-
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ
ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0
ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0
ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่
1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่
2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ
เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ
3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้ ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ
4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ
5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้ มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว
6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย ทำได้ แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้ ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน
7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
7.1 นิยาย 1 ตอน จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
- 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ
8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).
9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ
10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป
11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว
บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป
12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด
13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ
14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ
15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง
(กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail
16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข
17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้
18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ
เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................
วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฎ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฎข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฎข้อ 17
เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง
ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม
*****************************************************************************************
#ซีรีส์ลูกเพื่อนแม่
ลูกเพื่อนแม่คนที่1 รามิล เตชนะหิรัญ
SECRET GARDEN #ความลับของต้นไม้ -END- (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=66975.0)
ลูกเพื่อนแม่คนที่2 เบนจามิน เกียรติธนธาดา
MUSIC BOX #นิยายกล่องดนตรี -END- (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68034.0)
ต้นไม้ * ดนตรี * อัญมณี [์NOW]
Jewelry Design
#อัญมณีที่รัก
ผมออกแบบแหวนแต่งงานให้คนอื่นมามากมาย
คงมีแค่คนเดียวที่ผมจะไม่ได้ออกแบบแหวนแต่งงานให้
คนๆ นั้นก็คือตัวผมเอง…
- นพจินดา วรโชติเมธี -
PROLOGUE
- Jewelry-
งานแต่งงานงานที่ 24 ในเวลาครึ่งปี
ยังมีการ์ดเชิญอีกสิบยี่สิบใบที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน ทั้งหมดนั่นเป็นของลูกค้าที่เขาเป็นคนออกแบบแหวนแต่งงานให้ เสียงพูดคุยแสดงความยินดีที่ดังอยู่รอบตัว ชุดสูทเจ้าบ่าวราคาแพงและชุดเจ้าสาวฟูฟ่องยาวลากพื้นนั่นไม่ใช่สิ่งที่ทิมสนใจ ที่เขาสนใจคือแหวนเพชรบนนิ้วนางข้างซ้ายของทั้งคู่ แหวนแต่งงานที่เขาเป็นคนออกแบบเอง
Pure Jewelry
เป็นธุรกิจอัญมณีที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น นพจินดา วรโชติเมธี เป็นหนึ่งในลูกหลานผู้บริหารรุ่นปัจจุบัน โดยส่วนตัวแล้วทิมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับด้านบริหารเท่าไหร่ อัตราการเติบโต กำไรสุทธิ การตลาดต่างๆ ในส่วนนี้จะมีพี่สาวคนโตอย่างพี่พลอย พี่ชายหยกและเพชรที่คอยดูแล ส่วนเขาที่เป็นน้องชายคนเล็ก
ทับทิม…รับผิดชอบเรื่องการออกแบบอย่างเดียว
ทิมไม่ได้คิดว่าตัวเองจะออกแบบเก่งอะไรมากมายหรอก เขาแค่ทำในสิ่งที่ชอบและทำออกมาได้ดีเท่านั้น ตั้งแต่เด็กๆ เราสนิทกันสี่คนมีชื่อว่าแก๊งลูกเพื่อนแม่ ก็เขาอีกนั่นแหละที่เป็นคนตั้ง ชื่อก็แปลตามตัว ลูกเพื่อนแม่ ..
รามิลกับเบนจามินผู้ซึ่งไม่เคยสนใจศิลปะเลยสักนิด วาดพระอาทิตย์ให้คนมองเป็นพระอาทิตย์ได้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว สองคนนั้นหัวถนัดไปทางวิทยาศาสตร์และการคำนวณซะมากกว่า เลยมีแค่เขากับคินที่เกลียดการคิดเลขเกินสองหลักเลยเบนเข็มไปทางศิลปะอย่างเต็มตัว
ทิมรู้ตัวว่าชอบการออกแบบเครื่องประดับตั้งแต่ม.ต้น งานชิ้นแรกก็คือสร้อยข้อมือประจำแก๊งลูกเพื่อนแม่ เป็นสร้อยเงินที่สลักชื่อแต่ละคนเอาไว้ ตอนนั้นโคตรเท่รู้สึกถึงความเป็นกลุ่มเพื่อนสนิท เพื่อนตาย เราและนาย ถึงตอนนี้มันจะเล็กจนใส่ไม่ได้แต่พวกเขาทุกคนก็ยังเก็บไว้อยู่ พอโตขึ้นก็รู้ว่าชอบอะไรเลยเลือกเรียนออกแบบเครื่องประดับ สิ่งที่ทิมถนัดคือ แหวนแต่งงาน…
จริงๆ ก็ไม่รู้ว่าเริ่มมาจากตอนไหน จำได้คร่าวๆ ว่าเขาออกแบบแหวนแต่งงานให้กับเพื่อนร่วมรุ่นที่มหา’ลัย และเพื่อนคนนั้นชอบแหวนแต่งงานที่เขาออกแบบมากถึงขนาดลง IG โปรโมทให้ หลังจากนั้นงานที่เข้ามาส่วนมากก็จะเป็นเครื่องประดับที่เป็น
แหวนแต่งงาน แหวนคู่ สร้อยคู่ หรือแม้กระทั่งตุ้มหู
แปลกใจตัวเองเหมือนกัน..ออกแบบงานที่เกี่ยวกับความรัก
แต่คนออกแบบไม่เคยมีความรัก
..............
..................................................
-
...................
..................................................
ทิมเติบโตท่ามกลางครอบครัวและเพื่อนสนิทที่ตามใจเขาแทบทุกอย่าง คุณย่ากาญจนาดูแลเขายังกะไข่ในหิน อยากได้อะไรก็ต้องได้ อยากไปไหนก็ให้ไป อยากกินอะไรก็ได้กิน เขาก็พอรู้ตัว่าเขาโดนสปอยล์จนเสียนิสัยแต่เขาก็รู้ลิมิตตัวเองว่าเขาสามารถเอาแต่ใจกับใครได้บ้าง
คงเพราะหน้าตาที่เหมือนแม่แทบจะถอดแบบมา คุณย่าเลยตั้งชื่อให้เขาว่าทับทิม..บอกว่าเหมาะกับเขาดีเพราะตอนเกิดมาแก้มสองข้างเป็นสีแดงเหมือนสีของทับทิม ตอนเด็กๆ เรื่องชื่อก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร แต่พอโตขึ้นมันก็เขินๆ อยู่เหมือนกัน สุดท้ายเลยตัดปัญหาให้ทุกคนเรียกว่าทิมแทนมีแค่ไอ้แก๊งลูกเพื่อนแม่เท่านั้นที่ยังคงเรียกเขาว่า ทับทิม..
ก็เพราะหน้าตาเหมือนแม่และตัวที่เล็กกว่าใครในแก๊งนี่แหละที่เป็นปัญหา เขาโดนผู้ชายเข้ามาจีบตั้งแต่ตอนมัธยม มีไอ้มิล เบน คิน คอยกันท่าให้ทุกคน ทิมไม่ได้สนเรื่องผู้หญิงผู้ชายถ้าคนที่เขาชอบเป็นเพศไหนมันก็ได้หมด อย่างตอนนี้ไอ้รามิลหัวหน้าแก๊งกับเบนจามินมือขวาของเขาก็มีแฟนเป็นผู้ชาย
ก็รักกันดี…รักกันมากเลยด้วยซ้ำ
รักกันจนไอ้คินอิจฉาตาร้อนอยู่ทุกวัน
ทิมยินดีหมดไม่ว่าสะใภ้ของแก๊งลูกเพื่อนแม่จะเป็นใคร ขอแค่รักเพื่อนเขาจริงๆ ดูแลเพื่อนเขาดีๆ ก็พอแล้ว ทิมตั้งใจไว้ว่าเขาจะเป็นคนออกแบบแหวนแต่งงานให้กับแก๊งลูกเพื่อนแม่ และแน่นอนว่าคนแรกเขาทำสำเร็จไปแล้ว รามิลกับต้นไม้มีแหวนคู่ที่เขาออกแบบให้ และคิดว่าอีกไม่นานเขาคงได้ออกแบบแหวนให้กับเบนจามินและคีตา ส่วนไอ้คินรอให้มันหาแฟนเป็นตัวเป็นตนให้ได้ก่อน ผลุบๆ โผล่ๆ ไปทั่วประเทศไม่รู้ว่าตอนไหนถึงจะหยุดอยู่กับที่สักที
ส่วนตัวเขา…ไม่เคยนึกภาพตัวเองตอนมีความรักเลย ยอมรับว่ามีคนเข้ามาหาบ้างแต่ทิมก็รู้ว่าทุกคนที่เข้ามาเพราะหน้าตา ไม่ก็นามสกุลเขาเท่านั้น ถ้าเจอนิสัยจริงๆ ของเขาขึ้นมาก็คงจะถอยหนีไปกันไปคนละทาง
มันหายากนะคนที่รับนิสัยของเราได้ทุกอย่างโดยเฉพาะคนที่นิสัยเอาแต่ใจอย่างเขา ทิมเองก็ยังไม่รู้เลยว่าจะมีใครที่รักเขามากๆ เหมือนกับที่ต้นไม้รักรามิล หรือคีตาที่รักเบนจามินหรือเปล่า เพราะออกแบบแหวนแต่งงานมาเยอะก็เลยรู้ว่าผู้ชายทุกคนก็อยากจะมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ
มีงานแต่งงานที่มีคนมาร่วมแสดงความยินดี
มีภรรยาที่ตัวเองรัก
มีลูกสาวลูกชายวิ่งเล่นไปมา
สำหรับทิม..บางทีความรักอาจจะไม่ต้องการเขาก็ได้
เสียงเจ้าสาวเรียกเพื่อนๆ ให้มาที่หน้าเวทีเพราะว่าเจ้าตัวจะโยนดอกไม้แล้ว ทิมได้แต่ยืนมองอยู่ข้างล่าง เพื่อนเจ้าสาวบางคนจริงจังกับการแย่งช่อดอกไม้กันมาก มีถอดรองเท้าส้นสูงถกกระโปรงเตรียมพร้อม ไม่รู้ว่าความเชื่อว่าคนที่ได้รับช่อดอกไม้จากเจ้าสาวแล้วจะได้แต่งงานเป็นคนต่อไปนี่มันจะจริงมากแค่ไหน แต่เชื่อว่า ณ วินาทีแย่งได้แย่งผลักเป็นผลักตบเป็นตบ
พิธีกรนับหนึ่งถึงสามก่อนที่เจ้าสาวจะหันหลังแล้วโยนช่อดอกไม้ในมือเต็มแรง เสียงกรี๊ดของเพื่อนเจ้าสาวดังลั่น พิธีกรงานแต่งก็บิ้วซะจนทิมเองก็ยังลุ้นไปด้วย แต่อยู่ดีๆ ไอ้ช่อดอกไม้ที่เขาเห็นอยู่ในมือเจ้าส่าวมันลอยละลิ่วมาทางที่เขายืนอยู่ ทิมเงยหน้ามองช่อดอกไม้ที่อยู่ดีๆ ก็เปลี่ยนทิศทางมาทางนี้ และแน่นอนว่า..
“คุณทิม!”
ช่อดอกไม้หล่นใส่หัวเขาเต็มๆ ก่อนที่มันจะตกมาอยู่ในมือเขาแบบ งงๆ กลีบดอกกุหลาบสีขมพูปลิวว่อนพร้อมกับเสียงพิธีกรที่บอกให้ทุกคนปรบมือเมื่อมีคนได้ช่อดอกไม้แล้ว ทิมเงยหน้ามองผู้คนรอบตัวที่ยิ้มให้ก่อนจะก้มลงมองช่อดอกไม้ในมือ
ผิดคนเปล่าวะอย่างเขาเนี่ยนะจะได้แต่งงาน..
Jewelry Design
“แก้วนี้เพื่อคุณภาคิน”
แก้วเหล้าสี่แก้วชนกันเป็นรอบที่สิบ ร้านที่มาในวันนี้เป็นร้านใหม่ที่เบนจามินบอกว่าเจ้าของรู้จักกัน รามิลโทรมาหาเกือบสามทุ่มว่าจะมารับแล้วส่งคนมาขับรถกลับบ้านไปก่อน ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่เพราะลูกเพื่อนแม่แต่ละคน เป็นนักธุรกิจที่งานรัดตัวแต่สำหรับเรื่องเพื่อน เขาให้ทุกคนเต็มร้อย จะกินข้าวก็แค่โทรนัด กินเหล้าก็แค่บอก เราพร้อมเจอกันให้ครบสี่คนได้ตลอดเวลา ดีที่ต้นไม้กับคีตาเข้าใจเรื่องนี้ ถึงไม่มีปัญหา
“ได้ข่าวว่าได้ดอกไม้เจ้าสาวเหรอวะทิม”
“เออ..หล่นใส่หัวกูเลย”
“เอาแล้ว! เอาแล้ว! น้องทับทิมกูจะได้แต่งงานแล้วแน่ๆ”
“มึงเชื่อเรื่องนี้ด้วยเหรอไงเบน ไร้สาระ”
“กูจะคอยดูระหว่างคินกับมึงใครจะมีแฟนก่อนกัน”
“กูบอกเหรอว่าจะมีแฟน”
“เอ๊า! ไอ้ทิม มึงอย่ามาดูถูกเดสทินี่เผลอๆ เนื้อคู่มึงอยู่ในนี้สามสิบแล้วอย่ามาเล่นตัว”
“โรแมนติคจังเจอในผับ”
รามิลหัวเราะลั่นเพราะไม่คิดว่าไอ้ทิมจะมาเจอเนื้อคู่ในนี้ แต่ก็อาจจะเป็นจริงก็ได้ไอ้ทิมหน้าตานี่น่ารักระดับผู้ชายด้วยกันมองแล้วยังหลง มีคนเข้ามาชนแก้วนับไม่ถ้วนใครกล้าหน่อยก็เข้ามาถามชื่อ แต่ถ้าถามช่องทางติดต่อนี่โดนสกัดก่อนทุกคน ดีที่ไอ้ทิมเป็นประเภท น่ารักแล้วหยิ่ง ไม่คุยกับใครง่ายๆ ไม่ชอบหน้าใครก็ไม่มีแม้แต่จะสนใจมอง ก็ยังดีถือว่าเซฟตัวเองในระดับหนึ่ง ต้นไม้ยังเคยบอกว่า ถ้ามีแฟนอย่างทิมคงต้องเป็นบ้าเพราะคนเข้ามาจีบเยอะแน่ๆ
ก็น่าจะจริง เขาสามคนทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดให้ทิมตั้งแต่มันอยู่อนุบาล
ไอ้โยโย่ห้องดอกดาวเรืองวิ่งมาดึงจุกผมไอ้ทิมนี่เขาถึงกับตามไปคิดบัญชีถึงห้องเรียนเลยทีเดียว
“ไปห้องน้ำก่อน”
“ไหวไหมวะ”
“ไหว..ยังมองมึงว่าไม่หล่ออยู่คิน แสดงว่ากูไม่เมา”
“ด่ากูได้ขนาดนี้แสดงว่ายังโอเค”
ทิมโบกมือลาก่อนจะเดินไปทางห้องน้ำ แต่พอเห็นคนที่ยืนรอต่อคิวก็เลยเปลี่ยนใจเดินมาตรงห้องน้ำอีกด้าน จะว่าไปก็เริ่มจะมึนๆ อยู่เหมือนกันเหล้าที่กินไปก็ไม่ใช่น้อยๆ ทิมยกมือขึ้นมาบีบขมับตัวเองพยายามโฟกัสกับภาพตรงหน้า ทางเดินไปห้องน้ำด้านนอกไม่ได้กว้างขวางอะไรนัก และยิ่งตอนนี้มีผู้ชายกับผู้หญิงกำลังยืนคุยกันในระดับที่เรียกว่าใกล้ชิดจนแทบจะจูบกันอยู่ โอเค...เป็นเรื่องปกติแต่มัน
ขวางทางคนอื่น..
ทิมกอดอกยืนรออยู่นานแต่ก็ไร้วี่แววว่าสองคนนั้นจะเห็นหัวเขาเลยสักนิด ดีที่ไฟตรงนี้ค่อนข้างมืดเลยเห็นหน้าทั้งผู้ชายและผู้หญิงไม่ชัดเท่าไหร่ นับหนึ่งถึงสิบรอบที่สองก็แล้วมองฟ้ามองพื้นก็แล้ว ก็ยังไม่เห็นว่าสองคนนั้นจะขยับตัวออกจากกันเลยมีจับผมจับเผ้าหยอกล้อกันไม่หยุด ทิมนับหนึ่งสองสามในใจก่อนจะตัดสินใจเดินผ่ากลางสองคนที่ยืนคุยกันอยู่
จังหวะที่กำลังเดินผ่านสายตาของผู้ชายที่เงยหน้ามามองทำให้ทิมต้องสบตา เพราะความมืดเลยมองหน้าไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ แต่สายตาที่มองเขาอยู่ตอนนี้บอกไม่ได้เลยว่ารู้สึกยังไง ทิมเดินต่อไปจนถึงประตูห้องน้ำได้ยินเสียงผู้หญิงแว่วๆ มาว่าเสียมารยาททิมเลยหยุดเดินแล้วหันมามอง
“เกะกะ”
บอกแค่นั้นแล้วก็ไม่อยากสนใจอีก ทิมผลักประตูห้องน้ำเข้าไปก่อนที่ประตูจะปิดลงเขาได้ยินเสียงผู้หญิงโวยวายอีกรอบว่า หัวเราะอะไรนักหนา! ตลกตรงไหน! ..ก็นั่นแหละเขาได้ยินเสียงผู้ชายที่เขาสบตาเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วหัวเราะออกมาทิมเลยหันหลังกลับไปมองเป็นจังหวะเดียวที่ผู้ชายคนนั้นหันมามองเขาเช่นกัน
มันมืดจนเห็นใบหน้าทั้งหมดไม่ชัด
แต่สิ่งเดียวที่ทิมเห็นคือสายตาที่มองกลับมา
ภาพตัด…
ทิมรู้สึกตัวตื่นเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู พอลุกขึ้นนั่งก็รู้สึกเวียนหัวเมื่อคืนหลังจากงานแต่งงาน แก๊งลูกเพื่อนแม่เกิดอยากจะปาร์ตี้เมาหัวราน้ำ เนื่องจากจะฉลองที่งานวาดรูปของคินได้ไปโชว์ที่ต่างประเทศ พอลับมาจากห้องน้ำทิมก็ดื่มต่อซะขวดเหล้าวางเกลื่อนเต็มโต๊ะ รู้ตัวอีกทีก็มานอนที่เตียงตัวเองแล้วน่าจะเป็นคินพากลับมาเพราะบ้านมันอยู่ข้างๆ
ทิมขยับตัวไปเปิดกรงเจ้ารูบี้ มันคือชินชิลลาสีขาวอ้วนปุ๊ก พอเจ้ารูบี้ออกมาจากกรงก็วิ่งมาเล่นกับเขาปล่อยให้เขาฟัดอยู่สองสามนาทีก็วิ่งไปทั่วห้อง รูบี้เชื่องมากเวลาเหนื่อยก็กลับเข้ามานอนในกรงเอง ไอ้เบนเรียกรูบี้ว่าไอ้หนูผี เพราะมันไม่ค่อยจะถูกกับเบนเท่าไหร่ ชอบกัดๆ ให้เบนเจ็บนิ้วเล่นอาจเป็นเพราะไอ้เบนมีกลิ่นของน้องอันนาด้วยละมั้ง
“น้องทิมคะ”
“ตื่นแล้วครับ ตื่นแล้ว”
ทิมลูบหน้าลูบตาขานตอบแม่บ้านที่มาเคาะเรียก เพิ่งรู้เหมือนกันว่าเขาเมาสลบมาจนถึงตอนบ่าย นั่งนิ่งอยู่สักพักจัดการเอาเจ้ารูบี้ใส่กรงแล้วพาตัวเองไปอาบน้ำอาบท่า
“ย่านึกว่าทิมจะตื่นพรุ่งนี้เช้า”
“นานๆ ทีจะดื่มขนาดนี้ไอ้คินก็ยังไม่ตื่นหรอกครับเชื่อทิม”
“คินตื่นจนมากินข้าวกับย่าตั้งแต่ตอนเที่ยงแล้ว หลานรักของย่าก็ยังไม่ตื่น”
เรื่องปกติมากบ้านของคินอยู่ติดกับบ้านของเขา มันสามารถปีนหน้าต่างเข้ามาในบ้านได้เลย ตั้งแต่ตอนเด็กคินเปิดประตูเข้ามานั่งกินขนมที่บ้านเขาแทบทุกวัน บางวันก็มานอนกลางวันให้พี่เลี้ยงเขากล่อม นั่นแหละมันถึงได้กลายเป็นหลานรักคนโปรดของคุณย่ากาญจนาแทนที่เขาได้ง่ายๆ
“งานแต่งงานเมื่อวานเป็นยังไงบ้าง คุณน้ำฝนใช่ไหม”
“ก็ดีครับ หรูหราฟูฟ่าตามแบบฉบับงานแต่งไฮโซ”
“เบื่องานออกแบบแหวนแต่งงานหรือยัง”
“อย่าบอกนะพี่พลอยว่ายังมีอีก ทิมคิดแบบไม่ออกแล้วขอเว้นบ้าง”
“ได้เว้นแน่ๆ งานนี้ ไม่ใช่แหวนแต่งงานหรอกสบายใจได้ทับทิม แต่บางทีอาจจะยิ่งกว่าแหวนแต่งงาน”
ทิมที่กำลังหยิบขนมเข้าปากหยุดชะงักเมื่อพี่สาวคนโตยื่นเอกสารมาตรงหน้า พอหยิบขึ้นมาดูใกล้ๆ มันก็เป็นเอกสารทั่วๆ ไปตัวอย่างแบบเครื่องประดับของ Pure Jewelry เอาไว้เสนอให้ลูกค้าดู ทิมเงยหน้าขึ้นมามองพี่สาวต่อคล้ายจะถามว่าแล้วมันยังไง
“คุณหญิงเฟื่องฟ้า เจริญกิจธาราต้องการจะทำเครื่องประดับให้ลูกหลานทุกคนในตระกูล”
“ทุกคนในตระกูล?”
“ตั้งแต่ลูกคนแรกยันหลานคนสุดท้ายที่อายุสองขวบ อ้อ..รวมญาติคนสนิทด้วยนะ”
“โห..ถูกหวยเหรอ”
“กำหนดการเสร็จก่อนวันเกิดน่าจะอยากทำให้ลูกหลานในวัย 66 ปี”
”จะว่าไปนามสกุลคุ้นๆ”
“เจริญกิจธาราที่นำเข้ารถยนต์ไง”
“แต่เดี๋ยวพี่พลอยหมายความว่า”
“ยินดีด้วยนะจ๊ะทับทิม ไม่ต้องออกแบบแหวนแต่งงานแล้ว แต่ได้ลูกค้าไปทั้งตระกูลเลย”
ทิมนิ่งค้างอยู่อย่างนั้นก้มหน้าลงมองบรรดารายชื่อที่พี่พลอยแนบมาให้ มันทั้งตระกูล..ทั้งตระกูลจริงๆ โอเคการมีลูกค้าแบบนี้มันก็ดีต่อบริษัทเพราะมูลค่าเครื่องประดับไม่ใช่น้อยๆ แถมรวยระดับนี้ก็คงจะทุ่มไม่อั้น และแน่นอนว่ามันจะต้องมีหลากหลายรูปแบบทั้งสร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน คิดแล้วก็ตื่นเต้นดี
“วันจันทร์เดี๋ยวทิ้มต้องไปหาคุณเบนซ์ที่บริษัทเขานะ น่าจะคุยเรื่องนี้ เดี๋ยวพี่ส่งโลเคชั่นให้”
“ทำไมเขาไม่เข้ามาคุยกับเราเอง”
“น่า..เอาใจเขาหน่อยลูกค้าวีไอพี”
ทิมพยักหน้าอย่างเข้าใจเขาทำงานกับคนมาหลากหลายระดับ การเอาใจลูกค้าก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร และก็ไม่ได้ลำบากตรงไหนด้วย พี่พลอยบอกเพิ่มว่าคุณเบนซ์น่าจะมีอายุพอสมควรเพราะในประวัติเห็นเขียนไว้ว่าลูกชายเรียนอยู่ที่อเมริกา ก็ดี..จะได้ไม่มีปัญหาเรื่อง...เพราะเขาเคยเจอลูกค้าที่เข้ามาจีบ จริงๆ เข้ามาจีบแบบปกติก็ไม่เท่าไหร่หรอกแต่ไอ้ประเภทที่เข้ามาลวนลามแต๊ะอั๋งจนถึงขั้นเขาอดทนไม่ไหวก็เจอมาแล้วเหมือนกัน
Jewelry Design
“คุมทิมรอสักครู่นะคะ คุณเบนซ์กำลังจะออกจากห้องประชุม”
ทิมตอบรับเลขาที่พาเขามานั่งที่ห้องรับรองใหญ่โตสายตาก็มองไปรอบๆ ห้องมีรางวัลมากมายที่วางอยู่ในตู้โชว์ มีโมเดลรถวางอยู่เต็มไปหมด แค่เพียงไม่นานเลขาคุณเบนซ์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องพร้อมกับผู้ชายที่ดูมีอายุยิ้มอย่างใจดีเดินเข้ามาด้วยเช่นกัน
“พอดีการประชุมยืดเยื้อไปหน่อยครับ คุณทิมมานานหรือยังครับ”
“ไม่นานเท่าไหร่ครับ”
“เราไปคุยกันที่ห้องทำงานของผมดีกว่าครับ รายละเอียดอยู่ที่นู่นคุณพลอยบอกให้คุณทิมทราบแล้วใช่ไหมครับว่าต้องเปลี่ยนคนประสานงานเพราะผมต้องไปดูสาขาที่ใต้กะทันหัน”
“พี่พลอยบอกแล้วครับ”
“จริงๆ เปลี่ยนเป็นหลานผมก็โอเคนะครับ เขาเป็นสถาปนิกน่าจะคุยกับคุณทิมรู้เรื่องมากกว่า เรื่องออกแบบผมไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่”
“หลานเหรอครับ?”
“ครับ น่าจะเด็กกว่าคุณทิมสักสองสามปี”
เด็กกว่าด้วย....
เราสามคนรวมเลขาของคุณเบนซ์หยุดอยู่หน้าห้องที่มีป้ายชื่อและตำแหน่งชัดเจน ก่อนจะมาที่นี่พี่พลอยบอกไว้แล้วว่าเจริญกิจธาราขอเปลี่ยนคนที่เขาจะติดต่อตลอดเวลาที่ออกแบบเครื่องประดับให้คนทั้งตระกูล เพราะคุณเบนซ์ต้องลงใต้กระทันหัน แต่แค่ไม่รู้ว่าเป็นใครก็เท่านั้น ทันทีที่ประตูห้องทำงานเปิดออกสิ่งที่เห็นตรงหน้าทำให้ทั้งสามคนยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตู
ผู้ชายที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงยีนส์รองเท้าผ้าใบกำลังเอาขาพาดบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ในมือถือโทรศัพท์ไว้ แต่ที่ทำให้ทิมสงสัยคือสายตาที่กำลังมองหน้าเขาอยู่ตอนนี้ ต่างคนต่างมองกันอยู่อย่างนั้นทิมเองรู้สึกคุ้นกับสายตาที่มองมาอย่างบอกไม่ถูก
เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน..
“บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเอาขาพาดบนโต๊ะอา วันนี้อามีแขกด้วยเอาลงๆ”
ทิมรู้สึกตัวเมื่อคุณเบนซ์เดินเข้าไปเอาแฟ้มเอกสารฟาดลงบนขายาวๆ นั่นคนโดนฟาดเลยลุกขึ้นยืน การแต่งตัวลักษณะท่าทางก็ยังดูวัยรุ่นอยู่ถ้าคุณเบนซ์บอกว่าอายุน้อยกว่าเขาสักสองสามปีก็น่าจะประมาณยี่สิบหกยี่สิบเจ็ด คุณเบนซ์ดันตัวให้คนที่ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวมาอยู่ข้างหน้า
“นี่พอร์ชครับพอร์ช พชร เจริญกิจธาราหลานผมเอง”
TO BE CON
พระเอกเด็กกว่าและโรแมนติคจังเจอในผับ..555555
#อัญมณีที่รัก #ซีรีส์ลูกเพื่อนแม่
twitter @ribbinbo
-
น้องทับทิมจะขายออกล้าวววว >< แถมเด็กกว่าด้วยจ้า
เด็กที่สบตากันหน้าห้องน้ำนี่ จะผ่านแก๊งลูกเพื่อนแม่ไปยังไงหนอ รอเลย อิอิ
-
:pig4: :3123: :3123:
-
ท่าทางพระเอกจะกวนประสาทน่าดู :pig4:
-
:L2: :pig4:
-
:3123:
รออ่านต่อจร้าา
:pig4:
-
คู่นี้แซ่บแน่ พระเอกแบด ๆ เจอนายเอกขาโหด
อันที่จริงแอบลุ้นคินทับทิม แต่ไม่ใช่ก็ไม่เป็นไร
-
o13 :really2:
-
เจอกันแล้วววว :hao7:
-
Jewelry Design
#อัญมณีที่รัก
ผมออกแบบแหวนแต่งงานให้คนอื่นมามากมาย
คงมีแค่คนเดียวที่ผมจะไม่ได้ออกแบบแหวนแต่งงานให้
คนๆ นั้นก็คือตัวผมเอง…
- นพจินดา วรโชติเมธี -
CH.1
- pearl -
ทิมแน่ใจหกสิบเปอร์เซ็นต์แล้วว่าคนที่คุณเบนซ์แนะนำว่าเป็นหลานนั้นคือใครและเขาเองเคยเจอที่ไหน อีกสี่สิบเปอร์เซนต์กันไว้ก่อนเผื่อหน้าแตกเดาผิด แต่ไอ้สายตาที่เอาแต่มองเขาอยู่ตอนนี้นี่มันก็บอกไม่ถูกว่าหมายความว่ายังไง เราทักทายกันแค่สวัสดีครับแค่นั้น นอกนั้นยังไม่ได้คุยอะไรกันต่อสักคำปล่อยให้คุณเบนซ์เป็นคนพูดรายละเอียดทั้งหมด
“เดี๋ยวผมต้องไปประชุมต่อแล้วคุณทิมคุยงานต่อกับพอร์ชได้เลยนะครับ”
พอคุณเบนซ์ลุกไปพร้อมเลขาทุกอย่างก็เงียบกริบเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้นมาก่อน โอเค..อย่างน้อยเขาก็เป็นผู้ใหญ่กว่าควรจะเริ่มทำงานได้แล้ว รายละเอียดเกี่ยวกับพวกเครื่องประดับถูกกางเต็มพื้นที่ แต่ไอ้คนที่นั่งมองหน้าเขาอยู่ตอนนี้ก็ยังไม่เห็นว่าจะก้มลงมามองแต่อย่างใด
“หน้าผมมีอะไรติดอยู่หรือเปล่าครับ”
“ขอโทษด้วยครับ”
“งั้นเริ่มกันเลยนะ คุณพอร์ชเป็นสถาปนิกเหรอครับ”
“ครับ ถ้าจะซื้อรถผมไม่ค่อยรู้เรื่องนะถ้าจะสร้างบ้านก็เรียกผมได้เสมอ คุณทิมอายุมากกว่าผมใช่ไหมครับ”
“ครับ ผมสามสิบแล้วส่วนคุณพอร์ช”
“ยี่สิบเจ็ดครับแล้วอย่างนี้ผมต้องเรียกคุณทิมว่าพี่ไหม”
“ไม่ดีกว่าครับยังไงคุณก็เป็นลูกค้า ผมก็จะเรียกคุณพอร์ชเหมือนกัน”
โอ้โห…
ทั้งๆ ที่คำตอบก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติแต่พอร์ชรู้สึกว่าโดนแบ่งแยกอย่างชัดเจน อารมณ์แบบมึงอย่าข้ามเส้นมาลูกค้าก็คือลูกค้าเข้าใจนะ …บอกตามตรงพอร์ชไม่ค่อยคุ้นเคยการทำงานแบบนี้สักเท่าไหร่ เขาเป็นสถาปนิกที่สามารถคุยเล่นกับลูกค้าที่เป็นผู้ชายได้เฮฮาปาจิงโกะชนแก้วแดกเหล้าได้หมด
ตอนนี้เหมือนตัวเองนั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานและฝั่งตรงข้ามคือนักธุรกิจที่ต้องเจรจาตกลงเซ็นสัญญาด้วย นี่โดนอาเบนซ์หลอกป่ะวะ ไหนบอกคนทำงานออกแบบเหมือนกันคุยกันง่ายไม่ถึงครึ่งชั่วโมงรู้สึกอึดอัดจะต่ายห่าอยู่แล้ว
หรือว่า..คุณทิมจะจำเขาได้
พอร์ชรู้ตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นหน้าคุณทิม นพจินดาแล้วว่าคือคนเดียวกับที่เขาเจอที่ผับ ทำไมเขาจะจำไม่ได้หน้าตาน่ารัก? เออ..ไม่รู้ว่าผู้ชายจะใช้คำนี้ได้หรือเปล่าแต่ก็ไม่น่าจะใช่คำว่าหล่อ จะมีสักกี่คนคนที่เดินผ่ากลางตอนที่เขากำลังอิอ๊ะจิ๊จ๊ะกับขวัญคนที่เพิ่งได้เจอกันที่ผับ ถึงมันจะมืดจนมองเห็นหน้าไม่ชัดแต่ดวงตากลมโตนั่นคือสิ่งที่เขาไม่เคยลืม
ตาสวย..
ถึงจะใส่แจ๋วแต่ก็มีความดื้อเหมือนลูกแมว
แต่นั่นแหละ..เขาก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้มาเจอกันอีกครั้งแถมในฐานะลูกค้าอีกต่างหาก นึกไม่ถึงด้วยว่าอายุอานามจะสามสิบแล้ว ดูเด็กกว่าเขาตั้งเยอะโกงอายุเปล่าวะผิวนี้ยังกะผิวเด็ก
“ผมว่าหน้าผมต้องมีอะไรติดอยู่แน่ๆ ”
“ผมแค่คิดว่าคุณทิมดูเด็กกว่าอายุจริง”
“อ้อ..นึกว่า”
“ว่า?”
พอเขาถามต่อคุณทิมก็แค่ยิ้มนิดๆ แล้วก้มลงมองไอแพดตรงหน้าต่อ แค่เพียงไม่นานก็ยื่นมาให้เขาดูแบบต่างๆ ท่าทางมืออาชีพมากสมกับเป็น Pure Jewelry แบบเครื่องประดับหลายร้อยแบบที่เขาเห็นมันสวยสมกับคำชมต่างๆ ที่คุณย่าและญาติเขาพูดกรอกหูอยู่ทุกวัน
“คุณสายรุ้งนี่”
“ป้ารุ้งชอบเวอร์ๆ ครับเอาอะไรที่อลังการไว้ก่อนผมว่าสร้อยหรือไม่ก็ตุ้มหูน่าจะเหมาะกับป้ารุ้งขอใหญ่ๆ ด้วยนะครับแบบเดินมาห้าร้อยเมตรก็ยังเห็น
พอร์ชไม่ได้โกหกและแน่นอนว่าคุณทิมกลั้นยิ้มกับประโยคที่เขาเล่าให้ฟัง มีการพยักหน้าตอบรับก่อนจะก้มหน้าก้มตากับไอแพดตามเดิม นี่ก็ไม่รู้ว่าเขาจะต้องมาเจอกับคุณทิมอีกสักกี่ครั้งญาติเขาเยอะแยะขนาดนี้ จริงๆ ให้ใครมาคุยแทนเขาก็ได้แต่เพราะเป็นสถาปนิกเลยโดนโยนมาให้รับผิดชอบ
ทั้งๆ ที่เขาเองก็ไม่มีความรู้เรื่องเครื่องประดับเลยสักนิด
วันๆ ก็สนใจแต่ตึกรามบ้านช่องอาคารบ้านเรือน
“ชื่อผมนี่อยู่คิวที่เท่าไหร่เหรอครับ”
“ตามลำดับอายุก็ไกลอยู่แต่ถ้าคุณพอร์ชอยากได้ก่อนลัดคิวให้ก็ได้นะ อยากได้เครื่องประดับแบบไหนครับ”
“แหวนแต่งงานครับ”
มือที่กำลังจดรายละเอียดหยุดชะงักแล้วเงยหน้ามองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ก็ไม่แปลกเท่าไหร่อายุยี่สิบเจ็ดแล้วจะแต่งงานตอนนี้ก็ยังได้ รูปร่างหน้าตาก็ถือว่าหล่อในระดับที่เด็กสมัยนี้เรียกว่าเน็ตไอดอล บ้านก็รวยหน้าที่การงานดีก็คงมีผู้หญิงสวยๆ สักคนจับจองไว้อยู่แล้ว
“มีเจ้าสาวแล้วเหรอครับ”
นั่นประโยคคำถามหรือประโยคกวนตีน..พอร์ชเลยเลือกที่จะเงียบแล้วปล่อยให้คุณทิมทำงานต่อ วันนี้ก็ไม่มีอะไรมากเท่าไหร่แค่มาสรุปจำนวนญาติทั้งตระกูลแล้วก็รายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องประดับคร่าวๆ คุยกันแค่นิดหน่อยก็เสร็จเขาก็มีแบบบ้านที่ต้องแก้อีกคุณทิมเองก็มีนัดต่อเลยขอตัวกลับก่อน
“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณทิม ”
“ครับ ผมเองก็ยินดีขอบคุณเจริญกิจธาราที่ไว้ใจ Pure Jewelry ”
“คุณย่าผมเป็นแฟนคลับบริษัทคุณทิมครับชอบมาตั้งแต่สมัยสาวๆ แล้วก็ขอโทษด้วยนะครับเรื่องวันนั้น”
“วันนั้น..”
“ที่เกะกะ”
อ้อ..คิดไว้ไม่ผิดว่าคือคนๆ เดียวกันทิมที่กำลังจะเปิดประตูรถเลยหันมามองคนที่เดินมาส่ง วันนั้นก็เดาไว้เหมือนกันว่าผู้ชายที่เจอคงจะหน้าตาดีในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่คิดว่าจะโลกกลมขนาดนี้แต่ก็นะลูกค้าก็ส่วนลูกค้าเขาเองก็มีสิทธ์ไม่พอใจเรื่องวันนั้นเหมือนกัน
“ที่จริงมันก็เป็นทางสาธารณะผมเองก็ไม่ได้เป็นเจ้าของ”
“………………………………………………”
“แต่ก็ไม่ควรทำอะไรประเจิดประเจ้อแบบนั้นนะครับ มันไม่ได้น่าดูเท่าไหร่ทำให้คนอื่นลำบากด้วย”
“………………………………………………”
“คุณพอร์ชเองก็โตแล้วน่าจะรู้นะครับว่าอะไรควรไม่ควร ผมไปก่อนนะครับแล้วเจอกัน”
“………………………………………………”
ท้ายรถสีขาวพ้นสายตาเขาไปนานแล้วแต่พอร์ชยังคงยืนอยู่ที่เดิมมือใหญ่ยกขึ้นมาลูบหน้าตัวเองเบาๆ เจอกันครั้งแรกที่ผับก็ไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่ มาเจอกันอีกครั้งทุกคำพูดนี่ก็ฟาดใส่หน้าเขาเต็มๆ
“เจ็บปวดเหลือเกินนี่ท่าจะร้ายไม่เบา”
Jewelry Design
“วันนี้กลับบ้านมาหาย่าได้แล้วเหรอตาพอร์ช”
“คิดถึงข้าวฝีมือป้าพรใจจะขาด อยู่คนเดียวพอร์ชกินมาม่าทุกวัน”
“ก็บอกให้กลับมาอยู่บ้านใหญ่ บ้านเราใหญ่โตไปอยู่ทำไมคนเดียว”
“อยากอยู่บ้านที่ตัวเองออกแบบเอง”
“บ้านเราน่ะน่าปวดหัว ซอกแซกไปมาเดี๋ยวบันไดเดี๋ยวห้องนู้นห้องนี่ย่าไปครั้งสองครั้งไม่เคยจะชิน”
พอร์ชล้มตัวนอนลงบนตักย่า หลังจากย้ายออกไปอยู่คนเดียวตั้งหลายปีแล้วแต่ย่าก็ไม่เคยจะเลิกบ่นเรื่องนี้สักที เพราะงานที่เขาทำมันทำให้เขาต้องพบลูกค้าบ่อยๆ และทำงานดึกๆ อยู่ตลอดเวลา พอเปิดบริษัทของตัวเองก็เลยขอย้ายไปอยู่คนเดียวแน่นอนว่าบ้านที่เขาอยู่ตอนนี้เขาเป็นคนออกแบบเองทั้งหมด และเขาก็คิดไว้แล้วว่ามันจะใช้เป็น
เรือนหอ..ของเขาด้วย
“ย่าครับย่ารู้จัก Pure Jewelry มานานหรือยัง”
“นานมากแล้วเขาดังมานานตั้งแต่สมัยคุณกาญจนายังเป็นประธานอยู่ เมื่อก่อนใครจะโชว์เครื่องเพชรเวลาออกงานก็ต้อง Pure Jewelry เท่านั้น”
“แล้วรุ่นปัจจุบันนี่..”
“ก็เก่งเหมือนเดิม ย่าเคยเจอพลอย เพชร แล้วก็หยกตั้งแต่ตัวเล็กๆ ตอนนี้น่าจะโตกันหมดแล้ว”
“แล้วคนสุดท้ายล่ะครับไม่ได้มีหลานสี่คนเหรอ”
“ทิม หลานสุดหวงของคุณกาญจนาเขาเลยล่ะย่าเคยเจอตามงานไม่กี่ครั้ง ตอนเด็กๆ ย่ายังนึกว่าเป็นเด็กผู้หญิงหน้าตาจิ้มลิ้ม คนนี้น่าจะไม่ชอบออกสื่อออกงานเท่าไหร่ไม่ค่อยเห็นหน้า แล้วเรา..ตาพอร์ชงานที่ย่ามอบหมายเป็นไงเจอวรโชติเมธีคนไหน”
“คนสุดท้ายนี่แหละย่า”
“เป็นยังไงบ้างทิมยังหน้าตาจิ้มลิ้มอยู่ไหม ตอนเด็กๆ น่ารักน่าชัง”
“ร้ายจะตาย”
“เราว่าอะไรนะตาพอร์ช”
“บอกว่าหิวจะตายอยู่แล้วครับ”
ต้องแกล้งเปลี่ยนเรื่องเดี๋ยวคุณย่าจะสงสัยเอา นอนคุยเล่นกันอยู่สักพักป้าพรก็เรียกมาทานอาหารเย็น หลังจากที่ทานอาหารเย็นเสร็จพอร์ชก็เดินขึ้นมาบนห้องเขาตั้งใจจะค้างที่นี่อยู่แล้ว ยังไงข้าวของเครื่องใช้ที่นี่ก็ยังมีเผื่อไว้
พอร์ชนั่งลงบนเตียงแล้วหยิบโทรศัพท์มาเล่น เห็นเพื่อนผู้หญิงโชว์แหวนคู่กับแฟนพร้อมกับแทกชื่อไปยัง Pure Jewelry พอกดเข้าไปดูยอดฟอลก็ถือว่าเยอะเมื่อเทียบเท่ากับบริษัทเครื่องประดับอื่นๆ แค่เพียงไม่นานพอร์ชก็เจอไอจีส่วนตัวของคุณทิม มันไม่ได้ตั้งไพรเวทไว้แต่เซเลปหน้าตาดีขนาดนี้น่าจะไม่ได้มีแค่อันเดียวอยู่แล้ว
“ตอนเด็กๆ หน้าตาจิ้มลิ้มจริงๆ ด้วยว่ะ”
รูปในไอจีไม่ค่อยมีให้เห็นหน้าส่วนมากก็เป็นรูปเครื่องประดับแล้วก็ตัวอะไรขนสีขาวตัวกลมๆ หนูหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจแต่เกือบทั้งไอจีก็มีรูปเจ้าตัวนี้ไปแล้ว 70% มีรูปที่เห็นหน้าตัวเองน้อยมากแต่ลงทีคนก็มาไลค์และเม้นเยอะแยะไปหมด น่าจะฮอตพอตัว มีลงรูปตอนเด็กพร้อมกับเพื่อนอีกสามคนคนทุกคนแต่งตัวใส่เอี๊ยมแดงเหมือนแฝดสี่ ต่างกันที่คุณทิมบนหัวมีจุกน้ำพุอยู่คนเดียว ตลกว่ะตาโตแก้มกลมบ๊อก
“โดนหลอกด้วยหน้าตากันหมด”
พอร์ชย้อนกลับไปเมื่อสองสามวันก่อนเขาไม่ได้นัดเจอคุณทิมอีกเพราะเจ้าตัวบอกว่าขอเวลาออกแบบสักพัก วันนั้นเขามีนัดลูกค้าที่ร้านอาหารฟิวชั่นเจ้าดังร้านหนึ่ง เห็นตั้งแต่หน้าประตูร้านแล้วว่าใครที่เปิดเข้ามา คุณทิม นพจินดามาพร้อมกับผู้ชายตี๋ๆ และผู้ชายตัวเล็กที่สะพายกีตาร์ คิดว่าอีกฝ่ายไม่น่าจะเห็นเขาเพราะไม่ได้มองมาทางที่เขานั่งอยู่เลยสักนิด
จนเขาคุยกับลูกค้าเสร็จ จริงๆ ก็คุยเสร็จตั้งนานแล้วแต่คุณแพรนี่ไม่ยอมปล่อยให้เขาไปสักที ก็พอรู้จุดประสงค์แต่สำหรับเขาลูกค้าผู้หญิงก็คือลูกค้าถ้าไม่อยากเกินเลยก็อย่าให้ความหวังหรือเล่นด้วยเพราะยังไงก็ต้องทำงานด้วยกันอีกยาวไม่อยากมีปัญหา
“ไว้เจอกันนะคะพอร์ช กินข้าว ดูหนัง ฟังเพลงก็ได้ไม่ใช่เรื่องงานอย่างเดียว”
คุณแพรพูดเองเออเองเสร็จสรรพมีการเข้ามากระซิบเขาใกล้ๆ อีกต่างหากดีที่เขาขยับถอยหนีได้ทันก่อนที่คุณแพรจะโบกมือลาแล้วเดินออกไป นี่ก็ไม่รู้ว่าอะไรให้คนที่หยุดอยู่ข้างหลังคือคนที่เข้ามาเห็นฉากแบบนี้เป็นครั้งที่สอง คุณทิม นพจินดาคนเดิมยืนกอดอกมองเขาอยู่มุมปากที่ยิ้มนิดๆ นี่คิดไปถึงไหนต่อไหนแล้วแน่ๆ
“คุณพอร์ชมาทานข้าวเหรอครับ”
“มาหาลูกค้าครับ”
“วันนี้คุณดูโตขึ้นกว่าเมื่อวันก่อนนะ”
“อ้อ..มาเจอลูกค้าก็เลยต้องแต่งตัวภูมิฐานหน่อยแล้วคุณทิมล่ะครับ มีนัดลูกค้าเหมือนกันเหรอ”
“มาทานข้าวกับเพื่อนครับ”
“เอาตรงๆ ผมไม่รู้ว่าคุณทิมเห็นอะไรไปบ้างแต่มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดอยู่แน่ๆ ผมไม่ได้ทำอะไรประเจิดประเจ้อเลยสักนิด”
“จริงๆ มันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณพอร์ช ผมไม่มีสิทธิ์ไปว่าอะไรคุณอยู่แล้ว”
จ้า..พ่อคุณวันนั้นด่าเขามาเต็มๆเลยนะ
“ครับ กลัวว่าจะมองกันผิดๆ บางทีคนเราเห็นอะไรก็ตีความอะไรไปต่างๆ นานาโดยที่ไม่รู้เรื่องจริงเป็นยังไง”
“…………………………………………………..”
ยิ่งพูดไปก็เหมือนยิ่งแก้ตัวพอร์ชเลยได้แต่ปล่อยเลยตามเลย ไม่รู้ว่าพูดไปขนาดนั้นคุณทิมจะโกรธหรือเปล่าแต่ก็ยังเห็นยิ้มอยู่นะ พอคนตรงหน้าขอตัวไปห้องน้ำและเขาเองก็ต้องกลับไปทำงานต่อเลยร่ำลากันตรงนี้
จังหวะที่กำลังเดินผ่านโต๊ะทิมเหลือบมองไปยังกระปุกเกลือที่วางอยู่ก่อนจะทำเป็นหันหลังแล้วหยิบขึ้นมาเทใส่ลงบนแก้วน้ำเปล่าจากนั้นก็เดินเลี้ยวเข้าห้องน้ำ ทันทีที่คิดเงินเสร็จพอร์ชยกนาฬิกาขึ้นมาดูเมื่อเห็นว่าอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเขาต้องไปให้ถึงลาดพร้าวแต่รถน่าจะติดน่าดู มือใหญ่หยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มก่อนจะสำลักเต็มแรงจนพนักงานที่เอาบัตรมาคืนตกใจกันใหญ่
ทำไมเค็มขนาดนี้วะ!
สายตามองไปยังกระปุกเกลือที่ตอนนี้ว่างเปล่าจนแทบไม่เหลือเกลือสักเม็ด
ก่อนจะนึกไปถึงคนที่เขายืนคุยด้วยเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วจะเป็นใครไปได้อีก
“แสบนักนะ คุณนพจินดาเล่นอะไรเหมือนเด็กอายุสิบสามแล้วเสือกได้ผลอีก”
นั่นแหละวีรกรรมที่เขาพบเจอมา
ถึงได้บอกคุณย่าว่าหน้าตาจิ้มลิ้มแบบนั้นแต่ร้ายจะตาย
Jewelry Design
“ไอ้ทิมโมโหอะไรวะกูเห็นมันยิงไม่หยุดเลยตั้งแต่มาที่นี่”
“มันบอกลูกค้าพูดจากวนตีน รำคาญ”
“มีคนกล้ากวนตีนลูกพี่ทับทิมด้วยเหรอนี่ คินไม่เคยนึกมาก่อน”
“เดี๋ยวมึงได้เป็นเป้าแทนแน่ๆ ไอ้คินคุณชายทิมมันยิ่งโมโหอยู่”
วันนี้เป็นอาทิตย์กิจกรรมของแก๊งลูกเพื่อนแม่วนกลับมาอีกครั้งและครั้งนี้เป็นคิวของทับทิม ตอนแรกที่มันบอกจะไปยิงปืนนึกว่าฟังผิด ทุกทีกิจกรรมของไอ้ทิมมีแต่ แดก แดก และแดกกินตั้งแต่เช้ายันเย็นเย็นยันค่ำ วันนี้มาแปลกน่าจะอารมณ์ไม่ดีค้างคามาตั้งแต่หลายวันก่อน มาถึงก็ยิงไม่หยุด ขนาดไอ้เบนที่ชื่นชอบการยิงปืนเป็นชีวิตจิตใจยังขอยอมแพ้
ปัง!
ลูกกระสุนลูกสุดท้ายที่ยิงออกไปถึงจะได้คะแนนไม่ดีนักแต่ทิมไม่ได้สนใจเท่าไหร่ จังหวะที่หันตัวกลับไปหาแก๊งลูกเพื่อนแม่ที่นั่งอยู่ก็ต้องหยุดนิ่งเมื่อคนที่กำลังจะหันหน้ามาทางเดียวกับเขาคือใคร
พอร์ช พชร เจริญกิจธารา
“สวัสดีครับคุณทิม ไม่คิดว่าจะได้เจอที่นี่”
“ผมต่างหากที่ต้องบอกคุณพอร์ช ผมมาที่นี่ตลอดอยู่แล้วแต่ไม่เคยเจอคุณเลย”
“ผมเป็นสมาชิกอีกที่ครับ พอหมดอายุเพื่อนก็เลยแนะนำให้มาที่นี่ไม่นึกว่าโลกจะกลมขนาดนี้”
“ครับ ขนาดคนที่ไม่(อยาก)เจอยังได้เจอ”
พอร์ชไม่ได้คิดไปเองว่าบางคำคุณทิมตั้งจะให้เขาไม่ได้ยินแต่ก็ช่างเถอะ ไหนๆ ก็ได้มาเจอกันที่นี่ พอร์ชเลยยกมือขึ้นมาให้ทิมโชว์ฝีมือแต่สำหรับทิมรู้ว่ามันคือคำท้า ทิมยื่นมือไปจับมือที่อยู่ตรงตรงหน้าก่อนจะบอกว่ายินดี (รับคำท้า)
โอเค..ฝีมือยิงปืนของนักออกแบบเครื่องประดับไม่ใช่เล่นๆ คะแนนเขาสองคนฉิวเฉียดไปมาจนเจ้าหน้าที่ยังบอกว่าตื่นเต้นมากๆ เพราะไม่ได้เจอใครที่ฝีมือสูสีแบบนี้มานานมากแล้ว แค่เพียงไม่นานเพื่อนของพอร์ชก็เดินมาดูการแข่งเช่นเดียวกับแก๊งลูกเพื่อนแม่ที่เห็นว่าทิมหายไปนาน
จริงจังโคตรๆ
นึกว่าแข่งโอลิมปิค
พอร์ชเหลือบมองคนข้างๆ ที่ตั้งหน้าตั้งตายิงไม่สนใครหน้าไหนทั้งนั้น ท่าทางจะแพ้ไม่เป็นท่าทางเอาจริงเอาจังสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นดวงตากลมโตเวลาเพ่งมองเป้า คิ้วที่ขมวดแล้วขมวดอีก มือที่ถือกระบอกปืนไม่มีแม้แต่จะมีอาการสั่นเลยสักนิด กระสุนลูกสุดท้ายของคุณทิมยิงออกไปแล้วและแน่นอนว่าไม่ได้ตรงกลางเป้าแต่ก็ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ
ทันทีที่เจ้าหน้าที่บอกคะแนน พอร์ชก็แค่ยิ้มก่อนจะยกปืนในมือขึ้นมาเล็งไปที่เป้าเขาก็เหลือกระสุนลูกสุดท้ายเหมือนกัน จังหวะสุดท้ายพอร์ชหันมามองคนที่ถือใบคะแนนก่อนจะหันไปโชว์ให้เพื่อนทั้งสามคนดู ท่าทางดีใจและรอยยิ้มที่เขาเองไม่เคยได้เห็นมาก่อนไม่ว่าเราจะเจอกันสักกี่ครั้งก็ตาม ดวงตากลมโตยิบหยีลงเพราะความดีใจ มันระยิบระยับเหมือนเด็กได้ของเล่นไม่มีผิด เพียงเสี้ยววินาทีพอร์ชตัดสินใจวางปืนในมือลง
“กระสุนน่าจะด้านยิงไม่ออกแล้วครับ”
ทุกคนทำหน้า งงๆ แต่เมื่อเจ้าตัวบอกแบบนั้นกรรมการเลยตัดสินให้ทิมเป็นฝ่ายชนะ แน่นอนว่าเจ้าตัวดีใจถึงขนาดกระโดดกอดเพื่อนที่อยู่ข้างๆ พออยู่กับเพื่อนก็ยิ่งเด็กลงไปอีก พอเสร็จสิ้นการแข่งขันทิมเดินมาพร้อมกับแก๊งลูกเพื่อนแม่แล้วแนะนำให้รู้จักกัน
“คุณชนะแล้วเรามีข้อตกลงกันหรือเปล่า คุณทิมอยากให้ทำอะไรบอกผมได้นะ”
“คิดไม่ออก เอาไว้ค่อยคิดแล้วกันครับเราคงได้เจอกันอีกนาน”
“ครับ เราเจอกันบ่อยแน่ๆ”
ทิมโบกมือลาเพราะเขาเองก็ยิงปืนจนเหนื่อยไม่มีอารมณ์จะคุยกับใครเท่าไหร่ พอร์ชตั้งใจจะเดินตามไปแต่อยู่ดีๆ กระบอกปืนสองกระบอกที่กั้นเขาไว้ทำให้ต้องหยุดอยู่กับที่ ข้างซ้ายคือคุณเบนจามิน ข้างขวาคือคุณภาคินที่เพิ่งแนะนำตัวไปเมื่อกี้ ทั้งสองคนชมว่าเขาฝีมือยิงปืนเก่งกาจไม่ได้เจอคนแบบนี้มานานแล้ว ในขณะที่พูดนี่ก็ไม่ได้เอาปืนลงจากอกเขาเลยสักนิดกลัวว่าจะลั่นออกมาพร้อมกันจริงๆ พอมองไปข้างหน้าก็เจอคุณรามิลที่ยืนกอดอกอยู่ พอคุณรามิลพยักหน้าทั้งคุณเบนและคุณคินก็เอ่ยขอตัวไปทานข้าวและผละออกไปพร้อมกระบอกปืน
“นั่นเหรอ ทิม นพจินดาแห่งวงการจิวเวลรี่เพิ่งเคยเห็นใกล้ๆ”
“รู้จักด้วยเหรอวะ”
“ดังในหมู่วงการเครื่องประดับพี่สาวกูชอบมากถึงขนาดจะจองตัวเขาไว้ให้ออกแบบแหวนแต่งงานถึงแม้มันยังไม่มีแม้แต่คนมาสู่ขอ”
“ไอ้กันต์เพื่อนกูเคยจีบ ไม่ซิเคยเต๊าะเล่นๆ บอกเจอที่ร้านอาหารแล้วชอบ หน้าตาน่ารักฉิบหายมันเพ้ออยู่สองสามวัน มันก็ไม่คิดว่าจะเขาจะอายุสามสิบ”
“แล้ว?”
“ไม่รอดเลยครับ ตายตั้งแต่โดนคุณนพจินดาเมินมันอย่างไร้ตัวตน มันบอกเหมือนคุยกับตุ๊กตาบลายธ์ ไม่หือ ไม่อือ ไม่สน ไม่มอง เข้าถึงยากโคตรๆ และอย่าหวังว่าจะผ่านด่านแก๊งลูกเพื่อนแม่ไปได้ง่ายๆ”
“แก๊งอะไรนะ”
“ก็คนที่เอากระบอกปืนจะยิงใส่มึงเมื่อกี้ไงวะไอ้พอร์ช ชื่อแก๊งเขาบอกไว้ก่อนเวลาเขาอยู่กับแก๊งลูกเพื่อนแม่อย่าได้เข้าใกล้คุณนพจินดาเกินสองเมตรไม่งั้นจะเจอแบบเมื่อกี้ และถ้ามึงจะจีบคุณนพจินดาด่านแรกที่ต้องเจอคือคุณภาคินด่านที่สองคือคุณเบนจามิน ด่านสุดท้ายคือหัวหน้าคุณรามิล”
“มีใครเคยผ่านถึงด่านไหนบ้างวะ”
“ไม่มี..ตายอยู่ที่คุณภาคินตลอด”
“โหดสัดนี่กูอยู่ในหนังมาเฟียหรือไง”
“เอ๊า! เขาก็หวงของเขามึงมองหน้าคุณนพจินดาด้วยวันๆ หนึ่งจะมีคนมาจีบเขากี่คนเป็นเพื่อนกูนี่กูจับใส่หน้ากากเลย หน้าตากรุ๊งกริ๊งๆ ”
“ศัพท์อะไรของมึงแต่เวอร์กันจังเลยวะต้องหวงขนาดนั้นเลย”
“ขนาดนั้นแหละมึงไม่คิดว่าเขาน่ารักเหรอ กูเป็นผู้ชายยังมองว่าเขาน่ารักเลยแล้วพอร์ชมึงเนี่ยฝีมือตกเหรอวะ คนที่ยิงปืนฝีมือระดับนักกีฬาทีมชาติอย่างมึงไม่น่าแพ้ได้”
พอร์ชยิ้มนิดๆ ก่อนจะยกปืนกระบอกเดิมในมือขึ้นมาแล้วเล็งไปที่เป้า
“ มึงไม่คิดว่าเขาน่ารักเหรอ กูเป็นผู้ชายยังมองว่าเขาน่ารักเลย”
อยู่ดีๆ ภาพรอยยิ้มของคุณทิม
กับดวงตากลมโตยิบหยีลงก็แวบขึ้นมา
กระสุนลูกสุดท้ายที่ยิงออกไปแน่นอนว่ามันอยู่ตรงกลางเป้าไม่มีผิดพลาดเลยแม้แต่น้อย พอร์ชขยับไหล่ไปมาแล้ววางกระบอกปืนลง เพื่อนที่มองตาค้างเพราะเจ้าตัวบอกเองว่ากระสุนด้าน
“บางทีก็ต้องแกล้งแพ้บ้างป่ะวะชนะตลอดจะไปสนุกอะไร”
TO BE CON
นี่นิยายลูกหลานมาเฟียหรือเปล่า 55555
#อัญมณีที่รัก #ซีรีส์ลูกเพื่อนแม่
twitter @ribbinbo
-
ฮือออออ กำลังสนุกเลย อยากให้มาต่อเร็วๆ
ให้กำลังใจคนเขียนนะคะ จุ๊ฟๆ
-
ตาพอร์ชนี่ไม่ธรรมดา...
อยากรู้จังน้า ว่าจะเข้าหาน้องทิมยังไง
ปล.ที่คิดว่าจะแกล้งแพ้บ้างเนี่ย ระวังจะแพ้จริงๆ นะจ๊ะ เพราะบางที...เขาอาจจะไม่ได้แพ้ เขาแค่เปิดทางให้ หึหึ
-
แอร๊ยยยย น่าลุ้นจริงจัง
รู้จักยอมตั้งแต่แรกนี่ แววกลัวเมียออกตั้งแต่ยังไม่จีบเลยค่า
-
อ่ะจ้าาาาาาา กระสุนด้าน
แต่เพื่อนเขาจับได้รึป่ะะะะ o18
-
:hao3: แต่ละคนช่างเจ้าเล่ห์
-
:L2: :pig4:
-
อยากเห็นคุณทิมคิวท์ๆ เวลาอยู่กะนุ้งพอร์ช ต้องน่ารักมากๆ แน่ๆ :-[
-
พอร์ชมันร้าย
ทับทิมระวังตัวนะ
อย่าไปใว้ใจมัน
-
:pig4: :pig4:
-
:กอด1:
รอติดตามตอนต่อไปจ้า
ตื่นเต้นจริงๆ ว่าจะผ่านด่านแรกยังไง อิอิ
-
มารอติดตามน้องทิมจ้าาา :katai5:
-
:-[ หวายๆๆๆๆ น้องทิมจะรอดไหมเนี่ย
-
แก๊งลูกเพื่อนแม่ต้องระวังแล้วนะ ดูท่าคุณพอร์ชจะร้ายไม่เบา o18
-
Jewelry Design
#อัญมณีที่รัก
ผมออกแบบแหวนแต่งงานให้คนอื่นมามากมาย
คงมีแค่คนเดียวที่ผมจะไม่ได้ออกแบบแหวนแต่งงานให้
คนๆ นั้นก็คือตัวผมเอง…
- นพจินดา วรโชติเมธี -
- CH.2 -
Zircon
เพทาย
“ทิม ลูกค้ามึงสะอาดปลอดภัยแน่นะ พอร์ช เพิร์ช อะไรนี่”
“ถ้าหมายถึงเรื่องที่พวกมึงกำลังคิดอยู่กูว่าไม่น่าใช่”
“มีอยู่เรื่องเดียวนี่แหละที่พวกกูเป็นห่วงมึงเนี่ย”
“เขาอาจจะเกลียดดูด้วยซ้ำด่าเขาไว้เยอะเลยว่ะ”
“ใครจะเกลียดมึงลงทิมมองหน้ามึงสามวิเขาก็ละลายเป็นน้ำแล้ว”
เบนจับเพื่อนโยกหัวไปมาก่อนจะกระโดดไปนั่งเล่นเกมกับคินต่อ รามิลที่นั่งอยู่โซฟาฝั่งตรงข้ามเลยลุกเดินมานั่งข้างๆ รามิลยอมรับว่าลูกค้าของทิมที่เจอกันที่สนามยิงปืนดูไม่ธรรมดา ถึงแม้ภายนอกจะดูเป็นลูกหลานไฮโซทั่วๆ ไปและท่าทางก็ไม่ได้เข้าหาทิมในเชิงจีบเหมือนคนอื่นๆ ออกจะกวนตีนไอ้ทิมด้วยซ้ำ
แต่ก็ไม่แน่ป่ะวะ
คนแบบนี้อันตรายกว่าคนที่เข้ามาจีบโต้งๆ อีก
“มีอะไรต้องรีบบอกพวกกูนะ”
“เออบอกทุกเรื่องเลย”
“แล้วเรื่องวันนี้มึงรู้ใช่ไหมทิม”
“รู้..คนอย่างกูดูออกอยู่แล้ว”
“ถึงพวกกูจะมีแฟนแต่กูกับเบนก็ยังอยู่กับมึงเสมอนะทิม ส่วนไอ้คินมึงจิกหัวใช้มันได้ยี่สิบสี่ชั่วโมงเลย มา..หอมหัวที”
รามิลหลบหมอนที่คินโยนมาจากหน้าทีวีก่อนจะคว้าเอาทิมที่นั่งอยู่ข้างๆ มาหอมตรงข้างขมับ ทับทิมแทบจะยกขาถีบสองคนหน้าทีวีได้ยินเสียงโวยวายเลยเข้ามาร่วมวงด้วย แน่นอนว่าคนโดนรุมคือทิมที่ตอนนี้ผมเผ้ายุ่งเหยิง มือก็พยายามผลักเบนกับคินให้ไปไกลๆ รามิลเลยลุกออกมายืนมองในฐานะหัวหน้าแก๊ง
ต่อให้เราทั้งสี่คนจะมีคนรักเป็นตัวเป็นตน
แต่ความสัมพันธ์ของเราจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เขาเชื่ออย่างนั้น
“ดังเหมือนกันนี่”
ทิมถือคติรู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ทันทีที่เขาใส่ชื่อจริงลงไปช่องค้นหาแค่เพียงไม่นานข้อมูลและรูปถ่ายรวมทั้งบทสัมภาษณ์ขึ้นมาเต็มไปหมด ตอนที่เรียนอยู่ระดับมหา’ลัยก็น่าจะดังในโลกโซเชียลพอสมควร พอจบมาก็ได้ตำแหน่งสถาปนิกหนุ่มโสดในฝันต่ออีก ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่..ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้วทิมยังคิดเลยว่าบางที พอร์ช พชร อาจจะได้ทาบทามเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยซ้ำ
ยอมรับว่าผลงานการออกแบบเก่งมาก
ไม่แปลกที่จะดังขนาดนี้ ผลงานที่ได้รับรางวัลยาวเป็นหางว่าวไหนจะมีข่าวว่าบริษัทใหญ่ๆ ซื้อตัวกันให้วุ่นแต่เจ้าตัวดันหนีไปเปิดบริษัทเอง ถึงจะไม่ได้ใหญ่เทียบเท่าบริษัทอื่นแต่แค่นี้คิวของสถาปนิกพอร์ชก็ยาวไปถึงสิ้นปีแล้ว
แต่บทสัมภาษณ์เกี่ยวกับความรัก..ไม่มีคำตอบว่าโสดไม่โสดหรือพวกสเปคก็ไม่ได้บอกอะไรชัดเจน ตอบอ้อมโลกไม่ก็กว้างๆ ไว้ก่อน เดาไว้สองอย่าง หนึ่งคือมีแฟนเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้วเลยตอบเลี่ยงๆ เพราะไม่อยากให้กระทบ สองคือยังไม่มีคนรักมีแต่คนควงเล่นๆ แต่สำหรับทิมเดาไว้ว่าข้อสองเพราะเหตุการณ์ที่เขาเจอมาสองครั้งสองคราไม่น่าจะใช่ข้อแรก ทิมเลื่อนอ่านสัมภาษณ์ในคอลัมน์หนุ่มโสด
Q: ความรักสำหรับพอร์ชคืออะไร
A: บ้านครับ..ตอบแบบสถาปนิกเลยแล้วกัน บ้านสำหรับผมคือทุกอย่าง ความสุข ความรัก ความสบายใจ ถ้าผมรักใครเขาจะเป็นทุกอย่างสำหรับผมเหมือนกัน ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าเวลาผมรักใครผมให้เขาได้100%
Q: พอร์ช พชร ชอบคนแบบไหน
A: แบบไหนเหรอ..แบบคนที่ผมชอบ อธิบายไม่ถูกเหมือนกันครับถึงเวลาถ้าชอบคนนี้คงไม่ได้คิดถึงสเปคเท่าไหร่
Q:และคนแบบไหนที่จะทำให้พอร์ชปวดหัว
A: ประเภทดื้อละมั้ง ประเภทไม่ยอมคนนี่คงต้องสู้กันหน่อย
Q: พอร์ชได้วางแผนชีวิตรักไว้ไหม
A: ครับ คิดไว้ตั้งนานแล้วผมอยากออกแบบบ้านของตัวเองเอาไว้ใช้เป็นเรือนหอด้วยให้เราอยู่ด้วยกัน ผมจะเอาแหวนแต่งงานที่ออกแบบพิเศษขอแต่งงานกับคนที่ผมรัก งานแต่งไม่ต้องใหญ่โตมากแต่ภรรยาผมจะอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวไม่ต้องฟูๆ ฟ่องๆ ก็ได้ใส่รองเท้าผ้าใบยังได้เลยผมไม่ซีเรียส แล้วก็ผมอยากมีลูกชายหนึ่งคนลูกสาวหนึ่งคนจะว่าไปแฝดทีเดียวไปเลยก็ดีเหมือนกัน นี่แหละครับครอบครัวของผม แต่จริงๆ ก็ต้องถามว่าที่ภรรยาผมในอนาคตด้วยนะ
ว่าแล้ว..
มิน่าล่ะถึงอยากให้เขาออกแบบแหวนแต่งงาน ผู้ชายทุกคนก็อยากมีชีวิตครอบครัวแบบนี้ทั้งนั้น อุตส่าห์พักจากการออกแบบแหวนแต่งงานก็ยังมาเจอแหวนแต่งงานอีก ทิมเองก็ไม่รู้ว่าถึงเวลานั้นเขาต้องออกแบบแหวนให้พอร์ชกี่วงกันเพราะยังไงส่วนมากแหวนแต่งงานก็ออกแบบเป็นคู่อยู่แล้ว
สงสัยตอนนั้น…เขาคงได้เจอว่าที่ภรรยาของเจ้าเด็กนี่ด้วยละมั้ง
ถ้าไม่ตีกันตายไปซะก่อน
Jewelry Design
“ลูกค้าไม่โอเคกับแบบเหรอวะพอร์ช ทำไมหน้าเป็นงั้น”
“ลูกค้าบอกจะเปลี่ยนเอาประตูมาอยู่ฝั่งขวา กูปวดกระบาลเลยสองวันก่อนยังบอกให้อยู่ฝั่งซ้าย”
“เดาไว้เลยว่าฮวงจุ้ยแน่ๆ”
“ถูกต้องเลยครับ นี่อยากให้มีน้ำพุกลางห้องนั่งเล่นด้วยกูนี่ยกมือขึ้นมากุมขมับรอ”
“อาทิตย์หน้ามึงเจอบ่อปลาคราฟในห้องนอนแน่พอร์ช เตรียมตัวเลย”
“กูร้องไห้แล้ว”
พอร์ชโยนกุญแจรถลงบนโต๊ะแล้วเอนตัวลงนอนบนโซฟาตัวยาว หลังจากคุยกับเพื่อนที่เปิดบริษัทด้วยกัน มีนเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเป็นเพื่อนตายตั้งแต่รับน้อง กอดคอร่วมเป็นร่วมตายกันมาห้าปีเลยตัดสินใจร่วมลงทุนลงแรงด้วยกันต่อหลังจากเรียนจบ กรีดเลือดด้วยเหล้าหนึ่งจอกว่าอยู่จะด้วยกันไปจนตาย มีนเดินมาหาพร้อมกับยื่นขวดน้ำให้พร้อมกับบอกว่าเมื่อตอนบ่ายมีโทรศัพท์เข้ามาจาก คุณนพจินดา
“เขาบอกโทรหามึงแล้วมึงไม่รับสาย เลยลองโทรมาที่นี่แต่กูบอกแล้วนะมึงอาจติดลูกค้าอยู่”
พอร์ชหยิบโทรศัพท์ขึ้นมานี่ก็เพิ่งมีเวลาจับโทรศัพท์หลังจากคุยกับลูกค้าอยู่นาน พอมันโชว์ชื่อที่โทรเข้ามาก็เลยลองโทรกลับแต่อีกฝ่ายก็ไม่รับสายเขาเหมือนกัน พอร์ชเลยกดวางวันนี้เขาโคตรเหนื่อยกับงานเลยคิดว่าเอาไว้พรุ่งนี้ค่อยโทรหาคุณทิมใหม่ แต่พอคิดแบบนั้นก็กดเข้าอินสตาแกรมเขาไม่ได้ฟอลของคุณทิมไว้หรอกแต่จำชื่อได้แม่น
โห..วันนี้ลงรูปตัวเองด้วยเว้ย
เป็นรูปที่ตัวคุณทิมนอนคว่ำบนเตียงแล้วบนกลุ่มผมสีน้ำตาลมีเจ้าหนูยักษ์? สีขาวตัวเดิมมองกล้องอยู่ด้วย และแน่นอนว่าจำนวนไลค์เยอะจนเขาเองยังตกใจกับจำนวนตัวเลขที่ปรากฏ แค่ลงรูปตัวเองนี่มันขนาดนี้เชียวเหรอวะ
“อารมณ์ดีแล้วเหรอวะพอร์ช”
“ พูดกับกูเหรอ?”
“ก็มึงยิ้มอยู่เนี่ยเมื่อกี้มึงยังหน้าตึงคิ้วขมวดเป็นปมอยู่เลย”
พอร์ชยกมือขึ้นมาจับหน้าตัวเองเพิ่งรู้ตัวว่าเขากำลังยิ้มอยู่โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ แต่พอมีนทักก็กลับมาทำหน้านิ่งตามเดิมจนเพื่อนเริ่มบ่นเบาๆ ว่าเขาทำงานหนักจนเริ่มบ้าให้พักผ่อนซะบ้าง พอร์ชกลับมาสนใจโทรศัพท์ตามเดิมกำลังจะกดออกจากรูปที่เปิดค้างไว้แต่ข้อความที่โชว์ขึ้นมาทำให้พอร์ชลุกจากโซฟา
คาเฟ่ตกแต่งแนววินเทจที่อยู่ตรงหน้าคือร้านที่เขาเป็นคนออกแบบเองทั้งหมด พอเห็นลูกค้านั่งกันอยู่เต็มร้านก็ยิ้มออกมาท่าทางจะขายดีน่าดู พอร์ชเปิดประตูเข้ามาในร้านพนักงานที่คุ้นหน้าคุ้นตาก็ยกมือไหว้เขาก่อนจะบอกว่าเจ้าของร้านอยู่ด้านใน แต่ยังไม่ทันจะก้าวไปไหนคนที่กำลังนั่งยองๆ เลือกขนมที่วางอยู่บนชั้นทำให้พอร์ชต้องตั้งใจมองอีกครั้ง
คุณทิม ?
มาได้ไงวะเนี่ย
“พายลูกตาลก็อร่อย แต่ถ้าไม่ชอบพายข้าวโพดก็โอเคนะครับ”
ทันทีที่เขาพูดจบคนที่ถือที่คีบไว้ในมือก็เงยหน้าขึ้นมามองตากลมโตนั้นจ้องเขาเต็มๆ แต่ก็ไม่ยอมพูดอะไรสักคำ พอร์ชรู้สึกว่ายิ่งมองแบบนี้คุณทิมก็ยังดูเด็กมากถ้าไม่บอกว่าอายุจริงสามสิบแล้ว
“คุณพอร์ชทำงานเสร็จแล้วเหรอครับ”
“ครับ วันนี้ผมติดลูกค้าทั้งวันเลย”
“คุณพอร์ชไม่รับโทรศัพท์ผมเลยนะครับ”
“คือ”
“ผมโทรตั้งหลายสายทำอะไรอยู่เหรอครับ”
“เดี๋ยวก่อน”
ให้ตาย..ประโยคแปลกๆ พิกลพนักงานอาจจะหูผึ่งเมื่อได้ฟังที่เขาคุยกันอยู่ คุณทิมลุกขึ้นแล้วประคองถาดขนมปังเดินเข้ามาหา ตอนนี้ลูกค้าในร้านคงจะเข้าใจผิดไปถึงไหนต่อไหน เด็กผู้หญิงที่อยู่ในชุดนักเรียนสองคนมองมาที่เขาสองคนแล้วยิ้มๆ
“ถ้าผมมีเรื่องด่วนจะทำยังไงเหรอครับคุณพอร์ช”
“ผมขอโทษที่ไม่ได้รับสายคือผมแทบจะไม่ได้จับโทรศัพท์เลย”
“ยุ่งมากเลยเหรอครับไม่มีเวลาให้ผมเลย”
“ผมไม่ได้จะแก้ตัวแต่คือลูกค้า....”
พอร์ชเริ่มรู้ตัวละเมื่อเห็นว่าใบหน้าของคุณทิมกำลังยิ้มอยู่..มันไม่ใช่ยิ้มแบบยิ้มที่เขาเคยเห็นตอนนี้นี่มันรอยยิ้มเดวิลชัดๆ นี่เขากำลังโดนแกล้งอยู่ใช่ไหมเด็กผู้ชายในชุดนักศึกษาที่กำลังหยิบคุ้กกี้พูดเบาๆ ว่าแฟนน่ารักขนาดนี้อย่าทำให้โกรธเลยพี่ เอ๊า!..ไปกันใหญ่แล้วโว้ย โอเคตอนนี้เขาต้องตั้งสติแถมตัวต้นเหตุยังเดินหนีไปคีบขนมหน้าตาเฉย
“คุณทิมตั้งใจกวนผมใช่ไหม”
“ก็คุณพอร์ชไม่รับโทรศัพท์ผมจริงๆ ”
“ผมโทรกลับแล้วไง”
“ผมก็ไม่ว่างรับแล้ว”
“สรุปว่านี่เรื่องสำคัญหรือเปล่าครับหรือว่า..”
“ว่า”
พอร์ชเอียงหน้ามาหาคนที่กำลังจะคีบโดนัทโรยน้ำตาล
ทิมเลยหยุดคีบขนมแล้วหันมามอง
“อยากคุยกับผม”
“ไม่อยาก”
โห..ตรงกว่าไม้บรรทัด
กว่าจะคุยกันรู้เรื่องก็หลายนาทีสรุปคุณทิมจะนัดคุยเรื่องเครื่องประดับต่อ หลังจากที่สร้อยของคุณป้าสายรุ้งออกแบบเสร็จเรียบร้อยและแน่นอนว่าป้าของเขาชอบมากชมแล้วชมอีก Pure Jewelry ทำงานมืออาชีพมากๆ ทุกอย่างเป๊ะเหมือนที่ได้รับคำชมมาตลอดหลายสมัย
“ชอบทานขนมเหรอครับ”
“ครับ”
“ที่นี่เป็นร้านของเพื่อนผม”
“ขอโทษค่ะที่ให้รอนานอันนี้ สตรอเบอรี่ช็อตเค้กของคุณทิมอ้าวพอร์ชมานานยัง”
เจ้าของร้านคุณพิมออกมาจากด้านหลังแล้วยื่นกล่องใส่เค้กให้ลูกค้าที่พอได้ยินเจ้าเค้กที่อัดแน่นไปด้วยครีมสดและสตรอว์เบอร์รี่ลูกโตๆ คุณทิมลืมเรื่องที่กำลังคุยกันอยู่แล้วยื่นมือไปรับกล่องเค้กมาถือไว้ ท่าทางจะชอบผลไม้เจ้าลูกแดงๆ นี่มากเห็นในถาดก็มีแต่ขนมที่เกี่ยวกับสตรอว์เบอร์รี่ซะส่วนใหญ่
“ขอตัวก่อนนะครับคุณพอร์ช ตกลงเรานัดกันวันเสาร์ตอนบ่ายนะครับ”
พอร์ชตอบรับก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
เมื่อเห็นคุณทิมหอบขนมถุงโตไว้ในอ้อมแขน
“พิม ขนมของพอร์ชกับมีนพิมเก็บไว้ให้หรือเปล่า”
“เก็บไว้ให้แล้วเยลลี่ผลไม้”
“มีสตรอว์เบอร์รี่ไหม”
“มีแค่สองอันเองมั้งที่เหลือเป็นผลไม้รวม”
“พอร์ชขอตอนนี้เลยได้ไหม”
ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจแต่พิมก็เข้าไปหยิบเยลลี่ผลไม้มาให้พอร์ชสองอันก่อนที่พอร์ชจะรีบเปิดประตูออกไปหน้าร้าน ดีที่คุณทิมยังเดินไม่ถึงรถ พอร์ชเลยเรียกไว้ทัน
“ถือว่าไถ่โทษที่ผมไม่รับโทรศัพท์อันนี้ของโปรดผม คุณทิมน่าจะชอบเหมือนกัน”
พอร์ชยื่นเยลลี่ผลไม้สตรอว์เบอร์รี่ลูกโตให้คนที่พอเห็นแล้วก็ตาเป็นประกาย เขาไม่รู้ว่าคุณทิมรู้ตัวหรือเปล่าว่าชอบหลุดภาพลักษณ์เก๊กๆ นิ่งๆ เวลาที่เจอของถูกใจ แต่ก็น่าจะฟอร์มเยอะอยู่ถึงไม่ยอมยื่นมือมารับสักทีจนเขาต้องบอกว่าพิมฝากมาให้ชิมถึงได้ยอมรับไป พอร์ชมองตามหลังคนตัวเล็กที่หอบถุงขนมไปยังรถที่จอดอยู่ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ก่อนจะตะโกนบางอย่างออกไป
“ต่อไปนี้จะรับโทรศัพท์ทุกครั้งที่โทรมาเลยนะจ๊ะที่รัก”
ขอเอาคืนหน่อยเถอะกวนเขาไว้เยอะและแน่นอนว่ามันได้ผลคนที่กำลังจะเดินอยู่หยุดชะงักและลูกค้าที่กำลังเดินอยู่แถวนั้นต่างหันมามองกันหมด ทิมรีบเปิดประตูรถเมื่อเห็นว่าพอร์ชยังโบกมือไม่เลิก
“วันนี้พอร์ชร่าเริงจังเลย ไหนวันนี้มีนบอกพอร์ชเซ็งๆ เพราะเจอลูกค้าเรื่องมาก”
“ตอนแรกก็เซ็งๆ แต่ตอนนี้หายแล้ว”
“แล้วนี่พอร์ชรู้จักคุณทิมด้วยเหรอ”
“ลูกค้า หมายถึงพอร์ชนะที่เป็นลูกค้าเขา”
“พิมนึกว่าคุณทิมเป็นลูกค้าพอร์ชซะอีก ยังคิดอยู่เลยว่าคุณทิมอาจจะจ้างพอร์ชออกแบบคฤหาสน์ร้อยล้าน ”
“เขาไม่น่าจะจ้างพอร์ชนะ”
“ก็พิมไม่เคยเห็นพอร์ชยกของโปรดให้ใครเลยขนาดมีนขอกินยังไม่ให้นี่ถึงขนาดยกให้คุณทิมง่ายๆ พิมก็แปลกใจเหมือนกัน”
พิมเดินกลับเข้าร้านไปแล้วเพราะพนักงานออกมาตาม พอร์ชได้แต่บอกว่าเดี๋ยวตามไปจะว่าไปวันนี้เขาทำเรื่องแปลกๆ หลายเรื่องเหมือนกัน แต่ที่รู้วันนี้จากอารมณ์ดิ่งๆ กลับดีขึ้นมาร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน
....................
......................................................
-
Jewelry Design
“คุณพอร์ชดูไม่ชอบทำงานในออฟฟิศนะครับ”
“บอกตามตรงก็ไม่ชอบครับ เราไม่ต้องคุยกันในห้องประชุมแบบทางการก็ได้อีกอย่างวันนี้ก็วันหยุดด้วยคุยกันแบบสบายๆ ดีกว่าครับ”
สบายจริงๆ เพราะเจ้าตัวมาในชุดเสื้อยืดกางเกงสามส่วนรองเท้าผ้าใบแต่งตัวเด็กจนแทบไม่เหลือภาพลักษณ์สถาปนิกที่เขาเจอวันนั้นเลยสักนิด โคตรตรงกันข้ามกับทิมที่คิดเสมอว่าลูกค้าก็คือลูกค้าเลยแต่งตัวเต็มยศทุกวัน วันนี้ก็เช่นกันด้วย
“สร้อยข้อมือของคุณนภาดาขอแบบเรียบๆ ใช่ไหมครับ”
“ครับ ป้าดาค่อนข้างธรรมมะธัมโมเอาตัวสร้อยเรียบๆ แล้วก็มีพลอยแค่เม็ดสองเม็ดก็พอครับ แบบของป้าดาติดต่อผมได้เลยนะครับตอนนี้ป้าน่าจะอยู่ที่วัด”
“แล้วอย่างนี้ถ้าคุณดาไม่ชอบแบบที่ผมออกแบบให้ล่ะครับ”
“ป้าดารักผม ผมบอกว่าสวยป้าดาก็ชอบแล้ว”
คุณทิมตอบรับว่าอ้อ..ก่อนจะก้มลงจดรายละเอียดต่อ พอร์ชหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาดื่มดีที่คุณทิมยอมออกจากออฟฟิศของ Pure Jewelry หลังจากที่เขาบอกว่าไปคุยงานที่ร้านกาแฟหรือร้านอาหารสบายๆ จะดีกว่า ไม่อยากจะให้เป็นทางการจนเกินไป แต่ไม่รู้ว่าเขาคิดถูกหรือคิดผิด ก็โต๊ะข้างๆ โตะข้างหน้าเผลอๆ ข้างหลังด้วยกำลังแอบมองคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ข้างๆ เขา
ก็ยอมรับว่าหน้าตาคุณนพจินดาโดดเด่นกว่าทุกคน
แต่ก็ไม่คิดว่าจะฮอตป๊อปปูล่าขนาดนี้
“มีคนแอบมองคุณทิมอยู่นะเผื่อคุณไม่รู้”
“โต๊ะข้างซ้ายเสื้อเทา โต๊ะข้างขวาเสื้อขาว โต๊ะข้างหน้าเสื้อฟ้า”
“นี่เขาคิดว่าคุณกับผมเป็นแฟนกันหรือเปล่าถึงไม่มีใครกล้าเข้ามา”
“เขาอาจจะคิดว่าผมพาน้องชายมากินกาแฟก็ได้”
“ผมดูเด็กขนาดนั้นเลย”
“ก็คุณพอร์ชเด็กกว่าผมจริงๆ หรือว่าไม่เด็ก? ไหนแสดงให้ผมเห็นหน่อยซิครับ”
พอร์ชยิ้มนิดๆ ก่อนจะวางแก้วกาแฟในมือลงแล้วกระเถิบตัวเข้ามาใกล้ๆ ทิมหยุดเขียนเม้าส์ปากกาที่กำลังทำงานอยู่แล้วหันมามอง มือใหญ่ยกขึ้นมาเช็ดตรงมุมปากทิมเบาๆ เพราะมีฟองนมเลอะอยู่นิดหน่อยก่อนจะก้มลงมากระซิบข้างๆ หูเฉียดแก้มขาวไปนิดเดียว
“เสื้อเขียวโต๊ะหลังกำลังลุกมาหาคุณ…หน้าตาไม่ค่อยน่าไว้ใจเท่าไหร่ต้องทำให้เขาคิดว่าคุณทิมไม่ได้พาน้องชายมากินกาแฟ”
จุก..
โดนศอกใส่ท้องไปเต็มๆ ตัวนิดเดียวแต่แรงเยอะชะมัด หลังจากประโยคนั้นคุณทิมไม่ได้พูดอะไรต่อนอกจากให้เขาเก็บของเพราะคุยงานเสร็จแล้ว เอาจริงๆ เขาก็รำคาญสายตาคนในร้านเหมือนกันคราวหลังเขาจะเลือกร้านไกลๆ คนน้อยๆ คุณทิมจะได้ไม่เสียสมาธิ เริ่มเข้าใจที่เพื่อนเขาบอก
ว่าทำไมเพื่อนต้องหวงขนาดนี้
คิดภาพถ้าสามคนของแก๊งลูกเพื่อนแม่อยู่ด้วยตอนนี้คนที่แอบมองคุณทิมอาจโดนกาแฟสาดใส่หน้าไปแล้ว
“พี่ทิม พี่ทิม!”
พอร์ชหันไปมองตามเสียงเรียกคุณทิมที่เดินออกมาจากห้องน้ำ แล้วมีผู้ชายที่ตัวพอๆ กันแต่สิ่งที่เห็นชัดคือแก้มที่ป่องออกมา เหมือนเคยเห็นที่ไหนพอร์ชก็นึกไม่ออก แต่ท่าทางจะสนิทกันมากมีลูบหัวลูบแก้มกันด้วยดูอย่างนี้แล้วเหมือนกันยังกะฝาแฝดได้ยินสรรพนามที่ได้ยินก็น่ารักดี พี่ทิม น้องคีย์
“คนที่คุยกับคุณทิมเมื่อกี้ผมรู้สึกคุ้นมากแต่นึกไม่ออก”
“คีตา นันทสกุลนักแต่งเพลง”
“เฮ้ย! จริงป่ะเนี่ยผมเป็นเอฟซีทุกเพลงที่เขาแต่งเลยนะแต่ไม่เคยเห็นหน้าเขาเลย”
“ขอลายเซ็นได้แต่ถ่ายรูปคู่ไม่ได้”
“อ้าว”
“แฟนหวงโคตรๆ”
“แต่คุณทิมคุยกับเขาน่ารักดีไม่อยากเรียกน้องพอร์ชพี่ทิมบ้างเหรอครับ”
“……………………………………………”
ไร้ซึ่งคำตอบแต่สายตาของทิมมองไปยังเกมเซ็นเตอร์ที่อยู่ด้านหลัง พอร์ชเองก็หยุดเดินไปด้วยเหมือนต่างคนต่างรู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินเข้าไปพร้อมกัน
อยู่ดีๆ มันเป็นแบบนี้ได้ไงวะ
พอร์ชปาดเหงื่อบนใบหน้าเมื่อเกมโยนลูกบาสที่เขาเล่นอยู่ตอนนี้กำลังดุเดือด จริงๆ ไม่เรียกว่าเล่นเรียกว่าแข่งแบบเอาเป็นเอาตาย ทันทีที่เขาและคุณทิมก้าวขาเข้ามาในเกมเซ็นเตอร์ก็ยังไม่ได้หยุดพักเลยสักนิด เล่นมันทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าทั้ง เตะบอล แข่งรถ ยิงปืน ปาลูกดอก แล้วก็มาจบลงที่โยนลูกบาสนี่
รู้ละว่าเป็นคนแพ้ไม่เป็น แต่ก็ไม่คิดว่าจะขนาดนี้
พอร์ชหันมามองคนที่ตอนนี้ผิดกับตอนที่เจอกันเมื่อเช้าลิบลับเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนถูกดึงออกมานอกกางเกง แขนเสื้อพับขึ้นถึงข้อศอกผมสีน้ำตาลยุ่งเหยิงเล็กน้อยหน้าตามุ่งมั่นจนพอร์ชหยุดโยนลูกบาสในมือจนกระทั่งเวลาในการเล่นเกมหมดแล้ว ทันทีที่เห็นคะแนนคุณทิมก็หันมามองเขาที่ยืนถือลูกบาสอยู่ก่อนที่เขาจะยกมือยอมแพ้คะแนนอีกฝ่ายเยอะกว่าเห็นๆ
“มันเหลืออันเดียวแบ่งกันได้ไหมครับ”
พอร์ชชูไอติมในมือขึ้นมาหลังจากหายไปนานคนที่นั่งพักเหนื่อยอยู่หันมามองก่อนที่พอร์ชจะหักยักษ์คู่รสโคล่าแบ่งเป็นสองอัน เพราะว่าเหนื่อยเกินกว่าจะพูดอะไรออกมาทิมเลยรับไอติมมาถือไว้
“ไม่ชอบไอติมเหรอครับ”
“ตอนเด็กๆ เราซื้อยักษ์คู่สองแท่งแล้วแบ่งกันสี่คน รามิลเป็นหัวหน้าแก๊งก็เลยต้องเป็นคนหักแต่ไม่เคยหักไอติมให้ตรงได้เลย โดนไอ้เบนด่าตลอด”
เออ..แก๊งลูกเพื่อนแม่นี่เขาก็มีมุมน่ารักนะ
ไม่ใช่เอะอะยิงทิ้งแบบหนังมาเฟียอย่างเดียว
“คุณพอร์ช”
“ครับ”
“ไม่ว่ายังไงคุณก็ยังเป็นลูกค้าของผม ผมจะถือว่างานก็ส่วนงานจะไม่เอามารวมกับเรื่องส่วนตัว และผมเองก็ไม่รู้ว่าคุณทำแบบนี้เพื่ออะไร อยากเอาคืนวันที่เจอกันที่ผับ หรือแค่อยากจะเอาชนะคนแบบผมเฉยๆ หรือไม่ก็หมั่นไส้หรือว่าเกลียดผม”
“…………………………………………………………”
“แต่ผมไม่ยอมแพ้คุณง่ายๆ หรอกนะถ้าคุณพอร์ชต้องการจะกวนประสาทผมก็พร้อมจะรับมือ ถ้าคุณคิดจะแกล้ง คุณก็จะเจอผมแกล้งคืนเหมือนกัน”
“……………………………………………………………..”
ทิมลุกขึ้นยืนเมื่อกินไอติมจนหมดแท่ง
ก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าพอร์ช
“แล้วก็เลิกแกล้งแพ้ได้แล้วมาสู้กันซึ่งๆ หน้า”
“คุณทิมรู้?”
“แล้วเรื่องวันนี้มึงรู้ใช่ไหมทิม”
“รู้..คนอย่างกูดูออกอยู่แล้ว”
ทำไมเขาจะดูไม่ออกว่าที่สนามยิงปืนกระสุนพอร์ชไม่ได้ด้านและก็จงใจยอมแพ้ไม่แข่งต่อ วันนั้นที่เขาไม่บอกให้อีกฝ่ายรู้เพราะว่าอยากดูท่าทีและยิ่งวันนี้ไม่ว่าจะแข่งอะไรเขารู้ว่าพอร์ชออมมือในทุกเกมที่แข่งให้เขาเป็นฝ่ายชนะทุกอย่าง
ทิมเดินเข้ามาใกล้พอร์ชมากกว่าเดิมดูจากสายตาพอร์ชในตอนนี้มันไม่ได้มีท่าทีว่าเข้ามาจีบมาหยอดอะไรแต่คิดว่าน่าจะเจอเรื่องสนุกๆ มากกว่าเหมือนเราสองคนต่างเล่นเกมกันอยู่เพื่อรอดูว่าใครกันแน่ที่จะแพ้ไปก่อน ทิมวางมือบนไหล่กว้างแล้วกระซิบข้างๆ หู
“ถ้าคิดว่าผมแสบมากแล้วก็ขอให้คิดผิดผมยังมีไม้ตายมากกว่านี้จำเอาไว้นะครับ น้องพอร์ช”
คุณทิมขอตัวกลับไปนานแล้วแต่พอร์ชยังคงนั่งเล่นเกมต่อ ปืนในมือยกขึ้นมายิงสัตว์ประหลาดตรงหน้าแต่ก็พลาดไปเยอะเหมือนกันเมื่อเทียบกับฝีมือที่เป็นเซียนเกมมาตลอดหลายปี เรื่องที่คุณทิมพูดวันนี้เขายอมรับว่าเขาชอบที่จะกวนประสาทให้คุณทิมอารมณ์เสียเล่น ยิ่งเพื่อนบอกว่าเป็นคนเข้าถึงยากก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าจะยากแค่ไหน และต้องทำแบบไหนที่จะให้คนแบบนพจินดา วรโชติเมธีที่เก่งกาจเสียศูนย์แต่ไม่คิดว่าคุณทิมจะมองเขาออกขนาดนี้
“รับมือไม่ถูกเลยว่ะขอกลับไปวางแผนใหม่อีกรอบ”
พอร์ชปล่อยปืนในมือลง
แล้วก้มหน้าซบกับตู้เกมตรงหน้าอยู่ดีๆ ก็นึกถึงเสียงของคุณทิมที่กระซิบข้างหู
น้องพอร์ช
สัดเอ๊ย เสียระบบไปหมด
ร้ายอะไรขนาดนี้วะ นพจินดา
TO BE CON
มาค่ะ ต่อไปนี้จะคือการฟาดฟัน
ใครจะแพ้ก่อนกัน ?
#อัญมณีที่รัก #ซีรีส์ลูกเพื่อนแม่
twitter @ribbinbo
-
ฟาดฟันกันมันมาก ขออีกสักตอนได้มั้ยคะ :m20:
-
พี่ทิมนำไปก่อนแล้วด้วยเสียงกระซิบข้างหู หุหุ :mew4:
-
:pig4: :3123: :3123:
-
:katai3:น้องพอร์ชเตรียมตัวแพ้ได้เลยค่ะ
-
หุหุหุ ฟาดฟันกันอีกหลาย ๆ ตอนเลยค่ะ อยากเห็นคนเป็นบ้า เชียร์พี่ทิมอยู่แล้ว
-
พี่ทิมระวัง
นัยพอร์ชคิดไม่ซื่อ
-
:katai2-1: คนพี่มาเหนือจริงๆ
-
มีคนเสียอาการ 5555555555555
-
Jewelry Design
#อัญมณีที่รัก
ผมออกแบบแหวนแต่งงานให้คนอื่นมามากมาย
คงมีแค่คนเดียวที่ผมจะไม่ได้ออกแบบแหวนแต่งงานให้
คนๆ นั้นก็คือตัวผมเอง…
- นพจินดา วรโชติเมธี –
- CH.3 Emerald –
มรกต
“ลูกค้าหรือศัตรูวะ”
“อย่ารักในรอยแค้นก็พอ”
“มีคนเห็นหน้าไอ้ทิมแล้วยังไม่ยอมแพ้ถือว่าแข็งแกร่งพอสมควร”
“ถ้ามันจีบทับทิมของเรา รามิลมึงต้องเตรียมตัวเลยนะ”
“ต้องถึงมือกูเลยเหรอวะพวกมึงฝีมือตกหรือไงแค่ไอ้คินคนเดียวก็พอแล้ว”
“ไอ้พอร์ชนี่ดูอันตรายกว่าที่คิดเสนอหน้ามานั่งร่วมโต๊ะกับเราได้ขนาดนี้ นี่กูจะเริ่มวางแผนรับมือตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”
“พวกมึงสามคนช่วยทำตัวปกติกันหน่อยได้ไหมไม่งั้นกูจะบอกให้ไม้กับคีย์จัดการพวกมึงนะ”
เพียงแค่ประโยคเดียวจากทิม สามคนที่กำลังสุมหัวกันอยู่เขยิบตัวออกจากกันทันที ก่อนจะแกล้งทำเป็นกระแอมแก้เก้อ เมื่อแขกทั้งสามคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามมองเขาทั้งสามคนแล้วยิ้มออกมา คนแรกคือคนที่พวกเขาคุ้นหน้ากันอยู่แล้ว พอร์ช พชร.. ซึ่งพักนี้เห็นหน้ามันบ่อยเหลือเกิน ยังกะสมาชิกแก๊งลูกเพื่อนแม่คนที่ห้า
ส่วนคนที่สองคือ เพื่อนของพอร์ชชื่อ มีน หน้าตาก็ดูหล่อดีเป็นสถาปนิกเหมือนกัน ส่วนคนสุดท้าย...
“เพิ่งเคยได้เจอคุณเบนจามินใกล้ๆ แพรเคยเห็นแต่ในงานไกลๆ”
คุณแพรวา..ใครก็ไม่รู้สถาปนิกชื่อดังแนะนำว่าคือลูกค้า แต่ท่าทางลูกค้าคนสวยคงไม่ได้อยากเป็นแค่ลูกค้าเพราะมือนี่แทบจะกอดแขนพอร์ชที่นั่งอยู่ข้างๆ เพราะในช่วงเวลากลางวันร้านอาหารที่รายล้อมไปด้วยตึกออฟฟิศทำให้ที่นั่งในร้านไม่พอ แก๊งลูกเพื่อนแม่ทั้งสี่คนบวกด้วยเพื่อนสะใภ้อันดับหนึ่งและสอง ต้นไม้และคีตา บังเอิญเหลือบไปเห็นคนสามคนที่ยืนรอพนักงานหาโต๊ะให้อยู่หน้าร้าน ทิมเลยเป็นฝ่ายทักขึ้นมาว่า
“นั่งด้วยกันไหมครับ”
และนั่นก็ทำให้โต๊ะเรากลายเป็นโต๊ะใหญ่กลางร้านและดูจะเป็นที่น่าสนใจของทุกคนมากทีเดียว
คีตา นันทสกุล มีคนรู้จักเป็นเรื่องปกติและไอ้เบนแยกเขี้ยวใส่ผู้ชายทุกคนคนที่เข้ามาขอถ่ายรูปคีตาแบบใกล้ชิด
“คุณแพรจะเปิดร้านเสื้อผ้าเหรอครับ”
“ค่ะ ทำเป็นโฮมออฟฟิศด้วยพอร์ชเก่งมากเลยค่ะ ออฟฟิศแพรสวยปิ๊งเหมือนที่คิดไว้”
“อย่างนี้ได้ออกแบบบ้านตัวเองด้วยหรือเปล่าครับคุณพอร์ช”
“ครับ บ้านหลังที่อยู่ตอนนี้ผมก็ออกแบบเอง มันเป็นสไตล์แบบที่ผมชอบแต่คนอื่นจะบอกว่าแปลกๆ หน่อย”
“แล้วคนที่อยู่ด้วยล่ะครับ”
“คุณคินหมายถึง...แฟน ? ภรรยา?”
พอร์ชเพียงแค่ยิ้มๆ ก่อนจะหันไปมองคนที่นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ คุณทิมนั่งเท้าคางมองเขาอยู่ตอนนี้และดูเหมือนคนทั้งโต๊ะจะรอฟังคำตอบของเขาเพราะทุกสายตามองมาที่เขาคนเดียว พอร์ชหัวเราะเบาๆ ก่อนจะบอก
“ยังไม่มีหรอกครับ”
“จริงเหรอครับ”
ว่าแล้ว..คุณทิมจะต้องไม่เชื่อแต่จะให้เชื่อง่ายๆ ก็คงไม่ได้เพราะตอนที่เจอกันครั้งแรกก็เจอช็อตเด็ดที่ผับ ครั้งต่อมาและครั้งไหนๆ ก็เจอเขาอยู่กับผู้หญิงตลอดเวลา อยากจะอธิบายให้ฟังว่าทั้งหมดนั่นไม่รวมที่ผับเป็นลูกค้าของเขา แต่ก็ได้แต่ปล่อยเลยตามเลย จะทำอะไรได้ในเมื่อเชื่ออย่างนั้นไปแล้ว
“คุณทิมไม่เชื่อผมเหรอครับ”
“แค่คิดว่าอย่างคุณพอร์ชไม่น่าจะโสด”
“ทำไมล่ะครับ”
“เห็นคุณพอร์ชบอกว่าอยากให้ผมออกแบบแหวนแต่งงานให้นึกว่ามีคู่หมั้นอยู่แล้ว”
“มันก็..เป็นเรื่องของอนาคตครับอะไรๆ ก็ไม่แน่นอนอย่างเช่น..”
“เช่น?”
“คนออกแบบแหวนอาจจะได้ใส่เอง”
ปึก!
ปัก!
โครม!
ทันทีที่จบประโยคนั้นแก๊งลูกเพื่อนแม่ทั้งสามคนก็โยนส้อมในมือ กระแทกแก้ว ตบโต๊ะ พอร์ชหันไปมองคุณรามิลกำลังโดนคุณต้นไม้ดุเรื่องที่โยนส้อมใส่จาน มีหันมาจ้องเขาเขม็งแต่พอโดนคุณไม้ตีแขนก็ทำท่าหงอย ส่วนคุณเบนจามินกำลังนั่งกอดอกทำท่าอยากต่อยเขาเต็มทนคุณคีตาที่นั่งอยู่ข้างๆ ต้องยกมือขึ้นมาพัดๆ ให้ และแน่นอนว่าคนสุดท้ายคือคุณคินที่เดาไว้ว่าไม่มีแฟนมาคุมเลยมองเขานิ่งๆ แต่เหมือนมีประโยคขึ้นมาบนศีรษะว่า
เดี๋ยวมึงเจอ...
นี่รู้สึกเหมือนอยู่ในหนังมาเฟียจริงๆ เถอะให้ตาย
เป็นมื้อกลางวันที่ตื่นเต้นมากไม่เคยเจอกลุ่มเพื่อนที่สนิทกันขนาดนี้มาก่อน แก๊งลูกเพื่อนแม่ทะเลาะกันแทบทุกประโยค มีเถียงกับเพื่อนแล้วก็หันไปตักอาหารให้แฟนหลากหลายอารมณ์จนตามไม่ทัน แต่ที่พอร์ชสังเกตคือคุณทิมไม่ค่อยกินข้าวเท่าไหร่ถึงแม้ในจานจะมีกับข้าวที่คุณมิล คุณเบน คุณคิน ตักใส่จานจนล้นแต่ก็ยังกินไม่หมด แต่สิ่งที่กินหมดและขอสั่งเพิ่มคือขนมหวานพานาคอตต้าสองสามถ้วยวางอยู่บนโต๊ะ
กินขนมเก่งจริงๆ
“ขอบคุณนะครับที่ให้ร่วมโต๊ะ ไม่งั้นผมคงไม่ได้ทานข้าวกลางวันแน่ๆ ”
“ไม่เป็นไรครับเรื่องเล็กน้อย หวังว่าต่อจากนี้เราคงได้เจอกันบ่อยๆ นะครับคุณพอร์ช”
ไม่รู้ว่ามันเป็นประโยคแบบไหนแต่ที่แน่ๆ ไม่น่าจะใช่ในทางที่ดีเหมือนประโยคขู่ให้กลัวซะมากกว่า ถึงแม้ใบหน้าของคุณคินจะยิ้มอยู่ก็ตามเถอะ แก๊งลูกเพื่อนแม่แยกย้ายกันไปแล้ว เพิ่งรู้ว่าแฟนคุณมิลเป็นเจ้าของร้านดอกไม้ SECRET GARDEN ตอนที่คุณไม้ยื่นนามบัตรมาให้คุณมิลนี่มองตาขวาง ส่วนคุณเบนพอบอกว่าเป็นแฟนคลับของคุณคีตาก็โดนจ้องแล้วจ้องอีก
ขี้หวงกันทั้งแก๊ง
“พอร์ชรอแพรแป๊บเดียวนะคะแพรไปเข้าห้องน้ำก่อน”
“เดี๋ยวครับคุณแพร”
งานเสร็จหมดแล้วแบบก็คุยกันเรียบร้อยแล้วข้าวก็กินแล้วด้วย ไม่รู้ว่าเขาจะต้องอยู่กับคุณแพรต่อทำไมกัน ไอ้มีนยืนหัวเราะก่อนจะขอตัวไปซื้ออาหารให้หมา เออ..ทิ้งกันไปให้หมด
“คุณพอร์ชไปเดทต่อเหรอครับ”
“เดทกับใครล่ะครับ”
“ลูกค้าสาวสวยของคุณไง”
“คุณทิม..อย่าเพิ่งไป”
พอร์ชเหลือบมองคุณแพรที่กำลังเดินกลับมาหา ทิมเลยหันไปมองก็พอรู้สถานการณ์อยู่บ้างเขาเจอเหตุการณ์แบบนี้จนชินแล้วอย่างน้อยแก๊งลูกเพื่อนแม่ก็เจอจนนับไม่ถ้วยก่อนจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตน ไอ้โดนลูกค้าจีบเนี่ยเรื่องปกติ เขาเองก็เหมือนกัน
“แค่นี้ก็จัดการไม่ได้เหรอครับ”
“ปากท้องก็สำคัญนะคุณ นั่นลูกค้ายกเลิกสัญญาขึ้นมาผมอดตายเลยนะไม่มีเงินซื้อข้าวกิน”
“นี่ผมเป็นคนที่ทำธุรกิจกับคุณ เป็นคู่แข่งและยังต้องเป็นคนช่วยกันผู้หญิงไม่ให้เข้าใกล้อีกเหรอ”
“นับหนึ่งถึงสิบคุณแพรกำลังจะเดินมาถึงแล้วนะ”
ทิมยิ้มนิดๆ ก่อนจะหันไปมองคุณแพรที่กำลังเดินเข้ามาหา ทิมเลยเขยิบเข้ามาใกล้พอร์ชที่ยืนอยู่ตรงหน้า ใกล้ซะจนพอร์ชเองเลือกที่จะเงียบ ถ้ามองไกลๆ ก็เหมือนคู่รักที่ยืนหยอกล้อกันอยู่ ทิมเห็นว่าคุณแพรที่กำลังเดินเข้ามาหาหยุดชะงักไปเหมือนกัน ทิมเงยหน้ามองพอร์ชที่ก้มหน้าลงมาหามือที่ตกข้างลำตัวเฉียดกันไปมาก่อนที่นิ้วก้อยจะเกี่ยวกันไว้หลวมๆ
“รู้หรือเปล่าว่าใช้วิธีนี้มันเด็กมาก”
“จริงๆ ผมก็ยังเด็กกว่าคุณทิมนะเมื่อวันก่อนคุณยังเรียกผมว่าน้องพอร์ชอยู่เลย”
“อยากให้เรียกอีกเหรอครับ”
“ไม่อยากให้ผมเรียกพี่ทิมบ้างเหรอครับ แต่ก็ไม่โอเคเท่าไหร่ผมไม่อยากดูเด็กในสายตาคุณ”
“ตอนนี้คุณก็ดูเด็กมาก”
“ผมจะงอแงมากกว่านี้เพราะผมไม่อยากไปไหนกับคุณแพรต่อ..อย่าเพิ่งปล่อยครับ”
นิ้วก้อยที่กำลังจะผละออกโดนเกี่ยวเอาไว้อีกรอบท่าทางเหมือนลูกหมาแต่ตัวโตทำหน้าอ้อนๆ ทำให้ทิมหลุดหัวเราะออกมาโดยที่ไม่รู้ตัว รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่พอร์ชเห็นมันเหมือนครั้งที่สนามยิงปืน และมันก็ทำให้เขาเองยิ้มออกมาเหมือนกันต่างคนต่างยิ้มอยู่อย่างนั้น เมื่อคุณแพรเดินมาถึง ท่าทางของทั้งคู่ทำให้ลูกค้าสาวสวยได้แต่ยืนขมวดคิ้ว สายตามองไปยังนิ้วที่เกี่ยวกันอยู่และก็ดูไม่มีทีท่าว่าจะปล่อย แพรวาเริ่มเข้าใจเหตุการณ์ตรงหน้าก่อนจะเอ่ยขอตัวกลับ
“ก็ไม่เห็นยากนี่”
“เดี๋ยวคุณแพรก็มาใหม่ผมปฏิเสธไปรอบที่ร้อยแล้ว”
“คุณพอร์ชไม่เด็ดขาดเองช่วยไม่ได้นะ”
“ร้านคุณแพรใกล้เสร็จแล้วครับ ถ้าเสร็จงานแล้วก็คงปฏิเสธจริงจังสักที”
“ผมคงช่วยแค่ครั้งเดียวไม่ได้มีน้ำใจขนาดนั้นไม่ชอบมีเรื่องกับใครถ้าไม่จำเป็นมันน่าปวดหัว ผมคงต้องไปแล้ว”
“วันนี้คุณทิมยิ้มบ่อย”
“ไม่ดีเหรอครับ”
“หมายถึงยิ้มที่ไม่ใช่ยิ้มธุรกิจหรือยิ้มเวลาวางแผนแกล้งใครอยู่”
“รู้สึกเหมือนโดนด่า”
“หมายถึงยิ้มแล้วน่ารัก”
พอร์ชพูดออกไปตามที่คิดโดยที่ไม่รู้ตัว ทิมเงียบลงเมื่อได้ยินประโยคนั้นชัดๆ ไอ้คนพูดเหมือนเพิ่งรู้ตัวเลยยกมือลูบต้นคอไปมาคล้ายกับว่าทำอะไรไม่ถูก ทิมบอกอีกครั้งว่าต้องไปแล้วแต่ก่อนที่จะผละออกไปเลยเอียงตัวเข้ามาหาพร้อมกับมือที่ตบลงบนอกกว้างของพอร์ชเบาๆ
“หน้าแดงนะเรา”
ก็ยังแสบอยู่เหมือนเดิม
นพจินดา
“สถาปนิกชื่อดังไฮโซร้อยล้านปฏิเสธลูกค้าสาวสวยเพราะกำลังกิ๊กกั๊กกับคุณชายแห่งวงการจิวเวลรี่”
“อะไรของมึงวะ”
“กอซซิบกระซิบ”
มีนเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นยอมรับว่าเห็นครั้งแรกนี่ใจตกไปถึงตาตุ่มโคตรตกใจ เพื่อนเขากับคุณนพจินดายืนใกล้กันแทบจะจูบกันอยู่แล้ว แต่พอยืนมองอยู่นานก็เริ่มรู้แล้วว่าทั้งเพื่อนเขาและคุณนพจินดากำลังทำอะไรกันอยู่ ก็พอดูออก..ก็แค่แสดงให้คุณแพรหนีกระเจิงแล้วดูเลือกแผนอย่างกับละครแต่มันก็ได้ผลแปลกแต่จริง....
“ถ้าเพื่อนคุณนพจินดามาเห็นภาพเมื่อกี้มึงโดนกระทืบตายแน่พอร์ช แค่ในร้านอาหารที่มึงแกล้งหยอดกูยังนึกว่าจาน ชาม ช้อน ส้อมจะเขวี้ยงใส่หัวมึงแล้ว”
“เออ เพื่อนหวงฉิบหายถ้ากูหายเกินห้าชั่วโมงมึงสงสัยแก๊งลูกเพื่อนแม่นี่ก่อนเลยนะ”
“เขาก็ดูไม่ธรรมดามึงก็ร้ายใช่ย่อยแต่..”
“แต่?”
“เมื่อกี้กูรู้ว่าต่างคนต่างแสดงไม่ใช่เรื่องจริงแต่มีแค่แวบหนึ่งที่กูคิดว่าไม่ใช่...”
“ตอนไหน”
“ตอนที่คุณนพจินดายิ้ม มึงมองหน้าเขาแล้วก็ยิ้ม ตอนนั้น...กูยังคิดเลยมึงแม่งยิ้มแบบนี้ก็เป็น แบบที่เอ็นดูใครสักคน แบบเขาน่ารักเลยต้องยิ้มออกมาความสัมพันธ์มึงกับเขานี่อะไรวะ”
“เล่นเกมกันอยู่”
มีนได้ยินคำตอบเพื่อนก่อนจะหัวเราะออกมา ก็ไม่รู้ว่าสองคนนี้กำลังทำอะไรแต่ก็ไม่เบากันทั้งคู่ต่างคนต่างไม่ยอมขิงก็ราข่าก็แรง แต่ที่เขาเห็นเมื่อกี้เพื่อนเขาเองน่าจะเสียคะแนนไปหลายแต้มอยู่เหมือนกัน
“ถามจริงชนะเขาสักครั้งยังคุณพชร”
สัด..ตอบไม่ถูกเลยว่ะ
Jewelry Design
“ทิม พี่ต่ายโทรมาตามแบบสร้อยข้อมือกับตุ้มหูเจริญกิจธารา ทิมแก้แบบเสร็จหรือยังเดี๋ยวจะทำไม่ทันนะ”
พลอยลองเคาะประตูเรียกน้องชายคนเล็กที่วันนี้บอกว่ายกเลิกนัดลูกค้าไปเพราะว่ารู้สึกไม่สบาย พอไม่มีเสียงตอบกลับมาพลอยเลยเปิดประตูเข้าไป คนที่นอนอยู่บนเตียงไม่ได้ขยับไปไหน ท่าทางไข้หวัดจะเล่นงานเข้าให้แล้วจริงๆ
“ทิม ทับทิมไหวหรือเปล่า”
“ปวดหัว”
“นี่รับงานเพิ่มอีกแล้วใช่ไหม พี่บอกแล้วไงปฏิเสธไปบ้างทิมทำหมดนี่ไม่ไหวหรอก”
“เกรงใจเขา เขาบอกทิมไว้ตั้งนานแล้วว่าอยากให้ออกแบบแหวนแต่งงานให้”
“แล้วก็ป่วยเห็นไหมเนี่ย..เสียงแทบไม่มี งานของเจริญกิจธาราทิมเป็นยังไงบ้างพี่ต่ายโทรมาตามแล้ว”
“พรุ่งนี้ทันไหมพี่พลอย”
“พี่ต่ายบอกเร็วสุดคืนนี้ ได้ตกลงแบบกับคุณพอร์ชหรือยัง”
ทิมส่ายหน้าไปมาก่อนจะยกมือลูบหน้าตัวเองเบาๆ มันเป็นความผิดของเขาเองที่รับงานเยอะจนทำไม่ทันขนาดนี้ จริงๆ ก็อยากทิ้งความเกรงใจไปบ้างแต่เอาเข้าจริงเวลาลูกค้ามาตื้อเพราะชอบผลงานมันก็ใจอ่อนอีกตามเคย ทิมพยักหน้าตอบรับตั้งใจจะลุกไปอาบน้ำแล้วโทรนัดพอร์ชแต่แค่ลุกขึ้นยืนก็เซจนพลอยร้องลั่น
“เอายังไงดี”
“ทิมไหว”
“ให้คุณพอร์ชมาที่บ้านดีไหม พี่ว่าทิมเดินไม่พ้นห้องเป็นลมแน่ตัวร้อนขนาดนี้”
“เฮ้ย...ให้ลูกค้ามาบ้านได้ไง”
“ต้องได้แล้ว เอาเบอร์คุณพอร์ชมาให้พี่”
บ้านวรโชติเมธีหลังใหญ่ดี ออกแนวปราสาทกรีกโรมันเสาต้นเบ้อเร่อ แต่นี่ไม่ใช่เวลามาวิเคราะห์แบบบ้าน..ตอนนี้ต้องตั้งสติก่อนพอร์ชนึกไปถึงตอนที่ได้รับโทรศัพท์จากคุณพลอยว่าให้มาตกลงเรื่องแบบเครื่องประดับที่บ้านวรโชติเมธีได้ไหม ในใจนี่มีคำถามร้อยแปดอย่างว่าเกิดอะไรขึ้นแล้วคุณทิมไปไหนทำไมถึงเป็นคุณพลอย
“รอตรงนี้ก่อนนะคะ ทิมกำลังลงมาไม่สบายหนัก”
อ้อ..ป่วยนี่เอง
แค่เพียงไม่นานคนที่เขาคุ้นเคยก็เดินลงมาจากบันได หอบของเต็มสองแขน ทั้งๆ ที่สภาพคนป่วยดูอ่อนเพลียจนเขาสังเกตได้แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นคุณทิมในแบบที่ไม่ใช่ชุดทำงานเนี๊ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อยืดตัวใหญ่กับกางเกงวอล์มสามส่วนยิ่งใส่แบบนี้ตัวเล็กลงไปเยอะ ผมสีน้ำตาลอ่อนไม่ได้เซ็ทเหมือนกันทุกวัน ปล่อยหน้าม้าให้ตกลงมาแต่ที่เขาเห็นแล้วต้องอมยิ้มคือบนหน้าผากขาวๆ มีแผ่นลดไข้แปะอยู่
“ขอโทษด้วยนะครับไม่ค่อยสุภาพเท่าไหร่ จะอาบน้ำเปลี่ยนชุดแล้วแต่พี่พลอยไม่อนญาต”
“ไม่เป็นไรหรอกครับผมไม่ได้ถืออะไร แล้วแบบสร้อย..”
“ไปทำงานข้างนอกตรงสวนได้ไหมครับ”
“แต่คุณทิมป่วย”
“แค่ไข้หวัดเอง”
“ผมยังไงก็ได้”
สุดท้ายเขาก็เดินมาที่ศาลาที่อยู่ตรงสวนดอกไม้เขาพอเดาได้ว่าคอนเซ็ปต์บ้านของวรโชติเมธีนี่ต้องเกี่ยวกับเทพนิยายแน่ๆ คุณทิมดึงเอาแผ่นลดไข้ที่แปะอยู่ออกก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำงาน วันนี้ดูไร้พิษสงเพราะป่วยจนตัวขาวซีด ตากลมๆ ก็มีน้ำตาคลอคงเพราะไข้ที่ขึ้นสูงเสียงก็แหบจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง
“งานเร่งเหรอครับ ที่จริงคุณทิมน่าจะนอนพัก”
“ต้องส่งแบบคืนนี้แล้วครับ”
“ถ้าไม่ไหวบอกผมนะครอบครัวผมไม่โกรธคุณทิมหรอก ถ้างานเสร็จไม่ทัน”
“ไม่เอา มันเป็นงานของผม”
คุณทิมส่ายหน้าพร้อมกับบอกว่าจะทำให้เสร็จ พอร์ชได้แต่นั่งมองคนที่ยกขาขึ้นมาชันเข่าวางไอแพตแล้วขีดๆ เขียนๆ อยู่แบบนั้น มืออีกข้างก็ยกขึ้นมาเสยผมที่ตกลงมาปิดหน้าปิดตาท่าทางรำคาญเต็มทน แต่สุดท้ายก็ปล่อยเลยตามเลย ทิมเหลือบตามองคนที่เอาแมคบุ๊คขึ้นมาทำงานบ้างก่อนจะเอ่ยเบาๆ
“ที่จริง..ผมรับงานแหวนแต่งงานมากะทันหัน”
“เรื่องปกติของสายออกแบบผมเองยังรับงานซ้อนจนหัวหมุนไปหมด แต่คุณทิมดูมีดวงกับแหวนแต่งงานนะครับ”
“มันมีความสุข..”
“ความสุข?”
“ทุกคู่ที่มาให้ผมออกแบบแต่งงานให้เขามาด้วยความรัก เวลาที่แหวนสำเร็จเป็นรูปเป็นร่างเขาจะดีใจกันมากๆ เอ่ยขอบคุณผมไม่หยุด เวลาที่ผมเห็นแหวนที่ผมออกแบบอยู่บนนิ้วของทั้งคู่ ผมมีความสุขมากจริงๆ”
“อย่างนี้ได้ออกแบบแหวนแต่งงานของตัวเองไว้บ้างไหมครับ”
มือที่กำลังทำงานอยู่หยุดชะงัก
ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ
“ไม่คิดว่าจะได้แต่งเลยไม่ได้ออกแบบไว้”
“รู้ได้ยังไงครับ”
“ตัวผม ผมก็ต้องรู้อยู่แล้ว คุณพอร์ช…อยากได้แหวนแบบไหนคิดไว้เลยนะครับ ถึงตอนนั้นพาว่าที่ภรรยามาด้วยก็ได้ยังไงแหวนแต่งงานก็ต้องออกแบบไว้สองวงอยู่แล้ว”
“ก็หวังว่าจะมีวันนั้นนะครับ”
ทั้งๆ ที่คำพูดอาจจะเป็นแค่ประโยคตอบรับธรรมดาๆ แต่ไม่รู้ว่าทำไมทิมถึงต้องเงยหน้าขึ้นมามอง แววตาของพอร์ชไม่ได้เศร้ามากนักแต่มันก็ไม่ใช่แววตาที่ดูมีความสุขเท่าไหร่
รอใครอยู่เหรอไง?
“ผมเคยอ่านบทสัมภาษณ์ของคุณ คุณพอร์ชวางแผนชีวิตรักไว้ดีมากนะทั้งเรื่องครอบครัวและบ้าน”
“ก็ยังไม่สมบูรณ์แบบเท่าไหร่หรอกครับ บ้านที่ผมอยู่ทุกวันนี้ก็อยากให้ภรรยาผมได้ออกแบบด้วย อยากให้เป็นยังไง แบบไหน ห้องนอนของเรา ห้องทำงานของเขา สวนหน้าบ้าน หรือแม้กระทั่งห้องของลูกๆ ผมอยากให้เขามีส่วนร่วม”
“…………………………………………………………………………..”
“ส่วนเรื่องแหวนแต่งงานผมไม่ได้โกหก ผมนึกภาพตัวเองใส่แหวนแต่งงานให้คนที่ผมรักเป็นฉากๆ เลยบางคนอาจจะคิดว่ามันก็แค่เครื่องประดับแต่สำหรับผมมันคือ ตัวแทนความรัก ผมถึงให้ความสำคัญกับแหวนมาก”
“…………………………………………………………………………..”
“ถ้าถึงคิวของผมแล้ว รบกวนคุณทิมช่วยออกแบบแหวนแต่งงานของผมอย่างสุดฝีมือเลยนะครับ”
“…………………………………………………………………………..”
ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าผู้ชายเจ้าเล่ห์อย่างพอร์ช พชร จะจริงจังกับเรื่องความรักขนาดนี้ ทิมเจอเรื่องแบบนี้มาเยอะเพราะต้องออกแบบแหวนแต่งงานเลยต้องฟังเรื่องราวความรักของทุกคู่รัก และมันก็นำมาใช้ในการออกแบบแหวน ทิมไม่ได้ออกแบบตามใจตัวเอง แต่เอาเรื่องราวความรักของคู่รักมาใส่ลงในแหวนแต่งงาน และนั่นคือเหตุผลที่แหวนแต่งงานที่ออกแบบโดย นพจินดา แห่ง Pure Jewelry แตกต่างจากที่อื่น
และสิ่งที่เขารู้ก็คือ ผู้ชายทุกคนอยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ
รวมถึงพอร์ช พชร เจริญกิจธารา ผู้ชายที่นั่งอยู่กับเขาตอนนี้ด้วยเช่นกัน
พอร์ชหันมามองเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ตอบอะไร สายตาที่มองเหม่อกับมือที่หมุนเม้าส์ปากกาไปมาเหมือนใช้ความคิด สายลมอ่อนๆ ที่พัดไปมาทำให้เส้นผมสีน้ำตาลปลิวไปตามลม บางส่วนก็ตกลงมาตรงข้างแก้มแต่เจ้าตัวก็ยังไม่มีทีท่ารู้สึกตัวเลยสักนิด
ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้พอร์ชเอื้อมมือไปสัมผัสกับเส้นผมสีน้ำตาลลื่นมือก่อนจะค่อยๆ ทัดไว้ตรงหลังใบหู ทิมรู้สึกตัวแล้วหันมาสบตากับคนที่ยังไม่ละมืออกไป ต่างคนต่างเงียบอยู่อย่างนั้น
สายตาที่มองกันอยู่มันไม่ใช่แววตาที่อยากจะเอาชนะเหมือนทุกครั้ง
และสัมผัสตรงข้ามแก้มมันอุ่นจนทิมเองไม่ได้ขยับตัวหนีไปไหน…
เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้ทั้งสองคนรู้สึกตัว พอร์ชชักมือกลับมาหยิบโทรศัพท์ก่อนจะบอกเบาๆ ว่าขอไปรับโทรศัพท์ก่อน ทิมเองก็พยักหน้ารับแล้วก้มหน้าทำงานต่อเหมือนเดิม พอร์ชลุกออกมาจากศาลากลางสวนก่อนจะกดรับเมื่อเห็นว่าคนที่โทรมาคือมีน
“พอร์ชอยู่ไหนวะ เข้าบริษัทไหมคุณแพรวาแวะมาเนี่ยมีแก้แบบอีกเหรอ”
“แก้อะไรไม่มีแล้ว แก้อีกร้านเขาเสร็จไม่ทันแน่”
“แล้วมึงจะเข้าบริษัทอีกป่ะวะกูจะออกไปหาลูกค้าอีกสองคนแล้วกลับบ้านเลย”
พอร์ชยกนาฬิกาขึ้นมาดูจริงๆ มันก็เหลือเวลาอีกตั้งเยอะตอนนี้เพิ่งจะสิบเอ็ดโมงกว่าๆ เองด้วยซ้ำ สายตามองไปยังทิมที่ยังคงนั่งทำงานอยู่ ท่าทางป่วยหนักแต่ก็ยังตั้งใจทำงานทำให้พอร์ชได้แต่ปล่อยให้มีนพูดต่อไปเรื่อยๆ โดยที่จับใจความไม่ได้สักนิดว่าเพื่อนพูดเรื่องอะไร
คงเพราะรำคาญผมที่ปลิวจนปิดหน้าปิดตา ทิมเลยเอาหนังยางขึ้นมามัดเป็นจุกน้ำพุไว้ด้วยความเคยชิน คงลืมไปว่าตอนนี้ไม่ได้นั่งทำงานคนเดียว พอร์ชยิ้มออกมาก่อนจะเอาโทรศัพท์ออกจากหูเมื่อมีนตะโกนเรียกชื่อดังลั่น
“กูอยู่บ้านคุณทิมมาตกลงเรื่องแบบสร้อยข้อมือ คงไม่ได้กลับเข้าบริษัทแล้วว่ะ”
“สู้กันอีกไหมคราวนี้”
“เออ..เวลากูเจอคุณทิมเหมือนฝึกวิทยายุทธ์ ต้องมีสมาธิ สติและความอดทนและตอนนี้กูเหนื่อยมาก”
“เขาเล่นงานมึงหนักเหรอวะมึงถึงเหนื่อยขนาดนี้”
พอร์ชยังไม่ทันได้ตอบคำถามของเพื่อนคนที่กำลังพูดถึงอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมามองแล้วก็ก้มลงทำงานต่อ เพิ่งรู้ว่าเวลาที่ตั้งใจทำงานคุณทิมก็ดูมีเสน่ห์ดี ยิ่งมองจากตรงนี้คุณทิมดูเด็กกว่าทุกครั้งที่ได้เจอทั้งเสื้อผ้า ทรงผม พอร์ชเห็นคุณพลอยเอาน้ำชาร้อนๆ มาให้เจ้าตัวน่าจะไม่ชอบเพราะเห็นว่าทำหน้าเบ้ใส่ พอโดนบังคับให้กินก็หลับตาปี๋เหมือนเด็กๆ
“เออเล่นงานกูหนักมาก เหนื่อยฉิบหายน่ารักจนกูเหนื่อยไปหมด”
สิ่งที่ได้ยินจากไอ้มีนคือ
มึงพูดบ้าพูดอะไรวะไม่รู้เรื่องเลยพอร์ช..
เออ..มึงอย่ารู้เรื่องเลยให้กูรู้เรื่องคนเดียวพอ
ในที่สุดงานก็เสร็จ พี่ต่ายคือผู้จัดการของ Pure Jewelry ที่ตรงดิ่งจากบริษัทมายืนรอแบบด้วยตนเอง แต่ท่าทางจะสนิทกันดีพอเดินเข้ามาหาก็ดึงจุกผมคุณทิมซะหัวแทบคว่ำ มีดุเบาๆ ว่าห้ามรับงานซ้อนอีกไม่ได้กลัวทำงานไม่ดีแต่กลัวว่าคุณทิมจะทำงานจนป่วยเหมือนอย่างวันนี้
เวลาหกโมงเย็นเสียงรถที่ดังขึ้นหน้าบ้านพร้อมกับคุณกาญจนาเดินหอบของพะลุงพะลังเข้ามา แม่บ้านเลยวิ่งเข้าไปช่วยถือพอร์ชเองก็เพิ่งเคยเห็นตัวจริงเพราะเขาไม่ค่อยออกงานเท่าไหร่ ทันทีที่คุณกาญจนาเห็นหน้าหลานชาย ชื่อเล่นที่คุ้นเคยก็ถูกเอ่ยออกมาหลังจากหลานชายคนเล็กพยายามส่งสัญญาณห้ามแล้วก็ตาม
“ทับทิมหลานย่าไม่สบายเหรอคะเห็นพี่ต่ายโทรมาบอก”
ทับทิม…
พอร์ชแอบกลั้นหัวเราะเมื่อเห็นว่าคุณทิมทำหน้าเซ็งสุดชีวิตทันทีที่ได้ยินชื่อตัวเอง ก็ว่าแล้วว่าทำไมชื่อเล่นของคุณนพจินดาถึงไม่ได้เป็นอัญมณีเหมือนพี่น้องคนอื่นๆ ก็พอเข้าใจว่าชื่อมันค่อนข้างเหมือนผู้หญิงเจ้าตัวคงไม่ค่อยอยากบอกใครด้วยชื่อนี้สักเท่าไหร่
เป็นมื้อเย็นที่สนุกสนานคุณกาญจนาคุยเก่งหยิบเรื่องนู้นเรื่องนี้มาคุยได้ไม่รู้จบ แต่หลานชายคนเล็กน่าจะไม่เอนจอยเท่าไหร่เพราะไข้ขึ้นจนตัวแดงหน้าแดงไปหมด โดนบังคับให้กินข้าวต้มก็กินไปแค่สองสามคำก็นั่งจิบน้ำเปล่า พอร์ชเห็นว่าควรจะให้คุณทิมได้พักผ่อนเลยขอตัวกลับก่อนเพิ่งรู้ตัวว่าเขาอยู่บ้านวรโชติเมธีตั้งแต่เช้าจนเกือบจะสองทุ่มอยู่แล้ว
“ขอโทษนะครับคุณพอร์ช คราวหน้าคงไม่นัดคุณกะทันหันแบบนี้อีก”
“ไม่เป็นไรครับผมเข้าใจครั้งนี้มันเหตุสุดวิสัย”
ขนาดเขาบอกแล้วว่าไม่ต้องเดินมาส่งแต่คนป่วยก็ยังดื้อไม่เลิก สิ่งที่เขารู้วันนี้คุณทิม นพจินดาจริงจังกับงานพอสมควรไม่สิเรียกว่าทุ่มเทกับงาน 100% ก็ว่าได้ จะไม่ยอมเลิกถ้าไม่เสร็จหรือไม่ได้ดั่งใจมีความรับผิดชอบเกินร้อย นี่ก็คงเซ็งตัวเองเหมือนกันที่ทำงานเสร็จไม่ตรงตามเวลาถึงได้ดูเครียดๆ ทั้งวัน ไหนจะป่วยหนักอีก
พอร์ชยืนพิงรถที่จอดอยู่ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้ามาหาทิมที่ยืนอยู่ตรงหน้า มือใหญ่ยกขึ้นมาสัมผัสตรงหน้าผากก่อนจะค่อยๆ ทาบทับลงบนแก้มขาวเพื่อวัดอุณหภูมิ
“ตัวร้อนจี๋เลยหายเร็วๆ นะครับ”
“……………………”
“ทับทิม”
“……………………”
พอร์ชละมือออกไปก่อนที่จะก้มหน้าลงมาหาคนป่วย
ดวงตากลมโตมองเขาไม่วางตาเมื่อเขาตั้งใจเขยิบเข้าไปใกล้มากกว่าเดิม
“ชื่อน่ารักจัง”
ท้ายรถ Porsche สีขาวพ้นสายตาไปจากบ้านวรโชติเมธีไปแล้วแต่ทับทิมยังคงยืนอยู่ไม่ได้ขยับไปไหน มือยกขึ้นมาทาบลงบนหน้าผากตัวเองรู้สึกได้ว่าอุณหภูมิร่างกายมันร้อนมากกว่าเดิมเขารู้ตัวเองดีว่ามันไม่ได้เกิดเพราะไข้หวัดที่เขากำลังเป็นอยู่
ท่าทางเกมครั้งนี้มันไม่ง่ายเหมือนอย่างที่คิดไว้เลย
TO BE CON
ไม่รู้ว่าใครจะแพ้ก่อนกัน 55555
#อัญมณีที่รัก #ซีรีส์ลูกเพื่อนแม่
twitter @ribbinbo
-
:impress2:
:pig4:
-
น้องเริ่มทำคะแนนบ้างแล้ว
ทับทิมอย่าไปยอมนะลูก สู้!!
ปล.หายป่วยไข้ก่อนก็ได้เนาะ อิอิ
-
:-[ หวายยยยทับทิมแพ้แน่ๆ
-
รอหายป่วยก่อนเถอะ 55555555555555
-
มาตามอ่านเพื่อนคนที่สาม แต่อยู่สูงสุดของห่วงโซ่ิอาหาร จริงๆ อ่านมาก่อน2เรื่อง แต่ยังไม่มีโอกาสมาแสดงความคิดเห็น
-
อ่ะ ๆ น้องพอร์ชทำคะแนนตีคู่มาสูสีแล้ว พี่ทิมรีบหายไวไวมาสั่งสอนเด็กปีนเกลียว
-
พี่ทิมอย่าโหมงานมากไปนะคะ
เดี๋ยวเด็กมันฉวยโอกาศ
-
เจ้าเด็กพอร์ชมันร้าย :hao3:
-
ทับทิมสู้ๆ น้องพอร์ชนะลูก อย่าไปยอมให้เค้าแตะแก้ม เราต้องแตะกลับด้วย :katai2-1:
-
:pig4: :pig4:
-
ทับทิมอย่าใจอ่อนกับน้องพอร์ชง่ายๆ นะ ต้องให้ฝ่าด่านแก๊งลูกเพื่อนแม่ก่อน :laugh:
-
เป็นกำลังใจให้นักเขียน ตามอ่านซีรีส์นี้ทุกเรื่องเลย
-
คินกลายเป็นคนที่มีคู่หลังสุดสินะ
-
ชั้นเห็นคนแพ้ภัยตัวเองลางๆเลยค่ะ
ทั้งคุณพชร และน้องทับทิม
:z1: :z1:
-
น่ารักมากแม่ ตามจ้า :-[ :-[
-
:pig4: :pig4: :pig4:
-
ต้องตามมม
-
ลุ้นคู่นี้ :mew1:
-
Jewelry Design
#อัญมณีที่รัก
ผมออกแบบแหวนแต่งงานให้คนอื่นมามากมาย
คงมีแค่คนเดียวที่ผมจะไม่ได้ออกแบบแหวนแต่งงานให้
คนๆ นั้นก็คือตัวผมเอง…
- นพจินดา วรโชติเมธี –
- CH.4 Sapphire –
ไพลิน
“ภาคิน ไปนอนไกลๆ ”
เสียงแหบๆ พูดขึ้นมาทั้งๆ ที่ตายังปิดสนิท ทิมรู้ทันทีว่าไอ้คนที่กระโดดขึ้นมานอนบนเตียงเดียวกันคือใคร มีแค่คนในครอบครัวและแก๊งลูกเพื่อนแม่เท่านั้นแหละที่สามารถเข้ามาในห้องนอนเขาได้และคนที่มาบ่อยที่สุดก็คือไอ้คู่หูข้างบ้าน ทิมลืมตาขึ้นมามองก็เห็นคินกำลังเล่นกับเจ้ารูบี้อยู่
“ป่วยหนักเหรอไงมึง”
“สบายดีมั้งกูใกล้ตายขนาดนี้”
“เวลามึงป่วยหน้าแดงตัวแดงแก้มก็แดงแจ๋ กูรู้เลยว่าชื่อเล่นมึงคุณย่าตั้งให้เพราะอะไร”
“…………………”
อยู่ดีๆ ทิมก็เงียบลงไปเพราะเผลอไปนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา น้ำเสียงที่พอร์ชเรียกชื่อเขา มันยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ขนาดป่วยหนักขนาดนี้เขายังนอนไม่หลับเลยสักนิด พอเผลอนึกถึงก็เหมือนอุณหภูมิในร่างกายจะสูงขึ้นมากกว่าเดิมเลยต้องแกล้งซุกหน้าลงกับหมอน เขาไม่ชอบตัวเองตอนนี้เลยจริงๆ
“ทับทิม”
“เรียกชื่อกูแบบนี้ต้องมีอะไรแน่ๆ”
“ที่หน้าบ้านมึง กูเห็นนะ”
“เห็นอะไร”
“มึงกับพอร์ช”
“มันไม่มีอะไรมึงก็รู้”
คินถอนหายใจแล้วเอารูบี้ใส่กรงตามเดิม เขาไม่ได้จะแอบดูหรอกก็ตั้งใจเดินมาหาไอ้ทิมที่บ้านเพราะเห็นพี่พลอยบอกว่าป่วยหนัก แต่บังเอิญได้เห็นช็อตเด็ดที่ไอ้พอร์ชสถาปนิกไฮโซนั่นกำลังยกมือทาบลงบนแก้มของทิม แถมไม่รู้ว่าพูดอะไรที่ทำให้ทิมเขินได้ขนาดนั้น
คินรู้ว่าเพื่อนเขาไม่ใช่คนใจอ่อนง่ายๆ แต่สถาปนิกนั่นก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน ลูกเล่นแพรวพราวขนาดนั้นไม่รู้ว่าทิมจะตกหลุมมันเมื่อไหร่ ยอมรับเลยว่าพอร์ชเป็นคนแรกที่เข้าถึงตัวทิมมากกว่าทุกคน แต่เพราะพอร์ชเข้ามาเป็นลูกค้าคนสำคัญของ Pure Jewelry และไม่ได้มีทีท่าว่าจะจีบทิมอย่างเต็มตัวและเหตุผลจริงๆ คือสองคนนี้กำลังเล่นเกมกันอยู่
เกมอะไร? คินก็อยากรู้เหมือนกันว่าที่ทำอยู่ทุกวันนี้เพื่ออะไร ? กติกาเป็นแบบไหน? เท่าที่เขาเห็นเหมือนมีแค่อย่างเดียวสำหรับเกมนี้คือ ใครตกหลุมรักก่อนแพ้..แล้วถ้ามันเป็นแบบนั้น
คนที่ไม่เชื่อว่าตัวเองจะได้แต่งงาน
กับคนที่วาดฝันชีวิตรักงานแต่งงานไว้ซะเลิศหรู
มันจะลงเอยกันแบบไหนเขายังไม่เห็นทางออกเลย
“ทิม กูเป็นห่วงมึงนะ”
“ทุกทีพวกมึงสามคนก็จัดการคนที่เข้ามาหากูได้หมดอยู่แล้ว”
“เพราะพวกนั้น…กูมั่นใจว่ามึงไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยเข้าใจที่กูพูดใช่ไหม”
“มันเป็นเกมคิน แค่เกม”
“ถามจริง เกมที่เล่นกันอยู่ตอนนี้ถ้าชนะแล้วได้อะไร”
“……………………………………….”
“คนชนะกูไม่สนใจหรอกนะ”
“……………………………………….”
คินขยับตัวตะแคงข้างหันมามองเพื่อนตัวเล็กที่ป่วยจนน่าสงสาร ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำเพราะพิษไข้มันมีแววตาสับสนเขาสังเกตได้ มือใหญ่ยกขึ้นมาวางลงบนกลุ่มผมสีน้ำตาลเบาๆ
“แล้วถ้าแพ้มึงต้องเสียอะไรบ้าง ทับทิม”
ทิมไม่ได้ตอบคำถามที่คินถามแต่หลับตาลง ไม่รู้ว่าเพราะฤทธิ์ยาที่กินเข้าไปหรือเพราะไม่อยากคุยเรื่องนี้กับเขาแล้วกันแน่ คินจับผ้าห่มให้เพื่อนที่หลับสนิทไปแล้ว ท่าทางเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด เขารู้ว่าทุกคนที่เข้ามาหาทับทิมก็เพราะหน้าตาอันดับแรก ผู้ชายที่หน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตา เข้ามาเพราะอยากเล่นด้วย อยากกอด อยากหอม อยากฟัด และตัวคินเองก็รู้ว่ามันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย
มีคนเข้ามาอยากเล่นด้วยเพราะน่ารัก
แต่ไม่เคยอยากรักษาให้อยู่ด้วยตลอดไป
“น่ารักให้ตายแต่สุดท้ายก็ผู้ชายป่ะวะ”
ประโยคที่เขาได้ยินมาบ่อยๆ เกี่ยวกับทิม และทุกคนในแก๊งลูกเพื่อนก็จำฝังใจ เพราะแบบนี้..คินถึงกลัวว่าพอร์ชจะเข้ามาแล้วเหตุการณ์ก็จะเหมือนทุกคนที่เคยเจอ เขาได้แต่หวังว่าทับทิม นพจินดาจะเข้มแข็งอย่าเพิ่งหวั่นไหวอะไรง่ายๆ ให้พวกเขาสามคนแน่ใจก่อนว่าคนที่เข้าหาทิมจะรักทิมที่เป็นทิมจริงๆ ไม่ใช่แค่เข้ามาเล่นๆ แล้วจากไป
Jewelry Design
ป่วยนานกว่าที่คิด
ทิมเข้ามาที่บริษัท พี่ต่ายก็แทบเต้นระบำแทงโก้ใส่เพราะมีงานรอแก้สามสี่งานปิดจ๊อบไม่ได้สักที บางทีทิมก็อยากให้พี่ต่ายได้เจอกับคุณพิมพ์ดาวของรามิลบ้าง อาจจะรวมพลังกันเป็นสุดยอดเลขาแห่งปี โต๊ะทำงานตอนนี้รกไปด้วยเศษกระดาษจนเขาขี้เกียจเก็บ ทิมเอนตัวไปเก้าอี้พักสายตาเพราะทำงานติดกันเป็นเวลานาน
งานที่ทำมาทั้งหมดนั้นไม่มีส่วนของเจริญกิจธารา พอร์ชไลน์มาบอกว่าให้พักงานของเจริญกิจธาราไปก่อนเพราะคุณลุงคุณป้าที่เขาต้องออกแบบไปต่างประเทศ ไว้หายป่วยแล้วค่อยทำต่อ ไม่ได้ซีเรียสอะไร
ข้ออ้าง..เหตุผลที่บอกมาเขารู้อยู่แล้วว่ามันไม่จริง
เพิ่งเคยเจอลูกค้าแบบนี้ ทุกทีนี่เร่งเขาเช้ากลางวันเย็น แต่จะให้ทิ้งงานไปเลยเขาเองก็รู้สึกผิดเหมือนกันลูกค้าระดับทั้งตระกูลขนาดนี้จะให้เล่นๆ ก็คงไม่ได้ เสียชื่อ Pure Jewelry หมด พอคิดได้อย่างนั้นก็เลยลองไลน์ไปหาคุณพอร์ชที่หายเงียบไปสองสามวัน เราสองคนไม่ได้คุยกันบ่อย ครั้งสุดท้ายก็แค่อีกฝ่ายไลน์มาถามว่า หายหรือยังก็แค่นั้น ทิมขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าข้อความที่ส่งไปยังไม่ขึ้นว่าอ่าน สุดท้ายก็เลยตัดสินใจโทรหา
“คุณทิม..ได้ยินผมหรือเปล่าคุณทิม”
“ได้ยินครับ ผมไลน์หาคุณพอร์ชแล้วเรื่องงานแต่คุณไม่ตอบ”
“ขอโทษครับ พอดีงานผมตอนนี้เดือดมากไม่มีเวลาจับโทรศัพท์เลย”
“คือ..ผมจะถามเรื่องเครื่องประดับถ้าไม่ทำตอนนี้กลัวว่าจะไม่ทันวันเกิดคุณเฟื่องฟ้า”
“เอาไงดี”
“อยู่กับลูกค้าหรือเปล่าครับ”
“ผมไม่ได้ออกจากบ้านมาสามวันแล้ว”
“อะไรนะ?”
“คุณทิม”
“ครับ”
“มาที่บ้านผมได้ไหม”
“……………………………………….”
นั่นคือบทสนทนาสุดท้ายก่อนที่ตอนนี้ทิมจะยืนอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ตอนนั้นที่พอร์ชบอกว่าดีไซน์บ้านตัวเองจะแปลกๆ หน่อยแต่ก็ไม่คิดว่าจะแปลกขนาดนี้ บ้านสองชั้นที่เหมือนรีสอร์ท ระเบียงชั้นสองมีชิงช้าสองอันตลกดี เหมือนรวมทุกอย่างไว้ในบ้านหลังเดียว แค่เพียงไม่นานเจ้าของบ้านก็เดินออกมา
เหมือนเหตุการณ์สลับกัน พอร์ชได้เห็นทิมในชุดอยู่บ้านเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน แล้ววันนี้ทิมเองก็ได้เห็นพอร์ชในชุดที่โคตรจะอยู่บ้าน เสื้อยืดสีขาวกางเกงบอลผมเผ้ายุ่งเหยิงเดาว่างานน่าจะหนักพอสมควร
“คุณทิม หายสนิทแล้วเหรอครับ”
“……………………………………….”
พอร์ชมัวแต่หันไปปิดประตู เลยไม่เห็นว่าทิมไม่ได้ฟังที่พอร์ชพูดเลยสักนิด เพราะตอนนี้ทิมเงยหน้ามองบ้านทั้งหลัง มองจากข้างนอกว่าเขาก็คิดว่ามันแปลก แต่พอเข้ามาในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์ การจัดวาง หรือเฟอร์นิเจอร์ ทุกอย่างลงตัวจนเขาหยุดมองไม่ได้จริงๆ
“บ้านสวยจัง”
ทิมเผลอพูดออกมาตามที่คิด ประโยคที่ได้ยินทำให้พอร์ชที่เดินตามหลังมาเงยหน้าขึ้นมามอง ภาพของคุณนพจินดาที่เงยหน้ามองไปรอบๆ พร้อมกับรอยยิ้มทำให้พอร์ชเลือกที่จะเงียบลง ดวงตากลมโตมีประกายวาววับเหมือนเจอของที่ถูกใจ เป็นคนแรกที่ชมว่าบ้านเขาสวยเพราะทุกคนที่มาเอาแต่บอกว่า ออกแบบประหลาดจนน่าปวดหัว
ในฐานะสถาปนิกเขาต้องดีใจอยู่แล้วเวลาที่มีใครชมผลงาน
แต่ในฐานะ พอร์ช พชร เขาโคตรๆ ดีใจเลยไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน
“นี่รับงานซ้อนเหมือนผมเหรอไง”
“งานเดียวนี่ล่ะคุณ แต่โจทย์ยากมาก แก้แบบจนผมคิดอะไรไม่ออกแล้ว”
“ถ้าคุณพอร์ชไม่พร้อมผมกลับก่อนก็ได้นะ คุณเองดูเครียดๆ กลัวว่าผมจะทำให้เครียดมากกว่าเดิม”
“เห็นหน้าคุณทิมความเครียดหายเป็นปลิดทิ้งเลยนะ”
“กวนตีน”
พอร์ชหัวเราะออกมาแม้ว่าอีกฝ่ายจะพูดเสียงเบาแล้วก็ตามแต่ก็ยังได้ยินอยู่ดี ยังไงเขาก็โตแล้วต้องรับผิดชอบหลายๆ อย่างได้ ห้องทำงานของพอร์ชตอนนี้ค่อนข้างที่จะรกมากเป็นพิเศษ เศษกระดาษปลิวว่อนไปหมดพอเขาถามว่าทำไมไม่ทำงานที่ออฟฟิศเจ้าตัวก็บอกว่าทำงานที่บ้านหัวมันโล่งมากกว่า ตอนนี้กลายเป็นว่าทิมลากเก้าอี้หมุนมานั่งข้างๆ คนที่กำลังทำงานต่อ แบบบ้านคล้ายๆ ทาวน์โฮมทำให้ทิมมองอย่างสนใจ
“เอาเป็นจี้ก็ได้ครับของป้าอัญชัญเอาเล็กๆ หน่อยป้าชัญไม่ชอบอะไรใหญ่ๆ ส่วนของลุงพัฒน์เอาแหวนเรียบๆ “
“………………………………………………………….”
“คุณทิมเลื่อนคิวของพี่บีเอ็มขึ้นมาเลยก็ได้ครับ เป็นครอบครัวเดียวกันมันจะได้เหมือนกันพ่อแม่ลูก”
“………………………………………………………….”
ทิมพยักหน้าก่อนจะจดรายละเอียดที่ได้มาก่อนจะค่อยๆ ร่างแบบไว้คร่าวๆ จะว่าไปเหมือนย้อนเวลากลับไปสมัยตอนเรียนมหา’ลัย คงเพราะเขาเองก็เรียนสายออกแบบมาเหมือนกัน พอนึกถึงก็เลยหัวเราะออกมาจนคนที่นั่งอยู่ข้างๆ หันมามอง
“พอดีนึกถึงตอนเรียนครับ พอเห็นคุณพอร์ชแล้วก็คิดว่าตอนทำงานก็ไม่ต่างจากตอนเรียนเท่าไหร่”
“ตอนเรียนผมปีนต้นไม้นั่งมองท้องฟ้าเพราะคิดงานไม่ออกเลยนะ”
“วันนี้ไม่ปีนเหรอครับ”
“เดี๋ยวนี้พัฒนาแล้วเห็นชั้นสองของบ้านไหมครับ ผมมีชิงช้าเพื่อการนี้โดยเฉพาะ”
“ผมชอบนะชิงช้าที่บ้านคุณ เวลาไกวชิงช้าแล้วหัวสมองโล่งๆ ดี มองหน้าผมทำไมครับ”
“เป็นคนแรกที่บอกว่าชอบชิงช้าที่อยู่บนชั้นสอง คนอื่นด่าว่าผมติงต๊องโตแล้วยังจะเล่นอีก”
“ก็นี่บ้านคุณพอร์ช ทำไมคนอื่นต้องมาว่าด้วย”
พอร์ชหยุดเม้าส์ปากกาในมือแล้วหันมามองคนที่กำลังวาดจี้สร้อยคอคร่าวๆ ตอนที่ออกแบบบ้านครั้งแรกทุกคนบอกว่าประหลาดๆ ขนาดไอ้มีนยังบอกว่าถ้ามีคนมาจ้างแบบนี้มันกรี๊ดใส่แล้ว ยิ่งวิศวกรที่รับงานนี้แทบจะด่าเขายันต้นตระกูล พอร์ชแค่อยากเอาทุกอย่างที่อยากให้มีมารวมเป็นบ้านหลังหนึ่งก็เท่านั้น
สำหรับเขาบ้านคือทุกอย่างในชีวิต
ไม่เห็นจะแปลกเลยที่เขาจะรวมเอาสิ่งเขาชอบไว้ที่นี่ที่เดียว
“นั่นสิ ก็นี่บ้านผม”
“คนเดียวที่คุณพอร์ชควรถามความเห็นคือคนที่จะต้องมาอยู่ด้วย”
“ถามใครดีล่ะ ถ้าไม่นับครอบครับแล้วก็ไอ้มีนคนแรกที่มาบ้านผมคนนั้นก็คือคุณนะคุณทิม”
“ผมแค่แวะมาไม่ได้เป็นคนที่อยู่ด้วย”
“อย่างน้อยตอนนี้คุณก็คือคนแรกที่ได้เข้ามานั่งข้างๆ ผม ครั้งหน้าคุณทิมอาจจะได้ไปนั่งเล่นชิงช้าข้างบนก็ได้ ผมหวงบ้านมากมันเป็นพื้นที่ส่วนตัวไม่ได้เปิดให้ใครเข้ามาง่ายๆ”
“แล้วทำไมวันนี้คุณพอร์ชถึงได้ให้ผมเข้ามาได้ล่ะครับ”
“ถ้าคุณทิมรู้เหตุผลอาจจะหัวเราะก็ได้นะ”
“ไหนลองบอกมาก่อน”
“พอคุณป่วย ผมก็อยากให้คุณพัก”
“แล้ว?”
“คุณก็หายไปเลย”
“ก็ผมป่วย”
“ผมไลน์ไปหา คุณทิมก็ตอบสั้นๆ ว่าใกล้หายแล้ว”
“เข้าเรื่องได้ไหมอ้อมโลกมาก”
“ผมอยากเจอ อยากเห็นหน้าคุณทิม”
“……………………………………….”
ทันทีที่รู้เหตุผลทิมได้แต่เคาะนิ้วกับโต๊ะตรงหน้า เขาไม่ได้หันไปมองหน้าคนพูดหรอกเพราะเห็นจากหางตาอีกฝ่ายนั่งหมุนดินสอในมือไปมาเหมือนกันไม่รู้ว่าทำไมถึงเงียบกันแบบนี้
“บางทีคุณพอร์ชก็มีมุมที่เป็นผู้ใหญ่แต่บางครั้งก็เหมือนยังเป็นเด็กอยู่ เวลาที่พูดอะไรออกมาตรงๆ”
“งั้นวันนี้ผมคงเป็นเด็กชายพอร์ชที่พูดอะไรตรงๆ”
“วันนี้ผมไม่แพ้หรอกนะภูมิต้านทานดีมาก”
พอร์ชหลุดขำออกมาเมื่อคนที่บอกว่าภูมิต้านทานดีมากกำลังนั่งหน้าแดงอยู่ข้างๆ เขาไม่รู้ว่าเพราะยังไม่หายดีหรือว่ากำลังรู้สึกอย่างอื่น ถึงวันนี้คุณทิมจะแต่งตัวเป็นทางการไม่ใช่ชุดอยู่บ้านเหมือนวันนั้น แต่ก็ไม่ได้ใส่ชุดทำงานเต็มยศ เจ้าตัวบอกว่าไม่มีพบลูกค้าแค่เข้าไปทำงานที่บริษัทเท่านั้น แต่สำหรับพอร์ชยังไงคุณทิมก็ยังดูเด็กกว่าอายุจริงอยู่ดี พอร์ชเอนตัวไปเก้าอี้แล้วพูดให้คนที่นั่งทำงานอยู่ข้างๆ ได้ยิน
“วันนี้ผมก็ไม่อยากชนะเหมือนกัน”
Jewelry Design
หกโมงกว่าแล้ว
ทิมวางงานในมือลงเพิ่งรู้ว่าเราสองคนนั่งทำงานด้วยกันมาตั้งแต่บ่ายโมง คนข้างๆ ยังคงยุ่งวุ่นวายกับแบบบ้านทาวน์โฮมหลังเดิม มีรับสายลูกค้าแล้วเดินไปคุยที่อื่นกลับมาก็นั่งอยู่ที่เดิมไม่ลุกไปไหน ทิมบอกแล้วว่าเขากลับก่อนก็ได้แต่เจ้าของบ้านก็ส่ายหน้าพร้อมกับบอกว่าให้เขาอยู่ที่นี่ก่อน
เราต่างคนต่างทำงานมีบ้างที่คุยกันเล็กน้อย
น่าแปลกที่มันไม่ได้อึดอัดอะไร
“คุณพอร์ชต้องพักบ้างนะ”
“ผมวางงานลงไม่ได้เลยเวลาที่มันไม่ได้ดั่งใจผมสักที”
“สถาปัตย์ตัวจริงเสียงจริง”
“ตอนสัมภาษณ์อาจารย์ถามผมว่าความฝันของผมคืออะไร ผมตอบแบบโคตรเท่ว่า ผมอยากเป็นสถาปนิกที่หล่อที่สุดในประเทศไทยครับ พอเรียนไปปีเดียวรู้ไหมความฝันผมเหลือแค่ อยากมีชีวิตรอดเป็นสถาปนิกก็พอแล้ว”
“แต่ตอนนี้สถาปนิกพอร์ชท่าทางจะไม่ไหวแล้ว คุณกินข้าวครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่”
“เมื่อวานตอนบ่าย…..สอง”
ทำไมอยู่ดีๆ คุณทิมก็น่ากลัวขึ้นมาเฉยเลยวะ สายตาเหมือนเขาทำความผิดร้ายแรง พอร์ชเลยเลือกที่จะเงียบแล้วกลับมาหยิบเม้าส์ปากกาขึ้นมาจะทำงานต่อ ยังไม่ทันจะได้ขยับมือไปไหนไม้บรรทัดที่วางอยู่ก็ถูกหยิบขึ้นมาตีลงบนมือเขาเบาๆ
“พักเดี๋ยวนี้!”
โอเคจ้า..พักก็พัก
พอเห็นสายตาคุณทิมก็กลัวจะโดนโต๊ะดราฟทุ่มใส่อยู่เหมือนกัน
โดนด่าอีกเรื่องที่เขาเอาแต่กินมาม่ากระป๋องมาสองสามมื้อ คุณทิมเดินไปที่ห้องครัวตั้งใจจะหากับข้าวกับปลาแต่เจอเศษซากมาม่าไวไววางเกลื่อนตรงเคาน์เตอร์ สรุปเลยต้องโทรสั่ง ระหว่างที่รออาหารก็ไม่รู้จะทำอะไรพอจะทำงานต่อก็กลัวโดนว่าอีก พอร์ชเลยตัดสินใจให้คุณทิมมานั่งตรงหน้าโต๊ะดราฟแทน
“วาดรูปเล่นกันไหม”
“วาดรูปเล่น?”
“ก็คุณทิมห้ามผมทำงาน ผมก็ไม่รู้จะทำอะไรแล้ว แสดงฝีมือหน่อยเด็กจิลเวลลี่”
ไม่แปลกใจที่คุณทิมจะวาดรูปสวย ขนาดรูปทรงเรขาคณิตยังเป๊ะทุกองศานี่คว้าเกียรตินิยมเหรียญทองของคณะมาหรือเปล่าก็ไม่รู้ พอวาดอะไรไปเรื่อยเปื่อยพอร์ชเลยบอกให้ทิมวาดแบบบ้านให้ดู เจ้าตัวคิดนานเหมือนกันเพราะบอกว่าไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อน แต่แค่เพียงไม่นานแบบบ้านก็ถูกร่างขึ้นมา
“นี่ห้องอะไรครับ”
“ห้องรูบี้”
“ห้องคุณทิมอ่ะนะ”
“ฝาแฝด”
พอร์ชเริ่มเข้าใจว่ามันคือห้องของเจ้าตัวกลมขนสีขาวที่เขาเห็นบ่อยๆ ในอินสตาแกรม เมื่อคุณทิมเริ่มวาดกรงขนาดใหญ่ไว้ในห้องนั้นด้วย แบบห้องต่างๆ เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง คงเพราะมีทักษะการวาดรูปอยู่แล้วแบบบ้านก็มันก็เลยสวยกว่าที่คิด พอนั่งวาดรูปไปเรื่อยๆ อาหารที่สั่งไว้ก็มาส่ง พอร์ชเดินไปเอาที่หน้าบ้านรู้สึกงงๆ เมื่อจำนวนกล่องทำไมมันถึงเยอะมากมายขนาดนี้
“อันนี้ของวันนี้ พรุ่งนี้เช้ากลางวันแล้วก็ตอนเย็นผมสั่งเผื่อไว้แล้ว แค่เอาเข้าไมโครเวฟเท่านั้นโยนมาม่าทิ้งไปเลยนะครับ”
พอร์ชมองทิมที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หมุน เจ้าตัวกำลังชี้กล่องข้าวที่วางอยู่ทีละกล่อง มีการย้ำแล้วย้ำอีกว่าให้กินข้าวบ้างไม่ใช่ทำแต่งานอย่างเดียว อาหารก็ไม่ได้เลิศหรูอะไรหรอกแต่ไม่รู้ว่าทำไมพอร์ชถึงรู้สึกใจฟูแปลกๆ
“ไม่รู้รสชาติจะอร่อยหรือเปล่าแต่ผมก็ว่าดีกว่ากินมาม่..เฮ้ย!”
ทิมร้องเสียงหลงเมื่ออยู่ดีๆ เก้าอี้ที่นั่งอยู่ก็ถูกหมุนโดยไม่ทันตั้งตัว เกือบจะหน้าคว่ำลงพื้นแล้วแต่ไอ้คนที่หมุนเก้าอี้ยกแขนทั้งสองข้างคร่อมตัวเขาเหมือนกับกอดเอวไว้ ทิมเองก็คว้าไหล่คนตรงหน้าไว้เพราะว่าจะตกลงไป เพราะเก้าอี้ที่เขานั่งอยู่มันสูงกว่าที่พอร์ชนั่งท่าทางมันเลยเหมือนว่าอีกฝ่ายจะซบลงบนตักพอมองแบบนี้ก็เริ่มเข้าใจถึงคำว่า แฟนเด็ก..เพราะตอนนี้พอร์ช พชร เหมือนเด็กผู้ชายตัวโตๆ แต่ทำตัวอ้อนๆ เหมือนเด็กแปดขวบ
“ถามจริง ที่ทำอยู่นี่ห่วงงานหรือห่วงผม”
“งาน”
“อ้อ….โอเค”
พอร์ชทำท่าจะผละออกไปแต่มือของคุณทิมที่วางอยู่บนไหล่กว้างกำเสื้อเขาไว้
เหมือนจะรั้งให้อยู่ก่อน พอร์ชเลยเงยหน้าขึ้นมามอง
“คุณพอร์ช”
“………………….”
“ผมก็ห่วง”
“………………….”
“นิดนึง”
“………………….”
ประโยคสุดท้ายเบาจนแทบไม่ได้ยินแต่อยู่ใกล้กันขนาดนี้เขาต้องได้ยินอยู่แล้ว รอยยิ้มปรากฏให้เห็นบนใบหน้าที่อ่อนล้าจากการทำงานติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน พอร์ชยอมรับเลยว่าตอนนี้เขายิ้มจนอีกฝ่ายดูออกแล้วมั้งว่าตอนนี้เขารู้สึกยังไง
“วันนี้เราสองคนมีใครชนะไหม”
ทิมหัวเราะออกมา
แล้วส่ายหน้า
“วันนี้เสมอแล้วกัน”
Jewelry Design
คุณทิมกลับบ้านไปแล้ว แก๊งลูกเพื่อนแม่โทรตามครบทั้งสามคน ไม่รู้ว่าคุณทิมได้บอกหรือเปล่าว่าอยู่ที่ไหนน่าจะไม่ได้บอก เพราะถ้าบอกคุณภาคินคงขับรถแบบฟาสแปดมาที่บ้านเขาแล้ว พอร์ชยังนั่งอยู่ที่เดิมไม่ได้ขยับตัวไปไหนตอนแรกตั้งใจจะทำงานต่อให้เสร็จ แต่ก็นั่งหมุนดินสอในมือเป็นชั่วโมง งานก็ไม่ได้เพิ่มเติมอะไรเลย เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้พอร์ชต้องกดรับ
“ว่าไงพชร ตายห่าไปหรือยังทั้งบริษัทจะได้เหลือกูคนเดียว”
“ยังไม่ตายและยังหล่ออยู่เหมือนเดิม”
“แล้วนี่แดกอะไรหรือยังเวลาทำงานแบบนี้มึงลืมกินข้าวกินปลาตลอด คนบ้าอะไรไม่กินข้าวสามวัน”
“กินแล้ว คุณทิมสั่งมาให้”
“คุณทิม? มึงไม่ได้อยู่บ้านเหรอวะ”
“บ้านไง”
“พอร์ช”
เพื่อนสนิทที่อยู่ในสายเงียบไปเมื่อเขาบอกว่าคุณทิมมาที่บ้านจริงๆ แต่มาเพราะเรื่องงาน สายตาพอร์ชมองไปยังรูปวาดที่เขาให้คุณทิมวาดเล่นตอนรออาหาร แบบบ้านเรียบๆ ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนเผลอๆ ห้องรูบี้ใหญ่กว่าห้องของตัวเองด้วยซ้ำ
“แล้วเป็นไงคู่แข่งมาถึงถิ่นแต้มมึงควรจะเพิ่มได้แล้ว วันนี้ชนะไหม”
“เสมอว่ะ คุณทิมบอกมาอย่างนั้นแต่กูก็รู้สึกว่ายังไงก็เหมือนกูแพ้อยู่ดี”
พอร์ชยอมรับว่าเวลาที่เขาคุยกับคุณทิมบางประโยคที่เขาพูดไปก็มีแกล้งยอดให้อีกฝ่ายเขินบ้างเป็นแค่คำพูดเล่น ๆ ไม่ได้จริงจังอะไร แต่บางอันก็ยอมรับว่ามันมาจากใจเขาจริงๆ อย่างวันนี้ที่เขาบอกว่าอยากเจอ เขาไม่ได้หาเหตุผลมาอ้างแต่เขาอยากเจอ ก็คืออยากเจอไม่ได้คิดซับซ้อนอะไรเลย เขาอยากจะเห็นคุณทิมมาอยู่ตรงหน้า
แต่อีกฝ่ายเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าคำที่บอกมาแล้วทำให้เขาใจเต้นนี่จริงหรือไม่จริง หรือจริงๆ แล้วทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็นแค่เกมหลอกให้เขาตายใจเท่านั้น ยิ่งประโยคจากเพื่อนสนิทที่อยู่ในสายทำให้เขาแน่ใจแล้วว่าที่จริงแล้วผลการแข่งมันเป็นยังไง
“จะบอกอะไรให้นะพอร์ช”
“………………………………”
“มึงน่ะแพ้ตั้งแต่ให้คุณทิมมาที่บ้านแล้ว คนหวงบ้านแบบมึงแค่นี้ก็เป็นคำตอบได้แล้วว่าวันนี้มึงแพ้หรือชนะ"
TO BE CON
จริงๆ ก็อาจจะไม่มีใครชนะ (หรี่ตามอง)
#อัญมณีที่รัก #ซีรีส์ลูกเพื่อนแม่
twitter @ribbinbo
-
:pig4: :pig4: :pig4:
-
แพ้ยาวๆ ไปเลยจ้า คุณน้องพอร์ช
ยอมพี่ทับทิมขนาดนี้แล้ว อิอิ
เป็นโมเม้นท์ที่ดีมากอ่ะ นั่งทำงานด้วยกันเงียบๆ
ไม่ได้ต้องพูดคุยมากมาย แต่สงบและสบายใจ คือดีย์~~~ ^^
-
อยากให้เสมอกันไปเรื่อย ๆ
-
พอร์ชต้องหันเอาใจน้องรูบี้นะ
-
น่ารักอะ สงสัยน้องพอร์ชจะแพ้ทางะทิมทุกครั้งนะเนี่ย :hao3:
-
อุ้ต้ะ
-
ประโยคเดียวจอดเลยนายพอร์ช
:hao3: :hao3:
-
เพิ่งได้อ่านคู่อื่นๆของแก็งค์ลูกเพื่อนแม่ดีใจค่ะ
-
น้องพอร์ชต้องเติมห้องรูบี้ในบ้านแล้วป้ะคะ :hao7:
-
:laugh: แพ้ตลอดเลยพอร์ช
-
ตามมาอ่านเรื่องที่ 3 ของแก็งค์นี้ :impress2:
-
:pig4: :pig4: :pig4:
เพิ่งเปิดอ่าน ลืมไปเลยว่าชื่อเรื่องแบบนี้
น่าจะเป็นซีรีย์แก๊งลูกเพื่อนแม่
ป.ล. แพ้ทั้งคู่ หรือก็คือเสมอกันนั่นแหละ
-
โอ๊ยยยย. สนุก
-
Jewelry Design
#อัญมณีที่รัก
ผมออกแบบแหวนแต่งงานให้คนอื่นมามากมาย
คงมีแค่คนเดียวที่ผมจะไม่ได้ออกแบบแหวนแต่งงานให้
คนๆ นั้นก็คือตัวผมเอง…
- นพจินดา วรโชติเมธี –
CH.5 Garnet
โกเมน
“ใจคอพอร์ชจะไม่เหลือขนมให้พิมขายเลยเหรอ”
พิมมองถาดขนมที่เพื่อนตัวเองคีบใส่ ทั้งถาดเต็มไปด้วยขนมที่ทำด้วยสตรอว์เบอร์รี่เรียกว่าเอามาแทบทุกชนิด ทุกแบบ เลยก็ว่าได้ พอเธอทักแบบนั้นไอ้คนที่กำลังจะคีบขนมใส่ถาดต่อก็เลยวางที่คีบแล้วส่งให้พนักงานคิดเงิน
“ซื้อฝากใครเต็มถาดขนาดนี้”
“เขาชอบกินขนมก็เลยว่าจะเอาไปฝาก”
“แน๊..แบบนี้ซื้อให้สาวแน่ๆ”
“ไม่ใช่สาว ไม่ใช่แบบที่คิดด้วย”
“ไม่เคยเห็นพอร์ชทำแบบนี้มาก่อนนี่ซื้อแทบหมดร้านพิม สงสัยต้องไปเค้นจากมีนน่ารักป่ะ”
“น่ารัก”
“แน่ะ!”
“หลอกถามว่ะ”
“มีแฟนแล้วจะลืมพิมป่ะเนี่ย แค่นี้ก็เหงาจะแย่”
“เดี๋ยวไอ้กรณ์ก็กลับมาแล้ว”
พอเห็นเจ้าของร้านขนมทำท่าหงอยๆ พอร์ชเลยต้องยกมือขยี้ผมให้เจ้าตัวยิ้มออกมา ทำหน้าบูดขนาดนี้ลูกค้าหนีหมดพอดี พิมมีแฟนแล้วก็คือกรณ์ เพื่อนในกลุ่มเขาเองรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียน พิมเป็นสาวอักษรเขาเจอครั้งแรกที่งานมหา’ลัยเป็นซุ้มขายขนมทาร์ตไข่ ตอนที่เจอครั้งแรกประทับใจที่พิมเอาแต่คะยั้นคะยอให้เขาชิมทาร์ตไข่ที่ทำเอง พอเขาบอกว่าอร่อยก็ยิ้มหน้าแป้น
ความรู้สึกแรกคือ มันประทับใจ
แต่พอรู้ตัวว่าเขารู้สึกยังไงกับพิม..มันก็สายไปแล้ว
“มึงกูชอบพิมที่อยู่อักษร ชอบมากเลยว่ะอยากจีบ”
ประโยคเดียวจากกรณ์เพื่อนสนิทในกลุ่มทำให้พอร์ต้องเก็บทุกความรู้สึกเอาไว้ให้ลึกที่สุด วันนั้นได้แต่เฮฮาไปกับเพื่อนว่าเอาเลย จีบเลย และจบลงที่คืนนั้นแดกเหล้าแทนน้ำเมาหัวทิ่มและแน่นอนไอ้คนที่ตามมาเก็บศพอย่างไอ้มีนเลยรู้ว่าเขาเฮิร์ทเรื่องอะไร แต่เขารู้ดีว่ามีนจะเก็บความลับนี้ไม่ให้ใครรู้เขาเชื่อย่างนั้น
และมันก็เป็นอย่างที่เขาคิด พิมกับกรณ์คบกันและมันก็ยาวนานมาจนถึงตอนนี้ เป็นคู่รักที่ทะเลาะกันมากกว่ารักกันเพื่อนที่สถาปัตย์เคยคิดว่าไม่กี่ปีก็เลิกแต่จนไอ้กรณ์ไปทำงานที่ญี่ปุ่นปีกว่าแล้วแต่ทั้งสองคนก็ยังคบกันอยู่ ถึงแม้จะยังทะเลาะกันอยู่ก็ตามเถอะ
ยิ่งข่าวล่าสุดที่บอกว่ากรณ์ไปกินข้าวกับเพื่อนที่ทำงานด้วยกันบ่อยๆ
มันทำให้ตัวเขาเองกับมีนยิ่งเป็นห่วงความสัมพันธ์ของทั้งคู่
เขาไม่ได้เป็นห่วงพิมพ์ในแบบนั้น..เขารู้จักพิมมานานและตอนนี้ก็เห็นเป็นเพื่อนคนหนึ่ง และถ้าเรื่องที่กำลังกลัวเกิดขึ้นจริงๆ เขายังไม่รู้เลยว่าต้องทำตัวยังไงไอ้กรณ์ก็เพื่อนสนิท ตอนนี้พิมก็เป็นเพื่อนเหมือนกันถึงความรู้สึกของเขาไม่เคยบอกให้พิมได้รับรู้แต่เขายังอยากเห็นพิมมีรอยยิ้มอยู่อย่างนี้ ไม่อยากให้ต้องมาเสียใจเพราะเพื่อนสนิทเขาเหมือนกัน
Jewelry Design
คุณเฟื่องฟ้ายังดูไม่แก่และท่าทางจะคุยถูกคอกับ
คุณย่ากาญจนาของเขามาก
วันนี้อยู่ดีๆ คุณเฟื่องฟ้าก็อยากจะขอประชุมเรื่องแบบเครื่องประดับ ได้ยินครั้งแรกทิมนึกว่าเขาออกแบบแล้วไม่ถูกใจถึงได้เรียกประชุมกะทันหันแบบนี้ เดินวนไปวนมาคิดแล้วคิดอีกว่าแบบไหนที่ทำพลาดจนพี่พลอยต้องเข้ามาบอกว่าคุณเฟื่องฟ้าแค่อยากทานข้าวด้วยเฉยๆ เพราะแบบเครื่องประดับที่ผ่านมาสวยก็เลยอยากเลี้ยงข้าวขอบคุณ
นี่ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
นึกว่าต้องออกแบบใหม่ทั้งหมดซะอีก
“ทิมคะ ตาพอร์ชทำงานด้วยยากไหมบอกย่าได้เลยนะตานี่ชอบคิดอะไรแปลกๆ ไม่เหมือนคนอื่น”
“อ้าว ย่า”
“วัยรุ่นก็แบบนี้ล่ะค่ะมีแนวทางชีวิตของตัวเอง”
“ถ้าคุณกาญจนาได้ไปบ้านพอร์ชนะคะ บ่นว่าปวดหัวแน่นนอนค่ะเดินสองก้าวเจอบันได เลี้ยวซ้ายก็เจอบันได ขึ้นๆ ลงๆ ชั้นสองของบ้านก็มีสนามเด็กเล่นด้วยนะคะ”
“สร้างไว้เผื่อมีลูกแน่ๆ”
“ลูกที่ไหนล่ะคะ เล่นเองเนี่ยล่ะบอกเอาไว้เล่นตอนคิดงานไม่ออกดูซิคะโตจนจะสามสิบอยู่แล้ว”
บทสนทนาทั้งสองฝั่งยังคงเถียงกันไม่หยุด ทิมได้แต่นั่งเฉยๆ แต่ก็ต้องหลุดยิ้มเมื่อคุณเฟื่องฟ้าบนเรื่องบ้านไม่ยอมหยุด สำหรับผู้ใหญ่วัยขนาดนี้เขาก็ต้องคิดว่ามันแปลกอยู่แล้วดีไม่ดีอาจจะเป็นลมถ้ารู้ว่าหลานชายสุดที่รักอยากได้สไลเดอร์ลงสนามหญ้าจากระเบียงชั้นสอง
“คุณทิมหัวเราะผมหมดแล้วย่า”
“แค่ชิงช้าสองอันไม่เป็นไรหรอกคุณพอร์ชโตแล้วก็ยังเล่นได้”
“ผมเอาบ่อทรายมาลงตรงสนามหญ้าด้วยดีไหมคุณทิม ตรงข้างๆ เผื่อวันดีคืนดีอยากสร้างปราสาท”
“มันใกล้สระว่ายน้ำคุณเกินไปเดี๋ยวทรายก็ลงสระ”
“หรือผมจะเปลี่ยนเป็นแปลงผัก ปลูกผักเอง”
“เวลานอนคุณยังไม่ค่อยจะมียังมาปลูกผักอีก เลิกกินมาม่าได้หรือยังในตู้นี่มีแทบทุกรส”
“อาทิตย์นี้ไม่ได้กินเลยครับ สาบานมีไว้ติดตู้ไปงั้นๆ”
พอร์ชและทิมยังคงคุยเรื่องนี้กันไม่เลิกโดยไม่ได้สังเกตว่าทั้งโต๊ะเงียบกริบและไม่ได้หยิบตะเกียบคีบอาหารเลยสักคน ทุกสายตามองไปยังคนสองคนที่ยังคงเถียงกันอยู่ เรียกว่าเถียงน่ะถูกแล้วเพราะแทบจะตีกันทุกประโยคแต่สำหรับเฟื่องฟ้าเพิ่งเคยเห็นเจ้าหลานชายคุยไปยิ้มไปก็คราวนี้
“ผมเลี้ยงหมาดีกว่าบ้านจะได้ไม่เงียบ อยากเลี้ยงซามอยด์”
“ต้นไม้หน้าบ้านเละแน่”
“ทิมเคยไปบ้านตาพอร์ชแล้วเหรอคะ”
“……………………………………………”
“…………………………………………..”
คนที่กำลังคุยกันอยู่เลยหยุดชะงักแล้วหันกลับมาที่โต๊ะอาหารตามเดิม ทุกสายตาที่จ้องอยู่ทำให้ทิมต้องตอบรับเบาๆ ว่าครับ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมทุกคนถึงจ้องแบบนั้น ทันทีที่เขาตอบรับคุณเฟื่องฟ้าก็ตาโตแล้วหันมามองหน้าหลานชายตัวเองที่พยักหน้าเช่นกัน
“ปกติเห็นหวงบ้านมากแสดงว่าสนิทกันแล้วนะ ถึงได้ไปบ้านแบบนี้”
ทั้งสองคนต่างหันมามองหน้ากันก่อนจะหันไปคนละทาง พลอยหยิบแก้วน้ำขึ้นมาจิบเบาๆ แล้วมองท่าทางของทั้งคู่ น้องชายเธอน่ารักมากเธอรู้ตั้งแต่เด็กๆ แล้ว แต่เธอก็ไม่ได้ห่วงเท่าไหร่เพราะมีแก๊งลูกเพื่อนแม่คอยดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว นี่ก็ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างน้องชายกับลูกค้าสถาปนิกมันเป็นแบบไหน ที่จริงเธอสงสัยตั้งแต่พอร์ชคอยหยิบ คอยตักอาหารให้ทิม ตอนแรกเธอคิดว่าคงเป็นมารยาท
แต่พอถึงช่วงเวลาที่สั่งขนมหวาน ทิมลุกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอก เธอเองตั้งใจจะสั่งทาร์ตสตรอว์เบอร์รี่ให้ทิมเพราะรู้ว่าน้องชอบแต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปาก พอร์ชก็สั่งแทนไปแล้วดูแล้วไม่น่าจะทานเองและเธอก็รู้ว่าพอร์ชสั่งให้ใครเมื่อเจ้าขนมนั่นวางอยู่ตรงหน้าน้องชาย
ทิมตาวาวเมื่อเห็นขนมวางอยู่ รายนั้นชอบขนมทุกชนิดบนโลกอยู่แล้วแต่มันก็น้อยนักที่ใครจะรู้จัก นพจินดาแห่งจิลเวลลี่ในมุมนี้ถ้าไม่ได้ใกล้ชิดจริงๆ กว่าโปรเจคของเจริญกิจาธาราจะจบลงพลอยเดาได้เลยว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่
มันคงไม่ใช่แค่ทางธุรกิจแน่ๆ
จากที่คุยกันเรื่องธุรกิจตอนนี้หัวข้อเริ่มเปลี่ยนไปเป็นกิจกรรมของผู้สูงอายุแล้ว บรรดาหลานๆ ที่มีธุระต่อเลยต้องขอตัวกลับรวมทั้งพอร์ชและทิมที่ขอตัวกลับปล่อยให้เพื่อนซี้ในวัยเดียวกันคุยกันต่อ ทิมโบกมือลาพี่พลอยที่ต้องไปรับน้องอัญลูกสาวคนเล็กที่เรียนพิเศษ เพราะทิมมากับรถของคุณย่าแต่ตอนนี้คุณย่าก็ติดลมอยู่เลยว่าจะเรียกแท็กซี่แทน พอเดินมาหน้าโรงแรมก็เจอพอร์ชที่ยืนรออยู่แล้ว
“คุณย่าคุณพอร์ชยังดูวัยรุ่นอยู่เลยนะ”
“ท่าทางตอนนี้คุณย่าคุณกับคุณย่าผมคงจะเป็นเพื่อนกันแล้วมีชวนกันไปต่อ”
“ยังไงก็ขอบคุณสำหรับขนมร้านคุณพิมนะครับ เยอะขนาดนี้ผมจะกินหมดได้ไง”
“เหมาหมดร้านเพื่อคุณทิมเลยนะ”
“วันนี้มุขหยอดไม่ตื่นเต้นเลย ฝีมือตกเหรอคุณพอร์ช”
“นั่นสิวันนี้ไม่ได้คิดแผนเลยความรู้สึกล้วนๆ”
“………………………………………..”
“คิดแผนแทบตายไม่เคยจะเขินพอพูดจริงแก้มแดงขึ้นมาเฉยทับทิม”
“ผมอนุญาตให้คุณเรียกชื่อนี้เหรอ”
“หวงชื่อจังเลยชื่อคุณทิมออกจะน่ารัก”
“เพราะว่ามันน่ารักผมถึงอยากให้เฉพาะคนที่ผมรักและรักผมเรียกเท่านั้น คุณพอร์ชยังไม่ได้เป็นทั้งสองอย่างนะ”
“………………………………………..”
พอเจอคำตอบที่ไม่คาดคิดทำให้พอร์ชที่กำลังจะเรียกชื่ออีกรอบเงียบลง เพียงแค่ประโยคเดียวมันสามารถตีความหมายได้หลายอย่าง เขาไม่ใช่คนที่คุณทิมรักเลยห้ามเรียกหรือเพราะว่าเขาไม่ได้รักคุณทิมก็เลยเรียกไม่ได้เช่นกัน จะว่าไปคนที่เรียกคุณทิมได้มีแค่คนในครอบครัวและแก๊งลูกเพื่อนแม่เท่านั้น
เขายังไม่เคยได้ยินคนอื่นเรียกคุณทิมว่า ทับทิม เลยสักครั้ง
“โอเคเลิกคุยเรื่องชื่อกันเถอะ คุณทิมไปไหนต่อไหมครับหรือว่านัดลูกค้าถ้าคุณไม่ได้เอารถมาผมไปส่งได้นะ”
“ไปขายต้นไม้”
“ขายต้นไม้?”
“ถ้าคุณพอร์ชไม่มีงานต่ออยากไปขายต้นไม้ด้วยกันไหมครับ”
Jewelry Design
ขายต้นไม้จริงๆ ด้วยว่ะ
ที่สำคัญอยู่กันครบแก๊งลูกเพื่อนแม่และสะใภ้ทั้งสองคน งานอีเว้นท์ขายต้นไม้ที่เขาเคยเห็นบ่อยๆ แต่ไม่เคยจะมีเวลามาเลยสักครั้ง ตอนนี้เขาไม่ใช่แค่คนที่ผ่านเข้ามาเพราะมาในฐานะของพนักงานร้าน SECRET GARDEN ทันทีที่เขาโผล่หน้ามาให้เห็นแก๊งลูกเพื่อนแม่ที่กำลังส่งเสียงดังเฮฮาปาจิงโกะก็เงียบลงแล้วตีหน้ายักษ์ใส่แทน
คุณเบนจามินดึงเสื้อคุณทิมให้เดินเข้ามาหาพร้อมกับเอาขาเกี่ยวไว้แน่นเหมือนรัดตุ๊กตา จนคุณทิมยกขาถีบถึงได้ปล่อยแล้วก็หายไปห้องด้านหลังกลับมาอีกทีคุณทิมก็ใส่ชุดอยู่บ้านออกมา
“ชุดคุณพอร์ชจะเลอะไหม”
“ไม่เป็นไรหรอกครับเลอะก็ได้ไม่ค่อยซีเรียสเท่าไหร่”
“เสื้อยืดตัวละหมื่นจะเลอะเอานะครับ ผมกลัวว่าจะทนไม่ได้”
“ไม่เป็นไรครับคุณคิน ผมถือว่ายิ่งเลอะยิ่งเยอะประสบการณ์”
คุณคีตาแอบอมยิ้มจนเขาสังเกตเห็นก่อนที่คุณไม้แฟนคุณมิลจะยื่นผ้ากันเปื้อนให้ใส่ คุณทิมเองกำลังให้คุณเบนโพกผ้าที่มีชื่อร้าน SECRET GARDEN ไว้บนศีรษะ วันนี้คุณทิมเหมือนตอนที่เขาไปหาที่บ้านวันนั้นวันที่ป่วย ทั้งเสื้อผ้าทั้งผมดูเด็กลงเหมือนยี่สิบต้นๆ อากาศก็ร้อนจนแก้มทั้งสองข้างขึ้นสีแดง นี่ก็เผลอมองจนไม่รู้ตัวว่ามีใครมายืนอยู่ข้างๆ
คุณรามิล..
“เก็บอาการหน่อยรู้ว่าน่ารัก”
“ผมแสดงออกขนาดนั้นเลย”
“ไม่ใช่คุณคนแรกหรอกคุณพอร์ชที่มองไอ้ทิมตาค้างแบบนี้ ผมเจอจนชิน”
“อย่าเพิ่งต่อยผมนะแต่ผมไม่รู้จะห้ามตัวเองไม่ให้มองได้ยังไง”
“ถ้าคุณพอร์ชเจอทิมเวอร์ชั่นที่แสบแล้วยังบอกว่าน่ารัก รับรองว่าถ้าเจอเวอร์ชั่นอ้อนคุณอาจตายได้เลยนะเตือนไว้ก่อน”
นี่มันคำเตือนประเภทไหนกัน?
พอร์ชหันไปมองคนที่กำลังจัดทรงผมตัวเอง ดวงตากลมโตสบตากับเขาผ่านกระจกใบใหญ่ที่ตั้งอยู่ คงเพราะว่าเขาเผลอมองนานไปหน่อยเจ้าตัวก็เลยชี้มาที่ผ้าโพกหัวพลางถามว่าอยากได้บ้างเหรอ พอร์ชส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนที่คุณทิมจะจัดทรงผมต่อ
เป็นการขายต้นไม้ที่วุ่นวายฉิบหาย ลูกค้าเหมือนมากันทั้งประเทศเดาว่าส่วนหนึ่งมาจากหน้าตาของแก๊งลูกเพื่อนแม่ทั้งสี่คน พอมีคนถามว่าเขาเป็นสมาชิกคนที่ห้าเหรอ คุณคินนี่แทบจะถีบเขากระเด็นออกจากวงโคจร บอกให้ไปยืนไกลๆ อะไรวะ แถมคุณเบนกับคุณคินยังกันไม่ให้คุณทิมเข้ามาใกล้เลยสักนิด
เดินเฉียดกันแค่สองเซ็นก็ไม่ได้
นี่จับเขาแยกเหมือนเขาเป็นผู้ร้ายก่อคดีร้ายแรง
ส่วนคุณรามิลไม่ได้เข้ามายุ่งกับเขาเท่าไหร่แต่สายตาก็จับจ้องอยู่ตลอด แก๊งลูกเพื่อนแม่นี่ทำงานเป็นทีมมากๆ อยากจะมอบรางวัลให้ ขนาดสะใภ้เบอร์หนึ่งอย่างคุณไม้มีการบอกคุณมิลว่าเบาๆ หน่อยอย่าแกล้งเขาแรง ส่วนคุณคีตาได้แต่ยืนเล่นกีตาร์อยู่ข้างๆ คุณเบน รู้ว่าทีมใครไม่มาช่วยเขาหรอก รู้แล้วว่าวันนี้เขาโดนคุณทิมแกล้งแน่ๆ ชวนมาขายต้นไม้นึกว่าจะได้เจออะไรที่สดชื่นแต่นี่โดนแก๊งลูกเพื่อนแม่ให้ทำอะไรมากมายจนหัวหมุนไปหมดโดนเรียกชื่อแทบจะทุกห้านาที
“คุณพอร์ชมาช่วยยกตรงนี้หน่อยครับ”
“คุณพอร์ชหยิบดินหลังร้านมาด้วยครับ”
“คุณพอร์ชฝากเอากระถางมาห้าใบด้วยครับ”
“พอร์ชมาช่วยตรงนี้ด้วย”
“พอร์ชฝากซื้อน้ำ”
จากสรรพนามคุณพอร์ชเริ่มเหลือพอร์ชเฉยๆ อีกไม่กี่นาทีข้างหน้าน่าอาจจะเป็นไอ้พอร์ช ดีที่ต้นกระบองเพชรของคุณต้นไม้น่ารัก แถมคุณคีตายังคอยเล่นกีตาร์ให้อารมณ์ดีมีให้เขารีเควสเพลงที่อยากฟังได้ด้วย แต่แฟนหวงกันจังเลยโว้ยชมนิดชมหน่อยโดนไล่มาขายต้นไม้อีกแล้ว!
“ต้นนี่เท่าไหร่ครับ”
“85 ครับ”
“มีแถมอะไรบ้างไหมครับ”
“ตกแต่งกระถางให้ได้ครับ”
“แถมคนขายไหมครับ”
มุขเดิมรอบที่สองหมื่นตั้งแต่เจอมา ทิมได้แต่ยิ้มๆ ไม่ได้ตอบอะไรไปแต่ท่าทางลูกค้าคนนี้ไม่ยอมถอยง่ายๆ เหมือนคนอื่นทำเป็นยืนเลือกต้นกระบองเพชรไม่เลิก คินหันไปมองแล้วมองอีกแต่ลูกค้ากลุ่มใหญ่ตรงหน้าเขาก็ทิ้งไปไม่ได้เหมือนกัน
พอมองหาคนอื่นๆ ก็ไม่เห็นเบนน่าจะพาคีตาไปหาอะไรกิน ส่วนรามิลก็ไปช่วยไม้เคลียร์ต้นกระบองเพชรด้านหลัง เสียงเรียกของลูกค้าตรงหน้าทำให้คินต้องหันกลับไปสนใจตามเดิม แต่ทันทีที่ลูกค้าของทิมทำท่าจะขอช่องทางติดต่อ คินเลยตัดสินใจจะเดินเข้าไปหาแต่เหมือนจะช้ากว่าใครบางคน..
“ขอโทษนะครับผมเห็นคุณเลือกอยู่นานแล้ว ถ้าต้องการต้นที่พิเศษผมจะเรียกคุณไม้เจ้าของร้านให้ได้นะครับ”
พอร์ชเดินออกมาจากด้านหลังร้านพร้อมกับแตะแขนทิมให้ถอยออกมา ลูกค้าตรงหน้าดูจะหัวเสียอยู่ไม่น้อยที่ถูกขัดจังหวะ ปกติเรื่องแบบนี้ทิมจัดการเองได้อยู่แล้ว แต่คินแค่ไม่อยากให้มันยืดเยื้อเลยตั้งใจจะเข้าไปช่วย แต่พอลูกค้าของคินซื้อต้นกระบองเพชรไปแล้วคินเองกลับเลือกที่จะยืนพิงโต๊ะกอดอกมองเหตุการณ์ไม่ได้เดินเข้าไปหาทิมอย่างที่คิดไว้
“ไม่เป็นไรครับ ผมอยากให้คุณคนนี้แนะนำกระบองเพชรต่อ”
“ผมว่าคุณไม้ให้คำแนะนำได้ครับ”
“ผมขอรู้แค่ชื่อได้ไหมครับ”
“ชื่อกระบองเพชรยาวมากผมก็จำไม่ได้เหมือนกัน”
กวนตีนไม่เลิก..
ทิมได้แต่ยืนอยู่ข้างๆ รอดูว่าพอร์ชจะทำยังไงต่อไป มีหันไปมองด้านหลังเป็นระยะคงกลัวว่าต้นไม้จะเดินออกมาด่าเพราะตอนนี้กำลังยียวนกวนลูกค้าให้หัวร้อนอยู่ เอาเถอะปกติไม้ไม่ได้สนใจเรื่องแบบนี้อยู่แล้วยังไงไอ้มิลก็ไล่ลูกค้าแทบทุกวัน แต่ที่เขาสนใจคืออยากรู้เหมือนกันว่ามันจะจบลงแบบไหน
“เมื่อกี้คนขายที่น่ารักๆ คนนี้ยังจำได้เลยนะครับ”
“คนที่น่ารักๆ คนนี้เหนื่อยแล้วครับคนขายหล่อๆ อย่างผมจะขายแทน”
“ถ้าคุณยังทำแบบนี้กับลูกค้า ผมก็จะไม่ซื้อร้านคุณแล้วนะ”
“ถ้าคุณเองยังจะจีบคนขายอยู่แบบนี้ผมก็ว่ามันไม่เข้าท่าเหมือนกัน แล้วถ้าไม่ได้ชอบต้นกระบองเพชรจริงซื้อไปคุณก็ไม่ดูแลมันอยู่ดี”
พอร์ชมองออกว่าคนตรงหน้าแค่เข้าจะมาจีบคุณทิมเฉยๆ ไม่ได้สนใจต้นกระบองเพชรเท่าไหร่ ท่าทางจะหัวเสียมาก เกือบจะปากระถางต้นกระบองเพชรลงพื้นแล้ว แต่ดีที่เขายกมือห้ามไว้ทันพร้อมกับบอกว่าทำลายข้าวของนี่โดนค่าปรับ ถึงได้วางแล้วเดินหนีออกไป
“สิบนาที..ใช้เวลานานเหมือนกันผมจัดการเองไม่ถึงห้านาทีแน่ๆ”
“คุณทิมนั่นแหละน่ารักอะไรนักหนา”
“นี่ชมโต้งๆ เลยนะไม่เล่นมุขหรือหยอดอะไรเลยเดี๋ยวนี้”
พอร์ชหันมามองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ก่อนจะยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อบนหน้าผากขาวเบาๆ เก็บไรผมที่ดูยุ่งจากผ้าที่โพกหัวให้ ทิมเองได้แต่ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นปล่อยให้อีกฝ่ายเช็ดเหงื่อให้ไม่อยากจะเอ่ยขัดอะไร พอร์ชก้มลงมาหาคนที่เงยหน้าขึ้นมามอง
“โดนจีบทุกห้านาทีแบบนี้ผมอยู่ห่างคุณทิมไม่ได้แล้วนะ ต่อให้แก๊งลูกเพื่อนแม่มากระทืบผมก็ไม่ไปบอกไว้ก่อน”
พอร์ชมองคนที่โดนอากาศร้อนจนแก้มแดงแจ๋ ดวงตากลมโตของคุณทิมมองเขาไม่ได้หลบสายตาไปไหนก่อนที่มือของทิมที่กอดอกอยู่จะคลายออกแล้วยกขึ้นมาดึงสายผ้ากั้นเปื้อนของพอร์ชให้ก้มลงมาให้ใกล้มากกว่าเดิม
“ยังห่างอยู่เลย แบบนี้ต่างหากที่เรียกว่าใกล้”
“ร้ายว่ะผมแพ้อีกแล้ว”
เสียงหัวเราะของทิมและพอร์ชทำให้คินที่ยืนดูอยู่เลือกที่จะไม่เดินเข้าไปหา เขาก็ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงปล่อยให้พอร์ชเข้าใกล้ทิมได้ถึงขนาดนี้ อย่างที่คินเข้าใจทั้งสองคนกำลังเล่นเกมกันอยู่แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมแววตาของทั้งคู่ไม่เหมือนคนที่กำลังเล่นเกมเลยสักนิด
แววตาของทิมมันประกายสดใสในแบบที่เขาไม่เคยเห็นมานาน
ส่วนแววตาของพอร์ชมันเหมือนแววตาที่ไอ้มิลกับไอ้เบนมองต้นไม้และคีตาไม่มีผิด
นี่เล่นเกมอะไรของพวกมันวะ?
ในที่สุดก็ขายต้นกระบองเพชรจนหมดเกลี้ยง มีการถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเล็กน้อยแต่ที่ฮอตที่สุดน่าจะเป็นน้องอันนา แมวของครอบครัวดนตรี น้องอันนาแมวหน้าไม่รับแขก นั่งสะบัดหางไปมาอยู่ในตะกร้าหวาย ถ่ายรูปได้ไม่โกรธแต่เข้าใกล้ไม่ได้โดนขู่ฟ่อ ได้ยินคุณทิมเถียงกับคุณเบนเรื่องน้องอันนากับน้องรูบี้ตลอดเวลา เพราะคุณเบนชอบเรียกรูบี้สัตว์เลี้ยงแสนรักของคุณทิมว่า หนูผี เออ.. วันนี้ไม่เหมือนแก๊งมาเฟียเท่าไหร่เหมือนแก๊งแฟนฉันมากกว่า
“งานหน้าร้านเราต้องเช่าสามบูธแล้วพี่ไม้คนเยอะขึ้นเรื่อยๆ เดี๋ยวคุณคินพาแฟนมาอีกไม่มีที่ยืน”
“ใครแฟนกูวะเต้ แล้วนี่ลูกค้าไอ้ทิมไม่ใช่แฟน”
“งานอีเว้นท์มหัศจรรย์นี่พาใครมาก็เห็นเป็นแฟนกันหมด ตั้งแต่พี่ไม้พาพี่มิลมา คุณเบนก็พาพี่คีย์มาเนี่ยจริงไม่จริง”
“มึงมาให้กูเตะเลยไอ้ลูกกระจ๊อก”
“ทำไมผมถึงต้องเป็นลูกกระจ๊อกคุณคินที่เป็นลูกกระจ๊อกคุณทิมอีกทีด้วย”
“อยากเลื่อนตำแหน่งบ้างอ่ะทิม เต้เหิมเกริมใส่กูแล้ว”
“เอาเต้มาเป็นลูกกระจ๊อกกูแทนมึงก็ว่าดีเหมือนกันคิน มึงไปเป็นทาสเบอร์หนึ่ง”
“สัด ทำไมตำแหน่งกูเลื่อนลงตลอด”
“คุณทิมตอนเด็กต้องแสบมากแน่ๆ”
“คุณพอร์ชรู้ไหมตอนเด็กไอ้ทิมตัวเท่ากระป๋องแป้งแต่ซ่าสุดในอนุบาล”
“ตอนประถมกูจำได้มีคนมาบอกกูว่าไอ้ทิมโดนขังไว้ในห้องน้ำกูนี่หัวร้อนมาก คิดภาพไว้คือไอ้ทิมนั่งตัวเปียกร้องไห้แล้วนะพอไปถึง เจอไอ้ทิมกำลังปีนออกมาเอาไม้ถูพื้นมาไล่ตีหัวชาวบ้าน”
“กูนึกออกแล้วไอ้โจ๊กป.5/3 ห่าเอ๊ยกู งง ไปหมดสรุปใครแกล้งใคร”
“กูเตรียมไม้กวาดมาฟาดมันเต็มที่เจอไอ้ทิมวิ่งไล่ตีไอ้โจ๊กอยู่กูยอมแพ้ อาวุธในมือกูไม่มีประโยชน์”
“พี่ทิมโคตรเท่”
“ไอ้เบนมึงเอามือปิดหูคีตาเลย เห็นไอ้ทิมเป็นไอดอลแบบนี้เดี๋ยวมึงได้ไหว้แฟนเช้าเย็น”
เป็นเรื่องราวที่โคตรตลกเวลาเขาคุยกันแบบนี้น่ารักดี ไม่มีมีเก๊ก ไม่ได้วางมาดอะไร และเขาก็ชอบที่เห็นคุณทิมเวลาอยู่กับแก๊งลูกเพื่อนแม่ดูผ่อนคลายและเป็นตัวของตัวเองดี วันนี้คุณภาคินไม่ค่อยน่ากลัวเท่าวันก่อนๆ ถึงจะยังดูตึงๆ กับเขาอยู่บ้างส่วนคุณเบนตอนนี้มีคุณคีตานั่งซบอกอยู่บนตัก เห็นบอกไปเล่นกีตาร์โชว์ตากแดดตากลมจนไม่สบายเพราะเห็นนั่งนิ่งๆ หมดแรงให้คุณเบนเล่นแก้มอยู่อย่างนั้น พอแฟนไม่สบายคุณเบนก็ดูอ่อนโยนขึ้นมาทันที ทุกทีภาพลักษณ์ที่เขาเห็นยังกะมาเฟียฮ่องกง
“ไปเดินเล่นกันไหมครับ วันนี้คุณพอร์ชทำงานหนักกว่าออกแบบบ้านอีก”
“วันนี้ผมโดนแกล้งเยอะนะ”
“นี่เบาสุดของแก๊งลูกเพื่อนแม่แล้วถ้าเจอของจริงคุณพอร์ชอาจจะกลับบ้านไปตั้งแต่ห้านาทีแรก”
“ไม่คิดว่าผมจะสู้สุดใจบ้างเหรอไง”
“สู้เพื่ออะไรเหรอครับ”
“อย่างน้อยวันนี้ผมก็เสี่ยงโดนคุณคินต่อยเพื่ออยู่ใกล้คุณทิม”
“โห..เริ่มหยอดแล้วนะเนี่ย”
ตอนเย็นอากาศดีขึ้นมาหน่อยมีงานดนตรีเล็กๆ ตรงลานโล่งๆ เสียงดนตรีดังลั่นไปทั่ว มีเครื่องดื่มน้ำพันช์สีๆ ขายอยู่ตามซุ้ม รู้สึกเหมือนย้อนวัยดีเหมือนกัน เสียงเพลงที่เขาไม่ได้ฟังมานานดังขึ้นมาบรรยากาศรอบตัวมันดีซะจนพอร์ชเองรู้สึกผ่อนคลายเขาทำงานหนักมาตลอดเรียกว่าบ้างานก็ว่าได้ ไม่มีหรอกนะที่จะมาเดินเล่นกินลมชมดนตรีแบบนี้
“ทำไมวันนี้คุณทิมถึงชวนผมมา”
“ให้มาช่วยขายต้นไม้ไง”
“ข้ออ้างผมรู้ขอเหตุผลจริงๆ”
“คุณพอร์ชทำงานหนักเกินไปกลัวจะป่วยไปซะก่อน ยังไม่ทันชนะผมเลย”
“แปลว่าห่วงได้หรือเปล่า”
“แล้วใช้คำไหนได้อีกเหรอครับ”
"ถ้าห่วงทำไมไม่ให้ผมนอนพักอยู่บ้านล่ะครับ"
"ไม่อยากอยู่ด้วยกันเหรอ"
"สงสารผมบ้างคุณทิมเขินเป็นเหมือนกันครับ"
"ไม่สู้เหรอวันนี้"
“เกมนี้ยากกว่าที่ผมคิดไว้เยอะ”
“มันก็ไม่ได้ง่ายตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”
“ถ้านานกว่านี้มันจะยากขึ้นใช่ไหม”
“ตอบไม่ได้หรอกครับมันเป็นเรื่องของอนาคต ยิ่งมีความรู้สึกก็ยิ่งยาก”
เราทั้งสองคนรู้ดีว่าหมายถึงเรื่องอะไรแต่ระหว่างเราก็ตอบไม่ได้ว่าอนาคตมันจะเกิดอะไรขึ้น และวันนี้ทุกอย่างมันดีจนอยากจะไปนึกถึงอะไรให้มันปวดหัว พอร์ชหยุดเดินแล้วหมุนตัวหันหน้าเข้าหาทิมสายตามองไปยังด้านหลัง ทิมเลยต้องหยุดเดินไปด้วย
“ตอนนี้..ข้างหลังคุณทิม”
“มีผู้ชายผมสั้นหน้าตาจิ้มลิ้มใส่เสื้อสีขาวถือแก้วน้ำสีฟ้ากำลังเดินเข้ามาหาคุณพอร์ช ผมเห็นเขามองคุณมานานแล้ว”
โห..ละเอียดยิบ
“อยากไปกับเขาก็ได้นะครับ”
“อย่าปล่อยผมไปง่ายๆ ซิคุณ ผมร้องไห้เลยนะ”
“งอแงแล้วเด็กชายพอร์ช ”
“เด็กชายพอร์ชไม่อยากไปกับคนแปลกหน้าครับ”
“อยากให้ผมทำเหมือนที่คุณจัดการลูกค้าเมื่อตอนกลางวันเหรอครับ”
“ไหน..ช่วยโชว์ให้ผมเห็นภายในห้านาทีเหมือนที่คุณทิมเคยบอกไว้หน่อย”
ทั้งๆ มีเสียงดนตรีที่ดังอยู่รอบตัวแต่เหมือนทั้งคู่ไม่ได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น ทิมได้ยินประโยคที่พอร์ชบอกก่อนจะยกมือกระตุกผ้าโพกหัวให้ปมค่อยๆ คลายออกแล้วกระเถิบเข้าหาพอร์ชที่ยืนอยู่ตรงหน้า มันใกล้ซะจนพอร์ชเองต้องยกมือขึ้นมาวางตรงเอวของคุณทิมไว้
“ผูกให้หน่อย”
เขามั่นใจว่าคุณทิมตั้งใจพูดเสียงดังให้คนนั้นที่กำลังเดินเข้ามาได้ยิน พอร์ชยังคงยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นจนคุณทิมกระเถิบเข้ามาใกล้มากกว่าเดิมจนแทบจะซบอกกว้าง
“ผูกผ้าให้หน่อย”
“หนึ่งนาทีผ่านไปแล้วนะครับ”
“ผูกผ้าให้หน่อยครับ”
“สอง”
“พอร์ช ผูกผ้าให้หน่อยครับ”
“สาม”
“พอร์ชผูกผ้าให้พี่ทิมหน่อยได้ไหมครับ”
สี่นาที..เท่านั้น
คนที่กำลังเดินเข้ามาเลี้ยวเปลี่ยนเป้าหมายไปแล้วเมื่อเห็นภาพตรงหน้า พอร์ชเลยยกมือขึ้นมาอ้อมไปด้านหลังศีรษะของคุณทิมค่อยๆ จัดการผ้าโพกหัวให้ นี่ก็ผูกผ้าไม่ค่อยเป็นเหมือนกันมันเลยไม่ค่อยถนัด พอร์ชเลยต้องโน้มเข้าไปใกล้มากกว่าเดิมเพราะมองปมผ้าด้านหลังไม่เห็น ทันทีที่ผูกเสร็จเสียงดนตรีในงานก็เปลี่ยนเป็นเพลงช้าขึ้นมาพอดี พอร์ชไม่ได้ละมืออกไปไหนยังคงสัมผัสเส้นผมสีน้ำตาลลื่นมืออยู่อย่างนั้น เสียงกระซิบที่เบาจนเขาไม่ได้ยินทำให้พอร์ชเอียงหน้าไปฟังใกล้ๆ
“ขอบคุณครับ”
แก้มที่แดงอยู่แล้วไม่รู้ว่าเพราะอากาศหรือว่าอะไร แววตาที่ดูอ้อนๆ กับคำพูดเพราะๆ ใกล้ๆ หู
มันทำให้พอร์ชเริ่มเข้าใจประโยคเมื่อตอนกลางวัน
“ถ้าคุณพอร์ชเจอทิมเวอร์ชั่นที่แสบแล้วยังบอกว่าน่ารัก รับรองว่าถ้าเจอเวอร์ชั่นอ้อนคุณอาจตายได้เลยนะเตือนไว้ก่อน”
คำเตือนไม่เห็นช่วยอะไรเลยคุณรามิล!
หัวใจจะวายตายแล้วตอนนี้…คนเราจะทั้งร้ายทั้งน่ารักขนาดนี้ได้ยังไงวะไม่เข้าใจ!
TO BE CON
สงสารพอร์ชเขานะคะ โถ..
หรือจริงๆแล้ว เรื่องนี้อาจจะดราม่าสุดในสี่เรื่อง? โอ้ว
#อัญมณีที่รัก #ซีรีส์ลูกเพื่อนแม่
twitter @ribbinbo
-
ใครรู้สึกก่อนแพ้ ทิมจะเอาอย่างนี้จริง ๆ เหรอ พอร์ชยังมีตัวแปรอีกคนคือคุณพิมนะ
ปล.ไว้ชีวิตคนอ่านด้วยค่ะ ดราม่าอะไรไม่รู้ไม่ชี้
-
แสบมากจริงๆ คนอ่านหัวใจจะวายตายแล้ว อย่าว่าแต่พอร์ชเลย :heaven
อย่าดราม่าหนักเลยน้าา เห็นใจเราด้วย แงง :ling3:
-
นั่นแหละค่ะ ถ้านุ้งทับทิมแสบแล้วยังมองว่าน่ารัก น้องพอร์ชคงไม่รอดแน่แล้ว แพ้ตั้งแต่ตรงนี้เป็นต้นไปเลยค่ะ 555
แก๊งลูกเพื่อนแม่เตือนคุณแล้ว คริคริ
-
:hao7: :hao7: :hao7:
-
:katai2-1: ตายแน่ๆๆๆ
-
:pig4: :pig4: :pig4:
ใครจะเป็นฝ่ายแพ้ในเกมนี้กันหนอ?
-
:hao7:
-
ตามไม่ทันแร้วนายพอร์ช 555555555555555555
แต่คู่เพื่อนตัวเองจะส่งผลกระทบกับนายพอร์ชมากแค่ไหนนะ
ถ้าไม่มีอะไรก็ดีไปแต่ถ้ามีก็
:ling2: :ling2:
-
o13
:pig4:
-
มาเกมนี้ ฉันก้อรู้ว่าจะต้องลงเอยอย่างไร 555
-
Jewelry Design
#อัญมณีที่รัก
ผมออกแบบแหวนแต่งงานให้คนอื่นมามากมาย
คงมีแค่คนเดียวที่ผมจะไม่ได้ออกแบบแหวนแต่งงานให้
คนๆ นั้นก็คือตัวผมเอง…
- นพจินดา วรโชติเมธี –
CH.6 - Topaz
บุษราคัม
“น้องทิมมีแฟนแล้วแน่ๆ อาการแบบนี้”
“แบบไหน”
“แบบที่กำลังนั่งออกแบบแหวนอยู่”
คนที่กำลังใช้ดินสอวาดแบบแหวนคร่าวๆ หยุดลากเส้นทันทีที่พี่ต่ายทัก ท่าทางวันนี้พี่ต่ายจะอารมณ์ดีมากเพราะไม่ด่าที่ตอนนี้ทิมกำลังเอาขาวางพาดบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ทุกทีนี่โดนแฟ้มฟาดใส่แล้ว พี่ต่ายเดินเข้ามาเก็บโต๊ะทำงานไปด้วยพลางมองเหล่คนที่นั่งวาดรูปต่อ ทิมไม่ได้ตอบคำถามของพี่ต่ายเพียงแค่ยิ้มๆ
“รู้ได้ไงนี่อาจจะเป็นงานของลูกค้าก็ได้”
“ทุกครั้งที่ทิมออกแบบงานของตัวเองจะใส่ลายเซ็นไว้บนสุดแล้วก็จะร่างแบบไว้ในสมุดเล่มนี้เท่านั้นค่ะ”
“สุดยอดเลขาและผู้จัดการ”
“ว่าไงคะออกแบบแหวนแบบนี้แฟนแน่ๆ ทิมไม่เคยออกแบบแหวนให้ตัวเองเลยพี่ต่ายรู้”
“ก็แค่ลองดูเฉยๆ ครับ”
“แก๊งลูกเพื่อนแม่ไม่อกแตกตายเหรอคะ คุณชายทิมจะมีแฟน”
“ก็เพราะว่ายังไม่มีไงครับ”
“งั้นตอนนี้ทิมต้องนึกถึงเขาอยู่แน่ๆ ”
“ผมเป็นแบบนั้นเหรอ”
“ทิม นพจินดา คนที่ตั้งมั่นว่าจะไม่ออกแบบแหวนให้ตัวเองถ้ายังไม่มีความรัก แต่ตอนนี้แบบแหวนตรงหน้านี่คืออะไรเอ่ย..”
“……………………………………………………”
พี่ต่ายออกจากห้องทำงานของทิมไปแล้วแต่สิ่งที่พี่ต่ายพูดยังคงวนเวียนอยู่ในหัว และมันก็จริงทุกประโยคทิมออกแบบเครื่องประดับใส่เองเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ทั้งสร้อยคอ สร้อยข้อมือ ตุ้มหู แต่ไม่เคยออกแบบแหวนเลยสักครั้ง เพราะทับทิม นพจินดาคือคนที่พูดไว้ว่าวันที่เขาจะออกแบบแหวนให้ตัวเองคือวันที่เขามีความรัก
ทิมยกแบบแหวนที่เขาออกแบบมาดูใกล้ๆ มันไม่ได้หรูหราเหมือนแหวนแต่งงานที่เขาเคยออกแบบมา มันเป็นแค่แหวนเรียบๆ มีแค่อัญมณีที่อยู่บนหัวแหวนและแน่นอนว่ามันจะต้องเป็น
ทับทิม..
“ความรัก”
ที่ทิมไม่ได้ตอบพี่ต่ายออกไปเพราะตอนที่ออกแบบเขากำลังนึกถึงใครบางคนอยู่จริงๆ ดินสอในมือเคาะลงบนกระดาษที่ออกแบบค้างไว้ก่อนจะตัดสินใจโยนลงบนโต๊ะทำงานแล้วปิดสมุดในมือทิ้งแบบแหวนที่ออกแบบไม่เสร็จไว้อย่างนั้น
เขายังไม่รู้เลยว่าเป็นความรัก..หรือแค่เกม
Jewelry Design
ทิมไม่เคยคิดจะมาบ้านลูกค้าคนนี้อีกเป็นครั้งที่สอง แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ยืนอยู่หน้าบ้านหลังเดิมที่เคยมาเมื่ออาทิตย์ก่อน บ้านรูปทรงประหลาดๆ ที่มีชิงช้าอยู่ตรงระเบียงบ้าน ทั้งๆ ที่ทิมเองขอเป็นร้านกาแฟหรือที่ไหนก็ได้ถ้าหากว่าพอร์ชไม่ชอบที่จะคุยงานที่ออฟฟิศหรือห้องประชุม และแน่นอนว่าลูกค้าวีไอพีก็บอกให้มาที่บ้านแทน
ตอนแรกทิมอยากจะปฏิเสธ แต่พอนึกถึงสภาพของสถาปนิกที่งานรัดตัวจนแทบไม่ได้กินข้าวก็เลยตอบตกลง และมันก็เป็นอย่างที่คิดไว้ สถาปนิกพอร์ชยังคงคอนเซ็ปต์ง่ายๆ บ้านๆ ชุดที่เดินออกมาหาไม่รู้ว่าใช่ชุดนอนหรือเปล่า แต่ก็น่าจะใช่อยู่
“ขอโทษนะครับคุณทิม พอดีผมไม่ได้ดูเวลาเลย”
“ได้นอนหรือยังครับ”
“สองสามชั่วโมงน่าจะประมาณนั้นแต่งานเสร็จแล้วครับ วันนี้ผมมีเวลาให้คุณทิมเต็มที่”
“อยากพักไหมครับผมจะได้กลับก่อน”
“เอะอะกลับบ้านตลอด ผมล็อคประตูแล้วออกไปไม่ได้หรอก”
มีการโชว์ให้ดูรหัสสีแดงอีกต่างหากยิ่งตอนนี้เจ้าตัวอยู่ในชุดนอนลายทางสีน้ำเงินตัวใหญ่ก็ยิ่งดูเด็กลงไปอีก พอร์ชบอกให้ทิมนั่งรอที่โซฟาก่อนเพราะตอนนี้ห้องทำงานรกมากและท่าทางจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะเห็นแผ่นกระดาษปลิวว่อนเต็มพื้นไปหมด
“ป้าชัญขอแก้แบบจี้ด้วยคุณทิม อยากให้เอาพลอยรอบๆ เยอะกว่านี้หน่อย ส่วนของลุงพัฒน์โอเคแล้ว”
“………………………………………………….”
“สร้อยข้อมือของพี่บีเอ็มขอเรียบๆ ใส่แค่เพชรก็พอ”
“………………………………………………….”
พอร์ชชะโงกหน้ามาดูเมื่อเห็นว่าคุณทิมเงียบไปไม่เห็นตอบรับอะไร ทุกทีถ้าพูดเรื่องงานนี่เจ้าตัวถามละเอียดยิบแล้ว พอเห็นว่าคุณทิมกำลังยืนมองดูโมเดลบ้านที่เขาเอาออกมาวางตรงห้องนั่งเล่นอยู่ พอร์ชเลยเดินออกมาหา
“ชอบเหรอครับ”
“ชอบอะไร”
“บ้านผม”
“แปลกดี”
“แน่นอนใครจะมาคิดได้แบบผม”
“คนคิดแบบก็แปลก”
“แต่เขาหล่อมากเลยนะ”
“ไปอาบน้ำได้แล้วครับ คุณพอร์ชคงไม่คุยงานกับผมด้วยชุดนอนหรอกใช่ไหม”
“ดีนะเมื่อวานผมว่าจะใส่ชุดนอนลายมิกกี้เมาส์แล้ว ถ้าคุณทิมเห็นต้องบอกว่าผมน่ารักมาก”
“ไปอาบน้ำ”
“ถ้ามีแฟนอายุมากกว่าผมต้องโดนไล่ไปอาบน้ำทุกวันแบบนี้แน่ๆ”
“นับหนึ่งถึงสาม”
“ไปแล้วครับอย่าเพิ่งนับ”
ยังคงกวนตีนไม่เลิก ทิมอยากจะเอาโมเดลบ้านทุ่มใส่เจ้าของบ้านให้มันรู้แล้วรู้รอด พอร์ชเลยต้องบอกว่าขอเวลาสิบนาทีแล้วเจ้าตัวก็วิ่งหายขึ้นไปบนชั้นสอง แค่เพียงไม่นานพอร์ชก็เดินลงมาด้วยชุดอยู่บ้านตามเคย พอร์ชถือผ้าเช็ดผมแล้วยืนมองคนที่กำลังนั่งทำงานอยู่ตรงโซฟา เพิ่งสังเกตว่าคุณทิมไม่ได้ใส่ชุดทำงานเต็มยศเหมือนที่เราเจอกันตอนแรกๆ สำหรับเขาแค่เสื้อยืดกางเกงยีนส์รองเท้าผ้าใบก็โอเคแล้ว ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เราสองคนทำตัวสบายๆ โดยไม่ได้นึกถึงคำว่าลูกค้าและเจ้านายหรือว่าธุรกิจ
“ทานข้าวก่อนไหมครับ”
“เมื่อไหร่เราจะได้เริ่มทำงานกันสักที”
“คุณทิมไม่หิวเหรอ”
“ทำไมวันนี้คุณพอร์ชงอแงแบบนี้เป็นอะไร”
“อาทิตย์ที่ผ่านมาผมทำงานหนักเป็นบ้าเลยโดนคัตเตอร์บาดด้วย”
ผู้ชายตัวโตเป็นหมีแบมือให้ดูรอยคัตเตอร์บาด แถมยังมีอีกหลายรอยบนฝ่ามือท่าทางหงอยๆ ของพอร์ชทำให้ทิมวางไอแพดในมือลงก่อนจะจับมือของพอร์ชขึ้นมาดูใกล้ๆ จริงๆ รอยบาดมันก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากมายแต่พอร์ช พชรเล่นใหญ่มาก เชื่อได้เลยว่าตอนเรียนสถาปัตย์โดนบาดหนักกว่านี้แน่ๆ
“อันนี้หลอกให้ผมแพ้หรือเปล่า”
“ผมเจ็บจริงๆ ตอนโดนบาดเลือดไหลเป็นทาง”
“ขนาดนั้นเลย ไกลหัวใจเยอะเลยนะ”
“นึกว่าจะตายแล้ว”
“แล้วต้องทำไง หาหมอไหม”
“หาคุณทิมดีกว่า”
“ผมมาแล้วช่วยอะไรได้”
“ไม่รู้ว่าช่วยเรื่องไหนแต่ตอนนี้มันดีมากที่ผมทำงานหนักมาทั้งอาทิตย์แล้วได้เจอคุณทิมนั่งอยู่ในบ้านผมแบบนี้”
“ไม่เขินหรอกนะ”
“ความเหนื่อยผมหายเป็นปลิดทิ้งเลย”
“ก็ยังไม่เขินอยู่ดี”
“ผมไม่ได้คิดเรื่องนี้มานานมากแล้ว”
“พอบอกไม่เขินนี่เปลี่ยนเรื่องเลย”
“ผมอยากให้มันเป็นแบบนี้ทุกวัน”
“อะไรทุกวัน”
“ผมอยากตื่นขึ้นมาเจอคุณทิมทุกวัน”
“สรุปเราคุยเรื่องอะไรกันอยู่”
“เรื่องแต่งงาน”
พอจบประโยคทิมเงยหน้าขึ้นมามอง เขาไม่รู้ว่าพอร์ชพูดจริงหรือแค่แกล้งเขาเท่านั้น แต่ทุกอย่างรอบตัวมันเงียบเพราะไม่มีใครพูดอะไรต่อ ทิมรู้ตัวว่าใจเขาตอนนี้กำลังเต้นแรงแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเพียงเพราะคำว่าแต่งงาน เจ้าของบ้านเองก็มองหน้าเขาอย่างเดียวจนทิมเองต้องแกล้งทำเป็นขยับตัวไปมา
“ผมว่าคุณพอร์ชทานข้าวก่อนก็ดี”
“พอเขินแล้วเปลี่ยนเรื่องเลย”
“วันนี้ไม่ได้ทำงานแน่ๆ ผมกลับบ้านดีไหม”
“เดี๋ยวผมโทรสั่งข้าว คุณทิมเช็ดผมให้หน่อยได้ไหมครับ”
“วันนี้นี่เป็นอะไรนักหนา”
“ไม่อยากให้คุณทิมกลับบ้าน”
“ก็คุณพอร์ชไม่เริ่มทำงานสักที”
“ไม่อยากให้เราเจอกันเพราะเรื่องงานนี่”
“วันนี้เป็นหนักนะ”
“เช็ดผมให้หน่อยครับพี่ทิม”
“โตแล้วนะ พชร”
ถึงน้ำเสียงจะดุและมีการเรียกชื่อจริง แต่มือก็ยอมหยิบผ้าเช็ดผมไปขยุ้มๆ บนศีรษะให้ พอร์ชอมยิ้มเมื่อคุณทิมเริ่มผ่อนแรงในมือจนเหลือแค่เช็ดผมเบาๆ แล้วพอร์ชก็ต้องร้องเสียงหลงอีกครั้งเมื่อเแกล้งบอกว่าชีวิตคู่เราต้องพึ่งพาร้านอาหารทุกร้านแน่ๆ เพราะไม่มีใครทำอาหารเป็น คุณทิมนี่แกล้งเช็ดผมเขาซะจนหัวสั่นหัวคลอน แต่พอพอร์ชเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าเพราะคิดว่าจะต้องเขินแน่ๆ ถ้าเขาหยอดไปแบบนั้น แต่ประโยคที่ตอบกลับมา..
“เดี๋ยวพี่ทิมจะฝึกทำอาหารให้แล้วกัน”
ทำไมถึงเป็นเขาที่ต้องเขินตลอดเลยวะ
ไม่ยูติธรรมเลย!
วันนี้จะได้เริ่มทำงานเมื่อไหร่ก็ไม่รู้..
พอทานข้าวกันเสร็จเจ้าของบ้านก็เดินออกไปที่สนามหน้าบ้าน เดินดูต้นไม้ใบหญ้าไปเรื่อยเปื่อย ที่จริงทิมก็พอจะรู้ว่าพอร์ชกำลังหาเรื่องทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่คุยงานกับเขา เอาเถอะยังไงทิมก็ตามใจลูกค้าระดับวีไอพีอยู่แล้ว แบบสร้อยข้อมือกับจี้ก็ไม่ได้แก้อะไรมากมาย ทิมเลยวางงานในมือแล้วเดินมาที่สนามหญ้าบ้าง
ท่าทางเจ้าของบ้านจะไม่มีเวลามาดูสวนอย่างจริงจัง ต้นไม้บางต้นนี่ใบเหลืองจนมันร่วงเต็มสนามไปหมด พอร์ชหยิบสายยางแล้วรดน้ำทีละต้น ทิมเลยเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ ปกติทิมไม่ค่อยมีเวลามาดูพวกสวนที่บ้านเท่าไหร่เพราะยังไงก็มีคนดูแลอยู่แล้ว จะว่าไปเขาก็นับถือพอร์ชเหมือนกันที่ออกมาอยู่คนเดียวแบบนี้
ต้องรับผิดชอบหลายอย่างทั้งเรื่องบ้านและเรื่องงาน
ก็ถือว่าหนักพอสมควรกับการเป็นเจ้าของธุรกิจด้วยอายุแค่ยี่สิบปลายๆ
“คุณทิมอยากรดน้ำต้นไม้เหรอครับ”
“ตายหมดแล้วต้นไม้คุณ”
“ผมไม่มีเวลาดูแลเลย ปกติไอ้มีนเป็นคนทำนะมันบอกผมตายได้แต่ต้นไม้ห้ามตาย มันเป็นคนเอามาปลูกตอนแรกบ้านผมมีแค่สนามหญ้าเอง ไอ้มีนบอกบ้านแห้งแล้งยังกะบ้านผีสิง”
“แล้วทำไมถึงไม่ปลูกต้นไม้ล่ะครับ”
“แค่เวลากินข้าวผมยังไม่มีเวลาเลยจะเอาเวลาไหนไปดูแลต้นไม้”
“แล้วถ้ามีแฟนจะเอาเวลาไหนไปดูแฟน”
“นั่นซิ สงสัยผมต้องมีคนคอยดูแล”
“อยากเป็นฝ่ายถูกดูแลเหรอครับ”
พอร์ชหันไปมองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ก่อนจะยื่นสายยางให้ทิมเป็นคนถือ ทิมรับมาเพราะนึกว่าพอร์ชจะหยิบอะไรแต่อยู่ดีๆ พอร์ชก็รั้งข้อมือให้ทิมมาอยู่ด้านหน้าก่อนที่ตัวเองจะยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง ทิมไม่ได้ขยับตัวหนีไปไหนและไม่ได้มีท่าทีไม่พอใจพอร์ชเลยเอื้อมมือไปจับข้อมือทิมที่ถือสายยางอยู่ให้รดน้ำต้นไม้ตรงหน้าไปด้วย
“ไม่หรอกครับ ผมอยากเป็นฝ่ายที่ดูแลเขาได้และเขาก็ดูแลผมได้ ต่อให้คนนั้นอายุมากกว่าผมก็ตาม”
“………………………………………………………………………….”
“ผมพูดจริงๆ คุณทิมอาจจะมองว่าผมยังไม่โตเพราะคุณอายุมากกว่าผม แต่ผมก็มีมุมที่เป็นผู้ใหญ่เพียงแค่คุณอาจจะยังไม่เคยเห็น และก็มีมุมที่เป็นเด็ก”
“อย่างวันนี้”
“วันนี้ผมอ้อนเยอะเหรอ”
“ทุกนาที”
“อ้อนขนาดนี้คุณทิมยังดุผมอยู่เลย”
“ก็น่ารักดี”
“พูดว่าอะไรนะ”
“จริงๆ ไม่อยากบอกให้คุณพอร์ชรู้หรอกแต่วันนี้คุณน่ารักดี”
“ขอแบบชัดๆ หน่อย”
“วันนี้คุณดูน่ารักเป็นเด็กชายพอร์ช งอแงไม่อยากทำงานทั้งวัน”
“ผมได้ยินไม่ผิดใช่ไหมคุณทิมชมผมว่าน่ารัก”
“มีอย่างที่ไหนหนีเรื่องคุยงานมารดน้ำต้นไม้ มีแค่คุณเท่านั้นแหละที่จะทำแบบนี้”
พอร์ชก้มลงมาหาคนที่กำลังยิ้มอยู่ พอร์ชยอมรับว่าวันนี้เขาไม่ได้อยากทำงานเท่าไหร่ ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่เขาไม่ได้อยากให้เราสองคนเจอกันเฉพาะเรื่องงาน อยากให้เรานั่งเฉยๆ กินข้าว หรือว่าเดินเล่นแบบนี้ พอร์ชก้มลงมาหาเรื่อยๆ แก้มขาวตรงหน้ามันทำให้พอร์ชอยากจะฝังจมูกลงไปใจจะขาดแต่อยู่ดีๆ สายยางตรงหน้าก็ตวัดมาทางเขาและแน่นอนว่าตอนนี้หน้าเขาเปียกชุ่มไปด้วยน้ำ
“งอแงแล้วน่ารักก็ส่วนหนึ่ง แต่ไม่ตั้งใจทำงานก็ส่วนหนึ่งโดนลงโทษซะบ้างถ้าเป็นคนอื่นโดนด่าไปแล้ว”
พอร์ชยกมือลูบหน้าตัวเองเบาๆ ก่อนจะคว้าเอาสายยางมาแกล้งฉีดใส่คนที่ยืนอยู่ ทิมร้องลั่นเพราะโดนฉีดน้ำใส่จนเสื้อเปียกไปหมด ทั้งๆ ที่ควรจะโมโหแต่ทิมกลับหัวเราะแล้วพยายามแย่งสายยางมาจากเจ้าของบ้าน กลายเป็นสงครามขึ้นมาซะดื้อๆ กว่าจะหยุดเล่นก็ตอนที่ทิมเพิ่งรู้ตัวว่าเปียกโชกขนาดไหน พอเห็นสภาพของตัวเองก็หัวเราะออกมาทั้งคู่เพราะไม่คิดว่ามันจะเลยเถิดจนเลอะเทอะขนาดนี้ จากที่ยืนรดน้ำต้นไม้กันอยู่เฉยๆ
ที่จริงปลูกต้นไมไว้ในบ้านมันก็ดีเหมือนกัน
Jewelry Design
พอร์ชเดินออกมาจากตัวบ้านหลังจากที่สงครามสายยางจบลง สรุปคุณทิมต้องเปลี่ยนชุดใหม่ทั้งชุดเสื้อยืดที่เจ้าตัวใส่อยู่ตอนนี้ไซส์ใหญ่จนแขนตกเหมือนเด็กที่เอาเสื้อผู้ใหญ่มาใส่ ผมที่เซ็ตไว้ก็เปียกชุ่มจนตอนนี้มันไม่ได้เป็นทรงเหมือนในตอนแรก พอร์ชหยุดเดินแล้วยืนมองคนที่นั่งทำงานอยู่ตรงหน้าบ้าน
เท่าที่ทุกคนรู้พอร์ชหวงบ้านมากและไม่เคยให้ใครเข้ามาง่ายๆ แต่ภาพที่เขาเห็นอยู่ตอนนี้ก็ไม่เคยคิดเหมือนกันว่ามันจะเกิดขึ้น แผ่นหลังเล็กตรงหน้าทำให้พอร์ชยืนมองอยู่นาน คำพูดของมีนในวันที่เขาย้ายเข้ามาอยู่วันแรกวนกลับมาให้คิดอีกรอบ
“บ้านมึงซับซ้อนขนาดนี้อยู่คนเดียวไม่เหงาเหรอวะ”
“ถ้ากูเหงากูจะขายให้มึงแล้วกัน”
“ใครจะซื้อ บ้านอะไรแพงฉิบหายผ่อนร้อยปีก็ยังไม่หมด”
“กูออกแบบทั้งหมดนี่เพราะว่าอยากอยู่เอง”
“แต่สำหรับผมบ้านจะเป็นบ้านก็เพราะว่ามีคนที่เรารักอยู่ด้วยครับ มึงเป็นคนพูดเองตอนพรีเซนต์โปรเจคจบกูยังจำได้จนถึงทุกวันนี้”
พอร์ชเลิกคิดเรื่องที่มีนเคยพูดไว้แล้วหยิบหมอนอิงหนึ่งใบเดินไปหาที่ทิมกำลังนั่งทำงานอยู่ ทันทีที่เขาวางหมอนลงข้างๆ แล้วเอนตัวลงนอน คนที่กำลังตั้งใจทำงานเลยหันมามองพอร์ชแค่นอนเฉยๆ มีบ้างที่คุยกันเรื่องเครื่องประดับของเจริญกิจธารา จากที่นอนอยู่บนหมอนอยู่ดีๆ พอร์ชก็เริ่มขยับศีรษะมาเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็เลื่อนมาบนตักทิมแต่ทิมก็เอาดินสอดันศีรษะไว้
“มากไปหรือเปล่า”
“หมอนแข็ง”
“แล้วตักผมมันนิ่มกว่าหรือไง”
“นอนหมอนแล้วทำงานไม่รู้เรื่อง”
“ไม่เห็นจะทำงานอะไรเลยนอนอยู่เฉยๆ ”
“ขอนอนตักหน่อยครับ”
“รู้ตัวไหมวันนี้คุณพอร์ชพูดประโยคนี้ทั้งวัน”
ทิมไม่ได้บอกอนุญาตหรือไม่อนุญาตแต่ดินสอที่ดันศีรษะอยู่ก็ถูกยกออกไปแล้ว พอร์ชเลยกระเถิบตัวไปนอนบนตักทิมได้สำเร็จ คุณทิมไม่ได้สนใจเขาเท่าไหร่เอาแต่จ้องไอแพดกับสมุดในมือ แต่เห็นเขานอนจ้องอยู่อย่างนั้นก็เอาดินสอมาเคาะหน้าผากพร้อมกับบอกว่านอนมองแบบนี้เสียสมาธิให้มองไปที่อื่น
อากาศตอนเย็นสบายกว่าตอนบ่ายเลยทำให้ทิมทำงานได้เรื่อยๆ พอร์ชที่หลับตาอยู่เลยลืมตาขึ้นมามอง ยอมรับเลยว่าคุณทิมหน้าตาโคตรน่ารัก ยิ่งตอนนี้ผมไม่ได้เซ็ตมันตกลงปรกหน้าจนพอร์ชต้องยกมือขึ้นมาทัดผมไว้หลังใบหู เจ้าตัวเพียงแค่เหลือบมองแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร
ไม่มีคำพูดอะไรต่อพอร์ชแค่นอนหลับตานิ่งๆ มีบ้างที่ตอบคำถามของคุณทิมเรื่องงาน พอตอบกวนหน่อยก็โดนเคาะหน้าผากสองสามที เวลาล่วงเลยจนเกือบสองทุ่มทิมเลยต้องขอตัวกลับ พอบอกจะกลับบ้านเด็กชายพอร์ชก็ทำท่าซึมขึ้นมาทันทีแต่ครั้งนี้ ทิมจะตามใจไม่ได้แล้วนี่ก็อยู่ด้วยกันมาทั้งวัน
“ผมมาบ้านคุณพอร์ชตั้งแต่สิบโมงเช้าเพิ่งได้เริ่มทำงานตอนห้าโมงเย็น”
“เริ่มทำงานตอนตีหนึ่งผมก็ไม่ถือ”
“ต้องนอนค้างแล้วแบบนั้น”
“นอนได้ผมไม่ว่า”
“โดนคินด่าแน่”
“ถ้าแก๊งลูกเพื่อนแม่คุณมาบ้านผมนี่เละชัวร์”
“คุณพอร์ชคงต้องได้สร้างบ้านใหม่”
“เคยสงสัยเหมือนกันทำไมแก๊งลูกเพื่อนแม่คุณถึงต้องหวงคุณทิมขนาดนี้”
“แล้วหายสงสัยแล้วหรือไง”
“ก็คุณทิมน่ารักจะตายอยู่แล้วเนี่ย”
“ได้ยินคำนี้บ่อยจนเลิกเขินแล้ว”
“ผมทำให้คุณทิมเขินบ้างหรือยัง”
พอทิมส่ายหน้า พอร์ชเลยเดินเข้ามาหาใกล้ๆ มือใหญ่จับมือของทิมขึ้นมาก่อนจะจูบเบาๆ ทิมหัวเราะเพราะอยู่ดีๆ พอร์ชก็จูบมือเขาหน้าตาเฉย ท่าทางมันเหมือนเด็กเอาแต่ใจมากกว่าจะมาเขินอะไรทั้งนั้น
“ไม่แพ้ผมบ้างเหรอ”
“ไปฝึกมาใหม่”
ทิมโบกมือลาเจ้าของบ้านที่ยังไม่ยอมปล่อยมือเขาสักที แต่อยู่ดีๆ มือที่โดนจับก็ถูกรั้งไว้ ทิมตั้งใจจะถามว่ามีอะไรแต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยอะไรออกมา พอร์ชก็ออกแรงรั้งให้ทิมเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด ช่วงเอวก็ถูกกอดไว้แน่นแถมมือของทิมก็ถูกจับไว้แนบอกกว้าง เราสองคนอยู่ใกล้กันจนทิมสามารถสบตาอีกฝ่ายได้ ไม่มีคำพูดอะไรทั้งสิ้นนอกจากพอร์ชจับมือของทิมขึ้นมาก่อนที่จะจูบลงไปเบาๆ ทั้งๆ ที่สายตายังไม่ละไปจากใบหน้าทิมเลยสักนิด
“ผมไม่รู้ว่าเขาต้องพูดอะไรเวลาที่จะจูบมือใครสักคน”
“…………………………………….”
พอร์ชปล่อยมือทิมให้เป็นอิสระก่อนจะยกมือขึ้นมาทัดผมให้คนตรงหน้า เอวบางถูกกระชับกอดให้แน่นขึ้นจนทิมเผลอกำเสื้อของพอร์ชไว้แน่น ทั้งๆ ที่ตั้งใจจะแกล้งให้คุณทิมเขินเล่นแต่ตอนนี้พอร์ชบอกตามตรงว่าใจเขามันควบคุมอะไรไม่อยู่แล้ว ยิ่งดวงตากลมโตมองเขาไม่วางตาแบบนี้มันยิ่งทำให้พอร์ชรู้ว่าความรู้สึกในตอนนี้
มันไม่ใช่แค่อยากได้มันไม่ได้มีเรื่องเซ็กส์มาเกี่ยวข้อง
ไม่ใช่เลยสักนิด…
“ทับทิม อย่าเพิ่งกลับได้ไหมครับ”
น้ำเสียงที่ได้ยินมาทั้งวัน แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าทำไมทิมถึงฟังแล้วรู้สึกว่ามันดูอ้อนกว่าทุกครั้ง สายตาที่มองกันอยู่ทำให้พอร์ชก้มลงมาหาพร้อมกับจูบที่แนบลงบนหน้าผากขาว ทิมไม่ได้ขัดขืนหรือมีท่าทีต่อต้านเพียงแค่กำเสื้อยืดของพอร์ชไว้แน่นกว่าเดิม อ้อมแขนกระชับแน่นจนแทบไม่มีช่องว่างเสียงพูดเบาๆ ทำให้พอร์ชต้องถอนจูบแล้วแนบหน้าผากกับคนในอ้อมกอดเพื่อตั้งใจฟัง
“หลับตาเลย”
“ทำไมผมต้องหลับตา”
“เวลาเขิน”
“…………………………………”
“เวลาที่ผมเขินมันจะแดงไปทั้งหน้า”
นอกจากจะไม่ฟังคำสั่งแล้วพอร์ชยังจ้องหน้าไม่เลิกอีกต่างหากและมันก็จริงอย่างที่เจ้าตัวบอก ตอนนี้แก้มขาวเริ่มขึ้นสีแดงแล้วมือของทิมละจากอกกว้างตั้งใจจะดันหน้าพอร์ชให้ออกไปแต่ก็ไม่ได้ผล พอร์ชยิ้มกว้างกว่าเดิมเมื่อสัมผัสได้ว่า ช่วงเอวเขาก็โดนคุณทิมกอดไว้เหมือนกัน
“ถ้าแก๊งลูกเพื่อนแม่คุณมาเห็นเราตอนนี้ ผมต้องโดนยิงทิ้ง”
“เจอคินก่อนคนแรก”
“เหมือนวันนี้ผมชนะแต่ก็รู้สึกว่ายังไงก็เแพ้คุณทิมอยู่ดี”
พอร์ชก้มลงมองคนที่เงยหน้ามาหัวเราะ ดวงตากลมโตยิบหยีลงมันน่ารักจนเขาต้องก้มลงมาจูบหน้าผากขาวอีกครั้งและคิดว่าอีกนานเลยว่าเขาจะปล่อยให้คุณทิมออกจากอ้อมกอดนี้แล้วก็ไม่รู้อีกนั้นแหละว่าวันนี้ใครคือผู้ชนะตัวจริง
“ผมแย่แน่ทำยังไงดีทับทิม ไม่อยากปล่อยให้กลับบ้านแล้ว”
แต่สุดท้ายก็ไม่น่าจะใช่เขาที่ชนะ..
ตอนนี้แต้มของพอร์ช น่าจะติดลบร้อยไปแล้วแน่ๆ
TO BE CON
ชนะที่แพ้ –พอร์ชสึโนว่า
แก๊งลูกเพื่อนแม่ถือไม้เรียวแล้วทับทิม!
ทุกคนอาจจะ งง นี่นิยายชื่อเรื่องอัญมณีหรือบ้าน 5555
เดี๋ยวตอนหลังๆ จะเกี่ยวกับอัญมณีมากขึ้นรอเขาสนิทกันก่อนนะคะ (นี่สนิทยัง?)
#อัญมณีที่รัก #ซีรีส์ลูกเพื่อนแม่
twitter @ribbinbo
-
:-[ แอร๊ยยยยย หวีดร้องงง
-
:pig4: :pig4: :pig4:
ใครแพ้ใครชนะไม่รู้หรอก
รู้แต่คนอ่านฟิน
-
น่ารักมากกกกกกกกกกก
เรื่องนี้ถึงหูแก๊งลูกเพื่อนแม่แน่!!
-
:hao6: :hao6: :hao6:
-
อู้ยย ลูกเพื่อนแม่ต้องบึ้มบ้านพอร์ชแล้วว :hao7: o13
-
ยอมเลย
-
ห้ามไม่ทันกันแล้ว
-
ฮื่ออออ มันน่ารักทั้งหมด :-[ เขิงงงไปหมดแย้ววว
ทับทิมมม ก้านมะยมรอฟาดเป็นกำเลย :impress2:
-
:mew3: :mew1:
-
โอย ชอบ~~~ ชนะที่แพ้ 555
ก่อนน้องพอร์ชจะโดนยิงทิ้ง พี่ทับทิมจะโดนก้านมะยมก่อนแน่นวลลลล อิอิ
จะว่าไป...กว่าแก๊งลูกเพื่อนแม่จะไหวตัวทัน ทับทิมโดนขังไว้ในบ้านน้องไปแล้วจ้า
-
:pig4: :L2: :L2:
-
นี่ยังคิดว่าเล่นเกมกันอยู่อีกหรือ กอดเอวเอย หอมหน้าผากเอย เช็ดผมให้กันเอย
พวกคุณแพ้แล้วทั้งคู่ เอ๊ะ หรือชนะกันทั้งคู่ดี
-
น่ารักมากกค่ะ
-
บอกเลยว่าคู่นี้มวยถูกคู่จริงๆ ไม่มีใครยอมใครเลย 555 พึ่งอ่านถึงเพทาย อดใจไม่ไหวต้องมาคอมเม้นต์ก่อน
-
คินคงเตรียมก้านมะยมไว้แล้ว รอแค่ทิมกลับไปโดนแน่ กลับดึกขนาดนี้
-
หวังว่าคุณพอร์ชจะคุยกับกลุ่มเพื่อนของพี่ทับทิมได้นะครับ ^^"
-
มีความออดอ้อน มีความอ้อย :mew1: :-[
-
ขอให้มีความคืบหน้ากว่านี้นะครับ ^^
-
:กอด1: ถ้าทางว่าเกมส์นี้จะเข้าตัวกันมั้ง 2 คนนะ :mew3:
-
:pig4: :pig4: :pig4:
-
:katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
-
ดีใจมากกกก ที่มาแล้วว สนุกครับ ติดตามอยู่นะคร้บ
-
เสมอแน่ๆงานนี้
-
ยกนี้เสมอก็ได้นะ
-
ดีใจที่เกมส์ยังดำเนินต่อไป :mew1:
-
:hao6: หวานๆๆๆๆๆ ยอมแพ้เลย
-
เอ...นี่ชนะคู่หรือแพ้คู่กันน้า~~~
ทับทิมน่ารักจริงๆ นั่นแหละ อิอิ
-
จ้าาาา
-
น่ารักไปหมดด ทับทิมม :impress2: :impress2:
-
แหมะ ดูเขาง้อกัน คนอ่านฟินไปเลย
-
หวานๆๆๆ
-
:pig4: :pig4:
-
ขนาดนี้ไม่เกมส์แล้วล่ะ ของจริงล้วนๆ o18 พอร์ชหายเร็วๆ จะได้เร่งจีบทับทิม
-
เกี่ยวก้อยกันแล้ว :กอด1:
-
น่ารักกกก
Sent from my iPhone using Tapatalk
-
ตกลงใครแพ้ก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าข้าฟินนนนน :hao7:
-
รออยู่นะคับบบ
-
เขินตัวบิดแล้วววว อ่านไปยิ้มไปเหมือนคนบ้า ชอบบบบบบบบมาก
-
โอย...น้องทับทิม~~ ชนะเลิศไปเล้ยยยย
เร่งทำงานแล้วรีบกลับมาหาเขาเนาะ ไม่คิดถึงสักนิดดดด ^^
น้องพอร์ชก็ใจเย็นเกิ๊น ต้องชนประตูไปสามรอบ ถึงจะตั้งตัวได้ว่าจะไปหาเขา โถๆๆๆ
กลับมาเจอให้หายคิดถึงแล้วอ่ะเนาะ...ใครแพ้ล่ะทีนี้ อิอิ
-
:-[ คุณทิมมมม กลับมาแล้ว
-
:pig4: :pig4: :pig4:
Finally...
-
อหหหหห รีบกลับมาหาเขาเลยนะ
Sent from my iPad using Tapatalk
-
:pig4: :pig4: :pig4:
-
:katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
-
แบบแหวนแต่งงานมาแล้วว :mew1:
-
ถ้าทับทิมรู้นายก็แพ้เหมือนกันนั่นแหละนายพอร์ช โถ่
จองตั๋วไปแล้วนี่แต่มีคนรั้ง
:hao3: :hao3:
-
o18 พอร์ชปล่อยหมัดเด็ด คุณทิมมึนเลย
-
อ่อยยยยยย
-
:hao3:
-
ตอนหน้าแต่งเลยจ้าาาาาา คนอ่านจะแต่งเองแล้วววววว
-
ข้าวปลาก็ไม่ได้กินรีบตรงดิ่งกลับมาหาแฟน หวังว่าแฟนคุณทิมจะไม่มีเรื่องอะไรมาทำให้คุณทิมเสียใจนะ
:pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:
-
พอร์ชไม่ค่อยคิดถึงทับทิมเลยเนอะ :laugh:
-
เขินนนนนน ดีใจที่มาต่อแล้ว
-
หวานมากกกกก
แพ้กันไปหมดเลย ขำที่บอกว่า จองตั๋วเครื่องบินไปญป.แล้ว 55555
ใดใดคือ คุณทิมน่ารักมากกก อยากเคี้ยวๆแล้วกลืน
:man1: :man1:
-
ทับทิมกับน้องพอร์ชน่าร๊ากกกก อ่านไปอมยิ้มไป :-[ :กอด1:
-
ใครหลงใครไม่ต้องบอกแล้ว ชาวบ้านรู้กันทั่ว
ถ้ายังบอกว่าเป็นแค่เกมอีกละก็ จะอดข้าวประท้วงแล้วนะ
-
และแล้วพอร์ชก็แพ้ทับทิมอยู่ดี55555
-
:hao7: ทับทิมสู้ๆๆๆ
-
ฉันแพ้ให้เธอทุกทางงง~
Sent from my iPhone using Tapatalk
-
:man1:
-
:hao7: :hao7: :hao7:
-
รักกันนแล้ว ไม่มาม่านะ :hao5:
-
มีแต่คำว่า น่ารักเต็มไปหมดเลย งื้อออออ น่ารัก :mew2:
-
หวานๆ ละมุนละไม :-[ ทับทิมน่าร๊ากกกก :กอด1:
-
:pig4: :pig4: :pig4:
ใครชนะก็ไม่สนหรอก รู้แค่คนอ่านฟินก็พอ อิอิ
-
โอ๊ย~~~ ทับทิมลูก~~~
กว่าจะสารภาพว่าคิดถึงได้ก็เดินทั่วเยาวราชแล้วมั้ย แต่ก็ชนะอ่ะเนาะ อิอิ
น้องพอร์ชแพ้ตลอด 555
ปล.ถ้าตาคินเรียกขนมทุกอย่างว่าเค้ก สงสัยต้องเจอกับเชฟขนมหวานถึงจะเหมาะ 555
-
:-[ :o8: น่ารัก น่ารัก น่ารัก เราฟินมาก
-
เสมอกันค่ะ ไม่ต้องสนใจแล้วว่าใครตกหลุมรักก่อนกัน แค่รักกันอยากใช้เวลาร่วมกัน ก้อดีแล้ว ไม่ต้องหาคนแพ้หรือคนชนะหรอกค่ะ ความสุขอย่แค่เอื้อมมือ แค่คว้ามันไว้เท่านั้น และรักษามันให้ดีก้อพอ
-
ถ้าเกมความรักกล่าวไว้ว่า "ใครตกหลุมรักก่อนแพ้ " พอร์ช และคุณทิมคงแพ้ทั้งคู่ :mew1:
-
ทับทิมลู๊ก รักพอร์ชมากสินะ ถ้าพอร์ชแค่เล่น ๆ น่วมแน่ แก๊งค์ลูกเพื่อนแม่เอาตาย
-
มันน่ารัก อบอุ่นละมุนตุ้มไปหมด แต่งๆ กันสักทีเถอะ :-[ เขิลไปหมดแล้ววว เยาวราชสีชมพู
-
:pig4: :pig4: :pig4: :pig4:
-
ไม่น่าจะมีคนชนะนะเกมนี้ 555555555
ว่างๆก็อย่าลืมนั่งคุยกันไม่ใช่คิดมากไปเองน้า
-
มีคนอยู่กินกันก่อนแต่งค่ะ
ขำบินเพื่อนพอร์ช ขอสิงร่างชั่วคราว
ย้ำว่าหมั่นไส้พอร์ชมาก มาครอบครองทับทิมคนเดียวได้ยังไง o18
-
:L2: :pig4:
-
:3123: :pig4: :pig4:
-
ต่างคนต่างไม่มีใครยอมใครเลยเหมือนแข่งกันทำให้อีกคนหลงรักตัวเองในขณะที่ก็ตกหลุมรักอีกคนไปพร้อมๆกัน น่ารักกกก ได้เห็นการพัฒนาของความสัมพันธ์ของทั้งคู่เรื่อยๆเลย รอติดตามตอนต่อไปนะคะ ขอบคุณที่อัพเดทผลงานค่ะ
-
อ่อยยยๆๆๆ
-
ทับทิมเด็ก(?)แสบ
-
อยากอ่านอีก
ทำไมเค้าน่ารักกันขนาดนี้ งู้ยยย
-
เขินหนักมากกกกกครับบบบบ
-
ทิมน่ารักกกกก
-
ชอบมากเลยยยย เมื่อไหร่จะมาน๊าาา
-
:pig4: :pig4: :pig4:
อ่าว.....ทับทิมจะแพ้เหรอเนี่ย?
-
เปิดใจคุยกันเถอะ สารภาพรักกันสักที ฮื่อออ สงสารทับทิม :sad11:
-
ทับทิมน้ำตาหยดแล้วพอร์ชชชชช
:hao5: :hao5:
ชัดเจนหน่อยได้มั้ย
เรื่องพิมก็ด้วย ฮื่อออ
ดีใจที่กลับมา อย่าหายไปอีกน้าา
-
โง้ย~~~ เล่นเกมกันจนปวดใจแทนน้องทิม
ตาพอร์ชก็ไม่ได้รู้เรื่องเล้ยยยย เฮ้อ~~~
-
พอร์ชไม่ชัดเจนอะไรเลย เดี๋ยวมีเรื่องเพื่อนคิดไม่ซื่อมาอีก
ฉันจะฟ้องลูกเพื่อนแม่
-
:pig4:
-
จะแพ้หรือชนะ แต่ถ้าได้อยู่ด้วยกันก็ถือว่าคุ้มที่จะได้เล่นเกมส์นี้แล้ว
-
:pig4:
o13
-
เลิกเล่นเกมส์กันเถอะ รักก็บอกไปเลย :กอด1:
-
น้องทิมลูกกกกก นังพอร์ชถ้าไม่ชัดเจนก็ไม่ต้องมาทำแบบนี้
-
คนรู้สึกมากกว่าก็เจ็บกว่าทั้งนั้นแหละ
ขอเบิกตัวแก๊งลูกเพื่อนแม่ค่า :hao5: :hao5:
พอร์ชนี่มีทั้งความฝันคนในใจ ทิมจะไม่มั่นใจก็ไม่แปลก
ถ้าเทียบกับทิมที่มีแต่แก๊งลูกเพื่อนแม่กับคนเข้ามาแล้วผ่านไป ก็นะ :ling2: :ling2:
-
:hao7: :hao7: :hao7:
-
สงสารทับทิมม พี่เค้าบอบบางเรื่องความรัก
ถ้าพอร์ชยังไม่แน่ใจตัวเองอย่าทำร้ายทับทิมของเรา
ไม่งั้นจะให้แก๊งค์เพื่อนแม่จัดการนะคะ
-
ทับทิมได้คำตอบแล้ว เหลือแต่พอร์ชที่ต้องตอบตัวเองให้ได้
-
o18 สงสารน้องทิม
-
อึดอัดแทนอ่ะ สงสารคุณทิม
-
:เฮ้อ: ยังไม่คิดเลิกเล่นเกมส์กัรอีกหรอ
-
มีความรู้สึกว่าพอร์ชจะไม่เลือกน้องทิม และทิมคงเศร้าเสียใจอย่างแรง เดาจากความลังเลไม่แน่ใจของพอร์ชและความที่นางแคร์พิมมาก ๆ ด้วย ซึ่งตอนนี้พิมโสดด้วยสิ
-
พอร์ชเธอจะทำทับทิมเสียใจไม่ได้นะ o18
-
แงงงง พี่ทิมมม อีดอัดมากๆแน่ๆ :sad4: :sad4:
คนที่รู้สึกมากกว่าก็เจ็บกว่า
อยากให้พอร์ชเคลียร์ความรู้สึกตัวเองแล้วหันหน้าคุยกันนะะ :mew2: :mew2:
-
จะไหวมั้ย
-
พี่จ๋าาาา น้องรออ่านเรื่องนี้ที่ท่าน้ำทุกวันเลย
:sad4: :sad4: :sad4:
-
รออัพอยู่นะคะ :mew2:
:katai1:
-
ทับทิมลูกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก น่าฟัดจิ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงง :กอด1:
-
มันน่าทุบหัวนายพอร์ช จูนสมองให้มันไวๆ หน่อยสิ โง่ยยย สงสารคุณทิม :katai1:
-
ตาพอร์ชไม่รอดแน่...
ไม่พูดชัดๆ ไม่ยอมเคลียร์เอง
ถ้ารอให้น้องทับทิมเคลียร์เอง...เกมหาย หาตัวไม่เจอแน่นอน เหอๆ
หวังว่าพอร์ชจะไหวตัวทัน...สงสารทับทิม
-
:pig4: :pig4: :pig4:
ค้างคาอ่ะ
แล้ว...บ้านพังคืออัลไล?
-
ต้องเอาทับทิมไปซ่อนแล้วถ้าพอรช์ยังไม่พร้อมแบบนี้ทำไมเรื่องนี้มันหน่วงกว่าทุกเรื่องเลยอ่ะคะ
-
บางทีความเงียบก็คือคำตอบ...
-
:mew2: :mew2: :mew2:
-
:sad4: สงสารทับทิม ..
-
ฮือ คือพอร์ชจะตอบยังไง
กลัวใจเหมือนกัน คงรักแหล่ะ
แต่จะมีอีกคนไปทั้งชีวิตไหนก็อีกเรื่อง
ทบทวนให้ดีๆนะพอร์ช แต่ถ้าไปแล้วก็อย่ามาวุ่นวายกับน้อง
ไม่งั้นจะตีให้ตาย :katai1:
-
เห้ออออ
-
ยังคลุมเครือในอารมณ์
-
สงสารทับทิมมมม TT
-
โดนแก๊งลูกเพื่อนแม่จัดการแน่นายพอร์ช :ling2:
-
อย่าคิดนานจนเขาไม่รอนะ
-
น่าจับพอร์ชมาตีก้นจิงๆ ทำพี่ทิมเสียใจ :katai1: :katai1:
-
:ling1: :ling1: พอร์ชจะยังไงพูดมาเลย บอกมาเลยว่าคิดยังไง จะอยู่หรือไปก็บอกมา เพลงบ่งบอกอายุมาก5555
-
ขอทวงคืนน้องทิม :m16:
-
คนไม่รุ้อะไรคือคนที่เจ็บ :z3:
-
แงงง เอ็นดูทับทิม สงสารทับทิม
เริ่มก่อน และปิดก่อน รู้ตัวก่อน ยอมรับก่อน
แต่แค่รอให้พอร์ชชัดเจน เพราะที่ผ่านมา
ทับทิมรับรู้ความฝันพอร์ชมาตลอด และคุยกันตลอด
คำพูดที่สื่อไปรอบนี้ ถ้าพอร์ชยังไม่ชัดเจน หรือไม่ทำอะไร
ทับทิมก็ถอยออกมาก่อนเหอะ คนไม่รู้ใจตัวเองน่ะ
ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งทำให้ทับทิมลำบาก เพราะรักไปแล้ว
แต่ไม่ได้ความชัดเจนตอบกลับ
คุณย่าเฟื่องฟ้าทันสมัยมากค่ะ น็อคไปแปบ แต่พอเข้าใจได้
-
ทีแบบนี้ทำไมเงียบ
อย่าเงียบสิ อย่าเงียบบบบบบบบ
-
ตาพอร์ชชชชช
Sent from my iPhone using Tapatalk
-
สงสารน้องทับทิม :o12:
คำพูดพาคินทำให้รู้สึกถึงความรักของแก๊งลูกเพื่อนแม่เลย
-
อ่านตอนนี้แล้วเจ็บแทนทับทิม อยากเปลี่ยนพระเอก :katai1:
เกลียดความเงียบของพอร์ช :z6:
-
:pig4: :pig4: :3123: :3123:
-
มาต่อออออออออ นะ
-
ยังรออออออ
-
:call: :call: :hao5:
-
มาต่อเถอะนะ จะขาดใจจจ
-
รออยุ่น้าาาาาา
-
รักในมิตรภาพของแก๊งลูกเพื่อนแม่จัง :hao5: :hao5: :hao5:
-
ร้องไห้แล้วค่า แงงงงงงง นังพอช แกตายแน่! หาพระเอกใหม่เลยค่าาาาา
รอนะคะ สงสารทิมม :sad4:
-
อย่าหวังว่ามันจะง่าย
-
เจ้าชายน้อยร้องไห้ ทหาร องครักษ์และลูกกระจ๊อกอยู่เคียงข้างเมื่อความเศร้าในวันนี้ผ่านไป แก็งค์ลูกเพื่อนแม่ต้องใจแข็งเอาคืนพอร์ชให้หนัก ฮึ่ม มาทำให้เจ้าชายน้อยทับทิมเสียน้ำตาได้ยังไง
-
นังพิมก็พอนังพิม /คนอ่านพาลเอง
สมน้ำหน้าพอร์ช :m16:
ทับทิม โอ๋ๆๆ. กอดดนุน้าาาา ไม่ร้องๆ ค่ะคนเก่ง
รักมิตรภาพของลูกเพื่อนแม่ที่สุด
-
:angry2: เตรียมสมน้ำหน้าอิพอร์ชล่วงหน้าค่ะ
-
ต้องถามว่าพอร์ชเมิงเป็นบ้าอะไร
-
:mew2: :mew2: :mew2: เฮ้อออ สงสารทับทิม
-
:m15: :m15: ทับทิมโอ๋ๆๆนะ พอร์ชถ้าห่วงพิมมากก็ดูแลกันไปเลยแล้วอย่ามายุ่งกับทิมอีก :angry2:
-
นังพอร์ชชั้นจะตีหัวให้แตกเลยเปลี่ยนพระเอกค่ะ..หัวร้อนอย่าได้แคร์ค่ะน้องทิมเราจะจับมือกันไปหาคนใหม่ให้คนเก่าช้ำใจเสียดายเรา
-
:m16: :m16: :m16:
-
บ๋ายบายพอร์ช คนโลเล
-
ตาพอร์ช!!!!
Sent from my iPhone using Tapatalk
-
เราร้องไห้เลย คิดไว้อยุ่แล้วว่าต้องมีเหตุการณ์ประมาณนี้เกิดขึ้น
สงสารทับทิมมาก ฮือ
แก๊งลูกเพื่อนแม่ดูแลกันดีๆนะ
ส่วนตอนนี้ขอแบนพอร์ช
อย่ามาเข้าใกล้ลูกชั้นเด็ดขาด
ไม่งั้นจะยิง
-
พอร์ช~~~ ไม่รอดแน่
ไม่รอดจากอะไรสักอย่าง
ทั้งเพื่อนทั้งทับทิม แถมแก๊งลูกเพื่อนแม่ไปอีก
กรณ์นี่เป็นคนยังไงกัน ไร้สติและพาลสุด
เรื่องเกิดจากตัวเอง แต่ไม่เคยผิดเลย ตลกเหอะ
เตรียมรับมือบ้านพังเถอะพอร์ช หึหึ
-
สงสารทับทิมมาก
คนที่แพ้คือคนที่ลังเล
ไม่ใช่ทับทิมของพี่
พอร์ชจำไว้ว่าเธอจะไม่ได้ทับทิมไปง่ายๆ
-
:pig4: :pig4: :pig4:
:mew6: :mew6: :mew6: สงสารทับทิมอ่า อิพอร์ชเมิงตาย
-
ไม่อยากให้เจ้าชายน้อยร้องไห้ครับ :mew6: :mew6: :mew6: :mew6:
-
ทำไมทำแบบนี้
-
รักแก๊งลูกเพือนแม่ทุกคนค่ะ
-
ทำทับทิมร้องไห้แบบนี้ลูกเพื่อนแม่อย่ายอมให้อีพอร์ชได้เข้าใกล้ทับทิมเด็ดขาด สงสารทับทิมขอผู้คนใหม่ให้ทับทิมเถอะนะ
:pig4: :pig4: :pig4:
-
คนแบบนี้ควรโดนแบน
หมายถึงเหยียบให้แบนไปเลย
จัดการเลยนะลูกกระจ๊อก 55555555
พอร์ชลังเลอ่ะ รู้แหละว่าพระเอก
แต่คนอ่านโป้งพอร์ชมากเลย
ทับทิมจุกน้ำพุที่น่ารักไม่ควรฝากชีวิตไว้กับคนแบบนี้
ทำตัวเหมือนไก่ได้ทับทิม เอ้ย ได้พลอย
ชาตินี้อย่าได้เจอกันอีกเลย
จัดให้หนักๆสักที ให้สำนึกว่าทำร้ายใจคนที่รักมันเป็นยังไง
:hao5: :hao5: :hao5:
-
ทิมลูกแม่ :m15: นังพอร์ชไปไกลๆ :m16: :angry2: :beat: เปลี่ยนพระเอกค่า
-
จ๊ะ กำลังแฮปปี้ปนเศร้านิดๆ แต่ตอนนี้เป็นไงล่ะคะ
ความทุกข์มาเยือนเลยจ้า กับความไม่ชัดเจนของพอร์ชเอง
มีนบอกได้ดีนะ กลับบ้านแล้วอยากเจอใคร
แต่ตราบใดที่พอร์ชยังไม่คิด ยังไม่ตัดสินใจ
ทับทิมก็ไม่ควรจะรอ แยกกันตอนนี้ ทับทิมก็เจ็บพอแล้ว
ถึงพอร์ชจะพูดเพราะโมโห แต่ก็คิดถึงใจคนฟังสักนิด
แล้วกรณ์เป็นเพื่อนแบบไหน แย่ได้ขนาดนี้ไม่พอ
ยังมาทำตัวแย่กับแฟนอีก บ้าบอมากค่ะ กลับไปดูตัวเองก่อนเหอะ
แกงค์ลูกเพื่อนแม่มาไว เคลมไวมากค่ะ มาได้เวลาปลอบใจทับทิมด้วย
ทับทิมอดทนไว้นะ ให้เวลาตัวเอง ให้เวลาได้ดูแลใจตัวเอง
ทำไมพอดีกันแบบนี้เนาะ ทั้งในอดีตและตอนนี้ พอร์ชก็ทำพัง
-
น้ำตาแตกอ่ะ บีบหัวใจมากกกกกกก คนฟังโคดเจบบอกเลยยย
-
รู้สึกเจ็บ ฮือออ พอร์ชไม่ใช่พระเอกใช่มั้ยคะ ถ้าใช่ขอเปลี่ยนพระเอกได้มั้ย? สงสารทับทิมอะ ขอให้ลูกเพื่อนแม่พาทับทิมไปซ่อน อย่าให้พอร์ชเจอง่ายๆนะ!
-
สงสารทับทิมจัง
-
เห้ออ!! นี่ละน้อความไม่ชัดเจน
-
สงสารทับทิม //นี่ร้องไห้ตามแล้ว :sad4: :o12:
พอร์ชนี่ยังไง ทำไมทำแบบนี้ครับ :m16: :m31:
-
สงสารน้องงง
-
ร้องไห้เลยยย
-
ทับทิมไม่ร้องนะ อย่าร้องงงงงง :ling3: :ling3:
-
ไม่เงียบสิพอร์ช
-
ยังรออยู่น๊าาาาา
-
เปลี่ยนพระเอกได้ไหมคะ :m31: เกลียดอิพอร์ช :angry2:
ทำเจ้าชายน้อยร้องไห้ได้ยังไง :m16: อยากบอกแก๊งลูกเพื่อนแม่ว่า กระทืบซิจะรออะไร o18
-
รอฉันรอเธออยู่
-
:katai5:
-
เราเริ่มเรื่องที่ต้นไม้ ตามมาด้วยน้องคีย์ ตอนนี้ร้องไห้ ให้กับน้องทับทิม TT ทั้งสาม เรื่อง ทำเราอินทุกๆเรื่องเลย นี่เป็นเรื่องแรกที่เราเข้ามาคอมเม้นให้คุณนักเขียน สู้ๆ นะคะ ขอให้พอร์ช เจ็บเยอะๆเลย กล้ามาทำน้องทิมเสียใจได้ยังไง จงหันหน้าเข้ากำแพงแล้วสำนึกชะ TT :fire: :fire: :fire: :fire:
-
:katai5: รอนานแล้วนะ
-
สงสารทับทิมจัง ฮืออ
ฉันว่าแล้ว
-
ใช่มันไม่ง่ายเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ
-
ร้องไห้ตามพอร์ชนะ แต่ก็ยังสงสารและห่วงทับทิมอยู่ดี ถึงแม้จะมีกลุ่มเพื่อนแม่อยู่ด้วยก็ตาม
-
เอ่อ...เศร้ามาทั้งตอน ขำตาปิดตอนร้องเพลงต่อได้จากแก๊งลูกเพื่อนแม่นี่แหละ แฮ่~~~
พอร์ชเอ๊ย...มันไม่ง่ายจริงๆ นั่นแหละ
และก็ได้เห็นแล้วด้วยว่าทับทิมใจแข็ง...น้ำตาซักหยดเขาก็ไม่อยากให้เห็น
รอดูความพยายามของพอร์ช ว่าจะเข้าถึงทับทิมอีกครั้งยังไง
-
เชียร์แก๊งค์ลูกเพื่อนแม่ตั้งด่านให้เย๊อะๆ
-
อย่ายอมง่ายๆนะแก๊งค์ลูกเพื่อนแม่
ดีนะเราร้องเพลงตรง ps. ไม่ได้ :laugh:
-
นายพอร์ชต้องฝ่าด่าน ลูกกระจ๊อก ด่านอัศวิน และอีกหลายๆด่านเลย ฮึ่ย... เตรียมตัวสมน้ำหน้า
-
:katai2-1: รู้ตัวซะทีนะพอร์ช พยายามเข้า
-
สงสารทั้งคู่เลยทำไมความรักถึงต้องการยทพิสูจน์อยู่เรื่อยนะ
-
:pig4: :pig4: :pig4:
-
รู้สึกตัวสักทีนะพอร์ท อย่าให้ทับทิมต้องรอนานกว่านี้ อย่าทำให้เสียใจอีกนะ
-
แก๊งลูกเพื่อนแม่ไม่น่าให้ต่อใหม่ง่ายๆ 555555555
แต่ก็ยังรู้ตัวเร็วว่าต่อผิดก็ขอให้ต่อเสร็จไวๆ
-
ทับทิมอย่าไปยอมง่ายๆนะ แก๊งลูกเพื่อนแม่จัดการเล้ย
-
:katai2-1:
-
ร้องห้ายยยยยยยยยยย :ling3:
-
มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกพอร์ชเพราะนายผ่านช่วงที่ง่ายที่สุดไปแล้ว จากนี้ก็โชคดีนะ
-
มันไม่ง่ายจริงๆ คนอ่านก็ร้องไห้ไม่หยุดเช่นกัน สงสารทับทิม มันเป็นช่วงอ่อนแอเลยนะ ต้องใจแข็งให้มากๆๆๆๆ :ling2:
-
ยอมรับซะทีนะพอร์ช ต่อไปก็ไปง้อน้องทิมมันไม่ง่ายแต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ แสดงความจริงใจหน่อย สู้ๆ o13
-
เป็นกำลังใจให้แล้วกันนน
-
กว่าจะยอมรับนะพอร์ช มันน่าโมโหจริงๆ :m16:
-
เสียใจจจจจ แต่อย่างน้อย พอร์ชก็รู้ตัวแล้วววว
-
แหมมมมมม ไม่รู้จะพูดอะไรดี
นอกจากจะต้องตามง้อตามจีบทับทิม ขอความกรุณาแก๊งค์ลูกเพื่อนแม่สั่งสอนเด็กใหม่หนัก ๆ หน่อยนะคะ
-
งื้ออออ พอร์ชรีบไปง้อทิมเลยน้าาาา :hao3:
-
รอฉันรอเธออยู่ อดใจรอจะไม่ไหวแล้วววววว
-
มาต่อเถอะนะ ขอร้องงงง
-
o13 อ่านรวดเดียวเลยมันดีมาก
-
:katai5: มารอจ้ะ
-
มาคอด้วยจ้าาา
-
สนุกมากเลยค่ะ เรื่องนี้ อ่านรวดเดียวเลย อินไปกับทุกตอน
-
อ่านวน 3 รอบแล้วววว ยังอินอยู่เลยยย
-
ทับทิมอย่าใจอ่อน ให้พอร์ชชดใช้กรรมกับแก๊งลูกเพื่อนแม่ก่อน o18
-
ทับทิมใจอ่อนไปแล้วพอร์ชสู้ๆนะ
-
ร้องไห้ มันหน่วงหนักไปหมด ฮือออออ
พอยอมรับได้แล้ว ต่อไปเจอด้านแก็งลูกเพื่อนแม่หนักหน่วงเข้าไปอีกแน่
-
ท่าทางจะผ่านด่านภาคินแล้วแหละ
เหลืออีกหลายด่านอยู่นะพอร์ช
มันก็จะยากขึ้นเรื่อยๆ น่ะนะ หึหึ
-
:L2:
-
:z2: เป็นกำลังใจให้ทั้งแก๊งลูกเพื่อนแม่ และ พอร์ช นะ สู้และผ่านด่านไปให้ได้
-
ผ่านได้1 ด่าน ยังเหลืออีกตั้ง2 แหน่ะพอร์ช
:laugh: สู้ๆนะ
-
:pig4: :pig4: :pig4:
หายไปนาน กลับมาแล้วกับด่านที่ 1
เหลืออีก 2 ตอนจบ นั่นก็คือ ตอนด่านคุณเบน และตอนด่านสุดท้ายหัวหน้าแก๊งรามิล สินะ
-
พอร์ชสู้ๆ ผ่านด่านคุณคินไปก็ง่ายแล้ว(หรา) แสดงความจริงใจเข้าไว้
-
จัดหนักไปเลยค่ะ มะโห คนโลเลต้องเจองี้
แต่ก็สงสารน้องทิมนะคะรักเขาเหลือเกิน
-
พอร์ช สู้ๆนะ
-
:katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
-
ทำไมเราไม่รู้สึกเห็นใจพอร์ช อยากให้คิทดสอบให้หนัก ให้ด่านของเบ็นกับรามิลยากๆ ให้รู้ว่าทับทิมมีค่าไม่ได้มาทำให้เสียน้ำตาง่ายๆ
-
พอร์ชสู้ๆน้า ทัมทิมรอคำอธิบายที่ครบถ้วนอยู่
-
กว่าจะถึงรามิล 55555555555555
มีใครสนใจอัดฉีดให้นายพอร์ชหน่อยมั้ย
-
กว่าจะขยับตัวนะพอร์ช ต้องให้กระตุ้น
ตอนนี้เจอภาคินไปก่อน เพราะไม่แข็งสุดละ
ถ้ารอดไปได้ อีกสองรอคิวอยู่ แต่ต้องยับมากแน่
ดูจากสภาพที่มีนเห็นแล้ว คงยิ่งกว่าออกรบ 5555
แต่ไม่เป็นไรเนาะ ได้ฟัดแก้มทับทิมแล้ว กำลังใจมาชัวร์
สงสารทับทิม เอ็นดูมากด้วย พยายามเข้มแข็ง
พยายามปลีกวิเวก แต่ลูกเพื่อนแม่ก็เป็นห่วงอะเนาะ
เลยตามติดกันเป็นเงาเลยจ้า
จริงที่ทับทิมเปิดใจ แล้วได้เห็นมุมน่ารัก สดใสกับคนอื่น
-
ชั้นไม่ใจอ่อนง่ายๆหรอกนะพอร์ชช
ทีมแก๊งลูกเพื่อนแม่เหมือนคุณย่าค่าา
คุณรามิลเอาให้หนักๆเลยนะคะ หึหึ
นี่ยังจะมาแอบแตะอั๋งเขาอีก ร้ายจริงๆ
-
มันไม่เศร้าแล้ววววว มันกำลังจะหวาน รอเลยยยยยยยยย
-
อย่ายอมง่ายๆนะ
เบน กับ มิล ต้องสั่งสอนให้หนักๆ
เอาคืนให้ทิมด้วย
-
คุณคินใช้งานเบามาก!! ยังไม่สมกับที่ทำให้ทับทิมร้องไห้เลย
-
รอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ ก็รู้นะว่าพอร์ชทำกับทับทิมไว้เยอะ แต่ก็อยากให้อดทนจนผ่านไปได้
-
จุกๆไป
-
:pig4: :pig4:
-
:katai5: :katai5: :katai5:
-
:katai4: :katai4: :katai4:
-
รออยู่น๊าาาา
-
รอฉันรอเธออยู่ จะรอไม่ไหวแล้ววว
-
ดีใจแทนพอร์ชด้วยนะลูกแก๊งค์ลูกเพื่อนแม่เริ่มใจอ่อนแล้ว
-
อีกนานมั้ยคะ กว่าจะมาต่อตอนหน้า 555 คือติดพัน
-
:mew1: ดีงาม พอร์ชสู้ๆ
-
แผนเบนจามินเรื่องพี่ธีร์นี่สงสารพอร์ชน้ำตาไหลเลย แง
-
ด่านต่อไปก็หัวหน้าแก็งแล้วสินะ :mew4:
-
o13 o13
-
สงสารพอร์ชชชชชชชช
-
:mc4: เชียร์รุ้งพอร์ชเต็มที่
-
เนี่ย...รอเก็บเล่ม~~~ อิอิ
แก๊งลูกเพื่อนแม่สร้างพอร์ชคนใหม่ ดี๊ดี
เป็นแก๊งที่น่ารักมากจริงๆ
โถ~~~ พอร์ช...ฝันเหมือนจริงมากลูก
แค่ได้ยินว่าทับทิมรัก ใจก็ฟูแล้วอ่ะเนอะ ^^
-
:katai5: :katai5: :katai5: :katai5:
-
เป็นซึม :ling3:
-
:pig4: :pig4: :pig4:
-
:hao5: :hao5: :hao5: :hao5: :katai2-1:
-
จะจบแล้ว หวังว่าพอร์ชจะเปลี่ยนตัวเองได้นะครับ ขอให้ทับทิมและลูกเพื่อนแม่ใจดีกับน้องหน่อย ^^"
-
:hao7: พอร์ชสู้ๆนะ
-
เอาจริงตอนนี้สงสารพอร์ชมาก ปกติไม่อยากจะญาติดีด้วยเลยนะ
แก๊งค์ลูกเพื่อนแม่สามัคคีชุมนุมมาก ไม่ใช่แค่แกล้ง แต่ช่วยสอนสั่งชี้แนะ
หวังว่าพอร์ชจะปรับตัวให้ดีสมกับจะได้เป็นแฟนทับทิมที่ใคร ๆ ก็รักและหวงแหน
-
สู้ๆ
-
ตอนหน้าจบแล้วววววว ยังอยากอ่านอีก .... ชอบอ่ะ ดูพยายามดี เน๋ยยย รักแล้วต้องสู้นะ :z10:
-
แหม......ทิมน่ะใจอ่อนไปนานแล้ว
-
ผ่าน 2 ด่านแล้ว ดีใจด้วยพอร์ช
-
เริ่มสงสารน้องพอร์ชเหมือนกันนะ แต่แบบนี้แหละดีแล้ว
บังอาจทำทับทิมร้องไห้ แค่นี้ยังน้อยไป o18
-
กว่าจะรู้ตัว รู้ใจ ก็ท้อไปหลายรอบ แต่แรงฮึดก็ยังเยอะอยู่
ที่แกงค์ลูกเพื่อนแม่ทำทุกอย่าง ก็เพราะรักทับทิม
อยากให้พอร์ชปรับตัวเองเพื่อตัวเองและเพื่อทับทิมด้วย
พอร์ชก็ทำได้ดีนะ ทับทิมใจเหลวแล้วเหลวอีกน่ะ
ตลกธีร์ ต้องอดทนขนาดไหนกัน 5555
-
มาแอบรออยู่น๊าาาา
จะลงแดงตายแล้ววว
-
มาแล้วววววว ตอนนี้ดีมากเลยยย
-
:katai2-1: :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
-
:pig4: :pig4: :pig4:
-
จ้าาาาาา
-
:-[ หวานละมุน
-
คิดถึงมากครับ มาแล้ว
-
ดีมากๆ ละมุนมากๆ อบอุ่นมากๆ แงงงงงง
-
เป็นตอนที่ประทับใจมากๆค่ะ
-
ในที่สุด ในที่สุดก็ผ่านด่านไปได้ ถึงจะต้องทำบททดสอบมากมายจากเพื่อน ๆ ของทับทิม ทำให้คิดได้ ^^
-
ปริ่มมมม :katai2-1: :katai2-1:
-
ในที่สุด ก็มีวันนี้แล้วค่ะ จุดพลุรัวๆ จ้า
พอร์ชผ่านด่านแล้ว แก๊งลูกเพื่อนแม่ทำได้ดีมากเลยค่ะ
ช่วยชีวิตพอร์ชได้เยอะมากด้วย พอร์ชได้เรียนรู้ ได้ปรับตัว
เพื่อจะเป็นคนที่พอดีกับทับทิมและดูแลทับทิมได้อย่างดีที่สุด
เอ็นดูทับทิมมาก จับหอมหัว รอพอร์ชกลับมาหา
ถึงกับร้องไห้เลย น่ารักมากจ้า
รอลุ้นงานที่ทุกคนจะเซอร์ไพรส์
-
น่ารักสมกับที่รอคอย ทับทิมยิ้มได้แล้ว :กอด1:
-
มันต้องอย่างนี้สิ
-
:katai2-1: มันดีมากๆๆๆๆเลย
-
ในที่สุดดดด รอวันที่พอร์ชจะใส่แหวนให้ทับทิม :heaven :heaven
-
สำเร็จแล้วพอร์ชเย้!!ดีใจด้วยน้า..อบอุ่นละมุนละไมมาก
-
น้ำตาลแล้วจ้าาาาาา ไม่มีน้ำตาแล้ว ใจฟูมากกกกก
-
รักนิยายเซตลูกเพื่อนแม่มากกก
-
ประทับใจมาก เต็มอิ่ม อบอุ่นหัวใจมากๆๆๆ :pig4: :กอด1:
-
:pig4: :pig4: :pig4:
-
รอเรื่องต่อไป
-
ประทับใจ~~~~
-
รอคู่ของภาคินเลยค่ะ จะแสบซ่าขนาดไหน :ling1:
-
ประทับใจมากอบอวลไปด้วยความรักจริงๆรอพี่ภาคินนะคะ
-
ทับทิม~~~ รู้สึกเหมือนลูกออกเรือน
กว่าจะผ่านด่านฝ่าฟันกันมาจนวันนี้...ทับทิมมีค่ามากจริงๆ
อยากเห็นงานแต่งจังเลยน้า~~~
-
ดีใจ ๆ ทับทิมมีความสุข
ปล.ทาส ช่างเหมาะกับพอร์ชเสียจริง
-
:pig4: :pig4: :pig4: เป็นคู่ที่น่ารัก ถึงแม้ดราม่าจะจัดหนักก็ตาม ขอบคุณผู้แต่งนะคะ
-
ขอบคุณเรื่องราวดีๆ รอสีน้ำ
-
ในที่สุด ^^
-
น่ารักมากๆๆ
ความรักของแก๊งลูกเพื่อนแม่คือสุดยอด :hao5: :hao5:
-
o13 ขอบคุณนักเขียนค่า ดีงามมาก รอคนสุดท้ายในแกงค์ นะคะ
-
ดีใจกับพอชร์และทับทิมด้วยค่า :mew1:
-
ขอบคุณกับเรื่องราวน่ารักๆ นะคะ :L1: รอเรื่องใหม่เลยค่ะ
มีความสุขจัง :-[
-
รอสีน้ำ น่าจะสีสันแสบตา
-
ชอบเกมส์ 's นี้จัง จะรอติดตามแก๊งค์ลูกเพื่อนแม่คนสุดท้ายนะคะ :pig4:
-
:pig4: :pig4: :L2:
-
:hao7: เรื่องนี้น่ารักสุดๆๆๆๆ
-
ทับทิมน่ารักน่าเอ็นดูทั้งเรื่อง ชอบตอนบรรยายช่วงแก็งลูกเพื่อนแม่ตอนเด็ก
ชอบความหวงทับทิมของเพื่อนๆ มันน่ารักมากๆ มีความสุขที่ได้อ่านซีรีย์ชุดนี้นะคะ
รอคนสุดท้ายของแก็งค่าาา :กอด1: :pig4:
-
น่ารักมากเลย พอร์ชดูโตขึ้นเยอะ
อ่านเรื่องนี้แล้วทำให้คิดถึงตอนตัวเองทำงานเหมือนกันว่าควรแบ่งเวลาให้เป็น มีอะไรสอดแทรกให้คิดตามตลอด
รู้สึกดีและขอบคุณนักเขียนมากค่ะ
-
เราชอบความสัมพันธ์ของแก๊งลูกเพื่อนแม่มาก
ดีใจที่ทับทิมได้เจอคนที่รัก เราคิดมาตลอดเลยตั้งแต่อ่านคุณไม้ว่าคนที่จะผ่านด่านของสามคนนี้จะเป็นใคร ฮื่อ;-;ทับทิมโคตรน่ารัก :o8:
-
น่ารักทั้งคู่เลย
แสบน่ารักอ่ะคุณทิม
-
แก๊งลูกเพื่อนแม่คือที่สุดแล้วววววว มีสมาชิกทาสเพิ่มด้วยตอนนี้ เอ็นดูแรงมากกกกกกกทับทิมคือน่าฟัดมากกเจ้าแก้มแดงๆพอร์ชดูแลเจ้าหนูทับทิมดีๆซะนะไม่งั้นแกโดนสาปแน่!! รอคู่ของคินแบบใจจดใจจ่อแล้วเนี่ยยยยย ทั้งมิลทั้งเบนมาทับทิมคือดีทุกเรื่องเลยยย :กอด1: ละมุนตุ้มมากกก
-
จบแล้ว ดีมากเลย เป็นเรื่องที่ชอบมาก ดีสุด ยังจำตอนที่ทำเสียน้ำตา อ่านไปร้องไป ตอนนี้ก็อ่านไปยิ้มไป ชอบมากๆเลยยยย
-
เป็นนิยายที่น่ารักและสนุกมากๆ คงต้องย้อนกลับไปอ่านเรื่องของรามิลกับเบนจามินอีกครั้ง และรอเรื่องของภาคินอีกคนนะคะครบแก๊งเพื่อนแม่พอดี :pig4:
-
จบแล้ววว
ขอบคุณสำหรับนิยายน่ารักๆๆๆ นะคะ
o13 o13 o13 o13
-
งุยยย จบกันไปแล้วอีกเรื่องราว เรื่องนี้จะไม่มีดราม่าน้ำตาตกกันเลยนะ ถ้าทับทิมไม่คิดเองเออเอง 5555 คุณพชรเราถึงกับช็อคหมดสติหลังจากโดนฤทธิ์คิดเองของทับทิมเข้าไป ดาเมจรนแรงมาก อาวุธคือกุญแจบ้าน
ความทาสที่แท้ทรู สงสาร 5555
-
เจ้าชายน้อยจอมแสบมีคนดูแลแล้ว o13
เป็นแก็งลูกเพื่อนแม่ที่นักเขียนสื่อถึงมิตรภาพได้ดีมากเลยครับ
มีคู่รามิล-ต้นไม้ กับ เบน-คีตา มาหวาน ๆ ให้คิดถึง
สมกับการติดตามมาตั้งแต่เรื่องแรก
ขอบคุณนักเขียนสำหรับนิยายสนุก ๆ นะครับ
ปล.รอดูว่าใครจะมาเป็นคู่ลูกกระจ๊อกอย่างภาคินผู้ลอยไปลอยมา
:pig4: :pig4: :pig4:
-
เป็นนิยายที่อ่านแล้วสงสารตัวเองมากมันอิน มีความยิ้มไปซึมไป
น้ำตามาเป็นช่วงๆ
ลูกเพื่อนแม่คือน่ารักทุกคน แฟนหัวหน้าแก๊งน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย
รอคนลูกเพื่อนแม่คนสุดท้ายนะคะ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ :L2:
-
เสียน้ำตานิดหน่อย :pig4:
-
เพิ่งอ่านเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของชุดนี้
ชอบความเป็นแก๊งลูกเพื่อนแม่
ต่างครอบครัวแต่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก
ครอบครัวก็สนิทกัน ชอบความร้ายของทับทิม
อยากอ่านคู่ของภาคินต่อเลย
-
เป็นอีกเรื่องในแก๊งลูกเพื่อนแม่ที่ชอบมากๆๆๆๆ จริงๆก็คือชอบทุกเรื่องในเซตนี้เลย บอกไม่ได้ว่าชอบเรื่องไหนมากกว่ากัน เรายิ้มทุกครั้งที่ได้อ่านตอนแก๊งลูกเพื่อนแม่เขาห่วงกัน ดูแลกัน เล่าเรื่องแสบๆวีรกรรมของแต่ละคนออกมา มันมีความน่ารัก ผูกพัน อยากมีแก๊งเพื่อนแต่เด็กแบบนี้เลย น่ารักมากจริงๆค่ะ แต่ละคนต่อให้โตแค่ไหน มีหน้าที่การงานใหญาโตยังไง แต่ก็มีความเป็นเด็กแสบๆ อยู่ในตัวตลอด เอ็นดูมากๆๆค่ะ
ในส่วนของความรักคู่นี้ ผิดคาดมากตรงที่สำหรับเราเรื่องนี้เหมือนจะดราม่ามากกว่าเรื่องอื่นเลย ซีนอารมณ์สำหรับเราคือดี ตอนวันที่เกมโอเวอร์เราแบบ ฮือออ หน่วงตามเลย อยากไปกอดเจ้าหนูทับทิมแน่นๆเลย แต่ก็ห่วงพอร์ชด้วยเพราะก็อาการหนักไม่แพ้กัน แต่ใดๆ คือความหวาน ความเขิน แก๊งลูกเพื่อนแม่แต่ละคู่ทำเราอิจฉาอยากได้ความรักแบบนี้ๆๆตามเลย รวบของทุกคู่มาไว้ด้วยกันเลย เบาหวานขึ้นตามากค่ะ 55555 ขอบคุณสำหรับนิยายสนุกๆ ละมุนๆ ซึ้งๆ แบบนี้นะคะ ต่อไปก็รอติดตามหนุ่มโสดคนสุดท้ายนายภาคินกันต่อเลย
-
อ่านสนุกมากค่ะ มีครบรสเลย ชอบทีมสามทหารเสือชอบในความหวงเพื้อนแต่ไม่ได้ปิดกั้นคนที่เพื่อนรัก :L1:
-
ทับทิมน่ารักจัง อิอิ
รอติดตามผลงานต่อไปนะคะ
:กอด1:
-
ประทับใจอะชอบมิตรภาพของแก๊งค์นี้และชอบความน่ารักแบบร้ายๆของทับทิม รวมถึงชอบความเป็นพชรด้วยยิ่งตอนให้ตอบรามิลคือแบบเห้ยผู้ชายคนนี้ปล่อยไม่ได้ละทับทิมเลย ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆ
-
:pig4: :pig4: :pig4:
-
ฮือออออออออ ไม่แน่ใจว่าระหว่างตัวเองกับทับทิมใครจะร้องไห้มากกว่ากันเลยค่ะ ลุ้นแทบแย่อยากพุ่งเข้าไปโอ๋น้องพอร์ช แต่ก็เกรงว่าทับทิมจะตีหัวแตก ตอนใส่แหวนนี่เอ็นดูทับทิมมากเหลือเกินค่ะ อยากกอดดดดดด ขอบคุณมากๆนะคะสำหรับนิยายดีๆ
-
ประทับใจในความสัมพันธ์ของแก๊งทับทิม ช่วยกันดูแลถึงแม้จะมีแฟนกันแล้วก็ยังคอยห่วงใย :o8: :pig4:
-
เป็นเรื่องที่น่ารัก สนุก ให้แง่คิดดีมากๆ
ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆ น่ารักๆนะคะ
-
อ่านครบหมดแล้ว 3 เรื่องเลย ตอบไม่ถูกว่าชอบเรื่องไหนที่สุด เพราะชอบทุกเรื่อง แต่ขอให้เครดิตเรื่องของน้องทับทิมมากหน่อย เพราะครบรสมาก นี่ร้องไห้จนตาบวม
-
จบไปแล้วเรื่องที่3 กับแก้งลูกเพื่อนแม่
น่ารักดีค่ะ รอเรื่องคนสุดท้ายของแก้งลูกเพื่อนแม่ค่ะ
ขอบคุณนิยายน่ารักๆสนุกๆค่ะ
-
รอเรื่องของคินเลยค่ะ
สนุกมากกก
ขอบคุณค่ะ
o13 o13 o13
-
Setนี้ดีทุกเรื่องเลยค่ะ รอเรื่องของคินเลย
ขอบคุณนะคะ
-
:pig4: :pig4: :pig4:
-
ทับทิมร้ายมากแต่ก็น่ารักมาก
-
สนุกมากเลย
รอเรื่องของคุณคิน
อยู่นะคะมายัง
-
รักแก๊งค์ลูกเพื่อนแม่ที่สุด เป็นกลุ่มที่อบอุ่นมากเหมือนพี่น้องกันแท้ๆเลย ลูกเพื่อนแม่ทั้ง3คนทั้งหวงทั้งปกป้องทับทิมอย่างมาก แต่ก็ไม่ได้งี่เง่าไร้เหตุผลทุกอย่างมีเหตุและผลของมันทำให้คนอ่านอินไปกับความน่ารักของแก๊งค์นี้ ได้เห็นพอร์ชที่เปลี่ยนแปลงไปกับสิ่งที่พี่ๆสอนแล้วมันดีจริงๆ ทับทิมก็น่ารักมากๆๆๆๆ
ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆแบบนี้ค่า :pig4:
-
สนุกมากกกกกกกกกกก กรุ้วกริ้งมากเลย แงงงงง บี้แก้ม
-
รักทุกเรื่องในเซ็ตนี้มากเลยค่ะ
ทับทิมน่ารักมาก อยากจับฟัด จับกอด
เป็นคนเล็กสุด ที่ร้ายสุด แสบสุด 5555
และก็สมกับเป็นหัวหน้าตัวจริงที่ทุกคนรักมาก หวงมาก
ตอนทับทิมเสียใจ ก็เสียใจกับทับทิมมาก คือทุกอย่างดูอึมครึมไปหมด
แต่บางทีคนเราต้องเรียนรู้ก่อนว่า รักไม่ใช่เกมส์
พอร์ชคือคนที่รักงานมาก และใช้ชีวิตได้ไม่คุ้มมาก
แต่พอเจอทับทิม พอร์ชเปลี่ยนไป มีเวลาของตัวเองมากขึ้น
มีเวลาที่จะมีทับทิม ใช้เวลาด้วยกัน จนได้รู้ว่าทับทิมสำคัญ
แต่ไม่รู้ใจตัวเองไม่พอ ยังคิดเยอะเกิน ทำทับทิมเสียใจ
พอร์ชก็ได้บทเรียน ถือว่าแก๊งลูกเพื่อนแม่ช่วยได้เยอะ
และในที่สุดก็มีวันนี้ วันที่ทับทิมจะมีเจ้าของหัวใจที่แท้จริง
วันที่พอร์ชได้รักอย่างจริงใจ ไม่นอยด์กับสิ่งใดมากไปกว่าการมีทับทิม
ขอบคุณมากนะคะสำหรับนิยาย ได้ทั้งมุมมองที่แตกต่าง
ได้เรียนรู้ไปพร้อมกับพอร์ชและทับทิม
การจะรักกันได้ ความรักไม่ใช่เกมส์ แต่ต้องใช้ใจ
-
มันดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ชอบเซ็ตนี้มากๆเลย ชอบแก๊งลูกเพื่อนแม่ เป็นแก็งที่น่ารักมาก รอแฟนคินนะคะ :mew1: :mew1:
-
ฉากโชว์แหวนผ่านสื่อนี่ต้องให้น้องทับทิมจริงๆ ประทับใจ :กอด1:
-
มันกรุ้งกริ๊งจริงๆ :pig4:
-
พึ่งมีโอกาสได้อ่านนน คือแบบว่าชอบมากกก ฮืออ
ฉากเสียน้ำตาก็มี ฉากเขินก็คือตัวเป็นเกลียยววว
:ling1: :กอด1: :impress2: :-[ :o8:
-
:laugh: :laugh: :laugh:
-
ติดตามจ้าาาาาาาา
o13 o13
-
สู้ต่อไปค่ะคุณ ปรับตัวเข้าหากันและกัน ความรักยั่งยืน
-
:กอด1: :กอด1:
-
:pig4: :pig4: :pig4:
ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆค่ะ
:L2: :L2: :L2:
-
:pig4:
-
กลับมาอ่านอีกรอบ ก็ยังสนุกอยู่เหมือนเดิมเลย ^^
-
โอ้ย มันเป็นน่ารักที่สุด อินตาม หวงทับทิมมากๆ เจ้าชายน้อยยยยย ชอบความสัมพันธ์ของแกงค์ลูกเพื่อนแม่มากเลยครับ อยากมีคนใต้อำนาจสามคนบ้าง :-[
-
:pig4:
-
:pig4:
-
น่ารักมากกกกกก ก ไก่ ล้านตัว
-
สนุกมากเลยครับ
-
งานดีฟีลกุ้ดอีกแล้วค่า ขอบคุณนะคะ
-
:pig4: