่างหงุดหงิดทั้งขมวดคิ้วจนหน้ายุ่ง มันน่าโมโหมั้ยหละเพราะมันเล่นกันเขาจากแฟรงค์ขนาดนี้ ทีตอนนี่ทำตัวเหี้ยใส่น้องชายตัวเองแม่งกลับไม่สนใจ ดันมาสนใจไอ้ตอนที่เขาอยากจะดีกับแฟรงค์แล้ว ไม่ผิดจังหวะไปหน่อยหรือไงวะ
“กินเสร็จจะไปไหนต่อ” นั่งกินข้าวเงียบกันมานานทอยถามขึ้นอีกครั้ง

“ไม่รู้ดิ พี่อยากไปไหน”
“ไปห้องกูมั้ย?” พอเขาพูดคำนี้ปุ๊บแฟรงค์มองตาขวาง
“เป็นเชี่ยไร ปกติก็ไปตั้งบ่อยเหอะ” ถามมันไปทั้งกลั้นหัวเราะซึ่งคนอายุน้อยกว่าได้แต่ย่นจมูกมาแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร ใช้เวลาไม่นานก็ทานกันจนหมดก่อน ตกลงเรียบร้อยว่าจะไปไหนก็เพียงแค่เดินไปยังชั้นจอดรถพร้อมกันเท่านั้น ก็เล่นเอารถมาคนละคันก็ต้องต่างคนต่างขับรถของตัวเอง

อุตสาห์กะจะได้สวีทกับแฟรงค์มันในรถซะหน่อย
แม่งเอ้ยก็ลืมไปว่าบ้านแม่งรวย ผิดแผนหมด

..ปึก... ขับเร็วเอาการเหมือนกันและเมื่อมาถึงคอนโดเรียบร้อยทอยเพียงรีบเดินไปหาไอ้คนที่กำลังเปิดประตูลงจากรถ แฟรงค์มองมาด้วยสายตาเหมือนคนกำลังคิดอะไรอยู่

“เป็นอะไร?มึงตื่นเต้นอะไร”
“เปล่า” อีกคนตอบมาแล้วแต่ทอยยังคงมองหน้าแฟรงค์ไม่เลิก
“ย้ายมาอยู่กับกูเปล่า”

“ไปขอผมกับแม่ผมก่อนดิ” แต่โดนมันสวนมาแบบนี้ทำเอาทอยถึงขั้นไปมเป็นเลยเหมือนกัน ได้แต่คิดในใจว่าขนาดแค่พี่ชายมึงก็ปวดหัวจะตายแล้ว รอให้เขาผ่านไอ้เสือให้ได้ก่อนดีมั้ยแล้วค่อยคิดถึงขั้นจะไปเจอพ่อแม่เนี่ย

..หมับ.. และแฟรงค์ก็ยังคงคือแฟรงค์เพราะตอนเดินไปห้องอีกคนคว้ามือของทอยมาจับแบบหน้าระรื่น
“ปล่อยก่อนจะเปิดประตูห้อง” ได้ยินแบบนี้ถึงต้องยอมปล่อยและยืนรอพี่มันที่กำลังไขประตูห้องอยู่

...แกร๊กกก... ในที่สุดห้องที่ไม่ได้มาเหยียบนานก็ปรากฏสู่สายตาอีกครั้ง
..กึก.. และเมื่อปิดประตูห้องลงได้ พวกเราเงียบจนรอบข้างมีเพียงแค่เสียงจากภายนอกเท่านั้น หันมามองหน้ากันแต่ยังไม่ได้พูดอะไรโดยที่ทำเพียงยืนมองตากันเท่านั้น ทอยละมือออกจากประตู หันกลับมายืนประชันหน้ากับใครอีกคน

...หมับ!.. ก่อนสุดท้ายจะดึงมันเข้ามากอดเอาไว้และแฟรงค์ก็กอดตอบแบบทันทีเลยเหมือนกัน

“อย่าไปไหนอีกนะมึง”
“อือ” แฟรงค์ครางตอบโดยที่แขนยังกอดอีกคนไม่ปล่อย ซุกหน้าลงกับไหล่ของทอยและกระชับกอดพี่มันแน่น
“คืนนี้นอนห้องกูได้มั้ย” และเมื่อที่ทอยถามประโยคนี้มา พวกเราสบสายตา

ก่อนที่แฟรงค์จะพยักหน้ารับไป...


# # # # # # # #
ยังไงต่อดี-..-5555555

หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่22 {03/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: DrSlump ที่ 04-06-2018 02:34:59
 :pig4: :pig4: :pig4:

แหม่  นุ้งแฟรงค์ให้อภัยปี้ทอยไวจังนะ  น่าจะเล่นตัวสักหน่อย  ให้ฮีแกเจ็บปวดบ้าง
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่22 {03/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: วายซ่า ที่ 04-06-2018 06:36:04
แหม ผิดหวังจัง นึกว่าอิทอยจะกล้าปีนห้องน้อง เชอะ.

น้องทอยก็  ยอมเค้าง่ายๆ อีกล่ะ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่22 {03/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: puiiz ที่ 04-06-2018 10:41:43
 :mew1: :mew1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่22 {03/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: pan19891990 ที่ 04-06-2018 11:59:43
มารอคนเขียนทุกวันเลย คิดถึงพี่เสือ เอ้ยยยพี่ทอยกับนุ้งแฟรงค์ ก็นึกว่าคุณพระเอกจะกล้าปีนระเบียงบ้านจริงๆ 5555 กว่าจะรักกันได้ มาถึงห้องขนาดนี้แล้วทอยคงมิปล่อยให้น้องหลุดรอดไปได้ใช่มะๆ 
รอติดตามตอนต่อไปค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ :)
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่22 {03/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: day9day ที่ 04-06-2018 12:02:08
ยังงัยต่ออ่ะ

คนแต่งหายไปนานเกิ้นนนนนนนนน
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่22 {03/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: lovewannabe ที่ 04-06-2018 20:09:01
นอนดูทีวี กอดกัน และหลับไป ใสๆค่ะ :katai2-1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่22 {03/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: oyoyo ที่ 12-06-2018 00:14:01
  :hao6: :hao6: :hao6:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23
เริ่มหัวข้อโดย: Sirinapa-11 ที่ 17-06-2018 20:26:11
ตอนที่23
#จีบวิศวะ

...หมับ...
เป็นมือของทอยซึ่งจับช่วงเอวของร่างตรงหน้าอยู่แล้วที่เริ่มขยับลูบสอดเข้าไปภายใต้เสื้อของอีกคน ริมฝีปากของคนอายุน้อยกว่าเม้มแน่นในขณะที่สายตาของพวกเรายังคงสบมองกัน กระทั่งที่องศาดวงหน้าของทอยเปลี่ยน สันจมูกโด่งคมที่ขยับมาใกล้จนแทบจะแนบชิดเข้ากับซอกคอ กลิ่นกายหอมประจำตัวของอีกร่างกระทบเมื่อเข้าใกล้ แต่แล้ว

“เดี๋ยวพี่”
“หืม” เขาชะงักลงพร้อมรอฟังคำพูดต่อจากปากของมัน

“ไม่ให้ผมอาบน้ำก่อนหรอ” กระทั่งที่แฟรงค์พูดประโยคนี้คนฟังถึงขั้นหลุดขำ คิดกับตัวเองในใจว่ามึงหอมจะตายห่าขนาดนี้จะไปอาบทำไมอีก ยอมรับว่าหลงมันหัวปักหัวปำแต่จะไม่พูดหรอกเพราะเดี๋ยวเด็กมันจะได้ใจ

“ไม่ต้องอาบหรอกกูไม่ถือ”
“แต่ผมว่า...” จนพอจะขยับหน้าเข้าซุกซอกคออีก แฟรงค์ก็พูดขัดมาอีกจนทอยต้องละดวงหน้าออกแล้วกลับมายืนมองหน้ามัน ขมวดคิ้วเล็กน้อยกับไอ้เด็กเจ้าปัญหาที่ยังเหมือนเดิมตั้งแต่วันแรกยันวันนี้

“มึงเป็นอะไร” สีหน้าของแฟรงค์มีกังวลนิดหน่อยเมื่อโดนถามแบบนี้
“ก็....”
“...?” เลิกคิ้วย้ำคำถามไปอีกครั้ง

“ได้ผมแล้ว พี่จะไม่ทิ้งผมอีกแน่นะ” มองหน้าคนถามนิ่งก่อนที่ทอยจะเงียบไปพักใหญ่ เหมือนกำลังคิดว่าจะเอายังไงดีก่อนสุดท้ายแฟรงค์จะต้องเบิกตาไม่เข้าใจเมื่อภาพตรงหน้าที่เห็นก็คือทอยที่ถอดเสื้อของตัวเองออก พี่มันทิ้งเสื้อตัวเองลงพื้นก่อนกลับมายืนมองหน้าเขาอีกครั้ง ใครอีกคนพยักหน้ามาแต่แฟรงค์ยังไม่เข้าใจจนทอยใช้มือชี้เข้าหาช่วงแผ่นอกของตัวเองคราวนี้แฟรงค์ถึงได้ขมวดคิ้วว่าพี่มันต้องการอะไร

“อะ มึงจะทำรอยตรงไหนมึงมาทำ”
“........”
“เอาดิ ตรงคอกูก็ได้เนี่ย” ตอนนี้พอจะเริ่มเข้าใจแฟรงค์ก็เริ่มจะอมยิ้มออกมาได้ แล้วนอกจากจะไม่ปฏิเสธแล้ว คนอายุน้อยกว่ายังเดินตรงเข้าไปหาพร้อมจัดการขยับหน้าตรงเข้าซอกคอของทอยทันทีอีกด้วย

รอยที่หนึ่ง
รอยที่สอง และรอยที่...

“สัส เยอะละ” เสียงของทอยที่ดังทำคนตรงนี้หลุดขำพร้อมขยับหน้าออก เขายังคงยิ้มกวนพร้อมมองหน้าของพี่มัน ทอยยกมือลูบช่วงที่ใครอีกคนฝังรอยจูบทิ้งเอาไว้ หันไปมองไอ้เด็กแสบที่กำลังชอบใจจนที่เขาเดินเข้าไปใกล้จนหน้าแทบชิดแฟรงค์ถึงได้หุบยิ้มลงพร้อมมองตรงมาแทน

“ตากูบ้างละ”
“.......” คนที่ดี๊ด๊าตอนแรกถึงขั้นเงียบกริบ เม้มปากมองหน้าคนอายุมากกว่าแบบเงียบเชียบ

“เจ็บก็บอกแล้วกัน” พูดจบแค่นั้นลมหายใจของแฟรงค์ชะงักไปเมื่อริมฝีปากได้รูปของอีกร่างแนบลงบนลำคอ มือสองข้างของทอยที่สอดผ่านเสื้อเข้ามาลูบแผ่นหลัง ร่างกายของพวกเราแนบกันและเสื้อของแฟรงค์ถูกทอดทิ้งกองลงข้างกับเสื้อของอีกคนในตอนแรก เปลี่ยนจากซอกคอมาเป็นกลีบปากนิ่มของร่างขาวจัด เสียงครางอื้ออึงดังสลับกับเสียงจูบจากพวกเราที่ต่างคนต่างกำลังแลกลิ้นกันอยู่ในตอนนี้

แฟรงค์เองก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ประสีประสา
เพราะงั้นเซกส์ในครั้งนี้ของพวกเรา...

“อื้อออ..พี่....” มันถึงได้โคตรจะเร้าใจเลย

..ผลั้ก!... ทันทีที่แผ่นหลังสัมผัสแนบลงกับเตียง ร่างของทอยก็ลงตามคร่อมแนบในทันทีเช่นกัน ระหว่างขาที่ต้องแยกออกเนื่องเพราะมีคนบนร่างเข้าแทรกอยู่ในตอนนี้ ในขณะที่ริมฝีปากกำลังสนใจอยู่แต่กับยอดอกทั้งสองข้างของอีกร่าง มือของทอยเองก็ไม่วายจะลงไปวุ่นวายกับช่วงกลางลำตัวของแฟรงค์อยู่ดี

“โหยพี่...” เสียงงึมงำจากคนใต้ร่างเรียกแววตาของทอยให้ต้องมอง
“เป็นไรอีก?”
“ก็นั่น...” พอมันพูดพร้อมชี้มือมาที่ไอ้สิ่งที่ตุงจนแทบจะคับออกจากกางเกง ทอยถึงขั้นหลุดขำในขณะที่แฟรงค์มีแอบหน้าแดงนิดหน่อย เขาก้มมองกลางเป้าของตัวเองก่อนกลับไปมองหน้าของแฟรงค์อีกรอบ

“เออไม่ทำแรงหรอก”
“จุ๊บ” ไม่มีคำตอบแต่มีเพียงดวงหน้าขาวของคนอายุน้อยกว่าที่ขยับเข้ามาจุ๊บที่ริมฝีผากของเขาก่อนผละออก ขาทั้งสองข้างที่กำลังรั้งกดให้ทอยแนบตัวลงมาเหมือนเดิมอีกครั้ง เจอยั่วขนาดนี้แล้วมีหรือที่คนพี่จะไม่สนอง โถมตัวลงเข้าหาพร้อมบดเบียดริมฝีปากรวมถึงช่วงล่วงที่กดแนบลงกับส่วนนั้นของอีกคนเช่นกัน กางเกงชักเริ่มเกะกะและสุดท้ายทอยถอดมันออกทั้งของตัวเองและของแฟรงค์


“อ้ะะ!” และเสียงร้องดังขึ้นอีกระดับเมื่อทอยเริ่มพยายามจะยัดสอดนิ้วเข้าด้านใน
“อ้าาา....” ดวงหน้าที่เริ่มเบ้และคิ้วของแฟรงค์ที่ขมวดแน่น ทอยมองปฏิกิริยาของคนใต้ร่างพลางเริ่มขยับนิ้วแผ่วเบาซึ่งเสียงครางอื้ออึงของมัน เขายอมรับว่าโคตรจะกระตุ้นอารมณ์ดิบเลย อยากจะรุนแรงแต่เพราะรับปากไว้แล้วว่าจะเบามือให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ เพราะงั้นตอนนี้ถึงรั้งนิ้วของตัวเองออกก่อนเปลี่ยนมาจับยังแก่นกายที่แข็งขืนรออยู่ตั้งแต่ก่อนหน้า

..สวบบบบ..

“อ้ะอ๊ะ!....พี่....”
“หืมม” ทั้งต้องยั้งแรงตัวเองแถมยังต้องคอยให้ความสนใจแก่คนใต้ร่างด้วย ดันแก่นกายเข้าไปทีละเล็กน้อยจนที่เขาเลือกจะกระแทกดันเข้าจนสุดเสียงร้องของคนใต้ร่างที่ดังจึงเหมือนย้ำให้ทอยต้องเบามือของตัวเองลง ก้มลงจูบแก้มนิ่มของอีกร่างพร้อมช่วงล่างที่ขยับเชื่องช้าและมือสองข้างที่กระชับจับกับมือของแฟรงค์เอาไว้

“อื้ออออ่ะ...อ๊ะ....” เสียงครางของแฟรงค์ยิ่งกระตุ้นให้ใครอีกคนอยากจะขย้ำแบบให้รู้แล้วรู้รอด
“อื้มมม...ยันเช้าได้มั้ยแฟรงค์”
“บ้านพี่ดิใครเขาจะ...อะ...อ้า!...เบาหน่อ...อื้ออ!!” แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุเพราะนอกจากจะไม่ฟังยังมีการทำแรงขึ้นอีกด้วย มือของแฟรงค์จิกไหล่กว้างของอีกคนแน่น เสียงหอบหายใจของพวกเราดังสลับกันเช่นเดียวกับเสียงเนื้อกระแทกเนื้อที่ดังก้องห้องอยู่ใน
ตอนนี้ กลายเป็นว่าต่างคนต่างบดเบียดเข้าหากัน

กว่าไฟราคาจะมอดลง
ก็ต่างคนต่างนอนหอบมองเพดานห้องสีขาวสะอาดที่ดูจะเลือนรางเหมือนกัน

“ถ้าพรุ่งนี้ผมไปมอไม่ไหวนะ” เสียงบ่นจากร่างที่นอนหน้ายุ่งดังขึ้นมา
“ไม่ไหวก็ไม่ต้องไปดิ”
“ผมไม่ใช่พี่นะ” 

 “เอ้าก็ถ้าไม่สบายก็นอนพัก ยากอะไร” เถียงกลับไปพร้อมก้มมองหน้าอีกคนด้วย ถึงจะถกเถียงกันอยู่แต่มือของทอยก็ไม่ลืมจะรั้งให้แฟรงค์เข้ามาใกล้ ให้มันนอนหนุนแขนไว้และใช้มืออีกข้างเกลี่ยเม็ดเหงื่อออกจากปอยผมของอีกคนให้

ต่อให้จะไปกันถึงขั้นไหนต่อขั้นไหน
แต่ทอยก็ยังเป็นไอ้คนประเภทปากหมาแต่การกระทำโคตรหวานอยู่ดี
“ตอนเช้าให้กูไปส่งปะหละ”
“ผมเอารถมา”
“ก็เอารภมึงจอดไว้คอนโดกูแล้วไปรถกูแทน พอตอนเย็นมึงก็มาเอารถ...แล้วก็ ค้างกับกูอีกคืน”
“ประสาทละ พี่เสือก็ด่าดิ”  ได้ยินชื่อนี้ทอยคิ้วกระตุกทันที
“อย่าพูดถึงชื่อมันดิ กูหมั่นไส้”

“เพราะพี่ทำตัวเองเหอะ”
“อะไร? แล้วทีมันหละ กูยังไม่ขัดเรื่องไอ้เกอร์เลยนะ...คราวนี้แม่งทำลืมบุญคุณ” หน้าของทอยตอนนี้ดูตลกมากจนคนมองต้องหลุดหัวเราะ แฟรงค์มองไอ้คนที่กำลังขมวดคิ้วหน้ามุ่ย เอื้อมมือไปยีหัวของพี่มันและนั่นเรียกให้อีกคนต้องเบนสายตากลับมามองอีกครั้ง ทอยย่นจมูกใส่ซึ่งแฟรงค์รีบเอื้อมมือตามบีบปลายจมูกของอีกคนอย่างหมั่นเขี้ยว
“นี่พี่ทอย”
“ว่า”
“แล้วเรื่องของเรานี่...จะยังไงต่ออะ”
“จะยังไงต่อคือยังไง” พอถามไปแบบนี้คนถูกถามกลับหน้าหงอยซะงั้น
“เปล่า” เหมือนแฟรงค์กำลังต้องการอะไรบางอย่างแต่กลับไม่บอกมาตามตรง ทอยมองคนในอ้อมแขนด้วยใบหน้าเชิงไม่เข้าใจ คือมันต้องการอะไรมันไม่บอกไง แล้วจะให้เขาไปตรัสรู้เองได้ยังไงวะ

“มึงเป็นอะไรของมึงเนี่ย”
“ไม่ได้เป็นนนน” ถึงตอนนี้แฟรงค์ตอบพร้อมกอดเขาด้วย แต่ทอยดูออกนะว่ามันเป็นแต่มันเหมือนกำลังปิดบางอย่าง
“บอกมา”
“ไม่ได้เป็นอะไร”

“กูบอกให้พูดไง” จนเขาย้ำอีกครั้งคนอายุน้อยกว่าถึงได้ถอนหายใจ
“ผมแค่คิดเยอะไปเองนั่นแหละ ไม่มีอะไรหรอกพี่”
“เรื่องอะไร”
“ก็เรื่องของเรา”

”แล้ว?” ยังคงพยายามเค้นจนเหมือนอีกคนจะจนมุม
“พวกเรายังไม่มีสถานะกันเลยไงครับ” จนที่เข้าใจถึงความต้องการของแฟรงค์แล้ว...
“เป็นแฟนกูมั้ยหละ”

“หะ?”
“ว่าไง”
“ง่ายๆงี้เลยหรอ?” ยังไม่ตอบแต่แฟรงคืเลือกจะถามกลับ
“เออ จะเป็นมั้ยหละ” ซึ่งทอยก็ยังคงเป็นทอยที่ไม่ได้มีความหวานอะไรกับเขาเลย

“เป็นดิ...” และเมื่อได้คำตอบมาแบบนี้แล้วทอยเพียงแค่ยักคิ้วกลับมาให้ในขณะที่แฟรงค์หน้าแดงจัดแถมในยังเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอกอยู่แล้ว ได้แต่รีบซุกหน้าลงกับแผ่นอกกว้างเพื่อเลี่ยงที่จะสบตาของอีกคนโดยตรง ถึงแม้มันจะรู้สึกดีมากแต่ก็มีแอบกังวลเมื่อนึกไปถึงพี่ชายของตัวเองเหมือนกัน

คือตอนนี้พวกเราโอเคกันแล้ว
แต่คนอื่นนี่ดิ....

“พี่จะเคลียเรื่องพี่เสือยังไง” แฟรงค์ถามขึ้นอีกครั้ง มันเหมือนกับว่าพวกเราในตอนนี้คือกำลังต่างเคีลยปัญหาของกันและกันอยู่ หัวใจมันมีความสุขมาก ถึงแม้จะยังไม่รู้เลยก็ตามว่าถ้าเกิดคนอื่นรู้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเราแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น หนักสุดก็คงมีแค่พี่เสือนี่แหละมั้ง

“เดี๋ยวกูจะไปคุยกับมันเอง”
“จะดีหรอครับ”


“อืม เดี๋ยววันงานที่มหาลัย...กูจะเคลียกับมันเอง” ทอยพูดออกมาพร้อมมองตาของแฟรงค์เพื่อนย้ำคำพูดด้วย
“แล้วต้องเอาดอกไม้มาให้ผมด้วยนะ อย่าลืมว่าผมประกวดดาวเดือนนะพี่”
“เรื่องเยอะนะมึงอะ”
“.........” และใบหน้าของแฟรงค์หงอยลง

“ล้อเล่นเหอะสัส...เออเดี๋ยวซื้อดอกไม้ไปให้ เอาแบบ ให้คนรู้ทั้งมอเลยว่ามึงเป็นเมียกู”
“แฟนไม่ใช่เมีย”  ได้ยินแบบนี้ทอยมองหน้าของคนพูดทั้งรอยยิ้มขบขัน ถึงแม้แฟรงค์จะชอบเขาขนาดไหนแต่ก็คงจะไม่ลืมว่ามันคือผู้ชายทั้งแท่ง แถมยังโคตรจะแมนมาทั้งชีวิตอีกด้วย ก็น่าสงสารอยู่เหมือนกันเพราะมันคงไม่ได้เตรียมใจเป็นเมียเขาแต่แรกหรอก แต่จะให้ทำยังไง แฟรงค์มันแมนก็จริง แต่เขาแมนกว่านี่หว่า

“แฟนมันหมายถึงว่ายังไม่ได้มีอะไรกันไม่ใช่หรอ”
“ไม่ แฟนก็คือแฟน...ไม่ได้เกี่ยวว่าแบบนั้นซะหน่อย...” แฟรงค์อธิบายชุดใหญ่โดยที่มีทอยนอนมองด้วยใบหน้าอมยิ้ม
“แล้วเมียหมายถึงอะไร”
“เมียก็คือที่โดนเอาไง”
“อ้าวแล้วงั้นมึงไม่ใช่เมียกูตรงไหน”
“.........” สุดท้ายเงียบกริบกับคำถามไม้ตายจากทอย

“นอนดีกว่า เบื่อเถียงกับพี่แล้ว” ต่อปากต่อคำไม่ได้ก็เลยเลือกจะหลับใส่เสียเลย ทอยหัวเราะจนไหล่สั่นแต่มือยังคงอดไอ้คนที่ซุกหน้าลงกับอกของเขาเพื่อเตรียมนอนแล้วเรียบร้อย ดึกพอสมควรดังนั้นถึงได้ยอมเงียบเพื่อปล่อยให้แฟรงค์ได้พักผ่อน ถึงแม้สถานะจะเปลี่ยนแต่ระหว่างเราก็ยังเหมือนเดิม ยีงคงทำตัวเหมือนอย่างในตอนที่ไม่ได้เป็นอะไร แต่ถึงอย่างนั้นทอยไม่แปลกใจหรอกเพราะเมื่อก่อนน่ะเราสบายใจเวลาอยู่ด้วยกัน เพราะมีความสุขกันมาตั้งนานแล้ว เปลี่ยนไปก็แค่สถานะการเรียกความสัมพันธ์เท่านั้น
..ฟอดด... แต่ก่อนจะนอนหลับแฟรงค์ไม่ลืมจะขโมยหอมแก้มของทอยก่อนด้วย

“นอนได้แล้วมึงอะ”
“รู้และ ฝันดีนะพี่”
“เออฝันดี” จบลงไว้เพียงเท่านี้สำหรับวันนี้ของพวกเรา

แต่ในใจแฟรงค์น่ะแอบคิดนะว่าจะอวดทอยกับเพื่อนตัวเองดีมั้ย
หรือจะเก็บเอาไว้แซ่บแค่คนเดียวดี

...ส่วนเรื่องพี่เสือน่ะไม่ใช่ปัญหาใหญ่หรอก เขาก็แค่อยากรู้เท่านั้นแหละว่าทอยจะมีความอดทนต่อการอยากมีเขามากแค่ไหน ตอนนี้คิดว่าร้ายกว่าทอยก็น่าจะเขาเองนี่แหละ...

# # # # # # #
เดี๋ยวก็จบแล้ววววว อิอิ น่าจะอีกเกือบสิบตอน5555555

หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่22 {03/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: DrSlump ที่ 17-06-2018 20:51:08
 :pig4: :pig4: :pig4:

แฟรงค์  นู๋ยอมง่ายไปไหมอ่ะ  น่าจะเล่นตัวปั่นหัวอิพี่ทอยให้หงุดหงิดงุ่นง่านอีกสักหน่อยนะ  แล้วค่อยยอม  อิอิ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่22 {03/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: puiiz ที่ 18-06-2018 03:41:50
 :mew1: :mew1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: MayA@TK ที่ 18-06-2018 09:22:23
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: pan19891990 ที่ 18-06-2018 13:06:10
คิดถึงคนเขียนมากกก มารอทุกวันเลยค่ะ :)
ดีใจกับนุ้งแฟรงค์ที่จะได้มีความสุขสัก แต่เริ่มหมั่นไส้อิพี่ทอยอีกครั้ง เพราะแกเลยที่ทำให้น้องไม่มั่นใจจนคิดมาก แถมยังรังแกเขาน่าระรื่นอีก อิอิ ไปเคลียร์กับพี่ขายเขาดีๆนะเออ พี่เสืิไม่ยอมให้ผ่านชั้นจะซ้ำเติมให้
รอติดตามตอนต่อไปนะคะ เป็นกำลังใจให้คะ ถ้าอีกสิบตอนจบยังไงเราก็จะรอติดตามค่ะ 5555 ขอแบบหวานๆฟินๆ ไม่เอาดราม่าแล้วน้าา สงสารนายเอกของเรา
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: day9day ที่ 18-06-2018 19:31:58
รอๆๆๆๆ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: PrimYJ ที่ 18-06-2018 19:55:54
 :katai2-1: :katai2-1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: วายซ่า ที่ 19-06-2018 06:56:20
น้องแฟรงค์เริ่มมีพัฒนาการล่ะ แอบมีเล่ห์เหลี่ยมกะอิพี่ทอยนะจ๊ะ.  :hao3:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: lovewannabe ที่ 19-06-2018 09:06:37
รอพี่เสือ มาเคลียรเลย
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: EoBen ที่ 19-06-2018 16:47:28
เค้าดีกันแล้วก้ดีใจ

ทอยห้ามดีแตกนะเว้ย

หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: numay ที่ 20-06-2018 14:24:10
สนุกมากค่ะ รอตอนต่อไป
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: tae1234 ที่ 24-06-2018 22:59:57
พี่เสือจะว่ายังไงล่ะ?   .... สนุกมากครับ รอติดตามครับ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: oyoyo ที่ 25-06-2018 00:59:11
 :oo1: :oo1:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Phoeniz ที่ 30-06-2018 04:32:06
รอติดตามอยู่นะค้าบ คิดถึงทอย
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Mazaaki ที่ 12-07-2018 23:44:35
แอบรอเธออยู่นะมาต่อเร็วๆ :mew2:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: shoi_toei ที่ 13-07-2018 19:10:20
ทอย อย่าเท น้องอีกนะโว้ยยย
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: girlsbbb ที่ 17-07-2018 16:42:18
 :mew2: :mew2: :mew2: :mew2:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: areenart1984 ที่ 17-07-2018 17:22:14
อีน้องจะอวดปัวแล้ว เอากับนางซิ  :pigha2:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Phoeniz ที่ 18-07-2018 04:28:35
ครบเดือนแล้วววว คิดถึงทอยยยยย
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: pan19891990 ที่ 05-08-2018 18:54:55
มารอไรท์เตอร์ทุกวันเลย~ รอติดตามอยู่นะคะ :mew2:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Yui_baanindy ที่ 09-08-2018 08:32:44
ยังรออยู่นะ เมื่่อไรจะมาต่อเอ่ย :mew2:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Phoeniz ที่ 16-08-2018 04:22:28
ครบ 2 เดือนแล้ว ยังรออยู่น๊าาา
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Yui_baanindy ที่ 19-08-2018 19:40:19
เมื่อไรจะมาต่อนะ :mew6: :mew6:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: DrSlump ที่ 19-08-2018 19:57:43
 :call: :call: :call:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Phoeniz ที่ 14-10-2018 03:46:02
ผ่านไป 4 เดือนแล้ววววว
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: imac ที่ 15-10-2018 13:27:49
ดีกันสักที
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: Yui_baanindy ที่ 02-12-2018 20:44:34
 :call:
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: DrSlump ที่ 22-12-2018 21:51:35
 :call: :call: :call:

หายไปเกือบครึ่งปีแล้วอ่ะ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: silasa ที่ 31-01-2019 11:08:00
 :hao5: รอร้อรอเรารอนะ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: pan19891990 ที่ 15-03-2019 10:55:26
ใครรออ่านเรื่องนี้อยู่เราเห็นคุณนักเขียนลงเรื่องอยู่ในเด็กดีนะคะ ลงจนจบแล้วด้วย มีเรื่องใหม่แล้วนะคะ
ไอ้เราก็รออยู่ตั้งนาน จนเห็นว่าออกเล่มแล้ว นึกว่าเทไปแล้วจริงๆ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: FrozenSnow2019 ที่ 07-04-2019 17:37:07
ยังรอเธออยู่นะจ๊ะ
หัวข้อ: Re: จีบวิศวะ [Yaoi , Boy'sLove] อัพตอนที่23 {17/06/61}
เริ่มหัวข้อโดย: ♥►MAGNOLIA◄♥ ที่ 07-04-2019 18:57:56
ไรท์ ....... อยู่หนาย..........
คิดถึงไรท์มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก  :z3: :z3: :z3:
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: